﻿_id	NewsTitle	NT01_NewsDesc	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ (Seafood Festival) ครั้งที่ 2	<p><strong>นางสาวฉัตร์สุดา&nbsp;ชุมแสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กำหนดจัดงาน&nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&nbsp;(Seafood&nbsp;Festival)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นการบริโภคปลากะพงสามน้ำ&nbsp;และอาหารทะเลของจังหวัดสงขลา&nbsp;มีร้านอาหารชั้นนำเข้าร่วมกว่า&nbsp;70&nbsp;ร้าน&nbsp;โดยโครงการ&nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&nbsp;(Seafood&nbsp;Festival)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง&nbsp;รวมไปถึงร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลา&nbsp;อีกทั้งยังช่วยให้ปลากะพงสามน้ำซึ่งเป็นปลากะพงท้องถิ่นของจังหวัด&nbsp;ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากปลากะพงทั่วไป&nbsp;โดยมีเนื้อที่หวานและอร่อย&nbsp;ไม่มีความคาวและปราศจากกลิ่นสาบโคลน&nbsp;ให้ได้เป็นที่รู้จักของประชาชนและนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในปีที่&nbsp;2&nbsp;นี้&nbsp;จะจัดขึ้นในรูปแบบการกดรับคูปองส่วนลด&nbsp;</strong>ซึ่งสนับสนุนโดยโครงการ&nbsp;ใช้ได้ทั้งแบบเดลิเวอรี่และการกดสั่งเมื่อไปทานอาหารที่ร้าน&nbsp;โดยลูกค้าของทางร้านสามารถใช้สิทธิ์รับส่วนลดค่าอาหารได้ทันที&nbsp;ผ่าน&nbsp;E-Menu&nbsp;ในแอปพลิเคชัน&nbsp;OneChat&nbsp;จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งมีป้ายสัญลักษณ์&nbsp;โครงการ&nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&nbsp;(Seafood&nbsp;Festival)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยรับส่วนลด&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อสั่งอาหารจานเด่นประจำร้าน&nbsp;มูลค่าตั้งแต่&nbsp;300&nbsp;บาทขึ้นไป&nbsp;และรับส่วนลด&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อสั่งอาหารจานเดียว&nbsp;โดยลด&nbsp;20&nbsp;บาท/จาน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301081638010
2	สถาบันวิจัยและพัฒนาจัดการประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย ครั้งที่ 10นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ เนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 68 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ที่โรงแรม&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดราชบุรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ชัยฤทธิ์&nbsp;ศิลาเดช&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10&nbsp;ในหัวข้อเรื่อง&nbsp;นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ&nbsp;IEEE&nbsp;International&nbsp;Conference&nbsp;on&nbsp;Cybernetics&nbsp;and&nbsp;Innovations&nbsp;2002&nbsp;(ICCI&nbsp;2022)&nbsp;Ai&nbsp;&amp;&nbsp;Innovative&nbsp;Application&nbsp;โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ณฐพรภัทร์&nbsp;อินทร์ศิริพงษ์&nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;อาจารย์&nbsp;นักวิจัยและส่วนราชการร่วมในพิธี</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;นฤมล&nbsp;ชูเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา&nbsp;กล่าวว่า?</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;ด้วยวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;มีการพัฒนาและเติบโตมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏจนถึงวันนี้นับเป็นเวลาถึง&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมจึงถือเป็น&nbsp;วันสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนา&nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของวันสถาปนานี้&nbsp;จึงจัดการประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัยขึ้น&nbsp;โดยครั้งแรกจัดในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556&nbsp;และจัดต่อเนื่องมาทุกปีจนเป็นประเพณี&nbsp;ซึ่งการจัดในครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;10&nbsp;ในหัวข้อเรื่อง&nbsp;นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ&nbsp;IEEE&nbsp;International&nbsp;Conference&nbsp;on&nbsp;Cybernetics&nbsp;and&nbsp;Innovations&nbsp;20212&nbsp;(ICCI&nbsp;2022)&nbsp;Ai&nbsp;&amp;&nbsp;Innovative&nbsp;Application&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้คณาจารย์นักวิจัย&nbsp;นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;และบุคคลที่สนใจ&nbsp;ได้นำเสนอผลงานวิจัยและผลงานวิชาการสู่สาธารณชน&nbsp;อันจะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;เกิดแนวปฏิบัติในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพงานวิจัยและงานวิชาการ&nbsp;รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวคิด&nbsp;วิธีปฏิบัติ&nbsp;และประสบการณ์ในการวิจัย&nbsp;ซึ่งนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการวิจัย&nbsp;ก่อให้เกิด&nbsp;ความก้าวหน้าทางวิชาการที่สามารถนำความรู้จากการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนา&nbsp;คุณภาพชีวิตและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">กิจกรรมของการประชุมวิชาการครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;คือ&nbsp;การนำเสนอ&nbsp;ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการภาคบรรยายในสาขาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ครอบคลุมถึง&nbsp;6&nbsp;สาขาวิชา&nbsp;ได้แก่&nbsp;นวัตกรรมด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์&nbsp;นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมด้านบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;นวัตกรรมด้านการศึกษา&nbsp;นวัตกรรมด้านสาธารณสุข&nbsp;ชุมชนและการแพทย์แผนไทย&nbsp;นวัตกรรมด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และยังมีกิจกรรมเสวนาที่&nbsp;น่าสนใจในประเด็นเรื่อง&nbsp;นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ผดุงศักดิ์&nbsp;รัตนเดโช&nbsp;ศาสตราจารย์ระดับ&nbsp;11&nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;เมธีวิจัยอาวุโส&nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">การจัดประชุมวิชาการครั้งนี้&nbsp;ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย&nbsp;ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกจากหลากหลายมหาวิทยาลัย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ท่าน&nbsp;ให้ความอนุเคราะห์ในการพิจารณาคัดเลือกบทความวิจัย&nbsp;บทความวิชาการ&nbsp;และ&nbsp;วิพากษ์บทความที่จะนำเสนอในวันนี้&nbsp;โดยมีผลงานที่นำเสนอทั้งผลงานวิจัยและผลงานวิชาการรวม&nbsp;6&nbsp;สาขาวิชา&nbsp;จำนวน&nbsp;77&nbsp;บทความ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับเกียรติจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">คือ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีร่วมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ในการนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ชัยฤทธิ์&nbsp;ศิลาเดช&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ได้มอบโล่ให้กับเจ้าภาพร่วมจัดงานในครั้งนี้ด้วย&nbsp;และการบรรยายพิเศษจากศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ผดุงศักดิ์&nbsp;รัตนเดโช&nbsp;ศาสตราจารย์ระดับ&nbsp;11&nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;เมธีวิจัยอาวุโส&nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สวท.ราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301131531111
3	การท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ไม่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน  เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจังหวัดตรังนั้น เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เสือบุญทอง&nbsp;นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้&nbsp;ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง&nbsp;เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังนั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ส่วนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียหรือยูเครนนั้น&nbsp;ส่วนใหญ่จะท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ถ้าเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังนั้นก็เป็นแบบเช้าไปเย็นกลับมากกว่า&nbsp;จะไม่พักค้างคืน&nbsp;ดังนั้นการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังอย่างแน่นอน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;สายการบินไทยสมายด์&nbsp;ได้เปิดเที่ยวบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong>&nbsp;เดินทางมาจังหวัดตรัง&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เพื่อรองรับการเดินทางและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นการสร้างโอกาสให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังมากยิ่งขึ้น&nbsp;ส่วนที่น่าวิตกมากกว่าการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น&nbsp;คือสถานการณ์การณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่มีอัตราการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจังหวัดตรังนั้นต้องฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;ก่อน&nbsp;ถึงจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังได้&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวนั้นจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;ที่หาดปากเมง&nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;และถ้ำมรกต&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;รวมถึงการดำน้ำดูปะการังที่สวยงามและยังคงธรรมชาติอยู่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301132814116
4	จังหวัดแม่ฮ่องสอน คัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชน สู่การเพิ่มพื้นที่ผู้ซื้อพบผู้ขาย พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างรายได้สู่ชุมชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสด์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกตลาดชุมชน&nbsp;จากทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;สู่การเป็นสุดยอดตลาดชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมผดุงม่วยต่อ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การคัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนในครั้งนี้&nbsp;เป็นการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้ได้มีช่องทาง&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;และมีพื้นที่ให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปพบกับผู้ซื้อโดยตรง&nbsp;อีกทั้งเพื่อฟื้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;กระตุ้นการค้าขายในชุมชน&nbsp;รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยผลการพิจารณาคัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>จากจำนวน&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กาดซอกจ่า&nbsp;บ้านผาบ่อง&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ตลาดสายหยุดเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตำบลจองคำ&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และกาดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ตลาดออนไลน์)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301141623169
5	ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Saudi Arabian Airlines ฟื้นความสัมพันธ์ไทย - ซาอุดีอาระเบีย	<p><strong>นายกิตติพงศ์&nbsp;กิตติขจร&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(ทอท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.05&nbsp;น.&nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;(ทสภ.)&nbsp;ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เส้นทาง&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;-&nbsp;ทสภ.&nbsp;โดยสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;SV846&nbsp;ซึ่งถือเป็นเที่ยวบินประวัติศาสตร์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียมีเส้นทางการบินมายังประเทศไทยอีกครั้ง&nbsp;หลังจากไม่ได้ทำการบินมายังประเทศไทยเป็นเวลา&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;โดยในส่วนของ&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้จัดให้มีอุโมงค์น้ำ&nbsp;(Water&nbsp;Salute)&nbsp;ต้อนรับในช่วงที่เครื่องบินกำลังเคลื่อนตัวเข้าหลุมจอด&nbsp;G5&nbsp;พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ร่วมต้อนรับกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;รวมทั้งจัดของที่ระลึกพิเศษมอบให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับการอำนวยความสะดวกต้อนรับผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวในวันนี้</strong>เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดย&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้มีการประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทสภ.,&nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;,&nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;2&nbsp;,&nbsp;สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;,&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงแรม&nbsp;และสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เพื่อร่วมอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินจำนวน&nbsp;56&nbsp;คน&nbsp;ให้ได้รับความสะดวกในการผ่านขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;และเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมของ&nbsp;ททท.&nbsp;บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า&nbsp;(Exit&nbsp;B)&nbsp;ซึ่งได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานในพิธีต้อนรับในครั้งนี้</p><p>ทสภ.มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;ได้เริ่มกลับมาทำการบินสู่ประเทศไทยอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยมีนโยบายเปิดประเทศเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลกที่ทยอยผ่อนปรนมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อทั้งอุตสาหกรรมการบิน&nbsp;และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301150755188
6	กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวซาอุปีนี้ 2 แสน ตะวันออกกลาง 5 แสนคน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางนายกฯ	<p><strong>1 มี.ค. 2565 - นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong> เปิดเผยว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวจากซาอุดิอาระเบีย รอบแรกวันที่ 28 ก.พ. ที่ยอดน้อยกว่าที่วางเป้าไว้ว่า เป็นเพราะนักท่องเที่ยวยื่นเอกสารไม่ผ่าน และที่จริงแล้วตามกำหนดการเที่ยวบินแรก เขาควรมาในเดือน พ.ค. แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ได้เชื่อมสัมพันธ์ไมตรีหลังเว้นว่างมากว่า 32 ปี เราได้รับการตอบรับจากรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เขาจึงส่งนักท่องเที่ยวเที่ยวปฐมฤกษ์มาเร็วกว่าที่คิดไว้</p><p><strong>เราขอขอบคุณรัฐบาลซาอุฯ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. มาได้เพียง 71 คน</strong> ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เราต้อนรับอย่างสมเกียรติสมฐานะ เที่ยวบินที่เข้ามา มีการยิงม่านน้ำ ตนและปลัดกระทรวงฯได้ให้การต้อนรับ หวังว่าจากนี้จะมีเที่ยวบินจากซาอุฯ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง</p><p><strong>นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการหารือและพูดคุยนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ ต้องการมาเที่ยวที่ไทยจำนวนมาก</strong> ในปีนี้ตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวชาวซาอุดิฯ 2 แสนคน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางของนายกฯ และจากข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ เฉลี่ยแล้วจะให้เงินรายละ 9 หมื่นบาทต่อทริป โดยในปี 2566 ตั้งเป้า 5 แสนคน และภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางปีนี้ เราตั้งเป้าไว้ที่ 5 แสนคน ปี 2566 ตั้งเป้าไว้ 1 ล้านคน เราพยายามวิ่งไปถึงเป้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301150649187
7	ครม. อนุมัติงบประมาณ 1,411 ล้านบาท ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;โดยใช้ที่ดินราชพัสดุ&nbsp;เนื้อที่&nbsp;141&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;64&nbsp;ตารางวา&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2566-&nbsp;2569&nbsp;จำนวนวงเงินลงทุน&nbsp;&nbsp;1,411.70&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี&nbsp;&nbsp;วิทยาการทางการแพทย์และระบบบริการทางการแพทย์&nbsp;รองรับการจัดบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ&nbsp;ที่ทันสมัย&nbsp;พัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์มูลค่าสูง&nbsp;เชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;โดยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;เกิดการจ้างงาน&nbsp;กระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&nbsp;เพิ่ม&nbsp;GDP&nbsp;ของประเทศ&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;ในพื้นที่หลังสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทยด้วย&nbsp;ทั้งนี้การพัฒนาโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;จะเป็นต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;12&nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301155438212
8	จังหวัดเลย เตรียมความพร้อมจัดงาน Mask Festival 2022 สวมหน้ากาก ยลงานศิลป์ เช็คอินริมโขง ชมศิลปะร่วมสมัย ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยังยืน	"<p><strong>ที่ลานวัฒนธรรม&nbsp;อำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรม&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;&nbsp;Mask&nbsp;&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ตามโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวณัณธิญาจ์&nbsp;มังคละคีรี&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเลย,&nbsp;นายอภินันท์&nbsp;สุวรรณโค&nbsp;นายอำเภอเชียงคาน,&nbsp;นายอภิชาติ&nbsp;สะบู่แก้ว&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย,&nbsp;นายจริยาทร&nbsp;สูหู่&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานเลย,&nbsp;นางสาวอินทิรา&nbsp;สุพรหมจักร&nbsp;ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดเลย&nbsp;ร่วมแถลงข่าวฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายดำรงค์&nbsp;สิริวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ,&nbsp;รัฐวิสาหกิจ,&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,&nbsp;ผู้ประกอบการอำเภอเชียงคาน&nbsp;และสื่อมวลชนเข้าร่วมในงานแถลงข่าวฯ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดเลยมีความพร้อมที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัดเลยอย่างยั่งยืน&nbsp;ภายใต้การพัฒนาจังหวัดเลยและวิสัยทัศน์จังหวัดเลย&nbsp;เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เนื่องจากจังหวัดเลยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนานกว่า&nbsp;700&nbsp;ปี&nbsp;และมีภูมิธรรมชาติที่สวยงามเอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;พร้อมเตรียมมาตรการต่างๆ&nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;และมีความปลอดภัยสูงสุดจากมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>นายอภินันท์&nbsp;สุวรรณโค&nbsp;นายอำเภอเชียงคาน&nbsp;กล่าวถึง</strong>ความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;มีความพร้อมในทุกๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเชียงคานมีความตื่นตัวและยินดีเป็นอย่างยิ่งในการต้อนรับและดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองคาน</p><p><strong>นายอภิชาติ&nbsp;สะบู่แก้ว&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย</strong>&nbsp;ได้เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ที่จังหวัดเลยได้ปฏิบัติอย่างเข้มข้นเสมอมา&nbsp;โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;:&nbsp;(&nbsp;v&nbsp;&nbsp;ได้รับวัคซีนครบโด๊ส,&nbsp;U&nbsp;&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;การป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล,&nbsp;C&nbsp;&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;มีมาตรการควบคุมการจัดงานที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย,&nbsp;A&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีอาการและมีความเสี่ยง)&nbsp;</p><p><strong>นางสาวณัณธิญาจ์&nbsp;มังคละคีรี&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;</strong>รายละเอียดของโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;ที่จังหวัดเลย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมสวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;""Mask&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1)&nbsp;การแสดงผลงาน&nbsp;จากการประกวดศิลปะร่วมสมัยของเยาวชน&nbsp;เทศกาลหน้ากาก&nbsp;Mask&nbsp;Festival&nbsp;2)&nbsp;การสาธิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;(CPOT&nbsp;/&nbsp;CCPOT)&nbsp;3)&nbsp;กิจกรรมถนนสายศิลปะ&nbsp;(&nbsp;Street&nbsp;Art&nbsp;at&nbsp;loei)&nbsp;เช่น&nbsp;การวาด/ระบายสี&nbsp;ลงหน้ากาก&nbsp;FACE&nbsp;SHIELD&nbsp;,&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;&nbsp;FACE&nbsp;SHIELD&nbsp;ที่มีการระบายสีอย่างสวยงาม&nbsp;เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ร่วมกิจกรรม,&nbsp;4)&nbsp;นิทรรศการหน้ากากนานาชาติ&nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฎในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ทั้ง&nbsp;11&nbsp;แห่ง,&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;ผ้า&nbsp;ลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัดเลย&nbsp;ผ้าลายดอกฝ้ายบาน&nbsp;และ&nbsp;5)&nbsp;การแสดงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น/ร่วมสมัย</p><p><strong>ดร.อุเทน&nbsp;วชิรชิโณรส&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมมหาลัยราชภัฎเลย</strong>&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;บทบาทของสถาบันการศึกษาในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดเลยและกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฎ&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่นำมาบูรณาการในโครงการกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>นายจริยาทร&nbsp;สู่หู่&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;</strong>สำนักงานเลย&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;รูปแบบการจัดการประชาสัมพันธ์สำหรับกิจกรรมสวมหน้ากาก&nbsp;งานศิลป์ริมโขง&nbsp;2020&nbsp;และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งได้นำกิจกรรม&nbsp;MASK&nbsp;FESTIVAL&nbsp;2022&nbsp;ลงในปฏิทินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย</p><p><strong>และ&nbsp;นางสาวอินทิรา&nbsp;สุพรหมจักร&nbsp;ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวถึง</strong>&nbsp;บทบาทของภาคเอกชน&nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเชียงคานและการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;ได้ให้ความมั่นใจว่า&nbsp;จังหวัดเลยมีแนวทางที่ชัดเจน</strong>ทั้งด้านการประกอบธุรกิจการค้า&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้&nbsp;พร้อมกำชับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างจริงจัง&nbsp;เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัย&nbsp;จึงได้มีการจัดกิจกรรม&nbsp;MASK&nbsp;FESTIVAL&nbsp;2022&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานและเที่ยวจังหวัดเลย&nbsp;โดยจังหวัดเลยพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้ทุกท่านให้มีความสุข&nbsp;ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;และปลอดภัยจากโรคโควิด-19&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301160025220
9	อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี จัดงานกาชาด มะม่วงแฟร์ของดีหนองวัวซอ ประจำปี 2565	<p><strong>อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;ร่วมกับกิ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;</strong>หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;จัดงานกาชาดมะม่วงแฟร์ของดีหนองวัวซอ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกมะม่วงที่ใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จัดจำหน่ายมะม่วงให้ผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;น่ายปีละกว่า&nbsp;6,500&nbsp;ตันต่อปี</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;</strong>นายกองเอกปราโมทย์&nbsp;ธัญญพืช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานกาชาดมะม่วงแฟร์&nbsp;ของดีหนองวัวซอ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายนพดล&nbsp;มามาก&nbsp;ปลัดจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;ถวายชัย&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชกร&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมงาน</p><p><strong>นายจรูญ&nbsp;บุหิรัญ&nbsp;นายอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;จัดงานกาชาดมะม่วงแฟร์ของดีหนองวัวซอครั้งแรก&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2533&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;โดยการระดมทุนจากเกษตรกรชาวสวนมะม่วง&nbsp;จากวันนั้นถึงวันนี้&nbsp;งานมะม่วงแฟร์ได้กลายเป็นงานประจำปีของอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี</p><p><strong>อำเภอหนองวัวซอมีพื้นที่ปลูกมะม่วงเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;485&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีผลผลิตทั้งนอกฤดูและในฤดู&nbsp;6,500&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;และสามารถส่งออกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;,&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;ไปยังต่างประเทศ&nbsp;(จีน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;ลาว&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;เวียดนาม&nbsp;โซนยุโรปอีกหลายประเทศ&nbsp;)</p><p><strong>นอกจากนี้อำเภอและหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน&nbsp;</strong>ได้ติดต่อประสานงานให้เกษตรกรมีโอกาสไปจัดแสดงสินค้า&nbsp;และจำหน่ายผลผลิตของตนเองตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ภายในงานจัดให้มีการออกร้านนิทรรศการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;องค์กรเครือข่าย&nbsp;การออกร้านนิทรรศการของกิ่งกาชาดอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายมะม่วงนอกฤดู&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของดีทั้ง&nbsp;9&nbsp;ตำบล&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ผ้าไหมขิด&nbsp;ของดีอีกอย่างหนึ่งของอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;อาหารแปรรูป&nbsp;เครื่องจักรสาน&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าในราคาย่อมเยา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170152271
10	กลุ่มคนพิการทำธุรกิจแคบหมูเมืองยวมสร้างอาชีพสร้างรายได้	<p><strong>ชมรมคนพิการเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้สนับสนุนกลุ่มอาชีพคนพิการทำธุรกิจแคบหมูสร้างอาชีพสร้างรายได้</strong></p><p><br></p><p><strong>นายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดอาคารแคบหมูเมืองยวม&nbsp;บ้านไร่&nbsp;ตำบลแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วันนี้&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.โดยนายพงศ์พัฒน์&nbsp;อยู่แฮ&nbsp;รองประธานชมรมคนพิการเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ชมรมคนพิการเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ร่วมกับสถาบันพัฒนาธุรกิจชุมชน&nbsp;จัดทำโครงการอาคารแคบหมูเมืองยวม&nbsp;เพื่อจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพคนพิการทำธุรกิจแคบหมูจำหน่ายสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;มีการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการตามมาตรา&nbsp;35&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2550&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติมรวม&nbsp;12&nbsp;สิทธิ&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;1,349,040&nbsp;บาท&nbsp;ยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัทยูเนียน&nbsp;ออโตพาร์ทส&nbsp;มนูแฟคเชอริ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;ใช้ดำเนินการก่อสร้างอาคารพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;ทำอาชีพแคบหมู</p><p><strong>นายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การทำธุรกิจแคบหมูสำหรับผู้พิการได้รับโอกาสในด้านอาชีพ&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้คนพิการพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความร่วมมือของคนพิการในการรวมตัวกันทำแคบหมูจำหน่ายขอให้พัฒนาต่อยอดงานและสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพทำให้คนพิการมีศักยภาพสร้างผลิตผลที่ดี&nbsp;สามารถแข่งขันในท้องตลาดได้&nbsp;ขอให้รวมกลุ่มไปดำเนินการขอจดทะเบียนเป็นกลุ่มแคบหมูวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ทำให้มีหน่วยงานสนับสนุนเงินงบประมาณ&nbsp;ดูแลช่วยเหลือต่อยอดพัฒนาสินค้าธุรกิจผลิตภัณฑ์ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170600273
11	ครม.เห็นชอบการจัดทำความตกลง Air Travel Bubble ระหว่างไทย  อินเดีย	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบการจัดทำความตกลง&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างไทย&nbsp;&nbsp;อินเดีย&nbsp;ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ&nbsp;สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;ประเทศอินเดียได้ระงับเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2563&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ทำให้เที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศอินเดียได้&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย</strong>&nbsp;ได้มีการทาบทามฝ่ายไทยต่อการทำความตกลง&nbsp;&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างไทย&nbsp;&nbsp;อินเดีย&nbsp;และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายได้มีการประสานงานจนได้ข้อสรุปของการจัดทำความตกลง&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างไทย&nbsp;&nbsp;อินเดีย&nbsp;มีสาระสำคัญคือ&nbsp;การรับขนผู้โดยสารบนเที่ยวบินระหว่างไทยและอินเดีย&nbsp;สามารถรับขนผู้มีสัญชาติไทย&nbsp;อินเดีย&nbsp;เนปาล&nbsp;&nbsp;ภูฏาน&nbsp;และผู้มีสัญชาติต่างประเทศอื่นๆ&nbsp;ที่ถือวีซ่าเดินทางเข้าประเทศไทยและอินเดีย&nbsp;</p><p><strong>โดยก่อนที่สายการบินจะออกบัตรโดยสาร/Boarding&nbsp;Pass</strong>&nbsp;ให้กับผู้โดยสาร&nbsp;สายการบินต้องมั่นใจว่าผู้โดยสารทุกคนมีคุณสมบัติสามารถเข้าประเทศได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีแผนที่จะเริ่มการบินในเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ผู้โดยสารที่เดินทางบนเที่ยวบินจะต้องเป็นการเดินทางระหว่างไทยและอินเดียเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194342333
12	สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย- จีน ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์สู้ภัยโควิคระลอกใหม่ให้ รพ.สต.และ อสม.จชต.	<p><strong>พ.อ.ชลัช&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;ผู้ช่วยเลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่&nbsp;</strong>เป็นผู้แทน&nbsp;พล.ท.&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4/หัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่(สล.3)&nbsp;ได้มอบอุปกรณ์แพทย์และเวชภัณฑ์&nbsp;เพื่อเตรียมรับมือสู้ภัยโควิคระลอกใหม่ให้กับ&nbsp;รพ.สต.และ&nbsp;อสม.ใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จาก&nbsp;พล.อ.เชษฐา&nbsp;ฐานะจาโร&nbsp;อดีต&nbsp;&nbsp;ผบ.ทบ.และนายกสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-จีน&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;คุณชดา&nbsp;บูรณะพิมพ์&nbsp;จากรายการที่นี่สุขภาพดี&nbsp;เสียงสามยอด</strong>&nbsp;และทีมสื่อมวลชนส่วนกลาง&nbsp;มาร่วมส่งมอบอุปกรณ์&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;เสื้อพยาบาล/ชุด&nbsp;PPE.&nbsp;10,000&nbsp;ชุด&nbsp;&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;10,000&nbsp;ชิ้น&nbsp;แอลกอฮอล์?&nbsp;250&nbsp;CC.&nbsp;1,000&nbsp;หลอด&nbsp;ข้าวสาร?&nbsp;1กก.จำนวน&nbsp;200&nbsp;ถุงให้แก่ผู้แทน&nbsp;จาก&nbsp;อสม.และ&nbsp;&nbsp;พยาบาลรักบ้านเกิด&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สงขลา&nbsp;&nbsp;ปัตตานี&nbsp;&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาผดุงประชายะลา&nbsp;โดยมีคุณสมพร&nbsp;กิติสาธร&nbsp;ผู้อำนวยการฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>สืบเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ระลอกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น</strong>ในพื้นที่ฯ&nbsp;ทางคณะประสานงานระดับพื้นที่ได้เล็งเห็นความสำคัญโดยได้ประสานกับสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-&nbsp;จีน&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์โรงพยาบาลแจกจ่ายโดยใช้กลไกอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน(อสม.)&nbsp;และโรงพยาบาลสาธารณสุขประจำตำบล(รพ.สต.)ในพื้นที่เพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิก&nbsp;19&nbsp;ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก่อให้เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;รวมถึงการเปิดการศึกษาให้กับลูกหลานประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301183942299
13	รองผู้ว่าฯ พังงา kick off คาราวานแก้จน พัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะปันหยี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;</strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยเอก&nbsp;พงศ์ศักดิ์&nbsp;เวทยาวงศ์&nbsp;นายอำเภอเมืองพังงา&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;คาราวานแก้จนจังหวัดพังงา&nbsp;โครงการพังงาร่วมใจ&nbsp;รวมพลัง&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;พิชิตปัญหา&nbsp;ขจัดความยากจน&nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างบูรณาการด้วยระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;ซึ่งอำเภอเมืองพังงาได้จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการจัดตั้งหมอแก้จน&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;คน&nbsp;และทีมพี่เลี้ยง&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ทีม&nbsp;ดูแล&nbsp;ติดตามการแก้ปัญหาความยากจนของครัวเรือนอย่างใกล้ชิด&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองพังงา&nbsp;มีจำนวนครัวเรือนยากจน&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขอชื่นชมในความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันกระทำกิจกรรมดี&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก&nbsp;ผู้เดือดร้อนมิติต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;และขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งอวยพรให้การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;เป็นการเริ่มต้นที่ดี&nbsp;ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;</strong>มีการมอบคู่มือแก้จน&nbsp;และสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ช่วยเหลือครัวเรือนเป้าหมายให้กับหมอแก้จนและทีมพี่เลี้ยงเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงาน&nbsp;และการปล่อยขบวนคาราวานแก้จนลงพื้นที่รายครัวเรือน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน&nbsp;ในระดับพื้นที่ช่วยเหลือบุคคล/ครัวเรือนอย่างตรงจุดใน&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุขภาพ&nbsp;การศึกษา&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;รายได้&nbsp;และการเข้าถึงบริการของภาครัฐ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193445323
14	เริ่มแล้วฤดูกาลล่า ทางช้างเผือก ยามเช้า	"<p><strong>สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ&nbsp;เผย&nbsp;ในช่วงเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น</strong>&nbsp;สามารถเริ่มสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกได้&nbsp;ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูกับกลุ่มดาวแมงป่อง&nbsp;สังเกตด้วยตาเปล่าได้&nbsp;ทุกภูมิภาคของไทยในบริเวณมืดสนิทไร้แสงเมืองรบกวน&nbsp;</p><p><strong>นายศุภฤกษ์&nbsp;คฤหานนท์&nbsp;หัวหน้างานบริการวิชาการดาราศาสตร์&nbsp;สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ&nbsp;(สดร.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นถ่ายภาพ&nbsp;""ใจกลางทางช้างเผือก""&nbsp;เนื่องจากตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่ขนานกับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเช้ามืด&nbsp;เริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ&nbsp;04:00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรากฏอยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูกับกลุ่มดาวแมงป่อง&nbsp;มองเห็นได้เด่นชัดด้วยตาเปล่าในพื้นที่มืดสนิทไร้แสงรบกวน&nbsp;มีเวลาเก็บภาพทางช้างเผือกประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น&nbsp;ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลออกล่าทางช้างเผือกยามเช้า&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปีนี้ยังมีดาวเคราะห์สว่างโดดเด่นให้ชมอีก&nbsp;2&nbsp;ดวงในช่วงเช้ามืด&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;ดาวศุกร์&nbsp;และดาวอังคาร&nbsp;สังเกตได้บริเวณด้านซ้ายล่างของใจกลางทางช้างเผือก&nbsp;และจะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้เร็วขึ้นเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;แนวใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้ามากขึ้น&nbsp;จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายเมษายน&nbsp;แนวใจกลางทางช้างเผือกจะเปลี่ยนทิศทางเป็นแนวพาดบริเวณกลางฟ้า&nbsp;ช่วงนี้จะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป&nbsp;สามารถชื่นชมความสวยงามและบันทึกภาพทางช้างเผือกได้ยาวนานขึ้น&nbsp;""ทางช้างเผือก""&nbsp;เป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อมองจากโลก&nbsp;มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า&nbsp;เป็นแถบสว่างพาดเป็นแนวยาวกลางฟ้า&nbsp;ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้&nbsp;ส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือกคือ&nbsp;""ใจกลางทางช้างเผือก""&nbsp;(Galactic&nbsp;Center)&nbsp;ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ามากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;ดาวฤกษ์&nbsp;กระจุกดาว&nbsp;เนบิวลา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;แนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูและกลุ่มดาวแมงป่อง&nbsp;ปรากฏบนท้องฟ้าในตำแหน่งที่เฉียงไปทางใต้&nbsp;และเนื่องจากใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวทางซีกฟ้าใต้&nbsp;ทางตอนใต้ของไทยจึงมองเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่สูงจากขอบฟ้ามากกว่าภูมิภาคอื่น&nbsp;ส่งผลให้ชาวใต้มีโอกาสสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจนมาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ในแต่ละปีช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุด</strong>&nbsp;คือช่วงปลายเดือนเมษายน-ต้นตุลาคม&nbsp;จะสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในตำแหน่งกลางท้องฟ้าเกือบตลอดทั้งคืน&nbsp;หากแต่ในประเทศไทยตรงกับช่วงฤดูฝนพอดี&nbsp;จึงมักมีอุปสรรคเรื่องเมฆและฝนตก&nbsp;แต่หากท้องฟ้าเปิดไม่มีเมฆฝนก็จะเป็นโอกาสดีที่สุดของการถ่ายภาพทางช้างเผือกในรอบปี&nbsp;หลังจากนั้นในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน&nbsp;เป็นช่วงต้นฤดูหนาว&nbsp;อุปสรรคเรื่องเมฆฝนจะเริ่มน้อยลง&nbsp;จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301202022353
15	จังหวัดระยองประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับทุเรียนหมอนทองระยอง	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนางสาวสุวีรยา&nbsp;ปั้นปาน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมประชุม&nbsp;เพื่อแก้ไขคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ทุเรียนหมอนทองระยอง&nbsp;โดยขอแก้ไขให้ถูกต้อง&nbsp;เหมาะสม&nbsp;และสอดคล้องกับพื้นที่&nbsp;รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของชื่อและข้อมูล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชื่อในภาษาอังกฤษ&nbsp;คำนิยามลักษณะเฉพาะของตัวทุเรียนรวมถึงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้ทุเรียนของระยองมีความแตกต่างจากที่อื่นและกระบวนการเพาะปลูกทุเรียน&nbsp;ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;ส่วนการขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขนุน&nbsp;ผักกะชับ&nbsp;กระจูด&nbsp;ให้ใช้คณะกรรมการชุดเดียวกันนี้ดำเนินการเช่นเดียวกันซึ่งอาจมีการพิจารณาในสัปดาห์หน้า</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301205445364
16	สระบุรีเจ้าภาพจัดงานมหกรรมสินค้าและผลิตภัณฑ์ SMEs วิถีชุมชน กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 28ก.พ.- 4 มี.ค. 65 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี	"<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;6&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;อ่างทอง&nbsp;และจังหวัดชัยนาท&nbsp;เดินหน้าจัดงาน&nbsp;""สินค้าดี&nbsp;SMEs&nbsp;วิถีชุมชน""&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการส่งเสริมพัฒนาขีดความสามารถ&nbsp;SME&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;SMES&nbsp;ให้มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นและประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ</strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(&nbsp;COVID-19)&nbsp;อีกด้วย&nbsp;โดยภายในงานมีร้านค้าเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คูหา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สินค้าประเภทอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวปลอดสารพิษ&nbsp;ผัดหมี่ไท-ยวน&nbsp;กระหรี่พัฟ&nbsp;&nbsp;ปลาช่อนแดดเดียว&nbsp;ประเภทสมุนไพร&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อาทิ&nbsp;ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม&nbsp;ประเภทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ของใช้/ของประดับตกแต่งบ้าน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;เครื่องหนัง&nbsp;โมเดล&nbsp;และอื่นๆอีกมากมาย&nbsp;กำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10:00&nbsp;-&nbsp;20:30&nbsp;น&nbsp;ของทุกวัน</p><p><strong>นางอังคณา&nbsp;ชิตะติตติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;ประธานในการเปิดงาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;""สำหรับการจัดงานครั้งนี้&nbsp;เป็นการส่งเสริมการสินค้าของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการแล้ว&nbsp;ยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าของกลุ่มจังหวัดให้รู้จักแพร่หลาย&nbsp;ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะสร้างเครือข่ายเจรจาการค้าธุรกิจระหว่างกัน&nbsp;และผู้ประกอบการจะใช้โอกาสนี้เชื่อมโยงทางการตลาดในอนาคตต่อไป""</p><p><strong>สำหรับภายในงานนอกจาก&nbsp;จะมีกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;</strong>ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทองที่จะให้ผู้เข้าร่วมงานได้ซื้อสินค้าราคาพิเศษ&nbsp;รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และการแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301215450375
17	กรมการขนส่งทางราง เดินหน้าโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 	<p><strong>นายพิเชฐ&nbsp;คุณาธรรมรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง&nbsp;</strong>กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อประชาสัมพันธ์และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ความต้องการเดินทางด้วยระบบรางและการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;พื้นที่ต่อเนื่อง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;หรือ&nbsp;M-MAP2&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยเปิดให้บริการรถไฟฟ้า&nbsp;เป็นทางเลือกสำคัญในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;211.94&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง&nbsp;112.20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากโครงข่ายทั้งหมด&nbsp;553.41&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการพัฒนาแผนแม่บท&nbsp;M-MAP&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2553&nbsp;จนถึงปี&nbsp;2572&nbsp;แต่เนื่องจากการเดินทางของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปจึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแผนแม่บทรถไฟฟ้าให้มีความทันสมัย&nbsp;และสอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารในอนาคต&nbsp;เห็นได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ส่งให้ให้พฤติกรรมการเดินทางของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงคมนาคม&nbsp;โดยกรมการขนส่งทางราง</strong>&nbsp;จึงได้ดำเนินการศึกษา&nbsp;M-MAP2&nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดแผนแม่บทเดิม&nbsp;พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น&nbsp;หรือ&nbsp;JICA&nbsp;ในการดำเนินโครงการ&nbsp;M-MAP&nbsp;2&nbsp;ทั้งนี้คาดว่าผลการศึกษาแล้วเสร็จต้นปี&nbsp;2566&nbsp;พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีได้กลางปี&nbsp;2566</p><p><strong>สำหรับหลักสำคัญของโครงการนี้</strong>&nbsp;เพื่อลดการลงทุนในโครงข่ายที่มีความจำเป็นในลำดับรองให้สอดคล้องความต้องการในการเดินทางของประชาชนและทิศทางการพัฒนาในอนาคต&nbsp;รวมทั้งวางแผนดำเนินการในเส้นทางรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ที่จำเป็น&nbsp;โดยปัจจัยการกำหนดเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่อยู่อาศัยของประชากรอาศัย&nbsp;แหล่งห้างสรรพสินค้า&nbsp;แหล่งที่ทำงาน&nbsp;และระยะเวลาในการเดินทาง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกตรงตามความต้องการและประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาให้กับประชาชน&nbsp;ทั้งนี้ทางกรมการขนส่งทางราง&nbsp;คาดว่าจะมีการประชุมกันอีกครั้งหลังจากการดำเนินงานได้ผลแล้ว&nbsp;โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302212413847
18	พาณิชย์ จ.ลำพูน เชิญร่วมงาน ล้านนาวิถี ของดีเมืองหริภุญชัย 2-6 มี.ค.65 ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;เชิญร่วมงาน&nbsp;ล้านนาวิถี&nbsp;ของดีเมืองหริภุญชัย&nbsp;</strong>จัดโดยกลุ่มส่งเสริมการประกอบการธุรกิจและการตลาด&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;แอร์พอร์ต&nbsp;ชั้น&nbsp;G&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;21.00น.&nbsp;ภายในงานพบกับ&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;สินค้าแปรรูปเกษตรและอาหาร&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;Lamphun&nbsp;Brand&nbsp;และกิจกรรมต่างๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;แฟนเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;:&nbsp;ล้านนาวิถี&nbsp;ของดีเมืองหริภุญชัย&nbsp;(https://www.facebook.com/ล้านนาวิถี-ของดีเมืองหริภุญชัย-109058288357412/)&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5351&nbsp;1184&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#ล้านนาวิถีของดีเมืองหริภุญชัย</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302105513457
19	งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย 28-31 มีนาคมนี้	<p><strong>นายณรงค์&nbsp;ศิริเลิศวรกุล</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;พร้อมนายจุลเทพ&nbsp;ขจรไชยกูล&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ&nbsp;(เอ็มเทค)&nbsp;นำนักวิจัย&nbsp;สวทช.แถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการประจำปี&nbsp;สวทช.&nbsp;ครั้งที่&nbsp;17&nbsp;(NAC2022)&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย&nbsp;ด้วยงานวิจัย-นวัตกรรม&nbsp;BCG&nbsp;โดยจัดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์&nbsp;www.nstda.or.th/nac&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28-31&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ</strong>&nbsp;จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมประจำปี&nbsp;สวทช.ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย&nbsp;NBT&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.เป็นต้นไป</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;ศิริเลิศวรกุล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดงานในปีนี้&nbsp;สอดรับวิถี&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;จัดในรูปแบบออนไลน์ทั้งหมดและเข้มข้นขึ้นในเนื้อหาสาระเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;เข้าไปหาความรู้&nbsp;อัพเดตเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากศักยภาพของนักวิจัยและห้องปฏิบัติการ&nbsp;สวทช.&nbsp;เพื่อนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการ&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย&nbsp;ด้วยงานวิจัย-นวัตกรรม&nbsp;BCG</p><p><strong>นายจุลเทพ&nbsp;ขจรไชยกูล&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายในงานได้มีการสัมมนามากกว่า&nbsp;40&nbsp;หัวข้อ&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเต็มอิ่มกับเนื้อหาสาระสำคัญต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ความท้าทายในการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;สาขาเครื่แงมือแพทย์&nbsp;ความก้าวหน้าอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐภาคเอกชน&nbsp;&nbsp;การอบรมเชืงปฏิบัติการ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาตามหลักสูตรฐานสมรรถนะด้วย&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;International&nbsp;Webiner&nbsp;on&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;นิทรรศการออนไลน์&nbsp;102&nbsp;ผลงาน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;กลุ่มตามการดำเนินงานสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ&nbsp;BCG&nbsp;และแผนปฏิบัติการ&nbsp;AI&nbsp;ของ&nbsp;สวทช.&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรและอาหาร&nbsp;สุขภาพและการแพทย์&nbsp;พลังงาน&nbsp;วัสดุและเคมีชีวภาพ/&nbsp;ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์</p><p><strong>สำหรับบรรยากาศภายในงาน</strong>&nbsp;มีการนำตัวอย่างผลงานวิจัยมาแสดงด้วย&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;ผลิตภัณฑ์ไข่เหลวจากโปรตีนพืช&nbsp;ที่พัฒนาสูตรโปรตีนจากพืชเป็นไข่เหลวจากพืชพาสเจอร์ไรซ์&nbsp;เหมาะสำหรับผู้บริโภคกลุ่มกินวีแกน&nbsp;กลุ่มที่แพ้ไข่&nbsp;&nbsp;นวัตกรรมมะนีมะนาว&nbsp;มะนาวขั้นสด&nbsp;100%&nbsp;แช่แข็ง&nbsp;&nbsp;ผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ&nbsp;เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี&nbsp;(ENcase)&nbsp;โดยผู้สนใจเข้าร่วมงาน&nbsp;NAC2022&nbsp;สามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี&nbsp;ได้ที่&nbsp;www.nstda.or.th/nac&nbsp;หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-2564-8000</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114505502
20	พาณิชย์ลำพูนลงพื้นที่ตรวจสอบราคาเนื้อสุกร เนื้อไก่ พบราคามีการปรับลด	<p><strong>นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคา&nbsp;การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;และเนื้อไก่&nbsp;ของผู้ประกอบการ&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ร้านค้าขายปลีก&nbsp;ร้านค้าส่ง&nbsp;และตลาดสด&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน</p><p><strong>จากการตรวจสอบพบราคาจำหน่ายผักและผลไม้ราคาปรับลดลง</strong>&nbsp;ส่วนราคาสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ก็มีการปรับตัวลดลงเช่นกัน&nbsp;เนื้อสุกรราคาอยู่ที่&nbsp;140-160&nbsp;บาท/กก.&nbsp;เนื้อไก่ราคาอยู่ที่&nbsp;70-75&nbsp;บาท/กก.สำหรับสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพอื่นและผลไม้ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน</p><p>นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ประกอบการมีการปิดป้ายราคาชัดเจน&nbsp;ปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่&nbsp;และไม่มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด&nbsp;และได้แนะนำให้มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ครบถ้วนชัดเจน&nbsp;เพื่อป้องกันการร้องเรียน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114651506
21	พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ตรวจสอบราคา การปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ  พื้นที่อำเภอบ้านแหลม พื้นที่อำเภอเขาย้อย และจากการติดตามสถานการณ์ราคาแก๊สหุงต้ม	<p><strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานฯ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบราคา&nbsp;การปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;61&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่องการแสดงราคาสินค้าและบริการ&nbsp;และประกาศจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เรื่องแจ้งเตือนผู้ประกอบการให้มีการปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;และห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ&nbsp;รวมถึงห้ามกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ลงวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตลาดสดในพื้นที่อำเภอบ้านแหลม&nbsp;&nbsp;ร้านค้าส่ง-ปลีก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านแหลม&nbsp;ร้านค้าส่ง-ปลีก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเขาย้อย&nbsp;จากการตรวจสอบของคณะทำงานฯ&nbsp;พบว่า&nbsp;การสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ&nbsp;ประเภทเนื้อหมู&nbsp;หมูเนื้อแดงราคากิโลกรัมละ&nbsp;145-165&nbsp;บาท&nbsp;หมูสามชั้นราคากิโลกรัมละ&nbsp;170-175&nbsp;บาท&nbsp;ประเภทเนื้อไก่&nbsp;ไก่สดทั้งตัวราคา&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;69-85&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;(น่องติดสะโพก)&nbsp;ราคากิโลกรัม&nbsp;70-80&nbsp;บาท&nbsp;อกไก่&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;75-80&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;แผงละ&nbsp;108-120&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;แผงละ&nbsp;99-102&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;แผงละ&nbsp;93-99&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;แผงละ&nbsp;87-90&nbsp;บาท&nbsp;ประเภทน้ำมันพืช&nbsp;น้ำมันถั่วเหลืองวดละ&nbsp;60-62&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันปาล์มขวดละ&nbsp;59-64&nbsp;บาท&nbsp;และจากการติดตามสถานการณ์ราคาแก๊สหุงต้ม&nbsp;ขนาด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;120-140&nbsp;บาท/ถัง&nbsp;ขนาด&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;330-340&nbsp;บาท/ถัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากตรวจพบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ&nbsp;</strong>หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;จะดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302132903568
22	อดีตครูโรงเรียนสารคามพิทยาคม เพาะพันธุ์กระท่อมใช้เวลา 5 เดือนพร้อมจำหน่าย  โปรโมชั่น ซื้อ 10 ต้น แถมปุ๋ย 1 ถุง หากต้นตายนำมาเปลี่ยนฟรีได้	<p><strong>นายสีบู&nbsp;ขาลวงศ์&nbsp;อดีตครูภาษาไทยและสังคมศึกษา&nbsp;โรงเรียนสารคามพิทยาคม&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;หลังจากเกษียณได้หันหน้ามาทำการเกษตรอย่างเต็มตัว&nbsp;พร้อมกันนั้นใช้พื้นที่บ้านพักของตนเองบ้านเลขที่&nbsp;118&nbsp;ถนนฉิมพลีเจริญ&nbsp;เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม&nbsp;ในการผลิตปุ๋ย&nbsp;พร้อมเพาะพันธุ์ต้นกระท่อมพันธุ์ก้านแดง&nbsp;โดยซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะในกระถาง&nbsp;เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ&nbsp;5-6&nbsp;สัปดาห์ก็แยกใส่ถุงพลาสติก&nbsp;รวมระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถจำหน่ายในราคาต้นละ&nbsp;100-150&nbsp;บาท&nbsp;แล้วแต่ขนาดของต้น&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้เพาะพันธุ์ต้นกระท่อมไว้แล้วจำนวน&nbsp;500&nbsp;ต้น&nbsp;ตั้งเป้าให้ครบ&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;ก่อนฤดูฝนที่จะถึงนี้</p><p><strong>นายสีบู&nbsp;ยังบอกอีกว่า&nbsp;ตนเองลองผิดลองถูกมา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;</strong>กว่าจะประสบผลสำเร็จ&nbsp;ซึ่งหากประชาชนผู้ใดสนใจมาเรียนรู้การปลูกในแบบฉบับของตนเองก็สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;โทร.098-1182053&nbsp;ส่วนท่านใดที่มาซื้อต้นกระท่อมกับตนเอง&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;จะแถมปุ๋ยให้&nbsp;1&nbsp;ถุง&nbsp;หากต้นกระท่อมที่ตายสามารถนำมาเปลี่ยนฟรีได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พืชกระท่อมถูกขึ้นบัญชีเป็นยาเสพติดเป็นพืชต้องห้าม</strong>&nbsp;ใครมีไว้ในครอบครองทั้งผลิต&nbsp;ทั้งเสพ&nbsp;ทั้งขาย&nbsp;นั้น&nbsp;มีความผิด&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.พืชกระท่อม&nbsp;ที่ออกเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2486&nbsp;กว่า&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;ใบกระท่อมนั้นเป็นยารักษาโรคที่หาได้ในท้องถิ่น&nbsp;กระทั่งมาถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ออกประกาศยกเลิก&nbsp;พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ประชาชนสามารถนำใบกระท่อมมากิน&nbsp;เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้แต่ห้ามนำไปเป็นส่วนผสมยาเสพติด&nbsp;หลังจากมีประกาศยกเลิก&nbsp;พ.ร.บ.พืชกระท่อม&nbsp;ไม่ใช่ยาเสพติด&nbsp;ทำให้ประชาชนจำนวนมากหันมาสนใจปลูกพืชกระท่อมขายสร้างรายได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังมาแรง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สวท.มหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302151822653
23	ททท. พลิกโฉมการท่องเที่ยว รวบรวมแพ็กเกจ สิทธิประโยชน์มากมาย ในงาน Thailand Holideals 	"<p><strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยถึงการเปิดตัวโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Holideals&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ร่วมมือกับบริษัท&nbsp;กู๊ด&nbsp;มู๊ด&nbsp;จํากัด&nbsp;และหน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;รวบรวมแพ็กเกจบริการ&nbsp;และบัตรกำนัล&nbsp;&nbsp;(Voucher)&nbsp;ท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวในประเทศไทยมาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรผ่านเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.tourismthailand.org/holideals""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.tourismthailand.org/holideals</a>&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;โรงแรม&nbsp;&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;&nbsp;สุขภาพ&nbsp;ความงามหรือสปา&nbsp;สันทนาการและบริษัทนําเที่ยว&nbsp;มากกว่า&nbsp;500&nbsp;สาขา&nbsp;&nbsp;โดยมอบส่วนลดสูงสุด&nbsp;80%&nbsp;และมีการให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจผ่านโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;holideals&nbsp;ซึ่งได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมจากการใช้เหรียญดิจิทัลแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการท่องเที่ยวของโครงการและสามารถเลือกชําระผ่านระบบ&nbsp;&nbsp;Digital&nbsp;Token&nbsp;ได้อีกด้วย&nbsp;ถือเป็นการส่งเสริมการขายให้กับผู้ประกอบการในทั้งระบบออนไลน์&nbsp;และออฟไลน์&nbsp;ทุกช่องทาง</p><p><strong>คาดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้</strong>&nbsp;โครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้ทางตรงให้กับผู้ประกอบการประมาณ&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ก่อให้เกิดการเดินทางประมาณ&nbsp;100,000-200,000&nbsp;คนครั้ง&nbsp;และเกิดรายได้ทางอ้อมไม่ต่ำกว่า&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คาดการณ์ในปี&nbsp;2566</strong>&nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศกว่า&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ล้านคน&nbsp;นำรายได้เข้าประเทศประมาณ&nbsp;628,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกว่า&nbsp;160&nbsp;ล้านคนครั้ง&nbsp;คิดเป็นรายได้เข้าประเทศกว่า&nbsp;65,600&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302150100643
24	เร่งเจรจาเปิดด่านขนส่งสินค้าผลไม้ไปจีน ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับผลิตทางการเกษตรของไทยช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว	<p><strong>นายสุพันธ์&nbsp;มงคลสุธี&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สอท.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากนโยบายความเข้มงวดการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในบางประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะจากจีนมีนโยบาย&nbsp;Zero&nbsp;COVID-19&nbsp;ทำให้มีการเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าผลไม้ส่งผลกระทบการส่งสินค้าผลไม้จจากไทยไปจีนเป็นอย่างมาก&nbsp;ทั้งการฆ่าเชื้อทุกตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;การตรวจสอบศัตรูพืชกักกันและการตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้เวลาการขนส่งจากเดิมใช้เวลาเพียง&nbsp;3-5&nbsp;วันเป็น&nbsp;1015&nbsp;วันต่อเที่ยว&nbsp;อีกทั้งความไม่แน่นอนในการเปิด-ปิดด่าน&nbsp;ทำให้เกิดความแออัดที่ด่านจำนวนมาก&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการส่งออกผลไม้ของไทย&nbsp;ในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวผลไม้ประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน&nbsp;หลายชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียนที่ผลผลิตออกมาหลายแสนตัน&nbsp;ซึ่งหากแก้ไขไม่ทันจะทำให้ราคาสินค้าผลไม้ตกต่ำอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>ภาคเอกชน&nbsp;ได้ขอเสนอกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>เร่งเจรจากับรัฐบาลกลางจีน&nbsp;ให้เปิดด่านสถานีรถไฟบ่อหาน&nbsp;เพื่อรองรับสินค้าผลไม้ไทยให้ทันในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;และขยายเวลาเปิดด่านเป็น&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพิ่มช่องทาง&nbsp;Green&nbsp;lane&nbsp;ในการตรวจสินค้าผลไม้&nbsp;รวมถึงขอให้มีการพิจารณาเพิ่มการอนุญาตจำนวนรถบรรทุกให้ผ่านด่านในเส้นทาง&nbsp;R3A&nbsp;&nbsp;ให้มากขึ้น&nbsp;และขอให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามและผลักดันการเปิดด่านกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145047627
25	จังหวัดยโสธร เปิดงานวันสถาปนาในโอกาสครบรอบ 50 ปี จังหวัดยโสธร สะออน 50 ปี ศรียโสธร	"<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่า&nbsp;ราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;โดยมีนายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารรภัย&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;ลือชาธนานนท์&nbsp;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางพัทธานันท์&nbsp;ยังตรง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นางวิชชุฎา&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นางรพีพรรณ&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;ยโสธร&nbsp;ภาคเอกชนและประชาชนชาวจังหวัดยโสธร&nbsp;เข้าร่วมพิธีที่&nbsp;สวนสาธารณะ&nbsp;บุ่งน้อย&nbsp;บุ่งใหญ่&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร</p><p><strong>โดยก่อนพิธีเปิดงาน&nbsp;มีขบวนแห่วันสถาปนาจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;จานจาก&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;จากหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธรมายังสวนสาธารณะบุ่งน้อย&nbsp;บุ่งใหญ่&nbsp;การรำบำบวงบวงสรวงอนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา&nbsp;(สิงห์)&nbsp;เจ้าเมืองยโสธร&nbsp;ท่านแรก&nbsp;โดยนางรำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,250&nbsp;คน&nbsp;จากทุกภาคส่วน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ได้เปิดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ&nbsp;ให้แก่&nbsp;คนดีศรีเมืองยศ&nbsp;เนื่องในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง&nbsp;250&nbsp;ปี&nbsp;ฮุ่งเฮือง&nbsp;เมืองยศ&nbsp;สาขาการศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp;แด่พระเทพวงศาจารย์&nbsp;เจ้าคณะ&nbsp;จังหวัดยโสธร,/พระบุญชวน&nbsp;ธรรมโฆสโก&nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าวังน้ำทิพย์/พระวินัยสุนทรเมธี&nbsp;(บัลลังค์&nbsp;ฉินนอนโธ)&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดยโสธร&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ธรรมยุติ/พระครูสุมนสารคุณ&nbsp;(หลวงปู่ประสาร&nbsp;สุมโน)&nbsp;สาขาการพัฒนา&nbsp;ที่ยั่งยืน&nbsp;แก่นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทา&nbsp;สาธารรภัย&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;ลือชาธนานนท์&nbsp;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;มอบโล่เชิดชูเกียรติคนดีศรีเมืองยศ&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;ศิลปินนักร้อง&nbsp;นักแสดงที่มีชื่อเสียง&nbsp;ภาคเอกชนและ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และมอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิ&nbsp;พระสุนทรราชวงศา&nbsp;ให้แก่&nbsp;นักเรียนจากทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;และนางพัทธานันท์&nbsp;ยังตรง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;มอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของเหล่ากาชาด&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;มีการแสดงที่เวทีกลาง&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;การแสดงจินตลีลาจากโรงเรียน&nbsp;เทศบาล&nbsp;1&nbsp;สุขวิทยากรตั้งตรงจิต&nbsp;15&nbsp;และการเดินแบบผ้าไทย&nbsp;โดยนายแบบ&nbsp;นางแบบ&nbsp;จากภาคราชการ&nbsp;ภาคเอกชนและภาคประชาชน&nbsp;ทั้งระดับอำเภอ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;โดยหัวหน้าส่วนราขการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน&nbsp;และนายแบบ&nbsp;นางแบบกิตติมศักดิ์&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายก&nbsp;เหล่า&nbsp;กาชาด&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;รองนายกเหล่า&nbsp;กาชาด&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผ้าไทยประจำถิ่น&nbsp;ผ้าประจำจังหวัด&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักและ&nbsp;นำมาใช้อย่างแพร่หลายต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ก่อตั้งขึ้นตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่&nbsp;70</strong>&nbsp;ลงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2515&nbsp;ให้แยกอำเภอยโสธร&nbsp;อำเภอกุดชุม&nbsp;อำเภอเลิงนกทา&nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;และอำเภอป่าติ้ว&nbsp;ออกจากจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;แล้วรวมจัดตั้งเป็นจังหวัดยโสธร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2515&nbsp;ดังนั้น&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จึงเป็นวันครบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;แห่งการสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้กำหนดจัดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี</strong>&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;&nbsp;ขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะบุ่งน้อยบุ่งใหญ่&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและภาค&nbsp;ประชาชน&nbsp;เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียง&nbsp;เอกลักษณ์&nbsp;ผลการดำเนินงานของจังหวัด&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนา&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เมืองแห่งวิถีอีสาน&nbsp;ให้เป็นที่&nbsp;รู้จักและสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวยโสธร&nbsp;ซึ่งการจัดงานดำเนินการ&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302162409691
26	สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมความพร้อมบุคลากรแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในจังหวัดตราดในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเอเชียใต้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายณรงค์&nbsp;เทพเสนา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง&nbsp;การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคตะวันออกให้เป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเอเชียใต้&nbsp;ซึ่งสถาบันเอเชียศึกษา&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;และชุมชนท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;กลุ่มชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งนักศึกษาด้านการโรงแรมและอาหาร&nbsp;ในจังหวัดตราด&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมอัยยะปุระรีสอร์ท&nbsp;แอนด์สปา&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดร.ลักษณ์นัยน์&nbsp;ทรงเสี่ยงไชย&nbsp;หัวหน้าโครงการฯ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมและผลักดันสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ภาคตะวันออกสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในเอเชียใต้&nbsp;เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และจังหวัดสู่การสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติ&nbsp;โดยส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศ&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;และเพื่อส่งเสริมการจัดการสถานที่ท่องเที่ยวให้รองรับกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวในเอเชียใต้&nbsp;ซึ่งจะให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อจะได้รับรู้พฤติกรรม&nbsp;มุมมอง&nbsp;หรือวิถีชีวิต&nbsp;ความชอบ&nbsp;ความต้องการของชาวเอเชียใต้ว่าเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยและในท้องถิ่นบ้านของเราจะเตรียมการรองรับทั้งในเรื่องอาหาร&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวหรือสินค้าของที่ระลึกอะไรบ้าง&nbsp;จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียใต้&nbsp;โดยศูนย์เอเชียใต้ศึกษา&nbsp;สถาบันเอเชียศึกษา&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;เพื่อให้สามารถปรับตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้&nbsp;ที่มีจำนวนประชากรกว่า&nbsp;2&nbsp;พันล้านคน&nbsp;ซึ่งสามารถทดแทนนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศจีน&nbsp;และยุโรป&nbsp;รวมทั้งรัสเซีย&nbsp;ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก&nbsp;ของแหล่งท่องเที่ยวในภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งจังหวัดตราดโดยเฉพาะเกาะช้าง&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้าน&nbsp;นายณรงค์&nbsp;เทพเสนา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;มองว่า&nbsp;</strong>นักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียใต้เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยอยู่แล้ว&nbsp;แต่มักจะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;พัทยา&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;และภูเก็ตเป็นหลัก&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดก็มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาอำเภอเกาะช้าง&nbsp;แต่ยังไม่ใช่กลุ่มหลัก&nbsp;อย่างไรก็ตามเมื่อศูนย์เอเชียใต้&nbsp;สถาบันเอเชียศึกษา&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการนี้&nbsp;เพื่อสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;หรือชุมชนท่องเที่ยวน่าจะเป็นเรื่องดี&nbsp;ที่จะสามารถสร้างกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดได้อีก&nbsp;ซึ่งการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด&nbsp;โดยเฉพาะหมู่เกาะช้างที่สามารถรองรับได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302232525875
27	"พิธีเปิดงาน ""OTOP CHONBURI FAIR 2022"""	"<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;""OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022</strong>&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน&nbsp;โดยมีภาคราชการและภาคเอกชนให้การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ&nbsp;การพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;และการส่งเสริมช่องทางการตลาดในทุกระดับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี&nbsp;นายภัครธรณ์&nbsp;เทียนไชย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;""OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022""&nbsp;โดยมีนางสุพิศ&nbsp;วิริยบัณฑร&nbsp;ประธานคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยการจัดงาน&nbsp;""OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022""</strong>&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;โดยการสนับสนุนให้ชุมชนรวมกลุ่มอาชีพ&nbsp;ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรในชุมชนผลิตสินค้า&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน&nbsp;โดยมีภาคราชการและภาคเอกชนให้การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ&nbsp;การพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;และการส่งเสริมช่องทางการตลาดในทุกระดับ&nbsp;เพื่อตอบสนองนโยบายสำคัญของรัฐบาล</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;จัดงาน&nbsp;""OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022""&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และเชื่อมโยงเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดชลบุรีกับจังหวัดต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ในรูปแบบการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จากผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จำนวน&nbsp;318&nbsp;ร้านค้า&nbsp;แยกเป็นผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ของจังหวัดชลบุรี&nbsp;142&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดต่างๆ&nbsp;176&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ด้วยงบการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นค่าเช่าเต็นท์พร้อมวัสดุอุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการจัดร้านค้า&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,874,800&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยงาน&nbsp;""OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022""&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190636784
28	ส่งออกเดือนมกราคม 2565 ขยายตัวร้อยละ 8 มูลค่ากว่า 708,000 ล้านบาท คาดตลอดทั้งปียังขยายตัวได้ตามเป้าหมาย	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;21,258.6&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;หรือ&nbsp;708,312&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;8&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยตลาดที่ขยายตัวสูง&nbsp;3&nbsp;ลำดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;อินเดีย&nbsp;รัสเซียและสหราชอาณาจักร</p><p><strong>ส่วนปัจจัยที่สนับสนุนให้การส่งออกเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;มาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน&nbsp;ที่เดินหน้าต่อไปอย่างเข้มข้น&nbsp;ประกอบกับภาคการผลิตทั่วโลกยังคงขยายตัวและปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เริ่มดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้ยังคงคาดการณ์การส่งออกตลอดทั้งปี&nbsp;2565&nbsp;จะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;3-4&nbsp;ตามเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การนำเข้าในเดือนมกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;23,785&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;20.5&nbsp;ส่งผลให้ขาดดุลการค้ามูลค่ากว่า&nbsp;2,526&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;ทั้งนี้เป็นผลมาจากการนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302210021839
29	จังหวัดศรีสะเกษ เปิดตัวจุดถ่ายภาพ แลนด์มาร์คใหม่ หน้าศาลากลางจังหวัด	<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน&nbsp;ภาพวาด&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;ร่วมกันเปิดจุดถ่ายภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;สื่อถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;แลนด์มาร์คใหม่&nbsp;ใต้ต้นโพธิ์เก่าแก่&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด&nbsp;ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในตัวเมือง&nbsp;หากมาไหว้ขอพรศาลหลักเมือง&nbsp;สามารถเดินมาถ่ายภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;เช็คอิน&nbsp;และขัยรถตรงไปยังหอขวัญเมืองศรี&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาถารณะกุดหวาย&nbsp;สวนสาธารณะแห่งใหม่&nbsp;เพื่อชมวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองจังหวัดศรีสะเกษต่อได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302180015753
30	ททท. ร่วมกับสายการบินไทยเวียตเจ็ต บุกตลาดเวียดนามและกัมพูชา เชิญชวนเดินทางเที่ยวไทย 	<p><strong>นายธเนศวร์&nbsp;เพชรสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.&nbsp;กล่าวภายหลังลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงกับสายการบินไทยเวียตเจ็ท&nbsp;ว่า&nbsp;เพื่อต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;ผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมและยั่งยืน&nbsp;อีกทั้งทำให้การทำงานของ&nbsp;ททท.&nbsp;มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;เริ่มผ่อนคลายมาตรการโควิด-19&nbsp;&nbsp;ททท.&nbsp;จึงเล็งเห็นถึงศักยภาพการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพสำหรับตลาดอาเซียน&nbsp;โดยเฉพาะตลาดเวียดนามและกัมพูชา&nbsp;ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยได้เปิดเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างเวียดนาม-ไทย&nbsp;และกัมพูชา-ไทย</strong>&nbsp;ที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและท่องเที่ยว&nbsp;โดยมีปัจจุบันมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;โฮจิมินห์&nbsp;6&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;และมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;ดานัง&nbsp;ที่จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในวันที่&nbsp;27&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมเปิดเส้นทางใหม่กรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;พนมเปญ&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;อีกทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายและมอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับตลาดเวียดนามและกัมพูชา</strong>&nbsp;ถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญต่อการท่องเที่ยวไทย&nbsp;&nbsp;จากสถิติ&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;พบว่า&nbsp;มีนักท่องเที่ยวเวียดนามที่เดินทางมาประเทศไทย&nbsp;1,077,000&nbsp;คน&nbsp;ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวจากกัมพูชา&nbsp;908,000&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าด้านการตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวในประเทศไทยสำหรับตลาดเอเชียตะวันออก&nbsp;โดยเฉพาะญี่ปุ่น&nbsp;จีน&nbsp;ไต้หวันและเกาหลีใต้&nbsp;เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น&nbsp;ถึงแม้ทางการจีนยังคงมีมาตรการเข้มงวดด้านโควิด&nbsp;-19&nbsp;แต่คาดว่าจะเห็นการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19&nbsp;ของจีนในเร็ววัน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ททท.&nbsp;ด้านการตลาดการขาย&nbsp;มีความพร้อมในการบุกตลาดการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302204437817
31	จังหวัดมุกดาหารเตรียม พร้อมเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) 1 เมษายน นี้	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดด่านชายแดน&nbsp;ไทย-ลาว&nbsp;(มุกดาหาร&nbsp;-สะหวันนะเขต)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแก้วกินรี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;ตม.มุกดาหาร&nbsp;ด่านศุลกากรมุกดาหาร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เช่น&nbsp;หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>และเป็นการประชุมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;หลังจากครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;และได้มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบการพิจารณา&nbsp;กรณีเปิดด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;และด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;สปป.ลาว</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมครั้งนี้</strong>&nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้รวบรวม&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;นำเสนอ&nbsp;ซึ่งแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เรือขนเฉพาะสินค้า&nbsp;เรือขนสินค้าพร้อมด้วยผู้โดยสาร&nbsp;และรถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;หรือรถโดยสารระหว่างประเทศ&nbsp;ผ่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;&nbsp;สะหวันนะเขต&nbsp;รวมไปถึงมาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งเรือโดยสาร&nbsp;เรือขนส่งสินค้า&nbsp;รถยนต์โดยสารสาธารณะ&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;</p><p><strong>นอกจากพิธีการทางศุลกากร&nbsp;การเข้าเมืองอย่างถูกต้องแล้ว&nbsp;</strong>ต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;กรณีเรือขนเฉพาะสินค้า&nbsp;เรือขนสินค้าพร้อมผู้โดยสาร&nbsp;พนักงานขับเรือ&nbsp;คนประจำเรือ&nbsp;คนโดยสาร&nbsp;ต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หากเป็น&nbsp;จอนสันแอนจอนสัน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;ผลการตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;มีผลตรวจไม่พบเชื้อ&nbsp;โดยมีระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;นับตั้งแต่วันออกผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;หากเกินกำหนดจะต้องได้รับการตรวจอีกครั้ง&nbsp;หรือผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยตรวจก่อนการเดินทางไม่เกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ให้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในเรือก่อนการขนถ่ายสินค้า&nbsp;และรับผู้โดยสารทุกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ให้บริการได้วันละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยว&nbsp;ทั้งไปและกลับ&nbsp;เรือไทย&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;</strong>(&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;)&nbsp;เรือ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;(ไป-กลับ)&nbsp;เช้าเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;บ่ายเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน&nbsp;&nbsp;ไม่เว้นวันเสาอาทิตย์&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีรถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;รถโดยสารสาธารณะ&nbsp;คนขับรถ&nbsp;ผู้ติดตาม&nbsp;ผู้เดินทางทุกคน</strong>&nbsp;และเจ้าของยานพาหนะ&nbsp;ต้องมีเอกสารแสดงว่าได้รับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือจอนสันแอนจอนสัน&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;เอกสารการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ถ้าไม่มีให้ตรวจ&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจในด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ขาเข้าเท่านั้น&nbsp;หากมีอาการติดเชื้อให้เข้าสู่กระบวนการกักตัวภายในจังหวัด&nbsp;ระยะเวลาและระยะทางการเดินทาง&nbsp;เวลา&nbsp;06.00-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;2&nbsp;คืน&nbsp;เฉพาะจังหวัดมุกดาหารและพักแรมได้เฉพาะโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;EXTRA&nbsp;PLUS&nbsp;เท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้เกิดการค้า&nbsp;การท่องเที่ยวชายแดน&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กับประเทศเพื่อนบ้าน</strong>&nbsp;ทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งภายหลังจากข้อสรุป&nbsp;ที่ชัดเจนแล้วจะได้ประสานไปยังกงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;แขวงสะหวันนะเขต&nbsp;ในการนัดประชุมร่วมกัน&nbsp;ระหว่างจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กับแขวงสะหวันนะเขต&nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์&nbsp;(&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;)&nbsp;และแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเปิดด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;และด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;&nbsp;สะหวันนะเขต&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;ได้มีการค้า&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ระหว่างกันซึ่งคาดว่าไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>ในขณะที่รัฐบาล&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;โดยห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>นครหลวงเวียงจันทน์&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ได้แจ้งการตกลงและแนะนำการประชุมรัฐบาลสมัยสามัญประจำเดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เกี่ยวกับมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;และสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในระยะใหม่ให้ทราบและปฏิบัติ&nbsp;โดยเห็นชอบให้นครหลวงเวียงจันทน์&nbsp;และแขวงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;หารือร่วมกับท้องถิ่นของตนที่มีด่านร่วมกัน&nbsp;หากเห็นว่ามีความพร้อมรอบด้าน&nbsp;รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและรับประกันการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ทั้งยังมีความเอกภาพแล้ว&nbsp;มอบให้องค์การปกครองนครหลวงเวียงจันทน์และองค์การปกครองแขวงอนุญาตให้เปิดได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302210248842
32	สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล 	<p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คงพูล</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;CAAT&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;CAAT&nbsp;ได้มอบใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะของสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&nbsp;ระยอง&nbsp;พัทยา&nbsp;ให้การท่าอากาศยานอู่ตะเภา&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;โดยมีพลเรือเอก&nbsp;วรพล&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ทั้งนี้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ&nbsp;(Public&nbsp;Aerodrome&nbsp;Operating&nbsp;Certificate:&nbsp;PAOC)&nbsp;เป็นเอกสารที่ออกให้กับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินที่ได้รับอนุญาตในการเปิดให้บริการแก่สาธารณะ&nbsp;ทำให้สามารถยืนยันได้ถึงมาตรฐานความปลอดภัยของสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&nbsp;ระยอง&nbsp;พัทยา&nbsp;นับเป็นสนามบินสาธารณะแห่งที่สองและสนามบินนานาชาติแห่งแรกที่ได้รับมอบใบรับรองนี้ภายใต้การพิจารณาด้วยกระบวนการใหม่ตามมาตรฐานสากล&nbsp;ภายหลังการจัดตั้ง&nbsp;CAAT</p><p><strong>สำหรับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&nbsp;ระยอง&nbsp;พัทยา</strong>&nbsp;ปัจจุบันให้บริการสาธารณะแก่อากาศยานภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;มีความยาวทางวิ่ง&nbsp;3,505&nbsp;เมตร&nbsp;สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ได้ทั้ง&nbsp;B777,&nbsp;B787,&nbsp;A330&nbsp;รวมถึง&nbsp;Antonov&nbsp;เครื่องบินลำเลียง&nbsp;อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการพัฒนาภายใต้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักสำคัญของ&nbsp;EEC&nbsp;เพื่อยกระดับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&nbsp;ระยอง&nbsp;พัทยา&nbsp;เป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่&nbsp;3&nbsp;เชื่อมต่อกับท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;ด้วยรถไฟความเร็วสูงส่งผลให้ทั้ง&nbsp;3&nbsp;สนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารรวมกันได้มากถึง&nbsp;200&nbsp;ล้านคนต่อปี</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100233904
33	ภาษีที่ดินปี 65-66 จัดเก็บอัตราคงเดิม	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ยังคงมีการแชร์ข้อมูลคลาดเคลื่อนในโซเชียลมีเดีย&nbsp;เกี่ยวกับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและการจัดเก็บภาษี&nbsp;ขอแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่า&nbsp;รัฐบาลได้ประกาศคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีภาษี&nbsp;2565-2566&nbsp;ในอัตราเช่นเดียวกับปี&nbsp;2563-2564&nbsp;แต่ไม่มีการปรับลดการจัดเก็บลงร้อยละ&nbsp;90&nbsp;เหมือนที่ผ่านมา&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในปีนี้&nbsp;ผู้เสียภาษียังคงได้รับการบรรเทาภาระภาษีในหลายกรณี&nbsp;อาทิ&nbsp;ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประกอบเกษตรกรรมจะได้รับยกเว้นภาษี</p><p><strong>การจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;เมื่อคำนวณได้เท่าไร&nbsp;จะต้องจ่ายเต็มจำนวน&nbsp;เนื่องจากที่มีการลดภาษีที่ดินฯ&nbsp;ลงร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีก่อนหน้านี้&nbsp;ทำให้รายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลงปีละประมาณ&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ทำให้ขาดรายได้ไปพัฒนาพื้นที่</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ยังเผยว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ผู้เสียภาษียังคงได้รับการบรรเทาภาระภาษีหลายกรณี&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประกอบเกษตรกรรมได้รับยกเว้นภาษี&nbsp;2)&nbsp;ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา&nbsp;และมีชื่อในทะเบียนบ้านในวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;จะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;3)&nbsp;กรณีที่เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;ก็จะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีสำหรับสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน&nbsp;มูลค่าไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แล้วแต่กรณี&nbsp;จะไม่ได้รับผลกระทบ&nbsp;แต่สำหรับบุคคลที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวที่มีมูลค่าเกิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แล้วแต่กรณี&nbsp;จะเสียภาษีเต็มอัตราเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น&nbsp;4)&nbsp;การผ่อนปรนภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีกรณีมีภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;สูงกว่าค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ที่เคยชำระในปี&nbsp;2562&nbsp;จะบรรเทาภาระให้โดยเสียภาษีเท่ากับค่าภาษีปี&nbsp;2562&nbsp;บวกกับร้อยละ&nbsp;75&nbsp;ของส่วนต่างค่าภาษีปี&nbsp;2565&nbsp;กับปี&nbsp;2562</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100921929
34	ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเร่งวางแผนรับมือการบริหารจัดการปัญหาราคากระเทียมที่จะออกสู่ท้องตลาดราว 5 ล้านกิโลกรัม รองรับการแก้ไขปัญหาในอนาคต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร	<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(คพจ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการบริหารจัดการการตลาดพืชหัว&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(การกระจายผลผลิตกระเทียมสดออกนอกแหล่งผลิต)&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;5,000,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยมีประเด็นการพิจารณา&nbsp;อาทิ&nbsp;อนุมัติผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;กำหนดโควต้าในการซื้อ-ขายผลผลิต&nbsp;รวมถึงกำหนดแนวทางการเบิกจ่ายเงินชดเชย&nbsp;และการแต่งตั้งคณะทำงานชุดต่างๆ&nbsp;ในการนี้&nbsp;การดำเนินการตามโครงการดังกล่าว&nbsp;จะเป็นการดูดซับผลผลิตกระเทียมสดส่วนเกินจากทางการค้าปกติ&nbsp;ออกจากแหล่งผลิตจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร&nbsp;ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100826924
35	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก	<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>กล่าวถึงการยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;ว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;เพื่อพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์มูลค่าสูงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เริ่มหันมานิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภายหลังการระบาดของสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรของโลกที่มีกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินโครงการ&nbsp;จะมีการจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร&nbsp;&nbsp;(International&nbsp;Health/Medical&nbsp;Plaza)&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ&nbsp;(Premium&nbsp;Long&nbsp;Term&nbsp;Care)&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ศูนย์ใจรักษ์&nbsp;(Hospice&nbsp;Home)&nbsp;หรือศูนย์การดูแลแบบประคับประคองในระยะสุดท้ายของชีวิต&nbsp;4.ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร&nbsp;(Rehabilitation&nbsp;Center)&nbsp;สำหรับศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&nbsp;จะใช้ที่ดินราชพัสดุเนื้อที่&nbsp;141&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;&nbsp;64&nbsp;ตารางวา&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&nbsp;ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยรูปแบบการบริหารจัดการยังอยู่ระหว่างหารือซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งรัฐอาจดำเนินการเองทั้งหมด&nbsp;การร่วมทุนกับภาคเอกชน&nbsp;หรือรูปแบบพิเศษ&nbsp;โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2569</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&nbsp;เช่น&nbsp;เกิดการจ้างงาน&nbsp;</strong>การกระจายรายได้&nbsp;จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&nbsp;เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ&nbsp;(GDP)&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;ในพื้นที่หลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&nbsp;เกิดการกระจายรายได้สำหรับภาคเอกชน&nbsp;เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและภาคบริการอื่น&nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทย&nbsp;พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีทางการแพทย์&nbsp;และระบบบริการด้านสาธารณสุขของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก&nbsp;ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;นับเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลที่จะชูจุดเด่นดังกล่าวในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจากการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มที่มีมูลค่าสูง&nbsp;ซึ่งถือเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;12&nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;</strong>จ.ภูเก็ต&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;นับเป็นการต่อยอดโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Health&nbsp;Sandbox&nbsp;ที่จะเป็นการบูรณาการระบบสาธารณสุขของ&nbsp;จ.ภูเก็ตให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;โครงการพัฒนา&nbsp;6&nbsp;จังหวัดอันดามัน&nbsp;ตามที่&nbsp;ครม.ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พ.ย.2564&nbsp;ในการประชุม&nbsp;ครม.นอกสถานที่&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดกระบี่.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303094820894
36	กระทรวงแรงงาน เผย นายจ้างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดจ้างตรงแรงงานไทย 25 อัตรา ประเภทงานโรงแรมและร้านอาหาร สมัครงานโดยตรงผ่านเว็บไซต์อีเมลนายจ้าง	"<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กระทรวงแรงงาน&nbsp;โดยกรมการจัดหางานได้รับแจ้งจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงอาบูดาบี&nbsp;ว่าได้พบปะนายจ้าง/สถานประกอบการเพื่อขยายตลาดแรงงานและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทย&nbsp;ซึ่งมีนายจ้าง/สถานประกอบการประเภทโรงแรม&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;โรงแรม&nbsp;The&nbsp;Ritz-Carlton&nbsp;Ras&nbsp;Al&nbsp;Khaimah,&nbsp;Al&nbsp;Wadi&nbsp;Desert&nbsp;&amp;&nbsp;Al&nbsp;Hamra&nbsp;Beach&nbsp;รัฐราสอัลไคม่าห์&nbsp;2)&nbsp;โรงแรม&nbsp;Anantara&nbsp;Eastern&nbsp;Mangroves&nbsp;Abu&nbsp;Dhabi&nbsp;Hotel&nbsp;เมืองอาบูดาบี&nbsp;และ&nbsp;3)&nbsp;โรงแรม&nbsp;Centara&nbsp;Mirage&nbsp;Beach&nbsp;Resort&nbsp;Dubai&nbsp;ของรัฐดูไบ&nbsp;ประสงค์จ้างแรงงานไทย&nbsp;25&nbsp;อัตรา&nbsp;โดยวิธีการจ้างตรง&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงคนหางานของสาย/นายหน้าเถื่อน&nbsp;</p><p><strong>นายไพโรจน์&nbsp;โชติกเสถียร&nbsp;อธิบดีกรมการจัดหางาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากที่นายจ้าง/สถานประกอบการในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;(UAE)&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ต้องการแรงงานเพื่อทำงานในสถานประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;อัตรา&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงแรม&nbsp;Centara&nbsp;Mirage&nbsp;Beach&nbsp;Resort&nbsp;Dubai&nbsp;รัฐดูไบ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;อัตรา&nbsp;&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Guest&nbsp;Service&nbsp;และ&nbsp;Guest&nbsp;Relation&nbsp;Agent&nbsp;แผนก&nbsp;Front&nbsp;Office&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Waiter/waitress&nbsp;แผนก&nbsp;Food&nbsp;&amp;&nbsp;Beverage&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Commis&nbsp;1/2/3&nbsp;แผนก&nbsp;Kitchen&nbsp;อัตราเงินเดือน&nbsp;1,800&nbsp;ดีแรห์ม&nbsp;ส่วนโรงแรม&nbsp;Anantara&nbsp;Eastern&nbsp;Mangroves&nbsp;Abu&nbsp;Dhabi&nbsp;Hotel&nbsp;เมืองอาบูดาบี&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อัตรา&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Guest&nbsp;Service&nbsp;Agent&nbsp;(Front&nbsp;Office)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;อัตรา&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;F&amp;B&nbsp;Attendant&nbsp;(Waitress/Hostess)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;อัตรา&nbsp;อัตราเงินเดือน&nbsp;1,800&nbsp;ดีแรห์ม&nbsp;ขณะที่&nbsp;โรงแรม&nbsp;The&nbsp;Ritz-Carlton&nbsp;Ras&nbsp;Al&nbsp;Khaimah,&nbsp;Al&nbsp;Wadi&nbsp;Desert&nbsp;&amp;&nbsp;Al&nbsp;Hamra&nbsp;Beach&nbsp;รัฐราสอัลไคม่าห์&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Spa&nbsp;Therapist&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;อัตรา&nbsp;อัตราเงินเดือน&nbsp;2,500&nbsp;ดีแรห์ม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนตามธนาคารแห่งประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและช่องทางการสมัครตำแหน่งงานได้ที่&nbsp;</strong>เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://doe.go.th/prd/overseas""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">doe.go.th/prd/overseas</a>&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ข่าวประชาสัมพันธ์&nbsp;เรื่อง&nbsp;นายจ้างในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีความประสงค์จ้างแรงงานไทยโดยวิธีการจ้างตรง&nbsp;หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;2254&nbsp;6708&nbsp;ในวันและเวลาราชการ&nbsp;โดยคนหางาจะต้องสมัครงานกับนายจ้าง/สถานประกอบการผ่านเว็บไซต์&nbsp;และอีเมลของนายจ้างโดยตรงเท่านั้น&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงคนหางานของสาย/นายหน้า</p><p><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303101925942
37	จนท.พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;หจก.&nbsp;กาคคำ&nbsp;ตำบลจองคำ&nbsp;ภาคเหนือหมูสด&nbsp;ตำบลจองคำ&nbsp;และเบทาโกร&nbsp;ตำบลจองคำ</p><p><strong>ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;</strong>สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;66&nbsp;บาท/น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;63&nbsp;-&nbsp;65&nbsp;บาท/น้ำปลา&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;30-35&nbsp;บาท/ปลากระป๋อง&nbsp;ขนาด&nbsp;155&nbsp;กรัม&nbsp;ราคา&nbsp;17-24&nbsp;บาท/น้ำตาลทราย&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;25-26&nbsp;บาท/ผงซักฟอก&nbsp;ขนาด&nbsp;800&nbsp;มล&nbsp;ราคา&nbsp;39&nbsp;บาท/หมูสามชั้น&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;183&nbsp;บาท/สันนอกหมู&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;161&nbsp;บาท/หมูบดเกรด&nbsp;เอ&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;153&nbsp;บาท/หมูบดเกรด&nbsp;บี&nbsp;&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;140&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ร้านค้าปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542</strong>&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ห้ามกักตุนสินค้า&nbsp;และห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303105220968
38	พาณิชย์ลำพูนจัดงาน ล้านนาวิถี ของดีเมืองหริภุญชัย กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมสินค้าเกษตรของจังหวัด	<p><strong>นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;จัดงาน&nbsp;ล้านนาวิถี&nbsp;ของดีเมืองหริภุญชัย&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เมืองเกษตรสีเขียว&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานโปรโมชั่น&nbsp;ชั้น&nbsp;G&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;แอร์พอร์ต&nbsp;อำเภอเมืองเชียงใหม่&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปที่สำคัญของจังหวัดลำพูนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;เพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในการเข้าสู่ตลาดเป้าหมาย&nbsp;สร้างรายให้แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดมูลค่าทางการค้าและเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูนต่อไป</p><p><strong>กิจกรรมในงาน</strong></p><p>1)&nbsp;การจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คูหา</p><p>2)&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร&nbsp;เกษตรแปรรูป</p><p>3)&nbsp;การจัด&nbsp;Display&nbsp;สินค้าของผู้ประกอบการที่มาร่วมจำหน่ายสินค้าในงาน</p><p>4)&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานและกระตุ้นยอดขายภายในงาน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกิจกรรมเพื่อความบันเทิง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การแสดงศิลปะพื้นบ้านภาคเหนือ&nbsp;ดนตรีโฟล์คซอง&nbsp;รวมไปถึงกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;Check-in&nbsp;เพื่อรับของที่ระลึก&nbsp;โปรโมชั่นพิเศษ&nbsp;สินค้านาทีทอง&nbsp;และกิจกรรมเพื่อร่วมสนุก&nbsp;อีกมากมาย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303105512969
39	นายกรัฐมนตรี ห่วงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด  19 และสถานการณ์การความตึงเครียดในยุโรป	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยนายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยผลการประชุมฯ&nbsp;ในครั้งนี้ว่า&nbsp;รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นตัวขึ้นมาก&nbsp;แต่ยังมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และสถานการณ์ความตึงเครียดในยุโรป&nbsp;ซึ่งส่งผลให้พลังงานราคาสูงขึ้น&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีห่วงใยและให้ความสำคัญกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบนี้&nbsp;จึงสั่งการคณะที่ปรึกษาให้เดินหน้าอย่างเร่งด่วน&nbsp;ดำเนินการตาม&nbsp;3&nbsp;แนวทางหลักคือ&nbsp;การหาแนวทางลดภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;ดูแลประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ร่วมพิจารณามาตรการที่เหมาะสม&nbsp;แบ่งเบาภาระของประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาราคาน้ำมัน&nbsp;ราคาก๊าซหุงต้ม&nbsp;ค่าไฟฟ้า&nbsp;เป็นต้น&nbsp;การบรรเทาภาระหนี้สิน&nbsp;เป็นประเด็นที่รัฐบาลดูแลมาโดยตลอด&nbsp;รัฐบาลได้กำหนดให้ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้เป็น&nbsp;ปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน&nbsp;และได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนไว้ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;อย่างไรก็ดีในการประชุมฯ&nbsp;นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีหน่วยงานขับเคลื่อนเพื่อให้ดูแลประชาชนทุกคน&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระหนี้ให้กับประชาชนไม่ให้มีคนต้องถูก&nbsp;ยึดบ้าน&nbsp;ยึดรถ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการให้เร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ให้มีเม็ดเงินกระจายลงไปในพื้นที่&nbsp;ทั้งโครงการ&nbsp;EEC&nbsp;โครงสร้างพื้นฐานสร้างความเชื่อมโยง&nbsp;กระจายทรัพยากรสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น&nbsp;รถไฟเส้นทางขนส่งสินค้าส่งออกซึ่งทำได้ในปริมาณมาก&nbsp;ประหยัด&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และเป็นโอกาสเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งในการประชุมครั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งรัดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน&nbsp;ต้องการให้แบ่งเบาภาระประชาชนทุกคนเห็นผลโดยเร็วที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185317211
40	รองผู้ว่าฯ จังหวัดเพชรบุรี ชี้การฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด -19 จะขับเคลื่อนโดยภาครัฐอย่างเดียวให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัย คนรุ่นใหม่ไฟแรง ร่วมสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ พร้อมชื่นชมนักธุรกิจรุ่นใหม่ สำนึกรักบ้านเกิด	<p><strong>เวลา&nbsp;09.39&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมงานพิธีเปิด&nbsp;บริษัท&nbsp;ที&nbsp;ฮาร์ดแวร์&nbsp;แอนด์&nbsp;แมททีเรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(สำนักงานใหญ่)&nbsp;บริเวณตรงข้ามอุทยาน&nbsp;ร.4&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>มาร่วมให้กำลังใจนักธุรกิจคนรุ่นใหม่&nbsp;ที่ลุกขึ้นมาลงทุน&nbsp;ฝ่าปัญหามรสุมทางธุรกิจ&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในบ้านเกิดของตนเอง&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จะขับเคลื่อนโดยภาครัฐอย่างเดียวให้ประสบความสำเร็จไม่ได้&nbsp;จำเป็นต้องอาศัย&nbsp;คนรุ่นใหม่ไฟแรง&nbsp;ร่วมสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพให้คนในพื้นที่&nbsp;และนับเป็นส่วนสำคัญ&nbsp;ที่จะช่วยผลักดันธุรกิจชุมชน&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากขึ้น&nbsp;ช่วยให้คนมีอาชีพ&nbsp;จ้างงานคนในพื้นที่&nbsp;เพื่อร่วมพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;เพชรบุรีและในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;(ด้วยสินค้าที่ครบครันทุกความต้องการเกี่ยวกับบ้าน&nbsp;พร้อมด้วยบริการออกแบบสี&nbsp;ผสมสีจากเครื่องอัตโนมัติ)&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายเอกภาพ&nbsp;กิจพวงสุวรรณ&nbsp;กรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;ที&nbsp;ฮาร์ดแวร์&nbsp;แอนด์&nbsp;แมททีเรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ได้แสดงความขอบคุณที่ทุกคนมาให้กำลังใจ&nbsp;และกล่าวว่า&nbsp;สิ่งที่เรากำลังทำเป็นธุรกิจขายอุปกรณ์และเครื่องมือก่อสร้าง&nbsp;ซึ่งไม่เพียงทำเพื่อธุรกิจการค้า&nbsp;แต่เราให้ความสำคัญในการช่วยเหลือสังคม&nbsp;มีโครงการ&nbsp;CSR&nbsp;,ส่งเสริมชุมชนในเรื่องของการกระจายรายได้&nbsp;ช่วยเสริมสร้างอาชีพให้กับชุมชน&nbsp;ให้กับบุคคลในพื้นที่&nbsp;ทั้งการจ้างงาน&nbsp;การฝึกฝนทักษะช่างมืออาชีพ&nbsp;ที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับสังคม&nbsp;ซึ่งจากสภาวะโควิด-19&nbsp;การลงทุนใหม่&nbsp;อาจจะเกิดขึ้นน้อย&nbsp;แต่เชื่อมั่นว่าการลงทุนที่เกิดขึ้นใหม่&nbsp;จะสามารถช่วยเหลือสังคม&nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่เพชรบุรีได้อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135811051
41	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาวและอำเภอเมืองตรัง	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;และสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาวและอำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;พบว่า&nbsp;สถานการณ์การค้า&nbsp;จังหวัดตรังมีสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;และหน้ากากทางการแพทย์วางจำหน่ายทุกร้าน&nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;และถุงมือ&nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ราคาจำหน่ายสินค้าที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ซอสหอยนางรม&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;&nbsp;ฯลฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย</strong>&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน&nbsp;และหากพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&nbsp;ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135849053
42	สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมจัดประชุมชี้แจงเงื่อนไข คัดเลือกตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก 80  พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร 	<p><strong>พันโท&nbsp;หนุน&nbsp;ศันสนาคม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่สำนักงานสลากฯ&nbsp;ได้เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายเข้าร่วมโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีตัวแทนจำหน่ายสลากทั่วประเทศ&nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;4,790&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นได้ตรวจสอบหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สมัครแล้ว</strong>&nbsp;ผลปรากฏว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3,768&nbsp;ราย&nbsp;มีเขต/อำเภอ&nbsp;ที่ไม่มีผู้สมัครรวมถึงไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;292&nbsp;เขต/อำเภอ&nbsp;จาก&nbsp;67&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์&nbsp;จะต้องเข้ารับฟังการชี้แจงเงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;โดยจะเริ่มจากพื้นที่ส่วนกลาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และจังหวัดต่างๆ&nbsp;ในภาคกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,234&nbsp;ราย&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนพื้นที่อื่นๆในภูมิภาคต่างๆ&nbsp;จะจัดอบรมและทำการคัดเลือกตามลำดับ&nbsp;ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในวันดังกล่าว&nbsp;จะทำการชี้แจงหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่าย&nbsp;พร้อมทำการคัดเลือกแบบการจัดเรียงลำดับแบบสุ่ม&nbsp;ซึ่งหากจุดจำหน่ายสลากมีตัวแทนจำหน่ายหลายรายที่ได้แจ้งไว้เป็นสถานที่เดียวกัน&nbsp;เมื่อมีตัวแทนรายหนึ่งเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้ถือว่าจุดจำหน่ายนั้นได้รับสิทธิตามโครงการแล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตามหากผู้มีรายชื่อไม่ร่วมกิจกรรมในวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;โดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการอีกต่อไป</p><p><strong>โครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ระยะที่&nbsp;2</strong>&nbsp;พร้อมเริ่มจำหน่ายตั้งแต่งวดวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสลากได้ในราคาที่กำหนด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324114123421
43	สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมจัดประชุมชี้แจงเงื่อนไข คัดเลือกตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก 80  พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร 	<p><strong>พันโท&nbsp;หนุน&nbsp;ศันสนาคม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่สำนักงานสลากฯ&nbsp;ได้เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายเข้าร่วมโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีตัวแทนจำหน่ายสลากทั่วประเทศ&nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;4,790&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นได้ตรวจสอบหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สมัครแล้ว</strong>&nbsp;ผลปรากฏว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3,768&nbsp;ราย&nbsp;มีเขต/อำเภอ&nbsp;ที่ไม่มีผู้สมัครรวมถึงไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;292&nbsp;เขต/อำเภอ&nbsp;จาก&nbsp;67&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์&nbsp;จะต้องเข้ารับฟังการชี้แจงเงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;โดยจะเริ่มจากพื้นที่ส่วนกลาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และจังหวัดต่างๆ&nbsp;ในภาคกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,234&nbsp;ราย&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนพื้นที่อื่นๆในภูมิภาคต่างๆ&nbsp;จะจัดอบรมและทำการคัดเลือกตามลำดับ&nbsp;ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในวันดังกล่าว&nbsp;จะทำการชี้แจงหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่าย&nbsp;พร้อมทำการคัดเลือกแบบการจัดเรียงลำดับแบบสุ่ม&nbsp;ซึ่งหากจุดจำหน่ายสลากมีตัวแทนจำหน่ายหลายรายที่ได้แจ้งไว้เป็นสถานที่เดียวกัน&nbsp;เมื่อมีตัวแทนรายหนึ่งเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้ถือว่าจุดจำหน่ายนั้นได้รับสิทธิตามโครงการแล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตามหากผู้มีรายชื่อไม่ร่วมกิจกรรมในวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;โดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการอีกต่อไป</p><p><strong>โครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ระยะที่&nbsp;2</strong>&nbsp;พร้อมเริ่มจำหน่ายตั้งแต่งวดวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสลากได้ในราคาที่กำหนด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324114123422
44	จังหวัดแพร่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำจังหวัดแพร่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ชั้น&nbsp;3&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดแพร่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการ&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมีนางสาวอังศุมาลิน&nbsp;ฉัตรสุวรรณวารี&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณากลั่นกรอง&nbsp;เพื่อคัดเลือกเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ&nbsp;</strong>ที่ขอรับความช่วยเหลือทางการเงินของโครงการสินเชื่อเพิ่มศักยภาพ&nbsp;SME&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และผ่านการกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;23,500,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งจะส่งต่อธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;สาขาแพร่&nbsp;ดำเนินการวิเคราะห์ทางการเงินในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;ทั้งนี้เป็นการร่วมกันขับเคลื่อนเอสเอ็มอี&nbsp;ให้มีเงินทุนในการพัฒนาต่อยอดวิสาหกิจให้ดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164053156
45	ระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น เปิดให้บริการบนทางพิเศษ ระยะที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2565	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;กทพ.&nbsp;แจ้งว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;กทพ.&nbsp;ดำเนินการระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น&nbsp;หรือ&nbsp;M-Flow&nbsp;</span>&nbsp;โดยร่วมกับกรมทางหลวงในการบูรณาการให้เป็นไปในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน&nbsp;(Single&nbsp;Platform&nbsp;System)&nbsp;บนทางพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ทางพิเศษฉลองรัช&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ด่าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด่านสุขาภิบาล&nbsp;5-1&nbsp;ด่านสุขาภิบาล&nbsp;5-2&nbsp;และด่านจตุโชติ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;กรมทางหลวงได้เปิดให้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&nbsp;9&nbsp;ที่ด่านธัญบุรี&nbsp;1&nbsp;ด่านธัญบุรี&nbsp;2&nbsp;ด่านทับช้าง&nbsp;1&nbsp;และด่านทับช้าง&nbsp;2&nbsp;ไปเมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;กทพ.&nbsp;อยู่ระหว่างการศึกษาและนำผลจากการเปิดให้บริการดังกล่าว</strong>ไปพัฒนาการดำเนินงาน&nbsp;โดยอยู่ระหว่าง<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">การพัฒนาระบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงจากฐานข้อมูลเดิมไปใช้ในการลงทะเบียน&nbsp;M-Flow&nbsp;ได้โดยง่าย&nbsp;ลดขั้นตอนในการเติมข้อมูล&nbsp;และเตรียมความพร้อมเพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการรับรู้ล่วงหน้าก่อนเปิด</span>ให้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;บนทางพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ทางพิเศษฉลองรัช&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ด่าน&nbsp;ในเดือนกรกฎาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ในส่วนของการปรับปรุงกายภาพหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ</strong>เพื่อรองรับระบบ&nbsp;M-Flow&nbsp;ที่&nbsp;ด่านสุขาภิบาล&nbsp;5-1&nbsp;และด่านสุขาภิบาล&nbsp;5-2&nbsp;กทพ.&nbsp;ดำเนินการจนแล้วเสร็จตามแผนงาน&nbsp;คงเหลือเพียงด่านจตุโชติที่อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง&nbsp;และจะแล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในส่วนของ<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">งานติดตั้งอุปกรณ์ของระบบ&nbsp;Multi-Lane&nbsp;Free&nbsp;Flow&nbsp;(M-Flow)&nbsp;และการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมต่อระบบ&nbsp;M-Flow&nbsp;กับ&nbsp;Single&nbsp;Platform&nbsp;System&nbsp;ของกรมทางหลวง&nbsp;</span>ขณะนี้&nbsp;มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานที่ร้อยละ&nbsp;88.15</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303184657205
46	อบจ.พระนครศรีอยุธยา รับโล่ห์ผ่านการประเมินการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับเข้าถึง เป็นองค์กรแห่งประโยชน์สุข	"<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรม&nbsp;ทีเค&nbsp;พาเลซ&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนเวนชัน&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>นายทวี&nbsp;เสริมภักดีกุล&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและประโยชน์สุขของภูมิภาค&nbsp;กรณีศึกษาภาคกลางตะวันตก&nbsp;พร้อมมอบโล่รางวัลให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ระดับเข้าถึง&nbsp;เป็นองค์กรแห่งประโยชน์สุข&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสมทรง&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เข้าร่วมรับรางวัลดังกล่าว&nbsp;สำหรับโครงการ&nbsp;""การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วน&nbsp;ท้องถิ่นเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและประโยชน์สุขของภูมิภาค&nbsp;กรณีศึกษาภาคกลางตะวันตก""&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทเรียนการพัฒนา&nbsp;""นวัตกรรม&nbsp;สังคม""&nbsp;และบทเรียนการยกระดับ&nbsp;""ระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง""&nbsp;ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อ&nbsp;เป็น&nbsp;""เครือข่ายขององค์กรแห่งการเรียนรู้""&nbsp;ที่นำไปสู่ความยั่งยืนของการพัฒนาบนฐานการมีส่วนร่วมของ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติอันนำไปสร้างความสุขและประโยชน์สุขของชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303165709167
47	แป้งสาคูบ้านไสขันจากภูมิปัญญาสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรม&nbsp;ในการผลิตทางการเกษตร&nbsp;รวมทั้งอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นถิ่นและฟื้นฟูวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนเกษตร&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการศึกษา&nbsp;รวบรวมข้อมูล&nbsp;และมีการจัดเก็บองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรม&nbsp;ตลอดจนมีการเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรมด้านการเกษตรทางสื่อต่างๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีหลายหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์&nbsp;คุ้มครองและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;จึงมีการเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ในการนำองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;เกิดประโยชน์ในการลดต้นทุน&nbsp;ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มและมีการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรอย่างยั่งยืน</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรเรื่อง&nbsp;แป้งสาคู&nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านใสขัน&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นจุดดำเนินการในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยการดำเนินการจัดเวทีถอดบทเรียนแบบละเอียด&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อค้นหาแนวทางการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในการเก็บรักษา&nbsp;พัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างคุณค่า&nbsp;รายได้จากสินค้าและบริการที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน&nbsp;และเกิดแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรในชุมชนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายสุดสาคร&nbsp;สังฆ์รักษ์&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านใสขัน</strong>&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สาคูเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยตั้งแต่จังหวัดชุมพรถึงนราธิวาส&nbsp;พบมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สตูล&nbsp;กระบี่&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;พัทลุงและตรัง&nbsp;โดยพื้นที่ป่าสาคูส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณที่มีแม่น้ำหรือคลองไหลผ่าน&nbsp;โดยสาคูจะขึ้นตามสองข้างทางน้ำ&nbsp;ชาวบ้านในอดีตได้ใช้ประโยชน์จากป่าสาคูหลากหลายรูปแบบ&nbsp;ทั้งด้านเกษตรกรรม&nbsp;การจัดการน้ำ&nbsp;โดยมองว่า&nbsp;ป่าสาคูมีความสำคัญในฐานะเป็นป่าริมน้ำที่ช่วยชะลอการไหลของน้ำและชาวบ้านได้นำน้ำจากคลองป่าสาคูมาใช้ในการทำนาและการใช้ประโยชน์อย่างอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำจำพวก&nbsp;ปลา&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;เต่า&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งที่จะมีพืชชนิดอื่นขึ้นอยู่ด้วย&nbsp;ทำให้บริเวณที่มีสาคูขึ้นจึงเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของชาวบ้าน&nbsp;นอกจากนี้ชาวบ้านยังนำส่วนต่างๆ&nbsp;ของสาคูทั้งลำต้น&nbsp;ใบ&nbsp;มาใช้ประโยชน์ทั้งในแง่ของการนำลำต้นมาทำแป้ง&nbsp;(สาคู)&nbsp;ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแป้งชนิดแรกๆ&nbsp;ที่คนนำมาทำเป็นอาหาร&nbsp;การนำใบสาคูมาทำจากเพื่อมุงหลังคา&nbsp;การนำทางสาคูมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน&nbsp;หรือการที่ชาวบ้านนำต้นสาคูมาเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงหรือนำมาเพื่อเลี้ยงด้วงสาคู&nbsp;ทำให้สาคูได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีเพราะมีคุณค่าในด้านการใช้ประโยชน์มากมายตามที่กล่าวมาข้างต้น</p><p><strong>นายสุดสาคร&nbsp;ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;แป้งสาคู&nbsp;หมายถึง</strong>&nbsp;แป้งที่ผลิตได้จากปาล์มสาคู&nbsp;มีลักษณะเป็นผงแป้งละเอียดหรือเป็นเม็ด&nbsp;เนื้อแป้งอาจมีสีน้ำตาลหรือสีชมพูอมขาว&nbsp;ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต&nbsp;และสายพันธุ์ของต้นสาคู&nbsp;ซึ่งแป้งชนิดนี้&nbsp;นิยมใช้ประโยชน์สำหรับประกอบอาหารเป็นหลัก&nbsp;โดยเฉพาะใช้ทำขนมหวาน&nbsp;อาทิ&nbsp;ขนมปากหม้อ&nbsp;และลอดช่อง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยเนื้อขนมจะมีความเหนียวนุ่ม&nbsp;และหวาน&nbsp;มีขั้นตอนและวิธีการผลิต&nbsp;9&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;ดังต่อไปนี้</p><p><strong>1.เลือกต้นสาคูที่แก่เต็มที่&nbsp;</strong>หรือระยะออกดอกเขากวาง&nbsp;ซึ่งสังเกตุที่บริเวณดอกเป็นช่อปลายยอดเหนือลำต้น&nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าต้นสาคูมีความสมบูรณ์และอยู่ในระยะที่เหมาะสมในการผลิตแป้ง</p><p><strong>&nbsp;2.ตัดต้นสาคูให้เป็นท่อนสั้นๆ</strong>&nbsp;ประมาณ&nbsp;0.5-1.0&nbsp;เมตร&nbsp;ใช้มีดหรือขวานปอกเปลือกแข็งด้านนอกออก&nbsp;จะเห็นเนื้อในสาคูสีขาว&nbsp;ผ่าเป็นชิ้นๆ&nbsp;ไม่ต้องใหญ่มากให้ขนาดพอดีกับเครื่องขูด</p><p><strong>&nbsp;3.ใช้เครื่องมือที่เป็นไม้ตอกตาปู</strong>&nbsp;หรือที่เรียกว่าไม้&nbsp;ตรูน&nbsp;นําไปขูดเนื้อสาคูให้ละเอียดเป็นผง&nbsp;ปัจจุบันทางกลุ่มจึงได้ผลิตชุดหัวขูดขึ้นมาเอง&nbsp;โดยใช้หลักการทำงานเดียวกันกับเครื่องขูดมะพร้าว&nbsp;ซึ่งการใช้เครื่องขูดนี้ทำให้ได้เนื้อสาคูที่ละเอียดเป็นผงกว่าวิธีดั้งเดิม&nbsp;สามารถผลิตแป้งที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;สกัดแป้งออกจากเนื้อในให้ได้มากกว่าวิธีแบบดั้งเดิม&nbsp;ป้องกันการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์และการย่อยตัวเองของแป้งด้วย</p><p><strong>&nbsp;4.นำส่วนที่เป็นเนื้อสาคูทำการขูดให้ได้ขุยเนื้อสาคู</strong>&nbsp;(ลักษณะคล้ายการขูดมะพร้าว)&nbsp;ไปขยํากับน้ำบนผ้ากรองทําเหมือนการคั้นกะทิเพื่อแยกแป้งออกมา&nbsp;กรองด้วยผ้าขาวบาง&nbsp;น้ำแป้งจะไหลลงในภาชนะที่รองรับ&nbsp;ในปัจจุบันทางกลุ่มนำขุยเนื้อสาคูใส่ถังหรือภาชนะ&nbsp;เติมน้ำให้ท่วมเนื้อแป้ง&nbsp;ปั่นประมาณ&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;โดยใช้เครื่องมือปั่นที่ทางกลุ่มได้คิดค้นผลิตขึ้นมาเอง&nbsp;กรองเอาขุยเนื้อสาคูออกด้วยผ้าขาวดิบ&nbsp;ทิ้งน้ำไว้&nbsp;1&nbsp;คืน&nbsp;(6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;ชม.)&nbsp;เพื่อให้แป้งตกตะกอน</p><p><strong>&nbsp;5.เทน้ำออกเอาเนื้อแป้งห่อผ้าขาวเพื่อให้เนื้อแป้งสะเด็ดน้ำ</strong>&nbsp;ใช้เวลาประมาณ&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;จะได้ปริมาณเนื้อแป้งสด&nbsp;มีความชื้นประมาณ&nbsp;65-75&nbsp;%</p><p><strong>&nbsp;6.นำแป้งสดที่ได้ไปตากแดดจนแห้ง</strong>&nbsp;จะได้แป้งสาคูผงพร้อมใช้</p><p><strong>&nbsp;7.หากต้องการทำแป้งสาคูเม็ดให้นำแป้งสาคูที่ตากหมาดๆ&nbsp;</strong>มาร่อนด้วยถาดหรือกระด้ง&nbsp;จะได้เป็นสาคูเม็ดแล้วนำไปตากแดดต่อจนแห้งสนิท&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;8.&nbsp;การคัดขนาดเม็ดแป้งสาคู&nbsp;</strong>โดยการร่อนกับตะกร้าเป็นขนาดต่างๆ&nbsp;จะได้แป้งสาคู&nbsp;3&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;แป้งสาคูชนิดผง&nbsp;แป้งสาคูชนิดเม็ดเล็ก&nbsp;และแป้งสาคูชนิดเม็ดใหญ่</p><p><strong>&nbsp;9.&nbsp;บรรจุใส่ถุง</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ถุงละ&nbsp;0.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือ&nbsp;ถุงละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ปัจจุบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำและสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>รวมทั้งลูกหลานที่ปิดภาคเรียน&nbsp;หันไปตระเวนรับซื้อต้นสาคูในราคาต้นละ&nbsp;300-400&nbsp;บาท&nbsp;มาแปรรูปเป็นแป้งสาคูและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขนมจากแป้งสาคูขาย&nbsp;สร้างรายกว่า&nbsp;5,000-6,000&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;มีลูกค้าและผู้สนใจมารับซื้อถึงบ้านนอกจากนี้มีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย</p><p><strong>หากท่านใดสนใจเรียนรู้และต้องการเยี่ยมชมภูมิปัญญาท้องถิ่น</strong>หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;นายสุดสาคร&nbsp;สังฆ์รักษ์&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;095-0737330</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สทท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303170959173
48	ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซล ทุกชนิดปรับขึ้น 0.20 บาทต่อลิตร	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;0.20&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">44.56</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">29.34</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">36.04</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">36.88</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">37.15</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">35.96&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">29.94</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;บาทต่อลิตร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303184829207
49	เทศบาลตำบลกะรนประชุมเตรียมความพร้อมโครงการมหกรรมอาหารทะเล หรอยริมเล ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม 2565 ณ หาดกะตะ	<p><strong>ที่ห้องประชุมเทศบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;เทศบาลตำบลกะรน</strong>&nbsp;เรือเอก&nbsp;เจด็จ&nbsp;วิชรศรณ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลกะรน&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดโครงการมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>เรือเอก&nbsp;เจด็จ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เทศบาลตำบลกะรน</strong>&nbsp;กำหนดจัดโครงการมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;19-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลกะรน&nbsp;ถ.&nbsp;ปากบาง&nbsp;(เลียบชายหาดกะตะ)&nbsp;หาดกะตะ&nbsp;ต.&nbsp;กะรน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยภายในงานได้จัดให้มีร้านอาหารต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;สำหรับการประชุมในวันนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและซักซ้อมความเข้าใจกับทุกภาคส่วนเพื่อให้การจัดงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185630212
50	จังหวัดภูเก็ตจัดประชุมติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์การค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าในอาเซียนเพื่อพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ	<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าอาเซียน&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวัชรินทร์&nbsp;รัตนชู&nbsp;ประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางจังหวัดภูเก็ตได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อจัดทำแผนพัฒนาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ตเป็นรูปธรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดและเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยที่ผ่านมาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปลาทูน่าของจังหวัดภูเก็ตสามารถทำรายได้ปีละหลายพันล้านบาทแต่เมื่อมีการกำหนดกฎหมายประมงที่มีความเข้มงวดในเรื่องของเรือทำให้จำนวนของปลาทูน่าที่เข้ามาลดลงเนื่องจากประเทศไทยไม่มีเรือที่จับปลาทูน่าต้องอาศัยเรือต่างชาติที่มีความชำนาญในเรื่องนี้ประกอบกับมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายเรื่องจึงทำให้ต้องสูญเสียโอกาสในการแข่งขันในเรื่องของอุตสากรรมที่เกี่ยวข้องกับปลาทูน่าทั้งที่ทางจังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในเรื่องนี้แต่ติดขัดในเรื่องกฎหมายซึ่งต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;การประชุมวันนี้มีประเด็นหลัก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ประเด็น&nbsp;ที่พูดคุยในวันนี้คือต้องการแก้ปัญหาเรื่องชาวประมงที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวปลาทูน่าหรือรายละเอียดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จึงอยากให้มีการจัดการอบรมถ่ายทอดความรู้&nbsp;และฝึกทักษะโดยเฉพาะจากผู้ที่มีความรู้หรือชำนาญการ&nbsp;ส่วนประเด็นที่&nbsp;2&nbsp;ให้มีการดำเนินการเพื่อพูดคุยในการแก้ไขข้อกฎหมายเรื่องเรือที่ใช้ให้สามารถใช้งานได้&nbsp;ซึ่งทำให้เห็นว่ารายได้ที่ผ่านมาลดลงเป็นอย่างมาก&nbsp;ทั้งนี้ทุกหน่วยงานทั้งในระดับจังหวัดและส่วนกลางต้องมีการร่วมกันพูดคุยเพื่อหาแนวทางที่จะพัฒนาขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวเพื่อ&nbsp;ส่งเสริมนวัตกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;และส่งเสริมให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าขายและส่งออกปลาทูน่าในอาเซียนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185228209
51	จังหวัดภูเก็ต ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อน ภูเก็ตเป็นศูนย์การค้าปลาทูน่า และผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าในอาเซียน เพื่อพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดภูเก็ตได้ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อน&nbsp;ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าอาเซียน&nbsp;เพื่อจัดทำแผนพัฒนาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้เป็นรูปธรรม&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;เนื่องจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปลาทูน่าของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;สามารถทำรายได้ปีละหลายพันล้านบาท&nbsp;แต่เมื่อมีการกำหนดกฎหมายประมงที่มีความเข้มงวดในเรื่องของเรือ&nbsp;ทำให้จำนวนของปลาทูน่าที่เข้ามาลดลง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เนื่องจากประเทศไทยไม่มีเรือที่ขึ้นทะเบียนจับปลาทูน่า</strong>&nbsp;จึงต้องอาศัยเรือต่างชาติที่มีความชำนาญ&nbsp;ประกอบกับมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง&nbsp;ทำให้ต้องสูญเสียโอกาสทั้งที่จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในเรื่องนี้&nbsp;แต่ติดขัดในหลายประเด็น&nbsp;ดังนั้นต้องเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยเบื้องต้นมี&nbsp;2&nbsp;ประเด็น&nbsp;คือ&nbsp;ชาวประมงยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวปลาทูน่าหรือรายละเอียดที่ถูกต้อง&nbsp;จึงต้องมีการอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;และฝึกทักษะจากผู้ชำนาญการ&nbsp;อีกเรื่องคือการแก้ไขข้อกฎหมายเรือ&nbsp;ที่จะทำให้รายได้จากอุตสาหกรรมทูน่ากลับมาเพิ่มขึ้น&nbsp;จนทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้า&nbsp;ส่งออกทูน่าในอาเซียนต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303190702217
52	ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดลานโพธิ์ถ่ายภาพ 3 มิติ จุดเช็คอินรับนักกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยพ่อเมืองศรีสะเกษเปิดลานโพธิ์ถ่ายภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;จุดเช็คอินรองรับนักกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่บริเวณลานโพธิ์&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อม&nbsp;นางมัลลิกา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดพื้นที่งานศิลปะลานโพธิ์&nbsp;สร้างสรรค์งานศิลป์&nbsp;ปรับภูมิทัศน์&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;และ&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;ผลาพงศ์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการและประชาชน&nbsp;ร่วมในพิธีเปิดพื้นที่งานศิลปะลานต้นโพธิ์เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้สร้างสรรค์งานศิลป์&nbsp;ปรับภูมิทัศน์&nbsp;ให้มีความสวยงาม&nbsp;</strong>เป็นจุดเช็คอินรองรับนักกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ที่สามารถถ่ายภาพให้เป็นภาพแบบ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;ที่มีสีสันสวยงาม&nbsp;ซึ่งภาพวาดดังกล่าว&nbsp;ศิลปินคนศรีสะเกษใช้เวลาบรรจงสร้างสรรค์ถึง&nbsp;24&nbsp;วัน&nbsp;โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษได้ออกแบบปรับพื้นที่ทางเท้า&nbsp;มาบรรเลงลายเส้นและสีสันนำเสนอจุดเด่นสำคัญไว้ที่เดียว&nbsp;ตลอดจนวิถีหรืออัตลักษณ์ของชาวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นจุดเช็คอินให้แก่แขกที่มาเยือนศรีสะเกษได้ถ่ายรูป&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;และเพื่อต้อนรับทัพนักกีฬาและคณะกรรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้ต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304002848289
53	จ.ขอนแก่น ตัดตลาดนัดชุมชนประชาสุขใจสู้ภัย COVID-19 ส่งตรงถึงมือคุณ ลดค่าครองชีพประชาชน	<p><strong>จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผู้ผลิตชุมชน&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพชุมชน&nbsp;กลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;นำผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ผักสด&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;สินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาแสดงและจำหน่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;บูธ&nbsp;ที่ศาลาผูกเสี่ยว&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>การจัดตลาดนัดชุมชน&nbsp;ประชาสุขใจ&nbsp;สู้ภัย&nbsp;COVID&nbsp;-19</strong>&nbsp;เป็นการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการ&nbsp;กับภาคประชาชน&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตในชุมชน&nbsp;เช่น&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพ&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;กลุ่มสตรี&nbsp;ที่ประสบปัญหาการจำหน่าย&nbsp;และเข้าไม่ถึงช่องทางการจำหน่ายโดยตรง&nbsp;ปัญหาสถานที่จำหน่ายไม่เพียงพอไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ให้มีสถานที่&nbsp;และช่องทางการจำหน่าย&nbsp;เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้&nbsp;สร้างอาชีพในชุมชนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;ได้รับผลกระทบมากขึ้น&nbsp;ตลอดจนเป็นการแก้ไขและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพเนื่องจากสินค้าราคาแพง&nbsp;โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บรืโภค&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;ราคาประหยัดช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายและเป็นการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่</strong>&nbsp;โดยจัดตลาดนัดชุมชน&nbsp;ประชาสุขใจ&nbsp;สู้ภัย&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;เป็นประจำในวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์&nbsp;พร้อมเชิญชวน&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;แชร์&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชน&nbsp;(OTOP)&nbsp;ของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ทุกวันพฤหัสบดี&nbsp;ที่บริเวณศาลาผูกเสี่ยว&nbsp;สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.</p><p><strong>การดำเนินงานในวันนี้มียอดจำหน่ายจากบูธผู้ผลิตผู้ประกอบการโอทอป&nbsp;</strong>สัมมาชีพชุมชน&nbsp;โคกหนองนา&nbsp;พช.&nbsp;ซึ่งมีจำนวน&nbsp;12&nbsp;บูธ&nbsp;จำหน่ายได้&nbsp;13,750&nbsp;บาท&nbsp;บูธของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;5&nbsp;บูธ&nbsp;จำหน่ายได้&nbsp;3,280&nbsp;บาท&nbsp;รวมยอดจำหน่ายทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;17,030&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	NULL	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303193454227
54	"จังหวัดชัยนาท จัดแถลงข่าว ""งานมหกรรมหุ่นฟางนกชัยนาทและของดีศรีท้องถิ่น ประจำปี 2565 ครั้งที่ 37"	<p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;มหกรรมหุ่นฟางนกชัยนาทและของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณกรงนกใหญ่&nbsp;สวนนกชัยนาท&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;เข้างานฯ&nbsp;และมีผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท,&nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท,&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท,&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(สำนักงานลพบุรี&nbsp;และนายบรรจบ&nbsp;เงินฉลาด&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;มหกรรมหุ่นฟางนกชัยนาทและของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;และเขื่อนเรียงหิน&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณี&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;สนับสนุนและส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น&nbsp;(OTOP)&nbsp;ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชัยนาท&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชัยนาทมากขึ้น&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;พบกับการประกวดขบวนแห่หุ่นฟางนกอันตระการตา,&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม,&nbsp;สักการะศาลหลักเมือง,&nbsp;นมัสการรูปหล่อหลวงปู่ศุข,&nbsp;ชมหุ่นฟางนกไฮเทคและหุ่นฟางนกสวยงาม&nbsp;ประกอบแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศสวนป่า,&nbsp;การประกวดหุ่นฟางนกไฮเทคและหุ่นฟางนกสวยงาม,&nbsp;การแสดงวิถีไทย,&nbsp;ร่วมสนุกชิงโชคกับร้านสกุณากาชาดจังหวัด,&nbsp;การจำหน่ายสินค้าของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;OTOP,&nbsp;สินค้าทางการเกษตร,&nbsp;ชิมอาหารพื้นถิ่นชัยนาท,&nbsp;นิทรรศการส่วนราชการ,&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ส่วนมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์พัลลภ&nbsp;ยอดศิรจินดา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายใต้การจัดงานในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;เริ่มจากขบวนแห่วัฒนธรรมประชาชนที่ร่วมขบวนแห่ทุกคนต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;มีการคัดกรองก่อนการจัดงาน&nbsp;การตรวจสอบ&nbsp;และการควบคุมเข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะร้านค้าที่จำหน่ายในงาน&nbsp;จะมีการส่งผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และติดตามตลอดการจัดงาน&nbsp;ผู้ค้าขายในงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทุก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งหากผู้ค้าขายมีการละเลยไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;ทางจังหวัดจะให้ปิดร้านค้าทันที&nbsp;และจะมีเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจตลอดระยะเวลาของการจัดงานฯ&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303200431243
55	ประธานสภาการท่องเที่ยว อบจ.สตูล เผยผลวิจัยการทำงานอาสาสมัครท่องเที่ยวไทย ต่อยอดสู่การพัฒนาระบบติดตามตัว (GIS) เพิ่มความปลอดภัยในเดินเรือพร้อมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอนาคต	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเจตกร&nbsp;หวันสู&nbsp;ประธานสภาการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้จังหวัดสตูลได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือ&nbsp;และมาตรการต่างๆ&nbsp;จากการทำวิจัยและพัฒนาระบบความช่วยเหลือตามโครงการอาสาสมัครท่องเที่ยวไทย&nbsp;เพื่อพัฒนาระบบให้สามารถเร่งรัดความช่วยเหลือทางทะเล&nbsp;เพื่อเสริมศักยภาพการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วนของงานวิจัยที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน</p><p><strong>ส่วนแรกคืออาสาสมัครท่องเที่ยวไทย&nbsp;(Thai&nbsp;Tourism&nbsp;Volunteers)</strong>&nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับการบริหารจัดการการท่องเที่ยว&nbsp;โดยได้ไอเดียจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วยการนำต้นแบบการให้บริการของ&nbsp;อสม.ของกระทรวงสาธารณสุขมาปรับใช้ในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวผ่านอาสาสมัครท่องเที่ยวไทย&nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&nbsp;4&nbsp;พื้นที่สำหรับทำการวิจัย&nbsp;คือ&nbsp;คุ้งบางกระเจ้า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เชียงราย&nbsp;กระบี่&nbsp;และสตูล&nbsp;เพื่อทำการศึกษาวิจัยและออกแบบ&nbsp;ซึ่งจะสามารถมีส่วนช่วยเติมเต็มกับภารกิจของหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปได้&nbsp;อีกทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นหลัก&nbsp;โดยจะนำไปสู่การจัดตั้งองค์กรอาสาสมัครท่องเที่ยวไทยในอนาคตได้อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่สองที่เกี่ยวเนื่องกันจนก่อให้เกิดเป็นงานวิจัยผูกไขว้กับส่วนแรก</strong>&nbsp;คืองานวิจัยเกี่ยวกับระบบติดตามตัว&nbsp;(GIS)&nbsp;โดยเริ่มต้นระบบทางน้ำใน&nbsp;3&nbsp;พี้นที่&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;และสตูล&nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดสตูลซึ่งมีการจัดการเดินเรือที่มีความหลากหลาย&nbsp;ประกอบกับการเป็นพื้นที่เมืองชายแดน&nbsp;หากเกิดเหตุต่างๆ&nbsp;กับนักท่องเที่ยวจะสามารถทดสอบการใช้งานของระบบและเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาระบบฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;เบื้องต้นได้ติดตั้งชุดอุปกรณ์ทดลองไว้บนเรือ&nbsp;Speedboat&nbsp;ที่บริการรับส่งนักท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงบริษัทเดินเรือที่ตกเป็นตัวอย่างในงานวิจัย&nbsp;โดยจะใช้ระบบสัญญาณเป็นการควบคุม&nbsp;ขณะนี้ติดตั้งไปแล้ว&nbsp;18&nbsp;ลำ</p><p><strong>ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาระบบติดตาม&nbsp;(Tracking)&nbsp;</strong>เข้ามามีส่วนร่วมด้วย&nbsp;ผ่านการทำงานของอาสาสมัครท่องเที่ยวไทยในจังหวัดสตูลประมาณ&nbsp;200&nbsp;กว่าคน&nbsp;โดยในส่วนนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัท&nbsp;AIS&nbsp;ในกรณีที่มีจุดอับสัญญาณ&nbsp;เพื่อให้มีสัญญาณครอบคลุมและทั่วถึงจุดบริการ&nbsp;ซึ่งจะเป็นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;ทั้งนี้จะนำไปสู่การเติมเต็มการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อเกิดผลดีและเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวในอนาคตได้มากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304104216334
56	ปทุมธานี เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดปทุมธานี มุ่งสร้างรายได้ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข	<p><strong>ที่ห้องประชุมราชสีห์บัวหลวง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</strong>นายเอกวิทย์&nbsp;มีเพียร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดปทุมธานี&nbsp;โดยใช้กลไกประชารัฐในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาสังคมทุกระดับ&nbsp;บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ตามเป้าหมายของรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>นายเอกวิทย์&nbsp;มีเพียร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;กล่าวย้ำถึง&nbsp;บทบาทหน้าที่ของคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดปทุมธานี&nbsp;มีหน้าที่นำแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐส่วนกลางไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;นำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;(Action&nbsp;Based)&nbsp;พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ&nbsp;จัดทำแนวทางและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการและกิจกรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;รวมทั้งบูรณาการแผนงาน/โครงการ&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประซารัฐให้ครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;และประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ขณะเดียวกันให้ค้นหา&nbsp;Best&nbsp;Practice&nbsp;ในพื้นที่เพื่อขยายผล&nbsp;รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานแก่คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ&nbsp;และแต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการทำงานตามความเหมาะสม&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ควบคู่สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;เพื่อประชาชนมีความสุข</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304131800412
57	เกษตรจังหวัดสมุทรสงครามให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย	<p><strong>นางสมพิส&nbsp;ทองดีมาก&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>ให้การต้อนรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานครและสำนักงานเกษตรพื้นที่&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;สวนมะนาวโห่ลุงศิริ&nbsp;ตำบลบางนกแขวก&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทสม์&nbsp;เจริญช่าง&nbsp;เจ้าของสวนมะนาวโห่&nbsp;บรรยายสรุปการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยรองรับนักท่องเที่ยวตามวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;รวมทั้งการปลูกและการแปรรูปมะม่วงหาวมะนาวโห่แบบเกษตรอินทรีย์&nbsp;และสินค้ามีมาตรฐาน&nbsp;อย.และ&nbsp;GMP</p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155501494
58	กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์เงินเฟ้อทั่วไป เดือนกุมภาพันธ์ 2565	<p><strong>นายรณรงค์&nbsp;พูลพิพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สูงขึ้นร้อยละ&nbsp;5.28&nbsp;สาเหตุหลักยังคงเป็นสินค้ากลุ่มพลังงานที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;และค่าราคาไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก&nbsp;รวมถึงสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตและราคาวัตถุดิบ&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อสัตว์&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผักสด&nbsp;อาหารบริโภคในบ้านและนอกบ้าน&nbsp;และเครื่องประกอบอาหาร&nbsp;นอกจากนี้ฐานราคาในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ต่ำสุดในรอบปีที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้การคำนวณอัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้สูงขึ้นด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตามมีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ราคาปรับลดลง&nbsp;ทั้งข้าวเหนียว&nbsp;ข้าวสารเจ้า&nbsp;ผลไม้สด&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;ค่าเช่าบ้าน&nbsp;และค่าเล่าเรียน&nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ&nbsp;ที่ช่วยบรรเทาปัญหาราคาสินค้าแพงในช่วงระยะเวลานี้ได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;คาดว่ายังคงอยู่ในระดับสูง&nbsp;ตามราคาพลังงานซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;สินค้าที่เริ่มปรับตัวลดลง&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มอาหารสด&nbsp;โดยเฉพาะเนื้อสุกร&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;รวมทั้งมาตรการภาครัฐในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จะส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับที่เหมาะสม&nbsp;ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อตลอดทั้งปีนี้&nbsp;ยังมีความเสี่ยงกระทรวงพาณิชย์จะประเมินสถานการณ์และปรับตัวเลขคาดการณ์ให้มีความเหมาะสมในเดือนมีนาคมนี้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204743630
59	วิเคราะห์ความสำเร็จ Soft Power ของเกาหลีใต้ เตรียมปรับใช้ต่อยอด Soft Power ของไทย 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;กรุงโซล&nbsp;ทำการวิเคราะห์ความสำเร็จ&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ของเกาหลีใต้&nbsp;เพื่อนำมาปรับใช้กับการขับเคลื่อน&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ของไทย&nbsp;ในการผลักดันผลงานภาพยนตร์&nbsp;แอนิเมชัน&nbsp;และดิจิทัลคอนเทนต์ต่างๆ&nbsp;ของไทยออกสู่ตลาดโลก&nbsp;เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ&nbsp;ทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;จากการทำให้ต่างชาติรู้จักอาหาร&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของไทย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จากการวิเคราะห์ดังกล่าว&nbsp;ทำให้เห็นว่า&nbsp;นโยบายส่งเสริม&nbsp;Soft&nbsp;power&nbsp;ของเกาหลีใต้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้&nbsp;GDP&nbsp;ของเกาหลีใต้เติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง&nbsp;4&nbsp;เท่าในเวลา&nbsp;20&nbsp;กว่าปี&nbsp;และสัดส่วนของอุตสาหกรรมการบริการยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน&nbsp;จึงมั่นใจว่าการขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ของไทย&nbsp;จะเป็นแรงขับเคลื่อน&nbsp;GDP&nbsp;ของประเทศให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้เช่นเดียวกัน&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันภาพยนตร์&nbsp;ซีรีส์&nbsp;แอนิเมชัน&nbsp;และดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย&nbsp;ได้รับความนิยมในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สามารถสอดแทรกความเป็นไทย&nbsp;ทั้งอาหารและศิลปวัฒนธรรมไทย&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;และยังเพิ่มโอกาสให้สินค้า&nbsp;บริการ&nbsp;และการท่องเที่ยวของไทยเพิ่มขึ้นด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การขับเคลื่อน&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ของเกาหลีใต้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เกิดขึ้นในสมัยของประธานาธิบดีคิมแดจุง&nbsp;ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี&nbsp;2541-2546&nbsp;ได้ผลักดันใช้วัฒนธรรมเกาหลี&nbsp;ความเป็นเกาหลีควบคู่ไปกับการสร้างภาพลักษณ์ประเทศ&nbsp;สินค้าและบริการ&nbsp;ผ่านกระแส&nbsp;Korean&nbsp;wave&nbsp;และได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับจนทำให้เกาหลีใต้ขึ้นมาอยู่อันดับที่&nbsp;11&nbsp;ในการวัดดัชนี&nbsp;Soft&nbsp;power&nbsp;จากทั่วโลกในปี&nbsp;2564&nbsp;จากการส่งออกวัฒนธรรมในหลากหลายรูปแบบ&nbsp;เช่น&nbsp;ภาพยนตร์&nbsp;ซีรีย์&nbsp;เกมออนไลน์&nbsp;และเพลง&nbsp;โดย&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ที่ประสบความสำเร็จคือ&nbsp;สื่อและความบันเทิง&nbsp;ที่รู้จักกันภายใต้ชื่อ&nbsp;K-Drama&nbsp;เช่น&nbsp;Daejanggum,&nbsp;Autumn&nbsp;Fairy&nbsp;Tale,&nbsp;and&nbsp;Winter&nbsp;Sonata&nbsp;และได้พัฒนามาจนถึงวงการเพลง&nbsp;หรือ&nbsp;K-pop&nbsp;ที่มี&nbsp;ศิลปินชื่อดังมากมายทั่วโลก&nbsp;เช่น&nbsp;Psy,&nbsp;EXO,&nbsp;BTS,&nbsp;Blackpink&nbsp;เป็นต้น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;อาหาร&nbsp;ก็เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เพราะถูกสอดแทรกเข้าไปในทุกสื่อผ่านละครหรือการพูดของดารานักร้อง&nbsp;และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&nbsp;เช่น&nbsp;หมูสามชั้นย่าง&nbsp;ต็อกป็อกกี&nbsp;ไก่ทอด&nbsp;จาจังมยอน&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;โซจูและกิมจิ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมถึงการท่องเที่ยว&nbsp;และ&nbsp;ภาษาและวัฒนธรรม&nbsp;ที่ส่งผลให้คนทั่วโลกให้ความสนใจและเข้าใจในวัฒนธรรมและภาษาเกาหลีมากขึ้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204657629
60	ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงเขตตรวจราชการที่ 1 ตรวจติดตามแผนงานโครงการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดสระบุรี	<p><strong>ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;นางรุ่งรัตนา&nbsp;บุญ-หลง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;นำคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงเขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการแผนงานโครงการตามแผนตรวจราชการแบบบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;ประเด็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังติดตามตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด</strong>และกลุ่มจังหวัด&nbsp;การติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;การลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;และโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องชี้แจงถึงผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304142119438
61	สกัดการลักลอบขนย้ายกระเทียมและหอมหัวใหญ่เข้าประเทศ พบเห็นแจ้งสายด่วน 1569	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง&nbsp;กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง&nbsp;ตั้งด่านตรวจบนเส้นทางที่มีการขนย้ายสินค้าเกษตรจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด&nbsp;เนื่องจากในช่วงเวลานี้มีผลผลิตกระเทียมและหอมหัวใหญ่ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก&nbsp;หากมีการลักลอบนำเข้าและขนย้ายเข้ามาในประเทศ&nbsp;อาจกระทบต่อราคาผลผลิตของเกษตรกร&nbsp;ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำลงได้&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;มีการจับกุมผู้กระทำความผิด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ข้อหาขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่มีหนังสืออนุญาตการขนย้าย&nbsp;ฝ่าฝืนประกาศ&nbsp;กกร.ฉบับที่&nbsp;9&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;มีโทษตามมาตรา&nbsp;37&nbsp;&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;โดยกรมฯ&nbsp;จะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง&nbsp;และขอเตือนผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;หากผู้ใดพบเห็น&nbsp;หรือมีเบาะแสการลักลอบขนย้ายสินค้าเกษตรสามารถแจ้งได้ที่&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145745463
62	นครปฐม คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมวุฒิสภา เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการอุตสาหกรรม	<p><strong>นายสมชาย&nbsp;หาญหิรัญ&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม&nbsp;คนที่&nbsp;1</strong>&nbsp;นายชลิต&nbsp;แก้วจินดา&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วยเลขานุการคณะกรรมาธิการและคณะ&nbsp;เดินทางมาศึกษาดูงาน&nbsp;ด้านงานอุตสาหกรรม&nbsp;ที่บริษัท&nbsp;โรงเส้นหมี่ชอเฮง&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลยายชา&nbsp;อำเภอสามพราน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรัฐศาสตร์&nbsp;ชิดชู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;นายไกรสินธุ์&nbsp;วงศ์สุรไกร&nbsp;กรรมการบริหาร&nbsp;บริษัทโรงเส้นหมี่ชอเฮง&nbsp;จำกัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;และพนักงาน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมพบปะสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินการและปัญหาอุปสรรคของบริษัท&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของโรงงาน</p><p><strong>สำหรับบริษัท&nbsp;โรงเส้นหมี่ชอเฮง&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นบริษัทแรกในประเทศไทย&nbsp;</strong>ที่ได้มีการริเริ่มใช้ระบบอบแป้งให้แห้งด้วยลมร้อนในการผลิตแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว&nbsp;มีกรรมวิธีในการผลิตที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;และระบบควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายห้องปฏิบัติการ&nbsp;ภายใต้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนตราช้างสามเศียร&nbsp;และตราเอราวัณ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญหิรัญ&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม&nbsp;คนที่&nbsp;1</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางไปยัง&nbsp;บริษัท&nbsp;หลิ่ง&nbsp;หนัน&nbsp;สตีล&nbsp;จำกัด&nbsp;ถนนมาลัยแมน&nbsp;ตำบลวังตะกู&nbsp;อำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;ซึ่งเป็นโรงงานรีดและหลอมเหล็ก&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของโรงงาน&nbsp;ตลอดจนปัญหาอุปสรรค&nbsp;และข้อเสนอแนะ&nbsp;อีกทั้งเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของโรงงานด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304160722500
63	รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่มอบวุฒิบัตรและกล่าวปิดอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก  รุ่นที่  1	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบวุฒิบัติแก่ผู้ที่ผ่านการอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งการจัดอบรมดังกล่าวมีขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ร้านดาหลาบาติก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจาก&nbsp;นโยบายจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้ส่งเสริมอาชีพ&nbsp;</strong>และผลิตสินค้าชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่น&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนเป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;เริ่มจากการรวมกลุ่มของประชาชนระดับฐานราก&nbsp;ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น&nbsp;ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น</p><p><strong>ซึ่งการฝึกอบรมผลิตมัดย้อมบาติกในครั้งนี้</strong>&nbsp;ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ทั้งในระดับบุคคล&nbsp;ระดับครัวเรือน&nbsp;ระดับกลุ่ม&nbsp;ตลอดจนเครือข่ายกลุ่มอาชีพต่าง&nbsp;1&nbsp;สามารถพัฒนาผลิตผ้ามัดย้อมบาติก&nbsp;ให้มีจุดเด่นและมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น&nbsp;โดยยึดหลักการพึ่งตนเองของชุมชน&nbsp;และจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนในด้านความรู้สมัยใหม่&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การเชื่อมโยงสินค้าชุมชน&nbsp;สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และสามารถพัฒนาต่อยอดไปถึงระดับวิสาหกิจขนาดกลาง&nbsp;และขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;ต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ได้กล่าวปิดการอบรม&nbsp;พร้อมขอบคุณสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่&nbsp;ทีมวิทยากร&nbsp;อาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านทุกฝ่าย&nbsp;ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมฝึกอบรมการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ขอให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมฯครั้งนี้&nbsp;ได้นำความรู้ที่ได้รับไปผลิต&nbsp;พัฒนาและต่อยอดให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาดต่อไปตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165242539
64	สายการบินไทย ฟื้นเส้นทางการบิน เส้นทางประเทศไทยสู่ประเทศอินเดีย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ตามที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบข้อตกลง&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างประเทศไทยและอินเดีย&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไปนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว&nbsp;ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการเดินทางและการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;อีกทั้งเอเชียใต้ถือเป็นตลาดที่สำคัญ&nbsp;บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ทำการบินสู่เมืองหลักของอินเดียตามข้อตกลง&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;เส้นทางประกอบด้วยเส้นทาง&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-นิวเดลี&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;อังคาร&nbsp;พุธ&nbsp;พฤหัสบดี&nbsp;และศุกร์&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-มุมไบ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;อังคาร&nbsp;และพุธ&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เจนไน&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และพฤหัสบดี&nbsp;และเส้นทาง&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เบงกาลูรู&nbsp;การบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;ทุกวันพุธ&nbsp;และเสาร์</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">บริษัท&nbsp;การบินไทยฯ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;เน้นปฏิบัติการบินอย่างมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;(Hygiene&nbsp;Excel-lence)&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ทำการฉีดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรค&nbsp;ทำความสะอาดแบบ&nbsp;Deep&nbsp;Cleaning&nbsp;และทำความสะอาด&nbsp;36&nbsp;จุดสัมผัสร่วมในอากาศยานทุกลำหลังเครื่องลงจอด&nbsp;ตลอดจนติดตั้งระบบกรองอากาศภายในเครื่องบินทุกลำ&nbsp;ด้วยแผงกรองอากาศประสิทธิภาพสูง&nbsp;(HEPA&nbsp;:&nbsp;High&nbsp;Efficiency-Particulate-Air)&nbsp;ซึ่งผู้โดยสารสามารถมั่นใจได้ว่าการบินไทยปฏิบัติการบินในทุกเที่ยวบินตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;รายละเอียดตารางบิน&nbsp;สำรองที่นั่ง&nbsp;และออกบัตรโดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่เว็บไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://thaiairways.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">thaiairways.com</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;สำนักงานขายการบินไทย&nbsp;หรือ&nbsp;THAI&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร.&nbsp;0-2356-1111&nbsp;ทุกวัน&nbsp;(ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;หรืออีเมล&nbsp;</span><a&nbsp;href=""mailto:contact@service.thaiairways.com""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">contact@service.thaiairways.com</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานสาขาที่ออกบัตรโดยสารในแต่ละท้องถิ่น</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;</span></p><p><br></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204534628
65	ปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร	<p><strong>กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซล&nbsp;ทุกชนิดคงเดิม&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong>&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;45.16&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;&nbsp;36.64&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;37.48&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;37.75&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม</strong>&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304201602614
66	เดินหน้าแก้ไขปัญหาจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ รองรับการขยายตัวระบบขนส่งทางรางทั้งรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายสรพงศ์&nbsp;ไพฑูรย์พงษ์&nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;กรมการขนส่งทางราง&nbsp;ร่วมกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;หรือ&nbsp;กปถ.จัดทำฐานข้อมูลจุดตัดและจัดทำเป็นแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการแก้ไขอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;ซึ่งแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน&nbsp;ระยะกลางและระยะยาว&nbsp;ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนารถไฟทางคู่และโครงการรถไฟความเร็วสูง&nbsp;พร้อมทั้งจัดทำคู่มือมาตรฐานจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์จุดตัดทางถนนและทางรถไฟให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ&nbsp;ตลอดจนพัฒนาคู่มือในการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุเชิงลึกบริเวณจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ข้อมูลอุบัติเหตุจาก&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;และศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;พบว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ถึงแม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ยังมีอัตราผู้เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง&nbsp;17,831&nbsp;คนต่อปี&nbsp;อีกทั้งยังมีผู้บาดเจ็บและผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นจำนวนมาก&nbsp;รัฐบาลจึงมีนโยบายมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการลดอุบัติเหตุดังกล่าว&nbsp;โดยการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง&nbsp;โดยได้เร่งปรับปรุงโครงข่าย&nbsp;ทางรถไฟในปัจจุบัน&nbsp;พัฒนารถไฟทางคู่&nbsp;ก่อสร้างรถไฟสายใหม่&nbsp;รวมทั้งรถไฟความเร็วสูง&nbsp;เพื่อสนับสนุนการขนส่งทางรางที่มีความปลอดภัยให้เป็นระบบขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้าหลักของประเทศ&nbsp;เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด&nbsp;ลดปัญหามลภาวะทางเสียงและอากาศ&nbsp;ลดต้นทุนโลจิสติกส์&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">กระทรวงคมนาคม&nbsp;ประชุมกลุ่มย่อยในวันนี้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งรับฟังความเห็นต่อร่างกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐาน&nbsp;หลักเกณฑ์การพิจารฯาจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;และร่างประกาศกรมการขนส่งทางราง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การกระทำที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบการขนส่งทางราง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก่อน&nbsp;ขร.&nbsp;จะดำเนินการเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ล่าสุดได้ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ซึ่งมีทางรถไฟผ่านพื้นที่&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอบางกระทุ่ม&nbsp;อำเภอเมืองพิษณุโลก&nbsp;และอำเภอพรหมพิราม&nbsp;มีจุดตัดทางถนนและทางรถไฟรวม&nbsp;52&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นจุดตัดต่างระดับ&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;และจุดตัดเสมอระดับ&nbsp;42&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจำนวนนี้มีเครื่องกั้นแล้วจำนวน&nbsp;39&nbsp;แห่ง&nbsp;และทางลักผ่าน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยอนาคตเมื่อมีโครงการรถไฟทางคู่ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย&nbsp;ซึ่งปัจจุบันออกแบบรายละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;และคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ&nbsp;มีมติเห็นควรนำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;หรือ&nbsp;EIA&nbsp;เสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป&nbsp;โดยในโครงการรถไฟทางคู่ช่วงนี้จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขเป็นจุดตัดต่างระดับทั้งหมด&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้เกิดความปลอดภัยในการเดินรถไฟมากขึ้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202644621
67	คืบหน้ามาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ยอดใช้จ่ายรวมกว่า 53,800 ล้านบาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่&nbsp;4&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม&nbsp;40.72&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด&nbsp;53,889.99&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;13.28&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;4,116.12&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;1.21&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;352.97&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิรวมทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.23&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;49,420.9&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่างๆ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ได้&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">www.คนละครึ่ง.com</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่&nbsp;หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202349618
68	ผู้ว่าฯแพร่ เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม กิจกรรมส่งเริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE)	<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ที่วังปลาโป่งศรี&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น</strong>&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้เยี่ยมชม&nbsp;ฐานวัดโป่งศรี&nbsp;เยี่ยมชม&nbsp;ฐานเครื่องเงิน&nbsp;ของนายถวิล&nbsp;เป็งวงศ์&nbsp;และเยี่ยมชม&nbsp;ฐานของโบราณ&nbsp;ของนายสุรินทร์&nbsp;สมจิตร&nbsp;ก่อนจะเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;&nbsp;กิจกรรมส่งเริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่ร่วมกับพัฒนาชุมชน</strong>อำเภอเมืองแพร่จัดขึ้น&nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โครงการฯ&nbsp;ได้รับการกระตุ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในชุมชน&nbsp;และเพื่อให้ผู้ประกอบการในชุมชนได้รับการพัฒนาตามแนวทางการจัดนิทรรศการแบบกระจายที่ผู้บริโภคได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มองค์กร&nbsp;และครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการในชุมชนให้สามารถจัดกิจกรรมที่ผู้บริโภคลงมือทำด้วยตนเอง&nbsp;เกิดการเรียนรู้ของนักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว&nbsp;พร้อมศึกษาและลงมือทำด้วยตนเอง&nbsp;สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความภาคภูมิใจจากฝีมือของตนเองล</p><p><strong>สำหรับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม</strong>&nbsp;กิจกรรมส่งเริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;นั้น&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น&nbsp;ในการดำเนินงานโครงการเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โครงการฯ&nbsp;ได้รับการกระตุ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในชุมชน&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการในชุมชนได้รับการพัฒนาตามแนวทางการจัดนิทรรศการแบบกระจายที่ผู้บริโภคได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;(Decentralized&nbsp;Hands&nbsp;&nbsp;On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;:&nbsp;D&nbsp;-&nbsp;HOPE)&nbsp;จะทำให้พื้นที่เป้าหมายมีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความยั่งยืน</p><p><strong>D-HOPE&nbsp;มีลักษณะแตกต่างจากนิทรรศการ&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>ที่ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถูกนำมารวมที่ศูนย์จัดแสดงในที่เดียวกัน&nbsp;(แบบรวมตัวสู่ศูนย์กลาง)&nbsp;ในทางกลับกันนิทรรศการ&nbsp;D-HOPE&nbsp;นั้นอยู่ในลักษณะกระจาย&nbsp;กล่าวคือโปรแกรมที่ผู้เข้าชมสามารถร่วมลงมือปฏิบัติเองนั้นเกิดจากการเลือกคัดสรรโดยบรรดาผู้ผลิตและผู้ให้บริการ&nbsp;กิจกรรมเน้นในลักษณะให้ผู้เข้าชมร่วมลงมือทำมากกว่าการจัดงานแบบศูนย์แสดงสินค้า&nbsp;เพื่อที่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนท้องถิ่นสามารถเรียนรู้จากการร่วมประสบการณ์จริงในกิจกรรมนั้นๆ&nbsp;/.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304192859596
69	"อำเภอห้วยทับทัน  ตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในการจัดการแข่งขันกีฬา แห่งชาติ ครั้งที่ 47 ""ศรีสะเกษเกมส์"" และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 37 ""นครลำดวนเกมส์"""	"<p><strong>นายอิศรา&nbsp;โพธิ์เงิน&nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&nbsp;</strong>เป็นระธานการประชุม&nbsp;เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในการจัดการแข่งขันกีฬา&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;""นครลำดวนเกมส์""</p><p><strong>นายอำเภอห้วยทับทัน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว</strong>เป็นเส้นทางท่องเที่ยวแดนปราสาทขอม&nbsp;ชมปราสาทบ้านปราสาท&nbsp;เพื่อต้อนรับท่องเที่ยวให้นักกีฬา&nbsp;ผู้ฝึกสอนและคณะกรรมการที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชยามร&nbsp;บุญเต็ม&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท,&nbsp;พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับทัน,เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลห้วยทับทัน,ผอ.รพ.สต.ปราสาท,กำนันตำบลปราสาท,ผู้ใหญ่บ้าน,เจ้าอาวาสวัดปราสาท&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อม&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&nbsp;พร้อมด้วยคณะได้ร่วมลงพื้นที่&nbsp;</strong>วัดปราสาท&nbsp;บ้านโนนดั่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตรวจความพร้อมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในการจัดการแข่งขันกีฬาด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304193455600
70	"เริ่มแล้ว  เทศกาลอาหารสะอาด  รสชาติอร่อย  มาตรการ แซนด์บ๊อกซ์"" ครั้งแรก กระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูเมืองยะลา"	<p><strong>เริ่มแล้ว&nbsp;วันนี้&nbsp;4&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;กับงานเทศกาลอาหารสะอาด</strong>&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;(อาหารจานเด็ด&nbsp;)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;21&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;สนามโรงพิธีช้างเผือก&nbsp;เทศบาลนครยะลา<strong>&nbsp;</strong>&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้จัดขึ้น&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเมือง&nbsp;ทั้งด้านสังคม&nbsp;การศึกษา&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;หลังต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เป็นระยะเวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก</p><p><strong>ซึ่งการจัดงานครั้งนี้&nbsp;จะเป็นในรูปแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;</strong>ครั้งแรก&nbsp;มีการจำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ยกเว้นในขณะรับประทานอาหาร&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน&nbsp;ซึ่งก่อนเข้างาน&nbsp;ทุกคนก็จะต้องผ่านจุดคัดกรอง&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;โดยประชาชนที่เข้าร่วมงานต่างก็ให้ความร่วมมือกับมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไป&nbsp;พบว่าได้&nbsp;มีพี่น้องประชาชน</strong>&nbsp;ให้ความสนใจ&nbsp;ออกมาร่วมชิมช้อปอาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;จากจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;&nbsp;กันอย่างคึกคัก&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีอาหารอร่อยหลากเมนู&nbsp;จาก&nbsp;70&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ให้เลือกรับประทาน&nbsp;พร้อมกับการชมการแสดงท้องถิ่นจากพี่น้องจังหวัดยะลา&nbsp;และการแสดงจากศิลปินนักร้องที่มาร่วมขับกล่อม&nbsp;ตลอด&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสร้างความสุข&nbsp;ผ่อนคลายความเครียดให้ชาวยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ทางเทศบาลฯ&nbsp;ยังได้จัด&nbsp;จุดเช็คอิน&nbsp;เทศกาลอาหารจานเด็ด&nbsp;ให้กับประชาชนได้ร่วมถ่ายรูปเซลฟี่&nbsp;กันด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้ซึ่งเป็นการจัดงานในวันแรกได้รับเกียรติจาก</strong>นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ผู้บริหารเทศบาลฯ</p><p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;สำหรับงานเทศกาลอาหารสะอาด&nbsp;</strong>รสชาติอร่อย&nbsp;(อาหารจานเด็ด)&nbsp;เป็นกิจกรรมเสริมของการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;เนื่องจากในปีนี้อยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถมาร่วมงานได้&nbsp;เทศบาลนครยะลาจึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้ผ่อนคลาย&nbsp;และมีที่รับประทานอาหารพื้นเมือง&nbsp;เพราะด้วยจังหวัดยะลา&nbsp;มีเอกลักษณ์ทางสังคมที่โดดเด่นเฉพาะ&nbsp;มีการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตของชาวพุทธ&nbsp;ชาวจีน&nbsp;และชาวมุสลิม&nbsp;ก่อให้เกิดวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลาย&nbsp;ทำให้อาหารไทยและอาหารพื้นเมืองเป็นที่นิยมมาก&nbsp;งานเทศกาลอาหารจานเด็ดจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยว&nbsp;สัมผัสวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิตและลิ้มลองอาหารไทยพื้นเมืองต้นตำรับดั้งเดิม&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ภายในงานเทศกาลอาหารจานเด็ด&nbsp;จะได้อิ่มอร่อยกับอาหารที่หลากหลาย&nbsp;รสชาติล้วนอร่อย&nbsp;จากร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์อาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;ส่งเสริมรายได้และสร้างชื่อเสียงให้แก่ผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ก็จะมีการแสดงบนเวทีมากมายหลากหลาย&nbsp;ทั้งศิลปะ&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;เต็มอิ่มด้วยเสียงเพลงจากศิลปินนักร้องชั้นนำ&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศแสงสี&nbsp;และสวนธรรมชาติสวยงามตลอดทั้ง&nbsp;3&nbsp;คืน&nbsp;และนี้คือสิ่งดี&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;ยินดีส่งมอบความสุขให้แก่พี่น้องชาวเทศบาลนครยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304215053636
71	จังหวัดยะลา เปิดงานเทศกาลอาหารจานเด็ด ฟื้นฟูเมืองจากโควิด-19 ภายใต้รูปแบบ Sandbox	<p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา</strong>&nbsp;<strong>กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่เทศบาลนครยะลาได้เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีนั้น&nbsp;&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&nbsp;เทศบาลฯ&nbsp;จึงได้มีนโยบานในการฟื้นฟูเมือง&nbsp;ทั้งด้านสังคม&nbsp;การศึกษา&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;โดยจัดงานเทศกาลอาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;(อาหารจานเด็ด&nbsp;)&nbsp;ซึ่งจัดในรูปแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;โดยมีมาตรการคือ&nbsp;จำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;คน</p><p>ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;(ยกเว้นขณะรับประทานอาหาร)</p><p><strong>งานเทศกาลอาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;(อาหารจานเด็ด)</strong>&nbsp;เป็นกิจกรรมเสริมของการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;เนื่องจากในปีนี้อยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถมาร่วมงานได้&nbsp;เทศบาลนครยะลาจึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้ผ่อนคลายและมีที่รับประทานอาหารพื้นเมือง&nbsp;เพราะด้วยจังหวัดยะลามีเอกลักษณ์ทางสังคมที่โดดเด่นเฉพาะ&nbsp;มีการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตของชาวพุทธ&nbsp;ชาวจีนและชาวมุสลิม&nbsp;ก่อให้เกิดวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลาย&nbsp;ทำให้อาหารไทยและอาหารพื้นเมืองเป็นที่นิยมมาก&nbsp;งานเทศกาลอาหารจานเด็ดจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยว&nbsp;สัมผัสวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิตและลิ้มลองอาหารไทยพื้นเมืองต้นตำรับดั้งเดิม&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ภายในงานเทศกาลอาหารจานเด็ด&nbsp;จะได้อิ่มอร่อยกับอาหารที่หลากหลาย&nbsp;รสชาติล้วนอร่อย&nbsp;จากร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์อาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;ส่งเสริมรายได้และสร้างชื่อเสียงให้แก่ผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น&nbsp;จะได้พบกับการแสดงบนเวทีมากมายหลากหลาย&nbsp;ทั้งศิลปะ&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเต็มอิ่มด้วยเสียงเพลงจากศิลปินนักร้องชั้นนำ</strong>&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศแสงสี&nbsp;และสวนธรรมชาติสวยงามตลอดทั้ง&nbsp;3&nbsp;คืน&nbsp;และนี้คือสิ่งดีๆ&nbsp;ที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;ยินดีส่งมอบความสุขให้แก่ชาวเทศบาลนครยะลา&nbsp;วันศุกร์ที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบกับศิลปิน&nbsp;พลพล&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบกับศิลปิน&nbsp;บ.เบิ้ล&nbsp;300&nbsp;และวันอาทิตย์ที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบกับศิลปิน&nbsp;วงเสือสองเล</p><p><br></p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305084526666
72	เดินหน้าต่อสู้คดีโฮปเวลล์ หลังศาลปกครองสูงสุด สั่งรื้อคดี 	<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินการหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น&nbsp;เป็นให้รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่&nbsp;คดีโฮปเวลล์&nbsp;ไว้พิจารณา&nbsp;ว่า&nbsp;หลังจากนี้จะต้องเตรียมความพร้อมในการเดินหน้าต่อไปตามกฎหมาย&nbsp;โดยคำสั่งศาลในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี&nbsp;แม้จะยังไม่จบกระบวนการยุติธรรม&nbsp;แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ภาครัฐได้ดำเนินการต่อสู้คดีใหม่ได้อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งจะมีการนำประเด็นเรื่องอายุความของคดี&nbsp;มติจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;การจดทะเบียนวัตถุประสงค์&nbsp;บริษัท&nbsp;โฮปเวลล์&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเรื่องการลงนามในสัญญา&nbsp;ผู้ลงนามไม่ใช่บริษัทที่ได้รับสัมปทาน&nbsp;นำมาเป็นประเด็นในการต่อสู้คดีต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ศาลปกครองสูงสุด</strong>&nbsp;โดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งในคดีคำร้องที่&nbsp;394&nbsp;&nbsp;396/2564&nbsp;ระหว่างกระทรวงคมนาคม&nbsp;ผู้ร้องที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;และการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;ผู้ร้องที่&nbsp;2&nbsp;กับบริษัท&nbsp;โฮปเวลล์&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้คัดค้าน&nbsp;อันเป็นคดีที่กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;อุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ไว้พิจารณา&nbsp;ซึ่งหมายถึงศาลปกครองสูงสุด&nbsp;สั่งรื้อคดี&nbsp;โฮปเวลล์&nbsp;ที่กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.&nbsp;ต้องจ่ายค่าเสียหาย&nbsp;ให้เอกชนเป็นเงินประมาณ&nbsp;24,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยหลังจากนี้ภาครัฐจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัท&nbsp;โฮปเวลล์&nbsp;หรือไม่&nbsp;ต้องรอให้กระบวนการการตัดสินอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305114721706
73	จ.ยะลา ประชันเสียงนก  การแข่งขันนกเขาชวาเสียง เทศบาลฯ  มาตรการ Sandbox  ครั้งแรก ป้องกันโควิด-19 เข้มข้น	<p><strong>จังหวัดยะลาประชันเสียงนก&nbsp;การแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลฯ&nbsp;มาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;&nbsp;ครั้งแรกป้องกันโควิด-19&nbsp;เข้มข้น</strong>&nbsp;<strong>กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว&nbsp;อนุรัก์ประเพณีท้องถิ่น&nbsp;ในพื้นที่</strong></p><p><br></p><p><strong>การแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;36&nbsp;</strong>ซึ่งทางเทศบาลนครยะลา&nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้เริ่มขึ้นแล้วในวันนี้&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามนกเขา&nbsp;สวนขวัญเมือง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมชักเสารอกนกปฐมฤกษ์ข้นสู่เสาเริ่มต้นการแข่งขัน&nbsp;บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ได้มีบรรดาชาวชวาวงศ์ทั้งในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จังหวัดอื่นๆ&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;ต่างให้ความสนใจ&nbsp;เดินทางนำนกเขาชวาเสียงมาเข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งในปีนี้ทางเทศบาลนครยะลาได้จัดการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;โดยมีมาตรการจำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;(โดยนก&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;สามารถเข้าร่วมงานได้&nbsp;2&nbsp;คน)&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่พ่นสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์&nbsp;รวมถึงผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;(ยกเว้นขณะรับประทานอาหาร)&nbsp;</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;</strong>การแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;เป็นกิจกรรมที่เทศบาลนครยะลาได้จัดงานต่อเนื่องมายาวนานถึง&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีผู้นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเสียงหรือชาวชวาวงศ์จากหลากหลายพื้นที่มาเข้าร่วม&nbsp;นอกจากการแข่งขันนกเขาชวาเสียงแล้ว&nbsp;เทศบาลยังได้จัดกิจกรรมเสริม&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะมีการแข่งขันนกกรงหัวจุก&nbsp;ประเภท&nbsp;4&nbsp;ยก&nbsp;10&nbsp;ดอกรวม&nbsp;(VIP)&nbsp;โดยจำกัดจำนวนนกที่เข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;80&nbsp;นก&nbsp;และในวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จัดงานเทศกาลอาหารจานเด็ด&nbsp;ณ&nbsp;สนามโรงพิธีช้างเผือก</p><p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>เป็นระเวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2563&nbsp;ที่เทศบาลนครยะลาได้เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&nbsp;ทาง&nbsp;เทศบาลฯ&nbsp;&nbsp;จึงได้มีนโยบายในการฟื้นฟูเมือง&nbsp;และได้จัดการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;อนุรักษ์เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น&nbsp;ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงนกเขาชวาและธุรกิจเกี่ยวกับนก&nbsp;เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เสริมสร้างความสมานฉันท์สันติสุขให้เกิดขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305090521673
74	เทศบาลนครยะลา จัดแข่งนกเขาชวาเสียง ไร้นกจากอาเซี่ยนเข้าร่วม เนื่องจากโควิด-19	<p><strong>ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;</strong>ที่สนามแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซี่ยน&nbsp;บริเวณกลางทะเลสาบสวนขวัญเมือง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ทางนายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายก&nbsp;ทน.ยล.ได้จัดการแข่งขันประชันเสียงนกเขาชวา&nbsp;มีชาวชวาวงศ์นำนกเขาเดินทางทยอยเข้าไปเตรียมตัวลงทะเบียน&nbsp;มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการอำนวยความสะดวกเนื่องจากอยู่ในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาด</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมนี้จัดติดต่อกันมาทุกปี&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;ทำให้ต้องงดจัดไปห้วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่เกิดโรคระบาด&nbsp;ทำให้ประสบปัญหาเศรษฐกิจในวงการ&nbsp;เนื่องจากนกเขาชวาตัวชนะเลิศตัวเสียงดี&nbsp;ตัวมีชื่อเสียงจะมีราคาค่อยข้างสูง&nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้นิยม&nbsp;จึงได้ปรึกษาหารือกับชมรมใน&nbsp;จชต.เห็นพ้องว่า&nbsp;หากสามารถจัดได้จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น&nbsp;จึงได้จัดการแข่งขันขึ้น&nbsp;แต่ปีนี้ไม่มีกลุ่มอาเซี่ยนเข้าร่วมเราจำกัด&nbsp;นก&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;มีผู้ติดตามได้&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;จำกัดจำนวนนกที่&nbsp;1,000&nbsp;ตัวเท่านั้น&nbsp;และผู้ร่วมกิจกรรมต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305113801704
75	นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แห่เที่ยวเกาะเต่าจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่คงมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแห่กันเดินทางมาเที่ยวยังเกาะเต่า&nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในช่วงเช้าที่ผ่านมากว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ในรอบแรกตั้งแต่เช้าตรู่&nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าจุดตรวจความปลอดภัยตรงท่าเทียบเรือก็มีมาตรการเข้มในการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามรูปแบบกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;แต่จะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวยังคงเชื่อมั่น&nbsp;ในการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่New&nbsp;Normal&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางรำลึก&nbsp;อัศวชิน&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบันจะมียอดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมายอดการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน&nbsp;อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยกลับให้ความสนใจกว่าในอดีต&nbsp;จากปกติมีเพียงแค่&nbsp;10%&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ปัจจุบันเกาะเต่าเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไงมากขึ้น&nbsp;1-2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;และพบว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวนั้น&nbsp;ต่างให้การสนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นกิจกรรมยอดฮิตของเกาะเต่า&nbsp;อย่างการดำน้ำเก็บขยะแนวปะการัง&nbsp;และการท่องเที่ยวไร้พลาสติก&nbsp;ถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวของที่นี่&nbsp;ที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐอย่าง&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;Model&nbsp;นักท่องเที่ยวจะสร้างความเคยชิน&nbsp;และสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงสภาพสวยงาม&nbsp;ขณะเดียวกันภาคธุรกิจการท่องเที่ยวก็สามารถเดินหน้าต่อได้ถึงแม้จะประสบกับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ก็ตาม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305121637723
76	วันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวชม สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่สกายวอล์ก&nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งคนในจังหวัดยะลา&nbsp;และจากนอกพื้นที่&nbsp;ต่างเดินทางมาท่องเที่ยวที่สกายวอล์ก&nbsp;เพื่อชมความงามของทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวเดินทางกันมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด&nbsp;บางรายก็ไปนอนพักค้างคืนอยู่ตามรีสอร์ตใกล้สกายวอล์ก&nbsp;เพื่อที่จะได้ขึ้นไปชมแสงแรกของวัน&nbsp;ชมพระอาทิตย์ยามเช้า&nbsp;และชมความงดงามของทะเลหมอก&nbsp;ซึ่งสามารถมองเห็นหมอกขาวโพลนที่ลอยอยู่ตรงหน้า&nbsp;และปกคลุมเต็มท้องฟ้าในยามเช้า&nbsp;ในบรรยากาศลมเย็น&nbsp;อุณหภูมิ&nbsp;22&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;นักท่องเที่ยวต่างต้องการถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก&nbsp;และในช่วงสายหลังจากที่หมอกเริ่มจางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา&nbsp;ผืนป่าฮาลา-บาลา&nbsp;และต้นน้ำทะเลสาบเขื่อนบางลาง&nbsp;ที่สวยงามไม่แพ้ทางภาคเหนือและมี&nbsp;อากาศที่เย็นสบาย&nbsp;ดังคำพูดที่ว่า&nbsp;ถ้ามาเมืองเบตง&nbsp;ไม่ได้กินไก่สับเบตง&nbsp;ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงอำเภอเบตง&nbsp;หากมาเที่ยวเบตง&nbsp;แต่ไม่ได้ไปเดินบนสกายวอล์ก&nbsp;ชมทะเลหมอก&nbsp;ก็ถือว่ามาไม่ถึงอำเภอเบตงใต้สุดแดนสยามเช่นกัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยบนสกายวอล์ก&nbsp;มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการจัดระเบียบเว้นระยะห่าง</strong>&nbsp;&nbsp;ตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวดโดยผู้ที่เดินทางเข้ามายังบริเวณอาคารสกายวอล์ก&nbsp;ต้องแสดงหลักฐานการลงทะเบียน&nbsp;สแกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;(YALA&nbsp;SAFE&nbsp;ALERT)&nbsp;พร้อมหลักฐานการฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;ส่วนรถของนักท่องเที่ยวทุกชนิดต้องจอดไว้ที่ลานจอดรถด้านหน้า&nbsp;จากนั้นจะมีรถ&nbsp;2&nbsp;แถวคอยให้บริการ&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;จากนั้นสามารถเดินเท้าระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;หรือนักท่องเที่ยวสามารถจะใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างของชาวบ้านในพื้นที่เที่ยวละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;รวมถึงต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าชมรอบละ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;แต่ละรอบจะห่างกันประมาณ&nbsp;15&nbsp;นาที&nbsp;ตามบัตรคิวและที่จุดพักคอยก่อนเข้าในอาคาร&nbsp;รองเท้าต้องฝากไว้ที่ล็อกเกอร์&nbsp;หากไม่อยากถอดรองเท้านักท่องเที่ยวสามารถอุดหนุนถุงหุ้มรองเท้าของกลุ่มอาชีพ&nbsp;อัยเยอร์เวงคู่ละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทุกคนที่เข้าไปในสกายวอล์ก&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะให้สวมสายรัดสีเขียวไว้ที่ข้อมือ&nbsp;เพื่อไว้สแกนตามจุดต่างๆ&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงจำนวนคนที่อยู่ในสกายวอล์ก&nbsp;ในแต่ละโซน&nbsp;เพื่อลดความแออัด&nbsp;และเป็นการป้องกันไวรัสโควิด-19</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;สกายวอล์กตั้งอยู่บนเขาไมโครเวฟ</strong>&nbsp;มีความสูงจากระดับน้ำทะเล&nbsp;2,038&nbsp;ฟุต&nbsp;ตัวอาคารเป็นโครงสร้างเหล็กสูง&nbsp;45&nbsp;เมตร&nbsp;มีบันไดสำหรับนักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมวิว&nbsp;และมีลิฟต์ให้บริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ&nbsp;โดยไฮไลต์ของที่นี่&nbsp;คือ&nbsp;ระเบียงทางเดิน&nbsp;หรือสกายวอล์ก&nbsp;ที่ยื่นออกไปจากฐาน&nbsp;&nbsp;ความยาว&nbsp;63&nbsp;เมตร&nbsp;ตรงปลายสกายวอล์ก&nbsp;เป็นระเบียงชมวิวพื้นกระจกใส&nbsp;แทมเพอร์ลามิเนต&nbsp;หนา&nbsp;4&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;แข็งแรง&nbsp;ทนทาน&nbsp;สามารถมองทะลุลงถึงพื้นด้านล่างที่เป็นหุบเหวและป่าไม้&nbsp;บนนี้อากาศเย็นสบาย&nbsp;ในอุณหภูมิเฉลี่ย&nbsp;19-20&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;สามารถมองเห็นหมอกได้ถึง&nbsp;360&nbsp;องศา&nbsp;และมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;ใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า&nbsp;90&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305124036727
77	จ.หนองคาย บวงสรวงและวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ	<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;นำทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย&nbsp;</strong>บวงสรวงดวงวิญญาณวีรชน&nbsp;รำลึกวีรกรรมปราบกบฏฮ่อ&nbsp;ในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปีเมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ</strong>&nbsp;อำเภอเมืองหนองคาย&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;ประชาชนชาวหนองคาย&nbsp;ประกอบพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;และวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งก่อนจะได้ประกอบพิธีบวงสรวงและวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์ปราบฮ่อองค์ปัจจุบัน&nbsp;ยังได้ประกอบพิธีสักการะศาลหลักเมือง&nbsp;บวงสรวงพระบรมราชาอนุสาวรีย์&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;และสักการะอนุสาวรีย์ปราบฮ่อองค์เดิมที่ตั้งอยู่ด้านข้าง&nbsp;สภ.เมืองหนองคาย&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>จังหวัดหนองคายได้ร่วมกับส่วนราชการ</strong>&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ประชาชน&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ในจังหวัดหนองคายร่วมกันจัดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปีเมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งถือเป็นงานประเพณี&nbsp;และเป็นงานประจำปีของจังหวัดหนองคายขึ้นในระหว่างต้นเดือนมีนาคมของทุกปี&nbsp;เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชน&nbsp;และรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของวีรชนในการทำศึกสงครามปราบปรามกบฏฮ่อ&nbsp;ซึ่งวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;เป็นวันที่กองทัพไทยชนะศึกสงครามในครั้งนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการจัดหาทุนสนับสนุนกิจกรรมของสำนักงานเหล่ากาชาด&nbsp;และจัดหาทุนเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลของจังหวัดหนองคายที่ไม่มีงบประมาณสนับสนุน&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการจัดงานเพื่อให้ประชาชนได้ผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักมาทั้งปี</p><p><strong>สำหรับการจัด&nbsp;งานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อฯ&nbsp;ในปีนี้&nbsp;</strong>เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จึงได้มีการปรับรูปแบบในการจัดงาน&nbsp;หลายอย่าง&nbsp;เช่น&nbsp;จะไม่มีการแสดงแสงเสียงสงครามปราบฮ่อ&nbsp;แต่จะใช้การเปิดวีดีทัศน์การแสดงแสงเสียงสงครามปราบฮ่อของปีก่อนหน้านี้ผ่านจอ&nbsp;LED&nbsp;ขนาดใหญ่แทน&nbsp;โดยเปิดทุกวันตลอดการจัดงานฯ&nbsp;ไม่จัดการแข่งขันกีฬา&nbsp;และไม่มีการแสดงคอนเสิร์ต&nbsp;ส่วนกิจกรรมที่จัดแต่มีการปรับให้เหมาะสมนั้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ/การรำบายศรีเมือง/การออกร้านของหน่วยงานราชการและเอกชน/การจำหน่ายสินค้าโอทอปและสินค้าจากโรงงาน/การออกร้านมัจฉากาชาด&nbsp;และถนนอาหาร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยเฉพาะถนนอาหารจะมีการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ประกอบการจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนฯ&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;และผู้ที่เข้าไปรับประทานอาหารก็จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองของเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ลานเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;บริเวณโดยรอบของศาลากลางจังหวัดหนองคายหลังเดิม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305124531728
78	พาณิชย์สุรินทร์ ลงพื้นที่ส่งเสริมการปลูกผักอินทรีย์	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแดง&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบึง&nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้พบกับประธานกลุ่ม&nbsp;นางสมใจ&nbsp;ขันทอง&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านแดง&nbsp;และสมาชิก&nbsp;ซึ่งกลุ่มมีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;จากอดีตปลูกผักไว้เพื่อบริโภค&nbsp;ปัจจุบันได้มีการปลูกผักสวนครัวเพื่อการค้า&nbsp;จากที่จังหวัดสุรินทร์ได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนทำให้สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือน&nbsp;ผักอินทรีย์ที่ปลูก&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;คะน้า&nbsp;ผักชี&nbsp;ต้นหอม&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;มีตลาดหลักได้แก่&nbsp;ตลาดชุมชน&nbsp;ตลาดออนไลน์&nbsp;มีการสั่งซื้อผ่านไลน์&nbsp;เฟสบุ๊ค&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และได้ดำเนินการเชื่อมโยงทำ&nbsp;MOU&nbsp;กับร้านอาหาร&nbsp;ส่งผักให้กับร้านขนมจีน&nbsp;ร้านก๋วยเตี๋ยว&nbsp;ร้านราดหน้า&nbsp;ร้านเนื้อย่าง&nbsp;ในอำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของหมู่บ้าน&nbsp;สภาพอากาศที่ร้อน&nbsp;ผลผลิตๆ&nbsp;ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด&nbsp;ผักที่ผลิตไม่ทัน&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;เนื่องจากไม่ได้เตรียมวางแผนการผลิตที่ต่อเนื่อง&nbsp;ยังขาดเครื่องทุ่นแรงในการบริหารจัดการระบบน้ำให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก&nbsp;ขณะนี้กลุ่มกำลังจะดำเนินการขอจดวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และจะทำหลังคาสแลนด์กันแดดเพื่อให้สามารถปลูกผักได้ผลผลิตตลอดทั้งปี&nbsp;สมาชิกในชุมชนมีรายได้จากการปลูกผักอินทรีย์สัปดาห์ละ&nbsp;400-1,200&nbsp;บาทต่อคน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305125256732
79	ปิดการแข่งขันนกเขาชวาเสียง เทศบาลนครยะลา (Sandbox) ครั้งที่ 36 รวมนก เข้าประชันเสียง 642 นก	"<p><strong>สำหรับการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;36</strong>&nbsp;ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ที่สนามนกเขาสวนขวัญเมือง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้สิ้นสุดลงแล้ว</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน&nbsp;จับสลากมอบรางวัล&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ให้แก่ผู้โชคดีที่นำนกเข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;พร้อมทั้งมอบรางวัลชนะเลิศนกเขาชวาเสียง&nbsp;ลำดับที่&nbsp;1-5&nbsp;แก่เจ้าของนกที่ชนะการแข่งขันทุกประเภทเสียง</p><p><strong>สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;ได้มีชาวชวาวงศ์ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จชต.&nbsp;และจังหวัดต่างๆ&nbsp;</strong>นำนกเข้าร่วมการแข่งขันทุกประเภทเสียง&nbsp;รวม&nbsp;642&nbsp;นก&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เสียงใหญ่&nbsp;61&nbsp;นก&nbsp;เสียงกลาง&nbsp;107&nbsp;นก&nbsp;เสียงเล็ก&nbsp;60&nbsp;นก&nbsp;ดาวรุ่งรวมเสียง&nbsp;183&nbsp;นก&nbsp;และเบบี้&nbsp;231&nbsp;นก</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โดยปกติในช่วงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี&nbsp;เทศบาลนครยะลาโดยความร่วมมือจากจังหวัดยะลาและหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;ได้จัดให้มีการแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน&nbsp;โดยมีผู้เลี้ยงนกเขาชวาที่รู้จักกันในนาม&nbsp;""ชาวชวาวงศ์""&nbsp;ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียน&nbsp;ส่งนกเขาชวาเข้าแข่งขันไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;นกต่อปี&nbsp;นับเป็นกิจกรรมที่สามารถชื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องชวาวงศ์&nbsp;และเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นอีกด้วย&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;ส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนซึ่งยังปิดประเทศอยู่&nbsp;เช่น&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;สาธารณรัฐอินโดนีเซีย&nbsp;ประเทศสิงคโปร์&nbsp;และประเทศบรูไน&nbsp;ไม่สามารถนำนกเดินทางเข้ามาแข่งขันได้&nbsp;แต่เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูเมืองยะลาให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง&nbsp;เทศบาลนครยะลาจึงได้จัดให้มี&nbsp;""งานแข่งขันนกเขาชวาเสียงเทศบาลนครยะลา""&nbsp;ขึ้น&nbsp;ภายใต้มาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;Covid-19&nbsp;&nbsp;โดยความร่วมมือกับจังหวัดยะลา&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนในจังหวัดยะลา&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;และสร้างสีสันเมืองยะลาให้มีชีวิตชีวา&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวการอนุรักษ์เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น&nbsp;และพัฒนาอาชีพการเลี้ยงนกเขาชวา&nbsp;ตลอดจนยกระดับเศรษฐกิจและรายได้ของผู้เลี้ยงนกเขาชวาในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305133939741
80	อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมพลัง 4 หน่วยงาน ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์ ครอบครัวหัวใจสีเขียว  มุ่งหวังขยายผลสู่ชุมชนเข้มแข็ง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร&nbsp;ค่ายพระรามหก&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>พลตำรวจโท&nbsp;ประพันธ์&nbsp;จันทร์เอม&nbsp;ผู้อำนวยการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับธนาคารออมสิน&nbsp;บริษัทเอสซีจี&nbsp;แพคเกจจิ้ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;การไฟฟ้านครหลวง&nbsp;และธนาคารไทยพาณิชย์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จัดกิจการเสริมสร้าง&nbsp;ครอบครัวหัวใจสีเขียว&nbsp;มีครอบครัวเข้าร่วมโครงการ&nbsp;12&nbsp;ครอบครัว&nbsp;รวม&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;ประพันธ์&nbsp;จันทร์เอม&nbsp;ผู้อำนวยการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร&nbsp;ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(มอนส)&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;โครงการสานรัก&nbsp;สานพลัง&nbsp;ครอบครัวหัวใจสีเขียว&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้ความสำคัญต่อบทบาทของสถาบันครอบครัวเพื่อส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้วยสถาบันครอบครัว&nbsp;ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านการดูแลรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ&nbsp;ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า&nbsp;ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ดำเนินชีวิตด้วยวิถีพอเพียงและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ให้ทุกครอบครัวได้มีโอกาสเรียนรู้&nbsp;สัมผัส&nbsp;พบเห็น&nbsp;และได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริง&nbsp;นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;ทุกครอบครัวได้ร่วมกิจกรรม&nbsp;เรียนรู้แนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจด้านการฟื้นฟูดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมการทำตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;การทำกระถางประหยัดน้ำ&nbsp;ปลูกต้นไม้และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;พายเรือศึกษาชมธรรมชาติ&nbsp;และกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบสานตาลโตนด&nbsp;ณ&nbsp;สวนตาลลุงถนอม&nbsp;กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยจุดประกายให้ทุกคน&nbsp;หันมาสนใจและใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;สานต่อสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์&nbsp;พัฒนาชุมชนและสังคมให้ยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305142603749
81	ผลการแข่งขันนกเขาชวา จชต.เสียงใหญ่ นกขื่อ โสร่ง จาก จ.ยะลา ได้ชนะเลิศ	<p><strong>ตามที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;จัดแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;</strong>มีนกเข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;642&nbsp;ตัว&nbsp;แข่งขันแยกประเภทเสียง&nbsp;ผลปรากฏว่า</p><p><strong>เสียงใหญ่&nbsp;นกชนะเลิศ</strong>&nbsp;ชื่อโสร่ง&nbsp;ของนายมัง&nbsp;ยะลา&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;เถ้าแก่ปลา&nbsp;ของนายอิสมาแอล&nbsp;บินอาลี&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ที่&nbsp;3.โสร่ง&nbsp;2&nbsp;ของนายมัง&nbsp;ยะลา&nbsp;</p><p><strong>ประเภทเสียงกลาง&nbsp;ที่&nbsp;1.</strong>&nbsp;แซม&nbsp;ซับ&nbsp;ของนายอารง&nbsp;โคกโพธิ์&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;2.&nbsp;เพชรมังกร&nbsp;ของนายแบแซ&nbsp;แม่ลาน&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ที่&nbsp;3.&nbsp;มะแอ&nbsp;บากาของนายมะแอ&nbsp;บานา&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>เสียงเล็ก&nbsp;ที่&nbsp;1</strong>.ละอองเพชร&nbsp;ของนายนาเซ&nbsp;กทม.&nbsp;ที่&nbsp;2.&nbsp;เพชรเมืองช้าง&nbsp;ของนายพี่เหม่อ&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;ที่&nbsp;3.&nbsp;บุเรงนอง&nbsp;ของนายแวสาและ&nbsp;แวดือรามัน&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><strong>เสียงเบบี้&nbsp;ที่&nbsp;1.</strong>เด็กนาหม่อม&nbsp;ของ&nbsp;อ.วิชิต&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ที่&nbsp;2.&nbsp;สจ.&nbsp;สายใจ&nbsp;ของ&nbsp;สจ.ดีดี&nbsp;ประจิน&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ที่&nbsp;3.YTNP&nbsp;ของนายยี&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>ประเภท&nbsp;ดาวรุ่ง&nbsp;ที่&nbsp;1.</strong>&nbsp;นกลีตุยง&nbsp;นายเปาะซูปา&nbsp;ตุยง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ที่&nbsp;2.&nbsp;มหามงคล&nbsp;ของนายเอกเดช&nbsp;สิงหรัตน์&nbsp;กทม.</p><p><strong>และประเภทดาวรุ่งรวมเสียง&nbsp;ที่&nbsp;1.</strong>&nbsp;นก&nbsp;เปเล&nbsp;ของนายตรูลี&nbsp;บุดี&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;2.มังกรหยก&nbsp;ของนายแบสลาม&nbsp;ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และที่&nbsp;3.&nbsp;รุสกี&nbsp;ของนายอาวี&nbsp;กอเลาะ&nbsp;จ.นราธิวาส</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305145030759
82	สีสัน แข่งนกกรงหัวจุก ส่งเสียงเชียร์ ลุ้นนก  มาตรการ Sandbox  สนุกสนาน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ทางเทศบาลนครยะลาได้เปิดสนามศูนย์เยาวชนฯ</strong>&nbsp;จัดการแข่งขันนกกรงหัวจุกประเภท&nbsp;4&nbsp;ยก&nbsp;10&nbsp;ดอกรวม&nbsp;(VIP)&nbsp;กิจกรรมเสริม&nbsp;ในการจัดแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ตามมาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;มีการจำกัดจำนวนนกที่เข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;80&nbsp;นก&nbsp;ผู้เลี้ยงนกต้องฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;รวมถึงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา</p><p><strong>ซึ่งมีบรรดาผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก</strong>&nbsp;ทั้งในพื้นที่จังหวัดยะลา/ปัตตานี/นราธิวาส/&nbsp;รวมไปถึงเชียงราย/เชียงใหม่/กทม./นครศรีธรรมราช/พัทลุง&nbsp;และอีกหลายๆ&nbsp;จังหวัด&nbsp;เดินทางนำนกกรงหัวจุก&nbsp;มาเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคัก&nbsp;ทั้งเป็นกลุ่มมากันหลายคนนำนกมา&nbsp;2-3&nbsp;นก&nbsp;รวมถึงที่มาคนเดียวนำนกมาร่วม&nbsp;1&nbsp;นก&nbsp;โดยทุกคนต่างก็มั่นใจปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ของทางจังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>หลังจากที่ทางคณะกรรมการ</strong>&nbsp;ได้เรียกเจ้าของนำนกขึ้นราวเปิดผ้าที่กรงนก&nbsp;การแข่งขันก็ได้เริ่มต้นขึ้น&nbsp;โดยมีเจ้าของนกคอยปรบมือเรียกชื่อนก&nbsp;ส่งเสียงเชียร์ให้นกร้องแข่งกันอย่างสนุกสนาน&nbsp;ช่วยสร้างสีสัน&nbsp;บรรยากาศของความสุขของคนที่ชื่นชอบนกในพื้นที่ชายแดนใต้&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ทุกคนจะต้องปรับตัวอยู่ร่วมกับโรคให้ได้&nbsp;โดยมีมาตรการ&nbsp;ส่วนตัวในการป้องกันตนเองที่เคร่งครัด</p><p><strong>ขณะที่กติกาการแข่งขันก็จะใช้ขันน้ำเป็นตัวจับเวลา</strong>&nbsp;ตามเวลามาตรฐานที่กำหนด&nbsp;โดยนกก็จะต้องร้องเพลง&nbsp;3&nbsp;พยางค์&nbsp;ชัดเจน&nbsp;ถึงจะได้&nbsp;1&nbsp;ดอก&nbsp;โดยผู้ชนะเลิศการแข่งขัน&nbsp;ก็จะได้รับเงินรางวัล&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศไปครอง&nbsp;ส่วนที่&nbsp;2&nbsp;ก็จะได้รับ&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และที่&nbsp;3&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;รวมทั้งรางวัลอื่นๆ</p><p><strong>สำหรับการจัดแข่งขันครั้งนี้</strong>&nbsp;นอกจากจะเป็นการส่งเสริมประเพณี&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นแล้ว&nbsp;ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;รวมไปถึงเสริมสร้างความสามัคคี&nbsp;สมานฉันท์&nbsp;ให้กับประชาชนจากทุกพื้นที่อีกด้วย</p><p><strong>นายวิศาล&nbsp;จิรภาธงพันธ์&nbsp;เลขานุการนายกเทศมนตรีนครยะลา</strong>&nbsp;ประธานจัดการแข่งขัน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ในปีนี้เดิมได้กำหนดจัดการแข่งขัน&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;คือ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;แต่สถานการณ์โควิดโอมิครอนน่ากังวล&nbsp;กรรมการวันพรุ่งนี้ที่จะมีการแข่งขัน&nbsp;4&nbsp;ยก&nbsp;8&nbsp;ดอก&nbsp;ดาวรุ่ง&nbsp;บัตร&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเทศบาลได้เชิญไว้&nbsp;50&nbsp;ท่าน&nbsp;ปัญหาครึ่งหนึ่งกรรมการตัดสินบางส่วนเป็นโควิด&nbsp;บางส่วนเสี่ยงสูงต้องกักตัว&nbsp;ก็เลยได้ยกเลิกการแข่งขันไป&nbsp;เหลือวันเดียว&nbsp;คือ&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;4&nbsp;ยก&nbsp;10&nbsp;ดอกรวม&nbsp;(VIP)&nbsp;บัตรละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;กำหนดไว้ที่&nbsp;82&nbsp;นก&nbsp;แต่มีนกเข้าร่วม&nbsp;138&nbsp;นก&nbsp;ส่วนมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;ก็ใช้ขั้นสูงสุดตามที่&nbsp;ศบค.จังหวัดกำหนด&nbsp;กรรมการตัดสิน&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ล่วงหน้า&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงมายืนยัน&nbsp;ผู้เข้าร่วมสวมใส่แมส&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;เดิมมีการกั้นรั้วเชียร์นก&nbsp;8&nbsp;เมตร&nbsp;ปีนี้ก็ได้กั้นไว้ถึง&nbsp;12&nbsp;เมตรเพื่อป้องกันโควิด-19</p><p>&nbsp;</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305150516762
83	ชาวบ้านท่าฉัตรไชย อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เชื่อมั่นโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 	<p><strong>ชาวบ้านท่าฉัตรไชย&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เชื่อมั่นโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เพื่อยกระดับภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;จะยิ่งทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตแข็งแรง</p><p><strong>นายสมพร&nbsp;แทนสกุล&nbsp;ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนบ้านท่าฉัตรไชย&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่&nbsp;ครม.ได้อนุมัติงบประมาณดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านท่าฉัตรไชย&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;ในเนื้อที่&nbsp;141&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;64&nbsp;ตาราง&nbsp;ในวงเงินลงทุน&nbsp;1,411&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2566-2569&nbsp;เพื่อพัฒนาภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์&nbsp;ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาตินั้น&nbsp;</p><p><strong>ชาวบ้านในพื้นที่บ้านท่าฉัตรไชย&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>มีความยินดีและดีใจอย่างมาก&nbsp;เพราะนั้นจะทำให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่สามารถพึงพาตนเองได้&nbsp;เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างความมั่นคงให้กับชุมชน&nbsp;และการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่สามารถก้าวทันโลกการท่องเที่ยวในอนาคต&nbsp;โดยไม่ยึดการท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Sea&nbsp;Sand&nbsp;Sun&nbsp;เพียงอย่างเดียว&nbsp;เพราะแนวการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นที่นิยมและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างมากในช่วงนี้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</strong>&nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;โดยการสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์แบบครบวงจร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305190439826
84	รองนายกฯ และรมว.พณ. เปิดตลาดต้องชม ตลาดริมยม 2437 ที่จ.สุโขทัย ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ชุมชน	"<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดตลาดต้องชม&nbsp;ตลาดริมยม&nbsp;2437&nbsp;ที่อำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;พร้อมปล่อยขบวนคาราวานมะม่วง&nbsp;ออกไปจำหน่าย&nbsp;ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;""รีบอร์น&nbsp;ตลาดต้องชม&nbsp;ตลาดริมยม&nbsp;2437""&nbsp;และเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่&nbsp;สตรีทอาร์ท&nbsp;-&nbsp;เกาะกงโฮมสเตย์&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าวัดกงไกรลาศ&nbsp;อำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อเปิดตลาดริมยม&nbsp;2437&nbsp;ขึ้นมาใหม่&nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ต้องปิดตลาดไประยะเวลาหนึ่ง&nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนให้คนในชุมชนและเทศบาลตำบลกงไกรลาศ&nbsp;จัดตั้งกลุ่มตลาด&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว&nbsp;เน้นให้เป็นศูนย์รวมอาหารโบราณ&nbsp;สตรีทอาร์ท&nbsp;และการแต่งตัวย้อนยุคของพ่อค้าแม่ค้าในสมัย&nbsp;พ.ศ.2437&nbsp;เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นตลาดโบราณที่เสน่ห์อีกแห่งหนึ่ง&nbsp;โดยมีพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนและเทศบาลตำบลกงไกรลาศ&nbsp;นำอาหารสูตรโบราณที่ขึ้นชื่อของชุมชนมาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;ขนมผิง&nbsp;ทองม้วน&nbsp;ผัดไทย&nbsp;น้ำปลา&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;50&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และรถบรรทุกขายอาหาร&nbsp;(Foog&nbsp;Truck)&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ร้าน&nbsp;พร้อมการแสดงศิลปพื้นบ้าน&nbsp;และกลุ่มภาพวาดเด็กนักเรียน&nbsp;เพื่อให้ประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศทั้งแบบโบราณและร่วมสมัยที่หาดูได้ยาก&nbsp;โดยตลาดต้องชม&nbsp;ตลาดริมยม&nbsp;2437&nbsp;จะเปิดตลาดทุกวันเสาร์แรกของเดือน&nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนให้ชม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างงานสร้างรายให้กับชุมชน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้ปล่อยขบวนราคาวานมะม่วงในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ตัน&nbsp;ออกไปจำหน่าย&nbsp;ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305202921844
85	ผู้ว่าฯ พิจิตร เปิดกิจกรรม ดนตรีเพื่อประชาชนและถนนคนเดินปีที่ 9 กระตุ้นเศรษฐกิจถนนคนเดินบางขี้นาก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;ณะบุตรจอม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายนิเวศน์&nbsp;น้อยอ่ำ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองบางมูลนาก&nbsp;ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมดนตรีเพื่อประชาชนและถนนคนเดินปีที่&nbsp;9&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณถนนคนเดินบางขี้นาก&nbsp;อำเภอบางมูลนาก&nbsp;จังหวัดพิจิตร</p><p><strong>ในงานมีการแสดงรำวงย้อนยุคของคนในชุมชน</strong>&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และจำหน่ายสินค้า&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง&nbsp;รวมทั้งเป็นสถานที่คนในท้องถิ่น&nbsp;หรือผู้มาเยือนจากต่างถิ่นเข้ามาจับจ่ายใช้สอย&nbsp;สัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิต&nbsp;และขนบธรรมเนียมของถิ่น</p><p><strong>ถนนคนเดินบางขี้นาก&nbsp;</strong>กำหนดจัดขึ้นทุกเย็นวันเสาร์&nbsp;บริเวด้านหลังที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก&nbsp;โดยจะเริ่มเปิดขายตั้งแต่&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พิจิตร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305220540848
86	จังหวัดหนองคาย เปิดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อฯและรำบายศรีเมือง	<p><strong>จังหวัดหนองคายจัดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ</strong>&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;นางรำจำนวน&nbsp;295&nbsp;คน&nbsp;ร่วมรำบายศรีเมือง&nbsp;พร้อมเปิดการแสดงแสงเสียงตำนานสงครามปราบกบฏฮ่อ&nbsp;</p><p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ</strong>&nbsp;<strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;</strong>นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย,&nbsp;นางวารุณี&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชนได้ร่วมเปิดร้านมัจฉากาชาด&nbsp;โดยการเทหลอดมัจฉากาชาดลงบ่อมัจฉากาชาด&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการตักมัจฉาลุ้นของรางวัล&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รถจักรยาน&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;และรางวัลอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;รายได้มอบให้กับกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;เพื่อใช้ในกิจการสาธารณะกุศลภายในจังหวัดหนองคาย</p><p><strong>จากนั้นนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ก่อนจะมีการประกอบพิธีบายศรีเมือง&nbsp;โดยพิธีพราหมณ์&nbsp;ตามด้วยการรำบายศรีเมืองของชาวหนองคาย&nbsp;จำนวน&nbsp;295&nbsp;คน&nbsp;ที่มีการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;โดยผู้ที่ร่วมรำบายศรีเมือง&nbsp;มีการแต่งกายงดงาม&nbsp;ฟ้อนรำประกอบเพลงบายศรีเมืองอย่างสวยงาม</p><p><strong>นอกจากนี้นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;ยังได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองคาย&nbsp;ที่จัดขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ซื้อสินค้าราคาถูกที่เหมาะสมกับสภาพค่าใช้จ่าย&nbsp;สามารถลดรายจ่ายของครอบครัวได้&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;โดยมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าฯ&nbsp;รวม&nbsp;92&nbsp;บูธ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในจังหวัดหนองคาย&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;บูธ/ผู้ผลิตและผู้ประกอบการต่างจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;บูธ/ส่วนราชการ/ภาคีเครือข่าย&nbsp;ผู้ประกอบการอื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บูธ/และร้าน&nbsp;OTOP&nbsp;MART&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;บูธ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305230929850
87	รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดตลาดต้องชม ตลาดริมยม 2437 ที่อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย พร้อมปล่อยขบวนรถคาราวานมะม่วง ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิด&nbsp;ตลาดต้องชม&nbsp;ตลาดริมยม&nbsp;2437&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าวัดกงไกรลาศ&nbsp;อำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุน&nbsp;โดยมีรูปแบบการจัดสถานที่และการแต่งกายของผู้ประกอบการแบบย้อนยุคในสมัย&nbsp;พ.ศ.2437&nbsp;เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นตลาดโบราณที่มีเสน่ห์&nbsp;พร้อมการแสดงศิลปพื้นบ้าน&nbsp;ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศทั้งแบบโบราณและร่วมสมัยที่หาดูได้ยาก&nbsp;โดยเปิดตลาดทุกวันเสาร์แรกของเดือน&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;นั่งคอกหมู&nbsp;ชิมขนม&nbsp;กินปลาน้ำยม&nbsp;ชมวิถีชีวิตคนกงไกรลาศ</p><p><strong>พร้อมกันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>ยังได้เป็นประธานปล่อยคาราวานรถบรรทุกมะม่วง&nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและจังหวัดสุโขทัยรวมกันจำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ตัน&nbsp;ไปร่วมจำหน่ายในโครงการรถโมบายพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและใกล้เคียง&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตรกระจายออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก&nbsp;ภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ของกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สวท.สุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305231218851
88	อนุทิน หนุน สุรินทร์เป็นจังหวัดแรก เปลี่ยนโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น หวังฟื้นเศรษฐกิจพื้นที่ ย้ำฉีดวัคซีนสำคัญช่วยลดความรุนแรงของโลก	<p><strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดการสัมนาเรื่อง&nbsp;</strong>การเปิดประเทศตามโครงการ&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน(ไทย-กัมพูชา)&nbsp;โดยคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวเปิดงานและพบปะส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และนักธุรกิจชาวจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;ทองธารินทร์&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จ&nbsp;สุรินทร์&nbsp;โดยระบุว่าจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีการค้าชายแดนที่สำคัญ&nbsp;เราจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่&nbsp;และประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;วิธีการคือ&nbsp;ต้องเร่งฉีดเข็มบูสเตอร์&nbsp;และมีการคัดกรองชาวต่างชาติเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย&nbsp;พยายามเปิดช่องให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ&nbsp;แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย&nbsp;และต้องเข้าใจโรคด้วย&nbsp;พร้อมเน่นย้ำว่า&nbsp;เรื่องการฉีดวัคซีนนั้นสำคัญมาก&nbsp;เพราะช่วยลดความรุนแรงของโรค&nbsp;ลดอัตราการเสียชีวิต</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ก็ต้องรณรงค์ให้มารับวัคซีน</strong>&nbsp;เมื่อฉีดได้ครอบคลุม&nbsp;ต้องกล้าผ่อนคลายมาตรการ&nbsp;ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;วางเป้าว่า&nbsp;จะเป็นจังหวัดแรกที่เปลี่ยนโควิด-19&nbsp;ให้เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ถือว่าเป็นการนำร่องการผ่อนคลายมาตรการให้โควิดเป็น&nbsp;Endamic&nbsp;เราก็พร้อมสนับสนุนท่าน&nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้&nbsp;ทุกวันนี้เราได้พัฒนาระบบสุขภาพในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้ให้เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง&nbsp;และนโยบาย&nbsp;30&nbsp;บาทรักษาทุกที่ก็เดินหน้าแล้ว&nbsp;ผู้ป่วยโรคไต&nbsp;ได้ฟอกไตฟรี&nbsp;ช่วยลดภาระประชาชน&nbsp;โรงพยาบาลสุรินทร์&nbsp;นับว่า&nbsp;มีความพร้อมในการดูแลประชาชน&nbsp;ปัจจุบันเราใช้นโยบาย&nbsp;3&nbsp;หมอ&nbsp;เข้าถึงผู้ป่วยมากขึ้น</p><p><strong>นายอนุทินกล่าว่า</strong>ในฐานะที่รับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งมีโอกาสได้ดูแลสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน&nbsp;มองจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพและจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนพัฒนาอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดเมืองสู่อาเซียน&nbsp;เราต้องปรับเปลี่ยนเตรียมความพร้อมด้านระบบการบริการสุขภาพทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;ป้องกันโรค&nbsp;การรักษาพยาบาล&nbsp;และการฟื้นฟูสุขภาพ&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่องานสาธารณสุขในอนาคต</p><p><strong>ในเรื่องการคมนาคมขนส่ง&nbsp;</strong>ได้เดินหน้าโครงการการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวง(MR3)&nbsp;เส้นทางระหว่างด่านช่องจอม&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ถึง&nbsp;ด่านบึงกาฬ&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ระยะทาง&nbsp;470&nbsp;กม.&nbsp;ขนาด&nbsp;8&nbsp;เลน&nbsp;นับเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่จะเปิดประตูสู่อาเซียน&nbsp;การเชื่อมต่อเส้นทางระหว่างประเทศกัมพูชา&nbsp;ไทย&nbsp;และลาว&nbsp;โดยเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย&nbsp;เมื่อทำสำเร็จจะเกิดประโยชน์มาก</p><p><strong>ทั้งนี้เป็นที่ชัดเจนว่า&nbsp;การท่องเที่ยว</strong>&nbsp;เป็นรายได้หลักของประเทศ&nbsp;เราจำเป็นต้องช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;พัฒนาสุรินทร์&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก&nbsp;ผมทราบว่า&nbsp;ที่สุดในโลกอยู่ที่สุรินทร์&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;คือ&nbsp;ช้างเลี้ยงมากที่สุดในโลก&nbsp;ข้าวหอมมะลิอร่อยที่สุดในโลก&nbsp;ปราสาทเก่าแก่ที่สุดในโลก&nbsp;คือที่&nbsp;ปราสาทภูมิโปน&nbsp;เราต้องหาทางนำจุดแข็งตรงนี้&nbsp;มาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้พี่น้องชาวสุรินทร์ให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306000115853
89	เคบับม้วนตุรกี เมนูสุขภาพ สุดอร่อย	<p><strong>เคบับอาหารไสต์อาหรับเพื่อสุขภาพ&nbsp;พลิกชีวิต&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;-&nbsp;รายได้&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบตกงานจากโควิด&nbsp;กลายเป็นเจ้าของร้านตุรกียะลา&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>เคบับ&nbsp;อาหารในแถบอาหรับ&nbsp;ที่กำลังฮิต&nbsp;&nbsp;</strong>และได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น&nbsp;รวมไปถึงผู้ใหญ่&nbsp;ในช่วงนี้ก็เห็นจะเป็นเคบับ&nbsp;โดยทุกๆ&nbsp;วัน&nbsp;ที่ร้านเคบับตุรกี&nbsp;&nbsp;เยื้องตลาดประชาชื่นยะลา&nbsp;ก็จะเห็นลูกค้าแวะเวียนกันมาสั่งซื้อเคบับกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าประจำ&nbsp;หรือลูกค้าใหม่ๆ&nbsp;ที่เพิ่งมาทานครั้งแรก&nbsp;&nbsp;เคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยได้ลิ้มลอง&nbsp;&nbsp;โดยบอกว่าลองแวะดูผ่านทุกวันเห็นลูกค้าเยอะ&nbsp;เมนูก็น่าทาน&nbsp;ข้าวหมก&nbsp;ไก่&nbsp;ปลา&nbsp;น่ากินทุกอย่าง&nbsp;เคบับก็รู้จัก&nbsp;วัยรุ่นฮิตทานกันเยอะช่วงนี้&nbsp;&nbsp;สำหรับเคบับที่นี่จะมีทั้งเนื้อ&nbsp;และไก่&nbsp;ลูกเล็ก&nbsp;ลูกใหญ่&nbsp;ราคาย่อมเยาให้เลือก&nbsp;แล้วแต่ความชอบของลูกค้า&nbsp;จะซื้อไปทานที่บ้าน&nbsp;หรือนั่งในร้านทานกันร้อนๆ&nbsp;ก็ได้&nbsp;ซึ่งทางร้านได้ตกแต่งจำลองร้านสไตล์&nbsp;ตุรกีมี&nbsp;มีวิว&nbsp;เป็นบอลลูนไว้ให้นั่ง&nbsp;ได้ถ่ายรูป&nbsp;นับว่าเป็นอีกหนึ่งร้านในเมืองยะลา&nbsp;ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก</p><p><strong>นางสาวอารีนา&nbsp;นิละ&nbsp;เจ้าของร้านตุรกี&nbsp;ยะลา</strong>&nbsp;ได้ล่าถึงจุดเริ่มต้น&nbsp;ที่ได้มาเปิดร้าน&nbsp;ว่า&nbsp;เดิมเป็นคนยะลา&nbsp;เรียนที่พัฒนาได้ทุนไปเรียนอินโด&nbsp;กลับมาก็ไปทำงานที่กระบี่&nbsp;พอสถานการณ์โควิดระบาดรอบแรก&nbsp;ก็ได้กลับมาหางานทำที่ยะลา&nbsp;พอสมัครงานไปไม่มีที่ไหนเลย&nbsp;&nbsp;ได้รับผลกระทบมาก&nbsp;เพราะเราทำงานท่องเที่ยวโดยตรง&nbsp;ก็เลยเห็นว่าตลาดประชาชื่น&nbsp;ทำเลดี&nbsp;ว่างพอดี&nbsp;และยังไม่มีอาหารแนวอินเตอร์มาขาย&nbsp;ก็เลยได้นำเคบับ&nbsp;ที่น่าสนใจมาขายดู&nbsp;พอนึกถึงเคบับ&nbsp;ก็นึกถึงประเทศตุรกี&nbsp;ก็เลยได้ตั้งชื่อร้านเป็นตุรกีในยะลา</p><p><strong>อาหารของทางร้าน&nbsp;ก็จะมีเคบับ&nbsp;ข้าวหมกแนวอาหรับ</strong>&nbsp;อยากนำเสนอเมนูแนวตะวันตก&nbsp;แนวอาหรับตุรกี&nbsp;ให้คนยะลาได้ลิ้มลอง&nbsp;เปิดมาได้ปีครึ่ง&nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นที่ร้านเคบับเล็กๆ&nbsp;ตกงานมาทุนน้อย&nbsp;ก็ค่อยๆ&nbsp;ขยับขยายมา&nbsp;ชาวยะลาค่อนข้างสนใจ&nbsp;ตอบรับดี&nbsp;อาหารสไตล์นี้&nbsp;ไม่ค่อยมีในยะลา&nbsp;เราเองก็ขยันโพส&nbsp;ของอร่อยเมืองยะลาทุกวัน&nbsp;ผู้คนก็รู้จักจากการโพสโปรโมท&nbsp;และมีลูกค้าเดิมมาอุดหนุน&nbsp;บอกต่อด้วยตั้งแต่ลูกค้าเริ่มแรก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน</strong>&nbsp;ก็จะเป็นเคบับม้วน&nbsp;ใช้เนื้อจากเตา&nbsp;Doner&nbsp;มีเนื้อ&nbsp;1&nbsp;เตา&nbsp;ไก่&nbsp;1&nbsp;เตา&nbsp;ย่างและ&nbsp;แล่ส่วนที่สุกเกรียมจากผิวด้านนอกสุด&nbsp;เอามาห่อกับแป้งม้วน&nbsp;หอมๆ&nbsp;ราดซอส&nbsp;ให้ลูกค้าทาน&nbsp;สูตรของเราจะมีเพื่อนเป็นเชฟตุรกีมาสอนให้&nbsp;&nbsp;ซึ่งซิกเนเจอร์&nbsp;นี้ก็จะเน้นรสชาติเนื้อหอมเครื่องเทศตุรกีที่โดดเด่น&nbsp;ซอสที่เป็นโยเกิร์ตเหลวที่หอมหวาน&nbsp;&nbsp;ผลิตสดใหม่ทุกวัน&nbsp;คู่กับผักด้วย&nbsp;จะเป็นอาหารเหมือนสตรีทฟู้ด&nbsp;ดีต่อสุขภาพคนทาน&nbsp;ราคาย่อมเยา&nbsp;เริ่มต้นชิ้นเล็กกะบับไก่&nbsp;39&nbsp;เนื้อ&nbsp;49&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้ก็มี&nbsp;เมนูอีกมากมาย&nbsp;ซึ่งสามารถตอบโจทย์คนในพื้นที่&nbsp;ขนมปังอาหรับ&nbsp;ข้าวหมกบิรยานี&nbsp;นำเข้าข้าวสารพรีเมี่ยม&nbsp;บิรยานี&nbsp;ไก่&nbsp;เนื้อ&nbsp;แพะ&nbsp;ราคาเริ่มต้นไก่&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;ในส่วนของรายได้นั้น&nbsp;ทางเจ้าของร้านบอกว่า&nbsp;ทางร้านตอนนี้ขายเคบับได้วันละ&nbsp;100&nbsp;ลูก&nbsp;ก็จะ&nbsp;แบ่งปันรายได้ให้ครอบครัว&nbsp;ญาติที่ตกงานจากโควิด&nbsp;ที่มาจากกระบี่ได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวด้วย&nbsp;คงเหลือประมาณวันละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;ก็จะเป็นรายได้ของเรา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ฝากชาวยะลา&nbsp;ทางร้านได้นำเสนออาหารแนวอินเตอร์รูปแบบแปลกใหม่</strong>&nbsp;สตรีทฟู้ด&nbsp;ส่งผลดีต่อผู้ทานเมนูอาหารแนวนี้อยากให้ทุกคนมาลองทานกันเยอะๆ&nbsp;&nbsp;จะได้ช่วยสนับสนุนผู้ตกงานจากผลกระทบโควิดมาตั้งหลักที่บ้าน&nbsp;ด้วย&nbsp;สำหรับประชาชนที่สนใจอยากมาทานที่ร้านตุรกี&nbsp;ก็จะอยู่ตรงข้ามตลาดประชาชื่นยะลา&nbsp;หรือติดต่อสอบถามมาได้ที่เพจตุรกีอินยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306084254855
90	ลำปาง จัดงาน เทศกาลดอกเสี้ยวบานบ้านป่าเหมี้ยง ครั้งที่ 21 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบนพื้นที่สูง	<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับอำเภอเมืองปาน&nbsp;</strong>องค์การบริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน&nbsp;อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;SCG&nbsp;และชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง&nbsp;จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;เทศกาลดอกเสี้ยวบานบ้านป่าเหมี้ยง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;21&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหมู่บ้านป่าเหมี้ยง&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลแจ้ซ้อน&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น&nbsp;ให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความรู้สึกรักและหวงแหนศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;อีกทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;สำหรับพิธีเปิดงานในช่วงเย็น&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีนางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานงาน&nbsp;พร้อมด้วยนายนพรัตน์&nbsp;รักษ์ไพรสาณฑ์&nbsp;นายอำเภอเมืองปาน&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;องค์ภาครัฐและเอกชน&nbsp;ตลอดจนนักท่องเที่ยว&nbsp;และประชาชนร่วมพิธี&nbsp;พร้อมชมการแสดงผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP/สินค้าชุมชน&nbsp;และนิทรรศการภายในบริเวณงาน&nbsp;การรับประทานอาหารเย็น&nbsp;(แบบขันโตก)&nbsp;พร้อมชมดนตรีโฟล์คซอง&nbsp;และดนตรีจากวงเดอะสะล้อ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ตลอดการจัดงานมีการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของดีบ้านป่าเหมี้ยงและอำเภอเมืองปาน&nbsp;นิทรรศการการท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง&nbsp;การแสดงดนตรีพื้นเมือง&nbsp;และการแสดงพื้นบ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306095648866
91	องคมนตรี ทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะ ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก และสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ศาลเจ้าพ่อแก้ว&nbsp;อำเภอบางมูลนาก&nbsp;จังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม&nbsp;วัฒนชัย&nbsp;องคมนตรี&nbsp;พร้อมคุณหญิงรัชนีวรรณ&nbsp;วัฒนชัย&nbsp;ภรรยา&nbsp;ทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะ&nbsp;ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก&nbsp;และสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก&nbsp;โดยมีนายไพบูลย์&nbsp;ณะบุตรจอม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;คณะสงฆ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ประชาชนชาวบางมูลนากเข้าร่วมพิธี</p><p><strong>สำหรับพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะ&nbsp;ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก</strong>&nbsp;และสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก&nbsp;จัดขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เยาวชนมีโอกาสศึกษาประวัติความเป็นมา&nbsp;บ้านเกิดเมืองนอน&nbsp;ประวัติศาสตร์ของชาวบางมูลนาก&nbsp;นำมรดกความทรงจำวิถีชีวิตของบางมูลนาก&nbsp;พร้อมทั้งปรับพื้นที่&nbsp;ตลาดฟื้นอดีตตลาดบางมูลนาก&nbsp;ให้ที่เรียนรู้&nbsp;สำหรับผู้สูงวัยและเด็กได้พบปะพูดคุย&nbsp;ได้ขายสินค้า&nbsp;นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมวัฒนธรรมของชาวบางมูลนาก&nbsp;และเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้กับชาวบางมูลนากได้ดียิ่งขึ้น&nbsp;โดยยอดทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,446,485.99&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก</strong>&nbsp;และร่วมเสวนาหัวข้อ&nbsp;ความทรงจำร่วมของชาวบางมูลนาก&nbsp;ถึงตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก&nbsp;ความทรงจำ&nbsp;วิถีชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;แหล่งเศรษฐกิจจากอดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยมูลนิธิแก้วคุ้มครองเข้ามาพัฒนาพื้นที่ร่วมกับเจ้าของบ้านเก่าในชุมชน&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงามตามไปด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พิจิตร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306100846867
92	จังหวัดเพชรบุรีเปิดทางท่องเที่ยวสายจักรยานชวนปั่นกินลม ชมนาเกลือล้อเกลียวคลื่นชื่นมื่นทิวทัศน์	<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวมิ่งขวัญ&nbsp;บุญโภคัย&nbsp;&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและประชาชน&nbsp;นักปั่นจักรยาน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;&nbsp;ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กิจกรรม&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือจะช่วยการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;สร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;(Sport&nbsp;Tourism)&nbsp;ซึ่งไม่เพียงได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&nbsp;&nbsp;แต่ที่สำคัญได้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยวและเพลิดเพลินจากการปั่นชมทัศนียภาพ&nbsp;&nbsp;พร้อมรับกลิ่นไอลมทะเล&nbsp;อย่างสดชื่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;จุดตั้งต้นโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้ทั้งการร่วมอนุรักษ์สัตว์น้ำ&nbsp;ปล่อยปลา&nbsp;ปล่อยหมึก&nbsp;ชมการสาธิตการเลี้ยงและเพาะพันธ์ปลาหลากชนิด&nbsp;&nbsp;รวมถึงการผลิตสาหร่ายพวงองุ่น&nbsp;และเรียนรู้แหล่งเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ&nbsp;มีทั้งดอกเกลือ&nbsp;ดีเกลือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกลือหวาน&nbsp;เกลือจืด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>การเปิดทางท่องเที่ยวสายจักรยาน&nbsp;&nbsp;ชวนมาปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;&nbsp;ล้อเกลียวคลื่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชื่นมื่นทิวทัศน์&nbsp;&nbsp;มาท่องบรรยากาศ&nbsp;&nbsp;2&nbsp;&nbsp;ข้างทาง&nbsp;&nbsp;เที่ยวอย่างหรรษารื่นรมย์&nbsp;ท่ามกลางถนนสายเกลือ&nbsp;วัดวาอารามที่เป็นความเชื่อและความศรัทธา&nbsp;&nbsp;พร้อมตำนานเรื่องเล่าและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์&nbsp;&nbsp;ร่วมสักการะ&nbsp;หลวงพ่อทอง&nbsp;วัดเขาตะเครา&nbsp;วัดในกลาง&nbsp;และอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;และพระราชมารดาของพระองค์ท่าน&nbsp;หรือที่รู้จักกันว่า&nbsp;แม่นกเอี้ยงรวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวดูนก&nbsp;&nbsp;ชมวาฬบรูด้า&nbsp;หาดทรายเม็ดแรก&nbsp;&nbsp;ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ไปเยือนบ้านแหลม&nbsp;เหมือนสร้างโอกาสให้ชีวิต&nbsp;&nbsp;ได้รับความรู้ที่น่าสนใจจากโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย&nbsp;,โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้&nbsp;&nbsp;จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&nbsp;(รางวัลกินรี)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306141229926
93	จังหวัดเพชรบุรี ส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ  ปั่นกินลม ชมนาเกลือ กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้สู่ชุมชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวมิ่งขวัญ&nbsp;บุญโภคัย&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักปั่นจักรยาน&nbsp;และเยาวชน&nbsp;ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;(Sport&nbsp;Tourism)&nbsp;ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการออกำลังกายเพื่อสุขภาพ&nbsp;ให้ความสำคัญกับแหล่งท่องเที่ยวที่นักปั่น&nbsp;ได้เพลิดเพลินจากการปั่นชมทัศนียภาพ&nbsp;2&nbsp;ข้างทาง&nbsp;และร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีเป็นแหล่งท้องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามและมีสถานที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมการกีฬา&nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เพชรบุรีมียอดผู้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;กิจกรรมนี้&nbsp;เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&nbsp;ทำงานเป็นทีม&nbsp;การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี&nbsp;มีระเบียบวินัย&nbsp;รู้หน้าที่&nbsp;มีความรับผิดชอบ&nbsp;มีน้ำใจนักกีฬา&nbsp;รู้รักสามัคคี&nbsp;และเสริมสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน&nbsp;เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;ชมแหล่งผลิตเกลือ&nbsp;ประมงทะเล&nbsp;เรียนรู้วิถีชีวิตทางวัฒนธรรม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;จะกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีและสร้างการรับรู้ด้านแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมเชิงกีฬาของอำเภอบ้านแหลมได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306121422889
94	บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ถ้ำนาคา จ.บึงกาฬยังคงคึกคัก หลังปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นวันละ 700 คน และยังต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน QueQ เช่นเดิม	<p><strong>บรรยากาศในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้</strong>&nbsp;มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมถ้ำนาคา&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ที่ตั้งอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูลังกาอย่างคึกคัก&nbsp;หลังจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูลังกาได้ปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมถ้ำนาคาเป็น&nbsp;700&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;และยังคงต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ&nbsp;เช่นเดิม</p><p><strong>โดยในเช้าวันนี้นักท่องเที่ยวยังคงต่อคิวเพื่อรอขึ้นชมถ้ำนาคาตั้งแต่เวลา&nbsp;06:00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ซึ่งมาตรการของอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;ในขณะนี้คือ&nbsp;ผู้ที่ทำการจองคิวจะต้องกรอกชื่อ-นามสกุล&nbsp;ให้ตรงกับบุคคลที่จะเดินทางมาจริง&nbsp;ไม่สามารถขึ้นแทนกันได้&nbsp;และจะต้องมีผลการฉีดวัคซีน&nbsp;Covid-19&nbsp;ครบตามเกณฑ์ที่&nbsp;ศบค.&nbsp;กำหนด&nbsp;นอกจากนี้จะต้องมีผลการตรวจว่าไม่พบเชื้อด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ภายใน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จากสถานพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง&nbsp;ซึ่งหากผู้ที่จองคิวได้แต่ยังไม่มีผลการตรวจดังกล่าว&nbsp;สามารถรับการตรวจได้ที่จุดคัดกรอง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;ก่อนเข้าเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306121547890
95	ช้อปฟิน ของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น ขยายตลาดสู่ช่องทางออนไลน์ มอบโค้ดส่วนลดพิเศษ 15% ถึงวันที่ 10 มีนาคมนี้	<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;SMART&nbsp;LOCAL&nbsp;SHOP&nbsp;by&nbsp;DBD&nbsp;จำหน่ายสินค้าชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้างโลตัส&nbsp;15&nbsp;สาขา&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคตามการดำเนินชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;โดยประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;Shopee&nbsp;จัดแคมเปญ&nbsp;ช้อปฟิน&nbsp;ของเด่นพื้นที่&nbsp;ของดีพื้นถิ่น&nbsp;คัดสรรร้านค้าชุมชนกว่า&nbsp;100&nbsp;ร้านค้า&nbsp;สินค้ารวมกว่า&nbsp;3,000&nbsp;รายการ&nbsp;อาทิ&nbsp;อาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ของใช้&nbsp;ของตกแต่ง&nbsp;เครื่องแต่งกาย&nbsp;และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&nbsp;พร้อมรับส่วนลดพิเศษ&nbsp;15%&nbsp;เพียงกรอก&nbsp;Code&nbsp;LOCAL15&nbsp;ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน&nbsp;Shopee&nbsp;</p><p><strong>ประชาชนสามารถร่วมอุดหนุนสินค้าจากผู้ประกอบการของชุมชนไทย</strong>&nbsp;สินค้าคุณภาพดี&nbsp;ในราคาพิเศษ&nbsp;ผ่านแพลตฟอร์ม&nbsp;Shopee&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306140858921
96	เร่งยกระดับอุตสาหกรรมไทย ขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่ สร้างโอกาสการลงทุนสู่ตลาดโลก	<p><strong>นายทองชัย&nbsp;ชวลิตพิเชฐ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม&nbsp;(สศอ.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สศอ.&nbsp;ดำเนินโครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่&nbsp;เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย&nbsp;สอดคล้องแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;เศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างและรูปแบบการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ผลผลิตจากภาคการเกษตรเป็นวัตถุดิบตั้งต้นการผลิต&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะพืชที่มีความสำคัญต่อภาคการเกษตรและความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;อ้อย&nbsp;มันสำปะหลังและปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยสร้างให้เกิดความเชื่อมโยงของกระบวนการผลิตที่จำเป็นต่อการเพิ่มผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ระยะยาว&nbsp;ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&nbsp;รวมทั้งหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า</p><p><strong>สำหรับมูลค่าผลิตภัณฑ์ไบโอรีไฟเนอรี่ในตลาดโลก</strong>&nbsp;คาดการณ์มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;9.41&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วงปี&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2573&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ผลิตภัณฑ์ไบโอรีไฟเนอรี่มีมูลค่า&nbsp;670,840&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;และในปี&nbsp;2573&nbsp;คาดว่าผลิตภัณฑ์ไบโอรีไฟเนอรี่จะมีมูลค่าสูงถึง&nbsp;1,734,510&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของมูลค่าตลาดเทคโนโลยีการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่&nbsp;ที่คาดว่าจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;10.43&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วงดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306140637918
97	สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ในเดือนมีนาคม 2565 แนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น	<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;กิมาวหา&nbsp;</strong>รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยคาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;และมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล&nbsp;รวมถึงมาตรการควบคุมการป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;จะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ&nbsp;ราคาสูงสุด&nbsp;11,850&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก&nbsp;ราคาสูงสุด&nbsp;13.45&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ราคา&nbsp;9.02&nbsp;บาท/กก.&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ราคา&nbsp;2.37&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ราคา&nbsp;9.02&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ยางพาราแผ่นดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;57.45&nbsp;บาท/กก.และสุกร&nbsp;ราคา&nbsp;96.89&nbsp;บาท/กก.</p><p><strong>ขณะที่สินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับลดลงในเดือนมีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น&nbsp;15%&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับข้าวของเวียดนามออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงกลางเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เช่นเดียวกับ&nbsp;กุ้งขาวแวนนาไมและโคเนื้อ&nbsp;ที่ความต้องการบริโภคในประเทศปรับลดลง&nbsp;เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19</p><p><br></p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306141401929
98	จังหวัดเพชรบุรี เปิดทางท่องเที่ยวสายจักรยาน ชวนปั่นกินลม ชมนาเกลือ ล้อเกลียวคลื่น  ชื่นมื่นทิวทัศน์ ท่องบรรยากาศ 2 ข้างทาง เที่ยวอย่างหรรษารื่นรมย์	<p><strong>เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นางสาวมิ่งขวัญ&nbsp;บุญโภคัย&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;นักปั่นจักรยาน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;&nbsp;ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กิจกรรม&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือจะช่วยการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเพชรบุรี&nbsp;สร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;(Sport&nbsp;Tourism)&nbsp;ซึ่งไม่เพียงได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&nbsp;แต่ที่สำคัญได้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;และเพลิดเพลินจากการปั่นชมทัศนียภาพ&nbsp;พร้อมรับกลิ่นไอลมทะเลอย่างสดชื่น&nbsp;ณ&nbsp;จุดตั้งต้นโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้ทั้งการร่วมอนุรักษ์สัตว์น้ำ&nbsp;ปล่อยปลา&nbsp;ปล่อยหมึก&nbsp;ชมการสาธิตการเลี้ยง&nbsp;และเพาะพันธุ์ปลาหลากชนิด&nbsp;รวมถึงการผลิตสาหร่ายพวงองุ่น&nbsp;และเรียนรู้แหล่งเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ&nbsp;มีทั้งดอกเกลือ&nbsp;ดีเกลือ&nbsp;เกลือหวาน&nbsp;เกลือจืด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>การเปิดทางท่องเที่ยว&nbsp;สายจักรยาน&nbsp;ชวนมาปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;ล้อเกลียวคลื่น&nbsp;ชื่นมื่นทิวทัศน์&nbsp;มาท่องบรรยากาศ&nbsp;2&nbsp;ข้างทาง&nbsp;เที่ยวอย่างหรรษารื่นรมย์&nbsp;ท่ามกลางถนนสายเกลือ&nbsp;วัดวาอารามที่เป็นความเชื่อและความศรัทธา&nbsp;พร้อมตำนานเรื่องเล่าและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์&nbsp;ร่วมสักการะ&nbsp;หลวงพ่อทอง&nbsp;วัดเขาตะเครา&nbsp;วัดในกลาง&nbsp;และอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;และพระราชมารดาของพระองค์ท่าน&nbsp;หรือที่รู้จักกันว่า&nbsp;แม่นกเอี้ยงรวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวดูนก&nbsp;ชมวาฬบรูด้า&nbsp;หาดทรายเม็ดแรก&nbsp;ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ไปเยือนบ้านแหลม&nbsp;เหมือนสร้างโอกาสให้ชีวิต&nbsp;ได้รับความรู้ที่น่าสนใจจากโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย,โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้&nbsp;จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&nbsp;(รางวัลกินรี)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>ได้มอบเหรียญที่ระลึกให้นักปั่นจักรยานที่เข้ารอบ&nbsp;10&nbsp;คันแรกจากการปั่นกว่า&nbsp;40&nbsp;กิโลเมตรด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306144342939
99	ผู้ว่าฯ ยโสธร เปิดงานวิ่งพิชิต 3 ลุ่มน้ำ (โขง ชี มูล) ฉลองครบรอบ 50 ปี จังหวัดยโสธร	<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานวิ่งพิชิต&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;(โขง&nbsp;ชี&nbsp;มูล)&nbsp;ฉลองครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกเทศเมืองยโสธร&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดยโสธร&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และนักวิ่งจากในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;กว่า&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานวิมานพญาแถน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;&nbsp;ซึ่งนักวิ่งต้องมีผลการฉีดวัคซีน&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และปฏิบัติตาม&nbsp;มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมกับหอการค้าจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รจัดกิจกรรมพิชิต&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;(โขง&nbsp;ชี&nbsp;มูล)&nbsp;ฉลองครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดยโสธรขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่จังหวัดยโสธรสถาปนาครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;และเพื่อให้นักวิ่งทั้งในและต่างประเทศได้มารู้จักและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดยโสธร&nbsp;เมืองสงบงามมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยการวิ่งมีจุดสตาร์ทที่วิมานพญาแถน&nbsp;ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์คของจังหวัด&nbsp;และในแต่ละจุดที่วิ่งผ่านล้วนเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดยโสธร&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้แก่จังหวัดยโสธร&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>วันนี้นอกจากจะมีนักวิ่งทั้งในและต่างประเทศมาร่วมแข่งขันและชิงถ้วยรางวัลกว่า&nbsp;200&nbsp;ถ้วยแล้ว</strong>&nbsp;ยังมีนักวิ่งแต่งกายแฟนซี&nbsp;สวยงาม&nbsp;มาสร้างสีสันบรรยากาศในงานด้วย&nbsp;ส่วนใหญ่มาในตีมวิถีอีสาน&nbsp;มีเอกลักษณ์จังหวัดยโสธรประกอบในการวิ่ง&nbsp;เช่น&nbsp;บั้งไฟ&nbsp;กระติบข้าว&nbsp;หมอนขิด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และนักวิ่งต่างมีความประทับใจที่ได้ร่วมมากิจกรรมการวิ่งที่จังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306150738944
100	เริ่มแล้วงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี ประจำปี 2565 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ประธานเปิดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และการแสดงยุทธหัตถีประกอบแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;สื่อผสม&nbsp;เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;พระมหากษัตริย์ไทยแห่งกรุงศรีอยุธยา&nbsp;ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี&nbsp;มีชัยชนะต่อสมเด็จพระมหาอุปราชาของพม่า&nbsp;ในพระมหาวีรกรรมยุทธหัตถี</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ประธานกรรมการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;จัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งเดิมจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม-1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;คณะกรรมการจัดงานฯ&nbsp;จึงมีมติให้เลื่อนการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นระหว่างวันที่&nbsp;5-19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;15&nbsp;คืน</p><p><strong>โดยมีกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>การแสดงยุทธหัตถี&nbsp;ประกอบ&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ตอน&nbsp;มหาวีรกรรมยุทธหัตถี&nbsp;ใช้ช้างจริงในการแสดง&nbsp;การแสดงเพลงอีแซว,&nbsp;เพลงพื้นบ้าน,&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียน,&nbsp;การแสดงวงดนตรีไทย&nbsp;วงปี่พาทย์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี,&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี,&nbsp;การแสดงดนตรีสร้างสรรค์ละครเพลงรักเมืองเหน่อ&nbsp;The&nbsp;Musical&nbsp;of&nbsp;Suphanburi,&nbsp;การแสดงหุ่นละครเล็ก&nbsp;นาฏยบูรพา&nbsp;รางวัลชนะเลิศหุ่นโลก&nbsp;2016&nbsp;การเดินแบบผ้าไทยโดยแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี,&nbsp;การประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ซึ่งแต่งกายด้วยชุดตะเบงมานเหมือนวีรสตรีไทยในอดีต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี<strong>&nbsp;</strong>ของดีบ้านฉัน&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาสถิตยุทธการ&nbsp;รวมทั้งกิจกรรมธารากาชาดของเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กิจกรรมเฮฮาพาโชคของแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;</strong>มีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจะมีเจ้าหน้าที่นำเครื่องตรวจโมบายเดินตรวจบริเวณงาน&nbsp;ส่วนร้านค้าต้องแสดงรายชื่อ&nbsp;ผลการตรวจ&nbsp;และการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ทุก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ด้านผู้แสดง&nbsp;แสงสีเสียง&nbsp;ต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ภายใน&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;และจำกัดผู้เข้าชมการแสดงยุทธหัตถี&nbsp;รอบละ&nbsp;1,500&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306151239955
101	รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะสำรวจแหล่งท่องเที่ยว Unseen ทะเลตราด  เกาะหมาก - เกาะกระดาด - เกาะขายหัวเราะ	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>นำคณะผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อพท.&nbsp;เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;เกาะหมาก-เกาะกระดาด-เกาะขายหัวเราะ&nbsp;สถานที่เช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;โดยคณะฯ&nbsp;ได้เริ่มเยี่ยมชมเกาะขายหัวเราะ&nbsp;ที่กำลังโด่งดังในโลกออนไลน์&nbsp;ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;นอกจากนี้ทางคณะยังได้เที่ยวชมเกาะกระดาด&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;Unseen&nbsp;Thailand&nbsp;ที่มีกวางจำนวนมากให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด&nbsp;จากนั้นได้มีการเดินทางสู่เกาะหมาก&nbsp;เพื่อเยี่ยมชม&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การท่องเที่ยว&nbsp;Low&nbsp;Carbon&nbsp;Learning&nbsp;Center&nbsp;พร้อมทั้งทำกิจกรรมปั่นจักรยาน&nbsp;ปลูกผักออแกนิค&nbsp;ที่เกาะหมากฟาร์ม&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ที่ผลิตพืชผักท้องถิ่นตามฤดูกาล&nbsp;ป้อนให้กับโรงแรม&nbsp;และรีสอร์ท&nbsp;บนเกาะหมาก&nbsp;ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการจัดการการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกาะหมากเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ&nbsp;(Low&nbsp;Carbon&nbsp;Destination)</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>&nbsp;ได้มอบนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวแก่ผู้นำชุมชน&nbsp;ซึ่งคาดว่าจากความประทับใจครั้งนี้&nbsp;จะเกิดการบอกต่อและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเกาะหมากเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เกาะหมาก&nbsp;ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;และกลุ่มวัยทำงาน&nbsp;เนื่องจากมีความสะดวกในการเดินทาง&nbsp;มีกิจกรรมและการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความหลากหลาย&nbsp;อีกทั้งยังสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ&nbsp;Workation&nbsp;หรือทำงานไปด้วยท่องเที่ยวไปด้วย&nbsp;ได้อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ททท.&nbsp;</strong>ได้นำเสนอเกาะขายหัวเราะ&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่&nbsp;เกาะขายหัวเราะเป็นส่วนหนึ่งของเกาะนกนอก&nbsp;ซึ่งเชื่อมมาจากเกาะนกใน&nbsp;และเกาะกระดาด&nbsp;เกาะนี้&nbsp;จะมีจังหวะที่โผล่พ้นน้ำในช่วงน้ำลด&nbsp;ซึ่งจะเห็นพื้นที่เกาะเล็กน้อยและมีต้นไม้&nbsp;(ต้นตะบัน)&nbsp;ขึ้นอยู่เพียงต้นเดียว&nbsp;ปรากฏภาพที่คล้ายกับฉากคลาสสิกของหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ&nbsp;&nbsp;นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ผ่านมาพบเห็นต่างพากันเรียกว่า&nbsp;เกาะขายหัวเราะ&nbsp;</p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306185249985
102	พช.ศรีสะเกษ เดินหน้าพัฒนาเครือข่าย OTOP ทุกระดับ มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ	<p><strong>พัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;ให้การดำเนินงานทุกระดับ&nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;3-5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมพรหมพิมาน&nbsp;ตำบลเมืองใต้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><strong>นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยยงค์&nbsp;ผ่องใส&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมดำเนินโครงการฯ&nbsp;โครงการฯ&nbsp;นี้&nbsp;มีกำหนดจัดขึ้น&nbsp;เพื่อเพื่อให้การดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ทุกระดับ&nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงานจากองค์กรของตนเองอย่างทั่วถึงและให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนระดับจังหวัดและกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;นำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการฝึกอบรม&nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;3-5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;และเลขานุการกรรมการระดับอำเภอๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;44&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;46&nbsp;คน&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากทีมที่ปรึกษาและวิทยากร&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;มาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องการทบทวนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;กรอบแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;อำเภอ/จังหวัด&nbsp;และการเป็นผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;อย่างมืออาชีพ&nbsp;รวมถึงทิศทาง/แนวโน้มในอนาคตด้านการตลาดผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดที่ผ่านมา&nbsp;จัดทำแนวทางการสนับสนุนผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;การสนับสนุนช่องทางการตลาด&nbsp;เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ให้กับเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้เกิดการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มแข็ง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306201357001
103	ลานวัฒนธรรม สร้างสุข ตลาดหน้าจวน จังหวัดสุรินทร์ ครั้งที่ 9 สร้างรายได้กว่าล้านบาท	<p><strong>จังหวัดสุรินทร์รวมพลังทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม&nbsp;สร้างสุข&nbsp;@&nbsp;ตลาดหน้าจวน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;9&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;โดยมีกิจกรรมตักบาตรกับช้าง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานทำบุญตักบาตรกับช้าง&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ถ่ายภาพกับทะเลตุง&nbsp;เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าไหม&nbsp;</strong>เครื่องเงิน&nbsp;อาหารพื้นบ้าน&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์ของดีเมืองสุรินทร์&nbsp;โดยมีร้านค้ามาออกร้านให้การบริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;84&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p>&nbsp;<strong>ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00-21.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย&nbsp;พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับบรรยากาศลานคนเมือง&nbsp;สุรินทร์รื่นรมย์&nbsp;ร้อง&nbsp;เล่น&nbsp;เต้น&nbsp;รำ&nbsp;และชมการแสดงดนตรีร่วมสมัย&nbsp;ดนตรีโฟคซอง&nbsp;จากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นถิ่น&nbsp;สินค้าพื้นเมือง&nbsp;สินค้า&nbsp;GI&nbsp;เกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็นสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างความสุขให้กับชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยมีผู้มาร่วมกิจกรรม&nbsp;นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม&nbsp;ซื้อ&nbsp;ขาย&nbsp;แลกเปลี่ยนสินค้า&nbsp;ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;1,244&nbsp;คน&nbsp;เกิดรายได้หมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมทุกกิจกรรม&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;1,246,449&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ได้ประสานงาน<strong>&nbsp;</strong>อำนวยความสะดวกแก่ศิลปินนักแสดง&nbsp;จัดเก็บข้อมูลผู้แต่งกายผ้าไทยสวยงามและโดดเด่น&nbsp;เข้ารับเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในวันเสาร์แรกของทุกต้นเดือน&nbsp;ข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306204235004
104	ตำบลช่างปี่ จังหวัดสุรินทร์ สืบสานประเพณี ตะวันลอดช่องบานประตูปราสาทช่างปี่	"<p><strong>ตำบลช่างปี&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;สืบสานประเพณี&nbsp;""ตะวันลอดช่องบานประตู&nbsp;ปราสาทช่างปี่""&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;ปราสาทช่างปี่&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายณัฏฐพล&nbsp;จรัสรพีพงษ์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;เป็นประธานในพิธีบวงสรวง&nbsp;และเปิดงาน&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;ในงานมีกิจกรรมดังนี้&nbsp;ช่วงเช้า&nbsp;พิธีบวงสรวงปราสาทช่างปี่&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;และการสาธิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย</p><p><strong>สำหรับช่วงเย็นมีพิธีสะเดาะเคราะห์เสริมสิริมงคล</strong>&nbsp;กิจกรรมมัคคุเทศน์น้อย&nbsp;จากโรงเรียนบ้านช่างปี่&nbsp;รับชมตะวันลอดช่องบานประตูปราสาทช่างปี่&nbsp;หนึ่งปีมีครั้งเดียว&nbsp;และการแสดงแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;""สืบสานตำนานปราสาทช่างปี่&nbsp;""</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวมีขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;5-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>และเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-06-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307000656035
105	ธ.ก.ส. เดินหน้าสินเชื่อเงินด่วนลูกค้าชั้นดี A-Cash Gold ให้เกษตกรลูกค้าของธนาคารเข้าถึงเงินด่วนในระบบ	<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;กิมาวหา</strong>&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;สินเชื่อเงินด่วนลูกค้าชั้นดี&nbsp;A-Cash&nbsp;Gold&nbsp;สินเชื่อตัวใหม่&nbsp;ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ออกมาเพื่อช่วยขยายโอกาสให้เกษตกรในทะเบียนเกษตรกรลูกค้าของธนาคาร&nbsp;ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี&nbsp;มีการบริหารจัดการได้&nbsp;มีหลักประกันจำนองไว้กับธนาคารอยู่แล้ว&nbsp;สามารถเข้าถึงสินเชื่อเงินด่วนที่มีต้นทุนต่ำ&nbsp;ให้มีเงินหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ได้เร็ว&nbsp;ป้องกันก่อหนี้ภายนอกระบบ</p><p><strong>วงเงินด่วนสินเชื่อ&nbsp;A-Cash&nbsp;Gold&nbsp;</strong>ให้กู้รายละไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและการประเมินศักยภาพ&nbsp;นอกจากการเปิดช่องทางให้เกษตรกรลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนซึ่งเป็นประการท้ายๆ&nbsp;ของการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ยังเดินหน้าสร้างต้นทุนความรู้ซึ่งเป็นต้นทางปัญหาหนี้สินให้แก่เกษตรกรลูกค้าด้วย&nbsp;ทั้งการเติมปัญญา&nbsp;&nbsp;แผนธุรกิจ&nbsp;การจัดการ&nbsp;การผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;จัดการข้อมูลสำคัญ&nbsp;ข้อมูลการจัดการฟาร์มการทำบัญชีต้นทุนฟาร์มต่างๆ&nbsp;ที่พบเกษตรกรส่วนใหญ่ละเลยเรื่องนี้ไม่มีข้อมูลประกอบ&nbsp;เมื่อถึงเวลาทำให้มี่ความเสี่ยง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.จะเติมปัญญาโดยมีต้นแบบทั้งแบบที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;และแบบที่ล้มเหลวให้เกษตรก็ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;</strong>ยังมีการคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆ&nbsp;ที่สำคัญต่อผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้นำไปปรับแผนการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพและได้ราคาดี&nbsp;โดยล่าสุดกับสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย&nbsp;ยูเครน&nbsp;และสถานการณ์โควิด-19&nbsp;คาดจะส่งผลให้เดือนมีนาคมนี้&nbsp;ราคาสินค้าส่วนใหญ่ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ&nbsp;น้ำตาลทรายดิบ&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ยางพาราดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;และสุกร&nbsp;ส่วนสินค้าที่จะขยับราคาลดลงคือ&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;กุ้งขาวแวนนาไมและโคเนื้อ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104451077
106	ไทยและทั่วโลกกำลังเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต ส่งผลกระทบราคาพลังงานโลก	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้ไทยและทั่วโลก&nbsp;เผชิญหน้ากับปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&nbsp;เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตพร้อมกันคือ&nbsp;วิกฤตไวรัสโควิด-19&nbsp;วิกฤตเงินเฟ้อและวิกฤตสงครามยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ส่งผลกระทบราคาพลังงานโลก&nbsp;คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;อาจจะเห็นตัวเลขราคาน้ำมันโลกที่&nbsp;&nbsp;120&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;/บาร์เรล&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่&nbsp;106.58&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล</strong>&nbsp;เบรนท์&nbsp;118.11&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;/บาร์เรล&nbsp;และเวสต์เท็กซัส&nbsp;110.07&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;/บาร์เรล&nbsp;น้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าและขนส่ง&nbsp;ก็จะทำให้ราคาสินค้าและค่าขนส่งยิ่งแพงขึ้น&nbsp;กระทบทั้งค่าครองชีพ&nbsp;และภาคการส่งออก&nbsp;รวมทั้งสภาวะเงินเฟ้อที่มาพร้อมกับเงินฝืด&nbsp;จะส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับครอบครัวและมหภาค&nbsp;ซึ่งเป็นภาวะที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก&nbsp;ไทยเองก็ไม่แตกต่าง&nbsp;เพราะเราเป็นประเทศนำเข้าน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;รัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซล</strong>&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตรอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หลังการประชุมคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนใน&nbsp;3&nbsp;แนวทางหลักคือ&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลประชาชน&nbsp;บรรเทาภาระหนี้สิน&nbsp;โดยให้ปีนี้เป็น&nbsp;ปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน&nbsp;และเร่งการลงทุนภาครัฐ/เอกชน&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&nbsp;และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง&nbsp;ซึ่งในวันพุธที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(กพช.)&nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการด้านพลังงาน&nbsp;ซึ่งจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเร่งรัดให้มีผลบังคับใช้&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนโดยเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104012073
107	ยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ	<p><strong>การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;นับเป็นเป้าหมายสำคัญ</strong>ของรัฐบาลที่จะชูจุดเด่นดังกล่าวในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจากการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มที่มีมูลค่าสูง&nbsp;ซึ่งถือเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;12&nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป</p><p><strong>โดยคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับ</strong>การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;เพื่อพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์มูลค่าสูงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เริ่มหันมานิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภายหลังการระบาดของสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรของโลกที่มีกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น&nbsp;การดำเนินโครงการ&nbsp;จะมีการจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร&nbsp;(International&nbsp;&nbsp;Health/Medical&nbsp;&nbsp;Plaza)&nbsp;2.&nbsp;ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ&nbsp;(Premium&nbsp;Long&nbsp;Term&nbsp;Care)&nbsp;3.&nbsp;ศูนย์ใจรักษ์&nbsp;(Hospice&nbsp;Home)&nbsp;หรือศูนย์การดูแลแบบประคับประคอง&nbsp;ในระยะสุดท้ายของชีวิต&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร&nbsp;(Rehabilitation&nbsp;Center)</p><p><strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&nbsp;เช่น&nbsp;เกิดการจ้างงาน</strong>&nbsp;การกระจายรายได้&nbsp;จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&nbsp;เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ&nbsp;(GDP)&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;ในพื้นที่หลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&nbsp;เกิดการกระจายรายได้สำหรับภาคเอกชน&nbsp;เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและภาคบริการอื่น&nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทย&nbsp;พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีทางการแพทย์&nbsp;และระบบบริการด้านสาธารณสุขของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307091254043
108	แอร์เอเชีย ปรับเพิ่มเที่ยวบินตรงไป-กลับ หัวหิน-เชียงใหม่ เป็นสัปดาห์ละ 3 วัน รองรับผู้โดยสารที่ใช้บริการมากขึ้น ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวหัวหิน  ชะอำ	<p><strong>นายอุดร&nbsp;ออลสัน&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;หลังจากรัฐบาลเห็นชอบอนุมัติวงเงิน&nbsp;250&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อยกระดับท่าอากาศยานหัวหิน&nbsp;&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;เป็นท่าอากาศยานนานาชาติเต็มรูปแบบ&nbsp;โดยขยายความกว้างของรันเวย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นตามแผนงานในเดือนพฤษภาคม&nbsp;&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;จะขยายอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมและปรับปรุง</strong>อาคารผู้โดยสารเดิมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;ซึ่งในอนาคตท่าอากาศยานหัวหินจะเป็นศูนย์กลางการบินในระดับภูมิภาค&nbsp;ขณะที่&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และ&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;มีความพร้อมเป็นศูนย์กลางการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่สำหรับการท่องเที่ยวในโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Riviera&nbsp;&nbsp;4&nbsp;Plus&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ส่วนการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;ขณะนี้ผู้บริหารจากบริษัท&nbsp;Phoenix&nbsp;&nbsp;Aviation&nbsp;International&nbsp;HK&nbsp;ได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เพื่อกำหนดแผนการบินของสายการบินเจท&nbsp;สตาร์&nbsp;สกู๊ตแอร์&nbsp;ไชน่า&nbsp;เอ็กเพรส&nbsp;นำนักท่องเที่ยวบินตรงมายังท่าอากาศยานหัวหิน&nbsp;โดย&nbsp;ททท.ได้ประสานงานไปยังสำนักงานต่างประเทศที่สิงคโปร์&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;จีน&nbsp;อินเดีย&nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลส่งเสริมการท่องเที่ยวของ&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และ&nbsp;จ.เพชรบุรี</p><p><strong>ขณะที่การท่องเที่ยวช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน&nbsp;-&nbsp;ชะอำ</strong>&nbsp;เชื่อว่าจะมีแนวโน้มที่ดี&nbsp;หลังจากแอร์เอเชีย&nbsp;ปรับตารางเที่ยวบินตรงหัวหิน&nbsp;&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;3&nbsp;วันต่อสัปดาห์&nbsp;&nbsp;จากเดิม&nbsp;2&nbsp;วันต่อสัปดาห์&nbsp;เริ่มใช้ตารางบินใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;ถึง&nbsp;29&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วยเที่ยวบิน&nbsp;FD3900&nbsp;เชียงใหม่-หัวหิน&nbsp;วันอังคาร,พฤหัส.เสาร์&nbsp;ออกเวลา&nbsp;11.25&nbsp;น.&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;12.45&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;FD3901&nbsp;หัวหิน-เชียงใหม่&nbsp;วันอังคาร,พฤหัส.เสาร์&nbsp;ออกเวลา&nbsp;13.15&nbsp;น.&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เส้นทางการบินหัวหิน&nbsp;&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ที่ผ่านมามีอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ต่อเที่ยวบิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307110150087
109	ยะลา ประชาชนเทขายทองคึกคัก หลังทองพุ่ง   วิกฤต รัสเซีย-ยูเครน  น้ำมันแพง	<p><strong>จากวิกฤตสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;&nbsp;ที่มีมากว่า&nbsp;10&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ส่งผลให้ราคาทองคำแท่ง&nbsp;ทองรูปพรรณ&nbsp;ปรับสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้บรรยากาศที่ร้านทอง&nbsp;ไท้เซ่งล้ง&nbsp;เขตย่านการค้าถนนสายกลางยะลา&nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่เปิดร้าน&nbsp;ได้มีประชาชนทยอยเดินทางนำทองรูปพรรณ&nbsp;ทั้งแหวน&nbsp;สร้อย&nbsp;กำไล&nbsp;มาเทขายขายกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อหวังได้มีกำไรจากการขายทองหลังทองแพง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;ราคา&nbsp;ขายอยู่ที่&nbsp;บาทละ&nbsp;30,700&nbsp;บาท&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;การมาเลือกซื้อหาทอง&nbsp;ไปสวมใส่&nbsp;ก็ยังได้รับความสนใจจากประชาชนเช่นกัน&nbsp;ถึงแม้นว่าราคาทองในช่วงนี้จะขึ้นราคาสูงมาก</p><p><strong>ร้านทอง&nbsp;ไท้เซ่งล้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากวันเสาร์ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ราคาทองอยู่ที่&nbsp;30,250&nbsp;บาท&nbsp;พอเปิดตลาดในวันนี้&nbsp;7&nbsp;มี.ค&nbsp;&nbsp;ราคาทองปรับขึ้นมาถึง&nbsp;30,700&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคาสูงสุดที่ไม่เคยปรากฏ&nbsp;เนื่องมาจาก&nbsp;สงครามรัสซีย-ยูเครน&nbsp;น้ำมันแพงด้วย&nbsp;ประชาชนก็นำทองรูปพรรณมาขายกันอย่างคึกคัก</p><p><strong>แต่เมื่อเทียบกับ&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ช่วง&nbsp;ที่ราคาทองขึ้น&nbsp;30,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;ในสถานการณ์โควิดระบาด&nbsp;รอบแรก&nbsp;ที่ยะลา&nbsp;จะมีประชาชนมาขายเยอะกว่า&nbsp;&nbsp;ส่วนการมาซื้อก็ยังมีประชาชนมาซื้อกันเรื่อยๆ&nbsp;&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;หากสงครามยืดเยื้อไปอีก&nbsp;ราคาทองก็จะสูงขึ้นมากกว่านี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนผลกระทบของทางร้านไม่มีแต่อย่างใด&nbsp;ประชาชนนำมาขาย&nbsp;ทางร้านก็ขายด้วยอยู่แล้ว&nbsp;ค่าเท่ากัน</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ราคาน้ำมันทุกชนิดที่ได้ปรับสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;โดยวันนี้&nbsp;ดีเซล&nbsp;อยู่ที่&nbsp;ลิตรละ&nbsp;30.44&nbsp;บาท&nbsp;เบนซินลิตรละ&nbsp;45.66&nbsp;บาท&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;&nbsp;38.25&nbsp;บาท&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ลิตรละ&nbsp;&nbsp;37.98&nbsp;บาท&nbsp;E&nbsp;20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;37.14&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ได้ส่งผลกระทบกับประชาชนที่ใช้รถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนทำให้ค่าครองชีพ&nbsp;ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันสูงขึ้นตามไปด้วย</p><p><strong>ประชาชน&nbsp;บอกว่า&nbsp;&nbsp;ตอนนี้ค่าน้ำมันขึ้น&nbsp;ข้าวยากหมากแพง</strong>&nbsp;กว่าจะหาเงินได้&nbsp;1&nbsp;พันบาท&nbsp;ก็หลายวัน&nbsp;เติมน้ำมันช่วงนี้รู้สึกหดหู่มาก&nbsp;ไม่ใช่แต่ตนเองทุกคนที่ใช้รถก็เป็นเหมือนกันหมด&nbsp;อยากให้รัฐช่วยดูประชาชนด้วย&nbsp;น้ำมันเป็นเป้าหมายสำคัญ&nbsp;ต้องใช้&nbsp;ปกติแล้วก็ไม่ได้เติมมาก&nbsp;แต่วันนี้มีความจำเป็นต้องเดิม&nbsp;1&nbsp;พัน&nbsp;บาท&nbsp;กัดฟันเติม&nbsp;เดือดร้อนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307123327116
110	ปตท. สนับสนุนรัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมใจประหยัดพลังงาน	<p><strong>บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงาน&nbsp;เกิดขึ้นทั่วโลก&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;สถานการณ์ตึงเครียดในหลายภูมิภาคทั่วโลก&nbsp;อัตราแลกเปลี่ยน&nbsp;ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง&nbsp;ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ประกอบกับเศรษฐกิจในหลายประเทศเริ่มฟื้นตัวและหลายประเทศเข้าสู่ฤดูร้อน&nbsp;ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์เหล่านี้</strong>&nbsp;ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งราคาน้ำมันดิบและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ขณะเดียวกันประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศกว่าร้อยละ&nbsp;80-90&nbsp;ของความต้องการ&nbsp;ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทย&nbsp;ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก&nbsp;</p><p><strong>ปตท.&nbsp;จึงอยากเชิญชวนทุกคน&nbsp;มาร่วมใจกันประหยัดพลังงาน</strong>&nbsp;ซึ่งก็ทำได้หลายรูปแบบ&nbsp;แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคนก้าวผ่านวิกฤตพลังงานนี้ไปด้วยกัน&nbsp;แค่ช่วยกันประหยัดพลังงาน&nbsp;ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า&nbsp;ใช้อย่างคุ้มค่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายของเราแล้ว&nbsp;ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในภาพรวมของประเทศ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ปตท.ยังได้แนะนำ&nbsp;7&nbsp;วิธีประหยัดพลังงาน&nbsp;</strong>ไม่ให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานมีฉลากประหยัดเบอร์&nbsp;5&nbsp;เปิดแอร์&nbsp;26-27&nbsp;องศาเซลเซียล&nbsp;และพัดลมพร้อมกันเพื่อกระจายความเย็นทั่วพื้นที่&nbsp;ถอดปลั๊กไฟและปิดสวิตซ์ทุกครั้งหลังใช้งาน&nbsp;ใช้หลอดไฟ&nbsp;LED&nbsp;หยุดรีดผ้าบ่อย&nbsp;จัดระเบียบและทำความสะอาดตู้เย็น&nbsp;ซักผ้าครั้งละมากๆ&nbsp;รวมถึงศึกษาเส้นทางก่อนการเดินทาง&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142435174
111	สำนักงานการวิจัยแห่งชาติร่วม 3 มหาวิทยาลัย จัดโครงการด้านเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเป้าหมาย การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน	"<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานกล่าวต้อนรับและรับมอบศูนย์&nbsp;ในพิธีเปิด&nbsp;ศูนย์ประสานงาน&nbsp;พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน""&nbsp;ณ&nbsp;วัดคำใน&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.สราวุธ&nbsp;รูปิน&nbsp;ภาควิชาศิลปะไทย&nbsp;คณะวิจิตรศิลป์&nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;</strong>หัวหน้าโครงการฯ&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;และ&nbsp;ดร.วิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ประธานในพิธี&nbsp;เป็นผู้กล่าวเปิดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;</strong>และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;ได้ดำเนิน&nbsp;โครงการด้านเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเป้าหมาย&nbsp;SDGs&nbsp;:&nbsp;การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน""&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยการศึกษาและฝึกอบรม&nbsp;เพื่อสร้างกระบวนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมืองขุนยวม&nbsp;บนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการศึกษาและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;จัดทำแนวทางกระบวนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมือง&nbsp;ขุนยวม&nbsp;บนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างสถาบันการศึกษาอุดมศึกษา&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;และคณะสงฆ์อำเภอขุนยวม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307133038144
112	กระทรวงพาณิชย์ แนะผู้ประกอบการเตรียมศึกษากฎระเบียบและความต้องการผู้บริโภค เพิ่มโอกาสส่งออก หลังไห่หนานประกาศเตรียมเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนานอย่างเป็นทางการในปี 2568	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติมณฑลไห่หนาน&nbsp;ได้ประกาศเตรียมเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนาน&nbsp;(Hainan&nbsp;Free&nbsp;Trade&nbsp;port)&nbsp;อย่างเป็นทางการในปี&nbsp;2568&nbsp;มีผลทำให้การนำเข้าและส่งออกสินค้าจะดำเนินการผ่านศุลกากรเกาะไห่หนาน&nbsp;และการเดินทางเข้าสู่เกาะไห่หนานของนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านการอนุญาตจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;เช่นเดียวกับการไปเที่ยวต่างประเทศการประกาศครั้งนี้&nbsp;เป็นการกระตุ้นให้เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเขตการค้าเสรีตามแผนพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ&nbsp;สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างมณฑลไห่หนาน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ว่าจะสามารถเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อมในการส่งออกสินค้าและบริการ&nbsp;</strong>ศึกษากฎระเบียบการนำเข้า&nbsp;รวมทั้งความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากเกาะไห่หนานถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวฤดูร้อนที่สำคัญของประเทศจีน&nbsp;ทำให้มีโอกาสการทำธุรกิจด้านการบริการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะร้านค้าปลอดภาษี&nbsp;ที่จะเป็นช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญอีกช่องทางหนึ่ง&nbsp;ขณะเดียวกันจะมีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาและยกระดับคุณภาพของสินค้าไทย&nbsp;เพื่อให้โดดเด่นกว่าสินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในท้องตลาด</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307151256232
113	คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยาร่วมกับชุมชน จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คึดฮอดอีหลี	<p><strong>คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์&nbsp;สาขาการท่องเที่ยว&nbsp;มหาวิทยาลัยพะเยา&nbsp;</strong>จัดโครงการวิจัยเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ของกลุ่มโฮมสเตย์อีสาน-ล้านนา&nbsp;ตำบลสันโค้ง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีสานล้านนาสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และมีโครงการย่อยอีก&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;การพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;การใช้ภาพถ่ายเพื่อการสื่อสารการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์&nbsp;การสื่อสารสารตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;และการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินโครงการ</p><p><strong>กลุ่มโฮมสเตย์อีสานล้านนามีการจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>โดยชุมชนที่เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกันของชุมชนพหุวัฒนธรรม&nbsp;ระหว่างชาวไทยอีสานและไทยภาคเหนือภายใต้งาน&nbsp;คึดฮอดอีหลี&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนอีสาน-ล้านนา&nbsp;ตำบลสันโค้ง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เพื่อเป็นการทดสอบแนวทางการยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีสานล้านนาสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการวิจัยที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ที่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ทอผ้า&nbsp;กลุ่มท่องเที่ยวอีสาน-ล้านนา&nbsp;รับชมวีดีทัศน์แนะนำชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;เที่ยวชมหมู่บ้าน&nbsp;ชมการจักสานเครื่องใช้ในครัวเรือนตามวิถีของชาวอีสาน&nbsp;ผสมผสานความอ่อนช้อยของล้านนา&nbsp;การทำขนมพื้นบ้าน&nbsp;การทอเสื่อตามวิธีแบบชาวอีสาน&nbsp;จากกกราชินี&nbsp;หรือ&nbsp;กกไหล&nbsp;ซึ่งโบราณเชื่อว่าไหลเงินไหลทองเข้าบ้าน&nbsp;การทดลอง&nbsp;ย่ำข่าง&nbsp;การนวดทางเลือก&nbsp;แก้ปวดเมื่อยฉบับล้านนา&nbsp;การทำกาแฟแบบดั้งเดิม&nbsp;ซึ่งทุกคนจะได้เรียนรู้และทดลองคั่วกาแฟด้วยมือแบบดั้งเดิม&nbsp;และทดลองกราฟแคคตัส&nbsp;ด้วยการนำหัวแคคตัสมาต่อบนตอ&nbsp;ขณะที่ในช่วงเย็น&nbsp;สนุกสนานกับเครื่องดนตรีอีสานและล้านนา&nbsp;การทำตาแหลวมงคลพวงกุญแจเป็นของที่ระลึก&nbsp;พิธีบายศรีสู่ขวัญ&nbsp;การแสดงสีสันแห่งอีสานความงามแห่งล้านนา&nbsp;และชมหนังกลางแปลงรับประทานอาหารแบบขันโตก&nbsp;ณ&nbsp;ลานวัดใหม่ราษฎร์บำรุง&nbsp;ตำบลสันโค้ง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กลุ่มโฮมสเตย์อีสาน-ล้านนา&nbsp;</strong>เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ศักยภาพสูงที่สุด&nbsp;จากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;21&nbsp;แห่ง&nbsp;ในอำเภอดอกคำใต้&nbsp;ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นส่วนใหญ่โดยเป็นนักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาดูงานด้านรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;สร้างรายได้การท่องเที่ยว&nbsp;และชุมชนยังไม่สามารถดึงคุณค่าเอกลักษณ์ด้านวิถีชีวิต&nbsp;ภูมิปัญญา&nbsp;และองค์ความรู้&nbsp;ออกมาสร้างสรรค์ให้เกิดความน่าสนใจและดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยววัฒนธรรมที่ผสมผสานร่วมกับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;และมีกิจกรรมที่ทันสมัย&nbsp;โดยมีวัฒนธรรมเป็นฐาน&nbsp;ยกระดับและพัฒนาการกลุ่มโฮมสเตย์อีสาน&nbsp;ล้านนา&nbsp;สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ขยายขอบเขต&nbsp;และระดับความเข้มข้นของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;นำไปสู่เป้าหมายของการเป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามปณิธานมหาวิทยาลัยพะเยา&nbsp;ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143950198
114	จังหวัดแพร่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ	<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดแพร่ดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;ในรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;หรือ&nbsp;D-HOPE&nbsp;ณ&nbsp;วังปลาโป่งศรี&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชนและรองรับการบริหารนักท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป&nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีศักยภาพ&nbsp;มีการบริหารจัดการที่ดี&nbsp;สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวมาลงมือปฏิบัติ&nbsp;จนเกิดความประทับใจและสามารถบอกต่อได้</p><p>กิจกรรมดังกล่าวเป็นการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(Decentralized&nbsp;Hands-On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;:&nbsp;D-HOPE)&nbsp;ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ&nbsp;รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถและความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งจังหวัดแพร่กำหนดดำเนินการในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านโป่งศรี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;และบ้านดอนมูล&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลดอนมูล&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144802210
115	"จ.อุดรธานีจัดฝึกอบรม ""การแปรรูปจิ้งหรีด"" "	"<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอกชน&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มจิ้งหรีดแหล่งโปรตีนทางเลือก&nbsp;จัดอบรมแปรรูปจิ้งหรีดให้กับเกษตรกรผู้สนใจ&nbsp;พร้อมนำคณะเยี่ยมชมบริษัท&nbsp;""แมลงรวย""&nbsp;หวังเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ที่วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด&nbsp;เพื่อการแปรรูปโคกสะอาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;เป็นประธานการอบรมแปรรูปจิ้งหรีด&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และบริษัท&nbsp;แมลงรวย&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่ออบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร&nbsp;โดยมีนางขนิษฐา&nbsp;โกวิทยากร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;&nbsp;นายอเนก&nbsp;รัตน์รองใต้&nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม&nbsp;ซึ่งในการอบรมครั้งนี้มีการแบ่งกลุ่มให้เกษตรกรได้ร่วมกันแปรรูปผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดด้วย</p><p><strong>""จิ้งหรีด""&nbsp;เป็นแมลงเศรษฐกิจที่นิยมเพาะเลี้ยงในประเทศไทย&nbsp;</strong>เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น&nbsp;ทำให้จิ้งหรีดสามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากจิ้งหรีดนับเป็นสินค้ากลุ่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ&nbsp;เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(FAO)&nbsp;ให้การสนับสนุน&nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด&nbsp;เป็นการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก&nbsp;เป็นการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;และส่งเสริมให้จังหวัดอุดรธานีเป็นแหล่งผลิตโปรตีนที่สำคัญของโลก&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิต&nbsp;และแปรรูปแมลง&nbsp;ที่บริษัท&nbsp;แมลงรวย&nbsp;จำกัด&nbsp;เลขที่&nbsp;60/55&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ซอยบ้านหนองใหญ่&nbsp;ตำบลหมากแข้ง&nbsp;ถนนรอบเมือง&nbsp;อุดรธานี-หนองบัวลำภู&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีการแปรรูปแมลงทอด&nbsp;อบ&nbsp;กรอบ&nbsp;และแมลงแช่แข็ง&nbsp;อาทิ&nbsp;จิ้งหรีด&nbsp;ดักแด้&nbsp;สะดิ้ง&nbsp;ด้วงมะพร้าว,&nbsp;ผงจิ้งหรีด&nbsp;ผงดักแด้,&nbsp;แจ๋วบองสะดิ้งอบแห้ง,&nbsp;โปรตีนจิ้งหรีดสะกัด&nbsp;และโปรตีนรสช็อคโกแลต&nbsp;รสวนิลา&nbsp;และรสชาเขียว&nbsp;นูกัต&nbsp;รสผลไม้รวม&nbsp;(ตังเมญี่ปุ่น)&nbsp;คุกกี้โปรตีน""จิ้งหรีด&nbsp;ผสมแอลมอนด์&nbsp;ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;นายสไกร&nbsp;อินทร์นาง&nbsp;โทร&nbsp;09-1896-9599</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171957294
116	จ.ขอนแก่น จุดพลุร่วมมืออุดร-หนองคาย พัฒนาระเบียงนวัตกรรมสุขภาพ สร้างเศรษฐกิจใหม่ นําฐานการแพทย์เสริมศักยภาพเศรษฐกิจเวลเนส	<p><strong>ที่โรงแรมโฆษะ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;นายสุเทพ&nbsp;มณีโชติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นกรอบการพัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจเวลเนส&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;โดยมีนายฐาปนา&nbsp;บุณยประวิตร&nbsp;นายกสมาคมการผังเมืองไทย&nbsp;ในฐานะเลขานุการกฎบัตรไทย&nbsp;นายชาติชาย&nbsp;โฆษะวิสุทธิ์&nbsp;ประธานกรรมการโรงแรมโฆษะ&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;และนายภูวนารถ&nbsp;ยกฉวี&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัท&nbsp;บี&nbsp;เฮลท์ตี้&nbsp;เอเชีย&nbsp;จํากัด&nbsp;พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย&nbsp;เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น</p><p><strong>นายฐาปนา&nbsp;บุณยประวิตร&nbsp;นายกสมาคมการผังเมืองไทย</strong>&nbsp;ในฐานะเลขานุการกฎบัตรไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่ภาคอีสานตอนกลางและตอนบน&nbsp;มีลักษณะเป็นประตูเชื่อมต่อโครงข่ายเศรษฐกิจระดับอนุภูมิภาค&nbsp;การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนสามารถเชื่อมต่อการค้าการลงทุนกับประเทศในอนุภูมิภาคโดยตรงทั้งทางถนน&nbsp;ทางราง&nbsp;และทางอากาศ&nbsp;โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีและท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การขนส่งทางรางที่เชื่อมต่อทางตรงกับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และประเทศจีน&nbsp;ทั้งจังหวัดหนองคาย&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ต่างเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง&nbsp;สามารถรองรับปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่</p><p><strong>นายฐาปนา&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;พื้นที่ของสามจังหวัดมีกิจกรรมเศรษฐกิจที่หลากหลาย&nbsp;มีเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ&nbsp;เมื่อรวมกิจกรรมเศรษฐกิจที่ทั้งสามจังหวัดผลิตได้&nbsp;จะมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของจังหวัดในภาคอีสานทั้งหมด&nbsp;ไม่นับรวมความเข้มแข็งของศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมืองของสองจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ที่มีความหนาแน่นของประชากรและด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ด้านการแพทย์และสุขภาพ&nbsp;ซึ่งสามารถต่อยอดพัฒนาเป็นศูนย์บริการเวลเนสระดับอนุภูมิภาคได้ไม่ยาก&nbsp;ด้วยศักยภาพของพื้นที่ภาคอีสานตอนกลางและอีสานตอนบน&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยคณะทํางานขับเคลื่อนนิเวศอุตสาหกรรม&nbsp;Wellness&nbsp;Hub&nbsp;ได้คัดเลือกให้&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นพื้นที่พัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสประเทศไทย</p><p><strong>ด้านนายชาติชาย&nbsp;โฆษะวิสุทธิ์&nbsp;ประธานกรรมการโรงแรมโฆษะ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;</strong>ในฐานะนายกสมาคมโรงแรมภาคอีสาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การพัฒนานิเวศอุตสาหกรรม&nbsp;Wellness&nbsp;Hub&nbsp;ที่คัดเลือกพื้นที่อีสานตอนกลางและตอนบนเป็นเขตระเบียงเศรษฐกิจ&nbsp;มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับสมรรถนะกิจการโรงแรมและกิจการส่งเสริมสุขภาพให้เป็นกิจการเวลเนสที่ได้มาตรฐาน&nbsp;โดยได้ร่วมกับกฎบัตรไทยเปิดหลักสูตรการจัดการโรงแรมและกิจการเวลเนสสําหรับผู้บริการ&nbsp;โดยมีโครงการที่จะเปิดหลักสูตรในพื้นที่ภาคอีสานในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;นับเป็นครั้งสําคัญที่โรงแรมจะได้ยกระดับเป็นโรงแรมเวลเนส&nbsp;(WellnessHotel)&nbsp;ที่สมบูรณ์&nbsp;สามารถรองรับนักท่องเที่ยวสุขภาพจากต่างชาติให้เข้ามายังภาคอีสาน&nbsp;ช่วยสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มอัตราการจ้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่ได้</p><p><strong>นายชาติชาย&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันมีโรงแรมในพื้นที่เป็นจํานวนมากที่ต้องการปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมเวลเนส&nbsp;โดยการนํากิจกรรมด้านการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพเปิดให้บริการในพื้นที่ของโรงแรมแต่ยังติดปัญหาด้านข้อกฎหมาย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เป็นที่น่ายินดีว่า&nbsp;อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้มีแนวคิดในการแก้ไขกฎกระทรวงให้รวมใบอนุญาตการบริการในลักษณะใบเดียว&nbsp;(Single&nbsp;License)&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเกิดความสะดวกในการขอรับใบอนุญาตและสามารถประกอบการผสมผสานกิจกรรมโรงแรมกับกิจกรรมด้านเวชศาสตร์ในพื้นที่ของโรงแรมได้</p><p><strong>นายภูวนารถ&nbsp;ยกฉวี&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัท&nbsp;บี&nbsp;เฮลท์ตี้&nbsp;เอเชีย&nbsp;จํากัด</strong>&nbsp;ในฐานะกรรมการกฎบัตร&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;เขตระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จะเป็นกลไกสําคัญที่จะเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของพื้นที่&nbsp;โดยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่บริษัทฯ&nbsp;และเครือข่ายเตรียมการสนับสนุนการพัฒนาให้กับกิจการเวลเนส&nbsp;จะเป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;กระตุ้นการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพการบริการทางการแพทย์และเวลเนสระหว่างบุคลากรทางการแพทชย์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางกับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในอนาคต&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเวลเนสในพื้นที่ภาคอีสานจะสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทั่วโลก&nbsp;โดยผ่านเครือข่าย&nbsp;B-Healthy&nbsp;Marketplace&nbsp;ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและเครือข่ายเวลเนสโลก&nbsp;โดยโครงสร้างพื้นฐานที่กล่าวมานี้&nbsp;จะกระตุ้นให้พื้นที่ระเบียงเวลเนสภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเขตระเบียงนวัตกรรมหลักของไทยและอนุภูมิภาคอย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307195156340
117	ประชุมวางแผนการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 14  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ/ผู้แทน&nbsp;ประชุมวางแผนการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&nbsp;เพื่อทราบสถานการณ์สำคัญของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;แนวโน้มปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และพิจารณาการติดตามการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในระดับพื้นที่ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายชนิดสินค้าเกษตรสำคัญของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3</p><p><strong>ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>และแนวโน้มปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีการหดตัวร้อยละ&nbsp;0.4&nbsp;เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยสาขาปศุสัตว์หดตัวร้อยละ&nbsp;1.1&nbsp;สาขาประมงหดตัวร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;สาขาพืชขยายตัวร้อยละ&nbsp;1.4&nbsp;สาขาบริการทางการเกษตรขยายตัวร้อยละ&nbsp;0.3&nbsp;โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยที่ชะลอตัวจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ&nbsp;(Climate&nbsp;Change)&nbsp;โดยเฉพาะสาขาปศุสัตว์หดตัว&nbsp;เนื่องจากการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ส่งผลกระทบให้ปริมาณการผลผลิตกระบือ&nbsp;และโคเนื้อ&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;9.6&nbsp;และ&nbsp;2.8&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีสินค้าบางชนิดสาขาปศุสัตว์ขยายตัว&nbsp;เนื่องจากสินค้า&nbsp;เช่น&nbsp;สุกร&nbsp;และไก่เนื้อ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2.5&nbsp;และ&nbsp;1.4&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;และสาขาพืชขยายตัว&nbsp;เนื่องจากสินค้า&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำะหลัง&nbsp;ยางพาราและอ้อยโรงงาน&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;16.5&nbsp;,&nbsp;11.9&nbsp;และ&nbsp;0.3&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;-&nbsp;2.3&nbsp;โดยสาขาบริการทางการเกษตรคาดว่า&nbsp;จะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;2.4&nbsp;-&nbsp;3.4&nbsp;สาขาปศุสัตว์&nbsp;ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;1.2&nbsp;-&nbsp;2.2&nbsp;สาขาพืช&nbsp;ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;0.7&nbsp;-&nbsp;1.7&nbsp;และสาขาประมง&nbsp;ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;-&nbsp;1.2&nbsp;โดยมีปัจจัยที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อาทิ&nbsp;การพัฒนาเกษตรกรสู่&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เพื่อพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;ส่งเสริมเกษตรกรมืออาชีพที่มีศักยภาพทั้งด้านการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;และการตลาดโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิตควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเกษตรกรจากผลกระทบของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่&nbsp;(Big&nbsp;Data)&nbsp;เพื่อการตัดสินใจ&nbsp;การส่งเสริมทำให้การบริหารการผลิตที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและสนับสนุนมีการวางแผนการผลิต&nbsp;และการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307222648350
118	ผู้ตรวจราชการสำนักนายกตรวจราชการแบบบูรณาการ	<p><strong>ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;9&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนบูรณาการประเด็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;ได้ต้อนรับและพูด&nbsp;คุย&nbsp;แลกเปลี่ยนข้อราชการกับนายพีระ&nbsp;ทองโพธิ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;9/ผู้ตรวจราชการกรม&nbsp;และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนก่อนที่ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีจะร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>ได้กล่าวถึงความพร้อมของการกระจายผลไม้ปลอดภัย&nbsp;ปลอดโควิดในฤดูกาลผลิตปีนี้ที่กำลังจะออกสู่ตลาด&nbsp;โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับนโยบายเร่งเจรจาและหาช่องทางกระจายสินค้าไปยังต่างประเทศเพื่อป้องกันผลผลิตกระจุกตัวและอาจส่งผลต่อราคาผลผลิตโดยเฉพาะการกระจายผลผลิตทุเรียนไปยังประเทศจีน/การหารือแนวทางแก้ปัญหาการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองขลุงที่ยังติดขัดเรื่องของข้อกฎหมายเขตอุทยานแห่งชาติ/การทำประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้นที่ห้องประชุม&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;นายพีระ&nbsp;ทองโพธิ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;9&nbsp;ร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงและผู้ตรวจราชการกรม&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน&nbsp;และผู้แทนคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด&nbsp;ได้ประชุมติดตามความคืบหน้า&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรคประเด็นนโยบายสำคัญ&nbsp;โดยนายสุพจน์&nbsp;ภูติเกียรติขจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งครั้งนี้เป็นการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;มีประเด็นตรวจติดตามรวม&nbsp;7&nbsp;เรื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019/การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;BCG/การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน/การติดตาม&nbsp;ตรวจสอบและประเมินผลเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภันฑ์/การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก/โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสว่างควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</p><p><strong>ในช่วงบ่าย&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการ&nbsp;2&nbsp;โครงการ</strong>&nbsp;ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคลองน้ำเค็มทันใจ&nbsp;ม.2&nbsp;ต.คลองน้ำเข็ม&nbsp;อ.แหลมสิงห์&nbsp;และศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง&nbsp;PIPO&nbsp;&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308104124431
119	จ.ยะลา ผลักดันท่องเที่ยววิถีใหม่ ต้นแบบ สถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัย	"<p><strong>จ.ยะลา&nbsp;เตรียมเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองชายแดนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;</strong>ผลักดันต้นแบบ&nbsp;สถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;สู่มาตรฐานความปลอดภัย&nbsp;SHA&nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&nbsp;มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง&nbsp;</p><p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ร่วมมือกับพันธมิตร</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ดาเนินการโครงการ&nbsp;""Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;&nbsp;Health&nbsp;Administration&nbsp;(SHAV)""&nbsp;ในการสร้างมาตรฐานการบริการให้มีคุณภาพ&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในโครงการ&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;&amp;&nbsp;Health&nbsp;Administration&nbsp;(SHA)&nbsp;</p><p><strong>เปิดโอกาสให้กับสถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง</strong>กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&nbsp;ทั้ง&nbsp;ภัตตาคาร/ร้านอาหาร&nbsp;โรงแรมและที่&nbsp;พัก&nbsp;นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;บริษัทนาเที่ยว&nbsp;สปา/นวดเพื่อสุขภาพ&nbsp;และสถานเสริมความงาม&nbsp;&nbsp;ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า&nbsp;สนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ&nbsp;โรงมหรสพ&nbsp;การจัดให้มีมหรสพการแสดง&nbsp;ดนตรี&nbsp;ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ&nbsp;ที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมเพื่อรับตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;http://www.tourismthailand.org/thailandsha&nbsp;และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดเมืองท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;รวมถึงลดความเสี่ยงป้องกันการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวผู้ใช้บริการ</p><p><strong>วันนี้&nbsp;8&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;ทางจังหวัดยะลา&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สานักงานนราธิวาส&nbsp;และสำนักงานธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;ได้&nbsp;จัดโครงการอบรมต้นแบบเพื่อยกระดับการให้บริการของสถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;(SHA)&nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&nbsp;(New&nbsp;&nbsp;Normal&nbsp;Tourism&nbsp;Senvices)&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;สถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;ทั้ง&nbsp;โรงแรม&nbsp;&nbsp;ภัตตาคาร&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;คาเฟ่&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ร้านจำหน่ายของที่ระลึก&nbsp;รถเช่า&nbsp;และธุรกิจอื่นๆ&nbsp;ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;เข้าร่วมรับฟังข้อมูล&nbsp;มาตรการแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ&nbsp;COVID-&nbsp;19&nbsp;และเกณฑ์ตรวจสอบเพื่อประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการ&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติการลงทะเบียนตามโครงการดังกล่าว&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมวังแก้ว&nbsp;โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว</strong>เตรียมความพร้อมและปรับปรุงสถานประกอบการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ได้&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308132542491
120	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จัดกิจกรรม Phuket Hot deal มหกรรมสินค้าร่วมใจ ลดค่าครองชีพ อย่างต่อเนื่อง	<p><strong>นางสาววรนิษย์&nbsp;อภิรัฐจิรวงษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์สินค้าและค่าครองชีพของประชาชนมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตไม่นิ่งนอนใจ&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการจัดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;บริเวณสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;และร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;และกิจกรรมล่าสุดในขณะนี้ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรม&nbsp;Phuket&nbsp;Hot&nbsp;deal&nbsp;มหกรรมสินค้าร่วมใจ&nbsp;ลดค่าครองชีพ&nbsp;ที่ไม่กำหนดระยะเวลาโดยมีการนำสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาจำหน่ายในราคาพิเศษ&nbsp;ที่มีราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด&nbsp;อย่างข้าวสาร&nbsp;น้ำมัน&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;ผงซักฟอก&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ฯลฯ</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายบุญสม&nbsp;อนันตจรูญวงศ์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัทซุปเปอร์ชีป&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ห้างซุปเปอร์ชีป&nbsp;เป็นห้างท้องถิ่นที่ดูแลคนท้องถิ่นด้วยการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดมาตั้งแต่เริ่มต้น&nbsp;และเมื่อทางกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดกิจกรรมบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;ซึ่งให้ความร่วมมือมาตลอดโดยการนำสินค้าที่เป็นความต้องการและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาวางจำหน่าย&nbsp;ในราคาที่ถูกกว่าราคาท้องตลาดอย่างไขไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ปกติแผงละ&nbsp;109&nbsp;บาท&nbsp;ลดเหลือ&nbsp;102&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121746468
121	อบจ.ชัยนาท กำหนดเปิดให้บริการสวนนกชัยนาท หลังจากปิดการให้บริการเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  โดยเปิดให้เข้าท่องเที่ยวฟรี ระหว่าง 9 -31 มีนาคม นี้	<p><strong>นายอนุสรณ์&nbsp;นาคาศัย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ทำให้องค์การส่วนจังหวัดชัยนาทต้องประกาศปิดการให้บริการสวนนกชัยนาท&nbsp;ตั้งแต่วันนี่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาทให้กลับมา&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><strong>จึงได้มีประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>ลงวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในการเปิดให้บริการสวนนกจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตั้งแต่วันพุธที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ใช้บริการสวนนกชัยนาท&nbsp;(ชั่วคราว)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แต่ในส่วนของสวนน้ำอวกาศยังไม่เปิดให้บริการ&nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามได้ที่ฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&nbsp;056&nbsp;&nbsp;476617&nbsp;ต่อ&nbsp;206&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวให้กลับมา</strong>&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจและการช่วยเหลือ&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;เยียวยาแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป&nbsp;ที่ประสบสภาวะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ประกอบกับอาการบางส่วนอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้สวยงามเกิดความปลอดภัยในการรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ใช้บริการสวนนกชัยนาทเป็นการชั่วคราวดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกท่าน</strong>ที่มาใช้บริการสวนนกชัยนาท&nbsp;ยังคงมาตรการด้านป้องกันโควิด-19&nbsp;ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิหน้าประตูทางเข้า&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในขณะท่องเที่ยวในสวนนก&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;หมั่นล้างมือด้วยเจล/แอลกอฮอล์&nbsp;และลงทะเบียนแอพไทยชนะเมื่อเข้าใช้บริการ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135906512
122	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดโครงการมหกรรมการออม ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน	"<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และโครงการส่งเสริมอาชีพ&nbsp;และการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มองค์กรสตรี&nbsp;และกลุ่มอาชีพ&nbsp;สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สาขาอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้อ่านสารจากนายสมคิด&nbsp;จันทมฤก&nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ประกาศวาระชุมชน&nbsp;""การส่งเสริมการออมภาคประชาชน""&nbsp;เนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&nbsp;ครบรอบ&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;วาระการครบรอบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และวันครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;วันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ในวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายปฐมพงษ์&nbsp;จันทร์สว่าง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;โครงการมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และนางพัชรี&nbsp;สัมถาวร&nbsp;ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;โครงการส่งเสริมอาชีพและการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มองค์กรสตรีและกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มอบเกียรติบัตรแก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;9&nbsp;รางวัล&nbsp;ได้แก่</strong></p><p>-&nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีระยะเวลาการดำเนินงาน&nbsp;ตั้งแต่ปีที่จัดตั้งถึงปัจจุบันนานที่สุด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล</p><p>-&nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกกลุ่มมากที่สุด&nbsp;เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนตามฐานข้อมูล&nbsp;จปฐ.&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล</p><p>-&nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีเงินออมมากที่สุด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล</p><p>รวมไปถึงการมอบเกียรติบัตรให้แก่คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;มอบป้ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตแก่ผู้แทนอำเภอ&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการออม&nbsp;ผลสำเร็จของการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และการส่งเสริมการออมภาคประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;นิทรรศการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและหน่วยงานภาคีการสาธิตการผลิตสินค้ากลุ่มอาชีพ/องค์กรสตรี&nbsp;และนิทรรศการ&nbsp;""ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา""</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143153522
123	ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นอาการขาเข้าสินค้าที่มีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;เห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ฉบับ&nbsp;ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่มีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์การแร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;-30&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้รักษา&nbsp;วินิจฉัย&nbsp;หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(ฉบับที่...)&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นอากรศุลการสำหรับของที่ใช้รักษา&nbsp;วินิจฉัย&nbsp;หรือป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;/ร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การลดอัตรากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา&nbsp;12&nbsp;แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลการ&nbsp;พ.ศ.2530&nbsp;(ฉบับที่.&nbsp;..)&nbsp;ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับสินค้าหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด&nbsp;หน้ากากกรองฝุ่น&nbsp;หมอกควัน&nbsp;หรือสารพิษ&nbsp;บรรดาที่อุปกรณ์&nbsp;เพื่อป้องกันภัยและหน้ากากกรองเชื้อโรค&nbsp;หน้ากากทางการแพทย์นอกจากหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด&nbsp;และร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อผลิตเป็นหน้ากาก&nbsp;(ฉบับที่.&nbsp;..)&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นอาการศุลกากร&nbsp;สำหรับของที่นำเข้ามาใช้ผลิตเป็นหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด&nbsp;หน้ากากกรองเชื้อโรค&nbsp;หน้ากากทางการแพทย์นอกจากหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัดและหน้ากากกรองฝุ่น&nbsp;หมอกควัน&nbsp;หรือสารพิษ&nbsp;บรรดาที่เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308205111743
124	ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมพืชสวนโลก 2569 ที่อุดรธานี แลนด์มาร์คอีเวนต์ครั้งแรกในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง	"<p><strong>ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;2569</strong>&nbsp;(International&nbsp;Horticultural&nbsp;Expo&nbsp;2026)&nbsp;โดยจะจัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2569&nbsp;ถึง&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2570&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;2569&nbsp;ที่อุดรธานี&nbsp;จะเป็นงานแลนด์มาร์คอีเว้นต์ครั้งแรกในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;ตอกย้ำความพร้อมของจังหวัดในการจัดงานไมซ์ระดับโลก&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Diversity&nbsp;of&nbsp;Life:&nbsp;People,&nbsp;Water&nbsp;and&nbsp;Plants&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;สายน้ำ&nbsp;และพืชพรรณ&nbsp;ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;ความเชื่อมโยงของสายน้ำ&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และผู้คนในท้องถิ่น&nbsp;ผนวกแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(BCG)&nbsp;และนโยบายการเกษตรและอาหาร&nbsp;""3S""&nbsp;สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;(SDGs)</p><p><strong>การประชุมสามัญประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;(The&nbsp;International&nbsp;Association&nbsp;of&nbsp;Horticultural&nbsp;Producers&nbsp;หรือ&nbsp;AIPH)&nbsp;ที่นครดูไบ&nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;AIPH&nbsp;มีมติตกลงตามข้อเสนอของประเทศไทย&nbsp;ในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;(Udon&nbsp;Thani&nbsp;International&nbsp;Horticultural&nbsp;Expo&nbsp;2026)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2569&nbsp;ถึง&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2570&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""&nbsp;Diversity&nbsp;of&nbsp;Life:&nbsp;Connecting&nbsp;Water,&nbsp;Plants,&nbsp;and&nbsp;People&nbsp;for&nbsp;sustainable&nbsp;living&nbsp;หรือความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต:&nbsp;สายสัมพันธ์แห่งน้ำ&nbsp;พืชพรรณ&nbsp;และผู้คนสู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน""&nbsp;อันสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างสายน้ำทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และผู้คนในท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในพิธีการส่งมอบการเป็นเจ้าภาพจัดงาน</strong>&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าคณะผู้แทนไทย&nbsp;ได้กล่าวแสดงความขอบคุณในนามของรัฐบาลไทยต่อสมาชิก&nbsp;AIPH&nbsp;สำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่มอบให้แก่ประเทศไทย&nbsp;โดยความสำเร็จครั้งนี้&nbsp;เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;นำโดย&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทีเส็บ&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยต่อการมีส่วนร่วมด้านความมั่นคงทางอาหารโลก&nbsp;</strong>ตามนโยบายเกษตรและอาหาร&nbsp;""3S""&nbsp;ที่เน้นด้านความปลอดภัยทางอาหาร&nbsp;(Safety)&nbsp;ความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;(Security)&nbsp;และ&nbsp;ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและนิเวศการเกษตร&nbsp;(Sustainability)&nbsp;โดยเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;(Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals&nbsp;หรือ&nbsp;SDGs)&nbsp;และยึดมั่นต่อเจตจำนงด้านสภาพภูมิอากาศตามความตกลงปารีส&nbsp;(Paris&nbsp;Agreement)&nbsp;อีกด้วย&nbsp;ซึ่งความมุ่งมั่นในเรื่องนี้สามารถผนวกใช้เป็นพื้นฐานของแนวคิดและการนำเสนอสาระของงาน&nbsp;และหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนประเด็นความยั่งยืนได้ชัดเจนขึ้น&nbsp;จนเป็นแรงผลักดันให้มีการขับเคลื่อนมาตรการแนวปฏิบัติที่ทำได้จริงในระดับสากลเพื่อความยั่งยืนที่ลดทอนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ต่อไป</p><p><strong>นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>กล่าวย้ำถึงความพร้อมของทางจังหวัดฯ&nbsp;ในการสร้างความมั่นใจต่อความสำเร็จของการจัดงานที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยงานพืชสวนโลกที่อุดรธานี&nbsp;จะเป็นงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งแรกที่จัดขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ด้วยสถานะความเป็นประตูสู่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;รวมถึงศูนย์กลางด้านการคมนาคมและเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคฯ&nbsp;ของทางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดงานครั้งนี้&nbsp;จะสามารถสะท้อนภาพแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม&nbsp;ตลอดถึงพันธุ์ไม้นานาชนิดซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของการจัดงานอีกด้วย</p><p><strong>นายจิรุตถ์&nbsp;อิศรางกูร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ผู้อำนวยการทีเส็บ</strong>&nbsp;ในฐานะตัวแทนประเทศไทยในการยื่นประมูลสิทธิ์ครั้งนี้&nbsp;ได้กล่าวแสดงความมั่นใจต่อความสำเร็จของการจัดงานที่ถือเป็นงานแลนด์มาร์คระดับโลก&nbsp;ซึ่งประเทศไทยเคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลกมาแล้วถึง&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และยังได้เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาล&nbsp;และวาระแห่งชาติในการส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy&nbsp;Model)&nbsp;เศรษกิจทฤษฎีใหม่ที่ผสมผสานการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เพื่อพัฒนาสังคมเศรษฐกิจ&nbsp;ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมุ่งลดและพลิกฟื้นผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดงานที่จะเกิดขึ้นในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569</p><p><strong>นายทิม&nbsp;ไบรเออร์คลิฟฟ์&nbsp;(Mr.&nbsp;Tim&nbsp;Briercliffe)</strong>&nbsp;เลขาธิการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;(Secretary&nbsp;General&nbsp;of&nbsp;AIPH)&nbsp;กล่าวปีดท้ายในนามของสมาคมฯ&nbsp;ว่า&nbsp;ทาง&nbsp;AIPH&nbsp;มีความมุ่งหวังจะเห็นการจัดงานที่สามารถตอบโจทย์วาระการพัฒนาโลกในด้านต่างๆ&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงโดยรวม</p><p><strong>สำหรับการจัดงานอุดรธานีเอ็กซ์โปในครั้งนี้</strong>&nbsp;คาดว่าจะใช้เงินลงทุน&nbsp;2,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และสามารถดึงดูดผู้เข้าชมงานจำนวน&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;ตลอดการจัดงานทั้ง&nbsp;134&nbsp;วัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308170142652
125	จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมทีมเศรษฐกิจ ติดตามสภาวะเศรษฐกิจการค้า พร้อมหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแม่ฮ่องสอน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานทีมเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อติดตามสภาวะเศรษฐกิจการค้า&nbsp;พร้อมหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมขุนลุมประพาส&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>นายวรสิทธิ์&nbsp;จาตุรัตน์&nbsp;คลังจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานต่อที่ประชุม&nbsp;ถึงภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนถึงปัจจุบันพบว่า&nbsp;เศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวมากขึ้น&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ทั้งด้านอุปทาน&nbsp;ซึ่งขยายตัวจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ภาคเกษตรกรรม&nbsp;และภาคบริการ&nbsp;ขณะที่ด้านอุปสงค์&nbsp;ขยายตัวจากการค้าชายแดน&nbsp;การลงทุนภาคเอกชน&nbsp;การบริโภคภาคเอกชน&nbsp;และการใช้จ่ายภาครัฐ</p><p><strong>ด้านว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์&nbsp;ขัดนาค&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;จากเทศกาลดอกบัวตองบานดอยแม่อูคอ&nbsp;ระหว่างเดือนพฤศจิกายน&nbsp;-&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีนักท่องเที่ยวเข้าชม&nbsp;จำนวน&nbsp;163,495&nbsp;ราย&nbsp;สร้างรายได้กว่า&nbsp;670&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่กิจกรรมงานเปิดเมิงไต&nbsp;ชิมอาหารไทใหญ่&nbsp;ชมสินค้าท้องถิ่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;14&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีผู้เข้าชมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;6,000&nbsp;ราย&nbsp;เฉลี่ยวันละ&nbsp;1,200&nbsp;ราย&nbsp;สร้างรายได้จากการจำหน่ายอาหารและสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;1,068,573&nbsp;บาท&nbsp;ลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา&nbsp;สาเหตุเกิดจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสองกิจกรรม&nbsp;ขณะที่การค้าชายแดนไทยเมียนมาร์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่านำเข้ากว่า&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมีมูลค่าการส่งออกจำนวนกว่า&nbsp;186&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมพิจารณาการบริการจัดการสินค้ากระเทียมในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;และความคืบหน้าการศึกษาความเป็นไปได้ในการมีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308164420642
126	ครม. อนุมัติปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเหลือ 0 ไปอีก 6 เดือน บรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน 1-1.50 บาทต่อหน่วย	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนัก&nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&nbsp;บี10&nbsp;รวมถึงน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราศูนย์</strong>&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;สามารถช่วยบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนทั่วประเทศส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าไฟฟ้าลดลง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;1.50&nbsp;บาทต่อหน่วย&nbsp;เนื่องจากการผลิตกระแสไฟฟ้าของไทยในปัจจุบันกว่าร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ&nbsp;แต่ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง&nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตามาเป็นเชื้อเพลิงในการทดแทนก๊าซธรรมชาติ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308185611704
127	ครม. อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 25,000 ล้านบาท	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2567&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&nbsp;Term&nbsp;Loan&nbsp;อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน&nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กฟผ.&nbsp;ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ&nbsp;หรือ&nbsp;ค่า&nbsp;Ft&nbsp;หลังจากดำเนินมาตรการตรึงราคาค่าไฟฟ้า&nbsp;ช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้ามีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&nbsp;NGV&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ทำให้&nbsp;กฟผ.ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กฟผ.จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง</strong>&nbsp;ให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศและเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308185323701
128	รัฐบาล ตั้งเป้ารณรงค์ลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐลงร้อยละ 20 การใช้น้ำมันลงร้อยละ 10 	<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย&nbsp;ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก&nbsp;ประกอบการการจำกัดปริมาณการผลิตของโอเปคยังยืนยันทีาจะผลิตเพิ่มขึ้นเพียง&nbsp;400,000&nbsp;&nbsp;บาร์เรล&nbsp;จึงส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;ส่งผลให้ประเทศเข้าสู่สถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันพรุ่งนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.)&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;กพช.&nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการด้านพลังงาน&nbsp;โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับความคล่องตัวในการใช้เชื้อเพลิงในประเทศให้ได้มากที่สุด&nbsp;ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงราคาแพงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าและให้ใช้พลังงานภายในประเทศให้มากที่สุด&nbsp;รวมถึงการพิจารณาขยายขอบเขตการใช้พลังงาน&nbsp;ประเภทอื่นที่มีราคาถูกกว่าให้มากขึ้น&nbsp;ซึ่งรวมถึงพลังงานจากประเทศและจากเพื่อนบ้าน&nbsp;</p><p><strong>รัฐบาลได้มีการประเมินสถานการณ์พลังงานเป็นประจำทุกวัน&nbsp;</strong>ขอให้ประชาชนเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;ที่ราคาน้ำมันดับปรับตัวสูงขึ้นเกินกรอบกว่า&nbsp;100&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรลเบื้องต้นจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;เป็นหลักในการตรึงราคาน้ำมัน&nbsp;คาดว่าภายในเดือนเมษายนนี้จะสามารถกู้เงินได้รวมถึงอาจจะพิจารณาขยายวงเงินกู้&nbsp;รวมถึงการชะลอการจ่ายเครดิตเทอม&nbsp;(Credit&nbsp;Term)&nbsp;หรือเจ้าหนี้การค้ารอการชำระเพื่อนำมาเป็นเงินสดเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;ควบคู่เพิ่มเสถียรภาพการผลิตเพื่อเพิ่มสำรองน้ำมันภายในประเทศให้มากกว่า&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;และมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้น</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานอย่างเหมาะสม&nbsp;ควบคู่กับการรณรงค์ประชหยัดพลังงานที่ไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;โดยในวันพรุ่งนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.)&nbsp;กระทรวงพลังงานจะออกมาแถลงวิธีการประหยัดพลังงาน&nbsp;ซึ่งเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&nbsp;โดยตั้งเป้าให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และลดการใช้น้ำมันลงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308185132697
129	ครม. อนุมัติขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้เงินกู้ค่าออกแบบ ค่าก่อสร้าง และค่าจ้างที่ปรึกษา โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล 	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้เงินกู้ค่าออกแบบ&nbsp;ค่าก่อสร้าง&nbsp;และค่าจ้างที่ปรึกษา&nbsp;โครงการรถไฟฟ้ามหานคร&nbsp;สายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;ตามมติ&nbsp;ครม.เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2559&nbsp;โดยให้รัฐบาลรับภาระชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยต่อไป&nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2567&nbsp;จนถึงปีงบประมาณ&nbsp;2572&nbsp;ซึ่งหากประมาณการรายได้แตกต่างไปจากที่คาดการณ์ไว้มาก&nbsp;กระทรวงคมนาคมจะพิจารณานำเสนอการรับภาระหนี้ของรัฐบาลให้&nbsp;ครม.พิจารณาอีกครั้งตามความเหมาะสม&nbsp;และมีมติให้สำนักงบประมาณ&nbsp;พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&nbsp;(รฟม.)&nbsp;เป็นรายปี&nbsp;จนถึงปีงบประมาณ&nbsp;2572&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;รฟม.ได้มีการขออนุมัติขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวออกไปแล้ว&nbsp;4&nbsp;ครั้ง</strong>&nbsp;โดยครั้งนี้&nbsp;ขออนุมัติขยายระยะเวลาให้รัฐบาลรับภาระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ต่อ&nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2567&nbsp;จนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี&nbsp;2572&nbsp;จากการประมาณการรายได้ที่&nbsp;รฟม.ได้รับจากสัญญาสัมปทานเดินรถ&nbsp;จากบริษัท&nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BEM&nbsp;และรายได้ที่รฟม.ดำเนินการเอง&nbsp;ในส่วนของการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับกิจการรถไฟฟ้า&nbsp;ยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของรฟม.และการชำระคืนภาระหนี้ที่รฟม.ได้กู้มาดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ&nbsp;ซึ่งมีการทยอยจ่ายคืนชำระหนี้เป็นรายปี&nbsp;และรฟม.ยังต้องนำรายได้ของโครงการฯสายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;ไปใช้จ่ายในโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นๆ&nbsp;ที่รฟม.รับผิดชอบด้วย</p><p><strong>สำหรับภาระหนี้คงค้างของ&nbsp;รฟม.&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;มีหนี้คงค้างรวม&nbsp;177,801&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยโครงการฯ&nbsp;สายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;มีภาระหนี้คงค้าง&nbsp;รวม&nbsp;31,177&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ประมาณการภาระหนี้ของโครงการฯ&nbsp;สายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;ตามเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้&nbsp;พบว่าตั้งแต่ปี&nbsp;2564-2572&nbsp;จะต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;23,876&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และช่วงปี&nbsp;2573-2583&nbsp;มีภาระหนี้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;รวม&nbsp;19,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ประมาณการรายได้&nbsp;และรายจ่ายรวมของโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ&nbsp;ในช่วงสัญญาสัมปทานโครงการฯสายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;ปี&nbsp;2564-2572&nbsp;พบว่า&nbsp;จะมีรายได้รวม&nbsp;47,391&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรายจ่าย&nbsp;119,481&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีรายจ่ายเกินรายได้จำนวน&nbsp;72,089&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211111751
130	ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 1 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม  	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ราคาขายปลีกปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;1&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;46.76&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;&nbsp;31.54&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.24&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;&nbsp;39.08&nbsp;บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.35&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308193845735
131	จังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบ TEST & GO ทางน้ำ กลุ่มแรก หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว	<p><strong>จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>ต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่เดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ&nbsp;TEST&amp;GO&nbsp;ทางน้ำ&nbsp;โดยเรือ&nbsp;The&nbsp;Maggie&nbsp;สัญชาติเรือมาเลเซีย&nbsp;เดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์&nbsp;จอดเทียบท่า&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเทียบเรืออ่าวปอ&nbsp;โดย&nbsp;นางสาวนันทาศิริ&nbsp;รณศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท)&nbsp;สำนักงานภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการที่&nbsp;ศบค.&nbsp;ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศไทยของชาวต่างชาติทางน่านน้ำเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลดีต่อจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างมาก&nbsp;เนื่องกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมการเดินทางด้วยเรือยอร์ช&nbsp;เรือสำราญ&nbsp;นั้น&nbsp;เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง&nbsp;ซึ่งกลุ่มนี้จะเดินทางมาจากประเทศในแถบยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียนเป็นหลัก&nbsp;อาจจะเดินทางมาทางเครื่องบิน&nbsp;แล้วเช่าเหมาเรือไปท่องเที่ยวในน่านน้ำภูเก็ตและใกล้เคียง&nbsp;แล้วกลับมาจังหวัดภูเก็ตเพื่อเดินทางกลับ&nbsp;หรือการนั่งเรือจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเพื่อพักผ่อนบนเกาะภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ททท.ได้ดำเนินการส่งเสริมการเดินทาง&nbsp;</strong>ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาตลอด&nbsp;โดยสถิติการเดินทางทางเรือ&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีเรือยอร์ชเดินทางเข้ามา&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จำนวน&nbsp;91&nbsp;ลำ&nbsp;คนประจำเรือพร้อมผู้โดยสาร&nbsp;รวม&nbsp;323&nbsp;คน&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เฉพาะเดือน&nbsp;มกราคม-กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีเรือยอร์ชเข้ามา&nbsp;27&nbsp;ลำ&nbsp;มีผู้โดยสาร&nbsp;92&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมใน&nbsp;การต้อนรับนักท่องเที่ยวทางเรือยอร์ช&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือที่สามารถรองรับเรือได้หลากหลายขนาด&nbsp;การบริการดูแลเรือ&nbsp;ซ่อมเรือ&nbsp;การบริการทางการท่องเที่ยว&nbsp;ที่พัก&nbsp;สปา&nbsp;และแหล่งช้อปปิ้ง&nbsp;ซึ่งสามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของ&nbsp;นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังมีเรืออีกจำนวนมากที่แจ้งความประสงค์ขอเดินทางเข้าภูเก็ตภายใต้&nbsp;TEST&amp;GO&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดภูเก็ตถือเป็น&nbsp;จุดหมายปลายทาง</strong>ของเรือสำราญและเรือยอร์ช&nbsp;เนื่องจากมีท่าเรือที่หลากหลากและสะดวกสบาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ท่าเรือน้ำลึก&nbsp;1&nbsp;ท่า&nbsp;และมีท่าเรือของรัฐและเอกชนมากกว่า&nbsp;30&nbsp;ท่า&nbsp;โดยเฉพาะท่าเรือเอกชนที่ได้ให้บริการเรือยอร์ชในการนำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก&nbsp;และเป็นอีกหนึ่งธุรกิจการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ&nbsp;ทางเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;มากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308192856728
132	ครม. อนุมัติร่างกฎหมายตามมาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ยกเว้น VAT 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการมาตรการบรรเทาภาระภาษี&nbsp;สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&nbsp;โดยกรมสรรพากร&nbsp;ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซี&nbsp;หรือโทเคนดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(Retail&nbsp;CBDC)&nbsp;ตามโครงการพัฒนาและทดสอบการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับการใช้งานภาคประชาชน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;รวมทั้งได้ออกร่างกฎกระทรวง&nbsp;ฉบับที่&nbsp;..&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;..)&nbsp;อนุญาตให้หักผลขาดทุน&nbsp;จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ออกจากกำไรได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เฉพาะผลประโยชน์และผลขาดทุนจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ตั้งแต่วันที่พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;มีผลใช้บังคับ&nbsp;(14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2561)&nbsp;เป็นต้นไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จะช่วยให้ผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและได้รับความเป็นธรรมในการเสียภาษีมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งช่วยให้การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของนักลงทุนที่เกิดขึ้นใน&nbsp;Exchange&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;มีความน่าเชื่อถือและให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการใช้เงินดิจิทัลในอนาคตต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211447753
133	ครม. เห็นชอบมาตรการภาษีส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น (startup) ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;(Startup)&nbsp;โดยกรมสรรพากร&nbsp;ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกา&nbsp;ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..&nbsp;)&nbsp;ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนใน&nbsp;Startup&nbsp;ไทย&nbsp;ที่ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;ทั้งการลงทุนโดยตรงและการลงทุนโดยอ้อมผ่าน&nbsp;Venture&nbsp;Capital&nbsp;ตามที่คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายประกาศกำหนด&nbsp;อาทิ&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศสำหรับกำไรจากการขายหุ้นใน&nbsp;Startup&nbsp;,&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่&nbsp;บริษัทที่ประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน&nbsp;(CVC)&nbsp;ทั้งไทยและต่างประเทศ&nbsp;และผู้ถือหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมทุน&nbsp;(PE&nbsp;Trust)&nbsp;ต่างประเทศสำหรับกำไรจากการขายหุ้นใน&nbsp;Startup&nbsp;โดยระยะเวลาการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี&nbsp;คือ&nbsp;ตั้งแต่วันถัดจากวันที่พระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2575</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;(Startup)&nbsp;ในครั้งนี้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้&nbsp;Startup&nbsp;ไทย&nbsp;สามารถระดมทุนจากนักลงทุนได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และง่ายขึ้น&nbsp;ทั้งยังส่งผลดีทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัวมากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;จากมาตรการภาษีนี้&nbsp;จะทำให้ภายในปี&nbsp;2569&nbsp;มีเงินลงทุนใน&nbsp;Startup&nbsp;ไทยเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;3.2&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;และก่อให้เกิดการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมเพิ่มขึ้น&nbsp;ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;Startup&nbsp;และประชาชน&nbsp;รวมถึงเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211701755
134	ศอ.บต.หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง นายกรัฐมนตรี ร่วมไฟลท์บิน 14 มี.ค.65 นี้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;3</strong>&nbsp;ศูนย์อำนวยการ&nbsp;บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมหารือการเตรียมความพร้อมในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาอย่างเป็นทางการ&nbsp;โดยมี&nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม&nbsp;รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมผ่านระบบประชุมทางไกล&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting</p><p><strong>สำหรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง</strong>&nbsp;จะมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะร่วมเดินทางมาเป็นประธานในพิธีฯ&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่DD6260&nbsp;เส้นทางดอนเมือง&nbsp;&nbsp;เบตง&nbsp;&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;พร้อมคณะรัฐมนตรี&nbsp;และประชาชนที่ใช้บริการในเครื่องบินลำนี้&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การดำเนินการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;</strong>เป็นการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ที่มีนโยบายให้หน่วยงานดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และการคมนาคม&nbsp;&nbsp;ให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น&nbsp;สำหรับท่าอากาศยานเบตงขณะนี้มีความพร้อมของเจ้าหน้าที่&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;ตลอดจนความพร้อมของรันเวย์&nbsp;ที่สามารถรองรับเครื่องบินได้ที่มีขนาดสูงสุด&nbsp;คือ&nbsp;ATR&nbsp;&nbsp;72&nbsp;และเครื่องบิน&nbsp;Q&nbsp;&nbsp;400&nbsp;ที่มีความจุผู้โดยสารกว่า&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ในการเตรียมให้บริการของสายการบินนกแอร์&nbsp;ซึ่งตามตารางจะทำการบิน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;สามารถก้าวไปสู่เมืองท่องเที่ย</strong>ว&nbsp;&nbsp;ที่ได้รับมาตรฐานทั้งในระดับอาเซียนและระดับสากล&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308194350739
135	โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนฯ ลงพบปะ ประชาชน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูอาชีพบ้านนายม่อม ในตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา(&nbsp;สว.)</strong>&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอก&nbsp;วรพงษ์&nbsp;สง่าเนตร&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่&nbsp;1&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณชุมชนบ้านยายม่อม&nbsp;เพื่อพบปะพูดคุย&nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชน&nbsp;""วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูอาชีพบ้านนายม่อม&nbsp;ในตำบลแหลมงอบ&nbsp;&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยมีชาวบ้านชุมชนบ้านยายม่อม&nbsp;และส่วนราชการในระดับจังหวัด&nbsp;ในระดับอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับข้อเสนอของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูอาชีพ</strong>บ้านยายม่อม&nbsp;ที่ได้แจ้งต่อทางคณะวุฒิสภานั้นเป็นเรื่องของความต้องการอาคารเอนกประสงค์เพื่อใช้รองรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่บ้านยายม่อม&nbsp;การขอสถานที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;เพื่อให้สินค้าของชุมชนได้รับมาตรฐานอย.เพื่อขยายตลาดรอโอกาสทางการค้าของกลุ่ม&nbsp;การปรับปรุงทางเข้าบ้านยามม่อม-หาดทรายดำ&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดกิจกรรมลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;</strong>ทางคณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;(สว.)&nbsp;จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนอันเป็นประโยชน์&nbsp;ที่ได้รับฟังไปเป็นข้อมูลในการติดตาม&nbsp;เร่งรัด&nbsp;เสนอแนะ&nbsp;และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308214625759
136	สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เปิดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและประยุกต์ใช้แพลทฟอร์ม NATIONAL DELIVERY ในยุควิถีชีวีติใหม่	<p><strong>นายวาฤทธิ์&nbsp;ศิริพิทยาโรจน์&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริม</strong>และสนับสนุนการพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;เปิดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและประยุกต์ใช้แพลทฟอร์ม&nbsp;NATIONAL&nbsp;DELIVERY&nbsp;ในยุควิถีชีวีติใหม่&nbsp;โดยมีการแลกเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจกับผู้ประกอบการร้านอาหารพร้อมรับสมัครriderเข้าระบบด้วย</p><p><strong>นายวาฤทธิ์&nbsp;ศิริพิทยาโรจน์&nbsp;กล่าวว่าจากสถานการณ์</strong>การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง&nbsp;ส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมการระบาด&nbsp;เพื่อลดผลกระทบทางด้านสุขภาพแก่ประชาชน&nbsp;แต่มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&nbsp;ภาคประชาชนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนและมาตรการของรัฐเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(depa)</strong>&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จึงได้ดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์ม&nbsp;National&nbsp;Delivery&nbsp;และการส่งเสริมการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มการจัดส่งสินค้า&nbsp;(Delivery)&nbsp;แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง&nbsp;ขนาดย่อม&nbsp;และรายย่อย&nbsp;(MSMEs)&nbsp;ตลอดจนสนับสนุนการเข้าถึงการใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดแพลตฟอร์มการจัดส่งสินค้า</strong>&nbsp;(Delivery)&nbsp;ที่มีศักยภาพที่พัฒนาโดยคนไทย&nbsp;&nbsp;สามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติได้&nbsp;ส่งเสริมการปรับตัวของผู้ประกอบการในยุควิถีชีวิตใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และสามารถอยู่รอดได้ในยุควิกฤติเศรษฐกิจ&nbsp;อันจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเป้าหมายดำเนินการ&nbsp;จัดหาผู้ประกอบการ</strong>ร้านอาหารไม่น้อยกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;Rider&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ราย&nbsp;เข้าสู่ในระบบ&nbsp;ให้ครอบคุมพื้นที่&nbsp;&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและต่างจังหวัดในเมืองหลักๆ&nbsp;17&nbsp;จังหวัดนำร่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;สงขลา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อุดรธานี&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;นครพนม&nbsp;อยุธยา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สุดท้ายนี้&nbsp;ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่ง</strong>ในแพลตฟอร์มนี้&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานใน&nbsp;กิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;อันจะนำมาซึ่งโอกาส&nbsp;รายได้&nbsp;และความสำเร็จร่วมกันต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308222322774
137	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ จัดงาน ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ 	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จัดงาน</strong>&nbsp;ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตราสัญลักษณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;&nbsp;&nbsp;Band)&nbsp;และตราสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Thai&nbsp;&nbsp;Hom&nbsp;&nbsp;Mali&nbsp;Rice)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่&nbsp;Love&nbsp;Farmer&nbsp;Center&nbsp;&amp;&nbsp;Biz&nbsp;&nbsp;Shop&nbsp;Amnatcharoen&nbsp;(หอนาฬิกา)&nbsp;สวนสาธารณะมิ่งมงคล&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>โดยนายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงาน&nbsp;ในพิธีเปิดงานครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;กันครั้งยิ่งใหญ่ตลอดจนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่เข้าร่วมพิธีเปิดได้รับชมสื่อวีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบซิเนแมติก&nbsp;(Cinematic)&nbsp;หรือ&nbsp;ภาพยนตร์สั้นประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;สินค้าของผู้ประกอบการในจังหวัด&nbsp;และสื่อดังกล่าวได้เผยแพร่สู่ช่องทางสื่อสารออนไลน์&nbsp;ทาง&nbsp;เฟซบุ๊กคมชัดลึก&nbsp;และ&nbsp;เฟซบุ๊กกินไม่หยุด&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายรับรอง&nbsp;ส่งเสริมภาพลักษณ์&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า/ผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต</strong>ใช้ตราสัญลักษณ์และกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ร่วมนำสินค้ามาแสดงและจำหน่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้าที่ใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และยังได้เปิดศูนย์โครงการคลัสเตอร์สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพอำนาจเจริญ&nbsp;โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่&nbsp;7&nbsp;และอาจารย์ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายธุรกิจบิสคลับอำนาจเจริญ&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจาก&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;ซูเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ในงานดังกล่าวและมีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309044653802
138	ยกระดับการค้าตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญและตราสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ	<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า</strong>เคลื่อนที่&nbsp;Love&nbsp;Farmer&nbsp;Center&nbsp;&amp;&nbsp;Biz&nbsp;Shop&nbsp;Amnatcharoen&nbsp;(หอนาฬิกา)&nbsp;&nbsp;สวนสาธารณะมิ่งมงคล&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จัดงาน&nbsp;ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตราสัญลักษณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Band)&nbsp;และตราสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Thai&nbsp;Hom&nbsp;Mali&nbsp;Rice)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยนายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงาน&nbsp;ในพิธีเปิดงานครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;กันครั้งยิ่งใหญ่ตลอดจนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่เข้าร่วมพิธีเปิดได้รับชมสื่อวีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบซิเนแมติก&nbsp;(Cinematic)&nbsp;หรือ&nbsp;ภาพยนตร์สั้นประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;สินค้าของผู้ประกอบการในจังหวัด&nbsp;และสื่อดังกล่าวได้เผยแพร่สู่ช่องทางสื่อสารออนไลน์&nbsp;ทาง&nbsp;เฟซบุ๊กคมชัดลึก&nbsp;และ&nbsp;เฟซบุ๊กกินไม่หยุด&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายรับรอง&nbsp;ส่งเสริมภาพลักษณ์&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า/ผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต</strong>ใช้ตราสัญลักษณ์และกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ร่วมนำสินค้ามาแสดงและจำหน่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้าที่ใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และยังได้เปิดศูนย์โครงการคลัสเตอร์สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่&nbsp;7&nbsp;และอาจารย์ที่ปรึกษา</strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายธุรกิจบิสคลับอำนาจเจริญ&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจาก&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;ซูเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ในงานดังกล่าวและมีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;นามวงษา&nbsp;</strong>ได้เผยว่าในการจัดงานนี้&nbsp;ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตราสัญลักษณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Band)&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Thai&nbsp;Hom&nbsp;Mali&nbsp;Rice)และที่มา</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309042916798
139	พาณิชย์อำนาจเจริญร่วมกับสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพ มาบริการพี่น้องประชาชน	<p>ชาวอำนาจเจริญพบกับสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลือนที่&nbsp;Love&nbsp;Farmer&nbsp;Center&nbsp;&nbsp;&amp;&nbsp;Biz&nbsp;Shop&nbsp;&nbsp;Amnatcharoen&nbsp;&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะมิ่งมงคล&nbsp;(&nbsp;หอนาฬิกา&nbsp;)&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;แล้วพบกันนะครับ&nbsp;ภายใต้มาตรการ)้องกันโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309042553797
140	"หนุนชาวบ้านตะโล๊ะเลี้ยง""ชันโรง"" สร้างอาชีพสร้างรายได้"	<p><strong>สภาพแวดล้อมของบ้านตะโล๊ะ&nbsp;ม.5&nbsp;ตำบลลิดล&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;</strong>เป็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและป่าไม้&nbsp;ที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;รวมถึงชาวบ้านมีการปลูกไม้ผลหลายชนิด&nbsp;เหมาะที่จะเป็นแหล่งที่อยู่ของผึ้งป่าชันโรง&nbsp;ทำให้ชาวบ้านและเยาวชนของที่นี่หันมารวมกลุ่มเลี้ยงชันโรง&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;ผึ้งจิ๋ว&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&nbsp;ตลอดจนยังเป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยง&nbsp;มีรายได้เสริมตลอดทั้งปี&nbsp;จากการขายน้ำผึ้งชันโรง(นีแซกลูโละ)&nbsp;ที่มีราคาสูงและมีสรรพคุณมากมายที่นำไปใช้ในทางการแพทย์&nbsp;ทั้งบรรเทาและรักษาอาการต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;แก้ไอ&nbsp;แก้หอบ&nbsp;รวมถึงยังใช้เป็นส่วนผสมในการทำเครื่องสำอางอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับการเลี้ยงชันโรงลงทุนไม่มาก&nbsp;ทำกล่องลัง&nbsp;</strong>แล้วนำไปวางตามสวนผลไม้&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของผึ้งชันโรง&nbsp;ชันโรงก็จะไปหาอาหารเอง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ชันโรง&nbsp;ก็ยังช่วยสร้างระบบนิเวศ&nbsp;ผสมเกสร&nbsp;เพิ่มผลผลิตให้กับสวนผลไม้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>นายซอลาฮุดดิน&nbsp;บือราเฮง&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ทางกลุ่มตำบลลิดล&nbsp;เริ่มต้นเลี้ยงชันโรงมา&nbsp;2-3&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ไม่เฉพาะแต่เกษตรกรทั่วไป&nbsp;&nbsp;ครู&nbsp;อาจารย์&nbsp;ค้าขาย&nbsp;ก็เลี้ยงได้&nbsp;ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์หารายได้เสริม&nbsp;จากเริ่มแรกเราสังเกตว่าในหมู่บ้านเรา&nbsp;จะมีชันโรงอยู่&nbsp;เห็นว่าน่าจะทำประโยชน์ได้&nbsp;ก็เกิดการเลี้ยงต่อยอดขึ้นมา&nbsp;โดยสมาชิกก็จะกระจายเลี้ยงตามบ้านของตนเอง&nbsp;มีการประชุมวางแผนการเลี้ยงต่างๆ&nbsp;ในเรื่องของการดูดน้ำหวาน&nbsp;เก็บตอนไหน&nbsp;ดูดตอนไหน&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันสมาชิกทั้งหมดจะมีรังชันโรง&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;60-70&nbsp;รัง</p><p><strong>ส่วนรายได้นั้น&nbsp;ก็จะอยู่ที่รังของแต่ละคนว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน</strong>&nbsp;อยู่ที่ช่วงเวลาการดูด&nbsp;&nbsp;รายได้กลุ่มจะอยู่ที่&nbsp;2&nbsp;หมื่นบาทต่อปี&nbsp;ตามจำนวนรังที่มี&nbsp;คาดว่าต่อไปก็จะขยายเพิ่ม&nbsp;ตอนนี้กระแสบูมมาก&nbsp;น่าจะเลี้ยงกันมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นางสาววันวิสาข์&nbsp;จั่นเพชร&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เข้ามาติดตามตลอดเพื่อให้ทางกลุ่มเปิดเป็นวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เป็นต้นแบบการเลี้ยงชันโรง&nbsp;&nbsp;ด้วยสภาพแวดล้อมของยะลาเหมาะสม&nbsp;&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;ตัวชันโรงจะเป็นแมลงเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าสนใจ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทางการเกษตรต่อไปในอนาคต&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309091847817
141	ผู้ประกอบการสนใจใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลง RCEP ช่วง 2 เดือนแรก มูลค่าสูงกว่า 1,100 ล้านบาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายพิทักษ์&nbsp;อุดมวิชัยวัฒน์&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ภายหลังความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค&nbsp;หรือ&nbsp;RCEP&nbsp;มีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;ผู้ส่งออกไทยได้มีการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;(Form&nbsp;RCEP)&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นมูลค่าสูงถึง&nbsp;1,165.52&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นการส่งออกไปญี่ปุ่นมากที่สุด&nbsp;มูลค่า&nbsp;540.36&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนใหญ่เป็นสินค้าปลาปรุงแต่งประเภทปลาเฮอร์ริง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปลาทูน่า&nbsp;ผักปรุงแต่ง&nbsp;และสิ่งทอ&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;จีน&nbsp;มูลค่า&nbsp;453.95&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้าพืช&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้สด&nbsp;และเกาหลีใต้&nbsp;มูลค่า&nbsp;171.21&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เช่น&nbsp;สินค้าถุงลมนิรภัย&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ไขมันและน้ำมันชนิดระเหย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;Form&nbsp;RCEP</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พบว่าในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีมูลค่าการขอใช้สิทธิฯ&nbsp;เพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;3&nbsp;เท่า&nbsp;จากเดือนก่อนหน้า&nbsp;เป็นผลมาจากเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้&nbsp;RCEP&nbsp;ที่มีข้อกำหนดของหลักเกณฑ์ที่ง่ายขึ้น&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการมาขอใช้สิทธิภายใต้&nbsp;RCEP&nbsp;กันมาก&nbsp;เนื่องจากสามารถวางแผนการนำเข้าส่งออกสินค้าล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พร้อมให้คำปรึกษาการขอใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้&nbsp;RCEP&nbsp;รวมถึงสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีต่างๆ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าให้กับผู้ประกอบการและยังได้มีกำหนดจัดงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้และประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์จากตามความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;ตามจังหวัดเป้าหมายในทุกภูมิภาค&nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน-กันยายน&nbsp;2565&nbsp;โดยสามารถติดตามกำหนดการได้จากเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.dft.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">www.dft.go.th</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192808163
142	ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภูมิปัญญาไทใหญ่บ้านผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขยายผลให้ประชาชนนำแนวคิดและหลักปฏิบัติไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันสู่การพัฒนาที่ยังยืน	<p><strong>ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ&nbsp;</strong>และภูมิปัญญาไทใหญ่บ้านผาบ่อง&nbsp;เป็นศูนย์ฯ&nbsp;ที่จัดตั้งขึ้น&nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขยายผล&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ประชาชนในพื้นที่บ้านผาบ่องและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนนำแนวคิดและหลักปฏิบัติไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้&nbsp;ภายในศูนย์ฯ&nbsp;มีแหล่งเรียนรู้จำนวน&nbsp;11&nbsp;ฐาน&nbsp;ประกอบด้วย</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;1.&nbsp;</strong>การพัฒนาสายพันธ์ไก่พื้นเมือง&nbsp;(ไก่ชนไทย-ไก่พม่า)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;2.&nbsp;</strong>การผลิตน้ำมันถั่วลิสง&nbsp;(ถั่วลายเสือ)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;3.</strong>&nbsp;การปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ&nbsp;และพัฒนาสายพันธ์ข้าว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;4.&nbsp;</strong>&nbsp;การปลูกถั่วลายเสือ-ข้าวโพด&nbsp;(ป๊อปคอร์นไทยใหญ่)</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;5.&nbsp;</strong>กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนผาบ่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;6.&nbsp;</strong>การแปรรูปถั่วลายเสือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;7.</strong>&nbsp;การอนุรักษ์ควายพื้นเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;8.</strong>&nbsp;การต้องปานซอย&nbsp;(ลายฉลุไทยใหญ่)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;9.&nbsp;</strong>การตัดตุง&nbsp;การทำกรวยดอกไม้(ก๊อกซอมต่อ)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;10.</strong>การทำหมวกไทยใหญ่&nbsp;(กุ๊ปไต)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;11.</strong>การทอผ้าปกาเกอญอ&nbsp;(ผ้าทอมือกะเหรี่ยง)</p><p><strong>ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</strong>และภูมิปัญญาไทใหญ่บ้านผาบ่อง&nbsp;แห่งนี้&nbsp;นอกจากจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ได้มีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และศาสตร์พระราชา&nbsp;สู่การพัฒนาที่ยังยืน&nbsp;มาปฏิบัติที่เกิดผลสร้างประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงแล้ว&nbsp;ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง&nbsp;ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดเดินทางมาเยี่ยมชม&nbsp;ซึ่งส่งผลให้คนในชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง&nbsp;อยู่ดีมีสุข&nbsp;สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์&nbsp;และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ&nbsp;เป็นเครือข่ายชุมชนพอเพียง&nbsp;ที่เชื่อมโยงกันด้วยหลักไม่เบียดเบียน&nbsp;แบ่งปันและช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309105006863
143	คณะกรรมการ กพอ. เดินหน้าเพิ่มรายได้ชุมชนในพื้นที่ อีอีซี  พร้อมให้สิทธิประโยชน์ ดึงดูดนักลงทุน สร้างเม็ดเงินลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า	<p><strong>นายคณิศ&nbsp;แสงสุพรรณ&nbsp;เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(สกพอ.)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(กพอ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;รับทราบโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและผู้ค้ารายย่อยในอีอีซี&nbsp;นำเทคโนโลยีมาส่งเสริมสินค้าโอทอป&nbsp;(OTOP)&nbsp;เพิ่มศักยภาพการขยายช่องทางจำหน่ายให้ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;อีกทั้งช่วยหาแหล่งเงินทุนให้ผู้ค้ารายย่อย&nbsp;พร้อมตั้งกลุ่มเป้าหมายและสินค้าที่นิยมในพื้นที่นำร่อง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียนทอดกรอบ&nbsp;,&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เช่น&nbsp;พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน&nbsp;,&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เช่น&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยมีแนวทาง&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และศูนย์พัฒนาธุรกิจชุมชน&nbsp;คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่ได้รับ&nbsp;จะสามารถเพิ่มยอดขายสินค้าชุมชนไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;30&nbsp;รายได้รวม&nbsp;(GDP)&nbsp;ระดับชุมชนประมาณร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และเศรษฐกิจชุมชนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&nbsp;20</strong>&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทำให้ผู้ซื้อสินค้า&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;ได้ใช้สินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;เกิดแรงจูงใจกลับมาเที่ยวซ้ำ&nbsp;ทำให้ชุมชนคนพื้นที่&nbsp;อีอีซี&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และมีรายได้ที่มั่นคง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอีอีซี&nbsp;</strong>โดยล่าสุดเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;เรื่อง&nbsp;สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;เพื่อกิจการพิเศษ&nbsp;ซึ่งเป็นการกำหนดสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมพิเศษ&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;เขต&nbsp;เริ่มนำร่องที่เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก&nbsp;(EECa)&nbsp;เป็นพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;(Sandbox)&nbsp;ให้สิทธิประโยชน์อีอีซีแก่นักลงทุน&nbsp;ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สิทธิประโยชน์อีอีซี&nbsp;เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ทำให้เกิดการลงทุนที่คล่องตัว&nbsp;เพื่อจูงใจนักลงทุนรายใหญ่เข้าสู่พื้นที่&nbsp;อีอีซี&nbsp;ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเงินลงทุน&nbsp;2.2&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ภายในอีก&nbsp;5&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;ได้ตามเป้าหมายของอีอีซี</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309143412969
144	พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน หารือสถานการณ์ไข่ไก่ ติดตามปริมาณให้มีเพียงพอต่อความต้องการบริโภคในพื้นที่	<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าร่วมประชุมหารือสถานการณ์ไข่ไก่&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;ZOOM&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ไข่ไก่&nbsp;มีสาระสำคัญดังนี้&nbsp;ราคาไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;เฉลี่ยทั้งประเทศ&nbsp;ยังไม่เกิน&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;ราคาไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ราคา&nbsp;3.30-3.50&nbsp;บาท/ฟอง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ติดตามปริมาณไข่ไก่ทุกเบอร์&nbsp;</strong>หากพบว่าไข่ไก่ไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในพื้นที่ให้ประสานกรมการค้าภายใน&nbsp;เพื่อจัดสรรและเชื่อมโยงจากพื้นที่ใกล้เคียงให้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309143115966
145	อำเภอท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ OTOP จำหน่ายสินค้า เนื่องในวันกรรมการหมู่บ้าน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;อำเภอท่าฉาง&nbsp;ภายใต้การนำของ&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าฉาง&nbsp;ภาคีเครือข่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;อ.ท่าฉาง&nbsp;และ&nbsp;น.ส.ปัทมา&nbsp;ซัง&nbsp;ตัวแทน&nbsp;บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ&nbsp;ในกิจกรรมตลาดประชารัฐ&nbsp;หลาดปันสุข&nbsp;สู้โควิด&nbsp;เนื่องในวันกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรมหน้าที่ว่าการอำเภอท่าฉาง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;,&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;,&nbsp;ผลผลิตการเกษตรจากกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ร้าน&nbsp;</p><p><strong>นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การดำเนินการตลาดนัดคนไทยยิ้มได้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าสัมมาชีพ&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ที่มีศักยภาพ&nbsp;แต่ขาดช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และเพื่อสร้างการเรียนรู้&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และประสบการณ์ในการค้าขายให้แก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;ได้เยี่ยมชมและสอบถามปัญาหา</strong>&nbsp;ความต้องการของผู้ประกอบการทุกกลุ่ม&nbsp;และได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมประจำเดือน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ได้ร่วมอุดหนุน&nbsp;เยี่ยมชมสินค้าเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309154032008
146	สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา เตรียมจัดการเดินแฟชั่นโชว์จากผ้าในท้องถิ่น ณ จุดชมวิวสกายวอร์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ในกิจกรรม Yala fashion show on the sky ตามโครงการส่งเสริมวิถีไทย วิถีถิ่น สานสายใยไทย-มาเลเซีย	<p><strong>ที่ห้องประชุมติดตามสถานการณ์&nbsp;War&nbsp;room&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทำงานโครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ได้อนุรักษ์&nbsp;สืบสาน&nbsp;คุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานวัฒนธรรม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้จัดขึ้นในวันที่&nbsp;24&nbsp;มี.ค.นี้&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;จุดชมวิวสกายวอร์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงาน</strong>&nbsp;และเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม&nbsp;โดยกำหนดจัดแถลงข่าวในวันที่&nbsp;11&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ณ&nbsp;ห้องฉายภาพยนตร์เพื่อการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;โดยส่วนกิจกรรมในงาน&nbsp;จะมีการเดินแฟชั่นโชว์จากผ้าในท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยังเป็นการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศสามารถแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น&nbsp;ระดับชาติ&nbsp;และนำไปสู่ระดับนานาชาติต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309160448034
147	คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รอบ 1 งวดที่ 20 ปี 2564/65	<p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;รอบ&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อชดในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong></p><p><strong>นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;20&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์อ้างอิง</strong>โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;จึงได้ออกประกาศ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ข้อ&nbsp;1&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;20&nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;18-24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;%&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;</p><p>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;</p><p>2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,815.28&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;10,280.55&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;8,383.83&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,834.41&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ข้อ&nbsp;2&nbsp;การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง</strong>&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;20&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;</p><p>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;</p><p>2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;2,184.72&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;719.45&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;1,616.17&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;2,165.59&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309202111187
148	กระทรวงการคลังเผยโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท	<p><strong>นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.)&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.24&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดใช้จ่ายรวม&nbsp;52,376.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;26,620.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;25,756.1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมด&nbsp;26.38&nbsp;ล้านราย&nbsp;มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว&nbsp;1.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;เป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;2.66&nbsp;หมื่นราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่&nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ผ่านเว็ปไซด์&nbsp;www.คนละครึ่ง.com&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309152912000
149	ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน กุมภาพันธ์ 2565 ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 2  	<p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>&nbsp;และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่ระดับ&nbsp;43.3&nbsp;ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า&nbsp;โดยเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่&nbsp;2&nbsp;และต่ำสุดในรอบ&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>ปัจจัยมาจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;รวมทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ปัญหาสินค้าราคาแพง&nbsp;ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตปรับตัวลดลง&nbsp;</p><p><strong>การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงอยู่ที่ต่ำกว่าระดับ&nbsp;100</strong>&nbsp;แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภค&nbsp;มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้าจากวิกฤต&nbsp;COVID-19&nbsp;ในประเทศไทยและทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาระหว่างรัสเซียกับยูเครนเข้ามาซ้ำเติม&nbsp;ยิ่งส่งผลกระทบทางจิตวิทยาในเชิงลบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ&nbsp;ภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ภาคการส่งออก&nbsp;ธุรกิจโดยทั่วไปและการจ้างงานในอนาคต&nbsp;โดยยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;หากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนยืดเยื้อ</strong>&nbsp;&nbsp;อาจส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นลดน้อยถอยลงและระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;เพราะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากภาวะสงคราม&nbsp;ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงต่ำกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ&nbsp;3.5-4.5&nbsp;ในปีนี้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309184730129
150	ภาคเอกชน หวั่น สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ยืดเยื้อ กระทบต่อเศรษฐกิจไทย  	<p><strong>นายสนั่น&nbsp;อังอุบลกุล&nbsp;ประธานกรรมการหอการค้าไทย</strong>และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เนื่องจากมีแนวโน้มยืดเยื้อ&nbsp;โดยผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและจะทำให้เศรษฐกิจของไทยหดตัวลงจากที่คาดการณ์ไว้&nbsp;แต่เชื่อว่ารัฐบาลยังสามารถตรึงราคาน้ำมันได้จนถึงเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;และอาจต้องเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า&nbsp;เพราะราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงต่อไปตลอดทั้งปี&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล</strong>&nbsp;เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า&nbsp;ภายใน&nbsp;6&nbsp;เดือนนี้&nbsp;&nbsp;จะสามารถบรรเทาผลกระทบได้ระดับหนึ่ง&nbsp;โดยประชาชนจะมีภาระค่าไฟฟ้าที่ลดลงประมาณ&nbsp;1-1.5&nbsp;บาทต่อหน่วย&nbsp;ซึ่งควรต้องเตรียมแผนในด้านอื่นๆ&nbsp;รองรับด้วย&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ภาคเอกชนกำลังติดตามต้นทุนราคาสินค้าที่จะสูงขึ้นหลังจากนี้&nbsp;โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่จะแพงขึ้น&nbsp;รัฐบาลจึงควรเตรียมแนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เช่น&nbsp;การนำปุ๋ยอินทรีย์มาใช้ทดแทน&nbsp;โดยหอการค้าไทยจะเร่งหารือกับภาครัฐต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ประเทศไทยควรวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์ความขัดแย้งนี้&nbsp;เพื่อให้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศได้ตามปกติ&nbsp;ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย&nbsp;ก็ควรจมีมาตรการดูแลช่วยเหลือให้เหมาะสม&nbsp;ซึ่งคาดว่าขณะนี้ภาครัฐกำลังหาแนวทางในการช่วยเหลือ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309184557126
151	รมต. อนุชา ขอให้ใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพเอเปค แสดงศักยภาพต่อประชาคมโลก	<p>รมต. อนุชา ขอให้ใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพเอเปค แสดงศักยภาพต่อประชาคมโลก ย้ำ เร่งผลักดันการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ทุกระดับ ต่อยอดฟื้นฟูและพัฒนาประเทศยุคดิจิทัล</p><p>&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1/2565 (ผ่านระบบ Video Conference) โดยมี นายรณภพ ปัทมะดิษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท สรรเสริญ&nbsp;แก้วกำนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายธานี&nbsp;แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วม</p><p>&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการดำเนินการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2565 โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยเพื่อผลักดันและส่งเสริมผลประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและประชาชนคนไทยในทุกด้าน พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจและร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับผู้นำจากทั่วโลกที่จะเข้าร่วมการประชุมตลอดปีนี้ ทั้งนี้ ในการประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าด้านการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นรูปธรรมจากคณะอนุกรรมการฯ แต่ละหน่วยงาน อาทิ กรมประชาสัมพันธ์ กรมสารนิเทศ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)</p><p>&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> กล่าวย้ำว่า การที่ไทยเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่สุดของไทยในทุกด้าน ขอให้คนไทยใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด โดยเฉพาะในการประชุมผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะได้เห็นท่าทีและพลังของสมาชิกที่สำคัญ ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเอเปคจึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญยิ่งสำหรับกลุ่มเป้าหมายทั้งคนไทยและคนต่างชาติ&nbsp;โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ฯ เน้นการสื่อสารประโยชน์ของเอเปคที่คนไทยได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม และสื่อสารประชาสัมพันธ์เรื่องที่คนสนใจ ใกล้ตัว และเข้าถึง เข้าใจง่าย เช่น การท่องเที่ยว อาหาร และการบริการ เพื่อดึงดูดความสนใจประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมและเห็นโอกาสจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์ความพร้อมของมาตรการด้านสาธารณสุขในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 สร้างความเชื่อมั่นแก่ชาวต่างชาติในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค 2565</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309163847073
152	จังหวัดกระบี่ได้รับการคัดเลือกจากคณะอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประเทศนำร่องโครงการกระบี่โมเดล	<p><strong>นางสาวพิมพ์รพี&nbsp;&nbsp;พันธุ์วิชาติกุล&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;กล่าวถึงโครงการกระบี่โมเดลว่า&nbsp;โครงการกระบี่โมเดลเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจังหวัดโมเดลทำทั่วประเทศ&nbsp;โดยนำร่องในจังหวัดกระบี่&nbsp;สกลนครจันทบุรี&nbsp;&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;เป็นแนวคิดของคณะอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประเทศโดยศาสตราจารย์ดอกเตอร์กนก&nbsp;วงศ์ตระหง่าน&nbsp;</p><p><strong>หลักการที่สำคัญคือ&nbsp;การนำเอาแนวคิดแบบใหม่</strong>เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของชาวบ้าน&nbsp;โดยนำนวัตกรรมความรู้จากอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความรู้แม่นยำ&nbsp;เที่ยงตรง&nbsp;และพิสูจน์แล้วลงมาพาชาวบ้านให้รอดพ้นจากความยากจนมีกรอบระยะเวลาการดำเนินงานประมาณ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;โดยใช้ความรู้และนวัตกรรมในการประกอบอาชีพ&nbsp;เช่นการใส่ปุ๋ย&nbsp;&nbsp;การย้อมผ้า&nbsp;การเลี้ยงแพะในครัวเรือน&nbsp;ที่สำคัญคือชาวบ้านต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยครัวเรือนละ&nbsp;10,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;มีการใช้ความรู้ที่แม่นยำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดกระบี่&nbsp;มีการทำโครงการกระบี่โมเดลอยู่&nbsp;5&nbsp;อย่าง</strong>&nbsp;ได้แก่การใส่ปุ๋ย&nbsp;การเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;&nbsp;การเลี้ยงสาหร่ายขนนก&nbsp;&nbsp;การเลี้ยงเห็ดร่างแห&nbsp;&nbsp;การทำบาติกจากสีธรรมชาติโดยใช้สีน้ำทะเลเป็นตัวย้อมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านเกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;โดยการให้ความรู้แก่ชาวบ้าน&nbsp;เกิดการเปลี่ยนแปลง&nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการผลิตปาล์มน้ำมันคุณภาพให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก&nbsp;3&nbsp;ตัน&nbsp;เป็น&nbsp;4&nbsp;ตัน&nbsp;เป็น&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;ต่อไร่ต่อปี&nbsp;</p><p><strong>โดยการใช้ความรู้นวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;ในการดำเนินงาน&nbsp;เช่น</strong>&nbsp;การกองทาง&nbsp;&nbsp;การ&nbsp;set&nbsp;ค่าดินที่ถูกต้อง&nbsp;&nbsp;การใส่ปุ๋ยที่ถูกต้อง&nbsp;เนื่องจากจังหวัดกระบี่พื้นที่ส่วนใหญ่มีความเป็นกรด&nbsp;จึงต้องมีการตรวจวัดให้ถูกต้อง&nbsp;เหมาะสมกับพืชที่จะปลูก&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ก็ได้ค้นพบแล้วว่า&nbsp;ได้มีการสร้างนวัตกรรมเกษตรกร&nbsp;มีนวัตกรรมกระบี่โมเดลที่เป็นชาวสวนปาล์มมากกว่า&nbsp;&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องทุกคนได้มาช่วยกันทำ&nbsp;ช่วยกันสร้างกระบี่โมเด็ล&nbsp;เพื่อให้ทุกคนมีรายได้ที่ดีขึ้น&nbsp;ก้าวพ้นความยากจนอย่างยั่งยืนด้วยองค์ความรู้&nbsp;ใหม่ๆ&nbsp;ตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309164931080
153	จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดตรัง ครั้งที่ ตง 42-1 ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมนารายณ์&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;ตง&nbsp;42-1/2565&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&nbsp;กำหนดแผนปฏิบัติงานตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาด้านการมาตรฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;งานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;คำขอ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีความก้าวหน้าดังนี้&nbsp;รับคำขอ&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;คำขอ&nbsp;</strong>&nbsp;เก็บผลิตภัณฑ์ตัวอย่างตามคำขอส่งตรวจสอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ให้การรับรองแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ประเมินผลผ่านการตรวจสอบเข้าที่ประชุมครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;&nbsp;และประเมินผลไม่ผ่านการตรวจสอบครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ผลิตภัณฑ์</p><p><strong>สำหรับการประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาเรื่อง&nbsp;</strong>การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;ตง&nbsp;42-2/2565&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คำขอ&nbsp;12&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;แยกออกเป็น&nbsp;ประเภทอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คำขอ&nbsp;3&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คำขอ&nbsp;1&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ประเภทของใช้&nbsp;ของประดับตกแต่งและของที่ระลึก&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คำขอ&nbsp;5&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คำขอ&nbsp;3&nbsp;ผลิตภัณฑ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309165308082
154	นายกรัฐมนตรี ยืนยันจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 30 บาท ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;ประชุมกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;กพช.&nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุม&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมหารือกันว่าจะต้องหามาตรการในการบริหารว่าจะทำอย่างไร&nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะดำเนินการได้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางภาษี&nbsp;การจัดหาเงินเพื่อทดแทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดน้อยลง&nbsp;โดยตั้งสมมติฐานไว้หลายประการ&nbsp;อาทิ&nbsp;ราคา&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบันรัฐบาลจะสามารถดูแลได้นานแค่ไหน&nbsp;ที่ราคาไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;และหากราคาปรับสูงขึ้นมากกว่านี้จะทำอย่างไร&nbsp;และท้ายที่สุดเมื่อราคาสูงขึ้นไปอีก&nbsp;ก็จะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&nbsp;เพราะหลายประเทศก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งราคาน้ำมันและแก๊สของไทยยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ&nbsp;เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนด้วยกัน&nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลพยายามจะทำให้ดีที่สุด&nbsp;ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;รวมถึงราคาน้ำมันเบนซินก็ต้องไปหามาตรการช่วยเหลือเช่นกัน</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อได้ในสถานการณ์ที่มีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนในปัจจุบัน&nbsp;แม้ประเทศจะอยู่ไกลกัน&nbsp;แต่ห่วงโซ่การประกอบธุรกิจต่างๆ&nbsp;ทั้งการค้า&nbsp;การส่งออก&nbsp;เชื่อมโยงกันทั้งหมดและประเทศไทยก็เป็นสมาชิกอยู่ในหลายกลุ่ม&nbsp;มีการค้าขายด้วยกัน&nbsp;ทั้งการเจรจาตามข้อตกลง&nbsp;FTA&nbsp;อาเซป&nbsp;อินโดแปซิฟิค&nbsp;ซึ่งแสดงให้เห็นว่า&nbsp;ไทยอยู่ในจุดที่สมดุลอยู่แล้ว&nbsp;ดังนั้นรัฐบาลก็จะต้องหามาตรการที่เหมาะสมกับทุกประเทศให้เกิดความสมดุลมากที่สุด&nbsp;เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยโดยตรง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เรียกคณะกรรมการเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่เข้ามาหารือ</strong>&nbsp;เพราะต้องการทราบว่าประเทศไทยมีแร่อยู่ที่ใดบ้าง&nbsp;เพื่อหาทางออกแก้ปัญหาราคาปุ๋ยให้ดีขึ้นในอนาคต&nbsp;ซึ่งจะต้องศึกษาว่าจะจัดหาวัสดุต้นทุนได้อย่างไร&nbsp;แต่ต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้ง&nbsp;เพราะหากเรามีวัสดุต้นทุนแล้วไม่ได้ใช้&nbsp;ก็จะต้องสั่งซื้อวัสดุต้นทุนการผลิตที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ&nbsp;เราต้องช่วยเหลือตัวเองให้มากขึ้นไม่ใช่สั่งซื้อจากต่างประเทศอย่างเดียว&nbsp;ดังนั้นจึงต้องเริ่มศึกษาตั้งแต่วันนี้&nbsp;แม้จะต้องใช้เวลา&nbsp;เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศจำนวนมากในแต่ละปี&nbsp;และมีผลผูกพัน&nbsp;เพราะปุ๋ยบางชนิดได้มาจากการผลิตพลังงาน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309185200132
155	คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหารหารือเตรียมความพร้อมเปิดด่านพรมแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(กรอ.จ.มห)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแก้วกินนารี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหารและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านพรมแดน&nbsp;สะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-&nbsp;สะหวันเขต)&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ในประเด็นเรื่องเวลาเปิดและกำหนดการเดินเรือขนส่งสินค้า&nbsp;โดยกำหนดเดินเรือวันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;(4&nbsp;เที่ยว)&nbsp;และกำหนดเวลาเปิดด่านจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;(ท่าเทียบเรือ-ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร)&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;06.00&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.รวมทั้งมาตรการกรณีรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถโดยสารระหว่างประเทศผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งจะออกเป็นประกาศจังหวัดมุกดาหารต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังรับทราบมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ซึ่งมีเม็ดเงินหมุนเวียนจากการใช้จ่ายโครงการ&nbsp;บัตรสวัสการแห่งรัฐ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;และเราเที่ยวด้วยกันในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;จำนวน&nbsp;183.62&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนการลงทุนภาคเอกชนมีการขยายกำลังการผลิตของโรงงานแป้งมันสัมปะหลัง&nbsp;โรงงานน้ำตาล&nbsp;และยังมีโอกาสเติบโตจากการปลูกกัญชง&nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหารมีบริษัทผลิตกัญชงครบวงจรและมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการ&nbsp;MOU&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;ส่วนการจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ด้านการบริโภคภาคเอกชนมีการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;351&nbsp;คันลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน&nbsp;1775&nbsp;คัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;393&nbsp;คัน&nbsp;ด้าน&nbsp;มูลค่าการค้าชายแดน&nbsp;จำนวน&nbsp;15,581.66&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำนวนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;48.31%&nbsp;</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั้งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้&nbsp;จังหวัดมุกดาหารจะได้มีโอกาสดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;จากการเป็นสนามแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีการใช้ที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;โดยจังหวัดได้เตรียมงานและกิจกรรมรองรับนักกีฬา&nbsp;ผู้ติดตาม&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;ไว้หลายกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมโควิด-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดงานแสดงสินค้าระหว่างวันที่&nbsp;6-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การจัดงาน&nbsp;เวียดทาวน์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณถนนสองนางสถิตย์&nbsp;และถนนคนเดิน&nbsp;ถนนวัฒนธรรม&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309174709114
156	ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 1/2565	"<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการพัฒนาพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของจังหวัดกระบี่ให้บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพนมเบญจา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่</p><p><strong>โดยจังหวัดกระบี่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองเชิงนิเวศ&nbsp;</strong>เป็นจังหวัดเป้าหมายที่มีศักยภาพเหมาะสมในการพัฒนาเชิงพื้นที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมระยะที่&nbsp;3&nbsp;ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ประเทศไทยมีต้นแบบ&nbsp;""เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;37&nbsp;จังหวัด&nbsp;40&nbsp;พื้นที่""&nbsp;ซึ่งการดำเนินการร่วมบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนโดยการพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;สร้างความสมดุลทางด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสังคม&nbsp;ให้อุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกันกับแหล่งชุมชนได้อย่างเป็นสุขและยั่งยืน&nbsp;โดยในที่ประชุมได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;และคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อเข้าร่วมโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;รวมทั้งร่างคำสั่งคณะทำงานการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;(Eco&nbsp;Network)&nbsp;จังหวัดกระบี่</p><p>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้มอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมศึกษาข้อมูลในพื้นที่&nbsp;อ.เขาพนม&nbsp;และ&nbsp;อ.ลำทับ&nbsp;พร้อมสอบถามความคิดเห็นของคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพและความเหมาะสม&nbsp;ที่จะพัฒนาสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;พร้อมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการดังกล่าวพิจารณาในครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;"">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</span></p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน//&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192115158
157	กระทรวงพาณิชย์ เร่งหามาตรการบรรเทาผลกระทบราคาสินค้า จากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน 	<p><strong>นายบุญยฤทธิ์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังประชุมหารือแนวทางการรับมือ&nbsp;มาตรการรองรับผลกระทบจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ที่มีต่อการค้าไทย&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์และติดตามผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจการค้าไทย&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบและมีราคาสูงขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยและอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;</p><p><strong>โดยหลักการดูแลในเบื้องต้น&nbsp;</strong>จะต้องให้เกิดความเป็นธรรมและเหมาะสม&nbsp;ทั้งการดูแลต้นทุนที่เป็นผู้ผลิตและการดูแลปลายทางเรื่องของราคาจำหน่าย&nbsp;ที่จะต้องไม่ให้มีราคาสูงจนเกินไป&nbsp;หรือมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;โดยจะรายงานต่อนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พิจารณาเพื่อหาข้อสรุปต่อไป&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ยังไม่มีนโยบายให้ปรับขึ้นราคาสินค้าในขณะนี้&nbsp;</strong>หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ&nbsp;จะต้องพิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบ&nbsp;เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&nbsp;โดยสินค้าในหมวดสำคัญ&nbsp;18&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;อาหารสด&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;ปุ๋ยเคมีและเครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;ยังคงสามารถตรึงราคาไว้ได้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309191206150
158	ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เข้าพบรองผู้ว่าฯ พังงา ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดพังงา	<p><strong>ที่ห้องรับรองเจ้าเมือง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p>น.ส.นุสรา&nbsp;กาญจนกูล&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อเยี่ยมเยียนและหารือข้อราชการในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการพูดถึงโมเดล&nbsp;BCG&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว</strong>ที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปีนี้จังหวัดพังงาร่วมกับทุกภาคส่วนสนับสนุนมังคุดทิพย์พังงา&nbsp;ให้มีราคาตามคุณภาพ&nbsp;โดยใช้สโลแกน&nbsp;มังคุดทิพย์พังงาซื่อสัตย์&nbsp;หวานอมเปรี้ยวหนึ่งเดียวในโลก&nbsp;ให้เกษตรกรนำประโยชน์จากส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของมังคุดมาแปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;การทำน้ำมังคุด&nbsp;การนำเปลือกมังคุดมาทำน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;และเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและเพิ่มมูลค่าให้กับมังคุดทิพย์พังงา&nbsp;จึงขอรับการสนับสนุนกล่องผลไม้จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีการเตรียมความพร้อมรับมือการกระจายมังคุด</strong>&nbsp;และส่งเสริมการขึ้นทะเบียนมังคุดทิพย์พังงาให้เป็นสินค้า&nbsp;GI</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309203826198
159	มะนาวตลาดเมืองใหม่ยะลา ขยับขึ้นราคา	<p><strong>ในช่วงนี้ที่หลายพื้นได้&nbsp;เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง&nbsp;ทำให้ราคามะนาว</strong>ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;กิโลกรัมละกว่า&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับในส่วนของพื้นที่ยะลา&nbsp;เอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราคามะนาวที่ตลาดเมืองใหม่&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ก็ได้ขยับราคาสูงขึ้นเช่นกัน&nbsp;แต่ยังไม่ถึงกับกิโลละ&nbsp;100&nbsp;กว่าบาท</p><p><strong>แม่ค้าที่รับซื้อมะนาวมานั่งขาย&nbsp;ในตลาดเมืองใหม่&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;มะนาวได้ขึ้นราคามากว่าสัปดาห์แล้ว&nbsp;ทั้งมะนาวแป้น&nbsp;และมะนาวบ้าน&nbsp;&nbsp;จากเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;30-40&nbsp;บาท&nbsp;ขยับขึ้นเป็น&nbsp;กก.ละ&nbsp;50-&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ถ้าขายเป็นจาน&nbsp;7&nbsp;ลูก&nbsp;สีเหลืองหน่อย&nbsp;จานละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;คาดว่ายังมีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาอีก&nbsp;ผลผลิตน้อย&nbsp;ฤดูร้อนด้วย&nbsp;เหมือนทุกปีที่ผ่านมาถ้าเข้าหน้าร้อนมะนาวก็จะราคาแพงขึ้น&nbsp;รวมทั้งน้ำมันแพง&nbsp;ตอนนี้&nbsp;ไม่เพียงแต่ราคามะนาวที่แพงทุกอย่างขึ้นราคาหมด&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;เมื่อก่อนฝักละ&nbsp;2-3&nbsp;บาท&nbsp;ตอนนี้ขึ้นฝักละ&nbsp;5&nbsp;บาท</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ประชาชนที่ต้องทำอาหารรับประทาน</strong>ในชีวิตประจำทุกวัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก็ยังคงออกมาจับจ่าย&nbsp;ซื้อของกันตามปกติ&nbsp;&nbsp;แต่ลดปริมาณลง&nbsp;ประหยัดขึ้น&nbsp;ของแพงทุกอย่าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับในช่วงนี้ซึ่งเป็นฤดูมะม่วง&nbsp;มะนาวแพง&nbsp;ก็จะซื้อมะม่วงไปใช้ทำอาหารแทนมะนาว</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310084138240
160	"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม ""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท"" ครั้งที่ 4 ปี 2565 ที่อำเภอสรรพยา"	"<p><strong>ณ&nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวชำมพร&nbsp;อำไพจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอสรรพยา&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;เนื้อหมูบด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาทับทิม&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ส้มโอขาวแตงกวา&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;จากสวนลุงอำนวย&nbsp;เสื้อผ้าบาติกจากกลุ่มสรรพยาบาติก&nbsp;และสินค้าจากชุมชนภายในพื้นที่อำเภอสรรพยา&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;จากความร่วมมือของสำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310104258302
161	สระแก้ว แถลงข่าวจัดงาน แสดง แสง สี เสียง ปราสาทสด๊กก๊อกธม หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวแหล่งอารยธรรมขอมโบราณตามรอยปราสาทศิลา พร้อมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วานนี้&nbsp;9&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม</strong>&nbsp;นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เป็นประธานแถลงการณ์จัดงาน&nbsp;การแสดงแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ปราสาทสด๊กก๊อกธม&nbsp;ตามโครงการแหล่งท่องเที่ยวแหล่งอารยธรรมของโบราณตามรอยปราสาทปราสาทสด๊กก๊อกธม&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม&nbsp;เพื่อพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ&nbsp;ประวัติศาสตร์&nbsp;และสุขภาพ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นางสุวิภา&nbsp;ปุณณะเวส&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นางสาวเอสรา&nbsp;ศริวิเชียร&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอโคกสูง&nbsp;นางสาวรุ่งนภา&nbsp;ไท้เชียง&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ร่วมแถลงข่าวจัดงาน&nbsp;แสดง&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ปราสาทสด๊กก๊อกธม&nbsp;หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวแหล่งอารยธรรมขอมโบราณตามรอยปราสาทศิลา&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/แหล่งโบราณสถานของจังหวัดสระแก้ว&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับความเป็นมาของงานฯ&nbsp;</strong>เป็นที่ทราบกันดีว่าจังหวัดในภาคตะวันออกนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ&nbsp;แต่การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมนั้นยังไม่ได้รับความนิยมมากนักและนับวันยิ่งกลับเลือนหายไปตามกาลเวลา&nbsp;จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;โดยการเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์การท่องเที่ยวเพื่อให้เราได้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม&nbsp;อีกปัจจัยหนึ่งคือต้องการยกระดับการจัดงานปราสาทสด๊กก๊อกธม&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&nbsp;เนื่องด้วยสถานที่นี้เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญเก่าแก่และใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก&nbsp;งานแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานประวัติศาตร์สด๊กก๊อกธม&nbsp;จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;21-22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น&nbsp;กิจกรรมแสดงศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นในเวทีตลาด&nbsp;วัฒนธรรมก่อนและหลังการแสดงแสงสีเสียง&nbsp;เป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่มาจากหลากหลายพื้นที่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมชมพระอาทิตย์ขึ้นลอดซุ้มประตูปราสาทสด๊กก๊อกธมในวันอังคารที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยสามารถรอชมปรากฏการณ์ดังกล่าวตั้งแต่เวลา&nbsp;05.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และพิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคลหลังกิจกรรมชมพระอาทิตย์ลอดซุ้มประตูในวันอังคารที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และการแสดงรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองในวันอังคารที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และกิจกรรมการแสดงแสงสีเสียงปราสาทสด๊กก๊อกธมเป็นการแสดง&nbsp;สุดยิ่งใหญ่ตระการตาระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยปีนี้ใช้ชื่อการแสดงว่าสต๊อกสด๊กก๊อกธมเรื่องรุจี&nbsp;สานศรัทธาพรหมณ์&nbsp;พุทธ&nbsp;มิ่งมงคล&nbsp;โดยมีนักแสดงมืออาชีพมากมายดังกล่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ประจัก-สุชีวิน&nbsp;/ภาพ/ข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-10-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310125157379
162	การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด (กพร.ปจ.) ครั้งที่ 12565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายธาตรี&nbsp;บุญมาก</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมภูทอก&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม</p><p><strong>การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพ</strong>จังหวัด&nbsp;เป็นการกำหนดเป้าหมายการพัฒนากำลังคนจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ในแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565-2570&nbsp;และเพื่อปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;รวมถึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนในพื้นที่&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;การเกษตรกรรมในพื้นที่&nbsp;อันจะเป็นผลลัพธ์ที่สร้างอาชีพและเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดบึงกาฬอย่างแท้จริง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310121646340
163	"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม ""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท"" ครั้งที่ 4/2565 นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพดี ราคาถูก จำหน่ายแก่ประชาชนพื้นที่อำเภอสรรพยา"	"<p><strong>ณ&nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอสรรพยา&nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลเจ้าพระยา&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน&nbsp;โดยสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;(เนื้อแดง)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่อำเภอสรรพยาวันนี้&nbsp;ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยมีส่วนราชการของกระทรวงเกษตร&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกร&nbsp;ร่วมกันนำสินค้าในราคาต้นทุนมาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อปลา&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ลดภาระเรื่องค่าครองชีพ&nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก&nbsp;และราคาประหยัด&nbsp;โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่&nbsp;ตำบลศิลาดาน&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมเลือกซื้อซึ่งทางจังหวัดได้จัดหมุนเวียนไปจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;สัปดาห์เว้นสัปดาห์&nbsp;ตามอำเภอต่างๆ&nbsp;จนครบทุกอำเภอ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;สำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310123438368
164	จัดระเบียบสายสื่อสาร ปรับภูมิทัศน์ ความปลอดภัยของประชาชน	<p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบสายสื่อสารของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;ตั้งแต่บริเวณซอยสุขุมวิท&nbsp;71&nbsp;จนถึงบริเวณปากซอยทองหล่อ&nbsp;10&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นอย่างดีในการจัดระเบียบสายสื่อสารเพื่อปรับปรุงทัศนียภาพของเมืองและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแผนดำเนินงานภายในปีนี้&nbsp;</strong>ให้ความสำคัญที่การจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑลระยะทาง&nbsp;400&nbsp;กม.&nbsp;รวมถึงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;เพื่อลดความทับซ้อนของพื้นที่และลดค่าใช้จ่ายการลงทุนของผู้ให้บริการ&nbsp;ขณะนี้มีผู้ให้บริการแจ้งความประสงค์มาทั้งหมด&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนผู้บริการรายอื่นๆ&nbsp;ที่มีความสนใจ&nbsp;สามารถติดต่อในเขตพื้นที่ให้บริการ&nbsp;เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162650518
165	ชมเดือนคอมเพล็ก ร่วมเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ชาวสุพรรณบุรี เที่ยวฟรีงานดอนเจดีย์	<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;ดร.อุดม&nbsp;โปร่งฟ้า-ดร.สุจิตรา&nbsp;ทรงมัจฉา&nbsp;บริษัทชมเดือนคอมเพล็กซ์&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;และบริษัท&nbsp;ศักยภาพไทยอินเตอร์กฎหมายและธุรกิจ&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้การสนับสนุน&nbsp;บัตรผ่านประตูเข้างานประจำปี&nbsp;อนุสรณ์ดอนเจดีย์และงานกาชาด&nbsp;เฉพาะเมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;โดยเหมาจ่ายค่าบัตรผ่านประตูจำนวน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;ผู้มาเที่ยวเข้าฟรี&nbsp;เหมาชมการแสดงยุทธหัตถี&nbsp;จำนวน&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้งซื้อสลากกาชาดแจกชาวตำบลท่าระหัด&nbsp;อีก&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;แสนบาท&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ดร.อุคม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในนามภาคเอกชน&nbsp;ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะเทิดประเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;โดยเฉพาะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ต้องเสียเลือดเสียเนื้อเหล่าทหารหาญ&nbsp;และพี่น้องประชาชนคนไทยไปจำนวนไม่น้อย&nbsp;จึงอยากให้คนไทย&nbsp;ได้รับชมการแสดงมหาวีรกรรมยุทธหัตถี&nbsp;แสดงเหมือนจริง&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ใน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จะมี&nbsp;1&nbsp;ครั้งเท่านั้น&nbsp;ที่มีความยิ่งใหญ่อลังการของการแสดงแสงสีเสียงนั้น&nbsp;เหนือกว่าที่อื่นมาก</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางจังหวัดยังมีมาตรการดูแลและป้องกันเรื่องความปลอดภัยต่างๆ</strong>&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;โควิด-19&nbsp;มวลชนที่มาทั้งหมดได้รับการคัดกรองอย่างดี&nbsp;จึงมีความมั่นใจในความปลอดภัย&nbsp;ในการจัดงานของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเดินทางมาเที่ยวชมงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;และสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162029506
166	เสวนา : ประเทศไทยได้อะไร จากการประชุม APEC	"<p>วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์จัดงานเสวนาหัวข้อ&nbsp;จับประเด็นประชาสัมพันธ์&nbsp;ประเทศไทยได้อะไรจากการประชุม&nbsp;APEC&nbsp;2022&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจแก่บุคลากรภายในกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;และหน่วยงานภาคนอก&nbsp;เกี่ยวกับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แอซิฟิก&nbsp;(APEC)&nbsp;ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมในปีนี้&nbsp;โดยมีวิทยากรจากกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายธนวัต&nbsp;ศิริกุล&nbsp;รองอธิบดีกรมสารนิเทศ&nbsp;นางสาวปฤณัต&nbsp;อภิรัตน์&nbsp;รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ&nbsp;นายมนตรี&nbsp;มหาพฤกษ์พงศ์&nbsp;ผู้แทนรองสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค&nbsp;(ABAC)&nbsp;และนายกวี&nbsp;จงกิจถาวร&nbsp;นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนอาวุโส&nbsp;ร่วมเสวนา</p><p>นางสุดฤทัย&nbsp;เลิศเกษม&nbsp;รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;กล่าวเปิดงานว่า&nbsp;การสื่อสารเรื่อง&nbsp;APEC&nbsp;มีความท้าทายอย่างมากในเรื่องของการสื่อสารให้คนไทยเข้าใจว่าได้อะไรจากการประชุม&nbsp;APEC&nbsp;ซึ่งไม่ได้หมายความว่า&nbsp;การประชุมจบลงแล้วจะมีรายได้มากขึ้นทันที&nbsp;แต่จะมีความร่วมมือต่างๆ&nbsp;เกิดขึ้นจากการประชุมในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งนับเป็นโอกาสของประเทศที่จะได้ต่อยอดต่อไป</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);"">ขับเคลื่อนความสะดวกและโอกาสใหม่ๆ</strong></p><p>นางสาวปฤณัต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุม&nbsp;APEC&nbsp;ในปีนี้&nbsp;โลกกำลังเจอความท้าทายใหม่ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ภัยสุขภาพ&nbsp;โรคระบาดโควิด&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และมีโอกาสใหม่ๆ&nbsp;เช่นกัน&nbsp;สิ่งที่คนไทยจะได้จากการประชุม&nbsp;APEC&nbsp;คือจากการผลักดัน&nbsp;3&nbsp;ประเด็น&nbsp;Open&nbsp;Connect&nbsp;Balance&nbsp;""เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์&nbsp;เชื่อมโยงกัน&nbsp;สู่สมดุล""&nbsp;ซึ่งมีการผลักดันการเชื่อมโยงการเดินทางข้ามพรมแดน&nbsp;(Connect)&nbsp;ใน&nbsp;APEC&nbsp;ให้สะดวกและปลอดภัยขึ้น&nbsp;ทั้งระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมโยงหลังหยุดชะงักไป&nbsp;เช่น&nbsp;การทำฐานข้อมูลรวมมาตรการเดินทางข้ามแดน&nbsp;บัตรนักธุรกิจ&nbsp;APEC&nbsp;ใช้เดินทางในสนามบิน&nbsp;ส่วนในแง่&nbsp;การเปิดกว้าง&nbsp;(Open)&nbsp;ในแง่ของการค้าการลงทุน&nbsp;ที่จะเอื้อประโยชน์กับทุกคน&nbsp;ตลอดเวลาที่ผ่านมา&nbsp;APEC&nbsp;ลดอุปสรรคทางการค้าลงไปเป็นจำนวนมาก&nbsp;และขณะนี้ก็กำลังผลักดันเขตการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;ของเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;ในชื่อ&nbsp;FTAAP&nbsp;ในโลกยุคหลังโควิด-19&nbsp;เพื่อให้คนทุกกลุ่มได้ประโยชน์&nbsp;และเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;และประเด็นสุดท้าย&nbsp;คือความสมดุล&nbsp;(Balance)&nbsp;โดยผลักดัน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;เป็นตัวขับเคลื่อน&nbsp;โดยให้สมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งไม่ใช่แนวคิดใหม่&nbsp;แต่เป็นสิ่งที่ทำกันมาอยู่แล้ว&nbsp;แต่อาจใช้ชื่อหรือเน้นในมิติที่ต่างกันไปในแต่ละเขตเศรษฐกิจ&nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะนำเรื่องนี้มาพูดคุยในกรอบของ&nbsp;APEC</p><p>ซึ่ง&nbsp;APEC&nbsp;ไม่ใช่เวทีทำข้อตกลง&nbsp;แต่เป็นเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน&nbsp;นำบทเรียนและข้อเสนอมาคุยกันว่าจะอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุนอย่างไรบ้าง&nbsp;ให้&nbsp;FTAAP&nbsp;ถูกสานต่อต่อไปในอนาคตโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทุกฝ่าย&nbsp;คล้ายการโยนหินถามทาง</p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);&nbsp;color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">FTAAP&nbsp;คือจุดหมายในตอนนี้</strong></p><p>ด้านนายมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุม&nbsp;APEC&nbsp;ในตอนแรกเป็นการคุยกันของภาครัฐของแต่ละเขตเศรษฐกิจ&nbsp;แต่ต่อมาก็มีการตั้ง&nbsp;ABAC&nbsp;ขึ้นมา&nbsp;เพื่อดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมพูดคุยกันในแต่ละเขตเศรษฐกิจ&nbsp;ในปีนี้มีแนวทางขับเคลื่อนว่า&nbsp;Embrace&nbsp;(เปิดรับ)&nbsp;Engage&nbsp;(รวมพลัง)&nbsp;Enable&nbsp;(ขยายข้อจำกัด)&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนคู่ขนานไปกับ&nbsp;APEC</p><p>สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคมีสิ่งที่จะต้องขับเคลื่อนให้เห็นผลให้ได้โดยเร็วคือ&nbsp;FTAAP&nbsp;หรือ&nbsp;Free&nbsp;Trade&nbsp;Agreement&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Asia&nbsp;Pacific&nbsp;ความตกลงเขตการค้าเสรีแห่งเอเชีย-แปซิฟิก)&nbsp;ซึ่งทำได้ยาก&nbsp;เนื่องจากสมาชิก&nbsp;APEC&nbsp;มีมหาอำนาจจำนวนมาก&nbsp;จึงทำให้มีความเห็นไม่ตรงกัน&nbsp;การตกลงกันแบบเอกฉันท์จึงทำได้ยาก&nbsp;จึงต้องขยายข้อจำกัด&nbsp;แทนที่จะรอทุกเขตเศรษฐกิจพร้อม&nbsp;เป็น&nbsp;FTAAP&nbsp;Minus&nbsp;X&nbsp;เขตใดพร้อมก่อนให้ดำเนินการได้&nbsp;เขตใดยังไม่พร้อม&nbsp;รอพร้อมแล้วค่อยเข้าร่วม&nbsp;เพื่อผลักดัน&nbsp;FTAAP&nbsp;ให้เกิดขึ้นได้โดยเร็ว</p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);&nbsp;color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">APEC&nbsp;คือมหาวิทยาลัยให้สมาชิกได้เรียนรู้</strong></p><p>ด้านนายธนวัต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;APEC&nbsp;เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัย&nbsp;หรือห้องเรียน&nbsp;มีการเรียนการสอนกัน&nbsp;มีการคุยกัน&nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ&nbsp;ก้าวผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง&nbsp;และคนไทยจะได้รับประโยชน์จากการเรียนการสอนนี้แน่นอน&nbsp;ซึ่งสื่อมวลชนจะเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำข้อมูลต่างๆ&nbsp;มาเผยแพร่สร้างความตระหนักถึงประโยชน์เหล่านี้&nbsp;ให้เข้าถึงง่าย&nbsp;แก่ประชาชนทุกกลุ่ม</p><p>ส่วนวิกฤตขณะนี้&nbsp;ทั้งยูเครน&nbsp;ทั้งรัสเซีย&nbsp;เป็นคู่ค้าของไทย&nbsp;โดยเฉพาะรัสเซียมีตัวเลขซื้อขายกับเราเยอะ&nbsp;แต่ไม่น่ากังวลเพราะวิกฤตต่างๆ&nbsp;ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว&nbsp;ต่อให้มีการคว่ำบาตรรัสเซีย&nbsp;ก็จะเกิดประเทศตัวกลางขึ้นมา&nbsp;การค้าขายจึงไม่น่าเป็นห่วงในวิกฤตนี้&nbsp;ส่วนวิกฤตพลังงาน&nbsp;จะทำให้ต้นทุนสินค้าต่างๆ&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ต่อให้ไม่มีวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;เราก็เจอเงินวิกฤตเฟ้ออยู่แล้ว&nbsp;แต่ถ้าเรื่องนี้ยิ่งนาน&nbsp;ของจะยิ่งแพง&nbsp;อยากบอกให้&nbsp;MSME&nbsp;ทุกคนคิดเรื่องจะส่งออกให้พร้อม&nbsp;เตรียมพร้อมส่งออกเอาไว้&nbsp;เพื่อพร้อมรับภาวะอุปสงค์ที่จะลดลง&nbsp;จากวิกฤตยูเครน-รัสเซีย</p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);&nbsp;color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">BCG&nbsp;=&nbsp;ภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;ติดเทอร์โบ&nbsp;ใช้อินเทอร์เน็ต</strong></p><p>นายกวี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แทนที่จะบอกว่า&nbsp;ประเทศไทยได้อะไรจาก&nbsp;APEC&nbsp;ตนอยากถามว่า&nbsp;ประเทศเสียอะไร&nbsp;หากไม่เข้าร่วม&nbsp;APEC&nbsp;ซึ่งคำตอบคือ&nbsp;เสียทุกอย่าง</p><p>การกล่าวถึงประเด็นต่างๆ&nbsp;อย่าอธิบายให้เข้าใจยาก&nbsp;เช่น&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;model&nbsp;อย่าพูดให้เข้าใจยาก&nbsp;มันคือ&nbsp;ภูมิปัญญาชาวบ้านติดเทอร์โบ&nbsp;ใช้อินเทอร์เน็ต&nbsp;จบแล้ว&nbsp;อธิบายได้หมด&nbsp;เรามีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว&nbsp;แต่ไม่เคยเอาไปคุยในเวทีระหว่างประเทศ</p><p>ส่วน&nbsp;FTAAP&nbsp;บางคนอาจจะใช้คำว่า&nbsp;อินโด-แปซิฟิก&nbsp;แทนเพราะเป็นศัพท์ใหม่&nbsp;ไทยเราอยู่ตรงกลาง&nbsp;เป็นภูมิศาสตร์ของไทยที่ดีมาก&nbsp;จะไปตรงไหนในภูมิภาคต้องผ่านเรา&nbsp;เราคือจุดศุนย์กลางของความเชื่อมโยงอินโด-แปซิฟิก&nbsp;และเราเสียประโยชน์มากที่ไม่ได้กระโดดเข้าไปในความตกลงต่างๆ</p><p>ไทยเป็นประเทศเดียวที่เป็นเพื่อนกับทุกประเทศในองค์การสหประชาชาติ&nbsp;เราไม่มีศัตรู&nbsp;เราไม่เสียอะไร&nbsp;แต่พอเราได้อะไร&nbsp;ให้มองเป็นของแถม&nbsp;ทุกวันนี้ที่เราทำอยู่คือของแถมจากสิ่งที่เรามีอยู่&nbsp;ส่วนวิกฤตยูเครน-รัสเซีย&nbsp;การคว่ำบาตรที่มีตอนนี้ยังไม่กระทบไทยโดยตรง&nbsp;แต่การยุติสงครามโดยเร็วจะเป็นผลดีกับทุกอย่าง</p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);&nbsp;color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การเชื่อมโยง&nbsp;APEC&nbsp;กับ&nbsp;EEC&nbsp;ของไทยจะทำให้เกิดประโยชน์อะไรกับคนไทยบ้าง?</strong></p><p>นางสาวปฤณัต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รูปธรรมที่สุดคือ&nbsp;ในกรอบ&nbsp;APEC&nbsp;เราดึง&nbsp;EEC&nbsp;มาโยงกับศักยภาพของภาคเอกชนไทย&nbsp;แสดงนวัตกรรมต่างๆ&nbsp;เสนอโอกาสของการลงทุนจากต่างประเทศ&nbsp;เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้ามาในพื้นที่&nbsp;ภาคธุรกิจก็จะได้ประโยชน์&nbsp;มีคนเข้ามาทำงาน&nbsp;มีโรงเรียนมาเปิด&nbsp;ส่วนอื่นๆ&nbsp;ก็จะมี&nbsp;เช่น&nbsp;ความร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;ยกระดับทักษะแรงงานในพื้นที่ต่อไป</p>"	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310141719419
167	ภาคเอกชนไทย เตรียมความพร้อมเจรจาความร่วมมือภายใต้กรอบ APEC ปลายปีนี้ 	<p><strong>นายมนตรี&nbsp;มหาพฤกษ์พงศ์&nbsp;เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;และสมาชิกสภาที่ปรึกษาบริหารธุรกิจเอเปค&nbsp;หรือ&nbsp;ABAC&nbsp;กล่าวในงานเสวนา&nbsp;จับประเด็นประชาสัมพันธ์&nbsp;ไทยได้อะไรจากการเป็นเจ้าภาพ&nbsp;APEC&nbsp;2022&nbsp;ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์จัดขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;การเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก&nbsp;หรือ&nbsp;APEC&nbsp;ของเขตเศรษฐกิจทั้ง&nbsp;21&nbsp;เขต&nbsp;ภาคเอกชนได้เข้าร่วมเจรจาในเวที&nbsp;APEC&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;และผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมา&nbsp;การที่ไทยเป็นหนึ่งในสมาชิก&nbsp;APEC&nbsp;ได้ประโยชน์จากการทำเขตการค้าเสรีเอเปค&nbsp;หรือ&nbsp;FTAAP&nbsp;ส่งผลให้การส่งออกขยายตัว&nbsp;และ&nbsp;GDPเติบโต&nbsp;รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤติ&nbsp;COVID-19&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ภาคเอกชนจะเจรจาในเวที&nbsp;APEC&nbsp;ปลายปีนี้</strong>&nbsp;มี&nbsp;5&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจทั้ง&nbsp;21&nbsp;เขต,&nbsp;การเชื่อมโยงทางดิจิทัล&nbsp;,&nbsp;การส่งเสริม&nbsp;MSMEs&nbsp;,&nbsp;การส่งเสริมความยั่งยืน&nbsp;และการส่งเสริมด้านการเงินและภาพรวมเศรษฐกิจ</p><p><strong>เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;และสมาชิกสภาที่ปรึกษาบริหารธุรกิจเอเปค&nbsp;&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ขณะนี้ภาคเอกชนอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเจรจากับภาคเอกชนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในเขตเศรษฐกิจทั้ง&nbsp;21&nbsp;เขต&nbsp;พร้อมทั้งชูประเด็น&nbsp;Bio&nbsp;Circular&nbsp;Green&nbsp;หรือโมเดล&nbsp;BCG&nbsp;ที่จะส่งผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่วนกรอบเจรจาอื่นๆ&nbsp;ของเขตเศรษฐกิจ&nbsp;ที่ยังไม่สามารถหาข้อตกลงได้&nbsp;จะเสนอแนวทางให้เขตเศรษฐกิจที่มีความพร้อมเข้าร่วมก่อน&nbsp;และเขตที่ยังไม่พร้อมหรือไม่ประสงค์จะเข้าร่วมสามารถเป็นผู้สังเกตการณ์และเข้าร่วมภายหลังได้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204645670
168	การเคหะแห่งชาติ ผนึกกำลัง ธอส. ลงนามเอ็มโอยู สร้างความร่วมมือใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบ 	<p><strong>นายทวีพงษ์&nbsp;วิชัยดิษฐ&nbsp;ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ</strong>&nbsp;และนายฉัตรชัย&nbsp;ศิริไล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบ&nbsp;(AUDIT&nbsp;SUPPORT&nbsp;SYSTEM&nbsp;:&nbsp;A2S)&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างกันในการใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบและสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในการพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;</p><p><strong>นายทวีพงษ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเคหะแห่งชาติ</strong>&nbsp;เป็นหน่วยงานพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัย&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง&nbsp;เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;จากความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;(ธอส.)&nbsp;จะตอบโจทย์ภารกิจของการเคหะแห่งชาติมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศของการเคหะแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยสามารถนำระบบดังกล่าวที่&nbsp;ธอส.</strong>&nbsp;เป็นผู้พัฒนาไปใช้ในการปฏิบัติงานตรวจสอบ&nbsp;พร้อมร่วมกันพัฒนาระบบสนับสนุนงานตรวจสอบ&nbsp;รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;ความรู้ระหว่างบุคลากรของทั้ง&nbsp;2&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือในการใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบร่วมกัน&nbsp;โดย&nbsp;ธอส.&nbsp;อนุญาตให้การเคหะแห่งชาติ&nbsp;ใช้งานระบบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;และหากการเคหะแห่งชาติ&nbsp;จะพัฒนาระบบดังกล่าว&nbsp;จะต้องได้รับความยินยอมจาก&nbsp;ธอส.&nbsp;ก่อน</p><p><strong>สำหรับระบบ&nbsp;A2S&nbsp;ธอส.</strong>&nbsp;ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบ&nbsp;ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นแบบดิจิทัลไลเซชั่น&nbsp;(Digitalization)&nbsp;ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการตรวจสอบภายในสากล&nbsp;ซึ่งระบบ&nbsp;A2S&nbsp;ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่การวางแผนการตรวจสอบ&nbsp;การปฏิบัติงานตรวจสอบ&nbsp;การรายงานและติดตามผลการตรวจสอบ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204519669
169	จ.มุกดาหารดันกิจกรรมและการท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจรับการเปิดด่านชายแดน	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารให้สัมภาษณ์&nbsp;NBT&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ประเด็นการรับมือและฟื้นฟูเศรษกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;พื้นที่ชายแดนจังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนผ่านด่านมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;มีมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น&nbsp;นับจากปี&nbsp;2562&nbsp;ก่อนสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;222,729&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ในช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;รวม&nbsp;254,978&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;12&nbsp;และปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;358,412&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2562&nbsp;ก่อนการระบาดขยายตัวหรือมีมูลค่า&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;38&nbsp;ส่วนปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;32,816&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการกำหนดมาตรการในการขนส่งสินค้าข้ามแดนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>สินค้าส่งออกผ่านด่านมุกดาหาร&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;เครื่องประมวลผลหรือหน่วยเก็บข้อมูล&nbsp;อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;สุกรมีชีวิตและเครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนสินค้านำเข้า&nbsp;เช่น&nbsp;อุปกรณ์โทรศัพท์&nbsp;โทรคมนาคม&nbsp;เครื่องประมวลผล&nbsp;หน่วยเก็บความจำ&nbsp;ส่วนเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดมุกดาหารมีผู้ประกอบการที่ส่งออก&nbsp;ได้แก่&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพารา&nbsp;น้ำตาล&nbsp;ไม้สัก&nbsp;ไม้ยูคา&nbsp;และโคมีชีวิต</p><p><strong>แต่อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยมีมาตรการต่างๆ&nbsp;ในการควบคุมการระบาดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน&nbsp;ขณะเดียวกันหลังจากรัฐบาลประกาศเปิดประเทศ&nbsp;จังหวัดมุกดาหารเองได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วยเช่นกัน&nbsp;โดยเริ่มจากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดมุกดาหารมีข้อมูลผู้มาเยือนที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ปี&nbsp;2562&nbsp;มีจำนวนผู้มาเยือน&nbsp;2.1&nbsp;ล้านคน</strong>&nbsp;มูลรายได้&nbsp;3,600&nbsp;ล้านบาท/ปี&nbsp;(เฉลี่ยการใช้จ่าย&nbsp;1,700บาท/คน)</p><p><strong>ปี&nbsp;2563&nbsp;(เริ่มปิดประเทศ&nbsp;เมษายน&nbsp;2563)</strong>&nbsp;ข้อมูลผู้มาเยือนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ลดลงเหลือจำนวน&nbsp;863,484&nbsp;คน&nbsp;มูลค่ารายได้&nbsp;1,390&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(เฉลี่ยการใช้จ่าย&nbsp;1,600บาท/คน)</p><p><strong>ปี&nbsp;2564&nbsp;มีจำนวนผู้มาเยือนลดลงเหลือจำนวน&nbsp;548,588&nbsp;คน</strong>&nbsp;มูลค่ารายได้&nbsp;1,390&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(เฉลี่ยการใช้จ่าย&nbsp;1,360บาท/คน)</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ยังกล่าวว่า</strong>&nbsp;จากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ประชาชนชาวมุกดาหาร&nbsp;ได้รับการช่วยเหลือจากมาตการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp;ผ่านโครงการคนละครึ่ง&nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;เราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายในปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในเฟส&nbsp;4&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีเม็ดเงินหมุนเวียนแล้วจำนวน&nbsp;183.62&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>คนไทยต้องปลอดโควิด-19&nbsp;แต่เศรษฐกิจก็ต้องเดินควบคู่กันไป&nbsp;โดยจังหวัดมุกดาหารได้จัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่กิจกรรมมหัศจรรย์&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;3&nbsp;พิภพ&nbsp;งานคริสต์มาสแห่ดาววัดสองคอน&nbsp;งานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;หนาวนี้ที่ร่มเกล้า&nbsp;งานตรุษจีนมุก&nbsp;ปี&nbsp;2&nbsp;การแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;และยังเตรียมจัดงานและกิจกรรมตามปฏิทินท่องเที่ยว&nbsp;สำหรับในระยะใกล้นี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;งานเวียดทาวน์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มหกรรมสินค้า&nbsp;6-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;วันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และถนนคนเดิน&nbsp;ถนนวัฒนธรรมหนองสูง&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งการเตรียมมาตรการรองรับการเปิดด่านชายแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขตในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนนี้ด้วย&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะทำให้สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหารได้โดยเร็ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	NULL	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310190825623
170	ททท. มอบรางวัล The Best of SHA Awards 2021 สถานประกอบการมาตรฐาน SHA 160 ราย	"<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.</strong>&nbsp;มอบรางวัล&nbsp;The&nbsp;Best&nbsp;of&nbsp;SHA&nbsp;Awards&nbsp;2021&nbsp;แก่สถานประกอบการมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ที่ได้รับการคัดเลือกผ่านแบบประเมินความพึงพอใจในการเข้ารับบริการจากนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ททท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้ดำเนินโครงการ&nbsp;SHA&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยของการให้บริการด้านการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>มาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;จึงเปรียบเสมือนตราสัญลักษณ์&nbsp;</strong>ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ได้ดำเนินการปรับปรุง&nbsp;พัฒนาทั้งด้านสินค้าและบริการ&nbsp;รวมทั้งด้านสุขอนามัย&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;42,191&nbsp;ราย&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;10&nbsp;ประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ประเภทกิจการที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;มากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภัตตาคาร/ร้านอาหาร&nbsp;สถานประกอบการที่พัก&nbsp;หรือโฮมเตย์&nbsp;และยานพาหนะ</p><p><strong>สำหรับในครั้งนี้&nbsp;มีจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับรางวัล&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;160&nbsp;รางวัล</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;รางวัล&nbsp;The&nbsp;Best&nbsp;of&nbsp;SHA&nbsp;Awards&nbsp;2021&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;รางวัล&nbsp;จาก&nbsp;10&nbsp;ประเภทกิจการ&nbsp;อาทิ&nbsp;พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&nbsp;(ประเภทนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว)&nbsp;รางวัลยอดเยี่ยม&nbsp;จำนวน&nbsp;81&nbsp;รางวัล,&nbsp;รางวัลดีเยี่ยม&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;รางวัล&nbsp;และรางวัลดีเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;รางวัล&nbsp;สามารถดูรายชื่อสถานประกอบการที่ได้รับรางวัล&nbsp;ได้ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.thailandsha.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.thailandsha.com</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310201748649
171	เปิดตัวสินเชื่อ GSB for BCG Economy มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืน ขับเคลื่อนธุรกิจ BCG ตามนโยบายรัฐบาล	<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดตัวโครงการสินเชื่อ&nbsp;GSB&nbsp;for&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;สำหรับธุรกิจที่มีการบริหารจัดการตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจใหม่(BCG&nbsp;Model)โดยนิติบุคคลไม่จำกัดวงเงินกู้และบุคคลธรรมดา&nbsp;ให้วงเงินกู้ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;เริ่มต้นที่ร้อยละ&nbsp;3.99&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นนาน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;และผ่อนได้นานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;โดยใช้สมุดเงินฝากออมสิน&nbsp;สลากออมสินพิเศษ&nbsp;พันธบัตร&nbsp;ที่ดินและอาคาร&nbsp;โฉนดที่ดิน&nbsp;หรือคอนโดมีเนียม&nbsp;เป็นหลักประกัน&nbsp;หรือให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;ร่วมค้ำประกันได้&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามที่สาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศ&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><strong>ธนาคารออมสิน&nbsp;ให้ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่มีการบริหารจัดการที่ดี</strong>&nbsp;และสร้างสมดุลของการเติบโตทางเศรษฐกิจ&nbsp;ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งกิจการที่บริหารงานตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;จะสามารถนำทรัพยากรชีวภาพมาผลิตให้คุ้มค่าที่สุด&nbsp;มีการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด&nbsp;จึงเป็นพลังสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310202156660
172	การลงทุนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารยังขยายตัว โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องการเกษตร	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(กรอ.จ.มห.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแก้วกินนารี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อรับทราบภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;การค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;การหารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และการเตรียมพร้อมรับเปิดด่านพรมแดน&nbsp;สะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-&nbsp;สะหวันเขต)&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>โดยในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดมุกดาหารมีเม็ดเงินหมุนเวียนจากการใช้จ่ายโครงการบัตรสวัสการแห่งรัฐ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;และเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;จำนวน&nbsp;183.62&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้านการค้ามีการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดที่นั่งจำนวน&nbsp;351&nbsp;คัน&nbsp;ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน&nbsp;1,775&nbsp;คัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;393&nbsp;คัน&nbsp;ด้านการค้าชายแดนมีมูลค่า&nbsp;จำนวน&nbsp;15,581.66&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;48.31%</p><p><strong>ด้านการลงทุนภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ขยายเพิ่มขึ้นจากการตั้งโรงงานผลิตกัญชงครบวงจร&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการ&nbsp;MOU&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;การขยายกำลังการผลิตของโรงงานแป้งมันสำปะหลังและ&nbsp;โรงงานน้ำตาล</p><p><strong>ส่วนการเปิดด่านชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน</strong>&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;รายได้ให้กับประชาชน&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ทั้งด่านชายแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;และด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ในเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;โดยทางเรือกำหนดให้มี&nbsp;วันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;4&nbsp;เที่ยว&nbsp;โดยแยกเป็นเรือไทย&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;เรือจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;(&nbsp;ไป-กลับ)</p><p><strong>ส่วนทางบกโดยผ่านด่านชายแดน&nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต</strong>&nbsp;ซึ่งเดิมให้ผ่านได้เฉพาะรถบรรทุกสินค้า&nbsp;ได้กำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;หรือรถโดยสารระหว่างประเทศสามารถวิ่งผ่านไปมาได้ในช่วงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น&nbsp;ถึง&nbsp;18.00&nbsp;น.ภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งไทยและ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหารจะออกเป็นประกาศจังหวัดมุกดาหารให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารอีกทางหนึ่ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดมุกดาหารได้รับเลือกจากสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ให้เป็นสนามแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในช่วงดังกล่าว&nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมเสริม&nbsp;เช่น&nbsp;วันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;จัดให้มีงานเวียดทาวน์&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณถนนสองนางสถิต&nbsp;ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร,&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;จัดให้มีถนนคนเดินและถนนวัฒนธรรม&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;และวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จัดให้มีงานแสดงสินค้า&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และคาดว่าจากการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จะมีนักกีฬา&nbsp;ผู้ติดตาม&nbsp;เข้าร่วมแข่งขันและมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารไม่ต่ำกว่า&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะทำให้ที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยว&nbsp;เกิดการจ้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพและมีเงินสะพัดในพื้นที่จังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310231034694
173	นายกรัฐมนตรีเตรียมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา 14 มีนาคมนี้	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีกำหนดการเป็นประธานเปิด&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;วันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สนามบินเบตง&nbsp;เริ่มก่อสร้างเมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;876,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;ทางวิ่งหรือรันเวย์มีขนาดความยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับได้เฉพาะอากาศยานขนาดเล็ก&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องบินแบบใบพัด&nbsp;ATR&nbsp;70-80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน</strong>&nbsp;จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทยเท่านั้น&nbsp;ไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และนโยบายของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สัญจรไปมาได้สะดวก&nbsp;ปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สนามบินเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เริ่มหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2558&nbsp;ซึ่งพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเห็นชอบในหลักการให้กรมท่าอากาศยาน&nbsp;(ทย.)&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;ดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2559&nbsp;&nbsp;2561)&nbsp;เพื่อจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของอําเภอเบตงของ&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีมุ่งหวังให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจะส่งผลในเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ด้วย&nbsp;อีกทั้งสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างการพาณิชย์ในระดับประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และยังส่งเสริมการรองรับตลาดการท่องเที่ยว&nbsp;การพาณิชย์&nbsp;เพื่อการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311102434757
174	สถานการณ์ รัสเซีย-ยูเครน ยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งกระทบไทย	<p><strong>นับตั้งแต่รัสเซียใช้ปฏิบัติการณ์ทางทหารบุกยูเครน ทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ในหลายด้าน</strong> โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ไทยเราก็เช่นเดียวกันที่หลีกหนีผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ไม่พ้นราคาน้ำมัน-พลังงาน พุ่ง ผู้บริโภคจ่ายแพงขึ้น</p><p><strong>รัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากซาอุดิอาระเบีย</strong> มีกำลังการผลิตประมาณ 9.8 ล้านบาร์เรล/วัน ส่งออกราว 4.8 -5 ล้านบาร์เรล/วัน หรือ7% ของปริมาณส่งออกน้ำมันทั่วโลก แต่เมื่อเกิดสถานการณ์รัสเซีย - ยูเครน ความกังวลเรื่องน้ำมันจากรัสเซียจะหายไปจากระบบ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกบางประเทศประกาศห้ามนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินจากรัสเซีย ยิ่งทำตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วน ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงต่อเนื่อง โดยก่อนเกิดวิกฤตรัสเซีย -ยูเครน ราคาน้ำมันดิบอยู่ราว 90 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อเกิดสงครามรัสเซีย - ยูเครนขึ้น ราคาน้ำมันในตลาดต่างประเทศเพิ่มสูง ข้อมูลเมื่อ 9 มี.ค.2565 ราคาน้ำมันสูงกว่า 127 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อไทย ที่นำเข้าน้ำมันราว 1 ล้านบาร์เรล/วัน ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยพุ่งขึ้นตาม ตั้งแต่เกิดสถานการณ์รัสเซีย - ยูเครน ราคาน้ำมันขายปลีกต่างปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยครั้งละ 20 สตางค์/ลิตรสำหรับดีเซล และ 60 สตางค์ถึง 1 บาท/ลิตรสำหรับเบนซิน และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ</p><p><strong>ขณะที่ก๊าซธรรมชาติ ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกับน้ำมัน รัสเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่</strong> จึงเกิดปัญหาด้านอุปทาน ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงต่อเนื่อง ไทยเราเองนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มากกว่า 10 ล้านตัน/ปี ก็ได้รับผลกระทบจากราคานำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาขายปลีกในบ้านเราเพิ่มขึ้นตาม แน่นอนว่าเมื่อราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซพากันขึ้นราคาแบบนี้ ต้นทุนการผลิตสินค้า ค่าขนส่ง ก็ต้องขยับขึ้นไปด้วย ปลายทางสุดท้ายก็ไปกระทบเงินในกระเป๋าของประชาชน ที่มีรายได้เท่าเดิมแต่มีรายจ่ายมากขึ้น และส่งผลต่อเศรษฐกิจภาพรวมที่จะเติบโตได้ไม่ตามเป้า&nbsp;</p><p><strong><u>ภาคเกษตร ก็หนักไม่แพ้กัน&nbsp;ปุ๋ย อาหารสัตว์&nbsp;แพงกระทบรายได้เกษตรกร</u></strong></p><p><strong>สินค้าจากภาคการเกษตรก็เป็นอีกจำพวกหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ</strong> เช่น ไข่ไก่ ตั้งแต่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;ปรับราคาหน้าฟาร์มคละขนาดขึ้นฟองละ 30 สตางค์ จากเดิมฟองละ 2.90 บาท เป็นฟองละ 3.20 บาท เพราะเมล็ดข้าวโพด ข้าวสาลี กากถั่วเหลือง ที่นำเข้ามาเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ เลี้ยงไก่ไข่ มีราคาสูงขึ้นและเริ่มขาดแคลน เนื่องจากทั้งรัสเซียและยูเครน เป็นแหล่งปลูกและผู้ส่งออกเจ้าใหญ่ เมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้นกับสองประเทศ วัตถุดิบเหล่านี้จึงถูกจำกัดการส่งออกและปริมาณการปลูกการผลิตก็ลดลง ราคาวัตถุดิบซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตอาหารสัตว์ราคาจึงเพิ่มสูง ทางผู้เลี้ยงไก่ไข่บ้านเรา จึงจำเป็นต้องปรับราคาไข่ขึ้น</p><p><strong>ขณะที่ปุ๋ย ราคาก็ขึ้นสูงกว่าเท่าตัว</strong> อย่างปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 เดิมราคากระสอบละ 500  600 บาท ขึ้นเป็นกระสอบละ 1,360 บาท สูตร 18-46-0 จากกระสอบละ 700 บาท ขึ้นเป็น 1,800 บาท มีสาเหตุจากทางรัสเซียและเบรารุสที่เป็นพันธมิตรของรัสเซีย ทั้งสองประเทศเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยเคมี&nbsp;และสารตั้งต้นในการผลิตปุ๋ย รายใหญ่ระดับต้น ๆ ของโลก แต่ได้สั่งห้ามส่งออกปุ๋ยไปทั่วโลก จึงส่งผลต่อไทยที่นำเข้าปุ๋ยจากทั้งสองประเทศ ต้องประสบปัญหาสินค้าขาดแคลนและราคาพุ่งสูง&nbsp;ซึ่งราคาปุ๋ยที่เพิ่มสูงก็จะทำให้ราคาสินค้าทางการเกษตรอีกหลายตัวเพิ่มขึ้นตามมา เพราะปุ๋ยเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต และยังกระทบไปถึงรายได้ของเกษตรกรที่ลดลงเพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เชื่อมโยงไปถึงกำลังซื้อของประชาชนในประเทศจะลดลงด้วย</p><p><strong><u>ท่องเที่ยวไทยรับผลกระทบเต็ม ๆ</u></strong></p><p><strong>นักท่องเที่ยวรัสเซีย เป็นตลาดหลักติดอันดับท็อป 10 ของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย</strong> ข้อมูลเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2565 เริ่มเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียรายวันลดลง จากที่เคยเดินทางเฉลี่ย 600-700 คน/วัน เหลือ 378 คน เชื่อว่าสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาเรื่องธุรกรรมทางการเงินจากการที่สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปและพันธมิตรประกาศคว่ำบาตรรัสเซียด้วยมาตรการตัดธนาคารหลายแห่งของรัสเซียออกจากระบบ SWIFT หรือเครือข่ายการเงินระดับโลกที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการโอนเงิน การชำระเงินข้ามพรมแดน ทำให้ชาวรัสเซียที่เป็นลูกค้าของธนาคารที่ถูกตัดจากระบบ SWIFT ไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ เช่น ชำระค่าสินค้าบริการผ่านบัตรเครดิต โอนเงินระหว่างประเทศได้&nbsp;รวมทั้งค่าเงินรูเบิลของรัสเซียตกต่ำและทางรัฐบาลรัสเซียยังจำกัดการนำเงินดอลลาร์ออกนอกประเทศไม่เกิน 1 หมื่นดอลลาร์/คน ทำให้ชาวรัสเซียที่จะเดินทางมาเที่ยวนอกประเทศ มีความยุ่งยากมากขึ้น</p><p><strong>ปัญหาธุรกรรมการเงินนี้ ทางจังหวัดภูเก็ต เมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ได้มีมาตรการเฉพาะหน้าช่วยนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย</strong> ด้วยการร่วมกับ ททท. ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จัดตั้ง Call Center เพื่อแก้ไขปัญหาและแนะนำแนวทางให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครน สามารถทำธุรกรรมทางการเงินจากบัตรเครดิต - เดรบิตได้ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ระบบ unionpay แทน visa และ master card&nbsp;โดยศูนย์ call center นี้ ให้บริการตั้งแต่วันที่ 9  22 มี.ค.65 เวลาทำการ 08.30  19.00 น. โทร. 093-9372086 , 094-8191124 และ Email : hktasst@gmail.com</p><p><strong><u>ภาครัฐเร่งบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน</u></strong></p><p><strong>ด้านผลกระทบราคาน้ำมัน - พลังงานและต้นทุนภาคการผลิตที่เพิ่มสูง</strong> ทางภาครัฐได้เร่งแก้ปัญหา</p><p>เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล บี0 และน้ำมันเตาสำหรับใช้ในการผลิตไฟฟ้าเหลือ 0% เป็นเวลา 6 เดือน จนถึงเดือนกันยายนนี้ เพื่อดึงให้โรงไฟฟ้าใช้น้ำมัน 2 ประเภทนี้แทนก๊าซธรรมชาติมาผลิตกระแสไฟฟ้า ช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ทำให้ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าลดลงได้ 1-1.50 บาท/หน่วย/เดือน เป็นเวลา 6 เดือน</p><p><strong>ส่วนราคาน้ำมันภาครัฐยังคงใช้มาตรการตรึงราคาดีเซลให้ต่ำกว่าลิตรละ 30 บาทต่อไป</strong> โดยเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เห็นชอบให้มีการยกเลิกการกำหนดเพดานการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท เปลี่ยนเป็นไม่กำหนดเพดานการกู้เงิน เพื่อรับมือกับวิกฤติราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย - ยูเครน โดยจะเสนอที่ประชุม ครม. ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ให้เห็นชอบออกเป็นพระราชกฤษฎีกา หรือ พรฎ.แก้ไขฉบับเดิมและให้มีผลโดยเร็วที่สุด... ว่ากันง่ายๆ หาก พรฎ.แก้ไขเพิ่มเติมนี้มีผลบังคับใช้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็สามารถกู้เงินได้มากขึ้น เพื่อนำเงินมาใช้ตรึงราคาน้ำมันให้นานขึ้น ลดความเดือดร้อนให้กับประชาขนได้มากขึ้นนั่นเอง</p><p><br></p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311083116721
175	พัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร โครงการยกระดับศักยภาพเกษตรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในการผลิตสินค้าชุมชน กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธีเปิดโครงการยกระดับศักยภาพเกษตรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชนในการผลิตสินค้าชุมชน&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน&nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนให้สามารถคิดเอง&nbsp;ทำเองในการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;และส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;โดยสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในท้องถิ่น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;แดนพิบูลย์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศฯ&nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดยโสธร&nbsp;กล่าวรายงานโครงการฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางทรัพย์สิน&nbsp;โพธิ์ขาว&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชน&nbsp;และคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมโครงการดังกล่าวฯ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องลีลาวดี&nbsp;โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค&nbsp;แกรนด์&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311110807774
176	กรมพลศึกษา ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมสะสมแคลอรี่ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช DPE nub CAL@นครศรีธรรมราช	"<p><strong>กรมพลศึกษา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยว</strong>และกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จัดกิจกรรมสะสมแคลอรี่ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;DPE&nbsp;nub&nbsp;CAL@นครศรีธรรมราช&nbsp;โดยกิจกรรม&nbsp;DPE&nbsp;nub&nbsp;cal&nbsp;นี้จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมสมัครแข่งขันออกกำลังกายออนไลน์&nbsp;สะสมแคลอรี่&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมฟรี&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเมื่อสะสมแคลอรี่</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมที่&nbsp;</strong>แอบพลิเคชัน&nbsp;Line:@dpenubcal&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(เลือกช่องลงทะเบียน&nbsp;DPE&nbsp;nub&nbsp;&nbsp;CAL@นครศรีธรรมราช)&nbsp;&nbsp;เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยการส่งผลการออกกำลังกายมาทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Line:@dpenubcal&nbsp;ภายในระยะเวลาการจัดกิจกรรมที่กำหนด&nbsp;99&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม20&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องส่งผลการร่วมกิจกรรมในรูปแบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ผ่านช่องทาง&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;&nbsp;Line:@dpenubcal&nbsp;&nbsp;โดยระบบจะคำนวณแคลอรีที่ได้จากกิจกรรมที่ร่วม&nbsp;เช่น&nbsp;ภาพจากแอปพลิเคชั่นที่กำหนดแสดงระยะทางวิ่งหรือเดินที่มีหน่วยวัดชัดเจน&nbsp;หรือการออกกำลังกายรูปแบบอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเป็นการสะสมแคลอรีต่อวัน</p><p><strong>โดยตลอดกิจกรรมผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องสะสมแคลอรี่</strong>ให้ได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;20,000&nbsp;แคลอรีหรือ&nbsp;400&nbsp;เครดิตและต้องมีวันที่ส่งผลจำนวนไม่น้อย&nbsp;50&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อตอบความต่อเนื่องสม่ำเสมอ&nbsp;และสามารถส่งผลการออกกำลังกายได้วันละ&nbsp;2&nbsp;ครั้งเท่านั้นและสามารถส่งผลย้อนหลังได้ภายใน&nbsp;1&nbsp;วัน</p><p><strong>ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องส่งหลักฐานภาพบันทึกหน้าจอ</strong>แอพพลิเคชั่น&nbsp;(Application)&nbsp;ของโทรศัพท์&nbsp;หรือ&nbsp;ภาพถ่ายหน้าจอนาฬิกาสมาร์ท&nbsp;วอร์ช&nbsp;(Smart&nbsp;Watch)&nbsp;ที่แสดงผลเป็นจ้านวนแคลอรี่ที่ใช้&nbsp;ภายหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง&nbsp;และมีสิทธิ์ลุ้นรับเสื้อที่ระลึก&nbsp;สำหรับผู้ที่มีแคลอรี่สะสมตามกำหนด&nbsp;ทางสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชจะสรุปรายชื่อผู้ได้รับของรางวัล&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถติดต่อขอรับรางวัลได้ที่&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โทร.&nbsp;075&nbsp;342&nbsp;621</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311105333769
177	พิธีส่งมอบธงสัญลักษณ์ในการจัดงานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale Chiang Rai 2023 เตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน ต่อจากจังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ส่งมอบธงสัญลักษณ์ในการจัดงานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&nbsp;</strong>Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;&nbsp;Chiang&nbsp;Rai&nbsp;&nbsp;2023&nbsp;เตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน&nbsp;ต่อจากจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในห้วงปลายปี&nbsp;2566&nbsp;ถึงต้นปี&nbsp;2567&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น&nbsp;ณ&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน</strong>&nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรน&nbsp;มายังศูนย์การค้าเทอร์มินอล&nbsp;21&nbsp;โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p>ในพิธีมอบธงสัญลักษณ์การจัดงานการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;2023&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายบัญชา&nbsp;เชาวรินทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ศิลปิน&nbsp;ในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และจากจังหวัดเชียงราย&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;เทอร์มินอล&nbsp;ฮอลล์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์การค้าเทอร์มินอล&nbsp;21&nbsp;โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดย&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ได้กล่าวถึงความเป็นมาและการดำเนินงานโครงการการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาชาติ&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Korat&nbsp;2021&nbsp;ก่อนรับชมวีดีทัศน์ภาพการดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;และการแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม</strong>&nbsp;เชิญธงสัญลักษณ์มอบให้กับพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ภายหลังนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้รับมอบธง&nbsp;ได้โบกธง&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อเป็นการส่งมอบ&nbsp;แล้วนำธงมาปักไว้ที่แท่นวางธง&nbsp;และชมภาพบรรยากาศการส่งมอบธงสัญลักษณ์&nbsp;และบันทึกภาพร่วมกันตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเทอร์มินอล&nbsp;21&nbsp;โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เจ้าภาพการจัดงาน&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Korat&nbsp;2021&nbsp;ได้โค้งคำนับรับธง&nbsp;และโบกธง&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ก่อนส่งธงสัญลักษณ์ให้กับ&nbsp;ดร.&nbsp;ยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เมื่อรับธงแล้วได้โบกธง&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;แล้วส่งต่อธงสัญลักษณ์ให้กับ&nbsp;นายบัญชา&nbsp;เชาวรินทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;ภายหลังการรับมอบธงแล้วได้โบกธง&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อแสดงความพร้อมรับเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป&nbsp;ภายใต้ชื่องานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Chiang&nbsp;Rai&nbsp;2023&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในห้วงปลายปี&nbsp;2566&nbsp;ถึง&nbsp;ต้นปี&nbsp;2567&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;งานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&nbsp;(Thailand&nbsp;Biennale)&nbsp;</strong>รัฐบาล<strong>&nbsp;</strong>โดยกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของศิลปะ&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย&nbsp;ดำเนินโครงการเมืองศิลปะ&nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;เปิดตัว&nbsp;3&nbsp;เมืองศิลปะนำร่อง&nbsp;คือ&nbsp;กระบี่&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;เชียงราย&nbsp;ซึ่งนับเป็นโครการใหญ่ระดับชาติ&nbsp;โดยความร่วมมือ&nbsp;จากภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และองค์กรต่างๆ&nbsp;มากกว่า&nbsp;50&nbsp;องค์กร&nbsp;ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการในจัดงานทางศิลปะของไทยให้เทียบเท่ากับระดับนานาชาติ&nbsp;สร้างโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงความสามารถบนเวทีโลก&nbsp;และวางแผนการจัดงานไว้ทุก&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดงานดังกล่าวมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จัดขึ้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Krabi&nbsp;2018&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2561&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2562&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Korat&nbsp;2021&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;Thailand&nbsp;&nbsp;Biennale&nbsp;Chiang&nbsp;Rai&nbsp;2023&nbsp;จะจัดขึ้นในห้วงปลายปี&nbsp;2566&nbsp;ถึง&nbsp;ต้นปี&nbsp;2567&nbsp;โดยในเบื้องต้นคณะกรรมการจัดงาน&nbsp;ได้มีการสำรวจข้อมูลบริบทพื้นที่และวิถีชีวิต&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ประวัติศาสตร์ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;และจัดกิจกรรมเปิดแหล่งเรียนรู้และเชื่อโยงการท่องเที่ยว&nbsp;เชิงศาสนา&nbsp;ศิลปะ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สถานที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;หอศิลป์&nbsp;เชียงราย&nbsp;(Ching&nbsp;Rai&nbsp;Art&nbsp;Museum&nbsp;หอนิทรรศการถาวร&nbsp;สำนักงานศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย)&nbsp;บ้านสิงหไคล&nbsp;มูลนิธิมดชนะภัย&nbsp;พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง&nbsp;และขัวศิลปะเชียงราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Chiang&nbsp;Rai&nbsp;2023</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงราย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311171237021
178	ข้าวลูกปลา พืชเศรษฐกิจประจำถิ่นตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สู่แหล่งสร้างอาชีพและรายได้ของคนในชุมชน	<p><strong>จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;</strong>ตำบลป่าชิง&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้รวมกลุ่มกันพลิกฟื้นเศรษฐกิจในชุมชน&nbsp;โดยนำเอาพืชเศรษฐกิจประจำถิ่น&nbsp;ข้าวพันธ์ลูกปลา&nbsp;ซึ่งเป็นทรัพยากรที่อยู่คู่กับคนในหมู่บ้านมายาวนานกว่า&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้คนในชุมชน&nbsp;หนึ่งในนั้นคือการแปรรูปเป็นสบู่ข้าวลูกปลา&nbsp;ที่มีสรรพคุณในการดูแล&nbsp;และรักษาผิวพรรณ&nbsp;และสามารถนำมาใช้เองภายในครัวเรือนเพื่อลดค่าใช้จ่าย</p><p><strong>นางสาวเธียรรัตน์&nbsp;แก้วนะ&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายนาอินทรีย์</strong>&nbsp;(จะณะแบ่งสุข)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ฯ&nbsp;เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;ตนจึงได้มองหาแหล่งสร้างงานสร้างอาชีพที่มีอยู่ในชุมชน&nbsp;และเห็นว่าตำบลป่าชิงนั้น&nbsp;เป็นแหล่งปลูกข้าวลูกปลาที่อยู่คู่กับคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน&nbsp;อีกทั้งข้าวพันธ์ลูกปลายังมีคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ&nbsp;จึงเหมาะแก่การนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งกินและของใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;ควบคู่กับสร้างเป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหารของคนในชุมชนเช่นกัน</p><p><strong>ข้าวลูกปลา&nbsp;เป็นข้าวประจำถิ่นบ้านป่าชิง&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน</strong>เครือข่ายนาอินทรีย์&nbsp;จึงต้องการยกระดับข้าวลูกปลาไปสู่ตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและเป็นตลาดสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคชนิดใหม่&nbsp;โดยทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และวิทยาลัยชุมชนสงขลา&nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมและพัฒนาข้าวลูกปลาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า&nbsp;ทำให้ทางกลุ่มประสบความสำเร็จในการแปรรูปเป็นอย่างมากมากและในอนาคตก็จะมีการพัฒนาต่อยอดข้าวลูกปลาอย่างครบวงจร</p><p><strong>นางสาวเธียรรัตน์&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ข้าวลูกปลาของที่นี่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว</strong>&nbsp;ไม่เหมือนกับพันธ์ข้าวที่อื่น&nbsp;ถึงแม้จะมีการนำไปปลูกในต่างพื้นที่&nbsp;แต่ก็ให้รสชาติที่ไม่เหมือนกัน&nbsp;เนื่องจากข้าวลูกปลาตำบลป่าชิงจะมีความนิ่มและมีความเหนียวนุ่มเหมือนข้าวญี่ปุ่น</p><p><strong>ปัจจุบันทางกลุ่ม&nbsp;ฯ&nbsp;มีการแปรรูปจากข้าวลูกปลามาเป็นข้าวกล้องงอก</strong>&nbsp;ข้าวลูกปลาบ้านป่าชิง&nbsp;ข้าวยำนอกกรอบ&nbsp;ซูชิ&nbsp;ทองม้วนกรอบ&nbsp;ทองม้วนสด&nbsp;แป้งอเนกประสงค์&nbsp;และล่าสุดคือการแปรรูปข้าวลูกปลาเป็นสบู่ข้าวลูกปลา&nbsp;ซึ่งนับว่าการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาแปรรูป&nbsp;ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรายได้&nbsp;แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกและอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น&nbsp;ทั้งยังเป็นการตระหนักให้ผู้คนเห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม&nbsp;เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจกลายเป็นสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่าและอาจก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์สงขลา</p><p>11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311122803842
179	ผู้ว่าฯ ชัยนาท นำหัวหน้าส่วนราชการ บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเริ่มงานมหกรรมหุ่นฟางนก และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ครั้งที่ 37 ประจำปี 2565	<p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นาวาเอกหญิงอินทิรา&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ทำพิธีบวงสรวงสักการะศาลหลักเมือง&nbsp;สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;ศาลตายาย&nbsp;นมัสการรูปหล่อหลวงปู่ศุข&nbsp;สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสวนนกชัยนาท&nbsp;อนุสาวรีย์&nbsp;นายกุศล&nbsp;ศาลติธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ผู้ที่ริเริ่มโครงการสร้างสวนนกชัยนาทแห่งนี้&nbsp;และ&nbsp;อนุสาวรีย์&nbsp;ดร.ไพรัตน์&nbsp;เตชะรินทร์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่ก่อสร้างสวนนกชัยนาท&nbsp;ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย&nbsp;เพื่อขอพรในการจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนก&nbsp;และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ให้รุร่วงไปด้วยดี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานมหกรรมหุ่นฟางนก&nbsp;และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ที่&nbsp;บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;และเขื่อนเรียงหิน&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311124449852
180	สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล กำหนดลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติ โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ.2565 และโครงการจัดทำแผนที่ชุมชนและปรับปรุงข้อมูลเขตแจงนับ พ.ศ.2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายธเนส&nbsp;สุวัตถิกุล&nbsp;สถิติจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&nbsp;จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&nbsp;ออกสัมภาษณ์หน่วยตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;โดยจะสัมภาษณ์เกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของครัวเรือน&nbsp;เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน&nbsp;เช่น&nbsp;โครงสร้างของสมาชิกในครัวเรือน&nbsp;ลักษณะที่อยู่อาศัย&nbsp;รายได้และรายจ่ายของครัวเรือน&nbsp;การย้ายถิ่นและการส่งเงิน&nbsp;ภาวะหนี้สินและทรัพย์สินของครัวเรือน&nbsp;ตลอดจนการได้รับสวัสดิการหรือความช่วยเหลือจากภาครัฐ&nbsp;เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดสภาพความเป็นอยู่ของประชากรกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;การประมาณค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลในการทำบัญชีประชาชาติในการศึกษาเรื่องการกระจายรายได้ของครัวเรือน&nbsp;และนำข้อมูลไปใช้วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของครัวเรือน&nbsp;ตลอดจนประเมินผลการพัฒนาด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;กำหนดเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่&nbsp;7-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>โครงการจัดทำแผนที่ชุมชนและปรับปรุงข้อมูลเขตแจงนับ&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;โดยจะลงพื้นที่เขตเทศเมือง&nbsp;นับจำนวนบ้าน/อาคาร/สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในเขตแจงนับ&nbsp;เพื่อตรวจสอบและยืนยันขอบเขตชุมชนสำหรับการจัดทำแผนที่ชุมชน&nbsp;การใช้ประโยชน์ในการนำเสนอผลการสำรวจในระดับชุมชน&nbsp;รวมถึงผู้บริหารในระดับท้องถิ่นในการใช้ข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจพัฒนาท้องถิ่นในด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม&nbsp;และใช้แผนที่เขตแจงนับสำหรับใช้บริการทางด้านวิชาการสถิติ&nbsp;แก่หน่วยงานภายนอกในการกำหนดแนวเขตสำหรับการปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูล&nbsp;กำหนดลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่&nbsp;1-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้จะลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลจากครัวเรือน</strong>ที่ตกเป็นเป็นตัวของการสำรวจ&nbsp;ตามโครงการฯ&nbsp;ข้างต้น&nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;7471&nbsp;1161&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311141959891
181	รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดแปลงพืชกระท่อม มั่นใจจะเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ช่วยรักษาวิถีชีวิตท้องถิ่น และนำไปสู่การต่อยอดด้านการวิจัยพัฒนาทางการแพทย์ได้ด้วย	<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดแปลงพืชกระท่อม&nbsp;เพื่อเป็นปฐมฤกษ์&nbsp;ของสมาคมพัฒนาชนบท&nbsp;ณ&nbsp;แปลงปลูกพืชกระท่อม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลห้วยนาง&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;โดยมีนายอำเภอห้วยยอดให้การต้อนรับ&nbsp;และมีเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมพิธีฯ&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยทางสมาคมพัฒนาชนบทได้สนับสนุนสมาชิกของสมาคมพัฒนาชนบท&nbsp;ในการขับเคลื่อนโครงการปลูกพืชเศรษฐกิจกระท่อม&nbsp;โดยได้ดูแลตั้งแต่เงินทุนสนับสนุนกู้ยืมปลอดดอกเบี้ย&nbsp;การจัดหาพันธ์&nbsp;การแนะนำจากนักวิชาการเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูก&nbsp;และการจัดหาตลาดรองรับในระยะ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;มีการประกันราคาให้ด้วย</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การปลดล็อคพืชกระท่อม&nbsp;นอกจากจะเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยเป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;รักษาวิถีชีวิตท้องถิ่น&nbsp;และนำไปสู่การต่อยอดด้านการวิจัยพัฒนาทางการแพทย์&nbsp;ตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;ของนโยบายเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังช่วยแก้ปัญหาด้านการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากเคยถูกจับกุมดำเนินคดีจากกฎหมายฉบับเดิมเป็นจำนวนมาก&nbsp;อีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณทั้งของรัฐและประชาชนในขั้นตอนการดำเนินคดีอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311142449893
182	ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจังหวัดชัยภูมิ เตรียมจัดกิจกรรมกิจกรรม DPE NUB CAL ชัยภูมิ 2022	<p><strong>นางณัฏฐ์ชุดา&nbsp;นันทนิ&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ขอเชิญชวน&nbsp;เยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;พี่น้อง&nbsp;ชาวจังหวัดชัยภูมิมาร่วมกัน&nbsp;ออกกำลังกายและเล่นกีฬา&nbsp;พิชิต&nbsp;20,000&nbsp;แคลอรี่&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;99&nbsp;วัน&nbsp;ไปด้วยกัน&nbsp;เพื่อลุ้นรับของรางวัล</p><p><strong>เริ่มแข่งขันสะสมแคลอรี่ได้</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;99&nbsp;วัน</p><p><strong>เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว</strong>&nbsp;สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายลงทะเบียนสมัครได้ที่&nbsp;Line&nbsp;@DPEnubcal&nbsp;ลิงก์ลงทะเบียน&nbsp;http://dpenubcal.dpe.go.th/activity?id=5</p><p><strong>ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม</strong>&nbsp;ได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โทร.044-811-218</p><p><strong>สรุปรายชื่อผู้ได้รับของรางวัล&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่เพจ&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311135531877
183	เกาะสมุยเตรียมพร้อม จัดงานประเพณีวันสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรม ภายใต้คอนเซป สมุย สงกรานต์ เมล์แดง สายวัฒนธรรม กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ	"<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นายชยพล&nbsp;อินทรสุภา&nbsp;นายอำเภอเกาะสมุย&nbsp;พร้อมด้วยนายศุภฤกษ์&nbsp;ทองสุข&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ได้มีการหารือและการร่วมมือของทุกภาคส่วนเตรียมการจัดงานประเพณีวันสงกรานต์เกาะสมุย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในปีนี้จะมีการจัดงานสงกรานต์ภายใต้ชื่องาน&nbsp;""สมุย&nbsp;สงกรานต์&nbsp;เมล์แดง&nbsp;สายวัฒนธรรม""&nbsp;เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเกาะสมุย&nbsp;การส่งเสริมกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;covid-19&nbsp;รวมไปถึงเป็นการอนุรักษ์&nbsp;วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม&nbsp;ของไทยให้ดำรงไว้&nbsp;&nbsp;โดยกำหนดจัดในวันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2555&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอนและจุดต่างๆที่กำหนดไว้ในพื้นที่อีก&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ในพื้นที่ของ&nbsp;เกาะสมุย</p><p><strong>สำหรับเทศกาลสงกรานต์ในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;การท่องดเที่ยวบนเกาะสมุยถือได้ว่าเป็นอีกหนุ่งสถานที่ยอดฮิต&nbsp;ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติและมีเงินสะพัดกว่า&nbsp;800&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่ปีนี้อาจจะมีเงินสะพัดเกือบ&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยประกอบกับงานที่จัดเพียงแค่วันเดียว&nbsp;แต่อย่างน้อยก็สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311140501886
184	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผยรัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตด้านพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์ รัสเซีย-ยูเครน	<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;กล่าวถึงมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาพลังงาน&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลภายใต้การนำของ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตด้านพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น&nbsp;จนกระทบต่อสินค้าทำให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;โดยสถานการณ์ราคาพลังงานยังสูงขึ้นเป็นรายวัน&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานให้เหมาะสม&nbsp;ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย&nbsp;รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคและบริโภค&nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรงด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังได้รณรงค์การประหยัดพลังงาน&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงาน&nbsp;โดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และลดการใช้น้ำมันร้อยละ&nbsp;10&nbsp;และหาวิธีประหยัดพลังงานแบบง่าย&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมการทำงานที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;WFH&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ครม.&nbsp;ยังอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&nbsp;2565-&nbsp;2567&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&nbsp;Term&nbsp;Loan&nbsp;อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง</strong>&nbsp;เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&nbsp;ค่า&nbsp;Ft&nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&nbsp;NGV&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ทำให้&nbsp;กฟผ.&nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กฟผ.&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ&nbsp;และเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน</p><p><strong>พร้อมกันนี้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซล</strong>ที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนักหรือน้ำมันดีเซล&nbsp;บี0&nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตรา&nbsp;0&nbsp;มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311154108948
185	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว	<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ว่า&nbsp;ครม.&nbsp;เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำออกไปอีก&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.66&nbsp;หลังจากสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถเพื่อยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;ความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;Industry)&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลดการใช้พลังงาน&nbsp;ตลอดจนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป</p><p><strong>สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ</strong>&nbsp;ที่ผ่านมามาจากเงินทุนร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก&nbsp;(GEF)&nbsp;โดย&nbsp;GEF&nbsp;สนับสนุนเงินจำนวน&nbsp;1.88&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ฝ่ายไทยร่วมสมทบงบดำเนินการจากกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินการสำหรับเงินกู้สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;หรือที่สนใจกู้เพี่อใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์จำนวน&nbsp;7.36&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p><p><strong>ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าวใช้เงินที่ได้รับสนับสนุนจาก&nbsp;GEF&nbsp;ไปจำนวน&nbsp;0.78&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong>&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1.1&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;โดยยังไม่ได้เบิกจ่ายงบในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และวงเงินสินเชื่อสำหรับ&nbsp;SMEs&nbsp;อีก&nbsp;7.36&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงขยายระยะเวลาโครงการฯ&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;สิ้นสุดโครงการวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.66&nbsp;เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการฯ&nbsp;ได้สำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311153549941
186	รมต.อนุชา ชูเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารีเป็นต้นแบบพึ่งพาตนเอง สร้างรายให้พื้นที่ พร้อมผลักดันให้เป็นองค์การมหาชน	<p><strong>วันนี้ (11 มีนาคม 2565) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานของสำนักพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)</strong> โดยมี นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี </strong>ว่า เป็นองค์กรที่สามารถช่วยเหลือตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยงบประมาณจากภาครัฐ สามารถผ่านวิกฤตต่าง ๆ มาได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหาร หวังให้เป็นการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น น่าค้นหาระดับโลก เป็น Theme Park ที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ และมุ่งหวังให้เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวที่สร้างความสุขแก่ประชาชน เป็นการจุดประกายแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตอีกหลายพื้นที่ให้สามารถพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong> ด้วยศักยภาพของเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารี ซึ่งเป็นสวนสัตว์ที่มีความแตกต่างจากสวนสัตว์อื่น และมีความชัดเจนในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ชุมชน รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ พร้อมผลักดันก้าวสู่การเป็นองค์การมหาชน เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เจริญรุ่งเรือง สร้างรายได้ให้กับประเทศ ขอให้ผู้บริหารเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารีเตรียมพัฒนาแผนการการท่องเที่ยวให้มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างหลากหลาย รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และขอให้นำแผนไปปฎิบัติขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งขอให้นำเอาเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยว สร้างความน่าสนใจ สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสกิจกรรมใหม่ที่ทางเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารีเตรียมต้อนรับตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>โดยมีไฮไล้ท์เป็นการแสดง Tiger Story รับปีขาล (ปีเสือ) 2565 นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่น่าสนใจจัดเตรียมมาต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อาทิ กิจกรรมการแสดงน้ำพุดนตรีขนาดใหญ่ กิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวโลกเสมือน VR (Virtual Reality) กิจกรรม Cowboy Show การแสดงเชิงความรู้วิถีชีวิตคาวบอย กิจกรรม Rapter Flying แหล่งเรียนรู้และศึกษานกนักล่าสายพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึง การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และการแห่ขบวนสัตว์อีกมากมาย</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311163441998
187	เปิดตลาดนัดปันสุข (ศุกร์) กระตุ้นเศรษฐกิจ @ ศาลากลางจังหวัดพัทลุง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดนัดปันสุข&nbsp;(ศุกร์)&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;@&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง&nbsp;โดยมีนายเสรี&nbsp;จิตรเวช&nbsp;พัฒนาการจังหวัดพัทลุง&nbsp;ในนามตัวแทนของส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานภาคี&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมเปิดตลาดนัดปันสุข&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมกิจกรรม</p><p><strong>ตามที่รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;</strong>และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน&nbsp;และช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย&nbsp;ผ่านตลาดชุมชน&nbsp;โดยใช้กลไกตลาดชุมชนเป็นช่องทางให้กับเกษตรกร&nbsp;และกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;สัมมาชีพชุมชน&nbsp;หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;(Local&nbsp;Economy)</p><p><strong>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง&nbsp;และหน่วยงานภาคี&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรมตลาดนัดปันสุข&nbsp;(ศุกร์)&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรกร&nbsp;สินค้าผู้ผลิตผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;O&nbsp;TOP&nbsp;สัมมาชีพชุมชน&nbsp;กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;เพื่อลดค่าครองชีพ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าราคาถูก&nbsp;และแก้ไขปัญหาสินค้าทางการเกษตร&nbsp;โดยจัดจำหน่ายสินค้า&nbsp;บริเวณลานหน้าโรงอาหารด้านข้างศาลากลางจังหวัดพัทลุง&nbsp;(&nbsp;หลังใหม่&nbsp;)&nbsp;กำหนดดำเนินการ&nbsp;ในวันศุกร์ของทุกสับดาห์&nbsp;เริ่มดำเนินการ&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>การเปิดตลาดครั้งนี้&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>สินค้าของชุมชนผู้ประกอบการสัมมาชีพชุมชน&nbsp;หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;สินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าของชุมชน&nbsp;โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้สินค้าในราคาที่เป็นธรรม&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เป็นการกระจายรายได้&nbsp;ก่อให้เกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน&nbsp;</strong>เที่ยวชมและจับจ่ายใช้สอย&nbsp;ตลาดนัดปันสุข&nbsp;(ศุกร์)&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;@&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนชุมชน&nbsp;และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนา&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311174241033
188	"รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ รมว.ดีอีเอสร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ""พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี"" และ ""โอภาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล"" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และ Wellness ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Phuket Metaverse City)"	"<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;</strong>ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&nbsp;""พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี""&nbsp;และ""โอภาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล""&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;(Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City)</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรมโบ๊ท&nbsp;ลากูน&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และนายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&nbsp;""พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี""&nbsp;และ&nbsp;""โอภาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล""&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;(Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City)&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและแนะนำศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่มีมากกว่าธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ทองแตง&nbsp;ประธานกรรมการบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;เวิลดิ์เทค&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมป่าฐกฤาพิเศษ&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;แบบไทยสู่สายตาประชาชนโลก""&nbsp;นายจิรายุส&nbsp;ทรัพย์ศรีโสภา&nbsp;ผู้ก่อตั้ง&nbsp;และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;แคปปตอล&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;โฮลดิ้งส์&nbsp;จำกัด&nbsp;เสวนาในหัวข้อ&nbsp;""การส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดจกัล""&nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;</p><p><strong>Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City&nbsp;</strong>เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายฝ่าย&nbsp;ในการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ&nbsp;ซึ่งการที่เลือกจังหวัดเป็นจังหวัดนำร่อง&nbsp;เนื่องจากเกาะภูเก็ตเป็นไข่มุกอันดามัน&nbsp;ที่มีฐานการพัฒนาและมีการส่งเสริมด้านต่างๆ&nbsp;ที่มีศักยภาพและความสามารถในด้าน&nbsp;Digital&nbsp;Innovation&nbsp;มาร่วมในการขับเคลื่อนเพื่อทำให้จังหวัดภูเก็ตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;และสนองนโยบาลรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแห่งใหม่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311181314039
189	เตรียมแผนสำรองพลังงาน รองรับความผันผวนจากสถานการณ์โลก	<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พัฒน์มีเชาว์&nbsp;</strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวงพลังงาน&nbsp;นำคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงานชี้แจงถึงสถานการณ์พลังงาน&nbsp;หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความวิกฤติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงสุดในรอบ&nbsp;14-15&nbsp;ปี&nbsp;สูงกว่า&nbsp;130&nbsp;เหรีญสหรัฐฯต่อบาร์เรล&nbsp;รวมถึงราคาแก๊สธรรมชาติที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มผันอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ที่ผ่านมารัฐบาลตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร</strong>&nbsp;รวมเป็นเงินอุดหนุน&nbsp;14&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้วกว่า&nbsp;23,986&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมทั้งมีแผนจัดหาน้ำมันดิบเพิ่ม&nbsp;จากปัจจุบันมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไว้แล้ว&nbsp;2&nbsp;เดือนเพื่อไม่ให้ขาดแคลนพลังงานในประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311193132072
190	"จ.ภูเก็ต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ""พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี"" และ ""โอกาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล"" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ Wellness ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Phuket Metaverse City)"	"<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&nbsp;""พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี""&nbsp;และ""โอกาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล""&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;(Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City)&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรมโบ๊ท&nbsp;ลากูน&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และนายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&nbsp;""พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี""&nbsp;และ&nbsp;""โอกาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล""&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;(Phuket&nbsp;&nbsp;Metaverse&nbsp;City)&nbsp;โดยมีนายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>โดยนายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและแนะนำศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่มีมากกว่าธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ทองแตง&nbsp;ประธานกรรมการบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;เวิลดิ์เทค&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมป่าฐกฤาพิเศษ&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;แบบไทยสู่สายตาประชาชนโลก""&nbsp;และนายจิรายุส&nbsp;ทรัพย์ศรีโสภา&nbsp;ผู้ก่อตั้ง&nbsp;และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;แคปปิตอล&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;โฮลดิ้งส์&nbsp;จำกัด&nbsp;เสวนาในหัวข้อ&nbsp;""การส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีเจกัล""&nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวและ&nbsp;&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City&nbsp;เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายฝ่าย&nbsp;ในการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ&nbsp;ซึ่งการที่เลือกจังหวัดเป็นจังหวัดนำร่อง&nbsp;เนื่องจากเกาะภูเก็ตเป็นไข่มุกอันดามัน&nbsp;ที่มีฐานการพัฒนาและมีการส่งเสริมด้านต่างๆ&nbsp;ที่มีศักยภาพและความสามารถในด้าน&nbsp;Digital&nbsp;Innovation&nbsp;มาร่วมในการขับเคลื่อนเพื่อทำให้จังหวัดภูเก็ตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมการท่องเที่ยว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311182741044
191	รมว.พม. ชี้เตรียมรับผลกระทบวิกฤติยูเครน-รัสเซีย ค่าครองชีพอาจสูงขึ้น แต่รัฐบาลจะดูแลเต็มที่	<p>นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึง สถานการณ์การสู้รบระหว่างยูเครนและรัสเซียที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ว่า เรากังวลถึงค่าครองชีพ ที่จะมีผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทั้งเรื่องราคาไฟฟ้า ราคาน้ำมัน การขนส่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารเพื่อบริโภค ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการจ้างงานด้วย ซึ่งจะต้องปรับแก้ไปตามสถานการณ์ ทางนายกรัฐมนตรีมีทีมงานเกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลา และพร้อมจะรับมือสถานการณ์ โดยยืนยันจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแน่นอน</p><p>แม้สัปดาห์ที่ผ่านมานายกฯหารือเรื่องนี้กับทุกกระทรวง ในวันนั้นผลกระทบยังไม่เลวร้ายเท่าวันนี้ เพราะตอนนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต การจ้างงาน อาหาร พลังงาน และความมั่นคงในการเมืองระหว่างประเทศ ปั่นป่วนไปหมด จะดำเนินการอย่างไรต้องเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด แต่ต้องทำใจว่า มีบางเรื่องที่ควบคุมได้ บางเรื่องก็ควบคุมไม่ได้ เช่น ราคาน้ำมัน ไม่สามารถบังคับราคาได้ รวมถึงราคาปุ๋ย ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ จึงต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ ทำงานกับภาคเอกชน และชี้แจงกับประชาชนให้ทราบว่า วันนี้มันไม่ใช่เวลาปกติ มันเป็นเวลาสงคราม แม้เกิดห่างจากเราไป ใช้เวลาบิน 17 ชั่วโมง แต่มีผลกระทบกับเราในทันที</p><p>นายจุติ กล่าวต่อว่า แม้กระทั่งราคาน้ำมันทุกวันนี้รัฐบาลใช้เงินไปเยอะมากเพื่อไม่ให้ค่าขนส่งขึ้นราคา เปลี่ยนวิธีผลิตไฟฟ้าจากที่ใช้ก๊าซ ที่ราคาขึ้นไปแล้ว เป็นน้ำมันดีเซล เพื่อไม่ให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น ยอมเสียรายได้จากภาษีตรงนี้เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าที่มีราคาคงที่ไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน</p><p>นอกจากนี้สถานการณืในขณะนี้เป็นยิ่งกว่าวิกฤตซ้อนวิกฤตเพราะโควิดที่มี ก็ทำร้ายสุขภาพ ลดการจ้างงานลง เมื่อคนทำงานน้อยลง บริษัทก็กำไรน้อย การเก็บภาษีก็ทำได้ยาก ปีนี้รัฐบาลรัดเข็มขัดมาก</p><p>ในประเด็นที่ว่ารัฐบาลถังแตกหรือไม่ นายจุติตอบว่า ประเทศไทยยังมีช่องทางบริหารงบประมาณได้อีกมาก และหากไม่จำเป็นรัฐบาลจะไม่กู้เงิน แต่ถ้ากู้แล้วประชาชนอยู่รอด ประเทศอยู่รอดก็ต้องทำ ในภาวะเช่นนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รักษากำลังใจกันและกันไว้ และประหยัด เพราะวันนี้ทุกอย่างมันจะแพงหมด อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311182614042
192	ไทยพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการประชุมเอเปค 2022 ชูจุดเด่นของไทยก้าวไกลสู่สากล	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นางสุดฤทัย&nbsp;&nbsp;เลิศเกษม&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติด้านต่างประเทศ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;203&nbsp;อาคารกรมประชาสัมพันธ์และผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;โดยมีนายวิบูลย์&nbsp;คูสกุล&nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;โดยที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย&nbsp;ภายใต้แนวคิดสำคัญ&nbsp;4&nbsp;เรื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;APEC&nbsp;2022&nbsp;&amp;&nbsp;Hub&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;ศูนย์กลางของนานาชาติ,&nbsp;Tech&nbsp;&amp;&nbsp;Innovation&nbsp;นวัตกรรมไทย&nbsp;ไฮเทคโนโลยี,&nbsp;Healthcare&nbsp;สาธารณสุขไทยในระดับโลก&nbsp;และ&nbsp;Thai&nbsp;CultureUniversal&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;วัฒนธรรมไทยก้าวไกลสู่สากล&nbsp;รวมถึงได้รายงานความคืบหน้าการประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;เป็นต้น</span></p><p>&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายวิบูลย์&nbsp;คูสกุล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมครั้งนี้&nbsp;เป็นการวางแผนใช้เวทีเอเปคเพื่อโปรโมทจุดเด่นของประเทศไทยให้ผู้นำ&nbsp;21&nbsp;เขตเศรษฐกิจ&nbsp;ได้ทราบ&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นหลังยุคโควิด&nbsp;โดยสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน&nbsp;Softpower&nbsp;ต่างๆของไทย</span></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ด้านนายนริศโรจน์&nbsp;เฟื่องระบิล&nbsp;อนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติด้านต่างประเทศ&nbsp;ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพที่ดีว่า&nbsp;ในฐานะที่เราเป็นเจ้าภาพ&nbsp;ต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมประชุมเอเปค&nbsp;2022&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น&nbsp;</span></p>"	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311194221081
193	ททท.ปลุกกระแสท่องเที่ยวสายมู เปิดตัวกิจกรรม เทศกาลงาน WAT ไฟลท์บังคับ ไม่มีกิจห้ามพลาด	<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการ&nbsp;ททท.&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ททท.มุ่งพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่อย่างยั่งยืน&nbsp;ตอกย้ำเมนูท่องเที่ยวสร้างประสบการณ์เหนือมูลค่า&nbsp;มอบประสบการณ์มุมมองใหม่ๆ&nbsp;ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม&nbsp;ในการนี้&nbsp;ททท.&nbsp;ดำเนินโครงการ&nbsp;WAT&nbsp;:&nbsp;Worship&nbsp;Activities&nbsp;Tradition&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือที่ดีจากสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ภาครัฐและเอกชน&nbsp;สร้างสรรค์จัดทำเส้นทางแห่งศรัทธา&nbsp;ความเชื่อ&nbsp;เชื่อมโยงชุมชนศักยภาพและแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;นำไปสู่การสร้างงานสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะเป็นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชนและท้องถิ่นและต่อยอดผลักดันเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;160&nbsp;ล้านคน&nbsp;สร้างรายได้ท่องเที่ยว&nbsp;656,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายอภิชัย&nbsp;ฉัตรเฉลิมกิจ&nbsp;รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ททท.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรม&nbsp;เทศกาลงานWAT&nbsp;ไฟลท์บังคับ&nbsp;ไม่มีกิจห้ามพลาด&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;WAT&nbsp;:&nbsp;Worship&nbsp;Activities&nbsp;Tradition&nbsp;ชูแนวคิด&nbsp;ศรัทธานำทางเส้นทางนำเที่ยว&nbsp;เพื่อนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวและสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวแห่งศรัทธาเชื่อมโยงชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>ภายในงาน&nbsp;ททท.เนรมิต&nbsp;3&nbsp;พื้นที่กิจกรรม</strong>&nbsp;มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสายมู&nbsp;ชูไฮไลท์&nbsp;5&nbsp;&nbsp;หมู่บ้านแห่งศรัทธา&nbsp;แสดงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังเสริมสิริมงคลที่นักท่องเที่ยวสายมูเตลู&nbsp;ต้องห้ามพลาด&nbsp;พร้อมเสนอเอกลักษณ์จุดเช็กอิน&nbsp;สัมผัสวิถีชุมชน&nbsp;5&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;</p><p><strong>ททท.&nbsp;ยังได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่&nbsp;</strong>ที่เป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาทางศาสนา&nbsp;ความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับเส้นทาง&nbsp;WAT&nbsp;Season&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;เส้นทาง&nbsp;5&nbsp;ภูมิภาคทั่วไทย&nbsp;</p><p>เปิดประสบการณ์เที่ยวไทยอิ่มบุญอิ่มใจสไตล์&nbsp;WAT&nbsp;สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;เสริมสิริมงคล&nbsp;พร้อมท่องเที่ยววิถีชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311201154089
194	ไข่ไก่จังหวัดสุรินทร์ปรับราคาสูงขึ้น	<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ออกตรวจติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดไข่ไก่&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&nbsp;พบว่าขณะนี้ราคาไข่ไก่มีการปรับสูงขึ้น&nbsp;แผงละ&nbsp;3-5&nbsp;บาท&nbsp;เนื่องจากการปลดระวางแม่ไก่&nbsp;ทำให้กำลังการผลิตไข่ไก่ลดลง&nbsp;ปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดจึงปรับลดลงตามไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>ราคาไข่ไก่&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;0&nbsp;ราคา&nbsp;4.0&nbsp;-&nbsp;4.10&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;ราคา&nbsp;3.60&nbsp;-&nbsp;3.80&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคา&nbsp;3.50&nbsp;-&nbsp;3.60&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;3.40&nbsp;-&nbsp;3.50&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;ราคา&nbsp;3.20&nbsp;&nbsp;3.30&nbsp;บาท/ฟอง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311201035088
195	ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานสืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วานนี้&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;</strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานสืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม</strong>&nbsp;และคณะได้เดินชมการจำลองวิถีชีวิตวัฒนธรรมชนสี่เผ่า&nbsp;ส่วย&nbsp;ลาว&nbsp;เขมร&nbsp;เยอ&nbsp;ที่มากมายและหลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;บ้านเรือนจำลอง&nbsp;ภาษา&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องแต่งกาย&nbsp;ศิลปะการแสดง&nbsp;ช่างฝีมือ&nbsp;พร้อมร่วมรับชมการแสดง&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;เรื่อง&nbsp;อารยธรรมแห่งศรัทธา&nbsp;มนตรา&nbsp;ศรีพฤทเธศวร&nbsp;ตอน&nbsp;สืบราช&nbsp;มรรคา&nbsp;ศรีชยราชา&nbsp;ชัยวรมันที่&nbsp;7&nbsp;ซึ่งเป็นการแสดงละครเล่าเรื่องตำนานการสร้างเมืองในอดีตที่ภาคภูมิใจของชาวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สืบสานตำนานที่ยิ่งใหญ่อลังการ&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นต้นลำดวน&nbsp;และกลิ่นหอมของดอกลำดวนที่กำลังออกดอก&nbsp;มากกว่า&nbsp;50,000&nbsp;ต้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-12-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312100443123
196	ททท. พังงา จัดนิทรรศการภาพถ่าย กระตุ้นการท่องเที่ยว	<p><strong>นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงาจัดนิทรรศการภาพถ่าย&nbsp;พร้อมกิจกรรมดนตรีและกิจกรรมแสงสี&nbsp;หรือ&nbsp;Light&nbsp;up&nbsp;หัวข้อ&nbsp;THE&nbsp;MEMORABLE&nbsp;ICONIC&nbsp;OF&nbsp;PHANGNGA&nbsp;บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า&nbsp;โดยนำผลงานของช่างภาพที่ได้ลงพื้นที่มาถ่ายสภาพสถานที่ท่องเที่ยวอาคารบ้านเรือนของจังหวัดพังงาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;จัดแสดงโดยเป็นไปตามแนวคิดพลิกโฉมการท่องเที่ยวใหม่&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand,&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;ซึ่งเมื่อภาพถ่ายของช่างภาพที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ถูกเผยแพร่ออกไปจะทำให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่ได้ชมภาพต้องการเดินทางเข้ามาสัมผัสกับสถานที่จริง&nbsp;ซึ่งเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีและในอนาคตจะได้ร่วมกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;จัดกิจกรรมถ่ายภาพใต้ทะเลเพื่อนำเสนอความสวยงามของโลกใต้ทะเลพังงาให้เป็นที่แพร่หลายต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภาพถ่ายที่นำมาจัดแสดงภายในงานวันนี้&nbsp;</strong>มีภาพถ่ายผ่านเข้ารอบ&nbsp;15&nbsp;ภาพ&nbsp;เป็นภาพของสถานที่ท่องเที่ยวทั่วทั้งจังหวัดพังงา&nbsp;ตลอดจนภาพอาคารบ้านเรือนและวิถีชีวิตของชาวพังงามีคณะกรรมการตัดสินภาพถ่ายกิติมศักดิ์จากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถเข้าชมภาพได้จากเพจเฟซบุ๊ก&nbsp;TAT&nbsp;:&nbsp;Phang-nga&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานพังงา</p><p><br></p><h2><br></h2><p>&nbsp;</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สวท.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312100751124
197	ยืนยันคืนเงินค่าปรับ M Flow ครบทุกรายภายในสัปดาห์หน้า 	"<p><strong>นายสราวุธ</strong>&nbsp;<strong>ทรงศิวิไล</strong>&nbsp;&nbsp;<strong>อธิบดีกรมทางหลวง&nbsp;</strong>กล่าวถึงความคืบหน้าการคืนเงินค่าปรับแก่ผู้ที่ใช้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;ว่า&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;ได้เร่งดำเนินการคืนเงินค่าปรับให้กับผู้ใช้ทางทั้งหมด&nbsp;23,563&nbsp;&nbsp;รายให้ได้เร็วที่สุด&nbsp;โดยปัจจุบันได้คืนเงินไปแล้ว&nbsp;23,500&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่ารวมกว่า&nbsp;10.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และอยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;63&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่า&nbsp;31,499.60&nbsp;บาท&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.26&nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถคืนเงินได้ครบทุกรายภายในสัปดาห์หน้า&nbsp;ซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่กำหนดไว้ว่าจะจ่ายครบภายใน&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางและถูกปรับ</strong>&nbsp;แต่ยังไม่ได้รับเงินคืน&nbsp;สามารถแจ้งข้อมูลขอคืนค่าปรับได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.mflowthai.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.mflowthai.com</a>&nbsp;เลือกกระบวนการโต้แย้งค่าธรรมเนียมผ่านทาง&nbsp;หรือดำเนินการผ่าน&nbsp;Application&nbsp;mflowthai&nbsp;เลือกได้รับหนังสือแจ้งเตือน&nbsp;จากนั้นจึงเลือกกระบวนการโต้แย้งค่าธรรมเนียมผ่านทาง&nbsp;แล้วจึงกรอกข้อมูลของตนเอง&nbsp;รวมถึงช่องทางในการคืนเงินค่าปรับ&nbsp;&nbsp;เพื่อนำส่งเงินค่าปรับคืนให้อย่างถูกต้องรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>หากผู้ใช้ทางไม่สามารถระบุเวลาเดินทางได้อย่างชัดเจน&nbsp;</strong>ให้ระบุเวลาประมาณการได้&nbsp;ระบบจะตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการต่อให้ทันที</p><p><strong>กรมทางหลวง&nbsp;ยังอนุโลมสำหรับผู้ที่ไม่ได้สมัครสมาชิก</strong>&nbsp;แต่เข้าใช้บริการช่อง&nbsp;M-Flow&nbsp;ที่ชำระค่าผ่านทางช้า&nbsp;จะชะลอการเรียกเก็บเงินค่าปรับไปก่อน&nbsp;ให้ผู้ใช้ทางรีบมาจ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียมผ่านทางก่อนถูกปรับจริง&nbsp;โดยจะอนุโลมให้จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ผู้ใช้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;ต้องชำระค่าผ่านทางภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;หากเกิน&nbsp;7&nbsp;วันจะต้องจ่ายค่าปรับ&nbsp;10&nbsp;เท่า&nbsp;กรมทางหลวงจึงอยากขอความร่วมมือให้ผู้ใช้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;ชำระค่าผ่านทางในเวลาที่กำหนด&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและเชิญชวนให้หันมาสมัครใช้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;และเลือกชำระแบบอัตโนมัติ&nbsp;เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการเดินทางบนทางพิเศษระหว่างเมือง</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-12-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312112903151
198	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ร่วมกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ตรัง และบริษัทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป จัดงานแตงโมเกาะสุกร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรสู้ภัย covid -19	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นบริเวณลานโปรโมชั่นชั้น&nbsp;1&nbsp;โรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;โดยร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัลและโรบินสันสาขาตรัง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนสถานที่ในการจำหน่ายแตงโมจาก&nbsp;ตำบลเกาะสุกร&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งจำหน่ายในระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;โดยโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตตรัง&nbsp;ผู้ดูแลโครงการอาหารทะเลแปรรูป</p><p><strong>สำหรับเกาะสุกรหรือเกาะหมู&nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกแตงโม&nbsp;126&nbsp;ราย</strong>พื้นที่ปลูก&nbsp;325&nbsp;ไร่โดยคาดการณ์ผลผลิตทั้งปี&nbsp;485&nbsp;ตัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;แตงโมเกาะสุกรมีลักษณะเด่นพิเศษ&nbsp;ที่รับรู้กัน&nbsp;คือเนื้อมีสีแดงรสหวานกรอบ&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;เพราะด้วยสภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายและภูมิอากาศบนเกาะ&nbsp;ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดแต่เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของ&nbsp;&nbsp;covid&nbsp;-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;ชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;ทำให้การบริโภคชะลอตัว&nbsp;พ่อค้ารับซื้อน้อย&nbsp;ประกอบกับผลผลิตแตงโมจากหลายๆ&nbsp;จังหวัดออกสู่ตลาดพร้อมกัน&nbsp;ทำให้แตงโมล้นตลาด&nbsp;ซึ่งมีหลายภาคส่วนได้เข้ามาช่วยเหลือ&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังได้เปิดจุดให้เกษตรกรจำหน่ายแตงโม&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาและจำหน่ายจนกว่าผลผลิตจะหมด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ประสานผู้ซื้อทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดตรัง</strong>และต่างจังหวัดในการช่วยรับซื้อแตงโม&nbsp;โดยยอดจำหน่ายรวมกว่า&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;โดยพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เน้นย้ำให้พี่น้องเกษตรกรรักษาคุณภาพและชื่อเสียงของแตงโมเกาะสุกรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคต่อไป</p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312113522159
199	ผู้ว่าฯสมุทรสงครามเปิดงาน Amphawa Food Expriencc ส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ	<p><strong>ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม&nbsp;เปิดงานAmphawa&nbsp;Food&nbsp;Experience&nbsp;</strong>ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เศรษฐกิจสร้างรายได้ในพื้นที่&nbsp;</p><p>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดงานAmphawa&nbsp;Food&nbsp;Experience&nbsp;ที่บริเวณโครงการอัมพวาชัยพัฒนารักษ์&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;โดยนายอรรถพล&nbsp;&nbsp;วรรณกิจ&nbsp;ผู้อำนวยการททท.&nbsp;สำนักงานสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้&nbsp;ตลอดจนสร้างประสบการณ์ที่ดี</strong>ให้แก่นักท่องเที่ยวให้จดจำและบอกต่อ&nbsp;โดยการประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยว&nbsp;อาหารถิ่นที่มีอัตลักษณ์และสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;เช่นส้มโอขาวใหญ่&nbsp;&nbsp;ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก&nbsp;และพริกบางช้าง&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม&nbsp;จึงร่วมกับโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา&nbsp;&nbsp;&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;YEC&nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรม&nbsp;Amphawa&nbsp;Food&nbsp;&nbsp;Experience&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Festival&nbsp;Experience&nbsp;@ภาคกลาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;ถึง&nbsp;13&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;</p><p>ที่โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;ตำบลและอำเภออัมพวา&nbsp;มีนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;และนายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ได้ร่วมกันเคาะกะลามะพร้าวเป็นสัญลักษณ์เปิดงาน&nbsp;จากนั้นเชฟลี&nbsp;พิจิกา&nbsp;เชฟชื่อดังได้สาธิตเมนูพิเศษ&nbsp;รสชาติแห่งอัมพวา&nbsp;ที่นำมะม่วงหาวมะนาวโห่มาผสมผสานกับวัตถุดิบของดีในจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชาชนเข้าร่วมงาน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;</strong>และคณะ&nbsp;ได้เยี่ยมชมกิจกรรมภาย&nbsp;ในงานประกอบด้วย&nbsp;การเปิดประสบการณ์อาหารถิ่นการันตีโดยรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&nbsp;&nbsp;มีผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;และโรงแรม&nbsp;ตลอดจน&nbsp;รีสอร์ทชื่อดังในจังหวัดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;และ&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;มาร่วมออกบูธนำเสนอเมนูอาหารถิ่นปรุงสด&nbsp;อร่อยและถูกหลักอนามัยกว่า&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;เช่น&nbsp;</p><p>แกงเขียวหวานปลาทูลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก,&nbsp;ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู,</p><p>หอยหลอดผัดฉ่าทะเลเดือด,&nbsp;ส้มตำใบชะครามทอดและยอดมะพร้าว,&nbsp;</p><p>ยำส้มโอกุ้งสด,ขนมจีบนกไทย,&nbsp;ขนมช่อม่วง,ข้าวตูมะพร้าวน้ำหอม,&nbsp;</p><p>มะนาวโห่สมูทตี้โยเกิร์ต,&nbsp;กาแฟน้ำหวานดอกมะพร้าว&nbsp;</p><p><strong>การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและเรียนรู้กิจกรรมท่องเที่ยว</strong>ชุมชนเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ฟรี&nbsp;เช่นการทำขนมสัมปันนีแป้งกล้วย&nbsp;ซึ่งเป็นขนมโบราณสมัยรัชกาลที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้การเข้าร่วมกิจกรรมต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนดผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;หรือแสดงหลักฐานตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นลบไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือจะตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมงานกรณีไม่มีหลักฐานการตรวจมาก่อนและผู้เข้าร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312114657170
200	นายก อบจ.สุรินทร์ นำผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ อ.บัวเชด พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ	<p><strong>นายพรชัย&nbsp;มุ่งเจริญพร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.สุรินทร์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;</strong>นายภุชงค์&nbsp;สุภัควรางกูร&nbsp;รองนายกอบจ.สุรินทร์&nbsp;นายล้ำเลิศ&nbsp;พัวพัฒนโชติ&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายบรรจง&nbsp;เลาหพงษ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจรัส&nbsp;นายชนะชล&nbsp;มูลจันทร์&nbsp;ประธาน&nbsp;กต.ตร.สภ.บัวเชด&nbsp;และทีมงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านจรัส&nbsp;ตำบลจรัส&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อปรึกษาหารือและวางแนวทางในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ&nbsp;และพัฒนาสู่เมืองผลไม้&nbsp;เนื่องจากอำเภอบัวเชดเป็นแหล่งปลูกผลไม้นานาชนิด&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ซึ่งมีรสชาติดี&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ขณะนี้ชาวสวนกำลังทดลองปลูกทุเรียนพันธุ์ก้านยาว</strong>&nbsp;ซึ่งได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจและสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูง&nbsp;โดยนายก&nbsp;อบจ.สุรินทร์&nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนส่งเสริมชาวสวน&nbsp;และพร้อมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312121930187
201	"จ.สุราษฎร์ธานีจัดกิจกรรมคาราวานสื่อมวลขน ""ใส่ขุดแต๊งแดง ไปกินแตงโมทุ่งอ่าว"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;ที่ทำการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)</strong>&nbsp;สำนักงานสุราษฎร์ธานี&nbsp;เลขที่&nbsp;5&nbsp;ถนนตลาดใหม่&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยนายภานุ&nbsp;ศรีบุศยกาญจน์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ร่วมเปิดกิจกรรมคาราวานสื่อมวลขน&nbsp;""ใส่ขุดแต๊งแดง&nbsp;ไปกินแตงโมทุ่งอ่าว""&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ททท.&nbsp;ได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวไป&nbsp;วัดเขาพระนารายณ์&nbsp;(เขาศรีวิชัย)&nbsp;</strong>และไปสวนแดงโมทุ่งอ่าว&nbsp;และการปล่อยขบวนคาราวานสื่อมวลชน&nbsp;""ใส่ชุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต๊งแดง&nbsp;ไปกินแตงโมทุ่งอ่าว""&nbsp;โดยเดินทางถึง&nbsp;วัดเขาพระนารายณ์&nbsp;(เขาศรีวิชัย)&nbsp;เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้&nbsp;ดังปรากฏ&nbsp;หลักฐานโบราณวัตถุสถานจำนวนมากบริเวณเขาศรีวิชัยและพื้นที่ราบโดยรอบ&nbsp;ได้แก่เนินโบราณสถานฐานโยนิ&nbsp;ผิวลึงค์&nbsp;เทว&nbsp;รูปพระวิษณุ&nbsp;ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมหิน&nbsp;เช่น&nbsp;ธรณีประตู&nbsp;กรอบประตู&nbsp;ฐานเสา&nbsp;เครื่องถ้วยจีน&nbsp;และเครื่องปั้นดินผาพื้นเมือง&nbsp;รวมทั้งลูกปัดอีกเป็นจำนวนมาก</p><p>คาดว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปี&nbsp;เป็นช่วงที่แตงโมของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักและผลไม้โซนอำเภอพุนพิน&nbsp;และอำเภอท่าฉาง&nbsp;ออกสู่ตลาดจำนวนมาก&nbsp;แต่จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ผลผลิตมีจำนวนมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ส่งผลให้แตงโมล้นตลาด&nbsp;รวมไปถึงแตงโมทั่วประเทศให้ผลผลิตพร้อมกัน&nbsp;ทำให้กระจายสินค้ามีความยากลำบากขณะที่ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรในปีนี้สูงกว่าที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สวนแตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;ตำบลศรีวิชัย&nbsp;อำเภอพุนพิน&nbsp;</strong>จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;แตงโมบ้านทุ่งอ่าว&nbsp;จุดเด่นที่มีเอกลักษณ์&nbsp;และแตกต่างจากแตงโม&nbsp;ในพื้นที่ปลูกอื่น&nbsp;คือ&nbsp;หวาน&nbsp;&nbsp;แดงกรอบ&nbsp;บริโภคได้ถึงเปลือก&nbsp;การันตีความปลอดภัยไม่มีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;ตรวจรับรองโดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีวิชัย&nbsp;และนักวิชาการเกษตร,&nbsp;มีการพัฒนายกระดับคุณภาพมาตรฐานแตงโม&nbsp;สู่มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากนักวิชาการเกษตร.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312130106204
202	นายกรัฐมนตรีกำชับกระทรวงพลังงาน ให้บริหารพลังงานที่เหมาะสม และกระทรวงพาณิชย์ ดูแลสินค้าที่มีผลกระทบต่อประชาชน	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น&nbsp;จนกระทบต่อราคาสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น&nbsp;โดยสถานการณ์&nbsp;ราคาพลังงานยังสูงขึ้นเป็นรายวัน&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&nbsp;ทาง&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานให้เหมาะสม&nbsp;ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย&nbsp;รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคและบริโภค&nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรงด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รณรงค์การประหยัดพลังงาน</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงาน&nbsp;โดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงาน&nbsp;&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และลดการใช้น้ำมันร้อยละ&nbsp;10&nbsp;และหาวิธีประหยัดพลังงานแบบง่าย&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมการทำงานที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;WFH&nbsp;ครม.&nbsp;อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;&nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&nbsp;25652567&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&nbsp;Term&nbsp;Loan&nbsp;อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง</strong>&nbsp;เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&nbsp;ค่า&nbsp;Ft&nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&nbsp;NGV&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ทำให้&nbsp;กฟผ.&nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต</strong>สินค้าน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนัก&nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&nbsp;บี&nbsp;0&nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตรา&nbsp;0&nbsp;มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312142050215
203	ช้อปนัดลาดพร้าว@ถนนคนเดิน  ทางเลือกลดวิกฤตค่าครองชีพสูง	<p><strong>ช้อปนัดลาดพร้าว@ถนนคนเดิน&nbsp;ทางเลือกลดวิกฤตค่าครองชีพสูง&nbsp;&nbsp;กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว&nbsp;หลังเจอน้ำท่วม&nbsp;</strong></p><p><strong>วันนี้&nbsp;12&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ตลาดนัดมะพร้าว&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดสินค้ามือ&nbsp;2&nbsp;ที่ใหญ่ที่สุดใน&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ได้กลับมาเปิดนัดมะพร้าว&nbsp;ถนนคนเดินตามปกติแล้ว&nbsp;หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมในห้วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;โดยมีบรรดา&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;นำเสื้อผ้า&nbsp;กระเป๋า&nbsp;รองเท้า&nbsp;ของเล่นเด็ก&nbsp;ของใช้ในครัวเรือน&nbsp;สินค้ามือสองหลากหลายชนิดมาจำหน่าย&nbsp;รวมถึง&nbsp;อาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;ต่างๆ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่มีประชาชนออกมาเดินจับจ่าย&nbsp;กันอย่างคึกคัก</strong>&nbsp;เลือกซื้อสินค้ามือสองราคาถูก&nbsp;ที่เริ่มต้นตั้งแต่&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;&nbsp;ในช่วงที่เศรษฐกิจปัจจุบัน&nbsp;สินค้า&nbsp;อาหารทุกอย่างต่างพากันปรับขึ้นราคา&nbsp;ตามราคาน้ำมันที่แพงขึ้น&nbsp;&nbsp;ซึ่งการเลือกซื้อเสื้อผ้า&nbsp;สินค้ามือสองที่มีคุณภาพ&nbsp;ราคาถูก&nbsp;ก็จะเป็นทางเลือกให้กับหลายๆ&nbsp;คนที่ต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ทางตลาด&nbsp;ยังคงเคร่งครัด</strong>ให้บรรดา&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ในตลาด&nbsp;รวมถึงผู้คนที่ออกมาจับจ่ายสินค้าสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา&nbsp;เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;โอมิครอน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ยังคงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>สำหรับตลาดนัดมะพร้าว&nbsp;จะเปิดให้บริการในทุกวันอังคาร&nbsp;พฤหัสบดี&nbsp;และวันเสาร์ของสัปดาห์</strong>&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00-14.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ที่สนใจก็สามารถไปเดินเที่ยว&nbsp;เลือกซื้อสินค้ามือใหม่&nbsp;สินค้ามือสองได้ซึ่งจะมีร้านค้าให้เลือกซื้อกว่า&nbsp;500&nbsp;ร้าน</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312144816219
204	จ.ราชบุรีเปิดหมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป นวัตวิถีบ้านผาปก ส่งเสริมการท่องเที่ยวบ้านมอญห้วยน้ำใส	"<p><strong>นางยุพิน&nbsp;เศรษฐศักดาศิริ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดราชบุรี</strong>&nbsp;พร้อมนายอดุลย์&nbsp;ถาวรกุล&nbsp;นายอำเภอสวนผึ้ง&nbsp;นางดวงสมร&nbsp;พฤฑฒิกุล&nbsp;เกษตรจังหวัดราชบุรี&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;ร่วมกันเปิดหมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป&nbsp;นวัตวิถีบ้านผาปก&nbsp;หรือบ้านมอญห้วยน้ำใส&nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อ.สวนผึ้ง&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;จัดขึ้นตามโครงการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE&nbsp;อ่านว่า:ดี-โฮป)&nbsp;โดย&nbsp;D-HOPE&nbsp;เป็นแนวทางที่ได้รับการพัฒนาความคิดมาจากประเทศญี่ปุ่นเป็นการจัดกิจกรรมนิทรรศการในลักษณะกระจาย&nbsp;มีโปรแกรมที่เน้นให้ผู้เข้าชมร่วมลงมือทำ&nbsp;สามารถเรียนรู้จากการร่วมประสบการณ์จริงในกิจกรรมนั้น&nbsp;ๆ&nbsp;รายได้ที่เกิดขึ้นกระจายไปทั้งหมู่บ้าน&nbsp;ผู้ชมหรือนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปยังหมู่บ้าน&nbsp;สัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น&nbsp;โดยเป็นลักษณะแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;และการดำเนินงานชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถี</p><p><strong>กิจกรรมและโปรแกรมท่องเที่ยว&nbsp;หมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป&nbsp;นวัตวิถีบ้านผาปก</strong>&nbsp;ที่ตลาดบ้านมอญห้วยน้ำใส&nbsp;เริ่มด้วยกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์ของชุมชน&nbsp;การทำบุญตักบาตรพระบ้านมอญตามวิถีไทยรามัญ&nbsp;จู๊ดเปอป๊าด&nbsp;จากนั้นเดินชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนโอทอป&nbsp;และอาหารพื้นถิ่นที่หากินยากในตลาดมอญ&nbsp;ชมวิถีชีวิตสาวมอญร่อนแร่&nbsp;และกิจกรรมเรียนรู้ขั้นตอนการทำผลิตภัณฑ์ชุมชนโอทอปและลงมือปฏิบัติ&nbsp;ประกอบด้วย,ยาดมสมุนไพรบ้านมอญ,&nbsp;ผ้ามัดย้อมบ้านมอญ,&nbsp;แหนมไม้ไผ่,&nbsp;ขนมโดนัทมอญ,&nbsp;ขนมต้มเสียบไม้,&nbsp;ไข่เค็มดีบุกสมุนไพร,&nbsp;ธูปหอมทรัพย์ขณา,&nbsp;สไบมอญ,&nbsp;ธงตะขาบ&nbsp;และกระถางฮากะ&nbsp;ทั้งนี้กิจกรรมตักบาตรจะมีเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์&nbsp;นักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มคณะที่สนใจโปแกรมดังกล่าวติดต่อได้ที่&nbsp;นางอภิคณา&nbsp;ทองเหลือ&nbsp;092-2290988&nbsp;และนางศรีสุดา&nbsp;สุภาพพรชัย&nbsp;081-9815870</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมไฮไลท์&nbsp;ของบ้านผาปก&nbsp;หรือบ้านมอญห้วยน้ำใส</strong>&nbsp;คือวัฒนธรรมการตักบาตรของชาวมอญ&nbsp;หรือเรียกว่า&nbsp;""จู๊ดเปอป๊าด&nbsp;""&nbsp;(แปลว่าตักบาตร)&nbsp;โดยจะมีการปูเสื่อตามแนวทางเดินกลางหมู่บ้านซึ่งสร้างจาก&nbsp;ไม้ไผ่ตลอดแนว&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวนั่งรอตักบาตร&nbsp;เมื่อถึงเวลาชาวมอญจะหามระฆัง&nbsp;และตีเพื่อส่งสัญญาณ&nbsp;จากนั้นพระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ห้วยน้ำใส&nbsp;จะเดินรับบิณฑบาตรจากญาติโยม&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;ตามมาด้วยชาวมอญซึ่งเป็นผู้หญิงจะแบกถาดสิ่งของ&nbsp;คนโทน้ำ&nbsp;และข้าวปลาอาหารต่างๆ&nbsp;เพื่อนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์</p><p>อีกหนึ่งจุด&nbsp;ที่เป็นไฮไลท์&nbsp;ของที่นี่&nbsp;คือการเดินเล่น&nbsp;หาของกิน&nbsp;ตามทางของหมู่บ้านที่มีกำแพงรั่วไม้ไผ่&nbsp;ตลอดสองข้างทาง&nbsp;พร้อมกับการตั้งร้านค้าขายผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;และอาหารพื้นถิ่นหากินยาก&nbsp;นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกิน&nbsp;และนำกลับไปเป็นของฝากได้</p><p>อีกอย่างที่สายมูห้ามพลาดคือการสักการะศาลปู่หลวง&nbsp;สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน&nbsp;คือการได้เขียนข้อความบนแผ่นไม้ไผ่ที่เจาะรู้ผูกเชือก&nbsp;พร้อมกับอธิษฐานขอพรจากศาลปู่หลวงและนำไปผูกไว้ที่ราวไม้ไผ่หน้าศาล&nbsp;ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างบอกกันว่าศาลปู่หลวงศักดิ์สิทธิ์มาก&nbsp;มักจะสำเร็จกันทุกราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-12-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312155607231
205	ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เปิดงานเยี่ยมชมกิจกรรม Krabi Food Fest : กินเปลี่ยนโลกปี 2  กินเป็นยา กินอย่างรู้ที่มา ภายใต้ แนวคิด กรีนอีเวนต์ ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวคาดเงินสะพัดกว่า 3 ล้านบาท	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;ประธานเยี่ยมชมงานKrabi&nbsp;Food&nbsp;Fest:กิน&nbsp;เปลี่ยน&nbsp;โลกครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&nbsp;&nbsp;ภายใต้&nbsp;แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&nbsp;นางสาววิชุพรรณ&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;ศรีสัญญา&nbsp;นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สมาคม&nbsp;ชมรม&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมจัดโดย&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;และสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมกันจัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Test&nbsp;กินเปลี่ยนโลก&nbsp;เน้นกินอาหารถิ่น&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;กินรู้ที่มากินเป็นยา&nbsp;กินตามฤดูกาล&nbsp;โดยเชฟประจำร้านอาหารโรงแรม&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;มาปรุงรสให้รับประทานกันสดๆ&nbsp;ร้อนๆ&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;ที่ไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;โดยเปิดพื้นที่หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;เป็นสถานที่จัดงาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;&nbsp;16.00&nbsp;น&nbsp;-&nbsp;22.00&nbsp;น.ด้วยบรรยากาศ&nbsp;สุดชิลริมทะเลอ่าวนาง&nbsp;คละเคล้าด้วยเสียงเพลง&nbsp;เสียง&nbsp;คลื่น&nbsp;และชมพระอาทิตย์ตก&nbsp;พร้อมรับฟังดนตรีคลาสิก&nbsp;จากวง&nbsp;Local&nbsp;Band&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;&nbsp;Jamboo&nbsp;&nbsp;นักแซกโซโฟนและนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน&nbsp;ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักทั่วโลก&nbsp;เช่น&nbsp;เพลง&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;Jamboo&nbsp;&nbsp;ที่มียอดผู้ชมทาง&nbsp;Youtube&nbsp;มากกว่า&nbsp;150,000,000&nbsp;View&nbsp;&nbsp;และยอดขาย&nbsp;&nbsp;CD&nbsp;กว่า&nbsp;23&nbsp;ล้านแผ่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Test&nbsp;กินเปลี่ยนโลกวันแรก</strong>มีเชฟที่มีชื่อเสียง&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;โดยเชฟกิ๊ก&nbsp;กมล&nbsp;ชอบดีงาม&nbsp;เชฟผู้ชนะจากรายการ&nbsp;เชฟกระทะเหล็ก&nbsp;&nbsp;&nbsp;Iron&nbsp;Chef&nbsp;Thailand&nbsp;&nbsp;2015มารังสรรค์โดยการนำวัตถุดิบท้องถิ่น&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ปลาใบ&nbsp;ปลาทราย&nbsp;ปลาหลังเขียว&nbsp;กะปิ&nbsp;ลูกเหลียง&nbsp;ข้าวสังข์หยด&nbsp;&nbsp;ผักกรูด&nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&nbsp;เจ้าสมุทรแห่งจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นเมนูใหม่หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับ&nbsp;เชฟวิท&nbsp;โกวิท&nbsp;ห้าหาบ&nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&nbsp;บลูอันดามัน&nbsp;ได้อย่างลงตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ได้รับเกียรติจาก&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&nbsp;นายสุนทร&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;นายกสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานพร้อมชิมอาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟระดับประเทศไทยและเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมการเยี่ยมชม&nbsp;บูธอาหารเครื่องดื่มกว่า&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;ในงานกิจกรรม&nbsp;Krabi&nbsp;&nbsp;Food&nbsp;Fest&nbsp;:&nbsp;กินเปลี่ยนโลกปี&nbsp;2&nbsp;&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&nbsp;&nbsp;ภายใต้&nbsp;แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;การปรุงอาหารโดยรังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นเมนูใหม่&nbsp;หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;โดยเชฟชลิต&nbsp;เฟื่องอารมณ์&nbsp;จากครัวคุณตุ่ม&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟป้อม&nbsp;จากร้านอาหารครัวคุณป้อม&nbsp;วันที่อาทิตย์ที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โชว์การปรุงอาหารโดยเชฟเก่งราชวัติ&nbsp;วิเชียรรัตน์&nbsp;ผู้เขารอบชิงชนะเลิศจากรายการ&nbsp;&nbsp;Iron&nbsp;Chef&nbsp;Thailand&nbsp;2015&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟเอียวยุทธภูมิ&nbsp;มณีจันทร์&nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ที่ยังตกค้างอยู่เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในรูปแบบวิถี&nbsp;new&nbsp;normal&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผอ.ททท.สนง.กระบี่&nbsp;ได้จัดงานดังกล่าว&nbsp;</strong>ขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;และส่งเสริมการมีรายได้ของผู้ประกอบการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-&nbsp;19&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาเที่ยวและพักผ่อน&nbsp;จับจ่าย&nbsp;ใช้สอยในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพิ่มมากขึ้นหลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมของการให้บริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านอาหารท้องถิ่น&nbsp;และสถานประกอบการ&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;กินตามท้องถิ่น&nbsp;และกินตามฤดูกาล&nbsp;&nbsp;และในเดือนมีนาคม-เมษายน&nbsp;ชวนลุยเที่ยว&nbsp;10&nbsp;เกาะสวยเมืองกระบี่&nbsp;ด้วยแคมเปญ&nbsp;ผู้หญิงติดเกาะ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้สนใจข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>สามารถติดตาม&nbsp;ได้ที่&nbsp;&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;:&nbsp;wearekrabi&nbsp;หรือwww.wearekrabi.com&nbsp;หรือสอบถามที่&nbsp;โทร.&nbsp;0-7562-2163&nbsp;และ&nbsp;1672&nbsp;/&nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;คาดว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงาน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;15,000&nbsp;คน&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวไทย&nbsp;14,500&nbsp;คน&nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p>ปานอุมา&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;&nbsp;//&nbsp;ข่าว&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312163351243
206	ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดงานเยี่ยมชมกิจกรรม Krabi Food Fest : กินเปลี่ยนโลกปี 2  กินเป็นยา  กินอย่างรู้ที่มา ภายใต้ แนวคิด กรีนอีเวนต์ ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้วิถีปกติใหม่	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ประธานเยี่ยมชมงาน</strong>Krabi&nbsp;Food&nbsp;Fest:กิน&nbsp;เปลี่ยน&nbsp;โลกครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&nbsp;&nbsp;ภายใต้&nbsp;แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&nbsp;นางสาววิชุพรรณ&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;ศรีสัญญา&nbsp;นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สมาคม&nbsp;ชมรม&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กิจกรรมจัดโดย&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;และสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมกันจัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Test&nbsp;กินเปลี่ยนโลก&nbsp;เน้นกินอาหารถิ่น&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;กินรู้ที่มากินเป็นยา&nbsp;กินตามฤดูกาล&nbsp;โดยเชฟประจำร้านอาหารโรงแรม&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;มาปรุงรสให้รับประทานกันสดๆ&nbsp;ร้อนๆ&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;ที่ไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;โดยเปิดพื้นที่หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;เป็นสถานที่จัดงาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น&nbsp;-&nbsp;22.00&nbsp;น.ด้วยบรรยากาศ&nbsp;สุดชิลริมทะเลอ่าวนาง&nbsp;คละเคล้าด้วยเสียงเพลง&nbsp;เสียง&nbsp;คลื่น&nbsp;และชมพระอาทิตย์ตก&nbsp;พร้อมรับฟังดนตรีคลาสิก&nbsp;จากวง&nbsp;Local&nbsp;Band&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;Jamboo&nbsp;นักแซกโซโฟนและนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน&nbsp;ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักทั่วโลก&nbsp;เช่น&nbsp;เพลง&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;Jamboo&nbsp;&nbsp;ที่มียอดผู้ชมทาง&nbsp;Youtube&nbsp;มากกว่า&nbsp;150,000,000&nbsp;View&nbsp;&nbsp;และยอดขาย&nbsp;&nbsp;CD&nbsp;กว่า&nbsp;23&nbsp;ล้านแผ่น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การจัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Test&nbsp;กินเปลี่ยนโลกวันแรกมีเชฟที่มีชื่อเสียง</strong>&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;โดยเชฟกิ๊ก&nbsp;กมล&nbsp;ชอบดีงาม&nbsp;เชฟผู้ชนะจากรายการ&nbsp;เชฟกระทะเหล็ก&nbsp;&nbsp;&nbsp;Iron&nbsp;Chef&nbsp;Thailand&nbsp;2015มารังสรรค์โดยการนำวัตถุดิบท้องถิ่น&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ปลาใบ&nbsp;ปลาทราย&nbsp;ปลาหลังเขียว&nbsp;กะปิ&nbsp;ลูกเหลียง&nbsp;ข้าวสังข์หยด&nbsp;&nbsp;ผักกรูด&nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&nbsp;เจ้าสมุทรแห่งจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นเมนูใหม่หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับ&nbsp;เชฟวิท&nbsp;โกวิท&nbsp;ห้าหาบ&nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&nbsp;บลูอันดามัน&nbsp;ได้อย่างลงตัว&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โอกาสนี้&nbsp;ได้รับเกียรติจาก&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&nbsp;นายสุนทร&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;นายกสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานพร้อมชิมอาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟระดับประเทศไทยและเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมการเยี่ยมชม&nbsp;บูธอาหารเครื่องดื่มกว่า&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;ในงานกิจกรรม&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Fest&nbsp;:&nbsp;กินเปลี่ยนโลกปี&nbsp;2&nbsp;&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&nbsp;&nbsp;ภายใต้&nbsp;แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;การปรุงอาหารโดยรังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นเมนูใหม่&nbsp;หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;โดยเชฟชลิต&nbsp;เฟื่องอารมณ์&nbsp;จากครัวคุณตุ่ม&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟป้อม&nbsp;จากร้านอาหารครัวคุณป้อม&nbsp;วันที่อาทิตย์ที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โชว์การปรุงอาหารโดยเชฟเก่งราชวัติ&nbsp;วิเชียรรัตน์&nbsp;ผู้เขารอบชิงชนะเลิศจากรายการ&nbsp;&nbsp;Iron&nbsp;Chef&nbsp;Thailand&nbsp;2015&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟเอียวยุทธภูมิ&nbsp;มณีจันทร์&nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ที่ยังตกค้างอยู่เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในรูปแบบวิถี&nbsp;new&nbsp;normal</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผอ.ททท.สนง.กระบี่&nbsp;ได้จัดงานดังกล่าวขึ้น</strong>เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;และส่งเสริมการมีรายได้ของผู้ประกอบการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-&nbsp;19&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาเที่ยวและพักผ่อน&nbsp;จับจ่าย&nbsp;ใช้สอยในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมของการให้บริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านอาหารท้องถิ่น&nbsp;และสถานประกอบการ&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;กินตามท้องถิ่น&nbsp;และกินตามฤดูกาล&nbsp;&nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;คาดว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงาน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;15,000&nbsp;คน&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวไทย&nbsp;14,500&nbsp;คน&nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในเดือนมีนาคม-เมษายน&nbsp;ชวนลุยเที่ยว&nbsp;10&nbsp;เกาะสวยเมืองกระบี่&nbsp;ด้วยแคมเปญ&nbsp;ผู้หญิงติดเกาะ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้สนใจข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&nbsp;สามารถติดตาม&nbsp;ได้ที่&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;:&nbsp;wearekrabi&nbsp;หรือwww.wearekrabi.com&nbsp;หรือสอบถามที่&nbsp;โทร.&nbsp;0-7562-2163&nbsp;และ&nbsp;1672&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>"	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312225422300
207	มิตรภาพใหม่ ไทย-ซาอุฯ เดินหน้าสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ	<p><strong>การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ </strong>ตามคำเชิญของมกุฎราชกุมาร แห่งซาอุฯ ช่วง 25 - 26 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา เป็นการเยือนระดับผู้นำของสองประเทศครั้งแรกในรอบ 32 ปี และยังถือเป็นการฟื้นความสัมพันธ์ หลังมีปัญหาระหว่างกันเมื่ออดีตกว่า 30 ปีก่อน</p><p><strong>และเริ่มเห็นผลความสำเร็จเป็นรูปธรรม&nbsp;</strong>เริ่มจากเครื่องบินของสาย Saudia Airlines นำนักนักท่องเที่ยวซาอุฯ 71 คน บินจากกรุงริยาด เมืองหลวงซาอุฯ มาลงจอดที่สนามบินสุวรรณ เมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา นับเป็นเที่ยวบินตรงปฐมฤกษ์ระหว่าง 2 ประเทศในรอบ 32 ปี โดยหลังจากนั้นทางซาอุฯ ได้มีเที่ยวบินตรงมายังไทย 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของนักท่องเที่ยวจากซาอุฯ ในการกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง</p><p><strong><u>ตั้งเป้านักท่องเที่ยวซาอุฯ เข้าไทยหลักแสนคน/ปี</u></strong></p><p><strong>เมื่อปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจากชาติตะวันออกกลางประมาณ 7 แสนคน ล้วนเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง </strong>แต่เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุฯ เพียง 36,000 คน ดังนั้น เมื่อมีการฟื้นความสัมพันธ์เปิดประเทศระหว่างกันมากขึ้น คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวซาอุฯ ได้เพิ่มขึ้นเป็นระดับหลักแสนคน/ปี ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.เร่งเดินหน้าวางแผนจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเสนอขายการท่องเที่ยว ดึงให้นักท่องเที่ยวซาอุฯ เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีแนวโน้มได้รับความนิยมจากชาวซาอุฯ สูงขึ้นต่อเนื่อง</p><p><strong><u>เตรียมส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ อีกครั้ง</u></strong></p><p><strong>ด้านแรงงานไทยก็เตรียมส่งแรงงานไปยังซาอุฯ อีกครั้ง เพราะทางซาอุฯ เอง ก็ต้องการแรงงานต่างชาติกว่า 8 ล้านคน</strong> เนื่องจากมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนามากมาย โดยเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ดร.ฮุสเซน อัล อาวาด ประธานบริษัท ปริ้นเซส จอย เพลสเม้น แอนด์ เจนเนอรัล เซอร์วิส ตัวแทนบริษัทจัดหางานภาคเอกชนของซาอุดีอาระเบีย ได้เดินทางมาเยี่ยมชมสถานทดสอบฝีมือแรงงานของเอกชนไทย และมีความพึงพอใจมากในมาตรฐาน</p><p><strong>จากนั้น คณะรัฐมนตรีของไทย ได้เห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานของไทย กับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดิอาระเบีย จำนวน 2 ฉบับ</strong> คือ ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานและร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้าน ร่างข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดหาแรงงานไทยไปทำงานในซาอุฯ อย่างถูกกฎหมาย มีจริยธรรม และมีประสิทธิภาพ คุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง</p><p><strong>โดยภายในเดือนนี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาสังคม ซาอุฯ จะเดินทางมาพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของไทย </strong>เพื่อตรวจร่างข้อตกลงและเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน และจะมีการลงนาม MOU หรือบันทึกข้อตกลง - ความร่วมมือดังกล่าว ที่ประเทศซาอุฯ ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะเดินทางไปร่วมลงนาม คาดว่าอีก 3 เดือนหลังจากลงนาม จะเริ่มทยอยส่งแรงงานไปซาอุฯ ได้&nbsp;โดยเฟสแรกจะเป็นแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี จะเป็นแรงงานกึ่งทักษะ เช่น ช่างเชื่อม ช่างก่อสร้าง ช่างไม้ ช่างปูน เชฟทำอาหาร ซึ่งกรมการจัดหางาน เปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์ไปทำงานซาอุฯ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ที่ toea.doe.go.th ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.ผ่านมาแล้ว</p><p><strong><u>คาดผลการค้าเพิ่มสูง หลังฟื้นความสัมพันธ์</u></strong></p><p><strong>ภาคเอกชนมีการประเมินไว้อย่างน่าสนใจว่า เป็นการสร้างจุดเปลี่ยนของประเทศไทยในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ</strong> ช่วยทำให้การค้าของประเทศกลับมาคึกคักได้ ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับหลักๆ คือการส่งออก เพราะหากดูสัดส่วนการค้าในปี 2564 ไทยส่งออกไปประเทศซาอุฯ ประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 45,000 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.6% ของการส่งออกทั้งหมดจากไทย แต่หากเปิดประตูการค้ากับซาอุฯ ได้มากขึ้น จะทำให้การส่งออกไปซาอุฯ กลับไปที่ประมาณ 2.2% ของการส่งออกทั้งหมด เหมือนปี 2532 ก่อนเกิดปัญหาระหว่างกัน ซึ่งนั่นหมายถึง ปริมาณการค้าจะเพิ่มขึ้นไปที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท โดยสินค้าไทยที่มีศักยภาพเจาะตลาดซาอุฯ ได้ อย่างรถยนต์ที่ประกอบในไทยและส่วนประกอบ อาหารและอาหารแปรรูป อาหารฮาลาล สินค้าเกษตร เครื่องจักรกล จิวเวลรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;Medical Hub หรือศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และสุขภาพ เป็นต้น</p><p><strong>เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์การเมือง  การทูต</strong></p><p><strong>การเดินหน้าฟื้นความสัมพันธ์ทั้ง 2 ด้านนี้</strong> พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กราบบังคมทูลเชิญ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมแห่งซาอุดีอาระเบีย เสด็จฯ เยือนประเทศไทยซึ่งพระองค์ทรงตอบรับจะเสด็จเยือนไทยภายในปีนี้&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานเกี่ยวข้อง เดินหน้าแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไทยไปประจำกรุงริยาด คนแรกในรอบ 32 ปี </strong>ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแต่งตั้ง แต่เมื่อใดที่ทั้งสองประเทศแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไปประจำเมืองหลวงของแต่ละฝ่ายสำเร็จ คาดว่าเมื่อนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองจะกลับมาอยู่ในระดับปกติได้อีกครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่มากขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองชาติต่อไป</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312161753241
208	เริ่มแล้ว Amphawa Food Experience ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด -19	<p><strong>ที่บริเวณโครงการอัมพวา&nbsp;ชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;อ.อัมพวา&nbsp;จ.สมุทรสงคราม&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานสมุทรสงคราม&nbsp;จัดงาน&nbsp;Amphawa&nbsp;Food&nbsp;Experience&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ร่วมเป็นประธานเปิดงานฯ&nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวจ.สมุทรสงครามร่วมกับ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;YEC&nbsp;จ.สมุทรสงคราม&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Festival&nbsp;&nbsp;Experience&nbsp;@ภาคกลาง&nbsp;มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้รวมทั้งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อให้จดจำและบอกต่อ&nbsp;โดยการประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยว&nbsp;อาหารถิ่นที่มีอัตลักษณ์และสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอขาวใหญ่&nbsp;ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก&nbsp;และพริกบางช้าง&nbsp;ให้นักท่องเทึ่ยวได้รู้จักมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป&nbsp;</strong>ร่วมชม&nbsp;และเลือกซื้อสินค้าได้จนถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณโครงการอัมพวา&nbsp;ชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;อ.อัมพวา&nbsp;&nbsp;จ.สมุทรสงคราม&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.00&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>จิตติพัฒน์&nbsp;ภาพ/ข่าว&nbsp;ธิติมา&nbsp;เรียบเรียง</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312210711290
209	รมว.คมนาคม? ลงพื้นที่? จ.บึงกาฬ? ตรวจติดตามความคืบหน้าสะพาน?มิตรภาพ?ไทย?-ลาว? แห่งที่? 5? บึงกาฬ?-?บอลิคำไซ พร้อมย้ำถึงความคืบหน้าว่าการก่อสร้างเป็นไปตามแผน	<p><strong>รมว.คมนาคม&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ตรวจติดตามความคืบหน้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;5&nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&nbsp;พร้อมย้ำถึงความคืบหน้าว่าเป็นไปตามแผน&nbsp;และในอนาคต&nbsp;สนามบินบึงกาฬ&nbsp;จะเติมเต็มศักยภาพของสะพานฯ&nbsp;แห่งนี้</strong></p><p><strong>ที่&nbsp;บริเวณจุดก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;5&nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;</strong>จ.บึงกาฬ&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการ&nbsp;ติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพฯ&nbsp;และพบปะกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อรับทราบความคืบหน้าของโครงการฯ&nbsp;ปัญหา&nbsp;และอุปสรรคที่เกิดขึ้น&nbsp;ตลอดจนรับฟังเสียงของประชาชน&nbsp;เพื่อให้โครงการดังกล่าวดำเนินการได้อย่างเรียบร้อยตามแผนที่กำหนดไว้</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ถือว่าเป็นจังหวัดที่&nbsp;77&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;และถึงแม้จะเป็นจังหวัดน้องใหม่&nbsp;แต่ก็มีศักยภาพหลายด้านที่สามารถพัฒนาและส่งเสริมต่อไปได้&nbsp;นั่นทำให้พื้นที่แห่งนี้&nbsp;กลายเป็นที่ตั้งของโครงการ&nbsp;Mega&nbsp;Project&nbsp;อย่างสะพานมิตรภาพไทย&nbsp;-&nbsp;ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;5&nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีการร่วมมือกันของ&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;ทั้งเพื่อนบ้าน&nbsp;คือ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และประเทศไทยของเรา&nbsp;โดยในการลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของโครงการฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;พบว่า&nbsp;โดยภาพรวมถือว่ามีความก้าวหน้าตามแผน&nbsp;และสร้างได้เร็วกว่าแผนเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งหากสร้างเสร็จ&nbsp;โอกาสที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ก็คือ&nbsp;จะเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทยได้อย่างดียิ่ง&nbsp;เพราะสะพานแห่งนี้จะเปิดเส้นทางเข้าสู่&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เชื่อมต่อไปถึงเวียดนาม&nbsp;และเข้าสู่จีนตอนใต้ได้&nbsp;นี่จึงเป็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;และนอกจากโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;5&nbsp;ที่จะเป็นโอกาส&nbsp;และความหวังของประชาชนแล้ว&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ยังต้องมีโครงการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติมหลังจากนี้ด้วย&nbsp;เพื่อทำให้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ถูกเติมเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;การก่อสร้างสนามบินบึงกาฬ</p><p><strong>โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวย้ำ</strong>ในการพบปะกับประชาชนว่า&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ต้องมีสนามบิน&nbsp;เพราะจะทำให้สะพานมิตรภาพฯ&nbsp;มีศักยภาพเติมเต็มมากขึ้น&nbsp;คนที่จะใช้สะพานก็จะสามารถมาข้ามสะพานที่&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;เพราะเวลามีค่าสำหรับการลงทุน&nbsp;และมีค่าสำหรับทุกคน&nbsp;จึงเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สิ่งที่เป็นโอกาส&nbsp;และความหวังของประชาชนจะสำเร็จได้&nbsp;ไม่ใช่เพียงภาครัฐเท่านั้น&nbsp;แต่ส่วนที่มีผลต่อความสำเร็จ&nbsp;คือภาคประชาชนต้องเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังการมีสะพานฯ&nbsp;และใช้สิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นโอกาสในการพัฒนาด้านอาชีพ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับจ.บึงกาฬ&nbsp;และประเทศไทยต่อไป</p><p><strong>สำหรับความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่&nbsp;5&nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&nbsp;</strong>ขณะนี้การดำเนินการในฝั่งไทย&nbsp;3&nbsp;ตอน&nbsp;มีความคืบหน้าตามแผน&nbsp;โดยตอนที่&nbsp;1&nbsp;งานถนนฝั่งไทย&nbsp;คืบหน้า&nbsp;50.9&nbsp;%&nbsp;เร็วกว่าแผนเล็กน้อย&nbsp;ตอนที่&nbsp;2&nbsp;งานถนนฝั่งไทย&nbsp;และงานด่านพรมแดนฝั่งไทย&nbsp;คืบหน้า&nbsp;41.366&nbsp;%&nbsp;และตอนที่&nbsp;3&nbsp;งานสะพานข้ามแม่น้ำโขงฝั่งไทย&nbsp;คืบหน้า&nbsp;18&nbsp;%&nbsp;ซึ่งมีความช้ากว่าแผนเล็กน้อยจากโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายแรงงาน&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;และวัสดุงานก่อสร้างระหว่างประเทศ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปัจจุบันผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและลาว&nbsp;ได้พยายามเร่งรัดให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;สอดคล้อง&nbsp;ใกล้เคียงกับแผนงานที่กำหนดไว้&nbsp;ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปลายปี&nbsp;2566</p><p><strong>โดยในการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ได้เดินทางมาพร้อมกับคณะ&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;นางนาที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&nbsp;(นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล),&nbsp;นายวิรัช&nbsp;พิมพะนิตย์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม,&nbsp;นายชยธรรม์&nbsp;พรหมศร&nbsp;ปลัดกระทรวงคมนาคม,&nbsp;นายพิศักดิ์&nbsp;จิตวิริยะวศิน&nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม,&nbsp;นายศราวุธ&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง,&nbsp;นายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;และนายฐิตินันท์&nbsp;แสงนาค&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;พรรคภูมิใจไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312171811255
210	สสว. ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย เข้าสู่ SMEs ยุคดิจิทัล	"<p><strong>สสว.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มรภ.สวนสุนันทา&nbsp;ยกระดับไมโครเอสเอ็มอีภาคอีสาน</strong>&nbsp;ให้มีความรู้และสร้างทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบการเพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุค&nbsp;Next&nbsp;&nbsp;Normal&nbsp;คาดสร้างรายได้ให้ผู้อบรมในโครงการกว่า&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่โรงแรมสยามแกรนด์อุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผวจ.อุดรธานี&nbsp;เป็นประธานเปิด</strong>โครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;(MSME&nbsp;Step&nbsp;up)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(สสว.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา&nbsp;โดยมีนายประเสริฐ&nbsp;ฝ่ายชาวนา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายสิทธิรัชต์&nbsp;จารุไชยกุล&nbsp;ประธานศูนย์เครือข่ายเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้เข้าอบรม&nbsp;รวมทั้งสื่อมวลชน&nbsp;</p><p><strong>นายวชิระ&nbsp;แก้วกอ&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ&nbsp;รักษาการ</strong>รองผู้อำนวยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(สสว.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการฯ&nbsp;นี้&nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยให้ความรู้และสร้างทักษะในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;มาใช้ในการประกอบธุรกิจ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัล&nbsp;ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญให้การดำเนินธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถ&nbsp;ในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ก็คาดหวังผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มจังหวัดสบายดี&nbsp;</strong>ซึ่งก็มีจำนวนมาก&nbsp;ได้มาต่อยอดเพิ่มศักยภาพในการขายออนไลน์&nbsp;โดยเฉพาะในกลยุทธต่างๆทั้งเฟสบุ๊ค&nbsp;ไลน์โอเอ&nbsp;ในสภาวะการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ในขณะนี้&nbsp;เป็นสิ่งที่จะช่วยผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี&nbsp;ก็ได้รับสนใจจำนวนมาก&nbsp;เพียงแต่ว่าในเชิงปริมาณเราจะไม่เน้น&nbsp;เราจะคัดมาเฉพาะผู้มีความพร้อมจริงๆ&nbsp;และมีความตั้งใจมุ่งมั่น&nbsp;จึงมั่นใจว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้&nbsp;จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน&nbsp;""นอกจากกิจกรรมหลัก&nbsp;ที่ได้ดำเนินการในด้านการส่งเสริททักษะต่างๆแล้ว&nbsp;สสว.ก็จะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ระบบของภาครัฐให้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;การจดทะเบียนการค้า&nbsp;การจดทะเบียน&nbsp;DBD&nbsp;Registered&nbsp;และการขอมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงมาตรการและความช่วยเหลือต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น&nbsp;สะดวกขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจในยุค&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป""&nbsp;</p><p><strong>รศ.ดร.สมเดช&nbsp;รุ่งศรีสวัสดิ์&nbsp;คณบดีวิทยาลัยสหเวชศาสตร์&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยสวนสุนันทา&nbsp;หน่วยร่วมดำเนินการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยฯ&nbsp;มีเป้าหมายในการให้ความรู้และสร้างทักษะเกี่ยวกับกานำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กว่า&nbsp;350&nbsp;ราย&nbsp;โดยได้จัดกิจกรรมการอบรมใน&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;อุดรธานี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;สุรินทร์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;เลย&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;และสกลนคร&nbsp;เพื่อกระจายการอบรมให้ทั่วถึงผู้ประกอบการทั้งภูมิภาค&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;จะคัดเลือกผู้ประกอบการ&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;เข้าสู่ขั้นตอน</strong>การสร้างประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ&nbsp;ผู้ประกอบการจะได้ทดลองใช้เทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;แอบพลิเคชั่นต่างๆ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้มากขึ้น&nbsp;โดยมีที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำตลอดระยะเวลาโครงการ&nbsp;เป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัลต่อไป&nbsp;ซึ่งคาดว่ากระบวนการอบรมผ่านโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;(MSME&nbsp;Step&nbsp;up)&nbsp;จะสามารถสร้างรายได้ให้&nbsp;ผู้อบรมในโครงการกว่า&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผวจ.อุดรธานี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทาง&nbsp;สสว.ได้มาให้ความรู้เพิ่มยกระดับผู้ประกอบการ&nbsp;เกี่ยวกับการขายออนไลน์&nbsp;เนื่องจากโลกปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนไปสื่อโซเชียลมีความสำคัญ&nbsp;อุดรธานีเองก็ได้วางยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงบ้าง&nbsp;SMEs&nbsp;ในอุดรจะได้เติบโตเปลี่ยนแปลงและเข้มแข็งขึ้นอย่างจริงจัง&nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการและติดตามข่าวสารกิจกรรมความรู้ได้ที่&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;Osmep&nbsp;สสว.&nbsp;SME&nbsp;CONNEXT&nbsp;และ&nbsp;www.smeonline.info&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครือข่ายการประชาสัมพันธ์&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;</p><p>ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-12-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312172126256
211	ททท.พังงา จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา	<p><strong>ททท.พังงา&nbsp;จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;The&nbsp;Memorable&nbsp;Iconic&nbsp;of&nbsp;Phang&nbsp;Nga</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;(หลังเก่า)</strong>&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้รับมอบจากนายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานในพิธีการจัดแสดงภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีนางกันตวรรณ&nbsp;ตันเถียร&nbsp;กุลจรรยาวิวัฒน์&nbsp;ส.ส.จังหวัดพังงา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี&nbsp;</p><p><strong>นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการทำโครงการประกวดภาพถ่าย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;และ&nbsp;เปิดมุมมองใหม่ๆ&nbsp;เป็นสื่อกลางให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความหลากหลาย&nbsp;ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในแต่ละสถานที่&nbsp;ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป&nbsp;เช่น&nbsp;ภูมิทัศน์อาคาร&nbsp;สถานที่&nbsp;ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์&nbsp;</p><p><strong>โดยสามารถถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย&nbsp;เล่าเรื่องราว</strong>&nbsp;การประกวดภาพถ่าย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;THE&nbsp;MEMORABLE&nbsp;ICONIC&nbsp;OF&nbsp;PHANGNGA&nbsp;เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อถ่ายทอดเป็นภาพถ่ายที่สื่อความหมายถึงในความเป็น&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;พร้อมนำภาพถ่ายที่ได้รับการคัดเลือก&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ภาพ&nbsp;จาก&nbsp;100&nbsp;ภาพ&nbsp;นำมาเผยแพร่ในงานนิทรรศการภาพถ่าย&nbsp;รวมถึงเพื่อเป็นการเผยแพร่ภาพถ่ายในโอกาสต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ส่วนการจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายครั้งนี้&nbsp;ททท.สำนักงานพังงา</strong>&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากช่างภาพเข้าร่วมกิจกรรมกว่า&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;และได้ส่งภาพเข้าร่วมประกวดกว่า&nbsp;100&nbsp;ภาพ&nbsp;โดยการคัดเลือกภาพถ่ายเข้าร่วมนิทรรศการผ่านการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;โอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้มอบรางวัลให้กับผู้ผ่านเข้ารอบนิทรรศการจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;สายการบิน&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดพังงา&nbsp;รวมมูลค่ากว่า&nbsp;100,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312205253288
212	ก๊าซหุงต้มยะลา จ่อปรับขึ้นราคา กก.ละ 1 บาท 1 เม.ย นี้	"<p><strong>จากการที่รัฐบาล&nbsp;เตรียมปรับขึ้นราคา""ก๊าซหุงต้ม""&nbsp;</strong>ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.65&nbsp;หลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคา&nbsp;318&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มี.ค.65&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะทยอยปรับขึ้นราคา&nbsp;1&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เป็น&nbsp;333&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ราคา""ก๊าซหุงต้ม""&nbsp;ในขณะนี้&nbsp;</strong>ยังขายในราคาปกติ&nbsp;ถัง&nbsp;48&nbsp;กก.&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;1,100&nbsp;บาท&nbsp;ถัง&nbsp;15&nbsp;กก.&nbsp;หน้าร้าน&nbsp;360&nbsp;บาท&nbsp;บริการส่ง&nbsp;370&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ถังขนาดบรรจุ&nbsp;11&nbsp;กก.ขายหน้าร้าน&nbsp;290&nbsp;บาท&nbsp;บริการส่ง&nbsp;300&nbsp;บาท</p><p><strong>นายบรรหาร&nbsp;ประจักษ์เลิศวิทยา&nbsp;เจ้าของร้านยะลาแสงทิพย์</strong>&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย&nbsp;ที่รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นราคา""ก๊าซหุงต้ม""นั้น&nbsp;ทางร้านก็จะปรับตามอัตราที่ขึ้น&nbsp;กก.ละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนความคิดเห็น&nbsp;ส่วนตัวในการขึ้นราคา&nbsp;""ก๊าซหุงต้ม""นั้น&nbsp;เป็นภาวะของเศรษฐกิจ&nbsp;เป็นปกติ&nbsp;ขึ้น&nbsp;กก.ละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;แค่ครัวเรือนไหนใช้&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;แค่ขึ้นวันละ&nbsp;50&nbsp;สต.30&nbsp;วัน&nbsp;ก็&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;ค่าใช้จ่าย&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;อยู่ที่ครัวเรือนมากกว่า&nbsp;ว่ามีความประหยัดขนาดไหน&nbsp;ไม่ถึงกับเดือดร้อน&nbsp;ต้องรู้จักการใช้จ่ายสิ่งไหนควรเท่าไหร่&nbsp;อย่าไปโลภเสี่ยงโชคมากนัก&nbsp;ก็อยู่ได้สบายๆ&nbsp;</p><p><strong>จริงๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;ในความคิดตนไม่มีผลกระทบเศรษฐกิจ&nbsp;</strong>ต้องดำรงชีพ&nbsp;รู้จักใช้เงิน&nbsp;ก็ไม่เดือดร้อน&nbsp;ขึ้นค่าไฟก็เช่นกัน&nbsp;ถ้าไม่รู้ค่าของเงินก็จะมีผลกระทบ&nbsp;รวมถึงอาหารการกิน&nbsp;การประมาณตนรายได้ตนเอง&nbsp;รู้จักเตรียมพร้อมที่คิดจะจ่ายเงิน&nbsp;รายได้มีเท่าไหร่แบ่งปันให้ถูกต้อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313080343308
213	ท่าอากาศยานเบตง พร้อมเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มีนาคมนี้ 	"<p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">&nbsp;กล่าวถึงความพร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรีในพิธีเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;CAAT&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ปัจจุบันมีความพร้อมเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทาง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">ท่าอากาศยานเบตงเป็นท่าอากาศยานแห่งที่&nbsp;29&nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">&nbsp;โดยกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ด้านการส่งเสริมการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการเดินทางได้หลายรูปแบบ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่มีศักยภาพ&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;หรือ&nbsp;800,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;920&nbsp;ไร่&nbsp;มีทางขับ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ทางวิ่ง&nbsp;กว้าง&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;ลานจอดเครื่องบินรองรับเครื่องบินขนาด&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยขนาด&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;และลานจอดรถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;140&nbsp;คัน&nbsp;</span><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรกโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์)&nbsp;โดย</span><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ตามประกาศของ&nbsp;กพท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ</span><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ซึ่งนอกจากเส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงยังมีความพร้อมที่จะมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&nbsp;(Regional&nbsp;Hub)&nbsp;เส้นทางระหว่างประเทศไทย&nbsp;มาเลเซียและสิงคโปร์ในอนาคตด้วย&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313131724378
214	สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จัดกิจกรรม ปั่นชมวิว....ทิวเขา @ โพรงจระเข้	<p><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&nbsp;&nbsp;@&nbsp;โพรงจระเข้&nbsp;:&nbsp;Mounth&nbsp;View&nbsp;Bike&nbsp;Touring&nbsp;@&nbsp;ProngJorakae&nbsp;พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาให้แก่โรงเรียนบ้านในควน&nbsp;และชมกิจกรรมการแสดงของเยาวชนต้นกล้าจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;วังหินลาด&nbsp;&nbsp;ต.โพรงจระเข้&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</p><p><strong>สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;ด้วยการใช้กีฬาจักรยานเป็นสื่อในการจุดประกายและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;หรือผู้พบเห็นทั่วไปได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย&nbsp;และที่สำคัญคือ&nbsp;เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ที่มีธรรมชาติสวยงาม&nbsp;อุดมสมบูรณ์&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก&nbsp;และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดตรังเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งในกิจกรรม&nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&nbsp;@&nbsp;โพรงจระเข้&nbsp;:&nbsp;Mounth&nbsp;View&nbsp;Bike&nbsp;&nbsp;Touring&nbsp;@&nbsp;ProngJorakae&nbsp;&nbsp;จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดรวมระยะทางประมาณ&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักปั่นจักรยานของจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313101915320
215	รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา Singora Lake Swim 2022 พร้อมขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด	<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;</strong>Singora&nbsp;Lake&nbsp;Swim&nbsp;2022&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่โรงสีแดง&nbsp;ถนนนครนอก&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;Singora&nbsp;Lake&nbsp;Swim&nbsp;2022&nbsp;พร้อมกล่าวต้อนรับคณะนักว่ายน้ำ&nbsp;โดยมีนายรัชต&nbsp;สำราญชลารักษ์&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน&nbsp;คณะว่ายน้ำ&nbsp;และประชาชนเข้าร่วม</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมการว่ายน้ำข้ามทะเลสาบ&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;2&nbsp;ระยะ&nbsp;คือ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เส้นทางในการแข่งขันว่ายน้ำ&nbsp;เริ่มจากโรงสีแดง&nbsp;ถนนนครนอก&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;ไปยัง&nbsp;ชุมชนบ้านหัวเขา&nbsp;อำเภอสิงหนคร&nbsp;โดยมีนักกีฬาเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;พร้อมมีทีม&nbsp;Life&nbsp;Guard&nbsp;จากหลายภาคส่วนดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง</p><p><strong>ด้านนายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;Singora&nbsp;Lake&nbsp;Swim&nbsp;2022&nbsp;ถือเป็นการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด&nbsp;ไม่ว่าจะการแข่งขันกีฬา&nbsp;หรือกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ซึ่งตอนนี้อยู่ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;แต่จังหวัดสงขลา&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;สนับสนุนทุกภาคส่วน</strong>ที่จัดกิจกรรมที่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;แต่ทั้งนี้อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะวันนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ยังเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยได้รับความสนใจจากนักว่ายน้ำจากทั่วประเทศมาร่วมการว่ายน้ำในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งจัดโดยไม่มีการแข่งขันสำหรับผู้ที่รักในการว่ายน้ำ&nbsp;และในปีหน้าทางจังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมกับผู้จัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะสนับสนุนการจัดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลาอย่างเต็มที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การจัดกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลาฯ</strong>&nbsp;มีเป้าหมายให้นักว่ายน้ำ&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดสงขลา&nbsp;ตระหนักในเรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;ปลูกจิตสำนึกให้รักท้องทะเลสาบ&nbsp;โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลาเป็นทรัพย์สมบัติที่มีมูลค่ามหาศาลของประเทศไทย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว&nbsp;&nbsp;วิทยา&nbsp;สันบู/ภาพ13&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313103621329
216	ลานวัฒนธรรมสร้างสุขสุรินทร์ ครั้งที่ 10 สร้างรายได้กว่า  7 แสนบาท	<p><strong>จังหวัดสุรินทร์จัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม&nbsp;สร้างสุข&nbsp;@&nbsp;ตลาดหน้าจวน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10&nbsp;สร้างรายได้กว่า&nbsp;7&nbsp;แสนบาท</strong></p><p><strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;รวมพลังทุกภาคส่วน&nbsp;จัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม&nbsp;สร้างสุข&nbsp;@&nbsp;ตลาดหน้าจวน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10</strong>&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;โดยมีกิจกรรมช่วงเช้า&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;จัดกิจกรรมตักบาตรกับช้าง&nbsp;โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานทำบุญตักบาตรกับช้าง&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;นักเรียน&nbsp;&nbsp;นักศึกษา&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นเวลา&nbsp;08.00-09.00&nbsp;น.&nbsp;ถ่ายภาพกับทะเลตุง</strong>&nbsp;เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าไหม&nbsp;เครื่องเงิน&nbsp;&nbsp;อาหารพื้นบ้าน&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์ของดีเมืองสุรินทร์&nbsp;โดยมีร้านค้ามาออกร้านให้การบริการ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;ร้าน</p><p><strong>ส่วนช่วงเย็น&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00-21.00&nbsp;น.&nbsp;ร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย</strong>&nbsp;พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับบรรยากาศลานคนเมือง&nbsp;สุรินทร์รื่นรมย์&nbsp;ร้อง&nbsp;เล่น&nbsp;เต้น&nbsp;รำ&nbsp;และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้กันตรึม&nbsp;จากโรงเรียนประสาทวิทยาคาร&nbsp;การแสดงศิลปะพื้นบ้านวงโปงลาง&nbsp;จากสำนักศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&nbsp;อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นถิ่น&nbsp;สินค้าพื้นเมือง&nbsp;&nbsp;สินค้า&nbsp;&nbsp;GI&nbsp;เกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์&nbsp;รวมทั้งจัดแสดงภาพถ่ายเล่าเรื่องเมืองสุรินทร์จากสมาคมการท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น&nbsp;สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว</strong>&nbsp;และสร้างความสุขให้กับชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยมีผู้มาร่วมกิจกรรม/นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม&nbsp;ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า&nbsp;ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;1,048&nbsp;คน&nbsp;เกิดรายได้หมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมทุกกิจกรรม&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;785,255&nbsp;บาท</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นางสาววาสนา&nbsp;ไชยพรรณา&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ได้นำบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;รวมทั้งประสานงาน&nbsp;อำนวยความสะดวกแก่ศิลปินนักแสดง&nbsp;จัดเก็บข้อมูลผู้แต่งกายผ้าไทยสวยงามและโดดเด่น&nbsp;เข้ารับเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในวันเสาร์แรกของทุกต้นเดือน&nbsp;&nbsp;ข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	NULL	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313103515328
217	ตัวแทนภาคธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง จ.ยะลา เผยการเปิดสนามบินเบตงเชิงพาณิชย์ จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง และจังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>นายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การเปิดสนามบินเบตงเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;อ.เบตง&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายจุด&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;อีกทั้งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นๆ&nbsp;สอบถามมาตลอดว่าจะเปิดการบินในเชิงพาณิชย์เมื่อไร&nbsp;เพราะการจองทัวร์จะต้องจองล่วงหน้า&nbsp;เพื่อเตรียมตั๋วเครื่องบิน&nbsp;โรงแรมที่พัก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หลังจากเปิดสนามบินในเชิงพาณิชย์แล้ว&nbsp;จะสามารถบรรเทาผลกระทบกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วน&nbsp;และสามารถเดิน&nbsp;ตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้</p><p><strong>ส่วน&nbsp;นายกันต์พงษ์&nbsp;ลิ่มกาญจนา&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา&nbsp;เห็นว่า</strong>&nbsp;การเปิดสนามบินแห่งนี้เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งปัจจุบันจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายัง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;เฉลี่ยวันละ&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;หากสนามบินเปิดใช้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากถึง&nbsp;3,000-4,000&nbsp;ต่อวัน&nbsp;เศรษฐกิจรายได้ของคนในพื้นที่จะเพิ่มขึ้น&nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;การเปิดใช้สนามบินแห่งนี้จึงเป็นความหวังที่จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่</p><p><strong>สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>มูลค่ากว่า&nbsp;1,900&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&nbsp;ลำดับที่&nbsp;29&nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&nbsp;มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารท่าอากาศยาน&nbsp;ที่ตกแต่งด้วย&nbsp;ไม้ไผ่&nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;เพราะคำว่า&nbsp;เบตง&nbsp;หรือ&nbsp;บือตง&nbsp;เป็นภาษามลายูถิ่น&nbsp;แปลว่า&nbsp;ไม้ไผ่&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ได้เปิดบินทดลองการเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ&nbsp;(Charter&nbsp;Flight)&nbsp;ที่มีผู้โดยสาร&nbsp;จำนวน&nbsp;76&nbsp;คน&nbsp;ที่เดินทางมาจากท่าอากาศยานดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;และยังมีเครื่องบินส่วนบุคคลบินเข้ามาลงหลายเที่ยว&nbsp;และในวันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีเตรียม&nbsp;เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อรองรับตลาดการท่องเที่ยว&nbsp;การพาณิชย์&nbsp;เพื่อการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313113958338
218	อธิบดีกรมท่าอากาศยานตรวจความพร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา ในวันที่ 14 มีนาคมนี้	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;)&nbsp;นายปริญญา&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;</strong>อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวโรทัย&nbsp;ไตรพิทักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักโฆษก&nbsp;สำนักเลขาธิการ&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ตรวจความพร้อมภาพรวมด้านต่างๆ&nbsp;ของท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ในการเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิด&nbsp;""เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา""&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;โดยมีนางดวงพร&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;ปฏิบัติงาน&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;นายสุทธิพงศ์&nbsp;สาครินทร์&nbsp;ผ&nbsp;อ.สวท.เบตง&nbsp;นายกิตติภณ&nbsp;เปรมรัชชานนท์&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายปริญญา&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กรมท่าอากาศยาน&nbsp;(ทย.)&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;พร้อมเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่มีนโยบายให้หน่วยงานดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และการคมนาคม&nbsp;ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ด้านการส่งเสริมการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการเดินทางได้หลายรูปแบบ&nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;</strong>ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมให้บริการตามมาตรฐาน&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะเป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;พร้อมเดินทางไปกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดังกล่าว&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ได้มอบให้&nbsp;กรมท่าอากาศยาน&nbsp;ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเส้นทางการบินสู่ท่าอากาศยานเบตงเพิ่มเติม&nbsp;เช่น&nbsp;สุวรรณภูมิ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;รวมทั้งพิจารณาความเป็นไปได้ของแผนพัฒนาท่าอากาศยานเบตง&nbsp;เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ในระยะต่อไปในอนาคต&nbsp;โดยให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประเด็นด้านความมั่นคง&nbsp;ความคุ้มค่า&nbsp;และผลประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับท่าอากาศยานเบตง&nbsp;เป็นท่าอากาศยานแห่งที่&nbsp;29&nbsp;ของ&nbsp;ทย.&nbsp;</strong>ตั้งอยู่ในตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;920&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทางขับ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เส้น&nbsp;ทางวิ่ง&nbsp;กว้าง&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;ลานจอดเครื่องบินรองรับเครื่องบินขนาด&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยขนาด&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;&nbsp;300&nbsp;&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;หรือ&nbsp;800,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;และลานจอดรถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;140&nbsp;คัน&nbsp;จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรก&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์)&nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ตามประกาศของ&nbsp;กพท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งนอกจากเส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&nbsp;</strong>ท่าอากาศยานเบตงยังมีความพร้อมที่จะมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&nbsp;(Regional&nbsp;Hub)&nbsp;เส้นทางระหว่างประเทศไทย&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;และสิงคโปร์ในอนาคตด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313120924340
219	พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 รอบที่ 1 (งวดที่ 20)	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;</span>2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;20)&nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;20&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว</strong>,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,815.28&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,184.72&nbsp;บาท,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;10,280.55&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;719.45,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,383.83&nbsp;บาท,&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,616.17&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,834.41&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,165.59&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313122009341
220	จ.เลย เปิดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง ปี 2565 ขับเคลื่อน Soft power ความเป็นไทย นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างสรรค์สินค้าและบริการ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ	"<p><strong>จังหวัดเลย&nbsp;โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย&nbsp;</strong>จัดงานโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมสวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;Mask&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ณ&nbsp;ลานวัฒนธรรม&nbsp;ริมแม่น้ำโขง&nbsp;ตำบลเชียงคาน&nbsp;อำเภอเชียงคาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจัดพิธีเปิดงานเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;เสริมสร้างอัตลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศไทย&nbsp;และในพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;มุ่งก่อให้เกิดการเผยแพร่แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมในระหว่างพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย&nbsp;ให้พัฒนาต่อยอดกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทย&nbsp;และพื้นที่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง</p><p><strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ขบวนพาเหรดหน้ากากแฟนซี&nbsp;Carnival&nbsp;Colorful&nbsp;Mask</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขบวนหน้ากากผีบุ้งเต้า&nbsp;ผีขนน้ำ&nbsp;ผีตาโขน&nbsp;ขบวนหน้ากากแฟนซีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เครือข่ายมหาวิทยาราชภัฏเลย&nbsp;เครือข่ายทางวัฒนธรรม&nbsp;นิทรรศการงานศิลป์ร่วมสมัย&nbsp;ริมฝั่งโขง&nbsp;นิทรรศการหน้ากากนานาชาติ&nbsp;และนิทรรศการหน้ากากจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;ถนนสายศิลปะ(Street&nbsp;Art&nbsp;at&nbsp;Loei)&nbsp;การจัดนิทรรศการลายผ้าอัตลักษณ์จังหวัดเลย&nbsp;การแสดงทางวัฒนธรรมศิลป์ร่วมสมัยจากเครือข่ายยุวชนคนไทเลย&nbsp;การออกร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;จากเครือข่ายชุมชนคุณธรรมในจังหวัดเลย&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;ร้านค้า&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมดำเนินตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;มีนโยบายมุ่งขับเคลื่อนSoft&nbsp;power&nbsp;ความเป็นไทย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างสรรค์สินค้าและบริการ&nbsp;(Creative&nbsp;culture)&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;ประกอบกับ</span>รัฐบาลได้กำหนดมาตรการผ่อนปรนการแสดงมหรสพประเภทในอาคาร&nbsp;นอกอาคาร&nbsp;โรงละคร&nbsp;&nbsp;โรงมหรสพ&nbsp;และ&nbsp;ศบค.&nbsp;ได้เห็นชอบแนวทางปฏิบัติตามมาตรการผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ให้สามารถจัดการแสดงมหรสพได้&nbsp;โดยขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313122419344
221	Krabi Food Fest : กินเปลี่ยนโลก กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว  จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 บรรยากาศคึกคัก    ด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่</strong>&nbsp;ร่วมกับสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;จัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Fest:&nbsp;กิน&nbsp;เปลี่ยน&nbsp;โลก&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น&nbsp;-&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&nbsp;ผ่านการจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่กระบี่&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายในงานมีการออกร้าน&nbsp;จำหน่ายอาหาร&nbsp;เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;กว่า&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;จากโรงแรม&nbsp;ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง&nbsp;อาหารฮาลาลในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยเน้นกินอาหารท้องถิ่น&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;กินรู้ที่มา&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินตามฤดูกาล&nbsp;โดยเชฟประจำร้านอาหารโรงแรม&nbsp;รีสอร์ทในพื้นที่&nbsp;มาปรุงรสให้รับประทานกันสดๆ&nbsp;ร้อนๆ&nbsp;ด้วยบรรยากาศ&nbsp;สุดชิลริมทะเลอ่าวนาง&nbsp;คละเคล้าด้วยเสียงเพลง&nbsp;เสียงคลื่น&nbsp;และชมพระอาทิตย์ตก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผ่อนคลายด้วยดนตรีคลาสสิก&nbsp;จากวง&nbsp;Local&nbsp;Band&nbsp;กระบี่&nbsp;และ&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;Jamboo&nbsp;นักแซกโซโฟนและนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน&nbsp;ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักทั่วโลก&nbsp;มาขับกล่อมให้ชมกันถึงที่&nbsp;พร้อมกิจกรรมเวิร์คช้อป&nbsp;(Workshop)&nbsp;การปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบจากท้องถิ่นที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ในสไตล์&nbsp;Fusion&nbsp;Food&nbsp;โดยเชฟที่มีชื่อเสียงของประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การจัดงานเมื่อวานนี้&nbsp;(12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;จัดขี้นเป็นวันที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ซึ่งบรรยากาศในงานคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็น&nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;เข้ามาเยี่ยมชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องดื่มตามบูธต่างๆ&nbsp;&nbsp;และช่วงค่ำ&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;เชฟโชว์การปรุงอาหารโดยวัตถุดิบท้องถิ่นที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ในสไตล์&nbsp;Fusion&nbsp;Food&nbsp;โดยเชฟ&nbsp;ชลิต&nbsp;เฟื่องอารมณ์&nbsp;เชฟที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ&nbsp;จากครัวคุณตุ่ม&nbsp;ด้วยการนำวัตถุดิบหลักของท้องถิ่น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ปลาใบ&nbsp;ปลาทราย&nbsp;ปลาเสียบ&nbsp;ยอดหมุย&nbsp;เป็นเมนูใหม่หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับ&nbsp;เชฟป้อม&nbsp;จากครัวคุณป้อมจังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก&nbsp;&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่</strong>&nbsp;,&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;รอดทอง&nbsp;อุปนายกสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;,&nbsp;นางดวงจันทร์&nbsp;ทรงเจริญ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&nbsp;และนายสุคนธ์&nbsp;หนูช่วย&nbsp;นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดกระบี่&nbsp;เข้าร่วมงานพร้อมชิมอาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟระดับประเทศไทยและเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ยังตกค้างเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในรูปแบบวิถี&nbsp;new&nbsp;normal&nbsp;และกิจกรรมดังกล่าวยังมีต่อเนื่องถึงวันนี้&nbsp;(13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00-22.00&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313131105374
222	นักธุรกิจเบตง มั่นใจ การเปิดเที่ยวบินพาณิชย์  กรุงเทพฯ-เบตง 14 มีนาคมนี้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นแลนด์มาร์คการเชื่อมโยงเส้นทางการบินในจังหวัดภาคใต้ชายแดน  รองรับการเปิดด่านทางบก ไทย - มาเลเซีย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ความคืบหน้าสำหรับการเปิดใช้สนามบินเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ล่าสุดบริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ยืนยันเปิดให้บริการเส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-เบตง&nbsp;ในรูปแบบเที่ยวบินพาณิชย์เฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;โดยให้บริการในวันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;&nbsp;โดยวันที่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;จะเป็นเที่ยวบินแรก&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสรรเสริญ&nbsp;จิรรัตนโสภณ&nbsp;นักธุกิจในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;มั่นใจการเปิดเส้นทางบินกรุงเทพ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม&nbsp;เช่น&nbsp;สกายวอล์คเบตง&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติ&nbsp;และที่สำคัญสอดรับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซียในเดือนเมษายนนี้&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งจะช่วยเอื้อให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในอนาคตที่มีโอกาสที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาให้&nbsp;อ.เบตง&nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการเชื่อมโยงเส้นทางการบินในจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;&nbsp;เนื่องจากศักยภาพของเบตงมีความน่าสนใจที่เป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนรูปแบบครอบครัว&nbsp;ตลอดจนการการช็อปปิ้ง&nbsp;ซึ่งในอดีตเบตงเป็นเสมือนจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านด่านทางบก&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;&nbsp;อินโดนีเซียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&nbsp;&nbsp;ดังนั้นในอนาคตหากมีเส้นทางบินที่สามารถอำนวยความสะดวกมากขึ้นจึงเป็นความหวังที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่มั่นใจว่าการเชื่อมโยงการบินระหว่างประเทศได้จะหนุนให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเติบโตได้อีก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสรรเสริญ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับอัตราค่าโดยสารประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;3,800&nbsp;บาทต่อเที่ยวบิน&nbsp;</strong>นั้น&nbsp;ในระยะเริ่มต้นอาจเป็นต้นทุนที่สูงซึ่งกลุ่มเป้าหมายน่าจะตอบโจทย์สำหรับกลุ่มธุรกิจ&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มีความพร้อม&nbsp;แต่สำหรับประชาชนทั่วไปหรือคนในพื้นที่อาจมองว่าค่าโดยสารยังสูงและมองว่าน่าจะต้องไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำหรับท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;อ.&nbsp;เบตง&nbsp;จ.&nbsp;ยะลา&nbsp;มีอาคารที่พักผู้โดยสารขนาด&nbsp;&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสาร&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;หรือกว่า&nbsp;8&nbsp;แสนคนต่อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันการให้บริการเพื่อสนับสนุนภารกิจเที่ยวบินของทางราชการ&nbsp;และเที่ยวบินส่วนบุคคล&nbsp;คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในปี&nbsp;2565&nbsp;สอดรับกับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซีย&nbsp;รวมทั้งรองรับการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยด้วยกันเช่นกัน&nbsp;ซึ่งการเปิดใช้ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;นั้น&nbsp;สามารถสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจชายแดนใต้&nbsp;และกระจายความเจริญทางโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313135341383
223	สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จัดกิจกรรม ปั่นชมวิว....ทิวเขา @ โพรงจระเข้ : Mounth View Bike Touring @ ProngJorakae พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาให้แก่โรงเรียนบ้านในควน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&nbsp;@&nbsp;โพรงจระเข้&nbsp;:&nbsp;Mounth&nbsp;View&nbsp;Bike&nbsp;Touring&nbsp;@&nbsp;ProngJorakae&nbsp;พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาให้แก่โรงเรียนบ้านในควน&nbsp;และชมกิจกรรมการแสดงของเยาวชนต้นกล้าจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;วังหินลาด&nbsp;ต.โพรงจระเข้&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;ด้วยการใช้กีฬาจักรยานเป็นสื่อในการจุดประกายและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;หรือผู้พบเห็นทั่วไปได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย&nbsp;และที่สำคัญคือ&nbsp;เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ที่มีธรรมชาติสวยงาม&nbsp;อุดมสมบูรณ์&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก&nbsp;และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดตรังเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งในกิจกรรม&nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&nbsp;@&nbsp;โพรงจระเข้&nbsp;:&nbsp;Mounth&nbsp;View&nbsp;Bike&nbsp;Touring&nbsp;@&nbsp;ProngJorakae&nbsp;จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดรวมระยะทางประมาณ&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักปั่นจักรยานของจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดอย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313140748385
224	ยืนยันราคาสินค้า 18 หมวดที่มีการปรับราคาสูงขึ้นก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลงแล้ว 	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมราคาสินค้าหลายชนิดที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้&nbsp;ว่า&nbsp;มาตรการที่กระทรวงพาณิชย์บังคับใช้ในการตรึงราคาสินค้าสำคัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;หมวด&nbsp;ยังสามารถควบคุมราคาสินค้าได้&nbsp;รวมถึงราคาสินค้าหลายชนิดที่มีการปรับขึ้นราคาช่วงก่อนหน้านี้ได้มีการปรับลดลงแล้ว&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้าและเนื้อสัตว์&nbsp;โดยหมูเนื้อแดงราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งบางวันอาจมีการปรับราคาขึ้นลงเล็กน้อย&nbsp;หรือภายในห้างสรรพสินค้าที่มีราคาชี้นำ&nbsp;ปัจจุบันได้มีการปรับราคาลดลงเช่นกัน&nbsp;สำหรับสินค้ามะนาวที่มีการปรับราคาขึ้นสูงอยู่ขณะนี้&nbsp;เนื่องจากมะนาวเป็นสินค้าตามฤดูกาล&nbsp;เมื่อถึงฤดูร้อนราคามะนาวจะมีการปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ด้านเกษตรกรขณะนี้มีความพึงพอใจเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาสามารถขายได้ในราคาที่ต่ำ&nbsp;จึงหวังว่าผู้บริโภคจะเข้าใจ&nbsp;เนื่องจากเป็นตามช่วงฤดูกาลสำหรับสินค้าพืชผลการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบราคาอาหารสัตว์&nbsp;ที่จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตขณะนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;มอบหมายให้กรมการค้าภายใน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้าวโพดตามคลังสินค้าต่างๆ&nbsp;ว่ามีการกักตุนหรือไม่&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันข้าวโพดไม่ได้อยู่ในฤดูการเก็บเกี่ยว&nbsp;แต่อาจมีการตกค้างอยู่ที่ผู้ประกอบการบางส่วน&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;จะสามารถทราบผลการตรวจสอบ&nbsp;ซึ่งหากพบการกักตุนสินค้าจะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313203506459
225	ททท.สุราษฎร์ฯ จัดกิจกรรม เปิดประสบการณ์ใหม่ เที่ยว Surat ไม่รู้ลืม SHOP ... FIN ... CHECK IN ตลาดบางใบไม้ สุราษฎร์ธานี ช้อป 100.- แถม 200.- ซื้อของแม่ค้า ช่วยพ่อค้าแม่ขายที่ขาดรายได้ไปกว่าร้อยละ 50 จากสถานการณ์โควิด 19	<p><strong>ประชาชนชาวเมืองสุราษฎร์ฯและใกล้เคียง</strong>เข้าซื้อคูปองเงินสด&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ของตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&nbsp;ก่อนรับฟรีคูปองเงินแทนเงินสดจาก&nbsp;ททท.สำนักงานสุราษฎร์ฯอีก&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ใช้แทนเงินสดสำหรับซื้อของ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;และนั่งเรือชมอุโมงค์จาก&nbsp;อีก&nbsp;100&nbsp;บาทสำหรับ&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;เพื่อกระตุ้นการซื้อขาย&nbsp;ในตลาดบางใบ้ไม้ที่เพิ่งกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งได้ประมาณ&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;หลังปิดหนีโควิด&nbsp;19&nbsp;มานานกว่า&nbsp;9&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ลูกค้าก็ยังไม่คึกคักเหมือนเดิม&nbsp;</p><p><strong>นายสุรินทร์&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;พ่อค้าขนมเปี๊ยะ</strong>&nbsp;เล่าว่าช่วงที่ต้องปิดตลาดเพราะสถานการณ์โรคระบาด&nbsp;ไม่มีรายได้&nbsp;ทำได้เพียงเอาทุนเก่ามาใช้จ่ายอย่างประหยัด&nbsp;ถ้าทุนยาวก็อยู่ได้ดี&nbsp;วันนี้ตลาดกลับมาเปิดอีกครั้ง&nbsp;แต่ลูกค้าก็ยังไม่กลับมาเหมือน&nbsp;ซึ่งอาจเป็นเพราะยังกลัวโรคระบาด&nbsp;และน้ำแพงที่ต้องประหยัดมากขึ้น&nbsp;รายได้ยังกลับมาไม่ถึงร้อยละ&nbsp;50&nbsp;</p><p>เช่นเดียวกันกับนางสาวอุบลรัตน์&nbsp;จอมสวัสดิ์&nbsp;แม่ค้ามัลเบอร์รี่บ้านลุงหมี&nbsp;บอกว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องปรับตัว&nbsp;ปรับปรุงสินค้า&nbsp;ให้หลากหลายขึ้น&nbsp;เช่นแยมมัลเบอร์รี่&nbsp;น้ำพริกมัลเบอร์รี่&nbsp;เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้า&nbsp;เพื่อกระตุ้นการขายให้มากขึ้น</p><p><strong>ทางด้านนางสาวนันทวัน&nbsp;ศิริโภคพัฒน์&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการซื้อขายช่วยเหลือพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;และ&nbsp;ช่วยเหลือใช้จ่ายให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&nbsp;โดยมีกติกาคือ&nbsp;เมื่อซื้อคูปองสินค้าในตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้ในราคา100&nbsp;บาท&nbsp;แล้วนำหลักฐานมาแสดง&nbsp;ณ&nbsp;จุดลงทะเบียนกิจกรรม&nbsp;รับไปเลยคูปองสำหรับซื้อสินค้า&nbsp;มูลค่า&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมคูปองนั่งเรือ&nbsp;Fin&nbsp;Fin&nbsp;ชมอุโมงค์จาก&nbsp;มูลค่า&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ฟรี&nbsp;โดย&nbsp;ททท.สำนักงานสุราษฎร์ธานี&nbsp;ขอสงวนสิทธิ์&nbsp;100&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;ท่าน&nbsp;/&nbsp;คูปองเรือ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สามารถนั่งได้ไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ขอสงวนสิทธิ์ใช้ได้วันต่อวัน&nbsp;เฉพาะวันในการจัดกิจกรรมเท่านั้น&nbsp;จำกัดสิทธิ์เพียง&nbsp;300&nbsp;สิทธิ์&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;13&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;อาทิตย์&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งกิจกรรมในวันนี้สามารถกระจายรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้</strong>&nbsp;เปิดทุกวันอาทิตย์&nbsp;มีสินค้าชุมชน&nbsp;อาหารมากมายกว่า&nbsp;100&nbsp;ร้าน&nbsp;ประชาชนที่สนใจจะเดินทางมาท่องเที่ยวตลาดน้ำสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ทุกวันอาทิตย์&nbsp;ส่วนการล่องเรือชมอุโมงค์จากนั้นสามารถเดินทางมาล่องเรือชมความงดงามของอุโมงค์จากได้ทุกวัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313151456388
226	พาณิชย์แพร่เชื่อมโยงตลาดไม้กวาดดอกหญ้า ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา	<p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าไม้กวาดดอกหญ้าที่ผลิตโดยผู้พิการทางสายตา&nbsp;สมาคมคนตาบอดจังหวัดแพร่&nbsp;โดยเป็นการเพิ่มโอกาส&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ผู้พิการทางสายตาซึ่งประสบปัญหาด้านการตลาด&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</p><p><strong>โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่จะทำหน้าที่</strong>เป็นผู้ประสานงานด้านการตลาดให้กับผู้ผลิตสำหรับไม้กวาดดอกหญ้าได้จัดจำหน่าย&nbsp;2&nbsp;ขนาดราคา&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขนาดใหญ่ราคาด้ามละ&nbsp;&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;และขนาดย่อมราคาด้ามละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ราคาพิเศษเมื่อซื้อ&nbsp;3&nbsp;ด้ามราคา&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;อาทิ&nbsp;หอการค้าจังหวัดแพร่&nbsp;กลุ่มเครือข่ายธุรกิจบิสคลับจังหวัดแพร่&nbsp;ในการสั่งซื้อไม้กวาดดอกหญ้าแล้วจำนวนกว่า&nbsp;280&nbsp;ด้าม&nbsp;ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่กลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;06-3651-5369</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313164951404
227	"จ.ยะลา เตรียมสถานที่ต้อนรับนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด ""เที่ยวบินปฐมฤกษ์ สนามบินเบตง"	"<p><strong>ข้าราชการ&nbsp;หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;เตรียมสถานที่</strong>ต้อนรับนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิด&nbsp;""เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สนามบินเบตงในวันพรุ่งนี้&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p><strong>ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ออแกไนท์&nbsp;ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการเบตง&nbsp;ร่วมกันจัดสถานที่เตรียมความพร้อมในการต้อนรับ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;""เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา""&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;พร้อมคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD6260&nbsp;เส้นทางดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง</p><p><strong>สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้&nbsp;จะเดินทางออกจาก</strong>ท่าอากาศยานดอนเมืองกรุงเทพฯเวลา&nbsp;09.15&nbsp;น.&nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตงประมาณ&nbsp;11:45&nbsp;น.&nbsp;(ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง&nbsp;1&nbsp;ชม.&nbsp;45&nbsp;นาที&nbsp;จากนั้นท่านนายกฯ&nbsp;จะประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;รับชมวิดิทัศน์ภาพรวมการดำเนินงานท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;รวมถึง&nbsp;พบปะพี่น้องประชาชน&nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;ที่มาร่วมต้อนรับการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สนามบินเบตง</p><p><strong>ส่วนของท่าอากาศยานเบตงขณะนี้&nbsp;มีความพร้อมของเจ้าหน้าที่</strong>&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;ตลอดจนความพร้อมของรันเวย์ที่รองรับเครื่องบินได้ที่มีขนาดสูงสุด&nbsp;คือ&nbsp;ATR72&nbsp;และเครื่องบิน&nbsp;Q400&nbsp;ที่มีความจุผู้โดยสารกว่า&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ในการเตรียมให้บริการของสายการบินนกแอร์&nbsp;ซึ่งตามตารางจะทำการบิน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;คือ&nbsp;วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313173519431
228	หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ร่วมกัน เตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ต้อนรับนายกรัฐมนตรีสู่สวรรค์บนดิน สนามบินเบตง เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD6260 เส้นทางดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง  ในวันพรุ่งนี้ 14 มีนาคม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;นายปริญญา&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;ร่วมกันตรวจติดตามการจัดสถานที่&nbsp;ทั้งภายในและภายนอกอาคารท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;รวมถึงอุปกรณ์&nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;และขั้นตอนต่างๆ&nbsp;ในการต้อนรับ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;""เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา""&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;พร้อมคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD6260&nbsp;เส้นทางดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้&nbsp;จะเดินทางออกจาก</strong>ท่าอากาศยานดอนเมืองกรุงเทพฯเวลา&nbsp;09.15&nbsp;น.&nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตงประมาณ&nbsp;11:45&nbsp;น.&nbsp;(ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง&nbsp;1&nbsp;ชม.&nbsp;45&nbsp;นาที&nbsp;จากนั้นท่านนายกฯ&nbsp;จะประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;รับชมวิดิทัศน์ภาพรวมการดำเนินงานท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;รวมถึง&nbsp;พบปะพี่น้องประชาชน&nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;ที่มาร่วมต้อนรับการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สนามบินเบตง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การดำเนินโครงการก่อสร้างสนามบินเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;เบื้องต้นจะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรก&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ-เบตง-กรุงเทพฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์)&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>ตามประกาศของ&nbsp;กพท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&nbsp;ซึ่งนอกจากเส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงยังมีความพร้อมที่จะมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&nbsp;(Regional&nbsp;Hub)&nbsp;เส้นทางระหว่างประเทศไทย&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;และสิงคโปร์ในอนาคต&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับสนามบินเบตงเริ่มก่อสร้างเมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&nbsp;2562</strong>&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;876,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313192357446
229	"จังหวัดยะลาเตรียมต้อนรับ คณะเดินทางกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์พรุ่งนี้ พร้อมเดินหน้าเปิดการท่องเที่ยวเมืองเบตง เชิญชวนคนไทยทุกภาค ""ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องพิชิตเมืองเบตง"""	<p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีกำหนดจะเดินทางโดยเที่ยวบินโดยสารเชิงพาณิชย์ไฟลท์แรกจากท่าอากาศยานดอนเมือง&nbsp;มายังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;เพื่อเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ให้บริการแก่ผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังอำเภอเบตงจังหวัดยะลาในโอกาสจากนี้ไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เที่ยวบินโดยสารเที่ยวปฐมฤกษ์ที่จะเดินทางมาพรุ่งนี้</strong>&nbsp;เป็นของสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD&nbsp;6260&nbsp;&nbsp;โดยจะนำผู้โดยสารที่เป็นคณะของผู้บริหารระดับสูงของประเทศ&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;รวมทั้งผู้โดยสารที่ได้จองที่นั่งมาเพื่อการท่องเที่ยวที่อำเภอเบตง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนด้านการเตรียมความพร้อมการต้อนรับ</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวะดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารระดับจังหวัด&nbsp;และผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ได้นำภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทำการตกแต่สถานที่&nbsp;นำของดีในจังหวัดยะลา&nbsp;มานำเสนอในรูปแบบของบูธนิทรรศการ&nbsp;เพื่อสื่อให้เห็นถึงความงดงามและ&nbsp;ศักยภาพของจังหวัดยะลา&nbsp;ด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งมีอยู่อย่างมากมาย&nbsp;ควรค่าแก่การเดินทางมาสัมผัสในโอกาสต่อๆ&nbsp;ไป</p><p><strong>สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสิ้นค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ไม่ดอกเมืองหนาว&nbsp;สมโชกุน&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลองกอง&nbsp;ไก่เบตง&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;ปลากือเลาะ&nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว</strong>&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงปิยมิตร&nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;อัยเยอร์เวง&nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องพิชิดให้ได้สักครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313234441491
230	กรมป่าไม้ เตรียมเสนอนายกฯ เปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อ.เบตง จ.ยะลา	<p><strong>กรมป่าไม้&nbsp;เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;และประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>เจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;13</strong>&nbsp;(สาขานราธิวาส)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้ร่วมกันจัดตั้งบู๊ทเสนอโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&nbsp;หรืออุโมงค์ใหญ่&nbsp;แหล่งประวัติศาสตร์กองบัญชาการพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีต&nbsp;เพื่อเสนอต่อพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;เชิงพาณิชย์วันนี้(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;แสงเทียน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;13</strong>&nbsp;(สาขานราธิวาส)&nbsp;เผยว่า&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;13&nbsp;(สาขา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;)ได้รับการประสาน&nbsp;จาก&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;แจ้งมาว่ารัฐบาลมีความสนใจที่จะพัฒนาอุโมงค์&nbsp;ซึ่งเป็นอุโมงค์พรรคคอมมิวนิสต์มาเลเซีย&nbsp;ได้เคยสร้างไว้ตั้งแต่ปี&nbsp;2520&nbsp;เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยในการสู้รบเมื่อในอดีต</p><p><strong>กรมป่าจึงได้ทำการสำรวจ&nbsp;พบ&nbsp;อุโมงค์มี&nbsp;13</strong>&nbsp;ช่องทางเข้า-ออก&nbsp;และมีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก&nbsp;บริเวณดังกล่าวสอดคล้อง&nbsp;2&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวชและเชิงประวัติศาสตร์ซึ่งการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้จะสอดคล้องและส่งเสริมการท่องเที่ยวใน&nbsp;อ.เบตงประกอบกับพื้นที่ที่ประชาชน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;คลุกคลีอยู่กับการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&nbsp;มองว่าภายหลังสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่จะทำให้การฟื้นฟูพัฒนาเมืองเบตงเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น&nbsp;มีความคุ้มค่าทำให้เกิดมูลค่าทางด้านรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081003492
231	สนามบินเบตง ความหวังนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ-ประชาชนมั่นใจ กระตุ้นเศรษฐกิจ	<p><strong>สนามบินเบตงเปิดการบินอย่างเป็นทางการ&nbsp;</strong>ความหวังนักท่องเที่ยว&nbsp;ขณะที่ผู้ประกอบการประชาชนต่างดีใจ&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมด้วยพลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะ&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;ร่วมบินปฐมฤกษ์&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD6260&nbsp;พร้อมผู้โดยสารมุ่งหน้าท่องเที่ยวเบตง&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;รวมจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;นับเป็นเที่ยวบินเชิงพาณิย์&nbsp;กรุงเทพ(ดอนเมือง)-&nbsp;เบตง&nbsp;เที่ยวแรกของการลงจอดสนามบินเบตง</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ตนเองโดยสารเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองลงเครื่องที่หาดใหญ่แล้วเช่ารถยนต์ขับขี่มาท่องเที่ยวยังพื้นที่เบตงกับครอบครัว&nbsp;ประทับใจผู้คนเบตง&nbsp;น่ารักเป็นกันเอง&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติน่าสนใจ&nbsp;จากการมาครั้งนี้ถ้ามีโอกาสมาอีกแน่นอน&nbsp;ทราบว่าสนามบินเบตงเปิดให้บริการแล้ว&nbsp;น่าจะอำนวยความสะดวกลดเวลาการเดินทางได้เยอะ&nbsp;แน่นอนว่าต้องหาโอกาสมาอีกแน่นอน</p><p><strong>ด้านศิริวรรณ&nbsp;แซ่ตั้ง&nbsp;แม่ค้าล็อตเตอรี่ตลาดสดเมืองเบตง&nbsp;</strong>เผยว่า&nbsp;ดีใจที่สนามบินเบตงเปิดแล้ว&nbsp;การที่ท่านนายกรัฐมนตรีลงมาเบตง&nbsp;และโดยสารเครื่องบินปฐมฤกษ์ด้วย&nbsp;เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องเศรษฐกิจ&nbsp;ให้กับคนในพื้นที่&nbsp;โดยคาดหวังเป็นอย่างมากว่าการมีสายบินจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เมืองเบตงให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน&nbsp;เพราะเราๆผู้ประกอบการ&nbsp;แม่ค้าพ่อค้าก็มีรายได้จากนักท่องเที่ยว&nbsp;แค่คนในพื้นที่ไม่เพียงพอ&nbsp;ยิ่งมีสายการบินเปิดให้บริการ&nbsp;นักท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่น&nbsp;หรือต่างประเทศก็จะนำเม็ดเงินมาหมุนเวียนในพื้นที่&nbsp;กระจายรายได้อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081119493
232	วิกฤตน้ำมันแพง - ค่าครองชีพสูง กระทบคน หาเช้ากินค่ำ ซ้ำเติมโควิด-19	<p><strong>ในภาวะน้ำมันขึ้นราคา&nbsp;&nbsp;สินค้าแพง&nbsp;ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบ</strong>กับความเป็นอยู่&nbsp;ค่าครองชีพประชาชนทุกคนทุกอาชีพ&nbsp;แล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยังทำให้ซ้ำเติมสถานการณ์โควิดโอมิครอน&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ทั่ว&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;อย่างสองสามี&nbsp;ภรรยาที่มีอาชีพรับน้ำแข็งมาขายที่ตลาดสดยะลา&nbsp;จากเดิมเมื่อก่อนมีรายได้ทั้งทุนทั้งกำไร&nbsp;อยู่ที่&nbsp;สองถึงสามพันบาท&nbsp;เดี๋ยวนี้เหลือเพียงแค่พันกว่าบาท&nbsp;ทำให้รายได้น้อยลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนลูกค้าที่เคยมีมาก&nbsp;ตอนนี้ก็หายจนเกือบหมด&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ติดโควิด&nbsp;&nbsp;กันเป็นส่วนใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;รายจ่ายก็เพิ่มขึ้นเนื่องจากของแพงทุกอย่าง&nbsp;ทุกวันนี้ครอบครัวนี้&nbsp;ได้แต่บอกว่า&nbsp;ยังไงก็ต้องทำ&nbsp;&nbsp;พอได้กินแต่ละวันไป&nbsp;ดีกว่าไม่ที่จะไม่มีงานทำ</p><p><strong>นายอภิชาติ&nbsp;จิตร์ขันติ&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;&nbsp;ของแพงทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;กิจวัตรประจำวันทุกอย่างแย่ลง&nbsp;ค่าใช้จ่ายจะมากกว่ารายรับ&nbsp;เมื่อก่อนยังเหลือเก็บบ้างตอนนี้ก็ไม่ค่อยเหลือ&nbsp;อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก</p><p><strong>ทางด้านนางธิดารัตน์&nbsp;จิตร์ขันติ&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง</strong>&nbsp;ทำอาชีพอะไรก็ไม่มีรายได้&nbsp;รายได้น้อยลง&nbsp;ลูกค้าน้อยอยากให้รัฐบาลช่วยประชาชน&nbsp;อย่าให้น้ำมันแพงขึ้น&nbsp;ของแพงขึ้น&nbsp;ตอนนี้ขายลำบากลูกค้าก็หายติดโควิดด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081301494
233	พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณและสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำคัญของจังหวัด	<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณและสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำคัญของจังหวัด&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่ามีผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ที่มีการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไว้ครอบครอง&nbsp;ปริมาณรวมทั้งสิ้น&nbsp;80&nbsp;ตัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;จุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จิระพันธ์&nbsp;ตำบลทุ่งยาว&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ปริมาณข้าวโพดในสต็อก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;จุดรับซื้อข้าวโพดโชคพงษ์เกษม&nbsp;ตำบลทุ่งยาว&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ปริมาณข้าวโพดในสต็อก&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;จุดรับซื้อข้าวโพดนายณัฐพงค์&nbsp;ตำบลทุ่งยาว&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ปริมาณข้าวโพดในสต็อก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ตัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปริมาณการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;แต่ละรายไม่ถึง&nbsp;50&nbsp;ตัน</strong>&nbsp;และเป็นเพียงการรับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่และขายให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์นอกจังหวัด&nbsp;โดยผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเมล็ดความชื้น&nbsp;14-14.50&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ราคา&nbsp;11-&nbsp;11.20&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314092021503
234	พาณิชย์ตรัง จัดกิจกรรมรณรงค์ ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;จัดกิจกรรมเดินรณรงค์&nbsp;ไม่ซื้อ&nbsp;ไม่ขาย&nbsp;ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการร้านค้าและผู้บริโภค&nbsp;ณ&nbsp;ห้างโรบินสันตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับ&nbsp;โทษจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;</strong>&nbsp;หากขายสินค้าปลอมเครื่องหมาย&nbsp;การค้าของบุคคลอื่น&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขายสินค้าที่ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;&nbsp;ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น&nbsp;จำคุกตั้งแต่&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ถึง&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับตั้งแต่&nbsp;100,000&nbsp;ถึง&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และ&nbsp;ขายสินค้าละเมิดสิทธิบัตร&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314100433529
235	จ.ประจวบฯ เดินหน้าแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 กลุ่มอำเภอ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทั่วถึงทั้งจังหวัด ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด -19	<p><strong>ที่ห้องประชุมเกาะหลัก&nbsp;ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;โดยมี&nbsp;ว่าที่พันตรี&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประชุม&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดฯ&nbsp;แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;3&nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&nbsp;และยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากข้อมูลนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาใน&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ย้อนหลัง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;พบว่า&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวน&nbsp;7,168,424&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาวไทย&nbsp;5,924,708&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;28,601&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ชาวต่างชาติ&nbsp;1,243,443&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;13,790&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวน&nbsp;4,108,941&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาวไทย&nbsp;3,920,292&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;16,135&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ชาวต่างชาติ&nbsp;188,649&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;1,885&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และปี&nbsp;2564&nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวน&nbsp;2,677,116&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาวไทย&nbsp;2,673,519&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;10,494&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ชาวต่างชาติ&nbsp;3,597&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;36&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จังหวัดจึงต้องเร่งหาแนวฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง&nbsp;โดยเชื่อว่าหากมีการประกาศให้โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่นแล้ว&nbsp;จะมีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยจากนี้ทุกอำเภอจะต้องสำรวจค้นหาจุดเด่น&nbsp;อัตลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;พร้อมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;พัฒนาสินค้าในชุมชนท้องถิ่นที่มีความน่าสนใจ&nbsp;จากนั้นจึงจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวให้มีความเชื่อมโยงตามศักยภาพของกลุ่มอำเภอแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;โซน&nbsp;ได้แก่&nbsp;หัวหิน-ปราณบุรี&nbsp;,&nbsp;สามร้อยยอด-กุยบุรี-เมืองประจวบฯ&nbsp;,&nbsp;ทับสะแก-บางสะพาน-บางสะพานน้อย&nbsp;มุ่งเน้นให้เกิดการท่องเที่ยวแบบพักค้างแรมอย่างน้อย&nbsp;1-2&nbsp;คืน&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวมีระยะเวลาการใช้จ่ายอยู่ในพื้นที่นานขึ้นและกระจายตัวไปในอำเภอต่างๆ&nbsp;สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงครอบคลุมทั้งจังหวัด&nbsp;โดยจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการจัดทำโปรแกรมแกรมการท่องเที่ยวตามศักยภาพของกลุ่มอำเภอทั้ง&nbsp;3&nbsp;โซนดังกล่าว&nbsp;โดยเน้นการจัดทำกิจกรรมที่ตอบสนองนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มครอบครัว&nbsp;ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในการเดินทางแบบจำกัดด้วยกลุ่มครอบครัว&nbsp;นิยมเที่ยวแวะพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่ม&nbsp;CSR&nbsp;ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มนักศึกษา&nbsp;วัยทำงาน&nbsp;หรือกลุ่มเจน-Y&nbsp;นิยมจะเดินทางคนเดียวหรือเดินทางกับเพื่อน&nbsp;กล้าแสดงออก&nbsp;มีความมั่นใจในตัวเอง&nbsp;ชอบความสะดวกรวดเร็วและใช้สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;และกลุ่มผู้สูงวัย&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มวัยเกษียณมีกำลังซื้อจากเงินเก็บหรือบำนาญ&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;ยังได้พิจารณาแนวทางการออกแบบจัดทำมาสคอตเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;โดยเบื้องต้นได้เลือกค่างแว่นถิ่นใต้เป็นมาสคอตส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพราะเป็นสัตว์ที่พบได้ในพื้นที่&nbsp;มีลักษณะนิสัยซุกซน&nbsp;ขี้อาย&nbsp;เป็นสัตว์สังคม&nbsp;มีความน่ารักและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะมีการจัดกิจกรรมประกวดออกแบบมาสคอตค่างแว่นและให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314122238577
236	นายกรัฐมนตรี เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา รองรับการท่องเที่ยว และลงทุน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยนายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ไปเป็นประธานเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารและได้รับมอบภาพวาดสีน้ำรูปเครื่องบินเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สำหรับภาพวาดดังกล่าวเป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&nbsp;พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์&nbsp;เนื่องในการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;ด้วยเครื่องบินพระที่นั่งที่บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด</p><p>(&nbsp;มหาชน)&nbsp;จัดถวาย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2562</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะเยี่ยมชมท่าอากาศยานนานาชาติเบตง</strong>&nbsp;และนิทรรศการ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลาและมอบถุงกำลังใจให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ที่ประสบอุทกภัย</p><p><strong>สำหรับสนามบินเบตง&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร</strong>&nbsp;รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;กว่า&nbsp;800,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;รันเวย์มีขนาดความยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับได้เฉพาะอากาศยานขนาดเล็ก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การสร้างสนามบินเบตง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตง&nbsp;ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่สะดวกต่อการเดินทาง&nbsp;ให้สัญจรไปมาได้สะดวก&nbsp;ปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่และการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ</p><p><br></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314124256582
237	เวียดนามรับจดทะเบียนมะขามหวานเพชรบูรณ์ เป็นสินค้า GI รายการที่ 2 ต่อจากเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ&nbsp;ประเทศเวียดนาม&nbsp;ประกาศรับจดทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;นับเป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยรายการที่&nbsp;2&nbsp;ต่อจาก&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;ที่ได้รับการจดทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;ในเวียดนาม&nbsp;ก่อนหน้านี้&nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย&nbsp;ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติมั่นใจในคุณภาพสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทย&nbsp;และช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นได้เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>กรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;</strong>พร้อมเดินหน้าผลักดันการจดทะเบียนสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยที่มีศักยภาพในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อาทิ&nbsp;ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง&nbsp;ในเวียดนาม&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;ทุเรียนปราจีน&nbsp;มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี&nbsp;ในจีน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อให้สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ที่ผ่านมามีสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยได้รับการจดทะเบียนในต่างประเทศ</strong>&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;รายการ&nbsp;&nbsp;ครอบคลุมกว่า&nbsp;30&nbsp;ประเทศทั้งสหภาพยุโรป&nbsp;อินเดีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง&nbsp;กาแฟดอยช้าง&nbsp;กาแฟดอยตุง&nbsp;&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสานและผ้าไหมยกดอกลำพูน&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน&nbsp;&nbsp;ด้วยลักษณะเด่นที่มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์&nbsp;ฝักใหญ่เนื้อหนานุ่มเหนียว&nbsp;มีสีสวยสม่ำเสมอ&nbsp;โดยในแต่ละปีมีปริมาณการผลิตสูงถึง&nbsp;52,000&nbsp;ตัน&nbsp;มีระบบควบคุมคุณภาพสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญของไทย&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;เวียดนาม&nbsp;จีน&nbsp;และยุโรป&nbsp;สร้างเม็ดเงินให้ผู้ประกอบการในจังหวัดเพชรบูรณ์กว่า&nbsp;3,900&nbsp;&nbsp;ล้านบาทต่อปี</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314144228639
238	พาณิชย์ เผยซาอุฯ ไฟเขียว อนุญาตนำเข้าไก่จาก 11 โรงงานของไทยแล้ว โดยให้มีผลทันที พร้อมเตรียมเปิดตลาดสินค้ารายการอื่น ๆ เพิ่มเติม	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วานนี้&nbsp;(13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ทูตพาณิชย์ที่รับผิดชอบตลาดซาอุดิอาระเบีย&nbsp;และอุปทูตของกระทรวงการต่างประเทศของไทย&nbsp;ได้เข้าพบผู้บริหารระดับสูงขององค์การอาหารและยาซาอุดิอาระเบีย&nbsp;(&nbsp;Saudi&nbsp;Food&nbsp;&amp;&nbsp;Drug&nbsp;Authority&nbsp;(SFDA)&nbsp;)&nbsp;ได้ข้อสรุปร่วมกันที่เป็นข้อยุติว่า&nbsp;ซาอุดิอาระเบียจะอนุญาตให้นำเข้าไก่จากประเทศไทยได้&nbsp;จาก&nbsp;11&nbsp;โรงงานที่เดินทางมาตรวจล่วงหน้าในช่วงปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยให้มีผลทันที&nbsp;ถือเป็นข่าวดีและเป็นผลสำเร็จในการดำเนินการให้สามารถส่งไก่ไปขายยังตลาดซาอุดิอาระเบียได้&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันซาอุดิอาระเบียนำเข้าไก่&nbsp;ปีละ&nbsp;5.9&nbsp;แสนตัน&nbsp;</strong>นำเข้าจากบราซิล&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;และนำเข้าจากยูเครนและฝรั่งเศส&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ซึ่งจากนี้ไทยจะมีโอกาสเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดในซาอุดิอาระเบียได้เพิ่มขึ้น&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการและดำเนินการโดยคำนึงถึงปริมาณการบริโภคไก่ในประเทศ&nbsp;รวมทั้งรักษาระดับราคาไก่ในประเทศไม่ให้กระทบกับผู้บริโภคและได้ประโยชน์กับผู้ส่งออกด้วย</p><p><strong>สำหรับตัวเลขการส่งออกไก่ของไทยไปทั่วโลก&nbsp;</strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;รวมกว่า&nbsp;912,900&nbsp;ตัน&nbsp;มีมูลค่าการส่งออกรวมกว่า&nbsp;102,529&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ยังมีนโนบายที่จะเปิดตลาดสินค้าอื่นในประเทศซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติมด้วย&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการ</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314140043617
239	จ.แม่ฮ่องสอน เปิดโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ประจำปี 2565 รุ่นที่ 2 ยกระดับเกษตรกรจากเกษตรปลอดภัยสู่เครือข่ายวิถีเกษตรอินทรีย์	<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>นายขจรศักดิ์ชนัน&nbsp;จิตภิลัย&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ&nbsp;ฐานราก&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรผู้ตรวจ&nbsp;มาตรฐานแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGs&nbsp;PGS&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มในการผลิตพืชอาหารแบบปลอดภัย&nbsp;จนถึงเกษตรอินทรีย์ในอำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และสามารถ&nbsp;เป็นผู้ตรวจมาตรฐานแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGs&nbsp;PGS&nbsp;ได้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังสามารถยกระดับเกษตรกรจากเกษตรปลอดภัยสู่</strong>&nbsp;เครือข่ายวิถีเกษตรอินทรีย์&nbsp;ที่สามารถผลิตพืชผักสมุนไพร&nbsp;ประมง&nbsp;และปศุสัตว์ที่หลากหลายและมีปริมาณสม่ำเสมอออกสู่ตลาดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314143623636
240	กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย การค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนมกราคม 2565 มูลค่ารวมกว่า 140,000 ล้านบาท	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย&nbsp;เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&nbsp;มีมูลค่าการค้ารวม&nbsp;141,072&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;9.49&nbsp;แบ่งเป็นการส่งออก&nbsp;มูลค่า&nbsp;77,694&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และนำเข้า&nbsp;มูลค่า&nbsp;63,378&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเพิ่มขึ้นในทุกประเทศ&nbsp;ทั้งมาเลเซีย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เมียนมา&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;ยกเว้นจีน&nbsp;ที่มูลค่าส่งออกลดลง&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;จึงใช้การส่งออกผ่านทางบกเข้าสู่ตลาดจีน&nbsp;แต่ประเทศจีนมีมาตรการโควิดเป็นศูนย์&nbsp;ทำให้การส่งออกติดขัด&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์เบาบางลงแล้ว&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้การส่งออกไปจีนทางเรือได้เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจัยที่ส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการส่งออกของไทย&nbsp;มาจากการฟื้นตัวในภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า</strong>&nbsp;อีกทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง&nbsp;และความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศเพื่อนบ้านมีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนที่สนับสนุนการค้าชายแดนและผ่านแดน&nbsp;อาทิ&nbsp;เร่งรัดการเปิดด่านการค้าชายแดน&nbsp;และโครงการจับคู่กู้เงิน&nbsp;สถาบันการเงินกับ&nbsp;SMEs&nbsp;ส่งออก&nbsp;ที่ช่วยทำให้การส่งออกผ่าน&nbsp;SMEs&nbsp;ดีขึ้น</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314150005656
241	ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว พัฒนาเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้	"<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา""&nbsp;ที่อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมสถาปัตยกรรมของอาคารสนามบินเบตงที่มีความสวยงาม&nbsp;ตกแต่งด้วยไม้ไผ่&nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งจะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตงต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้รัฐบาลพยายามผลักดันส่งเสริมให้เมืองเบตง</strong>&nbsp;เป็นต้นแบบในด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสามเหลี่ยม&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยอำเภอเบตงเป็นอำเภอที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาทั้งด้านเศรฐกิจ&nbsp;&nbsp;สังคม&nbsp;ถือเป็นเมืองชายแดนที่มีการเคลื่อนไหวทางด้านธุรกิจการค้า&nbsp;ประกอบกับประชาชนอยู่ร่วมกันเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;ตลอดจนเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม&nbsp;จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>รัฐบาลเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านคมนาคม</strong>&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการแก่ประชาชนทั้งในด้านการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบ&nbsp;รวมทั้งที่ท่าอากาศยานเบตงแห่งนี้&nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ถือเป็นการสนับสนุนการขนส่งทางอากาศและเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและบริการพี่น้องประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเพียงพอ&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมีแผนที่จะสร้างและสนับสนุนความเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ&nbsp;ในภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย&nbsp;ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนและถึงแม้ขณะนี้ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบหลายๆ&nbsp;เรื่อง&nbsp;โดยเฉพาะความขัดแย้งในต่างประเทศ&nbsp;พร้อมฝากให้กองทัพ&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ดูแลเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและให้&nbsp;ศอบต.พัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดี</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรีพบปะพูดคุยกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ</strong>&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;&nbsp;ยินดีที่ได้มาพบประชาชนในวันนี้&nbsp;ได้เห็นถึงความเจริญเติบโตของเบตง&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลเร่งรัฐที่จะพัฒนาสนามบินเบตงตั้งแต่ปี&nbsp;2558&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;และจะพัฒนาต่อเนื่อง&nbsp;วันนี้อาจเผชิญกับปัญหาหลายประการ&nbsp;ทั้งสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;สถานการณ์จากต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งล้วนแต่เชื่อมโยงกัน&nbsp;เกิดผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก&nbsp;อย่างไรก็ตามรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่&nbsp;ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&nbsp;ซึ่งขอให้ทุกคนร่วมมือกัน&nbsp;เข้าใจและเชื่อมั่นรัฐบาล</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314153347693
242	สมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี จัดประชุมใหญ่	"<p><strong>สมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี&nbsp;จัดประชุมใหญ่&nbsp;สามัญประจำปี&nbsp;2563-64&nbsp;พร้อมโชว์ศักยภาพความเข้มแข็งในกลุ่มสมาชิก</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายวิวัฒน์&nbsp;มหาผลศิริกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563-64&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณศาลาประชาคมหนองทุ่งกราด&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสุนีย์&nbsp;ภูติวณิชย์&nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง&nbsp;และสมาชิกของสมาคม&nbsp;หน่วยงานการท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;เทศบาลนครแหลมฉบัง&nbsp;รวมถึงผู้สนับสนุบสมาคมรถบรรทุก&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้&nbsp;โดยบรรยายกาศภายในงาน&nbsp;ยังมีบูธผู้จำหน่ายสินค้าด้านการขนส่งเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสุนีย์&nbsp;ภูติวณิชย์&nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง</strong>&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ว่า&nbsp;การจัดประชุมใหญ่สามัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563-64&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการรวมตัวของสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการฯ&nbsp;ทั้งหมดในพื้นที่ชลบุรี&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงมาพบปะสังสรรค์&nbsp;และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน&nbsp;โดยการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่&nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมงานทุกคน&nbsp;ได้ตรวจ&nbsp;เอทีเค&nbsp;หมดแล้ว&nbsp;เพื่อป้องกันและแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ยังมีบูธสินค้า&nbsp;และเทคโนโลยีใหม่ๆ</strong>&nbsp;ที่ทางบริษัทซัพพลายเออร์ได้นำมาแสดงในงาน&nbsp;รวมถึงผู้สนับสนุนหลักของงานนี้คือ&nbsp;อีซูซุซึ่งเป็นการรวมพลังในเรื่องการประกอบธุรกิจดังกล่าว&nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;โดยเฉพาะในเรื่องราคาค่าขนส่ง&nbsp;ซึ่งไม่ต้องตัดราคา&nbsp;หรือดัมป์ราคากันเองเพราะทำให้รายได้สูญหายไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายวิวัฒน์&nbsp;มหาผลศิริกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดประชุมใหญ่&nbsp;สามัญประจำปี&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ของสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี&nbsp;ถือเป็นการรวบรวมสมาชิกผู้ประกอบการขนส่งในพื้นที่แหลมฉบัง&nbsp;และชลบุรี&nbsp;ให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน&nbsp;เพราะในอนาคตพื้นที่แหลมฉบัง&nbsp;อยู่ในเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(อีอีซี)&nbsp;ซึ่งจะเป็นประตูในการขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญของประเทศ&nbsp;โดยถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314152311684
243	การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1การสร้างนิคมอุตสาหกรรม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565)&nbsp;นายสมิต&nbsp;ธารา&nbsp;</strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตำหรุ&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;รับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ต่อร่างข้อเสนอโครงการ&nbsp;รายละเอียดโครงการขอบเขตการศึกษา&nbsp;และการประเมินทางเลือกโครงการ&nbsp;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปาร์ค&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตําบลท้าข้าม&nbsp;ตําบลท่าข้าม&nbsp;อําเภอบางปะกง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา</p><p><strong>กลุ่มที่ปรึกษาโครงการฯ&nbsp;ของบริษัท&nbsp;โทเทิล&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด</strong>&nbsp;ได้จัดการการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ต่อร่างข้อเสนอโครงการ&nbsp;รายละเอียดโครงการ&nbsp;ขอบเขตการ&nbsp;ศึกษาและการประเมินทางเลือกโครงการ&nbsp;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปาร์ค&nbsp;ของบริษัท&nbsp;โทเทิล&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด&nbsp;ทราบต่อไป</p><p><strong>สำหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรีปาร์ค&nbsp;</strong>ของบริษัท&nbsp;โทเทิล&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งอยู่ตําบลคลองตําหรุ&nbsp;อําเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ซึ่งอยู่ริมทะเลอ่าวไทย&nbsp;โดยมีบริเวณพื้นที่โครงการฯ&nbsp;กําหนดให้เป็นที่ดินประเภทชุมชนชนบท&nbsp;(เขตสีเหลืองอ่อน)&nbsp;และที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(เขตสีเขียวมีเส้นทแยงสีฟ้า)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการฯ&nbsp;อยู่ระหว่างการขอปรับเปลี่ยนการ</strong>ใช้ประโยชน์ที่ดินในผังเมืองรวมเมืองชลบุรีและอยู่ระหว่างการขอเข้าร่วม&nbsp;ดําเนินงานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กนอ.)&nbsp;โดยมีแผนในการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมสําหรับรองรับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;และมีความรับผิด&nbsp;ชอบต่อสังคมโดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในอนาคต</p><p><strong>โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปาร์ค</strong>&nbsp;เป็นโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;จึงจัดให้มีการประชุมรับฟ้งความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยการประชุมในวันนี้เป็นการจัดประชุมครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อการประชาสัมพันธ์&nbsp;และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ได้แบ่งการประชุมออกเป็น&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;คือ&nbsp;รอบเช้า&nbsp;และรอบบ่าย&nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ด้านนายกสมิต&nbsp;ธารา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตำหรุ</strong>&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประชุมรับฟ้งความคิดเห็นในครั้งนี้&nbsp;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปาร์ค&nbsp;เป็นโครงการเพื่อรองรับนักลงทุนที่สนใจจะประกอบการอุตสาหกรรม&nbsp;ซึ่งในปัจจุบัน&nbsp;บริเวณพื้นที่โครงการฯ&nbsp;จัดเป็นที่ดินประเภทชุมชนชนบท&nbsp;(เขตสีเหลืองอ่อน)&nbsp;&nbsp;และที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพ&nbsp;สิ่งแวดล็อม&nbsp;(เขตสีเขียวมีเส้นทแยง&nbsp;สีฟ้า)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดทําและปรับปรุงการใช้ประโยชน์</strong>พื้นที่ตามผังเมือง&nbsp;รวมเมืองชลบุรีในวันนี้&nbsp;บริษัทโทเทิล&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ&nbsp;รวมถึงบริษัทที่&nbsp;ปรึกษา&nbsp;ได้เชิญผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ&nbsp;รวมถึงประชาชนในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;มาแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็น&nbsp;เพื่อร่วมกันในการแก่ไขปัญหา&nbsp;และผลกระทบที่จะได้รับจากการดําเนินโครงการต่อไป</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมรับ&nbsp;ฟังความคิดเห็น</strong>ของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;มีวัตถุประสงค์ประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;เพื่อนําผลที่ได้จากการประชุมมาร่างข้อเสนอโครงการรายละเอียดโครงการ&nbsp;ขอบเขตการศึกษา&nbsp;และการประเมินทางเลือกโครงการ&nbsp;รวมถึงร่างมาตรการป้องกันแก่ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพื่อนําไปแก่ไขปรับปรุงให้เหมาะสมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>ตำบลคลองตำหรุร</strong>&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314154646713
244	อุบลฯออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์	<p><strong>วานนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ได้แต่งตั้ง/มอบหมายให้นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นำชุดปฏิบัติการร่วมจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วยนายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;นายปรีดา&nbsp;อุ่นอุดม&nbsp;นายอำเภอสำโรง&nbsp;ผู้แทน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสำโรง&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอสำโรง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี/กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;สถานประกอบกิจการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;99&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบอน&nbsp;อำเภอสำโรง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</p><p><strong>เพื่อตรวจสอบการแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่กักเก็บ</strong>&nbsp;การจัดทำบัญชีคุมสินค้า&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อและการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;15&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บและจัดทำบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;และฉบับที่&nbsp;57&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อ&nbsp;และการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</p><p><strong>จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;มีปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;(ความชื้น&nbsp;14.5%)&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;4,400&nbsp;ตัน&nbsp;และบริษัทฯ&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือกับจังหวัด/สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ในการแจ้งปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นประจำทุกเดือน&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถามข้อมูลทราบว่า&nbsp;บริษัทฯ</strong>&nbsp;มีศักยภาพและมีความต้องการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์&nbsp;ปีละ&nbsp;70,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีสามารถปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่งขายให้บริษัท&nbsp;ได้&nbsp;30,000&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนที่เหลือต้องรับซื้อจากจังหวัดอื่น&nbsp;ส่วนราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ในปีนี้มีราคาสูงกว่าราคาประกันรายได้ของรัฐบาล&nbsp;ที่กำหนดราคา&nbsp;8.50&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ความชื้น&nbsp;14.5%&nbsp;ณ&nbsp;วันนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;รับซื้อที่ราคา&nbsp;12&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่วนความชื้นมากกว่านี้&nbsp;ราคาลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานความชื้น&nbsp;จึงนับว่า&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314155635725
245	วันนี้ที่รอคอยของชาวเบตง...นายกรัฐมนตรีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์  ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ออกเดินทางจากดอนเมืองถึง ใต้สุดแดนสยาม พร้อมพบปะให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และรมว.กลาโหม&nbsp;พร้อมคณะอาทิ&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรมว.สาธารณสุข&nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รมว.มหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รมว.คมนาคม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;และนิทรรศการ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดยะลาก่อนจะมอบถุงกำลังใจให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลาที่ประสบอุทกภัยและพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลา&nbsp;</p><p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>รัฐบาล&nbsp;มีนโยบายมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้งในด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;จึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบให้กระทรวงคมนาคม&nbsp;โดยกรมท่าอากาศยานดำเนิน&nbsp;โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;ตุลาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ยากลำบากต่อการเดินทางและขนส่ง</strong>&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;การค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การท่องเที่ยวและสร้างความมั่นคงให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซียทางด่านเบตง&nbsp;และเดินทางสู่พื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ&nbsp;จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;ซึ่งยืนยันว่ามีความพร้อมในการให้บริการได้ตามมาตรฐานสากล&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีและแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมเดินทางมา</strong>&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;ได้ทำการบินในเส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ด้วยความถี่&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;ในวันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;นอกจาก&nbsp;เส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;โดยกรมท่าอากาศยาน&nbsp;พร้อมที่จะผลักดันให้ท่าอากาศยานเบตงมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง</p><p>การบินของภูมิภาค&nbsp;ในเส้นทางระหว่างประเทศไทย&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;และสิงคโปร์&nbsp;ในอนาคต&nbsp;ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของ&nbsp;ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;ได้อย่างแท้จริง</p><p><strong>ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;เป็นท่าอากาศยานแห่งที่&nbsp;29&nbsp;ของ&nbsp;ทย.&nbsp;</strong>ตั้งอยู่ในตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;บนพื้นที่920&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทางขับ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เส้น&nbsp;ทางวิ่ง&nbsp;กว้าง&nbsp;&nbsp;30&nbsp;&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;ลานจอดเครื่องบินรองรับเครื่องบินขนาด&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยขนาด&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;หรือ&nbsp;800,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;และลานจอดรถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;140&nbsp;คัน&nbsp;จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรก&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์)&nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ตามประกาศของ&nbsp;กพท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ</p><p><strong>ด้านนายสรรเสริญ&nbsp;จิรรัตนโสภณ&nbsp;นักธุกิจในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;มั่นใจการเปิดเส้นทางบินกรุงเทพ-&nbsp;เบตงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม&nbsp;เช่น&nbsp;สกายวอล์คเบตงแหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติ&nbsp;และที่สำคัญสอดรับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซียในเดือนเมษายนนี้&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งจะช่วยเอื้อให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในอนาคตที่มีโอกาสที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาให้&nbsp;อ.เบตง&nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการเชื่อมโยงเส้นทางการบินในจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;&nbsp;เนื่องจากศักยภาพของเบตงมีความน่าสนใจที่เป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนรูปแบบครอบครัว&nbsp;ตลอดจนการการช็อปปิ้ง&nbsp;ซึ่งในอดีตเบตงเป็นเสมือนจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านด่านทางบก&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;&nbsp;อินโดนีเซียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&nbsp;&nbsp;ดังนั้นในอนาคตหากมีเส้นทางบินที่สามารถอำนวยความสะดวกมากขึ้นจึงเป็นความหวังที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่มั่นใจว่าการเชื่อมโยงการบินระหว่างประเทศได้จะหนุนให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเติบโตได้อีก</p><p><strong>สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;</strong>อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสิ้นค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;ไม่ดอกเมืองหนาว&nbsp;&nbsp;สมโชกุน&nbsp;&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลองกอง&nbsp;&nbsp;ไก่เบตง&nbsp;&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;ปลากือเลาะ&nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&nbsp;&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว</strong>&nbsp;&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;&nbsp;อุโมงปิยมิตร&nbsp;&nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&nbsp;&nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&nbsp;&nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&nbsp;&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;อัยเยอร์เวง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องพิชิดให้ได้สักครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314160627733
246	เร่งแก้ปัญหาส่งออกผลไม้ไทยไปจีน เตรียมประสานเปิดเส้นทางพิเศษเข้าด่านทางบก พร้อมเร่งเจรจาช่องทางเรือและทางอากาศ 	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปจีน&nbsp;ว่า&nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และขอความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ติดตามการส่งผลไม้ออกไปจีนเป็นการเฉพาะ&nbsp;เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา&nbsp;จีนมีการตรวจเข้มรถขนผลไม้จากประเทศอื่น&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ได้มีการเจรจาให้มีเส้นทางพิเศษส่งผลไม้ไทยเข้าจีน&nbsp;หากได้ตรวจสอบตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;นอกจากกระบวนการปลูก&nbsp;การผลิต&nbsp;การดูแล&nbsp;และการตรวจโควิด-19&nbsp;เข้มงวด&nbsp;ก่อนปิดตู้ผลไม้และตรวจคนขับ&nbsp;รวมทั้งต้องมีเอกสารรับรองที่เห็นชอบร่วมกัน&nbsp;โดยจะขอเลนพิเศษส่งผลไม้เข้าด่านทางบกของจีน&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จะเป็นผู้รับผิดชอบเจรจาต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมมาตรการ&nbsp;17&nbsp;+1</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกในการดูแลผลไม้&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;นัดหมายผู้มีอำนาจระดับรัฐมนตรี&nbsp;ซึ่งกำลังเร่งประสานเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ทางบก&nbsp;ผ่านด่านประเทศเวียดนาม&nbsp;หรือลาวเข้าสู่จีน&nbsp;และยังได้เตรียมช่องทางอื่นในการส่งออกผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ทางเรือ&nbsp;หรือทางอากาศ&nbsp;โดยอยู่ระหว่างการเจรจาค่าขนส่งกับสายการบินไม่ให้แพงจนเกินไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จะเร่งเดินหน้าเปิดด่านชายแดนเพิ่มเติม&nbsp;</strong>เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและช่วยให้มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงการใช้ประโยชน์จากรถไฟลาว-จีน&nbsp;ที่จะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการส่งออก&nbsp;คาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;จีนจะมีความพร้อมเรื่องของด่านและจะสามารถดำเนินการได้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214133806
247	การบินไทย สนับสนุนโครงการพระราชดำริ นำผลิตภัณฑ์โครงการพัฒนาดอยตุง บริการบนเที่ยวบิน	<p><strong>นายกิตติพงษ์</strong>&nbsp;<strong>สารสมบูรณ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;การบินไทย&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การบินไทย&nbsp;ร่วมมือกับโครงการพัฒนาดอยตุง&nbsp;(พื้นที่ทรงงาน)&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในการนำผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม&nbsp;จากแหล่งผลิตแบบยั่งยืน&nbsp;&nbsp;(Sustainable&nbsp;Production)&nbsp;ของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ&nbsp;มาให้บริการผู้โดยสารของการบินไทย&nbsp;พร้อมเปิดตัว&nbsp;Black&nbsp;Silk&nbsp;Blend&nbsp;กาแฟดริปแบบพรีเมียม&nbsp;ที่นำมาให้บริการผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจบนเที่ยวบินของการบินไทย&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ&nbsp;และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้โดยสาร&nbsp;ในเส้นทางบินสู่ยุโรป&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;ญี่ปุ่นและเกาหลี&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งมีความพิเศษกลิ่นหอมละมุนเมื่อดื่มที่ระดับความสูงกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ฟุต&nbsp;จะทำให้สัมผัสได้ถึงความเข้มข้นที่นุ่มนวล</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;โครงการความร่วมมือ&nbsp;</strong>ระหว่างบริษัท&nbsp;การบินไทยฯ&nbsp;สายการบินแห่งชาติที่มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนแบรนด์ประเทศไทยและโครงการพัฒนาดอยตุง&nbsp;(พื้นที่ทรงงาน)&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;นอกจากเพื่อส่งเสริมการปลูกกาแฟบนยอดเขาสูง&nbsp;1,200&nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเล&nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมการสร้างงานและคุณภาพชีวิตชุมชนแบบยั่งยืน&nbsp;ก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;โดยนำเมล็ดกาแฟที่ปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่น&nbsp;นอกจาก&nbsp;Black&nbsp;Silk&nbsp;Blend&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังมีเมนูกาแฟพิเศษอื่นๆ&nbsp;หมุนเวียนบริการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเป็นการนำเมนูกาแฟแบบคาเฟ่ที่หลากหลาย&nbsp;มาให้บริการบนเที่ยวบินของการบินไทยจากทีมลูกเรือที่ได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะ&nbsp;เสมือนมี&nbsp;Barista&nbsp;On-board</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214049803
248	สุพรรณบุรี ขับเคลื่อนแบรนด์ น้องเหน่อ เสริมสร้างอัตลักษณ์จังหวัด ด้านการท่องเที่ยว	"<p><strong>นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนแบรนด์&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;เสริมสร้างอัตลักษณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนแบรนด์&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;ในการขออนุญาตใช้แบรนด์&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;ในการรับรองมาตรฐานของสินค้า&nbsp;บริการ&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;MC&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับ&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;เป็นเด็กผมจุก&nbsp;หน้าตาใสซื่อ&nbsp;นุ่งผ้าขาวม้า</strong>&nbsp;จะใช้ในการสื่อถึงสัญลักษณ์&nbsp;และอัตลักษณ์ของเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์สินค้า&nbsp;บริการ&nbsp;และการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการรับรองว่าสินค้าที่ได้สัญลักษณ์&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;เป็นอีกหนึ่งการการันตีสินค้าคุณภาพจากจังหวัดสุพรรณบุรีอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในส่วนของสถานประกอบการ&nbsp;ร้านเสริมสวย&nbsp;ร้านนวด&nbsp;ร้านสปา&nbsp;ร้านอาหาร</strong>&nbsp;ที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ที่ได้มาตรฐานสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;จะมีสัญลักษณ์น้องเหน่อติดแสดงอย่างชัดเจน&nbsp;รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดที่ผ่านคณะกรรมการคัดกรอง&nbsp;จะมีการนำตัวมาสคอตน้องเหน่อไปติดตั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดอัตลักษณ์&nbsp;เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศ&nbsp;ที่จะมีแบรนด์อัตลักษณ์ของแต่ละเมือง&nbsp;ซึ่งจะส่งผลในการกระตุ้น&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;ในชุมชนของจังหวัดสุพรรณบุรีให้เจริญเช่นเดียวกับเมืองท่องเที่ยวที่อื่นต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314174247759
249	นายกรัฐมนตรี ร่วมเที่ยวบินปฐมฤกษ์พร้อมชาวอำเภอเบตง ได้รับการต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำชุ่มฉ่ำจากท่าอากาศยานนานาชาติเบตง กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองเบตง พัฒนาการลงทุน จังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ร่วมเที่ยวบินปฐมฤกษ์พร้อมชาวอำเภอเบตง&nbsp;</strong>ได้รับการต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำชุ่มฉ่ำจากท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองเบตง&nbsp;พัฒนาการลงทุน&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และรมว.กลาโหม&nbsp;พร้อมคณะอาทิ&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรมว.สาธารณสุข&nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รมว.มหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รมว.คมนาคม&nbsp;ร่วมเดินทางมาด้วยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD6260&nbsp;พร้อมมีผู้โดยสารรวม&nbsp;63&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;เพื่อเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยเครื่องบินได้แตะพื้นรันเวย์&nbsp;ในเวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;และได้รับการต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำชุ่มฉ่ำ&nbsp;ซึ่งเป็นธรรมเนียมสากลทั่วโลกในการแสดงความยินดี&nbsp;หรือแสดงความต้อนรับเที่ยวบินสำคัญๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;เที่ยวบินที่เดินทางมาที่สนามบินแห่งหนึ่งเป็นครั้งแรก&nbsp;โดยนายยกรัฐมนตรีและคณะได้&nbsp;โดยสารมาพร้อมกับนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวเบตงซึ่งไปทำงานที่กรุงเทพฯ&nbsp;และเดินทางมาพร้อมเที่ยวบินนี้&nbsp;หลังทราบข่าวว่าท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;เปิดให้บริการแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้กล่าวบนเวทีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ว่า&nbsp;สนามบินเบตง&nbsp;เป็นสนามบินที่สวยที่สุด&nbsp;มองมุมสูงเห็นทิวทัศน์ความสวยงามทั้งผืนน้ำ&nbsp;ท้องฟ้า&nbsp;&nbsp;ป่าเขา&nbsp;เบตงเป็นเมืองที่มีศักยภาพพร้อมอยู่แล้วต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;และการค้า&nbsp;เป็นเมืองแห่งสัมคมพหุวัฒนธรรมและมีธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;มีสถาปัตยกรรมของอาคารสนามบินเบตงที่มีความสวยงาม&nbsp;ตกแต่งด้วยไม้ไผ่&nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งจะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง&nbsp;หลังเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เรียบร้อยแล้ว&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้ชมนิทรรศการOTOP&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เยี่ยมชมสนามบินเบตง&nbsp;และพบปะประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลาที่ประสบอุทกภัยและพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลา&nbsp;ที่มารอให้การต้อนรับ&nbsp;ก่อนจะเดินทางกลับด้วยเที่ยวบิน&nbsp;DD6261&nbsp;ในเวลา&nbsp;15.00น.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รมว.คมนาคม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลพยายามผลักดันส่งเสริมให้เมืองเบตง&nbsp;เป็นต้นแบบในด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสามเหลี่ยม&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยอำเภอเบตงเป็นอำเภอที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาทั้งด้านเศรฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ถือเป็นเมืองชายแดนที่มีการเคลื่อนไหวทางด้านธุรกิจการค้า&nbsp;ประกอบกับประชาชนอยู่ร่วมกันเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;ตลอดจนเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม&nbsp;จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รัฐบาลเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านคมนาคม&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการแก่ประชาชนทั้งในด้านการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบ&nbsp;รวมทั้งที่ท่าอากาศยานเบตงแห่งนี้&nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ถือเป็นการสนับสนุนการขนส่งทางอากาศและเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและบริการพี่น้องประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเพียงพอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายปรัชญา&nbsp;ปรุงศักดิ์&nbsp;นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ&nbsp;</strong>ซึ่งเดินทางมาพร้อมเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในวันนี้&nbsp;บอกว่า&nbsp;หลังทราบข่าวว่าจะมีการสร้างสนามบินเบตงก็ติดตามข่าวสารมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เมื่อสายการบินนกแอร์เปิดให้บริการบินตรง&nbsp;ดอนเมือง-เบตง&nbsp;จึงจองตั๋วโดยสารทันทีเพราะอยากกลับมาเที่ยวเบตงอีกครั้งหลังเคยมาเที่ยวครั้งแรกเมื่อ8ปีที่แล้ว&nbsp;เพราะชอบในบรรยากาศความน่ารักของผู้คนและแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของเบตง&nbsp;การมีสนามบินเกิดขึ้นก็จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเบตงได้สะดวกรวดเร็วขึ้น&nbsp;และยังส่งผลดีต่อชาวอำเภอเบตงในมิติของการเติบโตด้านเศรษฐกิจอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>หลังเปิดท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;มีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์</strong>อย่างเป็นทางการ&nbsp;มีสายการบินนกแอร์&nbsp;ให้บริการในเส้นทางการบิน&nbsp;ขาไป&nbsp;จากดอนเมือง-เบตง&nbsp;และ&nbsp;ขากลับ&nbsp;เบตง-ดอนเมือง&nbsp;ในวันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;ราคาตั๋วโดยสารเริ่มต้นที่&nbsp;3,200&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314181322768
250	ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 40 สตางค์ต่อลิตร	<p><strong>กลุ่มผู้ค้น้ำมัน</strong>&nbsp;<strong>บริษัท</strong>&nbsp;<strong>ปตท</strong>.&nbsp;<strong>และบางจาก</strong>&nbsp;<strong>แจ้งว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;15&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&nbsp;40&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สตางต์ต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดราคาคงเดิม&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong>&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;47.16&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;31.94&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.64&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.48&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.75&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214458816
251	รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ติดตามการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG	<p><strong>วานนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก</strong>&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;รับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาในพื้นที่&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;อว.&nbsp;เสริมแกร่งภูมิภาค&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ขับเคลื่อนโปรแกรมการยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;ด้วยวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การยกระดับการเพิ่มประสิทธิภาพข้าวทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;ซึ่งเป็นการพัฒนาฐานทุนเดิมที่เป็นจุดแข็งของทุ่งกุลาร้องไห้ให้มีความโดดเด่นและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เป็นช่องทางการตลาดและรายได้&nbsp;พร้อมทั้งยังส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา&nbsp;ซึ่งได้ร่วมพัฒนาพันธุ์กับเครือข่ายมหาวิทยาลัย&nbsp;และภาคเอกชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและมีรายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การทำให้ประชาชนอยู่ดี&nbsp;กินดี&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีรายได้เพิ่มพ้นความยากจน&nbsp;โดยเฉพาะมิติทางด้านเศรษฐกิจและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;ยโสธร&nbsp;และสุรินทร์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด&nbsp;อว.หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;ชุมชน&nbsp;</p><p>กิจกรรมประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการกระบวนการแช่และเพาะงอกสำหรับการผลิตข้าวกล้องงอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การจัดแสดงนวัตกรรมการลดระยะเวลาแช่และเพาะงอกข้าวเปลือกสำหรับผลิตข้าวกล้องงอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลหนองแค&nbsp;อำเภอราษีไศล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลผักไหม&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตาม</strong>มาตรการภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางผ่องศรี&nbsp;แซ่จึง&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;8&nbsp;นายบุญมี&nbsp;สุระโคตร&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา/ประธานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับประเทศ&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ดร.วิจารณ์&nbsp;สิมาฉายา&nbsp;ประธานสภามหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;รศ.ดร.ประกาศิต&nbsp;อนุภาพแสนยากร&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;นายอำเภอราษีไศล&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;นายกิตติศักดิ์&nbsp;สิงห์คำ&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลหนองแคนายไพฑูรย์&nbsp;ฝางคำ&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลผักไหม&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลหนองแค&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314200138789
252	นายกรัฐมนตรี ร่วมไฟลท์ เปิด เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;12.05&nbsp;น.&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD&nbsp;6260&nbsp;เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;และผู้โดยสารในเที่ยว&nbsp;รวม&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;มีเส้นทางการบินที่สวยงามที่สุด&nbsp;มีทัศนียภาพที่อุมดมสมบูรณ์&nbsp;สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;คาดว่าอนาคตจะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแน่นอน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รัฐบาลพยายามผลักดัน&nbsp;เมืองต้นแบบ&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;การค้าชายแดน&nbsp;เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว&nbsp;เพราะเบตงมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;การค้า&nbsp;สังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;มีธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานครอบคลุมทั่วประเทศ&nbsp;จะส่งเสริมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการบินทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;จะเดินหน้าสร้าง&nbsp;และสนับสนุนการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ&nbsp;ผลักดันสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไม่หยุดยั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ที่สามารถทัดเทียมกับภูมิภาคอื่น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หนึ่งในผู้โดยสารที่ใช้บริการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รู้สึกดีใจมากที่สนามบินเบตงเปิดอย่างเป็นทางการ&nbsp;ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง&nbsp;จากเมื่อก่อนต้องใช้เวลา&nbsp;4-5&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านเส้นทางที่ไม่สะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;มีภูเขาคดเคี้ยว&nbsp;แต่เมื่อสนามบินเปิดใช้เวลาเดินทาง&nbsp;1&nbsp;ชม.&nbsp;45&nbsp;นาทีอนาคตอาจจะสามารถเป็นแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางเข้ามาในอำเภอเบตง&nbsp;ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย&nbsp;ผู้คนในพื้นที่มีความสัมพันธ์ที่ดี&nbsp;รวมถึงสิ่งดีๆ&nbsp;อื่นอีกมากมายให้เข้ามาสัมผัส</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง</strong>&nbsp;ได้รับการขับเคลื่อนหลังจากที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2558&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และมอบหมายให้กรมท่าอากาศยาน&nbsp;และกระทรวงคมนาคม&nbsp;ดำเนินการตามกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจสามเหลี่ยม&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;มีระยะการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2559&nbsp;&nbsp;2561)&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และนโยบายนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้งด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งทางอากาศ&nbsp;และใช้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ทางอากาศระหว่างประเทศ&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตงแห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่า&nbsp;สวรรค์บนดินสนามบินเบตง&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&nbsp;ลำดับที่&nbsp;29&nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&nbsp;หลังได้รับใบรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;(กพท.)&nbsp;ให้ดำเนินการสนามบินสาธารณะแก่ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;มีเนื้อที่กว่า&nbsp;920&nbsp;ไร่&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารกว้างกว่า&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;876,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;รันเวย์มีขนาดความยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับเครื่องบินแบบใบพัด&nbsp;ATR&nbsp;72&nbsp;หรือ&nbsp;Q&nbsp;&nbsp;400&nbsp;ซึ่งมีความจุผู้โดยสาร&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ในการให้บริการตามตารางการบิน&nbsp;สายการบินนกแอร์จะทำการบิน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน/สัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์)&nbsp;ภายใต้มาตรการการแพร่ระบาด&nbsp;ของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะที่เส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน&nbsp;จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทย&nbsp;เท่านั้นไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่ไม่สะดวกให้สามารถสัญจร&nbsp;ไปมาได้สะดวก&nbsp;และปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ดีขึ้น&nbsp;สามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ</strong>และประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;ที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เตรียมเร่งผลักดันและปรับปรุงฟื้นฟู&nbsp;เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาได้ต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314201859793
253	นายกรัฐมนตรี ร่วมไฟลท์ เปิด!!! เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติเบตงจังหวัดยะลา&nbsp;ด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD&nbsp;6260&nbsp;เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;พร้อมด้วยนายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้โดยสารในเที่ยว&nbsp;รวม&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;พลตรีอุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;&nbsp;มีเส้นทางการบินที่สวยงามที่สุดมีทัศนียภาพที่อุมดมสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;คาดว่าอนาคตจะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแน่นอนที่ผ่านมา&nbsp;รัฐบาลพยายามผลักดัน&nbsp;เมืองต้นแบบ&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;การค้าชายแดน&nbsp;เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว&nbsp;เพราะเบตงมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;การค้า&nbsp;สังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;มีธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานครอบคลุมทั่วประเทศ&nbsp;จะส่งเสริมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการบินทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;จะเดินหน้าสร้าง&nbsp;และสนับสนุนการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ&nbsp;ผลักดันสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไม่หยุดยั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ที่สามารถทัดเทียมกับภูมิภาคอื่น</p><p><strong>หนึ่งในผู้โดยสารที่ใช้บริการ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รู้สึกดีใจมาก</strong>ที่สนามบินเบตงเปิดอย่างเป็นทางการ&nbsp;ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง&nbsp;จากเมื่อก่อนต้องใช้เวลา&nbsp;4-5&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านเส้นทางที่ไม่สะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;มีภูเขาคดเคี้ยว&nbsp;แต่เมื่อสนามบินเปิดใช้เวลาเดินทางแค่&nbsp;&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ชม.&nbsp;45&nbsp;นาทีอนาคตอาจจะสามารถเป็นแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางเข้ามาในอำเภอเบตง&nbsp;ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย&nbsp;ผู้คนในพื้นที่มีความสัมพันธ์ที่ดี&nbsp;รวมถึงสิ่งดีๆอื่นอีกมากมายให้เข้ามาสัมผัส</p><p><strong>สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ได้รับการขับเคลื่อน</strong>หลังจากที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2558&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และมอบหมายให้กรมท่าอากาศยาน&nbsp;และกระทรวงคมนาคม&nbsp;ดำเนินการตามกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจสามเหลี่ยม&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;มีระยะการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2559&nbsp;&nbsp;2561)&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และนโยบายนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้งด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งทางอากาศ&nbsp;และใช้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ทางอากาศระหว่างประเทศ&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนอีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตงแห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่า&nbsp;</strong>""สวรรค์บนดินสนามบินเบตง""&nbsp;ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&nbsp;ลำดับที่&nbsp;29&nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&nbsp;หลังได้รับใบรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;(กพท.)&nbsp;ให้ดำเนินการสนามบินสาธารณะแก่ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;&nbsp;มีเนื้อที่กว่า&nbsp;920&nbsp;ไร่&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารกว้างกว่า&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;876,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;รันเวย์มีขนาดความยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับเครื่องบินแบบใบพัด&nbsp;ATR&nbsp;72&nbsp;หรือ&nbsp;Q&nbsp;-&nbsp;400&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีความจุผู้โดยสาร&nbsp;80&nbsp;ที่นั่งในการให้บริการตามตารางการบิน</strong>&nbsp;สายการบินนกแอร์จะทำการบิน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน/สัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์)&nbsp;ภายใต้มาตรการการแพร่ระบาด&nbsp;ของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะที่เส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน&nbsp;จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทย&nbsp;เท่านั้นไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่ไม่สะดวกให้สามารถสัญจร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไปมาได้สะดวก&nbsp;และปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ดีขึ้น&nbsp;สามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว</strong>เชิงนิเวศน์และประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&nbsp;""ต้าสวุ่ยต้อ""&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;ที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เตรียมเร่งผลักดันและปรับปรุงฟื้นฟู&nbsp;เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาได้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314204640795
254	มะขามหวานเพชรบูรณ์ ได้รับจด GI ในเวียดนามแล้ว	<p><strong>นายสุพล&nbsp;ศรีทับทิม&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้แจ้งแจ้งข่าวดีว่า&nbsp;เวียดนามรับจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;สินค้า&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;แล้ว&nbsp;เป็นรายการที่&nbsp;2&nbsp;ต่อจาก&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;มั่นใจสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค&nbsp;และช่วยเพิ่มมูลค่าส่งออก&nbsp;เผยจะเดินหน้าจด&nbsp;GI&nbsp;ต่อ&nbsp;มีหลายสินค้าที่ยื่นจดทั้งในเวียดนามและจีน</p><p><strong>พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ทางด้านนายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ&nbsp;ประเทศเวียดนาม&nbsp;ประกาศรับจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;สินค้า&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;นับเป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยรายการที่&nbsp;2&nbsp;ต่อจาก&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;ที่ได้รับการจดทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;ในเวียดนามก่อนหน้านี้&nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย&nbsp;ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติมั่นใจในคุณภาพสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทย&nbsp;และช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นได้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;จะเดินหน้าผลักดันการจดทะเบียนสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยที่มีศักยภาพในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีเป้าหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง&nbsp;ในเวียดนาม&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;ทุเรียนปราจีน&nbsp;มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี&nbsp;ในจีน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อให้สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทย</strong>นายสินิตย์กล่าว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;มีสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยที่ได้รับการจดทะเบียน</strong>ในต่างประเทศ&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;รายการ&nbsp;ครอบคลุมกว่า&nbsp;30&nbsp;ประเทศ&nbsp;ทั้งสหภาพยุโรป&nbsp;อินเดีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง&nbsp;กาแฟดอยช้าง&nbsp;กาแฟดอยตุง&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;และผ้าไหมยกดอกลำพูน</p><p><strong>สำหรับมะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่มีชื่อเสีย</strong>งเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน&nbsp;ด้วยลักษณะเด่นที่มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์&nbsp;ฝักใหญ่&nbsp;เนื้อหนานุ่มเหนียว&nbsp;มีสีสวยสม่ำเสมอ&nbsp;โดยในแต่ละปีมีปริมาณการผลิตสูงถึง&nbsp;52,000&nbsp;ตัน&nbsp;มีระบบควบคุมคุณภาพสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;และมีตลาดส่งออกสำคัญของไทย&nbsp;ได้แก่&nbsp;เวียดนาม&nbsp;จีน&nbsp;และหลายประเทศในทวีปยุโรป&nbsp;สร้างเม็ดเงินให้ผู้ประกอบการในจังหวัดเพชรบูรณ์กว่า&nbsp;3,900&nbsp;ล้านบาทต่อปี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เพลินจิต&nbsp;สวนศิลป์พงศ์&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบูรณ์</p><p>ที่มา&nbsp;:&nbsp;สนง.พาณิชย์&nbsp;จ.พช.&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314224022834
255	จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมีและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช	<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ออกตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;สถานประกอบการที่จำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;หจก.&nbsp;สุรินทร์รุ่งโรจน์&nbsp;สาขา&nbsp;1&nbsp;หจก.สุรินทร์รุ่งโรจน์&nbsp;สาขา&nbsp;2&nbsp;บจก.ศรีโชติสุรินทร์&nbsp;และสถานประกอบการที่จำหน่ายยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;บจก.เกษตรไทสุรินทร์&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่ามีสินค้าสต็อกไว้จำหน่ายให้เกษตรกร&nbsp;เกษตรกรจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีมากตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314225418835
256	ของแพงทุกอย่างทำชาวบ้านเดือดร้อน วอนรัฐช่วยเหลือ	<p><strong>ในช่วงภาวะน้ำมันแพง&nbsp;ค่าครองชีพสูงสินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;</strong>พืชผักต่างๆ&nbsp;ในชีวิตประจำวันต่างก็ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;รวมถึงในวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย&nbsp;65&nbsp;แก๊สหุงต้ม&nbsp;ค่าไฟฟ้าก็จะทยอยปรับขึ้น&nbsp;ทำให้ผู้ที่หาเช้ากินค่ำรายรับไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายได้รับความเดือดร้อนมาก</p><p><strong>ชาวบ้านที่ขายพืชผักในตลาดสดยะลา&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ตอนนี้ของแพงทุกอย่าง&nbsp;เดือดร้อนมากทำงานไม่มีเงินเก็บ&nbsp;หาได้วันละร้อยกว่าบาทบางวันดีหน่อยขายได้เกือบสามร้อย&nbsp;&nbsp;ก็กินรายวันเท่านั้น&nbsp;ค่าใช้จ่ายรายวันในครอบครัวก็วันละ&nbsp;300&nbsp;บาทแล้ว&nbsp;รายได้ที่หามาได้&nbsp;ก็ไม่พอค่าใช้จ่าย&nbsp;แค่ค่าน้ำมันอย่างเดียวก็แพงมากขับรถ&nbsp;จากบ้านเนียง&nbsp;มาขายของที่ตลาดยะลา&nbsp;ไป-กลับทุกวัน&nbsp;&nbsp;ลำบากจริงๆ&nbsp;&nbsp;อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องราคาสินค้า&nbsp;ราคาน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ในส่วนของราคามะนาว&nbsp;ที่กำลังมีราคาสูงขึ้น</strong>&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;พบว่า&nbsp;ล่าสุด&nbsp;มะนาวแป้น&nbsp;ขายอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;55-60&nbsp;บาท&nbsp;มะนาวบ้าน&nbsp;กก.ละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนมะนาวคั้นใส่ขวด&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ซึ่งแม่ค้าบอกว่า&nbsp;ช่วงนี้ราคามะนาวแพงขึ้นปรับขึ้นมา&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;คาดจะมีการปรับราคาขึ้นอีก&nbsp;ผลผลิตมีน้อย&nbsp;เนื่องจากภาวะหน้าแล้ง&nbsp;</p><p><strong>ถึงแม้นว่าราคามะนาวจะแพงขึ้น&nbsp;&nbsp;</strong>สำหรับประชาชนที่ต้องทำอาหารรับประทานในครอบครัวก็ยังคงออกมาเลือกซื้อมะนาว&nbsp;ไปใช้ประกอบอาหาร&nbsp;รวมถึง&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ร้านขายอาหาร&nbsp;ก็ยังคงต้องหาซื้อมะนาวไปใช้&nbsp;ทุกคนก็ต่างต้องทำใจกับภาวะของแพงในช่วงนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315091348847
257	 คาราวาน camper van ฝันเป็นจริง ลงใต้เที่ยวเบตง อำเภอในฝันใต้สุดสยาม	"<p><strong>ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&nbsp;คาราวาน&nbsp;camper&nbsp;van&nbsp;ฝันเป็นจริง&nbsp;ลงใต้เที่ยวเบตง&nbsp;อำเภอในฝันใต้สุดสยาม</strong></p><p><strong>ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&nbsp;(T3&nbsp;Lover&nbsp;)</strong>&nbsp;คาราวานรถโฟล์ค&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบในการขับรถท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;camper&nbsp;van&nbsp;หรือการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์บนรถตู้&nbsp;ได้เดินทางเริ่มต้นจากกรุงเทพฯหนึ่งพักว่ากิโลเมตร&nbsp;ปลายทางสู่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อมาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศ&nbsp;วีถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;อำเภอธารโต,&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตามโครงการแฟมิลี่ทริป&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ&nbsp;และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่&nbsp;ด้วยการมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;เที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงหรือ&nbsp;sky&nbsp;walk&nbsp;เดินชมตัวเมืองเบตง&nbsp;ถ่ายรูปจุดเช็คอิน&nbsp;ตู้ไปรษณีย์ยักษ์สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง</p><p><strong>นาย&nbsp;อรรถวรรธน์&nbsp;อ่องแสวงชัย&nbsp;ชมรม&nbsp;T3&nbsp;Lover/&nbsp;</strong>ประธานกลุ่ม&nbsp;ASIA&nbsp;CAMPER&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พวกเราเป็นกลุ่มที่ชอบขับรถท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงของการระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องยากการที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;มองว่าช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยวภายในประเทศสำหรับในประเทศไทยยังมีอีกหลายพื้นที่หลายจังหวัดที่มีความสวยงาม&nbsp;โซนภาคเหนือภาคอีสานไปมาหมดแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ที่อยากมาคือ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;</strong>จังหวัดยะลา&nbsp;ถือเป็นความใฝ่ฝันที่อยากจะขับรถที่เราชอบมาซึ่งครั้งนี้ถือว่าสำเร็จขับรถจากกรุงเทพฯมาถึงใต้สุดประเทศไทย&nbsp;ตลอดระยะทางที่ขับรถมาภาพที่เห็น&nbsp;กับภาพข่าวที่ได้รับจากสื่อต่างๆมองว่าน่ากลัว&nbsp;ระหว่างทางที่ขับรถมาเส้นทางที่มาปกติกลับช่วงนี้หากเป็นภาคอื่นจะพบเจอแต่ความแห้งแล้ง&nbsp;แต่วันที่ภาคใต้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ถนนหนทางสะดวก&nbsp;ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเป็นปกติ&nbsp;ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล&nbsp;และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง&nbsp;รู้สึกมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย&nbsp;ประกอบกับปัจจุบันทางรัฐบาลได้ให้ความสนใจในเรื่องของการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอเบตง&nbsp;ที่มีการพัฒนาในเรื่องของเส้นทางการคมนาคมที่ค่อนข้างสะดวก&nbsp;</p><p><strong>ในฐานะที่เป็นนักท่องเที่ยวชอบขับรถ&nbsp;ซึ่งขับรถจากกรุงเทพฯ&nbsp;</strong>ปลายทางถึงเบตงถือเป็นประสบการณ์ที่ดี&nbsp;แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบขับรถ&nbsp;เบตงถือเป็นเมืองที่น่ามาท่องเที่ยวเนื่องจากว่ามีสนามบินเบตงรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ตอบโจทย์สำหรับนักท่องเที่ยวช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางและเชื่อว่าทุกคนอยากจะมาท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ซึ่งมองว่าพิเศษมากๆเบตงเป็นอำเภอสุดท้ายใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;และด้วยสภาพของอำเภอเบตงมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติยิ่งทำให้รู้สึกว่าอำเภอเบตงมีความพิเศษถือว่าเป็นไฮไลท์ของภาคใต้</p><p><strong>ในมุมของการท่องเที่ยวถ้าอยากเที่ยวในประเทศไทย</strong>การเดินทางโดยเครื่องบินจะช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง&nbsp;อยู่กับการเดินทางมายังพื้นที่อำเภอเบตงสามารถเดินทางโดยเครื่องบิน&nbsp;""สำหรับอำเภอเบตงมองว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย&nbsp;เหมาะแก่การเที่ยวชมเมืองเป็นเมืองที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315093229851
258	ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย  คาราวาน camper van ฝันเป็นจริง ลงใต้เที่ยวเบตง อำเภอในฝันใต้สุดสยาม	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&nbsp;</strong>&nbsp;(T3&nbsp;Lover&nbsp;)&nbsp;คาราวานรถโฟล์ค&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบในการขับรถท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;camper&nbsp;van&nbsp;หรือการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์บนรถตู้&nbsp;การเดินทางครั้งนี้ต้นทางจากกรุงเทพฯหนึ่งพักว่ากิโลเมตร&nbsp;ปลายทางสู่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาเพื่อมาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศ&nbsp;วีถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;อำเภอธารโต,&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตามโครงการแฟมิลี่ทริป&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ&nbsp;และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่&nbsp;ด้วยการมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;เที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงหรือ&nbsp;sky&nbsp;walk&nbsp;&nbsp;เดินชมตัวเมืองเบตง&nbsp;ถ่ายรูปจุดเช็คอิน&nbsp;ตู้ไปรษณีย์ยักษ์สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นาย&nbsp;อรรถวรรธน์&nbsp;อ่องแสวงชัย&nbsp;&nbsp;ชมรม&nbsp;T3&nbsp;Lover/</strong>&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;ASIA&nbsp;CAMPER&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พวกเราเป็นกลุ่มที่ชอบขับรถท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงของการระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องยากการที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;มองว่าช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยวภายในประเทศสำหรับในประเทศไทยยังมีอีกหลายพื้นที่หลายจังหวัดที่มีความสวยงาม&nbsp;โซนภาคเหนือภาคอีสานไปมาหมดแล้วสำหรับในพื้นที่ภาคใต้ที่อยากมาคืออำเภอเบตงจังหวัดยะลาถือเป็นความใฝ่ฝันที่อยากจะขับรถที่เราชอบมาซึ่งครั้งนี้ถือว่าสำเร็จขับรถจากกรุงเทพฯมาถึงใต้สุดประเทศไทย&nbsp;ตลอดระยะทางที่ขับรถมาภาพที่เห็น&nbsp;กับภาพข่าวที่ได้รับจากสื่อต่างๆมองว่าน่ากลัว&nbsp;ระหว่างทางที่ขับรถมาเส้นทางที่มาปกติกลับช่วงนี้หากเป็นภาคอื่นจะพบเจอแต่ความแห้งแล้ง&nbsp;แต่วันที่ภาคใต้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ถนนหนทางสะดวก&nbsp;ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเป็นปกติ&nbsp;ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล&nbsp;และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง&nbsp;รู้สึกมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย</p><p><strong>ประกอบกับปัจจุบันทางรัฐบาลได้ให้ความสนใจ</strong>ในเรื่องของการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอเบตง&nbsp;ที่มีการพัฒนาในเรื่องของเส้นทางการคมนาคมที่ค่อนข้างสะดวก&nbsp;ในฐานะที่เป็นนักท่องเที่ยวชอบขับรถ&nbsp;ซึ่งขับรถจากกรุงเทพฯปลายทางถึงเบตงถือเป็นประสบการณ์ที่ดี&nbsp;แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบขับรถ&nbsp;เบตงถือเป็นเมืองที่น่ามาท่องเที่ยวเนื่องจากว่ามีสนามบินเบตงรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ตอบโจทย์สำหรับนักท่องเที่ยวช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางและเชื่อว่าทุกคนอยากจะมาท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ซึ่งมองว่าพิเศษมากๆเบตงเป็นอำเภอสุดท้ายใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;และด้วยสภาพของอำเภอเบตงมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติยิ่งทำให้รู้สึกว่าอำเภอเบตงมีความพิเศษถือว่าเป็นไฮไลท์ของภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>ในมุมของการท่องเที่ยวถ้าอยากเที่ยวในประเทศไทย</strong>การเดินทางโดยเครื่องบินจะช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง&nbsp;อยู่กับการเดินทางมายังพื้นที่อำเภอเบตงสามารถเดินทางโดยเครื่องบิน&nbsp;""สำหรับอำเภอเบตงมองว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย&nbsp;เหมาะแก่การเที่ยวชมเมืองเป็นเมืองที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315093758855
259	แขวงทางหลวงสมุทรสาครจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 ในโครงการออกแบบสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ ช่วงจังหวัดสมุทรปราการ-สมุทรสงคราม	"<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ของวานนี้&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทางแขวงทางหลวงสมุทรสาคร&nbsp;&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;กระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;(การประชุมสรุปผลการคัดเลือกแนวทางเลือกในการพัฒนาโครง)&nbsp;โครงการสำรวจออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้&nbsp;ช่วงจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;-สมุทรสงคราม&nbsp;(Thailand&nbsp;Riviera)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีรพัฒน์&nbsp;คัชมาตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในการเปิดการประชุม&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นายแก่นวิทย์&nbsp;วงศ์ชูศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร&nbsp;ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบในโครงการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น&nbsp;และมีบริษัท&nbsp;เอพซิลอน&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอเชีย&nbsp;แล็ป&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัทผู้รับจ้างมาดำเนินการศึกษาโครงการ</p><p><strong>กรมทางหลวงชนบท&nbsp;มีความประสงค์จะดำเนินงานโครงการสำรวจออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้</strong>&nbsp;(Thailand&nbsp;Riviera)&nbsp;ช่วงจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงข้อมูลการดำเนินโครงการ&nbsp;และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในการดำเนินงาน&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;จึงเห็นควรให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เข้ามามีบทบาทในการรับทราบข้อมูลการดำเนินโครงการ&nbsp;และแสดงข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะต่อโครงการ&nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ&nbsp;จึงได้กำหนดจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการ&nbsp;และความก้าวหน้าของการศึกษาด้านต่างๆ&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสม&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่</p><p><strong>จึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ&nbsp;หรือผู้ที่สนใจ</strong>&nbsp;เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;โดยได้มีการประชุม&nbsp;ในวันที่&nbsp;14-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยแบ่งการประชุม&nbsp;ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือที่&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;และที่สมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีพื้นที่ศึกษาโครงการทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลพันท้ายนรสิงห์,&nbsp;โคกขาม,&nbsp;มหาชัย,&nbsp;ท่าจีน,&nbsp;ท่าทราย,&nbsp;บางหญ้าแพรก,&nbsp;บางกระเจ้า,&nbsp;บ้านบ่อ,&nbsp;บางโทรัด,&nbsp;กาหลง,&nbsp;และนาโคก</p><p><strong>สำหรับโครงการ&nbsp;""Thailand&nbsp;Riviera""&nbsp;เกิดจากมติคณะรัฐมนตรี</strong>เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2561&nbsp;ที่ได้เห็นชอบแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตกของปากแม่น้ำเจ้าพระยาจากบริเวณอำเภอพระสมุทรเจดีย์&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ผ่านบางส่วนของกรุงเทพ&nbsp;เข้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;และไปสิ้นสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อเชื่อมต่อกับถนนเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&nbsp;ช่วงสมุทรสงคราม-ชุมพร&nbsp;ซึ่งทางกรมทางหลวงได้พัฒนามาก่อนหน้านี้แล้ว&nbsp;โดยมีเส้นทางหลักเพื่อเชื่อมต่อแนวเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;และเส้นทางที่แยกไปยังแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงแนวเส้นทางที่แยกออกจากแนวเส้นทางหลักเพื่อเชื่อมกับทางหลวงสายหลักเป็นระยะ&nbsp;ซึ่งเป็นการยกระดับแนวถนนให้มีความสะดวก&nbsp;ปลอดภัยในการเดินทาง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315095044864
260	คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลอดสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 106.8  118.4 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล 	<p><strong>บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลอดสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ&nbsp;106.8&nbsp;&nbsp;118.4&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล&nbsp;โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ยังคงมีปัจจัยสำคัญมาจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน</p><p><strong>ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;เปิดเผยสถานการณ์ตลาดน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&nbsp;ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ&nbsp;ICE&nbsp;Brent&nbsp;ปรับตัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่&nbsp;12&nbsp;และราคาน้ำมันดิบ&nbsp;Dubai&nbsp;เฉลี่ยรายสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่&nbsp;11&nbsp;พร้อมคาดการณ์สัปดาห์นี้ระหว่างวันที่&nbsp;14-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ราคาน้ำมันดิบ&nbsp;ICE&nbsp;Brent&nbsp;มีแนวโน้มอยู่ในกรอบ&nbsp;106.8&nbsp;&nbsp;118.4&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรล&nbsp;โดยมีอุปทานจากประเทศญี่ปุ่น&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ&nbsp;การค้า&nbsp;และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น&nbsp;(Ministry&nbsp;of&nbsp;Economy,&nbsp;Trade&nbsp;and&nbsp;Industry:&nbsp;METI)&nbsp;ประกาศให้โรงกลั่นน้ำมันในประเทศสามารถลดปริมาณขั้นต่ำในการเก็บน้ำมันสำรองของภาคเอกชนจาก&nbsp;70&nbsp;วัน&nbsp;เหลือ&nbsp;66&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้โรงกลั่นสามารถระบายน้ำมันออกสู่ตลาดได้&nbsp;7.5&nbsp;ล้านบาร์เรล&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ&nbsp;International&nbsp;Energy&nbsp;Agency&nbsp;(IEA)&nbsp;ที่เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมกันระบายน้ำมันจากคลังสำรองปริมาณรวม&nbsp;60&nbsp;ล้านบาร์เรลเพื่อเพิ่มอุปทานน้ำมันโลก</p><p><strong>สำหรับปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบ</strong>ในเชิงบวกการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและชาติมหาอำนาจ&nbsp;หรือ&nbsp;P5+1&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สหรัฐฯ,&nbsp;อังกฤษ,&nbsp;ฝรั่งเศส,&nbsp;รัสเซีย,&nbsp;จีน&nbsp;และเยอรมนี&nbsp;ที่กรุงเวียนนา&nbsp;ประเทศออสเตรีย&nbsp;ในรอบที่&nbsp;9&nbsp;ยุติลงโดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้&nbsp;ส่วนปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ&nbsp;หากสหรัฐฯ&nbsp;อนุมัติคำร้องของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา&nbsp;ในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา&nbsp;การผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาจะเพิ่มขึ้น&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน&nbsp;ภายใน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จากปริมาณการผลิตในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;800,000&nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315101945876
261	พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน เชื่อมโยงตลาดยกระดับราคากระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน	<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมและยกระดับราคาจำหน่ายกระเทียม&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผ่านมาตรการต่างๆ&nbsp;ดังนี้&nbsp;เชื่อมโยงตลาดกระเทียมสด&nbsp;โดยประสานผู้รับซื้อจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เข้ามารับซื้อจากสถาบันเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป้าหมายกระเทียมสด&nbsp;340,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;14&nbsp;บาท&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;4,760,000&nbsp;บาท&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เชื่อมโยงการรับซื้อผลผลิตกระเทียมสดเพื่อแขวนเก็บชะลอการจำหน่าย&nbsp;จากสถาบันเกษตรกรจำนวน&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เป้าหมายกระเทียมสด&nbsp;100,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ดำเนินการภายใต้โครงการบริหารจัดการการตลาดพืชหัวปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กิจกรรมกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะรับซื้อกระเทียมสด&nbsp;ในราคานำตลาดกิโลกรัมละ&nbsp;1.50&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;5,000,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เชื่อมโยงตลาดกระเทียมแห้ง&nbsp;โดยประสานผู้รับซื้อจำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เข้ามารับซื้อจากสถาบันเกษตรกร&nbsp;5&nbsp;กลุ่มในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;560,000&nbsp;กิโลกรัม(แห้ง)&nbsp;หรือ&nbsp;2,016,000&nbsp;กิโลกรัม(สด)&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;48-55&nbsp;บาท&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315102419880
262	คาราวาน camper van ฝันเป็นจริง ลงใต้เที่ยวเบตง อำเภอในฝันใต้สุดสยาม? พร้อมขานรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์?  ตอบโจทย์ร่นเวลาการเดินทางให้คนอยากมาเที่ยวเบตงเพิ่มมากขึ้น	"<p><strong>คาราวานรถโฟล์ค&nbsp;กว่าจำนวน&nbsp;11&nbsp;คัน?&nbsp;จากชมรมโฟล์ค</strong>ทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&nbsp;(T3&nbsp;Lover&nbsp;)&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบในการขับรถท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;camper&nbsp;van&nbsp;หรือการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์บนรถตู้?ได้เดินทางมาถึง?&nbsp;อำเภอเบตง?เมื่อช่วงเย็นวานนี้?(14&nbsp;มี.ค.2565)?&nbsp;หลังจากได้เริ่มเดินทางต้นทางจากกรุงเทพฯ?&nbsp;ด้วยระยะทาง?&nbsp;1,000&nbsp;กว่า?กิโลเมตร&nbsp;ปลายทางมุ่งหน้าสู่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อมาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศ&nbsp;วีถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตามโครงการแฟมิลี่ทริป&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ&nbsp;และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่&nbsp;ด้วยการมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;เที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงหรือ&nbsp;sky&nbsp;walk&nbsp;เดินชมตัวเมืองเบตง&nbsp;ถ่ายรูปจุดเช็คอิน&nbsp;ตู้ไปรษณีย์ยักษ์สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&nbsp;</p><p><strong>นาย&nbsp;อรรถวรรธน์&nbsp;อ่องแสวงชัย&nbsp;หนึ่งในชมรม&nbsp;T3&nbsp;Lover/&nbsp;</strong>ประธานกลุ่ม&nbsp;ASIA&nbsp;CAMPER&nbsp;ได้เล่าว่า?&nbsp;ชมรมเป็นกลุ่มที่มีความชื่นชอบขับรถท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;โดยใช้รถ?&nbsp;T3&nbsp;camper&nbsp;หรือ?รถบ้าน&nbsp;ที่ผ่านมามีการระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศทำได้ยาก?&nbsp;และในประเทศยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแหล่งที่สวยงาม?&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ?&nbsp;ภาคอีสานก็ไปมาหมดแล้ว?&nbsp;แต่สำหรับในพื้นที่ภาคใต้?&nbsp;โดยเฉพาะ""เบตง""&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ถือเป็นความฝันที่อยากจะขับรถมาท่องเที่ยวให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต?&nbsp;และครั้งนี้?&nbsp;ก็ได้ทำสำเร็จ?&nbsp;ได้ทำตามฝัน?&nbsp;ได้ขับรถมาจนถึงใต้สุดประเทศไทย</p><p><strong>ตลอดระยะทางที่ขับรถมา?&nbsp;ภาพที่ได้เห็นจากภาพข่าว</strong>ที่ปรากฎผ่านสื่อต่างๆ?&nbsp;ตอนแรกรู้สึกกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกันคณะจองเราหรือไม่?&nbsp;&nbsp;แต่ระหว่างทางที่ขับรถมาเส้นทางที่มา?&nbsp;มันก็เหมือนเส้นทางปกติทั่วไป?&nbsp;ที่ผ่านมาเราเคยไปทางภาคเหนือหรือ?อีสาน?ก็จะได้เห็นแต่ความแห้งแล้ง?&nbsp;แต่เส้นทางที่จับลงมาจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับเต็มไปสีเขียว?ของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ถนนหนทางสะดวก?สำคัญการใช้ชีวิตผู้คนยังดำเนินชีวิตตามปกติ&nbsp;ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล&nbsp;และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง&nbsp;รู้สึกมั่นใจที่มาท่องเที่ยว</p><p><strong>สำหรับความคิดเห็นการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์?</strong>&nbsp;เมื่อวานนี้?&nbsp;นายอรรถวรรธน์?&nbsp;ได้บอกว่า?&nbsp;ในมุมมองของคนที่ชอบท่องเที่ยว?แบบกลุ่มตน?&nbsp;สหรับคนที่ไม่ชอบขับรถเดินทาง?&nbsp;การเดินทางด้วยเครื่องบินตอบโจทย์?มาก?&nbsp;เพราะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทาง?&nbsp;สร้างโอกาสให้คนที่อยากมาเที่ยวในสถานที่พิเศษอย่างเบตง?&nbsp;?เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าเป็นอำเภอสุดท้ายทางใต้ประเทศไทยมันก็พิเศษแล้ว?&nbsp;ยิ่งได้มาสัมผัส?สภาพของเมือง?&nbsp;ป่าเขา?&nbsp;ความอุดมสมบูรณ์?&nbsp;ยิ่งทำให้รู้สึกว่า?เบตง?&nbsp;นี่แหละคือ?สวรรค์ชายแดนใต้?สวรรค์ของนักท่องเที่ยวจริงๆ?&nbsp;</p><p><strong>สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว?&nbsp;ถ้าต้องการมาเที่ยวที่ใดที่หนึ่งในประเทศไทย?&nbsp;</strong>ถ้าเดินทางด้วยเครื่องบิน?อย่างน้อยทำให้เกิดความมั่นใจได้แล้วว่าเราจะสามารถไปถึงไหนก็ได้ในทุกที่?&nbsp;อย่างมา&nbsp;""เบตง""&nbsp;แม่จะเป็นเมืองเล็กๆ?&nbsp;แค่มองว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย&nbsp;เหมาะแก่การเที่ยวชมเมืองเป็นเมืองที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยเลยก็ว่าได้</p><p><strong>โดยขณะนี้?&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง?&nbsp;จ.ยะลา?</strong>&nbsp;มีสายการนกแอร์&nbsp;เป็นสายการบินแรกที่มาเปิดให้บริการ?&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ต่อ&nbsp;สัปดาห์&nbsp;คือ?&nbsp;วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และ&nbsp;ศุกร์&nbsp;ราคาค่าตั๋วโดยสาร&nbsp;เฉลี่ยประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;พันบาท&nbsp;ซึ่งในอนาคต&nbsp;กรมท่าอาศยาน&nbsp;กระทรวงคมนาคม?&nbsp;ได้มีแผนจะขยายรันเวย์ให้ยาวขึ้นเป็?น?&nbsp;2500&nbsp;เมตร&nbsp;ให้สามารถรองรับเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่าได้&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การเป็น&nbsp;""ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค""&nbsp;(Regional&nbsp;Hub)&nbsp;เชื่อมโยงเส้นทางระหว่างประเทศได้&nbsp;ในอนาคตอันใกล้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>.</p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315113056916
263	จ.อุบลฯออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พบว่า เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก	<p><strong>จ.อุบลฯออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการ</strong>ของนายกรัฐมนตรี&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พบว่า&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก</p><p><strong>นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>นำชุดปฏิบัติการร่วมจังหวัด&nbsp;ออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่&nbsp;สถานประกอบกิจการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;99&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบอน&nbsp;อำเภอสำโรง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อตรวจสอบการแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่กักเก็บ&nbsp;การจัดทำบัญชีคุมสินค้า&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อและการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;มีปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;(ความชื้น&nbsp;14.5%)&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;4,400&nbsp;ตัน&nbsp;และบริษัทฯ&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือกับจังหวัด/สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ในการแจ้งปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นประจำทุกเดือน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;มีศักยภาพและมีความต้องการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์&nbsp;ปีละ&nbsp;700,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีสามารถปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่งขายให้บริษัท&nbsp;ได้&nbsp;30,000&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่เหลือต้องรับซื้อจากจังหวัดอื่น</strong>&nbsp;ด้านราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ในปีนี้มีราคาสูงกว่าราคาประกันรายได้ของรัฐบาล&nbsp;ที่กำหนดราคา&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;50&nbsp;สตางค์ต่อกิโลกรัม&nbsp;โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ความชื้น&nbsp;14.5%&nbsp;ณ&nbsp;ขณะนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;รับซื้อที่ราคา&nbsp;12&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่วนความชื้นมากกว่านี้&nbsp;ราคาลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานความชื้น&nbsp;จึงนับว่า&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;รายงาน&nbsp;15&nbsp;มี.ค.65&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315115115931
264	สถานการณ์และราคามะนาวจังหวัดเพชรบุรี ปีการผลิต 2564/65 ในช่วงฤดูร้อนเดือนมีนาคม-เมษายน ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้ราคามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น	<p><strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์ผลผลิตจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มีเกษตรกรผู้ผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;6,312&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่เพาะปลูกปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จำนวน&nbsp;32,323&nbsp;ไร่&nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&nbsp;ที่มีพื้นที่การเพาะปลูก&nbsp;39,764&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;18.71&nbsp;มีปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;57,235&nbsp;ตัน&nbsp;ลดลงจาก&nbsp;ปีที่แล้ว&nbsp;ที่มีผลผลิต&nbsp;68,551&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.5&nbsp;ปลูกมากที่อำเภอท่ายาง&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;และอำเภอบ้านลาด&nbsp;ผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม&nbsp;ผลผลิตจะออกน้อย&nbsp;ในช่วงฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน&nbsp;โดยปัจจุบันผลผลิตออกสู่ตลาดมีปริมาณน้อย&nbsp;สาเหตุจากช่วงฤดูกาลดังกล่าว&nbsp;ประกอบกับแหล่งผลผลิตประสบปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนสูง&nbsp;มีฝนตกต่อเนื่องในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;ขณะที่ต้นมะนาวผลิตดอกและการบำรุงรักษาต้นมะนาวของเกษตรกรน้อยลง&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยและยาป้องกันโรคพืชมีราคาสูงขึ้น&nbsp;สถานการณ์ระดับราคาจากผลผลิตที่ลดลงจากปีที่ผ่านมาประกอบกับเข้าช่วงฤดูร้อน&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลงทำให้ราคามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์แนวโน้มตลาด&nbsp;:&nbsp;คาดการณ์ว่าราคามะนาวยังคงตัวอยู่ในระดับสูง&nbsp;ประมาณอีก&nbsp;2&nbsp;เดือน</strong>&nbsp;คือ&nbsp;เดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นมะนาวผลผลิตรุ่นต่อไปจะเริ่มทยอยออกเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ระดับราคาขายในท้องตลาดเริ่มปรับตัวลดลง</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315111610907
265	สาวงามทั่วประเทศร่วมประกวดธิดาดอนเจดีย์ ปี 2565 กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว	<p><strong>สาวงามทั่วประเทศร่วมประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;โดยสาวงามจาก&nbsp;กทม.&nbsp;คว้าตำแหน่งธิดาดอนเจดีย์&nbsp;พร้อมรางวัลชุดตะเบงมานงามตา&nbsp;และรางวัลขวัญใจช่างภาพ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;</strong></p><p><strong>ที่เวทีกลางหน้าพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป</strong>&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อง&nbsp;นางนภัสสร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;นายกเหล่ากาชาด&nbsp;ดร.อุดม&nbsp;โปร่งฟ้า&nbsp;ที่ปรึกษา&nbsp;รมต.ทส.&nbsp;ดร.สุจิตรา&nbsp;ทรงมัจฉา&nbsp;และ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;,&nbsp;นายนพฤทธิ์&nbsp;ศิริโกศล&nbsp;และ&nbsp;นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;&nbsp;ร่วมมอบรางวัลให้แก่ธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ในงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดให้สาวงามจากทั่วประเทศมีสิทธิ์สมัครเข้าประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ซึ่งได้มีสาวงามจากทั่วประเทศ&nbsp;เดินทางมาสมัครเข้าประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และผ่านรอบออดิชั่น&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งทำการประกวดเมื่อคืนวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยผู้เข้าประกวดต้องแต่งกายด้วยชุดตะเบงมาน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลการประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หมายเลข&nbsp;5&nbsp;นางสาวพลอยไพลิน&nbsp;ลิมปนเวทยานนท์&nbsp;รับเงินสด&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพายและถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และได้รับรางวัลพิเศษ&nbsp;ชุดตะเบงมานงามตา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และ/รางวัลขวัญใจช่างภาพ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ</p><p><strong>รองอันดับ&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;หมายเลข&nbsp;14&nbsp;นางสาวมนัสนันท์&nbsp;จันทวิภาคได้รับเงินสด&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;</p><p><strong>รองอันดับ&nbsp;2&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หมายเลข&nbsp;7&nbsp;นางสาวปิยพร&nbsp;สังข์สุวรรณ&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รางวัลขวัญใจคนสุพรรณ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หมายเลข&nbsp;3&nbsp;นางสาวพัชริดา&nbsp;พูลศักดิ์วรสาร&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ</p><p><strong>รางวัล&nbsp;Popular&nbsp;Vote&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หมายเลข&nbsp;2&nbsp;นางสาวปาริฉัตร&nbsp;พรายพรรณ์&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ</p><p><strong>โดยได้รับการให้คะแนนจากผู้ทรงคุณวุฒิ</strong>&nbsp;รวมถึงสื่อมวลชน&nbsp;จากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;,&nbsp;นสพ.ไทยรัฐ&nbsp;,นสพ.เดลินิวส์&nbsp;,&nbsp;สวท.สุพรรณบุรี&nbsp;,&nbsp;ช่อง&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;และ&nbsp;นสพ.คนสุพรรณ&nbsp;ร่วมให้คะแนนรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน&nbsp;ซึ่งผู้เข้าประกวดจะได้รับของที่ระลึกจาก&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีทุกคน&nbsp;โดยการประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;จัดเป็นประจำทุกปี&nbsp;โดยจะมีสาวงามจากทั่วประเทศ&nbsp;เดินทางมาร่วมประกวด&nbsp;จนสร้างชื่อเสียง&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ให้เป็นที่รู้จัก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อบจ.สุพรรณบุรี&nbsp;ได้นำเงินรายได้จากการจำหน่ายดอกไม้รางวัลขวัญใจคนสุพรรณ&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;53,500&nbsp;บาท&nbsp;มอบให้ศูนย์ศึกษาพิเศษเขตการศึกษา&nbsp;5&nbsp;สุพรรณบุรี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315112223912
266	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลเจรจากับซาอุดีอาระเบีย อนุญาตนำเข้าไก่ไทยได้แล้ว เริ่ม 13 มี.ค.65 เป็นต้นไป ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจไทย	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่ประเทศซาอุดีอาระเบียได้พิจารณานำเข้าไก่จากประเทศไทยว่า&nbsp;นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง&nbsp;ภายหลังจากที่ทูตพาณิชย์กับกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เร่งเจรจากับซาอุดีอาระเบียในการหาลู่ทางส่งออกไก่แช่เย็น&nbsp;ไก่แช่แข็ง&nbsp;และไก่แปรรูป&nbsp;ไปยังซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เพราะถือว่าเป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่ง&nbsp;จนซาอุดีอาระเบียเดินทางมาตรวจโรงงานผลิตในประเทศไทยแล้ว&nbsp;11&nbsp;โรง&nbsp;จนล่าสุดเมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;มี.ค.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทูตพาณิชย์ของไทย&nbsp;พร้อมด้วยอุปทูตไทยประจำซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เดินทางไปพบกับ&nbsp;อย.&nbsp;ของซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง&nbsp;และได้ข้อสรุปร่วมกันว่า&nbsp;ซาอุดีอาระเบียยินดีให้ไก่จากประเทศไทย&nbsp;สามารถส่งออกไปได้&nbsp;และในภาพรวมทางการก็จะมีผลทันทีตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;มี.ค.&nbsp;และขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนกระบวนการ&nbsp;ทั้งเรื่องฮาลาล&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;แต่ขณะนี้อย่างน้อย&nbsp;11&nbsp;โรงงานที่ได้รับการตรวจรับรองไปก่อนหน้านี้สามารถส่งออกไก่ไปซาอุดีอาระเบียได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์เชิญผู้ประกอบการทั้งหมดมาพูดคุยกันว่า&nbsp;การส่งออกเป็นเรื่องดี&nbsp;นำเงินเข้าประเทศ&nbsp;แต่ต้องไม่กระทบปริมาณการบริโภคของคนไทย</strong>&nbsp;โดยได้ทำเป็นเงื่อนไขไว้แล้ว&nbsp;รวมถึงเรื่องราคาด้วยว่าให้เป็นไปตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำกับไว้&nbsp;ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์&nbsp;ทั้งผู้บริโภค&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;และประเทศไทยที่จะมีรายได้จากการส่งออกมากขึ้น</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>สำหรับยอดส่งออกไก่ของไทยไปต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ&nbsp;2&nbsp;แสนตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;1&nbsp;แสนล้านบาทต่อปี&nbsp;ดังนั้นตลาดซาอุดีอาระเบียก็จะเป็นตลาดที่เพิ่มการนำเงินเข้าประเทศ</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315162837102
267	พาณิชย์ตรังจับมือเอกชนเปิดจุดจำหน่ายแตงโมเกาะสุกร ช่วยเกษตรกรปลูกแตงโมชาวเกาะสุกร จากผู้ปลูกสู่มือผู้บริโภคโดยตรง วันละ 1,000 กิโลกรัม การันตีความหวาน	"<p><strong>พาณิชย์ตรังจับมือเอกชนเปิดจุดจำหน่ายแตงโมเกาะสุกร</strong>&nbsp;ช่วยเกษตรกรปลูกแตงโมชาวเกาะสุกร&nbsp;จากผู้ปลูกสู่มือผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;วันละ&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;การันตีความหวาน&nbsp;หากไม่หวานนำมาเปลี่ยนได้เลย&nbsp;นอกจากนี้ทุกภาคส่วนยังช่วยกันส่งเสริม&nbsp;กำกับดูแลใส่ใจคุณภาพ&nbsp;ตั้งแต่ปลูก&nbsp;จนถึงเก็บเกี่ยว&nbsp;เพื่อให้ความต้องการของตลาด&nbsp;ขยายเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จากการบอกต่อปากต่อปาก&nbsp;อนาคตจะทำให้เกิดการสั่งจองล่วงหน้า&nbsp;แก้ได้ทั้งปัญหาล้นตลาด&nbsp;และมีความยั่งยืนอีกด้วย</p><p><strong>ที่บริเวณพื้นที่ลานโปรโมชั่น&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ห้างโรบินสันไลฟ์สไตล์ตรัง</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ร่วมกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;ได้จัดกิจกรรมการจำหน่ายผลผลิตแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น&nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านได้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับสถานการณ์ด้านการผลิต&nbsp;ปริมาณผลผลิตแตงโมเกาะสุกรออกสู่ตลาดแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;40&nbsp;&nbsp;50&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ของผลผลิตทั้งหมดในฤดูกาลนี้&nbsp;ราคาจำหน่ายส่ง&nbsp;(รวมค่าขนส่ง&nbsp;จากเกาะสุกร&nbsp;ถึงท่าเรือตะเสะ&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง)&nbsp;&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;12-13&nbsp;บาท&nbsp;ราคาจำหน่ายปลีกอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ&nbsp;18&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้&nbsp;ผลผลิตแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ทยอยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก</strong>&nbsp;ประกอบกับแตงโมจากพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;กำลังออกสู่ตลาดเช่นกันและราคาต่ำกว่า&nbsp;และมีผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ที่ระบาดขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;ทำให้สามารถจำหน่ายแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดได้ลดน้อยลง&nbsp;จึงได้ผลกระทบในการจำหน่ายแตงโมจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมตำบลเกาะสุกร&nbsp;ทางพาณิชย์จังหวัดตรังร่วมกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;สนับสนุนพื้นที่&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตแตงโมจากเกาะสุกร&nbsp;จากผู้ปลูกสู่มือผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเกษตรกรชาวเกาะสุกร&nbsp;ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>&nbsp;""แตงโมเกาะสุกร""&nbsp;สามารถปลูกได้&nbsp;3&nbsp;รุ่น&nbsp;</strong>คือ&nbsp;แตงโมหัวนา&nbsp;แตงโมชายหาด&nbsp;และแตงโมหลังนา&nbsp;สำหรับแตงโมเกาะสุกรที่ออกในฤดูกาลนี้&nbsp;คือ&nbsp;แตงโมหลังนา&nbsp;(แตงโมงในนา)&nbsp;ซึ่งผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้ประสานให้เกษตรกรผู้ปลูกแตงโมจากเกาะสุกร&nbsp;สามารถนำผลผลิตไปจำหน่าย&nbsp;ที่บริเวณพื้นที่ลานโปรโมชั่น&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;โรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;ซึ่งจะเปิดให้เกษตรกรจำหน่าย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการเตรียมแตงโมเกาะสุกรวันละกว่า&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;18&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งจะมีการคัดแตงโมเกรดA&nbsp;ค่าความหวานของผลไม้&nbsp;อยู่ที่&nbsp;13&nbsp;บริกซ์&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถมาเลือกซื้อแตงโมเกาะสุกรได้</strong>โดยตรงจากเกษตรกรชาวเกาะสุกร&nbsp;และยังสินค้าทะเล&nbsp;กะปิ&nbsp;กุ้งแห้ง&nbsp;ปลาเค็มกางมุ้ง&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าจากชุมชนต่าง&nbsp;ๆในจังหวัดตรัง&nbsp;มาจัดจำหน่ายอีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทุกภาคส่วนยังช่วยกันส่งเสริม&nbsp;กำกับดูแลใส่ใจคุณภาพ&nbsp;ตั้งแต่ปลูก&nbsp;จนถึงเก็บเกี่ยว&nbsp;เพื่อให้ความต้องการของตลาด&nbsp;ขยายเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จากการบอกต่อปากต่อปาก&nbsp;อนาคตจะทำให้เกิดการสั่งจองล่วงหน้า&nbsp;แก้ได้ทั้งปัญหาล้นตลาด&nbsp;และมีความยั่งยืนอีกด้วย</p><p><strong>นายยงยุทธ&nbsp;ไชยมล&nbsp;เกษตรกรชาวเกาะสุกร&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>ตอนนี้แตงโมเกาะสุกร&nbsp;มีจำนวนเยอะมาก&nbsp;เพราะตอนนี้ช่วงหลังจากเก็บเกี่ยวนาข้าวเสร็จ&nbsp;จะใช้พื้นที่นามาปลูกแตงโมงเกาะสุกร&nbsp;และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย&nbsp;เป็นที่รู้จักกันทั่วไป&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรสนใจปลูกกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงทำให้มีปริมาณแตงโมเยอะ&nbsp;และต้องการพื้นที่ในการระบายผลผลิต&nbsp;จึงได้ขอความอนุเคราะห์จากภาคเอกชนและได้รับการสนับสนุนมาทุกปี&nbsp;และยังมีสินค้าชุมชนอื่นด้วย&nbsp;จะเปิดขายไปจนถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;18&nbsp;บาท&nbsp;เป็นแตงโมที่&nbsp;หวาน&nbsp;กรอบ&nbsp;อร่อย&nbsp;ความหวานอยู่ที่&nbsp;13&nbsp;บริกซ์&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจุดจำหน่ายนี้จะมีการรับประกันการันตีความหวาน&nbsp;</strong>หากไม่หวานนำมาเปลี่ยนได้เลย&nbsp;วันนี้นำแตงโมมาประมาณ&nbsp;1,300&nbsp;กว่ากิโลกรัม&nbsp;คาดว่าจะสามารถขายได้วันละประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315114357925
268	อบต.กมลา เตรียมจัดงาน หรอยริมเล กมลาเบิกฟ้า Kamala Food Fair 19-21 มีนาคม 2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วานนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศิวัชฐ์&nbsp;ระวังกุล&nbsp;นายอำเภอกะทู้&nbsp;นายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&nbsp;(อบต.กมลา)&nbsp;นายสมปราชญ์&nbsp;ปราบสงคราม&nbsp;ปลัดจังหวัดภูเก็ต&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;อบต.กมลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าร่วม&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดงาน&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลา&nbsp;เบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair</strong>&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เป็นกิจกรรมหนึ่งเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;และดำเนินการอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ที่ต้องปรับสู่วิถีการดำเนินชีวิตใหม่แบบ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;เป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ&nbsp;และเดินทางมาท่องเที่ยว&nbsp;พํานัก&nbsp;และใช้บริการในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้มั่นคงและยั่งยืน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวและการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ&nbsp;จึงทำให้เกิดความสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการหรอยริมเล&nbsp;กมลา&nbsp;เบิกฟ้า&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเลอาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตให้มีการขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลกมลา&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับงาน&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair</strong>&nbsp;จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หาดกมลา&nbsp;ซึ่งมีร้านค้าของผู้ประกอบการร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า&nbsp;74&nbsp;คูหา&nbsp;มีกิจกรรมความบันเทิงทุกวัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีการแสดงดนตรีจากวงกมลาแบนด์,&nbsp;การแสดงพื้นบ้านรองเง็ง&nbsp;เกาะสิเหร่,&nbsp;การแสดงโชว์และการแสดงคาบาเร่&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ชมการสาธิตการปรุงอาหารจากเชฟปอนด์&nbsp;ลูกหลานชาวตำบลกมลา&nbsp;จากรายการเชฟกระทะเหล็ก&nbsp;IRON&nbsp;CHEF&nbsp;ชมการแสดงดนตรีลูกทุ่งซุปเปอร์แดนซ์&nbsp;และวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ชมการแสดงมินิคอนเสิร์ตจาก&nbsp;ศิลปิน&nbsp;ธีเดช&nbsp;ทองอภิชาติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานจะดำเนินการอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ทั้งในเรื่องของจุดคัดกรองสำหรับทางเข้าออกของการจัดงาน&nbsp;พร้อมทั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตลอดระยะเวลาการจัดงาน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315151753043
269	เภสัชฯ ม.รังสิต จับมือ 2 หน่วยงานรัฐ เปิดตัว ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ ชนิดแคปซูล เพื่อจำหน่าย เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร	"<p>วันที่ 15 มีนาคม 2565 มหาวิทยาลัยรังสิตจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ ""ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ"" แบบแคปซูล โดย ผศ.ดร.ภญ.สุรางค์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกัญชาทางการแพทย์ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ลงนามความร่วมมือโดยวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดำเนินการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่มีกัญชา หรือสารสกัดกัญชาเป็นส่วนประกอบ รวมทั้งสนับสนุนและร่วมมือทางด้านการจัดหาวัตถุดิบอื่นๆ ที่ไม่ใช่กัญชา </p><p>โดย เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ฝ่ายแรกคือ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มีองค์ความรู้เรื่องกัญชาและผลิตภัณฑ์ ฝ่ายที่สองคือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยโรงงานเภสัชกรรมทหาร ซึ่งมีโรงงานมาตรฐาน GMP และอีกฝ่ายหนึ่งคือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องการใช้กัญชา</p><p>ด้าน ผศ.ดร.เภสัชกร เอกพล ลิ้มพงษา วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า แผนการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น มียาไทย 4 ตำรับ ได้แก่ ตำรับทำลายพระสุเมรุ (ชนิดแคปซูล) ตำรับน้ำมันกัญชา (ตำรับอาจารย์เดชา) ตำรับศุขไสยาสน์ (ชนิดแคปซูล) และตำรับประสะกัญชา (ชนิดแคปซูล) เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ชนิดแรกคือ ตำรับทำลายพระสุเมรุ ชนิดแคปซูล พร้อมที่จะจัดจำหน่ายให้แก่คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยแล้ว นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตจะเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายและกระจายผลิตภัณฑ์ผ่าน ศูนย์วิจัยการใช้กัญชาทางคลินิก (สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย) และคลินิกกัญชาทางการแพทย์ (สหคลินิกการแพทย์แผนตะวันออก (ไทย-จีน)) มหาวิทยาลัยรังสิต</p><p>ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต กล่าวว่า การขายตำรับยานี้ในตลาดเอกชน จะเป็นจุดเปลี่ยน เพราะจะนำไปสู่รายได้ของเกษตรกรจำนวนมากที่กำลังขาดทุนจากการปลูกกัญชาในตอนนี้ เนื่องจากปัจจุบันผู้ปลูกกัญชาต้องมอบช่อและดอกกัญชาให้ภาครัฐ โดยไม่ได้เงินตอบแทน ขายได้แต่ใบ กิ่ง ก้าน ซึ่งมีสรรพคุณน้อยกว่าช่อและดอก และราคากำลังลดลง การวางขายผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ปลายน้ำมาสู่ต้นน้ำ เกษตรกรจะมีรายได้จากการขายช่อ ดอก กัญชา มากขึ้น</p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315134949982
270	Soft Power ไทยเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ยินดีต่อกระแสความนิยมวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศที่โดดเด่นมากขึ้นแม้อยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทั้งจากรายการโทรทัศน์&nbsp;งานดนตรี&nbsp;เทศกาลอาหาร&nbsp;นิทรรศการแสดงสินค้าและบริการ&nbsp;รวมถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ภาพยนตร์&nbsp;ละคร&nbsp;ซีรี่ส์&nbsp;เพลง&nbsp;และโฆษณา&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจและผลตอบรับจากผู้ชมชาวต่างชาติอย่างล้นหลามโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียซึ่งเป็นตลาดส่งออกความบันเทิงหลักของไทย&nbsp;ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่รัฐบาลเร่งผลักดันเป็นสินค้าหลักในการส่งออกสู่ตลาดสากล</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่สนับสนุนการใช้&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;นำเสนออัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลก&nbsp;ผสมผสานนโยบายพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันและแนวคิดเศรษฐกิจใหม่&nbsp;BCG&nbsp;(Bio-Circular-Green)&nbsp;เป็นโจทย์ให้กระทรวงวัฒนธรรมสานต่อแนวทางเพื่อพัฒนาความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยได้จัดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย&nbsp;CCPOT&nbsp;(Community&nbsp;Cultural&nbsp;Product&nbsp;of&nbsp;Thailand)&nbsp;GRAND&nbsp;EXPOSITION&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16-20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าสยามพารากอน&nbsp;ซึ่งประสบความสำเร็จในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทยทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วกว่า&nbsp;600&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชื่นชมการบูรณาการนโยบายเศรษฐกิจใหม่&nbsp;</strong>เข้ากับแผนงานด้านวัฒนธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;นอกจากเป็นการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยให้มีการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์แล้ว&nbsp;ยังถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;พลิกฟื้นชุมชน&nbsp;รวมถึงเป็นโอกาสสำคัญเพื่อเสริมศักยภาพคนไทยเตรียมพร้อมสู่การส่งออกวัฒนธรรมในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315141502999
271	"จ.ศรีสะเกษ ชุมชนท่องเที่ยวเงินสะพัด ขอบคุณพ่อเมืองศรีสะเกษ จัดงาน ""ดอกลำดวนบาน"""	"<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดร.กัลยาณี&nbsp;ธรรมจารีย์&nbsp;</strong>นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในวันสุดท้ายของการจัดงานได้ลงไปเยี่ยมชุมชนเครือข่ายการท่องเที่ยวร่วมกับนางสุพิน&nbsp;ศรีเลิศ&nbsp;กรรมการเครือข่ายเพื่อต้องการทราบ&nbsp;ผลจากการจัดงานเทศกาลดอกลำดวน&nbsp;ที่สวนสมเด็จศรีนครินทร์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;913&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่มีการออกร้านจำหน่ายสินคาทั้งประเภทอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น&nbsp;OTOP&nbsp;รวมทั้งในงานมีการแสดงแสงสีเสียง&nbsp;""อารยธรรม&nbsp;แห่งศรัทธา&nbsp;มนตรา&nbsp;ศรีพฤทเธศวร""&nbsp;ในคืนวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นอย่างไรบ้าง&nbsp;ปรากฎว่าชุมชนท่องเที่ยวหลายกลุ่มที่สมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวได้ไปสนับสนุนส่งเสริมร่วมกับนางทัศนี&nbsp;ขจัดมลทิน&nbsp;ผอ.สำนักพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;ในด้านการจัดอบรมอาหาร&nbsp;อบรมการแส่วผ้า&nbsp;อบรมนวดเพื่อสุขภาพ&nbsp;และชุมชนเหล่านี้&nbsp;จากห้วยทับทัน&nbsp;ขุขันธ์&nbsp;บ้านโพนค้อ&nbsp;ขุนหาญฯ&nbsp;ได้มาออกร้านเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น&nbsp;รวมทั้งผู้อบรมนวดแผนโบราณก็ได้รับการสนับสนุนสถานที่จาก&nbsp;ดร.โสภา&nbsp;มะเครือสี&nbsp;ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี&nbsp;และยังมอบหมายให้&nbsp;น.ส.ศรุดา&nbsp;นาสารีย์&nbsp;มาดูแลการใช้บริการห้องแอร์ในอาคารที่สวนสมเด็จศรีนครินทร์ศรีสะเกษด้วย&nbsp;ทำให้มีผู้เข้ามาใช้บริการสร้างรายได้ให้พนักงานนวดจำนวนมาก&nbsp;ทุกคนขอบคุณนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษที่ตัดสินใจจัดงาน&nbsp;แม้โควิด-19&nbsp;ยังไม่ไปไหน&nbsp;ถ้าไม่จัดงานอะไรเลยก็ยิ่งทำให้พวกตนไม่ได้ขายของ&nbsp;ไม่มีลูกค้ามาเยี่ยมมาชม&nbsp;และการจัดงานก็มีระบบควบคุมที่ดี&nbsp;มีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;มีรถนำเที่ยวจากวัดไพรพ้ฒนามาบริการประชาชนฟรี&nbsp;ทำให้ชุมชนสามารถขายผ้าไหม&nbsp;ผ้าทอมือได้มาก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร้านสมุนไพร&nbsp;ร้านนวดแผนโบราณก็สร้างรายได้ให้ได้ปลื้มใจกันทุกคน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152446052
272	ครม.อนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตามประเมินผลแผนงาน หรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน เพิ่มเติม	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;อนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ&nbsp;2565-2566&nbsp;สำหรับโครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตามประเมินผลแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;19,926,200&nbsp;บาท&nbsp;แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3,985,200&nbsp;บาท&nbsp;และปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;จำนวน&nbsp;15,941,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้การติดตามประเมินผลแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรายงานผลการประเมินโครงการต่อ&nbsp;ครม.และรัฐสภา&nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการวางนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ทั้งนี้คาดว่า&nbsp;จะลงนามในสัญญาจ้างในเดือนสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;11&nbsp;เดือน&nbsp;กำหนดแล้วเสร็จเดือนมิถุนายน&nbsp;2566&nbsp;</p><p><strong>มีขอบเขตของงาน</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;จัดทำกรอบแนวคิด(Conceptual&nbsp;Framework)&nbsp;ในการประเมินผลตามมาตรฐานสากล&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ความสอดคล้อง&nbsp;ประสิทธิภาพ&nbsp;ประสิทธิผล&nbsp;ผลกระทบและความยั่งยืน&nbsp;จัดทำขอบเขตการประเมินผล(Evaluation&nbsp;Scope)&nbsp;จัดเก็บข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิเพื่อใช้ในการศึกษาวิเคราะห์&nbsp;ประเมินผลโครงการ&nbsp;จัดทำรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการและการใช้จ่ายเงินกู้&nbsp;จัดทำรายงานการประเมินผลโครงการและผลสัมฤทธิ์&nbsp;จัดทำแบบจำลอง&nbsp;(Model&nbsp;)&nbsp;ที่ใช้ประเมินผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมและนำเสนอข้อมูลการติดตามประเมินผล</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ครม.ได้มีมติอนุมัติโครงการภายใต้แผนงาน</strong>&nbsp;หรือโครงการตามบัญชีท้าย&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงินโควิด-19&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;แล้วทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;โครงการ&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;&nbsp;396,956&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หน่วยงานเบิกจ่ายเงินกู้แล้วจำนวน&nbsp;278,196&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งโครงการทั้งหมดต้องเบิกจ่ายแล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315144505024
273	ครม.เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณปี 2566 กว่า 3.18 ล้านล้านบาท	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;จำนวน&nbsp;3,185,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;85,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;2.74&nbsp;และเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;ซึ่งหน่วยงานรับงบประมาณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนจัดทำงบประมาณ&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นขั้นตอนการพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณ&nbsp;เดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;เปิดรับฟังความคิดเห็น&nbsp;รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น&nbsp;จัดพิมพ์ร่างพระราชบัญญัติงประมาณฯ&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;และเอกสารประกอบ&nbsp;เดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เสนอร่างพระราชบัญญัติงประมาณฯ&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;&nbsp;ให้&nbsp;ครม.พิจารณาก่อนส่งสภาผู้แทนราษฎกรต่อไป</p><p><strong>สำหรับโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2566</strong>&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;ครม.&nbsp;อนุมัติ&nbsp;เป็นรายจ่ายประจำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,396,942.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จำนวน&nbsp;23,932.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รายจ่ายลงทุน&nbsp;จำนวน&nbsp;695,077.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;83,144&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เท่ากับปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152141047
274	รองผู้ว่าฯ สงขลา เปิด โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ OTOP ในการพัฒนาอาชีพ เพื่อขับเคลื่อน หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์	<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่โรงแรมกรีนเวิลด์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;โดยมีนายจรัญ&nbsp;อินทสระ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสงขลา&nbsp;นางปราณี&nbsp;อ่อนมณี&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ตลอดจนประธานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;อำเภอ&nbsp;และผู้เข้ารับอบรมเข้าร่วมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรควิด-19</p><p><strong>ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;มีภารกิจในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้</strong>&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ&nbsp;ได้รับมอบหมายให้สนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานตามนโยบาย&nbsp;หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;ด้วยการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้&nbsp;การพัฒนาอาชีพ&nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้ให้&nbsp;แก่ชุมชน&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2544&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยมีเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาผ่านกิจกรรม/โครงการ/นโยบาย&nbsp;ภาครัฐต่างๆ</p><p><strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามแผนการใช้จ่าย</strong>งบประมาณประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;งบประมาณ&nbsp;91,000&nbsp;บาท&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ,&nbsp;สนับสนุนส่งเสริมผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงานจากองค์กรของตนเองอย่างทั่วถึง&nbsp;และให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดและกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>กำหนดหลักสูตรการอบรม&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;15-16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องสกายเล้าจ์&nbsp;ชั้น&nbsp;8&nbsp;โรงแรมกรีนเวิลด์&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;มีเนื้อหา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>1.ทบทวนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;</p><p>2.กรอบแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p>3.บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP/จังหวัด&nbsp;</p><p>4.การเป็นผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;อย่างมืออาชีพ&nbsp;</p><p>5.ทิศทาง/แนวโน้มอนาคตด้านการตลาดผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;</p><p>6.วิเคราะห์ดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดที่ผ่านมา&nbsp;</p><p>7.จัดทำแนวทางการให้การสนับสนุนผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ในด้านการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนช่องทางการตลาด&nbsp;</p><p>8.จัดทำแผนปฏิบัติการของเครือบ่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนรับผิดชอบงาน&nbsp;OTOP&nbsp;อำเภอ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;อำเภอ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;และนักวิชาการจังหวัด&nbsp;2&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&nbsp;15&nbsp;มี.ค.2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152727055
275	จ.ชัยภูมิ ผลักดัน กล้วยหอมทองหนองบัวแดง และ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน	<p><strong>วานนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและอนุญาตการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;และคณะทำงานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมภูแลนคา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับเกียรติจากนายชาญชัย&nbsp;ศรศรีวิชัย&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เป็นประธานในที่ประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการฯ&nbsp;ได้พิจารณาชื่อทางการค้าสินค้าคือ&nbsp;กล้วยหอมทองหนองบัวแดง&nbsp;พื้นที่การผลิตครอบคลุมอำเภอหนองบัวแดง&nbsp;ภักดีชุมพล&nbsp;เกษตรสมบูรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;571&nbsp;ไร่&nbsp;และ&nbsp;สินค้า&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น&nbsp;พื้นที่การผลิตครอบคลุมอำเภอหนองบัวแดง&nbsp;จำนวน&nbsp;15,000&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการคุ้มครองสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์</strong>&nbsp;รวมถึงมาตรฐานและส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้า&nbsp;เพิ่มมูลค่าสินค้า&nbsp;อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบประเทศและระดับสากลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315154531072
276	พาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ ออกตรวจควบคุมราคา ปุ๋ยเคมี ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช	<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;ออกตรวจราคาสินค้า&nbsp;ประเภท&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ในเขตอำเภอคอนสาร&nbsp;ภูเขียว&nbsp;และแก้งคร้อ&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;สำรวจปริมาณและราคาปุ๋ยในพื้นที่&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;ราคา&nbsp;1,350-1,400&nbsp;บาท</p><p>2.&nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;0-0-60&nbsp;ราคา&nbsp;1,320-1,400&nbsp;บาท</p><p>3.&nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;18-48-0&nbsp;ราคา&nbsp;1,520&nbsp;บาท</p><p>4.&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;มีการปรับราคาขึ้น&nbsp;ในการเลือกซื้อของเกษตร&nbsp;จะดูจากราคาถูกเป็นหลัก&nbsp;ไม่ได้เลือกซื้อจากยี่ห้อที่เคยใช้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การซื้อขายปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช</strong>&nbsp;ค่อนข้างซบเซา&nbsp;ภาวะการค้าชะลอตัว&nbsp;เนื่องจากกำลังซื้อของเกษตรกรผู้ต้องการใช้ปุ๋ยเคมีลดลง&nbsp;ทั้งเกษตรกรและร้านค้าไม่มีการซื้อเพื่อสต๊อกหรือกักตุน&nbsp;ราคาสินค้า&nbsp;เพราะต้นทุนสูง&nbsp;และราคาปรับขึ้นจากเดือนก่อน&nbsp;ตามต้นทุนการผลิต&nbsp;กรณีมีการสั้งซื้อปริมาณมากจะจำหน่ายในราคาส่ง&nbsp;และมีรถบริการส่งในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้กำชับร้านค้ามีการปิดป้ายแสดงราคาให้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315164019107
277	อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เรียกประชุมเร่งแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน ขณะลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานด่านตรวจพืช ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา	<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ประชุมติดตามการปฏิบัติงานด่านตรวจพืช&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ&nbsp;ศูนย์&nbsp;X-RAY&nbsp;และหอบังคับการ&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;เพื่อติดตามทั้งในส่วนของการตรวจคุณภาพสินค้า&nbsp;โดยเฉพาะพืชผลการเกษตร&nbsp;ผลไม้&nbsp;การตรวจจับวัตถุแปลกปลอม&nbsp;ผ่านกระบวนการขั้นตอนก่อนนำเข้าและส่งออกนอกประเทศ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพบการลักลอบนำทุเรียนเวียดนามสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย&nbsp;โดยมีนายสุรเดช&nbsp;ตรงศิริวิบูลย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;นางปุณยนุช&nbsp;เพชรฤทธิ์&nbsp;รักษาราชการแทนหัวหน้าด่านตรวจพืช&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมเข้าประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงานในครั้งนี้</p><p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>ให้สัมภาษณ์ในกรณีปัญหาการส่งออกผลไม้ของไทยไปยังประเทศจีน&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนที่ยังคงขาดสภาพคล่อง&nbsp;เนื่องจากประเทศจีนมีความเข้มงวดในการตรวจสอบผลไม้ตามมาตรการ&nbsp;Zero-Covid&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;ผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งมีประมาณ&nbsp;740,000&nbsp;ตัน&nbsp;ในปัจจุบันเกิดปัญหาเรื่องของการส่งออก&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ระบาดมากยิ่งขึ้นในประเทศจีน&nbsp;ทำให้ระบบขนส่งและโลจิสติกส์มีปัญหา&nbsp;โดยปกติแล้วจีนเป็นตลาดรับซื้อทุเรียนรายใหญ่&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;90&nbsp;จึงทำให้มีผลกระทบต่อเกษตรกรและการส่งออก&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงพยายามเร่งแก้ปัญหานี้หลายด้าน</p><p><strong>ที่ผ่านมาได้มีการสนับสนุนให้ล้งทุเรียน&nbsp;ได้รับมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;GMP+</strong>&nbsp;เพื่อเพิ่มคุณภาพความปลอดภัยของผลไม้&nbsp;โดยได้มีโอกาสไปดูล้งทุเรียนที่จันทบุรี&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;แห่ง&nbsp;พบว่าล้งมีการปรับและนำวิธีการตรวจโควิด-19&nbsp;ตามแบบของจีนมาปรับใช้&nbsp;ทำให้ได้มาตรฐาน&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านของนางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>็ได้มีการมอบนโยบายและมีการพูดคุยกับทางด้านของผู้ว่าฯ&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการกำหนดแนวทางมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้เกษตรกร&nbsp;ส่วนเรื่องของการตรวจพบทุเรียนอ่อน&nbsp;ถือเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ให้ความสำคัญ&nbsp;แต่ที่ผ่านมายังถือว่าตรวจพบในปริมาณที่น้อยมาก&nbsp;และเมื่อตรวจพบก็มีการจับกุม&nbsp;และป้องกันการส่งออกได้ทัน&nbsp;พร้อมกันนี้ก็ยังมีทีมเล็บเหยี่ยวพิทักษ์ทุเรียนไทย&nbsp;(สวพ.6)&nbsp;สุ่มตรวจทุเรียนสม่ำเสมอเกือบทุกคืน</p><p><strong>ในส่วนของการแก้ปัญหาส่งออกทุเรียน</strong>&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มีอยู่&nbsp;3&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;คือ&nbsp;1.สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนทราบว่า&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ประเทศจีนในปัจจุบันค่อนข้างรุนแรง&nbsp;ทำให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออก&nbsp;อาจต้องมีหาตลาดที่นิยมบริโภคทุเรียนในอาเซียนเพิ่มขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;โดยเร่งเจรจาเพิ่มเติม&nbsp;2.ตลาดภายในประเทศ&nbsp;อาจต้องบูรณาการภายในระหว่างกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;เกี่ยวกับแผนรองรับการบริโภคภายในประเทศช่วงที่มีผลผลิตจำนวนมาก&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;ใช้เทคโนโลยี&nbsp;การถนอมอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;แช่แข็ง&nbsp;แช่เย็น&nbsp;แปรรูปต่างๆ&nbsp;เข้ามาเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้ทุเรียนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและเก็บได้นานขึ้น&nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาระดับนโยบาย&nbsp;เช่น&nbsp;อาจต้องเชิญเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย&nbsp;ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงาน&nbsp;เพื่อเป็นเน้นย้ำให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาล&nbsp;ในการแก้ไขปัญหา</p><p><strong>ที่ผ่านมาการส่งออกผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;</strong>แม้ว่าจะอยู่ในช่วงของสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แต่พบว่า&nbsp;ผัก&nbsp;และผลไม้มี&nbsp;GDP&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ส่งออกเติบโต&nbsp;มาตรฐานและคุณภาพค่อนข้างดี&nbsp;ซึ่งนอกจากประเทศจีนที่มีความเข้มข้นในส่วนของ&nbsp;มาตรการ&nbsp;Zero-Covid&nbsp;ยังไม่พบว่าประเทศใดใช้มาตรการนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สวท.ชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315172144123
278	หนุนกลุ่มแม่บ้านแปรรูปสบู่น้ำผึ้งชันโรง จ.ยะลา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก	<p><strong>ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และผู้ตรวจราชการกระทรวง&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;ลงตรวจเยี่ยมกลุ่มแม่บ้าน&nbsp;แปรรูปสบู่น้ำผึ้งชันโรง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่กลุ่มเลี้ยงผึ้งชันโรง&nbsp;บ้านพงยาวี&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงผึ้งชันโรงธรรมชาติ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบุดี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นายพิฆเนศ&nbsp;ต๊ะปวง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และผู้ตรวจราชการกระทรวง&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;พร้อมด้วยนายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มแม่บ้านเลี้ยงผึ้งชันโรง&nbsp;เกษตรกรสบู่น้ำผึ้งชันโรง&nbsp;เพื่อติดตามความสำเร็จของกลุ่มแม่บ้าน&nbsp;โดยมีนายวิทยา&nbsp;สายกี่เส้ง&nbsp;เกษตรตำบลบุดี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;และสมาชิกกลุ่มฯ&nbsp;นำเสนอผลิตภัณฑ์&nbsp;ความสำเร็จ&nbsp;และโอกาสการต่อยอดในอนาคตกับทางคณะฯ</p><p><strong>ด้านผู้ตรวจราชการการฯ&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>ทางคณะผู้ตรวจราชการทั้งของสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งทางจังหวัดได้ลงพื้นที่ที่สถานที่แห่งนี้&nbsp;เป็นเรื่องของการเลี้ยงผึ้งชันโรง&nbsp;โดยต่อยอดจากการเลี้ยงเสริมในสวนยางพารา&nbsp;และนำน้ำผึ้งมาสู่การต่อยอดเป็นสบู่เป็นเครื่องสำอางบางส่วน&nbsp;มีการขับเคลื่อนให้ตั้งกลุ่ม&nbsp;&nbsp;วันนี้มีกลุ่มแล้วกลุ่มแม่บ้านเข้ามาทำเกี่ยวกับสบู่&nbsp;จากการพูดคุยกลุ่มอยากจะได้โรงเรือนที่ถูกสุขลักษณะ&nbsp;มีมาตรฐานผ่านการรับรอง&nbsp;เพื่อให้ความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า&nbsp;ดังนั้นทางผู้ตรวจราชการจะรับข้อเสนอไปหาแนวทาง&nbsp;เช่น&nbsp;การให้มีการจดวิสาหกิจชุมชนเมื่อจดเป็นวิสาหกิจชุมชนแล้ว&nbsp;จะสามารถไปขอรับการสนับสนุนงบประมาณเป้าหมาย&nbsp;มาสร้างโรงเรือนโรงงานโรงผลิตโดยการให้ดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นำไปสู่ในเรื่องของการจัดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;การส่งเสริมเรื่องการตลาดจะเป็นในเรื่องของการตลาดออนไลน์&nbsp;ตลาดออฟไลน์&nbsp;ซึ่งทางกลุ่มมีอยู่แล้ว&nbsp;ทางภาครัฐเองก็มี&nbsp;Page&nbsp;มีช่องทางจำหน่ายของกระทรวงพาณิชย์เป็นต้น&nbsp;สามารถเชื่อมโยงประสานกันผ่านทางระบบที่ทางรัฐจัดให้</p><p><strong>ขณะเดียวกันในเรื่องของการส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดความรู้เมื่อเรารวมกันเป็นกลุ่ม&nbsp;</strong>และสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาก็จะมีสิ่งที่เรียกว่าองค์ความรู้เกิดขึ้น&nbsp;อยากให้ทางกลุ่มช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้กับเพื่อนพี่น้องที่อยู่ในชุมชนด้วย&nbsp;อาจมีการตั้งกลุ่มเพิ่มขึ้นหรือมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นจากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน&nbsp;อันนี้จะเป็นการเสริมสร้างรากฐานที่ดีมีความสุขในชุมชนและเศรษฐกิจดียิ่งยิ่งขึ้นไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315173227129
279	พณ.ตราด ร่วม สคบ.ตราด ศูนย์ดำรงธรรมฯ สำรวจปริมาณและราคาปุ๋ยเคมีในพื้นที่อำเภอเมืองตราด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดตราด&nbsp;และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสำรวจปริมาณและราคาปุ๋ยเคมีในพื้นที่อำเภอเมืองตราด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;&nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า&nbsp;ปุ๋ยเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;มีเพียงพอต่อการใช้ในการเกษตรที่สามารถใช้ภายในจังหวัดได้ประมาณ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ในส่วนของราคาปุ๋ยเคมีมีการปรับขึ้นจากเดิมประมาณ&nbsp;100-300&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;ยากำจัดวัชพืชและศัตรูพืชมีการปรับขึ้นประมาณ&nbsp;20-50&nbsp;ทั้งนี้ยังไม่พบการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315172552126
280	เปิดตัวรถโดยสารพลังงานสะอาด Shuttle bus รับ-ส่ง ผู้โดยสารสนามบินเบตง สอดรับนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล	<p><strong>จากการลงพื้นที่ของรัฐบาล&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอกประยุทย์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์สนามบินเบตง&nbsp;นอกจากนโยบายการพัฒนา&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นเมืองต้นแบบด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรแล้ว&nbsp;ในช่วงของการเปิดพิธีนายกรัฐมนตรีได้กล่าวตอนหนึ่งว่า&nbsp;รัฐบาลมีความมุ่งหวังในการพัฒนาพลังงานทดแทน&nbsp;พลังงานทางเลือก&nbsp;มีความยินดีที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีการใช้โรงไฟฟ้าชีวมวลพลังงานทดแทน&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งภารกิจที่ทางรัฐบาลจะต้องขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน</p><p><strong>สำหรับนโยบายด้านพลังงาน</strong>&nbsp;รัฐบาลได้บรรจุไว้ในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน&nbsp;ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Economy)&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทางท่าอากาศยานนานาชาติเบตง</strong>&nbsp;ได้มีนำนโยบายด้านพลังงานมาใช้&nbsp;โดยนำรถ&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;พลังงานไฟฟ้า100%&nbsp;ภายในออกแบบเน้นความสะดวกสบาย&nbsp;และทันสมัยช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย&nbsp;โดยช่วงแรกจะเปิดให้บริการตามโปรแกรมบินของสายการบินนกแอร์&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คือวันจันทร์-พุธ-ศุกร์&nbsp;จากท่าอากาศยานเบตง-เมืองเบตง-ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;20&nbsp;กม.&nbsp;ค่าโดยสาร&nbsp;40-100&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นายธนวัฒน์&nbsp;ประสานธรรมคุณ&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีคลีน&nbsp;เพาเวอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;</strong>หนึ่งในนักลงทุน&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;ระบุว่า&nbsp;อำเภอเบตงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ&nbsp;อาการดี&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;ไม่เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;จึงมองว่าการนำ&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;มาให้บริการที่สนามบินเบตง&nbsp;นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารแล้ว&nbsp;ในส่วนทางด้านลงทุนมองว่า&nbsp;ทางบริษัทมีความเชื่อมั่นในตัวเมืองเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ประกอบกับเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ประเทศมาเลเซียมีการเปิดประเทศด้วย&nbsp;ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก&nbsp;จึงมองว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315173809131
281	จ.สตูล ลงพื้นที่ตรวจสอบตรวจสอบราคาและการสต็อกปุ๋ยเคมี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นางสาวธัญรัศม์&nbsp;ไตรพันธ์รัชตะ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสตูล&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสตูล&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคา&nbsp;การสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชจำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สหกรณ์การเกษตรอำเภอควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;จำกัด&nbsp;พบว่าปุ๋ยมีเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ราคาเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น&nbsp;และไม่พบการสต็อกปุ๋ยเคมี</p><p><strong>นายอดุลย์&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรอำเภอควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นสร้างภาระเพิ่มให้แก่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร&nbsp;ทำให้ยอดขายลดลงถึงร้อยละ&nbsp;50&nbsp;โดยแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรในเรื่องของปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชภาคอุตสาหกรรมจะมีราคาขึ้นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เท่า&nbsp;โดยเฉพาะแม่ปุ๋ยทุกสูตร&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;0-0-60,&nbsp;21-0-0,&nbsp;16-0-0&nbsp;และมีแนวโน้มขาดตลาดอีกด้วย&nbsp;ทำให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง&nbsp;จึงขอฝากถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องราคาปุ๋ยอย่างจริงจัง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรต่อไป</p><p><strong>นางเจริญศรี&nbsp;อินทสโร&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์ราคาปุ๋ยมีแนวโน้มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว&nbsp;แต่ขณะนี้ผลผลิตด้านการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ยางพารา&nbsp;มีราคาดีราคาสูง&nbsp;รวมถึงมีฝนตกทำให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอควนกาหลงยังมีกำลังซื้อปุ๋ยได้&nbsp;แต่หากอนาคตคาดการณ์ว่าราคาปุ๋ยเคมีมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมอีก&nbsp;จะส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนแน่นอน</p><p><strong>ด้านนางสาวธัญรัศม์&nbsp;ไตรพันธ์รัชตะ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อสำรวจตลาดราคาปุ๋ยและการสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;ในวันนี้พรุ่งนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315174658136
282	จังหวัดตรังประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง ครั้งที่ 6/2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6/2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรังพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โดยในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน&nbsp;</strong>เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;ได้แจ้งเรื่องปฏิทินการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตรังปี&nbsp;2565&nbsp;แผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดตรัง&nbsp;แผนและผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;การขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาโครงการขจัดความยากจนแบบบูรณาการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ฐานข้อมูลด้านสังคมกลุ่มเปราะบางเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(ผู้ผลิต-ผู้บริโภค)&nbsp;โดยมีอนุกรรมการหอการค้าจังหวัดตรังเป็นผู้เสนอประเด็น&nbsp;ประเด็นแจ้งความประสงค์ประกาศแนวชายฝั่งทะเลตรังความยาว&nbsp;119&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เป็นเขตพัฒนาพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหาดยาว&nbsp;ตำบลเกาะลิบง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรังเป็นผู้นำเสนอประเด็น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315175510138
283	ผู้ว่าฯ ลำพูน ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณ และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ และปุ๋ย ป้องกันการกักตุนในพื้นที่ ผลการตรวจสอบไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด	<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;และสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณ&nbsp;และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;และปุ๋ย&nbsp;ของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;และตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.)&nbsp;บริษัท&nbsp;เม่งฮวด&nbsp;การเกษตร&nbsp;และ&nbsp;2.)&nbsp;บริษัท&nbsp;เค.ดี.ซี&nbsp;พืชผล&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยเคร่งครัด</p><p><strong>ผลการดำเนินการตรวจปรากฎว่า&nbsp;</strong>ไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด&nbsp;และผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่งได้มีการแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่จัดเก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตามแบบ&nbsp;ขพ.01&nbsp;เป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;15&nbsp;ตามที่กฎหมายกำหนด</p><p><strong>ทั้งนี้</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามข้อสั่งการของ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในเรื่องการไม่กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315183947152
284	กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยแผนเชิงรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ ส่งเสริมสินค้า BCG และ SMEs ไทยสู่ตลาดออนไลน์ในไต้หวัน	<p><strong>นายภูษิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;PChome&nbsp;แพลตฟอร์มอีคอมมิร์ซในไต้หวัน&nbsp;เปิดตัว&nbsp;PChome&nbsp;Thai&nbsp;Thaishopping&nbsp;ณ&nbsp;เมืองไทเป&nbsp;ประเทศไต้หวัน&nbsp;โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงผู้บริโภคไต้หวันได้โดยตรง&nbsp;เหมาะกับ&nbsp;SMEs&nbsp;ไทยที่ต้องการขยายโอกาสส่งออกสินค้า&nbsp;Made&nbsp;in&nbsp;Thailand&nbsp;เข้าสู่ตลาดไต้หวัน&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างหาผู้นำเข้าในไต้หวัน&nbsp;และต้องการทดลองตลาด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ</strong>&nbsp;ยังได้เปิดตัวร้าน&nbsp;TOPTHAI&nbsp;STORE&nbsp;บน&nbsp;PChome&nbsp;จำหน่ายสินค้าประเภท&nbsp;BCG&nbsp;ของไทย&nbsp;โดยคาดหวังว่าการร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;จะสามารถการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ของไต้หวันได้มากขึ้น</p><p><strong>PChome&nbsp;มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในไต้หวัน&nbsp;</strong>ปัจจุบันมีสินค้าไทยจำหน่ายอยู่กว่า&nbsp;3,000&nbsp;รายการ&nbsp;โดย&nbsp;PChome&nbsp;เห็นถึงศักยภาพของสินค้าไทยที่จะขยายตลาดในไต้หวัน&nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าต่างชาติทีได้รับความนิยมลำดับที่&nbsp;2&nbsp;เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีการออกแบบอย่างเป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นสากล&nbsp;ทำให้&nbsp;PChome&nbsp;นำมาวางขายบนเว็บไซต์ออนไลน์&nbsp;และจะมีแผนประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;เพื่อคัดสรรสินค้าไทยที่เป็น&nbsp;Product&nbsp;Champion&nbsp;ของแต่ละภูมิภาค&nbsp;เพื่อไปจำหน่ายในเว็บไซต์ของไปรษณีย์ของประเทศไต้หวัน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315195652192
285	รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่มอบวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก  รุ่นที่  2	<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบวุฒิบัติแก่ผู้ที่ผ่านการอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งการจัดอบรมดังกล่าวมีขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากนโยบายจังหวัดกระบี่ได้ส่งเสริมอาชีพ&nbsp;และผลิตสินค้าชุมชน&nbsp;</strong>เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่น&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนเป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;เริ่มจากการรวมกลุ่มของประชาชนระดับฐานราก&nbsp;ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น&nbsp;ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งการฝึกอบรมผลิตมัดย้อมบาติกในครั้งนี้&nbsp;เป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ทั้งในระดับบุคคล&nbsp;ระดับครัวเรือน&nbsp;ระดับกลุ่ม&nbsp;ตลอดจนเครือข่ายกลุ่มอาชีพต่าง&nbsp;1&nbsp;สามารถพัฒนาผลิตผ้ามัดย้อมบาติก&nbsp;ให้มีจุดเด่นและมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น&nbsp;โดยยึดหลักการพึ่งตนเองของชุมชน&nbsp;และจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนในด้านความรู้สมัยใหม่&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การเชื่อมโยงสินค้าชุมชน&nbsp;สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และสามารถพัฒนาต่อยอดไปถึงระดับวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลางต่อไป</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ได้กล่าวปิดการอบรมพร้อมขอบคุณสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่&nbsp;ทีมวิทยากร&nbsp;อาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านทุกฝ่าย&nbsp;ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมฝึกอบรมการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ขอให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมฯครั้งนี้&nbsp;ได้นำความรู้ที่ได้รับไปผลิต&nbsp;พัฒนาและต่อยอดให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315181635142
286	คณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จังหวัดกระบี่ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการปรับปรุงต้นแบบการสกัดน้ำมันปาล์ม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายราชัน&nbsp;มีน้อย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่&nbsp;ติดตามผลการดำเนินงานโครงการปรับปรุงต้นแบบการสกัดน้ำมันปาล์ม&nbsp;สหกรณ์นิคมอ่าวลึก&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;จังหวัดกระบี่</p><p><strong>โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็กเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพล&nbsp;อดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กันยายน&nbsp;2528&nbsp;ณ&nbsp;โรงงานสาธิตคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;โดยคณะวิจัยได้ดำเนินการคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรสวนปาล์มที่มีศักยภาพไปทำการออกแบบ&nbsp;สร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก&nbsp;ต่อมาคณะผู้วิจัยได้คัดเลือก&nbsp;สหกรณ์นิคมอ่าวลึก&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นสถานที่ทดสอบ&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;&nbsp;2529&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้า&nbsp;วิจัย&nbsp;และพัฒนาโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ใช้เงินทุนต่ำ&nbsp;ต่อยอดและพัฒนาให้ได้ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์บริสุทธิ์เพื่อบริโภค&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้กระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เพื่อบริโภค</p><p><strong>โดยการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานครั้งนี้&nbsp;</strong>เพื่อรับทราบปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ของการการดำเนินโครงการฯ&nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข&nbsp;อันจะเป็นการพัฒนา&nbsp;สืบสาน&nbsp;ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;ให้เกิดประโชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้สืบต่อไป&nbsp;จากนั้นได้สำรวจพื้นที่ขับเคลื่อน&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ระดับอำเภอในพื้นหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านในยวนแขก&nbsp;ตำบลอ่าวลึกเหนือ&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;3&nbsp;งาน&nbsp;66&nbsp;ตารางวา&nbsp;เพื่อเตรียมพื้นที่ในการเพาะปลูกและทำเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315181948143
287	กรมเจ้าท่า เดินหน้าพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี	<p><strong>นายวรรณชัย</strong>&nbsp;<strong>บุตรทองดี</strong>&nbsp;<strong>ผู้อำนวยการกองวิศวกรรม</strong>&nbsp;<strong>กรมเจ้าท่า</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;(Cruise&nbsp;Terminal)&nbsp;เกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;บริเวณเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสำราญทางทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันเรือสำราญยังไม่สามารถเข้าเทียบท่าที่เกาะสมุยได้โดยตรง</strong>&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยและไม่สะดวกกับนักท่องเที่ยว&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;จึงได้เร่งรัดผลักดันโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;(Cruise&nbsp;Terminal)&nbsp;ที่อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;บริเวณแหลมหินคม&nbsp;ตำบลตลิ่งงาม&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมทางด้านวิศวกรรม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;สิ่งแวดล้อมและสังคม&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;PPP&nbsp;Net&nbsp;Cost&nbsp;โดยรัฐจะลงทุนในส่วนของค่าเวนคืนที่ดิน&nbsp;ค่างานก่อสร้างโยธาและค่างานระบบภายในอาคารทั้งหมด&nbsp;และให้เอกชนลงทุนในส่วนของอุปกรณ์ประกอบการดำเนินงาน&nbsp;ดำเนินงานและบำรุงรักษาท่าเรือ&nbsp;รวมถึงให้เอกชนมีสิทธ์ในรายได้ของโครงการทั้งหมดเป็นระยะเวลา&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;</p><p><strong>หากรายได้ของโครงการต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนที่เอกชนคาดหวัง</strong>&nbsp;เอกชนอาจได้รับการชดเชยผลตอบแทนจากภาครัฐในรูปแบบของเงินสนับสนุนหรือเงินร่วมลงทุน&nbsp;และหากรายได้ของโครงการสูงกว่าอัตราผลตอบแทนที่เอกชนคาดหวัง&nbsp;เอกชนอาจต้องแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ภาครัฐ&nbsp;ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือค่าสัมปทาน</p><p><strong>ความสามารถในการรองรับของท่าเรือสำราญ</strong>&nbsp;จะสามารถรองรับเรือสำราญได้พร้อมกัน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;4,000&nbsp;คน&nbsp;เรือสำราญขนาดกลาง&nbsp;2,500&nbsp;คน&nbsp;และรองรับเรือยอร์ชสูงสุด&nbsp;80&nbsp;ลำ&nbsp;เรือเฟอร์รี่สูงสุด&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;ซึ่งท่าเรือมีขนาดความยาวหน้าท่า&nbsp;362&nbsp;เมตร&nbsp;ความลึกร่องน้ำ&nbsp;12&nbsp;เมตร&nbsp;อาคารผู้โดยสารบรรจุ&nbsp;3,600&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;(Cruise&nbsp;Terminal)&nbsp;จะเป็นการส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศและสนับสนุนธุรกิจการท่องเที่ยวให้กระจายเม็ดเงินไปสู่ผู้คนในท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของการท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคตอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315183543149
288	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วย ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครัวเรือนยากจน ตามนโยบายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล ในพื้นอำเภอละงู จำนวน 2 ครัวเรือน	<p><strong>วันนี้&nbsp;15&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมการศูนย์ขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล&nbsp;(คจพ.จ)&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;นางศุภมาส&nbsp;เหล็นเรือง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสตูล&nbsp;นายจรัส&nbsp;บำรุงเสนา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครัวเรือนยากจน&nbsp;ตามนโยบายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล&nbsp;ในพื้นอำเภอละงู&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>หลังที่&nbsp;1&nbsp;บ้านของ&nbsp;นายอาเสน&nbsp;ลิมาน&nbsp;อายุ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;</strong>(ผู้ป่วยเรื้อรัง&nbsp;โรคกระดูกตับเส้น)&nbsp;อาชีพ&nbsp;เกษตรกรปลูกผักสวนครัว&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;107&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบปากน้ำ&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งในครัวเรือน&nbsp;ได้มีกิจกรรมที่ครัวเรือนได้รับการพัฒนา&nbsp;ในด้านการส่งเสริมด้านการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;ได้รับการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;และส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><strong>หลังที่&nbsp;2&nbsp;เป็นบ้านของ&nbsp;นายสมชาย&nbsp;องศารา&nbsp;อายุ&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;</strong>อาชีพ&nbsp;รับจ้างทั่วไป&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;109&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;อาศัยอยู่คนเดียว&nbsp;ซึ่งกิจกรรมที่ครัวเรือนได้รับการพัฒนา&nbsp;คือการส่งเสริมด้านการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;และส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ได้กำหนดนโยบายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;&nbsp;โดยใช้ข้อมูลครัวเรือนตกเกณฑ์ความยากจนจาก&nbsp;TPMAP&nbsp;และข้อมูลกลุ่มคนที่ตกหล่น&nbsp;จากการสำรวจเพิ่มเติม&nbsp;ในระดับจังหวัด&nbsp;โดยการขับเคลื่อนผ่านศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด&nbsp;(ศจพ.จ.)&nbsp;โดยกำหนดให้ดำเนินการใน&nbsp;6&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>1)&nbsp;การสร้างกลไก&nbsp;,&nbsp;</p><p>2)&nbsp;จำแนกและตรวจสอบข้อมูล&nbsp;,&nbsp;</p><p>3)&nbsp;จัดทำแผนครัวเรือน&nbsp;,&nbsp;</p><p>4)&nbsp;บันทึกแผนงาน/โครงการ&nbsp;ในระบบ&nbsp;eMENSCR&nbsp;,&nbsp;</p><p>5)&nbsp;บูรณาการความช่วยเหลือ&nbsp;และ&nbsp;,&nbsp;</p><p>6)&nbsp;การรายงานผล</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;มอบชุดถุงธารน้ำใจ&nbsp;พร้อมทั้งมอบเงินสงเคราะห์&nbsp;ครัวเรือนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล&nbsp;มอบพันธุ์ไก่ไข่&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;พันธุ์ปลาดุก&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;พันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;และเครื่องมือทางการเกษตร&nbsp;ส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;มอบเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ให้แก่ทััง&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินเยี่ยมชมกิจกรรมของครัวเรือน&nbsp;ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315200645205
289	จังหวัดตรังลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร	<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายชนินทร์&nbsp;ศิริขันตยกุล&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โดยแบ่งเป็นในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;ตรังมาเลเซีย&nbsp;อะโกรเทค&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;รักเกษตรภัณฑ์&nbsp;จำกัด&nbsp;ร้านเคหเกษตรตรัง&nbsp;และอำเภอนาโยง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;คงแก้วพาณิชรุ่งเรือง&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรนาโยง&nbsp;โดยผลการตรวจสอบมีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;38,535&nbsp;กระสอบ&nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;2,984&nbsp;ลิตร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้เน้นย้ำให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ว่าจ้าง&nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไปด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315201042208
290	จ.แม่ฮ่องสอน ประชุมแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย	<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;POC&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันปรากฎสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์<strong>&nbsp;</strong>และปุ๋ยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>โดยพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชน&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยให้จังหวัดกำกับดูแล&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาและควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยเคร่งครัด</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315211819223
291	เที่ยววิถีใหม่ เทศกาลไทสกลรวมเผ่า รากเหง้าเดียวกัน 22-28 มีนาคมนี้	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;เตรียมจัดงานเทศกาลไทสกลรวมเผ่า&nbsp;รากเหง้าเดียวกัน</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22-28&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;เที่ยววิถีใหม่&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เคร่งครัด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;จังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร&nbsp;เทศบาลนครสกลนคร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;แถลงข่าวจัดงาน&nbsp;เทศกาลไทสกลรวมเผ่า&nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;22-28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;(ข้างพิพิธภัณฑ์ภูพาน)&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;จังหวัดสกลนคร</p><p><strong>นายชูพงษ์&nbsp;คำจวง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ทำให้การจัดงานหรือการจัดกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องงดไป&nbsp;แต่เพื่อรองรับกับการให้โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;จัดงานเทศกาลเทศกาลไทสกลรวมเผ่า&nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&nbsp;22-28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพิธีกรรม&nbsp;วิถีชีวิตของ&nbsp;8&nbsp;ชนเผ่า&nbsp;2&nbsp;เชื้อชาติ&nbsp;คือ&nbsp;ไทญ้อ&nbsp;ผู้ไท&nbsp;ลาว&nbsp;โย้ย&nbsp;โส้&nbsp;กะเลิง&nbsp;โซ่ทะวึง&nbsp;บรู&nbsp;ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม&nbsp;และเชื้อสายจีน&nbsp;นิทรรศการภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน&nbsp;การแสดงศิลปะวัฒนธรรมจากชนเผ่า&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากชุมชน&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;สนับสนุนงบประมาณในการจัดงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>โดยเป็นการจัดงานแบบเที่ยววิถีใหม่&nbsp;</strong>ผู้ร่วมงานต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;พร้อมกำหนดให้มีเจลแอลกอฮอล์ไว้ทุกร้านค้า&nbsp;จัดจุดคัดกรองทางเข้า-ออก&nbsp;ของงาน&nbsp;ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว&nbsp;และชาวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมงานเทศกาลไทสกลรวมเผ่า&nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22-28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;(ข้างพิพิธภัณฑ์ภูพาน)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316015231261
292	แตงโม ผลไม้ ดับกระหายช่วงหน้าร้อน	<p><strong>มาแล้วผลไม้หน้าร้อน&nbsp;แตงโม&nbsp;ที่ประชาชนนิยมเลือกซื้อไปรับประทาน</strong><em>&nbsp;เพื่อแก้กระหาย</em>&nbsp;<em>ดับร้อน&nbsp;</em>และยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;ทำให้ร้านขายแตงโมตอปิโด&nbsp;นิกอน&nbsp;&nbsp;โสรยาร์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ริมถนนทางเข้าเมืองยะลา&nbsp;ที่มีแตงโมลูกเล็ก&nbsp;ลูกใหญ่&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;มีประชาชน&nbsp;แวะเวียนมาเลือกซื้อแตงโมกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;บางคนก็ซื้อลูกเดียวบางคนอยู่หลายคนก็ซื้อหลายลูก&nbsp;ซึ่งราคาตอนนี้ก็ไม่แพง&nbsp;กก.ละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนรสชาติก็ไม่ต้องพูดถึง&nbsp;เนื้อแดง&nbsp;แน่น&nbsp;หนา&nbsp;หวานอร่อยตามพันธุ์ของตอปิโด</p><p><strong>ทางเจ้าของร้าน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ทุกปีพอถึงช่วงแตงโม&nbsp;ในหน้าร้อน&nbsp;</strong>ก็จะไปรับซื้อแตงโมพันธุ์ตอปีโด&nbsp;จากสวนของชาวบ้านที่&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;&nbsp;มาขาย&nbsp;&nbsp;คัดเองเก็บเองเป็นแตงโมปลอดสารพิษสดจากสวนตากใบ&nbsp;ซึ่งมีปลูกแตงโมกันมาก&nbsp;&nbsp;ส่วนปีนี้&nbsp;ก็ขายมาได้สองสามเดือนแล้ว&nbsp;ตั้งแต่ราคามาแรกๆ&nbsp;กก.ละ15-18&nbsp;บาท&nbsp;ตอนนี้เหลือ&nbsp;กก.ละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;มาน้ำท่วมด้วย&nbsp;ทำให้ราคาลง&nbsp;พอหลังจากนี้เข้าหน้าร้อนก็จะแพงขึ้นอีก&nbsp;ส่วนผลผลิตปีนี้จะมีน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;รับมาครั้งหนึ่งเป็นตัน&nbsp;ขายสองสามวันหมดก็จะไปรับมาใหม่&nbsp;แต่เดี๋ยวนี้คนซื้อจะไม่ค่อยมากเท่าไหร่&nbsp;ไม่เหมือนเมื่อก่อนมีมาก&nbsp;ส่วนใหญ่คนที่มาซื้อก็จะมีทั้ง&nbsp;คนทำงาน&nbsp;ชาวบ้านทั่วไปที่ผ่านไปมาก็จะแวะซื้อ&nbsp;อยู่ตรงสามแยกพอดี&nbsp;ราคาไม่แพง&nbsp;ลูกค้าที่ซื้อประจำก็จะรู้&nbsp;ขายทั้งปลีก&nbsp;และส่งด้วย&nbsp;รายได้ก็พออยู่ได้</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ชอบทาน&nbsp;แตงโมตอปิโด&nbsp;&nbsp;ก็สามารถแวะเวียนไปอุดหนุน&nbsp;</strong>ได้ที่&nbsp;3&nbsp;แยกเตาปูนท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;&nbsp;ซึ่งร้านจะตั้งอยู่ตรงหัวมุม&nbsp;เปิดขายตั้งแต่&nbsp;07.30&nbsp;น.ไปจนถึง&nbsp;2&nbsp;ทุ่ม&nbsp;ทุกวัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316090319269
293	ธอส. เตรียมวงเงิน 500 ล้านบาท จัดทำโครงการบ้านอยู่ดีมีสุข ครอบครัว อสม. 	"<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;ศิริไล&nbsp;กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;หรือ&nbsp;ธอส.</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจและขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;(อสม.)&nbsp;ที่มีส่วนในการช่วยดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ธอส.&nbsp;เตรียมวงเงิน&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อจัดทำ&nbsp;""โครงการบ้านอยู่ดีมีสุขครอบครัว&nbsp;อสม.""&nbsp;สำหรับ&nbsp;อสม.&nbsp;ที่มีที่ดินปลอดภาระหนี้&nbsp;เพื่อก่อสร้างบ้านตามแบบบ้านของสถาบันประชาชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน&nbsp;วงเงินต่อรายไม่เกิน&nbsp;700,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;1.99&nbsp;ต่อปี&nbsp;นาน&nbsp;4&nbsp;ปีแรก&nbsp;กรณีกู้&nbsp;700,000&nbsp;บาท&nbsp;ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง&nbsp;2,900&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;พร้อมฟรี&nbsp;ค่าธรรมเนียม&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้&nbsp;ค่าประเมินราคาหลักประกัน&nbsp;ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง&nbsp;เพียงยื่นกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566</p><p><strong>สมาชิก&nbsp;อสม.&nbsp;ที่ต้องการขอสินเชื่อดังกล่าว</strong>&nbsp;จะต้องลงทะเบียนแสดงความจำนงที่ประธานกลุ่ม&nbsp;อสม.&nbsp;ในแต่ละพื้นที่&nbsp;พร้อมแสดงเอกสารประกอบการขอสินเชื่อและบัตรประจำตัว&nbsp;อสม.&nbsp;รวมถึงแบบบ้าน&nbsp;อสม.&nbsp;ที่มีให้เลือก&nbsp;5&nbsp;แบบ&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ธอส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316093745278
294	ร้านกาแฟติ๋มซำ อาหารชื่อดังของเมืองตรัง ห่วงปัญหาแก๊สหุงต้มที่จะปรับขึ้นราคาอีก ซ้ำเติมความเดือดร้อนในหลายๆ ด้าน เพราะแต่ละวันต้องใช้แก๊สจำนวนมาก เพื่อนึ่ง ต้ม ทอด อาหารเช้า ขายลูกค้า	<p><strong>บรรยากาศร้านอาหารร้านกาแฟติ๋มซำ</strong>&nbsp;อาหารชื่อดังของจังหวัดตรัง&nbsp;โดยที่ร้านภาสินีในเขตเทศบาลนครตรัง&nbsp;ซึ่งหนาแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทางไปรับประทานกันตั้งแต่เช้า&nbsp;โดย&nbsp;นางธนาภา&nbsp;โพธิ์วิจิตร&nbsp;อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าของร้านออกมาระบุว่า&nbsp;จากกรณีที่รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;หรือหลังจากนั้นอาจจะมีการปรับสูงขึ้นไปอีก&nbsp;ซึ่งไม่ว่าจะปรับขึ้นมากหรือปรับขึ้นน้อย&nbsp;จะยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนให้แก่พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารทั้งสิ้น&nbsp;เพราะขณะนี้เครื่องปรุง&nbsp;หรือวัตถุดิบทุกชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ถุงพลาสติก&nbsp;น้ำตาล&nbsp;หรือของใช้จำเป็น&nbsp;มีการปรับราคาแพงขึ้นทุกอย่างแล้ว&nbsp;แต่หากยังจะมีการปรับราคาแก๊สขึ้นอีกก็จะยิ่งเดือดร้อน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปกติร้านกาแฟติ๋มซำจะต้องใช้แก๊สหลายถัง&nbsp;</strong>เพราะต้องนึ่ง&nbsp;ต้องต้ม&nbsp;ต้องทอด&nbsp;ตลอดเวลา&nbsp;อย่างที่ร้านนภาสินี&nbsp;จะใช้แก๊สวันละ&nbsp;8&nbsp;ถังพร้อมกัน&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นถังใหญ่&nbsp;ซึ่งขณะนี้ราคาแก๊สถังเล็ก&nbsp;อยู่ที่ถังละ&nbsp;350&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนถังใหญ่&nbsp;อยู่ที่ถังละ&nbsp;1,080&nbsp;บาท&nbsp;และจะต้องทำการเปลี่ยนทุกๆ&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;จึงต้องเสียค่าแก๊สหุงต้มเดือนละกว่า&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;และหากปรับราคาจะยิ่งทำให้เดือดร้อน&nbsp;ขณะที่ราคาอาหารยังไม่ปรับขึ้นอย่างใด&nbsp;แต่หากมีการปรับราคาแก๊สขึ้นไปอีก&nbsp;ทางร้านค้าก็อาจจะต้องพิจารณาปรับราคาอาหารตามไปด้วย&nbsp;เพราะไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่ได้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนให้อยู่ได้&nbsp;ด้วยการดูแลควบคุมราคาสินค้า&nbsp;หรือตรึงราคาสินค้า&nbsp;อย่าให้มีการปรับขึ้น&nbsp;เพราะจะทำให้ได้รับความเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316102720303
295	พาณิชย์ลำปาง หนุนร้านอาหารยกระดับอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ผ่านตราสัญลักษณ์ Thai Select	<p><strong>นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสาวกรรณิการ์&nbsp;ศรีวงค์มูล&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และรับสมัครร้านอาหารเพื่อขอรับตราสัญลักษณ์&nbsp;Thai&nbsp;Select&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านอาหารโฮม&nbsp;แอท&nbsp;ลำปาง&nbsp;และร้าน&nbsp;มาเมซอง&nbsp;การ์เดนท์&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้ยื่นสมัครเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>Thai&nbsp;SELECT&nbsp;ตราสัญลักษณ์ที่ใช้ในการรับรองร้านอาหารไทย</strong>ที่มีวิธีการปรุงและรสชาติไทยที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการและให้ความสำคัญในการรักษามาตรฐานอาหารไทยทั้งด้านการใช้วัตถุดิบของไทย&nbsp;รสชาติ&nbsp;ความสะอาด&nbsp;บริการ&nbsp;และบรรยากาศภายในร้าน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามารับบริการจะได้สัมผัสรสชาติอาหารแบบไทยแท้&nbsp;ตามเจตนารมณ์ของตราสัญลักษณ์&nbsp;Thai&nbsp;SELECT&nbsp;จากกระทรวงพาณิชย์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากร้านอาหารไทยที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ</strong>&nbsp;สามารถสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;5426&nbsp;5022</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316102259302
296	กรมท่าอากาศยาน ประสานสายการบินนกแอร์ เร่งชี้แจงผู้โดยสารกรณียกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง-เบตง	<p><strong>นายปริญญา&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ</strong>&nbsp;ชี้แจงกรณีสายการบินนกแอร์ได้ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ล่าสุดกรมท่าอากาศยานได้ประสานกับสายการบินนกแอร์&nbsp;ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;ยืนยันว่ามีความพร้อมและจะทำการบินเส้นทางดังกล่าวแน่นอน&nbsp;แต่ทั้งนี้ได้ยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดด้านการวางแผนการตลาด&nbsp;จึงต้องมีการทบทวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคมนี้</strong>&nbsp;สายการบินจะทำการบินไฟลท์โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง&nbsp;(Influencer&nbsp;Flight)&nbsp;โดยจะเชิญนักข่าว&nbsp;Youtuber,&nbsp;Social&nbsp;Media,&nbsp;Influencer&nbsp;และบริษัททัวร์&nbsp;ซึ่งสายการบินนกแอร์จะมีการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อมูลต่างๆ&nbsp;เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;อีกครั้ง</p><p><strong>สำหรับแนวทางชดเชยผู้โดยสาร</strong>&nbsp;ที่ได้ทำการซื้อบัตรโดยสาร&nbsp;เส้นทาง&nbsp;&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สายการบินจะทำการคืนเงินค่าโคยสารเต็มจำนวน&nbsp;ภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งค่าชดเชยการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินล่วงหน้าตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;อีกรายละ&nbsp;1,200.-&nbsp;บาท&nbsp;โดยกรมท่าอากาศยานจะได้ประสานและติดตามกับสายการบินนกแอร์&nbsp;ถึงแนวทางการปฏิบัติและรายละเอียดต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316110449333
297	แนะนำวิธีขับขี่ให้ประหยัดน้ำมัน ลดภาระค่าใช้จ่าย ยืดอายุการใช้งานรถยนต์ ลดมลพิษทางอากาศ	<p><strong>นายเสกสม&nbsp;อัครพันธุ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;และโฆษกกรมการขนส่งทางบก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อรับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;กรมการขนส่งทางบกขอแนะนำวิธีขับขี่รถที่จะช่วยประหยัดพลังงาน&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นวิธีง่ายๆ&nbsp;ที่เจ้าของรถสามารถทำได้ทันที&nbsp;เช่น&nbsp;ควรใช้ความเร็วคงที่ประมาณ&nbsp;80&nbsp;-&nbsp;90&nbsp;กิโลเมตร/ชั่วโมง&nbsp;และควรใช้เกียร์ที่เหมาะสมเพื่อมิให้รอบเครื่องยนต์สูงเกินไป&nbsp;ไม่ควรเบิ้ล&nbsp;กระชาก&nbsp;&nbsp;ลากเครื่องยนต์&nbsp;จะทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้มากยิ่งขึ้น&nbsp;นอกจากสิ้นเปลืองแล้ว&nbsp;ยังทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์เกิดเป็นมลพิษ&nbsp;หรือในกรณีเครื่องยนต์ดีเซลก็จะทำให้เกิดควันดำ&nbsp;เพิ่มปริมาณฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ในอากาศอีกด้วย&nbsp;และไม่ควรเร่งรถ&nbsp;หรือเบรกกะทันหัน&nbsp;หมั่นเติมลมยางตามกำหนดที่คู่มือรถแนะนำ&nbsp;บรรทุกสัมภาระเท่าที่จำเป็น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หากมีสัมภาระที่ไม่จำเป็นก็ควรจะนำออกจากรถ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เจ้าของรถควรหมั่นตรวจเช็กสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ</strong>&nbsp;ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด&nbsp;หมั่นทำความสะอาด&nbsp;หรือเปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่&nbsp;&nbsp;เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง&nbsp;กรองน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา&nbsp;หรือเปลี่ยนเร็วกว่ากำหนดสำหรับรถที่ใช้งานหนัก&nbsp;เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ผู้ผลิตรถกำหนด&nbsp;ตรวจเช็กและปรับตั้งหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นละอองและมีแรงดันตามที่ผู้ผลิตกำหนด&nbsp;ปรับตั้งปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงและตั้งจังหวะการฉีดเชื้อเพลิงให้ถูกต้อง&nbsp;เพื่อยืดเวลาการใช้งานรถยนต์ออกไปให้ยาวขึ้น&nbsp;&nbsp;ซึ่งวิธีการต่างๆ&nbsp;เหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการค่าบำรุงรักษารถและลดค่าเชื้อเพลิงให้กับเจ้าของรถได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;ทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316110836337
298	จังหวัดสตูล ขับเคลื่อนกิจกรรม ตลาดนัดชุมชน คนสตูล (ครั้งที่ 4) เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชน	<p><strong>ที่บริเวณลานจอดรถหน้าหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเลขาคณะอนุกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดสตูล&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;จัดกิจกรรมตลาดนัดชุมชน&nbsp;คนสตูล&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;4)&nbsp;และส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้แก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพชุมชน&nbsp;กลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ผู้ผลิตสินค้าชุมชนในจังหวัดสตูล&nbsp;มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า&nbsp;และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมพบปะให้กำลังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดด้วย</p><p><strong>สำหรับภายในงานฯ&nbsp;มีการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จากอำเภอต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;สินค้าจากกลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และผลผลิตจากสัมมาชีพชุมชน&nbsp;รวมทั้งมีการสาธิตอาชีพทำขนมปากหม้อ&nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอมะนัง&nbsp;ให้ได้ชิมฟรีอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;คนสตูล&nbsp;กำหนดเปิดให้บริการเดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกวันพุธที่&nbsp;2&nbsp;ของเดือน&nbsp;จนถึงเดือนธันวาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316114654357
299	ชาวเบตงมั่นใจ สายการบินจะกลับมาเปิดให้บริการในเร็ววัน รองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ ระบุ ช่วงเทศกาลจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ขณะที่สายบิน เตรียมบินไฟล์ท สื่อ ANGENCY โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง 18มี.ค. นี้	<p><strong>ชาวเบตงมั่นใจ</strong>&nbsp;<strong>สายการบินจะกลับมาเปิดให้บริการในเร็ววัน</strong>&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ระบุ&nbsp;ช่วงเทศกาลจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก&nbsp;ขณะที่สายบิน&nbsp;เตรียมบินไฟล์ท&nbsp;สื่อ&nbsp;&nbsp;ANGENCY&nbsp;&nbsp;โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง&nbsp;18มี.ค.&nbsp;นี้</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค,65)จากกรณี&nbsp;สายการบินนกแอร์</strong>&nbsp;แจ้งผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้&nbsp;ยกเลิกเที่ยวบิน&nbsp;เบตง-ดอนเมือง&nbsp;ในวันพุธที่&nbsp;16และวันศุกร์&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;หลังเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ได้ไม่นาน&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;ที่เคาน์เตอร์นกแอร์ภายในท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ได้หยุดให้บริการ&nbsp;ทำให้ผู้ที่เปิดจองตั๋วล่วงหน้า&nbsp;ได้มีการติดสอบถามไปสายการบินนกแอร์&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายบริพัทร&nbsp;คงคา&nbsp;อายุ&nbsp;58&nbsp;ปี&nbsp;หนึ่งในผู้ที่มีความตั้งใจ</strong>&nbsp;ที่จะจองตั๋วเพื่อใช้บริการสายการบินนกแอร์&nbsp;เพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โดยส่วนตัวมีความตั้งใจในการที่ใช้บริการของสายการบินนกแอร์&nbsp;เพื่อเดินทางได้เข้าไปจองในระบบของ&nbsp;ปรากฎว่า&nbsp;ทางสายการบินแจ้งกลับมา&nbsp;กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเส้นทาง&nbsp;ก็เข้าใจว่าเป็นช่วงแรกๆ&nbsp;ของการให้บริการ&nbsp;อาจจะมีปัญหา&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเพื่อนๆในกลุ่ม&nbsp;line&nbsp;ที่อยู่กรุงเทพ&nbsp;&nbsp;ได้จองไปแล้ว&nbsp;ทางสายการบินโทรแจ้งยกเลิก&nbsp;และได้ทำเรื่องขอเงินคืน&nbsp;แต่ต้องใช้เวลานานหน่อย&nbsp;โดนส่วนตัวคิดว่า&nbsp;มีคนที่จะใช้บริการ&nbsp;ถ้าเป็นช่วงเทศกาลน่าจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;สายการบินก็ไม่อยากประสบปัญหาขาดทุน&nbsp;ส่วนเรื่องของราคา&nbsp;คิดว่า&nbsp;ชาวเบตงเฉพาะกลุ่ม&nbsp;พร้อมใช้บริการ&nbsp;แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด&nbsp;คนที่มีความพร้อมรับได้&nbsp;ขณะนี้&nbsp;จองไม่ได้ก็ไม้รู้จะทำอย่างไร&nbsp;ซึ่งต่อไปคิดว่า&nbsp;การใช้บริการโดยสายการบินน่าจะดีขึ้น&nbsp;แต่ต้องใช้เวลา&nbsp;เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เบตง&nbsp;ในเรื่องของการเดินทาง&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่บรรยากาศในตัวเมืองเบตง&nbsp;เศรษฐกิจในพื้นที่</strong>ยังคงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาท่องเที่ยว&nbsp;มีการจับจ่ายซื้อของตามปกติ&nbsp;ล่าสุดทางเพจของนกแอร์&nbsp;มีการประกาศแจ้งผ่านเพจว่า&nbsp;&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;จะมีบินอีกไฟล์ท&nbsp;สำหรับสื่อ&nbsp;ANGENCY&nbsp;ต่างๆ&nbsp;นกแอร์ช่วยสนับสนุนฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย&nbsp;</p><p><strong>นายพิบูลย์&nbsp;ว่องศรีอุดมพร&nbsp;อายุ&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การยกตั๋วเที่ยวบินผู้โดยสาร&nbsp;&nbsp;เบตง-ดอนเมือง&nbsp;คาดว่าไม่คุ้มทุนของทางสายการบิน&nbsp;ที่มียอดการจองตั๋วน้อย&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะจาก&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;รวมทั้งสภาพอากาศในพื้นที่เบตงมีทั้งฝนตก&nbsp;ส่งผลถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;อยากเชิญชวนมาเที่ยวเบตงกัน&nbsp;คาดว่าถ้าเป็น&nbsp;ช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;เชงแม้ง&nbsp;เทศกาลปีใหม่&nbsp;ตรุษจีน&nbsp;&nbsp;รวมทั้งการเปิดประเทศ&nbsp;ก็จะทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้นประชาชนจะใช้ทางเลือกในการเดินทางโดยการบินมากยิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งล่าสุด&nbsp;ทางกรมท่าอากาศยานประสานสายการบินนกแอร์</strong>เร่งชี้แจงผู้โดยสารกรณียกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง-เบตง&nbsp;ตามที่สายการบินนกแอร์ได้ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นั้น&nbsp;กรมท่าอากาศยานได้ประสานกับสายการบินนกแอร์&nbsp;ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวดังนี้&nbsp;</p><p><strong>สายการบินนกแอร์ยืนยันว่ามีความพร้อมและจะทำการบิน</strong>เส้นทางดังกล่าวแน่นอน&nbsp;แต่ทั้งนี้ได้ยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดด้านการวางแผนการตลาด&nbsp;จึงต้องมีการทบทวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;สายการบินจะทำการบินไฟลท์โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง&nbsp;(Influencer&nbsp;Flight)&nbsp;โดยจะเชิญนักข่าวYoutuber,&nbsp;&nbsp;Social&nbsp;Media,&nbsp;Influencer&nbsp;และบริษัททัวร์&nbsp;ซึ่งสายการบินนกแอร์จะมีการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อมูลต่างๆ&nbsp;เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวทางชดเชยผู้โดยสารที่ได้ทำการซื้อบัตรโดยสารเส้นทาง</strong>&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สายการบินจะทำการคืนเงินค่าโคยสารเต็มจำนวน&nbsp;ภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งค่าชดเชยการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินล่วงหน้าตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;อีกรายละ&nbsp;1,200.-&nbsp;บาท&nbsp;โดยกรมท่าอากาศยานจะได้ประสานและติดตามกับสายการบินนกแอร์&nbsp;ถึงแนวทางการปฏิบัติและรายละเอียดต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำรวจความต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316120141364
300	จังหวัดสุรินทร์ ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม 1 จังหวัด 1 ชุมชน	<p><strong>นางอิฐสราชัย&nbsp;ลำพา&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางวรรณภา&nbsp;เอ็นดู&nbsp;ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;ลงพื้นที่ออกติดตามการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;(OPOAI&nbsp;-&nbsp;C)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในการให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนโคขุนกาบเชิงเพื่อการส่งออก&nbsp;ตั้ง&nbsp;ณ&nbsp;เลขที่&nbsp;168&nbsp;ม.4&nbsp;ต.กาบเชิง&nbsp;อ.กาบเชิง&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายเนื้อโคขุน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316115216359
301	ผวจ.นครศรีธรรมราช กำชับทุกฝ่ายคุมเข้มการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาอาหารสัตว์และปุ๋ย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมราชสีห์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประชุมการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยมีนายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร&nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มีการประชุมผ่านระบบ&nbsp;zoom&nbsp;เพื่อให้นายอำเภอและผู้เกี่ยวข้องทั้ง&nbsp;23&nbsp;อำเภอได้สอบถามข้อข้องใจ&nbsp;และรับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติดังกล่าวพร้อมกันด้วย</p><p><strong>สำหรับการประชุมดังกล่าวเพื่อร่วมกำหนดแนวการปฏิบัติและบูรณาการความร่วมมือ&nbsp;</strong>ระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุน&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยในพื้นที่&nbsp;เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้กำชับให้มีการดำเนินการใน&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;คือการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;การป้องปรามการกระทำผิดที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;และการขอความร่วมมือเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบาย&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลนและส่งผลให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316114922358
302	พาณิชย์ฯขอนแก่น ออกตรวจสอบปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โรงงานอาหารสัตว์ขอนแก่น	<p><strong>นายสุระชัย&nbsp;วิชาชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ออกตรวจสอบปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ของสถานประกอบการ&nbsp;บมจ.ซีพีเอฟ&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;โรงงานอาหารสัตว์ขอนแก่น&nbsp;เลขที่&nbsp;555&nbsp;ถนนมิตรภาพ&nbsp;ตำบลท่าพระ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจสอบ&nbsp;พบว่า&nbsp;มีปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;ในสต็อก&nbsp;จำนวน&nbsp;16,945&nbsp;ตัน&nbsp;โดยผู้ประกอบการได้มีการแจ้งแบบรายงาน&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;สถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ราคาโรงงานรับซื้อ&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;12.75&nbsp;บาท&nbsp;ปริมาณการรับซื้อ&nbsp;ประมาณวันละ&nbsp;200-300&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งโรงงานมีความต้องการวันละประมาณ&nbsp;500&nbsp;ตัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี</strong>ให้ตรวจสอบติดตามสถานการณ์วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งมีสภาวะขาดแคลนและปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เพื่อควบคุมด้านราคาและช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316131608386
303	ไลฟ์อย่างไร ให้ได้ล้าน เสริมเทคนิคเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้ผู้ประกอบการ	"<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;จัดอบรมหลักสูตรOne&nbsp;Live&nbsp;One&nbsp;Million&nbsp;ไลฟ์อย่างไร&nbsp;ให้ได้ล้าน&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ&nbsp;มีการเพิ่มวิธีการไลฟ์สดในการขายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น&nbsp;เสริมเทคนิคการสร้างยอดขายและแนวทางการเตรียมตัวสำหรับมือใหม่&nbsp;โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดความรู้&nbsp;ด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การเตรียมความพร้อมสำหรับการไลฟ์&nbsp;เทคนิคการสร้าง&nbsp;Content&nbsp;สร้างตัวตนให้กับธุรกิจ&nbsp;</p><p><strong>การอบรมจะมุ่งเน้นส่งเสริมสร้างองค์ความรู้และเทคนิค</strong>&nbsp;""ไลฟ์ขายของ""&nbsp;หรือการ&nbsp;""ถ่ายทอดสด""&nbsp;บนโซเชียลมีเดีย&nbsp;ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ค้าออนไลน์มีโอกาสได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเรียลไทม์&nbsp;นับเป็นโอกาสทองของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการเพิ่มยอดขายให้กับสินค้า&nbsp;โดยเฉพาะการไลฟ์ขายของ&nbsp;ที่เป็นวิธีการสื่อสารที่ได้ผลดีมากกว่าการขายของบนเว็บไซต์&nbsp;เพราะสามารถอธิบายสินค้า&nbsp;พูดคุยโน้มน้าวให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ในขณะนั้น&nbsp;มีผลดันให้ยอดขายเพิ่มขึ้นทันที&nbsp;ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วน&nbsp;1570&nbsp;และ&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.dbd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.dbd.go.th</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191920599
304	ททท.สำนักงานเพชรบุรี  เตรียมจัดงานเทศกาลดนตรี  โชคดีมีสุข Lucky Day Music Festival	<p><strong>นางสาวชมพู&nbsp;มฤศโชติ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ททท.สำนักงานเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;กำหนดจัดเทศกาลดนตรี&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;Lucky&nbsp;Day&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรมหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ภายใต้รูปแบบการจัดงาน&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;และการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;และเป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรม&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Event&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงก่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;กำหนดเปิดงานในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.45&nbsp;น.&nbsp;ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;การแสดงดนตรีศิลปิน&nbsp;นิว-จิ๋ว&nbsp;วันที่&nbsp;19-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ชมกิจกรรมออกบูทภายในงาน&nbsp;การแสดงวงดนตรีท้องถิ่น&nbsp;การแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียง&nbsp;INSTINCT&nbsp;ศิลปิน&nbsp;สงกรานต์&nbsp;รังสรรค์&nbsp;ผู้ร่วมงานช๊อปสินค้าครบ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ร่วมลุ้นโชคกับรางวัลกิจกรรมสอยดาว&nbsp;สนุกกับศิลปินชั้นนำที่ชื่นชอบ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม</strong>&nbsp;หรือหลักฐานการตรวจเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;แบบ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ตามมาตรการของสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;Safe&nbsp;and&nbsp;Fun&nbsp;with&nbsp;covid&nbsp;Free&nbsp;Setting</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316151833468
305	ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเตรียมพร้อม เปิดด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก  ไทย -กัมพูชา ครั้งใหม่	<p><strong>นางวิยะดา&nbsp;ซวง&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงความพร้อมของผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;อ.คลองใหญ่&nbsp;จ.ตราด&nbsp;กับทิศทางการเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจ&nbsp;โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว&nbsp;กว่า&nbsp;95%&nbsp;อยากให้เปิด&nbsp;ด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก&nbsp;ไทย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;หลังจากปิดไปเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;เป็นเวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;รัฐบาลมีการปิดเส้นทางเข้าประเทศ&nbsp;ในบางพื้นที่&nbsp;&nbsp;ข่าวนี้สร้างความหวังแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ของ&nbsp;อ.คลองใหญ่&nbsp;จ.ตราด&nbsp;โดยนางวิยะดา&nbsp;ซวง&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;มีการสำรวจชายแดนในส่วนของ&nbsp;ไทย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;ได้พยายามผลักดัน&nbsp;และได้รับความร่วมมือจากทางภาครัฐเป็นอย่างดี&nbsp;และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสในอนาคตอันใกล้นี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเปิดแดนครั้งใหม่&nbsp;ได้มีการทำประชาคมในภาคธุรกิจในพื้นที่&nbsp;อ.คลองใหญ่&nbsp;กว่า&nbsp;95%</strong>&nbsp;มีความพร้อมและมีความต้องการให้เปิดด่าน&nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลจะออกมาตรการอย่างไรที่จะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดน&nbsp;&nbsp;ซึ่งระหว่างนี้ผู้ประกอบการเอง&nbsp;มีความพร้อมและดำเนินการในเรื่อง&nbsp;มาตรการโควิด&nbsp;-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;มีระบบการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ที่มีมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ความพร้อมของมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ของสถานประกอบการ&nbsp;ในส่วนของทางภาครัฐ&nbsp;มองว่าทิศทางการทำงาน&nbsp;ก็เหมือนอย่างที่เคยทำมา&nbsp;เพียงแต่พิ่มเติมในส่วนของการควบคุมโรคที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบ&nbsp;การเข้าออกของนักท่องเที่ยว&nbsp;ถ้าถามว่าวันนี้&nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่&nbsp;มีความพร้อม&nbsp;อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเปิดด่านรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่นๆ&nbsp;อย่างในพื้นที่เป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316172533545
306	จังหวัดตรัง ตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;ร่วมบูรณาการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;และอำเภอวังวิเศษ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ว่าจ้าง&nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไป</p><p>ผลการตรวจสต็อก&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;คือ</p><p>อ.&nbsp;รัษฎา&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรรัษฎา</p><p>-&nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;บวรฟาร์ม</p><p>อ.ห้วยยอด&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด</p><p>-&nbsp;บริษัท&nbsp;เรืองตรัง&nbsp;คลังเกษตร&nbsp;จำกัด</p><p>อ.วังวิเศษ&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;ร้านน้องใหม่เคมีการเกษตร</p><p>-&nbsp;ร้านเพื่อนแท้การเกษตร</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรวังวิเศษ</p><p>2.&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;33,540&nbsp;กระสอบ&nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;148&nbsp;ลิตร</p><p>3.&nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&nbsp;ออกสินค้า&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย</p><p>4.&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน</p><p>5.&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างล่าช้า</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;ห้ามมิให้กักตุนสินค้า&nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้จัดทำแผนการตรวจบูรณาการสต็อก</strong>ปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาปราบศัตรูพืช&nbsp;และข้าวโพดอาหารสัตว์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316152529477
307	ดร.เอก จับมือ SME D Bank เตรียมสินเชื่อ 2,000 ล้าน ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ หนุนโครงการ เบตงหมื่นล้าน ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ 	<p><strong>ดร.เอก&nbsp;จับมือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;เตรียมสินเชื่อ&nbsp;2,000&nbsp;ล้าน</strong>&nbsp;ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้&nbsp;หนุนโครงการ&nbsp;เบตงหมื่นล้าน&nbsp;ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่&nbsp;ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวเติบโต&nbsp;หนุนสร้างงานสร้างรายได้&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก&nbsp;หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กว่า&nbsp;4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565)&nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง</strong>และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กับ&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ</strong>ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&nbsp;เช่น&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;Re-Start&nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ลงทุน&nbsp;ขยาย&nbsp;ปรับปรุงกิจการ&nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&nbsp;5.5%&nbsp;ต่อปี&nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป</p><p><strong>โดย&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก</strong>&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;ทางคณะกรรมการ&nbsp;มีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&nbsp;</p><p>1.ในตัวเมืองเบตง&nbsp;</p><p>2.บริเวณ&nbsp;Skywalk&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;</p><p>3.บริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน</strong>&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคนต่อปี&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&nbsp;4&nbsp;เท่า&nbsp;หรือกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;GPP&nbsp;(Gross&nbsp;Provincial&nbsp;Product)&nbsp;โตขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ศักยภาพของอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย</strong>&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;&nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;สามารถยกระดับมาตรฐาน&nbsp;ทั้งการผลิตและบริการ&nbsp;ให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;สร้างประโยชน์&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้&nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;กล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนทางด้าน&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ</strong>&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากศักยภาพของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่มีจุดเด่น&nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&nbsp;&nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&nbsp;&nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;และล่าสุด&nbsp;สนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคาร</strong>เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตัวอย่างหนึ่ง&nbsp;จับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;แพ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&nbsp;ห้องพัก&nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&nbsp;เพิ่มความสะดวกสบาย&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316153800486
308	ปธ.คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฯ จับมือ SME D Bank เตรียมสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ หนุน เบตงหมื่นล้าน ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่	<p><strong>ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฯ</strong>&nbsp;จับมือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;เตรียมสินเชื่อ&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้&nbsp;หนุนโครงการ&nbsp;&nbsp;เบตงหมื่นล้าน&nbsp;ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่&nbsp;ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวเติบโต&nbsp;สร้างงานสร้างรายได้&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก&nbsp;หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนกว่า&nbsp;4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank</strong>&nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กับนางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;</strong>ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&nbsp;เช่น&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;Re-Start&nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ลงทุน&nbsp;ขยาย&nbsp;ปรับปรุงกิจการ&nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&nbsp;5.5%&nbsp;ต่อปี&nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป</p><p><strong>ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</strong>และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางคณะกรรมการมีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&nbsp;ในตัวเมืองเบตง&nbsp;บริเวณ&nbsp;Skywalk&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และบริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคนต่อปี&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&nbsp;4&nbsp;เท่า&nbsp;หรือกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หรือ&nbsp;GPP&nbsp;(Gross&nbsp;Provincial&nbsp;Product)&nbsp;โตขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ศักยภาพของอำเภอเบตง&nbsp;</strong>เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถยกระดับมาตรฐาน&nbsp;ทั้งการผลิตและบริการให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้&nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน</p><p><strong>ส่วนทางด้าน&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์</strong>&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากศักยภาพของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่มีจุดเด่น&nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;และล่าสุดสนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&nbsp;อ.เบตงยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตัวอย่างหนึ่งจับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;&nbsp;แพ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&nbsp;ห้องพัก&nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&nbsp;เพิ่มความสะดวกสบาย&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฯ&nbsp;ดร.เอก&nbsp;จับมือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;เตรียมสินเชื่อ&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้&nbsp;หนุนโครงการ&nbsp;เบตงหมื่นล้าน&nbsp;ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่&nbsp;ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวเติบโต&nbsp;สร้างงานสร้างรายได้&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก&nbsp;หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนกว่า&nbsp;4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กับ&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;</p><p>ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&nbsp;เช่น&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;Re-Start&nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ลงทุน&nbsp;ขยาย&nbsp;ปรับปรุงกิจการ&nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&nbsp;5.5%&nbsp;ต่อปี&nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป</p><p>ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางคณะกรรมการมีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&nbsp;ในตัวเมืองเบตง&nbsp;บริเวณ&nbsp;Skywalk&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และบริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคนต่อปี&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&nbsp;4&nbsp;เท่า&nbsp;หรือกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หรือ&nbsp;GPP&nbsp;(Gross&nbsp;Provincial&nbsp;Product)&nbsp;โตขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ศักยภาพของอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถยกระดับมาตรฐาน&nbsp;ทั้งการผลิตและบริการให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้&nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน</p><p>ส่วนทางด้าน&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากศักยภาพของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่มีจุดเด่น&nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;และล่าสุดสนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&nbsp;อ.เบตงยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p>ที่ผ่านมา&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตัวอย่างหนึ่ง&nbsp;จับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;แพ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&nbsp;ห้องพัก&nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&nbsp;เพิ่มความสะดวกสบาย&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316160902507
309	20 ผลิตภัณฑ์ชุมชนของแม่ฮ่องสอน ผ่านการพิจารณารับรองผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ชุมชนตามเกณฑ์ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน	<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ในที่ประชุมมีมติเห็นชอบ&nbsp;และรับรองผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ชุมชนตามเกณฑ์&nbsp;มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คำขอ&nbsp;20&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ประเภทอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์ถั่วลายเสือคั่วกรอบ&nbsp;ของนางยุพิน&nbsp;รัตซ้อน&nbsp;</p><p><strong>ประเภทของใช้</strong>&nbsp;<strong>ของตกแต่งและของที่ระลึก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้า&nbsp;ของกลุ่มผลิตภัณฑ์จากชนเผ่าลีชอ&nbsp;ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้า&nbsp;ของกลุ่มสตรีบ้านไทรงาม&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน&nbsp;ชนิดแบบมีลวดลาย&nbsp;(เข็มกลัดเงินรูปดอกไม้)&nbsp;ของกลุ่มเครื่องเงินละว้าบ้านละอุบ&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน&nbsp;ชนิดแบบมีลวดลาย&nbsp;(กำไลข้อมือ)&nbsp;ของกลุ่มเครื่องเงินพรพระคุณไทย&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน&nbsp;ชนิดแบบเรียบ&nbsp;(แหวนเงิน)&nbsp;ของนายธนพัต&nbsp;กมลรัตนะ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าเช็ดมือ&nbsp;(ตุ๊กตาชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว)&nbsp;ของกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านป่าปุ๊&nbsp;ผลิตภัณฑ์จานกาบหมาก&nbsp;ของกลุ่มสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;ผลิตภัณฑ์ย่าม&nbsp;ของกลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงห้วยไก่ป่า&nbsp;ผลิตภัณฑ์ย่าม&nbsp;ของนางสาววัสสา&nbsp;วาสนวงษ์&nbsp;และผลิตภัณฑ์ย่าม&nbsp;ของกลุ่มทอผ้าแบวา</p><p><strong>ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ผลิตภัณฑ์เสื้อไต&nbsp;ของนายโยธิน&nbsp;ปัญญา&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าพันคอ&nbsp;ของกลุ่มอาชีพทอผ้าฝ้ายสีย้อมธรรมชาติบ้านป่าปุ๊&nbsp;ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปหญิง&nbsp;ประเภทชุดติดกัน&nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนร้านครูสมศรี&nbsp;ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปหญิง&nbsp;ประเภทกางเกง&nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนร้านครูสมศรี&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้านุ่งป้าย&nbsp;ของกลุ่มหัตถกรรมผ้าตำบลปางหมู&nbsp;ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปหญิง&nbsp;ประเภทชุดติดกัน&nbsp;ของกลุ่มหัตถกรรมผ้า&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าขนแกะ&nbsp;ของกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วย&nbsp;เสื้อกะเหรี่ยงหญิง&nbsp;ของกลุ่มทอผ้าแบวา&nbsp;และผลิตภัณฑ์ผ้าพันคอ&nbsp;ของกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วยห้อม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316162510514
310	สำนักงานพื้นที่พิเศษเลยลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชน	"<p><strong>สำนักงานพื้นที่พิเศษเลย&nbsp;(อพท.5)&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ตลอดจนชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ทำให้การสำรวจเส้นทางเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้โดยการสำรวจเส้นทางได้ลงพื้นที่ท่องเที่ยวแบบเสมือนจริง&nbsp;เก็บข้อมูล&nbsp;ข้อดี&nbsp;ข้อเสีย&nbsp;ปัญหาและอุปสรรค&nbsp;ในแต่ละเส้นทางทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ทำให้เกิดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่พิเศษเลย&nbsp;โดยมีแหล่งท่องเที่ยวเดิม&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวใหม่&nbsp;ให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดทางการตลาด&nbsp;การประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;กระตุ้นให้เกิดรายในชุมชน&nbsp;เพิ่มช่องทางการรับรู้&nbsp;พัฒนาต่อยอดส่งต่อเส้นทางให้กับผู้เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวต่อไป</p><p><strong>ที่จุดชมวิวสกายวอล์คภูพระใหญ่คกงิ้ว</strong>&nbsp;ธรรมชาติสร้างสรรค์&nbsp;ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาทางอำเภอนาแห้ว&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;พื้นที่ป่าต้นน้ำมีฝนตกลงมา&nbsp;ทำให้สีน้ำของแม่น้ำเหืองจะเข้มมาก&nbsp;ยิ่งเวลาไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงคาน&nbsp;ยิ่งจะเห็นความแตกต่างอย่างมาก&nbsp;จุดชมวิวสกายวอล์คภูพระใหญ่คกงิ้ว&nbsp;มีแม่น้ำสองสายสำคัญกั้นพรมแดนไทย&nbsp;กับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ซึ่งเป็นจุดแรกที่ลำน้ำโขงเข้าแผ่นดินอีสาน&nbsp;มีลำน้ำเหืองไหลมาบรรจบเห็นเป็นสองสีได้อย่างชัดเจน&nbsp;ณ&nbsp;เวลาเที่ยงวัน&nbsp;ณ&nbsp;""ปากเหือง""&nbsp;จุดที่แม่น้ำสองสายสำคัญ&nbsp;""แม่น้ำเหือง""&nbsp;""แม่น้ำโขง""&nbsp;แม่น้ำที่กั้นพรมแดนไทย&nbsp;กับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ไหลมาบรรจบกัน&nbsp;ทำให้มีแร่ธาตุอาหารต่างๆ&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ&nbsp;กิจกรรมนักท่องเที่ยวสามารถถวายหมากเบ็งสักการะพระใหญ่ขอพร&nbsp;&nbsp;หน้าที่การงาน&nbsp;การเงิน&nbsp;สุขภาพ&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต&nbsp;ค่าบริการแล้วแต่จิตศรัทธาจะได้หมากเบ็งจำนวน&nbsp;1&nbsp;คู่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2554</strong>&nbsp;เห็นชอบการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;&nbsp;7,193.01&nbsp;ตร.กม.&nbsp;หรือ&nbsp;4,495,645.28&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งล้วนมีความหลากหลายในการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองสร้างสวรรค์&nbsp;และเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;แนวการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>-&nbsp;เมืองเลย&nbsp;</strong>ควรเป็นเมืองสร้างสรรค์ที่มีชีวิตชีวา&nbsp;มีการจัดกิจกรรมต่างๆตลอดทั้งปี</p><p><strong>-&nbsp;เชียงคาน</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;เงียบสงบ&nbsp;เหมาะสมกับการพักผ่อน&nbsp;และการเรียนรู้วิถีชีวิตริมโขงร่วม&nbsp;และเชื่อมโยงกับ&nbsp;สปป.ลาว</p><p><strong>-&nbsp;ท่าลี่</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองการค้าชายแดนศูนย์กลางธุรกิจการขนส่งและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับ&nbsp;สปป.ลาว</p><p><strong>-&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;</strong>เป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;เมืองสร้างสรรค์&nbsp;เป็นเมืองที่น่าส่งเสริมให้เป็นเมืองจักรยาน&nbsp;และเมืองเศรษฐกิจสีเขียวที่มีการจัดการท่องเที่ยวชุมชนที่เข้มแข็ง</p><p>-<strong>&nbsp;ภูเรือ</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;ที่มีกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;ทางธรรมชาติ</p><p><strong>-&nbsp;นาแห้ว</strong>&nbsp;เป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;เป็นเมืองที่สงบเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;ที่ยั่งยืนและการท่องเที่ยวธรรมชาติ</p><p><strong>-&nbsp;ภูกระดึง</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองสร้างสรรค์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>-&nbsp;ภูหลวง</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;ด้วยเป็นเมืองที่สงบ&nbsp;เมืองสร้างสรรค์แพทย์แผนไทย&nbsp;และยาสมุนไพร&nbsp;และเมืองแห่งความรู้</p><p><strong>-&nbsp;หนองหิน</strong>&nbsp;ควรพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์&nbsp;ด้วยการจัดตั้งอุทยานธรณี</p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316164002533
311	โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 55,000 ล้านบาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.25&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;55,172&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;28,055.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;27,116.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.38&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วจำนวน&nbsp;1.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;2.75&nbsp;หมื่นราย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่&nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ผ่านเว็ปไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">www.คนละครึ่ง.com</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316194834627
312	ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และอุตสาหกรรมบริการ  มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ร่วมกับ  SME D Bank   ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ หนุนโครงการ เบตงหมื่นล้าน ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง</strong>และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;&nbsp;ธีระวร&nbsp;&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กับ&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือSME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ</strong>ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;&nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;Re-Start&nbsp;&nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ลงทุน&nbsp;ขยาย&nbsp;ปรับปรุงกิจการ&nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&nbsp;5.5%&nbsp;ต่อปีวงเงินกู้สูงสุด&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&nbsp;&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป</p><p><strong>โดย&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน</strong>เศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางคณะกรรมการ&nbsp;&nbsp;มีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;&nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&nbsp;&nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&nbsp;</p><p>1.ในตัวเมืองเบตง&nbsp;</p><p>2.บริเวณ&nbsp;Skywalk&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และ&nbsp;</p><p>3.บริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;</strong>ไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคนต่อปีและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&nbsp;4&nbsp;เท่าหรือกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;GPP&nbsp;(Gross&nbsp;Provincial&nbsp;Product)&nbsp;&nbsp;โตขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ศักยภาพของอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย</strong>&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับSME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;&nbsp;สามารถยกระดับมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;ทั้งการผลิตและบริการ&nbsp;ให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;สร้างประโยชน์&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้&nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน</p><p><strong>ส่วนทางด้าน&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ</strong>&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากศักยภาพของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่มีจุดเด่น&nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&nbsp;&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&nbsp;&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;และล่าสุด&nbsp;สนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคาร</strong>เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;ตัวอย่างหนึ่ง&nbsp;จับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;แพ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&nbsp;ห้องพัก&nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&nbsp;เพิ่มความสะดวกสบายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316182159560
313	ภูเก็ตภาคเอกชนด้านโรงแรมเชื่อมั่น กลับมาเปิดอีกครั้งหลังหยุดมา 3 ปี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่	<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;ได้กล่าวต่อผู้บริการคลับเมด&nbsp;และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในโอกาสที่คลับเมดกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังหยุดมานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยมองว่า&nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เปิดแคมเปญท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการ&nbsp;Pheket&nbsp;Sandbox&nbsp;โครงการ&nbsp;Test&amp;&nbsp;Go&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีตำรวจท่องเที่ยวที่ช่วยรักษาความปลอดภัย</strong>ให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;และที่สำคัญคือภาคประชาชนและภาคเอกชนที่ช่วยให้ความร่วมมือในการเปิดประเทศได้เป็นอย่างดี&nbsp;แม้ว่าโรคระบาด&nbsp;โควิด-19&nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักแต่จะเห็นได้ว่าสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติโดยฟื้น&nbsp;ฟื้นตัวกลับมาสวยงามอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความพร้อมและความมั่นใจ</strong>ของคนในจังหวัดภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น&nbsp;นับเป็นโอกาสอันดีที่คลับเมดได้เปิดตัวอีกครั้ง&nbsp;เชื่อว่าจะทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&nbsp;และยังส่งผลในทางอ้อมที่จะทำให้สายการบินไทยเริ่มมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&nbsp;มายังภูเก็ตทุกวัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คลับเมดมีสถานที่พักผ่อนที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงาม&nbsp;</strong>และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละพื้นที่มากกว่า&nbsp;80&nbsp;แห่งทั่วโลก&nbsp;ครอบคลุมกว่า&nbsp;40&nbsp;ประเทศ&nbsp;ในประเทศแถบยุโรป&nbsp;ส่วนในเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;รวมถึง&nbsp;คลับเมด&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;รีสอร์ทขนาดใหญ่&nbsp;ที่ตั้งอยู่ชายหาดกะตะ&nbsp;มีพื้นที่กว่า&nbsp;150&nbsp;ไร่&nbsp;และคลับเมด&nbsp;หนึ่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;คาดว่าการกลับมาเปิดให้บริการของคลับเมด&nbsp;ภูเก็ตครั้งนี้&nbsp;สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316190341583
314	การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมครบรอบ 62 ปี ส่งเสริมการเรียนรู้ของบุคลากร รองรับการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล	<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องในโอกาสวันสถาปนาองค์กรครบรอบ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งตรงกับวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ททท.&nbsp;จัดกิจกรรมระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;TAT&nbsp;OPEN&nbsp;HOUSE&nbsp;DATA&nbsp;&nbsp;กิจกรรมออนไลน์&nbsp;ททท.&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;ร้อยความร่วมมือ&nbsp;สู่&nbsp;ความยั่งยืน&nbsp;และกิจกรรมประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อเสริมสิริมงคล&nbsp;เฉลิมฉลองวันสถาปนาครบรอบปีที่&nbsp;62&nbsp;สำหรับกิจกรรม&nbsp;TAT&nbsp;OPEN&nbsp;HOUSE&nbsp;OPEN&nbsp;DATA&nbsp;ภายใต้คอนเซปต์&nbsp;Data&nbsp;Driven&nbsp;Mart&nbsp;ขับเคลื่อนแลกเปลี่ยนข้อมูล&nbsp;เพิ่มพูนประสิทธิผลองค์กร&nbsp;จัดขึ้นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจฐานข้อมูลดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ต่อยอดสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังจัดกิจกรรมขับเคลื่อนข้อมูลด้านดิจิทัล&nbsp;</strong>สำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจผ่านระบบ&nbsp;Webinar&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรมประกาศเจตนารมย์ในการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันกับ&nbsp;13&nbsp;หน่วยงานพันธมิตร&nbsp;และกิจกรรมเสวนาความร่วมมือในการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเปิดประเทศ&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316194312623
315	ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 1.00 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม 	<p><strong>กลุ่มผู้ค้น้ำมัน</strong>&nbsp;<strong>บริษัท</strong>&nbsp;<strong>ปตท</strong>.&nbsp;<strong>และบางจาก</strong>&nbsp;<strong>แจ้งว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&nbsp;1&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดราคาคงเดิม&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong>&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;46.16&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.75&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.48&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;37.64&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;30.94&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193659620
316	ยะลา เดินหน้าพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวบ้านบันนังลูวา อย่างยั่งยืน สอดรับวิถีชีวิตใหม่ New normal	<p><strong>ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เดินหน้าพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวบ้านบันนังลูวา&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;สอดรับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่&nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;</strong>ม.2&nbsp;ต.หน้าถ้ำ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;&nbsp;นางอภิญญา&nbsp;สุวรรณ&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดยะลา&nbsp;คณะศึกษาดูงานจากสถานประกอบการ&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึง&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ใน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีประชาชนทั้งชุมชนในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.หน้าถ้ำ&nbsp;และตำบลใกล้เคียงให้ความสนใจ&nbsp;เข้าร่วมจำนวนมาก</p><p><strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นับเป็นสิ่งน่ายินดีอย่างยิ่ง&nbsp;สำหรับผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;สนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;&nbsp;เชื่อมั่นว่าโครงการในครั้งนี้จะทำให้&nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;และชุมชนใกล้เคียง&nbsp;ได้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ได้&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลา</p><p><strong>สำหรับโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยว</strong>แก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;ประกอบด้วยกิจกรรม&nbsp;การล่องเรือเก็บขยะในละหาร&nbsp;การแสดงลิเกฮูลู&nbsp;การแสดงมโนราห์&nbsp;การแสดงกระบองไฟ&nbsp;จากเยาวชน&nbsp;ต.ปุโรง&nbsp;และการแสดงบรรยายธรรม&nbsp;จือราเมาะห์&nbsp;โดยบาบอดิง&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316183620567
317	รพ.กรุงเทพสิริโรจน์ จังหวัดภูเก็ต สนับสนุน ISAPS จัดงานประชุมวิชาการระดับโลก ISAPS Official Course Thailand 2022จังหวัดภูเก็ต ดึงแพทย์ไทยและต่างชาติ ร่วมงานกว่า 200 ราย ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness Tourism)	"<p><strong>นายแพทย์สงวน&nbsp;คุณาพร&nbsp;ศัลยแพทย์ตกแต่ง</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันดูแลสุขภาพและความงาม&nbsp;ARTEMES&nbsp;Health&nbsp;and&nbsp;Beauty&nbsp;Destination,&nbsp;Phuket&nbsp;พร้อมดำรงตำแหน่ง&nbsp;Local&nbsp;&nbsp;Chairman,&nbsp;ISAPS&nbsp;Thailand&nbsp;2022,&nbsp;A&nbsp;member&nbsp;of&nbsp;ISAPS&nbsp;Board&nbsp;of&nbsp;Directors,&nbsp;2020-2022&nbsp;ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานประชุมวิชาการศัลยแพทย์ตกแต่งความงามระดับนานาชาติ&nbsp;ISAPS&nbsp;Official&nbsp;Course&nbsp;Thailand&nbsp;2022&nbsp;ว่า&nbsp;""การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นการจัดงานระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย&nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด&nbsp;Covid&nbsp;&nbsp;19&nbsp;มาอย่างยาวนาน&nbsp;</p><p><strong>โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้า&nbsp;แลกเปลี่ยนความรู้&nbsp;</strong>พัฒนาทักษะ&nbsp;และเทคนิคทางการแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งความงามทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ&nbsp;โดยมีการผ่าตัดสาธิต&nbsp;Live&nbsp;Surgery&nbsp;โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ&nbsp;ถ่ายทอดสดผ่านระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจากห้องผ่าตัด&nbsp;โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์&nbsp;ไปยังห้องประชุมที่จัดงาน&nbsp;และ&nbsp;Live&nbsp;Streaming&nbsp;ไปยังทีมแพทย์ทั่วโลกอีกด้วย&nbsp;ทำให้การประชุมวิชาการ&nbsp;ISAPS&nbsp;Official&nbsp;Course&nbsp;Thailand&nbsp;2022&nbsp;ได้รับความสนใจจากเหล่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทย&nbsp;และชาวต่างชาติ&nbsp;ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า&nbsp;200&nbsp;รายจากทั่วทุกมุมโลก&nbsp;อาทิ&nbsp;ตุรกี&nbsp;สเปน&nbsp;อเมริกา&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;บลาซิล&nbsp;โคลัมเบีย&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p><strong>โดยงานนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;14-16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;แมริออท&nbsp;ภูเก็ตรีสอร์ท&nbsp;แอนด์สปา&nbsp;เมอร์ลินบีช&nbsp;&nbsp;และนายแพทย์สงวน&nbsp;คุณาพร&nbsp;ยังกล่าวต่ออีกว่า&nbsp;&nbsp;ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทย&nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&nbsp;รวมถึงโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์&nbsp;ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน&nbsp;และได้รับความไว้วางใจเลือกให้เป็น&nbsp;Landmark&nbsp;ของการจัดการประชุมวิชาการระดับโลกในครั้งนี้&nbsp;เพื่อตอกย้ำความสำคัญของจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยว&nbsp;การประชุม&nbsp;และศัลยกรรมตกแต่งความงาม&nbsp;ขานรับนโยบายของภาครัฐ&nbsp;ผลักดันให้&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;กลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ&nbsp;มุ่งสู่การเป็นเมืองมหาอำนาจด้านสุขภาพของโลกในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191004588
318	"ผู้ว่าฯ พิจิตรเตรียมจัดงาน ""พิจิตรพิสมัย"" ส่งเสริมการท่องเที่ยวเปิดเมืองพิจิตร"	"<p><strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;ณะบุตรจอม&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;ประชุมร่วมกับคณะทำงานปรับปรุงภูมิทัศน์และอาคารหอชมนกบึงสีไฟ&nbsp;อ.เมืองพิจิตร&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเปลี่ยนชื่อหอชมนก&nbsp;เป็นหอชมบึง&nbsp;เนื่องจากสภาพปัจจุบันไม่มีนกให้เห็นเช่นเมื่อก่อน&nbsp;แต่สามารถมองเห็นความสวยงามของบึงสีไฟได้อย่างชัดเจน&nbsp;เป็นจุดเช็คอินอีกจุดหนึ่งของบึงสีไฟ&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;เห็นชอบการจัดงาน&nbsp;""พิจิตรพิสมัย""&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ที่หอชมบึง&nbsp;(หอชมนกเดิม)&nbsp;วันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;65&nbsp;โดยตกแต่งสถานที่เป็นแหล่งพักผ่อน&nbsp;ถ่ายรูป&nbsp;เช็คอินแนวทันสมัย&nbsp;เช่น&nbsp;อุโมงค์ไฟ&nbsp;หินทองคำ&nbsp;การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือแนวงานคราฟของคนรุ่นใหม่&nbsp;ผสมผสานกับร้านค้าโอทอปชุมชน&nbsp;การประกวดไก่ตั้งไก่ต่อ&nbsp;(ไก่แจ้เสียงขัน)&nbsp;แข่งขันเรือจิ๋ว&nbsp;7&nbsp;ฝีพาย&nbsp;และเรือหัวใบ้ท้ายบอด&nbsp;โชว์ขบวนบิ๊กไบค์&nbsp;การแข่งขันเปตอง&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมาก&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>พิจิตรพิสมัย&nbsp;เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลและนโยบายจังหวัดส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;จากแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้ว&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.พิจิตร..ภาพ/ข่าว&nbsp;ขอบคุณ&nbsp;นักธุรกิจรุ่นใหม่(YEC)&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคเหนือ	พิจิตร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316192731609
319	คณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จังหวัดกระบี่  ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  พื้นที่อำเภอปลายพระยา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายราชัน&nbsp;มีน้อย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พื้นที่อำเภอปลายพระยา&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;นายวินัย&nbsp;ดินแดง&nbsp;นายอำเภอปลายพระยา&nbsp;ร่วมติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยคณะติดตามฯ&nbsp;เริ่มจากลงพื้นที่&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหยา</strong>&nbsp;อีนเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลปลายพระยา&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;จังหวัดกระบี่ก่อสร้างขึ้นในช่วงปี&nbsp;2533&nbsp;&nbsp;2534&nbsp;มีขนาดความจุ&nbsp;3.2&nbsp;ล้านลูบาศก์เมตร&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเสริมการเพาะปลูกพืช&nbsp;กักเก็บน้ำสำหรับอุปโภค&nbsp;&nbsp;บริโภค&nbsp;เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้ราษฎรใช้บริโภค&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อบรรเทาการเกิดอุทกภัย&nbsp;จากนั้นติดตามโครงการปลูกข้าวเพื่อบริโภคครบวงจรในสหกรณ์นิคมอ่าวลึกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;บ้านปากน้ำ&nbsp;ตำบลปลายพระยา&nbsp;ส่งเสริมให้สมาชิกในเขตพื้นที่ปากน้ำปลูกข้าวบริโภคในครัวเรือน&nbsp;และยังพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;ให้กับนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;&nbsp;บุคคลที่สนใจ&nbsp;ในการเรียนรู้วิธีการทำนาแบบครบวงจร&nbsp;และร่วมทดสอบการทำงานของโรงสีข้าวพระราชทาน&nbsp;ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2534&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานครั้งนี้&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหา</strong>&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ของการการดำเนินโครงการฯ&nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข&nbsp;อันจะเป็นการพัฒนา&nbsp;สืบสาน&nbsp;ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;ให้เกิดประโชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้สืบต่อไป&nbsp;จากนั้นติดตามดูพื้นที่ขับเคลื่อน&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ระดับอำเภอในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปลายพระยา&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;43&nbsp;ตารางวา&nbsp;เป็นที่รกร้างว่างเปล่า&nbsp;เตรียมการปลูกพืช&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้กับกลุ่มที่สนใจเข้ามาศึกษา&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191128590
320	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อปฏิบัติราชการ ระหว่างวันที่ 16 - 18 มี.ค. 65	<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยนายนักปราชญ์&nbsp;ไชยานนท์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>โดย&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ได้เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อปฏิบัติราชการในการประชุมหารือสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;ติดตามการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกร&nbsp;และติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316192809610
321	รมว.พาณิชย์ลงพื้นทีติดตามปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดนไทยเมียนมาพร้อมเร่งแก้ไขปัญหาให้กับผุ้ประกอบการไทยในช่วงโควิด	<p><strong>ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยนายนักปราชญ์&nbsp;ไชยานนท์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>โดย&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ได้เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อปฏิบัติราชการในการประชุมหารือสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;ติดตามการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกร&nbsp;และติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ยังได้เดินทางไปชม</strong>ทัศนียภาพของเมืองแม่ฮ่องสอนที่จะมีการผลักดันการค้าชายแดนต่อไปหลังตากสถานการณ์ปัญหาโรคโควิด19เบาบางลง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316192944612
322	พลังงานจังหวัดชัยนาท ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ออกบูธจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน ภายในงานมหกรรมหุ่นฟางนก และของดีศรีท้องถิ่น ประจำปี 2565 ครั้งที่ 37	<p><strong>ที่ถนนพรหมประเสริฐ&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาทหลังใหม่</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ซึ่งพลังงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;ออกบูธจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน&nbsp;ภายในงานมหกรรมหุ่นฟางนก&nbsp;และของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นำโดย&nbsp;นายอำพร&nbsp;วายลม&nbsp;พลังงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสุภาวินี&nbsp;นาควิเชียร&nbsp;หัวหน้าหมวดประชาสัมพันธ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;โดยให้ความรู้กับผู้ที่สนใจเรื่องของพลังไฟฟ้า&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;จะให้คำแนะนำในเรื่องของไฟฟ้าทดแทน&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ระบบสูบพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่&nbsp;ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูง&nbsp;ชุดครอบหัวเตาแก๊สประสิทธิภาพสูง&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับห้องเย็น&nbsp;และระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสีย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>โดยจะให้ความรู้ในเรื่องระบบสายส่ง&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ในโครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน&nbsp;และกิจกรรมตอบคำถาม&nbsp;รับของรางวัล&nbsp;หากมีผู้สนใจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า&nbsp;หรือสอบถามในเรื่องระบบส่งไฟฟ้า&nbsp;เข้าสอบถามได้ที่บูธกิจกรรม&nbsp;ภายในงานมหกรรมหุ่นฟางนก&nbsp;และของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191811598
323	ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา เปิดกิจกรรมโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา	<p><strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;</strong>ประธานพิธีเปิดโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;นายสุรเชษฐ์&nbsp;สุทธิกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา&nbsp;นางอภิญญา&nbsp;สุวรรณ&nbsp;&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดยะลา&nbsp;คณะศึกษาดูงานจากสถานประกอบการ&nbsp;5&nbsp;จังหวัดเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;ม.2&nbsp;ต.หน้าถ้ำ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยว</strong>แก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึง&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ในจังหวัดยะลา&nbsp;ภายในงานมีประชาชนทั้งชุมชนในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.หน้าถ้ำ&nbsp;และตำบลใกล้เคียงให้ความสนใจ&nbsp;เข้าร่วมจำนวนมาก</p><p><strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นับเป็นสิ่งน่ายินดีอย่างยิ่ง&nbsp;สำหรับผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;สนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;&nbsp;เชื่อมั่นว่าโครงการในครั้งนี้จะทำให้&nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;และชุมชนใกล้เคียง&nbsp;ได้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ได้&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานได้&nbsp;การล่องเรือเก็บขยะในละหาร&nbsp;การแสดงลิเกฮูลู&nbsp;</strong>การแสดงมโนราห์&nbsp;การแสดงกระบองไฟ&nbsp;จากเยาวชน&nbsp;ต.ปุโรง&nbsp;และการแสดงบรรยายธรรม&nbsp;จือราเมาะห์&nbsp;โดยบาบอดิง&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316204642637
324	กรมการค้าภายใน ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ตรึงราคาไข่คละหน้าฟาร์มไม่เกิน 3.20 บาท  	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ประชุมหารือร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาไข่ไก่&nbsp;ภายหลังผู้เลี้ยงไก่ไข่ขอปรับราคาจำหน่ายหน้าฟาร์มให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยจากการหารือร่วมกันพบว่า&nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงปรับสูงขึ้นจริงตามที่ผู้เลี้ยงได้แจ้ง&nbsp;สาเหตุจากสภาวะอากาศร้อน&nbsp;ทำให้อัตราการให้ไข่ลดลงและมีขนาดที่เล็กลง&nbsp;ประกอบกับราคาวัตถุดิบหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ดังนั้นเพื่อลดภาระของผู้เลี้ยงให้สามารถยังคงเลี้ยงต่อไปได้&nbsp;และไม่เป็นภาระกับผู้บริโภคมากเกินไป&nbsp;จึงมีข้อตกลงร่วมกันกำหนดราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ไม่เกิน&nbsp;3.20&nbsp;บาท/ฟอง&nbsp;โดยราคาจำหน่ายปลีก&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;เฉลี่ยทั่วประเทศ&nbsp;ขณะนี้ยังอยู่ที่&nbsp;3.47&nbsp;บาท/ฟอง&nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่สอดคล้องกับราคาหน้าฟาร์ม</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์ข้าวโพด</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในอาหารไก่เนื้อและไก่ไข่นั้น&nbsp;ผลจากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีความเห็นร่วมกันในการผ่อนคลายมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ในขณะนี้&nbsp;และหากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนผ่อนคลายลง&nbsp;ก็จะช่วยให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในตลาดโลกผ่อนคลายลงเร็วขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193501618
325	พาณิชย์สุรินทร์เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างและการใช้ Big Data ภาคการเกษตร	<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางวิยะดา&nbsp;เฮ่ประโคน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;เข้าร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมหารือ&nbsp;แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างและการใช้&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;และความต้องการด้านข้อมูลของเกษตรกรในการผลิตสินค้าข้าวตลอดห่วงโซ่&nbsp;ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;นำโดยรองโฆษกคณะกรรมาธิการ&nbsp;หัวหน้าคณะทำงาน&nbsp;(นางจินตนา&nbsp;ชัยยวรรณาการ)&nbsp;รองเลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการ&nbsp;(นายรณวริทธิ์&nbsp;ปริยฉัตรตระกูล)&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;(นายเฉลียว&nbsp;เกาะแก้ว)&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;(นายบุญมี&nbsp;สุระโคตร)&nbsp;พร้อมคณะผู้ร่วมเดินทางศึกษาดูงาน&nbsp;และผู้เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มโรงสี&nbsp;ตลาดกลาง&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง&nbsp;ตำบลดู่&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316235720671
326	พาณิชย์สุรินทร์ออกตรวจสต็อกปุ๋ยเคมี หลังมีแนวโนมปรับราคาสูงขึ้น	<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ร่วมบูรณาการร่วมกับเกษตรอำเภอจอมพระ&nbsp;ปลัดอำเภอจอมพระ&nbsp;และตำรวจภูธรอำเภอจอมพระ&nbsp;ออกตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ในพื้นที่อำเภอจอมพระ&nbsp;ณ&nbsp;สถานประกอบการที่จำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;บจก.พูนสินทวีโชค&nbsp;(ร้านชัยวัฒน์)&nbsp;2)&nbsp;ร้านบุญประสงค์ฟาร์ม&nbsp;3)&nbsp;ร้านกีรพรรดิ์พาณิชย์&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่ามีสินค้าสต็อกไว้จำหน่ายให้เกษตรกร&nbsp;เกษตรกรจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีมากตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317000102672
327	กระทรวงคมนาคม ร่วมกับภาคเอกชนเตรียมพร้อมทุกมิติ! ภาคคมนาคมขนส่ง ลดผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน	<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวถึงแนวทางการลดผลกระทบต่อภาคคมนาคมขนส่งของไทย&nbsp;จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย&nbsp;กับยูเครน&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน&nbsp;ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้านโลจิสติกส์และขนส่งที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;ในส่วนของการขนส่งทางถนน&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม&nbsp;ให้พิจารณาต้นทุนรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;ที่อาจขอปรับขึ้นค่าโดยสาร&nbsp;รวมทั้งต้นทุนรถแท็กซี่&nbsp;รวมถึงแนวทางการอุดหนุน&nbsp;(Subsidy)&nbsp;ผู้ประกอบการด้านการขนส่งทางราง&nbsp;ให้ประชาชนสะดวกในการเข้าใช้ระบบการขนส่งทางราง&nbsp;โดยพัฒนาระบบการจ่ายค่าโดยสารร่วมในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะรูปแบบอื่น&nbsp;การส่งเสริมทางการตลาด&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเดินทางด้วยรถไฟฟ้า&nbsp;</p><p><strong>ด้านการขนส่งทางน้ำ&nbsp;ให้มีแผนการปรับเปลี่ยนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้พลังงานทางเลือกอื่น</strong>&nbsp;โดยบริหารจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินกิจการและการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อมิให้เกิดการหยุดชะงักอย่างเฉียบพลันและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ&nbsp;และด้านการขนส่งทางอากาศ&nbsp;ให้พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบสายการบิน&nbsp;รวมทั้งพิจารณามาตรการช่วยเหลือพิ่มเติมในด้านการผ่อนคลายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคและช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการ&nbsp;รวมทั้งมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายของสายการบิน&nbsp;โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;และเตรียมพร้อมในกรณีเกิดเหตุวิกฤติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หน่วยงานภาคเอกชนได้เสนอประเด็นปัญหาเรื่องการขนส่งชายฝั่งและการบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;</strong>รวมทั้งมาตรการสนับสนุนเพื่อลดต้นทุนการขนส่งด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;นอกเหนือจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานครั้งถัดไปในอีก&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์</p><p><br></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317114838773
328	PTT LNG Company Limited และ B.Grimm LNG Limited  ลงนามสัญญา การใช้บริการสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 1	<p><strong>เมื่อเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;ที่ห้องกรุงเทพ&nbsp;2&nbsp;โรงแรมเซ็นทารา&nbsp;ลาดพร้าว&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;PTTLNG&nbsp;ได้เปิดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ&nbsp;(LNG&nbsp;Shipper)&nbsp;จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน&nbsp;(กกพ.)&nbsp;เข้าจองใช้บริการ&nbsp;ของสถานีแอลเอ็นจี&nbsp;มาบตาพุด&nbsp;แห่งที่&nbsp;1&nbsp;ตามนโยบายส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของกระทรวงพลังงาน&nbsp;โดย&nbsp;บริษัท&nbsp;บี.กริม&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ให้ความไว้วางใจในการเข้ามาใช้บริการ&nbsp;LNG&nbsp;Terminal&nbsp;กับ&nbsp;PTTLNG&nbsp;มีปริมาณการจองใช้ทั้งสิ้น&nbsp;5&nbsp;แสนตันต่อปี&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;นับตั้งแต่ปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2572&nbsp;ซึ่งความร่วมมือนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;และบริษัท&nbsp;บี.กริม&nbsp;เพาเวอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ให้แข็งแกร่งและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	NULL	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317095239696
329	กรมธนารักษ์ เตรียมเปิดประมูลที่ดินเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดตากกว่า 1 พันไร่ เดือนพฤษภาคมนี้	<p><strong>นายประภาศ&nbsp;คงเอียด&nbsp;อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมธนารักษ์&nbsp;เตรียมเปิดประมูลที่ดินในโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลท่าสายลวด&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งแปลงที่&nbsp;1&nbsp;ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่&nbsp;ตก.590&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;1,076-1-90.70&nbsp;ไร่&nbsp;คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;ได้มีมติให้เปิดประมูลเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากใหม่&nbsp;และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ฯ&nbsp;เป็นหน่วยงานดำเนินการเกี่ยวกับการทบทวนสิทธิประโยชน์และการขยายระยะเวลาสิทธิประโยชน์การยกเว้นค่าเช่าที่ดินราชพัสดุตามมาตรการเร่งรัดการลงทุน&nbsp;โดยกำหนดผลประโยชน์&nbsp;ตอบแทนเป็นค่าเช่าในอัตราไร่ละ&nbsp;36,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;คิดเป็นค่าเช่าปีละ&nbsp;38,753,163&nbsp;บาท&nbsp;(ปรับปรุงค่าเช่าร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ทุก&nbsp;5&nbsp;ปี)&nbsp;และกำหนดค่าธรรมเนียมการประมูล&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;269,119,188&nbsp;บาท&nbsp;มีกำหนดระยะเวลา&nbsp;การเช่า&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งปัจจุบันเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนกิจการเป้าหมายครบทั้ง&nbsp;13&nbsp;กลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเปิดประมูลได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>คุณสมบัติของผู้เสนอการลงทุน</strong>&nbsp;ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย&nbsp;ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กรณีกิจการร่วมค้า&nbsp;(Joint&nbsp;Venture)&nbsp;เป็นการร่วมของธุรกิจที่มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมกันไม่ต่ำกว่า&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมีผลงาน&nbsp;หรือประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนแปลงที่&nbsp;2&nbsp;ที่ดินราชพัสดุ&nbsp;</strong>แปลงหมายเลขทะเบียนที่&nbsp;ตก.591&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;671-2-05&nbsp;ไร่&nbsp;จัดให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กนอ.)&nbsp;เช่า&nbsp;อัตราค่าเช่าไร่ละ&nbsp;25,200&nbsp;บาท/ปี&nbsp;คิดเป็นค่าเช่าทั้งแปลง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;16.92&nbsp;ล้านบาท/ปี&nbsp;โดยปรับปรุงค่าเช่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ทุก&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(ค่าเช่าตลอดอายุสัญญาเช่า&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;=&nbsp;1,717.91&nbsp;ล้านบาท)&nbsp;ค่าธรรมเนียมการเช่า&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;167.88&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(ค่าธรรมเนียมการเช่าผ่อนชำระ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;โดยเริ่มชำระปีที่&nbsp;6-10&nbsp;ยกเว้น&nbsp;5&nbsp;ปีแรก&nbsp;พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราตลาด)</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317105919739
330	"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นำสินค้าอุปโภคบริโภค จำหน่าย ""โครงการเพชรบุรีเข้มแข็ง รัก เทิดทูน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์""  ให้แก่ประชาชนในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 20 - 40 % ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน 17,750 บาท"	"<p><strong>ณ&nbsp;อบต.บางตะบูน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบางตะบูนออก&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;พีรพัฒน์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยบูรณาการร่วมกับงาน&nbsp;""โครงการเพชรบุรีเข้มแข็ง&nbsp;รัก&nbsp;เทิดทูน&nbsp;ชาติ&nbsp;ศาสน์&nbsp;กษัตริย์""&nbsp;(จังหวัดเคลื่อนที่)&nbsp;นำสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;จำหน่ายให้แก่ประชาชนในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;40&nbsp;%&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;ถุงละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;2.&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;30&nbsp;ฟอง&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;ถุงละ&nbsp;85&nbsp;บาท&nbsp;3.&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;ขวดละ&nbsp;55&nbsp;บาท&nbsp;4.&nbsp;ข้าวขาว&nbsp;100%&nbsp;5&nbsp;กก.&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;ถุงละ&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่นๆ&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;น้ำยาล้างจาน&nbsp;ผงซักฟอก</strong>&nbsp;น้ำยาปรับผ้านุ่ม&nbsp;จากบริษัท&nbsp;พีรพัฒน์ฯ&nbsp;มาร่วมจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาประหยัด&nbsp;โดยมีประชาชนร่วมซื้อสินค้ากว่า&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;ยอดการจำหน่ายสินค้าทั้งสิ้น&nbsp;58,250&nbsp;บาท&nbsp;ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;17,750&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317110934750
331	พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี และคณะ ลงพื้นที่เขตพื้นที่รอยต่อจังหวัดประจวบฯ  เพชรบุรี ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน การจำหน่ายปุ๋ยเคมีสูงเกินราคา ตรวจสอบสต๊อกและติดตามสถานการณ์ เพื่อไม่มีการกักตุน ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า	<p><strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;บูรณาการร่วมกับ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;ตำรวจภูธรแก่งกระจาน&nbsp;ฝ่ายปกครองแก่งกระจาน&nbsp;และ&nbsp;อบต.ป่าเด็ง&nbsp;ในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน&nbsp;การจำหน่ายปุ๋ยเคมีสูงเกินราคา&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบสต๊อกและติดตามสถานการณ์&nbsp;เพื่อไม่มีการกักตุน&nbsp;ฉวยโอกาส&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลป่าเด็ง&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;(เขตพื้นที่รอยต่อจังหวัดประจวบฯ&nbsp;&nbsp;เพชรบุรี)&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;การติดตามเรื่องร้องเรียน&nbsp;พบว่าทางร้านมีการจำหน่ายปุ๋ยยูเรีย&nbsp;สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;โดยทางร้านแบ่งจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่สอดคล้องกับต้นทุน&nbsp;ที่มีการปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ไม่ได้มีการจำหน่ายในราคาสูงเกินจริง&nbsp;การตรวจสต๊อกร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;ร้านดาวเกษตร&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;142&nbsp;กระสอบ&nbsp;2)&nbsp;ร้านเจริญทรัพย์พาณิชย์&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;กระสอบ&nbsp;3)&nbsp;ร้านเก้-แอมการเกษตร&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;กระสอบ&nbsp;สถานการณ์และราคาจำหน่ายทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่พบการกักตุน&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&nbsp;ราคาที่จำหน่ายสอดคล้องกับต้นทุน&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,340&nbsp;&nbsp;1,350&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;ตรายารามีร่า&nbsp;สูตร&nbsp;8-24-24&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,500&nbsp;&nbsp;1,570&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;ตรายารามีร่า&nbsp;สูตร&nbsp;13-13-21&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,380&nbsp;&nbsp;1,400&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปริมาณการซื้อของเกษตรกรมีจำนวนลดลงอย่างมาก</strong>&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมี&nbsp;มีการปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2564</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317110731749
332	จังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี	<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายรณชัย&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชกรจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;</strong>เป็นประธานตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;โดยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;ณ&nbsp;บริษัท&nbsp;พรศรีแกรนด์&nbsp;อพะกรีเทคจำกัด&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่เน้นย้ำให้ตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ปริมาณการครอบครองปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรืโรคพืช&nbsp;และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายในเชิงบริหารต่อไป</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;และจากสถานการณ์ราคาปุ๋ยและยาที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นไปตามภาวะการณ์ด้านการตลาดและอีกส่วนคือภาวะของสงคราม&nbsp;โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียที่เกษตรกรนิยมใช้&nbsp;ที่เป็นผลพลอยได้จากน้ำมัน&nbsp;เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;สิ่งต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นจากน้ำมัน&nbsp;จึงมีการขยับราคาขึ้นตามไปด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร&nbsp;และห้ามกักตุนสินค้า&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.สํารวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.2497&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไปด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคเหนือ	พิษณุโลก	สวท.พิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317113510765
333	มาแล้ว!!! ทะเลหมอกแรกของปี จุดชมวิวผามออีแดง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">มาแล้ว!!!&nbsp;ทะเลหมอกแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;ที่สวยงามบนจุดชมวิวผามออีแดง&nbsp;</strong><strong>หลังฝนตกอากาศชื้น&nbsp;ปีนี้มาเร็วขึ้นกว่าเดิม&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><strong>สถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&nbsp;รายงานสภาพอากาศว่า&nbsp;</strong>ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง&nbsp;ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากสภาพอากาศดังกล่าว&nbsp;ทำให้พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มีฝนตกฟ้าคะนองกระจายไปทั่วเกือบทุกพื้นที่&nbsp;</strong>รวมถึงบนเทือกเขาพนมดงรัก&nbsp;ชายแดนไทย-กัมพูชา&nbsp;ด้านเขาพระวิหาร&nbsp;ก็มีฝนตกตั้งแต่ช่วงกลางวันของวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตกถึงช่วงเย็น&nbsp;ทำให้อากาศชื้น&nbsp;อากาศที่เคยร้อนกลับมาเย็น&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;ที่จุดชมวิวผามออีแดงอุณหภูมิอยู่ที่&nbsp;24&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;เกิดมีทะเลหมอกแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;สวยงาม&nbsp;ปีนี้ทะเลหมอกมาเร็วกว่าปกติ</p><p><strong>เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร&nbsp;ฝากเชิญชวนนักท่องเที่ยวขึ้นชมทะเลหมอก&nbsp;</strong>ชมตะวันขึ้นสามแผ่นดินที่สวยงาม&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;นักท่องเที่ยวยังได้ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ&nbsp;สถูปคู่&nbsp;และปราสาทโดนตวล&nbsp;โบราณวัตถุ&nbsp;โบราณสถานที่ทรงคุณค่าด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317115300776
334	ขยายเวลาการคงราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ เอ็นจีวี ออกไปอีก 3 เดือน 	<p><strong>นายวุฒิกร</strong>&nbsp;<strong>สติฐิต</strong>&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อสนับสนุนนโยบายของกระทรวงพลังงานในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนในตลาดโลก&nbsp;และจากการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงได้ให้ขยายระยะเวลาการคงราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์&nbsp;หรือเอ็นจีวี&nbsp;ที่&nbsp;15.59&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และราคาขายปลีกเอ็นจีวี&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;เอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน&nbsp;สำหรับผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;ที่เคยได้รับสิทธิผ่านมาตรการเอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน&nbsp;ที่&nbsp;13.62&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ต่อไปอีกเป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จากเดิมสิ้นสุดในวันที่&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นวันที่&nbsp;15&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;คิดเป็นมูลค่าที่สนับสนุนทั้งสิ้นกว่า&nbsp;&nbsp;3,322&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317144008839
335	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ในส่วนภูมิภาค เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ เพื่อผลักดันการเปิดจุดการค้าชายแดนในการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน	<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ในส่วนภูมิภาค&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนไทย&nbsp;เมียนมาร์&nbsp;ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีนายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ได้สรุปสถานการณ์การค้าชายแดนไทย&nbsp;เมียนมาร์&nbsp;ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้ง&nbsp;5&nbsp;ช่องทาง&nbsp;ตลอดจนปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และรับทราบความคืบหน้าในการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนด่านห้วยต้นนุ่น&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการผลักดันให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร</p><p><strong>ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาการขอเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนห้วยต้นนุ่น&nbsp;</strong>สำหรับการท่องเที่ยวข้ามแดนเฉพาะกิจ&nbsp;และการขอใช้พื้นที่ตั้งอาคารโครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนบ้านร่องแห้ง&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อเป็นจุดตรวจสอบสินค้าของจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องทางบ้านห้วยผึ้ง</p><p><strong>ในเบื้องต้น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>ระบุว่าการลงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเป็นการเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยเฉพาะสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;ทั้งนี้เป็นการส่งเสริมการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนปัญหาและอุปสรรคของการเปิดจุดผ่อนปรน&nbsp;ทั้งช่องทางการค้าชายแดนบ้านห้วยต้นนุ่น&nbsp;ยังมีการติดปัญหาด้านการปักปันเขตแดน&nbsp;ระหว่างไทยกับเมียนมา&nbsp;และการขอใช้พื้นที่ในการก่อสร้างอาคาร&nbsp;และปรับปรุงถนน&nbsp;ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินงานขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;ส่วนกรณีหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;เรียกร้องให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนเฉพาะกิจเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้มอบหมายให้ทางจังหวัดเร่งเรื่องประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาแก้ไขปัญหา</p><p><strong>ส่วนกรณีองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยผา</strong>&nbsp;ขอใช้พื้นที่ตั้งอาคารโครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนบ้านร่องแห้ง&nbsp;ซึ่งเป็นอาคารแบบ&nbsp;one&nbsp;stop&nbsp;service&nbsp;ที่ช่องทางบ้านห้วยผึ้งที่มีการก่อสร้างกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ด้วยงบกว่า&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และยังไม่มีการใช้งาน&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เร่งให้จังหวัดหาข้อยุติต่อไป&nbsp;โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พิจารณาหาข้อยุติในการใช้อาคารโครงสร้างพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนบ้านร่องแห้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317133256807
336	สมุทรสาคร เปิดกิจกรรมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) บ้านคลองใหญ่ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร	<p><strong>ที่วัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม&nbsp;(วัดมอญ)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลหลักสาม&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;</strong>จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(Decentralized&nbsp;Hand&nbsp;-&nbsp;On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;:&nbsp;D-HOPE)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอาวุธ&nbsp;วิเชียรฉาย&nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นางพรรณวิภา&nbsp;ปิยัมปุตระ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นางศลิษา&nbsp;ม่วงใหม่&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายพิรุณโรจน์&nbsp;นาคดนตรี&nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมฯ</p><p><strong>กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดสรรงบประมาณให้อำเภอบ้านแพ้ว</strong>ดำเนินโครงการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;คือ&nbsp;บ้านคลองใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านแพ้ว&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีวัตถุประสงค์โครงการฯ&nbsp;เพื่อค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;(Champ)&nbsp;ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;(Champ)&nbsp;ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-&nbsp;HOPE)&nbsp;ทั้งนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพชุมชนในด้านการบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับเสน่ห์ของชุมชนร่วมทำกิจกรรมกับคนในชุมชน&nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง&nbsp;โดยประกอบด้วยกิจกรรม&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.&nbsp;กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการค้นหาผู้ประกอบการ&nbsp;(Champ)&nbsp;2.&nbsp;กิจกรรมทดสอบโปรแกรมการท่องเที่ยว&nbsp;3.&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;</strong>กำหนดดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;16-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บ้านคลองใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านแพ้ว&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00-16.30&nbsp;น.&nbsp;มีการจัดโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;กิจกรรมต้อนรับ-ห่มสไบมอญ-เสิร์ฟน้ำผึ้งมะนาวกระชายบีดส์&nbsp;2.&nbsp;กิจกรรมร้อยมาลัยดอกรัก&nbsp;3.&nbsp;กิจกรรมไหว้พระ&nbsp;&nbsp;ฟังเรื่องราวของวัดมอญและวิถีชุมชนบ้านคลองใหญ่&nbsp;4.&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ดื่มน้ำตรีผลา&nbsp;&nbsp;ฟังเรื่องราววิสาหกิจชุมชนและน้ำตรีผลาของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;5.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้การทำผ้าอีโคปริ้นท์&nbsp;6.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้การทำวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน&nbsp;7.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้อาหารพื้นถิ่นของชุมชนบ้านคลองใหญ่&nbsp;8.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้เรื่องการทำลูกประคบและยาดม&nbsp;9.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้การทำเมี่ยงคำ&nbsp;10.&nbsp;กิจกรรมการเรียนรู้การทำขนมต้ม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317151248866
337	จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด&nbsp;(ศจพ.จ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลได้เห็นความสำคัญ</strong>ของการแก้ไขปัญหาความยากจนในทุกมิติ&nbsp;จึงมีนโยบายในการแก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน&nbsp;โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;โดยใช้ข้อมูลจากระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;(Thai&nbsp;People&nbsp;Map&nbsp;and&nbsp;Analytics&nbsp;Platform)&nbsp;เพื่อชี้เป้าความยากจน&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านสุขภาพ&nbsp;ด้านความเป็นอยู่&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;ด้านรายได้&nbsp;และด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;(ซึ่ง&nbsp;1&nbsp;คนย่อมมีมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปัญหา)&nbsp;โดยกลไกในการทำงานดังกล่าวครอบคลุมทั้งระดับจังหวัด&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;และระดับพื้นที่&nbsp;ซึ่งจังหวัดสตูลได้สร้างกลไกทุกระดับแล้ว&nbsp;และได้ตรวจสอบรับรองข้อมูลครัวเรือนเป้าหมายที่แก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการบูรณาการให้ความช่วยเหลือจากทุกกระทรวงตามภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งภาคเอกชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมฯ&nbsp;ได้ชี้แจงกรอบระยะเวลาการดำเนินการดังกล่า</strong>ว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;วิเคราะห์สภาพปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไข&nbsp;ภายในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;จำแนกประเภทครัวเรือนเพื่อแก้ไขเป็นรายมิติ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;บูรณาการแนวทางการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;การบันทึกข้อมูลในระบบ&nbsp;Logbook&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;&nbsp;กันยายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;และติดตามการดำเนินงาน&nbsp;รายงานผล&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;จังหวัดสตูลมีครัวเรือนตกเกณฑ์ในระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;</strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;7,672&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;แบ่งเป็นมิติสุขภาพ&nbsp;1,093&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;,&nbsp;มิติความเป็นอยู่&nbsp;2,052&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;,&nbsp;มิติการศึกษา&nbsp;1,561&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;,&nbsp;มิติรายได้&nbsp;4,315&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และมิติการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;49&nbsp;ครัวเรือน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317145830857
338	จ.ลำปาง จัดงาน ลำปางล้ำ Showcase 2022 @เชียงใหม่ แสดงผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นสร้างสรรค์สู่นครอินเตอร์ ระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค.65	<p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;จัดงาน&nbsp;ลำปางล้ำ&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;งานแสดงผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นสร้างสรรค์สู่นครอินเตอร์&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณชั้น&nbsp;G&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;แอร์พอร์ต&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดยมีนายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;และนายชาตรี&nbsp;ธินนท์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงาน&nbsp;และนักวิชาการพัฒนาชุมชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดงานและชมแสดงนิทรรศการ&nbsp;ในช่วงเย็นวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>งาน&nbsp;ลำปางล้ำ&nbsp;Showcase&nbsp;2022</strong>&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล&nbsp;กิจกรรมออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรม&nbsp;จากการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ของจังหวัดลำปาง&nbsp;ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนตามสไตล์ลำปางล้ำ&nbsp;เป็นการรวมผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของสล่างานไม้&nbsp;งานจักสาน&nbsp;งานหิน&nbsp;และงานเซรามิกอันมีอัตลักษณ์ของเมืองลำปางตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;นิทรรศการผลิตภัณฑ์ลำปางล้ำ&nbsp;กิจกรรมเสวนา&nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำปางล้ำ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;Craft&nbsp;ฟรี&nbsp;การแสดงดนตรีอะคูสติก&nbsp;ซื้อผลิตภัณฑ์เด่นพูดคุยกับผู้ผลิตโดยตรง</p><p><strong>สำหรับโครงการนี้</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดแสดงผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรมที่ได้รับการพัฒนาจากการผสมผสานและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นในจังหวัดลำปาง&nbsp;ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรมในรูปแบบใหม่&nbsp;ในการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมในท้องถิ่นให้มีสินค้าและรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หมู่บ้านแกะสลักบ้านหลุก&nbsp;ตำบลนาครัว&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านการแกะสลักไม้)&nbsp;ชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านการแกะสลักหิน)&nbsp;ชุมชนเซรามิก&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านเครื่องปั้นดินเผา)&nbsp;และชุมชนจักสานไผ่&nbsp;ชุมชนบ้านห้วยเป้ง&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านจักสานไผ่)&nbsp;ซึ่งดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317145452852
339	"สมาชิกชมรมวิ่งอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เรียกความฟิต เตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งชันวิ่งมาราธอน รายการ  ""Sankala Road Trail 2022 "" ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2565 นี้"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายถนอม&nbsp;คงเพชร</strong>&nbsp;ประธานชมรมวิ่งอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นำเพื่อนสมาชิกร่วมเดิน&nbsp;วิ่งออกกำลังกายเรียกความฟิต&nbsp;เตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งชันวิ่งมาราธอน&nbsp;รายการ&nbsp;""Sankala&nbsp;Road&nbsp;Trail&nbsp;2022&nbsp;""&nbsp;ที่จะมีขึ้นในวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในอำเภอเบตงและจังหวัดยะลา&nbsp;ผ่านกิจกรรมกีฬา&nbsp;พร้อมสัมผัสบรรยากาศและความสวยงามของเส้นทางการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;โดยสมาชิกแต่ละคน&nbsp;จะทำการร่วมแข่งขัน&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเภทซิกเนเจอร์&nbsp;เรส&nbsp;ระยะ&nbsp;17&nbsp;กม.&nbsp;ประเภทมินิมาราธอน&nbsp;ระยะ&nbsp;10.5&nbsp;กม.&nbsp;และประเภทฟันรัน&nbsp;ระยะ&nbsp;5&nbsp;กม.</p><p><strong>นายถนอม&nbsp;คงเพชร&nbsp;ประธานชมรมวิ่งอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การวิ่งเทรล&nbsp;คือ&nbsp;การวิ่งไปตามเส้นทางตามธรรมชาติ&nbsp;เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้&nbsp;ต้องบอกว่าเป็นการวิ่งที่ท้าทายมากเลยทีเดียว&nbsp;เพราะต่างจากการวิ่งบนถนนอย่างสิ้นเชิง&nbsp;เพราะทางวิ่งจะวิ่งบนธรรมชาติ&nbsp;ได้ปืนป่าย&nbsp;และ&nbsp;ลัดเลาะเทือกเขา&nbsp;ต้องออกเริ่มเพิ่มเป็น&nbsp;2-3&nbsp;เท่ากันเลยทีเดียว&nbsp;แม้จะเหนื่อยมากกว่าเดิม&nbsp;แต่บรรยากาศ&nbsp;และ&nbsp;เส้นทางธรรมชาติ&nbsp;ที่ทำให้นักวิ่งประทับใจสุดขีด&nbsp;จึงขอเชิญชวนทุกคนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและปรโยชน์ของการเดิน-วิ่ง&nbsp;ที่มีผลต่อการมีสุขภาพพลานามัยที่ดีลดการเจ็บป่วย&nbsp;มาร่วมวิ่งรายการ&nbsp;""Sankala&nbsp;Road&nbsp;Trail&nbsp;2022&nbsp;ด้วยกัน</p><p><strong>ด้านนางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กลุ่มเยาวชนปิยะมิตรไทย&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;กำหนดจัด&nbsp;การแข่งชันวิ่งมาราธอน&nbsp;รายการ&nbsp;""Sankala&nbsp;Road&nbsp;Trail&nbsp;2022&nbsp;""&nbsp;trails&nbsp;เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย&nbsp;โควิด-19&nbsp;ให้กับโรงพยาบาลเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในพื้นที่&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จากสภาวะซบเซาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยมากยิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมการจัดแพ็คเกจท่องเที่ยวในวันธรรมดาให้มากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317150600862
340	จังหวัดระนอง บูรณาการร่วมหน่วยงานความมั่นคง ตรวจผู้ประกอบการปุ๋ยเคมี เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าและขึ้นราคา ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในต่างประเทศ	<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาปุ๋ย&nbsp;ผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีและอุปกรณ์การเกษตร&nbsp;ร้านศิรณัฐ์การเกษตร&nbsp;และร้านมานิตย์ค้าปลีก&nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดระนอง&nbsp;เกษตรจังหวัดระนอง&nbsp;ปลัดจังหวัดระนอง&nbsp;รอง&nbsp;กอ.รมน.จว.ระนอง&nbsp;นายอำเภอเมืองระนอง&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวในการลงพื้นที่&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบราคาปุ๋ยของผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ดำเนินงานการออกสำรวจในครั้งนี้ปรากฏว่า&nbsp;ไม่พบการกระทำความความผิด&nbsp;ในการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้หากผู้ประกอบการ<strong>&nbsp;</strong>ร้านค้าใดมีการกระทำความผิด&nbsp;จะต้องดำเนินคดีต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดระนองมีแผนในการดำเนินการตรวจผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีทุกพื้นที่</strong>&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กำหนดตรวจในพื้นที่อำเภอกะเปอร์&nbsp;อำเภอกระบุรี&nbsp;อำเภอสุขสำราญ&nbsp;และอำเภอละอุ่น&nbsp;เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกรในเบื้องต้น&nbsp;อีกทั้งเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;เอาเปรียบและฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์นี้&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดระนองได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาปุ๋ยเคมีต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังการประชุมวอร์รูม</strong>&nbsp;ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาผลกระทบที่มีต่อสินค้าสำคัญ&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;คือปุ๋ยเคมี&nbsp;และวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ที่ประเทศไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;รวมถึงจากรัสเซีย&nbsp;และยูเครน&nbsp;ที่มีราคาสูงขึ้นมาก&nbsp;ทางรัฐบาลจึงต้องหาแนวทางเพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;เช่น&nbsp;การลดต้นทุนผลิต&nbsp;จากผลิตภัณฑ์ที่ต้องนำเข้า&nbsp;เพราะไม่สามารถผลิตเองได้&nbsp;ซึ่งเมื่อรัสเซียมีสงคราม&nbsp;จึงผลักดันให้ราคาสินค้าทั้ง&nbsp;2&nbsp;รายการปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลประชาชน</strong>&nbsp;ตลอดห่วงโซ่การผลิตให้เกิดความเป็นธรรม&nbsp;ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง&nbsp;และหากพบว่าต้นทุนผลิตปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;จึงจำเป็นที่ต้องดูแลให้ผู้ประกอบการอยู่ได้&nbsp;ไม่เกิดภาวะสินค้าขาดแคลน&nbsp;ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็ต้องไม่เดือดร้อนจากราคาที่แพงเกินไป&nbsp;ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องราคา&nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;แต่ทั้งนี้ก็จะไม่ให้มีการฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควรอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	ระนอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317153259886
341	รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เพื่อควบคุมและป้องกันการขึ้นราคาสินค้าการเกษตรเกินความจำเป็น	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองกระบี่&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;ผู้แทน&nbsp;กอ.&nbsp;รมน.&nbsp;จว.กระบี่&nbsp;ผู้แทนตำรวจภูธรในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;หากตรวจพบมีการขึ้นราคาเกินมาตรฐานราคาตลาด&nbsp;จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&nbsp;โดยเข้าตรวจสอบ&nbsp;ณ&nbsp;บจก.เติมพรการเกษตร&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;489/6&nbsp;ถนนอุตรกิจ&nbsp;ตำบลกระบี่ใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;มีสต๊อกปุ๊ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;7.80&nbsp;ตัน&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;(อาหารไก่&nbsp;หมู&nbsp;ปลาดุก)&nbsp;จำนวน&nbsp;2.80&nbsp;ตัน&nbsp;และร้านรัฐมนตรีการเกษตร&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;96/1&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลทับปริก&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;มีสต๊อกปุ๊ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;ตัน&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;(อาหารปลาดุก/ข้าวเปลือก/ข้าวสาร)&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;กระสอบ</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบสต๊อกร้านขายสิ้นค้าดังกล่าวว่า&nbsp;จากการตรวจสอบทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ไม่พบการกักตุน&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;และราคาที่จำหน่ายสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต&nbsp;แต่ปริมาณการซื้อสินค้าของเกษตรกรลดลง&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมี&nbsp;มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ทำให้เกษตรหันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และปุ๋ยหมักแทนด้วยราคาที่ถูกกว่า&nbsp;โดยจังหวัดกระบี่&nbsp;จะดำเนินการตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยให้ครอบคลุมในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161608924
342	กรมสรรพากร เร่งคืนภาษีฯ ประจำปี 2564 พร้อมเชิญชวนยื่นแบบภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ต ถึง 8 เมษายนนี้	"<p><strong>นางสมหมาย&nbsp;ศิริอุดมเศรษฐ&nbsp;ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้กรมสรรพากรได้เร่งพิจารณาและอนุมัติคืนภาษี&nbsp;ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;และภ.ง.ด.91&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผู้เสียภาษียื่นขอคืนภาษีไปแล้วรวมจำนวน&nbsp;1,679,208&nbsp;แบบ&nbsp;จากแบบที่ยื่นขอคืนทั้งหมด&nbsp;2,188,287&nbsp;แบบ&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;78&nbsp;รวมจำนวนเงินภาษีที่คืนแล้ว&nbsp;15,426&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับภาษีคืนจากกรมสรรพากรไปแล้ว&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต&nbsp;มีการจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณาคืนภาษีถูกต้องครบถ้วน&nbsp;และมีการผูกบัญชีธนาคาร&nbsp;ที่ขอคืนกับระบบพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน&nbsp;โดยสามารถตรวจสอบ&nbsp;และติดตามสถานะการขอคืนภาษีได้ด้วยตนเองที่&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.rd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.rd.go.th</a>&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;เป็นวันสิ้นสุดเวลาการยื่นแบบฯ&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;และภ.ง.ด.&nbsp;91&nbsp;ผ่านทางอินเทอร์เน็ต&nbsp;ขณะนี้มีผู้ยื่นแบบฯแล้ว&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;4,297,589&nbsp;แบบ&nbsp;โดยผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;สามารถยื่นแบบฯ&nbsp;ได้ตามกำหนดเวลาดังกล่าว&nbsp;เพื่อลดภาระค่าปรับ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317155420899
343	Shuttle bus รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 100% อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมาสนามบินเบตง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17มี.ค.65)&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง</strong>&nbsp;ได้มีการนำนโยบายด้านพลังงานมาใช้&nbsp;โดยนำรถ&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;พลังงานไฟฟ้า100%&nbsp;ภายในออกแบบเน้นความสะดวกสบาย&nbsp;และทันสมัยช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย</p><p><strong>โดย&nbsp;นายธนวัฒน์&nbsp;ประสานธรรมคุณ&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีคลีน&nbsp;เพาเวอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>หนึ่งในนักลงทุน&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;ระบุว่า&nbsp;อำเภอเบตงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ&nbsp;อาการดี&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;ไม่เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;จึงมองว่าการนำ&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;มาให้บริการที่สนามบินเบตง&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมาสนามบินเบตง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;รถ&nbsp;Shuttle&nbsp;Bus&nbsp;คือ&nbsp;รถรับ-ส่งจากสถานที่หลัก&nbsp;ไปสู่อีกจุดหมายหนึ่ง&nbsp;โดยจะไม่มีการรับคนเพิ่มระหว่างทาง&nbsp;ช่วงแรกจะเปิดให้บริการตามโปรแกรมบินของสายการบินนกแอร์&nbsp;จากท่าอากาศยานเบตง-เมืองเบตง-ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;20&nbsp;กม.&nbsp;ค่าโดยสาร&nbsp;40-100&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในเรื่องจุดคุ้มทุน&nbsp;รายได้ที่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย</strong>อาจต้องใช้ระยะเวลาสักพัก&nbsp;ทางบริษัทมีความเชื่อมั่นในตัวเมืองเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพและพื้นที่อื่นๆมาเที่ยวเมืองเบตง&nbsp;มาร่วมพัฒนาเมืองเบตง&nbsp;มาทำให้เมืองเบตงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าอยู่และน่าท่องเที่ยวต่อไป&nbsp;ประกอบกับเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ประเทศมาเลเซียมีการเปิดประเทศด้วย&nbsp;ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก&nbsp;จึงมองว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-17T00:00:00	NULL	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317171024959
344	จังหวัดตราด บูรณาการร่วมตรวจติดตามปริมาณ และราคาสินค้า ปุ๋ยเคมี ยาป้องกัน กำจัดศัตรูพืช หรือโรคพืช	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายพีรพล&nbsp;ลือล่า&nbsp;นายอำเภอเขาสมิง&nbsp;นายธนินทร์&nbsp;นวลฉวี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตร&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และตำรวจ&nbsp;ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณ&nbsp;และราคา&nbsp;สินค้าประเภทปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอเขาสมิง&nbsp;โดยตรวจติดตามที่&nbsp;บริษัท&nbsp;เทพนิมิตการเกษตร&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;พบว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&nbsp;ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีปรับราคาสูงขึ้นกระสอบละ&nbsp;200&nbsp;-&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ทั้งนี้ได้กำชับให้ผู้ประกอบการค้า&nbsp;มีการปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;และประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เรื่องการแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บและรายละเอียดเกี่ยวกับปุ๋ยเคมี&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณ&nbsp;และราคาสินค้าประเภทปุ๋ยเคมีครั้งนี้เป็นการบูรณาการ่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อติดตามว่าภาวะราคาปุ๋ย&nbsp;รวมทั้งสต๊อกสินค้าว่ามีเพียงพอในการจำหน่ายให้กับเกษตรกรหรือไม่&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นผู้ประกอบการต่อปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;รวมทั้งยังขอให้ผู้ประกอบการรายงานสต๊อกสินค้าต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในทุกสิ้นเดือน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายนิมิต&nbsp;สุวัฒน์ศรีสุข&nbsp;ผู้ประกอบการบริษัท&nbsp;เทพนิมิตการเกษตรฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในสถานการณ์ปัจจุบันต้องเรียกว่าเป็นจุดวิกฤติของปุ๋ยเคมี&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยต้องสั่งนำเข้าปุ๋ยเคมีจากรัสเซีย&nbsp;และเบรารุส&nbsp;ปีหนึ่งเฉลี่ย&nbsp;500,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่จากปัญหาสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;ทำให้ปัจจุบันปุ๋ยหายไปจากตลาดประมาณ&nbsp;500,000&nbsp;ตัน&nbsp;จึงทำให้ปุ๋ยเคมีบางชนิดเกิดปัญหาการขาดตลาดขึ้นบ้าง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317175933979
345	หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ มกษ. 5900-2559 และมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน GI ในพื้นที่ อ.ชนบท และ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น	"<p><strong>นางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;</strong>และนายสุพจน์&nbsp;บรรเทา&nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&nbsp;ช2&nbsp;นำคณะผู้ตรวจรับรอง&nbsp;นำทีมโดยนางสุกานดา&nbsp;คำปลิว&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ&nbsp;มกษ.&nbsp;5900-2559&nbsp;""มาตรฐานไหมน้อย""&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มไหมทอง&nbsp;มกษ.&nbsp;บ้านหัวฝาย&nbsp;ต.ปอแดง&nbsp;อ.ชนบท&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;สมาชิกจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งได้รับไข่ไหมจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มีการตรวจประเมินภายใน&nbsp;จากคณะกรรมการภายในกลุ่ม</p><p><strong>&nbsp;จากนั้นได้ติดตามการผลิตและต่ออายุการรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;GI&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บ้านปอแดง&nbsp;ต.คึมชาด&nbsp;อ.หนองสองห้อง&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;สมาชิก&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มที่ผลิตไข่ไหมชุมชน&nbsp;ผลิตไหมวัยอ่อน&nbsp;เพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิกและผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ไหมที่เลี้ยงเป็นพันธุ์ไทยพื้นบ้าน&nbsp;พันธุ์ทับทิมสยาม&nbsp;ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าเส้นไหมจากการทำมาตรฐานให้ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;พร้อมส่งจำหน่ายให้กับเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมคุณภาพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317191218021
346	มทบ. 210 สร้างมัคคุเทศก์น้อย พาทัวร์เที่ยวค่ายพระยอดเมืองขวาง	<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;ตำบลกุรุคุ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;พลตรี&nbsp;สถาพร&nbsp;บุญชู&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;210&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;เป็นค่ายทหารที่มีประวัติและเรื่องราวต่างๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;มีชื่อเดิมว่าค่ายนาโพธิ์&nbsp;แต่ด้วยมีเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น&nbsp;คือมีฟ้าผ่าลงมาตรงกลางป้ายที่เขียนว่า&nbsp;ค่ายนาโพธิ์&nbsp;เป็นเหตุให้ป้ายแยกออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ซีก&nbsp;แม้ทำป้ายมาเปลี่ยนใหม่ก็เกิดเหตุซ้ำเช่นเดิมอีก&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;จึงทรงพระราชทานนามใหม่ว่า&nbsp;ค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;เหตุการณ์ประหลาดก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย&nbsp;</p><p><strong>ประกอบกับค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;</strong>ได้รับการจัดสรรงบประมาณของจังหวัดนครพนมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;จึงทำให้หลายจุดกลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวและออกกำลัง&nbsp;และเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่า&nbsp;เมื่อใดที่เราไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;หากมีไกด์หรือมัคคุเทศก์คอยนำทาง&nbsp;คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้น&nbsp;ๆ&nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น&nbsp;และยิ่งมัคคุเทศก์เป็นคนในพื้นที่&nbsp;ก็จะยิ่งให้รายระเอียดได้ครบถ้วน&nbsp;และมณฑลทหารบกที่&nbsp;210&nbsp;(มทบ.210)&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้&nbsp;จึงได้จัดการฝึกอบรมบุตรหลานของกำลังพล&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;210,&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;และเยาวชนรอบค่ายที่สนใจ&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เพื่อสร้างให้เป็นยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยวภายในค่าย&nbsp;ตามโครงการอบรมมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;มทบ.210&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างมัคุเทศก์ตัวน้อยเพื่อให้ความรู้นักท่องเที่ยวแล้ว&nbsp;ยังเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้บุตรหลานได้มีความกล้าแสดงออก&nbsp;ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ถิ่นฐานตัวเองทำให้เกิดความรักความหวงแหน&nbsp;ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์&nbsp;ทั้งยังจะทำให้ทุกคนมีรายได้จากการเป็นมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;ได้รู้คุณค่าของเงินที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง&nbsp;รู้จักการมัธยัสถ์&nbsp;และการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>โดยในการฝึกอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ</strong>&nbsp;เริ่มตั้งแต่บทบาทของยุวมัคคุเทศก์&nbsp;การเป็นยุวมัคคุเทศก์ท่องเที่ยวที่ดี&nbsp;วิธีการต้อนรับนักท่องเที่ยวและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;การเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และพระราชกรณียกิจในพระราชวงศ์จักรี&nbsp;ซึ่งในค่ายมีห้องจัดแสดงพระอัจฉริยะภาพ&nbsp;พระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ&nbsp;ของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์&nbsp;เรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและกีฬา&nbsp;ที่มีหอกระโดดสูง&nbsp;34&nbsp;ฟุต&nbsp;หน้าผาจำลอง&nbsp;&nbsp;สนามยิงปืน&nbsp;สนามยิงธนู&nbsp;สถานีทดสอบกำลังใจ&nbsp;สนามฟุตบอลหญ้าเทียมขนาดใหญ่&nbsp;กิจกรรมทางน้ำ&nbsp;เช่น&nbsp;การพายเรือแคนู&nbsp;การปั่นจักรยานชมทัศนียภาพความสวยงามรอบค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของเหล่าทหารพันธุ์ดี&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นเป็นการแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมฝึกการแนะนำตัว&nbsp;</strong>การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวบ้านฉัน&nbsp;และในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะเป็นการลงพื้นที่ฝึกกับสถานที่จริง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318012350101
347	ผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจ เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&nbsp;</strong>ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล<strong>&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจ&nbsp;เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในกิจกรรมที่&nbsp;1&nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตและการตลาดโคเนื้อคุณภาพสูง&nbsp;หลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;และเลี้ยงแพะ&nbsp;จากอำเภอเมืองสตูล&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;และอำเภอท่าแพ&nbsp;เข้าร่วมฯ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เยี่ยมชมการผสมอาหารข้น&nbsp;ในรูปแบบผสมด้วยมือ&nbsp;และผสม&nbsp;ด้วยเครื่องจักรอีกด้วย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดสตูลได้กำหนดจัดโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยลดรายจ่ายให้พี่น้องชาวเกษตรกร&nbsp;และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ราคาอาหารสัตว์มีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;สามารถช่วยพี่น้องชาวเกษตรกร&nbsp;ให้ได้มีองค์ความรู้ในการเลี้ยงโคขุน&nbsp;-&nbsp;แพะขุน&nbsp;และได้เรียนรู้การผลิตอาหารสัตว์แบบอาหารข้นด้วยตัวเอง&nbsp;ซึ่งวัตถุดิบที่สามารถหาได้ในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;เช่น&nbsp;กากตะกอนน้ำมันปาล์มหรือกากสลัดจ์ปาล์ม&nbsp;กากเนื้อในปาล์ม&nbsp;รำละเอียด&nbsp;และส่วนผสมอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;(มันเส้น)&nbsp;กากถั่วเหลือง&nbsp;จะต้องนำเข้ามาจากต่างจังหวัด&nbsp;สำหรับอาหารข้นสูตรนี้ช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้ประมาณ&nbsp;7&nbsp;บาท&nbsp;ต่อกิโลกรัม&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้&nbsp;และเดินข้างหน้าพร้อมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317184931003
348	รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดหน้าดินเริ่มก่อสร้างอาคารคลังสินค้าโลจิสติกส์ที่ทันสมัยจังหวัดระยอง	<p><strong>เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดหน้าดินก่อสร้างอาคารคลังสินค้าโลจิสติกส์&nbsp;ของบริษัท&nbsp;เอฟแอลเอส&nbsp;ซัพพลายเชน&nbsp;เซ็นเตอร์(ระยอง)&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มรัตนากรแอสเซท&nbsp;และกลุ่มบริษัท&nbsp;เอฟแอลเอส&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;29/15&nbsp;ถนนห้วยโป่ง-โรงไฟฟ้า&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;มีนายจักรรัตน์&nbsp;เรืองรัตนากร&nbsp;ประธานกรรมการบริหารเครือรัตนากรแอสเซท&nbsp;มิสเตอร์ทอร์บเยอร์น&nbsp;ลาริสซ์&nbsp;ซีอีโอ&nbsp;กลุ่มบริษัท&nbsp;เอฟแอลเอส&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;มิสเตอร์คาร์ล&nbsp;ไฮนซ์&nbsp;เฮคเฮาเซ่น&nbsp;อดีตประธานหอการค้าเยอรมัน-ไทย&nbsp;ร่วมทำพิธีเปิดหน้าดินเริ่มก่อสร้างคลังสินค้าฯ&nbsp;และมีนักธุรกิจชาวเยอรมันและไทย&nbsp;ร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอฟแอลเอส&nbsp;ซัพพลายเชน&nbsp;เซ็นเตอร์(ระยอง)&nbsp;จำกัด&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;</strong>เป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรชั้นนำระดับภูมิภาคและบริการจัดการคลังสินค้าและเคมีภัณฑ์&nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานและมีชื่อเสียงจากประเทศเยอรมัน&nbsp;ภายในโรงงานมีคลังเก็บสินค้าล้ำสมัยขนาด&nbsp;40,000&nbsp;ตร.ม.และมีลานตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;รองรับการบริการโลจิสติกส์ด้านเคมีภัณฑ์ด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีมีสถานีบริการแบ่งบรรจุและสถานีผสม&nbsp;</strong>สำหรับเคมีภัณฑ์ผงวัตถุดิบและของเหลวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับลูกค้าในห่วงโซ่อุปทานและให้บริการที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย&nbsp;และมีระบบการทำความสะอาดถังบรรจุเคมีภัณฑ์&nbsp;และพื้นที่จอดรถบรรทุกเคมีภัณฑ์&nbsp;เราต้องการสร้างประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานให้มากที่สุดเพิ่มวงรอบการขนส่งให้มากที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317201623048
349	ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู ตรวจเข้มร้านจำหน่ายปุ๋ย-อาหารสัตว์ ขอความร่วมมือไม่กักตุนและขึ้นราคาสินค้า	<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>พร้อมด้วยที่ทำการปกครอง&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ร้านจำหน่ายปุ๋ย&nbsp;และอาหารสัตว์&nbsp;ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;เพื่อสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันปรากฎสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;พร้อมกับสั่งการให้นายอำเภอ&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;และให้จังหวัดรายงานผลการดำเนินการตามแบบรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบทุกวันศุกร์&nbsp;ทั้งนี้หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317191725023
350	เกษตรตรัง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดตรัง	<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>โดยนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตำบลบางหมาก&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรคลองลำภู&nbsp;&nbsp;ลุ่มแม่น้ำตรัง&nbsp;มีกิจกรรมเกี่ยวผลิตภัณฑ์จากต้นจาก&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำตาลจาก&nbsp;จานกาบหมาก&nbsp;จานใบจาก&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ตามบัญชีท้าย&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมรับผลกระทบสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ&nbsp;มีศักยภาพในการแข่งขันด้านการตลาดและเสริมสร้างการยอมรับของผู้บริโภคในระยะยาวอย่างยั่งยืน&nbsp;มีนายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ติดตามด้วย</p><p><strong>ในวันเดียวกันนี้นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;และเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลน้ำผุด&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าของวิสาหกิจชุมชนเครื่องแกงตำมือบ้านทุ่งนา&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณดังกล่าวด้วย&nbsp;จากการติดตามพบว่าวิสาหกิจชุมชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุนวัสดุเครื่องมืออุปกรณ์ในการดำเนินกิจกรรมมีการพัฒนาและเพิ่มกำลังการผลิต&nbsp;ได้นำเทคโนโลยีและความรู้ทางเทคนิคที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการผลิตสินค้า&nbsp;ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าและจำนวนของสินค้าได้มากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317204255057
351	คลับเมดภูเก็ต กลับมาเปิดอีกครั้งหลังหยุดมา 3 ปี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่	<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวต่อผู้บริการคลับเมด&nbsp;และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในโอกาสที่คลับเมดกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังหยุดมานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยมองว่า&nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เปิดแคมเปญท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;โครงการ&nbsp;Test&amp;&nbsp;Go&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีตำรวจท่องเที่ยวที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;และที่สำคัญคือภาคประชาชนและภาคเอกชนที่ช่วยให้ความร่วมมือในการเปิดประเทศได้เป็นอย่างดี&nbsp;แม้ว่าโรคระบาดโควิด-19&nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงัก&nbsp;แต่จะเห็นได้ว่าสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ&nbsp;ฟื้นตัวกลับมาสวยงามอีกครั้ง&nbsp;สำหรับวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความพร้อมและความมั่นใจของคนในจังหวัดภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น&nbsp;นับเป็นโอกาสอันดีที่คลับเมดได้เปิดตัวอีกครั้ง&nbsp;เชื่อว่าจะทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&nbsp;และยังส่งผลในทางอ้อมที่จะทำให้สายการบินไทยเริ่มมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&nbsp;มายังภูเก็ตทุกวัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คลับเมดมีสถานที่พักผ่อนที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงาม&nbsp;</strong>และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละพื้นที่มากกว่า&nbsp;80&nbsp;แห่งทั่วโลก&nbsp;ครอบคลุมกว่า&nbsp;40&nbsp;ประเทศ&nbsp;ในประเทศแถบยุโรป&nbsp;ส่วนในเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;รวมถึง&nbsp;คลับเมด&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;รีสอร์ทขนาดใหญ่&nbsp;ที่ตั้งอยู่ชายหาดกะตะ&nbsp;มีพื้นที่กว่า&nbsp;150&nbsp;ไร่&nbsp;และคลับเมด&nbsp;หนึ่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;คาดว่าการกลับมาเปิดให้บริการของคลับเมด&nbsp;ภูเก็ตครั้งนี้&nbsp;สามารถกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318035718120
352	จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์ แลธรรมชาติเขาท่าเพชร ประจำปี ครั้งที่ 12 สืบสานประเพณีประจำถิ่น	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;แลธรรมชาติเขาท่าเพชร&nbsp;ประจำปี&nbsp;&nbsp;ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;26-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;(เขาท่าเพชร)&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวนันทวัน&nbsp;ศิริโภคพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายธธงชัย&nbsp;ศาลอักษร&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ดร.ปรเมษฐ์&nbsp;จินา&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พระครูปริยัติคุณาวุธ&nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เจ้าอาวาสวัดกลางใหม่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปีนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีกำหนดการดำเนินพิธีดังต่อไปนี้&nbsp;</strong></p><p>วันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มพิธีการบวงสรวงศาลหลักเมือง&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;จากนั้นดำเนินการพิธีบวงสรวงพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;และสมโภชผ้าห่มพระธาตุ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานีเวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;และวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่จะร่วมขบวนแห่&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;แล้วเสร็จ&nbsp;เริ่มตั้งขบวนที่หน้าสถานีช่อง&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;(เดิม)&nbsp;และเริ่มแห่ไปจนถึงพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;ภายในงานมีการแสดงบูชาพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;พิธีทางพราหมณ์และทางพุทธ&nbsp;และพิธีห่มผ้าพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;ถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีกรรม&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้คงอยู่สืบไป&nbsp;ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ในการจัดงาน</p><p><strong>สำหรับพระธาตุศรีสุราษฎร์</strong>&nbsp;หรือพระธาตุเขาท่าเพชร&nbsp;ตั้งอยู่บนเนินเขาท่าเพชร&nbsp;สร้างเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2500&nbsp;ตามแบบศิลปะศรีวิชัยผสมศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น&nbsp;ลักษณะพระธาตุเป็นรูปทรงสูงตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม&nbsp;นับเป็นปูชนียสถานองค์แรกของจังหวัด&nbsp;ต่อมาเกิดการทรุดโทรม&nbsp;จึงมีการบูรณะเป็นลักษณะรูปทรงสูงเรียวคล้ายลำเทียนหรือเสาอโศกประดับด้วยลวดลายปูนปั้นนับเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ&nbsp;ต่อมาวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2502&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีนาถ&nbsp;ในรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ได้เสด็จนมัสการพระธาตุแห่งนี้&nbsp;และต่อมาในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2527&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จแทนพระองค์ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ&nbsp;และพระธาตุสาวก&nbsp;พร้อมทรงปลูกต้นพะยอมเพื่อเป็นที่ระลึก</p><p><strong>โดยพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;ถือเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์&nbsp;</strong>ที่มีความเป็นสิริมงคลและทรงคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับชาวสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในวันที่&nbsp;26-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ได้มีการกำหนดจัดประเพณี&nbsp;แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;แลธรรมชาติเขาท่าเพชร&nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภัคดีและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;อีกทั้งเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์&nbsp;และการแสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา&nbsp;เปรียบได้กับการถวายผ้าไตรแก่พระพุทธเจ้า&nbsp;ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์</p><p><strong>ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี&nbsp;และนักท่องเที่ยว</strong>&nbsp;มาร่วมงานบุญแห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งยังสามรถเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters@amazingTHAILAND&nbsp;ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เช่นกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#มาเที่ยวเถอะนะ....อยากเจอ&nbsp;#สุราษฎร์ธานี&nbsp;เมืองนี้ต้องมา</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318040532121
353	จังหวัดตาก จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP	<p><strong>วันนี้&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางวรรณฤดี&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก&nbsp;เปิดการจัดกิจกรรมและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาด&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณเวทีกลางกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;(ลานจอดรถหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;ส่งผลให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ&nbsp;จังหวัดตากจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ&nbsp;จึงได้จัดตั้งงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของจังหวัด&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาด&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้นและมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าตลอดจนการประชาสัมพันธ์&nbsp;เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักจังหวัดตากมากยิ่งขึ้น&nbsp;เป็นการต่อยอดให้กับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้มั่นคงและยั่งยืน&nbsp;สามารถดำเนินชีวิตได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;(COVID&nbsp;-19)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ตาก	สวท.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318021728108
354	จ.ตาก เปิดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าวิสาหกิจชุมชน และสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP/สินค้าวิสาหกิจชุมชน/สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;งบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประจวบ&nbsp;เจนนัดที่&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดตาก&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมงาน</p><p><strong>ด้วยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตาก</strong>&nbsp;ได้จัดโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;0TOP&nbsp;และสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;โดยกำหนดดำเนินการ&nbsp;2&nbsp;ครั้งๆ&nbsp;ละ&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองตาก&nbsp;โดยภายในงาน&nbsp;มีผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ในจังหวัดตาก&nbsp;และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;นำสินค้ามาจัดแสดงและจัดจำหน่ายกว่า&nbsp;100&nbsp;บูธ&nbsp;อาทิ&nbsp;อาหาร&nbsp;ของใช้&nbsp;ของฝาก&nbsp;ของที่ระลึก&nbsp;เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;สมุนไพร&nbsp;รวมถึงเครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดว่ากิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จะเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก</strong>&nbsp;รวมถึงเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;อีกทั้งเป็นการต่อยอดให้กับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ได้สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้มั่นคงและยั่งยืน&nbsp;&nbsp;สามารถดำเนินชีวิตได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318021437107
355	รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 1/2565  เพื่อรับทราบแนวทางปฏิบัติหลักเกณฑ์สนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายอนุวรรตน์&nbsp;โหมดพริ้ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ให้เป็นประธานประชุมคณะทำงานบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อรับทราบแนวทางปฏิบัติหลักเกณฑ์สนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมปลายพระยา&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;การประชุมในวันนี้&nbsp;เพื่อรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;และกรอบวงเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(ส.กทอ.)&nbsp;&nbsp;สนับสนุน&nbsp;กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจัดสรรให้จังหวัดละ&nbsp;25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทนหรือการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ดังนี้&nbsp;สถานี่พลังงานชุมชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;แบบเคลื่อนที่&nbsp;แบบรถเข็น&nbsp;ขนาดไม่น้อยกว่า&nbsp;&nbsp;340&nbsp;วัตต์&nbsp;กองทุนสนับสนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;22,000&nbsp;บาท/คัน&nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;แบบลากจูง&nbsp;ขนาดไม่น้อยกว่า&nbsp;3,060&nbsp;วัตต์&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;220,000&nbsp;บาท/คัน&nbsp;เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูง&nbsp;ชุดครอบหัวเตาแก๊สประสิทธิภาพสูง&nbsp;ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสีย&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสดงอาทิตย์สำหรับห้องเย็น&nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับบ่อบาดาล&nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับแหล่งกักเก็บน้ำผิวดิน&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง&nbsp;ไม่มีไฟฟ้ามี&nbsp;2&nbsp;ระบบ&nbsp;คือ&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อชุมชนพึ่งพาตนเอง&nbsp;(Mini&nbsp;/&nbsp;Micro&nbsp;Grid)&nbsp;และระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อบ้านพักอาศัย&nbsp;(Solar&nbsp;home&nbsp;)&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งสถานีพลังงานชุมชน&nbsp;ที่เป็นการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานภายใต้แนวคิด&nbsp;ต้นน้ำ-&nbsp;กลางน้ำ-ปลายน้ำ&nbsp;โดยสามารถขอรับการสนับสนุนเทคโนโลยีเดี่ยว&nbsp;หรือหลายเทคโนโลยีที่ประกอบกัน&nbsp;โดยมีรูปแบบของการร่วมจ่าย&nbsp;(Co&nbsp;-Pay)&nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์&nbsp;ส่งผลให้สมาชิกเครือข่ายกลุ่มมีรายได้ต่อเดือนหรือต่อปีเพิ่มมากขึ้น&nbsp;มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีได้ตลอดอายุการใช้งาน&nbsp;ดูแลบำรุงรักษา&nbsp;จัดหาทดแทนได้&nbsp;ตลอดจนสามารถเป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;มีองค์ความรู้&nbsp;มีวิทยากร&nbsp;สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลได้&nbsp;ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่สนใจ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมและส่งโครงการ&nbsp;จากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เทศบาล&nbsp;ตำบล&nbsp;หรือหน่วยงานองค์กรที่ดูแล&nbsp;และมีการชี้แจงแนวทางการพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ตามหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการในการยื่นข้อเสนอและพิจารณาโครงการตามกรอบยุทธศาสตร์</p><p><strong>ทั้งนี้ทางกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการจะต้องดำเนินการ&nbsp;ตามแนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้น</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ต้องจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรหรือเป็นกลุ่มที่มีหน่วยงานราชการรับรองมี&nbsp;มีหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินมีบัญชีรายรับรายจ่ายย้อนหลังอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับขั้นตอนกระบวนการ&nbsp;การยื่นโครงข้อเสนอโครงการ&nbsp;ของ&nbsp;อปท.&nbsp;ส่วนราชการภูมิภาค&nbsp;ส่วนราชการส่วนกลางที่มีที่ตั้งในจังหวัด&nbsp;ส.กอท.ประกาศรับสมัคร&nbsp;และ&nbsp;ชี้แจงแนวทางการขอรับสนับสนุนเงินกองทุนดังกล่าว&nbsp;จัดประชุมคณะทำงาน&nbsp;คณะทำงานกลั่นกรองโครงการ&nbsp;หากผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุน&nbsp;ส.กอท.ประกาศและแจ้งผล&nbsp;โดยผ่านคณะทำงานดังกล่าว&nbsp;ฯ&nbsp;กลั่นกรอง&nbsp;หลังจากนั้นสำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;ฝ่ายเลขาฯ&nbsp;จะได้สรุปรายละเอียดนำเสนอในการประชุมคณะกรรมการ&nbsp;กบจ.&nbsp;เห็นชอบและให้ข้อเสนอแนะและรายงานผลการพิจารณาต่อผู้เสนอโครงการ&nbsp;พร้อม&nbsp;แจ้งไปยังกองทุน&nbsp;เพื่อให้การยื่นโครงการเข้าในระบบเพื่อพิจารณาอนุมัติเพื่อดำเนินตามลำดับ&nbsp;เพื่อให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด&nbsp;แผนด้านพลังงานระดับประเทศ&nbsp;โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318032848111
356	พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมี และเคมีภัณฑ์ ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชของผู้จำหน่ายในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;นามวงษา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ทำการปกครองจังหวัด&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;และเคมีภัณฑ์&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชของผู้จำหน่ายในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ปริมาณปุ๋ยและปริมาณเคมีภัณฑ์&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ราคาสินค้าบางรายการปรับสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ไม่พบว่ามีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด</p><p><strong>สถานการณ์ภาวะการค้าในช่วงนี้เป็นฤดูร้อนเกษตรกร</strong>ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ในปริมาณมาก&nbsp;และคาดว่าจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป&nbsp;ทั้งนี้ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเป็นการรักษาความเป็นธรรมทางการค้าแก่ทุกฝ่าย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318003014087
357	ภาครัฐ สำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายในจังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>ด้วยปัจจุบันปรากฏสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลน</strong>&nbsp;อีกทั้งยังมีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหา&nbsp;และควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;หากพบผู้กระทำผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยเคร่งครัด</p><p><strong>การดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว</strong>&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดย&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมายให้นายอำเภอ&nbsp;ประสานกับตำรวจ&nbsp;หน่วยงานกระทรวงเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;ของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;และปุ๋ยในจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยคณะทำงานฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขาย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งคณะทำงานฯ&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์ประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;46&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;และได้มอบสำเนาประกาศไว้ให้ผู้ประกอบการแล้ว&nbsp;ทั้งนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่นการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318000219080
358	จังหวัดตรัง ตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;บูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ว่าจ้าง&nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย</strong>&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ที่ร้านนำฮง&nbsp;,&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ที่ร้านเม้งเกษตรเคมีภัณฑ์&nbsp;และร้านทวีโชคการเกษตร&nbsp;&nbsp;,&nbsp;อ.หาดสำราญ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรหาดสำราญ&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;พบว่า&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;6,072&nbsp;กระสอบ&nbsp;&nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;288&nbsp;ลิตร&nbsp;&nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&nbsp;ออกสินค้า&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย&nbsp;&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&nbsp;&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างช้า&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดห้ามมิให้กักตุนสินค้า&nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318094634146
359	จังหวัดตรัง  ตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>บูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ว่าจ้าง&nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;</strong>คือ&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ที่ร้านนำฮง,&nbsp;&nbsp;&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ที่ร้านเม้งเกษตรเคมีภัณฑ์&nbsp;และร้านทวีโชคการเกษตร,&nbsp;อ.หาดสำราญ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คือสหกรณ์การเกษตรหาดสำราญ&nbsp;จำกัด&nbsp;พบว่า&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;6,072&nbsp;กระสอบ&nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;288&nbsp;ลิตร&nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&nbsp;ออกสินค้า&nbsp;อย่างสม่ำเสมอไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างช้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดห้ามมิให้กักตุนสินค้า&nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318094010142
360	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่อำเภอเมืองตรังและอำเภอวังวิเศษ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;และสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองตรังและอำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;พบว่า&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การค้า&nbsp;จังหวัดตรังมีสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและหน้ากากทางการแพทย์วางจำหน่ายทุกร้าน&nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;และถุงมือ&nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ราคาจำหน่ายสินค้าที่สำคัญ&nbsp;และจำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน</strong>&nbsp;และหากพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&nbsp;ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318113610203
361	สมาชิกวุฒิสภา ติดตามสภาพปัญหาผลกระทบด้านการท่องเที่ยว และด้านอื่น ๆ ในพื้นที่อำเภอสิชล จากสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช	"<p><strong>นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;กล่าวต้อนรับสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;และคณะ&nbsp;เนื่องในโอกาสการลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&nbsp;ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอสิชล&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นำโดยนายสมชาย&nbsp;เสียงหลาย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;รองประธานกรรมการโครงการฯ&nbsp;(หัวหน้าคณะเดินทาง)</p><p><strong>นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;นครศรีธรรมราชมีการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อย่างรอบคอบครอบคลุมในทุกมิติทั้งด้านสาธารณสุข&nbsp;ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม&nbsp;ภายใต้การประเมินสถานการณ์ในทุกระดับ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ต้องมีความพร้อมเช่นกัน&nbsp;มีการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวง&nbsp;สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;มีความพร้อมในการให้บริการทั้งในส่วนของสถานที่และพนักงาน&nbsp;ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้มุ่งเน้นการสร้างทักษะและทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับ&nbsp;โรคโควิด-19&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าใจ&nbsp;มีการใช้ชีวิตในวิถีใหม่&nbsp;(new&nbsp;normal)</p><p><strong>นายสมชาย&nbsp;เสียงหลาย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อำเภอสิชลเป็นเมืองหลักในการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจไม่แพ้อำเภอขนอม&nbsp;จึงให้ความสำคัญในการแก้ไข้ปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;โควิด-19&nbsp;ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;ธุรกิจบริการ&nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;และภาคการประมง&nbsp;รวมทั้งได้เตรียมแผนงานที่จะแก้ไขปัญหาให้กับชาวสวนผลไม้ในพื้นที่อำเภอสิชล&nbsp;โดยการหาช่องทางการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และเน้นย้ำว่าหากมีปัญหาหรือความเดือดร้อนในพื้นที่&nbsp;จะต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน</p><p><strong>นายไพรัตน์&nbsp;ทับชุม&nbsp;นายอำเภอสิชล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อำเภอสิชลมีความสมบูรณ์ในการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้ง&nbsp;เขา&nbsp;ป่า&nbsp;นา&nbsp;เล&nbsp;แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีจำนวนลดลง&nbsp;จึงได้ดำเนินการวางแผนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งด้านสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;การคมนาคมทางรถ&nbsp;ทางเรือ&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;ให้ได้รับมาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;โดยก่อนหน้านี้ได้มีการบริหารจัดการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นจำนวนมาก&nbsp;และเพิ่มเส้นทางการเดินทางโดยเรือจากอำเภอสิชลไปยังอำเภอเกาะสมุย&nbsp;และจากสถานการณ์อาหารสัตว์มีราคาแพง&nbsp;ได้ลงสำรวจในพื้นที่ว่ามีการกักตุนสินค้าหรือไม่&nbsp;ฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือไม่&nbsp;เพราะต้องการให้เป็นไปตามกลไกของตลาด</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสิชลนั้น&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นการติดเชื้อในครัวเรือน&nbsp;ขณะนี้ใช้การตรวจคัดกรองทั้งวิธี&nbsp;ATK&nbsp;และ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผู้ป่วยสีเขียวจะเข้าสู่การรักษา&nbsp;""เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ""&nbsp;รักษาด้วยยาฟ้าทะลายโจรและยารักษาตามอาการ&nbsp;ส่วนกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และกลุ่มเด็กจะตรวจคัดกรองโดยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;ซึ่งตอนนี้ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับผู้ป่วย&nbsp;ทั้งในโรงพยาบาล&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;600&nbsp;เตียง&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;เตียง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;CI&nbsp;นั้น&nbsp;&nbsp;ตั้งอยู่ที่กองร้อยฝึกรบพิเศษที่&nbsp;4&nbsp;ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล&nbsp;และได้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ด้วยการรักษาแบบ&nbsp;HI</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการเปิดให้ผู้ประกอบการโรงแรมลงทะเบียนผ่าน</strong>&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;plus&nbsp;ส่วนร้านอาหารและสถานประกอบการจะประเมินผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;หากนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยจะมีการประสานงาน&nbsp;ผ่าน&nbsp;1669&nbsp;และจะปิดสถานประกอบการนั้นเป็นระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อทำความสะอาดก่อนที่จะเปิดให้บริการอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>ประสิทธิภาพช่องทางการเผยแพร่เว็บไซต์ข่าวจริงประเทศไทย&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318120624220
362	จังหวัดอุตรดิตถ์จัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน 	"<p><strong>จังหวัดอุตรดิตถ์จัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;</strong>มอบประกาศนีบัตรแก่กลุ่มสมาชิกที่มีผลงานเด่นในรอบปี&nbsp;ที่ศาลาประชาคมจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</p><p><strong>นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;เนื่องในโอกาสการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนกำหนดให้วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นสัปดาห์รณรงค์การประหยัดและการออมของประชาชน&nbsp;โดยในปัจจุบันจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;291&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สมาชิก&nbsp;37,079&nbsp;คน&nbsp;มีเงินสัจจะสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;345,550,360&nbsp;บาท&nbsp;""การส่งเสริมการออมของประชาชน""&nbsp;ในระดับจังหวัดและอำเภอ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการออมภาคประชาชน&nbsp;เป็นการสร้างหลักประกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือน&nbsp;โดยมีเป้าหมายให้ครัวเรือนมีการออมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของเงินออมเดิมที่มีอยู่&nbsp;ครัวเรือนมีการออม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;และครัวเรือนยากจนเป้าหมายของระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;ที่ประสบปัญหามิติด้านรายได้มีการออมเงินอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของจำนวนครัวเรือน&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;การจัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนครั้งนี้&nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมการแสดงพลังกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,&nbsp;การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,เวทีเสวนา&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการออม&nbsp;การมอบใบประกาศเกียรติบัตรกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น,&nbsp;กิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP,&nbsp;นิทรรศการผ้าไทย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318121106223
363	"ศอ.บต. จับมือ ""รวมพัฒน์"" ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล 4 แสนล้านบาท กระจายทั่วถึง เพิ่มรายได้ 3.5 ล้านคน"	"<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมคิงส์ตัน&nbsp;ชั้น&nbsp;5</strong>&nbsp;โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้มีการประชุมพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน&nbsp;และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;""สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน""&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการนำเอาสินทรัพย์พร้อมใช้งานที่มีอยู่ในจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;จนสามารถสร้างเศรษฐกิจได้มูลค่าเกือบ&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;ในอดีตที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>แต่เนื่องจากทั้งวิกฤตการณ์โรคระบาดที่ทำให้ปริมาณ</strong>เงินที่เคยเข้ามาจากต่างชาติลดลงจากระบบเศรษฐกิจชายแดนใต้&nbsp;ตลอดจนวิกฤติหนี้ที่เพิ่มสูงอย่างมากในระบบเศรษฐกิจโลกจนก่อให้เกิดการฝืดเคืองของเงินในระบบ&nbsp;อันทำให้เป็นสาเหตุของสภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้&nbsp;ทั้งนี้ทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และ&nbsp;มูลนิธิรวมพัฒน์&nbsp;จึงได้มีแนวคิดที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและสร้างสภาพคล่องให้เกิดการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนในระบบด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจที่มีอยู่เกือบ&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้เกิดการเพิ่มและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงผู้คนในท้องถิ่นกว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคน</p><p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารราชการของทุกส่วนราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์และความสุขต่อประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ทรัพยากรมนุษย์และการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;โดยตรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้ในวันนี้&nbsp;จะเป็นการวางรากฐานการทำงานที่สำคัญของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะการนำศักยภาพของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เข้ามามีบทบาทต่อการบริหารพื้นที่ในทุกมิติ&nbsp;เป็นการ&nbsp;เปิดพื้นที่&nbsp;เปิดโอกาสครั้งสำคัญที่สุดและจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;ตนจะได้รายงานการทำงานไปยัง&nbsp;กพต.&nbsp;ต่อไปด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายรักษ์พงษ์&nbsp;เซ่งเจริญ&nbsp;ประธานมูลนิธิรวมพัฒน์</strong>&nbsp;และ&nbsp;อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;จังหวัดชายแดนใต้&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจพร้อมทั้งสินทรัพย์พร้อมใช้งาน&nbsp;หรืออาจเรียกว่าเป็น&nbsp;Utility&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;ที่มีมูลค่ามากกว่า&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อีกทั้งยังประกอบไปด้วยประชาชนซึ่งนับเป็นสมาชิกในระบบ&nbsp;อันเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตในตัวเองอยู่แล้ว&nbsp;กว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;แต่ที่ผ่านมาต้องพึ่งพาการพัฒนาเศรษฐกิจจากภายนอก&nbsp;จนทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนภายในขาดความเข้มแข็ง&nbsp;</p><p><strong>ในวันนี้ตนจึงอยากให้&nbsp;ผู้คนกว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคนนี้</strong>&nbsp;ลุกขึ้นมาจับกลุ่มเชื่อมโยงกันโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเครื่องมือ&nbsp;ในการสร้างเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท&nbsp;Utility&nbsp;Token&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นจากภายในชาวจังหวัดชายแดนใต้ด้วยกันเอง&nbsp;โดยตนเองพร้อมร่วมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เพื่อสนับสนุนดำเนินการศึกษาเพื่อสร้าง&nbsp;Tokenomic&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม&nbsp;และถูกต้องตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องของประเทศต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318134742276
364	สายการบินนกแอร์  จัดเที่ยวบินพิเศษ Amazing  เบตง						
365	ยิ่งกว่าโอเค   กระตุ้น ท่องเที่ยวชายแดนภาคใต้  ย้ำ บินแน่เบตง-ดอนเมือง-เบตง	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;จัดเที่ยวบินพิเศษ&nbsp;ดอนเมือง-เบตง&nbsp;ด้วยเที่ยวบิน&nbsp;DD5180&nbsp;ลงจอดยังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในเวลา&nbsp;10.15&nbsp;น.&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเบตง&nbsp;โดยมีสื่อมวลชนจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;,&nbsp;Youtuber&nbsp;,&nbsp;social&nbsp;media&nbsp;,&nbsp;&nbsp;influencer&nbsp;และบริษัททัวร์จากกรุงเทพมหานครร่วมบินในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายเอกยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วยนายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น&nbsp;</p><p><strong>คุณธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์&nbsp;&nbsp;</strong>บ.สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;เผยว่า&nbsp;จากกรณีที่ผู้ประกอบการจากหลายๆค่ายถามว่าเมื่อไหร่นกแอร์จะเปิดทำการบิน&nbsp;ลงตารางบินสักทีจะได้ซื้อตั๋ว&nbsp;ขอชี้แจงว่าขณะนั้นสนามบินยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เปิดเครื่องบินพาณิชย์&nbsp;เมื่อได้รับอนุญาตบินจะเริ่มขายตั๋วทันที&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านั้นได้เปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารแล้ว&nbsp;แต่ไม่ได้ตามเป้าที่ว่างไว้ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด19&nbsp;อีกส่วนมองว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก&nbsp;อ.เบตงเท่าที่ควร&nbsp;วันนี้จึงมีการจัดเที่ยวบินพิเศษขึ้น&nbsp;โดยเชิญสื่อต่างๆ&nbsp;มาดูในเรื่องของความพร้อมของสนามบิน&nbsp;มาดูบรรยากาศตัวเมืองเบตง&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีเดือนเมษายนนี้&nbsp;จะได้บินหรือไม่นั้น&nbsp;ต้องดูว่า</strong>ผลตอบรับหลังจากนี้เป็นอย่างไร&nbsp;ส่วนในเรื่องต้องการการันตี&nbsp;75%&nbsp;จากรัฐบาลนั้น&nbsp;นกแอร์แค่อยากได้ความอุ่นใจในช่วงแรกๆช่วยเหลือไม่ให้เราขาดทุนเท่านั้นเอง</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ทางคณะฯได้&nbsp;เดินทางต่อเที่ยวชมแลนด์มาร์คของเมืองเบตง</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;หอนาฬิกาเมืองเบตง&nbsp;ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์&nbsp;ซึ่งเป็นอุโมงค์รถยนต์ตลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย&nbsp;กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;ณ&nbsp;วัดพุทธาธิวาสหรือชื่อเดิมวัดเบตง&nbsp;ชมอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;และทานอาหารร้านหวายร้อยลี้&nbsp;จากนั้นคณะเที่ยวบินพิเศษเดินทางกลับสู่ท่าอากาศดอนเมือง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318135156280
366	รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เห็นชอบมาตรการสำคัญด้านเศรษฐกิจ 19 ประเด็น 	<p><strong>นายสรรเสริญ&nbsp;สมะลาภา&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;28&nbsp;และการประชุมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งการประชุมครั้งนี้&nbsp;ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการสำคัญด้านเศรษฐกิจ</strong>ที่กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนต้องการผลักดันให้บรรลุผลสำเร็จในปีนี้&nbsp;รวม&nbsp;19&nbsp;ประเด็น&nbsp;ภายใต้&nbsp;4&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน&nbsp;ได้เน้นเรื่องการเจรจาอัพเกรดความตกลงการค้าเสรีอาเซียนกับออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&nbsp;การเร่งรัดให้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;มีผลใช้บังคับกับทุกประเทศโดยเร็ว&nbsp;และร่วมกันประกาศเริ่มเจรจาอัพเกรดความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน&nbsp;เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันมากขึ้น&nbsp;ตั้งเป้าให้สามารถสรุปผลการเจรจาภายในปี&nbsp;2567&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้เห็นชอบในหลักการขยายอายุบันทึกความเข้าใจ</strong>&nbsp;(MOU)&nbsp;ที่อาเซียนจะไม่จำกัดการส่งออกสินค้าจำเป็นในช่วงโควิด-19&nbsp;ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2567&nbsp;และเร่งรัดประเทศสมาชิกให้ความเห็นต่อการขยายบัญชีรายการสินค้าจำเป็น&nbsp;ซึ่งไทยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินผลกระทบของ&nbsp;MOU&nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาขยายบัญชีรายการสินค้าให้จำกัดเพียงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&nbsp;และห่วงโซ่การผลิตเท่านั้น&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศนอกอาเซียน&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดอาเซียนกับอินเดีย&nbsp;</strong>สามารถสรุปขอบเขตของการทบทวนความตกลงการค้าสินค้า&nbsp;พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่อาเซียน&nbsp;ให้ทำงานร่วมกับอินเดีย&nbsp;เพื่อกำหนดเวลาประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-อินเดียรอบพิเศษต่อไป</p><p><strong>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ที่ประชุมได้หารือถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ที่มีต่ออาเซียน&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนช้าลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถเจรจาหาข้อตกลงกันได้โดยเร็ว&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกและอาเซียนในระยะยาว&nbsp;ซึ่งไทยได้เสนอให้อาเซียนดำเนินการร่วมกันทั้งเรื่องการเปิดตลาดสินค้า&nbsp;การอำนวยความสะดวกทางการค้า&nbsp;และความร่วมมือทางด้านพลังงาน&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในภูมิภาค</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318202306543
367	คัดสินค้าชุมชนคุณภาพดีทั่วประเทศ กว่า 4,000 รายการ จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ 	"<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;Shopee&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;ภายใต้แคมเปญ&nbsp;""สุขใจซื้อของไทย""&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;Shopee&nbsp;และเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.shopee.co.th/dbdonline""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.shopee.co.th/dbdonline</a>&nbsp;โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าชุมชนคุณภาพดี&nbsp;จากแหล่งผลิตชื่อดัง&nbsp;สินค้าเด่นทั่วประเทศกว่า&nbsp;4,000&nbsp;รายการ&nbsp;ทั้งของกิน&nbsp;ของใช้&nbsp;ของตกแต่งบ้านและสมุนไพร&nbsp;อาทิ&nbsp;หมวดสินค้าชุมชนไทยที่มีอัตลักษณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะพร้าวแก้ว&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ผัดหมี่โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และน้ำพริกกุ้งเสียบ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยแคมเปญดังกล่าว&nbsp;</strong>จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ&nbsp;ส่งเสริมให้มีศักยภาพและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้&nbsp;ผ่านช่องทางตลาดออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน&nbsp;คาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนให้ผู้ประกอบการชุมชนไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผู้สนใจสามารถอุดหนุนสินค้าชุมชนผ่านแคมเปญ&nbsp;สุขใจซื้อของไทย&nbsp;ทาง&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;Shopee&nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318201921542
368	นกแอร์จัดไฟล์พิเศษ ดึงสื่อมวลชน Youtuber, Influencer และบริษัททัวร์ เดินทางด้วยเที่ยวบิน โปรโมทเส้นทางการบินและสถานที่ท่องเที่ยวอำเภอเบตง พร้อมกำหนดตารางการบินอย่างเป็นทางการในอนาคต	<p><strong>นายธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)</strong>&nbsp;นำคณะสื่อมวลชน&nbsp;Youtuber,&nbsp;Social&nbsp;Media,&nbsp;Influencer&nbsp;และบริษัททัวร์&nbsp;เดินทางด้วยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินพิเศษ&nbsp;DD&nbsp;5180&nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.35&nbsp;น.&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&nbsp;ดอนเมือง-เบตง&nbsp;รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านการเดินทางโดยสายการบิน&nbsp;พร้อมนำคณะสื่อ&nbsp;ลงพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ชมบรรยากาศในเมืองเบตง&nbsp;ลิ้มรดชาดอาหาร&nbsp;และชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่</p><p><strong>นายธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การเดินทางลงพื้นที่ด้วยสายการบินนกแอร์ในครั้งนี้&nbsp;โดยนำสื่อมวลชน&nbsp;ลงมาเพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;&nbsp;เบตง&nbsp;และแหล่งเที่ยวในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ใช้เวลาในการเดินทาง&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมงเศษ&nbsp;ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างระยะทาง&nbsp;เวลา&nbsp;และราคาของตั๋วโดยสาร&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;4,000&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมาอำเภอเบตง&nbsp;ลดภาวะเสี่ยงโควิด-19&nbsp;ในระหว่างการเดินทาง&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ทาง&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และคณะสื่อที่เดินทางมาในครั้งนี้&nbsp;จะร่วมกันหารือ&nbsp;และวางแผน&nbsp;ด้านการประชาสัมพันธ์&nbsp;เพื่อกำหนดตารางการบินในอนาคตต่อไป</p><p><strong>สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&nbsp;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;</strong>ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ส้มโชกุน&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลองกอง&nbsp;ไก่เบตง&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;ปลากือเลาะ&nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงปิยมิตร&nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;อัยเยอร์เวง&nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมาสัมผัสให้ได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318142957315
369	รมว.คมนาคม วางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา หรือ สะพานมโนราห์ เชื่อมพัทลุง-สงขลา พร้อมยืนยัน เสร็จในปี 2569	<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา&nbsp;แห่งที่&nbsp;3&nbsp;โดยมีนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;อุสาหะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม&nbsp;ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในพิธี&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแหลมจองถนน&nbsp;ตำบลจองถนน&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการก่อสร้างสะพาน</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ระบุว่า&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;พยายามพัฒนา&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;โครงสร้างพื้นฐานให้กับประชาชน&nbsp;เพื่อให้การเดินทางของประชาชน&nbsp;&nbsp;สะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และปลอดภัย&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลที่นำโดย&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมระบุว่า&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา&nbsp;แห่งนี้&nbsp;จะเป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ&nbsp;โดยจะทำให้ประชาชนใช้เส้นทางเชื่อมระหว่าง&nbsp;2&nbsp;จังหวัดได้สะดวกขึ้น&nbsp;เป็นการเปิดประตูระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา&nbsp;ในด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาในอีกหลายๆด้านตามมา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;</strong>หลังจากมีพิธีวางศิลาฤกษ์แล้ว&nbsp;จะเป็นหลักประกันว่า&nbsp;จะมีการก่อสร้างสะพานแห่งนี้อย่างแน่นอน&nbsp;และจะแล้วเสร็จ&nbsp;ภายในปี&nbsp;2569&nbsp;&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยในปี&nbsp;2566&nbsp;ได้จัดทำคำของบประมาณ&nbsp;ภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น&nbsp;4,841&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;โดยจะใช้เงินกู้ที่ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;และ&nbsp;เงินงบสมทบจากงบประมาณประจำปี&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30</p><p><strong>สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;หรือ</strong>&nbsp;สะพานมโนราห์&nbsp;มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกจากถนนทางหลวงชนบท&nbsp;พท.4004&nbsp;กม.ที่&nbsp;3+300&nbsp;บ้านแหลมจองถนน&nbsp;&nbsp;ต.จองถนน&nbsp;อ.เขาชัยสน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;วางแนวข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และมีจุดสิ้นสุดที่ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;บริเวณ&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;บ้านแหลมยาง&nbsp;&nbsp;ต.เกาะใหญ่&nbsp;อ.กระแสสินธุ์&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยสะพานมีขนาด&nbsp;2&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;รูปแบบสะพาน&nbsp;จะเป็นสะพานคานซึง&nbsp;และ&nbsp;สะพานคานคอนกรีตรูปกล่องความคงที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;บริเวณราวสะพานได้ออกแบบให้มีความสวยงาม</strong>&nbsp;โดยนำรูปแบบทางจิตรกรรมท่ารำของมโนราห์มาประยุกต์&nbsp;เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์&nbsp;และ&nbsp;อัตลักษณ์&nbsp;ของประชาชนในลุ่มทะเลสาบสงขลา&nbsp;รวมทั้งลักษณะโครงสร้างของสะพานที่แตกต่างจากสะพานอื่นและสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม&nbsp;ทำให้สะพานแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญ&nbsp;แห่งใหม่อีกแห่งหนึ่งในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สวท.พัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318143920324
370	นกแอร์จัดไฟล์พิเศษ ดึงสื่อมวลชน และบริษัททัวร์ โปรโมทการท่องเที่ยวเบตง พร้อมหารือ กำหนดตารางการบินในอนาคต	<p><strong>นายธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;นำคณะสื่อมวลชน&nbsp;Youtuber,&nbsp;Social&nbsp;Media,&nbsp;Influencer&nbsp;และบริษัททัวร์&nbsp;เดินทางด้วยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินพิเศษ&nbsp;DD&nbsp;5180&nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.35&nbsp;น.&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&nbsp;&nbsp;ดอนเมือง-เบตง&nbsp;รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านการเดินทางโดยสายการบิน&nbsp;พร้อมนำคณะสื่อ&nbsp;ลงพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ชมบรรยากาศในเมืองเบตง&nbsp;ลิ้มรสชาติอาหาร&nbsp;และชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่</p><p><strong>นายธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&nbsp;</strong>บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การเดินทางลงพื้นที่ด้วยสายการบินนกแอร์ในครั้งนี้&nbsp;โดยนำสื่อมวลชน&nbsp;ลงมาเพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;&nbsp;เบตง&nbsp;และแหล่งเที่ยวในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ใช้เวลาในการเดินทาง&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมงเศษ&nbsp;ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างระยะทาง&nbsp;เวลา&nbsp;และราคาของตั๋วโดยสาร&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;4,000&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมาอำเภอเบตง&nbsp;ลดภาวะเสี่ยงโควิด-19&nbsp;ในระหว่างการเดินทาง&nbsp;ซึ่งหลังนี้ทาง&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และคณะสื่อที่เดินทางมาในครั้งนี้&nbsp;จะร่วมกันหารือ&nbsp;และวางแผน&nbsp;ด้านการประชาสัมพันธ์&nbsp;เพื่อกำหนดตารางการบินในอนาคตต่อไป</p><p><strong>สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ส้มโชกุน&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลองกอง&nbsp;ไก่เบตง&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;ปลากือเลาะ&nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงปิยมิตร&nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;อัยเยอร์เวง&nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมาสัมผัสให้ได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318144036326
371	คณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช	<p><strong>นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;และในฐานะประธานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา&nbsp;(กจร.)&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายบำรุง&nbsp;สังข์ขาว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;นำคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;ปลัดจังหวัดพะเยา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพะเยา&nbsp;ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา&nbsp;ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา&nbsp;ผู้แทนประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ในพื้นที่อำเภอดอกคำใต้&nbsp;อำเภอปง&nbsp;และอำเภอเมืองพะเยา&nbsp;โดยที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;จันทร์กระจ่าง&nbsp;ตำบลป่าซาง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;พบปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;(ชนิดเมล็ด)&nbsp;จำนวน&nbsp;13.50&nbsp;ตัน&nbsp;และที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;สังวรกิจอบพืช&nbsp;(2002)&nbsp;ตำบลนาปรัง&nbsp;อำเภอปง&nbsp;ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;พบปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;(ชนิดเมล็ด)&nbsp;จำนวน&nbsp;1,835.32&nbsp;ตัน&nbsp;โดยพบว่า&nbsp;ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;(ชนิดเมล็ด)&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้น&nbsp;14.5%&nbsp;ราคา&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;11.20&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ความชื้น&nbsp;30%&nbsp;ราคา&nbsp;7.50-8&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เก็บในสต๊อกมีปริมาณลดลง&nbsp;เนื่องจากผู้ผลิตอาหารสัตว์มีคาวามต้องการสูง&nbsp;ซึ่งแนวโน้มราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;ประมาณร้อยละ&nbsp;40</p><p><strong>จากนั้นคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปุ๋ยเคมี&nbsp;และยาป้องกัน&nbsp;หรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ที่ร้านรุ่งนิรันดร์เคมีเกษตร&nbsp;ตำบลท่าวังทอง&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;และร้านชวลิตกิจศิริ&nbsp;ตำบลแม่ต๋ำ&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินการ&nbsp;พบว่าสถานการณ์ในภาพรวมของจังหวัดพะเยา&nbsp;ปริมาณปุ๋ยเคมียังคงมีเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ไม่พบการกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายชัดเจน&nbsp;เปิดเผย&nbsp;มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคา&nbsp;สินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;สำหรับราคาปุ๋ยเคมีมีการปรับตัวสูงขึ้นและมีความผันผวน&nbsp;เนื่องจากปริมาณปุ๋ยเคมีเข้าสู่ตลาดลดลง&nbsp;สวนทางกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ที่ยังคงมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318145343352
372	ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ออกสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง	<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(สคบ.)&nbsp;และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ลงพื้นที่ห้างแมคโครสาขามุกดาหาร&nbsp;และร้านจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;และตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการขึ้นราคาจนเกินควร</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผวจ.มุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวถึงภาพรวมราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์&nbsp;แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพาณิชย์&nbsp;และยังอยู่ในราคาตามมาตรฐาน&nbsp;โดยในช่วงนี้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก็ได้ออกตรวจติดตามราคาสินค้าทุกวัน&nbsp;ขอให้ประชาชนชาวมุกดาหารสบายใจในเรื่องนี้ได้</p><p><strong>ด้านนางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ด้านราคาของสุกรมีชีวิตได้ลดลงจาก&nbsp;110&nbsp;&nbsp;120&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ในช่วงเดือนที่ผ่านมา&nbsp;ลงมาเหลือ&nbsp;82&nbsp;&nbsp;83&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ส่งผลให้ราคาสุกรชำแหละตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาลดลง&nbsp;อยู่ที่&nbsp;150&nbsp;&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;กก.&nbsp;ส่วนราคาไข่ไก่&nbsp;ถึงแม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;โดยในส่วนของไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;3.20&nbsp;บาท&nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ราคาแนะนำจะอยู่ที่&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;แต่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังจำหน่ายในราคา&nbsp;3.30&nbsp;&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภคอื่นๆ&nbsp;ยังคงทรงตัวและมีความเพียงพอตอความต้องการของตลาด</p><p><strong>ส่วนทางด้านราคาสินค้าเพื่อการเกษตรและอาหารสัตว์</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้สินค้าขาดตลาด&nbsp;ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระงับการผลิตจากต้นทาง&nbsp;และพบการขายสินค้าแบบพ่วงจากบริษัทค้าส่ง&nbsp;ตัวอย่างเช่น&nbsp;หากต้องการซื้อปุ๋ย&nbsp;ต้องซื้อสินค้าอื่นๆ&nbsp;หรือปุ๋ยสูตรอื่นๆ&nbsp;มาขายด้วย&nbsp;ทำให้ทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้</strong>&nbsp;สนง.พาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจะทำการเก็บรวบรวมเพิ่มเติมว่ามีบริษัทใดกระทำการในลักษณะดังกล่าวบ้าง&nbsp;เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์&nbsp;หาทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้ราคาสินค้ามีกลไกที่เป็นมาตรฐาน&nbsp;และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318155017410
373	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสุกรและผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารสัตว์	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;นำโดย&nbsp;นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตราด&nbsp;ตำรวจภูธรเขาสมิง&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเขาสมิง&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสุกร&nbsp;และผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารสัตว์&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ในอำเภอเขาสมิง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ณรงค์ศักดิ์ฟาร์ม&nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&nbsp;จิตต์พงค์ฟาร์ม&nbsp;ตำบลสะตอ&nbsp;และร้านเจริญทรัพย์อาหารสัตว์&nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&nbsp;ทั้งนี้เพื่อติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คือ&nbsp;1)&nbsp;ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณ&nbsp;ราคา&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;2)&nbsp;ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริหาร&nbsp;ฉบับที่&nbsp;15&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;3)&nbsp;ประกาศพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;ลงวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บโภคภัณฑ์ออกจากสถานที่เก็บ&nbsp;หรือเปลี่ยนแปลงสภาพของโภคภัณฑ์&nbsp;โดยจังหวัดตราดได้กำหนดรายการโภคภัณฑ์&nbsp;หมวดอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;คือสุกร&nbsp;และเนื้อสุกรชำแหละ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผลการตรวจติดตามปรากฏว่าผู้ประกอบการฯ</strong>&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายชัดเจน&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้าหรือปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;ปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่วางจำหน่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;174&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้ได้มีการแนะนำให้ผู้ประกอบการมีการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318162537441
374	วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาแห่งที่ 2 วงเงิน 4,841 ล้านบาท	<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;วางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมพัทลุง&nbsp;-&nbsp;สงขลา&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;4,841&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี&nbsp;2569&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแหลมจองถนน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ตำบลจองถนน&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เป็นประธานวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมพัทลุง&nbsp;&nbsp;สงขลา&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;ของจังหวัดพัทลุง&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;สำหรับพิธีดังกล่าวมีนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นางนที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&nbsp;(นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล)&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;อุสาหะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ</p><p><strong>สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;</strong>บริเวณแหลมบ้านจองถนน&nbsp;ตำบลจองถนน&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ถึงฝั่ง&nbsp;ตำบลเกาะใหญ่&nbsp;อำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นสะพานข้างทะเลสาบแห่งที่&nbsp;2&nbsp;จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์&nbsp;เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมระหว่าง&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;กับ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ลดระยะทางประมาณ&nbsp;80&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;หรือ&nbsp;ลดระยะเวลาในการเดินทางราว&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เป็นการสนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านพาณิชยกรรม&nbsp;อุตสาหกรรมกิจการท่องเที่ยว&nbsp;พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน</p><p><strong>ขณะที่โครงการดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกจากถนนทางหลวงชนบท</strong>&nbsp;พท.4004&nbsp;(กม.ที่&nbsp;3+300)&nbsp;บ้านแหลมจองถนน&nbsp;ต.จองถนน&nbsp;อ.เขาชัยสน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;วางแนวข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีจุดสิ้นสุดที่ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;(ถนนรอบเกาะใหญ่&nbsp;บริเวณ&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;บ้านแหลมยาง&nbsp;ต.เกาะ&nbsp;อ.กระแสสินธุ์&nbsp;&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้น&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยสะพานมีขนาด&nbsp;2&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;(สามารถขยายเป็น&nbsp;4&nbsp;ช่องจราจรได้ในอนาคต)&nbsp;และมีรูปแบบสะพานที่เหมาะสม&nbsp;คือ&nbsp;สะพานคานขึง&nbsp;&nbsp;(Extradosed&nbsp;Bridge)&nbsp;และสะพานคานคอนกรีตรูปกล่องความที่&nbsp;(Box&nbsp;Segmental&nbsp;Bridge)&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;บริเวณราวสะพานได้ออกแบบให้มีความสวยงามทางจิตรกรรมมโนราห์ของท้องถิ่นมาประยุกต์&nbsp;ประกอบกับลักษณะทางโครงสร้างของสะพานที่แตกต่างจากสะพานอื่นและสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม&nbsp;ทำให้สะพานแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์ค&nbsp;(Land&nbsp;mark)&nbsp;ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดในอนาคต</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากตลอดแนวทะเลสาบสงขลามีสะพานข้ามทะเลสาบ&nbsp;แห่งแรกคือสะพานเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2550&nbsp;(สะพานไสกลิ้ง&nbsp;-&nbsp;หัวป่า)&nbsp;ตั้งอยู่ด้านบนของทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมต่อ&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กับ&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;มีระยะทางห่างกันเกือบ&nbsp;60&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทำให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ตรงกลางของทะเลสาบ&nbsp;ต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จากปัญหาดังกล่าว&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;รวมทั้งประชาชนในพื้นที่&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;และ&nbsp;อำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;จังวัดสงขลา&nbsp;ขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันกรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จและได้ผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลล้อมจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(คชก.)&nbsp;และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ)&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;โดยในปี&nbsp;2566&nbsp;ได้จัดทำคำขอภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;4,841&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2568)&nbsp;โดยจะใช้เงินกู้และงบสมทบจากงบประมาณประจำปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณ&nbsp;ปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี&nbsp;2569&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318163805452
375	จังหวัดภูเก็ตประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมมุขหลังชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่</strong>&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานบริหารกองทุนได้รับประกาศเปิดรับข้อเสนอ</strong>โครงการเพื่อให้หน่วยงานที่มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนฯ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;โดยจะสนับสนุนงบประมาณให้กับส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;สถาบันการศึกษาหรือองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร&nbsp;ที่มีกิจกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอนุรักษ์พลังงานหรือการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;</p><p><strong>โดยสำนักงานบริหารกองทุน&nbsp;จะเปิดรับข้อเสนอโครงการดังกล่าว</strong>ในระยะเวลา&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยการประชุมวันนี้เพื่อชี้แจงแนวทาง&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขและเทคโนโลยีที่สนับสนุนเพื่อให้ส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติขอรับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ให้เป็นมาตรการเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการชี้แจงในเรื่องของ</strong>กรอบวงเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;การยื่นข้อเสนอโครงการขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ตลอดจนถึงเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอโครงการ&nbsp;</strong>กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และแบบเทคโนโลยีพลังงานที่ให้การสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถขอรับแนวทางในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพลังงานจังหวัดภูเก็ต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318165813461
376	นโยบายส่งเสริมการใช้รถ EV ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ	<p><strong>นายรณรงค์&nbsp;พูลพิพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;รวมทั้งการขยายฐานการผลิตในประเทศ&nbsp;โดย&nbsp;ครม.&nbsp;ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&nbsp;ครอบคลุมรถ&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์และรถกระบะ&nbsp;มีมาตรการยกเว้น/ลดอากรขาเข้า&nbsp;ลดภาษีสรรพสามิตและให้เงินอุดหนุน&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2565-2568&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้รถ&nbsp;EV&nbsp;มากขึ้น&nbsp;รวมทั้งมีเป้าหมายให้ไทยสามารถผลิตยานยนต์ไฟฟ้าได้เอง&nbsp;และสามารถแข่งขันได้&nbsp;ตลอดจนรักษาการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของโลก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีมาตรการจูงใจและสนับสนุน</strong>อุตสาหกรรมการผลิตรถไฟฟ้าเพื่อทดแทนการนำเข้า&nbsp;รวมทั้งการกำหนดเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ&nbsp;725,000&nbsp;คัน&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;675,000&nbsp;คัน&nbsp;รถบัสและรถบรรทุก&nbsp;34,000&nbsp;คัน&nbsp;ภายในปี&nbsp;2573&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มียอดการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;100%&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;3,994&nbsp;คันแล้ว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อพิจารณาการส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก</strong>&nbsp;พบว่ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ขณะที่การส่งออกของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ส่วนใหญ่ยังเป็นเครื่องยนต์สันดาป&nbsp;ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม&nbsp;เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน&nbsp;สามารถสร้างงานและสร้างรายได้ให้ประเทศ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของยานยนต์แห่งอนาคต&nbsp;จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318200728536
377	ภูเก็ตสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (ภูเก็ต พังงา กระบี่)เพื่อพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนวทางเพื่อยกระดับภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ตอย่างยั่งยืน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;(สศช.)&nbsp;จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(ภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่)&nbsp;เพื่อพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนวทางเพื่อยกระดับภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ตอย่างยั่งยืน&nbsp;(Tourism&nbsp;sustainability)&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>เป็นประธาน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ผู้ประกอบการจากพื้นที่อันดามัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;เข้าร่วมรับฟังแนวทางในการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจอันดามันให้มีความสมบูรณ์สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และสามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละภาคส่วนได้อย่างแท้จริง&nbsp;หลังจากที่การประชุมของคณะทำงานฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งมติเห็นชอบให้มี&nbsp;มาตรการระยะสั้น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;ททท.จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;การเพิ่ม&nbsp;Flight&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;มาตรการระยะกลาง&nbsp;เป็นมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ,&nbsp;พัฒนา&nbsp;Ease&nbsp;of&nbsp;Traveling&nbsp;และระยะยาว&nbsp;จัดทำโครงการสร้างทางหลวงแนวใหม่,&nbsp;โครงการท่องเที่ยวเชิงสุภาพ&nbsp;และแผนพัฒนาภูเก็ตอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้มีการพูดคุยถึงศักยภาพของ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;และกระบี่&nbsp;ในส่วนของทรัพยากรท่องเที่ยวนั้น&nbsp;ภาพรวม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม&nbsp;มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ,&nbsp;มีบริการที่พักและโรงแรมที่หลากหลาย&nbsp;รวมถึงความหลากหลายของวัฒนธรรม,&nbsp;ในแง่ของการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;มีโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศยานที่ทันสมัย&nbsp;มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ส่วนของธุรกิจและประเภทท่องเที่ยว&nbsp;พบว่า&nbsp;ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;มีศักยภาพเกื้อหนุนกัน,&nbsp;ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงกันได้จากการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติร่วมกัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีจุดขายด้านแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและชายฝั่ง</strong>ที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค&nbsp;เน้นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีจุดยืนที่แตกต่างกันตามบริบท&nbsp;โดยตลาดเป้าหมาย&nbsp;ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้บริโภคหลักในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งนี้ด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด&nbsp;การสำรวจท่าเรือตามเส้นทางการท่องเที่ยวทางน้ำที่มีศักยภาพ&nbsp;เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางทะเลและชายฝั่งของสามจังหวัด&nbsp;พบว่าส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการจัดทำโครงการพัฒนาเพื่อพัฒนาคุณภาพและขยายขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว</p><p><strong>นอกจากนี้ทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้าง</strong>พื้นฐานด้านการคมนาคมทางบกและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนสมาร์ทซิตี้&nbsp;โดยในอนาคตหากแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่&nbsp;13&nbsp;(พ.ศ.2566&nbsp;&nbsp;2570)&nbsp;จะทำให้เห็นทิศทางการพัฒนาของ&nbsp;3&nbsp;จังหวัดฝั่งอันดามัน&nbsp;แบบก้าวกระโดด&nbsp;ยกระดับการท่องเที่ยวให้เปลี่ยนการท่องเที่ยวคุณภาพสูง&nbsp;เพิ่มการพึ่งพานักท่องเที่ยวในประเทศและกระจายรายได้สู่พื้นที่บริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยังยืนในทุกมิติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318170207462
378	ภาพรวมการประชุมระดับปลัดกระทรวงการคลังและรองผู้ว่าการธนาคารกลางเอเปค	<p><strong>นายกฤษฎา&nbsp;จีนะวิจารณะ&nbsp;ปลัดกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับปลัดกระทรวงการคลังและรองผู้ว่าการธนาคารกลางเอเปค&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ภายใต้แนวคิดหลัก&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;มุ่งสู่การเงินการคลังยั่งยืน&nbsp;ซึ่งได้มีการหารือในประเด็นสำคัญอย่างกว้างขวาง&nbsp;โดยเฉพาะแผนงานความร่วมมือภายใต้กรอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค&nbsp;2022&nbsp;ที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูภูมิภาคเอเปคในบริบทโลกหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมดิจิทัลและการเงินอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการคลังเอเปค</strong>&nbsp;หารือในรายละเอียดเพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือระหว่างสมาชิกในการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปคในเดือนตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ภาพรวมการประชุมตลอด&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</strong>&nbsp;โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการดำเนินการตามประเด็นสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชน&nbsp;โดยการเงินเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเอื้อให้เกิดการลงทุนและโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในงานด้านการเงินการคลัง&nbsp;</strong>จะเป็นการอำนวยความสะดวก&nbsp;ในการเข้าถึงแหล่งทุนและการเข้าถึงบริการของภาครัฐ&nbsp;รวมทั้งลดต้นทุนการทำธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดน&nbsp;ซึ่งไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกเอเปคและองค์กรระหว่างประเทศในการดำเนินงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคเอเปคให้มุ่งสู่การเจริญเติบโตที่เข้มแข็ง&nbsp;สมดุล&nbsp;มั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;และครอบคลุมต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมลำดับต่อไปคือ&nbsp;</strong>การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการคลัง&nbsp;ซึ่งจะมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318200614535
379	ทน.หาดใหญ่ พร้อมเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว	<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักการศึกษา&nbsp;</strong>พล.ต.ท.สาคร&nbsp;ทองมุณี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายเจษฎาพงศ์&nbsp;ชูแก้ว&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รศ.ดร.วิชัย&nbsp;กาญจนสุวรรณ&nbsp;รองนายกเทศมนตรี,นายอาหมัด&nbsp;เบ็ญอาหลี&nbsp;รองนายกเทศมนตรี,ปลัดเทศบาล,รองปลัดเทศบาล,หัวหน้าส่วนราชการ,เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง,ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชวกิจจ์&nbsp;สุวรรณคีรี&nbsp;นายอำเภอหาดใหญ่&nbsp;เป็นประธานในการประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมปรับพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว</p><p><strong>เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าจังหวัดสงขลาในรูปแบบ</strong>&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ผ่านทางอากาศและทางบก&nbsp;พร้อมรองรับการเปิดประเทศของมาเลเซียในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p>โดยในที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาการกำหนดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การนำมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของสถานประกอบการ&nbsp;ในระดับ&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;,&nbsp;การกำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวอยู่ในเส้นทางที่กำหนด&nbsp;(Sealed&nbsp;Route)&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318173931487
380	จังหวัดสุรินทร์ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม 1 จังหวัด 1 ชุมชน ผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูป อ.สนม	<p><strong>นางอิฐสราชัย&nbsp;ลำพา&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;หวังทรัพย์&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ออกติดตามการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในการให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนพึ่งตนเองตามวิถีชีวิตเกษตรพอเพียงบ้านหนองขุนศรี&nbsp;เลขที่&nbsp;115&nbsp;ม.11&nbsp;ต.แคน&nbsp;อ.สนม&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูป&nbsp;ซึ่งวิสาหกิจชุมชนฯ&nbsp;ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เห็ดกรอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318172129475
381	รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รุดลงพื้นที่เพชรบุรี เร่งหาทางออก ติดตามผล หลังรับทราบชาวบ้านเสี่ยงอันตรายจากจุดตัดทางแยกเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และช่วยชาวประมง แก้ปัญหาร่องน้ำอีแอด ที่ต้องเร่งขุดลอกให้แล้วเสร็จ	<p><strong>วันนี้(18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;,นายสุชาติ&nbsp;อุสาหะ&nbsp;,นายกฤษณ์&nbsp;แก้วอยู่&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลความเดือดร้อนจากปัญหาทางข้ามจุดตัดทางแยกที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;และงานขุดลอกร่องน้ำอีแอด&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;รับทราบปัญหาที่ส่งผลกระทบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&nbsp;ทั้งความเสี่ยงอันตรายจากจุดข้ามตัดทางแยกที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง&nbsp;โดยติดตามโครงการของทางหลวงชนบท&nbsp;ที่กำลังสำรวจออกแบบ&nbsp;เพื่อดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;การก่อสร้างสะพานข้ามแยกจุดตัดทางหลวง&nbsp;ซึ่งพยายามจะเร่งให้เร็วที่สุด&nbsp;เพื่อช่วยลดความแออัดของการจราจร&nbsp;ลดการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;และป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นเพราะเพชรบุรีถือว่าเป็นประตูสู่ภาคใต้&nbsp;การสัญจรทุกเส้นทางต้องเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวเพิ่มเติม</strong>ถึงความเดือดร้อนที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมงจากปัญหาร่องน้ำอีแอด&nbsp;ซึ่งได้ไปตรวจศูนย์ขุดร่องน้ำ&nbsp;เพื่อติดตามงานตามแผน&nbsp;ซึ่งคาดว่า&nbsp;จะสามารถแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เรือกว่า&nbsp;150&nbsp;ลำ&nbsp;สามารถล่องเรือเข้าออกได้ไม่เดือดร้อนจากปัญหาการตื้นเขิน&nbsp;ช่วยลดความเดือดร้อน&nbsp;ให้พี่น้องชาวประมง&nbsp;ทางด้านนายสุชาติ&nbsp;อุสาหะ&nbsp;</p><p><strong>สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>หลังรับทราบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ขับเคลื่อน&nbsp;ทุกปัญหาผ่านผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยหาทางออกให้ชาวบ้าน&nbsp;โดยเฉพาะความเดือดร้อน&nbsp;ที่ไม่มีสะพานกลับรถ&nbsp;พี่น้องประชาชนจำเป็นต้องไปกลับรถ&nbsp;ใต้สะพาน&nbsp;ซึ่งเขาไม่ได้ออกแบบให้เป็นที่กลับรถ&nbsp;มันเป็นคลองระบายน้ำ&nbsp;จึงหาทางออก&nbsp;โดยจะดำเนินการสร้างสะพานข้ามแบบเกือกม้า&nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการด้านงบประมาณ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318174120488
382	อ.เมืองสุพรรณบุรี ตรวจพื้นที่และประชุมหารือเตรียมการฟื้นฟูและทำนุบำรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้? เฉลิมพระเกียรติ?พระบาทสมเด็?จพระวชิรเกล้าเ?จ้าอยู่หัว? และสมเด็จ?พระนางเจ้า?สิริกิติ์? พระ?บรม?ราชินีนาถ? พระบรมราชชนนีพันปีหลวง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">นายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือและตรวจพื้นที่เตรียมการฟื้นฟูและทำนุบำรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่&nbsp;(สระแก้ว&nbsp;สระคา&nbsp;สระยมนา&nbsp;และสระเกษ&nbsp;ซึ่งใช้สำหรับพิธีพลีกรรมตักน้ำถวายเป็นน้ำอภิเษก&nbsp;และสรงน้ำมูรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก)&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ?พระบาทสมเด็?จพระวชิรเกล้าเ?จ้าอยู่หัว?&nbsp;และสมเด็จ?พระนางเจ้า?สิริกิติ์?&nbsp;พระ?บรม?ราชินีนาถ?&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง?&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;เทศบาลตำบลท่าเสด็จ&nbsp;อ.เมืองสุพรรณบุรี&nbsp;...&nbsp;ร่วมด้วยนายจิตรติ&nbsp;รามเนตร&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;พร้อมด้วยเทศบาลตำบลท่าเสด็จ&nbsp;คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์&nbsp;ตลอดจนผู้ปกครองท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากเป็นนโยบาย/ภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และจังหวัดสุพรรณบุรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;จึงได้พิจารณาคัดเลือกการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;&nbsp;โดยมีประเด็นสรุปในสาระสำคัญ&nbsp;ซึ่งจะได้ประมวลรวบรวมรายละเอียด?รายงานจังหวัด&nbsp;ในการประชุมพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจ?หน้าที่?ตามระเบียบ?/กฎหมายต่อไป&nbsp;ดังนี้</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">1.&nbsp;การฟื้?นฟูทำนุบำรุงและปรับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบพื้นที่&nbsp;รวมถึงบริเวณสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">2.&nbsp;การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง?&nbsp;และรูปแบบการบริหาร?จัดการ?พื้นที่?</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">3.&nbsp;สำหรับอาคารแสดงนิทรรศการ&nbsp;เทศบาลตำบลท่าเสด็จ&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม&nbsp;นี้&nbsp;&nbsp;ในส่วนการจัดงานประจำปีศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์&nbsp;(ตั้งอยู่ภายในบริเวณแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์)&nbsp;จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565?</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318174146489
383	จังหวัดตราด จัดกิจกรรม Test Tour ท่องเที่ยวชุมชนตำบลช้างทูนเชื่อมโยงตำบลหนองบอน และตำบลบ่อพลอย ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เปิดกิจกรรม</strong>&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;(Test&nbsp;Tour)&nbsp;กิจกรรมเชื่อมโยงการท่องเที่ยว&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;คือ&nbsp;ตำบลช้างทูน&nbsp;ตำบลหนองบอน&nbsp;และตำบลบ่อพลอย&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชนบันลือ&nbsp;วรรธนพันธุ์&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;นายภาณุวัฒน์&nbsp;พุทธเกสร&nbsp;นายอำเภอบ่อไร่&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;</strong>ที่พบการระบาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเป็นอย่างมาก&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว&nbsp;จึงได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;สร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้บุคลากรทางการท่องเที่ยวเป็นเจ้าภาพที่ดี&nbsp;เป็นการช่วยกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการจัดกิจกรรม&nbsp;Test&nbsp;Tour&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการนำกลุ่มเป้าหมายร่วมเที่ยวชมแหล่งเที่ยวบ้านช้างทูน</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การรับความรู้ชุมชนของบ้านช้างทูน&nbsp;พร้อมทั้งรับประทานอาหารชอง&nbsp;อาหารพื้นบ้านของพื้นที่&nbsp;รับความรู้&nbsp;พร้อมชมพื้นที่ปลูกสมุนไพรของชาวชอง&nbsp;อาทิ&nbsp;ชองระอา&nbsp;พญาพันปล้อง&nbsp;พญาป้องทอง&nbsp;รวมทั้งกิจกรรมร่อนพลอยในพื้นที่ตำบลหนองบอน&nbsp;และกิจกรรมทัศนศึกษาเมืองอัญมณี&nbsp;ในตำบลบ่อพลอย&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318185443506
384	จังหวัดยโสธร ตรวจสอบการติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าที่ตลาดสด	<p><strong>นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ร่วมตรวจสอบการติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการ&nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานเทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;สำนักงานชั่งตวงวัดเขต&nbsp;2-7&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดสดเทศบาล&nbsp;1&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้เน้นย้ำ</strong>ให้ผู้ประกอบการร้านค้าแสดงป้ายราคาสินค้าให้สังเกตง่าย&nbsp;เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าของประชาชน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318191221514
385	ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ตรวจราชการติดตามโครงการจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจ หมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model)	<p><strong>ที่ห้องประชุมสะแกกรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี</strong>&nbsp;นายพีระ&nbsp;ทองโพธิ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;18&nbsp;และคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง&nbsp;ประชุมร่วมกับนายขจรเกียรติ&nbsp;รักพานิชมณี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นายอลงกต&nbsp;วรกี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1</p><p><strong>โดยที่ประชุม&nbsp;ได้มีการหารือข้อราชการในการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;หมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</p><p><strong>ในช่วงบ่าย&nbsp;คณะฯ&nbsp;ลงพื้นที่ไปยังสหกรณ์การเกษตรห้วยคต</strong>&nbsp;อำเภอห้วยคต&nbsp;จ.อุทัยธานี&nbsp;เพื่อติดตามโครงการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;โดยมีหน่วยงานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;เป็นผู้รับผิดชอบ&nbsp;มีการประชุมหารือ&nbsp;ในเรื่องส่งเสริมและสนับสนุนการนำของเสียหรือของเหลือใช้จากสับปะรดมาเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม&nbsp;พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากสับปะรดเป็น&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง&nbsp;(Tonner)&nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;มาตรฐานผลิตภัณฑ์&nbsp;การตลาด&nbsp;รวมทั้งการบริหารจัดการองค์การอย่างยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับการตรวจราชการในครั้งนี้&nbsp;เป็นการตรวจราชการ</strong>ตามกำหนดการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ของผู้ตรวจราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และคณะเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการ&nbsp;และการดำเนินงานของหน่วยงานราชการ&nbsp;ให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐบาล&nbsp;รวมทั้งรับฟังปัญหาของประชาชน&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไข&nbsp;ตลอดจนช่วยเหลือสนับสนุนความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;ส.ปชส.อุทัยธานี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อุทัยธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318191706516
386	พาณิชย์ยโสธรร่วมกับแรงงานจังหวัด เสริมความรู้ด้านช่างให้กลุ่มแรงงาน อ.ทรายมูล และ อ. เลิงนกทา	<p><strong>นางสาวอลเวง&nbsp;ศรีหิรัญ&nbsp;พาณิชยื&nbsp;จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัดยโสธร&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดยโสธร&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;พัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อการมีงานทำและมีคุณภาพชีวิตที่ดีถ่ายทอดให้ความรู้การตลาด&nbsp;เรื่อง&nbsp;การตลาดและช่องทางจำหน่ายสินค้าในยุค&nbsp;Thailand&nbsp;4.0&nbsp;ให้กับประชาชนกลุ่มแรงงานในพื้นที่อำเภอทรายมูลและอำเภอเลิงนกทา&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>โดยการดำเนินกิจกรรมหลัก&nbsp;การพัฒนาศักยภาพแรงงาน</strong>เพื่อการมีงานทำและมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;จัดโดยสำนักงานแรงงานจังหวัดยโสธร&nbsp;อบรมให้ความรู้ด้านช่างตัดผม&nbsp;ให้กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ดงมะไฟ&nbsp;อ.ทรายมูล&nbsp;และจัดอบรมให้ความรู้ด้านช่างปูกระเบื้อง&nbsp;แก่กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;ที่วัดโพธิ์ไทร&nbsp;ม.6&nbsp;ต.กุดแห่&nbsp;อ.เลิงนกทา&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังการอบรมให้กับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว&nbsp;ให้มีความรู้วิชาชีพ</strong>ด้านช่างตัดผมและช่างปูกระเบื้อง&nbsp;ซึ่งจะสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองให้มีความมั่นคงในการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318193836522
387	ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน สนง.พาณิชย์จังหวัดยโสธร	<p><strong>นางสาวอลเวง&nbsp;ศรีหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาวสุนันทา&nbsp;กังวานกูลกิจ&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจแนะนำและติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;โดยได้ตรวจติตตามการดำเนินงานและให้คำแนะนำการปฏิบัติงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;จากนั้นประชุมร่วมกับที่ปรึกษาภาคประชาชนหอกาารค้าจังหวัด&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ม็อค&nbsp;บิชคลับ&nbsp;ยโสธร&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอ&nbsp;และการบูรณาการระหว่าง&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และภาคประชาชนและเข้าพบ&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เพื่อร่วมหารือและรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p>ส่วนในภาคบ่าย&nbsp;ได้ลงพื้นที่&nbsp;อำเภอเลิงนกทา&nbsp;โดยตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงสีพงษ์ชัยธัญญาพืช&nbsp;ต.สามแยก&nbsp;ผู้ผลิตข้าวตราไดโนเสาร์&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;เยี่ยมชมศูนย์เกษตรยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา&nbsp;ต.กุดเชียงหมี&nbsp;และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ตลาดปันสุขบ้านสวาสดิ์&nbsp;ต.กุดเชียงหมี&nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318194110523
388	ภาคอีสานเตรียมพร้อมพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ( Bio economy) ให้เป็นรูปธรรม สร้างรายได้เพิ่มชุมชนในพื้นที่	<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;ในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปค&nbsp;2022</strong>&nbsp;ซึ่งจัดประชุมภายใต้แนวคิด&nbsp;เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์&nbsp;เชื่อมโยงกัน&nbsp;สู่สมดุล&nbsp;หรือ&nbsp;Open.&nbsp;Connect.&nbsp;Balance.&nbsp;ทั้งระดับผู้นำ&nbsp;รัฐมนตรี&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนให้เอเปคพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคหลังโควิดที่ยั่งยืนและสมดุลทุกคนผ่านแนวคิด&nbsp;BCG&nbsp;(&nbsp;)&nbsp;ซึ่งไทยจะมุ่งผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>ด้านที่&nbsp;1&nbsp;การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม&nbsp;โดยมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และสังคม&nbsp;</p><p>ด้านที่&nbsp;2&nbsp;อำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน&nbsp;ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือในเอเปค&nbsp;</p><p>ด้านที่&nbsp;3&nbsp;การฟื้นฟูความเชื่อมโยง&nbsp;โดยเฉพาะการเดินทางและท่องเที่ยวเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19</p><p><strong>และจากนโยบายของรัฐบาลที่มีการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ</strong>&nbsp;และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละภาค&nbsp;ในส่วนของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(อีสาน&nbsp;หรือ&nbsp;Northeastern&nbsp;Economic&nbsp;Corridor&nbsp;:NeEC)&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;หนองคาย&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและโอกาส&nbsp;มีความท้าทายในการวางแผนและขับเคลื่อนการพัฒนาโดยใช้เศรษฐกิจชีวภาพเป็นตัวนำที่สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่พืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;อ้อย&nbsp;ข้าว&nbsp;ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ได้มากขึ้น</p><p><strong>นายมงคล&nbsp;ตันสุวรรณ&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ</strong>พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงการเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;รวมถึงต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรสู่พลังงานหมุนเวียน&nbsp;และจะช่วยเชื่อมโยงผลผลิตในภูมิภาคด้วยโครงข่ายคมนาคมเข้าสู่ส่วนกลางและต่างประเทศไปด้วย&nbsp;เสียงสัมภาษณ์&nbsp;การประชุมเอเปคที่จะเกิดขึ้นเป็นประโยชน์ต่อระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือเชิงนโยบายอย่างแน่นอน...</p><p><strong>ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</strong>จึงเป็นโอกาสของเกษตรกร&nbsp;SMEs&nbsp;และผู้ประกอบการรุ่นใหม่&nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้าสู่อุตสาหกรรม&nbsp;Bio&nbsp;economy&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318195703532
389	ชุมชนบ้านร่องใหญ่เพชรบุรี    ฟื้นฟูศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชุมชน   ยกระดับการเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ ( D  HOPE) สนุกทุกรูปแบบ สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ พระอาทิตย์ตกดิน  เดินกินชิมอาหารพื้นเมืองหลากชนิด ชิมสดๆสาหร่ายพวงองุ่น จุ่มน้ำจิ้มรสเด็ด กะหรี่ปั๊ปไส้ปู	<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(&nbsp;D&nbsp;&nbsp;HOPE)&nbsp;ณ&nbsp;บ้านร่องใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>กล่าวชื่นชมศักยภาพ&nbsp;ความตื่นตัวของชุมชนบ้านร่องใหญ่&nbsp;ที่ร่วมแรงร่วมใจ&nbsp;หวังช่วยกันฟื้นฟูศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ยกระดับการเที่ยว&nbsp;ที่ให้นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(&nbsp;D&nbsp;&nbsp;HOPE)&nbsp;ได้ความสุข&nbsp;สนุกทุกรูปแบบ&nbsp;และยังเชื่อมโยงองค์ความรู้มรดกแห่งภูมิปัญญาของเกลือทะเล&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติระบบนิเวศ&nbsp;พื้นที่นาเกลือ&nbsp;และต่อยอดภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตรู้จักนำของดีที่มีอยู่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากส่งเสริมฐานเศรษฐกิจแล้ว&nbsp;ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์</strong>&nbsp;ที่สืบทอดเป็นมรดก&nbsp;ภูมิปัญญาล้ำค่าในการทำนาเกลือของชาวเพชรบุรี&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน&nbsp;สามารถสนุกกับกิจกรรมการลองทำขนมพื้นบ้าน&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวต้มมัด&nbsp;ข้าวหลาม&nbsp;สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ&nbsp;พระอาทิตย์ตกดิน&nbsp;เดินกินชิมอาหารพื้นเมืองหลากชนิด&nbsp;ชิมสดๆสาหร่ายพวงองุ่น&nbsp;จุ่มน้ำจิ้มรสเด็ด&nbsp;กะหรี่ปั๊ปไส้ปู&nbsp;และอาหารการกินมากมาย&nbsp;เสาร์&nbsp;อาทิตย์นี้&nbsp;ขอเชิญนักท่องเที่ยวไปเยือนชุมชน&nbsp;บ้านร่องใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318202430544
390	"ศอ.บต. จับมือ ""รวมพัฒน์"" ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล 4 แสนล้านบาท กระจายทั่วถึง เพิ่มรายได้ 3.5 ล้านคน"	"<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมคิงส์ตัน&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>ได้มีการประชุมพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน&nbsp;และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;""สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน""&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการนำเอาสินทรัพย์พร้อมใช้งานที่มีอยู่ในจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;จนสามารถสร้างเศรษฐกิจได้มูลค่าเกือบ&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;ในอดีตที่ผ่านมา&nbsp;แต่เนื่องจากทั้งวิกฤตการณ์โรคระบาดที่ทำให้ปริมาณเงินที่เคยเข้ามาจากต่างชาติลดลงจากระบบเศรษฐกิจชายแดนใต้&nbsp;ตลอดจนวิกฤติหนี้ที่เพิ่มสูงอย่างมากในระบบเศรษฐกิจโลกจนก่อให้เกิดการฝืดเคืองของเงินในระบบ&nbsp;อันทำให้เป็นสาเหตุของสภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้&nbsp;ทั้งนี้ทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และ&nbsp;มูลนิธิรวมพัฒน์&nbsp;จึงได้มีแนวคิดที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและสร้างสภาพคล่องให้เกิดการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนในระบบด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจที่มีอยู่เกือบ&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้เกิดการเพิ่มและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงผู้คนในท้องถิ่นกว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคน</p><p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารราชการของทุกส่วนราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์และความสุขต่อประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ทรัพยากรมนุษย์และการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;โดยตรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้ในวันนี้&nbsp;จะเป็นการวางรากฐานการทำงานที่สำคัญของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะการนำศักยภาพของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เข้ามามีบทบาทต่อการบริหารพื้นที่ในทุกมิติ&nbsp;เป็นการ&nbsp;เปิดพื้นที่&nbsp;เปิดโอกาสครั้งสำคัญที่สุดและจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;ตนจะได้รายงานการทำงานไปยัง&nbsp;กพต.&nbsp;ต่อไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายรักษ์พงษ์&nbsp;เซ่งเจริญ&nbsp;ประธานมูลนิธิรวมพัฒน์&nbsp;</strong>และ&nbsp;อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;จังหวัดชายแดนใต้&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจพร้อมทั้งสินทรัพย์พร้อมใช้งาน&nbsp;หรืออาจเรียกว่าเป็น&nbsp;Utility&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;ที่มีมูลค่ามากกว่า&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อีกทั้งยังประกอบไปด้วยประชาชนซึ่งนับเป็นสมาชิกในระบบ&nbsp;อันเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตในตัวเองอยู่แล้ว&nbsp;กว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;แต่ที่ผ่านมาต้องพึ่งพา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจจากภายนอก&nbsp;จนทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนภายในขาดความเข้มแข็ง&nbsp;ในวันนี้ตนจึงอยากให้&nbsp;ผู้คนกว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคนนี้&nbsp;ลุกขึ้นมาจับกลุ่มเชื่อมโยงกันโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเครื่องมือ&nbsp;ในการสร้างเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท&nbsp;Utility&nbsp;Token&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นจากภายในชาวจังหวัดชายแดนใต้ด้วยกันเอง&nbsp;โดยตนเองพร้อมร่วมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เพื่อสนับสนุนดำเนินการศึกษาเพื่อสร้าง&nbsp;Tokenomic&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม&nbsp;และถูกต้องตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องของประเทศต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318204746552
391	ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี ยาป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์ พร้อมติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;สั่งการให้&nbsp;นายสันติ&nbsp;บุญรอด&nbsp;นายอำเภอเคียนซา&nbsp;ออกสำรวจปริมาณปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์&nbsp;ตามสถานประกอบการร้านค้า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเคียนซา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายอำเภอเคียนซา&nbsp;ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่นสำรวจและตรวจสถานประกอบการ&nbsp;ว่ามีการฉวยโอกาสในการกักตุนสินค้าและและขึ้นราคาหรือไม่&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าได้ลงตรวจสถานประกอบการจำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ด้วยกัน&nbsp;คือ&nbsp;ร้านหมื่นพงค์การเกษตร&nbsp;ร้านชำนิการเกษตรร้าน&nbsp;พีพีการเกษตร&nbsp;ร้านโกยีเกษตรและเคมีภัณฑ์&nbsp;และร้านเคพีเจริญค้าส่ง&nbsp;ซึ่งจากการสำรวจในเบื้องต้นไม่พบการกักตุนและขึ้นราคาอาหารสัตว์และปุ๋ยแต่อย่างใด</p><p>ทั้<strong>งนี้&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ยังคงสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์&nbsp;ทุกพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเป็นธรรม&nbsp;ความเชื่อมั่น&nbsp;และความมั่นใจให้แก่ประชาชน&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการตรวจสอบและดูแลปัญหาการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318210652558
392	ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดตลาดประชารัฐชมรมโคกหนองนา ผ้าศรีมะดัน	<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน&nbsp;บ้านรังแร้ง&nbsp;มีกิจกรรมประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;การเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;กิจกรรมการเดินแบบผ้าไหม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำผลผลิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายในตลาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;กิจกรรมเก็บเกี่ยวผลผลิตไข่มดแดงตามวิถีชาวบ้าน</p><p><strong>พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงโคกหนองนาพาสุข&nbsp;บ้านสวนเงินเงิน</strong>&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;101&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลรังแร้ง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;มีนายบุญเลิศ&nbsp;แสงดีเป็นเจ้าของได้เสียสละสถานที่พร้อมปัจจัยต่างๆ&nbsp;ให้อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;ร่วมกับชมรมโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ผ้าศรีมะดันบ้านรังแร้ง&nbsp;ใช้สถานที่จัดตลาดแห่งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;อยู่ดี&nbsp;กินดี&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป</p><p>ทั้งนี้ตลาดจะเปิดทุกวันศุกร์ในช่วงเย็น</p><p><strong>การดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>(COVID-19)โดยเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสุพิชัย&nbsp;หล่าสกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายศราวุธ&nbsp;ทรงโฉม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรังแร้ง&nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318205702554
393	ททท.ปลุกกระแสเที่ยวไทย จัดงานเทศกาลดนตรี โชคดีมีสุข Lucky day Music Festival  เที่ยวอย่างปลอดภัยรับโชค นำร่อง 3 จังหวัด เพชรบุรี-ประจวบฯ-ระยอง   กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ	<p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;18.45&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;,&nbsp;รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;,นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก,&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี,&nbsp;รองประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมเปิดงาน&nbsp;เทศกาลดนตรี&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;พร้อมด้วยภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;จัดงาน&nbsp;เทศกาลดนตรี&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;:&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;นำร่อง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพชรบุรี-ประจวบฯ-ระยอง&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น&nbsp;พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;เที่ยวปลอดภัยรับโชค&nbsp;พบกับกิจกรรมความบันเทิง&nbsp;การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;และการแสดงศิลปินท้องถิ่น&nbsp;สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าของผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;สินค้าชุมชน&nbsp;อาหารอร่อยจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;บูธ&nbsp;และลุ้นโชคกับกิจกรรมสอยดาว&nbsp;รับรางวัลรถจักรยานยนต์และรางวัลอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;การจัดกิจกรรมคำนึงถึงความปลอดภัยภายใต้มาตรการ&nbsp;Safe&nbsp;&amp;&nbsp;Fun&nbsp;With&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;</strong>ของสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;เน้นการป้องกันการระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ภายในงานเว้นระยะห่าง&nbsp;ควบคุมปริมาณผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;คัดกรอง&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;แสดงการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้สนใจติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Facebook&nbsp;:Neekrung&nbsp;To&nbsp;Go&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;เขาเล่าว่า&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่&nbsp;18-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318210059555
394	จ.ประจวบฯ พร้อมจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 12 ส่งเสริมการท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด -19 และหารายได้ใช้ในกิจการสาธารณกุศล	"<p><strong>ที่สะพานสราญวิถี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสราวุธ&nbsp;ลิ้มอรุณรักษ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ&nbsp;นายกมล&nbsp;แก้วเทศ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ&nbsp;นพ.วัชรพงษ์&nbsp;เหลืองไพรัตน์&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฯ&nbsp;และ&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;อุณหสุทธิยานนท์&nbsp;ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดฯ&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางฐิตยาภา&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ&nbsp;นายพรหมพิริยะ&nbsp;กิจนุสนธิ์&nbsp;ว่าที่พันตรี&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;นายคมกฤช&nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;และสื่อมวลชนเข้าร่วม&nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.9&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;และบริเวณชายทะเลอ่าวประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณี&nbsp;ผลผลิตการเกษตร&nbsp;และสินค้าของดีของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย</p><p><strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;เป็นงานประจำปีของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;แต่งดจัดไปเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;แต่ปีนี้กลับมาจัดอีกครั้งภายใต้มาตรการป้องกันด้านสาธารณสุข&nbsp;โดยในพิธีเปิดงานวันศุกร์ที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะงดกิจกรรมการประกวดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรม&nbsp;แต่จะมีการแสดงชุดพิเศษ&nbsp;""เมืองของพ่อสืบสานเล่าขาน&nbsp;คีรีขันธ์&nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว""&nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.9&nbsp;รวมทั้งจะงดการจัดกิจกรรมล้วงไหชิงของรางวัลในการออกร้านกาชาดแต่ยังคงมีการจำหน่ายสลากกาชาดการกุศลใบละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เหมือนเช่นเคย&nbsp;โดยจัดพิมพ์สลากกาชาด&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ฉบับ&nbsp;นำรายได้จากการจำหน่ายมาใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฯ&nbsp;โดยจะออกรางวัลในคืนวันสุดท้ายของการจัดงานคือวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ปีนี้มีรางวัลใหญ่&nbsp;คือรถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์&nbsp;New&nbsp;MG&nbsp;ZS&nbsp;2Wd&nbsp;มูลค่า&nbsp;738,000&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถยนต์&nbsp;Mitusubishi&nbsp;Triton&nbsp;มูลค่า&nbsp;609,000&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;รถยนต์&nbsp;Toyota&nbsp;Yaris&nbsp;มูลค่า&nbsp;539,900&nbsp;บาท&nbsp;และรางวัลอื่นๆ&nbsp;อีกหลายรางวัล</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ภายในงาน</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.9&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;สืบสานปณิธานจากภูเขาสู่ทะเล&nbsp;เน้นการจัดนิทรรศการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล&nbsp;มีการจำลองแปลงโคกหนองนาโมเดล&nbsp;นำผลผลิตจากแปลงโคกหนองนา&nbsp;โมเดลในพื้นที่ทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดมาปรุงประกอบอาหาร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจัดฐานการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การเผาถ่านทำน้ำส้มควันไม้&nbsp;การสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;การสาธิตการทำปุ๋ยหมักปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;การปลูกข้าวในภาชนะต่างๆ&nbsp;เพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไทยใส่ให้สนุก&nbsp;โดยมีกลุ่มผลิตผ้ากว่า&nbsp;10&nbsp;กลุ่มมาร่วมจัดแสดงภูมิปัญญาการผลิตผ้าไทยของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;การประกวดคาวบอย-คาวเกิร์ล&nbsp;การแข่งขันชกมวยและการโชว์ตัวของ&nbsp;บัวขาว&nbsp;บัญชาเมฆ&nbsp;นักมวยชื่อดัง&nbsp;การแข่งขันตะกร้อลอดห่วงจากแชมป์ระดับประเทศ&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียนทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และการเดินแบบผ้าไทย&nbsp;กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตเขาช่องกระจก&nbsp;ถ่ายภาพ&nbsp;ณ&nbsp;จุดชมวิวบนเขาช่องกระจก&nbsp;พร้อมรับใบประกาศนียบัตร&nbsp;การประกวดภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองประจวบฯ&nbsp;ชิงโล่รางวัลเกียรติยศจากผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;รวมทั้งคาราวานสินค้า&nbsp;และสวนสนุก&nbsp;โดยนำสินค้าคุณภาพจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาร่วมจำหน่าย&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงาน&nbsp;ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318224600581
395	ททท.ขอเชิญเที่ยวงาน เทศกาลดนตรี โชคดีมีสุข : Lucky day Music Festival ตั้งแต่วันที่18 - 20 มีนาคมนี้ ณ ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชรบุรี	"<p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมงานเทศกาลดนตรี&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;:&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ขอเชิญร่วมงาน&nbsp;""เทศกาลดนตรี&nbsp;โซคดีมีสุข&nbsp;:&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival""&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;""เที่ยวปลอดภัยรับโชค""&nbsp;พบกับกิจกรรมความบันเทิงที่จะพบกับ&nbsp;3&nbsp;โซนกิจกรรมความสุขสนุกได้ทุกวัน&nbsp;พร้อมรับโชคกลับบ้าน&nbsp;ตลอด&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สุขยิ้มกว้าง&nbsp;:&nbsp;พบกับการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;และการแสดงศิลปินท้องถิ่น&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สุขเที่ยวไทย&nbsp;:&nbsp;สนุกไปกับการเดินเลือกซื้อสินค้าของผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;สินค้าชุมชน&nbsp;อาหารของอร่อยขึ้นชื่อของจังหวัด&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;บูธ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สุขลุ้นโชค&nbsp;:&nbsp;ได้เที่ยวได้โชคกลับบ้าน..กับกิจกรรมสอยดาว&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;ทุกการจับจ่ายภายในงานครบ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ต่อครั้ง&nbsp;รับคูปองร่วมกิจกรรมสอยดาว&nbsp;&nbsp;ลุ้นรับรางวัลใหญ่&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;และรางวัลอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p>""เทศกาลดนตรี&nbsp;โซคดีมีสุข&nbsp;:&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival""&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ให้ออกเดินทางได้อย่างมั่นใจภายหลังช่วงการฉีดวัคซีนอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้คำนึงถึงความปลอดภัย</strong>ภายใต้มาตรการ&nbsp;Safe&nbsp;&amp;&nbsp;Fun&nbsp;with&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ของสาธารณสุขจังหวัดได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ภายในงานมีการเว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;และควบคุมปริมาณผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;มีการตรวจคัดกรองตั้งแต่ประตูทางเข้า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318221100565
396	อาเก๊าะ บางปู ขนมพื้นบ้านชาววัง	<p><strong>ไม่ต้องไปไกลถึงบางปู&nbsp;ปัตตานี</strong>&nbsp;อาเก๊าะ&nbsp;ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นขนมพื้นบ้านของชาวมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งเป็นที่รู้จัก&nbsp;เป็นขนมที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น&nbsp;ในอดีตขนมอาเก๊าะจะมีให้รับประทานเฉพาะในเดือนถือศีลอด&nbsp;หรือเดือนปอซอของชาวมุสลิมเท่านั้น&nbsp;แต่ปัจจุบันขนมอาเก๊าะได้มีการทำกันอย่างแพร่หลาย&nbsp;มีขายกันทั่วไป&nbsp;สามารถหาซื้อทานได้ไม่ยากเหมือนเมื่อก่อน</p><p><strong>ทำให้สองสามีภรรยา</strong>&nbsp;นายอิบนีอาบัส&nbsp;อาแว&nbsp;และนางสาวฮัสมะห์&nbsp;แสมา&nbsp;เจ้าของอาเก๊าะบางปู&nbsp;&nbsp;(เจ้าเก่า)&nbsp;ที่มีขายกันเฉพาะในพื้นที่ปัตตานี&nbsp;3&nbsp;สาขา&nbsp;ได้ขยายสาขาที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;มายังจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อให้ชาวยะลาได้ชิมอาเก๊าะสูตรดั้งเดิม&nbsp;ที่มีรสชาติอร่อย&nbsp;นุ่มลิ้น&nbsp;หอมละมุน&nbsp;เน้นไม่หวานมากและมีเอกลักษณ์ตรงที่ไข่อยู่ด้านบน&nbsp;หลังเปิดร้านเพียงอาทิตย์กว่าๆ&nbsp;ที่ถนนเส้นทางสายตือเบาะ&nbsp;ชาวยะลาให้การต้อนรับเป็นอย่างดี&nbsp;แวะเวียนมาซื้อไปรับประทานกันในครอบครัว&nbsp;รวมถึงนำไปเป็นของฝากกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงบ่ายไปถึงหัวค่ำ</p><p><strong>ลูกค้าที่มาซื้อบอกว่า</strong>&nbsp;มาซื้อทาน&nbsp;3&nbsp;ครั้งแล้ว&nbsp;ซื้อไปแจกด้วย&nbsp;ชอบตรงที่ไม่หวานมาก&nbsp;แป้งน้อยไข่เยอะ&nbsp;หอมกรุ่น&nbsp;ทานคู่กับกาแฟอร่อย&nbsp;นอกจากจะซื้อทานแล้ว&nbsp;ยังช่วยโปรโมทเชิญชวนให้ประชาชนมาแวะลองชิมให้กับทางร้านด้วย&nbsp;คอนเฟิร์ม&nbsp;ความอร่อย</p><p><strong>นายอิบนีอาบัส&nbsp;อาแว&nbsp;ผู้ที่สืบทอดการทำขนมอาเก๊าะ&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ขนมอาเก๊าะเป็นขนมโบราณ&nbsp;ที่ได้สืบทอดจากแม่&nbsp;ซึ่งทำมา&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;สานต่อมาได้&nbsp;4&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;โดยแม่ก็จะสืบทอดมาจากปู่ที่มาเลย์&nbsp;&nbsp;และพัฒนามาเรื่อยๆ&nbsp;อาเก๊าะถ้าเรียกภาษไทยคือ&nbsp;ขนมยก&nbsp;ใช้โซ่ล่าม&nbsp;ยกใช้ถ่าน&nbsp;มลายูเรียกอาเก๊ะ&nbsp;&nbsp;ต่อมาก็เพี้ยนมาเป็นอาเก๊าะ&nbsp;&nbsp;แต่ก่อนแม่จะทำเฉพาะเดือนปอซอเดือนเดียว&nbsp;พอตนมาสานต่อก็พัฒนามาเรื่อยๆ&nbsp;ในแบบของเราจนถึงปัจจุบัน&nbsp;เป็นขนมโบราณที่ทานได้ทุกเพศ&nbsp;ทุกวัย&nbsp;ไม่ต้องเฉพาะเดือนปอซออย่างเดียว&nbsp;เราอยากให้กินได้ทุกวัน&nbsp;ขนมชาววังปัตตานี&nbsp;กินร้อนๆ&nbsp;ให้ได้ฟิวแบบนี้</p><p><strong>วัสดุหลักของขนมอาเก๊าะ&nbsp;ก็จะมี&nbsp;แป้ง&nbsp;กะทิ&nbsp;ใบเตย&nbsp;รวมถึงไข่ไก่</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นไข่แดง&nbsp;เป็นลูกๆ&nbsp;&nbsp;โดยจะจัดเตรียมส่วนผสมของขนมมาจากปัตตานี&nbsp;สดๆ&nbsp;ใหม่ๆ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;พอมาถึงที่ยะลา&nbsp;ก็จะมาติดเตา&nbsp;ล่างบนโดยใช้ถ่าน&nbsp;หยอดแป้งที่ผสมแล้ว&nbsp;ลงบนแม่พิมพ์&nbsp;ซึ่งจะทำได้ครั้งละ&nbsp;25&nbsp;ลูก&nbsp;แล้วปิดฝาครอบ&nbsp;เกลี่ยถ่านไปมาเพื่อให้ขนมได้ความร้อนทั่วถึง&nbsp;คล้ายกับการอบขนม&nbsp;ประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;นาที&nbsp;ก็สุก&nbsp;อาเก๊าะก็จะส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนให้น่ารับประทานยิ่งนัก&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;ก็สามารถตักขึ้นนำขายได้เลย</p><p><strong>สำหรับผู้ที่อยากลองชิมอาเก๊าะบางปู</strong>&nbsp;ก็สามารถแวะมาซื้อได้ที่&nbsp;ถนนเส้นทางสายตือเบาะ&nbsp;ทางไปเทศบาลเมืองสะเตงนอก&nbsp;หรือติดต่อได้ที่&nbsp;โทร.09-3161-9744</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319083330598
397	"ยะลา รถตู้ ""ยัน"" ยังไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารหลังราคาน้ำมันแพง"	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นผลพวงจากสงครามการสู้รบ&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหา&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วยการตรึงราคาในกลุ่มน้ำดีเซลไว้ที่ลิตรละไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในส่วนของรถตู้&nbsp;บริษัท&nbsp;สหยะลาขนส่ง&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลักในการเติมรถตู้สำหรับวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารไปกลับยะลา-หาดใหญ่&nbsp;พบว่าทางผู้ประกอบการยังคงราคาค่าโดยสารไว้ที่&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อน&nbsp;ส่วนหนึ่งคาดว่าจะมาจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้&nbsp;ทำให้หลายคนกลัวที่จะเดินทางไปยังพื้นที่อื่น&nbsp;อีกส่วนเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี&nbsp;สินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;น้ำมัน&nbsp;พากันปรับตัวขึ้นราคา&nbsp;ทำให้ประชาชนต้องประหยัดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายฮารงค์&nbsp;ยะหริ่ง&nbsp;นายคิวรถตู้&nbsp;บริษัท&nbsp;สหยะลา&nbsp;จำกัด&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ตอนนี้ทางบริษัทฯ&nbsp;ยังไม่มีนโยบายจากทางกรมการขนส่งฯ&nbsp;ให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารแต่อย่างใด&nbsp;ก็ยังปกติ&nbsp;ราคาเดิม&nbsp;ที่นั่งละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;แต่ผู้โดยสารลดน้อยลงอาจเพราะพิษเศรษฐกิจ&nbsp;คนไม่ค่อยมีเงิน&nbsp;ส่วนราคาน้ำมันที่แพงขึ้นนั้น&nbsp;เมื่อก่อนเติมดีเซล&nbsp;ครั้งละ&nbsp;800&nbsp;บาท&nbsp;วิ่งไปกลับ&nbsp;ตอนนี้ก็ต้องเพิ่มเป็น&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ถ้าพูดถึงความคุ้ม&nbsp;ก็ไม่คุ้ม&nbsp;แต่เราก็ต้องวิ่งอยู่อย่างนี้&nbsp;คงต้องทำใจ&nbsp;ก็อยากให้น้ำมันปรับราคาลงเร็ว&nbsp;ๆ&nbsp;เศรษฐกิจจะได้ขับเคลื่อนต่อไป&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319082138595
398	จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ย  ป้องกันการกักตุนสินค้า	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>บูรณาการร่วมกับปลัดอำเภอปราสาท&nbsp;เกษตรอำเภอปราสาท&nbsp;และตำรวจภูธรอำเภอปราสาท&nbsp;ออกตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมีตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อเร่งแก้ปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอปราสาท&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;สถานประกอบการที่จำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>สหกรณ์การเกษตรปราสาท&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;284&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;14,200&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ร้านปราสาทเกษตรภัณฑ์&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;666&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;33,300&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ร้านรวมเกษตร&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;1,470&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;73,500&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>บจก.ซี&nbsp;เค&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;3,537&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;176,850&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ผู้ประกอบการแจ้งว่ามีปุ๋ยเคมีสต็อกไว้จำหน่ายให้แก่เกษตรกร</strong>&nbsp;โดยเกษตรกรจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีมากในช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;ซึ่งเป็นฤดูกาลทำนา&nbsp;ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีปรับสูงขึ้นตามราคาต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;ราคา&nbsp;1,270&nbsp;-&nbsp;1,300&nbsp;บาท&nbsp;สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;ราคา&nbsp;1,370&nbsp;&nbsp;1,390&nbsp;บาท&nbsp;สูตร&nbsp;16-16-8&nbsp;ราคา&nbsp;1,020&nbsp;&nbsp;1,080&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า</strong>หรือฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด&nbsp;และผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319082303596
399	เดินหน้าแก้ไขสัญญาตัวแทนจำหน่าย เพิ่มโทษทางแพ่งและอาญา ยืนยันปัญหาสลากเกินราคา ลดความรุนแรงลงใน 2 เดือน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายเสกสกล&nbsp;อัตถาวงศ์&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขาย&nbsp;หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะทำงานได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าควรปรับปรุงแก้ไขสัญญาการรับสลากไปจำหน่ายของตัวแทนจำหน่ายทุกประเภท&nbsp;ให้มีสภาพบังคับทางแพ่งด้วยการกำหนดเบี้ยปรับสำหรับตัวแทนที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาและวางแนวทางในการพิจารณาโทษทางอาญา&nbsp;รวมถึงกฎหมายอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเพิ่ม&nbsp;ในกรณีผู้กระทำผิดซ้ำหรือกรณีนำสลากไปรวมชุด&nbsp;หรือพฤติกรรมนายทุนกว้านซื้อสลากแล้วจำหน่ายในราคาสูง&nbsp;และนอกจากมาตรการและแนวทางต่างๆ&nbsp;ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ที่เร่งดำเนินการทั้งในระยะสั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;โครงการลงทะเบียนผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าฯ&nbsp;ตลอดจนโครงการจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของสำนักงานสลากฯ&nbsp;และแผนในระยะยาว&nbsp;คือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว&nbsp;คณะอนุกรรมการ&nbsp;เห็นว่าการออกใบอนุญาตให้กับผู้จำหน่ายสลาก&nbsp;และมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จะเป็นอีกแนวทางที่นำมาประกอบการแก้ปัญหาได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แนวทางต่างๆ&nbsp;เหล่านี้&nbsp;ยังต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่&nbsp;ซึ่งมีกำหนดการประชุมในปลายเดือนนี้&nbsp;เพื่อพิจารณาอีกครั้ง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำที่ผิดปกติ&nbsp;โดยสำนักงานสลากฯ&nbsp;จะมีหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการบริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอให้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ในการเบิกจ่ายสลากฯ&nbsp;ของที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง&nbsp;ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด&nbsp;ยืนยันว่าจะสามารถสรุปสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงของราคาสลากให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้ภายในเดือน&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้&nbsp;2&nbsp;เดือน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324111800407
400	พัฒนาระบบ My Tax Account ช่วยให้ผู้เสียภาษียื่นแบบ ภ.ง.ด 90 และ ภ.ง.ด 91 ได้สะดวกยิ่งขึ้น	<p><strong>นางสมหมาย&nbsp;ศิริอุดมเศรษฐ&nbsp;ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมสรรพากรได้ต่อยอดและพัฒนาระบบ&nbsp;My&nbsp;Tax&nbsp;Account&nbsp;ให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;โดยเพิ่มข้อมูลรายการค่าลดหย่อนใหม่และเพิ่มบริการใหม่จากเดิมที่มีอยู่&nbsp;9&nbsp;รายการ&nbsp;เพิ่มใหม่อีก&nbsp;4&nbsp;รายการ&nbsp;รวมเป็น&nbsp;13&nbsp;รายการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้อมูลค่าลดหย่อนครอบครัว&nbsp;ข้อมูลค่าลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อ&nbsp;เช่าซื้อ&nbsp;หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย&nbsp;บริการตรวจสอบประวัติการยื่นแบบ&nbsp;ภ.ง.ด.&nbsp;90/91&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ปีภาษี&nbsp;และบริการพิมพ์ข้อมูลภาพแบบและใบเสร็จรับเงินสำหรับการยื่นแบบปีภาษีปัจจุบันผ่านอินเทอร์เน็ต&nbsp;รวมทั้งเพิ่มข้อมูลเงินเดือนกลุ่มเอกชนและรัฐวิสาหกิจที่นายจ้างนำส่งให้กรมสรรพากรผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ซึ่งผู้เสียภาษีที่ใช้บริการสามารถมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล&nbsp;ที่ได้มาตรฐานระดับสากล&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ปรับปรุงระบบข้อมูล</strong>&nbsp;และบริการเดิมให้ทันสมัยและใช้งานได้สะดวกมากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เฉพาะข้อมูลเงินเดือนของบุคลากรในสังกัดหน่วยงานราชการและค่าลดหย่อน&nbsp;จะถูกเตรียมให้สำหรับการยื่นแบบผ่านระบบ&nbsp;New&nbsp;e-Filing&nbsp;เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่กำลัง&nbsp;จะยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;(ภ.ง.ด.&nbsp;90&nbsp;ภ.ง.ด.&nbsp;91)&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งสามารถยื่นแบบฯ&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หรือผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบออนไลน์&nbsp;(e-Filing)&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;กรมสรรพากร&nbsp;www.rd.go.th&nbsp;ได้ขยายเวลายื่นแบบฯ&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319112743614
401	กระทรวงพาณิชย์ โดยกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ จัดเวทีสัมมนา มหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา หัวข้อ ลดต้นทุนธุรกิจพิชิตตลาดเมียนมา ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า 	<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายพีรพัฒก์&nbsp;อุทัยศรี&nbsp;ผู้อำนวยการกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;กล่าวรายงานต่อ&nbsp;นายพิทักษ์&nbsp;อุดมวิชัยวัฒน์&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ประธานในพิธีเปิดการสัมมนา&nbsp;มหกรรมการค้าชายแดนไทย&nbsp;-&nbsp;เมียนมา&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ลดต้นทุนธุรกิจพิชิตตลาดเมียนมา&nbsp;ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;การสัมมนาในครั้งนี้&nbsp;เพื่อจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;ในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์คือ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถ&nbsp;ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการค้าการลงทุน&nbsp;ชี้ช่องทางให้กับบุคคลากรที่เกี่ยวข้องด้านการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;และผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดน</p><p><strong>มีวิทยากร&nbsp;คุณชุมศรี&nbsp;เย็นทรวง&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;กองสิทธิประโยขน์ทางการค้า&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ&nbsp;&nbsp;Boost&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;ลดค่าใช้จ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้จากสิทธิพิเศษทางการค้า&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;วิทยากรอีกหนึ่งท่าน&nbsp;คือ&nbsp;คุณสุวดี&nbsp;นิยมไทย&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักบริการการค้าต่างประเทศ&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;บรรยายในหัวข้อ&nbsp;&nbsp;การขอหนังสือรับรองการใช้สิทธิพิเศษทางการค้า&nbsp;&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการ&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;และหน่วยงานราชการ&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319113314626
402	ผูู้ว่าฯ กระบี่ ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วางศิลาฤกษ์โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท&nbsp;โดยพิธีดังกล่าวมีนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;,&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;มีนายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลเกาะกลาง&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เกาะลันตาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก&nbsp;แต่ปัจจุบันการเดินทางระหว่างแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะลันตาต้องใช้แพขนานยนต์&nbsp;ซึ่งมีความล่าช้าและค่าใช้จ่ายสูง&nbsp;ประกอบกับมีข้อจำกัดด้านปริมาณการบรรทุกและช่วงเวลาการให้บริการ&nbsp;ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทางหลวงชนบท&nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา</strong>&nbsp;ตำบลเกาะกลาง-ตำบลเกาะลันตาน้อย&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีแนวเส้นทางเริ่มต้นบริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;4206&nbsp;(กม.ที่&nbsp;26+620)&nbsp;ตำบลเกาะกลางไปบรรจบกับทางหลวงชนบท&nbsp;สาย&nbsp;กบ.5035&nbsp;ตำบลเกาะลันตาน้อย&nbsp;รวมระยะทางตลอดโครงการ&nbsp;2,240&nbsp;เมตร</p><p>?ซึ่งก่อสร้างสะพานเป็นรูปแบบสะพานคานขึง&nbsp;(Extradosed&nbsp;Bridge)&nbsp;และสะพานคานยื่น&nbsp;(Balanced&nbsp;Cantilever&nbsp;Bridge)&nbsp;ความยาวสะพาน&nbsp;1,825&nbsp;เมตร&nbsp;ขนาด&nbsp;2&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;ช่องละ&nbsp;3.75&nbsp;เมตร&nbsp;ไหล่ทางข้างละ&nbsp;2.5&nbsp;เมตร&nbsp;พร้อมถนนต่อเชื่อมทั้งสองฝั่งรวมระยะทาง&nbsp;415&nbsp;เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ</strong>&nbsp;จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางโดยเฉพาะในช่วงวันหยุด&nbsp;หรือเทศกาลจากเดิมต้องใช้เวลา&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;2&nbsp;นาที&nbsp;สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดกระบี่ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;หากมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน&nbsp;และเป็นเส้นทางสำหรับอพยพประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติ&nbsp;รวมทั้งช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปัจจุบัน&nbsp;ทางหลวงชนบท&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ&nbsp;และได้ผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อม&nbsp;(คชก.)&nbsp;ของสำนักนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;เรียบร้อยเเล้ว&nbsp;ขณะนี้&nbsp;อยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;(กก.วล.)&nbsp;เพื่อพิจารณาและขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;และในปี&nbsp;2566&nbsp;ได้จัดทำคำขอภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น&nbsp;1,854&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2566-2569)&nbsp;โดยจะใช้เงินกู้และงบสมทบจากงบประมาณประจำปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณปี&nbsp;2566&nbsp;</strong>คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี&nbsp;2569&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319115040641
403	เริ่มแล้วมหกรรมอาหาร หรอยหนัด หยัดได้ สุขสันต์สนามชัย  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต	<p><strong>ค่ำวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามชัย&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;</strong>ผ่านมานายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมอาหารหรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;โดยมีนายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>นายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;งบเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์การพัฒนาคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น&nbsp;เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว&nbsp;โดยการนำอัตลักษณ์ด้านอาหารประจำท้องถิ่น&nbsp;และวัฒนธรรมการแต่งกายของคนภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอันจะนำมาซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;การสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น&nbsp;จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;(อาหาร&amp;ของดีภูเก็ต)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งละ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ดังนี้ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ลานบางลา&nbsp;ชายหาดป่าตอง&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งได้จัดผ่านไปแล้ว&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามชัย&nbsp;และครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานลากูน่าโกรฟ&nbsp;ตำบลเชิงทะเล&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;เพื่อมอบประสบการณ์ความสุขพร้อมกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;ที่เกิดขึ้นเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทาง&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดภูเก็ตให้ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งภายในงานมีร้านจำหน่ายอาหาร&nbsp;อาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารทะเลสดและแปรรูป&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;120&nbsp;ร้าน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้รณรงค์ในเรื่องของการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</strong>&nbsp;และงดการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร&nbsp;รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยและการรักษาความสะอาดตามมาตรฐาน&nbsp;CLEAN&nbsp;FOOD&nbsp;GOOD&nbsp;TASTE&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319120022649
404	บรรยากาศท่องเที่ยวเบตงคึกคัก หลังเที่ยวบินปฐมฤกษ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศแห่เที่ยว อ.เบตง จ.ยะลา ท่ามกลางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;บรรยากาศท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาคึกคัก&nbsp;</strong>หลังเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;นักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถตู้โดยสารเหมาแบบ&nbsp;กรุ๊ปทัวส์&nbsp;โดยสารมาเป็นหมู่คณะ&nbsp;และแบบครอบครัวเดินทางจากกรุงเทพฯ&nbsp;เข้ามาท่องเที่ยวในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&nbsp;ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;มีนักท่องเที่ยววันละนับพันคน&nbsp;และได้มีการจองโปรแกรมท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการอย่างคึกคัก&nbsp;ทั้งรถนำเที่ยวท้องถิ่นแบบไปเช้าเย็นกลับ&nbsp;และพักค้างคืนตามรีสอร์ตต่างๆ&nbsp;เพื่อสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ทำให้บรรยากาศในตัวเมืองเบตง&nbsp;โดยเฉพาะจุดเช็กอิน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นตู้ไปรษณีย์ยักษ์&nbsp;สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&nbsp;จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปถ่ายรูปตู้ไปรษณีย์&nbsp;รวมไปถึงร้านอาหารต่างๆ&nbsp;อย่างบักกุ๊ดเต๋เบตง&nbsp;อาหารจีน&nbsp;ดั้งเดิม&nbsp;ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเช็กอิน&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ท่ามกลางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด</p><p><strong>โดยนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>เดินทางจากกรุงเทพฯ&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ท่องเที่ยวมาเรื่อยๆระหว่างทางจอดแวะถ่ายรูปบริเวณ&nbsp;สะพานข้ามเขื่อนบางลาง&nbsp;บริเวณบ้านคอกช้างอำเภอธารโต&nbsp;สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อย่นระยะทางในการเดินทาง&nbsp;จากเดิมที่จะต้องไปตามไหล่เขา&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข&nbsp;410&nbsp;ยะลาเบตง&nbsp;เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะพักถ่ายรูปและยืดเส้นยืดสายก่อนจะเดินทางต่ออำเภอเบตง&nbsp;โดยที่ผ่านมาตามเส้นทางมาถึงอำเภอเบตงมีความปลอดภัยมี&nbsp;เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางไม่น่ากลัวอย่างที่คิดส่วนอากาศที่เบตงก็เยี่ยมยอดมาก&nbsp;เพราะอยากมาสัมผัสเมืองเบตงมานานแล้ว&nbsp;เห็นแต่ในข่าว&nbsp;เพราะเป็นอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;เมื่อมาได้สัมผัสที่นี่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย&nbsp;ทั้งธรรมชาติ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;มีอาหารการกินอร่อย&nbsp;อย่างไก่เบตง&nbsp;ที่ใครๆ&nbsp;ก็บอกว่าเด็ด&nbsp;ผู้คนอยู่กันหลายเชื้อชาติ&nbsp;น่ารักใจดี&nbsp;เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีเสน่ห์&nbsp;น่าไปสัมผัสขอเชิญชวนมาเที่ยวกัน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;</strong>ได้กำชับให้&nbsp;ศปก.อำเภอเบตง&nbsp;มีการวางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว&nbsp;โดยประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ขณะนี้เกือบครบ&nbsp;100%&nbsp;แล้วที่ได้รับวัคซีน&nbsp;เพราะทางอำเภอเบตงได้เปิดบริการฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่มาเที่ยวในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดยะลา&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ผ่านมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด&nbsp;หากรู้สึกไม่สบาย&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่พร้อมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ฟรี&nbsp;และหากพบว่ามีเชื้อเป็นบวก&nbsp;เจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินตามขั้นตอนด้านสาธารณสุขทันที</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319125100658
405	ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ออกสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(สคบ.)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ลงพื้นที่ห้างแมคโครสาขามุกดาหาร&nbsp;และร้านจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;และตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการขึ้นราคาจนเกินควร</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวถึงภาพรวมราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์&nbsp;แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพาณิชย์&nbsp;และยังอยู่ในราคาตามมาตรฐาน&nbsp;โดยในช่วงนี้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ออกตรวจติดตามราคาสินค้าทุกวัน&nbsp;ขอให้ประชาชนชาวมุกดาหารสบายใจในเรื่องนี้ได้</p><p><strong>ด้านนางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวถึงสถานการณ์ด้านราคาของสุกรมีชีวิตได้ลดลงจาก&nbsp;110-120&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ในช่วงเดือนที่ผ่านมา&nbsp;ลงมาเหลือ&nbsp;82-83&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ส่งผลให้ราคาสุกรชำแหละตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาลดลง&nbsp;อยู่ที่&nbsp;150-180&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ส่วนราคาไข่ไก่&nbsp;ถึงแม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;โดยในส่วนของไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;3.20&nbsp;บาท&nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ราคาแนะนำจะอยู่ที่&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;แต่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังจำหน่ายในราคา&nbsp;3.30-3.40&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ&nbsp;ยังคงทรงตัวและมีความเพียงพอตอความต้องการของตลาด</p><p><strong>ส่วนทางด้านราคาสินค้าเพื่อการเกษตรและอาหารสัตว์</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้สินค้าขาดตลาด&nbsp;ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระงับการผลิตจากต้นทาง&nbsp;และพบการขายสินค้าแบบพ่วงจากบริษัทค้าส่ง&nbsp;ตัวอย่างเช่น&nbsp;หากต้องการซื้อปุ๋ยต้องซื้อสินค้าอื่นๆ&nbsp;หรือปุ๋ยสูตรอื่นๆ&nbsp;มาขายด้วย&nbsp;ทำให้ทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น</p><p><strong>ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจะทำการเก็บรวบรวมเพิ่มเติมว่ามีบริษัทใดกระทำการในลักษณะดังกล่าวบ้าง&nbsp;เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์&nbsp;หาทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้ราคาสินค้ามีกลไกที่เป็นมาตรฐาน&nbsp;และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319130444664
406	จ.มุกดาหารพร้อมรับนักปั่นจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีฯ	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมแถลงข่าวประเด็นความพร้อมในการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ&nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เจริญพระชนมพรรษา&nbsp;67&nbsp;พรรษา&nbsp;The&nbsp;Princess&nbsp;Maha&nbsp;Chakri&nbsp;Sirindhorns&nbsp;Cup&nbsp;Tour&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;2022แบบชีวิตวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมโกลเด้นทิวลิป&nbsp;ซอฟเฟอริน&nbsp;กรุงเทพฯ</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;<strong>กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้จังหวัดมุกดาหารได้รับเกียรติอย่างสูงยิ่งให้เป็น&nbsp;Center&nbsp;ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ด้วยการใช้พื้นที่และเส้นทางการแข่งขันหลัก&nbsp;ในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง&nbsp;ได้แก่ในวันที่&nbsp;1,&nbsp;2,&nbsp;6,&nbsp;8,&nbsp;9&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>ซึ่งทางสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong>&nbsp;ได้พิจารณาจุดหลัก&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ที่ถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองมุกดาหาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;หอแก้วมุกดาหาร&nbsp;วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;และสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;เป็นจุด&nbsp;START-FINISH&nbsp;ของการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งหากภาพของสถานที่เหล่านี้&nbsp;ได้ถ่ายทอดออกไปผ่านการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;ภาพความสวยงามของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จะอยู่ในความทรงจำของนักแข่งและผู้ชมที่รับชมผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><strong>ในส่วนของการแข่งขันเส้นทางในพื้นที่ของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ครอบคลุมทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;อยู่ในเขตรับผิดชอบของที่ทำการปกครอง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม&nbsp;34&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่จะคอยดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทางการแข่งขัน&nbsp;อีกทั้งคอยต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ด้วยมิตรภาพและรอยยิ้มในแบบฉบับของมุกดาหาร&nbsp;ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายถึง&nbsp;8&nbsp;ชนเผ่าพื้นเมือง&nbsp;และกลุ่มชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม&nbsp;ที่เป็นหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้มุกดาหารมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยห้วงระยะเวลาของการแข่งขัน&nbsp;จังหวัดจะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านการค้าและการท่องเที่ยว&nbsp;คือกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;เวียดทาวน์ที่จะแสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม&nbsp;และกิจกรรมถนนคนเดินอำเภอหนองสูง&nbsp;ที่จะแสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มชนเผ่าผู้ไทหนองสูง&nbsp;โดยสองพื้นที่ของเมืองจะถูกรังสรรค์ไว้คอยต้อนรับผู้มาเยือนในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม</p><p><strong>นับได้ว่าจังหวัดมุกดาหารนั้น&nbsp;</strong>มีความพร้อมทุกด้านในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;ทั้งเรื่อง-ที่พัก&nbsp;ที่จะรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่&nbsp;จังหวัดมีโรงแรมที่มีมาตรฐานในระดับ&nbsp;SHA&nbsp;EXTRA&nbsp;PLUS&nbsp;ไว้รับรองนักแข่งและผู้ติดตามชาวต่างชาติ&nbsp;รวมถึงแขก&nbsp;VIP&nbsp;ตามมาตรฐานการแข่งขัน,&nbsp;เส้นทางการแข่งขัน,&nbsp;การให้บริการด้านการแพทย์&nbsp;การพยาบาล&nbsp;ภานใต้มาตรการควบคุมโรค&nbsp;COVID-19</p><p><strong>จังหวัดมุกดาหารยืนยันว่า&nbsp;</strong>มีความพร้อมอย่างยิ่งในการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติฯ&nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เจริญพระชนมพรรษา&nbsp;67&nbsp;พรรษา&nbsp;โดยจัดเตรียมสถานที่&nbsp;และกิจกรรมรองรับอย่างสวยงามให้ผู้มาเยือนมีความประทับใจ&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เมืองสำราญชายโขง&nbsp;เชื่อมโยงอินโดจีน</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319131045668
407	สัมมนาสาธารณะหัวข้อ ทางรอดปากท้อง ทางออกเศรษฐกิจฝ่าคลื่นโควิด : โอกาสหรือความเสี่ยง?	"<p>วันที่ 19 มีนาคม 2565 ณ ห้อง Convention Hall อาคารศูนย์การเรียนรู้อาคาร D สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้มีการสัมมนาสาธารณะหัวข้อ ทางรอดปากท้อง ทางออกเศรษฐกิจฝ่าคลื่นโควิด : โอกาสหรือความเสี่ยง? "" จัดโดย ผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลาง ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บสก.)รุ่นที่ 10 สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย</p><p>&nbsp;</p><p>โดยมีภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ ภาครัฐ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ร่วมถกทางออก มองหาทางรอด ชี้ความเสี่ยง วิเคราะห์โอกาส เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องให้คนไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ช่วงที่ 1 การสร้างความรู้ความเข้าใจและวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาด้านเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ช่วงที่ 2 การวิเคราะห์หาทางออกด้านเศรษฐกิจของไทย ช่วงที่ 3 การวิเคราะห์ถึงความเสี่ยง โอกาส และมาตรการเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขด้านเศรษฐกิจอย่างตรงจุดและทั่วถึง</p><p>&nbsp;</p><p>ผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย&nbsp;ดร.พิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ดร. สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย </p><p>คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA)&nbsp;ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานที่ปรึกษา สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย &nbsp;&nbsp;คุณธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรม ไทย (อีคอนไทย)</p><p>&nbsp;</p><p>เวทีเสวนาดังกล่าวได้มีการเสนอมุมมองความคิดเห็นเกี่ยวกับ ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเพิ่มต้นทุนพลังงาน การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจของภาครัฐที่ผ่านมา &nbsp;รวมถึงการร่วมหาข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะการช่วยเหลือไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและภาคธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อสะท้อนไปถึงภาครัฐ </p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319131839671
408	จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดงานมหกรรม โปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2565 แบบ New Normal	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี&nbsp;ผ้าไหมแพรวา&nbsp;ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เปิดงานมหกรรม&nbsp;โปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลาง&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานมหกรรม&nbsp;โปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โดยมีนายศุภศิษย์&nbsp;กอเจริญยศ&nbsp;,&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;รอดงาม&nbsp;และนายปราชญา&nbsp;อุ่นเพชรวรากร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;นายดาระไน&nbsp;ยี่ภู่&nbsp;ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;ได้กล่าวรายงานในการจัดมหกรรม&nbsp;โปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ว่า&nbsp;วัตถุประสงค์สำคัญการจัดการงาน&nbsp;เพื่อเผยแพร่และฟื้นฟูอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรมที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นการส่งเสริมเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวา&nbsp;ซึ่งมีลวดลายที่สวยงาม&nbsp;วิจิตร&nbsp;ประณีต&nbsp;จนได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งไหม&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น&nbsp;ตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;เพื่อเป็นการหารายได้&nbsp;</strong>สนับสนุนกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ในการบรรเทาทุกข์ให้แก่ราษฏรผู้ยากไร้&nbsp;หรือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในหลายกรณี&nbsp;ทั้งการสร้างบ้านเรือนให้ประชาชนที่ยากไร้มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย&nbsp;,&nbsp;การซ่อมแซมบ้านเรือนให้แข็งแรงมากขึ้น&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาโดยตลอด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยการจัดงานเป็นไปตามมาตรการ&nbsp;</strong>การควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้ปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>งานมหกรรม&nbsp;โปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ถือว่าเป็นงานที่สำคัญ&nbsp;ด้วยมีความเป็นมาที่น่าสนใจ&nbsp;ความปลื้มปิติ&nbsp;โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้ง&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2533&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานวัฒนธรรม&nbsp;4&nbsp;ภาค&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยนาฏศิลปะกาฬสินธุ์&nbsp;ในครั้งนั้น&nbsp;พระองค์ได้ทรงบรรเลงดนตรีโปงลาง&nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของกาฬสินธุ์&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์จึงเห็นพ้องในการกำหนดให้ทุกวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&nbsp;เป็นวันเริ่มต้นของการจัดงานมหกรรมโปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ซึ่งถือเป็นงานประจำปีของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;ได้กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;18-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานมีมากมาย&nbsp;อาทิ</strong>&nbsp;การประกวดวงดนตรีโปงลางชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;,&nbsp;การบรรเลงเครื่องดนตรีโปงลางพร้อมกัน&nbsp;229&nbsp;ราง&nbsp;,&nbsp;การออกร้านนิทรรศการของภาครัฐและเอกชน&nbsp;,&nbsp;การประกวดผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;,&nbsp;การจัดแสดงศาลาแห่งภูมิปัญญา&nbsp;,&nbsp;การประกวดผลิตภัณฑ์จากไหมและผ้าไหมแพรวา&nbsp;,&nbsp;การจำหน่ายผ้าไหมแพรวา&nbsp;ผ้าพื้นเมือง&nbsp;และสินค้าหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;,&nbsp;การจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม&nbsp;,&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมวงดนตรีพื้นบ้านโปงลาง&nbsp;Festival&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;วง&nbsp;,&nbsp;การเดินแบบผ้าไหมแพรวา&nbsp;ผ้าภูไท&nbsp;,&nbsp;การออกรางวัลสลากกาชาด&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน&nbsp;เป็นต้น</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319143831689
409	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดงานกระบี่ดีเพ กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ภายใต้การจัดงาน กระบี่ ดีเพ 	"<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ภายใต้การจัดงาน&nbsp;กระบี่&nbsp;ดีเพ""&nbsp;โดยนายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบหมายนายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;นายสมศักดฺ&nbsp;กิติธรกุล&nbsp;นายองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;นางสาวจรรยารักษ์&nbsp;สาธิตกิจ&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&nbsp;และนางสาวศศิธร&nbsp;กิตติธรกุล&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนสมาคม&nbsp;ชมรม&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;(ประติมากรรมวงเวียน&nbsp;KRABI&nbsp;LUCKY&nbsp;WINDMILL)&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;บูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดกระบี่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;บูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดกระบี่&nbsp;ที่มีแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งทางบก&nbsp;ทางทะเล&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ภายใต้การจัดงาน&nbsp;""กระบี่&nbsp;ดีเพ""&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ของกิจกรรม&nbsp;เพื่อส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศไทย&nbsp;สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ธุรกิจอาหาร&nbsp;กระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;และท้องถิ่นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;สินค้าท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่และความสวยงามของทะเลและจังหวัดกระบี่ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างพื้นที่&nbsp;และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&nbsp;</p><p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;จึงเร่งผลักดันสนับสนุนในการจัดงานร่วมกับจังหวัดกระบี่&nbsp;ภายใต้ชื่อกิจกรรม&nbsp;กระบี่ดีเพ&nbsp;เป็นการรวมสุดยอดของดีเมืองกระบี่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นของหาดทรายขาว&nbsp;น้ำทะเลใสสะอาด&nbsp;ปะการัง&nbsp;ถ้ำ&nbsp;ท่องเที่ยวแช่น้ำแร่&nbsp;และมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อมหนึ่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;เป็นการเชิญชวนพี่น้องชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;มาเที่ยวเยี่ยมชมและสัมผัสธรรมชาติที่งดงามอย่างแท้จริง&nbsp;และร่วมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมภายในงานที่ทางจังหวัดกระบี่ได้จัดเตรียมไว้รอนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดกระบี่&nbsp;ส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ&nbsp;ชูจุดเด่นของจังหวัด&nbsp;สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ธุรกิจอาหาร&nbsp;กระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;ให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่&nbsp;และสามารถซื้อสินค้าหรือของดีประจำท้องถิ่นของเมืองกระบี่ถือเป็นการต่อยอด&nbsp;เศรษฐกิจให้ขยายเป็นวงกว้างออกไป&nbsp;สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างแท้จริง&nbsp;พร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การประดับไฟและจุดถ่ายรูปสำคัญต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ทุกคนที่มาร่วมในงานได้เก็บภาพถ่ายกันอย่างจุใจในบรรยากาศสุดชิค,&nbsp;สนุกสนานไปกับกิจกรรมท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งมวลชนในจังหวัด&nbsp;ที่จะพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสน้ำพุร้อนสปา&nbsp;ออนเซนสไตล์ไทยๆ,&nbsp;หรอยแรงเวอร์สไตล์อาหารใต้,&nbsp;เรียนรู้ทันเทรนด์ฮิตสินค้าจากกัญชาและกระท่อม&nbsp;ต่อยอดทางธุรกิจเชิงท่องเที่ยว,&nbsp;อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมและดนตรีร่วมสมัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;การแสดงพื้นบ้าน&nbsp;หัตถกรรมถิ่นกระบี่,&nbsp;ระบำกีปัสเซอซา&nbsp;และวงดนตรีอะคูสติก,&nbsp;พร้อมทั้งกิจกรรมท่องเที่ยวช้อป&nbsp;ชิม&nbsp;ชิล&nbsp;สินค้าชุมชน&nbsp;จากผู้ประกอบการ,&nbsp;นวดผ่อนคลายด้วยน้ำมันแปรรูปจากน้ำแร่,&nbsp;กิจกรรมขบวนรถ&nbsp;รถฟู้ดทรัค,&nbsp;เต็มอิ่มไปกับการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศิลปิน&nbsp;บ่าววี,&nbsp;,&nbsp;และ&nbsp;Barbarian&nbsp;โดย&nbsp;มีการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกัน&nbsp;โควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานให้บริการอย่างเต็มที่&nbsp;พร้อมอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งด้านความปลอดภัยตามมาตรการสาธารณสุขและการให้ความรู้และความเข้าใจในมาตรฐาน&nbsp;SHA+&nbsp;(Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;&amp;&nbsp;Health&nbsp;Administration)&nbsp;กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;""กระบี่ดีเพ""&nbsp;รวมสุดยอดของดีเมืองกระบี่&nbsp;สวรรค์ของคนรักเที่ยว&nbsp;เปิดบ้านต้อนรับ&nbsp;18-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;(ประติมากรรมวงเวียน&nbsp;KRABI&nbsp;LUCKY&nbsp;WINDMILL)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319154347704
410	รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา และคณะลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ชูจุดขาย เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ ย้อนอดีตวัยเรียน	<p>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมเฮอริเทจ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ชูจุดขาย&nbsp;เสน่ห์วันวาน&nbsp;เมืองเหนือ&nbsp;ย้อนอดีตวัยเรียน&nbsp;พร้อมเป็นประธานในพิธีมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;SHA&nbsp;แก่สถานประกอบการ&nbsp;19&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายขจรเกียรติ&nbsp;รักพานิชมณี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้เกียรติร่วมงาน&nbsp;?</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยนับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจออกเดินทางของนักท่องเที่ยว&nbsp;จึงเกิดเป็นความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;โดย&nbsp;ททท.&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยกรมควบคุมโรค&nbsp;กรมอนามัย&nbsp;และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ&nbsp;ร่วมกันจัดทำโครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;Health&nbsp;Administration&nbsp;(SHA)&nbsp;และปัจจุบันมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการให้บริการของธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;การท่องเที่ยวสีขาว&nbsp;(White&nbsp;Tourism)&nbsp;ที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เป็นธรรม&nbsp;และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;ให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่า&nbsp;น่าประทับใจ&nbsp;ส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจควบคู่กับความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในโอกาสที่คณะฯ&nbsp;เดินทางมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ททท.&nbsp;</strong>ได้จัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA&nbsp;แก่สถานประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;แห่ง&nbsp;จาก&nbsp;10&nbsp;หมวดประเภทกิจการ&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)</p><p><strong>สำหรับภูมิภาคภาคเหนือ&nbsp;ททท.&nbsp;ได้กำหนดคอนเซปต์การส่งเสริมการตลาด</strong>&nbsp;เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ&nbsp;(North&nbsp;Nostalgia)&nbsp;นำเสนอความพิเศษในการท่องเที่ยวผ่านเมนูท่องเที่ยวที่สร้างประสบการณ์เปี่ยมคุณค่าเหนือราคา&nbsp;สะท้อนเรื่องราวภูมิปัญญา&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวและกิกรรมทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเติมเต็มกลิ่นอายแห่งความสุขด้วยมนต์เสน่ห์เมืองเหนือ&nbsp;รวมถึงย้อนวันวานวัยเด็กผ่านสินค้าและบริการการท่องเที่ยว&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;Nature&nbsp;to&nbsp;Keep,&nbsp;Food&nbsp;to&nbsp;Explore&nbsp;และ&nbsp;Thainess&nbsp;to&nbsp;Discover&nbsp;โดยใช้สี&nbsp;ณ&nbsp;ฮ่อม&nbsp;(Navy&nbsp;Blue)&nbsp;เป็นสีประจําภาค&nbsp;สื่อถึงความผ่อนคลาย&nbsp;สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนเมืองเหนือที่มีความเรียบง่าย&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งภูมิภาคภาคเหนือกำหนดพื้นที่นำเสนอเรื่องราวเสน่ห์วันวานเมืองเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;สุโขทัย&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;โดยจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;จะนำเสนอภายใต้ธีม&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;:&nbsp;เสน่ห์เมืองวันวาน&nbsp;ย้อนอดีตวัยเรียน&nbsp;ส่งมอบประสบการณ์วัยเด็ก&nbsp;รำลึกความสุขวันวานท่ามกลางบรรยากาศเมืองอุทัยธานีที่สงบ&nbsp;เรียบง่าย&nbsp;อาคารเรียนหลังเดิม&nbsp;ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลาของวิถีชีวิตชาวอุทัยธานีริมแม่น้ำสะแกกรัง&nbsp;โดยมีสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ&nbsp;อาทิ&nbsp;ถนนคนเดินตรอกโรงยา&nbsp;โรงแรม&nbsp;เฮอริเทจ&nbsp;(ที่พักที่รีโนเวทมาจากโรงเรียนอุทัยวิทยาลัย&nbsp;โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของอุทัยธานี)&nbsp;ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง&nbsp;วัดอุโบสถาราม&nbsp;บ้านจงรัก&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>?</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อุทัยธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185130757
411	เกาะเต่า คึกคักสุด นทท.เที่ยววันหยุด 1,200 คน อีกฝั่ง นทท.ไทย ยกครอบครัวแห่เที่ยวเกาะสมุย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณท่าเรือแม่หาด&nbsp;ตำบลเกาะเต่า&nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;บรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความคึกคัก&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังเกาะเต่าทั้งหมดสูงถึง&nbsp;1,200&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วยเรือเร็วจากฝั่ง&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;301&nbsp;คน&nbsp;เรือเร็วจากเกาะสมุย-เกาะพะงัน&nbsp;850&nbsp;คน&nbsp;และเรือนอนกลางคืน&nbsp;(สุราษฎร์-เกาะเต่า)&nbsp;อีก&nbsp;49&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางรำลึก&nbsp;อัศวชิน&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะเต่า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวที่เข้ามาวันนี้มีสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;นักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ซึ่งระยะนี้ในช่วงวันหยุดมีนักท่องเที่ยวเลือกที่จะเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวที่เกาะเต่ามากเป็นพิเศษ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศดีท้องฟ้าแจ่มใสและทะเลใสสวยงามเหมาะต่อการดำน้ำเที่ยวทะเลมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันเดียวกัน&nbsp;ที่ท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยจากต่างจังหวัดและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากกรุงเทพฯ&nbsp;เดินทางในรูปแบบครอบครัว&nbsp;นำรถยนต์ส่วนตัวลงเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเต็มใต้ระหว่างเรือไปยังอำเภอเกาะสมุย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากการสอบถามครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ทราบว่า</strong>&nbsp;ได้จองโรงแรมที่พักในโครงการเราเที่ยวด้วยกันล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้ว&nbsp;กระทั่งเห็นว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดดีขึ้น&nbsp;จึงออกเดินทางมาพักผ่อนแต่ก็ระวังดูแลตัวเองและครอบครัว&nbsp;ซึ่งช่วงนี้ทะเลแถบเกาะสมุยกำลังสวยน่าเที่ยวมาก</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319190140769
412	อบจ.ภูเก็ต จัดมหกรรมอาหาร หรอยหนัด หยัดได้ สุขสันต์สนามชัย กระตุ้นเศรษฐกิจภูเก็ต สร้างรายได้ให้ประชาชน	<p><strong>นายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงการจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;สนามชัย&nbsp;ชื่อมต่อกับศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;งบเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์การพัฒนาคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น&nbsp;เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว&nbsp;โดยการนำอัตลักษณ์ด้านอาหารประจำท้องถิ่น&nbsp;และวัฒนธรรมการแต่งกายของคนภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอันจะนำมาซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;การสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;(อาหาร&amp;ของดีภูเก็ต)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งละ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยเริ่มครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ลานบางลา&nbsp;ชายหาดป่าตอง&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งได้จัดผ่านไปแล้ว&nbsp;โดยได้รับผลตอบรับและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามชัย&nbsp;และครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานลากูน่าโกรฟ&nbsp;ตำบลเชิงทะเล&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;สำหรับการจัดงานฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;เพื่อมอบประสบการณ์ความสุขพร้อมกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;ที่เกิดขึ้นเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดภูเก็ตให้ดีขึ้น</strong>&nbsp;ซึ่งภายในงานมีร้านจำหน่ายอาหาร&nbsp;อาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารทะเลสดและแปรรูป&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;120&nbsp;ร้าน&nbsp;พบกับโซนอาหารพิเศษ&nbsp;ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการทานอาหารเมนูประยุกต์แนวใหม่&nbsp;โดยเชฟมือทองในสไตล์&nbsp;Omakase&nbsp;ชมการแสดงดนตรี&nbsp;และกิจกรรมบนเวทีอีกมากมาย&nbsp;ซึ่งได้จัดเวทีไว้รองรับถึง&nbsp;2&nbsp;เวที&nbsp;เพลิดเพลินกับตลาดพื้นบ้าน&nbsp;ลานวัฒนธรรม&nbsp;และพิเศษสุดของงานนี้&nbsp;คือ&nbsp;ชิมฟรี!!!&nbsp;หมี่ฮกเกี้ยนกระทะยักษ์&nbsp;การสาธิตการทำอาหารพื้นเมืองภูเก็ต&nbsp;รวมถึงชมการแกะสลักผัก&nbsp;ผลไม้ที่งดงามวิจิตรตระการตา&nbsp;และกิจกรรมพิเศษเฉพาะวันเปิดงาน&nbsp;ยังมีการจัดจำหน่ายไข่ไก่&nbsp;ในราคาฟองละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ให้ได้จับจ่ายใช้สอยวัตถุดิบในราคาต่ำกว่าต้นทุน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;</strong>ได้รณรงค์ในเรื่องของการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;และงดการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร&nbsp;รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยและการรักษาความสะอาดตามมาตรฐาน&nbsp;CLEAN&nbsp;FOOD&nbsp;GOOD&nbsp;TASTE&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัด&nbsp;งานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้</strong>&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;จะช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โดย&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;สร้างความสุขให้ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามและทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่ภูเก็ตสืบไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319221009794
413	ร้านเสริมสวยยะลา ทำใจ เตรียมรับมือค่าไฟพุ่ง  4 บาทต่อหน่วย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ร้านเสริมสวย&nbsp;ยะลา&nbsp;ทำใจ&nbsp;เตรียมรับค่าไฟพุ่ง&nbsp;แตะ&nbsp;4&nbsp;บาทต่อหน่วย</strong>&nbsp;ในรอบเดือนพฤษภาคม&nbsp;ถึงสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;หลัง&nbsp;กกพ.&nbsp;มีมติให้ปรับค่าไฟฟ้าผันแปร&nbsp;หรือค่าเอฟที&nbsp;จากวิกฤตราคาพลังงานโลกที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เป็นผลกระทบจากการสู้รบ&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้&nbsp;เนื่องจากอุปกรณ์ในร้านเสริมสวยส่วนใหญ่ต้องใช้ไฟฟ้า&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม&nbsp;หวีแปรงไฟฟ้า&nbsp;ที่ม้วนผม&nbsp;โรลม้วนผม&nbsp;เครื่องอบผม&nbsp;ทำผมฯลฯ&nbsp;สารพัด&nbsp;รวมไปถึงเครื่องปรับอากาศ&nbsp;พัดลม&nbsp;สิ่งที่คอยบริการ&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>คุณกัลยา&nbsp;รัตนมณี&nbsp;&nbsp;เจ้าของร้าน&nbsp;ลูกปอ&nbsp;&amp;&nbsp;ลูกปัด&nbsp;ถนนเวฬุวัน&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ตามปกติที่ร้านจะจ่ายค่าไฟฟ้า&nbsp;เฉลี่ยเดือนละ&nbsp;3,800-4,000&nbsp;บาท&nbsp;ถ้าประหยัดหน่อยก็จะอยู่ที่&nbsp;3,400&nbsp;บาท&nbsp;อุปกรณ์เสริมสวยต้องใช้ไฟฟ้าทุกอย่าง&nbsp;ทีวีก็ต้องมี&nbsp;แต่ไม่ค่อยเปิด&nbsp;ลูกค้าไม่ดู&nbsp;ส่วนใหญ่จะใช้งาน&nbsp;Wi-Fi&nbsp;มากกว่า&nbsp;ซึ่งทางร้านมีบริการให้&nbsp;ส่วนแอร์&nbsp;จะเปิดช่วงที่มีลูกค้าเข้าร้านประมาณ&nbsp;10&nbsp;โมง&nbsp;ถ้าไม่มีลูกค้าก็จะปิดในช่วงเย็น&nbsp;5-6&nbsp;โมงเย็น&nbsp;เวลาเปิดแอร์ก็พยายามตั้งอุณหภูมิไว้ที่&nbsp;25&nbsp;องศา&nbsp;เปิดพัดลมคู่กับแอร์ไปด้วย&nbsp;ช่วยประหยัดขึ้นเยอะ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนในวันที่&nbsp;1&nbsp;พ.ค&nbsp;ที่ค่าไฟฟ้าจะขึ้น&nbsp;4&nbsp;บาทต่อหน่วยนั้น</strong>&nbsp;ทางร้านก็คงต้องปรับตัว&nbsp;ประหยัดขึ้น&nbsp;ถ้าร้อนจริงก็เปิดแอร์&nbsp;ลูกค้าเข้าก็จำเป็นต้องเปิดให้ลูกค้าอยู่แล้ว&nbsp;ช่วงนี้อากาศร้อนลูกค้าก็อยากที่จะมานั่งสบาย&nbsp;ๆ&nbsp;ตอนนี้&nbsp;ก็ทำใจ&nbsp;ถ้ามันแพง&nbsp;เราก็ต้องจ่ายเพิ่ม&nbsp;ประหยัดอย่างอื่นไม่ได้&nbsp;เราต้องใช้ไฟหมด&nbsp;อุปกรณ์ในส่วนอื่น&nbsp;ส่วนไฟก็ต้องเปิดทั้งวันช่วยความสว่าง&nbsp;ต้องยอมรับสิ่งที่จะมา&nbsp;แต่เราก็พยายามประหยัดอยู่&nbsp;เหมือนกระติกน้ำร้อน&nbsp;ก็ไม่เสียบ&nbsp;รวมทั้งอุปกรณ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ใช้ในเวลาจำเป็น&nbsp;ประหยัดไปได้&nbsp;แต่อย่างอุปกรณ์เสริมสวยเราใช้งาน&nbsp;ช่วยให้มีรายได้ก็คงต้องใช้</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320104336843
414	ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา ผ้าศรีมะดัน บ้านรังแร้ง	<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โคกหนองนาพาสุข&nbsp;บ้านสวนเงินเงิน&nbsp;บ้านรังแร้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลรังแร้ง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน&nbsp;บ้านรังแร้ง&nbsp;มีกิจกรรมประกอบด้วย</p><p>-&nbsp;การเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน</p><p>-&nbsp;กิจกรรมการเดินแบบผ้าไหม</p><p>-&nbsp;เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำผลผลิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายในตลาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p><p>-&nbsp;กิจกรรมเก็บเกี่ยวผลผลิตไข่มดแดงตามวิถีชาวบ้าน</p><p><strong>พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงโคกหนองนาพาสุข</strong>&nbsp;บ้านสวนเงินเงิน&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;101&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลรังแร้ง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;มีนายบุญเลิศ&nbsp;แสงดีเป็นเจ้าของได้เสียสละสถานที่พร้อมปัจจัยต่างๆ&nbsp;ให้อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;ร่วมกับชมรมโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ผ้าศรีมะดันบ้านรังแร้ง&nbsp;ใช้สถานที่จัดตลาดแห่งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;อยู่ดี&nbsp;กินดี&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ตลาดจะเปิดทุกวันศุกร์ในช่วงเย็น&nbsp;การดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสุพิชัย&nbsp;หล่าสกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายศราวุธ&nbsp;ทรงโฉม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรังแร้ง&nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320121229853
415	อบต.กมลา จังหวัดภูเก็ต เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องจัดงาน หรอยริมเล กมลาเบิกฟ้า Kamala Food Fair ที่หาดกมลา	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อช่วงค่ำวานนี้&nbsp;(19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณชายห่าดกมลา&nbsp;ต.กมลา&nbsp;อ.กะทู้&nbsp;จ.ภูเก็ต</strong>&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธีงาน&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair&nbsp;โดยมีนายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&nbsp;(อบต.กมลา)&nbsp;,&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;อบต.กมลา&nbsp;ภู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พี่น้องประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กมลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ได้ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวและการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ&nbsp;และคาดว่าตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;ได้เกิดความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว&nbsp;ทาง&nbsp;อบต.กมลา&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลา&nbsp;เบิกฟ้า&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเล&nbsp;อาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจประชาชนในพื้นที่ตำบลกมลาและของจังหวัดภูเก็ตให้มีการขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;งาน&nbsp;""หรอยริมเล&nbsp;กมลา&nbsp;เบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair""</strong>&nbsp;จัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565นี้&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังได้รับผลกระทบจากกรแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และเป็นการต้องกระตุ้นให้เกิดการเร่งจับจ่ายใช้สอยของประชาชน&nbsp;และกระตุ้นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจของตำบลกมลา&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพื่อขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน&nbsp;สร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลกมลาเพิ่มมาก</p>"	2022-03-20T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320122727861
416	ผอ.ททท.สำนักสุรินทร์ ประชุมทำแผนการตลาด ปี 2566 ที่ศรีสะเกษ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ร้าน&nbsp;cafe&nbsp;De&nbsp;Tree&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ดร&nbsp;กัลยาณี&nbsp;ธรรมจารีย์&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษเปิดเผยว่า&nbsp;นางสาวสุชารัตน์&nbsp;แสงอรุณ&nbsp;ผอ.ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสุรินทร์&nbsp;ได้จัดประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อรับฟังข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.&nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;,&nbsp;ประธานหอการค้า&nbsp;,&nbsp;ประธาน&nbsp;YEC&nbsp;,&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนโรงแรมแกลเลอรี่&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนโรงแรมศรีลำดวน&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนสถานที่ท่องเที่ยววัดสุพรรณหงส์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เข้าร่วมการประชุมทำแผนดำเนินการจัดทำแผนการตลาด&nbsp;ปี&nbsp;2566</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการจัดทำแผนการตลาด&nbsp;ปี&nbsp;2566</strong>&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมเพื่อกำหนดทิศทาง&nbsp;แนวทางการดำเนินงานแผนการตลาดการท่องเที่ยวของ&nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;และได้ทำ&nbsp;SWOT&nbsp;ของศรีสะเกษ&nbsp;มาให้เพิ่มเติมในส่วนที่ยังขาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวสุชารัตน์&nbsp;แสงอรุณ&nbsp;ผอ.&nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้อยากได้เสียงของผู้ประกอบการโดยตรง&nbsp;เพื่อนำไปเขียนแผนด้านการตลาดขอคำเสนอแนะเพื่อนำไปทำแผน&nbsp;และได้ชี้แจงสถานการณ์การท่องเที่ยวศรีสะเกษปี&nbsp;64&nbsp;ให้ผู้เข้าประชุมทราบแล้วขอสรุป&nbsp;การท่องเที่ยวภาคเราว่าขณะนี้&nbsp;เมืองหลักคือจังหวัดขอนแก่น&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เราเป็นเมืองรอง&nbsp;เมืองรองต้องไป&nbsp;@&nbsp;สุรินทร์-ศรีสะเกษ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สุรินทร์-ศรีสะเกษ&nbsp;อาทิ&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;คนกับช้าง&nbsp;ผ้าไหม&nbsp;ข้าวหอมสุรินทร์&nbsp;ปราสาท&nbsp;ทุเรีอนภูเขาไฟ&nbsp;ผามออีแดง&nbsp;ทุ่งทะเลหอมกระเทียม&nbsp;วัดไพรพัฒนา&nbsp;วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม&nbsp;การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;ผ่านสื่อ&nbsp;Online&nbsp;ที่เข้าถึงกลุ่ม&nbsp;อาทิ&nbsp;เพจ&nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;2&nbsp;จังหวัดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;อาทิ&nbsp;เส้นทางสายมู&nbsp;เส้นทางกินทุเรียนภูเขาไฟ&nbsp;Shopping&nbsp;ผ้าไหมขึ้นชื่อของชาว&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ผ้าไหมเบญจศรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นักท่องเที่ยวตอนนี้&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม</strong>&nbsp;1.กลุ่ม&nbsp;Active&nbsp;Senior&nbsp;อายุ&nbsp;55-69&nbsp;ปี&nbsp;ทำงานได้&nbsp;มีกำลังเงิน&nbsp;เป็นกลุ่มผู้บริหารระดับสูง&nbsp;ถ้านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาจะกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มาก&nbsp;เลือกสินค้าทางการท่องเทียวที่เหมาะกับกลุ่ม&nbsp;Active&nbsp;Senior&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2.Senior&nbsp;กลุ่มนี้มีกำลัง&nbsp;ทำงานได้&nbsp;มีเวลาว่าง&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;3.กลุ่มสร้างกระแส&nbsp;Gen&nbsp;Y&nbsp;กลุ่มนี้เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองเที่ยวที่ใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ซ้ำ&nbsp;แคมปิ้ง&nbsp;มีที่ไหนบ้างไปเช็คอิน&nbsp;ททท.&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายการท่องเที่ยวไว้&nbsp;3&nbsp;ทิศทาง&nbsp;คือ&nbsp;เที่ยวตามกระแส&nbsp;เที่ยววันธรรมดา&nbsp;และ&nbsp;RTความรับผิดชอบ&nbsp;เพื่อทำการประชาสัมพันธ์</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320123147862
417	คณะกรรมการฯ ปฏิรูปประเทศ ลงพื้นที่ จ.ลำปาง ติดตามการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ	"<p><strong>คณะกรรมการฯ&nbsp;ปฏิรูปประเทศ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;</strong>ติดตามการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;เปิดบ้านต้อนรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;คณะอนุกรรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;และคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร&nbsp;หอการค้าไทย&nbsp;ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่ร่วมประเมินติดตามผลการดำเนินงานพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>นายอิสระ&nbsp;ว่องกุศลกิจ&nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสัตวแพทย์ยุคล&nbsp;ลิ้มแหลมทอง&nbsp;ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;และนายกลินท์&nbsp;&nbsp;สารสิน&nbsp;ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ประเด็นการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง&nbsp;ร่วมนำคณะกรรมการและคณะทำงานปฏิรูปประเทศ&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;คณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร&nbsp;หอการค้าไทย&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามประเมินความพร้อมของจังหวัดลำปาง&nbsp;ในการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด&nbsp;(Enabler)&nbsp;พร้อมร่วมประชุมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูลศึกษาแนวทางความเหมาะสมในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงในทุกมิติทุกระดับ&nbsp;สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากฐานภูมิทางสังคมและวัฒนธรรม&nbsp;ด้วยกระบวนการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;นำหัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมถึงผู้แทนองค์กรภาคเอกชน&nbsp;และผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับคณะฯ&nbsp;และร่วมประชุมนำเสนอข้อมูลเชิงพื้นที่ในด้านต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยการติดตามประเมินความพร้อม</strong>&nbsp;การดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด&nbsp;ทางคณะกรรมการ&nbsp;อนุกรรมการ&nbsp;และคณะทำงานฯ&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ&nbsp;(Big&nbsp;Rock)&nbsp;และโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาเชิงพื้นที่ในภาพรวม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสร้างเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพ&nbsp;การเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก&nbsp;การเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภูมิภาค&nbsp;และการพัฒนาศักยภาพคนเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;ประชาชนมีรายได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;และชุมชนท้องถิ่นมีการรักษาฟื้นฟูทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ&nbsp;</p><p><strong>โดยในส่วนสำคัญของประเด็นการพัฒนาดังกล่าว&nbsp;</strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้เป็นตัวแทนในนามจังหวัด&nbsp;กล่าวสรุปถึงแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ว่า&nbsp;จังหวัดลำปางมีเป้าหมายในการที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้&nbsp;เชื่อมโยงสร้างสรรค์&nbsp;น่าอยู่อย่างยืนยืน&nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนาให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นที่ภายใต้&nbsp;5&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>-ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว</strong>&nbsp;เน้นการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ทั้งเชิงนิเวศ&nbsp;ประวัติศาสตร์&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;วิถีชุมชน&nbsp;และเชิงธรณีวิทยา,&nbsp;</p><p><strong>-ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;หัตถอุตสาหกรรม&nbsp;การค้าการลงทุน&nbsp;เน้นการผลิตและเรียนรู้พัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม,&nbsp;</p><p><strong>-ด้านการเกษตร</strong>&nbsp;มุ่งเน้นส่งเสริมแนววิถีเกษตรพอเพียง&nbsp;เกษตรนวัตกรรมสร้างสรรค์&nbsp;เกษตรปลอดภัย&nbsp;เกษตรอินทรีย์,&nbsp;</p><p><strong>-ด้านคุณภาพชีวิตเน้นการส่งเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้</strong>&nbsp;สร้างสรรค์แบ่งปันแบบยั่งยืน&nbsp;พัฒนาให้ก้าวสู่ความทันสมัยเป็นเมืองอัจฉริยะ&nbsp;""Smart&nbsp;city""&nbsp;</p><p><strong>-และด้านความมั่นคง</strong>&nbsp;เน้นการรักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย&nbsp;ด้วยการใช้ความรู้เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้สำหรับจังหวัดจัดลำปาง</strong>&nbsp;ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ของประเทศ&nbsp;มีเนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ&nbsp;12,533.961&nbsp;ตร.กม.&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;7,833,726&nbsp;ไร่&nbsp;มีจำนวนประชากร&nbsp;724,678&nbsp;คน&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ&nbsp;ทั้งในด้านการค้าอุตสาหกรรม&nbsp;หัตถอุตสาหกรรม&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;และด้านการท่องเที่ยว&nbsp;โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;เท่ากับ&nbsp;71,417&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อยู่ในลำดับที่&nbsp;42&nbsp;ของประเทศ&nbsp;และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัวประชากรเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;100,711&nbsp;บาทต่อคนต่อปี&nbsp;ซึ่งในแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ที่กำหนด&nbsp;จังหวัดลำปางคาดหวังว่าจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยจากข้อมูลที่ได้รับ&nbsp;จะเป็นสาระสำคัญที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;คณะอนุกรรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;และคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร&nbsp;หอการค้าไทย&nbsp;จะได้นำไปพิจารณากำหนดเป็นแนวทางขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจในภาพรวม&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ&nbsp;เกิดการกระจายโอกาสสู่เศรษฐกิจระดับฐานราก&nbsp;และเร่งยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-20T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320123437863
418	กำแพงเพชร จัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและแข่งขัน ปั่นโต้ลม @ กำแพงเพชร	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่บริเวณลานหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลนาบ่อคำ&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;หอมยามเย็น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและแข่งขัน&nbsp;ปั่นโต้ลม&nbsp;@&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ในการดำเนินงาน&nbsp;และการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชรเพชร&nbsp;และเสริมสร้างสุขภาพให้มีพลานามัยที่สมบูรณ์&nbsp;รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนประชาชน&nbsp;เห็นความสำคัญในกิจกรรมการปั่นจักรยานมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยแบ่งกิจกรรมเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;คือ</strong>&nbsp;การปั่นเพื่อสุขภาพ&nbsp;ซึ่งจะปั่นในระยะทาง&nbsp;75&nbsp;กม.&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมรายการนี้จะได้รับถ้วยรางวัลทุกคน&nbsp;สำหรับการปั่นประเภทที่&nbsp;2&nbsp;เป็นการปั่นเพื่อการแข่งขัน&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;8&nbsp;รุ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;รุ่นโอเพ่น&nbsp;ชาย&nbsp;ไม่จำกัดอายุ&nbsp;,&nbsp;รุ่นอายุ&nbsp;30-39&nbsp;ปี&nbsp;ชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่นอายุ&nbsp;40-49&nbsp;ปี&nbsp;ชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่น&nbsp;50-59&nbsp;ปีชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่นอายุ&nbsp;60&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;ชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่นน้ำหนักเกิน&nbsp;80&nbsp;กก.&nbsp;ชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่นโอเพ่นหญิง&nbsp;ไม่จำกัดอายุ&nbsp;และรุ่น&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;หญิง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายบุญช่วย&nbsp;หอมยามเย็น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร</strong>&nbsp;ได้กล่าวถึงกีฬาการปั่นจักรยาน&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์&nbsp;เป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ทั้งตัวนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;จะได้รับการพัฒนาในด้านของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์&nbsp;มีภูมิต้านทานต่อโรคภัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และยังเป็นโอกาสที่ได้เดินทางมาสัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชนชาวจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝั่งริมถนน&nbsp;ตลอดเส้นทางการปั่นในระยะทาง&nbsp;75&nbsp;กม.&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังได้รับมิตรภาพใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;จากผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อีกด้วย</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กำแพงเพชร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320134240884
419	มอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี เปิดใช้แน่ พ.ย. 67	<p><strong>นายไพศาล สุวรรณรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง (ทล.) </strong>เผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) ระยะทาง 96.41 กม. มีความก้าวหน้า 72% </p><p><strong>โครงการนี้มี 25 ตอน ก่อสร้างเสร็จแล้ว 5 ตอน</strong> ระยะทางรวม 24.91 กม. ประกอบด้วย ตอน 6 ช่วง กม. 17+000-22+500 พื้นที่ จ.นครปฐม ระยะทาง 5.5 กม. ก่อสร้างแล้วเสร็จสิ้นเดือน ก.พ.65, ตอน 20, 21, 22, และ 23 ระยะทาง 19.41 กม. ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ส่วนที่เหลืออีก 20 ตอน อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าโครงการงานก่อสร้างจะแล้วเสร็จ พ.ย.ปี 66</p><p><strong>สำหรับพื้นที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว 5 ตอน</strong> ส่งมอบพื้นที่เพื่อให้การดำเนินงานและบำรุงรักษา Operation and Maintenance (O&amp;M) แล้ว ส่วนอีก 20 ตอน จะส่งมอบพื้นที่เมื่อแล้วเสร็จต่อไป เพื่อให้ดำเนินงาน O&amp;M ในการก่อสร้างด่านเก็บค่าผ่านทาง 8 แห่ง และออกแบบติดตั้งระบบการจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติพิเศษแบบไม่มีไม้กั้น (Multi-lane Free Flow) หรือระบบ M-Flow ในช่วง พ.ย.ปี 67</p><p><strong>มอเตอร์เวย์สายนี้ก่อสร้างปี 59</strong> และกำหนดแล้วเสร็จเดือน พ.ย. ปี 66 เริ่มต้นที่จุดตัดทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ด้านตะวันตกกับถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณทางแยกต่างระดับบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผ่านพื้นที่ อ.นครชัยศรี, อ.เมือง จ.นครปฐม, อ.ท่ามะกา และไปสิ้นสุดที่จุดบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 324 (ถนนกาญจนบุรี-อ.พนมทวน) อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ลักษณะโครงการเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4-6 ช่องจราจร มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 8 ด่าน ได้แก่ ด่านบางใหญ่ ด่านนครชัยศรี ด่านศรีษะทอง ด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง และด่านกาญจนบุรี</p><p>อัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง รถยนต์ 4 ล้อ มีค่าแรกเข้า 10 บาท เพิ่มขึ้นตามระยะทาง 1.50 บาทต่อ กม. สูงสุด 150 บาท &nbsp;รถยนต์ 6 ล้อ มีค่าแรกเข้า 16 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 2.40 บาทต่อ กม. สูงสุด 240 บาท รถยนต์มากกว่า 6 ล้อ มีค่าแรกเข้า 23 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 3.45 บาทต่อ กม. สูงสุด 350 บาท</p><p><strong>เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล </strong>ไปภาคตะวันตกของประเทศ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการอำนวยความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการท่องเที่ยว ที่สำคัญจะช่วยให้การเดินทาง จาก อ.บางใหญ่-กาญจนบุรีใช้เวลาเพียง 48 นาที เมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางโดยใช้ทางหลวงแผ่นดินซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 30 นาที</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320161924924
420	รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ตรวจมาตรการป้องกันโรคในซอยบางลาป่าตอง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยหลังเดินทางไปตรวจมาตราการป้องกันโรค</strong>&nbsp;ที่ซอยบางลาป่าตอง&nbsp;อำเภอกะทู้ว่า&nbsp;จากการทางจังหวัดภูเก็ตได้มีมาตรการผ่อนคลายในเรื่องมาตราการควบคุมโรคมากขึ้น&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;ก็ต้องมีการป้องกันตามที่ทางจังหวัดได้กำหนด&nbsp;และขอความร่วมมือสถานประกอบการให้มีมาตราการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยจะเห็นว่าในขณะนี้&nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อในจังหวัดภูเก็ตใยอดลดลงอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ซึ่งเมื่อวานนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;313&nbsp;คน&nbsp;Sandbox&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;18&nbsp;คน&nbsp;ถือว่าจำนวนดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดก็ขอให้ประชาชนได้มีมาตราการในการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้ลดลงมากกว่านี้&nbsp;ซึ่งแนวโน้มยอดผู้ติดเชื้อจะมีผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับในส่วนของสถานบันเทิงในซอยบางลาป่าตอง</strong>&nbsp;<strong>ที่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงค่ำคืน</strong>&nbsp;จากการตรวจลงพื้นที่พบว่า&nbsp;ทางผู้ประกอบการได้มีการดำเนินการในเรื่องของมาตราการควบคุมโรค&nbsp;ที่ทางจังหวัดได้มีการเน้นย้ำให้ปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา&nbsp;โดยได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิและให้&nbsp;เจลล้างมือแก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้าไปยังสถานบันเทิงในซอยดังกล่าว&nbsp;โดยได้มีการตั้งจุดตรวจวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ที่เป็นทางเข้า-ออก&nbsp;ส่วนที่สถานบันเทิงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก็ได้มีคำแนะนำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามที่ทางราชการกำหนด&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอำนวยฯ&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;สำหรับในส่วนของพนักงานตามสถานประกอบการก็ได้มีการตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ซึ่งขณะนี้พบว่ายังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในซอยบางลาอยู่อย่างหนาตา&nbsp;แต่ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและสถานประกอบการทุกร้าน&nbsp;ให้ดำเนินการตามมาตราการป้องกันโรคโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวในมาตราการป้องกันโรคของจังหวัดภูเก็ต</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320173943936
421	"อบต.กมลา จังหวัดภูเก็ต จัดงาน ""หรอยริมเล กมลาเบิกฟ้า"" ชายหาดกมลา กระตุ้นการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เที่ยวงานอย่างคึกคัก"	"<p><strong>นายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการจัดงานมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;""หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณหาดกมลา&nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ได้แพร่ระบาดส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ทำให้ระบบเศรษฐกิจทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนหนัก&nbsp;และเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย&nbsp;ได้มีมาตรการผ่อนปรนในเรื่องของการเดินทางเข้า-ออก&nbsp;จังหวัดภูเก็ตของนักท่องเที่ยว&nbsp;ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในด้านต่างๆ&nbsp;ซึ่งขณะนี้จังหวัดภูเก็ตได้สนับสนุนแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ที่จะช่วยกันประชาสัมพันธ์&nbsp;รวมถึงจัดกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเชิญชวนให้มาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกมลาจึงจัดมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;""หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า""</strong>&nbsp;ซึ่งถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;การบริการ&nbsp;และการซื้อสินค้า&nbsp;ทั้งในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค&nbsp;ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่ตำบลกมลาและจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างมาเที่ยวงานอย่างคึกคัก</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานวันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา</strong>&nbsp;มีการแสดง&nbsp;""กมลา&nbsp;แดนสรวง&nbsp;ไข่มุกอันดามัน"",&nbsp;การแสดงควงไฟ&nbsp;และจุดอักษร&nbsp;Kamala&nbsp;Beach,&nbsp;การแสดงโขน&nbsp;รองเง็ง&nbsp;เกาะสิเหร่,&nbsp;การแสดงของชาวเนปาล&nbsp;และการแสดงวงกมลา&nbsp;แบรนด์&nbsp;ในวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คืนที่&nbsp;2&nbsp;มีการแสดงโฟล์คซอง&nbsp;(น้องบีม&nbsp;หาดใหญ่)&nbsp;การสาธิตการปรุงอาหารโดยเชฟปอนด์&nbsp;จากรายการ&nbsp;IRON&nbsp;CHEF&nbsp;และการแสดงลูกทุ่งซุปเปอร์แดนซ์&nbsp;และวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คืนสุดท้ายมีการแสดงคาบาเร่โชว์,&nbsp;การแสดงควงไฟ&nbsp;พ่นไฟ&nbsp;และปิดท้ายด้วยการแสดงมินิคอนเสิร์ต&nbsp;ธีเดช&nbsp;ทองอภิชาติ&nbsp;ขับกล่อมบรรเลงให้กับนักท่องเที่ยวและคนกมลา&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ร่วมสนุกและจับจ่ายสินค้า&nbsp;ชิมอาหารอร่อย&nbsp;ชมการแสดงสวยงามไปด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-20T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320174159937
422	คืนสุดท้ายงานมหกรรมอาหารทะเล ครั้งนี้ 2หรอย ริม เลหาดกะรน จังหวัดภูเก็ต ยังคึกคักกระตุ้นการท่องเที่ยวเสริมอาชีพสร้างราย	<p><strong>คืนสุดท้ายงานมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;2&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;หาดกะรน&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ยังคึกคักกระตุ้นการท่องเที่ยวเสริมอาชีพสร้างรายได้ในพื้นที่</strong></p><p><br></p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตร่วมกับเทศบาลตำบลกะรน&nbsp;นำโดย&nbsp;เรือเอกเจด็จ&nbsp;วิชรศรณ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลกะรน&nbsp;จัดงานมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;(Seafood)&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ตำบลกะรน&nbsp;เพิ่มมูลค่าอาหารซีฟู้ดและอาหารท้องถิ่นให้มีช่องทางและโอกาสทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมอาชีพ&nbsp;การจ้างงาน&nbsp;และกระจายรายได้สู่ครัวเรือนในตำบลกะรน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์&nbsp;อาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ในชุมชน</strong>ตำบลกะรนให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาสังคม&nbsp;โดยการจัดงานช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลกะรน&nbsp;ถนนปากบาง&nbsp;(เลียบชายหาด)&nbsp;หาดกะตะ&nbsp;ตำบลกะรน&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;โดยกิจกรรมภายในงานมีทั้งการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นฝีมือชาวบ้าน&nbsp;การจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ&nbsp;อาหารพื้นเมือง&nbsp;อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวกะตะ-กะรน&nbsp;การแสดงดนตรีสด&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ที่สนุกสนานทุกค่ำคืน&nbsp;และยังมีมุมๆ&nbsp;เช็คอิน&nbsp;วิวทะเลสวย&nbsp;ๆ&nbsp;ริมชายหาดกะตะ&nbsp;ภายใต้มาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ในรูปแบบวิถีใหม่&nbsp;ตามมาตรฐานข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้มาร่วมกิจกรรมทุกคน&nbsp;ซึ่งตลอด&nbsp;2&nbsp;คืนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;ร่วมงานจำนวนมาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320193145950
423	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา หนุนสงขลา ปั้นเทศกาลนานาชาติ ปักหมุดเป็นจุดหมายใหม่ของนักเซิร์ฟทั่วโลก	<p><strong>รัฐมนตรีว่าการ&nbsp;กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;หนุนสงขลา&nbsp;ปั้นเทศกาลนานาชาติ&nbsp;ปักหมุดเป็นจุดหมายใหม่ของนักเซิร์ฟทั่วโลก&nbsp;นำกีฬาคนรุ่นใหม่หนุนกิจกรรมไมซ์&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;ปี&nbsp;2022&nbsp;ในงาน&nbsp;ลองเล่น&nbsp;SONGKHLA&nbsp;BEACH&nbsp;JAM&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;ชายหาดชลาทัศน์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานในพิธีปิดงานลองเล่นสงขลาบีชแจมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา,&nbsp;นายไพเจน&nbsp;มากสุวรรณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา,&nbsp;น.ส.มัณฑนา&nbsp;ภูธรารักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท)&nbsp;สำนักงานหาดใหญ่&nbsp;และนางศุภวรรณ&nbsp;ตีระรัตน์&nbsp;รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน)&nbsp;หวังส่งเสริมกิจกรรมท่องเทียวเชิงกีฬา&nbsp;ปั้นงานลองเล่นสงขลาบีชแจมให้เป็นงานเทศกาลระดับนานาชาติในปี&nbsp;2566&nbsp;เพื่อรองรับเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผู้คนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น&nbsp;รวมถึงความนิยมกีฬาประเภทเซิร์ฟที่สูงขึ้น&nbsp;โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมือง&nbsp;SPORT&nbsp;CITY&nbsp;และ&nbsp;MICE&nbsp;City&nbsp;มีความพร้อมรองรับงานใหญ่ๆ&nbsp;ระดับนานาชาติได้&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;ทางกระทรวงฯ&nbsp;ได้มีแผนงานส่งเสริมและสนับสนุนให้สงขลาเป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อปักหมุดให้สงขลาเป็น&nbsp;SURF&nbsp;TOWN</strong>&nbsp;ของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย&nbsp;เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของกีฬาคนรุ่นใหม่ที่มี&nbsp;Lifestyle&nbsp;ผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบ&nbsp;sport&nbsp;festival&nbsp;โดยนำกิจกรรมกีฬาประเภทเซิร์ฟ&nbsp;มารวมกับกิจกรรมทางดนตรี&nbsp;อาหาร&nbsp;และการท่องเที่ยวแบบแคมปิ้ง&nbsp;เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น,&nbsp;เปิดมิติใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;และเปิดโอกาสต่อยอดธุรกิจท้องถิ่นไปกับเทรนด์กีฬาเซิร์ฟ&nbsp;ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสำหรับคนรุ่นใหม่&nbsp;โดยจุดเด่นของงานลองเล่น&nbsp;สงขลาบีชแจม&nbsp;คือเป็นกิจกรรมงานกีฬา&nbsp;สำหรับทุกคน&nbsp;ทุกเพศ&nbsp;ทุกวัย&nbsp;มางานนี้งานเดียวจะได้&nbsp;รู้จัก&nbsp;และ&nbsp;ลองเล่น&nbsp;กีฬาสายเซริ์ฟสุดเท่ห์ทุกประเภท&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;Surfboard,&nbsp;SUP&nbsp;Board,&nbsp;Skimboard&nbsp;โดยทีมงานชั้นนำที่จะมาสอนพื้นฐานการเล่นเบื้องต้น&nbsp;สำหรับสาย&nbsp;Surfskate&nbsp;จะได้ท้าทายกับคลื่นบกขนาด&nbsp;16&nbsp;เมตร&nbsp;ริมชายหาดให้มา&nbsp;ปล่อยของ&nbsp;อวดท่าสวยๆ&nbsp;สกิลเทพๆ&nbsp;กันริมหาดพร้อมเก็บภาพลง&nbsp;IG&nbsp;และรับของรางวัลกลับบ้านไป</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรมการประกวด&nbsp;Songkhla&nbsp;surf&nbsp;girl&nbsp;สุดฮอท&nbsp;</strong>เพื่อเฟ้นหาผู้หญิงที่หลงรักในกีฬาเซิร์ฟและพร้อมสร้างแรงบันดาลให้ผู้หญิงด้วยกันหันมาเล่นกีฬานี้กันมากขึ้น&nbsp;ปิดท้ายด้วยกิจกรรม&nbsp;ลองไถ&nbsp;ที่จะรวมพลคนเซิร์ฟบก&nbsp;และสายไถทุกประเภท&nbsp;ไปไถสนุกๆ&nbsp;สุดชิล&nbsp;เส้นทาง&nbsp;2&nbsp;กม.&nbsp;ริมหาดชลาทัศน์&nbsp;และในสวนสาธารณะเมืองสงขลา&nbsp;กันแบบ&nbsp;exclusive&nbsp;เพื่อเก็บภาพเท่ๆ&nbsp;ลง&nbsp;ig&nbsp;ในเช้าวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป&nbsp;ยังร่วมสนุกในงานได้ทั้งวัน&nbsp;ทั้งคืนกับการช้อปสินค้าจากร้านขายอุปกรณ์กีฬาชั้นนำ,&nbsp;สินค้าไลฟ์สไตล์สายเซิร์ฟ,&nbsp;บูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;(ไร้แอลกอฮอล์),&nbsp;ลานดนตรีสด,&nbsp;โชว์ควงไฟริมหาด&nbsp;สัมผัสบรรยากาศแคมป์ปิ้ง&nbsp;สบายๆ&nbsp;พร้อมทั้งได้ร่วมกิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;ปลูกจิตสำนึกในการดูแลท้องทะเล</p><p><strong>ด้านนายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้การท่องเที่ยว&nbsp;และการจัดกิจกรรมต่างๆของจังหวัดสงขลา&nbsp;หยุดชะงักไป&nbsp;ภาคธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และการโรงแรม&nbsp;ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยเฉพาะในส่วนการท่องเที่ยวที่พึ่งพานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&nbsp;อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา&nbsp;จังหวัดเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมของเมืองให้มากขึ้น&nbsp;ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆ&nbsp;เพื่อรองรับโอกาสทางการท่องเที่ยว&nbsp;เมื่อสถานการณ์โควิด-19&nbsp;คลี่คลายลง&nbsp;ในเร็ววันนี้&nbsp;งานลองเล่น&nbsp;สงขลาบีชแจม&nbsp;ก็เป็นงานหนึ่งที่จังหวัดให้ความสำคัญ&nbsp;และพร้อมจะส่งเสริมให้เป็นกิจกรรม&nbsp;เฟสติวัลประจำปี&nbsp;รวมถึงผลักดันให้เป็น&nbsp;international&nbsp;festival&nbsp;ในปีถัดๆไป&nbsp;เนื่องจากเป็นงานที่มี&nbsp;เนื้อหาเป็นสากล&nbsp;จับเทรนด์กีฬาเซิร์ฟซึ่งเป็นกีฬาระดับโลกมาเป็นคุณค่าหลักของงาน&nbsp;มั่นใจว่าเมื่อเปิดประเทศกิจกรรมประเภทนี้จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&nbsp;และสิงคโปร์ที่จะเข้ามาในจังหวัดสงขลา&nbsp;อย่างแน่นอน&nbsp;รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในอนาคต</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การจัดงานลองเล่นสงขลาบีชแจม&nbsp;</strong>ยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดสงขลา&nbsp;รวมถึงสร้างให้เกิดกิจกรรมทางชายหาดใหม่ๆ&nbsp;ให้กับสงขลา&nbsp;ส่งเสริมกีฬาประเภทใหม่ๆ&nbsp;สำหรับเด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;และประชาชนทุกช่วงวัย&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสร้างมูลค่าให้กับพื้นที่ชายหาดชลาทัศน์&nbsp;และเมืองสงขลาได้เป็นอย่างดี&nbsp;อีกทั้งผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ได้เข้ามาดื่มด่ำ&nbsp;ความสุขจากบรรยากาศของงาน&nbsp;จากกิจกรรมสันทนาการ&nbsp;ดนตรี&nbsp;รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;จากร้านในท้องถิ่น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320205506963
424	ประชาชนตื่นตัวยื่นภาษี ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 เพิ่มขึ้น	<p><strong>นางสมหมาย&nbsp;ศิริอุดมเศรษฐ&nbsp;โฆษกกรมสรรพากร</strong>&nbsp;กล่าวถึงการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;ภ.ง.ด.91&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้ยังเปิดให้บุคคลธรรมดา&nbsp;ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้แม้จะไม่มีภาษีต้องชำระ&nbsp;</p><p><strong>โดยเกณฑ์สำหรับบุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินเดือน&nbsp;กรณีโสด</strong>&nbsp;มีเงินได้เกิน&nbsp;120,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;กรณีสมรส&nbsp;มีรายได้ตั้งแต่&nbsp;220,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;ต้องยื่นแบบ&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;ภ.ง.ด.91&nbsp;สำหรับผู้ที่มีรายได้อื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าเช่า&nbsp;อาชีพอิสระ&nbsp;ขายของ&nbsp;กรณีโสด&nbsp;มีเงินได้&nbsp;60,000&nbsp;บาทต่อปีขึ้นไป&nbsp;มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ&nbsp;กรณีสมรส&nbsp;มีรายได้&nbsp;120,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ&nbsp;และสำหรับคนที่ไปรับจ้างทำงานใดแล้วถูกหักภาษี&nbsp;ณ&nbsp;ที่จ่าย&nbsp;3%&nbsp;ไว้ก็สามารถคืนขอคืนภาษีส่วนนี้ได้&nbsp;สำหรับภาพรวมปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;มีการตื่นตัวยื่นแบบเข้ามามากใกล้เคียงกับปีก่อน&nbsp;แต่ยอดภาษีที่ชำระเข้ามาสูงกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว&nbsp;</p><p><strong>ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด</strong>&nbsp;ทำหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;ภ.ง.ด.91&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;ง่ายๆ&nbsp;ผ่านออนไลน์&nbsp;กรมสรรพากร&nbsp;www.rd.go.th&nbsp;และสามารถตรวจสถานะของตนเองได้&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;กรณีขอคืนภาษี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321102039028
425	นายกรัฐมนตรีพอใจ กรุงเทพฯ เป็น Best City  ภูเก็ต สมุย เกาะที่ดีที่สุด	"<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;รับทราบและยินดีที่ทราบว่า&nbsp;นิตยสาร&nbsp;DestinAsian&nbsp;จัดให้&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ในเมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุด&nbsp;(Best&nbsp;City)&nbsp;ในการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิค&nbsp;</p><p>จากการเปิดเผยของนิตยสาร&nbsp;DestinAsian&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ได้รับเลือกเป็น&nbsp;Best&nbsp;City&nbsp;จากผลการคัดเลือกของผู้อ่าน&nbsp;(Readers&nbsp;Choice&nbsp;Awards&nbsp;2022)&nbsp;ซึ่ง&nbsp;5&nbsp;อันดับแรกได้แก่&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;โตเกียว&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;และโซล&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>กรุงเทพฯ&nbsp;เคยได้รับเลือกอันดับที่&nbsp;1&nbsp;มาแล้วเมื่อปี&nbsp;2020</strong>&nbsp;ซึ่งในการประกาศรางวัลครั้งนี้&nbsp;ยังมีจุดหมายปลายทางอื่นๆ&nbsp;ของไทยที่ได้รับเลือกเช่นกัน&nbsp;โดยภูเก็ตและเกาะสมุย&nbsp;ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น&nbsp;""เกาะที่ดีที่สุด""&nbsp;ลำดับที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;รองจากที่&nbsp;1&nbsp;เกาะบาหลี&nbsp;และที่&nbsp;2&nbsp;เกาะมัลดีฟส์&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ&nbsp;ยังได้รับเลือกให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดอันดับ&nbsp;3</p><p><strong>นิตยสาร&nbsp;DestinAsian&nbsp;ถือเป็นนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำ</strong>&nbsp;และมีการจัดงาน&nbsp;Readers&nbsp;Choice&nbsp;Awards&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;ติดต่อกันมามากกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;โดยเป็นการจัดอันดับความเป็นเลิศในภาคการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&nbsp;ตัดสินจากผลโหวตของผู้อ่านทั่วโลก&nbsp;โดยผู้อ่านลงคะแนนในหมวดหมู่ต่างๆ&nbsp;รวมถึงจุดหมายปลายทาง&nbsp;&nbsp;โรงแรมและรีสอร์ท&nbsp;สายการบิน&nbsp;สนามบิน&nbsp;และสายการเดินเรือ&nbsp;โดยการสำรวจความคิดเห็นรางวัล&nbsp;Readers&nbsp;Choice&nbsp;Awards&nbsp;2022&nbsp;ดำเนินการระหว่างเดือนกันยายน&nbsp;ถึงธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชื่นชมผลการจัดอันดับดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นเสียงสะท้อนว่าไทยยังครองใจนักท่องเที่ยวเสมอมา&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;เชื่อว่าการพิจารณาปรับมาตรการการเดินทางเข้าราชอาณาจักรให้สอดรับกับมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ&nbsp;ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลก&nbsp;และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในการเดินทางมาประเทศไทย&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;ด้วยสถานการณ์โลกที่ส่งผลกระทบในหลายๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;รัฐบาลเร่งดำเนินการหามาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;ควบคู่กับการรับมือตามมาตรการสาธารณสุขตามสถานการณ์&nbsp;รวมทั้งร่วมมือกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อร่วมกันมองหาโอกาสในการเติบโต&nbsp;มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง&nbsp;แสดงให้โลกเห็นว่าประเทศไทยยังคงความน่าสนใจ&nbsp;มีศักยภาพ&nbsp;โดดเด่นและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321101612023
426	ร้านผลิตและจำหน่ายเค้กจำปาดะ จ.ตรัง ขยายร้าน รองรับนักท่องเที่ยว และนักเดินทาง เที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ชูเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น ยังคงรูปแบบเบอเกอรี่-อาหารปลอดภัย ใช้วัตถุดิบปลอดสาร ไร้สารกันเสีย ไม่มีไขมันทรานส์	<p><strong>ที่ร้านลาแมร์&nbsp;เบอเกอรี่&nbsp;ถนนบายพาส&nbsp;สี่แยกบ้านควน-ควนปริง</strong>&nbsp;ม.10&nbsp;ต.โคกหล่อ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งเดิมเปิดเป็นร้านเบเกอรี่เล็กๆ&nbsp;ตอนนี้ได้ขยายร้านเพื่อรองรับการขยายตัวของสนามบินตรัง&nbsp;จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น&nbsp;และนักท่องเที่ยวที่คาดจะเดินทางเข้ามาในจังหวัดตรัง&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากเดิมที่ร้านลาแมร์&nbsp;เบเกอรี่ขายเฉพาะเบอเกอรี่โฮมเมด&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;โดยมีเค้กจำปาดะเป็นเมนูเด็ดประจำร้าน&nbsp;ปัจจุบันได้เพิ่มเมนูอาหารพื้นบ้าน&nbsp;ปรุงจากวัตดุดิบท้องถิ่นเข้ามาด้วย</p><p><strong>นางสาว&nbsp;ธัชกรหรือเจ&nbsp;เอ้งฉ้วน&nbsp;และน.ส.เพ็ญประกาย&nbsp;&nbsp;แก้วพิทักษ์&nbsp;&nbsp;</strong>ทั้งคู่เป็นเจ้าของร้าน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจากที่ทางร้านเปิดตัวเค้กจำปาดะไปแล้วได้รับผลตอบรับดี&nbsp;ทางร้านจึงต่อยอดเพิ่มให้เค้กมีลูกเล่นมากขึ้น&nbsp;ด้วยการทำเค้กจำปาดะสอดไส้ครีมมะพร้าวอ่อน&nbsp;โดยใช้มะพร้าวออแกนิคจากสวนของตนเอง&nbsp;เพราะปัจจุบันมะพร้าวในสวนมีมากเพราะส่งออกไม่ได้&nbsp;เมื่อนำมาทำไส้เค้กก็&nbsp;ได้รับการตอบรับดีเช่นกัน&nbsp;เพราะมีรสชาตินุ่ม&nbsp;หอมละมุนทั้งจากจำปาดะ&nbsp;และมะพร้าวอ่อน&nbsp;โดยจะวางขายหน้าร้านและขายให้ลูกค้าต่างจังหวัด&nbsp;แต่ต้องส่งด้วยรถแช่เย็น&nbsp;เพราะเค้กเป็นเค้กสด&nbsp;ทำใหม่วันต่อวัน&nbsp;ไม่ใส่สารกันเสีย&nbsp;ไม่มีไขมันทรานส์&nbsp;อยู่ได้ในตู้เย็นนาน&nbsp;4-5&nbsp;วัน</p><p><strong>ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายร้านมาอยู่ที่สี่แยกบ้านควน</strong>&nbsp;เพราะที่เดิมที่จอดรถไม่พอ&nbsp;จึงย้ายร้านมาอยู่ที่ใหม่ซึ่งกว้างขวางกว่าเดิม&nbsp;ในช่วงโควิดนั้นร้านได้รับผลกระทบซบเซา&nbsp;แต่ร้านได้ด้วยร้านมีเมนูเด่นคือเค้กจำปาดะ&nbsp;สามารถขายได้เป็นของฝาก&nbsp;ซื้อกลับไปกินที่บ้าน&nbsp;เมื่อย้ายมาอยู่ที่ใหม่&nbsp;ร้านได้เพิ่มอาหารจานหลักเข้าไปด้วย&nbsp;เน้นเป็นเมนูอาหารพื้นบ้าน&nbsp;ใช้วัสดุในจังหวัดตรัง&nbsp;และภาคใต้&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำพริกใบทำมัง(ใบแมงดา)&nbsp;ทานคู่กับผักพื้นบ้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และปลาเค็ม&nbsp;ปลาหวาน,&nbsp;ต้มซี่โครงกระดูกหมูย่างกับใบส้มม้าว&nbsp;หรือยอมส้มมวง,&nbsp;พิซซ่า,&nbsp;สปาเก็ตตี้ขี้เมา,&nbsp;ยำต่างทะเลสด,&nbsp;และเมนูเบอเกอรี่เพื่อสุขภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;พายมะพร้าวอ่อน,&nbsp;คุกขี้จมูกข้าวสังหยดผสมงามขี้ม่อน&nbsp;โดยอาหารจะมีราคาเริ่มต้น&nbsp;55&nbsp;บาท&nbsp;เบอเกอรี่ราคาเริ่มต้นที่&nbsp;35-150&nbsp;บาท&nbsp;เมนูเครื่องดื่มเริ่มต้นที่&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;ด้วยร้านอยู่ใกล้สนามบิน&nbsp;จึงมีทั้งอาหารคาวหวาน&nbsp;เครื่องดื่มไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว&nbsp;นักเดินทาง&nbsp;โดยขนมเบเกอรี่เป็นแบบโฮมเมด&nbsp;อาหารเน้นเมนูสุขภาพ&nbsp;ใช้พืชผักพื้นบ้าน&nbsp;ใช้วัสดุดิบปลอดสารเคมี&nbsp;และของฝาก&nbsp;คือ&nbsp;ปลาหลังเขียวแดดเดียว&nbsp;ปลาหวาน&nbsp;โดยร้านเปิดบริการทุกวัน&nbsp;เวลา&nbsp;09.30-19.30&nbsp;น.&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;โทร.098-9695651&nbsp;หรือ&nbsp;เฟซบุ๊กแฟนเพจ&nbsp;:&nbsp;ลาแมร์&nbsp;เบเกอรี่</p><p><strong>ลูกค้ามาจาก&nbsp;จ.สตูล&nbsp;บอกว่า&nbsp;วันนี้สั่งพิซซ่า&nbsp;</strong>และโรตีกรอบ&nbsp;ซึ่งทานหลายครั้งแล้ว&nbsp;ติดใจในรสชาติ&nbsp;และทุกครั้งที่มาตรังจะชวนเพื่อนๆ&nbsp;มาทานด้วยกัน&nbsp;ชอบเกือบทุกเมนู&nbsp;เช่น&nbsp;ราดหน้า&nbsp;หมี่แกงปู&nbsp;และยำ&nbsp;ชอบบรรยากาศโปร่งสบาย&nbsp;ไม่แออัด&nbsp;ลูกค้าในจังหวัดตรัง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ชอบมาทานเครื่องดื่ม&nbsp;และเค้ก&nbsp;เพราะเค้กที่นี่รสชาติไม่หวาน&nbsp;เนื้อนุ่ม&nbsp;เป็นเค้กเพื่อสุขภาพ&nbsp;มีให้เลือกหลายแบบ&nbsp;ลูกค้าที่เดินทางมาจาก&nbsp;กทม.&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตนเดินทางมาจากกรุงเทพ&nbsp;เห็นข่าวจากทีวี&nbsp;และเพจต่างๆ&nbsp;เมื่อมีโอกาสมาจังหวัดตรังก็เลยแวะชิม&nbsp;ชิมแล้วอร่อยมากๆ&nbsp;เหมือนกับที่โฆษณา&nbsp;อยากบอกชาวตรังว่าถ้ายังไม่เคยทานที่นี่&nbsp;ให้ลองแวะมา&nbsp;วันนี้ตนเลือกสั่งพิซซ่า&nbsp;สปาเก็ตตี้&nbsp;และเค้กจำปาดะ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321090154998
427	รัฐบาล มองโอกาสส่งออกสินค้าหมวดขนม จีนญี่ปุนมาแรง	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;(DITP)&nbsp;ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ&nbsp;ในประเทศที่เป็นตลาดส่งออก&nbsp;เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการผลิตและส่งออกให้กับผู้ประกอบการของไทย&nbsp;ซึ่งกลุ่มสินค้าขนม&nbsp;เป็นหนึ่งในสินค้าหมวดอาหารที่มีโอกาสเติบโตอย่างมากในหลายประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะในจีนและญี่ปุ่น&nbsp;ทั้งนี้การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยผลิตสินค้าให้ตรงกับพฤติกรรมการบริโภค&nbsp;เอาผู้ซื้อเป็นตัวตั้ง&nbsp;เป็นนโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์ที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกสินค้าอาหารที่โตขึ้นอย่างมาก&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว&nbsp;ข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษา&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มนักศึกษาจีน&nbsp;&nbsp;กลุ่มเพศหญิงจะนิยม&nbsp;ขนมแป้งเส้นรสเผ็ด&nbsp;ขนมหรืออาหารกระป๋อง&nbsp;และคุกกี้หรือเค้ก&nbsp;กลุ่มเพศชายจะนิยมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;ถั่ว&nbsp;และผลไม้อบแห้ง&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;กลุ่มนักศึกษาที่เกิดหลังปี&nbsp;2000&nbsp;เพศหญิงหรือชายนิยมดื่มน้ำผลไม้และชานม&nbsp;ขณะที่ชาวญี่ปุ่นมีความต้องการสินค้าใหม่ๆ&nbsp;รองรับสังคมผู้สูงอายุ&nbsp;เช่น&nbsp;ขนมที่มีการพัฒนาเป็น&nbsp;Functional&nbsp;food&nbsp;ที่มีคุณสมบัติการให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย&nbsp;เช่น&nbsp;เยลลี่เหลวแบบสำหรับดื่มที่ให้พลังงานและเส้นใย&nbsp;หรือขนมที่มีนวัตกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;ลูกอมดับกลิ่นปากที่ลดความแรงของมินท์&nbsp;เพื่อให้เหมาะกับเวลาใส่หน้ากากอนามัยและขนมเคี้ยวหนึบ&nbsp;ที่มีการใช้นวัตกรรมในการผลิต&nbsp;เพื่อสร้างความแปลกใหม่&nbsp;รวมถึงให้ความสำคัญกับการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผู้ผลิตเปลี่ยนจากการใช้พลาสติกมาเป็นกระดาษมากขึ้น&nbsp;และลดปริมาณบรรจุภัณฑ์มากเกินจำเป็นลงมา&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้พลาสติกที่บางลง&nbsp;หรือยกเลิกการใช้ถาดพลาสติก&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;จะต้องพิจารณาใช้บรรจุภัณฑ์และขนาดบรรจุ</strong>ที่เหมาะสมกับแนวโน้มของตลาด&nbsp;รวมทั้งควรติดตามศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมในช่วงนั้นๆ&nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;(DITP)&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;www.ditp.go.th&nbsp;หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;โทร&nbsp;1169</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321100909016
428	กฟผ.แม่เมาะ นำเสนอข้อมูลแม่เมาะเมืองน่าอยู่ แก่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ BCG Model สาขาเกษตร	<p><strong>การลงพื้นที่จังหวัดลำปางของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;นำโดย&nbsp;นายอิสระ&nbsp;ว่องกุศลกิจ&nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;นำโดย&nbsp;นายยุคล&nbsp;ลิ้มแหลมทอง&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;เพื่อร่วมประชุมกับส่วนราชการและภาคเอกชนจังหวัดลำปาง&nbsp;แลกเปลี่ยนความคิด?เห็น?แนวทางขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัด?ลำปาง&nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ลํา?ปาง?&nbsp;กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์?ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;มีนายจรัญ&nbsp;คำเงิน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า&nbsp;2&nbsp;เข้าร่วมการประชุมและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่&nbsp;พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน</p><p><strong>นายอิสระ&nbsp;ว่องกุศลกิจ&nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;กล่าวถึงบทบาทของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่&nbsp;ต่อการพัฒนาในมิติต่างๆ&nbsp;ของ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;ว่าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่เป็นโครงการที่จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจในจังหวัดลำปางดีขึ้นได้&nbsp;ทั้งการพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;การใช้พื้นที่สำหรับปลูกป่าทดแทนที่จะช่วยลดคาร์บอนในภาพรวม&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;กฟผ.&nbsp;สามารถนำงบประมาณด้านความรับผิดชอบต่อสังคมมาบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำปาง&nbsp;และหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ให้เกิดการขยายผลด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และเศรษฐกิจภายในจังหวัดลำปางให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงมิติต่างๆ&nbsp;ทั้งด้านการท่องเที่ยว&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;และเส้นทางไปยังจังหวัดใกล้เคียงให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในจังหวัดภาคเหนือได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321104905045
429	อ.บ้านแท่น บูรณาการเข้าตรวจสอบปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย ป้องกันการกักตุนสินค้า	<p><strong>จ่าสิบเอกประจักษ์ชัย&nbsp;ชนะภัย&nbsp;นายอำเภอบ้านแท่น&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อำเภอบ้านแท่น&nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.บ้านแท่น&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านแท่น&nbsp;ดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขาย&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านแท่น&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เพื่อควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ไม่พบว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด</p><p><strong>ทั้งนี้จากสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;</strong>และปุ๋ยขาดแคลน&nbsp;มีราคาสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตลอดจนตรวจสอบการกักตุนปุ๋ยของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศโดยด่วน&nbsp;หากพบมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่ละเว้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321110849054
430	กรมเจ้าท่ารับฟังความคิดเห็นแผนเพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา	<p><strong>กรมเจ้าท่า&nbsp;จัดประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาวางแผน</strong>เพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;รับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียของโครงการดังกล่าว</p><p><strong>กรมเจ้าท่า&nbsp;จัดประชุมปฐมนิเทศปฐมนิเทศโครงการศึกษา</strong>วางแผนเพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้อง&nbsp;Moove&nbsp;1&nbsp;ศูนย์ประชุม&nbsp;Move&nbsp;Event&nbsp;Centre&nbsp;ตำบลแพรกษา&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วย&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มนักวิชาการ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และและภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมผ่าน&nbsp;Video&nbsp;Conference</p><p><strong>ปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพและปริมณฑล&nbsp;</strong>ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนมาโดยตลอด&nbsp;ดังนั้นการเดินทางทางน้ำจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถรองรับการเดินทางและลดปัญหาการจราจร&nbsp;ปัจจุบันแม่น้ำเจ้าพระยามีเส้นทางเดินเรือสาธารณะ&nbsp;ตั้งแต่ท่าเรือปากเกร็ด&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;ถึงกรุงเทพมหานคร&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;ศักยภาพท่าเรือเจ้าพระยาในเขตจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ยังสามารถนำคนจากจังหวัดสมุทรปราการเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพมหานครได้&nbsp;โดยกรมเจ้าท่ามีแผนการพัฒนาท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยามาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับท่าเรือเป็นสถานีเรือ&nbsp;แต่การพัฒนาดังกล่าวยังต้องมีการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น&nbsp;และพร้อมที่จะรองรับการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่น&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเปลี่ยนผ่านระบบได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น</p><p><strong>กรมเจ้าท่าจึงได้จัดทำโครงการศึกษาวางแผนเพิ่มศักยภาพ</strong>และพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลขึ้น&nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการและชี้แจงประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;ได้รับทราบถึงขอบเขตการศึกษา&nbsp;และแผนงานการศึกษา&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียของโครงการดังกล่าว&nbsp;เพื่อนำไปประกอบการศึกษา&nbsp;วางแผนเพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นด้วย&nbsp;ข้อมูลรอบด้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321125534099
431	จ.สุโขทัย ตรวจเข้มร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา	<p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ควบคุมเข้มป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;จากปัญหาสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลน&nbsp;และมีราคาสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โดยที่ทำการปกครองจังหวัดสุโขทัย&nbsp;</strong>ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;นายอำเภอบ้านด่านลานหอย&nbsp;และนายอำเภอเมืองสุโขทัย&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;สิริเกษตรเคมี&nbsp;2014&nbsp;ตำบลลานหอย&nbsp;อำเภอบ้านด่านลานหอย&nbsp;และที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;ชัยภัทรเคมีเกษตร&nbsp;ตำบลบ้านกล้วย&nbsp;อำเภอเมืองสุโขทัย&nbsp;เพื่อควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ในครั้งนี้&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;ส่วนราคาจำหน่ายก็เป็นไปตามกลไกลการตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321125406097
432	"พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เตรียมจัดงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด ""PHUKET TASTIVAL Seafood & Gastronomy : หรอย-ยก-โล"" ฟื้นเศรษฐกิจ ชูผลผลิตทางการประมง และส่งเสริมการท่องเที่ยว"	"<p><strong>พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เตรียมจัดงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด&nbsp;""PHUKET&nbsp;TASTIVAL&nbsp;Seafood&nbsp;&amp;&nbsp;Gastronomy&nbsp;:&nbsp;หรอย-ยก-โล""</strong>&nbsp;ฟื้นเศรษฐกิจ&nbsp;ชูผลผลิตทางการประมง&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มี.ค.&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เม.ย.65</p><p><strong>นางสาววรนิษย์&nbsp;อภิรัฐจิรวงษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดภูเก็ตเร่งฟื้นเศรษฐกิจกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ด้วยการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เริ่มคลี่คลาย&nbsp;ซึ่งเป็นการ&nbsp;ส่งเสริมให้ธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบกลับมาฟื้นตัวทางธุรกิจ&nbsp;ซึ่งรวมทั้งตลาดผลผลิตทางการประมงของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่เป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตของชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงที่เคยเป็นรายได้หลักอีกทางของจังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือผลักดันภาคการท่องเที่ยว</strong>และการประมงให้กลับคืนมา&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้มีการอนุมัติให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัดภูเก็ตเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกซนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;""PHUKET&nbsp;TASTIVAL&nbsp;Seafood&nbsp;&amp;&nbsp;Gastronomy&nbsp;:&nbsp;หรอย-ยก-โล""&nbsp;โดยเน้นดำเนินงานให้สอดคล้องกับการประกาศขององค์การยูเนสโกที่ให้ภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร&nbsp;(Phuket&nbsp;Creative&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy)&nbsp;รวมทั้งพัฒนารูปแบบการจัดมหกรรมซีฟู้ด&nbsp;อาหารพื้นถิ่นภูเก็ต&nbsp;สินค้าอัตลักษณ์&nbsp;และรูปแบบการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้บริการ&nbsp;และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังส่งเสริมให้เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตมีการเติบโต</strong>อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มั่นคง&nbsp;มีศักยภาพเอื้อต่อการลงทุน&nbsp;และกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม&nbsp;ที่ทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์&nbsp;และเป็นการสร้างรายได้ให้เข้าถึงเกษตรกร/ผู้ประกอบกรอาหารทะเล&nbsp;อาหารพื้นถิ่นและสินค้าอัตลักษณ์จังหวัดภูเก็ตอย่างทั่วถึง&nbsp;ที่สำคัญยังเป็นการสร้างการรับรู้&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการตลาดภายในและต่างประเทศ&nbsp;มากยิ่งขึ้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด&nbsp;""PHUKET&nbsp;TASTIVAL</strong>&nbsp;Seafood&nbsp;&amp;&nbsp;Gastronomy&nbsp;:&nbsp;หรอย-ยก-โล""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน&nbsp;ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;ยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอีกด้วย&nbsp;ซึ่งกิจกรรมภายในงาน&nbsp;นอกจากการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ&nbsp;แบบยกกิโล&nbsp;แล้วยังมีพื้นที่ปิ้ง&nbsp;ย่าง&nbsp;เผา&nbsp;เพื่อรับประทานกันสดๆภายในงาน&nbsp;การออกร้านจำหน่ายอาหารไทย&nbsp;อาหารนานาซาติ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Food&nbsp;Truck&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งการแสดงการแล่เนื้อแซลมอนทั้งรูปแบบแบน&nbsp;Otsukiri&nbsp;(โอสึกิริ)</strong>&nbsp;และแบบชาซิมิ&nbsp;จากผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง&nbsp;สินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;Thai&nbsp;Select&nbsp;และสินค้า&nbsp;GI&nbsp;(ภูเก็ต)&nbsp;และการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมฟื้นถิ่นตลอดทั้ง&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;จึงขอเชิญซวนประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมเที่ยวชม&nbsp;ช้อป&nbsp;&nbsp;ชิม&nbsp;อาหารทะเลสด&nbsp;ภายในงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด&nbsp;""PHUKET&nbsp;TASTIVAL&nbsp;Seafood&nbsp;&amp;&nbsp;Gastronomy&nbsp;:&nbsp;หรอย-ยก-โล""&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321134126113
433	สสว. ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ SMEs เพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรมโฆษะ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ดร.สมศักดิ์&nbsp;จังตระกุลผุ้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เปิดโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;(MSME&nbsp;Step&nbsp;Up)&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ปั้นยอดออนไลน์ให้ปังด้วย&nbsp;Facebook&nbsp;และรวยแบบจุกๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;Line&nbsp;OA&nbsp;จัดโดย&nbsp;สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(สสว.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา&nbsp;หวังยกระดับไมโครเอสเอ็มอีภาคอีสานให้มีความรู้และสร้างทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบการ&nbsp;เพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;คาดสร้างรายได้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการกว่า&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>รศ.ดร.วีระพงศ์&nbsp;มาลัย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;สสว.</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;MSME&nbsp;Step&nbsp;Up&nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยกลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยให้ความรู้และสร้างทักษะในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการประกอบธุรกิจ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัล&nbsp;ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อย</p><p><strong>นอกจากกิจกรรมหลักที่ดำเนินการในด้านการส่งเสริมทักษะต่างๆ&nbsp;แล้ว</strong>&nbsp;จะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ระบบของภาครัฐให้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;การจดทะเบียนการค้า&nbsp;การจดทะเบียน&nbsp;DBD&nbsp;Registered&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงมาตรการและความช่วยเหลือต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น&nbsp;สะดวกขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน&nbsp;นำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;มียุทธศาสตร์การสนับสนุนศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการของจังหวัด&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาช่องทางตลาดออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ตามกรอบการพัฒนา&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;ควบคู่กับการท่องเที่ยวชุมชนและเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเมืองหลัก&nbsp;เมืองรอง&nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งและยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321165522239
434	ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประชุมหารือปรับแนวทางการพัฒนา และรองรับการท่องเที่ยวเมืองเบตง หลังมีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ พร้อมลดค่าที่พักทันที 30-40%  ลดค่าอาหารทันที 10-20%	"<p><strong>ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ประชุมหารือปรับแนวทางการพัฒนา&nbsp;และรองรับการท่องเที่ยวเมืองเบตง&nbsp;หลังมีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ&nbsp;พร้อมลดค่าที่พักทันที&nbsp;30-40%&nbsp;ลดค่าอาหารทันที&nbsp;10-20%&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เพียงแสดง&nbsp;Boarding&nbsp;Pass&nbsp;ณ&nbsp;เคาน์เตอร์ของโรงแรม&nbsp;ร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการ&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมสภาเทศบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;อ.เบตง&nbsp;</strong>จ.ยะลา&nbsp;นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือการปรับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองเบตง&nbsp;สำหรับรองรับการท่องเที่ยว&nbsp;และการเติบโตทางธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;หลังจากมีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวนวพร&nbsp;ชัวชมเกตุ&nbsp;ผอ.ททท.&nbsp;สำนักงานนราธิวาส&nbsp;นายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;ตลอดจนสมาพันธ์ผู้ประกอบการอำเภอเบตง&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>นายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมสมาคมธุรกิจการ</strong>ท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผลสรุปผลการประชุมเพื่อหารือแนวทางในการเปิดการบินเชิงพาณิชย์ของสนามบินเบตง&nbsp;ซึ่งทางชมรมโรงแรมอำเภอเบตง&nbsp;เสนอพร้อมลดค่าที่พักทันที&nbsp;30-40%&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เพียงแสดง&nbsp;Boarding&nbsp;Pass&nbsp;ณ&nbsp;เคาน์เตอร์เช็คอินของโรงแรมที่เข้าร่วมรายการ&nbsp;และชมรมร้านอาหารและคาเฟ่อำเภอเบตง&nbsp;พร้อมลดค่าอาหารทันที&nbsp;10-20%&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เพียงแสดง&nbsp;Boarding&nbsp;Pass&nbsp;ณ&nbsp;เคาน์เตอร์ของร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการ&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;ทางร้านกะซ้ง&amp;เคมาร์ท&nbsp;ซุปเปอร์มาเก็ต&nbsp;ขอร่วมทำกิจกรรม&nbsp;สำหรับท่านที่บินมากับนกแอร์&nbsp;โดยนำ&nbsp;Boarding&nbsp;Pass&nbsp;มาแลก&nbsp;Welcome&nbsp;Gift&nbsp;Set&nbsp;ที่ประตูทางออก&nbsp;1ท่าน/ชุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ขนมท้องถิ่น&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;คูปอง""ช้อปคนละครึ่ง&nbsp;มูลค่า&nbsp;50&nbsp;บ.&nbsp;ได้ที่กะซ้ง&nbsp;&amp;เคมาร์ททั้ง&nbsp;5สาขา&nbsp;และคูปองสามารถใช้เป็นส่วนลดตามร้านค้าต่างๆ&nbsp;ที่ร่วมกิจกรรมตามที่ระบุไว้ในคูปอง&nbsp;ในระยะเวลาคูปอง&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนทางด้าน&nbsp;ททท.สำนักงานนราธิวาส&nbsp;เตรียมจัดแคมเปญ&nbsp;กินเที่ยวฟินฟิน&nbsp;เช็คอินยะลา&nbsp;มอบส่วนลด&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับนักท่องเที่ยวที่สั่งเมนูอาหารท้องถิ่น&nbsp;500&nbsp;บาทขึ้นไป/ใบเสร็จกับร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ที่เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;และเทศบาลเมืองเบตงประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;และจัดกิจกรรมต่างเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321133822112
435	ผู้บริโภคจีนนิยมเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลเพิ่มมากขึ้น ผู้ผลิตของไทยควรติดตาม สู่การเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออก	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล&nbsp;มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศจีน&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคชาวจีนมองว่าเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มที่ดีกับสุขภาพ&nbsp;ทำให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจการรักษาสุขภาพ&nbsp;ระมัดระวังปริมาณน้ำตาลในสินค้ามากขึ้นและหันมานิยมเครื่องดื่มปราศจากน้ำตลาดมากขึ้น&nbsp;จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยจำแนกเป็นเครื่องดื่มชา&nbsp;เครื่องดื่มน้ำอัดลมปราศจากน้ำตาล&nbsp;และเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลอื่นๆ&nbsp;ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีรสนิยม&nbsp;ความชอบและพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกันได้&nbsp;</p><p><strong>ผลจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ทำให้แบรนด์ต่างๆ&nbsp;</strong>ทั้งของจีนหรือต่างชาติ&nbsp;พยายามปรับสินค้าให้เข้าถึงใจผู้บริโภค&nbsp;เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดให้มากขึ้น&nbsp;คาดว่าในปี&nbsp;2570&nbsp;จะมีมูลค่าตลาดเพิ่มเป็น&nbsp;27,700&nbsp;ล้านหยวน&nbsp;ในสินค้ากลุ่มนี้&nbsp;ขณะที่ไทยมีสินค้าดังกล่าว&nbsp;วางจำหน่ายในตลาดจีนไม่มาก&nbsp;จึงยังมีช่องว่างและโอกาสในการขยายตลาดต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จีนนำเข้าเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล</strong>&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;161&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;โดยนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสมากที่สุด&nbsp;กว่าร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของการนำเข้าทั้งหมดและนำเข้าจากไทย&nbsp;มากเป็นอันดับที่&nbsp;2&nbsp;คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ&nbsp;11.83&nbsp;ของการนำเข้าทั้งหมดของจีน&nbsp;โดยผู้ผลิตของไทยควรติดตามแนวโน้มและพฤติกรรมการบริโภคของตลาดจีนอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้า&nbsp;ที่สามารถส่งออกขายได้ทั่วโลก</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321144117142
436	จังหวัดชลบุรี บี เค วัน ศรีราชา ประชาคมชาวบ้านอ่าวอุดม การก่อสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์	<p><strong>ชาวบ้านอ่าวอุดมไม่ค้านสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์หน้าโรงแรมชาโตว์วิสต้า&nbsp;แต่ขอให้มาคุยกับชาวบ้านในเรื่องผลกระทบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้บริษัทอยู่ร่วมกับประชาชนได้อย่างเป็นสุขต่อไปในอนาคต</strong></p><p><strong>นายพิพัฒน์พร&nbsp;อัมพรเพ็ชร&nbsp;ปลัดอำเภอศรีราชา&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางจินตนา&nbsp;จีระชีวิน&nbsp;ปลัดอำเภอศรีราชา&nbsp;ประมงอำเภอศรีราชา&nbsp;ตัวแทนเทศบาลนครแหลมฉบัง&nbsp;และนายธัญธร&nbsp;ชถคณานุกูล&nbsp;ตัวแทน&nbsp;บี.เค.วัน&nbsp;ศรีราชา&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ประชุมประชาคมการก่อสร้างท่าเทียบเรือของบริษัท&nbsp;ที่เชื่อมต่อจากบริเวณหน้าโรงแรมชาโตว์วิสต้า&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ทุ่งสุขลา&nbsp;อ.ศรีราชา&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;ออกไปสู่ทะเล&nbsp;เพื่อใช้เป็นท่าเทียบเรือเอนกประสงค์&nbsp;ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวและท่าเรือโดยสารเพื่อรองรับธุรกิจของโรงแรมให้มีคนมาพักและเป็นท่าเรือที่มีนักท่องเที่ยวเกาะสีชังมาใช้ประโยชน์จากท่าเรือ&nbsp;โดยมีชาวชุมชนอ่าวอุดมเข้าร่วมประมาณกว่า&nbsp;300&nbsp;คน</p><p><strong>โดย&nbsp;นายธัญธร&nbsp;ชถคณานุกูล&nbsp;ตัวแทน&nbsp;บี.เค.วัน&nbsp;ศรีราชา&nbsp;จำกัด&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วัตถุประสงค์การก่อสร้างท่าเทียบเรือของบริษัทฯ&nbsp;มีจุดประสงค์จะพัฒนาเป็นสะพานเพื่อให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมาถ่ายรูป&nbsp;จะได้กระตุ้นธุรกิจของโรงแรมชาโตว์วิสต้า&nbsp;ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก&nbsp;หรือใช้เป็นท่าเรือสาธารณประโยชน์&nbsp;ให้ชาวบ้าน&nbsp;หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ใช้เป็นท่าเทียบเรือ&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;จึงได้คำเนินยื่นขอใบอนุญาต&nbsp;เป็นท่าเทียบเรือขนาดเล็กไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;เมื่อท่าเรือนี้เกิดขึ้น&nbsp;จะมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;จะจัดให้มีลานจอดรถสำหรับนักท่องเที่ยว&nbsp;จะจัดให้มีล็อค&nbsp;ให้ชาวบ้านอ่าวอุคม&nbsp;มาเช่าทำการค้าขายอาหาร&nbsp;ของของฝาก&nbsp;ขายอาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;ขายอาหารทะเลสดของชาวประมงบ้านอ่าวฯ&nbsp;จะจัดให้มีลานสำหรับทำกิจกรรมของชาวบ้าน&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ถนนคนเดิน&nbsp;จัดงานประเพณีประจำปี&nbsp;เปิดโอการให้ชาวบ้านอ่าวฯ&nbsp;มาร่วมกันประกอบธุรกิจเพื่อต่อยอดสนับสนุนค้านการท่องเที่ยว&nbsp;ชาวบ้านที่มีเรือเร็ว&nbsp;มีเรือโดยสาร&nbsp;ก็สามารถมาร่วมมือกันรับนักท่องเที่ยวที่มาพักโรงแรมไปเที่ยวเกาะสีชัง&nbsp;เป็นท่าเรือโดยสาร&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมประชุมประชาคมมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย</strong>&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้านเป็นห่วงเรื่องผลกระทบการจากการก่อสร้างท่าเทียบเรือนี้&nbsp;จะไปรบกวนระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;พันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ที่กลุ่มประมงพื้นที่ได้เลี้ยง&nbsp;เพาะพันธุ์เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;รวมทั้งช่วงเวลาการก่อสร้างอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวบ้านอ่าวอุดมด้วย&nbsp;จนได้ข้อสรุปว่า&nbsp;ทางบริษัทจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบผลกระทบของกลุ่มชาวบ้านและชาวประมงพื้นบ้านว่าจะได้รับผลกระทบในเรื่องใดบ้าง&nbsp;เพื่อที่จะแก้ปัญหา&nbsp;รวมทั้งหาทางออกร่วมกัน&nbsp;ซึ่งชาวบ้านไม่ขัดข้องในเรื่องการก่อสร้างการสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าว&nbsp;แต่จะต้องไม่ส่งผลกระทบกับชุมชนด้วย</p><p><strong>นางจินตนา&nbsp;จีระชีวิน&nbsp;ปลัดอำเภอศรีราชา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในวันนี้บริษัทบี.เค.วัน&nbsp;ได้ขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ&nbsp;ซึ่งมีการขออนุญาตถูกต้อง&nbsp;แต่ชาวบ้านมีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แห่งนี้&nbsp;จึงมีความเห็นว่าควรจะมีการชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบ&nbsp;ซึ่งมีกลุ่มประมงได้เข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมว่าเป็นห่วงเรื่องการจับสัตว์น้ำ&nbsp;จึงใช้เวทีนี้เป็นการให้ชาวบ้านได้ทราบข้อเท็จจริงพร้อมกัน&nbsp;ซึ่งผลสรุปว่า&nbsp;ชาวบ้านที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าเข้าใจแล้วว่า&nbsp;สามารถค้าขายในพื้นที่ดังกล่าวได้&nbsp;การเปิดปิดเป็นไปตามเวลาที่ชาวบ้านรับได้&nbsp;เปิดตอนเช้าและปิดตอน&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;ส่วนประมงพื้นบ้านที่ยังใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตรงนี้&nbsp;จึงตกลงกันว่า&nbsp;จะให้บริษัทไปดูว่ากลุ่มประมงได้รับความเดือดร้อนจากกรณีใด&nbsp;จะเสียประโยชน์อย่างไร&nbsp;เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321141518126
437	นายกรัฐมนตรี เร่งติดตามการพัฒนาความเชื่อมโยงระบบคมนาคม 4 มิติ ทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามนโยบายการพัฒนาความเชื่อมโยงระบบคมนาคมของไทยให้มีศักยภาพเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ในอนาคต&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง&nbsp;(ฮับ)&nbsp;โลจิสติกส์ทั้ง&nbsp;4&nbsp;มิติของอาเซียน&nbsp;ตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2561-2580)&nbsp;อาทิ&nbsp;พัฒนาระบบผ่านทางด่วน&nbsp;เร่งรัดก่อสร้างมอเตอร์เวย์&nbsp;แผนเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า&nbsp;โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน&nbsp;การขยายเชื่อมต่อสนามบิน&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ความคืบหน้าล่าสุด</strong>&nbsp;ในส่วนของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง&nbsp;(มอเตอร์เวย์)&nbsp;สายบางใหญ่&nbsp;-&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;(M81)&nbsp;ระยะทาง&nbsp;96.41&nbsp;กม.&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;เปิดเผยว่าปัจจุบันมีความก้าวหน้าก่อสร้างเสร็จแล้วร้อยละ&nbsp;72&nbsp;คาดว่าโครงการงานก่อสร้างจะแล้วเสร็จ&nbsp;ภายในเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2566</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้เดินหน้าผลักดันไทยให้เป็นฮับด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน&nbsp;โดยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันกระทรวงคมนาคมเดินหน้าพัฒนาโครงการคมนาคมทั้ง&nbsp;4&nbsp;มิติ&nbsp;มาโดยตลอด&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการรถไฟทางคู่&nbsp;ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีโครงการแลนด์บริดจ์&nbsp;ที่เมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มช่องทางการขนส่งสินค้าข้ามภูมิภาคได้สะดวกและช่วยเพิ่มมูลค่าด้านการขนส่งให้กับไทยอีกด้วย&nbsp;ซึ่งโครงการต่างๆ&nbsp;ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะได้เห็นความคืบหน้าและผลสำเร็จในช่วง&nbsp;1-3&nbsp;ปีนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321145636160
438	จังหวัดลำพูนพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงาน	<p><strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;มุ่งพัฒนากำลังแรงงาน&nbsp;และพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพและปริมาณในพื้นที่</strong>&nbsp;เพื่อส่งต่อแรงงานไปสู่สถานประกอบการ&nbsp;หรือการประกอบอาชีพอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอบรมอาชีพจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;ครั้ง&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อดำเนินงานตามแผนการพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพ&nbsp;และปริมาณในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมีตัวแทนภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;โรงงาน&nbsp;สถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมกันในการจัดทำแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;-2570&nbsp;เพื่อดำเนินการตามแผ่นพัฒนากำลังคน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการเรียนการสอน&nbsp;การฝึกอบรม&nbsp;และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;การรับรองความรู้ความสามารถ&nbsp;รวมถึงการพัฒนากำลังแรงงานในรูปแบบอื่น&nbsp;ตลอดจนการเตรียมแผนการส่งต่อแรงงานไปสู่การจ้างงานในสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;พร้อมการจัดทำระบบฐานข้อมูลการพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Google&nbsp;Forms&nbsp;เพื่อให้เกิดความสะดวกนำไปวิเคราะห์ความต้องการแรงงานความต้องการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน&nbsp;ในภาพรวมของจังหวัด&nbsp;และประสานแผนการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ&nbsp;เข้ากับแผนพัฒนาจังหวัด&nbsp;เพื่อนำไปสู่การวางแผนการพัฒนากำลังคนระดับประเทศต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321144145145
439	ชาวบ้าน อ.ทุ่งหว้า จังหวัดสตูลเก็บสาหร่ายขนนกขายสร้างรายได้ปีละ 1 แสนบาท	<p><strong>ชาวบ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ต.ทุ่งบุหลัง&nbsp;อ.ทุ่งหว้า&nbsp;จ.สตูล&nbsp;</strong>เก็บสาหร่ายขนนกหรือลาโต๊ด&nbsp;หลังจากสาหร่ายได้มาอาศัยกระชังปลาและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว&nbsp;เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถเก็บไปขายสร้างรายได้ปีละประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;</p><p><strong>นายไสว&nbsp;ดังเด่น&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้านที่เลี้ยงปลาในกระชัง</strong>บริเวณบ้านทุ่งสะโบ๊ะ&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ต.ทุ่งบุหลัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ต.ทุ่งบุหลัง&nbsp;เป็นพื้นที่ติดทะเล&nbsp;ชาวบ้านมักจะเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพเสริม&nbsp;เช่น&nbsp;ปลากระพง&nbsp;ปลาเก๋า&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกในช่วงมรสุมที่ไม่สามารถออกทะเลได้&nbsp;ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี&nbsp;จะมีสาหร่ายขนนกหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า&nbsp;ลาโต๊ด&nbsp;มาเกาะตามกระชังปลาที่เลี้ยงไว้เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>สาหร่ายชนิดนี้&nbsp;ชอบอาศัยอยู่ในน้ำที่เค็มจัดที่มีน้ำไหล</strong>ถ่ายเทตลอดเวลา&nbsp;และจะสลายหายไปเองในช่วงที่มีฝนตกหนัก&nbsp;โดยสาหร่ายจะเริ่มมาเกาะตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;จากนั้นจะค่อยๆเจริญเติบโตสามารถเก็บมากินหรือขายได้ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมของทุกปี&nbsp;ราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้ในแต่ละปีมีได้จากการขายสาหร่ายไม่ต่ำกว่าปีละ&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;</p><p><strong>ส่วนข้อดีของสาหร่ายตามกระชังนั้น&nbsp;</strong>จะไม่มีทรายมาเกาะ&nbsp;ทำให้รสชาติอร่อยไม่เสียอารมณ์เวลาเคี้ยวโดนเม็ดทรายเหมือนสาหร่ายที่ขึ้นตามธรรมชาติ&nbsp;เพียงแค่นำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่น้ำแข็ง&nbsp;จะทำให้สาหร่ายมีความกรุบกริบ&nbsp;นิยมกินคู่กับน้ำพริกถั่ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;ส.ปชส.สตูล&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321150927172
440	จังหวัดสงขลา เตรียมความพร้อมตามแนวทาง Test & GO รับนักท่องเที่ยว ผ่านด่านพรมแดนสะเดา 1 เมษายนนี้ เดินหน้าฟื้นฟูด่านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย	<p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้เปิดด่านพรมแดนสะเดาฝั่งไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;และล่าสุดประเทศมาเลเซีย&nbsp;ได้ประกาศเปิดด่านบูกิตกายูฮีตัม&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนที่จะถึงนี้&nbsp;เพื่อเปิดการเดินทางเชื่อมระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;และฟื้นฟูด่านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;ทางจังหวัดสงขลา&nbsp;มีความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวมาเลเซีย&nbsp;พร้อมเปิดด่านทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศอย่างแน่นอน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยการเปิดด่านทางบกทุกคนจะต้องดำเนินการตามแนวทาง&nbsp;Tset&nbsp;&amp;&nbsp;Go</strong>&nbsp;คือจะต้องลงทะเบียนผ่าน&nbsp;Thailand&nbsp;pass&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;7&nbsp;วันก่อนการเดินทาง&nbsp;พร้อมยื่นหลักฐาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หนังสือเดินทาง,&nbsp;ใบรับรองการฉีดวัคซีน,&nbsp;ประกันสุขภาพไม่น้อยกว่า20,000&nbsp;USD&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;4&nbsp;พันกว่าบาท,&nbsp;หลักฐานการจองโรงแรม&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;และต้องมีหนังสือวีซ่า&nbsp;ซึ่งหลักฐานทั้งหมด&nbsp;กรมควบคุมโรคจะตรวจสอบก่อน&nbsp;หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ทุกคนจะได้รับ&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;หรือ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ID</p><p><strong>ส่วนขั้นตอนการเข้าประเทศไทย&nbsp;นักท่องเที่ยวต้องแสดงหลักฐาน</strong>ต่อด่านควบคุมโรคและด่านตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;จากนั้นสามารถเดินทางไปยังที่พักที่ได้ลงทะเบียนไว้&nbsp;ทั้งนี้โรงแรมก็จะมีการประสานงานให้โรงพยาบาลในสังกัด&nbsp;มาตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;หากผลเป็นลบ&nbsp;ก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อีกครั้งในวันที่&nbsp;5&nbsp;ของการพำนัก&nbsp;แต่หากผลเป็นบวก&nbsp;ผู้ติดเชื้อต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาตามสถานพยาบาลที่กำหนด&nbsp;ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเข้ารับการกักตัวตามมาตรการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321164033231
441	คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รอบ 1 งวดที่ 22 ปี 2564/65	<p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;รอบ&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;22&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อชดในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong></p><p><strong>นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;22&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์อ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;จึงได้ออกประกาศ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong></p><p>ข้อ&nbsp;1&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;22&nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;4-10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p>สำ<strong>หรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;%&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,994.39&nbsp;บาท&nbsp;3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;10,485.53&nbsp;บาท&nbsp;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;8,414.12&nbsp;บาท&nbsp;5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,572.11&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ข้อ&nbsp;2&nbsp;การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง</strong>&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;21&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;2,005.61&nbsp;บาท&nbsp;3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;514.47&nbsp;บาท&nbsp;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;1,585.88&nbsp;บาท&nbsp;5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;2,427.89&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170300249
442	จ.สุรินทร์ เปิดงานนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน (Champ) โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมคารเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) บ้านหม่อนไหมพัฒนา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลแจนแวน&nbsp;อำเภอศรีณรงค์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;อำเภอศรีณรงค์&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีณรงค์&nbsp;จัดกิจกรรมเปิดนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;(Champ)&nbsp;โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมคารเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;บ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;เปิดงานนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;(Champ)&nbsp;โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;บ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลแจนแวน&nbsp;อำเภอศรีณรงค์&nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมถ่ายทอดองค์ความรู้และรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(Decentralized&nbsp;Hands-&nbsp;On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;:&nbsp;D-HOPE)&nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน&nbsp;ให้รองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้&nbsp;และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ยิ่งรุ่งโรจน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;สิบเอกเฉลิมชัย&nbsp;ขุมทอง&nbsp;ปลัดอำเภอศรีณรงค์กล่าวต้อนรับ&nbsp;นางสาวเนตรทราย&nbsp;ยอดเสาวดี&nbsp;พัฒนาการอำเภอศรีณรงค์&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ทั้งจากในจังหวัดและอำเภอ&nbsp;และประชาชนชาวตำบลแจนแวน&nbsp;ร่วมกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้รวม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21-23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;(Champ)&nbsp;การสาธิตโปรแกรมของผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;โปรแกรม&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;OTOP&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กลุ่มองค์กรภาคีเครือข่ายการพัฒนา&nbsp;และชาวบ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;และหมู่บ้านใกล้เคียง</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;10&nbsp;โปรแกรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน</strong>&nbsp;ที่บ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;ได้จัดทำ&nbsp;มีผู้ประกอบการ&nbsp;ที่เรียกว่า&nbsp;Champ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละโปรแกรม&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>1.ไหว้ศาลปู่ตาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;คุณเทศ&nbsp;ทองอัม</p><p>2.วิถีชีวิตคนกับไหม&nbsp;คุณบุญช่วย&nbsp;ทองอ้ม</p><p>3.สร้างสรรค์จินตนาการเป็นลายผ้าอันสวยงาม&nbsp;(การมัดหมี่)&nbsp;คุณวิลาวัณย์</p><p>4.กว่าจะเป็นผืนผ้าอันงดงาม&nbsp;คุณเสน่ห์&nbsp;บุญเจริญ</p><p>5.ผ้าไหมสีดำจากธรรมชาติ&nbsp;(ผ้าย้อมมะเกลือ)&nbsp;คุณเนตร&nbsp;โพธิ</p><p>6.การแชวเสื้อ&nbsp;เติมลวดลายบนผืนผ้า&nbsp;คุณชรินรัตน์&nbsp;ทองอัม</p><p>7.การทำขนมโบราณ&nbsp;ขนมพื้นบ้าน&nbsp;คุณสมเย็น&nbsp;คำทา</p><p>8.การทำแหนมหมูสมุนไพรสูตรโบราณ&nbsp;คุณลิน&nbsp;ทองอัม</p><p>9.การทำไข่เค็มสมุนไพรพื้นบ้าน&nbsp;คุณแอม&nbsp;คะหาร</p><p>10.การนวดแผนไทย&nbsp;คุณสุที&nbsp;หอมกลาง</p><p><strong>นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาท่องเที่ยวกิจกรรมที่สนใจได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>โดย&nbsp;เลือกโปรแกรมได้จากเอกสารหรือแคตตาล็อกและประสานจองมาที่เจ้าของโปรแกรมดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170602253
443	ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมคณะที่ปรึกษาเข้ารายงานความก้าวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม	<p><strong>ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;น้ำขาว&nbsp;วิศวกรโยธา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.สมลักษณ์&nbsp;บุญณรงค์&nbsp;สถาปนิก&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;และที่ปรึกษาเข้าพบ&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;,&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;เพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;โดยสำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี&nbsp;มีระบบสาธารณูปโภคและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมาตรฐาน&nbsp;และรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นและความสำคัญในการศึกษา&nbsp;วางแผนและสนับสนุนในการพัฒนาพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ให้มีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่&nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัย&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง&nbsp;เกิดเสถียรภาพที่สมดุลกันทั้งทางด้านสังคม&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ</p><p><strong>ขณะนี้&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาสำรวจพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>,&nbsp;เพชรบุรี,&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;และสมุทรสงครามซึ่งได้เลือกพื้นที่ทุ่งหินตำบล&nbsp;ยี่สาร&nbsp;อำเภออัมพวาเป็นพื้นที่เข้าสำรวจการเชื่อมโยงระบบการคมนาคมเข้าสู่พื้นที่แก้มลิงทุ่งหินต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321175011292
444	กองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองเบตงร่วมกับเกษตรอำเภอเบตงจัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่	<p>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;(ศาลาประชาคม)&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;ประธานเปิดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปและครัวเรือนที่ไม่ผ่านเกณฑ์&nbsp;จปฐ.(ด้านรายได้)&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;ได้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และเพื่อให้เกิดความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;และเกิดการรวมกลุ่มในการทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกชุมชน&nbsp;ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งเป็นชุมชนน่าอยู่&nbsp;&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ประธานชุมชน&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;โดยมี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;&nbsp;จากสำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;มาเป็นวิทยากรให้ความรู้และสาธิตฝึกปฏิบัติกระบวนการทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง&nbsp;การขายพันธุ์มะนาว&nbsp;การทำดินผสมพร้อมปลูก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทาง&nbsp;ที่ควรจะเป็น&nbsp;โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย&nbsp;สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลาและเป็น&nbsp;การมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&nbsp;มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต&nbsp;เพื่อความ&nbsp;มั่นคงและยั่งยืนของการพัฒนา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน&nbsp;</strong>คำนึงถึง&nbsp;ความพอประมาณ&nbsp;ความมีเหตุผล&nbsp;การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว&nbsp;ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ&nbsp;และคุณธรรม&nbsp;ประกอบการวางแผน&nbsp;การตัดสินใจและการกระทำสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ&nbsp;ทุกด้าน&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;ความรู้และเทคโนโลยี&nbsp;&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;การจัดโครงการดังกล่าวเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับชุมชนให้มี&nbsp;ความสามารถและทักษะ&nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการส่งเสริมอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้&nbsp;และสามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างธุรกิจพัฒนาอาชีพในระดับชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ดำเนินกิจกรรมที่เป็น&nbsp;ประโยชน์ในท้องถิ่นซึ่งจะเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพของคนและชุมชนตามแนวเศรษฐกิจ&nbsp;พอเพียง&nbsp;ให้มีมาตรฐานและเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น&nbsp;ในระยะยาวยังสามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถและ&nbsp;ศักยภาพในการจัดการด้านสวัสดิการชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170716254
445	ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม 	<p><strong>กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&nbsp;คงเดิม&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong>&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;46.76&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.35&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.08&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.24&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;31.54&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321212003374
446	ยืนยันผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ ยังไม่ปรับขึ้นค่าบริการขนส่ง 	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;สั่งการให้ตรวจสอบ&nbsp;ตามที่มีข่าวว่าแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์มีการปรับขึ้นราคาค่าขนส่ง&nbsp;โดยกรมการค้าภายในได้จัดประชุมร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์และแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์&nbsp;อาทิ&nbsp;Shopee,&nbsp;Lazada,&nbsp;Grab&nbsp;Food,&nbsp;Lineman,&nbsp;Foodpanda,&nbsp;Robinhood,และ&nbsp;AirAsia&nbsp;Food&nbsp;พบว่าผู้ประกอบการทุกรายไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าบริการขนส่งและไม่มีแผนปรับขึ้นค่าบริการดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้เน้นย้ำไม่ให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นค่าบริการในช่วงเวลานี้</strong>&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชน&nbsp;เนื่องจากการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;มีส่วนในวิถีชีวิตของประชาชนมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พร้อมกำชับให้มีการแสดงราคาสินค้าและบริการให้ชัดเจน&nbsp;หากประชาชนพบการกระทำความผิด&nbsp;หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านราคาและปริมาณสินค้า&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321211007365
447	นายก อบต.สาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ชวนชิมกุ้งมังกรตัวละ 199 ภายในงานหรอยริมเล @หาดในยาง ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2565 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงด้านการท่องเที่ยว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเรวัติ&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสินีนาถ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;หรอยริมเล</p><p>@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;งานหรอยริมเล@ในยาง&nbsp;โดย&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;ในครั้งนี้จะมีความแตกต่างจากงานหรอยริมเล&nbsp;ในพื้นที่อื่น&nbsp;เนื่องจากได้นำเอาศักยภาพความโดดเด่นของคนในชุมชนมามีส่วนร่วม&nbsp;โดยเฉพาะได้นำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียง&nbsp;อย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์โอทอป&nbsp;ที่จะนำผลิตที่มีชื่อ&nbsp;เช่น&nbsp;กะปิ&nbsp;ที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบในการแข่งขันทำอาหารเมนู&nbsp;น้ำชุบหยำหรือน้ำชุบยอก&nbsp;ของคนสาคู&nbsp;มาวางจำหน่าย&nbsp;รวมทั้งภายในงานจะมีการแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ&nbsp;การเชิญชวนกลุ่มประมงพื้นบ้านมาเปิดตลาดชิงปลา&nbsp;และมีการแข่งขันย่างปลาเผาเกลือ&nbsp;เพื่อสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานจะมีการจำหน่ายกุ้งมังกรตัวละ&nbsp;199&nbsp;บาท</strong>&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติกุ้งมังกรของดีภูเก็ตในราคาที่จับต้องได้&nbsp;ซึ่งเป็นการสนับสนุนชางประมงและผู้ประกอบการด้านประมงในพื้นที่ให้มีรายได้จากการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;และในอนาคต&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;จะมีการพัฒนาให้เกาะปลิงในพื้นที่ตำบลสาคู&nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่&nbsp;เนื่องจากเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์ของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน&nbsp;ที่ยังคงมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;และอยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;คาดว่างานนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</strong>จากภาคการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง&nbsp;และช่วยส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเล&nbsp;อาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;และจะทำให้พื้นที่ในเขตตำบลสาคู&nbsp;อำเภอถลางเป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321210449359
448	พาณิชย์ฯ ขอนแก่น ติดตามสภาวะตลาดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออก อำเภอบ้านแฮด	<p><strong>นายชาญยุทธ&nbsp;วันดี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสุระชัย&nbsp;วิชาชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการการค้า&nbsp;ลงพื้นที่พบกับนายบุญส่วน&nbsp;แก้วไพฑูรย์&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;เพื่อการส่งออกอำเภอบ้านแฮด&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่มะม่วง&nbsp;ตำบลหนองแซง&nbsp;อำเภอบ้านแฮด&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในฤดูกาลมะม่วงผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;โดยประธานกลุ่มฯ&nbsp;ได้ให้ข้อมูลว่า&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออกอำเภอบ้านแฮด&nbsp;มีสมาชิกทั้งหมด&nbsp;63&nbsp;ราย&nbsp;มีพื้นที่ปลูกมะม่วงจำนวน&nbsp;1,530&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่าผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;450&nbsp;ตัน&nbsp;(ปี&nbsp;2564&nbsp;ผลผลิตจำนวน&nbsp;900-1,000&nbsp;ตัน)&nbsp;ซึ่งในปีนี้ทางกลุ่มฯ&nbsp;คาดการณ์ว่าสามารถจำหน่ายมะม่วงได้ตามปกติ&nbsp;ไม่ประสบปัญหามะม่วงล้นตลาด&nbsp;หรือราคาตกต่ำแต่อย่างใด&nbsp;เนื่องจากปีนี้อากาศหนาว&nbsp;ทำให้ดอกบาน&nbsp;และติดผลมะม่วงน้อยลง&nbsp;จึงทำให้ได้ผลผลิตน้อยกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยช่องทางการตลาดของกลุ่มฯ&nbsp;ได้แก่บริษัทคู่ค้าที่ส่งออก&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;ห้างแม็คโครขอนแก่นและภาคอีสาน,&nbsp;ขายออนไลน์&nbsp;ออฟไลน์ผ่านไปรษณีย์ไทย,&nbsp;และพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203954351
449	จ.ภูเก็ต นายก อบต.สาคู อำเภอถลาง ชวนชิมกุ้งมังกรตัวละ 199 บาท ภายในงานหรอยริมเล @หาดในยาง ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2565 ที่หาดในยางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่	<p><strong>นายก&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;ชวนชิมกุ้งมังกรตัวละ&nbsp;199&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</strong>ภายในงานหรอยริมเล&nbsp;@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่หาดในยางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเรวัติ&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสินีนาถ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมแถลงข่าวดารจัดงาน&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;งานหรอยริมเล@ในยาง&nbsp;โดย&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;ในครั้งนี้จะมีความแตกต่างจากงานหรอยริมเลในพื้นที่อื่น&nbsp;เนื่องจากได้นำเอาศักยภาพความโดดเด่นของคนในชุมชนมามีส่วนร่วม&nbsp;โดยเฉพาะได้นำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียง&nbsp;อย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์โอทอป&nbsp;ที่จะนำผลิตที่มีชื่อ&nbsp;เช่น&nbsp;กะปิ&nbsp;ที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบในการแข่งขันทำอาหารเมนู&nbsp;น้ำชุบหยำหรือน้ำชุบยอก&nbsp;ของคนสาคู&nbsp;มาวางจำหน่าย&nbsp;รวมทั้งภายในงานจะมีการแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ&nbsp;การเชิญชวนกลุ่มประมงพื้นบ้านมาเปิดตลาดชิงปลา&nbsp;และมีการแข่งขันย่างปลาเผาเกลือ&nbsp;เพื่อสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานจะมีการจำหน่ายกุ้งมังกรตัวละ&nbsp;199&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติกุ้งมังกรของดีภูเก็ตในราคาที่จับต้องได้&nbsp;ซึ่งเป็นการสนับสนุนชาวประมงและผู้ประกอบการด้านประมงในพื้นที่ให้มีรายได้จากการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;และในอนาคต&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;จะมีการพัฒนาให้เกาะปลิงในพื้นที่ตำบลสาคู&nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่&nbsp;เนื่องจากเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์ของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน&nbsp;ที่ยังคงมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;และอยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส</p><p><strong>นายตฤณ&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;ขอเชิญชวนประชาชนชาวตำบลสาคู&nbsp;ชาวจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวทุกคนได้มาเที่ยวชมงานหรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่จัดขึ้นบริเวณหาดในยาง&nbsp;โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;เชิญมาชิมกุ้งมังกรตัวละ199&nbsp;บาท&nbsp;และชิมอาหารทะเล&nbsp;รวมถึงอาหารพื้นบ่านของตำบลสาคู&nbsp;ที่จะนำมาจำหน่ายภายในงาน&nbsp;พร้อมมาชมความสวยงามของหาดในยางอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก</strong>&nbsp;ของจังหวัดภูเก็ตและช่วยส่งเสริมการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเล&nbsp;อาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเขตตำบลสาคู&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322002108404
450	มทส.จับมือ กลุ่มบริษัท เอ็น พี เอ็ม อัลลิแอนซ์ วิจัยและพัฒนาด้านวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมเหล็ก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.อนันต์&nbsp;ทองระอา&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;(มทส.)</strong>&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกลุ่มบริษัท&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;อัลลิแอนซ์&nbsp;โดย&nbsp;นายสมมาต&nbsp;ตันติเวชกุล&nbsp;ประธานกลุ่มบริษัท&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;อัลลิแอนซ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเออิอิจิ&nbsp;ทากามัตสึ&nbsp;ประธานบริษัท&nbsp;ทากามัตสึ&nbsp;แมนูแฟคเจอริ่ง&nbsp;(ประเทศญี่ปุ่น)&nbsp;และประธานอาวุโส&nbsp;บริษัท&nbsp;ทากามัตสึ&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;นายยาสึฮิโร&nbsp;โยชิดะ&nbsp;ประธานบริษัทโยชิดะ&nbsp;อินดัสทรีส์&nbsp;(ประเทศญี่ปุ่น)&nbsp;และประธานอาวุโส&nbsp;บริษัท&nbsp;โยชิดะ&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และประสานความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และงานด้านอุตสาหกรรมเหล็ก&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารและคณาจารย์&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสารนิเทศ&nbsp;อาคารบริหาร&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.อนันต์&nbsp;ทองระอา&nbsp;อธิการบดี&nbsp;มทส.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้เกิดความเข้มแข็ง&nbsp;เพื่อสร้างพลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;โดยนำความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงไปขยายผลการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์&nbsp;ซึ่งความร่วมมือระหว่าง&nbsp;มทส.&nbsp;กับกลุ่มบริษัท&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;อัลลิแอนซ์&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;นับเป็นการสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและพัฒนาบุคลากร&nbsp;การบริหารจัดการองค์ความรู้&nbsp;และการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนเหล็กหล่อและอลูมิเนียม&nbsp;อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์&nbsp;ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเกษตร&nbsp;เทคโนโลยีด้านโลหะวิทยา&nbsp;เทคโนโลยีในระบบการควบคุมการผลิต&nbsp;รวมไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องของกลุ่มบริษัทให้มีมาตรฐาน&nbsp;และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระดับประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นอกจากความร่วมมือในการพัฒนางานด้านอุตสาหกรรมเหล็ก</strong>&nbsp;โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กทรงแบนและเหล็กทรงยาว&nbsp;รวมถึงอุตสาหกรรมเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างต่างๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันสนับสนุนเครื่องมือและทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อการศึกษาและวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรของกลุ่มบริษัท&nbsp;ทั้งที่เป็นการฝึกอบรมความรู้พื้นฐานและการรองรับพนักงานของกลุ่มบริษัทเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา&nbsp;อันเป็นแนวทางที่ดีในการผลิตบัณฑิตและเสริมสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไปอย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321204306352
451	ไทย-ซาอุดีอาระเบีย เดินหน้าสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ	<p><strong>หลังการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ&nbsp;</strong>ของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อ&nbsp;25-26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;ซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะซีซ&nbsp;อัลซะอูด&nbsp;มกุฎราชกุมาร&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ถือเป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่างสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;รื้อฟื้นและส่งเสริมความร่วมมือในมิติต่างๆ&nbsp;ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>เร่งวางโรดแมปเพื่อสานต่อความร่วมมือไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนและด้านแรงงาน&nbsp;หลังจากนั้นไม่นานความสำเร็จเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในหลายด้าน&nbsp;</p><p><strong>ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&nbsp;Saudia</p><p>Airlines&nbsp;ได้นำนักนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&nbsp;71&nbsp;คน&nbsp;บินตรงจากกรุงริยาด&nbsp;มาลงจอดที่สนามบินสุวรรณเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;นับเป็นนิมิตหมายอันดีในการกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มตลาดซาอุดีอาระเบียที่มีศักยภาพและสามารถต่อยอดขยายตลาดไปยังกลุ่ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;นักท่องเที่ยวยุโรปและตะวันออกกลางต่อไป&nbsp;โดยในปี&nbsp;2562&nbsp;มีปริมาณนักท่องเที่ยวจากชาติตะวันออกกลางประมาณ&nbsp;7&nbsp;แสนคน&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียเพียง&nbsp;36,000&nbsp;คน</p><p>ดังนั้นหลังการฟื้นความสัมพันธ์คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มขึ้นเป็นระดับหลัก&nbsp;แสนคน/ปี</p><p><strong>ด้านแรงงาน&nbsp;</strong>นี่จะเป็นโอกาสสำคัญที่แรงงานไทยจะได้กลับไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียได้อีกครั้ง</p><p>เนื่องจากซาอุดีอาระเบียกำลังเปิดประเทศตามนโยบายวิสัยทัศน์&nbsp;2030&nbsp;จึงมีความต้องการแรงงานต่างชาติในทุกสาขาจำนวนมากถึงประมาณ&nbsp;8&nbsp;ล้านคน&nbsp;รวมถึงแรงงานไทยที่ได้รับการยอมรับด้าน</p><p>ฝีมือและทักษะที่ได้มาตรฐาน&nbsp;โดยล่าสุดความร่วมมือทางด้านแรงงานระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;หลังกระทรวงแรงงานของไทยได้หารือกับ</p><p>ดร.อัฎนัน&nbsp;อับดุลลาห์&nbsp;อัลนาอีม&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อ&nbsp;15&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;และได้ข้อยุติเรื่องข้อตกลงด้านแรงงานร่วมกันแล้ว&nbsp;โดยนายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;จะเดินทางไปลงนามข้อตกลงในวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;รวมถึงจะได้ไปเยี่ยมชมโรงงานดูสภาพการจ้าง</p><p>เพื่อเป็นข้อมูลมาเผยแพร่ให้คนไทยได้เห็นสภาพการทำงานที่ซาอุดีอาระเบียอีกด้วย</p><p><strong>ด้านการค้าการลงทุน&nbsp;</strong>ภาคเอกชนประเมินไว้อย่างน่าสนใจว่า&nbsp;นี่จะจุดเปลี่ยนในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้&nbsp;ไทยจะได้ประโยชน์จากการส่งออก&nbsp;หากเปิดประตูการค้ากับซาอุดีอาระเบียได้มากขึ้น&nbsp;จะทำให้การส่งออกไปซาอุดีอาระเบีย&nbsp;กลับไปที่ประมาณ&nbsp;2.2%</p><p>ของการส่งออกทั้งหมด&nbsp;เหมือนปี&nbsp;2532&nbsp;ก่อนเกิดปัญหาระหว่างกัน&nbsp;ปริมาณการค้าจะเพิ่มขึ้นไปที่&nbsp;5,000&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;150,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจะเป็นโอกาสของสินค้าไทย</p><p>เช่น&nbsp;ส่วนประกอบรถยนต์&nbsp;อาหารและอาหารแปรรูป&nbsp;อาหารฮาลาล&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิวเวลรี่&nbsp;อุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;Medical&nbsp;Hub&nbsp;หรือศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และสุขภาพ&nbsp;เป็นต้น</p><p>และเรื่องยินดีล่าสุดที่ไทยสามารถส่งออกไก่ไปซาอุดีอาระเบียได้แล้วในรอบ&nbsp;17&nbsp;ปี&nbsp;หลังองค์การอาหารและยาซาอุดีอาระเบีย&nbsp;หรือ&nbsp;SFDAได้ตรวจสอบโรงงานไก่&nbsp;11&nbsp;โรงของไทยในช่วงปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาและมีข้อสรุปร่วมกันที่เป็นข้อยุติว่าจะอนุญาตให้นำเข้าไก่จากประเทศไทยได้</p><p>ทางเว็บไซต์&nbsp;SFDA&nbsp;ได้เปลี่ยนสถานะการนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากประเทศไทย&nbsp;จาก&nbsp;Banned&nbsp;เป็น&nbsp;Permitted&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งผลจากการอนุญาตในครั้งนี้&nbsp;ไทยจะมีโอกาสเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดในซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งยังมีนโยบายที่จะเปิดตลาดสินค้าอื่นๆ&nbsp;ในประเทศซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติมด้วย</p><p><strong>เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์การเมืองการทูต&nbsp;</strong>การเดินหน้าฟื้นความสัมพันธ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ด้านนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ได้กราบบังคมทูลเชิญ&nbsp;เจ้าชายมุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;ซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะซีซ&nbsp;อัลซะอูด&nbsp;มกุฎราชกุมาร&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมแห่งซาอุดิอาระเบีย&nbsp;เสด็จฯ</p><p>เยือนประเทศไทยซึ่งพระองค์ทรงตอบรับจะเสด็จเยือนไทยภายในปีนี้</p><p><strong>ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานเกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>เดินหน้าแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไทยไปประจำกรุงริยาด&nbsp;คนแรกในรอบ&nbsp;32&nbsp;เมื่อใดที่ทั้งสองประเทศแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไปประจำเมืองหลวงของแต่ละฝ่ายสำเร็จ&nbsp;เมื่อนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองจะกลับมาอยู่ในระดับปกติได้อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในด้านต่างๆ&nbsp;ที่มากขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองชาติ</p><p>ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203814350
452	คณะกรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและสภาพปัญหาการจัดการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสาคร	"<p><strong>นนี้&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่อาคารระหงษ์&nbsp;อ.กระทุ่มแบน&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;นายนัทธี&nbsp;ถิ่นสาคู&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พร้อมด้วยนางสิรินทร&nbsp;รามสูต&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและสภาพปัญหาการจัดการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริมพัฒนา&nbsp;และแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวภาคใต้&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ในการเดินทางเพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับ&nbsp;""การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและสภาพปัญหาการจัตการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลหนองนกไข่&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและมีความสำคัญทั้งประเภทธรรมชาติสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนสถาน&nbsp;ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมประเพณี</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหนองนกไข่&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร</strong>&nbsp;ยังเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีจุดเด่นหลายประการที่สามารถพัฒนาให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยตำบลหนองนกไข่เป็นแหส่งเรียนรู้ทางด้านเศรษฐกิจพอเพียงที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ&nbsp;มีผลิตภัณฑ์ประจำตำบลที่ขึ้นชื่อ&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วยไม้และฝรั่ง&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยังคงรักษาวิถีเกษตรกรรมของไทยได้อย่างสมบูรณ์&nbsp;ซึ่งหากได้มีการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;โดยผลักดันให้ตำบลหนองนกไข่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่รักษ์ธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง&nbsp;จะทำให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นตลอดจนจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ที่ผ่านมาด้วย</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพที่จะสามารถส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวได้&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม&nbsp;มีแม่น้ำท่าจีนไหลผ่าน&nbsp;รวมไปถึงเป็นที่ตั้งของวัดท่ากระบือ&nbsp;วัดท่าไม้&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;มีสวนกล้วยไม้เป็นจำนวนมาก&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งของชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะตำบลหนองนกไข่เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งด้านวิสาหกิจชุมชนต่างๆ&nbsp;ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จะได้เยี่ยมชมในลำดับต่อไปซึ่งในปีนี้&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีโครงการที่ดำเนินการในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาโครงสร้าง&nbsp;</p><p>1.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐานกิจกรรมหลัก:โครงการงานอำนวยความปลอดภัย&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;:&nbsp;ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง&nbsp;ถนนสาย&nbsp;สค.4014&nbsp;แยกทางหลวงหมายเลข&nbsp;3091-บ้านหนองนกไข่&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;งบประมาณ&nbsp;7,836,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>2.โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;:&nbsp;ป้องกันการกัดเซาะริมตลิ่ง&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;:&nbsp;ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองหนองนกไข่&nbsp;บริเวณหนองนกไข่&nbsp;หมู่ที่ตำบลหนองนกไข่&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ความยาว&nbsp;0.145&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;งบประมาณ&nbsp;4,365,747&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>3.โครงการเพิ่มศักยภาพการจำหน่ายสินค้าและบริการ&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;:&nbsp;พัฒนาระบบการตลาด&nbsp;พัฒนาตลาดสินค้าสมุทรสาครสู่สากล&nbsp;กิจกรรมย่อยที่&nbsp;2&nbsp;จัดกิจกรรมแถลงข่าวและจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม(เบญจรงค์)&nbsp;งบประมาณ&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;และจะผลักดันให้มีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องต่อไป&nbsp;และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมาลงพื้นที่เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวครั้งนี้&nbsp;จะมีแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวตำบลหนองนกไข่&nbsp;และจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการท่องเที่ยวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322010634417
453	รองผู้ว่าฯ ตาก ให้การต้อนรับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) จัดโครงการ Equnox Riding & Driving 2022 ตามล่าแสงมงคล วสันตวิษุวัต เที่ยวข้ามภูมิภาค พิชิต 1,000 กิโลเมตร	<p><strong>รองผู้ว่าฯ&nbsp;ตาก&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย&nbsp;(สธทท.)&nbsp;</strong>จัดโครงการ&nbsp;Equnox&nbsp;Riding&nbsp;&amp;&nbsp;Driving&nbsp;2022&nbsp;ตามล่าแสงมงคล&nbsp;วสันตวิษุวัต&nbsp;เที่ยวข้ามภูมิภาค&nbsp;พิชิต&nbsp;1,000&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;นายสวนิต&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;และนางสาวธมลวรรณ&nbsp;เจริญวงศ์พิสิฐ&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานตาก&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดตาก&nbsp;และสมาคมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตาก&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;นายสมานนพพล&nbsp;รัตนธรรมทิตยา&nbsp;ผู้นำคณะ&nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย&nbsp;(สธทท.)&nbsp;ชมรม&nbsp;ไทยแลนด์โกลด์วิง&nbsp;ไรเดอร์คลับ&nbsp;กลุ่มคาราวานบิ๊กไบค์จากทั่วประเทศ&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;Equinox&nbsp;Riding&nbsp;&amp;&nbsp;Driving&nbsp;2022&nbsp;ขับรถข้ามภูมิภาค&nbsp;พิชิต&nbsp;1,000&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อออกตามล่าหาแสงมงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ถือเป็นแสงแรกแห่งวสันตวิษุวัต&nbsp;(Summer&nbsp;Solstice)&nbsp;จากตะวันออกสุดของประเทศไทย&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มาชมแสงพระอาทิตย์ตกดินที่&nbsp;แม่สอด-เมียวดี&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;20-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นวันวสันตวิษุวัต&nbsp;มีความพิเศษ&nbsp;คือ&nbsp;กลางวันและกลางคืน&nbsp;มีระยะเวลาเท่ากัน&nbsp;12&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เรียกว่าวัน&nbsp;จุดราตรีเสมอภาค&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่&nbsp;และรถยนต์ติดตาม&nbsp;ออกเที่ยวข้ามภูมิภาค&nbsp;มุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;ท่องเที่ยวแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องผ่านมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติ&nbsp;ฉีดวัคซีนครบทุกคน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;Bigbike&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;60&nbsp;คัน&nbsp;ท่องเที่ยวตามมาตรการ&nbsp;ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;ระหว่าง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้&nbsp;ด้านภาพลักษณ์ที่ดีของ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดตากจังหวัดตาก&nbsp;ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและประเทศไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321235445398
454	กระทรวงดีอีเอส สร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน	<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรมฟอร์จูน&nbsp;ริเวอร์วิว&nbsp;นครพนม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ประธานเปิดกิจกรรมสัมมนาสร้างการรับรู้&nbsp;เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม&nbsp;ในปีนี้หวังผลกับกลุ่มเป้าหมายภาคประชาชนเพื่อช่วยต่อยอดในการขยายผลสร้างการรับรู้&nbsp;วิธีสังเกตข่าวปลอม&nbsp;ช่องทางการแจ้งเบาะแส&nbsp;และขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต&nbsp;โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนและปัญหาข่าวปลอม&nbsp;จะช่วยภาครัฐสามารถชี้แจงทำความเข้าใจ&nbsp;และเผยแพร่ความถูกต้องให้กับประชาชน&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดความมั่นคง&nbsp;ประชาชนเชื่อมันต่อการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและสารสนเทศได้&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น&nbsp;นักศึกษา&nbsp;วัยทำงาน&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;หน่วยงานต่างจังหวัดและภาคประชาชน&nbsp;เจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้ตรงประเด็นกับการสื่อสาร&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มอาสาสมัครดิจิทัล&nbsp;(อสด)&nbsp;กลุ่มวิทยุอาสาสมัครสมาคมวิทยุสื่อสาร&nbsp;และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข&nbsp;(อสม)&nbsp;ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;เร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน&nbsp;ไม่หลงเชื่อข่าวปลอม&nbsp;ข่าวลวง&nbsp;ส่งเสริมสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม&nbsp;ให้ขยายผลทางตรงให้กับประชาชนและสังคม&nbsp;รู้จักวิธีตอบโต้ข่าวปลอม&nbsp;เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมในการเผยแพร่และการแชร์ส่งต่อ&nbsp;หรือการโพสต์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรองก่อน&nbsp;หากประชาชนถูกหลอกลวงทำให้สูญเสียทรัพย์สินเงินทองสามารถแจ้งความกับตำรวจทางออนไลน์ได้&nbsp;และแจ้งเบาะแสได้ที่เว็บไซต์&nbsp;www.antifakenewscenter.com</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322011308420
455	อำเภอเบตงเปิดงานมหกรรมสินค้า OTOP และ สินค้า SMEs  ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ลานหน้ากองร้อย&nbsp;ตชด.445</strong>&nbsp;ตำบลเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;&nbsp;ช้อปสุขใจ&nbsp;โดยมีนางมุกดา&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง&nbsp;ร่วมในพิธีเปิดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><strong>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สินค้า&nbsp;&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;&nbsp;จัดมหกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20-25&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดและการจำหน่ายแก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;จากจังหวัดยะลา&nbsp;และต่างจังหวัดทั่วประเทศที่สมัครใจตามนโยบายรัฐบาล</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>กิจกรรมการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้า&nbsp;SMEs&nbsp;อาหารชวนชิมจากอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และทั่วประเทศ&nbsp;รวมไปถึง&nbsp;&nbsp;ของใช้&nbsp;ของตกแต่ง&nbsp;ของที่ระลึก&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;เครื่องแต่งกาย&nbsp;รวมถึงสมุนไพร&nbsp;ฯลฯ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;100&nbsp;บูท&nbsp;กิจกรรมทดลองตลาดโครงการส่งเสริมช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมชม&nbsp;ช้อป&nbsp;ชิม&nbsp;อุดหนุนสินค้าโอทอปทั่วไทย</strong>&nbsp;ได้ที่ลานหน้ากองร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;ตำบลเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;มี.ค.นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322094301438
456	ตามล่าแสงตะวัน รองผู้ว่าฯ จ.ตาก ให้การต้อนรับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) จัดโครงการ Equinox Riding & Driving 2022 เที่ยวข้ามภูมิภาค พิชิต 1,000 กิโลเมตร	"<p><strong>นายสวนิต&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก</strong>&nbsp;และ&nbsp;นางสาวธมลวรรณ&nbsp;เจริญวงศ์พิสิฐ&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานตาก&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดตาก&nbsp;และ&nbsp;สมาคมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตาก&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นายสมานนพพล&nbsp;รัตนธรรมทิตยา&nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัท</strong>&nbsp;วันเดอร์ลัสต์&nbsp;ทัวร์&nbsp;แอนด์&nbsp;ทราวเวล&nbsp;คอนซัลติ้ง&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้นำคณะ&nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย&nbsp;(สธทท.)&nbsp;ชมรม&nbsp;ไทยแลนด์โกลด์วิง&nbsp;ไรเดอร์คลับ&nbsp;กลุ่มคาราวานบิ๊กไบค์จากทั่วประเทศ&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;Equinox&nbsp;Riding&nbsp;&amp;&nbsp;Driving&nbsp;2022&nbsp;ขับรถข้ามภูมิภาค&nbsp;พิชิต&nbsp;1,000&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อออกตามล่าหาแสงมงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์&nbsp;จาก&nbsp;ผาชะนะได&nbsp;อุทยานแห่งชาติผาแต้ม&nbsp;ชมตะวันลับขอบฟ้า&nbsp;ที่อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ถือเป็นแสงแรกแห่ง&nbsp;วสันตวิษุวัต&nbsp;(Summer&nbsp;Solstice)&nbsp;จากตะวันออก&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;สุดของประเทศไทย&nbsp;ชมแสงพระอาทิตย์ตกดิน&nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก&nbsp;(East-West&nbsp;Economic&nbsp;Corridor&nbsp;:&nbsp;EWEC)&nbsp;เส้นทางหลวงสายเอเชียสาย&nbsp;1&nbsp;(Asian&nbsp;Highway&nbsp;:&nbsp;AH1)&nbsp;ที่อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;เขตเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;ใน&nbsp;1&nbsp;ปีมีแค่&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นวัน&nbsp;วสันตวิษุวัต&nbsp;ที่มีความพิเศษคือ&nbsp;กลางวันและกลางคืน&nbsp;มีระยะเวลา&nbsp;12&nbsp;ชั่วโมงเท่ากัน&nbsp;เรียกว่าวัน&nbsp;จุดราตรีเสมอภาค&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่</strong>&nbsp;และรถยนต์ติดตาม&nbsp;ออกเที่ยวข้ามภูมิภาค&nbsp;พิชิต&nbsp;1,000&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เส้นทาง&nbsp;""&nbsp;เที่ยวแก้ชง&nbsp;เสริมมงคลปีขาล&nbsp;""&nbsp;มุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและน่าสนใจในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;ท่องเที่ยวแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จะต้องผ่านมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติ&nbsp;</strong>ฉีดวัคซีนครบทุกคน&nbsp;โดยกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ใช้รถจักรยานยนต์&nbsp;Bigbike&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;60&nbsp;คัน&nbsp;เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;ระหว่าง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;จากการท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้&nbsp;ด้านภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและประเทศไทย&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322094911442
457	นายกรัฐมนตรี ยินดี ตลาดนัดผดุงศิลป์ เป็นที่นิยม มุ่งหวังต่อยอด กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ยินดีที่&nbsp;ตลาดนัดผดุงศิลป์&nbsp;Art&nbsp;Market&nbsp;บริเวณคลองผดุงกรุงเกษมได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าว&nbsp;มุ่งหวังผลักดันให้เกิดเครือข่ายตลาดชุมชนเลียบคูคลองชั้นในของกรุงเทพมหานคร&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินทุกแขนงได้แสดงผลงานสร้างสรรค์&nbsp;ขยายแหล่งการค้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบโควิด-19&nbsp;เพิ่มพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจให้คนเมือง&nbsp;สร้างชุมชนให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่น่าอยู่และตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะของรัฐบาล</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;จากวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีที่ได้สั่งการให้ปรับภูมิทัศน์&nbsp;พัฒนาคูคลองเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;พัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ทำให้ปัจจุบันคูคลองในหลายพื้นที่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นแหล่งการค้า&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;คลองโอ่งอ่าง&nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีชื่นชมทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์นี้&nbsp;โดยเน้นย้ำให้รักษาอัตลักษณ์ย่านเมืองเก่าไว้ไม่ให้ถูกทำลายแม้มีการพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่ให้มีความทันสมัยขึ้น&nbsp;พร้อมกำชับหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านสาธารณสุขให้คงความสำคัญต่อมาตรการป้องกันโรคโควิด-19</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322095350445
458	กล่าวโทษ 2 ผู้ให้บริการทางการเงิน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม	<p><strong>นางธัญญนิตย์&nbsp;นิยมการ&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน&nbsp;2</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากข้อมูลการร้องเรียนของประชาชนและการตรวจสอบของ&nbsp;ธปท.&nbsp;พบว่าในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้ให้บริการทางการเงิน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย&nbsp;ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม&nbsp;&nbsp;(Market&nbsp;conduct)&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>บริษัท&nbsp;แมคคาเล&nbsp;กรุ๊พ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ไม่ออกใบแจ้งหนี้&nbsp;</strong>ซึ่งจะต้องจัดส่งให้ลูกค้าก่อนถึงวันครบกำหนดชำระ&nbsp;รวมทั้งไม่ได้มอบหลักฐานการชำระเงินให้แก่ลูกค้า&nbsp;โดยศาลอาญามีนบุรีมีคำพิพากษาว่ามีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;และให้ปรับ&nbsp;284,500&nbsp;บาท&nbsp;โดยประมาณ&nbsp;</p><p><strong>บริษัท&nbsp;อิออน&nbsp;ธนสินทรัพย์&nbsp;(ไทยแลนด์)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ไม่ดูแลข้อมูลลูกค้า</strong>&nbsp;รวมทั้งไม่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานและการให้บริการอย่างถูกต้องและเป็นธรรม&nbsp;ทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าให้บุคคลอื่นเพื่อเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย&nbsp;โดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า&nbsp;อีกทั้งเมื่อลูกค้าแจ้งไม่รับการติดต่อเพื่อเสนอให้บริการอื่น&nbsp;บริษัทไม่ได้ดำเนินการโดยเร็ว&nbsp;ทำให้ยังมีการติดต่อและรบกวนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ปัจจุบันการดำเนินคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน&nbsp;</p><p><strong>ธปท.&nbsp;ได้สั่งการให้ทั้ง&nbsp;2&nbsp;บริษัท</strong>&nbsp;ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องแล้ว&nbsp;และหากผู้ใช้บริการทางการเงินได้รับบริการที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์&nbsp;ธปท.&nbsp;หรือ&nbsp;โทร.1213&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322102036459
459	สินเชื่อห่วงใย (เพื่อสู้ภัยโควิด-19) วงเงินกู้รายละไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องมีผู้ค้ำ ไม่ต้องผ่อนชำระ 6 งวดแรก	<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารออมสินเตรียมเปิดให้กู้โครงการ&nbsp;สินเชื่อห่วงใย&nbsp;(เพื่อสู้ภัยโควิด-19)&nbsp;ด้วยหลักเกณฑ์เงื่อนไขผ่อนปรนเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเม็ดเงินหมุนเวียนใช้สอยในครอบครัว&nbsp;ช่วยลดภาระหนี้สิน&nbsp;หรือใช้แก้ปัญหาขาดสภาพคล่อง&nbsp;โดยเปิดให้ผู้มีอายุ&nbsp;20&nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป&nbsp;สัญชาติไทย&nbsp;สามารถยื่นขอกู้รายละไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่เพียงร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;พร้อมเงื่อนไขพิเศษ&nbsp;ไม่ต้องมีผู้ค้ำและไม่ต้องมีหลักประกันการกู้&nbsp;รวมทั้งผ่อนปรนให้ผู้กู้ไม่ต้องชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;งวดแรก&nbsp;กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เปิดให้ยื่นกู้ตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ผ่านทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ประสงค์ยื่นกู้สามารถเข้าแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo</strong>&nbsp;และลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ&nbsp;โดยระบบจะกำหนดวันนัดหมายให้ลูกค้าล็อกอินเข้าแอปพลิเคชันเพื่อกดยื่นขอกู้อีกครั้ง&nbsp;และธนาคารฯ&nbsp;จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบในวันถัดไป&nbsp;หลังจากกดยื่นขอกู้แล้ว&nbsp;ผ่านทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;และ&nbsp;SMS&nbsp;โดยผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อสามารถทำสัญญากู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;(Digital&nbsp;Contract)&nbsp;และรับเงินกู้เข้าบัญชีได้โดยสะดวกรวดเร็วต่อไป&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;GSB&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร.&nbsp;1115&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322103526468
460	มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา 23 มีนาคมนี้ 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายชัยณรงค์&nbsp;กัจฉปานันท์&nbsp;ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;หรือ&nbsp;กยศ.</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กยศ.&nbsp;ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;และกรมบังคับคดี&nbsp;กระทรวงยุติธรรม&nbsp;ในการไกล่เกลี่ยหนี้&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้ผู้กู้ยืมเงินบางส่วนขาดรายได้และผิดนัดชำระหนี้&nbsp;จนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีหรือถูกบังคับคดีตามกฎหมาย&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายของกองทุน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้กู้ยืมกลุ่มที่ค้างชำระหนี้ที่ถูกบอกเลิกสัญญาและกำลังจะถูกฟ้อง&nbsp;และผู้กู้ยืมกลุ่มที่จะถูกบังคับคดี&nbsp;ซึ่งหากเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ย&nbsp;นอกจากจะไม่ถูกดำเนินคดีแล้ว&nbsp;จะได้รับส่วนลดเบี้ยปรับ&nbsp;รวมทั้งได้รับโอกาสในการขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้ถึงอายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้ผู้กู้ยืมสามารถกลับเข้าสู่ระบบการชำระหนี้ให้เป็นปกติ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขอเชิญชวนผู้กู้ยืมที่ได้รับจดหมายจากกองทุนฯ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;หาดใหญ่ฮอลล์&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าและรับสิทธิขอไกล่เกลี่ยฯ&nbsp;ได้ทางเว็บไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.studentloan.or.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">www.studentloan.or.th</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114246513
461	ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่อำเภอเด่นชัย หารือผู้ประกอบการผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสุกรและสินค้าเกษตร	<p><strong>ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอเด่นชัย&nbsp;</strong>หารือผู้ประกอบการผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสุกรและสินค้าเกษตร&nbsp;สร้างมูลค่าสินค้าในเชิงพาณิชย์&nbsp;ขณะที่ราคาสุกรชำแหละทรงตัว</p><p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นางลลิดา&nbsp;จิวะนันทประวัติ&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โดยพบปะหารือผู้ประกอบการผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสุกรและสินค้าเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;หจก.ประชันฟาร์ม&nbsp;และ&nbsp;หจก.ประชันอินเตอร์ฟู้ด&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมทั้งได้แนะนำเชื่อมโยงตลาดประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&nbsp;เป็นการสร้างมูลค่าสินค้าในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>สำหรับราคาสุกรในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>สุกรเนื้อแดง&nbsp;สามชั้น&nbsp;สะโพก&nbsp;สันนอก&nbsp;สันใน&nbsp;ราคาเฉลี่ยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายังคงทรงตัว&nbsp;ส่วนสุกรมีชีวิตปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;1.00&nbsp;บาท/กิโลกรัม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322110349488
462	เทศบาลนครลำปาง จัดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก ขัวหลวงรัษฎา 105 ปี ระหว่าง 25-27 มี.ค.นี้	<p><strong>เทศบาลนครลำปาง&nbsp;กำหนดจัดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;</strong>ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;105&nbsp;ปี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;&nbsp;17.30-&nbsp;21.30&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;พบกับนิทรรศการประวัติศาสตร์&nbsp;เล่าเรื่องสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ผ่านการจำลองวิถีชีวิต&nbsp;ภาพถ่ายสะพานรัษฎาภิเศกในอดีต&nbsp;มุมถ่ายภาพย้อนยุค&nbsp;กิจกรรมสาธิตงานประดิษฐ์&nbsp;เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนและอาหารท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;กองฮิมวัง</p><p><strong>กำหนดการจัดงาน&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>กิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสี&nbsp;เสน่ห์ขัวหลวง&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;กรรมการตัดสินการประกวดวาดภาพ&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;การแสดงดนตรีเพลงย้อนยุค&nbsp;เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;พิธีเปิดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;105&nbsp;ปี&nbsp;กิจกรรมมอบรางวัลประกวดวาดภาพระบายสีและประกวดรีวิว&nbsp;การแสดงบอกเล่าเรื่องราวผ่านเครื่องแต่งกายย้อนยุค&nbsp;เฉลิมรัษฎา&nbsp;งามพัสตรา&nbsp;ภูษาสยามอาลัมภางค์นคร,&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;พิธีทำบุญตักบาตรบนสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;การแสดงดนตรีเพลงย้อนยุค&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;การแสดงทางวัฒนธรรม&nbsp;เล่าค่าวจ๊อยซอพื้นเมือง..รำลึกประวัติศาสตร์ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;และวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;การแสดงดนตรีเพลงย้อนยุค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิค-19</strong>&nbsp;โดยผู้ร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เว้นระยะห่างหลีกเลี่ยงการสัมผัส&nbsp;และพกเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115323522
463	มรย.จับมือภาคีเครือข่ายลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นปักหมุด อำเภอเบตง เมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;</strong>ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ด้านการวิจัยและบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;และผ่านระบบ&nbsp;Google&nbsp;Meet&nbsp;โดยมีภาคีเครือข่าย&nbsp;4&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;โดย&nbsp;พลเอกมณี&nbsp;จันทร์ทิพย์&nbsp;ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล/ที่ปรึกษา&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4/แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;องค์การบริการส่วนตำบลตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;คุณวิรัต&nbsp;แซ่ตัน&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;คุณซอลาฮุดดีน&nbsp;ยาญา&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการพระบรมราโชบาย</strong>&nbsp;โครงการตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ&nbsp;โดยการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มั่นคง&nbsp;พัฒนาการเกษตรอย่างมั่งคั่ง&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงาม&nbsp;เสริมสร้างสังคมแห่งความสมานฉันท์&nbsp;เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง&nbsp;ด้วยวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร่วมมือกันพัฒนา&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์&nbsp;องค์ความรู้จากผลงานวิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;โดยการประสานและบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ในการนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัย&nbsp;และนวัตกรรมไปขยายผล&nbsp;ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน&nbsp;เพื่อการพัฒนา/แก้ไขปัญหา&nbsp;พัฒนาอาชีพ&nbsp;คุณภาพชีวิต&nbsp;และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&nbsp;และภายใต้การบูรณาการประสานความร่วมมือนี้&nbsp;จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อชุมชน&nbsp;เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการขับเคลื่อนกิจกรรมการดำเนินงาน&nbsp;การถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;การวิจัยและการบริการวิชาการสู่ชุมชน&nbsp;เพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><strong>สืบเนื่องจาก&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong>&nbsp;โดยคณะวิทยาการจัดการได้มีการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ภายใต้แผนงาน&nbsp;Flagship&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ภายใต้ความอนุเคราะห์พื้นที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้&nbsp;สนับสนุนการจัดการศึกษาผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ&nbsp;พัฒนางานวิจัย&nbsp;สร้างองค์ความรู้&nbsp;สร้างสรรค์นวัตกรรม&nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมชายแดนใต้&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ส่งเสริมการมีอาชีพและยกระดับรายได้ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดความสำเร็จ&nbsp;คือ&nbsp;ความร่วมมือ&nbsp;ร่วมทำงานในการดำเนินงาน&nbsp;มหาวิทยาลัยไม่สามารถดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้&nbsp;หากปราศจากความช่วยเหลือจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หรือหน่วยงานในพื้นที่ชุมชน&nbsp;และภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการร่วมดำเนินงานเพื่อการพัฒนาชุมชน&nbsp;ท้องถิ่น</p><p><strong>ในช่วงที่ผ่าน&nbsp;มหาวิทยาลัยได้มีการดำเนินงานภายใต้&nbsp;</strong>แผนงาน&nbsp;Flagship&nbsp;ของมหาวิทยาลัย&nbsp;ที่ปักหมุดพื้นที่ดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;หนึ่งในอำเภอตามหลักการโครงการ&nbsp;เมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ประกอบกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ความต้องการของชุมชน&nbsp;และความพร้อมด้านสภาพแวดล้อม&nbsp;ที่สามารถพัฒนาและต่อยอดการเป็นชุมชนต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และพัฒนาอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยมีความพร้อมในด้านองค์ความรู้จากการดำเนินงานวิจัย&nbsp;มีความพร้อมด้านบุคลากรในการให้บริการทางวิชาการวิชาการ&nbsp;และเมื่อผนวกกับศักยภาพของภาคีเครือข่ายแล้ว&nbsp;สามารถที่จะพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีคุณภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114825517
464	จังหวัดสตูล เตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวผ่านด่านชายแดนวังประจัน (ด่านชายแดนทางบก) วันที่ 1 เมษายน 2565 ในรูปแบบ Test & go ระยะที่ 1 รองรับนักท่องเที่ยว 60 คนต่อวัน	"<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้จังหวัดสตูลได้เตรียมความพร้อมรองรับเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดนวังประจัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องสำหรับการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูลผ่านด่านดังกล่าว&nbsp;อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยจังหวัดสตูลได้จัดทำมาตรฐาน&nbsp;SOP</strong>&nbsp;(STANDARD&nbsp;OPERATION&nbsp;PROCEDURE&nbsp;)&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;go&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;โดยจังหวัดสตูลมีความพร้อมตามข้อกำหนดที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การฉีดวัคซีนของประชากรที่มีอยู่จริงในพื้นที่นำร่องฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;70&nbsp;%&nbsp;ซึ่งข้อมูลการฉีดวัคซีน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดสตูลมีประชากรได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;2&nbsp;(187,772&nbsp;คน)&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;91.06&nbsp;ของประชากรที่ฉีดเข็ม&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;(207,288&nbsp;คน)&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>และสถานประกอบการจะต้องได้มาตรฐานและปลอดภัย</strong>&nbsp;โดยสถานประกอบการจะต้องผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA+&nbsp;/&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID+&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;มากกว่า&nbsp;70&nbsp;%&nbsp;จังหวัดสตูลมีสถานประกอบการผ่านมาตรฐานฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;153&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งมากกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;และยังมีสถานประกอบการที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;อีก&nbsp;128&nbsp;แห่ง&nbsp;(โรงแรมและที่พัก/สถานที่จัดประชุม&nbsp;40&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ภัตตาคาร&nbsp;15&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;35&nbsp;แห่ง,&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;บริษัทนำเที่ยว&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;ร้านค้าของที่ระลึก&nbsp;และร้านค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;14&nbsp;แห่ง&nbsp;,ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า&nbsp;1&nbsp;แห่ง)&nbsp;รวมถึงสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;25&nbsp;แห่ง&nbsp;(โรงแรมและที่พัก&nbsp;12&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;นันทนาการและการท่องเที่ยว&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;บริษัทนำเที่ยว&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;ภัตตาคารและร้านอาหาร&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;1&nbsp;แห่ง)&nbsp;และสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;EXTRA&nbsp;Plus&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงแรมรอยัลฮิลล์สตูล&nbsp;และ&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;จะต้องนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;และ&nbsp;ศบค.&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115206520
465	รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มั่นใจ แก้ราคาหวยเกินราคาได้ ขายไม่เกิน 80 บาท แน่นอนในปีนี้	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&nbsp;ว่า&nbsp;เบื้องต้นยืนยันว่า&nbsp;จะให้จำหน่ายในราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ได้แน่นอน&nbsp;โดยจะมีมาตรการในการดำเนินการ&nbsp;เพื่อไม่ให้ขายเกินราคา&nbsp;ซึ่งน่าจะสามารถแก้ไขได้ภายในปีนี้&nbsp;ขณะนี้เดินหน้าไปได้ในหลายเรื่องแล้ว&nbsp;มีการทำงานเชิงรุกและวางแผนระยะยาวรองรับการแก้ไขปัญหา&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193326818
466	ผู้ว่าฯ ยโสธร ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง	<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยโสธร&nbsp;(คจพ.จ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาเป้าหมายการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยโสธร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;การแต่งตั้งทีมพี่เลี้ยง&nbsp;การจัดตั้งศูนย์บริหารงานการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(แก้จนแบบพุ่งเป้า)&nbsp;ระดับจังหวัด/อำเภอ/ตำบล&nbsp;(Wall&nbsp;Room)&nbsp;การสร้างการรับรู้ในการใช้ระบบ&nbsp;Thai&nbsp;QM&nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือให้อาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;ได้ใช้ในการสำรวจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด</strong>&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322152129635
467	พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรีบูรณาการร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง ตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมี และติดตามสถานการณ์ ไม่ให้มีการกักตุนสินค้า ในพื้นที่อำเภอท่ายาง	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;โดย&nbsp;นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;ตำรวจภูธรท่ายาง&nbsp;ฝ่ายปกครองท่ายาง&nbsp;และ&nbsp;ทต.ท่ายาง&nbsp;ในการตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมีและติดตามสถานการณ์&nbsp;เพื่อไม่มีการกักตุน&nbsp;และฉวยโอกาส&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;ผลการตรวจสอบมีดังนี้&nbsp;</p><p>1.&nbsp;การตรวจสต๊อกร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;หจก.ส.เจริญสหกิจ&nbsp;สาขาท่าคอยเพชรบุรี&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;5,624&nbsp;กระสอบ&nbsp;2)&nbsp;หจก.ส.เจริญสหกิจ&nbsp;สาขาท่ายางเพชรบุรี&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;1,187&nbsp;กระสอบ&nbsp;</p><p>2.&nbsp;สถานการณ์และราคาจำหน่ายทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่พบการกักตุน&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&nbsp;ราคาที่จำหน่ายสอดคล้องกับต้นทุน&nbsp;เช่น&nbsp;(1)&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,370&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;(2)&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;สูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,190&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;(3)&nbsp;ตรายารา&nbsp;สูตร&nbsp;25-7-7&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,320&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;(4)&nbsp;ตรามงกุฎ&nbsp;สูตร&nbsp;18-8-8&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;920&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปริมาณการซื้อของเกษตรกรมีจำนวนลดลงอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมี&nbsp;มีการปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322174648772
468	นำร่องจัดเดินขบวนรถขนส่งสินค้าทางรถไฟ ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง ลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน	<p><strong>นายฐากูร&nbsp;อินทรชม&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ</strong>&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.&nbsp;เปิดการทดลองขนส่งสินค้าทางรถไฟ&nbsp;ระหว่างการรถไฟฯ&nbsp;กับบริษัท&nbsp;ไทยเรลโลจิสติกส์&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;บุญซัพพลายเชน&nbsp;จำกัด&nbsp;ณ&nbsp;ที่หยุดรถศรีสำราญ&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรางจากโรงงานผลิต&nbsp;ไปยังศูนย์กระจายสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟสายใต้&nbsp;</p><p><strong>การรถไฟฯ&nbsp;ดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ในการพัฒนาระบบราง&nbsp;เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางรางถือเป็นระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ต้นทุนต่ำ&nbsp;ประหยัดพลังงานและมีความคุ้มค่า&nbsp;สามารถขนส่งได้ครั้งละจำนวนมากกว่าทางถนนหลายเท่าตัว&nbsp;อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการช่วยเพิ่มรายได้แก่การรถไฟฯ&nbsp;อีกทางหนึ่ง</p><p><strong>สำหรับความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทพันธมิตรทางการค้า</strong>&nbsp;เพื่อทดลองเปิดเดินขบวนรถสินค้าครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การสนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าจากถนนมาสู่ระบบราง&nbsp;นำร่องขนส่งสินค้าบนแคร่แบบเปลือยจำนวน&nbsp;10&nbsp;แคร่&nbsp;และบริษัท&nbsp;เอก-ชัย&nbsp;ดิสทริบิวชั่น&nbsp;ซิสเทม&nbsp;จำกัด&nbsp;(ห้างโมเดิร์นเทรด&nbsp;โลตัส)&nbsp;ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ด้วยตู้สินค้าประเภทคอนเทนเนอร์อีก&nbsp;10&nbsp;แคร่</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปัจจุบันสัดส่วนการขนส่งสินค้า</strong>&nbsp;ส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นการขนส่งทางถนนด้วยรถบรรทุกถึงร้อยละ&nbsp;81&nbsp;และการขนส่งทางรางยังมีสัดส่วนเพียงร้อยละ&nbsp;1.9&nbsp;แต่การรถไฟฯ&nbsp;เชื่อมั่นว่า&nbsp;การขนส่งสินค้าทางรางมีโอกาสขยายตัวได้มากในอนาคต&nbsp;โดยมีปัจจัยสนับสนุน&nbsp;เช่น&nbsp;ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูง&nbsp;ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งทางถนนเพิ่ม&nbsp;การขนส่งทางรางจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งได้&nbsp;ประกอบกับรัฐบาล&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;และการรถไฟฯ&nbsp;มีการลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่&nbsp;เส้นทางรถไฟสายใหม่&nbsp;รวมถึงมีการจัดหาหัวรถจักรรุ่นใหม่&nbsp;ซึ่งจะเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งให้กว้างขึ้น&nbsp;ทำให้บริษัทขนส่งต่างๆ&nbsp;มีความเชื่อมั่นต่อการขนส่งสินค้าทางราง&nbsp;เห็นได้จากมีลูกค้าสนใจติดต่อเข้ามาเปลี่ยนโหมดมาใช้บริการขนส่งทางรถไฟอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193200815
469	ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขับเคลื่อนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โครงการจ้างงานเร่งด่วน ชื่นชมงานปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง เพื่อรองรับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก สอดรับกับการจัดอันดับให้ภูเก็ตเป็นอันดับ 3 ของเกาะที่ดีที่สุด จาก Readers Choice Awards 2022	<p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยถึงการพัฒนาและเสริมสร้าง</strong>ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ว่า&nbsp;ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้ขับเคลื่อนโครงการจ้างงานตามแนวทางส่งเสริมและพัฒนาความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;จากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาว่างงาน&nbsp;ขาดรายได้&nbsp;หรือที่เรียกว่าเกิดภาวะจนเฉียบพลัน&nbsp;โดยทางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;เสนอโครงการของบประมาณจากรัฐบาล&nbsp;เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ในโครงการจ้างงานเร่งด่วน&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพให้ประชาชนมีรายได้&nbsp;สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&nbsp;ข้ามฝ่าวิกฤติโควิด-19&nbsp;ด้วยกำหนดตำแหน่งงานว่าง&nbsp;10,000&nbsp;อัตรา&nbsp;จ้างเป็นค่าแรงขั้นต่ำ&nbsp;336&nbsp;บาทต่อวัน&nbsp;โดยว่าจ้าง&nbsp;20&nbsp;วันต่อเดือน&nbsp;ในระยะเวลาจ้าง&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โครงการจ้างงานเร่งด่วน&nbsp;ที่เห็นผลอย่างชัดเจน</strong>&nbsp;คือการจ้างงานปรับแต่งภูมิทัศน์ในแต่ละพื้นที่&nbsp;เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองสะอาด&nbsp;สวยงาม&nbsp;เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก&nbsp;ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกขณะ&nbsp;สอดรับกับการจัดอันดับให้ภูเก็ตเป็นอันดับ&nbsp;3&nbsp;ของเกาะที่ดีที่สุด&nbsp;จาก&nbsp;Readers&nbsp;Choice&nbsp;Awards&nbsp;2022&nbsp;ของนิตยสาร&nbsp;DestinAsian&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนฐานราก</strong>&nbsp;ถือเป็นความสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเดินหน้าช่วยกันแก้ไขปัญหา&nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเดินหน้าควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกระดับของจังหวัดภูเก็ต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322191200808
470	พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เผย ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับสูงขึ้นเล็กน้อย	<p><strong>พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เผย&nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับสูงขึ้นเล็กน้อย</strong>&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;แจง&nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สืบเนื่องจากราคาอาหาร&nbsp;ข้าว&nbsp;แป้ง&nbsp;เนื้อสัตว์&nbsp;และเครื่องดื่มที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;ปรับขึ้นเล็กน้อย&nbsp;นางพนิดา&nbsp;วานิชรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สูงขึ้นเล็กน้อยร้อยละ&nbsp;0.70&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากราคาสินค้าในหมวดอาหาร&nbsp;ข้าว&nbsp;แป้ง&nbsp;เนื้อสัตว์</strong>&nbsp;และเครื่องดื่มที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปรับขึ้นเล็กน้อย&nbsp;แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;3.60&nbsp;โดยเป็นไปและสอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภคประเทศ&nbsp;ซึ่งสาเหตุหลักประกอบด้วย&nbsp;ราคาสินค้าในหมวดพลังงาน&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;และกระแสไฟฟ้า&nbsp;ปรับขึ้นตามต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบที่สูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีหมวดสินค้าบางประเภท&nbsp;เช่น&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;</strong>ตามฤดูกาลปรับตัวลดลงเนื่องจากปริมาณที่ออกสู่ตลาด&nbsp;สำหรับในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สินค้าประเภท&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด&nbsp;ในส่วนของไข่ไก่&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้มีการขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาหน้าฟาร์ม&nbsp;เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของผู้บริโภค&nbsp;ภาพรวมของราคาสินค้าในหมวดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;มีนโยบายตรึงราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภค</strong>&nbsp;ยังไม่มีการอนุมัติให้ปรับราคาสินค้า&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้มีการลงพื้นที่ตรวจติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;โดยการติดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน&nbsp;และจำหน่ายสินค้าให้ตรงกับป้ายราคาที่แสดงไว้&nbsp;ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;ด้วยการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุจำเป็นสมควร&nbsp;หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้จัดโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการพาณิชย์...ลดราคา!&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;ช่วยประชาชน,&nbsp;โครงการ&nbsp;New&nbsp;Year&nbsp;Grand&nbsp;Sale&nbsp;2022&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งสามารถช่วยค่าครองชีพแก่ประชาชนได้กว่า&nbsp;3.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้า&nbsp;ราคาประหยัดเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้า&nbsp;หรือพบเห็นผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;หรือที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;0-5311-2659&nbsp;ถึง&nbsp;61&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;//22&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322195749837
471	"จ.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรม ""ศรีสะเกษพร้อมใจ นุ่งผ้าไทยใส่บาตร ทำความดี วิถีพอเพียง"" ตามโครงการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในทุกวันอังคารของสัปดาห์"	"<p><strong>ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;เกาะห้วยน้ำคำ&nbsp;ตำบลหนองครก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&nbsp;""ศรีสะเกษพร้อมใจ&nbsp;นุ่งผ้าไทยใส่บาตร&nbsp;ทำความดี&nbsp;วิถีพอเพียง""&nbsp;ตามโครงการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในทุกวันอังคารของสัปดาห์</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง&nbsp;และการแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รวมทั้งใช้วัสดุจากธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งภายในกิจกรรมได้มีการจัดจำหน่ายสินค้าอาหารและ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จากกลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตผ้าแส่ว&nbsp;ผ้าทอมือ&nbsp;ผ้าพื้นเมือง&nbsp;อาหารพื้นถิ่น&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น&nbsp;และผลิตภัณฑ์กาแฟโรบัสต้าศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้จ่ายและการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;กระจายรายได้&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;และเจริญเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก</p><p><strong>และร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;รูป&nbsp;</strong>โดยได้รับความเมตตาจากพระครูสิริปริยัติการ&nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดเพียนาม&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;ได้ปรารภธรรมแก่ผู้เข้าร่วมพิธี&nbsp;ในการนี้ได้มอบใบประกาศ&nbsp;แก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแต่งกายด้วยผ้าไทย&nbsp;และผ้าพื้นเมืองสวยงาม&nbsp;การใช้วัสดุทำจากธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;รวมทั้งประเภททีม&nbsp;ประจำวันอังคารที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;นางเจษฎามณี&nbsp;สุตะพันธ์&nbsp;ผู้ได้รับการคัดเลือกแต่งกายด้วยผ้าไทย&nbsp;และผ้าพื้นเมืองสวยงาม&nbsp;นางสาวโฉมสุดา&nbsp;แหวนเพ็ชร&nbsp;ผู้ได้รับการคัดเลือกใช้วัสดุทำจากธรรมชาติสวยงาม&nbsp;และอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;ทีมที่ได้รับการคัดเลือกการแต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองสวยงามประเภททีม&nbsp;การบรรเลงดนตรีไทยประกอบโดยวงดนตรีไทยสิริมหาชุมพล&nbsp;จากชมรมดนตรีไทยจากโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย</p><p><strong>สำหรับรายได้จากการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ประเภทต่างๆ&nbsp;รวมทั้งผ้าพื้นเมือง&nbsp;เบญจศรี&nbsp;</strong>อันเป็นอัตลักษณ์ที่มีกรรมวิธีทางธรรมชาติมียอดจำหน่ายในงาน&nbsp;79,685&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;นอกจากจะเป็นการร่วมทำบุญแล้วยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และการสงเคราะห์เพราะสิ่งของพระคุณเจ้าจะแบ่งมอบให้จังหวัดนำไปสงเคราะห์ผู้ยากไร้&nbsp;ผู้ด้อยโอกาสตามหมู่บ้านทั้งจังหวัดด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอวังหิน&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ผู้บริหารองค์กรเอกชน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนเป็นจำนวนมากเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322201134845
472	จ.สมุทรปราการ ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่	"<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;อาคารศาลากลางจังหวัดชั้น&nbsp;2&nbsp;</strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;หรือว่า&nbsp;กรอ.จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสมุทรปราการเห็นถึงความสำคัญของทุกภาคส่วนในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด&nbsp;จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันปรึกษาหารือถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดจะใช้เวทีการประชุมของคณะกรรมการชุดนี้เป็นกลไกสำคัญในการหารือถึงมาตรการและแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยจะมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนมาเข้าร่วมประชุมหารือกัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในการประชุมในครั้งนี้&nbsp;นายสาธิต&nbsp;กล่อมสวัสดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;ได้แจ้งต่อที่ประชุม&nbsp;ถึงการกำหนดการวัน&nbsp;เวลา&nbsp;ในการจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัดเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน&nbsp;ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ไปตามอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าองค์พระสมุทรเจดีย์&nbsp;อ.พระสมุทรเจดีย์&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;21.00&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดบางพลีน้อย&nbsp;อำเภอบางบ่อ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ถึง19.00&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดทิพย์นิมิต&nbsp;อำเภอบางพลี&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;19.00&nbsp;น.</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ได้รับทราบถึงความคืบหน้าการพัฒนาสะพานปลาสมุทรปราการ&nbsp;</strong>ซึ่งจะมีการพัฒนาให้เป็นท่าเทียบเรือโดยสารและท่องเที่ยว&nbsp;และท่าเทียบเรือรับรองการขนถ่ายปลาทูน่าและสินค้าจากหัวหน้าสำนักงานสะพานปลาสมุทรปราการ&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำรูปแบบของการพัฒนาเสนอไปยังองค์การสะพานปลาส่วนกลางเพื่อพิจารณาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322221311872
473	ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เยี่ยมชมสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย พร้อมให้กำลังใจผู้ประกอบการทอผ้าและ OTOP ในการมุ่งมั่นสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาบรรพบุรุษให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลต้นธง&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และ&nbsp;ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายอนุสรณ์&nbsp;วงศ์วรรณ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นางกุลทรัพย์&nbsp;ชื่นโกสุม&nbsp;นางจิณณารัชช์&nbsp;สัมพันธรัตน์&nbsp;นางกุสุมาล&nbsp;พงษ์สิทธิถาวร&nbsp;นางจิรวรรณ&nbsp;เพ็ญพาส&nbsp;อุปนายกสมาคม&nbsp;นางศุภกาญจน์&nbsp;โรจนโสทร&nbsp;กรรมการบริหารสมาคม&nbsp;นางอมรรัตน์&nbsp;สืบตระกูล&nbsp;ชมรมแม่บ้านกรมที่ดิน&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;สมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ตรวจเยี่ยมการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;อำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมออกร้านและจัดแสดงนิทรรศการ&nbsp;รวมกว่า&nbsp;30&nbsp;แห่ง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พวกเราคนไทย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องผู้ประกอบการทอผ้าและ&nbsp;OTOP&nbsp;มีวันนี้ได้&nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ทรงรื้อฟื้นผลิตภัณฑ์ผ้า&nbsp;งานหัตถศิลป์&nbsp;หัตถกรรมทุกประเภท&nbsp;ในการใช้เป็นเครื่องมือทำให้มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้&nbsp;มีเงินมีทองในการใช้ชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว&nbsp;ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมไม้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในเรื่องศูนย์ศิลปาชีพมาขยายผลขับเคลื่อนเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รวมกลุ่มของคนที่มีฝีไม้ลายมือ&nbsp;มีความชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน&nbsp;เช่น&nbsp;เก่งเรื่องอาหารก็รวมกลุ่มผู้ประกอบการอาหาร&nbsp;เก่งเรื่องงานแกะสลักก็รวมกลุ่มผู้ประกอบการงานแกะสลัก&nbsp;เก่งเรื่องผ้าก็รวมกลุ่มเป็นกลุ่มทอผ้า&nbsp;กลุ่มย้อมผ้า&nbsp;ซึ่งทุกกลุ่มก็จะมีผู้นำ&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผ้าไหม&nbsp;ผ้าทอ&nbsp;ผ้ายกดอก&nbsp;ที่ไม่ได้ทำโดยคนเดียว&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มช่วยกันทอ&nbsp;ช่วยกันตัด&nbsp;ช่วยกันย้อม&nbsp;ช่วยกันขาย&nbsp;ส่งผลให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มได้อานิสงส์ในการมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว&nbsp;ขณะเดียวกันก็ทำให้เราความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่บรรพบุรุษของเราได้กรุณาทิ้งมรดกอันล้ำค่า&nbsp;คือ&nbsp;""ภูมิปัญญา""&nbsp;ของงานหัตถศิลป์&nbsp;หัตถกรรมของไทยเอาไว้ให้พวกเราได้สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;แสดงถึงเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของพี่น้องคนไทยภาคเหนือ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;</strong>ในวันนี้เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า&nbsp;เรามีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของคนไทยซึ่งเป็นความมั่นคงของชีวิต&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ในปัจจัย&nbsp;4&nbsp;ที่ชีวิตเราจำเป็นต้องมี&nbsp;จึงขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ที่มาจากทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดลำพูน&nbsp;ที่ช่วยกันรักษาภูมิปัญญางานหัตถศิลป์&nbsp;หัตถกรรม&nbsp;ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านเครื่องนุ่งห่มให้กับประเทศไทย&nbsp;และขอให้จังหวัดลำพูน&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&nbsp;และทุกภาคส่วน&nbsp;ได้ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการทอผ้า&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ให้ได้รับการต่อยอด&nbsp;และพัฒนาทักษะ&nbsp;พัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้แก่ชีวิตและครอบครัวอย่างยั่งยืน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พวกเราคนไทยโชคดีที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;และแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการทอผ้าในทุกพื้นที่ของประเทศไทย&nbsp;ด้วยการพระราชทานลายผ้า&nbsp;""ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ""&nbsp;และ&nbsp;""ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา""&nbsp;รวมถึงโครงการพระราชดำริ&nbsp;""ผ้าไทยให้สนุก""&nbsp;เพื่อให้คนทุกเพศทุกวัย&nbsp;ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงวัยผู้ใหญ่&nbsp;สามารถสวมใส่ผ้าไทยได้ในทุกโอกาสในชีวิตประจำวัน&nbsp;ซึ่งนอกเหนือจากเป็นการส่งเสริมด้านการตลาดผ้าไทยแล้ว&nbsp;ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาฝีมือ&nbsp;พัฒนาลวดลายผ้าไทย&nbsp;ให้เป็นที่ต้องการของคนทุกเพศทุกวัยอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>""เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</strong>&nbsp;จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;ในวันที่&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนได้ร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยสีฟ้า&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เพื่อร่วมกันถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน&nbsp;และเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการผ้าทอไทย&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชปณิธานของพระองค์ท่านให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป""&nbsp;นายสุทธิพงษ์ฯ&nbsp;กล่าวในช่วงท้าย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย&nbsp;อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นสถานที่จัดแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้วิธีการทอผ้าด้วยมือและสืบทอดวัฒนธรรมการทอผ้าของจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อพัฒนาตลาดผ้าทอ&nbsp;สร้างอาชีพที่มั่นคงและมีคุณค่าของจังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งภายในมีพิพิธภัณฑ์ผ้าทอมือหริภุญชัยที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมการทอผ้าของคนลำพูน&nbsp;เป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นมาของผ้าทอ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าทอที่โดดเด่นและมีชื่อเสียง&nbsp;คือ&nbsp;""ผ้าไหมยกดอกลำพูน""&nbsp;ซึ่งถือเป็นราชินีของผ้าไหมยกดอกแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีความสวยงาม&nbsp;มีประวัติความเป็นมาแต่ครั้งเจ้าดารารัศมีได้คิดค้นวิธีการทอผ้ายกดอก&nbsp;และถ่ายทอดศิลปะผ่านลายผ้าให้เป็นเครื่องแต่งกายและได้รับการสืบสานจวบจนถึงปัจจุบัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322225810884
474	สำนักงานพลังงานจังหวัดเลย ร่วมกับ โรงเรียนเทศบาลท่าลี่ จัดโครงการเรียนรู้พลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน	<p><strong>ที่บริเวณห้องประชุมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าลี่&nbsp;อำเภอท่าลี่&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</strong>นายโสภัณ&nbsp;อุ่นวงศ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าลี่&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการการเรียนรู้พลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวจารุวรรณ&nbsp;ปรีชาเดช&nbsp;พลังงานจังหวัดเลย,&nbsp;จ่าสิบโท&nbsp;รุ่งอโนทัย&nbsp;ดีรักษา&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลท่าลี่,&nbsp;นายพิเย็น&nbsp;ภักดีสุวรรณ&nbsp;วิทยากรระดับ&nbsp;9&nbsp;จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดขอนแก่น&nbsp;คณะครูโรงเรียนเทศบาลท่าลี่&nbsp;เข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายโสภัณ&nbsp;อุ่นวงศ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าลี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการเรียนรู้พลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน&nbsp;เป็นมิติใหม่ที่ได้ดำเนินการตามนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน&nbsp;เพื่อใช้เป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทั้งในระบบนอกระบบ&nbsp;และการศึกษาตามอัธยาศัย&nbsp;เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เต็มศักยภาพและหลากหลาย&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ปัจจุบันการใช้พลังงานชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในทั่วโลกและมีทั้งเกิดประโยชน์และเกิดโทษมหาศาล&nbsp;ถ้าเราไม่ตระหนักถึงความเข้าใจวิธีการใช้พลังงานและการประหยัดประหยัดพลังงาน&nbsp;ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่ต้องศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างถูกต้อง&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องต่อไป</p><p><strong>จ่าสิบโท&nbsp;รุ่งอโนทัย&nbsp;ดีรักษา&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลท่าลี่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เทศบาลตำบลท่าลี่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในด้านบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์และประชาชนในท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติเทศบาล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2496&nbsp;และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่&nbsp;50&nbsp;เทศบาลตำบลมีหน้าที่จัดการศึกษาและให้ราษฎรได้รับการศึกษาอบรม&nbsp;จึงได้จัดตั้งสถานศึกษาคือ&nbsp;โรงเรียนเทศบาลท่าลี่และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าลี่&nbsp;โดยได้นำนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการเรียนรู้และพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยใช้สถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;School&nbsp;Based&nbsp;Management&nbsp;for&nbsp;Local&nbsp;Development&nbsp;:SBMLD&nbsp;โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการด้านการศึกษาทั้งในระบบ&nbsp;นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย&nbsp;เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้เต็มประสิทธิภาพ&nbsp;ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา&nbsp;พลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานและเพื่อเป็นศูนย์ในการถ่ายทอดในเรื่องพลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322230208885
475	จ.หนองบัวลำภู จัดงาน แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2022 นำเสนออัตลักษณ์และวัฒนธรรมของจังหวัดผ่านลวดลายบนผืนผ้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ	<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล&nbsp;2022&nbsp;ณ&nbsp;สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองบัวลำภู&nbsp;พร้อมด้วยนายสุวิทย์&nbsp;จันทร์หวร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้ประกอบกิจการ&nbsp;และประชาชนในจังหวัด&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมงานต่างแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน</p><p><strong>นายเสฏฐชัย&nbsp;ยุทธเศรษฐสิริ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน&nbsp;แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล&nbsp;2022&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภูมีวัฒนธรรมอันยาวนานกว่า&nbsp;900&nbsp;ปี&nbsp;มีการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมกันมาจากรุ่นสู่รุ่น&nbsp;โดยเฉพาะผ้าทอลายพื้นเมืองของจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;จึงจัดงานนี้ขึ้นเพื่อสร้างรายได้&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพให้กับกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของจังหวัด&nbsp;รวมถึงผ่านการจัดกิจกรรมการประกวดต่างๆ&nbsp;ต่อเนื่องกันในช่วงเวลา&nbsp;21&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้ด้วย</p><p><strong>หลังจากที่นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ทำพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการแล้ว</strong>&nbsp;ก็ได้เชิญชวนให้หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมกิจกรรมการเดินแบบในชุดผ้าทอไทย&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบให้ประชาชนได้เห็นความสวยงามของผ้าทอไทยจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;และเพื่อนำเสนอให้เห็นว่าผ้าทอไทยที่มีลวดลายงดงาม&nbsp;และตัดเย็บอย่างประณีตนั้น&nbsp;สามารถสวมใส่ได้ร่วมสมัยและไม่เชย&nbsp;แม้จะเป็นยุค&nbsp;2022&nbsp;นี้ก็ตาม</p><p><strong>จากนั้นจึงเป็นกิจกรรมประกวดแฟชั่นโชว์จากเยาวชนในจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>ที่สวมใส่ผ้าไทยมาประกวดความงดงามของลวดลายผ้า&nbsp;และความมั่นใจของเยาวชนที่ได้สวมใส่ผ้าไทย&nbsp;เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนเห็นความสวยงามของผ้าทอไทย&nbsp;สร้างความรักในวัฒนธรรมผ้าทอไทยในใจของเยาวชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภู</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สวท.หนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322231008886
476	ททท. พังงา จัดกิจกรรม Bangsak Beach Festival 2022 ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2565 	<p><strong>ททท.&nbsp;พังงา&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการส่งเสริมท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและแสดงศักยภาพด้านอาหารทะเลของจังหวัดพังงา</p><p><strong>นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง&nbsp;สมาคมกระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย&nbsp;ชมรมเซิร์ฟสเก็ตตะกั่วป่า&nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาในชื่องาน&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเวลา&nbsp;16.00-22.00&nbsp;น.&nbsp;ณ.หาดบางสัก&nbsp;ตำบลบางม่วง&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและแสดงศักยภาพด้านอาหารทะเลของจังหวัดพังงา&nbsp;เพิ่มมุมมองใหม่ทางการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาตามแนวคิด&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapter&nbsp;โดยมีกิจกรรมน่าสนใจอาทิ&nbsp;การจำหน่ายอาหารทะเลโดยตรงจากชาวประมงในพื้นที่&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Food&nbsp;Truck&nbsp;กิจกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอดทั้งสามวัน&nbsp;ประติมากรรมไฟ&nbsp;การแข่งขันเซิร์ฟสเก็ต&nbsp;และเวิร์คช้อปนำกัญชามาทำอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;และหลังจากการจบการจัดกิจกรรม&nbsp;งาน&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;จะมีการจัดกิจกรรมพาย&nbsp;Sup&nbsp;ในพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ในวันที่&nbsp;1-5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และกิจกรรมการเล่น&nbsp;Surf&nbsp;กิจกรรมเพื่อสุขภาพ&nbsp;ตลาดสินค้าชุมชม&nbsp;(Local&nbsp;Market)&nbsp;กิจกรรมวัฒนธรรม&nbsp;ศิลปะ&nbsp;และดนตรี&nbsp;(Culture&nbsp;&amp;Art&nbsp;,Sound)&nbsp;ในวันที่&nbsp;29-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งเซิร์ฟของจังหวัดพังงา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สวท.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323095856933
477	พาณิชย์จังหวัดลำปาง เดินหน้าสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์โครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;จัดสัมมนาเรื่องการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพาราและปาล์มน้ำมัน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ลำปางจำกัด&nbsp;ตำบลน้ำโจ้&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แนวทางการดำเนินการ&nbsp;รวมทั้งติดตามการดำเนินการ&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;และข้อเสนอแนะตามโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การสัมมนาครั้งนี้&nbsp;มีวิทยากรร่วมอภิปราย</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;นางสาวสุบิน&nbsp;แก้วเต็ม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;และนายกิติศักดิ์&nbsp;กุลเดชานันท์&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;สาขาแม่ทะ&nbsp;ดำเนินรายการโดย&nbsp;นางรพีพันธ์&nbsp;อุดขันจริง&nbsp;นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-03-23T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323102054945
478	บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ขยายเวลามอบส่วนลด LPG ต่อไปอีก 3 เดือน ช่วยลดต้นทุนค่าครองชีพให้ประชาชนไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565	<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;ฤกษ์พิบูลย์&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;และบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาก๊าซหุงต้ม&nbsp;หรือ&nbsp;LPG&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังคงผันผวน&nbsp;ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในประเทศยังอยู่ในระดับสูง&nbsp;และเพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการ&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงมีมติอนุมัติให้ขยายระยะเวลาช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&nbsp;กลุ่มร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยอาหาร&nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;100&nbsp;บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp;ต่อไปอีก&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้สนับสนุนส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม&nbsp;(LPG)&nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&nbsp;</strong>กลุ่มร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยอาหาร&nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;มาตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;เป็นงบประมาณรวมกว่า&nbsp;15.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้คนไทยฝ่าวิกฤตด้วยกันได้โดยเร็ว</p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323122313013
479	ปตท. สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ขยายเวลามอบส่วนลด LPG ต่อไปอีก 3 เดือน ถึง 30 มิถุนายนนี้	<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;ฤกษ์พิบูลย์</strong>&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและบรรเทาผล&nbsp;กระทบจากการปรับราคาก๊าซหุงต้ม&nbsp;หรือ&nbsp;LPG&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังคงผันผวน&nbsp;ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในประเทศยังอยู่ในระดับสูงและเพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการ&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงมีมติอนุมัติให้ขยายระยะเวลาช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&nbsp;กลุ่มร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยอาหาร&nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;100&nbsp;บาทต่อคนต่อเดือนต่อไปอีก&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้สนับสนุนส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม&nbsp;(LPG)</strong>&nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&nbsp;กลุ่มร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยอาหาร&nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;มาตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;เป็นงบประมาณรวมกว่า&nbsp;15.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้คนไทยฝ่าวิกฤตด้วยกันได้โดยเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323115454997
480	จังหวัดแพร่ เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม	<p><strong>จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;</strong>กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;สร้างความร่วมมือพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และให้นักท่องเที่ยวได้เกิดการเรียนรู้</p><p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่วัดดอนมูล&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลดอนมูล&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานในการเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มองค์กร&nbsp;และครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการในชุมชนให้สามารถจัดกิจกรรมที่ผู้บริโภคลงมือทำด้วยตนเอง&nbsp;นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยวได้เกิดการเรียนรู้&nbsp;ศึกษา&nbsp;และลงมือทำด้วยตนเอง&nbsp;สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความภาคภูมิใจจากฝีมือของตนเอง</p><p><strong>กิจกรรมในงานประกอบด้วย</strong>&nbsp;การเยี่ยมชมฐานศูนย์เรียนรู้เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก&nbsp;ฐานร้อยรักสานฝัน&nbsp;ฐานที่วางพักใจ&nbsp;การแสดงของชุมชน&nbsp;และนิทรรศการของผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และมาตรการสาธารณสุข&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323103318949
481	ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมลดใช้พลังงาน ส่งเสริมพลังงานทางเลือกเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก	<p><strong>นายวีริศ&nbsp;อัมระปาล&nbsp;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กนอ.)</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ในโครงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจเพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ของ&nbsp;กนอ.&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;บันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;เกิดการผลักดันให้มีการดำเนินการตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;มีการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้า&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;กนอ.&nbsp;และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</strong>&nbsp;จะร่วมกันดำเนินงานภายใต้กรอบความเข้าใจใน&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;ด้านการพัฒนาบุคลากร&nbsp;และด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แผนงานในระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ต่อจากนี้&nbsp;(2565&nbsp;&nbsp;2567)&nbsp;คาดว่าจะเกิดการประหยัดพลังงานสะสมได้กว่า&nbsp;640&nbsp;ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง&nbsp;ในปี&nbsp;2567&nbsp;คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้กว่า&nbsp;2,560&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า&nbsp;3.4&nbsp;แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์</p><p><strong>สำหรับในระยะแรกตั้งเป้าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่&nbsp;กนอ.&nbsp;</strong>ดำเนินการเอง&nbsp;15&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,505&nbsp;โรงงาน&nbsp;ให้ตระหนักถึงความจําเป็นในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม/ท่าเรืออุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและบรรลุเป้าหมายความเป็น&nbsp;กลางทางคาร์บอนภายในปี&nbsp;2593&nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี&nbsp;2608</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323110437961
482	เร่งดำเนินการรีไซเคิลซากรถยนต์เก่า ลดการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม	<p><strong>นายวันชัย&nbsp;พนมชัย&nbsp;อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถิติจำนวนรถยนต์จำแนกตามอายุรถทั่วประเทศของกรมการขนส่งทางบก&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ทุกประเภทรวมทั้งสิ้น&nbsp;5,033,307&nbsp;คัน&nbsp;หากรีไซเคิลซากรถจำนวน&nbsp;5&nbsp;ล้านคัน&nbsp;จะได้เหล็กประมาณ&nbsp;6.55&nbsp;ล้านตัน&nbsp;</p><p><strong>ประเทศไทยมีกำลังการบริโภคเหล็กอยู่ที่&nbsp;19&nbsp;ล้านตันต่อปี</strong>&nbsp;แบ่งเป็นการนำเข้า&nbsp;&nbsp;12&nbsp;ล้านตัน&nbsp;และผลิตเอง&nbsp;7&nbsp;ล้านตันและคาดว่าในระยะ&nbsp;20&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;จำนวนรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;จะเพิ่มเป็น&nbsp;16&nbsp;ล้านคัน&nbsp;ซึ่งรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนานและขาดการบำรุงรักษาตามมาตรฐานเป็นสาเหตุหลักอย่างหนี่งของปัญหาฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีโรงงานถอดแยกชิ้นส่วนรถยนต์&nbsp;แบบครบวงจรอยู่เพียง&nbsp;2&nbsp;แห่งในประเทศไทย&nbsp;ที่ดำเนินงานตั้งแต่การรวบรวมรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน&nbsp;การรื้อชิ้นส่วนยานพาหนะและการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วนรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>กรอ.&nbsp;จึงผลักดันให้ธุรกิจชนิดนี้เกิดการขยายตัว</strong>&nbsp;เพื่อลดปริมาณการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศและเป็นการนำทรัพยากรจากการแยกซากรถมาหมุนเวียนให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;ยาง&nbsp;พลาสติกและโลหะที่เป็นเหล็ก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่มีรถยนต์เก่านำรถยนต์มาทำลายอย่างถูกวิธีและกระตุ้นให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยการซื้อรถยนต์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&nbsp;นำไปสู่การเกิดระบบจัดการซากรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323110836964
483	กฟผ.เชิญชวนคนไทยร่วมใจประหยัดพลังงาน ล้างแอร์ฟรี - รับส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 รวม เริ่มเมษายนนี้	<p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;เฉลิมเกียรติ&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน</strong>&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการประหยัดพลังงาน&nbsp;ว่า&nbsp;กฟผ.&nbsp;ได้บริหารจัดการเชื้อเพลิงอื่นในการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;LNG&nbsp;ที่มีราคาสูง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปรับการเดินเครื่องโดยใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลแทนก๊าซฯ&nbsp;เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหิน&nbsp;เพื่อลดผลกระทบค่าไฟฟ้าของประชาชนและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศอย่างเพียงพอ&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้ยังได้&nbsp;จัดแคมเปญ</strong>&nbsp;Save&nbsp;Energy&nbsp;for&nbsp;ALL&nbsp;ร่วมใจประหยัดพลังงาน&nbsp;ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน&nbsp;เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจประหยัดพลังงาน&nbsp;ผ่านกิจกรรม&nbsp;ล้างแอร์ช่วยชาติ&nbsp;(Clean&nbsp;your&nbsp;air,&nbsp;Clean&nbsp;your&nbsp;life)&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยร่วมกับสมาคมผู้ค้าเครื่องปรับอากาศไทยให้บริการล้างแอร์แก่ประชาชนทั่วประเทศฟรีจำนวน&nbsp;10,000&nbsp;สิทธิ&nbsp;จำกัดครัวเรือนละ&nbsp;1&nbsp;สิทธิต่อการล้างแอร์ฟรี&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;คุณสมบัติยต้องเป็นแอร์แบบติดผนังขนาดไม่เกิน&nbsp;24,000&nbsp;บีทียู&nbsp;เพียงลงทะเบียนรับสิทธิผ่านทาง&nbsp;www.egat.co.th&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;การล้างแอร์ทุก&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ&nbsp;10</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ส่งเสริมการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง&nbsp;</strong>โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้าและผู้ค้าปลีก&nbsp;มอบส่วนลด&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์&nbsp;5&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;สิทธิ&nbsp;เพียงแสดงบัตรประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;จุดขายในร้านค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมและแสดงหลักฐานการเพิ่มเพื่อนใน&nbsp;LINE@EGAT&nbsp;หรือ&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;กฟผ.&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งประชาชนจะสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง&nbsp;1.3&nbsp;ล้านหน่วยต่อปี&nbsp;ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ&nbsp;804&nbsp;ตันต่อปี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323120741006
484	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม นำสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในครัวเรือนมาจำหน่ายในราคาถูก ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน	<p><strong>ที่บริเวณวัดลาดเป้ง&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>จัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางณัฐสุดา&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ซึ่งมีประชาชนเข้าแถวเพื่อซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์ราคาสินค้า&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับราคาสูงขึ้นเช่นกัน&nbsp;ทำให้ประชาชนต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จึงได้จัดโครงการเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน&nbsp;โดยได้จัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าจำเป็นในครัวเรือน&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาล&nbsp;ซอสปรุงรส&nbsp;เนื้อสัตว์&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;นำมาจำหน่ายในราคาต้นทุน&nbsp;ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;ให้บริการประชาชน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยมีคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;แจกบัตรคิว&nbsp;จะเรียกคิวละ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;และมีการจำกัดจำนวนการซื้อเพื่อมิให้ส่งผลกระทบกับร้านค้าในชุมชนได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายเจิม&nbsp;นาคทอง&nbsp;ประชาชนในตำบลนางตะเคียน</strong>&nbsp;<strong>ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ออกมาซื้อสินค้า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการนี้ดีมาก&nbsp;สินค้าราคาถูกมีคุณภาพ&nbsp;ไม่ต้องเดินทางไปไกล&nbsp;ให้เปลืองน้ำมันในสถานการณ์แบบนี้อยากให้จัดครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;จะได้แก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างทั่วถึง</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางกฤษญาพร&nbsp;สุนทรพจน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการ&nbsp;ธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กำหนดจัดขึ้นเดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;หมุนเวียนไปตามอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางออกมาจับจ่ายสินค้าใกล้บ้าน</p><p>&nbsp;</p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323125827017
485	เดินหน้านำนักออกแบบรุ่นใหม่ ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่งเสริมการจ้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจชุมชน	<p><strong>นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากการที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ผ่านการแข่งขันทักษะด้านการออกแบบ&nbsp;โดยคัดเลือกนักศึกษาลงพื้นที่ร่วมพัฒนาสินค้า&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;และบริการชุมชนต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;7&nbsp;ซึ่งปีนี้ได้คัดเลือก&nbsp;5&nbsp;ชุมชน&nbsp;ของจังหวัดหนองคาย&nbsp;ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าแก่สินค้าและบริการของชุมชน&nbsp;และได้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&nbsp;ที่ออกแบบตราสัญลักษณ์และบรรจุภัณฑ์&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านดงป่าเปลือย&nbsp;ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า&nbsp;สร้างการจดจำ&nbsp;ผลักดันชุมชนบ้านดงป่าเปือยสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งได้สร้างความสุขให้ชุมชนอย่างมาก</p><p><strong>สำหรับโครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับจากชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ</strong>&nbsp;ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพแก่ประชาชน&nbsp;นำไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างดี&nbsp;ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยได้ประสานงานกับผู้ประกอบการและชุมชนต่างๆ&nbsp;ในการนำผลิตภัณฑ์มาต่อยอดภายใต้โครงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย&nbsp;พร้อมจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ซึ่งปีนี้ได้ลงนามความร่วมมือกับภาคเอกชนจำหน่ายสินค้ามียอดเจรจาธุรกิจแล้วกว่า&nbsp;600&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323143329073
486	ยะลา  ติดตามความคืบหน้า เปิดด่านเบตง ต้อนรับนักท่องเที่ยวรูปแบบ One day trip - Test & Go	<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการและคณะทำงาน</strong>เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลาและคณะกรรมการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดยะลาเฉพาะสถานการณ์ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;ซึ่งมีการติดตามความคืบหน้าการเปิดพรมแดนด่านเบตง</p><p><strong>ได้เห็นชอบ&nbsp;สำหรับการเปิดแผนการกำหนดรายละเอียดมาตรการด้านสาธารณสุข</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวผ่านด่านพรมแดนเบตง&nbsp;แบบ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip&nbsp;(ต้องมีผลตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยรูปแบบ&nbsp;ATK)&nbsp;และ&nbsp;แบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;(ต้องมีผลตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;,ต้องมีการทำประกันชีวิต,&nbsp;และต้องเข้ารับโรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร้านค้าต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;Sha&nbsp;plus&nbsp;ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;สำหรับกิจการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อเตรียมเปิดด่านเบตงในเร็วๆ&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323144806091
487	กระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ร่วมวางแนวทางระบายผลไม้เพื่อการส่งออก รองรับปริมาณผลผลิตปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านตัน	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยผลการประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ปี&nbsp;2565&nbsp;และการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้&nbsp;ว่า&nbsp;ในปีนี้&nbsp;(2565)&nbsp;คาดว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ&nbsp;13&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;5,426,555&nbsp;ตัน&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งไปยังตลาดต่างประเทศ&nbsp;ทำให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;หารือเพื่อสนับสนุนช่องทางส่งออกแก่เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทุกภูมิภาคเป็นการล่วงหน้า&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นจะมีแนวทางร่วมกัน&nbsp;8&nbsp;ประเด็น</strong>&nbsp;ครอบคลุมทั้งการขนส่งทางบก&nbsp;ทางราง&nbsp;ทางเรือ&nbsp;และทางอากาศ&nbsp;สำหรับตลาดสำคัญคือประเทศจีนที่มีปริมาณส่งออกสูงที่สุด&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีปริมาณ&nbsp;2,200,000&nbsp;ตัน&nbsp;ปีนี้ไทยจะเจรจากับทางการจีนเพื่อเปิดด่านสำคัญคือ&nbsp;ด่านตงซิง&nbsp;เพื่อระบายผลไม้ออก&nbsp;รวมทั้งขอเพิ่มมาตรการอำนวยความสะดวกแก่การขนส่งเส้นทางรถไฟสายลาว-จีน&nbsp;ซึ่งต้องตรวจสินค้าที่ด่านโม่ฮาน&nbsp;แต่ด่านยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;จะเจรจาให้ตรวจที่ด่านคุนหมิงแทน&nbsp;ขณะที่การขนส่งทางเรือปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนเริ่มคลี่คลายลง&nbsp;และค่าระวางเรือยังทรงตัว&nbsp;ส่วนการขนส่งทางอากาศจะเจรจากับ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&nbsp;ช่วยสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนให้ต้นทุนการขนส่งทางอากาศลดลง&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ภาคเอกชนขอให้ช่วยเจรจากับจีนกรณีการตรวจโควิดที่ด่านตรวจ&nbsp;แล้วพบเชื้อโควิด&nbsp;ขอให้ฆ่าเชื้อแล้วส่งผลไม้กลับแต่อย่าปิดด่านและขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทั้งเกษตรกรผู้แปรรูป&nbsp;ล้ง&nbsp;ผู้ส่งออกและส่วนราชการทั้งหมด&nbsp;ช่วยหาหนทางให้การส่งผลไม้ส่งออกไปตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;สามารถดำเนินการไปได้ด้วยดีที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323201402282
488	ยืนยันการโยกย้ายตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง ไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดให้บริการเส้นทางบินของสายการบินนกแอร์	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">กรมท่าอากาศยาน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ชี้แจงกรณีมีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;ว่า&nbsp;ตามที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ถึงกรณีที่กรมท่าอากาศยานมีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าว&nbsp;ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของสายการบินนกแอร์&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงแต่อย่างใด&nbsp;ซึ่งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&nbsp;กรมท่าอากาศยานได้มีคำสั่งให้ข้าราชการไปช่วยปฏิบัติราชการ&nbsp;โดยให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ไปช่วยปฏิบัติราชการที่กองควบคุมมาตรฐานสนามบิน&nbsp;เพื่อความเหมาะสมและเป็นรูปแบบของการบริหารงานบุคคลภายในของกรมท่าอากาศยานและให้หน่วยงานสามารถขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นอกจากนี้&nbsp;กรมท่าอากาศยาน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ยังได้ชี้แจงกรณีที่มีบุคคลภายนอกนำรถตู้เข้าไปในลานจอดอากาศยาน&nbsp;ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนระเบียบตามมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน&nbsp;ล่าสุดได้มอบหมายให้รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323201539283
489	โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 57,000 ล้านบาท ประชาชนสามารถใช้สิทธิ ถึง 30 เมษายนนี้	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.26&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;57,037.1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;29,015.1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;28,022&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งตามประเภทตามร้านค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;23,865.1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้านธงฟ้า&nbsp;9,777.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้าน&nbsp;OTOP&nbsp;2,560.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้านค้าทั่วไป&nbsp;19,714.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้านบริการ&nbsp;1,012.9&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกิจการขนส่งสาธารณะ&nbsp;107.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมด&nbsp;26.38&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;1.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;เป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;2.81&nbsp;หมื่นราย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่&nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ได้ผ่านเว็บไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">www.คนละครึ่ง.com</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323202000286
490	จังหวัดสมุทรสงคราม ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม 	<p><strong>คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ประชุมติดตามการดำเนินงานพร้อมพิจารณาร่างแผนความปลอดภัยเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;และทบทวนอัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสมุทรสงครามประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่ห้องประชุมแม่กลอง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;พร้อมพิจารณาร่างแผนความปลอดภัยเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการและให้มีการปรับมาตรการบางส่วน&nbsp;และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;รวมทั้งได้มีการทบทวนอัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสมุทรสงครามประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีการทบทวนกันทุกปี&nbsp;เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวทางในการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวของททท.ต่อไป&nbsp;ซึ่งผลการทบทวน/การวิเคราะห์อัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เห็นควรเป็น&nbsp;เมืองปราชญ์ศิลปิน&nbsp;วิถีถิ่นสามน้ำ&nbsp;ล่องลำนาวา&nbsp;สามเวลา&nbsp;สามอำเภอ</p><p><strong>จากข้อมูลของกองเศรษฐกิจกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจังหวัดสมุทรสงครามในปี&nbsp;2564&nbsp;ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมีกว่า&nbsp;8&nbsp;แสนคน&nbsp;ซึ่งลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;900&nbsp;กว่าล้านบาท&nbsp;สำหรับจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;55&nbsp;จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง&nbsp;ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ของททท.&nbsp;เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างสมดุล&nbsp;ซึ่งจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;ผลไม้พื้นถิ่น&nbsp;เมนูอาหารถิ่นตามฤดูกาล&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323170953185
491	จ.มุกดาหาร เชิญร่วมชม เชียร์และเป็นเจ้าบ้านที่ดีการแข่งขันจักรยานานาชาติ 1-10 เมษายนนี้ และช่วงสงกรานต์อย่างปลอดโรค ปลอดภัย	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>และนายประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวในรายการ&nbsp;จังหวัดมุกดาหารพบประชาชน&nbsp;ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เอฟ.เอ็ม.99.25&nbsp;มฮ&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;live&nbsp;เพจ&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหารและ&nbsp;สวท.มุกดาหาร</p><p><strong>โดยมีนางวันวิภา&nbsp;แพงแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นผู้ดำเนินรายการ&nbsp;ว่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;จะจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ&nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราช&nbsp;เจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เจริญพระชนมพรรษา&nbsp;67&nbsp;พรรษา&nbsp;""The&nbsp;Princess&nbsp;Maha&nbsp;Chakri&nbsp;Sirindhorns&nbsp;Cup&nbsp;Tour&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;2022""&nbsp;แบบชีวิตวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;โดยใช้เส้นทางภายในจังหวัดสกลนคร&nbsp;นครพนม&nbsp;และมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;22&nbsp;ประเทศ</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารร่วมชมเชียร์&nbsp;เ</strong>ป็นกำลังใจให้กับนักกีฬา&nbsp;และร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดบ้านเรือน&nbsp;และชุมชน&nbsp;เพื่อแสดงออกถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;และความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดมุกดาหารยังมีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวและทีมนักกีฬานานาชาติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;งานเวียดทาวน์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;งานถนนวัฒนธรรมอำเภอหนองสูง&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565และงานมหกรรมแสดงสินค้าและจับคู่เจรจาธุรกิจสู่การค้าชายแดน&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ระว่างวันที่&nbsp;6-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และยังมีงาน&nbsp;มินิสงกรานต์&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดศรีมงคลใต้&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำพระ&nbsp;ก่อเจดีย์ทรายอีกด้วย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์การระบาดของโควิดโอมิครอน&nbsp;ยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่องทั้งไทยและทั่วโลก&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;ขอให้&nbsp;พี่น้องประชาชนเน้นมาตรการส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น&nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่&nbsp;หรือเจล&nbsp;แอลกอฮอล์เมื่อจับต้องสิ่งของ,&nbsp;ระยะห่างจากคนอื่น&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก&nbsp;และในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ซึ่งมีการเดินทาวกลับภูมิลำเนาขอเชิญชวนให้ทุกครอบครัวตรวจสอบการรับวัคซีนของผู้สูงอายุในครอบครัวและขอให้รับวัคซีนให้ครบทั้ง&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงอาการเจ็บป่วยรุนแรงอันตรายถึงเสียชีวิตได้&nbsp;สำหรับประชาชนที่จะเดินทางกลับมุกดาหารขอให้มีการประเมินความเสี่ยงตนเองว่ามีความเสี่ยงสูงมากน้อยเพียงใด&nbsp;ถ้ามีความเสี่ยงสูงสามารถทำได้&nbsp;2&nbsp;แนวทางคือ&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือ&nbsp;จัดหา&nbsp;ATK&nbsp;ตรวจด้วยตนเอง&nbsp;ซึ่งสามารถทำได้สะดวก&nbsp;เพื่อกลับบ้านมาอย่างปลอดโรคและปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>"	2022-03-23T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323180043197
492	ยะลา สืบสานผ้าพื้นถิ่น จัดแฟชั่นโชว์ Yala fashion show on the skyกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง	<p><strong>เริ่มแล้ว&nbsp;สำหรับกิจกรรม&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky</strong>&nbsp;โครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งได้นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;-&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึง&nbsp;สานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม&nbsp;นำไปสู่ระดับนานาชาติ</p><p><strong>ซึ่งในพิธีเปิดงาน&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณจุดชมวิว</strong>สกายวอร์คอัยเยอร์เวง&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;นายปิยะ&nbsp;สุวรรณพฤกษ์&nbsp;ประธานโครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมภริยา&nbsp;</strong>ยังได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในด้วยการสวมใส่เสื้อลายผ้ายะลารวมใจ&nbsp;ซึ่งเป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดยะลาซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky</strong>&nbsp;เกิดขึ้นจากแนวคิดการออกแบบลวดลาดผ้าป่าแดนใต้&nbsp;โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงพระราชทานแก่ช่างฝีมือ&nbsp;เพื่อต่อยอดและเสริมรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจในงานฝีมือวิถีถิ่น&nbsp;&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการผ้าในท้องถิ่น&nbsp;ได้แก่กลุ่มครูผีเสื้อ&nbsp;กลุ่มธาตุดิน&nbsp;กลุ่ม&nbsp;Adel&nbsp;Kraf&nbsp;กลุ่มอาดือนัน&nbsp;กลุ่มนานาไอเดีย&nbsp;กลุ่มศรียะลาบาติก&nbsp;และ&nbsp;Eric&nbsp;Choong&nbsp;ภายใต้ชื่อชุด&nbsp;ป่าแดนใต้&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324092926347
493	นกแอร์ เปิดเที่ยวบิน จากดอนเมืองเยือนเมืองสามหมอก ช่วงฤดูร้อน 2 วันต่อสัปดาห์	<p><strong>ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;แจ้งตารางบินช่วงฤดูร้อน</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;ถึง&nbsp;29&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;โดยจะให้บริการในวันศุกร์&nbsp;และวันอาทิตย์<strong>สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>ทางอากาศ&nbsp;จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;จากดอนเมือง&nbsp;ถึง&nbsp;&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD152&nbsp;เวลาออก&nbsp;10:00&nbsp;น.&nbsp;เวลาถึง&nbsp;11:30&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD154&nbsp;เวลาออก&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;เวลาถึง&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ในส่วนของเส้นทางแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD153&nbsp;เวลาออก&nbsp;12:00&nbsp;น.&nbsp;เวลาถึง&nbsp;13:30&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD155&nbsp;เวลาออก&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;เวลาถึง&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;053-612-057&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการ&nbsp;เฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;ของท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการ&nbsp;แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยการตั้งจุดคัดกรองทำการตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือให้กับผู้มาใช้บริการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน&nbsp;เจ้าหน้าที่สายการบิน&nbsp;และผู้ประกอบการทุกคน&nbsp;พร้อมกำชับให้พนักงานทำความสะอาด&nbsp;หมั่นดูแลทำความสะอาดสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;จุดตรวจค้น&nbsp;เคานเตอร์ประชาสัมพันธ์&nbsp;เคาน์เตอร์เช็คอิน&nbsp;เก้าอี้ผู้โดยสาร&nbsp;รถเข็นสัมภาระ&nbsp;ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำทุกวัน&nbsp;รวมถึงได้ตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตามจุดต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;จุดคัดกรอง&nbsp;จุดประชาสัมพันธ์&nbsp;ห้องผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก&nbsp;และทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;บริเวณพื้นที่ให้บริการทุกวันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324094611356
494	การบินไทย พร้อมกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารสู่ 34 เส้นทางบินทั่วโลก ทั้งยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย 	"<p><strong>บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย&nbsp;สายการบินไทยให้บริการเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารในตารางการบินฤดูร้อน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;อีก&nbsp;34&nbsp;เส้นทางบินทั่วโลก&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเส้นทางสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-แฟรงก์เฟิร์ต&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ลอนดอน-กรุงเทพฯ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ซิดนีย์-กรุงเทพฯ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-โคเปนเฮเกน-กรุงเทพฯ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;แลเส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-สตอกโฮล์ม-กรุงเทพฯ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนเส้นทางยุโรปและออสเตรเลียให้บริการ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;10&nbsp;เส้นทาง</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ลอนดอน&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;11&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ปารีส&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ซูริก&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-บรัสเซลส์&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-มิวนิก&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ซิดนีย์&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;และเส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เมลเบิร์น&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน</p><p><strong>สำหรับเส้นทางเอเชียให้บริการ&nbsp;19&nbsp;เส้นทาง</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โตเกียว&nbsp;(นาริตะ)&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โตเกียว&nbsp;(ฮาเนดะ)&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-นาโกยา&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โอซากา&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-มะนิลา&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โซล&nbsp;ทำการบินทุกวัน/&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ไทเป&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ฮ่องกง&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-สิงคโปร์&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-จาการ์ตา&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ธากา&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เจนไน&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เบงกาลูรู&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-นิวเดลี&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-มุมไบ&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ละฮอร์&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-อิสลามาบัด&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;และเส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-การาจี&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม</strong>&nbsp;รายละเอียดตารางบิน&nbsp;สำรองที่นั่ง&nbsp;และออกบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://thaiairways.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">thaiairways.com</a>&nbsp;สำนักงานขายการบินไทย&nbsp;หรือ&nbsp;THAI&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร.&nbsp;0-2356-1111&nbsp;ทุกวัน&nbsp;(ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;หรือ&nbsp;อีเมล&nbsp;<a&nbsp;href=""mailto:contact@service.thaiairways.com""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">contact@service.thaiairways.com</a>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103322384
495	ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ออกสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(สคบ.)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ลงพื้นที่ห้างแม็คโครสาขามุกดาหาร&nbsp;และร้านจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;และตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการขึ้นราคาจนเกินควร</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวถึงภาพรวมราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์&nbsp;แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพาณิชย์&nbsp;และยังอยู่ในราคาตามมาตรฐาน&nbsp;โดยในช่วงนี้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก็ได้ออกตรวจติดตามราคาสินค้าทุกวัน&nbsp;ขอให้ประชาชนชาวมุกดาหารสบายใจในเรื่องนี้ได้</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวถึงสถานการณ์ด้านราคาของสุกรมีชีวิตได้ลดลงจาก&nbsp;110&nbsp;&nbsp;120&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ในช่วงเดือนที่ผ่านมา&nbsp;ลงมาเหลือ&nbsp;82&nbsp;&nbsp;83&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ส่งผลให้ราคาสุกรชำแหละตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาลดลง&nbsp;อยู่ที่&nbsp;150&nbsp;&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;กก.&nbsp;ส่วนราคาไข่ไก่&nbsp;ถึงแม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;โดยในส่วนของไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;3.20&nbsp;บาท&nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ราคาแนะนำจะอยู่ที่&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;แต่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังจำหน่ายในราคา&nbsp;3.30&nbsp;&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภคอื่นๆ&nbsp;ยังคงทรงตัวและมีความเพียงพอตอความต้องการของตลาด</p><p><strong>ส่วนทางด้านราคาสินค้าเพื่อการเกษตรและอาหารสัตว์&nbsp;</strong>จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้สินค้าขาดตลาด&nbsp;ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระงับการผลิตจากต้นทาง&nbsp;และพบการขายสินค้าแบบพ่วงจากบริษัทค้าส่ง&nbsp;ตัวอย่างเช่น&nbsp;หากต้องการซื้อปุ๋ย&nbsp;ต้องซื้อสินค้าอื่นๆ&nbsp;หรือปุ๋ยสูตรอื่นๆ&nbsp;มาขายด้วย&nbsp;ทำให้ทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจะทำการเก็บรวบรวมเพิ่มเติม</strong>ว่ามีบริษัทใดกระทำการในลักษณะดังกล่าวบ้าง&nbsp;เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์&nbsp;หาทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้ราคาสินค้ามีกลไกที่เป็นมาตรฐาน&nbsp;และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324110622403
496	"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม ""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท"" ครั้งที่ 5 ที่อำเภอมโนรมย์"	"<p><strong>ณ&nbsp;วัดศรีเจริญ&nbsp;ตำบลศิลาดาน&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาทับทิม&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ส้มโอขาวแตงกวา&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;และสินค้าจากชุมชนภายในพื้นที่อำเภอมโนรมย์&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;จากความร่วมมือของสำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324111351405
497	สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาเผยแพร่แนวทางการสะสม Energy points 	<p><strong>นางสาวฐิติลักษณ์&nbsp;คำพา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;</strong>ให้เกียรติเป็นประธานในงานสัมมนาเผยแพร่แนวทางการสะสม&nbsp;Energy&nbsp;points&nbsp;ภายใต้โครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด&nbsp;SME&nbsp;(Energy&nbsp;Points&nbsp;3)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;(ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องแสนสุข&nbsp;1-2&nbsp;โรงแรมบางแสน&nbsp;เฮอริเทจ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์&nbsp;บัณฑิตกมล&nbsp;รองประธานคณะทำงานโครงการฯ,&nbsp;นายรุ่งเรือง&nbsp;สายพวรรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,&nbsp;นายณัฎฐ์ธน&nbsp;สาตรจีนพงษ์&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนต่างๆ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ท่ามกลางผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;ที่ตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงานกว่า&nbsp;100&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;</p><p><strong>โครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด&nbsp;SME</strong>&nbsp;มีที่มาจากการที่สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้ทำการสำรวจสภาพปัญหาต่างๆ&nbsp;และความต้องการการส่งเสริมสนับสนุนด้านการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงมีปัญหาการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานหลายประการ&nbsp;โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;ที่มีสภาพความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานน้อย&nbsp;เนื่องจากขาดแนวทางและเงินทุนที่จะดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ด้วยเหตุดังกล่าว&nbsp;กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;</strong>จึงสนับสนุนให้&nbsp;สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ดำเนินโครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด&nbsp;SME&nbsp;หรือ&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็น&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;Phase&nbsp;3&nbsp;และเพื่อเป็นการจูงใจให้โรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SME)&nbsp;ดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นระบบแบบง่ายๆ&nbsp;ด้วยกลไกการสะสม&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;โดยได้รับ&nbsp;Energy&nbsp;Point&nbsp;ต่อเมื่อดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ที่โครงการกำหนด&nbsp;คือ&nbsp;1.ประกาศนโยบายด้านพลังงาน&nbsp;2.แต่งตั้งผู้ประสานงานดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานในองค์กร&nbsp;(Energy&nbsp;Man)&nbsp;3.วางแผนการอนุรักษ์พลังงานเบื้องต้นภายในองค์กร&nbsp;4.ทบทวนแผนการอนุรักษ์พลังงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;เพื่อพร้อมนำไปปฏิบัติ&nbsp;เมื่อได้รับ&nbsp;Energy&nbsp;Point&nbsp;แล้วสามารถนำมาแลกรับสิทธิประโยชน์ด้านพลังงานต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การอบรมให้ความรู้&nbsp;และการศึกษาดูงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;การให้คำแนะนำแนวทางการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานโดยผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;และเงินทุนสนับสนุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดถึง&nbsp;3&nbsp;แสนบาทต่อนิติบุคคล&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดต่างๆ&nbsp;ร่วมกันประชาสัมพันธ์และดำเนินโครงการให้กับภาคอุตสาหกรรมอย่างทั่วถึงทุกภูมิภาค</p><p><strong>สำหรับภายในงานยังได้จัดการบรรยายเรื่อง&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;แนวทางเพื่อการประหยัดพลังงานสำหรับ&nbsp;SMEs&nbsp;</strong>และการบรรยายเรื่อง&nbsp;แนวทางการอนุรักษ์พลังงานในโรงงาน&nbsp;SME&nbsp;จากผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;รวมถึงบูธแนะนำอุปกรณ์ประหยัดพลังงานจากผู้ประกอบการโดยตรงอีกกว่า&nbsp;10&nbsp;บริษัท&nbsp;ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;3&nbsp;สามารถสอบถามได้ที่&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;038&nbsp;288&nbsp;507&nbsp;/&nbsp;081&nbsp;002&nbsp;6776&nbsp;e-mail:&nbsp;center.chonburi@gmail.com&nbsp;,Facebook&nbsp;และ&nbsp;Line&nbsp;official&nbsp;:&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;จังหวัดอื่นสอบถามรายละเอียดและสมัครได้ที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324113141416
498	"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม ""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท"" ครั้งที่ 5/2565 นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพดี ราคาถูก จำหน่ายแก่ประชาชนพื้นที่อำเภอมโนรมย์"	"<p><strong>ที่&nbsp;บริเวณวัดศรีเจริญ&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รักษาราชการนายอำเภอมโนรมย์&nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลศิลาดาน&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน&nbsp;โดยสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;(เนื้อแดง)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;ที่วัดศรีเจริญ&nbsp;อำเภอมโนรมย์วันนี้&nbsp;ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยมีส่วนราชการของกระทรวงเกษตร&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกร&nbsp;ร่วมกันนำสินค้าในราคาต้นทุนมาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อปลา&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;รวมถึงสินค้าเกษตรส้มโอขาวแตงกวาเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ลดภาระเรื่องค่าครองชีพ&nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก&nbsp;และราคาประหยัด&nbsp;โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่วัดทรงเสวย&nbsp;ตำบลหนองน้อย&nbsp;อำเภอวัดสิงห์&nbsp;และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมเลือกซื้อซึ่งทางจังหวัดได้จัดหมุนเวียนไปจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;สัปดาห์เว้นสัปดาห์&nbsp;ตามอำเภอต่างๆ&nbsp;จนครบทุกอำเภอ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;สำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324120402436
499	งานมหกรรมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ส่งออกระดับโลก และเทศกาลของดีอำเภอสามโก้ ประจำปี พ.ศ.2565	<p><strong>วานนี้&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนสามโก้วิทยาคม&nbsp;ตำบลสามโก้</strong>&nbsp;อำเภอสามโก้&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;งานมหกรรมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ส่งออกระดับโลก&nbsp;และเทศกาลของดีอำเภอสามโก้&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวเอกรัตน์&nbsp;นาคาคง&nbsp;นายศักดิ์ดา&nbsp;บรรดาศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;พี่น้องประชาชนเข้าร่วมในพิธี</p><p><strong>นายอานนท์&nbsp;บูรณะภักดี&nbsp;นายอำเภอสามโก้&nbsp;กล่าวรายงานว่า</strong>&nbsp;การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมการจำหน่ายมะม่วงและสร้างโอกาส&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของอำเภอสามโก้&nbsp;และผลไม้ต่างๆ&nbsp;อย่างแพร่หลาย&nbsp;และภายในงานกิ่งกาชาดอำเภอสามโก้&nbsp;ได้จัดให้มีการออกร้านกิ่งกาชาดพาโชค&nbsp;เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศลของอำเภอสามโก้&nbsp;ในด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;คนชรา&nbsp;คนพิการ&nbsp;และผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนสามโก้วิทยาคม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลสามโก้&nbsp;อำเภอสามโก้&nbsp;จังหวัดอ่างทอง</p><p><strong>โดยภายในงานกิจกรรมต่างๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;ชมขบวนแห่ของดีอำเภอสามโก้&nbsp;</strong>และการแสดงเด็กนักเรียนของกลุ่มโรงเรียนสามโก้การประกวดมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;กล้วยน้ำว้า&nbsp;การประกวดพืชผักผลไม้ที่เป็นของดีอำเภอสามโก้&nbsp;การแข่งขันทำมูนข้าวเหนียว&nbsp;ยำมะม่วงลีลา&nbsp;แข่งขันกินมะม่วงสุก&nbsp;การประกวดพันธุ์วัวสวยงามของกลุ่มผู้เลี้ยงวัวสามโก้&nbsp;การโชว์บอนสีสวยงามของกลุ่มบอนสีอำเภอสามโก้&nbsp;และการประกวดร้องเพลงกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;นักร้องกิตติมศักดิ์และการออกร้านกิ่งกาซาดพาโชค</p><p><strong>สำหรับการจัดงานมหกรรมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ส่งออกระดับโลก&nbsp;</strong>และเทศกาลของดีอำเภอสามโก้&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;ในการสนับสนุนช่วยเหลือเป็นอย่างดี&nbsp;และสำหรับสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;ที่นำมาจัดแสดงจำหน่าย&nbsp;และจัดประกวดแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;ล้วนเป็นผลผลิตของเกษตรกรในอำเภอสามโก้ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงสีทอง&nbsp;พืชผักต่างๆ&nbsp;ซึ่งเป็นของเด่น&nbsp;ของดีมีคุณภาพ&nbsp;ที่อำเภอสามโก้ภูมิใจนำเสนอให้เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน&nbsp;พร้อมทั้งร่วมอนุรักษ์ประเพณีพื้นบ้านให้อยู่คู่หมู่บ้านชุมชน&nbsp;ตลอดไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อ่างทอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324142535476
500	กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยรวม 3 ปี กว่า 30,000 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนมาจากจำนวนคดีความที่เข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลมากขึ้น	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ช่วงที่ผ่านมาสร้างผลกระทบทั้งด้านบวกและลบแก่ภาคธุรกิจทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&nbsp;ต่างแสดงผลประกอบการที่เป็นบวก&nbsp;ขณะเดียวกันมีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง&nbsp;แต่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามอง&nbsp;คือ&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;โดยพบว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจจัดตั้งธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในช่วง&nbsp;2&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;มีการจัดตั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;7.92&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากเรื่องของกฎหมาย&nbsp;ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชน&nbsp;ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงผู้ที่มีความขัดแย้งหรือมีธุรกิจเป็นของตนเอง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีการจัดตั้งถึง&nbsp;435&nbsp;ราย&nbsp;ทุนจดทะเบียนกว่า&nbsp;572.91&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;ขณะที่รายได้ธุรกิจเฉลี่ยรวม&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2561&nbsp;-&nbsp;2563)&nbsp;กว่า&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลพบว่า&nbsp;มีจำนวน&nbsp;60,000&nbsp;-&nbsp;70,000&nbsp;รายต่อปี&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสความต้องการที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายที่จะเติบโตตามการจัดตั้งธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และจำเป็นต้องใช้บริการรับคำปรึกษาเพื่อดำเนินธุรกิจ&nbsp;ทั้งด้านการเงิน&nbsp;การลงทุน&nbsp;การระงับข้อพิพาท&nbsp;และธุรกิจยังสามารถใช้สำนักงานกฎหมายหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นตัวช่วยในการประกอบธุรกิจ&nbsp;ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมายให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนา</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;ดำเนินธุรกิจอยู่จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;5,478&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.67&nbsp;ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่</strong>&nbsp;และมีมูลค่าทุนรวม&nbsp;12,808.39&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;เป็นธุรกิจขนาดเล็กดำเนินธุรกิจในรูปบริษัทจำกัด&nbsp;มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยจำนวนธุรกิจดังกล่าวทำให้คู่แข่งในตลาดมีจำนวนไม่มาก&nbsp;จึงพร้อมเปิดรับนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;เป็นธุรกิจที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวสูง&nbsp;หากลูกค้ามีความพึงพอใจในผลงาน&nbsp;และเกิดการบอกต่อ&nbsp;จะส่งผลให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นตามไปด้วย</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324141407469
501	สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงครามจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP ทั้งสามอำเภอเพื่อระดมสมองในการจัดทำแผนสู่ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์	<p><strong>ที่ห้องประชุมกนกรัตน์รีสอรท์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านปรก&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรม&nbsp;:&nbsp;การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;คณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;และนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัดผู้รับผิดชอบงาน&nbsp;เข้าร่วมทบทวนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;แนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัด&nbsp;การเป็นผู้ผลิตอย่างมืออาชีพ&nbsp;จัดทำแนวทางการให้การสนับสนุนผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐาน&nbsp;ช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และการจัดทำแผนปฏิบัติงานขยายเครือข่ายระดับจังหวัด&nbsp;โดยมีวิทยากรมืออาชีพมาบรรยายและวิเคราะห์แนวทางให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม</p><p><strong>นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงานจากองค์กรของตนเองอย่างทั่วถึง&nbsp;เป็นการสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ให้คณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนได้ขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพกรอบแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;และการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์ได้พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ให้มีความสามรรถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศได้</p><p>&nbsp;</p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324135647467
502	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ย้ำรัฐบาล พร้อมสนับสนุนงบประมาณและนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการ BCG Startup  ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจไทยควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม	<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงานมหกรรม&nbsp;BCG&nbsp;Startup&nbsp;Investment&nbsp;Day&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;</strong>&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;หรือ&nbsp;บีโอไอ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;NIA&nbsp;พร้อมหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;จัดขึ้นเพื่อสร้างขีดความสามารถการแข่งขัน&nbsp;วิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;หรือ&nbsp;Startup&nbsp;ของไทย&nbsp;ก้าวสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ขับเคลื่อนเป็นอุตสาหกรรมในวงกว้างครอบคลุมทั่วประเทศ&nbsp;สอดคล้องกับความพร้อมของประเทศไทย&nbsp;ด้วยการต่อยอดจุดแข็งของประเทศ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;ความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และความสามารถในการนำผลผลิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;พร้อมมีห่วงโซ่อุปทานทางด้านการเกษตรและอาหารที่แข็งแกร่ง&nbsp;รวมทั้งการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อรองรับการลงทุนที่มี&nbsp;จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และสถาบันการศึกษา&nbsp;เพื่อสร้างนวัตกรรมและยกระดับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ&nbsp;พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลง&nbsp;เช่น&nbsp;สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจาก&nbsp;บีโอไอ&nbsp;เงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามาถในการแข่งขันของประเทศซึ่งมีงบประมาณพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน</p><p><strong>นางสาวดวงใจ&nbsp;อัศวจินตจิตร์&nbsp;&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;บีโอไอ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การพัฒนาประเทศด้วยเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ถือเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;งานมหกรรม&nbsp;BCG&nbsp;Startup&nbsp;Investment&nbsp;Day&nbsp;ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศในการสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;BCG&nbsp;Startup&nbsp;สู่การเป็น&nbsp;Unicorn&nbsp;Startup&nbsp;คือ&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;วิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;หรือ&nbsp;Startup&nbsp;ที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า&nbsp;1&nbsp;พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯหรือ&nbsp;ประมาณ&nbsp;31,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์&nbsp;เพื่อร่วมพัฒนาเศรษฐกิจไทยควบคู่การอนุรักษ์&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;Startup&nbsp;จะมีส่วนช่วยให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจหากได้รับการสนับสนุนอย่างครบวงจรและถูกจุด&nbsp;เมื่อ&nbsp;Startup&nbsp;ประสบความสำเร็จก็จะเป็นการจุดประกายความหวังให้คนรุ่นใหม่รวมพลังกันเข้ามาพัฒนาประเทศ</p><p><strong>ด้านนายพันธุ์อาจ&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันปริมาณ&nbsp;วิสาหกรรมเริ่มต้นของไทย&nbsp;ในกลุ่มวิสาหกิจเทคโนโลยีเชิงลึก&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Deep&nbsp;Tech&nbsp;Startup&nbsp;&nbsp;ยังมีไม่เพียงพอ&nbsp;ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก&nbsp;เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด&nbsp;สำหรับวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;จัดเป็นกลุ่มที่มีการวิจัยและพัฒนาเข้มข้น&nbsp;ในด้านการเกษตรอาหารและการแพทย์&nbsp;ซึ่งเป็นสาขาที่ประเทศไทยมีความสามารถระดับสูงในห่วงโซ่มูลค่าโลก&nbsp;หรือ&nbsp;Global&nbsp;Value&nbsp;Chain&nbsp;&nbsp;เหมาะสำหรับการทำงานร่วมกับกลุ่มบรรษัทขนาดใหญ่ของไทยและดึงดูดทางนวัตกรรมในระดับนานาชาติเป็นอย่างดี&nbsp;โดยตั้งเป้าหมายให้มีวิสาหกิจเกิดใหม่&nbsp;100&nbsp;รายภายในปี&nbsp;2566&nbsp;ปัจจุบันมีการจัดตั้งไปแล้วกว่า&nbsp;60&nbsp;ราย</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324133827460
503	ยกระดับ 16 เทศกาลงานประเพณีไทย ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ชุมชน	<p><strong>นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้ได้คัดเลือกงานเทศกาล&nbsp;ประเพณีที่มีความโดดเด่นมาส่งเสริมและยกระดับไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;16&nbsp;กิจกรรม&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;ประเพณีแห่สลุงหลวง&nbsp;สืบสานกลองใหญ่&nbsp;ปีใหม่เมืองนครลำปาง&nbsp;&nbsp;ประเพณีภูไทรำลึก&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;&nbsp;ประเพณีปอยส่างลอง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;ประเพณีแห่ช้างบวชนาคไทยพวน&nbsp;บ้านหาดเสี้ยว&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;&nbsp;ประเพณีสืบสานงานนมัสการหลวงพ่อพระสุก&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;เทศกาลเสน่ห์ชุมชน&nbsp;ยลวิถีย่านเมืองเก่าวิวาห์บาบ๋าภูเก็ต&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเพณีบูชาพระธาตุ&nbsp;ย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองคนดี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ประเพณีห่มผ้าพระนอน&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเพณีทิ้งกระจาด&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;รวมถึงมหกรรมสืบสานพหุวัฒนธรรม&nbsp;งานของดีเมืองนรา&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานเทศกาลและประเพณีดังกล่าว</strong>&nbsp;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สามารถช่วยให้เกิดการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;อาหาร&nbsp;ที่พัก&nbsp;&nbsp;การเดินทาง&nbsp;ศิลปินพื้นบ้าน&nbsp;ผลิตภัณฑ์และบริการทางวัฒนธรรมมากขึ้น&nbsp;โดยทุกกิจกรรมเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150224510
504	พัฒนาเส้นทางเรือโดยสารไฟฟ้า 5 เส้นทางในปี 2565 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตามแผนพัฒนาเส้นทางเดินเรือสีเขียว	<p><strong>นายภูริพัฒน์&nbsp;ธีระกุลพิศุทธิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมเจ้าท่า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;เตรียมแผนการยกระดับความปลอดภัยทางน้ำเชิงรุก&nbsp;โดยสำนักงานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ&nbsp;ร่วมกับภาคเอกชนในการเปิดเส้นทางให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้า&nbsp;เป็นการส่งเสริมการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าเพื่อมาใช้ในระบบขนส่งทางน้ำ&nbsp;เพื่อเป็นไปตามแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ตามแผนปี&nbsp;2565&nbsp;โดยจะเปิด&nbsp;5&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา</strong>&nbsp;พัฒนาเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาโดยใช้เรือขนาดความยาว&nbsp;23.97&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับคนโดยสารได้จำนวน&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;สามารถทดแทนการใช้น้ำมันได้จำนวน&nbsp;262,800&nbsp;ลิตรต่อปี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม&nbsp;</strong>โดยตลอดเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมมีระยะทาง&nbsp;5&nbsp;กม.&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;4&nbsp;เขต&nbsp;ได้แก่&nbsp;เขตพระนคร&nbsp;เขตดุสิต&nbsp;เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย&nbsp;และเขตปทุมวัน&nbsp;ใช้เวลาเดินทางตลอดสายเพียง&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;โดยต่อเรือไฟฟ้าจำนวน&nbsp;7&nbsp;ลำ&nbsp;และนำของเดิมมาดัดแปลงอีก&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;รวมเป็น&nbsp;8&nbsp;ลำ&nbsp;ขนาดความยาว&nbsp;9.90&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับคนโดยสารได้&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;สามารถทดแทนการใช้น้ำมันได้จำนวน&nbsp;40,420.20&nbsp;ลิตรต่อปี&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางคลองแสนแสบ</strong>&nbsp;เส้นทางส่วนต่อขยายของ&nbsp;กทม.(วัดศรีบุญเรือง-มีนบุรี)&nbsp;ระยะทาง&nbsp;11.5&nbsp;กม.&nbsp;มีเรือไฟฟ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า&nbsp;นำมาให้บริการประชาชนฟรี&nbsp;ในเส้นทางคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย&nbsp;รองรับคนโดยสารได้&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ร่วมกับโซลาร์เซลล์&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางคลองดำเนินสะดวก&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเส้นทางคลองดำเนินสะดวก&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;ซึ่งมีเรือจำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ติดตั้งระบบมอเตอร์ไฟฟ้าทดแทนเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันสำหรับเรือเพลาใบจักรยาว(หางยาว)&nbsp;ปัจจุบันให้บริการเดินเรือท่องเที่ยวคลองดำเนินสะดวกเรียบร้อยแล้วและร่วมกับเอกชน&nbsp;พัฒนาเรือเพลาใบจักรยาววัสดุตัวเรือทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์&nbsp;ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ซึ่งได้ต่อเรือและส่งมอบให้กรมเจ้าท่าเพื่อใช้เป็นต้นแบบของเรือในคลองดำเนินสะดวก&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;Banpu&nbsp;NEXT&nbsp;e-Ferry</strong>&nbsp;เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเล&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ปัจจุบันเรือได้ย้ายจากอ่าวพังงา&nbsp;มาให้บริการใน&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;(ท่าเรือสิชลซีฟู้ด)&nbsp;ออกให้บริการล่องเรือรับประทานอาหาร&nbsp;วันละ&nbsp;1&nbsp;เที่ยว&nbsp;ระหว่างท่าเรือสิชล-เขาพลายดำ&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.-17.00&nbsp;น.&nbsp;ตั้งแต่ปลายเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;โดยมีผู้ใช้บริการประมาณ&nbsp;40-50&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;ปัจจุบันหยุดการให้บริการชั่วคราวเนื่องจากโควิด-19</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;โครงการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า&nbsp;</strong>นับเป็นโครงการที่มีส่วนสำคัญเป็นความร่วมมือระหว่างกรมเจ้าท่า&nbsp;กระทรวงคมนาคมและภาคเอกชน&nbsp;ในการดำเนินการตามแผนพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรรมพลังงานไฟฟ้ามาใช้เพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อสอดรับกับแผนพัฒนาประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการจราจรทางบก&nbsp;ช่วยลดมลพิษเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ทั้งทางรถ&nbsp;ราง&nbsp;เรือ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150806519
505	รองเลขาธิการ ศอ.บต.ร่วมชมแฟชั่นโชว์ Yala Fashion Show on the Sky ชุดป่าแดนใต้ ส่งเสริมอัตลักษณ์ผ้าลายท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สู่ระดับสากล	<p><strong>นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;ร่วมโครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;กิจกรรม&nbsp;&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky&nbsp;ณ&nbsp;จุดชมวิวสกายวอล์ค&nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายปิยะ&nbsp;สุวรรณพฤกษ์&nbsp;ประธานโครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น</strong>&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ภายใต้มาตรการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;สำหรับกิจกรรม&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการผ้าในท้องถิ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มครูผีเสื้อ&nbsp;กลุ่มธาตุดิน&nbsp;กลุ่ม&nbsp;Adel&nbsp;Kraf&nbsp;กลุ่มอาดือนัน&nbsp;กลุ่มนานาไอเดีย&nbsp;กลุ่มศรียะลาบาติก&nbsp;และ&nbsp;Eric&nbsp;Choong&nbsp;ภายใต้ชื่อชุด&nbsp;ป่าแดนใต้&nbsp;ซึ่งมีแนวคิดในการออกแบบลวดลายผ้าป่าแดนใต้&nbsp;โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงพระราชทานแก่ช่างฝีมือ&nbsp;เพื่อต่อยอดและเสริมรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจในงานฝีมือวิถีถิ่นอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>และนอกจากนี้ภายในงานผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาด&nbsp;&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ยังได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์&nbsp;โดยสวมใส่เสื้อลายผ้ายะลารวมใจ&nbsp;ซึ่งเป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดยะลา&nbsp;สร้างความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก&nbsp;และถือได้ว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;และยังเป็นการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145448501
506	อบจ.นราธิวาส พร้อมร่วมพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกัง	<p><strong>นางสาวอังคนา&nbsp;พุฒิไพโรจน์&nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&nbsp;อบจ.นราธิวาส&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายบุญลือ&nbsp;เทพษรเลขานุการ&nbsp;อบจ.&nbsp;นายประหยัด&nbsp;เสนา&nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&nbsp;นางณิชนันทน์&nbsp;โชติไพบูลย์พันธุ์&nbsp;หัวหน้าสำนักปลัด&nbsp;อบจ.&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชุมหารือแก้ไขปัญหาและวางแนวทางส่งเสริมเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกังร่วมกับนายอาเรส&nbsp;หะยีแวนาแว&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;อบจ.&nbsp;เขต&nbsp;5&nbsp;อ.เมืองนราธิวาส&nbsp;และคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>เพื่อรับฟังปัญหาของการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกัง&nbsp;</strong>แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;เพื่อวางกรอบและแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;อาทิ&nbsp;การปรับภูมิทัศน์&nbsp;ทางเข้าออก&nbsp;สถานที่จอดรถ&nbsp;จัดให้มีเรือนำเที่ยวชมทัศนียภาพในชุมชน&nbsp;ตลอดจนการจัดให้จุด&nbsp;check-in&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ได้เก็บภาพบรรยากาศ&nbsp;ซึ่งทางอบจ.นราธิวาส&nbsp;จะนำข้อเสนอจากคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยวไปพิจารณาและหาแนวทางร่วมกับคณะผู้บริหาร&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตลาดน้ำยะกัง&nbsp;ถือเป็นการท่องเที่ยวชุมชน</strong>&nbsp;ที่มีการบริหารจัดการโดยชุมชน&nbsp;ซึ่งในอนาคตสามารถพัฒนายกระดับการให้บริการในทางกายภาพ&nbsp;คุณภาพสินค้าอาหาร&nbsp;และบรรยากาศธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่นักท่องเที่ยวสร้างความประทับใจในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;มิติ&nbsp;ตลอดจนสามารถนำรายได้กลับมาสู่ชุมชนได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324155524567
507	แหล่งเงินและวงเงินที่ใช้ในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบความขัดแย้งรัสเซียกับยูเครน กว่า 80,000 ล้านบาท 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์จาก&nbsp;10&nbsp;มาตการที่รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;มากกว่า&nbsp;40&nbsp;ล้านคน&nbsp;แบ่งเป็นครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า&nbsp;300&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;ล้านหลังคาเรือน&nbsp;กลุ่มผู้ประกันตนในมาตรา&nbsp;33&nbsp;จำนวน&nbsp;11.2&nbsp;ล้านคน&nbsp;นายจ้างจำนวน&nbsp;490,000&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ประกันตนในมาตรา&nbsp;40&nbsp;จำนวนน&nbsp;10.7&nbsp;ล้านคร&nbsp;ผู้ประกันตนในมาตรา&nbsp;39&nbsp;จำนวน&nbsp;1.9&nbsp;ล้านคน&nbsp;ผู้ใช้ก๊าซหุงต้มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;5,500&nbsp;คน&nbsp;ผู้ใช้ก๊าซ&nbsp;NGV&nbsp;ทั่วไป&nbsp;จำนวน&nbsp;318,000&nbsp;คน&nbsp;ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์รับจ้าง&nbsp;จำนวน157,000&nbsp;คน&nbsp;และผู้ขับรถแท็กซี่ที่อยู่ในโครงการลมหายใจเดียวกัน&nbsp;จำนวน&nbsp;17,000&nbsp;คน&nbsp;โดยใช้แหล่งเงินในการดำเนินมาตรการจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;วงเงิน&nbsp;39,520&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;49&nbsp;กองทุนประกันสังคมวงเงิน&nbsp;35,224&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;44&nbsp;งบกลางจากสำนักงบประมาณ&nbsp;3,740&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจากบริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จำนวน&nbsp;1,763&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมวงเงินในการชดเชยทั้งสิ้นทั้งหมด&nbsp;80,247&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193310749
508	ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยรวม 3 ปี กว่า 30,000 ล้านบาท 	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ช่วงที่ผ่านมาสร้างผลกระทบทั้งด้านบวกและลบแก่ภาคธุรกิจทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&nbsp;ต่างแสดงผลประกอบการที่เป็นบวก&nbsp;ขณะเดียวกันมีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง&nbsp;แต่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามองคือ&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;โดยพบว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจจัดตั้งธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในช่วง&nbsp;2&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;มีการจัดตั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;7.92&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากเรื่องของกฎหมาย&nbsp;ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชน&nbsp;ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงผู้ที่มีความขัดแย้งหรือมีธุรกิจเป็นของตนเอง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีการจัดตั้งถึง&nbsp;435&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ทุนจดทะเบียนกว่า&nbsp;572.91&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่รายได้ธุรกิจเฉลี่ยรวม&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2561&nbsp;-&nbsp;2563)&nbsp;กว่า&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลพบว่า&nbsp;มีจำนวน&nbsp;60,000&nbsp;-&nbsp;70,000&nbsp;รายต่อปี&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสความต้องการที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายที่จะเติบโตตามการจัดตั้งธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และจำเป็นต้องใช้บริการรับคำปรึกษาเพื่อดำเนินธุรกิจ&nbsp;ทั้งด้านการเงิน&nbsp;การลงทุน&nbsp;การระงับข้อพิพาท&nbsp;และธุรกิจยังสามารถใช้สำนักงานกฎหมายหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นตัวช่วยในการประกอบธุรกิจ&nbsp;ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมายให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนา</p><p><strong>ปัจจุบันธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย</strong>&nbsp;ดำเนินธุรกิจอยู่จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;5,478&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.67&nbsp;ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่&nbsp;และมีมูลค่าทุนรวม&nbsp;12,808.39&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;เป็นธุรกิจขนาดเล็กดำเนินธุรกิจในรูปบริษัทจำกัด&nbsp;มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยจำนวนธุรกิจดังกล่าวทำให้คู่แข่งในตลาดมีจำนวนไม่มาก&nbsp;จึงพร้อมเปิดรับนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;เป็นธุรกิจที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวสูง&nbsp;หากลูกค้ามีความพึงพอใจในผลงานและเกิดการบอกต่อ&nbsp;จะส่งผลให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นตามไปด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193004744
509	ยืนยันภาพรวมทางการเงินการคลังของไทย ยังมีเสถียรภาพ การก่อหนี้สาธารณะไม่สูงเกินกว่าเพดาน	<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;นำทีมเศรษฐกิจ&nbsp;การคลัง&nbsp;พลังงานและแรงงาน&nbsp;กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งยูเครน&nbsp;&nbsp;รัสเซีย&nbsp;โดยกล่าวยอมรับว่า&nbsp;นอกจากความรุนแรงของผลกระทบโควิด-19&nbsp;ที่มีมากว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;แล้ว&nbsp;วิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงเพราะประชาชนไทยได้รับผลกระทบต่อไปด้วย&nbsp;&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้ออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนถึงปัจจุบันวิกฤตโควิด-19&nbsp;ยังไม่คลี่คลาย&nbsp;ในเวลาเดียวกันสัญญาณราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นประกอบกับการลดกำลังการผลิตจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก&nbsp;รวมถึงโอเปคที่ไม่เพิ่มกำลังการผลิต&nbsp;จนเข้าสู่วิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;ส่งผลให้ราคาพลังงานทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น&nbsp;ถือเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต&nbsp;แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจออกทั้งด้านการเงินการคลังช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ผ่านการดูแลของ&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานที่ดูแลเศรษฐกิจมหภาค&nbsp;ทั้งธนาคารแห่งประเทศ&nbsp;สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของไทยจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงทางการเงินคลัง&nbsp;ทั้งนี้หลังเกิดความต้องการพลังงานและสินค้าบางประเภทสูงเกินกว่าที่จะผลิตได้ทัน&nbsp;ส่งผลต่อราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกีดกันทางการค้า&nbsp;จึงเป็นเหตุอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;พร้อมยืนยันเสถียรภาพการเงินการคลังของไทย&nbsp;ไม่สูงเกินกว่าเพดานหนี้สาธารณะแม้จะปรับเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม</p><p><strong>ด้านอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>กล่าวถึงฐานะการคลังของรัฐบาลในช่วง&nbsp;5&nbsp;เดือนแรกของปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างเดือนตุลาคม&nbsp;2564-กุมพาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;901,414&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;1,429,194&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน&nbsp;394,465&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้เงินคงคลัง&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;418,588&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนความกังวลต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย&nbsp;คาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้าโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน&nbsp;หรือ&nbsp;กนง.ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;จะมีการประชุมอีกครั้งปลายเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ส่วนสภาพคล่องด้านเสถียรภาพทางการเงินของภาคเอกชน&nbsp;และธนาคารพาณิชย์&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันยังคงมีสภาพคล่องส่วนเกินภายในระบบสถาบันกาเรงิน&nbsp;ประมาณ&nbsp;2.5&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม้งบประมาณปี&nbsp;2565&nbsp;ประเทศไทยขาดดุลประมาณ&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185619700
510	พช.ปทุมธานี  ดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดปทุมธานี สู่มาตรฐาน	"<p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์&nbsp;ในพระบรมราชูถัมภ์</strong>&nbsp;ตำบลคลองหนึ่ง&nbsp;อำเภอคลองหลวง&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายพงษ์เทพ&nbsp;รุ่งเรือง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;สู่มาตรฐาน&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สุพจน์&nbsp;ทรายแก้ว&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ&nbsp;นางรัตนาวดี&nbsp;ครุยทอง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ&nbsp;แก่กลุ่มผู้ผลิต&nbsp;สินค้า&nbsp;ที่จะทำให้มีคุณภาพ</strong>&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;และเป็นที่ยอมรับ&nbsp;ตามหลัก&nbsp;เกณฑ์&nbsp;ที่&nbsp;อย.&nbsp;กำหนด&nbsp;ช่วงเช้า&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี&nbsp;สนับสนุนวิทยากรบรรยาย&nbsp;""แนวทางการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน""&nbsp;และ&nbsp;ช่วงบ่าย&nbsp;แบ่งกลุ่มผู้ประกอบการตามผลิตภัณฑ์ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;สถานี&nbsp;คือ&nbsp;สถานีแรก&nbsp;ประเภทอาหาร&nbsp;สถานที่&nbsp;2&nbsp;ประเภทเครื่องดื่ม&nbsp;และสถานที่&nbsp;3&nbsp;ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&nbsp;โดยมีวิทยากรประจำกลุ่มให้คำแนะนำวิธีการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์เชิงลึก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324172133653
511	เดินหน้าคัดกรองผู้จำหน่ายจริงตามราคา 80 บาท พร้อมเริ่มจำหน่ายงวดแรก 2 พฤษภาคมนี้	<p><strong>นายลวรณ&nbsp;แสงสนิท&nbsp;ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา&nbsp;ว่า&nbsp;ภาพรวมของการดำเนินการทั้ง&nbsp;3&nbsp;มาตรการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ขณะนี้ได้มีการคัดเลือกตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่กรุเทพมหานคร&nbsp;&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เสร็จสิ้น&nbsp;รวม&nbsp;151&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการทำสัญญารับสลากไปจำหน่าย&nbsp;&nbsp;เริ่มงวดวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ทำให้ยอดรวมของจุดจำหน่ายโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ขณะนี้มีทั้งหมด&nbsp;228&nbsp;ราย&nbsp;(18&nbsp;จังหวัด)&nbsp;ส่วนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการในจังหวัดต่างๆ&nbsp;ภาคอื่นๆ&nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการคัดเลือกอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>สำหรับการคัดกรองผู้ลงทะเบียนซื้อ-จองล่วงหน้า</strong>&nbsp;ทั้งในส่วนของรายเดิม&nbsp;ปี&nbsp;2558&nbsp;และที่สมัครใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากผู้ลงทะเบียนมีจำนวนมาก&nbsp;จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ&nbsp;โดยจะใช้การตรวจสอบการจำหน่ายจริงตามราคาและข้อมูลจากภาครัฐมาประกอบการพิจารณา&nbsp;เพื่อให้การคัดกรองมีความแม่นยำถูกต้อง&nbsp;และได้ผู้ที่ทำอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวจริงในปัจจุบัน&nbsp;ไม่ใช่ผู้ที่นำสลากไปจำหน่ายต่อให้แก่พ่อค้าคนกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสลากฯ&nbsp;ได้มีการทดสอบระบบ&nbsp;ให้ผู้ซื้อสลาก&nbsp;Scan&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;จากผู้จำหน่ายสลาก&nbsp;เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้จำหน่ายสลากจริงในราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ตั้งแต่งวดวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงงวดวันที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และจะดำเนินการตรวจสอบการเป็นผู้จำหน่ายสลากจริงด้วยวิธีดังกล่าวอีกอย่างน้อยจำนวน&nbsp;3&nbsp;งวด&nbsp;ในภายหลัง</p><p><strong>ขณะที่การจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์</strong>&nbsp;อยู่ระหว่างพัฒนาระบบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185211693
512	จังหวัดเพชรบุรี เร่งติดตามผลการดำเนินโครงการ ฯ เสริมสร้างศักยภาพ ฐานการผลิตภาคการเกษตร อุตสาหกรรม เชื่อมโยงการท่องเที่ยวคุณภาพ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ให้ท้องถิ่นมีศักยภาพความพร้อมทุกด้าน	<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>,&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงาจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพริบพรี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นโยบายรัฐบาล&nbsp;เร่งการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยมุ่งให้ท้องถิ่นมีศักยภาพความพร้อม&nbsp;ภายใต้กลไกประชารัฐในพื้นที่ที่เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;โดยยึดหลักความต้องการของคนในพื้นที่&nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มาสร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;โดยดึงของดี&nbsp;ทั้งพืชเกษตร&nbsp;อาหาร&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้ติดตามโครงการ&nbsp;เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;สนองยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งบางโครงการได้ขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณ&nbsp;และยกเลิกโครงการ&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวเปิดโลกทะเลโคลน&nbsp;ของด&nbsp;เนื่องจากความไม่พร้อมของสถานที่&nbsp;ฯ&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้นำงบประมาณจากโครงการที่ยกเลิก&nbsp;ไปให้โครงการที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;ให้ดำเนินกิจกรรม&nbsp;ถนนคนเดิน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;อาหารพื้นถิ่น&nbsp;และขนมหวานเมืองเพชร&nbsp;สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ร่วมพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและบริการเพื่อสร้างประโยชน์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324181640670
513	ส.ปชส.สตูล จัด Press Tour วันเดย์ทริป ฟื้นเมืองสตูล ท่องเที่ยวน้ำตกวังสายทอง - ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ - ล่องแก่งวังสายทอง	"<p><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Press&nbsp;Tour&nbsp;ฟื้นเมืองสตูล&nbsp;รับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางบกและทางทะเล&nbsp;ตามโครงการประชาสัมพันธ์ฟื้นเมืองสตูล&nbsp;รับการท่องเที่ยวหลังโควิด-19&nbsp;คลาย&nbsp;แบบ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีผู้บริหารระดับจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนด้านสาธารณสุข&nbsp;,สื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัดสตูล&nbsp;และเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;ทริปแรก&nbsp;จัดไปแล้ววันที่&nbsp;26&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;ประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลแบบ&nbsp;One&nbsp;Day&nbsp;Trip&nbsp;เที่ยวทะเลครบจบใน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;กับเส้นทาง&nbsp;""มหัศจรรย์สันหลังมังกร-อ่าวตะโละวาว&nbsp;เกาะตะรุเตา""&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวทางบก&nbsp;มีน้ำตกวังสายทอง&nbsp;-&nbsp;ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ&nbsp;-&nbsp;ล่องแก่งวังสายทอง&nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางบกแบบ&nbsp;One&nbsp;Day&nbsp;Trip&nbsp;เที่ยววันเดียวจบใน&nbsp;1&nbsp;วันเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการล่องแก่งวังสายทอง&nbsp;มี&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;มีการทำ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;covid&nbsp;ทุกราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาได้เปิดให้บริการ&nbsp;หลังจากปิดการให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทุกแห่งมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ล่องแก่ง&nbsp;เที่ยวถ้ำเจ็ดคต&nbsp;และน้ำตกวังสายทอง&nbsp;</p><p><strong>ข้อดีของการท่องเที่ยววังสายทองคือ&nbsp;เที่ยวธรรมชาติ&nbsp;</strong>โล่ง&nbsp;โปร่ง&nbsp;มีแสงแดด&nbsp;&nbsp;พื้นที่กว้างและระบายอากาศ&nbsp;ดีมาก&nbsp;ๆ&nbsp;สถานประกอบการมีความหลากหลายให้เลือกใช้บริการ&nbsp;ราคาตั้งแต่&nbsp;600&nbsp;-&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ความหลากหลายตรงนี้เป็นจุดแข็งของวังสายทอง&nbsp;ซึ่งแต่ละวันก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เที่ยวได้ทั้งปี&nbsp;เพราะความหลากหลาย&nbsp;สถานประกอบการแต่ละแห่ง&nbsp;มีสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;ที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สามารถจัดอบรม&nbsp;สัมมนา&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ได้</p><p><strong>โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการเปิดด่านทางบกที่ด่านวังประจัน&nbsp;อ.ควนโดน&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ซึ่งมติที่ประชุมของ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เห็นชอบให้จังหวัดสตูลเปิดด่านทางบกในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324191843732
514	หนองคาย คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภาศึกษาดูงาน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>คณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว</strong>&nbsp;<strong>เชื่อมโยงภูมิภาคที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;โดยได้ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;และรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับ&nbsp;สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย&nbsp;และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาคไทย-จีน-ลาว</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;พลเอก&nbsp;ธนะศักดิ์&nbsp;ปฏิมาประกร</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;พร้อมคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ได้เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค&nbsp;ที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;มีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นางสาวสิริมา&nbsp;วัฒโน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;พร้อมหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ให้การต้อนรับและนำศึกษาดูงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยในช่วงเช้าได้ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;ณ&nbsp;วัดโพธิ์ชัย&nbsp;</strong>พระอารามหลวง&nbsp;วัดที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อพระใส&nbsp;พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย&nbsp;จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;ลานวัฒนธรรม&nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;หน้าวัดลำดวน&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;ซึ่งเป็นลานที่มีพญานาคคู่ขนาดใหญ่&nbsp;ถือเป็นแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในช่วงบ่าย&nbsp;พลเอก&nbsp;ธนะศักดิ์&nbsp;ปฏิมาประกร</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;พร้อมคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับ&nbsp;สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย&nbsp;และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาคไทย-จีน-ลาว&nbsp;โดยมีนางสาวสิริมา&nbsp;วัฒโน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;พร้อมหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมปทุมเทวาภิบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองคาย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พลเรือเอก&nbsp;ชุมนุม&nbsp;อาจวงษ์&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การเดินทางมาศึกษาดูงานและร่วมประชุมกับจังหวัดหนองคายครั้งนี้&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะของทางจังหวัด&nbsp;ในการเตรียมการเพื่อเปิดประเทศ&nbsp;เพราะว่าจังหวัดหนองคายจะเป็นจุดสำคัญ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเส้นทางรถไฟไทย-จีนผ่านมาทางนี้&nbsp;จึงได้มาดูการเตรียมความพร้อมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;และการเตรียมการในการรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มีการประกาศออกมาแล้วว่าจะมีการเปิดประเทศ&nbsp;ซึ่งจังหวัดหนองคายคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ต้นเดือนเมษายนนี้&nbsp;กิจการท่องเที่ยวก็จะได้รับการฟื้นฟู&nbsp;สามารถกลับมามีรายได้เข้าประเทศเช่นเดิมต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;กล่าวต่อไปอีกว่า&nbsp;</strong>จากที่ได้รับฟังบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมไปถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ทั่วไป&nbsp;พบว่ามีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เป็นจำนวนมากที่มีอยู่แล้ว&nbsp;เพียงแต่ว่าในการเชื่องโยงการท่องเที่ยวแบบภูมิภาคที่เป็นเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และตามรัฐธรรมนูญ&nbsp;ที่ต้องมีการเน้นในการทำกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย&nbsp;เป็นจุดเชื่อมต่อในการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน&nbsp;เช่น&nbsp;ที่อุดรฯ&nbsp;ก็จะมีการจัดพืชสวนโลกที่เป็นนานาชาติ&nbsp;ส่วนที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;ก็จะมีการขยายกีฬาร่มร่อนให้เป็นกีฬาในระดับโลกต่อไป&nbsp;และทางคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ยังได้ขอให้มีการจัดทำข้อมูลเป็นสถิติ&nbsp;ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ที่เดินทางจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เข้ามาในไทย&nbsp;ว่ามีพฤติกรรมในการท่องเที่ยวอย่างไร&nbsp;จุดขายที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวคืออะไร&nbsp;แล้วจะได้มีการพัฒนาจุดขายดังกล่าวให้มีการขยายตัวรับนักท่องเที่ยวตามยุทธศาสตร์ชาติได้เพิ่มขึ้นต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324191931734
515	"จังหวัดมุกดาการ จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม ""เวียดทาวน์มุก"" วันที่ 1-3 เม.ย.นี้"	"<p><strong>จังหวัดมุกดาการ&nbsp;จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม&nbsp;""เวียดทาวน์มุก""&nbsp;วันที่&nbsp;1-3&nbsp;เม.ย.นี้&nbsp;ชมศิลปวัฒนธรรมของชาวเวียดนามอย่างใกล้ชิดดื่มด่ำกับอาหารสไตล์เวียดนามตลอดการจัดงาน</strong></p><p><strong>ที่ห้องแก้วมุกดา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;โรงเรียนพลอยพาเลช&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานในการแถลงข่าว&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นางสาววรรณา&nbsp;บุตรดีสิงห์&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;นายธัชชัย&nbsp;ใจคง&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุข&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;นายคณิต&nbsp;ปัญติโย&nbsp;นายกสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวเขตนครพนม&nbsp;และประธานชมรมชาวไทยเชื้อสายเวียดนามจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ในการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;Viet&nbsp;town&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเสริมเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดสนุก&nbsp;(&nbsp;เที่ยวสนุก&nbsp;สุขสบาย&nbsp;)&nbsp;และรองรับนักท่องเที่ยวจากการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ</p><p><strong>โดยนายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;นี้&nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;สกลนคร&nbsp;และจังหวัดนครพนม&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ทั้งประเภทหญิงและประเภทชาย&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ใช้พื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;โดยมีจุด&nbsp;Start&nbsp;และ&nbsp;Finnich&nbsp;อยู่หอแก้วมุกดาหาร&nbsp;สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;และวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้&nbsp;จะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;22&nbsp;ประเทศ</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด</strong>ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม&nbsp;ของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ให้ชาวต่างประเทศได้รับรู้และกลับมาเยือนอีก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับสมาคมไทย-เวียดนาม&nbsp;และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ร่วมกันจัดงาน&nbsp;โครงการส่งเสริมประซาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;""Viet&nbsp;town&nbsp;เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;Xin&nbsp;Chao&nbsp;เวียดทาวน์มุก&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนห้าแยก&nbsp;ถนน&nbsp;พิทักษ์สันติราษฎร์&nbsp;และ&nbsp;บริเวณถนนสองนางสถิตย์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแลของสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นางสาววรรณา&nbsp;บุตรดีสิงห์&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;แบ่งออกเป็นสองช่วงในแต่ละวัน&nbsp;โดยในช่วงเช้า&nbsp;เวลา&nbsp;06.00-10.00&nbsp;น.&nbsp;ซึมซับวิถีชีวิตคนไทยเชื้อสายเวียดนามและดื่มด่ำกับอาหารเช้าสไตล์เวียดนาม&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนห้าแยก&nbsp;และชื่นชมวัฒนธรรมทางด้าน&nbsp;อาหาร&nbsp;ที่โดดเด่น&nbsp;ช่วงเย็น&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;17.00&nbsp;-&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;สัมผัสและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยการตกแต่งสไตล์เวียดนามด้วย&nbsp;ผ้า&nbsp;โคมเวียด&nbsp;และแสงไฟ&nbsp;มีกิจกรรมหลากหลายให้ร่วมซม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสี่แยกธนาคารกรุงเทพดังนี้</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>พบกับการแสดงในพิธีเปิด&nbsp;เวลา&nbsp;18.00-19.00&nbsp;น.&nbsp;จากกลุ่มสตรีชาวไทยเชื้อสายเวียดนามพร้อมเชิญคณะแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมสนุกด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังมีศิลปิน&nbsp;Danu&nbsp;กลับมาร่วมสร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงานอีกครั้ง&nbsp;หลังจากได้สร้างความสุขให้กับพี่น้องชาวมุกดาหารในงาน</p><p>&nbsp;Muk&nbsp;Street&nbsp;Art&nbsp;2022</p><p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;เริ่มต้นความสนุกจากกลุ่มแม่ๆ&nbsp;สตรีในชุมชน&nbsp;มาร่วมสร้างขบวนบาร์สโลปกับบทเพลงและจังหวะสนุกๆ&nbsp;พร้อมทั้งให้ผู้มาร่วมงานได้ร่วมสนุกด้วยกันบนท้องถนนแห่งนี้</p><p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ไฮไลท์วันสุดท้ายของงาน&nbsp;ร่วมชมและให้กำลังใจผู้แช่งขันทำเมนูอาหาร&nbsp;จานสร้างสรรค์จากหมูยอ&nbsp;และการแข่งขันการจัดจานอาหารแหนมเนืองในรูปแบบสร้างสรรค์</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากศิลปินวง&nbsp;หมาเก้าหาง&nbsp;(Makaohang)&nbsp;</strong>ศิลปินที่นำดนตรีแจ๊สมาผสมผสานกับดนตรีพื้นถิ่น&nbsp;ที่มาร่วมสร้างสีสรรให้กับผู้ร่วมงานในครั้งนี้&nbsp;และในทุกๆวัน&nbsp;ยังมีมหกรรมสินค้าและอาหาร&nbsp;ของดีเมืองมุกดาหารให้เลือกจับจ่ายตลอดทั้งงาน&nbsp;รวมทั้งนิทรรศการวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายเวียดนามให้ได้ศึกษาและรับชม&nbsp;ด้วยกิจกรรมดนตรีหลากหลาย&nbsp;เดินชม&nbsp;ถ่ายรูปและเช็คอินผลงานสร้างสรรค์ของทีมงาน&nbsp;Muk&nbsp;Street&nbsp;Art&nbsp;ที่ยังคงกลิ่นอายให้ผู้มาร่วมงานได้ชื่นชม&nbsp;และยังมีกิจกรรมแจกของรางวัลให้กับผู้มาร่วมงานทุกวันร่วม&nbsp;100&nbsp;รายการ</p><p><strong>ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาด</strong>ของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324195355762
516	ส.ปชส.สตูล จัด Press Tour วันเดย์ทริป ฟื้นเมืองสตูล ท่องเที่ยวน้ำตกวังสายทอง - ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ - ล่องแก่งวังสายทอง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&nbsp;</strong>จัดกิจกรรม&nbsp;Press&nbsp;Tour&nbsp;ฟื้นเมืองสตูล&nbsp;รับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางบกและทางทะเล&nbsp;ตามโครงการประชาสัมพันธ์ฟื้นเมืองสตูล&nbsp;รับการท่องเที่ยวหลังโควิด-19&nbsp;คลาย&nbsp;แบบ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีผู้บริหารระดับจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนด้านสาธารณสุข&nbsp;,สื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัดสตูล&nbsp;และเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;ทริปแรก&nbsp;จัดไปแล้ววันที่&nbsp;26&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;ประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลแบบ&nbsp;One&nbsp;Day&nbsp;Trip&nbsp;เที่ยวทะเลครบจบใน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;กับเส้นทาง&nbsp;""มหัศจรรย์สันหลังมังกร-อ่าวตะโละวาว&nbsp;เกาะตะรุเตา""&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>นำคณะโดย&nbsp;นายจรัส&nbsp;บำรุงเสนา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวทางบก&nbsp;มีน้ำตกวังสายทอง&nbsp;-&nbsp;ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ&nbsp;-&nbsp;ล่องแก่งวังสายทอง&nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางบกแบบ&nbsp;One&nbsp;Day&nbsp;Trip&nbsp;เที่ยววันเดียวจบใน&nbsp;1&nbsp;วันเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการล่องแก่งวังสายทอง&nbsp;มี&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;มีการทำ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;covid&nbsp;ทุกราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาที่ได้เปิดให้บริการ&nbsp;หลังจากปิดการให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทุกแห่งมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ล่องแก่ง&nbsp;เที่ยวถ้ำเจ็ดคต&nbsp;และน้ำตกวังสายทอง&nbsp;ข้อดีของการท่องเที่ยววังสายทองคือ&nbsp;เที่ยวธรรมชาติ&nbsp;โล่ง&nbsp;โปร่ง&nbsp;มีแสงแดด&nbsp;พื้นที่กว้างและระบายอากาศ&nbsp;ดีมาก&nbsp;ๆ&nbsp;สถานประกอบการมีความหลากหลายให้เลือกใช้บริการ&nbsp;ราคาตั้งแต่&nbsp;600&nbsp;-&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ความหลากหลายตรงนี้เป็นจุดแข็งของวังสายทอง&nbsp;ซึ่งแต่ละวันก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เที่ยวได้ทั้งปี&nbsp;เพราะความหลากหลาย&nbsp;สถานประกอบการแต่ละแห่ง&nbsp;มีสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;ที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สามารถจัดอบรม&nbsp;สัมมนา&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการเปิดด่านทางบกที่ด่านวังประจัน&nbsp;อ.ควนโดน&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ซึ่งมติที่ประชุมของ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เห็นชอบให้จังหวัดสตูลเปิดด่านทางบกในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324224546789
517	จังหวัดระยองคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2565	"<p><strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;""เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;มีนายวรวุฒิ&nbsp;ด่านสมพงศ์&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;""เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดระยอง&nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวรที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;พร้อมประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้าง&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผลความสำเร็จไปยังชุมชนอื่นๆ&nbsp;ปลุกกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน&nbsp;สร้างโอกาส&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324232133794
518	เปิดโอกาสผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พัฒนานวัตกรรม BCG ผ่านโครงการดีพร้อม	<p><strong>นายณัฐพล&nbsp;รังสิตพล&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;หรือดีพร้อม&nbsp;(DIPROM)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ดีพร้อม&nbsp;ได้เน้นแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&nbsp;โดยมุ่งเป้ากลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่&nbsp;หรือสตาร์ทอัพ&nbsp;ที่มีจุดเด่นด้านศักยภาพการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์&nbsp;เกิดนวัตกรรมสนับสนุนและแก้ปัญหาในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ผ่านมา&nbsp;ดีพร้อม</strong>&nbsp;ได้ส่งเสริมตั้งแต่การติดอาวุธเพิ่มเติมทักษะการประกอบการเพื่อให้เกิดโมเดลธุรกิจที่พร้อมต่อยอดกิจการและการเชื่อมโยงไปยังแหล่งเงินทุนคุณภาพสำหรับผู้ประกอบการในระยะเติบโต&nbsp;ผ่านโครงการดีพร้อมสตาร์ทอัพ&nbsp;คอนเน็ค&nbsp;ซึ่งปีนี้&nbsp;ได้จัดกิจกรรมเป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;มีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้รับการคัดเลือกจำนวน&nbsp;&nbsp;17&nbsp;บริษัท&nbsp;เพื่อนำเสนอโมเดลธุรกิจ&nbsp;ตั้งเป้าให้เกิดการร่วมลงทุนในปีนี้ไม่น้อยกว่า&nbsp;&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในปีนี้</strong>&nbsp;ต่างจากการดำเนินงานที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;โดยจะเน้นขับเคลื่อนภายใต้นโยบาย&nbsp;ดีพร้อมแคร์&nbsp;(DIPROM&nbsp;CARE)&nbsp;ซึ่งเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศอุตสาหกรรม&nbsp;มุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์ร่วม&nbsp;(BCG)&nbsp;&nbsp;ปรับรูปแบบการส่งเสริมให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ของแต่ละธุรกิจ&nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ&nbsp;เครือข่ายเงินทุน&nbsp;เครือข่ายตลาดและเครือข่ายวิชาการ&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมร่วม&nbsp;หรือ&nbsp;Co-Creation&nbsp;เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรเอกชนรายใหญ่&nbsp;เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน&nbsp;โดยมีบริษัทใหญ่จำนวน&nbsp;5&nbsp;บริษัทร่วมโครงการ&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมการทดลองใช้นวัตกรรม&nbsp;หรือโซลูชั่นส์ในตลาดจริง&nbsp;ถือเป็นมิติใหม่&nbsp;ของการพัฒนานวัตกรรม&nbsp;ตอบโจทย์ความต้องการและง่ายต่อการขยายผลในเชิงธุรกิจและเป็นก้าวสำคัญที่ดีพร้อมมุ่งส่งเสริมในปีนี้</p><p><strong>สำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่&nbsp;</strong>แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะสำคัญ&nbsp;โดยในระยะเริ่มต้น&nbsp;&nbsp;(Early&nbsp;Stage)&nbsp;โครงการ&nbsp;Delta&nbsp;x&nbsp;DIProm&nbsp;Angel&nbsp;Fund&nbsp;บ่มเพาะผู้ประกอบการให้มีทักษะทางธุรกิจและทำกิจกรรม&nbsp;Hackatron&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;Delta&nbsp;และ&nbsp;SCG&nbsp;ในฐานะแองเจิ้ล&nbsp;ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องมาเป็นปีที่&nbsp;7&nbsp;และเมื่อผู้ประกอบการผ่านกระบวนการบ่มเพาะจนมีทักษะเชี่ยวชาญก็จะเข้าสู่ระยะเติบโต&nbsp;จะดำเนินการส่งต่อผู้ประกอบการสู่โครงการ&nbsp;สตาร์ทอัพ&nbsp;คอนเน็ค&nbsp;เพื่อเข้าสู่สนามการนำเสนอโมเดลธุรกิจเพื่อหาผู้ร่วมลงทุนต่อยอดนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์&nbsp;พร้อมสร้างเครือข่ายคุณภาพผ่านโครงการดีพร้อมฮีโร่&nbsp;และในระยะเข้มแข็ง&nbsp;เชื่อมโยงผู้ประกอบการที่มีความพร้อมสู่ตลาดเงินทุน&nbsp;DIPROM&nbsp;Capital&nbsp;Market&nbsp;โดยในทุกระยะของการส่งเสริม&nbsp;ดีพร้อม&nbsp;วางแผนสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการผ่านกิจกรรมเสริมแกร่งความรู้ทางการเงินติดเสริมเกราะผู้ประกอบการในเชิงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีภาคเอกชนเจ้าของเงินทุนพร้อมสนับสนุนอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ถือเป็นการพัฒนาเครือข่ายสตาร์ตอัพคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย&nbsp;ที่พร้อมเชื่อมโยงสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325102532833
519	พาณิชย์แพร่ แจ้งราคาข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2564/2565	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปรัง&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/2565&nbsp;มีการปรับราคา&nbsp;เนื่องจากตลาดปลายทางปรับราคารับซื้อสูงขึ้นอีก</strong></p><p><br></p><p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปรัง&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/2565&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแพร่มีพื้นที่การเพาะปลูก&nbsp;จำนวน&nbsp;29,597&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิตประมาณ&nbsp;17,776.27&nbsp;ตัน&nbsp;มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว&nbsp;5%&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นข้าวเปลือกเหนียวพันธุ์สันป่าตอง&nbsp;กข.10&nbsp;ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;420-500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;เนื่องจากตลาดปลายทางปรับราคารับซื้อสูงขึ้น</p><p><strong>โดยข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ความชื้น&nbsp;15%&nbsp;</strong>ราคารับซื้อวันนี้&nbsp;9,500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ความชื้น&nbsp;25%&nbsp;ราคารับซื้อวันนี้&nbsp;8,070&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;420บาท/ตัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325112442882
520	จังหวัดเพชรบุรี ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2565	<p><strong>นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมตรีวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>เกษตรกรเพชรบุรีมีความพร้อมสร้างผลผลิตทางการเกษตรทุกประเภทและมีคุณภาพ&nbsp;พร้อมติดตามผลให้เป็นไปตามแผนที่จะดำเนินการ&nbsp;โดยเฉพาะการผลิตข้าว&nbsp;เร่งหาปัจจัยการผลิต&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;จัดวางแผน&nbsp;การผลิตข้าว&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณโครงการ&nbsp;ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;,&nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&nbsp;โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&nbsp;ได้อนุมัติวงเงินกู้ของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;โรงสีทวีรวมมิตร&nbsp;2&nbsp;และโรงสีสมบัติประเสริฐ&nbsp;โดยการประชุมครั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;รวมถึงโครงการอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวเนื่องกับผลผลิตข้าวในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย&nbsp;บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;และเพื่อพิจารณาการขอรับการชดเชยดอกเบี้ยขอผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325132503925
521	ธนาคารออมสิน ฉลองครบรอบ 109 ปี มอบกระปุกชิงช้าสวรรค์ เป็นของขวัญเมื่อฝาก 500 บาทขึ้นไป 	"<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารออมสินเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งธนาคารเป็นปีที่&nbsp;109&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยจัดทำของขวัญชิ้นพิเศษ&nbsp;กระปุกชิงช้าสวรรค์&nbsp;มอบให้แก่ลูกค้าเงินฝากทุกประเภทบัญชีตามที่ธนาคารกำหนด&nbsp;ที่ฝากเงินตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;บาทขึ้นไป&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;จึงกำหนดให้มีการลงทะเบียนจองสิทธิฝากเงินล่วงหน้า&nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการที่สาขา&nbsp;</p><p><strong>โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ</strong>&nbsp;<strong>ในวันที่&nbsp;28-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.gsb.or.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.gsb.or.th</a>&nbsp;และช่องทาง&nbsp;LINE&nbsp;:&nbsp;@GSBsociety&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;กำหนด&nbsp;1&nbsp;เลขบัตรประชาชน&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;สิทธิ&nbsp;เลือกฝากเงินได้&nbsp;3&nbsp;ช่องทาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สาขาธนาคาร&nbsp;เครื่องรับฝากเงิน&nbsp;(ADM)&nbsp;หรือ&nbsp;แอป&nbsp;MyMo&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้นำภาพถ่ายหน้าจอการลงทะเบียนจองสิทธิพร้อมหลักฐานการฝากเงินติดต่อรับกระปุกได้ในวันที่&nbsp;1-4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำหรับเด็กที่เกิดในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ธนาคารฯ&nbsp;จะมอบเงินขวัญถุง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเริ่มต้นปลูกฝังสร้างเสริมวินัยการออมตั้งแต่แรกเกิด&nbsp;ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;โดยบิดาหรือมารดาเด็กที่มีสัญชาติไทย&nbsp;สามารถนำสูติบัตรฉบับจริง&nbsp;พร้อมบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของบิดาหรือมารดา&nbsp;มาแสดงตัวตนที่สาขาธนาคารออมสินภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325204149145
522	เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี รวมทั้งยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชในร้านค้าทั้งของเอกชน รวมทั้งสหกรณ์การเกษตรต่างๆในพื้นที่จังหวัดตรังทั้ง 10 อำเภอ	<p><strong>เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง</strong>&nbsp;ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;รวมทั้งยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชในร้านค้าทั้งของเอกชน&nbsp;รวมทั้งสหกรณ์การเกษตรต่างๆในพื้นที่จังหวัดตรังทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ&nbsp;200&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อตรวจสอบปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในการครอบครอง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;ในช่วงสถานการณ์ที่ปุ๋ยภายในประเทศกำลังเข้าสู่วิกฤติขาดแคลน&nbsp;เนื่องจากเกิดสงครามสู้รบระหว่างรัสเซีย&nbsp;และยูเครน&nbsp;ซึ่งเป็นประเทศต้นทางผลิตแม่ปุ๋ยสำคัญที่ประเทศไทยสั่งนำเข้า&nbsp;ทำให้ปริมาณปุ๋ยในประเทศขาดแคลน&nbsp;ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของเกษตรกร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า&nbsp;แต่ละร้านไม่มีการกักตุนปุ๋ย&nbsp;และทุกร้านขาดแคลน&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ร้านจำหน่ายปุ๋ยรายย่อยหลายแห่ง&nbsp;ประสบปัญหาจำหน่ายปุ๋ยไม่ได้&nbsp;เนื่องจากราคาแพงเกษตรกรรายย่อยไม่มีกำลังซื้อ&nbsp;ทำให้ขายยากมากกว่าเดิม&nbsp;</p><p><strong>โดยแต่ละวันร้านจำหน่ายปุ๋ยรายย่อยจะมีเกษตรกรเดินทางมาสอบถามราคา</strong>&nbsp;เพื่อจะซื้อจำนวนมาก&nbsp;แต่ก็ต้องล่าถอยกลับไป&nbsp;เนื่องจากสู้ราคาไม่ไหว&nbsp;โดยที่ทางร้านจำหน่ายเองไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นเองแต่อย่างใด&nbsp;แต่ราคาปุ๋ยมีราคาแพงตั้งแต่บริษัทต้นทางที่สั่งซื้อเข้ามา&nbsp;ขณะที่ร้านจำหน่ายปุ๋ยรายใหญ่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;ซึ่งลูกค้ามีทั้งรายย่อย&nbsp;และเจ้าของสวนแปลงใหญ่&nbsp;ก็พบว่าไม่มีการกักตุนปุ๋ยเช่นเดียวกัน&nbsp;และปุ๋ยมีน้อยไม่เพียงพอจำหน่าย&nbsp;โดยนายธีระชัย&nbsp;โกวิทย์วัฒนไพศาล&nbsp;เจ้าของร้าน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สินค้าที่มีอยู่ในโกดัง&nbsp;มีเจ้าของสวนจ่ายเงินซื้อไว้ทั้งหมดแล้ว&nbsp;ทั้งรายเล็ก&nbsp;รายใหญ่&nbsp;แต่เจ้าของสวนไม่มีที่เก็บ&nbsp;จึงฝากเก็บไว้ภายในโคดังของร้านต่อไป&nbsp;ทำให้ทางร้านประสบปัญหาต่อเนื่องคือ&nbsp;โกดังไม่มีพิ้นที่ว่างสำหรับเก็บปุ๋ยล๊อตใหม่ที่จะเข้ามา&nbsp;นอกจากนั้นในการสั่งซื้อปุ๋ยจากบริษัทนำเข้าและผู้ผลิตปุ๋ยภายในประเทศพบว่า&nbsp;ทางร้านสั่งซื้อยากมากขึ้น&nbsp;เพราะบริษัทปิดการขาย&nbsp;และหากจะสั่งซื้อเพียงสูตรใดสูตรหนึ่งก็ไม่ได้&nbsp;จะต้องสั่งซื้อคละสูตรกัน&nbsp;และปุ๋ยหายาก&nbsp;โดยขณะนี้เมื่อปุ๋ยที่มาใหม่มีน้อยมาก&nbsp;&nbsp;ทางร้านจะแบ่งขายกระจายให้แก่ลูกค้า&nbsp;จะไม่ขายให้ใครจำนวนมากตามที่ต้องการเหมือนเมื่อก่อน&nbsp;เพื่อแบ่งๆกันไป</p><p>ท<strong>างด้านนายชนินทร์&nbsp;ศิริขันตยกุล&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงตรวจสอบสต๊อกปุ๋ย&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยในปัจจุบันนี้มีราคาเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยรอบนี้กระทรวงพานิชย์เป็นเจ้าภาพลงตรวจ&nbsp;กรมวิชาการเกษตรดูแลเรื่อง&nbsp;พ.ร.บ.ปุ๋ย&nbsp;จากการตรวจสอบพบราคาสูงขึ้นจริงๆ&nbsp;โดยร้านไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา&nbsp;แต่สูงขึ้นเพราะกลไกราคา&nbsp;การลงตรวจสอบ&nbsp;จึงได้ให้ข้อมูลแก่เกษตรกร&nbsp;และไขข้อสงสัยให้กับเกษตรกรด้วย&nbsp;จากการตรวจร้านขายปุ๋ยไม่พบการสต๊อกปุ๋ย&nbsp;ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตปุ๋ยได้ชี้แจงว่ากลไกผันผวนตามสถานการณ์โลก&nbsp;และสงคราม&nbsp;ทำให้ราคาปุ๋ยเคมีสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งร้านกำหนดราคาขายตามราคาอ้างอิงจากบริษัทใหญ่&nbsp;ทำให้ราคาปุ๋ยแต่ละวันไม่นิ่ง&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรคิดว่าร้านเป็นคนขึ้นราคา&nbsp;แต่ความจริงไม่ใช่&nbsp;ซึ่งทางหน่วยงานได้เข้ามาเก็บข้อมูลต่างๆ&nbsp;เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงจุดต่อไป</p><p><strong>ด้านนางสาวจัณฑิมา&nbsp;สันติสุข&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในจังหวัดตรัง&nbsp;มีร้านขายปุ๋ย&nbsp;ยาปราบวัชพืช&nbsp;ยาปราบศัตรูพืช&nbsp;มากกว่า&nbsp;200&nbsp;ร้าน&nbsp;โดยทางชุดตรวจสอบจะสุ่มตรวจทั้งร้านจำหน่ายรายใหญ่&nbsp;และรายเล็กทั้งหมด&nbsp;โดยพบว่าขณะนี้ในจังหวัดตรังขาดแคลนปุ๋ย&nbsp;เนื่องจากทางร้านได้สั่งซื้อปุ๋ยไปยังบริษัทปุ๋ย&nbsp;แต่บริษัทส่งปุ๋ยล่าช้า&nbsp;ในขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการแม่ปุ๋ย&nbsp;ส่วนเจ้าของสวนแปลงใหญ่ๆ&nbsp;จะใช้วิธีการซื้อปุ๋ยไว้ครั้งละมาก&nbsp;หรือติดต่อซื้อกับเซลขายปุ๋ยโดยตรง&nbsp;เพราะกลัวว่าราคาจะเพิ่มอีก&nbsp;ตอนนี้ถือว่าสถานการณ์ราคาปุ๋ยน่าเป็นห่วง&nbsp;หากสถานการณ์โลกยังเป็นอยู่เช่นนี้&nbsp;และราคาของที่เพิ่มขึ้น&nbsp;มาจากสาเหตุราคาน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;ที่ใช้ในการขนส่งด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325140420940
523	จังหวัดสตูล ประชุมเตรียมความพร้อมเปิดด่านพรมแดนทางบก ด่านวังประจัน รับนักท่องเที่ยวด้วยมาตรการ SOP ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไป	<p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;และคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรการฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(ทางบก)&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2564&nbsp;โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;โต๊ะพญาวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</p><p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสตูลจะเปิดด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุม&nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&nbsp;กำหนดให้จังหวัดสตูล&nbsp;เปิดด่านพรมแดนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยใช้มาตรการ&nbsp;SOP&nbsp;ในการบริหารจัดการ&nbsp;และต้องลงทะเบียนผ่านระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ตามหลักเกณฑ์&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับติดตามผู้เดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;มีการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ในวันที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย&nbsp;และกำหนดให้เข้าพักโรงแรมที่มีการจับคู่กับโรงพยาบาล&nbsp;โดยจังหวัดสตูลมี&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสตูล&nbsp;และโรงแรมรอยัลฮิลล์&nbsp;สตูล&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลละงู&nbsp;พร้อมด้วยหนังสือขออนุญาตเข้าประเทศไทย/ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;และกรมธรรม์ประกันสุขภาพ</p><p><strong>สำหรับการประชุมดังกล่าว&nbsp;ฯ&nbsp;</strong>เพื่อรับทราบปัญหาในการปฏิบัติจากคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(SOP)&nbsp;ในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดน&nbsp;(ทางบก)&nbsp;พร้อมให้ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงานหรือองค์กร&nbsp;ในระหว่างการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยวฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและปรังปรุงมาตรฐานแนวทางปฏิบัติ&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325140943943
524	จังหวัดสตูล ประชุมเตรียมความพร้อมเปิดด่านพรมแดนทางบก ด่านวังประจัน รับนักท่องเที่ยวด้วยมาตรการ SOP ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565	<p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;และคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรการฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(ทางบก)&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2564&nbsp;โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;โต๊ะพญาวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</p><p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสตูลจะเปิดด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุม&nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&nbsp;กำหนดให้จังหวัดสตูล&nbsp;เปิดด่านพรมแดนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยใช้มาตรการ&nbsp;SOP&nbsp;ในการบริหารจัดการ&nbsp;และต้องลงทะเบียนผ่านระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ตามหลักเกณฑ์&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับติดตามผู้เดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;มีการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ในวันที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย&nbsp;และกำหนดให้เข้าพักโรงแรมที่มีการจับคู่กับโรงพยาบาล&nbsp;โดยจังหวัดสตูลมี&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสตูล&nbsp;และโรงแรมรอยัลฮิลล์&nbsp;สตูล&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลละงู&nbsp;พร้อมด้วยหนังสือขออนุญาตเข้าประเทศไทย/ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;และกรมธรรม์ประกันสุขภาพ</p><p><strong>สำหรับการประชุมดังกล่าว&nbsp;ฯ&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาในการปฏิบัติจากคณะทำงานติดตาม</strong>และควบคุมการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(SOP)&nbsp;ในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดน&nbsp;(ทางบก)&nbsp;พร้อมให้ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงานหรือองค์กร&nbsp;ในระหว่างการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยวฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและปรังปรุงมาตรฐานแนวทางปฏิบัติ&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325144821965
525	จัดทริปนั่งเรือ เที่ยวฟรี นั่งริมทะเลดูพระอาทิตย์ตกดิน เอาใจนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ปัตตานี หลังโควิด19และเหตุความรุนแรงดีขึ้น	<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์รุนแรง</strong>ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเริ่มดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;ทำให้หน่วยงานต่างๆพยายามสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มาเยือนปัตตานี&nbsp;โดยได้จัดทริปเที่ยวฟรี&nbsp;เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวหันมาเที่ยวในปัตตานี&nbsp;ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจปัตตานีเติบโตขึ้น&nbsp;ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้</p><p><strong>สำหรับความสวยงามสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดปัตตานี</strong>ก็ไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ซึ่งมีสถานทีท่องเที่ยวสำคัญๆมากมายที่สวยงาม&nbsp;ทั้งทางธรรมชาติ&nbsp;ทางบก&nbsp;ทางทะเล&nbsp;ทามกลางสังคมที่อยู่แบบพหุวัฒนธรรม&nbsp;เป็นสเน่ห์ของจังหวัดปัตตานี</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ด้านห่อการค้าไทย&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน</strong>&nbsp;ได้มีการจัดทริปเที่ยวฟรีในปัตตานี&nbsp;โดยเชิญนักท่องเที่ยวกว่า70&nbsp;คน&nbsp;ได้ขึ้นเรือบริเวณท่าเรือริมแม่น้ำในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;เพื่อเดินทางไปดูพระอาทิตย์ตกดิน&nbsp;นั้งปิ้งย่าง&nbsp;และจิบกาแฟ&nbsp;ที่แหลมตาชี&nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;ซึ่งใช้เวลาเพียง&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;ก็ถึงจุดท่องเที่ยวดังกล่าว&nbsp;ซึ่งระหว่างทางเดินเรือ&nbsp;นักท่องเที่ยวยังสามารถชมและถ่ายรูปกับนกนางนวลที่กำลังบินตามเรือ&nbsp;เพื่อรอกินปลา&nbsp;และชมวิถีชาวประมงขนาดเล็กที่ใช้เรือกอและออกหาปลา&nbsp;ทามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่สวยงาม</p><p><strong>นายศิริชัย&nbsp;ปิติเจริญ&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดปัตตานีมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆมากมาย&nbsp;โดยได้จะวางแผนในช่วงเช้าในการท่องเที่ยวทางบก&nbsp;คือตลาดจีน(กือดาจีนอ&nbsp;ภาษายาวี)&nbsp;และชมแลนมาร์คเมืองประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง&nbsp;ส่วนช่วงเย็นก็จะพาไปเที่ยวทางทะเล&nbsp;โดยขึ้นเรือเพื่อไปยังแหลมตาชี&nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;เพื่อดูวิถีชุมชน&nbsp;อีกทั้งยังเป็นไฮไลท์สำคัญคือ&nbsp;จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น&nbsp;และพระอาทิตย์ตก&nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการดึงนักท่องเที่ยว&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;หรือต่างพื้นทีเข้ามาเที่ยว&nbsp;จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องค้างที่ปัตตานี&nbsp;แทนที่จะเป็นจุดแวะหรือทางผ่านเท่านั้น&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเราได้สำรวจแล้ว&nbsp;และวันนี้เป็นการทดลองอย่างจริงจังในการเชิญประชาชนมาเที่ยวก่อน&nbsp;ซึ่งจากความร่วมมือของทุกฝ่าย&nbsp;เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน</p><p>นอกจากนี้&nbsp;นายสมาน&nbsp;เจ๊ะเตะ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.&nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนคาดหวังมากกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้&nbsp;ซึ่งตอนนี้ได้ออกแบบสถานทีใกล้จะเสร็จแล้ว&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตนจะทำให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆ&nbsp;และให้เป็นแลนมาร์คที่สำคัญที่สุดในจังหวัดปัตตานี&nbsp;ทุกอย่างตนได้วางแผนออกแบบไว้แล้ว&nbsp;แต่ยังคงรองบประมานเพื่อสนับสนุนปรับปรุงให้สวยงามกว่านี้</p><p><strong>สำหรับชาวบ้านที่นี่ก็เตรียมความพร้อมอยู่แล้วที่จะต้อนรับ</strong>&nbsp;เช่นเดียวกับวันนี้&nbsp;เมื่อชาวบ้านทราบว่าจะมีนักท่องเที่ยวมา&nbsp;ทุกคนก็ดีใจ&nbsp;และพากันออกมาต้อนรับเป็นจำนวนมาก&nbsp;แต่ถ้าจุดนี้ไม่เกิดชาวบบ้านก็ไม่ออกมา&nbsp;และชาวบ้านที่จะออกมาขายของก็ไม่มีรายได้</p><p><strong>ที่นี่ทะเลมีความสวย&nbsp;หาดทรายขาว&nbsp;อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ชอบท่องเที่ยว</strong>เชิงธรรมชาติ&nbsp;ให้มาเที่ยวกัน&nbsp;เพราะที่นี่มีทะเลที่สวยงาม&nbsp;หาดทรายขาว&nbsp;สามารถมาตั้งแคมป์&nbsp;ปิ้งย่าง&nbsp;และดูพระอาทิตย์ขึ้น&nbsp;และพระอาทิตย์ตก&nbsp;ที่ริมทะเล&nbsp;ซึ่งชาวบ้านตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;พร้อมที่จะให้การต้อนรับ&nbsp;และให้ความสะดวกสบาย&nbsp;ให้ความปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปน.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325145649970
526	จังหวัดพังงาแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น SURF FESTIVAL (FIRST WAVE OF KHAOLAK SURF TOWN)	<p><strong>?จังหวัดพังงาแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น</strong>&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;SURF&nbsp;TOWN)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;คุณฑีฆาวัฒน์&nbsp;ปัทมาคม&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ริป&nbsp;เคลิร์ล&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;และนายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา&nbsp;ร่วมในการแถลงข่าวครั้งนี้โดยในแถลงข่าวได้กล่าวถึงนโยบายและแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระดานโต้คลื่นในจังหวัดพังงาผลักดันส่งเสริมกิจกรรมให้พังงาเป็นเมืองแห่ง&nbsp;Sport&nbsp;City&nbsp;และพัฒนาให้เยาวชนประชาชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้จากกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว</p><p><strong>โดยกิจกรรมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;</strong>OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;SURF&nbsp;TOWN)&nbsp;ทาง&nbsp;RIP&nbsp;CURL&nbsp;จับมือร่วมกับทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมต้อนรับเปิด&nbsp;Surf&nbsp;&nbsp;Season&nbsp;อย่างเป็นทางการ&nbsp;เตรียมปลดปล่อย&nbsp;คว้าประสบการณ์ใหม่และสนุกสุดเหวี่ยงไปด้วยกันในงานเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;&nbsp;OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;&nbsp;SURF&nbsp;TOWN)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายนถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;และบริเวณหาดปะการัง&nbsp;ตำบลคึกคัก&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ภายในงานประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมสุดที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนเรื่องราวเปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่กับการออกเดินทางไปสู่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของการโต้คลื่นอย่างแท้จริงอาทิ&nbsp;Surt&nbsp;Culture,&nbsp;Surf&nbsp;Lesson&nbsp;,&nbsp;&nbsp;Surfer&nbsp;Talk,&nbsp;Surf&nbsp;&nbsp;Photography,&nbsp;Surf&nbsp;Sustainability,&nbsp;Surf&nbsp;Art&nbsp;&amp;&nbsp;Gallery,Surf&nbsp;Wellness&nbsp;,Surf&nbsp;and&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์</strong>เปิดฤดูกาลกิจกรรมกระดานโต้คลื่นของพังงาเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;สร้างการรับรู้และสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงามากขึ้น&nbsp;รวมทั้งสร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีนักโต้คลื่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไม่ต่ำกว่า&nbsp;2000&nbsp;คน&nbsp;และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325194700098
527	คณะกรรมการประกวดวิสาหกิจชุมดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565  ลงพื้นที่อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ติดตามการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ปี 2565	<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายธีรภัทร์&nbsp;บุญฤทธิ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;ให้การต้อนรับคณะกรรมการประกวดวิสาหกิจชุมดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;นำโดยนางกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานการประกวดฯ&nbsp;และคณะกรรมการตัดสินจากหน่วยงานราชการอื่นๆ&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาวได้คัดเลือกวิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เข้าร่วมการประกวดฯ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนบ้านในควน</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เข้าร่วมการประกวดฯ&nbsp;มีกิจกรรมการผลิตขนมทองม้วน&nbsp;เพื่อส่งจำหน่ายตามออเดอร์ของลูกค้า&nbsp;และเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์และสาธิตกรรมวิธีการผลิตให้แก่ผู้ที่สนใจ&nbsp;โดยขนมทองม้วนจะมีรสชาติที่หลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;รสจำปาดะ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;และสมุนไพรต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยเน้นวัตถุดิบภายในชุมชน&nbsp;ปัจจุบันส่งจำหน่ายร้านค้าภายในชุมชนและข้างเคียง&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และห้างสรรพสินค้าแม็คโครจังหวัดตรัง&nbsp;สามารถติดต่อสั่งซื้อสินค้าได้ผ่านทางนางรินรดา&nbsp;จันทระ&nbsp;ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านในควน&nbsp;โทร.081-0807925&nbsp;หรือทางเฟสบุ๊ค&nbsp;รินรดา&nbsp;จันทระ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325180141063
528	โค้งสุดท้าย มหกรรมกัญชา ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง จังหวัดบึงกาฬ	<p><strong>จังหวัดบึงกาฬจัดมหกรรมกัญชา&nbsp;</strong>ภายใต้ธีม&nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;เป็นวันสุดท้าย&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-25&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;</strong>ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;การออกร้านอาหารที่มีส่วนผสมจากกัญชา&nbsp;คลินิกกัญชาแพทย์แผนไทย/แผนปัจจุบัน&nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;บริการนวดน้ำมันกัญชา&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม&nbsp;รวมถึงยังมีการปรุงเมนูเด็ดจากกัญชาโดยเชฟชื่อดัง&nbsp;กิจกรรมสาธิตการแปรรูปสินค้าและบริการจากกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;ซึ่งเป็นสมุนไพรเชิงเศรษฐกิจที่กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้กระจายสู่เกษตรกรชาวจังหวัดบึงกาฬต่อไปในอนาคต</p><p><strong>ในขณะที่นายชุมพล&nbsp;แจ้งไพร&nbsp;หรือเชฟชุมพล</strong>&nbsp;ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายกัญชา&nbsp;และผลตอบรับที่ได้จากการจัดงานในครั้งนี้ว่า&nbsp;เห็นด้วยอย่างมากกับนโยบายกัญชาในปัจจุบัน&nbsp;เพราะนอกจากจะเป็นพืชที่มีสรรพคุณทางการแพทย์แล้ว&nbsp;ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นสารสกัดจากกัญชา&nbsp;เพื่อปรุงลงในอาหาร&nbsp;สร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าอย่างมาก&nbsp;อีกทั้งรู้สึกพอใจกับผลตอบรับจากการจัดงานครั้งนี้&nbsp;โดยประชาชนได้ให้ความสนใจเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325191214084
529	ผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้านวัตกรรม BCG สู่ตลาดเกาหลีใต้ รวมมูลค่าการค้ากว่า 12 ล้านบาท	<p><strong>นายภูษิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</strong>&nbsp;เปิดเผยผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้านวัตกรรม&nbsp;BCG&nbsp;สู่ตลาดเกาหลีใต้&nbsp;ว่า&nbsp;มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมีผลการเจรจาการค้าออนไลน์&nbsp;(OBM)&nbsp;จำนวน&nbsp;63&nbsp;คู่&nbsp;เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม&nbsp;12.05&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นการสั่งซื้อทันทีมูลค่า&nbsp;3.42&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และคาดว่าการสั่งซื้อใน&nbsp;1&nbsp;ปีจะมีมูลค่า&nbsp;8.63&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และยังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขอเป็นผู้แทนจำหน่าย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้มี&nbsp;2&nbsp;รายแจ้งว่า&nbsp;ยังไม่สามารถระบุมูลค่าได้ในขณะนี้&nbsp;แต่มีแนวโน้มดี&nbsp;สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยม&nbsp;ได้แก่&nbsp;บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล&nbsp;ของตกแต่งบ้านชิ้นเล็กๆ&nbsp;ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล&nbsp;เทียนหอมในเซรามิค&nbsp;เก้าอี้รูปช้าง&nbsp;โคมไฟ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะผลักดันสินค้านวัตกรรม&nbsp;BCG&nbsp;ของไทยเจาะตลาดเกาหลีใต้</strong>&nbsp;โดยสินค้าไทยที่นำไปจัดแสดงในครั้งนี้&nbsp;ถือว่าได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเกาหลีเป็นอย่างมาก&nbsp;ที่เข้ามาชมและเลือกซื้อ&nbsp;เนื่องจากเกาหลีใต้มีแนวคิดใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์โลกเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งหากไม่ติดเรื่องสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาด&nbsp;คาดว่า&nbsp;สินค้าไทยจะได้รับความสนใจมากกว่านี้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325203300139
530	พังงา พร้อมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น SURF FESTIVAL ผลักดัน เมืองเขาหลัก สู่การเป็น Surf Town Destination แห่งแรกของไทย	<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;65&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;และนายฑีฆาวัฒน์&nbsp;ปัทมาคม&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ริป&nbsp;เคิร์ล(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;&nbsp;OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;SURF&nbsp;&nbsp;TOWN)&nbsp;ต่อสื่อมวลชน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เปิดฤดูกาลกิจกรรมกระดานโต้คลื่นของพังงาเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;และสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงามากขึ้น&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้จากกิจกรรมกีฬาเชิงการท่องเที่ยว&nbsp;รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาให้เป็นจุดหมาย&nbsp;หรือ&nbsp;Destination&nbsp;ในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;SURF&nbsp;TOWN&nbsp;แห่งแรกของประเทศไทย</p><p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยและทั่วโลกเป็นอย่างมาก&nbsp;นโยบายของรัฐบาลในการเปิดการเดินทางระหว่างประเทศทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มมีการเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยและจังหวัดพังงาเพิ่มขึ้น&nbsp;ถึงแม้ว่าปัจจุบันการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงายังไม่ฟื้นตัวเท่ากับช่วงเวลาปกติ&nbsp;แต่จังหวัดพังงาก็ยังสามารถปรับตัวนำกีฬาโต้คลื่นซึ่งเป็นกีฬาใหม่ที่สร้างกระแสการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว&nbsp;อีกทั้งกีฬาโต้คลื่นยังเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ในช่วงฤดูฝน&nbsp;จึงเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและสร้างการรับรู้และสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงามากขึ้น</p><p><strong>นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ททท.สำนักงานพังงา&nbsp;ร่วมกับชมรมกีฬากระดานโต้คลื่นจังหวัดพังงาและแบรนด์&nbsp;RIP&nbsp;CURL&nbsp;แบรนด์โต้คลื่นชื่อดังระดับโลก&nbsp;พร้อมจับมือร่วมกับทุกภาคส่วน&nbsp;เตรียมพร้อมต้อนรับเปิด&nbsp;Surf&nbsp;Season&nbsp;ของปีนี้อย่างเป็นทางการเตรียมปลดปล่อยคว้าประสบการณ์ใหม่และสนุกสุดเหวี่ยงไปด้วยกัน&nbsp;ในงานเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;SURF&nbsp;TOWN)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายนถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหาดปะการัง&nbsp;ต.คึกคัก&nbsp;อ.ตะกั่วป่า&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรื่องราว&nbsp;เปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่กับการออกเดินทางไปสู่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของการโต้คลื่นอย่างแท้จริง&nbsp;อาทิ&nbsp;Surf&nbsp;Culture,&nbsp;Surf&nbsp;Lesson,&nbsp;Surfer&nbsp;Talk,&nbsp;&nbsp;Surf&nbsp;Photography,&nbsp;Surf&nbsp;Sustainability&nbsp;,&nbsp;Surf&nbsp;Art&nbsp;&amp;&nbsp;Gallery,&nbsp;Surf&nbsp;Wellness,&nbsp;&nbsp;Surf&nbsp;and&nbsp;Music&nbsp;&nbsp;Festival&nbsp;คาดว่าจะมีนักโต้คลื่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;<strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325194830100
531	ททท.จันทบุรีจัดกิจกรรม ออกไปกิน กระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้มาตรการป้องกันโควิด -19	<p><strong>ททท.จันทบุรีจัดกิจกรรม&nbsp;ออกไปกิน&nbsp;</strong>กระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;เปิดจำหน่ายอาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารเลิศรสขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ผู้ร่วมงานทุกคนต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่บริเวณชายหาดแหลมสิงห์&nbsp;อ.แหลมสิงห์&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;น</strong>ายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้แทนสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ผู้ประกอบ&nbsp;ร่วมกิจกรรมออกไปกินที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจันทบุรี&nbsp;ร่วมกับอำเภอแหลมสิงห์&nbsp;เทศบาลปากน้ำแหลมสิงห์&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น&nbsp;เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองผ่านการจัดงานเทศกาล&nbsp;หรืองานอีเว้นท์สร้างการรับรู้ถึงสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;ผู้ร่วมงานไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;มีการออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารเลิศรสขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรีกว่า&nbsp;30&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ปิ้งย่างอาหารทะเลสดด้วยเตาบาบีคิวปิ้งย่างยาว&nbsp;20&nbsp;เมตร&nbsp;เอาใจนักท่องเที่ยวสายชิม&nbsp;มีการแบ่งโซนรับประทานอาหาร&nbsp;ผู้ร่วมงานทุกคนต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่ภายใต้สถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;และเติมเต็มความสนุกสนานงานจัดขึ้นรวม&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195926119
532	ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดงาน หรอยเพเลตรัง  มหกรรมซีฟู้ด จังหวัดตรัง : Trang Seafood Festival ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด โครงการสงเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้ เชื่อมโยงการค้าโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.2565)&nbsp;ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;ตรัง&nbsp;</strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;หรอยเพเลตรัง&nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;:&nbsp;Trang&nbsp;&nbsp;Seafood&nbsp;Festival&nbsp;ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด&nbsp;โครงการสงเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัดขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของจังหวัดตรังให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารทะเลและชาวประมงพื้นถิ่น&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีอาชีพและมีรายได้ในช่วงสถานการณ์&nbsp;Covid&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด&nbsp;ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;ยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดให้มีการขยายตัว</strong>และเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;งาน&nbsp;หรอยเพเลตรัง&nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;:&nbsp;Trang&nbsp;Seafood&nbsp;Festival&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25-29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานจอดรถห้างโรบินสันตรัง&nbsp;ทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;โดยไลฟ์สดผ่านสื่อ&nbsp;Facebook&nbsp;ให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศและรับรู้ถึงความหลากหลายของสินค้าอาหารทะเลและสินค้าเด่นของจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สินค้าที่คัดสรรมาจำหน่ายในงานมีทั้งอาหารทะเลสด</strong>&nbsp;อาหารทะเลปรุงสำเร็จ&nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ตลอดจนสินค้าอัตลักษณ์ประจำถิ่นอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ร้านค้า&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จะทำให้สินค้าอาหารทะเลของจังหวัดตรังจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายและเข้าถึงตลาดผู้บริโภค&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;สอดรับกับสถานการณ์การส่งเสริมการตลาดยุคใหม่แบบ&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอาหารทะเล&nbsp;ทั้งนี้คาดว่า&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดจังหวัดตรังจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อเชื่อมโยงขยายตลาดและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดตรังอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195913118
533	การบินไทย  ยืนยันไม่มีการให้บริการด้วยอากาศยานแบบโบอิ้ง 737 ในเที่ยวบินพาณิชย์	<p><strong>บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</strong>ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า&nbsp;สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กพท.&nbsp;ส่งถึงสายการบินต่างๆ&nbsp;เรื่องการเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติการบินกับอากาศยานแบบโบอิ้ง&nbsp;(Boeing)&nbsp;737-800&nbsp;จากการตรวจสอบของบริษัทการบินไทยฯ&nbsp;พบว่ายังไม่ได้รับเอกสารฉบับดังกล่าว&nbsp;จาก&nbsp;กพท.&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปัจจุบันสายการบินไทยไม่ได้ใช้อากาศยานแบบโบอิ้ง&nbsp;737&nbsp;ในการให้บริการในเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;หรือให้บริการแก่ผู้โดยสาร&nbsp;มีเพียงอากาศยานที่ใช้ในการให้บริการในเที่ยวบินพาณิชย์รวม&nbsp;4&nbsp;แบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โบอิ้ง&nbsp;777&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;787&nbsp;แอร์บัส&nbsp;350&nbsp;และ&nbsp;320&nbsp;เท่านั้น&nbsp;โดยยืนยันว่า&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;มุ่งเน้นความปลอดภัยและการตรงต่อเวลาในการให้บริการมาโดยตลอด</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325203144138
534	เร่งรับซื้อมะม่วงฟ้าลั่น ช่วยเหลือเกษตรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก	<p><strong>นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูการผลิตของมะม่วงฟ้าลั่น&nbsp;ทำให้ผลผลิตจะมีลักษณะแก่จัด&nbsp;เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยว&nbsp;ส่งผลให้ออกสู่ตลาดในปริมาณมาก&nbsp;โดยเฉพาะผลผลิตตกเกรดที่ไม่มีตลาดรองรับ&nbsp;</p><p><strong>กรมการค้าภายใน&nbsp;ร่วมกับสถานีบริการน้ำมัน&nbsp;PT</strong>&nbsp;รับซื้อผลผลิตตกเกรดจากกลุ่มเกษตรกรเพื่อแปรรูป&nbsp;รวม&nbsp;300&nbsp;ตัน&nbsp;โดยรับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคานำตลาดและจะรับซื้อต่อเนื่องจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายในช่วงปลายฤดู&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการเททิ้งมะม่วง&nbsp;ที่จังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบ&nbsp;พบว่า&nbsp;เป็นการคัดแยกผลผลิตมะม่วงของผู้รวบรวมเพื่อการส่งออก&nbsp;ซึ่งมีการรับซื้อแบบเหมาและมาทำการคัดแยกที่ตกเกรด&nbsp;หรือไม่ได้คุณภาพออกทิ้ง&nbsp;โดยเป็นการดำเนินการทางการค้าปกติก่อนส่งไปยังตลาดปลายทาง&nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมา&nbsp;ได้ดำเนินการรับซื้อมะม่วงฟ้าลั่น&nbsp;เพื่อเร่งกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตตั้งแต่ต้นฤดูการผลิต&nbsp;รวมปริมาณการรับซื้อแล้วกว่า&nbsp;1,400&nbsp;ตัน&nbsp;โดยรับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;และมะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;รับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคาชี้นำตลาด&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดพิจิตร&nbsp;ได้เข้าไปรับซื้อผลผลิตจาก&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีความพอใจในราคาเป็นอย่างมาก</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อรองรับผลผลิตมะม่วงที่จะออกมากในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในแหล่งผลิตต่างๆ&nbsp;ดำเนินมาตรการกระจายออกผลผลิต&nbsp;สนับสนุนค่าบริหารจัดการกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;ปริมาณผลผลิตมะม่วงเป้าหมาย&nbsp;รวม&nbsp;14,900&nbsp;ตัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;จะมีการเปิดจุดจำหน่ายในรถโมบายการเคหะ&nbsp;ห้างท้องถิ่นและนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการผลิต&nbsp;โดยมีเป้าหมายรับผลผลิตมะม่วงในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ปริมาณไม่น้อยกว่า&nbsp;8,000&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคามะม่วงให้อยู่ในเกณฑ์ดีได้ตลอดฤดูการผลิต&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325202539133
535	จังหวัดตรัง จัดงาน หรอยเพ เลตรัง มหกรรมซีฟู้ด จังหวัดตรัง : Trang Seafood Festival ส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด ตามโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้ เชื่อมโยงการค้าโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;ตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;หรอยเพ&nbsp;เลตรัง&nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;:&nbsp;Trang&nbsp;Seafood&nbsp;&nbsp;Festival&nbsp;&nbsp;ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด&nbsp;โครงการสjงเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัดขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของจังหวัดตรังให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารทะเลและชาวประมงพื้นถิ่น&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีอาชีพและมีรายได้ในช่วงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด&nbsp;ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดให้มีการขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน</p><p><strong>งาน&nbsp;หรอยเพ&nbsp;เลตรัง&nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;:&nbsp;</strong>Trang&nbsp;Seafood&nbsp;Festival&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25-29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;ตรัง&nbsp;ทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;โดยไลฟ์สดผ่านสื่อ&nbsp;Facebook&nbsp;ให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศและรับรู้ถึงความหลากหลายของสินค้าอาหารทะเลและสินค้าเด่นของจังหวัดตรัง&nbsp;สินค้าที่คัดสรรมาจำหน่ายในงานมีทั้งอาหารทะเลสด&nbsp;อาหารทะเลปรุงสำเร็จ&nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ตลอดจนสินค้าอัตลักษณ์ประจำถิ่นอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ร้านค้า&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จะทำให้สินค้าอาหารทะเลของจังหวัดตรังจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายและเข้าถึงตลาดผู้บริโภค&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;สอดรับกับสถานการณ์การส่งเสริมการตลาดยุคใหม่แบบ&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอาหารทะเล&nbsp;ทั้งนี้คาดว่า&nbsp;&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดจังหวัดตรังจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อเชื่อมโยงขยายตลาดและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดตรังอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	NULL	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325202444132
536	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตรวจความพร้อมด่านพรมแดนเบตง 	<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตรวจความพร้อมด่านพรมแดนเบตง&nbsp;</strong>ก่อนเปิดด่านทางบกรองรับหากมีการนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&nbsp;และเตรียมความพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดนเส้นทาง&nbsp;หาดใหญ่-&nbsp;เบตง-&nbsp;ปัตตานี-นราธิวาส-กรุงเทพฯ</p><p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ที่ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านเปิงกาลันฮูลู&nbsp;รัฐเปรัค&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;และเตรียมความพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดน&nbsp;เส้นทาง&nbsp;หาดใหญ่-เบตง-ปัตตานี-นราธิวาส-กรุงเทพฯ&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างสมดุลในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทางธรรมชาติ&nbsp;ทางบกและทางทะเล&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิตชุมชน&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นได้แก่&nbsp;สกายวอร์ค&nbsp;(Skywalk)&nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;การเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเชื่อมโยงการเดินทางท่องเที่ยวเมืองชายแดน&nbsp;การเปิดสนามบินเบตง&nbsp;รวมถึงการจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อดึงดูดให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเช่น&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Aazean&nbsp;Jungle&nbsp;trail&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่จะดำเนินการในวันที่&nbsp;7-8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเบตง&nbsp;ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมนำตรวจดูสถานที่ต่างๆ</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากนโยบายของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ&nbsp;ประเทศไทยได้เปิดประเทศตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ก.ค.64&nbsp;แล้ว&nbsp;คือ&nbsp;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&nbsp;ต่อมาวันที่&nbsp;1&nbsp;พ.ย.64&nbsp;ได้เปิดเทสแอนด์โก&nbsp;จนปัจจุบัน&nbsp;แต่เกิดการชะงักขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ&nbsp;เพราะไวรัสโควิด19&nbsp;ขณะนี้มีการเดินหน้าสำหรับเปิดการท่องเที่ยว&nbsp;จะมีการค่อยๆลดมาตรการของสาธารณสุขในการเข้าประเทศ&nbsp;สำหรับวันนี้ที่เดินทางมาก็เพื่อตรวจดูความพร้อมด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง&nbsp;และจะมีการหารือกับทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;บริษัททัวร์&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ว่า&nbsp;ทำอย่างไรให้มีการเปิดการบินมายังอำเภอเบตง&nbsp;อย่างน้อยสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;ไฟล์&nbsp;ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้า&nbsp;จะมีการเซ็นสัญญาลงนาม&nbsp;3&nbsp;หรือ&nbsp;4&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ซึ่งมีท่าอากาศยาน&nbsp;สายการบิน&nbsp;บริษัททัวร์&nbsp;และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ถึงข้อตกลงต่างๆว่าจะมีการช่วยเหลือกันอย่างไร&nbsp;อัตราค่าโดยสารจะคิดอย่างไร&nbsp;ที่จะสามารถทำให้มีการเปิดการบินได้&nbsp;ส่วนการเปิดด่านพรมแดนต่างๆ&nbsp;ขณะนี้ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเปิดด่านรับนักท่องเที่ยว&nbsp;แต่ก็ต้องอยู่ที่เพื่อนบ้านเราด้วยว่าพร้อมที่จะเปิดหรือไม่</p><p><strong>จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เดินทางไปยังสนามกีฬากลาง&nbsp;</strong>เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;เป็นสนามกีฬากลางหุบเขา&nbsp;ที่ตั้งอยู่ในระดับความสูงที่สุดในบรรดาสนามกีฬาแห่งอื่นๆ&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;เพื่อไปมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับนักฟุตบอลเยาวชนในพื้นที่&nbsp;&nbsp;และร่วมให้กำลังใจนักฟุตบอล&nbsp;U-20&nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลสันติสุขคัพ&nbsp;จังหวัดยะลาครั้งที่&nbsp;7&nbsp;ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325213214154
537	"อบต.สาคู จังหวัดภูเก็ต จัดงาน ""หรอยริมเล @หาดในยาง"" กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ มาเที่ยวงานอย่างคึกคัก"	<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;ตำบลสาคู&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;พร้อมทีมบริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;และประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19&nbsp;ตามแนวทางของจังหวัดภูเก็ตและกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่ง</p><p><strong>นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้เสนอของบประมาณไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์หารระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ด้วยการมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสีมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและครอบคลุม&nbsp;โดยการดึงความมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่มาร่วมขับเคลื่อนเพื่อกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;ได้จัดงาน&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;เนื่องจากหาดในยางเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จำนวนมาก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เห็นได้อย่างชัดเจนว่างาน</strong>&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ในครั้ง&nbsp;ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวงานอย่างเนืองแน่น&nbsp;และได้ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างมีรอยยิ้มต้อนรับนักท่องเที่ยวและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กิจกรรมส่งเสีมการท่องเที่ยวงาน</strong>&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;จะมีเงินสะพัดในพื้นที่จำนวนมาก&nbsp;ถือได้ว่าภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตกำลังฟื้นกลับมาในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าว</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อบต.สาคู&nbsp;ได้นำเอาศักยภาพความโดดเด่นของคนในชุมชนมามีส่วนร่วมภายในเพื่อส่งมอบความสุขและสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง&nbsp;โดยเฉพาะได้นำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียงมาจำหน่าย&nbsp;และนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ทั้งการแข่งขันทำอาหารเมนู&nbsp;น้ำชุบหยำหรือน้ำชุบยอก&nbsp;อาหารประจำถิ้นของคนสาคู&nbsp;การแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ&nbsp;เพื่อสร้างสีสันและความสนุกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;ได้เปิดจำหน่ายกุ้งมังกรตัวละ&nbsp;199&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติกุ้งมังกรของดีภูเก็ต</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong>&nbsp;คาดว่างานนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักแหล่งท้องเที่ยวในพื้นที่ตำบลสาคูมากยิ่งขึ้น</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325215550160
538	รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมพร้อม ท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ ล่องใต้ชายแดนจ.ยะลา	<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;เตรียมพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดน</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังความพร้อมในการเปิดด่านชายแดนทางบก&nbsp;โดยมี&nbsp;น.ส.ภัทรอนงค์&nbsp;ณ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;(ด่านชายแดนทางบกไทย-มาเลเซีย)&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อมาดูความพร้อมหลังจากที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เดินทางเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;ทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะพยายามเปิดด่านให้ได้ภายในเดือนเมษายนนี้&nbsp;เพื่อให้พี่น้องทั้งสองฝั่ง&nbsp;(ไทย-มาเลเซีย)&nbsp;สามารถเดินทางหาสู่กันได้&nbsp;การค้าขายชายแดนจะเริ่มขยับตัว&nbsp;เป็นการยกสถานะทางเศรษฐกิจ&nbsp;ทั้งสองประเทศให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมคณะ</strong>ได้เดินทางต่อไปยัง&nbsp;สนามกีฬาเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;(จุดปล่อยตัวนักกีฬาวิ่งเทรล&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail)&nbsp;เพื่อรับฟังความพร้อมในการจัดงาน&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งได้มอบอุปกรณ์กีฬาแก่&nbsp;เยาวชนที่ทำการแข่งฟุตบอล&nbsp;ณ&nbsp;สนามแห่งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325215757161
539	วัฒนธรรมจังหวัดยโสธร ประชุมคัดเลือกชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี เสนอ ชุมชนคุณธรรม วัดโพธาราม ชุมชนคุณธรรม วัดสิงห์ท่าและชุมชนคุณธรรม วัดอัครเทวดามีคาแอลซ่งแย้ เข้ารับรางวัลระดับประเทศ	<p><strong>เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ&nbsp;คัดเลือก&nbsp;10&nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบ&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;</strong>ได้ดำเนินโครงการ&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;บวร&nbsp;ออนทัวร์&nbsp;และชุมชน&nbsp;คุณธรรม&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ซึ่งมีชุมชนคุณธรรมที่น้อมนำหลักปรัชญาของ&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร&nbsp;จำนวน&nbsp;284&nbsp;แห่ง&nbsp;ใน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;เช่น&nbsp;ระดับส่งเสริมคุณธรรม&nbsp;135&nbsp;แห่ง&nbsp;ระดับคุณธรรม&nbsp;105&nbsp;แห่ง&nbsp;และระดับคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;44&nbsp;แห่ง&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ได้พิจารณาคัดเลือก&nbsp;ชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;3&nbsp;แห่งเพื่อเสนอเข้ารับการพิจารณา&nbsp;เป็น&nbsp;10&nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบ&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดโพธาราม&nbsp;ตำบลห้องแซง&nbsp;อำเภอเลิงนกทา/ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดสิงห์ท่า&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;และชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดอัครเทวดามีคาแอลซ่งแย้&nbsp;ตำบลคำเตย&nbsp;อำเภอไทยเจริญ&nbsp;เพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ&nbsp;สร้างขวัญ&nbsp;กำลังใจแก่ชุมชนและผู้ให้การสนับสนุนพร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผล&nbsp;สู่ความสำเร็จไปยังชุมชนอื่นและปลุกกระแสการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;สร้างโอกาส&nbsp;สร้างรายได้เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;มีชุมชนคุณธรรมที่มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>และเข้าร่วมโครงการสืบสานรักษาต่อยอดศาสตร์พระราชาสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;บวร&nbsp;On&nbsp;Tour&nbsp;จังหวัดยโสธรตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;แห่งในแต่ละอำเภอ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>อำเภอเลิงนกทา&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดโพธาราม&nbsp;ตำบลห้องแซง&nbsp;/ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดศรีบุญเรือง&nbsp;ตำบลกุดเชียงหมีและชุมชนคุณธรรมวัดโคกก่องตำบลบุ่งค้า</p><p><strong>อำเภอไทยเจริญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดอัครเทวดามีคาแอลซ่งแย้&nbsp;ตำบลคำเตย</p><p><strong>อำเภอกุดชุม&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดป่าพุทธิคุณ&nbsp;ตำบลหนองแหน</p><p><strong>อำเภอป่าติ้ว&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดศรีฐานนอก&nbsp;ตำบลศรีฐาน</p><p><strong>อำเภอทรายมูล&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรร&nbsp;มวัดนาเวียง&nbsp;(สระไตรนุรักษ์)&nbsp;ตำบลนาเวียง</p><p><strong>อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดบูรพา&nbsp;ตำบลทุ่งแต้/ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดสิงห์ท่า&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;</p><p><strong>อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดกู่จาน&nbsp;ตำบลกู่จาน/ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดหนองเลิง&nbsp;ตำบลแคนน้อย</p><p><strong>อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดโพธิกาญจนาราม&nbsp;ตำบลบึงแก&nbsp;และชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดฟ้าหยาดตำบลฟ้าหยาด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326005234210
540	ผู้ว่า ฯ สตูล เปิดงาน จากภูผา สู่อันดามัน จังหวัดสตูล เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานจากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลาน&nbsp;18&nbsp;ล้าน&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดสตูล&nbsp;นายวรศิษฎ์&nbsp;เลียงประสิทธิ์&nbsp;สส.สตูล&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานฯ&nbsp;นายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ&nbsp;โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมพิธีเปิดฯ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ประธานในพิธีฯ&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมให้กำลังใจพ่อค้าแม่ขาย&nbsp;ภายใต้บรรยากาศสายฝนโปรยปราย</p><p><strong>นายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดงาน&nbsp;""จากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล""&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล&nbsp;โดยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;ด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&nbsp;กิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ&nbsp;ที่สร้างสรรค์ขึ้น&nbsp;ภายใต้รูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่สไตด์&nbsp;NEW&nbsp;NORMAL&nbsp;และให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหมุนเวียนและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ตามแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;BCG&nbsp;และ&nbsp;HAPPY&nbsp;MODEL&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;ที่จะสามารถกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วยความสนุกกับ&nbsp;ACTIVITY&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>กับกิจกรรมพายเรือคายัคล่องแก่ง&nbsp;เส้นทางน้ำตกวังสายทอง-ถึงถ้ำเจ็ดคต,&nbsp;พายคายัค&nbsp;ลอดถ้ำพบรัก&nbsp;ชมปราสาทหินพันยอด,&nbsp;ผาจอหนัง,&nbsp;หินตา&nbsp;หินยาย,&nbsp;สันหลังมังกร&nbsp;พายคายัค&nbsp;ชมป่าโกงชุมชนบ้านหัวหิน&nbsp;และจับจ่ายสินค้าท้องถิ่น&nbsp;กว่า&nbsp;60&nbsp;ร้าน&nbsp;ทานอาหารสไตล์&nbsp;Camping&nbsp;ณ&nbsp;หาดปากบารา&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;EVENT&nbsp;สุดพิเศษ&nbsp;พร้อมพบกับมินิคอนเสิร์ตจากวงอคูสติกในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;วัน&nbsp;และฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;สงกรานต์,&nbsp;&nbsp;SEASON&nbsp;FIVE,&nbsp;SDF&nbsp;สติก&nbsp;และวงกัวลาบารา&nbsp;และชิลไปกับบรรยากาศภายในงานวิวภูผาและอันดามัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนพี่น้องชาวสตูล&nbsp;</strong>มาร่วมงาน&nbsp;จากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลาน&nbsp;18&nbsp;ล้าน&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;มาร่วมสนุกฟรีตลอดงาน&nbsp;พร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินคนดังตลอดทุกค่ำคืน&nbsp;ซึ่งการจัดงานภายใต้ความปลอดภัยด้วยมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;zone&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326002754205
541	ผู้ว่า ฯ สตูล เปิดงานจากภูผา สู่อันดามัน จังหวัดสตูล เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานจากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลาน&nbsp;18&nbsp;ล้าน&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>นายวรศิษฎ์&nbsp;เลียงประสิทธิ์&nbsp;สส.สตูล&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;</strong>กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานฯ&nbsp;นายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ&nbsp;โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมพิธีเปิดฯ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ประธานในพิธีฯ&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมให้กำลังใจพ่อค้าแม่ขาย&nbsp;ภายใต้บรรยากาศสายฝนโปรยปราย</p><p><strong>นายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดงาน&nbsp;""จากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล""&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล&nbsp;โดยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;ด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&nbsp;กิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆที่สร้างสรรค์ขึ้น&nbsp;ภายใต้รูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่สไตด์&nbsp;NEW&nbsp;NORMAL&nbsp;และให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหมุนเวียนและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ตามแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;BCG&nbsp;และ&nbsp;HAPPY&nbsp;MODEL&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;ที่จะสามารถกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วยความสนุกกับ&nbsp;ACTIVITY&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;กับกิจกรรมพายเรือคายัคล่องแก่ง&nbsp;เส้นทางน้ำตกวังสายทอง-ถึงถ้ำเจ็ดคต,&nbsp;พายคายัค&nbsp;ลอดถ้ำพบรัก&nbsp;ชมปราสาทหินพันยอด,&nbsp;ผาจอหนัง,&nbsp;หินตา&nbsp;หินยาย,&nbsp;สันหลังมังกร&nbsp;พายคายัค&nbsp;ชมป่าโกงชุมชนบ้านหัวหิน&nbsp;และจับจ่ายสินค้าท้องถิ่นกว่า&nbsp;60&nbsp;ร้าน&nbsp;ทานอาหารสไตล์&nbsp;Camping&nbsp;ณ&nbsp;หาดปากบารา&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;EVENT&nbsp;สุดพิเศษ&nbsp;พร้อมพบกับมินิคอนเสิร์ตจากวงอคูสติกในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;วัน&nbsp;และฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;&nbsp;สงกรานต์,&nbsp;SEASON&nbsp;&nbsp;FIVE,&nbsp;SDF&nbsp;สติก&nbsp;และวงกัวลาบารา&nbsp;และชิลไปกับบรรยากาศภายในงานวิวภูผาและอันดามัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนพี่น้องชาวสตูล&nbsp;</strong>มาร่วมงาน&nbsp;จากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลาน&nbsp;18&nbsp;ล้าน&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;มาร่วมสนุกฟรีตลอดงาน&nbsp;พร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินคนดังตลอดทุกค่ำคืน&nbsp;ซึ่งการจัดงานภายใต้ความปลอดภัยด้วยมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;zone&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326001852198
542	รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมบูธสินค้า OTOP ได้ชิม ขนมทองก้อน ชมว่าอร่อยพร้อมเหมาหมดร้าน	"<p><strong>เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสนามเฉลิมพระเกียรติฯหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน&nbsp;สานสัมพันธ์เครือข่ายการประชาสัมพันธ์และการจัดแสดงดนตรีสร้างสุข&nbsp;&nbsp;โดยภายในงานมีการแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ก่อนเข้าช่วงพิธีเปิดงาน&nbsp;รัฐมนตรีฯได้เดินเยี่ยมชมร้านค้าและทักทายประชาชน&nbsp;เมื่อเดินถึงร้าน&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;จึงได้ลองชิมเพราะยังไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน&nbsp;และได้ยกนิ้วพร้อมเอ่ยปากชมว่า&nbsp;""อร่อยมาก&nbsp;ทานง่าย&nbsp;พอดีคำ&nbsp;ชื่อก็ดี&nbsp;รสชาติก็อร่อย""</p><p><strong>นายอภิวัฒน์&nbsp;ช่อผกา&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;(เฟิสท์)&nbsp;เจ้าของร้าน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การที่ได้มีโอกาสต้องขอขอบคุณทางพัฒนาชุมชนอำเภอสรรพยา&nbsp;ที่ได้แนะนำและเชิญชวนให้นำสินค้าใหม่มาโปรโมทในงาน&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เราได้นำสินค้ามาขายเพื่อให้เป็นที่รู้จักของผู้คนที่มาพบเห็นมากขึ้น&nbsp;โดยปกติขายขนมไทยอยู่แล้ว&nbsp;โดยเฉพาะขนมทองม้วน&nbsp;ขนมกง&nbsp;ขนมเปี๊ย&nbsp;สำหรับขนมที่นำมาในงานนี้คือ&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;เป็นการปรับปรุงรูปลักษณ์มาจากขนมทองม้วนเดิม&nbsp;รสชาติเหมือนกัน&nbsp;ความรู้สึกตอนที่รัฐมนตรีฯ&nbsp;มาเยี่ยมบูธและชิมขนม&nbsp;รู้สึกดีใจมาก&nbsp;ที่ได้ให้ความสนใจ&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;เป็นอย่างมาก&nbsp;และถามถึงตัวของขนม&nbsp;ว่าคือขนมอะไร&nbsp;มีที่มาอย่างไร&nbsp;มาเป็น&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;ได้อย่างไร&nbsp;ชื่อแปลกดี&nbsp;และก็ได้ขอชิม&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;และถึงกับยกนิ้วให้เลย&nbsp;พร้อมบอกว่า&nbsp;""อร่อยมาก&nbsp;ทานง่าย&nbsp;พอดีคำ&nbsp;ชื่อก็ดี&nbsp;รสชาติก็อร่อย""&nbsp;และได้ซื้อเหมาหมดร้าน</p><p><strong>ที่มาของคำว่า&nbsp;""ทองก้อน""</strong>&nbsp;ด้วยแรงบัลดาลใจที่มุ่งหวังให้&nbsp;ทองก้อน&nbsp;ขนมพื้นบ้านไทยที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน&nbsp;เป็นที่รู้จักของคนหนุ่มสาว&nbsp;ยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์&nbsp;ชิลล์เรียบง่าย&nbsp;ทันสมัย&nbsp;แต่ไม่ละทิ้งความเป็นไทย&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;By&nbsp;ภารินี&nbsp;จึงถือกำเนิดขึ้นจาก&nbsp;สูตรขนมทองม้วนโบราณ&nbsp;ที่ทำมายาวนานเกือบ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;หอม&nbsp;หวาน&nbsp;มัน&nbsp;จากกะทิสดแท้ๆ&nbsp;จากธรรมชาติ&nbsp;มาเป็น&nbsp;""ขนมทองก้อน""&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;ภารินี&nbsp;ที่ยังคงความกรอบ&nbsp;หอม&nbsp;มัน&nbsp;แบบทองม้วนดั่งเดิม&nbsp;แต่มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย&nbsp;น่ารัก&nbsp;พอดีคำ&nbsp;ทานง่าย&nbsp;ในทุกโอกาส&nbsp;พร้อมเพิ่มรสชาติใหม่ๆ&nbsp;ให้ขนมทองก้อนถูกใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น&nbsp;สินค้าสามารถเก็บได้นานประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;เดือน&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์&nbsp;โทร&nbsp;080-7899518&nbsp;(เฟิสท์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไลน์&nbsp;:&nbsp;@189mxibc&nbsp;เพจทองก้อน&nbsp;:&nbsp;https://m.facebook.com/HomemadeChainat/?ref=bookmarks</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325235752194
543	ลำปางเปิดงาน ขัวหลวงรัษฎา 105 ปี รำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก สะพานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง	<p><strong>ดร.นิมิตร&nbsp;จิวะสันติการ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครลำปาง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพิธีเปิดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;105&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้เข้าร่วมการประกวดวาดภาพระบายสีและการประกวดรีวิวสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;พร้อมร่วมเดินชมนิทรรศการประวัติศาสตร์&nbsp;เล่าเรื่องสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ผ่านการจำลองวิถีชีวิต&nbsp;ภาพถ่ายสะพานรัษฎาภิเศกในอดีต&nbsp;และร่วมชมการเดินแบบบอกเล่าเรื่องราวผ่านเครื่องแต่งกายย้อนยุค&nbsp;เฉลิมรัษฎา&nbsp;งามพัสตรา&nbsp;ภูษาสยามอาลัมภางค์นคร&nbsp;เมื่อช่วงค่ำวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>งาน&nbsp;ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;105&nbsp;ปี&nbsp;</strong>จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;17.30&nbsp;&nbsp;21.30&nbsp;น.&nbsp;โดยมีการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์&nbsp;เล่าเรื่องสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ผ่านการจำลองวิถีชีวิต&nbsp;ภาพถ่ายสะพาน&nbsp;รัษฎาภิเศกในอดีต&nbsp;มุมถ่ายภาพย้อนยุค&nbsp;กิจกรรมสาธิตงานประดิษฐ์&nbsp;เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนและอาหารท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;กองฮิมวัง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิค&nbsp;-19&nbsp;โดยผู้ร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เว้นระยะห่างหลีกเลี่ยงการสัมผัส&nbsp;และพกเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326075928221
544	ลำปาง จัดงาน โชว์คราฟ อาร์ทสตรีท จัดแสดงสินค้าและทดลองตลาด พร้อมผลงานศิลปะในแต่ละย่านสร้างสรรค์	"<p><strong>นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และจัดแสดงผลิตภัณฑ์&nbsp;เชิงสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อจัดแสดงสินค้าและทดลองตลาด&nbsp;พร้อมกับนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะที่เกี่ยวข้องในแต่ละย่านสร้างสรรค์&nbsp;""โชว์คราฟ&nbsp;อาร์ทสตรีท""&nbsp;(SHOW&nbsp;CRAFT&nbsp;ART&nbsp;STREET)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดเกาะลุการาม&nbsp;กาดกองต้า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการในจังหวัดลำปางเข้าร่วมจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;50&nbsp;บูธ&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มสินค้าหัตถกรรม&nbsp;สินค้าประเภทเสื้อผ้า&nbsp;เครื่องแต่งกาย&nbsp;เครื่องประดับ&nbsp;สินค้าประเภทของที่ระลึก&nbsp;ของตกแต่ง&nbsp;สินค้าประเภทอาหาร&nbsp;ตลอดจนกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจภายในงาน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะย่านกองต้า&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Mini&nbsp;Talk&nbsp;Show&nbsp;จากผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และมีดนตรีบรรเลงเพลงโฟร์คซองตลอดการจัดงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326080555224
545	จังหวัดมุกดาการ จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม	"<p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;แถลงข่าวการ&nbsp;จัดงาน&nbsp;มหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;Viet&nbsp;town&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเสริมเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดสนุก&nbsp;และรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;จากการแข่งขันจักรยานทางไกล&nbsp;นานาชาติ&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับสมาคมไทย-เวียดนาม&nbsp;</strong>และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ร่วมกันจัดงาน&nbsp;โครงการส่งเสริมประซาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;""Viet&nbsp;town&nbsp;เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;Xin&nbsp;Chao&nbsp;เวียดทาวน์มุก&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนห้าแยก&nbsp;ถนน&nbsp;พิทักษ์สันติราษฎร์&nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแลของสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;แบ่งออกเป็นสองช่วงในแต่ละวัน</strong>&nbsp;โดยในช่วงเช้า&nbsp;ซึมซับวิถีชีวิตคนไทยเชื้อสายเวียดนามและดื่มด่ำกับอาหารเช้าสไตล์เวียดนาม&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนห้าแยก&nbsp;และชื่นชมวัฒนธรรมทางด้าน&nbsp;อาหาร&nbsp;ที่โดดเด่น&nbsp;ช่วงเย็น&nbsp;สัมผัสและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยการตกแต่งสไตล์เวียดนามด้วย&nbsp;ผ้า&nbsp;โคมเวียด&nbsp;และแสงไฟ&nbsp;มีกิจกรรมหลากหลายให้ร่วมซม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสี่แยกธนาคารกรุงเทพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326090752230
546	ผู้ว่าฯมุกดาหาร ตัดดอกกัญชงช่อแรกเป็นปฐมฤกษ์ก่อนเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดมุกดาหารเป็นประธานในพิธีตัดช่อดอกกัญชงปฐมฤกษ์&nbsp;ของบริษัทเอ็นเนอร์โกร(ประเทศไทย)จำกัด&nbsp;ผู้ประกอบการอุตสาหกิจกัญชงครบวงจรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ณ&nbsp;บริษัทเอ็นเนอร์โกร(ประเทศไทย)จำกัด&nbsp;บ้านโค้งสำราญ&nbsp;ตำบลคำอาฮวน&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</p><p><strong>บริษัทเอ็นเนอโกรฯ&nbsp;เป็นโรงงานผลิตกัญชง&nbsp;ครบวงจร&nbsp;</strong>เป็นแห่งแรกในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;ตั้งอยู่บนพื้นที่ปลูกกว่า&nbsp;600&nbsp;ไร่&nbsp;เริ่มดำเนินการมาตั้งปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ปัจจุบันมีอายุครบ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;โดยเมื่อเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;ได้มีพิธีหย่อนเมล็ดกัญชงปฐมฤกษ์&nbsp;และให้ผลผลิตตัดช่อครั้งแรกวันนี้&nbsp;(&nbsp;24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นปฐมฤกษ์&nbsp;ก่อนเดินเครื่องจักรผลิต&nbsp;เชิงพาณิชย์&nbsp;และอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การลงทุนของบริษัทเอ็นเนอร์โกรฯ&nbsp;นับว่าเป็นประโยชน์กับจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ทำให้เกิดการจ้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพให้กับประชาชนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และทางเลือกของเกษตรกร&nbsp;ในการปลูกพืชดังกล่าว&nbsp;ส่งให้กับโรงงาน&nbsp;นอกจากพืชเศรษฐกิจหลักที่ปลูกเป็นประจำทุกปี&nbsp;เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูง&nbsp;มีระยะการเก็บผลผลิตไดถึงปีละ&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;และบริษัท&nbsp;ยังต้องการอีกจำนวนมาก&nbsp;อย่างน้อยมีพื้นที่ปลูกไม่ต่ำกว่า&nbsp;5,000&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326091022231
547	จนท.พาณิชย์ ปกครองอำเภอ ตำรวจภูธร จ.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่สำรวจปริมาณปุ๋ยและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชฯ  ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานระดับอำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอ&nbsp;และสถานีตำรวจภูธร&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณปุ๋ยและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;และอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อควบคุมมิให้ผู้ประกอบการปุ๋ยและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในเรื่องการไม่กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยได้สำรวจร้านผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านสุพจน์เคมีการเกษตร&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;ร้านสมบัติปายคลังเกษตร&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;ร้านสมบัติเคมีเกษตร&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ร้านแสงทองเคมีการเกษตร&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ร้านสมบัติคลังเกษตร&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;ร้านทองพักตร์&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;ร้านเซเว่นการเกษตร&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;ร้านสมบัติคลังเกษตร&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;หจก.พี&nbsp;เอ็น&nbsp;พืชผลขนส่ง&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผลการดำเนินการตรวจปรากฏว่าผู้ประกอบการปุ๋ย</strong>และยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;ไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด&nbsp;และได้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;ครบถ้วน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326101039236
548	พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน จัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน ครั้งที่ 2/2565 วันที่ 31 มี.ค. 65 ในพื้นที่ อ.เมือง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กำหนดจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยดำเนินการจัดหาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในการจำหน่ายให้กับประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ในราคาชดเชยต่ำกว่าท้องตลาด&nbsp;โดยจัดให้บริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ดังนี้&nbsp;บริเวณหน้าวัดห้วยเดื่อ&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;บริเวณวัดในสอย&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และที่ว่าการอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาและเยียวยาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&nbsp;</strong>รวมทั้งลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มช่องทางในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพประจำวันในราคาถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;โดยเฉพาะเป็นการช่วยให้สามารถเข้าถึงประชาชนโดยตรงถึงที่พักอาศัย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326101322239
549	ประเพณีแห่ยักษ์ หนึ่งเดียวในโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว	<p><strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญกำหนดจัดงานประเพณีแห่ยักษ์คุอัตลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-&nbsp;3&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอชานุมาน&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;อำเภอชานุมาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งเป็นงานประเพณีแห่ยักษ์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก&nbsp;เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดอำนาจเจริญให้มีความโดดเด่นน่าสนใจมากยิ่งขึ้นและเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ทำให้ประชาชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย</strong>&nbsp;ขบวนแห่ยักษ์คุ&nbsp;การประกวดขบวนแห่ยักษ์และธิดายักษ์&nbsp;&nbsp;การแสดงแสงสีเสียง&nbsp;ตำนานยักษ์คุชานุมานมณฑล&nbsp;หมู่บ้านยักษ์&nbsp;&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;&nbsp;กิจกรรมปั่นจักรยานชมเมืองเล่าเรื่องชานุมาน&nbsp;การแข่งขันตกปลานานาชาติกลางแม่น้ำโขง&nbsp;ที่บริเวณแก่งหินขัน&nbsp;ตำบลโคกสาร&nbsp;อำเภอชานุมาน&nbsp;การประกวดรถจักรยานยนต์คลาสสิกยักษ์คุ&nbsp;&nbsp;กิจกรรมการแข่งขันวิ่งสามขา&nbsp;การแข่งขันกินจุ&nbsp;การประกวดเต้นส้มตำลีลา&nbsp;การเล่นเกมแจกของรางวัล&nbsp;การแสดงศิลปินพื้นบ้านราชินีหมอลำแห่งลำน้ำโขง&nbsp;(คุณแม่อังคนางค์&nbsp;คุณไชย)&nbsp;การแสดงเริงร่าผ้าเมืองอำนาจ&nbsp;กิจกรรมเดินแบบผ้าไทยผ้าพื้นถิ่นอำนาจเจริญ&nbsp;และการประกวดธิดาชานุมาน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการออกร้านจำหน่าย&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีเมืองอำนาจ&nbsp;สินค้าราคาถูก&nbsp;ยักษ์คุแลน&nbsp;(เครื่องเล่น&nbsp;สวนสนุก)&nbsp;ร้านขายสินค้าและกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมากมายภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326121522291
550	ธ.ก.ส. ขยายระยะเวลาขอสินเชื่อสู้ภัย COVID  19 เพิ่มสภาพคล่องและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบให้กับเกษตรกร 	<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong>&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการสินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;จากเดิมที่สิ้นสุดโครงการไปแล้ว&nbsp;โดยขยายเวลาไปจนถึง&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ให้มีสภาพคล่องในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบที่คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยวงเงินกู้รายละไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ไม่ต้องใช้หลักประกัน</strong>&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ปลอดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยใน&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;วงเงินรวมกว่า&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า&nbsp;9,391&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;ผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326120347278
551	พาณิชย์ฯแม่ฮ่องสอน ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 21)	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;</span>2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;21)&nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;21&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,986.30&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,013.70&nbsp;บาท,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;10,284.10&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;715.90,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,279.52&nbsp;บาท,&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,720.48&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,685.12&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,314.88&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326110924256
552	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชมความงดงามของสกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง พร้อมตรวจความพร้อมสนามเทรลระดับ UTMB World Series สนามที่ 2 ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในรายการ Amazean Jungle Trail ที่จะจัดขึ้นใน ระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2565 นี้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ขึ้นไปชมแสงแรกของวัน&nbsp;ชมพระอาทิตย์ยามเช้าและชมความงดงามของทะเลหมอก&nbsp;ณ&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งสามารถมองเห็นหมอกขาวโพลนที่ลอยอยู่ตรงหน้า&nbsp;และปกคลุมเต็มท้องฟ้าในยามเช้า&nbsp;ในบรรยากาศลมเย็น&nbsp;อุณหภูมิ&nbsp;22&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;โดมียบรรดานักท่องเที่ยวทั่วประเทศต่างถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก&nbsp;และหลังจากที่หมอกเริ่มจางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา&nbsp;ผืนป่าฮาลา-บาลา&nbsp;และต้นน้ำทะเลสาบเขื่อนบางลาง&nbsp;ที่สวยงามไม่แพ้ภาคเหนีอ&nbsp;อากาศก็เย็นสบาย&nbsp;ดังคำพูดที่ว่า&nbsp;ถ้ามาเมืองเบตง&nbsp;ไม่ได้กินไก่สับตง&nbsp;ถือว่ามาไม่ถึงเบตง&nbsp;มาเที่ยวเบตง&nbsp;แต่ไม่เดินบนสกายวอล์ก&nbsp;ชมทะเลหมอก&nbsp;ก็ถือว่ามาไม่ถึงเบตงเช่นกัน</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงพื้นที่อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เพื่อมาดูความพร้อมของสนามเทรลระดับ&nbsp;UTMB&nbsp;&nbsp;World&nbsp;Series&nbsp;&nbsp;สนามที่สอง&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ภายใต้รายการแข่งขัน&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;จะจัดขึ้นใน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6-8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;โดยมีจุดปล่อยตัวนักกีฬาวิ่งเทรล&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการจัดการแข่งขัน&nbsp;Thailand&nbsp;By&nbsp;UTMB&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</strong>ที่ผ่านมา&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง&nbsp;347&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;มีแนวโน้มคาดว่าจะถึง&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมเตรียมผลักดัน&nbsp;Thailand&nbsp;by&nbsp;UTMB&nbsp;ให้เข้าสู่การเป็นสนามระดับ&nbsp;Major&nbsp;ในปี&nbsp;2566&nbsp;ซึ่งมีเพียง&nbsp;3&nbsp;สนามทั่วโลก&nbsp;ที่จะมีโอกาสได้รับการคัดเลือก&nbsp;นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่จะมีนักวิ่งเทรลจากทั่วโลก&nbsp;เดินทางมาเข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมผลักดันให้เกิดสนามเทรลระดับ</strong>&nbsp;UTMB&nbsp;World&nbsp;Series&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;ในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ภายใต้รายการแข่งขัน&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;ที่จะจัดขึ้นใน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6-8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งหลังจากสนามบินเบตงเปิดให้บริการ&nbsp;จะมีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลก&nbsp;จะเดินทางเข้าร่วมวิ่งเทรลรายการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>เดินทางไปยังหมู่บ้านจุพากรณ์พัฒนา&nbsp;10&nbsp;ชมวิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;หมูบ้านจุฬาภรณ์พัฒนาที่&nbsp;10&nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย&nbsp;-จีน&nbsp;อยู่ในกลางหุบเขา&nbsp;ร่วมพบปะผู้นำชุมชนและชาวบ้าน&nbsp;เยี่ยมชมศึกษาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จุฬาภรณ์พัฒนา10&nbsp;และเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศผสมผสานกับการท่องเที่ยวเชิงประวัดิศาสตร์&nbsp;เรียนรู้สมุนไพรพื้นถิ่น&nbsp;วิถีชงชาสมุนไพร&nbsp;และเดินไปชมต้นไม้ยักษ์ป่าฮาลา-บาลา&nbsp;พร้อมรับประทานอาหารจีนกวางโส</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326131052317
553	ประชาชนที่เข้าร่วมงานมหกรรมกัญชา ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง ต่างมีความประทับใจและดีใจที่ต่อไปจะสามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น นำรายได้มาสู่ชุมชนและกระคุ้นเศรษฐกิจ	<p><strong>ดร.ทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;(มท.2)&nbsp;</strong>ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ที่ได้ผลักดันนโยบายกัญชา&nbsp;เพื่อเป็นพืชเชิงเศรษฐกิจ&nbsp;กล่าวถึงผลตอบรับที่ได้จากงานมหกรรมกัญชา&nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;ที่จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ถนนข้าวเม่าริมโขง&nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนทางวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;นอกจากการแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์&nbsp;ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้า&nbsp;และบริการเชิงพาณิชย์&nbsp;ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากได้&nbsp;แต่ต้องดำเนินการไปด้วยความรอบครอบด้านกฎหมายควบคู่กันไป&nbsp;สำหรับการดำเนินการปลูกกัญชายังคงต้องอยู่ภายใต้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอยู่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ดร.ทรงศักดิ์&nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า&nbsp;รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก</strong>&nbsp;ที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี&nbsp;รวมถึงการให้ความร่วมมือของภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่มีสาร&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;0.2%&nbsp;ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันแล้ว&nbsp;โดยการใช้เพียงสาร&nbsp;CBD&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ทำให้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;อาหารเสริม&nbsp;เครื่องปรุงรส&nbsp;ชาชง&nbsp;ขนม&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หากกฏปลดล็อคกัญชาเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว&nbsp;กัญชาจะถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ&nbsp;ที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;และประเทศชาติได้อย่างแน่นอน</p><p><strong>ผู้เข้าร่วมงานต่างมีความประทับใจในการจัดงานครั้งนี้และเห็นว่ากัญชามีประโยชน์มากมาย&nbsp;</strong>ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นสินค้าและบริการได้อย่างหลากหลาย&nbsp;คุณวิไลวัลย์&nbsp;โสภาหัสดร&nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า&nbsp;กัญชามีประโยชน์หลายอย่างมาก&nbsp;ได้มาดูการฝึกอบรมทำลูกประคบสมุนไพรกัญชา&nbsp;ดีใจและรู้สึกประทับใจที่&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;มีกิจกรรมดีๆ&nbsp;แบบนี้&nbsp;และคุณกิตติพงษ์&nbsp;อัคศร&nbsp;ได้บอกเล่าความประทับใจว่า&nbsp;นโยบายปลดล็อกกัญชามีประโยชน์&nbsp;ถ้าประชาชนใช้ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน&nbsp;ประทับใจที่บ้านเราสามารถนำกัญชามาทำเป็นผลิตภํณฑ์ดีๆ&nbsp;ได้อย่างหลากหลาย</p><p><strong>จะเห็นได้ว่าการจัดงานท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;</strong>ในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้มากมายเกี่ยวกับกัญชา&nbsp;มีบริการนวดน้ำมันกัญชา&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;โดยเชื่อมโยงแหล่งปลูกและผลิตกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;กับเส้นทางท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งสามารถต่อยอดธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า&nbsp;นำรายได้มาสู่ประชาชน&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326143805329
554	ชวนคนไทยลดใช้พลังงานผ่านแคมเปญ Save Energy for ALL ร่วมใจประหยัดพลังงาน ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน	"<p><strong>นายบุญญนิตย์</strong>&nbsp;<strong>วงศ์รักมิตร</strong>&nbsp;<strong>ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;<strong>กฟผ</strong>.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อผู้ใช้พลังงานทั่วประเทศและทั่วโลก&nbsp;กฟผ.&nbsp;ขานรับมาตรการลดการใช้พลังงานของรัฐบาล&nbsp;โดยมุ่งเป้าลดการใช้พลังงานในสำนักงานลงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ด้วยมาตรการต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การบริหารจัดการควบคุมระบบแสงสว่างในอาคารโดยการตั้งเวลา&nbsp;(Timer)&nbsp;และติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว&nbsp;&nbsp;(Motion&nbsp;Sensor)&nbsp;กำหนดเวลาปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงพักกลางวันและก่อนเวลาเลิกงานอย่างน้อย&nbsp;30&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;นาที&nbsp;รวมถึงปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้น&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;&nbsp;พร้อมรณรงค์ให้พนักงาน&nbsp;กฟผ.&nbsp;สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีแทนการสวมเสื้อสูท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กฟผ.&nbsp;ได้นำระบบสื่อสารออนไลน์และระบบงานดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำงานเพื่อประหยัดพลังงานมากขึ้น</p><p><strong>ประชาชนสามารถประหยัดพลังงานด้วยตนเองง่ายๆ</strong>&nbsp;เพียงปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์&nbsp;5&nbsp;ติดดาว&nbsp;ปิดสวิตซ์และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทันทีเมื่อเลิกใช้งาน&nbsp;เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งานและขนาดของห้อง&nbsp;</p><p><strong>ในขณะเดียวกัน&nbsp;กฟผ.</strong>&nbsp;พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการลดใช้พลังงานของประเทศและชวนคนไทยลดใช้พลังงานด้วยแคมเปญ&nbsp;Save&nbsp;Energy&nbsp;for&nbsp;ALL&nbsp;ร่วมใจประหยัดพลังงาน&nbsp;ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน&nbsp;กับ&nbsp;2&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ล้างแอร์ฟรีช่วยชาติและส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์&nbsp;5&nbsp;สามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.egat.co.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.egat.co.th</a>&nbsp;ภายใต้สถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การประหยัดพลังงาน&nbsp;เป็นเครื่องมือสำคัญในการเผชิญกับวิกฤตนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326190758381
555	"ชาวโคราชตื่นตัวรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า 100%  เข้าชมงาน ""มอเตอร์โชว์โคราช ครั้งที่ 29"" THE NORTHEAST INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2022  วันที่ 26 มีนาคม- 3 เมษายน 2565 ที่เดอะมอลล์โคราช"	"<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เปิดงาน""มอเตอร์โชว์โคราช&nbsp;ครั้งที่&nbsp;29""&nbsp;THE&nbsp;NORTHEAST&nbsp;INTERNATIONAL&nbsp;MOTOR&nbsp;SHOW&nbsp;2022&nbsp;โดยชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เดอะมอลล์โคราช&nbsp;จัดงาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;Variety&nbsp;Hall&nbsp;,&nbsp;MCC&nbsp;Hall&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;Grand&nbsp;Hall&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;เดอะมอลล์โคราช&nbsp;มหกรรมแสดงยานยนต์ครั้งยิ่งใหญ่สุดแห่งปี&nbsp;ที่คนรักรถยนต์&nbsp;มอเตอร์ไซค์&nbsp;ไม่ควรพลาด&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์&nbsp;ท้าลมร้อน&nbsp;SUMMER&nbsp;SALE&nbsp;การันตีงานเดียวครบทุกแบรนด์&nbsp;เนรมิตทั้งห้างและศูนย์การค้า&nbsp;ยกขบวนรถยนต์ใหม่&nbsp;มอเตอร์ไซค์ใหม่&nbsp;รถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;คอนเซ็ปต์คาร์&nbsp;อุปกรณ์ประดับยนต์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;จากค่ายรถดัง&nbsp;ตอบรับกระแสนวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่น่าจับตามอง&nbsp;เช่น&nbsp;รถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;100%&nbsp;มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษโปรโมชั่นเด็ดจากหลากหลายค่าย&nbsp;การันตีโปรโมชั่นเดียวกับงานบางกอก&nbsp;อินเตอร์เนชั่นแนล&nbsp;มอเตอร์โชว์&nbsp;2022&nbsp;ที่กรุงเทพมหานคร</p><p><strong>นางกฤตยา&nbsp;เรืองเข็มทอง&nbsp;ประธานชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วัตถุประสงค์จัดงานเพื่อสร้างกิจกรรมของชมรมฯ&nbsp;และนำเสนอเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมในรูปแบบใหม่ของรถยนต์แต่ละค่ายที่มีการออก&nbsp;Model&nbsp;ใหม่ทุกปีและกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่งเสริมการตลาดให้ตลาดรถยนต์ในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;คึกคักและมีสีสันมากขึ้น&nbsp;กระตุ้นให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจช่วงต้นปี&nbsp;ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป&nbsp;ได้เลือกซื้อรถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;และอุปกรณ์ประดับยนต์&nbsp;ตรงตามความต้องการในเงื่อนไขที่เหมาะสม&nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;โดยการมอบเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมแก่เหล่ากาชาดจังหวัดนคราชสีมา&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;และสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>มอเตอร์โชว์โคราช&nbsp;ครั้งที่&nbsp;29&nbsp;คาดการณ์จำนวนผู้เข้าร่วมรับชมงานตลอด&nbsp;9&nbsp;วันจัดงานมากกว่า&nbsp;80,000&nbsp;คน</strong>&nbsp;ตั้งเป้าหมายรวมยอดจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์จากทุกค่าย&nbsp;รวมกันมากกว่า&nbsp;1,800&nbsp;คัน&nbsp;คาดว่าจะมีเงินสะพัดหมุนเวียนภายในงานไม่ต่ำกว่า&nbsp;1,700&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p>สำหรับปีนี้มีบรรดาค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำมากมายที่เข้าร่วมจัดแสดง&nbsp;ดังนี้</p><p>รถยนต์&nbsp;15&nbsp;แบรนด์&nbsp;ได้แก่&nbsp;BMW,&nbsp;Mercedes-Benz,&nbsp;Hyundai,&nbsp;Toyota,&nbsp;Honda,&nbsp;Mazda,&nbsp;Mitsubishi&nbsp;Motors,&nbsp;Nissan,&nbsp;Ford,&nbsp;Suzuki,&nbsp;Isuzu,&nbsp;Great&nbsp;Wall&nbsp;Motors,&nbsp;MG,&nbsp;Kia&nbsp;และ&nbsp;DFSK</p><p>ค่ายรถยนต์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในครั้งนี้&nbsp;คือ&nbsp;2&nbsp;ค่าย&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการแพ็คเกจภาษีรถ&nbsp;EV&nbsp;ตามมาตรการรัฐบาลในการมอบเงินอุดหนุนจำนวน&nbsp;70,000-150,000&nbsp;บาทต่อคัน&nbsp;</p><p>1.ค่าย&nbsp;Great&nbsp;Wall&nbsp;Motor&nbsp;ที่นำรถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ORA&nbsp;Good&nbsp;Cat&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;รุ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;400&nbsp;KM&nbsp;TECH,&nbsp;400&nbsp;KM&nbsp;PRO&nbsp;และ&nbsp;500&nbsp;KM&nbsp;ULTRA&nbsp;นำมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน</p><p>2.ค่ายรถยนต์&nbsp;MG&nbsp;กับรถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด&nbsp;คือ&nbsp;MG&nbsp;ZS&nbsp;EV&nbsp;และ&nbsp;MG&nbsp;EP&nbsp;เอาใจ&nbsp;รถยนต์ครอบครัวที่มีมาถึง&nbsp;7&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์&nbsp;10&nbsp;ค่าย&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;BMW&nbsp;Motorrad&nbsp;,&nbsp;YAMAHA,&nbsp;HONDA&nbsp;BIGWING,&nbsp;HONDAเกริกไกร&nbsp;,HONDAMONKEY,&nbsp;VESPA,&nbsp;LAMBRETTA,&nbsp;PEUGEOT&nbsp;,&nbsp;GPX,&nbsp;NTK&nbsp;จักรยานไฟฟ้า</p><p><strong>นายชินาพัฒน์&nbsp;พิมพ์ศรีแก้ว&nbsp;ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการ&nbsp;บริษัท&nbsp;เดอะมอลล์ราชสีมา&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวเสริม</strong>&nbsp;จองรถในงานนี้รับโปรโมชั่นเดียวกับกรุงเทพฯ&nbsp;ข้อเสนอสุดพิเศษทุกค่ายรถ&nbsp;มีสิทธิ์ลุ้นรับ&nbsp;Gift&nbsp;Voucher&nbsp;สำหรับซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์&nbsp;รวมมูลค่ากว่า&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;บัตรเติมน้ำมัน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;รับสิทธิ์ซื้อคูปองอาหาร&nbsp;FOOD&nbsp;HALL&nbsp;ซื้อ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;แถมฟรี&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;9,000&nbsp;สิทธิ์&nbsp;รวมมูลค่ากว่า&nbsp;900,000&nbsp;บาท&nbsp;และที่ขาดไม่ได้คือเหล่าพริตตี้สาวสวยที่ยกทัพมาร่วมสร้างสีสันภายในงานทุกปี</p><p><strong>งานมอเตอร์โชว์โคราช&nbsp;ครั้งที่&nbsp;29</strong>&nbsp;(THE&nbsp;NORTHEAST&nbsp;INTERNATIONAL&nbsp;MOTOR&nbsp;SHOW&nbsp;2022)&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;Variety&nbsp;Hall&nbsp;,&nbsp;MCC&nbsp;Hall&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;Grand&nbsp;Hall&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;เดอะมอลล์โคราช&nbsp;วันจันทร์-ศุกร์&nbsp;เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา&nbsp;10.30&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เข้าชมได้ในเวลา&nbsp;10.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;งานนี้เข้าชมฟรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326153746343
556	รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ขนส่งทุเรียน-มะพร้าวระยอง 60 ตัน ไปประเทศจีน	<p><strong>ที่สถานีรถไฟมาบตาพุด&nbsp;ต.มาบตาพุด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เป็นประธานปล่อยขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ขนส่งสินค้า&nbsp;ประเภททุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;และมะพร้าว&nbsp;1&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;ของบริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ปลายทางประเทศจีน&nbsp;มีนางสาวสุวีรยา&nbsp;ปั้นปาน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดระยอง&nbsp;พล.ต.ต.วรา&nbsp;เวชชาภินันท์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ระยอง&nbsp;นายพิธพร&nbsp;สะมะลาภา&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง&nbsp;นายภานุศักดิ์&nbsp;สายพานิช&nbsp;นายกสมาคมทุเรียนไทย&nbsp;นายนรเสฏฐ์&nbsp;คูติกิขจรรัตน์&nbsp;NS.OLAN888&nbsp;FRESH&nbsp;FRUIT&nbsp;CO.,LTD.&nbsp;ภาคเอกชนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;และมี&nbsp;นายปัญญา&nbsp;ปะพุธสะโร&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;นายปุรเชรษฐ์&nbsp;ปะพุธสะโร&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติฯ</p><p><strong>นายปุรเชรษฐ์&nbsp;ปะพุธสะโร&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางบริษัทฯ&nbsp;เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าคอนเทรนเนอร์ระบบราง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;ต่อมาในปี&nbsp;2564&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้รับการพิจารณาอนุมัติให้เป็นผู้ขอถ่ายลำและผู้ขอผ่านแดนทางรถไฟจากกรมศุลกากร&nbsp;และการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าผ่านแดนทางรถไฟตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยขนส่งตู้สินค้าจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไปยัง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ทั้งนี้การส่งสินค้าประเภทผลไม้ทุเรียนและมะพร้าวส่งไปยังจีนดังกล่าว&nbsp;ใช้เส้นทางจากระยองถึงสถานีหนองคาย&nbsp;และรถไฟจะเดินขบวนส่งสินค้าข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;ก่อนเข้าประเทศจีนต่อไป</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายปัญญา&nbsp;ปะพุธสะโร&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การเปิดขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ดังกล่าว&nbsp;เป็นขบวนนำร่องส่งสินค้าประเภทผลไม้ไปจีน&nbsp;โดยทางบริษัทได้ผ่านมาตรการโควิด-19&nbsp;ของจีน&nbsp;ซึ่งมีภาครัฐให้การสนับสนุนช่วยเหลือ&nbsp;โดยการขนส่งทางรถไฟจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนค่าขนส่ง&nbsp;และการขนส่งทางรางใช้เวลาเร็วกว่าขนส่งทางถนน&nbsp;และทางเรือ&nbsp;ทั้งยังช่วยลดการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;และลดมลพิษและอุบัติเหตุทางถนนด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังจะเป็นการช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร&nbsp;ลดการล้นตลาดของผลไม้ภาคตะวันออกอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;มีแผนจะส่งทุเรียนและผลไม้อื่นๆ&nbsp;ของภาคตะวันออกไปจีนอีกกว่า&nbsp;50&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;ในช่วงฤดูผลไม้ออกสู่ตลาดที่จะถึงนี้</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสินค้าไปยังต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะในฤดูผลไม้นี้&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีตลาดใหญ่ที่ประเทศจีน&nbsp;โดยการส่งประเภทผลไม้ไปจีนมีหลายช่องทาง&nbsp;ทั้งทางอากาศ&nbsp;ทางเรือ&nbsp;และทางบก&nbsp;โดยการขนส่งทางรางเป็นสิ่งสำคัญ&nbsp;รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ได้ส่งเสริมให้ส่งสิงค้าไปยังจีนให้ได้มากที่สุด&nbsp;ซึ่ง&nbsp;บ.เก้าเจริญฯ&nbsp;ได้บุกเบิกมาพักหนึ่งแล้ว&nbsp;ซึ่งการส่งสินค้าทางรางเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ค้าผลไม้&nbsp;ได้มีช่องทางพิเศษส่งสินค้าไปยังประเทศจีน&nbsp;โดยจะเป็นการเพิ่มยอด&nbsp;และเพิ่มสินค้าเกษตรเป็นผลดีกับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326154858347
557	รมว.ท่องเที่ยวฯ เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวล่องใต้ชายแดน อ. เบตง จ.ยะลา	"<p><strong>รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่สกายวอร์คอัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;เตรียมพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดน</strong></p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังการบริหารจัดการ&nbsp;จุดชมวิวสกายวอร์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;โดยมี&nbsp;น.ส.ฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;น.ส.ภัทรอนงค์&nbsp;ณ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;นายปรีชา&nbsp;แสงเทียน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ที่&nbsp;13&nbsp;สาขานราธิวาส&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ณ&nbsp;จุดชมวิวสกายวอร์คอัยเยอร์เวง&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่นี่มีความสมบูรณ์ด้านธรรมชาติ&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาหารพื้นถิ่น&nbsp;<u>ขอ</u>เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความงามของที่นี่&nbsp;และในช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;พ.ค.65&nbsp;มีการแข่งขันวิ่ง&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;</span>&nbsp;ซึ่งเป็นการแข่งวิ่งในป่าดิบชื้น&nbsp;ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;มีความพร้อม&nbsp;วันนี้ทางรองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้ลงพื้นที่มาด้วย&nbsp;พร้อมที่จะทำการประชาสัมพันธ์&nbsp;ออกสู่ทั่วโลก&nbsp;เพื่อเป็นการตอบโจทย์&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่&nbsp;(new&nbsp;normal)&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;แห่งนี้</p><p><strong>ต่อมา&nbsp;น.ส.ฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;และคณะลงพื้นที่หมู่บ้านจุฬาภรณ์&nbsp;10&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อพบปะผู้นำชุมชน&nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านจุฬาภรณ์&nbsp;และต้นไม้ยักษ์แห่งป่าฮาลาบาลา&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326161926352
558	ผลตอบรับมหกรรมกัญชา ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จากงานมหกรรมกัญชา&nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;ที่จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ถนนข้าวเม่าริมโขง&nbsp;</strong>อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกฯ&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเปิดงาน&nbsp;และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขยกกระทรวงมาร่วมในงาน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากตลอดการจัดกิจกรรม&nbsp;การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนทางวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;นอกจากการแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์&nbsp;ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้า&nbsp;และบริการเชิงพาณิชย์&nbsp;ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากได้&nbsp;แต่ต้องดำเนินการไปด้วยความรอบครอบด้านกฎหมายควบคู่กันไป&nbsp;สำหรับการดำเนินการปลูกกัญชายังคงต้องอยู่ภายใต้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอยู่&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดร.ทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;(มท.2)&nbsp;</strong>ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ที่ได้ผลักดันนโยบายกัญชา&nbsp;เพื่อเป็นพืชเชิงเศรษฐกิจ&nbsp;กล่าวถึงผลตอบรับที่ได้จากงานมหกรรมกัญชา&nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;ที่จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ถนนข้าวเม่าริมโขง&nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนทางวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;นอกจากการแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์&nbsp;ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้า&nbsp;และบริการเชิงพาณิชย์&nbsp;ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากได้&nbsp;แต่ต้องดำเนินการไปด้วยความรอบครอบด้านกฎหมายควบคู่กันไป&nbsp;สำหรับการดำเนินการปลูกกัญชายังคงต้องอยู่ภายใต้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอยู่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;มท.2&nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า&nbsp;รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก</strong>&nbsp;ที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี&nbsp;รวมถึงการให้ความร่วมมือของภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่มีสาร&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;0.2%&nbsp;ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันแล้ว&nbsp;โดยการใช้เพียงสาร&nbsp;CBD&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ทำให้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;อาหารเสริม&nbsp;เครื่องปรุงรส&nbsp;ชาชง&nbsp;ขนม&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หากกฎปลดล็อคกัญชาเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว&nbsp;กัญชาจะถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ&nbsp;ที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;และประเทศชาติได้อย่างแน่นอน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326164341356
559	ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทยพบสื่อชายแดนใต้ ร่วมโปรโมทท่องเที่ยวมาเลย์หลังเปิดด่าน 1 เมษายนนี้	<p><strong>นางมาศวิน&nbsp;ไซนาล&nbsp;อาบีดีน&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&nbsp;</strong>พร้อมคณะเยือนปัตตานี&nbsp;พบปะสื่อมวลชนในพื้นที่เพื่อหาแนวทางร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวมาเลเซียหลังจากการเปิดด่านทางบกในเร็วๆ&nbsp;นี้</p><p><strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การมาเยือนภาคใต้ของคณะฯ&nbsp;ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอด้านการท่องเที่ยวให้กับสื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;ทราบว่า&nbsp;มาเลเซียจะเปิดด่านทางบกเริ่มวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนนี้</p><p><strong>ข้อมูลล่าสุดที่ได้จาก&nbsp;รมต.&nbsp;สาธารณสุขมาเลเซียคือ</strong>&nbsp;จะเปิดด่านทางบกทั้งหมดที่ติดกับชายแดนประเทศไทย&nbsp;เราต้องการแจ้งให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในประเทศได้กลับมาฟื้นฟูการท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;ตลอดการเยือนของเราได้พบปะกับผู้เกี่ยวข้องใน&nbsp;5&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ทั้งสื่อมวลชน&nbsp;เอเย่นต์ทัวร์&nbsp;และพบกับ&nbsp;สส.สงขลาที่หาดใหญ่&nbsp;เราปรึกษาถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวสำหรับทั้งสองประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะการเปิดด่านในครั้งนี้ข่าวเพื่อที่จะสามารถฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่อไป&nbsp;หลังจากที่ได้ผลกระทบอย่างหนักจากโควิค&nbsp;-19&nbsp;ตลอดสองปีที่ผ่านมา</p><p><strong>เนื่องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประชากรที่ให้การสนับสนุนหรือเป็นนักท่องเที่ยวที่เที่ยวในมาเลเซียมากที่สุด</strong>&nbsp;เนื่องจากภาคใต้มีทั้งทางบกและทางน้ำ&nbsp;ดังนั้นจังหวัดชายแดนใต้จึงมีความสำคัญ&nbsp;หลังจากรัฐบาลประกาศจะเปิดด่านทางบก&nbsp;เราจึงมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นแห่งแรก</p><p><strong>ผลกระทบจากโควิดถือว่าหนักมาก&nbsp;ในปี&nbsp;2020&nbsp;ในมาเลเซียนักท่องเที่ยวลดลง&nbsp;มากกว่า&nbsp;80&nbsp;เปอร์เซ็นต์</strong>เปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในปี&nbsp;2021&nbsp;ที่ลดลง&nbsp;มากกว่า&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ณ&nbsp;วันนี้ประเทศได้เข้าสู่การเปลี่ยนโรคโควิดไปสู่&nbsp;โรคประจำถิ่น&nbsp;เราจึงต้องเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวใหม่&nbsp;และโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวว่าเราพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากเมืองไทย</p><p><strong>ข้อกำหนดการเดินทางเข้ามาเลเซีย&nbsp;ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนครบสมบูรณ์</strong>อาจมีสิทธิ์เดินทางไปลังกาวีภายใต้โปรแกรมการเข้าพิเศษ&nbsp;ชาวต่างชาติที่ถือหนังสือเดินทางที่ต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศจะต้องได้รับวีซ่าก่อนออกเดินทางการกักตัว&nbsp;ในการกักตัว&nbsp;ผู้โดยสารที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;10&nbsp;วันเมื่อมาถึงโรงแรมที่กำหนดโดยผู้โดยสารออกค่าใช้จ่ายเอง&nbsp;ผู้โดยสารต้องแสดงหลักฐานการชำระล่วงหน้าที่&nbsp;MySafeTravel&nbsp;อาจขยายระยะเวลากักกันเป็น&nbsp;21&nbsp;วัน&nbsp;ผู้โดยสารต้องสวมสายรัดข้อมือเฝ้าระวังที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในช่วงระยะเวลาการสังเกตและเฝ้าระวัง</p><p><strong>ผู้โดยสารที่ได้รับวัคซีน&nbsp;อยู่บ้าน&nbsp;7&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ผู้โดยสารต้องได้รับวัคซีนครบตามจำนวน&nbsp;2&nbsp;โด๊ส&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วันก่อนการเดินทาง&nbsp;หรือ&nbsp;1&nbsp;โด๊สของวัคซีนครั้งเดียว&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;28&nbsp;วันก่อนการเดินทาง&nbsp;ผู้โดยสารเหล่านี้อาจกรอก&nbsp;Home&nbsp;Quarantine&nbsp;Application&nbsp;(HQA)&nbsp;7&nbsp;ถึง&nbsp;10&nbsp;วันก่อนเดินทางมาถึงให้ทำการกักกันที่บ้าน&nbsp;การตรวจ&nbsp;COVID-19&nbsp;ผู้โดยสารต้องมีผลการทดสอบ&nbsp;PCR&nbsp;เป็นลบที่ได้รับภายใน&nbsp;2&nbsp;วันก่อนออกเดินทาง&nbsp;สิ่งนี้ใช้ไม่ได้กับผู้โดยสารที่หายจากโรคโควิด-19&nbsp;ภายใน&nbsp;11&nbsp;ถึง&nbsp;60&nbsp;วันก่อนออกเดินทางและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;โดยต้องมีจดหมาย&nbsp;Fit&nbsp;to&nbsp;Travel&nbsp;จากโรงพยาบาล&nbsp;ต้องเข้ารับการตรวจโควิด-19&nbsp;เมื่อเดินทางมาถึง&nbsp;และรับการทดสอบ&nbsp;Rapid&nbsp;Antigen&nbsp;หลังจากเดินทางมาถึง&nbsp;ต้องอัปโหลดผลการทดสอบทั้งหมดไปที่แอป&nbsp;MySejahtera</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326163914355
560	คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรและคณะศึกษาดูงานพื้นที่จังหวัดกระบี่	"<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.ณ&nbsp;ห้องประชุมพนมเบญจา&nbsp;ชั้น&nbsp;5</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวต้อนรับและประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ&nbsp;กิจการชายแดนไทย&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะ&nbsp;นำโดย&nbsp;นายมนูญ&nbsp;สิวาภิรมรัตน์&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ&nbsp;กิจการชายแดนไทย&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะ&nbsp;ในโอกาสที่เดินทางมาการศึกษาดูงาน&nbsp;เรื่อง&nbsp;""การส่งเสริมโครงการกระบี่แซนด์บ็อกซ์&nbsp;(Krabi&nbsp;Sandbox)&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ด้านการท่องเที่ยวเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศภายหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานเกี่ยวกับกระบี่แซนด์บ๊อกซ์&nbsp;(Krabi&nbsp;Sanb0x&nbsp;)&nbsp;ตลอดจนสภาพปัญหา</strong>&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&nbsp;ระหว่างผู้แทนหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้แทนภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;ตลอดจนความต้องการสนับสนุนด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐและเอกชนและหน่วยงาน&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้ข้อเสนอแนะและและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการดำเนินงานตามโครงการกระบี่แซนด์บ็อกซ์&nbsp;(Krabi&nbsp;Sandbox)&nbsp;รวมทั้งแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาโครงการดังกล่าว&nbsp;ตลอดจนรายงานอุปสรรคปัญหาเชิงพื้นที่และให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมได้มีการเสนอแนะประเด็น&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;สรุปผลการดำเนินโครงการ&nbsp;(Krabi&nbsp;Sandbox)&nbsp;</strong>ภายใต้กิจกรรม&nbsp;Krabi&nbsp;even&nbsp;more&nbsp;amazing&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนควบคู่เศรษฐกิจภายใต้การแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งภาคเอกชน&nbsp;เสนอให้ยกเลิกระบบไทยแลนด์พาสด์&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ควบคู่กับการดำเนินการภายใต้มาตรการสาธารณสุข&nbsp;,&nbsp;การบำบัดน้ำเสียในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;,ปัญหาด้านการแพทย์และการสาธารณสุข&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;และเชิงนิเวศน์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ภาคบ่าย&nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ลงสำรวจพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว<strong>&nbsp;</strong>หลังจากนี้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อผลักดันในเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ปานอุมา&nbsp;&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-26T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326164759359
561	อบจ.ภูเก็ต จัดใหญ่งานมหกรรมอาหาร หรอยหนัด หยัดได้ หรรษาลากูน่าโกรฟ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับชาวภูเก็ต	<p><strong>นายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;หรรษาลากูน่าโกรฟ&nbsp;ณ&nbsp;ลานลากูน่าโกรฟ&nbsp;ตำบลเชิงทะเล&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดย&nbsp;นายวัชรินทร์&nbsp;ปฐมวัฒนพงศ์&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;และนายแอนโทนี&nbsp;โล&nbsp;รองประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;ลากูน่ารีสอร์ท&nbsp;แอนด์โฮเท็ล&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;เวชวนิชสนอง&nbsp;และนายทิวัตถ์&nbsp;สีดอกบบวบ&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมงานจำนวนมากภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งเริ่มระหว่างปี&nbsp;2019&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว&nbsp;และการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&nbsp;เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้เตรียมกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจที่เปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;</strong>ครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ถือเป็นความร่วมมืออีกครั้งของทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ที่ร่วมมือร่วมใจกันผลักดันเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตให้พลิกฟื้นโดยเร็ว&nbsp;นับเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตได้ต่อเนื่อง&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามให้ดำรงไว้ทั้งในด้านอาหาร&nbsp;การแต่งกายและวิถีชีวิตของคนภูเก็ต&nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการซื้อขายกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;ธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;โรงแรมที่พัก&nbsp;ที่จะสร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานรากตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;งานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;</strong>หรรษาลากูน่าโกรฟ&nbsp;ที่&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;จัดขึ้นจะเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวภูเก็ต&nbsp;ขอให้ทุกท่านเที่ยวสนุกอย่างปลอดภัยกับการท่องเที่ยววิถีใหม่&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สร้างสรรค์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;สร้างความประทับใจให้กับผู้มาสัมผัสเยี่ยมชม&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;&nbsp;ขอบคุณในความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัทลากูน่ารีสอร์ท&nbsp;แอนด์โฮเท็ล&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่จัดงานในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายวัชรินทร์&nbsp;ปฐมวัฒนพงศ์&nbsp;ปลัด&nbsp;อบจ.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;(อาหาร&amp;ของดีภูเก็ต)&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นจำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งละ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;มีร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารทะเลสดและแปรรูป&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;100&nbsp;ร้าน&nbsp;โซนอาหารพิเศษในไสตล์&nbsp;Chef&nbsp;Table&nbsp;การแสดงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีอีกมากมาย&nbsp;ซึ่งได้จัดเวทีไว้รองรับถึง&nbsp;2&nbsp;เวที&nbsp;ทั้งเวทีหลักและเวทีการแสดงพื้นบ้านลานวัฒนธรรม&nbsp;และพิเศษสุดของงาน&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;ทุกท่านจะได้ชิมฟรี!!!&nbsp;ก๋วยเตี๋ยวกุ้ยกระทะยักษ์&nbsp;ที่แสนอร่อย&nbsp;รวมถึงได้ร่วมชมการสาธิตการทำอาหารพื้นเมืองภูเก็ต&nbsp;และชมการแกะสลักผักผลไม้ที่งดงามวิจิตรตระการตา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326190902385
562	ททท.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชายแดนใต้ ชู อัตลักษณ์ประจำถิ่นดึงนักท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด19	<p><strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวภัทรอนงค์&nbsp;ณ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานนราธิวาส&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;เข้าสักการะศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;โดยมีนางรดา&nbsp;จิรานนท์&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;และนายธาดา&nbsp;คณานุรักษ์&nbsp;ประธานมูลนิธิเทพปูชนียสถาน&nbsp;(เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว)&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>จากนั้นคณะฯเดินทางต่อไปเยี่ยมชมบ้านขุนพิทักษ์รายา</strong>&nbsp;สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นจากการฟื้นฟูบูรณะตามความประสงค์ของผู้สืบตระกูลขุนพิทักษ์รายา&nbsp;จนได้รับรางวัลจากยูเนสโก&nbsp;อีกทั้งบ้านขุนพิทักษ์รายา&nbsp;อยู่ในย่านตลาดจีน&nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าอดีตย่านนี้มีความเจริญรุ่งเรือง&nbsp;เป็นแหล่งการค้าการขาย&nbsp;ขนานกับแม่น้ำปัตตานี&nbsp;และเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่กลุ่มแรกๆที่เข้ามายังปัตตานี&nbsp;เห็นถึงความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมของ&nbsp;จ.ปัตตานีอีกด้วย</p><p><strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;เผยว่า&nbsp;สำหรับบ้านบ้านขุนพิทักษ์รายา&nbsp;ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทที่ได้รับรางวัลยูเนสโกในวันที่1ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เป็นมรดกคุณค่าแก่มรดกทางวัฒนธรรม&nbsp;เข้ามาดูแล้ว&nbsp;ตอนนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวก็เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงไม่ว่าจะเป็นยะลา&nbsp;เบตง&nbsp;เข้าปัตตานี&nbsp;และจังหวัดนราธิวาสเข้าปัตตานี&nbsp;อัตราการเข้าพักในปัตตานีสูงมากๆถึง&nbsp;70&nbsp;-&nbsp;80%&nbsp;เป็นหนึ่งในสามจังหวัดหลักของการท่องเที่ยวชายแดนใต้&nbsp;คิดว่าหลังจากนี้เมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ทางสมาคมเอกชนต่างๆ&nbsp;หรือสมาคมการท่องเที่ยวรวมถึงสายการบินที่จะมีการเปิดเส้นทางการบินจากกรุงเทพมาเบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;อย่างนกแอร์&nbsp;ที่จะ&nbsp;Re-OPEN&nbsp;จะทำให้การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในส่วนของสามจังหวัดใช้แดนภาคใต้สดใสอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326203053411
563	เปิดงาน Bangsak Beach Festival 2022 กระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่	<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;กล่าวเปิดงาน&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;โดยมีนายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;นายธราธิป&nbsp;ทองเจิม&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา&nbsp;ส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมกิจกรรมการเปิดครั้งนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว</p><p><strong>งาน&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;เริ่มขึ้นวันที่&nbsp;25&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;นี้&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00-22.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ชายหาดบางสัก&nbsp;ต.บางม่วง&nbsp;อ.ตะกั่วป่า&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมและการแสดงโชว์ตลอดทั้ง&nbsp;3&nbsp;วันให้ได้รับชมมากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;การสอนเล่นซับบอร์ด&nbsp;โชว์&nbsp;Surf&nbsp;skate&nbsp;จากชมรมตะกั่วป่าเซิร์ฟสเก็ต&nbsp;การแสดงโชว์ควงลูกไฟ&nbsp;ควงกระบองไฟ&nbsp;ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง&nbsp;เรียนรู้สรรพคุณ&nbsp;เวิร์กช้อปสาธิตการนำกัญชามาปรุงอาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;และการจำหน่ายซีฟู้ดและอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดพังงา&nbsp;ท่ามกลางกลิ่นอายของบรรยากาศธรรมชาติและลมทะเล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326213848423
564	ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด เปิดงาน ROBINSON ROI ET MOTOR SHOW 2022 เพื่อช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของจังหวัดร้อยเอ็ดเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;17.15&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;</strong>ร้อยเอ็ด&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ROBINSON&nbsp;ROI&nbsp;ET&nbsp;MOTOR&nbsp;SHOW&nbsp;2022&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวศิริรัตน์&nbsp;พละไกร&nbsp;ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหาร&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเรืองศักดิ์&nbsp;รัตนโภคาสถิต&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายธนบดี&nbsp;ครองยุติ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน</p><p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ร้อยเอ็ดได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้ประกอบการค่ายรถ&nbsp;ถือเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นนิมิตรหมายอันดี&nbsp;ที่จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของจังหวัดร้อยเอ็ดเติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและยังเป็นการช่วยภาพลักษณ์การค้าและการท่องเที่ยวในจังหวัดร้อยเอ็ดอีกด้วย&nbsp;โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตเป็นศูนย์กลางและก้าวสู่ความเป็นผู้นำมอเตอร์โชว์&nbsp;ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ROBINSON&nbsp;ROI&nbsp;ET&nbsp;MOTOR&nbsp;SHOW&nbsp;2022&nbsp;</strong>จะพบกับค่ายรถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์ชั้นนำ&nbsp;โดยได้นำนวัตกรรมยานยนต์จากค่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษ&nbsp;และกิจกรรมพิเศษ&nbsp;อีกมากมายตลอดทั้งงาน&nbsp;ด้วยความมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่ง&nbsp;ที่จะช่วยเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของชาวร้อยเอ็ด&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียงให้สมบูรณ์มากที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327043722442
565	ภูเก็ตเทศบาลนครภูเก็ตจึงจัดงาน เทศกาลอาหารทะเล : หรอย ริม เล ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่	<p><strong>วานนี้(26&nbsp;มี.ค.65)ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.10</strong>&nbsp;(สะพานหิน)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ตได้จัดงานเทศกาลอาหารทะเล&nbsp;:&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนในเขตเทศบาลนครภูเก็ตและของจังหวัดโดยมีนาย&nbsp;พิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานในพิธีเปิดงานพร้อมด้วยนาย&nbsp;นายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ผู้ยริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนเข้าร่วม&nbsp;นายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ตกล่าวว่า&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตให้สามารถฟื้นตัวได้ภายหลั</strong>งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อันจะทำให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้นทาง&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดโครงการพัฒนาเสริมพัฒนาและเสริมสร้างเศรฐกิจฐานรากภายใต้ชื่องานเทศกาลอาหารทะเล&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;ขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.10&nbsp;(ปลายแหลมสะพานหิน)&nbsp;</p><p>ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;26-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p>ครั้งที่&nbsp;2วันที่&nbsp;23-24&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>โดยมีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตในรูปแบบใหม่</strong>&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการในเขตเทศบาลนครภูเก็ตมาร่วมออกร้านจำหน่ายอาหารกว่า&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกร้านในงานทั้ง&nbsp;2&nbsp;ครั้งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างแท้จริง&nbsp;โดยการจัดงานครั้งนี้เทศบาลได้ถือปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก</strong>ได้ชื่อว่าเป็น&nbsp;ไข่มุกอันดามัน&nbsp;และมีจุดเด่นหลายด้านไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&nbsp;ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม&nbsp;และวิถีชีวิตชาวภูเก็ต&nbsp;การจัดงานเทศกาลอาหารทะเล:&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เลเกิดขึ้น&nbsp;เนื่องจากการสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>ซึ่งมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว&nbsp;โดยในปี&nbsp;2562&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;มีนักท่องเที่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;14,454,187&nbsp;คน&nbsp;และมีรายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;442,891&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่ในปี&nbsp;&nbsp;2563&nbsp;เริ่มมีการติดเชื้อในประเทศไทย&nbsp;นักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตลดลง&nbsp;มีนักท่องเที่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;4,003,290&nbsp;คน&nbsp;ลดลง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;72.54&nbsp;ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;108,464&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงคิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.51&nbsp;และปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจในปี&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;และปัญหาการจ้างงานเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;และเกิดการจ้างงานให้ผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่น&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;และเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตภายหลังได้รับผลกระทบจังหวัดภูเก็ตจึงได้บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ตรวมถึงเทศบาลนครภูเก็ตกำหนดจัดเทศกาลอาหารขึ้นในพื้นที่ทั้ง&nbsp;3&nbsp;อำเภอเพื่อสร้างกระตุ้นการจับจ่ายสร้างสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-27T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327124602475
566	ททท.ตาก จัดกิจกรรมวิ่งเทรล TAK Scenic Route & Trail เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก	<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(27&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;04.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท้อ&nbsp;ตำบลป่ามะม่วง&nbsp;อำเภอเมืองตาก&nbsp;จังหวัดตาก</strong>&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;ไตรคุ้มดัน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตาก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายณพล&nbsp;ชยานนท์ภักดี&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองตาก&nbsp;นางสาวเมธาวดี&nbsp;สุวรรณเทพ&nbsp;รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตาก&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดกิจกรรมวิ่งเทรล&nbsp;TAK&nbsp;Scenic&nbsp;Route&nbsp;&amp;&nbsp;Trail&nbsp;และปล่อยตัวนักวิ่ง&nbsp;เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่พื้นที่จังหวัดตาก</p><p><strong>ด้วย&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตาก&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;รันรัน&nbsp;ทีม&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ได้ร่วมกันดำเนินการจัดกิจกรรม&nbsp;TAK&nbsp;Scenic&nbsp;Route&nbsp;&amp;&nbsp;Trail&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักวิ่งจากจังหวัดต่างๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในพื้นที่</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;มีจุดปล่อยตัวที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท้อ&nbsp;ตำบลป่ามะม่วง&nbsp;อำเภอเมืองตาก&nbsp;</strong>ในเวลา&nbsp;04.30&nbsp;น.&nbsp;แล้วเลี้ยวขวาออกจากอ่างเก็บน้ำ&nbsp;ตามถนนไปประมาณ&nbsp;700&nbsp;เมตร&nbsp;แล้วเลี้ยวซ้าย&nbsp;ไปโรงโม่หิน&nbsp;วิ่งตามทางดินแดงไป&nbsp;8&nbsp;กม.&nbsp;เริ่มเข้าทางเทรล&nbsp;single&nbsp;track&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;กม.&nbsp;ณ&nbsp;จุดนี้สามารถมองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำจากด้านหลัง&nbsp;บนเขาแตงโม&nbsp;ถึงจุด&nbsp;A1&nbsp;(จุดพัก)&nbsp;จากนั้นเส้นทางจะเป็น&nbsp;Rolling&nbsp;เรื่อยๆ&nbsp;ไปจนจุด&nbsp;A2&nbsp;(จุดพัก)&nbsp;และมีหินลอยค่อนข้างเยอะ&nbsp;ตรงจุด&nbsp;A2&nbsp;จะเห็นวิวบ่อน้ำของโรงโม่หิน&nbsp;ออกจากจุด&nbsp;A2&nbsp;วิ่งบนหลังอ่างเก็บน้ำแล้ววนลงมา&nbsp;ด้านข้างของอ่างเก็บน้ำ&nbsp;และผ่านฝายชะลอน้ำ&nbsp;ลัดเลาะข้างเขาสองพี่น้องลงข้าง&nbsp;spillway&nbsp;แล้ววิ่งบน&nbsp;สันอ่างเก็บน้ำเพื่อเข้าสู่เส้นชัยให้ทันก่อนเวลา&nbsp;12.30&nbsp;น.&nbsp;(คัทออฟ&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมง)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าแข่งขันทุกคน&nbsp;ได้ผ่านการรับวัคซีนโควิด-19&nbsp;มาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม</strong>&nbsp;พร้อมทั้งมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือผลตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามที่ผู้จัดการแข่งขันกำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;สนง.ประชาสัมพันธ์&nbsp;จ.ตาก</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-27T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327140805493
567	องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมานจัดโครงการวิ่งเทรล เพื่ออนุรักษ์ ป่าต้นน้ำและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตำบลน้ำหมาน (Numman Trail ๒๐๒๑) ครั้งที่ 2	<p><strong>ที่บริเวณสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมาน&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการวิ่งเทรล&nbsp;เพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำ&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตำบลน้ำหมาน(Numman&nbsp;trial&nbsp;๒๐๒๑)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;นายประวิน&nbsp;อินทะบุญศรี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมาน,&nbsp;นายณฐพล&nbsp;วิถี&nbsp;นายอำเภอเมืองเลย&nbsp;นักวิ่งทั้ง&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตำบลน้ำหมาน&nbsp;เป็นตำบลที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและมีการท่องเที่ยววิถีชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนตำบลน้ำหมาน&nbsp;การส่งเสริมและการกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง&nbsp;และยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดเลย&nbsp;เมืองน่าอยู่&nbsp;เมืองแห่งการท่องเที่ยว&nbsp;การค้า&nbsp;และการลงทุน&nbsp;ภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;</p><p><strong>นายณฐพล&nbsp;วิถี&nbsp;นายอำเภอเมืองเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตำบลน้ำหมาน&nbsp;</strong>ถือเป็นพื้นที่&nbsp;ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;และการท่องเที่ยววิถีชุมชนที่น่าสนใจ&nbsp;&nbsp;จึงเหมาะสมเป็นสนามวิ่งเทรล&nbsp;อำเภอเมืองเลย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมาน&nbsp;วิสาหกิจชุมชนไร่ม่วงหวานการันตี&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;เดอะรัน&nbsp;(ไทยแลนด์)จำกัด&nbsp;ได้จัดโครงการวิ่งเทรล&nbsp;เพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตำบลน้ำหมาน&nbsp;(น้ำหมานเทรล&nbsp;2021)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ขึ้น&nbsp;</p><p><strong>เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนส่งเสริมการอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำ</strong>ในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม&nbsp;นำรายได้จากการจัดกิจกรรม&nbsp;ไปพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวบ้านไร่ม่วง&nbsp;ตำบลน้ำหมาน&nbsp;ให้มีความสวยงาม&nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;และมีความปลอดภัย&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ตำบลน้ำหมานและมีส่วนร่วมร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนแบบยั่งยืน&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร&nbsp;โดยเชฟชุมชนตำบลนำหมาน&nbsp;และเพื่อนำรายได้&nbsp;ไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ผู้ยากไร้&nbsp;ในตำบลน้ำหมาน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีประเภทการแข่งขัน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;ระยะ&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;ฟันเทรล&nbsp;ระยะทาง&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ไม่แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&nbsp;มินิเทรล&nbsp;ระยะทาง&nbsp;14&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&nbsp;ฮาฟเทรล&nbsp;ระยะ&nbsp;25&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;&nbsp;แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&nbsp;และเทรล&nbsp;ระยะ&nbsp;40&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&nbsp;ใช้ชิปจับเวลา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327164507531
568	รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมทำกิจกรรม Wrokshop ที่โรงปั้นเซรามิก จังหวัดปัตตานี	"<p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยม&nbsp;และร่วมกิจกรรม&nbsp;Wrokshop&nbsp;ที่โรงปั้นเซรามิก&nbsp;ของเญจเมธา&nbsp;เซรามิก&nbsp;ตำบลควน&nbsp;อำเภอปะนาเระ&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พร้อมรับทราบรับแนวทางการดำเนินงานของโรงปั้นเซรามิก&nbsp;และแจ้งแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;และจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""เตรียมพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดน""&nbsp;ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;(ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส)&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย&nbsp;ทั้งทะเล&nbsp;ป่าเขา&nbsp;น้ำตก&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน&nbsp;พร้อมได้พบปะภาครัฐและเอกชน&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-27T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327170357536
569	ป.ป.ท.ตรวจติดตามการดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ของแขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ป.ป.ท.เขต&nbsp;3</strong>&nbsp;โดย&nbsp;พ.ต.ท.ทนง&nbsp;เพิ่มพูล&nbsp;ผอ.ปปท.เขต&nbsp;3&nbsp;มอบหมายให้คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;ปปท.&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายณัฐรดา&nbsp;ศิริวัฒนกุล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริต&nbsp;และนางสาวลัทธพร&nbsp;มีพร้อม&nbsp;นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ&nbsp;ร่วมมือกับ&nbsp;ผู้แทนสภาองศ์กรชุมชนตำบลจังหวัดสุรินทร์&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</p><p><strong>ภายใต้กลุ่มแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน</strong>&nbsp;บนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น&nbsp;:&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;55,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ของแขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการงานซ่อมสร้างผิวทางลาดยางแอสฟิสติกคอนกรีต&nbsp;สาย&nbsp;สร.021&nbsp;สะพานมิตรภาพสระชุด-ประเคียบ&nbsp;&nbsp;ตำบลสระขุด&nbsp;&nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;งบประมาณ&nbsp;12,850,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายวิทยา&nbsp;เวทยะวานิช&nbsp;วิศวกรโยธาชำนาญการ&nbsp;</strong>และนายเฉียบวุฒิ&nbsp;อ่อนยิ่ง&nbsp;นายช่างโยธาชำนาญงาน&nbsp;นำคณะเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสระขุดและผู้นำชุมชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ประชุมชี้แจงข้อมูล</p><p><strong>ผลการดำเนินโครงการและลงพื้นที่&nbsp;ผลการตรวจติดตามเบื้องต้นพบว่า</strong>&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์ได้ดำเนินโครงการงานซ่อมสร้างผิวทางลาดยางแอสฟัสดิกคอนกรีตสาย&nbsp;&nbsp;สร.021&nbsp;&nbsp;สะพานมิตรภาพสระชุด-ประเคียบ&nbsp;ตำบลสระขุด&nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปริมาณงาน&nbsp;ผิวจราจรกว้าง&nbsp;6.00&nbsp;เมตร&nbsp;ไหล่ทางกว้างข้างละ&nbsp;0.00-1.50&nbsp;เมตร&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,560&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จุดก่อสร้างโครงการมีป้ายประชาสัมพันธ์โครงการติดตั้ง&nbsp;ผู้รับจ้างได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย&nbsp;100%&nbsp;</p><p><strong>คณะกรรมการตรวจรับงานและทำการเบิกจ่ายเงินงวดงานเสร็จสิ้นแล้ว</strong>&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;12,850,000&nbsp;บาท&nbsp;ไม่พบความซ้ำซ้อนกับโครงการหรืองบประมาณอื่น&nbsp;และโครงการกำหนดไว้ในแผนพัฒนาของเทศบาลตำบลสระขุด&nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&nbsp;คณะทำงานฯ&nbsp;ได้ขอสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบอย่างละเอียด&nbsp;และจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องรายงานผลเสนอผู้บริหารต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327181904549
570	รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานตลาดย้อนยุคนครหาดใหญ่ @ มหกรรมวัฒนธรรม 2 เล นำทุนทางวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นการสร้างรายได้ในพื้นที่จังหวัดสงขลา	"<p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานตลาดย้อนยุคนครหาดใหญ่&nbsp;@&nbsp;มหกรรมวัฒนธรรม&nbsp;2&nbsp;เล&nbsp;ซึ่งจัดโดย&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.นาที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&nbsp;นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;พล.ต.ท.สาคร&nbsp;ทองมุณี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;หน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;เข้าร่วมงาน</p><p><strong>สำหรับการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการอนุรักษ์&nbsp;สืบสาน&nbsp;ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</strong>พร้อมส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;และกระตุ้นการสร้างรายได้ในจังหวัดสงขลา&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&nbsp;ไทยเที่ยวไทย&nbsp;และถือเป็นกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;เนื่องจากเป็นการนำ&nbsp;สินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่งดงามของภาคใต้&nbsp;&nbsp;ทั้งที่จับต้องได้&nbsp;และจับต้องไม่ได้&nbsp;ผนวกเข้ากับ&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และ&nbsp;ความคิดสร้างสรรค์&nbsp;มาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์&nbsp;สร้างเป็นสินค้าและบริการ&nbsp;</p><p><strong>งานดังกล่าว&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ณ&nbsp;สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;อาทิ&nbsp;</p><p>&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;การแสดงหนังตะลุง&nbsp;มโนรา&nbsp;กลองยาว</p><p>&nbsp;การแสดงวงดนตรีลูกทุ่งและดนตรีแจ๊ส</p><p>&nbsp;ซุ้มจำหน่ายสินค้า&nbsp;อาหารโบราณ</p><p>&nbsp;การสาธิตการทำขนม&nbsp;เพ้นท์ผ้าบาติก&nbsp;และการสาธิตอื่นๆ</p><p>การสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม,&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;""ผ้าไทย""</p><p>ณ&nbsp;สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>"	2022-03-27T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327214508582
571	จ.หนองคาย ขนส่งผลไม้ทางรถไฟไปจีนครั้งแรก	"<p><strong>ผู้ประกอบการไทยส่งออกผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;เป็นทุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;</strong>น้ำหนัก&nbsp;รวม&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;และมะพร้าว&nbsp;1&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์น้ำหนักรวม&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;เที่ยวปฐมฤกษ์โดยทางรถไฟไปจีน&nbsp;เผยหากไม่ติดขัดปัญหาอะไร&nbsp;จะใช้ระยะเวลาในการขนส่งจากภาคตะวันออกของไทยไปถึงจีนเพียง&nbsp;5&nbsp;วันเท่านั้น&nbsp;ในขณะที่กรมศุลกากรได้เร่งปรับแก้ระเบียบ&nbsp;เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกลดขั้นตอน&nbsp;และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ</p><p><strong>เวลา&nbsp;10.40&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ขบวนรถไฟขนส่งสินค้า&nbsp;ที่เป็นผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;แยกเป็นทุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;น้ำหนักรวม&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;และมะพร้าว&nbsp;1&nbsp;ตู้คนเทรนเนอร์&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;ที่ต้นทางจากภาคตะวันออกจากสถานีมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ได้เดินทางมาถึงสถานีหนองคาย&nbsp;เพื่อจะส่งต่อข้ามไปสถานีท่านาแล้ง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และขนส่งต่อไปยังปลายทางที่ประเทศจีน&nbsp;ซึ่งถือเป็นเที่ยวปฐมฤกษ์&nbsp;ในการขนส่งผลไม้ไปจีน&nbsp;ที่ใช้การขนส่งทางรถไฟจีน-ลาว&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวุฒิ&nbsp;เร่งประดุงทอง&nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย&nbsp;เจ้าหน้าที่การรถไฟ&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชหนองคาย&nbsp;และตัวแทนของบริษัท&nbsp;เก้าเจริญเทรนทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบและปฏิบัติตามขั้นตอน&nbsp;ก่อนจะขนส่งต่อไปสถานีท่านาแล้ง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>นายวุฒิ&nbsp;เร่งประดุงทอง&nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่&nbsp;บริษัท&nbsp;เก้าเจริญเทรนทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ขนส่งผลผลิตทางการเกษตรจากไทยไปจีน&nbsp;โดยใช้ทางรถไฟจากไทยผ่าน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ก่อนจะเปลี่ยนแคร่จากรางขนาด&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;เป็นรางขนาด&nbsp;1.435&nbsp;เมตร&nbsp;จากนั้นก็ส่งผ่านด่านบ่อเต็น&nbsp;(สปป.ลาว)&nbsp;ก่อนจะขนถ่ายอีกครั้งเนื่องจากด่านรถไฟบ่อหาน&nbsp;ยังไม่เสร็จเรียบร้อย&nbsp;แต่ทุกฝ่ายกำลังเร่งให้แล้วเสร็จให้เร็วที่สุด</p><p><strong>ในส่วนการเตรียมพร้อมของกรมศุลกากรนั้น</strong>&nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐมนตรีฯ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;และอธิบดีกรมศุลกากร&nbsp;ได้สั่งการให้ด่านศุลกากรหนองคายได้แก้ไขปัญหาที่ติดขัดทั้งหมด&nbsp;ซึ่งด่านศุลกากรหนองคายได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาส่งให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;เพื่อให้มีการแก้ไขกฎกระทรวง&nbsp;เช่น&nbsp;จากเดิมที่ด่านรถไฟหนองคายเป็นเพียงด่านพรมแดน&nbsp;การตรวจปล่อยสินค้าต้องมีการขนถ่ายตู้คอนเทรนเนอร์ขึ้น-ลง&nbsp;เพื่อนำไปตรวจที่ด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;ที่อยู่ห่างประมาณ&nbsp;3&nbsp;กม.&nbsp;แล้วค่อยนำกลับมายกกลับขึ้นแคร่&nbsp;ทำให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&nbsp;อธิบดีกรมศุลกากรต้องการลดขั้นตอนและต้นทุนตรงจุดนี้&nbsp;ที่เป็นการส่งออกสินค้า&nbsp;จึงได้มอบหมายให้ด่านศุลกากรหนองคายเข้ามาดำเนินการขั้นตอนต่างๆ&nbsp;ที่ด่านสถานีหนองคาย&nbsp;เลย&nbsp;ซึ่งในช่วงแรกที่ยังไม่มีเครื่องมือในการดำเนินการ&nbsp;จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการเป็นหลักก่อน&nbsp;ทั้งการตรวจปล่อยสินค้าขาเข้า&nbsp;ขาออก&nbsp;และสินค้าผ่านแดน&nbsp;โดยที่ไม่ให้เกิดต้นทุนกับผู้ประกอบการ&nbsp;และเป็นการส่งเสริมการส่งออก&nbsp;อีกทั้งเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;ในส่วนของรถเอกซเรย์เคลื่อนที่นั้นอยู่ในระหว่างการดำเนินการ&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้&nbsp;ซึ่งแผนเดิมนั้นจะนำรถเอกซเรย์ไปประจำที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนมาประจำที่ด่านสถานีหนองคายแทน</p><p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;มั้นสิริไพบูลย์&nbsp;โปรเจคเมเนเจอร์&nbsp;บริษัท&nbsp;เก้าเจริญเทรนทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขบวนรถไฟขบวนนี้จะเป็นขบวนรถไฟขบวนแรกในการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน&nbsp;ซึ่งช่วงนี้ปัญหาการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีนก็ยังคงมีอยู่&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;แต่ทางบริษัทฯ&nbsp;โชคดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน&nbsp;ทั้งการดูแลและการประสานงาน&nbsp;ซึ่งหากการขนส่งครั้งนี้สำเร็จตามที่ได้มีการประสานงานทุกขั้นตอนจนถึงประเทศจีนแล้ว&nbsp;เมื่อถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่เป็นฤดูกาลผลไม้เริ่มออก&nbsp;จะเป็นการช่วยเกษตรการในการส่งออกผลไม้ไปจีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว&nbsp;ส่วนต้นทุนในการขนส่งนั้นที่ช่วงแรกอาจจะดูยังสูงอยู่&nbsp;แต่หลังจากที่มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหากมีการปรับลดขั้นตอนการใช้คนลง&nbsp;จะทำให้ต้นทุนลดลง&nbsp;จะทำให้การขนส่งผลิตผลทางการเกษตรทางรถไฟไปจีนสามารถทำได้&nbsp;ซึ่งในส่วนของบริษัทเอง&nbsp;มีคู่ค้าที่ทำร่วมกัน&nbsp;มีการตั้งบริษัทใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;แล้ว&nbsp;และยังมีคู่ค้าอยู่ในประเทศจีนที่เป็นรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ของจีน&nbsp;ทุกฝ่ายก็ได้ร่วมมือประสานงานกัน&nbsp;สำหรับระยะเวลาในการขนส่งเริ่มตั้งแต่ภาคตะวันออก&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จนไปถึงคุนหมิง&nbsp;จีน&nbsp;หากไม่ติดขัดปัญหาอะไร&nbsp;จะใช้เวลาเพียง&nbsp;4&nbsp;วันไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;วันเท่านั้น&nbsp;ถือเป็นเส้นทางที่เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับการขนส่งแบบเดิม&nbsp;โดยเฉพาะการขนส่งทางเรือ&nbsp;ที่ขณะนี้การเข้าออกท่าของเรือทำให้ค่อนข้างยากมาก&nbsp;ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น&nbsp;และยังต้องรอคิวเพื่อเข้าท่ายาวนานมากขึ้นไปอีก&nbsp;ซึ่งเหตุการณ์นี้น่าจะอยู่อีกนาน&nbsp;ประกอบทางการจีนเองได้เร่งแก้ไขปัญหา&nbsp;เพื่อให้เกิดความสะดวกในการขนส่งเส้นทางนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;นอกจากนี้ทางบริษัทฯ&nbsp;เองได้มีการวางแผนงานโครงการที่จะใช้เส้นทางนี้&nbsp;ในการขนส่งผลิตผลทางเกษตรจากประเทศไทยให้ไปถึงทวีปยุโรปอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328092815611
572	กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นำร่องหน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงาน ร้อยละ 20 ขานรับวาระสำคัญแห่งชาติคาดช่วยประหยัดงบประมาณได้เกือบ 10,000 ล้านบาท	<p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;สินสุขประเสริฐ&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;หรือ&nbsp;พพ.&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ&nbsp;500&nbsp;ล้านหน่วยต่อวัน&nbsp;แต่จากวิกฤตราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะแก๊สธรรมชาติเหลว&nbsp;หรือ&nbsp;LNG&nbsp;ที่นำมาผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้ถึงถึงร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง&nbsp;35&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นจาก&nbsp;2&nbsp;บาทเป็น&nbsp;7.30&nbsp;บาท&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นต้นแบบและเป็นผู้นำในการประหยัดพลังงานภาครัฐ&nbsp;ตามมติ&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;หลังเห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;โดยอนุมัติเป็นหลักการให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดการใช้พลังงานร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;พพ.&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก&nbsp;ที่มีบทบาท&nbsp;หน้าที่&nbsp;ในการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน&nbsp;จึงนำร่อง&nbsp;ลดใช้พลังงานภาครัฐ&nbsp;20%&nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์การประหยัดพลังงานภาครัฐ&nbsp;รวมพลังคนไทย&nbsp;ลดใช้พลังงาน&nbsp;หาร&nbsp;2&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยประกาศนโยบายประหยัดพลังงาน&nbsp;สร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจในหน่วยงานต่างๆ&nbsp;โดยบุคลากรของพพ.ทุกคน&nbsp;จะต้องประหยัดพลังงานทุกด้าน&nbsp;ตามเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;20&nbsp;หากหน่วยงานภาครัฐร่วมมือประหยัดพลังงาน&nbsp;จะช่วยประหยัดงบประมาณได้เกือบ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;ขณะที่ภาคประชาชนหากร่วมใจประหยัดพลังงานอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;10&nbsp;จะช่วยประหยัดงบประมาณด้านพลังงานได้ถึง&nbsp;150,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี</p><p><strong>อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>เพื่อให้การดำเนินโครงการประหยัดพลังงานเป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;ได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน&nbsp;เพื่อคอยกำกับ&nbsp;ดูแลให้การประหยัดพลังงานเป็นไปตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้และยังได้ฝึกอบรมการล้างแอร์ด้วยตนเอง&nbsp;ตั้งเป้าหมาย&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;เริ่มอบรมตั้งแต่วันนี้&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่ง&nbsp;พพ.&nbsp;พร้อมเป็นศูนย์ข้อมูลให้ความรู้&nbsp;แนะนำ&nbsp;อบรมเชิงปฏิบัติการณ์&nbsp;ให้แก่หน่วยงานราชการอื่นๆ&nbsp;ตลอดจนภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328113908667
573	จังหวัดตราด กำหนดจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า งานมหกรรมการค้าชายแดนภาคตะวันออก  (Thailand Eastern Regional Border Trade Fair 2022)  5  9 เมษายน นี้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;งานมหกรรมการค้าชายแดนภาคตะวันออก&nbsp;:&nbsp;Thailand&nbsp;Eastern&nbsp;Regional&nbsp;Border&nbsp;Trade&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;ภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค&nbsp;โครงการส่งเสริมการค้าชายแดนกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;(สนามหลวงเฉลิมพระเกียรติ)&nbsp;ในงานประกอบด้วย&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;ของผู้ประกอบการภาคตะวันออก&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;คูหา&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;การเจรจาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;และกิจกรรมสันทนาการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรมจับคูปอง&nbsp;ชิงรางวัล&nbsp;Gift/Cash&nbsp;Vonder&nbsp;มูลค่า&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;จับรางวัลสร้อยคอทองคำ&nbsp;รวมทั้งการแสดงมินิคอมเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;อาทิ&nbsp;เก่ง&nbsp;ธชย&nbsp;,&nbsp;จุ๊บ&nbsp;อิทธิกร&nbsp;,&nbsp;เอิ้นขวัญ&nbsp;วรัญญา&nbsp;,&nbsp;ดาว&nbsp;ขำมิน&nbsp;และ&nbsp;หนิง&nbsp;ปัทมา&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328113039659
574	เทศบาลนครภูเก็ต ร่วมกับชมรมตกปลาภูเก็ต และชมรมกอจ๊าน จัดการแข่งขันกีฬาตกปลา ครั้งที่ 13	<p><strong>เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชมรมตกปลาภูเก็ต</strong>&nbsp;และชมรมกอจ๊าน&nbsp;จัดการแข่งขันกีฬาตกปลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ปลายแหลมสะพานหิน&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับชมรมตกปลาภูเก็ตจัดพิธีปิดการแข่งขันกีฬาตกปลาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานปิดการแข่งขัน&nbsp;และมีนายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;นักกีฬาแข่งขันตกปลา&nbsp;และประชาชนเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ตร่วมกับชมรมกีฬาตกปลาภูเก็ต&nbsp;และชมรมกอจ๊านภูเก็ตจัดการแข่งขันกีฬาตกปลาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.10&nbsp;(สะพานหิน)&nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นถิ่น&nbsp;ตลอดจนการเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ตลอดจนนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;พร้อมรองรับการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน&nbsp;โดยใช้ทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่เพื่อส่งเสริมด้านเศรษฐกิจของจังหวัดและประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการแข่งขันครั้งนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;แบ่งเป็นประเภทเรือ&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>เรือเร็ว&nbsp;35&nbsp;ทีม&nbsp;จำนวน&nbsp;141&nbsp;คน&nbsp;เรือยนต์&nbsp;8&nbsp;ทีม&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;คน&nbsp;และเรือหางยาว&nbsp;14&nbsp;ทีม&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;คน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด&nbsp;55&nbsp;ทีม&nbsp;จำนวน&nbsp;226&nbsp;คน&nbsp;โดยมีรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;รางวัล&nbsp;รวมเงินรางวัล&nbsp;117,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในงานยังมีกิจกรรมการจำหน่ายปลาสด</strong>&nbsp;และการประมูลปลาเพื่อมอบให้เป็นสาธารณประโยชน์&nbsp;ซึ่งเงินที่ได้จากการจัดกิจกรรมทั้งหมดหลังหักค้าใช้จ่ายแล้วจะนำไปมอบให้เป็นประโยชน์แก่สังคม&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หน่วย&nbsp;คือ&nbsp;บ้านพักพิงสุนัขจรจัด&nbsp;และศูนย์นครภูเก็ตปันน้ำใจ&nbsp;สร้างสุข&nbsp;เพื่อเป็นการทำบุญและเป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328133530711
575	พาณิชย์จังหวัดตรังแจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนตัวตนในการจำหน่าย	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดตรังได้ออกประกาศจังหวัดตรัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยกำหนดให้ลานเทแจ้งผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนยันตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรังได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน</strong>และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;แจ้ง&nbsp;ให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่รับซื้อจะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ</strong>และจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328135345724
576	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังแจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนตัวตนในการจำหน่าย	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดตรังได้ออกประกาศจังหวัดตรัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยกำหนดให้ลานเทแจ้งผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนยันตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรังได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน</strong>และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;แจ้ง&nbsp;ให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่รับซื้อจะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328135450725
577	พาณิชย์จังหวัดตรังรายงานผลการตรวจสอบลานเท ปีงบประมาณ พ.ศ.2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&nbsp;ที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&nbsp;ที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ออกตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของลานเท&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&nbsp;(ยกเว้นอำเภอหาดสำราญ)&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;54&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ&nbsp;</strong>ในเรื่องของคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ลานเทไม่รับซื้อปาล์มดิบ&nbsp;โดยคัดผลปาล์มดิบหรือไม่ได้คุณภาพคืนให้กับผู้ที่นำผลปาล์มมาขาย&nbsp;ส่วนในเรื่องการป้องปรามการลัดขโมยผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันมาขายให้กับลานเทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และกำหนดให้ผู้ขายรายใหม่แสดงสำเนาบัตรประชาชนก่อนรับซื้อทุกครั้ง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328134458718
578	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังรายงานผลการตรวจสอบลานเท ปีงบประมาณ พ.ศ.2565	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&nbsp;ที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&nbsp;ที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ออกตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของลานเท&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&nbsp;(ยกเว้นอำเภอหาดสำราญ)&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ</strong>&nbsp;ในเรื่องของคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ลานเทไม่รับซื้อปาล์มดิบ&nbsp;โดยคัดผลปาล์มดิบหรือไม่ได้คุณภาพคืนให้กับผู้ที่นำผลปาล์มมาขาย&nbsp;ส่วนในเรื่องการป้องปรามการลัดขโมยผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันมาขายให้กับลานเทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และกำหนดให้ผู้ขายรายใหม่แสดงสำเนาบัตรประชาชนก่อนรับซื้อทุกครั้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328135027721
579	พาณิชย์จังหวัดตรัง  แจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนตัวตนในการจำหน่าย	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดตรังได้ออกประกาศจังหวัดตรัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยกำหนดให้ลานเทแจ้งผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนยันตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรังได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน</strong>และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;แจ้ง&nbsp;ให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่รับซื้อจะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328134714719
580	พาณิชย์จังหวัดตรัง  รายงานผลการตรวจสอบลานเท ปีงบประมาณ พ.ศ.2565	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&nbsp;ที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&nbsp;ที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ออกตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของลานเท&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&nbsp;(ยกเว้นอำเภอหาดสำราญ)&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ</strong>&nbsp;ในเรื่องของคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ลานเทไม่รับซื้อปาล์มดิบ&nbsp;โดยคัดผลปาล์มดิบหรือไม่ได้คุณภาพคืนให้กับผู้ที่นำผลปาล์มมาขาย&nbsp;ส่วนในเรื่องการป้องปรามการลัดขโมยผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันมาขายให้กับลานเทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และกำหนดให้ผู้ขายรายใหม่แสดงสำเนาบัตรประชาชนก่อนรับซื้อทุกครั้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328134856720
581	"OR เปิดตัวโครงการ ""กลุ่มวิสาหกิจขุมชนหนองยาง Herbal Hub"" มุ่งนำร่องด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย"	"<p><strong>ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนองยาง</strong>&nbsp;โรงเรียนบ้านหนองยาง&nbsp;ตำบลชมพู&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;นายณัชพล&nbsp;จีนขจร&nbsp;ผู้จัดการส่วนคลังปิโตรเลียมลำปาง&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือโออาร์&nbsp;พร้อมด้วยนายไพฑูรย์&nbsp;โพธิทอง&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขลางค์นคร&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจขุมชนหนองยาง&nbsp;Herbal&nbsp;Hub&nbsp;โดยทางโออาร์ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณและร่วมกับชุมชนบ้านหนองยางจัดโครงการดังกล่าวขึ้น&nbsp;ก่อนที่จะมีการเปิดโครงการและติดตั้งป้าย&nbsp;""กลุ่มวิสาหกิจขุมชนหนองยาง&nbsp;Herbal&nbsp;Hub&nbsp;อย่างเป็นทางการ</p><p><strong>นายณัชพล&nbsp;จีนขจร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในนามบริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือโออาร์&nbsp;ได้มาเปิด&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจขุมชน&nbsp;หนองยาง&nbsp;Herbal&nbsp;Hub&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการนำร่องด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนของโออาร์ร่วมกับชุมชนบ้านหนองยาง&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมดำเนินการ&nbsp;โดยทางบริษัทฯ&nbsp;ได้สนับสนุนด้านผลิตภัณฑ์น้ำมันเหลือง</p><p><strong>นายณัชพล&nbsp;จีนขจร&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;โออาร์มีวิสัยทัศน์ที่จะเติมเต็มโอกาสและเราเติบโตร่วมกัน&nbsp;เราจะไม่ทิ้งกันไว้ข้างหลัง&nbsp;เราจะร่วมใจกับชุมชนบ้านหนองยางเพื่อให้ชุมชนมีเศรษฐกิจดีขึ้น&nbsp;มีความมั่นคง&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งเราจะดูแลและสนับสนุนให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จถึงที่สุด</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;สีตาบุตร&nbsp;</strong>ตำแหน่งประธานชุมชนบ้านหนองยาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป็นโอกาสที่ดีของชุมชนที่ทางโออาร์&nbsp;ได้สนับสนุนโครงการ&nbsp;ซึ่งจะทำให้ชุมชนบ้านหนองยางเป็นชุมชนเข้มแข็งได้ต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328140008729
582	พาณิชย์จังหวัดแพร่ แจ้งราคามันสำปะหลัง	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;แจ้งสถานการณ์ราคามันสำปะหลัง&nbsp;ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง</strong></p><p><br></p><p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังจังหวัดแพร่&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/2565&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน&nbsp;31,934.78&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิตประมาณ&nbsp;93,090&nbsp;ตัน&nbsp;มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว&nbsp;80&nbsp;%</p><p><strong>ราคามันเชื้อแป้ง&nbsp;25%&nbsp;ราคา&nbsp;2.35-2.60&nbsp;บาท/กิโลกรัม</strong>&nbsp;ราคายังคงทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328140942732
583	สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนนโยบายภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Future Industry 	<p><strong>นายสุพันธุ์&nbsp;มงคลสุธี&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ส.อ.ท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์โลกตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจของโลก&nbsp;โดย&nbsp;ส.อ.ท.&nbsp;มีนโยบายขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคตให้เข้มแข็ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การส่งเสริมภาคการเกษตรของไทยให้เป็นศูนย์กลางทางด้านผลผลิตการเกษตรและอาหาร&nbsp;พร้อมปรับตัวให้เข้าสู่&nbsp;Future&nbsp;Food&nbsp;ต่อยอดการเกษตรแบบดั้งเดิมเป็นการเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและใช้เทคโนโลยี&nbsp;เพื่อให้ผลิตได้อย่างแม่นยำ&nbsp;/การต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มเป็นมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;/การผลักดันระบบสาธารณสุขไทยด้านการให้บริการด้านสุขภาพ&nbsp;เครื่องมือแพทย์&nbsp;รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ครอบคลุมทุกการบริการ&nbsp;/การส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของไทยที่ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นมาตรฐานระดับโลกรองรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;นำไปสู่การนำรายได้เช้าสู่ประเทศ&nbsp;/การส่งเสริมด้าน&nbsp;Technology&nbsp;ในไทย&nbsp;และเตรียมความพร้อมภาคอุตสาหกรรมไทยสู่โครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;5G&nbsp;เร่งให้เกิดการนำแอพพลิเคชั่นและบริการ&nbsp;IoT&nbsp;มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;/การพัฒนาผู้ประกอบการด้านการใช้นวัตกรรม&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุน&nbsp;SMEs&nbsp;ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม&nbsp;ก่อให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของ&nbsp;SMEs&nbsp;ไทยอย่างยั่งยืน&nbsp;/การพัฒนาระบบขนส่งโครงสร้างพื้นฐานของไทย&nbsp;รวมถึงด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย&nbsp;ในการพัฒนาระบบขนส่งโครงสร้างพื้นฐานให้อย่างครอบคลุม&nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศไทย</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328213335962
584	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมพิธีส่งออกไก่ไทยไปซาอุดิอาระเบีย ตู้ปฐมฤกษ์ ครั้งแรกในรอบ 18 ปี มั่นใจช่วยเพิ่มมูลค่าส่งออกในภาพรวมให้โตขึ้น ตั้งเป้าปีนี้ส่งออกไก่ได้กว่า 980,000 ตัน	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมพิธีส่งออกไก่แปรรูป&nbsp;ตู้ปฐมฤกษ์ของไทยไปซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ที่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ซีพีเอฟ&nbsp;(มีนบุรี&nbsp;2)&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของการส่งออกสินค้าไทยไปซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โดยเฉพาะไก่&nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าเป้าหมายที่มีความสำคัญ&nbsp;หลังการฟื้นความสัมพันธ์ทางการค้ากับซาอุดิอาระเบีย&nbsp;โดย&nbsp;11&nbsp;โรงงานของไทยได้รับการตรวจรับรองคุณภาพมาตรฐานและอนุญาตให้สามารถส่งออกไก่ไปซาอุดิอาระเบียได้แล้วทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซาอุดิอาระเบียนำเข้าไก่จากประเทศบราซิลร้อยละ&nbsp;75&nbsp;และจากยูเครนและฝรั่งเศสร้อยละ&nbsp;25&nbsp;หลังจากนี้คาดว่าไทย&nbsp;จะเป็นตลาดสำคัญที่ซาอุดิอาระเบียจะนำเข้าสินค้าไก่เพิ่มขึ้นในอนาคต&nbsp;โดยปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ไทยส่งออกไก่ไปทั่วโลก&nbsp;ประมาณ&nbsp;900,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่าประมาณ&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งเป้าว่าจะทำได้&nbsp;980,000&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งการส่งออกไก่ไปซาอุดิอาระเบีย&nbsp;จะเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทยให้เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน</p><p><strong>นายประสิทธิ์&nbsp;บุญดวงประเสริฐ&nbsp;ประธานคณะผู้บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;เจริญโภคภัณฑ์อาหาร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือซีพีเอฟ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โรงงานของซีพีเอฟได้รับการรับรองจำนวน&nbsp;5&nbsp;โรงงาน&nbsp;พร้อมขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่ได้ร่วมมือประสานงานจนสามารถส่งออกไก่ไทยไปได้&nbsp;เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกไก่ของไทยได้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค65)&nbsp;ได้ส่งมอบไก่ล็อตแรกไปยังซาอุดิอาระเบียเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;นับตั้งแต่ปี&nbsp;2547&nbsp;คาดว่าเดือนมีนาคมนี้</strong>&nbsp;จะส่งออกได้&nbsp;600&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;47&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และภายในสิ้นปีจะส่งออกได้&nbsp;300&nbsp;ตู้&nbsp;ปริมาณ&nbsp;6,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;400-500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และคาดว่าจะสามารถทำได้ถึง&nbsp;60,000&nbsp;ตัน&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หรือมูลค่า&nbsp;4,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูปที่ผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด&nbsp;และผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144616757
585	การบินไทย สนับสนุนเกษตรกรไทย ผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก	<p><strong>บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>บริษัท&nbsp;การบินไทยฯ&nbsp;ในฐานะสายการบินแห่งชาติมุ่งมั่นผลักดันการสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ&nbsp;โดยให้การสนับสนุนเกษตรกรไทยในการผลักดันสินค้าภาคการเกษตรสู่ตลาดโลก&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าผลไม้ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ&nbsp;โดยฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์&nbsp;&nbsp;ร่วมกับฝ่ายบริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์&nbsp;ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำแก่ตัวแทนผู้ขนส่งสินค้าทางอากาศและผู้ส่งออกขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&nbsp;ไปยังเมืองกวางเจา&nbsp;เฉิงตู&nbsp;คุนหมิง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;และนิวเดลี&nbsp;สาธารณรัฐอินเดีย&nbsp;ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส&nbsp;350&nbsp;และโบอิ้ง&nbsp;777&nbsp;</p><p><strong>โดยเดือนมีนาคมได้ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำจำนวน&nbsp;39&nbsp;เที่ยวบิน</strong>&nbsp;ขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&nbsp;ไปยังเมืองกวางโจว&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คุนหมิง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คุนหมิง-นิวเดลี&nbsp;อินเดีย&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;และในเดือนเมษายน&nbsp;จะให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำจำนวน&nbsp;87&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&nbsp;ไปยังเมืองกวางโจว&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เฉิงตู&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คุณหมิง&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คุนหมิง-นิวเดลี&nbsp;อินเดีย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เดือนมีนาคมและเมษายนให้บริการเช่าเหมาลำขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;126&nbsp;เที่ยวบิน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;บริษัทการบินไทยฯ</strong>&nbsp;มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144240749
586	ปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถดอกเบี้ยต่ำ ช่วยผู้มีรายได้น้อยกว่า 800,000 ราย	<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;ธนาคารได้เข้าร่วมทุนในบริษัท&nbsp;เงินสดทันใจ&nbsp;จำกัด&nbsp;เปิดตัวสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์&nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำช่วงเปิดตัวร้อยละ&nbsp;11&nbsp;ต่อปี&nbsp;ส่งผลให้หลังจากนั้นไม่นานตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ&nbsp;ได้ทยอยปรับลดโครงสร้างดอกเบี้ยจากร้อยละ&nbsp;28&nbsp;ลงเหลือร้อยละ&nbsp;19&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>โดยตลอด&nbsp;1&nbsp;ปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ประชาชนที่มีรายได้น้อยจำนวนกว่า&nbsp;800,000&nbsp;ราย&nbsp;ได้รับอนุมัติสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ&nbsp;เงินสดทันใจ&nbsp;ทั้งสินเชื่อใหม่และรีไฟแนนซ์&nbsp;วงเงินรวมกว่า&nbsp;&nbsp;16,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ช่วยเสริมสภาพคล่องในการนำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายและแก้ปัญหาการเงิน&nbsp;ด้วยต้นทุนเงินกู้ที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด&nbsp;สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยให้ลูกค้าคิดเป็นเม็ดเงินราว&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;คาดการณ์ตัวเลขอนุมัติสินเชื่อรวมกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์</p><p><strong>สำหรับสินเชื่อ&nbsp;เงินสดทันใจ</strong>&nbsp;รับจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;ให้บริการทั้งการขอกู้ใหม่และรีไฟแนนซ์&nbsp;โดยรถยนต์ผ่อนชำระได้นานถึง&nbsp;54&nbsp;เดือน&nbsp;และรถจักรยานยนต์ผ่อนชำระได้นาน&nbsp;36&nbsp;เดือน&nbsp;พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม&nbsp;ไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน&nbsp;ไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน&nbsp;และไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน&nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;เริ่มต้นเพียงร้อยละ&nbsp;&nbsp;0.49&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;11&nbsp;ต่อปี&nbsp;สามารถนำรถไปติดต่อขอกู้ได้ที่เครือข่ายกว่า&nbsp;&nbsp;6,000&nbsp;สาขา&nbsp;ได้แก่&nbsp;สาขาเงินสดทันใจในเครือศรีสวัสดิ์&nbsp;5,000&nbsp;แห่ง&nbsp;และที่บูธให้บริการเงินสดทันใจ&nbsp;ภายในสาขาธนาคารออมสิน&nbsp;1,054&nbsp;สาขาทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144532753
587	ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย ประจำประเทศไทย พบปะผู้ประกอบการ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอ.เบตง จ.ยะลา พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและมาเลเซีย เดินทางเข้า-ออก ด่านไทย-มาเลเซีย หลังมีการเปิดด่านทางบกอย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ร้านอาหารฮันตาน่า&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;นางมาศวิน&nbsp;ไซนาล&nbsp;อาบีดีน&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางมาพบปะ&nbsp;หารือ&nbsp;กับผู้ประกอบการ&nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียหลังมีการเปิดด่านทางบกอย่างเป็นทางการ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซียหลังจากที่ได้ผลกระทบอย่างหนักจากโควิค&nbsp;-19&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีนายอาลี&nbsp;ดูดิง&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;นายโตหอง&nbsp;แซ่หลี่&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;นายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;คาเฟ่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>นางมาศวิน&nbsp;ไซนาล&nbsp;อาบีดีน&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย</strong>ประจำประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลประเทศมาเลเซียได้เดินหน้าผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;เป็นอย่างมาก&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นักท่องเที่ยวลดลงถึง&nbsp;70-80&nbsp;%&nbsp;ประเทศมาเลเซียจึงต้องพิจารณาเปิดด่านชายแดนจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;ซึ่งเดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ทำให้ต้องเลื่อนออกไป&nbsp;แต่ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล&nbsp;ประเทศได้เตรียมเข้าสู่การเปลี่ยนโรคโควิดไปสู่&nbsp;โรคประจำถิ่น&nbsp;รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการตรียมความพร้อมเพื่อเปิดด่านทางบก&nbsp;รับนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&nbsp;เดินทางเข้าประเทสไทย&nbsp;ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;ใหม่อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจด้านอื่นๆ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย</strong>&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับข้อกำหนดการเดินทางเข้ามาเลเซี&nbsp;ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว&nbsp;เมื่อเข้ามาเลเซียจะไม่ต้องกักตัวอีก&nbsp;แต่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบอาร์ที-พีซีอาร์&nbsp;2&nbsp;วันก่อนการเดินทาง&nbsp;และตรวจแบบเอทีเคภายในเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงหลังเดินทางถึงมาเลเซีย&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ผู้เดินทางที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียไม่ต้องสมัคร&nbsp;MyTravelPass&nbsp;นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องซื้อประกันการเดินทางและประกันที่ครอบคลุมเกี่ยวกับ&nbsp;COVID-19&nbsp;ตามข้อกำหนด&nbsp;ผู้เดินทางต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพทั้งหมดที่ถูกบังคับใช้ในประเทศมาเลเซีย&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ&nbsp;และการเช็คอินผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MySejahtera&nbsp;ในแต่ละสถานที่&nbsp;ยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จำกัดที่มีผู้คนพลุกพล่านจำนวนมาก&nbsp;รัฐบาลยังได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเต็มที่&nbsp;แม้ว่าจะยังได้รับการส่งเสริมให้เว้นระยะห่างทางกายภาพก็ตาม&nbsp;และจะอยู่ร่วมกับโควิด&nbsp;และให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานล่าสุด&nbsp;(SOP)&nbsp;</strong>สำหรับการเปิดชายแดน&nbsp;สามารถศึกษาข้อมูลชมเว็บไซต์&nbsp;https://www.malaysia.travel/travel-alert</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328154315793
588	พัฒนาแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม จุดเชคอิน ช่วยเหลือเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19	<p><strong>นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้หารือกับนายณัฐวุฒิ&nbsp;ธรรมตานันท์&nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการลูกค้ารายย่อยและองค์กรชุมชน&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;เพื่อจัดทำโครงการออมสินมีดี&nbsp;ชุมชนวิถีถิ่นไทย&nbsp;กับ&nbsp;โครงการเที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ในการช่วยเหลือเครือข่ายวัฒนธรรมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ผ่านโครงการต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการยกระดับและต่อยอดชุมชนคุณธรรมที่มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สอดคล้องกับธนาคารออมสินได้มีโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่นในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับ&nbsp;66&nbsp;มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ&nbsp;ส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาขีดความสามารถประกอบกิจการของกลุ่มองค์กรชุมชนให้ผลิตภัณฑ์&nbsp;หรือบริการมีศักยภาพสามารถแข่งขันในตลาดได้&nbsp;นำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มองค์กรชุมชนมาจัดจำหน่าย&nbsp;</p><p><strong>ความร่วมมือดังกล่าวธนาคารออมสิน</strong>&nbsp;จะนำนักศึกษามหาวิทยาลัยจากโครงการ&nbsp;พร้อมนวัตกรรมสมัยใหม่&nbsp;ลงพื้นที่ไปพัฒนาภูมิปัญญา&nbsp;ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;10&nbsp;ชุมชนคุณธรรมปี&nbsp;2564&nbsp;และปีนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่&nbsp;7&nbsp;ชุมชนพัฒนามิทัศน์&nbsp;จุดเชคอิน&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;โฮมสเตย์และจุดเด่นของชุมชนยลวิถี&nbsp;รองรับด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;ค้นหาเสน่ห์ของเมืองดึงดูดนักท่องเที่ยว&nbsp;สร้างงานและสร้างรายได้แก่ชุมชน&nbsp;ร่วมจัดทำพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย&nbsp;CPOT&nbsp;&nbsp;พัฒนารูปแบบและจำหน่าย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328211501951
589	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัด ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดตรัง	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธาน</strong>ในการประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัด&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องมรกต&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้ง</strong>เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จากภาคราชการ&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งในวันนี้ที่ประชุมได้นำเรื่องวาระรายงานเพื่อทราบ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การตรวจลานเท&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;สถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้า&nbsp;การกำกับดูแลผู้ประกอบการตาม&nbsp;พรบ.มาตราชั่ง&nbsp;ตวง&nbsp;วัด&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;และวาระเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ&nbsp;</p><p><strong>โดยให้มีการจัดชุดออกตรวจตลาดสดผู้ประกอบการโดยบูรณาการ</strong>ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;และป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;โดยสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน&nbsp;1569&nbsp;ในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;และประชาสัมพันธ์ตลาดที่ทำดี&nbsp;ผ่านสื่อต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โทรทัศน์&nbsp;วิทยุ&nbsp;สื่อออนไลน์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328155317801
590	จ.สุโขทัย จัดงานวันหมากม่วง หมากปราง ของดีศรีสวรรคโลก ประจำปี 2565	<p><strong>อำเภอสวรรคโลก&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;จัดงานวันหมากม่วง&nbsp;หมากปราง&nbsp;ของดีศรีสวรรคโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;แถลงข่าว&nbsp;การจัดงานวันหมากม่วง&nbsp;หมากปราง&nbsp;ของดีศรีสวรรคโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะมะม่วง&nbsp;มะปราง&nbsp;ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงและมีผลผลิตเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยภายในงานได้จัดกิจกรรมออกร้านจำหน่ายผลไม้&nbsp;ผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;และสินค้าแปรรูปการเกษตร&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;(OTOP)&nbsp;การประกวดมะม่วง&nbsp;มะปรางพันธุ์ดี&nbsp;ผลใหญ่&nbsp;ของเกษตรกรชาวสวน&nbsp;การประกวดธิดาชาวสวน&nbsp;การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งของผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&nbsp;การออกร้านเทศกาลอาหาร&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328154315792
591	ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู พาเที่ยว สวนองุ่นเบญจตานนท์ อำเภอนาวัง พร้อมต้อนรับนักเที่ยววิถีไหม่ ห่างไกลจากโควิด-19	<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายมานัส&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;คู่สมรส&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;ชมสวนองุ่นเบญจตานนท์&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านสวนสวรรค์&nbsp;ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;210&nbsp;ตำบลเทพคีรี&nbsp;ถนนนาวัง-เลย&nbsp;อำเภอนาวัง&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;มีพื้นที่ปลูกองุ่นที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;มีต้นองุ่นทั้งหมด&nbsp;1,500&nbsp;ต้น&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศสวนองุ่นที่ติดภูเขา&nbsp;วิวสวยงาม&nbsp;ปีนี้เป็นปีแรกทำให้ผลผลิตออกเต็มที่มีองุ่น&nbsp;2&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์ไวท์มะลากา&nbsp;และพันธุ์ป็อกดำ&nbsp;ขายกิโลกรัมละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;เปิดให้บริการเที่ยว&nbsp;แชะ&nbsp;ชม&nbsp;ชิม&nbsp;อิ่มแล้ว&nbsp;ค่อยซื้อ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00-17.00&nbsp;น.</p><p><strong>นายพรชัย&nbsp;เบญจตานนท์&nbsp;เจ้าของสวนองุ่นเบญจตานนท์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เดิมเป็นคนจังหวัดราชบุรี&nbsp;เคยปลูกองุ่นและมีความรู้ประสบการณ์การปลูกองุ่นมาแล้ว&nbsp;เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้านแฟนที่อำเภอนาวัง&nbsp;เมื่อเห็นสภาพบรรยากาศ&nbsp;ดินที่สมบูรณ์จึงทดลองปลูกองุ่นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ทำให้ได้ผลผลิตดีมาก&nbsp;ต้นทุนน้อย&nbsp;ไม่ได้ใช้สารเคมีมาก&nbsp;และองุ่นไม่มีโรคเยอะ&nbsp;คุณภาพและรสชาติขององุ่น&nbsp;ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอนาวัง&nbsp;รสชาติอร่อยกว่าที่ราชบุรี&nbsp;เนื่องจากสภาพดินเป็นดินภูเขา&nbsp;ไม่ต้องใช้วิธีการปรับปรุงดินมาก&nbsp;เพราะในดินธรรมชาติมีปุ๋ยที่สมบูรณ์&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;องุ่นก็ง่าย&nbsp;ไม่ค่อยมีโรค&nbsp;ศัตรูพืชก็น้อย&nbsp;โดยใช้วิธีการปลูกแบบกึ่งอินทรีย์และเคมีปลอดภัย&nbsp;โดยในช่วงของการเก็บเกี่ยวจะไม่ใช้สารดีมีเลย&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาชม&nbsp;สามารถเด็ดลูกองุ่นจากช่อ&nbsp;ชิมได้เลย</p><p><strong>นายพรชัย&nbsp;เบญจตานนท์&nbsp;เจ้าของสวนองุ่นเบญจตานนท์&nbsp;</strong>บอกกับทีมข่าวว่า&nbsp;ปลูกองุ่น&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว&nbsp;สามารถเก็บองุ่นขายได้&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;-3&nbsp;เที่ยว&nbsp;ปลูก&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;สามารถเก็บองุ่นขายได้&nbsp;5&nbsp;เที่ยว&nbsp;โดยองุ่นจะออกผลผลิตเต็มที่ช่วงเดือนมกราคม-สงกรานต์&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;สามารถให้ผลผลิตเก็บองุ่นขายได้&nbsp;3&nbsp;ตัน&nbsp;สำหรับปีนี้ไร่องุ่นเบญจตานนท์&nbsp;พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;มาแชะ&nbsp;ชม&nbsp;ชิม&nbsp;ไร่องุ่น&nbsp;เบญจตานนท์&nbsp;ซึ่งสามารถมีองุ่นให้นักท่องเที่ยว&nbsp;ได้ชม&nbsp;ชิม&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;เดือนเมษายน&nbsp;นี้</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาชมไร่องุ่นที่อำเภอนาวัง&nbsp;มาสารถชิมองุ่นสดจากไร่ได้&nbsp;ก่อนตัดสินใจซื้อ&nbsp;องุ่นที่อำเภอนาวัง&nbsp;มีรสชาติ&nbsp;กรอบ&nbsp;หวาน&nbsp;อร่อยและลูกโตมาก&nbsp;ที่สำคัญชอบช่อไหนตัดเลย&nbsp;และเจ้าของสวนอนุญาตให้ชิมองุ่นได้ก่อนค่อยตัดและซื้อ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328163815837
592	พาณิชย์ฯ ขอนแก่น ส่งเสริมการเชื่อมโยงการตลาด เพิ่มช่องทางและขยายตลาดให้กลุ่มผู้ประกอบการ ร้อยแก่นสารสินธุ์	"<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;""ส่องตลาดออนไลน์&nbsp;ปั้นยอดขายสู่ระดับโลก""&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงด้านการตลาด&nbsp;เพิ่มช่องทางและขยายโอกาสทางการตลาด&nbsp;สร้างความมั่นใจและสร้างภาพลักษณ์&nbsp;เสริมสร้างความมั่นใจและสร้างสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจ&nbsp;เป็นแรงใจให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(กาฬสินธุ์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;ร้อยเอ็ด)&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;28-30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;กรีน&nbsp;โฮเต็ล&nbsp;แอนด์&nbsp;รีสอร์ท</p><p><strong>นายชาญยุทธ&nbsp;วันดี&nbsp;กล่าวถึงการจัดอบรมครั้งนี้&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;ความเชี่ยวญาญและประสบการณ์ด้านการตลาดที่หลากหลายเนื้อหาหลักสูตรให้ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์&nbsp;(Online&nbsp;Marketing)&nbsp;โดยมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในมิติต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบผสมระหว่างทฤษฎี&nbsp;&nbsp;(Theory)&nbsp;&nbsp;การปฏิบัติ&nbsp;(Workshop)&nbsp;และกรณีตัวอย่าง&nbsp;(Case&nbsp;Study)&nbsp;เพื่อผู้ประกอบการได้นำไปวางแผนและปรับใช้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328164133839
593	จ.แม่ฮ่องสอน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เพื่อพัฒนาต่อยอดยกระดับ สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งออกสู่ระดับประเทศ	<p><strong>นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นางสังวาล&nbsp;มัลลานู&nbsp;พลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวรายงานว่า&nbsp;</strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;ของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ซึ่งเป็นงบประมาณโครงการ&nbsp;ภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามบัญชีท้าย&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟู&nbsp;เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ได้คัดเลือกกลุ่ม&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มขนมงาบ้านชานเมือง&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยนาป่าแปก&nbsp;วิสาหกิจชุมชนชาใบหม่อนภูตะวัน&nbsp;วิสาหกิจชุมชนออมทรัพย์เกษตรทางเลือกบ้านแม่สุริน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ได้จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการ</strong>เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่นำร่อง&nbsp;นำแนวทางความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อยอดยกระดับ&nbsp;และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง&nbsp;เพื่อส่งออกสู่ระดับประเทศ&nbsp;โดยได้เชิญวิทยากรจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน&nbsp;มาให้ความรู้กับผู้เข้ารับการอบรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328170247845
594	มุกดาหาร ยอดการนำเข้า  ส่งออก สินค้าผ่านด่านแดนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง	<p><strong>มุกดาหาร&nbsp;ยอดการนำเข้า&nbsp;&nbsp;ส่งออก&nbsp;สินค้าผ่านด่านแดนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;และแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย&nbsp;และจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดด่านพรมแดนสะพานมมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;นี้</p><p><strong>นายปิติณัช&nbsp;ศรีธรา&nbsp;นายด่านศุลกากรมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนผ่าน&nbsp;ด่านมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;มีมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น&nbsp;นับจากปี&nbsp;2562&nbsp;ก่อนสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;222,729&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ในช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;รวม&nbsp;254,978&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;12&nbsp;และปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;358,412&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2562&nbsp;ก่อนการระบาดขยายตัวหรือมีมูลค่า&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;38&nbsp;ส่วนปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;32,816&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการกำหนดมาตรการในการขนส่งสินค้าข้ามแดน&nbsp;ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคแต่อย่างไร</strong>&nbsp;ยกเว้นอาจทำให้ล่าช้า&nbsp;จากมาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;ทั้งคน&nbsp;รถ&nbsp;และสิ่งของที่บรรทุก&nbsp;จะได้รับการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ&nbsp;และคัดกรองอย่างเคร่งครัดทั้งไทยและต่างประเทศ&nbsp;โดยสินค้าส่งออกผ่านด่านมุกดาหาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องประมวลผลหรือหน่วยเก็บข้อมูล&nbsp;อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;สุกรมีชีวิตและเครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนสินค้านำเข้า&nbsp;เช่น&nbsp;อุปกรณ์โทรศัพท์&nbsp;โทรคมนาคม&nbsp;เครื่องประมวลผล&nbsp;หน่วยเก็บความจำ&nbsp;ส่วนเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดมุกดาหารมีผู้ประกอบการที่ส่งออก&nbsp;ได้แก่&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพารา&nbsp;น้ำตาล&nbsp;ไม้สัก&nbsp;ไม้ยูคา&nbsp;และโคมีชีวิต</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อจังหวัดมุกดาหารและประเทศเพื่อนบ้าน</strong>&nbsp;ได้เปิดด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;สามารถเดินทางข้ามไปมา&nbsp;และขนถ่ายสินค้าได้&nbsp;ทั้งทางเรือ&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;และรถโดยสารระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ก็จะทำให้การส่งออก&nbsp;-นำเข้า&nbsp;การค้าชายแดนด้านจังหวัดมุกดาหารเพิ่มขึ้น&nbsp;หลังจากหยุดไป&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยให้ผ่านได้เฉพาะรถบรรทุกสินค้าเท่านั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการเตรียมพร้อมรับการเปิดด่านชายแดน&nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;และด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;นี้&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ปฎิบัติ&nbsp;ตามบทบาทภารกิจของหน่วยงานนั้นอย่างชัดเจน&nbsp;โดยเฉพาะการควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;และเป็นไปตามเวลาที่กำหนด&nbsp;เช่น&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;ที่เดินทางผ่าน&nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ทั้งรถยนต์ส่วน&nbsp;บุคคล&nbsp;รถโดยสารระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งเปิดให้บริการในแต่ละวัน&nbsp;</p><p><strong>โดยทางรถยนต์&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;06.00-18.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>หากเข้ามาในราชอาณาจักรไทย&nbsp;ให้อยู่ได้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;2&nbsp;คืน&nbsp;เข้าพักได้&nbsp;เฉพาะโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;และอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเท่านั้น&nbsp;ส่วนทางเรือ&nbsp;เปิดให้บริการวันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;หรือ&nbsp;4&nbsp;เที่ยว&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น&nbsp;และเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;พร้อมกันทั้งเรือไทยและเรือ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ซึ่งด่านศุลกากร&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;&nbsp;พร้อมให้บริการทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328174025858
595	จนท.ชั่งตวงจังหวัดยะลา ตรวจสอบตาชั่งทอง ป้องกันผู้ขายทองฉวยโอกาศเอาเปรียบผู้บริโภค	<p><strong>รองผู้ว่าฯ&nbsp;ก้องสกุล</strong>&nbsp;<strong>นำคณะฯ</strong>&nbsp;<strong>ตรวจสอบและปิดตรา</strong>&nbsp;ตาชั่งตวงทองได้มาตรฐานของร้านทองในจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ</p><p><strong>วันนี้&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;3-4&nbsp;ยะลา&nbsp;ศคบ.ประจำจังหวัดยะลา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันราคาทองรูปพรรณปรับตัวสูงขี้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ชั่งตวง&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในเมืองยะลา&nbsp;เพื่อตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ที่ร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;และทองแท่งโดยการตวงชั่งน้ำหนัก&nbsp;ตรวจสอบชนิดของทอง&nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทอง&nbsp;น้ำหนักทองรูปพรรณ&nbsp;และตรวจสอบราคาทองรูปพรรณ</p><p><strong>นำตัวแทนของจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง</strong>&nbsp;ของผู้ประกอบจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;และทองแท่ง&nbsp;ที่เปิดขายในพื้นที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;ถนนสายกลาง&nbsp;โดยถนนเส้นทางนี้มีร้านขายทองติดๆกันหลายร้าน&nbsp;ดูในเรื่องตาชั่งเป็นหลักที่จะใช้ในการตวงทอง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ชั่งตวงตรวจสอบว่า&nbsp;ตาชั่งตวงทองที่ได้ตรวจนั้นมีมาตรฐานรือไม่&nbsp;เมื่อวัดแล้วมีมาตรฐานทางจังหวัดยะลาจะทำการปิดตรามาตรฐานที่ร้านทอง&nbsp;เพื่อให้ลูกค้ามาซื้อทองได้สบายใจ&nbsp;รู้ว่าร้านขายทองร้านนี้ตวงชั่งทองได้ตรง&nbsp;สร้างความมั่นใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อทอง&nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ที่คณะได้มาตรวจ&nbsp;มีมาตรฐานทุกร้าน&nbsp;พร้อมกับได้ปิดตรามาตรฐานตาชั่งตวงทอง&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้สบายและมั่นใจเมื่อซื้อทองกลับบ้าน&nbsp;นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าว</p><p><strong>สำหรับราคาซื้อขายทองคำในจังหวัดยะลา&nbsp;ราคาขึ้น-ลง&nbsp;ตามตลาดโลก</strong>&nbsp;และตลาดในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีการซื้อขายทองคำไม่คึกคัก&nbsp;มีประชาชนมาซื้อบางตา&nbsp;อาจะเป็นเพราะประชาชนเก็บเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;หรืออาจจะเก็บทองไว้เมื่อมีราคาสูงให้เตะที่บาทละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ค่อยเอาทองที่เก็บออกมาขายเพื่อเก็งกำไร&nbsp;ผู้ขายทองรายหนึ่ง&nbsp;กล่าว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ฝากยังพี่น้องประชาชน&nbsp;ให้สังเกตร้านจำหน่ายทองรูปพรรณและทองแท่ง&nbsp;ที่มีติดตรามาตรฐานชั่งตวงทองด้วย&nbsp;และทางร้านจะต้องแสดงประเภทหรือชนิดของทองรูปพรรณ&nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ&nbsp;ทองแท่ง&nbsp;น้ำหนักของทองรูปพรรณ&nbsp;และราคาทองรูปพรรณ&nbsp;ให้ผู้บริโภคได้ทราบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328172358848
596	ยะลา ตรวจสอบตาชั่งทอง ป้องกันผู้ขายฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค	<p><strong>รองผู้ว่าฯยะลา&nbsp;นำคณะฯ&nbsp;ตรวจสอบและปิดตรา</strong>&nbsp;ตาชั่งตวงทองมาตรฐาน&nbsp;ร้านทองในพื้นที่&nbsp;&nbsp;สร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ</p><p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้มอบหมายให้นายก้องสกุล</strong>&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;3-4&nbsp;ยะลา&nbsp;<em>สคบ.จังหวัดยะลา</em>&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันราคาทองรูปพรรณปรับตัวสูงขี้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค</p><p><strong>โดย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ชั่งตวง&nbsp;</strong>และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ในเมืองยะลา&nbsp;เพื่อตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ที่ร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;และทองแท่ง&nbsp;โดยการตวงชั่งน้ำหนัก&nbsp;ตรวจสอบชนิดของทอง&nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทอง&nbsp;น้ำหนักทองรูปพรรณ&nbsp;และตรวจสอบราคาทองรูปพรรณ</p><p><strong>พร้อมทั้งระบุว่า&nbsp;การนำตัวแทนของจังหวัดยะลา&nbsp;มาครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ของผู้ประกอบจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;และทองแท่ง&nbsp;ที่เปิดขายในพื้นที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;ถนนสายกลาง&nbsp;โดยถนนเส้นทางนี้มีร้านขายทองติดๆกันหลายร้าน&nbsp;&nbsp;ก็จะ&nbsp;ดูในเรื่องตาชั่งเป็นหลักที่จะใช้ในการตวงทอง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ชั่งตวงตรวจสอบว่า&nbsp;ตาชั่งตวงทองที่ได้ตรวจนั้นมีมาตรฐานหรือไม่&nbsp;เมื่อวัดแล้วมีมาตรฐาน&nbsp;ทางจังหวัดยะลาจะทำการปิดตรามาตรฐานที่ร้านทอง&nbsp;เพื่อให้ลูกค้ามาซื้อทองได้สบายใจ&nbsp;รู้ว่าร้านขายทองร้านนี้ตวงชั่งทองได้ตรง&nbsp;สร้างความมั่นใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อทอง&nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ที่คณะได้มาตรวจ&nbsp;มีมาตรฐานทุกร้าน&nbsp;พร้อมกับได้ปิดตรามาตรฐานตาชั่งตวงทอง&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้สบายและมั่นใจเมื่อซื้อทองกลับบ้าน</p><p><strong>สำหรับราคาซื้อขายทองคำในจังหวัดยะลา&nbsp;ราคาขึ้น-ลง</strong>&nbsp;ตามตลาดโลก&nbsp;และตลาดในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีการซื้อขายทองคำไม่คึกคัก&nbsp;มีประชาชนมาซื้อบางตา&nbsp;อาจเป็นเพราะประชาชนเก็บเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;หรืออาจจะเก็บทองไว้เมื่อมีราคาสูงให้แตะที่บาทละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ค่อยเอาทองที่เก็บออกมาขายเพื่อเก็งกำไร&nbsp;ผู้ขายทองรายหนึ่ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;ยังฝากพี่น้องประชาชน</strong>&nbsp;ให้สังเกตร้านจำหน่ายทองรูปพรรณและทองแท่ง&nbsp;ที่มีติดตรามาตรฐานชั่งตวงทองด้วย&nbsp;และทางร้านจะต้องแสดงประเภทหรือชนิดของทองรูปพรรณ&nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ&nbsp;ทองแท่ง&nbsp;น้ำหนักของทองรูปพรรณ&nbsp;และราคาทองรูปพรรณ&nbsp;ให้ผู้บริโภคได้ทราบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328172552849
597	ยืนยันเดือนพฤษภาคมนี้ จะสามารถจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ราคา 80 บาท ได้อย่างแน่นอน	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขาย&nbsp;หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าของคณะอนุกรรมการ&nbsp;4&nbsp;ชุด&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&nbsp;ชุดของนายเสกสกล&nbsp;อัตถาวงศ์&nbsp;ที่เข้าไปดำเนินการต่อกระบวนการการค้าสลากออนไลน์ใน&nbsp;2&nbsp;บริษัทคือ&nbsp;มังกรฟ้าและกองสลากพลัส&nbsp;ซึ่งถือเป็นรายใหญ่ของประเทศ&nbsp;โดยสองบริษัทมียอดรวมเกือบ&nbsp;7&nbsp;ล้านฉบับ&nbsp;ถือเป็นร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของประเทศ&nbsp;ที่นำไปค้าเกินราคากว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;และอนุกรรมการ&nbsp;จะเข้าไปดำเนินคดีอย่างเต็มที่กับทุกคน&nbsp;ทั้งนี้ยืนยันว่า&nbsp;มีมูลเหตุที่จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ค้าทั้งสองรายได้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนจะมีรายอื่นอีกหรือไม่นั้น&nbsp;รอให้อนุกรรมการดำเนินการต่อไป</strong>&nbsp;ส่วนการดำเนินคดีกับรายย่อยที่ขายเกินราคา&nbsp;เห็นว่าคงจะไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม&nbsp;ทั้งนี้การค้าสลากออนไลน์ไม่ได้หมายความว่าทำให้ราคาสลากแพงขึ้น&nbsp;แต่การเปลี่ยนมือผู้ถือสลากและกว้านซื้อจำนวนมากทำให้ราคาสลากเพิ่มขึ้น</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ในราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ให้ได้ในเดือนพฤษภาคม&nbsp;ส่วนเรื่องการขายสลากชุดไว้จะพิจารณาต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่แท้จริงของสลากแพง</strong>&nbsp;มาจากยี่ปั้วที่สนามบินน้ำนั้น&nbsp;หากมีการตรวจสอบว่าเป็นเช่นนั้นก็จะดำเนินการทั้งหมด&nbsp;จากการสำรวจผู้ค้าสลากพบว่า&nbsp;มีผู้ค้าสลากที่ไม่มีสิทธิในการจองซื้อสลากประมาณร้อยละ&nbsp;31&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการได้พยายามแก้ปัญหาตรงนี้แล้ว</p><p><strong>การที่กองสลากจะมาจำหน่ายสลากออนไลน์</strong>&nbsp;แต่มีการจัดการกับการจำหน่ายสลากออนไลน์ในปัจจุบันนั้น&nbsp;ไม่ถือเป็นการปิดกั้นทางการค้า&nbsp;เพราะทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะจำหน่ายสลากออนไลน์ในราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ไม่ได้จำหน่ายเกินราคาเหมือนที่บริษัทอื่นทำ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328210843944
598	คาดการณ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีผู้โดยสารใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้น เพราะน้ำมันแพง	<p><strong>นายจิรุตม์&nbsp;วิศาลจิตร&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการรองรับผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ว่า&nbsp;จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;จึงประเมินว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่ให้บริการเดินรถเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนทั้งสภาพรถและพนักงานขับรถ&nbsp;และความเพียงพอของปริมาณรองรับการเดินทางไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง&nbsp;ควบคู่กับการตรวจสอบราคาค่าโดยสารไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา&nbsp;เนื่องจากรัฐบาลยังมีนโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดปัญหารจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;มีนโยบายในการส่งเสริมให้ประชาชนทยอยเดินทางโดยเฉพาะไปยังจังหวัดที่เกิน&nbsp;200&nbsp;กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครให้เดินทางก่อน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ผู้ประกอบการรถโดยสารท่องเที่ยวและรถโดยสารสาธารณะกว่า&nbsp;30&nbsp;บริษัท</strong>&nbsp;ให้ความร่วมมือกับภาครัฐลดค่าโดยสารกรณีมีการจองตั๋วโดยสารเดินทางล่วงหน้าก่อนการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;และจากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายได้เรียกร้องขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะทั้งรถโดยสารระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;รวมถึงรถจักรยานยนต์รับจ้าง</p><p><strong>อธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;ยังเปิดเผยถึงมาตรการอำนวยความสะดวกปลอดภัย&nbsp;ของประชาชน&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;ขนส่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือ&nbsp;บขส.จะจัดการเดินรถอย่างเพียงพอ&nbsp;รวมถึงขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการถโดยสารไม่ประจำทางมาเสริมเที่ยววิ่ง&nbsp;รองรับไปยังภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ป้องกันมีผู้โดยสารตกค้าง&nbsp;พร้อมทั้งเปิดศูนย์อำนวยความสะดวก&nbsp;1584&nbsp;ดูแลผู้โดยสารที่เดินทางด้วยระบบสาธารณะตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จากกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;ออกตรวจสภาพความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถร่วมบริการเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากตัวบุคคลและสภาพของตัวรถทุกคันก่อนออกเดินทาง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;บขส.&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมแผนปฏิบัติการเดินรถช่วงเทศกาลสงกรานต์</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328210442939
599	ระยอง เปิดงานมหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเล (The Beauty of Sea Creatures)ขนสัตว์น้ำทะเลแสดงโชว์กลางห้างสรรพสินค้า กระตุ้นท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นประชาชนและนักท่องเที่ยว	<p><strong>ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;มหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเลจังหวัดระยอง&nbsp;(The&nbsp;Beauty&nbsp;of&nbsp;Sea&nbsp;Creatures)&nbsp;จัดโดยสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.สุทธินี&nbsp;ลิ้มธรรมมหิศร&nbsp;ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;นายสุเทพ&nbsp;เจือละอง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;นายพรศักดิ์&nbsp;แย้มกลิ่น&nbsp;นายกสมาคมประมงจังหวัดระยอง&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานดังกล่าว&nbsp;เป็นการรวบรวมและจัดแสดงพันธุ์สัตว์ทะเลมีชีวิต</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ปลาทะเลสวยงาม&nbsp;และสัตว์ทะเลหายากหลากหลายพันธุ์&nbsp;มาจัดแสดงโชว์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดระยองให้เกิดการขับเคลื่อนภายในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยการจัดแสดงนิทรรศการพันธุ์สัตว์น้ำทะเล&nbsp;และพรรณไม้น้ำต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ปลาทะเลที่มีสีสันสวยงาม&nbsp;สัตว์น้ำเศรษฐกิจ&nbsp;และสัตว์ทะเลมีพิษหรือสัตว์ทะเลที่เป็นอันตราย&nbsp;อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;นำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภายในจังหวัดระยอง&nbsp;มาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป&nbsp;และผลิตภัณฑ์ประมงพื้นบ้าน&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญมาร่วมชมความงามหลงใหลไปกับโลกใต้ทะเล</strong>ในบรรยากาศดอกไม้ใต้ทะเลตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่บริเวณจุดพักผ่อน&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;พลาซ่าระยอง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328184219898
600	จังหวัดสตูล ซักซ้อมเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการรองรับการเปิดด่านชายแดน (ทางบก) ด่านพรมแดนวังประจัน อำเภอควนโดน รับนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย 1 เมษายนนี้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน</strong>&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนายอำเภอควนโดน&nbsp;,&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;,&nbsp;นายด่านศุลกากรวังประจัน&nbsp;,&nbsp;สาธารณสุขอำเภอควนโดน&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมซักซ้อมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางจากประเทศมาเลเซียมายังจังหวัดสตูล&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;โดยผ่านด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับรัฐเปอร์ลิส&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ภายใต้มาตรฐาน&nbsp;SOP&nbsp;(STANDARD&nbsp;OPERATION&nbsp;PROCEDURE)</p><p><strong>โดยการซักซ้อมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยวเป็นไปตามมาตรการ</strong>ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ตั้งแต่การตรวจเอกสารตามที่กำหนดผ่านการลงทะเบียน&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ก่อนเดินทางเข้าประเทศ&nbsp;และเมื่อเดินทางมาถึงแล้วจะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองด่านเข้าออกจังหวัด&nbsp;ด่านศุลกากร&nbsp;และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;จึงประทับตราระบุว่าเป็นผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นส่วนที่สำคัญคือเรื่องการเดินทางไปโรงแรมที่พักที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;+</strong>&nbsp;ที่มีการจับคู่กับโรงพยาบาลในพื้นที่&nbsp;โดยจังหวัดสตูลมีโรงพยาบาล&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสตูล&nbsp;และโรงแรมรอยัล&nbsp;ฮิลล์&nbsp;สตูล&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลละงู&nbsp;โดยกำหนดให้รถของนักท่องเที่ยวจะต้องไปตามเส้นทางที่กำหนด&nbsp;โดยมีรถจากโรงแรมที่พักเป็นผู้นำขบวนเส้นทาง&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวจองไว้&nbsp;หากกรณีนักท่องเที่ยวออกนอกเส้นทางจะมีความผิดตามกฎหมายไทย&nbsp;จากนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ก่อนเข้าพักโรงแรม&nbsp;โดยให้รอผลการหาเชื้อ&nbsp;หากพบว่ามีนักท่องเที่ยวติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;จะเข้าสู่กระบวนการรักษาตัวต่อไป&nbsp;แต่หากไม่ติดเชื้อสามารถท่องเที่ยวได้&nbsp;และให้ตรวจหาเชื้อซ้ำด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;หากผลเป็นบวกให้เข้าสู่กระบวนการรักษา&nbsp;แต่ผลเป็นลบสามารถท่องเที่ยวต่อไปได้</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การซักซ้อมในวันนี้ผลถือว่าน่าพอใจ</strong>พอสมควร&nbsp;โดยขั้นตอนต่างๆ&nbsp;สามารถรองรับการท่องเที่ยวได้ดี&nbsp;อาจมีบางจุดที่มีข้อบกพร่องบ้างได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาแล้ว&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในช่วงแรกได้กำหนดไว้ไม่เกิน&nbsp;60&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;คาดว่านักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่มาก&nbsp;เนื่องจากใกล้เข้าสู่เดือนรอมฎอน&nbsp;(ช่วงถือศีลอด)&nbsp;แต่เมื่อผ่านช่วงนี้ไปนี้คิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก&nbsp;รวมถึงคนไทยที่อยู่ในมาเลเซียก็จะผ่านด่านพรมแดนวังประจันเข้ามามากเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328182534884
601	ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 50 สตางค์ต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด คงเดิม	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&nbsp;&nbsp;0.50&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&nbsp;คงเดิม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;47.46&nbsp;&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;40.05&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.78&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.94&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;32.24&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328184556899
602	ผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พร้อมซักซ้อมขั้นตอนการอำนวยความสะดวกต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยผ่านด่านพรมแดนวังประจัน เพื่อรองรับการเปิดประเทศในวันที่ 1 เมษายน 2565 นี้	<p><strong>ที่ด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายพีรพัฒน์&nbsp;เงินเจริญ&nbsp;นายอำเภอควนโดน&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;นายด่านศุลกากรวังประจัน&nbsp;สาธารณสุขอำเภอควนโดน&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;พร้อมซักซ้อมขั้นตอนการอำนวยความสะดวกต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย&nbsp;โดยผ่านด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดประเทศในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>สำหรับการซักซ้อมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยวเป็นไปตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด</strong>&nbsp;โดยขั้นตอนที่&nbsp;1&nbsp;ต้องแสดงเอกสารต่อด่านควบคุมโรค&nbsp;แสดง&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ID&nbsp;ใบการจองโรงแรม&nbsp;ด่านควบคุมโรครองรับเอกสาร&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;2&nbsp;แสดงเอกสารต่อด่านตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;โดยแสดงใบ&nbsp;ตม.6&nbsp;ที่ด่านควบคุมโรครับรองแล้ว&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;3&nbsp;สำแดงสิ่งของต่อศุลกากร&nbsp;(หากมี)&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;4&nbsp;เดินทางไปยังโรงแรม&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;โดยมีรถตู้ของโรงแรมมารอรับ&nbsp;เมื่อเดินทางถึงโรงแรมจะต้องตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และต้องเข้าพัก&nbsp;1&nbsp;คืน&nbsp;เพื่อรอฟังผลการตรวจ&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;หากตรวจแล้วผลเป็นบวก&nbsp;จะเข้าสู่กระบวนการรักษา&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการ&nbsp;และผู้สัมผัสเสียงสูงเข้ารับการกักตัวตามมาตรการ&nbsp;หากตรวจแล้วผลเป็นลบ&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นักท่องเที่ยวจะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;ของการพำนัก&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;หากตรวจแล้วเป็นบวก&nbsp;ก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาเช่นเดิม&nbsp;และหากผลตรวจเป็นลบ&nbsp;ก็สามารเดินทางท่องเที่ยวต่อไปได้</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในขณะนี้จังหวัดสตูล&nbsp;มีความพร้อม&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ในการเปิดประเทศในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งการซักซ้อมในวันนี้เป็นที่น่าพอใจ&nbsp;โดยขั้นตอนต่างๆ&nbsp;สามารถรองรับการท่องเที่ยวได้ดี&nbsp;อาจมีบางจุดที่มีข้อบกพร่องบ้าง&nbsp;และได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาแล้ว&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328191446907
603	"ส่งแล้ว ""ไก่ไทยไปซาอุฯ"" ล็อตแรก  ตั้งเป้าส่งออกทั่วโลก 980,000 ตัน"	"<p><strong>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong> วันนี้ (28 มี.ค.) ไทยได้มีการส่งออกไก่แปรรูป ""ตู้ปฐมฤกษ์"" ไปซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ล็อตแรก&nbsp;ถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งของการส่งออกสินค้าไทยไปซาอุฯ โดยเฉพาะไก่ซึ่งเป็นสินค้าเป้าหมายที่มีความสำคัญหลังจากที่ไทยขาดโอกาสในเรื่องนี้ช่วง 18 ปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p>ก่อนหน้าซาอุฯ นำเข้าไก่ 75% จากประเทศบราซิล&nbsp;25% จากยูเครนและฝรั่งเศส จากนี้ไปคิดว่าไก่จากประเทศไทยจะเป็นตลาดสำคัญที่ซาอุฯ ได้ในอนาคต โดยปี 2564 ไทยส่งออกไก่ไปทั่วโลกประมาณ 9 แสนตันนำเงินเข้าประเทศประมาณ&nbsp;1 แสนล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าว่าจะทำได้ 9.8 แสน ตัน ซึ่งการส่งออกไก่ไปซาฯอุถือเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกและเพิ่มตัวเลขการส่งออกไก่ของไทยด้วย&nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์มีแผนนำคณะเดินทางไปซาอุฯ เพื่อขยายตลาดการค้าพร้อมเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจ</p><p><strong>นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า</strong> โรงงานซีพีเอฟได้รับการรับรองจากซาอุฯ จำนวน 5 โรงงานจากทั้งหมด 11 โรงงาน เพื่อส่งออกไก่ของไทย โดยวันนี้ส่งมอบไก่ล็อตแรกเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี ตั้งแต่ปี 2547&nbsp;และเดือนนี้คาดว่าจะส่งออกได้ 600 ตัน มูลค่า 47 ล้านบาท และภายในสิ้นปีจะส่งออกได้ 300 ตู้ ปริมาณ 6,000 ตัน มูลค่า 400-500 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าจะทำได้ถึง 60,000 ตัน ภายใน 5 ปี หรือมูลค่า 4,200 ล้านบาท ทั้งไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูปที่ผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัดตามหลักศาสนาอิสลาม ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย</p><p><strong>ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่า</strong> ประเทศซาอุฯ เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมีประชากรมากถึง 35.6 ล้านคน และมีสัดส่วนการนำเข้าอาหารสูงที่สุดในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Corporation Council) และปัจจุบันซาอุฯ นำเข้าผลิตภัณฑ์ไก่จากทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 6.5 แสนตัน โดย 70% เป็นการนำเข้าไก่สดทั้งตัวและ 30% เป็นการนำเข้าไก่ชำแหละและไก่แปรรูป ผู้บริโภคซาอุฯ มีอัตราการบริโภคเนื้อไก่ 45 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือทั้งประเทศที่ 1.5 ล้านตันต่อปี</p><p><br></p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328185436901
604	อีอีซี ร่วมกับ อบจ.ระยอง กรมประมง และ ททท. ลงนามบันทึกข้อตกลงจับมือฟื้นฟูสัตว์ทะเล จัดกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ควบคู่การเพาะพันธุ์สัตว์คืนสู่ทะเล สร้างรายได้แก่ชุมชน กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์	<p><strong>ที่ห้องประชุมโรงแรมระยองรีสอร์ท&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เป็นประธานเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;โดยมีนายคณิศ&nbsp;แสงสุพรรณ&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&nbsp;นางปราณี&nbsp;จั่นนพรัตน์&nbsp;รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;นางสุวรรณา&nbsp;โดตี้&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยเป็นการลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;(สกพอ.)&nbsp;กรมประมง&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&nbsp;นอกจากนี้ภายในงานได้มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;และการแถลงข่าวถึงการลงนามในทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก</p><p><strong>นายคณิศ&nbsp;แสงสุพรรณ&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;สกพอ.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กรมประมง&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองแล้ว&nbsp;ภารกิจสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่&nbsp;คืนความสมบูรณ์ให้ธรรมชาติ&nbsp;สร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ&nbsp;สร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;วัตถุประสงค์และการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;สกพอ.&nbsp;และ&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;จะสนับสนุนงบประมาณให้แก่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง&nbsp;เพื่อทำการเพาะพันธุ์ลูกสัตว์ทะเลที่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;เนื่องจากพบว่าในปัจจุบันปริมาณสัตว์ทะเลที่ถือเป็นแหล่งอาหารและวัตถุดิบรองรับอุตสาหกรรมในพื้นที่&nbsp;เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู&nbsp;รักษา&nbsp;และคืนชีวิตสัตว์สู่ทะเลภาคตะวันออกโดยเร็ว</p><p><strong>นางธัญรัตน์&nbsp;อินทร&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;สกพอ.&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;</strong>โครงการดังกล่าวยังได้รับการขยายผลไปพื้นที่อื่นใน&nbsp;EEC&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;เทศบาลเมืองศรีราชา&nbsp;เมืองพัทยา&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดีในการจัดหาสถานที่เตรียมความพร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์ทะเลโดยบูรณาการกับระหว่างรัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในการขับเคลื่อนการสร้างความสมดุลให้กับทะเลควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;มีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;ยุวมัคคุเทศก์&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่&nbsp;ในการดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ผ่านการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวปล่อยลูกสัตว์ทะเลคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;โดยจะมีการจัดเตรียมสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการปล่อยสัตว์ทะเลคืนสู่ธรรมชาติด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวประชาชนในพื้นที่</strong>&nbsp;และยุวมัคคุเทศก์&nbsp;เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ&nbsp;รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง&nbsp;ให้มีรายได้เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการและเพาะพันธุ์สัตว์ในทะเลให้มีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328204041925
605	"จังหวัดเพชรบุรี  ดึงจุดแข็ง แหล่งผลิตพืชผล  จัดมหกรรม ""งานเกษตร และของดีท่ายาง ชิมผลไม้สด อาหารอร่อยหลากรส  เลือกซื้อสินค้า ราคาถูก คุณภาพดี"	"<p><strong>จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ดึงจุดแข็ง&nbsp;แหล่งผลิตพืชผล&nbsp;จัดมหกรรม</strong>&nbsp;""งานเกษตร&nbsp;และของดีท่ายาง&nbsp;ชิมผลไม้สด&nbsp;อาหารอร่อยหลากรส&nbsp;เลือกซื้อสินค้า&nbsp;ราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายอำเภอท่ายาง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนร่วมพิธีเปิดงานเกษตร&nbsp;และของดีท่ายาง&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลางสนามฟุตบอล&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวเชิญชวน</strong>นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ไปเที่ยวชมงานเกษตร&nbsp;และของดีท่ายาง&nbsp;มีของดีมากมายที่อาจแปลกแตกต่างจากชุมชนอื่นๆ&nbsp;เป็นแหล่งผลิตพืชสวน&nbsp;มีผลผลิตพืชไร่มากมาย&nbsp;โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ไปเที่ยว""งานเกษตร&nbsp;และของดีท่ายาง&nbsp;จะได้ชิมทั้งผลไม้สด&nbsp;อาหารอร่อยหลากรส&nbsp;ผลผลิตหลากชนิด&nbsp;เลือกซื้อสินค้า&nbsp;ราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;มีทั้งผลไม้สดจากต้น&nbsp;มะม่วง&nbsp;ขนุน&nbsp;สับปะรด&nbsp;กล้วยหอมทอง&nbsp;ชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;ที่คัดผลคุณภาพยกสวนมาไว้ในงาน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมเมนูน่ารับประทาน&nbsp;รายการอาหารขึ้นชื่อของแต่ละตำบล</strong>&nbsp;โคขุนย่างเตาถ่าน&nbsp;หนองจอก&nbsp;ข้าวหลามยางหย่อง&nbsp;ไวน์กระชายดำ&nbsp;จากท่าไม้รวก&nbsp;และสารพัดเมนูยกระดับความอร่อย&nbsp;ปอเปี๊ยะไส้ปลา&nbsp;แกงเขียวหวาน&nbsp;จากกลัดหลวง&nbsp;พร้อมของฝากมากมายสดจากไร่&nbsp;ใหม่จากสวน&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ขอเชิญผู้สนใจร่วมงานเกษตรและของดีท่ายาง&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลางสนามฟุตบอล&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328221018976
606	จังหวัดแม่ฮ่องสอนคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถีโดยนำเสนอ 4 ชุมชนต้นแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น	<p><strong>ที่ห้องประชุมขุมลุมประพาส&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมพิจารณาคัดเลือก&nbsp;10&nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถีประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>โดยปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการพิจารณาขับเคลื่อนชุมชน</strong>คุณธรรมที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;4&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุมชนบ้านถ้ำลอด&nbsp;ตำบลถ้ำลอด&nbsp;&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;ชุมชนบ้านต่อแพ&nbsp;ตำบลแม่เงา&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;ชุมชนบ้านละอูบ&nbsp;ตำบลห้วยห้อม&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;และชุมชนบ้านน้ำฮู&nbsp;ตำบลเวียงใต้&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ซึ่งแต่ละชุมชนได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาขับเคลื่อนด้วยพลังบวรเอาจากนั้นยังมีการบริหารจัดการชุมชนมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นด้านท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งมีรูปแบบการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329084135995
607	บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คาดการณ์สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงสัปดาห์นี้จะอยู่ในกรอบ 112.6  120.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล	<p><strong>ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;</strong>ราคาน้ำมันดิบทุกชนิดเฉลี่ยรายสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ&nbsp;110&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรลอีกครั้ง&nbsp;หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้า&nbsp;ราคาน้ำมันดิบ&nbsp;ICE&nbsp;Brent&nbsp;ปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;12&nbsp;สัปดาห์&nbsp;และราคาน้ำมันดิบ&nbsp;Dubai&nbsp;ปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;10&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากกลุ่มติดอาวุธ&nbsp;Houthi&nbsp;ในเยเมนใช้โดรนติดขีปนาวุธ&nbsp;โจมตีสถานีจ่ายน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ&nbsp;Saudi&nbsp;Aramco&nbsp;ที่เมือง&nbsp;Jeddah&nbsp;ในซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ทำให้ถังเก็บน้ำมันสำเร็จรูป&nbsp;2&nbsp;ถัง&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในยูเครน&nbsp;ประธานาธิบดียูเครน&nbsp;ประกาศพร้อมรับสถานะความเป็นกลางและปราศจากอาวุธนิวเคลียร์&nbsp;แต่ไม่ยอมรับข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการปลดอาวุธ&nbsp;(Demilitarization)&nbsp;ในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย&nbsp;โดยการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนจะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มีนาคมนี้ที่ประเทศตุรกี</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;คาดการณ์ว่าสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบ&nbsp;ICE&nbsp;Brent&nbsp;มีแนวโน้มอยู่ในกรอบ&nbsp;112.6&nbsp;&nbsp;120.9&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรล</strong>&nbsp;โดยมีปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวกหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี&nbsp;ระบุว่าขณะนี้สามารถลดการพึ่งพาทางพลังงานจากรัสเซีย&nbsp;เมื่อเทียบกับก่อนรุกรานยูเครน&nbsp;จากเดิมนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;35&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;0.25&nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน&nbsp;แต่ปัจจุบันอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;25,&nbsp;ก๊าซธรรมชาติ&nbsp;จากเดิมร้อยละ&nbsp;55&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;78,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี&nbsp;ปัจจุบันอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;และถ่านหิน&nbsp;จากเดิมร้อยละ&nbsp;50&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านตันต่อปี&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;25&nbsp;ส่วนปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ&nbsp;ทางการจีนประกาศมาตรการ&nbsp;Lockdown&nbsp;ที่นครเซี่ยงไฮ้&nbsp;(Shanghai)&nbsp;เมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจการเงินของจีน&nbsp;เพื่อตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ซึ่ง&nbsp;มาตรการ&nbsp;Lockdown&nbsp;กำหนดให้ระบบขนส่งสาธารณะระงับการให้บริการ&nbsp;เช่นเดียวกับบริษัทรวมถึงโรงงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องยุติการปฏิบัติงาน&nbsp;หรือทำงานที่บ้าน</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329114423062
608	ธ.ก.ส. เตือน ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ของธนาคาร ทำการปล่อยเงินกู้นอก	"<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;กิมาวหา</strong>&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้ช่องทาง&nbsp;Facebook&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;Line&nbsp;แอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ของธนาคารและมีการโพสต์เสนอเงินกู้ตามช่องทางข้อความส่วนตัวใน&nbsp;Facebook&nbsp;และแจ้งให้ติดต่อไปยัง&nbsp;Line&nbsp;ซึ่งระบุว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เป็นสปอนเซอร์หลักและต้องผ่อนชำระล่วงหน้า&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;โดยไม่ใช้หลักประกัน&nbsp;&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีนโยบายในการปล่อยสินเชื่อผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ขอให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป&nbsp;อย่าหลงเชื่อ&nbsp;</p><p><strong>ธ.ก.ส.&nbsp;มี&nbsp;Facebook&nbsp;ที่เป็นทางการคือ</strong>&nbsp;ธกส&nbsp;BAAC&nbsp;Thailand&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์&nbsp;การให้บริการหรือข้อมูลข่าวสารสำคัญไปยังลูกค้า&nbsp;และ&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;Account&nbsp;:&nbsp;@baacfamily&nbsp;ที่เป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านผลิตภัณฑ์&nbsp;รวมถึงการแจ้งความประสงค์เบื้องต้นในการขอใช้บริการสินเชื่อบางประเภทกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ซึ่งหากถูกต้องตามหลักเกณฑ์จึงจะนัดหมายทำสัญญาต่อไป&nbsp;โดยจุดสังเกต&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;Account&nbsp;:&nbsp;@baacfamily&nbsp;จะมีโลโก้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และสัญลักษณ์รูปโล่สีเขียวที่บริเวณหน้าชื่อและมียอดผู้ติดตามปัจจุบันกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านคน</p><p><strong>ปัจจุบันมีการหลอกลวงจากมิจฉาชีพในหลายรูปแบบ</strong>ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการแอบอ้างต่างๆ&nbsp;หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;ติดต่อได้ที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;02&nbsp;555&nbsp;0555&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือทางเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.baac.or.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.baac.or.th</a>&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;Page&nbsp;&nbsp;ธกส&nbsp;BAAC&nbsp;Thailand&nbsp;โดยธนาคารจะดําเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับผู้ที่หลอกลวงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329150247142
609	นายกรัฐมนตรียืนยัน เร่งแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ตามข้อร้องเรียนของประชาชน 	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลราคาเกินกว่าที่กำหนดว่า&nbsp;ขณะนี้รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาให้สำเร็จ&nbsp;เพราะเป็นข้อร้องเรียนของประชาชนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และจำเป็นต้องใช้มาตรการเฉพาะในการตรวจสอบและหาสาเหตุให้ได้ว่าจุดใดที่ทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด</p><p><strong>ส่วนกรณี&nbsp;5&nbsp;เสือ&nbsp;กองสลาก</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ปัจจุบันไม่มีแล้ว&nbsp;เพราะเป็นการจ่ายตรงตามโควตาผู้มีสิทธิในสลาก&nbsp;ซึ่งเป็นโควตาที่ให้มาอย่างเฉพาะเจาะจง&nbsp;ตามกฏหมายหรือระเบียบใหม่ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ที่เริ่มมาตั้งแต่สมัย&nbsp;คสช.&nbsp;แต่ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับโควตาอาจไปรวบรวมสลากกินแบ่งรัฐบาลกันเอง&nbsp;จึงต้องไปแก้ไขในส่วนนี้&nbsp;ซึ่งมีการตรวจสอบและติดตามอยู่&nbsp;ดังนั้นย้ำว่าไม่มีโควตาพิเศษ&nbsp;หรือโควตา&nbsp;5&nbsp;เสือ&nbsp;ตามที่มีกระแสข่าวและมองว่าการแก้ปัญหานี้&nbsp;ไม่ใช่เรื่องการเมือง&nbsp;แต่เป็นเรื่องที่ต้องมุ่งมั่นแก้ไขและทำให้สำเร็จมากกว่า</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329150551146
610	เสนออุทยานแห่งชาติภูกระดึง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบการนำเสนออุทยานแห่งชาติภูกระดึง&nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว&nbsp;ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน&nbsp;ซึ่งตามขั้นตอน&nbsp;ทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จะจัดส่งเอกสารนำเสนอพื้นที่อุทยานมรดกแห่งอาเซียน&nbsp;ให้ศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;เพื่อส่งเอกสารนำเสนอให้แก่คณะผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินพื้นที่&nbsp;และเสนอคณะทำงานอาเซียนด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพพิจารณา&nbsp;ก่อนนำเข้าที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อให้การรับรองการขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกแห่งอาเซียนต่อไป</p><p><strong>สำหรับลักษณะโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง</strong>&nbsp;และที่เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกอาเซียน&nbsp;โดยอุทยานแห่งชาติภูกระดึง&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งปกคลุมไปด้วยป่าตามธรรมชาติมากกว่าร้อยละ&nbsp;98&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชพันธุ์หายาก&nbsp;เช่น&nbsp;หญ้าดอกลำโพง&nbsp;ผักชีภูกระดึง&nbsp;กุหลาบขาว&nbsp;กุหลาบแดง&nbsp;รวมทั้งมีสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง&nbsp;เช่น&nbsp;เลียงผา&nbsp;ลิ่นชวา&nbsp;เต่าเหลือง&nbsp;ค่างแว่นถิ่นเหนือ&nbsp;ชะนีมือขาว&nbsp;โดยอุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด&nbsp;ที่มีลักษณะโดดเด่นเพียงหนึ่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีกิจกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สำคัญคือ&nbsp;กิจกรรมสรงน้ำพระพุทธเมตตา</p><p><strong>ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว</strong>&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าร้อยละ&nbsp;96.65&nbsp;และมีความหลากหลายทางธรณีวิทยาและลักษณะของถ้ำ&nbsp;โดยพื้นที่ที่มีความโดดเด่น&nbsp;เช่น&nbsp;ถ้ำครอบ&nbsp;ถ้ำใหญ่น้ำหนาว&nbsp;&nbsp;และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชหายาก&nbsp;เช่น&nbsp;จำปีศรีเมืองไทย&nbsp;กระโถนพระฤษี&nbsp;สนสามพันปี&nbsp;รวมทั้งยังมีสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง&nbsp;เช่น&nbsp;แมวลายหินอ่อน&nbsp;เลียงผา&nbsp;เนื้อทราย&nbsp;เสือลายเมฆ&nbsp;และในพื้นที่ยังมีประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;ประเพณีการแขวนทุง(แขวนธง)&nbsp;ประเพณีบุญบั้งไฟ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน</strong>&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่,&nbsp;อุทยานแห่งชาติตะรุเตา,&nbsp;กลุ่มอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&nbsp;หมู่เกาะสิมิลันและอ่าวพังงา,&nbsp;กลุ่มป่าแก่งกระจาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&nbsp;อุทยานแห่งชาติกุยบุรี&nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี,&nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง,&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง&nbsp;และอุทยานแห่งชาติเขาสก&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329155247176
611	กษ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ มะม่วง ที่ตลาดกลางมะม่วง ต.วังยาง อ.ศรีประจันต์	<p><strong>นางสาวพจนา&nbsp;เสมา&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายวินิจ&nbsp;เฮ่าบุญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;,&nbsp;นายภควรรณ&nbsp;ชัยรัตน์เมธี&nbsp;เกษตรอำเภอศรีประจันต์&nbsp;และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลที่รับผิดชอบตำบลวังยาง&nbsp;ลงพื้นที่ตลาดกลางมะม่วง&nbsp;ต.วังยาง&nbsp;อ.ศรีประจันต์&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;พบว่า&nbsp;มีมะม่วงถูกทิ้งเน่าเสียด้านหลังอาคารประมาณ&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;ปะปนกับขยะทั่วไป&nbsp;จากการสอบถามผู้ค้าส่งในตลาดพบว่า&nbsp;ได้รับซื้อมะม่วงจากชาวสวน&nbsp;(ลูกไร่)&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;1-3&nbsp;บาท&nbsp;แต่ไม่มีผู้มารับซื้อ&nbsp;ทำให้มะม่วงเน่าเสียจึงต้องทิ้ง</p><p><strong>โดย&nbsp;นางสาวพจนา&nbsp;กล่าวภายหลังการลงพื้นที่&nbsp;ว่า&nbsp;</strong>จากการสอบถาม&nbsp;นางสุนทร&nbsp;พันธุ์น้อย&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงและเป็นผู้รับซื้อมะม่วงจากลูกไร่ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และมีแผงรับซื้ออยู่ในตลาดกลาง&nbsp;ให้ข้อมูลว่า&nbsp;ปกติจะซื้อขายมะม่วงวันละประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(รวมทุกพันธุ์)&nbsp;มีพ่อค้ามารับซื้อตลอดเพื่อนำไปส่งกระจายผลผลิตต่อไป&nbsp;แต่ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;ผลผลิตมะม่วงออกเป็นจำนวนมากและออกพร้อมๆ&nbsp;กันทั่วประเทศ&nbsp;พ่อค้าขาประจำไม่มารับซื้อ&nbsp;แต่ตนเองต้องรับซื้อจากลูกไร่&nbsp;ทำให้มะม่วงเน่าเสียที่แผงรับซื้อและต้องเททิ้งตามที่เป็นข่าว</p><p><strong>คาดว่า&nbsp;มะม่วงในสวนของเกษตรกรในจังหวัดสุพรรณบุรีจะเก็บเกี่ยวหมดในช่วงปลายเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>โดยตนเพียงขอให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐมาพูดคุยรับฟังปัญหาและสะท้อน&nbsp;&nbsp;ไปยังรัฐบาล&nbsp;ดังนี้</p><p>1)&nbsp;ขอให้รัฐมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเป็นเงินเช่นเดียวกับข้าว&nbsp;เช่น&nbsp;เงินอุดหนุน&nbsp;เงินประกันราคา&nbsp;เป็นต้น</p><p>2)&nbsp;ขอให้ช่วยเรื่องต้นทุนการผลิตเนื่องจาก&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;ยา&nbsp;แพง</p><p>3)&nbsp;ขอให้กีดกันมะม่วงจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย&nbsp;เช่น&nbsp;มะม่วงแก้วขมิ้นจากประเทศกัมพูชา</p><p>4)&nbsp;ขอให้ปรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีไม้ผล&nbsp;เนื่องจากตามหลักเกณฑ์ฯ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;หากไม้ผลไม่เสียหาย&nbsp;(ตาย)&nbsp;จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ&nbsp;ทั้งที่ไม้ผลได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและไม่ให้ผลผลิต&nbsp;โดยขอให้ช่วยเป็นเงินฟื้นฟูไม้ผล</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>ได้นำข้อร้องเรียน&nbsp;เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;/ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขต&nbsp;3</p><p>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;กองทัพอากาศ&nbsp;แจ้งความประสงค์จะรับซื้อมะม่วง&nbsp;จากจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ทั้งนี้อยู่ระหว่างประสานเพื่อทราบความต้องการชนิดพันธุ์/ราคา/ปริมาณ/ข้อกำหนดอื่นๆ&nbsp;ของผู้ซื้อ&nbsp;ให้แน่นอน&nbsp;และจะประสานมายังแผงรับซื้อเพื่อเชื่อมโยงการตลาดอีกครั้ง</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอศรีประจันต์</strong>&nbsp;จะสำรวจปริมาณมะม่วงคงค้างในสวน&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อหาแนวทางกระจายผลผลิตไปยังตลาดในพื้นที่ต่างๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329154055166
612	กระบี่เปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านไหนหนังด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ D -Hope	"<p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;บัวทอง&nbsp;นายอำเภอเมืองกระบี่</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;""ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนัง""&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือบ้านไหนหนัง&nbsp;ตำบลเขาคราม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสงัด&nbsp;พืชพันธุ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;</p><p><strong>นายสงัด&nbsp;พืชพันธุ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนัง&nbsp;เป็นชุมชนที่มีศักยภาพมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค&nbsp;D-&nbsp;Hope&nbsp;ที่สนใจเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมสังคมและสิ่งแวดล้อมใน&nbsp;10&nbsp;กลุ่มกิจกรรม&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย&nbsp;ชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;D-Hope&nbsp;และสามารถต่อยอดการพัฒนาทั้งการผลิตสินค้าชุมชนสร้างคุณค่าและมูลค่าทางการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งผลต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนัง&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;Decentralized&nbsp;Hand&nbsp;On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;D-&nbsp;Hope&nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;เพื่อรองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป</p><p><strong>โดยจัดกิจกรรม&nbsp;ชิม&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;แชะ&nbsp;แชร์&nbsp;โปรแกรมการท่องเที่ยว</strong>และการแสดงอัตลักษณ์ชุมชนบ้านไหนหนังจำนวน&nbsp;10&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ทั้งการสาธิต&nbsp;แสดง&nbsp;และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;กิจกรรมนำนักท่องเที่ยวร่วมโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชนที่โดดเด่นของชุมชน&nbsp;ด้วยการล่องเรือชมเส้นทางธรรมชาติ&nbsp;พายเรือคายัคและเยี่ยมชมพร้อมร่วมกิจกรรมทำผลิตสบู่น้ำผึ้งกับกลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงผึ้งโพรง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Bike&nbsp;Rally&nbsp;เส้นทางการท่องเที่ยวบ้านไหนหนัง&nbsp;ซึ่งมีนักปั่นกลุ่มท่องเที่ยวเส้นทางธรรมชาติได้เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมือง&nbsp;และพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ได้จัดขึ้นเพื่อเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนังให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>วาสนา&nbsp;บัวทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวท.กระบี่&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-03-29T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329155650179
613	ฟรี ค่าผ่านทาง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และหมายเลข 9 	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางบนทางหลวงพิเศษพิเศษระหว่างเมือง&nbsp;หรือมอเตอร์เวย์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์</p><p><strong>ทางหลวงพิเศษหมายเลข&nbsp;7&nbsp;</strong>สายกรุงเทพมหานคร-บ้านฉาง&nbsp;ตอนกรุงเทพมหานคร-เมืองพัทยา&nbsp;รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;34&nbsp;(บางวัว)&nbsp;ทางแยกเข้าชลบุรี&nbsp;ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;ทางแยกเข้าพัทยา&nbsp;และตอนบ้านหนองปรือ-บ้านฉาง&nbsp;รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;3&nbsp;(บ้านอำเภอ)&nbsp;</p><p><strong>ทางหลวงพิเศษหมายเลข&nbsp;9&nbsp;</strong>สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร(ถนนกาญจนาภิเษก)ตอนพระประแดง-บางแค&nbsp;ช่วงพระประแดง-ต่างระดับบางขุนเทียน&nbsp;และตอนบางปะอิน-บางพลี&nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;นาฬิกาของวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;24.00&nbsp;นาฬิกา&nbsp;ของวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>คาดว่า&nbsp;จะมีประชาชนจำนวนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก</strong>&nbsp;ประมาณ&nbsp;4,190,425&nbsp;คัน&nbsp;โดยเฉพาะหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางจะมีปัญหาการจราจรติดขัดหลายกิโลเมตร&nbsp;โดยการยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;147&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจประเมินเป็นมูลค่าเงินได้ประมาณ&nbsp;205&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ยังได้รับทราบกรณีการทางพิเศษแห่งประเทศไทยยกเว้นการเก็บค่าผ่านทางพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้&nbsp;บนทางพิเศษบูรพาวิถี(ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี)&nbsp;ทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี&nbsp;และทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&nbsp;กับทางพิเศษบูรพาวิถี&nbsp;และทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&nbsp;และทางพิเศษสายเชื่อมระหว่างถนนวงแหวนอุตสาหกรรมกับทางพิเศษกาญจนาภิเษก&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;นาฬิกา&nbsp;ของวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;24.00&nbsp;นาฬิกา&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;จะมีผู้ใช้บริการประมาณ&nbsp;987,028&nbsp;คัน&nbsp;รายได้ที่ไม่ได้เรียกเก็บจำนวน&nbsp;38&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจำนวน&nbsp;76&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่ทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&nbsp;คาดว่าจะมีปริมาณการจราจรรวม&nbsp;7&nbsp;วันจำนวน&nbsp;1,363,565&nbsp;คัน&nbsp;รายได้ที่ไม่ได้เรียกเก็บ&nbsp;58&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และผลประโยชน์ที่จะได้รับจำนวน&nbsp;70&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329161736198
614	ครม. เห็นชอบให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินคลาวด์กลางภาครัฐ รวมวงเงิน 6,216 ล้านบาท	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จัดให้มีคลาวด์กลางภาครัฐและให้บริษัท&nbsp;โทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เป็นผู้ดำเนินคลาวด์กลางภาครัฐ&nbsp;พร้อมเห็นชอบกรอบงบประมาณรายจ่ายผูกพันต่อเนื่อง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2566-2568&nbsp;โครงการบริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ&nbsp;รวมวงเงิน&nbsp;6,216&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ค่าเช่าใช้ระบบเพื่อให้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ&nbsp;ค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่ม&nbsp;ค่าบริการการบริหารจัดการ&nbsp;ค่าบริการสิทธิของระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล&nbsp;และค่าบริการระบบศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายและ&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&nbsp;</strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ได้ประเมินว่า&nbsp;การดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;จะทำให้รัฐประหยัดงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในส่วนของค่าเช่าคลาวด์ได้&nbsp;4,116&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;76.22&nbsp;และส่งเสริมระบบสารสนเทศของประเทศให้มั่นคงปลอดภัย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล&nbsp;รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่&nbsp;หรือ&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เนื่องจากข้อมูลและระบบงานของหน่วยงานภาครัฐอยู่ในระบบคลาวด์กลางภาครัฐที่มีมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงปลอดภัยและตั้งอยู่ภายในประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329182525288
615	ครม. มอบกระทรวงการคลังพิจารณาผ่อนคลายกฎกระทรวง เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถ ผลิตเหล้า ได้อย่างเสรีกรณีไม่ใช่เพื่อการค้า	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาแก้ไขกฎกระทรวงในบางเรื่อง&nbsp;เพื่อไม่เป็นการจำกัดเสรีภาพของประชาชน&nbsp;ในการผลิตสุรา&nbsp;โดยยังคงควบคุมดูแลให้การผลิตสุราอยู่ภายใต้มาตรฐานด้านสุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งไม่จำเป็นต้องแก้ไขร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;สำหรับมติดังกล่าว&nbsp;เป็นไปตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..&nbsp;โดยเป็นร่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ&nbsp;ซึ่งมีสาระเป็นการให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้า&nbsp;ซึ่งเรื่องดังกล่าวคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นว่า&nbsp;การผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้าสามารถกระทำได้&nbsp;โดยควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเรื่องคุณภาพ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329182340286
616	การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดโครงการ Workation Thailand เร่งขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในไทย ผลักดันการท่องเที่ยวในกลุ่มวัยทำงานให้สามารถทำงานควบคู่การท่องเที่ยว พร้อมสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลังจากผลกระทบโรคโควิด-19	"<p><strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากความสำเร็จของโครงการ&nbsp;Workation&nbsp;Thailand&nbsp;ครั้งที่ผ่านมา&nbsp;ที่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Workation&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้การเติบโตของตลาดท่องเที่ยวในประเทศเป็นไปตามเป้าหมายที่&nbsp;ททท.&nbsp;กำหนด&nbsp;สามารถกระจายรายได้เข้าสู่ตลาดท่องเที่ยวในประเทศมูลค่ากว่า&nbsp;170&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ได้ต่อยอดโครงการ&nbsp;Workation&nbsp;Thailand&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Workation&nbsp;Paradise&nbsp;Throughout&nbsp;Thailand&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Workation&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;และเปิดโอกาสให้บุคลากรในหน่วยงาน&nbsp;หรือองค์กรต่างๆ&nbsp;และกลุ่มวัยทำงาน&nbsp;สามารถเปลี่ยนให้โรงแรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;รีสอร์ตเป็นสถานที่ทำงาน&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;การประชุมพบปะสังสรรค์&nbsp;ซึ่งได้ร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า&nbsp;450&nbsp;ราย&nbsp;จัดแพ็กเกจแบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;การพักห้องพัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ที่จัดประชุมในราคาพิเศษ&nbsp;/การท่องเที่ยวตามธีม&nbsp;/การท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Luxury&nbsp;/และการท่องเที่ยวตามความสนใจพิเศษ&nbsp;เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน&nbsp;รวมทั้งเป็นการยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยให้สามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ผู้ประกอบการที่สนใจนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวและสิทธิพิเศษ</strong>&nbsp;หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ</p><p>สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.tourismthailand.org/workationthailand""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.tourismthailand.org/workationthailand</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329181043273
617	ผู้ว่าฯ เพชรบุรี ยกทีมพิสูจน์ อาหารรสเด็ด คนเพชรการันตี แวะชิม ร้านข้าวแกงแม่ล้วน ร่วมขับเคลื่อนความเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO	<p><strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะทำงานขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ร้านข้าวแกงแม่ล้วน&nbsp;อำเภอเขาย้อย&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>หลังจากจังหวัดเพชรบุรีได้รับการประกาศให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์&nbsp;ด้านอาหารของ&nbsp;UNESCO&nbsp;ต้องคำนึงถึงมาตรฐานทุกด้าน&nbsp;ทั้งการให้บริการ&nbsp;ความพร้อมของพนักงานต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็มทุกคน&nbsp;Q&nbsp;Restaurant&nbsp;ของกระทรวงเกษตร&nbsp;และสหกรณ์&nbsp;พืช&nbsp;สัตว์ประมงต่างๆ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;Clean&nbsp;Food&nbsp;Good&nbsp;Taste&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งได้มีการตรวจสอบในการรักษามาตรฐาน&nbsp;ซึ่งร้านข้าวแกงแม่ล้วนได้ปฏิบัติตาม&nbsp;และปฏิบัติได้สูงกว่ามาตรฐานที่วางไว้&nbsp;มีการคัดกรองโควิด-19&nbsp;การทำความสะอาดห้องน้ำทุกระยะ&nbsp;ระบบการระบายอากาศ&nbsp;ทุกอย่างที่เป็นมาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม&nbsp;ซึ่งจะได้รับป้าย&nbsp;อาหารรสเด็ด&nbsp;คนเพชรการันตี&nbsp;&nbsp;และป้าย&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;gastronomy&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนางอรอนงค์&nbsp;ศิริชัย&nbsp;ในฐานะเจ้าของร้านข้าวแกง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อาหารที่ทำมาขายต้องผ่านการคัดกรองในเรื่องความสด&nbsp;สะอาด&nbsp;วัตถุดิบต้องเน้นใช้ของดี&nbsp;และพร้อมให้ความร่วมมือความเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารที่จะรักษาคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;อยากจะให้เขาประทับใจของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้นนางสาวกรรณิกา&nbsp;ช้างสุวรรณ&nbsp;ประชาชนที่มารับประทานข้าวแกงแม่ล้วน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ที่เลือกกินข้าวแกงร้านนี้เพราะด้วยสภาพ&nbsp;Covid&nbsp;-19&nbsp;ตอนนี้&nbsp;เป็นหนึ่งทางเลือกด้วยสถานที่&nbsp;ปลอดโปร่งโล่ง&nbsp;ไม่แออัด&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;เรื่องของรสชาติก็โอเค&nbsp;รสชาติต่างๆ&nbsp;ไม่เผ็ดมาก&nbsp;ไม่จัดจ้านมากเกินไป&nbsp;ผู้ใหญ่ทานได้ผู้สูงอายุทานได้&nbsp;ส่วนเรื่องของราคา&nbsp;จะเป็นราคาที่แตะต้องได้ทุกคน&nbsp;ไม่แพงมาก&nbsp;สมราคากับปริมาณอาหาร&nbsp;และอยากบอกนักท่องเที่ยว&nbsp;แค่เลี้ยวเข้าเส้นทางของวังมะนาว&nbsp;ก่อนถึงเขาย้อย&nbsp;เชิญชวนให้มาแวะทานร้านแม่ล้วน&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;รับรองว่าเด็ด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329183153294
618	ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จับมือ ททท.ระยอง จัดงาน Rayong Crab Carnival เทศกาลปูสุดฟิน กระตุ้นท่องเที่ยว ส่งเสริมผู้ประกอบการมีช่องทางขายของ	<p><strong>เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.วันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;พลาซ่าระยอง&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;Rayong&nbsp;Crab&nbsp;Carnival&nbsp;&nbsp;2022&nbsp;&nbsp;เทศกาลปูสุดฟิน&nbsp;ต้องกินให้ได้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;พลาซ่าระยอง&nbsp;ททท.ระยอง&nbsp;และหอการค้าระยอง&nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;มี.ค.-3&nbsp;เม.ย.นี้&nbsp;ทั้งนี้เพื่อสร้างสีสัน&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;และสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารทะเลของจังหวัดระยอง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;ภายในงานได้มีการรวบรวมสุดยอดเมนูปูจากร้านดังในจังหวัดระยอง&nbsp;และภาคตะวันออกกว่า&nbsp;100&nbsp;เมนู&nbsp;อาทิ&nbsp;ปูนิ่ม&nbsp;ปูไข่ดองน้ำปลากวน&nbsp;ปูม้า&nbsp;ปูนึ่ง&nbsp;จ๊อไข่ปู&nbsp;และยังมีเมนูอาหารทะเลสดๆ&nbsp;หลากหลายอีกด้วย&nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างสีสัน&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีช่องทางการขายของ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329203818335
619	มทส.ประชุมหารือเรื่อง ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา (Wellness corridor) เพื่อนำเสนอกรอบการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยไปสู่พื้นที่เขต ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;วิริยะกุลนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเรื่อง&nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา&nbsp;(Wellness&nbsp;corridor)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสารนิทัศน์&nbsp;อาคารบริหาร&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;(มทส.)&nbsp;การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกรอบการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยไปสู่พื้นที่เขต&nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา&nbsp;โดยมี&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.มัลลิกา&nbsp;สังข์สนิท&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และความเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;เป็นแกนกลางจัดการประชุม&nbsp;และมีผู้แทนจากมหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมนำเสนอความพร้อมของมหาวิทยาลัยในมิติของตลาดสุขภาพ&nbsp;อาทิ&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.หนึ่ง&nbsp;เตียอำรุง&nbsp;คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ&nbsp;ดร.&nbsp;นันทกร&nbsp;บุญเกิด&nbsp;หัวหน้าโครงการวิจัยการผลิตกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และพาณิชย์&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;เพิ่มศิริ&nbsp;เลอมานุวรรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329205102338
620	จ.สุราษฎร์ธานีจับมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน จัดมหกรรม OTOP ทั่วไทยร่วมใจสู่สุราษฎร์ธานี เพิ่มช่องทางการตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่	<p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราขการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเปิดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ทั่วไทยร่วมใจสู่สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;บุรณาการร่วมกับคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ภาคใต้&nbsp;คณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และ&nbsp;OTOP&nbsp;Trader&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานโปรโมชั่น&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จากทั่วประเทศ&nbsp;และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่ให้มีความมั่นคง&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้มีความยั่งยืน&nbsp;เป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ</p><p><strong>โดยนายกรองศักดิ์&nbsp;โอยสวัสดิ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในนามคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ภาคใต้&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การดำเนินงานในครั้งนี่&nbsp;จัดให้มีกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;81&nbsp;บูธ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเภทอาหารและชวนชิม&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;บูทธ&nbsp;ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;16&nbsp;บูธ&nbsp;ประเภทเครื่องประดับ&nbsp;13&nbsp;บูธ&nbsp;ประเภทของใช้&nbsp;11&nbsp;บูฑ&nbsp;และประเภทสมุนไพร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;บูธ&nbsp;โดยเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ภาคใต้&nbsp;โดยไม่ใช้เงินงบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด&nbsp;เป็นความร่วมมือของคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ภาคใต้&nbsp;คณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;OTOP&nbsp;Trader&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นหน่วยงานในการส่งเสริมและสนับสนุน&nbsp;รวมทั้งได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากผู้บริหารเซ็นทรัลพลาซ่า&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่ให้การอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่จัดงาน</p><p><strong>ด้านนายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในทุกมิติ&nbsp;ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากโดยให้นำภูมิปัญญาที่มีอยู่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ&nbsp;ยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานรับรอง&nbsp;อีกทั้งให้พัฒนาขีดความสามารถในเรื่องการบริหารจัดการการตลาด&nbsp;โดยมีการสนับสนุนให้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ&nbsp;Onsite&nbsp;และ&nbsp;Online&nbsp;มีการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;นอกจากจะเป็นการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้ว&nbsp;ยังเป็นการเชื่องโยงกิจกรรมการ&nbsp;Matching&nbsp;ระหว่างผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการที่มาร่วมจำหน่ายและผู้ที่เข้าร่วมเยี่ยมชมในงานนี้&nbsp;เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;&nbsp;สร้างโอกาสและสร้างช่องทางในโอกาสข้างหน้า&nbsp;อันเป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง&nbsp;เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329235840358
621	ส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดโบราณร้อยปีบางพลี สมุทรปราการ	<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดโบราณบางพลี&nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เพื่อเตรียมการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;สัมผัสภูมิปัญญาไทย&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้และให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีโอกาสร่วมสืบสานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนมธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไปตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดสมุทรปราการให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ชุมชนบางพลี&nbsp;อำเภอบางพลี&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นชุมชนเก่า</strong>&nbsp;ที่เกิดขึ้นมายาว&nbsp;นานกว่า&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ปัจจุบันเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;อำเภอของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ชาวชุมชนมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย&nbsp;แต่แฝงไปด้วยอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่น&nbsp;สวยงาม&nbsp;โดยจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลบางพลี&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้น&nbsp;โดยมีรูปแบบของการจัดงานเป็น&nbsp;4&nbsp;ช่วง&nbsp;ใช้ระยะเวลาการจัดงาน&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;กำหนดจะจัดกิจกรรมในทุกวันเสาร์และอาทิตย์รวม&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์&nbsp;หรือว่า&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สัปดาห์แรก&nbsp;ใช้ชื่อการจัดงานว่า&nbsp;รักแรกภพ</strong>&nbsp;จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายย้อนยุคในสมัยรัชกาลที่&nbsp;4&nbsp;คือ&nbsp;ใส่เสือทรงกระบอก&nbsp;นุ่งผ้าโจงกระเบน&nbsp;มีการตักบาตรทางเรือย้อนยุค&nbsp;การแสดงเพลงฉ่อย&nbsp;การแสดงหุ่นไทย&nbsp;การแสดงหุ่นจีน&nbsp;การขายสินค้าทางเรือ&nbsp;การแสดงกลองยาว&nbsp;การแสดงดนตรีจากศิลปินดารานักแสดง&nbsp;นักร้องและการจัดแสดงและจัดจำหน่าย&nbsp;ข้าวห่อใบบัว&nbsp;ต้นตำรับอาหารชาวบางพลีสมุทรปราการในยุดนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สัปดาห์ที่&nbsp;2</strong>&nbsp;<strong>ใช้ชื่อการจัดงานว่า&nbsp;มนต์รัก&nbsp;ทุ่งบางพลี</strong>&nbsp;จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมแต่งกาย&nbsp;ผ้าไทยลายดอกไม้&nbsp;ยุคของสดใส&nbsp;ชื่นบาน&nbsp;ผู้ชายจะรณรงค์ให้สวมใส่กางเกงขาก๊วย&nbsp;เสื้อลายดอก&nbsp;ผ้าขาวม้าคาดเอว&nbsp;ผู้หญิงจะรณรงค์ให้นุ่งผ้าถุง&nbsp;เสื้อลายดอกไม้สีสันสดใส่&nbsp;จะมีการจัดแสดงลูกทุ่งย้อนยุด&nbsp;การรำวงย้อนยุด&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าทางเรือและเปิดตำรับอาหารของชาวบางพลีสมุทรปราการ&nbsp;ในยุดนี้คือ&nbsp;ขนมสายบัว&nbsp;เมี่ยงกลีบบัว&nbsp;แกงกะทิสายบัว&nbsp;รากบัวทอด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สัปดาห์ที่&nbsp;3</strong>&nbsp;<strong>ใช้ชื่อการจัดงานว่า&nbsp;อะเมสซิ่ง&nbsp;บางพลี</strong>&nbsp;เป็นยุคที่ชุมชนบางพลี&nbsp;ได้รับวัฒนธรรมการแต่งกายจากชุมชนเมืองบางกอกคือ&nbsp;การเปลี่ยนจากการใส่ผ้าถุง&nbsp;มาเป็นกางเกงขาบาน&nbsp;หรือที่รู้จักกันในนามยุคหกศูนย์&nbsp;หรือยุคเจ็ดศูนย์&nbsp;การจัดกิจกรรมภายในงานจะมีการแสดงทางวัฒนธรรมนาฏมวยไทย&nbsp;การแข่งขันเรือมาด&nbsp;12&nbsp;ฝีพาย&nbsp;และการแสดงจาดศิลปินดารา&nbsp;นักร้อง&nbsp;การเล่นเกมชิงรางวัลต่างๆ&nbsp;และการจำหน่ายอาหาร&nbsp;ของชาวบางพลีในยุดนี้อย่างหลากหลาย&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวต้มมัดบางพลี&nbsp;ขนมต้มบางพลี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สัปดาห์ที่&nbsp;4&nbsp;ใช้ชื่อการจัดงานว่า&nbsp;หลงรัก&nbsp;บางพลี</strong>&nbsp;โดยจะรณรงค์ให้ประชาชนสวมใส่ผ้าไทยลายขอ&nbsp;และแต่งกายแฟชั่นของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน&nbsp;ภายในงานจะมีการจัดประกวดการแต่งกายขุดไทยร่วมสมัย&nbsp;การแข่งขันพายเรือหัวใบ้ท้ายบอด&nbsp;การแข่งขันพายเรือกะละมัง&nbsp;การแข่งขันมวยทะเล&nbsp;การแสดงดนตรีและสายน้ำและการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของชาวบางพลีสมุทรปราการ&nbsp;ในยุคปัจจุบันอย่างมากมาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมยังไม่ได้กำหนดวันของการจัดงานที่แน่นอน&nbsp;</strong>ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;หรือกรกฎาคมของปีนี้&nbsp;โดยจะมีการสรุปรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง&nbsp;ในการจัดประชุมครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330091627378
622	คาเฟ่ในสวนยะลา @ยุโป   นั่งชิล  บรรยากาศธรรมชาติ	<p><strong>จุดเช็คอินใหม่&nbsp;คาเฟ่ในสวนยะลา&nbsp;@ยุโป&nbsp;&nbsp;นั่งชิล&nbsp;มาแล้วบายใจ&nbsp;</strong>บรรยากาศธรรมชาติ&nbsp;ผสมผสานศิลปะการแสดงชาวใต้&nbsp;ภูมิปัญญาท้องถิ่น<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>ชาวบ้านยุโป&nbsp;พลิกพื้นที่สวนผสมผสาน&nbsp;สร้างสวนสไตล์คาเฟ่&nbsp;</strong>จุดเช็คแห่งใหม่ยะลา&nbsp;@ยุโป&nbsp;ดึงดูดประชาชนท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ให้มาสัมผัสกับบรรยากาศ&nbsp;แบบลูกทุ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นั่งทานอาหารริมสระน้ำ&nbsp;&nbsp;ใต้ร่มเงาไม้ผล&nbsp;ที่ทำเป็นที่นั่งจากไม้ไผ่&nbsp;ไม้ในพื้นที่กว่าสิบโต๊ะ&nbsp;ในบริเวณรอบๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมมุมถ่ายรูป&nbsp;โดยรอบ&nbsp;มากมาย&nbsp;ทั้งสะพานที่ทอดระหว่างสองฝั่งสระ&nbsp;มุมหน้าต่างยะลาบ้านฉัน&nbsp;&nbsp;ประดับประดาด้วยผ้าพื้นเมืองของใช้โบราณ&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;ที่ถูกใจ&nbsp;ทั้งของบรรดาผู้ใหญ่&nbsp;และเด็กๆ&nbsp;&nbsp;เซลฟี่กันได้อย่างเต็มอิ่ม&nbsp;มีความสุข&nbsp;มีรอยยิ้ม&nbsp;ซึ่งเรียกความสนใจให้ชาวเมืองยะลา&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ต่างหอบลูก&nbsp;จูงหลานมากันทั้งครอบครัว&nbsp;รวมถึงมากันในหมู่เพื่อนๆ&nbsp;เพื่อมาเยี่ยมชมบรรยากาศของสวนคาเฟ่ยุโป</p><p><strong>ชาวยะลา&nbsp;ที่ได้มาสวนคาเฟ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;&nbsp;ชื่นชอบบรรยากาศดี</strong>&nbsp;เย็นสบาย&nbsp;ไม่แออัดเหมาะกับสถานการณ์โควิดในช่วงนี้&nbsp;ซึ่งต่างกับในเมืองที่พลุกพล่าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมถึง&nbsp;ได้มาคลายเครียดด้วยถ่ายรูปมุมต่างๆลงโซเชียลให้เพื่อนๆ&nbsp;ได้ดู&nbsp;ด้วย&nbsp;&nbsp;ส่วนอาหารก็อร่อยราคาเป็นกันเอง&nbsp;ไม่แพง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่&nbsp;บางคนก็ชอบทานข้าวต้มมัด&nbsp;ขนมพื้นบ้าน</strong>&nbsp;ขนมทานเล่นมากกว่าการทานข้าวส่วนบางคนก็จะชอบทานทั้งกาแฟ&nbsp;ข้าวเพื่อให้อิ่มท้องซึ่งก็จะมีให้เลือกมากมาย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายมานะ&nbsp;ป.ปาน&nbsp;ได้เล่าว่า&nbsp;แนวคิดที่ได้มาเปิดร้านสไตล์คาเฟ่</strong>&nbsp;บ้านๆ&nbsp;ลุกทุ่ง&nbsp;&nbsp;เดิมมีสวนอยู่แล้ว&nbsp;เป็นสวนผสมผสาน&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงเดินตามรอยในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ปลูกทั้งมังคุด&nbsp;ลองกอง&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ในสระน้ำก็มีการเลี้ยงหอยขม&nbsp;ซึ่งเดี๋ยวนี้ได้โยกย้ายไปเลี้ยงอยู่ในทุ่งนา&nbsp;ก็เลยคิดว่า&nbsp;น่าจะนำต้นทุน&nbsp;คือ&nbsp;สวนของเรามาปรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน&nbsp;ใจคือ&nbsp;อยากให้ชุมชนมาขายของ&nbsp;แต่ก็ไม่มีอาจจะคิดว่าขายไม่ได้&nbsp;ก็เลยหันมานำน้องๆ&nbsp;เยาวชนที่เป็นชาวมุสลิมในพื้นที่&nbsp;ที่ไม่มีงานทำ&nbsp;มาทำ&nbsp;มาจำหน่าย&nbsp;&nbsp;นำ&nbsp;อาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;พื้นบ้านบางอย่างซึ่งไปรับจากภูมิปัญญาชาวบ้านมุสลิมแถวนี้&nbsp;เข้ามาขาย&nbsp;ให้มีรายได้&nbsp;พลิกแปลง&nbsp;คือ&nbsp;มีสวนมีอยู่แล้วโดยมีแนวคิดหลัก&nbsp;นำต้นทุนมาสร้างบรรยากาศ&nbsp;ให้เป็นธรรมชาติ&nbsp;ให้คนมาท่องเที่ยวในชุมชนเราได้มากขึ้น&nbsp;ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่จะเน้นธรรมชาติ&nbsp;สร้างธรรมชาติ&nbsp;พลิกแปลงป่า&nbsp;เมื่อก่อนริมถนนที่นี่จะเป็นป่ารกร้าง&nbsp;ส่วนด้านหลังเป็นสวน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยให้มีจุดเด่น&nbsp;วิวทิวทัศน์&nbsp;วิวถ่ายรูป&nbsp;มีซุ้มต่างๆ</strong>&nbsp;ริมสระน้ำ&nbsp;มีอาหารพื้นบ้านที่ราคาย่อมเยา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็ยังมีอาหารตามสั่ง&nbsp;มากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;เมนูจานเดี่ยวอิ่มท้อง&nbsp;ทั้งข้าวผัด&nbsp;ข้าวเครื่องแกง&nbsp;กระเพรา&nbsp;ไก่&nbsp;ทะเล&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;เมนูยำ&nbsp;ยำรสแซ่บ&nbsp;เมนูปิ้ง-ย่าง&nbsp;เมนูท๊อด-ทอด&nbsp;รวมถึง&nbsp;เมนูน้ำ&nbsp;ชา&nbsp;กาแฟ&nbsp;นมสด&nbsp;โซดา&nbsp;ราคาไม่แพงเริ่มต้นที่&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;ขนมพื้นบ้าน&nbsp;ขนมสอดไส้&nbsp;ข้าวต้มมัด&nbsp;และอีกหลายขนมที่ภูมิปัญญานำมาฝากขาย</p><p><strong>ทางร้านได้เปิดโอกาสขึ้นป้ายรับสมัครเยาวชน&nbsp;ประชาชน</strong>&nbsp;ให้มาทำงานที่นี่&nbsp;ใช้หลักพี่สอนน้อง&nbsp;อยากให้ทุกคนมีรายได้&nbsp;รวมถึงเน้นให้ภูมิปัญญา&nbsp;อย่าง&nbsp;ดีเกฮูลู&nbsp;มะโย่ง&nbsp;โนราห์&nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมกับร้าน&nbsp;ผสมผสานกัน&nbsp;เพื่อให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย</p><p><strong>ขอเชิญชวนชาวยะลา&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงทุกคนมาเที่ยวเมืองยะลา&nbsp;เบตง</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;3&nbsp;จชต.&nbsp;ลองแวะมาดู&nbsp;หากเดินทางมาจากถนนสาย&nbsp;418&nbsp;ยะลา-ปัตตานี&nbsp;ก็เข้าใต้สะพานบ่อเจ็ดลูก&nbsp;ขับตรงมา&nbsp;800&nbsp;เมตร&nbsp;ก็ถึงร้าน&nbsp;เชิญชวนให้ท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ชุมชนจะได้มีรายได้&nbsp;ท่องเที่ยวใกล้บ้านปลอดภัย&nbsp;ที่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ยุโป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;รอยต่อ&nbsp;ยุโป-บ้านบ่อเจ็ดลูก&nbsp;เข้ามาเที่ยวชุมชนบ้านยุโปของเรา&nbsp;รับรองว่า&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;บรรยากาศดี&nbsp;เพลงไพเราะ&nbsp;ชมสวนไปด้วย&nbsp;โดยร้าน&nbsp;จะเปิดทุกวัน&nbsp;เวลา&nbsp;11.00-20.00&nbsp;น.&nbsp;หรือติดต่อได้ทางหมายเลข&nbsp;087-2997015</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330075655373
623	นายกรัฐมนตรี สนับสนุนการจัดตั้ง คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์ เจาะตลาดกลุ่มประเทศมุสลิม	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐานฮาลาล&nbsp;ซึ่งล่าสุดมีมติให้จัดตั้ง&nbsp;คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์&nbsp;&nbsp;(Thailand&nbsp;Halal&nbsp;Taskforce)&nbsp;ขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนผ่านอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้า&nbsp;สร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดกลุ่มประเทศมุสลิมได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารอันดับ&nbsp;13&nbsp;ของโลก</strong>&nbsp;จึงมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าฮาลาล&nbsp;จึงพร้อมเดินหน้าและเชื่อมั่นว่าจะเข้าถึงตลาดประชากรมุสลิมซึ่งมีจำนวนกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ล้านคน&nbsp;รวมทั้งต่อยอดโครงการลงทุนเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรฮาลาล&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ปัตตานี&nbsp;สตูล&nbsp;และสงขลา&nbsp;จึงเชื่อมั่นว่าคณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์นี้&nbsp;จะเร่งรัดการขยายความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีมูลค่าตลาดกว่า&nbsp;30&nbsp;ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯได้สำเร็จ&nbsp;และจะสามารถยกระดับความเชื่อมั่นเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นับเป็นความสำเร็จของรัฐบาลที่ได้ต่อยอดเจรจาขยายความร่วมมือเกี่ยวกับการค้าการลงทุนสินค้าเกษตรและอาหาร&nbsp;และระบบรับรองมาตรฐานฮาลาล&nbsp;กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;(UAE)&nbsp;รวมทั้งจากกรณีที่ซาอุดีอาระเบียยกเลิกการห้ามนำเข้าไก่แปรรูปจากไทย&nbsp;ซึ่งเป็นความสำเร็จจากนายกรัฐมนตรีที่ได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียได้เป็นผลสำเร็จ&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมาไทยได้ส่งออกไก่แปรรูปล็อตแรกไปยังซาอุดีอาระเบีย</strong>&nbsp;คาดว่า&nbsp;ภายในสิ้นปี&nbsp;2565&nbsp;นี้จะส่งออกได้อีก&nbsp;300&nbsp;ตู้&nbsp;ปริมาณ&nbsp;6,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;400-500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัดตามหลักศาสนาอิสลาม&nbsp;&nbsp;และผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330103125424
624	กองทัพภาคที่ 4 จัดกิจกรรม มัคคุเทศก์น้อยในแหล่งท่องเที่ยวทหาร ตะลอนทัวร์สถานที่ประวัติศาสตร์ แบบ One Day Trip	<p><strong>กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โดย&nbsp;กองกิจการพลเรือน&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;</strong>จัดกิจกรรมทัศนศึกษาตามโครงการ&nbsp;มัคคุเทศก์น้อยในแหล่งท่องเที่ยวทหาร&nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ที่มีดำริให้หน่วยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในกองทัพบก&nbsp;นำบุตรหลานกำลังพลทัศนศึกษาสถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;เสริมความรู้ทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้บุตรหลานของกำลังพลมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย&nbsp;รวมถึงเกียรติประวัติของหน่วยทหารที่ตนอาศัยอยู่&nbsp;สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นบุตรหลานทหาร&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวในหน่วยทหาร&nbsp;และคัดเลือกมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;เป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน&nbsp;มัคคุเทศก์น้อย&nbsp;ในระดับกองทัพบก</p><p><strong>กิจกรรมในครั้งนี้มีเยาวชนอายุระหว่าง&nbsp;13-18&nbsp;ปี&nbsp;ที่เป็นบุตรหลานกำลังพลภายในค่ายวชิราวุธ</strong>&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งได้สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเยาวชนที่ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&nbsp;ผ่านโครงการ&nbsp;นั่งรถชมเมือง&nbsp;เล่าเรื่องลิกอร์&nbsp;ทัศนศึกษาสถานที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช&nbsp;ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;พิพิธภัณฑ์เมืองทุ่งท่าลาด&nbsp;ห้องประวัติศาสตร์และหอเกียรติยศกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ภายในค่ายวชิราวุธ&nbsp;รวมถึง&nbsp;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;อนุสาวรีย์วีรไทย&nbsp;2484&nbsp;และพิพิธภัณฑ์วีรไทย&nbsp;โดยเด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ทุกคน&nbsp;ได้โพสต์ข้อความและรูปภาพถึงความประทับใจและความรู้ที่ได้รับ&nbsp;ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง&nbsp;ได้เช็คอินสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของค่ายวชิราวุธ&nbsp;และมีการประกวดมัคคุเทศก์น้อยกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อคัดเลือกตัวแทนกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ไปเข้าแข่งขันในระดับกองทัพบก&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;สุวัฒน์&nbsp;ทองใบ&nbsp;รองเสนาธิการกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองฝ่ายเสนาธิการ&nbsp;ของกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;หรือผู้แทน&nbsp;ร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานของมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;มอบรางวัลและเกียรติบัตร&nbsp;ให้กับมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330102331414
625	กรมบัญชีกลาง พร้อมเปิดระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ หรือ New GFMIS Thai ทั่วประเทศ 4 เมษายนนี้	<p><strong>นางสาววารี&nbsp;แว่นแก้ว&nbsp;รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่&nbsp;(New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai)&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;เพื่อทดแทนระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งมีข้อจำกัดในการอัปเดตเวอร์ชันและการบำรุงรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง&nbsp;</p><p><strong>โดยได้ทดสอบระบบ&nbsp;New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai</strong>&nbsp;ในการเบิกเงินจากคลัง&nbsp;รับเงิน&nbsp;จ่ายเงินและนำเงินส่งคลัง&nbsp;จนมั่นใจแล้วว่าระบบงานมีความสมบูรณ์เพียงพอและไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านการเงินการคลังของหน่วยงานผู้เบิก&nbsp;อีกทั้งได้เปิดให้หน่วยงานเข้าทดลองปฏิบัติงานในระบบ&nbsp;New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai&nbsp;ตามข้อมูลจริงของแต่ละหน่วยงาน&nbsp;เพื่อทดสอบระบบงานในภาพรวมและตรวจสอบความพร้อมของระบบสนับสนุน&nbsp;โดยจะเปิดระบบ&nbsp;New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai&nbsp;ให้หน่วยงานของรัฐทั่วประเทศเริ่มใช้งาน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับระบบ&nbsp;New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai</strong>&nbsp;เป็นระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่&nbsp;ช่วยให้การเบิกเงินจากคลัง&nbsp;รับเงิน&nbsp;จ่ายเงินและนำเงินส่งคลัง&nbsp;ของหน่วยงานภาครัฐมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;รองรับจำนวนผู้ใช้งานในระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยระบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะเปิดให้ใช้งานจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330104946440
626	ตำรวจท่องเที่ยวตราด ดูแลและสอบถามผลกระทบจากปัญหาสงคราม นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และยูเครนในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ส.ทท.6&nbsp;กก.2&nbsp;บก.ทท.1&nbsp;(ตราด)&nbsp;นำโดย&nbsp;พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ศิริเจริญนำ&nbsp;สว.ส.ทท.6&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ร.ต.ท.มารุต&nbsp;พรหมอริยกุล&nbsp;ร้อยเวร&nbsp;20</strong>&nbsp;และสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวประจำเกาะช้าง&nbsp;ได้ออกตรวจตราดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;และได้มาตรวจเยี่ยมนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย&nbsp;เพื่อสอบถาม&nbsp;และดูแลว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยสู้รบระหว่างประเทศหรือไม่&nbsp;นักท่องเที่ยวแจ้งว่า&nbsp;ไม่ได้รับกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด&nbsp;ส.ทท.6&nbsp;กก.2&nbsp;บก.ทท.1&nbsp;(ตราด)&nbsp;จึงได้ประชาสัมพันธ์&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;Tourust&nbsp;Police&nbsp;i&nbsp;lert&nbsp;u&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์มาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และประชาสัมพันธ์เบอร์โทร&nbsp;Call&nbsp;center&nbsp;1155&nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330111548461
627	จ.ลำปาง 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG สาขาเกษตร	<p><strong>นางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมการเสวนาออนไลน์&nbsp;(Webinar)&nbsp;ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;สาขาเกษตรบูรณาการเชิงพื้นที่&nbsp;(Area&nbsp;based)&nbsp;ในพื้นที่นำร่องจังหวัดราชบุรี&nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;Webex&nbsp;Meetings&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนายยุคล&nbsp;ลิ้มแหลมทอง&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนา&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;เป็นประธานการเสวนาครั้งนี้</p><p><strong>การจัดเสวนามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์</strong>&nbsp;คือ&nbsp;เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน&nbsp;ประชาชนมีรายได้ดี&nbsp;คุณภาพชีวิตดีรักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพให้มีคุณภาพที่ดีด้วยการใช้ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;แนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;พ.ศ&nbsp;2556-2570&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่&nbsp;3&nbsp;สูง&nbsp;คือ&nbsp;ประสิทธิภาพสูง&nbsp;มาตรฐานสูง&nbsp;และรายได้สูง&nbsp;โดยนำร่อง&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และจังหวัดพัทลุง&nbsp;ให้เป็นโมเดลการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยง&nbsp;BCG&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานขยายผลในจังหวัดอื่นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330113326470
628	รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน ภูเก็ตไบค์วีค 2022 (PHUKET BIKE WEEK 2022) ครั้งที่ 26 รูปแบบ New Normal Ride Together เพื่อเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ยกระดับการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกทั้งทางทะเลและทางบกของประเทศไทย คาดจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท	"<p><strong>ที่เดอะเพลย์ยาร์ดภูเก็ต&nbsp;ตำบลไม้ขาว&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;สมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดแถลงข่าวเตรียมจัดงาน&nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022""&nbsp;(PHUKET&nbsp;BIKE&nbsp;WEEK&nbsp;2022&nbsp;""New&nbsp;Normal&nbsp;Ride&nbsp;Together"")&nbsp;ครั้ง&nbsp;26&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสิรภพ&nbsp;ดวงสอดศรี&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และ&nbsp;นายวิทยา&nbsp;สิงห์ฆาฬะ&nbsp;รักษาการนายกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;ร่วมแถลงข่าว&nbsp;และมี&nbsp;ดร.นาที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนทัพเรือภาคที่&nbsp;3&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และผู้ให้การสนับสนุนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมแถลงข่าวภายใต้บรรยากาศบริเวณการจัดงาน&nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022""&nbsp;ที่มีความสวยงามของธรรมชาติที่น่าสัมผัสและมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก</p><p><strong>นายวิทยา&nbsp;สิงห์ฆาฬะ&nbsp;รักษาการนายกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมจัดงาน&nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022""&nbsp;(PHUKET&nbsp;BIKE&nbsp;WEEK&nbsp;2022&nbsp;""New&nbsp;Normal&nbsp;Ride&nbsp;Together"")&nbsp;ครั้ง&nbsp;26&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวมีความหลากหลาย&nbsp;สร้างสรรค์&nbsp;และถ่ายทอดเรื่องราวความพิเศษของวัฒนธรรมความเป็นมา&nbsp;เที่ยวชมความประทับใจของท้องทะเล&nbsp;หาดทรายที่ขาวสะอาดของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;รวมทั้งสถานที่สำคัญที่น่าสนใจต่างๆ&nbsp;หลายแห่ง&nbsp;โดยผ่านประสบการณ์การท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบเอ็กซ์คลูชีฟ&nbsp;เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ&nbsp;และกลุ่มนักขับขี่บิ๊กไบค์&nbsp;จาก&nbsp;20&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เช่น&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;และ&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ที่มีอัตราการใช้จ่ายสูง&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกทั้งทางทะเลและทางบก&nbsp;รวมถึงเป็นการเสริมสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักท่องเที่ยวผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไชค์ใหญ่จากทั่วโลก&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;ประเทศ&nbsp;โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้ฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็งในระยะยาว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย&nbsp;อาทิ</strong>&nbsp;การประกวดรถมอเตอร์ไซค์คัสตอมไบค์&nbsp;รุ่นทัวร์ริ่ง&nbsp;รุ่นคลาสสิค&nbsp;ชมรถมอเตอร์ไซด์รุ่นสะสมหายาก&nbsp;รถยนต์อเมริกันคลาสสิคคาร์&nbsp;ยลโฉมมอเตอร์ไซด์รุ่นใหม่จากค่ายชั้นนำทุกค่าย&nbsp;ร่วมขบวนขับขี่คาราวานบิ๊กไบค์&nbsp;เพื่อรณรงค์การขับขี่ปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎจราจร&nbsp;การประกวดมิสภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;ชมการแสดงคอนเสิร์ตจาก&nbsp;แอ๊ด&nbsp;คาราบาว&nbsp;บ่าววี&nbsp;จ๊อบทูดู&nbsp;และศิลปินอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;ชมบูธแสดงสินค้าอุปกรณ์ของตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์หลากหลาย&nbsp;รวมถึงมีการแข่งขันกีฬาทางน้ำ&nbsp;โดยภายในงานมีการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และคาดว่าในช่วง&nbsp;3&nbsp;วันของการจัดงาน&nbsp;จะมีการใช้จ่ายต่อคนต่อวันประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;ถึง&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;จะทำให้มีเงินสะพัดในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า&nbsp;60&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การจัดงานภูเก็ตไบค์วีคในทุกๆ&nbsp;ปีที่ผ่านมาจะมีนักท่องเที่ยว&nbsp;และผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่&nbsp;ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมตามปกติได้&nbsp;ซึ่งอุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยวประสบกับปัญหาเป็นอย่างมาก&nbsp;ส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบ&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;สมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;และอีกหลายภาคส่วน&nbsp;ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022&nbsp;ครั้งที่&nbsp;26&nbsp;ขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เดอะเพลย์ยาร์ดภูเก็ต&nbsp;ตำบลไม้ขาว&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่มีความพร้อมด้านสถานที่ที่สามารถรวมกิจกรรมทั้งทางน้ำทางบทไว้ที่เดียว&nbsp;และเชื่อมั่นว่า&nbsp;งานภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022&nbsp;ครั้งที่&nbsp;26&nbsp;นี้&nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ก่อนการจัดงานหนึ่งสัปดาห์&nbsp;ซึ่งจะทำให้มีเงินเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก&nbsp;ซึ่งนอกจากจะมีผู้เข้าร่วมงานแล้วยังมีผู้ติดตามที่จะทำให้มียอดเงินสะพัดกว่า&nbsp;500&nbsp;&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจะกระจายทั่วทุกพื้นที่ของภาคใต้นอกจากจังหวัดภูเก็ตด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022&nbsp;ถือเป็นกิจกรรมที่สามารถ</strong>เปิดมุมมองการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ด้วยการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเกาะ&nbsp;ชื่นชมความงดงามและธรรมชาติของเกาะอย่างใกล้ชิด&nbsp;และยังทำให้เห็นถึงความร่วมมือ&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ของผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่&nbsp;จนทำให้เกิดความสัมพันธ์เป็นเครือข่ายระดับเอเชียและระดับโลก&nbsp;และต้องขอความร่วมมือประชาชนให้การต้อนรับและเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับและดูแลความปลอดภัย&nbsp;เพื่อสร้างความประทับใจและความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330134813521
629	การบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัว ส่งออกสินค้า การท่องเที่ยว 	<p><strong>นายวุฒิพงศ์&nbsp;จิตตั้งสกุล&nbsp;ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;หรือ&nbsp;สศค.&nbsp;ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;เศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน&nbsp;โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทน&nbsp;การส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ดี&nbsp;ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19</strong>&nbsp;และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน&nbsp;มีสัญญาณขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า&nbsp;สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ&nbsp;27.7&nbsp;สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลง&nbsp;</strong>มาที่ระดับ&nbsp;43.3&nbsp;เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;<strong>ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน&nbsp;มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น</strong>&nbsp;มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;อยู่ที่&nbsp;23,483&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ขยายตัวจากช่วงเดียวกันที่ร้อยละ&nbsp;16.2&nbsp;โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกไปประเทศคู่ค้าหลักของไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;ด้านบริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม&nbsp;จำนวน&nbsp;152,954&nbsp;คน&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย&nbsp;เยอรมนี&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;สหราชอาณาจักร&nbsp;และสหรัฐฯ&nbsp;เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;15.28&nbsp;ล้านคน&nbsp;คิดเป็นอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ&nbsp;72.4&nbsp;และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน</p><p><strong>สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี</strong>&nbsp;แม้มีปัจจัยกดดันจากระดับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น&nbsp;สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;5.28&nbsp;ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;1.8&nbsp;ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;59.9&nbsp;ต่อ&nbsp;GDP&nbsp;ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง&nbsp;และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330144820557
630	อพท.เตรียมผลักดันเกาะหมาก เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการขยะการท่องเที่ยว และเสนอประกาศพื้นที่พิเศษ 3 แห่ง ภายในปีนี้	<p><strong>นาวาอากาศเอก&nbsp;อธิคุณ&nbsp;คงมี&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อพท.&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;อพท.เตรียมผลักดัน&nbsp;เกาะหมาก&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ&nbsp;Circular&nbsp;Economy&nbsp;ที่มีการคัดแยกและแปรรูปขยะจากการท่องเที่ยว&nbsp;โดยใช้นวัตกรรมต่างๆ&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;แล้วนำกลับไปใช้ประโยชน์&nbsp;ซึ่งจะเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวที่มีแผนจัดการขยะ&nbsp;ด้วยการพัฒนาระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พิเศษ&nbsp;ช่วยสร้างรายได้&nbsp;และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมประกาศพื้นที่พิเศษ&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;พื้นที่ลุ่มนํ้าทะเลสาบสงขลา&nbsp;พื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;และพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เบื้องต้นพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและพื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;หรือ&nbsp;พพท.&nbsp;เรียบร้อยแล้วและจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ&nbsp;พิจารณาให้ความเห็นชอบการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษฯ&nbsp;เร็ว&nbsp;ๆ&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;<strong>อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามลำดับต่อไป</strong>&nbsp;รวมถึงการผลักดันชุมชนต้นแบบ&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;ชุมชน&nbsp;เข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผลักดัน&nbsp;15&nbsp;ชุมชนที่พัฒนาแล้วเข้าสู่การตลาดท่องเที่ยว&nbsp;ตั้งเป้า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;จะพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในอันดับดัชนีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135938531
631	องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ พายเรือสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมคลองแควอ้อม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแควอ้อม</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;พายเรือสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมคลองแควอ้อม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นางสาวสุกานดา&nbsp;ปานะสุทธะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;นำผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้า&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ร่วมพายเรือคายัค&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;ลำ&nbsp;จุดเริ่มต้นจากท่าน้ำวัดอินทาราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;คลองแควอ้อม&nbsp;อำเภออัมพวา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุกานดา&nbsp;ปานะสุทธะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>&nbsp;กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อสำรวจและเยี่ยมชมโครงการคลองสวยน้ำใส&nbsp;ซึ่งคลองแควอ้อมนับเป็นอีก&nbsp;1&nbsp;คลอง&nbsp;ที่จะอนุรักษ์และพัฒนาภูมิทัศน์ให้เป็นคลองที่นอกจากใช้ประโยชน์อื่นๆ&nbsp;แล้วยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำโดยเฉพาะการพายเรือ&nbsp;และหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง&nbsp;ทางจังหวัดพร้อมที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นอกจากพายเรือสำรวจเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำแล้ว&nbsp;ยังร่วมกันจัดเก็บวัชพืชในลำคลองเพื่อที่ลอยมากับสายน้ำอีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>รุ่งนภา/ข่าว/ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330141137539
632	ศอ.บต. จัดการประชุมฯ ยกระดับองค์กรสู่ ระบบราชการ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดในการให้บริการประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</strong>(ศอ.บต.)&nbsp;จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการพัฒนาองค์การสู่การเป็นระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โดยมี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;และมีผู้แทนส่วนงานภายใน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อเรียนรู้การพัฒนา&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;สู่ระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;ดร.ภาวนา&nbsp;กิตติวิมลชัย&nbsp;นักวิชาการมหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;เป็นวิทยาการบรรยายผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;โดยจะมีการประชุมเพื่อเพิ่มความรู้เรื่องดังกล่าวตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม</strong>&nbsp;เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศไทย&nbsp;4.0&nbsp;ในส่วนของภาครัฐในฐานะฟันเฟืองหลักของการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;จึงกำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนระบบราชการให้สอดรับกับบริบทที่จะเกิดขึ้นกับการเป็นประเทศ&nbsp;4.0&nbsp;โดยภาครัฐจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน&nbsp;และจะต้องมีการปรับตัวเข้าสู่ระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;โดยการนำเทคโนโลยีและดิจิตอลที่ทันสมัยมาปรับใช้ในกระบวนการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;สามารถเป็นที่ไว้วางใจและเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;จึงดำเนินการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการพัฒนาองค์การสู่การเป็นระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานภายในได้เรียนรู้และเข้าใจระบบดังกล่าว</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การนำองค์กรเข้าสู่ระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;จำเป็นต้องเตรียมพร้อมบุคลากรและเครื่องมือที่เรียกว่าฐานข้อมูล&nbsp;ที่จะนำเข้าสู่การบริหารจัดการ&nbsp;บูรณาการนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและระบบการดำเนินงานลักษณะของดิจิตอล&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนที่เป็นผู้รับบริการ&nbsp;สำหรับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;แล้วจำเป็นต้องเปิดกว้างในเรื่องของการเชื่อมโยงข้อมูลพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีประชาชนเป็นลูกค้า&nbsp;ตั้งแต่ส่วนบุคคลและองค์กร&nbsp;ซึ่งต้องใช้ในการขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>โดยล่าสุด&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้มีการจัดทำข้อมูลในการดูแลกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ตาม</strong>&nbsp;TP&nbsp;MAP&nbsp;นำร่องแล้ว&nbsp;379&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปต่อยอดการพัฒนาและดูแลกลุ่มบุคคลเหล่านี้ในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330151001596
633	บสย. พร้อมค้ำประกันสินเชื่อ ช่วยเหลือ SMEs วงเงินรองรับ 1 แสนล้านบาท เริ่ม 1 เมษายนนี้	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายสิทธิกร&nbsp;ดิเรกสุนทร&nbsp;กรรมการและผู้จัดการทั่วไป</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;บสย.พร้อมเดินหน้าโครงการค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;ตามมาตรการรัฐบาล&nbsp;สนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;เข้าถึงสินเชื่อ&nbsp;วงเงินรองรับ&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจะเริ่มเปิดรับคำขอค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนนี้เป็นต้นไป&nbsp;แบ่งวงเงินค้ำประกันออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;Extra&nbsp;วงเงิน&nbsp;90,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;เดิมที่จะครบสัญญาในเดือนเมษายน&nbsp;ให้ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่อเนื่อง&nbsp;ช่วยประคับประคองกิจการ&nbsp;ลดปัญหาค้างชำระ&nbsp;และพยุงการจ้างงานในประเทศ&nbsp;โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;เพียงร้อยละ&nbsp;1&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกัน&nbsp;สิ้นสุดรับคำขอวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;บสย.SMEs&nbsp;สร้างชาติ&nbsp;(PGS9)&nbsp;ผ่าน&nbsp;3&nbsp;โครงการย่อย&nbsp;วงเงิน&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเติมทุนผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;กลุ่มต่างๆ&nbsp;ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ระยะเวลาค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;สิ้นสุดรับคำขอวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2565&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่&nbsp;ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน&nbsp;บสย.&nbsp;โทร&nbsp;02-890-9999&nbsp;หรือ&nbsp;Line@doctor.tcg</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203941734
634	รมว.แรงงาน ร่วมคณะผู้แทนไทยเยือนดูไบ ประชุม World Government Summit ครั้งที่ 8	<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายสุรชัย&nbsp;ชัยตระกูลทอง&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน&nbsp;และคณะ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;World&nbsp;Government&nbsp;Summit&nbsp;ครั้งที่&nbsp;8&nbsp;ประจำปี&nbsp;ค.ศ.2022&nbsp;ตามหนังสือเชิญของรัฐมนตรีกระทรวงปัญญาประดิษฐ์ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและการทำงานทางไกล&nbsp;มีหนังสือเชิญโดยมีนายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย&nbsp;เพื่อร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ&nbsp;Shaping&nbsp;the&nbsp;Future&nbsp;of&nbsp;Government&nbsp;และมีหัวข้อหลักในการประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นโยบายขับเคลื่อนการบริหารรัฐกิจ&nbsp;อนาคตของระบบสาธารณสุข&nbsp;การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก&nbsp;การสร้างสังคมที่เข้มแข็ง&nbsp;อนาคตของการศึกษาและการทำงาน&nbsp;และเมืองแห่งอนาคต</p><p><strong>สำหรับการประชุม&nbsp;World&nbsp;Government&nbsp;Summit&nbsp;</strong>เป็นการประชุมระหว่างประเทศที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;ภายใต้การอุปถัมภ์ชองเชค&nbsp;มูฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;รอชิด&nbsp;อัลมักตูม&nbsp;(His&nbsp;Highness&nbsp;Sheikh&nbsp;Mohammed&nbsp;bin&nbsp;Rashid&nbsp;Al&nbsp;Maktoum)&nbsp;รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเจ้าครองรัฐดูไบ&nbsp;เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้นำรัฐบาล&nbsp;รัฐมนตรี&nbsp;เจ้าหน้าที่อาวุโสจากภาครัฐและเอกชน&nbsp;และผู้นำองค์การระหว่างประเทศทั่วโลก&nbsp;ในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการพัฒนาและการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;นครดูไบ&nbsp;ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน&nbsp;World&nbsp;Expo&nbsp;2020&nbsp;จัดขึ้นในรูปแบบของการเสวนา&nbsp;มีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า&nbsp;4,000&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;190&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของประเทศไทย</strong>&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวถ้อยแถลงสาระสำคัญครอบคลุมในประเด็นต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;สุขภาพหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203835733
635	ทางหลวงชนบท จัดโครงการศึกษาการก่อสร้างถนนหลายสายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับ EEC	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กรมทางหลวงชนบท&nbsp;จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์&nbsp;ในโครงการศึกษาความเหมาะสม</strong>โครงการก่อสร้างถนนสายแยก&nbsp;ทล.315&nbsp;เชื่อมต่อถนนผังเมืองสาย&nbsp;ณ8&nbsp;และถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฉ50&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแอดแลนติด&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;โรงแรมเดอะไทน์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;บางแสน&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวานนท์&nbsp;ศักดิ์บูรณาเพชร&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมาณราคาของโครงการจากกลุ่มที่ปรึกษาของกรมทางหลวงชนบท&nbsp;ได้บรรยายถึงความเป็นมาและภาพรวมโครงการให้สื่อมวลชน&nbsp;รับทราบ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายวานนท์&nbsp;ศักดิ์บูรณาเพชร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;การประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีมติรับทราบและเห็นชอบให้ขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;1&nbsp;โดยการสนับสนุนให้ดำเนินการศึกษาโครงการสำรวจออกแบบและก่อสร้างถนนสายแยก&nbsp;ทล.315&nbsp;เชื่อมต่อถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฌ8&nbsp;และถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฉ50&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ตามผังระบบคมนาคมขนส่ง&nbsp;เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;เพื่อดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการและการก่อสร้าง&nbsp;รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการ&nbsp;เพื่อรับฟังและรวบรวมประเด็นปัญหาหรือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;ก่อนที่จะดำเนินโครงการสำรวจออกแบบรายละเอียดในลำดับต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กระทรวงคมนาคม&nbsp;โดยกรมทางหลวงชนบท&nbsp;ได้ดำเนินการพัฒนา&nbsp;โครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างถนนแยกสาย&nbsp;ทล.315&nbsp;</strong>เชื่อมต่อถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฌ8&nbsp;และถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฉ50&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถนนที่ประกาศในเขตผังเมืองรวมเมืองชลบุรี&nbsp;และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และเป็นเส้นทางสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของเมือง&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาจราจรหนาแน่นในเขตอำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;และรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยแนวเส้นทางของโครงการ&nbsp;วางตัวอยู่ในแนวเหนือ&nbsp;&nbsp;ใต้</strong>&nbsp;ระหว่างทางหลวงหมายเลข&nbsp;361&nbsp;กับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&nbsp;7&nbsp;โดยมีแนวคิดในการพัฒนาเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;1)&nbsp;ส่วนที่เชื่อมต่อถนนแยกสาย&nbsp;ทล.315&nbsp;กับถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฌ8&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;2)&nbsp;ส่วนที่เป็นถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฌ8&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;13&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฉ50&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;700&nbsp;เมตร&nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;18&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยและทำงานในเขตจังหวัดชลบุรี&nbsp;สนับสนุนการเชื่อมต่อการเดินทาง&nbsp;ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต&nbsp;ลดปัญหามลพิษจากการจราจรที่ติดขัด&nbsp;และสร้างภาพลักษณ์ของเขตเมืองในภาพรวมให้ดีขึ้นต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330172512649
636	หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ห้องประชุมสังขละบุรี&nbsp;1&nbsp;โรงแรมริเวอร์แคว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&nbsp;2565&nbsp;หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญชู&nbsp;วิวัฒนาทร&nbsp;ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;กล่าวรายงานการประชุมฯ&nbsp;พร้อมด้วยที่ปรึกษา&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;สมาชิกหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เข้าร่วม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีจัดการประชุมใหญ่</strong>&nbsp;เพื่อแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมาให้กับสมาชิกได้รับทราบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีเป็นองค์กรภาคเอกชนหลัก&nbsp;หนึ่งในหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;องค์กร&nbsp;ของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ดำเนินงานภายใต้ภารกิจ&nbsp;การส่งเสริมการค้า&nbsp;พัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างคุณค่าชีวิต&nbsp;มาเป็นระยะเวลากว่า&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีสมาชิกที่เข้าร่วมองค์กรจากหลากหลายสาขาอาชีพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิตริน&nbsp;มัชฌันติกะ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพวีดีโอ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">พัชรพล&nbsp;เจริญสุข&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330182816664
637	จังหวัดยะลาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านประเทศมาเลเซียเตรียมความพร้อมเปิดด่านทางบก รับนักท่องเที่ยว ในรูปแบบ Test&Go และ One day trip  ระหว่างรอ ศบค .ไฟเขียวเปิดด่าน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำผู้ประกอบการต่างๆห้ามเอาเปรียบนักท่องเที่ยวหลังเปิดด่านทางบก	<p><strong>จังหวัดยะลาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านประเทศมาเลเซีย</strong>เตรียมความพร้อมเปิดด่านทางบก&nbsp;รับนักท่องเที่ยว&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;และ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip&nbsp;ระหว่างรอ&nbsp;ศบค&nbsp;.ไฟเขียวเปิดด่าน&nbsp;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำผู้ประกอบการต่างๆห้ามเอาเปรียบนักท่องเที่ยวหลังเปิดด่านทางบก&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;30&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่ห้องประชุมใต้สุดสยาม&nbsp;อาคารด่านศุลกากรเบตง&nbsp;</strong>อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมนายรัชฏา&nbsp;จิวาลัย&nbsp;กงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;เมืองปีนัง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งสาธารณสุข&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานด้วนความมั่นคง&nbsp;ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ได้ร่วมประชุมกับ&nbsp;ต่วนอาริฟ&nbsp;เบนดาซะ&nbsp;รองหัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองเปิงกาลันฮูลู&nbsp;รัฐเปรัก&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;นางโนอาซีรา&nbsp;พอซี&nbsp;ตัวแทนด่านศุลกากร&nbsp;และอีกหลายหน่วยงานของประเทศมาเลเซีย&nbsp;เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านของทั้งสองประเทศ&nbsp;การประชุมใช้ประมาณเวลา&nbsp;1&nbsp;ชม&nbsp;หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานต่างๆของอำเภอเบตงถึงมาตรการต่างในการเปิดด่าน&nbsp;ในส่วนของอำเภเอบตง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้มอบ&nbsp;ศปก.อำเภอเบตง&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการเป็นแม่งานในเรื่องต่างให้ดำเนินการแล้วเสร็จก่อนที่มีการเปิดด่าน&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดยะลาได้ดำเนินการส่งหนังสือไปยัง&nbsp;ศปก.กก&nbsp;พิจารณา&nbsp;ขออนุญาตให้เปิดด่านพรมแดนเบตงแล้ว&nbsp;เพื่อรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลและที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งมติเห็นชอบเปิดรับนักท่องเที่ยวรูปแบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;และ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip</p><p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การเปิดด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ทางฝั่งประเทศมาเลเซียมีความพร้อมอยู่แล้ว&nbsp;ในขณะที่จังหวัดยะลา&nbsp;ก็มีความพร้อมแล้วเช่นกัน&nbsp;แต่ต้องให้&nbsp;ศบค&nbsp;.กลาง&nbsp;อนุญาตก่อน&nbsp;ถึงจะสามารถเปิดด่านได้ในขณะนี้&nbsp;ในการประชุมวันนี้ก็เป็นการประชุมปรึกษาหารือถึงมาตรการต่างๆ&nbsp;ซึ่งหากได้รับอนุญาตให้เปิดด่านเบตงแล้วนั้น&nbsp;ก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอำเภอเบตง&nbsp;เราจึงต้องมีการวางมาตรการต่างๆ&nbsp;ทั้งเรื่องรถ&nbsp;เรื่องคน&nbsp;วิธีการต่างๆ&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการสับสนวุ่นวาย&nbsp;หากได้รับอนุญาตให้เปิดด่าน&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการ&nbsp;ก็ต้องเตรียมความพร้อมด้วยเช่นกันไม่ใช่เฉพาะแต่หน่วยงานของรัฐ</p><p><strong>สำหรับรูปแบบที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวของด่านพรมแดนเบตง</strong>&nbsp;จะเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;และ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;รูปแบบจะไม่อนุญาตให้นำรถจากฝั่งมาเลเซียเข้ามาใช้ในประเทศไทย&nbsp;จะต้องใช้รถรับส่งในประเทศไทยเท่านั้น&nbsp;ส่วนเวลา&nbsp;ก็ได้ประสานกับทางฝั่งมาเลเซียไปแล้วว่า&nbsp;จะเปิดเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาแบบ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip&nbsp;จะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของไทยเป็นผู้ตรวจหากไม่พบเชื้อก็สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้แต่ต้องเดินทางกลับก่อนด่านปิดในเวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;แต่หากพบเชื้อให้เดินทางกลับประเทศทันที&nbsp;ในส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางรูปแบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;ก็ดำเนินการตามปกติทั่วไป&nbsp;ให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเข้าพักในโรงแรม&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ห้ามออกไปไหนเพื่อรอผลตรวจโควิด-19&nbsp;หากไม่พบเชื้อจึงจะสามารถเดินทางออกไปท่องเที่ยวได้&nbsp;แต่หากพบเชื้อก็ให้อยู่รักษาจนหายถึงจะเดินทางอออกมาได้</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ยังได้เน้นย้ำกับผู้ประกอบการต่างๆ&nbsp;ทั้ง</strong>&nbsp;ธุรกิจโรงแรม&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;รถโดยสาร&nbsp;รถจักรยานยนต์รับจ้าง&nbsp;ตามสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ไม่ให้เอาเปรียบนักท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งค่าที่พัก&nbsp;ทั้งค่าโดยสาร&nbsp;ค่าอาหารต่างๆ&nbsp;ซึ่งจะให้หน่วยงานต่างๆร่วมกันตรวจสอบหากมีการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวก็ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330181544657
638	ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด คงเดิม 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กลุ่มผู้ค้น้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;31&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&nbsp;&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&nbsp;คงเดิม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;46.86&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.45&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.18&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.34&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;31.64&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203433731
639	เชื่อส่งออกไทยปี 2565 เติบโตได้ถึงร้อยละ 10 ดันจีดีพีของประเทศให้ขยายตัวได้ตามเป้า 	<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;การส่งออกของไทยสามารถทำได้ดีตามเป้าหมาย&nbsp;โดยหลายฝ่ายคาดกาณ์ว่าปี&nbsp;2565&nbsp;จะขยายตัวได้ที่ร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ของอัตราการการเติบโตทั้งหมด&nbsp;ทั้งนี้ในช่วง&nbsp;2&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;(ม.ค.-ก.พ.65)&nbsp;การส่งออกขยายตัวถึงร้อยละ&nbsp;12&nbsp;แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีแรงส่งที่ดี&nbsp;</p><p><strong>หากภาครัฐมีการสนับสนุนอำนวยความสะดวกในการส่งออก&nbsp;</strong>ให้ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จะช่วยทำให้การส่งออกขยายตัวได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ในปีนี้&nbsp;และจะส่งผลให้จีดีพีในภาพรวมของประเทศ&nbsp;ขยายตัวอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ&nbsp;3-4&nbsp;เช่นกัน</p><p><strong>กระทรวงการคลัง&nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนภาคเอกชน&nbsp;</strong>ในการอำนวยความสะดวก&nbsp;รวมถึงลดขั้นตอนด้านโลจิสติกส์ต่างๆ&nbsp;ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น&nbsp;ตลอดจนช่วยเพิ่มสภาพคล่องด้านเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;มั่นใจว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน&nbsp;จะสามารถทำให้การส่งออกเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายชัยชาญ&nbsp;เจริญสุข&nbsp;ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สรท.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป้าหมายการส่งออกที่ร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ในปีนี้&nbsp;มีโอกาสเป็นไปได้&nbsp;แต่ยอมรับว่าเป็นตัวเลขที่สูง&nbsp;ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากและต้องได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากภาครัฐ&nbsp;ทั้งกระทรวงการคลัง&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และกระทรวงคมนาคม&nbsp;ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออกอย่างเต็มที่&nbsp;ประกอบกับช่วงเวลานี้ยังต้องเผชิญกับสถานการณ์การค้าโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;รวมทั้งราคาพลังงาน&nbsp;ซึ่งมีผลโดยตรงกับค่าระวางเรือในการส่งออกสินค้า&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภาคเอกชนมีการปรับตัวเพื่อทำให้การส่งออกของประเทศยังคงขยายตัวได้&nbsp;เช่น&nbsp;การปรับเปลี่ยนตลาดการส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่เป็นตลาดที่น่าสนใจและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ดี</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330201910716
640	คณะกรรมการนโยบายการเงิน มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.5 ต่อปี 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายปิติ&nbsp;ดิษยทัต&nbsp;เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน&nbsp;หรือ&nbsp;กนง.&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการฯ&nbsp;มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ&nbsp;0.50&nbsp;ต่อปี&nbsp;ทั้งนี้คณะกรรมการฯ&nbsp;ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ร้อยละ&nbsp;3.2&nbsp;โดยผลของการระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;มีผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่มากเท่าระลอกก่อนหน้า&nbsp;แม้หลายประเทศจะมีมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย&nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น&nbsp;แต่จะไม่กระทบแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ขณะที่ปี&nbsp;2566&nbsp;จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ&nbsp;4.4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ที่คาดว่าในปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ&nbsp;19&nbsp;ล้านคน&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;การขยายตัวของเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในบางอุตสาหกรรมที่อาจยืดเยื้อและผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้นต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในกลุ่มเปราะบาง&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;จะติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ขณะที่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี&nbsp;2565</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;4.9&nbsp;โดยอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ในไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;จากราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุนในหมวดอาหารเป็นหลัก&nbsp;ก่อนที่จะปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี&nbsp;2566&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;&nbsp;1.7&nbsp;ซึ่งอัตราเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่มีโอกาสสูงกว่าที่ประเมินไว้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;จะติดตามพัฒนาการเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังสอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายการเงิน&nbsp;ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลาย&nbsp;และยังมองว่า&nbsp;มาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง&nbsp;มาตรการการคลังควรสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างตรงจุด&nbsp;โดยเน้นการสร้างรายได้และการบรรเทาภาระค่าครองชีพในกลุ่มเปราะบาง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ขณะที่นโยบายการเงินช่วยสนับสนุนให้ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลายต่อเนื่อง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;รวมทั้งมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อช่วยกระจายสภาพคล่องและช่วยลดภาระหนี้โดยเฉพาะในกลุ่มที่รายได้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่&nbsp;อาทิ&nbsp;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&nbsp;มาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;และมาตรการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;ควบคู่กับการผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนให้เห็นผลในวงกว้างและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงิน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา&nbsp;ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพและรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ยังให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;จะติดตามปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ&nbsp;ทั้งราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์โลก&nbsp;การส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้น&nbsp;และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจขยายวงกว้างและสร้างความไม่แน่นอนในระยะต่อไป&nbsp;โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมหากจำเป็น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203343730
641	ไทยพร้อมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก 2565 ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2565 เน้นรูปแบบการประชุมแบบรักษ์โลก Carbon Neutral	<p><strong>นางกอบกาญจน์&nbsp;วัฒนวรางกูร</strong>&nbsp;ประธานกรรมการจัดงาน&nbsp;Global&nbsp;Summit&nbsp;Of&nbsp;Woman&nbsp;2022&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก&nbsp;2022&nbsp;(Global&nbsp;Summit&nbsp;Of&nbsp;Woman&nbsp;2022)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23-25&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรม&nbsp;Centara&nbsp;Grand&nbsp;และ&nbsp;Bangkok&nbsp;Convention&nbsp;Centre&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ภายใต้ธีม&nbsp;Women:&nbsp;Creating&nbsp;Opportunities&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;New&nbsp;Reality&nbsp;โดยจะมีตัวแทนผู้นำสตรีจากภาครัฐและเอกชนทั่วโลกเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;ภายใต้มาตรการการดูแลและควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;และเป็นการจัดแบบรักษ์โลก&nbsp;Carbon&nbsp;Neutral&nbsp;ซึ่งจะมีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;อาทิ&nbsp;การใช้ไฟฟ้า&nbsp;การเดินทางของผู้เข้าร่วมประชุมการจัดเลี้ยงอาหาร&nbsp;การบริหารขยะและของเสียภายในงาน&nbsp;และมีการสนับสนุนกิจกรรมที่ทำให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ผ่านการทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอนเพิ่มเติม&nbsp;ด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงการนำเสนอสินค้าชุมชนจากทั่วประเทศไทย</strong>&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นพัฒนาเป็นนักธุรกิจระดับนานาชาติ&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการลงทุน&nbsp;และความเท่าเทียมกันของผู้หญิงและผู้ชาย&nbsp;ในบทบาทของการดำเนินธุรกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;รวมไปถึงมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้&nbsp;สร้างความเปลี่ยนแปลงและความเติบโตให้กับธุรกิจผ่าน&nbsp;E-Commerce&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายศิริปกรณ์&nbsp;เชี่ยวสมุทร&nbsp;รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไทยมีความพร้อมในการเปิดประเทศรับคณะผู้นำสตรีในการประชุมระดับนานาชาติและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งในปีนี้&nbsp;ททท.กำหนดให้เป็นปี&nbsp;Visit&nbsp;Thailand&nbsp;Year&nbsp;2022&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;ปีแห่งการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อต้อนรับทั้งชาวต่างชาติให้สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศโดยไม่ต้องกักตัว&nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ถือเป็นการต้อนรับเข้าสู่ชีวิตปกติใหม่&nbsp;สร้างรายได้และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;โดยตั้งเป้านักท่องเที่ยวกลุ่ม&nbsp;Expat&nbsp;ที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง&nbsp;เพื่อเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพ&nbsp;สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง&nbsp;นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เปลี่ยนแปลงบนพื้นฐานของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203129728
642	อบต.ฉลุง จังหวัดสตูล ร่วมโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบูรณาการกับการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริในพื้นที่ต.ฉลุง ต.ควนโพธิ์ ต. เจ๊ะบิลัง และ ต.เกาะสาหร่าย	<p><strong>วันนี้&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสุจริต&nbsp;ยามาสา&nbsp;</strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุงพร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;แกนนำหมู่บ้าน&nbsp;เข้าร่วมอบรมโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบูรณาการกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริเชื่อมโยง&nbsp;4&nbsp;ตำบลได้แก่พื้นที่ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;และตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;จาก&nbsp;4&nbsp;ตำบลเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;อบจ.สตูล&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายสัมฤทธิ์&nbsp;เลียงประสิทธิ์&nbsp;</strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานร่วมพบปะพูดคุยและให้แนวคิดในการดำเนินกิจกรรมโครงการ&nbsp;ทั้งนี้ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ตำบลได้มีการจัดแบ่งกลุ่มเพื่อจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเป้าหมายทั้ง&nbsp;4&nbsp;ตำบลเพื่อการดึงจุดแข็งจุดด้อยของแต่ละตำบลออกมาในการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวภายใน&nbsp;4&nbsp;ตำบลเข้าด้วยกันแบบบูรณาการร่วม&nbsp;และในช่วงบ่ายได้มีการลงสำรวจพื้นที่จริงในพื้นที่ตำบลควนโพธิ์และตำบลฉลุง&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเก็บรายละเอียดข้อมูลในการนำมาพัฒนา</strong>ต่อยอดเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตของ&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลฉลุงเองก็ได้นำเสนอในส่วนของสวนสุขภาพบริเวณข้างที่ทำการ&nbsp;อบต.ฉลุง&nbsp;/เขาบังใบ/เขาระยาบังสา/กลุ่มวิสาหกิจผึ้งโพรง/กลุ่มวิสาหกิจบ้านหัวเขา(ขนมพื้นบ้าน)/ถนนอาหาร&nbsp;&nbsp;(street&nbsp;food)&nbsp;&nbsp;/ล่องแก่ง&nbsp;เพื่อการพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวของ&nbsp;4&nbsp;ตำบลในการบูรณาการร่วมกันในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330182959666
643	อบต.ไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เทศกาลหรอยริมเล ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-12 เม.ย.65 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว นที่ไม้ขาว สะพานสารสิน จังหวัดภูเก็ต	<p><strong>ที่บริเวณสะพานสารสิน&nbsp;ตำบลไม้ขาว&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานตามโครงการเทศกาล&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในพื้นที่บ้านไม้ขาว&nbsp;หัวเกาะภูเก็ต&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายสราวุธ&nbsp;สีสาคูคราม&nbsp;นายกองค์การการบริหารส่วนตำบลไม้ขาว&nbsp;ดร.นาที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;นายสิรภพ&nbsp;ดวงสอดศรี&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภูเก็ต&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายสราวุธ&nbsp;สีสาคูคราม&nbsp;นายกองค์การการบริหารส่วนตำบลไม้ขาว</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับงานเทศกาลอาหารหรอยริมเล&nbsp;ณ&nbsp;สะพานสารสิน&nbsp;จะมีขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;11-12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล&nbsp;และได้กระจายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน&nbsp;และเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่พื้นที่&nbsp;ถือเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นตำบลไม้ขาวและจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการอาหาร&nbsp;และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว&nbsp;มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวงานเทศกาลอาหารหรอยริมเล</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สะพานสารสิน&nbsp;จะมีขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;11-12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นการต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่คาดว่าจะมีผู้คนเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;โดยภายในงานจะมีร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นพื้นเมืองของบ้านไม้ขาว&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;จั๊กจั่นทอด&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากผักลิ้นหาน&nbsp;และสินค้าทั่วไปตามความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330190621687
644	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดพังงา ติดตามการดำเนินงานโครงการ The Park Khaolak	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>พร้อมด้วยรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง&nbsp;นายไชยยศ&nbsp;จิรเมธากร&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;นางสาวปภัสมน&nbsp;อัมราลิขิต&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการสำคัญที่ได้รับงบประมาณจากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดกระบี่&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;13&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และโครงการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลตำบลคึกคัก&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;โครงการศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการชายฝั่งแห่งเมืองพังงา&nbsp;หรือ&nbsp;The&nbsp;Park&nbsp;Khaolak&nbsp;เป็นการนำพื้นที่รกร้างกว่า&nbsp;40&nbsp;ไร่&nbsp;มาพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว&nbsp;การกีฬา&nbsp;นันทนาการ&nbsp;สถานที่จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และสถานที่พักผ่อนของประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะมีการก่อสร้างอาคารศูนย์กลางการท่องเที่ยว&nbsp;ลานจัดกิจกรรมขนาดใหญ่&nbsp;พื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย&nbsp;ร้านค้าชุมชน&nbsp;ลานชมวิว&nbsp;ทางเดินลอยฟ้า&nbsp;คาดว่าจะเพิ่มศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก&nbsp;ให้เป็นศูนย์กลางนันทนาการชายฝั่งของจังหวัดพังงาที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวพังงาได้ตลอดทั้งปี&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานเกาะคอเขาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณเกาะคอเขา&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การพัฒนาตลาดน้ำคลองบางเนียง&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ทางจังหวัดพังงา&nbsp;ได้มอบหมายให้อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณคลองบางเนียง&nbsp;สร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งสปาวารีบำบัดน้ำพุร้อนคลองท่อมเมืองสปา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการติดตามการดำเนินโครงการในครั้งนี้&nbsp;จะได้นำเสนอต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป&nbsp;และขอขอบคุณประชาชนทุกท่าน&nbsp;ทุกหน่วยงาน&nbsp;ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330211440739
645	จังหวัดนครราชสีมา จับมือ มทส.และคณะผู้บริหารการคลังจังหวัดนครราชสีมา (คบจ.) จัดมหกรรมโคราชสังคมไร้เงินสด (Korat Cashless Society)	<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมโคราช&nbsp;สังคมไร้เงินสด&nbsp;KORAT&nbsp;CASHLESS&nbsp;SOCIETY&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดเซฟวัน&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>มหกรรมโคราชสังคมไร้เงินสด&nbsp;(Korat&nbsp;Cashless&nbsp;Society)&nbsp;</strong>ก้าวสู่เมืองแห่งการทำธุรกรรมออนไลน์&nbsp;ลดการใช้เงินสด&nbsp;เป็นความร่วมมือของคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;(คบจ.)&nbsp;&nbsp;จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจดิจิทัลของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายโคราชสังคมไร้เงินสดประสบผลสำเร็จและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ</strong>&nbsp;การขับเคลื่อนโคราชสังคมไร้เงินสด&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการลดการใช้เงินสด&nbsp;พร้อมลุ้นรับรางวัลประจำเดือน&nbsp;การแจกคูปองส่วนลดร้านค้า&nbsp;และแจกรางวัลใหญ่สำหรับร้านค้าอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330221055757
646	"จุรินทร์ออนทัวร์ ลงพังงา ติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร พร้อมเดินหน้า ""อมก๋อยโมเดล"" ดึงผู้ค้ารายใหญ่ ""ซื้อมังคุดทิพย์"" ตรงจากเกษตรกร 1,050 ตัน ดันราคาพุ่งแตะ 60 บาทต่อ กก."	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดพังงาเพื่อติดตามความคืบหน้าและประชาสัมพันธ์โครงการประกันรายได้ปาล์ม&nbsp;ปี&nbsp;3&nbsp;และเป็นประธานเปิดกิจกรรมพาณิชย์เดินหน้าอมก๋อยโมเดล&nbsp;@&nbsp;พังงา&nbsp;สินค้ามังคุดทิพย์พังงา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นางสาวนุสรา&nbsp;กาญจนกูล&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นางสาวปภัสมน&nbsp;อัมราลิขิต&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;6&nbsp;นางกันตวรรณ&nbsp;ตันเถียร&nbsp;ส.ส.พังงา&nbsp;นายจุฤทธิ์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;อดีต&nbsp;ส.ส.พังงา&nbsp;นายสุขทัศน์&nbsp;ต่างวิริยะกุล&nbsp;รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;นางนวลจันทร์&nbsp;โพธิ์วิจิต&nbsp;นายอำเภอกะปง&nbsp;ตัวแทนกลุ่มผู้ขายมังคุดทิพย์&nbsp;9&nbsp;กลุ่ม&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตัวแทนห้างค้าส่ง-ค้าปลีก&nbsp;ตัวแทนตลาดกลางสินค้าเกษตร&nbsp;แพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเอนกประสงค์ปากถัก&nbsp;ตําบลท่านา&nbsp;อําเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สมัยที่ตนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แรกๆ&nbsp;</strong>ผลปาล์มกิโลกรัมละ&nbsp;2&nbsp;บาทกว่า&nbsp;ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ถ้าต่ำกว่า&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;จะมีส่วนต่างโอนเข้าบัญชี&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ให้เท่ากับ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ตามราคาประกันรายได้&nbsp;แต่ปัจจุบันเราแก้ปัญหาให้ปาล์มราคาดีขึ้น&nbsp;วันนี้ที่นี่&nbsp;10&nbsp;บาทกว่าแล้ว&nbsp;นอกเหนือจากปัจจัยราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกที่สูงขึ้น&nbsp;มีส่วนทำให้ราคาผลปาล์มปรับเพิ่มขึ้นแล้ว&nbsp;ตนได้พาพ่อค้าไปเปิดตลาดส่งออกน้ำมันปาล์มที่อินเดีย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทำให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียเพิ่มขึ้นถึง&nbsp;438%&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อผลปาล์มราคาแพง&nbsp;ต้นทุนการทำน้ำมันปาล์มขวดก็แพงขึ้นไปด้วย&nbsp;โดยตามโครงสร้างราคาควรอยู่ที่ขวดละ&nbsp;68-70&nbsp;บาท&nbsp;แต่เราพยายามขอความร่วมมือบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มไว้&nbsp;ทำให้ราคาขายน้ำมันปาล์มขวดเฉลี่ยทั่วประเทศยังอยู่ที่ขวดละ&nbsp;63.34&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;64.22&nbsp;บาท</p><p>และเรื่องราคายางพารา&nbsp;วันนี้ดีขึ้น&nbsp;ยางก้อนถ้วยหรือขี้ยาง&nbsp;ราคาล่าสุดเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่&nbsp;26.50-27&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ซึ่งสมัยก่อนขี้ยางกิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทุกอย่างดีขึ้น</p><p><strong>สำหรับโครงการประกันรายได้จะยังคงอยู่</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นยาขนานสำคัญและเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและเข้าปีที่&nbsp;3&nbsp;จะขึ้นปีที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรมีหลักประกันรายได้ที่ดีมาก&nbsp;ม็อบเกษตรกรถึงไม่มีในช่วง&nbsp;2-3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;อย่างน้อยสามารถยังชีพได้ด้วยเงินส่วนต่างของโครงการประกันรายได้</p><p><strong>สำหรับการเซ็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อกับเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;1,050&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นการซื้อขายล่วงหน้าเพื่อให้เกิดหลักประกันว่ามังคุดฤดูนี้&nbsp;มังคุดทิพย์พังงาบ้านเราอย่างน้อย&nbsp;1,050&nbsp;ตัน&nbsp;ขายได้แน่นอน&nbsp;ที่จะออกลูกในเดือนพฤษภาคม&nbsp;มิถุนายนโดยประมาณ&nbsp;และราคารับซื้อเบอร์&nbsp;1&nbsp;และเบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคา&nbsp;45-60&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ถ้าเป็นมังคุดคละกิโลกรัมละ&nbsp;25-35&nbsp;บาท&nbsp;ตนใช้โมเดลนี้ก่อนหน้านี้&nbsp;1&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;สั่งการเป็นนโยบายที่อำเภออมก๋อย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ให้เกษตรกรที่ปลูกบุก&nbsp;ปลูกเครื่องเทศที่ขายไม่ค่อยได้ราคา&nbsp;สั่งการเป็นนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดเป็นเซลล์แมนจังหวัดช่วยขายพืชผลการเกษตร&nbsp;พาผู้ซื้อไปทำสัญญารับซื้อล่วงหน้า&nbsp;ทำให้เกษตรกรชนกลุ่มน้อยที่อำเภออมก๋อย&nbsp;มีหลักประกันพืชเกษตร&nbsp;รู้ราคาล่วงหน้า</p><p><strong>วันนี้จึงใช้ชื่ออมก๋อยโมเดล&nbsp;มารับซื้อที่พังงา&nbsp;</strong>ซึ่งปีนี้น่าจะมีผลผลิตประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;มารับซื้อแล้ว&nbsp;1,050&nbsp;ตัน&nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าทีมสำคัญช่วยหาตลาดให้ล่วงหน้า&nbsp;ตนเชื่อว่าปีนี้มังคุดไม่น่าจะมีปัญหาแต่ขอให้ทำให้มีคุณภาพ&nbsp;ไม่ให้เสียชื่อจะทำให้ปีต่อไปคนจะแย่งกันซื้อและมีกำลังใจมาทำสัญญา&nbsp;</p><p><strong>ปีนี้มีบริษัทมาเซ็นสัญญา&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นห้างสรรพสินค้า&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ตลาดกลาง&nbsp;2&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;แพลตฟอร์ม&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และเป็นล้งรวบรวมผลไม้&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;จากกลุ่มเกษตรกรบ้าน&nbsp;9&nbsp;กลุ่ม&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;1,050&nbsp;ตัน&nbsp;ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวสวนมังคุดทิพย์ด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว</p><p><strong>กรมการค้าภายในระบุว่า&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ที่เข้าทำสัญญาฯ&nbsp;กับกลุ่มเกษตรกรมังคุดทิพย์พังงา&nbsp;9&nbsp;กลุ่มประกอบด้วย</p><p>1.ห้าง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;:&nbsp;เซ็นทรัล&nbsp;ฟู้ด&nbsp;รีเทล&nbsp;เดอะมอลล์&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;&nbsp;เอก-ชัย&nbsp;ดีสทริบิวชั่น&nbsp;2.ตลาดกลาง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;:&nbsp;ตลาดศรีเมือง&nbsp;&nbsp;ตลาดมรกต&nbsp;3.แพลตฟอร์ม&nbsp;1&nbsp;ราย:&nbsp;Ohlala&nbsp;(ททบ.5)&nbsp;4.ผู้ประกอบการรับซื้อผลไม้ทั่วไป&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;:&nbsp;เอเจฟรุ๊ต&nbsp;อินเตอร์เทรด&nbsp;&nbsp;กรณ์มี&nbsp;&nbsp;รุสกีผลไม้&nbsp;รุสกีซัพพลาย&nbsp;อิมปอร์ต&nbsp;&nbsp;ชาลินี</p><p><strong>และสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงาได้แจ้งข้อมูลผลผลิตมังคุดในการประชุมคณะทำงานดำเนินกิจกรรมพรีออเดอร์ผลไม้มังคุดที่พังงาปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าผลผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีปริมาณ&nbsp;2,968.50&nbsp;ตัน&nbsp;เนื่องจากจังหวัดพังงามีฝนตกชุกและมีปริมาณน้ำฝนสูง&nbsp;ส่งผลให้ดอกมังคุดร่วง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม&nbsp;โดยแหล่งผลิตสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;39%&nbsp;ตะกั่วป่า&nbsp;20%&nbsp;คุระบุรี&nbsp;14%&nbsp;และท้ายเมือง&nbsp;14%</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330234033768
647	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามโครงการของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่ จ.พังงา	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ดินทางลงพื้นที่ไปยังเทศบาลตำบลคึกคัก&nbsp;ตำบลคึกคัก&nbsp;อ.ตะกั่วป่า&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ติดตามโครงการที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันได้นำเสนอขอรับงบประมาณ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;นายไตรทิพย์&nbsp;สกุลประดิษฐ์&nbsp;นายอำเภอตะกั่วป่า&nbsp;นายสวัสดิ์&nbsp;ตันเก่ง&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลคึกคัก&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ร่วมต้อนรับและนำเสนอข้อมูลโครงการ</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ได้ติดตามโครงการก่อสร้างศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการชายฝั่งแห่งเมืองพังงา&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;หรือ&nbsp;The&nbsp;Park&nbsp;Khaolak&nbsp;ความคืบหน้าศึกษาการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะคอเขา&nbsp;และติดตามโครงการพัฒนาแหล่งสปาวารีบำบัด&nbsp;น้ำพุร้อนเค็ม&nbsp;อำเภอคลองท่อม&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;(กระบี่&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ตรัง&nbsp;พังงา&nbsp;ระนอง&nbsp;และสตูล)&nbsp;จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.สัญจร&nbsp;จังหวัดกระบี่)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330234348769
648	มะนาวในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา ปรับขึ้นราคา ขณะที่ผู้บริโภคร้านอาหาร ร้านส้มตำ ร้านยำ ยังจำเป็นต้องใช้ เพราะความเปรี้ยวต่างกัน	<p><strong>วันนี้&nbsp;31&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตงและตลาดนัด&nbsp;</strong>ใน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลาพบว่ามีการปรับราคาการจำหน่ายขึ้นมาตั้งแต่ช่วงตรุษจีน&nbsp;ต้นเดือน&nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา&nbsp;โดยล่าสุดขึ้นราคาเป็นถุงละ800-&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ถุงละ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หากเป็นมะนาวแป้นกระสอบละ&nbsp;1,300&nbsp;บาท&nbsp;และมีแนวโน้มที่จะปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้</p><p><strong>แม่ค้าขายผักสด&nbsp;บอกว่า&nbsp;ราคามะนาวในระยะนี้มีการปรับราคาขึ้นทุกวัน</strong>&nbsp;ซึ่งวันนี้ราคามะนาว&nbsp;ถุงละ10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;อยู่ที่ถุงละ&nbsp;800&nbsp;-1,000&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ถุงละ&nbsp;500&nbsp;-&nbsp;600&nbsp;บาทถุงละ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งการปรับราคานั้นจะทยอยปรับขึ้นมาตั้งแต่หลังเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ทำให้ขณะนี้ราคามะนาวสด&nbsp;ปรับขึ้นมาถุงละ&nbsp;800&nbsp;-&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยู่ที่กระสอบละ&nbsp;500&nbsp;-600&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;และในเดือนหน้ามีแนวโน้มจะขึ้นอีกเพราะเป็นช่วงหน้าแล้งและมะนาวออกผลน้อย&nbsp;ซึ่งการที่ราคามะนาวแพงขึ้น&nbsp;อาจเป็นเพราะร้านอาหารเปิด&nbsp;เพราะเป็นช่วงเปิดเมือง&nbsp;และกำลังจะเปิดประเทศด้วยทำให้คนต้องการใช้มะนาวเยอะขึ้น&nbsp;จึงทำให้แพงสุดในปีนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แม่ค้า&nbsp;บอกอีกว่า&nbsp;&nbsp;หากราคาเป็นแบบนี้แม่ค้าขายมะนาวก็แย่</strong>&nbsp;เพราะมะนาวลูกละ10&nbsp;บาทเห็นใจคนซื้อแต่ทำไงได้มาแพงก็ต้องขายแพงปัจจัยราคาที่แพงมาจาก&nbsp;ราคาน้ำมันแพง&nbsp;และเป็นช่วงหน้าแล้งด้วยผลผลิตออกน้อย&nbsp;&nbsp;ซึ่งแต่ก่อนมะนาวลูกใหญ่สุดลูกละไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;และคาดว่าปีนี้ราคาจะขึ้นไปถึงกระสอบละ&nbsp;2,000&nbsp;&nbsp;-&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;บาทอย่างแน่นอน&nbsp;&nbsp;ทำให้บางร้านต้องจัดแบ่งเป็นชุดใส่ตระกร้าเล็กขาย&nbsp;4&nbsp;ลูก&nbsp;40&nbsp;บาทเพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ซื้อ&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมาราคามะนาวเคยขึ้นไปถึงลูกละ&nbsp;16&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;แต่ก็&nbsp;2-3&nbsp;ปีมาแล้ว&nbsp;และปีนี้มีแนวโน้มราคายังคงจะขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ต้องปรับตัวรับมาเฉพาะพอขายในแต่ละวัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ร้านส้มตำ&nbsp;</strong>ร้านยำก็ปรับลดกำลังซื้อลงจากเดิมเคยซื้อ&nbsp;100&nbsp;-200&nbsp;ลูก&nbsp;ลดลงเหลือ&nbsp;50&nbsp;&nbsp;60&nbsp;&nbsp;ลูก&nbsp;และเลือกที่จะใช้อย่างอื่นมาทดแทนความเปรี้ยวของมะนาว&nbsp;แต่รสชาติอาหารจะไม่ได้ตามที่ต้องการ&nbsp;เพียงแต่อาจจะใช้ทดแทนกันได้เป็นบางอย่าง&nbsp;อย่างส้มตำจะขาดมะนาวไม่ได้&nbsp;ยำต่างๆ&nbsp;ข้าวผัดจะให้ไปใส่น้ำมะขามเปียกก็ไม่ได้&nbsp;น้ำจิ้มซีฟู้ดก็ขาดมะนาวไม่ได้&nbsp;รสชาติก็ไม่เหมือนกัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่แผงผักสด&nbsp;ตลาดโก้งโค้ง&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดนัดยามเช้า&nbsp;</strong>พบว่า&nbsp;มะนาวมีการปรับราคาขึ้นโดยแม่ค้าได้จัดใส่ตระกร้าเล็กแยกเป็นชุดแบ่งขาย&nbsp;4&nbsp;ลูก&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;ชุดละ&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ปรับขึ้นชุดละราคา&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ตระกร้ามี&nbsp;4&nbsp;ลูกเพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ซื้อ&nbsp;ซึ่งขณะนี้ราคามะนาวปรับราคาขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งแม่ค้าขายผักอีกรายบอกว่า&nbsp;ในช่วงหน้าร้อน&nbsp;หน้าแล้ง</strong>&nbsp;ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป&nbsp;เป็นช่วงที่มะนาวเริ่มขาดตลาดมะนาวหายาก&nbsp;ชาวสวนมะนาวเองก็มีผลผลิตมะนาวมาส่งขายน้อยลง&nbsp;ทำให้มะนาวปรับขึ้นราคา&nbsp;ซึ่งเป็นเช่นนี้ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี&nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่&nbsp;โดยเฉพาะลูกค้าที่นำมะนาวไปทำอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;นำไปทำเป็นเครื่องดื่มขายต่อ&nbsp;ก็จำเป็นต้องซื้อในราคานี้&nbsp;แต่อาจจะซื้อน้อยลง&nbsp;จากเดิมที่ซื้อคราวละมากๆ&nbsp;เป็นกระสอบก็ซื้อน้อยลง&nbsp;หรือใช้วิธีทยอยซื้อ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331120726894
649	นครนายก ส่งเสริมผู้สูงอายุในชุมชนท่องเที่ยว	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จังหวัดนครนายก&nbsp;ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำ&nbsp;นโยบายและแผนยุทธศาสตร์สำหรับรองรับสังคมผู้สูงอายุในชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;ระยะ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2566-พ.ศ.2569</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.วรรษิดา&nbsp;บุญญาณเมธาพร&nbsp;รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา</strong>&nbsp;คณะการจัดการการท่องเที่ยว&nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์&nbsp;หัวหน้าโครงการ&nbsp;และคณะทำงาน&nbsp;จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำ&nbsp;นโยบายและแผนยุทธศาสตร์สำหรับรองรับสังคมผู้สูงอายุในชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;ระยะ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;-&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ฝึกอาชีพผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง&nbsp;จังหวัดนครนายก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในช่วงเช้า&nbsp;บรรยายพิเศษหัวข้อ&nbsp;สถานการณ์แนวโน้มและผลกระทบของผู้สูงอายุในจังหวัดนครนายก&nbsp;</strong>โดยวิทยากร&nbsp;:&nbsp;นางชญาภา&nbsp;นิธิญาณิน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&nbsp;และ&nbsp;นายนภดล&nbsp;พรมวิเศษ&nbsp;นักพัฒนาสังคม&nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจาก&nbsp;นางจันทร์จิรา&nbsp;พัฒนศิริ&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครนายก&nbsp;และบรรยายพิเศษหัวข้อ&nbsp;""สังคมผู้สูงอายุ&nbsp;:&nbsp;โอกาสของการท่องเที่ยวชุมชนที่ยั่งยืนในอนาคต""&nbsp;และวิทยากร&nbsp;:&nbsp;นายพงษ์อนัน&nbsp;จันทร์ไพร&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>และในช่วงบ่าย&nbsp;ผู้แทนในระดับบริหาร&nbsp;จากภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;ภาคชุมชน</strong>&nbsp;และภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยสำหรับชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายกต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางหัวหน้าโครงการและคณะทำงาน&nbsp;</strong>ขอขอบพระคุณการสนับสนุนจากผู้บริหารของจังหวัดทุกๆ&nbsp;ท่าน&nbsp;ที่ให้ความอนุเคราะห์เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการและพร้อมจะร่วมขับเคลื่อนไปพร้อมๆ&nbsp;กันทั้งจังหวัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-31T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครนายก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331115733885
650	นายกรัฐมนตรี เปิดโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม Smart Park เพิ่มการจ้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;Smart&nbsp;Park&nbsp;(ผ่านระบบออนไลน์)&nbsp;ไปยังนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;Smart&nbsp;Park&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโครงการนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;Smart&nbsp;Park&nbsp;ว่าเป็นโครงการภายใต้นโยบาย&nbsp;Thailand&nbsp;4.0&nbsp;การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;EEC&nbsp;ที่มีความมุ่งหวังร่วมกันให้เกิดการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย&nbsp;เพื่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคตโดยเร็วที่สุด&nbsp;ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;รองรับการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;หรือ&nbsp;New&nbsp;S-Curve&nbsp;ที่มีนวัตกรรม&nbsp;หรือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต&nbsp;อันจะก่อให้เกิดการขยายตัวในการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องประเภทอื่นๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>หากโครงการนี้สำเร็จลุล่วง&nbsp;จะก่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่</strong>&nbsp;ทั้งการเป็นพื้นที่รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;S-Curve&nbsp;ตลอดจนมีส่วนในการพัฒนาพื้นที่และท้องถิ่น&nbsp;ให้เกิดการจ้างงาน&nbsp;สร้างเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;เพิ่มรายได้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ&nbsp;EEC&nbsp;ที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331151041031
651	กพต. อนุมัติหลักการ 5 โครงการที่ ศอ.บต. นำเสนอรอง นรม. ย้ำ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมมือขับเคลื่อนมติ กพต. อย่างเป็นรูปธรรม	<p><strong>กพต.&nbsp;อนุมัติหลักการ&nbsp;5&nbsp;โครงการที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นำเสนอ&nbsp;รอง&nbsp;นรม.</strong>&nbsp;ย้ำ&nbsp;ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมมือขับเคลื่อนมติ&nbsp;กพต.&nbsp;อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ&nbsp;มีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย&nbsp;เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กพต.)&nbsp;จัดการประชุมครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ตึกบัญชาการ&nbsp;1&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&nbsp;กพต.&nbsp;และเป็นประธานในการประชุม&nbsp;มีพลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ผู้บริหารของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และคณะกรรมการ&nbsp;กพต.&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานการพัฒนาของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาให้ที่ประชุมเห็นชอบทั้งสิ้น&nbsp;5&nbsp;เรื่อง</p><p><strong>เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้รายงานข้อสั่งการของประธาน&nbsp;กพต.</strong>เกี่ยวกับการช่วยเหลือและพัฒนาแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กลุ่มที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ซึ่งทุกส่วนราชการได้บูรณาการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาครอบคลุมทั้งหมด&nbsp;อาทิ&nbsp;ส่งไปทำงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง&nbsp;รวม&nbsp;4,988&nbsp;คน&nbsp;ฝึกอบรมทักษะอาชีพเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานในพื้นที่รวม&nbsp;5,988&nbsp;คน&nbsp;สร้างอาชีพทางเลือกอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวม&nbsp;5,703&nbsp;คน&nbsp;และเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงาน</p><p><strong>ภาคเกษตรประเภทสวนปาล์มในมาเลเซีย&nbsp;นำร่องจำนวน&nbsp;700&nbsp;คน</strong>&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;และ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมบริหารจัดการแรงงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;และความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาและมีความเห็นพ้องร่วมกันว่าโรคระบาดชนิดนี้จะเป็นโรคประจำถิ่นต่อไปในอนาคต&nbsp;โดยแนวทางแก้ไขที่ได้ผลคือ&nbsp;การใช้ปุ๋ยเพื่อให้ต้นยางมีความแข็งแรง&nbsp;การปรับปรุงสวนยางให้มีความโปร่ง&nbsp;อากาศถ่ายเท&nbsp;และการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับประชาชน&nbsp;</p><p><strong>จากการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว&nbsp;ส่งผลให้พื้นที่ที่เคยระบาดสูงสุด</strong>ในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;850,000&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;ลดลงเหลือ&nbsp;150,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป&nbsp;ได้เตรียมปรับแผนการดำเนินงานเพื่อดูแลเกษตรกรชาวสวนยางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;และดำเนินโครงการ&nbsp;๑&nbsp;อำเภอ&nbsp;๑&nbsp;ตำบล&nbsp;นำร่องแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;รวม&nbsp;44&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยตั้งเป้าว่าในฤดูฝนที่จะถึงนี้&nbsp;พื้นที่เกิดโรคจากเดิมซึ่งเคยระบาดกว่า&nbsp;800,000&nbsp;ไร่&nbsp;จะต้องลดลงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ&nbsp;เรื่องเพื่อพิจารณาที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>นำเสนอขออนุมัติหลักการโครงการสำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการเสริมสร้างคนดีตามหลักการ&nbsp;ทางศาสนา&nbsp;เพื่อสืบสานและรักษาสังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;เพื่อฟื้นฟูและทำนุบำรุงความเป็นพหุสังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เป็นการส่งเสริมกิจการทางศาสนาที่เกี่ยวข้องของทุกศาสนา&nbsp;เน้นกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนที่จะได้รับการส่งเสริมให้เข้าถึงหลักการทางศาสนาและนำหลักการทางศาสนาไปสู่การดำเนินชีวิตที่ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์&nbsp;อุโมงค์ใหญ่&nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อสร้างพื้นที่</p><p><strong>การท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ให้เป็นเมืองแห่งการพึ่งพา</strong>ตนเองทั้งด้าน&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;อาหาร&nbsp;และเป็นโครงการสำคัญที่จูงใจนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ&nbsp;และต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะพี่น้องคนไทยเชื้อสายจีนที่จะเดินทางเข้ามาเรียนรู้ประสบการณ์การต่อสู้ทางอุดมการณ์ของคนรุ่นก่อนและนำไปสู่การท่องเที่ยวในเรื่องอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่&nbsp;ด่านบูกิตกายูฮิตัม&nbsp;ของมาเลเซียเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;อำเภอสะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อเร่งเปิดให้บริการและอำนวยความสะดวก&nbsp;ระหว่างด่านพรมแดนระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย&nbsp;โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจย์&nbsp;ณ&nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย</p><p>และปฏิบัติธรรม&nbsp;ณ&nbsp;สังเวชนียสถาน&nbsp;ประเทศอินเดีย&nbsp;&nbsp;เนปาล&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้คนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจย์&nbsp;ณ&nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;และปฏิบัติธรรมและศึกษาแหล่งสังเวชนียสถาน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศอินเดีย&nbsp;-&nbsp;เนปาล&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง</strong>&nbsp;ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และเป็นการเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ&nbsp;และโครงการจ้างบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ&nbsp;ให้ครอบคลุมหมู่บ้านเป้าหมายและชุมชนเมือง&nbsp;เพื่อสนับสนุนภาครัฐในการแก้ไขปัญหาและสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2567&nbsp;โดยจ้างบัณฑิตอาสาฯ&nbsp;เพิ่มอีกจำนวน&nbsp;339&nbsp;คน&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกหมู่บ้าน&nbsp;และเขตชุมชนเมือง&nbsp;ซึ่งประกอบด้วยหมู่บ้านที่ยังขาดอยู่จำนวน&nbsp;137&nbsp;คน&nbsp;และชุมชนเมืองจำนวน&nbsp;202&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะทำให้มีบัณฑิตอาสาฯ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;2,458&nbsp;คน</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เน้นย้ำให้&nbsp;กพต.&nbsp;และส่วนราชการรับทราบว่า</strong>&nbsp;มติที่ประชุมของ&nbsp;กพต.&nbsp;มีความสำคัญและจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;เพราะเป็นเรื่องที่สนองตอบต่อปัญหาและความจำเป็นของประชาชน&nbsp;เป็นเรื่องที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความมั่นคงทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;โครงการที่เป็นไป&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนมติ&nbsp;กพต.&nbsp;ไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;อาทิ&nbsp;งานปศุสัตว์&nbsp;เศรษฐกิจฐานราก&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การกีฬา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;รวมถึง&nbsp;โครงการที่&nbsp;กพต.&nbsp;มีมติในวันนี้&nbsp;ก็ต้องจัดหางบประมาณ&nbsp;เพื่อดำเนินการโดยเร็ว&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะประสานสำนักงบประมาณ&nbsp;เพื่อจัดหางบประมาณในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ต่อเนื่องถึงปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;และปีต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากติดขัดประการใด&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;จะเร่งนัดหารือเป็นการเร่งด่วน</strong>&nbsp;เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการเชิงรุกที่เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชน&nbsp;โดยสร้างการมีส่วนร่วมผู้นำท้องถิ่นท้องที่&nbsp;และภาคประชาสังคม&nbsp;นำข้อเสนอเหล่านั้นไปหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติและนำเสนอ&nbsp;กพต.&nbsp;ในการประชุมครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331152859043
652	ตม.ภูเก็ต เผยยอดให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครนแล้วกว่า 1,800 คน และยังคงมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง	<p><strong>พ.ต.ท.อนิรุทธ์&nbsp;ภัทรวิวัฒน์&nbsp;สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่</strong>า&nbsp;จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ทั้งการท่องเที่ยวท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานภูเก็ต&nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก&nbsp;ได้เข้ามาดูแลบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1,830&nbsp;คน&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;การต่อวีซ่าที่กำลังจะหมดอายุ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,830&nbsp;คน&nbsp;อยู่ต่อเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;177&nbsp;คน&nbsp;และสถานทูตรับ&nbsp;66&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของการจัดหาที่พักราคาพิเศษ</strong>&nbsp;รวมทั้งปัญหาเที่ยวบิน&nbsp;และการที่ไม่สามารถกดเงินได้นั้น&nbsp;ทาง&nbsp;ททท.สำนักงานภูเก็ต&nbsp;ได้มีการเปิด&nbsp;คอลเซ็นเตอร์&nbsp;รับเรื่องราวเพื่อการช่วยเหลือ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ได้มีการประสานกับกงสุลรัสเซียประจำจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;ในการช่วยเหลือ&nbsp;นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;</strong>จังหวัดภูเก็ต&nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครนที่ขออยู่ต่อในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จำนวน&nbsp;9,725&nbsp;คน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;รัสเซีย&nbsp;&nbsp;8,545&nbsp;คน&nbsp;ยูเครน&nbsp;1,184&nbsp;คน&nbsp;และยังคงมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331155509067
653	ททท. เตรียมจัดงานเทศกาลดนตรี International Jazz & Blues Festival 2022 กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว	"<p><strong>นายศิริปกรณ์&nbsp;เชี่ยวสมุทร&nbsp;รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ททท.&nbsp;กำหนดจัดงานเทศกาลดนตรี&nbsp;International&nbsp;Jazz&nbsp;&amp;&nbsp;Blues&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;5F&nbsp;:&nbsp;4M&nbsp;คือ&nbsp;Food&nbsp;Film&nbsp;Fashion&nbsp;Festival&nbsp;Fight&nbsp;Music&nbsp;Museum&nbsp;Master&nbsp;และ&nbsp;Meta&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามฟุตบอลของ&nbsp;&nbsp;ทรู&nbsp;อารีน่า&nbsp;หัวหิน&nbsp;สปอร์ต&nbsp;คลับ&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</p><p><strong>โดยเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน</strong>&nbsp;ที่จะสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมในการบริหารจัดการพื้นที่&nbsp;ให้สามารถจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;ควบคู่กับดนตรี&nbsp;กีฬา&nbsp;&nbsp;ธรรมชาติ&nbsp;สุขภาพและวัฒนธรรมทางอาหารการกิน&nbsp;เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น&nbsp;ภายหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เริ่มคลี่คลาย&nbsp;ผ่านการจัดอีเวนท์ระดับโลก&nbsp;โดยเฉพาะศิลปินระดับตำนานของโลกที่จะมาร่วมสร้างสีสัน&nbsp;เช่น&nbsp;เคนเนธ&nbsp;บรูซ&nbsp;กอลีลิกซ์&nbsp;(Kenneth&nbsp;Gorelick)""&nbsp;หรือ&nbsp;""Kenny&nbsp;G""&nbsp;/&nbsp;วง&nbsp;DRAGONFLY&nbsp;และการแสดงจากMelodic&nbsp;Corner&nbsp;รวมทั้งค่ายเพลงแจ๊สคนรุ่นใหม่จาก&nbsp;Muzik&nbsp;Move&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>คาดว่าการจัดงานดังกล่าว&nbsp;จะสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและช่วยกระจายรายได้หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ด้วยการจัดงานภายใต้รูปแบบ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Event&nbsp;ผู้เข้าชมต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และเอกสารรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมถึงจำกัดจำนวนผู้เข้าชม&nbsp;3,500&nbsp;คน&nbsp;การคัดกรองอุณหภูมิ&nbsp;การกำหนดพื้นที่รับประทานอาหาร&nbsp;(พื้นที่เปิดหน้ากาก)&nbsp;รวมถึงผู้ร่วมงานต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331193803200
654	จังหวัดเพชรบุรี คัดเลือกสุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี  โดดเด่น ทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหารการกิน วิถีชีวิตวัฒนธรรม ความสุขมีทุกรูปแบบ ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนสักครั้ง	"<p><strong>เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นางสาวคะนึง&nbsp;ไข่ลือนาม&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และคณะกรรมการ&nbsp;ร่วมพิจารณาคัดเลือกชุมชนต้นแบบ&nbsp;ไเที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี""&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวคะนึง&nbsp;ไข่ลือนาม&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรีเปิดเผยถึงการพิจารณาคัดเลือกชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;&nbsp;สานนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ที่จะค้นหาชุมชนคุณธรรม&nbsp;น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร&nbsp;จนสามารถมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวทุกมิติ&nbsp;โดดเด่น&nbsp;ทั้งแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;อาหารการกิน&nbsp;วิถีชีวิตวัฒนธรรม&nbsp;เพื่อประกาศยกย่อง&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านในชุมชน&nbsp;และเพื่อเป็นเครื่องยืนยัน&nbsp;ว่าของดี&nbsp;ของเด่น&nbsp;ที่มีอยู่ในชุมชน&nbsp;สามารถสร้างความสนุกให้ผู้มาเยือน&nbsp;ความสุขมีทุกรูปแบบ&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนสักครั้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการตัดสิน&nbsp;คัดเลือกชุมชนต้นแบบ&nbsp;</strong>เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;เพื่อเป็นตัวแทนชุมชนของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยคณะกรรมการได้มีมติ&nbsp;คัดเลือก&nbsp;ชุมชนบ้านถ้ำรงค์&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;,ชุมชนถ้ำเสือ&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน,และชุมชนบ้านบางเกตุ&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;ซึ่งจะได้ส่งรายชื่อทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชุมชนให้กระทรวงวัฒนธรรมได้พิจารณาคัดเลือก&nbsp;10&nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบ&nbsp;ระดับประเทศต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-31T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331174119152
655	วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ลงพื้นที่จัดทำข้อมูลเที่ยวชุมชนวิถี	"<p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาววาสนา&nbsp;ไชยพรรณา&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางสาววีณา&nbsp;พื้นแสน&nbsp;นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ&nbsp;และนางสาววรรณี&nbsp;สายรัตน์&nbsp;นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ชุมชนคุณธรรมบ้านภูมิโปน&nbsp;ตำบลดม&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงปราสาทภูมิโปน&nbsp;เพื่อจัดทำข้อมูลประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;""เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี""&nbsp;โดยได้สำรวจสวนกาญจันดา&nbsp;สวนอินทผาลัมเจ้าแรก&nbsp;ของอำเภอสังขะ&nbsp;สวนองุ่นในบ้าน&nbsp;ที่สามารถปลูกไว้กินเองในครัวเรือน&nbsp;พิพิธภัณฑ์โรงเรียนดมวิทยาคาร&nbsp;แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของคนในชุมชน&nbsp;ร้าน&nbsp;@นาตาทวด&nbsp;ร้านอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ติดถนน&nbsp;หมายเลย&nbsp;24&nbsp;ที่พร้อมรับนักท่องเที่ยว&nbsp;และโรงแรม&nbsp;นงลักษณ์รีสอร์ท&nbsp;ที่มีพร้อมทั้งที่พักและอาหารไว้พร้อมรับนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331232324251
656	มุกดาหาร - สะหวันนะเขต ชะลอการเปิดด่าน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งสองฝั่ง มีแนวโน้มสูงขึ้น	<p><strong>มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;ชะลอการเปิดด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมือง&nbsp;จากเดิมกำหนดวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทั้งสองฝั่งมีแนวโน้มสูงขึ้น</p><p><strong>จากกรณีที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดย&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ได้ประกาศความพร้อมในการเปิดด่านถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;และด่านประเพณี&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยที่ประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งมีคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-ลาว&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ส่วนราชการและองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมีมติเห็นชอบมาตรการเตรียมความพร้อมในกรณีการเปิดด่านจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;(ท่าเทียบเรือ-ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร)&nbsp;และสะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;โดยกำหนดมาตรการแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;เรือขนเฉพาะสินค้า&nbsp;2)&nbsp;เรือขนสินค้าพร้อมผู้โดยสาร&nbsp;และ&nbsp;3)&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;หรือรถโดยสารระหว่างประเทศผ่านสะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;นั้น&nbsp;ปรากฏว่าในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และแขวงสะหวันนะเขตนั้น&nbsp;</strong>ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;43)&nbsp;และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ที่&nbsp;6/2565&nbsp;เรื่องพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุม&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังสูง&nbsp;และพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ที่&nbsp;7/2565&nbsp;เรื่องแนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ&nbsp;2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;24)&nbsp;ที่กำหนดให้จังหวัดมุกดาหารเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง&nbsp;เป็นผลให้วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ต้องชะลอการเปิดด่านณจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;(ท่าเทียบเรือ-ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร)&nbsp;และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;ออกไปก่อน&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;จึงจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331233829255
657	นายกรัฐมนตรี กดปุ่มเปิด โครงการก่อสร้างนิคมฯ สมาร์ท ปาร์คที่ระยอง	<p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิด&nbsp;โครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์ค&nbsp;(Smart&nbsp;Park)&nbsp;ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์ค&nbsp;(Smart&nbsp;Park)จังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งดำเนินการโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;มีนายสุริยะ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;นายวีริส&nbsp;อัมระปาล&nbsp;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติ</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์ค&nbsp;เป็นอีกหนึ่งโครงการภายใต้นโยบายไทยแลนด์&nbsp;4.0&nbsp;การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;EEC&nbsp;เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;รองรับการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;ที่มีนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ก่อให้เกิดการลงทุนในด้านต่างๆ&nbsp;ที่ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านอื่นๆ&nbsp;ช่วยเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจสังคม&nbsp;และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;สำหรับนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์ค&nbsp;ดังกล่าวมีพื้นที่รวม&nbsp;1,383.76&nbsp;ไร่&nbsp;มูลค่าการลงทุน&nbsp;2,370&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หลังจากลงนามในสัญญาจ้างผู้รับเหมาแล้ว&nbsp;</strong>คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์คดังกล่าว&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;และสามารถเปิดดำเนินการได้ภายในปี&nbsp;2567&nbsp;ซึ่งปัจจุบันความก้าวหน้าของงานก่อสร้างโครงการสะสมเท่ากับ&nbsp;7.66%&nbsp;เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและมีการลงทุนในนิคมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;EEC&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401000842003
658	""	""		""	""	""	""
659	""	""		""	""	""	""
660	""	""		""	""	""	""
661	""	""		""	""	""	""
662	""	""		""	""	""	""
663	""	""		""	""	""	""
664	""	""		""	""	""	""
665	""	""		""	""	""	""
666	""	""		""	""	""	""
667	""	""		""	""	""	""
668	""	""		""	""	""	""
669	""	""		""	""	""	""
670	""	""		""	""	""	""
671	""	""		""	""	""	""
672	""	""		""	""	""	""
673	""	""		""	""	""	""
674	""	""		""	""	""	""
675	""	""		""	""	""	""
676	""	""		""	""	""	""
677	""	""		""	""	""	""
678	""	""		""	""	""	""
679	""	""		""	""	""	""
680	""	""		""	""	""	""
681	""	""		""	""	""	""
682	""	""		""	""	""	""
683	""	""		""	""	""	""
684	""	""		""	""	""	""
685	""	""		""	""	""	""
686	""	""		""	""	""	""
687	""	""		""	""	""	""
688	""	""		""	""	""	""
689	""	""		""	""	""	""
690	""	""		""	""	""	""
691	""	""		""	""	""	""
692	""	""		""	""	""	""
693	""	""		""	""	""	""
694	""	""		""	""	""	""
695	""	""		""	""	""	""
696	""	""		""	""	""	""
697	""	""		""	""	""	""
698	""	""		""	""	""	""
699	""	""		""	""	""	""
700	""	""		""	""	""	""
701	""	""		""	""	""	""
702	""	""		""	""	""	""
703	""	""		""	""	""	""
704	""	""		""	""	""	""
705	""	""		""	""	""	""
706	""	""		""	""	""	""
707	""	""		""	""	""	""
708	""	""		""	""	""	""
709	""	""		""	""	""	""
710	""	""		""	""	""	""
711	""	""		""	""	""	""
712	""	""		""	""	""	""
713	""	""		""	""	""	""
714	""	""		""	""	""	""
715	""	""		""	""	""	""
716	""	""		""	""	""	""
717	""	""		""	""	""	""
718	""	""		""	""	""	""
719	""	""		""	""	""	""
720	""	""		""	""	""	""
721	""	""		""	""	""	""
722	""	""		""	""	""	""
723	""	""		""	""	""	""
724	""	""		""	""	""	""
725	""	""		""	""	""	""
726	""	""		""	""	""	""
727	""	""		""	""	""	""
728	""	""		""	""	""	""
729	""	""		""	""	""	""
730	""	""		""	""	""	""
731	""	""		""	""	""	""
732	""	""		""	""	""	""
733	""	""		""	""	""	""
734	""	""		""	""	""	""
735	""	""		""	""	""	""
736	""	""		""	""	""	""
737	""	""		""	""	""	""
738	""	""		""	""	""	""
739	""	""		""	""	""	""
740	""	""		""	""	""	""
741	""	""		""	""	""	""
742	""	""		""	""	""	""
743	""	""		""	""	""	""
744	""	""		""	""	""	""
745	""	""		""	""	""	""
746	""	""		""	""	""	""
747	""	""		""	""	""	""
748	""	""		""	""	""	""
749	""	""		""	""	""	""
750	""	""		""	""	""	""
751	""	""		""	""	""	""
752	""	""		""	""	""	""
753	""	""		""	""	""	""
754	""	""		""	""	""	""
755	""	""		""	""	""	""
756	""	""		""	""	""	""
757	""	""		""	""	""	""
758	""	""		""	""	""	""
759	""	""		""	""	""	""
760	""	""		""	""	""	""
761	""	""		""	""	""	""
762	""	""		""	""	""	""
763	""	""		""	""	""	""
764	""	""		""	""	""	""
765	""	""		""	""	""	""
766	""	""		""	""	""	""
767	""	""		""	""	""	""
768	""	""		""	""	""	""
769	""	""		""	""	""	""
770	""	""		""	""	""	""
771	""	""		""	""	""	""
772	""	""		""	""	""	""
773	""	""		""	""	""	""
774	""	""		""	""	""	""
775	""	""		""	""	""	""
776	""	""		""	""	""	""
777	""	""		""	""	""	""
778	""	""		""	""	""	""
779	""	""		""	""	""	""
780	""	""		""	""	""	""
781	""	""		""	""	""	""
782	""	""		""	""	""	""
783	""	""		""	""	""	""
784	""	""		""	""	""	""
785	""	""		""	""	""	""
786	""	""		""	""	""	""
787	""	""		""	""	""	""
788	""	""		""	""	""	""
789	""	""		""	""	""	""
790	""	""		""	""	""	""
791	""	""		""	""	""	""
792	""	""		""	""	""	""
793	""	""		""	""	""	""
794	""	""		""	""	""	""
795	""	""		""	""	""	""
796	""	""		""	""	""	""
797	""	""		""	""	""	""
798	""	""		""	""	""	""
799	""	""		""	""	""	""
800	""	""		""	""	""	""
801	""	""		""	""	""	""
802	""	""		""	""	""	""
803	""	""		""	""	""	""
804	""	""		""	""	""	""
805	""	""		""	""	""	""
806	""	""		""	""	""	""
807	""	""		""	""	""	""
808	""	""		""	""	""	""
809	""	""		""	""	""	""
810	""	""		""	""	""	""
811	""	""		""	""	""	""
812	""	""		""	""	""	""
813	""	""		""	""	""	""
814	""	""		""	""	""	""
815	""	""		""	""	""	""
816	""	""		""	""	""	""
817	""	""		""	""	""	""
818	""	""		""	""	""	""
819	""	""		""	""	""	""
820	""	""		""	""	""	""
821	""	""		""	""	""	""
822	""	""		""	""	""	""
823	""	""		""	""	""	""
824	""	""		""	""	""	""
825	""	""		""	""	""	""
826	""	""		""	""	""	""
827	""	""		""	""	""	""
828	""	""		""	""	""	""
829	""	""		""	""	""	""
830	""	""		""	""	""	""
831	""	""		""	""	""	""
832	""	""		""	""	""	""
833	""	""		""	""	""	""
834	""	""		""	""	""	""
835	""	""		""	""	""	""
836	""	""		""	""	""	""
837	""	""		""	""	""	""
838	""	""		""	""	""	""
839	""	""		""	""	""	""
840	""	""		""	""	""	""
841	""	""		""	""	""	""
842	""	""		""	""	""	""
843	""	""		""	""	""	""
844	""	""		""	""	""	""
845	""	""		""	""	""	""
846	""	""		""	""	""	""
847	""	""		""	""	""	""
848	""	""		""	""	""	""
849	""	""		""	""	""	""
850	""	""		""	""	""	""
851	""	""		""	""	""	""
852	""	""		""	""	""	""
853	""	""		""	""	""	""
854	""	""		""	""	""	""
855	""	""		""	""	""	""
856	""	""		""	""	""	""
857	""	""		""	""	""	""
858	""	""		""	""	""	""
859	""	""		""	""	""	""
860	""	""		""	""	""	""
861	""	""		""	""	""	""
862	""	""		""	""	""	""
863	""	""		""	""	""	""
864	""	""		""	""	""	""
865	""	""		""	""	""	""
866	""	""		""	""	""	""
867	""	""		""	""	""	""
868	""	""		""	""	""	""
869	""	""		""	""	""	""
870	""	""		""	""	""	""
871	""	""		""	""	""	""
872	""	""		""	""	""	""
873	""	""		""	""	""	""
874	""	""		""	""	""	""
875	""	""		""	""	""	""
876	""	""		""	""	""	""
877	""	""		""	""	""	""
878	""	""		""	""	""	""
879	""	""		""	""	""	""
880	""	""		""	""	""	""
881	""	""		""	""	""	""
882	""	""		""	""	""	""
883	""	""		""	""	""	""
884	""	""		""	""	""	""
885	""	""		""	""	""	""
886	""	""		""	""	""	""
