{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"NT01_NewsDesc","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"timestamp"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ (Seafood Festival) ครั้งที่ 2","<p><strong>นางสาวฉัตร์สุดา&nbsp;ชุมแสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กำหนดจัดงาน&nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&nbsp;(Seafood&nbsp;Festival)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นการบริโภคปลากะพงสามน้ำ&nbsp;และอาหารทะเลของจังหวัดสงขลา&nbsp;มีร้านอาหารชั้นนำเข้าร่วมกว่า&nbsp;70&nbsp;ร้าน&nbsp;โดยโครงการ&nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&nbsp;(Seafood&nbsp;Festival)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง&nbsp;รวมไปถึงร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลา&nbsp;อีกทั้งยังช่วยให้ปลากะพงสามน้ำซึ่งเป็นปลากะพงท้องถิ่นของจังหวัด&nbsp;ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากปลากะพงทั่วไป&nbsp;โดยมีเนื้อที่หวานและอร่อย&nbsp;ไม่มีความคาวและปราศจากกลิ่นสาบโคลน&nbsp;ให้ได้เป็นที่รู้จักของประชาชนและนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในปีที่&nbsp;2&nbsp;นี้&nbsp;จะจัดขึ้นในรูปแบบการกดรับคูปองส่วนลด&nbsp;</strong>ซึ่งสนับสนุนโดยโครงการ&nbsp;ใช้ได้ทั้งแบบเดลิเวอรี่และการกดสั่งเมื่อไปทานอาหารที่ร้าน&nbsp;โดยลูกค้าของทางร้านสามารถใช้สิทธิ์รับส่วนลดค่าอาหารได้ทันที&nbsp;ผ่าน&nbsp;E-Menu&nbsp;ในแอปพลิเคชัน&nbsp;OneChat&nbsp;จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งมีป้ายสัญลักษณ์&nbsp;โครงการ&nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&nbsp;(Seafood&nbsp;Festival)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยรับส่วนลด&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อสั่งอาหารจานเด่นประจำร้าน&nbsp;มูลค่าตั้งแต่&nbsp;300&nbsp;บาทขึ้นไป&nbsp;และรับส่วนลด&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อสั่งอาหารจานเดียว&nbsp;โดยลด&nbsp;20&nbsp;บาท/จาน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301081638010"],
    [2,"สถาบันวิจัยและพัฒนาจัดการประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย ครั้งที่ 10นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ เนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 68 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ที่โรงแรม&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดราชบุรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ชัยฤทธิ์&nbsp;ศิลาเดช&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10&nbsp;ในหัวข้อเรื่อง&nbsp;นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ&nbsp;IEEE&nbsp;International&nbsp;Conference&nbsp;on&nbsp;Cybernetics&nbsp;and&nbsp;Innovations&nbsp;2002&nbsp;(ICCI&nbsp;2022)&nbsp;Ai&nbsp;&amp;&nbsp;Innovative&nbsp;Application&nbsp;โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ณฐพรภัทร์&nbsp;อินทร์ศิริพงษ์&nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;อาจารย์&nbsp;นักวิจัยและส่วนราชการร่วมในพิธี</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;นฤมล&nbsp;ชูเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา&nbsp;กล่าวว่า?</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;ด้วยวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;มีการพัฒนาและเติบโตมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏจนถึงวันนี้นับเป็นเวลาถึง&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมจึงถือเป็น&nbsp;วันสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนา&nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของวันสถาปนานี้&nbsp;จึงจัดการประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัยขึ้น&nbsp;โดยครั้งแรกจัดในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556&nbsp;และจัดต่อเนื่องมาทุกปีจนเป็นประเพณี&nbsp;ซึ่งการจัดในครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;10&nbsp;ในหัวข้อเรื่อง&nbsp;นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ&nbsp;IEEE&nbsp;International&nbsp;Conference&nbsp;on&nbsp;Cybernetics&nbsp;and&nbsp;Innovations&nbsp;20212&nbsp;(ICCI&nbsp;2022)&nbsp;Ai&nbsp;&amp;&nbsp;Innovative&nbsp;Application&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้คณาจารย์นักวิจัย&nbsp;นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;และบุคคลที่สนใจ&nbsp;ได้นำเสนอผลงานวิจัยและผลงานวิชาการสู่สาธารณชน&nbsp;อันจะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;เกิดแนวปฏิบัติในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพงานวิจัยและงานวิชาการ&nbsp;รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวคิด&nbsp;วิธีปฏิบัติ&nbsp;และประสบการณ์ในการวิจัย&nbsp;ซึ่งนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการวิจัย&nbsp;ก่อให้เกิด&nbsp;ความก้าวหน้าทางวิชาการที่สามารถนำความรู้จากการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนา&nbsp;คุณภาพชีวิตและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">กิจกรรมของการประชุมวิชาการครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;คือ&nbsp;การนำเสนอ&nbsp;ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการภาคบรรยายในสาขาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ครอบคลุมถึง&nbsp;6&nbsp;สาขาวิชา&nbsp;ได้แก่&nbsp;นวัตกรรมด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์&nbsp;นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมด้านบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;นวัตกรรมด้านการศึกษา&nbsp;นวัตกรรมด้านสาธารณสุข&nbsp;ชุมชนและการแพทย์แผนไทย&nbsp;นวัตกรรมด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และยังมีกิจกรรมเสวนาที่&nbsp;น่าสนใจในประเด็นเรื่อง&nbsp;นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ผดุงศักดิ์&nbsp;รัตนเดโช&nbsp;ศาสตราจารย์ระดับ&nbsp;11&nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;เมธีวิจัยอาวุโส&nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">การจัดประชุมวิชาการครั้งนี้&nbsp;ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย&nbsp;ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกจากหลากหลายมหาวิทยาลัย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ท่าน&nbsp;ให้ความอนุเคราะห์ในการพิจารณาคัดเลือกบทความวิจัย&nbsp;บทความวิชาการ&nbsp;และ&nbsp;วิพากษ์บทความที่จะนำเสนอในวันนี้&nbsp;โดยมีผลงานที่นำเสนอทั้งผลงานวิจัยและผลงานวิชาการรวม&nbsp;6&nbsp;สาขาวิชา&nbsp;จำนวน&nbsp;77&nbsp;บทความ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับเกียรติจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">คือ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีร่วมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ในการนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ชัยฤทธิ์&nbsp;ศิลาเดช&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ได้มอบโล่ให้กับเจ้าภาพร่วมจัดงานในครั้งนี้ด้วย&nbsp;และการบรรยายพิเศษจากศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ผดุงศักดิ์&nbsp;รัตนเดโช&nbsp;ศาสตราจารย์ระดับ&nbsp;11&nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;เมธีวิจัยอาวุโส&nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","ราชบุรี","สวท.ราชบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301131531111"],
    [3,"การท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ไม่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน  เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจังหวัดตรังนั้น เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เสือบุญทอง&nbsp;นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้&nbsp;ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง&nbsp;เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังนั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ส่วนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียหรือยูเครนนั้น&nbsp;ส่วนใหญ่จะท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ถ้าเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังนั้นก็เป็นแบบเช้าไปเย็นกลับมากกว่า&nbsp;จะไม่พักค้างคืน&nbsp;ดังนั้นการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังอย่างแน่นอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;สายการบินไทยสมายด์&nbsp;ได้เปิดเที่ยวบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong>&nbsp;เดินทางมาจังหวัดตรัง&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เพื่อรองรับการเดินทางและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นการสร้างโอกาสให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังมากยิ่งขึ้น&nbsp;ส่วนที่น่าวิตกมากกว่าการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น&nbsp;คือสถานการณ์การณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่มีอัตราการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจังหวัดตรังนั้นต้องฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;ก่อน&nbsp;ถึงจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังได้&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวนั้นจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;ที่หาดปากเมง&nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;และถ้ำมรกต&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;รวมถึงการดำน้ำดูปะการังที่สวยงามและยังคงธรรมชาติอยู่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301132814116"],
    [4,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน คัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชน สู่การเพิ่มพื้นที่ผู้ซื้อพบผู้ขาย พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างรายได้สู่ชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสด์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกตลาดชุมชน&nbsp;จากทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;สู่การเป็นสุดยอดตลาดชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมผดุงม่วยต่อ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การคัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนในครั้งนี้&nbsp;เป็นการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้ได้มีช่องทาง&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;และมีพื้นที่ให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปพบกับผู้ซื้อโดยตรง&nbsp;อีกทั้งเพื่อฟื้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;กระตุ้นการค้าขายในชุมชน&nbsp;รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยผลการพิจารณาคัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>จากจำนวน&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กาดซอกจ่า&nbsp;บ้านผาบ่อง&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ตลาดสายหยุดเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตำบลจองคำ&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และกาดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ตลาดออนไลน์)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301141623169"],
    [5,"ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Saudi Arabian Airlines ฟื้นความสัมพันธ์ไทย - ซาอุดีอาระเบีย","<p><strong>นายกิตติพงศ์&nbsp;กิตติขจร&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(ทอท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.05&nbsp;น.&nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;(ทสภ.)&nbsp;ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เส้นทาง&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;-&nbsp;ทสภ.&nbsp;โดยสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;SV846&nbsp;ซึ่งถือเป็นเที่ยวบินประวัติศาสตร์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียมีเส้นทางการบินมายังประเทศไทยอีกครั้ง&nbsp;หลังจากไม่ได้ทำการบินมายังประเทศไทยเป็นเวลา&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;โดยในส่วนของ&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้จัดให้มีอุโมงค์น้ำ&nbsp;(Water&nbsp;Salute)&nbsp;ต้อนรับในช่วงที่เครื่องบินกำลังเคลื่อนตัวเข้าหลุมจอด&nbsp;G5&nbsp;พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ร่วมต้อนรับกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;รวมทั้งจัดของที่ระลึกพิเศษมอบให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับการอำนวยความสะดวกต้อนรับผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวในวันนี้</strong>เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดย&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้มีการประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทสภ.,&nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;,&nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;2&nbsp;,&nbsp;สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;,&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงแรม&nbsp;และสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เพื่อร่วมอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินจำนวน&nbsp;56&nbsp;คน&nbsp;ให้ได้รับความสะดวกในการผ่านขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;และเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมของ&nbsp;ททท.&nbsp;บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า&nbsp;(Exit&nbsp;B)&nbsp;ซึ่งได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานในพิธีต้อนรับในครั้งนี้</p><p>ทสภ.มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;ได้เริ่มกลับมาทำการบินสู่ประเทศไทยอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยมีนโยบายเปิดประเทศเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลกที่ทยอยผ่อนปรนมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อทั้งอุตสาหกรรมการบิน&nbsp;และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301150755188"],
    [6,"กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวซาอุปีนี้ 2 แสน ตะวันออกกลาง 5 แสนคน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางนายกฯ","<p><strong>1 มี.ค. 2565 - นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong> เปิดเผยว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวจากซาอุดิอาระเบีย รอบแรกวันที่ 28 ก.พ. ที่ยอดน้อยกว่าที่วางเป้าไว้ว่า เป็นเพราะนักท่องเที่ยวยื่นเอกสารไม่ผ่าน และที่จริงแล้วตามกำหนดการเที่ยวบินแรก เขาควรมาในเดือน พ.ค. แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ได้เชื่อมสัมพันธ์ไมตรีหลังเว้นว่างมากว่า 32 ปี เราได้รับการตอบรับจากรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เขาจึงส่งนักท่องเที่ยวเที่ยวปฐมฤกษ์มาเร็วกว่าที่คิดไว้</p><p><strong>เราขอขอบคุณรัฐบาลซาอุฯ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. มาได้เพียง 71 คน</strong> ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เราต้อนรับอย่างสมเกียรติสมฐานะ เที่ยวบินที่เข้ามา มีการยิงม่านน้ำ ตนและปลัดกระทรวงฯได้ให้การต้อนรับ หวังว่าจากนี้จะมีเที่ยวบินจากซาอุฯ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง</p><p><strong>นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการหารือและพูดคุยนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ ต้องการมาเที่ยวที่ไทยจำนวนมาก</strong> ในปีนี้ตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวชาวซาอุดิฯ 2 แสนคน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางของนายกฯ และจากข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ เฉลี่ยแล้วจะให้เงินรายละ 9 หมื่นบาทต่อทริป โดยในปี 2566 ตั้งเป้า 5 แสนคน และภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางปีนี้ เราตั้งเป้าไว้ที่ 5 แสนคน ปี 2566 ตั้งเป้าไว้ 1 ล้านคน เราพยายามวิ่งไปถึงเป้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</p><p><br></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301150649187"],
    [7,"ครม. อนุมัติงบประมาณ 1,411 ล้านบาท ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;โดยใช้ที่ดินราชพัสดุ&nbsp;เนื้อที่&nbsp;141&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;64&nbsp;ตารางวา&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2566-&nbsp;2569&nbsp;จำนวนวงเงินลงทุน&nbsp;&nbsp;1,411.70&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี&nbsp;&nbsp;วิทยาการทางการแพทย์และระบบบริการทางการแพทย์&nbsp;รองรับการจัดบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ&nbsp;ที่ทันสมัย&nbsp;พัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์มูลค่าสูง&nbsp;เชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;โดยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;เกิดการจ้างงาน&nbsp;กระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&nbsp;เพิ่ม&nbsp;GDP&nbsp;ของประเทศ&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;ในพื้นที่หลังสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทยด้วย&nbsp;ทั้งนี้การพัฒนาโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;จะเป็นต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;12&nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301155438212"],
    [8,"จังหวัดเลย เตรียมความพร้อมจัดงาน Mask Festival 2022 สวมหน้ากาก ยลงานศิลป์ เช็คอินริมโขง ชมศิลปะร่วมสมัย ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยังยืน","<p><strong>ที่ลานวัฒนธรรม&nbsp;อำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรม&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;&nbsp;Mask&nbsp;&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ตามโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวณัณธิญาจ์&nbsp;มังคละคีรี&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเลย,&nbsp;นายอภินันท์&nbsp;สุวรรณโค&nbsp;นายอำเภอเชียงคาน,&nbsp;นายอภิชาติ&nbsp;สะบู่แก้ว&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย,&nbsp;นายจริยาทร&nbsp;สูหู่&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานเลย,&nbsp;นางสาวอินทิรา&nbsp;สุพรหมจักร&nbsp;ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดเลย&nbsp;ร่วมแถลงข่าวฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายดำรงค์&nbsp;สิริวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ,&nbsp;รัฐวิสาหกิจ,&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,&nbsp;ผู้ประกอบการอำเภอเชียงคาน&nbsp;และสื่อมวลชนเข้าร่วมในงานแถลงข่าวฯ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดเลยมีความพร้อมที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัดเลยอย่างยั่งยืน&nbsp;ภายใต้การพัฒนาจังหวัดเลยและวิสัยทัศน์จังหวัดเลย&nbsp;เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เนื่องจากจังหวัดเลยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนานกว่า&nbsp;700&nbsp;ปี&nbsp;และมีภูมิธรรมชาติที่สวยงามเอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;พร้อมเตรียมมาตรการต่างๆ&nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;และมีความปลอดภัยสูงสุดจากมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>นายอภินันท์&nbsp;สุวรรณโค&nbsp;นายอำเภอเชียงคาน&nbsp;กล่าวถึง</strong>ความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;มีความพร้อมในทุกๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเชียงคานมีความตื่นตัวและยินดีเป็นอย่างยิ่งในการต้อนรับและดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองคาน</p><p><strong>นายอภิชาติ&nbsp;สะบู่แก้ว&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย</strong>&nbsp;ได้เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ที่จังหวัดเลยได้ปฏิบัติอย่างเข้มข้นเสมอมา&nbsp;โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;:&nbsp;(&nbsp;v&nbsp;&nbsp;ได้รับวัคซีนครบโด๊ส,&nbsp;U&nbsp;&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;การป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล,&nbsp;C&nbsp;&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;มีมาตรการควบคุมการจัดงานที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย,&nbsp;A&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีอาการและมีความเสี่ยง)&nbsp;</p><p><strong>นางสาวณัณธิญาจ์&nbsp;มังคละคีรี&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;</strong>รายละเอียดของโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;ที่จังหวัดเลย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมสวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;\"Mask&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1)&nbsp;การแสดงผลงาน&nbsp;จากการประกวดศิลปะร่วมสมัยของเยาวชน&nbsp;เทศกาลหน้ากาก&nbsp;Mask&nbsp;Festival&nbsp;2)&nbsp;การสาธิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;(CPOT&nbsp;/&nbsp;CCPOT)&nbsp;3)&nbsp;กิจกรรมถนนสายศิลปะ&nbsp;(&nbsp;Street&nbsp;Art&nbsp;at&nbsp;loei)&nbsp;เช่น&nbsp;การวาด/ระบายสี&nbsp;ลงหน้ากาก&nbsp;FACE&nbsp;SHIELD&nbsp;,&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;&nbsp;FACE&nbsp;SHIELD&nbsp;ที่มีการระบายสีอย่างสวยงาม&nbsp;เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ร่วมกิจกรรม,&nbsp;4)&nbsp;นิทรรศการหน้ากากนานาชาติ&nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฎในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ทั้ง&nbsp;11&nbsp;แห่ง,&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;ผ้า&nbsp;ลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัดเลย&nbsp;ผ้าลายดอกฝ้ายบาน&nbsp;และ&nbsp;5)&nbsp;การแสดงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น/ร่วมสมัย</p><p><strong>ดร.อุเทน&nbsp;วชิรชิโณรส&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมมหาลัยราชภัฎเลย</strong>&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;บทบาทของสถาบันการศึกษาในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดเลยและกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฎ&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่นำมาบูรณาการในโครงการกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>นายจริยาทร&nbsp;สู่หู่&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;</strong>สำนักงานเลย&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;รูปแบบการจัดการประชาสัมพันธ์สำหรับกิจกรรมสวมหน้ากาก&nbsp;งานศิลป์ริมโขง&nbsp;2020&nbsp;และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งได้นำกิจกรรม&nbsp;MASK&nbsp;FESTIVAL&nbsp;2022&nbsp;ลงในปฏิทินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย</p><p><strong>และ&nbsp;นางสาวอินทิรา&nbsp;สุพรหมจักร&nbsp;ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวถึง</strong>&nbsp;บทบาทของภาคเอกชน&nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเชียงคานและการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;ได้ให้ความมั่นใจว่า&nbsp;จังหวัดเลยมีแนวทางที่ชัดเจน</strong>ทั้งด้านการประกอบธุรกิจการค้า&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้&nbsp;พร้อมกำชับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างจริงจัง&nbsp;เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัย&nbsp;จึงได้มีการจัดกิจกรรม&nbsp;MASK&nbsp;FESTIVAL&nbsp;2022&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานและเที่ยวจังหวัดเลย&nbsp;โดยจังหวัดเลยพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้ทุกท่านให้มีความสุข&nbsp;ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;และปลอดภัยจากโรคโควิด-19&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301160025220"],
    [9,"อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี จัดงานกาชาด มะม่วงแฟร์ของดีหนองวัวซอ ประจำปี 2565","<p><strong>อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;ร่วมกับกิ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;</strong>หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;จัดงานกาชาดมะม่วงแฟร์ของดีหนองวัวซอ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกมะม่วงที่ใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จัดจำหน่ายมะม่วงให้ผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;น่ายปีละกว่า&nbsp;6,500&nbsp;ตันต่อปี</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;</strong>นายกองเอกปราโมทย์&nbsp;ธัญญพืช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานกาชาดมะม่วงแฟร์&nbsp;ของดีหนองวัวซอ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายนพดล&nbsp;มามาก&nbsp;ปลัดจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;ถวายชัย&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชกร&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมงาน</p><p><strong>นายจรูญ&nbsp;บุหิรัญ&nbsp;นายอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;จัดงานกาชาดมะม่วงแฟร์ของดีหนองวัวซอครั้งแรก&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2533&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;โดยการระดมทุนจากเกษตรกรชาวสวนมะม่วง&nbsp;จากวันนั้นถึงวันนี้&nbsp;งานมะม่วงแฟร์ได้กลายเป็นงานประจำปีของอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี</p><p><strong>อำเภอหนองวัวซอมีพื้นที่ปลูกมะม่วงเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;485&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีผลผลิตทั้งนอกฤดูและในฤดู&nbsp;6,500&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;และสามารถส่งออกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;,&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;ไปยังต่างประเทศ&nbsp;(จีน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;ลาว&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;เวียดนาม&nbsp;โซนยุโรปอีกหลายประเทศ&nbsp;)</p><p><strong>นอกจากนี้อำเภอและหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน&nbsp;</strong>ได้ติดต่อประสานงานให้เกษตรกรมีโอกาสไปจัดแสดงสินค้า&nbsp;และจำหน่ายผลผลิตของตนเองตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ภายในงานจัดให้มีการออกร้านนิทรรศการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอหนองวัวซอ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;องค์กรเครือข่าย&nbsp;การออกร้านนิทรรศการของกิ่งกาชาดอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายมะม่วงนอกฤดู&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของดีทั้ง&nbsp;9&nbsp;ตำบล&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ผ้าไหมขิด&nbsp;ของดีอีกอย่างหนึ่งของอำเภอหนองวัวซอ&nbsp;อาหารแปรรูป&nbsp;เครื่องจักรสาน&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าในราคาย่อมเยา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170152271"],
    [10,"กลุ่มคนพิการทำธุรกิจแคบหมูเมืองยวมสร้างอาชีพสร้างรายได้","<p><strong>ชมรมคนพิการเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้สนับสนุนกลุ่มอาชีพคนพิการทำธุรกิจแคบหมูสร้างอาชีพสร้างรายได้</strong></p><p><br></p><p><strong>นายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดอาคารแคบหมูเมืองยวม&nbsp;บ้านไร่&nbsp;ตำบลแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วันนี้&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.โดยนายพงศ์พัฒน์&nbsp;อยู่แฮ&nbsp;รองประธานชมรมคนพิการเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ชมรมคนพิการเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ร่วมกับสถาบันพัฒนาธุรกิจชุมชน&nbsp;จัดทำโครงการอาคารแคบหมูเมืองยวม&nbsp;เพื่อจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพคนพิการทำธุรกิจแคบหมูจำหน่ายสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;มีการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการตามมาตรา&nbsp;35&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2550&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติมรวม&nbsp;12&nbsp;สิทธิ&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;1,349,040&nbsp;บาท&nbsp;ยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัทยูเนียน&nbsp;ออโตพาร์ทส&nbsp;มนูแฟคเชอริ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;ใช้ดำเนินการก่อสร้างอาคารพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;ทำอาชีพแคบหมู</p><p><strong>นายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การทำธุรกิจแคบหมูสำหรับผู้พิการได้รับโอกาสในด้านอาชีพ&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้คนพิการพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความร่วมมือของคนพิการในการรวมตัวกันทำแคบหมูจำหน่ายขอให้พัฒนาต่อยอดงานและสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพทำให้คนพิการมีศักยภาพสร้างผลิตผลที่ดี&nbsp;สามารถแข่งขันในท้องตลาดได้&nbsp;ขอให้รวมกลุ่มไปดำเนินการขอจดทะเบียนเป็นกลุ่มแคบหมูวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ทำให้มีหน่วยงานสนับสนุนเงินงบประมาณ&nbsp;ดูแลช่วยเหลือต่อยอดพัฒนาสินค้าธุรกิจผลิตภัณฑ์ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170600273"],
    [11,"ครม.เห็นชอบการจัดทำความตกลง Air Travel Bubble ระหว่างไทย  อินเดีย","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบการจัดทำความตกลง&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างไทย&nbsp;&nbsp;อินเดีย&nbsp;ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ&nbsp;สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;ประเทศอินเดียได้ระงับเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2563&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ทำให้เที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศอินเดียได้&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย</strong>&nbsp;ได้มีการทาบทามฝ่ายไทยต่อการทำความตกลง&nbsp;&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างไทย&nbsp;&nbsp;อินเดีย&nbsp;และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายได้มีการประสานงานจนได้ข้อสรุปของการจัดทำความตกลง&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างไทย&nbsp;&nbsp;อินเดีย&nbsp;มีสาระสำคัญคือ&nbsp;การรับขนผู้โดยสารบนเที่ยวบินระหว่างไทยและอินเดีย&nbsp;สามารถรับขนผู้มีสัญชาติไทย&nbsp;อินเดีย&nbsp;เนปาล&nbsp;&nbsp;ภูฏาน&nbsp;และผู้มีสัญชาติต่างประเทศอื่นๆ&nbsp;ที่ถือวีซ่าเดินทางเข้าประเทศไทยและอินเดีย&nbsp;</p><p><strong>โดยก่อนที่สายการบินจะออกบัตรโดยสาร/Boarding&nbsp;Pass</strong>&nbsp;ให้กับผู้โดยสาร&nbsp;สายการบินต้องมั่นใจว่าผู้โดยสารทุกคนมีคุณสมบัติสามารถเข้าประเทศได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีแผนที่จะเริ่มการบินในเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ผู้โดยสารที่เดินทางบนเที่ยวบินจะต้องเป็นการเดินทางระหว่างไทยและอินเดียเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194342333"],
    [12,"สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย- จีน ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์สู้ภัยโควิคระลอกใหม่ให้ รพ.สต.และ อสม.จชต.","<p><strong>พ.อ.ชลัช&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;ผู้ช่วยเลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่&nbsp;</strong>เป็นผู้แทน&nbsp;พล.ท.&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4/หัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่(สล.3)&nbsp;ได้มอบอุปกรณ์แพทย์และเวชภัณฑ์&nbsp;เพื่อเตรียมรับมือสู้ภัยโควิคระลอกใหม่ให้กับ&nbsp;รพ.สต.และ&nbsp;อสม.ใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จาก&nbsp;พล.อ.เชษฐา&nbsp;ฐานะจาโร&nbsp;อดีต&nbsp;&nbsp;ผบ.ทบ.และนายกสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-จีน&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;คุณชดา&nbsp;บูรณะพิมพ์&nbsp;จากรายการที่นี่สุขภาพดี&nbsp;เสียงสามยอด</strong>&nbsp;และทีมสื่อมวลชนส่วนกลาง&nbsp;มาร่วมส่งมอบอุปกรณ์&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;เสื้อพยาบาล/ชุด&nbsp;PPE.&nbsp;10,000&nbsp;ชุด&nbsp;&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;10,000&nbsp;ชิ้น&nbsp;แอลกอฮอล์?&nbsp;250&nbsp;CC.&nbsp;1,000&nbsp;หลอด&nbsp;ข้าวสาร?&nbsp;1กก.จำนวน&nbsp;200&nbsp;ถุงให้แก่ผู้แทน&nbsp;จาก&nbsp;อสม.และ&nbsp;&nbsp;พยาบาลรักบ้านเกิด&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สงขลา&nbsp;&nbsp;ปัตตานี&nbsp;&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาผดุงประชายะลา&nbsp;โดยมีคุณสมพร&nbsp;กิติสาธร&nbsp;ผู้อำนวยการฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>สืบเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ระลอกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น</strong>ในพื้นที่ฯ&nbsp;ทางคณะประสานงานระดับพื้นที่ได้เล็งเห็นความสำคัญโดยได้ประสานกับสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-&nbsp;จีน&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์โรงพยาบาลแจกจ่ายโดยใช้กลไกอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน(อสม.)&nbsp;และโรงพยาบาลสาธารณสุขประจำตำบล(รพ.สต.)ในพื้นที่เพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิก&nbsp;19&nbsp;ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก่อให้เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;รวมถึงการเปิดการศึกษาให้กับลูกหลานประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301183942299"],
    [13,"รองผู้ว่าฯ พังงา kick off คาราวานแก้จน พัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะปันหยี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;</strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยเอก&nbsp;พงศ์ศักดิ์&nbsp;เวทยาวงศ์&nbsp;นายอำเภอเมืองพังงา&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;คาราวานแก้จนจังหวัดพังงา&nbsp;โครงการพังงาร่วมใจ&nbsp;รวมพลัง&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;พิชิตปัญหา&nbsp;ขจัดความยากจน&nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างบูรณาการด้วยระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;ซึ่งอำเภอเมืองพังงาได้จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการจัดตั้งหมอแก้จน&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;คน&nbsp;และทีมพี่เลี้ยง&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ทีม&nbsp;ดูแล&nbsp;ติดตามการแก้ปัญหาความยากจนของครัวเรือนอย่างใกล้ชิด&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองพังงา&nbsp;มีจำนวนครัวเรือนยากจน&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขอชื่นชมในความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันกระทำกิจกรรมดี&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก&nbsp;ผู้เดือดร้อนมิติต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;และขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งอวยพรให้การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;เป็นการเริ่มต้นที่ดี&nbsp;ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;</strong>มีการมอบคู่มือแก้จน&nbsp;และสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ช่วยเหลือครัวเรือนเป้าหมายให้กับหมอแก้จนและทีมพี่เลี้ยงเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงาน&nbsp;และการปล่อยขบวนคาราวานแก้จนลงพื้นที่รายครัวเรือน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน&nbsp;ในระดับพื้นที่ช่วยเหลือบุคคล/ครัวเรือนอย่างตรงจุดใน&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุขภาพ&nbsp;การศึกษา&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;รายได้&nbsp;และการเข้าถึงบริการของภาครัฐ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193445323"],
    [14,"เริ่มแล้วฤดูกาลล่า ทางช้างเผือก ยามเช้า","<p><strong>สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ&nbsp;เผย&nbsp;ในช่วงเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น</strong>&nbsp;สามารถเริ่มสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกได้&nbsp;ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูกับกลุ่มดาวแมงป่อง&nbsp;สังเกตด้วยตาเปล่าได้&nbsp;ทุกภูมิภาคของไทยในบริเวณมืดสนิทไร้แสงเมืองรบกวน&nbsp;</p><p><strong>นายศุภฤกษ์&nbsp;คฤหานนท์&nbsp;หัวหน้างานบริการวิชาการดาราศาสตร์&nbsp;สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ&nbsp;(สดร.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นถ่ายภาพ&nbsp;\"ใจกลางทางช้างเผือก\"&nbsp;เนื่องจากตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่ขนานกับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเช้ามืด&nbsp;เริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ&nbsp;04:00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรากฏอยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูกับกลุ่มดาวแมงป่อง&nbsp;มองเห็นได้เด่นชัดด้วยตาเปล่าในพื้นที่มืดสนิทไร้แสงรบกวน&nbsp;มีเวลาเก็บภาพทางช้างเผือกประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น&nbsp;ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลออกล่าทางช้างเผือกยามเช้า&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปีนี้ยังมีดาวเคราะห์สว่างโดดเด่นให้ชมอีก&nbsp;2&nbsp;ดวงในช่วงเช้ามืด&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;ดาวศุกร์&nbsp;และดาวอังคาร&nbsp;สังเกตได้บริเวณด้านซ้ายล่างของใจกลางทางช้างเผือก&nbsp;และจะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้เร็วขึ้นเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;แนวใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้ามากขึ้น&nbsp;จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายเมษายน&nbsp;แนวใจกลางทางช้างเผือกจะเปลี่ยนทิศทางเป็นแนวพาดบริเวณกลางฟ้า&nbsp;ช่วงนี้จะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป&nbsp;สามารถชื่นชมความสวยงามและบันทึกภาพทางช้างเผือกได้ยาวนานขึ้น&nbsp;\"ทางช้างเผือก\"&nbsp;เป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อมองจากโลก&nbsp;มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า&nbsp;เป็นแถบสว่างพาดเป็นแนวยาวกลางฟ้า&nbsp;ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้&nbsp;ส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือกคือ&nbsp;\"ใจกลางทางช้างเผือก\"&nbsp;(Galactic&nbsp;Center)&nbsp;ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ามากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;ดาวฤกษ์&nbsp;กระจุกดาว&nbsp;เนบิวลา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;แนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูและกลุ่มดาวแมงป่อง&nbsp;ปรากฏบนท้องฟ้าในตำแหน่งที่เฉียงไปทางใต้&nbsp;และเนื่องจากใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวทางซีกฟ้าใต้&nbsp;ทางตอนใต้ของไทยจึงมองเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่สูงจากขอบฟ้ามากกว่าภูมิภาคอื่น&nbsp;ส่งผลให้ชาวใต้มีโอกาสสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจนมาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ในแต่ละปีช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุด</strong>&nbsp;คือช่วงปลายเดือนเมษายน-ต้นตุลาคม&nbsp;จะสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในตำแหน่งกลางท้องฟ้าเกือบตลอดทั้งคืน&nbsp;หากแต่ในประเทศไทยตรงกับช่วงฤดูฝนพอดี&nbsp;จึงมักมีอุปสรรคเรื่องเมฆและฝนตก&nbsp;แต่หากท้องฟ้าเปิดไม่มีเมฆฝนก็จะเป็นโอกาสดีที่สุดของการถ่ายภาพทางช้างเผือกในรอบปี&nbsp;หลังจากนั้นในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน&nbsp;เป็นช่วงต้นฤดูหนาว&nbsp;อุปสรรคเรื่องเมฆฝนจะเริ่มน้อยลง&nbsp;จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301202022353"],
    [15,"จังหวัดระยองประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับทุเรียนหมอนทองระยอง","<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนางสาวสุวีรยา&nbsp;ปั้นปาน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมประชุม&nbsp;เพื่อแก้ไขคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ทุเรียนหมอนทองระยอง&nbsp;โดยขอแก้ไขให้ถูกต้อง&nbsp;เหมาะสม&nbsp;และสอดคล้องกับพื้นที่&nbsp;รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของชื่อและข้อมูล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชื่อในภาษาอังกฤษ&nbsp;คำนิยามลักษณะเฉพาะของตัวทุเรียนรวมถึงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้ทุเรียนของระยองมีความแตกต่างจากที่อื่นและกระบวนการเพาะปลูกทุเรียน&nbsp;ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;ส่วนการขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขนุน&nbsp;ผักกะชับ&nbsp;กระจูด&nbsp;ให้ใช้คณะกรรมการชุดเดียวกันนี้ดำเนินการเช่นเดียวกันซึ่งอาจมีการพิจารณาในสัปดาห์หน้า</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301205445364"],
    [16,"สระบุรีเจ้าภาพจัดงานมหกรรมสินค้าและผลิตภัณฑ์ SMEs วิถีชุมชน กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 28ก.พ.- 4 มี.ค. 65 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;6&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;อ่างทอง&nbsp;และจังหวัดชัยนาท&nbsp;เดินหน้าจัดงาน&nbsp;\"สินค้าดี&nbsp;SMEs&nbsp;วิถีชุมชน\"&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการส่งเสริมพัฒนาขีดความสามารถ&nbsp;SME&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;SMES&nbsp;ให้มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นและประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ</strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(&nbsp;COVID-19)&nbsp;อีกด้วย&nbsp;โดยภายในงานมีร้านค้าเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คูหา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สินค้าประเภทอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวปลอดสารพิษ&nbsp;ผัดหมี่ไท-ยวน&nbsp;กระหรี่พัฟ&nbsp;&nbsp;ปลาช่อนแดดเดียว&nbsp;ประเภทสมุนไพร&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อาทิ&nbsp;ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม&nbsp;ประเภทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ของใช้/ของประดับตกแต่งบ้าน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;เครื่องหนัง&nbsp;โมเดล&nbsp;และอื่นๆอีกมากมาย&nbsp;กำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10:00&nbsp;-&nbsp;20:30&nbsp;น&nbsp;ของทุกวัน</p><p><strong>นางอังคณา&nbsp;ชิตะติตติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;ประธานในการเปิดงาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;\"สำหรับการจัดงานครั้งนี้&nbsp;เป็นการส่งเสริมการสินค้าของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการแล้ว&nbsp;ยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าของกลุ่มจังหวัดให้รู้จักแพร่หลาย&nbsp;ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะสร้างเครือข่ายเจรจาการค้าธุรกิจระหว่างกัน&nbsp;และผู้ประกอบการจะใช้โอกาสนี้เชื่อมโยงทางการตลาดในอนาคตต่อไป\"</p><p><strong>สำหรับภายในงานนอกจาก&nbsp;จะมีกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;</strong>ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทองที่จะให้ผู้เข้าร่วมงานได้ซื้อสินค้าราคาพิเศษ&nbsp;รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และการแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301215450375"],
    [17,"กรมการขนส่งทางราง เดินหน้าโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ","<p><strong>นายพิเชฐ&nbsp;คุณาธรรมรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง&nbsp;</strong>กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อประชาสัมพันธ์และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ความต้องการเดินทางด้วยระบบรางและการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;พื้นที่ต่อเนื่อง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;หรือ&nbsp;M-MAP2&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยเปิดให้บริการรถไฟฟ้า&nbsp;เป็นทางเลือกสำคัญในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;211.94&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง&nbsp;112.20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากโครงข่ายทั้งหมด&nbsp;553.41&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการพัฒนาแผนแม่บท&nbsp;M-MAP&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2553&nbsp;จนถึงปี&nbsp;2572&nbsp;แต่เนื่องจากการเดินทางของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปจึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแผนแม่บทรถไฟฟ้าให้มีความทันสมัย&nbsp;และสอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารในอนาคต&nbsp;เห็นได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ส่งให้ให้พฤติกรรมการเดินทางของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงคมนาคม&nbsp;โดยกรมการขนส่งทางราง</strong>&nbsp;จึงได้ดำเนินการศึกษา&nbsp;M-MAP2&nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดแผนแม่บทเดิม&nbsp;พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น&nbsp;หรือ&nbsp;JICA&nbsp;ในการดำเนินโครงการ&nbsp;M-MAP&nbsp;2&nbsp;ทั้งนี้คาดว่าผลการศึกษาแล้วเสร็จต้นปี&nbsp;2566&nbsp;พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีได้กลางปี&nbsp;2566</p><p><strong>สำหรับหลักสำคัญของโครงการนี้</strong>&nbsp;เพื่อลดการลงทุนในโครงข่ายที่มีความจำเป็นในลำดับรองให้สอดคล้องความต้องการในการเดินทางของประชาชนและทิศทางการพัฒนาในอนาคต&nbsp;รวมทั้งวางแผนดำเนินการในเส้นทางรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ที่จำเป็น&nbsp;โดยปัจจัยการกำหนดเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่อยู่อาศัยของประชากรอาศัย&nbsp;แหล่งห้างสรรพสินค้า&nbsp;แหล่งที่ทำงาน&nbsp;และระยะเวลาในการเดินทาง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกตรงตามความต้องการและประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาให้กับประชาชน&nbsp;ทั้งนี้ทางกรมการขนส่งทางราง&nbsp;คาดว่าจะมีการประชุมกันอีกครั้งหลังจากการดำเนินงานได้ผลแล้ว&nbsp;โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302212413847"],
    [18,"พาณิชย์ จ.ลำพูน เชิญร่วมงาน ล้านนาวิถี ของดีเมืองหริภุญชัย 2-6 มี.ค.65 ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;เชิญร่วมงาน&nbsp;ล้านนาวิถี&nbsp;ของดีเมืองหริภุญชัย&nbsp;</strong>จัดโดยกลุ่มส่งเสริมการประกอบการธุรกิจและการตลาด&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;แอร์พอร์ต&nbsp;ชั้น&nbsp;G&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;21.00น.&nbsp;ภายในงานพบกับ&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;สินค้าแปรรูปเกษตรและอาหาร&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;Lamphun&nbsp;Brand&nbsp;และกิจกรรมต่างๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;แฟนเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;:&nbsp;ล้านนาวิถี&nbsp;ของดีเมืองหริภุญชัย&nbsp;(https://www.facebook.com/ล้านนาวิถี-ของดีเมืองหริภุญชัย-109058288357412/)&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5351&nbsp;1184&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#ล้านนาวิถีของดีเมืองหริภุญชัย</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302105513457"],
    [19,"งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย 28-31 มีนาคมนี้","<p><strong>นายณรงค์&nbsp;ศิริเลิศวรกุล</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;พร้อมนายจุลเทพ&nbsp;ขจรไชยกูล&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ&nbsp;(เอ็มเทค)&nbsp;นำนักวิจัย&nbsp;สวทช.แถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการประจำปี&nbsp;สวทช.&nbsp;ครั้งที่&nbsp;17&nbsp;(NAC2022)&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย&nbsp;ด้วยงานวิจัย-นวัตกรรม&nbsp;BCG&nbsp;โดยจัดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์&nbsp;www.nstda.or.th/nac&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28-31&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ</strong>&nbsp;จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมประจำปี&nbsp;สวทช.ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย&nbsp;NBT&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.เป็นต้นไป</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;ศิริเลิศวรกุล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดงานในปีนี้&nbsp;สอดรับวิถี&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;จัดในรูปแบบออนไลน์ทั้งหมดและเข้มข้นขึ้นในเนื้อหาสาระเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;เข้าไปหาความรู้&nbsp;อัพเดตเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากศักยภาพของนักวิจัยและห้องปฏิบัติการ&nbsp;สวทช.&nbsp;เพื่อนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการ&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย&nbsp;ด้วยงานวิจัย-นวัตกรรม&nbsp;BCG</p><p><strong>นายจุลเทพ&nbsp;ขจรไชยกูล&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายในงานได้มีการสัมมนามากกว่า&nbsp;40&nbsp;หัวข้อ&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเต็มอิ่มกับเนื้อหาสาระสำคัญต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ความท้าทายในการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;สาขาเครื่แงมือแพทย์&nbsp;ความก้าวหน้าอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐภาคเอกชน&nbsp;&nbsp;การอบรมเชืงปฏิบัติการ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาตามหลักสูตรฐานสมรรถนะด้วย&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;International&nbsp;Webiner&nbsp;on&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;นิทรรศการออนไลน์&nbsp;102&nbsp;ผลงาน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;กลุ่มตามการดำเนินงานสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ&nbsp;BCG&nbsp;และแผนปฏิบัติการ&nbsp;AI&nbsp;ของ&nbsp;สวทช.&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรและอาหาร&nbsp;สุขภาพและการแพทย์&nbsp;พลังงาน&nbsp;วัสดุและเคมีชีวภาพ/&nbsp;ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์</p><p><strong>สำหรับบรรยากาศภายในงาน</strong>&nbsp;มีการนำตัวอย่างผลงานวิจัยมาแสดงด้วย&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;ผลิตภัณฑ์ไข่เหลวจากโปรตีนพืช&nbsp;ที่พัฒนาสูตรโปรตีนจากพืชเป็นไข่เหลวจากพืชพาสเจอร์ไรซ์&nbsp;เหมาะสำหรับผู้บริโภคกลุ่มกินวีแกน&nbsp;กลุ่มที่แพ้ไข่&nbsp;&nbsp;นวัตกรรมมะนีมะนาว&nbsp;มะนาวขั้นสด&nbsp;100%&nbsp;แช่แข็ง&nbsp;&nbsp;ผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ&nbsp;เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี&nbsp;(ENcase)&nbsp;โดยผู้สนใจเข้าร่วมงาน&nbsp;NAC2022&nbsp;สามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี&nbsp;ได้ที่&nbsp;www.nstda.or.th/nac&nbsp;หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-2564-8000</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114505502"],
    [20,"พาณิชย์ลำพูนลงพื้นที่ตรวจสอบราคาเนื้อสุกร เนื้อไก่ พบราคามีการปรับลด","<p><strong>นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคา&nbsp;การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;และเนื้อไก่&nbsp;ของผู้ประกอบการ&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ร้านค้าขายปลีก&nbsp;ร้านค้าส่ง&nbsp;และตลาดสด&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน</p><p><strong>จากการตรวจสอบพบราคาจำหน่ายผักและผลไม้ราคาปรับลดลง</strong>&nbsp;ส่วนราคาสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ก็มีการปรับตัวลดลงเช่นกัน&nbsp;เนื้อสุกรราคาอยู่ที่&nbsp;140-160&nbsp;บาท/กก.&nbsp;เนื้อไก่ราคาอยู่ที่&nbsp;70-75&nbsp;บาท/กก.สำหรับสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพอื่นและผลไม้ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน</p><p>นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ประกอบการมีการปิดป้ายราคาชัดเจน&nbsp;ปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่&nbsp;และไม่มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด&nbsp;และได้แนะนำให้มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ครบถ้วนชัดเจน&nbsp;เพื่อป้องกันการร้องเรียน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114651506"],
    [21,"พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ตรวจสอบราคา การปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ  พื้นที่อำเภอบ้านแหลม พื้นที่อำเภอเขาย้อย และจากการติดตามสถานการณ์ราคาแก๊สหุงต้ม","<p><strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานฯ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบราคา&nbsp;การปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;61&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่องการแสดงราคาสินค้าและบริการ&nbsp;และประกาศจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เรื่องแจ้งเตือนผู้ประกอบการให้มีการปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;และห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ&nbsp;รวมถึงห้ามกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ลงวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตลาดสดในพื้นที่อำเภอบ้านแหลม&nbsp;&nbsp;ร้านค้าส่ง-ปลีก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านแหลม&nbsp;ร้านค้าส่ง-ปลีก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเขาย้อย&nbsp;จากการตรวจสอบของคณะทำงานฯ&nbsp;พบว่า&nbsp;การสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ&nbsp;ประเภทเนื้อหมู&nbsp;หมูเนื้อแดงราคากิโลกรัมละ&nbsp;145-165&nbsp;บาท&nbsp;หมูสามชั้นราคากิโลกรัมละ&nbsp;170-175&nbsp;บาท&nbsp;ประเภทเนื้อไก่&nbsp;ไก่สดทั้งตัวราคา&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;69-85&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;(น่องติดสะโพก)&nbsp;ราคากิโลกรัม&nbsp;70-80&nbsp;บาท&nbsp;อกไก่&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;75-80&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;แผงละ&nbsp;108-120&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;แผงละ&nbsp;99-102&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;แผงละ&nbsp;93-99&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;แผงละ&nbsp;87-90&nbsp;บาท&nbsp;ประเภทน้ำมันพืช&nbsp;น้ำมันถั่วเหลืองวดละ&nbsp;60-62&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันปาล์มขวดละ&nbsp;59-64&nbsp;บาท&nbsp;และจากการติดตามสถานการณ์ราคาแก๊สหุงต้ม&nbsp;ขนาด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;120-140&nbsp;บาท/ถัง&nbsp;ขนาด&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;330-340&nbsp;บาท/ถัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากตรวจพบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ&nbsp;</strong>หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;จะดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302132903568"],
    [22,"อดีตครูโรงเรียนสารคามพิทยาคม เพาะพันธุ์กระท่อมใช้เวลา 5 เดือนพร้อมจำหน่าย  โปรโมชั่น ซื้อ 10 ต้น แถมปุ๋ย 1 ถุง หากต้นตายนำมาเปลี่ยนฟรีได้","<p><strong>นายสีบู&nbsp;ขาลวงศ์&nbsp;อดีตครูภาษาไทยและสังคมศึกษา&nbsp;โรงเรียนสารคามพิทยาคม&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;หลังจากเกษียณได้หันหน้ามาทำการเกษตรอย่างเต็มตัว&nbsp;พร้อมกันนั้นใช้พื้นที่บ้านพักของตนเองบ้านเลขที่&nbsp;118&nbsp;ถนนฉิมพลีเจริญ&nbsp;เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม&nbsp;ในการผลิตปุ๋ย&nbsp;พร้อมเพาะพันธุ์ต้นกระท่อมพันธุ์ก้านแดง&nbsp;โดยซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะในกระถาง&nbsp;เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ&nbsp;5-6&nbsp;สัปดาห์ก็แยกใส่ถุงพลาสติก&nbsp;รวมระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถจำหน่ายในราคาต้นละ&nbsp;100-150&nbsp;บาท&nbsp;แล้วแต่ขนาดของต้น&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้เพาะพันธุ์ต้นกระท่อมไว้แล้วจำนวน&nbsp;500&nbsp;ต้น&nbsp;ตั้งเป้าให้ครบ&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;ก่อนฤดูฝนที่จะถึงนี้</p><p><strong>นายสีบู&nbsp;ยังบอกอีกว่า&nbsp;ตนเองลองผิดลองถูกมา&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;</strong>กว่าจะประสบผลสำเร็จ&nbsp;ซึ่งหากประชาชนผู้ใดสนใจมาเรียนรู้การปลูกในแบบฉบับของตนเองก็สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;โทร.098-1182053&nbsp;ส่วนท่านใดที่มาซื้อต้นกระท่อมกับตนเอง&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;จะแถมปุ๋ยให้&nbsp;1&nbsp;ถุง&nbsp;หากต้นกระท่อมที่ตายสามารถนำมาเปลี่ยนฟรีได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พืชกระท่อมถูกขึ้นบัญชีเป็นยาเสพติดเป็นพืชต้องห้าม</strong>&nbsp;ใครมีไว้ในครอบครองทั้งผลิต&nbsp;ทั้งเสพ&nbsp;ทั้งขาย&nbsp;นั้น&nbsp;มีความผิด&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.พืชกระท่อม&nbsp;ที่ออกเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2486&nbsp;กว่า&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;ใบกระท่อมนั้นเป็นยารักษาโรคที่หาได้ในท้องถิ่น&nbsp;กระทั่งมาถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ออกประกาศยกเลิก&nbsp;พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ประชาชนสามารถนำใบกระท่อมมากิน&nbsp;เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้แต่ห้ามนำไปเป็นส่วนผสมยาเสพติด&nbsp;หลังจากมีประกาศยกเลิก&nbsp;พ.ร.บ.พืชกระท่อม&nbsp;ไม่ใช่ยาเสพติด&nbsp;ทำให้ประชาชนจำนวนมากหันมาสนใจปลูกพืชกระท่อมขายสร้างรายได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังมาแรง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สวท.มหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302151822653"],
    [23,"ททท. พลิกโฉมการท่องเที่ยว รวบรวมแพ็กเกจ สิทธิประโยชน์มากมาย ในงาน Thailand Holideals ","<p><strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยถึงการเปิดตัวโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Holideals&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ร่วมมือกับบริษัท&nbsp;กู๊ด&nbsp;มู๊ด&nbsp;จํากัด&nbsp;และหน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;รวบรวมแพ็กเกจบริการ&nbsp;และบัตรกำนัล&nbsp;&nbsp;(Voucher)&nbsp;ท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวในประเทศไทยมาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรผ่านเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.tourismthailand.org/holideals\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.tourismthailand.org/holideals</a>&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;โรงแรม&nbsp;&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;&nbsp;สุขภาพ&nbsp;ความงามหรือสปา&nbsp;สันทนาการและบริษัทนําเที่ยว&nbsp;มากกว่า&nbsp;500&nbsp;สาขา&nbsp;&nbsp;โดยมอบส่วนลดสูงสุด&nbsp;80%&nbsp;และมีการให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจผ่านโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;holideals&nbsp;ซึ่งได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมจากการใช้เหรียญดิจิทัลแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการท่องเที่ยวของโครงการและสามารถเลือกชําระผ่านระบบ&nbsp;&nbsp;Digital&nbsp;Token&nbsp;ได้อีกด้วย&nbsp;ถือเป็นการส่งเสริมการขายให้กับผู้ประกอบการในทั้งระบบออนไลน์&nbsp;และออฟไลน์&nbsp;ทุกช่องทาง</p><p><strong>คาดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้</strong>&nbsp;โครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้ทางตรงให้กับผู้ประกอบการประมาณ&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ก่อให้เกิดการเดินทางประมาณ&nbsp;100,000-200,000&nbsp;คนครั้ง&nbsp;และเกิดรายได้ทางอ้อมไม่ต่ำกว่า&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คาดการณ์ในปี&nbsp;2566</strong>&nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศกว่า&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ล้านคน&nbsp;นำรายได้เข้าประเทศประมาณ&nbsp;628,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกว่า&nbsp;160&nbsp;ล้านคนครั้ง&nbsp;คิดเป็นรายได้เข้าประเทศกว่า&nbsp;65,600&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302150100643"],
    [24,"เร่งเจรจาเปิดด่านขนส่งสินค้าผลไม้ไปจีน ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับผลิตทางการเกษตรของไทยช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว","<p><strong>นายสุพันธ์&nbsp;มงคลสุธี&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สอท.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากนโยบายความเข้มงวดการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในบางประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะจากจีนมีนโยบาย&nbsp;Zero&nbsp;COVID-19&nbsp;ทำให้มีการเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าผลไม้ส่งผลกระทบการส่งสินค้าผลไม้จจากไทยไปจีนเป็นอย่างมาก&nbsp;ทั้งการฆ่าเชื้อทุกตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;การตรวจสอบศัตรูพืชกักกันและการตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้เวลาการขนส่งจากเดิมใช้เวลาเพียง&nbsp;3-5&nbsp;วันเป็น&nbsp;1015&nbsp;วันต่อเที่ยว&nbsp;อีกทั้งความไม่แน่นอนในการเปิด-ปิดด่าน&nbsp;ทำให้เกิดความแออัดที่ด่านจำนวนมาก&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการส่งออกผลไม้ของไทย&nbsp;ในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวผลไม้ประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน&nbsp;หลายชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียนที่ผลผลิตออกมาหลายแสนตัน&nbsp;ซึ่งหากแก้ไขไม่ทันจะทำให้ราคาสินค้าผลไม้ตกต่ำอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>ภาคเอกชน&nbsp;ได้ขอเสนอกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>เร่งเจรจากับรัฐบาลกลางจีน&nbsp;ให้เปิดด่านสถานีรถไฟบ่อหาน&nbsp;เพื่อรองรับสินค้าผลไม้ไทยให้ทันในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;และขยายเวลาเปิดด่านเป็น&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพิ่มช่องทาง&nbsp;Green&nbsp;lane&nbsp;ในการตรวจสินค้าผลไม้&nbsp;รวมถึงขอให้มีการพิจารณาเพิ่มการอนุญาตจำนวนรถบรรทุกให้ผ่านด่านในเส้นทาง&nbsp;R3A&nbsp;&nbsp;ให้มากขึ้น&nbsp;และขอให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามและผลักดันการเปิดด่านกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145047627"],
    [25,"จังหวัดยโสธร เปิดงานวันสถาปนาในโอกาสครบรอบ 50 ปี จังหวัดยโสธร สะออน 50 ปี ศรียโสธร","<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่า&nbsp;ราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;โดยมีนายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารรภัย&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;ลือชาธนานนท์&nbsp;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางพัทธานันท์&nbsp;ยังตรง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นางวิชชุฎา&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นางรพีพรรณ&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;ยโสธร&nbsp;ภาคเอกชนและประชาชนชาวจังหวัดยโสธร&nbsp;เข้าร่วมพิธีที่&nbsp;สวนสาธารณะ&nbsp;บุ่งน้อย&nbsp;บุ่งใหญ่&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร</p><p><strong>โดยก่อนพิธีเปิดงาน&nbsp;มีขบวนแห่วันสถาปนาจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;จานจาก&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;จากหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธรมายังสวนสาธารณะบุ่งน้อย&nbsp;บุ่งใหญ่&nbsp;การรำบำบวงบวงสรวงอนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา&nbsp;(สิงห์)&nbsp;เจ้าเมืองยโสธร&nbsp;ท่านแรก&nbsp;โดยนางรำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,250&nbsp;คน&nbsp;จากทุกภาคส่วน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ได้เปิดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ&nbsp;ให้แก่&nbsp;คนดีศรีเมืองยศ&nbsp;เนื่องในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง&nbsp;250&nbsp;ปี&nbsp;ฮุ่งเฮือง&nbsp;เมืองยศ&nbsp;สาขาการศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp;แด่พระเทพวงศาจารย์&nbsp;เจ้าคณะ&nbsp;จังหวัดยโสธร,/พระบุญชวน&nbsp;ธรรมโฆสโก&nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าวังน้ำทิพย์/พระวินัยสุนทรเมธี&nbsp;(บัลลังค์&nbsp;ฉินนอนโธ)&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดยโสธร&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ธรรมยุติ/พระครูสุมนสารคุณ&nbsp;(หลวงปู่ประสาร&nbsp;สุมโน)&nbsp;สาขาการพัฒนา&nbsp;ที่ยั่งยืน&nbsp;แก่นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทา&nbsp;สาธารรภัย&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;ลือชาธนานนท์&nbsp;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;มอบโล่เชิดชูเกียรติคนดีศรีเมืองยศ&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;ศิลปินนักร้อง&nbsp;นักแสดงที่มีชื่อเสียง&nbsp;ภาคเอกชนและ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และมอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิ&nbsp;พระสุนทรราชวงศา&nbsp;ให้แก่&nbsp;นักเรียนจากทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;และนางพัทธานันท์&nbsp;ยังตรง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;มอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของเหล่ากาชาด&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;มีการแสดงที่เวทีกลาง&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;การแสดงจินตลีลาจากโรงเรียน&nbsp;เทศบาล&nbsp;1&nbsp;สุขวิทยากรตั้งตรงจิต&nbsp;15&nbsp;และการเดินแบบผ้าไทย&nbsp;โดยนายแบบ&nbsp;นางแบบ&nbsp;จากภาคราชการ&nbsp;ภาคเอกชนและภาคประชาชน&nbsp;ทั้งระดับอำเภอ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;โดยหัวหน้าส่วนราขการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน&nbsp;และนายแบบ&nbsp;นางแบบกิตติมศักดิ์&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายก&nbsp;เหล่า&nbsp;กาชาด&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;รองนายกเหล่า&nbsp;กาชาด&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผ้าไทยประจำถิ่น&nbsp;ผ้าประจำจังหวัด&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักและ&nbsp;นำมาใช้อย่างแพร่หลายต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ก่อตั้งขึ้นตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่&nbsp;70</strong>&nbsp;ลงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2515&nbsp;ให้แยกอำเภอยโสธร&nbsp;อำเภอกุดชุม&nbsp;อำเภอเลิงนกทา&nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;และอำเภอป่าติ้ว&nbsp;ออกจากจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;แล้วรวมจัดตั้งเป็นจังหวัดยโสธร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2515&nbsp;ดังนั้น&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จึงเป็นวันครบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;แห่งการสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้กำหนดจัดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี</strong>&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;&nbsp;ขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะบุ่งน้อยบุ่งใหญ่&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและภาค&nbsp;ประชาชน&nbsp;เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียง&nbsp;เอกลักษณ์&nbsp;ผลการดำเนินงานของจังหวัด&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนา&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เมืองแห่งวิถีอีสาน&nbsp;ให้เป็นที่&nbsp;รู้จักและสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวยโสธร&nbsp;ซึ่งการจัดงานดำเนินการ&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302162409691"],
    [26,"สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมความพร้อมบุคลากรแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในจังหวัดตราดในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเอเชียใต้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายณรงค์&nbsp;เทพเสนา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง&nbsp;การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคตะวันออกให้เป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเอเชียใต้&nbsp;ซึ่งสถาบันเอเชียศึกษา&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;และชุมชนท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;กลุ่มชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งนักศึกษาด้านการโรงแรมและอาหาร&nbsp;ในจังหวัดตราด&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมอัยยะปุระรีสอร์ท&nbsp;แอนด์สปา&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดร.ลักษณ์นัยน์&nbsp;ทรงเสี่ยงไชย&nbsp;หัวหน้าโครงการฯ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมและผลักดันสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ภาคตะวันออกสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในเอเชียใต้&nbsp;เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และจังหวัดสู่การสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติ&nbsp;โดยส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศ&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;และเพื่อส่งเสริมการจัดการสถานที่ท่องเที่ยวให้รองรับกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวในเอเชียใต้&nbsp;ซึ่งจะให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อจะได้รับรู้พฤติกรรม&nbsp;มุมมอง&nbsp;หรือวิถีชีวิต&nbsp;ความชอบ&nbsp;ความต้องการของชาวเอเชียใต้ว่าเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยและในท้องถิ่นบ้านของเราจะเตรียมการรองรับทั้งในเรื่องอาหาร&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวหรือสินค้าของที่ระลึกอะไรบ้าง&nbsp;จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียใต้&nbsp;โดยศูนย์เอเชียใต้ศึกษา&nbsp;สถาบันเอเชียศึกษา&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;เพื่อให้สามารถปรับตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้&nbsp;ที่มีจำนวนประชากรกว่า&nbsp;2&nbsp;พันล้านคน&nbsp;ซึ่งสามารถทดแทนนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศจีน&nbsp;และยุโรป&nbsp;รวมทั้งรัสเซีย&nbsp;ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก&nbsp;ของแหล่งท่องเที่ยวในภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งจังหวัดตราดโดยเฉพาะเกาะช้าง&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้าน&nbsp;นายณรงค์&nbsp;เทพเสนา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;มองว่า&nbsp;</strong>นักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียใต้เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยอยู่แล้ว&nbsp;แต่มักจะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;พัทยา&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;และภูเก็ตเป็นหลัก&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดก็มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาอำเภอเกาะช้าง&nbsp;แต่ยังไม่ใช่กลุ่มหลัก&nbsp;อย่างไรก็ตามเมื่อศูนย์เอเชียใต้&nbsp;สถาบันเอเชียศึกษา&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการนี้&nbsp;เพื่อสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;หรือชุมชนท่องเที่ยวน่าจะเป็นเรื่องดี&nbsp;ที่จะสามารถสร้างกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดได้อีก&nbsp;ซึ่งการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด&nbsp;โดยเฉพาะหมู่เกาะช้างที่สามารถรองรับได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302232525875"],
    [27,"พิธีเปิดงาน \"OTOP CHONBURI FAIR 2022\"","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;\"OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022</strong>&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน&nbsp;โดยมีภาคราชการและภาคเอกชนให้การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ&nbsp;การพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;และการส่งเสริมช่องทางการตลาดในทุกระดับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี&nbsp;นายภัครธรณ์&nbsp;เทียนไชย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;\"OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022\"&nbsp;โดยมีนางสุพิศ&nbsp;วิริยบัณฑร&nbsp;ประธานคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยการจัดงาน&nbsp;\"OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022\"</strong>&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;โดยการสนับสนุนให้ชุมชนรวมกลุ่มอาชีพ&nbsp;ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรในชุมชนผลิตสินค้า&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน&nbsp;โดยมีภาคราชการและภาคเอกชนให้การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ&nbsp;การพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;และการส่งเสริมช่องทางการตลาดในทุกระดับ&nbsp;เพื่อตอบสนองนโยบายสำคัญของรัฐบาล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;จัดงาน&nbsp;\"OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022\"&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และเชื่อมโยงเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดชลบุรีกับจังหวัดต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ในรูปแบบการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จากผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จำนวน&nbsp;318&nbsp;ร้านค้า&nbsp;แยกเป็นผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ของจังหวัดชลบุรี&nbsp;142&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดต่างๆ&nbsp;176&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ด้วยงบการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นค่าเช่าเต็นท์พร้อมวัสดุอุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการจัดร้านค้า&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,874,800&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยงาน&nbsp;\"OTOP&nbsp;CHONBURI&nbsp;FAIR&nbsp;2022\"&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190636784"],
    [28,"ส่งออกเดือนมกราคม 2565 ขยายตัวร้อยละ 8 มูลค่ากว่า 708,000 ล้านบาท คาดตลอดทั้งปียังขยายตัวได้ตามเป้าหมาย","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;21,258.6&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;หรือ&nbsp;708,312&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;8&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยตลาดที่ขยายตัวสูง&nbsp;3&nbsp;ลำดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;อินเดีย&nbsp;รัสเซียและสหราชอาณาจักร</p><p><strong>ส่วนปัจจัยที่สนับสนุนให้การส่งออกเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;มาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน&nbsp;ที่เดินหน้าต่อไปอย่างเข้มข้น&nbsp;ประกอบกับภาคการผลิตทั่วโลกยังคงขยายตัวและปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เริ่มดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้ยังคงคาดการณ์การส่งออกตลอดทั้งปี&nbsp;2565&nbsp;จะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;3-4&nbsp;ตามเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การนำเข้าในเดือนมกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;23,785&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;20.5&nbsp;ส่งผลให้ขาดดุลการค้ามูลค่ากว่า&nbsp;2,526&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;ทั้งนี้เป็นผลมาจากการนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302210021839"],
    [29,"จังหวัดศรีสะเกษ เปิดตัวจุดถ่ายภาพ แลนด์มาร์คใหม่ หน้าศาลากลางจังหวัด","<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน&nbsp;ภาพวาด&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;ร่วมกันเปิดจุดถ่ายภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;สื่อถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;แลนด์มาร์คใหม่&nbsp;ใต้ต้นโพธิ์เก่าแก่&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด&nbsp;ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในตัวเมือง&nbsp;หากมาไหว้ขอพรศาลหลักเมือง&nbsp;สามารถเดินมาถ่ายภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;เช็คอิน&nbsp;และขัยรถตรงไปยังหอขวัญเมืองศรี&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาถารณะกุดหวาย&nbsp;สวนสาธารณะแห่งใหม่&nbsp;เพื่อชมวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองจังหวัดศรีสะเกษต่อได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302180015753"],
    [30,"ททท. ร่วมกับสายการบินไทยเวียตเจ็ต บุกตลาดเวียดนามและกัมพูชา เชิญชวนเดินทางเที่ยวไทย ","<p><strong>นายธเนศวร์&nbsp;เพชรสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.&nbsp;กล่าวภายหลังลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงกับสายการบินไทยเวียตเจ็ท&nbsp;ว่า&nbsp;เพื่อต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;ผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมและยั่งยืน&nbsp;อีกทั้งทำให้การทำงานของ&nbsp;ททท.&nbsp;มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;เริ่มผ่อนคลายมาตรการโควิด-19&nbsp;&nbsp;ททท.&nbsp;จึงเล็งเห็นถึงศักยภาพการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพสำหรับตลาดอาเซียน&nbsp;โดยเฉพาะตลาดเวียดนามและกัมพูชา&nbsp;ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยได้เปิดเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างเวียดนาม-ไทย&nbsp;และกัมพูชา-ไทย</strong>&nbsp;ที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและท่องเที่ยว&nbsp;โดยมีปัจจุบันมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;โฮจิมินห์&nbsp;6&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;และมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;ดานัง&nbsp;ที่จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในวันที่&nbsp;27&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมเปิดเส้นทางใหม่กรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;พนมเปญ&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;อีกทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายและมอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับตลาดเวียดนามและกัมพูชา</strong>&nbsp;ถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญต่อการท่องเที่ยวไทย&nbsp;&nbsp;จากสถิติ&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;พบว่า&nbsp;มีนักท่องเที่ยวเวียดนามที่เดินทางมาประเทศไทย&nbsp;1,077,000&nbsp;คน&nbsp;ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวจากกัมพูชา&nbsp;908,000&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าด้านการตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวในประเทศไทยสำหรับตลาดเอเชียตะวันออก&nbsp;โดยเฉพาะญี่ปุ่น&nbsp;จีน&nbsp;ไต้หวันและเกาหลีใต้&nbsp;เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น&nbsp;ถึงแม้ทางการจีนยังคงมีมาตรการเข้มงวดด้านโควิด&nbsp;-19&nbsp;แต่คาดว่าจะเห็นการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19&nbsp;ของจีนในเร็ววัน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ททท.&nbsp;ด้านการตลาดการขาย&nbsp;มีความพร้อมในการบุกตลาดการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302204437817"],
    [31,"จังหวัดมุกดาหารเตรียม พร้อมเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) 1 เมษายน นี้","<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดด่านชายแดน&nbsp;ไทย-ลาว&nbsp;(มุกดาหาร&nbsp;-สะหวันนะเขต)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแก้วกินรี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;ตม.มุกดาหาร&nbsp;ด่านศุลกากรมุกดาหาร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เช่น&nbsp;หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>และเป็นการประชุมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;หลังจากครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;และได้มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบการพิจารณา&nbsp;กรณีเปิดด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;และด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;สปป.ลาว</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมครั้งนี้</strong>&nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้รวบรวม&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;นำเสนอ&nbsp;ซึ่งแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เรือขนเฉพาะสินค้า&nbsp;เรือขนสินค้าพร้อมด้วยผู้โดยสาร&nbsp;และรถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;หรือรถโดยสารระหว่างประเทศ&nbsp;ผ่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;&nbsp;สะหวันนะเขต&nbsp;รวมไปถึงมาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งเรือโดยสาร&nbsp;เรือขนส่งสินค้า&nbsp;รถยนต์โดยสารสาธารณะ&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;</p><p><strong>นอกจากพิธีการทางศุลกากร&nbsp;การเข้าเมืองอย่างถูกต้องแล้ว&nbsp;</strong>ต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;กรณีเรือขนเฉพาะสินค้า&nbsp;เรือขนสินค้าพร้อมผู้โดยสาร&nbsp;พนักงานขับเรือ&nbsp;คนประจำเรือ&nbsp;คนโดยสาร&nbsp;ต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หากเป็น&nbsp;จอนสันแอนจอนสัน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;ผลการตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;มีผลตรวจไม่พบเชื้อ&nbsp;โดยมีระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;นับตั้งแต่วันออกผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;หากเกินกำหนดจะต้องได้รับการตรวจอีกครั้ง&nbsp;หรือผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยตรวจก่อนการเดินทางไม่เกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ให้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในเรือก่อนการขนถ่ายสินค้า&nbsp;และรับผู้โดยสารทุกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ให้บริการได้วันละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยว&nbsp;ทั้งไปและกลับ&nbsp;เรือไทย&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;</strong>(&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;)&nbsp;เรือ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;(ไป-กลับ)&nbsp;เช้าเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;บ่ายเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน&nbsp;&nbsp;ไม่เว้นวันเสาอาทิตย์&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีรถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;รถโดยสารสาธารณะ&nbsp;คนขับรถ&nbsp;ผู้ติดตาม&nbsp;ผู้เดินทางทุกคน</strong>&nbsp;และเจ้าของยานพาหนะ&nbsp;ต้องมีเอกสารแสดงว่าได้รับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือจอนสันแอนจอนสัน&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;เอกสารการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ถ้าไม่มีให้ตรวจ&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจในด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ขาเข้าเท่านั้น&nbsp;หากมีอาการติดเชื้อให้เข้าสู่กระบวนการกักตัวภายในจังหวัด&nbsp;ระยะเวลาและระยะทางการเดินทาง&nbsp;เวลา&nbsp;06.00-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;2&nbsp;คืน&nbsp;เฉพาะจังหวัดมุกดาหารและพักแรมได้เฉพาะโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;EXTRA&nbsp;PLUS&nbsp;เท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้เกิดการค้า&nbsp;การท่องเที่ยวชายแดน&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กับประเทศเพื่อนบ้าน</strong>&nbsp;ทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งภายหลังจากข้อสรุป&nbsp;ที่ชัดเจนแล้วจะได้ประสานไปยังกงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;แขวงสะหวันนะเขต&nbsp;ในการนัดประชุมร่วมกัน&nbsp;ระหว่างจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กับแขวงสะหวันนะเขต&nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์&nbsp;(&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;)&nbsp;และแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อเปิดด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;และด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;&nbsp;สะหวันนะเขต&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;ได้มีการค้า&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ระหว่างกันซึ่งคาดว่าไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>ในขณะที่รัฐบาล&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;โดยห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>นครหลวงเวียงจันทน์&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ได้แจ้งการตกลงและแนะนำการประชุมรัฐบาลสมัยสามัญประจำเดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เกี่ยวกับมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;และสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในระยะใหม่ให้ทราบและปฏิบัติ&nbsp;โดยเห็นชอบให้นครหลวงเวียงจันทน์&nbsp;และแขวงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;หารือร่วมกับท้องถิ่นของตนที่มีด่านร่วมกัน&nbsp;หากเห็นว่ามีความพร้อมรอบด้าน&nbsp;รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและรับประกันการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ทั้งยังมีความเอกภาพแล้ว&nbsp;มอบให้องค์การปกครองนครหลวงเวียงจันทน์และองค์การปกครองแขวงอนุญาตให้เปิดได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302210248842"],
    [32,"สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ","<p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คงพูล</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;CAAT&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;CAAT&nbsp;ได้มอบใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะของสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&nbsp;ระยอง&nbsp;พัทยา&nbsp;ให้การท่าอากาศยานอู่ตะเภา&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;โดยมีพลเรือเอก&nbsp;วรพล&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ทั้งนี้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ&nbsp;(Public&nbsp;Aerodrome&nbsp;Operating&nbsp;Certificate:&nbsp;PAOC)&nbsp;เป็นเอกสารที่ออกให้กับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินที่ได้รับอนุญาตในการเปิดให้บริการแก่สาธารณะ&nbsp;ทำให้สามารถยืนยันได้ถึงมาตรฐานความปลอดภัยของสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&nbsp;ระยอง&nbsp;พัทยา&nbsp;นับเป็นสนามบินสาธารณะแห่งที่สองและสนามบินนานาชาติแห่งแรกที่ได้รับมอบใบรับรองนี้ภายใต้การพิจารณาด้วยกระบวนการใหม่ตามมาตรฐานสากล&nbsp;ภายหลังการจัดตั้ง&nbsp;CAAT</p><p><strong>สำหรับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&nbsp;ระยอง&nbsp;พัทยา</strong>&nbsp;ปัจจุบันให้บริการสาธารณะแก่อากาศยานภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;มีความยาวทางวิ่ง&nbsp;3,505&nbsp;เมตร&nbsp;สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ได้ทั้ง&nbsp;B777,&nbsp;B787,&nbsp;A330&nbsp;รวมถึง&nbsp;Antonov&nbsp;เครื่องบินลำเลียง&nbsp;อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการพัฒนาภายใต้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักสำคัญของ&nbsp;EEC&nbsp;เพื่อยกระดับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&nbsp;ระยอง&nbsp;พัทยา&nbsp;เป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่&nbsp;3&nbsp;เชื่อมต่อกับท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;ด้วยรถไฟความเร็วสูงส่งผลให้ทั้ง&nbsp;3&nbsp;สนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารรวมกันได้มากถึง&nbsp;200&nbsp;ล้านคนต่อปี</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100233904"],
    [33,"ภาษีที่ดินปี 65-66 จัดเก็บอัตราคงเดิม","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ยังคงมีการแชร์ข้อมูลคลาดเคลื่อนในโซเชียลมีเดีย&nbsp;เกี่ยวกับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและการจัดเก็บภาษี&nbsp;ขอแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่า&nbsp;รัฐบาลได้ประกาศคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีภาษี&nbsp;2565-2566&nbsp;ในอัตราเช่นเดียวกับปี&nbsp;2563-2564&nbsp;แต่ไม่มีการปรับลดการจัดเก็บลงร้อยละ&nbsp;90&nbsp;เหมือนที่ผ่านมา&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในปีนี้&nbsp;ผู้เสียภาษียังคงได้รับการบรรเทาภาระภาษีในหลายกรณี&nbsp;อาทิ&nbsp;ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประกอบเกษตรกรรมจะได้รับยกเว้นภาษี</p><p><strong>การจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;เมื่อคำนวณได้เท่าไร&nbsp;จะต้องจ่ายเต็มจำนวน&nbsp;เนื่องจากที่มีการลดภาษีที่ดินฯ&nbsp;ลงร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีก่อนหน้านี้&nbsp;ทำให้รายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลงปีละประมาณ&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ทำให้ขาดรายได้ไปพัฒนาพื้นที่</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ยังเผยว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ผู้เสียภาษียังคงได้รับการบรรเทาภาระภาษีหลายกรณี&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประกอบเกษตรกรรมได้รับยกเว้นภาษี&nbsp;2)&nbsp;ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา&nbsp;และมีชื่อในทะเบียนบ้านในวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;จะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;3)&nbsp;กรณีที่เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;ก็จะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีสำหรับสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน&nbsp;มูลค่าไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แล้วแต่กรณี&nbsp;จะไม่ได้รับผลกระทบ&nbsp;แต่สำหรับบุคคลที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวที่มีมูลค่าเกิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเกิน&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แล้วแต่กรณี&nbsp;จะเสียภาษีเต็มอัตราเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น&nbsp;4)&nbsp;การผ่อนปรนภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีกรณีมีภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;สูงกว่าค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ที่เคยชำระในปี&nbsp;2562&nbsp;จะบรรเทาภาระให้โดยเสียภาษีเท่ากับค่าภาษีปี&nbsp;2562&nbsp;บวกกับร้อยละ&nbsp;75&nbsp;ของส่วนต่างค่าภาษีปี&nbsp;2565&nbsp;กับปี&nbsp;2562</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100921929"],
    [34,"ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเร่งวางแผนรับมือการบริหารจัดการปัญหาราคากระเทียมที่จะออกสู่ท้องตลาดราว 5 ล้านกิโลกรัม รองรับการแก้ไขปัญหาในอนาคต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร","<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(คพจ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการบริหารจัดการการตลาดพืชหัว&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(การกระจายผลผลิตกระเทียมสดออกนอกแหล่งผลิต)&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;5,000,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยมีประเด็นการพิจารณา&nbsp;อาทิ&nbsp;อนุมัติผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;กำหนดโควต้าในการซื้อ-ขายผลผลิต&nbsp;รวมถึงกำหนดแนวทางการเบิกจ่ายเงินชดเชย&nbsp;และการแต่งตั้งคณะทำงานชุดต่างๆ&nbsp;ในการนี้&nbsp;การดำเนินการตามโครงการดังกล่าว&nbsp;จะเป็นการดูดซับผลผลิตกระเทียมสดส่วนเกินจากทางการค้าปกติ&nbsp;ออกจากแหล่งผลิตจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร&nbsp;ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100826924"],
    [35,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>กล่าวถึงการยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;ว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;เพื่อพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์มูลค่าสูงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เริ่มหันมานิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภายหลังการระบาดของสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรของโลกที่มีกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินโครงการ&nbsp;จะมีการจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร&nbsp;&nbsp;(International&nbsp;Health/Medical&nbsp;Plaza)&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ&nbsp;(Premium&nbsp;Long&nbsp;Term&nbsp;Care)&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ศูนย์ใจรักษ์&nbsp;(Hospice&nbsp;Home)&nbsp;หรือศูนย์การดูแลแบบประคับประคองในระยะสุดท้ายของชีวิต&nbsp;4.ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร&nbsp;(Rehabilitation&nbsp;Center)&nbsp;สำหรับศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&nbsp;จะใช้ที่ดินราชพัสดุเนื้อที่&nbsp;141&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;&nbsp;64&nbsp;ตารางวา&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&nbsp;ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยรูปแบบการบริหารจัดการยังอยู่ระหว่างหารือซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งรัฐอาจดำเนินการเองทั้งหมด&nbsp;การร่วมทุนกับภาคเอกชน&nbsp;หรือรูปแบบพิเศษ&nbsp;โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2569</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&nbsp;เช่น&nbsp;เกิดการจ้างงาน&nbsp;</strong>การกระจายรายได้&nbsp;จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&nbsp;เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ&nbsp;(GDP)&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;ในพื้นที่หลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&nbsp;เกิดการกระจายรายได้สำหรับภาคเอกชน&nbsp;เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและภาคบริการอื่น&nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทย&nbsp;พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีทางการแพทย์&nbsp;และระบบบริการด้านสาธารณสุขของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก&nbsp;ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;นับเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลที่จะชูจุดเด่นดังกล่าวในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจากการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มที่มีมูลค่าสูง&nbsp;ซึ่งถือเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;12&nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;</strong>จ.ภูเก็ต&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;นับเป็นการต่อยอดโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Health&nbsp;Sandbox&nbsp;ที่จะเป็นการบูรณาการระบบสาธารณสุขของ&nbsp;จ.ภูเก็ตให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;โครงการพัฒนา&nbsp;6&nbsp;จังหวัดอันดามัน&nbsp;ตามที่&nbsp;ครม.ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พ.ย.2564&nbsp;ในการประชุม&nbsp;ครม.นอกสถานที่&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดกระบี่.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303094820894"],
    [36,"กระทรวงแรงงาน เผย นายจ้างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดจ้างตรงแรงงานไทย 25 อัตรา ประเภทงานโรงแรมและร้านอาหาร สมัครงานโดยตรงผ่านเว็บไซต์อีเมลนายจ้าง","<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กระทรวงแรงงาน&nbsp;โดยกรมการจัดหางานได้รับแจ้งจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงอาบูดาบี&nbsp;ว่าได้พบปะนายจ้าง/สถานประกอบการเพื่อขยายตลาดแรงงานและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทย&nbsp;ซึ่งมีนายจ้าง/สถานประกอบการประเภทโรงแรม&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;โรงแรม&nbsp;The&nbsp;Ritz-Carlton&nbsp;Ras&nbsp;Al&nbsp;Khaimah,&nbsp;Al&nbsp;Wadi&nbsp;Desert&nbsp;&amp;&nbsp;Al&nbsp;Hamra&nbsp;Beach&nbsp;รัฐราสอัลไคม่าห์&nbsp;2)&nbsp;โรงแรม&nbsp;Anantara&nbsp;Eastern&nbsp;Mangroves&nbsp;Abu&nbsp;Dhabi&nbsp;Hotel&nbsp;เมืองอาบูดาบี&nbsp;และ&nbsp;3)&nbsp;โรงแรม&nbsp;Centara&nbsp;Mirage&nbsp;Beach&nbsp;Resort&nbsp;Dubai&nbsp;ของรัฐดูไบ&nbsp;ประสงค์จ้างแรงงานไทย&nbsp;25&nbsp;อัตรา&nbsp;โดยวิธีการจ้างตรง&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงคนหางานของสาย/นายหน้าเถื่อน&nbsp;</p><p><strong>นายไพโรจน์&nbsp;โชติกเสถียร&nbsp;อธิบดีกรมการจัดหางาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากที่นายจ้าง/สถานประกอบการในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;(UAE)&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ต้องการแรงงานเพื่อทำงานในสถานประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;อัตรา&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงแรม&nbsp;Centara&nbsp;Mirage&nbsp;Beach&nbsp;Resort&nbsp;Dubai&nbsp;รัฐดูไบ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;อัตรา&nbsp;&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Guest&nbsp;Service&nbsp;และ&nbsp;Guest&nbsp;Relation&nbsp;Agent&nbsp;แผนก&nbsp;Front&nbsp;Office&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Waiter/waitress&nbsp;แผนก&nbsp;Food&nbsp;&amp;&nbsp;Beverage&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Commis&nbsp;1/2/3&nbsp;แผนก&nbsp;Kitchen&nbsp;อัตราเงินเดือน&nbsp;1,800&nbsp;ดีแรห์ม&nbsp;ส่วนโรงแรม&nbsp;Anantara&nbsp;Eastern&nbsp;Mangroves&nbsp;Abu&nbsp;Dhabi&nbsp;Hotel&nbsp;เมืองอาบูดาบี&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อัตรา&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Guest&nbsp;Service&nbsp;Agent&nbsp;(Front&nbsp;Office)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;อัตรา&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;F&amp;B&nbsp;Attendant&nbsp;(Waitress/Hostess)&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;อัตรา&nbsp;อัตราเงินเดือน&nbsp;1,800&nbsp;ดีแรห์ม&nbsp;ขณะที่&nbsp;โรงแรม&nbsp;The&nbsp;Ritz-Carlton&nbsp;Ras&nbsp;Al&nbsp;Khaimah,&nbsp;Al&nbsp;Wadi&nbsp;Desert&nbsp;&amp;&nbsp;Al&nbsp;Hamra&nbsp;Beach&nbsp;รัฐราสอัลไคม่าห์&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;Spa&nbsp;Therapist&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;อัตรา&nbsp;อัตราเงินเดือน&nbsp;2,500&nbsp;ดีแรห์ม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนตามธนาคารแห่งประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและช่องทางการสมัครตำแหน่งงานได้ที่&nbsp;</strong>เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://doe.go.th/prd/overseas\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">doe.go.th/prd/overseas</a>&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ข่าวประชาสัมพันธ์&nbsp;เรื่อง&nbsp;นายจ้างในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีความประสงค์จ้างแรงงานไทยโดยวิธีการจ้างตรง&nbsp;หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;2254&nbsp;6708&nbsp;ในวันและเวลาราชการ&nbsp;โดยคนหางาจะต้องสมัครงานกับนายจ้าง/สถานประกอบการผ่านเว็บไซต์&nbsp;และอีเมลของนายจ้างโดยตรงเท่านั้น&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงคนหางานของสาย/นายหน้า</p><p><br></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303101925942"],
    [37,"จนท.พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;หจก.&nbsp;กาคคำ&nbsp;ตำบลจองคำ&nbsp;ภาคเหนือหมูสด&nbsp;ตำบลจองคำ&nbsp;และเบทาโกร&nbsp;ตำบลจองคำ</p><p><strong>ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;</strong>สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;66&nbsp;บาท/น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;63&nbsp;-&nbsp;65&nbsp;บาท/น้ำปลา&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;30-35&nbsp;บาท/ปลากระป๋อง&nbsp;ขนาด&nbsp;155&nbsp;กรัม&nbsp;ราคา&nbsp;17-24&nbsp;บาท/น้ำตาลทราย&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;25-26&nbsp;บาท/ผงซักฟอก&nbsp;ขนาด&nbsp;800&nbsp;มล&nbsp;ราคา&nbsp;39&nbsp;บาท/หมูสามชั้น&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;183&nbsp;บาท/สันนอกหมู&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;161&nbsp;บาท/หมูบดเกรด&nbsp;เอ&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;153&nbsp;บาท/หมูบดเกรด&nbsp;บี&nbsp;&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;140&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ร้านค้าปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542</strong>&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ห้ามกักตุนสินค้า&nbsp;และห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303105220968"],
    [38,"พาณิชย์ลำพูนจัดงาน ล้านนาวิถี ของดีเมืองหริภุญชัย กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมสินค้าเกษตรของจังหวัด","<p><strong>นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;จัดงาน&nbsp;ล้านนาวิถี&nbsp;ของดีเมืองหริภุญชัย&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เมืองเกษตรสีเขียว&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานโปรโมชั่น&nbsp;ชั้น&nbsp;G&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;แอร์พอร์ต&nbsp;อำเภอเมืองเชียงใหม่&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปที่สำคัญของจังหวัดลำพูนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;เพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในการเข้าสู่ตลาดเป้าหมาย&nbsp;สร้างรายให้แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดมูลค่าทางการค้าและเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูนต่อไป</p><p><strong>กิจกรรมในงาน</strong></p><p>1)&nbsp;การจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คูหา</p><p>2)&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร&nbsp;เกษตรแปรรูป</p><p>3)&nbsp;การจัด&nbsp;Display&nbsp;สินค้าของผู้ประกอบการที่มาร่วมจำหน่ายสินค้าในงาน</p><p>4)&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานและกระตุ้นยอดขายภายในงาน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกิจกรรมเพื่อความบันเทิง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การแสดงศิลปะพื้นบ้านภาคเหนือ&nbsp;ดนตรีโฟล์คซอง&nbsp;รวมไปถึงกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;Check-in&nbsp;เพื่อรับของที่ระลึก&nbsp;โปรโมชั่นพิเศษ&nbsp;สินค้านาทีทอง&nbsp;และกิจกรรมเพื่อร่วมสนุก&nbsp;อีกมากมาย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303105512969"],
    [39,"นายกรัฐมนตรี ห่วงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด  19 และสถานการณ์การความตึงเครียดในยุโรป","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยนายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยผลการประชุมฯ&nbsp;ในครั้งนี้ว่า&nbsp;รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นตัวขึ้นมาก&nbsp;แต่ยังมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และสถานการณ์ความตึงเครียดในยุโรป&nbsp;ซึ่งส่งผลให้พลังงานราคาสูงขึ้น&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีห่วงใยและให้ความสำคัญกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบนี้&nbsp;จึงสั่งการคณะที่ปรึกษาให้เดินหน้าอย่างเร่งด่วน&nbsp;ดำเนินการตาม&nbsp;3&nbsp;แนวทางหลักคือ&nbsp;การหาแนวทางลดภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;ดูแลประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ร่วมพิจารณามาตรการที่เหมาะสม&nbsp;แบ่งเบาภาระของประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาราคาน้ำมัน&nbsp;ราคาก๊าซหุงต้ม&nbsp;ค่าไฟฟ้า&nbsp;เป็นต้น&nbsp;การบรรเทาภาระหนี้สิน&nbsp;เป็นประเด็นที่รัฐบาลดูแลมาโดยตลอด&nbsp;รัฐบาลได้กำหนดให้ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้เป็น&nbsp;ปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน&nbsp;และได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนไว้ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;อย่างไรก็ดีในการประชุมฯ&nbsp;นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีหน่วยงานขับเคลื่อนเพื่อให้ดูแลประชาชนทุกคน&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระหนี้ให้กับประชาชนไม่ให้มีคนต้องถูก&nbsp;ยึดบ้าน&nbsp;ยึดรถ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการให้เร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ให้มีเม็ดเงินกระจายลงไปในพื้นที่&nbsp;ทั้งโครงการ&nbsp;EEC&nbsp;โครงสร้างพื้นฐานสร้างความเชื่อมโยง&nbsp;กระจายทรัพยากรสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น&nbsp;รถไฟเส้นทางขนส่งสินค้าส่งออกซึ่งทำได้ในปริมาณมาก&nbsp;ประหยัด&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และเป็นโอกาสเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งในการประชุมครั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งรัดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน&nbsp;ต้องการให้แบ่งเบาภาระประชาชนทุกคนเห็นผลโดยเร็วที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185317211"],
    [40,"รองผู้ว่าฯ จังหวัดเพชรบุรี ชี้การฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด -19 จะขับเคลื่อนโดยภาครัฐอย่างเดียวให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัย คนรุ่นใหม่ไฟแรง ร่วมสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ พร้อมชื่นชมนักธุรกิจรุ่นใหม่ สำนึกรักบ้านเกิด","<p><strong>เวลา&nbsp;09.39&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมงานพิธีเปิด&nbsp;บริษัท&nbsp;ที&nbsp;ฮาร์ดแวร์&nbsp;แอนด์&nbsp;แมททีเรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(สำนักงานใหญ่)&nbsp;บริเวณตรงข้ามอุทยาน&nbsp;ร.4&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>มาร่วมให้กำลังใจนักธุรกิจคนรุ่นใหม่&nbsp;ที่ลุกขึ้นมาลงทุน&nbsp;ฝ่าปัญหามรสุมทางธุรกิจ&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในบ้านเกิดของตนเอง&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จะขับเคลื่อนโดยภาครัฐอย่างเดียวให้ประสบความสำเร็จไม่ได้&nbsp;จำเป็นต้องอาศัย&nbsp;คนรุ่นใหม่ไฟแรง&nbsp;ร่วมสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพให้คนในพื้นที่&nbsp;และนับเป็นส่วนสำคัญ&nbsp;ที่จะช่วยผลักดันธุรกิจชุมชน&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากขึ้น&nbsp;ช่วยให้คนมีอาชีพ&nbsp;จ้างงานคนในพื้นที่&nbsp;เพื่อร่วมพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;เพชรบุรีและในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;(ด้วยสินค้าที่ครบครันทุกความต้องการเกี่ยวกับบ้าน&nbsp;พร้อมด้วยบริการออกแบบสี&nbsp;ผสมสีจากเครื่องอัตโนมัติ)&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายเอกภาพ&nbsp;กิจพวงสุวรรณ&nbsp;กรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;ที&nbsp;ฮาร์ดแวร์&nbsp;แอนด์&nbsp;แมททีเรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ได้แสดงความขอบคุณที่ทุกคนมาให้กำลังใจ&nbsp;และกล่าวว่า&nbsp;สิ่งที่เรากำลังทำเป็นธุรกิจขายอุปกรณ์และเครื่องมือก่อสร้าง&nbsp;ซึ่งไม่เพียงทำเพื่อธุรกิจการค้า&nbsp;แต่เราให้ความสำคัญในการช่วยเหลือสังคม&nbsp;มีโครงการ&nbsp;CSR&nbsp;,ส่งเสริมชุมชนในเรื่องของการกระจายรายได้&nbsp;ช่วยเสริมสร้างอาชีพให้กับชุมชน&nbsp;ให้กับบุคคลในพื้นที่&nbsp;ทั้งการจ้างงาน&nbsp;การฝึกฝนทักษะช่างมืออาชีพ&nbsp;ที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับสังคม&nbsp;ซึ่งจากสภาวะโควิด-19&nbsp;การลงทุนใหม่&nbsp;อาจจะเกิดขึ้นน้อย&nbsp;แต่เชื่อมั่นว่าการลงทุนที่เกิดขึ้นใหม่&nbsp;จะสามารถช่วยเหลือสังคม&nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่เพชรบุรีได้อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135811051"],
    [41,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาวและอำเภอเมืองตรัง","<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;และสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาวและอำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;พบว่า&nbsp;สถานการณ์การค้า&nbsp;จังหวัดตรังมีสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;และหน้ากากทางการแพทย์วางจำหน่ายทุกร้าน&nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;และถุงมือ&nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ราคาจำหน่ายสินค้าที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ซอสหอยนางรม&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;&nbsp;ฯลฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย</strong>&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน&nbsp;และหากพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&nbsp;ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135849053"],
    [42,"สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมจัดประชุมชี้แจงเงื่อนไข คัดเลือกตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก 80  พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ","<p><strong>พันโท&nbsp;หนุน&nbsp;ศันสนาคม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่สำนักงานสลากฯ&nbsp;ได้เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายเข้าร่วมโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีตัวแทนจำหน่ายสลากทั่วประเทศ&nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;4,790&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นได้ตรวจสอบหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สมัครแล้ว</strong>&nbsp;ผลปรากฏว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3,768&nbsp;ราย&nbsp;มีเขต/อำเภอ&nbsp;ที่ไม่มีผู้สมัครรวมถึงไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;292&nbsp;เขต/อำเภอ&nbsp;จาก&nbsp;67&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์&nbsp;จะต้องเข้ารับฟังการชี้แจงเงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;โดยจะเริ่มจากพื้นที่ส่วนกลาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และจังหวัดต่างๆ&nbsp;ในภาคกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,234&nbsp;ราย&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนพื้นที่อื่นๆในภูมิภาคต่างๆ&nbsp;จะจัดอบรมและทำการคัดเลือกตามลำดับ&nbsp;ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในวันดังกล่าว&nbsp;จะทำการชี้แจงหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่าย&nbsp;พร้อมทำการคัดเลือกแบบการจัดเรียงลำดับแบบสุ่ม&nbsp;ซึ่งหากจุดจำหน่ายสลากมีตัวแทนจำหน่ายหลายรายที่ได้แจ้งไว้เป็นสถานที่เดียวกัน&nbsp;เมื่อมีตัวแทนรายหนึ่งเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้ถือว่าจุดจำหน่ายนั้นได้รับสิทธิตามโครงการแล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตามหากผู้มีรายชื่อไม่ร่วมกิจกรรมในวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;โดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการอีกต่อไป</p><p><strong>โครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ระยะที่&nbsp;2</strong>&nbsp;พร้อมเริ่มจำหน่ายตั้งแต่งวดวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสลากได้ในราคาที่กำหนด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324114123421"],
    [43,"สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมจัดประชุมชี้แจงเงื่อนไข คัดเลือกตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก 80  พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ","<p><strong>พันโท&nbsp;หนุน&nbsp;ศันสนาคม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่สำนักงานสลากฯ&nbsp;ได้เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายเข้าร่วมโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีตัวแทนจำหน่ายสลากทั่วประเทศ&nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;4,790&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นได้ตรวจสอบหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สมัครแล้ว</strong>&nbsp;ผลปรากฏว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3,768&nbsp;ราย&nbsp;มีเขต/อำเภอ&nbsp;ที่ไม่มีผู้สมัครรวมถึงไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;292&nbsp;เขต/อำเภอ&nbsp;จาก&nbsp;67&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์&nbsp;จะต้องเข้ารับฟังการชี้แจงเงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;โดยจะเริ่มจากพื้นที่ส่วนกลาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และจังหวัดต่างๆ&nbsp;ในภาคกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,234&nbsp;ราย&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนพื้นที่อื่นๆในภูมิภาคต่างๆ&nbsp;จะจัดอบรมและทำการคัดเลือกตามลำดับ&nbsp;ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในวันดังกล่าว&nbsp;จะทำการชี้แจงหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่าย&nbsp;พร้อมทำการคัดเลือกแบบการจัดเรียงลำดับแบบสุ่ม&nbsp;ซึ่งหากจุดจำหน่ายสลากมีตัวแทนจำหน่ายหลายรายที่ได้แจ้งไว้เป็นสถานที่เดียวกัน&nbsp;เมื่อมีตัวแทนรายหนึ่งเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้ถือว่าจุดจำหน่ายนั้นได้รับสิทธิตามโครงการแล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตามหากผู้มีรายชื่อไม่ร่วมกิจกรรมในวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;โดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการอีกต่อไป</p><p><strong>โครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ระยะที่&nbsp;2</strong>&nbsp;พร้อมเริ่มจำหน่ายตั้งแต่งวดวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสลากได้ในราคาที่กำหนด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324114123422"],
    [44,"จังหวัดแพร่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำจังหวัดแพร่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ชั้น&nbsp;3&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดแพร่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการ&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมีนางสาวอังศุมาลิน&nbsp;ฉัตรสุวรรณวารี&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณากลั่นกรอง&nbsp;เพื่อคัดเลือกเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ&nbsp;</strong>ที่ขอรับความช่วยเหลือทางการเงินของโครงการสินเชื่อเพิ่มศักยภาพ&nbsp;SME&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และผ่านการกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;23,500,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งจะส่งต่อธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;สาขาแพร่&nbsp;ดำเนินการวิเคราะห์ทางการเงินในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;ทั้งนี้เป็นการร่วมกันขับเคลื่อนเอสเอ็มอี&nbsp;ให้มีเงินทุนในการพัฒนาต่อยอดวิสาหกิจให้ดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164053156"],
    [45,"ระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น เปิดให้บริการบนทางพิเศษ ระยะที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2565","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;กทพ.&nbsp;แจ้งว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;กทพ.&nbsp;ดำเนินการระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น&nbsp;หรือ&nbsp;M-Flow&nbsp;</span>&nbsp;โดยร่วมกับกรมทางหลวงในการบูรณาการให้เป็นไปในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน&nbsp;(Single&nbsp;Platform&nbsp;System)&nbsp;บนทางพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ทางพิเศษฉลองรัช&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ด่าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด่านสุขาภิบาล&nbsp;5-1&nbsp;ด่านสุขาภิบาล&nbsp;5-2&nbsp;และด่านจตุโชติ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;กรมทางหลวงได้เปิดให้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&nbsp;9&nbsp;ที่ด่านธัญบุรี&nbsp;1&nbsp;ด่านธัญบุรี&nbsp;2&nbsp;ด่านทับช้าง&nbsp;1&nbsp;และด่านทับช้าง&nbsp;2&nbsp;ไปเมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;กทพ.&nbsp;อยู่ระหว่างการศึกษาและนำผลจากการเปิดให้บริการดังกล่าว</strong>ไปพัฒนาการดำเนินงาน&nbsp;โดยอยู่ระหว่าง<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">การพัฒนาระบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงจากฐานข้อมูลเดิมไปใช้ในการลงทะเบียน&nbsp;M-Flow&nbsp;ได้โดยง่าย&nbsp;ลดขั้นตอนในการเติมข้อมูล&nbsp;และเตรียมความพร้อมเพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการรับรู้ล่วงหน้าก่อนเปิด</span>ให้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;บนทางพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ทางพิเศษฉลองรัช&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ด่าน&nbsp;ในเดือนกรกฎาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ในส่วนของการปรับปรุงกายภาพหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ</strong>เพื่อรองรับระบบ&nbsp;M-Flow&nbsp;ที่&nbsp;ด่านสุขาภิบาล&nbsp;5-1&nbsp;และด่านสุขาภิบาล&nbsp;5-2&nbsp;กทพ.&nbsp;ดำเนินการจนแล้วเสร็จตามแผนงาน&nbsp;คงเหลือเพียงด่านจตุโชติที่อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง&nbsp;และจะแล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในส่วนของ<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">งานติดตั้งอุปกรณ์ของระบบ&nbsp;Multi-Lane&nbsp;Free&nbsp;Flow&nbsp;(M-Flow)&nbsp;และการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมต่อระบบ&nbsp;M-Flow&nbsp;กับ&nbsp;Single&nbsp;Platform&nbsp;System&nbsp;ของกรมทางหลวง&nbsp;</span>ขณะนี้&nbsp;มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานที่ร้อยละ&nbsp;88.15</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303184657205"],
    [46,"อบจ.พระนครศรีอยุธยา รับโล่ห์ผ่านการประเมินการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับเข้าถึง เป็นองค์กรแห่งประโยชน์สุข","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรม&nbsp;ทีเค&nbsp;พาเลซ&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนเวนชัน&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>นายทวี&nbsp;เสริมภักดีกุล&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและประโยชน์สุขของภูมิภาค&nbsp;กรณีศึกษาภาคกลางตะวันตก&nbsp;พร้อมมอบโล่รางวัลให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ระดับเข้าถึง&nbsp;เป็นองค์กรแห่งประโยชน์สุข&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสมทรง&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เข้าร่วมรับรางวัลดังกล่าว&nbsp;สำหรับโครงการ&nbsp;\"การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วน&nbsp;ท้องถิ่นเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและประโยชน์สุขของภูมิภาค&nbsp;กรณีศึกษาภาคกลางตะวันตก\"&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทเรียนการพัฒนา&nbsp;\"นวัตกรรม&nbsp;สังคม\"&nbsp;และบทเรียนการยกระดับ&nbsp;\"ระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง\"&nbsp;ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อ&nbsp;เป็น&nbsp;\"เครือข่ายขององค์กรแห่งการเรียนรู้\"&nbsp;ที่นำไปสู่ความยั่งยืนของการพัฒนาบนฐานการมีส่วนร่วมของ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติอันนำไปสร้างความสุขและประโยชน์สุขของชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303165709167"],
    [47,"แป้งสาคูบ้านไสขันจากภูมิปัญญาสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรม&nbsp;ในการผลิตทางการเกษตร&nbsp;รวมทั้งอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นถิ่นและฟื้นฟูวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนเกษตร&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการศึกษา&nbsp;รวบรวมข้อมูล&nbsp;และมีการจัดเก็บองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรม&nbsp;ตลอดจนมีการเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรมด้านการเกษตรทางสื่อต่างๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีหลายหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์&nbsp;คุ้มครองและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;จึงมีการเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ในการนำองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;เกิดประโยชน์ในการลดต้นทุน&nbsp;ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มและมีการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรอย่างยั่งยืน</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรเรื่อง&nbsp;แป้งสาคู&nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านใสขัน&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นจุดดำเนินการในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยการดำเนินการจัดเวทีถอดบทเรียนแบบละเอียด&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อค้นหาแนวทางการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในการเก็บรักษา&nbsp;พัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างคุณค่า&nbsp;รายได้จากสินค้าและบริการที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน&nbsp;และเกิดแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรในชุมชนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายสุดสาคร&nbsp;สังฆ์รักษ์&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านใสขัน</strong>&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สาคูเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยตั้งแต่จังหวัดชุมพรถึงนราธิวาส&nbsp;พบมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สตูล&nbsp;กระบี่&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;พัทลุงและตรัง&nbsp;โดยพื้นที่ป่าสาคูส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณที่มีแม่น้ำหรือคลองไหลผ่าน&nbsp;โดยสาคูจะขึ้นตามสองข้างทางน้ำ&nbsp;ชาวบ้านในอดีตได้ใช้ประโยชน์จากป่าสาคูหลากหลายรูปแบบ&nbsp;ทั้งด้านเกษตรกรรม&nbsp;การจัดการน้ำ&nbsp;โดยมองว่า&nbsp;ป่าสาคูมีความสำคัญในฐานะเป็นป่าริมน้ำที่ช่วยชะลอการไหลของน้ำและชาวบ้านได้นำน้ำจากคลองป่าสาคูมาใช้ในการทำนาและการใช้ประโยชน์อย่างอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำจำพวก&nbsp;ปลา&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;เต่า&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งที่จะมีพืชชนิดอื่นขึ้นอยู่ด้วย&nbsp;ทำให้บริเวณที่มีสาคูขึ้นจึงเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของชาวบ้าน&nbsp;นอกจากนี้ชาวบ้านยังนำส่วนต่างๆ&nbsp;ของสาคูทั้งลำต้น&nbsp;ใบ&nbsp;มาใช้ประโยชน์ทั้งในแง่ของการนำลำต้นมาทำแป้ง&nbsp;(สาคู)&nbsp;ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแป้งชนิดแรกๆ&nbsp;ที่คนนำมาทำเป็นอาหาร&nbsp;การนำใบสาคูมาทำจากเพื่อมุงหลังคา&nbsp;การนำทางสาคูมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน&nbsp;หรือการที่ชาวบ้านนำต้นสาคูมาเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงหรือนำมาเพื่อเลี้ยงด้วงสาคู&nbsp;ทำให้สาคูได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีเพราะมีคุณค่าในด้านการใช้ประโยชน์มากมายตามที่กล่าวมาข้างต้น</p><p><strong>นายสุดสาคร&nbsp;ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;แป้งสาคู&nbsp;หมายถึง</strong>&nbsp;แป้งที่ผลิตได้จากปาล์มสาคู&nbsp;มีลักษณะเป็นผงแป้งละเอียดหรือเป็นเม็ด&nbsp;เนื้อแป้งอาจมีสีน้ำตาลหรือสีชมพูอมขาว&nbsp;ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต&nbsp;และสายพันธุ์ของต้นสาคู&nbsp;ซึ่งแป้งชนิดนี้&nbsp;นิยมใช้ประโยชน์สำหรับประกอบอาหารเป็นหลัก&nbsp;โดยเฉพาะใช้ทำขนมหวาน&nbsp;อาทิ&nbsp;ขนมปากหม้อ&nbsp;และลอดช่อง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยเนื้อขนมจะมีความเหนียวนุ่ม&nbsp;และหวาน&nbsp;มีขั้นตอนและวิธีการผลิต&nbsp;9&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;ดังต่อไปนี้</p><p><strong>1.เลือกต้นสาคูที่แก่เต็มที่&nbsp;</strong>หรือระยะออกดอกเขากวาง&nbsp;ซึ่งสังเกตุที่บริเวณดอกเป็นช่อปลายยอดเหนือลำต้น&nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าต้นสาคูมีความสมบูรณ์และอยู่ในระยะที่เหมาะสมในการผลิตแป้ง</p><p><strong>&nbsp;2.ตัดต้นสาคูให้เป็นท่อนสั้นๆ</strong>&nbsp;ประมาณ&nbsp;0.5-1.0&nbsp;เมตร&nbsp;ใช้มีดหรือขวานปอกเปลือกแข็งด้านนอกออก&nbsp;จะเห็นเนื้อในสาคูสีขาว&nbsp;ผ่าเป็นชิ้นๆ&nbsp;ไม่ต้องใหญ่มากให้ขนาดพอดีกับเครื่องขูด</p><p><strong>&nbsp;3.ใช้เครื่องมือที่เป็นไม้ตอกตาปู</strong>&nbsp;หรือที่เรียกว่าไม้&nbsp;ตรูน&nbsp;นําไปขูดเนื้อสาคูให้ละเอียดเป็นผง&nbsp;ปัจจุบันทางกลุ่มจึงได้ผลิตชุดหัวขูดขึ้นมาเอง&nbsp;โดยใช้หลักการทำงานเดียวกันกับเครื่องขูดมะพร้าว&nbsp;ซึ่งการใช้เครื่องขูดนี้ทำให้ได้เนื้อสาคูที่ละเอียดเป็นผงกว่าวิธีดั้งเดิม&nbsp;สามารถผลิตแป้งที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;สกัดแป้งออกจากเนื้อในให้ได้มากกว่าวิธีแบบดั้งเดิม&nbsp;ป้องกันการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์และการย่อยตัวเองของแป้งด้วย</p><p><strong>&nbsp;4.นำส่วนที่เป็นเนื้อสาคูทำการขูดให้ได้ขุยเนื้อสาคู</strong>&nbsp;(ลักษณะคล้ายการขูดมะพร้าว)&nbsp;ไปขยํากับน้ำบนผ้ากรองทําเหมือนการคั้นกะทิเพื่อแยกแป้งออกมา&nbsp;กรองด้วยผ้าขาวบาง&nbsp;น้ำแป้งจะไหลลงในภาชนะที่รองรับ&nbsp;ในปัจจุบันทางกลุ่มนำขุยเนื้อสาคูใส่ถังหรือภาชนะ&nbsp;เติมน้ำให้ท่วมเนื้อแป้ง&nbsp;ปั่นประมาณ&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;โดยใช้เครื่องมือปั่นที่ทางกลุ่มได้คิดค้นผลิตขึ้นมาเอง&nbsp;กรองเอาขุยเนื้อสาคูออกด้วยผ้าขาวดิบ&nbsp;ทิ้งน้ำไว้&nbsp;1&nbsp;คืน&nbsp;(6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;ชม.)&nbsp;เพื่อให้แป้งตกตะกอน</p><p><strong>&nbsp;5.เทน้ำออกเอาเนื้อแป้งห่อผ้าขาวเพื่อให้เนื้อแป้งสะเด็ดน้ำ</strong>&nbsp;ใช้เวลาประมาณ&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;จะได้ปริมาณเนื้อแป้งสด&nbsp;มีความชื้นประมาณ&nbsp;65-75&nbsp;%</p><p><strong>&nbsp;6.นำแป้งสดที่ได้ไปตากแดดจนแห้ง</strong>&nbsp;จะได้แป้งสาคูผงพร้อมใช้</p><p><strong>&nbsp;7.หากต้องการทำแป้งสาคูเม็ดให้นำแป้งสาคูที่ตากหมาดๆ&nbsp;</strong>มาร่อนด้วยถาดหรือกระด้ง&nbsp;จะได้เป็นสาคูเม็ดแล้วนำไปตากแดดต่อจนแห้งสนิท&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;8.&nbsp;การคัดขนาดเม็ดแป้งสาคู&nbsp;</strong>โดยการร่อนกับตะกร้าเป็นขนาดต่างๆ&nbsp;จะได้แป้งสาคู&nbsp;3&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;แป้งสาคูชนิดผง&nbsp;แป้งสาคูชนิดเม็ดเล็ก&nbsp;และแป้งสาคูชนิดเม็ดใหญ่</p><p><strong>&nbsp;9.&nbsp;บรรจุใส่ถุง</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ถุงละ&nbsp;0.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือ&nbsp;ถุงละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ปัจจุบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำและสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>รวมทั้งลูกหลานที่ปิดภาคเรียน&nbsp;หันไปตระเวนรับซื้อต้นสาคูในราคาต้นละ&nbsp;300-400&nbsp;บาท&nbsp;มาแปรรูปเป็นแป้งสาคูและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขนมจากแป้งสาคูขาย&nbsp;สร้างรายกว่า&nbsp;5,000-6,000&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;มีลูกค้าและผู้สนใจมารับซื้อถึงบ้านนอกจากนี้มีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย</p><p><strong>หากท่านใดสนใจเรียนรู้และต้องการเยี่ยมชมภูมิปัญญาท้องถิ่น</strong>หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;นายสุดสาคร&nbsp;สังฆ์รักษ์&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;095-0737330</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303170959173"],
    [48,"ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซล ทุกชนิดปรับขึ้น 0.20 บาทต่อลิตร","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;0.20&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">44.56</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">29.34</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">36.04</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">36.88</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">37.15</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">35.96&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">29.94</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;บาทต่อลิตร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303184829207"],
    [49,"เทศบาลตำบลกะรนประชุมเตรียมความพร้อมโครงการมหกรรมอาหารทะเล หรอยริมเล ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม 2565 ณ หาดกะตะ","<p><strong>ที่ห้องประชุมเทศบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;เทศบาลตำบลกะรน</strong>&nbsp;เรือเอก&nbsp;เจด็จ&nbsp;วิชรศรณ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลกะรน&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดโครงการมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>เรือเอก&nbsp;เจด็จ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เทศบาลตำบลกะรน</strong>&nbsp;กำหนดจัดโครงการมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;19-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลกะรน&nbsp;ถ.&nbsp;ปากบาง&nbsp;(เลียบชายหาดกะตะ)&nbsp;หาดกะตะ&nbsp;ต.&nbsp;กะรน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยภายในงานได้จัดให้มีร้านอาหารต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;สำหรับการประชุมในวันนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและซักซ้อมความเข้าใจกับทุกภาคส่วนเพื่อให้การจัดงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185630212"],
    [50,"จังหวัดภูเก็ตจัดประชุมติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์การค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าในอาเซียนเพื่อพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ","<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าอาเซียน&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวัชรินทร์&nbsp;รัตนชู&nbsp;ประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางจังหวัดภูเก็ตได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อจัดทำแผนพัฒนาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ตเป็นรูปธรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดและเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยที่ผ่านมาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปลาทูน่าของจังหวัดภูเก็ตสามารถทำรายได้ปีละหลายพันล้านบาทแต่เมื่อมีการกำหนดกฎหมายประมงที่มีความเข้มงวดในเรื่องของเรือทำให้จำนวนของปลาทูน่าที่เข้ามาลดลงเนื่องจากประเทศไทยไม่มีเรือที่จับปลาทูน่าต้องอาศัยเรือต่างชาติที่มีความชำนาญในเรื่องนี้ประกอบกับมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายเรื่องจึงทำให้ต้องสูญเสียโอกาสในการแข่งขันในเรื่องของอุตสากรรมที่เกี่ยวข้องกับปลาทูน่าทั้งที่ทางจังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในเรื่องนี้แต่ติดขัดในเรื่องกฎหมายซึ่งต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;การประชุมวันนี้มีประเด็นหลัก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ประเด็น&nbsp;ที่พูดคุยในวันนี้คือต้องการแก้ปัญหาเรื่องชาวประมงที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวปลาทูน่าหรือรายละเอียดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จึงอยากให้มีการจัดการอบรมถ่ายทอดความรู้&nbsp;และฝึกทักษะโดยเฉพาะจากผู้ที่มีความรู้หรือชำนาญการ&nbsp;ส่วนประเด็นที่&nbsp;2&nbsp;ให้มีการดำเนินการเพื่อพูดคุยในการแก้ไขข้อกฎหมายเรื่องเรือที่ใช้ให้สามารถใช้งานได้&nbsp;ซึ่งทำให้เห็นว่ารายได้ที่ผ่านมาลดลงเป็นอย่างมาก&nbsp;ทั้งนี้ทุกหน่วยงานทั้งในระดับจังหวัดและส่วนกลางต้องมีการร่วมกันพูดคุยเพื่อหาแนวทางที่จะพัฒนาขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวเพื่อ&nbsp;ส่งเสริมนวัตกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;และส่งเสริมให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าขายและส่งออกปลาทูน่าในอาเซียนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185228209"],
    [51,"จังหวัดภูเก็ต ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อน ภูเก็ตเป็นศูนย์การค้าปลาทูน่า และผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าในอาเซียน เพื่อพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดภูเก็ตได้ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อน&nbsp;ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าอาเซียน&nbsp;เพื่อจัดทำแผนพัฒนาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้เป็นรูปธรรม&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;เนื่องจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปลาทูน่าของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;สามารถทำรายได้ปีละหลายพันล้านบาท&nbsp;แต่เมื่อมีการกำหนดกฎหมายประมงที่มีความเข้มงวดในเรื่องของเรือ&nbsp;ทำให้จำนวนของปลาทูน่าที่เข้ามาลดลง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เนื่องจากประเทศไทยไม่มีเรือที่ขึ้นทะเบียนจับปลาทูน่า</strong>&nbsp;จึงต้องอาศัยเรือต่างชาติที่มีความชำนาญ&nbsp;ประกอบกับมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง&nbsp;ทำให้ต้องสูญเสียโอกาสทั้งที่จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในเรื่องนี้&nbsp;แต่ติดขัดในหลายประเด็น&nbsp;ดังนั้นต้องเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยเบื้องต้นมี&nbsp;2&nbsp;ประเด็น&nbsp;คือ&nbsp;ชาวประมงยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวปลาทูน่าหรือรายละเอียดที่ถูกต้อง&nbsp;จึงต้องมีการอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;และฝึกทักษะจากผู้ชำนาญการ&nbsp;อีกเรื่องคือการแก้ไขข้อกฎหมายเรือ&nbsp;ที่จะทำให้รายได้จากอุตสาหกรรมทูน่ากลับมาเพิ่มขึ้น&nbsp;จนทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้า&nbsp;ส่งออกทูน่าในอาเซียนต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303190702217"],
    [52,"ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดลานโพธิ์ถ่ายภาพ 3 มิติ จุดเช็คอินรับนักกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยพ่อเมืองศรีสะเกษเปิดลานโพธิ์ถ่ายภาพ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;จุดเช็คอินรองรับนักกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่บริเวณลานโพธิ์&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อม&nbsp;นางมัลลิกา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดพื้นที่งานศิลปะลานโพธิ์&nbsp;สร้างสรรค์งานศิลป์&nbsp;ปรับภูมิทัศน์&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;และ&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;ผลาพงศ์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการและประชาชน&nbsp;ร่วมในพิธีเปิดพื้นที่งานศิลปะลานต้นโพธิ์เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้สร้างสรรค์งานศิลป์&nbsp;ปรับภูมิทัศน์&nbsp;ให้มีความสวยงาม&nbsp;</strong>เป็นจุดเช็คอินรองรับนักกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ที่สามารถถ่ายภาพให้เป็นภาพแบบ&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;ที่มีสีสันสวยงาม&nbsp;ซึ่งภาพวาดดังกล่าว&nbsp;ศิลปินคนศรีสะเกษใช้เวลาบรรจงสร้างสรรค์ถึง&nbsp;24&nbsp;วัน&nbsp;โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษได้ออกแบบปรับพื้นที่ทางเท้า&nbsp;มาบรรเลงลายเส้นและสีสันนำเสนอจุดเด่นสำคัญไว้ที่เดียว&nbsp;ตลอดจนวิถีหรืออัตลักษณ์ของชาวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นจุดเช็คอินให้แก่แขกที่มาเยือนศรีสะเกษได้ถ่ายรูป&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;และเพื่อต้อนรับทัพนักกีฬาและคณะกรรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304002848289"],
    [53,"จ.ขอนแก่น ตัดตลาดนัดชุมชนประชาสุขใจสู้ภัย COVID-19 ส่งตรงถึงมือคุณ ลดค่าครองชีพประชาชน","<p><strong>จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผู้ผลิตชุมชน&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพชุมชน&nbsp;กลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;นำผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ผักสด&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;สินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาแสดงและจำหน่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;บูธ&nbsp;ที่ศาลาผูกเสี่ยว&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>การจัดตลาดนัดชุมชน&nbsp;ประชาสุขใจ&nbsp;สู้ภัย&nbsp;COVID&nbsp;-19</strong>&nbsp;เป็นการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการ&nbsp;กับภาคประชาชน&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตในชุมชน&nbsp;เช่น&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพ&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;กลุ่มสตรี&nbsp;ที่ประสบปัญหาการจำหน่าย&nbsp;และเข้าไม่ถึงช่องทางการจำหน่ายโดยตรง&nbsp;ปัญหาสถานที่จำหน่ายไม่เพียงพอไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ให้มีสถานที่&nbsp;และช่องทางการจำหน่าย&nbsp;เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้&nbsp;สร้างอาชีพในชุมชนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;ได้รับผลกระทบมากขึ้น&nbsp;ตลอดจนเป็นการแก้ไขและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพเนื่องจากสินค้าราคาแพง&nbsp;โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บรืโภค&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;ราคาประหยัดช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายและเป็นการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่</strong>&nbsp;โดยจัดตลาดนัดชุมชน&nbsp;ประชาสุขใจ&nbsp;สู้ภัย&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;เป็นประจำในวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์&nbsp;พร้อมเชิญชวน&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;แชร์&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชน&nbsp;(OTOP)&nbsp;ของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ทุกวันพฤหัสบดี&nbsp;ที่บริเวณศาลาผูกเสี่ยว&nbsp;สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.</p><p><strong>การดำเนินงานในวันนี้มียอดจำหน่ายจากบูธผู้ผลิตผู้ประกอบการโอทอป&nbsp;</strong>สัมมาชีพชุมชน&nbsp;โคกหนองนา&nbsp;พช.&nbsp;ซึ่งมีจำนวน&nbsp;12&nbsp;บูธ&nbsp;จำหน่ายได้&nbsp;13,750&nbsp;บาท&nbsp;บูธของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;5&nbsp;บูธ&nbsp;จำหน่ายได้&nbsp;3,280&nbsp;บาท&nbsp;รวมยอดจำหน่ายทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;17,030&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","NULL","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303193454227"],
    [54,"จังหวัดชัยนาท จัดแถลงข่าว \"งานมหกรรมหุ่นฟางนกชัยนาทและของดีศรีท้องถิ่น ประจำปี 2565 ครั้งที่ 37","<p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;มหกรรมหุ่นฟางนกชัยนาทและของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณกรงนกใหญ่&nbsp;สวนนกชัยนาท&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;เข้างานฯ&nbsp;และมีผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท,&nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท,&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท,&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(สำนักงานลพบุรี&nbsp;และนายบรรจบ&nbsp;เงินฉลาด&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;มหกรรมหุ่นฟางนกชัยนาทและของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;และเขื่อนเรียงหิน&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณี&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;สนับสนุนและส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น&nbsp;(OTOP)&nbsp;ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชัยนาท&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชัยนาทมากขึ้น&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;พบกับการประกวดขบวนแห่หุ่นฟางนกอันตระการตา,&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม,&nbsp;สักการะศาลหลักเมือง,&nbsp;นมัสการรูปหล่อหลวงปู่ศุข,&nbsp;ชมหุ่นฟางนกไฮเทคและหุ่นฟางนกสวยงาม&nbsp;ประกอบแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศสวนป่า,&nbsp;การประกวดหุ่นฟางนกไฮเทคและหุ่นฟางนกสวยงาม,&nbsp;การแสดงวิถีไทย,&nbsp;ร่วมสนุกชิงโชคกับร้านสกุณากาชาดจังหวัด,&nbsp;การจำหน่ายสินค้าของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;OTOP,&nbsp;สินค้าทางการเกษตร,&nbsp;ชิมอาหารพื้นถิ่นชัยนาท,&nbsp;นิทรรศการส่วนราชการ,&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ส่วนมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์พัลลภ&nbsp;ยอดศิรจินดา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายใต้การจัดงานในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;เริ่มจากขบวนแห่วัฒนธรรมประชาชนที่ร่วมขบวนแห่ทุกคนต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;มีการคัดกรองก่อนการจัดงาน&nbsp;การตรวจสอบ&nbsp;และการควบคุมเข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะร้านค้าที่จำหน่ายในงาน&nbsp;จะมีการส่งผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และติดตามตลอดการจัดงาน&nbsp;ผู้ค้าขายในงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทุก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งหากผู้ค้าขายมีการละเลยไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;ทางจังหวัดจะให้ปิดร้านค้าทันที&nbsp;และจะมีเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจตลอดระยะเวลาของการจัดงานฯ&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303200431243"],
    [55,"ประธานสภาการท่องเที่ยว อบจ.สตูล เผยผลวิจัยการทำงานอาสาสมัครท่องเที่ยวไทย ต่อยอดสู่การพัฒนาระบบติดตามตัว (GIS) เพิ่มความปลอดภัยในเดินเรือพร้อมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอนาคต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเจตกร&nbsp;หวันสู&nbsp;ประธานสภาการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้จังหวัดสตูลได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือ&nbsp;และมาตรการต่างๆ&nbsp;จากการทำวิจัยและพัฒนาระบบความช่วยเหลือตามโครงการอาสาสมัครท่องเที่ยวไทย&nbsp;เพื่อพัฒนาระบบให้สามารถเร่งรัดความช่วยเหลือทางทะเล&nbsp;เพื่อเสริมศักยภาพการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วนของงานวิจัยที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน</p><p><strong>ส่วนแรกคืออาสาสมัครท่องเที่ยวไทย&nbsp;(Thai&nbsp;Tourism&nbsp;Volunteers)</strong>&nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับการบริหารจัดการการท่องเที่ยว&nbsp;โดยได้ไอเดียจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วยการนำต้นแบบการให้บริการของ&nbsp;อสม.ของกระทรวงสาธารณสุขมาปรับใช้ในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวผ่านอาสาสมัครท่องเที่ยวไทย&nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&nbsp;4&nbsp;พื้นที่สำหรับทำการวิจัย&nbsp;คือ&nbsp;คุ้งบางกระเจ้า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เชียงราย&nbsp;กระบี่&nbsp;และสตูล&nbsp;เพื่อทำการศึกษาวิจัยและออกแบบ&nbsp;ซึ่งจะสามารถมีส่วนช่วยเติมเต็มกับภารกิจของหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปได้&nbsp;อีกทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นหลัก&nbsp;โดยจะนำไปสู่การจัดตั้งองค์กรอาสาสมัครท่องเที่ยวไทยในอนาคตได้อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่สองที่เกี่ยวเนื่องกันจนก่อให้เกิดเป็นงานวิจัยผูกไขว้กับส่วนแรก</strong>&nbsp;คืองานวิจัยเกี่ยวกับระบบติดตามตัว&nbsp;(GIS)&nbsp;โดยเริ่มต้นระบบทางน้ำใน&nbsp;3&nbsp;พี้นที่&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;และสตูล&nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดสตูลซึ่งมีการจัดการเดินเรือที่มีความหลากหลาย&nbsp;ประกอบกับการเป็นพื้นที่เมืองชายแดน&nbsp;หากเกิดเหตุต่างๆ&nbsp;กับนักท่องเที่ยวจะสามารถทดสอบการใช้งานของระบบและเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาระบบฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;เบื้องต้นได้ติดตั้งชุดอุปกรณ์ทดลองไว้บนเรือ&nbsp;Speedboat&nbsp;ที่บริการรับส่งนักท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงบริษัทเดินเรือที่ตกเป็นตัวอย่างในงานวิจัย&nbsp;โดยจะใช้ระบบสัญญาณเป็นการควบคุม&nbsp;ขณะนี้ติดตั้งไปแล้ว&nbsp;18&nbsp;ลำ</p><p><strong>ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาระบบติดตาม&nbsp;(Tracking)&nbsp;</strong>เข้ามามีส่วนร่วมด้วย&nbsp;ผ่านการทำงานของอาสาสมัครท่องเที่ยวไทยในจังหวัดสตูลประมาณ&nbsp;200&nbsp;กว่าคน&nbsp;โดยในส่วนนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัท&nbsp;AIS&nbsp;ในกรณีที่มีจุดอับสัญญาณ&nbsp;เพื่อให้มีสัญญาณครอบคลุมและทั่วถึงจุดบริการ&nbsp;ซึ่งจะเป็นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;ทั้งนี้จะนำไปสู่การเติมเต็มการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อเกิดผลดีและเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวในอนาคตได้มากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304104216334"],
    [56,"ปทุมธานี เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดปทุมธานี มุ่งสร้างรายได้ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข","<p><strong>ที่ห้องประชุมราชสีห์บัวหลวง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</strong>นายเอกวิทย์&nbsp;มีเพียร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดปทุมธานี&nbsp;โดยใช้กลไกประชารัฐในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาสังคมทุกระดับ&nbsp;บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ตามเป้าหมายของรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>นายเอกวิทย์&nbsp;มีเพียร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;กล่าวย้ำถึง&nbsp;บทบาทหน้าที่ของคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดปทุมธานี&nbsp;มีหน้าที่นำแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐส่วนกลางไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;นำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;(Action&nbsp;Based)&nbsp;พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ&nbsp;จัดทำแนวทางและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการและกิจกรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;รวมทั้งบูรณาการแผนงาน/โครงการ&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประซารัฐให้ครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;และประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ขณะเดียวกันให้ค้นหา&nbsp;Best&nbsp;Practice&nbsp;ในพื้นที่เพื่อขยายผล&nbsp;รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานแก่คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ&nbsp;และแต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการทำงานตามความเหมาะสม&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ควบคู่สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;เพื่อประชาชนมีความสุข</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ปทุมธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304131800412"],
    [57,"เกษตรจังหวัดสมุทรสงครามให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย","<p><strong>นางสมพิส&nbsp;ทองดีมาก&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>ให้การต้อนรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานครและสำนักงานเกษตรพื้นที่&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;สวนมะนาวโห่ลุงศิริ&nbsp;ตำบลบางนกแขวก&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทสม์&nbsp;เจริญช่าง&nbsp;เจ้าของสวนมะนาวโห่&nbsp;บรรยายสรุปการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยรองรับนักท่องเที่ยวตามวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;รวมทั้งการปลูกและการแปรรูปมะม่วงหาวมะนาวโห่แบบเกษตรอินทรีย์&nbsp;และสินค้ามีมาตรฐาน&nbsp;อย.และ&nbsp;GMP</p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155501494"],
    [58,"กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์เงินเฟ้อทั่วไป เดือนกุมภาพันธ์ 2565","<p><strong>นายรณรงค์&nbsp;พูลพิพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สูงขึ้นร้อยละ&nbsp;5.28&nbsp;สาเหตุหลักยังคงเป็นสินค้ากลุ่มพลังงานที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;และค่าราคาไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก&nbsp;รวมถึงสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตและราคาวัตถุดิบ&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อสัตว์&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผักสด&nbsp;อาหารบริโภคในบ้านและนอกบ้าน&nbsp;และเครื่องประกอบอาหาร&nbsp;นอกจากนี้ฐานราคาในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ต่ำสุดในรอบปีที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้การคำนวณอัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้สูงขึ้นด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตามมีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ราคาปรับลดลง&nbsp;ทั้งข้าวเหนียว&nbsp;ข้าวสารเจ้า&nbsp;ผลไม้สด&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;ค่าเช่าบ้าน&nbsp;และค่าเล่าเรียน&nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ&nbsp;ที่ช่วยบรรเทาปัญหาราคาสินค้าแพงในช่วงระยะเวลานี้ได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;คาดว่ายังคงอยู่ในระดับสูง&nbsp;ตามราคาพลังงานซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;สินค้าที่เริ่มปรับตัวลดลง&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มอาหารสด&nbsp;โดยเฉพาะเนื้อสุกร&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;รวมทั้งมาตรการภาครัฐในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จะส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับที่เหมาะสม&nbsp;ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อตลอดทั้งปีนี้&nbsp;ยังมีความเสี่ยงกระทรวงพาณิชย์จะประเมินสถานการณ์และปรับตัวเลขคาดการณ์ให้มีความเหมาะสมในเดือนมีนาคมนี้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204743630"],
    [59,"วิเคราะห์ความสำเร็จ Soft Power ของเกาหลีใต้ เตรียมปรับใช้ต่อยอด Soft Power ของไทย ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;กรุงโซล&nbsp;ทำการวิเคราะห์ความสำเร็จ&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ของเกาหลีใต้&nbsp;เพื่อนำมาปรับใช้กับการขับเคลื่อน&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ของไทย&nbsp;ในการผลักดันผลงานภาพยนตร์&nbsp;แอนิเมชัน&nbsp;และดิจิทัลคอนเทนต์ต่างๆ&nbsp;ของไทยออกสู่ตลาดโลก&nbsp;เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ&nbsp;ทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;จากการทำให้ต่างชาติรู้จักอาหาร&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของไทย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากการวิเคราะห์ดังกล่าว&nbsp;ทำให้เห็นว่า&nbsp;นโยบายส่งเสริม&nbsp;Soft&nbsp;power&nbsp;ของเกาหลีใต้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้&nbsp;GDP&nbsp;ของเกาหลีใต้เติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง&nbsp;4&nbsp;เท่าในเวลา&nbsp;20&nbsp;กว่าปี&nbsp;และสัดส่วนของอุตสาหกรรมการบริการยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน&nbsp;จึงมั่นใจว่าการขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ของไทย&nbsp;จะเป็นแรงขับเคลื่อน&nbsp;GDP&nbsp;ของประเทศให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้เช่นเดียวกัน&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันภาพยนตร์&nbsp;ซีรีส์&nbsp;แอนิเมชัน&nbsp;และดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย&nbsp;ได้รับความนิยมในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สามารถสอดแทรกความเป็นไทย&nbsp;ทั้งอาหารและศิลปวัฒนธรรมไทย&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;และยังเพิ่มโอกาสให้สินค้า&nbsp;บริการ&nbsp;และการท่องเที่ยวของไทยเพิ่มขึ้นด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การขับเคลื่อน&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ของเกาหลีใต้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เกิดขึ้นในสมัยของประธานาธิบดีคิมแดจุง&nbsp;ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี&nbsp;2541-2546&nbsp;ได้ผลักดันใช้วัฒนธรรมเกาหลี&nbsp;ความเป็นเกาหลีควบคู่ไปกับการสร้างภาพลักษณ์ประเทศ&nbsp;สินค้าและบริการ&nbsp;ผ่านกระแส&nbsp;Korean&nbsp;wave&nbsp;และได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับจนทำให้เกาหลีใต้ขึ้นมาอยู่อันดับที่&nbsp;11&nbsp;ในการวัดดัชนี&nbsp;Soft&nbsp;power&nbsp;จากทั่วโลกในปี&nbsp;2564&nbsp;จากการส่งออกวัฒนธรรมในหลากหลายรูปแบบ&nbsp;เช่น&nbsp;ภาพยนตร์&nbsp;ซีรีย์&nbsp;เกมออนไลน์&nbsp;และเพลง&nbsp;โดย&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ที่ประสบความสำเร็จคือ&nbsp;สื่อและความบันเทิง&nbsp;ที่รู้จักกันภายใต้ชื่อ&nbsp;K-Drama&nbsp;เช่น&nbsp;Daejanggum,&nbsp;Autumn&nbsp;Fairy&nbsp;Tale,&nbsp;and&nbsp;Winter&nbsp;Sonata&nbsp;และได้พัฒนามาจนถึงวงการเพลง&nbsp;หรือ&nbsp;K-pop&nbsp;ที่มี&nbsp;ศิลปินชื่อดังมากมายทั่วโลก&nbsp;เช่น&nbsp;Psy,&nbsp;EXO,&nbsp;BTS,&nbsp;Blackpink&nbsp;เป็นต้น</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;อาหาร&nbsp;ก็เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพราะถูกสอดแทรกเข้าไปในทุกสื่อผ่านละครหรือการพูดของดารานักร้อง&nbsp;และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&nbsp;เช่น&nbsp;หมูสามชั้นย่าง&nbsp;ต็อกป็อกกี&nbsp;ไก่ทอด&nbsp;จาจังมยอน&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;โซจูและกิมจิ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมถึงการท่องเที่ยว&nbsp;และ&nbsp;ภาษาและวัฒนธรรม&nbsp;ที่ส่งผลให้คนทั่วโลกให้ความสนใจและเข้าใจในวัฒนธรรมและภาษาเกาหลีมากขึ้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204657629"],
    [60,"ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงเขตตรวจราชการที่ 1 ตรวจติดตามแผนงานโครงการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดสระบุรี","<p><strong>ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;นางรุ่งรัตนา&nbsp;บุญ-หลง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;นำคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงเขตตรวจราชการที่&nbsp;1&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการแผนงานโครงการตามแผนตรวจราชการแบบบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;ประเด็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังติดตามตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด</strong>และกลุ่มจังหวัด&nbsp;การติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;การลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;และโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องชี้แจงถึงผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304142119438"],
    [61,"สกัดการลักลอบขนย้ายกระเทียมและหอมหัวใหญ่เข้าประเทศ พบเห็นแจ้งสายด่วน 1569","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง&nbsp;กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง&nbsp;ตั้งด่านตรวจบนเส้นทางที่มีการขนย้ายสินค้าเกษตรจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด&nbsp;เนื่องจากในช่วงเวลานี้มีผลผลิตกระเทียมและหอมหัวใหญ่ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก&nbsp;หากมีการลักลอบนำเข้าและขนย้ายเข้ามาในประเทศ&nbsp;อาจกระทบต่อราคาผลผลิตของเกษตรกร&nbsp;ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำลงได้&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;มีการจับกุมผู้กระทำความผิด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ข้อหาขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่มีหนังสืออนุญาตการขนย้าย&nbsp;ฝ่าฝืนประกาศ&nbsp;กกร.ฉบับที่&nbsp;9&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;มีโทษตามมาตรา&nbsp;37&nbsp;&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;โดยกรมฯ&nbsp;จะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง&nbsp;และขอเตือนผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;หากผู้ใดพบเห็น&nbsp;หรือมีเบาะแสการลักลอบขนย้ายสินค้าเกษตรสามารถแจ้งได้ที่&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145745463"],
    [62,"นครปฐม คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมวุฒิสภา เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการอุตสาหกรรม","<p><strong>นายสมชาย&nbsp;หาญหิรัญ&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม&nbsp;คนที่&nbsp;1</strong>&nbsp;นายชลิต&nbsp;แก้วจินดา&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วยเลขานุการคณะกรรมาธิการและคณะ&nbsp;เดินทางมาศึกษาดูงาน&nbsp;ด้านงานอุตสาหกรรม&nbsp;ที่บริษัท&nbsp;โรงเส้นหมี่ชอเฮง&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลยายชา&nbsp;อำเภอสามพราน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรัฐศาสตร์&nbsp;ชิดชู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;นายไกรสินธุ์&nbsp;วงศ์สุรไกร&nbsp;กรรมการบริหาร&nbsp;บริษัทโรงเส้นหมี่ชอเฮง&nbsp;จำกัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;และพนักงาน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมพบปะสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินการและปัญหาอุปสรรคของบริษัท&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของโรงงาน</p><p><strong>สำหรับบริษัท&nbsp;โรงเส้นหมี่ชอเฮง&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นบริษัทแรกในประเทศไทย&nbsp;</strong>ที่ได้มีการริเริ่มใช้ระบบอบแป้งให้แห้งด้วยลมร้อนในการผลิตแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว&nbsp;มีกรรมวิธีในการผลิตที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;และระบบควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายห้องปฏิบัติการ&nbsp;ภายใต้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนตราช้างสามเศียร&nbsp;และตราเอราวัณ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญหิรัญ&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม&nbsp;คนที่&nbsp;1</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางไปยัง&nbsp;บริษัท&nbsp;หลิ่ง&nbsp;หนัน&nbsp;สตีล&nbsp;จำกัด&nbsp;ถนนมาลัยแมน&nbsp;ตำบลวังตะกู&nbsp;อำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;ซึ่งเป็นโรงงานรีดและหลอมเหล็ก&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของโรงงาน&nbsp;ตลอดจนปัญหาอุปสรรค&nbsp;และข้อเสนอแนะ&nbsp;อีกทั้งเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของโรงงานด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304160722500"],
    [63,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่มอบวุฒิบัตรและกล่าวปิดอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก  รุ่นที่  1","<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบวุฒิบัติแก่ผู้ที่ผ่านการอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งการจัดอบรมดังกล่าวมีขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ร้านดาหลาบาติก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจาก&nbsp;นโยบายจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้ส่งเสริมอาชีพ&nbsp;</strong>และผลิตสินค้าชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่น&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนเป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;เริ่มจากการรวมกลุ่มของประชาชนระดับฐานราก&nbsp;ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น&nbsp;ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น</p><p><strong>ซึ่งการฝึกอบรมผลิตมัดย้อมบาติกในครั้งนี้</strong>&nbsp;ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ทั้งในระดับบุคคล&nbsp;ระดับครัวเรือน&nbsp;ระดับกลุ่ม&nbsp;ตลอดจนเครือข่ายกลุ่มอาชีพต่าง&nbsp;1&nbsp;สามารถพัฒนาผลิตผ้ามัดย้อมบาติก&nbsp;ให้มีจุดเด่นและมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น&nbsp;โดยยึดหลักการพึ่งตนเองของชุมชน&nbsp;และจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนในด้านความรู้สมัยใหม่&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การเชื่อมโยงสินค้าชุมชน&nbsp;สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และสามารถพัฒนาต่อยอดไปถึงระดับวิสาหกิจขนาดกลาง&nbsp;และขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;ต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ได้กล่าวปิดการอบรม&nbsp;พร้อมขอบคุณสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่&nbsp;ทีมวิทยากร&nbsp;อาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านทุกฝ่าย&nbsp;ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมฝึกอบรมการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ขอให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมฯครั้งนี้&nbsp;ได้นำความรู้ที่ได้รับไปผลิต&nbsp;พัฒนาและต่อยอดให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาดต่อไปตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165242539"],
    [64,"สายการบินไทย ฟื้นเส้นทางการบิน เส้นทางประเทศไทยสู่ประเทศอินเดีย","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ตามที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบข้อตกลง&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างประเทศไทยและอินเดีย&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไปนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว&nbsp;ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการเดินทางและการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;อีกทั้งเอเชียใต้ถือเป็นตลาดที่สำคัญ&nbsp;บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ทำการบินสู่เมืองหลักของอินเดียตามข้อตกลง&nbsp;Air&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;เส้นทางประกอบด้วยเส้นทาง&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-นิวเดลี&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;อังคาร&nbsp;พุธ&nbsp;พฤหัสบดี&nbsp;และศุกร์&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-มุมไบ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;อังคาร&nbsp;และพุธ&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เจนไน&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และพฤหัสบดี&nbsp;และเส้นทาง&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เบงกาลูรู&nbsp;การบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;ทุกวันพุธ&nbsp;และเสาร์</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">บริษัท&nbsp;การบินไทยฯ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;เน้นปฏิบัติการบินอย่างมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;(Hygiene&nbsp;Excel-lence)&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ทำการฉีดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรค&nbsp;ทำความสะอาดแบบ&nbsp;Deep&nbsp;Cleaning&nbsp;และทำความสะอาด&nbsp;36&nbsp;จุดสัมผัสร่วมในอากาศยานทุกลำหลังเครื่องลงจอด&nbsp;ตลอดจนติดตั้งระบบกรองอากาศภายในเครื่องบินทุกลำ&nbsp;ด้วยแผงกรองอากาศประสิทธิภาพสูง&nbsp;(HEPA&nbsp;:&nbsp;High&nbsp;Efficiency-Particulate-Air)&nbsp;ซึ่งผู้โดยสารสามารถมั่นใจได้ว่าการบินไทยปฏิบัติการบินในทุกเที่ยวบินตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;รายละเอียดตารางบิน&nbsp;สำรองที่นั่ง&nbsp;และออกบัตรโดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่เว็บไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://thaiairways.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">thaiairways.com</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;สำนักงานขายการบินไทย&nbsp;หรือ&nbsp;THAI&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร.&nbsp;0-2356-1111&nbsp;ทุกวัน&nbsp;(ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;หรืออีเมล&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"mailto:contact@service.thaiairways.com\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">contact@service.thaiairways.com</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานสาขาที่ออกบัตรโดยสารในแต่ละท้องถิ่น</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;</span></p><p><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204534628"],
    [65,"ปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร","<p><strong>กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซล&nbsp;ทุกชนิดคงเดิม&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong>&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;45.16&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;&nbsp;36.64&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;37.48&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;37.75&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม</strong>&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304201602614"],
    [66,"เดินหน้าแก้ไขปัญหาจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ รองรับการขยายตัวระบบขนส่งทางรางทั้งรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายสรพงศ์&nbsp;ไพฑูรย์พงษ์&nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;กรมการขนส่งทางราง&nbsp;ร่วมกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;หรือ&nbsp;กปถ.จัดทำฐานข้อมูลจุดตัดและจัดทำเป็นแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการแก้ไขอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;ซึ่งแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน&nbsp;ระยะกลางและระยะยาว&nbsp;ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนารถไฟทางคู่และโครงการรถไฟความเร็วสูง&nbsp;พร้อมทั้งจัดทำคู่มือมาตรฐานจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์จุดตัดทางถนนและทางรถไฟให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ&nbsp;ตลอดจนพัฒนาคู่มือในการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุเชิงลึกบริเวณจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ข้อมูลอุบัติเหตุจาก&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;และศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;พบว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ถึงแม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ยังมีอัตราผู้เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง&nbsp;17,831&nbsp;คนต่อปี&nbsp;อีกทั้งยังมีผู้บาดเจ็บและผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นจำนวนมาก&nbsp;รัฐบาลจึงมีนโยบายมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการลดอุบัติเหตุดังกล่าว&nbsp;โดยการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง&nbsp;โดยได้เร่งปรับปรุงโครงข่าย&nbsp;ทางรถไฟในปัจจุบัน&nbsp;พัฒนารถไฟทางคู่&nbsp;ก่อสร้างรถไฟสายใหม่&nbsp;รวมทั้งรถไฟความเร็วสูง&nbsp;เพื่อสนับสนุนการขนส่งทางรางที่มีความปลอดภัยให้เป็นระบบขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้าหลักของประเทศ&nbsp;เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด&nbsp;ลดปัญหามลภาวะทางเสียงและอากาศ&nbsp;ลดต้นทุนโลจิสติกส์&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">กระทรวงคมนาคม&nbsp;ประชุมกลุ่มย่อยในวันนี้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งรับฟังความเห็นต่อร่างกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐาน&nbsp;หลักเกณฑ์การพิจารฯาจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;และร่างประกาศกรมการขนส่งทางราง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การกระทำที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบการขนส่งทางราง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก่อน&nbsp;ขร.&nbsp;จะดำเนินการเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ล่าสุดได้ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ซึ่งมีทางรถไฟผ่านพื้นที่&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอบางกระทุ่ม&nbsp;อำเภอเมืองพิษณุโลก&nbsp;และอำเภอพรหมพิราม&nbsp;มีจุดตัดทางถนนและทางรถไฟรวม&nbsp;52&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นจุดตัดต่างระดับ&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;และจุดตัดเสมอระดับ&nbsp;42&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจำนวนนี้มีเครื่องกั้นแล้วจำนวน&nbsp;39&nbsp;แห่ง&nbsp;และทางลักผ่าน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยอนาคตเมื่อมีโครงการรถไฟทางคู่ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย&nbsp;ซึ่งปัจจุบันออกแบบรายละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;และคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ&nbsp;มีมติเห็นควรนำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;หรือ&nbsp;EIA&nbsp;เสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป&nbsp;โดยในโครงการรถไฟทางคู่ช่วงนี้จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขเป็นจุดตัดต่างระดับทั้งหมด&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้เกิดความปลอดภัยในการเดินรถไฟมากขึ้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202644621"],
    [67,"คืบหน้ามาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ยอดใช้จ่ายรวมกว่า 53,800 ล้านบาท","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่&nbsp;4&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม&nbsp;40.72&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด&nbsp;53,889.99&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;13.28&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;4,116.12&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;1.21&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;352.97&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิรวมทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.23&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;49,420.9&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่างๆ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ได้&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">www.คนละครึ่ง.com</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่&nbsp;หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202349618"],
    [68,"ผู้ว่าฯแพร่ เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม กิจกรรมส่งเริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE)","<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ที่วังปลาโป่งศรี&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น</strong>&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้เยี่ยมชม&nbsp;ฐานวัดโป่งศรี&nbsp;เยี่ยมชม&nbsp;ฐานเครื่องเงิน&nbsp;ของนายถวิล&nbsp;เป็งวงศ์&nbsp;และเยี่ยมชม&nbsp;ฐานของโบราณ&nbsp;ของนายสุรินทร์&nbsp;สมจิตร&nbsp;ก่อนจะเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;&nbsp;กิจกรรมส่งเริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่ร่วมกับพัฒนาชุมชน</strong>อำเภอเมืองแพร่จัดขึ้น&nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โครงการฯ&nbsp;ได้รับการกระตุ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในชุมชน&nbsp;และเพื่อให้ผู้ประกอบการในชุมชนได้รับการพัฒนาตามแนวทางการจัดนิทรรศการแบบกระจายที่ผู้บริโภคได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มองค์กร&nbsp;และครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการในชุมชนให้สามารถจัดกิจกรรมที่ผู้บริโภคลงมือทำด้วยตนเอง&nbsp;เกิดการเรียนรู้ของนักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว&nbsp;พร้อมศึกษาและลงมือทำด้วยตนเอง&nbsp;สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความภาคภูมิใจจากฝีมือของตนเองล</p><p><strong>สำหรับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม</strong>&nbsp;กิจกรรมส่งเริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;นั้น&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น&nbsp;ในการดำเนินงานโครงการเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โครงการฯ&nbsp;ได้รับการกระตุ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในชุมชน&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการในชุมชนได้รับการพัฒนาตามแนวทางการจัดนิทรรศการแบบกระจายที่ผู้บริโภคได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;(Decentralized&nbsp;Hands&nbsp;&nbsp;On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;:&nbsp;D&nbsp;-&nbsp;HOPE)&nbsp;จะทำให้พื้นที่เป้าหมายมีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความยั่งยืน</p><p><strong>D-HOPE&nbsp;มีลักษณะแตกต่างจากนิทรรศการ&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>ที่ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถูกนำมารวมที่ศูนย์จัดแสดงในที่เดียวกัน&nbsp;(แบบรวมตัวสู่ศูนย์กลาง)&nbsp;ในทางกลับกันนิทรรศการ&nbsp;D-HOPE&nbsp;นั้นอยู่ในลักษณะกระจาย&nbsp;กล่าวคือโปรแกรมที่ผู้เข้าชมสามารถร่วมลงมือปฏิบัติเองนั้นเกิดจากการเลือกคัดสรรโดยบรรดาผู้ผลิตและผู้ให้บริการ&nbsp;กิจกรรมเน้นในลักษณะให้ผู้เข้าชมร่วมลงมือทำมากกว่าการจัดงานแบบศูนย์แสดงสินค้า&nbsp;เพื่อที่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนท้องถิ่นสามารถเรียนรู้จากการร่วมประสบการณ์จริงในกิจกรรมนั้นๆ&nbsp;/.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304192859596"],
    [69,"อำเภอห้วยทับทัน  ตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในการจัดการแข่งขันกีฬา แห่งชาติ ครั้งที่ 47 \"ศรีสะเกษเกมส์\" และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 37 \"นครลำดวนเกมส์\"","<p><strong>นายอิศรา&nbsp;โพธิ์เงิน&nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&nbsp;</strong>เป็นระธานการประชุม&nbsp;เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในการจัดการแข่งขันกีฬา&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;\"ศรีสะเกษเกมส์\"&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;\"นครลำดวนเกมส์\"</p><p><strong>นายอำเภอห้วยทับทัน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว</strong>เป็นเส้นทางท่องเที่ยวแดนปราสาทขอม&nbsp;ชมปราสาทบ้านปราสาท&nbsp;เพื่อต้อนรับท่องเที่ยวให้นักกีฬา&nbsp;ผู้ฝึกสอนและคณะกรรมการที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชยามร&nbsp;บุญเต็ม&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท,&nbsp;พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับทัน,เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลห้วยทับทัน,ผอ.รพ.สต.ปราสาท,กำนันตำบลปราสาท,ผู้ใหญ่บ้าน,เจ้าอาวาสวัดปราสาท&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อม&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&nbsp;พร้อมด้วยคณะได้ร่วมลงพื้นที่&nbsp;</strong>วัดปราสาท&nbsp;บ้านโนนดั่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตรวจความพร้อมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในการจัดการแข่งขันกีฬาด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304193455600"],
    [70,"เริ่มแล้ว  เทศกาลอาหารสะอาด  รสชาติอร่อย  มาตรการ แซนด์บ๊อกซ์\" ครั้งแรก กระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูเมืองยะลา","<p><strong>เริ่มแล้ว&nbsp;วันนี้&nbsp;4&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;กับงานเทศกาลอาหารสะอาด</strong>&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;(อาหารจานเด็ด&nbsp;)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;21&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;สนามโรงพิธีช้างเผือก&nbsp;เทศบาลนครยะลา<strong>&nbsp;</strong>&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้จัดขึ้น&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเมือง&nbsp;ทั้งด้านสังคม&nbsp;การศึกษา&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;หลังต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เป็นระยะเวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก</p><p><strong>ซึ่งการจัดงานครั้งนี้&nbsp;จะเป็นในรูปแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;</strong>ครั้งแรก&nbsp;มีการจำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ยกเว้นในขณะรับประทานอาหาร&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน&nbsp;ซึ่งก่อนเข้างาน&nbsp;ทุกคนก็จะต้องผ่านจุดคัดกรอง&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;โดยประชาชนที่เข้าร่วมงานต่างก็ให้ความร่วมมือกับมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไป&nbsp;พบว่าได้&nbsp;มีพี่น้องประชาชน</strong>&nbsp;ให้ความสนใจ&nbsp;ออกมาร่วมชิมช้อปอาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;จากจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;&nbsp;กันอย่างคึกคัก&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีอาหารอร่อยหลากเมนู&nbsp;จาก&nbsp;70&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ให้เลือกรับประทาน&nbsp;พร้อมกับการชมการแสดงท้องถิ่นจากพี่น้องจังหวัดยะลา&nbsp;และการแสดงจากศิลปินนักร้องที่มาร่วมขับกล่อม&nbsp;ตลอด&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสร้างความสุข&nbsp;ผ่อนคลายความเครียดให้ชาวยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ทางเทศบาลฯ&nbsp;ยังได้จัด&nbsp;จุดเช็คอิน&nbsp;เทศกาลอาหารจานเด็ด&nbsp;ให้กับประชาชนได้ร่วมถ่ายรูปเซลฟี่&nbsp;กันด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้ซึ่งเป็นการจัดงานในวันแรกได้รับเกียรติจาก</strong>นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ผู้บริหารเทศบาลฯ</p><p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;สำหรับงานเทศกาลอาหารสะอาด&nbsp;</strong>รสชาติอร่อย&nbsp;(อาหารจานเด็ด)&nbsp;เป็นกิจกรรมเสริมของการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;เนื่องจากในปีนี้อยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถมาร่วมงานได้&nbsp;เทศบาลนครยะลาจึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้ผ่อนคลาย&nbsp;และมีที่รับประทานอาหารพื้นเมือง&nbsp;เพราะด้วยจังหวัดยะลา&nbsp;มีเอกลักษณ์ทางสังคมที่โดดเด่นเฉพาะ&nbsp;มีการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตของชาวพุทธ&nbsp;ชาวจีน&nbsp;และชาวมุสลิม&nbsp;ก่อให้เกิดวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลาย&nbsp;ทำให้อาหารไทยและอาหารพื้นเมืองเป็นที่นิยมมาก&nbsp;งานเทศกาลอาหารจานเด็ดจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยว&nbsp;สัมผัสวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิตและลิ้มลองอาหารไทยพื้นเมืองต้นตำรับดั้งเดิม&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ภายในงานเทศกาลอาหารจานเด็ด&nbsp;จะได้อิ่มอร่อยกับอาหารที่หลากหลาย&nbsp;รสชาติล้วนอร่อย&nbsp;จากร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์อาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;ส่งเสริมรายได้และสร้างชื่อเสียงให้แก่ผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ก็จะมีการแสดงบนเวทีมากมายหลากหลาย&nbsp;ทั้งศิลปะ&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;เต็มอิ่มด้วยเสียงเพลงจากศิลปินนักร้องชั้นนำ&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศแสงสี&nbsp;และสวนธรรมชาติสวยงามตลอดทั้ง&nbsp;3&nbsp;คืน&nbsp;และนี้คือสิ่งดี&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;ยินดีส่งมอบความสุขให้แก่พี่น้องชาวเทศบาลนครยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304215053636"],
    [71,"จังหวัดยะลา เปิดงานเทศกาลอาหารจานเด็ด ฟื้นฟูเมืองจากโควิด-19 ภายใต้รูปแบบ Sandbox","<p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา</strong>&nbsp;<strong>กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่เทศบาลนครยะลาได้เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีนั้น&nbsp;&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&nbsp;เทศบาลฯ&nbsp;จึงได้มีนโยบานในการฟื้นฟูเมือง&nbsp;ทั้งด้านสังคม&nbsp;การศึกษา&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;โดยจัดงานเทศกาลอาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;(อาหารจานเด็ด&nbsp;)&nbsp;ซึ่งจัดในรูปแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;โดยมีมาตรการคือ&nbsp;จำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;คน</p><p>ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;(ยกเว้นขณะรับประทานอาหาร)</p><p><strong>งานเทศกาลอาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;(อาหารจานเด็ด)</strong>&nbsp;เป็นกิจกรรมเสริมของการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;เนื่องจากในปีนี้อยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถมาร่วมงานได้&nbsp;เทศบาลนครยะลาจึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้ผ่อนคลายและมีที่รับประทานอาหารพื้นเมือง&nbsp;เพราะด้วยจังหวัดยะลามีเอกลักษณ์ทางสังคมที่โดดเด่นเฉพาะ&nbsp;มีการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตของชาวพุทธ&nbsp;ชาวจีนและชาวมุสลิม&nbsp;ก่อให้เกิดวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลาย&nbsp;ทำให้อาหารไทยและอาหารพื้นเมืองเป็นที่นิยมมาก&nbsp;งานเทศกาลอาหารจานเด็ดจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยว&nbsp;สัมผัสวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิตและลิ้มลองอาหารไทยพื้นเมืองต้นตำรับดั้งเดิม&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ภายในงานเทศกาลอาหารจานเด็ด&nbsp;จะได้อิ่มอร่อยกับอาหารที่หลากหลาย&nbsp;รสชาติล้วนอร่อย&nbsp;จากร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์อาหารสะอาด&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;ส่งเสริมรายได้และสร้างชื่อเสียงให้แก่ผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น&nbsp;จะได้พบกับการแสดงบนเวทีมากมายหลากหลาย&nbsp;ทั้งศิลปะ&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเต็มอิ่มด้วยเสียงเพลงจากศิลปินนักร้องชั้นนำ</strong>&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศแสงสี&nbsp;และสวนธรรมชาติสวยงามตลอดทั้ง&nbsp;3&nbsp;คืน&nbsp;และนี้คือสิ่งดีๆ&nbsp;ที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;ยินดีส่งมอบความสุขให้แก่ชาวเทศบาลนครยะลา&nbsp;วันศุกร์ที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบกับศิลปิน&nbsp;พลพล&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบกับศิลปิน&nbsp;บ.เบิ้ล&nbsp;300&nbsp;และวันอาทิตย์ที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบกับศิลปิน&nbsp;วงเสือสองเล</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305084526666"],
    [72,"เดินหน้าต่อสู้คดีโฮปเวลล์ หลังศาลปกครองสูงสุด สั่งรื้อคดี ","<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินการหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น&nbsp;เป็นให้รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่&nbsp;คดีโฮปเวลล์&nbsp;ไว้พิจารณา&nbsp;ว่า&nbsp;หลังจากนี้จะต้องเตรียมความพร้อมในการเดินหน้าต่อไปตามกฎหมาย&nbsp;โดยคำสั่งศาลในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี&nbsp;แม้จะยังไม่จบกระบวนการยุติธรรม&nbsp;แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ภาครัฐได้ดำเนินการต่อสู้คดีใหม่ได้อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งจะมีการนำประเด็นเรื่องอายุความของคดี&nbsp;มติจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;การจดทะเบียนวัตถุประสงค์&nbsp;บริษัท&nbsp;โฮปเวลล์&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเรื่องการลงนามในสัญญา&nbsp;ผู้ลงนามไม่ใช่บริษัทที่ได้รับสัมปทาน&nbsp;นำมาเป็นประเด็นในการต่อสู้คดีต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ศาลปกครองสูงสุด</strong>&nbsp;โดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งในคดีคำร้องที่&nbsp;394&nbsp;&nbsp;396/2564&nbsp;ระหว่างกระทรวงคมนาคม&nbsp;ผู้ร้องที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;และการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;ผู้ร้องที่&nbsp;2&nbsp;กับบริษัท&nbsp;โฮปเวลล์&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้คัดค้าน&nbsp;อันเป็นคดีที่กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;อุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ไว้พิจารณา&nbsp;ซึ่งหมายถึงศาลปกครองสูงสุด&nbsp;สั่งรื้อคดี&nbsp;โฮปเวลล์&nbsp;ที่กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.&nbsp;ต้องจ่ายค่าเสียหาย&nbsp;ให้เอกชนเป็นเงินประมาณ&nbsp;24,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยหลังจากนี้ภาครัฐจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัท&nbsp;โฮปเวลล์&nbsp;หรือไม่&nbsp;ต้องรอให้กระบวนการการตัดสินอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305114721706"],
    [73,"จ.ยะลา ประชันเสียงนก  การแข่งขันนกเขาชวาเสียง เทศบาลฯ  มาตรการ Sandbox  ครั้งแรก ป้องกันโควิด-19 เข้มข้น","<p><strong>จังหวัดยะลาประชันเสียงนก&nbsp;การแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลฯ&nbsp;มาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;&nbsp;ครั้งแรกป้องกันโควิด-19&nbsp;เข้มข้น</strong>&nbsp;<strong>กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว&nbsp;อนุรัก์ประเพณีท้องถิ่น&nbsp;ในพื้นที่</strong></p><p><br></p><p><strong>การแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;36&nbsp;</strong>ซึ่งทางเทศบาลนครยะลา&nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้เริ่มขึ้นแล้วในวันนี้&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามนกเขา&nbsp;สวนขวัญเมือง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมชักเสารอกนกปฐมฤกษ์ข้นสู่เสาเริ่มต้นการแข่งขัน&nbsp;บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ได้มีบรรดาชาวชวาวงศ์ทั้งในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จังหวัดอื่นๆ&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;ต่างให้ความสนใจ&nbsp;เดินทางนำนกเขาชวาเสียงมาเข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งในปีนี้ทางเทศบาลนครยะลาได้จัดการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;โดยมีมาตรการจำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;(โดยนก&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;สามารถเข้าร่วมงานได้&nbsp;2&nbsp;คน)&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่พ่นสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์&nbsp;รวมถึงผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;(ยกเว้นขณะรับประทานอาหาร)&nbsp;</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;</strong>การแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;เป็นกิจกรรมที่เทศบาลนครยะลาได้จัดงานต่อเนื่องมายาวนานถึง&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีผู้นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเสียงหรือชาวชวาวงศ์จากหลากหลายพื้นที่มาเข้าร่วม&nbsp;นอกจากการแข่งขันนกเขาชวาเสียงแล้ว&nbsp;เทศบาลยังได้จัดกิจกรรมเสริม&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะมีการแข่งขันนกกรงหัวจุก&nbsp;ประเภท&nbsp;4&nbsp;ยก&nbsp;10&nbsp;ดอกรวม&nbsp;(VIP)&nbsp;โดยจำกัดจำนวนนกที่เข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;80&nbsp;นก&nbsp;และในวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จัดงานเทศกาลอาหารจานเด็ด&nbsp;ณ&nbsp;สนามโรงพิธีช้างเผือก</p><p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>เป็นระเวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2563&nbsp;ที่เทศบาลนครยะลาได้เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&nbsp;ทาง&nbsp;เทศบาลฯ&nbsp;&nbsp;จึงได้มีนโยบายในการฟื้นฟูเมือง&nbsp;และได้จัดการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;อนุรักษ์เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น&nbsp;ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงนกเขาชวาและธุรกิจเกี่ยวกับนก&nbsp;เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เสริมสร้างความสมานฉันท์สันติสุขให้เกิดขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305090521673"],
    [74,"เทศบาลนครยะลา จัดแข่งนกเขาชวาเสียง ไร้นกจากอาเซี่ยนเข้าร่วม เนื่องจากโควิด-19","<p><strong>ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;</strong>ที่สนามแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซี่ยน&nbsp;บริเวณกลางทะเลสาบสวนขวัญเมือง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ทางนายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายก&nbsp;ทน.ยล.ได้จัดการแข่งขันประชันเสียงนกเขาชวา&nbsp;มีชาวชวาวงศ์นำนกเขาเดินทางทยอยเข้าไปเตรียมตัวลงทะเบียน&nbsp;มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการอำนวยความสะดวกเนื่องจากอยู่ในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาด</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมนี้จัดติดต่อกันมาทุกปี&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;ทำให้ต้องงดจัดไปห้วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่เกิดโรคระบาด&nbsp;ทำให้ประสบปัญหาเศรษฐกิจในวงการ&nbsp;เนื่องจากนกเขาชวาตัวชนะเลิศตัวเสียงดี&nbsp;ตัวมีชื่อเสียงจะมีราคาค่อยข้างสูง&nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้นิยม&nbsp;จึงได้ปรึกษาหารือกับชมรมใน&nbsp;จชต.เห็นพ้องว่า&nbsp;หากสามารถจัดได้จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น&nbsp;จึงได้จัดการแข่งขันขึ้น&nbsp;แต่ปีนี้ไม่มีกลุ่มอาเซี่ยนเข้าร่วมเราจำกัด&nbsp;นก&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;มีผู้ติดตามได้&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;จำกัดจำนวนนกที่&nbsp;1,000&nbsp;ตัวเท่านั้น&nbsp;และผู้ร่วมกิจกรรมต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305113801704"],
    [75,"นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แห่เที่ยวเกาะเต่าจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่คงมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแห่กันเดินทางมาเที่ยวยังเกาะเต่า&nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในช่วงเช้าที่ผ่านมากว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ในรอบแรกตั้งแต่เช้าตรู่&nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าจุดตรวจความปลอดภัยตรงท่าเทียบเรือก็มีมาตรการเข้มในการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามรูปแบบกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;แต่จะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวยังคงเชื่อมั่น&nbsp;ในการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่New&nbsp;Normal&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางรำลึก&nbsp;อัศวชิน&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบันจะมียอดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมายอดการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน&nbsp;อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยกลับให้ความสนใจกว่าในอดีต&nbsp;จากปกติมีเพียงแค่&nbsp;10%&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ปัจจุบันเกาะเต่าเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไงมากขึ้น&nbsp;1-2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;และพบว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวนั้น&nbsp;ต่างให้การสนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นกิจกรรมยอดฮิตของเกาะเต่า&nbsp;อย่างการดำน้ำเก็บขยะแนวปะการัง&nbsp;และการท่องเที่ยวไร้พลาสติก&nbsp;ถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวของที่นี่&nbsp;ที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐอย่าง&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;Model&nbsp;นักท่องเที่ยวจะสร้างความเคยชิน&nbsp;และสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงสภาพสวยงาม&nbsp;ขณะเดียวกันภาคธุรกิจการท่องเที่ยวก็สามารถเดินหน้าต่อได้ถึงแม้จะประสบกับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ก็ตาม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305121637723"],
    [76,"วันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวชม สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่สกายวอล์ก&nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งคนในจังหวัดยะลา&nbsp;และจากนอกพื้นที่&nbsp;ต่างเดินทางมาท่องเที่ยวที่สกายวอล์ก&nbsp;เพื่อชมความงามของทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวเดินทางกันมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด&nbsp;บางรายก็ไปนอนพักค้างคืนอยู่ตามรีสอร์ตใกล้สกายวอล์ก&nbsp;เพื่อที่จะได้ขึ้นไปชมแสงแรกของวัน&nbsp;ชมพระอาทิตย์ยามเช้า&nbsp;และชมความงดงามของทะเลหมอก&nbsp;ซึ่งสามารถมองเห็นหมอกขาวโพลนที่ลอยอยู่ตรงหน้า&nbsp;และปกคลุมเต็มท้องฟ้าในยามเช้า&nbsp;ในบรรยากาศลมเย็น&nbsp;อุณหภูมิ&nbsp;22&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;นักท่องเที่ยวต่างต้องการถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก&nbsp;และในช่วงสายหลังจากที่หมอกเริ่มจางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา&nbsp;ผืนป่าฮาลา-บาลา&nbsp;และต้นน้ำทะเลสาบเขื่อนบางลาง&nbsp;ที่สวยงามไม่แพ้ทางภาคเหนือและมี&nbsp;อากาศที่เย็นสบาย&nbsp;ดังคำพูดที่ว่า&nbsp;ถ้ามาเมืองเบตง&nbsp;ไม่ได้กินไก่สับเบตง&nbsp;ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงอำเภอเบตง&nbsp;หากมาเที่ยวเบตง&nbsp;แต่ไม่ได้ไปเดินบนสกายวอล์ก&nbsp;ชมทะเลหมอก&nbsp;ก็ถือว่ามาไม่ถึงอำเภอเบตงใต้สุดแดนสยามเช่นกัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยบนสกายวอล์ก&nbsp;มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการจัดระเบียบเว้นระยะห่าง</strong>&nbsp;&nbsp;ตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวดโดยผู้ที่เดินทางเข้ามายังบริเวณอาคารสกายวอล์ก&nbsp;ต้องแสดงหลักฐานการลงทะเบียน&nbsp;สแกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;(YALA&nbsp;SAFE&nbsp;ALERT)&nbsp;พร้อมหลักฐานการฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;ส่วนรถของนักท่องเที่ยวทุกชนิดต้องจอดไว้ที่ลานจอดรถด้านหน้า&nbsp;จากนั้นจะมีรถ&nbsp;2&nbsp;แถวคอยให้บริการ&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;จากนั้นสามารถเดินเท้าระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;หรือนักท่องเที่ยวสามารถจะใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างของชาวบ้านในพื้นที่เที่ยวละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;รวมถึงต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าชมรอบละ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;แต่ละรอบจะห่างกันประมาณ&nbsp;15&nbsp;นาที&nbsp;ตามบัตรคิวและที่จุดพักคอยก่อนเข้าในอาคาร&nbsp;รองเท้าต้องฝากไว้ที่ล็อกเกอร์&nbsp;หากไม่อยากถอดรองเท้านักท่องเที่ยวสามารถอุดหนุนถุงหุ้มรองเท้าของกลุ่มอาชีพ&nbsp;อัยเยอร์เวงคู่ละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทุกคนที่เข้าไปในสกายวอล์ก&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะให้สวมสายรัดสีเขียวไว้ที่ข้อมือ&nbsp;เพื่อไว้สแกนตามจุดต่างๆ&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงจำนวนคนที่อยู่ในสกายวอล์ก&nbsp;ในแต่ละโซน&nbsp;เพื่อลดความแออัด&nbsp;และเป็นการป้องกันไวรัสโควิด-19</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;สกายวอล์กตั้งอยู่บนเขาไมโครเวฟ</strong>&nbsp;มีความสูงจากระดับน้ำทะเล&nbsp;2,038&nbsp;ฟุต&nbsp;ตัวอาคารเป็นโครงสร้างเหล็กสูง&nbsp;45&nbsp;เมตร&nbsp;มีบันไดสำหรับนักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมวิว&nbsp;และมีลิฟต์ให้บริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ&nbsp;โดยไฮไลต์ของที่นี่&nbsp;คือ&nbsp;ระเบียงทางเดิน&nbsp;หรือสกายวอล์ก&nbsp;ที่ยื่นออกไปจากฐาน&nbsp;&nbsp;ความยาว&nbsp;63&nbsp;เมตร&nbsp;ตรงปลายสกายวอล์ก&nbsp;เป็นระเบียงชมวิวพื้นกระจกใส&nbsp;แทมเพอร์ลามิเนต&nbsp;หนา&nbsp;4&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;แข็งแรง&nbsp;ทนทาน&nbsp;สามารถมองทะลุลงถึงพื้นด้านล่างที่เป็นหุบเหวและป่าไม้&nbsp;บนนี้อากาศเย็นสบาย&nbsp;ในอุณหภูมิเฉลี่ย&nbsp;19-20&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;สามารถมองเห็นหมอกได้ถึง&nbsp;360&nbsp;องศา&nbsp;และมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;ใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า&nbsp;90&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305124036727"],
    [77,"จ.หนองคาย บวงสรวงและวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;นำทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย&nbsp;</strong>บวงสรวงดวงวิญญาณวีรชน&nbsp;รำลึกวีรกรรมปราบกบฏฮ่อ&nbsp;ในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปีเมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ</strong>&nbsp;อำเภอเมืองหนองคาย&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;ประชาชนชาวหนองคาย&nbsp;ประกอบพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;และวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งก่อนจะได้ประกอบพิธีบวงสรวงและวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์ปราบฮ่อองค์ปัจจุบัน&nbsp;ยังได้ประกอบพิธีสักการะศาลหลักเมือง&nbsp;บวงสรวงพระบรมราชาอนุสาวรีย์&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;และสักการะอนุสาวรีย์ปราบฮ่อองค์เดิมที่ตั้งอยู่ด้านข้าง&nbsp;สภ.เมืองหนองคาย&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>จังหวัดหนองคายได้ร่วมกับส่วนราชการ</strong>&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ประชาชน&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ในจังหวัดหนองคายร่วมกันจัดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปีเมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งถือเป็นงานประเพณี&nbsp;และเป็นงานประจำปีของจังหวัดหนองคายขึ้นในระหว่างต้นเดือนมีนาคมของทุกปี&nbsp;เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชน&nbsp;และรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของวีรชนในการทำศึกสงครามปราบปรามกบฏฮ่อ&nbsp;ซึ่งวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;เป็นวันที่กองทัพไทยชนะศึกสงครามในครั้งนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการจัดหาทุนสนับสนุนกิจกรรมของสำนักงานเหล่ากาชาด&nbsp;และจัดหาทุนเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลของจังหวัดหนองคายที่ไม่มีงบประมาณสนับสนุน&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการจัดงานเพื่อให้ประชาชนได้ผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักมาทั้งปี</p><p><strong>สำหรับการจัด&nbsp;งานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อฯ&nbsp;ในปีนี้&nbsp;</strong>เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จึงได้มีการปรับรูปแบบในการจัดงาน&nbsp;หลายอย่าง&nbsp;เช่น&nbsp;จะไม่มีการแสดงแสงเสียงสงครามปราบฮ่อ&nbsp;แต่จะใช้การเปิดวีดีทัศน์การแสดงแสงเสียงสงครามปราบฮ่อของปีก่อนหน้านี้ผ่านจอ&nbsp;LED&nbsp;ขนาดใหญ่แทน&nbsp;โดยเปิดทุกวันตลอดการจัดงานฯ&nbsp;ไม่จัดการแข่งขันกีฬา&nbsp;และไม่มีการแสดงคอนเสิร์ต&nbsp;ส่วนกิจกรรมที่จัดแต่มีการปรับให้เหมาะสมนั้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ/การรำบายศรีเมือง/การออกร้านของหน่วยงานราชการและเอกชน/การจำหน่ายสินค้าโอทอปและสินค้าจากโรงงาน/การออกร้านมัจฉากาชาด&nbsp;และถนนอาหาร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยเฉพาะถนนอาหารจะมีการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ประกอบการจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนฯ&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;และผู้ที่เข้าไปรับประทานอาหารก็จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองของเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ลานเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;บริเวณโดยรอบของศาลากลางจังหวัดหนองคายหลังเดิม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305124531728"],
    [78,"พาณิชย์สุรินทร์ ลงพื้นที่ส่งเสริมการปลูกผักอินทรีย์","<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแดง&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบึง&nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้พบกับประธานกลุ่ม&nbsp;นางสมใจ&nbsp;ขันทอง&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านแดง&nbsp;และสมาชิก&nbsp;ซึ่งกลุ่มมีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;จากอดีตปลูกผักไว้เพื่อบริโภค&nbsp;ปัจจุบันได้มีการปลูกผักสวนครัวเพื่อการค้า&nbsp;จากที่จังหวัดสุรินทร์ได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนทำให้สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือน&nbsp;ผักอินทรีย์ที่ปลูก&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;คะน้า&nbsp;ผักชี&nbsp;ต้นหอม&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;มีตลาดหลักได้แก่&nbsp;ตลาดชุมชน&nbsp;ตลาดออนไลน์&nbsp;มีการสั่งซื้อผ่านไลน์&nbsp;เฟสบุ๊ค&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และได้ดำเนินการเชื่อมโยงทำ&nbsp;MOU&nbsp;กับร้านอาหาร&nbsp;ส่งผักให้กับร้านขนมจีน&nbsp;ร้านก๋วยเตี๋ยว&nbsp;ร้านราดหน้า&nbsp;ร้านเนื้อย่าง&nbsp;ในอำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของหมู่บ้าน&nbsp;สภาพอากาศที่ร้อน&nbsp;ผลผลิตๆ&nbsp;ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด&nbsp;ผักที่ผลิตไม่ทัน&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;เนื่องจากไม่ได้เตรียมวางแผนการผลิตที่ต่อเนื่อง&nbsp;ยังขาดเครื่องทุ่นแรงในการบริหารจัดการระบบน้ำให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก&nbsp;ขณะนี้กลุ่มกำลังจะดำเนินการขอจดวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และจะทำหลังคาสแลนด์กันแดดเพื่อให้สามารถปลูกผักได้ผลผลิตตลอดทั้งปี&nbsp;สมาชิกในชุมชนมีรายได้จากการปลูกผักอินทรีย์สัปดาห์ละ&nbsp;400-1,200&nbsp;บาทต่อคน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305125256732"],
    [79,"ปิดการแข่งขันนกเขาชวาเสียง เทศบาลนครยะลา (Sandbox) ครั้งที่ 36 รวมนก เข้าประชันเสียง 642 นก","<p><strong>สำหรับการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;(Sandbox)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;36</strong>&nbsp;ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ที่สนามนกเขาสวนขวัญเมือง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้สิ้นสุดลงแล้ว</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน&nbsp;จับสลากมอบรางวัล&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ให้แก่ผู้โชคดีที่นำนกเข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;พร้อมทั้งมอบรางวัลชนะเลิศนกเขาชวาเสียง&nbsp;ลำดับที่&nbsp;1-5&nbsp;แก่เจ้าของนกที่ชนะการแข่งขันทุกประเภทเสียง</p><p><strong>สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;ได้มีชาวชวาวงศ์ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จชต.&nbsp;และจังหวัดต่างๆ&nbsp;</strong>นำนกเข้าร่วมการแข่งขันทุกประเภทเสียง&nbsp;รวม&nbsp;642&nbsp;นก&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เสียงใหญ่&nbsp;61&nbsp;นก&nbsp;เสียงกลาง&nbsp;107&nbsp;นก&nbsp;เสียงเล็ก&nbsp;60&nbsp;นก&nbsp;ดาวรุ่งรวมเสียง&nbsp;183&nbsp;นก&nbsp;และเบบี้&nbsp;231&nbsp;นก</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โดยปกติในช่วงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี&nbsp;เทศบาลนครยะลาโดยความร่วมมือจากจังหวัดยะลาและหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;ได้จัดให้มีการแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน&nbsp;โดยมีผู้เลี้ยงนกเขาชวาที่รู้จักกันในนาม&nbsp;\"ชาวชวาวงศ์\"&nbsp;ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียน&nbsp;ส่งนกเขาชวาเข้าแข่งขันไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;นกต่อปี&nbsp;นับเป็นกิจกรรมที่สามารถชื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องชวาวงศ์&nbsp;และเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นอีกด้วย&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;ส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนซึ่งยังปิดประเทศอยู่&nbsp;เช่น&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;สาธารณรัฐอินโดนีเซีย&nbsp;ประเทศสิงคโปร์&nbsp;และประเทศบรูไน&nbsp;ไม่สามารถนำนกเดินทางเข้ามาแข่งขันได้&nbsp;แต่เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูเมืองยะลาให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง&nbsp;เทศบาลนครยะลาจึงได้จัดให้มี&nbsp;\"งานแข่งขันนกเขาชวาเสียงเทศบาลนครยะลา\"&nbsp;ขึ้น&nbsp;ภายใต้มาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;Covid-19&nbsp;&nbsp;โดยความร่วมมือกับจังหวัดยะลา&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนในจังหวัดยะลา&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;และสร้างสีสันเมืองยะลาให้มีชีวิตชีวา&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวการอนุรักษ์เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น&nbsp;และพัฒนาอาชีพการเลี้ยงนกเขาชวา&nbsp;ตลอดจนยกระดับเศรษฐกิจและรายได้ของผู้เลี้ยงนกเขาชวาในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305133939741"],
    [80,"อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมพลัง 4 หน่วยงาน ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์ ครอบครัวหัวใจสีเขียว  มุ่งหวังขยายผลสู่ชุมชนเข้มแข็ง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร&nbsp;ค่ายพระรามหก&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>พลตำรวจโท&nbsp;ประพันธ์&nbsp;จันทร์เอม&nbsp;ผู้อำนวยการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับธนาคารออมสิน&nbsp;บริษัทเอสซีจี&nbsp;แพคเกจจิ้ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;การไฟฟ้านครหลวง&nbsp;และธนาคารไทยพาณิชย์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จัดกิจการเสริมสร้าง&nbsp;ครอบครัวหัวใจสีเขียว&nbsp;มีครอบครัวเข้าร่วมโครงการ&nbsp;12&nbsp;ครอบครัว&nbsp;รวม&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>พลตำรวจโท&nbsp;ประพันธ์&nbsp;จันทร์เอม&nbsp;ผู้อำนวยการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร&nbsp;ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(มอนส)&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;โครงการสานรัก&nbsp;สานพลัง&nbsp;ครอบครัวหัวใจสีเขียว&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้ความสำคัญต่อบทบาทของสถาบันครอบครัวเพื่อส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้วยสถาบันครอบครัว&nbsp;ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านการดูแลรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ&nbsp;ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า&nbsp;ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ดำเนินชีวิตด้วยวิถีพอเพียงและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ให้ทุกครอบครัวได้มีโอกาสเรียนรู้&nbsp;สัมผัส&nbsp;พบเห็น&nbsp;และได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริง&nbsp;นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;ทุกครอบครัวได้ร่วมกิจกรรม&nbsp;เรียนรู้แนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจด้านการฟื้นฟูดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมการทำตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;การทำกระถางประหยัดน้ำ&nbsp;ปลูกต้นไม้และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;พายเรือศึกษาชมธรรมชาติ&nbsp;และกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบสานตาลโตนด&nbsp;ณ&nbsp;สวนตาลลุงถนอม&nbsp;กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยจุดประกายให้ทุกคน&nbsp;หันมาสนใจและใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;สานต่อสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์&nbsp;พัฒนาชุมชนและสังคมให้ยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305142603749"],
    [81,"ผลการแข่งขันนกเขาชวา จชต.เสียงใหญ่ นกขื่อ โสร่ง จาก จ.ยะลา ได้ชนะเลิศ","<p><strong>ตามที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;จัดแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;</strong>มีนกเข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;642&nbsp;ตัว&nbsp;แข่งขันแยกประเภทเสียง&nbsp;ผลปรากฏว่า</p><p><strong>เสียงใหญ่&nbsp;นกชนะเลิศ</strong>&nbsp;ชื่อโสร่ง&nbsp;ของนายมัง&nbsp;ยะลา&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;เถ้าแก่ปลา&nbsp;ของนายอิสมาแอล&nbsp;บินอาลี&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ที่&nbsp;3.โสร่ง&nbsp;2&nbsp;ของนายมัง&nbsp;ยะลา&nbsp;</p><p><strong>ประเภทเสียงกลาง&nbsp;ที่&nbsp;1.</strong>&nbsp;แซม&nbsp;ซับ&nbsp;ของนายอารง&nbsp;โคกโพธิ์&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;2.&nbsp;เพชรมังกร&nbsp;ของนายแบแซ&nbsp;แม่ลาน&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ที่&nbsp;3.&nbsp;มะแอ&nbsp;บากาของนายมะแอ&nbsp;บานา&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>เสียงเล็ก&nbsp;ที่&nbsp;1</strong>.ละอองเพชร&nbsp;ของนายนาเซ&nbsp;กทม.&nbsp;ที่&nbsp;2.&nbsp;เพชรเมืองช้าง&nbsp;ของนายพี่เหม่อ&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;ที่&nbsp;3.&nbsp;บุเรงนอง&nbsp;ของนายแวสาและ&nbsp;แวดือรามัน&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><strong>เสียงเบบี้&nbsp;ที่&nbsp;1.</strong>เด็กนาหม่อม&nbsp;ของ&nbsp;อ.วิชิต&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ที่&nbsp;2.&nbsp;สจ.&nbsp;สายใจ&nbsp;ของ&nbsp;สจ.ดีดี&nbsp;ประจิน&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ที่&nbsp;3.YTNP&nbsp;ของนายยี&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>ประเภท&nbsp;ดาวรุ่ง&nbsp;ที่&nbsp;1.</strong>&nbsp;นกลีตุยง&nbsp;นายเปาะซูปา&nbsp;ตุยง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ที่&nbsp;2.&nbsp;มหามงคล&nbsp;ของนายเอกเดช&nbsp;สิงหรัตน์&nbsp;กทม.</p><p><strong>และประเภทดาวรุ่งรวมเสียง&nbsp;ที่&nbsp;1.</strong>&nbsp;นก&nbsp;เปเล&nbsp;ของนายตรูลี&nbsp;บุดี&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;2.มังกรหยก&nbsp;ของนายแบสลาม&nbsp;ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และที่&nbsp;3.&nbsp;รุสกี&nbsp;ของนายอาวี&nbsp;กอเลาะ&nbsp;จ.นราธิวาส</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305145030759"],
    [82,"สีสัน แข่งนกกรงหัวจุก ส่งเสียงเชียร์ ลุ้นนก  มาตรการ Sandbox  สนุกสนาน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;ทางเทศบาลนครยะลาได้เปิดสนามศูนย์เยาวชนฯ</strong>&nbsp;จัดการแข่งขันนกกรงหัวจุกประเภท&nbsp;4&nbsp;ยก&nbsp;10&nbsp;ดอกรวม&nbsp;(VIP)&nbsp;กิจกรรมเสริม&nbsp;ในการจัดแข่งขันนกเขาชวาเสียง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ตามมาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;มีการจำกัดจำนวนนกที่เข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;80&nbsp;นก&nbsp;ผู้เลี้ยงนกต้องฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;รวมถึงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา</p><p><strong>ซึ่งมีบรรดาผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก</strong>&nbsp;ทั้งในพื้นที่จังหวัดยะลา/ปัตตานี/นราธิวาส/&nbsp;รวมไปถึงเชียงราย/เชียงใหม่/กทม./นครศรีธรรมราช/พัทลุง&nbsp;และอีกหลายๆ&nbsp;จังหวัด&nbsp;เดินทางนำนกกรงหัวจุก&nbsp;มาเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคัก&nbsp;ทั้งเป็นกลุ่มมากันหลายคนนำนกมา&nbsp;2-3&nbsp;นก&nbsp;รวมถึงที่มาคนเดียวนำนกมาร่วม&nbsp;1&nbsp;นก&nbsp;โดยทุกคนต่างก็มั่นใจปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ของทางจังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>หลังจากที่ทางคณะกรรมการ</strong>&nbsp;ได้เรียกเจ้าของนำนกขึ้นราวเปิดผ้าที่กรงนก&nbsp;การแข่งขันก็ได้เริ่มต้นขึ้น&nbsp;โดยมีเจ้าของนกคอยปรบมือเรียกชื่อนก&nbsp;ส่งเสียงเชียร์ให้นกร้องแข่งกันอย่างสนุกสนาน&nbsp;ช่วยสร้างสีสัน&nbsp;บรรยากาศของความสุขของคนที่ชื่นชอบนกในพื้นที่ชายแดนใต้&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ทุกคนจะต้องปรับตัวอยู่ร่วมกับโรคให้ได้&nbsp;โดยมีมาตรการ&nbsp;ส่วนตัวในการป้องกันตนเองที่เคร่งครัด</p><p><strong>ขณะที่กติกาการแข่งขันก็จะใช้ขันน้ำเป็นตัวจับเวลา</strong>&nbsp;ตามเวลามาตรฐานที่กำหนด&nbsp;โดยนกก็จะต้องร้องเพลง&nbsp;3&nbsp;พยางค์&nbsp;ชัดเจน&nbsp;ถึงจะได้&nbsp;1&nbsp;ดอก&nbsp;โดยผู้ชนะเลิศการแข่งขัน&nbsp;ก็จะได้รับเงินรางวัล&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศไปครอง&nbsp;ส่วนที่&nbsp;2&nbsp;ก็จะได้รับ&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และที่&nbsp;3&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;รวมทั้งรางวัลอื่นๆ</p><p><strong>สำหรับการจัดแข่งขันครั้งนี้</strong>&nbsp;นอกจากจะเป็นการส่งเสริมประเพณี&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นแล้ว&nbsp;ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;รวมไปถึงเสริมสร้างความสามัคคี&nbsp;สมานฉันท์&nbsp;ให้กับประชาชนจากทุกพื้นที่อีกด้วย</p><p><strong>นายวิศาล&nbsp;จิรภาธงพันธ์&nbsp;เลขานุการนายกเทศมนตรีนครยะลา</strong>&nbsp;ประธานจัดการแข่งขัน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ในปีนี้เดิมได้กำหนดจัดการแข่งขัน&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;คือ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;แต่สถานการณ์โควิดโอมิครอนน่ากังวล&nbsp;กรรมการวันพรุ่งนี้ที่จะมีการแข่งขัน&nbsp;4&nbsp;ยก&nbsp;8&nbsp;ดอก&nbsp;ดาวรุ่ง&nbsp;บัตร&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเทศบาลได้เชิญไว้&nbsp;50&nbsp;ท่าน&nbsp;ปัญหาครึ่งหนึ่งกรรมการตัดสินบางส่วนเป็นโควิด&nbsp;บางส่วนเสี่ยงสูงต้องกักตัว&nbsp;ก็เลยได้ยกเลิกการแข่งขันไป&nbsp;เหลือวันเดียว&nbsp;คือ&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;4&nbsp;ยก&nbsp;10&nbsp;ดอกรวม&nbsp;(VIP)&nbsp;บัตรละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;กำหนดไว้ที่&nbsp;82&nbsp;นก&nbsp;แต่มีนกเข้าร่วม&nbsp;138&nbsp;นก&nbsp;ส่วนมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;ก็ใช้ขั้นสูงสุดตามที่&nbsp;ศบค.จังหวัดกำหนด&nbsp;กรรมการตัดสิน&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ล่วงหน้า&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงมายืนยัน&nbsp;ผู้เข้าร่วมสวมใส่แมส&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;เดิมมีการกั้นรั้วเชียร์นก&nbsp;8&nbsp;เมตร&nbsp;ปีนี้ก็ได้กั้นไว้ถึง&nbsp;12&nbsp;เมตรเพื่อป้องกันโควิด-19</p><p>&nbsp;</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305150516762"],
    [83,"ชาวบ้านท่าฉัตรไชย อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เชื่อมั่นโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ","<p><strong>ชาวบ้านท่าฉัตรไชย&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เชื่อมั่นโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เพื่อยกระดับภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;จะยิ่งทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตแข็งแรง</p><p><strong>นายสมพร&nbsp;แทนสกุล&nbsp;ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนบ้านท่าฉัตรไชย&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่&nbsp;ครม.ได้อนุมัติงบประมาณดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านท่าฉัตรไชย&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;ในเนื้อที่&nbsp;141&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;64&nbsp;ตาราง&nbsp;ในวงเงินลงทุน&nbsp;1,411&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2566-2569&nbsp;เพื่อพัฒนาภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์&nbsp;ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาตินั้น&nbsp;</p><p><strong>ชาวบ้านในพื้นที่บ้านท่าฉัตรไชย&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>มีความยินดีและดีใจอย่างมาก&nbsp;เพราะนั้นจะทำให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่สามารถพึงพาตนเองได้&nbsp;เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างความมั่นคงให้กับชุมชน&nbsp;และการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่สามารถก้าวทันโลกการท่องเที่ยวในอนาคต&nbsp;โดยไม่ยึดการท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Sea&nbsp;Sand&nbsp;Sun&nbsp;เพียงอย่างเดียว&nbsp;เพราะแนวการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นที่นิยมและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างมากในช่วงนี้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</strong>&nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;โดยการสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์แบบครบวงจร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305190439826"],
    [84,"รองนายกฯ และรมว.พณ. เปิดตลาดต้องชม ตลาดริมยม 2437 ที่จ.สุโขทัย ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ชุมชน","<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดตลาดต้องชม&nbsp;ตลาดริมยม&nbsp;2437&nbsp;ที่อำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;พร้อมปล่อยขบวนคาราวานมะม่วง&nbsp;ออกไปจำหน่าย&nbsp;ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;\"รีบอร์น&nbsp;ตลาดต้องชม&nbsp;ตลาดริมยม&nbsp;2437\"&nbsp;และเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่&nbsp;สตรีทอาร์ท&nbsp;-&nbsp;เกาะกงโฮมสเตย์&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าวัดกงไกรลาศ&nbsp;อำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อเปิดตลาดริมยม&nbsp;2437&nbsp;ขึ้นมาใหม่&nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ต้องปิดตลาดไประยะเวลาหนึ่ง&nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนให้คนในชุมชนและเทศบาลตำบลกงไกรลาศ&nbsp;จัดตั้งกลุ่มตลาด&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว&nbsp;เน้นให้เป็นศูนย์รวมอาหารโบราณ&nbsp;สตรีทอาร์ท&nbsp;และการแต่งตัวย้อนยุคของพ่อค้าแม่ค้าในสมัย&nbsp;พ.ศ.2437&nbsp;เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นตลาดโบราณที่เสน่ห์อีกแห่งหนึ่ง&nbsp;โดยมีพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนและเทศบาลตำบลกงไกรลาศ&nbsp;นำอาหารสูตรโบราณที่ขึ้นชื่อของชุมชนมาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;ขนมผิง&nbsp;ทองม้วน&nbsp;ผัดไทย&nbsp;น้ำปลา&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;50&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และรถบรรทุกขายอาหาร&nbsp;(Foog&nbsp;Truck)&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ร้าน&nbsp;พร้อมการแสดงศิลปพื้นบ้าน&nbsp;และกลุ่มภาพวาดเด็กนักเรียน&nbsp;เพื่อให้ประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศทั้งแบบโบราณและร่วมสมัยที่หาดูได้ยาก&nbsp;โดยตลาดต้องชม&nbsp;ตลาดริมยม&nbsp;2437&nbsp;จะเปิดตลาดทุกวันเสาร์แรกของเดือน&nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนให้ชม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างงานสร้างรายให้กับชุมชน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้ปล่อยขบวนราคาวานมะม่วงในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ตัน&nbsp;ออกไปจำหน่าย&nbsp;ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305202921844"],
    [85,"ผู้ว่าฯ พิจิตร เปิดกิจกรรม ดนตรีเพื่อประชาชนและถนนคนเดินปีที่ 9 กระตุ้นเศรษฐกิจถนนคนเดินบางขี้นาก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร","<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;ณะบุตรจอม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายนิเวศน์&nbsp;น้อยอ่ำ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองบางมูลนาก&nbsp;ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมดนตรีเพื่อประชาชนและถนนคนเดินปีที่&nbsp;9&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณถนนคนเดินบางขี้นาก&nbsp;อำเภอบางมูลนาก&nbsp;จังหวัดพิจิตร</p><p><strong>ในงานมีการแสดงรำวงย้อนยุคของคนในชุมชน</strong>&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และจำหน่ายสินค้า&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง&nbsp;รวมทั้งเป็นสถานที่คนในท้องถิ่น&nbsp;หรือผู้มาเยือนจากต่างถิ่นเข้ามาจับจ่ายใช้สอย&nbsp;สัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิต&nbsp;และขนบธรรมเนียมของถิ่น</p><p><strong>ถนนคนเดินบางขี้นาก&nbsp;</strong>กำหนดจัดขึ้นทุกเย็นวันเสาร์&nbsp;บริเวด้านหลังที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก&nbsp;โดยจะเริ่มเปิดขายตั้งแต่&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคเหนือ","พิจิตร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305220540848"],
    [86,"จังหวัดหนองคาย เปิดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อฯและรำบายศรีเมือง","<p><strong>จังหวัดหนองคายจัดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ</strong>&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;นางรำจำนวน&nbsp;295&nbsp;คน&nbsp;ร่วมรำบายศรีเมือง&nbsp;พร้อมเปิดการแสดงแสงเสียงตำนานสงครามปราบกบฏฮ่อ&nbsp;</p><p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ</strong>&nbsp;<strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;</strong>นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย,&nbsp;นางวารุณี&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชนได้ร่วมเปิดร้านมัจฉากาชาด&nbsp;โดยการเทหลอดมัจฉากาชาดลงบ่อมัจฉากาชาด&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการตักมัจฉาลุ้นของรางวัล&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รถจักรยาน&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;และรางวัลอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;รายได้มอบให้กับกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;เพื่อใช้ในกิจการสาธารณะกุศลภายในจังหวัดหนองคาย</p><p><strong>จากนั้นนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ก่อนจะมีการประกอบพิธีบายศรีเมือง&nbsp;โดยพิธีพราหมณ์&nbsp;ตามด้วยการรำบายศรีเมืองของชาวหนองคาย&nbsp;จำนวน&nbsp;295&nbsp;คน&nbsp;ที่มีการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;โดยผู้ที่ร่วมรำบายศรีเมือง&nbsp;มีการแต่งกายงดงาม&nbsp;ฟ้อนรำประกอบเพลงบายศรีเมืองอย่างสวยงาม</p><p><strong>นอกจากนี้นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;ยังได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&nbsp;195&nbsp;ปี&nbsp;เมืองหนองคาย&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองคาย&nbsp;ที่จัดขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ซื้อสินค้าราคาถูกที่เหมาะสมกับสภาพค่าใช้จ่าย&nbsp;สามารถลดรายจ่ายของครอบครัวได้&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;โดยมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าฯ&nbsp;รวม&nbsp;92&nbsp;บูธ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในจังหวัดหนองคาย&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;บูธ/ผู้ผลิตและผู้ประกอบการต่างจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;บูธ/ส่วนราชการ/ภาคีเครือข่าย&nbsp;ผู้ประกอบการอื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บูธ/และร้าน&nbsp;OTOP&nbsp;MART&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;บูธ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305230929850"],
    [87,"รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดตลาดต้องชม ตลาดริมยม 2437 ที่อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย พร้อมปล่อยขบวนรถคาราวานมะม่วง ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิด&nbsp;ตลาดต้องชม&nbsp;ตลาดริมยม&nbsp;2437&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าวัดกงไกรลาศ&nbsp;อำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุน&nbsp;โดยมีรูปแบบการจัดสถานที่และการแต่งกายของผู้ประกอบการแบบย้อนยุคในสมัย&nbsp;พ.ศ.2437&nbsp;เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นตลาดโบราณที่มีเสน่ห์&nbsp;พร้อมการแสดงศิลปพื้นบ้าน&nbsp;ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศทั้งแบบโบราณและร่วมสมัยที่หาดูได้ยาก&nbsp;โดยเปิดตลาดทุกวันเสาร์แรกของเดือน&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;นั่งคอกหมู&nbsp;ชิมขนม&nbsp;กินปลาน้ำยม&nbsp;ชมวิถีชีวิตคนกงไกรลาศ</p><p><strong>พร้อมกันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>ยังได้เป็นประธานปล่อยคาราวานรถบรรทุกมะม่วง&nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและจังหวัดสุโขทัยรวมกันจำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ตัน&nbsp;ไปร่วมจำหน่ายในโครงการรถโมบายพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและใกล้เคียง&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตรกระจายออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก&nbsp;ภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ของกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สวท.สุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305231218851"],
    [88,"อนุทิน หนุน สุรินทร์เป็นจังหวัดแรก เปลี่ยนโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น หวังฟื้นเศรษฐกิจพื้นที่ ย้ำฉีดวัคซีนสำคัญช่วยลดความรุนแรงของโลก","<p><strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดการสัมนาเรื่อง&nbsp;</strong>การเปิดประเทศตามโครงการ&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน(ไทย-กัมพูชา)&nbsp;โดยคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวเปิดงานและพบปะส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และนักธุรกิจชาวจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;ทองธารินทร์&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จ&nbsp;สุรินทร์&nbsp;โดยระบุว่าจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีการค้าชายแดนที่สำคัญ&nbsp;เราจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่&nbsp;และประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;วิธีการคือ&nbsp;ต้องเร่งฉีดเข็มบูสเตอร์&nbsp;และมีการคัดกรองชาวต่างชาติเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย&nbsp;พยายามเปิดช่องให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ&nbsp;แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย&nbsp;และต้องเข้าใจโรคด้วย&nbsp;พร้อมเน่นย้ำว่า&nbsp;เรื่องการฉีดวัคซีนนั้นสำคัญมาก&nbsp;เพราะช่วยลดความรุนแรงของโรค&nbsp;ลดอัตราการเสียชีวิต</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ก็ต้องรณรงค์ให้มารับวัคซีน</strong>&nbsp;เมื่อฉีดได้ครอบคลุม&nbsp;ต้องกล้าผ่อนคลายมาตรการ&nbsp;ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;วางเป้าว่า&nbsp;จะเป็นจังหวัดแรกที่เปลี่ยนโควิด-19&nbsp;ให้เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ถือว่าเป็นการนำร่องการผ่อนคลายมาตรการให้โควิดเป็น&nbsp;Endamic&nbsp;เราก็พร้อมสนับสนุนท่าน&nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้&nbsp;ทุกวันนี้เราได้พัฒนาระบบสุขภาพในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้ให้เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง&nbsp;และนโยบาย&nbsp;30&nbsp;บาทรักษาทุกที่ก็เดินหน้าแล้ว&nbsp;ผู้ป่วยโรคไต&nbsp;ได้ฟอกไตฟรี&nbsp;ช่วยลดภาระประชาชน&nbsp;โรงพยาบาลสุรินทร์&nbsp;นับว่า&nbsp;มีความพร้อมในการดูแลประชาชน&nbsp;ปัจจุบันเราใช้นโยบาย&nbsp;3&nbsp;หมอ&nbsp;เข้าถึงผู้ป่วยมากขึ้น</p><p><strong>นายอนุทินกล่าว่า</strong>ในฐานะที่รับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งมีโอกาสได้ดูแลสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน&nbsp;มองจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพและจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนพัฒนาอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดเมืองสู่อาเซียน&nbsp;เราต้องปรับเปลี่ยนเตรียมความพร้อมด้านระบบการบริการสุขภาพทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;ป้องกันโรค&nbsp;การรักษาพยาบาล&nbsp;และการฟื้นฟูสุขภาพ&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่องานสาธารณสุขในอนาคต</p><p><strong>ในเรื่องการคมนาคมขนส่ง&nbsp;</strong>ได้เดินหน้าโครงการการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวง(MR3)&nbsp;เส้นทางระหว่างด่านช่องจอม&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ถึง&nbsp;ด่านบึงกาฬ&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ระยะทาง&nbsp;470&nbsp;กม.&nbsp;ขนาด&nbsp;8&nbsp;เลน&nbsp;นับเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่จะเปิดประตูสู่อาเซียน&nbsp;การเชื่อมต่อเส้นทางระหว่างประเทศกัมพูชา&nbsp;ไทย&nbsp;และลาว&nbsp;โดยเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย&nbsp;เมื่อทำสำเร็จจะเกิดประโยชน์มาก</p><p><strong>ทั้งนี้เป็นที่ชัดเจนว่า&nbsp;การท่องเที่ยว</strong>&nbsp;เป็นรายได้หลักของประเทศ&nbsp;เราจำเป็นต้องช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;พัฒนาสุรินทร์&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก&nbsp;ผมทราบว่า&nbsp;ที่สุดในโลกอยู่ที่สุรินทร์&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;คือ&nbsp;ช้างเลี้ยงมากที่สุดในโลก&nbsp;ข้าวหอมมะลิอร่อยที่สุดในโลก&nbsp;ปราสาทเก่าแก่ที่สุดในโลก&nbsp;คือที่&nbsp;ปราสาทภูมิโปน&nbsp;เราต้องหาทางนำจุดแข็งตรงนี้&nbsp;มาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้พี่น้องชาวสุรินทร์ให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306000115853"],
    [89,"เคบับม้วนตุรกี เมนูสุขภาพ สุดอร่อย","<p><strong>เคบับอาหารไสต์อาหรับเพื่อสุขภาพ&nbsp;พลิกชีวิต&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;-&nbsp;รายได้&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบตกงานจากโควิด&nbsp;กลายเป็นเจ้าของร้านตุรกียะลา&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>เคบับ&nbsp;อาหารในแถบอาหรับ&nbsp;ที่กำลังฮิต&nbsp;&nbsp;</strong>และได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น&nbsp;รวมไปถึงผู้ใหญ่&nbsp;ในช่วงนี้ก็เห็นจะเป็นเคบับ&nbsp;โดยทุกๆ&nbsp;วัน&nbsp;ที่ร้านเคบับตุรกี&nbsp;&nbsp;เยื้องตลาดประชาชื่นยะลา&nbsp;ก็จะเห็นลูกค้าแวะเวียนกันมาสั่งซื้อเคบับกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าประจำ&nbsp;หรือลูกค้าใหม่ๆ&nbsp;ที่เพิ่งมาทานครั้งแรก&nbsp;&nbsp;เคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยได้ลิ้มลอง&nbsp;&nbsp;โดยบอกว่าลองแวะดูผ่านทุกวันเห็นลูกค้าเยอะ&nbsp;เมนูก็น่าทาน&nbsp;ข้าวหมก&nbsp;ไก่&nbsp;ปลา&nbsp;น่ากินทุกอย่าง&nbsp;เคบับก็รู้จัก&nbsp;วัยรุ่นฮิตทานกันเยอะช่วงนี้&nbsp;&nbsp;สำหรับเคบับที่นี่จะมีทั้งเนื้อ&nbsp;และไก่&nbsp;ลูกเล็ก&nbsp;ลูกใหญ่&nbsp;ราคาย่อมเยาให้เลือก&nbsp;แล้วแต่ความชอบของลูกค้า&nbsp;จะซื้อไปทานที่บ้าน&nbsp;หรือนั่งในร้านทานกันร้อนๆ&nbsp;ก็ได้&nbsp;ซึ่งทางร้านได้ตกแต่งจำลองร้านสไตล์&nbsp;ตุรกีมี&nbsp;มีวิว&nbsp;เป็นบอลลูนไว้ให้นั่ง&nbsp;ได้ถ่ายรูป&nbsp;นับว่าเป็นอีกหนึ่งร้านในเมืองยะลา&nbsp;ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก</p><p><strong>นางสาวอารีนา&nbsp;นิละ&nbsp;เจ้าของร้านตุรกี&nbsp;ยะลา</strong>&nbsp;ได้ล่าถึงจุดเริ่มต้น&nbsp;ที่ได้มาเปิดร้าน&nbsp;ว่า&nbsp;เดิมเป็นคนยะลา&nbsp;เรียนที่พัฒนาได้ทุนไปเรียนอินโด&nbsp;กลับมาก็ไปทำงานที่กระบี่&nbsp;พอสถานการณ์โควิดระบาดรอบแรก&nbsp;ก็ได้กลับมาหางานทำที่ยะลา&nbsp;พอสมัครงานไปไม่มีที่ไหนเลย&nbsp;&nbsp;ได้รับผลกระทบมาก&nbsp;เพราะเราทำงานท่องเที่ยวโดยตรง&nbsp;ก็เลยเห็นว่าตลาดประชาชื่น&nbsp;ทำเลดี&nbsp;ว่างพอดี&nbsp;และยังไม่มีอาหารแนวอินเตอร์มาขาย&nbsp;ก็เลยได้นำเคบับ&nbsp;ที่น่าสนใจมาขายดู&nbsp;พอนึกถึงเคบับ&nbsp;ก็นึกถึงประเทศตุรกี&nbsp;ก็เลยได้ตั้งชื่อร้านเป็นตุรกีในยะลา</p><p><strong>อาหารของทางร้าน&nbsp;ก็จะมีเคบับ&nbsp;ข้าวหมกแนวอาหรับ</strong>&nbsp;อยากนำเสนอเมนูแนวตะวันตก&nbsp;แนวอาหรับตุรกี&nbsp;ให้คนยะลาได้ลิ้มลอง&nbsp;เปิดมาได้ปีครึ่ง&nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นที่ร้านเคบับเล็กๆ&nbsp;ตกงานมาทุนน้อย&nbsp;ก็ค่อยๆ&nbsp;ขยับขยายมา&nbsp;ชาวยะลาค่อนข้างสนใจ&nbsp;ตอบรับดี&nbsp;อาหารสไตล์นี้&nbsp;ไม่ค่อยมีในยะลา&nbsp;เราเองก็ขยันโพส&nbsp;ของอร่อยเมืองยะลาทุกวัน&nbsp;ผู้คนก็รู้จักจากการโพสโปรโมท&nbsp;และมีลูกค้าเดิมมาอุดหนุน&nbsp;บอกต่อด้วยตั้งแต่ลูกค้าเริ่มแรก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน</strong>&nbsp;ก็จะเป็นเคบับม้วน&nbsp;ใช้เนื้อจากเตา&nbsp;Doner&nbsp;มีเนื้อ&nbsp;1&nbsp;เตา&nbsp;ไก่&nbsp;1&nbsp;เตา&nbsp;ย่างและ&nbsp;แล่ส่วนที่สุกเกรียมจากผิวด้านนอกสุด&nbsp;เอามาห่อกับแป้งม้วน&nbsp;หอมๆ&nbsp;ราดซอส&nbsp;ให้ลูกค้าทาน&nbsp;สูตรของเราจะมีเพื่อนเป็นเชฟตุรกีมาสอนให้&nbsp;&nbsp;ซึ่งซิกเนเจอร์&nbsp;นี้ก็จะเน้นรสชาติเนื้อหอมเครื่องเทศตุรกีที่โดดเด่น&nbsp;ซอสที่เป็นโยเกิร์ตเหลวที่หอมหวาน&nbsp;&nbsp;ผลิตสดใหม่ทุกวัน&nbsp;คู่กับผักด้วย&nbsp;จะเป็นอาหารเหมือนสตรีทฟู้ด&nbsp;ดีต่อสุขภาพคนทาน&nbsp;ราคาย่อมเยา&nbsp;เริ่มต้นชิ้นเล็กกะบับไก่&nbsp;39&nbsp;เนื้อ&nbsp;49&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้ก็มี&nbsp;เมนูอีกมากมาย&nbsp;ซึ่งสามารถตอบโจทย์คนในพื้นที่&nbsp;ขนมปังอาหรับ&nbsp;ข้าวหมกบิรยานี&nbsp;นำเข้าข้าวสารพรีเมี่ยม&nbsp;บิรยานี&nbsp;ไก่&nbsp;เนื้อ&nbsp;แพะ&nbsp;ราคาเริ่มต้นไก่&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;ในส่วนของรายได้นั้น&nbsp;ทางเจ้าของร้านบอกว่า&nbsp;ทางร้านตอนนี้ขายเคบับได้วันละ&nbsp;100&nbsp;ลูก&nbsp;ก็จะ&nbsp;แบ่งปันรายได้ให้ครอบครัว&nbsp;ญาติที่ตกงานจากโควิด&nbsp;ที่มาจากกระบี่ได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวด้วย&nbsp;คงเหลือประมาณวันละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;ก็จะเป็นรายได้ของเรา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ฝากชาวยะลา&nbsp;ทางร้านได้นำเสนออาหารแนวอินเตอร์รูปแบบแปลกใหม่</strong>&nbsp;สตรีทฟู้ด&nbsp;ส่งผลดีต่อผู้ทานเมนูอาหารแนวนี้อยากให้ทุกคนมาลองทานกันเยอะๆ&nbsp;&nbsp;จะได้ช่วยสนับสนุนผู้ตกงานจากผลกระทบโควิดมาตั้งหลักที่บ้าน&nbsp;ด้วย&nbsp;สำหรับประชาชนที่สนใจอยากมาทานที่ร้านตุรกี&nbsp;ก็จะอยู่ตรงข้ามตลาดประชาชื่นยะลา&nbsp;หรือติดต่อสอบถามมาได้ที่เพจตุรกีอินยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306084254855"],
    [90,"ลำปาง จัดงาน เทศกาลดอกเสี้ยวบานบ้านป่าเหมี้ยง ครั้งที่ 21 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบนพื้นที่สูง","<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับอำเภอเมืองปาน&nbsp;</strong>องค์การบริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน&nbsp;อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;SCG&nbsp;และชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง&nbsp;จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;เทศกาลดอกเสี้ยวบานบ้านป่าเหมี้ยง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;21&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหมู่บ้านป่าเหมี้ยง&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลแจ้ซ้อน&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น&nbsp;ให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความรู้สึกรักและหวงแหนศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;อีกทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;สำหรับพิธีเปิดงานในช่วงเย็น&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีนางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานงาน&nbsp;พร้อมด้วยนายนพรัตน์&nbsp;รักษ์ไพรสาณฑ์&nbsp;นายอำเภอเมืองปาน&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;องค์ภาครัฐและเอกชน&nbsp;ตลอดจนนักท่องเที่ยว&nbsp;และประชาชนร่วมพิธี&nbsp;พร้อมชมการแสดงผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP/สินค้าชุมชน&nbsp;และนิทรรศการภายในบริเวณงาน&nbsp;การรับประทานอาหารเย็น&nbsp;(แบบขันโตก)&nbsp;พร้อมชมดนตรีโฟล์คซอง&nbsp;และดนตรีจากวงเดอะสะล้อ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ตลอดการจัดงานมีการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของดีบ้านป่าเหมี้ยงและอำเภอเมืองปาน&nbsp;นิทรรศการการท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง&nbsp;การแสดงดนตรีพื้นเมือง&nbsp;และการแสดงพื้นบ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306095648866"],
    [91,"องคมนตรี ทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะ ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก และสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร","<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ศาลเจ้าพ่อแก้ว&nbsp;อำเภอบางมูลนาก&nbsp;จังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม&nbsp;วัฒนชัย&nbsp;องคมนตรี&nbsp;พร้อมคุณหญิงรัชนีวรรณ&nbsp;วัฒนชัย&nbsp;ภรรยา&nbsp;ทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะ&nbsp;ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก&nbsp;และสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก&nbsp;โดยมีนายไพบูลย์&nbsp;ณะบุตรจอม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;คณะสงฆ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ประชาชนชาวบางมูลนากเข้าร่วมพิธี</p><p><strong>สำหรับพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะ&nbsp;ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก</strong>&nbsp;และสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก&nbsp;จัดขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เยาวชนมีโอกาสศึกษาประวัติความเป็นมา&nbsp;บ้านเกิดเมืองนอน&nbsp;ประวัติศาสตร์ของชาวบางมูลนาก&nbsp;นำมรดกความทรงจำวิถีชีวิตของบางมูลนาก&nbsp;พร้อมทั้งปรับพื้นที่&nbsp;ตลาดฟื้นอดีตตลาดบางมูลนาก&nbsp;ให้ที่เรียนรู้&nbsp;สำหรับผู้สูงวัยและเด็กได้พบปะพูดคุย&nbsp;ได้ขายสินค้า&nbsp;นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมวัฒนธรรมของชาวบางมูลนาก&nbsp;และเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้กับชาวบางมูลนากได้ดียิ่งขึ้น&nbsp;โดยยอดทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,446,485.99&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก</strong>&nbsp;และร่วมเสวนาหัวข้อ&nbsp;ความทรงจำร่วมของชาวบางมูลนาก&nbsp;ถึงตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก&nbsp;ความทรงจำ&nbsp;วิถีชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;แหล่งเศรษฐกิจจากอดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยมูลนิธิแก้วคุ้มครองเข้ามาพัฒนาพื้นที่ร่วมกับเจ้าของบ้านเก่าในชุมชน&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงามตามไปด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคเหนือ","พิจิตร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306100846867"],
    [92,"จังหวัดเพชรบุรีเปิดทางท่องเที่ยวสายจักรยานชวนปั่นกินลม ชมนาเกลือล้อเกลียวคลื่นชื่นมื่นทิวทัศน์","<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวมิ่งขวัญ&nbsp;บุญโภคัย&nbsp;&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและประชาชน&nbsp;นักปั่นจักรยาน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;&nbsp;ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กิจกรรม&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือจะช่วยการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;สร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;(Sport&nbsp;Tourism)&nbsp;ซึ่งไม่เพียงได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&nbsp;&nbsp;แต่ที่สำคัญได้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยวและเพลิดเพลินจากการปั่นชมทัศนียภาพ&nbsp;&nbsp;พร้อมรับกลิ่นไอลมทะเล&nbsp;อย่างสดชื่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;จุดตั้งต้นโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้ทั้งการร่วมอนุรักษ์สัตว์น้ำ&nbsp;ปล่อยปลา&nbsp;ปล่อยหมึก&nbsp;ชมการสาธิตการเลี้ยงและเพาะพันธ์ปลาหลากชนิด&nbsp;&nbsp;รวมถึงการผลิตสาหร่ายพวงองุ่น&nbsp;และเรียนรู้แหล่งเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ&nbsp;มีทั้งดอกเกลือ&nbsp;ดีเกลือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกลือหวาน&nbsp;เกลือจืด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>การเปิดทางท่องเที่ยวสายจักรยาน&nbsp;&nbsp;ชวนมาปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;&nbsp;ล้อเกลียวคลื่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชื่นมื่นทิวทัศน์&nbsp;&nbsp;มาท่องบรรยากาศ&nbsp;&nbsp;2&nbsp;&nbsp;ข้างทาง&nbsp;&nbsp;เที่ยวอย่างหรรษารื่นรมย์&nbsp;ท่ามกลางถนนสายเกลือ&nbsp;วัดวาอารามที่เป็นความเชื่อและความศรัทธา&nbsp;&nbsp;พร้อมตำนานเรื่องเล่าและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์&nbsp;&nbsp;ร่วมสักการะ&nbsp;หลวงพ่อทอง&nbsp;วัดเขาตะเครา&nbsp;วัดในกลาง&nbsp;และอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;และพระราชมารดาของพระองค์ท่าน&nbsp;หรือที่รู้จักกันว่า&nbsp;แม่นกเอี้ยงรวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวดูนก&nbsp;&nbsp;ชมวาฬบรูด้า&nbsp;หาดทรายเม็ดแรก&nbsp;&nbsp;ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ไปเยือนบ้านแหลม&nbsp;เหมือนสร้างโอกาสให้ชีวิต&nbsp;&nbsp;ได้รับความรู้ที่น่าสนใจจากโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย&nbsp;,โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้&nbsp;&nbsp;จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&nbsp;(รางวัลกินรี)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306141229926"],
    [93,"จังหวัดเพชรบุรี ส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ  ปั่นกินลม ชมนาเกลือ กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้สู่ชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวมิ่งขวัญ&nbsp;บุญโภคัย&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักปั่นจักรยาน&nbsp;และเยาวชน&nbsp;ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;(Sport&nbsp;Tourism)&nbsp;ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการออกำลังกายเพื่อสุขภาพ&nbsp;ให้ความสำคัญกับแหล่งท่องเที่ยวที่นักปั่น&nbsp;ได้เพลิดเพลินจากการปั่นชมทัศนียภาพ&nbsp;2&nbsp;ข้างทาง&nbsp;และร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีเป็นแหล่งท้องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามและมีสถานที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมการกีฬา&nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เพชรบุรีมียอดผู้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;กิจกรรมนี้&nbsp;เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&nbsp;ทำงานเป็นทีม&nbsp;การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี&nbsp;มีระเบียบวินัย&nbsp;รู้หน้าที่&nbsp;มีความรับผิดชอบ&nbsp;มีน้ำใจนักกีฬา&nbsp;รู้รักสามัคคี&nbsp;และเสริมสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน&nbsp;เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;ชมแหล่งผลิตเกลือ&nbsp;ประมงทะเล&nbsp;เรียนรู้วิถีชีวิตทางวัฒนธรรม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;จะกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีและสร้างการรับรู้ด้านแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมเชิงกีฬาของอำเภอบ้านแหลมได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306121422889"],
    [94,"บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ถ้ำนาคา จ.บึงกาฬยังคงคึกคัก หลังปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นวันละ 700 คน และยังต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน QueQ เช่นเดิม","<p><strong>บรรยากาศในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้</strong>&nbsp;มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมถ้ำนาคา&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ที่ตั้งอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูลังกาอย่างคึกคัก&nbsp;หลังจากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูลังกาได้ปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมถ้ำนาคาเป็น&nbsp;700&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;และยังคงต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ&nbsp;เช่นเดิม</p><p><strong>โดยในเช้าวันนี้นักท่องเที่ยวยังคงต่อคิวเพื่อรอขึ้นชมถ้ำนาคาตั้งแต่เวลา&nbsp;06:00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ซึ่งมาตรการของอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;ในขณะนี้คือ&nbsp;ผู้ที่ทำการจองคิวจะต้องกรอกชื่อ-นามสกุล&nbsp;ให้ตรงกับบุคคลที่จะเดินทางมาจริง&nbsp;ไม่สามารถขึ้นแทนกันได้&nbsp;และจะต้องมีผลการฉีดวัคซีน&nbsp;Covid-19&nbsp;ครบตามเกณฑ์ที่&nbsp;ศบค.&nbsp;กำหนด&nbsp;นอกจากนี้จะต้องมีผลการตรวจว่าไม่พบเชื้อด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ภายใน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จากสถานพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง&nbsp;ซึ่งหากผู้ที่จองคิวได้แต่ยังไม่มีผลการตรวจดังกล่าว&nbsp;สามารถรับการตรวจได้ที่จุดคัดกรอง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;ก่อนเข้าเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สวท.บึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306121547890"],
    [95,"ช้อปฟิน ของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น ขยายตลาดสู่ช่องทางออนไลน์ มอบโค้ดส่วนลดพิเศษ 15% ถึงวันที่ 10 มีนาคมนี้","<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;SMART&nbsp;LOCAL&nbsp;SHOP&nbsp;by&nbsp;DBD&nbsp;จำหน่ายสินค้าชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้างโลตัส&nbsp;15&nbsp;สาขา&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคตามการดำเนินชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;โดยประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;Shopee&nbsp;จัดแคมเปญ&nbsp;ช้อปฟิน&nbsp;ของเด่นพื้นที่&nbsp;ของดีพื้นถิ่น&nbsp;คัดสรรร้านค้าชุมชนกว่า&nbsp;100&nbsp;ร้านค้า&nbsp;สินค้ารวมกว่า&nbsp;3,000&nbsp;รายการ&nbsp;อาทิ&nbsp;อาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ของใช้&nbsp;ของตกแต่ง&nbsp;เครื่องแต่งกาย&nbsp;และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&nbsp;พร้อมรับส่วนลดพิเศษ&nbsp;15%&nbsp;เพียงกรอก&nbsp;Code&nbsp;LOCAL15&nbsp;ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน&nbsp;Shopee&nbsp;</p><p><strong>ประชาชนสามารถร่วมอุดหนุนสินค้าจากผู้ประกอบการของชุมชนไทย</strong>&nbsp;สินค้าคุณภาพดี&nbsp;ในราคาพิเศษ&nbsp;ผ่านแพลตฟอร์ม&nbsp;Shopee&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306140858921"],
    [96,"เร่งยกระดับอุตสาหกรรมไทย ขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่ สร้างโอกาสการลงทุนสู่ตลาดโลก","<p><strong>นายทองชัย&nbsp;ชวลิตพิเชฐ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม&nbsp;(สศอ.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สศอ.&nbsp;ดำเนินโครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่&nbsp;เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย&nbsp;สอดคล้องแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;เศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างและรูปแบบการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ผลผลิตจากภาคการเกษตรเป็นวัตถุดิบตั้งต้นการผลิต&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะพืชที่มีความสำคัญต่อภาคการเกษตรและความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;อ้อย&nbsp;มันสำปะหลังและปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยสร้างให้เกิดความเชื่อมโยงของกระบวนการผลิตที่จำเป็นต่อการเพิ่มผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ระยะยาว&nbsp;ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&nbsp;รวมทั้งหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า</p><p><strong>สำหรับมูลค่าผลิตภัณฑ์ไบโอรีไฟเนอรี่ในตลาดโลก</strong>&nbsp;คาดการณ์มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;9.41&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วงปี&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2573&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ผลิตภัณฑ์ไบโอรีไฟเนอรี่มีมูลค่า&nbsp;670,840&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;และในปี&nbsp;2573&nbsp;คาดว่าผลิตภัณฑ์ไบโอรีไฟเนอรี่จะมีมูลค่าสูงถึง&nbsp;1,734,510&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของมูลค่าตลาดเทคโนโลยีการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่&nbsp;ที่คาดว่าจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;10.43&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วงดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306140637918"],
    [97,"สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ในเดือนมีนาคม 2565 แนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น","<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;กิมาวหา&nbsp;</strong>รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยคาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;และมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล&nbsp;รวมถึงมาตรการควบคุมการป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;จะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ&nbsp;ราคาสูงสุด&nbsp;11,850&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก&nbsp;ราคาสูงสุด&nbsp;13.45&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ราคา&nbsp;9.02&nbsp;บาท/กก.&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ราคา&nbsp;2.37&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ราคา&nbsp;9.02&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ยางพาราแผ่นดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;57.45&nbsp;บาท/กก.และสุกร&nbsp;ราคา&nbsp;96.89&nbsp;บาท/กก.</p><p><strong>ขณะที่สินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับลดลงในเดือนมีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น&nbsp;15%&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับข้าวของเวียดนามออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงกลางเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เช่นเดียวกับ&nbsp;กุ้งขาวแวนนาไมและโคเนื้อ&nbsp;ที่ความต้องการบริโภคในประเทศปรับลดลง&nbsp;เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19</p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306141401929"],
    [98,"จังหวัดเพชรบุรี เปิดทางท่องเที่ยวสายจักรยาน ชวนปั่นกินลม ชมนาเกลือ ล้อเกลียวคลื่น  ชื่นมื่นทิวทัศน์ ท่องบรรยากาศ 2 ข้างทาง เที่ยวอย่างหรรษารื่นรมย์","<p><strong>เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นางสาวมิ่งขวัญ&nbsp;บุญโภคัย&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;นักปั่นจักรยาน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;&nbsp;ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กิจกรรม&nbsp;ปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือจะช่วยการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเพชรบุรี&nbsp;สร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;(Sport&nbsp;Tourism)&nbsp;ซึ่งไม่เพียงได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&nbsp;แต่ที่สำคัญได้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;และเพลิดเพลินจากการปั่นชมทัศนียภาพ&nbsp;พร้อมรับกลิ่นไอลมทะเลอย่างสดชื่น&nbsp;ณ&nbsp;จุดตั้งต้นโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้ทั้งการร่วมอนุรักษ์สัตว์น้ำ&nbsp;ปล่อยปลา&nbsp;ปล่อยหมึก&nbsp;ชมการสาธิตการเลี้ยง&nbsp;และเพาะพันธุ์ปลาหลากชนิด&nbsp;รวมถึงการผลิตสาหร่ายพวงองุ่น&nbsp;และเรียนรู้แหล่งเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ&nbsp;มีทั้งดอกเกลือ&nbsp;ดีเกลือ&nbsp;เกลือหวาน&nbsp;เกลือจืด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>การเปิดทางท่องเที่ยว&nbsp;สายจักรยาน&nbsp;ชวนมาปั่นกินลม&nbsp;ชมนาเกลือ&nbsp;ล้อเกลียวคลื่น&nbsp;ชื่นมื่นทิวทัศน์&nbsp;มาท่องบรรยากาศ&nbsp;2&nbsp;ข้างทาง&nbsp;เที่ยวอย่างหรรษารื่นรมย์&nbsp;ท่ามกลางถนนสายเกลือ&nbsp;วัดวาอารามที่เป็นความเชื่อและความศรัทธา&nbsp;พร้อมตำนานเรื่องเล่าและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์&nbsp;ร่วมสักการะ&nbsp;หลวงพ่อทอง&nbsp;วัดเขาตะเครา&nbsp;วัดในกลาง&nbsp;และอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;และพระราชมารดาของพระองค์ท่าน&nbsp;หรือที่รู้จักกันว่า&nbsp;แม่นกเอี้ยงรวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวดูนก&nbsp;ชมวาฬบรูด้า&nbsp;หาดทรายเม็ดแรก&nbsp;ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ไปเยือนบ้านแหลม&nbsp;เหมือนสร้างโอกาสให้ชีวิต&nbsp;ได้รับความรู้ที่น่าสนใจจากโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย,โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้&nbsp;จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&nbsp;(รางวัลกินรี)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>ได้มอบเหรียญที่ระลึกให้นักปั่นจักรยานที่เข้ารอบ&nbsp;10&nbsp;คันแรกจากการปั่นกว่า&nbsp;40&nbsp;กิโลเมตรด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306144342939"],
    [99,"ผู้ว่าฯ ยโสธร เปิดงานวิ่งพิชิต 3 ลุ่มน้ำ (โขง ชี มูล) ฉลองครบรอบ 50 ปี จังหวัดยโสธร","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานวิ่งพิชิต&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;(โขง&nbsp;ชี&nbsp;มูล)&nbsp;ฉลองครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกเทศเมืองยโสธร&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดยโสธร&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และนักวิ่งจากในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;กว่า&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานวิมานพญาแถน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;&nbsp;ซึ่งนักวิ่งต้องมีผลการฉีดวัคซีน&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และปฏิบัติตาม&nbsp;มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมกับหอการค้าจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รจัดกิจกรรมพิชิต&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;(โขง&nbsp;ชี&nbsp;มูล)&nbsp;ฉลองครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดยโสธรขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่จังหวัดยโสธรสถาปนาครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;และเพื่อให้นักวิ่งทั้งในและต่างประเทศได้มารู้จักและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดยโสธร&nbsp;เมืองสงบงามมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยการวิ่งมีจุดสตาร์ทที่วิมานพญาแถน&nbsp;ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์คของจังหวัด&nbsp;และในแต่ละจุดที่วิ่งผ่านล้วนเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดยโสธร&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้แก่จังหวัดยโสธร&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>วันนี้นอกจากจะมีนักวิ่งทั้งในและต่างประเทศมาร่วมแข่งขันและชิงถ้วยรางวัลกว่า&nbsp;200&nbsp;ถ้วยแล้ว</strong>&nbsp;ยังมีนักวิ่งแต่งกายแฟนซี&nbsp;สวยงาม&nbsp;มาสร้างสีสันบรรยากาศในงานด้วย&nbsp;ส่วนใหญ่มาในตีมวิถีอีสาน&nbsp;มีเอกลักษณ์จังหวัดยโสธรประกอบในการวิ่ง&nbsp;เช่น&nbsp;บั้งไฟ&nbsp;กระติบข้าว&nbsp;หมอนขิด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และนักวิ่งต่างมีความประทับใจที่ได้ร่วมมากิจกรรมการวิ่งที่จังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306150738944"],
    [100,"เริ่มแล้วงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี ประจำปี 2565 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช","<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ประธานเปิดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และการแสดงยุทธหัตถีประกอบแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;สื่อผสม&nbsp;เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;พระมหากษัตริย์ไทยแห่งกรุงศรีอยุธยา&nbsp;ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี&nbsp;มีชัยชนะต่อสมเด็จพระมหาอุปราชาของพม่า&nbsp;ในพระมหาวีรกรรมยุทธหัตถี</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ประธานกรรมการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;จัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งเดิมจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม-1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;คณะกรรมการจัดงานฯ&nbsp;จึงมีมติให้เลื่อนการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นระหว่างวันที่&nbsp;5-19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;15&nbsp;คืน</p><p><strong>โดยมีกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>การแสดงยุทธหัตถี&nbsp;ประกอบ&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ตอน&nbsp;มหาวีรกรรมยุทธหัตถี&nbsp;ใช้ช้างจริงในการแสดง&nbsp;การแสดงเพลงอีแซว,&nbsp;เพลงพื้นบ้าน,&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียน,&nbsp;การแสดงวงดนตรีไทย&nbsp;วงปี่พาทย์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี,&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี,&nbsp;การแสดงดนตรีสร้างสรรค์ละครเพลงรักเมืองเหน่อ&nbsp;The&nbsp;Musical&nbsp;of&nbsp;Suphanburi,&nbsp;การแสดงหุ่นละครเล็ก&nbsp;นาฏยบูรพา&nbsp;รางวัลชนะเลิศหุ่นโลก&nbsp;2016&nbsp;การเดินแบบผ้าไทยโดยแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี,&nbsp;การประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ซึ่งแต่งกายด้วยชุดตะเบงมานเหมือนวีรสตรีไทยในอดีต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี<strong>&nbsp;</strong>ของดีบ้านฉัน&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาสถิตยุทธการ&nbsp;รวมทั้งกิจกรรมธารากาชาดของเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กิจกรรมเฮฮาพาโชคของแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;</strong>มีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจะมีเจ้าหน้าที่นำเครื่องตรวจโมบายเดินตรวจบริเวณงาน&nbsp;ส่วนร้านค้าต้องแสดงรายชื่อ&nbsp;ผลการตรวจ&nbsp;และการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ทุก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ด้านผู้แสดง&nbsp;แสงสีเสียง&nbsp;ต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ภายใน&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;และจำกัดผู้เข้าชมการแสดงยุทธหัตถี&nbsp;รอบละ&nbsp;1,500&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306151239955"],
    [101,"รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะสำรวจแหล่งท่องเที่ยว Unseen ทะเลตราด  เกาะหมาก - เกาะกระดาด - เกาะขายหัวเราะ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>นำคณะผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อพท.&nbsp;เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;เกาะหมาก-เกาะกระดาด-เกาะขายหัวเราะ&nbsp;สถานที่เช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;โดยคณะฯ&nbsp;ได้เริ่มเยี่ยมชมเกาะขายหัวเราะ&nbsp;ที่กำลังโด่งดังในโลกออนไลน์&nbsp;ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;นอกจากนี้ทางคณะยังได้เที่ยวชมเกาะกระดาด&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;Unseen&nbsp;Thailand&nbsp;ที่มีกวางจำนวนมากให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด&nbsp;จากนั้นได้มีการเดินทางสู่เกาะหมาก&nbsp;เพื่อเยี่ยมชม&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การท่องเที่ยว&nbsp;Low&nbsp;Carbon&nbsp;Learning&nbsp;Center&nbsp;พร้อมทั้งทำกิจกรรมปั่นจักรยาน&nbsp;ปลูกผักออแกนิค&nbsp;ที่เกาะหมากฟาร์ม&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ที่ผลิตพืชผักท้องถิ่นตามฤดูกาล&nbsp;ป้อนให้กับโรงแรม&nbsp;และรีสอร์ท&nbsp;บนเกาะหมาก&nbsp;ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการจัดการการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกาะหมากเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ&nbsp;(Low&nbsp;Carbon&nbsp;Destination)</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>&nbsp;ได้มอบนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวแก่ผู้นำชุมชน&nbsp;ซึ่งคาดว่าจากความประทับใจครั้งนี้&nbsp;จะเกิดการบอกต่อและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเกาะหมากเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เกาะหมาก&nbsp;ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;และกลุ่มวัยทำงาน&nbsp;เนื่องจากมีความสะดวกในการเดินทาง&nbsp;มีกิจกรรมและการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความหลากหลาย&nbsp;อีกทั้งยังสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ&nbsp;Workation&nbsp;หรือทำงานไปด้วยท่องเที่ยวไปด้วย&nbsp;ได้อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ททท.&nbsp;</strong>ได้นำเสนอเกาะขายหัวเราะ&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่&nbsp;เกาะขายหัวเราะเป็นส่วนหนึ่งของเกาะนกนอก&nbsp;ซึ่งเชื่อมมาจากเกาะนกใน&nbsp;และเกาะกระดาด&nbsp;เกาะนี้&nbsp;จะมีจังหวะที่โผล่พ้นน้ำในช่วงน้ำลด&nbsp;ซึ่งจะเห็นพื้นที่เกาะเล็กน้อยและมีต้นไม้&nbsp;(ต้นตะบัน)&nbsp;ขึ้นอยู่เพียงต้นเดียว&nbsp;ปรากฏภาพที่คล้ายกับฉากคลาสสิกของหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ&nbsp;&nbsp;นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ผ่านมาพบเห็นต่างพากันเรียกว่า&nbsp;เกาะขายหัวเราะ&nbsp;</p><p><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306185249985"],
    [102,"พช.ศรีสะเกษ เดินหน้าพัฒนาเครือข่าย OTOP ทุกระดับ มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ","<p><strong>พัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;ให้การดำเนินงานทุกระดับ&nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;3-5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมพรหมพิมาน&nbsp;ตำบลเมืองใต้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><strong>นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยยงค์&nbsp;ผ่องใส&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมดำเนินโครงการฯ&nbsp;โครงการฯ&nbsp;นี้&nbsp;มีกำหนดจัดขึ้น&nbsp;เพื่อเพื่อให้การดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ทุกระดับ&nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงานจากองค์กรของตนเองอย่างทั่วถึงและให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนระดับจังหวัดและกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;นำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการฝึกอบรม&nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;3-5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;และเลขานุการกรรมการระดับอำเภอๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;44&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;46&nbsp;คน&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากทีมที่ปรึกษาและวิทยากร&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;มาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องการทบทวนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;กรอบแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;อำเภอ/จังหวัด&nbsp;และการเป็นผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;อย่างมืออาชีพ&nbsp;รวมถึงทิศทาง/แนวโน้มในอนาคตด้านการตลาดผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดที่ผ่านมา&nbsp;จัดทำแนวทางการสนับสนุนผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;การสนับสนุนช่องทางการตลาด&nbsp;เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ให้กับเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้เกิดการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มแข็ง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306201357001"],
    [103,"ลานวัฒนธรรม สร้างสุข ตลาดหน้าจวน จังหวัดสุรินทร์ ครั้งที่ 9 สร้างรายได้กว่าล้านบาท","<p><strong>จังหวัดสุรินทร์รวมพลังทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม&nbsp;สร้างสุข&nbsp;@&nbsp;ตลาดหน้าจวน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;9&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;โดยมีกิจกรรมตักบาตรกับช้าง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานทำบุญตักบาตรกับช้าง&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ถ่ายภาพกับทะเลตุง&nbsp;เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าไหม&nbsp;</strong>เครื่องเงิน&nbsp;อาหารพื้นบ้าน&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์ของดีเมืองสุรินทร์&nbsp;โดยมีร้านค้ามาออกร้านให้การบริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;84&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p>&nbsp;<strong>ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00-21.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย&nbsp;พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับบรรยากาศลานคนเมือง&nbsp;สุรินทร์รื่นรมย์&nbsp;ร้อง&nbsp;เล่น&nbsp;เต้น&nbsp;รำ&nbsp;และชมการแสดงดนตรีร่วมสมัย&nbsp;ดนตรีโฟคซอง&nbsp;จากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นถิ่น&nbsp;สินค้าพื้นเมือง&nbsp;สินค้า&nbsp;GI&nbsp;เกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็นสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างความสุขให้กับชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยมีผู้มาร่วมกิจกรรม&nbsp;นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม&nbsp;ซื้อ&nbsp;ขาย&nbsp;แลกเปลี่ยนสินค้า&nbsp;ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;1,244&nbsp;คน&nbsp;เกิดรายได้หมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมทุกกิจกรรม&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;1,246,449&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ได้ประสานงาน<strong>&nbsp;</strong>อำนวยความสะดวกแก่ศิลปินนักแสดง&nbsp;จัดเก็บข้อมูลผู้แต่งกายผ้าไทยสวยงามและโดดเด่น&nbsp;เข้ารับเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในวันเสาร์แรกของทุกต้นเดือน&nbsp;ข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306204235004"],
    [104,"ตำบลช่างปี่ จังหวัดสุรินทร์ สืบสานประเพณี ตะวันลอดช่องบานประตูปราสาทช่างปี่","<p><strong>ตำบลช่างปี&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;สืบสานประเพณี&nbsp;\"ตะวันลอดช่องบานประตู&nbsp;ปราสาทช่างปี่\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;ปราสาทช่างปี่&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายณัฏฐพล&nbsp;จรัสรพีพงษ์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;เป็นประธานในพิธีบวงสรวง&nbsp;และเปิดงาน&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;ในงานมีกิจกรรมดังนี้&nbsp;ช่วงเช้า&nbsp;พิธีบวงสรวงปราสาทช่างปี่&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;และการสาธิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย</p><p><strong>สำหรับช่วงเย็นมีพิธีสะเดาะเคราะห์เสริมสิริมงคล</strong>&nbsp;กิจกรรมมัคคุเทศน์น้อย&nbsp;จากโรงเรียนบ้านช่างปี่&nbsp;รับชมตะวันลอดช่องบานประตูปราสาทช่างปี่&nbsp;หนึ่งปีมีครั้งเดียว&nbsp;และการแสดงแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;\"สืบสานตำนานปราสาทช่างปี่&nbsp;\"</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวมีขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;5-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>และเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307000656035"],
    [105,"ธ.ก.ส. เดินหน้าสินเชื่อเงินด่วนลูกค้าชั้นดี A-Cash Gold ให้เกษตกรลูกค้าของธนาคารเข้าถึงเงินด่วนในระบบ","<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;กิมาวหา</strong>&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;สินเชื่อเงินด่วนลูกค้าชั้นดี&nbsp;A-Cash&nbsp;Gold&nbsp;สินเชื่อตัวใหม่&nbsp;ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ออกมาเพื่อช่วยขยายโอกาสให้เกษตกรในทะเบียนเกษตรกรลูกค้าของธนาคาร&nbsp;ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี&nbsp;มีการบริหารจัดการได้&nbsp;มีหลักประกันจำนองไว้กับธนาคารอยู่แล้ว&nbsp;สามารถเข้าถึงสินเชื่อเงินด่วนที่มีต้นทุนต่ำ&nbsp;ให้มีเงินหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ได้เร็ว&nbsp;ป้องกันก่อหนี้ภายนอกระบบ</p><p><strong>วงเงินด่วนสินเชื่อ&nbsp;A-Cash&nbsp;Gold&nbsp;</strong>ให้กู้รายละไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและการประเมินศักยภาพ&nbsp;นอกจากการเปิดช่องทางให้เกษตรกรลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนซึ่งเป็นประการท้ายๆ&nbsp;ของการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ยังเดินหน้าสร้างต้นทุนความรู้ซึ่งเป็นต้นทางปัญหาหนี้สินให้แก่เกษตรกรลูกค้าด้วย&nbsp;ทั้งการเติมปัญญา&nbsp;&nbsp;แผนธุรกิจ&nbsp;การจัดการ&nbsp;การผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;จัดการข้อมูลสำคัญ&nbsp;ข้อมูลการจัดการฟาร์มการทำบัญชีต้นทุนฟาร์มต่างๆ&nbsp;ที่พบเกษตรกรส่วนใหญ่ละเลยเรื่องนี้ไม่มีข้อมูลประกอบ&nbsp;เมื่อถึงเวลาทำให้มี่ความเสี่ยง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.จะเติมปัญญาโดยมีต้นแบบทั้งแบบที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;และแบบที่ล้มเหลวให้เกษตรก็ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;</strong>ยังมีการคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆ&nbsp;ที่สำคัญต่อผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้นำไปปรับแผนการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพและได้ราคาดี&nbsp;โดยล่าสุดกับสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย&nbsp;ยูเครน&nbsp;และสถานการณ์โควิด-19&nbsp;คาดจะส่งผลให้เดือนมีนาคมนี้&nbsp;ราคาสินค้าส่วนใหญ่ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ&nbsp;น้ำตาลทรายดิบ&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ยางพาราดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;และสุกร&nbsp;ส่วนสินค้าที่จะขยับราคาลดลงคือ&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;กุ้งขาวแวนนาไมและโคเนื้อ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104451077"],
    [106,"ไทยและทั่วโลกกำลังเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต ส่งผลกระทบราคาพลังงานโลก","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้ไทยและทั่วโลก&nbsp;เผชิญหน้ากับปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&nbsp;เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตพร้อมกันคือ&nbsp;วิกฤตไวรัสโควิด-19&nbsp;วิกฤตเงินเฟ้อและวิกฤตสงครามยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ส่งผลกระทบราคาพลังงานโลก&nbsp;คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;อาจจะเห็นตัวเลขราคาน้ำมันโลกที่&nbsp;&nbsp;120&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;/บาร์เรล&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่&nbsp;106.58&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล</strong>&nbsp;เบรนท์&nbsp;118.11&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;/บาร์เรล&nbsp;และเวสต์เท็กซัส&nbsp;110.07&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;/บาร์เรล&nbsp;น้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าและขนส่ง&nbsp;ก็จะทำให้ราคาสินค้าและค่าขนส่งยิ่งแพงขึ้น&nbsp;กระทบทั้งค่าครองชีพ&nbsp;และภาคการส่งออก&nbsp;รวมทั้งสภาวะเงินเฟ้อที่มาพร้อมกับเงินฝืด&nbsp;จะส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับครอบครัวและมหภาค&nbsp;ซึ่งเป็นภาวะที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก&nbsp;ไทยเองก็ไม่แตกต่าง&nbsp;เพราะเราเป็นประเทศนำเข้าน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;รัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซล</strong>&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตรอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หลังการประชุมคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนใน&nbsp;3&nbsp;แนวทางหลักคือ&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลประชาชน&nbsp;บรรเทาภาระหนี้สิน&nbsp;โดยให้ปีนี้เป็น&nbsp;ปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน&nbsp;และเร่งการลงทุนภาครัฐ/เอกชน&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&nbsp;และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง&nbsp;ซึ่งในวันพุธที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(กพช.)&nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการด้านพลังงาน&nbsp;ซึ่งจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเร่งรัดให้มีผลบังคับใช้&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนโดยเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104012073"],
    [107,"ยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ","<p><strong>การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;นับเป็นเป้าหมายสำคัญ</strong>ของรัฐบาลที่จะชูจุดเด่นดังกล่าวในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจากการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มที่มีมูลค่าสูง&nbsp;ซึ่งถือเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;12&nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป</p><p><strong>โดยคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับ</strong>การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;เพื่อพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์มูลค่าสูงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เริ่มหันมานิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภายหลังการระบาดของสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรของโลกที่มีกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น&nbsp;การดำเนินโครงการ&nbsp;จะมีการจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร&nbsp;(International&nbsp;&nbsp;Health/Medical&nbsp;&nbsp;Plaza)&nbsp;2.&nbsp;ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ&nbsp;(Premium&nbsp;Long&nbsp;Term&nbsp;Care)&nbsp;3.&nbsp;ศูนย์ใจรักษ์&nbsp;(Hospice&nbsp;Home)&nbsp;หรือศูนย์การดูแลแบบประคับประคอง&nbsp;ในระยะสุดท้ายของชีวิต&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร&nbsp;(Rehabilitation&nbsp;Center)</p><p><strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&nbsp;เช่น&nbsp;เกิดการจ้างงาน</strong>&nbsp;การกระจายรายได้&nbsp;จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&nbsp;เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ&nbsp;(GDP)&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;ในพื้นที่หลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&nbsp;เกิดการกระจายรายได้สำหรับภาคเอกชน&nbsp;เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและภาคบริการอื่น&nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทย&nbsp;พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีทางการแพทย์&nbsp;และระบบบริการด้านสาธารณสุขของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307091254043"],
    [108,"แอร์เอเชีย ปรับเพิ่มเที่ยวบินตรงไป-กลับ หัวหิน-เชียงใหม่ เป็นสัปดาห์ละ 3 วัน รองรับผู้โดยสารที่ใช้บริการมากขึ้น ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวหัวหิน  ชะอำ","<p><strong>นายอุดร&nbsp;ออลสัน&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;หลังจากรัฐบาลเห็นชอบอนุมัติวงเงิน&nbsp;250&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อยกระดับท่าอากาศยานหัวหิน&nbsp;&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;เป็นท่าอากาศยานนานาชาติเต็มรูปแบบ&nbsp;โดยขยายความกว้างของรันเวย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นตามแผนงานในเดือนพฤษภาคม&nbsp;&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;จะขยายอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมและปรับปรุง</strong>อาคารผู้โดยสารเดิมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;ซึ่งในอนาคตท่าอากาศยานหัวหินจะเป็นศูนย์กลางการบินในระดับภูมิภาค&nbsp;ขณะที่&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และ&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;มีความพร้อมเป็นศูนย์กลางการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่สำหรับการท่องเที่ยวในโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Riviera&nbsp;&nbsp;4&nbsp;Plus&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ส่วนการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;ขณะนี้ผู้บริหารจากบริษัท&nbsp;Phoenix&nbsp;&nbsp;Aviation&nbsp;International&nbsp;HK&nbsp;ได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เพื่อกำหนดแผนการบินของสายการบินเจท&nbsp;สตาร์&nbsp;สกู๊ตแอร์&nbsp;ไชน่า&nbsp;เอ็กเพรส&nbsp;นำนักท่องเที่ยวบินตรงมายังท่าอากาศยานหัวหิน&nbsp;โดย&nbsp;ททท.ได้ประสานงานไปยังสำนักงานต่างประเทศที่สิงคโปร์&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;จีน&nbsp;อินเดีย&nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลส่งเสริมการท่องเที่ยวของ&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และ&nbsp;จ.เพชรบุรี</p><p><strong>ขณะที่การท่องเที่ยวช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน&nbsp;-&nbsp;ชะอำ</strong>&nbsp;เชื่อว่าจะมีแนวโน้มที่ดี&nbsp;หลังจากแอร์เอเชีย&nbsp;ปรับตารางเที่ยวบินตรงหัวหิน&nbsp;&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;3&nbsp;วันต่อสัปดาห์&nbsp;&nbsp;จากเดิม&nbsp;2&nbsp;วันต่อสัปดาห์&nbsp;เริ่มใช้ตารางบินใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;ถึง&nbsp;29&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วยเที่ยวบิน&nbsp;FD3900&nbsp;เชียงใหม่-หัวหิน&nbsp;วันอังคาร,พฤหัส.เสาร์&nbsp;ออกเวลา&nbsp;11.25&nbsp;น.&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;12.45&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;FD3901&nbsp;หัวหิน-เชียงใหม่&nbsp;วันอังคาร,พฤหัส.เสาร์&nbsp;ออกเวลา&nbsp;13.15&nbsp;น.&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เส้นทางการบินหัวหิน&nbsp;&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ที่ผ่านมามีอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ต่อเที่ยวบิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307110150087"],
    [109,"ยะลา ประชาชนเทขายทองคึกคัก หลังทองพุ่ง   วิกฤต รัสเซีย-ยูเครน  น้ำมันแพง","<p><strong>จากวิกฤตสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;&nbsp;ที่มีมากว่า&nbsp;10&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ส่งผลให้ราคาทองคำแท่ง&nbsp;ทองรูปพรรณ&nbsp;ปรับสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้บรรยากาศที่ร้านทอง&nbsp;ไท้เซ่งล้ง&nbsp;เขตย่านการค้าถนนสายกลางยะลา&nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่เปิดร้าน&nbsp;ได้มีประชาชนทยอยเดินทางนำทองรูปพรรณ&nbsp;ทั้งแหวน&nbsp;สร้อย&nbsp;กำไล&nbsp;มาเทขายขายกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อหวังได้มีกำไรจากการขายทองหลังทองแพง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;ราคา&nbsp;ขายอยู่ที่&nbsp;บาทละ&nbsp;30,700&nbsp;บาท&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;การมาเลือกซื้อหาทอง&nbsp;ไปสวมใส่&nbsp;ก็ยังได้รับความสนใจจากประชาชนเช่นกัน&nbsp;ถึงแม้นว่าราคาทองในช่วงนี้จะขึ้นราคาสูงมาก</p><p><strong>ร้านทอง&nbsp;ไท้เซ่งล้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากวันเสาร์ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ราคาทองอยู่ที่&nbsp;30,250&nbsp;บาท&nbsp;พอเปิดตลาดในวันนี้&nbsp;7&nbsp;มี.ค&nbsp;&nbsp;ราคาทองปรับขึ้นมาถึง&nbsp;30,700&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคาสูงสุดที่ไม่เคยปรากฏ&nbsp;เนื่องมาจาก&nbsp;สงครามรัสซีย-ยูเครน&nbsp;น้ำมันแพงด้วย&nbsp;ประชาชนก็นำทองรูปพรรณมาขายกันอย่างคึกคัก</p><p><strong>แต่เมื่อเทียบกับ&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ช่วง&nbsp;ที่ราคาทองขึ้น&nbsp;30,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;ในสถานการณ์โควิดระบาด&nbsp;รอบแรก&nbsp;ที่ยะลา&nbsp;จะมีประชาชนมาขายเยอะกว่า&nbsp;&nbsp;ส่วนการมาซื้อก็ยังมีประชาชนมาซื้อกันเรื่อยๆ&nbsp;&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;หากสงครามยืดเยื้อไปอีก&nbsp;ราคาทองก็จะสูงขึ้นมากกว่านี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนผลกระทบของทางร้านไม่มีแต่อย่างใด&nbsp;ประชาชนนำมาขาย&nbsp;ทางร้านก็ขายด้วยอยู่แล้ว&nbsp;ค่าเท่ากัน</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ราคาน้ำมันทุกชนิดที่ได้ปรับสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;โดยวันนี้&nbsp;ดีเซล&nbsp;อยู่ที่&nbsp;ลิตรละ&nbsp;30.44&nbsp;บาท&nbsp;เบนซินลิตรละ&nbsp;45.66&nbsp;บาท&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ลิตรละ&nbsp;&nbsp;38.25&nbsp;บาท&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ลิตรละ&nbsp;&nbsp;37.98&nbsp;บาท&nbsp;E&nbsp;20&nbsp;ลิตรละ&nbsp;37.14&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ได้ส่งผลกระทบกับประชาชนที่ใช้รถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนทำให้ค่าครองชีพ&nbsp;ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันสูงขึ้นตามไปด้วย</p><p><strong>ประชาชน&nbsp;บอกว่า&nbsp;&nbsp;ตอนนี้ค่าน้ำมันขึ้น&nbsp;ข้าวยากหมากแพง</strong>&nbsp;กว่าจะหาเงินได้&nbsp;1&nbsp;พันบาท&nbsp;ก็หลายวัน&nbsp;เติมน้ำมันช่วงนี้รู้สึกหดหู่มาก&nbsp;ไม่ใช่แต่ตนเองทุกคนที่ใช้รถก็เป็นเหมือนกันหมด&nbsp;อยากให้รัฐช่วยดูประชาชนด้วย&nbsp;น้ำมันเป็นเป้าหมายสำคัญ&nbsp;ต้องใช้&nbsp;ปกติแล้วก็ไม่ได้เติมมาก&nbsp;แต่วันนี้มีความจำเป็นต้องเดิม&nbsp;1&nbsp;พัน&nbsp;บาท&nbsp;กัดฟันเติม&nbsp;เดือดร้อนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307123327116"],
    [110,"ปตท. สนับสนุนรัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมใจประหยัดพลังงาน","<p><strong>บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงาน&nbsp;เกิดขึ้นทั่วโลก&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;สถานการณ์ตึงเครียดในหลายภูมิภาคทั่วโลก&nbsp;อัตราแลกเปลี่ยน&nbsp;ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง&nbsp;ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ประกอบกับเศรษฐกิจในหลายประเทศเริ่มฟื้นตัวและหลายประเทศเข้าสู่ฤดูร้อน&nbsp;ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์เหล่านี้</strong>&nbsp;ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งราคาน้ำมันดิบและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ขณะเดียวกันประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศกว่าร้อยละ&nbsp;80-90&nbsp;ของความต้องการ&nbsp;ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทย&nbsp;ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก&nbsp;</p><p><strong>ปตท.&nbsp;จึงอยากเชิญชวนทุกคน&nbsp;มาร่วมใจกันประหยัดพลังงาน</strong>&nbsp;ซึ่งก็ทำได้หลายรูปแบบ&nbsp;แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคนก้าวผ่านวิกฤตพลังงานนี้ไปด้วยกัน&nbsp;แค่ช่วยกันประหยัดพลังงาน&nbsp;ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า&nbsp;ใช้อย่างคุ้มค่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายของเราแล้ว&nbsp;ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในภาพรวมของประเทศ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ปตท.ยังได้แนะนำ&nbsp;7&nbsp;วิธีประหยัดพลังงาน&nbsp;</strong>ไม่ให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานมีฉลากประหยัดเบอร์&nbsp;5&nbsp;เปิดแอร์&nbsp;26-27&nbsp;องศาเซลเซียล&nbsp;และพัดลมพร้อมกันเพื่อกระจายความเย็นทั่วพื้นที่&nbsp;ถอดปลั๊กไฟและปิดสวิตซ์ทุกครั้งหลังใช้งาน&nbsp;ใช้หลอดไฟ&nbsp;LED&nbsp;หยุดรีดผ้าบ่อย&nbsp;จัดระเบียบและทำความสะอาดตู้เย็น&nbsp;ซักผ้าครั้งละมากๆ&nbsp;รวมถึงศึกษาเส้นทางก่อนการเดินทาง&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142435174"],
    [111,"สำนักงานการวิจัยแห่งชาติร่วม 3 มหาวิทยาลัย จัดโครงการด้านเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเป้าหมาย การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานกล่าวต้อนรับและรับมอบศูนย์&nbsp;ในพิธีเปิด&nbsp;ศูนย์ประสานงาน&nbsp;พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน\"&nbsp;ณ&nbsp;วัดคำใน&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.สราวุธ&nbsp;รูปิน&nbsp;ภาควิชาศิลปะไทย&nbsp;คณะวิจิตรศิลป์&nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;</strong>หัวหน้าโครงการฯ&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;และ&nbsp;ดร.วิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ประธานในพิธี&nbsp;เป็นผู้กล่าวเปิดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;</strong>และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;ได้ดำเนิน&nbsp;โครงการด้านเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเป้าหมาย&nbsp;SDGs&nbsp;:&nbsp;การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยการศึกษาและฝึกอบรม&nbsp;เพื่อสร้างกระบวนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมืองขุนยวม&nbsp;บนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการศึกษาและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;จัดทำแนวทางกระบวนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมือง&nbsp;ขุนยวม&nbsp;บนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างสถาบันการศึกษาอุดมศึกษา&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;และคณะสงฆ์อำเภอขุนยวม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307133038144"],
    [112,"กระทรวงพาณิชย์ แนะผู้ประกอบการเตรียมศึกษากฎระเบียบและความต้องการผู้บริโภค เพิ่มโอกาสส่งออก หลังไห่หนานประกาศเตรียมเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนานอย่างเป็นทางการในปี 2568","<p><strong>นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติมณฑลไห่หนาน&nbsp;ได้ประกาศเตรียมเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนาน&nbsp;(Hainan&nbsp;Free&nbsp;Trade&nbsp;port)&nbsp;อย่างเป็นทางการในปี&nbsp;2568&nbsp;มีผลทำให้การนำเข้าและส่งออกสินค้าจะดำเนินการผ่านศุลกากรเกาะไห่หนาน&nbsp;และการเดินทางเข้าสู่เกาะไห่หนานของนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านการอนุญาตจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;เช่นเดียวกับการไปเที่ยวต่างประเทศการประกาศครั้งนี้&nbsp;เป็นการกระตุ้นให้เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเขตการค้าเสรีตามแผนพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ&nbsp;สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างมณฑลไห่หนาน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ว่าจะสามารถเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อมในการส่งออกสินค้าและบริการ&nbsp;</strong>ศึกษากฎระเบียบการนำเข้า&nbsp;รวมทั้งความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากเกาะไห่หนานถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวฤดูร้อนที่สำคัญของประเทศจีน&nbsp;ทำให้มีโอกาสการทำธุรกิจด้านการบริการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะร้านค้าปลอดภาษี&nbsp;ที่จะเป็นช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญอีกช่องทางหนึ่ง&nbsp;ขณะเดียวกันจะมีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาและยกระดับคุณภาพของสินค้าไทย&nbsp;เพื่อให้โดดเด่นกว่าสินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในท้องตลาด</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307151256232"],
    [113,"คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยาร่วมกับชุมชน จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คึดฮอดอีหลี","<p><strong>คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์&nbsp;สาขาการท่องเที่ยว&nbsp;มหาวิทยาลัยพะเยา&nbsp;</strong>จัดโครงการวิจัยเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ของกลุ่มโฮมสเตย์อีสาน-ล้านนา&nbsp;ตำบลสันโค้ง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีสานล้านนาสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และมีโครงการย่อยอีก&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;การพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;การใช้ภาพถ่ายเพื่อการสื่อสารการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์&nbsp;การสื่อสารสารตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;และการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินโครงการ</p><p><strong>กลุ่มโฮมสเตย์อีสานล้านนามีการจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>โดยชุมชนที่เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกันของชุมชนพหุวัฒนธรรม&nbsp;ระหว่างชาวไทยอีสานและไทยภาคเหนือภายใต้งาน&nbsp;คึดฮอดอีหลี&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนอีสาน-ล้านนา&nbsp;ตำบลสันโค้ง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เพื่อเป็นการทดสอบแนวทางการยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีสานล้านนาสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการวิจัยที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ที่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ทอผ้า&nbsp;กลุ่มท่องเที่ยวอีสาน-ล้านนา&nbsp;รับชมวีดีทัศน์แนะนำชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;เที่ยวชมหมู่บ้าน&nbsp;ชมการจักสานเครื่องใช้ในครัวเรือนตามวิถีของชาวอีสาน&nbsp;ผสมผสานความอ่อนช้อยของล้านนา&nbsp;การทำขนมพื้นบ้าน&nbsp;การทอเสื่อตามวิธีแบบชาวอีสาน&nbsp;จากกกราชินี&nbsp;หรือ&nbsp;กกไหล&nbsp;ซึ่งโบราณเชื่อว่าไหลเงินไหลทองเข้าบ้าน&nbsp;การทดลอง&nbsp;ย่ำข่าง&nbsp;การนวดทางเลือก&nbsp;แก้ปวดเมื่อยฉบับล้านนา&nbsp;การทำกาแฟแบบดั้งเดิม&nbsp;ซึ่งทุกคนจะได้เรียนรู้และทดลองคั่วกาแฟด้วยมือแบบดั้งเดิม&nbsp;และทดลองกราฟแคคตัส&nbsp;ด้วยการนำหัวแคคตัสมาต่อบนตอ&nbsp;ขณะที่ในช่วงเย็น&nbsp;สนุกสนานกับเครื่องดนตรีอีสานและล้านนา&nbsp;การทำตาแหลวมงคลพวงกุญแจเป็นของที่ระลึก&nbsp;พิธีบายศรีสู่ขวัญ&nbsp;การแสดงสีสันแห่งอีสานความงามแห่งล้านนา&nbsp;และชมหนังกลางแปลงรับประทานอาหารแบบขันโตก&nbsp;ณ&nbsp;ลานวัดใหม่ราษฎร์บำรุง&nbsp;ตำบลสันโค้ง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กลุ่มโฮมสเตย์อีสาน-ล้านนา&nbsp;</strong>เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ศักยภาพสูงที่สุด&nbsp;จากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;21&nbsp;แห่ง&nbsp;ในอำเภอดอกคำใต้&nbsp;ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นส่วนใหญ่โดยเป็นนักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาดูงานด้านรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;สร้างรายได้การท่องเที่ยว&nbsp;และชุมชนยังไม่สามารถดึงคุณค่าเอกลักษณ์ด้านวิถีชีวิต&nbsp;ภูมิปัญญา&nbsp;และองค์ความรู้&nbsp;ออกมาสร้างสรรค์ให้เกิดความน่าสนใจและดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยววัฒนธรรมที่ผสมผสานร่วมกับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;และมีกิจกรรมที่ทันสมัย&nbsp;โดยมีวัฒนธรรมเป็นฐาน&nbsp;ยกระดับและพัฒนาการกลุ่มโฮมสเตย์อีสาน&nbsp;ล้านนา&nbsp;สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ขยายขอบเขต&nbsp;และระดับความเข้มข้นของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;นำไปสู่เป้าหมายของการเป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามปณิธานมหาวิทยาลัยพะเยา&nbsp;ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143950198"],
    [114,"จังหวัดแพร่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ","<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดแพร่ดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;ในรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;หรือ&nbsp;D-HOPE&nbsp;ณ&nbsp;วังปลาโป่งศรี&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชนและรองรับการบริหารนักท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป&nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีศักยภาพ&nbsp;มีการบริหารจัดการที่ดี&nbsp;สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวมาลงมือปฏิบัติ&nbsp;จนเกิดความประทับใจและสามารถบอกต่อได้</p><p>กิจกรรมดังกล่าวเป็นการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(Decentralized&nbsp;Hands-On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;:&nbsp;D-HOPE)&nbsp;ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ&nbsp;รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถและความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งจังหวัดแพร่กำหนดดำเนินการในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านโป่งศรี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;และบ้านดอนมูล&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลดอนมูล&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144802210"],
    [115,"จ.อุดรธานีจัดฝึกอบรม \"การแปรรูปจิ้งหรีด\" ","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอกชน&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มจิ้งหรีดแหล่งโปรตีนทางเลือก&nbsp;จัดอบรมแปรรูปจิ้งหรีดให้กับเกษตรกรผู้สนใจ&nbsp;พร้อมนำคณะเยี่ยมชมบริษัท&nbsp;\"แมลงรวย\"&nbsp;หวังเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ที่วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด&nbsp;เพื่อการแปรรูปโคกสะอาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;เป็นประธานการอบรมแปรรูปจิ้งหรีด&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และบริษัท&nbsp;แมลงรวย&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่ออบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร&nbsp;โดยมีนางขนิษฐา&nbsp;โกวิทยากร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;&nbsp;นายอเนก&nbsp;รัตน์รองใต้&nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม&nbsp;ซึ่งในการอบรมครั้งนี้มีการแบ่งกลุ่มให้เกษตรกรได้ร่วมกันแปรรูปผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดด้วย</p><p><strong>\"จิ้งหรีด\"&nbsp;เป็นแมลงเศรษฐกิจที่นิยมเพาะเลี้ยงในประเทศไทย&nbsp;</strong>เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น&nbsp;ทำให้จิ้งหรีดสามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากจิ้งหรีดนับเป็นสินค้ากลุ่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ&nbsp;เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(FAO)&nbsp;ให้การสนับสนุน&nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด&nbsp;เป็นการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก&nbsp;เป็นการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;และส่งเสริมให้จังหวัดอุดรธานีเป็นแหล่งผลิตโปรตีนที่สำคัญของโลก&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิต&nbsp;และแปรรูปแมลง&nbsp;ที่บริษัท&nbsp;แมลงรวย&nbsp;จำกัด&nbsp;เลขที่&nbsp;60/55&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ซอยบ้านหนองใหญ่&nbsp;ตำบลหมากแข้ง&nbsp;ถนนรอบเมือง&nbsp;อุดรธานี-หนองบัวลำภู&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีการแปรรูปแมลงทอด&nbsp;อบ&nbsp;กรอบ&nbsp;และแมลงแช่แข็ง&nbsp;อาทิ&nbsp;จิ้งหรีด&nbsp;ดักแด้&nbsp;สะดิ้ง&nbsp;ด้วงมะพร้าว,&nbsp;ผงจิ้งหรีด&nbsp;ผงดักแด้,&nbsp;แจ๋วบองสะดิ้งอบแห้ง,&nbsp;โปรตีนจิ้งหรีดสะกัด&nbsp;และโปรตีนรสช็อคโกแลต&nbsp;รสวนิลา&nbsp;และรสชาเขียว&nbsp;นูกัต&nbsp;รสผลไม้รวม&nbsp;(ตังเมญี่ปุ่น)&nbsp;คุกกี้โปรตีน\"จิ้งหรีด&nbsp;ผสมแอลมอนด์&nbsp;ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;นายสไกร&nbsp;อินทร์นาง&nbsp;โทร&nbsp;09-1896-9599</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171957294"],
    [116,"จ.ขอนแก่น จุดพลุร่วมมืออุดร-หนองคาย พัฒนาระเบียงนวัตกรรมสุขภาพ สร้างเศรษฐกิจใหม่ นําฐานการแพทย์เสริมศักยภาพเศรษฐกิจเวลเนส","<p><strong>ที่โรงแรมโฆษะ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;นายสุเทพ&nbsp;มณีโชติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นกรอบการพัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจเวลเนส&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;โดยมีนายฐาปนา&nbsp;บุณยประวิตร&nbsp;นายกสมาคมการผังเมืองไทย&nbsp;ในฐานะเลขานุการกฎบัตรไทย&nbsp;นายชาติชาย&nbsp;โฆษะวิสุทธิ์&nbsp;ประธานกรรมการโรงแรมโฆษะ&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;และนายภูวนารถ&nbsp;ยกฉวี&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัท&nbsp;บี&nbsp;เฮลท์ตี้&nbsp;เอเชีย&nbsp;จํากัด&nbsp;พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย&nbsp;เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น</p><p><strong>นายฐาปนา&nbsp;บุณยประวิตร&nbsp;นายกสมาคมการผังเมืองไทย</strong>&nbsp;ในฐานะเลขานุการกฎบัตรไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่ภาคอีสานตอนกลางและตอนบน&nbsp;มีลักษณะเป็นประตูเชื่อมต่อโครงข่ายเศรษฐกิจระดับอนุภูมิภาค&nbsp;การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนสามารถเชื่อมต่อการค้าการลงทุนกับประเทศในอนุภูมิภาคโดยตรงทั้งทางถนน&nbsp;ทางราง&nbsp;และทางอากาศ&nbsp;โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีและท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การขนส่งทางรางที่เชื่อมต่อทางตรงกับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และประเทศจีน&nbsp;ทั้งจังหวัดหนองคาย&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ต่างเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง&nbsp;สามารถรองรับปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่</p><p><strong>นายฐาปนา&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;พื้นที่ของสามจังหวัดมีกิจกรรมเศรษฐกิจที่หลากหลาย&nbsp;มีเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ&nbsp;เมื่อรวมกิจกรรมเศรษฐกิจที่ทั้งสามจังหวัดผลิตได้&nbsp;จะมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของจังหวัดในภาคอีสานทั้งหมด&nbsp;ไม่นับรวมความเข้มแข็งของศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมืองของสองจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ที่มีความหนาแน่นของประชากรและด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ด้านการแพทย์และสุขภาพ&nbsp;ซึ่งสามารถต่อยอดพัฒนาเป็นศูนย์บริการเวลเนสระดับอนุภูมิภาคได้ไม่ยาก&nbsp;ด้วยศักยภาพของพื้นที่ภาคอีสานตอนกลางและอีสานตอนบน&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยคณะทํางานขับเคลื่อนนิเวศอุตสาหกรรม&nbsp;Wellness&nbsp;Hub&nbsp;ได้คัดเลือกให้&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นพื้นที่พัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสประเทศไทย</p><p><strong>ด้านนายชาติชาย&nbsp;โฆษะวิสุทธิ์&nbsp;ประธานกรรมการโรงแรมโฆษะ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;</strong>ในฐานะนายกสมาคมโรงแรมภาคอีสาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การพัฒนานิเวศอุตสาหกรรม&nbsp;Wellness&nbsp;Hub&nbsp;ที่คัดเลือกพื้นที่อีสานตอนกลางและตอนบนเป็นเขตระเบียงเศรษฐกิจ&nbsp;มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับสมรรถนะกิจการโรงแรมและกิจการส่งเสริมสุขภาพให้เป็นกิจการเวลเนสที่ได้มาตรฐาน&nbsp;โดยได้ร่วมกับกฎบัตรไทยเปิดหลักสูตรการจัดการโรงแรมและกิจการเวลเนสสําหรับผู้บริการ&nbsp;โดยมีโครงการที่จะเปิดหลักสูตรในพื้นที่ภาคอีสานในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;นับเป็นครั้งสําคัญที่โรงแรมจะได้ยกระดับเป็นโรงแรมเวลเนส&nbsp;(WellnessHotel)&nbsp;ที่สมบูรณ์&nbsp;สามารถรองรับนักท่องเที่ยวสุขภาพจากต่างชาติให้เข้ามายังภาคอีสาน&nbsp;ช่วยสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มอัตราการจ้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่ได้</p><p><strong>นายชาติชาย&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันมีโรงแรมในพื้นที่เป็นจํานวนมากที่ต้องการปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมเวลเนส&nbsp;โดยการนํากิจกรรมด้านการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพเปิดให้บริการในพื้นที่ของโรงแรมแต่ยังติดปัญหาด้านข้อกฎหมาย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เป็นที่น่ายินดีว่า&nbsp;อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้มีแนวคิดในการแก้ไขกฎกระทรวงให้รวมใบอนุญาตการบริการในลักษณะใบเดียว&nbsp;(Single&nbsp;License)&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเกิดความสะดวกในการขอรับใบอนุญาตและสามารถประกอบการผสมผสานกิจกรรมโรงแรมกับกิจกรรมด้านเวชศาสตร์ในพื้นที่ของโรงแรมได้</p><p><strong>นายภูวนารถ&nbsp;ยกฉวี&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัท&nbsp;บี&nbsp;เฮลท์ตี้&nbsp;เอเชีย&nbsp;จํากัด</strong>&nbsp;ในฐานะกรรมการกฎบัตร&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;เขตระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จะเป็นกลไกสําคัญที่จะเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของพื้นที่&nbsp;โดยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่บริษัทฯ&nbsp;และเครือข่ายเตรียมการสนับสนุนการพัฒนาให้กับกิจการเวลเนส&nbsp;จะเป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;กระตุ้นการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพการบริการทางการแพทย์และเวลเนสระหว่างบุคลากรทางการแพทชย์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางกับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในอนาคต&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเวลเนสในพื้นที่ภาคอีสานจะสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทั่วโลก&nbsp;โดยผ่านเครือข่าย&nbsp;B-Healthy&nbsp;Marketplace&nbsp;ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและเครือข่ายเวลเนสโลก&nbsp;โดยโครงสร้างพื้นฐานที่กล่าวมานี้&nbsp;จะกระตุ้นให้พื้นที่ระเบียงเวลเนสภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเขตระเบียงนวัตกรรมหลักของไทยและอนุภูมิภาคอย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307195156340"],
    [117,"ประชุมวางแผนการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 14  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ/ผู้แทน&nbsp;ประชุมวางแผนการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&nbsp;เพื่อทราบสถานการณ์สำคัญของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;แนวโน้มปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และพิจารณาการติดตามการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในระดับพื้นที่ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายชนิดสินค้าเกษตรสำคัญของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3</p><p><strong>ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>และแนวโน้มปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีการหดตัวร้อยละ&nbsp;0.4&nbsp;เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยสาขาปศุสัตว์หดตัวร้อยละ&nbsp;1.1&nbsp;สาขาประมงหดตัวร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;สาขาพืชขยายตัวร้อยละ&nbsp;1.4&nbsp;สาขาบริการทางการเกษตรขยายตัวร้อยละ&nbsp;0.3&nbsp;โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยที่ชะลอตัวจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ&nbsp;(Climate&nbsp;Change)&nbsp;โดยเฉพาะสาขาปศุสัตว์หดตัว&nbsp;เนื่องจากการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ส่งผลกระทบให้ปริมาณการผลผลิตกระบือ&nbsp;และโคเนื้อ&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;9.6&nbsp;และ&nbsp;2.8&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีสินค้าบางชนิดสาขาปศุสัตว์ขยายตัว&nbsp;เนื่องจากสินค้า&nbsp;เช่น&nbsp;สุกร&nbsp;และไก่เนื้อ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2.5&nbsp;และ&nbsp;1.4&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;และสาขาพืชขยายตัว&nbsp;เนื่องจากสินค้า&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำะหลัง&nbsp;ยางพาราและอ้อยโรงงาน&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;16.5&nbsp;,&nbsp;11.9&nbsp;และ&nbsp;0.3&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;-&nbsp;2.3&nbsp;โดยสาขาบริการทางการเกษตรคาดว่า&nbsp;จะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;2.4&nbsp;-&nbsp;3.4&nbsp;สาขาปศุสัตว์&nbsp;ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;1.2&nbsp;-&nbsp;2.2&nbsp;สาขาพืช&nbsp;ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;0.7&nbsp;-&nbsp;1.7&nbsp;และสาขาประมง&nbsp;ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;0.2&nbsp;-&nbsp;1.2&nbsp;โดยมีปัจจัยที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อาทิ&nbsp;การพัฒนาเกษตรกรสู่&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เพื่อพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;ส่งเสริมเกษตรกรมืออาชีพที่มีศักยภาพทั้งด้านการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;และการตลาดโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิตควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเกษตรกรจากผลกระทบของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่&nbsp;(Big&nbsp;Data)&nbsp;เพื่อการตัดสินใจ&nbsp;การส่งเสริมทำให้การบริหารการผลิตที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและสนับสนุนมีการวางแผนการผลิต&nbsp;และการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307222648350"],
    [118,"ผู้ตรวจราชการสำนักนายกตรวจราชการแบบบูรณาการ","<p><strong>ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;9&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนบูรณาการประเด็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;ได้ต้อนรับและพูด&nbsp;คุย&nbsp;แลกเปลี่ยนข้อราชการกับนายพีระ&nbsp;ทองโพธิ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;9/ผู้ตรวจราชการกรม&nbsp;และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนก่อนที่ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีจะร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>ได้กล่าวถึงความพร้อมของการกระจายผลไม้ปลอดภัย&nbsp;ปลอดโควิดในฤดูกาลผลิตปีนี้ที่กำลังจะออกสู่ตลาด&nbsp;โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับนโยบายเร่งเจรจาและหาช่องทางกระจายสินค้าไปยังต่างประเทศเพื่อป้องกันผลผลิตกระจุกตัวและอาจส่งผลต่อราคาผลผลิตโดยเฉพาะการกระจายผลผลิตทุเรียนไปยังประเทศจีน/การหารือแนวทางแก้ปัญหาการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองขลุงที่ยังติดขัดเรื่องของข้อกฎหมายเขตอุทยานแห่งชาติ/การทำประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้นที่ห้องประชุม&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;นายพีระ&nbsp;ทองโพธิ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;9&nbsp;ร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงและผู้ตรวจราชการกรม&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน&nbsp;และผู้แทนคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด&nbsp;ได้ประชุมติดตามความคืบหน้า&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรคประเด็นนโยบายสำคัญ&nbsp;โดยนายสุพจน์&nbsp;ภูติเกียรติขจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งครั้งนี้เป็นการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;มีประเด็นตรวจติดตามรวม&nbsp;7&nbsp;เรื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019/การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;BCG/การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน/การติดตาม&nbsp;ตรวจสอบและประเมินผลเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภันฑ์/การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก/โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสว่างควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</p><p><strong>ในช่วงบ่าย&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการ&nbsp;2&nbsp;โครงการ</strong>&nbsp;ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคลองน้ำเค็มทันใจ&nbsp;ม.2&nbsp;ต.คลองน้ำเข็ม&nbsp;อ.แหลมสิงห์&nbsp;และศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง&nbsp;PIPO&nbsp;&nbsp;</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308104124431"],
    [119,"จ.ยะลา ผลักดันท่องเที่ยววิถีใหม่ ต้นแบบ สถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัย","<p><strong>จ.ยะลา&nbsp;เตรียมเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองชายแดนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;</strong>ผลักดันต้นแบบ&nbsp;สถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;สู่มาตรฐานความปลอดภัย&nbsp;SHA&nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&nbsp;มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง&nbsp;</p><p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ร่วมมือกับพันธมิตร</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ดาเนินการโครงการ&nbsp;\"Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;&nbsp;Health&nbsp;Administration&nbsp;(SHAV)\"&nbsp;ในการสร้างมาตรฐานการบริการให้มีคุณภาพ&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในโครงการ&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;&amp;&nbsp;Health&nbsp;Administration&nbsp;(SHA)&nbsp;</p><p><strong>เปิดโอกาสให้กับสถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง</strong>กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&nbsp;ทั้ง&nbsp;ภัตตาคาร/ร้านอาหาร&nbsp;โรงแรมและที่&nbsp;พัก&nbsp;นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;บริษัทนาเที่ยว&nbsp;สปา/นวดเพื่อสุขภาพ&nbsp;และสถานเสริมความงาม&nbsp;&nbsp;ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า&nbsp;สนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ&nbsp;โรงมหรสพ&nbsp;การจัดให้มีมหรสพการแสดง&nbsp;ดนตรี&nbsp;ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ&nbsp;ที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมเพื่อรับตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;http://www.tourismthailand.org/thailandsha&nbsp;และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดเมืองท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;รวมถึงลดความเสี่ยงป้องกันการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวผู้ใช้บริการ</p><p><strong>วันนี้&nbsp;8&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;ทางจังหวัดยะลา&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สานักงานนราธิวาส&nbsp;และสำนักงานธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;ได้&nbsp;จัดโครงการอบรมต้นแบบเพื่อยกระดับการให้บริการของสถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;(SHA)&nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&nbsp;(New&nbsp;&nbsp;Normal&nbsp;Tourism&nbsp;Senvices)&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;สถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;ทั้ง&nbsp;โรงแรม&nbsp;&nbsp;ภัตตาคาร&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;คาเฟ่&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ร้านจำหน่ายของที่ระลึก&nbsp;รถเช่า&nbsp;และธุรกิจอื่นๆ&nbsp;ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;เข้าร่วมรับฟังข้อมูล&nbsp;มาตรการแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ&nbsp;COVID-&nbsp;19&nbsp;และเกณฑ์ตรวจสอบเพื่อประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการ&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติการลงทะเบียนตามโครงการดังกล่าว&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมวังแก้ว&nbsp;โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว</strong>เตรียมความพร้อมและปรับปรุงสถานประกอบการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ได้&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308132542491"],
    [120,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จัดกิจกรรม Phuket Hot deal มหกรรมสินค้าร่วมใจ ลดค่าครองชีพ อย่างต่อเนื่อง","<p><strong>นางสาววรนิษย์&nbsp;อภิรัฐจิรวงษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์สินค้าและค่าครองชีพของประชาชนมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตไม่นิ่งนอนใจ&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการจัดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;บริเวณสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;และร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;และกิจกรรมล่าสุดในขณะนี้ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรม&nbsp;Phuket&nbsp;Hot&nbsp;deal&nbsp;มหกรรมสินค้าร่วมใจ&nbsp;ลดค่าครองชีพ&nbsp;ที่ไม่กำหนดระยะเวลาโดยมีการนำสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาจำหน่ายในราคาพิเศษ&nbsp;ที่มีราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด&nbsp;อย่างข้าวสาร&nbsp;น้ำมัน&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;ผงซักฟอก&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ฯลฯ</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายบุญสม&nbsp;อนันตจรูญวงศ์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัทซุปเปอร์ชีป&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ห้างซุปเปอร์ชีป&nbsp;เป็นห้างท้องถิ่นที่ดูแลคนท้องถิ่นด้วยการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดมาตั้งแต่เริ่มต้น&nbsp;และเมื่อทางกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดกิจกรรมบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;ซึ่งให้ความร่วมมือมาตลอดโดยการนำสินค้าที่เป็นความต้องการและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาวางจำหน่าย&nbsp;ในราคาที่ถูกกว่าราคาท้องตลาดอย่างไขไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ปกติแผงละ&nbsp;109&nbsp;บาท&nbsp;ลดเหลือ&nbsp;102&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121746468"],
    [121,"อบจ.ชัยนาท กำหนดเปิดให้บริการสวนนกชัยนาท หลังจากปิดการให้บริการเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  โดยเปิดให้เข้าท่องเที่ยวฟรี ระหว่าง 9 -31 มีนาคม นี้","<p><strong>นายอนุสรณ์&nbsp;นาคาศัย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ทำให้องค์การส่วนจังหวัดชัยนาทต้องประกาศปิดการให้บริการสวนนกชัยนาท&nbsp;ตั้งแต่วันนี่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาทให้กลับมา&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><strong>จึงได้มีประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>ลงวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในการเปิดให้บริการสวนนกจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตั้งแต่วันพุธที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ใช้บริการสวนนกชัยนาท&nbsp;(ชั่วคราว)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แต่ในส่วนของสวนน้ำอวกาศยังไม่เปิดให้บริการ&nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามได้ที่ฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&nbsp;056&nbsp;&nbsp;476617&nbsp;ต่อ&nbsp;206&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวให้กลับมา</strong>&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจและการช่วยเหลือ&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;เยียวยาแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป&nbsp;ที่ประสบสภาวะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ประกอบกับอาการบางส่วนอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้สวยงามเกิดความปลอดภัยในการรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ใช้บริการสวนนกชัยนาทเป็นการชั่วคราวดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกท่าน</strong>ที่มาใช้บริการสวนนกชัยนาท&nbsp;ยังคงมาตรการด้านป้องกันโควิด-19&nbsp;ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิหน้าประตูทางเข้า&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในขณะท่องเที่ยวในสวนนก&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;หมั่นล้างมือด้วยเจล/แอลกอฮอล์&nbsp;และลงทะเบียนแอพไทยชนะเมื่อเข้าใช้บริการ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135906512"],
    [122,"จังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดโครงการมหกรรมการออม ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน","<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมการออม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และโครงการส่งเสริมอาชีพ&nbsp;และการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มองค์กรสตรี&nbsp;และกลุ่มอาชีพ&nbsp;สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สาขาอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้อ่านสารจากนายสมคิด&nbsp;จันทมฤก&nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ประกาศวาระชุมชน&nbsp;\"การส่งเสริมการออมภาคประชาชน\"&nbsp;เนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&nbsp;ครบรอบ&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;วาระการครบรอบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และวันครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;วันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ในวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายปฐมพงษ์&nbsp;จันทร์สว่าง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;โครงการมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และนางพัชรี&nbsp;สัมถาวร&nbsp;ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;โครงการส่งเสริมอาชีพและการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มองค์กรสตรีและกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มอบเกียรติบัตรแก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;9&nbsp;รางวัล&nbsp;ได้แก่</strong></p><p>-&nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีระยะเวลาการดำเนินงาน&nbsp;ตั้งแต่ปีที่จัดตั้งถึงปัจจุบันนานที่สุด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล</p><p>-&nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกกลุ่มมากที่สุด&nbsp;เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนตามฐานข้อมูล&nbsp;จปฐ.&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล</p><p>-&nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีเงินออมมากที่สุด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล</p><p>รวมไปถึงการมอบเกียรติบัตรให้แก่คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;มอบป้ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตแก่ผู้แทนอำเภอ&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการออม&nbsp;ผลสำเร็จของการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และการส่งเสริมการออมภาคประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;นิทรรศการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและหน่วยงานภาคีการสาธิตการผลิตสินค้ากลุ่มอาชีพ/องค์กรสตรี&nbsp;และนิทรรศการ&nbsp;\"ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา\"</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143153522"],
    [123,"ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นอาการขาเข้าสินค้าที่มีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;เห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ฉบับ&nbsp;ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่มีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์การแร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;-30&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้รักษา&nbsp;วินิจฉัย&nbsp;หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(ฉบับที่...)&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นอากรศุลการสำหรับของที่ใช้รักษา&nbsp;วินิจฉัย&nbsp;หรือป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;/ร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การลดอัตรากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา&nbsp;12&nbsp;แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลการ&nbsp;พ.ศ.2530&nbsp;(ฉบับที่.&nbsp;..)&nbsp;ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับสินค้าหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด&nbsp;หน้ากากกรองฝุ่น&nbsp;หมอกควัน&nbsp;หรือสารพิษ&nbsp;บรรดาที่อุปกรณ์&nbsp;เพื่อป้องกันภัยและหน้ากากกรองเชื้อโรค&nbsp;หน้ากากทางการแพทย์นอกจากหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด&nbsp;และร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อผลิตเป็นหน้ากาก&nbsp;(ฉบับที่.&nbsp;..)&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นอาการศุลกากร&nbsp;สำหรับของที่นำเข้ามาใช้ผลิตเป็นหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด&nbsp;หน้ากากกรองเชื้อโรค&nbsp;หน้ากากทางการแพทย์นอกจากหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัดและหน้ากากกรองฝุ่น&nbsp;หมอกควัน&nbsp;หรือสารพิษ&nbsp;บรรดาที่เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308205111743"],
    [124,"ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมพืชสวนโลก 2569 ที่อุดรธานี แลนด์มาร์คอีเวนต์ครั้งแรกในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง","<p><strong>ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;2569</strong>&nbsp;(International&nbsp;Horticultural&nbsp;Expo&nbsp;2026)&nbsp;โดยจะจัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2569&nbsp;ถึง&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2570&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;2569&nbsp;ที่อุดรธานี&nbsp;จะเป็นงานแลนด์มาร์คอีเว้นต์ครั้งแรกในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;ตอกย้ำความพร้อมของจังหวัดในการจัดงานไมซ์ระดับโลก&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Diversity&nbsp;of&nbsp;Life:&nbsp;People,&nbsp;Water&nbsp;and&nbsp;Plants&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;สายน้ำ&nbsp;และพืชพรรณ&nbsp;ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;ความเชื่อมโยงของสายน้ำ&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และผู้คนในท้องถิ่น&nbsp;ผนวกแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(BCG)&nbsp;และนโยบายการเกษตรและอาหาร&nbsp;\"3S\"&nbsp;สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;(SDGs)</p><p><strong>การประชุมสามัญประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;(The&nbsp;International&nbsp;Association&nbsp;of&nbsp;Horticultural&nbsp;Producers&nbsp;หรือ&nbsp;AIPH)&nbsp;ที่นครดูไบ&nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;AIPH&nbsp;มีมติตกลงตามข้อเสนอของประเทศไทย&nbsp;ในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;(Udon&nbsp;Thani&nbsp;International&nbsp;Horticultural&nbsp;Expo&nbsp;2026)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2569&nbsp;ถึง&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2570&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;\"&nbsp;Diversity&nbsp;of&nbsp;Life:&nbsp;Connecting&nbsp;Water,&nbsp;Plants,&nbsp;and&nbsp;People&nbsp;for&nbsp;sustainable&nbsp;living&nbsp;หรือความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต:&nbsp;สายสัมพันธ์แห่งน้ำ&nbsp;พืชพรรณ&nbsp;และผู้คนสู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน\"&nbsp;อันสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างสายน้ำทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และผู้คนในท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในพิธีการส่งมอบการเป็นเจ้าภาพจัดงาน</strong>&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าคณะผู้แทนไทย&nbsp;ได้กล่าวแสดงความขอบคุณในนามของรัฐบาลไทยต่อสมาชิก&nbsp;AIPH&nbsp;สำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่มอบให้แก่ประเทศไทย&nbsp;โดยความสำเร็จครั้งนี้&nbsp;เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;นำโดย&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทีเส็บ&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยต่อการมีส่วนร่วมด้านความมั่นคงทางอาหารโลก&nbsp;</strong>ตามนโยบายเกษตรและอาหาร&nbsp;\"3S\"&nbsp;ที่เน้นด้านความปลอดภัยทางอาหาร&nbsp;(Safety)&nbsp;ความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;(Security)&nbsp;และ&nbsp;ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและนิเวศการเกษตร&nbsp;(Sustainability)&nbsp;โดยเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;(Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals&nbsp;หรือ&nbsp;SDGs)&nbsp;และยึดมั่นต่อเจตจำนงด้านสภาพภูมิอากาศตามความตกลงปารีส&nbsp;(Paris&nbsp;Agreement)&nbsp;อีกด้วย&nbsp;ซึ่งความมุ่งมั่นในเรื่องนี้สามารถผนวกใช้เป็นพื้นฐานของแนวคิดและการนำเสนอสาระของงาน&nbsp;และหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนประเด็นความยั่งยืนได้ชัดเจนขึ้น&nbsp;จนเป็นแรงผลักดันให้มีการขับเคลื่อนมาตรการแนวปฏิบัติที่ทำได้จริงในระดับสากลเพื่อความยั่งยืนที่ลดทอนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ต่อไป</p><p><strong>นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>กล่าวย้ำถึงความพร้อมของทางจังหวัดฯ&nbsp;ในการสร้างความมั่นใจต่อความสำเร็จของการจัดงานที่จะเกิดขึ้น&nbsp;โดยงานพืชสวนโลกที่อุดรธานี&nbsp;จะเป็นงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งแรกที่จัดขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ด้วยสถานะความเป็นประตูสู่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;รวมถึงศูนย์กลางด้านการคมนาคมและเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคฯ&nbsp;ของทางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดงานครั้งนี้&nbsp;จะสามารถสะท้อนภาพแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม&nbsp;ตลอดถึงพันธุ์ไม้นานาชนิดซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของการจัดงานอีกด้วย</p><p><strong>นายจิรุตถ์&nbsp;อิศรางกูร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ผู้อำนวยการทีเส็บ</strong>&nbsp;ในฐานะตัวแทนประเทศไทยในการยื่นประมูลสิทธิ์ครั้งนี้&nbsp;ได้กล่าวแสดงความมั่นใจต่อความสำเร็จของการจัดงานที่ถือเป็นงานแลนด์มาร์คระดับโลก&nbsp;ซึ่งประเทศไทยเคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลกมาแล้วถึง&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และยังได้เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาล&nbsp;และวาระแห่งชาติในการส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy&nbsp;Model)&nbsp;เศรษกิจทฤษฎีใหม่ที่ผสมผสานการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เพื่อพัฒนาสังคมเศรษฐกิจ&nbsp;ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมุ่งลดและพลิกฟื้นผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดงานที่จะเกิดขึ้นในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569</p><p><strong>นายทิม&nbsp;ไบรเออร์คลิฟฟ์&nbsp;(Mr.&nbsp;Tim&nbsp;Briercliffe)</strong>&nbsp;เลขาธิการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;(Secretary&nbsp;General&nbsp;of&nbsp;AIPH)&nbsp;กล่าวปีดท้ายในนามของสมาคมฯ&nbsp;ว่า&nbsp;ทาง&nbsp;AIPH&nbsp;มีความมุ่งหวังจะเห็นการจัดงานที่สามารถตอบโจทย์วาระการพัฒนาโลกในด้านต่างๆ&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงโดยรวม</p><p><strong>สำหรับการจัดงานอุดรธานีเอ็กซ์โปในครั้งนี้</strong>&nbsp;คาดว่าจะใช้เงินลงทุน&nbsp;2,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และสามารถดึงดูดผู้เข้าชมงานจำนวน&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;ตลอดการจัดงานทั้ง&nbsp;134&nbsp;วัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308170142652"],
    [125,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมทีมเศรษฐกิจ ติดตามสภาวะเศรษฐกิจการค้า พร้อมหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแม่ฮ่องสอน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานทีมเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อติดตามสภาวะเศรษฐกิจการค้า&nbsp;พร้อมหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมขุนลุมประพาส&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>นายวรสิทธิ์&nbsp;จาตุรัตน์&nbsp;คลังจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานต่อที่ประชุม&nbsp;ถึงภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนถึงปัจจุบันพบว่า&nbsp;เศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวมากขึ้น&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ทั้งด้านอุปทาน&nbsp;ซึ่งขยายตัวจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ภาคเกษตรกรรม&nbsp;และภาคบริการ&nbsp;ขณะที่ด้านอุปสงค์&nbsp;ขยายตัวจากการค้าชายแดน&nbsp;การลงทุนภาคเอกชน&nbsp;การบริโภคภาคเอกชน&nbsp;และการใช้จ่ายภาครัฐ</p><p><strong>ด้านว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์&nbsp;ขัดนาค&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;จากเทศกาลดอกบัวตองบานดอยแม่อูคอ&nbsp;ระหว่างเดือนพฤศจิกายน&nbsp;-&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีนักท่องเที่ยวเข้าชม&nbsp;จำนวน&nbsp;163,495&nbsp;ราย&nbsp;สร้างรายได้กว่า&nbsp;670&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่กิจกรรมงานเปิดเมิงไต&nbsp;ชิมอาหารไทใหญ่&nbsp;ชมสินค้าท้องถิ่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;14&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีผู้เข้าชมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;6,000&nbsp;ราย&nbsp;เฉลี่ยวันละ&nbsp;1,200&nbsp;ราย&nbsp;สร้างรายได้จากการจำหน่ายอาหารและสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;1,068,573&nbsp;บาท&nbsp;ลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา&nbsp;สาเหตุเกิดจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสองกิจกรรม&nbsp;ขณะที่การค้าชายแดนไทยเมียนมาร์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่านำเข้ากว่า&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมีมูลค่าการส่งออกจำนวนกว่า&nbsp;186&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมพิจารณาการบริการจัดการสินค้ากระเทียมในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;และความคืบหน้าการศึกษาความเป็นไปได้ในการมีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308164420642"],
    [126,"ครม. อนุมัติปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเหลือ 0 ไปอีก 6 เดือน บรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน 1-1.50 บาทต่อหน่วย","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนัก&nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&nbsp;บี10&nbsp;รวมถึงน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราศูนย์</strong>&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;สามารถช่วยบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนทั่วประเทศส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าไฟฟ้าลดลง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;1.50&nbsp;บาทต่อหน่วย&nbsp;เนื่องจากการผลิตกระแสไฟฟ้าของไทยในปัจจุบันกว่าร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ&nbsp;แต่ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง&nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตามาเป็นเชื้อเพลิงในการทดแทนก๊าซธรรมชาติ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308185611704"],
    [127,"ครม. อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 25,000 ล้านบาท","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2567&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&nbsp;Term&nbsp;Loan&nbsp;อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน&nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กฟผ.&nbsp;ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ&nbsp;หรือ&nbsp;ค่า&nbsp;Ft&nbsp;หลังจากดำเนินมาตรการตรึงราคาค่าไฟฟ้า&nbsp;ช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้ามีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&nbsp;NGV&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ทำให้&nbsp;กฟผ.ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กฟผ.จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง</strong>&nbsp;ให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศและเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308185323701"],
    [128,"รัฐบาล ตั้งเป้ารณรงค์ลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐลงร้อยละ 20 การใช้น้ำมันลงร้อยละ 10 ","<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย&nbsp;ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก&nbsp;ประกอบการการจำกัดปริมาณการผลิตของโอเปคยังยืนยันทีาจะผลิตเพิ่มขึ้นเพียง&nbsp;400,000&nbsp;&nbsp;บาร์เรล&nbsp;จึงส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;ส่งผลให้ประเทศเข้าสู่สถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันพรุ่งนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.)&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;กพช.&nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการด้านพลังงาน&nbsp;โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับความคล่องตัวในการใช้เชื้อเพลิงในประเทศให้ได้มากที่สุด&nbsp;ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงราคาแพงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าและให้ใช้พลังงานภายในประเทศให้มากที่สุด&nbsp;รวมถึงการพิจารณาขยายขอบเขตการใช้พลังงาน&nbsp;ประเภทอื่นที่มีราคาถูกกว่าให้มากขึ้น&nbsp;ซึ่งรวมถึงพลังงานจากประเทศและจากเพื่อนบ้าน&nbsp;</p><p><strong>รัฐบาลได้มีการประเมินสถานการณ์พลังงานเป็นประจำทุกวัน&nbsp;</strong>ขอให้ประชาชนเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;ที่ราคาน้ำมันดับปรับตัวสูงขึ้นเกินกรอบกว่า&nbsp;100&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรลเบื้องต้นจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;เป็นหลักในการตรึงราคาน้ำมัน&nbsp;คาดว่าภายในเดือนเมษายนนี้จะสามารถกู้เงินได้รวมถึงอาจจะพิจารณาขยายวงเงินกู้&nbsp;รวมถึงการชะลอการจ่ายเครดิตเทอม&nbsp;(Credit&nbsp;Term)&nbsp;หรือเจ้าหนี้การค้ารอการชำระเพื่อนำมาเป็นเงินสดเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;ควบคู่เพิ่มเสถียรภาพการผลิตเพื่อเพิ่มสำรองน้ำมันภายในประเทศให้มากกว่า&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;และมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้น</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานอย่างเหมาะสม&nbsp;ควบคู่กับการรณรงค์ประชหยัดพลังงานที่ไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;โดยในวันพรุ่งนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.)&nbsp;กระทรวงพลังงานจะออกมาแถลงวิธีการประหยัดพลังงาน&nbsp;ซึ่งเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&nbsp;โดยตั้งเป้าให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และลดการใช้น้ำมันลงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308185132697"],
    [129,"ครม. อนุมัติขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้เงินกู้ค่าออกแบบ ค่าก่อสร้าง และค่าจ้างที่ปรึกษา โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้เงินกู้ค่าออกแบบ&nbsp;ค่าก่อสร้าง&nbsp;และค่าจ้างที่ปรึกษา&nbsp;โครงการรถไฟฟ้ามหานคร&nbsp;สายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;ตามมติ&nbsp;ครม.เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2559&nbsp;โดยให้รัฐบาลรับภาระชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยต่อไป&nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2567&nbsp;จนถึงปีงบประมาณ&nbsp;2572&nbsp;ซึ่งหากประมาณการรายได้แตกต่างไปจากที่คาดการณ์ไว้มาก&nbsp;กระทรวงคมนาคมจะพิจารณานำเสนอการรับภาระหนี้ของรัฐบาลให้&nbsp;ครม.พิจารณาอีกครั้งตามความเหมาะสม&nbsp;และมีมติให้สำนักงบประมาณ&nbsp;พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&nbsp;(รฟม.)&nbsp;เป็นรายปี&nbsp;จนถึงปีงบประมาณ&nbsp;2572&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;รฟม.ได้มีการขออนุมัติขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวออกไปแล้ว&nbsp;4&nbsp;ครั้ง</strong>&nbsp;โดยครั้งนี้&nbsp;ขออนุมัติขยายระยะเวลาให้รัฐบาลรับภาระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ต่อ&nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2567&nbsp;จนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี&nbsp;2572&nbsp;จากการประมาณการรายได้ที่&nbsp;รฟม.ได้รับจากสัญญาสัมปทานเดินรถ&nbsp;จากบริษัท&nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BEM&nbsp;และรายได้ที่รฟม.ดำเนินการเอง&nbsp;ในส่วนของการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับกิจการรถไฟฟ้า&nbsp;ยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของรฟม.และการชำระคืนภาระหนี้ที่รฟม.ได้กู้มาดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ&nbsp;ซึ่งมีการทยอยจ่ายคืนชำระหนี้เป็นรายปี&nbsp;และรฟม.ยังต้องนำรายได้ของโครงการฯสายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;ไปใช้จ่ายในโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นๆ&nbsp;ที่รฟม.รับผิดชอบด้วย</p><p><strong>สำหรับภาระหนี้คงค้างของ&nbsp;รฟม.&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;มีหนี้คงค้างรวม&nbsp;177,801&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยโครงการฯ&nbsp;สายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;มีภาระหนี้คงค้าง&nbsp;รวม&nbsp;31,177&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ประมาณการภาระหนี้ของโครงการฯ&nbsp;สายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;ตามเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้&nbsp;พบว่าตั้งแต่ปี&nbsp;2564-2572&nbsp;จะต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;23,876&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และช่วงปี&nbsp;2573-2583&nbsp;มีภาระหนี้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;รวม&nbsp;19,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ประมาณการรายได้&nbsp;และรายจ่ายรวมของโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ&nbsp;ในช่วงสัญญาสัมปทานโครงการฯสายเฉลิมรัชมงคล&nbsp;ปี&nbsp;2564-2572&nbsp;พบว่า&nbsp;จะมีรายได้รวม&nbsp;47,391&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรายจ่าย&nbsp;119,481&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีรายจ่ายเกินรายได้จำนวน&nbsp;72,089&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211111751"],
    [130,"ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 1 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม  ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ราคาขายปลีกปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;1&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;46.76&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;&nbsp;31.54&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.24&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;&nbsp;39.08&nbsp;บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.35&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308193845735"],
    [131,"จังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบ TEST & GO ทางน้ำ กลุ่มแรก หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว","<p><strong>จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>ต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่เดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ&nbsp;TEST&amp;GO&nbsp;ทางน้ำ&nbsp;โดยเรือ&nbsp;The&nbsp;Maggie&nbsp;สัญชาติเรือมาเลเซีย&nbsp;เดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์&nbsp;จอดเทียบท่า&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเทียบเรืออ่าวปอ&nbsp;โดย&nbsp;นางสาวนันทาศิริ&nbsp;รณศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท)&nbsp;สำนักงานภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการที่&nbsp;ศบค.&nbsp;ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศไทยของชาวต่างชาติทางน่านน้ำเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลดีต่อจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างมาก&nbsp;เนื่องกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมการเดินทางด้วยเรือยอร์ช&nbsp;เรือสำราญ&nbsp;นั้น&nbsp;เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง&nbsp;ซึ่งกลุ่มนี้จะเดินทางมาจากประเทศในแถบยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียนเป็นหลัก&nbsp;อาจจะเดินทางมาทางเครื่องบิน&nbsp;แล้วเช่าเหมาเรือไปท่องเที่ยวในน่านน้ำภูเก็ตและใกล้เคียง&nbsp;แล้วกลับมาจังหวัดภูเก็ตเพื่อเดินทางกลับ&nbsp;หรือการนั่งเรือจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเพื่อพักผ่อนบนเกาะภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ททท.ได้ดำเนินการส่งเสริมการเดินทาง&nbsp;</strong>ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาตลอด&nbsp;โดยสถิติการเดินทางทางเรือ&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีเรือยอร์ชเดินทางเข้ามา&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จำนวน&nbsp;91&nbsp;ลำ&nbsp;คนประจำเรือพร้อมผู้โดยสาร&nbsp;รวม&nbsp;323&nbsp;คน&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เฉพาะเดือน&nbsp;มกราคม-กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีเรือยอร์ชเข้ามา&nbsp;27&nbsp;ลำ&nbsp;มีผู้โดยสาร&nbsp;92&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมใน&nbsp;การต้อนรับนักท่องเที่ยวทางเรือยอร์ช&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือที่สามารถรองรับเรือได้หลากหลายขนาด&nbsp;การบริการดูแลเรือ&nbsp;ซ่อมเรือ&nbsp;การบริการทางการท่องเที่ยว&nbsp;ที่พัก&nbsp;สปา&nbsp;และแหล่งช้อปปิ้ง&nbsp;ซึ่งสามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของ&nbsp;นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังมีเรืออีกจำนวนมากที่แจ้งความประสงค์ขอเดินทางเข้าภูเก็ตภายใต้&nbsp;TEST&amp;GO&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดภูเก็ตถือเป็น&nbsp;จุดหมายปลายทาง</strong>ของเรือสำราญและเรือยอร์ช&nbsp;เนื่องจากมีท่าเรือที่หลากหลากและสะดวกสบาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ท่าเรือน้ำลึก&nbsp;1&nbsp;ท่า&nbsp;และมีท่าเรือของรัฐและเอกชนมากกว่า&nbsp;30&nbsp;ท่า&nbsp;โดยเฉพาะท่าเรือเอกชนที่ได้ให้บริการเรือยอร์ชในการนำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก&nbsp;และเป็นอีกหนึ่งธุรกิจการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ&nbsp;ทางเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;มากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308192856728"],
    [132,"ครม. อนุมัติร่างกฎหมายตามมาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ยกเว้น VAT ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการมาตรการบรรเทาภาระภาษี&nbsp;สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&nbsp;โดยกรมสรรพากร&nbsp;ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซี&nbsp;หรือโทเคนดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(Retail&nbsp;CBDC)&nbsp;ตามโครงการพัฒนาและทดสอบการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับการใช้งานภาคประชาชน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;รวมทั้งได้ออกร่างกฎกระทรวง&nbsp;ฉบับที่&nbsp;..&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;..)&nbsp;อนุญาตให้หักผลขาดทุน&nbsp;จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ออกจากกำไรได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เฉพาะผลประโยชน์และผลขาดทุนจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ตั้งแต่วันที่พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;มีผลใช้บังคับ&nbsp;(14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2561)&nbsp;เป็นต้นไป</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จะช่วยให้ผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและได้รับความเป็นธรรมในการเสียภาษีมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งช่วยให้การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของนักลงทุนที่เกิดขึ้นใน&nbsp;Exchange&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;มีความน่าเชื่อถือและให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการใช้เงินดิจิทัลในอนาคตต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211447753"],
    [133,"ครม. เห็นชอบมาตรการภาษีส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น (startup) ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;(Startup)&nbsp;โดยกรมสรรพากร&nbsp;ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกา&nbsp;ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..&nbsp;)&nbsp;ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนใน&nbsp;Startup&nbsp;ไทย&nbsp;ที่ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;ทั้งการลงทุนโดยตรงและการลงทุนโดยอ้อมผ่าน&nbsp;Venture&nbsp;Capital&nbsp;ตามที่คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายประกาศกำหนด&nbsp;อาทิ&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศสำหรับกำไรจากการขายหุ้นใน&nbsp;Startup&nbsp;,&nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่&nbsp;บริษัทที่ประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน&nbsp;(CVC)&nbsp;ทั้งไทยและต่างประเทศ&nbsp;และผู้ถือหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมทุน&nbsp;(PE&nbsp;Trust)&nbsp;ต่างประเทศสำหรับกำไรจากการขายหุ้นใน&nbsp;Startup&nbsp;โดยระยะเวลาการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี&nbsp;คือ&nbsp;ตั้งแต่วันถัดจากวันที่พระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2575</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;(Startup)&nbsp;ในครั้งนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้&nbsp;Startup&nbsp;ไทย&nbsp;สามารถระดมทุนจากนักลงทุนได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และง่ายขึ้น&nbsp;ทั้งยังส่งผลดีทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัวมากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;จากมาตรการภาษีนี้&nbsp;จะทำให้ภายในปี&nbsp;2569&nbsp;มีเงินลงทุนใน&nbsp;Startup&nbsp;ไทยเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;3.2&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;และก่อให้เกิดการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมเพิ่มขึ้น&nbsp;ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;Startup&nbsp;และประชาชน&nbsp;รวมถึงเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211701755"],
    [134,"ศอ.บต.หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง นายกรัฐมนตรี ร่วมไฟลท์บิน 14 มี.ค.65 นี้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;3</strong>&nbsp;ศูนย์อำนวยการ&nbsp;บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมหารือการเตรียมความพร้อมในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาอย่างเป็นทางการ&nbsp;โดยมี&nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม&nbsp;รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมผ่านระบบประชุมทางไกล&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting</p><p><strong>สำหรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง</strong>&nbsp;จะมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะร่วมเดินทางมาเป็นประธานในพิธีฯ&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่DD6260&nbsp;เส้นทางดอนเมือง&nbsp;&nbsp;เบตง&nbsp;&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;พร้อมคณะรัฐมนตรี&nbsp;และประชาชนที่ใช้บริการในเครื่องบินลำนี้&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การดำเนินการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;</strong>เป็นการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ที่มีนโยบายให้หน่วยงานดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และการคมนาคม&nbsp;&nbsp;ให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น&nbsp;สำหรับท่าอากาศยานเบตงขณะนี้มีความพร้อมของเจ้าหน้าที่&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;ตลอดจนความพร้อมของรันเวย์&nbsp;ที่สามารถรองรับเครื่องบินได้ที่มีขนาดสูงสุด&nbsp;คือ&nbsp;ATR&nbsp;&nbsp;72&nbsp;และเครื่องบิน&nbsp;Q&nbsp;&nbsp;400&nbsp;ที่มีความจุผู้โดยสารกว่า&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ในการเตรียมให้บริการของสายการบินนกแอร์&nbsp;ซึ่งตามตารางจะทำการบิน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;สามารถก้าวไปสู่เมืองท่องเที่ย</strong>ว&nbsp;&nbsp;ที่ได้รับมาตรฐานทั้งในระดับอาเซียนและระดับสากล&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308194350739"],
    [135,"โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนฯ ลงพบปะ ประชาชน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูอาชีพบ้านนายม่อม ในตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา(&nbsp;สว.)</strong>&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอก&nbsp;วรพงษ์&nbsp;สง่าเนตร&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่&nbsp;1&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณชุมชนบ้านยายม่อม&nbsp;เพื่อพบปะพูดคุย&nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชน&nbsp;\"วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูอาชีพบ้านนายม่อม&nbsp;ในตำบลแหลมงอบ&nbsp;&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยมีชาวบ้านชุมชนบ้านยายม่อม&nbsp;และส่วนราชการในระดับจังหวัด&nbsp;ในระดับอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับข้อเสนอของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูอาชีพ</strong>บ้านยายม่อม&nbsp;ที่ได้แจ้งต่อทางคณะวุฒิสภานั้นเป็นเรื่องของความต้องการอาคารเอนกประสงค์เพื่อใช้รองรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่บ้านยายม่อม&nbsp;การขอสถานที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;เพื่อให้สินค้าของชุมชนได้รับมาตรฐานอย.เพื่อขยายตลาดรอโอกาสทางการค้าของกลุ่ม&nbsp;การปรับปรุงทางเข้าบ้านยามม่อม-หาดทรายดำ&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดกิจกรรมลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;</strong>ทางคณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;(สว.)&nbsp;จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนอันเป็นประโยชน์&nbsp;ที่ได้รับฟังไปเป็นข้อมูลในการติดตาม&nbsp;เร่งรัด&nbsp;เสนอแนะ&nbsp;และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308214625759"],
    [136,"สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เปิดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและประยุกต์ใช้แพลทฟอร์ม NATIONAL DELIVERY ในยุควิถีชีวีติใหม่","<p><strong>นายวาฤทธิ์&nbsp;ศิริพิทยาโรจน์&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริม</strong>และสนับสนุนการพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;เปิดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและประยุกต์ใช้แพลทฟอร์ม&nbsp;NATIONAL&nbsp;DELIVERY&nbsp;ในยุควิถีชีวีติใหม่&nbsp;โดยมีการแลกเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจกับผู้ประกอบการร้านอาหารพร้อมรับสมัครriderเข้าระบบด้วย</p><p><strong>นายวาฤทธิ์&nbsp;ศิริพิทยาโรจน์&nbsp;กล่าวว่าจากสถานการณ์</strong>การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง&nbsp;ส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมการระบาด&nbsp;เพื่อลดผลกระทบทางด้านสุขภาพแก่ประชาชน&nbsp;แต่มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&nbsp;ภาคประชาชนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนและมาตรการของรัฐเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(depa)</strong>&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จึงได้ดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์ม&nbsp;National&nbsp;Delivery&nbsp;และการส่งเสริมการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มการจัดส่งสินค้า&nbsp;(Delivery)&nbsp;แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง&nbsp;ขนาดย่อม&nbsp;และรายย่อย&nbsp;(MSMEs)&nbsp;ตลอดจนสนับสนุนการเข้าถึงการใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดแพลตฟอร์มการจัดส่งสินค้า</strong>&nbsp;(Delivery)&nbsp;ที่มีศักยภาพที่พัฒนาโดยคนไทย&nbsp;&nbsp;สามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติได้&nbsp;ส่งเสริมการปรับตัวของผู้ประกอบการในยุควิถีชีวิตใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และสามารถอยู่รอดได้ในยุควิกฤติเศรษฐกิจ&nbsp;อันจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเป้าหมายดำเนินการ&nbsp;จัดหาผู้ประกอบการ</strong>ร้านอาหารไม่น้อยกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;Rider&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ราย&nbsp;เข้าสู่ในระบบ&nbsp;ให้ครอบคุมพื้นที่&nbsp;&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและต่างจังหวัดในเมืองหลักๆ&nbsp;17&nbsp;จังหวัดนำร่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;สงขลา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อุดรธานี&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;นครพนม&nbsp;อยุธยา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สุดท้ายนี้&nbsp;ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่ง</strong>ในแพลตฟอร์มนี้&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานใน&nbsp;กิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;อันจะนำมาซึ่งโอกาส&nbsp;รายได้&nbsp;และความสำเร็จร่วมกันต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308222322774"],
    [137,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ จัดงาน ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ ","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จัดงาน</strong>&nbsp;ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตราสัญลักษณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;&nbsp;&nbsp;Band)&nbsp;และตราสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Thai&nbsp;&nbsp;Hom&nbsp;&nbsp;Mali&nbsp;Rice)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่&nbsp;Love&nbsp;Farmer&nbsp;Center&nbsp;&amp;&nbsp;Biz&nbsp;&nbsp;Shop&nbsp;Amnatcharoen&nbsp;(หอนาฬิกา)&nbsp;สวนสาธารณะมิ่งมงคล&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>โดยนายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงาน&nbsp;ในพิธีเปิดงานครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;กันครั้งยิ่งใหญ่ตลอดจนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่เข้าร่วมพิธีเปิดได้รับชมสื่อวีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบซิเนแมติก&nbsp;(Cinematic)&nbsp;หรือ&nbsp;ภาพยนตร์สั้นประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;สินค้าของผู้ประกอบการในจังหวัด&nbsp;และสื่อดังกล่าวได้เผยแพร่สู่ช่องทางสื่อสารออนไลน์&nbsp;ทาง&nbsp;เฟซบุ๊กคมชัดลึก&nbsp;และ&nbsp;เฟซบุ๊กกินไม่หยุด&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายรับรอง&nbsp;ส่งเสริมภาพลักษณ์&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า/ผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต</strong>ใช้ตราสัญลักษณ์และกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ร่วมนำสินค้ามาแสดงและจำหน่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้าที่ใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และยังได้เปิดศูนย์โครงการคลัสเตอร์สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพอำนาจเจริญ&nbsp;โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่&nbsp;7&nbsp;และอาจารย์ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายธุรกิจบิสคลับอำนาจเจริญ&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจาก&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;ซูเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ในงานดังกล่าวและมีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309044653802"],
    [138,"ยกระดับการค้าตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญและตราสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ","<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า</strong>เคลื่อนที่&nbsp;Love&nbsp;Farmer&nbsp;Center&nbsp;&amp;&nbsp;Biz&nbsp;Shop&nbsp;Amnatcharoen&nbsp;(หอนาฬิกา)&nbsp;&nbsp;สวนสาธารณะมิ่งมงคล&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จัดงาน&nbsp;ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตราสัญลักษณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Band)&nbsp;และตราสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Thai&nbsp;Hom&nbsp;Mali&nbsp;Rice)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยนายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงาน&nbsp;ในพิธีเปิดงานครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;กันครั้งยิ่งใหญ่ตลอดจนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่เข้าร่วมพิธีเปิดได้รับชมสื่อวีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบซิเนแมติก&nbsp;(Cinematic)&nbsp;หรือ&nbsp;ภาพยนตร์สั้นประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;สินค้าของผู้ประกอบการในจังหวัด&nbsp;และสื่อดังกล่าวได้เผยแพร่สู่ช่องทางสื่อสารออนไลน์&nbsp;ทาง&nbsp;เฟซบุ๊กคมชัดลึก&nbsp;และ&nbsp;เฟซบุ๊กกินไม่หยุด&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายรับรอง&nbsp;ส่งเสริมภาพลักษณ์&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า/ผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต</strong>ใช้ตราสัญลักษณ์และกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ร่วมนำสินค้ามาแสดงและจำหน่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้าที่ใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และยังได้เปิดศูนย์โครงการคลัสเตอร์สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่&nbsp;7&nbsp;และอาจารย์ที่ปรึกษา</strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายธุรกิจบิสคลับอำนาจเจริญ&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจาก&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;ซูเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ในงานดังกล่าวและมีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;นามวงษา&nbsp;</strong>ได้เผยว่าในการจัดงานนี้&nbsp;ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตราสัญลักษณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Band)&nbsp;(Amnatcharoen&nbsp;Thai&nbsp;Hom&nbsp;Mali&nbsp;Rice)และที่มา</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309042916798"],
    [139,"พาณิชย์อำนาจเจริญร่วมกับสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพ มาบริการพี่น้องประชาชน","<p>ชาวอำนาจเจริญพบกับสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลือนที่&nbsp;Love&nbsp;Farmer&nbsp;Center&nbsp;&nbsp;&amp;&nbsp;Biz&nbsp;Shop&nbsp;&nbsp;Amnatcharoen&nbsp;&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะมิ่งมงคล&nbsp;(&nbsp;หอนาฬิกา&nbsp;)&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;แล้วพบกันนะครับ&nbsp;ภายใต้มาตรการ)้องกันโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309042553797"],
    [140,"หนุนชาวบ้านตะโล๊ะเลี้ยง\"ชันโรง\" สร้างอาชีพสร้างรายได้","<p><strong>สภาพแวดล้อมของบ้านตะโล๊ะ&nbsp;ม.5&nbsp;ตำบลลิดล&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;</strong>เป็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและป่าไม้&nbsp;ที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;รวมถึงชาวบ้านมีการปลูกไม้ผลหลายชนิด&nbsp;เหมาะที่จะเป็นแหล่งที่อยู่ของผึ้งป่าชันโรง&nbsp;ทำให้ชาวบ้านและเยาวชนของที่นี่หันมารวมกลุ่มเลี้ยงชันโรง&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;ผึ้งจิ๋ว&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&nbsp;ตลอดจนยังเป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยง&nbsp;มีรายได้เสริมตลอดทั้งปี&nbsp;จากการขายน้ำผึ้งชันโรง(นีแซกลูโละ)&nbsp;ที่มีราคาสูงและมีสรรพคุณมากมายที่นำไปใช้ในทางการแพทย์&nbsp;ทั้งบรรเทาและรักษาอาการต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;แก้ไอ&nbsp;แก้หอบ&nbsp;รวมถึงยังใช้เป็นส่วนผสมในการทำเครื่องสำอางอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับการเลี้ยงชันโรงลงทุนไม่มาก&nbsp;ทำกล่องลัง&nbsp;</strong>แล้วนำไปวางตามสวนผลไม้&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของผึ้งชันโรง&nbsp;ชันโรงก็จะไปหาอาหารเอง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ชันโรง&nbsp;ก็ยังช่วยสร้างระบบนิเวศ&nbsp;ผสมเกสร&nbsp;เพิ่มผลผลิตให้กับสวนผลไม้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>นายซอลาฮุดดิน&nbsp;บือราเฮง&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ทางกลุ่มตำบลลิดล&nbsp;เริ่มต้นเลี้ยงชันโรงมา&nbsp;2-3&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ไม่เฉพาะแต่เกษตรกรทั่วไป&nbsp;&nbsp;ครู&nbsp;อาจารย์&nbsp;ค้าขาย&nbsp;ก็เลี้ยงได้&nbsp;ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์หารายได้เสริม&nbsp;จากเริ่มแรกเราสังเกตว่าในหมู่บ้านเรา&nbsp;จะมีชันโรงอยู่&nbsp;เห็นว่าน่าจะทำประโยชน์ได้&nbsp;ก็เกิดการเลี้ยงต่อยอดขึ้นมา&nbsp;โดยสมาชิกก็จะกระจายเลี้ยงตามบ้านของตนเอง&nbsp;มีการประชุมวางแผนการเลี้ยงต่างๆ&nbsp;ในเรื่องของการดูดน้ำหวาน&nbsp;เก็บตอนไหน&nbsp;ดูดตอนไหน&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันสมาชิกทั้งหมดจะมีรังชันโรง&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;60-70&nbsp;รัง</p><p><strong>ส่วนรายได้นั้น&nbsp;ก็จะอยู่ที่รังของแต่ละคนว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน</strong>&nbsp;อยู่ที่ช่วงเวลาการดูด&nbsp;&nbsp;รายได้กลุ่มจะอยู่ที่&nbsp;2&nbsp;หมื่นบาทต่อปี&nbsp;ตามจำนวนรังที่มี&nbsp;คาดว่าต่อไปก็จะขยายเพิ่ม&nbsp;ตอนนี้กระแสบูมมาก&nbsp;น่าจะเลี้ยงกันมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นางสาววันวิสาข์&nbsp;จั่นเพชร&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เข้ามาติดตามตลอดเพื่อให้ทางกลุ่มเปิดเป็นวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เป็นต้นแบบการเลี้ยงชันโรง&nbsp;&nbsp;ด้วยสภาพแวดล้อมของยะลาเหมาะสม&nbsp;&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;ตัวชันโรงจะเป็นแมลงเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าสนใจ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทางการเกษตรต่อไปในอนาคต&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309091847817"],
    [141,"ผู้ประกอบการสนใจใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลง RCEP ช่วง 2 เดือนแรก มูลค่าสูงกว่า 1,100 ล้านบาท","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายพิทักษ์&nbsp;อุดมวิชัยวัฒน์&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ภายหลังความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค&nbsp;หรือ&nbsp;RCEP&nbsp;มีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;ผู้ส่งออกไทยได้มีการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;(Form&nbsp;RCEP)&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นมูลค่าสูงถึง&nbsp;1,165.52&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นการส่งออกไปญี่ปุ่นมากที่สุด&nbsp;มูลค่า&nbsp;540.36&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนใหญ่เป็นสินค้าปลาปรุงแต่งประเภทปลาเฮอร์ริง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ปลาทูน่า&nbsp;ผักปรุงแต่ง&nbsp;และสิ่งทอ&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;จีน&nbsp;มูลค่า&nbsp;453.95&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้าพืช&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้สด&nbsp;และเกาหลีใต้&nbsp;มูลค่า&nbsp;171.21&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เช่น&nbsp;สินค้าถุงลมนิรภัย&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ไขมันและน้ำมันชนิดระเหย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&nbsp;Form&nbsp;RCEP</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พบว่าในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีมูลค่าการขอใช้สิทธิฯ&nbsp;เพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;3&nbsp;เท่า&nbsp;จากเดือนก่อนหน้า&nbsp;เป็นผลมาจากเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้&nbsp;RCEP&nbsp;ที่มีข้อกำหนดของหลักเกณฑ์ที่ง่ายขึ้น&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการมาขอใช้สิทธิภายใต้&nbsp;RCEP&nbsp;กันมาก&nbsp;เนื่องจากสามารถวางแผนการนำเข้าส่งออกสินค้าล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พร้อมให้คำปรึกษาการขอใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้&nbsp;RCEP&nbsp;รวมถึงสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีต่างๆ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าให้กับผู้ประกอบการและยังได้มีกำหนดจัดงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้และประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์จากตามความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;ตามจังหวัดเป้าหมายในทุกภูมิภาค&nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน-กันยายน&nbsp;2565&nbsp;โดยสามารถติดตามกำหนดการได้จากเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.dft.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">www.dft.go.th</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192808163"],
    [142,"ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภูมิปัญญาไทใหญ่บ้านผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขยายผลให้ประชาชนนำแนวคิดและหลักปฏิบัติไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันสู่การพัฒนาที่ยังยืน","<p><strong>ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ&nbsp;</strong>และภูมิปัญญาไทใหญ่บ้านผาบ่อง&nbsp;เป็นศูนย์ฯ&nbsp;ที่จัดตั้งขึ้น&nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขยายผล&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ประชาชนในพื้นที่บ้านผาบ่องและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนนำแนวคิดและหลักปฏิบัติไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้&nbsp;ภายในศูนย์ฯ&nbsp;มีแหล่งเรียนรู้จำนวน&nbsp;11&nbsp;ฐาน&nbsp;ประกอบด้วย</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;1.&nbsp;</strong>การพัฒนาสายพันธ์ไก่พื้นเมือง&nbsp;(ไก่ชนไทย-ไก่พม่า)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;2.&nbsp;</strong>การผลิตน้ำมันถั่วลิสง&nbsp;(ถั่วลายเสือ)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;3.</strong>&nbsp;การปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ&nbsp;และพัฒนาสายพันธ์ข้าว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;4.&nbsp;</strong>&nbsp;การปลูกถั่วลายเสือ-ข้าวโพด&nbsp;(ป๊อปคอร์นไทยใหญ่)</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;5.&nbsp;</strong>กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนผาบ่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;6.&nbsp;</strong>การแปรรูปถั่วลายเสือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;7.</strong>&nbsp;การอนุรักษ์ควายพื้นเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;8.</strong>&nbsp;การต้องปานซอย&nbsp;(ลายฉลุไทยใหญ่)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;9.&nbsp;</strong>การตัดตุง&nbsp;การทำกรวยดอกไม้(ก๊อกซอมต่อ)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;10.</strong>การทำหมวกไทยใหญ่&nbsp;(กุ๊ปไต)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แหล่งเรียนรู้ฐานที่&nbsp;11.</strong>การทอผ้าปกาเกอญอ&nbsp;(ผ้าทอมือกะเหรี่ยง)</p><p><strong>ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</strong>และภูมิปัญญาไทใหญ่บ้านผาบ่อง&nbsp;แห่งนี้&nbsp;นอกจากจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ได้มีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และศาสตร์พระราชา&nbsp;สู่การพัฒนาที่ยังยืน&nbsp;มาปฏิบัติที่เกิดผลสร้างประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงแล้ว&nbsp;ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง&nbsp;ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดเดินทางมาเยี่ยมชม&nbsp;ซึ่งส่งผลให้คนในชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง&nbsp;อยู่ดีมีสุข&nbsp;สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์&nbsp;และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ&nbsp;เป็นเครือข่ายชุมชนพอเพียง&nbsp;ที่เชื่อมโยงกันด้วยหลักไม่เบียดเบียน&nbsp;แบ่งปันและช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309105006863"],
    [143,"คณะกรรมการ กพอ. เดินหน้าเพิ่มรายได้ชุมชนในพื้นที่ อีอีซี  พร้อมให้สิทธิประโยชน์ ดึงดูดนักลงทุน สร้างเม็ดเงินลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า","<p><strong>นายคณิศ&nbsp;แสงสุพรรณ&nbsp;เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(สกพอ.)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(กพอ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;รับทราบโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและผู้ค้ารายย่อยในอีอีซี&nbsp;นำเทคโนโลยีมาส่งเสริมสินค้าโอทอป&nbsp;(OTOP)&nbsp;เพิ่มศักยภาพการขยายช่องทางจำหน่ายให้ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;อีกทั้งช่วยหาแหล่งเงินทุนให้ผู้ค้ารายย่อย&nbsp;พร้อมตั้งกลุ่มเป้าหมายและสินค้าที่นิยมในพื้นที่นำร่อง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียนทอดกรอบ&nbsp;,&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เช่น&nbsp;พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน&nbsp;,&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เช่น&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยมีแนวทาง&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และศูนย์พัฒนาธุรกิจชุมชน&nbsp;คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่ได้รับ&nbsp;จะสามารถเพิ่มยอดขายสินค้าชุมชนไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;30&nbsp;รายได้รวม&nbsp;(GDP)&nbsp;ระดับชุมชนประมาณร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และเศรษฐกิจชุมชนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&nbsp;20</strong>&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทำให้ผู้ซื้อสินค้า&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;ได้ใช้สินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;เกิดแรงจูงใจกลับมาเที่ยวซ้ำ&nbsp;ทำให้ชุมชนคนพื้นที่&nbsp;อีอีซี&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และมีรายได้ที่มั่นคง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอีอีซี&nbsp;</strong>โดยล่าสุดเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;เรื่อง&nbsp;สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;เพื่อกิจการพิเศษ&nbsp;ซึ่งเป็นการกำหนดสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมพิเศษ&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;เขต&nbsp;เริ่มนำร่องที่เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก&nbsp;(EECa)&nbsp;เป็นพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;(Sandbox)&nbsp;ให้สิทธิประโยชน์อีอีซีแก่นักลงทุน&nbsp;ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สิทธิประโยชน์อีอีซี&nbsp;เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ทำให้เกิดการลงทุนที่คล่องตัว&nbsp;เพื่อจูงใจนักลงทุนรายใหญ่เข้าสู่พื้นที่&nbsp;อีอีซี&nbsp;ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเงินลงทุน&nbsp;2.2&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ภายในอีก&nbsp;5&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;ได้ตามเป้าหมายของอีอีซี</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309143412969"],
    [144,"พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน หารือสถานการณ์ไข่ไก่ ติดตามปริมาณให้มีเพียงพอต่อความต้องการบริโภคในพื้นที่","<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าร่วมประชุมหารือสถานการณ์ไข่ไก่&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;ZOOM&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ไข่ไก่&nbsp;มีสาระสำคัญดังนี้&nbsp;ราคาไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;เฉลี่ยทั้งประเทศ&nbsp;ยังไม่เกิน&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;ราคาไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ราคา&nbsp;3.30-3.50&nbsp;บาท/ฟอง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ติดตามปริมาณไข่ไก่ทุกเบอร์&nbsp;</strong>หากพบว่าไข่ไก่ไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในพื้นที่ให้ประสานกรมการค้าภายใน&nbsp;เพื่อจัดสรรและเชื่อมโยงจากพื้นที่ใกล้เคียงให้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309143115966"],
    [145,"อำเภอท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ OTOP จำหน่ายสินค้า เนื่องในวันกรรมการหมู่บ้าน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;อำเภอท่าฉาง&nbsp;ภายใต้การนำของ&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าฉาง&nbsp;ภาคีเครือข่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;อ.ท่าฉาง&nbsp;และ&nbsp;น.ส.ปัทมา&nbsp;ซัง&nbsp;ตัวแทน&nbsp;บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ&nbsp;ในกิจกรรมตลาดประชารัฐ&nbsp;หลาดปันสุข&nbsp;สู้โควิด&nbsp;เนื่องในวันกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรมหน้าที่ว่าการอำเภอท่าฉาง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;,&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;,&nbsp;ผลผลิตการเกษตรจากกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ร้าน&nbsp;</p><p><strong>นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การดำเนินการตลาดนัดคนไทยยิ้มได้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าสัมมาชีพ&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ที่มีศักยภาพ&nbsp;แต่ขาดช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และเพื่อสร้างการเรียนรู้&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และประสบการณ์ในการค้าขายให้แก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;ได้เยี่ยมชมและสอบถามปัญาหา</strong>&nbsp;ความต้องการของผู้ประกอบการทุกกลุ่ม&nbsp;และได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมประจำเดือน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ได้ร่วมอุดหนุน&nbsp;เยี่ยมชมสินค้าเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309154032008"],
    [146,"สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา เตรียมจัดการเดินแฟชั่นโชว์จากผ้าในท้องถิ่น ณ จุดชมวิวสกายวอร์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ในกิจกรรม Yala fashion show on the sky ตามโครงการส่งเสริมวิถีไทย วิถีถิ่น สานสายใยไทย-มาเลเซีย","<p><strong>ที่ห้องประชุมติดตามสถานการณ์&nbsp;War&nbsp;room&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทำงานโครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ได้อนุรักษ์&nbsp;สืบสาน&nbsp;คุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานวัฒนธรรม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้จัดขึ้นในวันที่&nbsp;24&nbsp;มี.ค.นี้&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;จุดชมวิวสกายวอร์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงาน</strong>&nbsp;และเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม&nbsp;โดยกำหนดจัดแถลงข่าวในวันที่&nbsp;11&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ณ&nbsp;ห้องฉายภาพยนตร์เพื่อการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;โดยส่วนกิจกรรมในงาน&nbsp;จะมีการเดินแฟชั่นโชว์จากผ้าในท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยังเป็นการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศสามารถแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น&nbsp;ระดับชาติ&nbsp;และนำไปสู่ระดับนานาชาติต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309160448034"],
    [147,"คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รอบ 1 งวดที่ 20 ปี 2564/65","<p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;รอบ&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อชดในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong></p><p><strong>นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;20&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์อ้างอิง</strong>โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;จึงได้ออกประกาศ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ข้อ&nbsp;1&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;20&nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;18-24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;%&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;</p><p>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;</p><p>2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,815.28&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;10,280.55&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;8,383.83&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,834.41&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ข้อ&nbsp;2&nbsp;การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง</strong>&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;20&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;</p><p>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;</p><p>2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;2,184.72&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;719.45&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;1,616.17&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;2,165.59&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309202111187"],
    [148,"กระทรวงการคลังเผยโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท","<p><strong>นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.)&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.24&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดใช้จ่ายรวม&nbsp;52,376.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;26,620.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;25,756.1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมด&nbsp;26.38&nbsp;ล้านราย&nbsp;มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว&nbsp;1.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;เป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;2.66&nbsp;หมื่นราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่&nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ผ่านเว็ปไซด์&nbsp;www.คนละครึ่ง.com&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309152912000"],
    [149,"ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน กุมภาพันธ์ 2565 ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 2  ","<p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>&nbsp;และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่ระดับ&nbsp;43.3&nbsp;ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า&nbsp;โดยเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่&nbsp;2&nbsp;และต่ำสุดในรอบ&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>ปัจจัยมาจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;รวมทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ปัญหาสินค้าราคาแพง&nbsp;ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตปรับตัวลดลง&nbsp;</p><p><strong>การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงอยู่ที่ต่ำกว่าระดับ&nbsp;100</strong>&nbsp;แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภค&nbsp;มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้าจากวิกฤต&nbsp;COVID-19&nbsp;ในประเทศไทยและทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาระหว่างรัสเซียกับยูเครนเข้ามาซ้ำเติม&nbsp;ยิ่งส่งผลกระทบทางจิตวิทยาในเชิงลบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ&nbsp;ภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ภาคการส่งออก&nbsp;ธุรกิจโดยทั่วไปและการจ้างงานในอนาคต&nbsp;โดยยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;หากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนยืดเยื้อ</strong>&nbsp;&nbsp;อาจส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นลดน้อยถอยลงและระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;เพราะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากภาวะสงคราม&nbsp;ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงต่ำกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ&nbsp;3.5-4.5&nbsp;ในปีนี้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309184730129"],
    [150,"ภาคเอกชน หวั่น สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ยืดเยื้อ กระทบต่อเศรษฐกิจไทย  ","<p><strong>นายสนั่น&nbsp;อังอุบลกุล&nbsp;ประธานกรรมการหอการค้าไทย</strong>และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เนื่องจากมีแนวโน้มยืดเยื้อ&nbsp;โดยผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและจะทำให้เศรษฐกิจของไทยหดตัวลงจากที่คาดการณ์ไว้&nbsp;แต่เชื่อว่ารัฐบาลยังสามารถตรึงราคาน้ำมันได้จนถึงเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;และอาจต้องเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า&nbsp;เพราะราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงต่อไปตลอดทั้งปี&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล</strong>&nbsp;เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า&nbsp;ภายใน&nbsp;6&nbsp;เดือนนี้&nbsp;&nbsp;จะสามารถบรรเทาผลกระทบได้ระดับหนึ่ง&nbsp;โดยประชาชนจะมีภาระค่าไฟฟ้าที่ลดลงประมาณ&nbsp;1-1.5&nbsp;บาทต่อหน่วย&nbsp;ซึ่งควรต้องเตรียมแผนในด้านอื่นๆ&nbsp;รองรับด้วย&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ภาคเอกชนกำลังติดตามต้นทุนราคาสินค้าที่จะสูงขึ้นหลังจากนี้&nbsp;โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่จะแพงขึ้น&nbsp;รัฐบาลจึงควรเตรียมแนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เช่น&nbsp;การนำปุ๋ยอินทรีย์มาใช้ทดแทน&nbsp;โดยหอการค้าไทยจะเร่งหารือกับภาครัฐต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ประเทศไทยควรวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์ความขัดแย้งนี้&nbsp;เพื่อให้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศได้ตามปกติ&nbsp;ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย&nbsp;ก็ควรจมีมาตรการดูแลช่วยเหลือให้เหมาะสม&nbsp;ซึ่งคาดว่าขณะนี้ภาครัฐกำลังหาแนวทางในการช่วยเหลือ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309184557126"],
    [151,"รมต. อนุชา ขอให้ใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพเอเปค แสดงศักยภาพต่อประชาคมโลก","<p>รมต. อนุชา ขอให้ใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพเอเปค แสดงศักยภาพต่อประชาคมโลก ย้ำ เร่งผลักดันการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ทุกระดับ ต่อยอดฟื้นฟูและพัฒนาประเทศยุคดิจิทัล</p><p>&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1/2565 (ผ่านระบบ Video Conference) โดยมี นายรณภพ ปัทมะดิษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท สรรเสริญ&nbsp;แก้วกำนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายธานี&nbsp;แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วม</p><p>&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการดำเนินการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2565 โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยเพื่อผลักดันและส่งเสริมผลประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและประชาชนคนไทยในทุกด้าน พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจและร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับผู้นำจากทั่วโลกที่จะเข้าร่วมการประชุมตลอดปีนี้ ทั้งนี้ ในการประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าด้านการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นรูปธรรมจากคณะอนุกรรมการฯ แต่ละหน่วยงาน อาทิ กรมประชาสัมพันธ์ กรมสารนิเทศ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)</p><p>&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> กล่าวย้ำว่า การที่ไทยเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่สุดของไทยในทุกด้าน ขอให้คนไทยใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด โดยเฉพาะในการประชุมผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะได้เห็นท่าทีและพลังของสมาชิกที่สำคัญ ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเอเปคจึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญยิ่งสำหรับกลุ่มเป้าหมายทั้งคนไทยและคนต่างชาติ&nbsp;โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ฯ เน้นการสื่อสารประโยชน์ของเอเปคที่คนไทยได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม และสื่อสารประชาสัมพันธ์เรื่องที่คนสนใจ ใกล้ตัว และเข้าถึง เข้าใจง่าย เช่น การท่องเที่ยว อาหาร และการบริการ เพื่อดึงดูดความสนใจประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมและเห็นโอกาสจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์ความพร้อมของมาตรการด้านสาธารณสุขในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 สร้างความเชื่อมั่นแก่ชาวต่างชาติในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค 2565</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309163847073"],
    [152,"จังหวัดกระบี่ได้รับการคัดเลือกจากคณะอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประเทศนำร่องโครงการกระบี่โมเดล","<p><strong>นางสาวพิมพ์รพี&nbsp;&nbsp;พันธุ์วิชาติกุล&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;กล่าวถึงโครงการกระบี่โมเดลว่า&nbsp;โครงการกระบี่โมเดลเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจังหวัดโมเดลทำทั่วประเทศ&nbsp;โดยนำร่องในจังหวัดกระบี่&nbsp;สกลนครจันทบุรี&nbsp;&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;เป็นแนวคิดของคณะอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประเทศโดยศาสตราจารย์ดอกเตอร์กนก&nbsp;วงศ์ตระหง่าน&nbsp;</p><p><strong>หลักการที่สำคัญคือ&nbsp;การนำเอาแนวคิดแบบใหม่</strong>เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของชาวบ้าน&nbsp;โดยนำนวัตกรรมความรู้จากอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความรู้แม่นยำ&nbsp;เที่ยงตรง&nbsp;และพิสูจน์แล้วลงมาพาชาวบ้านให้รอดพ้นจากความยากจนมีกรอบระยะเวลาการดำเนินงานประมาณ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;โดยใช้ความรู้และนวัตกรรมในการประกอบอาชีพ&nbsp;เช่นการใส่ปุ๋ย&nbsp;&nbsp;การย้อมผ้า&nbsp;การเลี้ยงแพะในครัวเรือน&nbsp;ที่สำคัญคือชาวบ้านต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยครัวเรือนละ&nbsp;10,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;มีการใช้ความรู้ที่แม่นยำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดกระบี่&nbsp;มีการทำโครงการกระบี่โมเดลอยู่&nbsp;5&nbsp;อย่าง</strong>&nbsp;ได้แก่การใส่ปุ๋ย&nbsp;การเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;&nbsp;การเลี้ยงสาหร่ายขนนก&nbsp;&nbsp;การเลี้ยงเห็ดร่างแห&nbsp;&nbsp;การทำบาติกจากสีธรรมชาติโดยใช้สีน้ำทะเลเป็นตัวย้อมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านเกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;โดยการให้ความรู้แก่ชาวบ้าน&nbsp;เกิดการเปลี่ยนแปลง&nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการผลิตปาล์มน้ำมันคุณภาพให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก&nbsp;3&nbsp;ตัน&nbsp;เป็น&nbsp;4&nbsp;ตัน&nbsp;เป็น&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;ต่อไร่ต่อปี&nbsp;</p><p><strong>โดยการใช้ความรู้นวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;ในการดำเนินงาน&nbsp;เช่น</strong>&nbsp;การกองทาง&nbsp;&nbsp;การ&nbsp;set&nbsp;ค่าดินที่ถูกต้อง&nbsp;&nbsp;การใส่ปุ๋ยที่ถูกต้อง&nbsp;เนื่องจากจังหวัดกระบี่พื้นที่ส่วนใหญ่มีความเป็นกรด&nbsp;จึงต้องมีการตรวจวัดให้ถูกต้อง&nbsp;เหมาะสมกับพืชที่จะปลูก&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ก็ได้ค้นพบแล้วว่า&nbsp;ได้มีการสร้างนวัตกรรมเกษตรกร&nbsp;มีนวัตกรรมกระบี่โมเดลที่เป็นชาวสวนปาล์มมากกว่า&nbsp;&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องทุกคนได้มาช่วยกันทำ&nbsp;ช่วยกันสร้างกระบี่โมเด็ล&nbsp;เพื่อให้ทุกคนมีรายได้ที่ดีขึ้น&nbsp;ก้าวพ้นความยากจนอย่างยั่งยืนด้วยองค์ความรู้&nbsp;ใหม่ๆ&nbsp;ตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309164931080"],
    [153,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดตรัง ครั้งที่ ตง 42-1 ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมนารายณ์&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;ตง&nbsp;42-1/2565&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&nbsp;กำหนดแผนปฏิบัติงานตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาด้านการมาตรฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;งานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;คำขอ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีความก้าวหน้าดังนี้&nbsp;รับคำขอ&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;คำขอ&nbsp;</strong>&nbsp;เก็บผลิตภัณฑ์ตัวอย่างตามคำขอส่งตรวจสอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ให้การรับรองแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ประเมินผลผ่านการตรวจสอบเข้าที่ประชุมครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;&nbsp;และประเมินผลไม่ผ่านการตรวจสอบครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ผลิตภัณฑ์</p><p><strong>สำหรับการประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาเรื่อง&nbsp;</strong>การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;ตง&nbsp;42-2/2565&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คำขอ&nbsp;12&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;แยกออกเป็น&nbsp;ประเภทอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คำขอ&nbsp;3&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คำขอ&nbsp;1&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ประเภทของใช้&nbsp;ของประดับตกแต่งและของที่ระลึก&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คำขอ&nbsp;5&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คำขอ&nbsp;3&nbsp;ผลิตภัณฑ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309165308082"],
    [154,"นายกรัฐมนตรี ยืนยันจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 30 บาท ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;ประชุมกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;กพช.&nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุม&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมหารือกันว่าจะต้องหามาตรการในการบริหารว่าจะทำอย่างไร&nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะดำเนินการได้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางภาษี&nbsp;การจัดหาเงินเพื่อทดแทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดน้อยลง&nbsp;โดยตั้งสมมติฐานไว้หลายประการ&nbsp;อาทิ&nbsp;ราคา&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบันรัฐบาลจะสามารถดูแลได้นานแค่ไหน&nbsp;ที่ราคาไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;และหากราคาปรับสูงขึ้นมากกว่านี้จะทำอย่างไร&nbsp;และท้ายที่สุดเมื่อราคาสูงขึ้นไปอีก&nbsp;ก็จะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&nbsp;เพราะหลายประเทศก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งราคาน้ำมันและแก๊สของไทยยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ&nbsp;เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนด้วยกัน&nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลพยายามจะทำให้ดีที่สุด&nbsp;ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;รวมถึงราคาน้ำมันเบนซินก็ต้องไปหามาตรการช่วยเหลือเช่นกัน</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อได้ในสถานการณ์ที่มีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนในปัจจุบัน&nbsp;แม้ประเทศจะอยู่ไกลกัน&nbsp;แต่ห่วงโซ่การประกอบธุรกิจต่างๆ&nbsp;ทั้งการค้า&nbsp;การส่งออก&nbsp;เชื่อมโยงกันทั้งหมดและประเทศไทยก็เป็นสมาชิกอยู่ในหลายกลุ่ม&nbsp;มีการค้าขายด้วยกัน&nbsp;ทั้งการเจรจาตามข้อตกลง&nbsp;FTA&nbsp;อาเซป&nbsp;อินโดแปซิฟิค&nbsp;ซึ่งแสดงให้เห็นว่า&nbsp;ไทยอยู่ในจุดที่สมดุลอยู่แล้ว&nbsp;ดังนั้นรัฐบาลก็จะต้องหามาตรการที่เหมาะสมกับทุกประเทศให้เกิดความสมดุลมากที่สุด&nbsp;เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยโดยตรง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เรียกคณะกรรมการเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่เข้ามาหารือ</strong>&nbsp;เพราะต้องการทราบว่าประเทศไทยมีแร่อยู่ที่ใดบ้าง&nbsp;เพื่อหาทางออกแก้ปัญหาราคาปุ๋ยให้ดีขึ้นในอนาคต&nbsp;ซึ่งจะต้องศึกษาว่าจะจัดหาวัสดุต้นทุนได้อย่างไร&nbsp;แต่ต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้ง&nbsp;เพราะหากเรามีวัสดุต้นทุนแล้วไม่ได้ใช้&nbsp;ก็จะต้องสั่งซื้อวัสดุต้นทุนการผลิตที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ&nbsp;เราต้องช่วยเหลือตัวเองให้มากขึ้นไม่ใช่สั่งซื้อจากต่างประเทศอย่างเดียว&nbsp;ดังนั้นจึงต้องเริ่มศึกษาตั้งแต่วันนี้&nbsp;แม้จะต้องใช้เวลา&nbsp;เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศจำนวนมากในแต่ละปี&nbsp;และมีผลผูกพัน&nbsp;เพราะปุ๋ยบางชนิดได้มาจากการผลิตพลังงาน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309185200132"],
    [155,"คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหารหารือเตรียมความพร้อมเปิดด่านพรมแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(กรอ.จ.มห)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแก้วกินนารี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหารและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านพรมแดน&nbsp;สะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-&nbsp;สะหวันเขต)&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ในประเด็นเรื่องเวลาเปิดและกำหนดการเดินเรือขนส่งสินค้า&nbsp;โดยกำหนดเดินเรือวันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;(4&nbsp;เที่ยว)&nbsp;และกำหนดเวลาเปิดด่านจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;(ท่าเทียบเรือ-ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร)&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;06.00&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.รวมทั้งมาตรการกรณีรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถโดยสารระหว่างประเทศผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งจะออกเป็นประกาศจังหวัดมุกดาหารต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังรับทราบมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ซึ่งมีเม็ดเงินหมุนเวียนจากการใช้จ่ายโครงการ&nbsp;บัตรสวัสการแห่งรัฐ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;และเราเที่ยวด้วยกันในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;จำนวน&nbsp;183.62&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนการลงทุนภาคเอกชนมีการขยายกำลังการผลิตของโรงงานแป้งมันสัมปะหลัง&nbsp;โรงงานน้ำตาล&nbsp;และยังมีโอกาสเติบโตจากการปลูกกัญชง&nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหารมีบริษัทผลิตกัญชงครบวงจรและมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการ&nbsp;MOU&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;ส่วนการจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ด้านการบริโภคภาคเอกชนมีการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;351&nbsp;คันลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน&nbsp;1775&nbsp;คัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;393&nbsp;คัน&nbsp;ด้าน&nbsp;มูลค่าการค้าชายแดน&nbsp;จำนวน&nbsp;15,581.66&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำนวนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;48.31%&nbsp;</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั้งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้&nbsp;จังหวัดมุกดาหารจะได้มีโอกาสดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;จากการเป็นสนามแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีการใช้ที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;โดยจังหวัดได้เตรียมงานและกิจกรรมรองรับนักกีฬา&nbsp;ผู้ติดตาม&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;ไว้หลายกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมโควิด-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดงานแสดงสินค้าระหว่างวันที่&nbsp;6-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การจัดงาน&nbsp;เวียดทาวน์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณถนนสองนางสถิตย์&nbsp;และถนนคนเดิน&nbsp;ถนนวัฒนธรรม&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309174709114"],
    [156,"ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการพัฒนาพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของจังหวัดกระบี่ให้บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพนมเบญจา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่</p><p><strong>โดยจังหวัดกระบี่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองเชิงนิเวศ&nbsp;</strong>เป็นจังหวัดเป้าหมายที่มีศักยภาพเหมาะสมในการพัฒนาเชิงพื้นที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมระยะที่&nbsp;3&nbsp;ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ประเทศไทยมีต้นแบบ&nbsp;\"เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;37&nbsp;จังหวัด&nbsp;40&nbsp;พื้นที่\"&nbsp;ซึ่งการดำเนินการร่วมบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนโดยการพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;สร้างความสมดุลทางด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสังคม&nbsp;ให้อุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกันกับแหล่งชุมชนได้อย่างเป็นสุขและยั่งยืน&nbsp;โดยในที่ประชุมได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;และคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อเข้าร่วมโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;รวมทั้งร่างคำสั่งคณะทำงานการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;(Eco&nbsp;Network)&nbsp;จังหวัดกระบี่</p><p>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้มอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมศึกษาข้อมูลในพื้นที่&nbsp;อ.เขาพนม&nbsp;และ&nbsp;อ.ลำทับ&nbsp;พร้อมสอบถามความคิดเห็นของคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพและความเหมาะสม&nbsp;ที่จะพัฒนาสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;พร้อมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการดังกล่าวพิจารณาในครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</span></p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน//&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192115158"],
    [157,"กระทรวงพาณิชย์ เร่งหามาตรการบรรเทาผลกระทบราคาสินค้า จากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ","<p><strong>นายบุญยฤทธิ์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังประชุมหารือแนวทางการรับมือ&nbsp;มาตรการรองรับผลกระทบจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ที่มีต่อการค้าไทย&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์และติดตามผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจการค้าไทย&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบและมีราคาสูงขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยและอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;</p><p><strong>โดยหลักการดูแลในเบื้องต้น&nbsp;</strong>จะต้องให้เกิดความเป็นธรรมและเหมาะสม&nbsp;ทั้งการดูแลต้นทุนที่เป็นผู้ผลิตและการดูแลปลายทางเรื่องของราคาจำหน่าย&nbsp;ที่จะต้องไม่ให้มีราคาสูงจนเกินไป&nbsp;หรือมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;โดยจะรายงานต่อนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พิจารณาเพื่อหาข้อสรุปต่อไป&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ยังไม่มีนโยบายให้ปรับขึ้นราคาสินค้าในขณะนี้&nbsp;</strong>หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ&nbsp;จะต้องพิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบ&nbsp;เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&nbsp;โดยสินค้าในหมวดสำคัญ&nbsp;18&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;อาหารสด&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;ปุ๋ยเคมีและเครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;ยังคงสามารถตรึงราคาไว้ได้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309191206150"],
    [158,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เข้าพบรองผู้ว่าฯ พังงา ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดพังงา","<p><strong>ที่ห้องรับรองเจ้าเมือง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p>น.ส.นุสรา&nbsp;กาญจนกูล&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อเยี่ยมเยียนและหารือข้อราชการในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการพูดถึงโมเดล&nbsp;BCG&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว</strong>ที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปีนี้จังหวัดพังงาร่วมกับทุกภาคส่วนสนับสนุนมังคุดทิพย์พังงา&nbsp;ให้มีราคาตามคุณภาพ&nbsp;โดยใช้สโลแกน&nbsp;มังคุดทิพย์พังงาซื่อสัตย์&nbsp;หวานอมเปรี้ยวหนึ่งเดียวในโลก&nbsp;ให้เกษตรกรนำประโยชน์จากส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของมังคุดมาแปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;การทำน้ำมังคุด&nbsp;การนำเปลือกมังคุดมาทำน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;และเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและเพิ่มมูลค่าให้กับมังคุดทิพย์พังงา&nbsp;จึงขอรับการสนับสนุนกล่องผลไม้จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีการเตรียมความพร้อมรับมือการกระจายมังคุด</strong>&nbsp;และส่งเสริมการขึ้นทะเบียนมังคุดทิพย์พังงาให้เป็นสินค้า&nbsp;GI</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309203826198"],
    [159,"มะนาวตลาดเมืองใหม่ยะลา ขยับขึ้นราคา","<p><strong>ในช่วงนี้ที่หลายพื้นได้&nbsp;เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง&nbsp;ทำให้ราคามะนาว</strong>ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;กิโลกรัมละกว่า&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับในส่วนของพื้นที่ยะลา&nbsp;เอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราคามะนาวที่ตลาดเมืองใหม่&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ก็ได้ขยับราคาสูงขึ้นเช่นกัน&nbsp;แต่ยังไม่ถึงกับกิโลละ&nbsp;100&nbsp;กว่าบาท</p><p><strong>แม่ค้าที่รับซื้อมะนาวมานั่งขาย&nbsp;ในตลาดเมืองใหม่&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;มะนาวได้ขึ้นราคามากว่าสัปดาห์แล้ว&nbsp;ทั้งมะนาวแป้น&nbsp;และมะนาวบ้าน&nbsp;&nbsp;จากเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;30-40&nbsp;บาท&nbsp;ขยับขึ้นเป็น&nbsp;กก.ละ&nbsp;50-&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ถ้าขายเป็นจาน&nbsp;7&nbsp;ลูก&nbsp;สีเหลืองหน่อย&nbsp;จานละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;คาดว่ายังมีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาอีก&nbsp;ผลผลิตน้อย&nbsp;ฤดูร้อนด้วย&nbsp;เหมือนทุกปีที่ผ่านมาถ้าเข้าหน้าร้อนมะนาวก็จะราคาแพงขึ้น&nbsp;รวมทั้งน้ำมันแพง&nbsp;ตอนนี้&nbsp;ไม่เพียงแต่ราคามะนาวที่แพงทุกอย่างขึ้นราคาหมด&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;เมื่อก่อนฝักละ&nbsp;2-3&nbsp;บาท&nbsp;ตอนนี้ขึ้นฝักละ&nbsp;5&nbsp;บาท</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ประชาชนที่ต้องทำอาหารรับประทาน</strong>ในชีวิตประจำทุกวัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก็ยังคงออกมาจับจ่าย&nbsp;ซื้อของกันตามปกติ&nbsp;&nbsp;แต่ลดปริมาณลง&nbsp;ประหยัดขึ้น&nbsp;ของแพงทุกอย่าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับในช่วงนี้ซึ่งเป็นฤดูมะม่วง&nbsp;มะนาวแพง&nbsp;ก็จะซื้อมะม่วงไปใช้ทำอาหารแทนมะนาว</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310084138240"],
    [160,"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม \"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท\" ครั้งที่ 4 ปี 2565 ที่อำเภอสรรพยา","<p><strong>ณ&nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวชำมพร&nbsp;อำไพจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอสรรพยา&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;เนื้อหมูบด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาทับทิม&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ส้มโอขาวแตงกวา&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;จากสวนลุงอำนวย&nbsp;เสื้อผ้าบาติกจากกลุ่มสรรพยาบาติก&nbsp;และสินค้าจากชุมชนภายในพื้นที่อำเภอสรรพยา&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;จากความร่วมมือของสำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310104258302"],
    [161,"สระแก้ว แถลงข่าวจัดงาน แสดง แสง สี เสียง ปราสาทสด๊กก๊อกธม หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวแหล่งอารยธรรมขอมโบราณตามรอยปราสาทศิลา พร้อมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วานนี้&nbsp;9&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม</strong>&nbsp;นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เป็นประธานแถลงการณ์จัดงาน&nbsp;การแสดงแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ปราสาทสด๊กก๊อกธม&nbsp;ตามโครงการแหล่งท่องเที่ยวแหล่งอารยธรรมของโบราณตามรอยปราสาทปราสาทสด๊กก๊อกธม&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม&nbsp;เพื่อพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ&nbsp;ประวัติศาสตร์&nbsp;และสุขภาพ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นางสุวิภา&nbsp;ปุณณะเวส&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นางสาวเอสรา&nbsp;ศริวิเชียร&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอโคกสูง&nbsp;นางสาวรุ่งนภา&nbsp;ไท้เชียง&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ร่วมแถลงข่าวจัดงาน&nbsp;แสดง&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ปราสาทสด๊กก๊อกธม&nbsp;หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวแหล่งอารยธรรมขอมโบราณตามรอยปราสาทศิลา&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/แหล่งโบราณสถานของจังหวัดสระแก้ว&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับความเป็นมาของงานฯ&nbsp;</strong>เป็นที่ทราบกันดีว่าจังหวัดในภาคตะวันออกนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ&nbsp;แต่การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมนั้นยังไม่ได้รับความนิยมมากนักและนับวันยิ่งกลับเลือนหายไปตามกาลเวลา&nbsp;จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;โดยการเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์การท่องเที่ยวเพื่อให้เราได้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม&nbsp;อีกปัจจัยหนึ่งคือต้องการยกระดับการจัดงานปราสาทสด๊กก๊อกธม&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&nbsp;เนื่องด้วยสถานที่นี้เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญเก่าแก่และใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก&nbsp;งานแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานประวัติศาตร์สด๊กก๊อกธม&nbsp;จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;21-22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น&nbsp;กิจกรรมแสดงศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นในเวทีตลาด&nbsp;วัฒนธรรมก่อนและหลังการแสดงแสงสีเสียง&nbsp;เป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่มาจากหลากหลายพื้นที่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมชมพระอาทิตย์ขึ้นลอดซุ้มประตูปราสาทสด๊กก๊อกธมในวันอังคารที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยสามารถรอชมปรากฏการณ์ดังกล่าวตั้งแต่เวลา&nbsp;05.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และพิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคลหลังกิจกรรมชมพระอาทิตย์ลอดซุ้มประตูในวันอังคารที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และการแสดงรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองในวันอังคารที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และกิจกรรมการแสดงแสงสีเสียงปราสาทสด๊กก๊อกธมเป็นการแสดง&nbsp;สุดยิ่งใหญ่ตระการตาระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยปีนี้ใช้ชื่อการแสดงว่าสต๊อกสด๊กก๊อกธมเรื่องรุจี&nbsp;สานศรัทธาพรหมณ์&nbsp;พุทธ&nbsp;มิ่งมงคล&nbsp;โดยมีนักแสดงมืออาชีพมากมายดังกล่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ประจัก-สุชีวิน&nbsp;/ภาพ/ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310125157379"],
    [162,"การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด (กพร.ปจ.) ครั้งที่ 12565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายธาตรี&nbsp;บุญมาก</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมภูทอก&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม</p><p><strong>การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพ</strong>จังหวัด&nbsp;เป็นการกำหนดเป้าหมายการพัฒนากำลังคนจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ในแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565-2570&nbsp;และเพื่อปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;รวมถึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนในพื้นที่&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;การเกษตรกรรมในพื้นที่&nbsp;อันจะเป็นผลลัพธ์ที่สร้างอาชีพและเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดบึงกาฬอย่างแท้จริง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310121646340"],
    [163,"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม \"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท\" ครั้งที่ 4/2565 นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพดี ราคาถูก จำหน่ายแก่ประชาชนพื้นที่อำเภอสรรพยา","<p><strong>ณ&nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอสรรพยา&nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลเจ้าพระยา&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน&nbsp;โดยสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;(เนื้อแดง)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่อำเภอสรรพยาวันนี้&nbsp;ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยมีส่วนราชการของกระทรวงเกษตร&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกร&nbsp;ร่วมกันนำสินค้าในราคาต้นทุนมาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อปลา&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ลดภาระเรื่องค่าครองชีพ&nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก&nbsp;และราคาประหยัด&nbsp;โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่&nbsp;ตำบลศิลาดาน&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมเลือกซื้อซึ่งทางจังหวัดได้จัดหมุนเวียนไปจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;สัปดาห์เว้นสัปดาห์&nbsp;ตามอำเภอต่างๆ&nbsp;จนครบทุกอำเภอ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;สำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310123438368"],
    [164,"จัดระเบียบสายสื่อสาร ปรับภูมิทัศน์ ความปลอดภัยของประชาชน","<p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบสายสื่อสารของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;ตั้งแต่บริเวณซอยสุขุมวิท&nbsp;71&nbsp;จนถึงบริเวณปากซอยทองหล่อ&nbsp;10&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นอย่างดีในการจัดระเบียบสายสื่อสารเพื่อปรับปรุงทัศนียภาพของเมืองและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแผนดำเนินงานภายในปีนี้&nbsp;</strong>ให้ความสำคัญที่การจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑลระยะทาง&nbsp;400&nbsp;กม.&nbsp;รวมถึงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;เพื่อลดความทับซ้อนของพื้นที่และลดค่าใช้จ่ายการลงทุนของผู้ให้บริการ&nbsp;ขณะนี้มีผู้ให้บริการแจ้งความประสงค์มาทั้งหมด&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนผู้บริการรายอื่นๆ&nbsp;ที่มีความสนใจ&nbsp;สามารถติดต่อในเขตพื้นที่ให้บริการ&nbsp;เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162650518"],
    [165,"ชมเดือนคอมเพล็ก ร่วมเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ชาวสุพรรณบุรี เที่ยวฟรีงานดอนเจดีย์","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;ดร.อุดม&nbsp;โปร่งฟ้า-ดร.สุจิตรา&nbsp;ทรงมัจฉา&nbsp;บริษัทชมเดือนคอมเพล็กซ์&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;และบริษัท&nbsp;ศักยภาพไทยอินเตอร์กฎหมายและธุรกิจ&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้การสนับสนุน&nbsp;บัตรผ่านประตูเข้างานประจำปี&nbsp;อนุสรณ์ดอนเจดีย์และงานกาชาด&nbsp;เฉพาะเมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;โดยเหมาจ่ายค่าบัตรผ่านประตูจำนวน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;ผู้มาเที่ยวเข้าฟรี&nbsp;เหมาชมการแสดงยุทธหัตถี&nbsp;จำนวน&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้งซื้อสลากกาชาดแจกชาวตำบลท่าระหัด&nbsp;อีก&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;แสนบาท&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ดร.อุคม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในนามภาคเอกชน&nbsp;ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะเทิดประเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;โดยเฉพาะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ต้องเสียเลือดเสียเนื้อเหล่าทหารหาญ&nbsp;และพี่น้องประชาชนคนไทยไปจำนวนไม่น้อย&nbsp;จึงอยากให้คนไทย&nbsp;ได้รับชมการแสดงมหาวีรกรรมยุทธหัตถี&nbsp;แสดงเหมือนจริง&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ใน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จะมี&nbsp;1&nbsp;ครั้งเท่านั้น&nbsp;ที่มีความยิ่งใหญ่อลังการของการแสดงแสงสีเสียงนั้น&nbsp;เหนือกว่าที่อื่นมาก</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางจังหวัดยังมีมาตรการดูแลและป้องกันเรื่องความปลอดภัยต่างๆ</strong>&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;โควิด-19&nbsp;มวลชนที่มาทั้งหมดได้รับการคัดกรองอย่างดี&nbsp;จึงมีความมั่นใจในความปลอดภัย&nbsp;ในการจัดงานของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเดินทางมาเที่ยวชมงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;และสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162029506"],
    [166,"เสวนา : ประเทศไทยได้อะไร จากการประชุม APEC","<p>วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์จัดงานเสวนาหัวข้อ&nbsp;จับประเด็นประชาสัมพันธ์&nbsp;ประเทศไทยได้อะไรจากการประชุม&nbsp;APEC&nbsp;2022&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจแก่บุคลากรภายในกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;และหน่วยงานภาคนอก&nbsp;เกี่ยวกับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แอซิฟิก&nbsp;(APEC)&nbsp;ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมในปีนี้&nbsp;โดยมีวิทยากรจากกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายธนวัต&nbsp;ศิริกุล&nbsp;รองอธิบดีกรมสารนิเทศ&nbsp;นางสาวปฤณัต&nbsp;อภิรัตน์&nbsp;รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ&nbsp;นายมนตรี&nbsp;มหาพฤกษ์พงศ์&nbsp;ผู้แทนรองสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค&nbsp;(ABAC)&nbsp;และนายกวี&nbsp;จงกิจถาวร&nbsp;นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนอาวุโส&nbsp;ร่วมเสวนา</p><p>นางสุดฤทัย&nbsp;เลิศเกษม&nbsp;รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;กล่าวเปิดงานว่า&nbsp;การสื่อสารเรื่อง&nbsp;APEC&nbsp;มีความท้าทายอย่างมากในเรื่องของการสื่อสารให้คนไทยเข้าใจว่าได้อะไรจากการประชุม&nbsp;APEC&nbsp;ซึ่งไม่ได้หมายความว่า&nbsp;การประชุมจบลงแล้วจะมีรายได้มากขึ้นทันที&nbsp;แต่จะมีความร่วมมือต่างๆ&nbsp;เกิดขึ้นจากการประชุมในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งนับเป็นโอกาสของประเทศที่จะได้ต่อยอดต่อไป</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);\">ขับเคลื่อนความสะดวกและโอกาสใหม่ๆ</strong></p><p>นางสาวปฤณัต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุม&nbsp;APEC&nbsp;ในปีนี้&nbsp;โลกกำลังเจอความท้าทายใหม่ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ภัยสุขภาพ&nbsp;โรคระบาดโควิด&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และมีโอกาสใหม่ๆ&nbsp;เช่นกัน&nbsp;สิ่งที่คนไทยจะได้จากการประชุม&nbsp;APEC&nbsp;คือจากการผลักดัน&nbsp;3&nbsp;ประเด็น&nbsp;Open&nbsp;Connect&nbsp;Balance&nbsp;\"เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์&nbsp;เชื่อมโยงกัน&nbsp;สู่สมดุล\"&nbsp;ซึ่งมีการผลักดันการเชื่อมโยงการเดินทางข้ามพรมแดน&nbsp;(Connect)&nbsp;ใน&nbsp;APEC&nbsp;ให้สะดวกและปลอดภัยขึ้น&nbsp;ทั้งระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมโยงหลังหยุดชะงักไป&nbsp;เช่น&nbsp;การทำฐานข้อมูลรวมมาตรการเดินทางข้ามแดน&nbsp;บัตรนักธุรกิจ&nbsp;APEC&nbsp;ใช้เดินทางในสนามบิน&nbsp;ส่วนในแง่&nbsp;การเปิดกว้าง&nbsp;(Open)&nbsp;ในแง่ของการค้าการลงทุน&nbsp;ที่จะเอื้อประโยชน์กับทุกคน&nbsp;ตลอดเวลาที่ผ่านมา&nbsp;APEC&nbsp;ลดอุปสรรคทางการค้าลงไปเป็นจำนวนมาก&nbsp;และขณะนี้ก็กำลังผลักดันเขตการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;ของเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;ในชื่อ&nbsp;FTAAP&nbsp;ในโลกยุคหลังโควิด-19&nbsp;เพื่อให้คนทุกกลุ่มได้ประโยชน์&nbsp;และเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;และประเด็นสุดท้าย&nbsp;คือความสมดุล&nbsp;(Balance)&nbsp;โดยผลักดัน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;เป็นตัวขับเคลื่อน&nbsp;โดยให้สมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งไม่ใช่แนวคิดใหม่&nbsp;แต่เป็นสิ่งที่ทำกันมาอยู่แล้ว&nbsp;แต่อาจใช้ชื่อหรือเน้นในมิติที่ต่างกันไปในแต่ละเขตเศรษฐกิจ&nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะนำเรื่องนี้มาพูดคุยในกรอบของ&nbsp;APEC</p><p>ซึ่ง&nbsp;APEC&nbsp;ไม่ใช่เวทีทำข้อตกลง&nbsp;แต่เป็นเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน&nbsp;นำบทเรียนและข้อเสนอมาคุยกันว่าจะอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุนอย่างไรบ้าง&nbsp;ให้&nbsp;FTAAP&nbsp;ถูกสานต่อต่อไปในอนาคตโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทุกฝ่าย&nbsp;คล้ายการโยนหินถามทาง</p><p><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);&nbsp;color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">FTAAP&nbsp;คือจุดหมายในตอนนี้</strong></p><p>ด้านนายมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุม&nbsp;APEC&nbsp;ในตอนแรกเป็นการคุยกันของภาครัฐของแต่ละเขตเศรษฐกิจ&nbsp;แต่ต่อมาก็มีการตั้ง&nbsp;ABAC&nbsp;ขึ้นมา&nbsp;เพื่อดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมพูดคุยกันในแต่ละเขตเศรษฐกิจ&nbsp;ในปีนี้มีแนวทางขับเคลื่อนว่า&nbsp;Embrace&nbsp;(เปิดรับ)&nbsp;Engage&nbsp;(รวมพลัง)&nbsp;Enable&nbsp;(ขยายข้อจำกัด)&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนคู่ขนานไปกับ&nbsp;APEC</p><p>สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคมีสิ่งที่จะต้องขับเคลื่อนให้เห็นผลให้ได้โดยเร็วคือ&nbsp;FTAAP&nbsp;หรือ&nbsp;Free&nbsp;Trade&nbsp;Agreement&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Asia&nbsp;Pacific&nbsp;ความตกลงเขตการค้าเสรีแห่งเอเชีย-แปซิฟิก)&nbsp;ซึ่งทำได้ยาก&nbsp;เนื่องจากสมาชิก&nbsp;APEC&nbsp;มีมหาอำนาจจำนวนมาก&nbsp;จึงทำให้มีความเห็นไม่ตรงกัน&nbsp;การตกลงกันแบบเอกฉันท์จึงทำได้ยาก&nbsp;จึงต้องขยายข้อจำกัด&nbsp;แทนที่จะรอทุกเขตเศรษฐกิจพร้อม&nbsp;เป็น&nbsp;FTAAP&nbsp;Minus&nbsp;X&nbsp;เขตใดพร้อมก่อนให้ดำเนินการได้&nbsp;เขตใดยังไม่พร้อม&nbsp;รอพร้อมแล้วค่อยเข้าร่วม&nbsp;เพื่อผลักดัน&nbsp;FTAAP&nbsp;ให้เกิดขึ้นได้โดยเร็ว</p><p><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);&nbsp;color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">APEC&nbsp;คือมหาวิทยาลัยให้สมาชิกได้เรียนรู้</strong></p><p>ด้านนายธนวัต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;APEC&nbsp;เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัย&nbsp;หรือห้องเรียน&nbsp;มีการเรียนการสอนกัน&nbsp;มีการคุยกัน&nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ&nbsp;ก้าวผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง&nbsp;และคนไทยจะได้รับประโยชน์จากการเรียนการสอนนี้แน่นอน&nbsp;ซึ่งสื่อมวลชนจะเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำข้อมูลต่างๆ&nbsp;มาเผยแพร่สร้างความตระหนักถึงประโยชน์เหล่านี้&nbsp;ให้เข้าถึงง่าย&nbsp;แก่ประชาชนทุกกลุ่ม</p><p>ส่วนวิกฤตขณะนี้&nbsp;ทั้งยูเครน&nbsp;ทั้งรัสเซีย&nbsp;เป็นคู่ค้าของไทย&nbsp;โดยเฉพาะรัสเซียมีตัวเลขซื้อขายกับเราเยอะ&nbsp;แต่ไม่น่ากังวลเพราะวิกฤตต่างๆ&nbsp;ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว&nbsp;ต่อให้มีการคว่ำบาตรรัสเซีย&nbsp;ก็จะเกิดประเทศตัวกลางขึ้นมา&nbsp;การค้าขายจึงไม่น่าเป็นห่วงในวิกฤตนี้&nbsp;ส่วนวิกฤตพลังงาน&nbsp;จะทำให้ต้นทุนสินค้าต่างๆ&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ต่อให้ไม่มีวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;เราก็เจอเงินวิกฤตเฟ้ออยู่แล้ว&nbsp;แต่ถ้าเรื่องนี้ยิ่งนาน&nbsp;ของจะยิ่งแพง&nbsp;อยากบอกให้&nbsp;MSME&nbsp;ทุกคนคิดเรื่องจะส่งออกให้พร้อม&nbsp;เตรียมพร้อมส่งออกเอาไว้&nbsp;เพื่อพร้อมรับภาวะอุปสงค์ที่จะลดลง&nbsp;จากวิกฤตยูเครน-รัสเซีย</p><p><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);&nbsp;color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">BCG&nbsp;=&nbsp;ภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;ติดเทอร์โบ&nbsp;ใช้อินเทอร์เน็ต</strong></p><p>นายกวี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แทนที่จะบอกว่า&nbsp;ประเทศไทยได้อะไรจาก&nbsp;APEC&nbsp;ตนอยากถามว่า&nbsp;ประเทศเสียอะไร&nbsp;หากไม่เข้าร่วม&nbsp;APEC&nbsp;ซึ่งคำตอบคือ&nbsp;เสียทุกอย่าง</p><p>การกล่าวถึงประเด็นต่างๆ&nbsp;อย่าอธิบายให้เข้าใจยาก&nbsp;เช่น&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;model&nbsp;อย่าพูดให้เข้าใจยาก&nbsp;มันคือ&nbsp;ภูมิปัญญาชาวบ้านติดเทอร์โบ&nbsp;ใช้อินเทอร์เน็ต&nbsp;จบแล้ว&nbsp;อธิบายได้หมด&nbsp;เรามีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว&nbsp;แต่ไม่เคยเอาไปคุยในเวทีระหว่างประเทศ</p><p>ส่วน&nbsp;FTAAP&nbsp;บางคนอาจจะใช้คำว่า&nbsp;อินโด-แปซิฟิก&nbsp;แทนเพราะเป็นศัพท์ใหม่&nbsp;ไทยเราอยู่ตรงกลาง&nbsp;เป็นภูมิศาสตร์ของไทยที่ดีมาก&nbsp;จะไปตรงไหนในภูมิภาคต้องผ่านเรา&nbsp;เราคือจุดศุนย์กลางของความเชื่อมโยงอินโด-แปซิฟิก&nbsp;และเราเสียประโยชน์มากที่ไม่ได้กระโดดเข้าไปในความตกลงต่างๆ</p><p>ไทยเป็นประเทศเดียวที่เป็นเพื่อนกับทุกประเทศในองค์การสหประชาชาติ&nbsp;เราไม่มีศัตรู&nbsp;เราไม่เสียอะไร&nbsp;แต่พอเราได้อะไร&nbsp;ให้มองเป็นของแถม&nbsp;ทุกวันนี้ที่เราทำอยู่คือของแถมจากสิ่งที่เรามีอยู่&nbsp;ส่วนวิกฤตยูเครน-รัสเซีย&nbsp;การคว่ำบาตรที่มีตอนนี้ยังไม่กระทบไทยโดยตรง&nbsp;แต่การยุติสงครามโดยเร็วจะเป็นผลดีกับทุกอย่าง</p><p><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;71,&nbsp;178);&nbsp;color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การเชื่อมโยง&nbsp;APEC&nbsp;กับ&nbsp;EEC&nbsp;ของไทยจะทำให้เกิดประโยชน์อะไรกับคนไทยบ้าง?</strong></p><p>นางสาวปฤณัต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รูปธรรมที่สุดคือ&nbsp;ในกรอบ&nbsp;APEC&nbsp;เราดึง&nbsp;EEC&nbsp;มาโยงกับศักยภาพของภาคเอกชนไทย&nbsp;แสดงนวัตกรรมต่างๆ&nbsp;เสนอโอกาสของการลงทุนจากต่างประเทศ&nbsp;เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้ามาในพื้นที่&nbsp;ภาคธุรกิจก็จะได้ประโยชน์&nbsp;มีคนเข้ามาทำงาน&nbsp;มีโรงเรียนมาเปิด&nbsp;ส่วนอื่นๆ&nbsp;ก็จะมี&nbsp;เช่น&nbsp;ความร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;ยกระดับทักษะแรงงานในพื้นที่ต่อไป</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310141719419"],
    [167,"ภาคเอกชนไทย เตรียมความพร้อมเจรจาความร่วมมือภายใต้กรอบ APEC ปลายปีนี้ ","<p><strong>นายมนตรี&nbsp;มหาพฤกษ์พงศ์&nbsp;เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;และสมาชิกสภาที่ปรึกษาบริหารธุรกิจเอเปค&nbsp;หรือ&nbsp;ABAC&nbsp;กล่าวในงานเสวนา&nbsp;จับประเด็นประชาสัมพันธ์&nbsp;ไทยได้อะไรจากการเป็นเจ้าภาพ&nbsp;APEC&nbsp;2022&nbsp;ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์จัดขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;การเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก&nbsp;หรือ&nbsp;APEC&nbsp;ของเขตเศรษฐกิจทั้ง&nbsp;21&nbsp;เขต&nbsp;ภาคเอกชนได้เข้าร่วมเจรจาในเวที&nbsp;APEC&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;และผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมา&nbsp;การที่ไทยเป็นหนึ่งในสมาชิก&nbsp;APEC&nbsp;ได้ประโยชน์จากการทำเขตการค้าเสรีเอเปค&nbsp;หรือ&nbsp;FTAAP&nbsp;ส่งผลให้การส่งออกขยายตัว&nbsp;และ&nbsp;GDPเติบโต&nbsp;รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤติ&nbsp;COVID-19&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ภาคเอกชนจะเจรจาในเวที&nbsp;APEC&nbsp;ปลายปีนี้</strong>&nbsp;มี&nbsp;5&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจทั้ง&nbsp;21&nbsp;เขต,&nbsp;การเชื่อมโยงทางดิจิทัล&nbsp;,&nbsp;การส่งเสริม&nbsp;MSMEs&nbsp;,&nbsp;การส่งเสริมความยั่งยืน&nbsp;และการส่งเสริมด้านการเงินและภาพรวมเศรษฐกิจ</p><p><strong>เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;และสมาชิกสภาที่ปรึกษาบริหารธุรกิจเอเปค&nbsp;&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ขณะนี้ภาคเอกชนอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเจรจากับภาคเอกชนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในเขตเศรษฐกิจทั้ง&nbsp;21&nbsp;เขต&nbsp;พร้อมทั้งชูประเด็น&nbsp;Bio&nbsp;Circular&nbsp;Green&nbsp;หรือโมเดล&nbsp;BCG&nbsp;ที่จะส่งผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่วนกรอบเจรจาอื่นๆ&nbsp;ของเขตเศรษฐกิจ&nbsp;ที่ยังไม่สามารถหาข้อตกลงได้&nbsp;จะเสนอแนวทางให้เขตเศรษฐกิจที่มีความพร้อมเข้าร่วมก่อน&nbsp;และเขตที่ยังไม่พร้อมหรือไม่ประสงค์จะเข้าร่วมสามารถเป็นผู้สังเกตการณ์และเข้าร่วมภายหลังได้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204645670"],
    [168,"การเคหะแห่งชาติ ผนึกกำลัง ธอส. ลงนามเอ็มโอยู สร้างความร่วมมือใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบ ","<p><strong>นายทวีพงษ์&nbsp;วิชัยดิษฐ&nbsp;ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ</strong>&nbsp;และนายฉัตรชัย&nbsp;ศิริไล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบ&nbsp;(AUDIT&nbsp;SUPPORT&nbsp;SYSTEM&nbsp;:&nbsp;A2S)&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างกันในการใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบและสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในการพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;</p><p><strong>นายทวีพงษ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเคหะแห่งชาติ</strong>&nbsp;เป็นหน่วยงานพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัย&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง&nbsp;เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;จากความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;(ธอส.)&nbsp;จะตอบโจทย์ภารกิจของการเคหะแห่งชาติมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศของการเคหะแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยสามารถนำระบบดังกล่าวที่&nbsp;ธอส.</strong>&nbsp;เป็นผู้พัฒนาไปใช้ในการปฏิบัติงานตรวจสอบ&nbsp;พร้อมร่วมกันพัฒนาระบบสนับสนุนงานตรวจสอบ&nbsp;รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;ความรู้ระหว่างบุคลากรของทั้ง&nbsp;2&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือในการใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบร่วมกัน&nbsp;โดย&nbsp;ธอส.&nbsp;อนุญาตให้การเคหะแห่งชาติ&nbsp;ใช้งานระบบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;และหากการเคหะแห่งชาติ&nbsp;จะพัฒนาระบบดังกล่าว&nbsp;จะต้องได้รับความยินยอมจาก&nbsp;ธอส.&nbsp;ก่อน</p><p><strong>สำหรับระบบ&nbsp;A2S&nbsp;ธอส.</strong>&nbsp;ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบ&nbsp;ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นแบบดิจิทัลไลเซชั่น&nbsp;(Digitalization)&nbsp;ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการตรวจสอบภายในสากล&nbsp;ซึ่งระบบ&nbsp;A2S&nbsp;ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่การวางแผนการตรวจสอบ&nbsp;การปฏิบัติงานตรวจสอบ&nbsp;การรายงานและติดตามผลการตรวจสอบ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204519669"],
    [169,"จ.มุกดาหารดันกิจกรรมและการท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจรับการเปิดด่านชายแดน","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารให้สัมภาษณ์&nbsp;NBT&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ประเด็นการรับมือและฟื้นฟูเศรษกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;พื้นที่ชายแดนจังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนผ่านด่านมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;มีมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น&nbsp;นับจากปี&nbsp;2562&nbsp;ก่อนสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;222,729&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ในช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;รวม&nbsp;254,978&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;12&nbsp;และปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;358,412&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2562&nbsp;ก่อนการระบาดขยายตัวหรือมีมูลค่า&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;38&nbsp;ส่วนปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;32,816&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการกำหนดมาตรการในการขนส่งสินค้าข้ามแดนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>สินค้าส่งออกผ่านด่านมุกดาหาร&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;เครื่องประมวลผลหรือหน่วยเก็บข้อมูล&nbsp;อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;สุกรมีชีวิตและเครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนสินค้านำเข้า&nbsp;เช่น&nbsp;อุปกรณ์โทรศัพท์&nbsp;โทรคมนาคม&nbsp;เครื่องประมวลผล&nbsp;หน่วยเก็บความจำ&nbsp;ส่วนเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดมุกดาหารมีผู้ประกอบการที่ส่งออก&nbsp;ได้แก่&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพารา&nbsp;น้ำตาล&nbsp;ไม้สัก&nbsp;ไม้ยูคา&nbsp;และโคมีชีวิต</p><p><strong>แต่อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยมีมาตรการต่างๆ&nbsp;ในการควบคุมการระบาดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน&nbsp;ขณะเดียวกันหลังจากรัฐบาลประกาศเปิดประเทศ&nbsp;จังหวัดมุกดาหารเองได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วยเช่นกัน&nbsp;โดยเริ่มจากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดมุกดาหารมีข้อมูลผู้มาเยือนที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ปี&nbsp;2562&nbsp;มีจำนวนผู้มาเยือน&nbsp;2.1&nbsp;ล้านคน</strong>&nbsp;มูลรายได้&nbsp;3,600&nbsp;ล้านบาท/ปี&nbsp;(เฉลี่ยการใช้จ่าย&nbsp;1,700บาท/คน)</p><p><strong>ปี&nbsp;2563&nbsp;(เริ่มปิดประเทศ&nbsp;เมษายน&nbsp;2563)</strong>&nbsp;ข้อมูลผู้มาเยือนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ลดลงเหลือจำนวน&nbsp;863,484&nbsp;คน&nbsp;มูลค่ารายได้&nbsp;1,390&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(เฉลี่ยการใช้จ่าย&nbsp;1,600บาท/คน)</p><p><strong>ปี&nbsp;2564&nbsp;มีจำนวนผู้มาเยือนลดลงเหลือจำนวน&nbsp;548,588&nbsp;คน</strong>&nbsp;มูลค่ารายได้&nbsp;1,390&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(เฉลี่ยการใช้จ่าย&nbsp;1,360บาท/คน)</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ยังกล่าวว่า</strong>&nbsp;จากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ประชาชนชาวมุกดาหาร&nbsp;ได้รับการช่วยเหลือจากมาตการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp;ผ่านโครงการคนละครึ่ง&nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;เราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายในปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในเฟส&nbsp;4&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีเม็ดเงินหมุนเวียนแล้วจำนวน&nbsp;183.62&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>คนไทยต้องปลอดโควิด-19&nbsp;แต่เศรษฐกิจก็ต้องเดินควบคู่กันไป&nbsp;โดยจังหวัดมุกดาหารได้จัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่กิจกรรมมหัศจรรย์&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;3&nbsp;พิภพ&nbsp;งานคริสต์มาสแห่ดาววัดสองคอน&nbsp;งานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;หนาวนี้ที่ร่มเกล้า&nbsp;งานตรุษจีนมุก&nbsp;ปี&nbsp;2&nbsp;การแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;และยังเตรียมจัดงานและกิจกรรมตามปฏิทินท่องเที่ยว&nbsp;สำหรับในระยะใกล้นี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;งานเวียดทาวน์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มหกรรมสินค้า&nbsp;6-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;วันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และถนนคนเดิน&nbsp;ถนนวัฒนธรรมหนองสูง&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งการเตรียมมาตรการรองรับการเปิดด่านชายแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขตในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนนี้ด้วย&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะทำให้สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหารได้โดยเร็ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310190825623"],
    [170,"ททท. มอบรางวัล The Best of SHA Awards 2021 สถานประกอบการมาตรฐาน SHA 160 ราย","<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.</strong>&nbsp;มอบรางวัล&nbsp;The&nbsp;Best&nbsp;of&nbsp;SHA&nbsp;Awards&nbsp;2021&nbsp;แก่สถานประกอบการมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ที่ได้รับการคัดเลือกผ่านแบบประเมินความพึงพอใจในการเข้ารับบริการจากนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ททท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้ดำเนินโครงการ&nbsp;SHA&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยของการให้บริการด้านการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>มาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;จึงเปรียบเสมือนตราสัญลักษณ์&nbsp;</strong>ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ได้ดำเนินการปรับปรุง&nbsp;พัฒนาทั้งด้านสินค้าและบริการ&nbsp;รวมทั้งด้านสุขอนามัย&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;42,191&nbsp;ราย&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;10&nbsp;ประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ประเภทกิจการที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;มากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภัตตาคาร/ร้านอาหาร&nbsp;สถานประกอบการที่พัก&nbsp;หรือโฮมเตย์&nbsp;และยานพาหนะ</p><p><strong>สำหรับในครั้งนี้&nbsp;มีจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับรางวัล&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;160&nbsp;รางวัล</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;รางวัล&nbsp;The&nbsp;Best&nbsp;of&nbsp;SHA&nbsp;Awards&nbsp;2021&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;รางวัล&nbsp;จาก&nbsp;10&nbsp;ประเภทกิจการ&nbsp;อาทิ&nbsp;พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&nbsp;(ประเภทนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว)&nbsp;รางวัลยอดเยี่ยม&nbsp;จำนวน&nbsp;81&nbsp;รางวัล,&nbsp;รางวัลดีเยี่ยม&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;รางวัล&nbsp;และรางวัลดีเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;รางวัล&nbsp;สามารถดูรายชื่อสถานประกอบการที่ได้รับรางวัล&nbsp;ได้ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.thailandsha.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.thailandsha.com</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310201748649"],
    [171,"เปิดตัวสินเชื่อ GSB for BCG Economy มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืน ขับเคลื่อนธุรกิจ BCG ตามนโยบายรัฐบาล","<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดตัวโครงการสินเชื่อ&nbsp;GSB&nbsp;for&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;สำหรับธุรกิจที่มีการบริหารจัดการตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจใหม่(BCG&nbsp;Model)โดยนิติบุคคลไม่จำกัดวงเงินกู้และบุคคลธรรมดา&nbsp;ให้วงเงินกู้ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;เริ่มต้นที่ร้อยละ&nbsp;3.99&nbsp;ปลอดชำระเงินต้นนาน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;และผ่อนได้นานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;โดยใช้สมุดเงินฝากออมสิน&nbsp;สลากออมสินพิเศษ&nbsp;พันธบัตร&nbsp;ที่ดินและอาคาร&nbsp;โฉนดที่ดิน&nbsp;หรือคอนโดมีเนียม&nbsp;เป็นหลักประกัน&nbsp;หรือให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;ร่วมค้ำประกันได้&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามที่สาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศ&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><strong>ธนาคารออมสิน&nbsp;ให้ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่มีการบริหารจัดการที่ดี</strong>&nbsp;และสร้างสมดุลของการเติบโตทางเศรษฐกิจ&nbsp;ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งกิจการที่บริหารงานตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;จะสามารถนำทรัพยากรชีวภาพมาผลิตให้คุ้มค่าที่สุด&nbsp;มีการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด&nbsp;จึงเป็นพลังสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310202156660"],
    [172,"การลงทุนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารยังขยายตัว โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องการเกษตร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(กรอ.จ.มห.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแก้วกินนารี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อรับทราบภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;การค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;การหารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และการเตรียมพร้อมรับเปิดด่านพรมแดน&nbsp;สะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-&nbsp;สะหวันเขต)&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>โดยในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดมุกดาหารมีเม็ดเงินหมุนเวียนจากการใช้จ่ายโครงการบัตรสวัสการแห่งรัฐ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;และเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;จำนวน&nbsp;183.62&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้านการค้ามีการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดที่นั่งจำนวน&nbsp;351&nbsp;คัน&nbsp;ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน&nbsp;1,775&nbsp;คัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;393&nbsp;คัน&nbsp;ด้านการค้าชายแดนมีมูลค่า&nbsp;จำนวน&nbsp;15,581.66&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;48.31%</p><p><strong>ด้านการลงทุนภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ขยายเพิ่มขึ้นจากการตั้งโรงงานผลิตกัญชงครบวงจร&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการ&nbsp;MOU&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;การขยายกำลังการผลิตของโรงงานแป้งมันสำปะหลังและ&nbsp;โรงงานน้ำตาล</p><p><strong>ส่วนการเปิดด่านชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน</strong>&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;รายได้ให้กับประชาชน&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ทั้งด่านชายแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;และด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ในเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;โดยทางเรือกำหนดให้มี&nbsp;วันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;4&nbsp;เที่ยว&nbsp;โดยแยกเป็นเรือไทย&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;เรือจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;(&nbsp;ไป-กลับ)</p><p><strong>ส่วนทางบกโดยผ่านด่านชายแดน&nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต</strong>&nbsp;ซึ่งเดิมให้ผ่านได้เฉพาะรถบรรทุกสินค้า&nbsp;ได้กำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;หรือรถโดยสารระหว่างประเทศสามารถวิ่งผ่านไปมาได้ในช่วงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น&nbsp;ถึง&nbsp;18.00&nbsp;น.ภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งไทยและ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหารจะออกเป็นประกาศจังหวัดมุกดาหารให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารอีกทางหนึ่ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดมุกดาหารได้รับเลือกจากสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ให้เป็นสนามแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในช่วงดังกล่าว&nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมเสริม&nbsp;เช่น&nbsp;วันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;จัดให้มีงานเวียดทาวน์&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณถนนสองนางสถิต&nbsp;ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร,&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;จัดให้มีถนนคนเดินและถนนวัฒนธรรม&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;และวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จัดให้มีงานแสดงสินค้า&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และคาดว่าจากการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จะมีนักกีฬา&nbsp;ผู้ติดตาม&nbsp;เข้าร่วมแข่งขันและมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารไม่ต่ำกว่า&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะทำให้ที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยว&nbsp;เกิดการจ้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพและมีเงินสะพัดในพื้นที่จังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310231034694"],
    [173,"นายกรัฐมนตรีเตรียมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา 14 มีนาคมนี้","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีกำหนดการเป็นประธานเปิด&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;วันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สนามบินเบตง&nbsp;เริ่มก่อสร้างเมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;876,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;ทางวิ่งหรือรันเวย์มีขนาดความยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับได้เฉพาะอากาศยานขนาดเล็ก&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องบินแบบใบพัด&nbsp;ATR&nbsp;70-80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน</strong>&nbsp;จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทยเท่านั้น&nbsp;ไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และนโยบายของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สัญจรไปมาได้สะดวก&nbsp;ปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สนามบินเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เริ่มหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2558&nbsp;ซึ่งพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเห็นชอบในหลักการให้กรมท่าอากาศยาน&nbsp;(ทย.)&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;ดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2559&nbsp;&nbsp;2561)&nbsp;เพื่อจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของอําเภอเบตงของ&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีมุ่งหวังให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจะส่งผลในเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ด้วย&nbsp;อีกทั้งสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างการพาณิชย์ในระดับประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และยังส่งเสริมการรองรับตลาดการท่องเที่ยว&nbsp;การพาณิชย์&nbsp;เพื่อการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311102434757"],
    [174,"สถานการณ์ รัสเซีย-ยูเครน ยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งกระทบไทย","<p><strong>นับตั้งแต่รัสเซียใช้ปฏิบัติการณ์ทางทหารบุกยูเครน ทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ในหลายด้าน</strong> โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ไทยเราก็เช่นเดียวกันที่หลีกหนีผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ไม่พ้นราคาน้ำมัน-พลังงาน พุ่ง ผู้บริโภคจ่ายแพงขึ้น</p><p><strong>รัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากซาอุดิอาระเบีย</strong> มีกำลังการผลิตประมาณ 9.8 ล้านบาร์เรล/วัน ส่งออกราว 4.8 -5 ล้านบาร์เรล/วัน หรือ7% ของปริมาณส่งออกน้ำมันทั่วโลก แต่เมื่อเกิดสถานการณ์รัสเซีย - ยูเครน ความกังวลเรื่องน้ำมันจากรัสเซียจะหายไปจากระบบ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกบางประเทศประกาศห้ามนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินจากรัสเซีย ยิ่งทำตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วน ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงต่อเนื่อง โดยก่อนเกิดวิกฤตรัสเซีย -ยูเครน ราคาน้ำมันดิบอยู่ราว 90 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อเกิดสงครามรัสเซีย - ยูเครนขึ้น ราคาน้ำมันในตลาดต่างประเทศเพิ่มสูง ข้อมูลเมื่อ 9 มี.ค.2565 ราคาน้ำมันสูงกว่า 127 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อไทย ที่นำเข้าน้ำมันราว 1 ล้านบาร์เรล/วัน ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยพุ่งขึ้นตาม ตั้งแต่เกิดสถานการณ์รัสเซีย - ยูเครน ราคาน้ำมันขายปลีกต่างปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยครั้งละ 20 สตางค์/ลิตรสำหรับดีเซล และ 60 สตางค์ถึง 1 บาท/ลิตรสำหรับเบนซิน และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ</p><p><strong>ขณะที่ก๊าซธรรมชาติ ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกับน้ำมัน รัสเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่</strong> จึงเกิดปัญหาด้านอุปทาน ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงต่อเนื่อง ไทยเราเองนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มากกว่า 10 ล้านตัน/ปี ก็ได้รับผลกระทบจากราคานำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาขายปลีกในบ้านเราเพิ่มขึ้นตาม แน่นอนว่าเมื่อราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซพากันขึ้นราคาแบบนี้ ต้นทุนการผลิตสินค้า ค่าขนส่ง ก็ต้องขยับขึ้นไปด้วย ปลายทางสุดท้ายก็ไปกระทบเงินในกระเป๋าของประชาชน ที่มีรายได้เท่าเดิมแต่มีรายจ่ายมากขึ้น และส่งผลต่อเศรษฐกิจภาพรวมที่จะเติบโตได้ไม่ตามเป้า&nbsp;</p><p><strong><u>ภาคเกษตร ก็หนักไม่แพ้กัน&nbsp;ปุ๋ย อาหารสัตว์&nbsp;แพงกระทบรายได้เกษตรกร</u></strong></p><p><strong>สินค้าจากภาคการเกษตรก็เป็นอีกจำพวกหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ</strong> เช่น ไข่ไก่ ตั้งแต่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;ปรับราคาหน้าฟาร์มคละขนาดขึ้นฟองละ 30 สตางค์ จากเดิมฟองละ 2.90 บาท เป็นฟองละ 3.20 บาท เพราะเมล็ดข้าวโพด ข้าวสาลี กากถั่วเหลือง ที่นำเข้ามาเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ เลี้ยงไก่ไข่ มีราคาสูงขึ้นและเริ่มขาดแคลน เนื่องจากทั้งรัสเซียและยูเครน เป็นแหล่งปลูกและผู้ส่งออกเจ้าใหญ่ เมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้นกับสองประเทศ วัตถุดิบเหล่านี้จึงถูกจำกัดการส่งออกและปริมาณการปลูกการผลิตก็ลดลง ราคาวัตถุดิบซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตอาหารสัตว์ราคาจึงเพิ่มสูง ทางผู้เลี้ยงไก่ไข่บ้านเรา จึงจำเป็นต้องปรับราคาไข่ขึ้น</p><p><strong>ขณะที่ปุ๋ย ราคาก็ขึ้นสูงกว่าเท่าตัว</strong> อย่างปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 เดิมราคากระสอบละ 500  600 บาท ขึ้นเป็นกระสอบละ 1,360 บาท สูตร 18-46-0 จากกระสอบละ 700 บาท ขึ้นเป็น 1,800 บาท มีสาเหตุจากทางรัสเซียและเบรารุสที่เป็นพันธมิตรของรัสเซีย ทั้งสองประเทศเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยเคมี&nbsp;และสารตั้งต้นในการผลิตปุ๋ย รายใหญ่ระดับต้น ๆ ของโลก แต่ได้สั่งห้ามส่งออกปุ๋ยไปทั่วโลก จึงส่งผลต่อไทยที่นำเข้าปุ๋ยจากทั้งสองประเทศ ต้องประสบปัญหาสินค้าขาดแคลนและราคาพุ่งสูง&nbsp;ซึ่งราคาปุ๋ยที่เพิ่มสูงก็จะทำให้ราคาสินค้าทางการเกษตรอีกหลายตัวเพิ่มขึ้นตามมา เพราะปุ๋ยเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต และยังกระทบไปถึงรายได้ของเกษตรกรที่ลดลงเพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เชื่อมโยงไปถึงกำลังซื้อของประชาชนในประเทศจะลดลงด้วย</p><p><strong><u>ท่องเที่ยวไทยรับผลกระทบเต็ม ๆ</u></strong></p><p><strong>นักท่องเที่ยวรัสเซีย เป็นตลาดหลักติดอันดับท็อป 10 ของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย</strong> ข้อมูลเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2565 เริ่มเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียรายวันลดลง จากที่เคยเดินทางเฉลี่ย 600-700 คน/วัน เหลือ 378 คน เชื่อว่าสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาเรื่องธุรกรรมทางการเงินจากการที่สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปและพันธมิตรประกาศคว่ำบาตรรัสเซียด้วยมาตรการตัดธนาคารหลายแห่งของรัสเซียออกจากระบบ SWIFT หรือเครือข่ายการเงินระดับโลกที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการโอนเงิน การชำระเงินข้ามพรมแดน ทำให้ชาวรัสเซียที่เป็นลูกค้าของธนาคารที่ถูกตัดจากระบบ SWIFT ไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ เช่น ชำระค่าสินค้าบริการผ่านบัตรเครดิต โอนเงินระหว่างประเทศได้&nbsp;รวมทั้งค่าเงินรูเบิลของรัสเซียตกต่ำและทางรัฐบาลรัสเซียยังจำกัดการนำเงินดอลลาร์ออกนอกประเทศไม่เกิน 1 หมื่นดอลลาร์/คน ทำให้ชาวรัสเซียที่จะเดินทางมาเที่ยวนอกประเทศ มีความยุ่งยากมากขึ้น</p><p><strong>ปัญหาธุรกรรมการเงินนี้ ทางจังหวัดภูเก็ต เมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ได้มีมาตรการเฉพาะหน้าช่วยนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย</strong> ด้วยการร่วมกับ ททท. ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จัดตั้ง Call Center เพื่อแก้ไขปัญหาและแนะนำแนวทางให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครน สามารถทำธุรกรรมทางการเงินจากบัตรเครดิต - เดรบิตได้ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ระบบ unionpay แทน visa และ master card&nbsp;โดยศูนย์ call center นี้ ให้บริการตั้งแต่วันที่ 9  22 มี.ค.65 เวลาทำการ 08.30  19.00 น. โทร. 093-9372086 , 094-8191124 และ Email : hktasst@gmail.com</p><p><strong><u>ภาครัฐเร่งบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน</u></strong></p><p><strong>ด้านผลกระทบราคาน้ำมัน - พลังงานและต้นทุนภาคการผลิตที่เพิ่มสูง</strong> ทางภาครัฐได้เร่งแก้ปัญหา</p><p>เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล บี0 และน้ำมันเตาสำหรับใช้ในการผลิตไฟฟ้าเหลือ 0% เป็นเวลา 6 เดือน จนถึงเดือนกันยายนนี้ เพื่อดึงให้โรงไฟฟ้าใช้น้ำมัน 2 ประเภทนี้แทนก๊าซธรรมชาติมาผลิตกระแสไฟฟ้า ช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ทำให้ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าลดลงได้ 1-1.50 บาท/หน่วย/เดือน เป็นเวลา 6 เดือน</p><p><strong>ส่วนราคาน้ำมันภาครัฐยังคงใช้มาตรการตรึงราคาดีเซลให้ต่ำกว่าลิตรละ 30 บาทต่อไป</strong> โดยเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เห็นชอบให้มีการยกเลิกการกำหนดเพดานการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท เปลี่ยนเป็นไม่กำหนดเพดานการกู้เงิน เพื่อรับมือกับวิกฤติราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย - ยูเครน โดยจะเสนอที่ประชุม ครม. ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ให้เห็นชอบออกเป็นพระราชกฤษฎีกา หรือ พรฎ.แก้ไขฉบับเดิมและให้มีผลโดยเร็วที่สุด... ว่ากันง่ายๆ หาก พรฎ.แก้ไขเพิ่มเติมนี้มีผลบังคับใช้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็สามารถกู้เงินได้มากขึ้น เพื่อนำเงินมาใช้ตรึงราคาน้ำมันให้นานขึ้น ลดความเดือดร้อนให้กับประชาขนได้มากขึ้นนั่นเอง</p><p><br></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311083116721"],
    [175,"พัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร โครงการยกระดับศักยภาพเกษตรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในการผลิตสินค้าชุมชน กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธีเปิดโครงการยกระดับศักยภาพเกษตรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชนในการผลิตสินค้าชุมชน&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน&nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนให้สามารถคิดเอง&nbsp;ทำเองในการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;และส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;โดยสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในท้องถิ่น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;แดนพิบูลย์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศฯ&nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดยโสธร&nbsp;กล่าวรายงานโครงการฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางทรัพย์สิน&nbsp;โพธิ์ขาว&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชน&nbsp;และคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมโครงการดังกล่าวฯ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องลีลาวดี&nbsp;โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค&nbsp;แกรนด์&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311110807774"],
    [176,"กรมพลศึกษา ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมสะสมแคลอรี่ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช DPE nub CAL@นครศรีธรรมราช","<p><strong>กรมพลศึกษา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยว</strong>และกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จัดกิจกรรมสะสมแคลอรี่ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;DPE&nbsp;nub&nbsp;CAL@นครศรีธรรมราช&nbsp;โดยกิจกรรม&nbsp;DPE&nbsp;nub&nbsp;cal&nbsp;นี้จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมสมัครแข่งขันออกกำลังกายออนไลน์&nbsp;สะสมแคลอรี่&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมฟรี&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเมื่อสะสมแคลอรี่</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมที่&nbsp;</strong>แอบพลิเคชัน&nbsp;Line:@dpenubcal&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(เลือกช่องลงทะเบียน&nbsp;DPE&nbsp;nub&nbsp;&nbsp;CAL@นครศรีธรรมราช)&nbsp;&nbsp;เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยการส่งผลการออกกำลังกายมาทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Line:@dpenubcal&nbsp;ภายในระยะเวลาการจัดกิจกรรมที่กำหนด&nbsp;99&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม20&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องส่งผลการร่วมกิจกรรมในรูปแบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ผ่านช่องทาง&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;&nbsp;Line:@dpenubcal&nbsp;&nbsp;โดยระบบจะคำนวณแคลอรีที่ได้จากกิจกรรมที่ร่วม&nbsp;เช่น&nbsp;ภาพจากแอปพลิเคชั่นที่กำหนดแสดงระยะทางวิ่งหรือเดินที่มีหน่วยวัดชัดเจน&nbsp;หรือการออกกำลังกายรูปแบบอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเป็นการสะสมแคลอรีต่อวัน</p><p><strong>โดยตลอดกิจกรรมผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องสะสมแคลอรี่</strong>ให้ได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;20,000&nbsp;แคลอรีหรือ&nbsp;400&nbsp;เครดิตและต้องมีวันที่ส่งผลจำนวนไม่น้อย&nbsp;50&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อตอบความต่อเนื่องสม่ำเสมอ&nbsp;และสามารถส่งผลการออกกำลังกายได้วันละ&nbsp;2&nbsp;ครั้งเท่านั้นและสามารถส่งผลย้อนหลังได้ภายใน&nbsp;1&nbsp;วัน</p><p><strong>ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องส่งหลักฐานภาพบันทึกหน้าจอ</strong>แอพพลิเคชั่น&nbsp;(Application)&nbsp;ของโทรศัพท์&nbsp;หรือ&nbsp;ภาพถ่ายหน้าจอนาฬิกาสมาร์ท&nbsp;วอร์ช&nbsp;(Smart&nbsp;Watch)&nbsp;ที่แสดงผลเป็นจ้านวนแคลอรี่ที่ใช้&nbsp;ภายหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง&nbsp;และมีสิทธิ์ลุ้นรับเสื้อที่ระลึก&nbsp;สำหรับผู้ที่มีแคลอรี่สะสมตามกำหนด&nbsp;ทางสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชจะสรุปรายชื่อผู้ได้รับของรางวัล&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถติดต่อขอรับรางวัลได้ที่&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โทร.&nbsp;075&nbsp;342&nbsp;621</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311105333769"],
    [177,"พิธีส่งมอบธงสัญลักษณ์ในการจัดงานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale Chiang Rai 2023 เตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน ต่อจากจังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ส่งมอบธงสัญลักษณ์ในการจัดงานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&nbsp;</strong>Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;&nbsp;Chiang&nbsp;Rai&nbsp;&nbsp;2023&nbsp;เตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน&nbsp;ต่อจากจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในห้วงปลายปี&nbsp;2566&nbsp;ถึงต้นปี&nbsp;2567&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น&nbsp;ณ&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน</strong>&nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรน&nbsp;มายังศูนย์การค้าเทอร์มินอล&nbsp;21&nbsp;โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p>ในพิธีมอบธงสัญลักษณ์การจัดงานการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;2023&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายบัญชา&nbsp;เชาวรินทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ศิลปิน&nbsp;ในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และจากจังหวัดเชียงราย&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;เทอร์มินอล&nbsp;ฮอลล์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์การค้าเทอร์มินอล&nbsp;21&nbsp;โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดย&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ได้กล่าวถึงความเป็นมาและการดำเนินงานโครงการการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาชาติ&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Korat&nbsp;2021&nbsp;ก่อนรับชมวีดีทัศน์ภาพการดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;และการแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม</strong>&nbsp;เชิญธงสัญลักษณ์มอบให้กับพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ภายหลังนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้รับมอบธง&nbsp;ได้โบกธง&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อเป็นการส่งมอบ&nbsp;แล้วนำธงมาปักไว้ที่แท่นวางธง&nbsp;และชมภาพบรรยากาศการส่งมอบธงสัญลักษณ์&nbsp;และบันทึกภาพร่วมกันตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเทอร์มินอล&nbsp;21&nbsp;โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เจ้าภาพการจัดงาน&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Korat&nbsp;2021&nbsp;ได้โค้งคำนับรับธง&nbsp;และโบกธง&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ก่อนส่งธงสัญลักษณ์ให้กับ&nbsp;ดร.&nbsp;ยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เมื่อรับธงแล้วได้โบกธง&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;แล้วส่งต่อธงสัญลักษณ์ให้กับ&nbsp;นายบัญชา&nbsp;เชาวรินทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;ภายหลังการรับมอบธงแล้วได้โบกธง&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อแสดงความพร้อมรับเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป&nbsp;ภายใต้ชื่องานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Chiang&nbsp;Rai&nbsp;2023&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในห้วงปลายปี&nbsp;2566&nbsp;ถึง&nbsp;ต้นปี&nbsp;2567&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;งานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&nbsp;(Thailand&nbsp;Biennale)&nbsp;</strong>รัฐบาล<strong>&nbsp;</strong>โดยกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของศิลปะ&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย&nbsp;ดำเนินโครงการเมืองศิลปะ&nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;เปิดตัว&nbsp;3&nbsp;เมืองศิลปะนำร่อง&nbsp;คือ&nbsp;กระบี่&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;เชียงราย&nbsp;ซึ่งนับเป็นโครการใหญ่ระดับชาติ&nbsp;โดยความร่วมมือ&nbsp;จากภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และองค์กรต่างๆ&nbsp;มากกว่า&nbsp;50&nbsp;องค์กร&nbsp;ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการในจัดงานทางศิลปะของไทยให้เทียบเท่ากับระดับนานาชาติ&nbsp;สร้างโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงความสามารถบนเวทีโลก&nbsp;และวางแผนการจัดงานไว้ทุก&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดงานดังกล่าวมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จัดขึ้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Krabi&nbsp;2018&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2561&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2562&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Korat&nbsp;2021&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;Thailand&nbsp;&nbsp;Biennale&nbsp;Chiang&nbsp;Rai&nbsp;2023&nbsp;จะจัดขึ้นในห้วงปลายปี&nbsp;2566&nbsp;ถึง&nbsp;ต้นปี&nbsp;2567&nbsp;โดยในเบื้องต้นคณะกรรมการจัดงาน&nbsp;ได้มีการสำรวจข้อมูลบริบทพื้นที่และวิถีชีวิต&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ประวัติศาสตร์ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;และจัดกิจกรรมเปิดแหล่งเรียนรู้และเชื่อโยงการท่องเที่ยว&nbsp;เชิงศาสนา&nbsp;ศิลปะ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สถานที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;หอศิลป์&nbsp;เชียงราย&nbsp;(Ching&nbsp;Rai&nbsp;Art&nbsp;Museum&nbsp;หอนิทรรศการถาวร&nbsp;สำนักงานศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย)&nbsp;บ้านสิงหไคล&nbsp;มูลนิธิมดชนะภัย&nbsp;พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง&nbsp;และขัวศิลปะเชียงราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#Thailand&nbsp;Biennale&nbsp;Chiang&nbsp;Rai&nbsp;2023</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311171237021"],
    [178,"ข้าวลูกปลา พืชเศรษฐกิจประจำถิ่นตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สู่แหล่งสร้างอาชีพและรายได้ของคนในชุมชน","<p><strong>จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;</strong>ตำบลป่าชิง&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้รวมกลุ่มกันพลิกฟื้นเศรษฐกิจในชุมชน&nbsp;โดยนำเอาพืชเศรษฐกิจประจำถิ่น&nbsp;ข้าวพันธ์ลูกปลา&nbsp;ซึ่งเป็นทรัพยากรที่อยู่คู่กับคนในหมู่บ้านมายาวนานกว่า&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้คนในชุมชน&nbsp;หนึ่งในนั้นคือการแปรรูปเป็นสบู่ข้าวลูกปลา&nbsp;ที่มีสรรพคุณในการดูแล&nbsp;และรักษาผิวพรรณ&nbsp;และสามารถนำมาใช้เองภายในครัวเรือนเพื่อลดค่าใช้จ่าย</p><p><strong>นางสาวเธียรรัตน์&nbsp;แก้วนะ&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายนาอินทรีย์</strong>&nbsp;(จะณะแบ่งสุข)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ฯ&nbsp;เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;ตนจึงได้มองหาแหล่งสร้างงานสร้างอาชีพที่มีอยู่ในชุมชน&nbsp;และเห็นว่าตำบลป่าชิงนั้น&nbsp;เป็นแหล่งปลูกข้าวลูกปลาที่อยู่คู่กับคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน&nbsp;อีกทั้งข้าวพันธ์ลูกปลายังมีคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ&nbsp;จึงเหมาะแก่การนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งกินและของใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;ควบคู่กับสร้างเป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหารของคนในชุมชนเช่นกัน</p><p><strong>ข้าวลูกปลา&nbsp;เป็นข้าวประจำถิ่นบ้านป่าชิง&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน</strong>เครือข่ายนาอินทรีย์&nbsp;จึงต้องการยกระดับข้าวลูกปลาไปสู่ตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและเป็นตลาดสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคชนิดใหม่&nbsp;โดยทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และวิทยาลัยชุมชนสงขลา&nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมและพัฒนาข้าวลูกปลาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า&nbsp;ทำให้ทางกลุ่มประสบความสำเร็จในการแปรรูปเป็นอย่างมากมากและในอนาคตก็จะมีการพัฒนาต่อยอดข้าวลูกปลาอย่างครบวงจร</p><p><strong>นางสาวเธียรรัตน์&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ข้าวลูกปลาของที่นี่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว</strong>&nbsp;ไม่เหมือนกับพันธ์ข้าวที่อื่น&nbsp;ถึงแม้จะมีการนำไปปลูกในต่างพื้นที่&nbsp;แต่ก็ให้รสชาติที่ไม่เหมือนกัน&nbsp;เนื่องจากข้าวลูกปลาตำบลป่าชิงจะมีความนิ่มและมีความเหนียวนุ่มเหมือนข้าวญี่ปุ่น</p><p><strong>ปัจจุบันทางกลุ่ม&nbsp;ฯ&nbsp;มีการแปรรูปจากข้าวลูกปลามาเป็นข้าวกล้องงอก</strong>&nbsp;ข้าวลูกปลาบ้านป่าชิง&nbsp;ข้าวยำนอกกรอบ&nbsp;ซูชิ&nbsp;ทองม้วนกรอบ&nbsp;ทองม้วนสด&nbsp;แป้งอเนกประสงค์&nbsp;และล่าสุดคือการแปรรูปข้าวลูกปลาเป็นสบู่ข้าวลูกปลา&nbsp;ซึ่งนับว่าการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาแปรรูป&nbsp;ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรายได้&nbsp;แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกและอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น&nbsp;ทั้งยังเป็นการตระหนักให้ผู้คนเห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม&nbsp;เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจกลายเป็นสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่าและอาจก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์สงขลา</p><p>11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311122803842"],
    [179,"ผู้ว่าฯ ชัยนาท นำหัวหน้าส่วนราชการ บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเริ่มงานมหกรรมหุ่นฟางนก และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ครั้งที่ 37 ประจำปี 2565","<p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นาวาเอกหญิงอินทิรา&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ทำพิธีบวงสรวงสักการะศาลหลักเมือง&nbsp;สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;ศาลตายาย&nbsp;นมัสการรูปหล่อหลวงปู่ศุข&nbsp;สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสวนนกชัยนาท&nbsp;อนุสาวรีย์&nbsp;นายกุศล&nbsp;ศาลติธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ผู้ที่ริเริ่มโครงการสร้างสวนนกชัยนาทแห่งนี้&nbsp;และ&nbsp;อนุสาวรีย์&nbsp;ดร.ไพรัตน์&nbsp;เตชะรินทร์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่ก่อสร้างสวนนกชัยนาท&nbsp;ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย&nbsp;เพื่อขอพรในการจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนก&nbsp;และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ให้รุร่วงไปด้วยดี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานมหกรรมหุ่นฟางนก&nbsp;และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ที่&nbsp;บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;และเขื่อนเรียงหิน&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311124449852"],
    [180,"สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล กำหนดลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติ โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ.2565 และโครงการจัดทำแผนที่ชุมชนและปรับปรุงข้อมูลเขตแจงนับ พ.ศ.2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายธเนส&nbsp;สุวัตถิกุล&nbsp;สถิติจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&nbsp;จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&nbsp;ออกสัมภาษณ์หน่วยตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;โดยจะสัมภาษณ์เกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของครัวเรือน&nbsp;เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน&nbsp;เช่น&nbsp;โครงสร้างของสมาชิกในครัวเรือน&nbsp;ลักษณะที่อยู่อาศัย&nbsp;รายได้และรายจ่ายของครัวเรือน&nbsp;การย้ายถิ่นและการส่งเงิน&nbsp;ภาวะหนี้สินและทรัพย์สินของครัวเรือน&nbsp;ตลอดจนการได้รับสวัสดิการหรือความช่วยเหลือจากภาครัฐ&nbsp;เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดสภาพความเป็นอยู่ของประชากรกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;การประมาณค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลในการทำบัญชีประชาชาติในการศึกษาเรื่องการกระจายรายได้ของครัวเรือน&nbsp;และนำข้อมูลไปใช้วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของครัวเรือน&nbsp;ตลอดจนประเมินผลการพัฒนาด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;กำหนดเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่&nbsp;7-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>โครงการจัดทำแผนที่ชุมชนและปรับปรุงข้อมูลเขตแจงนับ&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;โดยจะลงพื้นที่เขตเทศเมือง&nbsp;นับจำนวนบ้าน/อาคาร/สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในเขตแจงนับ&nbsp;เพื่อตรวจสอบและยืนยันขอบเขตชุมชนสำหรับการจัดทำแผนที่ชุมชน&nbsp;การใช้ประโยชน์ในการนำเสนอผลการสำรวจในระดับชุมชน&nbsp;รวมถึงผู้บริหารในระดับท้องถิ่นในการใช้ข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจพัฒนาท้องถิ่นในด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม&nbsp;และใช้แผนที่เขตแจงนับสำหรับใช้บริการทางด้านวิชาการสถิติ&nbsp;แก่หน่วยงานภายนอกในการกำหนดแนวเขตสำหรับการปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูล&nbsp;กำหนดลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่&nbsp;1-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้จะลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลจากครัวเรือน</strong>ที่ตกเป็นเป็นตัวของการสำรวจ&nbsp;ตามโครงการฯ&nbsp;ข้างต้น&nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;7471&nbsp;1161&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311141959891"],
    [181,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดแปลงพืชกระท่อม มั่นใจจะเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ช่วยรักษาวิถีชีวิตท้องถิ่น และนำไปสู่การต่อยอดด้านการวิจัยพัฒนาทางการแพทย์ได้ด้วย","<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดแปลงพืชกระท่อม&nbsp;เพื่อเป็นปฐมฤกษ์&nbsp;ของสมาคมพัฒนาชนบท&nbsp;ณ&nbsp;แปลงปลูกพืชกระท่อม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลห้วยนาง&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;โดยมีนายอำเภอห้วยยอดให้การต้อนรับ&nbsp;และมีเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมพิธีฯ&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยทางสมาคมพัฒนาชนบทได้สนับสนุนสมาชิกของสมาคมพัฒนาชนบท&nbsp;ในการขับเคลื่อนโครงการปลูกพืชเศรษฐกิจกระท่อม&nbsp;โดยได้ดูแลตั้งแต่เงินทุนสนับสนุนกู้ยืมปลอดดอกเบี้ย&nbsp;การจัดหาพันธ์&nbsp;การแนะนำจากนักวิชาการเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูก&nbsp;และการจัดหาตลาดรองรับในระยะ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;มีการประกันราคาให้ด้วย</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การปลดล็อคพืชกระท่อม&nbsp;นอกจากจะเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยเป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;รักษาวิถีชีวิตท้องถิ่น&nbsp;และนำไปสู่การต่อยอดด้านการวิจัยพัฒนาทางการแพทย์&nbsp;ตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;ของนโยบายเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังช่วยแก้ปัญหาด้านการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากเคยถูกจับกุมดำเนินคดีจากกฎหมายฉบับเดิมเป็นจำนวนมาก&nbsp;อีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณทั้งของรัฐและประชาชนในขั้นตอนการดำเนินคดีอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311142449893"],
    [182,"ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจังหวัดชัยภูมิ เตรียมจัดกิจกรรมกิจกรรม DPE NUB CAL ชัยภูมิ 2022","<p><strong>นางณัฏฐ์ชุดา&nbsp;นันทนิ&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ขอเชิญชวน&nbsp;เยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;พี่น้อง&nbsp;ชาวจังหวัดชัยภูมิมาร่วมกัน&nbsp;ออกกำลังกายและเล่นกีฬา&nbsp;พิชิต&nbsp;20,000&nbsp;แคลอรี่&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;99&nbsp;วัน&nbsp;ไปด้วยกัน&nbsp;เพื่อลุ้นรับของรางวัล</p><p><strong>เริ่มแข่งขันสะสมแคลอรี่ได้</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;99&nbsp;วัน</p><p><strong>เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว</strong>&nbsp;สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายลงทะเบียนสมัครได้ที่&nbsp;Line&nbsp;@DPEnubcal&nbsp;ลิงก์ลงทะเบียน&nbsp;http://dpenubcal.dpe.go.th/activity?id=5</p><p><strong>ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม</strong>&nbsp;ได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โทร.044-811-218</p><p><strong>สรุปรายชื่อผู้ได้รับของรางวัล&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่เพจ&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311135531877"],
    [183,"เกาะสมุยเตรียมพร้อม จัดงานประเพณีวันสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรม ภายใต้คอนเซป สมุย สงกรานต์ เมล์แดง สายวัฒนธรรม กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ","<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นายชยพล&nbsp;อินทรสุภา&nbsp;นายอำเภอเกาะสมุย&nbsp;พร้อมด้วยนายศุภฤกษ์&nbsp;ทองสุข&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ได้มีการหารือและการร่วมมือของทุกภาคส่วนเตรียมการจัดงานประเพณีวันสงกรานต์เกาะสมุย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในปีนี้จะมีการจัดงานสงกรานต์ภายใต้ชื่องาน&nbsp;\"สมุย&nbsp;สงกรานต์&nbsp;เมล์แดง&nbsp;สายวัฒนธรรม\"&nbsp;เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเกาะสมุย&nbsp;การส่งเสริมกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;covid-19&nbsp;รวมไปถึงเป็นการอนุรักษ์&nbsp;วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม&nbsp;ของไทยให้ดำรงไว้&nbsp;&nbsp;โดยกำหนดจัดในวันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2555&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอนและจุดต่างๆที่กำหนดไว้ในพื้นที่อีก&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ในพื้นที่ของ&nbsp;เกาะสมุย</p><p><strong>สำหรับเทศกาลสงกรานต์ในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;การท่องดเที่ยวบนเกาะสมุยถือได้ว่าเป็นอีกหนุ่งสถานที่ยอดฮิต&nbsp;ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติและมีเงินสะพัดกว่า&nbsp;800&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่ปีนี้อาจจะมีเงินสะพัดเกือบ&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยประกอบกับงานที่จัดเพียงแค่วันเดียว&nbsp;แต่อย่างน้อยก็สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311140501886"],
    [184,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผยรัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตด้านพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์ รัสเซีย-ยูเครน","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;กล่าวถึงมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาพลังงาน&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลภายใต้การนำของ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตด้านพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น&nbsp;จนกระทบต่อสินค้าทำให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;โดยสถานการณ์ราคาพลังงานยังสูงขึ้นเป็นรายวัน&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานให้เหมาะสม&nbsp;ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย&nbsp;รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคและบริโภค&nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรงด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังได้รณรงค์การประหยัดพลังงาน&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงาน&nbsp;โดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และลดการใช้น้ำมันร้อยละ&nbsp;10&nbsp;และหาวิธีประหยัดพลังงานแบบง่าย&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมการทำงานที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;WFH&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ครม.&nbsp;ยังอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&nbsp;2565-&nbsp;2567&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&nbsp;Term&nbsp;Loan&nbsp;อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง</strong>&nbsp;เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&nbsp;ค่า&nbsp;Ft&nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&nbsp;NGV&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ทำให้&nbsp;กฟผ.&nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กฟผ.&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ&nbsp;และเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน</p><p><strong>พร้อมกันนี้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซล</strong>ที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนักหรือน้ำมันดีเซล&nbsp;บี0&nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตรา&nbsp;0&nbsp;มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311154108948"],
    [185,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ว่า&nbsp;ครม.&nbsp;เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำออกไปอีก&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.66&nbsp;หลังจากสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถเพื่อยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;ความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;Industry)&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลดการใช้พลังงาน&nbsp;ตลอดจนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป</p><p><strong>สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ</strong>&nbsp;ที่ผ่านมามาจากเงินทุนร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก&nbsp;(GEF)&nbsp;โดย&nbsp;GEF&nbsp;สนับสนุนเงินจำนวน&nbsp;1.88&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ฝ่ายไทยร่วมสมทบงบดำเนินการจากกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินการสำหรับเงินกู้สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;หรือที่สนใจกู้เพี่อใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์จำนวน&nbsp;7.36&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p><p><strong>ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าวใช้เงินที่ได้รับสนับสนุนจาก&nbsp;GEF&nbsp;ไปจำนวน&nbsp;0.78&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong>&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1.1&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;โดยยังไม่ได้เบิกจ่ายงบในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และวงเงินสินเชื่อสำหรับ&nbsp;SMEs&nbsp;อีก&nbsp;7.36&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงขยายระยะเวลาโครงการฯ&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;สิ้นสุดโครงการวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.66&nbsp;เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการฯ&nbsp;ได้สำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311153549941"],
    [186,"รมต.อนุชา ชูเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารีเป็นต้นแบบพึ่งพาตนเอง สร้างรายให้พื้นที่ พร้อมผลักดันให้เป็นองค์การมหาชน","<p><strong>วันนี้ (11 มีนาคม 2565) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานของสำนักพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)</strong> โดยมี นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี </strong>ว่า เป็นองค์กรที่สามารถช่วยเหลือตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยงบประมาณจากภาครัฐ สามารถผ่านวิกฤตต่าง ๆ มาได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหาร หวังให้เป็นการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น น่าค้นหาระดับโลก เป็น Theme Park ที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ และมุ่งหวังให้เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวที่สร้างความสุขแก่ประชาชน เป็นการจุดประกายแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตอีกหลายพื้นที่ให้สามารถพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong> ด้วยศักยภาพของเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารี ซึ่งเป็นสวนสัตว์ที่มีความแตกต่างจากสวนสัตว์อื่น และมีความชัดเจนในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ชุมชน รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ พร้อมผลักดันก้าวสู่การเป็นองค์การมหาชน เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เจริญรุ่งเรือง สร้างรายได้ให้กับประเทศ ขอให้ผู้บริหารเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารีเตรียมพัฒนาแผนการการท่องเที่ยวให้มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างหลากหลาย รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และขอให้นำแผนไปปฎิบัติขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งขอให้นำเอาเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยว สร้างความน่าสนใจ สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสกิจกรรมใหม่ที่ทางเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารีเตรียมต้อนรับตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>โดยมีไฮไล้ท์เป็นการแสดง Tiger Story รับปีขาล (ปีเสือ) 2565 นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่น่าสนใจจัดเตรียมมาต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อาทิ กิจกรรมการแสดงน้ำพุดนตรีขนาดใหญ่ กิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวโลกเสมือน VR (Virtual Reality) กิจกรรม Cowboy Show การแสดงเชิงความรู้วิถีชีวิตคาวบอย กิจกรรม Rapter Flying แหล่งเรียนรู้และศึกษานกนักล่าสายพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึง การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และการแห่ขบวนสัตว์อีกมากมาย</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311163441998"],
    [187,"เปิดตลาดนัดปันสุข (ศุกร์) กระตุ้นเศรษฐกิจ @ ศาลากลางจังหวัดพัทลุง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดนัดปันสุข&nbsp;(ศุกร์)&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;@&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง&nbsp;โดยมีนายเสรี&nbsp;จิตรเวช&nbsp;พัฒนาการจังหวัดพัทลุง&nbsp;ในนามตัวแทนของส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานภาคี&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมเปิดตลาดนัดปันสุข&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมกิจกรรม</p><p><strong>ตามที่รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;</strong>และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน&nbsp;และช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย&nbsp;ผ่านตลาดชุมชน&nbsp;โดยใช้กลไกตลาดชุมชนเป็นช่องทางให้กับเกษตรกร&nbsp;และกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;สัมมาชีพชุมชน&nbsp;หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;(Local&nbsp;Economy)</p><p><strong>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง&nbsp;และหน่วยงานภาคี&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรมตลาดนัดปันสุข&nbsp;(ศุกร์)&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรกร&nbsp;สินค้าผู้ผลิตผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;O&nbsp;TOP&nbsp;สัมมาชีพชุมชน&nbsp;กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;เพื่อลดค่าครองชีพ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าราคาถูก&nbsp;และแก้ไขปัญหาสินค้าทางการเกษตร&nbsp;โดยจัดจำหน่ายสินค้า&nbsp;บริเวณลานหน้าโรงอาหารด้านข้างศาลากลางจังหวัดพัทลุง&nbsp;(&nbsp;หลังใหม่&nbsp;)&nbsp;กำหนดดำเนินการ&nbsp;ในวันศุกร์ของทุกสับดาห์&nbsp;เริ่มดำเนินการ&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>การเปิดตลาดครั้งนี้&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>สินค้าของชุมชนผู้ประกอบการสัมมาชีพชุมชน&nbsp;หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;สินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าของชุมชน&nbsp;โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้สินค้าในราคาที่เป็นธรรม&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เป็นการกระจายรายได้&nbsp;ก่อให้เกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน&nbsp;</strong>เที่ยวชมและจับจ่ายใช้สอย&nbsp;ตลาดนัดปันสุข&nbsp;(ศุกร์)&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;@&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนชุมชน&nbsp;และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนา&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311174241033"],
    [188,"รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ รมว.ดีอีเอสร่วมแสดงวิสัยทัศน์ \"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี\" และ \"โอภาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล\" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และ Wellness ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Phuket Metaverse City)","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;</strong>ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&nbsp;\"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี\"&nbsp;และ\"โอภาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล\"&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;(Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City)</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรมโบ๊ท&nbsp;ลากูน&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และนายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&nbsp;\"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี\"&nbsp;และ&nbsp;\"โอภาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล\"&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;(Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City)&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและแนะนำศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่มีมากกว่าธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ทองแตง&nbsp;ประธานกรรมการบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;เวิลดิ์เทค&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมป่าฐกฤาพิเศษ&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;แบบไทยสู่สายตาประชาชนโลก\"&nbsp;นายจิรายุส&nbsp;ทรัพย์ศรีโสภา&nbsp;ผู้ก่อตั้ง&nbsp;และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;แคปปตอล&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;โฮลดิ้งส์&nbsp;จำกัด&nbsp;เสวนาในหัวข้อ&nbsp;\"การส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดจกัล\"&nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;</p><p><strong>Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City&nbsp;</strong>เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายฝ่าย&nbsp;ในการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ&nbsp;ซึ่งการที่เลือกจังหวัดเป็นจังหวัดนำร่อง&nbsp;เนื่องจากเกาะภูเก็ตเป็นไข่มุกอันดามัน&nbsp;ที่มีฐานการพัฒนาและมีการส่งเสริมด้านต่างๆ&nbsp;ที่มีศักยภาพและความสามารถในด้าน&nbsp;Digital&nbsp;Innovation&nbsp;มาร่วมในการขับเคลื่อนเพื่อทำให้จังหวัดภูเก็ตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;และสนองนโยบาลรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแห่งใหม่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311181314039"],
    [189,"เตรียมแผนสำรองพลังงาน รองรับความผันผวนจากสถานการณ์โลก","<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พัฒน์มีเชาว์&nbsp;</strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวงพลังงาน&nbsp;นำคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงานชี้แจงถึงสถานการณ์พลังงาน&nbsp;หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความวิกฤติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงสุดในรอบ&nbsp;14-15&nbsp;ปี&nbsp;สูงกว่า&nbsp;130&nbsp;เหรีญสหรัฐฯต่อบาร์เรล&nbsp;รวมถึงราคาแก๊สธรรมชาติที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มผันอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ที่ผ่านมารัฐบาลตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร</strong>&nbsp;รวมเป็นเงินอุดหนุน&nbsp;14&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้วกว่า&nbsp;23,986&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมทั้งมีแผนจัดหาน้ำมันดิบเพิ่ม&nbsp;จากปัจจุบันมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไว้แล้ว&nbsp;2&nbsp;เดือนเพื่อไม่ให้ขาดแคลนพลังงานในประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311193132072"],
    [190,"จ.ภูเก็ต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ \"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี\" และ \"โอกาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล\" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ Wellness ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Phuket Metaverse City)","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&nbsp;\"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี\"&nbsp;และ\"โอกาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล\"&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;(Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City)&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรมโบ๊ท&nbsp;ลากูน&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และนายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&nbsp;\"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี\"&nbsp;และ&nbsp;\"โอกาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล\"&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;(Phuket&nbsp;&nbsp;Metaverse&nbsp;City)&nbsp;โดยมีนายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>โดยนายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและแนะนำศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่มีมากกว่าธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ทองแตง&nbsp;ประธานกรรมการบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;เวิลดิ์เทค&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมป่าฐกฤาพิเศษ&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;แบบไทยสู่สายตาประชาชนโลก\"&nbsp;และนายจิรายุส&nbsp;ทรัพย์ศรีโสภา&nbsp;ผู้ก่อตั้ง&nbsp;และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;แคปปิตอล&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;โฮลดิ้งส์&nbsp;จำกัด&nbsp;เสวนาในหัวข้อ&nbsp;\"การส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีเจกัล\"&nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวและ&nbsp;&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City&nbsp;เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายฝ่าย&nbsp;ในการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ&nbsp;ซึ่งการที่เลือกจังหวัดเป็นจังหวัดนำร่อง&nbsp;เนื่องจากเกาะภูเก็ตเป็นไข่มุกอันดามัน&nbsp;ที่มีฐานการพัฒนาและมีการส่งเสริมด้านต่างๆ&nbsp;ที่มีศักยภาพและความสามารถในด้าน&nbsp;Digital&nbsp;Innovation&nbsp;มาร่วมในการขับเคลื่อนเพื่อทำให้จังหวัดภูเก็ตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมการท่องเที่ยว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311182741044"],
    [191,"รมว.พม. ชี้เตรียมรับผลกระทบวิกฤติยูเครน-รัสเซีย ค่าครองชีพอาจสูงขึ้น แต่รัฐบาลจะดูแลเต็มที่","<p>นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึง สถานการณ์การสู้รบระหว่างยูเครนและรัสเซียที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ว่า เรากังวลถึงค่าครองชีพ ที่จะมีผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทั้งเรื่องราคาไฟฟ้า ราคาน้ำมัน การขนส่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารเพื่อบริโภค ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการจ้างงานด้วย ซึ่งจะต้องปรับแก้ไปตามสถานการณ์ ทางนายกรัฐมนตรีมีทีมงานเกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลา และพร้อมจะรับมือสถานการณ์ โดยยืนยันจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแน่นอน</p><p>แม้สัปดาห์ที่ผ่านมานายกฯหารือเรื่องนี้กับทุกกระทรวง ในวันนั้นผลกระทบยังไม่เลวร้ายเท่าวันนี้ เพราะตอนนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต การจ้างงาน อาหาร พลังงาน และความมั่นคงในการเมืองระหว่างประเทศ ปั่นป่วนไปหมด จะดำเนินการอย่างไรต้องเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด แต่ต้องทำใจว่า มีบางเรื่องที่ควบคุมได้ บางเรื่องก็ควบคุมไม่ได้ เช่น ราคาน้ำมัน ไม่สามารถบังคับราคาได้ รวมถึงราคาปุ๋ย ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ จึงต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ ทำงานกับภาคเอกชน และชี้แจงกับประชาชนให้ทราบว่า วันนี้มันไม่ใช่เวลาปกติ มันเป็นเวลาสงคราม แม้เกิดห่างจากเราไป ใช้เวลาบิน 17 ชั่วโมง แต่มีผลกระทบกับเราในทันที</p><p>นายจุติ กล่าวต่อว่า แม้กระทั่งราคาน้ำมันทุกวันนี้รัฐบาลใช้เงินไปเยอะมากเพื่อไม่ให้ค่าขนส่งขึ้นราคา เปลี่ยนวิธีผลิตไฟฟ้าจากที่ใช้ก๊าซ ที่ราคาขึ้นไปแล้ว เป็นน้ำมันดีเซล เพื่อไม่ให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น ยอมเสียรายได้จากภาษีตรงนี้เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าที่มีราคาคงที่ไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน</p><p>นอกจากนี้สถานการณืในขณะนี้เป็นยิ่งกว่าวิกฤตซ้อนวิกฤตเพราะโควิดที่มี ก็ทำร้ายสุขภาพ ลดการจ้างงานลง เมื่อคนทำงานน้อยลง บริษัทก็กำไรน้อย การเก็บภาษีก็ทำได้ยาก ปีนี้รัฐบาลรัดเข็มขัดมาก</p><p>ในประเด็นที่ว่ารัฐบาลถังแตกหรือไม่ นายจุติตอบว่า ประเทศไทยยังมีช่องทางบริหารงบประมาณได้อีกมาก และหากไม่จำเป็นรัฐบาลจะไม่กู้เงิน แต่ถ้ากู้แล้วประชาชนอยู่รอด ประเทศอยู่รอดก็ต้องทำ ในภาวะเช่นนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รักษากำลังใจกันและกันไว้ และประหยัด เพราะวันนี้ทุกอย่างมันจะแพงหมด อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311182614042"],
    [192,"ไทยพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการประชุมเอเปค 2022 ชูจุดเด่นของไทยก้าวไกลสู่สากล","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นางสุดฤทัย&nbsp;&nbsp;เลิศเกษม&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติด้านต่างประเทศ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;203&nbsp;อาคารกรมประชาสัมพันธ์และผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;โดยมีนายวิบูลย์&nbsp;คูสกุล&nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;โดยที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย&nbsp;ภายใต้แนวคิดสำคัญ&nbsp;4&nbsp;เรื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;APEC&nbsp;2022&nbsp;&amp;&nbsp;Hub&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;ศูนย์กลางของนานาชาติ,&nbsp;Tech&nbsp;&amp;&nbsp;Innovation&nbsp;นวัตกรรมไทย&nbsp;ไฮเทคโนโลยี,&nbsp;Healthcare&nbsp;สาธารณสุขไทยในระดับโลก&nbsp;และ&nbsp;Thai&nbsp;CultureUniversal&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;วัฒนธรรมไทยก้าวไกลสู่สากล&nbsp;รวมถึงได้รายงานความคืบหน้าการประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;เป็นต้น</span></p><p>&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายวิบูลย์&nbsp;คูสกุล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมครั้งนี้&nbsp;เป็นการวางแผนใช้เวทีเอเปคเพื่อโปรโมทจุดเด่นของประเทศไทยให้ผู้นำ&nbsp;21&nbsp;เขตเศรษฐกิจ&nbsp;ได้ทราบ&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นหลังยุคโควิด&nbsp;โดยสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน&nbsp;Softpower&nbsp;ต่างๆของไทย</span></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ด้านนายนริศโรจน์&nbsp;เฟื่องระบิล&nbsp;อนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติด้านต่างประเทศ&nbsp;ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพที่ดีว่า&nbsp;ในฐานะที่เราเป็นเจ้าภาพ&nbsp;ต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมประชุมเอเปค&nbsp;2022&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น&nbsp;</span></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311194221081"],
    [193,"ททท.ปลุกกระแสท่องเที่ยวสายมู เปิดตัวกิจกรรม เทศกาลงาน WAT ไฟลท์บังคับ ไม่มีกิจห้ามพลาด","<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการ&nbsp;ททท.&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ททท.มุ่งพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่อย่างยั่งยืน&nbsp;ตอกย้ำเมนูท่องเที่ยวสร้างประสบการณ์เหนือมูลค่า&nbsp;มอบประสบการณ์มุมมองใหม่ๆ&nbsp;ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม&nbsp;ในการนี้&nbsp;ททท.&nbsp;ดำเนินโครงการ&nbsp;WAT&nbsp;:&nbsp;Worship&nbsp;Activities&nbsp;Tradition&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือที่ดีจากสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ภาครัฐและเอกชน&nbsp;สร้างสรรค์จัดทำเส้นทางแห่งศรัทธา&nbsp;ความเชื่อ&nbsp;เชื่อมโยงชุมชนศักยภาพและแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;นำไปสู่การสร้างงานสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะเป็นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชนและท้องถิ่นและต่อยอดผลักดันเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;160&nbsp;ล้านคน&nbsp;สร้างรายได้ท่องเที่ยว&nbsp;656,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายอภิชัย&nbsp;ฉัตรเฉลิมกิจ&nbsp;รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ททท.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรม&nbsp;เทศกาลงานWAT&nbsp;ไฟลท์บังคับ&nbsp;ไม่มีกิจห้ามพลาด&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;WAT&nbsp;:&nbsp;Worship&nbsp;Activities&nbsp;Tradition&nbsp;ชูแนวคิด&nbsp;ศรัทธานำทางเส้นทางนำเที่ยว&nbsp;เพื่อนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวและสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวแห่งศรัทธาเชื่อมโยงชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>ภายในงาน&nbsp;ททท.เนรมิต&nbsp;3&nbsp;พื้นที่กิจกรรม</strong>&nbsp;มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสายมู&nbsp;ชูไฮไลท์&nbsp;5&nbsp;&nbsp;หมู่บ้านแห่งศรัทธา&nbsp;แสดงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังเสริมสิริมงคลที่นักท่องเที่ยวสายมูเตลู&nbsp;ต้องห้ามพลาด&nbsp;พร้อมเสนอเอกลักษณ์จุดเช็กอิน&nbsp;สัมผัสวิถีชุมชน&nbsp;5&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;</p><p><strong>ททท.&nbsp;ยังได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่&nbsp;</strong>ที่เป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาทางศาสนา&nbsp;ความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับเส้นทาง&nbsp;WAT&nbsp;Season&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;เส้นทาง&nbsp;5&nbsp;ภูมิภาคทั่วไทย&nbsp;</p><p>เปิดประสบการณ์เที่ยวไทยอิ่มบุญอิ่มใจสไตล์&nbsp;WAT&nbsp;สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;เสริมสิริมงคล&nbsp;พร้อมท่องเที่ยววิถีชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311201154089"],
    [194,"ไข่ไก่จังหวัดสุรินทร์ปรับราคาสูงขึ้น","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ออกตรวจติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดไข่ไก่&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&nbsp;พบว่าขณะนี้ราคาไข่ไก่มีการปรับสูงขึ้น&nbsp;แผงละ&nbsp;3-5&nbsp;บาท&nbsp;เนื่องจากการปลดระวางแม่ไก่&nbsp;ทำให้กำลังการผลิตไข่ไก่ลดลง&nbsp;ปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดจึงปรับลดลงตามไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>ราคาไข่ไก่&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;0&nbsp;ราคา&nbsp;4.0&nbsp;-&nbsp;4.10&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;ราคา&nbsp;3.60&nbsp;-&nbsp;3.80&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคา&nbsp;3.50&nbsp;-&nbsp;3.60&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;3.40&nbsp;-&nbsp;3.50&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>&nbsp;-&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;ราคา&nbsp;3.20&nbsp;&nbsp;3.30&nbsp;บาท/ฟอง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311201035088"],
    [195,"ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานสืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วานนี้&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;</strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานสืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม</strong>&nbsp;และคณะได้เดินชมการจำลองวิถีชีวิตวัฒนธรรมชนสี่เผ่า&nbsp;ส่วย&nbsp;ลาว&nbsp;เขมร&nbsp;เยอ&nbsp;ที่มากมายและหลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;บ้านเรือนจำลอง&nbsp;ภาษา&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องแต่งกาย&nbsp;ศิลปะการแสดง&nbsp;ช่างฝีมือ&nbsp;พร้อมร่วมรับชมการแสดง&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;เรื่อง&nbsp;อารยธรรมแห่งศรัทธา&nbsp;มนตรา&nbsp;ศรีพฤทเธศวร&nbsp;ตอน&nbsp;สืบราช&nbsp;มรรคา&nbsp;ศรีชยราชา&nbsp;ชัยวรมันที่&nbsp;7&nbsp;ซึ่งเป็นการแสดงละครเล่าเรื่องตำนานการสร้างเมืองในอดีตที่ภาคภูมิใจของชาวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สืบสานตำนานที่ยิ่งใหญ่อลังการ&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นต้นลำดวน&nbsp;และกลิ่นหอมของดอกลำดวนที่กำลังออกดอก&nbsp;มากกว่า&nbsp;50,000&nbsp;ต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312100443123"],
    [196,"ททท. พังงา จัดนิทรรศการภาพถ่าย กระตุ้นการท่องเที่ยว","<p><strong>นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงาจัดนิทรรศการภาพถ่าย&nbsp;พร้อมกิจกรรมดนตรีและกิจกรรมแสงสี&nbsp;หรือ&nbsp;Light&nbsp;up&nbsp;หัวข้อ&nbsp;THE&nbsp;MEMORABLE&nbsp;ICONIC&nbsp;OF&nbsp;PHANGNGA&nbsp;บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า&nbsp;โดยนำผลงานของช่างภาพที่ได้ลงพื้นที่มาถ่ายสภาพสถานที่ท่องเที่ยวอาคารบ้านเรือนของจังหวัดพังงาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;จัดแสดงโดยเป็นไปตามแนวคิดพลิกโฉมการท่องเที่ยวใหม่&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand,&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;ซึ่งเมื่อภาพถ่ายของช่างภาพที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ถูกเผยแพร่ออกไปจะทำให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่ได้ชมภาพต้องการเดินทางเข้ามาสัมผัสกับสถานที่จริง&nbsp;ซึ่งเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีและในอนาคตจะได้ร่วมกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;จัดกิจกรรมถ่ายภาพใต้ทะเลเพื่อนำเสนอความสวยงามของโลกใต้ทะเลพังงาให้เป็นที่แพร่หลายต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภาพถ่ายที่นำมาจัดแสดงภายในงานวันนี้&nbsp;</strong>มีภาพถ่ายผ่านเข้ารอบ&nbsp;15&nbsp;ภาพ&nbsp;เป็นภาพของสถานที่ท่องเที่ยวทั่วทั้งจังหวัดพังงา&nbsp;ตลอดจนภาพอาคารบ้านเรือนและวิถีชีวิตของชาวพังงามีคณะกรรมการตัดสินภาพถ่ายกิติมศักดิ์จากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถเข้าชมภาพได้จากเพจเฟซบุ๊ก&nbsp;TAT&nbsp;:&nbsp;Phang-nga&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานพังงา</p><p><br></p><h2><br></h2><p>&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สวท.พังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312100751124"],
    [197,"ยืนยันคืนเงินค่าปรับ M Flow ครบทุกรายภายในสัปดาห์หน้า ","<p><strong>นายสราวุธ</strong>&nbsp;<strong>ทรงศิวิไล</strong>&nbsp;&nbsp;<strong>อธิบดีกรมทางหลวง&nbsp;</strong>กล่าวถึงความคืบหน้าการคืนเงินค่าปรับแก่ผู้ที่ใช้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;ว่า&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;ได้เร่งดำเนินการคืนเงินค่าปรับให้กับผู้ใช้ทางทั้งหมด&nbsp;23,563&nbsp;&nbsp;รายให้ได้เร็วที่สุด&nbsp;โดยปัจจุบันได้คืนเงินไปแล้ว&nbsp;23,500&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่ารวมกว่า&nbsp;10.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และอยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;63&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่า&nbsp;31,499.60&nbsp;บาท&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.26&nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถคืนเงินได้ครบทุกรายภายในสัปดาห์หน้า&nbsp;ซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่กำหนดไว้ว่าจะจ่ายครบภายใน&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางและถูกปรับ</strong>&nbsp;แต่ยังไม่ได้รับเงินคืน&nbsp;สามารถแจ้งข้อมูลขอคืนค่าปรับได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.mflowthai.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.mflowthai.com</a>&nbsp;เลือกกระบวนการโต้แย้งค่าธรรมเนียมผ่านทาง&nbsp;หรือดำเนินการผ่าน&nbsp;Application&nbsp;mflowthai&nbsp;เลือกได้รับหนังสือแจ้งเตือน&nbsp;จากนั้นจึงเลือกกระบวนการโต้แย้งค่าธรรมเนียมผ่านทาง&nbsp;แล้วจึงกรอกข้อมูลของตนเอง&nbsp;รวมถึงช่องทางในการคืนเงินค่าปรับ&nbsp;&nbsp;เพื่อนำส่งเงินค่าปรับคืนให้อย่างถูกต้องรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>หากผู้ใช้ทางไม่สามารถระบุเวลาเดินทางได้อย่างชัดเจน&nbsp;</strong>ให้ระบุเวลาประมาณการได้&nbsp;ระบบจะตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการต่อให้ทันที</p><p><strong>กรมทางหลวง&nbsp;ยังอนุโลมสำหรับผู้ที่ไม่ได้สมัครสมาชิก</strong>&nbsp;แต่เข้าใช้บริการช่อง&nbsp;M-Flow&nbsp;ที่ชำระค่าผ่านทางช้า&nbsp;จะชะลอการเรียกเก็บเงินค่าปรับไปก่อน&nbsp;ให้ผู้ใช้ทางรีบมาจ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียมผ่านทางก่อนถูกปรับจริง&nbsp;โดยจะอนุโลมให้จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ผู้ใช้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;ต้องชำระค่าผ่านทางภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;หากเกิน&nbsp;7&nbsp;วันจะต้องจ่ายค่าปรับ&nbsp;10&nbsp;เท่า&nbsp;กรมทางหลวงจึงอยากขอความร่วมมือให้ผู้ใช้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;ชำระค่าผ่านทางในเวลาที่กำหนด&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและเชิญชวนให้หันมาสมัครใช้บริการ&nbsp;M-Flow&nbsp;และเลือกชำระแบบอัตโนมัติ&nbsp;เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการเดินทางบนทางพิเศษระหว่างเมือง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312112903151"],
    [198,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ร่วมกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ตรัง และบริษัทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป จัดงานแตงโมเกาะสุกร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรสู้ภัย covid -19","<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นบริเวณลานโปรโมชั่นชั้น&nbsp;1&nbsp;โรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;โดยร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัลและโรบินสันสาขาตรัง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนสถานที่ในการจำหน่ายแตงโมจาก&nbsp;ตำบลเกาะสุกร&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งจำหน่ายในระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;โดยโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตตรัง&nbsp;ผู้ดูแลโครงการอาหารทะเลแปรรูป</p><p><strong>สำหรับเกาะสุกรหรือเกาะหมู&nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกแตงโม&nbsp;126&nbsp;ราย</strong>พื้นที่ปลูก&nbsp;325&nbsp;ไร่โดยคาดการณ์ผลผลิตทั้งปี&nbsp;485&nbsp;ตัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;แตงโมเกาะสุกรมีลักษณะเด่นพิเศษ&nbsp;ที่รับรู้กัน&nbsp;คือเนื้อมีสีแดงรสหวานกรอบ&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;เพราะด้วยสภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายและภูมิอากาศบนเกาะ&nbsp;ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดแต่เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของ&nbsp;&nbsp;covid&nbsp;-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;ชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;ทำให้การบริโภคชะลอตัว&nbsp;พ่อค้ารับซื้อน้อย&nbsp;ประกอบกับผลผลิตแตงโมจากหลายๆ&nbsp;จังหวัดออกสู่ตลาดพร้อมกัน&nbsp;ทำให้แตงโมล้นตลาด&nbsp;ซึ่งมีหลายภาคส่วนได้เข้ามาช่วยเหลือ&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังได้เปิดจุดให้เกษตรกรจำหน่ายแตงโม&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาและจำหน่ายจนกว่าผลผลิตจะหมด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ประสานผู้ซื้อทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดตรัง</strong>และต่างจังหวัดในการช่วยรับซื้อแตงโม&nbsp;โดยยอดจำหน่ายรวมกว่า&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;โดยพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เน้นย้ำให้พี่น้องเกษตรกรรักษาคุณภาพและชื่อเสียงของแตงโมเกาะสุกรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคต่อไป</p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312113522159"],
    [199,"ผู้ว่าฯสมุทรสงครามเปิดงาน Amphawa Food Expriencc ส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ","<p><strong>ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม&nbsp;เปิดงานAmphawa&nbsp;Food&nbsp;Experience&nbsp;</strong>ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เศรษฐกิจสร้างรายได้ในพื้นที่&nbsp;</p><p>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดงานAmphawa&nbsp;Food&nbsp;Experience&nbsp;ที่บริเวณโครงการอัมพวาชัยพัฒนารักษ์&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;โดยนายอรรถพล&nbsp;&nbsp;วรรณกิจ&nbsp;ผู้อำนวยการททท.&nbsp;สำนักงานสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้&nbsp;ตลอดจนสร้างประสบการณ์ที่ดี</strong>ให้แก่นักท่องเที่ยวให้จดจำและบอกต่อ&nbsp;โดยการประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยว&nbsp;อาหารถิ่นที่มีอัตลักษณ์และสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;เช่นส้มโอขาวใหญ่&nbsp;&nbsp;ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก&nbsp;และพริกบางช้าง&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม&nbsp;จึงร่วมกับโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา&nbsp;&nbsp;&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;YEC&nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรม&nbsp;Amphawa&nbsp;Food&nbsp;&nbsp;Experience&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Festival&nbsp;Experience&nbsp;@ภาคกลาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;ถึง&nbsp;13&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;</p><p>ที่โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;ตำบลและอำเภออัมพวา&nbsp;มีนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;และนายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ได้ร่วมกันเคาะกะลามะพร้าวเป็นสัญลักษณ์เปิดงาน&nbsp;จากนั้นเชฟลี&nbsp;พิจิกา&nbsp;เชฟชื่อดังได้สาธิตเมนูพิเศษ&nbsp;รสชาติแห่งอัมพวา&nbsp;ที่นำมะม่วงหาวมะนาวโห่มาผสมผสานกับวัตถุดิบของดีในจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชาชนเข้าร่วมงาน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;</strong>และคณะ&nbsp;ได้เยี่ยมชมกิจกรรมภาย&nbsp;ในงานประกอบด้วย&nbsp;การเปิดประสบการณ์อาหารถิ่นการันตีโดยรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&nbsp;&nbsp;มีผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;และโรงแรม&nbsp;ตลอดจน&nbsp;รีสอร์ทชื่อดังในจังหวัดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;และ&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;มาร่วมออกบูธนำเสนอเมนูอาหารถิ่นปรุงสด&nbsp;อร่อยและถูกหลักอนามัยกว่า&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;เช่น&nbsp;</p><p>แกงเขียวหวานปลาทูลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก,&nbsp;ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู,</p><p>หอยหลอดผัดฉ่าทะเลเดือด,&nbsp;ส้มตำใบชะครามทอดและยอดมะพร้าว,&nbsp;</p><p>ยำส้มโอกุ้งสด,ขนมจีบนกไทย,&nbsp;ขนมช่อม่วง,ข้าวตูมะพร้าวน้ำหอม,&nbsp;</p><p>มะนาวโห่สมูทตี้โยเกิร์ต,&nbsp;กาแฟน้ำหวานดอกมะพร้าว&nbsp;</p><p><strong>การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและเรียนรู้กิจกรรมท่องเที่ยว</strong>ชุมชนเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ฟรี&nbsp;เช่นการทำขนมสัมปันนีแป้งกล้วย&nbsp;ซึ่งเป็นขนมโบราณสมัยรัชกาลที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้การเข้าร่วมกิจกรรมต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนดผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;หรือแสดงหลักฐานตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นลบไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือจะตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมงานกรณีไม่มีหลักฐานการตรวจมาก่อนและผู้เข้าร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312114657170"],
    [200,"นายก อบจ.สุรินทร์ นำผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ อ.บัวเชด พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ","<p><strong>นายพรชัย&nbsp;มุ่งเจริญพร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.สุรินทร์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;</strong>นายภุชงค์&nbsp;สุภัควรางกูร&nbsp;รองนายกอบจ.สุรินทร์&nbsp;นายล้ำเลิศ&nbsp;พัวพัฒนโชติ&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายบรรจง&nbsp;เลาหพงษ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจรัส&nbsp;นายชนะชล&nbsp;มูลจันทร์&nbsp;ประธาน&nbsp;กต.ตร.สภ.บัวเชด&nbsp;และทีมงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านจรัส&nbsp;ตำบลจรัส&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อปรึกษาหารือและวางแนวทางในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ&nbsp;และพัฒนาสู่เมืองผลไม้&nbsp;เนื่องจากอำเภอบัวเชดเป็นแหล่งปลูกผลไม้นานาชนิด&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ซึ่งมีรสชาติดี&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ขณะนี้ชาวสวนกำลังทดลองปลูกทุเรียนพันธุ์ก้านยาว</strong>&nbsp;ซึ่งได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจและสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูง&nbsp;โดยนายก&nbsp;อบจ.สุรินทร์&nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนส่งเสริมชาวสวน&nbsp;และพร้อมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312121930187"],
    [201,"จ.สุราษฎร์ธานีจัดกิจกรรมคาราวานสื่อมวลขน \"ใส่ขุดแต๊งแดง ไปกินแตงโมทุ่งอ่าว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;ที่ทำการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)</strong>&nbsp;สำนักงานสุราษฎร์ธานี&nbsp;เลขที่&nbsp;5&nbsp;ถนนตลาดใหม่&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยนายภานุ&nbsp;ศรีบุศยกาญจน์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ร่วมเปิดกิจกรรมคาราวานสื่อมวลขน&nbsp;\"ใส่ขุดแต๊งแดง&nbsp;ไปกินแตงโมทุ่งอ่าว\"&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ททท.&nbsp;ได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวไป&nbsp;วัดเขาพระนารายณ์&nbsp;(เขาศรีวิชัย)&nbsp;</strong>และไปสวนแดงโมทุ่งอ่าว&nbsp;และการปล่อยขบวนคาราวานสื่อมวลชน&nbsp;\"ใส่ชุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต๊งแดง&nbsp;ไปกินแตงโมทุ่งอ่าว\"&nbsp;โดยเดินทางถึง&nbsp;วัดเขาพระนารายณ์&nbsp;(เขาศรีวิชัย)&nbsp;เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้&nbsp;ดังปรากฏ&nbsp;หลักฐานโบราณวัตถุสถานจำนวนมากบริเวณเขาศรีวิชัยและพื้นที่ราบโดยรอบ&nbsp;ได้แก่เนินโบราณสถานฐานโยนิ&nbsp;ผิวลึงค์&nbsp;เทว&nbsp;รูปพระวิษณุ&nbsp;ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมหิน&nbsp;เช่น&nbsp;ธรณีประตู&nbsp;กรอบประตู&nbsp;ฐานเสา&nbsp;เครื่องถ้วยจีน&nbsp;และเครื่องปั้นดินผาพื้นเมือง&nbsp;รวมทั้งลูกปัดอีกเป็นจำนวนมาก</p><p>คาดว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปี&nbsp;เป็นช่วงที่แตงโมของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักและผลไม้โซนอำเภอพุนพิน&nbsp;และอำเภอท่าฉาง&nbsp;ออกสู่ตลาดจำนวนมาก&nbsp;แต่จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ผลผลิตมีจำนวนมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ส่งผลให้แตงโมล้นตลาด&nbsp;รวมไปถึงแตงโมทั่วประเทศให้ผลผลิตพร้อมกัน&nbsp;ทำให้กระจายสินค้ามีความยากลำบากขณะที่ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรในปีนี้สูงกว่าที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สวนแตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;ตำบลศรีวิชัย&nbsp;อำเภอพุนพิน&nbsp;</strong>จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;แตงโมบ้านทุ่งอ่าว&nbsp;จุดเด่นที่มีเอกลักษณ์&nbsp;และแตกต่างจากแตงโม&nbsp;ในพื้นที่ปลูกอื่น&nbsp;คือ&nbsp;หวาน&nbsp;&nbsp;แดงกรอบ&nbsp;บริโภคได้ถึงเปลือก&nbsp;การันตีความปลอดภัยไม่มีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;ตรวจรับรองโดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีวิชัย&nbsp;และนักวิชาการเกษตร,&nbsp;มีการพัฒนายกระดับคุณภาพมาตรฐานแตงโม&nbsp;สู่มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากนักวิชาการเกษตร.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312130106204"],
    [202,"นายกรัฐมนตรีกำชับกระทรวงพลังงาน ให้บริหารพลังงานที่เหมาะสม และกระทรวงพาณิชย์ ดูแลสินค้าที่มีผลกระทบต่อประชาชน","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น&nbsp;จนกระทบต่อราคาสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น&nbsp;โดยสถานการณ์&nbsp;ราคาพลังงานยังสูงขึ้นเป็นรายวัน&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&nbsp;ทาง&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานให้เหมาะสม&nbsp;ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย&nbsp;รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคและบริโภค&nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรงด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รณรงค์การประหยัดพลังงาน</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงาน&nbsp;โดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงาน&nbsp;&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และลดการใช้น้ำมันร้อยละ&nbsp;10&nbsp;และหาวิธีประหยัดพลังงานแบบง่าย&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมการทำงานที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;WFH&nbsp;ครม.&nbsp;อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;&nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&nbsp;25652567&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&nbsp;Term&nbsp;Loan&nbsp;อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง</strong>&nbsp;เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&nbsp;ค่า&nbsp;Ft&nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&nbsp;NGV&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ทำให้&nbsp;กฟผ.&nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต</strong>สินค้าน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนัก&nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&nbsp;บี&nbsp;0&nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตรา&nbsp;0&nbsp;มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312142050215"],
    [203,"ช้อปนัดลาดพร้าว@ถนนคนเดิน  ทางเลือกลดวิกฤตค่าครองชีพสูง","<p><strong>ช้อปนัดลาดพร้าว@ถนนคนเดิน&nbsp;ทางเลือกลดวิกฤตค่าครองชีพสูง&nbsp;&nbsp;กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว&nbsp;หลังเจอน้ำท่วม&nbsp;</strong></p><p><strong>วันนี้&nbsp;12&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ตลาดนัดมะพร้าว&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดสินค้ามือ&nbsp;2&nbsp;ที่ใหญ่ที่สุดใน&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ได้กลับมาเปิดนัดมะพร้าว&nbsp;ถนนคนเดินตามปกติแล้ว&nbsp;หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมในห้วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;โดยมีบรรดา&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;นำเสื้อผ้า&nbsp;กระเป๋า&nbsp;รองเท้า&nbsp;ของเล่นเด็ก&nbsp;ของใช้ในครัวเรือน&nbsp;สินค้ามือสองหลากหลายชนิดมาจำหน่าย&nbsp;รวมถึง&nbsp;อาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;ต่างๆ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่มีประชาชนออกมาเดินจับจ่าย&nbsp;กันอย่างคึกคัก</strong>&nbsp;เลือกซื้อสินค้ามือสองราคาถูก&nbsp;ที่เริ่มต้นตั้งแต่&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;&nbsp;ในช่วงที่เศรษฐกิจปัจจุบัน&nbsp;สินค้า&nbsp;อาหารทุกอย่างต่างพากันปรับขึ้นราคา&nbsp;ตามราคาน้ำมันที่แพงขึ้น&nbsp;&nbsp;ซึ่งการเลือกซื้อเสื้อผ้า&nbsp;สินค้ามือสองที่มีคุณภาพ&nbsp;ราคาถูก&nbsp;ก็จะเป็นทางเลือกให้กับหลายๆ&nbsp;คนที่ต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ทางตลาด&nbsp;ยังคงเคร่งครัด</strong>ให้บรรดา&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ในตลาด&nbsp;รวมถึงผู้คนที่ออกมาจับจ่ายสินค้าสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา&nbsp;เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;โอมิครอน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ยังคงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>สำหรับตลาดนัดมะพร้าว&nbsp;จะเปิดให้บริการในทุกวันอังคาร&nbsp;พฤหัสบดี&nbsp;และวันเสาร์ของสัปดาห์</strong>&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00-14.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ที่สนใจก็สามารถไปเดินเที่ยว&nbsp;เลือกซื้อสินค้ามือใหม่&nbsp;สินค้ามือสองได้ซึ่งจะมีร้านค้าให้เลือกซื้อกว่า&nbsp;500&nbsp;ร้าน</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312144816219"],
    [204,"จ.ราชบุรีเปิดหมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป นวัตวิถีบ้านผาปก ส่งเสริมการท่องเที่ยวบ้านมอญห้วยน้ำใส","<p><strong>นางยุพิน&nbsp;เศรษฐศักดาศิริ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดราชบุรี</strong>&nbsp;พร้อมนายอดุลย์&nbsp;ถาวรกุล&nbsp;นายอำเภอสวนผึ้ง&nbsp;นางดวงสมร&nbsp;พฤฑฒิกุล&nbsp;เกษตรจังหวัดราชบุรี&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;ร่วมกันเปิดหมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป&nbsp;นวัตวิถีบ้านผาปก&nbsp;หรือบ้านมอญห้วยน้ำใส&nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อ.สวนผึ้ง&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;จัดขึ้นตามโครงการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE&nbsp;อ่านว่า:ดี-โฮป)&nbsp;โดย&nbsp;D-HOPE&nbsp;เป็นแนวทางที่ได้รับการพัฒนาความคิดมาจากประเทศญี่ปุ่นเป็นการจัดกิจกรรมนิทรรศการในลักษณะกระจาย&nbsp;มีโปรแกรมที่เน้นให้ผู้เข้าชมร่วมลงมือทำ&nbsp;สามารถเรียนรู้จากการร่วมประสบการณ์จริงในกิจกรรมนั้น&nbsp;ๆ&nbsp;รายได้ที่เกิดขึ้นกระจายไปทั้งหมู่บ้าน&nbsp;ผู้ชมหรือนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปยังหมู่บ้าน&nbsp;สัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น&nbsp;โดยเป็นลักษณะแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;และการดำเนินงานชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถี</p><p><strong>กิจกรรมและโปรแกรมท่องเที่ยว&nbsp;หมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป&nbsp;นวัตวิถีบ้านผาปก</strong>&nbsp;ที่ตลาดบ้านมอญห้วยน้ำใส&nbsp;เริ่มด้วยกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์ของชุมชน&nbsp;การทำบุญตักบาตรพระบ้านมอญตามวิถีไทยรามัญ&nbsp;จู๊ดเปอป๊าด&nbsp;จากนั้นเดินชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนโอทอป&nbsp;และอาหารพื้นถิ่นที่หากินยากในตลาดมอญ&nbsp;ชมวิถีชีวิตสาวมอญร่อนแร่&nbsp;และกิจกรรมเรียนรู้ขั้นตอนการทำผลิตภัณฑ์ชุมชนโอทอปและลงมือปฏิบัติ&nbsp;ประกอบด้วย,ยาดมสมุนไพรบ้านมอญ,&nbsp;ผ้ามัดย้อมบ้านมอญ,&nbsp;แหนมไม้ไผ่,&nbsp;ขนมโดนัทมอญ,&nbsp;ขนมต้มเสียบไม้,&nbsp;ไข่เค็มดีบุกสมุนไพร,&nbsp;ธูปหอมทรัพย์ขณา,&nbsp;สไบมอญ,&nbsp;ธงตะขาบ&nbsp;และกระถางฮากะ&nbsp;ทั้งนี้กิจกรรมตักบาตรจะมีเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์&nbsp;นักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มคณะที่สนใจโปแกรมดังกล่าวติดต่อได้ที่&nbsp;นางอภิคณา&nbsp;ทองเหลือ&nbsp;092-2290988&nbsp;และนางศรีสุดา&nbsp;สุภาพพรชัย&nbsp;081-9815870</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมไฮไลท์&nbsp;ของบ้านผาปก&nbsp;หรือบ้านมอญห้วยน้ำใส</strong>&nbsp;คือวัฒนธรรมการตักบาตรของชาวมอญ&nbsp;หรือเรียกว่า&nbsp;\"จู๊ดเปอป๊าด&nbsp;\"&nbsp;(แปลว่าตักบาตร)&nbsp;โดยจะมีการปูเสื่อตามแนวทางเดินกลางหมู่บ้านซึ่งสร้างจาก&nbsp;ไม้ไผ่ตลอดแนว&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวนั่งรอตักบาตร&nbsp;เมื่อถึงเวลาชาวมอญจะหามระฆัง&nbsp;และตีเพื่อส่งสัญญาณ&nbsp;จากนั้นพระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ห้วยน้ำใส&nbsp;จะเดินรับบิณฑบาตรจากญาติโยม&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;ตามมาด้วยชาวมอญซึ่งเป็นผู้หญิงจะแบกถาดสิ่งของ&nbsp;คนโทน้ำ&nbsp;และข้าวปลาอาหารต่างๆ&nbsp;เพื่อนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์</p><p>อีกหนึ่งจุด&nbsp;ที่เป็นไฮไลท์&nbsp;ของที่นี่&nbsp;คือการเดินเล่น&nbsp;หาของกิน&nbsp;ตามทางของหมู่บ้านที่มีกำแพงรั่วไม้ไผ่&nbsp;ตลอดสองข้างทาง&nbsp;พร้อมกับการตั้งร้านค้าขายผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;และอาหารพื้นถิ่นหากินยาก&nbsp;นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกิน&nbsp;และนำกลับไปเป็นของฝากได้</p><p>อีกอย่างที่สายมูห้ามพลาดคือการสักการะศาลปู่หลวง&nbsp;สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน&nbsp;คือการได้เขียนข้อความบนแผ่นไม้ไผ่ที่เจาะรู้ผูกเชือก&nbsp;พร้อมกับอธิษฐานขอพรจากศาลปู่หลวงและนำไปผูกไว้ที่ราวไม้ไผ่หน้าศาล&nbsp;ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างบอกกันว่าศาลปู่หลวงศักดิ์สิทธิ์มาก&nbsp;มักจะสำเร็จกันทุกราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","ราชบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312155607231"],
    [205,"ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เปิดงานเยี่ยมชมกิจกรรม Krabi Food Fest : กินเปลี่ยนโลกปี 2  กินเป็นยา กินอย่างรู้ที่มา ภายใต้ แนวคิด กรีนอีเวนต์ ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวคาดเงินสะพัดกว่า 3 ล้านบาท","<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;ประธานเยี่ยมชมงานKrabi&nbsp;Food&nbsp;Fest:กิน&nbsp;เปลี่ยน&nbsp;โลกครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&nbsp;&nbsp;ภายใต้&nbsp;แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&nbsp;นางสาววิชุพรรณ&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;ศรีสัญญา&nbsp;นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สมาคม&nbsp;ชมรม&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมจัดโดย&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;และสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมกันจัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Test&nbsp;กินเปลี่ยนโลก&nbsp;เน้นกินอาหารถิ่น&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;กินรู้ที่มากินเป็นยา&nbsp;กินตามฤดูกาล&nbsp;โดยเชฟประจำร้านอาหารโรงแรม&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;มาปรุงรสให้รับประทานกันสดๆ&nbsp;ร้อนๆ&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;ที่ไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;โดยเปิดพื้นที่หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;เป็นสถานที่จัดงาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;&nbsp;16.00&nbsp;น&nbsp;-&nbsp;22.00&nbsp;น.ด้วยบรรยากาศ&nbsp;สุดชิลริมทะเลอ่าวนาง&nbsp;คละเคล้าด้วยเสียงเพลง&nbsp;เสียง&nbsp;คลื่น&nbsp;และชมพระอาทิตย์ตก&nbsp;พร้อมรับฟังดนตรีคลาสิก&nbsp;จากวง&nbsp;Local&nbsp;Band&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;&nbsp;Jamboo&nbsp;&nbsp;นักแซกโซโฟนและนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน&nbsp;ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักทั่วโลก&nbsp;เช่น&nbsp;เพลง&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;Jamboo&nbsp;&nbsp;ที่มียอดผู้ชมทาง&nbsp;Youtube&nbsp;มากกว่า&nbsp;150,000,000&nbsp;View&nbsp;&nbsp;และยอดขาย&nbsp;&nbsp;CD&nbsp;กว่า&nbsp;23&nbsp;ล้านแผ่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Test&nbsp;กินเปลี่ยนโลกวันแรก</strong>มีเชฟที่มีชื่อเสียง&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;โดยเชฟกิ๊ก&nbsp;กมล&nbsp;ชอบดีงาม&nbsp;เชฟผู้ชนะจากรายการ&nbsp;เชฟกระทะเหล็ก&nbsp;&nbsp;&nbsp;Iron&nbsp;Chef&nbsp;Thailand&nbsp;&nbsp;2015มารังสรรค์โดยการนำวัตถุดิบท้องถิ่น&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ปลาใบ&nbsp;ปลาทราย&nbsp;ปลาหลังเขียว&nbsp;กะปิ&nbsp;ลูกเหลียง&nbsp;ข้าวสังข์หยด&nbsp;&nbsp;ผักกรูด&nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&nbsp;เจ้าสมุทรแห่งจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นเมนูใหม่หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับ&nbsp;เชฟวิท&nbsp;โกวิท&nbsp;ห้าหาบ&nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&nbsp;บลูอันดามัน&nbsp;ได้อย่างลงตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ได้รับเกียรติจาก&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&nbsp;นายสุนทร&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;นายกสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานพร้อมชิมอาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟระดับประเทศไทยและเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมการเยี่ยมชม&nbsp;บูธอาหารเครื่องดื่มกว่า&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;ในงานกิจกรรม&nbsp;Krabi&nbsp;&nbsp;Food&nbsp;Fest&nbsp;:&nbsp;กินเปลี่ยนโลกปี&nbsp;2&nbsp;&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&nbsp;&nbsp;ภายใต้&nbsp;แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;การปรุงอาหารโดยรังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นเมนูใหม่&nbsp;หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;โดยเชฟชลิต&nbsp;เฟื่องอารมณ์&nbsp;จากครัวคุณตุ่ม&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟป้อม&nbsp;จากร้านอาหารครัวคุณป้อม&nbsp;วันที่อาทิตย์ที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โชว์การปรุงอาหารโดยเชฟเก่งราชวัติ&nbsp;วิเชียรรัตน์&nbsp;ผู้เขารอบชิงชนะเลิศจากรายการ&nbsp;&nbsp;Iron&nbsp;Chef&nbsp;Thailand&nbsp;2015&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟเอียวยุทธภูมิ&nbsp;มณีจันทร์&nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ที่ยังตกค้างอยู่เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในรูปแบบวิถี&nbsp;new&nbsp;normal&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผอ.ททท.สนง.กระบี่&nbsp;ได้จัดงานดังกล่าว&nbsp;</strong>ขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;และส่งเสริมการมีรายได้ของผู้ประกอบการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-&nbsp;19&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาเที่ยวและพักผ่อน&nbsp;จับจ่าย&nbsp;ใช้สอยในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพิ่มมากขึ้นหลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมของการให้บริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านอาหารท้องถิ่น&nbsp;และสถานประกอบการ&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;กินตามท้องถิ่น&nbsp;และกินตามฤดูกาล&nbsp;&nbsp;และในเดือนมีนาคม-เมษายน&nbsp;ชวนลุยเที่ยว&nbsp;10&nbsp;เกาะสวยเมืองกระบี่&nbsp;ด้วยแคมเปญ&nbsp;ผู้หญิงติดเกาะ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้สนใจข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>สามารถติดตาม&nbsp;ได้ที่&nbsp;&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;:&nbsp;wearekrabi&nbsp;หรือwww.wearekrabi.com&nbsp;หรือสอบถามที่&nbsp;โทร.&nbsp;0-7562-2163&nbsp;และ&nbsp;1672&nbsp;/&nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;คาดว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงาน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;15,000&nbsp;คน&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวไทย&nbsp;14,500&nbsp;คน&nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p>ปานอุมา&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;&nbsp;//&nbsp;ข่าว&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312163351243"],
    [206,"ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดงานเยี่ยมชมกิจกรรม Krabi Food Fest : กินเปลี่ยนโลกปี 2  กินเป็นยา  กินอย่างรู้ที่มา ภายใต้ แนวคิด กรีนอีเวนต์ ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้วิถีปกติใหม่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ประธานเยี่ยมชมงาน</strong>Krabi&nbsp;Food&nbsp;Fest:กิน&nbsp;เปลี่ยน&nbsp;โลกครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&nbsp;&nbsp;ภายใต้&nbsp;แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&nbsp;นางสาววิชุพรรณ&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;ศรีสัญญา&nbsp;นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สมาคม&nbsp;ชมรม&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กิจกรรมจัดโดย&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;และสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมกันจัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Test&nbsp;กินเปลี่ยนโลก&nbsp;เน้นกินอาหารถิ่น&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;กินรู้ที่มากินเป็นยา&nbsp;กินตามฤดูกาล&nbsp;โดยเชฟประจำร้านอาหารโรงแรม&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;มาปรุงรสให้รับประทานกันสดๆ&nbsp;ร้อนๆ&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;ที่ไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;โดยเปิดพื้นที่หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;เป็นสถานที่จัดงาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น&nbsp;-&nbsp;22.00&nbsp;น.ด้วยบรรยากาศ&nbsp;สุดชิลริมทะเลอ่าวนาง&nbsp;คละเคล้าด้วยเสียงเพลง&nbsp;เสียง&nbsp;คลื่น&nbsp;และชมพระอาทิตย์ตก&nbsp;พร้อมรับฟังดนตรีคลาสิก&nbsp;จากวง&nbsp;Local&nbsp;Band&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;Jamboo&nbsp;นักแซกโซโฟนและนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน&nbsp;ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักทั่วโลก&nbsp;เช่น&nbsp;เพลง&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;Jamboo&nbsp;&nbsp;ที่มียอดผู้ชมทาง&nbsp;Youtube&nbsp;มากกว่า&nbsp;150,000,000&nbsp;View&nbsp;&nbsp;และยอดขาย&nbsp;&nbsp;CD&nbsp;กว่า&nbsp;23&nbsp;ล้านแผ่น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>การจัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Test&nbsp;กินเปลี่ยนโลกวันแรกมีเชฟที่มีชื่อเสียง</strong>&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;โดยเชฟกิ๊ก&nbsp;กมล&nbsp;ชอบดีงาม&nbsp;เชฟผู้ชนะจากรายการ&nbsp;เชฟกระทะเหล็ก&nbsp;&nbsp;&nbsp;Iron&nbsp;Chef&nbsp;Thailand&nbsp;2015มารังสรรค์โดยการนำวัตถุดิบท้องถิ่น&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ปลาใบ&nbsp;ปลาทราย&nbsp;ปลาหลังเขียว&nbsp;กะปิ&nbsp;ลูกเหลียง&nbsp;ข้าวสังข์หยด&nbsp;&nbsp;ผักกรูด&nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&nbsp;เจ้าสมุทรแห่งจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นเมนูใหม่หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับ&nbsp;เชฟวิท&nbsp;โกวิท&nbsp;ห้าหาบ&nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&nbsp;บลูอันดามัน&nbsp;ได้อย่างลงตัว&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โอกาสนี้&nbsp;ได้รับเกียรติจาก&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&nbsp;นายสุนทร&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;นายกสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานพร้อมชิมอาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟระดับประเทศไทยและเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมการเยี่ยมชม&nbsp;บูธอาหารเครื่องดื่มกว่า&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;ในงานกิจกรรม&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Fest&nbsp;:&nbsp;กินเปลี่ยนโลกปี&nbsp;2&nbsp;&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&nbsp;&nbsp;ภายใต้&nbsp;แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;การปรุงอาหารโดยรังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นเมนูใหม่&nbsp;หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;โดยเชฟชลิต&nbsp;เฟื่องอารมณ์&nbsp;จากครัวคุณตุ่ม&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟป้อม&nbsp;จากร้านอาหารครัวคุณป้อม&nbsp;วันที่อาทิตย์ที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โชว์การปรุงอาหารโดยเชฟเก่งราชวัติ&nbsp;วิเชียรรัตน์&nbsp;ผู้เขารอบชิงชนะเลิศจากรายการ&nbsp;&nbsp;Iron&nbsp;Chef&nbsp;Thailand&nbsp;2015&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟเอียวยุทธภูมิ&nbsp;มณีจันทร์&nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ที่ยังตกค้างอยู่เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในรูปแบบวิถี&nbsp;new&nbsp;normal</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผอ.ททท.สนง.กระบี่&nbsp;ได้จัดงานดังกล่าวขึ้น</strong>เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;และส่งเสริมการมีรายได้ของผู้ประกอบการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-&nbsp;19&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาเที่ยวและพักผ่อน&nbsp;จับจ่าย&nbsp;ใช้สอยในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมของการให้บริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านอาหารท้องถิ่น&nbsp;และสถานประกอบการ&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;กินตามท้องถิ่น&nbsp;และกินตามฤดูกาล&nbsp;&nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;คาดว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงาน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;15,000&nbsp;คน&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวไทย&nbsp;14,500&nbsp;คน&nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในเดือนมีนาคม-เมษายน&nbsp;ชวนลุยเที่ยว&nbsp;10&nbsp;เกาะสวยเมืองกระบี่&nbsp;ด้วยแคมเปญ&nbsp;ผู้หญิงติดเกาะ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้สนใจข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&nbsp;สามารถติดตาม&nbsp;ได้ที่&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;:&nbsp;wearekrabi&nbsp;หรือwww.wearekrabi.com&nbsp;หรือสอบถามที่&nbsp;โทร.&nbsp;0-7562-2163&nbsp;และ&nbsp;1672&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312225422300"],
    [207,"มิตรภาพใหม่ ไทย-ซาอุฯ เดินหน้าสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ","<p><strong>การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ </strong>ตามคำเชิญของมกุฎราชกุมาร แห่งซาอุฯ ช่วง 25 - 26 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา เป็นการเยือนระดับผู้นำของสองประเทศครั้งแรกในรอบ 32 ปี และยังถือเป็นการฟื้นความสัมพันธ์ หลังมีปัญหาระหว่างกันเมื่ออดีตกว่า 30 ปีก่อน</p><p><strong>และเริ่มเห็นผลความสำเร็จเป็นรูปธรรม&nbsp;</strong>เริ่มจากเครื่องบินของสาย Saudia Airlines นำนักนักท่องเที่ยวซาอุฯ 71 คน บินจากกรุงริยาด เมืองหลวงซาอุฯ มาลงจอดที่สนามบินสุวรรณ เมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา นับเป็นเที่ยวบินตรงปฐมฤกษ์ระหว่าง 2 ประเทศในรอบ 32 ปี โดยหลังจากนั้นทางซาอุฯ ได้มีเที่ยวบินตรงมายังไทย 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของนักท่องเที่ยวจากซาอุฯ ในการกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง</p><p><strong><u>ตั้งเป้านักท่องเที่ยวซาอุฯ เข้าไทยหลักแสนคน/ปี</u></strong></p><p><strong>เมื่อปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจากชาติตะวันออกกลางประมาณ 7 แสนคน ล้วนเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง </strong>แต่เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุฯ เพียง 36,000 คน ดังนั้น เมื่อมีการฟื้นความสัมพันธ์เปิดประเทศระหว่างกันมากขึ้น คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวซาอุฯ ได้เพิ่มขึ้นเป็นระดับหลักแสนคน/ปี ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.เร่งเดินหน้าวางแผนจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเสนอขายการท่องเที่ยว ดึงให้นักท่องเที่ยวซาอุฯ เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีแนวโน้มได้รับความนิยมจากชาวซาอุฯ สูงขึ้นต่อเนื่อง</p><p><strong><u>เตรียมส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ อีกครั้ง</u></strong></p><p><strong>ด้านแรงงานไทยก็เตรียมส่งแรงงานไปยังซาอุฯ อีกครั้ง เพราะทางซาอุฯ เอง ก็ต้องการแรงงานต่างชาติกว่า 8 ล้านคน</strong> เนื่องจากมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนามากมาย โดยเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ดร.ฮุสเซน อัล อาวาด ประธานบริษัท ปริ้นเซส จอย เพลสเม้น แอนด์ เจนเนอรัล เซอร์วิส ตัวแทนบริษัทจัดหางานภาคเอกชนของซาอุดีอาระเบีย ได้เดินทางมาเยี่ยมชมสถานทดสอบฝีมือแรงงานของเอกชนไทย และมีความพึงพอใจมากในมาตรฐาน</p><p><strong>จากนั้น คณะรัฐมนตรีของไทย ได้เห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานของไทย กับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดิอาระเบีย จำนวน 2 ฉบับ</strong> คือ ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานและร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้าน ร่างข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดหาแรงงานไทยไปทำงานในซาอุฯ อย่างถูกกฎหมาย มีจริยธรรม และมีประสิทธิภาพ คุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง</p><p><strong>โดยภายในเดือนนี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาสังคม ซาอุฯ จะเดินทางมาพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของไทย </strong>เพื่อตรวจร่างข้อตกลงและเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน และจะมีการลงนาม MOU หรือบันทึกข้อตกลง - ความร่วมมือดังกล่าว ที่ประเทศซาอุฯ ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะเดินทางไปร่วมลงนาม คาดว่าอีก 3 เดือนหลังจากลงนาม จะเริ่มทยอยส่งแรงงานไปซาอุฯ ได้&nbsp;โดยเฟสแรกจะเป็นแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี จะเป็นแรงงานกึ่งทักษะ เช่น ช่างเชื่อม ช่างก่อสร้าง ช่างไม้ ช่างปูน เชฟทำอาหาร ซึ่งกรมการจัดหางาน เปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์ไปทำงานซาอุฯ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ที่ toea.doe.go.th ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.ผ่านมาแล้ว</p><p><strong><u>คาดผลการค้าเพิ่มสูง หลังฟื้นความสัมพันธ์</u></strong></p><p><strong>ภาคเอกชนมีการประเมินไว้อย่างน่าสนใจว่า เป็นการสร้างจุดเปลี่ยนของประเทศไทยในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ</strong> ช่วยทำให้การค้าของประเทศกลับมาคึกคักได้ ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับหลักๆ คือการส่งออก เพราะหากดูสัดส่วนการค้าในปี 2564 ไทยส่งออกไปประเทศซาอุฯ ประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 45,000 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.6% ของการส่งออกทั้งหมดจากไทย แต่หากเปิดประตูการค้ากับซาอุฯ ได้มากขึ้น จะทำให้การส่งออกไปซาอุฯ กลับไปที่ประมาณ 2.2% ของการส่งออกทั้งหมด เหมือนปี 2532 ก่อนเกิดปัญหาระหว่างกัน ซึ่งนั่นหมายถึง ปริมาณการค้าจะเพิ่มขึ้นไปที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท โดยสินค้าไทยที่มีศักยภาพเจาะตลาดซาอุฯ ได้ อย่างรถยนต์ที่ประกอบในไทยและส่วนประกอบ อาหารและอาหารแปรรูป อาหารฮาลาล สินค้าเกษตร เครื่องจักรกล จิวเวลรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;Medical Hub หรือศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และสุขภาพ เป็นต้น</p><p><strong>เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์การเมือง  การทูต</strong></p><p><strong>การเดินหน้าฟื้นความสัมพันธ์ทั้ง 2 ด้านนี้</strong> พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กราบบังคมทูลเชิญ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมแห่งซาอุดีอาระเบีย เสด็จฯ เยือนประเทศไทยซึ่งพระองค์ทรงตอบรับจะเสด็จเยือนไทยภายในปีนี้&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานเกี่ยวข้อง เดินหน้าแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไทยไปประจำกรุงริยาด คนแรกในรอบ 32 ปี </strong>ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแต่งตั้ง แต่เมื่อใดที่ทั้งสองประเทศแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไปประจำเมืองหลวงของแต่ละฝ่ายสำเร็จ คาดว่าเมื่อนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองจะกลับมาอยู่ในระดับปกติได้อีกครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่มากขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองชาติต่อไป</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312161753241"],
    [208,"เริ่มแล้ว Amphawa Food Experience ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด -19","<p><strong>ที่บริเวณโครงการอัมพวา&nbsp;ชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;อ.อัมพวา&nbsp;จ.สมุทรสงคราม&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานสมุทรสงคราม&nbsp;จัดงาน&nbsp;Amphawa&nbsp;Food&nbsp;Experience&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ร่วมเป็นประธานเปิดงานฯ&nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวจ.สมุทรสงครามร่วมกับ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;YEC&nbsp;จ.สมุทรสงคราม&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Festival&nbsp;&nbsp;Experience&nbsp;@ภาคกลาง&nbsp;มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้รวมทั้งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อให้จดจำและบอกต่อ&nbsp;โดยการประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยว&nbsp;อาหารถิ่นที่มีอัตลักษณ์และสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอขาวใหญ่&nbsp;ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก&nbsp;และพริกบางช้าง&nbsp;ให้นักท่องเทึ่ยวได้รู้จักมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป&nbsp;</strong>ร่วมชม&nbsp;และเลือกซื้อสินค้าได้จนถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณโครงการอัมพวา&nbsp;ชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;อ.อัมพวา&nbsp;&nbsp;จ.สมุทรสงคราม&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.00&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>จิตติพัฒน์&nbsp;ภาพ/ข่าว&nbsp;ธิติมา&nbsp;เรียบเรียง</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312210711290"],
    [209,"รมว.คมนาคม? ลงพื้นที่? จ.บึงกาฬ? ตรวจติดตามความคืบหน้าสะพาน?มิตรภาพ?ไทย?-ลาว? แห่งที่? 5? บึงกาฬ?-?บอลิคำไซ พร้อมย้ำถึงความคืบหน้าว่าการก่อสร้างเป็นไปตามแผน","<p><strong>รมว.คมนาคม&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ตรวจติดตามความคืบหน้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;5&nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&nbsp;พร้อมย้ำถึงความคืบหน้าว่าเป็นไปตามแผน&nbsp;และในอนาคต&nbsp;สนามบินบึงกาฬ&nbsp;จะเติมเต็มศักยภาพของสะพานฯ&nbsp;แห่งนี้</strong></p><p><strong>ที่&nbsp;บริเวณจุดก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;5&nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;</strong>จ.บึงกาฬ&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการ&nbsp;ติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพฯ&nbsp;และพบปะกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อรับทราบความคืบหน้าของโครงการฯ&nbsp;ปัญหา&nbsp;และอุปสรรคที่เกิดขึ้น&nbsp;ตลอดจนรับฟังเสียงของประชาชน&nbsp;เพื่อให้โครงการดังกล่าวดำเนินการได้อย่างเรียบร้อยตามแผนที่กำหนดไว้</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ถือว่าเป็นจังหวัดที่&nbsp;77&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;และถึงแม้จะเป็นจังหวัดน้องใหม่&nbsp;แต่ก็มีศักยภาพหลายด้านที่สามารถพัฒนาและส่งเสริมต่อไปได้&nbsp;นั่นทำให้พื้นที่แห่งนี้&nbsp;กลายเป็นที่ตั้งของโครงการ&nbsp;Mega&nbsp;Project&nbsp;อย่างสะพานมิตรภาพไทย&nbsp;-&nbsp;ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;5&nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีการร่วมมือกันของ&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;ทั้งเพื่อนบ้าน&nbsp;คือ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และประเทศไทยของเรา&nbsp;โดยในการลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของโครงการฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;พบว่า&nbsp;โดยภาพรวมถือว่ามีความก้าวหน้าตามแผน&nbsp;และสร้างได้เร็วกว่าแผนเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งหากสร้างเสร็จ&nbsp;โอกาสที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ก็คือ&nbsp;จะเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทยได้อย่างดียิ่ง&nbsp;เพราะสะพานแห่งนี้จะเปิดเส้นทางเข้าสู่&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เชื่อมต่อไปถึงเวียดนาม&nbsp;และเข้าสู่จีนตอนใต้ได้&nbsp;นี่จึงเป็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;และนอกจากโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;5&nbsp;ที่จะเป็นโอกาส&nbsp;และความหวังของประชาชนแล้ว&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ยังต้องมีโครงการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติมหลังจากนี้ด้วย&nbsp;เพื่อทำให้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ถูกเติมเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;การก่อสร้างสนามบินบึงกาฬ</p><p><strong>โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวย้ำ</strong>ในการพบปะกับประชาชนว่า&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ต้องมีสนามบิน&nbsp;เพราะจะทำให้สะพานมิตรภาพฯ&nbsp;มีศักยภาพเติมเต็มมากขึ้น&nbsp;คนที่จะใช้สะพานก็จะสามารถมาข้ามสะพานที่&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;เพราะเวลามีค่าสำหรับการลงทุน&nbsp;และมีค่าสำหรับทุกคน&nbsp;จึงเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สิ่งที่เป็นโอกาส&nbsp;และความหวังของประชาชนจะสำเร็จได้&nbsp;ไม่ใช่เพียงภาครัฐเท่านั้น&nbsp;แต่ส่วนที่มีผลต่อความสำเร็จ&nbsp;คือภาคประชาชนต้องเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังการมีสะพานฯ&nbsp;และใช้สิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นโอกาสในการพัฒนาด้านอาชีพ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับจ.บึงกาฬ&nbsp;และประเทศไทยต่อไป</p><p><strong>สำหรับความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่&nbsp;5&nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&nbsp;</strong>ขณะนี้การดำเนินการในฝั่งไทย&nbsp;3&nbsp;ตอน&nbsp;มีความคืบหน้าตามแผน&nbsp;โดยตอนที่&nbsp;1&nbsp;งานถนนฝั่งไทย&nbsp;คืบหน้า&nbsp;50.9&nbsp;%&nbsp;เร็วกว่าแผนเล็กน้อย&nbsp;ตอนที่&nbsp;2&nbsp;งานถนนฝั่งไทย&nbsp;และงานด่านพรมแดนฝั่งไทย&nbsp;คืบหน้า&nbsp;41.366&nbsp;%&nbsp;และตอนที่&nbsp;3&nbsp;งานสะพานข้ามแม่น้ำโขงฝั่งไทย&nbsp;คืบหน้า&nbsp;18&nbsp;%&nbsp;ซึ่งมีความช้ากว่าแผนเล็กน้อยจากโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายแรงงาน&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;และวัสดุงานก่อสร้างระหว่างประเทศ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปัจจุบันผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและลาว&nbsp;ได้พยายามเร่งรัดให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;สอดคล้อง&nbsp;ใกล้เคียงกับแผนงานที่กำหนดไว้&nbsp;ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปลายปี&nbsp;2566</p><p><strong>โดยในการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ได้เดินทางมาพร้อมกับคณะ&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;นางนาที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&nbsp;(นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล),&nbsp;นายวิรัช&nbsp;พิมพะนิตย์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม,&nbsp;นายชยธรรม์&nbsp;พรหมศร&nbsp;ปลัดกระทรวงคมนาคม,&nbsp;นายพิศักดิ์&nbsp;จิตวิริยะวศิน&nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม,&nbsp;นายศราวุธ&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง,&nbsp;นายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;และนายฐิตินันท์&nbsp;แสงนาค&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;พรรคภูมิใจไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.บึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312171811255"],
    [210,"สสว. ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย เข้าสู่ SMEs ยุคดิจิทัล","<p><strong>สสว.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มรภ.สวนสุนันทา&nbsp;ยกระดับไมโครเอสเอ็มอีภาคอีสาน</strong>&nbsp;ให้มีความรู้และสร้างทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบการเพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุค&nbsp;Next&nbsp;&nbsp;Normal&nbsp;คาดสร้างรายได้ให้ผู้อบรมในโครงการกว่า&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่โรงแรมสยามแกรนด์อุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผวจ.อุดรธานี&nbsp;เป็นประธานเปิด</strong>โครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;(MSME&nbsp;Step&nbsp;up)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(สสว.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา&nbsp;โดยมีนายประเสริฐ&nbsp;ฝ่ายชาวนา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายสิทธิรัชต์&nbsp;จารุไชยกุล&nbsp;ประธานศูนย์เครือข่ายเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้เข้าอบรม&nbsp;รวมทั้งสื่อมวลชน&nbsp;</p><p><strong>นายวชิระ&nbsp;แก้วกอ&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ&nbsp;รักษาการ</strong>รองผู้อำนวยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(สสว.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการฯ&nbsp;นี้&nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยให้ความรู้และสร้างทักษะในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;มาใช้ในการประกอบธุรกิจ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัล&nbsp;ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญให้การดำเนินธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถ&nbsp;ในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ก็คาดหวังผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มจังหวัดสบายดี&nbsp;</strong>ซึ่งก็มีจำนวนมาก&nbsp;ได้มาต่อยอดเพิ่มศักยภาพในการขายออนไลน์&nbsp;โดยเฉพาะในกลยุทธต่างๆทั้งเฟสบุ๊ค&nbsp;ไลน์โอเอ&nbsp;ในสภาวะการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ในขณะนี้&nbsp;เป็นสิ่งที่จะช่วยผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี&nbsp;ก็ได้รับสนใจจำนวนมาก&nbsp;เพียงแต่ว่าในเชิงปริมาณเราจะไม่เน้น&nbsp;เราจะคัดมาเฉพาะผู้มีความพร้อมจริงๆ&nbsp;และมีความตั้งใจมุ่งมั่น&nbsp;จึงมั่นใจว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้&nbsp;จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน&nbsp;\"นอกจากกิจกรรมหลัก&nbsp;ที่ได้ดำเนินการในด้านการส่งเสริททักษะต่างๆแล้ว&nbsp;สสว.ก็จะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ระบบของภาครัฐให้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;การจดทะเบียนการค้า&nbsp;การจดทะเบียน&nbsp;DBD&nbsp;Registered&nbsp;และการขอมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงมาตรการและความช่วยเหลือต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น&nbsp;สะดวกขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจในยุค&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป\"&nbsp;</p><p><strong>รศ.ดร.สมเดช&nbsp;รุ่งศรีสวัสดิ์&nbsp;คณบดีวิทยาลัยสหเวชศาสตร์&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยสวนสุนันทา&nbsp;หน่วยร่วมดำเนินการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยฯ&nbsp;มีเป้าหมายในการให้ความรู้และสร้างทักษะเกี่ยวกับกานำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กว่า&nbsp;350&nbsp;ราย&nbsp;โดยได้จัดกิจกรรมการอบรมใน&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;อุดรธานี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;สุรินทร์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;เลย&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;และสกลนคร&nbsp;เพื่อกระจายการอบรมให้ทั่วถึงผู้ประกอบการทั้งภูมิภาค&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;จะคัดเลือกผู้ประกอบการ&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;เข้าสู่ขั้นตอน</strong>การสร้างประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ&nbsp;ผู้ประกอบการจะได้ทดลองใช้เทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;แอบพลิเคชั่นต่างๆ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้มากขึ้น&nbsp;โดยมีที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำตลอดระยะเวลาโครงการ&nbsp;เป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัลต่อไป&nbsp;ซึ่งคาดว่ากระบวนการอบรมผ่านโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;(MSME&nbsp;Step&nbsp;up)&nbsp;จะสามารถสร้างรายได้ให้&nbsp;ผู้อบรมในโครงการกว่า&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผวจ.อุดรธานี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทาง&nbsp;สสว.ได้มาให้ความรู้เพิ่มยกระดับผู้ประกอบการ&nbsp;เกี่ยวกับการขายออนไลน์&nbsp;เนื่องจากโลกปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนไปสื่อโซเชียลมีความสำคัญ&nbsp;อุดรธานีเองก็ได้วางยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงบ้าง&nbsp;SMEs&nbsp;ในอุดรจะได้เติบโตเปลี่ยนแปลงและเข้มแข็งขึ้นอย่างจริงจัง&nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการและติดตามข่าวสารกิจกรรมความรู้ได้ที่&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;Osmep&nbsp;สสว.&nbsp;SME&nbsp;CONNEXT&nbsp;และ&nbsp;www.smeonline.info&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครือข่ายการประชาสัมพันธ์&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;</p><p>ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312172126256"],
    [211,"ททท.พังงา จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา","<p><strong>ททท.พังงา&nbsp;จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;The&nbsp;Memorable&nbsp;Iconic&nbsp;of&nbsp;Phang&nbsp;Nga</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;(หลังเก่า)</strong>&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้รับมอบจากนายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานในพิธีการจัดแสดงภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีนางกันตวรรณ&nbsp;ตันเถียร&nbsp;กุลจรรยาวิวัฒน์&nbsp;ส.ส.จังหวัดพังงา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี&nbsp;</p><p><strong>นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการทำโครงการประกวดภาพถ่าย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;และ&nbsp;เปิดมุมมองใหม่ๆ&nbsp;เป็นสื่อกลางให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความหลากหลาย&nbsp;ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในแต่ละสถานที่&nbsp;ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป&nbsp;เช่น&nbsp;ภูมิทัศน์อาคาร&nbsp;สถานที่&nbsp;ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์&nbsp;</p><p><strong>โดยสามารถถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย&nbsp;เล่าเรื่องราว</strong>&nbsp;การประกวดภาพถ่าย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;THE&nbsp;MEMORABLE&nbsp;ICONIC&nbsp;OF&nbsp;PHANGNGA&nbsp;เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อถ่ายทอดเป็นภาพถ่ายที่สื่อความหมายถึงในความเป็น&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;พร้อมนำภาพถ่ายที่ได้รับการคัดเลือก&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ภาพ&nbsp;จาก&nbsp;100&nbsp;ภาพ&nbsp;นำมาเผยแพร่ในงานนิทรรศการภาพถ่าย&nbsp;รวมถึงเพื่อเป็นการเผยแพร่ภาพถ่ายในโอกาสต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ส่วนการจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายครั้งนี้&nbsp;ททท.สำนักงานพังงา</strong>&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากช่างภาพเข้าร่วมกิจกรรมกว่า&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;และได้ส่งภาพเข้าร่วมประกวดกว่า&nbsp;100&nbsp;ภาพ&nbsp;โดยการคัดเลือกภาพถ่ายเข้าร่วมนิทรรศการผ่านการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;โอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้มอบรางวัลให้กับผู้ผ่านเข้ารอบนิทรรศการจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;สายการบิน&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดพังงา&nbsp;รวมมูลค่ากว่า&nbsp;100,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312205253288"],
    [212,"ก๊าซหุงต้มยะลา จ่อปรับขึ้นราคา กก.ละ 1 บาท 1 เม.ย นี้","<p><strong>จากการที่รัฐบาล&nbsp;เตรียมปรับขึ้นราคา\"ก๊าซหุงต้ม\"&nbsp;</strong>ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.65&nbsp;หลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคา&nbsp;318&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มี.ค.65&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะทยอยปรับขึ้นราคา&nbsp;1&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เป็น&nbsp;333&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ราคา\"ก๊าซหุงต้ม\"&nbsp;ในขณะนี้&nbsp;</strong>ยังขายในราคาปกติ&nbsp;ถัง&nbsp;48&nbsp;กก.&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;1,100&nbsp;บาท&nbsp;ถัง&nbsp;15&nbsp;กก.&nbsp;หน้าร้าน&nbsp;360&nbsp;บาท&nbsp;บริการส่ง&nbsp;370&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ถังขนาดบรรจุ&nbsp;11&nbsp;กก.ขายหน้าร้าน&nbsp;290&nbsp;บาท&nbsp;บริการส่ง&nbsp;300&nbsp;บาท</p><p><strong>นายบรรหาร&nbsp;ประจักษ์เลิศวิทยา&nbsp;เจ้าของร้านยะลาแสงทิพย์</strong>&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย&nbsp;ที่รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นราคา\"ก๊าซหุงต้ม\"นั้น&nbsp;ทางร้านก็จะปรับตามอัตราที่ขึ้น&nbsp;กก.ละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนความคิดเห็น&nbsp;ส่วนตัวในการขึ้นราคา&nbsp;\"ก๊าซหุงต้ม\"นั้น&nbsp;เป็นภาวะของเศรษฐกิจ&nbsp;เป็นปกติ&nbsp;ขึ้น&nbsp;กก.ละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;แค่ครัวเรือนไหนใช้&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;แค่ขึ้นวันละ&nbsp;50&nbsp;สต.30&nbsp;วัน&nbsp;ก็&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;ค่าใช้จ่าย&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;อยู่ที่ครัวเรือนมากกว่า&nbsp;ว่ามีความประหยัดขนาดไหน&nbsp;ไม่ถึงกับเดือดร้อน&nbsp;ต้องรู้จักการใช้จ่ายสิ่งไหนควรเท่าไหร่&nbsp;อย่าไปโลภเสี่ยงโชคมากนัก&nbsp;ก็อยู่ได้สบายๆ&nbsp;</p><p><strong>จริงๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;ในความคิดตนไม่มีผลกระทบเศรษฐกิจ&nbsp;</strong>ต้องดำรงชีพ&nbsp;รู้จักใช้เงิน&nbsp;ก็ไม่เดือดร้อน&nbsp;ขึ้นค่าไฟก็เช่นกัน&nbsp;ถ้าไม่รู้ค่าของเงินก็จะมีผลกระทบ&nbsp;รวมถึงอาหารการกิน&nbsp;การประมาณตนรายได้ตนเอง&nbsp;รู้จักเตรียมพร้อมที่คิดจะจ่ายเงิน&nbsp;รายได้มีเท่าไหร่แบ่งปันให้ถูกต้อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313080343308"],
    [213,"ท่าอากาศยานเบตง พร้อมเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ","<p><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;\">นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;\">&nbsp;กล่าวถึงความพร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรีในพิธีเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;CAAT&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ปัจจุบันมีความพร้อมเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทาง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;\">ท่าอากาศยานเบตงเป็นท่าอากาศยานแห่งที่&nbsp;29&nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;\">&nbsp;โดยกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ด้านการส่งเสริมการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการเดินทางได้หลายรูปแบบ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่มีศักยภาพ&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;หรือ&nbsp;800,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;920&nbsp;ไร่&nbsp;มีทางขับ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ทางวิ่ง&nbsp;กว้าง&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;ลานจอดเครื่องบินรองรับเครื่องบินขนาด&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยขนาด&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;และลานจอดรถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;140&nbsp;คัน&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรกโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์)&nbsp;โดย</span><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;\">ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ตามประกาศของ&nbsp;กพท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ</span><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;ซึ่งนอกจากเส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงยังมีความพร้อมที่จะมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&nbsp;(Regional&nbsp;Hub)&nbsp;เส้นทางระหว่างประเทศไทย&nbsp;มาเลเซียและสิงคโปร์ในอนาคตด้วย&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313131724378"],
    [214,"สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จัดกิจกรรม ปั่นชมวิว....ทิวเขา @ โพรงจระเข้","<p><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&nbsp;&nbsp;@&nbsp;โพรงจระเข้&nbsp;:&nbsp;Mounth&nbsp;View&nbsp;Bike&nbsp;Touring&nbsp;@&nbsp;ProngJorakae&nbsp;พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาให้แก่โรงเรียนบ้านในควน&nbsp;และชมกิจกรรมการแสดงของเยาวชนต้นกล้าจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;วังหินลาด&nbsp;&nbsp;ต.โพรงจระเข้&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</p><p><strong>สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;ด้วยการใช้กีฬาจักรยานเป็นสื่อในการจุดประกายและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;หรือผู้พบเห็นทั่วไปได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย&nbsp;และที่สำคัญคือ&nbsp;เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ที่มีธรรมชาติสวยงาม&nbsp;อุดมสมบูรณ์&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก&nbsp;และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดตรังเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งในกิจกรรม&nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&nbsp;@&nbsp;โพรงจระเข้&nbsp;:&nbsp;Mounth&nbsp;View&nbsp;Bike&nbsp;&nbsp;Touring&nbsp;@&nbsp;ProngJorakae&nbsp;&nbsp;จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดรวมระยะทางประมาณ&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักปั่นจักรยานของจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313101915320"],
    [215,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา Singora Lake Swim 2022 พร้อมขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด","<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;</strong>Singora&nbsp;Lake&nbsp;Swim&nbsp;2022&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่โรงสีแดง&nbsp;ถนนนครนอก&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;Singora&nbsp;Lake&nbsp;Swim&nbsp;2022&nbsp;พร้อมกล่าวต้อนรับคณะนักว่ายน้ำ&nbsp;โดยมีนายรัชต&nbsp;สำราญชลารักษ์&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน&nbsp;คณะว่ายน้ำ&nbsp;และประชาชนเข้าร่วม</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมการว่ายน้ำข้ามทะเลสาบ&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;2&nbsp;ระยะ&nbsp;คือ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เส้นทางในการแข่งขันว่ายน้ำ&nbsp;เริ่มจากโรงสีแดง&nbsp;ถนนนครนอก&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;ไปยัง&nbsp;ชุมชนบ้านหัวเขา&nbsp;อำเภอสิงหนคร&nbsp;โดยมีนักกีฬาเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;พร้อมมีทีม&nbsp;Life&nbsp;Guard&nbsp;จากหลายภาคส่วนดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง</p><p><strong>ด้านนายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;Singora&nbsp;Lake&nbsp;Swim&nbsp;2022&nbsp;ถือเป็นการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด&nbsp;ไม่ว่าจะการแข่งขันกีฬา&nbsp;หรือกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ซึ่งตอนนี้อยู่ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;แต่จังหวัดสงขลา&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;สนับสนุนทุกภาคส่วน</strong>ที่จัดกิจกรรมที่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;แต่ทั้งนี้อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะวันนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ยังเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยได้รับความสนใจจากนักว่ายน้ำจากทั่วประเทศมาร่วมการว่ายน้ำในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งจัดโดยไม่มีการแข่งขันสำหรับผู้ที่รักในการว่ายน้ำ&nbsp;และในปีหน้าทางจังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมกับผู้จัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะสนับสนุนการจัดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลาอย่างเต็มที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การจัดกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลาฯ</strong>&nbsp;มีเป้าหมายให้นักว่ายน้ำ&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดสงขลา&nbsp;ตระหนักในเรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;ปลูกจิตสำนึกให้รักท้องทะเลสาบ&nbsp;โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลาเป็นทรัพย์สมบัติที่มีมูลค่ามหาศาลของประเทศไทย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว&nbsp;&nbsp;วิทยา&nbsp;สันบู/ภาพ13&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313103621329"],
    [216,"ลานวัฒนธรรมสร้างสุขสุรินทร์ ครั้งที่ 10 สร้างรายได้กว่า  7 แสนบาท","<p><strong>จังหวัดสุรินทร์จัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม&nbsp;สร้างสุข&nbsp;@&nbsp;ตลาดหน้าจวน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10&nbsp;สร้างรายได้กว่า&nbsp;7&nbsp;แสนบาท</strong></p><p><strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;รวมพลังทุกภาคส่วน&nbsp;จัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม&nbsp;สร้างสุข&nbsp;@&nbsp;ตลาดหน้าจวน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10</strong>&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;โดยมีกิจกรรมช่วงเช้า&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;จัดกิจกรรมตักบาตรกับช้าง&nbsp;โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานทำบุญตักบาตรกับช้าง&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;นักเรียน&nbsp;&nbsp;นักศึกษา&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นเวลา&nbsp;08.00-09.00&nbsp;น.&nbsp;ถ่ายภาพกับทะเลตุง</strong>&nbsp;เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าไหม&nbsp;เครื่องเงิน&nbsp;&nbsp;อาหารพื้นบ้าน&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์ของดีเมืองสุรินทร์&nbsp;โดยมีร้านค้ามาออกร้านให้การบริการ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;ร้าน</p><p><strong>ส่วนช่วงเย็น&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00-21.00&nbsp;น.&nbsp;ร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย</strong>&nbsp;พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับบรรยากาศลานคนเมือง&nbsp;สุรินทร์รื่นรมย์&nbsp;ร้อง&nbsp;เล่น&nbsp;เต้น&nbsp;รำ&nbsp;และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้กันตรึม&nbsp;จากโรงเรียนประสาทวิทยาคาร&nbsp;การแสดงศิลปะพื้นบ้านวงโปงลาง&nbsp;จากสำนักศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&nbsp;อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นถิ่น&nbsp;สินค้าพื้นเมือง&nbsp;&nbsp;สินค้า&nbsp;&nbsp;GI&nbsp;เกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์&nbsp;รวมทั้งจัดแสดงภาพถ่ายเล่าเรื่องเมืองสุรินทร์จากสมาคมการท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น&nbsp;สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว</strong>&nbsp;และสร้างความสุขให้กับชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยมีผู้มาร่วมกิจกรรม/นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม&nbsp;ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า&nbsp;ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;1,048&nbsp;คน&nbsp;เกิดรายได้หมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมทุกกิจกรรม&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;785,255&nbsp;บาท</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นางสาววาสนา&nbsp;ไชยพรรณา&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ได้นำบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;รวมทั้งประสานงาน&nbsp;อำนวยความสะดวกแก่ศิลปินนักแสดง&nbsp;จัดเก็บข้อมูลผู้แต่งกายผ้าไทยสวยงามและโดดเด่น&nbsp;เข้ารับเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในวันเสาร์แรกของทุกต้นเดือน&nbsp;&nbsp;ข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313103515328"],
    [217,"ตัวแทนภาคธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง จ.ยะลา เผยการเปิดสนามบินเบตงเชิงพาณิชย์ จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง และจังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>นายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การเปิดสนามบินเบตงเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;อ.เบตง&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายจุด&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;อีกทั้งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นๆ&nbsp;สอบถามมาตลอดว่าจะเปิดการบินในเชิงพาณิชย์เมื่อไร&nbsp;เพราะการจองทัวร์จะต้องจองล่วงหน้า&nbsp;เพื่อเตรียมตั๋วเครื่องบิน&nbsp;โรงแรมที่พัก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หลังจากเปิดสนามบินในเชิงพาณิชย์แล้ว&nbsp;จะสามารถบรรเทาผลกระทบกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วน&nbsp;และสามารถเดิน&nbsp;ตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้</p><p><strong>ส่วน&nbsp;นายกันต์พงษ์&nbsp;ลิ่มกาญจนา&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา&nbsp;เห็นว่า</strong>&nbsp;การเปิดสนามบินแห่งนี้เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งปัจจุบันจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายัง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;เฉลี่ยวันละ&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;หากสนามบินเปิดใช้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากถึง&nbsp;3,000-4,000&nbsp;ต่อวัน&nbsp;เศรษฐกิจรายได้ของคนในพื้นที่จะเพิ่มขึ้น&nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;การเปิดใช้สนามบินแห่งนี้จึงเป็นความหวังที่จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่</p><p><strong>สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>มูลค่ากว่า&nbsp;1,900&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&nbsp;ลำดับที่&nbsp;29&nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&nbsp;มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารท่าอากาศยาน&nbsp;ที่ตกแต่งด้วย&nbsp;ไม้ไผ่&nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;เพราะคำว่า&nbsp;เบตง&nbsp;หรือ&nbsp;บือตง&nbsp;เป็นภาษามลายูถิ่น&nbsp;แปลว่า&nbsp;ไม้ไผ่&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ได้เปิดบินทดลองการเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ&nbsp;(Charter&nbsp;Flight)&nbsp;ที่มีผู้โดยสาร&nbsp;จำนวน&nbsp;76&nbsp;คน&nbsp;ที่เดินทางมาจากท่าอากาศยานดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;และยังมีเครื่องบินส่วนบุคคลบินเข้ามาลงหลายเที่ยว&nbsp;และในวันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีเตรียม&nbsp;เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อรองรับตลาดการท่องเที่ยว&nbsp;การพาณิชย์&nbsp;เพื่อการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313113958338"],
    [218,"อธิบดีกรมท่าอากาศยานตรวจความพร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา ในวันที่ 14 มีนาคมนี้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;)&nbsp;นายปริญญา&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;</strong>อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวโรทัย&nbsp;ไตรพิทักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักโฆษก&nbsp;สำนักเลขาธิการ&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ตรวจความพร้อมภาพรวมด้านต่างๆ&nbsp;ของท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ในการเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิด&nbsp;\"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา\"&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;โดยมีนางดวงพร&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;ปฏิบัติงาน&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;นายสุทธิพงศ์&nbsp;สาครินทร์&nbsp;ผ&nbsp;อ.สวท.เบตง&nbsp;นายกิตติภณ&nbsp;เปรมรัชชานนท์&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายปริญญา&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กรมท่าอากาศยาน&nbsp;(ทย.)&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;พร้อมเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่มีนโยบายให้หน่วยงานดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และการคมนาคม&nbsp;ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ด้านการส่งเสริมการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการเดินทางได้หลายรูปแบบ&nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;</strong>ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมให้บริการตามมาตรฐาน&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะเป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;พร้อมเดินทางไปกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดังกล่าว&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ได้มอบให้&nbsp;กรมท่าอากาศยาน&nbsp;ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเส้นทางการบินสู่ท่าอากาศยานเบตงเพิ่มเติม&nbsp;เช่น&nbsp;สุวรรณภูมิ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;รวมทั้งพิจารณาความเป็นไปได้ของแผนพัฒนาท่าอากาศยานเบตง&nbsp;เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ในระยะต่อไปในอนาคต&nbsp;โดยให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประเด็นด้านความมั่นคง&nbsp;ความคุ้มค่า&nbsp;และผลประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับท่าอากาศยานเบตง&nbsp;เป็นท่าอากาศยานแห่งที่&nbsp;29&nbsp;ของ&nbsp;ทย.&nbsp;</strong>ตั้งอยู่ในตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;920&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทางขับ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เส้น&nbsp;ทางวิ่ง&nbsp;กว้าง&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;ลานจอดเครื่องบินรองรับเครื่องบินขนาด&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยขนาด&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;&nbsp;300&nbsp;&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;หรือ&nbsp;800,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;และลานจอดรถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;140&nbsp;คัน&nbsp;จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรก&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์)&nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ตามประกาศของ&nbsp;กพท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งนอกจากเส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&nbsp;</strong>ท่าอากาศยานเบตงยังมีความพร้อมที่จะมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&nbsp;(Regional&nbsp;Hub)&nbsp;เส้นทางระหว่างประเทศไทย&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;และสิงคโปร์ในอนาคตด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313120924340"],
    [219,"พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 รอบที่ 1 (งวดที่ 20)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;</span>2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;20)&nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;20&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว</strong>,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,815.28&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,184.72&nbsp;บาท,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;10,280.55&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;719.45,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,383.83&nbsp;บาท,&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,616.17&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,834.41&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,165.59&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313122009341"],
    [220,"จ.เลย เปิดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง ปี 2565 ขับเคลื่อน Soft power ความเป็นไทย นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างสรรค์สินค้าและบริการ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ","<p><strong>จังหวัดเลย&nbsp;โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย&nbsp;</strong>จัดงานโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมสวมหน้ากาก&nbsp;ยลงานศิลป์&nbsp;เช็คอินริมโขง&nbsp;Mask&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ณ&nbsp;ลานวัฒนธรรม&nbsp;ริมแม่น้ำโขง&nbsp;ตำบลเชียงคาน&nbsp;อำเภอเชียงคาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจัดพิธีเปิดงานเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;เสริมสร้างอัตลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศไทย&nbsp;และในพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;มุ่งก่อให้เกิดการเผยแพร่แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมในระหว่างพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย&nbsp;ให้พัฒนาต่อยอดกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทย&nbsp;และพื้นที่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง</p><p><strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ขบวนพาเหรดหน้ากากแฟนซี&nbsp;Carnival&nbsp;Colorful&nbsp;Mask</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขบวนหน้ากากผีบุ้งเต้า&nbsp;ผีขนน้ำ&nbsp;ผีตาโขน&nbsp;ขบวนหน้ากากแฟนซีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เครือข่ายมหาวิทยาราชภัฏเลย&nbsp;เครือข่ายทางวัฒนธรรม&nbsp;นิทรรศการงานศิลป์ร่วมสมัย&nbsp;ริมฝั่งโขง&nbsp;นิทรรศการหน้ากากนานาชาติ&nbsp;และนิทรรศการหน้ากากจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;ถนนสายศิลปะ(Street&nbsp;Art&nbsp;at&nbsp;Loei)&nbsp;การจัดนิทรรศการลายผ้าอัตลักษณ์จังหวัดเลย&nbsp;การแสดงทางวัฒนธรรมศิลป์ร่วมสมัยจากเครือข่ายยุวชนคนไทเลย&nbsp;การออกร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;จากเครือข่ายชุมชนคุณธรรมในจังหวัดเลย&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;ร้านค้า&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมดำเนินตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;มีนโยบายมุ่งขับเคลื่อนSoft&nbsp;power&nbsp;ความเป็นไทย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างสรรค์สินค้าและบริการ&nbsp;(Creative&nbsp;culture)&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;ประกอบกับ</span>รัฐบาลได้กำหนดมาตรการผ่อนปรนการแสดงมหรสพประเภทในอาคาร&nbsp;นอกอาคาร&nbsp;โรงละคร&nbsp;&nbsp;โรงมหรสพ&nbsp;และ&nbsp;ศบค.&nbsp;ได้เห็นชอบแนวทางปฏิบัติตามมาตรการผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ให้สามารถจัดการแสดงมหรสพได้&nbsp;โดยขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.เลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313122419344"],
    [221,"Krabi Food Fest : กินเปลี่ยนโลก กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว  จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 บรรยากาศคึกคัก    ด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่</strong>&nbsp;ร่วมกับสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;จัดงาน&nbsp;Krabi&nbsp;Food&nbsp;Fest:&nbsp;กิน&nbsp;เปลี่ยน&nbsp;โลก&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น&nbsp;-&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;หาดอ่าวนาง&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&nbsp;ผ่านการจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่กระบี่&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;กรีนอีเวนต์&nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายในงานมีการออกร้าน&nbsp;จำหน่ายอาหาร&nbsp;เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;กว่า&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;จากโรงแรม&nbsp;ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง&nbsp;อาหารฮาลาลในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยเน้นกินอาหารท้องถิ่น&nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&nbsp;กินรู้ที่มา&nbsp;กินเป็นยา&nbsp;กินตามฤดูกาล&nbsp;โดยเชฟประจำร้านอาหารโรงแรม&nbsp;รีสอร์ทในพื้นที่&nbsp;มาปรุงรสให้รับประทานกันสดๆ&nbsp;ร้อนๆ&nbsp;ด้วยบรรยากาศ&nbsp;สุดชิลริมทะเลอ่าวนาง&nbsp;คละเคล้าด้วยเสียงเพลง&nbsp;เสียงคลื่น&nbsp;และชมพระอาทิตย์ตก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผ่อนคลายด้วยดนตรีคลาสสิก&nbsp;จากวง&nbsp;Local&nbsp;Band&nbsp;กระบี่&nbsp;และ&nbsp;Mr.&nbsp;COCO&nbsp;Jamboo&nbsp;นักแซกโซโฟนและนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน&nbsp;ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักทั่วโลก&nbsp;มาขับกล่อมให้ชมกันถึงที่&nbsp;พร้อมกิจกรรมเวิร์คช้อป&nbsp;(Workshop)&nbsp;การปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบจากท้องถิ่นที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ในสไตล์&nbsp;Fusion&nbsp;Food&nbsp;โดยเชฟที่มีชื่อเสียงของประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>การจัดงานเมื่อวานนี้&nbsp;(12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;จัดขี้นเป็นวันที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ซึ่งบรรยากาศในงานคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็น&nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;เข้ามาเยี่ยมชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องดื่มตามบูธต่างๆ&nbsp;&nbsp;และช่วงค่ำ&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;เชฟโชว์การปรุงอาหารโดยวัตถุดิบท้องถิ่นที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ในสไตล์&nbsp;Fusion&nbsp;Food&nbsp;โดยเชฟ&nbsp;ชลิต&nbsp;เฟื่องอารมณ์&nbsp;เชฟที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ&nbsp;จากครัวคุณตุ่ม&nbsp;ด้วยการนำวัตถุดิบหลักของท้องถิ่น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ปลาใบ&nbsp;ปลาทราย&nbsp;ปลาเสียบ&nbsp;ยอดหมุย&nbsp;เป็นเมนูใหม่หนึ่งเดียวให้กระบี่&nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับ&nbsp;เชฟป้อม&nbsp;จากครัวคุณป้อมจังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก&nbsp;&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่</strong>&nbsp;,&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;รอดทอง&nbsp;อุปนายกสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;,&nbsp;นางดวงจันทร์&nbsp;ทรงเจริญ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&nbsp;และนายสุคนธ์&nbsp;หนูช่วย&nbsp;นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดกระบี่&nbsp;เข้าร่วมงานพร้อมชิมอาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟระดับประเทศไทยและเชฟจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ยังตกค้างเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในรูปแบบวิถี&nbsp;new&nbsp;normal&nbsp;และกิจกรรมดังกล่าวยังมีต่อเนื่องถึงวันนี้&nbsp;(13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00-22.00&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313131105374"],
    [222,"นักธุรกิจเบตง มั่นใจ การเปิดเที่ยวบินพาณิชย์  กรุงเทพฯ-เบตง 14 มีนาคมนี้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นแลนด์มาร์คการเชื่อมโยงเส้นทางการบินในจังหวัดภาคใต้ชายแดน  รองรับการเปิดด่านทางบก ไทย - มาเลเซีย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ความคืบหน้าสำหรับการเปิดใช้สนามบินเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ล่าสุดบริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ยืนยันเปิดให้บริการเส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-เบตง&nbsp;ในรูปแบบเที่ยวบินพาณิชย์เฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;โดยให้บริการในวันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;&nbsp;โดยวันที่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;จะเป็นเที่ยวบินแรก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสรรเสริญ&nbsp;จิรรัตนโสภณ&nbsp;นักธุกิจในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;มั่นใจการเปิดเส้นทางบินกรุงเทพ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม&nbsp;เช่น&nbsp;สกายวอล์คเบตง&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติ&nbsp;และที่สำคัญสอดรับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซียในเดือนเมษายนนี้&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งจะช่วยเอื้อให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในอนาคตที่มีโอกาสที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาให้&nbsp;อ.เบตง&nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการเชื่อมโยงเส้นทางการบินในจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;&nbsp;เนื่องจากศักยภาพของเบตงมีความน่าสนใจที่เป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนรูปแบบครอบครัว&nbsp;ตลอดจนการการช็อปปิ้ง&nbsp;ซึ่งในอดีตเบตงเป็นเสมือนจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านด่านทางบก&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;&nbsp;อินโดนีเซียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&nbsp;&nbsp;ดังนั้นในอนาคตหากมีเส้นทางบินที่สามารถอำนวยความสะดวกมากขึ้นจึงเป็นความหวังที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่มั่นใจว่าการเชื่อมโยงการบินระหว่างประเทศได้จะหนุนให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเติบโตได้อีก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสรรเสริญ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับอัตราค่าโดยสารประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;3,800&nbsp;บาทต่อเที่ยวบิน&nbsp;</strong>นั้น&nbsp;ในระยะเริ่มต้นอาจเป็นต้นทุนที่สูงซึ่งกลุ่มเป้าหมายน่าจะตอบโจทย์สำหรับกลุ่มธุรกิจ&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มีความพร้อม&nbsp;แต่สำหรับประชาชนทั่วไปหรือคนในพื้นที่อาจมองว่าค่าโดยสารยังสูงและมองว่าน่าจะต้องไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำหรับท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;อ.&nbsp;เบตง&nbsp;จ.&nbsp;ยะลา&nbsp;มีอาคารที่พักผู้โดยสารขนาด&nbsp;&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสาร&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;หรือกว่า&nbsp;8&nbsp;แสนคนต่อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันการให้บริการเพื่อสนับสนุนภารกิจเที่ยวบินของทางราชการ&nbsp;และเที่ยวบินส่วนบุคคล&nbsp;คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในปี&nbsp;2565&nbsp;สอดรับกับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซีย&nbsp;รวมทั้งรองรับการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยด้วยกันเช่นกัน&nbsp;ซึ่งการเปิดใช้ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;นั้น&nbsp;สามารถสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจชายแดนใต้&nbsp;และกระจายความเจริญทางโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313135341383"],
    [223,"สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จัดกิจกรรม ปั่นชมวิว....ทิวเขา @ โพรงจระเข้ : Mounth View Bike Touring @ ProngJorakae พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาให้แก่โรงเรียนบ้านในควน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&nbsp;@&nbsp;โพรงจระเข้&nbsp;:&nbsp;Mounth&nbsp;View&nbsp;Bike&nbsp;Touring&nbsp;@&nbsp;ProngJorakae&nbsp;พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาให้แก่โรงเรียนบ้านในควน&nbsp;และชมกิจกรรมการแสดงของเยาวชนต้นกล้าจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;วังหินลาด&nbsp;ต.โพรงจระเข้&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;ด้วยการใช้กีฬาจักรยานเป็นสื่อในการจุดประกายและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;หรือผู้พบเห็นทั่วไปได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย&nbsp;และที่สำคัญคือ&nbsp;เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ที่มีธรรมชาติสวยงาม&nbsp;อุดมสมบูรณ์&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก&nbsp;และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดตรังเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งในกิจกรรม&nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&nbsp;@&nbsp;โพรงจระเข้&nbsp;:&nbsp;Mounth&nbsp;View&nbsp;Bike&nbsp;Touring&nbsp;@&nbsp;ProngJorakae&nbsp;จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดรวมระยะทางประมาณ&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักปั่นจักรยานของจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดอย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313140748385"],
    [224,"ยืนยันราคาสินค้า 18 หมวดที่มีการปรับราคาสูงขึ้นก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลงแล้ว ","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมราคาสินค้าหลายชนิดที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้&nbsp;ว่า&nbsp;มาตรการที่กระทรวงพาณิชย์บังคับใช้ในการตรึงราคาสินค้าสำคัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;หมวด&nbsp;ยังสามารถควบคุมราคาสินค้าได้&nbsp;รวมถึงราคาสินค้าหลายชนิดที่มีการปรับขึ้นราคาช่วงก่อนหน้านี้ได้มีการปรับลดลงแล้ว&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้าและเนื้อสัตว์&nbsp;โดยหมูเนื้อแดงราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งบางวันอาจมีการปรับราคาขึ้นลงเล็กน้อย&nbsp;หรือภายในห้างสรรพสินค้าที่มีราคาชี้นำ&nbsp;ปัจจุบันได้มีการปรับราคาลดลงเช่นกัน&nbsp;สำหรับสินค้ามะนาวที่มีการปรับราคาขึ้นสูงอยู่ขณะนี้&nbsp;เนื่องจากมะนาวเป็นสินค้าตามฤดูกาล&nbsp;เมื่อถึงฤดูร้อนราคามะนาวจะมีการปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ด้านเกษตรกรขณะนี้มีความพึงพอใจเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาสามารถขายได้ในราคาที่ต่ำ&nbsp;จึงหวังว่าผู้บริโภคจะเข้าใจ&nbsp;เนื่องจากเป็นตามช่วงฤดูกาลสำหรับสินค้าพืชผลการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบราคาอาหารสัตว์&nbsp;ที่จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตขณะนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;มอบหมายให้กรมการค้าภายใน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้าวโพดตามคลังสินค้าต่างๆ&nbsp;ว่ามีการกักตุนหรือไม่&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันข้าวโพดไม่ได้อยู่ในฤดูการเก็บเกี่ยว&nbsp;แต่อาจมีการตกค้างอยู่ที่ผู้ประกอบการบางส่วน&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;จะสามารถทราบผลการตรวจสอบ&nbsp;ซึ่งหากพบการกักตุนสินค้าจะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313203506459"],
    [225,"ททท.สุราษฎร์ฯ จัดกิจกรรม เปิดประสบการณ์ใหม่ เที่ยว Surat ไม่รู้ลืม SHOP ... FIN ... CHECK IN ตลาดบางใบไม้ สุราษฎร์ธานี ช้อป 100.- แถม 200.- ซื้อของแม่ค้า ช่วยพ่อค้าแม่ขายที่ขาดรายได้ไปกว่าร้อยละ 50 จากสถานการณ์โควิด 19","<p><strong>ประชาชนชาวเมืองสุราษฎร์ฯและใกล้เคียง</strong>เข้าซื้อคูปองเงินสด&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ของตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&nbsp;ก่อนรับฟรีคูปองเงินแทนเงินสดจาก&nbsp;ททท.สำนักงานสุราษฎร์ฯอีก&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ใช้แทนเงินสดสำหรับซื้อของ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;และนั่งเรือชมอุโมงค์จาก&nbsp;อีก&nbsp;100&nbsp;บาทสำหรับ&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;เพื่อกระตุ้นการซื้อขาย&nbsp;ในตลาดบางใบ้ไม้ที่เพิ่งกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งได้ประมาณ&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;หลังปิดหนีโควิด&nbsp;19&nbsp;มานานกว่า&nbsp;9&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ลูกค้าก็ยังไม่คึกคักเหมือนเดิม&nbsp;</p><p><strong>นายสุรินทร์&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;พ่อค้าขนมเปี๊ยะ</strong>&nbsp;เล่าว่าช่วงที่ต้องปิดตลาดเพราะสถานการณ์โรคระบาด&nbsp;ไม่มีรายได้&nbsp;ทำได้เพียงเอาทุนเก่ามาใช้จ่ายอย่างประหยัด&nbsp;ถ้าทุนยาวก็อยู่ได้ดี&nbsp;วันนี้ตลาดกลับมาเปิดอีกครั้ง&nbsp;แต่ลูกค้าก็ยังไม่กลับมาเหมือน&nbsp;ซึ่งอาจเป็นเพราะยังกลัวโรคระบาด&nbsp;และน้ำแพงที่ต้องประหยัดมากขึ้น&nbsp;รายได้ยังกลับมาไม่ถึงร้อยละ&nbsp;50&nbsp;</p><p>เช่นเดียวกันกับนางสาวอุบลรัตน์&nbsp;จอมสวัสดิ์&nbsp;แม่ค้ามัลเบอร์รี่บ้านลุงหมี&nbsp;บอกว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องปรับตัว&nbsp;ปรับปรุงสินค้า&nbsp;ให้หลากหลายขึ้น&nbsp;เช่นแยมมัลเบอร์รี่&nbsp;น้ำพริกมัลเบอร์รี่&nbsp;เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้า&nbsp;เพื่อกระตุ้นการขายให้มากขึ้น</p><p><strong>ทางด้านนางสาวนันทวัน&nbsp;ศิริโภคพัฒน์&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการซื้อขายช่วยเหลือพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;และ&nbsp;ช่วยเหลือใช้จ่ายให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&nbsp;โดยมีกติกาคือ&nbsp;เมื่อซื้อคูปองสินค้าในตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้ในราคา100&nbsp;บาท&nbsp;แล้วนำหลักฐานมาแสดง&nbsp;ณ&nbsp;จุดลงทะเบียนกิจกรรม&nbsp;รับไปเลยคูปองสำหรับซื้อสินค้า&nbsp;มูลค่า&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมคูปองนั่งเรือ&nbsp;Fin&nbsp;Fin&nbsp;ชมอุโมงค์จาก&nbsp;มูลค่า&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ฟรี&nbsp;โดย&nbsp;ททท.สำนักงานสุราษฎร์ธานี&nbsp;ขอสงวนสิทธิ์&nbsp;100&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;ท่าน&nbsp;/&nbsp;คูปองเรือ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สามารถนั่งได้ไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ขอสงวนสิทธิ์ใช้ได้วันต่อวัน&nbsp;เฉพาะวันในการจัดกิจกรรมเท่านั้น&nbsp;จำกัดสิทธิ์เพียง&nbsp;300&nbsp;สิทธิ์&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;13&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;อาทิตย์&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งกิจกรรมในวันนี้สามารถกระจายรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้</strong>&nbsp;เปิดทุกวันอาทิตย์&nbsp;มีสินค้าชุมชน&nbsp;อาหารมากมายกว่า&nbsp;100&nbsp;ร้าน&nbsp;ประชาชนที่สนใจจะเดินทางมาท่องเที่ยวตลาดน้ำสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ทุกวันอาทิตย์&nbsp;ส่วนการล่องเรือชมอุโมงค์จากนั้นสามารถเดินทางมาล่องเรือชมความงดงามของอุโมงค์จากได้ทุกวัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313151456388"],
    [226,"พาณิชย์แพร่เชื่อมโยงตลาดไม้กวาดดอกหญ้า ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา","<p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าไม้กวาดดอกหญ้าที่ผลิตโดยผู้พิการทางสายตา&nbsp;สมาคมคนตาบอดจังหวัดแพร่&nbsp;โดยเป็นการเพิ่มโอกาส&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ผู้พิการทางสายตาซึ่งประสบปัญหาด้านการตลาด&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</p><p><strong>โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่จะทำหน้าที่</strong>เป็นผู้ประสานงานด้านการตลาดให้กับผู้ผลิตสำหรับไม้กวาดดอกหญ้าได้จัดจำหน่าย&nbsp;2&nbsp;ขนาดราคา&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขนาดใหญ่ราคาด้ามละ&nbsp;&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;และขนาดย่อมราคาด้ามละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ราคาพิเศษเมื่อซื้อ&nbsp;3&nbsp;ด้ามราคา&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;อาทิ&nbsp;หอการค้าจังหวัดแพร่&nbsp;กลุ่มเครือข่ายธุรกิจบิสคลับจังหวัดแพร่&nbsp;ในการสั่งซื้อไม้กวาดดอกหญ้าแล้วจำนวนกว่า&nbsp;280&nbsp;ด้าม&nbsp;ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่กลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;06-3651-5369</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313164951404"],
    [227,"จ.ยะลา เตรียมสถานที่ต้อนรับนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด \"เที่ยวบินปฐมฤกษ์ สนามบินเบตง","<p><strong>ข้าราชการ&nbsp;หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;เตรียมสถานที่</strong>ต้อนรับนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิด&nbsp;\"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สนามบินเบตงในวันพรุ่งนี้&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p><strong>ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ออแกไนท์&nbsp;ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการเบตง&nbsp;ร่วมกันจัดสถานที่เตรียมความพร้อมในการต้อนรับ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;\"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา\"&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;พร้อมคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD6260&nbsp;เส้นทางดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง</p><p><strong>สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้&nbsp;จะเดินทางออกจาก</strong>ท่าอากาศยานดอนเมืองกรุงเทพฯเวลา&nbsp;09.15&nbsp;น.&nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตงประมาณ&nbsp;11:45&nbsp;น.&nbsp;(ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง&nbsp;1&nbsp;ชม.&nbsp;45&nbsp;นาที&nbsp;จากนั้นท่านนายกฯ&nbsp;จะประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;รับชมวิดิทัศน์ภาพรวมการดำเนินงานท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;รวมถึง&nbsp;พบปะพี่น้องประชาชน&nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;ที่มาร่วมต้อนรับการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สนามบินเบตง</p><p><strong>ส่วนของท่าอากาศยานเบตงขณะนี้&nbsp;มีความพร้อมของเจ้าหน้าที่</strong>&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;ตลอดจนความพร้อมของรันเวย์ที่รองรับเครื่องบินได้ที่มีขนาดสูงสุด&nbsp;คือ&nbsp;ATR72&nbsp;และเครื่องบิน&nbsp;Q400&nbsp;ที่มีความจุผู้โดยสารกว่า&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ในการเตรียมให้บริการของสายการบินนกแอร์&nbsp;ซึ่งตามตารางจะทำการบิน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;คือ&nbsp;วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313173519431"],
    [228,"หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ร่วมกัน เตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ต้อนรับนายกรัฐมนตรีสู่สวรรค์บนดิน สนามบินเบตง เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD6260 เส้นทางดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง  ในวันพรุ่งนี้ 14 มีนาคม","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;นายปริญญา&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;ร่วมกันตรวจติดตามการจัดสถานที่&nbsp;ทั้งภายในและภายนอกอาคารท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;รวมถึงอุปกรณ์&nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;และขั้นตอนต่างๆ&nbsp;ในการต้อนรับ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;\"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา\"&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;พร้อมคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD6260&nbsp;เส้นทางดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้&nbsp;จะเดินทางออกจาก</strong>ท่าอากาศยานดอนเมืองกรุงเทพฯเวลา&nbsp;09.15&nbsp;น.&nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตงประมาณ&nbsp;11:45&nbsp;น.&nbsp;(ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง&nbsp;1&nbsp;ชม.&nbsp;45&nbsp;นาที&nbsp;จากนั้นท่านนายกฯ&nbsp;จะประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;รับชมวิดิทัศน์ภาพรวมการดำเนินงานท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;รวมถึง&nbsp;พบปะพี่น้องประชาชน&nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;ที่มาร่วมต้อนรับการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สนามบินเบตง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การดำเนินโครงการก่อสร้างสนามบินเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;เบื้องต้นจะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรก&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ-เบตง-กรุงเทพฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์)&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>ตามประกาศของ&nbsp;กพท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&nbsp;ซึ่งนอกจากเส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงยังมีความพร้อมที่จะมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&nbsp;(Regional&nbsp;Hub)&nbsp;เส้นทางระหว่างประเทศไทย&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;และสิงคโปร์ในอนาคต&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับสนามบินเบตงเริ่มก่อสร้างเมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&nbsp;2562</strong>&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;876,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313192357446"],
    [229,"จังหวัดยะลาเตรียมต้อนรับ คณะเดินทางกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์พรุ่งนี้ พร้อมเดินหน้าเปิดการท่องเที่ยวเมืองเบตง เชิญชวนคนไทยทุกภาค \"ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องพิชิตเมืองเบตง\"","<p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีกำหนดจะเดินทางโดยเที่ยวบินโดยสารเชิงพาณิชย์ไฟลท์แรกจากท่าอากาศยานดอนเมือง&nbsp;มายังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;เพื่อเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ให้บริการแก่ผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังอำเภอเบตงจังหวัดยะลาในโอกาสจากนี้ไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เที่ยวบินโดยสารเที่ยวปฐมฤกษ์ที่จะเดินทางมาพรุ่งนี้</strong>&nbsp;เป็นของสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD&nbsp;6260&nbsp;&nbsp;โดยจะนำผู้โดยสารที่เป็นคณะของผู้บริหารระดับสูงของประเทศ&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;รวมทั้งผู้โดยสารที่ได้จองที่นั่งมาเพื่อการท่องเที่ยวที่อำเภอเบตง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนด้านการเตรียมความพร้อมการต้อนรับ</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวะดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารระดับจังหวัด&nbsp;และผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ได้นำภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทำการตกแต่สถานที่&nbsp;นำของดีในจังหวัดยะลา&nbsp;มานำเสนอในรูปแบบของบูธนิทรรศการ&nbsp;เพื่อสื่อให้เห็นถึงความงดงามและ&nbsp;ศักยภาพของจังหวัดยะลา&nbsp;ด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งมีอยู่อย่างมากมาย&nbsp;ควรค่าแก่การเดินทางมาสัมผัสในโอกาสต่อๆ&nbsp;ไป</p><p><strong>สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสิ้นค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ไม่ดอกเมืองหนาว&nbsp;สมโชกุน&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลองกอง&nbsp;ไก่เบตง&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;ปลากือเลาะ&nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว</strong>&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงปิยมิตร&nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;อัยเยอร์เวง&nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องพิชิดให้ได้สักครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313234441491"],
    [230,"กรมป่าไม้ เตรียมเสนอนายกฯ เปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อ.เบตง จ.ยะลา","<p><strong>กรมป่าไม้&nbsp;เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;และประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>เจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;13</strong>&nbsp;(สาขานราธิวาส)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้ร่วมกันจัดตั้งบู๊ทเสนอโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&nbsp;หรืออุโมงค์ใหญ่&nbsp;แหล่งประวัติศาสตร์กองบัญชาการพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีต&nbsp;เพื่อเสนอต่อพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;เชิงพาณิชย์วันนี้(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;แสงเทียน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;13</strong>&nbsp;(สาขานราธิวาส)&nbsp;เผยว่า&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;13&nbsp;(สาขา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;)ได้รับการประสาน&nbsp;จาก&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;แจ้งมาว่ารัฐบาลมีความสนใจที่จะพัฒนาอุโมงค์&nbsp;ซึ่งเป็นอุโมงค์พรรคคอมมิวนิสต์มาเลเซีย&nbsp;ได้เคยสร้างไว้ตั้งแต่ปี&nbsp;2520&nbsp;เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยในการสู้รบเมื่อในอดีต</p><p><strong>กรมป่าจึงได้ทำการสำรวจ&nbsp;พบ&nbsp;อุโมงค์มี&nbsp;13</strong>&nbsp;ช่องทางเข้า-ออก&nbsp;และมีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก&nbsp;บริเวณดังกล่าวสอดคล้อง&nbsp;2&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวชและเชิงประวัติศาสตร์ซึ่งการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้จะสอดคล้องและส่งเสริมการท่องเที่ยวใน&nbsp;อ.เบตงประกอบกับพื้นที่ที่ประชาชน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;คลุกคลีอยู่กับการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&nbsp;มองว่าภายหลังสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่จะทำให้การฟื้นฟูพัฒนาเมืองเบตงเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น&nbsp;มีความคุ้มค่าทำให้เกิดมูลค่าทางด้านรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081003492"],
    [231,"สนามบินเบตง ความหวังนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ-ประชาชนมั่นใจ กระตุ้นเศรษฐกิจ","<p><strong>สนามบินเบตงเปิดการบินอย่างเป็นทางการ&nbsp;</strong>ความหวังนักท่องเที่ยว&nbsp;ขณะที่ผู้ประกอบการประชาชนต่างดีใจ&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมด้วยพลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะ&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;ร่วมบินปฐมฤกษ์&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD6260&nbsp;พร้อมผู้โดยสารมุ่งหน้าท่องเที่ยวเบตง&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;รวมจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;นับเป็นเที่ยวบินเชิงพาณิย์&nbsp;กรุงเทพ(ดอนเมือง)-&nbsp;เบตง&nbsp;เที่ยวแรกของการลงจอดสนามบินเบตง</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ตนเองโดยสารเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองลงเครื่องที่หาดใหญ่แล้วเช่ารถยนต์ขับขี่มาท่องเที่ยวยังพื้นที่เบตงกับครอบครัว&nbsp;ประทับใจผู้คนเบตง&nbsp;น่ารักเป็นกันเอง&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติน่าสนใจ&nbsp;จากการมาครั้งนี้ถ้ามีโอกาสมาอีกแน่นอน&nbsp;ทราบว่าสนามบินเบตงเปิดให้บริการแล้ว&nbsp;น่าจะอำนวยความสะดวกลดเวลาการเดินทางได้เยอะ&nbsp;แน่นอนว่าต้องหาโอกาสมาอีกแน่นอน</p><p><strong>ด้านศิริวรรณ&nbsp;แซ่ตั้ง&nbsp;แม่ค้าล็อตเตอรี่ตลาดสดเมืองเบตง&nbsp;</strong>เผยว่า&nbsp;ดีใจที่สนามบินเบตงเปิดแล้ว&nbsp;การที่ท่านนายกรัฐมนตรีลงมาเบตง&nbsp;และโดยสารเครื่องบินปฐมฤกษ์ด้วย&nbsp;เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องเศรษฐกิจ&nbsp;ให้กับคนในพื้นที่&nbsp;โดยคาดหวังเป็นอย่างมากว่าการมีสายบินจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เมืองเบตงให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน&nbsp;เพราะเราๆผู้ประกอบการ&nbsp;แม่ค้าพ่อค้าก็มีรายได้จากนักท่องเที่ยว&nbsp;แค่คนในพื้นที่ไม่เพียงพอ&nbsp;ยิ่งมีสายการบินเปิดให้บริการ&nbsp;นักท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่น&nbsp;หรือต่างประเทศก็จะนำเม็ดเงินมาหมุนเวียนในพื้นที่&nbsp;กระจายรายได้อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081119493"],
    [232,"วิกฤตน้ำมันแพง - ค่าครองชีพสูง กระทบคน หาเช้ากินค่ำ ซ้ำเติมโควิด-19","<p><strong>ในภาวะน้ำมันขึ้นราคา&nbsp;&nbsp;สินค้าแพง&nbsp;ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบ</strong>กับความเป็นอยู่&nbsp;ค่าครองชีพประชาชนทุกคนทุกอาชีพ&nbsp;แล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยังทำให้ซ้ำเติมสถานการณ์โควิดโอมิครอน&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ทั่ว&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;อย่างสองสามี&nbsp;ภรรยาที่มีอาชีพรับน้ำแข็งมาขายที่ตลาดสดยะลา&nbsp;จากเดิมเมื่อก่อนมีรายได้ทั้งทุนทั้งกำไร&nbsp;อยู่ที่&nbsp;สองถึงสามพันบาท&nbsp;เดี๋ยวนี้เหลือเพียงแค่พันกว่าบาท&nbsp;ทำให้รายได้น้อยลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนลูกค้าที่เคยมีมาก&nbsp;ตอนนี้ก็หายจนเกือบหมด&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ติดโควิด&nbsp;&nbsp;กันเป็นส่วนใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;รายจ่ายก็เพิ่มขึ้นเนื่องจากของแพงทุกอย่าง&nbsp;ทุกวันนี้ครอบครัวนี้&nbsp;ได้แต่บอกว่า&nbsp;ยังไงก็ต้องทำ&nbsp;&nbsp;พอได้กินแต่ละวันไป&nbsp;ดีกว่าไม่ที่จะไม่มีงานทำ</p><p><strong>นายอภิชาติ&nbsp;จิตร์ขันติ&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;&nbsp;ของแพงทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;กิจวัตรประจำวันทุกอย่างแย่ลง&nbsp;ค่าใช้จ่ายจะมากกว่ารายรับ&nbsp;เมื่อก่อนยังเหลือเก็บบ้างตอนนี้ก็ไม่ค่อยเหลือ&nbsp;อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก</p><p><strong>ทางด้านนางธิดารัตน์&nbsp;จิตร์ขันติ&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง</strong>&nbsp;ทำอาชีพอะไรก็ไม่มีรายได้&nbsp;รายได้น้อยลง&nbsp;ลูกค้าน้อยอยากให้รัฐบาลช่วยประชาชน&nbsp;อย่าให้น้ำมันแพงขึ้น&nbsp;ของแพงขึ้น&nbsp;ตอนนี้ขายลำบากลูกค้าก็หายติดโควิดด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081301494"],
    [233,"พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณและสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำคัญของจังหวัด","<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณและสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำคัญของจังหวัด&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่ามีผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ที่มีการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไว้ครอบครอง&nbsp;ปริมาณรวมทั้งสิ้น&nbsp;80&nbsp;ตัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;จุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จิระพันธ์&nbsp;ตำบลทุ่งยาว&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ปริมาณข้าวโพดในสต็อก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;จุดรับซื้อข้าวโพดโชคพงษ์เกษม&nbsp;ตำบลทุ่งยาว&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ปริมาณข้าวโพดในสต็อก&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;จุดรับซื้อข้าวโพดนายณัฐพงค์&nbsp;ตำบลทุ่งยาว&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ปริมาณข้าวโพดในสต็อก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ตัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปริมาณการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;แต่ละรายไม่ถึง&nbsp;50&nbsp;ตัน</strong>&nbsp;และเป็นเพียงการรับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่และขายให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์นอกจังหวัด&nbsp;โดยผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเมล็ดความชื้น&nbsp;14-14.50&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ราคา&nbsp;11-&nbsp;11.20&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314092021503"],
    [234,"พาณิชย์ตรัง จัดกิจกรรมรณรงค์ ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;จัดกิจกรรมเดินรณรงค์&nbsp;ไม่ซื้อ&nbsp;ไม่ขาย&nbsp;ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการร้านค้าและผู้บริโภค&nbsp;ณ&nbsp;ห้างโรบินสันตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;โทษจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;</strong>&nbsp;หากขายสินค้าปลอมเครื่องหมาย&nbsp;การค้าของบุคคลอื่น&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขายสินค้าที่ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;&nbsp;ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น&nbsp;จำคุกตั้งแต่&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ถึง&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับตั้งแต่&nbsp;100,000&nbsp;ถึง&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และ&nbsp;ขายสินค้าละเมิดสิทธิบัตร&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314100433529"],
    [235,"จ.ประจวบฯ เดินหน้าแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 กลุ่มอำเภอ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทั่วถึงทั้งจังหวัด ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด -19","<p><strong>ที่ห้องประชุมเกาะหลัก&nbsp;ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;โดยมี&nbsp;ว่าที่พันตรี&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประชุม&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดฯ&nbsp;แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;3&nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&nbsp;และยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากข้อมูลนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาใน&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ย้อนหลัง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;พบว่า&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวน&nbsp;7,168,424&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาวไทย&nbsp;5,924,708&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;28,601&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ชาวต่างชาติ&nbsp;1,243,443&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;13,790&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวน&nbsp;4,108,941&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาวไทย&nbsp;3,920,292&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;16,135&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ชาวต่างชาติ&nbsp;188,649&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;1,885&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และปี&nbsp;2564&nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวน&nbsp;2,677,116&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาวไทย&nbsp;2,673,519&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;10,494&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ชาวต่างชาติ&nbsp;3,597&nbsp;คน&nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;36&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จังหวัดจึงต้องเร่งหาแนวฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง&nbsp;โดยเชื่อว่าหากมีการประกาศให้โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่นแล้ว&nbsp;จะมีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยจากนี้ทุกอำเภอจะต้องสำรวจค้นหาจุดเด่น&nbsp;อัตลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;พร้อมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;พัฒนาสินค้าในชุมชนท้องถิ่นที่มีความน่าสนใจ&nbsp;จากนั้นจึงจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวให้มีความเชื่อมโยงตามศักยภาพของกลุ่มอำเภอแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;โซน&nbsp;ได้แก่&nbsp;หัวหิน-ปราณบุรี&nbsp;,&nbsp;สามร้อยยอด-กุยบุรี-เมืองประจวบฯ&nbsp;,&nbsp;ทับสะแก-บางสะพาน-บางสะพานน้อย&nbsp;มุ่งเน้นให้เกิดการท่องเที่ยวแบบพักค้างแรมอย่างน้อย&nbsp;1-2&nbsp;คืน&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวมีระยะเวลาการใช้จ่ายอยู่ในพื้นที่นานขึ้นและกระจายตัวไปในอำเภอต่างๆ&nbsp;สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงครอบคลุมทั้งจังหวัด&nbsp;โดยจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการจัดทำโปรแกรมแกรมการท่องเที่ยวตามศักยภาพของกลุ่มอำเภอทั้ง&nbsp;3&nbsp;โซนดังกล่าว&nbsp;โดยเน้นการจัดทำกิจกรรมที่ตอบสนองนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มครอบครัว&nbsp;ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในการเดินทางแบบจำกัดด้วยกลุ่มครอบครัว&nbsp;นิยมเที่ยวแวะพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่ม&nbsp;CSR&nbsp;ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มนักศึกษา&nbsp;วัยทำงาน&nbsp;หรือกลุ่มเจน-Y&nbsp;นิยมจะเดินทางคนเดียวหรือเดินทางกับเพื่อน&nbsp;กล้าแสดงออก&nbsp;มีความมั่นใจในตัวเอง&nbsp;ชอบความสะดวกรวดเร็วและใช้สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;และกลุ่มผู้สูงวัย&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มวัยเกษียณมีกำลังซื้อจากเงินเก็บหรือบำนาญ&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;ยังได้พิจารณาแนวทางการออกแบบจัดทำมาสคอตเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;โดยเบื้องต้นได้เลือกค่างแว่นถิ่นใต้เป็นมาสคอตส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพราะเป็นสัตว์ที่พบได้ในพื้นที่&nbsp;มีลักษณะนิสัยซุกซน&nbsp;ขี้อาย&nbsp;เป็นสัตว์สังคม&nbsp;มีความน่ารักและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะมีการจัดกิจกรรมประกวดออกแบบมาสคอตค่างแว่นและให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314122238577"],
    [236,"นายกรัฐมนตรี เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา รองรับการท่องเที่ยว และลงทุน","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยนายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ไปเป็นประธานเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารและได้รับมอบภาพวาดสีน้ำรูปเครื่องบินเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สำหรับภาพวาดดังกล่าวเป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&nbsp;พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์&nbsp;เนื่องในการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;ด้วยเครื่องบินพระที่นั่งที่บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด</p><p>(&nbsp;มหาชน)&nbsp;จัดถวาย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2562</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะเยี่ยมชมท่าอากาศยานนานาชาติเบตง</strong>&nbsp;และนิทรรศการ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลาและมอบถุงกำลังใจให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ที่ประสบอุทกภัย</p><p><strong>สำหรับสนามบินเบตง&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร</strong>&nbsp;รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;กว่า&nbsp;800,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;รันเวย์มีขนาดความยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับได้เฉพาะอากาศยานขนาดเล็ก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การสร้างสนามบินเบตง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตง&nbsp;ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่สะดวกต่อการเดินทาง&nbsp;ให้สัญจรไปมาได้สะดวก&nbsp;ปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่และการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ</p><p><br></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314124256582"],
    [237,"เวียดนามรับจดทะเบียนมะขามหวานเพชรบูรณ์ เป็นสินค้า GI รายการที่ 2 ต่อจากเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน","<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ&nbsp;ประเทศเวียดนาม&nbsp;ประกาศรับจดทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;นับเป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยรายการที่&nbsp;2&nbsp;ต่อจาก&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;ที่ได้รับการจดทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;ในเวียดนาม&nbsp;ก่อนหน้านี้&nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย&nbsp;ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติมั่นใจในคุณภาพสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทย&nbsp;และช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นได้เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>กรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;</strong>พร้อมเดินหน้าผลักดันการจดทะเบียนสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยที่มีศักยภาพในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อาทิ&nbsp;ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง&nbsp;ในเวียดนาม&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;ทุเรียนปราจีน&nbsp;มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี&nbsp;ในจีน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อให้สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ที่ผ่านมามีสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยได้รับการจดทะเบียนในต่างประเทศ</strong>&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;รายการ&nbsp;&nbsp;ครอบคลุมกว่า&nbsp;30&nbsp;ประเทศทั้งสหภาพยุโรป&nbsp;อินเดีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง&nbsp;กาแฟดอยช้าง&nbsp;กาแฟดอยตุง&nbsp;&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสานและผ้าไหมยกดอกลำพูน&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน&nbsp;&nbsp;ด้วยลักษณะเด่นที่มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์&nbsp;ฝักใหญ่เนื้อหนานุ่มเหนียว&nbsp;มีสีสวยสม่ำเสมอ&nbsp;โดยในแต่ละปีมีปริมาณการผลิตสูงถึง&nbsp;52,000&nbsp;ตัน&nbsp;มีระบบควบคุมคุณภาพสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญของไทย&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;เวียดนาม&nbsp;จีน&nbsp;และยุโรป&nbsp;สร้างเม็ดเงินให้ผู้ประกอบการในจังหวัดเพชรบูรณ์กว่า&nbsp;3,900&nbsp;&nbsp;ล้านบาทต่อปี</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314144228639"],
    [238,"พาณิชย์ เผยซาอุฯ ไฟเขียว อนุญาตนำเข้าไก่จาก 11 โรงงานของไทยแล้ว โดยให้มีผลทันที พร้อมเตรียมเปิดตลาดสินค้ารายการอื่น ๆ เพิ่มเติม","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วานนี้&nbsp;(13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ทูตพาณิชย์ที่รับผิดชอบตลาดซาอุดิอาระเบีย&nbsp;และอุปทูตของกระทรวงการต่างประเทศของไทย&nbsp;ได้เข้าพบผู้บริหารระดับสูงขององค์การอาหารและยาซาอุดิอาระเบีย&nbsp;(&nbsp;Saudi&nbsp;Food&nbsp;&amp;&nbsp;Drug&nbsp;Authority&nbsp;(SFDA)&nbsp;)&nbsp;ได้ข้อสรุปร่วมกันที่เป็นข้อยุติว่า&nbsp;ซาอุดิอาระเบียจะอนุญาตให้นำเข้าไก่จากประเทศไทยได้&nbsp;จาก&nbsp;11&nbsp;โรงงานที่เดินทางมาตรวจล่วงหน้าในช่วงปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยให้มีผลทันที&nbsp;ถือเป็นข่าวดีและเป็นผลสำเร็จในการดำเนินการให้สามารถส่งไก่ไปขายยังตลาดซาอุดิอาระเบียได้&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันซาอุดิอาระเบียนำเข้าไก่&nbsp;ปีละ&nbsp;5.9&nbsp;แสนตัน&nbsp;</strong>นำเข้าจากบราซิล&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;และนำเข้าจากยูเครนและฝรั่งเศส&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ซึ่งจากนี้ไทยจะมีโอกาสเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดในซาอุดิอาระเบียได้เพิ่มขึ้น&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการและดำเนินการโดยคำนึงถึงปริมาณการบริโภคไก่ในประเทศ&nbsp;รวมทั้งรักษาระดับราคาไก่ในประเทศไม่ให้กระทบกับผู้บริโภคและได้ประโยชน์กับผู้ส่งออกด้วย</p><p><strong>สำหรับตัวเลขการส่งออกไก่ของไทยไปทั่วโลก&nbsp;</strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;รวมกว่า&nbsp;912,900&nbsp;ตัน&nbsp;มีมูลค่าการส่งออกรวมกว่า&nbsp;102,529&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ยังมีนโนบายที่จะเปิดตลาดสินค้าอื่นในประเทศซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติมด้วย&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการ</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314140043617"],
    [239,"จ.แม่ฮ่องสอน เปิดโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ประจำปี 2565 รุ่นที่ 2 ยกระดับเกษตรกรจากเกษตรปลอดภัยสู่เครือข่ายวิถีเกษตรอินทรีย์","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>นายขจรศักดิ์ชนัน&nbsp;จิตภิลัย&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ&nbsp;ฐานราก&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรผู้ตรวจ&nbsp;มาตรฐานแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGs&nbsp;PGS&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มในการผลิตพืชอาหารแบบปลอดภัย&nbsp;จนถึงเกษตรอินทรีย์ในอำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และสามารถ&nbsp;เป็นผู้ตรวจมาตรฐานแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGs&nbsp;PGS&nbsp;ได้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังสามารถยกระดับเกษตรกรจากเกษตรปลอดภัยสู่</strong>&nbsp;เครือข่ายวิถีเกษตรอินทรีย์&nbsp;ที่สามารถผลิตพืชผักสมุนไพร&nbsp;ประมง&nbsp;และปศุสัตว์ที่หลากหลายและมีปริมาณสม่ำเสมอออกสู่ตลาดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314143623636"],
    [240,"กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย การค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนมกราคม 2565 มูลค่ารวมกว่า 140,000 ล้านบาท","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย&nbsp;เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&nbsp;มีมูลค่าการค้ารวม&nbsp;141,072&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;9.49&nbsp;แบ่งเป็นการส่งออก&nbsp;มูลค่า&nbsp;77,694&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และนำเข้า&nbsp;มูลค่า&nbsp;63,378&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเพิ่มขึ้นในทุกประเทศ&nbsp;ทั้งมาเลเซีย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เมียนมา&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;ยกเว้นจีน&nbsp;ที่มูลค่าส่งออกลดลง&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;จึงใช้การส่งออกผ่านทางบกเข้าสู่ตลาดจีน&nbsp;แต่ประเทศจีนมีมาตรการโควิดเป็นศูนย์&nbsp;ทำให้การส่งออกติดขัด&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์เบาบางลงแล้ว&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้การส่งออกไปจีนทางเรือได้เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจัยที่ส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการส่งออกของไทย&nbsp;มาจากการฟื้นตัวในภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า</strong>&nbsp;อีกทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง&nbsp;และความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศเพื่อนบ้านมีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนที่สนับสนุนการค้าชายแดนและผ่านแดน&nbsp;อาทิ&nbsp;เร่งรัดการเปิดด่านการค้าชายแดน&nbsp;และโครงการจับคู่กู้เงิน&nbsp;สถาบันการเงินกับ&nbsp;SMEs&nbsp;ส่งออก&nbsp;ที่ช่วยทำให้การส่งออกผ่าน&nbsp;SMEs&nbsp;ดีขึ้น</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314150005656"],
    [241,"ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว พัฒนาเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา\"&nbsp;ที่อาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมสถาปัตยกรรมของอาคารสนามบินเบตงที่มีความสวยงาม&nbsp;ตกแต่งด้วยไม้ไผ่&nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งจะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตงต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้รัฐบาลพยายามผลักดันส่งเสริมให้เมืองเบตง</strong>&nbsp;เป็นต้นแบบในด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสามเหลี่ยม&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยอำเภอเบตงเป็นอำเภอที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาทั้งด้านเศรฐกิจ&nbsp;&nbsp;สังคม&nbsp;ถือเป็นเมืองชายแดนที่มีการเคลื่อนไหวทางด้านธุรกิจการค้า&nbsp;ประกอบกับประชาชนอยู่ร่วมกันเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;ตลอดจนเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม&nbsp;จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>รัฐบาลเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านคมนาคม</strong>&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการแก่ประชาชนทั้งในด้านการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบ&nbsp;รวมทั้งที่ท่าอากาศยานเบตงแห่งนี้&nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ถือเป็นการสนับสนุนการขนส่งทางอากาศและเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและบริการพี่น้องประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเพียงพอ&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมีแผนที่จะสร้างและสนับสนุนความเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ&nbsp;ในภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย&nbsp;ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนและถึงแม้ขณะนี้ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบหลายๆ&nbsp;เรื่อง&nbsp;โดยเฉพาะความขัดแย้งในต่างประเทศ&nbsp;พร้อมฝากให้กองทัพ&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ดูแลเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและให้&nbsp;ศอบต.พัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดี</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรีพบปะพูดคุยกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ</strong>&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;&nbsp;ยินดีที่ได้มาพบประชาชนในวันนี้&nbsp;ได้เห็นถึงความเจริญเติบโตของเบตง&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลเร่งรัฐที่จะพัฒนาสนามบินเบตงตั้งแต่ปี&nbsp;2558&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;และจะพัฒนาต่อเนื่อง&nbsp;วันนี้อาจเผชิญกับปัญหาหลายประการ&nbsp;ทั้งสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;สถานการณ์จากต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งล้วนแต่เชื่อมโยงกัน&nbsp;เกิดผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก&nbsp;อย่างไรก็ตามรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่&nbsp;ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&nbsp;ซึ่งขอให้ทุกคนร่วมมือกัน&nbsp;เข้าใจและเชื่อมั่นรัฐบาล</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314153347693"],
    [242,"สมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี จัดประชุมใหญ่","<p><strong>สมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี&nbsp;จัดประชุมใหญ่&nbsp;สามัญประจำปี&nbsp;2563-64&nbsp;พร้อมโชว์ศักยภาพความเข้มแข็งในกลุ่มสมาชิก</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวิวัฒน์&nbsp;มหาผลศิริกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563-64&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณศาลาประชาคมหนองทุ่งกราด&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสุนีย์&nbsp;ภูติวณิชย์&nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง&nbsp;และสมาชิกของสมาคม&nbsp;หน่วยงานการท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;เทศบาลนครแหลมฉบัง&nbsp;รวมถึงผู้สนับสนุบสมาคมรถบรรทุก&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้&nbsp;โดยบรรยายกาศภายในงาน&nbsp;ยังมีบูธผู้จำหน่ายสินค้าด้านการขนส่งเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสุนีย์&nbsp;ภูติวณิชย์&nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง</strong>&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ว่า&nbsp;การจัดประชุมใหญ่สามัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563-64&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการรวมตัวของสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการฯ&nbsp;ทั้งหมดในพื้นที่ชลบุรี&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงมาพบปะสังสรรค์&nbsp;และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน&nbsp;โดยการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่&nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมงานทุกคน&nbsp;ได้ตรวจ&nbsp;เอทีเค&nbsp;หมดแล้ว&nbsp;เพื่อป้องกันและแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ยังมีบูธสินค้า&nbsp;และเทคโนโลยีใหม่ๆ</strong>&nbsp;ที่ทางบริษัทซัพพลายเออร์ได้นำมาแสดงในงาน&nbsp;รวมถึงผู้สนับสนุนหลักของงานนี้คือ&nbsp;อีซูซุซึ่งเป็นการรวมพลังในเรื่องการประกอบธุรกิจดังกล่าว&nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;โดยเฉพาะในเรื่องราคาค่าขนส่ง&nbsp;ซึ่งไม่ต้องตัดราคา&nbsp;หรือดัมป์ราคากันเองเพราะทำให้รายได้สูญหายไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวิวัฒน์&nbsp;มหาผลศิริกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดประชุมใหญ่&nbsp;สามัญประจำปี&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ของสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี&nbsp;ถือเป็นการรวบรวมสมาชิกผู้ประกอบการขนส่งในพื้นที่แหลมฉบัง&nbsp;และชลบุรี&nbsp;ให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน&nbsp;เพราะในอนาคตพื้นที่แหลมฉบัง&nbsp;อยู่ในเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(อีอีซี)&nbsp;ซึ่งจะเป็นประตูในการขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญของประเทศ&nbsp;โดยถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314152311684"],
    [243,"การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1การสร้างนิคมอุตสาหกรรม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565)&nbsp;นายสมิต&nbsp;ธารา&nbsp;</strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตำหรุ&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;รับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ต่อร่างข้อเสนอโครงการ&nbsp;รายละเอียดโครงการขอบเขตการศึกษา&nbsp;และการประเมินทางเลือกโครงการ&nbsp;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปาร์ค&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตําบลท้าข้าม&nbsp;ตําบลท่าข้าม&nbsp;อําเภอบางปะกง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา</p><p><strong>กลุ่มที่ปรึกษาโครงการฯ&nbsp;ของบริษัท&nbsp;โทเทิล&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด</strong>&nbsp;ได้จัดการการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ต่อร่างข้อเสนอโครงการ&nbsp;รายละเอียดโครงการ&nbsp;ขอบเขตการ&nbsp;ศึกษาและการประเมินทางเลือกโครงการ&nbsp;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปาร์ค&nbsp;ของบริษัท&nbsp;โทเทิล&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด&nbsp;ทราบต่อไป</p><p><strong>สำหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรีปาร์ค&nbsp;</strong>ของบริษัท&nbsp;โทเทิล&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งอยู่ตําบลคลองตําหรุ&nbsp;อําเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ซึ่งอยู่ริมทะเลอ่าวไทย&nbsp;โดยมีบริเวณพื้นที่โครงการฯ&nbsp;กําหนดให้เป็นที่ดินประเภทชุมชนชนบท&nbsp;(เขตสีเหลืองอ่อน)&nbsp;และที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(เขตสีเขียวมีเส้นทแยงสีฟ้า)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการฯ&nbsp;อยู่ระหว่างการขอปรับเปลี่ยนการ</strong>ใช้ประโยชน์ที่ดินในผังเมืองรวมเมืองชลบุรีและอยู่ระหว่างการขอเข้าร่วม&nbsp;ดําเนินงานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กนอ.)&nbsp;โดยมีแผนในการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมสําหรับรองรับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;และมีความรับผิด&nbsp;ชอบต่อสังคมโดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในอนาคต</p><p><strong>โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปาร์ค</strong>&nbsp;เป็นโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;จึงจัดให้มีการประชุมรับฟ้งความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยการประชุมในวันนี้เป็นการจัดประชุมครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อการประชาสัมพันธ์&nbsp;และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ได้แบ่งการประชุมออกเป็น&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;คือ&nbsp;รอบเช้า&nbsp;และรอบบ่าย&nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ด้านนายกสมิต&nbsp;ธารา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตำหรุ</strong>&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประชุมรับฟ้งความคิดเห็นในครั้งนี้&nbsp;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;เอ็น&nbsp;อาร์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปาร์ค&nbsp;เป็นโครงการเพื่อรองรับนักลงทุนที่สนใจจะประกอบการอุตสาหกรรม&nbsp;ซึ่งในปัจจุบัน&nbsp;บริเวณพื้นที่โครงการฯ&nbsp;จัดเป็นที่ดินประเภทชุมชนชนบท&nbsp;(เขตสีเหลืองอ่อน)&nbsp;&nbsp;และที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพ&nbsp;สิ่งแวดล็อม&nbsp;(เขตสีเขียวมีเส้นทแยง&nbsp;สีฟ้า)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดทําและปรับปรุงการใช้ประโยชน์</strong>พื้นที่ตามผังเมือง&nbsp;รวมเมืองชลบุรีในวันนี้&nbsp;บริษัทโทเทิล&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จํากัด&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ&nbsp;รวมถึงบริษัทที่&nbsp;ปรึกษา&nbsp;ได้เชิญผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ&nbsp;รวมถึงประชาชนในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;มาแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็น&nbsp;เพื่อร่วมกันในการแก่ไขปัญหา&nbsp;และผลกระทบที่จะได้รับจากการดําเนินโครงการต่อไป</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมรับ&nbsp;ฟังความคิดเห็น</strong>ของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;มีวัตถุประสงค์ประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;เพื่อนําผลที่ได้จากการประชุมมาร่างข้อเสนอโครงการรายละเอียดโครงการ&nbsp;ขอบเขตการศึกษา&nbsp;และการประเมินทางเลือกโครงการ&nbsp;รวมถึงร่างมาตรการป้องกันแก่ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพื่อนําไปแก่ไขปรับปรุงให้เหมาะสมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>ตำบลคลองตำหรุร</strong>&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314154646713"],
    [244,"อุบลฯออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์","<p><strong>วานนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ได้แต่งตั้ง/มอบหมายให้นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นำชุดปฏิบัติการร่วมจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วยนายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;นายปรีดา&nbsp;อุ่นอุดม&nbsp;นายอำเภอสำโรง&nbsp;ผู้แทน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสำโรง&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอสำโรง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี/กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;สถานประกอบกิจการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;99&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบอน&nbsp;อำเภอสำโรง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</p><p><strong>เพื่อตรวจสอบการแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่กักเก็บ</strong>&nbsp;การจัดทำบัญชีคุมสินค้า&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อและการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;15&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บและจัดทำบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;และฉบับที่&nbsp;57&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อ&nbsp;และการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</p><p><strong>จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;มีปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;(ความชื้น&nbsp;14.5%)&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;4,400&nbsp;ตัน&nbsp;และบริษัทฯ&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือกับจังหวัด/สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ในการแจ้งปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นประจำทุกเดือน&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถามข้อมูลทราบว่า&nbsp;บริษัทฯ</strong>&nbsp;มีศักยภาพและมีความต้องการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์&nbsp;ปีละ&nbsp;70,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีสามารถปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่งขายให้บริษัท&nbsp;ได้&nbsp;30,000&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนที่เหลือต้องรับซื้อจากจังหวัดอื่น&nbsp;ส่วนราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ในปีนี้มีราคาสูงกว่าราคาประกันรายได้ของรัฐบาล&nbsp;ที่กำหนดราคา&nbsp;8.50&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ความชื้น&nbsp;14.5%&nbsp;ณ&nbsp;วันนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;รับซื้อที่ราคา&nbsp;12&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่วนความชื้นมากกว่านี้&nbsp;ราคาลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานความชื้น&nbsp;จึงนับว่า&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314155635725"],
    [245,"วันนี้ที่รอคอยของชาวเบตง...นายกรัฐมนตรีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์  ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ออกเดินทางจากดอนเมืองถึง ใต้สุดแดนสยาม พร้อมพบปะให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และรมว.กลาโหม&nbsp;พร้อมคณะอาทิ&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรมว.สาธารณสุข&nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รมว.มหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รมว.คมนาคม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;และนิทรรศการ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดยะลาก่อนจะมอบถุงกำลังใจให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลาที่ประสบอุทกภัยและพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลา&nbsp;</p><p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>รัฐบาล&nbsp;มีนโยบายมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้งในด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;จึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบให้กระทรวงคมนาคม&nbsp;โดยกรมท่าอากาศยานดำเนิน&nbsp;โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;ตุลาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ยากลำบากต่อการเดินทางและขนส่ง</strong>&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;การค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การท่องเที่ยวและสร้างความมั่นคงให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซียทางด่านเบตง&nbsp;และเดินทางสู่พื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ&nbsp;จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;ซึ่งยืนยันว่ามีความพร้อมในการให้บริการได้ตามมาตรฐานสากล&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีและแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมเดินทางมา</strong>&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;ได้ทำการบินในเส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ด้วยความถี่&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;ในวันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;นอกจาก&nbsp;เส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;โดยกรมท่าอากาศยาน&nbsp;พร้อมที่จะผลักดันให้ท่าอากาศยานเบตงมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง</p><p>การบินของภูมิภาค&nbsp;ในเส้นทางระหว่างประเทศไทย&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;และสิงคโปร์&nbsp;ในอนาคต&nbsp;ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของ&nbsp;ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;ได้อย่างแท้จริง</p><p><strong>ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;เป็นท่าอากาศยานแห่งที่&nbsp;29&nbsp;ของ&nbsp;ทย.&nbsp;</strong>ตั้งอยู่ในตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;บนพื้นที่920&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทางขับ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เส้น&nbsp;ทางวิ่ง&nbsp;กว้าง&nbsp;&nbsp;30&nbsp;&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;ลานจอดเครื่องบินรองรับเครื่องบินขนาด&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยขนาด&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;หรือ&nbsp;800,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;และลานจอดรถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;140&nbsp;คัน&nbsp;จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรก&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์)&nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ตามประกาศของ&nbsp;กพท.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ</p><p><strong>ด้านนายสรรเสริญ&nbsp;จิรรัตนโสภณ&nbsp;นักธุกิจในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;มั่นใจการเปิดเส้นทางบินกรุงเทพ-&nbsp;เบตงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม&nbsp;เช่น&nbsp;สกายวอล์คเบตงแหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติ&nbsp;และที่สำคัญสอดรับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซียในเดือนเมษายนนี้&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งจะช่วยเอื้อให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในอนาคตที่มีโอกาสที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาให้&nbsp;อ.เบตง&nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการเชื่อมโยงเส้นทางการบินในจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;&nbsp;เนื่องจากศักยภาพของเบตงมีความน่าสนใจที่เป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนรูปแบบครอบครัว&nbsp;ตลอดจนการการช็อปปิ้ง&nbsp;ซึ่งในอดีตเบตงเป็นเสมือนจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านด่านทางบก&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;&nbsp;อินโดนีเซียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&nbsp;&nbsp;ดังนั้นในอนาคตหากมีเส้นทางบินที่สามารถอำนวยความสะดวกมากขึ้นจึงเป็นความหวังที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่มั่นใจว่าการเชื่อมโยงการบินระหว่างประเทศได้จะหนุนให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเติบโตได้อีก</p><p><strong>สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;</strong>อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสิ้นค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;ไม่ดอกเมืองหนาว&nbsp;&nbsp;สมโชกุน&nbsp;&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลองกอง&nbsp;&nbsp;ไก่เบตง&nbsp;&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;ปลากือเลาะ&nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&nbsp;&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว</strong>&nbsp;&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;&nbsp;อุโมงปิยมิตร&nbsp;&nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&nbsp;&nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&nbsp;&nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&nbsp;&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;อัยเยอร์เวง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องพิชิดให้ได้สักครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314160627733"],
    [246,"เร่งแก้ปัญหาส่งออกผลไม้ไทยไปจีน เตรียมประสานเปิดเส้นทางพิเศษเข้าด่านทางบก พร้อมเร่งเจรจาช่องทางเรือและทางอากาศ ","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปจีน&nbsp;ว่า&nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และขอความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ติดตามการส่งผลไม้ออกไปจีนเป็นการเฉพาะ&nbsp;เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา&nbsp;จีนมีการตรวจเข้มรถขนผลไม้จากประเทศอื่น&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ได้มีการเจรจาให้มีเส้นทางพิเศษส่งผลไม้ไทยเข้าจีน&nbsp;หากได้ตรวจสอบตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;นอกจากกระบวนการปลูก&nbsp;การผลิต&nbsp;การดูแล&nbsp;และการตรวจโควิด-19&nbsp;เข้มงวด&nbsp;ก่อนปิดตู้ผลไม้และตรวจคนขับ&nbsp;รวมทั้งต้องมีเอกสารรับรองที่เห็นชอบร่วมกัน&nbsp;โดยจะขอเลนพิเศษส่งผลไม้เข้าด่านทางบกของจีน&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จะเป็นผู้รับผิดชอบเจรจาต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมมาตรการ&nbsp;17&nbsp;+1</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกในการดูแลผลไม้&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;นัดหมายผู้มีอำนาจระดับรัฐมนตรี&nbsp;ซึ่งกำลังเร่งประสานเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ทางบก&nbsp;ผ่านด่านประเทศเวียดนาม&nbsp;หรือลาวเข้าสู่จีน&nbsp;และยังได้เตรียมช่องทางอื่นในการส่งออกผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ทางเรือ&nbsp;หรือทางอากาศ&nbsp;โดยอยู่ระหว่างการเจรจาค่าขนส่งกับสายการบินไม่ให้แพงจนเกินไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จะเร่งเดินหน้าเปิดด่านชายแดนเพิ่มเติม&nbsp;</strong>เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและช่วยให้มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงการใช้ประโยชน์จากรถไฟลาว-จีน&nbsp;ที่จะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการส่งออก&nbsp;คาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;จีนจะมีความพร้อมเรื่องของด่านและจะสามารถดำเนินการได้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214133806"],
    [247,"การบินไทย สนับสนุนโครงการพระราชดำริ นำผลิตภัณฑ์โครงการพัฒนาดอยตุง บริการบนเที่ยวบิน","<p><strong>นายกิตติพงษ์</strong>&nbsp;<strong>สารสมบูรณ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;การบินไทย&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การบินไทย&nbsp;ร่วมมือกับโครงการพัฒนาดอยตุง&nbsp;(พื้นที่ทรงงาน)&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในการนำผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม&nbsp;จากแหล่งผลิตแบบยั่งยืน&nbsp;&nbsp;(Sustainable&nbsp;Production)&nbsp;ของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ&nbsp;มาให้บริการผู้โดยสารของการบินไทย&nbsp;พร้อมเปิดตัว&nbsp;Black&nbsp;Silk&nbsp;Blend&nbsp;กาแฟดริปแบบพรีเมียม&nbsp;ที่นำมาให้บริการผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจบนเที่ยวบินของการบินไทย&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ&nbsp;และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้โดยสาร&nbsp;ในเส้นทางบินสู่ยุโรป&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;ญี่ปุ่นและเกาหลี&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งมีความพิเศษกลิ่นหอมละมุนเมื่อดื่มที่ระดับความสูงกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ฟุต&nbsp;จะทำให้สัมผัสได้ถึงความเข้มข้นที่นุ่มนวล</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;โครงการความร่วมมือ&nbsp;</strong>ระหว่างบริษัท&nbsp;การบินไทยฯ&nbsp;สายการบินแห่งชาติที่มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนแบรนด์ประเทศไทยและโครงการพัฒนาดอยตุง&nbsp;(พื้นที่ทรงงาน)&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;นอกจากเพื่อส่งเสริมการปลูกกาแฟบนยอดเขาสูง&nbsp;1,200&nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเล&nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมการสร้างงานและคุณภาพชีวิตชุมชนแบบยั่งยืน&nbsp;ก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;โดยนำเมล็ดกาแฟที่ปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่น&nbsp;นอกจาก&nbsp;Black&nbsp;Silk&nbsp;Blend&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังมีเมนูกาแฟพิเศษอื่นๆ&nbsp;หมุนเวียนบริการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเป็นการนำเมนูกาแฟแบบคาเฟ่ที่หลากหลาย&nbsp;มาให้บริการบนเที่ยวบินของการบินไทยจากทีมลูกเรือที่ได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะ&nbsp;เสมือนมี&nbsp;Barista&nbsp;On-board</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214049803"],
    [248,"สุพรรณบุรี ขับเคลื่อนแบรนด์ น้องเหน่อ เสริมสร้างอัตลักษณ์จังหวัด ด้านการท่องเที่ยว","<p><strong>นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนแบรนด์&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;เสริมสร้างอัตลักษณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนแบรนด์&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;ในการขออนุญาตใช้แบรนด์&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;ในการรับรองมาตรฐานของสินค้า&nbsp;บริการ&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;MC&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;เป็นเด็กผมจุก&nbsp;หน้าตาใสซื่อ&nbsp;นุ่งผ้าขาวม้า</strong>&nbsp;จะใช้ในการสื่อถึงสัญลักษณ์&nbsp;และอัตลักษณ์ของเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์สินค้า&nbsp;บริการ&nbsp;และการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการรับรองว่าสินค้าที่ได้สัญลักษณ์&nbsp;น้องเหน่อ&nbsp;เป็นอีกหนึ่งการการันตีสินค้าคุณภาพจากจังหวัดสุพรรณบุรีอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในส่วนของสถานประกอบการ&nbsp;ร้านเสริมสวย&nbsp;ร้านนวด&nbsp;ร้านสปา&nbsp;ร้านอาหาร</strong>&nbsp;ที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ที่ได้มาตรฐานสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;จะมีสัญลักษณ์น้องเหน่อติดแสดงอย่างชัดเจน&nbsp;รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดที่ผ่านคณะกรรมการคัดกรอง&nbsp;จะมีการนำตัวมาสคอตน้องเหน่อไปติดตั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดอัตลักษณ์&nbsp;เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศ&nbsp;ที่จะมีแบรนด์อัตลักษณ์ของแต่ละเมือง&nbsp;ซึ่งจะส่งผลในการกระตุ้น&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;ในชุมชนของจังหวัดสุพรรณบุรีให้เจริญเช่นเดียวกับเมืองท่องเที่ยวที่อื่นต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314174247759"],
    [249,"นายกรัฐมนตรี ร่วมเที่ยวบินปฐมฤกษ์พร้อมชาวอำเภอเบตง ได้รับการต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำชุ่มฉ่ำจากท่าอากาศยานนานาชาติเบตง กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองเบตง พัฒนาการลงทุน จังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ร่วมเที่ยวบินปฐมฤกษ์พร้อมชาวอำเภอเบตง&nbsp;</strong>ได้รับการต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำชุ่มฉ่ำจากท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองเบตง&nbsp;พัฒนาการลงทุน&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และรมว.กลาโหม&nbsp;พร้อมคณะอาทิ&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรมว.สาธารณสุข&nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รมว.มหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รมว.คมนาคม&nbsp;ร่วมเดินทางมาด้วยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD6260&nbsp;พร้อมมีผู้โดยสารรวม&nbsp;63&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;เพื่อเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยเครื่องบินได้แตะพื้นรันเวย์&nbsp;ในเวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;และได้รับการต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำชุ่มฉ่ำ&nbsp;ซึ่งเป็นธรรมเนียมสากลทั่วโลกในการแสดงความยินดี&nbsp;หรือแสดงความต้อนรับเที่ยวบินสำคัญๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;เที่ยวบินที่เดินทางมาที่สนามบินแห่งหนึ่งเป็นครั้งแรก&nbsp;โดยนายยกรัฐมนตรีและคณะได้&nbsp;โดยสารมาพร้อมกับนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวเบตงซึ่งไปทำงานที่กรุงเทพฯ&nbsp;และเดินทางมาพร้อมเที่ยวบินนี้&nbsp;หลังทราบข่าวว่าท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;เปิดให้บริการแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้กล่าวบนเวทีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ว่า&nbsp;สนามบินเบตง&nbsp;เป็นสนามบินที่สวยที่สุด&nbsp;มองมุมสูงเห็นทิวทัศน์ความสวยงามทั้งผืนน้ำ&nbsp;ท้องฟ้า&nbsp;&nbsp;ป่าเขา&nbsp;เบตงเป็นเมืองที่มีศักยภาพพร้อมอยู่แล้วต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;และการค้า&nbsp;เป็นเมืองแห่งสัมคมพหุวัฒนธรรมและมีธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;มีสถาปัตยกรรมของอาคารสนามบินเบตงที่มีความสวยงาม&nbsp;ตกแต่งด้วยไม้ไผ่&nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งจะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง&nbsp;หลังเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เรียบร้อยแล้ว&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้ชมนิทรรศการOTOP&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เยี่ยมชมสนามบินเบตง&nbsp;และพบปะประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลาที่ประสบอุทกภัยและพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลา&nbsp;ที่มารอให้การต้อนรับ&nbsp;ก่อนจะเดินทางกลับด้วยเที่ยวบิน&nbsp;DD6261&nbsp;ในเวลา&nbsp;15.00น.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รมว.คมนาคม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลพยายามผลักดันส่งเสริมให้เมืองเบตง&nbsp;เป็นต้นแบบในด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสามเหลี่ยม&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยอำเภอเบตงเป็นอำเภอที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาทั้งด้านเศรฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ถือเป็นเมืองชายแดนที่มีการเคลื่อนไหวทางด้านธุรกิจการค้า&nbsp;ประกอบกับประชาชนอยู่ร่วมกันเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;ตลอดจนเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม&nbsp;จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รัฐบาลเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านคมนาคม&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการแก่ประชาชนทั้งในด้านการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบ&nbsp;รวมทั้งที่ท่าอากาศยานเบตงแห่งนี้&nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ถือเป็นการสนับสนุนการขนส่งทางอากาศและเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและบริการพี่น้องประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเพียงพอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายปรัชญา&nbsp;ปรุงศักดิ์&nbsp;นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ&nbsp;</strong>ซึ่งเดินทางมาพร้อมเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในวันนี้&nbsp;บอกว่า&nbsp;หลังทราบข่าวว่าจะมีการสร้างสนามบินเบตงก็ติดตามข่าวสารมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เมื่อสายการบินนกแอร์เปิดให้บริการบินตรง&nbsp;ดอนเมือง-เบตง&nbsp;จึงจองตั๋วโดยสารทันทีเพราะอยากกลับมาเที่ยวเบตงอีกครั้งหลังเคยมาเที่ยวครั้งแรกเมื่อ8ปีที่แล้ว&nbsp;เพราะชอบในบรรยากาศความน่ารักของผู้คนและแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของเบตง&nbsp;การมีสนามบินเกิดขึ้นก็จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเบตงได้สะดวกรวดเร็วขึ้น&nbsp;และยังส่งผลดีต่อชาวอำเภอเบตงในมิติของการเติบโตด้านเศรษฐกิจอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>หลังเปิดท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;มีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์</strong>อย่างเป็นทางการ&nbsp;มีสายการบินนกแอร์&nbsp;ให้บริการในเส้นทางการบิน&nbsp;ขาไป&nbsp;จากดอนเมือง-เบตง&nbsp;และ&nbsp;ขากลับ&nbsp;เบตง-ดอนเมือง&nbsp;ในวันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;ราคาตั๋วโดยสารเริ่มต้นที่&nbsp;3,200&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314181322768"],
    [250,"ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 40 สตางค์ต่อลิตร","<p><strong>กลุ่มผู้ค้น้ำมัน</strong>&nbsp;<strong>บริษัท</strong>&nbsp;<strong>ปตท</strong>.&nbsp;<strong>และบางจาก</strong>&nbsp;<strong>แจ้งว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;15&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&nbsp;40&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สตางต์ต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดราคาคงเดิม&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong>&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;47.16&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;31.94&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.64&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.48&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.75&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214458816"],
    [251,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ติดตามการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG","<p><strong>วานนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก</strong>&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;รับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาในพื้นที่&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;อว.&nbsp;เสริมแกร่งภูมิภาค&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ขับเคลื่อนโปรแกรมการยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;ด้วยวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การยกระดับการเพิ่มประสิทธิภาพข้าวทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;ซึ่งเป็นการพัฒนาฐานทุนเดิมที่เป็นจุดแข็งของทุ่งกุลาร้องไห้ให้มีความโดดเด่นและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เป็นช่องทางการตลาดและรายได้&nbsp;พร้อมทั้งยังส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา&nbsp;ซึ่งได้ร่วมพัฒนาพันธุ์กับเครือข่ายมหาวิทยาลัย&nbsp;และภาคเอกชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและมีรายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การทำให้ประชาชนอยู่ดี&nbsp;กินดี&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีรายได้เพิ่มพ้นความยากจน&nbsp;โดยเฉพาะมิติทางด้านเศรษฐกิจและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;ยโสธร&nbsp;และสุรินทร์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด&nbsp;อว.หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;ชุมชน&nbsp;</p><p>กิจกรรมประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการกระบวนการแช่และเพาะงอกสำหรับการผลิตข้าวกล้องงอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การจัดแสดงนวัตกรรมการลดระยะเวลาแช่และเพาะงอกข้าวเปลือกสำหรับผลิตข้าวกล้องงอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลหนองแค&nbsp;อำเภอราษีไศล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลผักไหม&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตาม</strong>มาตรการภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางผ่องศรี&nbsp;แซ่จึง&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;8&nbsp;นายบุญมี&nbsp;สุระโคตร&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา/ประธานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับประเทศ&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ดร.วิจารณ์&nbsp;สิมาฉายา&nbsp;ประธานสภามหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;รศ.ดร.ประกาศิต&nbsp;อนุภาพแสนยากร&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;นายอำเภอราษีไศล&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;นายกิตติศักดิ์&nbsp;สิงห์คำ&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลหนองแคนายไพฑูรย์&nbsp;ฝางคำ&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลผักไหม&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลหนองแค&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314200138789"],
    [252,"นายกรัฐมนตรี ร่วมไฟลท์ เปิด เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;12.05&nbsp;น.&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD&nbsp;6260&nbsp;เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;และผู้โดยสารในเที่ยว&nbsp;รวม&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;มีเส้นทางการบินที่สวยงามที่สุด&nbsp;มีทัศนียภาพที่อุมดมสมบูรณ์&nbsp;สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;คาดว่าอนาคตจะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแน่นอน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รัฐบาลพยายามผลักดัน&nbsp;เมืองต้นแบบ&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;การค้าชายแดน&nbsp;เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว&nbsp;เพราะเบตงมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;การค้า&nbsp;สังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;มีธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานครอบคลุมทั่วประเทศ&nbsp;จะส่งเสริมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการบินทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;จะเดินหน้าสร้าง&nbsp;และสนับสนุนการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ&nbsp;ผลักดันสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไม่หยุดยั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ที่สามารถทัดเทียมกับภูมิภาคอื่น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>หนึ่งในผู้โดยสารที่ใช้บริการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รู้สึกดีใจมากที่สนามบินเบตงเปิดอย่างเป็นทางการ&nbsp;ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง&nbsp;จากเมื่อก่อนต้องใช้เวลา&nbsp;4-5&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านเส้นทางที่ไม่สะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;มีภูเขาคดเคี้ยว&nbsp;แต่เมื่อสนามบินเปิดใช้เวลาเดินทาง&nbsp;1&nbsp;ชม.&nbsp;45&nbsp;นาทีอนาคตอาจจะสามารถเป็นแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางเข้ามาในอำเภอเบตง&nbsp;ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย&nbsp;ผู้คนในพื้นที่มีความสัมพันธ์ที่ดี&nbsp;รวมถึงสิ่งดีๆ&nbsp;อื่นอีกมากมายให้เข้ามาสัมผัส</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง</strong>&nbsp;ได้รับการขับเคลื่อนหลังจากที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2558&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และมอบหมายให้กรมท่าอากาศยาน&nbsp;และกระทรวงคมนาคม&nbsp;ดำเนินการตามกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจสามเหลี่ยม&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;มีระยะการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2559&nbsp;&nbsp;2561)&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และนโยบายนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้งด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งทางอากาศ&nbsp;และใช้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ทางอากาศระหว่างประเทศ&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตงแห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่า&nbsp;สวรรค์บนดินสนามบินเบตง&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&nbsp;ลำดับที่&nbsp;29&nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&nbsp;หลังได้รับใบรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;(กพท.)&nbsp;ให้ดำเนินการสนามบินสาธารณะแก่ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;มีเนื้อที่กว่า&nbsp;920&nbsp;ไร่&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารกว้างกว่า&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;876,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;รันเวย์มีขนาดความยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับเครื่องบินแบบใบพัด&nbsp;ATR&nbsp;72&nbsp;หรือ&nbsp;Q&nbsp;&nbsp;400&nbsp;ซึ่งมีความจุผู้โดยสาร&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ในการให้บริการตามตารางการบิน&nbsp;สายการบินนกแอร์จะทำการบิน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน/สัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์)&nbsp;ภายใต้มาตรการการแพร่ระบาด&nbsp;ของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะที่เส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน&nbsp;จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทย&nbsp;เท่านั้นไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่ไม่สะดวกให้สามารถสัญจร&nbsp;ไปมาได้สะดวก&nbsp;และปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ดีขึ้น&nbsp;สามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ</strong>และประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;ที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เตรียมเร่งผลักดันและปรับปรุงฟื้นฟู&nbsp;เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาได้ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314201859793"],
    [253,"นายกรัฐมนตรี ร่วมไฟลท์ เปิด!!! เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติเบตงจังหวัดยะลา&nbsp;ด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;DD&nbsp;6260&nbsp;เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;พร้อมด้วยนายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้โดยสารในเที่ยว&nbsp;รวม&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;พลตรีอุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;&nbsp;มีเส้นทางการบินที่สวยงามที่สุดมีทัศนียภาพที่อุมดมสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;คาดว่าอนาคตจะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแน่นอนที่ผ่านมา&nbsp;รัฐบาลพยายามผลักดัน&nbsp;เมืองต้นแบบ&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;การค้าชายแดน&nbsp;เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว&nbsp;เพราะเบตงมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;การค้า&nbsp;สังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;มีธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานครอบคลุมทั่วประเทศ&nbsp;จะส่งเสริมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการบินทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;จะเดินหน้าสร้าง&nbsp;และสนับสนุนการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ&nbsp;ผลักดันสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไม่หยุดยั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ที่สามารถทัดเทียมกับภูมิภาคอื่น</p><p><strong>หนึ่งในผู้โดยสารที่ใช้บริการ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รู้สึกดีใจมาก</strong>ที่สนามบินเบตงเปิดอย่างเป็นทางการ&nbsp;ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง&nbsp;จากเมื่อก่อนต้องใช้เวลา&nbsp;4-5&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านเส้นทางที่ไม่สะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;มีภูเขาคดเคี้ยว&nbsp;แต่เมื่อสนามบินเปิดใช้เวลาเดินทางแค่&nbsp;&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ชม.&nbsp;45&nbsp;นาทีอนาคตอาจจะสามารถเป็นแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางเข้ามาในอำเภอเบตง&nbsp;ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย&nbsp;ผู้คนในพื้นที่มีความสัมพันธ์ที่ดี&nbsp;รวมถึงสิ่งดีๆอื่นอีกมากมายให้เข้ามาสัมผัส</p><p><strong>สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ได้รับการขับเคลื่อน</strong>หลังจากที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2558&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และมอบหมายให้กรมท่าอากาศยาน&nbsp;และกระทรวงคมนาคม&nbsp;ดำเนินการตามกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจสามเหลี่ยม&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;มีระยะการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2559&nbsp;&nbsp;2561)&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และนโยบายนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้งด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งทางอากาศ&nbsp;และใช้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ทางอากาศระหว่างประเทศ&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนอีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตงแห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่า&nbsp;</strong>\"สวรรค์บนดินสนามบินเบตง\"&nbsp;ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&nbsp;ลำดับที่&nbsp;29&nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&nbsp;หลังได้รับใบรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;(กพท.)&nbsp;ให้ดำเนินการสนามบินสาธารณะแก่ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;&nbsp;มีเนื้อที่กว่า&nbsp;920&nbsp;ไร่&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารกว้างกว่า&nbsp;7,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า&nbsp;300&nbsp;คนต่อชั่วโมง&nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&nbsp;876,000&nbsp;คนต่อปี&nbsp;รันเวย์มีขนาดความยาว&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับเครื่องบินแบบใบพัด&nbsp;ATR&nbsp;72&nbsp;หรือ&nbsp;Q&nbsp;-&nbsp;400&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีความจุผู้โดยสาร&nbsp;80&nbsp;ที่นั่งในการให้บริการตามตารางการบิน</strong>&nbsp;สายการบินนกแอร์จะทำการบิน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน/สัปดาห์&nbsp;(วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์)&nbsp;ภายใต้มาตรการการแพร่ระบาด&nbsp;ของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะที่เส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน&nbsp;จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทย&nbsp;เท่านั้นไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่ไม่สะดวกให้สามารถสัญจร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไปมาได้สะดวก&nbsp;และปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ดีขึ้น&nbsp;สามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว</strong>เชิงนิเวศน์และประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&nbsp;\"ต้าสวุ่ยต้อ\"&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;ที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เตรียมเร่งผลักดันและปรับปรุงฟื้นฟู&nbsp;เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาได้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314204640795"],
    [254,"มะขามหวานเพชรบูรณ์ ได้รับจด GI ในเวียดนามแล้ว","<p><strong>นายสุพล&nbsp;ศรีทับทิม&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้แจ้งแจ้งข่าวดีว่า&nbsp;เวียดนามรับจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;สินค้า&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;แล้ว&nbsp;เป็นรายการที่&nbsp;2&nbsp;ต่อจาก&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;มั่นใจสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค&nbsp;และช่วยเพิ่มมูลค่าส่งออก&nbsp;เผยจะเดินหน้าจด&nbsp;GI&nbsp;ต่อ&nbsp;มีหลายสินค้าที่ยื่นจดทั้งในเวียดนามและจีน</p><p><strong>พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ทางด้านนายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ&nbsp;ประเทศเวียดนาม&nbsp;ประกาศรับจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;สินค้า&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;นับเป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยรายการที่&nbsp;2&nbsp;ต่อจาก&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;ที่ได้รับการจดทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;ในเวียดนามก่อนหน้านี้&nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย&nbsp;ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติมั่นใจในคุณภาพสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทย&nbsp;และช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นได้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;จะเดินหน้าผลักดันการจดทะเบียนสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยที่มีศักยภาพในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีเป้าหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง&nbsp;ในเวียดนาม&nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;ทุเรียนปราจีน&nbsp;มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี&nbsp;ในจีน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อให้สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทย</strong>นายสินิตย์กล่าว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;มีสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยที่ได้รับการจดทะเบียน</strong>ในต่างประเทศ&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;รายการ&nbsp;ครอบคลุมกว่า&nbsp;30&nbsp;ประเทศ&nbsp;ทั้งสหภาพยุโรป&nbsp;อินเดีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง&nbsp;กาแฟดอยช้าง&nbsp;กาแฟดอยตุง&nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;และผ้าไหมยกดอกลำพูน</p><p><strong>สำหรับมะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่มีชื่อเสีย</strong>งเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน&nbsp;ด้วยลักษณะเด่นที่มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์&nbsp;ฝักใหญ่&nbsp;เนื้อหนานุ่มเหนียว&nbsp;มีสีสวยสม่ำเสมอ&nbsp;โดยในแต่ละปีมีปริมาณการผลิตสูงถึง&nbsp;52,000&nbsp;ตัน&nbsp;มีระบบควบคุมคุณภาพสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;และมีตลาดส่งออกสำคัญของไทย&nbsp;ได้แก่&nbsp;เวียดนาม&nbsp;จีน&nbsp;และหลายประเทศในทวีปยุโรป&nbsp;สร้างเม็ดเงินให้ผู้ประกอบการในจังหวัดเพชรบูรณ์กว่า&nbsp;3,900&nbsp;ล้านบาทต่อปี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เพลินจิต&nbsp;สวนศิลป์พงศ์&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบูรณ์</p><p>ที่มา&nbsp;:&nbsp;สนง.พาณิชย์&nbsp;จ.พช.&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314224022834"],
    [255,"จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมีและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช","<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ออกตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;สถานประกอบการที่จำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;หจก.&nbsp;สุรินทร์รุ่งโรจน์&nbsp;สาขา&nbsp;1&nbsp;หจก.สุรินทร์รุ่งโรจน์&nbsp;สาขา&nbsp;2&nbsp;บจก.ศรีโชติสุรินทร์&nbsp;และสถานประกอบการที่จำหน่ายยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;บจก.เกษตรไทสุรินทร์&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่ามีสินค้าสต็อกไว้จำหน่ายให้เกษตรกร&nbsp;เกษตรกรจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีมากตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314225418835"],
    [256,"ของแพงทุกอย่างทำชาวบ้านเดือดร้อน วอนรัฐช่วยเหลือ","<p><strong>ในช่วงภาวะน้ำมันแพง&nbsp;ค่าครองชีพสูงสินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;</strong>พืชผักต่างๆ&nbsp;ในชีวิตประจำวันต่างก็ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;รวมถึงในวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย&nbsp;65&nbsp;แก๊สหุงต้ม&nbsp;ค่าไฟฟ้าก็จะทยอยปรับขึ้น&nbsp;ทำให้ผู้ที่หาเช้ากินค่ำรายรับไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายได้รับความเดือดร้อนมาก</p><p><strong>ชาวบ้านที่ขายพืชผักในตลาดสดยะลา&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ตอนนี้ของแพงทุกอย่าง&nbsp;เดือดร้อนมากทำงานไม่มีเงินเก็บ&nbsp;หาได้วันละร้อยกว่าบาทบางวันดีหน่อยขายได้เกือบสามร้อย&nbsp;&nbsp;ก็กินรายวันเท่านั้น&nbsp;ค่าใช้จ่ายรายวันในครอบครัวก็วันละ&nbsp;300&nbsp;บาทแล้ว&nbsp;รายได้ที่หามาได้&nbsp;ก็ไม่พอค่าใช้จ่าย&nbsp;แค่ค่าน้ำมันอย่างเดียวก็แพงมากขับรถ&nbsp;จากบ้านเนียง&nbsp;มาขายของที่ตลาดยะลา&nbsp;ไป-กลับทุกวัน&nbsp;&nbsp;ลำบากจริงๆ&nbsp;&nbsp;อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องราคาสินค้า&nbsp;ราคาน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ในส่วนของราคามะนาว&nbsp;ที่กำลังมีราคาสูงขึ้น</strong>&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;พบว่า&nbsp;ล่าสุด&nbsp;มะนาวแป้น&nbsp;ขายอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;55-60&nbsp;บาท&nbsp;มะนาวบ้าน&nbsp;กก.ละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนมะนาวคั้นใส่ขวด&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ซึ่งแม่ค้าบอกว่า&nbsp;ช่วงนี้ราคามะนาวแพงขึ้นปรับขึ้นมา&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;คาดจะมีการปรับราคาขึ้นอีก&nbsp;ผลผลิตมีน้อย&nbsp;เนื่องจากภาวะหน้าแล้ง&nbsp;</p><p><strong>ถึงแม้นว่าราคามะนาวจะแพงขึ้น&nbsp;&nbsp;</strong>สำหรับประชาชนที่ต้องทำอาหารรับประทานในครอบครัวก็ยังคงออกมาเลือกซื้อมะนาว&nbsp;ไปใช้ประกอบอาหาร&nbsp;รวมถึง&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ร้านขายอาหาร&nbsp;ก็ยังคงต้องหาซื้อมะนาวไปใช้&nbsp;ทุกคนก็ต่างต้องทำใจกับภาวะของแพงในช่วงนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315091348847"],
    [257," คาราวาน camper van ฝันเป็นจริง ลงใต้เที่ยวเบตง อำเภอในฝันใต้สุดสยาม","<p><strong>ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&nbsp;คาราวาน&nbsp;camper&nbsp;van&nbsp;ฝันเป็นจริง&nbsp;ลงใต้เที่ยวเบตง&nbsp;อำเภอในฝันใต้สุดสยาม</strong></p><p><strong>ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&nbsp;(T3&nbsp;Lover&nbsp;)</strong>&nbsp;คาราวานรถโฟล์ค&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบในการขับรถท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;camper&nbsp;van&nbsp;หรือการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์บนรถตู้&nbsp;ได้เดินทางเริ่มต้นจากกรุงเทพฯหนึ่งพักว่ากิโลเมตร&nbsp;ปลายทางสู่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อมาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศ&nbsp;วีถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;อำเภอธารโต,&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตามโครงการแฟมิลี่ทริป&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ&nbsp;และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่&nbsp;ด้วยการมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;เที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงหรือ&nbsp;sky&nbsp;walk&nbsp;เดินชมตัวเมืองเบตง&nbsp;ถ่ายรูปจุดเช็คอิน&nbsp;ตู้ไปรษณีย์ยักษ์สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง</p><p><strong>นาย&nbsp;อรรถวรรธน์&nbsp;อ่องแสวงชัย&nbsp;ชมรม&nbsp;T3&nbsp;Lover/&nbsp;</strong>ประธานกลุ่ม&nbsp;ASIA&nbsp;CAMPER&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พวกเราเป็นกลุ่มที่ชอบขับรถท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงของการระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องยากการที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;มองว่าช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยวภายในประเทศสำหรับในประเทศไทยยังมีอีกหลายพื้นที่หลายจังหวัดที่มีความสวยงาม&nbsp;โซนภาคเหนือภาคอีสานไปมาหมดแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ที่อยากมาคือ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;</strong>จังหวัดยะลา&nbsp;ถือเป็นความใฝ่ฝันที่อยากจะขับรถที่เราชอบมาซึ่งครั้งนี้ถือว่าสำเร็จขับรถจากกรุงเทพฯมาถึงใต้สุดประเทศไทย&nbsp;ตลอดระยะทางที่ขับรถมาภาพที่เห็น&nbsp;กับภาพข่าวที่ได้รับจากสื่อต่างๆมองว่าน่ากลัว&nbsp;ระหว่างทางที่ขับรถมาเส้นทางที่มาปกติกลับช่วงนี้หากเป็นภาคอื่นจะพบเจอแต่ความแห้งแล้ง&nbsp;แต่วันที่ภาคใต้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ถนนหนทางสะดวก&nbsp;ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเป็นปกติ&nbsp;ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล&nbsp;และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง&nbsp;รู้สึกมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย&nbsp;ประกอบกับปัจจุบันทางรัฐบาลได้ให้ความสนใจในเรื่องของการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอเบตง&nbsp;ที่มีการพัฒนาในเรื่องของเส้นทางการคมนาคมที่ค่อนข้างสะดวก&nbsp;</p><p><strong>ในฐานะที่เป็นนักท่องเที่ยวชอบขับรถ&nbsp;ซึ่งขับรถจากกรุงเทพฯ&nbsp;</strong>ปลายทางถึงเบตงถือเป็นประสบการณ์ที่ดี&nbsp;แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบขับรถ&nbsp;เบตงถือเป็นเมืองที่น่ามาท่องเที่ยวเนื่องจากว่ามีสนามบินเบตงรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ตอบโจทย์สำหรับนักท่องเที่ยวช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางและเชื่อว่าทุกคนอยากจะมาท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ซึ่งมองว่าพิเศษมากๆเบตงเป็นอำเภอสุดท้ายใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;และด้วยสภาพของอำเภอเบตงมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติยิ่งทำให้รู้สึกว่าอำเภอเบตงมีความพิเศษถือว่าเป็นไฮไลท์ของภาคใต้</p><p><strong>ในมุมของการท่องเที่ยวถ้าอยากเที่ยวในประเทศไทย</strong>การเดินทางโดยเครื่องบินจะช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง&nbsp;อยู่กับการเดินทางมายังพื้นที่อำเภอเบตงสามารถเดินทางโดยเครื่องบิน&nbsp;\"สำหรับอำเภอเบตงมองว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย&nbsp;เหมาะแก่การเที่ยวชมเมืองเป็นเมืองที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;\"</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315093229851"],
    [258,"ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย  คาราวาน camper van ฝันเป็นจริง ลงใต้เที่ยวเบตง อำเภอในฝันใต้สุดสยาม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&nbsp;</strong>&nbsp;(T3&nbsp;Lover&nbsp;)&nbsp;คาราวานรถโฟล์ค&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบในการขับรถท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;camper&nbsp;van&nbsp;หรือการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์บนรถตู้&nbsp;การเดินทางครั้งนี้ต้นทางจากกรุงเทพฯหนึ่งพักว่ากิโลเมตร&nbsp;ปลายทางสู่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาเพื่อมาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศ&nbsp;วีถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;อำเภอธารโต,&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตามโครงการแฟมิลี่ทริป&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ&nbsp;และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่&nbsp;ด้วยการมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;เที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงหรือ&nbsp;sky&nbsp;walk&nbsp;&nbsp;เดินชมตัวเมืองเบตง&nbsp;ถ่ายรูปจุดเช็คอิน&nbsp;ตู้ไปรษณีย์ยักษ์สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นาย&nbsp;อรรถวรรธน์&nbsp;อ่องแสวงชัย&nbsp;&nbsp;ชมรม&nbsp;T3&nbsp;Lover/</strong>&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;ASIA&nbsp;CAMPER&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พวกเราเป็นกลุ่มที่ชอบขับรถท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงของการระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องยากการที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;มองว่าช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยวภายในประเทศสำหรับในประเทศไทยยังมีอีกหลายพื้นที่หลายจังหวัดที่มีความสวยงาม&nbsp;โซนภาคเหนือภาคอีสานไปมาหมดแล้วสำหรับในพื้นที่ภาคใต้ที่อยากมาคืออำเภอเบตงจังหวัดยะลาถือเป็นความใฝ่ฝันที่อยากจะขับรถที่เราชอบมาซึ่งครั้งนี้ถือว่าสำเร็จขับรถจากกรุงเทพฯมาถึงใต้สุดประเทศไทย&nbsp;ตลอดระยะทางที่ขับรถมาภาพที่เห็น&nbsp;กับภาพข่าวที่ได้รับจากสื่อต่างๆมองว่าน่ากลัว&nbsp;ระหว่างทางที่ขับรถมาเส้นทางที่มาปกติกลับช่วงนี้หากเป็นภาคอื่นจะพบเจอแต่ความแห้งแล้ง&nbsp;แต่วันที่ภาคใต้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ถนนหนทางสะดวก&nbsp;ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเป็นปกติ&nbsp;ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล&nbsp;และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง&nbsp;รู้สึกมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย</p><p><strong>ประกอบกับปัจจุบันทางรัฐบาลได้ให้ความสนใจ</strong>ในเรื่องของการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอเบตง&nbsp;ที่มีการพัฒนาในเรื่องของเส้นทางการคมนาคมที่ค่อนข้างสะดวก&nbsp;ในฐานะที่เป็นนักท่องเที่ยวชอบขับรถ&nbsp;ซึ่งขับรถจากกรุงเทพฯปลายทางถึงเบตงถือเป็นประสบการณ์ที่ดี&nbsp;แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบขับรถ&nbsp;เบตงถือเป็นเมืองที่น่ามาท่องเที่ยวเนื่องจากว่ามีสนามบินเบตงรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ตอบโจทย์สำหรับนักท่องเที่ยวช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางและเชื่อว่าทุกคนอยากจะมาท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ซึ่งมองว่าพิเศษมากๆเบตงเป็นอำเภอสุดท้ายใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;และด้วยสภาพของอำเภอเบตงมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติยิ่งทำให้รู้สึกว่าอำเภอเบตงมีความพิเศษถือว่าเป็นไฮไลท์ของภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>ในมุมของการท่องเที่ยวถ้าอยากเที่ยวในประเทศไทย</strong>การเดินทางโดยเครื่องบินจะช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง&nbsp;อยู่กับการเดินทางมายังพื้นที่อำเภอเบตงสามารถเดินทางโดยเครื่องบิน&nbsp;\"สำหรับอำเภอเบตงมองว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย&nbsp;เหมาะแก่การเที่ยวชมเมืองเป็นเมืองที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;\"</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315093758855"],
    [259,"แขวงทางหลวงสมุทรสาครจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 ในโครงการออกแบบสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ ช่วงจังหวัดสมุทรปราการ-สมุทรสงคราม","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ของวานนี้&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทางแขวงทางหลวงสมุทรสาคร&nbsp;&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;กระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;(การประชุมสรุปผลการคัดเลือกแนวทางเลือกในการพัฒนาโครง)&nbsp;โครงการสำรวจออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้&nbsp;ช่วงจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;-สมุทรสงคราม&nbsp;(Thailand&nbsp;Riviera)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีรพัฒน์&nbsp;คัชมาตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในการเปิดการประชุม&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นายแก่นวิทย์&nbsp;วงศ์ชูศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร&nbsp;ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบในโครงการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น&nbsp;และมีบริษัท&nbsp;เอพซิลอน&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอเชีย&nbsp;แล็ป&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัทผู้รับจ้างมาดำเนินการศึกษาโครงการ</p><p><strong>กรมทางหลวงชนบท&nbsp;มีความประสงค์จะดำเนินงานโครงการสำรวจออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้</strong>&nbsp;(Thailand&nbsp;Riviera)&nbsp;ช่วงจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงข้อมูลการดำเนินโครงการ&nbsp;และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในการดำเนินงาน&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;จึงเห็นควรให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เข้ามามีบทบาทในการรับทราบข้อมูลการดำเนินโครงการ&nbsp;และแสดงข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะต่อโครงการ&nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ&nbsp;จึงได้กำหนดจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการ&nbsp;และความก้าวหน้าของการศึกษาด้านต่างๆ&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสม&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่</p><p><strong>จึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ&nbsp;หรือผู้ที่สนใจ</strong>&nbsp;เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;โดยได้มีการประชุม&nbsp;ในวันที่&nbsp;14-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยแบ่งการประชุม&nbsp;ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือที่&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;และที่สมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีพื้นที่ศึกษาโครงการทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลพันท้ายนรสิงห์,&nbsp;โคกขาม,&nbsp;มหาชัย,&nbsp;ท่าจีน,&nbsp;ท่าทราย,&nbsp;บางหญ้าแพรก,&nbsp;บางกระเจ้า,&nbsp;บ้านบ่อ,&nbsp;บางโทรัด,&nbsp;กาหลง,&nbsp;และนาโคก</p><p><strong>สำหรับโครงการ&nbsp;\"Thailand&nbsp;Riviera\"&nbsp;เกิดจากมติคณะรัฐมนตรี</strong>เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2561&nbsp;ที่ได้เห็นชอบแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตกของปากแม่น้ำเจ้าพระยาจากบริเวณอำเภอพระสมุทรเจดีย์&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ผ่านบางส่วนของกรุงเทพ&nbsp;เข้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;และไปสิ้นสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อเชื่อมต่อกับถนนเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&nbsp;ช่วงสมุทรสงคราม-ชุมพร&nbsp;ซึ่งทางกรมทางหลวงได้พัฒนามาก่อนหน้านี้แล้ว&nbsp;โดยมีเส้นทางหลักเพื่อเชื่อมต่อแนวเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;และเส้นทางที่แยกไปยังแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงแนวเส้นทางที่แยกออกจากแนวเส้นทางหลักเพื่อเชื่อมกับทางหลวงสายหลักเป็นระยะ&nbsp;ซึ่งเป็นการยกระดับแนวถนนให้มีความสะดวก&nbsp;ปลอดภัยในการเดินทาง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315095044864"],
    [260,"คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลอดสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 106.8  118.4 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ","<p><strong>บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลอดสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ&nbsp;106.8&nbsp;&nbsp;118.4&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล&nbsp;โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ยังคงมีปัจจัยสำคัญมาจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน</p><p><strong>ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;เปิดเผยสถานการณ์ตลาดน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&nbsp;ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ&nbsp;ICE&nbsp;Brent&nbsp;ปรับตัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่&nbsp;12&nbsp;และราคาน้ำมันดิบ&nbsp;Dubai&nbsp;เฉลี่ยรายสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่&nbsp;11&nbsp;พร้อมคาดการณ์สัปดาห์นี้ระหว่างวันที่&nbsp;14-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ราคาน้ำมันดิบ&nbsp;ICE&nbsp;Brent&nbsp;มีแนวโน้มอยู่ในกรอบ&nbsp;106.8&nbsp;&nbsp;118.4&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรล&nbsp;โดยมีอุปทานจากประเทศญี่ปุ่น&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ&nbsp;การค้า&nbsp;และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น&nbsp;(Ministry&nbsp;of&nbsp;Economy,&nbsp;Trade&nbsp;and&nbsp;Industry:&nbsp;METI)&nbsp;ประกาศให้โรงกลั่นน้ำมันในประเทศสามารถลดปริมาณขั้นต่ำในการเก็บน้ำมันสำรองของภาคเอกชนจาก&nbsp;70&nbsp;วัน&nbsp;เหลือ&nbsp;66&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้โรงกลั่นสามารถระบายน้ำมันออกสู่ตลาดได้&nbsp;7.5&nbsp;ล้านบาร์เรล&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ&nbsp;International&nbsp;Energy&nbsp;Agency&nbsp;(IEA)&nbsp;ที่เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมกันระบายน้ำมันจากคลังสำรองปริมาณรวม&nbsp;60&nbsp;ล้านบาร์เรลเพื่อเพิ่มอุปทานน้ำมันโลก</p><p><strong>สำหรับปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบ</strong>ในเชิงบวกการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและชาติมหาอำนาจ&nbsp;หรือ&nbsp;P5+1&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สหรัฐฯ,&nbsp;อังกฤษ,&nbsp;ฝรั่งเศส,&nbsp;รัสเซีย,&nbsp;จีน&nbsp;และเยอรมนี&nbsp;ที่กรุงเวียนนา&nbsp;ประเทศออสเตรีย&nbsp;ในรอบที่&nbsp;9&nbsp;ยุติลงโดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้&nbsp;ส่วนปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ&nbsp;หากสหรัฐฯ&nbsp;อนุมัติคำร้องของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา&nbsp;ในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา&nbsp;การผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาจะเพิ่มขึ้น&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน&nbsp;ภายใน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จากปริมาณการผลิตในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;800,000&nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315101945876"],
    [261,"พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน เชื่อมโยงตลาดยกระดับราคากระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน","<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมและยกระดับราคาจำหน่ายกระเทียม&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผ่านมาตรการต่างๆ&nbsp;ดังนี้&nbsp;เชื่อมโยงตลาดกระเทียมสด&nbsp;โดยประสานผู้รับซื้อจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เข้ามารับซื้อจากสถาบันเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป้าหมายกระเทียมสด&nbsp;340,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;14&nbsp;บาท&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;4,760,000&nbsp;บาท&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เชื่อมโยงการรับซื้อผลผลิตกระเทียมสดเพื่อแขวนเก็บชะลอการจำหน่าย&nbsp;จากสถาบันเกษตรกรจำนวน&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เป้าหมายกระเทียมสด&nbsp;100,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ดำเนินการภายใต้โครงการบริหารจัดการการตลาดพืชหัวปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กิจกรรมกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะรับซื้อกระเทียมสด&nbsp;ในราคานำตลาดกิโลกรัมละ&nbsp;1.50&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;5,000,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เชื่อมโยงตลาดกระเทียมแห้ง&nbsp;โดยประสานผู้รับซื้อจำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เข้ามารับซื้อจากสถาบันเกษตรกร&nbsp;5&nbsp;กลุ่มในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;560,000&nbsp;กิโลกรัม(แห้ง)&nbsp;หรือ&nbsp;2,016,000&nbsp;กิโลกรัม(สด)&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;48-55&nbsp;บาท&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315102419880"],
    [262,"คาราวาน camper van ฝันเป็นจริง ลงใต้เที่ยวเบตง อำเภอในฝันใต้สุดสยาม? พร้อมขานรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์?  ตอบโจทย์ร่นเวลาการเดินทางให้คนอยากมาเที่ยวเบตงเพิ่มมากขึ้น","<p><strong>คาราวานรถโฟล์ค&nbsp;กว่าจำนวน&nbsp;11&nbsp;คัน?&nbsp;จากชมรมโฟล์ค</strong>ทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&nbsp;(T3&nbsp;Lover&nbsp;)&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบในการขับรถท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;camper&nbsp;van&nbsp;หรือการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์บนรถตู้?ได้เดินทางมาถึง?&nbsp;อำเภอเบตง?เมื่อช่วงเย็นวานนี้?(14&nbsp;มี.ค.2565)?&nbsp;หลังจากได้เริ่มเดินทางต้นทางจากกรุงเทพฯ?&nbsp;ด้วยระยะทาง?&nbsp;1,000&nbsp;กว่า?กิโลเมตร&nbsp;ปลายทางมุ่งหน้าสู่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อมาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศ&nbsp;วีถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตามโครงการแฟมิลี่ทริป&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ&nbsp;และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่&nbsp;ด้วยการมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;เที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงหรือ&nbsp;sky&nbsp;walk&nbsp;เดินชมตัวเมืองเบตง&nbsp;ถ่ายรูปจุดเช็คอิน&nbsp;ตู้ไปรษณีย์ยักษ์สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&nbsp;</p><p><strong>นาย&nbsp;อรรถวรรธน์&nbsp;อ่องแสวงชัย&nbsp;หนึ่งในชมรม&nbsp;T3&nbsp;Lover/&nbsp;</strong>ประธานกลุ่ม&nbsp;ASIA&nbsp;CAMPER&nbsp;ได้เล่าว่า?&nbsp;ชมรมเป็นกลุ่มที่มีความชื่นชอบขับรถท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;โดยใช้รถ?&nbsp;T3&nbsp;camper&nbsp;หรือ?รถบ้าน&nbsp;ที่ผ่านมามีการระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศทำได้ยาก?&nbsp;และในประเทศยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแหล่งที่สวยงาม?&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ?&nbsp;ภาคอีสานก็ไปมาหมดแล้ว?&nbsp;แต่สำหรับในพื้นที่ภาคใต้?&nbsp;โดยเฉพาะ\"เบตง\"&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ถือเป็นความฝันที่อยากจะขับรถมาท่องเที่ยวให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต?&nbsp;และครั้งนี้?&nbsp;ก็ได้ทำสำเร็จ?&nbsp;ได้ทำตามฝัน?&nbsp;ได้ขับรถมาจนถึงใต้สุดประเทศไทย</p><p><strong>ตลอดระยะทางที่ขับรถมา?&nbsp;ภาพที่ได้เห็นจากภาพข่าว</strong>ที่ปรากฎผ่านสื่อต่างๆ?&nbsp;ตอนแรกรู้สึกกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกันคณะจองเราหรือไม่?&nbsp;&nbsp;แต่ระหว่างทางที่ขับรถมาเส้นทางที่มา?&nbsp;มันก็เหมือนเส้นทางปกติทั่วไป?&nbsp;ที่ผ่านมาเราเคยไปทางภาคเหนือหรือ?อีสาน?ก็จะได้เห็นแต่ความแห้งแล้ง?&nbsp;แต่เส้นทางที่จับลงมาจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับเต็มไปสีเขียว?ของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ถนนหนทางสะดวก?สำคัญการใช้ชีวิตผู้คนยังดำเนินชีวิตตามปกติ&nbsp;ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล&nbsp;และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง&nbsp;รู้สึกมั่นใจที่มาท่องเที่ยว</p><p><strong>สำหรับความคิดเห็นการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์?</strong>&nbsp;เมื่อวานนี้?&nbsp;นายอรรถวรรธน์?&nbsp;ได้บอกว่า?&nbsp;ในมุมมองของคนที่ชอบท่องเที่ยว?แบบกลุ่มตน?&nbsp;สหรับคนที่ไม่ชอบขับรถเดินทาง?&nbsp;การเดินทางด้วยเครื่องบินตอบโจทย์?มาก?&nbsp;เพราะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทาง?&nbsp;สร้างโอกาสให้คนที่อยากมาเที่ยวในสถานที่พิเศษอย่างเบตง?&nbsp;?เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าเป็นอำเภอสุดท้ายทางใต้ประเทศไทยมันก็พิเศษแล้ว?&nbsp;ยิ่งได้มาสัมผัส?สภาพของเมือง?&nbsp;ป่าเขา?&nbsp;ความอุดมสมบูรณ์?&nbsp;ยิ่งทำให้รู้สึกว่า?เบตง?&nbsp;นี่แหละคือ?สวรรค์ชายแดนใต้?สวรรค์ของนักท่องเที่ยวจริงๆ?&nbsp;</p><p><strong>สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว?&nbsp;ถ้าต้องการมาเที่ยวที่ใดที่หนึ่งในประเทศไทย?&nbsp;</strong>ถ้าเดินทางด้วยเครื่องบิน?อย่างน้อยทำให้เกิดความมั่นใจได้แล้วว่าเราจะสามารถไปถึงไหนก็ได้ในทุกที่?&nbsp;อย่างมา&nbsp;\"เบตง\"&nbsp;แม่จะเป็นเมืองเล็กๆ?&nbsp;แค่มองว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย&nbsp;เหมาะแก่การเที่ยวชมเมืองเป็นเมืองที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยเลยก็ว่าได้</p><p><strong>โดยขณะนี้?&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง?&nbsp;จ.ยะลา?</strong>&nbsp;มีสายการนกแอร์&nbsp;เป็นสายการบินแรกที่มาเปิดให้บริการ?&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ต่อ&nbsp;สัปดาห์&nbsp;คือ?&nbsp;วันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และ&nbsp;ศุกร์&nbsp;ราคาค่าตั๋วโดยสาร&nbsp;เฉลี่ยประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;พันบาท&nbsp;ซึ่งในอนาคต&nbsp;กรมท่าอาศยาน&nbsp;กระทรวงคมนาคม?&nbsp;ได้มีแผนจะขยายรันเวย์ให้ยาวขึ้นเป็?น?&nbsp;2500&nbsp;เมตร&nbsp;ให้สามารถรองรับเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่าได้&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การเป็น&nbsp;\"ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค\"&nbsp;(Regional&nbsp;Hub)&nbsp;เชื่อมโยงเส้นทางระหว่างประเทศได้&nbsp;ในอนาคตอันใกล้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>.</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315113056916"],
    [263,"จ.อุบลฯออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พบว่า เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก","<p><strong>จ.อุบลฯออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการ</strong>ของนายกรัฐมนตรี&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พบว่า&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก</p><p><strong>นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>นำชุดปฏิบัติการร่วมจังหวัด&nbsp;ออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่&nbsp;สถานประกอบกิจการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;99&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบอน&nbsp;อำเภอสำโรง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อตรวจสอบการแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่กักเก็บ&nbsp;การจัดทำบัญชีคุมสินค้า&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อและการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;มีปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;(ความชื้น&nbsp;14.5%)&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;4,400&nbsp;ตัน&nbsp;และบริษัทฯ&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือกับจังหวัด/สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ในการแจ้งปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นประจำทุกเดือน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;มีศักยภาพและมีความต้องการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์&nbsp;ปีละ&nbsp;700,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีสามารถปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่งขายให้บริษัท&nbsp;ได้&nbsp;30,000&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่เหลือต้องรับซื้อจากจังหวัดอื่น</strong>&nbsp;ด้านราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ในปีนี้มีราคาสูงกว่าราคาประกันรายได้ของรัฐบาล&nbsp;ที่กำหนดราคา&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;50&nbsp;สตางค์ต่อกิโลกรัม&nbsp;โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ความชื้น&nbsp;14.5%&nbsp;ณ&nbsp;ขณะนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;รับซื้อที่ราคา&nbsp;12&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่วนความชื้นมากกว่านี้&nbsp;ราคาลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานความชื้น&nbsp;จึงนับว่า&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;รายงาน&nbsp;15&nbsp;มี.ค.65&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315115115931"],
    [264,"สถานการณ์และราคามะนาวจังหวัดเพชรบุรี ปีการผลิต 2564/65 ในช่วงฤดูร้อนเดือนมีนาคม-เมษายน ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้ราคามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น","<p><strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์ผลผลิตจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มีเกษตรกรผู้ผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;6,312&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่เพาะปลูกปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จำนวน&nbsp;32,323&nbsp;ไร่&nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&nbsp;ที่มีพื้นที่การเพาะปลูก&nbsp;39,764&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;18.71&nbsp;มีปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;57,235&nbsp;ตัน&nbsp;ลดลงจาก&nbsp;ปีที่แล้ว&nbsp;ที่มีผลผลิต&nbsp;68,551&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.5&nbsp;ปลูกมากที่อำเภอท่ายาง&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;และอำเภอบ้านลาด&nbsp;ผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม&nbsp;ผลผลิตจะออกน้อย&nbsp;ในช่วงฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน&nbsp;โดยปัจจุบันผลผลิตออกสู่ตลาดมีปริมาณน้อย&nbsp;สาเหตุจากช่วงฤดูกาลดังกล่าว&nbsp;ประกอบกับแหล่งผลผลิตประสบปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนสูง&nbsp;มีฝนตกต่อเนื่องในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;ขณะที่ต้นมะนาวผลิตดอกและการบำรุงรักษาต้นมะนาวของเกษตรกรน้อยลง&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยและยาป้องกันโรคพืชมีราคาสูงขึ้น&nbsp;สถานการณ์ระดับราคาจากผลผลิตที่ลดลงจากปีที่ผ่านมาประกอบกับเข้าช่วงฤดูร้อน&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลงทำให้ราคามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์แนวโน้มตลาด&nbsp;:&nbsp;คาดการณ์ว่าราคามะนาวยังคงตัวอยู่ในระดับสูง&nbsp;ประมาณอีก&nbsp;2&nbsp;เดือน</strong>&nbsp;คือ&nbsp;เดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นมะนาวผลผลิตรุ่นต่อไปจะเริ่มทยอยออกเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ระดับราคาขายในท้องตลาดเริ่มปรับตัวลดลง</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315111610907"],
    [265,"สาวงามทั่วประเทศร่วมประกวดธิดาดอนเจดีย์ ปี 2565 กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว","<p><strong>สาวงามทั่วประเทศร่วมประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;โดยสาวงามจาก&nbsp;กทม.&nbsp;คว้าตำแหน่งธิดาดอนเจดีย์&nbsp;พร้อมรางวัลชุดตะเบงมานงามตา&nbsp;และรางวัลขวัญใจช่างภาพ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;</strong></p><p><strong>ที่เวทีกลางหน้าพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป</strong>&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อง&nbsp;นางนภัสสร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;นายกเหล่ากาชาด&nbsp;ดร.อุดม&nbsp;โปร่งฟ้า&nbsp;ที่ปรึกษา&nbsp;รมต.ทส.&nbsp;ดร.สุจิตรา&nbsp;ทรงมัจฉา&nbsp;และ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;,&nbsp;นายนพฤทธิ์&nbsp;ศิริโกศล&nbsp;และ&nbsp;นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;&nbsp;ร่วมมอบรางวัลให้แก่ธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ในงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดให้สาวงามจากทั่วประเทศมีสิทธิ์สมัครเข้าประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ซึ่งได้มีสาวงามจากทั่วประเทศ&nbsp;เดินทางมาสมัครเข้าประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และผ่านรอบออดิชั่น&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งทำการประกวดเมื่อคืนวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยผู้เข้าประกวดต้องแต่งกายด้วยชุดตะเบงมาน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลการประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หมายเลข&nbsp;5&nbsp;นางสาวพลอยไพลิน&nbsp;ลิมปนเวทยานนท์&nbsp;รับเงินสด&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพายและถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และได้รับรางวัลพิเศษ&nbsp;ชุดตะเบงมานงามตา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และ/รางวัลขวัญใจช่างภาพ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ</p><p><strong>รองอันดับ&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;หมายเลข&nbsp;14&nbsp;นางสาวมนัสนันท์&nbsp;จันทวิภาคได้รับเงินสด&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;</p><p><strong>รองอันดับ&nbsp;2&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หมายเลข&nbsp;7&nbsp;นางสาวปิยพร&nbsp;สังข์สุวรรณ&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รางวัลขวัญใจคนสุพรรณ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หมายเลข&nbsp;3&nbsp;นางสาวพัชริดา&nbsp;พูลศักดิ์วรสาร&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ</p><p><strong>รางวัล&nbsp;Popular&nbsp;Vote&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หมายเลข&nbsp;2&nbsp;นางสาวปาริฉัตร&nbsp;พรายพรรณ์&nbsp;ได้รับเงินสด&nbsp;&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสายสะพาย&nbsp;และถ้วยเกียรติยศ</p><p><strong>โดยได้รับการให้คะแนนจากผู้ทรงคุณวุฒิ</strong>&nbsp;รวมถึงสื่อมวลชน&nbsp;จากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;,&nbsp;นสพ.ไทยรัฐ&nbsp;,นสพ.เดลินิวส์&nbsp;,&nbsp;สวท.สุพรรณบุรี&nbsp;,&nbsp;ช่อง&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;และ&nbsp;นสพ.คนสุพรรณ&nbsp;ร่วมให้คะแนนรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน&nbsp;ซึ่งผู้เข้าประกวดจะได้รับของที่ระลึกจาก&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีทุกคน&nbsp;โดยการประกวดธิดาดอนเจดีย์&nbsp;จัดเป็นประจำทุกปี&nbsp;โดยจะมีสาวงามจากทั่วประเทศ&nbsp;เดินทางมาร่วมประกวด&nbsp;จนสร้างชื่อเสียง&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ให้เป็นที่รู้จัก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อบจ.สุพรรณบุรี&nbsp;ได้นำเงินรายได้จากการจำหน่ายดอกไม้รางวัลขวัญใจคนสุพรรณ&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;53,500&nbsp;บาท&nbsp;มอบให้ศูนย์ศึกษาพิเศษเขตการศึกษา&nbsp;5&nbsp;สุพรรณบุรี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315112223912"],
    [266,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลเจรจากับซาอุดีอาระเบีย อนุญาตนำเข้าไก่ไทยได้แล้ว เริ่ม 13 มี.ค.65 เป็นต้นไป ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจไทย","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่ประเทศซาอุดีอาระเบียได้พิจารณานำเข้าไก่จากประเทศไทยว่า&nbsp;นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง&nbsp;ภายหลังจากที่ทูตพาณิชย์กับกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เร่งเจรจากับซาอุดีอาระเบียในการหาลู่ทางส่งออกไก่แช่เย็น&nbsp;ไก่แช่แข็ง&nbsp;และไก่แปรรูป&nbsp;ไปยังซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เพราะถือว่าเป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่ง&nbsp;จนซาอุดีอาระเบียเดินทางมาตรวจโรงงานผลิตในประเทศไทยแล้ว&nbsp;11&nbsp;โรง&nbsp;จนล่าสุดเมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;มี.ค.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทูตพาณิชย์ของไทย&nbsp;พร้อมด้วยอุปทูตไทยประจำซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เดินทางไปพบกับ&nbsp;อย.&nbsp;ของซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง&nbsp;และได้ข้อสรุปร่วมกันว่า&nbsp;ซาอุดีอาระเบียยินดีให้ไก่จากประเทศไทย&nbsp;สามารถส่งออกไปได้&nbsp;และในภาพรวมทางการก็จะมีผลทันทีตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;มี.ค.&nbsp;และขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนกระบวนการ&nbsp;ทั้งเรื่องฮาลาล&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;แต่ขณะนี้อย่างน้อย&nbsp;11&nbsp;โรงงานที่ได้รับการตรวจรับรองไปก่อนหน้านี้สามารถส่งออกไก่ไปซาอุดีอาระเบียได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์เชิญผู้ประกอบการทั้งหมดมาพูดคุยกันว่า&nbsp;การส่งออกเป็นเรื่องดี&nbsp;นำเงินเข้าประเทศ&nbsp;แต่ต้องไม่กระทบปริมาณการบริโภคของคนไทย</strong>&nbsp;โดยได้ทำเป็นเงื่อนไขไว้แล้ว&nbsp;รวมถึงเรื่องราคาด้วยว่าให้เป็นไปตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำกับไว้&nbsp;ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์&nbsp;ทั้งผู้บริโภค&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;และประเทศไทยที่จะมีรายได้จากการส่งออกมากขึ้น</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>สำหรับยอดส่งออกไก่ของไทยไปต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ&nbsp;2&nbsp;แสนตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;1&nbsp;แสนล้านบาทต่อปี&nbsp;ดังนั้นตลาดซาอุดีอาระเบียก็จะเป็นตลาดที่เพิ่มการนำเงินเข้าประเทศ</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315162837102"],
    [267,"พาณิชย์ตรังจับมือเอกชนเปิดจุดจำหน่ายแตงโมเกาะสุกร ช่วยเกษตรกรปลูกแตงโมชาวเกาะสุกร จากผู้ปลูกสู่มือผู้บริโภคโดยตรง วันละ 1,000 กิโลกรัม การันตีความหวาน","<p><strong>พาณิชย์ตรังจับมือเอกชนเปิดจุดจำหน่ายแตงโมเกาะสุกร</strong>&nbsp;ช่วยเกษตรกรปลูกแตงโมชาวเกาะสุกร&nbsp;จากผู้ปลูกสู่มือผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;วันละ&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;การันตีความหวาน&nbsp;หากไม่หวานนำมาเปลี่ยนได้เลย&nbsp;นอกจากนี้ทุกภาคส่วนยังช่วยกันส่งเสริม&nbsp;กำกับดูแลใส่ใจคุณภาพ&nbsp;ตั้งแต่ปลูก&nbsp;จนถึงเก็บเกี่ยว&nbsp;เพื่อให้ความต้องการของตลาด&nbsp;ขยายเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จากการบอกต่อปากต่อปาก&nbsp;อนาคตจะทำให้เกิดการสั่งจองล่วงหน้า&nbsp;แก้ได้ทั้งปัญหาล้นตลาด&nbsp;และมีความยั่งยืนอีกด้วย</p><p><strong>ที่บริเวณพื้นที่ลานโปรโมชั่น&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ห้างโรบินสันไลฟ์สไตล์ตรัง</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ร่วมกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;ได้จัดกิจกรรมการจำหน่ายผลผลิตแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น&nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านได้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับสถานการณ์ด้านการผลิต&nbsp;ปริมาณผลผลิตแตงโมเกาะสุกรออกสู่ตลาดแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;40&nbsp;&nbsp;50&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ของผลผลิตทั้งหมดในฤดูกาลนี้&nbsp;ราคาจำหน่ายส่ง&nbsp;(รวมค่าขนส่ง&nbsp;จากเกาะสุกร&nbsp;ถึงท่าเรือตะเสะ&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง)&nbsp;&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;12-13&nbsp;บาท&nbsp;ราคาจำหน่ายปลีกอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ&nbsp;18&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้&nbsp;ผลผลิตแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ทยอยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก</strong>&nbsp;ประกอบกับแตงโมจากพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;กำลังออกสู่ตลาดเช่นกันและราคาต่ำกว่า&nbsp;และมีผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ที่ระบาดขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;ทำให้สามารถจำหน่ายแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดได้ลดน้อยลง&nbsp;จึงได้ผลกระทบในการจำหน่ายแตงโมจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมตำบลเกาะสุกร&nbsp;ทางพาณิชย์จังหวัดตรังร่วมกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;สนับสนุนพื้นที่&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตแตงโมจากเกาะสุกร&nbsp;จากผู้ปลูกสู่มือผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเกษตรกรชาวเกาะสุกร&nbsp;ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>&nbsp;\"แตงโมเกาะสุกร\"&nbsp;สามารถปลูกได้&nbsp;3&nbsp;รุ่น&nbsp;</strong>คือ&nbsp;แตงโมหัวนา&nbsp;แตงโมชายหาด&nbsp;และแตงโมหลังนา&nbsp;สำหรับแตงโมเกาะสุกรที่ออกในฤดูกาลนี้&nbsp;คือ&nbsp;แตงโมหลังนา&nbsp;(แตงโมงในนา)&nbsp;ซึ่งผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้ประสานให้เกษตรกรผู้ปลูกแตงโมจากเกาะสุกร&nbsp;สามารถนำผลผลิตไปจำหน่าย&nbsp;ที่บริเวณพื้นที่ลานโปรโมชั่น&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;โรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;ซึ่งจะเปิดให้เกษตรกรจำหน่าย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการเตรียมแตงโมเกาะสุกรวันละกว่า&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;18&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งจะมีการคัดแตงโมเกรดA&nbsp;ค่าความหวานของผลไม้&nbsp;อยู่ที่&nbsp;13&nbsp;บริกซ์&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถมาเลือกซื้อแตงโมเกาะสุกรได้</strong>โดยตรงจากเกษตรกรชาวเกาะสุกร&nbsp;และยังสินค้าทะเล&nbsp;กะปิ&nbsp;กุ้งแห้ง&nbsp;ปลาเค็มกางมุ้ง&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าจากชุมชนต่าง&nbsp;ๆในจังหวัดตรัง&nbsp;มาจัดจำหน่ายอีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทุกภาคส่วนยังช่วยกันส่งเสริม&nbsp;กำกับดูแลใส่ใจคุณภาพ&nbsp;ตั้งแต่ปลูก&nbsp;จนถึงเก็บเกี่ยว&nbsp;เพื่อให้ความต้องการของตลาด&nbsp;ขยายเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จากการบอกต่อปากต่อปาก&nbsp;อนาคตจะทำให้เกิดการสั่งจองล่วงหน้า&nbsp;แก้ได้ทั้งปัญหาล้นตลาด&nbsp;และมีความยั่งยืนอีกด้วย</p><p><strong>นายยงยุทธ&nbsp;ไชยมล&nbsp;เกษตรกรชาวเกาะสุกร&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>ตอนนี้แตงโมเกาะสุกร&nbsp;มีจำนวนเยอะมาก&nbsp;เพราะตอนนี้ช่วงหลังจากเก็บเกี่ยวนาข้าวเสร็จ&nbsp;จะใช้พื้นที่นามาปลูกแตงโมงเกาะสุกร&nbsp;และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย&nbsp;เป็นที่รู้จักกันทั่วไป&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรสนใจปลูกกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงทำให้มีปริมาณแตงโมเยอะ&nbsp;และต้องการพื้นที่ในการระบายผลผลิต&nbsp;จึงได้ขอความอนุเคราะห์จากภาคเอกชนและได้รับการสนับสนุนมาทุกปี&nbsp;และยังมีสินค้าชุมชนอื่นด้วย&nbsp;จะเปิดขายไปจนถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;18&nbsp;บาท&nbsp;เป็นแตงโมที่&nbsp;หวาน&nbsp;กรอบ&nbsp;อร่อย&nbsp;ความหวานอยู่ที่&nbsp;13&nbsp;บริกซ์&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจุดจำหน่ายนี้จะมีการรับประกันการันตีความหวาน&nbsp;</strong>หากไม่หวานนำมาเปลี่ยนได้เลย&nbsp;วันนี้นำแตงโมมาประมาณ&nbsp;1,300&nbsp;กว่ากิโลกรัม&nbsp;คาดว่าจะสามารถขายได้วันละประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315114357925"],
    [268,"อบต.กมลา เตรียมจัดงาน หรอยริมเล กมลาเบิกฟ้า Kamala Food Fair 19-21 มีนาคม 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วานนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศิวัชฐ์&nbsp;ระวังกุล&nbsp;นายอำเภอกะทู้&nbsp;นายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&nbsp;(อบต.กมลา)&nbsp;นายสมปราชญ์&nbsp;ปราบสงคราม&nbsp;ปลัดจังหวัดภูเก็ต&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;อบต.กมลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าร่วม&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดงาน&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลา&nbsp;เบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair</strong>&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เป็นกิจกรรมหนึ่งเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;และดำเนินการอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ที่ต้องปรับสู่วิถีการดำเนินชีวิตใหม่แบบ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;เป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ&nbsp;และเดินทางมาท่องเที่ยว&nbsp;พํานัก&nbsp;และใช้บริการในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้มั่นคงและยั่งยืน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวและการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ&nbsp;จึงทำให้เกิดความสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการหรอยริมเล&nbsp;กมลา&nbsp;เบิกฟ้า&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเลอาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตให้มีการขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลกมลา&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับงาน&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair</strong>&nbsp;จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หาดกมลา&nbsp;ซึ่งมีร้านค้าของผู้ประกอบการร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า&nbsp;74&nbsp;คูหา&nbsp;มีกิจกรรมความบันเทิงทุกวัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีการแสดงดนตรีจากวงกมลาแบนด์,&nbsp;การแสดงพื้นบ้านรองเง็ง&nbsp;เกาะสิเหร่,&nbsp;การแสดงโชว์และการแสดงคาบาเร่&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ชมการสาธิตการปรุงอาหารจากเชฟปอนด์&nbsp;ลูกหลานชาวตำบลกมลา&nbsp;จากรายการเชฟกระทะเหล็ก&nbsp;IRON&nbsp;CHEF&nbsp;ชมการแสดงดนตรีลูกทุ่งซุปเปอร์แดนซ์&nbsp;และวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ชมการแสดงมินิคอนเสิร์ตจาก&nbsp;ศิลปิน&nbsp;ธีเดช&nbsp;ทองอภิชาติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานจะดำเนินการอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ทั้งในเรื่องของจุดคัดกรองสำหรับทางเข้าออกของการจัดงาน&nbsp;พร้อมทั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตลอดระยะเวลาการจัดงาน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315151753043"],
    [269,"เภสัชฯ ม.รังสิต จับมือ 2 หน่วยงานรัฐ เปิดตัว ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ ชนิดแคปซูล เพื่อจำหน่าย เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร","<p>วันที่ 15 มีนาคม 2565 มหาวิทยาลัยรังสิตจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ \"ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ\" แบบแคปซูล โดย ผศ.ดร.ภญ.สุรางค์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกัญชาทางการแพทย์ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ลงนามความร่วมมือโดยวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดำเนินการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่มีกัญชา หรือสารสกัดกัญชาเป็นส่วนประกอบ รวมทั้งสนับสนุนและร่วมมือทางด้านการจัดหาวัตถุดิบอื่นๆ ที่ไม่ใช่กัญชา </p><p>โดย เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ฝ่ายแรกคือ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มีองค์ความรู้เรื่องกัญชาและผลิตภัณฑ์ ฝ่ายที่สองคือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยโรงงานเภสัชกรรมทหาร ซึ่งมีโรงงานมาตรฐาน GMP และอีกฝ่ายหนึ่งคือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องการใช้กัญชา</p><p>ด้าน ผศ.ดร.เภสัชกร เอกพล ลิ้มพงษา วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า แผนการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น มียาไทย 4 ตำรับ ได้แก่ ตำรับทำลายพระสุเมรุ (ชนิดแคปซูล) ตำรับน้ำมันกัญชา (ตำรับอาจารย์เดชา) ตำรับศุขไสยาสน์ (ชนิดแคปซูล) และตำรับประสะกัญชา (ชนิดแคปซูล) เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ชนิดแรกคือ ตำรับทำลายพระสุเมรุ ชนิดแคปซูล พร้อมที่จะจัดจำหน่ายให้แก่คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยแล้ว นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตจะเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายและกระจายผลิตภัณฑ์ผ่าน ศูนย์วิจัยการใช้กัญชาทางคลินิก (สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย) และคลินิกกัญชาทางการแพทย์ (สหคลินิกการแพทย์แผนตะวันออก (ไทย-จีน)) มหาวิทยาลัยรังสิต</p><p>ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต กล่าวว่า การขายตำรับยานี้ในตลาดเอกชน จะเป็นจุดเปลี่ยน เพราะจะนำไปสู่รายได้ของเกษตรกรจำนวนมากที่กำลังขาดทุนจากการปลูกกัญชาในตอนนี้ เนื่องจากปัจจุบันผู้ปลูกกัญชาต้องมอบช่อและดอกกัญชาให้ภาครัฐ โดยไม่ได้เงินตอบแทน ขายได้แต่ใบ กิ่ง ก้าน ซึ่งมีสรรพคุณน้อยกว่าช่อและดอก และราคากำลังลดลง การวางขายผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ปลายน้ำมาสู่ต้นน้ำ เกษตรกรจะมีรายได้จากการขายช่อ ดอก กัญชา มากขึ้น</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315134949982"],
    [270,"Soft Power ไทยเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ยินดีต่อกระแสความนิยมวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศที่โดดเด่นมากขึ้นแม้อยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทั้งจากรายการโทรทัศน์&nbsp;งานดนตรี&nbsp;เทศกาลอาหาร&nbsp;นิทรรศการแสดงสินค้าและบริการ&nbsp;รวมถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ภาพยนตร์&nbsp;ละคร&nbsp;ซีรี่ส์&nbsp;เพลง&nbsp;และโฆษณา&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจและผลตอบรับจากผู้ชมชาวต่างชาติอย่างล้นหลามโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียซึ่งเป็นตลาดส่งออกความบันเทิงหลักของไทย&nbsp;ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่รัฐบาลเร่งผลักดันเป็นสินค้าหลักในการส่งออกสู่ตลาดสากล</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่สนับสนุนการใช้&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;นำเสนออัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลก&nbsp;ผสมผสานนโยบายพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันและแนวคิดเศรษฐกิจใหม่&nbsp;BCG&nbsp;(Bio-Circular-Green)&nbsp;เป็นโจทย์ให้กระทรวงวัฒนธรรมสานต่อแนวทางเพื่อพัฒนาความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยได้จัดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย&nbsp;CCPOT&nbsp;(Community&nbsp;Cultural&nbsp;Product&nbsp;of&nbsp;Thailand)&nbsp;GRAND&nbsp;EXPOSITION&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16-20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าสยามพารากอน&nbsp;ซึ่งประสบความสำเร็จในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทยทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วกว่า&nbsp;600&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชื่นชมการบูรณาการนโยบายเศรษฐกิจใหม่&nbsp;</strong>เข้ากับแผนงานด้านวัฒนธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;นอกจากเป็นการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยให้มีการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์แล้ว&nbsp;ยังถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;พลิกฟื้นชุมชน&nbsp;รวมถึงเป็นโอกาสสำคัญเพื่อเสริมศักยภาพคนไทยเตรียมพร้อมสู่การส่งออกวัฒนธรรมในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315141502999"],
    [271,"จ.ศรีสะเกษ ชุมชนท่องเที่ยวเงินสะพัด ขอบคุณพ่อเมืองศรีสะเกษ จัดงาน \"ดอกลำดวนบาน\"","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดร.กัลยาณี&nbsp;ธรรมจารีย์&nbsp;</strong>นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในวันสุดท้ายของการจัดงานได้ลงไปเยี่ยมชุมชนเครือข่ายการท่องเที่ยวร่วมกับนางสุพิน&nbsp;ศรีเลิศ&nbsp;กรรมการเครือข่ายเพื่อต้องการทราบ&nbsp;ผลจากการจัดงานเทศกาลดอกลำดวน&nbsp;ที่สวนสมเด็จศรีนครินทร์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;913&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่มีการออกร้านจำหน่ายสินคาทั้งประเภทอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น&nbsp;OTOP&nbsp;รวมทั้งในงานมีการแสดงแสงสีเสียง&nbsp;\"อารยธรรม&nbsp;แห่งศรัทธา&nbsp;มนตรา&nbsp;ศรีพฤทเธศวร\"&nbsp;ในคืนวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นอย่างไรบ้าง&nbsp;ปรากฎว่าชุมชนท่องเที่ยวหลายกลุ่มที่สมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวได้ไปสนับสนุนส่งเสริมร่วมกับนางทัศนี&nbsp;ขจัดมลทิน&nbsp;ผอ.สำนักพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;ในด้านการจัดอบรมอาหาร&nbsp;อบรมการแส่วผ้า&nbsp;อบรมนวดเพื่อสุขภาพ&nbsp;และชุมชนเหล่านี้&nbsp;จากห้วยทับทัน&nbsp;ขุขันธ์&nbsp;บ้านโพนค้อ&nbsp;ขุนหาญฯ&nbsp;ได้มาออกร้านเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น&nbsp;รวมทั้งผู้อบรมนวดแผนโบราณก็ได้รับการสนับสนุนสถานที่จาก&nbsp;ดร.โสภา&nbsp;มะเครือสี&nbsp;ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี&nbsp;และยังมอบหมายให้&nbsp;น.ส.ศรุดา&nbsp;นาสารีย์&nbsp;มาดูแลการใช้บริการห้องแอร์ในอาคารที่สวนสมเด็จศรีนครินทร์ศรีสะเกษด้วย&nbsp;ทำให้มีผู้เข้ามาใช้บริการสร้างรายได้ให้พนักงานนวดจำนวนมาก&nbsp;ทุกคนขอบคุณนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษที่ตัดสินใจจัดงาน&nbsp;แม้โควิด-19&nbsp;ยังไม่ไปไหน&nbsp;ถ้าไม่จัดงานอะไรเลยก็ยิ่งทำให้พวกตนไม่ได้ขายของ&nbsp;ไม่มีลูกค้ามาเยี่ยมมาชม&nbsp;และการจัดงานก็มีระบบควบคุมที่ดี&nbsp;มีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;มีรถนำเที่ยวจากวัดไพรพ้ฒนามาบริการประชาชนฟรี&nbsp;ทำให้ชุมชนสามารถขายผ้าไหม&nbsp;ผ้าทอมือได้มาก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร้านสมุนไพร&nbsp;ร้านนวดแผนโบราณก็สร้างรายได้ให้ได้ปลื้มใจกันทุกคน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152446052"],
    [272,"ครม.อนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตามประเมินผลแผนงาน หรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน เพิ่มเติม","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;อนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ&nbsp;2565-2566&nbsp;สำหรับโครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตามประเมินผลแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;19,926,200&nbsp;บาท&nbsp;แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3,985,200&nbsp;บาท&nbsp;และปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;จำนวน&nbsp;15,941,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้การติดตามประเมินผลแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรายงานผลการประเมินโครงการต่อ&nbsp;ครม.และรัฐสภา&nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการวางนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ทั้งนี้คาดว่า&nbsp;จะลงนามในสัญญาจ้างในเดือนสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;11&nbsp;เดือน&nbsp;กำหนดแล้วเสร็จเดือนมิถุนายน&nbsp;2566&nbsp;</p><p><strong>มีขอบเขตของงาน</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;จัดทำกรอบแนวคิด(Conceptual&nbsp;Framework)&nbsp;ในการประเมินผลตามมาตรฐานสากล&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ความสอดคล้อง&nbsp;ประสิทธิภาพ&nbsp;ประสิทธิผล&nbsp;ผลกระทบและความยั่งยืน&nbsp;จัดทำขอบเขตการประเมินผล(Evaluation&nbsp;Scope)&nbsp;จัดเก็บข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิเพื่อใช้ในการศึกษาวิเคราะห์&nbsp;ประเมินผลโครงการ&nbsp;จัดทำรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการและการใช้จ่ายเงินกู้&nbsp;จัดทำรายงานการประเมินผลโครงการและผลสัมฤทธิ์&nbsp;จัดทำแบบจำลอง&nbsp;(Model&nbsp;)&nbsp;ที่ใช้ประเมินผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมและนำเสนอข้อมูลการติดตามประเมินผล</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ครม.ได้มีมติอนุมัติโครงการภายใต้แผนงาน</strong>&nbsp;หรือโครงการตามบัญชีท้าย&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กู้เงินโควิด-19&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;แล้วทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;โครงการ&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;&nbsp;396,956&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หน่วยงานเบิกจ่ายเงินกู้แล้วจำนวน&nbsp;278,196&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งโครงการทั้งหมดต้องเบิกจ่ายแล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315144505024"],
    [273,"ครม.เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณปี 2566 กว่า 3.18 ล้านล้านบาท","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;จำนวน&nbsp;3,185,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;85,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;2.74&nbsp;และเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;ซึ่งหน่วยงานรับงบประมาณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนจัดทำงบประมาณ&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นขั้นตอนการพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณ&nbsp;เดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;เปิดรับฟังความคิดเห็น&nbsp;รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น&nbsp;จัดพิมพ์ร่างพระราชบัญญัติงประมาณฯ&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;และเอกสารประกอบ&nbsp;เดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เสนอร่างพระราชบัญญัติงประมาณฯ&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;&nbsp;ให้&nbsp;ครม.พิจารณาก่อนส่งสภาผู้แทนราษฎกรต่อไป</p><p><strong>สำหรับโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2566</strong>&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;ครม.&nbsp;อนุมัติ&nbsp;เป็นรายจ่ายประจำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,396,942.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จำนวน&nbsp;23,932.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รายจ่ายลงทุน&nbsp;จำนวน&nbsp;695,077.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;83,144&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เท่ากับปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152141047"],
    [274,"รองผู้ว่าฯ สงขลา เปิด โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ OTOP ในการพัฒนาอาชีพ เพื่อขับเคลื่อน หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่โรงแรมกรีนเวิลด์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;โดยมีนายจรัญ&nbsp;อินทสระ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสงขลา&nbsp;นางปราณี&nbsp;อ่อนมณี&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ตลอดจนประธานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;อำเภอ&nbsp;และผู้เข้ารับอบรมเข้าร่วมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรควิด-19</p><p><strong>ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;มีภารกิจในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้</strong>&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ&nbsp;ได้รับมอบหมายให้สนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานตามนโยบาย&nbsp;หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;ด้วยการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้&nbsp;การพัฒนาอาชีพ&nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้ให้&nbsp;แก่ชุมชน&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2544&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยมีเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาผ่านกิจกรรม/โครงการ/นโยบาย&nbsp;ภาครัฐต่างๆ</p><p><strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามแผนการใช้จ่าย</strong>งบประมาณประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;งบประมาณ&nbsp;91,000&nbsp;บาท&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ,&nbsp;สนับสนุนส่งเสริมผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงานจากองค์กรของตนเองอย่างทั่วถึง&nbsp;และให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดและกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>กำหนดหลักสูตรการอบรม&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;15-16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องสกายเล้าจ์&nbsp;ชั้น&nbsp;8&nbsp;โรงแรมกรีนเวิลด์&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;มีเนื้อหา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>1.ทบทวนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;</p><p>2.กรอบแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p>3.บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP/จังหวัด&nbsp;</p><p>4.การเป็นผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;อย่างมืออาชีพ&nbsp;</p><p>5.ทิศทาง/แนวโน้มอนาคตด้านการตลาดผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;</p><p>6.วิเคราะห์ดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดที่ผ่านมา&nbsp;</p><p>7.จัดทำแนวทางการให้การสนับสนุนผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ในด้านการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนช่องทางการตลาด&nbsp;</p><p>8.จัดทำแผนปฏิบัติการของเครือบ่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนรับผิดชอบงาน&nbsp;OTOP&nbsp;อำเภอ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;อำเภอ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;และนักวิชาการจังหวัด&nbsp;2&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&nbsp;15&nbsp;มี.ค.2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152727055"],
    [275,"จ.ชัยภูมิ ผลักดัน กล้วยหอมทองหนองบัวแดง และ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน","<p><strong>วานนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและอนุญาตการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;และคณะทำงานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมภูแลนคา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับเกียรติจากนายชาญชัย&nbsp;ศรศรีวิชัย&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เป็นประธานในที่ประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการฯ&nbsp;ได้พิจารณาชื่อทางการค้าสินค้าคือ&nbsp;กล้วยหอมทองหนองบัวแดง&nbsp;พื้นที่การผลิตครอบคลุมอำเภอหนองบัวแดง&nbsp;ภักดีชุมพล&nbsp;เกษตรสมบูรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;571&nbsp;ไร่&nbsp;และ&nbsp;สินค้า&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น&nbsp;พื้นที่การผลิตครอบคลุมอำเภอหนองบัวแดง&nbsp;จำนวน&nbsp;15,000&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการคุ้มครองสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์</strong>&nbsp;รวมถึงมาตรฐานและส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้า&nbsp;เพิ่มมูลค่าสินค้า&nbsp;อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบประเทศและระดับสากลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315154531072"],
    [276,"พาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ ออกตรวจควบคุมราคา ปุ๋ยเคมี ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;ออกตรวจราคาสินค้า&nbsp;ประเภท&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ในเขตอำเภอคอนสาร&nbsp;ภูเขียว&nbsp;และแก้งคร้อ&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;สำรวจปริมาณและราคาปุ๋ยในพื้นที่&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;ราคา&nbsp;1,350-1,400&nbsp;บาท</p><p>2.&nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;0-0-60&nbsp;ราคา&nbsp;1,320-1,400&nbsp;บาท</p><p>3.&nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;18-48-0&nbsp;ราคา&nbsp;1,520&nbsp;บาท</p><p>4.&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;มีการปรับราคาขึ้น&nbsp;ในการเลือกซื้อของเกษตร&nbsp;จะดูจากราคาถูกเป็นหลัก&nbsp;ไม่ได้เลือกซื้อจากยี่ห้อที่เคยใช้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การซื้อขายปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช</strong>&nbsp;ค่อนข้างซบเซา&nbsp;ภาวะการค้าชะลอตัว&nbsp;เนื่องจากกำลังซื้อของเกษตรกรผู้ต้องการใช้ปุ๋ยเคมีลดลง&nbsp;ทั้งเกษตรกรและร้านค้าไม่มีการซื้อเพื่อสต๊อกหรือกักตุน&nbsp;ราคาสินค้า&nbsp;เพราะต้นทุนสูง&nbsp;และราคาปรับขึ้นจากเดือนก่อน&nbsp;ตามต้นทุนการผลิต&nbsp;กรณีมีการสั้งซื้อปริมาณมากจะจำหน่ายในราคาส่ง&nbsp;และมีรถบริการส่งในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้กำชับร้านค้ามีการปิดป้ายแสดงราคาให้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315164019107"],
    [277,"อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เรียกประชุมเร่งแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน ขณะลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานด่านตรวจพืช ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา","<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ประชุมติดตามการปฏิบัติงานด่านตรวจพืช&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ&nbsp;ศูนย์&nbsp;X-RAY&nbsp;และหอบังคับการ&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;เพื่อติดตามทั้งในส่วนของการตรวจคุณภาพสินค้า&nbsp;โดยเฉพาะพืชผลการเกษตร&nbsp;ผลไม้&nbsp;การตรวจจับวัตถุแปลกปลอม&nbsp;ผ่านกระบวนการขั้นตอนก่อนนำเข้าและส่งออกนอกประเทศ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพบการลักลอบนำทุเรียนเวียดนามสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย&nbsp;โดยมีนายสุรเดช&nbsp;ตรงศิริวิบูลย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;นางปุณยนุช&nbsp;เพชรฤทธิ์&nbsp;รักษาราชการแทนหัวหน้าด่านตรวจพืช&nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมเข้าประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงานในครั้งนี้</p><p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>ให้สัมภาษณ์ในกรณีปัญหาการส่งออกผลไม้ของไทยไปยังประเทศจีน&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนที่ยังคงขาดสภาพคล่อง&nbsp;เนื่องจากประเทศจีนมีความเข้มงวดในการตรวจสอบผลไม้ตามมาตรการ&nbsp;Zero-Covid&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;ผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งมีประมาณ&nbsp;740,000&nbsp;ตัน&nbsp;ในปัจจุบันเกิดปัญหาเรื่องของการส่งออก&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ระบาดมากยิ่งขึ้นในประเทศจีน&nbsp;ทำให้ระบบขนส่งและโลจิสติกส์มีปัญหา&nbsp;โดยปกติแล้วจีนเป็นตลาดรับซื้อทุเรียนรายใหญ่&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;90&nbsp;จึงทำให้มีผลกระทบต่อเกษตรกรและการส่งออก&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงพยายามเร่งแก้ปัญหานี้หลายด้าน</p><p><strong>ที่ผ่านมาได้มีการสนับสนุนให้ล้งทุเรียน&nbsp;ได้รับมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;GMP+</strong>&nbsp;เพื่อเพิ่มคุณภาพความปลอดภัยของผลไม้&nbsp;โดยได้มีโอกาสไปดูล้งทุเรียนที่จันทบุรี&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;แห่ง&nbsp;พบว่าล้งมีการปรับและนำวิธีการตรวจโควิด-19&nbsp;ตามแบบของจีนมาปรับใช้&nbsp;ทำให้ได้มาตรฐาน&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านของนางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>็ได้มีการมอบนโยบายและมีการพูดคุยกับทางด้านของผู้ว่าฯ&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการกำหนดแนวทางมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้เกษตรกร&nbsp;ส่วนเรื่องของการตรวจพบทุเรียนอ่อน&nbsp;ถือเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ให้ความสำคัญ&nbsp;แต่ที่ผ่านมายังถือว่าตรวจพบในปริมาณที่น้อยมาก&nbsp;และเมื่อตรวจพบก็มีการจับกุม&nbsp;และป้องกันการส่งออกได้ทัน&nbsp;พร้อมกันนี้ก็ยังมีทีมเล็บเหยี่ยวพิทักษ์ทุเรียนไทย&nbsp;(สวพ.6)&nbsp;สุ่มตรวจทุเรียนสม่ำเสมอเกือบทุกคืน</p><p><strong>ในส่วนของการแก้ปัญหาส่งออกทุเรียน</strong>&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มีอยู่&nbsp;3&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;คือ&nbsp;1.สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนทราบว่า&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ประเทศจีนในปัจจุบันค่อนข้างรุนแรง&nbsp;ทำให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออก&nbsp;อาจต้องมีหาตลาดที่นิยมบริโภคทุเรียนในอาเซียนเพิ่มขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;โดยเร่งเจรจาเพิ่มเติม&nbsp;2.ตลาดภายในประเทศ&nbsp;อาจต้องบูรณาการภายในระหว่างกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;เกี่ยวกับแผนรองรับการบริโภคภายในประเทศช่วงที่มีผลผลิตจำนวนมาก&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;ใช้เทคโนโลยี&nbsp;การถนอมอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;แช่แข็ง&nbsp;แช่เย็น&nbsp;แปรรูปต่างๆ&nbsp;เข้ามาเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้ทุเรียนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและเก็บได้นานขึ้น&nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาระดับนโยบาย&nbsp;เช่น&nbsp;อาจต้องเชิญเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย&nbsp;ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงาน&nbsp;เพื่อเป็นเน้นย้ำให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาล&nbsp;ในการแก้ไขปัญหา</p><p><strong>ที่ผ่านมาการส่งออกผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;</strong>แม้ว่าจะอยู่ในช่วงของสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แต่พบว่า&nbsp;ผัก&nbsp;และผลไม้มี&nbsp;GDP&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ส่งออกเติบโต&nbsp;มาตรฐานและคุณภาพค่อนข้างดี&nbsp;ซึ่งนอกจากประเทศจีนที่มีความเข้มข้นในส่วนของ&nbsp;มาตรการ&nbsp;Zero-Covid&nbsp;ยังไม่พบว่าประเทศใดใช้มาตรการนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สวท.ชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315172144123"],
    [278,"หนุนกลุ่มแม่บ้านแปรรูปสบู่น้ำผึ้งชันโรง จ.ยะลา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก","<p><strong>ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และผู้ตรวจราชการกระทรวง&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;ลงตรวจเยี่ยมกลุ่มแม่บ้าน&nbsp;แปรรูปสบู่น้ำผึ้งชันโรง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่กลุ่มเลี้ยงผึ้งชันโรง&nbsp;บ้านพงยาวี&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงผึ้งชันโรงธรรมชาติ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบุดี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นายพิฆเนศ&nbsp;ต๊ะปวง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และผู้ตรวจราชการกระทรวง&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;พร้อมด้วยนายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มแม่บ้านเลี้ยงผึ้งชันโรง&nbsp;เกษตรกรสบู่น้ำผึ้งชันโรง&nbsp;เพื่อติดตามความสำเร็จของกลุ่มแม่บ้าน&nbsp;โดยมีนายวิทยา&nbsp;สายกี่เส้ง&nbsp;เกษตรตำบลบุดี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;และสมาชิกกลุ่มฯ&nbsp;นำเสนอผลิตภัณฑ์&nbsp;ความสำเร็จ&nbsp;และโอกาสการต่อยอดในอนาคตกับทางคณะฯ</p><p><strong>ด้านผู้ตรวจราชการการฯ&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>ทางคณะผู้ตรวจราชการทั้งของสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งทางจังหวัดได้ลงพื้นที่ที่สถานที่แห่งนี้&nbsp;เป็นเรื่องของการเลี้ยงผึ้งชันโรง&nbsp;โดยต่อยอดจากการเลี้ยงเสริมในสวนยางพารา&nbsp;และนำน้ำผึ้งมาสู่การต่อยอดเป็นสบู่เป็นเครื่องสำอางบางส่วน&nbsp;มีการขับเคลื่อนให้ตั้งกลุ่ม&nbsp;&nbsp;วันนี้มีกลุ่มแล้วกลุ่มแม่บ้านเข้ามาทำเกี่ยวกับสบู่&nbsp;จากการพูดคุยกลุ่มอยากจะได้โรงเรือนที่ถูกสุขลักษณะ&nbsp;มีมาตรฐานผ่านการรับรอง&nbsp;เพื่อให้ความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า&nbsp;ดังนั้นทางผู้ตรวจราชการจะรับข้อเสนอไปหาแนวทาง&nbsp;เช่น&nbsp;การให้มีการจดวิสาหกิจชุมชนเมื่อจดเป็นวิสาหกิจชุมชนแล้ว&nbsp;จะสามารถไปขอรับการสนับสนุนงบประมาณเป้าหมาย&nbsp;มาสร้างโรงเรือนโรงงานโรงผลิตโดยการให้ดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นำไปสู่ในเรื่องของการจัดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;การส่งเสริมเรื่องการตลาดจะเป็นในเรื่องของการตลาดออนไลน์&nbsp;ตลาดออฟไลน์&nbsp;ซึ่งทางกลุ่มมีอยู่แล้ว&nbsp;ทางภาครัฐเองก็มี&nbsp;Page&nbsp;มีช่องทางจำหน่ายของกระทรวงพาณิชย์เป็นต้น&nbsp;สามารถเชื่อมโยงประสานกันผ่านทางระบบที่ทางรัฐจัดให้</p><p><strong>ขณะเดียวกันในเรื่องของการส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดความรู้เมื่อเรารวมกันเป็นกลุ่ม&nbsp;</strong>และสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาก็จะมีสิ่งที่เรียกว่าองค์ความรู้เกิดขึ้น&nbsp;อยากให้ทางกลุ่มช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้กับเพื่อนพี่น้องที่อยู่ในชุมชนด้วย&nbsp;อาจมีการตั้งกลุ่มเพิ่มขึ้นหรือมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นจากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน&nbsp;อันนี้จะเป็นการเสริมสร้างรากฐานที่ดีมีความสุขในชุมชนและเศรษฐกิจดียิ่งยิ่งขึ้นไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315173227129"],
    [279,"พณ.ตราด ร่วม สคบ.ตราด ศูนย์ดำรงธรรมฯ สำรวจปริมาณและราคาปุ๋ยเคมีในพื้นที่อำเภอเมืองตราด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดตราด&nbsp;และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสำรวจปริมาณและราคาปุ๋ยเคมีในพื้นที่อำเภอเมืองตราด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;&nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า&nbsp;ปุ๋ยเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;มีเพียงพอต่อการใช้ในการเกษตรที่สามารถใช้ภายในจังหวัดได้ประมาณ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ในส่วนของราคาปุ๋ยเคมีมีการปรับขึ้นจากเดิมประมาณ&nbsp;100-300&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;ยากำจัดวัชพืชและศัตรูพืชมีการปรับขึ้นประมาณ&nbsp;20-50&nbsp;ทั้งนี้ยังไม่พบการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315172552126"],
    [280,"เปิดตัวรถโดยสารพลังงานสะอาด Shuttle bus รับ-ส่ง ผู้โดยสารสนามบินเบตง สอดรับนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล","<p><strong>จากการลงพื้นที่ของรัฐบาล&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอกประยุทย์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์สนามบินเบตง&nbsp;นอกจากนโยบายการพัฒนา&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นเมืองต้นแบบด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรแล้ว&nbsp;ในช่วงของการเปิดพิธีนายกรัฐมนตรีได้กล่าวตอนหนึ่งว่า&nbsp;รัฐบาลมีความมุ่งหวังในการพัฒนาพลังงานทดแทน&nbsp;พลังงานทางเลือก&nbsp;มีความยินดีที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีการใช้โรงไฟฟ้าชีวมวลพลังงานทดแทน&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งภารกิจที่ทางรัฐบาลจะต้องขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน</p><p><strong>สำหรับนโยบายด้านพลังงาน</strong>&nbsp;รัฐบาลได้บรรจุไว้ในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน&nbsp;ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Economy)&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทางท่าอากาศยานนานาชาติเบตง</strong>&nbsp;ได้มีนำนโยบายด้านพลังงานมาใช้&nbsp;โดยนำรถ&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;พลังงานไฟฟ้า100%&nbsp;ภายในออกแบบเน้นความสะดวกสบาย&nbsp;และทันสมัยช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย&nbsp;โดยช่วงแรกจะเปิดให้บริการตามโปรแกรมบินของสายการบินนกแอร์&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คือวันจันทร์-พุธ-ศุกร์&nbsp;จากท่าอากาศยานเบตง-เมืองเบตง-ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;20&nbsp;กม.&nbsp;ค่าโดยสาร&nbsp;40-100&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นายธนวัฒน์&nbsp;ประสานธรรมคุณ&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีคลีน&nbsp;เพาเวอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;</strong>หนึ่งในนักลงทุน&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;ระบุว่า&nbsp;อำเภอเบตงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ&nbsp;อาการดี&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;ไม่เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;จึงมองว่าการนำ&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;มาให้บริการที่สนามบินเบตง&nbsp;นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารแล้ว&nbsp;ในส่วนทางด้านลงทุนมองว่า&nbsp;ทางบริษัทมีความเชื่อมั่นในตัวเมืองเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ประกอบกับเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ประเทศมาเลเซียมีการเปิดประเทศด้วย&nbsp;ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก&nbsp;จึงมองว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315173809131"],
    [281,"จ.สตูล ลงพื้นที่ตรวจสอบตรวจสอบราคาและการสต็อกปุ๋ยเคมี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นางสาวธัญรัศม์&nbsp;ไตรพันธ์รัชตะ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสตูล&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสตูล&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคา&nbsp;การสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชจำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สหกรณ์การเกษตรอำเภอควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;จำกัด&nbsp;พบว่าปุ๋ยมีเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ราคาเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น&nbsp;และไม่พบการสต็อกปุ๋ยเคมี</p><p><strong>นายอดุลย์&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรอำเภอควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นสร้างภาระเพิ่มให้แก่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร&nbsp;ทำให้ยอดขายลดลงถึงร้อยละ&nbsp;50&nbsp;โดยแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรในเรื่องของปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชภาคอุตสาหกรรมจะมีราคาขึ้นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เท่า&nbsp;โดยเฉพาะแม่ปุ๋ยทุกสูตร&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;0-0-60,&nbsp;21-0-0,&nbsp;16-0-0&nbsp;และมีแนวโน้มขาดตลาดอีกด้วย&nbsp;ทำให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง&nbsp;จึงขอฝากถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องราคาปุ๋ยอย่างจริงจัง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรต่อไป</p><p><strong>นางเจริญศรี&nbsp;อินทสโร&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์ราคาปุ๋ยมีแนวโน้มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว&nbsp;แต่ขณะนี้ผลผลิตด้านการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ยางพารา&nbsp;มีราคาดีราคาสูง&nbsp;รวมถึงมีฝนตกทำให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอควนกาหลงยังมีกำลังซื้อปุ๋ยได้&nbsp;แต่หากอนาคตคาดการณ์ว่าราคาปุ๋ยเคมีมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมอีก&nbsp;จะส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนแน่นอน</p><p><strong>ด้านนางสาวธัญรัศม์&nbsp;ไตรพันธ์รัชตะ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อสำรวจตลาดราคาปุ๋ยและการสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;ในวันนี้พรุ่งนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315174658136"],
    [282,"จังหวัดตรังประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง ครั้งที่ 6/2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6/2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรังพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โดยในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน&nbsp;</strong>เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;ได้แจ้งเรื่องปฏิทินการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตรังปี&nbsp;2565&nbsp;แผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดตรัง&nbsp;แผนและผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;การขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาโครงการขจัดความยากจนแบบบูรณาการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ฐานข้อมูลด้านสังคมกลุ่มเปราะบางเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(ผู้ผลิต-ผู้บริโภค)&nbsp;โดยมีอนุกรรมการหอการค้าจังหวัดตรังเป็นผู้เสนอประเด็น&nbsp;ประเด็นแจ้งความประสงค์ประกาศแนวชายฝั่งทะเลตรังความยาว&nbsp;119&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เป็นเขตพัฒนาพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหาดยาว&nbsp;ตำบลเกาะลิบง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรังเป็นผู้นำเสนอประเด็น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315175510138"],
    [283,"ผู้ว่าฯ ลำพูน ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณ และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ และปุ๋ย ป้องกันการกักตุนในพื้นที่ ผลการตรวจสอบไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด","<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;และสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณ&nbsp;และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;และปุ๋ย&nbsp;ของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;และตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.)&nbsp;บริษัท&nbsp;เม่งฮวด&nbsp;การเกษตร&nbsp;และ&nbsp;2.)&nbsp;บริษัท&nbsp;เค.ดี.ซี&nbsp;พืชผล&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยเคร่งครัด</p><p><strong>ผลการดำเนินการตรวจปรากฎว่า&nbsp;</strong>ไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด&nbsp;และผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่งได้มีการแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่จัดเก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตามแบบ&nbsp;ขพ.01&nbsp;เป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;15&nbsp;ตามที่กฎหมายกำหนด</p><p><strong>ทั้งนี้</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามข้อสั่งการของ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในเรื่องการไม่กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315183947152"],
    [284,"กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยแผนเชิงรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ ส่งเสริมสินค้า BCG และ SMEs ไทยสู่ตลาดออนไลน์ในไต้หวัน","<p><strong>นายภูษิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;PChome&nbsp;แพลตฟอร์มอีคอมมิร์ซในไต้หวัน&nbsp;เปิดตัว&nbsp;PChome&nbsp;Thai&nbsp;Thaishopping&nbsp;ณ&nbsp;เมืองไทเป&nbsp;ประเทศไต้หวัน&nbsp;โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงผู้บริโภคไต้หวันได้โดยตรง&nbsp;เหมาะกับ&nbsp;SMEs&nbsp;ไทยที่ต้องการขยายโอกาสส่งออกสินค้า&nbsp;Made&nbsp;in&nbsp;Thailand&nbsp;เข้าสู่ตลาดไต้หวัน&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างหาผู้นำเข้าในไต้หวัน&nbsp;และต้องการทดลองตลาด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ</strong>&nbsp;ยังได้เปิดตัวร้าน&nbsp;TOPTHAI&nbsp;STORE&nbsp;บน&nbsp;PChome&nbsp;จำหน่ายสินค้าประเภท&nbsp;BCG&nbsp;ของไทย&nbsp;โดยคาดหวังว่าการร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;จะสามารถการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ของไต้หวันได้มากขึ้น</p><p><strong>PChome&nbsp;มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในไต้หวัน&nbsp;</strong>ปัจจุบันมีสินค้าไทยจำหน่ายอยู่กว่า&nbsp;3,000&nbsp;รายการ&nbsp;โดย&nbsp;PChome&nbsp;เห็นถึงศักยภาพของสินค้าไทยที่จะขยายตลาดในไต้หวัน&nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าต่างชาติทีได้รับความนิยมลำดับที่&nbsp;2&nbsp;เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีการออกแบบอย่างเป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นสากล&nbsp;ทำให้&nbsp;PChome&nbsp;นำมาวางขายบนเว็บไซต์ออนไลน์&nbsp;และจะมีแผนประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;เพื่อคัดสรรสินค้าไทยที่เป็น&nbsp;Product&nbsp;Champion&nbsp;ของแต่ละภูมิภาค&nbsp;เพื่อไปจำหน่ายในเว็บไซต์ของไปรษณีย์ของประเทศไต้หวัน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315195652192"],
    [285,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่มอบวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก  รุ่นที่  2","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบวุฒิบัติแก่ผู้ที่ผ่านการอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งการจัดอบรมดังกล่าวมีขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากนโยบายจังหวัดกระบี่ได้ส่งเสริมอาชีพ&nbsp;และผลิตสินค้าชุมชน&nbsp;</strong>เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่น&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนเป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;เริ่มจากการรวมกลุ่มของประชาชนระดับฐานราก&nbsp;ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น&nbsp;ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งการฝึกอบรมผลิตมัดย้อมบาติกในครั้งนี้&nbsp;เป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ทั้งในระดับบุคคล&nbsp;ระดับครัวเรือน&nbsp;ระดับกลุ่ม&nbsp;ตลอดจนเครือข่ายกลุ่มอาชีพต่าง&nbsp;1&nbsp;สามารถพัฒนาผลิตผ้ามัดย้อมบาติก&nbsp;ให้มีจุดเด่นและมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น&nbsp;โดยยึดหลักการพึ่งตนเองของชุมชน&nbsp;และจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนในด้านความรู้สมัยใหม่&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การเชื่อมโยงสินค้าชุมชน&nbsp;สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และสามารถพัฒนาต่อยอดไปถึงระดับวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลางต่อไป</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ได้กล่าวปิดการอบรมพร้อมขอบคุณสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่&nbsp;ทีมวิทยากร&nbsp;อาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านทุกฝ่าย&nbsp;ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมฝึกอบรมการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ขอให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมฯครั้งนี้&nbsp;ได้นำความรู้ที่ได้รับไปผลิต&nbsp;พัฒนาและต่อยอดให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315181635142"],
    [286,"คณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จังหวัดกระบี่ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการปรับปรุงต้นแบบการสกัดน้ำมันปาล์ม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายราชัน&nbsp;มีน้อย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่&nbsp;ติดตามผลการดำเนินงานโครงการปรับปรุงต้นแบบการสกัดน้ำมันปาล์ม&nbsp;สหกรณ์นิคมอ่าวลึก&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;จังหวัดกระบี่</p><p><strong>โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็กเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพล&nbsp;อดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กันยายน&nbsp;2528&nbsp;ณ&nbsp;โรงงานสาธิตคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;โดยคณะวิจัยได้ดำเนินการคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรสวนปาล์มที่มีศักยภาพไปทำการออกแบบ&nbsp;สร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก&nbsp;ต่อมาคณะผู้วิจัยได้คัดเลือก&nbsp;สหกรณ์นิคมอ่าวลึก&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นสถานที่ทดสอบ&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;&nbsp;2529&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้า&nbsp;วิจัย&nbsp;และพัฒนาโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ใช้เงินทุนต่ำ&nbsp;ต่อยอดและพัฒนาให้ได้ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์บริสุทธิ์เพื่อบริโภค&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้กระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เพื่อบริโภค</p><p><strong>โดยการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานครั้งนี้&nbsp;</strong>เพื่อรับทราบปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ของการการดำเนินโครงการฯ&nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข&nbsp;อันจะเป็นการพัฒนา&nbsp;สืบสาน&nbsp;ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;ให้เกิดประโชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้สืบต่อไป&nbsp;จากนั้นได้สำรวจพื้นที่ขับเคลื่อน&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ระดับอำเภอในพื้นหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านในยวนแขก&nbsp;ตำบลอ่าวลึกเหนือ&nbsp;อำเภออ่าวลึก&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;3&nbsp;งาน&nbsp;66&nbsp;ตารางวา&nbsp;เพื่อเตรียมพื้นที่ในการเพาะปลูกและทำเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315181948143"],
    [287,"กรมเจ้าท่า เดินหน้าพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี","<p><strong>นายวรรณชัย</strong>&nbsp;<strong>บุตรทองดี</strong>&nbsp;<strong>ผู้อำนวยการกองวิศวกรรม</strong>&nbsp;<strong>กรมเจ้าท่า</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;(Cruise&nbsp;Terminal)&nbsp;เกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;บริเวณเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสำราญทางทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันเรือสำราญยังไม่สามารถเข้าเทียบท่าที่เกาะสมุยได้โดยตรง</strong>&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยและไม่สะดวกกับนักท่องเที่ยว&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;จึงได้เร่งรัดผลักดันโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;(Cruise&nbsp;Terminal)&nbsp;ที่อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;บริเวณแหลมหินคม&nbsp;ตำบลตลิ่งงาม&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมทางด้านวิศวกรรม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;สิ่งแวดล้อมและสังคม&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;PPP&nbsp;Net&nbsp;Cost&nbsp;โดยรัฐจะลงทุนในส่วนของค่าเวนคืนที่ดิน&nbsp;ค่างานก่อสร้างโยธาและค่างานระบบภายในอาคารทั้งหมด&nbsp;และให้เอกชนลงทุนในส่วนของอุปกรณ์ประกอบการดำเนินงาน&nbsp;ดำเนินงานและบำรุงรักษาท่าเรือ&nbsp;รวมถึงให้เอกชนมีสิทธ์ในรายได้ของโครงการทั้งหมดเป็นระยะเวลา&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;</p><p><strong>หากรายได้ของโครงการต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนที่เอกชนคาดหวัง</strong>&nbsp;เอกชนอาจได้รับการชดเชยผลตอบแทนจากภาครัฐในรูปแบบของเงินสนับสนุนหรือเงินร่วมลงทุน&nbsp;และหากรายได้ของโครงการสูงกว่าอัตราผลตอบแทนที่เอกชนคาดหวัง&nbsp;เอกชนอาจต้องแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ภาครัฐ&nbsp;ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือค่าสัมปทาน</p><p><strong>ความสามารถในการรองรับของท่าเรือสำราญ</strong>&nbsp;จะสามารถรองรับเรือสำราญได้พร้อมกัน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;4,000&nbsp;คน&nbsp;เรือสำราญขนาดกลาง&nbsp;2,500&nbsp;คน&nbsp;และรองรับเรือยอร์ชสูงสุด&nbsp;80&nbsp;ลำ&nbsp;เรือเฟอร์รี่สูงสุด&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;ซึ่งท่าเรือมีขนาดความยาวหน้าท่า&nbsp;362&nbsp;เมตร&nbsp;ความลึกร่องน้ำ&nbsp;12&nbsp;เมตร&nbsp;อาคารผู้โดยสารบรรจุ&nbsp;3,600&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่&nbsp;(Cruise&nbsp;Terminal)&nbsp;จะเป็นการส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศและสนับสนุนธุรกิจการท่องเที่ยวให้กระจายเม็ดเงินไปสู่ผู้คนในท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของการท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคตอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315183543149"],
    [288,"ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วย ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครัวเรือนยากจน ตามนโยบายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล ในพื้นอำเภอละงู จำนวน 2 ครัวเรือน","<p><strong>วันนี้&nbsp;15&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมการศูนย์ขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล&nbsp;(คจพ.จ)&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;นางศุภมาส&nbsp;เหล็นเรือง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสตูล&nbsp;นายจรัส&nbsp;บำรุงเสนา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครัวเรือนยากจน&nbsp;ตามนโยบายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล&nbsp;ในพื้นอำเภอละงู&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>หลังที่&nbsp;1&nbsp;บ้านของ&nbsp;นายอาเสน&nbsp;ลิมาน&nbsp;อายุ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;</strong>(ผู้ป่วยเรื้อรัง&nbsp;โรคกระดูกตับเส้น)&nbsp;อาชีพ&nbsp;เกษตรกรปลูกผักสวนครัว&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;107&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบปากน้ำ&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งในครัวเรือน&nbsp;ได้มีกิจกรรมที่ครัวเรือนได้รับการพัฒนา&nbsp;ในด้านการส่งเสริมด้านการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;ได้รับการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;และส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><strong>หลังที่&nbsp;2&nbsp;เป็นบ้านของ&nbsp;นายสมชาย&nbsp;องศารา&nbsp;อายุ&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;</strong>อาชีพ&nbsp;รับจ้างทั่วไป&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;109&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;อาศัยอยู่คนเดียว&nbsp;ซึ่งกิจกรรมที่ครัวเรือนได้รับการพัฒนา&nbsp;คือการส่งเสริมด้านการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;และส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ได้กำหนดนโยบายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;&nbsp;โดยใช้ข้อมูลครัวเรือนตกเกณฑ์ความยากจนจาก&nbsp;TPMAP&nbsp;และข้อมูลกลุ่มคนที่ตกหล่น&nbsp;จากการสำรวจเพิ่มเติม&nbsp;ในระดับจังหวัด&nbsp;โดยการขับเคลื่อนผ่านศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด&nbsp;(ศจพ.จ.)&nbsp;โดยกำหนดให้ดำเนินการใน&nbsp;6&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>1)&nbsp;การสร้างกลไก&nbsp;,&nbsp;</p><p>2)&nbsp;จำแนกและตรวจสอบข้อมูล&nbsp;,&nbsp;</p><p>3)&nbsp;จัดทำแผนครัวเรือน&nbsp;,&nbsp;</p><p>4)&nbsp;บันทึกแผนงาน/โครงการ&nbsp;ในระบบ&nbsp;eMENSCR&nbsp;,&nbsp;</p><p>5)&nbsp;บูรณาการความช่วยเหลือ&nbsp;และ&nbsp;,&nbsp;</p><p>6)&nbsp;การรายงานผล</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;มอบชุดถุงธารน้ำใจ&nbsp;พร้อมทั้งมอบเงินสงเคราะห์&nbsp;ครัวเรือนละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล&nbsp;มอบพันธุ์ไก่ไข่&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;พันธุ์ปลาดุก&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;พันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;และเครื่องมือทางการเกษตร&nbsp;ส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;มอบเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ให้แก่ทััง&nbsp;2&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินเยี่ยมชมกิจกรรมของครัวเรือน&nbsp;ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315200645205"],
    [289,"จังหวัดตรังลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายชนินทร์&nbsp;ศิริขันตยกุล&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โดยแบ่งเป็นในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;ตรังมาเลเซีย&nbsp;อะโกรเทค&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;รักเกษตรภัณฑ์&nbsp;จำกัด&nbsp;ร้านเคหเกษตรตรัง&nbsp;และอำเภอนาโยง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;คงแก้วพาณิชรุ่งเรือง&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรนาโยง&nbsp;โดยผลการตรวจสอบมีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;38,535&nbsp;กระสอบ&nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;2,984&nbsp;ลิตร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้เน้นย้ำให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ว่าจ้าง&nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไปด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315201042208"],
    [290,"จ.แม่ฮ่องสอน ประชุมแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย","<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;POC&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันปรากฎสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์<strong>&nbsp;</strong>และปุ๋ยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>โดยพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชน&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยให้จังหวัดกำกับดูแล&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาและควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยเคร่งครัด</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315211819223"],
    [291,"เที่ยววิถีใหม่ เทศกาลไทสกลรวมเผ่า รากเหง้าเดียวกัน 22-28 มีนาคมนี้","<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;เตรียมจัดงานเทศกาลไทสกลรวมเผ่า&nbsp;รากเหง้าเดียวกัน</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22-28&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;เที่ยววิถีใหม่&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เคร่งครัด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;จังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร&nbsp;เทศบาลนครสกลนคร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;แถลงข่าวจัดงาน&nbsp;เทศกาลไทสกลรวมเผ่า&nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;22-28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;(ข้างพิพิธภัณฑ์ภูพาน)&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;จังหวัดสกลนคร</p><p><strong>นายชูพงษ์&nbsp;คำจวง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ทำให้การจัดงานหรือการจัดกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องงดไป&nbsp;แต่เพื่อรองรับกับการให้โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;จัดงานเทศกาลเทศกาลไทสกลรวมเผ่า&nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&nbsp;22-28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพิธีกรรม&nbsp;วิถีชีวิตของ&nbsp;8&nbsp;ชนเผ่า&nbsp;2&nbsp;เชื้อชาติ&nbsp;คือ&nbsp;ไทญ้อ&nbsp;ผู้ไท&nbsp;ลาว&nbsp;โย้ย&nbsp;โส้&nbsp;กะเลิง&nbsp;โซ่ทะวึง&nbsp;บรู&nbsp;ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม&nbsp;และเชื้อสายจีน&nbsp;นิทรรศการภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน&nbsp;การแสดงศิลปะวัฒนธรรมจากชนเผ่า&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากชุมชน&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;สนับสนุนงบประมาณในการจัดงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>โดยเป็นการจัดงานแบบเที่ยววิถีใหม่&nbsp;</strong>ผู้ร่วมงานต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;พร้อมกำหนดให้มีเจลแอลกอฮอล์ไว้ทุกร้านค้า&nbsp;จัดจุดคัดกรองทางเข้า-ออก&nbsp;ของงาน&nbsp;ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว&nbsp;และชาวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมงานเทศกาลไทสกลรวมเผ่า&nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22-28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;(ข้างพิพิธภัณฑ์ภูพาน)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316015231261"],
    [292,"แตงโม ผลไม้ ดับกระหายช่วงหน้าร้อน","<p><strong>มาแล้วผลไม้หน้าร้อน&nbsp;แตงโม&nbsp;ที่ประชาชนนิยมเลือกซื้อไปรับประทาน</strong><em>&nbsp;เพื่อแก้กระหาย</em>&nbsp;<em>ดับร้อน&nbsp;</em>และยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;ทำให้ร้านขายแตงโมตอปิโด&nbsp;นิกอน&nbsp;&nbsp;โสรยาร์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ริมถนนทางเข้าเมืองยะลา&nbsp;ที่มีแตงโมลูกเล็ก&nbsp;ลูกใหญ่&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;มีประชาชน&nbsp;แวะเวียนมาเลือกซื้อแตงโมกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;บางคนก็ซื้อลูกเดียวบางคนอยู่หลายคนก็ซื้อหลายลูก&nbsp;ซึ่งราคาตอนนี้ก็ไม่แพง&nbsp;กก.ละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนรสชาติก็ไม่ต้องพูดถึง&nbsp;เนื้อแดง&nbsp;แน่น&nbsp;หนา&nbsp;หวานอร่อยตามพันธุ์ของตอปิโด</p><p><strong>ทางเจ้าของร้าน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ทุกปีพอถึงช่วงแตงโม&nbsp;ในหน้าร้อน&nbsp;</strong>ก็จะไปรับซื้อแตงโมพันธุ์ตอปีโด&nbsp;จากสวนของชาวบ้านที่&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;&nbsp;มาขาย&nbsp;&nbsp;คัดเองเก็บเองเป็นแตงโมปลอดสารพิษสดจากสวนตากใบ&nbsp;ซึ่งมีปลูกแตงโมกันมาก&nbsp;&nbsp;ส่วนปีนี้&nbsp;ก็ขายมาได้สองสามเดือนแล้ว&nbsp;ตั้งแต่ราคามาแรกๆ&nbsp;กก.ละ15-18&nbsp;บาท&nbsp;ตอนนี้เหลือ&nbsp;กก.ละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;มาน้ำท่วมด้วย&nbsp;ทำให้ราคาลง&nbsp;พอหลังจากนี้เข้าหน้าร้อนก็จะแพงขึ้นอีก&nbsp;ส่วนผลผลิตปีนี้จะมีน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;รับมาครั้งหนึ่งเป็นตัน&nbsp;ขายสองสามวันหมดก็จะไปรับมาใหม่&nbsp;แต่เดี๋ยวนี้คนซื้อจะไม่ค่อยมากเท่าไหร่&nbsp;ไม่เหมือนเมื่อก่อนมีมาก&nbsp;ส่วนใหญ่คนที่มาซื้อก็จะมีทั้ง&nbsp;คนทำงาน&nbsp;ชาวบ้านทั่วไปที่ผ่านไปมาก็จะแวะซื้อ&nbsp;อยู่ตรงสามแยกพอดี&nbsp;ราคาไม่แพง&nbsp;ลูกค้าที่ซื้อประจำก็จะรู้&nbsp;ขายทั้งปลีก&nbsp;และส่งด้วย&nbsp;รายได้ก็พออยู่ได้</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ชอบทาน&nbsp;แตงโมตอปิโด&nbsp;&nbsp;ก็สามารถแวะเวียนไปอุดหนุน&nbsp;</strong>ได้ที่&nbsp;3&nbsp;แยกเตาปูนท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;&nbsp;ซึ่งร้านจะตั้งอยู่ตรงหัวมุม&nbsp;เปิดขายตั้งแต่&nbsp;07.30&nbsp;น.ไปจนถึง&nbsp;2&nbsp;ทุ่ม&nbsp;ทุกวัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316090319269"],
    [293,"ธอส. เตรียมวงเงิน 500 ล้านบาท จัดทำโครงการบ้านอยู่ดีมีสุข ครอบครัว อสม. ","<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;ศิริไล&nbsp;กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;หรือ&nbsp;ธอส.</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจและขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;(อสม.)&nbsp;ที่มีส่วนในการช่วยดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ธอส.&nbsp;เตรียมวงเงิน&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อจัดทำ&nbsp;\"โครงการบ้านอยู่ดีมีสุขครอบครัว&nbsp;อสม.\"&nbsp;สำหรับ&nbsp;อสม.&nbsp;ที่มีที่ดินปลอดภาระหนี้&nbsp;เพื่อก่อสร้างบ้านตามแบบบ้านของสถาบันประชาชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน&nbsp;วงเงินต่อรายไม่เกิน&nbsp;700,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;1.99&nbsp;ต่อปี&nbsp;นาน&nbsp;4&nbsp;ปีแรก&nbsp;กรณีกู้&nbsp;700,000&nbsp;บาท&nbsp;ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง&nbsp;2,900&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;พร้อมฟรี&nbsp;ค่าธรรมเนียม&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้&nbsp;ค่าประเมินราคาหลักประกัน&nbsp;ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง&nbsp;เพียงยื่นกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566</p><p><strong>สมาชิก&nbsp;อสม.&nbsp;ที่ต้องการขอสินเชื่อดังกล่าว</strong>&nbsp;จะต้องลงทะเบียนแสดงความจำนงที่ประธานกลุ่ม&nbsp;อสม.&nbsp;ในแต่ละพื้นที่&nbsp;พร้อมแสดงเอกสารประกอบการขอสินเชื่อและบัตรประจำตัว&nbsp;อสม.&nbsp;รวมถึงแบบบ้าน&nbsp;อสม.&nbsp;ที่มีให้เลือก&nbsp;5&nbsp;แบบ&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ธอส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316093745278"],
    [294,"ร้านกาแฟติ๋มซำ อาหารชื่อดังของเมืองตรัง ห่วงปัญหาแก๊สหุงต้มที่จะปรับขึ้นราคาอีก ซ้ำเติมความเดือดร้อนในหลายๆ ด้าน เพราะแต่ละวันต้องใช้แก๊สจำนวนมาก เพื่อนึ่ง ต้ม ทอด อาหารเช้า ขายลูกค้า","<p><strong>บรรยากาศร้านอาหารร้านกาแฟติ๋มซำ</strong>&nbsp;อาหารชื่อดังของจังหวัดตรัง&nbsp;โดยที่ร้านภาสินีในเขตเทศบาลนครตรัง&nbsp;ซึ่งหนาแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทางไปรับประทานกันตั้งแต่เช้า&nbsp;โดย&nbsp;นางธนาภา&nbsp;โพธิ์วิจิตร&nbsp;อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าของร้านออกมาระบุว่า&nbsp;จากกรณีที่รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;หรือหลังจากนั้นอาจจะมีการปรับสูงขึ้นไปอีก&nbsp;ซึ่งไม่ว่าจะปรับขึ้นมากหรือปรับขึ้นน้อย&nbsp;จะยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนให้แก่พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารทั้งสิ้น&nbsp;เพราะขณะนี้เครื่องปรุง&nbsp;หรือวัตถุดิบทุกชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ถุงพลาสติก&nbsp;น้ำตาล&nbsp;หรือของใช้จำเป็น&nbsp;มีการปรับราคาแพงขึ้นทุกอย่างแล้ว&nbsp;แต่หากยังจะมีการปรับราคาแก๊สขึ้นอีกก็จะยิ่งเดือดร้อน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปกติร้านกาแฟติ๋มซำจะต้องใช้แก๊สหลายถัง&nbsp;</strong>เพราะต้องนึ่ง&nbsp;ต้องต้ม&nbsp;ต้องทอด&nbsp;ตลอดเวลา&nbsp;อย่างที่ร้านนภาสินี&nbsp;จะใช้แก๊สวันละ&nbsp;8&nbsp;ถังพร้อมกัน&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นถังใหญ่&nbsp;ซึ่งขณะนี้ราคาแก๊สถังเล็ก&nbsp;อยู่ที่ถังละ&nbsp;350&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนถังใหญ่&nbsp;อยู่ที่ถังละ&nbsp;1,080&nbsp;บาท&nbsp;และจะต้องทำการเปลี่ยนทุกๆ&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;จึงต้องเสียค่าแก๊สหุงต้มเดือนละกว่า&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;และหากปรับราคาจะยิ่งทำให้เดือดร้อน&nbsp;ขณะที่ราคาอาหารยังไม่ปรับขึ้นอย่างใด&nbsp;แต่หากมีการปรับราคาแก๊สขึ้นไปอีก&nbsp;ทางร้านค้าก็อาจจะต้องพิจารณาปรับราคาอาหารตามไปด้วย&nbsp;เพราะไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่ได้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนให้อยู่ได้&nbsp;ด้วยการดูแลควบคุมราคาสินค้า&nbsp;หรือตรึงราคาสินค้า&nbsp;อย่าให้มีการปรับขึ้น&nbsp;เพราะจะทำให้ได้รับความเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316102720303"],
    [295,"พาณิชย์ลำปาง หนุนร้านอาหารยกระดับอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ผ่านตราสัญลักษณ์ Thai Select","<p><strong>นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสาวกรรณิการ์&nbsp;ศรีวงค์มูล&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และรับสมัครร้านอาหารเพื่อขอรับตราสัญลักษณ์&nbsp;Thai&nbsp;Select&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านอาหารโฮม&nbsp;แอท&nbsp;ลำปาง&nbsp;และร้าน&nbsp;มาเมซอง&nbsp;การ์เดนท์&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้ยื่นสมัครเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>Thai&nbsp;SELECT&nbsp;ตราสัญลักษณ์ที่ใช้ในการรับรองร้านอาหารไทย</strong>ที่มีวิธีการปรุงและรสชาติไทยที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการและให้ความสำคัญในการรักษามาตรฐานอาหารไทยทั้งด้านการใช้วัตถุดิบของไทย&nbsp;รสชาติ&nbsp;ความสะอาด&nbsp;บริการ&nbsp;และบรรยากาศภายในร้าน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามารับบริการจะได้สัมผัสรสชาติอาหารแบบไทยแท้&nbsp;ตามเจตนารมณ์ของตราสัญลักษณ์&nbsp;Thai&nbsp;SELECT&nbsp;จากกระทรวงพาณิชย์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากร้านอาหารไทยที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ</strong>&nbsp;สามารถสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;5426&nbsp;5022</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316102259302"],
    [296,"กรมท่าอากาศยาน ประสานสายการบินนกแอร์ เร่งชี้แจงผู้โดยสารกรณียกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง-เบตง","<p><strong>นายปริญญา&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ</strong>&nbsp;ชี้แจงกรณีสายการบินนกแอร์ได้ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ล่าสุดกรมท่าอากาศยานได้ประสานกับสายการบินนกแอร์&nbsp;ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;ยืนยันว่ามีความพร้อมและจะทำการบินเส้นทางดังกล่าวแน่นอน&nbsp;แต่ทั้งนี้ได้ยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดด้านการวางแผนการตลาด&nbsp;จึงต้องมีการทบทวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคมนี้</strong>&nbsp;สายการบินจะทำการบินไฟลท์โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง&nbsp;(Influencer&nbsp;Flight)&nbsp;โดยจะเชิญนักข่าว&nbsp;Youtuber,&nbsp;Social&nbsp;Media,&nbsp;Influencer&nbsp;และบริษัททัวร์&nbsp;ซึ่งสายการบินนกแอร์จะมีการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อมูลต่างๆ&nbsp;เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;อีกครั้ง</p><p><strong>สำหรับแนวทางชดเชยผู้โดยสาร</strong>&nbsp;ที่ได้ทำการซื้อบัตรโดยสาร&nbsp;เส้นทาง&nbsp;&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สายการบินจะทำการคืนเงินค่าโคยสารเต็มจำนวน&nbsp;ภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งค่าชดเชยการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินล่วงหน้าตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;อีกรายละ&nbsp;1,200.-&nbsp;บาท&nbsp;โดยกรมท่าอากาศยานจะได้ประสานและติดตามกับสายการบินนกแอร์&nbsp;ถึงแนวทางการปฏิบัติและรายละเอียดต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316110449333"],
    [297,"แนะนำวิธีขับขี่ให้ประหยัดน้ำมัน ลดภาระค่าใช้จ่าย ยืดอายุการใช้งานรถยนต์ ลดมลพิษทางอากาศ","<p><strong>นายเสกสม&nbsp;อัครพันธุ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;และโฆษกกรมการขนส่งทางบก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อรับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;กรมการขนส่งทางบกขอแนะนำวิธีขับขี่รถที่จะช่วยประหยัดพลังงาน&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นวิธีง่ายๆ&nbsp;ที่เจ้าของรถสามารถทำได้ทันที&nbsp;เช่น&nbsp;ควรใช้ความเร็วคงที่ประมาณ&nbsp;80&nbsp;-&nbsp;90&nbsp;กิโลเมตร/ชั่วโมง&nbsp;และควรใช้เกียร์ที่เหมาะสมเพื่อมิให้รอบเครื่องยนต์สูงเกินไป&nbsp;ไม่ควรเบิ้ล&nbsp;กระชาก&nbsp;&nbsp;ลากเครื่องยนต์&nbsp;จะทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้มากยิ่งขึ้น&nbsp;นอกจากสิ้นเปลืองแล้ว&nbsp;ยังทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์เกิดเป็นมลพิษ&nbsp;หรือในกรณีเครื่องยนต์ดีเซลก็จะทำให้เกิดควันดำ&nbsp;เพิ่มปริมาณฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ในอากาศอีกด้วย&nbsp;และไม่ควรเร่งรถ&nbsp;หรือเบรกกะทันหัน&nbsp;หมั่นเติมลมยางตามกำหนดที่คู่มือรถแนะนำ&nbsp;บรรทุกสัมภาระเท่าที่จำเป็น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หากมีสัมภาระที่ไม่จำเป็นก็ควรจะนำออกจากรถ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เจ้าของรถควรหมั่นตรวจเช็กสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ</strong>&nbsp;ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด&nbsp;หมั่นทำความสะอาด&nbsp;หรือเปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่&nbsp;&nbsp;เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง&nbsp;กรองน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา&nbsp;หรือเปลี่ยนเร็วกว่ากำหนดสำหรับรถที่ใช้งานหนัก&nbsp;เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ผู้ผลิตรถกำหนด&nbsp;ตรวจเช็กและปรับตั้งหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นละอองและมีแรงดันตามที่ผู้ผลิตกำหนด&nbsp;ปรับตั้งปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงและตั้งจังหวะการฉีดเชื้อเพลิงให้ถูกต้อง&nbsp;เพื่อยืดเวลาการใช้งานรถยนต์ออกไปให้ยาวขึ้น&nbsp;&nbsp;ซึ่งวิธีการต่างๆ&nbsp;เหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการค่าบำรุงรักษารถและลดค่าเชื้อเพลิงให้กับเจ้าของรถได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;ทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316110836337"],
    [298,"จังหวัดสตูล ขับเคลื่อนกิจกรรม ตลาดนัดชุมชน คนสตูล (ครั้งที่ 4) เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชน","<p><strong>ที่บริเวณลานจอดรถหน้าหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเลขาคณะอนุกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดสตูล&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;จัดกิจกรรมตลาดนัดชุมชน&nbsp;คนสตูล&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;4)&nbsp;และส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้แก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพชุมชน&nbsp;กลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ผู้ผลิตสินค้าชุมชนในจังหวัดสตูล&nbsp;มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า&nbsp;และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมพบปะให้กำลังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดด้วย</p><p><strong>สำหรับภายในงานฯ&nbsp;มีการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จากอำเภอต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;สินค้าจากกลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และผลผลิตจากสัมมาชีพชุมชน&nbsp;รวมทั้งมีการสาธิตอาชีพทำขนมปากหม้อ&nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอมะนัง&nbsp;ให้ได้ชิมฟรีอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;คนสตูล&nbsp;กำหนดเปิดให้บริการเดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกวันพุธที่&nbsp;2&nbsp;ของเดือน&nbsp;จนถึงเดือนธันวาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316114654357"],
    [299,"ชาวเบตงมั่นใจ สายการบินจะกลับมาเปิดให้บริการในเร็ววัน รองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ ระบุ ช่วงเทศกาลจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ขณะที่สายบิน เตรียมบินไฟล์ท สื่อ ANGENCY โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง 18มี.ค. นี้","<p><strong>ชาวเบตงมั่นใจ</strong>&nbsp;<strong>สายการบินจะกลับมาเปิดให้บริการในเร็ววัน</strong>&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ระบุ&nbsp;ช่วงเทศกาลจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก&nbsp;ขณะที่สายบิน&nbsp;เตรียมบินไฟล์ท&nbsp;สื่อ&nbsp;&nbsp;ANGENCY&nbsp;&nbsp;โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง&nbsp;18มี.ค.&nbsp;นี้</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค,65)จากกรณี&nbsp;สายการบินนกแอร์</strong>&nbsp;แจ้งผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้&nbsp;ยกเลิกเที่ยวบิน&nbsp;เบตง-ดอนเมือง&nbsp;ในวันพุธที่&nbsp;16และวันศุกร์&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;หลังเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ได้ไม่นาน&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;ที่เคาน์เตอร์นกแอร์ภายในท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ได้หยุดให้บริการ&nbsp;ทำให้ผู้ที่เปิดจองตั๋วล่วงหน้า&nbsp;ได้มีการติดสอบถามไปสายการบินนกแอร์&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายบริพัทร&nbsp;คงคา&nbsp;อายุ&nbsp;58&nbsp;ปี&nbsp;หนึ่งในผู้ที่มีความตั้งใจ</strong>&nbsp;ที่จะจองตั๋วเพื่อใช้บริการสายการบินนกแอร์&nbsp;เพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โดยส่วนตัวมีความตั้งใจในการที่ใช้บริการของสายการบินนกแอร์&nbsp;เพื่อเดินทางได้เข้าไปจองในระบบของ&nbsp;ปรากฎว่า&nbsp;ทางสายการบินแจ้งกลับมา&nbsp;กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเส้นทาง&nbsp;ก็เข้าใจว่าเป็นช่วงแรกๆ&nbsp;ของการให้บริการ&nbsp;อาจจะมีปัญหา&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเพื่อนๆในกลุ่ม&nbsp;line&nbsp;ที่อยู่กรุงเทพ&nbsp;&nbsp;ได้จองไปแล้ว&nbsp;ทางสายการบินโทรแจ้งยกเลิก&nbsp;และได้ทำเรื่องขอเงินคืน&nbsp;แต่ต้องใช้เวลานานหน่อย&nbsp;โดนส่วนตัวคิดว่า&nbsp;มีคนที่จะใช้บริการ&nbsp;ถ้าเป็นช่วงเทศกาลน่าจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;สายการบินก็ไม่อยากประสบปัญหาขาดทุน&nbsp;ส่วนเรื่องของราคา&nbsp;คิดว่า&nbsp;ชาวเบตงเฉพาะกลุ่ม&nbsp;พร้อมใช้บริการ&nbsp;แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด&nbsp;คนที่มีความพร้อมรับได้&nbsp;ขณะนี้&nbsp;จองไม่ได้ก็ไม้รู้จะทำอย่างไร&nbsp;ซึ่งต่อไปคิดว่า&nbsp;การใช้บริการโดยสายการบินน่าจะดีขึ้น&nbsp;แต่ต้องใช้เวลา&nbsp;เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เบตง&nbsp;ในเรื่องของการเดินทาง&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่บรรยากาศในตัวเมืองเบตง&nbsp;เศรษฐกิจในพื้นที่</strong>ยังคงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาท่องเที่ยว&nbsp;มีการจับจ่ายซื้อของตามปกติ&nbsp;ล่าสุดทางเพจของนกแอร์&nbsp;มีการประกาศแจ้งผ่านเพจว่า&nbsp;&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;จะมีบินอีกไฟล์ท&nbsp;สำหรับสื่อ&nbsp;ANGENCY&nbsp;ต่างๆ&nbsp;นกแอร์ช่วยสนับสนุนฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย&nbsp;</p><p><strong>นายพิบูลย์&nbsp;ว่องศรีอุดมพร&nbsp;อายุ&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การยกตั๋วเที่ยวบินผู้โดยสาร&nbsp;&nbsp;เบตง-ดอนเมือง&nbsp;คาดว่าไม่คุ้มทุนของทางสายการบิน&nbsp;ที่มียอดการจองตั๋วน้อย&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะจาก&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;รวมทั้งสภาพอากาศในพื้นที่เบตงมีทั้งฝนตก&nbsp;ส่งผลถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;อยากเชิญชวนมาเที่ยวเบตงกัน&nbsp;คาดว่าถ้าเป็น&nbsp;ช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;เชงแม้ง&nbsp;เทศกาลปีใหม่&nbsp;ตรุษจีน&nbsp;&nbsp;รวมทั้งการเปิดประเทศ&nbsp;ก็จะทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้นประชาชนจะใช้ทางเลือกในการเดินทางโดยการบินมากยิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งล่าสุด&nbsp;ทางกรมท่าอากาศยานประสานสายการบินนกแอร์</strong>เร่งชี้แจงผู้โดยสารกรณียกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง-เบตง&nbsp;ตามที่สายการบินนกแอร์ได้ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นั้น&nbsp;กรมท่าอากาศยานได้ประสานกับสายการบินนกแอร์&nbsp;ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวดังนี้&nbsp;</p><p><strong>สายการบินนกแอร์ยืนยันว่ามีความพร้อมและจะทำการบิน</strong>เส้นทางดังกล่าวแน่นอน&nbsp;แต่ทั้งนี้ได้ยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดด้านการวางแผนการตลาด&nbsp;จึงต้องมีการทบทวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;สายการบินจะทำการบินไฟลท์โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง&nbsp;(Influencer&nbsp;Flight)&nbsp;โดยจะเชิญนักข่าวYoutuber,&nbsp;&nbsp;Social&nbsp;Media,&nbsp;Influencer&nbsp;และบริษัททัวร์&nbsp;ซึ่งสายการบินนกแอร์จะมีการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อมูลต่างๆ&nbsp;เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวทางชดเชยผู้โดยสารที่ได้ทำการซื้อบัตรโดยสารเส้นทาง</strong>&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สายการบินจะทำการคืนเงินค่าโคยสารเต็มจำนวน&nbsp;ภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งค่าชดเชยการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินล่วงหน้าตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;อีกรายละ&nbsp;1,200.-&nbsp;บาท&nbsp;โดยกรมท่าอากาศยานจะได้ประสานและติดตามกับสายการบินนกแอร์&nbsp;ถึงแนวทางการปฏิบัติและรายละเอียดต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำรวจความต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316120141364"],
    [300,"จังหวัดสุรินทร์ ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม 1 จังหวัด 1 ชุมชน","<p><strong>นางอิฐสราชัย&nbsp;ลำพา&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางวรรณภา&nbsp;เอ็นดู&nbsp;ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;ลงพื้นที่ออกติดตามการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;(OPOAI&nbsp;-&nbsp;C)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในการให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนโคขุนกาบเชิงเพื่อการส่งออก&nbsp;ตั้ง&nbsp;ณ&nbsp;เลขที่&nbsp;168&nbsp;ม.4&nbsp;ต.กาบเชิง&nbsp;อ.กาบเชิง&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายเนื้อโคขุน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316115216359"],
    [301,"ผวจ.นครศรีธรรมราช กำชับทุกฝ่ายคุมเข้มการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาอาหารสัตว์และปุ๋ย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมราชสีห์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประชุมการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยมีนายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร&nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มีการประชุมผ่านระบบ&nbsp;zoom&nbsp;เพื่อให้นายอำเภอและผู้เกี่ยวข้องทั้ง&nbsp;23&nbsp;อำเภอได้สอบถามข้อข้องใจ&nbsp;และรับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติดังกล่าวพร้อมกันด้วย</p><p><strong>สำหรับการประชุมดังกล่าวเพื่อร่วมกำหนดแนวการปฏิบัติและบูรณาการความร่วมมือ&nbsp;</strong>ระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุน&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยในพื้นที่&nbsp;เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้กำชับให้มีการดำเนินการใน&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;คือการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;การป้องปรามการกระทำผิดที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;และการขอความร่วมมือเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบาย&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลนและส่งผลให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316114922358"],
    [302,"พาณิชย์ฯขอนแก่น ออกตรวจสอบปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โรงงานอาหารสัตว์ขอนแก่น","<p><strong>นายสุระชัย&nbsp;วิชาชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ออกตรวจสอบปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ของสถานประกอบการ&nbsp;บมจ.ซีพีเอฟ&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;โรงงานอาหารสัตว์ขอนแก่น&nbsp;เลขที่&nbsp;555&nbsp;ถนนมิตรภาพ&nbsp;ตำบลท่าพระ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจสอบ&nbsp;พบว่า&nbsp;มีปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;ในสต็อก&nbsp;จำนวน&nbsp;16,945&nbsp;ตัน&nbsp;โดยผู้ประกอบการได้มีการแจ้งแบบรายงาน&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;สถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ราคาโรงงานรับซื้อ&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;12.75&nbsp;บาท&nbsp;ปริมาณการรับซื้อ&nbsp;ประมาณวันละ&nbsp;200-300&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งโรงงานมีความต้องการวันละประมาณ&nbsp;500&nbsp;ตัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี</strong>ให้ตรวจสอบติดตามสถานการณ์วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งมีสภาวะขาดแคลนและปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เพื่อควบคุมด้านราคาและช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316131608386"],
    [303,"ไลฟ์อย่างไร ให้ได้ล้าน เสริมเทคนิคเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้ผู้ประกอบการ","<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;จัดอบรมหลักสูตรOne&nbsp;Live&nbsp;One&nbsp;Million&nbsp;ไลฟ์อย่างไร&nbsp;ให้ได้ล้าน&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ&nbsp;มีการเพิ่มวิธีการไลฟ์สดในการขายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น&nbsp;เสริมเทคนิคการสร้างยอดขายและแนวทางการเตรียมตัวสำหรับมือใหม่&nbsp;โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดความรู้&nbsp;ด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การเตรียมความพร้อมสำหรับการไลฟ์&nbsp;เทคนิคการสร้าง&nbsp;Content&nbsp;สร้างตัวตนให้กับธุรกิจ&nbsp;</p><p><strong>การอบรมจะมุ่งเน้นส่งเสริมสร้างองค์ความรู้และเทคนิค</strong>&nbsp;\"ไลฟ์ขายของ\"&nbsp;หรือการ&nbsp;\"ถ่ายทอดสด\"&nbsp;บนโซเชียลมีเดีย&nbsp;ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ค้าออนไลน์มีโอกาสได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเรียลไทม์&nbsp;นับเป็นโอกาสทองของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการเพิ่มยอดขายให้กับสินค้า&nbsp;โดยเฉพาะการไลฟ์ขายของ&nbsp;ที่เป็นวิธีการสื่อสารที่ได้ผลดีมากกว่าการขายของบนเว็บไซต์&nbsp;เพราะสามารถอธิบายสินค้า&nbsp;พูดคุยโน้มน้าวให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ในขณะนั้น&nbsp;มีผลดันให้ยอดขายเพิ่มขึ้นทันที&nbsp;ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วน&nbsp;1570&nbsp;และ&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.dbd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.dbd.go.th</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191920599"],
    [304,"ททท.สำนักงานเพชรบุรี  เตรียมจัดงานเทศกาลดนตรี  โชคดีมีสุข Lucky Day Music Festival","<p><strong>นางสาวชมพู&nbsp;มฤศโชติ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ททท.สำนักงานเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;กำหนดจัดเทศกาลดนตรี&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;Lucky&nbsp;Day&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรมหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ภายใต้รูปแบบการจัดงาน&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;และการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;และเป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรม&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Event&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงก่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;กำหนดเปิดงานในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.45&nbsp;น.&nbsp;ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;การแสดงดนตรีศิลปิน&nbsp;นิว-จิ๋ว&nbsp;วันที่&nbsp;19-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ชมกิจกรรมออกบูทภายในงาน&nbsp;การแสดงวงดนตรีท้องถิ่น&nbsp;การแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียง&nbsp;INSTINCT&nbsp;ศิลปิน&nbsp;สงกรานต์&nbsp;รังสรรค์&nbsp;ผู้ร่วมงานช๊อปสินค้าครบ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ร่วมลุ้นโชคกับรางวัลกิจกรรมสอยดาว&nbsp;สนุกกับศิลปินชั้นนำที่ชื่นชอบ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม</strong>&nbsp;หรือหลักฐานการตรวจเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;แบบ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ตามมาตรการของสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;Safe&nbsp;and&nbsp;Fun&nbsp;with&nbsp;covid&nbsp;Free&nbsp;Setting</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316151833468"],
    [305,"ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเตรียมพร้อม เปิดด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก  ไทย -กัมพูชา ครั้งใหม่","<p><strong>นางวิยะดา&nbsp;ซวง&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงความพร้อมของผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;อ.คลองใหญ่&nbsp;จ.ตราด&nbsp;กับทิศทางการเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจ&nbsp;โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว&nbsp;กว่า&nbsp;95%&nbsp;อยากให้เปิด&nbsp;ด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก&nbsp;ไทย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;หลังจากปิดไปเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;เป็นเวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;รัฐบาลมีการปิดเส้นทางเข้าประเทศ&nbsp;ในบางพื้นที่&nbsp;&nbsp;ข่าวนี้สร้างความหวังแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ของ&nbsp;อ.คลองใหญ่&nbsp;จ.ตราด&nbsp;โดยนางวิยะดา&nbsp;ซวง&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;มีการสำรวจชายแดนในส่วนของ&nbsp;ไทย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;ได้พยายามผลักดัน&nbsp;และได้รับความร่วมมือจากทางภาครัฐเป็นอย่างดี&nbsp;และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสในอนาคตอันใกล้นี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเปิดแดนครั้งใหม่&nbsp;ได้มีการทำประชาคมในภาคธุรกิจในพื้นที่&nbsp;อ.คลองใหญ่&nbsp;กว่า&nbsp;95%</strong>&nbsp;มีความพร้อมและมีความต้องการให้เปิดด่าน&nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลจะออกมาตรการอย่างไรที่จะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดน&nbsp;&nbsp;ซึ่งระหว่างนี้ผู้ประกอบการเอง&nbsp;มีความพร้อมและดำเนินการในเรื่อง&nbsp;มาตรการโควิด&nbsp;-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;มีระบบการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ที่มีมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ความพร้อมของมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ของสถานประกอบการ&nbsp;ในส่วนของทางภาครัฐ&nbsp;มองว่าทิศทางการทำงาน&nbsp;ก็เหมือนอย่างที่เคยทำมา&nbsp;เพียงแต่พิ่มเติมในส่วนของการควบคุมโรคที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบ&nbsp;การเข้าออกของนักท่องเที่ยว&nbsp;ถ้าถามว่าวันนี้&nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่&nbsp;มีความพร้อม&nbsp;อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเปิดด่านรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่นๆ&nbsp;อย่างในพื้นที่เป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316172533545"],
    [306,"จังหวัดตรัง ตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;ร่วมบูรณาการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;และอำเภอวังวิเศษ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ว่าจ้าง&nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไป</p><p>ผลการตรวจสต็อก&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;คือ</p><p>อ.&nbsp;รัษฎา&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรรัษฎา</p><p>-&nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;บวรฟาร์ม</p><p>อ.ห้วยยอด&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด</p><p>-&nbsp;บริษัท&nbsp;เรืองตรัง&nbsp;คลังเกษตร&nbsp;จำกัด</p><p>อ.วังวิเศษ&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;ร้านน้องใหม่เคมีการเกษตร</p><p>-&nbsp;ร้านเพื่อนแท้การเกษตร</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรวังวิเศษ</p><p>2.&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;33,540&nbsp;กระสอบ&nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;148&nbsp;ลิตร</p><p>3.&nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&nbsp;ออกสินค้า&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย</p><p>4.&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน</p><p>5.&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างล่าช้า</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;ห้ามมิให้กักตุนสินค้า&nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้จัดทำแผนการตรวจบูรณาการสต็อก</strong>ปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาปราบศัตรูพืช&nbsp;และข้าวโพดอาหารสัตว์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316152529477"],
    [307,"ดร.เอก จับมือ SME D Bank เตรียมสินเชื่อ 2,000 ล้าน ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ หนุนโครงการ เบตงหมื่นล้าน ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ ","<p><strong>ดร.เอก&nbsp;จับมือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;เตรียมสินเชื่อ&nbsp;2,000&nbsp;ล้าน</strong>&nbsp;ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้&nbsp;หนุนโครงการ&nbsp;เบตงหมื่นล้าน&nbsp;ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่&nbsp;ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวเติบโต&nbsp;หนุนสร้างงานสร้างรายได้&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก&nbsp;หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กว่า&nbsp;4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565)&nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง</strong>และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กับ&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ</strong>ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&nbsp;เช่น&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;Re-Start&nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ลงทุน&nbsp;ขยาย&nbsp;ปรับปรุงกิจการ&nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&nbsp;5.5%&nbsp;ต่อปี&nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป</p><p><strong>โดย&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก</strong>&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;ทางคณะกรรมการ&nbsp;มีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&nbsp;</p><p>1.ในตัวเมืองเบตง&nbsp;</p><p>2.บริเวณ&nbsp;Skywalk&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;</p><p>3.บริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน</strong>&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคนต่อปี&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&nbsp;4&nbsp;เท่า&nbsp;หรือกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;GPP&nbsp;(Gross&nbsp;Provincial&nbsp;Product)&nbsp;โตขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ศักยภาพของอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย</strong>&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;&nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;สามารถยกระดับมาตรฐาน&nbsp;ทั้งการผลิตและบริการ&nbsp;ให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;สร้างประโยชน์&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้&nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;กล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนทางด้าน&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ</strong>&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากศักยภาพของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่มีจุดเด่น&nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&nbsp;&nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&nbsp;&nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;และล่าสุด&nbsp;สนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคาร</strong>เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตัวอย่างหนึ่ง&nbsp;จับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;แพ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&nbsp;ห้องพัก&nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&nbsp;เพิ่มความสะดวกสบาย&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316153800486"],
    [308,"ปธ.คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฯ จับมือ SME D Bank เตรียมสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ หนุน เบตงหมื่นล้าน ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่","<p><strong>ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฯ</strong>&nbsp;จับมือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;เตรียมสินเชื่อ&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้&nbsp;หนุนโครงการ&nbsp;&nbsp;เบตงหมื่นล้าน&nbsp;ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่&nbsp;ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวเติบโต&nbsp;สร้างงานสร้างรายได้&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก&nbsp;หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนกว่า&nbsp;4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank</strong>&nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กับนางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;</strong>ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&nbsp;เช่น&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;Re-Start&nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ลงทุน&nbsp;ขยาย&nbsp;ปรับปรุงกิจการ&nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&nbsp;5.5%&nbsp;ต่อปี&nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป</p><p><strong>ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</strong>และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางคณะกรรมการมีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&nbsp;ในตัวเมืองเบตง&nbsp;บริเวณ&nbsp;Skywalk&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และบริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคนต่อปี&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&nbsp;4&nbsp;เท่า&nbsp;หรือกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หรือ&nbsp;GPP&nbsp;(Gross&nbsp;Provincial&nbsp;Product)&nbsp;โตขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ศักยภาพของอำเภอเบตง&nbsp;</strong>เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถยกระดับมาตรฐาน&nbsp;ทั้งการผลิตและบริการให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้&nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน</p><p><strong>ส่วนทางด้าน&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์</strong>&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากศักยภาพของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่มีจุดเด่น&nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;และล่าสุดสนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&nbsp;อ.เบตงยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตัวอย่างหนึ่งจับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;&nbsp;แพ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&nbsp;ห้องพัก&nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&nbsp;เพิ่มความสะดวกสบาย&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฯ&nbsp;ดร.เอก&nbsp;จับมือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;เตรียมสินเชื่อ&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้&nbsp;หนุนโครงการ&nbsp;เบตงหมื่นล้าน&nbsp;ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่&nbsp;ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวเติบโต&nbsp;สร้างงานสร้างรายได้&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก&nbsp;หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนกว่า&nbsp;4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กับ&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;</p><p>ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&nbsp;เช่น&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;Re-Start&nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ลงทุน&nbsp;ขยาย&nbsp;ปรับปรุงกิจการ&nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&nbsp;5.5%&nbsp;ต่อปี&nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป</p><p>ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางคณะกรรมการมีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&nbsp;ในตัวเมืองเบตง&nbsp;บริเวณ&nbsp;Skywalk&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และบริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคนต่อปี&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&nbsp;4&nbsp;เท่า&nbsp;หรือกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หรือ&nbsp;GPP&nbsp;(Gross&nbsp;Provincial&nbsp;Product)&nbsp;โตขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ศักยภาพของอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถยกระดับมาตรฐาน&nbsp;ทั้งการผลิตและบริการให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้&nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน</p><p>ส่วนทางด้าน&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากศักยภาพของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่มีจุดเด่น&nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;และล่าสุดสนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&nbsp;อ.เบตงยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p>ที่ผ่านมา&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตัวอย่างหนึ่ง&nbsp;จับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;แพ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&nbsp;ห้องพัก&nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&nbsp;เพิ่มความสะดวกสบาย&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316160902507"],
    [309,"20 ผลิตภัณฑ์ชุมชนของแม่ฮ่องสอน ผ่านการพิจารณารับรองผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ชุมชนตามเกณฑ์ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน","<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ในที่ประชุมมีมติเห็นชอบ&nbsp;และรับรองผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ชุมชนตามเกณฑ์&nbsp;มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คำขอ&nbsp;20&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ประเภทอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์ถั่วลายเสือคั่วกรอบ&nbsp;ของนางยุพิน&nbsp;รัตซ้อน&nbsp;</p><p><strong>ประเภทของใช้</strong>&nbsp;<strong>ของตกแต่งและของที่ระลึก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้า&nbsp;ของกลุ่มผลิตภัณฑ์จากชนเผ่าลีชอ&nbsp;ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้า&nbsp;ของกลุ่มสตรีบ้านไทรงาม&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน&nbsp;ชนิดแบบมีลวดลาย&nbsp;(เข็มกลัดเงินรูปดอกไม้)&nbsp;ของกลุ่มเครื่องเงินละว้าบ้านละอุบ&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน&nbsp;ชนิดแบบมีลวดลาย&nbsp;(กำไลข้อมือ)&nbsp;ของกลุ่มเครื่องเงินพรพระคุณไทย&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน&nbsp;ชนิดแบบเรียบ&nbsp;(แหวนเงิน)&nbsp;ของนายธนพัต&nbsp;กมลรัตนะ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าเช็ดมือ&nbsp;(ตุ๊กตาชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว)&nbsp;ของกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านป่าปุ๊&nbsp;ผลิตภัณฑ์จานกาบหมาก&nbsp;ของกลุ่มสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;ผลิตภัณฑ์ย่าม&nbsp;ของกลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงห้วยไก่ป่า&nbsp;ผลิตภัณฑ์ย่าม&nbsp;ของนางสาววัสสา&nbsp;วาสนวงษ์&nbsp;และผลิตภัณฑ์ย่าม&nbsp;ของกลุ่มทอผ้าแบวา</p><p><strong>ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ผลิตภัณฑ์เสื้อไต&nbsp;ของนายโยธิน&nbsp;ปัญญา&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าพันคอ&nbsp;ของกลุ่มอาชีพทอผ้าฝ้ายสีย้อมธรรมชาติบ้านป่าปุ๊&nbsp;ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปหญิง&nbsp;ประเภทชุดติดกัน&nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนร้านครูสมศรี&nbsp;ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปหญิง&nbsp;ประเภทกางเกง&nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนร้านครูสมศรี&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้านุ่งป้าย&nbsp;ของกลุ่มหัตถกรรมผ้าตำบลปางหมู&nbsp;ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปหญิง&nbsp;ประเภทชุดติดกัน&nbsp;ของกลุ่มหัตถกรรมผ้า&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าขนแกะ&nbsp;ของกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วย&nbsp;เสื้อกะเหรี่ยงหญิง&nbsp;ของกลุ่มทอผ้าแบวา&nbsp;และผลิตภัณฑ์ผ้าพันคอ&nbsp;ของกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วยห้อม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316162510514"],
    [310,"สำนักงานพื้นที่พิเศษเลยลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชน","<p><strong>สำนักงานพื้นที่พิเศษเลย&nbsp;(อพท.5)&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ตลอดจนชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ทำให้การสำรวจเส้นทางเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้โดยการสำรวจเส้นทางได้ลงพื้นที่ท่องเที่ยวแบบเสมือนจริง&nbsp;เก็บข้อมูล&nbsp;ข้อดี&nbsp;ข้อเสีย&nbsp;ปัญหาและอุปสรรค&nbsp;ในแต่ละเส้นทางทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ทำให้เกิดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่พิเศษเลย&nbsp;โดยมีแหล่งท่องเที่ยวเดิม&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวใหม่&nbsp;ให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดทางการตลาด&nbsp;การประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;กระตุ้นให้เกิดรายในชุมชน&nbsp;เพิ่มช่องทางการรับรู้&nbsp;พัฒนาต่อยอดส่งต่อเส้นทางให้กับผู้เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวต่อไป</p><p><strong>ที่จุดชมวิวสกายวอล์คภูพระใหญ่คกงิ้ว</strong>&nbsp;ธรรมชาติสร้างสรรค์&nbsp;ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาทางอำเภอนาแห้ว&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;พื้นที่ป่าต้นน้ำมีฝนตกลงมา&nbsp;ทำให้สีน้ำของแม่น้ำเหืองจะเข้มมาก&nbsp;ยิ่งเวลาไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงคาน&nbsp;ยิ่งจะเห็นความแตกต่างอย่างมาก&nbsp;จุดชมวิวสกายวอล์คภูพระใหญ่คกงิ้ว&nbsp;มีแม่น้ำสองสายสำคัญกั้นพรมแดนไทย&nbsp;กับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ซึ่งเป็นจุดแรกที่ลำน้ำโขงเข้าแผ่นดินอีสาน&nbsp;มีลำน้ำเหืองไหลมาบรรจบเห็นเป็นสองสีได้อย่างชัดเจน&nbsp;ณ&nbsp;เวลาเที่ยงวัน&nbsp;ณ&nbsp;\"ปากเหือง\"&nbsp;จุดที่แม่น้ำสองสายสำคัญ&nbsp;\"แม่น้ำเหือง\"&nbsp;\"แม่น้ำโขง\"&nbsp;แม่น้ำที่กั้นพรมแดนไทย&nbsp;กับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ไหลมาบรรจบกัน&nbsp;ทำให้มีแร่ธาตุอาหารต่างๆ&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ&nbsp;กิจกรรมนักท่องเที่ยวสามารถถวายหมากเบ็งสักการะพระใหญ่ขอพร&nbsp;&nbsp;หน้าที่การงาน&nbsp;การเงิน&nbsp;สุขภาพ&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต&nbsp;ค่าบริการแล้วแต่จิตศรัทธาจะได้หมากเบ็งจำนวน&nbsp;1&nbsp;คู่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2554</strong>&nbsp;เห็นชอบการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;&nbsp;7,193.01&nbsp;ตร.กม.&nbsp;หรือ&nbsp;4,495,645.28&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งล้วนมีความหลากหลายในการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองสร้างสวรรค์&nbsp;และเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;แนวการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>-&nbsp;เมืองเลย&nbsp;</strong>ควรเป็นเมืองสร้างสรรค์ที่มีชีวิตชีวา&nbsp;มีการจัดกิจกรรมต่างๆตลอดทั้งปี</p><p><strong>-&nbsp;เชียงคาน</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;เงียบสงบ&nbsp;เหมาะสมกับการพักผ่อน&nbsp;และการเรียนรู้วิถีชีวิตริมโขงร่วม&nbsp;และเชื่อมโยงกับ&nbsp;สปป.ลาว</p><p><strong>-&nbsp;ท่าลี่</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองการค้าชายแดนศูนย์กลางธุรกิจการขนส่งและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับ&nbsp;สปป.ลาว</p><p><strong>-&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;</strong>เป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;เมืองสร้างสรรค์&nbsp;เป็นเมืองที่น่าส่งเสริมให้เป็นเมืองจักรยาน&nbsp;และเมืองเศรษฐกิจสีเขียวที่มีการจัดการท่องเที่ยวชุมชนที่เข้มแข็ง</p><p>-<strong>&nbsp;ภูเรือ</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;ที่มีกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;ทางธรรมชาติ</p><p><strong>-&nbsp;นาแห้ว</strong>&nbsp;เป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;เป็นเมืองที่สงบเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;ที่ยั่งยืนและการท่องเที่ยวธรรมชาติ</p><p><strong>-&nbsp;ภูกระดึง</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองสร้างสรรค์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>-&nbsp;ภูหลวง</strong>&nbsp;ควรเป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;ด้วยเป็นเมืองที่สงบ&nbsp;เมืองสร้างสรรค์แพทย์แผนไทย&nbsp;และยาสมุนไพร&nbsp;และเมืองแห่งความรู้</p><p><strong>-&nbsp;หนองหิน</strong>&nbsp;ควรพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์&nbsp;ด้วยการจัดตั้งอุทยานธรณี</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316164002533"],
    [311,"โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 55,000 ล้านบาท","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.25&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;55,172&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;28,055.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;27,116.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.38&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วจำนวน&nbsp;1.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;2.75&nbsp;หมื่นราย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่&nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ผ่านเว็ปไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">www.คนละครึ่ง.com</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316194834627"],
    [312,"ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และอุตสาหกรรมบริการ  มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ร่วมกับ  SME D Bank   ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ หนุนโครงการ เบตงหมื่นล้าน ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง</strong>และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;&nbsp;ธีระวร&nbsp;&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กับ&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือSME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ</strong>ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;&nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;สินเชื่อ&nbsp;SMEs&nbsp;Re-Start&nbsp;&nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&nbsp;ลงทุน&nbsp;ขยาย&nbsp;ปรับปรุงกิจการ&nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&nbsp;5.5%&nbsp;ต่อปีวงเงินกู้สูงสุด&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&nbsp;&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป</p><p><strong>โดย&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน</strong>เศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางคณะกรรมการ&nbsp;&nbsp;มีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;&nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&nbsp;&nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&nbsp;</p><p>1.ในตัวเมืองเบตง&nbsp;</p><p>2.บริเวณ&nbsp;Skywalk&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และ&nbsp;</p><p>3.บริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;</strong>ไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคนต่อปีและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&nbsp;4&nbsp;เท่าหรือกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;GPP&nbsp;(Gross&nbsp;Provincial&nbsp;Product)&nbsp;&nbsp;โตขึ้นถึง&nbsp;2&nbsp;เท่าตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ศักยภาพของอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย</strong>&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับSME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;&nbsp;สามารถยกระดับมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;ทั้งการผลิตและบริการ&nbsp;ให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;สร้างประโยชน์&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้&nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน</p><p><strong>ส่วนทางด้าน&nbsp;นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ</strong>&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;จากศักยภาพของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่มีจุดเด่น&nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&nbsp;&nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&nbsp;&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;และล่าสุด&nbsp;สนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;&nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;&nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคาร</strong>เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;ตัวอย่างหนึ่ง&nbsp;จับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;แพ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&nbsp;ห้องพัก&nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&nbsp;เพิ่มความสะดวกสบายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316182159560"],
    [313,"ภูเก็ตภาคเอกชนด้านโรงแรมเชื่อมั่น กลับมาเปิดอีกครั้งหลังหยุดมา 3 ปี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่","<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;ได้กล่าวต่อผู้บริการคลับเมด&nbsp;และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในโอกาสที่คลับเมดกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังหยุดมานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยมองว่า&nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เปิดแคมเปญท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการ&nbsp;Pheket&nbsp;Sandbox&nbsp;โครงการ&nbsp;Test&amp;&nbsp;Go&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีตำรวจท่องเที่ยวที่ช่วยรักษาความปลอดภัย</strong>ให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;และที่สำคัญคือภาคประชาชนและภาคเอกชนที่ช่วยให้ความร่วมมือในการเปิดประเทศได้เป็นอย่างดี&nbsp;แม้ว่าโรคระบาด&nbsp;โควิด-19&nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักแต่จะเห็นได้ว่าสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติโดยฟื้น&nbsp;ฟื้นตัวกลับมาสวยงามอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความพร้อมและความมั่นใจ</strong>ของคนในจังหวัดภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น&nbsp;นับเป็นโอกาสอันดีที่คลับเมดได้เปิดตัวอีกครั้ง&nbsp;เชื่อว่าจะทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&nbsp;และยังส่งผลในทางอ้อมที่จะทำให้สายการบินไทยเริ่มมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&nbsp;มายังภูเก็ตทุกวัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คลับเมดมีสถานที่พักผ่อนที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงาม&nbsp;</strong>และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละพื้นที่มากกว่า&nbsp;80&nbsp;แห่งทั่วโลก&nbsp;ครอบคลุมกว่า&nbsp;40&nbsp;ประเทศ&nbsp;ในประเทศแถบยุโรป&nbsp;ส่วนในเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;รวมถึง&nbsp;คลับเมด&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;รีสอร์ทขนาดใหญ่&nbsp;ที่ตั้งอยู่ชายหาดกะตะ&nbsp;มีพื้นที่กว่า&nbsp;150&nbsp;ไร่&nbsp;และคลับเมด&nbsp;หนึ่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;คาดว่าการกลับมาเปิดให้บริการของคลับเมด&nbsp;ภูเก็ตครั้งนี้&nbsp;สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316190341583"],
    [314,"การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมครบรอบ 62 ปี ส่งเสริมการเรียนรู้ของบุคลากร รองรับการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล","<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องในโอกาสวันสถาปนาองค์กรครบรอบ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งตรงกับวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ททท.&nbsp;จัดกิจกรรมระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;TAT&nbsp;OPEN&nbsp;HOUSE&nbsp;DATA&nbsp;&nbsp;กิจกรรมออนไลน์&nbsp;ททท.&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;ร้อยความร่วมมือ&nbsp;สู่&nbsp;ความยั่งยืน&nbsp;และกิจกรรมประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อเสริมสิริมงคล&nbsp;เฉลิมฉลองวันสถาปนาครบรอบปีที่&nbsp;62&nbsp;สำหรับกิจกรรม&nbsp;TAT&nbsp;OPEN&nbsp;HOUSE&nbsp;OPEN&nbsp;DATA&nbsp;ภายใต้คอนเซปต์&nbsp;Data&nbsp;Driven&nbsp;Mart&nbsp;ขับเคลื่อนแลกเปลี่ยนข้อมูล&nbsp;เพิ่มพูนประสิทธิผลองค์กร&nbsp;จัดขึ้นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจฐานข้อมูลดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ต่อยอดสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังจัดกิจกรรมขับเคลื่อนข้อมูลด้านดิจิทัล&nbsp;</strong>สำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจผ่านระบบ&nbsp;Webinar&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรมประกาศเจตนารมย์ในการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันกับ&nbsp;13&nbsp;หน่วยงานพันธมิตร&nbsp;และกิจกรรมเสวนาความร่วมมือในการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเปิดประเทศ&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316194312623"],
    [315,"ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 1.00 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม ","<p><strong>กลุ่มผู้ค้น้ำมัน</strong>&nbsp;<strong>บริษัท</strong>&nbsp;<strong>ปตท</strong>.&nbsp;<strong>และบางจาก</strong>&nbsp;<strong>แจ้งว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&nbsp;1&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดราคาคงเดิม&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong>&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;46.16&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.75&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.48&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;37.64&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;30.94&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193659620"],
    [316,"ยะลา เดินหน้าพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวบ้านบันนังลูวา อย่างยั่งยืน สอดรับวิถีชีวิตใหม่ New normal","<p><strong>ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เดินหน้าพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวบ้านบันนังลูวา&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;สอดรับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่&nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;</strong>ม.2&nbsp;ต.หน้าถ้ำ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;&nbsp;นางอภิญญา&nbsp;สุวรรณ&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดยะลา&nbsp;คณะศึกษาดูงานจากสถานประกอบการ&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึง&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ใน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีประชาชนทั้งชุมชนในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.หน้าถ้ำ&nbsp;และตำบลใกล้เคียงให้ความสนใจ&nbsp;เข้าร่วมจำนวนมาก</p><p><strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นับเป็นสิ่งน่ายินดีอย่างยิ่ง&nbsp;สำหรับผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;สนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;&nbsp;เชื่อมั่นว่าโครงการในครั้งนี้จะทำให้&nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;และชุมชนใกล้เคียง&nbsp;ได้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ได้&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลา</p><p><strong>สำหรับโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยว</strong>แก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;ประกอบด้วยกิจกรรม&nbsp;การล่องเรือเก็บขยะในละหาร&nbsp;การแสดงลิเกฮูลู&nbsp;การแสดงมโนราห์&nbsp;การแสดงกระบองไฟ&nbsp;จากเยาวชน&nbsp;ต.ปุโรง&nbsp;และการแสดงบรรยายธรรม&nbsp;จือราเมาะห์&nbsp;โดยบาบอดิง&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316183620567"],
    [317,"รพ.กรุงเทพสิริโรจน์ จังหวัดภูเก็ต สนับสนุน ISAPS จัดงานประชุมวิชาการระดับโลก ISAPS Official Course Thailand 2022จังหวัดภูเก็ต ดึงแพทย์ไทยและต่างชาติ ร่วมงานกว่า 200 ราย ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness Tourism)","<p><strong>นายแพทย์สงวน&nbsp;คุณาพร&nbsp;ศัลยแพทย์ตกแต่ง</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันดูแลสุขภาพและความงาม&nbsp;ARTEMES&nbsp;Health&nbsp;and&nbsp;Beauty&nbsp;Destination,&nbsp;Phuket&nbsp;พร้อมดำรงตำแหน่ง&nbsp;Local&nbsp;&nbsp;Chairman,&nbsp;ISAPS&nbsp;Thailand&nbsp;2022,&nbsp;A&nbsp;member&nbsp;of&nbsp;ISAPS&nbsp;Board&nbsp;of&nbsp;Directors,&nbsp;2020-2022&nbsp;ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานประชุมวิชาการศัลยแพทย์ตกแต่งความงามระดับนานาชาติ&nbsp;ISAPS&nbsp;Official&nbsp;Course&nbsp;Thailand&nbsp;2022&nbsp;ว่า&nbsp;\"การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นการจัดงานระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย&nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด&nbsp;Covid&nbsp;&nbsp;19&nbsp;มาอย่างยาวนาน&nbsp;</p><p><strong>โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้า&nbsp;แลกเปลี่ยนความรู้&nbsp;</strong>พัฒนาทักษะ&nbsp;และเทคนิคทางการแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งความงามทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ&nbsp;โดยมีการผ่าตัดสาธิต&nbsp;Live&nbsp;Surgery&nbsp;โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ&nbsp;ถ่ายทอดสดผ่านระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจากห้องผ่าตัด&nbsp;โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์&nbsp;ไปยังห้องประชุมที่จัดงาน&nbsp;และ&nbsp;Live&nbsp;Streaming&nbsp;ไปยังทีมแพทย์ทั่วโลกอีกด้วย&nbsp;ทำให้การประชุมวิชาการ&nbsp;ISAPS&nbsp;Official&nbsp;Course&nbsp;Thailand&nbsp;2022&nbsp;ได้รับความสนใจจากเหล่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทย&nbsp;และชาวต่างชาติ&nbsp;ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า&nbsp;200&nbsp;รายจากทั่วทุกมุมโลก&nbsp;อาทิ&nbsp;ตุรกี&nbsp;สเปน&nbsp;อเมริกา&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;บลาซิล&nbsp;โคลัมเบีย&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p><strong>โดยงานนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;14-16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;แมริออท&nbsp;ภูเก็ตรีสอร์ท&nbsp;แอนด์สปา&nbsp;เมอร์ลินบีช&nbsp;&nbsp;และนายแพทย์สงวน&nbsp;คุณาพร&nbsp;ยังกล่าวต่ออีกว่า&nbsp;&nbsp;ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทย&nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&nbsp;รวมถึงโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์&nbsp;ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน&nbsp;และได้รับความไว้วางใจเลือกให้เป็น&nbsp;Landmark&nbsp;ของการจัดการประชุมวิชาการระดับโลกในครั้งนี้&nbsp;เพื่อตอกย้ำความสำคัญของจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยว&nbsp;การประชุม&nbsp;และศัลยกรรมตกแต่งความงาม&nbsp;ขานรับนโยบายของภาครัฐ&nbsp;ผลักดันให้&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;กลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ&nbsp;มุ่งสู่การเป็นเมืองมหาอำนาจด้านสุขภาพของโลกในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191004588"],
    [318,"ผู้ว่าฯ พิจิตรเตรียมจัดงาน \"พิจิตรพิสมัย\" ส่งเสริมการท่องเที่ยวเปิดเมืองพิจิตร","<p><strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;ณะบุตรจอม&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;ประชุมร่วมกับคณะทำงานปรับปรุงภูมิทัศน์และอาคารหอชมนกบึงสีไฟ&nbsp;อ.เมืองพิจิตร&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเปลี่ยนชื่อหอชมนก&nbsp;เป็นหอชมบึง&nbsp;เนื่องจากสภาพปัจจุบันไม่มีนกให้เห็นเช่นเมื่อก่อน&nbsp;แต่สามารถมองเห็นความสวยงามของบึงสีไฟได้อย่างชัดเจน&nbsp;เป็นจุดเช็คอินอีกจุดหนึ่งของบึงสีไฟ&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;เห็นชอบการจัดงาน&nbsp;\"พิจิตรพิสมัย\"&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ที่หอชมบึง&nbsp;(หอชมนกเดิม)&nbsp;วันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;65&nbsp;โดยตกแต่งสถานที่เป็นแหล่งพักผ่อน&nbsp;ถ่ายรูป&nbsp;เช็คอินแนวทันสมัย&nbsp;เช่น&nbsp;อุโมงค์ไฟ&nbsp;หินทองคำ&nbsp;การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือแนวงานคราฟของคนรุ่นใหม่&nbsp;ผสมผสานกับร้านค้าโอทอปชุมชน&nbsp;การประกวดไก่ตั้งไก่ต่อ&nbsp;(ไก่แจ้เสียงขัน)&nbsp;แข่งขันเรือจิ๋ว&nbsp;7&nbsp;ฝีพาย&nbsp;และเรือหัวใบ้ท้ายบอด&nbsp;โชว์ขบวนบิ๊กไบค์&nbsp;การแข่งขันเปตอง&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมาก&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>พิจิตรพิสมัย&nbsp;เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลและนโยบายจังหวัดส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;จากแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้ว&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.พิจิตร..ภาพ/ข่าว&nbsp;ขอบคุณ&nbsp;นักธุรกิจรุ่นใหม่(YEC)&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","พิจิตร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316192731609"],
    [319,"คณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จังหวัดกระบี่  ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  พื้นที่อำเภอปลายพระยา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายราชัน&nbsp;มีน้อย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พื้นที่อำเภอปลายพระยา&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;นายวินัย&nbsp;ดินแดง&nbsp;นายอำเภอปลายพระยา&nbsp;ร่วมติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยคณะติดตามฯ&nbsp;เริ่มจากลงพื้นที่&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหยา</strong>&nbsp;อีนเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลปลายพระยา&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;จังหวัดกระบี่ก่อสร้างขึ้นในช่วงปี&nbsp;2533&nbsp;&nbsp;2534&nbsp;มีขนาดความจุ&nbsp;3.2&nbsp;ล้านลูบาศก์เมตร&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเสริมการเพาะปลูกพืช&nbsp;กักเก็บน้ำสำหรับอุปโภค&nbsp;&nbsp;บริโภค&nbsp;เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้ราษฎรใช้บริโภค&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อบรรเทาการเกิดอุทกภัย&nbsp;จากนั้นติดตามโครงการปลูกข้าวเพื่อบริโภคครบวงจรในสหกรณ์นิคมอ่าวลึกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;บ้านปากน้ำ&nbsp;ตำบลปลายพระยา&nbsp;ส่งเสริมให้สมาชิกในเขตพื้นที่ปากน้ำปลูกข้าวบริโภคในครัวเรือน&nbsp;และยังพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;ให้กับนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;&nbsp;บุคคลที่สนใจ&nbsp;ในการเรียนรู้วิธีการทำนาแบบครบวงจร&nbsp;และร่วมทดสอบการทำงานของโรงสีข้าวพระราชทาน&nbsp;ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2534&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานครั้งนี้&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหา</strong>&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ของการการดำเนินโครงการฯ&nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข&nbsp;อันจะเป็นการพัฒนา&nbsp;สืบสาน&nbsp;ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;ให้เกิดประโชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้สืบต่อไป&nbsp;จากนั้นติดตามดูพื้นที่ขับเคลื่อน&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ระดับอำเภอในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปลายพระยา&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;43&nbsp;ตารางวา&nbsp;เป็นที่รกร้างว่างเปล่า&nbsp;เตรียมการปลูกพืช&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้กับกลุ่มที่สนใจเข้ามาศึกษา&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191128590"],
    [320,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อปฏิบัติราชการ ระหว่างวันที่ 16 - 18 มี.ค. 65","<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยนายนักปราชญ์&nbsp;ไชยานนท์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>โดย&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ได้เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อปฏิบัติราชการในการประชุมหารือสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;ติดตามการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกร&nbsp;และติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316192809610"],
    [321,"รมว.พาณิชย์ลงพื้นทีติดตามปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดนไทยเมียนมาพร้อมเร่งแก้ไขปัญหาให้กับผุ้ประกอบการไทยในช่วงโควิด","<p><strong>ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยนายนักปราชญ์&nbsp;ไชยานนท์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>โดย&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ได้เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อปฏิบัติราชการในการประชุมหารือสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;ติดตามการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกร&nbsp;และติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ยังได้เดินทางไปชม</strong>ทัศนียภาพของเมืองแม่ฮ่องสอนที่จะมีการผลักดันการค้าชายแดนต่อไปหลังตากสถานการณ์ปัญหาโรคโควิด19เบาบางลง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316192944612"],
    [322,"พลังงานจังหวัดชัยนาท ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ออกบูธจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน ภายในงานมหกรรมหุ่นฟางนก และของดีศรีท้องถิ่น ประจำปี 2565 ครั้งที่ 37","<p><strong>ที่ถนนพรหมประเสริฐ&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาทหลังใหม่</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ซึ่งพลังงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;ออกบูธจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน&nbsp;ภายในงานมหกรรมหุ่นฟางนก&nbsp;และของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นำโดย&nbsp;นายอำพร&nbsp;วายลม&nbsp;พลังงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสุภาวินี&nbsp;นาควิเชียร&nbsp;หัวหน้าหมวดประชาสัมพันธ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;โดยให้ความรู้กับผู้ที่สนใจเรื่องของพลังไฟฟ้า&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;จะให้คำแนะนำในเรื่องของไฟฟ้าทดแทน&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ระบบสูบพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่&nbsp;ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูง&nbsp;ชุดครอบหัวเตาแก๊สประสิทธิภาพสูง&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับห้องเย็น&nbsp;และระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสีย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>โดยจะให้ความรู้ในเรื่องระบบสายส่ง&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ในโครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน&nbsp;และกิจกรรมตอบคำถาม&nbsp;รับของรางวัล&nbsp;หากมีผู้สนใจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า&nbsp;หรือสอบถามในเรื่องระบบส่งไฟฟ้า&nbsp;เข้าสอบถามได้ที่บูธกิจกรรม&nbsp;ภายในงานมหกรรมหุ่นฟางนก&nbsp;และของดีศรีท้องถิ่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191811598"],
    [323,"ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา เปิดกิจกรรมโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา","<p><strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;</strong>ประธานพิธีเปิดโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;นายสุรเชษฐ์&nbsp;สุทธิกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา&nbsp;นางอภิญญา&nbsp;สุวรรณ&nbsp;&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดยะลา&nbsp;คณะศึกษาดูงานจากสถานประกอบการ&nbsp;5&nbsp;จังหวัดเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;ม.2&nbsp;ต.หน้าถ้ำ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยว</strong>แก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึง&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ในจังหวัดยะลา&nbsp;ภายในงานมีประชาชนทั้งชุมชนในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.หน้าถ้ำ&nbsp;และตำบลใกล้เคียงให้ความสนใจ&nbsp;เข้าร่วมจำนวนมาก</p><p><strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นับเป็นสิ่งน่ายินดีอย่างยิ่ง&nbsp;สำหรับผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;สนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;&nbsp;เชื่อมั่นว่าโครงการในครั้งนี้จะทำให้&nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&nbsp;และชุมชนใกล้เคียง&nbsp;ได้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ได้&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานได้&nbsp;การล่องเรือเก็บขยะในละหาร&nbsp;การแสดงลิเกฮูลู&nbsp;</strong>การแสดงมโนราห์&nbsp;การแสดงกระบองไฟ&nbsp;จากเยาวชน&nbsp;ต.ปุโรง&nbsp;และการแสดงบรรยายธรรม&nbsp;จือราเมาะห์&nbsp;โดยบาบอดิง&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316204642637"],
    [324,"กรมการค้าภายใน ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ตรึงราคาไข่คละหน้าฟาร์มไม่เกิน 3.20 บาท  ","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ประชุมหารือร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาไข่ไก่&nbsp;ภายหลังผู้เลี้ยงไก่ไข่ขอปรับราคาจำหน่ายหน้าฟาร์มให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยจากการหารือร่วมกันพบว่า&nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงปรับสูงขึ้นจริงตามที่ผู้เลี้ยงได้แจ้ง&nbsp;สาเหตุจากสภาวะอากาศร้อน&nbsp;ทำให้อัตราการให้ไข่ลดลงและมีขนาดที่เล็กลง&nbsp;ประกอบกับราคาวัตถุดิบหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ดังนั้นเพื่อลดภาระของผู้เลี้ยงให้สามารถยังคงเลี้ยงต่อไปได้&nbsp;และไม่เป็นภาระกับผู้บริโภคมากเกินไป&nbsp;จึงมีข้อตกลงร่วมกันกำหนดราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ไม่เกิน&nbsp;3.20&nbsp;บาท/ฟอง&nbsp;โดยราคาจำหน่ายปลีก&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;เฉลี่ยทั่วประเทศ&nbsp;ขณะนี้ยังอยู่ที่&nbsp;3.47&nbsp;บาท/ฟอง&nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่สอดคล้องกับราคาหน้าฟาร์ม</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์ข้าวโพด</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในอาหารไก่เนื้อและไก่ไข่นั้น&nbsp;ผลจากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีความเห็นร่วมกันในการผ่อนคลายมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ในขณะนี้&nbsp;และหากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนผ่อนคลายลง&nbsp;ก็จะช่วยให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในตลาดโลกผ่อนคลายลงเร็วขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193501618"],
    [325,"พาณิชย์สุรินทร์เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างและการใช้ Big Data ภาคการเกษตร","<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางวิยะดา&nbsp;เฮ่ประโคน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;เข้าร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมหารือ&nbsp;แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างและการใช้&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;และความต้องการด้านข้อมูลของเกษตรกรในการผลิตสินค้าข้าวตลอดห่วงโซ่&nbsp;ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;นำโดยรองโฆษกคณะกรรมาธิการ&nbsp;หัวหน้าคณะทำงาน&nbsp;(นางจินตนา&nbsp;ชัยยวรรณาการ)&nbsp;รองเลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการ&nbsp;(นายรณวริทธิ์&nbsp;ปริยฉัตรตระกูล)&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;(นายเฉลียว&nbsp;เกาะแก้ว)&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;(นายบุญมี&nbsp;สุระโคตร)&nbsp;พร้อมคณะผู้ร่วมเดินทางศึกษาดูงาน&nbsp;และผู้เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มโรงสี&nbsp;ตลาดกลาง&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง&nbsp;ตำบลดู่&nbsp;อำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316235720671"],
    [326,"พาณิชย์สุรินทร์ออกตรวจสต็อกปุ๋ยเคมี หลังมีแนวโนมปรับราคาสูงขึ้น","<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ร่วมบูรณาการร่วมกับเกษตรอำเภอจอมพระ&nbsp;ปลัดอำเภอจอมพระ&nbsp;และตำรวจภูธรอำเภอจอมพระ&nbsp;ออกตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ในพื้นที่อำเภอจอมพระ&nbsp;ณ&nbsp;สถานประกอบการที่จำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;บจก.พูนสินทวีโชค&nbsp;(ร้านชัยวัฒน์)&nbsp;2)&nbsp;ร้านบุญประสงค์ฟาร์ม&nbsp;3)&nbsp;ร้านกีรพรรดิ์พาณิชย์&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่ามีสินค้าสต็อกไว้จำหน่ายให้เกษตรกร&nbsp;เกษตรกรจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีมากตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317000102672"],
    [327,"กระทรวงคมนาคม ร่วมกับภาคเอกชนเตรียมพร้อมทุกมิติ! ภาคคมนาคมขนส่ง ลดผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน","<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวถึงแนวทางการลดผลกระทบต่อภาคคมนาคมขนส่งของไทย&nbsp;จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย&nbsp;กับยูเครน&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน&nbsp;ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้านโลจิสติกส์และขนส่งที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;ในส่วนของการขนส่งทางถนน&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม&nbsp;ให้พิจารณาต้นทุนรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;ที่อาจขอปรับขึ้นค่าโดยสาร&nbsp;รวมทั้งต้นทุนรถแท็กซี่&nbsp;รวมถึงแนวทางการอุดหนุน&nbsp;(Subsidy)&nbsp;ผู้ประกอบการด้านการขนส่งทางราง&nbsp;ให้ประชาชนสะดวกในการเข้าใช้ระบบการขนส่งทางราง&nbsp;โดยพัฒนาระบบการจ่ายค่าโดยสารร่วมในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะรูปแบบอื่น&nbsp;การส่งเสริมทางการตลาด&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเดินทางด้วยรถไฟฟ้า&nbsp;</p><p><strong>ด้านการขนส่งทางน้ำ&nbsp;ให้มีแผนการปรับเปลี่ยนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้พลังงานทางเลือกอื่น</strong>&nbsp;โดยบริหารจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินกิจการและการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อมิให้เกิดการหยุดชะงักอย่างเฉียบพลันและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ&nbsp;และด้านการขนส่งทางอากาศ&nbsp;ให้พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบสายการบิน&nbsp;รวมทั้งพิจารณามาตรการช่วยเหลือพิ่มเติมในด้านการผ่อนคลายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคและช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการ&nbsp;รวมทั้งมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายของสายการบิน&nbsp;โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;และเตรียมพร้อมในกรณีเกิดเหตุวิกฤติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หน่วยงานภาคเอกชนได้เสนอประเด็นปัญหาเรื่องการขนส่งชายฝั่งและการบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;</strong>รวมทั้งมาตรการสนับสนุนเพื่อลดต้นทุนการขนส่งด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;นอกเหนือจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานครั้งถัดไปในอีก&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์</p><p><br></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317114838773"],
    [328,"PTT LNG Company Limited และ B.Grimm LNG Limited  ลงนามสัญญา การใช้บริการสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 1","<p><strong>เมื่อเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;ที่ห้องกรุงเทพ&nbsp;2&nbsp;โรงแรมเซ็นทารา&nbsp;ลาดพร้าว&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;PTTLNG&nbsp;ได้เปิดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ&nbsp;(LNG&nbsp;Shipper)&nbsp;จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน&nbsp;(กกพ.)&nbsp;เข้าจองใช้บริการ&nbsp;ของสถานีแอลเอ็นจี&nbsp;มาบตาพุด&nbsp;แห่งที่&nbsp;1&nbsp;ตามนโยบายส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของกระทรวงพลังงาน&nbsp;โดย&nbsp;บริษัท&nbsp;บี.กริม&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ให้ความไว้วางใจในการเข้ามาใช้บริการ&nbsp;LNG&nbsp;Terminal&nbsp;กับ&nbsp;PTTLNG&nbsp;มีปริมาณการจองใช้ทั้งสิ้น&nbsp;5&nbsp;แสนตันต่อปี&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;นับตั้งแต่ปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2572&nbsp;ซึ่งความร่วมมือนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;และบริษัท&nbsp;บี.กริม&nbsp;เพาเวอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ให้แข็งแกร่งและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","NULL","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317095239696"],
    [329,"กรมธนารักษ์ เตรียมเปิดประมูลที่ดินเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดตากกว่า 1 พันไร่ เดือนพฤษภาคมนี้","<p><strong>นายประภาศ&nbsp;คงเอียด&nbsp;อธิบดีกรมธนารักษ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมธนารักษ์&nbsp;เตรียมเปิดประมูลที่ดินในโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลท่าสายลวด&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งแปลงที่&nbsp;1&nbsp;ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่&nbsp;ตก.590&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;1,076-1-90.70&nbsp;ไร่&nbsp;คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;ได้มีมติให้เปิดประมูลเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากใหม่&nbsp;และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ฯ&nbsp;เป็นหน่วยงานดำเนินการเกี่ยวกับการทบทวนสิทธิประโยชน์และการขยายระยะเวลาสิทธิประโยชน์การยกเว้นค่าเช่าที่ดินราชพัสดุตามมาตรการเร่งรัดการลงทุน&nbsp;โดยกำหนดผลประโยชน์&nbsp;ตอบแทนเป็นค่าเช่าในอัตราไร่ละ&nbsp;36,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;คิดเป็นค่าเช่าปีละ&nbsp;38,753,163&nbsp;บาท&nbsp;(ปรับปรุงค่าเช่าร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ทุก&nbsp;5&nbsp;ปี)&nbsp;และกำหนดค่าธรรมเนียมการประมูล&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;269,119,188&nbsp;บาท&nbsp;มีกำหนดระยะเวลา&nbsp;การเช่า&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งปัจจุบันเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนกิจการเป้าหมายครบทั้ง&nbsp;13&nbsp;กลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเปิดประมูลได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>คุณสมบัติของผู้เสนอการลงทุน</strong>&nbsp;ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย&nbsp;ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กรณีกิจการร่วมค้า&nbsp;(Joint&nbsp;Venture)&nbsp;เป็นการร่วมของธุรกิจที่มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมกันไม่ต่ำกว่า&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมีผลงาน&nbsp;หรือประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนแปลงที่&nbsp;2&nbsp;ที่ดินราชพัสดุ&nbsp;</strong>แปลงหมายเลขทะเบียนที่&nbsp;ตก.591&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;671-2-05&nbsp;ไร่&nbsp;จัดให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กนอ.)&nbsp;เช่า&nbsp;อัตราค่าเช่าไร่ละ&nbsp;25,200&nbsp;บาท/ปี&nbsp;คิดเป็นค่าเช่าทั้งแปลง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;16.92&nbsp;ล้านบาท/ปี&nbsp;โดยปรับปรุงค่าเช่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ทุก&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(ค่าเช่าตลอดอายุสัญญาเช่า&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;=&nbsp;1,717.91&nbsp;ล้านบาท)&nbsp;ค่าธรรมเนียมการเช่า&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;167.88&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(ค่าธรรมเนียมการเช่าผ่อนชำระ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;โดยเริ่มชำระปีที่&nbsp;6-10&nbsp;ยกเว้น&nbsp;5&nbsp;ปีแรก&nbsp;พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราตลาด)</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317105919739"],
    [330,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นำสินค้าอุปโภคบริโภค จำหน่าย \"โครงการเพชรบุรีเข้มแข็ง รัก เทิดทูน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์\"  ให้แก่ประชาชนในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 20 - 40 % ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน 17,750 บาท","<p><strong>ณ&nbsp;อบต.บางตะบูน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบางตะบูนออก&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;พีรพัฒน์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยบูรณาการร่วมกับงาน&nbsp;\"โครงการเพชรบุรีเข้มแข็ง&nbsp;รัก&nbsp;เทิดทูน&nbsp;ชาติ&nbsp;ศาสน์&nbsp;กษัตริย์\"&nbsp;(จังหวัดเคลื่อนที่)&nbsp;นำสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;จำหน่ายให้แก่ประชาชนในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;40&nbsp;%&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;ถุงละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;2.&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;30&nbsp;ฟอง&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;ถุงละ&nbsp;85&nbsp;บาท&nbsp;3.&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;ขวดละ&nbsp;55&nbsp;บาท&nbsp;4.&nbsp;ข้าวขาว&nbsp;100%&nbsp;5&nbsp;กก.&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;ถุงละ&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่นๆ&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;น้ำยาล้างจาน&nbsp;ผงซักฟอก</strong>&nbsp;น้ำยาปรับผ้านุ่ม&nbsp;จากบริษัท&nbsp;พีรพัฒน์ฯ&nbsp;มาร่วมจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาประหยัด&nbsp;โดยมีประชาชนร่วมซื้อสินค้ากว่า&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;ยอดการจำหน่ายสินค้าทั้งสิ้น&nbsp;58,250&nbsp;บาท&nbsp;ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;17,750&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317110934750"],
    [331,"พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี และคณะ ลงพื้นที่เขตพื้นที่รอยต่อจังหวัดประจวบฯ  เพชรบุรี ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน การจำหน่ายปุ๋ยเคมีสูงเกินราคา ตรวจสอบสต๊อกและติดตามสถานการณ์ เพื่อไม่มีการกักตุน ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า","<p><strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;บูรณาการร่วมกับ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;ตำรวจภูธรแก่งกระจาน&nbsp;ฝ่ายปกครองแก่งกระจาน&nbsp;และ&nbsp;อบต.ป่าเด็ง&nbsp;ในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน&nbsp;การจำหน่ายปุ๋ยเคมีสูงเกินราคา&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบสต๊อกและติดตามสถานการณ์&nbsp;เพื่อไม่มีการกักตุน&nbsp;ฉวยโอกาส&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลป่าเด็ง&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;(เขตพื้นที่รอยต่อจังหวัดประจวบฯ&nbsp;&nbsp;เพชรบุรี)&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;การติดตามเรื่องร้องเรียน&nbsp;พบว่าทางร้านมีการจำหน่ายปุ๋ยยูเรีย&nbsp;สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;โดยทางร้านแบ่งจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่สอดคล้องกับต้นทุน&nbsp;ที่มีการปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ไม่ได้มีการจำหน่ายในราคาสูงเกินจริง&nbsp;การตรวจสต๊อกร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;ร้านดาวเกษตร&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;142&nbsp;กระสอบ&nbsp;2)&nbsp;ร้านเจริญทรัพย์พาณิชย์&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;กระสอบ&nbsp;3)&nbsp;ร้านเก้-แอมการเกษตร&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;กระสอบ&nbsp;สถานการณ์และราคาจำหน่ายทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่พบการกักตุน&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&nbsp;ราคาที่จำหน่ายสอดคล้องกับต้นทุน&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,340&nbsp;&nbsp;1,350&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;ตรายารามีร่า&nbsp;สูตร&nbsp;8-24-24&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,500&nbsp;&nbsp;1,570&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;ตรายารามีร่า&nbsp;สูตร&nbsp;13-13-21&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,380&nbsp;&nbsp;1,400&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปริมาณการซื้อของเกษตรกรมีจำนวนลดลงอย่างมาก</strong>&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมี&nbsp;มีการปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2564</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317110731749"],
    [332,"จังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายรณชัย&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชกรจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;</strong>เป็นประธานตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;โดยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;ณ&nbsp;บริษัท&nbsp;พรศรีแกรนด์&nbsp;อพะกรีเทคจำกัด&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่เน้นย้ำให้ตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ปริมาณการครอบครองปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรืโรคพืช&nbsp;และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายในเชิงบริหารต่อไป</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;และจากสถานการณ์ราคาปุ๋ยและยาที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นไปตามภาวะการณ์ด้านการตลาดและอีกส่วนคือภาวะของสงคราม&nbsp;โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียที่เกษตรกรนิยมใช้&nbsp;ที่เป็นผลพลอยได้จากน้ำมัน&nbsp;เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;สิ่งต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นจากน้ำมัน&nbsp;จึงมีการขยับราคาขึ้นตามไปด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร&nbsp;และห้ามกักตุนสินค้า&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.สํารวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.2497&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไปด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคเหนือ","พิษณุโลก","สวท.พิษณุโลก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317113510765"],
    [333,"มาแล้ว!!! ทะเลหมอกแรกของปี จุดชมวิวผามออีแดง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">มาแล้ว!!!&nbsp;ทะเลหมอกแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;ที่สวยงามบนจุดชมวิวผามออีแดง&nbsp;</strong><strong>หลังฝนตกอากาศชื้น&nbsp;ปีนี้มาเร็วขึ้นกว่าเดิม&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><strong>สถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&nbsp;รายงานสภาพอากาศว่า&nbsp;</strong>ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง&nbsp;ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากสภาพอากาศดังกล่าว&nbsp;ทำให้พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มีฝนตกฟ้าคะนองกระจายไปทั่วเกือบทุกพื้นที่&nbsp;</strong>รวมถึงบนเทือกเขาพนมดงรัก&nbsp;ชายแดนไทย-กัมพูชา&nbsp;ด้านเขาพระวิหาร&nbsp;ก็มีฝนตกตั้งแต่ช่วงกลางวันของวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตกถึงช่วงเย็น&nbsp;ทำให้อากาศชื้น&nbsp;อากาศที่เคยร้อนกลับมาเย็น&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;ที่จุดชมวิวผามออีแดงอุณหภูมิอยู่ที่&nbsp;24&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;เกิดมีทะเลหมอกแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;สวยงาม&nbsp;ปีนี้ทะเลหมอกมาเร็วกว่าปกติ</p><p><strong>เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร&nbsp;ฝากเชิญชวนนักท่องเที่ยวขึ้นชมทะเลหมอก&nbsp;</strong>ชมตะวันขึ้นสามแผ่นดินที่สวยงาม&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;นักท่องเที่ยวยังได้ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ&nbsp;สถูปคู่&nbsp;และปราสาทโดนตวล&nbsp;โบราณวัตถุ&nbsp;โบราณสถานที่ทรงคุณค่าด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317115300776"],
    [334,"ขยายเวลาการคงราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ เอ็นจีวี ออกไปอีก 3 เดือน ","<p><strong>นายวุฒิกร</strong>&nbsp;<strong>สติฐิต</strong>&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อสนับสนุนนโยบายของกระทรวงพลังงานในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนในตลาดโลก&nbsp;และจากการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงได้ให้ขยายระยะเวลาการคงราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์&nbsp;หรือเอ็นจีวี&nbsp;ที่&nbsp;15.59&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และราคาขายปลีกเอ็นจีวี&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;เอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน&nbsp;สำหรับผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;ที่เคยได้รับสิทธิผ่านมาตรการเอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน&nbsp;ที่&nbsp;13.62&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ต่อไปอีกเป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จากเดิมสิ้นสุดในวันที่&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นวันที่&nbsp;15&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;คิดเป็นมูลค่าที่สนับสนุนทั้งสิ้นกว่า&nbsp;&nbsp;3,322&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317144008839"],
    [335,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ในส่วนภูมิภาค เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ เพื่อผลักดันการเปิดจุดการค้าชายแดนในการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ในส่วนภูมิภาค&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนไทย&nbsp;เมียนมาร์&nbsp;ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีนายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ได้สรุปสถานการณ์การค้าชายแดนไทย&nbsp;เมียนมาร์&nbsp;ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้ง&nbsp;5&nbsp;ช่องทาง&nbsp;ตลอดจนปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และรับทราบความคืบหน้าในการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนด่านห้วยต้นนุ่น&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการผลักดันให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร</p><p><strong>ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาการขอเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนห้วยต้นนุ่น&nbsp;</strong>สำหรับการท่องเที่ยวข้ามแดนเฉพาะกิจ&nbsp;และการขอใช้พื้นที่ตั้งอาคารโครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนบ้านร่องแห้ง&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อเป็นจุดตรวจสอบสินค้าของจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องทางบ้านห้วยผึ้ง</p><p><strong>ในเบื้องต้น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>ระบุว่าการลงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเป็นการเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยเฉพาะสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;ทั้งนี้เป็นการส่งเสริมการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนปัญหาและอุปสรรคของการเปิดจุดผ่อนปรน&nbsp;ทั้งช่องทางการค้าชายแดนบ้านห้วยต้นนุ่น&nbsp;ยังมีการติดปัญหาด้านการปักปันเขตแดน&nbsp;ระหว่างไทยกับเมียนมา&nbsp;และการขอใช้พื้นที่ในการก่อสร้างอาคาร&nbsp;และปรับปรุงถนน&nbsp;ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินงานขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;ส่วนกรณีหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;เรียกร้องให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนเฉพาะกิจเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้มอบหมายให้ทางจังหวัดเร่งเรื่องประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาแก้ไขปัญหา</p><p><strong>ส่วนกรณีองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยผา</strong>&nbsp;ขอใช้พื้นที่ตั้งอาคารโครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนบ้านร่องแห้ง&nbsp;ซึ่งเป็นอาคารแบบ&nbsp;one&nbsp;stop&nbsp;service&nbsp;ที่ช่องทางบ้านห้วยผึ้งที่มีการก่อสร้างกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ด้วยงบกว่า&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และยังไม่มีการใช้งาน&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เร่งให้จังหวัดหาข้อยุติต่อไป&nbsp;โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พิจารณาหาข้อยุติในการใช้อาคารโครงสร้างพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนบ้านร่องแห้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317133256807"],
    [336,"สมุทรสาคร เปิดกิจกรรมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) บ้านคลองใหญ่ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร","<p><strong>ที่วัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม&nbsp;(วัดมอญ)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลหลักสาม&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;</strong>จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(Decentralized&nbsp;Hand&nbsp;-&nbsp;On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;:&nbsp;D-HOPE)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอาวุธ&nbsp;วิเชียรฉาย&nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นางพรรณวิภา&nbsp;ปิยัมปุตระ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นางศลิษา&nbsp;ม่วงใหม่&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายพิรุณโรจน์&nbsp;นาคดนตรี&nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมฯ</p><p><strong>กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดสรรงบประมาณให้อำเภอบ้านแพ้ว</strong>ดำเนินโครงการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;คือ&nbsp;บ้านคลองใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านแพ้ว&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีวัตถุประสงค์โครงการฯ&nbsp;เพื่อค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;(Champ)&nbsp;ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;(Champ)&nbsp;ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-&nbsp;HOPE)&nbsp;ทั้งนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพชุมชนในด้านการบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับเสน่ห์ของชุมชนร่วมทำกิจกรรมกับคนในชุมชน&nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง&nbsp;โดยประกอบด้วยกิจกรรม&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.&nbsp;กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการค้นหาผู้ประกอบการ&nbsp;(Champ)&nbsp;2.&nbsp;กิจกรรมทดสอบโปรแกรมการท่องเที่ยว&nbsp;3.&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;</strong>กำหนดดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;16-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บ้านคลองใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านแพ้ว&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00-16.30&nbsp;น.&nbsp;มีการจัดโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;กิจกรรมต้อนรับ-ห่มสไบมอญ-เสิร์ฟน้ำผึ้งมะนาวกระชายบีดส์&nbsp;2.&nbsp;กิจกรรมร้อยมาลัยดอกรัก&nbsp;3.&nbsp;กิจกรรมไหว้พระ&nbsp;&nbsp;ฟังเรื่องราวของวัดมอญและวิถีชุมชนบ้านคลองใหญ่&nbsp;4.&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ดื่มน้ำตรีผลา&nbsp;&nbsp;ฟังเรื่องราววิสาหกิจชุมชนและน้ำตรีผลาของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;5.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้การทำผ้าอีโคปริ้นท์&nbsp;6.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้การทำวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน&nbsp;7.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้อาหารพื้นถิ่นของชุมชนบ้านคลองใหญ่&nbsp;8.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้เรื่องการทำลูกประคบและยาดม&nbsp;9.&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้การทำเมี่ยงคำ&nbsp;10.&nbsp;กิจกรรมการเรียนรู้การทำขนมต้ม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317151248866"],
    [337,"จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด&nbsp;(ศจพ.จ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลได้เห็นความสำคัญ</strong>ของการแก้ไขปัญหาความยากจนในทุกมิติ&nbsp;จึงมีนโยบายในการแก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน&nbsp;โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;โดยใช้ข้อมูลจากระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;(Thai&nbsp;People&nbsp;Map&nbsp;and&nbsp;Analytics&nbsp;Platform)&nbsp;เพื่อชี้เป้าความยากจน&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านสุขภาพ&nbsp;ด้านความเป็นอยู่&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;ด้านรายได้&nbsp;และด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;(ซึ่ง&nbsp;1&nbsp;คนย่อมมีมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปัญหา)&nbsp;โดยกลไกในการทำงานดังกล่าวครอบคลุมทั้งระดับจังหวัด&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;และระดับพื้นที่&nbsp;ซึ่งจังหวัดสตูลได้สร้างกลไกทุกระดับแล้ว&nbsp;และได้ตรวจสอบรับรองข้อมูลครัวเรือนเป้าหมายที่แก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการบูรณาการให้ความช่วยเหลือจากทุกกระทรวงตามภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งภาคเอกชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมฯ&nbsp;ได้ชี้แจงกรอบระยะเวลาการดำเนินการดังกล่า</strong>ว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;วิเคราะห์สภาพปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไข&nbsp;ภายในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;จำแนกประเภทครัวเรือนเพื่อแก้ไขเป็นรายมิติ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;บูรณาการแนวทางการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;การบันทึกข้อมูลในระบบ&nbsp;Logbook&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;&nbsp;กันยายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;และติดตามการดำเนินงาน&nbsp;รายงานผล&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;จังหวัดสตูลมีครัวเรือนตกเกณฑ์ในระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;</strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;7,672&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;แบ่งเป็นมิติสุขภาพ&nbsp;1,093&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;,&nbsp;มิติความเป็นอยู่&nbsp;2,052&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;,&nbsp;มิติการศึกษา&nbsp;1,561&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;,&nbsp;มิติรายได้&nbsp;4,315&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และมิติการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;49&nbsp;ครัวเรือน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317145830857"],
    [338,"จ.ลำปาง จัดงาน ลำปางล้ำ Showcase 2022 @เชียงใหม่ แสดงผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นสร้างสรรค์สู่นครอินเตอร์ ระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค.65","<p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;จัดงาน&nbsp;ลำปางล้ำ&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;งานแสดงผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นสร้างสรรค์สู่นครอินเตอร์&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณชั้น&nbsp;G&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;แอร์พอร์ต&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดยมีนายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;และนายชาตรี&nbsp;ธินนท์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงาน&nbsp;และนักวิชาการพัฒนาชุมชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดงานและชมแสดงนิทรรศการ&nbsp;ในช่วงเย็นวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>งาน&nbsp;ลำปางล้ำ&nbsp;Showcase&nbsp;2022</strong>&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล&nbsp;กิจกรรมออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรม&nbsp;จากการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ของจังหวัดลำปาง&nbsp;ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนตามสไตล์ลำปางล้ำ&nbsp;เป็นการรวมผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของสล่างานไม้&nbsp;งานจักสาน&nbsp;งานหิน&nbsp;และงานเซรามิกอันมีอัตลักษณ์ของเมืองลำปางตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;นิทรรศการผลิตภัณฑ์ลำปางล้ำ&nbsp;กิจกรรมเสวนา&nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำปางล้ำ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;Craft&nbsp;ฟรี&nbsp;การแสดงดนตรีอะคูสติก&nbsp;ซื้อผลิตภัณฑ์เด่นพูดคุยกับผู้ผลิตโดยตรง</p><p><strong>สำหรับโครงการนี้</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดแสดงผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรมที่ได้รับการพัฒนาจากการผสมผสานและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นในจังหวัดลำปาง&nbsp;ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรมในรูปแบบใหม่&nbsp;ในการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมในท้องถิ่นให้มีสินค้าและรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หมู่บ้านแกะสลักบ้านหลุก&nbsp;ตำบลนาครัว&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านการแกะสลักไม้)&nbsp;ชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านการแกะสลักหิน)&nbsp;ชุมชนเซรามิก&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านเครื่องปั้นดินเผา)&nbsp;และชุมชนจักสานไผ่&nbsp;ชุมชนบ้านห้วยเป้ง&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านจักสานไผ่)&nbsp;ซึ่งดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317145452852"],
    [339,"สมาชิกชมรมวิ่งอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เรียกความฟิต เตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งชันวิ่งมาราธอน รายการ  \"Sankala Road Trail 2022 \" ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2565 นี้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายถนอม&nbsp;คงเพชร</strong>&nbsp;ประธานชมรมวิ่งอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นำเพื่อนสมาชิกร่วมเดิน&nbsp;วิ่งออกกำลังกายเรียกความฟิต&nbsp;เตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งชันวิ่งมาราธอน&nbsp;รายการ&nbsp;\"Sankala&nbsp;Road&nbsp;Trail&nbsp;2022&nbsp;\"&nbsp;ที่จะมีขึ้นในวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในอำเภอเบตงและจังหวัดยะลา&nbsp;ผ่านกิจกรรมกีฬา&nbsp;พร้อมสัมผัสบรรยากาศและความสวยงามของเส้นทางการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;โดยสมาชิกแต่ละคน&nbsp;จะทำการร่วมแข่งขัน&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเภทซิกเนเจอร์&nbsp;เรส&nbsp;ระยะ&nbsp;17&nbsp;กม.&nbsp;ประเภทมินิมาราธอน&nbsp;ระยะ&nbsp;10.5&nbsp;กม.&nbsp;และประเภทฟันรัน&nbsp;ระยะ&nbsp;5&nbsp;กม.</p><p><strong>นายถนอม&nbsp;คงเพชร&nbsp;ประธานชมรมวิ่งอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การวิ่งเทรล&nbsp;คือ&nbsp;การวิ่งไปตามเส้นทางตามธรรมชาติ&nbsp;เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้&nbsp;ต้องบอกว่าเป็นการวิ่งที่ท้าทายมากเลยทีเดียว&nbsp;เพราะต่างจากการวิ่งบนถนนอย่างสิ้นเชิง&nbsp;เพราะทางวิ่งจะวิ่งบนธรรมชาติ&nbsp;ได้ปืนป่าย&nbsp;และ&nbsp;ลัดเลาะเทือกเขา&nbsp;ต้องออกเริ่มเพิ่มเป็น&nbsp;2-3&nbsp;เท่ากันเลยทีเดียว&nbsp;แม้จะเหนื่อยมากกว่าเดิม&nbsp;แต่บรรยากาศ&nbsp;และ&nbsp;เส้นทางธรรมชาติ&nbsp;ที่ทำให้นักวิ่งประทับใจสุดขีด&nbsp;จึงขอเชิญชวนทุกคนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและปรโยชน์ของการเดิน-วิ่ง&nbsp;ที่มีผลต่อการมีสุขภาพพลานามัยที่ดีลดการเจ็บป่วย&nbsp;มาร่วมวิ่งรายการ&nbsp;\"Sankala&nbsp;Road&nbsp;Trail&nbsp;2022&nbsp;ด้วยกัน</p><p><strong>ด้านนางปุณณานันท์&nbsp;ทองหยู&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กลุ่มเยาวชนปิยะมิตรไทย&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;กำหนดจัด&nbsp;การแข่งชันวิ่งมาราธอน&nbsp;รายการ&nbsp;\"Sankala&nbsp;Road&nbsp;Trail&nbsp;2022&nbsp;\"&nbsp;trails&nbsp;เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย&nbsp;โควิด-19&nbsp;ให้กับโรงพยาบาลเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในพื้นที่&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จากสภาวะซบเซาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยมากยิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมการจัดแพ็คเกจท่องเที่ยวในวันธรรมดาให้มากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317150600862"],
    [340,"จังหวัดระนอง บูรณาการร่วมหน่วยงานความมั่นคง ตรวจผู้ประกอบการปุ๋ยเคมี เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าและขึ้นราคา ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในต่างประเทศ","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาปุ๋ย&nbsp;ผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีและอุปกรณ์การเกษตร&nbsp;ร้านศิรณัฐ์การเกษตร&nbsp;และร้านมานิตย์ค้าปลีก&nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดระนอง&nbsp;เกษตรจังหวัดระนอง&nbsp;ปลัดจังหวัดระนอง&nbsp;รอง&nbsp;กอ.รมน.จว.ระนอง&nbsp;นายอำเภอเมืองระนอง&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวในการลงพื้นที่&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบราคาปุ๋ยของผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ดำเนินงานการออกสำรวจในครั้งนี้ปรากฏว่า&nbsp;ไม่พบการกระทำความความผิด&nbsp;ในการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้หากผู้ประกอบการ<strong>&nbsp;</strong>ร้านค้าใดมีการกระทำความผิด&nbsp;จะต้องดำเนินคดีต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดระนองมีแผนในการดำเนินการตรวจผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีทุกพื้นที่</strong>&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กำหนดตรวจในพื้นที่อำเภอกะเปอร์&nbsp;อำเภอกระบุรี&nbsp;อำเภอสุขสำราญ&nbsp;และอำเภอละอุ่น&nbsp;เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกรในเบื้องต้น&nbsp;อีกทั้งเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;เอาเปรียบและฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์นี้&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดระนองได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาปุ๋ยเคมีต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังการประชุมวอร์รูม</strong>&nbsp;ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาผลกระทบที่มีต่อสินค้าสำคัญ&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;คือปุ๋ยเคมี&nbsp;และวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ที่ประเทศไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;รวมถึงจากรัสเซีย&nbsp;และยูเครน&nbsp;ที่มีราคาสูงขึ้นมาก&nbsp;ทางรัฐบาลจึงต้องหาแนวทางเพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;เช่น&nbsp;การลดต้นทุนผลิต&nbsp;จากผลิตภัณฑ์ที่ต้องนำเข้า&nbsp;เพราะไม่สามารถผลิตเองได้&nbsp;ซึ่งเมื่อรัสเซียมีสงคราม&nbsp;จึงผลักดันให้ราคาสินค้าทั้ง&nbsp;2&nbsp;รายการปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลประชาชน</strong>&nbsp;ตลอดห่วงโซ่การผลิตให้เกิดความเป็นธรรม&nbsp;ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง&nbsp;และหากพบว่าต้นทุนผลิตปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;จึงจำเป็นที่ต้องดูแลให้ผู้ประกอบการอยู่ได้&nbsp;ไม่เกิดภาวะสินค้าขาดแคลน&nbsp;ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็ต้องไม่เดือดร้อนจากราคาที่แพงเกินไป&nbsp;ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องราคา&nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;แต่ทั้งนี้ก็จะไม่ให้มีการฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควรอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317153259886"],
    [341,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เพื่อควบคุมและป้องกันการขึ้นราคาสินค้าการเกษตรเกินความจำเป็น","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองกระบี่&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;ผู้แทน&nbsp;กอ.&nbsp;รมน.&nbsp;จว.กระบี่&nbsp;ผู้แทนตำรวจภูธรในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;หากตรวจพบมีการขึ้นราคาเกินมาตรฐานราคาตลาด&nbsp;จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&nbsp;โดยเข้าตรวจสอบ&nbsp;ณ&nbsp;บจก.เติมพรการเกษตร&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;489/6&nbsp;ถนนอุตรกิจ&nbsp;ตำบลกระบี่ใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;มีสต๊อกปุ๊ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;7.80&nbsp;ตัน&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;(อาหารไก่&nbsp;หมู&nbsp;ปลาดุก)&nbsp;จำนวน&nbsp;2.80&nbsp;ตัน&nbsp;และร้านรัฐมนตรีการเกษตร&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;96/1&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลทับปริก&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;มีสต๊อกปุ๊ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;ตัน&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;(อาหารปลาดุก/ข้าวเปลือก/ข้าวสาร)&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;กระสอบ</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบสต๊อกร้านขายสิ้นค้าดังกล่าวว่า&nbsp;จากการตรวจสอบทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ไม่พบการกักตุน&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;และราคาที่จำหน่ายสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต&nbsp;แต่ปริมาณการซื้อสินค้าของเกษตรกรลดลง&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมี&nbsp;มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ทำให้เกษตรหันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และปุ๋ยหมักแทนด้วยราคาที่ถูกกว่า&nbsp;โดยจังหวัดกระบี่&nbsp;จะดำเนินการตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยให้ครอบคลุมในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161608924"],
    [342,"กรมสรรพากร เร่งคืนภาษีฯ ประจำปี 2564 พร้อมเชิญชวนยื่นแบบภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ต ถึง 8 เมษายนนี้","<p><strong>นางสมหมาย&nbsp;ศิริอุดมเศรษฐ&nbsp;ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้กรมสรรพากรได้เร่งพิจารณาและอนุมัติคืนภาษี&nbsp;ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;และภ.ง.ด.91&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผู้เสียภาษียื่นขอคืนภาษีไปแล้วรวมจำนวน&nbsp;1,679,208&nbsp;แบบ&nbsp;จากแบบที่ยื่นขอคืนทั้งหมด&nbsp;2,188,287&nbsp;แบบ&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;78&nbsp;รวมจำนวนเงินภาษีที่คืนแล้ว&nbsp;15,426&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับภาษีคืนจากกรมสรรพากรไปแล้ว&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต&nbsp;มีการจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณาคืนภาษีถูกต้องครบถ้วน&nbsp;และมีการผูกบัญชีธนาคาร&nbsp;ที่ขอคืนกับระบบพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน&nbsp;โดยสามารถตรวจสอบ&nbsp;และติดตามสถานะการขอคืนภาษีได้ด้วยตนเองที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.rd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.rd.go.th</a>&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;เป็นวันสิ้นสุดเวลาการยื่นแบบฯ&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;และภ.ง.ด.&nbsp;91&nbsp;ผ่านทางอินเทอร์เน็ต&nbsp;ขณะนี้มีผู้ยื่นแบบฯแล้ว&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;4,297,589&nbsp;แบบ&nbsp;โดยผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;สามารถยื่นแบบฯ&nbsp;ได้ตามกำหนดเวลาดังกล่าว&nbsp;เพื่อลดภาระค่าปรับ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317155420899"],
    [343,"Shuttle bus รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 100% อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมาสนามบินเบตง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17มี.ค.65)&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง</strong>&nbsp;ได้มีการนำนโยบายด้านพลังงานมาใช้&nbsp;โดยนำรถ&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;พลังงานไฟฟ้า100%&nbsp;ภายในออกแบบเน้นความสะดวกสบาย&nbsp;และทันสมัยช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย</p><p><strong>โดย&nbsp;นายธนวัฒน์&nbsp;ประสานธรรมคุณ&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีคลีน&nbsp;เพาเวอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>หนึ่งในนักลงทุน&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;ระบุว่า&nbsp;อำเภอเบตงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ&nbsp;อาการดี&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;ไม่เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;จึงมองว่าการนำ&nbsp;Shuttle&nbsp;bus&nbsp;มาให้บริการที่สนามบินเบตง&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมาสนามบินเบตง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;รถ&nbsp;Shuttle&nbsp;Bus&nbsp;คือ&nbsp;รถรับ-ส่งจากสถานที่หลัก&nbsp;ไปสู่อีกจุดหมายหนึ่ง&nbsp;โดยจะไม่มีการรับคนเพิ่มระหว่างทาง&nbsp;ช่วงแรกจะเปิดให้บริการตามโปรแกรมบินของสายการบินนกแอร์&nbsp;จากท่าอากาศยานเบตง-เมืองเบตง-ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;20&nbsp;กม.&nbsp;ค่าโดยสาร&nbsp;40-100&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในเรื่องจุดคุ้มทุน&nbsp;รายได้ที่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย</strong>อาจต้องใช้ระยะเวลาสักพัก&nbsp;ทางบริษัทมีความเชื่อมั่นในตัวเมืองเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพและพื้นที่อื่นๆมาเที่ยวเมืองเบตง&nbsp;มาร่วมพัฒนาเมืองเบตง&nbsp;มาทำให้เมืองเบตงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าอยู่และน่าท่องเที่ยวต่อไป&nbsp;ประกอบกับเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ประเทศมาเลเซียมีการเปิดประเทศด้วย&nbsp;ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก&nbsp;จึงมองว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-17T00:00:00","NULL","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317171024959"],
    [344,"จังหวัดตราด บูรณาการร่วมตรวจติดตามปริมาณ และราคาสินค้า ปุ๋ยเคมี ยาป้องกัน กำจัดศัตรูพืช หรือโรคพืช","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายพีรพล&nbsp;ลือล่า&nbsp;นายอำเภอเขาสมิง&nbsp;นายธนินทร์&nbsp;นวลฉวี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตร&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และตำรวจ&nbsp;ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณ&nbsp;และราคา&nbsp;สินค้าประเภทปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอเขาสมิง&nbsp;โดยตรวจติดตามที่&nbsp;บริษัท&nbsp;เทพนิมิตการเกษตร&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;พบว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&nbsp;ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีปรับราคาสูงขึ้นกระสอบละ&nbsp;200&nbsp;-&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ทั้งนี้ได้กำชับให้ผู้ประกอบการค้า&nbsp;มีการปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;และประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เรื่องการแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บและรายละเอียดเกี่ยวกับปุ๋ยเคมี&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณ&nbsp;และราคาสินค้าประเภทปุ๋ยเคมีครั้งนี้เป็นการบูรณาการ่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อติดตามว่าภาวะราคาปุ๋ย&nbsp;รวมทั้งสต๊อกสินค้าว่ามีเพียงพอในการจำหน่ายให้กับเกษตรกรหรือไม่&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นผู้ประกอบการต่อปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;รวมทั้งยังขอให้ผู้ประกอบการรายงานสต๊อกสินค้าต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในทุกสิ้นเดือน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายนิมิต&nbsp;สุวัฒน์ศรีสุข&nbsp;ผู้ประกอบการบริษัท&nbsp;เทพนิมิตการเกษตรฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในสถานการณ์ปัจจุบันต้องเรียกว่าเป็นจุดวิกฤติของปุ๋ยเคมี&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยต้องสั่งนำเข้าปุ๋ยเคมีจากรัสเซีย&nbsp;และเบรารุส&nbsp;ปีหนึ่งเฉลี่ย&nbsp;500,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่จากปัญหาสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;ทำให้ปัจจุบันปุ๋ยหายไปจากตลาดประมาณ&nbsp;500,000&nbsp;ตัน&nbsp;จึงทำให้ปุ๋ยเคมีบางชนิดเกิดปัญหาการขาดตลาดขึ้นบ้าง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317175933979"],
    [345,"หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ มกษ. 5900-2559 และมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน GI ในพื้นที่ อ.ชนบท และ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น","<p><strong>นางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;</strong>และนายสุพจน์&nbsp;บรรเทา&nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&nbsp;ช2&nbsp;นำคณะผู้ตรวจรับรอง&nbsp;นำทีมโดยนางสุกานดา&nbsp;คำปลิว&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ&nbsp;มกษ.&nbsp;5900-2559&nbsp;\"มาตรฐานไหมน้อย\"&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มไหมทอง&nbsp;มกษ.&nbsp;บ้านหัวฝาย&nbsp;ต.ปอแดง&nbsp;อ.ชนบท&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;สมาชิกจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งได้รับไข่ไหมจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มีการตรวจประเมินภายใน&nbsp;จากคณะกรรมการภายในกลุ่ม</p><p><strong>&nbsp;จากนั้นได้ติดตามการผลิตและต่ออายุการรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;GI&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บ้านปอแดง&nbsp;ต.คึมชาด&nbsp;อ.หนองสองห้อง&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;สมาชิก&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มที่ผลิตไข่ไหมชุมชน&nbsp;ผลิตไหมวัยอ่อน&nbsp;เพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิกและผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ไหมที่เลี้ยงเป็นพันธุ์ไทยพื้นบ้าน&nbsp;พันธุ์ทับทิมสยาม&nbsp;ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าเส้นไหมจากการทำมาตรฐานให้ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;พร้อมส่งจำหน่ายให้กับเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมคุณภาพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317191218021"],
    [346,"มทบ. 210 สร้างมัคคุเทศก์น้อย พาทัวร์เที่ยวค่ายพระยอดเมืองขวาง","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;ตำบลกุรุคุ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;พลตรี&nbsp;สถาพร&nbsp;บุญชู&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;210&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;เป็นค่ายทหารที่มีประวัติและเรื่องราวต่างๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;มีชื่อเดิมว่าค่ายนาโพธิ์&nbsp;แต่ด้วยมีเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น&nbsp;คือมีฟ้าผ่าลงมาตรงกลางป้ายที่เขียนว่า&nbsp;ค่ายนาโพธิ์&nbsp;เป็นเหตุให้ป้ายแยกออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ซีก&nbsp;แม้ทำป้ายมาเปลี่ยนใหม่ก็เกิดเหตุซ้ำเช่นเดิมอีก&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;จึงทรงพระราชทานนามใหม่ว่า&nbsp;ค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;เหตุการณ์ประหลาดก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย&nbsp;</p><p><strong>ประกอบกับค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;</strong>ได้รับการจัดสรรงบประมาณของจังหวัดนครพนมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;จึงทำให้หลายจุดกลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวและออกกำลัง&nbsp;และเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่า&nbsp;เมื่อใดที่เราไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;หากมีไกด์หรือมัคคุเทศก์คอยนำทาง&nbsp;คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้น&nbsp;ๆ&nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น&nbsp;และยิ่งมัคคุเทศก์เป็นคนในพื้นที่&nbsp;ก็จะยิ่งให้รายระเอียดได้ครบถ้วน&nbsp;และมณฑลทหารบกที่&nbsp;210&nbsp;(มทบ.210)&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้&nbsp;จึงได้จัดการฝึกอบรมบุตรหลานของกำลังพล&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;210,&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;และเยาวชนรอบค่ายที่สนใจ&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เพื่อสร้างให้เป็นยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยวภายในค่าย&nbsp;ตามโครงการอบรมมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;มทบ.210&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างมัคุเทศก์ตัวน้อยเพื่อให้ความรู้นักท่องเที่ยวแล้ว&nbsp;ยังเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้บุตรหลานได้มีความกล้าแสดงออก&nbsp;ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ถิ่นฐานตัวเองทำให้เกิดความรักความหวงแหน&nbsp;ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์&nbsp;ทั้งยังจะทำให้ทุกคนมีรายได้จากการเป็นมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;ได้รู้คุณค่าของเงินที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง&nbsp;รู้จักการมัธยัสถ์&nbsp;และการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>โดยในการฝึกอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ</strong>&nbsp;เริ่มตั้งแต่บทบาทของยุวมัคคุเทศก์&nbsp;การเป็นยุวมัคคุเทศก์ท่องเที่ยวที่ดี&nbsp;วิธีการต้อนรับนักท่องเที่ยวและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;การเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และพระราชกรณียกิจในพระราชวงศ์จักรี&nbsp;ซึ่งในค่ายมีห้องจัดแสดงพระอัจฉริยะภาพ&nbsp;พระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ&nbsp;ของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์&nbsp;เรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและกีฬา&nbsp;ที่มีหอกระโดดสูง&nbsp;34&nbsp;ฟุต&nbsp;หน้าผาจำลอง&nbsp;&nbsp;สนามยิงปืน&nbsp;สนามยิงธนู&nbsp;สถานีทดสอบกำลังใจ&nbsp;สนามฟุตบอลหญ้าเทียมขนาดใหญ่&nbsp;กิจกรรมทางน้ำ&nbsp;เช่น&nbsp;การพายเรือแคนู&nbsp;การปั่นจักรยานชมทัศนียภาพความสวยงามรอบค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของเหล่าทหารพันธุ์ดี&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นเป็นการแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมฝึกการแนะนำตัว&nbsp;</strong>การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวบ้านฉัน&nbsp;และในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะเป็นการลงพื้นที่ฝึกกับสถานที่จริง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318012350101"],
    [347,"ผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจ เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&nbsp;</strong>ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล<strong>&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจ&nbsp;เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในกิจกรรมที่&nbsp;1&nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตและการตลาดโคเนื้อคุณภาพสูง&nbsp;หลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;และเลี้ยงแพะ&nbsp;จากอำเภอเมืองสตูล&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;และอำเภอท่าแพ&nbsp;เข้าร่วมฯ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เยี่ยมชมการผสมอาหารข้น&nbsp;ในรูปแบบผสมด้วยมือ&nbsp;และผสม&nbsp;ด้วยเครื่องจักรอีกด้วย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดสตูลได้กำหนดจัดโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยลดรายจ่ายให้พี่น้องชาวเกษตรกร&nbsp;และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ราคาอาหารสัตว์มีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;สามารถช่วยพี่น้องชาวเกษตรกร&nbsp;ให้ได้มีองค์ความรู้ในการเลี้ยงโคขุน&nbsp;-&nbsp;แพะขุน&nbsp;และได้เรียนรู้การผลิตอาหารสัตว์แบบอาหารข้นด้วยตัวเอง&nbsp;ซึ่งวัตถุดิบที่สามารถหาได้ในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;เช่น&nbsp;กากตะกอนน้ำมันปาล์มหรือกากสลัดจ์ปาล์ม&nbsp;กากเนื้อในปาล์ม&nbsp;รำละเอียด&nbsp;และส่วนผสมอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;(มันเส้น)&nbsp;กากถั่วเหลือง&nbsp;จะต้องนำเข้ามาจากต่างจังหวัด&nbsp;สำหรับอาหารข้นสูตรนี้ช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้ประมาณ&nbsp;7&nbsp;บาท&nbsp;ต่อกิโลกรัม&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้&nbsp;และเดินข้างหน้าพร้อมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317184931003"],
    [348,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดหน้าดินเริ่มก่อสร้างอาคารคลังสินค้าโลจิสติกส์ที่ทันสมัยจังหวัดระยอง","<p><strong>เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดหน้าดินก่อสร้างอาคารคลังสินค้าโลจิสติกส์&nbsp;ของบริษัท&nbsp;เอฟแอลเอส&nbsp;ซัพพลายเชน&nbsp;เซ็นเตอร์(ระยอง)&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มรัตนากรแอสเซท&nbsp;และกลุ่มบริษัท&nbsp;เอฟแอลเอส&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;29/15&nbsp;ถนนห้วยโป่ง-โรงไฟฟ้า&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;มีนายจักรรัตน์&nbsp;เรืองรัตนากร&nbsp;ประธานกรรมการบริหารเครือรัตนากรแอสเซท&nbsp;มิสเตอร์ทอร์บเยอร์น&nbsp;ลาริสซ์&nbsp;ซีอีโอ&nbsp;กลุ่มบริษัท&nbsp;เอฟแอลเอส&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;มิสเตอร์คาร์ล&nbsp;ไฮนซ์&nbsp;เฮคเฮาเซ่น&nbsp;อดีตประธานหอการค้าเยอรมัน-ไทย&nbsp;ร่วมทำพิธีเปิดหน้าดินเริ่มก่อสร้างคลังสินค้าฯ&nbsp;และมีนักธุรกิจชาวเยอรมันและไทย&nbsp;ร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอฟแอลเอส&nbsp;ซัพพลายเชน&nbsp;เซ็นเตอร์(ระยอง)&nbsp;จำกัด&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;</strong>เป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรชั้นนำระดับภูมิภาคและบริการจัดการคลังสินค้าและเคมีภัณฑ์&nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานและมีชื่อเสียงจากประเทศเยอรมัน&nbsp;ภายในโรงงานมีคลังเก็บสินค้าล้ำสมัยขนาด&nbsp;40,000&nbsp;ตร.ม.และมีลานตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;รองรับการบริการโลจิสติกส์ด้านเคมีภัณฑ์ด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีมีสถานีบริการแบ่งบรรจุและสถานีผสม&nbsp;</strong>สำหรับเคมีภัณฑ์ผงวัตถุดิบและของเหลวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับลูกค้าในห่วงโซ่อุปทานและให้บริการที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย&nbsp;และมีระบบการทำความสะอาดถังบรรจุเคมีภัณฑ์&nbsp;และพื้นที่จอดรถบรรทุกเคมีภัณฑ์&nbsp;เราต้องการสร้างประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานให้มากที่สุดเพิ่มวงรอบการขนส่งให้มากที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317201623048"],
    [349,"ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู ตรวจเข้มร้านจำหน่ายปุ๋ย-อาหารสัตว์ ขอความร่วมมือไม่กักตุนและขึ้นราคาสินค้า","<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>พร้อมด้วยที่ทำการปกครอง&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ร้านจำหน่ายปุ๋ย&nbsp;และอาหารสัตว์&nbsp;ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;เพื่อสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันปรากฎสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;พร้อมกับสั่งการให้นายอำเภอ&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;และให้จังหวัดรายงานผลการดำเนินการตามแบบรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบทุกวันศุกร์&nbsp;ทั้งนี้หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317191725023"],
    [350,"เกษตรตรัง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดตรัง","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>โดยนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตำบลบางหมาก&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรคลองลำภู&nbsp;&nbsp;ลุ่มแม่น้ำตรัง&nbsp;มีกิจกรรมเกี่ยวผลิตภัณฑ์จากต้นจาก&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำตาลจาก&nbsp;จานกาบหมาก&nbsp;จานใบจาก&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ตามบัญชีท้าย&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมรับผลกระทบสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ&nbsp;มีศักยภาพในการแข่งขันด้านการตลาดและเสริมสร้างการยอมรับของผู้บริโภคในระยะยาวอย่างยั่งยืน&nbsp;มีนายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ติดตามด้วย</p><p><strong>ในวันเดียวกันนี้นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;และเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลน้ำผุด&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าของวิสาหกิจชุมชนเครื่องแกงตำมือบ้านทุ่งนา&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณดังกล่าวด้วย&nbsp;จากการติดตามพบว่าวิสาหกิจชุมชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุนวัสดุเครื่องมืออุปกรณ์ในการดำเนินกิจกรรมมีการพัฒนาและเพิ่มกำลังการผลิต&nbsp;ได้นำเทคโนโลยีและความรู้ทางเทคนิคที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการผลิตสินค้า&nbsp;ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าและจำนวนของสินค้าได้มากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317204255057"],
    [351,"คลับเมดภูเก็ต กลับมาเปิดอีกครั้งหลังหยุดมา 3 ปี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่","<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวต่อผู้บริการคลับเมด&nbsp;และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ในโอกาสที่คลับเมดกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังหยุดมานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยมองว่า&nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เปิดแคมเปญท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;โครงการ&nbsp;Test&amp;&nbsp;Go&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีตำรวจท่องเที่ยวที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;และที่สำคัญคือภาคประชาชนและภาคเอกชนที่ช่วยให้ความร่วมมือในการเปิดประเทศได้เป็นอย่างดี&nbsp;แม้ว่าโรคระบาดโควิด-19&nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงัก&nbsp;แต่จะเห็นได้ว่าสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ&nbsp;ฟื้นตัวกลับมาสวยงามอีกครั้ง&nbsp;สำหรับวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความพร้อมและความมั่นใจของคนในจังหวัดภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น&nbsp;นับเป็นโอกาสอันดีที่คลับเมดได้เปิดตัวอีกครั้ง&nbsp;เชื่อว่าจะทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&nbsp;และยังส่งผลในทางอ้อมที่จะทำให้สายการบินไทยเริ่มมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&nbsp;มายังภูเก็ตทุกวัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คลับเมดมีสถานที่พักผ่อนที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงาม&nbsp;</strong>และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละพื้นที่มากกว่า&nbsp;80&nbsp;แห่งทั่วโลก&nbsp;ครอบคลุมกว่า&nbsp;40&nbsp;ประเทศ&nbsp;ในประเทศแถบยุโรป&nbsp;ส่วนในเอเชีย-แปซิฟิก&nbsp;รวมถึง&nbsp;คลับเมด&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;รีสอร์ทขนาดใหญ่&nbsp;ที่ตั้งอยู่ชายหาดกะตะ&nbsp;มีพื้นที่กว่า&nbsp;150&nbsp;ไร่&nbsp;และคลับเมด&nbsp;หนึ่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;คาดว่าการกลับมาเปิดให้บริการของคลับเมด&nbsp;ภูเก็ตครั้งนี้&nbsp;สามารถกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318035718120"],
    [352,"จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์ แลธรรมชาติเขาท่าเพชร ประจำปี ครั้งที่ 12 สืบสานประเพณีประจำถิ่น","<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;แลธรรมชาติเขาท่าเพชร&nbsp;ประจำปี&nbsp;&nbsp;ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;26-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;(เขาท่าเพชร)&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวนันทวัน&nbsp;ศิริโภคพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายธธงชัย&nbsp;ศาลอักษร&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ดร.ปรเมษฐ์&nbsp;จินา&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พระครูปริยัติคุณาวุธ&nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เจ้าอาวาสวัดกลางใหม่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปีนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีกำหนดการดำเนินพิธีดังต่อไปนี้&nbsp;</strong></p><p>วันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มพิธีการบวงสรวงศาลหลักเมือง&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;จากนั้นดำเนินการพิธีบวงสรวงพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;และสมโภชผ้าห่มพระธาตุ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานีเวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;และวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่จะร่วมขบวนแห่&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;แล้วเสร็จ&nbsp;เริ่มตั้งขบวนที่หน้าสถานีช่อง&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;(เดิม)&nbsp;และเริ่มแห่ไปจนถึงพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;ภายในงานมีการแสดงบูชาพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;พิธีทางพราหมณ์และทางพุทธ&nbsp;และพิธีห่มผ้าพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;ถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีกรรม&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้คงอยู่สืบไป&nbsp;ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ในการจัดงาน</p><p><strong>สำหรับพระธาตุศรีสุราษฎร์</strong>&nbsp;หรือพระธาตุเขาท่าเพชร&nbsp;ตั้งอยู่บนเนินเขาท่าเพชร&nbsp;สร้างเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2500&nbsp;ตามแบบศิลปะศรีวิชัยผสมศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น&nbsp;ลักษณะพระธาตุเป็นรูปทรงสูงตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม&nbsp;นับเป็นปูชนียสถานองค์แรกของจังหวัด&nbsp;ต่อมาเกิดการทรุดโทรม&nbsp;จึงมีการบูรณะเป็นลักษณะรูปทรงสูงเรียวคล้ายลำเทียนหรือเสาอโศกประดับด้วยลวดลายปูนปั้นนับเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ&nbsp;ต่อมาวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2502&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีนาถ&nbsp;ในรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ได้เสด็จนมัสการพระธาตุแห่งนี้&nbsp;และต่อมาในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2527&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จแทนพระองค์ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ&nbsp;และพระธาตุสาวก&nbsp;พร้อมทรงปลูกต้นพะยอมเพื่อเป็นที่ระลึก</p><p><strong>โดยพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;ถือเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์&nbsp;</strong>ที่มีความเป็นสิริมงคลและทรงคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับชาวสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในวันที่&nbsp;26-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ได้มีการกำหนดจัดประเพณี&nbsp;แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;แลธรรมชาติเขาท่าเพชร&nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภัคดีและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;อีกทั้งเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์&nbsp;และการแสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา&nbsp;เปรียบได้กับการถวายผ้าไตรแก่พระพุทธเจ้า&nbsp;ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์</p><p><strong>ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี&nbsp;และนักท่องเที่ยว</strong>&nbsp;มาร่วมงานบุญแห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งยังสามรถเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters@amazingTHAILAND&nbsp;ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เช่นกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#มาเที่ยวเถอะนะ....อยากเจอ&nbsp;#สุราษฎร์ธานี&nbsp;เมืองนี้ต้องมา</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318040532121"],
    [353,"จังหวัดตาก จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP","<p><strong>วันนี้&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางวรรณฤดี&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก&nbsp;เปิดการจัดกิจกรรมและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาด&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณเวทีกลางกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;(ลานจอดรถหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;ส่งผลให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ&nbsp;จังหวัดตากจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ&nbsp;จึงได้จัดตั้งงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของจังหวัด&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาด&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้นและมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าตลอดจนการประชาสัมพันธ์&nbsp;เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักจังหวัดตากมากยิ่งขึ้น&nbsp;เป็นการต่อยอดให้กับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้มั่นคงและยั่งยืน&nbsp;สามารถดำเนินชีวิตได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;(COVID&nbsp;-19)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สวท.ตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318021728108"],
    [354,"จ.ตาก เปิดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าวิสาหกิจชุมชน และสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP/สินค้าวิสาหกิจชุมชน/สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;งบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประจวบ&nbsp;เจนนัดที่&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดตาก&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมงาน</p><p><strong>ด้วยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตาก</strong>&nbsp;ได้จัดโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;0TOP&nbsp;และสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&nbsp;โดยกำหนดดำเนินการ&nbsp;2&nbsp;ครั้งๆ&nbsp;ละ&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองตาก&nbsp;โดยภายในงาน&nbsp;มีผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ในจังหวัดตาก&nbsp;และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;นำสินค้ามาจัดแสดงและจัดจำหน่ายกว่า&nbsp;100&nbsp;บูธ&nbsp;อาทิ&nbsp;อาหาร&nbsp;ของใช้&nbsp;ของฝาก&nbsp;ของที่ระลึก&nbsp;เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;สมุนไพร&nbsp;รวมถึงเครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดว่ากิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จะเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก</strong>&nbsp;รวมถึงเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;อีกทั้งเป็นการต่อยอดให้กับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ได้สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้มั่นคงและยั่งยืน&nbsp;&nbsp;สามารถดำเนินชีวิตได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318021437107"],
    [355,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 1/2565  เพื่อรับทราบแนวทางปฏิบัติหลักเกณฑ์สนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายอนุวรรตน์&nbsp;โหมดพริ้ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ให้เป็นประธานประชุมคณะทำงานบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อรับทราบแนวทางปฏิบัติหลักเกณฑ์สนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมปลายพระยา&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;การประชุมในวันนี้&nbsp;เพื่อรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;และกรอบวงเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(ส.กทอ.)&nbsp;&nbsp;สนับสนุน&nbsp;กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจัดสรรให้จังหวัดละ&nbsp;25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทนหรือการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ดังนี้&nbsp;สถานี่พลังงานชุมชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;แบบเคลื่อนที่&nbsp;แบบรถเข็น&nbsp;ขนาดไม่น้อยกว่า&nbsp;&nbsp;340&nbsp;วัตต์&nbsp;กองทุนสนับสนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;22,000&nbsp;บาท/คัน&nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;แบบลากจูง&nbsp;ขนาดไม่น้อยกว่า&nbsp;3,060&nbsp;วัตต์&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;220,000&nbsp;บาท/คัน&nbsp;เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูง&nbsp;ชุดครอบหัวเตาแก๊สประสิทธิภาพสูง&nbsp;ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสีย&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสดงอาทิตย์สำหรับห้องเย็น&nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับบ่อบาดาล&nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับแหล่งกักเก็บน้ำผิวดิน&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง&nbsp;ไม่มีไฟฟ้ามี&nbsp;2&nbsp;ระบบ&nbsp;คือ&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อชุมชนพึ่งพาตนเอง&nbsp;(Mini&nbsp;/&nbsp;Micro&nbsp;Grid)&nbsp;และระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อบ้านพักอาศัย&nbsp;(Solar&nbsp;home&nbsp;)&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งสถานีพลังงานชุมชน&nbsp;ที่เป็นการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานภายใต้แนวคิด&nbsp;ต้นน้ำ-&nbsp;กลางน้ำ-ปลายน้ำ&nbsp;โดยสามารถขอรับการสนับสนุนเทคโนโลยีเดี่ยว&nbsp;หรือหลายเทคโนโลยีที่ประกอบกัน&nbsp;โดยมีรูปแบบของการร่วมจ่าย&nbsp;(Co&nbsp;-Pay)&nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์&nbsp;ส่งผลให้สมาชิกเครือข่ายกลุ่มมีรายได้ต่อเดือนหรือต่อปีเพิ่มมากขึ้น&nbsp;มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีได้ตลอดอายุการใช้งาน&nbsp;ดูแลบำรุงรักษา&nbsp;จัดหาทดแทนได้&nbsp;ตลอดจนสามารถเป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;มีองค์ความรู้&nbsp;มีวิทยากร&nbsp;สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลได้&nbsp;ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่สนใจ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมและส่งโครงการ&nbsp;จากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เทศบาล&nbsp;ตำบล&nbsp;หรือหน่วยงานองค์กรที่ดูแล&nbsp;และมีการชี้แจงแนวทางการพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ตามหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการในการยื่นข้อเสนอและพิจารณาโครงการตามกรอบยุทธศาสตร์</p><p><strong>ทั้งนี้ทางกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการจะต้องดำเนินการ&nbsp;ตามแนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้น</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ต้องจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรหรือเป็นกลุ่มที่มีหน่วยงานราชการรับรองมี&nbsp;มีหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินมีบัญชีรายรับรายจ่ายย้อนหลังอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับขั้นตอนกระบวนการ&nbsp;การยื่นโครงข้อเสนอโครงการ&nbsp;ของ&nbsp;อปท.&nbsp;ส่วนราชการภูมิภาค&nbsp;ส่วนราชการส่วนกลางที่มีที่ตั้งในจังหวัด&nbsp;ส.กอท.ประกาศรับสมัคร&nbsp;และ&nbsp;ชี้แจงแนวทางการขอรับสนับสนุนเงินกองทุนดังกล่าว&nbsp;จัดประชุมคณะทำงาน&nbsp;คณะทำงานกลั่นกรองโครงการ&nbsp;หากผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุน&nbsp;ส.กอท.ประกาศและแจ้งผล&nbsp;โดยผ่านคณะทำงานดังกล่าว&nbsp;ฯ&nbsp;กลั่นกรอง&nbsp;หลังจากนั้นสำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;ฝ่ายเลขาฯ&nbsp;จะได้สรุปรายละเอียดนำเสนอในการประชุมคณะกรรมการ&nbsp;กบจ.&nbsp;เห็นชอบและให้ข้อเสนอแนะและรายงานผลการพิจารณาต่อผู้เสนอโครงการ&nbsp;พร้อม&nbsp;แจ้งไปยังกองทุน&nbsp;เพื่อให้การยื่นโครงการเข้าในระบบเพื่อพิจารณาอนุมัติเพื่อดำเนินตามลำดับ&nbsp;เพื่อให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด&nbsp;แผนด้านพลังงานระดับประเทศ&nbsp;โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318032848111"],
    [356,"พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมี และเคมีภัณฑ์ ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชของผู้จำหน่ายในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;นามวงษา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ทำการปกครองจังหวัด&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;และเคมีภัณฑ์&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชของผู้จำหน่ายในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ปริมาณปุ๋ยและปริมาณเคมีภัณฑ์&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ราคาสินค้าบางรายการปรับสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ไม่พบว่ามีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด</p><p><strong>สถานการณ์ภาวะการค้าในช่วงนี้เป็นฤดูร้อนเกษตรกร</strong>ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ในปริมาณมาก&nbsp;และคาดว่าจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป&nbsp;ทั้งนี้ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเป็นการรักษาความเป็นธรรมทางการค้าแก่ทุกฝ่าย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318003014087"],
    [357,"ภาครัฐ สำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายในจังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>ด้วยปัจจุบันปรากฏสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลน</strong>&nbsp;อีกทั้งยังมีราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหา&nbsp;และควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;หากพบผู้กระทำผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยเคร่งครัด</p><p><strong>การดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว</strong>&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดย&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมายให้นายอำเภอ&nbsp;ประสานกับตำรวจ&nbsp;หน่วยงานกระทรวงเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;ของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;และปุ๋ยในจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยคณะทำงานฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขาย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งคณะทำงานฯ&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์ประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;46&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;และได้มอบสำเนาประกาศไว้ให้ผู้ประกอบการแล้ว&nbsp;ทั้งนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่นการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318000219080"],
    [358,"จังหวัดตรัง ตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;บูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ว่าจ้าง&nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย</strong>&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ที่ร้านนำฮง&nbsp;,&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ที่ร้านเม้งเกษตรเคมีภัณฑ์&nbsp;และร้านทวีโชคการเกษตร&nbsp;&nbsp;,&nbsp;อ.หาดสำราญ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรหาดสำราญ&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;พบว่า&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;6,072&nbsp;กระสอบ&nbsp;&nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;288&nbsp;ลิตร&nbsp;&nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&nbsp;ออกสินค้า&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย&nbsp;&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&nbsp;&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างช้า&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดห้ามมิให้กักตุนสินค้า&nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318094634146"],
    [359,"จังหวัดตรัง  ตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>บูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ว่าจ้าง&nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;</strong>คือ&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ที่ร้านนำฮง,&nbsp;&nbsp;&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ที่ร้านเม้งเกษตรเคมีภัณฑ์&nbsp;และร้านทวีโชคการเกษตร,&nbsp;อ.หาดสำราญ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คือสหกรณ์การเกษตรหาดสำราญ&nbsp;จำกัด&nbsp;พบว่า&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;6,072&nbsp;กระสอบ&nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;288&nbsp;ลิตร&nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&nbsp;ออกสินค้า&nbsp;อย่างสม่ำเสมอไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างช้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดห้ามมิให้กักตุนสินค้า&nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318094010142"],
    [360,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่อำเภอเมืองตรังและอำเภอวังวิเศษ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;และสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองตรังและอำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;พบว่า&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การค้า&nbsp;จังหวัดตรังมีสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและหน้ากากทางการแพทย์วางจำหน่ายทุกร้าน&nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;และถุงมือ&nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ราคาจำหน่ายสินค้าที่สำคัญ&nbsp;และจำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน</strong>&nbsp;และหากพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&nbsp;ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318113610203"],
    [361,"สมาชิกวุฒิสภา ติดตามสภาพปัญหาผลกระทบด้านการท่องเที่ยว และด้านอื่น ๆ ในพื้นที่อำเภอสิชล จากสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช","<p><strong>นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;กล่าวต้อนรับสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;และคณะ&nbsp;เนื่องในโอกาสการลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&nbsp;ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอสิชล&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นำโดยนายสมชาย&nbsp;เสียงหลาย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;รองประธานกรรมการโครงการฯ&nbsp;(หัวหน้าคณะเดินทาง)</p><p><strong>นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;นครศรีธรรมราชมีการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อย่างรอบคอบครอบคลุมในทุกมิติทั้งด้านสาธารณสุข&nbsp;ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม&nbsp;ภายใต้การประเมินสถานการณ์ในทุกระดับ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ต้องมีความพร้อมเช่นกัน&nbsp;มีการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวง&nbsp;สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;มีความพร้อมในการให้บริการทั้งในส่วนของสถานที่และพนักงาน&nbsp;ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้มุ่งเน้นการสร้างทักษะและทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับ&nbsp;โรคโควิด-19&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าใจ&nbsp;มีการใช้ชีวิตในวิถีใหม่&nbsp;(new&nbsp;normal)</p><p><strong>นายสมชาย&nbsp;เสียงหลาย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อำเภอสิชลเป็นเมืองหลักในการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจไม่แพ้อำเภอขนอม&nbsp;จึงให้ความสำคัญในการแก้ไข้ปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;โควิด-19&nbsp;ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;ธุรกิจบริการ&nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;และภาคการประมง&nbsp;รวมทั้งได้เตรียมแผนงานที่จะแก้ไขปัญหาให้กับชาวสวนผลไม้ในพื้นที่อำเภอสิชล&nbsp;โดยการหาช่องทางการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และเน้นย้ำว่าหากมีปัญหาหรือความเดือดร้อนในพื้นที่&nbsp;จะต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน</p><p><strong>นายไพรัตน์&nbsp;ทับชุม&nbsp;นายอำเภอสิชล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อำเภอสิชลมีความสมบูรณ์ในการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้ง&nbsp;เขา&nbsp;ป่า&nbsp;นา&nbsp;เล&nbsp;แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีจำนวนลดลง&nbsp;จึงได้ดำเนินการวางแผนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งด้านสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;การคมนาคมทางรถ&nbsp;ทางเรือ&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;ให้ได้รับมาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;โดยก่อนหน้านี้ได้มีการบริหารจัดการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นจำนวนมาก&nbsp;และเพิ่มเส้นทางการเดินทางโดยเรือจากอำเภอสิชลไปยังอำเภอเกาะสมุย&nbsp;และจากสถานการณ์อาหารสัตว์มีราคาแพง&nbsp;ได้ลงสำรวจในพื้นที่ว่ามีการกักตุนสินค้าหรือไม่&nbsp;ฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือไม่&nbsp;เพราะต้องการให้เป็นไปตามกลไกของตลาด</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสิชลนั้น&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นการติดเชื้อในครัวเรือน&nbsp;ขณะนี้ใช้การตรวจคัดกรองทั้งวิธี&nbsp;ATK&nbsp;และ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผู้ป่วยสีเขียวจะเข้าสู่การรักษา&nbsp;\"เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ\"&nbsp;รักษาด้วยยาฟ้าทะลายโจรและยารักษาตามอาการ&nbsp;ส่วนกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และกลุ่มเด็กจะตรวจคัดกรองโดยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;ซึ่งตอนนี้ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับผู้ป่วย&nbsp;ทั้งในโรงพยาบาล&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;600&nbsp;เตียง&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;เตียง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;CI&nbsp;นั้น&nbsp;&nbsp;ตั้งอยู่ที่กองร้อยฝึกรบพิเศษที่&nbsp;4&nbsp;ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล&nbsp;และได้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ด้วยการรักษาแบบ&nbsp;HI</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการเปิดให้ผู้ประกอบการโรงแรมลงทะเบียนผ่าน</strong>&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;plus&nbsp;ส่วนร้านอาหารและสถานประกอบการจะประเมินผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;หากนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยจะมีการประสานงาน&nbsp;ผ่าน&nbsp;1669&nbsp;และจะปิดสถานประกอบการนั้นเป็นระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อทำความสะอาดก่อนที่จะเปิดให้บริการอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>ประสิทธิภาพช่องทางการเผยแพร่เว็บไซต์ข่าวจริงประเทศไทย&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318120624220"],
    [362,"จังหวัดอุตรดิตถ์จัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน ","<p><strong>จังหวัดอุตรดิตถ์จัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;</strong>มอบประกาศนีบัตรแก่กลุ่มสมาชิกที่มีผลงานเด่นในรอบปี&nbsp;ที่ศาลาประชาคมจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</p><p><strong>นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;เนื่องในโอกาสการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนกำหนดให้วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นสัปดาห์รณรงค์การประหยัดและการออมของประชาชน&nbsp;โดยในปัจจุบันจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;291&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สมาชิก&nbsp;37,079&nbsp;คน&nbsp;มีเงินสัจจะสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;345,550,360&nbsp;บาท&nbsp;\"การส่งเสริมการออมของประชาชน\"&nbsp;ในระดับจังหวัดและอำเภอ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการออมภาคประชาชน&nbsp;เป็นการสร้างหลักประกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือน&nbsp;โดยมีเป้าหมายให้ครัวเรือนมีการออมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของเงินออมเดิมที่มีอยู่&nbsp;ครัวเรือนมีการออม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;และครัวเรือนยากจนเป้าหมายของระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;ที่ประสบปัญหามิติด้านรายได้มีการออมเงินอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของจำนวนครัวเรือน&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;การจัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนครั้งนี้&nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมการแสดงพลังกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,&nbsp;การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,เวทีเสวนา&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการออม&nbsp;การมอบใบประกาศเกียรติบัตรกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น,&nbsp;กิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP,&nbsp;นิทรรศการผ้าไทย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318121106223"],
    [363,"ศอ.บต. จับมือ \"รวมพัฒน์\" ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล 4 แสนล้านบาท กระจายทั่วถึง เพิ่มรายได้ 3.5 ล้านคน","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมคิงส์ตัน&nbsp;ชั้น&nbsp;5</strong>&nbsp;โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้มีการประชุมพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน&nbsp;และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;\"สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน\"&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการนำเอาสินทรัพย์พร้อมใช้งานที่มีอยู่ในจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;จนสามารถสร้างเศรษฐกิจได้มูลค่าเกือบ&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;ในอดีตที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>แต่เนื่องจากทั้งวิกฤตการณ์โรคระบาดที่ทำให้ปริมาณ</strong>เงินที่เคยเข้ามาจากต่างชาติลดลงจากระบบเศรษฐกิจชายแดนใต้&nbsp;ตลอดจนวิกฤติหนี้ที่เพิ่มสูงอย่างมากในระบบเศรษฐกิจโลกจนก่อให้เกิดการฝืดเคืองของเงินในระบบ&nbsp;อันทำให้เป็นสาเหตุของสภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้&nbsp;ทั้งนี้ทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และ&nbsp;มูลนิธิรวมพัฒน์&nbsp;จึงได้มีแนวคิดที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและสร้างสภาพคล่องให้เกิดการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนในระบบด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจที่มีอยู่เกือบ&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้เกิดการเพิ่มและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงผู้คนในท้องถิ่นกว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคน</p><p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารราชการของทุกส่วนราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์และความสุขต่อประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ทรัพยากรมนุษย์และการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;โดยตรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้ในวันนี้&nbsp;จะเป็นการวางรากฐานการทำงานที่สำคัญของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะการนำศักยภาพของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เข้ามามีบทบาทต่อการบริหารพื้นที่ในทุกมิติ&nbsp;เป็นการ&nbsp;เปิดพื้นที่&nbsp;เปิดโอกาสครั้งสำคัญที่สุดและจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;ตนจะได้รายงานการทำงานไปยัง&nbsp;กพต.&nbsp;ต่อไปด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายรักษ์พงษ์&nbsp;เซ่งเจริญ&nbsp;ประธานมูลนิธิรวมพัฒน์</strong>&nbsp;และ&nbsp;อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;จังหวัดชายแดนใต้&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจพร้อมทั้งสินทรัพย์พร้อมใช้งาน&nbsp;หรืออาจเรียกว่าเป็น&nbsp;Utility&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;ที่มีมูลค่ามากกว่า&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อีกทั้งยังประกอบไปด้วยประชาชนซึ่งนับเป็นสมาชิกในระบบ&nbsp;อันเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตในตัวเองอยู่แล้ว&nbsp;กว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;แต่ที่ผ่านมาต้องพึ่งพาการพัฒนาเศรษฐกิจจากภายนอก&nbsp;จนทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนภายในขาดความเข้มแข็ง&nbsp;</p><p><strong>ในวันนี้ตนจึงอยากให้&nbsp;ผู้คนกว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคนนี้</strong>&nbsp;ลุกขึ้นมาจับกลุ่มเชื่อมโยงกันโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเครื่องมือ&nbsp;ในการสร้างเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท&nbsp;Utility&nbsp;Token&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นจากภายในชาวจังหวัดชายแดนใต้ด้วยกันเอง&nbsp;โดยตนเองพร้อมร่วมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เพื่อสนับสนุนดำเนินการศึกษาเพื่อสร้าง&nbsp;Tokenomic&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม&nbsp;และถูกต้องตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องของประเทศต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318134742276"],
    [364,"สายการบินนกแอร์  จัดเที่ยวบินพิเศษ Amazing  เบตง",null,null,null,null,null,null],
    [365,"ยิ่งกว่าโอเค   กระตุ้น ท่องเที่ยวชายแดนภาคใต้  ย้ำ บินแน่เบตง-ดอนเมือง-เบตง","<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;จัดเที่ยวบินพิเศษ&nbsp;ดอนเมือง-เบตง&nbsp;ด้วยเที่ยวบิน&nbsp;DD5180&nbsp;ลงจอดยังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในเวลา&nbsp;10.15&nbsp;น.&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเบตง&nbsp;โดยมีสื่อมวลชนจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;,&nbsp;Youtuber&nbsp;,&nbsp;social&nbsp;media&nbsp;,&nbsp;&nbsp;influencer&nbsp;และบริษัททัวร์จากกรุงเทพมหานครร่วมบินในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายเอกยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วยนายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น&nbsp;</p><p><strong>คุณธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์&nbsp;&nbsp;</strong>บ.สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;เผยว่า&nbsp;จากกรณีที่ผู้ประกอบการจากหลายๆค่ายถามว่าเมื่อไหร่นกแอร์จะเปิดทำการบิน&nbsp;ลงตารางบินสักทีจะได้ซื้อตั๋ว&nbsp;ขอชี้แจงว่าขณะนั้นสนามบินยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เปิดเครื่องบินพาณิชย์&nbsp;เมื่อได้รับอนุญาตบินจะเริ่มขายตั๋วทันที&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านั้นได้เปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารแล้ว&nbsp;แต่ไม่ได้ตามเป้าที่ว่างไว้ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด19&nbsp;อีกส่วนมองว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก&nbsp;อ.เบตงเท่าที่ควร&nbsp;วันนี้จึงมีการจัดเที่ยวบินพิเศษขึ้น&nbsp;โดยเชิญสื่อต่างๆ&nbsp;มาดูในเรื่องของความพร้อมของสนามบิน&nbsp;มาดูบรรยากาศตัวเมืองเบตง&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีเดือนเมษายนนี้&nbsp;จะได้บินหรือไม่นั้น&nbsp;ต้องดูว่า</strong>ผลตอบรับหลังจากนี้เป็นอย่างไร&nbsp;ส่วนในเรื่องต้องการการันตี&nbsp;75%&nbsp;จากรัฐบาลนั้น&nbsp;นกแอร์แค่อยากได้ความอุ่นใจในช่วงแรกๆช่วยเหลือไม่ให้เราขาดทุนเท่านั้นเอง</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ทางคณะฯได้&nbsp;เดินทางต่อเที่ยวชมแลนด์มาร์คของเมืองเบตง</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;หอนาฬิกาเมืองเบตง&nbsp;ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์&nbsp;ซึ่งเป็นอุโมงค์รถยนต์ตลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย&nbsp;กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;ณ&nbsp;วัดพุทธาธิวาสหรือชื่อเดิมวัดเบตง&nbsp;ชมอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;และทานอาหารร้านหวายร้อยลี้&nbsp;จากนั้นคณะเที่ยวบินพิเศษเดินทางกลับสู่ท่าอากาศดอนเมือง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318135156280"],
    [366,"รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เห็นชอบมาตรการสำคัญด้านเศรษฐกิจ 19 ประเด็น ","<p><strong>นายสรรเสริญ&nbsp;สมะลาภา&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;28&nbsp;และการประชุมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งการประชุมครั้งนี้&nbsp;ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการสำคัญด้านเศรษฐกิจ</strong>ที่กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนต้องการผลักดันให้บรรลุผลสำเร็จในปีนี้&nbsp;รวม&nbsp;19&nbsp;ประเด็น&nbsp;ภายใต้&nbsp;4&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน&nbsp;ได้เน้นเรื่องการเจรจาอัพเกรดความตกลงการค้าเสรีอาเซียนกับออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&nbsp;การเร่งรัดให้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;มีผลใช้บังคับกับทุกประเทศโดยเร็ว&nbsp;และร่วมกันประกาศเริ่มเจรจาอัพเกรดความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน&nbsp;เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันมากขึ้น&nbsp;ตั้งเป้าให้สามารถสรุปผลการเจรจาภายในปี&nbsp;2567&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้เห็นชอบในหลักการขยายอายุบันทึกความเข้าใจ</strong>&nbsp;(MOU)&nbsp;ที่อาเซียนจะไม่จำกัดการส่งออกสินค้าจำเป็นในช่วงโควิด-19&nbsp;ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2567&nbsp;และเร่งรัดประเทศสมาชิกให้ความเห็นต่อการขยายบัญชีรายการสินค้าจำเป็น&nbsp;ซึ่งไทยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินผลกระทบของ&nbsp;MOU&nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาขยายบัญชีรายการสินค้าให้จำกัดเพียงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&nbsp;และห่วงโซ่การผลิตเท่านั้น&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศนอกอาเซียน&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดอาเซียนกับอินเดีย&nbsp;</strong>สามารถสรุปขอบเขตของการทบทวนความตกลงการค้าสินค้า&nbsp;พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่อาเซียน&nbsp;ให้ทำงานร่วมกับอินเดีย&nbsp;เพื่อกำหนดเวลาประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-อินเดียรอบพิเศษต่อไป</p><p><strong>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ที่ประชุมได้หารือถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ที่มีต่ออาเซียน&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนช้าลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถเจรจาหาข้อตกลงกันได้โดยเร็ว&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกและอาเซียนในระยะยาว&nbsp;ซึ่งไทยได้เสนอให้อาเซียนดำเนินการร่วมกันทั้งเรื่องการเปิดตลาดสินค้า&nbsp;การอำนวยความสะดวกทางการค้า&nbsp;และความร่วมมือทางด้านพลังงาน&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในภูมิภาค</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318202306543"],
    [367,"คัดสินค้าชุมชนคุณภาพดีทั่วประเทศ กว่า 4,000 รายการ จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ","<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;Shopee&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;ภายใต้แคมเปญ&nbsp;\"สุขใจซื้อของไทย\"&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;Shopee&nbsp;และเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.shopee.co.th/dbdonline\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.shopee.co.th/dbdonline</a>&nbsp;โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าชุมชนคุณภาพดี&nbsp;จากแหล่งผลิตชื่อดัง&nbsp;สินค้าเด่นทั่วประเทศกว่า&nbsp;4,000&nbsp;รายการ&nbsp;ทั้งของกิน&nbsp;ของใช้&nbsp;ของตกแต่งบ้านและสมุนไพร&nbsp;อาทิ&nbsp;หมวดสินค้าชุมชนไทยที่มีอัตลักษณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะพร้าวแก้ว&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ผัดหมี่โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และน้ำพริกกุ้งเสียบ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยแคมเปญดังกล่าว&nbsp;</strong>จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ&nbsp;ส่งเสริมให้มีศักยภาพและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้&nbsp;ผ่านช่องทางตลาดออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน&nbsp;คาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนให้ผู้ประกอบการชุมชนไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผู้สนใจสามารถอุดหนุนสินค้าชุมชนผ่านแคมเปญ&nbsp;สุขใจซื้อของไทย&nbsp;ทาง&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;Shopee&nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318201921542"],
    [368,"นกแอร์จัดไฟล์พิเศษ ดึงสื่อมวลชน Youtuber, Influencer และบริษัททัวร์ เดินทางด้วยเที่ยวบิน โปรโมทเส้นทางการบินและสถานที่ท่องเที่ยวอำเภอเบตง พร้อมกำหนดตารางการบินอย่างเป็นทางการในอนาคต","<p><strong>นายธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)</strong>&nbsp;นำคณะสื่อมวลชน&nbsp;Youtuber,&nbsp;Social&nbsp;Media,&nbsp;Influencer&nbsp;และบริษัททัวร์&nbsp;เดินทางด้วยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินพิเศษ&nbsp;DD&nbsp;5180&nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.35&nbsp;น.&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&nbsp;ดอนเมือง-เบตง&nbsp;รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านการเดินทางโดยสายการบิน&nbsp;พร้อมนำคณะสื่อ&nbsp;ลงพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ชมบรรยากาศในเมืองเบตง&nbsp;ลิ้มรดชาดอาหาร&nbsp;และชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่</p><p><strong>นายธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การเดินทางลงพื้นที่ด้วยสายการบินนกแอร์ในครั้งนี้&nbsp;โดยนำสื่อมวลชน&nbsp;ลงมาเพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;&nbsp;เบตง&nbsp;และแหล่งเที่ยวในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ใช้เวลาในการเดินทาง&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมงเศษ&nbsp;ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างระยะทาง&nbsp;เวลา&nbsp;และราคาของตั๋วโดยสาร&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;4,000&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมาอำเภอเบตง&nbsp;ลดภาวะเสี่ยงโควิด-19&nbsp;ในระหว่างการเดินทาง&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ทาง&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และคณะสื่อที่เดินทางมาในครั้งนี้&nbsp;จะร่วมกันหารือ&nbsp;และวางแผน&nbsp;ด้านการประชาสัมพันธ์&nbsp;เพื่อกำหนดตารางการบินในอนาคตต่อไป</p><p><strong>สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&nbsp;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;</strong>ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ส้มโชกุน&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลองกอง&nbsp;ไก่เบตง&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;ปลากือเลาะ&nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงปิยมิตร&nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;อัยเยอร์เวง&nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมาสัมผัสให้ได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318142957315"],
    [369,"รมว.คมนาคม วางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา หรือ สะพานมโนราห์ เชื่อมพัทลุง-สงขลา พร้อมยืนยัน เสร็จในปี 2569","<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา&nbsp;แห่งที่&nbsp;3&nbsp;โดยมีนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;อุสาหะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม&nbsp;ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในพิธี&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแหลมจองถนน&nbsp;ตำบลจองถนน&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการก่อสร้างสะพาน</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ระบุว่า&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;พยายามพัฒนา&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;โครงสร้างพื้นฐานให้กับประชาชน&nbsp;เพื่อให้การเดินทางของประชาชน&nbsp;&nbsp;สะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และปลอดภัย&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลที่นำโดย&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมระบุว่า&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา&nbsp;แห่งนี้&nbsp;จะเป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ&nbsp;โดยจะทำให้ประชาชนใช้เส้นทางเชื่อมระหว่าง&nbsp;2&nbsp;จังหวัดได้สะดวกขึ้น&nbsp;เป็นการเปิดประตูระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา&nbsp;ในด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาในอีกหลายๆด้านตามมา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;</strong>หลังจากมีพิธีวางศิลาฤกษ์แล้ว&nbsp;จะเป็นหลักประกันว่า&nbsp;จะมีการก่อสร้างสะพานแห่งนี้อย่างแน่นอน&nbsp;และจะแล้วเสร็จ&nbsp;ภายในปี&nbsp;2569&nbsp;&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยในปี&nbsp;2566&nbsp;ได้จัดทำคำของบประมาณ&nbsp;ภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น&nbsp;4,841&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;โดยจะใช้เงินกู้ที่ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;และ&nbsp;เงินงบสมทบจากงบประมาณประจำปี&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30</p><p><strong>สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;หรือ</strong>&nbsp;สะพานมโนราห์&nbsp;มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกจากถนนทางหลวงชนบท&nbsp;พท.4004&nbsp;กม.ที่&nbsp;3+300&nbsp;บ้านแหลมจองถนน&nbsp;&nbsp;ต.จองถนน&nbsp;อ.เขาชัยสน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;วางแนวข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และมีจุดสิ้นสุดที่ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;บริเวณ&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;บ้านแหลมยาง&nbsp;&nbsp;ต.เกาะใหญ่&nbsp;อ.กระแสสินธุ์&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยสะพานมีขนาด&nbsp;2&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;รูปแบบสะพาน&nbsp;จะเป็นสะพานคานซึง&nbsp;และ&nbsp;สะพานคานคอนกรีตรูปกล่องความคงที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;บริเวณราวสะพานได้ออกแบบให้มีความสวยงาม</strong>&nbsp;โดยนำรูปแบบทางจิตรกรรมท่ารำของมโนราห์มาประยุกต์&nbsp;เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์&nbsp;และ&nbsp;อัตลักษณ์&nbsp;ของประชาชนในลุ่มทะเลสาบสงขลา&nbsp;รวมทั้งลักษณะโครงสร้างของสะพานที่แตกต่างจากสะพานอื่นและสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม&nbsp;ทำให้สะพานแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญ&nbsp;แห่งใหม่อีกแห่งหนึ่งในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สวท.พัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318143920324"],
    [370,"นกแอร์จัดไฟล์พิเศษ ดึงสื่อมวลชน และบริษัททัวร์ โปรโมทการท่องเที่ยวเบตง พร้อมหารือ กำหนดตารางการบินในอนาคต","<p><strong>นายธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;นำคณะสื่อมวลชน&nbsp;Youtuber,&nbsp;Social&nbsp;Media,&nbsp;Influencer&nbsp;และบริษัททัวร์&nbsp;เดินทางด้วยสายการบินนกแอร์&nbsp;เที่ยวบินพิเศษ&nbsp;DD&nbsp;5180&nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.35&nbsp;น.&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&nbsp;&nbsp;ดอนเมือง-เบตง&nbsp;รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านการเดินทางโดยสายการบิน&nbsp;พร้อมนำคณะสื่อ&nbsp;ลงพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ชมบรรยากาศในเมืองเบตง&nbsp;ลิ้มรสชาติอาหาร&nbsp;และชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่</p><p><strong>นายธีรพล&nbsp;โชติชนาภิบาล&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&nbsp;</strong>บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การเดินทางลงพื้นที่ด้วยสายการบินนกแอร์ในครั้งนี้&nbsp;โดยนำสื่อมวลชน&nbsp;ลงมาเพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;&nbsp;เบตง&nbsp;และแหล่งเที่ยวในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ใช้เวลาในการเดินทาง&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมงเศษ&nbsp;ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างระยะทาง&nbsp;เวลา&nbsp;และราคาของตั๋วโดยสาร&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;4,000&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมาอำเภอเบตง&nbsp;ลดภาวะเสี่ยงโควิด-19&nbsp;ในระหว่างการเดินทาง&nbsp;ซึ่งหลังนี้ทาง&nbsp;บริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และคณะสื่อที่เดินทางมาในครั้งนี้&nbsp;จะร่วมกันหารือ&nbsp;และวางแผน&nbsp;ด้านการประชาสัมพันธ์&nbsp;เพื่อกำหนดตารางการบินในอนาคตต่อไป</p><p><strong>สำหรับอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;ส้มโชกุน&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลองกอง&nbsp;ไก่เบตง&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;ปลากือเลาะ&nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว&nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;อุโมงปิยมิตร&nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;อัยเยอร์เวง&nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมาสัมผัสให้ได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318144036326"],
    [371,"คณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช","<p><strong>นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;และในฐานะประธานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา&nbsp;(กจร.)&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายบำรุง&nbsp;สังข์ขาว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;นำคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;ปลัดจังหวัดพะเยา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพะเยา&nbsp;ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา&nbsp;ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา&nbsp;ผู้แทนประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ในพื้นที่อำเภอดอกคำใต้&nbsp;อำเภอปง&nbsp;และอำเภอเมืองพะเยา&nbsp;โดยที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;จันทร์กระจ่าง&nbsp;ตำบลป่าซาง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;พบปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;(ชนิดเมล็ด)&nbsp;จำนวน&nbsp;13.50&nbsp;ตัน&nbsp;และที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;สังวรกิจอบพืช&nbsp;(2002)&nbsp;ตำบลนาปรัง&nbsp;อำเภอปง&nbsp;ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;พบปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;(ชนิดเมล็ด)&nbsp;จำนวน&nbsp;1,835.32&nbsp;ตัน&nbsp;โดยพบว่า&nbsp;ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;(ชนิดเมล็ด)&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้น&nbsp;14.5%&nbsp;ราคา&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;11.20&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ความชื้น&nbsp;30%&nbsp;ราคา&nbsp;7.50-8&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เก็บในสต๊อกมีปริมาณลดลง&nbsp;เนื่องจากผู้ผลิตอาหารสัตว์มีคาวามต้องการสูง&nbsp;ซึ่งแนวโน้มราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;ประมาณร้อยละ&nbsp;40</p><p><strong>จากนั้นคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปุ๋ยเคมี&nbsp;และยาป้องกัน&nbsp;หรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ที่ร้านรุ่งนิรันดร์เคมีเกษตร&nbsp;ตำบลท่าวังทอง&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;และร้านชวลิตกิจศิริ&nbsp;ตำบลแม่ต๋ำ&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินการ&nbsp;พบว่าสถานการณ์ในภาพรวมของจังหวัดพะเยา&nbsp;ปริมาณปุ๋ยเคมียังคงมีเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ไม่พบการกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายชัดเจน&nbsp;เปิดเผย&nbsp;มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคา&nbsp;สินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;สำหรับราคาปุ๋ยเคมีมีการปรับตัวสูงขึ้นและมีความผันผวน&nbsp;เนื่องจากปริมาณปุ๋ยเคมีเข้าสู่ตลาดลดลง&nbsp;สวนทางกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ที่ยังคงมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318145343352"],
    [372,"ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ออกสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(สคบ.)&nbsp;และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ลงพื้นที่ห้างแมคโครสาขามุกดาหาร&nbsp;และร้านจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;และตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการขึ้นราคาจนเกินควร</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผวจ.มุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวถึงภาพรวมราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์&nbsp;แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพาณิชย์&nbsp;และยังอยู่ในราคาตามมาตรฐาน&nbsp;โดยในช่วงนี้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก็ได้ออกตรวจติดตามราคาสินค้าทุกวัน&nbsp;ขอให้ประชาชนชาวมุกดาหารสบายใจในเรื่องนี้ได้</p><p><strong>ด้านนางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ด้านราคาของสุกรมีชีวิตได้ลดลงจาก&nbsp;110&nbsp;&nbsp;120&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ในช่วงเดือนที่ผ่านมา&nbsp;ลงมาเหลือ&nbsp;82&nbsp;&nbsp;83&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ส่งผลให้ราคาสุกรชำแหละตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาลดลง&nbsp;อยู่ที่&nbsp;150&nbsp;&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;กก.&nbsp;ส่วนราคาไข่ไก่&nbsp;ถึงแม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;โดยในส่วนของไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;3.20&nbsp;บาท&nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ราคาแนะนำจะอยู่ที่&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;แต่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังจำหน่ายในราคา&nbsp;3.30&nbsp;&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภคอื่นๆ&nbsp;ยังคงทรงตัวและมีความเพียงพอตอความต้องการของตลาด</p><p><strong>ส่วนทางด้านราคาสินค้าเพื่อการเกษตรและอาหารสัตว์</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้สินค้าขาดตลาด&nbsp;ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระงับการผลิตจากต้นทาง&nbsp;และพบการขายสินค้าแบบพ่วงจากบริษัทค้าส่ง&nbsp;ตัวอย่างเช่น&nbsp;หากต้องการซื้อปุ๋ย&nbsp;ต้องซื้อสินค้าอื่นๆ&nbsp;หรือปุ๋ยสูตรอื่นๆ&nbsp;มาขายด้วย&nbsp;ทำให้ทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้</strong>&nbsp;สนง.พาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจะทำการเก็บรวบรวมเพิ่มเติมว่ามีบริษัทใดกระทำการในลักษณะดังกล่าวบ้าง&nbsp;เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์&nbsp;หาทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้ราคาสินค้ามีกลไกที่เป็นมาตรฐาน&nbsp;และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318155017410"],
    [373,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสุกรและผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารสัตว์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;นำโดย&nbsp;นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธุ์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตราด&nbsp;ตำรวจภูธรเขาสมิง&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเขาสมิง&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสุกร&nbsp;และผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารสัตว์&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ในอำเภอเขาสมิง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ณรงค์ศักดิ์ฟาร์ม&nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&nbsp;จิตต์พงค์ฟาร์ม&nbsp;ตำบลสะตอ&nbsp;และร้านเจริญทรัพย์อาหารสัตว์&nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&nbsp;ทั้งนี้เพื่อติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คือ&nbsp;1)&nbsp;ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณ&nbsp;ราคา&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;2)&nbsp;ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริหาร&nbsp;ฉบับที่&nbsp;15&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งราคา&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;3)&nbsp;ประกาศพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;ลงวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บโภคภัณฑ์ออกจากสถานที่เก็บ&nbsp;หรือเปลี่ยนแปลงสภาพของโภคภัณฑ์&nbsp;โดยจังหวัดตราดได้กำหนดรายการโภคภัณฑ์&nbsp;หมวดอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;คือสุกร&nbsp;และเนื้อสุกรชำแหละ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผลการตรวจติดตามปรากฏว่าผู้ประกอบการฯ</strong>&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายชัดเจน&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้าหรือปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;ปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่วางจำหน่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;174&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้ได้มีการแนะนำให้ผู้ประกอบการมีการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318162537441"],
    [374,"วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาแห่งที่ 2 วงเงิน 4,841 ล้านบาท","<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;วางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมพัทลุง&nbsp;-&nbsp;สงขลา&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;4,841&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี&nbsp;2569&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแหลมจองถนน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ตำบลจองถนน&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เป็นประธานวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมพัทลุง&nbsp;&nbsp;สงขลา&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;ของจังหวัดพัทลุง&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;สำหรับพิธีดังกล่าวมีนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นางนที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&nbsp;(นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล)&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;อุสาหะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ</p><p><strong>สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;</strong>บริเวณแหลมบ้านจองถนน&nbsp;ตำบลจองถนน&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ถึงฝั่ง&nbsp;ตำบลเกาะใหญ่&nbsp;อำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นสะพานข้างทะเลสาบแห่งที่&nbsp;2&nbsp;จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์&nbsp;เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมระหว่าง&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;กับ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ลดระยะทางประมาณ&nbsp;80&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;หรือ&nbsp;ลดระยะเวลาในการเดินทางราว&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เป็นการสนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านพาณิชยกรรม&nbsp;อุตสาหกรรมกิจการท่องเที่ยว&nbsp;พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน</p><p><strong>ขณะที่โครงการดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกจากถนนทางหลวงชนบท</strong>&nbsp;พท.4004&nbsp;(กม.ที่&nbsp;3+300)&nbsp;บ้านแหลมจองถนน&nbsp;ต.จองถนน&nbsp;อ.เขาชัยสน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;วางแนวข้ามทะเลสาบสงขลา&nbsp;ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีจุดสิ้นสุดที่ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;(ถนนรอบเกาะใหญ่&nbsp;บริเวณ&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;บ้านแหลมยาง&nbsp;ต.เกาะ&nbsp;อ.กระแสสินธุ์&nbsp;&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้น&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยสะพานมีขนาด&nbsp;2&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;(สามารถขยายเป็น&nbsp;4&nbsp;ช่องจราจรได้ในอนาคต)&nbsp;และมีรูปแบบสะพานที่เหมาะสม&nbsp;คือ&nbsp;สะพานคานขึง&nbsp;&nbsp;(Extradosed&nbsp;Bridge)&nbsp;และสะพานคานคอนกรีตรูปกล่องความที่&nbsp;(Box&nbsp;Segmental&nbsp;Bridge)&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;บริเวณราวสะพานได้ออกแบบให้มีความสวยงามทางจิตรกรรมมโนราห์ของท้องถิ่นมาประยุกต์&nbsp;ประกอบกับลักษณะทางโครงสร้างของสะพานที่แตกต่างจากสะพานอื่นและสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม&nbsp;ทำให้สะพานแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์ค&nbsp;(Land&nbsp;mark)&nbsp;ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดในอนาคต</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากตลอดแนวทะเลสาบสงขลามีสะพานข้ามทะเลสาบ&nbsp;แห่งแรกคือสะพานเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2550&nbsp;(สะพานไสกลิ้ง&nbsp;-&nbsp;หัวป่า)&nbsp;ตั้งอยู่ด้านบนของทะเลสาบสงขลา&nbsp;เชื่อมต่อ&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กับ&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;มีระยะทางห่างกันเกือบ&nbsp;60&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทำให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ตรงกลางของทะเลสาบ&nbsp;ต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จากปัญหาดังกล่าว&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;รวมทั้งประชาชนในพื้นที่&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;และ&nbsp;อำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;จังวัดสงขลา&nbsp;ขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา</p><p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันกรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จและได้ผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลล้อมจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(คชก.)&nbsp;และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ)&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;โดยในปี&nbsp;2566&nbsp;ได้จัดทำคำขอภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;4,841&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2568)&nbsp;โดยจะใช้เงินกู้และงบสมทบจากงบประมาณประจำปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณ&nbsp;ปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี&nbsp;2569&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318163805452"],
    [375,"จังหวัดภูเก็ตประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมมุขหลังชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่</strong>&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานบริหารกองทุนได้รับประกาศเปิดรับข้อเสนอ</strong>โครงการเพื่อให้หน่วยงานที่มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนฯ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;โดยจะสนับสนุนงบประมาณให้กับส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;สถาบันการศึกษาหรือองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร&nbsp;ที่มีกิจกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอนุรักษ์พลังงานหรือการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;</p><p><strong>โดยสำนักงานบริหารกองทุน&nbsp;จะเปิดรับข้อเสนอโครงการดังกล่าว</strong>ในระยะเวลา&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยการประชุมวันนี้เพื่อชี้แจงแนวทาง&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขและเทคโนโลยีที่สนับสนุนเพื่อให้ส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติขอรับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ให้เป็นมาตรการเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการชี้แจงในเรื่องของ</strong>กรอบวงเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;การยื่นข้อเสนอโครงการขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ตลอดจนถึงเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอโครงการ&nbsp;</strong>กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และแบบเทคโนโลยีพลังงานที่ให้การสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถขอรับแนวทางในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพลังงานจังหวัดภูเก็ต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318165813461"],
    [376,"นโยบายส่งเสริมการใช้รถ EV ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ","<p><strong>นายรณรงค์&nbsp;พูลพิพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;รวมทั้งการขยายฐานการผลิตในประเทศ&nbsp;โดย&nbsp;ครม.&nbsp;ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&nbsp;ครอบคลุมรถ&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์และรถกระบะ&nbsp;มีมาตรการยกเว้น/ลดอากรขาเข้า&nbsp;ลดภาษีสรรพสามิตและให้เงินอุดหนุน&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2565-2568&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้รถ&nbsp;EV&nbsp;มากขึ้น&nbsp;รวมทั้งมีเป้าหมายให้ไทยสามารถผลิตยานยนต์ไฟฟ้าได้เอง&nbsp;และสามารถแข่งขันได้&nbsp;ตลอดจนรักษาการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของโลก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีมาตรการจูงใจและสนับสนุน</strong>อุตสาหกรรมการผลิตรถไฟฟ้าเพื่อทดแทนการนำเข้า&nbsp;รวมทั้งการกำหนดเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ&nbsp;725,000&nbsp;คัน&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;675,000&nbsp;คัน&nbsp;รถบัสและรถบรรทุก&nbsp;34,000&nbsp;คัน&nbsp;ภายในปี&nbsp;2573&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มียอดการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;100%&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;3,994&nbsp;คันแล้ว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อพิจารณาการส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก</strong>&nbsp;พบว่ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ขณะที่การส่งออกของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ส่วนใหญ่ยังเป็นเครื่องยนต์สันดาป&nbsp;ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม&nbsp;เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน&nbsp;สามารถสร้างงานและสร้างรายได้ให้ประเทศ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของยานยนต์แห่งอนาคต&nbsp;จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318200728536"],
    [377,"ภูเก็ตสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (ภูเก็ต พังงา กระบี่)เพื่อพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนวทางเพื่อยกระดับภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ตอย่างยั่งยืน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;(สศช.)&nbsp;จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(ภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่)&nbsp;เพื่อพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนวทางเพื่อยกระดับภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ตอย่างยั่งยืน&nbsp;(Tourism&nbsp;sustainability)&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>เป็นประธาน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ผู้ประกอบการจากพื้นที่อันดามัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;เข้าร่วมรับฟังแนวทางในการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจอันดามันให้มีความสมบูรณ์สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และสามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละภาคส่วนได้อย่างแท้จริง&nbsp;หลังจากที่การประชุมของคณะทำงานฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งมติเห็นชอบให้มี&nbsp;มาตรการระยะสั้น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;ททท.จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;การเพิ่ม&nbsp;Flight&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;มาตรการระยะกลาง&nbsp;เป็นมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ,&nbsp;พัฒนา&nbsp;Ease&nbsp;of&nbsp;Traveling&nbsp;และระยะยาว&nbsp;จัดทำโครงการสร้างทางหลวงแนวใหม่,&nbsp;โครงการท่องเที่ยวเชิงสุภาพ&nbsp;และแผนพัฒนาภูเก็ตอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้มีการพูดคุยถึงศักยภาพของ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;และกระบี่&nbsp;ในส่วนของทรัพยากรท่องเที่ยวนั้น&nbsp;ภาพรวม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม&nbsp;มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ,&nbsp;มีบริการที่พักและโรงแรมที่หลากหลาย&nbsp;รวมถึงความหลากหลายของวัฒนธรรม,&nbsp;ในแง่ของการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;มีโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศยานที่ทันสมัย&nbsp;มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ส่วนของธุรกิจและประเภทท่องเที่ยว&nbsp;พบว่า&nbsp;ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;มีศักยภาพเกื้อหนุนกัน,&nbsp;ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงกันได้จากการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติร่วมกัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีจุดขายด้านแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและชายฝั่ง</strong>ที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค&nbsp;เน้นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีจุดยืนที่แตกต่างกันตามบริบท&nbsp;โดยตลาดเป้าหมาย&nbsp;ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้บริโภคหลักในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งนี้ด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด&nbsp;การสำรวจท่าเรือตามเส้นทางการท่องเที่ยวทางน้ำที่มีศักยภาพ&nbsp;เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางทะเลและชายฝั่งของสามจังหวัด&nbsp;พบว่าส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการจัดทำโครงการพัฒนาเพื่อพัฒนาคุณภาพและขยายขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว</p><p><strong>นอกจากนี้ทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้าง</strong>พื้นฐานด้านการคมนาคมทางบกและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนสมาร์ทซิตี้&nbsp;โดยในอนาคตหากแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่&nbsp;13&nbsp;(พ.ศ.2566&nbsp;&nbsp;2570)&nbsp;จะทำให้เห็นทิศทางการพัฒนาของ&nbsp;3&nbsp;จังหวัดฝั่งอันดามัน&nbsp;แบบก้าวกระโดด&nbsp;ยกระดับการท่องเที่ยวให้เปลี่ยนการท่องเที่ยวคุณภาพสูง&nbsp;เพิ่มการพึ่งพานักท่องเที่ยวในประเทศและกระจายรายได้สู่พื้นที่บริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยังยืนในทุกมิติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318170207462"],
    [378,"ภาพรวมการประชุมระดับปลัดกระทรวงการคลังและรองผู้ว่าการธนาคารกลางเอเปค","<p><strong>นายกฤษฎา&nbsp;จีนะวิจารณะ&nbsp;ปลัดกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับปลัดกระทรวงการคลังและรองผู้ว่าการธนาคารกลางเอเปค&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ภายใต้แนวคิดหลัก&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;มุ่งสู่การเงินการคลังยั่งยืน&nbsp;ซึ่งได้มีการหารือในประเด็นสำคัญอย่างกว้างขวาง&nbsp;โดยเฉพาะแผนงานความร่วมมือภายใต้กรอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค&nbsp;2022&nbsp;ที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูภูมิภาคเอเปคในบริบทโลกหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมดิจิทัลและการเงินอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการคลังเอเปค</strong>&nbsp;หารือในรายละเอียดเพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือระหว่างสมาชิกในการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปคในเดือนตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ภาพรวมการประชุมตลอด&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</strong>&nbsp;โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการดำเนินการตามประเด็นสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชน&nbsp;โดยการเงินเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเอื้อให้เกิดการลงทุนและโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในงานด้านการเงินการคลัง&nbsp;</strong>จะเป็นการอำนวยความสะดวก&nbsp;ในการเข้าถึงแหล่งทุนและการเข้าถึงบริการของภาครัฐ&nbsp;รวมทั้งลดต้นทุนการทำธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดน&nbsp;ซึ่งไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกเอเปคและองค์กรระหว่างประเทศในการดำเนินงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคเอเปคให้มุ่งสู่การเจริญเติบโตที่เข้มแข็ง&nbsp;สมดุล&nbsp;มั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;และครอบคลุมต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมลำดับต่อไปคือ&nbsp;</strong>การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการคลัง&nbsp;ซึ่งจะมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318200614535"],
    [379,"ทน.หาดใหญ่ พร้อมเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักการศึกษา&nbsp;</strong>พล.ต.ท.สาคร&nbsp;ทองมุณี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายเจษฎาพงศ์&nbsp;ชูแก้ว&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รศ.ดร.วิชัย&nbsp;กาญจนสุวรรณ&nbsp;รองนายกเทศมนตรี,นายอาหมัด&nbsp;เบ็ญอาหลี&nbsp;รองนายกเทศมนตรี,ปลัดเทศบาล,รองปลัดเทศบาล,หัวหน้าส่วนราชการ,เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง,ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชวกิจจ์&nbsp;สุวรรณคีรี&nbsp;นายอำเภอหาดใหญ่&nbsp;เป็นประธานในการประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมปรับพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว</p><p><strong>เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าจังหวัดสงขลาในรูปแบบ</strong>&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ผ่านทางอากาศและทางบก&nbsp;พร้อมรองรับการเปิดประเทศของมาเลเซียในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p>โดยในที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาการกำหนดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การนำมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของสถานประกอบการ&nbsp;ในระดับ&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;,&nbsp;การกำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวอยู่ในเส้นทางที่กำหนด&nbsp;(Sealed&nbsp;Route)&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318173931487"],
    [380,"จังหวัดสุรินทร์ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม 1 จังหวัด 1 ชุมชน ผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูป อ.สนม","<p><strong>นางอิฐสราชัย&nbsp;ลำพา&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;หวังทรัพย์&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ออกติดตามการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในการให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนพึ่งตนเองตามวิถีชีวิตเกษตรพอเพียงบ้านหนองขุนศรี&nbsp;เลขที่&nbsp;115&nbsp;ม.11&nbsp;ต.แคน&nbsp;อ.สนม&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูป&nbsp;ซึ่งวิสาหกิจชุมชนฯ&nbsp;ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เห็ดกรอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318172129475"],
    [381,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รุดลงพื้นที่เพชรบุรี เร่งหาทางออก ติดตามผล หลังรับทราบชาวบ้านเสี่ยงอันตรายจากจุดตัดทางแยกเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และช่วยชาวประมง แก้ปัญหาร่องน้ำอีแอด ที่ต้องเร่งขุดลอกให้แล้วเสร็จ","<p><strong>วันนี้(18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;,นายสุชาติ&nbsp;อุสาหะ&nbsp;,นายกฤษณ์&nbsp;แก้วอยู่&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลความเดือดร้อนจากปัญหาทางข้ามจุดตัดทางแยกที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;และงานขุดลอกร่องน้ำอีแอด&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;รับทราบปัญหาที่ส่งผลกระทบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&nbsp;ทั้งความเสี่ยงอันตรายจากจุดข้ามตัดทางแยกที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง&nbsp;โดยติดตามโครงการของทางหลวงชนบท&nbsp;ที่กำลังสำรวจออกแบบ&nbsp;เพื่อดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;การก่อสร้างสะพานข้ามแยกจุดตัดทางหลวง&nbsp;ซึ่งพยายามจะเร่งให้เร็วที่สุด&nbsp;เพื่อช่วยลดความแออัดของการจราจร&nbsp;ลดการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;และป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นเพราะเพชรบุรีถือว่าเป็นประตูสู่ภาคใต้&nbsp;การสัญจรทุกเส้นทางต้องเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;กล่าวเพิ่มเติม</strong>ถึงความเดือดร้อนที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมงจากปัญหาร่องน้ำอีแอด&nbsp;ซึ่งได้ไปตรวจศูนย์ขุดร่องน้ำ&nbsp;เพื่อติดตามงานตามแผน&nbsp;ซึ่งคาดว่า&nbsp;จะสามารถแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เรือกว่า&nbsp;150&nbsp;ลำ&nbsp;สามารถล่องเรือเข้าออกได้ไม่เดือดร้อนจากปัญหาการตื้นเขิน&nbsp;ช่วยลดความเดือดร้อน&nbsp;ให้พี่น้องชาวประมง&nbsp;ทางด้านนายสุชาติ&nbsp;อุสาหะ&nbsp;</p><p><strong>สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>หลังรับทราบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ขับเคลื่อน&nbsp;ทุกปัญหาผ่านผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยหาทางออกให้ชาวบ้าน&nbsp;โดยเฉพาะความเดือดร้อน&nbsp;ที่ไม่มีสะพานกลับรถ&nbsp;พี่น้องประชาชนจำเป็นต้องไปกลับรถ&nbsp;ใต้สะพาน&nbsp;ซึ่งเขาไม่ได้ออกแบบให้เป็นที่กลับรถ&nbsp;มันเป็นคลองระบายน้ำ&nbsp;จึงหาทางออก&nbsp;โดยจะดำเนินการสร้างสะพานข้ามแบบเกือกม้า&nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการด้านงบประมาณ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318174120488"],
    [382,"อ.เมืองสุพรรณบุรี ตรวจพื้นที่และประชุมหารือเตรียมการฟื้นฟูและทำนุบำรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้? เฉลิมพระเกียรติ?พระบาทสมเด็?จพระวชิรเกล้าเ?จ้าอยู่หัว? และสมเด็จ?พระนางเจ้า?สิริกิติ์? พระ?บรม?ราชินีนาถ? พระบรมราชชนนีพันปีหลวง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือและตรวจพื้นที่เตรียมการฟื้นฟูและทำนุบำรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่&nbsp;(สระแก้ว&nbsp;สระคา&nbsp;สระยมนา&nbsp;และสระเกษ&nbsp;ซึ่งใช้สำหรับพิธีพลีกรรมตักน้ำถวายเป็นน้ำอภิเษก&nbsp;และสรงน้ำมูรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก)&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ?พระบาทสมเด็?จพระวชิรเกล้าเ?จ้าอยู่หัว?&nbsp;และสมเด็จ?พระนางเจ้า?สิริกิติ์?&nbsp;พระ?บรม?ราชินีนาถ?&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง?&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;เทศบาลตำบลท่าเสด็จ&nbsp;อ.เมืองสุพรรณบุรี&nbsp;...&nbsp;ร่วมด้วยนายจิตรติ&nbsp;รามเนตร&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;พร้อมด้วยเทศบาลตำบลท่าเสด็จ&nbsp;คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์&nbsp;ตลอดจนผู้ปกครองท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากเป็นนโยบาย/ภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และจังหวัดสุพรรณบุรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;จึงได้พิจารณาคัดเลือกการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;&nbsp;โดยมีประเด็นสรุปในสาระสำคัญ&nbsp;ซึ่งจะได้ประมวลรวบรวมรายละเอียด?รายงานจังหวัด&nbsp;ในการประชุมพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจ?หน้าที่?ตามระเบียบ?/กฎหมายต่อไป&nbsp;ดังนี้</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">1.&nbsp;การฟื้?นฟูทำนุบำรุงและปรับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบพื้นที่&nbsp;รวมถึงบริเวณสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">2.&nbsp;การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง?&nbsp;และรูปแบบการบริหาร?จัดการ?พื้นที่?</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">3.&nbsp;สำหรับอาคารแสดงนิทรรศการ&nbsp;เทศบาลตำบลท่าเสด็จ&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม&nbsp;นี้&nbsp;&nbsp;ในส่วนการจัดงานประจำปีศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์&nbsp;(ตั้งอยู่ภายในบริเวณแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์)&nbsp;จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565?</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318174146489"],
    [383,"จังหวัดตราด จัดกิจกรรม Test Tour ท่องเที่ยวชุมชนตำบลช้างทูนเชื่อมโยงตำบลหนองบอน และตำบลบ่อพลอย ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เปิดกิจกรรม</strong>&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;(Test&nbsp;Tour)&nbsp;กิจกรรมเชื่อมโยงการท่องเที่ยว&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;คือ&nbsp;ตำบลช้างทูน&nbsp;ตำบลหนองบอน&nbsp;และตำบลบ่อพลอย&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชนบันลือ&nbsp;วรรธนพันธุ์&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;นายภาณุวัฒน์&nbsp;พุทธเกสร&nbsp;นายอำเภอบ่อไร่&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;</strong>ที่พบการระบาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเป็นอย่างมาก&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว&nbsp;จึงได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;สร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้บุคลากรทางการท่องเที่ยวเป็นเจ้าภาพที่ดี&nbsp;เป็นการช่วยกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการจัดกิจกรรม&nbsp;Test&nbsp;Tour&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการนำกลุ่มเป้าหมายร่วมเที่ยวชมแหล่งเที่ยวบ้านช้างทูน</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การรับความรู้ชุมชนของบ้านช้างทูน&nbsp;พร้อมทั้งรับประทานอาหารชอง&nbsp;อาหารพื้นบ้านของพื้นที่&nbsp;รับความรู้&nbsp;พร้อมชมพื้นที่ปลูกสมุนไพรของชาวชอง&nbsp;อาทิ&nbsp;ชองระอา&nbsp;พญาพันปล้อง&nbsp;พญาป้องทอง&nbsp;รวมทั้งกิจกรรมร่อนพลอยในพื้นที่ตำบลหนองบอน&nbsp;และกิจกรรมทัศนศึกษาเมืองอัญมณี&nbsp;ในตำบลบ่อพลอย&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318185443506"],
    [384,"จังหวัดยโสธร ตรวจสอบการติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าที่ตลาดสด","<p><strong>นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ร่วมตรวจสอบการติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการ&nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานเทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;สำนักงานชั่งตวงวัดเขต&nbsp;2-7&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดสดเทศบาล&nbsp;1&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้เน้นย้ำ</strong>ให้ผู้ประกอบการร้านค้าแสดงป้ายราคาสินค้าให้สังเกตง่าย&nbsp;เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าของประชาชน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318191221514"],
    [385,"ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ตรวจราชการติดตามโครงการจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจ หมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model)","<p><strong>ที่ห้องประชุมสะแกกรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี</strong>&nbsp;นายพีระ&nbsp;ทองโพธิ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;18&nbsp;และคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง&nbsp;ประชุมร่วมกับนายขจรเกียรติ&nbsp;รักพานิชมณี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นายอลงกต&nbsp;วรกี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1</p><p><strong>โดยที่ประชุม&nbsp;ได้มีการหารือข้อราชการในการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;หมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</p><p><strong>ในช่วงบ่าย&nbsp;คณะฯ&nbsp;ลงพื้นที่ไปยังสหกรณ์การเกษตรห้วยคต</strong>&nbsp;อำเภอห้วยคต&nbsp;จ.อุทัยธานี&nbsp;เพื่อติดตามโครงการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;โดยมีหน่วยงานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;เป็นผู้รับผิดชอบ&nbsp;มีการประชุมหารือ&nbsp;ในเรื่องส่งเสริมและสนับสนุนการนำของเสียหรือของเหลือใช้จากสับปะรดมาเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม&nbsp;พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากสับปะรดเป็น&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง&nbsp;(Tonner)&nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;มาตรฐานผลิตภัณฑ์&nbsp;การตลาด&nbsp;รวมทั้งการบริหารจัดการองค์การอย่างยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับการตรวจราชการในครั้งนี้&nbsp;เป็นการตรวจราชการ</strong>ตามกำหนดการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ของผู้ตรวจราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และคณะเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการ&nbsp;และการดำเนินงานของหน่วยงานราชการ&nbsp;ให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐบาล&nbsp;รวมทั้งรับฟังปัญหาของประชาชน&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไข&nbsp;ตลอดจนช่วยเหลือสนับสนุนความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;ส.ปชส.อุทัยธานี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","อุทัยธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318191706516"],
    [386,"พาณิชย์ยโสธรร่วมกับแรงงานจังหวัด เสริมความรู้ด้านช่างให้กลุ่มแรงงาน อ.ทรายมูล และ อ. เลิงนกทา","<p><strong>นางสาวอลเวง&nbsp;ศรีหิรัญ&nbsp;พาณิชยื&nbsp;จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัดยโสธร&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดยโสธร&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;พัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อการมีงานทำและมีคุณภาพชีวิตที่ดีถ่ายทอดให้ความรู้การตลาด&nbsp;เรื่อง&nbsp;การตลาดและช่องทางจำหน่ายสินค้าในยุค&nbsp;Thailand&nbsp;4.0&nbsp;ให้กับประชาชนกลุ่มแรงงานในพื้นที่อำเภอทรายมูลและอำเภอเลิงนกทา&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>โดยการดำเนินกิจกรรมหลัก&nbsp;การพัฒนาศักยภาพแรงงาน</strong>เพื่อการมีงานทำและมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;จัดโดยสำนักงานแรงงานจังหวัดยโสธร&nbsp;อบรมให้ความรู้ด้านช่างตัดผม&nbsp;ให้กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ดงมะไฟ&nbsp;อ.ทรายมูล&nbsp;และจัดอบรมให้ความรู้ด้านช่างปูกระเบื้อง&nbsp;แก่กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;ที่วัดโพธิ์ไทร&nbsp;ม.6&nbsp;ต.กุดแห่&nbsp;อ.เลิงนกทา&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังการอบรมให้กับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว&nbsp;ให้มีความรู้วิชาชีพ</strong>ด้านช่างตัดผมและช่างปูกระเบื้อง&nbsp;ซึ่งจะสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองให้มีความมั่นคงในการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318193836522"],
    [387,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน สนง.พาณิชย์จังหวัดยโสธร","<p><strong>นางสาวอลเวง&nbsp;ศรีหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาวสุนันทา&nbsp;กังวานกูลกิจ&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจแนะนำและติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;โดยได้ตรวจติตตามการดำเนินงานและให้คำแนะนำการปฏิบัติงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;จากนั้นประชุมร่วมกับที่ปรึกษาภาคประชาชนหอกาารค้าจังหวัด&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ม็อค&nbsp;บิชคลับ&nbsp;ยโสธร&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอ&nbsp;และการบูรณาการระหว่าง&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และภาคประชาชนและเข้าพบ&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เพื่อร่วมหารือและรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p>ส่วนในภาคบ่าย&nbsp;ได้ลงพื้นที่&nbsp;อำเภอเลิงนกทา&nbsp;โดยตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงสีพงษ์ชัยธัญญาพืช&nbsp;ต.สามแยก&nbsp;ผู้ผลิตข้าวตราไดโนเสาร์&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;เยี่ยมชมศูนย์เกษตรยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา&nbsp;ต.กุดเชียงหมี&nbsp;และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ตลาดปันสุขบ้านสวาสดิ์&nbsp;ต.กุดเชียงหมี&nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318194110523"],
    [388,"ภาคอีสานเตรียมพร้อมพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ( Bio economy) ให้เป็นรูปธรรม สร้างรายได้เพิ่มชุมชนในพื้นที่","<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;ในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปค&nbsp;2022</strong>&nbsp;ซึ่งจัดประชุมภายใต้แนวคิด&nbsp;เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์&nbsp;เชื่อมโยงกัน&nbsp;สู่สมดุล&nbsp;หรือ&nbsp;Open.&nbsp;Connect.&nbsp;Balance.&nbsp;ทั้งระดับผู้นำ&nbsp;รัฐมนตรี&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนให้เอเปคพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคหลังโควิดที่ยั่งยืนและสมดุลทุกคนผ่านแนวคิด&nbsp;BCG&nbsp;(&nbsp;)&nbsp;ซึ่งไทยจะมุ่งผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>ด้านที่&nbsp;1&nbsp;การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม&nbsp;โดยมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และสังคม&nbsp;</p><p>ด้านที่&nbsp;2&nbsp;อำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน&nbsp;ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือในเอเปค&nbsp;</p><p>ด้านที่&nbsp;3&nbsp;การฟื้นฟูความเชื่อมโยง&nbsp;โดยเฉพาะการเดินทางและท่องเที่ยวเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19</p><p><strong>และจากนโยบายของรัฐบาลที่มีการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ</strong>&nbsp;และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละภาค&nbsp;ในส่วนของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(อีสาน&nbsp;หรือ&nbsp;Northeastern&nbsp;Economic&nbsp;Corridor&nbsp;:NeEC)&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;หนองคาย&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและโอกาส&nbsp;มีความท้าทายในการวางแผนและขับเคลื่อนการพัฒนาโดยใช้เศรษฐกิจชีวภาพเป็นตัวนำที่สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่พืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;อ้อย&nbsp;ข้าว&nbsp;ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ได้มากขึ้น</p><p><strong>นายมงคล&nbsp;ตันสุวรรณ&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ</strong>พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงการเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;รวมถึงต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรสู่พลังงานหมุนเวียน&nbsp;และจะช่วยเชื่อมโยงผลผลิตในภูมิภาคด้วยโครงข่ายคมนาคมเข้าสู่ส่วนกลางและต่างประเทศไปด้วย&nbsp;เสียงสัมภาษณ์&nbsp;การประชุมเอเปคที่จะเกิดขึ้นเป็นประโยชน์ต่อระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือเชิงนโยบายอย่างแน่นอน...</p><p><strong>ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</strong>จึงเป็นโอกาสของเกษตรกร&nbsp;SMEs&nbsp;และผู้ประกอบการรุ่นใหม่&nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้าสู่อุตสาหกรรม&nbsp;Bio&nbsp;economy&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318195703532"],
    [389,"ชุมชนบ้านร่องใหญ่เพชรบุรี    ฟื้นฟูศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชุมชน   ยกระดับการเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ ( D  HOPE) สนุกทุกรูปแบบ สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ พระอาทิตย์ตกดิน  เดินกินชิมอาหารพื้นเมืองหลากชนิด ชิมสดๆสาหร่ายพวงองุ่น จุ่มน้ำจิ้มรสเด็ด กะหรี่ปั๊ปไส้ปู","<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(&nbsp;D&nbsp;&nbsp;HOPE)&nbsp;ณ&nbsp;บ้านร่องใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>กล่าวชื่นชมศักยภาพ&nbsp;ความตื่นตัวของชุมชนบ้านร่องใหญ่&nbsp;ที่ร่วมแรงร่วมใจ&nbsp;หวังช่วยกันฟื้นฟูศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ยกระดับการเที่ยว&nbsp;ที่ให้นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(&nbsp;D&nbsp;&nbsp;HOPE)&nbsp;ได้ความสุข&nbsp;สนุกทุกรูปแบบ&nbsp;และยังเชื่อมโยงองค์ความรู้มรดกแห่งภูมิปัญญาของเกลือทะเล&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติระบบนิเวศ&nbsp;พื้นที่นาเกลือ&nbsp;และต่อยอดภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตรู้จักนำของดีที่มีอยู่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากส่งเสริมฐานเศรษฐกิจแล้ว&nbsp;ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์</strong>&nbsp;ที่สืบทอดเป็นมรดก&nbsp;ภูมิปัญญาล้ำค่าในการทำนาเกลือของชาวเพชรบุรี&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน&nbsp;สามารถสนุกกับกิจกรรมการลองทำขนมพื้นบ้าน&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวต้มมัด&nbsp;ข้าวหลาม&nbsp;สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ&nbsp;พระอาทิตย์ตกดิน&nbsp;เดินกินชิมอาหารพื้นเมืองหลากชนิด&nbsp;ชิมสดๆสาหร่ายพวงองุ่น&nbsp;จุ่มน้ำจิ้มรสเด็ด&nbsp;กะหรี่ปั๊ปไส้ปู&nbsp;และอาหารการกินมากมาย&nbsp;เสาร์&nbsp;อาทิตย์นี้&nbsp;ขอเชิญนักท่องเที่ยวไปเยือนชุมชน&nbsp;บ้านร่องใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318202430544"],
    [390,"ศอ.บต. จับมือ \"รวมพัฒน์\" ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล 4 แสนล้านบาท กระจายทั่วถึง เพิ่มรายได้ 3.5 ล้านคน","<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมคิงส์ตัน&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>ได้มีการประชุมพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน&nbsp;และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;\"สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน\"&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการนำเอาสินทรัพย์พร้อมใช้งานที่มีอยู่ในจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;จนสามารถสร้างเศรษฐกิจได้มูลค่าเกือบ&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;ในอดีตที่ผ่านมา&nbsp;แต่เนื่องจากทั้งวิกฤตการณ์โรคระบาดที่ทำให้ปริมาณเงินที่เคยเข้ามาจากต่างชาติลดลงจากระบบเศรษฐกิจชายแดนใต้&nbsp;ตลอดจนวิกฤติหนี้ที่เพิ่มสูงอย่างมากในระบบเศรษฐกิจโลกจนก่อให้เกิดการฝืดเคืองของเงินในระบบ&nbsp;อันทำให้เป็นสาเหตุของสภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้&nbsp;ทั้งนี้ทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และ&nbsp;มูลนิธิรวมพัฒน์&nbsp;จึงได้มีแนวคิดที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและสร้างสภาพคล่องให้เกิดการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนในระบบด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจที่มีอยู่เกือบ&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้เกิดการเพิ่มและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงผู้คนในท้องถิ่นกว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคน</p><p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารราชการของทุกส่วนราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์และความสุขต่อประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ทรัพยากรมนุษย์และการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;โดยตรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้ในวันนี้&nbsp;จะเป็นการวางรากฐานการทำงานที่สำคัญของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะการนำศักยภาพของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เข้ามามีบทบาทต่อการบริหารพื้นที่ในทุกมิติ&nbsp;เป็นการ&nbsp;เปิดพื้นที่&nbsp;เปิดโอกาสครั้งสำคัญที่สุดและจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;ตนจะได้รายงานการทำงานไปยัง&nbsp;กพต.&nbsp;ต่อไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายรักษ์พงษ์&nbsp;เซ่งเจริญ&nbsp;ประธานมูลนิธิรวมพัฒน์&nbsp;</strong>และ&nbsp;อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;จังหวัดชายแดนใต้&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจพร้อมทั้งสินทรัพย์พร้อมใช้งาน&nbsp;หรืออาจเรียกว่าเป็น&nbsp;Utility&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;ที่มีมูลค่ามากกว่า&nbsp;400,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อีกทั้งยังประกอบไปด้วยประชาชนซึ่งนับเป็นสมาชิกในระบบ&nbsp;อันเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตในตัวเองอยู่แล้ว&nbsp;กว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;แต่ที่ผ่านมาต้องพึ่งพา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจจากภายนอก&nbsp;จนทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนภายในขาดความเข้มแข็ง&nbsp;ในวันนี้ตนจึงอยากให้&nbsp;ผู้คนกว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านคนนี้&nbsp;ลุกขึ้นมาจับกลุ่มเชื่อมโยงกันโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเครื่องมือ&nbsp;ในการสร้างเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท&nbsp;Utility&nbsp;Token&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นจากภายในชาวจังหวัดชายแดนใต้ด้วยกันเอง&nbsp;โดยตนเองพร้อมร่วมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เพื่อสนับสนุนดำเนินการศึกษาเพื่อสร้าง&nbsp;Tokenomic&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม&nbsp;และถูกต้องตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องของประเทศต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318204746552"],
    [391,"ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี ยาป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์ พร้อมติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร","<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;สั่งการให้&nbsp;นายสันติ&nbsp;บุญรอด&nbsp;นายอำเภอเคียนซา&nbsp;ออกสำรวจปริมาณปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์&nbsp;ตามสถานประกอบการร้านค้า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเคียนซา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายอำเภอเคียนซา&nbsp;ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่นสำรวจและตรวจสถานประกอบการ&nbsp;ว่ามีการฉวยโอกาสในการกักตุนสินค้าและและขึ้นราคาหรือไม่&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าได้ลงตรวจสถานประกอบการจำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ด้วยกัน&nbsp;คือ&nbsp;ร้านหมื่นพงค์การเกษตร&nbsp;ร้านชำนิการเกษตรร้าน&nbsp;พีพีการเกษตร&nbsp;ร้านโกยีเกษตรและเคมีภัณฑ์&nbsp;และร้านเคพีเจริญค้าส่ง&nbsp;ซึ่งจากการสำรวจในเบื้องต้นไม่พบการกักตุนและขึ้นราคาอาหารสัตว์และปุ๋ยแต่อย่างใด</p><p>ทั้<strong>งนี้&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ยังคงสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์&nbsp;ทุกพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเป็นธรรม&nbsp;ความเชื่อมั่น&nbsp;และความมั่นใจให้แก่ประชาชน&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการตรวจสอบและดูแลปัญหาการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318210652558"],
    [392,"ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดตลาดประชารัฐชมรมโคกหนองนา ผ้าศรีมะดัน","<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน&nbsp;บ้านรังแร้ง&nbsp;มีกิจกรรมประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;การเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;กิจกรรมการเดินแบบผ้าไหม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำผลผลิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายในตลาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;กิจกรรมเก็บเกี่ยวผลผลิตไข่มดแดงตามวิถีชาวบ้าน</p><p><strong>พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงโคกหนองนาพาสุข&nbsp;บ้านสวนเงินเงิน</strong>&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;101&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลรังแร้ง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;มีนายบุญเลิศ&nbsp;แสงดีเป็นเจ้าของได้เสียสละสถานที่พร้อมปัจจัยต่างๆ&nbsp;ให้อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;ร่วมกับชมรมโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ผ้าศรีมะดันบ้านรังแร้ง&nbsp;ใช้สถานที่จัดตลาดแห่งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;อยู่ดี&nbsp;กินดี&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป</p><p>ทั้งนี้ตลาดจะเปิดทุกวันศุกร์ในช่วงเย็น</p><p><strong>การดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>(COVID-19)โดยเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสุพิชัย&nbsp;หล่าสกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายศราวุธ&nbsp;ทรงโฉม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรังแร้ง&nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318205702554"],
    [393,"ททท.ปลุกกระแสเที่ยวไทย จัดงานเทศกาลดนตรี โชคดีมีสุข Lucky day Music Festival  เที่ยวอย่างปลอดภัยรับโชค นำร่อง 3 จังหวัด เพชรบุรี-ประจวบฯ-ระยอง   กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ","<p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;18.45&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;,&nbsp;รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;,นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก,&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี,&nbsp;รองประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมเปิดงาน&nbsp;เทศกาลดนตรี&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;พร้อมด้วยภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;จัดงาน&nbsp;เทศกาลดนตรี&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;:&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;นำร่อง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพชรบุรี-ประจวบฯ-ระยอง&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น&nbsp;พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;เที่ยวปลอดภัยรับโชค&nbsp;พบกับกิจกรรมความบันเทิง&nbsp;การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;และการแสดงศิลปินท้องถิ่น&nbsp;สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าของผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;สินค้าชุมชน&nbsp;อาหารอร่อยจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;บูธ&nbsp;และลุ้นโชคกับกิจกรรมสอยดาว&nbsp;รับรางวัลรถจักรยานยนต์และรางวัลอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;การจัดกิจกรรมคำนึงถึงความปลอดภัยภายใต้มาตรการ&nbsp;Safe&nbsp;&amp;&nbsp;Fun&nbsp;With&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;</strong>ของสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;เน้นการป้องกันการระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ภายในงานเว้นระยะห่าง&nbsp;ควบคุมปริมาณผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;คัดกรอง&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;แสดงการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้สนใจติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Facebook&nbsp;:Neekrung&nbsp;To&nbsp;Go&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;เขาเล่าว่า&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่&nbsp;18-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318210059555"],
    [394,"จ.ประจวบฯ พร้อมจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 12 ส่งเสริมการท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด -19 และหารายได้ใช้ในกิจการสาธารณกุศล","<p><strong>ที่สะพานสราญวิถี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสราวุธ&nbsp;ลิ้มอรุณรักษ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ&nbsp;นายกมล&nbsp;แก้วเทศ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ&nbsp;นพ.วัชรพงษ์&nbsp;เหลืองไพรัตน์&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฯ&nbsp;และ&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;อุณหสุทธิยานนท์&nbsp;ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดฯ&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางฐิตยาภา&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ&nbsp;นายพรหมพิริยะ&nbsp;กิจนุสนธิ์&nbsp;ว่าที่พันตรี&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;นายคมกฤช&nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;และสื่อมวลชนเข้าร่วม&nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.9&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;และบริเวณชายทะเลอ่าวประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณี&nbsp;ผลผลิตการเกษตร&nbsp;และสินค้าของดีของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย</p><p><strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;เป็นงานประจำปีของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;แต่งดจัดไปเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;แต่ปีนี้กลับมาจัดอีกครั้งภายใต้มาตรการป้องกันด้านสาธารณสุข&nbsp;โดยในพิธีเปิดงานวันศุกร์ที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะงดกิจกรรมการประกวดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรม&nbsp;แต่จะมีการแสดงชุดพิเศษ&nbsp;\"เมืองของพ่อสืบสานเล่าขาน&nbsp;คีรีขันธ์&nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว\"&nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.9&nbsp;รวมทั้งจะงดการจัดกิจกรรมล้วงไหชิงของรางวัลในการออกร้านกาชาดแต่ยังคงมีการจำหน่ายสลากกาชาดการกุศลใบละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เหมือนเช่นเคย&nbsp;โดยจัดพิมพ์สลากกาชาด&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ฉบับ&nbsp;นำรายได้จากการจำหน่ายมาใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฯ&nbsp;โดยจะออกรางวัลในคืนวันสุดท้ายของการจัดงานคือวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ปีนี้มีรางวัลใหญ่&nbsp;คือรถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์&nbsp;New&nbsp;MG&nbsp;ZS&nbsp;2Wd&nbsp;มูลค่า&nbsp;738,000&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถยนต์&nbsp;Mitusubishi&nbsp;Triton&nbsp;มูลค่า&nbsp;609,000&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;รถยนต์&nbsp;Toyota&nbsp;Yaris&nbsp;มูลค่า&nbsp;539,900&nbsp;บาท&nbsp;และรางวัลอื่นๆ&nbsp;อีกหลายรางวัล</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ภายในงาน</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.9&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;สืบสานปณิธานจากภูเขาสู่ทะเล&nbsp;เน้นการจัดนิทรรศการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล&nbsp;มีการจำลองแปลงโคกหนองนาโมเดล&nbsp;นำผลผลิตจากแปลงโคกหนองนา&nbsp;โมเดลในพื้นที่ทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดมาปรุงประกอบอาหาร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจัดฐานการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การเผาถ่านทำน้ำส้มควันไม้&nbsp;การสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;การสาธิตการทำปุ๋ยหมักปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;การปลูกข้าวในภาชนะต่างๆ&nbsp;เพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไทยใส่ให้สนุก&nbsp;โดยมีกลุ่มผลิตผ้ากว่า&nbsp;10&nbsp;กลุ่มมาร่วมจัดแสดงภูมิปัญญาการผลิตผ้าไทยของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;การประกวดคาวบอย-คาวเกิร์ล&nbsp;การแข่งขันชกมวยและการโชว์ตัวของ&nbsp;บัวขาว&nbsp;บัญชาเมฆ&nbsp;นักมวยชื่อดัง&nbsp;การแข่งขันตะกร้อลอดห่วงจากแชมป์ระดับประเทศ&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียนทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และการเดินแบบผ้าไทย&nbsp;กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตเขาช่องกระจก&nbsp;ถ่ายภาพ&nbsp;ณ&nbsp;จุดชมวิวบนเขาช่องกระจก&nbsp;พร้อมรับใบประกาศนียบัตร&nbsp;การประกวดภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองประจวบฯ&nbsp;ชิงโล่รางวัลเกียรติยศจากผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;รวมทั้งคาราวานสินค้า&nbsp;และสวนสนุก&nbsp;โดยนำสินค้าคุณภาพจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาร่วมจำหน่าย&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงาน&nbsp;ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318224600581"],
    [395,"ททท.ขอเชิญเที่ยวงาน เทศกาลดนตรี โชคดีมีสุข : Lucky day Music Festival ตั้งแต่วันที่18 - 20 มีนาคมนี้ ณ ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชรบุรี","<p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมงานเทศกาลดนตรี&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;:&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ขอเชิญร่วมงาน&nbsp;\"เทศกาลดนตรี&nbsp;โซคดีมีสุข&nbsp;:&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival\"&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;\"เที่ยวปลอดภัยรับโชค\"&nbsp;พบกับกิจกรรมความบันเทิงที่จะพบกับ&nbsp;3&nbsp;โซนกิจกรรมความสุขสนุกได้ทุกวัน&nbsp;พร้อมรับโชคกลับบ้าน&nbsp;ตลอด&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สุขยิ้มกว้าง&nbsp;:&nbsp;พบกับการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;และการแสดงศิลปินท้องถิ่น&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สุขเที่ยวไทย&nbsp;:&nbsp;สนุกไปกับการเดินเลือกซื้อสินค้าของผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;สินค้าชุมชน&nbsp;อาหารของอร่อยขึ้นชื่อของจังหวัด&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;บูธ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สุขลุ้นโชค&nbsp;:&nbsp;ได้เที่ยวได้โชคกลับบ้าน..กับกิจกรรมสอยดาว&nbsp;โชคดีมีสุข&nbsp;ทุกการจับจ่ายภายในงานครบ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ต่อครั้ง&nbsp;รับคูปองร่วมกิจกรรมสอยดาว&nbsp;&nbsp;ลุ้นรับรางวัลใหญ่&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;และรางวัลอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p>\"เทศกาลดนตรี&nbsp;โซคดีมีสุข&nbsp;:&nbsp;Lucky&nbsp;day&nbsp;Music&nbsp;Festival\"&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ให้ออกเดินทางได้อย่างมั่นใจภายหลังช่วงการฉีดวัคซีนอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้คำนึงถึงความปลอดภัย</strong>ภายใต้มาตรการ&nbsp;Safe&nbsp;&amp;&nbsp;Fun&nbsp;with&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ของสาธารณสุขจังหวัดได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ภายในงานมีการเว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;และควบคุมปริมาณผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;มีการตรวจคัดกรองตั้งแต่ประตูทางเข้า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318221100565"],
    [396,"อาเก๊าะ บางปู ขนมพื้นบ้านชาววัง","<p><strong>ไม่ต้องไปไกลถึงบางปู&nbsp;ปัตตานี</strong>&nbsp;อาเก๊าะ&nbsp;ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นขนมพื้นบ้านของชาวมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งเป็นที่รู้จัก&nbsp;เป็นขนมที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น&nbsp;ในอดีตขนมอาเก๊าะจะมีให้รับประทานเฉพาะในเดือนถือศีลอด&nbsp;หรือเดือนปอซอของชาวมุสลิมเท่านั้น&nbsp;แต่ปัจจุบันขนมอาเก๊าะได้มีการทำกันอย่างแพร่หลาย&nbsp;มีขายกันทั่วไป&nbsp;สามารถหาซื้อทานได้ไม่ยากเหมือนเมื่อก่อน</p><p><strong>ทำให้สองสามีภรรยา</strong>&nbsp;นายอิบนีอาบัส&nbsp;อาแว&nbsp;และนางสาวฮัสมะห์&nbsp;แสมา&nbsp;เจ้าของอาเก๊าะบางปู&nbsp;&nbsp;(เจ้าเก่า)&nbsp;ที่มีขายกันเฉพาะในพื้นที่ปัตตานี&nbsp;3&nbsp;สาขา&nbsp;ได้ขยายสาขาที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;มายังจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อให้ชาวยะลาได้ชิมอาเก๊าะสูตรดั้งเดิม&nbsp;ที่มีรสชาติอร่อย&nbsp;นุ่มลิ้น&nbsp;หอมละมุน&nbsp;เน้นไม่หวานมากและมีเอกลักษณ์ตรงที่ไข่อยู่ด้านบน&nbsp;หลังเปิดร้านเพียงอาทิตย์กว่าๆ&nbsp;ที่ถนนเส้นทางสายตือเบาะ&nbsp;ชาวยะลาให้การต้อนรับเป็นอย่างดี&nbsp;แวะเวียนมาซื้อไปรับประทานกันในครอบครัว&nbsp;รวมถึงนำไปเป็นของฝากกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงบ่ายไปถึงหัวค่ำ</p><p><strong>ลูกค้าที่มาซื้อบอกว่า</strong>&nbsp;มาซื้อทาน&nbsp;3&nbsp;ครั้งแล้ว&nbsp;ซื้อไปแจกด้วย&nbsp;ชอบตรงที่ไม่หวานมาก&nbsp;แป้งน้อยไข่เยอะ&nbsp;หอมกรุ่น&nbsp;ทานคู่กับกาแฟอร่อย&nbsp;นอกจากจะซื้อทานแล้ว&nbsp;ยังช่วยโปรโมทเชิญชวนให้ประชาชนมาแวะลองชิมให้กับทางร้านด้วย&nbsp;คอนเฟิร์ม&nbsp;ความอร่อย</p><p><strong>นายอิบนีอาบัส&nbsp;อาแว&nbsp;ผู้ที่สืบทอดการทำขนมอาเก๊าะ&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ขนมอาเก๊าะเป็นขนมโบราณ&nbsp;ที่ได้สืบทอดจากแม่&nbsp;ซึ่งทำมา&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;สานต่อมาได้&nbsp;4&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;โดยแม่ก็จะสืบทอดมาจากปู่ที่มาเลย์&nbsp;&nbsp;และพัฒนามาเรื่อยๆ&nbsp;อาเก๊าะถ้าเรียกภาษไทยคือ&nbsp;ขนมยก&nbsp;ใช้โซ่ล่าม&nbsp;ยกใช้ถ่าน&nbsp;มลายูเรียกอาเก๊ะ&nbsp;&nbsp;ต่อมาก็เพี้ยนมาเป็นอาเก๊าะ&nbsp;&nbsp;แต่ก่อนแม่จะทำเฉพาะเดือนปอซอเดือนเดียว&nbsp;พอตนมาสานต่อก็พัฒนามาเรื่อยๆ&nbsp;ในแบบของเราจนถึงปัจจุบัน&nbsp;เป็นขนมโบราณที่ทานได้ทุกเพศ&nbsp;ทุกวัย&nbsp;ไม่ต้องเฉพาะเดือนปอซออย่างเดียว&nbsp;เราอยากให้กินได้ทุกวัน&nbsp;ขนมชาววังปัตตานี&nbsp;กินร้อนๆ&nbsp;ให้ได้ฟิวแบบนี้</p><p><strong>วัสดุหลักของขนมอาเก๊าะ&nbsp;ก็จะมี&nbsp;แป้ง&nbsp;กะทิ&nbsp;ใบเตย&nbsp;รวมถึงไข่ไก่</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นไข่แดง&nbsp;เป็นลูกๆ&nbsp;&nbsp;โดยจะจัดเตรียมส่วนผสมของขนมมาจากปัตตานี&nbsp;สดๆ&nbsp;ใหม่ๆ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;พอมาถึงที่ยะลา&nbsp;ก็จะมาติดเตา&nbsp;ล่างบนโดยใช้ถ่าน&nbsp;หยอดแป้งที่ผสมแล้ว&nbsp;ลงบนแม่พิมพ์&nbsp;ซึ่งจะทำได้ครั้งละ&nbsp;25&nbsp;ลูก&nbsp;แล้วปิดฝาครอบ&nbsp;เกลี่ยถ่านไปมาเพื่อให้ขนมได้ความร้อนทั่วถึง&nbsp;คล้ายกับการอบขนม&nbsp;ประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;นาที&nbsp;ก็สุก&nbsp;อาเก๊าะก็จะส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนให้น่ารับประทานยิ่งนัก&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;ก็สามารถตักขึ้นนำขายได้เลย</p><p><strong>สำหรับผู้ที่อยากลองชิมอาเก๊าะบางปู</strong>&nbsp;ก็สามารถแวะมาซื้อได้ที่&nbsp;ถนนเส้นทางสายตือเบาะ&nbsp;ทางไปเทศบาลเมืองสะเตงนอก&nbsp;หรือติดต่อได้ที่&nbsp;โทร.09-3161-9744</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319083330598"],
    [397,"ยะลา รถตู้ \"ยัน\" ยังไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารหลังราคาน้ำมันแพง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นผลพวงจากสงครามการสู้รบ&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหา&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วยการตรึงราคาในกลุ่มน้ำดีเซลไว้ที่ลิตรละไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในส่วนของรถตู้&nbsp;บริษัท&nbsp;สหยะลาขนส่ง&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลักในการเติมรถตู้สำหรับวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารไปกลับยะลา-หาดใหญ่&nbsp;พบว่าทางผู้ประกอบการยังคงราคาค่าโดยสารไว้ที่&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อน&nbsp;ส่วนหนึ่งคาดว่าจะมาจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้&nbsp;ทำให้หลายคนกลัวที่จะเดินทางไปยังพื้นที่อื่น&nbsp;อีกส่วนเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี&nbsp;สินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;น้ำมัน&nbsp;พากันปรับตัวขึ้นราคา&nbsp;ทำให้ประชาชนต้องประหยัดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายฮารงค์&nbsp;ยะหริ่ง&nbsp;นายคิวรถตู้&nbsp;บริษัท&nbsp;สหยะลา&nbsp;จำกัด&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ตอนนี้ทางบริษัทฯ&nbsp;ยังไม่มีนโยบายจากทางกรมการขนส่งฯ&nbsp;ให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารแต่อย่างใด&nbsp;ก็ยังปกติ&nbsp;ราคาเดิม&nbsp;ที่นั่งละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;แต่ผู้โดยสารลดน้อยลงอาจเพราะพิษเศรษฐกิจ&nbsp;คนไม่ค่อยมีเงิน&nbsp;ส่วนราคาน้ำมันที่แพงขึ้นนั้น&nbsp;เมื่อก่อนเติมดีเซล&nbsp;ครั้งละ&nbsp;800&nbsp;บาท&nbsp;วิ่งไปกลับ&nbsp;ตอนนี้ก็ต้องเพิ่มเป็น&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ถ้าพูดถึงความคุ้ม&nbsp;ก็ไม่คุ้ม&nbsp;แต่เราก็ต้องวิ่งอยู่อย่างนี้&nbsp;คงต้องทำใจ&nbsp;ก็อยากให้น้ำมันปรับราคาลงเร็ว&nbsp;ๆ&nbsp;เศรษฐกิจจะได้ขับเคลื่อนต่อไป&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319082138595"],
    [398,"จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ย  ป้องกันการกักตุนสินค้า","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>บูรณาการร่วมกับปลัดอำเภอปราสาท&nbsp;เกษตรอำเภอปราสาท&nbsp;และตำรวจภูธรอำเภอปราสาท&nbsp;ออกตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมีตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อเร่งแก้ปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอปราสาท&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;สถานประกอบการที่จำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>สหกรณ์การเกษตรปราสาท&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;284&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;14,200&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ร้านปราสาทเกษตรภัณฑ์&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;666&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;33,300&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ร้านรวมเกษตร&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;1,470&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;73,500&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>บจก.ซี&nbsp;เค&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;3,537&nbsp;กระสอบ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;176,850&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ผู้ประกอบการแจ้งว่ามีปุ๋ยเคมีสต็อกไว้จำหน่ายให้แก่เกษตรกร</strong>&nbsp;โดยเกษตรกรจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีมากในช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;ซึ่งเป็นฤดูกาลทำนา&nbsp;ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีปรับสูงขึ้นตามราคาต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;ราคา&nbsp;1,270&nbsp;-&nbsp;1,300&nbsp;บาท&nbsp;สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;ราคา&nbsp;1,370&nbsp;&nbsp;1,390&nbsp;บาท&nbsp;สูตร&nbsp;16-16-8&nbsp;ราคา&nbsp;1,020&nbsp;&nbsp;1,080&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า</strong>หรือฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด&nbsp;และผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319082303596"],
    [399,"เดินหน้าแก้ไขสัญญาตัวแทนจำหน่าย เพิ่มโทษทางแพ่งและอาญา ยืนยันปัญหาสลากเกินราคา ลดความรุนแรงลงใน 2 เดือน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเสกสกล&nbsp;อัตถาวงศ์&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขาย&nbsp;หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะทำงานได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าควรปรับปรุงแก้ไขสัญญาการรับสลากไปจำหน่ายของตัวแทนจำหน่ายทุกประเภท&nbsp;ให้มีสภาพบังคับทางแพ่งด้วยการกำหนดเบี้ยปรับสำหรับตัวแทนที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาและวางแนวทางในการพิจารณาโทษทางอาญา&nbsp;รวมถึงกฎหมายอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเพิ่ม&nbsp;ในกรณีผู้กระทำผิดซ้ำหรือกรณีนำสลากไปรวมชุด&nbsp;หรือพฤติกรรมนายทุนกว้านซื้อสลากแล้วจำหน่ายในราคาสูง&nbsp;และนอกจากมาตรการและแนวทางต่างๆ&nbsp;ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ที่เร่งดำเนินการทั้งในระยะสั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;โครงการลงทะเบียนผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าฯ&nbsp;ตลอดจนโครงการจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของสำนักงานสลากฯ&nbsp;และแผนในระยะยาว&nbsp;คือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว&nbsp;คณะอนุกรรมการ&nbsp;เห็นว่าการออกใบอนุญาตให้กับผู้จำหน่ายสลาก&nbsp;และมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จะเป็นอีกแนวทางที่นำมาประกอบการแก้ปัญหาได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แนวทางต่างๆ&nbsp;เหล่านี้&nbsp;ยังต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่&nbsp;ซึ่งมีกำหนดการประชุมในปลายเดือนนี้&nbsp;เพื่อพิจารณาอีกครั้ง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำที่ผิดปกติ&nbsp;โดยสำนักงานสลากฯ&nbsp;จะมีหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการบริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอให้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ในการเบิกจ่ายสลากฯ&nbsp;ของที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง&nbsp;ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด&nbsp;ยืนยันว่าจะสามารถสรุปสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงของราคาสลากให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้ภายในเดือน&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้&nbsp;2&nbsp;เดือน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324111800407"],
    [400,"พัฒนาระบบ My Tax Account ช่วยให้ผู้เสียภาษียื่นแบบ ภ.ง.ด 90 และ ภ.ง.ด 91 ได้สะดวกยิ่งขึ้น","<p><strong>นางสมหมาย&nbsp;ศิริอุดมเศรษฐ&nbsp;ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมสรรพากรได้ต่อยอดและพัฒนาระบบ&nbsp;My&nbsp;Tax&nbsp;Account&nbsp;ให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;โดยเพิ่มข้อมูลรายการค่าลดหย่อนใหม่และเพิ่มบริการใหม่จากเดิมที่มีอยู่&nbsp;9&nbsp;รายการ&nbsp;เพิ่มใหม่อีก&nbsp;4&nbsp;รายการ&nbsp;รวมเป็น&nbsp;13&nbsp;รายการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้อมูลค่าลดหย่อนครอบครัว&nbsp;ข้อมูลค่าลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อ&nbsp;เช่าซื้อ&nbsp;หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย&nbsp;บริการตรวจสอบประวัติการยื่นแบบ&nbsp;ภ.ง.ด.&nbsp;90/91&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ปีภาษี&nbsp;และบริการพิมพ์ข้อมูลภาพแบบและใบเสร็จรับเงินสำหรับการยื่นแบบปีภาษีปัจจุบันผ่านอินเทอร์เน็ต&nbsp;รวมทั้งเพิ่มข้อมูลเงินเดือนกลุ่มเอกชนและรัฐวิสาหกิจที่นายจ้างนำส่งให้กรมสรรพากรผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ซึ่งผู้เสียภาษีที่ใช้บริการสามารถมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล&nbsp;ที่ได้มาตรฐานระดับสากล&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ปรับปรุงระบบข้อมูล</strong>&nbsp;และบริการเดิมให้ทันสมัยและใช้งานได้สะดวกมากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เฉพาะข้อมูลเงินเดือนของบุคลากรในสังกัดหน่วยงานราชการและค่าลดหย่อน&nbsp;จะถูกเตรียมให้สำหรับการยื่นแบบผ่านระบบ&nbsp;New&nbsp;e-Filing&nbsp;เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่กำลัง&nbsp;จะยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;(ภ.ง.ด.&nbsp;90&nbsp;ภ.ง.ด.&nbsp;91)&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งสามารถยื่นแบบฯ&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หรือผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบออนไลน์&nbsp;(e-Filing)&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;กรมสรรพากร&nbsp;www.rd.go.th&nbsp;ได้ขยายเวลายื่นแบบฯ&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319112743614"],
    [401,"กระทรวงพาณิชย์ โดยกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ จัดเวทีสัมมนา มหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา หัวข้อ ลดต้นทุนธุรกิจพิชิตตลาดเมียนมา ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า ","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายพีรพัฒก์&nbsp;อุทัยศรี&nbsp;ผู้อำนวยการกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;กล่าวรายงานต่อ&nbsp;นายพิทักษ์&nbsp;อุดมวิชัยวัฒน์&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;ประธานในพิธีเปิดการสัมมนา&nbsp;มหกรรมการค้าชายแดนไทย&nbsp;-&nbsp;เมียนมา&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ลดต้นทุนธุรกิจพิชิตตลาดเมียนมา&nbsp;ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;การสัมมนาในครั้งนี้&nbsp;เพื่อจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;ในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์คือ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถ&nbsp;ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการค้าการลงทุน&nbsp;ชี้ช่องทางให้กับบุคคลากรที่เกี่ยวข้องด้านการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;และผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดน</p><p><strong>มีวิทยากร&nbsp;คุณชุมศรี&nbsp;เย็นทรวง&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;กองสิทธิประโยขน์ทางการค้า&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ&nbsp;&nbsp;Boost&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;ลดค่าใช้จ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้จากสิทธิพิเศษทางการค้า&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;วิทยากรอีกหนึ่งท่าน&nbsp;คือ&nbsp;คุณสุวดี&nbsp;นิยมไทย&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักบริการการค้าต่างประเทศ&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;บรรยายในหัวข้อ&nbsp;&nbsp;การขอหนังสือรับรองการใช้สิทธิพิเศษทางการค้า&nbsp;&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการ&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;และหน่วยงานราชการ&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319113314626"],
    [402,"ผูู้ว่าฯ กระบี่ ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วางศิลาฤกษ์โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท&nbsp;โดยพิธีดังกล่าวมีนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;,&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;มีนายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลเกาะกลาง&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เกาะลันตาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก&nbsp;แต่ปัจจุบันการเดินทางระหว่างแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะลันตาต้องใช้แพขนานยนต์&nbsp;ซึ่งมีความล่าช้าและค่าใช้จ่ายสูง&nbsp;ประกอบกับมีข้อจำกัดด้านปริมาณการบรรทุกและช่วงเวลาการให้บริการ&nbsp;ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทางหลวงชนบท&nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา</strong>&nbsp;ตำบลเกาะกลาง-ตำบลเกาะลันตาน้อย&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีแนวเส้นทางเริ่มต้นบริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;4206&nbsp;(กม.ที่&nbsp;26+620)&nbsp;ตำบลเกาะกลางไปบรรจบกับทางหลวงชนบท&nbsp;สาย&nbsp;กบ.5035&nbsp;ตำบลเกาะลันตาน้อย&nbsp;รวมระยะทางตลอดโครงการ&nbsp;2,240&nbsp;เมตร</p><p>?ซึ่งก่อสร้างสะพานเป็นรูปแบบสะพานคานขึง&nbsp;(Extradosed&nbsp;Bridge)&nbsp;และสะพานคานยื่น&nbsp;(Balanced&nbsp;Cantilever&nbsp;Bridge)&nbsp;ความยาวสะพาน&nbsp;1,825&nbsp;เมตร&nbsp;ขนาด&nbsp;2&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;ช่องละ&nbsp;3.75&nbsp;เมตร&nbsp;ไหล่ทางข้างละ&nbsp;2.5&nbsp;เมตร&nbsp;พร้อมถนนต่อเชื่อมทั้งสองฝั่งรวมระยะทาง&nbsp;415&nbsp;เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ</strong>&nbsp;จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางโดยเฉพาะในช่วงวันหยุด&nbsp;หรือเทศกาลจากเดิมต้องใช้เวลา&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;2&nbsp;นาที&nbsp;สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดกระบี่ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;หากมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน&nbsp;และเป็นเส้นทางสำหรับอพยพประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติ&nbsp;รวมทั้งช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปัจจุบัน&nbsp;ทางหลวงชนบท&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ&nbsp;และได้ผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อม&nbsp;(คชก.)&nbsp;ของสำนักนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;เรียบร้อยเเล้ว&nbsp;ขณะนี้&nbsp;อยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;(กก.วล.)&nbsp;เพื่อพิจารณาและขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;และในปี&nbsp;2566&nbsp;ได้จัดทำคำขอภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น&nbsp;1,854&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2566-2569)&nbsp;โดยจะใช้เงินกู้และงบสมทบจากงบประมาณประจำปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณปี&nbsp;2566&nbsp;</strong>คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี&nbsp;2569&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319115040641"],
    [403,"เริ่มแล้วมหกรรมอาหาร หรอยหนัด หยัดได้ สุขสันต์สนามชัย  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต","<p><strong>ค่ำวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามชัย&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;</strong>ผ่านมานายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมอาหารหรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;โดยมีนายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>นายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;งบเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์การพัฒนาคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น&nbsp;เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว&nbsp;โดยการนำอัตลักษณ์ด้านอาหารประจำท้องถิ่น&nbsp;และวัฒนธรรมการแต่งกายของคนภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอันจะนำมาซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;การสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น&nbsp;จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;(อาหาร&amp;ของดีภูเก็ต)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งละ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ดังนี้ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ลานบางลา&nbsp;ชายหาดป่าตอง&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งได้จัดผ่านไปแล้ว&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามชัย&nbsp;และครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานลากูน่าโกรฟ&nbsp;ตำบลเชิงทะเล&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;เพื่อมอบประสบการณ์ความสุขพร้อมกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;ที่เกิดขึ้นเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทาง&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดภูเก็ตให้ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งภายในงานมีร้านจำหน่ายอาหาร&nbsp;อาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารทะเลสดและแปรรูป&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;120&nbsp;ร้าน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้รณรงค์ในเรื่องของการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</strong>&nbsp;และงดการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร&nbsp;รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยและการรักษาความสะอาดตามมาตรฐาน&nbsp;CLEAN&nbsp;FOOD&nbsp;GOOD&nbsp;TASTE&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319120022649"],
    [404,"บรรยากาศท่องเที่ยวเบตงคึกคัก หลังเที่ยวบินปฐมฤกษ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศแห่เที่ยว อ.เบตง จ.ยะลา ท่ามกลางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;บรรยากาศท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาคึกคัก&nbsp;</strong>หลังเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;นักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถตู้โดยสารเหมาแบบ&nbsp;กรุ๊ปทัวส์&nbsp;โดยสารมาเป็นหมู่คณะ&nbsp;และแบบครอบครัวเดินทางจากกรุงเทพฯ&nbsp;เข้ามาท่องเที่ยวในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&nbsp;ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;มีนักท่องเที่ยววันละนับพันคน&nbsp;และได้มีการจองโปรแกรมท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการอย่างคึกคัก&nbsp;ทั้งรถนำเที่ยวท้องถิ่นแบบไปเช้าเย็นกลับ&nbsp;และพักค้างคืนตามรีสอร์ตต่างๆ&nbsp;เพื่อสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ทำให้บรรยากาศในตัวเมืองเบตง&nbsp;โดยเฉพาะจุดเช็กอิน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นตู้ไปรษณีย์ยักษ์&nbsp;สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&nbsp;จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปถ่ายรูปตู้ไปรษณีย์&nbsp;รวมไปถึงร้านอาหารต่างๆ&nbsp;อย่างบักกุ๊ดเต๋เบตง&nbsp;อาหารจีน&nbsp;ดั้งเดิม&nbsp;ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเช็กอิน&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ท่ามกลางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด</p><p><strong>โดยนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>เดินทางจากกรุงเทพฯ&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ท่องเที่ยวมาเรื่อยๆระหว่างทางจอดแวะถ่ายรูปบริเวณ&nbsp;สะพานข้ามเขื่อนบางลาง&nbsp;บริเวณบ้านคอกช้างอำเภอธารโต&nbsp;สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อย่นระยะทางในการเดินทาง&nbsp;จากเดิมที่จะต้องไปตามไหล่เขา&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข&nbsp;410&nbsp;ยะลาเบตง&nbsp;เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะพักถ่ายรูปและยืดเส้นยืดสายก่อนจะเดินทางต่ออำเภอเบตง&nbsp;โดยที่ผ่านมาตามเส้นทางมาถึงอำเภอเบตงมีความปลอดภัยมี&nbsp;เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางไม่น่ากลัวอย่างที่คิดส่วนอากาศที่เบตงก็เยี่ยมยอดมาก&nbsp;เพราะอยากมาสัมผัสเมืองเบตงมานานแล้ว&nbsp;เห็นแต่ในข่าว&nbsp;เพราะเป็นอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;เมื่อมาได้สัมผัสที่นี่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย&nbsp;ทั้งธรรมชาติ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;มีอาหารการกินอร่อย&nbsp;อย่างไก่เบตง&nbsp;ที่ใครๆ&nbsp;ก็บอกว่าเด็ด&nbsp;ผู้คนอยู่กันหลายเชื้อชาติ&nbsp;น่ารักใจดี&nbsp;เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีเสน่ห์&nbsp;น่าไปสัมผัสขอเชิญชวนมาเที่ยวกัน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;</strong>ได้กำชับให้&nbsp;ศปก.อำเภอเบตง&nbsp;มีการวางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว&nbsp;โดยประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ขณะนี้เกือบครบ&nbsp;100%&nbsp;แล้วที่ได้รับวัคซีน&nbsp;เพราะทางอำเภอเบตงได้เปิดบริการฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่มาเที่ยวในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดยะลา&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ผ่านมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด&nbsp;หากรู้สึกไม่สบาย&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่พร้อมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ฟรี&nbsp;และหากพบว่ามีเชื้อเป็นบวก&nbsp;เจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินตามขั้นตอนด้านสาธารณสุขทันที</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319125100658"],
    [405,"ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ออกสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง","<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(สคบ.)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ลงพื้นที่ห้างแมคโครสาขามุกดาหาร&nbsp;และร้านจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;และตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการขึ้นราคาจนเกินควร</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวถึงภาพรวมราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์&nbsp;แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพาณิชย์&nbsp;และยังอยู่ในราคาตามมาตรฐาน&nbsp;โดยในช่วงนี้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ออกตรวจติดตามราคาสินค้าทุกวัน&nbsp;ขอให้ประชาชนชาวมุกดาหารสบายใจในเรื่องนี้ได้</p><p><strong>ด้านนางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวถึงสถานการณ์ด้านราคาของสุกรมีชีวิตได้ลดลงจาก&nbsp;110-120&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ในช่วงเดือนที่ผ่านมา&nbsp;ลงมาเหลือ&nbsp;82-83&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ส่งผลให้ราคาสุกรชำแหละตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาลดลง&nbsp;อยู่ที่&nbsp;150-180&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ส่วนราคาไข่ไก่&nbsp;ถึงแม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;โดยในส่วนของไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;3.20&nbsp;บาท&nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ราคาแนะนำจะอยู่ที่&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;แต่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังจำหน่ายในราคา&nbsp;3.30-3.40&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ&nbsp;ยังคงทรงตัวและมีความเพียงพอตอความต้องการของตลาด</p><p><strong>ส่วนทางด้านราคาสินค้าเพื่อการเกษตรและอาหารสัตว์</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้สินค้าขาดตลาด&nbsp;ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระงับการผลิตจากต้นทาง&nbsp;และพบการขายสินค้าแบบพ่วงจากบริษัทค้าส่ง&nbsp;ตัวอย่างเช่น&nbsp;หากต้องการซื้อปุ๋ยต้องซื้อสินค้าอื่นๆ&nbsp;หรือปุ๋ยสูตรอื่นๆ&nbsp;มาขายด้วย&nbsp;ทำให้ทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น</p><p><strong>ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจะทำการเก็บรวบรวมเพิ่มเติมว่ามีบริษัทใดกระทำการในลักษณะดังกล่าวบ้าง&nbsp;เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์&nbsp;หาทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้ราคาสินค้ามีกลไกที่เป็นมาตรฐาน&nbsp;และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319130444664"],
    [406,"จ.มุกดาหารพร้อมรับนักปั่นจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีฯ","<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมแถลงข่าวประเด็นความพร้อมในการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ&nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เจริญพระชนมพรรษา&nbsp;67&nbsp;พรรษา&nbsp;The&nbsp;Princess&nbsp;Maha&nbsp;Chakri&nbsp;Sirindhorns&nbsp;Cup&nbsp;Tour&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;2022แบบชีวิตวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมโกลเด้นทิวลิป&nbsp;ซอฟเฟอริน&nbsp;กรุงเทพฯ</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;<strong>กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้จังหวัดมุกดาหารได้รับเกียรติอย่างสูงยิ่งให้เป็น&nbsp;Center&nbsp;ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ด้วยการใช้พื้นที่และเส้นทางการแข่งขันหลัก&nbsp;ในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง&nbsp;ได้แก่ในวันที่&nbsp;1,&nbsp;2,&nbsp;6,&nbsp;8,&nbsp;9&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>ซึ่งทางสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong>&nbsp;ได้พิจารณาจุดหลัก&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ที่ถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองมุกดาหาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;หอแก้วมุกดาหาร&nbsp;วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;และสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;เป็นจุด&nbsp;START-FINISH&nbsp;ของการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งหากภาพของสถานที่เหล่านี้&nbsp;ได้ถ่ายทอดออกไปผ่านการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;ภาพความสวยงามของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จะอยู่ในความทรงจำของนักแข่งและผู้ชมที่รับชมผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><strong>ในส่วนของการแข่งขันเส้นทางในพื้นที่ของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ครอบคลุมทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;อยู่ในเขตรับผิดชอบของที่ทำการปกครอง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม&nbsp;34&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่จะคอยดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทางการแข่งขัน&nbsp;อีกทั้งคอยต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ด้วยมิตรภาพและรอยยิ้มในแบบฉบับของมุกดาหาร&nbsp;ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายถึง&nbsp;8&nbsp;ชนเผ่าพื้นเมือง&nbsp;และกลุ่มชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม&nbsp;ที่เป็นหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้มุกดาหารมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยห้วงระยะเวลาของการแข่งขัน&nbsp;จังหวัดจะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านการค้าและการท่องเที่ยว&nbsp;คือกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;เวียดทาวน์ที่จะแสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม&nbsp;และกิจกรรมถนนคนเดินอำเภอหนองสูง&nbsp;ที่จะแสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มชนเผ่าผู้ไทหนองสูง&nbsp;โดยสองพื้นที่ของเมืองจะถูกรังสรรค์ไว้คอยต้อนรับผู้มาเยือนในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม</p><p><strong>นับได้ว่าจังหวัดมุกดาหารนั้น&nbsp;</strong>มีความพร้อมทุกด้านในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;ทั้งเรื่อง-ที่พัก&nbsp;ที่จะรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่&nbsp;จังหวัดมีโรงแรมที่มีมาตรฐานในระดับ&nbsp;SHA&nbsp;EXTRA&nbsp;PLUS&nbsp;ไว้รับรองนักแข่งและผู้ติดตามชาวต่างชาติ&nbsp;รวมถึงแขก&nbsp;VIP&nbsp;ตามมาตรฐานการแข่งขัน,&nbsp;เส้นทางการแข่งขัน,&nbsp;การให้บริการด้านการแพทย์&nbsp;การพยาบาล&nbsp;ภานใต้มาตรการควบคุมโรค&nbsp;COVID-19</p><p><strong>จังหวัดมุกดาหารยืนยันว่า&nbsp;</strong>มีความพร้อมอย่างยิ่งในการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติฯ&nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เจริญพระชนมพรรษา&nbsp;67&nbsp;พรรษา&nbsp;โดยจัดเตรียมสถานที่&nbsp;และกิจกรรมรองรับอย่างสวยงามให้ผู้มาเยือนมีความประทับใจ&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เมืองสำราญชายโขง&nbsp;เชื่อมโยงอินโดจีน</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319131045668"],
    [407,"สัมมนาสาธารณะหัวข้อ ทางรอดปากท้อง ทางออกเศรษฐกิจฝ่าคลื่นโควิด : โอกาสหรือความเสี่ยง?","<p>วันที่ 19 มีนาคม 2565 ณ ห้อง Convention Hall อาคารศูนย์การเรียนรู้อาคาร D สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้มีการสัมมนาสาธารณะหัวข้อ ทางรอดปากท้อง ทางออกเศรษฐกิจฝ่าคลื่นโควิด : โอกาสหรือความเสี่ยง? \" จัดโดย ผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลาง ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บสก.)รุ่นที่ 10 สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย</p><p>&nbsp;</p><p>โดยมีภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ ภาครัฐ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ร่วมถกทางออก มองหาทางรอด ชี้ความเสี่ยง วิเคราะห์โอกาส เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องให้คนไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ช่วงที่ 1 การสร้างความรู้ความเข้าใจและวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาด้านเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ช่วงที่ 2 การวิเคราะห์หาทางออกด้านเศรษฐกิจของไทย ช่วงที่ 3 การวิเคราะห์ถึงความเสี่ยง โอกาส และมาตรการเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขด้านเศรษฐกิจอย่างตรงจุดและทั่วถึง</p><p>&nbsp;</p><p>ผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย&nbsp;ดร.พิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ดร. สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย </p><p>คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA)&nbsp;ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานที่ปรึกษา สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย &nbsp;&nbsp;คุณธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรม ไทย (อีคอนไทย)</p><p>&nbsp;</p><p>เวทีเสวนาดังกล่าวได้มีการเสนอมุมมองความคิดเห็นเกี่ยวกับ ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเพิ่มต้นทุนพลังงาน การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจของภาครัฐที่ผ่านมา &nbsp;รวมถึงการร่วมหาข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะการช่วยเหลือไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและภาคธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อสะท้อนไปถึงภาครัฐ </p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319131839671"],
    [408,"จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดงานมหกรรม โปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2565 แบบ New Normal","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี&nbsp;ผ้าไหมแพรวา&nbsp;ผ้าพื้นถิ่น&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เปิดงานมหกรรม&nbsp;โปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลาง&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานมหกรรม&nbsp;โปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โดยมีนายศุภศิษย์&nbsp;กอเจริญยศ&nbsp;,&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;รอดงาม&nbsp;และนายปราชญา&nbsp;อุ่นเพชรวรากร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;นายดาระไน&nbsp;ยี่ภู่&nbsp;ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;ได้กล่าวรายงานในการจัดมหกรรม&nbsp;โปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ว่า&nbsp;วัตถุประสงค์สำคัญการจัดการงาน&nbsp;เพื่อเผยแพร่และฟื้นฟูอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรมที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นการส่งเสริมเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวา&nbsp;ซึ่งมีลวดลายที่สวยงาม&nbsp;วิจิตร&nbsp;ประณีต&nbsp;จนได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งไหม&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น&nbsp;ตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;เพื่อเป็นการหารายได้&nbsp;</strong>สนับสนุนกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ในการบรรเทาทุกข์ให้แก่ราษฏรผู้ยากไร้&nbsp;หรือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในหลายกรณี&nbsp;ทั้งการสร้างบ้านเรือนให้ประชาชนที่ยากไร้มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย&nbsp;,&nbsp;การซ่อมแซมบ้านเรือนให้แข็งแรงมากขึ้น&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาโดยตลอด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยการจัดงานเป็นไปตามมาตรการ&nbsp;</strong>การควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้ปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>งานมหกรรม&nbsp;โปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ถือว่าเป็นงานที่สำคัญ&nbsp;ด้วยมีความเป็นมาที่น่าสนใจ&nbsp;ความปลื้มปิติ&nbsp;โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้ง&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2533&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานวัฒนธรรม&nbsp;4&nbsp;ภาค&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยนาฏศิลปะกาฬสินธุ์&nbsp;ในครั้งนั้น&nbsp;พระองค์ได้ทรงบรรเลงดนตรีโปงลาง&nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของกาฬสินธุ์&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์จึงเห็นพ้องในการกำหนดให้ทุกวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&nbsp;เป็นวันเริ่มต้นของการจัดงานมหกรรมโปงลาง&nbsp;แพรวา&nbsp;และงานกาชาด&nbsp;ซึ่งถือเป็นงานประจำปีของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;ได้กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;18-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานมีมากมาย&nbsp;อาทิ</strong>&nbsp;การประกวดวงดนตรีโปงลางชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;,&nbsp;การบรรเลงเครื่องดนตรีโปงลางพร้อมกัน&nbsp;229&nbsp;ราง&nbsp;,&nbsp;การออกร้านนิทรรศการของภาครัฐและเอกชน&nbsp;,&nbsp;การประกวดผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;,&nbsp;การจัดแสดงศาลาแห่งภูมิปัญญา&nbsp;,&nbsp;การประกวดผลิตภัณฑ์จากไหมและผ้าไหมแพรวา&nbsp;,&nbsp;การจำหน่ายผ้าไหมแพรวา&nbsp;ผ้าพื้นเมือง&nbsp;และสินค้าหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;,&nbsp;การจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม&nbsp;,&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมวงดนตรีพื้นบ้านโปงลาง&nbsp;Festival&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;วง&nbsp;,&nbsp;การเดินแบบผ้าไหมแพรวา&nbsp;ผ้าภูไท&nbsp;,&nbsp;การออกรางวัลสลากกาชาด&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน&nbsp;เป็นต้น</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319143831689"],
    [409,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดงานกระบี่ดีเพ กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ภายใต้การจัดงาน กระบี่ ดีเพ ","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ภายใต้การจัดงาน&nbsp;กระบี่&nbsp;ดีเพ\"&nbsp;โดยนายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบหมายนายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;นายสมศักดฺ&nbsp;กิติธรกุล&nbsp;นายองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;นางสาวจรรยารักษ์&nbsp;สาธิตกิจ&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&nbsp;และนางสาวศศิธร&nbsp;กิตติธรกุล&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนสมาคม&nbsp;ชมรม&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;(ประติมากรรมวงเวียน&nbsp;KRABI&nbsp;LUCKY&nbsp;WINDMILL)&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;บูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดกระบี่&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;บูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดกระบี่&nbsp;ที่มีแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งทางบก&nbsp;ทางทะเล&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ภายใต้การจัดงาน&nbsp;\"กระบี่&nbsp;ดีเพ\"&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ของกิจกรรม&nbsp;เพื่อส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศไทย&nbsp;สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ธุรกิจอาหาร&nbsp;กระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;และท้องถิ่นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;สินค้าท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่และความสวยงามของทะเลและจังหวัดกระบี่ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างพื้นที่&nbsp;และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&nbsp;</p><p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;จึงเร่งผลักดันสนับสนุนในการจัดงานร่วมกับจังหวัดกระบี่&nbsp;ภายใต้ชื่อกิจกรรม&nbsp;กระบี่ดีเพ&nbsp;เป็นการรวมสุดยอดของดีเมืองกระบี่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นของหาดทรายขาว&nbsp;น้ำทะเลใสสะอาด&nbsp;ปะการัง&nbsp;ถ้ำ&nbsp;ท่องเที่ยวแช่น้ำแร่&nbsp;และมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อมหนึ่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;เป็นการเชิญชวนพี่น้องชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;มาเที่ยวเยี่ยมชมและสัมผัสธรรมชาติที่งดงามอย่างแท้จริง&nbsp;และร่วมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมภายในงานที่ทางจังหวัดกระบี่ได้จัดเตรียมไว้รอนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดกระบี่&nbsp;ส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ&nbsp;ชูจุดเด่นของจังหวัด&nbsp;สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ธุรกิจอาหาร&nbsp;กระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;ให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่&nbsp;และสามารถซื้อสินค้าหรือของดีประจำท้องถิ่นของเมืองกระบี่ถือเป็นการต่อยอด&nbsp;เศรษฐกิจให้ขยายเป็นวงกว้างออกไป&nbsp;สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างแท้จริง&nbsp;พร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การประดับไฟและจุดถ่ายรูปสำคัญต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ทุกคนที่มาร่วมในงานได้เก็บภาพถ่ายกันอย่างจุใจในบรรยากาศสุดชิค,&nbsp;สนุกสนานไปกับกิจกรรมท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งมวลชนในจังหวัด&nbsp;ที่จะพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสน้ำพุร้อนสปา&nbsp;ออนเซนสไตล์ไทยๆ,&nbsp;หรอยแรงเวอร์สไตล์อาหารใต้,&nbsp;เรียนรู้ทันเทรนด์ฮิตสินค้าจากกัญชาและกระท่อม&nbsp;ต่อยอดทางธุรกิจเชิงท่องเที่ยว,&nbsp;อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมและดนตรีร่วมสมัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;การแสดงพื้นบ้าน&nbsp;หัตถกรรมถิ่นกระบี่,&nbsp;ระบำกีปัสเซอซา&nbsp;และวงดนตรีอะคูสติก,&nbsp;พร้อมทั้งกิจกรรมท่องเที่ยวช้อป&nbsp;ชิม&nbsp;ชิล&nbsp;สินค้าชุมชน&nbsp;จากผู้ประกอบการ,&nbsp;นวดผ่อนคลายด้วยน้ำมันแปรรูปจากน้ำแร่,&nbsp;กิจกรรมขบวนรถ&nbsp;รถฟู้ดทรัค,&nbsp;เต็มอิ่มไปกับการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศิลปิน&nbsp;บ่าววี,&nbsp;,&nbsp;และ&nbsp;Barbarian&nbsp;โดย&nbsp;มีการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกัน&nbsp;โควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานให้บริการอย่างเต็มที่&nbsp;พร้อมอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งด้านความปลอดภัยตามมาตรการสาธารณสุขและการให้ความรู้และความเข้าใจในมาตรฐาน&nbsp;SHA+&nbsp;(Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;&amp;&nbsp;Health&nbsp;Administration)&nbsp;กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;\"กระบี่ดีเพ\"&nbsp;รวมสุดยอดของดีเมืองกระบี่&nbsp;สวรรค์ของคนรักเที่ยว&nbsp;เปิดบ้านต้อนรับ&nbsp;18-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;(ประติมากรรมวงเวียน&nbsp;KRABI&nbsp;LUCKY&nbsp;WINDMILL)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319154347704"],
    [410,"รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา และคณะลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ชูจุดขาย เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ ย้อนอดีตวัยเรียน","<p>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมเฮอริเทจ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ชูจุดขาย&nbsp;เสน่ห์วันวาน&nbsp;เมืองเหนือ&nbsp;ย้อนอดีตวัยเรียน&nbsp;พร้อมเป็นประธานในพิธีมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;SHA&nbsp;แก่สถานประกอบการ&nbsp;19&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายขจรเกียรติ&nbsp;รักพานิชมณี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้เกียรติร่วมงาน&nbsp;?</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยนับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจออกเดินทางของนักท่องเที่ยว&nbsp;จึงเกิดเป็นความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;โดย&nbsp;ททท.&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยกรมควบคุมโรค&nbsp;กรมอนามัย&nbsp;และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ&nbsp;ร่วมกันจัดทำโครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;Health&nbsp;Administration&nbsp;(SHA)&nbsp;และปัจจุบันมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการให้บริการของธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;การท่องเที่ยวสีขาว&nbsp;(White&nbsp;Tourism)&nbsp;ที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เป็นธรรม&nbsp;และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;ให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่า&nbsp;น่าประทับใจ&nbsp;ส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจควบคู่กับความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในโอกาสที่คณะฯ&nbsp;เดินทางมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ททท.&nbsp;</strong>ได้จัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA&nbsp;แก่สถานประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;แห่ง&nbsp;จาก&nbsp;10&nbsp;หมวดประเภทกิจการ&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)</p><p><strong>สำหรับภูมิภาคภาคเหนือ&nbsp;ททท.&nbsp;ได้กำหนดคอนเซปต์การส่งเสริมการตลาด</strong>&nbsp;เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ&nbsp;(North&nbsp;Nostalgia)&nbsp;นำเสนอความพิเศษในการท่องเที่ยวผ่านเมนูท่องเที่ยวที่สร้างประสบการณ์เปี่ยมคุณค่าเหนือราคา&nbsp;สะท้อนเรื่องราวภูมิปัญญา&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวและกิกรรมทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเติมเต็มกลิ่นอายแห่งความสุขด้วยมนต์เสน่ห์เมืองเหนือ&nbsp;รวมถึงย้อนวันวานวัยเด็กผ่านสินค้าและบริการการท่องเที่ยว&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;Nature&nbsp;to&nbsp;Keep,&nbsp;Food&nbsp;to&nbsp;Explore&nbsp;และ&nbsp;Thainess&nbsp;to&nbsp;Discover&nbsp;โดยใช้สี&nbsp;ณ&nbsp;ฮ่อม&nbsp;(Navy&nbsp;Blue)&nbsp;เป็นสีประจําภาค&nbsp;สื่อถึงความผ่อนคลาย&nbsp;สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนเมืองเหนือที่มีความเรียบง่าย&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งภูมิภาคภาคเหนือกำหนดพื้นที่นำเสนอเรื่องราวเสน่ห์วันวานเมืองเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;สุโขทัย&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;โดยจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;จะนำเสนอภายใต้ธีม&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;:&nbsp;เสน่ห์เมืองวันวาน&nbsp;ย้อนอดีตวัยเรียน&nbsp;ส่งมอบประสบการณ์วัยเด็ก&nbsp;รำลึกความสุขวันวานท่ามกลางบรรยากาศเมืองอุทัยธานีที่สงบ&nbsp;เรียบง่าย&nbsp;อาคารเรียนหลังเดิม&nbsp;ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลาของวิถีชีวิตชาวอุทัยธานีริมแม่น้ำสะแกกรัง&nbsp;โดยมีสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ&nbsp;อาทิ&nbsp;ถนนคนเดินตรอกโรงยา&nbsp;โรงแรม&nbsp;เฮอริเทจ&nbsp;(ที่พักที่รีโนเวทมาจากโรงเรียนอุทัยวิทยาลัย&nbsp;โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของอุทัยธานี)&nbsp;ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง&nbsp;วัดอุโบสถาราม&nbsp;บ้านจงรัก&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>?</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","อุทัยธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185130757"],
    [411,"เกาะเต่า คึกคักสุด นทท.เที่ยววันหยุด 1,200 คน อีกฝั่ง นทท.ไทย ยกครอบครัวแห่เที่ยวเกาะสมุย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณท่าเรือแม่หาด&nbsp;ตำบลเกาะเต่า&nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;บรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความคึกคัก&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังเกาะเต่าทั้งหมดสูงถึง&nbsp;1,200&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วยเรือเร็วจากฝั่ง&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;301&nbsp;คน&nbsp;เรือเร็วจากเกาะสมุย-เกาะพะงัน&nbsp;850&nbsp;คน&nbsp;และเรือนอนกลางคืน&nbsp;(สุราษฎร์-เกาะเต่า)&nbsp;อีก&nbsp;49&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางรำลึก&nbsp;อัศวชิน&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะเต่า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวที่เข้ามาวันนี้มีสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;นักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ซึ่งระยะนี้ในช่วงวันหยุดมีนักท่องเที่ยวเลือกที่จะเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวที่เกาะเต่ามากเป็นพิเศษ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศดีท้องฟ้าแจ่มใสและทะเลใสสวยงามเหมาะต่อการดำน้ำเที่ยวทะเลมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันเดียวกัน&nbsp;ที่ท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยจากต่างจังหวัดและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากกรุงเทพฯ&nbsp;เดินทางในรูปแบบครอบครัว&nbsp;นำรถยนต์ส่วนตัวลงเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเต็มใต้ระหว่างเรือไปยังอำเภอเกาะสมุย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากการสอบถามครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ทราบว่า</strong>&nbsp;ได้จองโรงแรมที่พักในโครงการเราเที่ยวด้วยกันล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้ว&nbsp;กระทั่งเห็นว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดดีขึ้น&nbsp;จึงออกเดินทางมาพักผ่อนแต่ก็ระวังดูแลตัวเองและครอบครัว&nbsp;ซึ่งช่วงนี้ทะเลแถบเกาะสมุยกำลังสวยน่าเที่ยวมาก</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319190140769"],
    [412,"อบจ.ภูเก็ต จัดมหกรรมอาหาร หรอยหนัด หยัดได้ สุขสันต์สนามชัย กระตุ้นเศรษฐกิจภูเก็ต สร้างรายได้ให้ประชาชน","<p><strong>นายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงการจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;สนามชัย&nbsp;ชื่อมต่อกับศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;งบเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์การพัฒนาคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น&nbsp;เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว&nbsp;โดยการนำอัตลักษณ์ด้านอาหารประจำท้องถิ่น&nbsp;และวัฒนธรรมการแต่งกายของคนภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอันจะนำมาซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;การสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;(อาหาร&amp;ของดีภูเก็ต)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งละ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยเริ่มครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ลานบางลา&nbsp;ชายหาดป่าตอง&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งได้จัดผ่านไปแล้ว&nbsp;โดยได้รับผลตอบรับและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามชัย&nbsp;และครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานลากูน่าโกรฟ&nbsp;ตำบลเชิงทะเล&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;สำหรับการจัดงานฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;เพื่อมอบประสบการณ์ความสุขพร้อมกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;ที่เกิดขึ้นเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>อบจ.ภูเก็ต&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดภูเก็ตให้ดีขึ้น</strong>&nbsp;ซึ่งภายในงานมีร้านจำหน่ายอาหาร&nbsp;อาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารทะเลสดและแปรรูป&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;120&nbsp;ร้าน&nbsp;พบกับโซนอาหารพิเศษ&nbsp;ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการทานอาหารเมนูประยุกต์แนวใหม่&nbsp;โดยเชฟมือทองในสไตล์&nbsp;Omakase&nbsp;ชมการแสดงดนตรี&nbsp;และกิจกรรมบนเวทีอีกมากมาย&nbsp;ซึ่งได้จัดเวทีไว้รองรับถึง&nbsp;2&nbsp;เวที&nbsp;เพลิดเพลินกับตลาดพื้นบ้าน&nbsp;ลานวัฒนธรรม&nbsp;และพิเศษสุดของงานนี้&nbsp;คือ&nbsp;ชิมฟรี!!!&nbsp;หมี่ฮกเกี้ยนกระทะยักษ์&nbsp;การสาธิตการทำอาหารพื้นเมืองภูเก็ต&nbsp;รวมถึงชมการแกะสลักผัก&nbsp;ผลไม้ที่งดงามวิจิตรตระการตา&nbsp;และกิจกรรมพิเศษเฉพาะวันเปิดงาน&nbsp;ยังมีการจัดจำหน่ายไข่ไก่&nbsp;ในราคาฟองละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ให้ได้จับจ่ายใช้สอยวัตถุดิบในราคาต่ำกว่าต้นทุน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;</strong>ได้รณรงค์ในเรื่องของการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;และงดการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร&nbsp;รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยและการรักษาความสะอาดตามมาตรฐาน&nbsp;CLEAN&nbsp;FOOD&nbsp;GOOD&nbsp;TASTE&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัด&nbsp;งานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้</strong>&nbsp;สุขสันต์สนามชัย&nbsp;จะช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โดย&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;สร้างความสุขให้ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามและทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่ภูเก็ตสืบไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319221009794"],
    [413,"ร้านเสริมสวยยะลา ทำใจ เตรียมรับมือค่าไฟพุ่ง  4 บาทต่อหน่วย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ร้านเสริมสวย&nbsp;ยะลา&nbsp;ทำใจ&nbsp;เตรียมรับค่าไฟพุ่ง&nbsp;แตะ&nbsp;4&nbsp;บาทต่อหน่วย</strong>&nbsp;ในรอบเดือนพฤษภาคม&nbsp;ถึงสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;หลัง&nbsp;กกพ.&nbsp;มีมติให้ปรับค่าไฟฟ้าผันแปร&nbsp;หรือค่าเอฟที&nbsp;จากวิกฤตราคาพลังงานโลกที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เป็นผลกระทบจากการสู้รบ&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้&nbsp;เนื่องจากอุปกรณ์ในร้านเสริมสวยส่วนใหญ่ต้องใช้ไฟฟ้า&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม&nbsp;หวีแปรงไฟฟ้า&nbsp;ที่ม้วนผม&nbsp;โรลม้วนผม&nbsp;เครื่องอบผม&nbsp;ทำผมฯลฯ&nbsp;สารพัด&nbsp;รวมไปถึงเครื่องปรับอากาศ&nbsp;พัดลม&nbsp;สิ่งที่คอยบริการ&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>คุณกัลยา&nbsp;รัตนมณี&nbsp;&nbsp;เจ้าของร้าน&nbsp;ลูกปอ&nbsp;&amp;&nbsp;ลูกปัด&nbsp;ถนนเวฬุวัน&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ตามปกติที่ร้านจะจ่ายค่าไฟฟ้า&nbsp;เฉลี่ยเดือนละ&nbsp;3,800-4,000&nbsp;บาท&nbsp;ถ้าประหยัดหน่อยก็จะอยู่ที่&nbsp;3,400&nbsp;บาท&nbsp;อุปกรณ์เสริมสวยต้องใช้ไฟฟ้าทุกอย่าง&nbsp;ทีวีก็ต้องมี&nbsp;แต่ไม่ค่อยเปิด&nbsp;ลูกค้าไม่ดู&nbsp;ส่วนใหญ่จะใช้งาน&nbsp;Wi-Fi&nbsp;มากกว่า&nbsp;ซึ่งทางร้านมีบริการให้&nbsp;ส่วนแอร์&nbsp;จะเปิดช่วงที่มีลูกค้าเข้าร้านประมาณ&nbsp;10&nbsp;โมง&nbsp;ถ้าไม่มีลูกค้าก็จะปิดในช่วงเย็น&nbsp;5-6&nbsp;โมงเย็น&nbsp;เวลาเปิดแอร์ก็พยายามตั้งอุณหภูมิไว้ที่&nbsp;25&nbsp;องศา&nbsp;เปิดพัดลมคู่กับแอร์ไปด้วย&nbsp;ช่วยประหยัดขึ้นเยอะ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนในวันที่&nbsp;1&nbsp;พ.ค&nbsp;ที่ค่าไฟฟ้าจะขึ้น&nbsp;4&nbsp;บาทต่อหน่วยนั้น</strong>&nbsp;ทางร้านก็คงต้องปรับตัว&nbsp;ประหยัดขึ้น&nbsp;ถ้าร้อนจริงก็เปิดแอร์&nbsp;ลูกค้าเข้าก็จำเป็นต้องเปิดให้ลูกค้าอยู่แล้ว&nbsp;ช่วงนี้อากาศร้อนลูกค้าก็อยากที่จะมานั่งสบาย&nbsp;ๆ&nbsp;ตอนนี้&nbsp;ก็ทำใจ&nbsp;ถ้ามันแพง&nbsp;เราก็ต้องจ่ายเพิ่ม&nbsp;ประหยัดอย่างอื่นไม่ได้&nbsp;เราต้องใช้ไฟหมด&nbsp;อุปกรณ์ในส่วนอื่น&nbsp;ส่วนไฟก็ต้องเปิดทั้งวันช่วยความสว่าง&nbsp;ต้องยอมรับสิ่งที่จะมา&nbsp;แต่เราก็พยายามประหยัดอยู่&nbsp;เหมือนกระติกน้ำร้อน&nbsp;ก็ไม่เสียบ&nbsp;รวมทั้งอุปกรณ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ใช้ในเวลาจำเป็น&nbsp;ประหยัดไปได้&nbsp;แต่อย่างอุปกรณ์เสริมสวยเราใช้งาน&nbsp;ช่วยให้มีรายได้ก็คงต้องใช้</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320104336843"],
    [414,"ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา ผ้าศรีมะดัน บ้านรังแร้ง","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โคกหนองนาพาสุข&nbsp;บ้านสวนเงินเงิน&nbsp;บ้านรังแร้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลรังแร้ง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน&nbsp;บ้านรังแร้ง&nbsp;มีกิจกรรมประกอบด้วย</p><p>-&nbsp;การเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน</p><p>-&nbsp;กิจกรรมการเดินแบบผ้าไหม</p><p>-&nbsp;เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำผลผลิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายในตลาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p><p>-&nbsp;กิจกรรมเก็บเกี่ยวผลผลิตไข่มดแดงตามวิถีชาวบ้าน</p><p><strong>พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงโคกหนองนาพาสุข</strong>&nbsp;บ้านสวนเงินเงิน&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;101&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลรังแร้ง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;มีนายบุญเลิศ&nbsp;แสงดีเป็นเจ้าของได้เสียสละสถานที่พร้อมปัจจัยต่างๆ&nbsp;ให้อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;ร่วมกับชมรมโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ผ้าศรีมะดันบ้านรังแร้ง&nbsp;ใช้สถานที่จัดตลาดแห่งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;อยู่ดี&nbsp;กินดี&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ตลาดจะเปิดทุกวันศุกร์ในช่วงเย็น&nbsp;การดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสุพิชัย&nbsp;หล่าสกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายศราวุธ&nbsp;ทรงโฉม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรังแร้ง&nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320121229853"],
    [415,"อบต.กมลา จังหวัดภูเก็ต เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องจัดงาน หรอยริมเล กมลาเบิกฟ้า Kamala Food Fair ที่หาดกมลา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อช่วงค่ำวานนี้&nbsp;(19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณชายห่าดกมลา&nbsp;ต.กมลา&nbsp;อ.กะทู้&nbsp;จ.ภูเก็ต</strong>&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธีงาน&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair&nbsp;โดยมีนายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&nbsp;(อบต.กมลา)&nbsp;,&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;อบต.กมลา&nbsp;ภู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พี่น้องประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กมลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ได้ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวและการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ&nbsp;และคาดว่าตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;ได้เกิดความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว&nbsp;ทาง&nbsp;อบต.กมลา&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;กมลา&nbsp;เบิกฟ้า&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเล&nbsp;อาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจประชาชนในพื้นที่ตำบลกมลาและของจังหวัดภูเก็ตให้มีการขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;งาน&nbsp;\"หรอยริมเล&nbsp;กมลา&nbsp;เบิกฟ้า&nbsp;Kamala&nbsp;Food&nbsp;Fair\"</strong>&nbsp;จัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565นี้&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังได้รับผลกระทบจากกรแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และเป็นการต้องกระตุ้นให้เกิดการเร่งจับจ่ายใช้สอยของประชาชน&nbsp;และกระตุ้นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจของตำบลกมลา&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพื่อขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน&nbsp;สร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลกมลาเพิ่มมาก</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320122727861"],
    [416,"ผอ.ททท.สำนักสุรินทร์ ประชุมทำแผนการตลาด ปี 2566 ที่ศรีสะเกษ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ร้าน&nbsp;cafe&nbsp;De&nbsp;Tree&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ดร&nbsp;กัลยาณี&nbsp;ธรรมจารีย์&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษเปิดเผยว่า&nbsp;นางสาวสุชารัตน์&nbsp;แสงอรุณ&nbsp;ผอ.ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสุรินทร์&nbsp;ได้จัดประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อรับฟังข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.&nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;,&nbsp;ประธานหอการค้า&nbsp;,&nbsp;ประธาน&nbsp;YEC&nbsp;,&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนโรงแรมแกลเลอรี่&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนโรงแรมศรีลำดวน&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนสถานที่ท่องเที่ยววัดสุพรรณหงส์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เข้าร่วมการประชุมทำแผนดำเนินการจัดทำแผนการตลาด&nbsp;ปี&nbsp;2566</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการจัดทำแผนการตลาด&nbsp;ปี&nbsp;2566</strong>&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมเพื่อกำหนดทิศทาง&nbsp;แนวทางการดำเนินงานแผนการตลาดการท่องเที่ยวของ&nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;และได้ทำ&nbsp;SWOT&nbsp;ของศรีสะเกษ&nbsp;มาให้เพิ่มเติมในส่วนที่ยังขาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวสุชารัตน์&nbsp;แสงอรุณ&nbsp;ผอ.&nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้อยากได้เสียงของผู้ประกอบการโดยตรง&nbsp;เพื่อนำไปเขียนแผนด้านการตลาดขอคำเสนอแนะเพื่อนำไปทำแผน&nbsp;และได้ชี้แจงสถานการณ์การท่องเที่ยวศรีสะเกษปี&nbsp;64&nbsp;ให้ผู้เข้าประชุมทราบแล้วขอสรุป&nbsp;การท่องเที่ยวภาคเราว่าขณะนี้&nbsp;เมืองหลักคือจังหวัดขอนแก่น&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เราเป็นเมืองรอง&nbsp;เมืองรองต้องไป&nbsp;@&nbsp;สุรินทร์-ศรีสะเกษ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สุรินทร์-ศรีสะเกษ&nbsp;อาทิ&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;คนกับช้าง&nbsp;ผ้าไหม&nbsp;ข้าวหอมสุรินทร์&nbsp;ปราสาท&nbsp;ทุเรีอนภูเขาไฟ&nbsp;ผามออีแดง&nbsp;ทุ่งทะเลหอมกระเทียม&nbsp;วัดไพรพัฒนา&nbsp;วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม&nbsp;การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;ผ่านสื่อ&nbsp;Online&nbsp;ที่เข้าถึงกลุ่ม&nbsp;อาทิ&nbsp;เพจ&nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;2&nbsp;จังหวัดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;อาทิ&nbsp;เส้นทางสายมู&nbsp;เส้นทางกินทุเรียนภูเขาไฟ&nbsp;Shopping&nbsp;ผ้าไหมขึ้นชื่อของชาว&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ผ้าไหมเบญจศรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นักท่องเที่ยวตอนนี้&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม</strong>&nbsp;1.กลุ่ม&nbsp;Active&nbsp;Senior&nbsp;อายุ&nbsp;55-69&nbsp;ปี&nbsp;ทำงานได้&nbsp;มีกำลังเงิน&nbsp;เป็นกลุ่มผู้บริหารระดับสูง&nbsp;ถ้านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาจะกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มาก&nbsp;เลือกสินค้าทางการท่องเทียวที่เหมาะกับกลุ่ม&nbsp;Active&nbsp;Senior&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2.Senior&nbsp;กลุ่มนี้มีกำลัง&nbsp;ทำงานได้&nbsp;มีเวลาว่าง&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;3.กลุ่มสร้างกระแส&nbsp;Gen&nbsp;Y&nbsp;กลุ่มนี้เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองเที่ยวที่ใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ซ้ำ&nbsp;แคมปิ้ง&nbsp;มีที่ไหนบ้างไปเช็คอิน&nbsp;ททท.&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายการท่องเที่ยวไว้&nbsp;3&nbsp;ทิศทาง&nbsp;คือ&nbsp;เที่ยวตามกระแส&nbsp;เที่ยววันธรรมดา&nbsp;และ&nbsp;RTความรับผิดชอบ&nbsp;เพื่อทำการประชาสัมพันธ์</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320123147862"],
    [417,"คณะกรรมการฯ ปฏิรูปประเทศ ลงพื้นที่ จ.ลำปาง ติดตามการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ","<p><strong>คณะกรรมการฯ&nbsp;ปฏิรูปประเทศ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;</strong>ติดตามการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;เปิดบ้านต้อนรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;คณะอนุกรรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;และคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร&nbsp;หอการค้าไทย&nbsp;ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่ร่วมประเมินติดตามผลการดำเนินงานพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>นายอิสระ&nbsp;ว่องกุศลกิจ&nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสัตวแพทย์ยุคล&nbsp;ลิ้มแหลมทอง&nbsp;ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;และนายกลินท์&nbsp;&nbsp;สารสิน&nbsp;ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ประเด็นการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง&nbsp;ร่วมนำคณะกรรมการและคณะทำงานปฏิรูปประเทศ&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;คณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร&nbsp;หอการค้าไทย&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามประเมินความพร้อมของจังหวัดลำปาง&nbsp;ในการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด&nbsp;(Enabler)&nbsp;พร้อมร่วมประชุมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูลศึกษาแนวทางความเหมาะสมในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงในทุกมิติทุกระดับ&nbsp;สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากฐานภูมิทางสังคมและวัฒนธรรม&nbsp;ด้วยกระบวนการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;นำหัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมถึงผู้แทนองค์กรภาคเอกชน&nbsp;และผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับคณะฯ&nbsp;และร่วมประชุมนำเสนอข้อมูลเชิงพื้นที่ในด้านต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยการติดตามประเมินความพร้อม</strong>&nbsp;การดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด&nbsp;ทางคณะกรรมการ&nbsp;อนุกรรมการ&nbsp;และคณะทำงานฯ&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ&nbsp;(Big&nbsp;Rock)&nbsp;และโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาเชิงพื้นที่ในภาพรวม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสร้างเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพ&nbsp;การเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก&nbsp;การเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภูมิภาค&nbsp;และการพัฒนาศักยภาพคนเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;ประชาชนมีรายได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;และชุมชนท้องถิ่นมีการรักษาฟื้นฟูทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ&nbsp;</p><p><strong>โดยในส่วนสำคัญของประเด็นการพัฒนาดังกล่าว&nbsp;</strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้เป็นตัวแทนในนามจังหวัด&nbsp;กล่าวสรุปถึงแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ว่า&nbsp;จังหวัดลำปางมีเป้าหมายในการที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้&nbsp;เชื่อมโยงสร้างสรรค์&nbsp;น่าอยู่อย่างยืนยืน&nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนาให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นที่ภายใต้&nbsp;5&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>-ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว</strong>&nbsp;เน้นการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ทั้งเชิงนิเวศ&nbsp;ประวัติศาสตร์&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;วิถีชุมชน&nbsp;และเชิงธรณีวิทยา,&nbsp;</p><p><strong>-ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;หัตถอุตสาหกรรม&nbsp;การค้าการลงทุน&nbsp;เน้นการผลิตและเรียนรู้พัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม,&nbsp;</p><p><strong>-ด้านการเกษตร</strong>&nbsp;มุ่งเน้นส่งเสริมแนววิถีเกษตรพอเพียง&nbsp;เกษตรนวัตกรรมสร้างสรรค์&nbsp;เกษตรปลอดภัย&nbsp;เกษตรอินทรีย์,&nbsp;</p><p><strong>-ด้านคุณภาพชีวิตเน้นการส่งเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้</strong>&nbsp;สร้างสรรค์แบ่งปันแบบยั่งยืน&nbsp;พัฒนาให้ก้าวสู่ความทันสมัยเป็นเมืองอัจฉริยะ&nbsp;\"Smart&nbsp;city\"&nbsp;</p><p><strong>-และด้านความมั่นคง</strong>&nbsp;เน้นการรักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย&nbsp;ด้วยการใช้ความรู้เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้สำหรับจังหวัดจัดลำปาง</strong>&nbsp;ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ของประเทศ&nbsp;มีเนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ&nbsp;12,533.961&nbsp;ตร.กม.&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;7,833,726&nbsp;ไร่&nbsp;มีจำนวนประชากร&nbsp;724,678&nbsp;คน&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ&nbsp;ทั้งในด้านการค้าอุตสาหกรรม&nbsp;หัตถอุตสาหกรรม&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;และด้านการท่องเที่ยว&nbsp;โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;เท่ากับ&nbsp;71,417&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อยู่ในลำดับที่&nbsp;42&nbsp;ของประเทศ&nbsp;และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัวประชากรเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;100,711&nbsp;บาทต่อคนต่อปี&nbsp;ซึ่งในแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ที่กำหนด&nbsp;จังหวัดลำปางคาดหวังว่าจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยจากข้อมูลที่ได้รับ&nbsp;จะเป็นสาระสำคัญที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;คณะอนุกรรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;และคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร&nbsp;หอการค้าไทย&nbsp;จะได้นำไปพิจารณากำหนดเป็นแนวทางขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจในภาพรวม&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ&nbsp;เกิดการกระจายโอกาสสู่เศรษฐกิจระดับฐานราก&nbsp;และเร่งยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320123437863"],
    [418,"กำแพงเพชร จัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและแข่งขัน ปั่นโต้ลม @ กำแพงเพชร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่บริเวณลานหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลนาบ่อคำ&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;หอมยามเย็น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและแข่งขัน&nbsp;ปั่นโต้ลม&nbsp;@&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ในการดำเนินงาน&nbsp;และการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชรเพชร&nbsp;และเสริมสร้างสุขภาพให้มีพลานามัยที่สมบูรณ์&nbsp;รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนประชาชน&nbsp;เห็นความสำคัญในกิจกรรมการปั่นจักรยานมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยแบ่งกิจกรรมเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;คือ</strong>&nbsp;การปั่นเพื่อสุขภาพ&nbsp;ซึ่งจะปั่นในระยะทาง&nbsp;75&nbsp;กม.&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมรายการนี้จะได้รับถ้วยรางวัลทุกคน&nbsp;สำหรับการปั่นประเภทที่&nbsp;2&nbsp;เป็นการปั่นเพื่อการแข่งขัน&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;8&nbsp;รุ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;รุ่นโอเพ่น&nbsp;ชาย&nbsp;ไม่จำกัดอายุ&nbsp;,&nbsp;รุ่นอายุ&nbsp;30-39&nbsp;ปี&nbsp;ชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่นอายุ&nbsp;40-49&nbsp;ปี&nbsp;ชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่น&nbsp;50-59&nbsp;ปีชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่นอายุ&nbsp;60&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;ชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่นน้ำหนักเกิน&nbsp;80&nbsp;กก.&nbsp;ชาย&nbsp;,&nbsp;รุ่นโอเพ่นหญิง&nbsp;ไม่จำกัดอายุ&nbsp;และรุ่น&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;หญิง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายบุญช่วย&nbsp;หอมยามเย็น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร</strong>&nbsp;ได้กล่าวถึงกีฬาการปั่นจักรยาน&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์&nbsp;เป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ทั้งตัวนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;จะได้รับการพัฒนาในด้านของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์&nbsp;มีภูมิต้านทานต่อโรคภัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และยังเป็นโอกาสที่ได้เดินทางมาสัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชนชาวจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝั่งริมถนน&nbsp;ตลอดเส้นทางการปั่นในระยะทาง&nbsp;75&nbsp;กม.&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังได้รับมิตรภาพใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;จากผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อีกด้วย</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กำแพงเพชร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320134240884"],
    [419,"มอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี เปิดใช้แน่ พ.ย. 67","<p><strong>นายไพศาล สุวรรณรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง (ทล.) </strong>เผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) ระยะทาง 96.41 กม. มีความก้าวหน้า 72% </p><p><strong>โครงการนี้มี 25 ตอน ก่อสร้างเสร็จแล้ว 5 ตอน</strong> ระยะทางรวม 24.91 กม. ประกอบด้วย ตอน 6 ช่วง กม. 17+000-22+500 พื้นที่ จ.นครปฐม ระยะทาง 5.5 กม. ก่อสร้างแล้วเสร็จสิ้นเดือน ก.พ.65, ตอน 20, 21, 22, และ 23 ระยะทาง 19.41 กม. ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ส่วนที่เหลืออีก 20 ตอน อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าโครงการงานก่อสร้างจะแล้วเสร็จ พ.ย.ปี 66</p><p><strong>สำหรับพื้นที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว 5 ตอน</strong> ส่งมอบพื้นที่เพื่อให้การดำเนินงานและบำรุงรักษา Operation and Maintenance (O&amp;M) แล้ว ส่วนอีก 20 ตอน จะส่งมอบพื้นที่เมื่อแล้วเสร็จต่อไป เพื่อให้ดำเนินงาน O&amp;M ในการก่อสร้างด่านเก็บค่าผ่านทาง 8 แห่ง และออกแบบติดตั้งระบบการจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติพิเศษแบบไม่มีไม้กั้น (Multi-lane Free Flow) หรือระบบ M-Flow ในช่วง พ.ย.ปี 67</p><p><strong>มอเตอร์เวย์สายนี้ก่อสร้างปี 59</strong> และกำหนดแล้วเสร็จเดือน พ.ย. ปี 66 เริ่มต้นที่จุดตัดทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ด้านตะวันตกกับถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณทางแยกต่างระดับบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผ่านพื้นที่ อ.นครชัยศรี, อ.เมือง จ.นครปฐม, อ.ท่ามะกา และไปสิ้นสุดที่จุดบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 324 (ถนนกาญจนบุรี-อ.พนมทวน) อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ลักษณะโครงการเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4-6 ช่องจราจร มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 8 ด่าน ได้แก่ ด่านบางใหญ่ ด่านนครชัยศรี ด่านศรีษะทอง ด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง และด่านกาญจนบุรี</p><p>อัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง รถยนต์ 4 ล้อ มีค่าแรกเข้า 10 บาท เพิ่มขึ้นตามระยะทาง 1.50 บาทต่อ กม. สูงสุด 150 บาท &nbsp;รถยนต์ 6 ล้อ มีค่าแรกเข้า 16 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 2.40 บาทต่อ กม. สูงสุด 240 บาท รถยนต์มากกว่า 6 ล้อ มีค่าแรกเข้า 23 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 3.45 บาทต่อ กม. สูงสุด 350 บาท</p><p><strong>เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล </strong>ไปภาคตะวันตกของประเทศ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการอำนวยความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการท่องเที่ยว ที่สำคัญจะช่วยให้การเดินทาง จาก อ.บางใหญ่-กาญจนบุรีใช้เวลาเพียง 48 นาที เมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางโดยใช้ทางหลวงแผ่นดินซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 30 นาที</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320161924924"],
    [420,"รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ตรวจมาตรการป้องกันโรคในซอยบางลาป่าตอง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยหลังเดินทางไปตรวจมาตราการป้องกันโรค</strong>&nbsp;ที่ซอยบางลาป่าตอง&nbsp;อำเภอกะทู้ว่า&nbsp;จากการทางจังหวัดภูเก็ตได้มีมาตรการผ่อนคลายในเรื่องมาตราการควบคุมโรคมากขึ้น&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;ก็ต้องมีการป้องกันตามที่ทางจังหวัดได้กำหนด&nbsp;และขอความร่วมมือสถานประกอบการให้มีมาตราการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยจะเห็นว่าในขณะนี้&nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อในจังหวัดภูเก็ตใยอดลดลงอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ซึ่งเมื่อวานนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;313&nbsp;คน&nbsp;Sandbox&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;18&nbsp;คน&nbsp;ถือว่าจำนวนดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดก็ขอให้ประชาชนได้มีมาตราการในการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้ลดลงมากกว่านี้&nbsp;ซึ่งแนวโน้มยอดผู้ติดเชื้อจะมีผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับในส่วนของสถานบันเทิงในซอยบางลาป่าตอง</strong>&nbsp;<strong>ที่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงค่ำคืน</strong>&nbsp;จากการตรวจลงพื้นที่พบว่า&nbsp;ทางผู้ประกอบการได้มีการดำเนินการในเรื่องของมาตราการควบคุมโรค&nbsp;ที่ทางจังหวัดได้มีการเน้นย้ำให้ปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา&nbsp;โดยได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิและให้&nbsp;เจลล้างมือแก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้าไปยังสถานบันเทิงในซอยดังกล่าว&nbsp;โดยได้มีการตั้งจุดตรวจวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ที่เป็นทางเข้า-ออก&nbsp;ส่วนที่สถานบันเทิงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก็ได้มีคำแนะนำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามที่ทางราชการกำหนด&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอำนวยฯ&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;สำหรับในส่วนของพนักงานตามสถานประกอบการก็ได้มีการตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ซึ่งขณะนี้พบว่ายังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในซอยบางลาอยู่อย่างหนาตา&nbsp;แต่ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและสถานประกอบการทุกร้าน&nbsp;ให้ดำเนินการตามมาตราการป้องกันโรคโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวในมาตราการป้องกันโรคของจังหวัดภูเก็ต</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320173943936"],
    [421,"อบต.กมลา จังหวัดภูเก็ต จัดงาน \"หรอยริมเล กมลาเบิกฟ้า\" ชายหาดกมลา กระตุ้นการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เที่ยวงานอย่างคึกคัก","<p><strong>นายจุฑา&nbsp;ดุมลักษณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการจัดงานมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;\"หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า\"&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณหาดกมลา&nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ได้แพร่ระบาดส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ทำให้ระบบเศรษฐกิจทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนหนัก&nbsp;และเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย&nbsp;ได้มีมาตรการผ่อนปรนในเรื่องของการเดินทางเข้า-ออก&nbsp;จังหวัดภูเก็ตของนักท่องเที่ยว&nbsp;ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในด้านต่างๆ&nbsp;ซึ่งขณะนี้จังหวัดภูเก็ตได้สนับสนุนแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ที่จะช่วยกันประชาสัมพันธ์&nbsp;รวมถึงจัดกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเชิญชวนให้มาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกมลาจึงจัดมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;\"หรอยริมเล&nbsp;กมลาเบิกฟ้า\"</strong>&nbsp;ซึ่งถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;การบริการ&nbsp;และการซื้อสินค้า&nbsp;ทั้งในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค&nbsp;ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่ตำบลกมลาและจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างมาเที่ยวงานอย่างคึกคัก</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานวันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา</strong>&nbsp;มีการแสดง&nbsp;\"กมลา&nbsp;แดนสรวง&nbsp;ไข่มุกอันดามัน\",&nbsp;การแสดงควงไฟ&nbsp;และจุดอักษร&nbsp;Kamala&nbsp;Beach,&nbsp;การแสดงโขน&nbsp;รองเง็ง&nbsp;เกาะสิเหร่,&nbsp;การแสดงของชาวเนปาล&nbsp;และการแสดงวงกมลา&nbsp;แบรนด์&nbsp;ในวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คืนที่&nbsp;2&nbsp;มีการแสดงโฟล์คซอง&nbsp;(น้องบีม&nbsp;หาดใหญ่)&nbsp;การสาธิตการปรุงอาหารโดยเชฟปอนด์&nbsp;จากรายการ&nbsp;IRON&nbsp;CHEF&nbsp;และการแสดงลูกทุ่งซุปเปอร์แดนซ์&nbsp;และวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คืนสุดท้ายมีการแสดงคาบาเร่โชว์,&nbsp;การแสดงควงไฟ&nbsp;พ่นไฟ&nbsp;และปิดท้ายด้วยการแสดงมินิคอนเสิร์ต&nbsp;ธีเดช&nbsp;ทองอภิชาติ&nbsp;ขับกล่อมบรรเลงให้กับนักท่องเที่ยวและคนกมลา&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ร่วมสนุกและจับจ่ายสินค้า&nbsp;ชิมอาหารอร่อย&nbsp;ชมการแสดงสวยงามไปด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320174159937"],
    [422,"คืนสุดท้ายงานมหกรรมอาหารทะเล ครั้งนี้ 2หรอย ริม เลหาดกะรน จังหวัดภูเก็ต ยังคึกคักกระตุ้นการท่องเที่ยวเสริมอาชีพสร้างราย","<p><strong>คืนสุดท้ายงานมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;2&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;หาดกะรน&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ยังคึกคักกระตุ้นการท่องเที่ยวเสริมอาชีพสร้างรายได้ในพื้นที่</strong></p><p><br></p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตร่วมกับเทศบาลตำบลกะรน&nbsp;นำโดย&nbsp;เรือเอกเจด็จ&nbsp;วิชรศรณ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลกะรน&nbsp;จัดงานมหกรรมอาหารทะเล&nbsp;(Seafood)&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ตำบลกะรน&nbsp;เพิ่มมูลค่าอาหารซีฟู้ดและอาหารท้องถิ่นให้มีช่องทางและโอกาสทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมอาชีพ&nbsp;การจ้างงาน&nbsp;และกระจายรายได้สู่ครัวเรือนในตำบลกะรน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์&nbsp;อาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ในชุมชน</strong>ตำบลกะรนให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาสังคม&nbsp;โดยการจัดงานช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลกะรน&nbsp;ถนนปากบาง&nbsp;(เลียบชายหาด)&nbsp;หาดกะตะ&nbsp;ตำบลกะรน&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;โดยกิจกรรมภายในงานมีทั้งการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นฝีมือชาวบ้าน&nbsp;การจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ&nbsp;อาหารพื้นเมือง&nbsp;อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวกะตะ-กะรน&nbsp;การแสดงดนตรีสด&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ที่สนุกสนานทุกค่ำคืน&nbsp;และยังมีมุมๆ&nbsp;เช็คอิน&nbsp;วิวทะเลสวย&nbsp;ๆ&nbsp;ริมชายหาดกะตะ&nbsp;ภายใต้มาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ในรูปแบบวิถีใหม่&nbsp;ตามมาตรฐานข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้มาร่วมกิจกรรมทุกคน&nbsp;ซึ่งตลอด&nbsp;2&nbsp;คืนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;ร่วมงานจำนวนมาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320193145950"],
    [423,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา หนุนสงขลา ปั้นเทศกาลนานาชาติ ปักหมุดเป็นจุดหมายใหม่ของนักเซิร์ฟทั่วโลก","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการ&nbsp;กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;หนุนสงขลา&nbsp;ปั้นเทศกาลนานาชาติ&nbsp;ปักหมุดเป็นจุดหมายใหม่ของนักเซิร์ฟทั่วโลก&nbsp;นำกีฬาคนรุ่นใหม่หนุนกิจกรรมไมซ์&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;ปี&nbsp;2022&nbsp;ในงาน&nbsp;ลองเล่น&nbsp;SONGKHLA&nbsp;BEACH&nbsp;JAM&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;ชายหาดชลาทัศน์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานในพิธีปิดงานลองเล่นสงขลาบีชแจมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา,&nbsp;นายไพเจน&nbsp;มากสุวรรณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา,&nbsp;น.ส.มัณฑนา&nbsp;ภูธรารักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท)&nbsp;สำนักงานหาดใหญ่&nbsp;และนางศุภวรรณ&nbsp;ตีระรัตน์&nbsp;รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน)&nbsp;หวังส่งเสริมกิจกรรมท่องเทียวเชิงกีฬา&nbsp;ปั้นงานลองเล่นสงขลาบีชแจมให้เป็นงานเทศกาลระดับนานาชาติในปี&nbsp;2566&nbsp;เพื่อรองรับเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผู้คนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น&nbsp;รวมถึงความนิยมกีฬาประเภทเซิร์ฟที่สูงขึ้น&nbsp;โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมือง&nbsp;SPORT&nbsp;CITY&nbsp;และ&nbsp;MICE&nbsp;City&nbsp;มีความพร้อมรองรับงานใหญ่ๆ&nbsp;ระดับนานาชาติได้&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;ทางกระทรวงฯ&nbsp;ได้มีแผนงานส่งเสริมและสนับสนุนให้สงขลาเป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อปักหมุดให้สงขลาเป็น&nbsp;SURF&nbsp;TOWN</strong>&nbsp;ของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย&nbsp;เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของกีฬาคนรุ่นใหม่ที่มี&nbsp;Lifestyle&nbsp;ผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบ&nbsp;sport&nbsp;festival&nbsp;โดยนำกิจกรรมกีฬาประเภทเซิร์ฟ&nbsp;มารวมกับกิจกรรมทางดนตรี&nbsp;อาหาร&nbsp;และการท่องเที่ยวแบบแคมปิ้ง&nbsp;เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น,&nbsp;เปิดมิติใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;และเปิดโอกาสต่อยอดธุรกิจท้องถิ่นไปกับเทรนด์กีฬาเซิร์ฟ&nbsp;ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสำหรับคนรุ่นใหม่&nbsp;โดยจุดเด่นของงานลองเล่น&nbsp;สงขลาบีชแจม&nbsp;คือเป็นกิจกรรมงานกีฬา&nbsp;สำหรับทุกคน&nbsp;ทุกเพศ&nbsp;ทุกวัย&nbsp;มางานนี้งานเดียวจะได้&nbsp;รู้จัก&nbsp;และ&nbsp;ลองเล่น&nbsp;กีฬาสายเซริ์ฟสุดเท่ห์ทุกประเภท&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;Surfboard,&nbsp;SUP&nbsp;Board,&nbsp;Skimboard&nbsp;โดยทีมงานชั้นนำที่จะมาสอนพื้นฐานการเล่นเบื้องต้น&nbsp;สำหรับสาย&nbsp;Surfskate&nbsp;จะได้ท้าทายกับคลื่นบกขนาด&nbsp;16&nbsp;เมตร&nbsp;ริมชายหาดให้มา&nbsp;ปล่อยของ&nbsp;อวดท่าสวยๆ&nbsp;สกิลเทพๆ&nbsp;กันริมหาดพร้อมเก็บภาพลง&nbsp;IG&nbsp;และรับของรางวัลกลับบ้านไป</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรมการประกวด&nbsp;Songkhla&nbsp;surf&nbsp;girl&nbsp;สุดฮอท&nbsp;</strong>เพื่อเฟ้นหาผู้หญิงที่หลงรักในกีฬาเซิร์ฟและพร้อมสร้างแรงบันดาลให้ผู้หญิงด้วยกันหันมาเล่นกีฬานี้กันมากขึ้น&nbsp;ปิดท้ายด้วยกิจกรรม&nbsp;ลองไถ&nbsp;ที่จะรวมพลคนเซิร์ฟบก&nbsp;และสายไถทุกประเภท&nbsp;ไปไถสนุกๆ&nbsp;สุดชิล&nbsp;เส้นทาง&nbsp;2&nbsp;กม.&nbsp;ริมหาดชลาทัศน์&nbsp;และในสวนสาธารณะเมืองสงขลา&nbsp;กันแบบ&nbsp;exclusive&nbsp;เพื่อเก็บภาพเท่ๆ&nbsp;ลง&nbsp;ig&nbsp;ในเช้าวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป&nbsp;ยังร่วมสนุกในงานได้ทั้งวัน&nbsp;ทั้งคืนกับการช้อปสินค้าจากร้านขายอุปกรณ์กีฬาชั้นนำ,&nbsp;สินค้าไลฟ์สไตล์สายเซิร์ฟ,&nbsp;บูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;(ไร้แอลกอฮอล์),&nbsp;ลานดนตรีสด,&nbsp;โชว์ควงไฟริมหาด&nbsp;สัมผัสบรรยากาศแคมป์ปิ้ง&nbsp;สบายๆ&nbsp;พร้อมทั้งได้ร่วมกิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;ปลูกจิตสำนึกในการดูแลท้องทะเล</p><p><strong>ด้านนายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้การท่องเที่ยว&nbsp;และการจัดกิจกรรมต่างๆของจังหวัดสงขลา&nbsp;หยุดชะงักไป&nbsp;ภาคธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และการโรงแรม&nbsp;ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยเฉพาะในส่วนการท่องเที่ยวที่พึ่งพานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&nbsp;อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา&nbsp;จังหวัดเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมของเมืองให้มากขึ้น&nbsp;ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆ&nbsp;เพื่อรองรับโอกาสทางการท่องเที่ยว&nbsp;เมื่อสถานการณ์โควิด-19&nbsp;คลี่คลายลง&nbsp;ในเร็ววันนี้&nbsp;งานลองเล่น&nbsp;สงขลาบีชแจม&nbsp;ก็เป็นงานหนึ่งที่จังหวัดให้ความสำคัญ&nbsp;และพร้อมจะส่งเสริมให้เป็นกิจกรรม&nbsp;เฟสติวัลประจำปี&nbsp;รวมถึงผลักดันให้เป็น&nbsp;international&nbsp;festival&nbsp;ในปีถัดๆไป&nbsp;เนื่องจากเป็นงานที่มี&nbsp;เนื้อหาเป็นสากล&nbsp;จับเทรนด์กีฬาเซิร์ฟซึ่งเป็นกีฬาระดับโลกมาเป็นคุณค่าหลักของงาน&nbsp;มั่นใจว่าเมื่อเปิดประเทศกิจกรรมประเภทนี้จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&nbsp;และสิงคโปร์ที่จะเข้ามาในจังหวัดสงขลา&nbsp;อย่างแน่นอน&nbsp;รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในอนาคต</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การจัดงานลองเล่นสงขลาบีชแจม&nbsp;</strong>ยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดสงขลา&nbsp;รวมถึงสร้างให้เกิดกิจกรรมทางชายหาดใหม่ๆ&nbsp;ให้กับสงขลา&nbsp;ส่งเสริมกีฬาประเภทใหม่ๆ&nbsp;สำหรับเด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;และประชาชนทุกช่วงวัย&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสร้างมูลค่าให้กับพื้นที่ชายหาดชลาทัศน์&nbsp;และเมืองสงขลาได้เป็นอย่างดี&nbsp;อีกทั้งผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ได้เข้ามาดื่มด่ำ&nbsp;ความสุขจากบรรยากาศของงาน&nbsp;จากกิจกรรมสันทนาการ&nbsp;ดนตรี&nbsp;รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;จากร้านในท้องถิ่น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320205506963"],
    [424,"ประชาชนตื่นตัวยื่นภาษี ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 เพิ่มขึ้น","<p><strong>นางสมหมาย&nbsp;ศิริอุดมเศรษฐ&nbsp;โฆษกกรมสรรพากร</strong>&nbsp;กล่าวถึงการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;ภ.ง.ด.91&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้ยังเปิดให้บุคคลธรรมดา&nbsp;ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้แม้จะไม่มีภาษีต้องชำระ&nbsp;</p><p><strong>โดยเกณฑ์สำหรับบุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินเดือน&nbsp;กรณีโสด</strong>&nbsp;มีเงินได้เกิน&nbsp;120,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;กรณีสมรส&nbsp;มีรายได้ตั้งแต่&nbsp;220,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;ต้องยื่นแบบ&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;ภ.ง.ด.91&nbsp;สำหรับผู้ที่มีรายได้อื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าเช่า&nbsp;อาชีพอิสระ&nbsp;ขายของ&nbsp;กรณีโสด&nbsp;มีเงินได้&nbsp;60,000&nbsp;บาทต่อปีขึ้นไป&nbsp;มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ&nbsp;กรณีสมรส&nbsp;มีรายได้&nbsp;120,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ&nbsp;และสำหรับคนที่ไปรับจ้างทำงานใดแล้วถูกหักภาษี&nbsp;ณ&nbsp;ที่จ่าย&nbsp;3%&nbsp;ไว้ก็สามารถคืนขอคืนภาษีส่วนนี้ได้&nbsp;สำหรับภาพรวมปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;มีการตื่นตัวยื่นแบบเข้ามามากใกล้เคียงกับปีก่อน&nbsp;แต่ยอดภาษีที่ชำระเข้ามาสูงกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว&nbsp;</p><p><strong>ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด</strong>&nbsp;ทำหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;ภ.ง.ด.90&nbsp;ภ.ง.ด.91&nbsp;ประจำปีภาษี&nbsp;2564&nbsp;ง่ายๆ&nbsp;ผ่านออนไลน์&nbsp;กรมสรรพากร&nbsp;www.rd.go.th&nbsp;และสามารถตรวจสถานะของตนเองได้&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;กรณีขอคืนภาษี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321102039028"],
    [425,"นายกรัฐมนตรีพอใจ กรุงเทพฯ เป็น Best City  ภูเก็ต สมุย เกาะที่ดีที่สุด","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;รับทราบและยินดีที่ทราบว่า&nbsp;นิตยสาร&nbsp;DestinAsian&nbsp;จัดให้&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ในเมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุด&nbsp;(Best&nbsp;City)&nbsp;ในการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิค&nbsp;</p><p>จากการเปิดเผยของนิตยสาร&nbsp;DestinAsian&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ได้รับเลือกเป็น&nbsp;Best&nbsp;City&nbsp;จากผลการคัดเลือกของผู้อ่าน&nbsp;(Readers&nbsp;Choice&nbsp;Awards&nbsp;2022)&nbsp;ซึ่ง&nbsp;5&nbsp;อันดับแรกได้แก่&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;โตเกียว&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;และโซล&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>กรุงเทพฯ&nbsp;เคยได้รับเลือกอันดับที่&nbsp;1&nbsp;มาแล้วเมื่อปี&nbsp;2020</strong>&nbsp;ซึ่งในการประกาศรางวัลครั้งนี้&nbsp;ยังมีจุดหมายปลายทางอื่นๆ&nbsp;ของไทยที่ได้รับเลือกเช่นกัน&nbsp;โดยภูเก็ตและเกาะสมุย&nbsp;ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น&nbsp;\"เกาะที่ดีที่สุด\"&nbsp;ลำดับที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;รองจากที่&nbsp;1&nbsp;เกาะบาหลี&nbsp;และที่&nbsp;2&nbsp;เกาะมัลดีฟส์&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ&nbsp;ยังได้รับเลือกให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดอันดับ&nbsp;3</p><p><strong>นิตยสาร&nbsp;DestinAsian&nbsp;ถือเป็นนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำ</strong>&nbsp;และมีการจัดงาน&nbsp;Readers&nbsp;Choice&nbsp;Awards&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;ติดต่อกันมามากกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;โดยเป็นการจัดอันดับความเป็นเลิศในภาคการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&nbsp;ตัดสินจากผลโหวตของผู้อ่านทั่วโลก&nbsp;โดยผู้อ่านลงคะแนนในหมวดหมู่ต่างๆ&nbsp;รวมถึงจุดหมายปลายทาง&nbsp;&nbsp;โรงแรมและรีสอร์ท&nbsp;สายการบิน&nbsp;สนามบิน&nbsp;และสายการเดินเรือ&nbsp;โดยการสำรวจความคิดเห็นรางวัล&nbsp;Readers&nbsp;Choice&nbsp;Awards&nbsp;2022&nbsp;ดำเนินการระหว่างเดือนกันยายน&nbsp;ถึงธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชื่นชมผลการจัดอันดับดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นเสียงสะท้อนว่าไทยยังครองใจนักท่องเที่ยวเสมอมา&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;เชื่อว่าการพิจารณาปรับมาตรการการเดินทางเข้าราชอาณาจักรให้สอดรับกับมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ&nbsp;ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลก&nbsp;และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในการเดินทางมาประเทศไทย&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;ด้วยสถานการณ์โลกที่ส่งผลกระทบในหลายๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;รัฐบาลเร่งดำเนินการหามาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;ควบคู่กับการรับมือตามมาตรการสาธารณสุขตามสถานการณ์&nbsp;รวมทั้งร่วมมือกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อร่วมกันมองหาโอกาสในการเติบโต&nbsp;มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง&nbsp;แสดงให้โลกเห็นว่าประเทศไทยยังคงความน่าสนใจ&nbsp;มีศักยภาพ&nbsp;โดดเด่นและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321101612023"],
    [426,"ร้านผลิตและจำหน่ายเค้กจำปาดะ จ.ตรัง ขยายร้าน รองรับนักท่องเที่ยว และนักเดินทาง เที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ชูเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น ยังคงรูปแบบเบอเกอรี่-อาหารปลอดภัย ใช้วัตถุดิบปลอดสาร ไร้สารกันเสีย ไม่มีไขมันทรานส์","<p><strong>ที่ร้านลาแมร์&nbsp;เบอเกอรี่&nbsp;ถนนบายพาส&nbsp;สี่แยกบ้านควน-ควนปริง</strong>&nbsp;ม.10&nbsp;ต.โคกหล่อ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งเดิมเปิดเป็นร้านเบเกอรี่เล็กๆ&nbsp;ตอนนี้ได้ขยายร้านเพื่อรองรับการขยายตัวของสนามบินตรัง&nbsp;จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น&nbsp;และนักท่องเที่ยวที่คาดจะเดินทางเข้ามาในจังหวัดตรัง&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากเดิมที่ร้านลาแมร์&nbsp;เบเกอรี่ขายเฉพาะเบอเกอรี่โฮมเมด&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;โดยมีเค้กจำปาดะเป็นเมนูเด็ดประจำร้าน&nbsp;ปัจจุบันได้เพิ่มเมนูอาหารพื้นบ้าน&nbsp;ปรุงจากวัตดุดิบท้องถิ่นเข้ามาด้วย</p><p><strong>นางสาว&nbsp;ธัชกรหรือเจ&nbsp;เอ้งฉ้วน&nbsp;และน.ส.เพ็ญประกาย&nbsp;&nbsp;แก้วพิทักษ์&nbsp;&nbsp;</strong>ทั้งคู่เป็นเจ้าของร้าน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจากที่ทางร้านเปิดตัวเค้กจำปาดะไปแล้วได้รับผลตอบรับดี&nbsp;ทางร้านจึงต่อยอดเพิ่มให้เค้กมีลูกเล่นมากขึ้น&nbsp;ด้วยการทำเค้กจำปาดะสอดไส้ครีมมะพร้าวอ่อน&nbsp;โดยใช้มะพร้าวออแกนิคจากสวนของตนเอง&nbsp;เพราะปัจจุบันมะพร้าวในสวนมีมากเพราะส่งออกไม่ได้&nbsp;เมื่อนำมาทำไส้เค้กก็&nbsp;ได้รับการตอบรับดีเช่นกัน&nbsp;เพราะมีรสชาตินุ่ม&nbsp;หอมละมุนทั้งจากจำปาดะ&nbsp;และมะพร้าวอ่อน&nbsp;โดยจะวางขายหน้าร้านและขายให้ลูกค้าต่างจังหวัด&nbsp;แต่ต้องส่งด้วยรถแช่เย็น&nbsp;เพราะเค้กเป็นเค้กสด&nbsp;ทำใหม่วันต่อวัน&nbsp;ไม่ใส่สารกันเสีย&nbsp;ไม่มีไขมันทรานส์&nbsp;อยู่ได้ในตู้เย็นนาน&nbsp;4-5&nbsp;วัน</p><p><strong>ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายร้านมาอยู่ที่สี่แยกบ้านควน</strong>&nbsp;เพราะที่เดิมที่จอดรถไม่พอ&nbsp;จึงย้ายร้านมาอยู่ที่ใหม่ซึ่งกว้างขวางกว่าเดิม&nbsp;ในช่วงโควิดนั้นร้านได้รับผลกระทบซบเซา&nbsp;แต่ร้านได้ด้วยร้านมีเมนูเด่นคือเค้กจำปาดะ&nbsp;สามารถขายได้เป็นของฝาก&nbsp;ซื้อกลับไปกินที่บ้าน&nbsp;เมื่อย้ายมาอยู่ที่ใหม่&nbsp;ร้านได้เพิ่มอาหารจานหลักเข้าไปด้วย&nbsp;เน้นเป็นเมนูอาหารพื้นบ้าน&nbsp;ใช้วัสดุในจังหวัดตรัง&nbsp;และภาคใต้&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำพริกใบทำมัง(ใบแมงดา)&nbsp;ทานคู่กับผักพื้นบ้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และปลาเค็ม&nbsp;ปลาหวาน,&nbsp;ต้มซี่โครงกระดูกหมูย่างกับใบส้มม้าว&nbsp;หรือยอมส้มมวง,&nbsp;พิซซ่า,&nbsp;สปาเก็ตตี้ขี้เมา,&nbsp;ยำต่างทะเลสด,&nbsp;และเมนูเบอเกอรี่เพื่อสุขภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;พายมะพร้าวอ่อน,&nbsp;คุกขี้จมูกข้าวสังหยดผสมงามขี้ม่อน&nbsp;โดยอาหารจะมีราคาเริ่มต้น&nbsp;55&nbsp;บาท&nbsp;เบอเกอรี่ราคาเริ่มต้นที่&nbsp;35-150&nbsp;บาท&nbsp;เมนูเครื่องดื่มเริ่มต้นที่&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;ด้วยร้านอยู่ใกล้สนามบิน&nbsp;จึงมีทั้งอาหารคาวหวาน&nbsp;เครื่องดื่มไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว&nbsp;นักเดินทาง&nbsp;โดยขนมเบเกอรี่เป็นแบบโฮมเมด&nbsp;อาหารเน้นเมนูสุขภาพ&nbsp;ใช้พืชผักพื้นบ้าน&nbsp;ใช้วัสดุดิบปลอดสารเคมี&nbsp;และของฝาก&nbsp;คือ&nbsp;ปลาหลังเขียวแดดเดียว&nbsp;ปลาหวาน&nbsp;โดยร้านเปิดบริการทุกวัน&nbsp;เวลา&nbsp;09.30-19.30&nbsp;น.&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;โทร.098-9695651&nbsp;หรือ&nbsp;เฟซบุ๊กแฟนเพจ&nbsp;:&nbsp;ลาแมร์&nbsp;เบเกอรี่</p><p><strong>ลูกค้ามาจาก&nbsp;จ.สตูล&nbsp;บอกว่า&nbsp;วันนี้สั่งพิซซ่า&nbsp;</strong>และโรตีกรอบ&nbsp;ซึ่งทานหลายครั้งแล้ว&nbsp;ติดใจในรสชาติ&nbsp;และทุกครั้งที่มาตรังจะชวนเพื่อนๆ&nbsp;มาทานด้วยกัน&nbsp;ชอบเกือบทุกเมนู&nbsp;เช่น&nbsp;ราดหน้า&nbsp;หมี่แกงปู&nbsp;และยำ&nbsp;ชอบบรรยากาศโปร่งสบาย&nbsp;ไม่แออัด&nbsp;ลูกค้าในจังหวัดตรัง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ชอบมาทานเครื่องดื่ม&nbsp;และเค้ก&nbsp;เพราะเค้กที่นี่รสชาติไม่หวาน&nbsp;เนื้อนุ่ม&nbsp;เป็นเค้กเพื่อสุขภาพ&nbsp;มีให้เลือกหลายแบบ&nbsp;ลูกค้าที่เดินทางมาจาก&nbsp;กทม.&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตนเดินทางมาจากกรุงเทพ&nbsp;เห็นข่าวจากทีวี&nbsp;และเพจต่างๆ&nbsp;เมื่อมีโอกาสมาจังหวัดตรังก็เลยแวะชิม&nbsp;ชิมแล้วอร่อยมากๆ&nbsp;เหมือนกับที่โฆษณา&nbsp;อยากบอกชาวตรังว่าถ้ายังไม่เคยทานที่นี่&nbsp;ให้ลองแวะมา&nbsp;วันนี้ตนเลือกสั่งพิซซ่า&nbsp;สปาเก็ตตี้&nbsp;และเค้กจำปาดะ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321090154998"],
    [427,"รัฐบาล มองโอกาสส่งออกสินค้าหมวดขนม จีนญี่ปุนมาแรง","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;(DITP)&nbsp;ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ&nbsp;ในประเทศที่เป็นตลาดส่งออก&nbsp;เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการผลิตและส่งออกให้กับผู้ประกอบการของไทย&nbsp;ซึ่งกลุ่มสินค้าขนม&nbsp;เป็นหนึ่งในสินค้าหมวดอาหารที่มีโอกาสเติบโตอย่างมากในหลายประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะในจีนและญี่ปุ่น&nbsp;ทั้งนี้การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยผลิตสินค้าให้ตรงกับพฤติกรรมการบริโภค&nbsp;เอาผู้ซื้อเป็นตัวตั้ง&nbsp;เป็นนโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์ที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกสินค้าอาหารที่โตขึ้นอย่างมาก&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว&nbsp;ข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษา&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มนักศึกษาจีน&nbsp;&nbsp;กลุ่มเพศหญิงจะนิยม&nbsp;ขนมแป้งเส้นรสเผ็ด&nbsp;ขนมหรืออาหารกระป๋อง&nbsp;และคุกกี้หรือเค้ก&nbsp;กลุ่มเพศชายจะนิยมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;ถั่ว&nbsp;และผลไม้อบแห้ง&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;กลุ่มนักศึกษาที่เกิดหลังปี&nbsp;2000&nbsp;เพศหญิงหรือชายนิยมดื่มน้ำผลไม้และชานม&nbsp;ขณะที่ชาวญี่ปุ่นมีความต้องการสินค้าใหม่ๆ&nbsp;รองรับสังคมผู้สูงอายุ&nbsp;เช่น&nbsp;ขนมที่มีการพัฒนาเป็น&nbsp;Functional&nbsp;food&nbsp;ที่มีคุณสมบัติการให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย&nbsp;เช่น&nbsp;เยลลี่เหลวแบบสำหรับดื่มที่ให้พลังงานและเส้นใย&nbsp;หรือขนมที่มีนวัตกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;ลูกอมดับกลิ่นปากที่ลดความแรงของมินท์&nbsp;เพื่อให้เหมาะกับเวลาใส่หน้ากากอนามัยและขนมเคี้ยวหนึบ&nbsp;ที่มีการใช้นวัตกรรมในการผลิต&nbsp;เพื่อสร้างความแปลกใหม่&nbsp;รวมถึงให้ความสำคัญกับการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผู้ผลิตเปลี่ยนจากการใช้พลาสติกมาเป็นกระดาษมากขึ้น&nbsp;และลดปริมาณบรรจุภัณฑ์มากเกินจำเป็นลงมา&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้พลาสติกที่บางลง&nbsp;หรือยกเลิกการใช้ถาดพลาสติก&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;จะต้องพิจารณาใช้บรรจุภัณฑ์และขนาดบรรจุ</strong>ที่เหมาะสมกับแนวโน้มของตลาด&nbsp;รวมทั้งควรติดตามศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมในช่วงนั้นๆ&nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;(DITP)&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;www.ditp.go.th&nbsp;หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;โทร&nbsp;1169</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321100909016"],
    [428,"กฟผ.แม่เมาะ นำเสนอข้อมูลแม่เมาะเมืองน่าอยู่ แก่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ BCG Model สาขาเกษตร","<p><strong>การลงพื้นที่จังหวัดลำปางของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;นำโดย&nbsp;นายอิสระ&nbsp;ว่องกุศลกิจ&nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;นำโดย&nbsp;นายยุคล&nbsp;ลิ้มแหลมทอง&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;เพื่อร่วมประชุมกับส่วนราชการและภาคเอกชนจังหวัดลำปาง&nbsp;แลกเปลี่ยนความคิด?เห็น?แนวทางขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัด?ลำปาง&nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ลํา?ปาง?&nbsp;กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์?ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;มีนายจรัญ&nbsp;คำเงิน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า&nbsp;2&nbsp;เข้าร่วมการประชุมและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่&nbsp;พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน</p><p><strong>นายอิสระ&nbsp;ว่องกุศลกิจ&nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;กล่าวถึงบทบาทของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่&nbsp;ต่อการพัฒนาในมิติต่างๆ&nbsp;ของ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;ว่าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่เป็นโครงการที่จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจในจังหวัดลำปางดีขึ้นได้&nbsp;ทั้งการพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;การใช้พื้นที่สำหรับปลูกป่าทดแทนที่จะช่วยลดคาร์บอนในภาพรวม&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;กฟผ.&nbsp;สามารถนำงบประมาณด้านความรับผิดชอบต่อสังคมมาบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำปาง&nbsp;และหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ให้เกิดการขยายผลด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และเศรษฐกิจภายในจังหวัดลำปางให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงมิติต่างๆ&nbsp;ทั้งด้านการท่องเที่ยว&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;และเส้นทางไปยังจังหวัดใกล้เคียงให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในจังหวัดภาคเหนือได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321104905045"],
    [429,"อ.บ้านแท่น บูรณาการเข้าตรวจสอบปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย ป้องกันการกักตุนสินค้า","<p><strong>จ่าสิบเอกประจักษ์ชัย&nbsp;ชนะภัย&nbsp;นายอำเภอบ้านแท่น&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อำเภอบ้านแท่น&nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.บ้านแท่น&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านแท่น&nbsp;ดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขาย&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านแท่น&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เพื่อควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ไม่พบว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด</p><p><strong>ทั้งนี้จากสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;</strong>และปุ๋ยขาดแคลน&nbsp;มีราคาสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตลอดจนตรวจสอบการกักตุนปุ๋ยของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศโดยด่วน&nbsp;หากพบมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่ละเว้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321110849054"],
    [430,"กรมเจ้าท่ารับฟังความคิดเห็นแผนเพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา","<p><strong>กรมเจ้าท่า&nbsp;จัดประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาวางแผน</strong>เพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;รับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียของโครงการดังกล่าว</p><p><strong>กรมเจ้าท่า&nbsp;จัดประชุมปฐมนิเทศปฐมนิเทศโครงการศึกษา</strong>วางแผนเพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้อง&nbsp;Moove&nbsp;1&nbsp;ศูนย์ประชุม&nbsp;Move&nbsp;Event&nbsp;Centre&nbsp;ตำบลแพรกษา&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วย&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มนักวิชาการ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และและภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมผ่าน&nbsp;Video&nbsp;Conference</p><p><strong>ปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพและปริมณฑล&nbsp;</strong>ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนมาโดยตลอด&nbsp;ดังนั้นการเดินทางทางน้ำจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถรองรับการเดินทางและลดปัญหาการจราจร&nbsp;ปัจจุบันแม่น้ำเจ้าพระยามีเส้นทางเดินเรือสาธารณะ&nbsp;ตั้งแต่ท่าเรือปากเกร็ด&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;ถึงกรุงเทพมหานคร&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;ศักยภาพท่าเรือเจ้าพระยาในเขตจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ยังสามารถนำคนจากจังหวัดสมุทรปราการเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพมหานครได้&nbsp;โดยกรมเจ้าท่ามีแผนการพัฒนาท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยามาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับท่าเรือเป็นสถานีเรือ&nbsp;แต่การพัฒนาดังกล่าวยังต้องมีการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น&nbsp;และพร้อมที่จะรองรับการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่น&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเปลี่ยนผ่านระบบได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น</p><p><strong>กรมเจ้าท่าจึงได้จัดทำโครงการศึกษาวางแผนเพิ่มศักยภาพ</strong>และพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลขึ้น&nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการและชี้แจงประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;ได้รับทราบถึงขอบเขตการศึกษา&nbsp;และแผนงานการศึกษา&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียของโครงการดังกล่าว&nbsp;เพื่อนำไปประกอบการศึกษา&nbsp;วางแผนเพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นด้วย&nbsp;ข้อมูลรอบด้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321125534099"],
    [431,"จ.สุโขทัย ตรวจเข้มร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา","<p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ควบคุมเข้มป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;จากปัญหาสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลน&nbsp;และมีราคาสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โดยที่ทำการปกครองจังหวัดสุโขทัย&nbsp;</strong>ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;นายอำเภอบ้านด่านลานหอย&nbsp;และนายอำเภอเมืองสุโขทัย&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;สิริเกษตรเคมี&nbsp;2014&nbsp;ตำบลลานหอย&nbsp;อำเภอบ้านด่านลานหอย&nbsp;และที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;ชัยภัทรเคมีเกษตร&nbsp;ตำบลบ้านกล้วย&nbsp;อำเภอเมืองสุโขทัย&nbsp;เพื่อควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ในครั้งนี้&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;ส่วนราคาจำหน่ายก็เป็นไปตามกลไกลการตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321125406097"],
    [432,"พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เตรียมจัดงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด \"PHUKET TASTIVAL Seafood & Gastronomy : หรอย-ยก-โล\" ฟื้นเศรษฐกิจ ชูผลผลิตทางการประมง และส่งเสริมการท่องเที่ยว","<p><strong>พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เตรียมจัดงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด&nbsp;\"PHUKET&nbsp;TASTIVAL&nbsp;Seafood&nbsp;&amp;&nbsp;Gastronomy&nbsp;:&nbsp;หรอย-ยก-โล\"</strong>&nbsp;ฟื้นเศรษฐกิจ&nbsp;ชูผลผลิตทางการประมง&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มี.ค.&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เม.ย.65</p><p><strong>นางสาววรนิษย์&nbsp;อภิรัฐจิรวงษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดภูเก็ตเร่งฟื้นเศรษฐกิจกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ด้วยการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เริ่มคลี่คลาย&nbsp;ซึ่งเป็นการ&nbsp;ส่งเสริมให้ธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบกลับมาฟื้นตัวทางธุรกิจ&nbsp;ซึ่งรวมทั้งตลาดผลผลิตทางการประมงของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่เป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตของชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงที่เคยเป็นรายได้หลักอีกทางของจังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือผลักดันภาคการท่องเที่ยว</strong>และการประมงให้กลับคืนมา&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้มีการอนุมัติให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัดภูเก็ตเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกซนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;\"PHUKET&nbsp;TASTIVAL&nbsp;Seafood&nbsp;&amp;&nbsp;Gastronomy&nbsp;:&nbsp;หรอย-ยก-โล\"&nbsp;โดยเน้นดำเนินงานให้สอดคล้องกับการประกาศขององค์การยูเนสโกที่ให้ภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร&nbsp;(Phuket&nbsp;Creative&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy)&nbsp;รวมทั้งพัฒนารูปแบบการจัดมหกรรมซีฟู้ด&nbsp;อาหารพื้นถิ่นภูเก็ต&nbsp;สินค้าอัตลักษณ์&nbsp;และรูปแบบการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้บริการ&nbsp;และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังส่งเสริมให้เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตมีการเติบโต</strong>อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มั่นคง&nbsp;มีศักยภาพเอื้อต่อการลงทุน&nbsp;และกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม&nbsp;ที่ทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์&nbsp;และเป็นการสร้างรายได้ให้เข้าถึงเกษตรกร/ผู้ประกอบกรอาหารทะเล&nbsp;อาหารพื้นถิ่นและสินค้าอัตลักษณ์จังหวัดภูเก็ตอย่างทั่วถึง&nbsp;ที่สำคัญยังเป็นการสร้างการรับรู้&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการตลาดภายในและต่างประเทศ&nbsp;มากยิ่งขึ้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด&nbsp;\"PHUKET&nbsp;TASTIVAL</strong>&nbsp;Seafood&nbsp;&amp;&nbsp;Gastronomy&nbsp;:&nbsp;หรอย-ยก-โล\"&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน&nbsp;ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;ยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอีกด้วย&nbsp;ซึ่งกิจกรรมภายในงาน&nbsp;นอกจากการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ&nbsp;แบบยกกิโล&nbsp;แล้วยังมีพื้นที่ปิ้ง&nbsp;ย่าง&nbsp;เผา&nbsp;เพื่อรับประทานกันสดๆภายในงาน&nbsp;การออกร้านจำหน่ายอาหารไทย&nbsp;อาหารนานาซาติ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Food&nbsp;Truck&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งการแสดงการแล่เนื้อแซลมอนทั้งรูปแบบแบน&nbsp;Otsukiri&nbsp;(โอสึกิริ)</strong>&nbsp;และแบบชาซิมิ&nbsp;จากผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง&nbsp;สินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;Thai&nbsp;Select&nbsp;และสินค้า&nbsp;GI&nbsp;(ภูเก็ต)&nbsp;และการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมฟื้นถิ่นตลอดทั้ง&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;จึงขอเชิญซวนประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมเที่ยวชม&nbsp;ช้อป&nbsp;&nbsp;ชิม&nbsp;อาหารทะเลสด&nbsp;ภายในงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด&nbsp;\"PHUKET&nbsp;TASTIVAL&nbsp;Seafood&nbsp;&amp;&nbsp;Gastronomy&nbsp;:&nbsp;หรอย-ยก-โล\"&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321134126113"],
    [433,"สสว. ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ SMEs เพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรมโฆษะ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ดร.สมศักดิ์&nbsp;จังตระกุลผุ้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เปิดโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;(MSME&nbsp;Step&nbsp;Up)&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ปั้นยอดออนไลน์ให้ปังด้วย&nbsp;Facebook&nbsp;และรวยแบบจุกๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;Line&nbsp;OA&nbsp;จัดโดย&nbsp;สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(สสว.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา&nbsp;หวังยกระดับไมโครเอสเอ็มอีภาคอีสานให้มีความรู้และสร้างทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบการ&nbsp;เพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;คาดสร้างรายได้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการกว่า&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>รศ.ดร.วีระพงศ์&nbsp;มาลัย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;สสว.</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;MSME&nbsp;Step&nbsp;Up&nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยกลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยให้ความรู้และสร้างทักษะในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการประกอบธุรกิจ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัล&nbsp;ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อย</p><p><strong>นอกจากกิจกรรมหลักที่ดำเนินการในด้านการส่งเสริมทักษะต่างๆ&nbsp;แล้ว</strong>&nbsp;จะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ระบบของภาครัฐให้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;การจดทะเบียนการค้า&nbsp;การจดทะเบียน&nbsp;DBD&nbsp;Registered&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงมาตรการและความช่วยเหลือต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น&nbsp;สะดวกขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน&nbsp;นำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;มียุทธศาสตร์การสนับสนุนศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการของจังหวัด&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาช่องทางตลาดออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ตามกรอบการพัฒนา&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;ควบคู่กับการท่องเที่ยวชุมชนและเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเมืองหลัก&nbsp;เมืองรอง&nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งและยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321165522239"],
    [434,"ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประชุมหารือปรับแนวทางการพัฒนา และรองรับการท่องเที่ยวเมืองเบตง หลังมีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ พร้อมลดค่าที่พักทันที 30-40%  ลดค่าอาหารทันที 10-20%","<p><strong>ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ประชุมหารือปรับแนวทางการพัฒนา&nbsp;และรองรับการท่องเที่ยวเมืองเบตง&nbsp;หลังมีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ&nbsp;พร้อมลดค่าที่พักทันที&nbsp;30-40%&nbsp;ลดค่าอาหารทันที&nbsp;10-20%&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เพียงแสดง&nbsp;Boarding&nbsp;Pass&nbsp;ณ&nbsp;เคาน์เตอร์ของโรงแรม&nbsp;ร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการ&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมสภาเทศบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;อ.เบตง&nbsp;</strong>จ.ยะลา&nbsp;นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือการปรับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองเบตง&nbsp;สำหรับรองรับการท่องเที่ยว&nbsp;และการเติบโตทางธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;หลังจากมีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวนวพร&nbsp;ชัวชมเกตุ&nbsp;ผอ.ททท.&nbsp;สำนักงานนราธิวาส&nbsp;นายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;ตลอดจนสมาพันธ์ผู้ประกอบการอำเภอเบตง&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>นายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมสมาคมธุรกิจการ</strong>ท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผลสรุปผลการประชุมเพื่อหารือแนวทางในการเปิดการบินเชิงพาณิชย์ของสนามบินเบตง&nbsp;ซึ่งทางชมรมโรงแรมอำเภอเบตง&nbsp;เสนอพร้อมลดค่าที่พักทันที&nbsp;30-40%&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เพียงแสดง&nbsp;Boarding&nbsp;Pass&nbsp;ณ&nbsp;เคาน์เตอร์เช็คอินของโรงแรมที่เข้าร่วมรายการ&nbsp;และชมรมร้านอาหารและคาเฟ่อำเภอเบตง&nbsp;พร้อมลดค่าอาหารทันที&nbsp;10-20%&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;เพียงแสดง&nbsp;Boarding&nbsp;Pass&nbsp;ณ&nbsp;เคาน์เตอร์ของร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการ&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;ทางร้านกะซ้ง&amp;เคมาร์ท&nbsp;ซุปเปอร์มาเก็ต&nbsp;ขอร่วมทำกิจกรรม&nbsp;สำหรับท่านที่บินมากับนกแอร์&nbsp;โดยนำ&nbsp;Boarding&nbsp;Pass&nbsp;มาแลก&nbsp;Welcome&nbsp;Gift&nbsp;Set&nbsp;ที่ประตูทางออก&nbsp;1ท่าน/ชุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ขนมท้องถิ่น&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;คูปอง\"ช้อปคนละครึ่ง&nbsp;มูลค่า&nbsp;50&nbsp;บ.&nbsp;ได้ที่กะซ้ง&nbsp;&amp;เคมาร์ททั้ง&nbsp;5สาขา&nbsp;และคูปองสามารถใช้เป็นส่วนลดตามร้านค้าต่างๆ&nbsp;ที่ร่วมกิจกรรมตามที่ระบุไว้ในคูปอง&nbsp;ในระยะเวลาคูปอง&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนทางด้าน&nbsp;ททท.สำนักงานนราธิวาส&nbsp;เตรียมจัดแคมเปญ&nbsp;กินเที่ยวฟินฟิน&nbsp;เช็คอินยะลา&nbsp;มอบส่วนลด&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับนักท่องเที่ยวที่สั่งเมนูอาหารท้องถิ่น&nbsp;500&nbsp;บาทขึ้นไป/ใบเสร็จกับร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ที่เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;และเทศบาลเมืองเบตงประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;และจัดกิจกรรมต่างเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321133822112"],
    [435,"ผู้บริโภคจีนนิยมเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลเพิ่มมากขึ้น ผู้ผลิตของไทยควรติดตาม สู่การเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออก","<p><strong>นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล&nbsp;มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศจีน&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคชาวจีนมองว่าเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มที่ดีกับสุขภาพ&nbsp;ทำให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจการรักษาสุขภาพ&nbsp;ระมัดระวังปริมาณน้ำตาลในสินค้ามากขึ้นและหันมานิยมเครื่องดื่มปราศจากน้ำตลาดมากขึ้น&nbsp;จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยจำแนกเป็นเครื่องดื่มชา&nbsp;เครื่องดื่มน้ำอัดลมปราศจากน้ำตาล&nbsp;และเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลอื่นๆ&nbsp;ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีรสนิยม&nbsp;ความชอบและพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกันได้&nbsp;</p><p><strong>ผลจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ทำให้แบรนด์ต่างๆ&nbsp;</strong>ทั้งของจีนหรือต่างชาติ&nbsp;พยายามปรับสินค้าให้เข้าถึงใจผู้บริโภค&nbsp;เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดให้มากขึ้น&nbsp;คาดว่าในปี&nbsp;2570&nbsp;จะมีมูลค่าตลาดเพิ่มเป็น&nbsp;27,700&nbsp;ล้านหยวน&nbsp;ในสินค้ากลุ่มนี้&nbsp;ขณะที่ไทยมีสินค้าดังกล่าว&nbsp;วางจำหน่ายในตลาดจีนไม่มาก&nbsp;จึงยังมีช่องว่างและโอกาสในการขยายตลาดต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จีนนำเข้าเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล</strong>&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;161&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;โดยนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสมากที่สุด&nbsp;กว่าร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของการนำเข้าทั้งหมดและนำเข้าจากไทย&nbsp;มากเป็นอันดับที่&nbsp;2&nbsp;คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ&nbsp;11.83&nbsp;ของการนำเข้าทั้งหมดของจีน&nbsp;โดยผู้ผลิตของไทยควรติดตามแนวโน้มและพฤติกรรมการบริโภคของตลาดจีนอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้า&nbsp;ที่สามารถส่งออกขายได้ทั่วโลก</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321144117142"],
    [436,"จังหวัดชลบุรี บี เค วัน ศรีราชา ประชาคมชาวบ้านอ่าวอุดม การก่อสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์","<p><strong>ชาวบ้านอ่าวอุดมไม่ค้านสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์หน้าโรงแรมชาโตว์วิสต้า&nbsp;แต่ขอให้มาคุยกับชาวบ้านในเรื่องผลกระทบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้บริษัทอยู่ร่วมกับประชาชนได้อย่างเป็นสุขต่อไปในอนาคต</strong></p><p><strong>นายพิพัฒน์พร&nbsp;อัมพรเพ็ชร&nbsp;ปลัดอำเภอศรีราชา&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางจินตนา&nbsp;จีระชีวิน&nbsp;ปลัดอำเภอศรีราชา&nbsp;ประมงอำเภอศรีราชา&nbsp;ตัวแทนเทศบาลนครแหลมฉบัง&nbsp;และนายธัญธร&nbsp;ชถคณานุกูล&nbsp;ตัวแทน&nbsp;บี.เค.วัน&nbsp;ศรีราชา&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ประชุมประชาคมการก่อสร้างท่าเทียบเรือของบริษัท&nbsp;ที่เชื่อมต่อจากบริเวณหน้าโรงแรมชาโตว์วิสต้า&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ทุ่งสุขลา&nbsp;อ.ศรีราชา&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;ออกไปสู่ทะเล&nbsp;เพื่อใช้เป็นท่าเทียบเรือเอนกประสงค์&nbsp;ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวและท่าเรือโดยสารเพื่อรองรับธุรกิจของโรงแรมให้มีคนมาพักและเป็นท่าเรือที่มีนักท่องเที่ยวเกาะสีชังมาใช้ประโยชน์จากท่าเรือ&nbsp;โดยมีชาวชุมชนอ่าวอุดมเข้าร่วมประมาณกว่า&nbsp;300&nbsp;คน</p><p><strong>โดย&nbsp;นายธัญธร&nbsp;ชถคณานุกูล&nbsp;ตัวแทน&nbsp;บี.เค.วัน&nbsp;ศรีราชา&nbsp;จำกัด&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วัตถุประสงค์การก่อสร้างท่าเทียบเรือของบริษัทฯ&nbsp;มีจุดประสงค์จะพัฒนาเป็นสะพานเพื่อให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมาถ่ายรูป&nbsp;จะได้กระตุ้นธุรกิจของโรงแรมชาโตว์วิสต้า&nbsp;ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก&nbsp;หรือใช้เป็นท่าเรือสาธารณประโยชน์&nbsp;ให้ชาวบ้าน&nbsp;หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ใช้เป็นท่าเทียบเรือ&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;จึงได้คำเนินยื่นขอใบอนุญาต&nbsp;เป็นท่าเทียบเรือขนาดเล็กไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;เมื่อท่าเรือนี้เกิดขึ้น&nbsp;จะมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;จะจัดให้มีลานจอดรถสำหรับนักท่องเที่ยว&nbsp;จะจัดให้มีล็อค&nbsp;ให้ชาวบ้านอ่าวอุคม&nbsp;มาเช่าทำการค้าขายอาหาร&nbsp;ของของฝาก&nbsp;ขายอาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;ขายอาหารทะเลสดของชาวประมงบ้านอ่าวฯ&nbsp;จะจัดให้มีลานสำหรับทำกิจกรรมของชาวบ้าน&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ถนนคนเดิน&nbsp;จัดงานประเพณีประจำปี&nbsp;เปิดโอการให้ชาวบ้านอ่าวฯ&nbsp;มาร่วมกันประกอบธุรกิจเพื่อต่อยอดสนับสนุนค้านการท่องเที่ยว&nbsp;ชาวบ้านที่มีเรือเร็ว&nbsp;มีเรือโดยสาร&nbsp;ก็สามารถมาร่วมมือกันรับนักท่องเที่ยวที่มาพักโรงแรมไปเที่ยวเกาะสีชัง&nbsp;เป็นท่าเรือโดยสาร&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมประชุมประชาคมมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย</strong>&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้านเป็นห่วงเรื่องผลกระทบการจากการก่อสร้างท่าเทียบเรือนี้&nbsp;จะไปรบกวนระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;พันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ที่กลุ่มประมงพื้นที่ได้เลี้ยง&nbsp;เพาะพันธุ์เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;รวมทั้งช่วงเวลาการก่อสร้างอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวบ้านอ่าวอุดมด้วย&nbsp;จนได้ข้อสรุปว่า&nbsp;ทางบริษัทจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบผลกระทบของกลุ่มชาวบ้านและชาวประมงพื้นบ้านว่าจะได้รับผลกระทบในเรื่องใดบ้าง&nbsp;เพื่อที่จะแก้ปัญหา&nbsp;รวมทั้งหาทางออกร่วมกัน&nbsp;ซึ่งชาวบ้านไม่ขัดข้องในเรื่องการก่อสร้างการสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าว&nbsp;แต่จะต้องไม่ส่งผลกระทบกับชุมชนด้วย</p><p><strong>นางจินตนา&nbsp;จีระชีวิน&nbsp;ปลัดอำเภอศรีราชา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในวันนี้บริษัทบี.เค.วัน&nbsp;ได้ขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ&nbsp;ซึ่งมีการขออนุญาตถูกต้อง&nbsp;แต่ชาวบ้านมีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แห่งนี้&nbsp;จึงมีความเห็นว่าควรจะมีการชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบ&nbsp;ซึ่งมีกลุ่มประมงได้เข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมว่าเป็นห่วงเรื่องการจับสัตว์น้ำ&nbsp;จึงใช้เวทีนี้เป็นการให้ชาวบ้านได้ทราบข้อเท็จจริงพร้อมกัน&nbsp;ซึ่งผลสรุปว่า&nbsp;ชาวบ้านที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าเข้าใจแล้วว่า&nbsp;สามารถค้าขายในพื้นที่ดังกล่าวได้&nbsp;การเปิดปิดเป็นไปตามเวลาที่ชาวบ้านรับได้&nbsp;เปิดตอนเช้าและปิดตอน&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;ส่วนประมงพื้นบ้านที่ยังใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตรงนี้&nbsp;จึงตกลงกันว่า&nbsp;จะให้บริษัทไปดูว่ากลุ่มประมงได้รับความเดือดร้อนจากกรณีใด&nbsp;จะเสียประโยชน์อย่างไร&nbsp;เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321141518126"],
    [437,"นายกรัฐมนตรี เร่งติดตามการพัฒนาความเชื่อมโยงระบบคมนาคม 4 มิติ ทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามนโยบายการพัฒนาความเชื่อมโยงระบบคมนาคมของไทยให้มีศักยภาพเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ในอนาคต&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง&nbsp;(ฮับ)&nbsp;โลจิสติกส์ทั้ง&nbsp;4&nbsp;มิติของอาเซียน&nbsp;ตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2561-2580)&nbsp;อาทิ&nbsp;พัฒนาระบบผ่านทางด่วน&nbsp;เร่งรัดก่อสร้างมอเตอร์เวย์&nbsp;แผนเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า&nbsp;โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน&nbsp;การขยายเชื่อมต่อสนามบิน&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ความคืบหน้าล่าสุด</strong>&nbsp;ในส่วนของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง&nbsp;(มอเตอร์เวย์)&nbsp;สายบางใหญ่&nbsp;-&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;(M81)&nbsp;ระยะทาง&nbsp;96.41&nbsp;กม.&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;เปิดเผยว่าปัจจุบันมีความก้าวหน้าก่อสร้างเสร็จแล้วร้อยละ&nbsp;72&nbsp;คาดว่าโครงการงานก่อสร้างจะแล้วเสร็จ&nbsp;ภายในเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2566</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้เดินหน้าผลักดันไทยให้เป็นฮับด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน&nbsp;โดยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันกระทรวงคมนาคมเดินหน้าพัฒนาโครงการคมนาคมทั้ง&nbsp;4&nbsp;มิติ&nbsp;มาโดยตลอด&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการรถไฟทางคู่&nbsp;ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีโครงการแลนด์บริดจ์&nbsp;ที่เมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มช่องทางการขนส่งสินค้าข้ามภูมิภาคได้สะดวกและช่วยเพิ่มมูลค่าด้านการขนส่งให้กับไทยอีกด้วย&nbsp;ซึ่งโครงการต่างๆ&nbsp;ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะได้เห็นความคืบหน้าและผลสำเร็จในช่วง&nbsp;1-3&nbsp;ปีนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321145636160"],
    [438,"จังหวัดลำพูนพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงาน","<p><strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;มุ่งพัฒนากำลังแรงงาน&nbsp;และพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพและปริมาณในพื้นที่</strong>&nbsp;เพื่อส่งต่อแรงงานไปสู่สถานประกอบการ&nbsp;หรือการประกอบอาชีพอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอบรมอาชีพจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;ครั้ง&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อดำเนินงานตามแผนการพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพ&nbsp;และปริมาณในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมีตัวแทนภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;โรงงาน&nbsp;สถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมกันในการจัดทำแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;-2570&nbsp;เพื่อดำเนินการตามแผ่นพัฒนากำลังคน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการเรียนการสอน&nbsp;การฝึกอบรม&nbsp;และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;การรับรองความรู้ความสามารถ&nbsp;รวมถึงการพัฒนากำลังแรงงานในรูปแบบอื่น&nbsp;ตลอดจนการเตรียมแผนการส่งต่อแรงงานไปสู่การจ้างงานในสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;พร้อมการจัดทำระบบฐานข้อมูลการพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Google&nbsp;Forms&nbsp;เพื่อให้เกิดความสะดวกนำไปวิเคราะห์ความต้องการแรงงานความต้องการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน&nbsp;ในภาพรวมของจังหวัด&nbsp;และประสานแผนการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ&nbsp;เข้ากับแผนพัฒนาจังหวัด&nbsp;เพื่อนำไปสู่การวางแผนการพัฒนากำลังคนระดับประเทศต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321144145145"],
    [439,"ชาวบ้าน อ.ทุ่งหว้า จังหวัดสตูลเก็บสาหร่ายขนนกขายสร้างรายได้ปีละ 1 แสนบาท","<p><strong>ชาวบ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ต.ทุ่งบุหลัง&nbsp;อ.ทุ่งหว้า&nbsp;จ.สตูล&nbsp;</strong>เก็บสาหร่ายขนนกหรือลาโต๊ด&nbsp;หลังจากสาหร่ายได้มาอาศัยกระชังปลาและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว&nbsp;เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถเก็บไปขายสร้างรายได้ปีละประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;</p><p><strong>นายไสว&nbsp;ดังเด่น&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้านที่เลี้ยงปลาในกระชัง</strong>บริเวณบ้านทุ่งสะโบ๊ะ&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ต.ทุ่งบุหลัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ต.ทุ่งบุหลัง&nbsp;เป็นพื้นที่ติดทะเล&nbsp;ชาวบ้านมักจะเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพเสริม&nbsp;เช่น&nbsp;ปลากระพง&nbsp;ปลาเก๋า&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกในช่วงมรสุมที่ไม่สามารถออกทะเลได้&nbsp;ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี&nbsp;จะมีสาหร่ายขนนกหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า&nbsp;ลาโต๊ด&nbsp;มาเกาะตามกระชังปลาที่เลี้ยงไว้เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>สาหร่ายชนิดนี้&nbsp;ชอบอาศัยอยู่ในน้ำที่เค็มจัดที่มีน้ำไหล</strong>ถ่ายเทตลอดเวลา&nbsp;และจะสลายหายไปเองในช่วงที่มีฝนตกหนัก&nbsp;โดยสาหร่ายจะเริ่มมาเกาะตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;จากนั้นจะค่อยๆเจริญเติบโตสามารถเก็บมากินหรือขายได้ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมของทุกปี&nbsp;ราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้ในแต่ละปีมีได้จากการขายสาหร่ายไม่ต่ำกว่าปีละ&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;</p><p><strong>ส่วนข้อดีของสาหร่ายตามกระชังนั้น&nbsp;</strong>จะไม่มีทรายมาเกาะ&nbsp;ทำให้รสชาติอร่อยไม่เสียอารมณ์เวลาเคี้ยวโดนเม็ดทรายเหมือนสาหร่ายที่ขึ้นตามธรรมชาติ&nbsp;เพียงแค่นำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่น้ำแข็ง&nbsp;จะทำให้สาหร่ายมีความกรุบกริบ&nbsp;นิยมกินคู่กับน้ำพริกถั่ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;ส.ปชส.สตูล&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321150927172"],
    [440,"จังหวัดสงขลา เตรียมความพร้อมตามแนวทาง Test & GO รับนักท่องเที่ยว ผ่านด่านพรมแดนสะเดา 1 เมษายนนี้ เดินหน้าฟื้นฟูด่านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย","<p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้เปิดด่านพรมแดนสะเดาฝั่งไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;และล่าสุดประเทศมาเลเซีย&nbsp;ได้ประกาศเปิดด่านบูกิตกายูฮีตัม&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนที่จะถึงนี้&nbsp;เพื่อเปิดการเดินทางเชื่อมระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;และฟื้นฟูด่านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;ทางจังหวัดสงขลา&nbsp;มีความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวมาเลเซีย&nbsp;พร้อมเปิดด่านทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศอย่างแน่นอน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยการเปิดด่านทางบกทุกคนจะต้องดำเนินการตามแนวทาง&nbsp;Tset&nbsp;&amp;&nbsp;Go</strong>&nbsp;คือจะต้องลงทะเบียนผ่าน&nbsp;Thailand&nbsp;pass&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;7&nbsp;วันก่อนการเดินทาง&nbsp;พร้อมยื่นหลักฐาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หนังสือเดินทาง,&nbsp;ใบรับรองการฉีดวัคซีน,&nbsp;ประกันสุขภาพไม่น้อยกว่า20,000&nbsp;USD&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;4&nbsp;พันกว่าบาท,&nbsp;หลักฐานการจองโรงแรม&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;และต้องมีหนังสือวีซ่า&nbsp;ซึ่งหลักฐานทั้งหมด&nbsp;กรมควบคุมโรคจะตรวจสอบก่อน&nbsp;หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ทุกคนจะได้รับ&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;หรือ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ID</p><p><strong>ส่วนขั้นตอนการเข้าประเทศไทย&nbsp;นักท่องเที่ยวต้องแสดงหลักฐาน</strong>ต่อด่านควบคุมโรคและด่านตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;จากนั้นสามารถเดินทางไปยังที่พักที่ได้ลงทะเบียนไว้&nbsp;ทั้งนี้โรงแรมก็จะมีการประสานงานให้โรงพยาบาลในสังกัด&nbsp;มาตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;หากผลเป็นลบ&nbsp;ก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อีกครั้งในวันที่&nbsp;5&nbsp;ของการพำนัก&nbsp;แต่หากผลเป็นบวก&nbsp;ผู้ติดเชื้อต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาตามสถานพยาบาลที่กำหนด&nbsp;ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเข้ารับการกักตัวตามมาตรการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321164033231"],
    [441,"คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รอบ 1 งวดที่ 22 ปี 2564/65","<p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;รอบ&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;22&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อชดในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong></p><p><strong>นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;22&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์อ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;จึงได้ออกประกาศ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong></p><p>ข้อ&nbsp;1&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;22&nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;4-10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p>สำ<strong>หรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;%&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,994.39&nbsp;บาท&nbsp;3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;10,485.53&nbsp;บาท&nbsp;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;8,414.12&nbsp;บาท&nbsp;5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,572.11&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ข้อ&nbsp;2&nbsp;การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง</strong>&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;21&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;2,005.61&nbsp;บาท&nbsp;3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;514.47&nbsp;บาท&nbsp;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;1,585.88&nbsp;บาท&nbsp;5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;2,427.89&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170300249"],
    [442,"จ.สุรินทร์ เปิดงานนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน (Champ) โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมคารเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) บ้านหม่อนไหมพัฒนา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลแจนแวน&nbsp;อำเภอศรีณรงค์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;อำเภอศรีณรงค์&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีณรงค์&nbsp;จัดกิจกรรมเปิดนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;(Champ)&nbsp;โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมคารเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;บ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;เปิดงานนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;(Champ)&nbsp;โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;บ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลแจนแวน&nbsp;อำเภอศรีณรงค์&nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมถ่ายทอดองค์ความรู้และรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(Decentralized&nbsp;Hands-&nbsp;On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;:&nbsp;D-HOPE)&nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน&nbsp;ให้รองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้&nbsp;และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ยิ่งรุ่งโรจน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;สิบเอกเฉลิมชัย&nbsp;ขุมทอง&nbsp;ปลัดอำเภอศรีณรงค์กล่าวต้อนรับ&nbsp;นางสาวเนตรทราย&nbsp;ยอดเสาวดี&nbsp;พัฒนาการอำเภอศรีณรงค์&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ทั้งจากในจังหวัดและอำเภอ&nbsp;และประชาชนชาวตำบลแจนแวน&nbsp;ร่วมกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้รวม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21-23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;(Champ)&nbsp;การสาธิตโปรแกรมของผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;โปรแกรม&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;OTOP&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กลุ่มองค์กรภาคีเครือข่ายการพัฒนา&nbsp;และชาวบ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;และหมู่บ้านใกล้เคียง</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;10&nbsp;โปรแกรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน</strong>&nbsp;ที่บ้านหม่อนไหมพัฒนา&nbsp;ได้จัดทำ&nbsp;มีผู้ประกอบการ&nbsp;ที่เรียกว่า&nbsp;Champ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละโปรแกรม&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>1.ไหว้ศาลปู่ตาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;คุณเทศ&nbsp;ทองอัม</p><p>2.วิถีชีวิตคนกับไหม&nbsp;คุณบุญช่วย&nbsp;ทองอ้ม</p><p>3.สร้างสรรค์จินตนาการเป็นลายผ้าอันสวยงาม&nbsp;(การมัดหมี่)&nbsp;คุณวิลาวัณย์</p><p>4.กว่าจะเป็นผืนผ้าอันงดงาม&nbsp;คุณเสน่ห์&nbsp;บุญเจริญ</p><p>5.ผ้าไหมสีดำจากธรรมชาติ&nbsp;(ผ้าย้อมมะเกลือ)&nbsp;คุณเนตร&nbsp;โพธิ</p><p>6.การแชวเสื้อ&nbsp;เติมลวดลายบนผืนผ้า&nbsp;คุณชรินรัตน์&nbsp;ทองอัม</p><p>7.การทำขนมโบราณ&nbsp;ขนมพื้นบ้าน&nbsp;คุณสมเย็น&nbsp;คำทา</p><p>8.การทำแหนมหมูสมุนไพรสูตรโบราณ&nbsp;คุณลิน&nbsp;ทองอัม</p><p>9.การทำไข่เค็มสมุนไพรพื้นบ้าน&nbsp;คุณแอม&nbsp;คะหาร</p><p>10.การนวดแผนไทย&nbsp;คุณสุที&nbsp;หอมกลาง</p><p><strong>นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาท่องเที่ยวกิจกรรมที่สนใจได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>โดย&nbsp;เลือกโปรแกรมได้จากเอกสารหรือแคตตาล็อกและประสานจองมาที่เจ้าของโปรแกรมดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170602253"],
    [443,"ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมคณะที่ปรึกษาเข้ารายงานความก้าวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม","<p><strong>ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;น้ำขาว&nbsp;วิศวกรโยธา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.สมลักษณ์&nbsp;บุญณรงค์&nbsp;สถาปนิก&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;และที่ปรึกษาเข้าพบ&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;,&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;เพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;โดยสำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี&nbsp;มีระบบสาธารณูปโภคและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมาตรฐาน&nbsp;และรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นและความสำคัญในการศึกษา&nbsp;วางแผนและสนับสนุนในการพัฒนาพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ให้มีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่&nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัย&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง&nbsp;เกิดเสถียรภาพที่สมดุลกันทั้งทางด้านสังคม&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ</p><p><strong>ขณะนี้&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาสำรวจพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>,&nbsp;เพชรบุรี,&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;และสมุทรสงครามซึ่งได้เลือกพื้นที่ทุ่งหินตำบล&nbsp;ยี่สาร&nbsp;อำเภออัมพวาเป็นพื้นที่เข้าสำรวจการเชื่อมโยงระบบการคมนาคมเข้าสู่พื้นที่แก้มลิงทุ่งหินต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321175011292"],
    [444,"กองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองเบตงร่วมกับเกษตรอำเภอเบตงจัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่","<p>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;(ศาลาประชาคม)&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;ประธานเปิดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปและครัวเรือนที่ไม่ผ่านเกณฑ์&nbsp;จปฐ.(ด้านรายได้)&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;ได้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และเพื่อให้เกิดความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;และเกิดการรวมกลุ่มในการทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกชุมชน&nbsp;ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งเป็นชุมชนน่าอยู่&nbsp;&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ประธานชุมชน&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;โดยมี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;&nbsp;จากสำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;มาเป็นวิทยากรให้ความรู้และสาธิตฝึกปฏิบัติกระบวนการทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง&nbsp;การขายพันธุ์มะนาว&nbsp;การทำดินผสมพร้อมปลูก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทาง&nbsp;ที่ควรจะเป็น&nbsp;โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย&nbsp;สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลาและเป็น&nbsp;การมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&nbsp;มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต&nbsp;เพื่อความ&nbsp;มั่นคงและยั่งยืนของการพัฒนา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน&nbsp;</strong>คำนึงถึง&nbsp;ความพอประมาณ&nbsp;ความมีเหตุผล&nbsp;การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว&nbsp;ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ&nbsp;และคุณธรรม&nbsp;ประกอบการวางแผน&nbsp;การตัดสินใจและการกระทำสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ&nbsp;ทุกด้าน&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;ความรู้และเทคโนโลยี&nbsp;&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;การจัดโครงการดังกล่าวเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับชุมชนให้มี&nbsp;ความสามารถและทักษะ&nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการส่งเสริมอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้&nbsp;และสามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างธุรกิจพัฒนาอาชีพในระดับชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ดำเนินกิจกรรมที่เป็น&nbsp;ประโยชน์ในท้องถิ่นซึ่งจะเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพของคนและชุมชนตามแนวเศรษฐกิจ&nbsp;พอเพียง&nbsp;ให้มีมาตรฐานและเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น&nbsp;ในระยะยาวยังสามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถและ&nbsp;ศักยภาพในการจัดการด้านสวัสดิการชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170716254"],
    [445,"ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม ","<p><strong>กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&nbsp;คงเดิม&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong>&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;46.76&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.35&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.08&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.24&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;31.54&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321212003374"],
    [446,"ยืนยันผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ ยังไม่ปรับขึ้นค่าบริการขนส่ง ","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;สั่งการให้ตรวจสอบ&nbsp;ตามที่มีข่าวว่าแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์มีการปรับขึ้นราคาค่าขนส่ง&nbsp;โดยกรมการค้าภายในได้จัดประชุมร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์และแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์&nbsp;อาทิ&nbsp;Shopee,&nbsp;Lazada,&nbsp;Grab&nbsp;Food,&nbsp;Lineman,&nbsp;Foodpanda,&nbsp;Robinhood,และ&nbsp;AirAsia&nbsp;Food&nbsp;พบว่าผู้ประกอบการทุกรายไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าบริการขนส่งและไม่มีแผนปรับขึ้นค่าบริการดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้เน้นย้ำไม่ให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นค่าบริการในช่วงเวลานี้</strong>&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชน&nbsp;เนื่องจากการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;มีส่วนในวิถีชีวิตของประชาชนมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พร้อมกำชับให้มีการแสดงราคาสินค้าและบริการให้ชัดเจน&nbsp;หากประชาชนพบการกระทำความผิด&nbsp;หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านราคาและปริมาณสินค้า&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321211007365"],
    [447,"นายก อบต.สาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ชวนชิมกุ้งมังกรตัวละ 199 ภายในงานหรอยริมเล @หาดในยาง ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2565 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงด้านการท่องเที่ยว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเรวัติ&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสินีนาถ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;หรอยริมเล</p><p>@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;งานหรอยริมเล@ในยาง&nbsp;โดย&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;ในครั้งนี้จะมีความแตกต่างจากงานหรอยริมเล&nbsp;ในพื้นที่อื่น&nbsp;เนื่องจากได้นำเอาศักยภาพความโดดเด่นของคนในชุมชนมามีส่วนร่วม&nbsp;โดยเฉพาะได้นำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียง&nbsp;อย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์โอทอป&nbsp;ที่จะนำผลิตที่มีชื่อ&nbsp;เช่น&nbsp;กะปิ&nbsp;ที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบในการแข่งขันทำอาหารเมนู&nbsp;น้ำชุบหยำหรือน้ำชุบยอก&nbsp;ของคนสาคู&nbsp;มาวางจำหน่าย&nbsp;รวมทั้งภายในงานจะมีการแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ&nbsp;การเชิญชวนกลุ่มประมงพื้นบ้านมาเปิดตลาดชิงปลา&nbsp;และมีการแข่งขันย่างปลาเผาเกลือ&nbsp;เพื่อสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานจะมีการจำหน่ายกุ้งมังกรตัวละ&nbsp;199&nbsp;บาท</strong>&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติกุ้งมังกรของดีภูเก็ตในราคาที่จับต้องได้&nbsp;ซึ่งเป็นการสนับสนุนชางประมงและผู้ประกอบการด้านประมงในพื้นที่ให้มีรายได้จากการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;และในอนาคต&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;จะมีการพัฒนาให้เกาะปลิงในพื้นที่ตำบลสาคู&nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่&nbsp;เนื่องจากเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์ของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน&nbsp;ที่ยังคงมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;และอยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;คาดว่างานนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</strong>จากภาคการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง&nbsp;และช่วยส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเล&nbsp;อาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;และจะทำให้พื้นที่ในเขตตำบลสาคู&nbsp;อำเภอถลางเป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321210449359"],
    [448,"พาณิชย์ฯ ขอนแก่น ติดตามสภาวะตลาดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออก อำเภอบ้านแฮด","<p><strong>นายชาญยุทธ&nbsp;วันดี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสุระชัย&nbsp;วิชาชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการการค้า&nbsp;ลงพื้นที่พบกับนายบุญส่วน&nbsp;แก้วไพฑูรย์&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;เพื่อการส่งออกอำเภอบ้านแฮด&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่มะม่วง&nbsp;ตำบลหนองแซง&nbsp;อำเภอบ้านแฮด&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในฤดูกาลมะม่วงผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;โดยประธานกลุ่มฯ&nbsp;ได้ให้ข้อมูลว่า&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออกอำเภอบ้านแฮด&nbsp;มีสมาชิกทั้งหมด&nbsp;63&nbsp;ราย&nbsp;มีพื้นที่ปลูกมะม่วงจำนวน&nbsp;1,530&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่าผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;450&nbsp;ตัน&nbsp;(ปี&nbsp;2564&nbsp;ผลผลิตจำนวน&nbsp;900-1,000&nbsp;ตัน)&nbsp;ซึ่งในปีนี้ทางกลุ่มฯ&nbsp;คาดการณ์ว่าสามารถจำหน่ายมะม่วงได้ตามปกติ&nbsp;ไม่ประสบปัญหามะม่วงล้นตลาด&nbsp;หรือราคาตกต่ำแต่อย่างใด&nbsp;เนื่องจากปีนี้อากาศหนาว&nbsp;ทำให้ดอกบาน&nbsp;และติดผลมะม่วงน้อยลง&nbsp;จึงทำให้ได้ผลผลิตน้อยกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยช่องทางการตลาดของกลุ่มฯ&nbsp;ได้แก่บริษัทคู่ค้าที่ส่งออก&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;ห้างแม็คโครขอนแก่นและภาคอีสาน,&nbsp;ขายออนไลน์&nbsp;ออฟไลน์ผ่านไปรษณีย์ไทย,&nbsp;และพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203954351"],
    [449,"จ.ภูเก็ต นายก อบต.สาคู อำเภอถลาง ชวนชิมกุ้งมังกรตัวละ 199 บาท ภายในงานหรอยริมเล @หาดในยาง ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2565 ที่หาดในยางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่","<p><strong>นายก&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;ชวนชิมกุ้งมังกรตัวละ&nbsp;199&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</strong>ภายในงานหรอยริมเล&nbsp;@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่หาดในยางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเรวัติ&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสินีนาถ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมแถลงข่าวดารจัดงาน&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;งานหรอยริมเล@ในยาง&nbsp;โดย&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;ในครั้งนี้จะมีความแตกต่างจากงานหรอยริมเลในพื้นที่อื่น&nbsp;เนื่องจากได้นำเอาศักยภาพความโดดเด่นของคนในชุมชนมามีส่วนร่วม&nbsp;โดยเฉพาะได้นำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียง&nbsp;อย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์โอทอป&nbsp;ที่จะนำผลิตที่มีชื่อ&nbsp;เช่น&nbsp;กะปิ&nbsp;ที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบในการแข่งขันทำอาหารเมนู&nbsp;น้ำชุบหยำหรือน้ำชุบยอก&nbsp;ของคนสาคู&nbsp;มาวางจำหน่าย&nbsp;รวมทั้งภายในงานจะมีการแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ&nbsp;การเชิญชวนกลุ่มประมงพื้นบ้านมาเปิดตลาดชิงปลา&nbsp;และมีการแข่งขันย่างปลาเผาเกลือ&nbsp;เพื่อสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานจะมีการจำหน่ายกุ้งมังกรตัวละ&nbsp;199&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติกุ้งมังกรของดีภูเก็ตในราคาที่จับต้องได้&nbsp;ซึ่งเป็นการสนับสนุนชาวประมงและผู้ประกอบการด้านประมงในพื้นที่ให้มีรายได้จากการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;และในอนาคต&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;จะมีการพัฒนาให้เกาะปลิงในพื้นที่ตำบลสาคู&nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่&nbsp;เนื่องจากเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์ของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน&nbsp;ที่ยังคงมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;และอยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส</p><p><strong>นายตฤณ&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;ขอเชิญชวนประชาชนชาวตำบลสาคู&nbsp;ชาวจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวทุกคนได้มาเที่ยวชมงานหรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่จัดขึ้นบริเวณหาดในยาง&nbsp;โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;เชิญมาชิมกุ้งมังกรตัวละ199&nbsp;บาท&nbsp;และชิมอาหารทะเล&nbsp;รวมถึงอาหารพื้นบ่านของตำบลสาคู&nbsp;ที่จะนำมาจำหน่ายภายในงาน&nbsp;พร้อมมาชมความสวยงามของหาดในยางอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก</strong>&nbsp;ของจังหวัดภูเก็ตและช่วยส่งเสริมการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเล&nbsp;อาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเขตตำบลสาคู&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322002108404"],
    [450,"มทส.จับมือ กลุ่มบริษัท เอ็น พี เอ็ม อัลลิแอนซ์ วิจัยและพัฒนาด้านวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมเหล็ก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.อนันต์&nbsp;ทองระอา&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;(มทส.)</strong>&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกลุ่มบริษัท&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;อัลลิแอนซ์&nbsp;โดย&nbsp;นายสมมาต&nbsp;ตันติเวชกุล&nbsp;ประธานกลุ่มบริษัท&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;อัลลิแอนซ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเออิอิจิ&nbsp;ทากามัตสึ&nbsp;ประธานบริษัท&nbsp;ทากามัตสึ&nbsp;แมนูแฟคเจอริ่ง&nbsp;(ประเทศญี่ปุ่น)&nbsp;และประธานอาวุโส&nbsp;บริษัท&nbsp;ทากามัตสึ&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;นายยาสึฮิโร&nbsp;โยชิดะ&nbsp;ประธานบริษัทโยชิดะ&nbsp;อินดัสทรีส์&nbsp;(ประเทศญี่ปุ่น)&nbsp;และประธานอาวุโส&nbsp;บริษัท&nbsp;โยชิดะ&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และประสานความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และงานด้านอุตสาหกรรมเหล็ก&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารและคณาจารย์&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสารนิเทศ&nbsp;อาคารบริหาร&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.อนันต์&nbsp;ทองระอา&nbsp;อธิการบดี&nbsp;มทส.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้เกิดความเข้มแข็ง&nbsp;เพื่อสร้างพลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;โดยนำความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงไปขยายผลการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์&nbsp;ซึ่งความร่วมมือระหว่าง&nbsp;มทส.&nbsp;กับกลุ่มบริษัท&nbsp;เอ็น&nbsp;พี&nbsp;เอ็ม&nbsp;อัลลิแอนซ์&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;นับเป็นการสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและพัฒนาบุคลากร&nbsp;การบริหารจัดการองค์ความรู้&nbsp;และการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนเหล็กหล่อและอลูมิเนียม&nbsp;อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์&nbsp;ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเกษตร&nbsp;เทคโนโลยีด้านโลหะวิทยา&nbsp;เทคโนโลยีในระบบการควบคุมการผลิต&nbsp;รวมไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องของกลุ่มบริษัทให้มีมาตรฐาน&nbsp;และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระดับประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นอกจากความร่วมมือในการพัฒนางานด้านอุตสาหกรรมเหล็ก</strong>&nbsp;โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กทรงแบนและเหล็กทรงยาว&nbsp;รวมถึงอุตสาหกรรมเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างต่างๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันสนับสนุนเครื่องมือและทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อการศึกษาและวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรของกลุ่มบริษัท&nbsp;ทั้งที่เป็นการฝึกอบรมความรู้พื้นฐานและการรองรับพนักงานของกลุ่มบริษัทเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา&nbsp;อันเป็นแนวทางที่ดีในการผลิตบัณฑิตและเสริมสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไปอย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321204306352"],
    [451,"ไทย-ซาอุดีอาระเบีย เดินหน้าสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ","<p><strong>หลังการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ&nbsp;</strong>ของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อ&nbsp;25-26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;ซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะซีซ&nbsp;อัลซะอูด&nbsp;มกุฎราชกุมาร&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ถือเป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่างสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;รื้อฟื้นและส่งเสริมความร่วมมือในมิติต่างๆ&nbsp;ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>เร่งวางโรดแมปเพื่อสานต่อความร่วมมือไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนและด้านแรงงาน&nbsp;หลังจากนั้นไม่นานความสำเร็จเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในหลายด้าน&nbsp;</p><p><strong>ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&nbsp;Saudia</p><p>Airlines&nbsp;ได้นำนักนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&nbsp;71&nbsp;คน&nbsp;บินตรงจากกรุงริยาด&nbsp;มาลงจอดที่สนามบินสุวรรณเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;นับเป็นนิมิตหมายอันดีในการกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มตลาดซาอุดีอาระเบียที่มีศักยภาพและสามารถต่อยอดขยายตลาดไปยังกลุ่ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;นักท่องเที่ยวยุโรปและตะวันออกกลางต่อไป&nbsp;โดยในปี&nbsp;2562&nbsp;มีปริมาณนักท่องเที่ยวจากชาติตะวันออกกลางประมาณ&nbsp;7&nbsp;แสนคน&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียเพียง&nbsp;36,000&nbsp;คน</p><p>ดังนั้นหลังการฟื้นความสัมพันธ์คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มขึ้นเป็นระดับหลัก&nbsp;แสนคน/ปี</p><p><strong>ด้านแรงงาน&nbsp;</strong>นี่จะเป็นโอกาสสำคัญที่แรงงานไทยจะได้กลับไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียได้อีกครั้ง</p><p>เนื่องจากซาอุดีอาระเบียกำลังเปิดประเทศตามนโยบายวิสัยทัศน์&nbsp;2030&nbsp;จึงมีความต้องการแรงงานต่างชาติในทุกสาขาจำนวนมากถึงประมาณ&nbsp;8&nbsp;ล้านคน&nbsp;รวมถึงแรงงานไทยที่ได้รับการยอมรับด้าน</p><p>ฝีมือและทักษะที่ได้มาตรฐาน&nbsp;โดยล่าสุดความร่วมมือทางด้านแรงงานระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;หลังกระทรวงแรงงานของไทยได้หารือกับ</p><p>ดร.อัฎนัน&nbsp;อับดุลลาห์&nbsp;อัลนาอีม&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อ&nbsp;15&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;และได้ข้อยุติเรื่องข้อตกลงด้านแรงงานร่วมกันแล้ว&nbsp;โดยนายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;จะเดินทางไปลงนามข้อตกลงในวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;รวมถึงจะได้ไปเยี่ยมชมโรงงานดูสภาพการจ้าง</p><p>เพื่อเป็นข้อมูลมาเผยแพร่ให้คนไทยได้เห็นสภาพการทำงานที่ซาอุดีอาระเบียอีกด้วย</p><p><strong>ด้านการค้าการลงทุน&nbsp;</strong>ภาคเอกชนประเมินไว้อย่างน่าสนใจว่า&nbsp;นี่จะจุดเปลี่ยนในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้&nbsp;ไทยจะได้ประโยชน์จากการส่งออก&nbsp;หากเปิดประตูการค้ากับซาอุดีอาระเบียได้มากขึ้น&nbsp;จะทำให้การส่งออกไปซาอุดีอาระเบีย&nbsp;กลับไปที่ประมาณ&nbsp;2.2%</p><p>ของการส่งออกทั้งหมด&nbsp;เหมือนปี&nbsp;2532&nbsp;ก่อนเกิดปัญหาระหว่างกัน&nbsp;ปริมาณการค้าจะเพิ่มขึ้นไปที่&nbsp;5,000&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;150,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจะเป็นโอกาสของสินค้าไทย</p><p>เช่น&nbsp;ส่วนประกอบรถยนต์&nbsp;อาหารและอาหารแปรรูป&nbsp;อาหารฮาลาล&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิวเวลรี่&nbsp;อุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;Medical&nbsp;Hub&nbsp;หรือศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และสุขภาพ&nbsp;เป็นต้น</p><p>และเรื่องยินดีล่าสุดที่ไทยสามารถส่งออกไก่ไปซาอุดีอาระเบียได้แล้วในรอบ&nbsp;17&nbsp;ปี&nbsp;หลังองค์การอาหารและยาซาอุดีอาระเบีย&nbsp;หรือ&nbsp;SFDAได้ตรวจสอบโรงงานไก่&nbsp;11&nbsp;โรงของไทยในช่วงปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาและมีข้อสรุปร่วมกันที่เป็นข้อยุติว่าจะอนุญาตให้นำเข้าไก่จากประเทศไทยได้</p><p>ทางเว็บไซต์&nbsp;SFDA&nbsp;ได้เปลี่ยนสถานะการนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากประเทศไทย&nbsp;จาก&nbsp;Banned&nbsp;เป็น&nbsp;Permitted&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งผลจากการอนุญาตในครั้งนี้&nbsp;ไทยจะมีโอกาสเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดในซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งยังมีนโยบายที่จะเปิดตลาดสินค้าอื่นๆ&nbsp;ในประเทศซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติมด้วย</p><p><strong>เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์การเมืองการทูต&nbsp;</strong>การเดินหน้าฟื้นความสัมพันธ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ด้านนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ได้กราบบังคมทูลเชิญ&nbsp;เจ้าชายมุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;ซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะซีซ&nbsp;อัลซะอูด&nbsp;มกุฎราชกุมาร&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมแห่งซาอุดิอาระเบีย&nbsp;เสด็จฯ</p><p>เยือนประเทศไทยซึ่งพระองค์ทรงตอบรับจะเสด็จเยือนไทยภายในปีนี้</p><p><strong>ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานเกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>เดินหน้าแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไทยไปประจำกรุงริยาด&nbsp;คนแรกในรอบ&nbsp;32&nbsp;เมื่อใดที่ทั้งสองประเทศแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไปประจำเมืองหลวงของแต่ละฝ่ายสำเร็จ&nbsp;เมื่อนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองจะกลับมาอยู่ในระดับปกติได้อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในด้านต่างๆ&nbsp;ที่มากขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองชาติ</p><p>ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203814350"],
    [452,"คณะกรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและสภาพปัญหาการจัดการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสาคร","<p><strong>นนี้&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่อาคารระหงษ์&nbsp;อ.กระทุ่มแบน&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;นายนัทธี&nbsp;ถิ่นสาคู&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พร้อมด้วยนางสิรินทร&nbsp;รามสูต&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและสภาพปัญหาการจัดการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริมพัฒนา&nbsp;และแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวภาคใต้&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ในการเดินทางเพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับ&nbsp;\"การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและสภาพปัญหาการจัตการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลหนองนกไข่&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร\"&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและมีความสำคัญทั้งประเภทธรรมชาติสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนสถาน&nbsp;ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมประเพณี</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหนองนกไข่&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร</strong>&nbsp;ยังเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีจุดเด่นหลายประการที่สามารถพัฒนาให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยตำบลหนองนกไข่เป็นแหส่งเรียนรู้ทางด้านเศรษฐกิจพอเพียงที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ&nbsp;มีผลิตภัณฑ์ประจำตำบลที่ขึ้นชื่อ&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วยไม้และฝรั่ง&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยังคงรักษาวิถีเกษตรกรรมของไทยได้อย่างสมบูรณ์&nbsp;ซึ่งหากได้มีการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;โดยผลักดันให้ตำบลหนองนกไข่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่รักษ์ธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง&nbsp;จะทำให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นตลอดจนจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ที่ผ่านมาด้วย</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพที่จะสามารถส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวได้&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม&nbsp;มีแม่น้ำท่าจีนไหลผ่าน&nbsp;รวมไปถึงเป็นที่ตั้งของวัดท่ากระบือ&nbsp;วัดท่าไม้&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;มีสวนกล้วยไม้เป็นจำนวนมาก&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งของชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะตำบลหนองนกไข่เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งด้านวิสาหกิจชุมชนต่างๆ&nbsp;ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จะได้เยี่ยมชมในลำดับต่อไปซึ่งในปีนี้&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีโครงการที่ดำเนินการในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาโครงสร้าง&nbsp;</p><p>1.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐานกิจกรรมหลัก:โครงการงานอำนวยความปลอดภัย&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;:&nbsp;ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง&nbsp;ถนนสาย&nbsp;สค.4014&nbsp;แยกทางหลวงหมายเลข&nbsp;3091-บ้านหนองนกไข่&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;งบประมาณ&nbsp;7,836,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>2.โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;:&nbsp;ป้องกันการกัดเซาะริมตลิ่ง&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;:&nbsp;ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองหนองนกไข่&nbsp;บริเวณหนองนกไข่&nbsp;หมู่ที่ตำบลหนองนกไข่&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ความยาว&nbsp;0.145&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;งบประมาณ&nbsp;4,365,747&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>3.โครงการเพิ่มศักยภาพการจำหน่ายสินค้าและบริการ&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;:&nbsp;พัฒนาระบบการตลาด&nbsp;พัฒนาตลาดสินค้าสมุทรสาครสู่สากล&nbsp;กิจกรรมย่อยที่&nbsp;2&nbsp;จัดกิจกรรมแถลงข่าวและจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม(เบญจรงค์)&nbsp;งบประมาณ&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;และจะผลักดันให้มีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องต่อไป&nbsp;และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมาลงพื้นที่เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวครั้งนี้&nbsp;จะมีแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวตำบลหนองนกไข่&nbsp;และจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการท่องเที่ยวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322010634417"],
    [453,"รองผู้ว่าฯ ตาก ให้การต้อนรับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) จัดโครงการ Equnox Riding & Driving 2022 ตามล่าแสงมงคล วสันตวิษุวัต เที่ยวข้ามภูมิภาค พิชิต 1,000 กิโลเมตร","<p><strong>รองผู้ว่าฯ&nbsp;ตาก&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย&nbsp;(สธทท.)&nbsp;</strong>จัดโครงการ&nbsp;Equnox&nbsp;Riding&nbsp;&amp;&nbsp;Driving&nbsp;2022&nbsp;ตามล่าแสงมงคล&nbsp;วสันตวิษุวัต&nbsp;เที่ยวข้ามภูมิภาค&nbsp;พิชิต&nbsp;1,000&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;นายสวนิต&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;และนางสาวธมลวรรณ&nbsp;เจริญวงศ์พิสิฐ&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานตาก&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดตาก&nbsp;และสมาคมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตาก&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;นายสมานนพพล&nbsp;รัตนธรรมทิตยา&nbsp;ผู้นำคณะ&nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย&nbsp;(สธทท.)&nbsp;ชมรม&nbsp;ไทยแลนด์โกลด์วิง&nbsp;ไรเดอร์คลับ&nbsp;กลุ่มคาราวานบิ๊กไบค์จากทั่วประเทศ&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;Equinox&nbsp;Riding&nbsp;&amp;&nbsp;Driving&nbsp;2022&nbsp;ขับรถข้ามภูมิภาค&nbsp;พิชิต&nbsp;1,000&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อออกตามล่าหาแสงมงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ถือเป็นแสงแรกแห่งวสันตวิษุวัต&nbsp;(Summer&nbsp;Solstice)&nbsp;จากตะวันออกสุดของประเทศไทย&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มาชมแสงพระอาทิตย์ตกดินที่&nbsp;แม่สอด-เมียวดี&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;20-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นวันวสันตวิษุวัต&nbsp;มีความพิเศษ&nbsp;คือ&nbsp;กลางวันและกลางคืน&nbsp;มีระยะเวลาเท่ากัน&nbsp;12&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เรียกว่าวัน&nbsp;จุดราตรีเสมอภาค&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่&nbsp;และรถยนต์ติดตาม&nbsp;ออกเที่ยวข้ามภูมิภาค&nbsp;มุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;ท่องเที่ยวแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องผ่านมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติ&nbsp;ฉีดวัคซีนครบทุกคน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;Bigbike&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;60&nbsp;คัน&nbsp;ท่องเที่ยวตามมาตรการ&nbsp;ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;ระหว่าง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้&nbsp;ด้านภาพลักษณ์ที่ดีของ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดตากจังหวัดตาก&nbsp;ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและประเทศไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321235445398"],
    [454,"กระทรวงดีอีเอส สร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน","<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรมฟอร์จูน&nbsp;ริเวอร์วิว&nbsp;นครพนม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ประธานเปิดกิจกรรมสัมมนาสร้างการรับรู้&nbsp;เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม&nbsp;ในปีนี้หวังผลกับกลุ่มเป้าหมายภาคประชาชนเพื่อช่วยต่อยอดในการขยายผลสร้างการรับรู้&nbsp;วิธีสังเกตข่าวปลอม&nbsp;ช่องทางการแจ้งเบาะแส&nbsp;และขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต&nbsp;โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนและปัญหาข่าวปลอม&nbsp;จะช่วยภาครัฐสามารถชี้แจงทำความเข้าใจ&nbsp;และเผยแพร่ความถูกต้องให้กับประชาชน&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดความมั่นคง&nbsp;ประชาชนเชื่อมันต่อการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและสารสนเทศได้&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น&nbsp;นักศึกษา&nbsp;วัยทำงาน&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;หน่วยงานต่างจังหวัดและภาคประชาชน&nbsp;เจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้ตรงประเด็นกับการสื่อสาร&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มอาสาสมัครดิจิทัล&nbsp;(อสด)&nbsp;กลุ่มวิทยุอาสาสมัครสมาคมวิทยุสื่อสาร&nbsp;และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข&nbsp;(อสม)&nbsp;ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;เร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน&nbsp;ไม่หลงเชื่อข่าวปลอม&nbsp;ข่าวลวง&nbsp;ส่งเสริมสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม&nbsp;ให้ขยายผลทางตรงให้กับประชาชนและสังคม&nbsp;รู้จักวิธีตอบโต้ข่าวปลอม&nbsp;เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมในการเผยแพร่และการแชร์ส่งต่อ&nbsp;หรือการโพสต์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรองก่อน&nbsp;หากประชาชนถูกหลอกลวงทำให้สูญเสียทรัพย์สินเงินทองสามารถแจ้งความกับตำรวจทางออนไลน์ได้&nbsp;และแจ้งเบาะแสได้ที่เว็บไซต์&nbsp;www.antifakenewscenter.com</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322011308420"],
    [455,"อำเภอเบตงเปิดงานมหกรรมสินค้า OTOP และ สินค้า SMEs  ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ลานหน้ากองร้อย&nbsp;ตชด.445</strong>&nbsp;ตำบลเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;&nbsp;ช้อปสุขใจ&nbsp;โดยมีนางมุกดา&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง&nbsp;ร่วมในพิธีเปิดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><strong>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สินค้า&nbsp;&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;&nbsp;จัดมหกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20-25&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดและการจำหน่ายแก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;จากจังหวัดยะลา&nbsp;และต่างจังหวัดทั่วประเทศที่สมัครใจตามนโยบายรัฐบาล</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>กิจกรรมการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้า&nbsp;SMEs&nbsp;อาหารชวนชิมจากอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และทั่วประเทศ&nbsp;รวมไปถึง&nbsp;&nbsp;ของใช้&nbsp;ของตกแต่ง&nbsp;ของที่ระลึก&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;เครื่องแต่งกาย&nbsp;รวมถึงสมุนไพร&nbsp;ฯลฯ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;100&nbsp;บูท&nbsp;กิจกรรมทดลองตลาดโครงการส่งเสริมช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมชม&nbsp;ช้อป&nbsp;ชิม&nbsp;อุดหนุนสินค้าโอทอปทั่วไทย</strong>&nbsp;ได้ที่ลานหน้ากองร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;ตำบลเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;มี.ค.นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322094301438"],
    [456,"ตามล่าแสงตะวัน รองผู้ว่าฯ จ.ตาก ให้การต้อนรับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) จัดโครงการ Equinox Riding & Driving 2022 เที่ยวข้ามภูมิภาค พิชิต 1,000 กิโลเมตร","<p><strong>นายสวนิต&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก</strong>&nbsp;และ&nbsp;นางสาวธมลวรรณ&nbsp;เจริญวงศ์พิสิฐ&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานตาก&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดตาก&nbsp;และ&nbsp;สมาคมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตาก&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นายสมานนพพล&nbsp;รัตนธรรมทิตยา&nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัท</strong>&nbsp;วันเดอร์ลัสต์&nbsp;ทัวร์&nbsp;แอนด์&nbsp;ทราวเวล&nbsp;คอนซัลติ้ง&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้นำคณะ&nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย&nbsp;(สธทท.)&nbsp;ชมรม&nbsp;ไทยแลนด์โกลด์วิง&nbsp;ไรเดอร์คลับ&nbsp;กลุ่มคาราวานบิ๊กไบค์จากทั่วประเทศ&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;Equinox&nbsp;Riding&nbsp;&amp;&nbsp;Driving&nbsp;2022&nbsp;ขับรถข้ามภูมิภาค&nbsp;พิชิต&nbsp;1,000&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อออกตามล่าหาแสงมงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์&nbsp;จาก&nbsp;ผาชะนะได&nbsp;อุทยานแห่งชาติผาแต้ม&nbsp;ชมตะวันลับขอบฟ้า&nbsp;ที่อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ถือเป็นแสงแรกแห่ง&nbsp;วสันตวิษุวัต&nbsp;(Summer&nbsp;Solstice)&nbsp;จากตะวันออก&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;สุดของประเทศไทย&nbsp;ชมแสงพระอาทิตย์ตกดิน&nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก&nbsp;(East-West&nbsp;Economic&nbsp;Corridor&nbsp;:&nbsp;EWEC)&nbsp;เส้นทางหลวงสายเอเชียสาย&nbsp;1&nbsp;(Asian&nbsp;Highway&nbsp;:&nbsp;AH1)&nbsp;ที่อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;เขตเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;ใน&nbsp;1&nbsp;ปีมีแค่&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;-21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นวัน&nbsp;วสันตวิษุวัต&nbsp;ที่มีความพิเศษคือ&nbsp;กลางวันและกลางคืน&nbsp;มีระยะเวลา&nbsp;12&nbsp;ชั่วโมงเท่ากัน&nbsp;เรียกว่าวัน&nbsp;จุดราตรีเสมอภาค&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่</strong>&nbsp;และรถยนต์ติดตาม&nbsp;ออกเที่ยวข้ามภูมิภาค&nbsp;พิชิต&nbsp;1,000&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เส้นทาง&nbsp;\"&nbsp;เที่ยวแก้ชง&nbsp;เสริมมงคลปีขาล&nbsp;\"&nbsp;มุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและน่าสนใจในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;ท่องเที่ยวแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จะต้องผ่านมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติ&nbsp;</strong>ฉีดวัคซีนครบทุกคน&nbsp;โดยกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ใช้รถจักรยานยนต์&nbsp;Bigbike&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;60&nbsp;คัน&nbsp;เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;ระหว่าง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;จากการท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้&nbsp;ด้านภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและประเทศไทย&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322094911442"],
    [457,"นายกรัฐมนตรี ยินดี ตลาดนัดผดุงศิลป์ เป็นที่นิยม มุ่งหวังต่อยอด กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ยินดีที่&nbsp;ตลาดนัดผดุงศิลป์&nbsp;Art&nbsp;Market&nbsp;บริเวณคลองผดุงกรุงเกษมได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าว&nbsp;มุ่งหวังผลักดันให้เกิดเครือข่ายตลาดชุมชนเลียบคูคลองชั้นในของกรุงเทพมหานคร&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินทุกแขนงได้แสดงผลงานสร้างสรรค์&nbsp;ขยายแหล่งการค้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบโควิด-19&nbsp;เพิ่มพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจให้คนเมือง&nbsp;สร้างชุมชนให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่น่าอยู่และตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะของรัฐบาล</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;จากวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีที่ได้สั่งการให้ปรับภูมิทัศน์&nbsp;พัฒนาคูคลองเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;พัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ทำให้ปัจจุบันคูคลองในหลายพื้นที่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นแหล่งการค้า&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;คลองโอ่งอ่าง&nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีชื่นชมทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์นี้&nbsp;โดยเน้นย้ำให้รักษาอัตลักษณ์ย่านเมืองเก่าไว้ไม่ให้ถูกทำลายแม้มีการพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่ให้มีความทันสมัยขึ้น&nbsp;พร้อมกำชับหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านสาธารณสุขให้คงความสำคัญต่อมาตรการป้องกันโรคโควิด-19</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322095350445"],
    [458,"กล่าวโทษ 2 ผู้ให้บริการทางการเงิน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม","<p><strong>นางธัญญนิตย์&nbsp;นิยมการ&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน&nbsp;2</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธปท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากข้อมูลการร้องเรียนของประชาชนและการตรวจสอบของ&nbsp;ธปท.&nbsp;พบว่าในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้ให้บริการทางการเงิน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย&nbsp;ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม&nbsp;&nbsp;(Market&nbsp;conduct)&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>บริษัท&nbsp;แมคคาเล&nbsp;กรุ๊พ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ไม่ออกใบแจ้งหนี้&nbsp;</strong>ซึ่งจะต้องจัดส่งให้ลูกค้าก่อนถึงวันครบกำหนดชำระ&nbsp;รวมทั้งไม่ได้มอบหลักฐานการชำระเงินให้แก่ลูกค้า&nbsp;โดยศาลอาญามีนบุรีมีคำพิพากษาว่ามีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;และให้ปรับ&nbsp;284,500&nbsp;บาท&nbsp;โดยประมาณ&nbsp;</p><p><strong>บริษัท&nbsp;อิออน&nbsp;ธนสินทรัพย์&nbsp;(ไทยแลนด์)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ไม่ดูแลข้อมูลลูกค้า</strong>&nbsp;รวมทั้งไม่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานและการให้บริการอย่างถูกต้องและเป็นธรรม&nbsp;ทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าให้บุคคลอื่นเพื่อเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย&nbsp;โดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า&nbsp;อีกทั้งเมื่อลูกค้าแจ้งไม่รับการติดต่อเพื่อเสนอให้บริการอื่น&nbsp;บริษัทไม่ได้ดำเนินการโดยเร็ว&nbsp;ทำให้ยังมีการติดต่อและรบกวนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ปัจจุบันการดำเนินคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน&nbsp;</p><p><strong>ธปท.&nbsp;ได้สั่งการให้ทั้ง&nbsp;2&nbsp;บริษัท</strong>&nbsp;ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องแล้ว&nbsp;และหากผู้ใช้บริการทางการเงินได้รับบริการที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์&nbsp;ธปท.&nbsp;หรือ&nbsp;โทร.1213&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322102036459"],
    [459,"สินเชื่อห่วงใย (เพื่อสู้ภัยโควิด-19) วงเงินกู้รายละไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องมีผู้ค้ำ ไม่ต้องผ่อนชำระ 6 งวดแรก","<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารออมสินเตรียมเปิดให้กู้โครงการ&nbsp;สินเชื่อห่วงใย&nbsp;(เพื่อสู้ภัยโควิด-19)&nbsp;ด้วยหลักเกณฑ์เงื่อนไขผ่อนปรนเป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเม็ดเงินหมุนเวียนใช้สอยในครอบครัว&nbsp;ช่วยลดภาระหนี้สิน&nbsp;หรือใช้แก้ปัญหาขาดสภาพคล่อง&nbsp;โดยเปิดให้ผู้มีอายุ&nbsp;20&nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป&nbsp;สัญชาติไทย&nbsp;สามารถยื่นขอกู้รายละไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่เพียงร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;พร้อมเงื่อนไขพิเศษ&nbsp;ไม่ต้องมีผู้ค้ำและไม่ต้องมีหลักประกันการกู้&nbsp;รวมทั้งผ่อนปรนให้ผู้กู้ไม่ต้องชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;6&nbsp;งวดแรก&nbsp;กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เปิดให้ยื่นกู้ตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ผ่านทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ประสงค์ยื่นกู้สามารถเข้าแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo</strong>&nbsp;และลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ&nbsp;โดยระบบจะกำหนดวันนัดหมายให้ลูกค้าล็อกอินเข้าแอปพลิเคชันเพื่อกดยื่นขอกู้อีกครั้ง&nbsp;และธนาคารฯ&nbsp;จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบในวันถัดไป&nbsp;หลังจากกดยื่นขอกู้แล้ว&nbsp;ผ่านทางแอปพลิเคชัน&nbsp;MyMo&nbsp;และ&nbsp;SMS&nbsp;โดยผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อสามารถทำสัญญากู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;(Digital&nbsp;Contract)&nbsp;และรับเงินกู้เข้าบัญชีได้โดยสะดวกรวดเร็วต่อไป&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;GSB&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร.&nbsp;1115&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322103526468"],
    [460,"มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา 23 มีนาคมนี้ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายชัยณรงค์&nbsp;กัจฉปานันท์&nbsp;ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;หรือ&nbsp;กยศ.</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กยศ.&nbsp;ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;และกรมบังคับคดี&nbsp;กระทรวงยุติธรรม&nbsp;ในการไกล่เกลี่ยหนี้&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้ผู้กู้ยืมเงินบางส่วนขาดรายได้และผิดนัดชำระหนี้&nbsp;จนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีหรือถูกบังคับคดีตามกฎหมาย&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายของกองทุน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้กู้ยืมกลุ่มที่ค้างชำระหนี้ที่ถูกบอกเลิกสัญญาและกำลังจะถูกฟ้อง&nbsp;และผู้กู้ยืมกลุ่มที่จะถูกบังคับคดี&nbsp;ซึ่งหากเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ย&nbsp;นอกจากจะไม่ถูกดำเนินคดีแล้ว&nbsp;จะได้รับส่วนลดเบี้ยปรับ&nbsp;รวมทั้งได้รับโอกาสในการขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้ถึงอายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้ผู้กู้ยืมสามารถกลับเข้าสู่ระบบการชำระหนี้ให้เป็นปกติ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขอเชิญชวนผู้กู้ยืมที่ได้รับจดหมายจากกองทุนฯ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;หาดใหญ่ฮอลล์&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าและรับสิทธิขอไกล่เกลี่ยฯ&nbsp;ได้ทางเว็บไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.studentloan.or.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">www.studentloan.or.th</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114246513"],
    [461,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่อำเภอเด่นชัย หารือผู้ประกอบการผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสุกรและสินค้าเกษตร","<p><strong>ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอเด่นชัย&nbsp;</strong>หารือผู้ประกอบการผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสุกรและสินค้าเกษตร&nbsp;สร้างมูลค่าสินค้าในเชิงพาณิชย์&nbsp;ขณะที่ราคาสุกรชำแหละทรงตัว</p><p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นางลลิดา&nbsp;จิวะนันทประวัติ&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โดยพบปะหารือผู้ประกอบการผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสุกรและสินค้าเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;หจก.ประชันฟาร์ม&nbsp;และ&nbsp;หจก.ประชันอินเตอร์ฟู้ด&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมทั้งได้แนะนำเชื่อมโยงตลาดประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&nbsp;เป็นการสร้างมูลค่าสินค้าในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>สำหรับราคาสุกรในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>สุกรเนื้อแดง&nbsp;สามชั้น&nbsp;สะโพก&nbsp;สันนอก&nbsp;สันใน&nbsp;ราคาเฉลี่ยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายังคงทรงตัว&nbsp;ส่วนสุกรมีชีวิตปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;1.00&nbsp;บาท/กิโลกรัม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322110349488"],
    [462,"เทศบาลนครลำปาง จัดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก ขัวหลวงรัษฎา 105 ปี ระหว่าง 25-27 มี.ค.นี้","<p><strong>เทศบาลนครลำปาง&nbsp;กำหนดจัดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;</strong>ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;105&nbsp;ปี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;&nbsp;17.30-&nbsp;21.30&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;พบกับนิทรรศการประวัติศาสตร์&nbsp;เล่าเรื่องสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ผ่านการจำลองวิถีชีวิต&nbsp;ภาพถ่ายสะพานรัษฎาภิเศกในอดีต&nbsp;มุมถ่ายภาพย้อนยุค&nbsp;กิจกรรมสาธิตงานประดิษฐ์&nbsp;เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนและอาหารท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;กองฮิมวัง</p><p><strong>กำหนดการจัดงาน&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>กิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสี&nbsp;เสน่ห์ขัวหลวง&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;กรรมการตัดสินการประกวดวาดภาพ&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;การแสดงดนตรีเพลงย้อนยุค&nbsp;เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;พิธีเปิดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;105&nbsp;ปี&nbsp;กิจกรรมมอบรางวัลประกวดวาดภาพระบายสีและประกวดรีวิว&nbsp;การแสดงบอกเล่าเรื่องราวผ่านเครื่องแต่งกายย้อนยุค&nbsp;เฉลิมรัษฎา&nbsp;งามพัสตรา&nbsp;ภูษาสยามอาลัมภางค์นคร,&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;พิธีทำบุญตักบาตรบนสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;การแสดงดนตรีเพลงย้อนยุค&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;การแสดงทางวัฒนธรรม&nbsp;เล่าค่าวจ๊อยซอพื้นเมือง..รำลึกประวัติศาสตร์ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;และวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;การแสดงดนตรีเพลงย้อนยุค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิค-19</strong>&nbsp;โดยผู้ร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เว้นระยะห่างหลีกเลี่ยงการสัมผัส&nbsp;และพกเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115323522"],
    [463,"มรย.จับมือภาคีเครือข่ายลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นปักหมุด อำเภอเบตง เมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค&nbsp;65)&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;</strong>ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ด้านการวิจัยและบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;และผ่านระบบ&nbsp;Google&nbsp;Meet&nbsp;โดยมีภาคีเครือข่าย&nbsp;4&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;โดย&nbsp;พลเอกมณี&nbsp;จันทร์ทิพย์&nbsp;ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล/ที่ปรึกษา&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4/แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;องค์การบริการส่วนตำบลตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;คุณวิรัต&nbsp;แซ่ตัน&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;คุณซอลาฮุดดีน&nbsp;ยาญา&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการพระบรมราโชบาย</strong>&nbsp;โครงการตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ&nbsp;โดยการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มั่นคง&nbsp;พัฒนาการเกษตรอย่างมั่งคั่ง&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงาม&nbsp;เสริมสร้างสังคมแห่งความสมานฉันท์&nbsp;เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง&nbsp;ด้วยวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร่วมมือกันพัฒนา&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์&nbsp;องค์ความรู้จากผลงานวิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;โดยการประสานและบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ในการนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัย&nbsp;และนวัตกรรมไปขยายผล&nbsp;ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน&nbsp;เพื่อการพัฒนา/แก้ไขปัญหา&nbsp;พัฒนาอาชีพ&nbsp;คุณภาพชีวิต&nbsp;และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&nbsp;และภายใต้การบูรณาการประสานความร่วมมือนี้&nbsp;จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อชุมชน&nbsp;เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการขับเคลื่อนกิจกรรมการดำเนินงาน&nbsp;การถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;การวิจัยและการบริการวิชาการสู่ชุมชน&nbsp;เพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><strong>สืบเนื่องจาก&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong>&nbsp;โดยคณะวิทยาการจัดการได้มีการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ภายใต้แผนงาน&nbsp;Flagship&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ภายใต้ความอนุเคราะห์พื้นที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้&nbsp;สนับสนุนการจัดการศึกษาผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ&nbsp;พัฒนางานวิจัย&nbsp;สร้างองค์ความรู้&nbsp;สร้างสรรค์นวัตกรรม&nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมชายแดนใต้&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ส่งเสริมการมีอาชีพและยกระดับรายได้ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดความสำเร็จ&nbsp;คือ&nbsp;ความร่วมมือ&nbsp;ร่วมทำงานในการดำเนินงาน&nbsp;มหาวิทยาลัยไม่สามารถดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้&nbsp;หากปราศจากความช่วยเหลือจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หรือหน่วยงานในพื้นที่ชุมชน&nbsp;และภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการร่วมดำเนินงานเพื่อการพัฒนาชุมชน&nbsp;ท้องถิ่น</p><p><strong>ในช่วงที่ผ่าน&nbsp;มหาวิทยาลัยได้มีการดำเนินงานภายใต้&nbsp;</strong>แผนงาน&nbsp;Flagship&nbsp;ของมหาวิทยาลัย&nbsp;ที่ปักหมุดพื้นที่ดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;หนึ่งในอำเภอตามหลักการโครงการ&nbsp;เมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ประกอบกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ความต้องการของชุมชน&nbsp;และความพร้อมด้านสภาพแวดล้อม&nbsp;ที่สามารถพัฒนาและต่อยอดการเป็นชุมชนต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และพัฒนาอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยมีความพร้อมในด้านองค์ความรู้จากการดำเนินงานวิจัย&nbsp;มีความพร้อมด้านบุคลากรในการให้บริการทางวิชาการวิชาการ&nbsp;และเมื่อผนวกกับศักยภาพของภาคีเครือข่ายแล้ว&nbsp;สามารถที่จะพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีคุณภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114825517"],
    [464,"จังหวัดสตูล เตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวผ่านด่านชายแดนวังประจัน (ด่านชายแดนทางบก) วันที่ 1 เมษายน 2565 ในรูปแบบ Test & go ระยะที่ 1 รองรับนักท่องเที่ยว 60 คนต่อวัน","<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้จังหวัดสตูลได้เตรียมความพร้อมรองรับเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดนวังประจัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องสำหรับการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูลผ่านด่านดังกล่าว&nbsp;อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยจังหวัดสตูลได้จัดทำมาตรฐาน&nbsp;SOP</strong>&nbsp;(STANDARD&nbsp;OPERATION&nbsp;PROCEDURE&nbsp;)&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;go&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;โดยจังหวัดสตูลมีความพร้อมตามข้อกำหนดที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การฉีดวัคซีนของประชากรที่มีอยู่จริงในพื้นที่นำร่องฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;70&nbsp;%&nbsp;ซึ่งข้อมูลการฉีดวัคซีน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดสตูลมีประชากรได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;2&nbsp;(187,772&nbsp;คน)&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;91.06&nbsp;ของประชากรที่ฉีดเข็ม&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;(207,288&nbsp;คน)&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>และสถานประกอบการจะต้องได้มาตรฐานและปลอดภัย</strong>&nbsp;โดยสถานประกอบการจะต้องผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA+&nbsp;/&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID+&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;มากกว่า&nbsp;70&nbsp;%&nbsp;จังหวัดสตูลมีสถานประกอบการผ่านมาตรฐานฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;153&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งมากกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;และยังมีสถานประกอบการที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;อีก&nbsp;128&nbsp;แห่ง&nbsp;(โรงแรมและที่พัก/สถานที่จัดประชุม&nbsp;40&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ภัตตาคาร&nbsp;15&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;35&nbsp;แห่ง,&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;บริษัทนำเที่ยว&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;ร้านค้าของที่ระลึก&nbsp;และร้านค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;14&nbsp;แห่ง&nbsp;,ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า&nbsp;1&nbsp;แห่ง)&nbsp;รวมถึงสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;25&nbsp;แห่ง&nbsp;(โรงแรมและที่พัก&nbsp;12&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;นันทนาการและการท่องเที่ยว&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;บริษัทนำเที่ยว&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;ภัตตาคารและร้านอาหาร&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;,&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;1&nbsp;แห่ง)&nbsp;และสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;EXTRA&nbsp;Plus&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงแรมรอยัลฮิลล์สตูล&nbsp;และ&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;จะต้องนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;และ&nbsp;ศบค.&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115206520"],
    [465,"รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มั่นใจ แก้ราคาหวยเกินราคาได้ ขายไม่เกิน 80 บาท แน่นอนในปีนี้","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&nbsp;ว่า&nbsp;เบื้องต้นยืนยันว่า&nbsp;จะให้จำหน่ายในราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ได้แน่นอน&nbsp;โดยจะมีมาตรการในการดำเนินการ&nbsp;เพื่อไม่ให้ขายเกินราคา&nbsp;ซึ่งน่าจะสามารถแก้ไขได้ภายในปีนี้&nbsp;ขณะนี้เดินหน้าไปได้ในหลายเรื่องแล้ว&nbsp;มีการทำงานเชิงรุกและวางแผนระยะยาวรองรับการแก้ไขปัญหา&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193326818"],
    [466,"ผู้ว่าฯ ยโสธร ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยโสธร&nbsp;(คจพ.จ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาเป้าหมายการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยโสธร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;การแต่งตั้งทีมพี่เลี้ยง&nbsp;การจัดตั้งศูนย์บริหารงานการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(แก้จนแบบพุ่งเป้า)&nbsp;ระดับจังหวัด/อำเภอ/ตำบล&nbsp;(Wall&nbsp;Room)&nbsp;การสร้างการรับรู้ในการใช้ระบบ&nbsp;Thai&nbsp;QM&nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือให้อาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;ได้ใช้ในการสำรวจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด</strong>&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322152129635"],
    [467,"พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรีบูรณาการร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง ตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมี และติดตามสถานการณ์ ไม่ให้มีการกักตุนสินค้า ในพื้นที่อำเภอท่ายาง","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;โดย&nbsp;นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;ตำรวจภูธรท่ายาง&nbsp;ฝ่ายปกครองท่ายาง&nbsp;และ&nbsp;ทต.ท่ายาง&nbsp;ในการตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมีและติดตามสถานการณ์&nbsp;เพื่อไม่มีการกักตุน&nbsp;และฉวยโอกาส&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;ผลการตรวจสอบมีดังนี้&nbsp;</p><p>1.&nbsp;การตรวจสต๊อกร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;หจก.ส.เจริญสหกิจ&nbsp;สาขาท่าคอยเพชรบุรี&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;5,624&nbsp;กระสอบ&nbsp;2)&nbsp;หจก.ส.เจริญสหกิจ&nbsp;สาขาท่ายางเพชรบุรี&nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;1,187&nbsp;กระสอบ&nbsp;</p><p>2.&nbsp;สถานการณ์และราคาจำหน่ายทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ไม่พบการกักตุน&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&nbsp;ราคาที่จำหน่ายสอดคล้องกับต้นทุน&nbsp;เช่น&nbsp;(1)&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,370&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;(2)&nbsp;ตรากระต่าย&nbsp;สูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,190&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;(3)&nbsp;ตรายารา&nbsp;สูตร&nbsp;25-7-7&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;1,320&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;(4)&nbsp;ตรามงกุฎ&nbsp;สูตร&nbsp;18-8-8&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;920&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปริมาณการซื้อของเกษตรกรมีจำนวนลดลงอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมี&nbsp;มีการปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322174648772"],
    [468,"นำร่องจัดเดินขบวนรถขนส่งสินค้าทางรถไฟ ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง ลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน","<p><strong>นายฐากูร&nbsp;อินทรชม&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ</strong>&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.&nbsp;เปิดการทดลองขนส่งสินค้าทางรถไฟ&nbsp;ระหว่างการรถไฟฯ&nbsp;กับบริษัท&nbsp;ไทยเรลโลจิสติกส์&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;บุญซัพพลายเชน&nbsp;จำกัด&nbsp;ณ&nbsp;ที่หยุดรถศรีสำราญ&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรางจากโรงงานผลิต&nbsp;ไปยังศูนย์กระจายสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟสายใต้&nbsp;</p><p><strong>การรถไฟฯ&nbsp;ดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ในการพัฒนาระบบราง&nbsp;เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางรางถือเป็นระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ต้นทุนต่ำ&nbsp;ประหยัดพลังงานและมีความคุ้มค่า&nbsp;สามารถขนส่งได้ครั้งละจำนวนมากกว่าทางถนนหลายเท่าตัว&nbsp;อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการช่วยเพิ่มรายได้แก่การรถไฟฯ&nbsp;อีกทางหนึ่ง</p><p><strong>สำหรับความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทพันธมิตรทางการค้า</strong>&nbsp;เพื่อทดลองเปิดเดินขบวนรถสินค้าครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การสนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าจากถนนมาสู่ระบบราง&nbsp;นำร่องขนส่งสินค้าบนแคร่แบบเปลือยจำนวน&nbsp;10&nbsp;แคร่&nbsp;และบริษัท&nbsp;เอก-ชัย&nbsp;ดิสทริบิวชั่น&nbsp;ซิสเทม&nbsp;จำกัด&nbsp;(ห้างโมเดิร์นเทรด&nbsp;โลตัส)&nbsp;ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ด้วยตู้สินค้าประเภทคอนเทนเนอร์อีก&nbsp;10&nbsp;แคร่</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปัจจุบันสัดส่วนการขนส่งสินค้า</strong>&nbsp;ส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นการขนส่งทางถนนด้วยรถบรรทุกถึงร้อยละ&nbsp;81&nbsp;และการขนส่งทางรางยังมีสัดส่วนเพียงร้อยละ&nbsp;1.9&nbsp;แต่การรถไฟฯ&nbsp;เชื่อมั่นว่า&nbsp;การขนส่งสินค้าทางรางมีโอกาสขยายตัวได้มากในอนาคต&nbsp;โดยมีปัจจัยสนับสนุน&nbsp;เช่น&nbsp;ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูง&nbsp;ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งทางถนนเพิ่ม&nbsp;การขนส่งทางรางจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งได้&nbsp;ประกอบกับรัฐบาล&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;และการรถไฟฯ&nbsp;มีการลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่&nbsp;เส้นทางรถไฟสายใหม่&nbsp;รวมถึงมีการจัดหาหัวรถจักรรุ่นใหม่&nbsp;ซึ่งจะเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งให้กว้างขึ้น&nbsp;ทำให้บริษัทขนส่งต่างๆ&nbsp;มีความเชื่อมั่นต่อการขนส่งสินค้าทางราง&nbsp;เห็นได้จากมีลูกค้าสนใจติดต่อเข้ามาเปลี่ยนโหมดมาใช้บริการขนส่งทางรถไฟอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193200815"],
    [469,"ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขับเคลื่อนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โครงการจ้างงานเร่งด่วน ชื่นชมงานปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง เพื่อรองรับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก สอดรับกับการจัดอันดับให้ภูเก็ตเป็นอันดับ 3 ของเกาะที่ดีที่สุด จาก Readers Choice Awards 2022","<p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยถึงการพัฒนาและเสริมสร้าง</strong>ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ว่า&nbsp;ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้ขับเคลื่อนโครงการจ้างงานตามแนวทางส่งเสริมและพัฒนาความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;จากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาว่างงาน&nbsp;ขาดรายได้&nbsp;หรือที่เรียกว่าเกิดภาวะจนเฉียบพลัน&nbsp;โดยทางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;เสนอโครงการของบประมาณจากรัฐบาล&nbsp;เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ในโครงการจ้างงานเร่งด่วน&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพให้ประชาชนมีรายได้&nbsp;สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&nbsp;ข้ามฝ่าวิกฤติโควิด-19&nbsp;ด้วยกำหนดตำแหน่งงานว่าง&nbsp;10,000&nbsp;อัตรา&nbsp;จ้างเป็นค่าแรงขั้นต่ำ&nbsp;336&nbsp;บาทต่อวัน&nbsp;โดยว่าจ้าง&nbsp;20&nbsp;วันต่อเดือน&nbsp;ในระยะเวลาจ้าง&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โครงการจ้างงานเร่งด่วน&nbsp;ที่เห็นผลอย่างชัดเจน</strong>&nbsp;คือการจ้างงานปรับแต่งภูมิทัศน์ในแต่ละพื้นที่&nbsp;เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองสะอาด&nbsp;สวยงาม&nbsp;เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก&nbsp;ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกขณะ&nbsp;สอดรับกับการจัดอันดับให้ภูเก็ตเป็นอันดับ&nbsp;3&nbsp;ของเกาะที่ดีที่สุด&nbsp;จาก&nbsp;Readers&nbsp;Choice&nbsp;Awards&nbsp;2022&nbsp;ของนิตยสาร&nbsp;DestinAsian&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนฐานราก</strong>&nbsp;ถือเป็นความสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเดินหน้าช่วยกันแก้ไขปัญหา&nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเดินหน้าควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกระดับของจังหวัดภูเก็ต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322191200808"],
    [470,"พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เผย ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับสูงขึ้นเล็กน้อย","<p><strong>พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เผย&nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับสูงขึ้นเล็กน้อย</strong>&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;แจง&nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สืบเนื่องจากราคาอาหาร&nbsp;ข้าว&nbsp;แป้ง&nbsp;เนื้อสัตว์&nbsp;และเครื่องดื่มที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;ปรับขึ้นเล็กน้อย&nbsp;นางพนิดา&nbsp;วานิชรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สูงขึ้นเล็กน้อยร้อยละ&nbsp;0.70&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากราคาสินค้าในหมวดอาหาร&nbsp;ข้าว&nbsp;แป้ง&nbsp;เนื้อสัตว์</strong>&nbsp;และเครื่องดื่มที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปรับขึ้นเล็กน้อย&nbsp;แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;3.60&nbsp;โดยเป็นไปและสอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภคประเทศ&nbsp;ซึ่งสาเหตุหลักประกอบด้วย&nbsp;ราคาสินค้าในหมวดพลังงาน&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;และกระแสไฟฟ้า&nbsp;ปรับขึ้นตามต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบที่สูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีหมวดสินค้าบางประเภท&nbsp;เช่น&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;</strong>ตามฤดูกาลปรับตัวลดลงเนื่องจากปริมาณที่ออกสู่ตลาด&nbsp;สำหรับในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สินค้าประเภท&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด&nbsp;ในส่วนของไข่ไก่&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้มีการขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาหน้าฟาร์ม&nbsp;เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของผู้บริโภค&nbsp;ภาพรวมของราคาสินค้าในหมวดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;มีนโยบายตรึงราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภค</strong>&nbsp;ยังไม่มีการอนุมัติให้ปรับราคาสินค้า&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้มีการลงพื้นที่ตรวจติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;โดยการติดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน&nbsp;และจำหน่ายสินค้าให้ตรงกับป้ายราคาที่แสดงไว้&nbsp;ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;ด้วยการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุจำเป็นสมควร&nbsp;หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้จัดโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการพาณิชย์...ลดราคา!&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;ช่วยประชาชน,&nbsp;โครงการ&nbsp;New&nbsp;Year&nbsp;Grand&nbsp;Sale&nbsp;2022&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งสามารถช่วยค่าครองชีพแก่ประชาชนได้กว่า&nbsp;3.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้า&nbsp;ราคาประหยัดเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้า&nbsp;หรือพบเห็นผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;หรือที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;0-5311-2659&nbsp;ถึง&nbsp;61&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;//22&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322195749837"],
    [471,"จ.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรม \"ศรีสะเกษพร้อมใจ นุ่งผ้าไทยใส่บาตร ทำความดี วิถีพอเพียง\" ตามโครงการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในทุกวันอังคารของสัปดาห์","<p><strong>ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;เกาะห้วยน้ำคำ&nbsp;ตำบลหนองครก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&nbsp;\"ศรีสะเกษพร้อมใจ&nbsp;นุ่งผ้าไทยใส่บาตร&nbsp;ทำความดี&nbsp;วิถีพอเพียง\"&nbsp;ตามโครงการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในทุกวันอังคารของสัปดาห์</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง&nbsp;และการแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รวมทั้งใช้วัสดุจากธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งภายในกิจกรรมได้มีการจัดจำหน่ายสินค้าอาหารและ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จากกลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตผ้าแส่ว&nbsp;ผ้าทอมือ&nbsp;ผ้าพื้นเมือง&nbsp;อาหารพื้นถิ่น&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น&nbsp;และผลิตภัณฑ์กาแฟโรบัสต้าศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้จ่ายและการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;กระจายรายได้&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;และเจริญเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก</p><p><strong>และร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;รูป&nbsp;</strong>โดยได้รับความเมตตาจากพระครูสิริปริยัติการ&nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดเพียนาม&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;ได้ปรารภธรรมแก่ผู้เข้าร่วมพิธี&nbsp;ในการนี้ได้มอบใบประกาศ&nbsp;แก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแต่งกายด้วยผ้าไทย&nbsp;และผ้าพื้นเมืองสวยงาม&nbsp;การใช้วัสดุทำจากธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;รวมทั้งประเภททีม&nbsp;ประจำวันอังคารที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;นางเจษฎามณี&nbsp;สุตะพันธ์&nbsp;ผู้ได้รับการคัดเลือกแต่งกายด้วยผ้าไทย&nbsp;และผ้าพื้นเมืองสวยงาม&nbsp;นางสาวโฉมสุดา&nbsp;แหวนเพ็ชร&nbsp;ผู้ได้รับการคัดเลือกใช้วัสดุทำจากธรรมชาติสวยงาม&nbsp;และอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;ทีมที่ได้รับการคัดเลือกการแต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองสวยงามประเภททีม&nbsp;การบรรเลงดนตรีไทยประกอบโดยวงดนตรีไทยสิริมหาชุมพล&nbsp;จากชมรมดนตรีไทยจากโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย</p><p><strong>สำหรับรายได้จากการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ประเภทต่างๆ&nbsp;รวมทั้งผ้าพื้นเมือง&nbsp;เบญจศรี&nbsp;</strong>อันเป็นอัตลักษณ์ที่มีกรรมวิธีทางธรรมชาติมียอดจำหน่ายในงาน&nbsp;79,685&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;นอกจากจะเป็นการร่วมทำบุญแล้วยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และการสงเคราะห์เพราะสิ่งของพระคุณเจ้าจะแบ่งมอบให้จังหวัดนำไปสงเคราะห์ผู้ยากไร้&nbsp;ผู้ด้อยโอกาสตามหมู่บ้านทั้งจังหวัดด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอวังหิน&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ผู้บริหารองค์กรเอกชน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนเป็นจำนวนมากเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322201134845"],
    [472,"จ.สมุทรปราการ ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่","<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;อาคารศาลากลางจังหวัดชั้น&nbsp;2&nbsp;</strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;หรือว่า&nbsp;กรอ.จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสมุทรปราการเห็นถึงความสำคัญของทุกภาคส่วนในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด&nbsp;จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันปรึกษาหารือถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดจะใช้เวทีการประชุมของคณะกรรมการชุดนี้เป็นกลไกสำคัญในการหารือถึงมาตรการและแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยจะมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนมาเข้าร่วมประชุมหารือกัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในการประชุมในครั้งนี้&nbsp;นายสาธิต&nbsp;กล่อมสวัสดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;ได้แจ้งต่อที่ประชุม&nbsp;ถึงการกำหนดการวัน&nbsp;เวลา&nbsp;ในการจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัดเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน&nbsp;ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ไปตามอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าองค์พระสมุทรเจดีย์&nbsp;อ.พระสมุทรเจดีย์&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;21.00&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดบางพลีน้อย&nbsp;อำเภอบางบ่อ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ถึง19.00&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดทิพย์นิมิต&nbsp;อำเภอบางพลี&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;19.00&nbsp;น.</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ได้รับทราบถึงความคืบหน้าการพัฒนาสะพานปลาสมุทรปราการ&nbsp;</strong>ซึ่งจะมีการพัฒนาให้เป็นท่าเทียบเรือโดยสารและท่องเที่ยว&nbsp;และท่าเทียบเรือรับรองการขนถ่ายปลาทูน่าและสินค้าจากหัวหน้าสำนักงานสะพานปลาสมุทรปราการ&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำรูปแบบของการพัฒนาเสนอไปยังองค์การสะพานปลาส่วนกลางเพื่อพิจารณาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322221311872"],
    [473,"ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เยี่ยมชมสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย พร้อมให้กำลังใจผู้ประกอบการทอผ้าและ OTOP ในการมุ่งมั่นสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาบรรพบุรุษให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลต้นธง&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และ&nbsp;ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายอนุสรณ์&nbsp;วงศ์วรรณ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นางกุลทรัพย์&nbsp;ชื่นโกสุม&nbsp;นางจิณณารัชช์&nbsp;สัมพันธรัตน์&nbsp;นางกุสุมาล&nbsp;พงษ์สิทธิถาวร&nbsp;นางจิรวรรณ&nbsp;เพ็ญพาส&nbsp;อุปนายกสมาคม&nbsp;นางศุภกาญจน์&nbsp;โรจนโสทร&nbsp;กรรมการบริหารสมาคม&nbsp;นางอมรรัตน์&nbsp;สืบตระกูล&nbsp;ชมรมแม่บ้านกรมที่ดิน&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;สมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ตรวจเยี่ยมการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;อำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมออกร้านและจัดแสดงนิทรรศการ&nbsp;รวมกว่า&nbsp;30&nbsp;แห่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พวกเราคนไทย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องผู้ประกอบการทอผ้าและ&nbsp;OTOP&nbsp;มีวันนี้ได้&nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ทรงรื้อฟื้นผลิตภัณฑ์ผ้า&nbsp;งานหัตถศิลป์&nbsp;หัตถกรรมทุกประเภท&nbsp;ในการใช้เป็นเครื่องมือทำให้มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้&nbsp;มีเงินมีทองในการใช้ชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว&nbsp;ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมไม้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ในเรื่องศูนย์ศิลปาชีพมาขยายผลขับเคลื่อนเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รวมกลุ่มของคนที่มีฝีไม้ลายมือ&nbsp;มีความชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน&nbsp;เช่น&nbsp;เก่งเรื่องอาหารก็รวมกลุ่มผู้ประกอบการอาหาร&nbsp;เก่งเรื่องงานแกะสลักก็รวมกลุ่มผู้ประกอบการงานแกะสลัก&nbsp;เก่งเรื่องผ้าก็รวมกลุ่มเป็นกลุ่มทอผ้า&nbsp;กลุ่มย้อมผ้า&nbsp;ซึ่งทุกกลุ่มก็จะมีผู้นำ&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผ้าไหม&nbsp;ผ้าทอ&nbsp;ผ้ายกดอก&nbsp;ที่ไม่ได้ทำโดยคนเดียว&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มช่วยกันทอ&nbsp;ช่วยกันตัด&nbsp;ช่วยกันย้อม&nbsp;ช่วยกันขาย&nbsp;ส่งผลให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มได้อานิสงส์ในการมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว&nbsp;ขณะเดียวกันก็ทำให้เราความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่บรรพบุรุษของเราได้กรุณาทิ้งมรดกอันล้ำค่า&nbsp;คือ&nbsp;\"ภูมิปัญญา\"&nbsp;ของงานหัตถศิลป์&nbsp;หัตถกรรมของไทยเอาไว้ให้พวกเราได้สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;แสดงถึงเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของพี่น้องคนไทยภาคเหนือ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;</strong>ในวันนี้เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า&nbsp;เรามีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของคนไทยซึ่งเป็นความมั่นคงของชีวิต&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ในปัจจัย&nbsp;4&nbsp;ที่ชีวิตเราจำเป็นต้องมี&nbsp;จึงขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ที่มาจากทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดลำพูน&nbsp;ที่ช่วยกันรักษาภูมิปัญญางานหัตถศิลป์&nbsp;หัตถกรรม&nbsp;ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านเครื่องนุ่งห่มให้กับประเทศไทย&nbsp;และขอให้จังหวัดลำพูน&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&nbsp;และทุกภาคส่วน&nbsp;ได้ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการทอผ้า&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ให้ได้รับการต่อยอด&nbsp;และพัฒนาทักษะ&nbsp;พัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้แก่ชีวิตและครอบครัวอย่างยั่งยืน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พวกเราคนไทยโชคดีที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;และแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการทอผ้าในทุกพื้นที่ของประเทศไทย&nbsp;ด้วยการพระราชทานลายผ้า&nbsp;\"ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ\"&nbsp;และ&nbsp;\"ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา\"&nbsp;รวมถึงโครงการพระราชดำริ&nbsp;\"ผ้าไทยให้สนุก\"&nbsp;เพื่อให้คนทุกเพศทุกวัย&nbsp;ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงวัยผู้ใหญ่&nbsp;สามารถสวมใส่ผ้าไทยได้ในทุกโอกาสในชีวิตประจำวัน&nbsp;ซึ่งนอกเหนือจากเป็นการส่งเสริมด้านการตลาดผ้าไทยแล้ว&nbsp;ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาฝีมือ&nbsp;พัฒนาลวดลายผ้าไทย&nbsp;ให้เป็นที่ต้องการของคนทุกเพศทุกวัยอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>\"เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</strong>&nbsp;จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;ในวันที่&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนได้ร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยสีฟ้า&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เพื่อร่วมกันถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน&nbsp;และเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการผ้าทอไทย&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชปณิธานของพระองค์ท่านให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป\"&nbsp;นายสุทธิพงษ์ฯ&nbsp;กล่าวในช่วงท้าย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย&nbsp;อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นสถานที่จัดแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้วิธีการทอผ้าด้วยมือและสืบทอดวัฒนธรรมการทอผ้าของจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อพัฒนาตลาดผ้าทอ&nbsp;สร้างอาชีพที่มั่นคงและมีคุณค่าของจังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งภายในมีพิพิธภัณฑ์ผ้าทอมือหริภุญชัยที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมการทอผ้าของคนลำพูน&nbsp;เป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นมาของผ้าทอ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าทอที่โดดเด่นและมีชื่อเสียง&nbsp;คือ&nbsp;\"ผ้าไหมยกดอกลำพูน\"&nbsp;ซึ่งถือเป็นราชินีของผ้าไหมยกดอกแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีความสวยงาม&nbsp;มีประวัติความเป็นมาแต่ครั้งเจ้าดารารัศมีได้คิดค้นวิธีการทอผ้ายกดอก&nbsp;และถ่ายทอดศิลปะผ่านลายผ้าให้เป็นเครื่องแต่งกายและได้รับการสืบสานจวบจนถึงปัจจุบัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322225810884"],
    [474,"สำนักงานพลังงานจังหวัดเลย ร่วมกับ โรงเรียนเทศบาลท่าลี่ จัดโครงการเรียนรู้พลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน","<p><strong>ที่บริเวณห้องประชุมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าลี่&nbsp;อำเภอท่าลี่&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</strong>นายโสภัณ&nbsp;อุ่นวงศ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าลี่&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการการเรียนรู้พลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวจารุวรรณ&nbsp;ปรีชาเดช&nbsp;พลังงานจังหวัดเลย,&nbsp;จ่าสิบโท&nbsp;รุ่งอโนทัย&nbsp;ดีรักษา&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลท่าลี่,&nbsp;นายพิเย็น&nbsp;ภักดีสุวรรณ&nbsp;วิทยากรระดับ&nbsp;9&nbsp;จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดขอนแก่น&nbsp;คณะครูโรงเรียนเทศบาลท่าลี่&nbsp;เข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายโสภัณ&nbsp;อุ่นวงศ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าลี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการเรียนรู้พลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน&nbsp;เป็นมิติใหม่ที่ได้ดำเนินการตามนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน&nbsp;เพื่อใช้เป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทั้งในระบบนอกระบบ&nbsp;และการศึกษาตามอัธยาศัย&nbsp;เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เต็มศักยภาพและหลากหลาย&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ปัจจุบันการใช้พลังงานชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในทั่วโลกและมีทั้งเกิดประโยชน์และเกิดโทษมหาศาล&nbsp;ถ้าเราไม่ตระหนักถึงความเข้าใจวิธีการใช้พลังงานและการประหยัดประหยัดพลังงาน&nbsp;ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่ต้องศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างถูกต้อง&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องต่อไป</p><p><strong>จ่าสิบโท&nbsp;รุ่งอโนทัย&nbsp;ดีรักษา&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลท่าลี่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เทศบาลตำบลท่าลี่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในด้านบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์และประชาชนในท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติเทศบาล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2496&nbsp;และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่&nbsp;50&nbsp;เทศบาลตำบลมีหน้าที่จัดการศึกษาและให้ราษฎรได้รับการศึกษาอบรม&nbsp;จึงได้จัดตั้งสถานศึกษาคือ&nbsp;โรงเรียนเทศบาลท่าลี่และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าลี่&nbsp;โดยได้นำนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการเรียนรู้และพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยใช้สถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;School&nbsp;Based&nbsp;Management&nbsp;for&nbsp;Local&nbsp;Development&nbsp;:SBMLD&nbsp;โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการด้านการศึกษาทั้งในระบบ&nbsp;นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย&nbsp;เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้เต็มประสิทธิภาพ&nbsp;ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา&nbsp;พลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานและเพื่อเป็นศูนย์ในการถ่ายทอดในเรื่องพลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322230208885"],
    [475,"จ.หนองบัวลำภู จัดงาน แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2022 นำเสนออัตลักษณ์และวัฒนธรรมของจังหวัดผ่านลวดลายบนผืนผ้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ","<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล&nbsp;2022&nbsp;ณ&nbsp;สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองบัวลำภู&nbsp;พร้อมด้วยนายสุวิทย์&nbsp;จันทร์หวร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้ประกอบกิจการ&nbsp;และประชาชนในจังหวัด&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมงานต่างแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน</p><p><strong>นายเสฏฐชัย&nbsp;ยุทธเศรษฐสิริ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน&nbsp;แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล&nbsp;2022&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภูมีวัฒนธรรมอันยาวนานกว่า&nbsp;900&nbsp;ปี&nbsp;มีการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมกันมาจากรุ่นสู่รุ่น&nbsp;โดยเฉพาะผ้าทอลายพื้นเมืองของจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;จึงจัดงานนี้ขึ้นเพื่อสร้างรายได้&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพให้กับกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของจังหวัด&nbsp;รวมถึงผ่านการจัดกิจกรรมการประกวดต่างๆ&nbsp;ต่อเนื่องกันในช่วงเวลา&nbsp;21&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้ด้วย</p><p><strong>หลังจากที่นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ทำพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการแล้ว</strong>&nbsp;ก็ได้เชิญชวนให้หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมกิจกรรมการเดินแบบในชุดผ้าทอไทย&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบให้ประชาชนได้เห็นความสวยงามของผ้าทอไทยจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;และเพื่อนำเสนอให้เห็นว่าผ้าทอไทยที่มีลวดลายงดงาม&nbsp;และตัดเย็บอย่างประณีตนั้น&nbsp;สามารถสวมใส่ได้ร่วมสมัยและไม่เชย&nbsp;แม้จะเป็นยุค&nbsp;2022&nbsp;นี้ก็ตาม</p><p><strong>จากนั้นจึงเป็นกิจกรรมประกวดแฟชั่นโชว์จากเยาวชนในจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>ที่สวมใส่ผ้าไทยมาประกวดความงดงามของลวดลายผ้า&nbsp;และความมั่นใจของเยาวชนที่ได้สวมใส่ผ้าไทย&nbsp;เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนเห็นความสวยงามของผ้าทอไทย&nbsp;สร้างความรักในวัฒนธรรมผ้าทอไทยในใจของเยาวชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภู</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สวท.หนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322231008886"],
    [476,"ททท. พังงา จัดกิจกรรม Bangsak Beach Festival 2022 ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2565 ","<p><strong>ททท.&nbsp;พังงา&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการส่งเสริมท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและแสดงศักยภาพด้านอาหารทะเลของจังหวัดพังงา</p><p><strong>นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง&nbsp;สมาคมกระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย&nbsp;ชมรมเซิร์ฟสเก็ตตะกั่วป่า&nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาในชื่องาน&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเวลา&nbsp;16.00-22.00&nbsp;น.&nbsp;ณ.หาดบางสัก&nbsp;ตำบลบางม่วง&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและแสดงศักยภาพด้านอาหารทะเลของจังหวัดพังงา&nbsp;เพิ่มมุมมองใหม่ทางการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาตามแนวคิด&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapter&nbsp;โดยมีกิจกรรมน่าสนใจอาทิ&nbsp;การจำหน่ายอาหารทะเลโดยตรงจากชาวประมงในพื้นที่&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Food&nbsp;Truck&nbsp;กิจกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอดทั้งสามวัน&nbsp;ประติมากรรมไฟ&nbsp;การแข่งขันเซิร์ฟสเก็ต&nbsp;และเวิร์คช้อปนำกัญชามาทำอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;และหลังจากการจบการจัดกิจกรรม&nbsp;งาน&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;จะมีการจัดกิจกรรมพาย&nbsp;Sup&nbsp;ในพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ในวันที่&nbsp;1-5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และกิจกรรมการเล่น&nbsp;Surf&nbsp;กิจกรรมเพื่อสุขภาพ&nbsp;ตลาดสินค้าชุมชม&nbsp;(Local&nbsp;Market)&nbsp;กิจกรรมวัฒนธรรม&nbsp;ศิลปะ&nbsp;และดนตรี&nbsp;(Culture&nbsp;&amp;Art&nbsp;,Sound)&nbsp;ในวันที่&nbsp;29-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งเซิร์ฟของจังหวัดพังงา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สวท.พังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323095856933"],
    [477,"พาณิชย์จังหวัดลำปาง เดินหน้าสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์โครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;จัดสัมมนาเรื่องการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพาราและปาล์มน้ำมัน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ลำปางจำกัด&nbsp;ตำบลน้ำโจ้&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แนวทางการดำเนินการ&nbsp;รวมทั้งติดตามการดำเนินการ&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;และข้อเสนอแนะตามโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>การสัมมนาครั้งนี้&nbsp;มีวิทยากรร่วมอภิปราย</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;นางสาวสุบิน&nbsp;แก้วเต็ม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;และนายกิติศักดิ์&nbsp;กุลเดชานันท์&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;สาขาแม่ทะ&nbsp;ดำเนินรายการโดย&nbsp;นางรพีพันธ์&nbsp;อุดขันจริง&nbsp;นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323102054945"],
    [478,"บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ขยายเวลามอบส่วนลด LPG ต่อไปอีก 3 เดือน ช่วยลดต้นทุนค่าครองชีพให้ประชาชนไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565","<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;ฤกษ์พิบูลย์&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;และบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาก๊าซหุงต้ม&nbsp;หรือ&nbsp;LPG&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังคงผันผวน&nbsp;ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในประเทศยังอยู่ในระดับสูง&nbsp;และเพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการ&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงมีมติอนุมัติให้ขยายระยะเวลาช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&nbsp;กลุ่มร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยอาหาร&nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;100&nbsp;บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp;ต่อไปอีก&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้สนับสนุนส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม&nbsp;(LPG)&nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&nbsp;</strong>กลุ่มร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยอาหาร&nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;มาตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;เป็นงบประมาณรวมกว่า&nbsp;15.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้คนไทยฝ่าวิกฤตด้วยกันได้โดยเร็ว</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323122313013"],
    [479,"ปตท. สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ขยายเวลามอบส่วนลด LPG ต่อไปอีก 3 เดือน ถึง 30 มิถุนายนนี้","<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;ฤกษ์พิบูลย์</strong>&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและบรรเทาผล&nbsp;กระทบจากการปรับราคาก๊าซหุงต้ม&nbsp;หรือ&nbsp;LPG&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังคงผันผวน&nbsp;ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในประเทศยังอยู่ในระดับสูงและเพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการ&nbsp;ปตท.&nbsp;จึงมีมติอนุมัติให้ขยายระยะเวลาช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&nbsp;กลุ่มร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยอาหาร&nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;100&nbsp;บาทต่อคนต่อเดือนต่อไปอีก&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้สนับสนุนส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม&nbsp;(LPG)</strong>&nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&nbsp;กลุ่มร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยอาหาร&nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;มาตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;เป็นงบประมาณรวมกว่า&nbsp;15.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้คนไทยฝ่าวิกฤตด้วยกันได้โดยเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323115454997"],
    [480,"จังหวัดแพร่ เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม","<p><strong>จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;</strong>กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;สร้างความร่วมมือพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และให้นักท่องเที่ยวได้เกิดการเรียนรู้</p><p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่วัดดอนมูล&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลดอนมูล&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานในการเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มองค์กร&nbsp;และครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการในชุมชนให้สามารถจัดกิจกรรมที่ผู้บริโภคลงมือทำด้วยตนเอง&nbsp;นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยวได้เกิดการเรียนรู้&nbsp;ศึกษา&nbsp;และลงมือทำด้วยตนเอง&nbsp;สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความภาคภูมิใจจากฝีมือของตนเอง</p><p><strong>กิจกรรมในงานประกอบด้วย</strong>&nbsp;การเยี่ยมชมฐานศูนย์เรียนรู้เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก&nbsp;ฐานร้อยรักสานฝัน&nbsp;ฐานที่วางพักใจ&nbsp;การแสดงของชุมชน&nbsp;และนิทรรศการของผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และมาตรการสาธารณสุข&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323103318949"],
    [481,"ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมลดใช้พลังงาน ส่งเสริมพลังงานทางเลือกเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก","<p><strong>นายวีริศ&nbsp;อัมระปาล&nbsp;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กนอ.)</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ในโครงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจเพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ของ&nbsp;กนอ.&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;บันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;เกิดการผลักดันให้มีการดำเนินการตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;มีการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้า&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;กนอ.&nbsp;และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</strong>&nbsp;จะร่วมกันดำเนินงานภายใต้กรอบความเข้าใจใน&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;ด้านการพัฒนาบุคลากร&nbsp;และด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แผนงานในระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ต่อจากนี้&nbsp;(2565&nbsp;&nbsp;2567)&nbsp;คาดว่าจะเกิดการประหยัดพลังงานสะสมได้กว่า&nbsp;640&nbsp;ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง&nbsp;ในปี&nbsp;2567&nbsp;คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้กว่า&nbsp;2,560&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า&nbsp;3.4&nbsp;แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์</p><p><strong>สำหรับในระยะแรกตั้งเป้าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่&nbsp;กนอ.&nbsp;</strong>ดำเนินการเอง&nbsp;15&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,505&nbsp;โรงงาน&nbsp;ให้ตระหนักถึงความจําเป็นในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม/ท่าเรืออุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและบรรลุเป้าหมายความเป็น&nbsp;กลางทางคาร์บอนภายในปี&nbsp;2593&nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี&nbsp;2608</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323110437961"],
    [482,"เร่งดำเนินการรีไซเคิลซากรถยนต์เก่า ลดการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายวันชัย&nbsp;พนมชัย&nbsp;อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถิติจำนวนรถยนต์จำแนกตามอายุรถทั่วประเทศของกรมการขนส่งทางบก&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ทุกประเภทรวมทั้งสิ้น&nbsp;5,033,307&nbsp;คัน&nbsp;หากรีไซเคิลซากรถจำนวน&nbsp;5&nbsp;ล้านคัน&nbsp;จะได้เหล็กประมาณ&nbsp;6.55&nbsp;ล้านตัน&nbsp;</p><p><strong>ประเทศไทยมีกำลังการบริโภคเหล็กอยู่ที่&nbsp;19&nbsp;ล้านตันต่อปี</strong>&nbsp;แบ่งเป็นการนำเข้า&nbsp;&nbsp;12&nbsp;ล้านตัน&nbsp;และผลิตเอง&nbsp;7&nbsp;ล้านตันและคาดว่าในระยะ&nbsp;20&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;จำนวนรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;จะเพิ่มเป็น&nbsp;16&nbsp;ล้านคัน&nbsp;ซึ่งรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนานและขาดการบำรุงรักษาตามมาตรฐานเป็นสาเหตุหลักอย่างหนี่งของปัญหาฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีโรงงานถอดแยกชิ้นส่วนรถยนต์&nbsp;แบบครบวงจรอยู่เพียง&nbsp;2&nbsp;แห่งในประเทศไทย&nbsp;ที่ดำเนินงานตั้งแต่การรวบรวมรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน&nbsp;การรื้อชิ้นส่วนยานพาหนะและการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วนรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>กรอ.&nbsp;จึงผลักดันให้ธุรกิจชนิดนี้เกิดการขยายตัว</strong>&nbsp;เพื่อลดปริมาณการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศและเป็นการนำทรัพยากรจากการแยกซากรถมาหมุนเวียนให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;ยาง&nbsp;พลาสติกและโลหะที่เป็นเหล็ก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่มีรถยนต์เก่านำรถยนต์มาทำลายอย่างถูกวิธีและกระตุ้นให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยการซื้อรถยนต์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&nbsp;นำไปสู่การเกิดระบบจัดการซากรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323110836964"],
    [483,"กฟผ.เชิญชวนคนไทยร่วมใจประหยัดพลังงาน ล้างแอร์ฟรี - รับส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 รวม เริ่มเมษายนนี้","<p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;เฉลิมเกียรติ&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน</strong>&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการประหยัดพลังงาน&nbsp;ว่า&nbsp;กฟผ.&nbsp;ได้บริหารจัดการเชื้อเพลิงอื่นในการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;LNG&nbsp;ที่มีราคาสูง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปรับการเดินเครื่องโดยใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลแทนก๊าซฯ&nbsp;เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหิน&nbsp;เพื่อลดผลกระทบค่าไฟฟ้าของประชาชนและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศอย่างเพียงพอ&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้ยังได้&nbsp;จัดแคมเปญ</strong>&nbsp;Save&nbsp;Energy&nbsp;for&nbsp;ALL&nbsp;ร่วมใจประหยัดพลังงาน&nbsp;ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน&nbsp;เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจประหยัดพลังงาน&nbsp;ผ่านกิจกรรม&nbsp;ล้างแอร์ช่วยชาติ&nbsp;(Clean&nbsp;your&nbsp;air,&nbsp;Clean&nbsp;your&nbsp;life)&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยร่วมกับสมาคมผู้ค้าเครื่องปรับอากาศไทยให้บริการล้างแอร์แก่ประชาชนทั่วประเทศฟรีจำนวน&nbsp;10,000&nbsp;สิทธิ&nbsp;จำกัดครัวเรือนละ&nbsp;1&nbsp;สิทธิต่อการล้างแอร์ฟรี&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;คุณสมบัติยต้องเป็นแอร์แบบติดผนังขนาดไม่เกิน&nbsp;24,000&nbsp;บีทียู&nbsp;เพียงลงทะเบียนรับสิทธิผ่านทาง&nbsp;www.egat.co.th&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;การล้างแอร์ทุก&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ&nbsp;10</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ส่งเสริมการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง&nbsp;</strong>โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้าและผู้ค้าปลีก&nbsp;มอบส่วนลด&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์&nbsp;5&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;สิทธิ&nbsp;เพียงแสดงบัตรประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;จุดขายในร้านค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมและแสดงหลักฐานการเพิ่มเพื่อนใน&nbsp;LINE@EGAT&nbsp;หรือ&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;กฟผ.&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งประชาชนจะสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง&nbsp;1.3&nbsp;ล้านหน่วยต่อปี&nbsp;ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ&nbsp;804&nbsp;ตันต่อปี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323120741006"],
    [484,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม นำสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในครัวเรือนมาจำหน่ายในราคาถูก ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน","<p><strong>ที่บริเวณวัดลาดเป้ง&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>จัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางณัฐสุดา&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ซึ่งมีประชาชนเข้าแถวเพื่อซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์ราคาสินค้า&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับราคาสูงขึ้นเช่นกัน&nbsp;ทำให้ประชาชนต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จึงได้จัดโครงการเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน&nbsp;โดยได้จัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าจำเป็นในครัวเรือน&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาล&nbsp;ซอสปรุงรส&nbsp;เนื้อสัตว์&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;นำมาจำหน่ายในราคาต้นทุน&nbsp;ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;ให้บริการประชาชน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยมีคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;แจกบัตรคิว&nbsp;จะเรียกคิวละ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;และมีการจำกัดจำนวนการซื้อเพื่อมิให้ส่งผลกระทบกับร้านค้าในชุมชนได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายเจิม&nbsp;นาคทอง&nbsp;ประชาชนในตำบลนางตะเคียน</strong>&nbsp;<strong>ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ออกมาซื้อสินค้า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการนี้ดีมาก&nbsp;สินค้าราคาถูกมีคุณภาพ&nbsp;ไม่ต้องเดินทางไปไกล&nbsp;ให้เปลืองน้ำมันในสถานการณ์แบบนี้อยากให้จัดครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;จะได้แก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างทั่วถึง</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางกฤษญาพร&nbsp;สุนทรพจน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการ&nbsp;ธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กำหนดจัดขึ้นเดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;หมุนเวียนไปตามอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางออกมาจับจ่ายสินค้าใกล้บ้าน</p><p>&nbsp;</p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323125827017"],
    [485,"เดินหน้านำนักออกแบบรุ่นใหม่ ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่งเสริมการจ้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจชุมชน","<p><strong>นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากการที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ผ่านการแข่งขันทักษะด้านการออกแบบ&nbsp;โดยคัดเลือกนักศึกษาลงพื้นที่ร่วมพัฒนาสินค้า&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;และบริการชุมชนต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;7&nbsp;ซึ่งปีนี้ได้คัดเลือก&nbsp;5&nbsp;ชุมชน&nbsp;ของจังหวัดหนองคาย&nbsp;ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าแก่สินค้าและบริการของชุมชน&nbsp;และได้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&nbsp;ที่ออกแบบตราสัญลักษณ์และบรรจุภัณฑ์&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านดงป่าเปลือย&nbsp;ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า&nbsp;สร้างการจดจำ&nbsp;ผลักดันชุมชนบ้านดงป่าเปือยสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งได้สร้างความสุขให้ชุมชนอย่างมาก</p><p><strong>สำหรับโครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับจากชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ</strong>&nbsp;ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพแก่ประชาชน&nbsp;นำไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างดี&nbsp;ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยได้ประสานงานกับผู้ประกอบการและชุมชนต่างๆ&nbsp;ในการนำผลิตภัณฑ์มาต่อยอดภายใต้โครงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย&nbsp;พร้อมจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ซึ่งปีนี้ได้ลงนามความร่วมมือกับภาคเอกชนจำหน่ายสินค้ามียอดเจรจาธุรกิจแล้วกว่า&nbsp;600&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323143329073"],
    [486,"ยะลา  ติดตามความคืบหน้า เปิดด่านเบตง ต้อนรับนักท่องเที่ยวรูปแบบ One day trip - Test & Go","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการและคณะทำงาน</strong>เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลาและคณะกรรมการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดยะลาเฉพาะสถานการณ์ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;ซึ่งมีการติดตามความคืบหน้าการเปิดพรมแดนด่านเบตง</p><p><strong>ได้เห็นชอบ&nbsp;สำหรับการเปิดแผนการกำหนดรายละเอียดมาตรการด้านสาธารณสุข</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวผ่านด่านพรมแดนเบตง&nbsp;แบบ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip&nbsp;(ต้องมีผลตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยรูปแบบ&nbsp;ATK)&nbsp;และ&nbsp;แบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;(ต้องมีผลตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;,ต้องมีการทำประกันชีวิต,&nbsp;และต้องเข้ารับโรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร้านค้าต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;Sha&nbsp;plus&nbsp;ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;สำหรับกิจการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อเตรียมเปิดด่านเบตงในเร็วๆ&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323144806091"],
    [487,"กระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ร่วมวางแนวทางระบายผลไม้เพื่อการส่งออก รองรับปริมาณผลผลิตปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านตัน","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยผลการประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ปี&nbsp;2565&nbsp;และการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้&nbsp;ว่า&nbsp;ในปีนี้&nbsp;(2565)&nbsp;คาดว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ&nbsp;13&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;5,426,555&nbsp;ตัน&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งไปยังตลาดต่างประเทศ&nbsp;ทำให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;หารือเพื่อสนับสนุนช่องทางส่งออกแก่เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทุกภูมิภาคเป็นการล่วงหน้า&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นจะมีแนวทางร่วมกัน&nbsp;8&nbsp;ประเด็น</strong>&nbsp;ครอบคลุมทั้งการขนส่งทางบก&nbsp;ทางราง&nbsp;ทางเรือ&nbsp;และทางอากาศ&nbsp;สำหรับตลาดสำคัญคือประเทศจีนที่มีปริมาณส่งออกสูงที่สุด&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีปริมาณ&nbsp;2,200,000&nbsp;ตัน&nbsp;ปีนี้ไทยจะเจรจากับทางการจีนเพื่อเปิดด่านสำคัญคือ&nbsp;ด่านตงซิง&nbsp;เพื่อระบายผลไม้ออก&nbsp;รวมทั้งขอเพิ่มมาตรการอำนวยความสะดวกแก่การขนส่งเส้นทางรถไฟสายลาว-จีน&nbsp;ซึ่งต้องตรวจสินค้าที่ด่านโม่ฮาน&nbsp;แต่ด่านยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;จะเจรจาให้ตรวจที่ด่านคุนหมิงแทน&nbsp;ขณะที่การขนส่งทางเรือปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนเริ่มคลี่คลายลง&nbsp;และค่าระวางเรือยังทรงตัว&nbsp;ส่วนการขนส่งทางอากาศจะเจรจากับ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&nbsp;ช่วยสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนให้ต้นทุนการขนส่งทางอากาศลดลง&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ภาคเอกชนขอให้ช่วยเจรจากับจีนกรณีการตรวจโควิดที่ด่านตรวจ&nbsp;แล้วพบเชื้อโควิด&nbsp;ขอให้ฆ่าเชื้อแล้วส่งผลไม้กลับแต่อย่าปิดด่านและขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทั้งเกษตรกรผู้แปรรูป&nbsp;ล้ง&nbsp;ผู้ส่งออกและส่วนราชการทั้งหมด&nbsp;ช่วยหาหนทางให้การส่งผลไม้ส่งออกไปตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;สามารถดำเนินการไปได้ด้วยดีที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323201402282"],
    [488,"ยืนยันการโยกย้ายตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง ไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดให้บริการเส้นทางบินของสายการบินนกแอร์","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">กรมท่าอากาศยาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ชี้แจงกรณีมีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;ว่า&nbsp;ตามที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ถึงกรณีที่กรมท่าอากาศยานมีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าว&nbsp;ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของสายการบินนกแอร์&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงแต่อย่างใด&nbsp;ซึ่งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&nbsp;กรมท่าอากาศยานได้มีคำสั่งให้ข้าราชการไปช่วยปฏิบัติราชการ&nbsp;โดยให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ไปช่วยปฏิบัติราชการที่กองควบคุมมาตรฐานสนามบิน&nbsp;เพื่อความเหมาะสมและเป็นรูปแบบของการบริหารงานบุคคลภายในของกรมท่าอากาศยานและให้หน่วยงานสามารถขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นอกจากนี้&nbsp;กรมท่าอากาศยาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ยังได้ชี้แจงกรณีที่มีบุคคลภายนอกนำรถตู้เข้าไปในลานจอดอากาศยาน&nbsp;ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนระเบียบตามมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน&nbsp;ล่าสุดได้มอบหมายให้รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323201539283"],
    [489,"โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 57,000 ล้านบาท ประชาชนสามารถใช้สิทธิ ถึง 30 เมษายนนี้","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน&nbsp;26.26&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;57,037.1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;29,015.1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;28,022&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งตามประเภทตามร้านค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;23,865.1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้านธงฟ้า&nbsp;9,777.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้าน&nbsp;OTOP&nbsp;2,560.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้านค้าทั่วไป&nbsp;19,714.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้านบริการ&nbsp;1,012.9&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกิจการขนส่งสาธารณะ&nbsp;107.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมด&nbsp;26.38&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;1.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;เป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;2.81&nbsp;หมื่นราย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่&nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ได้ผ่านเว็บไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">www.คนละครึ่ง.com</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323202000286"],
    [490,"จังหวัดสมุทรสงคราม ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม ","<p><strong>คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ประชุมติดตามการดำเนินงานพร้อมพิจารณาร่างแผนความปลอดภัยเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;และทบทวนอัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสมุทรสงครามประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่ห้องประชุมแม่กลอง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;พร้อมพิจารณาร่างแผนความปลอดภัยเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการและให้มีการปรับมาตรการบางส่วน&nbsp;และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;รวมทั้งได้มีการทบทวนอัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสมุทรสงครามประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีการทบทวนกันทุกปี&nbsp;เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวทางในการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวของททท.ต่อไป&nbsp;ซึ่งผลการทบทวน/การวิเคราะห์อัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เห็นควรเป็น&nbsp;เมืองปราชญ์ศิลปิน&nbsp;วิถีถิ่นสามน้ำ&nbsp;ล่องลำนาวา&nbsp;สามเวลา&nbsp;สามอำเภอ</p><p><strong>จากข้อมูลของกองเศรษฐกิจกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจังหวัดสมุทรสงครามในปี&nbsp;2564&nbsp;ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมีกว่า&nbsp;8&nbsp;แสนคน&nbsp;ซึ่งลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;900&nbsp;กว่าล้านบาท&nbsp;สำหรับจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;55&nbsp;จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง&nbsp;ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ของททท.&nbsp;เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างสมดุล&nbsp;ซึ่งจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;ผลไม้พื้นถิ่น&nbsp;เมนูอาหารถิ่นตามฤดูกาล&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323170953185"],
    [491,"จ.มุกดาหาร เชิญร่วมชม เชียร์และเป็นเจ้าบ้านที่ดีการแข่งขันจักรยานานาชาติ 1-10 เมษายนนี้ และช่วงสงกรานต์อย่างปลอดโรค ปลอดภัย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>และนายประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวในรายการ&nbsp;จังหวัดมุกดาหารพบประชาชน&nbsp;ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เอฟ.เอ็ม.99.25&nbsp;มฮ&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;live&nbsp;เพจ&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหารและ&nbsp;สวท.มุกดาหาร</p><p><strong>โดยมีนางวันวิภา&nbsp;แพงแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เป็นผู้ดำเนินรายการ&nbsp;ว่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;จะจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ&nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราช&nbsp;เจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เจริญพระชนมพรรษา&nbsp;67&nbsp;พรรษา&nbsp;\"The&nbsp;Princess&nbsp;Maha&nbsp;Chakri&nbsp;Sirindhorns&nbsp;Cup&nbsp;Tour&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;2022\"&nbsp;แบบชีวิตวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;โดยใช้เส้นทางภายในจังหวัดสกลนคร&nbsp;นครพนม&nbsp;และมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;22&nbsp;ประเทศ</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารร่วมชมเชียร์&nbsp;เ</strong>ป็นกำลังใจให้กับนักกีฬา&nbsp;และร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดบ้านเรือน&nbsp;และชุมชน&nbsp;เพื่อแสดงออกถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;และความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดมุกดาหารยังมีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวและทีมนักกีฬานานาชาติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;งานเวียดทาวน์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;งานถนนวัฒนธรรมอำเภอหนองสูง&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565และงานมหกรรมแสดงสินค้าและจับคู่เจรจาธุรกิจสู่การค้าชายแดน&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ระว่างวันที่&nbsp;6-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และยังมีงาน&nbsp;มินิสงกรานต์&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดศรีมงคลใต้&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำพระ&nbsp;ก่อเจดีย์ทรายอีกด้วย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์การระบาดของโควิดโอมิครอน&nbsp;ยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่องทั้งไทยและทั่วโลก&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;ขอให้&nbsp;พี่น้องประชาชนเน้นมาตรการส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น&nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่&nbsp;หรือเจล&nbsp;แอลกอฮอล์เมื่อจับต้องสิ่งของ,&nbsp;ระยะห่างจากคนอื่น&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก&nbsp;และในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ซึ่งมีการเดินทาวกลับภูมิลำเนาขอเชิญชวนให้ทุกครอบครัวตรวจสอบการรับวัคซีนของผู้สูงอายุในครอบครัวและขอให้รับวัคซีนให้ครบทั้ง&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงอาการเจ็บป่วยรุนแรงอันตรายถึงเสียชีวิตได้&nbsp;สำหรับประชาชนที่จะเดินทางกลับมุกดาหารขอให้มีการประเมินความเสี่ยงตนเองว่ามีความเสี่ยงสูงมากน้อยเพียงใด&nbsp;ถ้ามีความเสี่ยงสูงสามารถทำได้&nbsp;2&nbsp;แนวทางคือ&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือ&nbsp;จัดหา&nbsp;ATK&nbsp;ตรวจด้วยตนเอง&nbsp;ซึ่งสามารถทำได้สะดวก&nbsp;เพื่อกลับบ้านมาอย่างปลอดโรคและปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323180043197"],
    [492,"ยะลา สืบสานผ้าพื้นถิ่น จัดแฟชั่นโชว์ Yala fashion show on the skyกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง","<p><strong>เริ่มแล้ว&nbsp;สำหรับกิจกรรม&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky</strong>&nbsp;โครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งได้นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;-&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึง&nbsp;สานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม&nbsp;นำไปสู่ระดับนานาชาติ</p><p><strong>ซึ่งในพิธีเปิดงาน&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณจุดชมวิว</strong>สกายวอร์คอัยเยอร์เวง&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;นายปิยะ&nbsp;สุวรรณพฤกษ์&nbsp;ประธานโครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมภริยา&nbsp;</strong>ยังได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในด้วยการสวมใส่เสื้อลายผ้ายะลารวมใจ&nbsp;ซึ่งเป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดยะลาซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky</strong>&nbsp;เกิดขึ้นจากแนวคิดการออกแบบลวดลาดผ้าป่าแดนใต้&nbsp;โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงพระราชทานแก่ช่างฝีมือ&nbsp;เพื่อต่อยอดและเสริมรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจในงานฝีมือวิถีถิ่น&nbsp;&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการผ้าในท้องถิ่น&nbsp;ได้แก่กลุ่มครูผีเสื้อ&nbsp;กลุ่มธาตุดิน&nbsp;กลุ่ม&nbsp;Adel&nbsp;Kraf&nbsp;กลุ่มอาดือนัน&nbsp;กลุ่มนานาไอเดีย&nbsp;กลุ่มศรียะลาบาติก&nbsp;และ&nbsp;Eric&nbsp;Choong&nbsp;ภายใต้ชื่อชุด&nbsp;ป่าแดนใต้&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324092926347"],
    [493,"นกแอร์ เปิดเที่ยวบิน จากดอนเมืองเยือนเมืองสามหมอก ช่วงฤดูร้อน 2 วันต่อสัปดาห์","<p><strong>ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;แจ้งตารางบินช่วงฤดูร้อน</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;ถึง&nbsp;29&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;โดยจะให้บริการในวันศุกร์&nbsp;และวันอาทิตย์<strong>สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>ทางอากาศ&nbsp;จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;จากดอนเมือง&nbsp;ถึง&nbsp;&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD152&nbsp;เวลาออก&nbsp;10:00&nbsp;น.&nbsp;เวลาถึง&nbsp;11:30&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD154&nbsp;เวลาออก&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;เวลาถึง&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ในส่วนของเส้นทางแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD153&nbsp;เวลาออก&nbsp;12:00&nbsp;น.&nbsp;เวลาถึง&nbsp;13:30&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD155&nbsp;เวลาออก&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;เวลาถึง&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;053-612-057&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการ&nbsp;เฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;ของท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการ&nbsp;แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยการตั้งจุดคัดกรองทำการตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือให้กับผู้มาใช้บริการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน&nbsp;เจ้าหน้าที่สายการบิน&nbsp;และผู้ประกอบการทุกคน&nbsp;พร้อมกำชับให้พนักงานทำความสะอาด&nbsp;หมั่นดูแลทำความสะอาดสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;จุดตรวจค้น&nbsp;เคานเตอร์ประชาสัมพันธ์&nbsp;เคาน์เตอร์เช็คอิน&nbsp;เก้าอี้ผู้โดยสาร&nbsp;รถเข็นสัมภาระ&nbsp;ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำทุกวัน&nbsp;รวมถึงได้ตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตามจุดต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;จุดคัดกรอง&nbsp;จุดประชาสัมพันธ์&nbsp;ห้องผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก&nbsp;และทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;บริเวณพื้นที่ให้บริการทุกวันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324094611356"],
    [494,"การบินไทย พร้อมกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารสู่ 34 เส้นทางบินทั่วโลก ทั้งยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย ","<p><strong>บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย&nbsp;สายการบินไทยให้บริการเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารในตารางการบินฤดูร้อน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;อีก&nbsp;34&nbsp;เส้นทางบินทั่วโลก&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเส้นทางสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-แฟรงก์เฟิร์ต&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ลอนดอน-กรุงเทพฯ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ซิดนีย์-กรุงเทพฯ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-โคเปนเฮเกน-กรุงเทพฯ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;แลเส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-สตอกโฮล์ม-กรุงเทพฯ&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนเส้นทางยุโรปและออสเตรเลียให้บริการ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;10&nbsp;เส้นทาง</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ลอนดอน&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;11&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ปารีส&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ซูริก&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-บรัสเซลส์&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-มิวนิก&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ซิดนีย์&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;และเส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เมลเบิร์น&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน</p><p><strong>สำหรับเส้นทางเอเชียให้บริการ&nbsp;19&nbsp;เส้นทาง</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โตเกียว&nbsp;(นาริตะ)&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โตเกียว&nbsp;(ฮาเนดะ)&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-นาโกยา&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โอซากา&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-มะนิลา&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-โซล&nbsp;ทำการบินทุกวัน/&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ไทเป&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ฮ่องกง&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-สิงคโปร์&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-จาการ์ตา&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ธากา&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เจนไน&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-เบงกาลูรู&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;5&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-นิวเดลี&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-มุมไบ&nbsp;ทำการบินทุกวัน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-ละฮอร์&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-อิสลามาบัด&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;และเส้นทางไป-กลับ&nbsp;กรุงเทพฯ-การาจี&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม</strong>&nbsp;รายละเอียดตารางบิน&nbsp;สำรองที่นั่ง&nbsp;และออกบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://thaiairways.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">thaiairways.com</a>&nbsp;สำนักงานขายการบินไทย&nbsp;หรือ&nbsp;THAI&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร.&nbsp;0-2356-1111&nbsp;ทุกวัน&nbsp;(ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;หรือ&nbsp;อีเมล&nbsp;<a&nbsp;href=\"mailto:contact@service.thaiairways.com\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">contact@service.thaiairways.com</a>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103322384"],
    [495,"ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ออกสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง","<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(สคบ.)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ลงพื้นที่ห้างแม็คโครสาขามุกดาหาร&nbsp;และร้านจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;และตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการขึ้นราคาจนเกินควร</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวถึงภาพรวมราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์&nbsp;แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพาณิชย์&nbsp;และยังอยู่ในราคาตามมาตรฐาน&nbsp;โดยในช่วงนี้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก็ได้ออกตรวจติดตามราคาสินค้าทุกวัน&nbsp;ขอให้ประชาชนชาวมุกดาหารสบายใจในเรื่องนี้ได้</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวถึงสถานการณ์ด้านราคาของสุกรมีชีวิตได้ลดลงจาก&nbsp;110&nbsp;&nbsp;120&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ในช่วงเดือนที่ผ่านมา&nbsp;ลงมาเหลือ&nbsp;82&nbsp;&nbsp;83&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ส่งผลให้ราคาสุกรชำแหละตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาลดลง&nbsp;อยู่ที่&nbsp;150&nbsp;&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;กก.&nbsp;ส่วนราคาไข่ไก่&nbsp;ถึงแม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;โดยในส่วนของไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;3.20&nbsp;บาท&nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ราคาแนะนำจะอยู่ที่&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;แต่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังจำหน่ายในราคา&nbsp;3.30&nbsp;&nbsp;3.40&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภคอื่นๆ&nbsp;ยังคงทรงตัวและมีความเพียงพอตอความต้องการของตลาด</p><p><strong>ส่วนทางด้านราคาสินค้าเพื่อการเกษตรและอาหารสัตว์&nbsp;</strong>จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้สินค้าขาดตลาด&nbsp;ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระงับการผลิตจากต้นทาง&nbsp;และพบการขายสินค้าแบบพ่วงจากบริษัทค้าส่ง&nbsp;ตัวอย่างเช่น&nbsp;หากต้องการซื้อปุ๋ย&nbsp;ต้องซื้อสินค้าอื่นๆ&nbsp;หรือปุ๋ยสูตรอื่นๆ&nbsp;มาขายด้วย&nbsp;ทำให้ทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจะทำการเก็บรวบรวมเพิ่มเติม</strong>ว่ามีบริษัทใดกระทำการในลักษณะดังกล่าวบ้าง&nbsp;เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์&nbsp;หาทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้ราคาสินค้ามีกลไกที่เป็นมาตรฐาน&nbsp;และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324110622403"],
    [496,"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม \"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท\" ครั้งที่ 5 ที่อำเภอมโนรมย์","<p><strong>ณ&nbsp;วัดศรีเจริญ&nbsp;ตำบลศิลาดาน&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาทับทิม&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ส้มโอขาวแตงกวา&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;และสินค้าจากชุมชนภายในพื้นที่อำเภอมโนรมย์&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;จากความร่วมมือของสำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324111351405"],
    [497,"สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาเผยแพร่แนวทางการสะสม Energy points ","<p><strong>นางสาวฐิติลักษณ์&nbsp;คำพา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;</strong>ให้เกียรติเป็นประธานในงานสัมมนาเผยแพร่แนวทางการสะสม&nbsp;Energy&nbsp;points&nbsp;ภายใต้โครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด&nbsp;SME&nbsp;(Energy&nbsp;Points&nbsp;3)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;(ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องแสนสุข&nbsp;1-2&nbsp;โรงแรมบางแสน&nbsp;เฮอริเทจ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์&nbsp;บัณฑิตกมล&nbsp;รองประธานคณะทำงานโครงการฯ,&nbsp;นายรุ่งเรือง&nbsp;สายพวรรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,&nbsp;นายณัฎฐ์ธน&nbsp;สาตรจีนพงษ์&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนต่างๆ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ท่ามกลางผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;ที่ตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงานกว่า&nbsp;100&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;</p><p><strong>โครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด&nbsp;SME</strong>&nbsp;มีที่มาจากการที่สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้ทำการสำรวจสภาพปัญหาต่างๆ&nbsp;และความต้องการการส่งเสริมสนับสนุนด้านการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงมีปัญหาการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานหลายประการ&nbsp;โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;ที่มีสภาพความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานน้อย&nbsp;เนื่องจากขาดแนวทางและเงินทุนที่จะดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ด้วยเหตุดังกล่าว&nbsp;กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;</strong>จึงสนับสนุนให้&nbsp;สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ดำเนินโครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด&nbsp;SME&nbsp;หรือ&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็น&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;Phase&nbsp;3&nbsp;และเพื่อเป็นการจูงใจให้โรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SME)&nbsp;ดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นระบบแบบง่ายๆ&nbsp;ด้วยกลไกการสะสม&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;โดยได้รับ&nbsp;Energy&nbsp;Point&nbsp;ต่อเมื่อดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;ที่โครงการกำหนด&nbsp;คือ&nbsp;1.ประกาศนโยบายด้านพลังงาน&nbsp;2.แต่งตั้งผู้ประสานงานดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานในองค์กร&nbsp;(Energy&nbsp;Man)&nbsp;3.วางแผนการอนุรักษ์พลังงานเบื้องต้นภายในองค์กร&nbsp;4.ทบทวนแผนการอนุรักษ์พลังงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;เพื่อพร้อมนำไปปฏิบัติ&nbsp;เมื่อได้รับ&nbsp;Energy&nbsp;Point&nbsp;แล้วสามารถนำมาแลกรับสิทธิประโยชน์ด้านพลังงานต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การอบรมให้ความรู้&nbsp;และการศึกษาดูงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;การให้คำแนะนำแนวทางการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานโดยผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;และเงินทุนสนับสนุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดถึง&nbsp;3&nbsp;แสนบาทต่อนิติบุคคล&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดต่างๆ&nbsp;ร่วมกันประชาสัมพันธ์และดำเนินโครงการให้กับภาคอุตสาหกรรมอย่างทั่วถึงทุกภูมิภาค</p><p><strong>สำหรับภายในงานยังได้จัดการบรรยายเรื่อง&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;แนวทางเพื่อการประหยัดพลังงานสำหรับ&nbsp;SMEs&nbsp;</strong>และการบรรยายเรื่อง&nbsp;แนวทางการอนุรักษ์พลังงานในโรงงาน&nbsp;SME&nbsp;จากผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;รวมถึงบูธแนะนำอุปกรณ์ประหยัดพลังงานจากผู้ประกอบการโดยตรงอีกกว่า&nbsp;10&nbsp;บริษัท&nbsp;ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;3&nbsp;สามารถสอบถามได้ที่&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;038&nbsp;288&nbsp;507&nbsp;/&nbsp;081&nbsp;002&nbsp;6776&nbsp;e-mail:&nbsp;center.chonburi@gmail.com&nbsp;,Facebook&nbsp;และ&nbsp;Line&nbsp;official&nbsp;:&nbsp;Energy&nbsp;Points&nbsp;จังหวัดอื่นสอบถามรายละเอียดและสมัครได้ที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324113141416"],
    [498,"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม \"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท\" ครั้งที่ 5/2565 นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพดี ราคาถูก จำหน่ายแก่ประชาชนพื้นที่อำเภอมโนรมย์","<p><strong>ที่&nbsp;บริเวณวัดศรีเจริญ&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รักษาราชการนายอำเภอมโนรมย์&nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลศิลาดาน&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน&nbsp;โดยสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;(เนื้อแดง)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;ที่วัดศรีเจริญ&nbsp;อำเภอมโนรมย์วันนี้&nbsp;ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยมีส่วนราชการของกระทรวงเกษตร&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกร&nbsp;ร่วมกันนำสินค้าในราคาต้นทุนมาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อปลา&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;รวมถึงสินค้าเกษตรส้มโอขาวแตงกวาเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ลดภาระเรื่องค่าครองชีพ&nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก&nbsp;และราคาประหยัด&nbsp;โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่วัดทรงเสวย&nbsp;ตำบลหนองน้อย&nbsp;อำเภอวัดสิงห์&nbsp;และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมเลือกซื้อซึ่งทางจังหวัดได้จัดหมุนเวียนไปจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;สัปดาห์เว้นสัปดาห์&nbsp;ตามอำเภอต่างๆ&nbsp;จนครบทุกอำเภอ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;สำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;\"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท\"&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324120402436"],
    [499,"งานมหกรรมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ส่งออกระดับโลก และเทศกาลของดีอำเภอสามโก้ ประจำปี พ.ศ.2565","<p><strong>วานนี้&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนสามโก้วิทยาคม&nbsp;ตำบลสามโก้</strong>&nbsp;อำเภอสามโก้&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;งานมหกรรมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ส่งออกระดับโลก&nbsp;และเทศกาลของดีอำเภอสามโก้&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวเอกรัตน์&nbsp;นาคาคง&nbsp;นายศักดิ์ดา&nbsp;บรรดาศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;พี่น้องประชาชนเข้าร่วมในพิธี</p><p><strong>นายอานนท์&nbsp;บูรณะภักดี&nbsp;นายอำเภอสามโก้&nbsp;กล่าวรายงานว่า</strong>&nbsp;การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมการจำหน่ายมะม่วงและสร้างโอกาส&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของอำเภอสามโก้&nbsp;และผลไม้ต่างๆ&nbsp;อย่างแพร่หลาย&nbsp;และภายในงานกิ่งกาชาดอำเภอสามโก้&nbsp;ได้จัดให้มีการออกร้านกิ่งกาชาดพาโชค&nbsp;เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศลของอำเภอสามโก้&nbsp;ในด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;คนชรา&nbsp;คนพิการ&nbsp;และผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนสามโก้วิทยาคม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลสามโก้&nbsp;อำเภอสามโก้&nbsp;จังหวัดอ่างทอง</p><p><strong>โดยภายในงานกิจกรรมต่างๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;ชมขบวนแห่ของดีอำเภอสามโก้&nbsp;</strong>และการแสดงเด็กนักเรียนของกลุ่มโรงเรียนสามโก้การประกวดมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;กล้วยน้ำว้า&nbsp;การประกวดพืชผักผลไม้ที่เป็นของดีอำเภอสามโก้&nbsp;การแข่งขันทำมูนข้าวเหนียว&nbsp;ยำมะม่วงลีลา&nbsp;แข่งขันกินมะม่วงสุก&nbsp;การประกวดพันธุ์วัวสวยงามของกลุ่มผู้เลี้ยงวัวสามโก้&nbsp;การโชว์บอนสีสวยงามของกลุ่มบอนสีอำเภอสามโก้&nbsp;และการประกวดร้องเพลงกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;นักร้องกิตติมศักดิ์และการออกร้านกิ่งกาซาดพาโชค</p><p><strong>สำหรับการจัดงานมหกรรมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ส่งออกระดับโลก&nbsp;</strong>และเทศกาลของดีอำเภอสามโก้&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;ในการสนับสนุนช่วยเหลือเป็นอย่างดี&nbsp;และสำหรับสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;ที่นำมาจัดแสดงจำหน่าย&nbsp;และจัดประกวดแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;ล้วนเป็นผลผลิตของเกษตรกรในอำเภอสามโก้ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงสีทอง&nbsp;พืชผักต่างๆ&nbsp;ซึ่งเป็นของเด่น&nbsp;ของดีมีคุณภาพ&nbsp;ที่อำเภอสามโก้ภูมิใจนำเสนอให้เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน&nbsp;พร้อมทั้งร่วมอนุรักษ์ประเพณีพื้นบ้านให้อยู่คู่หมู่บ้านชุมชน&nbsp;ตลอดไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","อ่างทอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324142535476"],
    [500,"กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยรวม 3 ปี กว่า 30,000 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนมาจากจำนวนคดีความที่เข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลมากขึ้น","<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ช่วงที่ผ่านมาสร้างผลกระทบทั้งด้านบวกและลบแก่ภาคธุรกิจทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&nbsp;ต่างแสดงผลประกอบการที่เป็นบวก&nbsp;ขณะเดียวกันมีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง&nbsp;แต่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามอง&nbsp;คือ&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;โดยพบว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจจัดตั้งธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในช่วง&nbsp;2&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;มีการจัดตั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;7.92&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากเรื่องของกฎหมาย&nbsp;ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชน&nbsp;ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงผู้ที่มีความขัดแย้งหรือมีธุรกิจเป็นของตนเอง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีการจัดตั้งถึง&nbsp;435&nbsp;ราย&nbsp;ทุนจดทะเบียนกว่า&nbsp;572.91&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;ขณะที่รายได้ธุรกิจเฉลี่ยรวม&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2561&nbsp;-&nbsp;2563)&nbsp;กว่า&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลพบว่า&nbsp;มีจำนวน&nbsp;60,000&nbsp;-&nbsp;70,000&nbsp;รายต่อปี&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสความต้องการที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายที่จะเติบโตตามการจัดตั้งธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และจำเป็นต้องใช้บริการรับคำปรึกษาเพื่อดำเนินธุรกิจ&nbsp;ทั้งด้านการเงิน&nbsp;การลงทุน&nbsp;การระงับข้อพิพาท&nbsp;และธุรกิจยังสามารถใช้สำนักงานกฎหมายหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นตัวช่วยในการประกอบธุรกิจ&nbsp;ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมายให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนา</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;ดำเนินธุรกิจอยู่จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;5,478&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.67&nbsp;ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่</strong>&nbsp;และมีมูลค่าทุนรวม&nbsp;12,808.39&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;เป็นธุรกิจขนาดเล็กดำเนินธุรกิจในรูปบริษัทจำกัด&nbsp;มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยจำนวนธุรกิจดังกล่าวทำให้คู่แข่งในตลาดมีจำนวนไม่มาก&nbsp;จึงพร้อมเปิดรับนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;เป็นธุรกิจที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวสูง&nbsp;หากลูกค้ามีความพึงพอใจในผลงาน&nbsp;และเกิดการบอกต่อ&nbsp;จะส่งผลให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นตามไปด้วย</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324141407469"],
    [501,"สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงครามจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP ทั้งสามอำเภอเพื่อระดมสมองในการจัดทำแผนสู่ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์","<p><strong>ที่ห้องประชุมกนกรัตน์รีสอรท์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านปรก&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรม&nbsp;:&nbsp;การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;คณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;และนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัดผู้รับผิดชอบงาน&nbsp;เข้าร่วมทบทวนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;แนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัด&nbsp;การเป็นผู้ผลิตอย่างมืออาชีพ&nbsp;จัดทำแนวทางการให้การสนับสนุนผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐาน&nbsp;ช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และการจัดทำแผนปฏิบัติงานขยายเครือข่ายระดับจังหวัด&nbsp;โดยมีวิทยากรมืออาชีพมาบรรยายและวิเคราะห์แนวทางให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม</p><p><strong>นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงานจากองค์กรของตนเองอย่างทั่วถึง&nbsp;เป็นการสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ให้คณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนได้ขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพกรอบแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;และการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์ได้พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ให้มีความสามรรถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศได้</p><p>&nbsp;</p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324135647467"],
    [502,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ย้ำรัฐบาล พร้อมสนับสนุนงบประมาณและนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการ BCG Startup  ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจไทยควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงานมหกรรม&nbsp;BCG&nbsp;Startup&nbsp;Investment&nbsp;Day&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;</strong>&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;หรือ&nbsp;บีโอไอ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;NIA&nbsp;พร้อมหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;จัดขึ้นเพื่อสร้างขีดความสามารถการแข่งขัน&nbsp;วิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;หรือ&nbsp;Startup&nbsp;ของไทย&nbsp;ก้าวสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ขับเคลื่อนเป็นอุตสาหกรรมในวงกว้างครอบคลุมทั่วประเทศ&nbsp;สอดคล้องกับความพร้อมของประเทศไทย&nbsp;ด้วยการต่อยอดจุดแข็งของประเทศ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;ความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และความสามารถในการนำผลผลิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;พร้อมมีห่วงโซ่อุปทานทางด้านการเกษตรและอาหารที่แข็งแกร่ง&nbsp;รวมทั้งการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อรองรับการลงทุนที่มี&nbsp;จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และสถาบันการศึกษา&nbsp;เพื่อสร้างนวัตกรรมและยกระดับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ&nbsp;พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลง&nbsp;เช่น&nbsp;สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจาก&nbsp;บีโอไอ&nbsp;เงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามาถในการแข่งขันของประเทศซึ่งมีงบประมาณพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน</p><p><strong>นางสาวดวงใจ&nbsp;อัศวจินตจิตร์&nbsp;&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;บีโอไอ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การพัฒนาประเทศด้วยเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ถือเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;งานมหกรรม&nbsp;BCG&nbsp;Startup&nbsp;Investment&nbsp;Day&nbsp;ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศในการสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;BCG&nbsp;Startup&nbsp;สู่การเป็น&nbsp;Unicorn&nbsp;Startup&nbsp;คือ&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;วิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;หรือ&nbsp;Startup&nbsp;ที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า&nbsp;1&nbsp;พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯหรือ&nbsp;ประมาณ&nbsp;31,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์&nbsp;เพื่อร่วมพัฒนาเศรษฐกิจไทยควบคู่การอนุรักษ์&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;Startup&nbsp;จะมีส่วนช่วยให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจหากได้รับการสนับสนุนอย่างครบวงจรและถูกจุด&nbsp;เมื่อ&nbsp;Startup&nbsp;ประสบความสำเร็จก็จะเป็นการจุดประกายความหวังให้คนรุ่นใหม่รวมพลังกันเข้ามาพัฒนาประเทศ</p><p><strong>ด้านนายพันธุ์อาจ&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันปริมาณ&nbsp;วิสาหกรรมเริ่มต้นของไทย&nbsp;ในกลุ่มวิสาหกิจเทคโนโลยีเชิงลึก&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Deep&nbsp;Tech&nbsp;Startup&nbsp;&nbsp;ยังมีไม่เพียงพอ&nbsp;ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก&nbsp;เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด&nbsp;สำหรับวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;จัดเป็นกลุ่มที่มีการวิจัยและพัฒนาเข้มข้น&nbsp;ในด้านการเกษตรอาหารและการแพทย์&nbsp;ซึ่งเป็นสาขาที่ประเทศไทยมีความสามารถระดับสูงในห่วงโซ่มูลค่าโลก&nbsp;หรือ&nbsp;Global&nbsp;Value&nbsp;Chain&nbsp;&nbsp;เหมาะสำหรับการทำงานร่วมกับกลุ่มบรรษัทขนาดใหญ่ของไทยและดึงดูดทางนวัตกรรมในระดับนานาชาติเป็นอย่างดี&nbsp;โดยตั้งเป้าหมายให้มีวิสาหกิจเกิดใหม่&nbsp;100&nbsp;รายภายในปี&nbsp;2566&nbsp;ปัจจุบันมีการจัดตั้งไปแล้วกว่า&nbsp;60&nbsp;ราย</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324133827460"],
    [503,"ยกระดับ 16 เทศกาลงานประเพณีไทย ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ชุมชน","<p><strong>นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้ได้คัดเลือกงานเทศกาล&nbsp;ประเพณีที่มีความโดดเด่นมาส่งเสริมและยกระดับไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;16&nbsp;กิจกรรม&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;ประเพณีแห่สลุงหลวง&nbsp;สืบสานกลองใหญ่&nbsp;ปีใหม่เมืองนครลำปาง&nbsp;&nbsp;ประเพณีภูไทรำลึก&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;&nbsp;ประเพณีปอยส่างลอง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;ประเพณีแห่ช้างบวชนาคไทยพวน&nbsp;บ้านหาดเสี้ยว&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;&nbsp;ประเพณีสืบสานงานนมัสการหลวงพ่อพระสุก&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;เทศกาลเสน่ห์ชุมชน&nbsp;ยลวิถีย่านเมืองเก่าวิวาห์บาบ๋าภูเก็ต&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเพณีบูชาพระธาตุ&nbsp;ย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองคนดี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ประเพณีห่มผ้าพระนอน&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเพณีทิ้งกระจาด&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;รวมถึงมหกรรมสืบสานพหุวัฒนธรรม&nbsp;งานของดีเมืองนรา&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานเทศกาลและประเพณีดังกล่าว</strong>&nbsp;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สามารถช่วยให้เกิดการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;อาหาร&nbsp;ที่พัก&nbsp;&nbsp;การเดินทาง&nbsp;ศิลปินพื้นบ้าน&nbsp;ผลิตภัณฑ์และบริการทางวัฒนธรรมมากขึ้น&nbsp;โดยทุกกิจกรรมเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150224510"],
    [504,"พัฒนาเส้นทางเรือโดยสารไฟฟ้า 5 เส้นทางในปี 2565 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตามแผนพัฒนาเส้นทางเดินเรือสีเขียว","<p><strong>นายภูริพัฒน์&nbsp;ธีระกุลพิศุทธิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมเจ้าท่า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;เตรียมแผนการยกระดับความปลอดภัยทางน้ำเชิงรุก&nbsp;โดยสำนักงานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ&nbsp;ร่วมกับภาคเอกชนในการเปิดเส้นทางให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้า&nbsp;เป็นการส่งเสริมการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าเพื่อมาใช้ในระบบขนส่งทางน้ำ&nbsp;เพื่อเป็นไปตามแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ตามแผนปี&nbsp;2565&nbsp;โดยจะเปิด&nbsp;5&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา</strong>&nbsp;พัฒนาเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาโดยใช้เรือขนาดความยาว&nbsp;23.97&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับคนโดยสารได้จำนวน&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;สามารถทดแทนการใช้น้ำมันได้จำนวน&nbsp;262,800&nbsp;ลิตรต่อปี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม&nbsp;</strong>โดยตลอดเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมมีระยะทาง&nbsp;5&nbsp;กม.&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;4&nbsp;เขต&nbsp;ได้แก่&nbsp;เขตพระนคร&nbsp;เขตดุสิต&nbsp;เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย&nbsp;และเขตปทุมวัน&nbsp;ใช้เวลาเดินทางตลอดสายเพียง&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;โดยต่อเรือไฟฟ้าจำนวน&nbsp;7&nbsp;ลำ&nbsp;และนำของเดิมมาดัดแปลงอีก&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;รวมเป็น&nbsp;8&nbsp;ลำ&nbsp;ขนาดความยาว&nbsp;9.90&nbsp;เมตร&nbsp;รองรับคนโดยสารได้&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;สามารถทดแทนการใช้น้ำมันได้จำนวน&nbsp;40,420.20&nbsp;ลิตรต่อปี&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางคลองแสนแสบ</strong>&nbsp;เส้นทางส่วนต่อขยายของ&nbsp;กทม.(วัดศรีบุญเรือง-มีนบุรี)&nbsp;ระยะทาง&nbsp;11.5&nbsp;กม.&nbsp;มีเรือไฟฟ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า&nbsp;นำมาให้บริการประชาชนฟรี&nbsp;ในเส้นทางคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย&nbsp;รองรับคนโดยสารได้&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ร่วมกับโซลาร์เซลล์&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางคลองดำเนินสะดวก&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเส้นทางคลองดำเนินสะดวก&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;ซึ่งมีเรือจำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ติดตั้งระบบมอเตอร์ไฟฟ้าทดแทนเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันสำหรับเรือเพลาใบจักรยาว(หางยาว)&nbsp;ปัจจุบันให้บริการเดินเรือท่องเที่ยวคลองดำเนินสะดวกเรียบร้อยแล้วและร่วมกับเอกชน&nbsp;พัฒนาเรือเพลาใบจักรยาววัสดุตัวเรือทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์&nbsp;ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ซึ่งได้ต่อเรือและส่งมอบให้กรมเจ้าท่าเพื่อใช้เป็นต้นแบบของเรือในคลองดำเนินสะดวก&nbsp;</p><p><strong>เส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;Banpu&nbsp;NEXT&nbsp;e-Ferry</strong>&nbsp;เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเล&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ปัจจุบันเรือได้ย้ายจากอ่าวพังงา&nbsp;มาให้บริการใน&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;(ท่าเรือสิชลซีฟู้ด)&nbsp;ออกให้บริการล่องเรือรับประทานอาหาร&nbsp;วันละ&nbsp;1&nbsp;เที่ยว&nbsp;ระหว่างท่าเรือสิชล-เขาพลายดำ&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.-17.00&nbsp;น.&nbsp;ตั้งแต่ปลายเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;โดยมีผู้ใช้บริการประมาณ&nbsp;40-50&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;ปัจจุบันหยุดการให้บริการชั่วคราวเนื่องจากโควิด-19</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;โครงการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า&nbsp;</strong>นับเป็นโครงการที่มีส่วนสำคัญเป็นความร่วมมือระหว่างกรมเจ้าท่า&nbsp;กระทรวงคมนาคมและภาคเอกชน&nbsp;ในการดำเนินการตามแผนพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรรมพลังงานไฟฟ้ามาใช้เพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อสอดรับกับแผนพัฒนาประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการจราจรทางบก&nbsp;ช่วยลดมลพิษเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ทั้งทางรถ&nbsp;ราง&nbsp;เรือ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150806519"],
    [505,"รองเลขาธิการ ศอ.บต.ร่วมชมแฟชั่นโชว์ Yala Fashion Show on the Sky ชุดป่าแดนใต้ ส่งเสริมอัตลักษณ์ผ้าลายท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สู่ระดับสากล","<p><strong>นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;ร่วมโครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;กิจกรรม&nbsp;&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky&nbsp;ณ&nbsp;จุดชมวิวสกายวอล์ค&nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายปิยะ&nbsp;สุวรรณพฤกษ์&nbsp;ประธานโครงการส่งเสริมวิถีไทย&nbsp;วิถีถิ่น</strong>&nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ภายใต้มาตรการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;สำหรับกิจกรรม&nbsp;Yala&nbsp;fashion&nbsp;show&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;sky&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการผ้าในท้องถิ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มครูผีเสื้อ&nbsp;กลุ่มธาตุดิน&nbsp;กลุ่ม&nbsp;Adel&nbsp;Kraf&nbsp;กลุ่มอาดือนัน&nbsp;กลุ่มนานาไอเดีย&nbsp;กลุ่มศรียะลาบาติก&nbsp;และ&nbsp;Eric&nbsp;Choong&nbsp;ภายใต้ชื่อชุด&nbsp;ป่าแดนใต้&nbsp;ซึ่งมีแนวคิดในการออกแบบลวดลายผ้าป่าแดนใต้&nbsp;โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ที่ทรงพระราชทานแก่ช่างฝีมือ&nbsp;เพื่อต่อยอดและเสริมรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจในงานฝีมือวิถีถิ่นอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>และนอกจากนี้ภายในงานผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาด&nbsp;&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ยังได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์&nbsp;โดยสวมใส่เสื้อลายผ้ายะลารวมใจ&nbsp;ซึ่งเป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดยะลา&nbsp;สร้างความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก&nbsp;และถือได้ว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;และยังเป็นการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145448501"],
    [506,"อบจ.นราธิวาส พร้อมร่วมพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกัง","<p><strong>นางสาวอังคนา&nbsp;พุฒิไพโรจน์&nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&nbsp;อบจ.นราธิวาส&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายบุญลือ&nbsp;เทพษรเลขานุการ&nbsp;อบจ.&nbsp;นายประหยัด&nbsp;เสนา&nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&nbsp;นางณิชนันทน์&nbsp;โชติไพบูลย์พันธุ์&nbsp;หัวหน้าสำนักปลัด&nbsp;อบจ.&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชุมหารือแก้ไขปัญหาและวางแนวทางส่งเสริมเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกังร่วมกับนายอาเรส&nbsp;หะยีแวนาแว&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;อบจ.&nbsp;เขต&nbsp;5&nbsp;อ.เมืองนราธิวาส&nbsp;และคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>เพื่อรับฟังปัญหาของการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกัง&nbsp;</strong>แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;เพื่อวางกรอบและแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;อาทิ&nbsp;การปรับภูมิทัศน์&nbsp;ทางเข้าออก&nbsp;สถานที่จอดรถ&nbsp;จัดให้มีเรือนำเที่ยวชมทัศนียภาพในชุมชน&nbsp;ตลอดจนการจัดให้จุด&nbsp;check-in&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ได้เก็บภาพบรรยากาศ&nbsp;ซึ่งทางอบจ.นราธิวาส&nbsp;จะนำข้อเสนอจากคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยวไปพิจารณาและหาแนวทางร่วมกับคณะผู้บริหาร&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตลาดน้ำยะกัง&nbsp;ถือเป็นการท่องเที่ยวชุมชน</strong>&nbsp;ที่มีการบริหารจัดการโดยชุมชน&nbsp;ซึ่งในอนาคตสามารถพัฒนายกระดับการให้บริการในทางกายภาพ&nbsp;คุณภาพสินค้าอาหาร&nbsp;และบรรยากาศธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่นักท่องเที่ยวสร้างความประทับใจในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;มิติ&nbsp;ตลอดจนสามารถนำรายได้กลับมาสู่ชุมชนได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324155524567"],
    [507,"แหล่งเงินและวงเงินที่ใช้ในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบความขัดแย้งรัสเซียกับยูเครน กว่า 80,000 ล้านบาท ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์จาก&nbsp;10&nbsp;มาตการที่รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;มากกว่า&nbsp;40&nbsp;ล้านคน&nbsp;แบ่งเป็นครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า&nbsp;300&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;ล้านหลังคาเรือน&nbsp;กลุ่มผู้ประกันตนในมาตรา&nbsp;33&nbsp;จำนวน&nbsp;11.2&nbsp;ล้านคน&nbsp;นายจ้างจำนวน&nbsp;490,000&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ประกันตนในมาตรา&nbsp;40&nbsp;จำนวนน&nbsp;10.7&nbsp;ล้านคร&nbsp;ผู้ประกันตนในมาตรา&nbsp;39&nbsp;จำนวน&nbsp;1.9&nbsp;ล้านคน&nbsp;ผู้ใช้ก๊าซหุงต้มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;5,500&nbsp;คน&nbsp;ผู้ใช้ก๊าซ&nbsp;NGV&nbsp;ทั่วไป&nbsp;จำนวน&nbsp;318,000&nbsp;คน&nbsp;ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์รับจ้าง&nbsp;จำนวน157,000&nbsp;คน&nbsp;และผู้ขับรถแท็กซี่ที่อยู่ในโครงการลมหายใจเดียวกัน&nbsp;จำนวน&nbsp;17,000&nbsp;คน&nbsp;โดยใช้แหล่งเงินในการดำเนินมาตรการจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;วงเงิน&nbsp;39,520&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;49&nbsp;กองทุนประกันสังคมวงเงิน&nbsp;35,224&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;44&nbsp;งบกลางจากสำนักงบประมาณ&nbsp;3,740&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจากบริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จำนวน&nbsp;1,763&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมวงเงินในการชดเชยทั้งสิ้นทั้งหมด&nbsp;80,247&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193310749"],
    [508,"ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยรวม 3 ปี กว่า 30,000 ล้านบาท ","<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ช่วงที่ผ่านมาสร้างผลกระทบทั้งด้านบวกและลบแก่ภาคธุรกิจทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&nbsp;ต่างแสดงผลประกอบการที่เป็นบวก&nbsp;ขณะเดียวกันมีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง&nbsp;แต่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามองคือ&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;โดยพบว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจจัดตั้งธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในช่วง&nbsp;2&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;มีการจัดตั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;7.92&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากเรื่องของกฎหมาย&nbsp;ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชน&nbsp;ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงผู้ที่มีความขัดแย้งหรือมีธุรกิจเป็นของตนเอง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีการจัดตั้งถึง&nbsp;435&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ทุนจดทะเบียนกว่า&nbsp;572.91&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่รายได้ธุรกิจเฉลี่ยรวม&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(2561&nbsp;-&nbsp;2563)&nbsp;กว่า&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลพบว่า&nbsp;มีจำนวน&nbsp;60,000&nbsp;-&nbsp;70,000&nbsp;รายต่อปี&nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสความต้องการที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายที่จะเติบโตตามการจัดตั้งธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และจำเป็นต้องใช้บริการรับคำปรึกษาเพื่อดำเนินธุรกิจ&nbsp;ทั้งด้านการเงิน&nbsp;การลงทุน&nbsp;การระงับข้อพิพาท&nbsp;และธุรกิจยังสามารถใช้สำนักงานกฎหมายหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นตัวช่วยในการประกอบธุรกิจ&nbsp;ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมายให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนา</p><p><strong>ปัจจุบันธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย</strong>&nbsp;ดำเนินธุรกิจอยู่จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;5,478&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.67&nbsp;ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่&nbsp;และมีมูลค่าทุนรวม&nbsp;12,808.39&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;เป็นธุรกิจขนาดเล็กดำเนินธุรกิจในรูปบริษัทจำกัด&nbsp;มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยจำนวนธุรกิจดังกล่าวทำให้คู่แข่งในตลาดมีจำนวนไม่มาก&nbsp;จึงพร้อมเปิดรับนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&nbsp;เป็นธุรกิจที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวสูง&nbsp;หากลูกค้ามีความพึงพอใจในผลงานและเกิดการบอกต่อ&nbsp;จะส่งผลให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นตามไปด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193004744"],
    [509,"ยืนยันภาพรวมทางการเงินการคลังของไทย ยังมีเสถียรภาพ การก่อหนี้สาธารณะไม่สูงเกินกว่าเพดาน","<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;นำทีมเศรษฐกิจ&nbsp;การคลัง&nbsp;พลังงานและแรงงาน&nbsp;กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งยูเครน&nbsp;&nbsp;รัสเซีย&nbsp;โดยกล่าวยอมรับว่า&nbsp;นอกจากความรุนแรงของผลกระทบโควิด-19&nbsp;ที่มีมากว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;แล้ว&nbsp;วิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงเพราะประชาชนไทยได้รับผลกระทบต่อไปด้วย&nbsp;&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้ออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนถึงปัจจุบันวิกฤตโควิด-19&nbsp;ยังไม่คลี่คลาย&nbsp;ในเวลาเดียวกันสัญญาณราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นประกอบกับการลดกำลังการผลิตจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก&nbsp;รวมถึงโอเปคที่ไม่เพิ่มกำลังการผลิต&nbsp;จนเข้าสู่วิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;ส่งผลให้ราคาพลังงานทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น&nbsp;ถือเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต&nbsp;แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจออกทั้งด้านการเงินการคลังช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ผ่านการดูแลของ&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานที่ดูแลเศรษฐกิจมหภาค&nbsp;ทั้งธนาคารแห่งประเทศ&nbsp;สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของไทยจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงทางการเงินคลัง&nbsp;ทั้งนี้หลังเกิดความต้องการพลังงานและสินค้าบางประเภทสูงเกินกว่าที่จะผลิตได้ทัน&nbsp;ส่งผลต่อราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกีดกันทางการค้า&nbsp;จึงเป็นเหตุอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;พร้อมยืนยันเสถียรภาพการเงินการคลังของไทย&nbsp;ไม่สูงเกินกว่าเพดานหนี้สาธารณะแม้จะปรับเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม</p><p><strong>ด้านอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>กล่าวถึงฐานะการคลังของรัฐบาลในช่วง&nbsp;5&nbsp;เดือนแรกของปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างเดือนตุลาคม&nbsp;2564-กุมพาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;901,414&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;1,429,194&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน&nbsp;394,465&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้เงินคงคลัง&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;418,588&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนความกังวลต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย&nbsp;คาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้าโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน&nbsp;หรือ&nbsp;กนง.ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;จะมีการประชุมอีกครั้งปลายเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ส่วนสภาพคล่องด้านเสถียรภาพทางการเงินของภาคเอกชน&nbsp;และธนาคารพาณิชย์&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันยังคงมีสภาพคล่องส่วนเกินภายในระบบสถาบันกาเรงิน&nbsp;ประมาณ&nbsp;2.5&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม้งบประมาณปี&nbsp;2565&nbsp;ประเทศไทยขาดดุลประมาณ&nbsp;700,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185619700"],
    [510,"พช.ปทุมธานี  ดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดปทุมธานี สู่มาตรฐาน","<p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์&nbsp;ในพระบรมราชูถัมภ์</strong>&nbsp;ตำบลคลองหนึ่ง&nbsp;อำเภอคลองหลวง&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายพงษ์เทพ&nbsp;รุ่งเรือง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;สู่มาตรฐาน&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สุพจน์&nbsp;ทรายแก้ว&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ&nbsp;นางรัตนาวดี&nbsp;ครุยทอง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ&nbsp;แก่กลุ่มผู้ผลิต&nbsp;สินค้า&nbsp;ที่จะทำให้มีคุณภาพ</strong>&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;และเป็นที่ยอมรับ&nbsp;ตามหลัก&nbsp;เกณฑ์&nbsp;ที่&nbsp;อย.&nbsp;กำหนด&nbsp;ช่วงเช้า&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี&nbsp;สนับสนุนวิทยากรบรรยาย&nbsp;\"แนวทางการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน\"&nbsp;และ&nbsp;ช่วงบ่าย&nbsp;แบ่งกลุ่มผู้ประกอบการตามผลิตภัณฑ์ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;สถานี&nbsp;คือ&nbsp;สถานีแรก&nbsp;ประเภทอาหาร&nbsp;สถานที่&nbsp;2&nbsp;ประเภทเครื่องดื่ม&nbsp;และสถานที่&nbsp;3&nbsp;ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&nbsp;โดยมีวิทยากรประจำกลุ่มให้คำแนะนำวิธีการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์เชิงลึก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ปทุมธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324172133653"],
    [511,"เดินหน้าคัดกรองผู้จำหน่ายจริงตามราคา 80 บาท พร้อมเริ่มจำหน่ายงวดแรก 2 พฤษภาคมนี้","<p><strong>นายลวรณ&nbsp;แสงสนิท&nbsp;ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา&nbsp;ว่า&nbsp;ภาพรวมของการดำเนินการทั้ง&nbsp;3&nbsp;มาตรการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ขณะนี้ได้มีการคัดเลือกตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่กรุเทพมหานคร&nbsp;&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เสร็จสิ้น&nbsp;รวม&nbsp;151&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการทำสัญญารับสลากไปจำหน่าย&nbsp;&nbsp;เริ่มงวดวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ทำให้ยอดรวมของจุดจำหน่ายโครงการสลาก&nbsp;80&nbsp;ขณะนี้มีทั้งหมด&nbsp;228&nbsp;ราย&nbsp;(18&nbsp;จังหวัด)&nbsp;ส่วนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการในจังหวัดต่างๆ&nbsp;ภาคอื่นๆ&nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการคัดเลือกอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>สำหรับการคัดกรองผู้ลงทะเบียนซื้อ-จองล่วงหน้า</strong>&nbsp;ทั้งในส่วนของรายเดิม&nbsp;ปี&nbsp;2558&nbsp;และที่สมัครใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากผู้ลงทะเบียนมีจำนวนมาก&nbsp;จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ&nbsp;โดยจะใช้การตรวจสอบการจำหน่ายจริงตามราคาและข้อมูลจากภาครัฐมาประกอบการพิจารณา&nbsp;เพื่อให้การคัดกรองมีความแม่นยำถูกต้อง&nbsp;และได้ผู้ที่ทำอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวจริงในปัจจุบัน&nbsp;ไม่ใช่ผู้ที่นำสลากไปจำหน่ายต่อให้แก่พ่อค้าคนกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสลากฯ&nbsp;ได้มีการทดสอบระบบ&nbsp;ให้ผู้ซื้อสลาก&nbsp;Scan&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;จากผู้จำหน่ายสลาก&nbsp;เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้จำหน่ายสลากจริงในราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ตั้งแต่งวดวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงงวดวันที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และจะดำเนินการตรวจสอบการเป็นผู้จำหน่ายสลากจริงด้วยวิธีดังกล่าวอีกอย่างน้อยจำนวน&nbsp;3&nbsp;งวด&nbsp;ในภายหลัง</p><p><strong>ขณะที่การจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์</strong>&nbsp;อยู่ระหว่างพัฒนาระบบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185211693"],
    [512,"จังหวัดเพชรบุรี เร่งติดตามผลการดำเนินโครงการ ฯ เสริมสร้างศักยภาพ ฐานการผลิตภาคการเกษตร อุตสาหกรรม เชื่อมโยงการท่องเที่ยวคุณภาพ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ให้ท้องถิ่นมีศักยภาพความพร้อมทุกด้าน","<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>,&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงาจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพริบพรี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นโยบายรัฐบาล&nbsp;เร่งการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยมุ่งให้ท้องถิ่นมีศักยภาพความพร้อม&nbsp;ภายใต้กลไกประชารัฐในพื้นที่ที่เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;โดยยึดหลักความต้องการของคนในพื้นที่&nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มาสร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;โดยดึงของดี&nbsp;ทั้งพืชเกษตร&nbsp;อาหาร&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้ติดตามโครงการ&nbsp;เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;สนองยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งบางโครงการได้ขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณ&nbsp;และยกเลิกโครงการ&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวเปิดโลกทะเลโคลน&nbsp;ของด&nbsp;เนื่องจากความไม่พร้อมของสถานที่&nbsp;ฯ&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้นำงบประมาณจากโครงการที่ยกเลิก&nbsp;ไปให้โครงการที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;ให้ดำเนินกิจกรรม&nbsp;ถนนคนเดิน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;อาหารพื้นถิ่น&nbsp;และขนมหวานเมืองเพชร&nbsp;สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ร่วมพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและบริการเพื่อสร้างประโยชน์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324181640670"],
    [513,"ส.ปชส.สตูล จัด Press Tour วันเดย์ทริป ฟื้นเมืองสตูล ท่องเที่ยวน้ำตกวังสายทอง - ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ - ล่องแก่งวังสายทอง","<p><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Press&nbsp;Tour&nbsp;ฟื้นเมืองสตูล&nbsp;รับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางบกและทางทะเล&nbsp;ตามโครงการประชาสัมพันธ์ฟื้นเมืองสตูล&nbsp;รับการท่องเที่ยวหลังโควิด-19&nbsp;คลาย&nbsp;แบบ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีผู้บริหารระดับจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนด้านสาธารณสุข&nbsp;,สื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัดสตูล&nbsp;และเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;ทริปแรก&nbsp;จัดไปแล้ววันที่&nbsp;26&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;ประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลแบบ&nbsp;One&nbsp;Day&nbsp;Trip&nbsp;เที่ยวทะเลครบจบใน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;กับเส้นทาง&nbsp;\"มหัศจรรย์สันหลังมังกร-อ่าวตะโละวาว&nbsp;เกาะตะรุเตา\"&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวทางบก&nbsp;มีน้ำตกวังสายทอง&nbsp;-&nbsp;ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ&nbsp;-&nbsp;ล่องแก่งวังสายทอง&nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางบกแบบ&nbsp;One&nbsp;Day&nbsp;Trip&nbsp;เที่ยววันเดียวจบใน&nbsp;1&nbsp;วันเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการล่องแก่งวังสายทอง&nbsp;มี&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;มีการทำ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;covid&nbsp;ทุกราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาได้เปิดให้บริการ&nbsp;หลังจากปิดการให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทุกแห่งมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ล่องแก่ง&nbsp;เที่ยวถ้ำเจ็ดคต&nbsp;และน้ำตกวังสายทอง&nbsp;</p><p><strong>ข้อดีของการท่องเที่ยววังสายทองคือ&nbsp;เที่ยวธรรมชาติ&nbsp;</strong>โล่ง&nbsp;โปร่ง&nbsp;มีแสงแดด&nbsp;&nbsp;พื้นที่กว้างและระบายอากาศ&nbsp;ดีมาก&nbsp;ๆ&nbsp;สถานประกอบการมีความหลากหลายให้เลือกใช้บริการ&nbsp;ราคาตั้งแต่&nbsp;600&nbsp;-&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ความหลากหลายตรงนี้เป็นจุดแข็งของวังสายทอง&nbsp;ซึ่งแต่ละวันก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เที่ยวได้ทั้งปี&nbsp;เพราะความหลากหลาย&nbsp;สถานประกอบการแต่ละแห่ง&nbsp;มีสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;ที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สามารถจัดอบรม&nbsp;สัมมนา&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ได้</p><p><strong>โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการเปิดด่านทางบกที่ด่านวังประจัน&nbsp;อ.ควนโดน&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ซึ่งมติที่ประชุมของ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เห็นชอบให้จังหวัดสตูลเปิดด่านทางบกในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324191843732"],
    [514,"หนองคาย คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภาศึกษาดูงาน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว</strong>&nbsp;<strong>เชื่อมโยงภูมิภาคที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;โดยได้ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;และรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับ&nbsp;สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย&nbsp;และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาคไทย-จีน-ลาว</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;พลเอก&nbsp;ธนะศักดิ์&nbsp;ปฏิมาประกร</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;พร้อมคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ได้เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค&nbsp;ที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;มีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นางสาวสิริมา&nbsp;วัฒโน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;พร้อมหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ให้การต้อนรับและนำศึกษาดูงาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยในช่วงเช้าได้ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;ณ&nbsp;วัดโพธิ์ชัย&nbsp;</strong>พระอารามหลวง&nbsp;วัดที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อพระใส&nbsp;พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย&nbsp;จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;ลานวัฒนธรรม&nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;หน้าวัดลำดวน&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;ซึ่งเป็นลานที่มีพญานาคคู่ขนาดใหญ่&nbsp;ถือเป็นแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในช่วงบ่าย&nbsp;พลเอก&nbsp;ธนะศักดิ์&nbsp;ปฏิมาประกร</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;พร้อมคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับ&nbsp;สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย&nbsp;และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาคไทย-จีน-ลาว&nbsp;โดยมีนางสาวสิริมา&nbsp;วัฒโน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;พร้อมหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมปทุมเทวาภิบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองคาย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>พลเรือเอก&nbsp;ชุมนุม&nbsp;อาจวงษ์&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การเดินทางมาศึกษาดูงานและร่วมประชุมกับจังหวัดหนองคายครั้งนี้&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะของทางจังหวัด&nbsp;ในการเตรียมการเพื่อเปิดประเทศ&nbsp;เพราะว่าจังหวัดหนองคายจะเป็นจุดสำคัญ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเส้นทางรถไฟไทย-จีนผ่านมาทางนี้&nbsp;จึงได้มาดูการเตรียมความพร้อมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;และการเตรียมการในการรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มีการประกาศออกมาแล้วว่าจะมีการเปิดประเทศ&nbsp;ซึ่งจังหวัดหนองคายคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ต้นเดือนเมษายนนี้&nbsp;กิจการท่องเที่ยวก็จะได้รับการฟื้นฟู&nbsp;สามารถกลับมามีรายได้เข้าประเทศเช่นเดิมต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;กล่าวต่อไปอีกว่า&nbsp;</strong>จากที่ได้รับฟังบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมไปถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ทั่วไป&nbsp;พบว่ามีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เป็นจำนวนมากที่มีอยู่แล้ว&nbsp;เพียงแต่ว่าในการเชื่องโยงการท่องเที่ยวแบบภูมิภาคที่เป็นเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และตามรัฐธรรมนูญ&nbsp;ที่ต้องมีการเน้นในการทำกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย&nbsp;เป็นจุดเชื่อมต่อในการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน&nbsp;เช่น&nbsp;ที่อุดรฯ&nbsp;ก็จะมีการจัดพืชสวนโลกที่เป็นนานาชาติ&nbsp;ส่วนที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;ก็จะมีการขยายกีฬาร่มร่อนให้เป็นกีฬาในระดับโลกต่อไป&nbsp;และทางคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ยังได้ขอให้มีการจัดทำข้อมูลเป็นสถิติ&nbsp;ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ที่เดินทางจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เข้ามาในไทย&nbsp;ว่ามีพฤติกรรมในการท่องเที่ยวอย่างไร&nbsp;จุดขายที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวคืออะไร&nbsp;แล้วจะได้มีการพัฒนาจุดขายดังกล่าวให้มีการขยายตัวรับนักท่องเที่ยวตามยุทธศาสตร์ชาติได้เพิ่มขึ้นต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324191931734"],
    [515,"จังหวัดมุกดาการ จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม \"เวียดทาวน์มุก\" วันที่ 1-3 เม.ย.นี้","<p><strong>จังหวัดมุกดาการ&nbsp;จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม&nbsp;\"เวียดทาวน์มุก\"&nbsp;วันที่&nbsp;1-3&nbsp;เม.ย.นี้&nbsp;ชมศิลปวัฒนธรรมของชาวเวียดนามอย่างใกล้ชิดดื่มด่ำกับอาหารสไตล์เวียดนามตลอดการจัดงาน</strong></p><p><strong>ที่ห้องแก้วมุกดา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;โรงเรียนพลอยพาเลช&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานในการแถลงข่าว&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นางสาววรรณา&nbsp;บุตรดีสิงห์&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;นายธัชชัย&nbsp;ใจคง&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุข&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;นายคณิต&nbsp;ปัญติโย&nbsp;นายกสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวเขตนครพนม&nbsp;และประธานชมรมชาวไทยเชื้อสายเวียดนามจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ในการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;Viet&nbsp;town&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเสริมเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดสนุก&nbsp;(&nbsp;เที่ยวสนุก&nbsp;สุขสบาย&nbsp;)&nbsp;และรองรับนักท่องเที่ยวจากการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ</p><p><strong>โดยนายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;นี้&nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;สกลนคร&nbsp;และจังหวัดนครพนม&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ทั้งประเภทหญิงและประเภทชาย&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ใช้พื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;โดยมีจุด&nbsp;Start&nbsp;และ&nbsp;Finnich&nbsp;อยู่หอแก้วมุกดาหาร&nbsp;สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&nbsp;2&nbsp;และวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้&nbsp;จะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;22&nbsp;ประเทศ</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด</strong>ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม&nbsp;ของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ให้ชาวต่างประเทศได้รับรู้และกลับมาเยือนอีก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับสมาคมไทย-เวียดนาม&nbsp;และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ร่วมกันจัดงาน&nbsp;โครงการส่งเสริมประซาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;\"Viet&nbsp;town&nbsp;เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;Xin&nbsp;Chao&nbsp;เวียดทาวน์มุก&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนห้าแยก&nbsp;ถนน&nbsp;พิทักษ์สันติราษฎร์&nbsp;และ&nbsp;บริเวณถนนสองนางสถิตย์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแลของสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นางสาววรรณา&nbsp;บุตรดีสิงห์&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;แบ่งออกเป็นสองช่วงในแต่ละวัน&nbsp;โดยในช่วงเช้า&nbsp;เวลา&nbsp;06.00-10.00&nbsp;น.&nbsp;ซึมซับวิถีชีวิตคนไทยเชื้อสายเวียดนามและดื่มด่ำกับอาหารเช้าสไตล์เวียดนาม&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนห้าแยก&nbsp;และชื่นชมวัฒนธรรมทางด้าน&nbsp;อาหาร&nbsp;ที่โดดเด่น&nbsp;ช่วงเย็น&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;17.00&nbsp;-&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;สัมผัสและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยการตกแต่งสไตล์เวียดนามด้วย&nbsp;ผ้า&nbsp;โคมเวียด&nbsp;และแสงไฟ&nbsp;มีกิจกรรมหลากหลายให้ร่วมซม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสี่แยกธนาคารกรุงเทพดังนี้</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>พบกับการแสดงในพิธีเปิด&nbsp;เวลา&nbsp;18.00-19.00&nbsp;น.&nbsp;จากกลุ่มสตรีชาวไทยเชื้อสายเวียดนามพร้อมเชิญคณะแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมสนุกด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังมีศิลปิน&nbsp;Danu&nbsp;กลับมาร่วมสร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงานอีกครั้ง&nbsp;หลังจากได้สร้างความสุขให้กับพี่น้องชาวมุกดาหารในงาน</p><p>&nbsp;Muk&nbsp;Street&nbsp;Art&nbsp;2022</p><p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;เริ่มต้นความสนุกจากกลุ่มแม่ๆ&nbsp;สตรีในชุมชน&nbsp;มาร่วมสร้างขบวนบาร์สโลปกับบทเพลงและจังหวะสนุกๆ&nbsp;พร้อมทั้งให้ผู้มาร่วมงานได้ร่วมสนุกด้วยกันบนท้องถนนแห่งนี้</p><p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ไฮไลท์วันสุดท้ายของงาน&nbsp;ร่วมชมและให้กำลังใจผู้แช่งขันทำเมนูอาหาร&nbsp;จานสร้างสรรค์จากหมูยอ&nbsp;และการแข่งขันการจัดจานอาหารแหนมเนืองในรูปแบบสร้างสรรค์</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากศิลปินวง&nbsp;หมาเก้าหาง&nbsp;(Makaohang)&nbsp;</strong>ศิลปินที่นำดนตรีแจ๊สมาผสมผสานกับดนตรีพื้นถิ่น&nbsp;ที่มาร่วมสร้างสีสรรให้กับผู้ร่วมงานในครั้งนี้&nbsp;และในทุกๆวัน&nbsp;ยังมีมหกรรมสินค้าและอาหาร&nbsp;ของดีเมืองมุกดาหารให้เลือกจับจ่ายตลอดทั้งงาน&nbsp;รวมทั้งนิทรรศการวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายเวียดนามให้ได้ศึกษาและรับชม&nbsp;ด้วยกิจกรรมดนตรีหลากหลาย&nbsp;เดินชม&nbsp;ถ่ายรูปและเช็คอินผลงานสร้างสรรค์ของทีมงาน&nbsp;Muk&nbsp;Street&nbsp;Art&nbsp;ที่ยังคงกลิ่นอายให้ผู้มาร่วมงานได้ชื่นชม&nbsp;และยังมีกิจกรรมแจกของรางวัลให้กับผู้มาร่วมงานทุกวันร่วม&nbsp;100&nbsp;รายการ</p><p><strong>ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาด</strong>ของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324195355762"],
    [516,"ส.ปชส.สตูล จัด Press Tour วันเดย์ทริป ฟื้นเมืองสตูล ท่องเที่ยวน้ำตกวังสายทอง - ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ - ล่องแก่งวังสายทอง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&nbsp;</strong>จัดกิจกรรม&nbsp;Press&nbsp;Tour&nbsp;ฟื้นเมืองสตูล&nbsp;รับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางบกและทางทะเล&nbsp;ตามโครงการประชาสัมพันธ์ฟื้นเมืองสตูล&nbsp;รับการท่องเที่ยวหลังโควิด-19&nbsp;คลาย&nbsp;แบบ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีผู้บริหารระดับจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนด้านสาธารณสุข&nbsp;,สื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัดสตูล&nbsp;และเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;ทริปแรก&nbsp;จัดไปแล้ววันที่&nbsp;26&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;ประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลแบบ&nbsp;One&nbsp;Day&nbsp;Trip&nbsp;เที่ยวทะเลครบจบใน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;กับเส้นทาง&nbsp;\"มหัศจรรย์สันหลังมังกร-อ่าวตะโละวาว&nbsp;เกาะตะรุเตา\"&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>นำคณะโดย&nbsp;นายจรัส&nbsp;บำรุงเสนา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวทางบก&nbsp;มีน้ำตกวังสายทอง&nbsp;-&nbsp;ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ&nbsp;-&nbsp;ล่องแก่งวังสายทอง&nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางบกแบบ&nbsp;One&nbsp;Day&nbsp;Trip&nbsp;เที่ยววันเดียวจบใน&nbsp;1&nbsp;วันเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการล่องแก่งวังสายทอง&nbsp;มี&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;มีการทำ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;covid&nbsp;ทุกราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาที่ได้เปิดให้บริการ&nbsp;หลังจากปิดการให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทุกแห่งมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ล่องแก่ง&nbsp;เที่ยวถ้ำเจ็ดคต&nbsp;และน้ำตกวังสายทอง&nbsp;ข้อดีของการท่องเที่ยววังสายทองคือ&nbsp;เที่ยวธรรมชาติ&nbsp;โล่ง&nbsp;โปร่ง&nbsp;มีแสงแดด&nbsp;พื้นที่กว้างและระบายอากาศ&nbsp;ดีมาก&nbsp;ๆ&nbsp;สถานประกอบการมีความหลากหลายให้เลือกใช้บริการ&nbsp;ราคาตั้งแต่&nbsp;600&nbsp;-&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ความหลากหลายตรงนี้เป็นจุดแข็งของวังสายทอง&nbsp;ซึ่งแต่ละวันก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เที่ยวได้ทั้งปี&nbsp;เพราะความหลากหลาย&nbsp;สถานประกอบการแต่ละแห่ง&nbsp;มีสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;สบาย&nbsp;ที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สามารถจัดอบรม&nbsp;สัมมนา&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการเปิดด่านทางบกที่ด่านวังประจัน&nbsp;อ.ควนโดน&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ซึ่งมติที่ประชุมของ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เห็นชอบให้จังหวัดสตูลเปิดด่านทางบกในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324224546789"],
    [517,"จังหวัดระยองคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2565","<p><strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;\"เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;มีนายวรวุฒิ&nbsp;ด่านสมพงศ์&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;\"เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดระยอง&nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวรที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;พร้อมประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้าง&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผลความสำเร็จไปยังชุมชนอื่นๆ&nbsp;ปลุกกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน&nbsp;สร้างโอกาส&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324232133794"],
    [518,"เปิดโอกาสผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พัฒนานวัตกรรม BCG ผ่านโครงการดีพร้อม","<p><strong>นายณัฐพล&nbsp;รังสิตพล&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;หรือดีพร้อม&nbsp;(DIPROM)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ดีพร้อม&nbsp;ได้เน้นแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&nbsp;โดยมุ่งเป้ากลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่&nbsp;หรือสตาร์ทอัพ&nbsp;ที่มีจุดเด่นด้านศักยภาพการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์&nbsp;เกิดนวัตกรรมสนับสนุนและแก้ปัญหาในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ผ่านมา&nbsp;ดีพร้อม</strong>&nbsp;ได้ส่งเสริมตั้งแต่การติดอาวุธเพิ่มเติมทักษะการประกอบการเพื่อให้เกิดโมเดลธุรกิจที่พร้อมต่อยอดกิจการและการเชื่อมโยงไปยังแหล่งเงินทุนคุณภาพสำหรับผู้ประกอบการในระยะเติบโต&nbsp;ผ่านโครงการดีพร้อมสตาร์ทอัพ&nbsp;คอนเน็ค&nbsp;ซึ่งปีนี้&nbsp;ได้จัดกิจกรรมเป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;มีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้รับการคัดเลือกจำนวน&nbsp;&nbsp;17&nbsp;บริษัท&nbsp;เพื่อนำเสนอโมเดลธุรกิจ&nbsp;ตั้งเป้าให้เกิดการร่วมลงทุนในปีนี้ไม่น้อยกว่า&nbsp;&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในปีนี้</strong>&nbsp;ต่างจากการดำเนินงานที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;โดยจะเน้นขับเคลื่อนภายใต้นโยบาย&nbsp;ดีพร้อมแคร์&nbsp;(DIPROM&nbsp;CARE)&nbsp;ซึ่งเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศอุตสาหกรรม&nbsp;มุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์ร่วม&nbsp;(BCG)&nbsp;&nbsp;ปรับรูปแบบการส่งเสริมให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ของแต่ละธุรกิจ&nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ&nbsp;เครือข่ายเงินทุน&nbsp;เครือข่ายตลาดและเครือข่ายวิชาการ&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมร่วม&nbsp;หรือ&nbsp;Co-Creation&nbsp;เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรเอกชนรายใหญ่&nbsp;เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน&nbsp;โดยมีบริษัทใหญ่จำนวน&nbsp;5&nbsp;บริษัทร่วมโครงการ&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมการทดลองใช้นวัตกรรม&nbsp;หรือโซลูชั่นส์ในตลาดจริง&nbsp;ถือเป็นมิติใหม่&nbsp;ของการพัฒนานวัตกรรม&nbsp;ตอบโจทย์ความต้องการและง่ายต่อการขยายผลในเชิงธุรกิจและเป็นก้าวสำคัญที่ดีพร้อมมุ่งส่งเสริมในปีนี้</p><p><strong>สำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่&nbsp;</strong>แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะสำคัญ&nbsp;โดยในระยะเริ่มต้น&nbsp;&nbsp;(Early&nbsp;Stage)&nbsp;โครงการ&nbsp;Delta&nbsp;x&nbsp;DIProm&nbsp;Angel&nbsp;Fund&nbsp;บ่มเพาะผู้ประกอบการให้มีทักษะทางธุรกิจและทำกิจกรรม&nbsp;Hackatron&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;Delta&nbsp;และ&nbsp;SCG&nbsp;ในฐานะแองเจิ้ล&nbsp;ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องมาเป็นปีที่&nbsp;7&nbsp;และเมื่อผู้ประกอบการผ่านกระบวนการบ่มเพาะจนมีทักษะเชี่ยวชาญก็จะเข้าสู่ระยะเติบโต&nbsp;จะดำเนินการส่งต่อผู้ประกอบการสู่โครงการ&nbsp;สตาร์ทอัพ&nbsp;คอนเน็ค&nbsp;เพื่อเข้าสู่สนามการนำเสนอโมเดลธุรกิจเพื่อหาผู้ร่วมลงทุนต่อยอดนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์&nbsp;พร้อมสร้างเครือข่ายคุณภาพผ่านโครงการดีพร้อมฮีโร่&nbsp;และในระยะเข้มแข็ง&nbsp;เชื่อมโยงผู้ประกอบการที่มีความพร้อมสู่ตลาดเงินทุน&nbsp;DIPROM&nbsp;Capital&nbsp;Market&nbsp;โดยในทุกระยะของการส่งเสริม&nbsp;ดีพร้อม&nbsp;วางแผนสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการผ่านกิจกรรมเสริมแกร่งความรู้ทางการเงินติดเสริมเกราะผู้ประกอบการในเชิงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีภาคเอกชนเจ้าของเงินทุนพร้อมสนับสนุนอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ถือเป็นการพัฒนาเครือข่ายสตาร์ตอัพคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย&nbsp;ที่พร้อมเชื่อมโยงสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325102532833"],
    [519,"พาณิชย์แพร่ แจ้งราคาข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2564/2565","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปรัง&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/2565&nbsp;มีการปรับราคา&nbsp;เนื่องจากตลาดปลายทางปรับราคารับซื้อสูงขึ้นอีก</strong></p><p><br></p><p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปรัง&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/2565&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแพร่มีพื้นที่การเพาะปลูก&nbsp;จำนวน&nbsp;29,597&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิตประมาณ&nbsp;17,776.27&nbsp;ตัน&nbsp;มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว&nbsp;5%&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นข้าวเปลือกเหนียวพันธุ์สันป่าตอง&nbsp;กข.10&nbsp;ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;420-500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;เนื่องจากตลาดปลายทางปรับราคารับซื้อสูงขึ้น</p><p><strong>โดยข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ความชื้น&nbsp;15%&nbsp;</strong>ราคารับซื้อวันนี้&nbsp;9,500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ความชื้น&nbsp;25%&nbsp;ราคารับซื้อวันนี้&nbsp;8,070&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;420บาท/ตัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325112442882"],
    [520,"จังหวัดเพชรบุรี ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมตรีวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>เกษตรกรเพชรบุรีมีความพร้อมสร้างผลผลิตทางการเกษตรทุกประเภทและมีคุณภาพ&nbsp;พร้อมติดตามผลให้เป็นไปตามแผนที่จะดำเนินการ&nbsp;โดยเฉพาะการผลิตข้าว&nbsp;เร่งหาปัจจัยการผลิต&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;จัดวางแผน&nbsp;การผลิตข้าว&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณโครงการ&nbsp;ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;,&nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&nbsp;โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&nbsp;ได้อนุมัติวงเงินกู้ของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;โรงสีทวีรวมมิตร&nbsp;2&nbsp;และโรงสีสมบัติประเสริฐ&nbsp;โดยการประชุมครั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;รวมถึงโครงการอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวเนื่องกับผลผลิตข้าวในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย&nbsp;บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;และเพื่อพิจารณาการขอรับการชดเชยดอกเบี้ยขอผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325132503925"],
    [521,"ธนาคารออมสิน ฉลองครบรอบ 109 ปี มอบกระปุกชิงช้าสวรรค์ เป็นของขวัญเมื่อฝาก 500 บาทขึ้นไป ","<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารออมสินเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งธนาคารเป็นปีที่&nbsp;109&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยจัดทำของขวัญชิ้นพิเศษ&nbsp;กระปุกชิงช้าสวรรค์&nbsp;มอบให้แก่ลูกค้าเงินฝากทุกประเภทบัญชีตามที่ธนาคารกำหนด&nbsp;ที่ฝากเงินตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;บาทขึ้นไป&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;จึงกำหนดให้มีการลงทะเบียนจองสิทธิฝากเงินล่วงหน้า&nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการที่สาขา&nbsp;</p><p><strong>โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ</strong>&nbsp;<strong>ในวันที่&nbsp;28-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.gsb.or.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.gsb.or.th</a>&nbsp;และช่องทาง&nbsp;LINE&nbsp;:&nbsp;@GSBsociety&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;กำหนด&nbsp;1&nbsp;เลขบัตรประชาชน&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;สิทธิ&nbsp;เลือกฝากเงินได้&nbsp;3&nbsp;ช่องทาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สาขาธนาคาร&nbsp;เครื่องรับฝากเงิน&nbsp;(ADM)&nbsp;หรือ&nbsp;แอป&nbsp;MyMo&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้นำภาพถ่ายหน้าจอการลงทะเบียนจองสิทธิพร้อมหลักฐานการฝากเงินติดต่อรับกระปุกได้ในวันที่&nbsp;1-4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำหรับเด็กที่เกิดในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ธนาคารฯ&nbsp;จะมอบเงินขวัญถุง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเริ่มต้นปลูกฝังสร้างเสริมวินัยการออมตั้งแต่แรกเกิด&nbsp;ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;โดยบิดาหรือมารดาเด็กที่มีสัญชาติไทย&nbsp;สามารถนำสูติบัตรฉบับจริง&nbsp;พร้อมบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของบิดาหรือมารดา&nbsp;มาแสดงตัวตนที่สาขาธนาคารออมสินภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325204149145"],
    [522,"เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี รวมทั้งยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชในร้านค้าทั้งของเอกชน รวมทั้งสหกรณ์การเกษตรต่างๆในพื้นที่จังหวัดตรังทั้ง 10 อำเภอ","<p><strong>เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง</strong>&nbsp;ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;รวมทั้งยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชในร้านค้าทั้งของเอกชน&nbsp;รวมทั้งสหกรณ์การเกษตรต่างๆในพื้นที่จังหวัดตรังทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ&nbsp;200&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อตรวจสอบปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในการครอบครอง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;ในช่วงสถานการณ์ที่ปุ๋ยภายในประเทศกำลังเข้าสู่วิกฤติขาดแคลน&nbsp;เนื่องจากเกิดสงครามสู้รบระหว่างรัสเซีย&nbsp;และยูเครน&nbsp;ซึ่งเป็นประเทศต้นทางผลิตแม่ปุ๋ยสำคัญที่ประเทศไทยสั่งนำเข้า&nbsp;ทำให้ปริมาณปุ๋ยในประเทศขาดแคลน&nbsp;ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของเกษตรกร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า&nbsp;แต่ละร้านไม่มีการกักตุนปุ๋ย&nbsp;และทุกร้านขาดแคลน&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ร้านจำหน่ายปุ๋ยรายย่อยหลายแห่ง&nbsp;ประสบปัญหาจำหน่ายปุ๋ยไม่ได้&nbsp;เนื่องจากราคาแพงเกษตรกรรายย่อยไม่มีกำลังซื้อ&nbsp;ทำให้ขายยากมากกว่าเดิม&nbsp;</p><p><strong>โดยแต่ละวันร้านจำหน่ายปุ๋ยรายย่อยจะมีเกษตรกรเดินทางมาสอบถามราคา</strong>&nbsp;เพื่อจะซื้อจำนวนมาก&nbsp;แต่ก็ต้องล่าถอยกลับไป&nbsp;เนื่องจากสู้ราคาไม่ไหว&nbsp;โดยที่ทางร้านจำหน่ายเองไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นเองแต่อย่างใด&nbsp;แต่ราคาปุ๋ยมีราคาแพงตั้งแต่บริษัทต้นทางที่สั่งซื้อเข้ามา&nbsp;ขณะที่ร้านจำหน่ายปุ๋ยรายใหญ่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;ซึ่งลูกค้ามีทั้งรายย่อย&nbsp;และเจ้าของสวนแปลงใหญ่&nbsp;ก็พบว่าไม่มีการกักตุนปุ๋ยเช่นเดียวกัน&nbsp;และปุ๋ยมีน้อยไม่เพียงพอจำหน่าย&nbsp;โดยนายธีระชัย&nbsp;โกวิทย์วัฒนไพศาล&nbsp;เจ้าของร้าน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สินค้าที่มีอยู่ในโกดัง&nbsp;มีเจ้าของสวนจ่ายเงินซื้อไว้ทั้งหมดแล้ว&nbsp;ทั้งรายเล็ก&nbsp;รายใหญ่&nbsp;แต่เจ้าของสวนไม่มีที่เก็บ&nbsp;จึงฝากเก็บไว้ภายในโคดังของร้านต่อไป&nbsp;ทำให้ทางร้านประสบปัญหาต่อเนื่องคือ&nbsp;โกดังไม่มีพิ้นที่ว่างสำหรับเก็บปุ๋ยล๊อตใหม่ที่จะเข้ามา&nbsp;นอกจากนั้นในการสั่งซื้อปุ๋ยจากบริษัทนำเข้าและผู้ผลิตปุ๋ยภายในประเทศพบว่า&nbsp;ทางร้านสั่งซื้อยากมากขึ้น&nbsp;เพราะบริษัทปิดการขาย&nbsp;และหากจะสั่งซื้อเพียงสูตรใดสูตรหนึ่งก็ไม่ได้&nbsp;จะต้องสั่งซื้อคละสูตรกัน&nbsp;และปุ๋ยหายาก&nbsp;โดยขณะนี้เมื่อปุ๋ยที่มาใหม่มีน้อยมาก&nbsp;&nbsp;ทางร้านจะแบ่งขายกระจายให้แก่ลูกค้า&nbsp;จะไม่ขายให้ใครจำนวนมากตามที่ต้องการเหมือนเมื่อก่อน&nbsp;เพื่อแบ่งๆกันไป</p><p>ท<strong>างด้านนายชนินทร์&nbsp;ศิริขันตยกุล&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงตรวจสอบสต๊อกปุ๋ย&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยในปัจจุบันนี้มีราคาเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยรอบนี้กระทรวงพานิชย์เป็นเจ้าภาพลงตรวจ&nbsp;กรมวิชาการเกษตรดูแลเรื่อง&nbsp;พ.ร.บ.ปุ๋ย&nbsp;จากการตรวจสอบพบราคาสูงขึ้นจริงๆ&nbsp;โดยร้านไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา&nbsp;แต่สูงขึ้นเพราะกลไกราคา&nbsp;การลงตรวจสอบ&nbsp;จึงได้ให้ข้อมูลแก่เกษตรกร&nbsp;และไขข้อสงสัยให้กับเกษตรกรด้วย&nbsp;จากการตรวจร้านขายปุ๋ยไม่พบการสต๊อกปุ๋ย&nbsp;ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตปุ๋ยได้ชี้แจงว่ากลไกผันผวนตามสถานการณ์โลก&nbsp;และสงคราม&nbsp;ทำให้ราคาปุ๋ยเคมีสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งร้านกำหนดราคาขายตามราคาอ้างอิงจากบริษัทใหญ่&nbsp;ทำให้ราคาปุ๋ยแต่ละวันไม่นิ่ง&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรคิดว่าร้านเป็นคนขึ้นราคา&nbsp;แต่ความจริงไม่ใช่&nbsp;ซึ่งทางหน่วยงานได้เข้ามาเก็บข้อมูลต่างๆ&nbsp;เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงจุดต่อไป</p><p><strong>ด้านนางสาวจัณฑิมา&nbsp;สันติสุข&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในจังหวัดตรัง&nbsp;มีร้านขายปุ๋ย&nbsp;ยาปราบวัชพืช&nbsp;ยาปราบศัตรูพืช&nbsp;มากกว่า&nbsp;200&nbsp;ร้าน&nbsp;โดยทางชุดตรวจสอบจะสุ่มตรวจทั้งร้านจำหน่ายรายใหญ่&nbsp;และรายเล็กทั้งหมด&nbsp;โดยพบว่าขณะนี้ในจังหวัดตรังขาดแคลนปุ๋ย&nbsp;เนื่องจากทางร้านได้สั่งซื้อปุ๋ยไปยังบริษัทปุ๋ย&nbsp;แต่บริษัทส่งปุ๋ยล่าช้า&nbsp;ในขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการแม่ปุ๋ย&nbsp;ส่วนเจ้าของสวนแปลงใหญ่ๆ&nbsp;จะใช้วิธีการซื้อปุ๋ยไว้ครั้งละมาก&nbsp;หรือติดต่อซื้อกับเซลขายปุ๋ยโดยตรง&nbsp;เพราะกลัวว่าราคาจะเพิ่มอีก&nbsp;ตอนนี้ถือว่าสถานการณ์ราคาปุ๋ยน่าเป็นห่วง&nbsp;หากสถานการณ์โลกยังเป็นอยู่เช่นนี้&nbsp;และราคาของที่เพิ่มขึ้น&nbsp;มาจากสาเหตุราคาน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;ที่ใช้ในการขนส่งด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325140420940"],
    [523,"จังหวัดสตูล ประชุมเตรียมความพร้อมเปิดด่านพรมแดนทางบก ด่านวังประจัน รับนักท่องเที่ยวด้วยมาตรการ SOP ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไป","<p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;และคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรการฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(ทางบก)&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2564&nbsp;โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;โต๊ะพญาวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</p><p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสตูลจะเปิดด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุม&nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&nbsp;กำหนดให้จังหวัดสตูล&nbsp;เปิดด่านพรมแดนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยใช้มาตรการ&nbsp;SOP&nbsp;ในการบริหารจัดการ&nbsp;และต้องลงทะเบียนผ่านระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ตามหลักเกณฑ์&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับติดตามผู้เดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;มีการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ในวันที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย&nbsp;และกำหนดให้เข้าพักโรงแรมที่มีการจับคู่กับโรงพยาบาล&nbsp;โดยจังหวัดสตูลมี&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสตูล&nbsp;และโรงแรมรอยัลฮิลล์&nbsp;สตูล&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลละงู&nbsp;พร้อมด้วยหนังสือขออนุญาตเข้าประเทศไทย/ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;และกรมธรรม์ประกันสุขภาพ</p><p><strong>สำหรับการประชุมดังกล่าว&nbsp;ฯ&nbsp;</strong>เพื่อรับทราบปัญหาในการปฏิบัติจากคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(SOP)&nbsp;ในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดน&nbsp;(ทางบก)&nbsp;พร้อมให้ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงานหรือองค์กร&nbsp;ในระหว่างการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยวฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและปรังปรุงมาตรฐานแนวทางปฏิบัติ&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325140943943"],
    [524,"จังหวัดสตูล ประชุมเตรียมความพร้อมเปิดด่านพรมแดนทางบก ด่านวังประจัน รับนักท่องเที่ยวด้วยมาตรการ SOP ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565","<p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;และคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรการฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(ทางบก)&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2564&nbsp;โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;โต๊ะพญาวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</p><p><strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสตูลจะเปิดด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุม&nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&nbsp;กำหนดให้จังหวัดสตูล&nbsp;เปิดด่านพรมแดนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยใช้มาตรการ&nbsp;SOP&nbsp;ในการบริหารจัดการ&nbsp;และต้องลงทะเบียนผ่านระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ตามหลักเกณฑ์&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับติดตามผู้เดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;มีการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ในวันที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย&nbsp;และกำหนดให้เข้าพักโรงแรมที่มีการจับคู่กับโรงพยาบาล&nbsp;โดยจังหวัดสตูลมี&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสตูล&nbsp;และโรงแรมรอยัลฮิลล์&nbsp;สตูล&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลละงู&nbsp;พร้อมด้วยหนังสือขออนุญาตเข้าประเทศไทย/ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;และกรมธรรม์ประกันสุขภาพ</p><p><strong>สำหรับการประชุมดังกล่าว&nbsp;ฯ&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาในการปฏิบัติจากคณะทำงานติดตาม</strong>และควบคุมการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(SOP)&nbsp;ในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดน&nbsp;(ทางบก)&nbsp;พร้อมให้ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงานหรือองค์กร&nbsp;ในระหว่างการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยวฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและปรังปรุงมาตรฐานแนวทางปฏิบัติ&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325144821965"],
    [525,"จัดทริปนั่งเรือ เที่ยวฟรี นั่งริมทะเลดูพระอาทิตย์ตกดิน เอาใจนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ปัตตานี หลังโควิด19และเหตุความรุนแรงดีขึ้น","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์รุนแรง</strong>ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเริ่มดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;ทำให้หน่วยงานต่างๆพยายามสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มาเยือนปัตตานี&nbsp;โดยได้จัดทริปเที่ยวฟรี&nbsp;เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวหันมาเที่ยวในปัตตานี&nbsp;ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจปัตตานีเติบโตขึ้น&nbsp;ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้</p><p><strong>สำหรับความสวยงามสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดปัตตานี</strong>ก็ไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ซึ่งมีสถานทีท่องเที่ยวสำคัญๆมากมายที่สวยงาม&nbsp;ทั้งทางธรรมชาติ&nbsp;ทางบก&nbsp;ทางทะเล&nbsp;ทามกลางสังคมที่อยู่แบบพหุวัฒนธรรม&nbsp;เป็นสเน่ห์ของจังหวัดปัตตานี</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ด้านห่อการค้าไทย&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน</strong>&nbsp;ได้มีการจัดทริปเที่ยวฟรีในปัตตานี&nbsp;โดยเชิญนักท่องเที่ยวกว่า70&nbsp;คน&nbsp;ได้ขึ้นเรือบริเวณท่าเรือริมแม่น้ำในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;เพื่อเดินทางไปดูพระอาทิตย์ตกดิน&nbsp;นั้งปิ้งย่าง&nbsp;และจิบกาแฟ&nbsp;ที่แหลมตาชี&nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;ซึ่งใช้เวลาเพียง&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;ก็ถึงจุดท่องเที่ยวดังกล่าว&nbsp;ซึ่งระหว่างทางเดินเรือ&nbsp;นักท่องเที่ยวยังสามารถชมและถ่ายรูปกับนกนางนวลที่กำลังบินตามเรือ&nbsp;เพื่อรอกินปลา&nbsp;และชมวิถีชาวประมงขนาดเล็กที่ใช้เรือกอและออกหาปลา&nbsp;ทามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่สวยงาม</p><p><strong>นายศิริชัย&nbsp;ปิติเจริญ&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดปัตตานีมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆมากมาย&nbsp;โดยได้จะวางแผนในช่วงเช้าในการท่องเที่ยวทางบก&nbsp;คือตลาดจีน(กือดาจีนอ&nbsp;ภาษายาวี)&nbsp;และชมแลนมาร์คเมืองประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง&nbsp;ส่วนช่วงเย็นก็จะพาไปเที่ยวทางทะเล&nbsp;โดยขึ้นเรือเพื่อไปยังแหลมตาชี&nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;เพื่อดูวิถีชุมชน&nbsp;อีกทั้งยังเป็นไฮไลท์สำคัญคือ&nbsp;จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น&nbsp;และพระอาทิตย์ตก&nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการดึงนักท่องเที่ยว&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;หรือต่างพื้นทีเข้ามาเที่ยว&nbsp;จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องค้างที่ปัตตานี&nbsp;แทนที่จะเป็นจุดแวะหรือทางผ่านเท่านั้น&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเราได้สำรวจแล้ว&nbsp;และวันนี้เป็นการทดลองอย่างจริงจังในการเชิญประชาชนมาเที่ยวก่อน&nbsp;ซึ่งจากความร่วมมือของทุกฝ่าย&nbsp;เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน</p><p>นอกจากนี้&nbsp;นายสมาน&nbsp;เจ๊ะเตะ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.&nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนคาดหวังมากกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้&nbsp;ซึ่งตอนนี้ได้ออกแบบสถานทีใกล้จะเสร็จแล้ว&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตนจะทำให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆ&nbsp;และให้เป็นแลนมาร์คที่สำคัญที่สุดในจังหวัดปัตตานี&nbsp;ทุกอย่างตนได้วางแผนออกแบบไว้แล้ว&nbsp;แต่ยังคงรองบประมานเพื่อสนับสนุนปรับปรุงให้สวยงามกว่านี้</p><p><strong>สำหรับชาวบ้านที่นี่ก็เตรียมความพร้อมอยู่แล้วที่จะต้อนรับ</strong>&nbsp;เช่นเดียวกับวันนี้&nbsp;เมื่อชาวบ้านทราบว่าจะมีนักท่องเที่ยวมา&nbsp;ทุกคนก็ดีใจ&nbsp;และพากันออกมาต้อนรับเป็นจำนวนมาก&nbsp;แต่ถ้าจุดนี้ไม่เกิดชาวบบ้านก็ไม่ออกมา&nbsp;และชาวบ้านที่จะออกมาขายของก็ไม่มีรายได้</p><p><strong>ที่นี่ทะเลมีความสวย&nbsp;หาดทรายขาว&nbsp;อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ชอบท่องเที่ยว</strong>เชิงธรรมชาติ&nbsp;ให้มาเที่ยวกัน&nbsp;เพราะที่นี่มีทะเลที่สวยงาม&nbsp;หาดทรายขาว&nbsp;สามารถมาตั้งแคมป์&nbsp;ปิ้งย่าง&nbsp;และดูพระอาทิตย์ขึ้น&nbsp;และพระอาทิตย์ตก&nbsp;ที่ริมทะเล&nbsp;ซึ่งชาวบ้านตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;พร้อมที่จะให้การต้อนรับ&nbsp;และให้ความสะดวกสบาย&nbsp;ให้ความปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปน.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325145649970"],
    [526,"จังหวัดพังงาแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น SURF FESTIVAL (FIRST WAVE OF KHAOLAK SURF TOWN)","<p><strong>?จังหวัดพังงาแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น</strong>&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;SURF&nbsp;TOWN)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;คุณฑีฆาวัฒน์&nbsp;ปัทมาคม&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ริป&nbsp;เคลิร์ล&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;และนายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา&nbsp;ร่วมในการแถลงข่าวครั้งนี้โดยในแถลงข่าวได้กล่าวถึงนโยบายและแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระดานโต้คลื่นในจังหวัดพังงาผลักดันส่งเสริมกิจกรรมให้พังงาเป็นเมืองแห่ง&nbsp;Sport&nbsp;City&nbsp;และพัฒนาให้เยาวชนประชาชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้จากกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว</p><p><strong>โดยกิจกรรมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;</strong>OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;SURF&nbsp;TOWN)&nbsp;ทาง&nbsp;RIP&nbsp;CURL&nbsp;จับมือร่วมกับทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมต้อนรับเปิด&nbsp;Surf&nbsp;&nbsp;Season&nbsp;อย่างเป็นทางการ&nbsp;เตรียมปลดปล่อย&nbsp;คว้าประสบการณ์ใหม่และสนุกสุดเหวี่ยงไปด้วยกันในงานเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;&nbsp;OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;&nbsp;SURF&nbsp;TOWN)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายนถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;และบริเวณหาดปะการัง&nbsp;ตำบลคึกคัก&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ภายในงานประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมสุดที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนเรื่องราวเปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่กับการออกเดินทางไปสู่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของการโต้คลื่นอย่างแท้จริงอาทิ&nbsp;Surt&nbsp;Culture,&nbsp;Surf&nbsp;Lesson&nbsp;,&nbsp;&nbsp;Surfer&nbsp;Talk,&nbsp;Surf&nbsp;&nbsp;Photography,&nbsp;Surf&nbsp;Sustainability,&nbsp;Surf&nbsp;Art&nbsp;&amp;&nbsp;Gallery,Surf&nbsp;Wellness&nbsp;,Surf&nbsp;and&nbsp;Music&nbsp;Festival&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์</strong>เปิดฤดูกาลกิจกรรมกระดานโต้คลื่นของพังงาเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;สร้างการรับรู้และสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงามากขึ้น&nbsp;รวมทั้งสร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีนักโต้คลื่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไม่ต่ำกว่า&nbsp;2000&nbsp;คน&nbsp;และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325194700098"],
    [527,"คณะกรรมการประกวดวิสาหกิจชุมดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565  ลงพื้นที่อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ติดตามการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ปี 2565","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายธีรภัทร์&nbsp;บุญฤทธิ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;ให้การต้อนรับคณะกรรมการประกวดวิสาหกิจชุมดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;นำโดยนางกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานการประกวดฯ&nbsp;และคณะกรรมการตัดสินจากหน่วยงานราชการอื่นๆ&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาวได้คัดเลือกวิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เข้าร่วมการประกวดฯ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนบ้านในควน</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เข้าร่วมการประกวดฯ&nbsp;มีกิจกรรมการผลิตขนมทองม้วน&nbsp;เพื่อส่งจำหน่ายตามออเดอร์ของลูกค้า&nbsp;และเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์และสาธิตกรรมวิธีการผลิตให้แก่ผู้ที่สนใจ&nbsp;โดยขนมทองม้วนจะมีรสชาติที่หลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;รสจำปาดะ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;และสมุนไพรต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยเน้นวัตถุดิบภายในชุมชน&nbsp;ปัจจุบันส่งจำหน่ายร้านค้าภายในชุมชนและข้างเคียง&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และห้างสรรพสินค้าแม็คโครจังหวัดตรัง&nbsp;สามารถติดต่อสั่งซื้อสินค้าได้ผ่านทางนางรินรดา&nbsp;จันทระ&nbsp;ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านในควน&nbsp;โทร.081-0807925&nbsp;หรือทางเฟสบุ๊ค&nbsp;รินรดา&nbsp;จันทระ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325180141063"],
    [528,"โค้งสุดท้าย มหกรรมกัญชา ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง จังหวัดบึงกาฬ","<p><strong>จังหวัดบึงกาฬจัดมหกรรมกัญชา&nbsp;</strong>ภายใต้ธีม&nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;เป็นวันสุดท้าย&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-25&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;</strong>ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;การออกร้านอาหารที่มีส่วนผสมจากกัญชา&nbsp;คลินิกกัญชาแพทย์แผนไทย/แผนปัจจุบัน&nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;บริการนวดน้ำมันกัญชา&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม&nbsp;รวมถึงยังมีการปรุงเมนูเด็ดจากกัญชาโดยเชฟชื่อดัง&nbsp;กิจกรรมสาธิตการแปรรูปสินค้าและบริการจากกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;ซึ่งเป็นสมุนไพรเชิงเศรษฐกิจที่กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้กระจายสู่เกษตรกรชาวจังหวัดบึงกาฬต่อไปในอนาคต</p><p><strong>ในขณะที่นายชุมพล&nbsp;แจ้งไพร&nbsp;หรือเชฟชุมพล</strong>&nbsp;ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายกัญชา&nbsp;และผลตอบรับที่ได้จากการจัดงานในครั้งนี้ว่า&nbsp;เห็นด้วยอย่างมากกับนโยบายกัญชาในปัจจุบัน&nbsp;เพราะนอกจากจะเป็นพืชที่มีสรรพคุณทางการแพทย์แล้ว&nbsp;ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นสารสกัดจากกัญชา&nbsp;เพื่อปรุงลงในอาหาร&nbsp;สร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าอย่างมาก&nbsp;อีกทั้งรู้สึกพอใจกับผลตอบรับจากการจัดงานครั้งนี้&nbsp;โดยประชาชนได้ให้ความสนใจเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325191214084"],
    [529,"ผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้านวัตกรรม BCG สู่ตลาดเกาหลีใต้ รวมมูลค่าการค้ากว่า 12 ล้านบาท","<p><strong>นายภูษิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</strong>&nbsp;เปิดเผยผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้านวัตกรรม&nbsp;BCG&nbsp;สู่ตลาดเกาหลีใต้&nbsp;ว่า&nbsp;มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมีผลการเจรจาการค้าออนไลน์&nbsp;(OBM)&nbsp;จำนวน&nbsp;63&nbsp;คู่&nbsp;เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม&nbsp;12.05&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นการสั่งซื้อทันทีมูลค่า&nbsp;3.42&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และคาดว่าการสั่งซื้อใน&nbsp;1&nbsp;ปีจะมีมูลค่า&nbsp;8.63&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และยังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขอเป็นผู้แทนจำหน่าย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้มี&nbsp;2&nbsp;รายแจ้งว่า&nbsp;ยังไม่สามารถระบุมูลค่าได้ในขณะนี้&nbsp;แต่มีแนวโน้มดี&nbsp;สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยม&nbsp;ได้แก่&nbsp;บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล&nbsp;ของตกแต่งบ้านชิ้นเล็กๆ&nbsp;ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล&nbsp;เทียนหอมในเซรามิค&nbsp;เก้าอี้รูปช้าง&nbsp;โคมไฟ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะผลักดันสินค้านวัตกรรม&nbsp;BCG&nbsp;ของไทยเจาะตลาดเกาหลีใต้</strong>&nbsp;โดยสินค้าไทยที่นำไปจัดแสดงในครั้งนี้&nbsp;ถือว่าได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเกาหลีเป็นอย่างมาก&nbsp;ที่เข้ามาชมและเลือกซื้อ&nbsp;เนื่องจากเกาหลีใต้มีแนวคิดใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์โลกเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งหากไม่ติดเรื่องสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาด&nbsp;คาดว่า&nbsp;สินค้าไทยจะได้รับความสนใจมากกว่านี้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325203300139"],
    [530,"พังงา พร้อมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น SURF FESTIVAL ผลักดัน เมืองเขาหลัก สู่การเป็น Surf Town Destination แห่งแรกของไทย","<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;65&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;และนายฑีฆาวัฒน์&nbsp;ปัทมาคม&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ริป&nbsp;เคิร์ล(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;&nbsp;OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;SURF&nbsp;&nbsp;TOWN)&nbsp;ต่อสื่อมวลชน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เปิดฤดูกาลกิจกรรมกระดานโต้คลื่นของพังงาเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;และสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงามากขึ้น&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้จากกิจกรรมกีฬาเชิงการท่องเที่ยว&nbsp;รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาให้เป็นจุดหมาย&nbsp;หรือ&nbsp;Destination&nbsp;ในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;SURF&nbsp;TOWN&nbsp;แห่งแรกของประเทศไทย</p><p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยและทั่วโลกเป็นอย่างมาก&nbsp;นโยบายของรัฐบาลในการเปิดการเดินทางระหว่างประเทศทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มมีการเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยและจังหวัดพังงาเพิ่มขึ้น&nbsp;ถึงแม้ว่าปัจจุบันการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงายังไม่ฟื้นตัวเท่ากับช่วงเวลาปกติ&nbsp;แต่จังหวัดพังงาก็ยังสามารถปรับตัวนำกีฬาโต้คลื่นซึ่งเป็นกีฬาใหม่ที่สร้างกระแสการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว&nbsp;อีกทั้งกีฬาโต้คลื่นยังเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ในช่วงฤดูฝน&nbsp;จึงเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและสร้างการรับรู้และสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงามากขึ้น</p><p><strong>นายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ททท.สำนักงานพังงา&nbsp;ร่วมกับชมรมกีฬากระดานโต้คลื่นจังหวัดพังงาและแบรนด์&nbsp;RIP&nbsp;CURL&nbsp;แบรนด์โต้คลื่นชื่อดังระดับโลก&nbsp;พร้อมจับมือร่วมกับทุกภาคส่วน&nbsp;เตรียมพร้อมต้อนรับเปิด&nbsp;Surf&nbsp;Season&nbsp;ของปีนี้อย่างเป็นทางการเตรียมปลดปล่อยคว้าประสบการณ์ใหม่และสนุกสุดเหวี่ยงไปด้วยกัน&nbsp;ในงานเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&nbsp;SURF&nbsp;FESTIVAL&nbsp;(FIRST&nbsp;WAVE&nbsp;OF&nbsp;KHAOLAK&nbsp;SURF&nbsp;TOWN)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายนถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหาดปะการัง&nbsp;ต.คึกคัก&nbsp;อ.ตะกั่วป่า&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรื่องราว&nbsp;เปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่กับการออกเดินทางไปสู่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของการโต้คลื่นอย่างแท้จริง&nbsp;อาทิ&nbsp;Surf&nbsp;Culture,&nbsp;Surf&nbsp;Lesson,&nbsp;Surfer&nbsp;Talk,&nbsp;&nbsp;Surf&nbsp;Photography,&nbsp;Surf&nbsp;Sustainability&nbsp;,&nbsp;Surf&nbsp;Art&nbsp;&amp;&nbsp;Gallery,&nbsp;Surf&nbsp;Wellness,&nbsp;&nbsp;Surf&nbsp;and&nbsp;Music&nbsp;&nbsp;Festival&nbsp;คาดว่าจะมีนักโต้คลื่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;<strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325194830100"],
    [531,"ททท.จันทบุรีจัดกิจกรรม ออกไปกิน กระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้มาตรการป้องกันโควิด -19","<p><strong>ททท.จันทบุรีจัดกิจกรรม&nbsp;ออกไปกิน&nbsp;</strong>กระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;เปิดจำหน่ายอาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารเลิศรสขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ผู้ร่วมงานทุกคนต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่บริเวณชายหาดแหลมสิงห์&nbsp;อ.แหลมสิงห์&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;น</strong>ายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้แทนสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ผู้ประกอบ&nbsp;ร่วมกิจกรรมออกไปกินที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจันทบุรี&nbsp;ร่วมกับอำเภอแหลมสิงห์&nbsp;เทศบาลปากน้ำแหลมสิงห์&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น&nbsp;เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองผ่านการจัดงานเทศกาล&nbsp;หรืองานอีเว้นท์สร้างการรับรู้ถึงสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;ผู้ร่วมงานไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;มีการออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารเลิศรสขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรีกว่า&nbsp;30&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ปิ้งย่างอาหารทะเลสดด้วยเตาบาบีคิวปิ้งย่างยาว&nbsp;20&nbsp;เมตร&nbsp;เอาใจนักท่องเที่ยวสายชิม&nbsp;มีการแบ่งโซนรับประทานอาหาร&nbsp;ผู้ร่วมงานทุกคนต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่ภายใต้สถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;และเติมเต็มความสนุกสนานงานจัดขึ้นรวม&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195926119"],
    [532,"ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดงาน หรอยเพเลตรัง  มหกรรมซีฟู้ด จังหวัดตรัง : Trang Seafood Festival ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด โครงการสงเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้ เชื่อมโยงการค้าโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.2565)&nbsp;ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;ตรัง&nbsp;</strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;หรอยเพเลตรัง&nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;:&nbsp;Trang&nbsp;&nbsp;Seafood&nbsp;Festival&nbsp;ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด&nbsp;โครงการสงเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัดขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของจังหวัดตรังให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารทะเลและชาวประมงพื้นถิ่น&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีอาชีพและมีรายได้ในช่วงสถานการณ์&nbsp;Covid&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด&nbsp;ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;ยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดให้มีการขยายตัว</strong>และเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;งาน&nbsp;หรอยเพเลตรัง&nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;:&nbsp;Trang&nbsp;Seafood&nbsp;Festival&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25-29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานจอดรถห้างโรบินสันตรัง&nbsp;ทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;โดยไลฟ์สดผ่านสื่อ&nbsp;Facebook&nbsp;ให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศและรับรู้ถึงความหลากหลายของสินค้าอาหารทะเลและสินค้าเด่นของจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สินค้าที่คัดสรรมาจำหน่ายในงานมีทั้งอาหารทะเลสด</strong>&nbsp;อาหารทะเลปรุงสำเร็จ&nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ตลอดจนสินค้าอัตลักษณ์ประจำถิ่นอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ร้านค้า&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จะทำให้สินค้าอาหารทะเลของจังหวัดตรังจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายและเข้าถึงตลาดผู้บริโภค&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;สอดรับกับสถานการณ์การส่งเสริมการตลาดยุคใหม่แบบ&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอาหารทะเล&nbsp;ทั้งนี้คาดว่า&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดจังหวัดตรังจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อเชื่อมโยงขยายตลาดและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดตรังอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195913118"],
    [533,"การบินไทย  ยืนยันไม่มีการให้บริการด้วยอากาศยานแบบโบอิ้ง 737 ในเที่ยวบินพาณิชย์","<p><strong>บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</strong>ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า&nbsp;สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กพท.&nbsp;ส่งถึงสายการบินต่างๆ&nbsp;เรื่องการเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติการบินกับอากาศยานแบบโบอิ้ง&nbsp;(Boeing)&nbsp;737-800&nbsp;จากการตรวจสอบของบริษัทการบินไทยฯ&nbsp;พบว่ายังไม่ได้รับเอกสารฉบับดังกล่าว&nbsp;จาก&nbsp;กพท.&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปัจจุบันสายการบินไทยไม่ได้ใช้อากาศยานแบบโบอิ้ง&nbsp;737&nbsp;ในการให้บริการในเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;หรือให้บริการแก่ผู้โดยสาร&nbsp;มีเพียงอากาศยานที่ใช้ในการให้บริการในเที่ยวบินพาณิชย์รวม&nbsp;4&nbsp;แบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โบอิ้ง&nbsp;777&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;787&nbsp;แอร์บัส&nbsp;350&nbsp;และ&nbsp;320&nbsp;เท่านั้น&nbsp;โดยยืนยันว่า&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;มุ่งเน้นความปลอดภัยและการตรงต่อเวลาในการให้บริการมาโดยตลอด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325203144138"],
    [534,"เร่งรับซื้อมะม่วงฟ้าลั่น ช่วยเหลือเกษตรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก","<p><strong>นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูการผลิตของมะม่วงฟ้าลั่น&nbsp;ทำให้ผลผลิตจะมีลักษณะแก่จัด&nbsp;เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยว&nbsp;ส่งผลให้ออกสู่ตลาดในปริมาณมาก&nbsp;โดยเฉพาะผลผลิตตกเกรดที่ไม่มีตลาดรองรับ&nbsp;</p><p><strong>กรมการค้าภายใน&nbsp;ร่วมกับสถานีบริการน้ำมัน&nbsp;PT</strong>&nbsp;รับซื้อผลผลิตตกเกรดจากกลุ่มเกษตรกรเพื่อแปรรูป&nbsp;รวม&nbsp;300&nbsp;ตัน&nbsp;โดยรับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคานำตลาดและจะรับซื้อต่อเนื่องจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายในช่วงปลายฤดู&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการเททิ้งมะม่วง&nbsp;ที่จังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;จากการตรวจสอบ&nbsp;พบว่า&nbsp;เป็นการคัดแยกผลผลิตมะม่วงของผู้รวบรวมเพื่อการส่งออก&nbsp;ซึ่งมีการรับซื้อแบบเหมาและมาทำการคัดแยกที่ตกเกรด&nbsp;หรือไม่ได้คุณภาพออกทิ้ง&nbsp;โดยเป็นการดำเนินการทางการค้าปกติก่อนส่งไปยังตลาดปลายทาง&nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมา&nbsp;ได้ดำเนินการรับซื้อมะม่วงฟ้าลั่น&nbsp;เพื่อเร่งกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตตั้งแต่ต้นฤดูการผลิต&nbsp;รวมปริมาณการรับซื้อแล้วกว่า&nbsp;1,400&nbsp;ตัน&nbsp;โดยรับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;และมะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;รับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคาชี้นำตลาด&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดพิจิตร&nbsp;ได้เข้าไปรับซื้อผลผลิตจาก&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีความพอใจในราคาเป็นอย่างมาก</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อรองรับผลผลิตมะม่วงที่จะออกมากในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในแหล่งผลิตต่างๆ&nbsp;ดำเนินมาตรการกระจายออกผลผลิต&nbsp;สนับสนุนค่าบริหารจัดการกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;ปริมาณผลผลิตมะม่วงเป้าหมาย&nbsp;รวม&nbsp;14,900&nbsp;ตัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;จะมีการเปิดจุดจำหน่ายในรถโมบายการเคหะ&nbsp;ห้างท้องถิ่นและนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการผลิต&nbsp;โดยมีเป้าหมายรับผลผลิตมะม่วงในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ปริมาณไม่น้อยกว่า&nbsp;8,000&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคามะม่วงให้อยู่ในเกณฑ์ดีได้ตลอดฤดูการผลิต&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325202539133"],
    [535,"จังหวัดตรัง จัดงาน หรอยเพ เลตรัง มหกรรมซีฟู้ด จังหวัดตรัง : Trang Seafood Festival ส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด ตามโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้ เชื่อมโยงการค้าโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;ตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;หรอยเพ&nbsp;เลตรัง&nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;:&nbsp;Trang&nbsp;Seafood&nbsp;&nbsp;Festival&nbsp;&nbsp;ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด&nbsp;โครงการสjงเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัดขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของจังหวัดตรังให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารทะเลและชาวประมงพื้นถิ่น&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีอาชีพและมีรายได้ในช่วงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด&nbsp;ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดให้มีการขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน</p><p><strong>งาน&nbsp;หรอยเพ&nbsp;เลตรัง&nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;:&nbsp;</strong>Trang&nbsp;Seafood&nbsp;Festival&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25-29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;ตรัง&nbsp;ทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;โดยไลฟ์สดผ่านสื่อ&nbsp;Facebook&nbsp;ให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศและรับรู้ถึงความหลากหลายของสินค้าอาหารทะเลและสินค้าเด่นของจังหวัดตรัง&nbsp;สินค้าที่คัดสรรมาจำหน่ายในงานมีทั้งอาหารทะเลสด&nbsp;อาหารทะเลปรุงสำเร็จ&nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ตลอดจนสินค้าอัตลักษณ์ประจำถิ่นอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ร้านค้า&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จะทำให้สินค้าอาหารทะเลของจังหวัดตรังจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายและเข้าถึงตลาดผู้บริโภค&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;สอดรับกับสถานการณ์การส่งเสริมการตลาดยุคใหม่แบบ&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอาหารทะเล&nbsp;ทั้งนี้คาดว่า&nbsp;&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดจังหวัดตรังจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อเชื่อมโยงขยายตลาดและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดตรังอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325202444132"],
    [536,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตรวจความพร้อมด่านพรมแดนเบตง ","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตรวจความพร้อมด่านพรมแดนเบตง&nbsp;</strong>ก่อนเปิดด่านทางบกรองรับหากมีการนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&nbsp;และเตรียมความพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดนเส้นทาง&nbsp;หาดใหญ่-&nbsp;เบตง-&nbsp;ปัตตานี-นราธิวาส-กรุงเทพฯ</p><p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ที่ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านเปิงกาลันฮูลู&nbsp;รัฐเปรัค&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;และเตรียมความพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดน&nbsp;เส้นทาง&nbsp;หาดใหญ่-เบตง-ปัตตานี-นราธิวาส-กรุงเทพฯ&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างสมดุลในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทางธรรมชาติ&nbsp;ทางบกและทางทะเล&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิตชุมชน&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นได้แก่&nbsp;สกายวอร์ค&nbsp;(Skywalk)&nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;การเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเชื่อมโยงการเดินทางท่องเที่ยวเมืองชายแดน&nbsp;การเปิดสนามบินเบตง&nbsp;รวมถึงการจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อดึงดูดให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเช่น&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Aazean&nbsp;Jungle&nbsp;trail&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่จะดำเนินการในวันที่&nbsp;7-8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเบตง&nbsp;ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมนำตรวจดูสถานที่ต่างๆ</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากนโยบายของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ&nbsp;ประเทศไทยได้เปิดประเทศตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ก.ค.64&nbsp;แล้ว&nbsp;คือ&nbsp;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&nbsp;ต่อมาวันที่&nbsp;1&nbsp;พ.ย.64&nbsp;ได้เปิดเทสแอนด์โก&nbsp;จนปัจจุบัน&nbsp;แต่เกิดการชะงักขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ&nbsp;เพราะไวรัสโควิด19&nbsp;ขณะนี้มีการเดินหน้าสำหรับเปิดการท่องเที่ยว&nbsp;จะมีการค่อยๆลดมาตรการของสาธารณสุขในการเข้าประเทศ&nbsp;สำหรับวันนี้ที่เดินทางมาก็เพื่อตรวจดูความพร้อมด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง&nbsp;และจะมีการหารือกับทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;บริษัททัวร์&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ว่า&nbsp;ทำอย่างไรให้มีการเปิดการบินมายังอำเภอเบตง&nbsp;อย่างน้อยสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;ไฟล์&nbsp;ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้า&nbsp;จะมีการเซ็นสัญญาลงนาม&nbsp;3&nbsp;หรือ&nbsp;4&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ซึ่งมีท่าอากาศยาน&nbsp;สายการบิน&nbsp;บริษัททัวร์&nbsp;และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ถึงข้อตกลงต่างๆว่าจะมีการช่วยเหลือกันอย่างไร&nbsp;อัตราค่าโดยสารจะคิดอย่างไร&nbsp;ที่จะสามารถทำให้มีการเปิดการบินได้&nbsp;ส่วนการเปิดด่านพรมแดนต่างๆ&nbsp;ขณะนี้ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเปิดด่านรับนักท่องเที่ยว&nbsp;แต่ก็ต้องอยู่ที่เพื่อนบ้านเราด้วยว่าพร้อมที่จะเปิดหรือไม่</p><p><strong>จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เดินทางไปยังสนามกีฬากลาง&nbsp;</strong>เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;เป็นสนามกีฬากลางหุบเขา&nbsp;ที่ตั้งอยู่ในระดับความสูงที่สุดในบรรดาสนามกีฬาแห่งอื่นๆ&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;เพื่อไปมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับนักฟุตบอลเยาวชนในพื้นที่&nbsp;&nbsp;และร่วมให้กำลังใจนักฟุตบอล&nbsp;U-20&nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลสันติสุขคัพ&nbsp;จังหวัดยะลาครั้งที่&nbsp;7&nbsp;ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325213214154"],
    [537,"อบต.สาคู จังหวัดภูเก็ต จัดงาน \"หรอยริมเล @หาดในยาง\" กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ มาเที่ยวงานอย่างคึกคัก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;ตำบลสาคู&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;พร้อมทีมบริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;และประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19&nbsp;ตามแนวทางของจังหวัดภูเก็ตและกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่ง</p><p><strong>นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้เสนอของบประมาณไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์หารระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ด้วยการมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสีมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและครอบคลุม&nbsp;โดยการดึงความมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่มาร่วมขับเคลื่อนเพื่อกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;ได้จัดงาน&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&nbsp;เนื่องจากหาดในยางเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จำนวนมาก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เห็นได้อย่างชัดเจนว่างาน</strong>&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ในครั้ง&nbsp;ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวงานอย่างเนืองแน่น&nbsp;และได้ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างมีรอยยิ้มต้อนรับนักท่องเที่ยวและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กิจกรรมส่งเสีมการท่องเที่ยวงาน</strong>&nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;จะมีเงินสะพัดในพื้นที่จำนวนมาก&nbsp;ถือได้ว่าภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตกำลังฟื้นกลับมาในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;ยอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าว</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายตฤณ&nbsp;ปัญญาไวย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อบต.สาคู&nbsp;ได้นำเอาศักยภาพความโดดเด่นของคนในชุมชนมามีส่วนร่วมภายในเพื่อส่งมอบความสุขและสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง&nbsp;โดยเฉพาะได้นำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียงมาจำหน่าย&nbsp;และนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ทั้งการแข่งขันทำอาหารเมนู&nbsp;น้ำชุบหยำหรือน้ำชุบยอก&nbsp;อาหารประจำถิ้นของคนสาคู&nbsp;การแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ&nbsp;เพื่อสร้างสีสันและความสนุกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;อบต.สาคู&nbsp;ได้เปิดจำหน่ายกุ้งมังกรตัวละ&nbsp;199&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติกุ้งมังกรของดีภูเก็ต</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong>&nbsp;คาดว่างานนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักแหล่งท้องเที่ยวในพื้นที่ตำบลสาคูมากยิ่งขึ้น</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325215550160"],
    [538,"รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมพร้อม ท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ ล่องใต้ชายแดนจ.ยะลา","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;เตรียมพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดน</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังความพร้อมในการเปิดด่านชายแดนทางบก&nbsp;โดยมี&nbsp;น.ส.ภัทรอนงค์&nbsp;ณ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;(ด่านชายแดนทางบกไทย-มาเลเซีย)&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อมาดูความพร้อมหลังจากที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เดินทางเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;ทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะพยายามเปิดด่านให้ได้ภายในเดือนเมษายนนี้&nbsp;เพื่อให้พี่น้องทั้งสองฝั่ง&nbsp;(ไทย-มาเลเซีย)&nbsp;สามารถเดินทางหาสู่กันได้&nbsp;การค้าขายชายแดนจะเริ่มขยับตัว&nbsp;เป็นการยกสถานะทางเศรษฐกิจ&nbsp;ทั้งสองประเทศให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมคณะ</strong>ได้เดินทางต่อไปยัง&nbsp;สนามกีฬาเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;(จุดปล่อยตัวนักกีฬาวิ่งเทรล&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail)&nbsp;เพื่อรับฟังความพร้อมในการจัดงาน&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งได้มอบอุปกรณ์กีฬาแก่&nbsp;เยาวชนที่ทำการแข่งฟุตบอล&nbsp;ณ&nbsp;สนามแห่งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325215757161"],
    [539,"วัฒนธรรมจังหวัดยโสธร ประชุมคัดเลือกชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี เสนอ ชุมชนคุณธรรม วัดโพธาราม ชุมชนคุณธรรม วัดสิงห์ท่าและชุมชนคุณธรรม วัดอัครเทวดามีคาแอลซ่งแย้ เข้ารับรางวัลระดับประเทศ","<p><strong>เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ&nbsp;คัดเลือก&nbsp;10&nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบ&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;</strong>ได้ดำเนินโครงการ&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;บวร&nbsp;ออนทัวร์&nbsp;และชุมชน&nbsp;คุณธรรม&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ซึ่งมีชุมชนคุณธรรมที่น้อมนำหลักปรัชญาของ&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร&nbsp;จำนวน&nbsp;284&nbsp;แห่ง&nbsp;ใน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;เช่น&nbsp;ระดับส่งเสริมคุณธรรม&nbsp;135&nbsp;แห่ง&nbsp;ระดับคุณธรรม&nbsp;105&nbsp;แห่ง&nbsp;และระดับคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;44&nbsp;แห่ง&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ได้พิจารณาคัดเลือก&nbsp;ชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;3&nbsp;แห่งเพื่อเสนอเข้ารับการพิจารณา&nbsp;เป็น&nbsp;10&nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบ&nbsp;เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดโพธาราม&nbsp;ตำบลห้องแซง&nbsp;อำเภอเลิงนกทา/ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดสิงห์ท่า&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;และชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดอัครเทวดามีคาแอลซ่งแย้&nbsp;ตำบลคำเตย&nbsp;อำเภอไทยเจริญ&nbsp;เพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ&nbsp;สร้างขวัญ&nbsp;กำลังใจแก่ชุมชนและผู้ให้การสนับสนุนพร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผล&nbsp;สู่ความสำเร็จไปยังชุมชนอื่นและปลุกกระแสการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;สร้างโอกาส&nbsp;สร้างรายได้เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;มีชุมชนคุณธรรมที่มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยว&nbsp;</strong>และเข้าร่วมโครงการสืบสานรักษาต่อยอดศาสตร์พระราชาสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;บวร&nbsp;On&nbsp;Tour&nbsp;จังหวัดยโสธรตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;แห่งในแต่ละอำเภอ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>อำเภอเลิงนกทา&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดโพธาราม&nbsp;ตำบลห้องแซง&nbsp;/ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดศรีบุญเรือง&nbsp;ตำบลกุดเชียงหมีและชุมชนคุณธรรมวัดโคกก่องตำบลบุ่งค้า</p><p><strong>อำเภอไทยเจริญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดอัครเทวดามีคาแอลซ่งแย้&nbsp;ตำบลคำเตย</p><p><strong>อำเภอกุดชุม&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดป่าพุทธิคุณ&nbsp;ตำบลหนองแหน</p><p><strong>อำเภอป่าติ้ว&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดศรีฐานนอก&nbsp;ตำบลศรีฐาน</p><p><strong>อำเภอทรายมูล&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรร&nbsp;มวัดนาเวียง&nbsp;(สระไตรนุรักษ์)&nbsp;ตำบลนาเวียง</p><p><strong>อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดบูรพา&nbsp;ตำบลทุ่งแต้/ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดสิงห์ท่า&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;</p><p><strong>อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดกู่จาน&nbsp;ตำบลกู่จาน/ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดหนองเลิง&nbsp;ตำบลแคนน้อย</p><p><strong>อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดโพธิกาญจนาราม&nbsp;ตำบลบึงแก&nbsp;และชุมชนคุณธรรม&nbsp;วัดฟ้าหยาดตำบลฟ้าหยาด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326005234210"],
    [540,"ผู้ว่า ฯ สตูล เปิดงาน จากภูผา สู่อันดามัน จังหวัดสตูล เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานจากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลาน&nbsp;18&nbsp;ล้าน&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดสตูล&nbsp;นายวรศิษฎ์&nbsp;เลียงประสิทธิ์&nbsp;สส.สตูล&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานฯ&nbsp;นายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ&nbsp;โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมพิธีเปิดฯ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ประธานในพิธีฯ&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมให้กำลังใจพ่อค้าแม่ขาย&nbsp;ภายใต้บรรยากาศสายฝนโปรยปราย</p><p><strong>นายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดงาน&nbsp;\"จากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล\"&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล&nbsp;โดยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;ด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&nbsp;กิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ&nbsp;ที่สร้างสรรค์ขึ้น&nbsp;ภายใต้รูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่สไตด์&nbsp;NEW&nbsp;NORMAL&nbsp;และให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหมุนเวียนและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ตามแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;BCG&nbsp;และ&nbsp;HAPPY&nbsp;MODEL&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;ที่จะสามารถกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วยความสนุกกับ&nbsp;ACTIVITY&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>กับกิจกรรมพายเรือคายัคล่องแก่ง&nbsp;เส้นทางน้ำตกวังสายทอง-ถึงถ้ำเจ็ดคต,&nbsp;พายคายัค&nbsp;ลอดถ้ำพบรัก&nbsp;ชมปราสาทหินพันยอด,&nbsp;ผาจอหนัง,&nbsp;หินตา&nbsp;หินยาย,&nbsp;สันหลังมังกร&nbsp;พายคายัค&nbsp;ชมป่าโกงชุมชนบ้านหัวหิน&nbsp;และจับจ่ายสินค้าท้องถิ่น&nbsp;กว่า&nbsp;60&nbsp;ร้าน&nbsp;ทานอาหารสไตล์&nbsp;Camping&nbsp;ณ&nbsp;หาดปากบารา&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;EVENT&nbsp;สุดพิเศษ&nbsp;พร้อมพบกับมินิคอนเสิร์ตจากวงอคูสติกในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;วัน&nbsp;และฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;สงกรานต์,&nbsp;&nbsp;SEASON&nbsp;FIVE,&nbsp;SDF&nbsp;สติก&nbsp;และวงกัวลาบารา&nbsp;และชิลไปกับบรรยากาศภายในงานวิวภูผาและอันดามัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนพี่น้องชาวสตูล&nbsp;</strong>มาร่วมงาน&nbsp;จากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลาน&nbsp;18&nbsp;ล้าน&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;มาร่วมสนุกฟรีตลอดงาน&nbsp;พร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินคนดังตลอดทุกค่ำคืน&nbsp;ซึ่งการจัดงานภายใต้ความปลอดภัยด้วยมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;zone&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326002754205"],
    [541,"ผู้ว่า ฯ สตูล เปิดงานจากภูผา สู่อันดามัน จังหวัดสตูล เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานจากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลาน&nbsp;18&nbsp;ล้าน&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>นายวรศิษฎ์&nbsp;เลียงประสิทธิ์&nbsp;สส.สตูล&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;</strong>กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานฯ&nbsp;นายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ&nbsp;โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมพิธีเปิดฯ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ประธานในพิธีฯ&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมให้กำลังใจพ่อค้าแม่ขาย&nbsp;ภายใต้บรรยากาศสายฝนโปรยปราย</p><p><strong>นายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดงาน&nbsp;\"จากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล\"&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล&nbsp;โดยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;ด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&nbsp;กิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆที่สร้างสรรค์ขึ้น&nbsp;ภายใต้รูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่สไตด์&nbsp;NEW&nbsp;NORMAL&nbsp;และให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหมุนเวียนและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ตามแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;BCG&nbsp;และ&nbsp;HAPPY&nbsp;MODEL&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;ที่จะสามารถกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วยความสนุกกับ&nbsp;ACTIVITY&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;-26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;กับกิจกรรมพายเรือคายัคล่องแก่ง&nbsp;เส้นทางน้ำตกวังสายทอง-ถึงถ้ำเจ็ดคต,&nbsp;พายคายัค&nbsp;ลอดถ้ำพบรัก&nbsp;ชมปราสาทหินพันยอด,&nbsp;ผาจอหนัง,&nbsp;หินตา&nbsp;หินยาย,&nbsp;สันหลังมังกร&nbsp;พายคายัค&nbsp;ชมป่าโกงชุมชนบ้านหัวหิน&nbsp;และจับจ่ายสินค้าท้องถิ่นกว่า&nbsp;60&nbsp;ร้าน&nbsp;ทานอาหารสไตล์&nbsp;Camping&nbsp;ณ&nbsp;หาดปากบารา&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;EVENT&nbsp;สุดพิเศษ&nbsp;พร้อมพบกับมินิคอนเสิร์ตจากวงอคูสติกในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;วัน&nbsp;และฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;&nbsp;สงกรานต์,&nbsp;SEASON&nbsp;&nbsp;FIVE,&nbsp;SDF&nbsp;สติก&nbsp;และวงกัวลาบารา&nbsp;และชิลไปกับบรรยากาศภายในงานวิวภูผาและอันดามัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนพี่น้องชาวสตูล&nbsp;</strong>มาร่วมงาน&nbsp;จากภูผา&nbsp;สู่อันดามัน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลาน&nbsp;18&nbsp;ล้าน&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;มาร่วมสนุกฟรีตลอดงาน&nbsp;พร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินคนดังตลอดทุกค่ำคืน&nbsp;ซึ่งการจัดงานภายใต้ความปลอดภัยด้วยมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;zone&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326001852198"],
    [542,"รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมบูธสินค้า OTOP ได้ชิม ขนมทองก้อน ชมว่าอร่อยพร้อมเหมาหมดร้าน","<p><strong>เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสนามเฉลิมพระเกียรติฯหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน&nbsp;สานสัมพันธ์เครือข่ายการประชาสัมพันธ์และการจัดแสดงดนตรีสร้างสุข&nbsp;&nbsp;โดยภายในงานมีการแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ก่อนเข้าช่วงพิธีเปิดงาน&nbsp;รัฐมนตรีฯได้เดินเยี่ยมชมร้านค้าและทักทายประชาชน&nbsp;เมื่อเดินถึงร้าน&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;จึงได้ลองชิมเพราะยังไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน&nbsp;และได้ยกนิ้วพร้อมเอ่ยปากชมว่า&nbsp;\"อร่อยมาก&nbsp;ทานง่าย&nbsp;พอดีคำ&nbsp;ชื่อก็ดี&nbsp;รสชาติก็อร่อย\"</p><p><strong>นายอภิวัฒน์&nbsp;ช่อผกา&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;(เฟิสท์)&nbsp;เจ้าของร้าน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การที่ได้มีโอกาสต้องขอขอบคุณทางพัฒนาชุมชนอำเภอสรรพยา&nbsp;ที่ได้แนะนำและเชิญชวนให้นำสินค้าใหม่มาโปรโมทในงาน&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เราได้นำสินค้ามาขายเพื่อให้เป็นที่รู้จักของผู้คนที่มาพบเห็นมากขึ้น&nbsp;โดยปกติขายขนมไทยอยู่แล้ว&nbsp;โดยเฉพาะขนมทองม้วน&nbsp;ขนมกง&nbsp;ขนมเปี๊ย&nbsp;สำหรับขนมที่นำมาในงานนี้คือ&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;เป็นการปรับปรุงรูปลักษณ์มาจากขนมทองม้วนเดิม&nbsp;รสชาติเหมือนกัน&nbsp;ความรู้สึกตอนที่รัฐมนตรีฯ&nbsp;มาเยี่ยมบูธและชิมขนม&nbsp;รู้สึกดีใจมาก&nbsp;ที่ได้ให้ความสนใจ&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;เป็นอย่างมาก&nbsp;และถามถึงตัวของขนม&nbsp;ว่าคือขนมอะไร&nbsp;มีที่มาอย่างไร&nbsp;มาเป็น&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;ได้อย่างไร&nbsp;ชื่อแปลกดี&nbsp;และก็ได้ขอชิม&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;และถึงกับยกนิ้วให้เลย&nbsp;พร้อมบอกว่า&nbsp;\"อร่อยมาก&nbsp;ทานง่าย&nbsp;พอดีคำ&nbsp;ชื่อก็ดี&nbsp;รสชาติก็อร่อย\"&nbsp;และได้ซื้อเหมาหมดร้าน</p><p><strong>ที่มาของคำว่า&nbsp;\"ทองก้อน\"</strong>&nbsp;ด้วยแรงบัลดาลใจที่มุ่งหวังให้&nbsp;ทองก้อน&nbsp;ขนมพื้นบ้านไทยที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน&nbsp;เป็นที่รู้จักของคนหนุ่มสาว&nbsp;ยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์&nbsp;ชิลล์เรียบง่าย&nbsp;ทันสมัย&nbsp;แต่ไม่ละทิ้งความเป็นไทย&nbsp;ขนมทองก้อน&nbsp;By&nbsp;ภารินี&nbsp;จึงถือกำเนิดขึ้นจาก&nbsp;สูตรขนมทองม้วนโบราณ&nbsp;ที่ทำมายาวนานเกือบ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;หอม&nbsp;หวาน&nbsp;มัน&nbsp;จากกะทิสดแท้ๆ&nbsp;จากธรรมชาติ&nbsp;มาเป็น&nbsp;\"ขนมทองก้อน\"&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;ภารินี&nbsp;ที่ยังคงความกรอบ&nbsp;หอม&nbsp;มัน&nbsp;แบบทองม้วนดั่งเดิม&nbsp;แต่มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย&nbsp;น่ารัก&nbsp;พอดีคำ&nbsp;ทานง่าย&nbsp;ในทุกโอกาส&nbsp;พร้อมเพิ่มรสชาติใหม่ๆ&nbsp;ให้ขนมทองก้อนถูกใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น&nbsp;สินค้าสามารถเก็บได้นานประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;เดือน&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์&nbsp;โทร&nbsp;080-7899518&nbsp;(เฟิสท์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไลน์&nbsp;:&nbsp;@189mxibc&nbsp;เพจทองก้อน&nbsp;:&nbsp;https://m.facebook.com/HomemadeChainat/?ref=bookmarks</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325235752194"],
    [543,"ลำปางเปิดงาน ขัวหลวงรัษฎา 105 ปี รำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก สะพานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง","<p><strong>ดร.นิมิตร&nbsp;จิวะสันติการ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครลำปาง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพิธีเปิดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;105&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้เข้าร่วมการประกวดวาดภาพระบายสีและการประกวดรีวิวสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;พร้อมร่วมเดินชมนิทรรศการประวัติศาสตร์&nbsp;เล่าเรื่องสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ผ่านการจำลองวิถีชีวิต&nbsp;ภาพถ่ายสะพานรัษฎาภิเศกในอดีต&nbsp;และร่วมชมการเดินแบบบอกเล่าเรื่องราวผ่านเครื่องแต่งกายย้อนยุค&nbsp;เฉลิมรัษฎา&nbsp;งามพัสตรา&nbsp;ภูษาสยามอาลัมภางค์นคร&nbsp;เมื่อช่วงค่ำวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>งาน&nbsp;ขัวหลวงรัษฎา&nbsp;105&nbsp;ปี&nbsp;</strong>จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;17.30&nbsp;&nbsp;21.30&nbsp;น.&nbsp;โดยมีการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์&nbsp;เล่าเรื่องสะพานรัษฎาภิเศก&nbsp;ผ่านการจำลองวิถีชีวิต&nbsp;ภาพถ่ายสะพาน&nbsp;รัษฎาภิเศกในอดีต&nbsp;มุมถ่ายภาพย้อนยุค&nbsp;กิจกรรมสาธิตงานประดิษฐ์&nbsp;เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนและอาหารท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;กองฮิมวัง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิค&nbsp;-19&nbsp;โดยผู้ร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เว้นระยะห่างหลีกเลี่ยงการสัมผัส&nbsp;และพกเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326075928221"],
    [544,"ลำปาง จัดงาน โชว์คราฟ อาร์ทสตรีท จัดแสดงสินค้าและทดลองตลาด พร้อมผลงานศิลปะในแต่ละย่านสร้างสรรค์","<p><strong>นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และจัดแสดงผลิตภัณฑ์&nbsp;เชิงสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อจัดแสดงสินค้าและทดลองตลาด&nbsp;พร้อมกับนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะที่เกี่ยวข้องในแต่ละย่านสร้างสรรค์&nbsp;\"โชว์คราฟ&nbsp;อาร์ทสตรีท\"&nbsp;(SHOW&nbsp;CRAFT&nbsp;ART&nbsp;STREET)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดเกาะลุการาม&nbsp;กาดกองต้า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการในจังหวัดลำปางเข้าร่วมจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;50&nbsp;บูธ&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มสินค้าหัตถกรรม&nbsp;สินค้าประเภทเสื้อผ้า&nbsp;เครื่องแต่งกาย&nbsp;เครื่องประดับ&nbsp;สินค้าประเภทของที่ระลึก&nbsp;ของตกแต่ง&nbsp;สินค้าประเภทอาหาร&nbsp;ตลอดจนกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจภายในงาน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะย่านกองต้า&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Mini&nbsp;Talk&nbsp;Show&nbsp;จากผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และมีดนตรีบรรเลงเพลงโฟร์คซองตลอดการจัดงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326080555224"],
    [545,"จังหวัดมุกดาการ จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม","<p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;แถลงข่าวการ&nbsp;จัดงาน&nbsp;มหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;Viet&nbsp;town&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเสริมเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดสนุก&nbsp;และรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;จากการแข่งขันจักรยานทางไกล&nbsp;นานาชาติ&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับสมาคมไทย-เวียดนาม&nbsp;</strong>และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ร่วมกันจัดงาน&nbsp;โครงการส่งเสริมประซาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;\"Viet&nbsp;town&nbsp;เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;Xin&nbsp;Chao&nbsp;เวียดทาวน์มุก&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนห้าแยก&nbsp;ถนน&nbsp;พิทักษ์สันติราษฎร์&nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแลของสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;แบ่งออกเป็นสองช่วงในแต่ละวัน</strong>&nbsp;โดยในช่วงเช้า&nbsp;ซึมซับวิถีชีวิตคนไทยเชื้อสายเวียดนามและดื่มด่ำกับอาหารเช้าสไตล์เวียดนาม&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนห้าแยก&nbsp;และชื่นชมวัฒนธรรมทางด้าน&nbsp;อาหาร&nbsp;ที่โดดเด่น&nbsp;ช่วงเย็น&nbsp;สัมผัสและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยการตกแต่งสไตล์เวียดนามด้วย&nbsp;ผ้า&nbsp;โคมเวียด&nbsp;และแสงไฟ&nbsp;มีกิจกรรมหลากหลายให้ร่วมซม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสี่แยกธนาคารกรุงเทพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326090752230"],
    [546,"ผู้ว่าฯมุกดาหาร ตัดดอกกัญชงช่อแรกเป็นปฐมฤกษ์ก่อนเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์","<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดมุกดาหารเป็นประธานในพิธีตัดช่อดอกกัญชงปฐมฤกษ์&nbsp;ของบริษัทเอ็นเนอร์โกร(ประเทศไทย)จำกัด&nbsp;ผู้ประกอบการอุตสาหกิจกัญชงครบวงจรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ณ&nbsp;บริษัทเอ็นเนอร์โกร(ประเทศไทย)จำกัด&nbsp;บ้านโค้งสำราญ&nbsp;ตำบลคำอาฮวน&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</p><p><strong>บริษัทเอ็นเนอโกรฯ&nbsp;เป็นโรงงานผลิตกัญชง&nbsp;ครบวงจร&nbsp;</strong>เป็นแห่งแรกในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;ตั้งอยู่บนพื้นที่ปลูกกว่า&nbsp;600&nbsp;ไร่&nbsp;เริ่มดำเนินการมาตั้งปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ปัจจุบันมีอายุครบ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;โดยเมื่อเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;ได้มีพิธีหย่อนเมล็ดกัญชงปฐมฤกษ์&nbsp;และให้ผลผลิตตัดช่อครั้งแรกวันนี้&nbsp;(&nbsp;24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นปฐมฤกษ์&nbsp;ก่อนเดินเครื่องจักรผลิต&nbsp;เชิงพาณิชย์&nbsp;และอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การลงทุนของบริษัทเอ็นเนอร์โกรฯ&nbsp;นับว่าเป็นประโยชน์กับจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ทำให้เกิดการจ้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพให้กับประชาชนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และทางเลือกของเกษตรกร&nbsp;ในการปลูกพืชดังกล่าว&nbsp;ส่งให้กับโรงงาน&nbsp;นอกจากพืชเศรษฐกิจหลักที่ปลูกเป็นประจำทุกปี&nbsp;เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูง&nbsp;มีระยะการเก็บผลผลิตไดถึงปีละ&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;และบริษัท&nbsp;ยังต้องการอีกจำนวนมาก&nbsp;อย่างน้อยมีพื้นที่ปลูกไม่ต่ำกว่า&nbsp;5,000&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326091022231"],
    [547,"จนท.พาณิชย์ ปกครองอำเภอ ตำรวจภูธร จ.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่สำรวจปริมาณปุ๋ยและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชฯ  ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานระดับอำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอ&nbsp;และสถานีตำรวจภูธร&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณปุ๋ยและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;และอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อควบคุมมิให้ผู้ประกอบการปุ๋ยและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในเรื่องการไม่กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยได้สำรวจร้านผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านสุพจน์เคมีการเกษตร&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;ร้านสมบัติปายคลังเกษตร&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;ร้านสมบัติเคมีเกษตร&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ร้านแสงทองเคมีการเกษตร&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ร้านสมบัติคลังเกษตร&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;ร้านทองพักตร์&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;ร้านเซเว่นการเกษตร&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;ร้านสมบัติคลังเกษตร&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;หจก.พี&nbsp;เอ็น&nbsp;พืชผลขนส่ง&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผลการดำเนินการตรวจปรากฏว่าผู้ประกอบการปุ๋ย</strong>และยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;ไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด&nbsp;และได้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;ครบถ้วน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326101039236"],
    [548,"พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน จัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน ครั้งที่ 2/2565 วันที่ 31 มี.ค. 65 ในพื้นที่ อ.เมือง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กำหนดจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยดำเนินการจัดหาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในการจำหน่ายให้กับประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ในราคาชดเชยต่ำกว่าท้องตลาด&nbsp;โดยจัดให้บริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ดังนี้&nbsp;บริเวณหน้าวัดห้วยเดื่อ&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;บริเวณวัดในสอย&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และที่ว่าการอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาและเยียวยาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&nbsp;</strong>รวมทั้งลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มช่องทางในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพประจำวันในราคาถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;โดยเฉพาะเป็นการช่วยให้สามารถเข้าถึงประชาชนโดยตรงถึงที่พักอาศัย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326101322239"],
    [549,"ประเพณีแห่ยักษ์ หนึ่งเดียวในโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว","<p><strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญกำหนดจัดงานประเพณีแห่ยักษ์คุอัตลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-&nbsp;3&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอชานุมาน&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;อำเภอชานุมาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งเป็นงานประเพณีแห่ยักษ์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก&nbsp;เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดอำนาจเจริญให้มีความโดดเด่นน่าสนใจมากยิ่งขึ้นและเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ทำให้ประชาชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย</strong>&nbsp;ขบวนแห่ยักษ์คุ&nbsp;การประกวดขบวนแห่ยักษ์และธิดายักษ์&nbsp;&nbsp;การแสดงแสงสีเสียง&nbsp;ตำนานยักษ์คุชานุมานมณฑล&nbsp;หมู่บ้านยักษ์&nbsp;&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;&nbsp;กิจกรรมปั่นจักรยานชมเมืองเล่าเรื่องชานุมาน&nbsp;การแข่งขันตกปลานานาชาติกลางแม่น้ำโขง&nbsp;ที่บริเวณแก่งหินขัน&nbsp;ตำบลโคกสาร&nbsp;อำเภอชานุมาน&nbsp;การประกวดรถจักรยานยนต์คลาสสิกยักษ์คุ&nbsp;&nbsp;กิจกรรมการแข่งขันวิ่งสามขา&nbsp;การแข่งขันกินจุ&nbsp;การประกวดเต้นส้มตำลีลา&nbsp;การเล่นเกมแจกของรางวัล&nbsp;การแสดงศิลปินพื้นบ้านราชินีหมอลำแห่งลำน้ำโขง&nbsp;(คุณแม่อังคนางค์&nbsp;คุณไชย)&nbsp;การแสดงเริงร่าผ้าเมืองอำนาจ&nbsp;กิจกรรมเดินแบบผ้าไทยผ้าพื้นถิ่นอำนาจเจริญ&nbsp;และการประกวดธิดาชานุมาน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการออกร้านจำหน่าย&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีเมืองอำนาจ&nbsp;สินค้าราคาถูก&nbsp;ยักษ์คุแลน&nbsp;(เครื่องเล่น&nbsp;สวนสนุก)&nbsp;ร้านขายสินค้าและกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมากมายภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326121522291"],
    [550,"ธ.ก.ส. ขยายระยะเวลาขอสินเชื่อสู้ภัย COVID  19 เพิ่มสภาพคล่องและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบให้กับเกษตรกร ","<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong>&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการสินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;จากเดิมที่สิ้นสุดโครงการไปแล้ว&nbsp;โดยขยายเวลาไปจนถึง&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ให้มีสภาพคล่องในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบที่คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยวงเงินกู้รายละไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ไม่ต้องใช้หลักประกัน</strong>&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ปลอดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยใน&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;วงเงินรวมกว่า&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า&nbsp;9,391&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID-19&nbsp;ผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326120347278"],
    [551,"พาณิชย์ฯแม่ฮ่องสอน ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 21)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;</span>2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;21)&nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;21&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,986.30&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,013.70&nbsp;บาท,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;10,284.10&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;715.90,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,279.52&nbsp;บาท,&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,720.48&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,685.12&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,314.88&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326110924256"],
    [552,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชมความงดงามของสกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง พร้อมตรวจความพร้อมสนามเทรลระดับ UTMB World Series สนามที่ 2 ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในรายการ Amazean Jungle Trail ที่จะจัดขึ้นใน ระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2565 นี้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ขึ้นไปชมแสงแรกของวัน&nbsp;ชมพระอาทิตย์ยามเช้าและชมความงดงามของทะเลหมอก&nbsp;ณ&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งสามารถมองเห็นหมอกขาวโพลนที่ลอยอยู่ตรงหน้า&nbsp;และปกคลุมเต็มท้องฟ้าในยามเช้า&nbsp;ในบรรยากาศลมเย็น&nbsp;อุณหภูมิ&nbsp;22&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;โดมียบรรดานักท่องเที่ยวทั่วประเทศต่างถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก&nbsp;และหลังจากที่หมอกเริ่มจางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา&nbsp;ผืนป่าฮาลา-บาลา&nbsp;และต้นน้ำทะเลสาบเขื่อนบางลาง&nbsp;ที่สวยงามไม่แพ้ภาคเหนีอ&nbsp;อากาศก็เย็นสบาย&nbsp;ดังคำพูดที่ว่า&nbsp;ถ้ามาเมืองเบตง&nbsp;ไม่ได้กินไก่สับตง&nbsp;ถือว่ามาไม่ถึงเบตง&nbsp;มาเที่ยวเบตง&nbsp;แต่ไม่เดินบนสกายวอล์ก&nbsp;ชมทะเลหมอก&nbsp;ก็ถือว่ามาไม่ถึงเบตงเช่นกัน</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงพื้นที่อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เพื่อมาดูความพร้อมของสนามเทรลระดับ&nbsp;UTMB&nbsp;&nbsp;World&nbsp;Series&nbsp;&nbsp;สนามที่สอง&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ภายใต้รายการแข่งขัน&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;จะจัดขึ้นใน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6-8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;โดยมีจุดปล่อยตัวนักกีฬาวิ่งเทรล&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการจัดการแข่งขัน&nbsp;Thailand&nbsp;By&nbsp;UTMB&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</strong>ที่ผ่านมา&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง&nbsp;347&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;มีแนวโน้มคาดว่าจะถึง&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมเตรียมผลักดัน&nbsp;Thailand&nbsp;by&nbsp;UTMB&nbsp;ให้เข้าสู่การเป็นสนามระดับ&nbsp;Major&nbsp;ในปี&nbsp;2566&nbsp;ซึ่งมีเพียง&nbsp;3&nbsp;สนามทั่วโลก&nbsp;ที่จะมีโอกาสได้รับการคัดเลือก&nbsp;นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่จะมีนักวิ่งเทรลจากทั่วโลก&nbsp;เดินทางมาเข้าร่วมแข่งขัน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมผลักดันให้เกิดสนามเทรลระดับ</strong>&nbsp;UTMB&nbsp;World&nbsp;Series&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;ในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ภายใต้รายการแข่งขัน&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;ที่จะจัดขึ้นใน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6-8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งหลังจากสนามบินเบตงเปิดให้บริการ&nbsp;จะมีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลก&nbsp;จะเดินทางเข้าร่วมวิ่งเทรลรายการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>เดินทางไปยังหมู่บ้านจุพากรณ์พัฒนา&nbsp;10&nbsp;ชมวิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;หมูบ้านจุฬาภรณ์พัฒนาที่&nbsp;10&nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย&nbsp;-จีน&nbsp;อยู่ในกลางหุบเขา&nbsp;ร่วมพบปะผู้นำชุมชนและชาวบ้าน&nbsp;เยี่ยมชมศึกษาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จุฬาภรณ์พัฒนา10&nbsp;และเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศผสมผสานกับการท่องเที่ยวเชิงประวัดิศาสตร์&nbsp;เรียนรู้สมุนไพรพื้นถิ่น&nbsp;วิถีชงชาสมุนไพร&nbsp;และเดินไปชมต้นไม้ยักษ์ป่าฮาลา-บาลา&nbsp;พร้อมรับประทานอาหารจีนกวางโส</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326131052317"],
    [553,"ประชาชนที่เข้าร่วมงานมหกรรมกัญชา ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง ต่างมีความประทับใจและดีใจที่ต่อไปจะสามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น นำรายได้มาสู่ชุมชนและกระคุ้นเศรษฐกิจ","<p><strong>ดร.ทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;(มท.2)&nbsp;</strong>ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ที่ได้ผลักดันนโยบายกัญชา&nbsp;เพื่อเป็นพืชเชิงเศรษฐกิจ&nbsp;กล่าวถึงผลตอบรับที่ได้จากงานมหกรรมกัญชา&nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;ที่จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ถนนข้าวเม่าริมโขง&nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนทางวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;นอกจากการแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์&nbsp;ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้า&nbsp;และบริการเชิงพาณิชย์&nbsp;ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากได้&nbsp;แต่ต้องดำเนินการไปด้วยความรอบครอบด้านกฎหมายควบคู่กันไป&nbsp;สำหรับการดำเนินการปลูกกัญชายังคงต้องอยู่ภายใต้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอยู่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ดร.ทรงศักดิ์&nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า&nbsp;รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก</strong>&nbsp;ที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี&nbsp;รวมถึงการให้ความร่วมมือของภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่มีสาร&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;0.2%&nbsp;ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันแล้ว&nbsp;โดยการใช้เพียงสาร&nbsp;CBD&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ทำให้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;อาหารเสริม&nbsp;เครื่องปรุงรส&nbsp;ชาชง&nbsp;ขนม&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หากกฏปลดล็อคกัญชาเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว&nbsp;กัญชาจะถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ&nbsp;ที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;และประเทศชาติได้อย่างแน่นอน</p><p><strong>ผู้เข้าร่วมงานต่างมีความประทับใจในการจัดงานครั้งนี้และเห็นว่ากัญชามีประโยชน์มากมาย&nbsp;</strong>ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นสินค้าและบริการได้อย่างหลากหลาย&nbsp;คุณวิไลวัลย์&nbsp;โสภาหัสดร&nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า&nbsp;กัญชามีประโยชน์หลายอย่างมาก&nbsp;ได้มาดูการฝึกอบรมทำลูกประคบสมุนไพรกัญชา&nbsp;ดีใจและรู้สึกประทับใจที่&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;มีกิจกรรมดีๆ&nbsp;แบบนี้&nbsp;และคุณกิตติพงษ์&nbsp;อัคศร&nbsp;ได้บอกเล่าความประทับใจว่า&nbsp;นโยบายปลดล็อกกัญชามีประโยชน์&nbsp;ถ้าประชาชนใช้ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน&nbsp;ประทับใจที่บ้านเราสามารถนำกัญชามาทำเป็นผลิตภํณฑ์ดีๆ&nbsp;ได้อย่างหลากหลาย</p><p><strong>จะเห็นได้ว่าการจัดงานท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;</strong>ในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้มากมายเกี่ยวกับกัญชา&nbsp;มีบริการนวดน้ำมันกัญชา&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;โดยเชื่อมโยงแหล่งปลูกและผลิตกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;กับเส้นทางท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งสามารถต่อยอดธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า&nbsp;นำรายได้มาสู่ประชาชน&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สวท.บึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326143805329"],
    [554,"ชวนคนไทยลดใช้พลังงานผ่านแคมเปญ Save Energy for ALL ร่วมใจประหยัดพลังงาน ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน","<p><strong>นายบุญญนิตย์</strong>&nbsp;<strong>วงศ์รักมิตร</strong>&nbsp;<strong>ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;<strong>กฟผ</strong>.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อผู้ใช้พลังงานทั่วประเทศและทั่วโลก&nbsp;กฟผ.&nbsp;ขานรับมาตรการลดการใช้พลังงานของรัฐบาล&nbsp;โดยมุ่งเป้าลดการใช้พลังงานในสำนักงานลงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ด้วยมาตรการต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การบริหารจัดการควบคุมระบบแสงสว่างในอาคารโดยการตั้งเวลา&nbsp;(Timer)&nbsp;และติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว&nbsp;&nbsp;(Motion&nbsp;Sensor)&nbsp;กำหนดเวลาปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงพักกลางวันและก่อนเวลาเลิกงานอย่างน้อย&nbsp;30&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;นาที&nbsp;รวมถึงปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้น&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;&nbsp;พร้อมรณรงค์ให้พนักงาน&nbsp;กฟผ.&nbsp;สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีแทนการสวมเสื้อสูท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กฟผ.&nbsp;ได้นำระบบสื่อสารออนไลน์และระบบงานดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำงานเพื่อประหยัดพลังงานมากขึ้น</p><p><strong>ประชาชนสามารถประหยัดพลังงานด้วยตนเองง่ายๆ</strong>&nbsp;เพียงปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์&nbsp;5&nbsp;ติดดาว&nbsp;ปิดสวิตซ์และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทันทีเมื่อเลิกใช้งาน&nbsp;เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งานและขนาดของห้อง&nbsp;</p><p><strong>ในขณะเดียวกัน&nbsp;กฟผ.</strong>&nbsp;พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการลดใช้พลังงานของประเทศและชวนคนไทยลดใช้พลังงานด้วยแคมเปญ&nbsp;Save&nbsp;Energy&nbsp;for&nbsp;ALL&nbsp;ร่วมใจประหยัดพลังงาน&nbsp;ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน&nbsp;กับ&nbsp;2&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ล้างแอร์ฟรีช่วยชาติและส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์&nbsp;5&nbsp;สามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.egat.co.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.egat.co.th</a>&nbsp;ภายใต้สถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การประหยัดพลังงาน&nbsp;เป็นเครื่องมือสำคัญในการเผชิญกับวิกฤตนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326190758381"],
    [555,"ชาวโคราชตื่นตัวรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า 100%  เข้าชมงาน \"มอเตอร์โชว์โคราช ครั้งที่ 29\" THE NORTHEAST INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2022  วันที่ 26 มีนาคม- 3 เมษายน 2565 ที่เดอะมอลล์โคราช","<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เปิดงาน\"มอเตอร์โชว์โคราช&nbsp;ครั้งที่&nbsp;29\"&nbsp;THE&nbsp;NORTHEAST&nbsp;INTERNATIONAL&nbsp;MOTOR&nbsp;SHOW&nbsp;2022&nbsp;โดยชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เดอะมอลล์โคราช&nbsp;จัดงาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;Variety&nbsp;Hall&nbsp;,&nbsp;MCC&nbsp;Hall&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;Grand&nbsp;Hall&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;เดอะมอลล์โคราช&nbsp;มหกรรมแสดงยานยนต์ครั้งยิ่งใหญ่สุดแห่งปี&nbsp;ที่คนรักรถยนต์&nbsp;มอเตอร์ไซค์&nbsp;ไม่ควรพลาด&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์&nbsp;ท้าลมร้อน&nbsp;SUMMER&nbsp;SALE&nbsp;การันตีงานเดียวครบทุกแบรนด์&nbsp;เนรมิตทั้งห้างและศูนย์การค้า&nbsp;ยกขบวนรถยนต์ใหม่&nbsp;มอเตอร์ไซค์ใหม่&nbsp;รถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;คอนเซ็ปต์คาร์&nbsp;อุปกรณ์ประดับยนต์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;จากค่ายรถดัง&nbsp;ตอบรับกระแสนวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่น่าจับตามอง&nbsp;เช่น&nbsp;รถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;100%&nbsp;มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษโปรโมชั่นเด็ดจากหลากหลายค่าย&nbsp;การันตีโปรโมชั่นเดียวกับงานบางกอก&nbsp;อินเตอร์เนชั่นแนล&nbsp;มอเตอร์โชว์&nbsp;2022&nbsp;ที่กรุงเทพมหานคร</p><p><strong>นางกฤตยา&nbsp;เรืองเข็มทอง&nbsp;ประธานชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วัตถุประสงค์จัดงานเพื่อสร้างกิจกรรมของชมรมฯ&nbsp;และนำเสนอเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมในรูปแบบใหม่ของรถยนต์แต่ละค่ายที่มีการออก&nbsp;Model&nbsp;ใหม่ทุกปีและกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่งเสริมการตลาดให้ตลาดรถยนต์ในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;คึกคักและมีสีสันมากขึ้น&nbsp;กระตุ้นให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจช่วงต้นปี&nbsp;ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป&nbsp;ได้เลือกซื้อรถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;และอุปกรณ์ประดับยนต์&nbsp;ตรงตามความต้องการในเงื่อนไขที่เหมาะสม&nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;โดยการมอบเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมแก่เหล่ากาชาดจังหวัดนคราชสีมา&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;และสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>มอเตอร์โชว์โคราช&nbsp;ครั้งที่&nbsp;29&nbsp;คาดการณ์จำนวนผู้เข้าร่วมรับชมงานตลอด&nbsp;9&nbsp;วันจัดงานมากกว่า&nbsp;80,000&nbsp;คน</strong>&nbsp;ตั้งเป้าหมายรวมยอดจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์จากทุกค่าย&nbsp;รวมกันมากกว่า&nbsp;1,800&nbsp;คัน&nbsp;คาดว่าจะมีเงินสะพัดหมุนเวียนภายในงานไม่ต่ำกว่า&nbsp;1,700&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p>สำหรับปีนี้มีบรรดาค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำมากมายที่เข้าร่วมจัดแสดง&nbsp;ดังนี้</p><p>รถยนต์&nbsp;15&nbsp;แบรนด์&nbsp;ได้แก่&nbsp;BMW,&nbsp;Mercedes-Benz,&nbsp;Hyundai,&nbsp;Toyota,&nbsp;Honda,&nbsp;Mazda,&nbsp;Mitsubishi&nbsp;Motors,&nbsp;Nissan,&nbsp;Ford,&nbsp;Suzuki,&nbsp;Isuzu,&nbsp;Great&nbsp;Wall&nbsp;Motors,&nbsp;MG,&nbsp;Kia&nbsp;และ&nbsp;DFSK</p><p>ค่ายรถยนต์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในครั้งนี้&nbsp;คือ&nbsp;2&nbsp;ค่าย&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการแพ็คเกจภาษีรถ&nbsp;EV&nbsp;ตามมาตรการรัฐบาลในการมอบเงินอุดหนุนจำนวน&nbsp;70,000-150,000&nbsp;บาทต่อคัน&nbsp;</p><p>1.ค่าย&nbsp;Great&nbsp;Wall&nbsp;Motor&nbsp;ที่นำรถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ORA&nbsp;Good&nbsp;Cat&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;รุ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;400&nbsp;KM&nbsp;TECH,&nbsp;400&nbsp;KM&nbsp;PRO&nbsp;และ&nbsp;500&nbsp;KM&nbsp;ULTRA&nbsp;นำมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน</p><p>2.ค่ายรถยนต์&nbsp;MG&nbsp;กับรถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด&nbsp;คือ&nbsp;MG&nbsp;ZS&nbsp;EV&nbsp;และ&nbsp;MG&nbsp;EP&nbsp;เอาใจ&nbsp;รถยนต์ครอบครัวที่มีมาถึง&nbsp;7&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์&nbsp;10&nbsp;ค่าย&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;BMW&nbsp;Motorrad&nbsp;,&nbsp;YAMAHA,&nbsp;HONDA&nbsp;BIGWING,&nbsp;HONDAเกริกไกร&nbsp;,HONDAMONKEY,&nbsp;VESPA,&nbsp;LAMBRETTA,&nbsp;PEUGEOT&nbsp;,&nbsp;GPX,&nbsp;NTK&nbsp;จักรยานไฟฟ้า</p><p><strong>นายชินาพัฒน์&nbsp;พิมพ์ศรีแก้ว&nbsp;ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการ&nbsp;บริษัท&nbsp;เดอะมอลล์ราชสีมา&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวเสริม</strong>&nbsp;จองรถในงานนี้รับโปรโมชั่นเดียวกับกรุงเทพฯ&nbsp;ข้อเสนอสุดพิเศษทุกค่ายรถ&nbsp;มีสิทธิ์ลุ้นรับ&nbsp;Gift&nbsp;Voucher&nbsp;สำหรับซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์&nbsp;รวมมูลค่ากว่า&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;บัตรเติมน้ำมัน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;รับสิทธิ์ซื้อคูปองอาหาร&nbsp;FOOD&nbsp;HALL&nbsp;ซื้อ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;แถมฟรี&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;9,000&nbsp;สิทธิ์&nbsp;รวมมูลค่ากว่า&nbsp;900,000&nbsp;บาท&nbsp;และที่ขาดไม่ได้คือเหล่าพริตตี้สาวสวยที่ยกทัพมาร่วมสร้างสีสันภายในงานทุกปี</p><p><strong>งานมอเตอร์โชว์โคราช&nbsp;ครั้งที่&nbsp;29</strong>&nbsp;(THE&nbsp;NORTHEAST&nbsp;INTERNATIONAL&nbsp;MOTOR&nbsp;SHOW&nbsp;2022)&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;Variety&nbsp;Hall&nbsp;,&nbsp;MCC&nbsp;Hall&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;Grand&nbsp;Hall&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;เดอะมอลล์โคราช&nbsp;วันจันทร์-ศุกร์&nbsp;เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา&nbsp;10.30&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เข้าชมได้ในเวลา&nbsp;10.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;งานนี้เข้าชมฟรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326153746343"],
    [556,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ขนส่งทุเรียน-มะพร้าวระยอง 60 ตัน ไปประเทศจีน","<p><strong>ที่สถานีรถไฟมาบตาพุด&nbsp;ต.มาบตาพุด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เป็นประธานปล่อยขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ขนส่งสินค้า&nbsp;ประเภททุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;และมะพร้าว&nbsp;1&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;ของบริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ปลายทางประเทศจีน&nbsp;มีนางสาวสุวีรยา&nbsp;ปั้นปาน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดระยอง&nbsp;พล.ต.ต.วรา&nbsp;เวชชาภินันท์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ระยอง&nbsp;นายพิธพร&nbsp;สะมะลาภา&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง&nbsp;นายภานุศักดิ์&nbsp;สายพานิช&nbsp;นายกสมาคมทุเรียนไทย&nbsp;นายนรเสฏฐ์&nbsp;คูติกิขจรรัตน์&nbsp;NS.OLAN888&nbsp;FRESH&nbsp;FRUIT&nbsp;CO.,LTD.&nbsp;ภาคเอกชนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;และมี&nbsp;นายปัญญา&nbsp;ปะพุธสะโร&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;นายปุรเชรษฐ์&nbsp;ปะพุธสะโร&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติฯ</p><p><strong>นายปุรเชรษฐ์&nbsp;ปะพุธสะโร&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางบริษัทฯ&nbsp;เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าคอนเทรนเนอร์ระบบราง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;ต่อมาในปี&nbsp;2564&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้รับการพิจารณาอนุมัติให้เป็นผู้ขอถ่ายลำและผู้ขอผ่านแดนทางรถไฟจากกรมศุลกากร&nbsp;และการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าผ่านแดนทางรถไฟตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยขนส่งตู้สินค้าจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไปยัง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ทั้งนี้การส่งสินค้าประเภทผลไม้ทุเรียนและมะพร้าวส่งไปยังจีนดังกล่าว&nbsp;ใช้เส้นทางจากระยองถึงสถานีหนองคาย&nbsp;และรถไฟจะเดินขบวนส่งสินค้าข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;ก่อนเข้าประเทศจีนต่อไป</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายปัญญา&nbsp;ปะพุธสะโร&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&nbsp;เทรน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การเปิดขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ดังกล่าว&nbsp;เป็นขบวนนำร่องส่งสินค้าประเภทผลไม้ไปจีน&nbsp;โดยทางบริษัทได้ผ่านมาตรการโควิด-19&nbsp;ของจีน&nbsp;ซึ่งมีภาครัฐให้การสนับสนุนช่วยเหลือ&nbsp;โดยการขนส่งทางรถไฟจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนค่าขนส่ง&nbsp;และการขนส่งทางรางใช้เวลาเร็วกว่าขนส่งทางถนน&nbsp;และทางเรือ&nbsp;ทั้งยังช่วยลดการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;และลดมลพิษและอุบัติเหตุทางถนนด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังจะเป็นการช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร&nbsp;ลดการล้นตลาดของผลไม้ภาคตะวันออกอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;มีแผนจะส่งทุเรียนและผลไม้อื่นๆ&nbsp;ของภาคตะวันออกไปจีนอีกกว่า&nbsp;50&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;ในช่วงฤดูผลไม้ออกสู่ตลาดที่จะถึงนี้</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสินค้าไปยังต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะในฤดูผลไม้นี้&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีตลาดใหญ่ที่ประเทศจีน&nbsp;โดยการส่งประเภทผลไม้ไปจีนมีหลายช่องทาง&nbsp;ทั้งทางอากาศ&nbsp;ทางเรือ&nbsp;และทางบก&nbsp;โดยการขนส่งทางรางเป็นสิ่งสำคัญ&nbsp;รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ได้ส่งเสริมให้ส่งสิงค้าไปยังจีนให้ได้มากที่สุด&nbsp;ซึ่ง&nbsp;บ.เก้าเจริญฯ&nbsp;ได้บุกเบิกมาพักหนึ่งแล้ว&nbsp;ซึ่งการส่งสินค้าทางรางเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ค้าผลไม้&nbsp;ได้มีช่องทางพิเศษส่งสินค้าไปยังประเทศจีน&nbsp;โดยจะเป็นการเพิ่มยอด&nbsp;และเพิ่มสินค้าเกษตรเป็นผลดีกับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326154858347"],
    [557,"รมว.ท่องเที่ยวฯ เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวล่องใต้ชายแดน อ. เบตง จ.ยะลา","<p><strong>รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่สกายวอร์คอัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;เตรียมพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดน</strong></p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังการบริหารจัดการ&nbsp;จุดชมวิวสกายวอร์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&nbsp;โดยมี&nbsp;น.ส.ฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;น.ส.ภัทรอนงค์&nbsp;ณ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;นายปรีชา&nbsp;แสงเทียน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ที่&nbsp;13&nbsp;สาขานราธิวาส&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ณ&nbsp;จุดชมวิวสกายวอร์คอัยเยอร์เวง&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่นี่มีความสมบูรณ์ด้านธรรมชาติ&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาหารพื้นถิ่น&nbsp;<u>ขอ</u>เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความงามของที่นี่&nbsp;และในช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;พ.ค.65&nbsp;มีการแข่งขันวิ่ง&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;</span>&nbsp;ซึ่งเป็นการแข่งวิ่งในป่าดิบชื้น&nbsp;ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;มีความพร้อม&nbsp;วันนี้ทางรองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้ลงพื้นที่มาด้วย&nbsp;พร้อมที่จะทำการประชาสัมพันธ์&nbsp;ออกสู่ทั่วโลก&nbsp;เพื่อเป็นการตอบโจทย์&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่&nbsp;(new&nbsp;normal)&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;แห่งนี้</p><p><strong>ต่อมา&nbsp;น.ส.ฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;และคณะลงพื้นที่หมู่บ้านจุฬาภรณ์&nbsp;10&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อพบปะผู้นำชุมชน&nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านจุฬาภรณ์&nbsp;และต้นไม้ยักษ์แห่งป่าฮาลาบาลา&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326161926352"],
    [558,"ผลตอบรับมหกรรมกัญชา ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากงานมหกรรมกัญชา&nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;ที่จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ถนนข้าวเม่าริมโขง&nbsp;</strong>อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกฯ&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเปิดงาน&nbsp;และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขยกกระทรวงมาร่วมในงาน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากตลอดการจัดกิจกรรม&nbsp;การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนทางวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;นอกจากการแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์&nbsp;ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้า&nbsp;และบริการเชิงพาณิชย์&nbsp;ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากได้&nbsp;แต่ต้องดำเนินการไปด้วยความรอบครอบด้านกฎหมายควบคู่กันไป&nbsp;สำหรับการดำเนินการปลูกกัญชายังคงต้องอยู่ภายใต้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอยู่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดร.ทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;(มท.2)&nbsp;</strong>ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ที่ได้ผลักดันนโยบายกัญชา&nbsp;เพื่อเป็นพืชเชิงเศรษฐกิจ&nbsp;กล่าวถึงผลตอบรับที่ได้จากงานมหกรรมกัญชา&nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&nbsp;กัญชาริมโขง&nbsp;ที่จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ถนนข้าวเม่าริมโขง&nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนทางวิชาการกัญชาทางการแพทย์&nbsp;นอกจากการแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์&nbsp;ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้า&nbsp;และบริการเชิงพาณิชย์&nbsp;ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากได้&nbsp;แต่ต้องดำเนินการไปด้วยความรอบครอบด้านกฎหมายควบคู่กันไป&nbsp;สำหรับการดำเนินการปลูกกัญชายังคงต้องอยู่ภายใต้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอยู่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;มท.2&nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า&nbsp;รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก</strong>&nbsp;ที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี&nbsp;รวมถึงการให้ความร่วมมือของภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่มีสาร&nbsp;THC&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;0.2%&nbsp;ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันแล้ว&nbsp;โดยการใช้เพียงสาร&nbsp;CBD&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ทำให้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;อาหารเสริม&nbsp;เครื่องปรุงรส&nbsp;ชาชง&nbsp;ขนม&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หากกฎปลดล็อคกัญชาเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว&nbsp;กัญชาจะถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ&nbsp;ที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;และประเทศชาติได้อย่างแน่นอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326164341356"],
    [559,"ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทยพบสื่อชายแดนใต้ ร่วมโปรโมทท่องเที่ยวมาเลย์หลังเปิดด่าน 1 เมษายนนี้","<p><strong>นางมาศวิน&nbsp;ไซนาล&nbsp;อาบีดีน&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&nbsp;</strong>พร้อมคณะเยือนปัตตานี&nbsp;พบปะสื่อมวลชนในพื้นที่เพื่อหาแนวทางร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวมาเลเซียหลังจากการเปิดด่านทางบกในเร็วๆ&nbsp;นี้</p><p><strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การมาเยือนภาคใต้ของคณะฯ&nbsp;ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอด้านการท่องเที่ยวให้กับสื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;ทราบว่า&nbsp;มาเลเซียจะเปิดด่านทางบกเริ่มวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนนี้</p><p><strong>ข้อมูลล่าสุดที่ได้จาก&nbsp;รมต.&nbsp;สาธารณสุขมาเลเซียคือ</strong>&nbsp;จะเปิดด่านทางบกทั้งหมดที่ติดกับชายแดนประเทศไทย&nbsp;เราต้องการแจ้งให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในประเทศได้กลับมาฟื้นฟูการท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;ตลอดการเยือนของเราได้พบปะกับผู้เกี่ยวข้องใน&nbsp;5&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ทั้งสื่อมวลชน&nbsp;เอเย่นต์ทัวร์&nbsp;และพบกับ&nbsp;สส.สงขลาที่หาดใหญ่&nbsp;เราปรึกษาถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวสำหรับทั้งสองประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะการเปิดด่านในครั้งนี้ข่าวเพื่อที่จะสามารถฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่อไป&nbsp;หลังจากที่ได้ผลกระทบอย่างหนักจากโควิค&nbsp;-19&nbsp;ตลอดสองปีที่ผ่านมา</p><p><strong>เนื่องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประชากรที่ให้การสนับสนุนหรือเป็นนักท่องเที่ยวที่เที่ยวในมาเลเซียมากที่สุด</strong>&nbsp;เนื่องจากภาคใต้มีทั้งทางบกและทางน้ำ&nbsp;ดังนั้นจังหวัดชายแดนใต้จึงมีความสำคัญ&nbsp;หลังจากรัฐบาลประกาศจะเปิดด่านทางบก&nbsp;เราจึงมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นแห่งแรก</p><p><strong>ผลกระทบจากโควิดถือว่าหนักมาก&nbsp;ในปี&nbsp;2020&nbsp;ในมาเลเซียนักท่องเที่ยวลดลง&nbsp;มากกว่า&nbsp;80&nbsp;เปอร์เซ็นต์</strong>เปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในปี&nbsp;2021&nbsp;ที่ลดลง&nbsp;มากกว่า&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ณ&nbsp;วันนี้ประเทศได้เข้าสู่การเปลี่ยนโรคโควิดไปสู่&nbsp;โรคประจำถิ่น&nbsp;เราจึงต้องเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวใหม่&nbsp;และโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวว่าเราพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากเมืองไทย</p><p><strong>ข้อกำหนดการเดินทางเข้ามาเลเซีย&nbsp;ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนครบสมบูรณ์</strong>อาจมีสิทธิ์เดินทางไปลังกาวีภายใต้โปรแกรมการเข้าพิเศษ&nbsp;ชาวต่างชาติที่ถือหนังสือเดินทางที่ต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศจะต้องได้รับวีซ่าก่อนออกเดินทางการกักตัว&nbsp;ในการกักตัว&nbsp;ผู้โดยสารที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;10&nbsp;วันเมื่อมาถึงโรงแรมที่กำหนดโดยผู้โดยสารออกค่าใช้จ่ายเอง&nbsp;ผู้โดยสารต้องแสดงหลักฐานการชำระล่วงหน้าที่&nbsp;MySafeTravel&nbsp;อาจขยายระยะเวลากักกันเป็น&nbsp;21&nbsp;วัน&nbsp;ผู้โดยสารต้องสวมสายรัดข้อมือเฝ้าระวังที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในช่วงระยะเวลาการสังเกตและเฝ้าระวัง</p><p><strong>ผู้โดยสารที่ได้รับวัคซีน&nbsp;อยู่บ้าน&nbsp;7&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ผู้โดยสารต้องได้รับวัคซีนครบตามจำนวน&nbsp;2&nbsp;โด๊ส&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วันก่อนการเดินทาง&nbsp;หรือ&nbsp;1&nbsp;โด๊สของวัคซีนครั้งเดียว&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;28&nbsp;วันก่อนการเดินทาง&nbsp;ผู้โดยสารเหล่านี้อาจกรอก&nbsp;Home&nbsp;Quarantine&nbsp;Application&nbsp;(HQA)&nbsp;7&nbsp;ถึง&nbsp;10&nbsp;วันก่อนเดินทางมาถึงให้ทำการกักกันที่บ้าน&nbsp;การตรวจ&nbsp;COVID-19&nbsp;ผู้โดยสารต้องมีผลการทดสอบ&nbsp;PCR&nbsp;เป็นลบที่ได้รับภายใน&nbsp;2&nbsp;วันก่อนออกเดินทาง&nbsp;สิ่งนี้ใช้ไม่ได้กับผู้โดยสารที่หายจากโรคโควิด-19&nbsp;ภายใน&nbsp;11&nbsp;ถึง&nbsp;60&nbsp;วันก่อนออกเดินทางและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;โดยต้องมีจดหมาย&nbsp;Fit&nbsp;to&nbsp;Travel&nbsp;จากโรงพยาบาล&nbsp;ต้องเข้ารับการตรวจโควิด-19&nbsp;เมื่อเดินทางมาถึง&nbsp;และรับการทดสอบ&nbsp;Rapid&nbsp;Antigen&nbsp;หลังจากเดินทางมาถึง&nbsp;ต้องอัปโหลดผลการทดสอบทั้งหมดไปที่แอป&nbsp;MySejahtera</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326163914355"],
    [560,"คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรและคณะศึกษาดูงานพื้นที่จังหวัดกระบี่","<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.ณ&nbsp;ห้องประชุมพนมเบญจา&nbsp;ชั้น&nbsp;5</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวต้อนรับและประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ&nbsp;กิจการชายแดนไทย&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะ&nbsp;นำโดย&nbsp;นายมนูญ&nbsp;สิวาภิรมรัตน์&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ&nbsp;กิจการชายแดนไทย&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และคณะ&nbsp;ในโอกาสที่เดินทางมาการศึกษาดูงาน&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"การส่งเสริมโครงการกระบี่แซนด์บ็อกซ์&nbsp;(Krabi&nbsp;Sandbox)&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ด้านการท่องเที่ยวเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศภายหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานเกี่ยวกับกระบี่แซนด์บ๊อกซ์&nbsp;(Krabi&nbsp;Sanb0x&nbsp;)&nbsp;ตลอดจนสภาพปัญหา</strong>&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&nbsp;ระหว่างผู้แทนหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้แทนภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;ตลอดจนความต้องการสนับสนุนด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐและเอกชนและหน่วยงาน&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้ข้อเสนอแนะและและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการดำเนินงานตามโครงการกระบี่แซนด์บ็อกซ์&nbsp;(Krabi&nbsp;Sandbox)&nbsp;รวมทั้งแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาโครงการดังกล่าว&nbsp;ตลอดจนรายงานอุปสรรคปัญหาเชิงพื้นที่และให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมได้มีการเสนอแนะประเด็น&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;สรุปผลการดำเนินโครงการ&nbsp;(Krabi&nbsp;Sandbox)&nbsp;</strong>ภายใต้กิจกรรม&nbsp;Krabi&nbsp;even&nbsp;more&nbsp;amazing&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนควบคู่เศรษฐกิจภายใต้การแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งภาคเอกชน&nbsp;เสนอให้ยกเลิกระบบไทยแลนด์พาสด์&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ควบคู่กับการดำเนินการภายใต้มาตรการสาธารณสุข&nbsp;,&nbsp;การบำบัดน้ำเสียในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;,ปัญหาด้านการแพทย์และการสาธารณสุข&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;และเชิงนิเวศน์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ภาคบ่าย&nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ลงสำรวจพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว<strong>&nbsp;</strong>หลังจากนี้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อผลักดันในเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ปานอุมา&nbsp;&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326164759359"],
    [561,"อบจ.ภูเก็ต จัดใหญ่งานมหกรรมอาหาร หรอยหนัด หยัดได้ หรรษาลากูน่าโกรฟ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับชาวภูเก็ต","<p><strong>นายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;หรรษาลากูน่าโกรฟ&nbsp;ณ&nbsp;ลานลากูน่าโกรฟ&nbsp;ตำบลเชิงทะเล&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดย&nbsp;นายวัชรินทร์&nbsp;ปฐมวัฒนพงศ์&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;และนายแอนโทนี&nbsp;โล&nbsp;รองประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;ลากูน่ารีสอร์ท&nbsp;แอนด์โฮเท็ล&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;เวชวนิชสนอง&nbsp;และนายทิวัตถ์&nbsp;สีดอกบบวบ&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมงานจำนวนมากภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งเริ่มระหว่างปี&nbsp;2019&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว&nbsp;และการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&nbsp;เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้เตรียมกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจที่เปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;</strong>ครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ถือเป็นความร่วมมืออีกครั้งของทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ที่ร่วมมือร่วมใจกันผลักดันเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตให้พลิกฟื้นโดยเร็ว&nbsp;นับเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตได้ต่อเนื่อง&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามให้ดำรงไว้ทั้งในด้านอาหาร&nbsp;การแต่งกายและวิถีชีวิตของคนภูเก็ต&nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการซื้อขายกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;ธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;โรงแรมที่พัก&nbsp;ที่จะสร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานรากตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;งานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;</strong>หรรษาลากูน่าโกรฟ&nbsp;ที่&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;จัดขึ้นจะเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวภูเก็ต&nbsp;ขอให้ทุกท่านเที่ยวสนุกอย่างปลอดภัยกับการท่องเที่ยววิถีใหม่&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สร้างสรรค์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;สร้างความประทับใจให้กับผู้มาสัมผัสเยี่ยมชม&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;&nbsp;ขอบคุณในความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัทลากูน่ารีสอร์ท&nbsp;แอนด์โฮเท็ล&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่จัดงานในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายวัชรินทร์&nbsp;ปฐมวัฒนพงศ์&nbsp;ปลัด&nbsp;อบจ.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;หรอยหนัด&nbsp;หยัดได้&nbsp;(อาหาร&amp;ของดีภูเก็ต)&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นจำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งละ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;มีร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง&nbsp;อาหารทะเลสดและแปรรูป&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;100&nbsp;ร้าน&nbsp;โซนอาหารพิเศษในไสตล์&nbsp;Chef&nbsp;Table&nbsp;การแสดงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีอีกมากมาย&nbsp;ซึ่งได้จัดเวทีไว้รองรับถึง&nbsp;2&nbsp;เวที&nbsp;ทั้งเวทีหลักและเวทีการแสดงพื้นบ้านลานวัฒนธรรม&nbsp;และพิเศษสุดของงาน&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;ทุกท่านจะได้ชิมฟรี!!!&nbsp;ก๋วยเตี๋ยวกุ้ยกระทะยักษ์&nbsp;ที่แสนอร่อย&nbsp;รวมถึงได้ร่วมชมการสาธิตการทำอาหารพื้นเมืองภูเก็ต&nbsp;และชมการแกะสลักผักผลไม้ที่งดงามวิจิตรตระการตา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326190902385"],
    [562,"ททท.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชายแดนใต้ ชู อัตลักษณ์ประจำถิ่นดึงนักท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด19","<p><strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวภัทรอนงค์&nbsp;ณ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานนราธิวาส&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;เข้าสักการะศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;โดยมีนางรดา&nbsp;จิรานนท์&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;และนายธาดา&nbsp;คณานุรักษ์&nbsp;ประธานมูลนิธิเทพปูชนียสถาน&nbsp;(เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว)&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>จากนั้นคณะฯเดินทางต่อไปเยี่ยมชมบ้านขุนพิทักษ์รายา</strong>&nbsp;สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นจากการฟื้นฟูบูรณะตามความประสงค์ของผู้สืบตระกูลขุนพิทักษ์รายา&nbsp;จนได้รับรางวัลจากยูเนสโก&nbsp;อีกทั้งบ้านขุนพิทักษ์รายา&nbsp;อยู่ในย่านตลาดจีน&nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าอดีตย่านนี้มีความเจริญรุ่งเรือง&nbsp;เป็นแหล่งการค้าการขาย&nbsp;ขนานกับแม่น้ำปัตตานี&nbsp;และเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่กลุ่มแรกๆที่เข้ามายังปัตตานี&nbsp;เห็นถึงความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมของ&nbsp;จ.ปัตตานีอีกด้วย</p><p><strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;เผยว่า&nbsp;สำหรับบ้านบ้านขุนพิทักษ์รายา&nbsp;ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทที่ได้รับรางวัลยูเนสโกในวันที่1ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เป็นมรดกคุณค่าแก่มรดกทางวัฒนธรรม&nbsp;เข้ามาดูแล้ว&nbsp;ตอนนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวก็เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงไม่ว่าจะเป็นยะลา&nbsp;เบตง&nbsp;เข้าปัตตานี&nbsp;และจังหวัดนราธิวาสเข้าปัตตานี&nbsp;อัตราการเข้าพักในปัตตานีสูงมากๆถึง&nbsp;70&nbsp;-&nbsp;80%&nbsp;เป็นหนึ่งในสามจังหวัดหลักของการท่องเที่ยวชายแดนใต้&nbsp;คิดว่าหลังจากนี้เมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ทางสมาคมเอกชนต่างๆ&nbsp;หรือสมาคมการท่องเที่ยวรวมถึงสายการบินที่จะมีการเปิดเส้นทางการบินจากกรุงเทพมาเบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;อย่างนกแอร์&nbsp;ที่จะ&nbsp;Re-OPEN&nbsp;จะทำให้การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในส่วนของสามจังหวัดใช้แดนภาคใต้สดใสอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326203053411"],
    [563,"เปิดงาน Bangsak Beach Festival 2022 กระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่","<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;กล่าวเปิดงาน&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;โดยมีนายอะหมาน&nbsp;หมัดอะดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานพังงา&nbsp;นายธราธิป&nbsp;ทองเจิม&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา&nbsp;ส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมกิจกรรมการเปิดครั้งนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว</p><p><strong>งาน&nbsp;Bangsak&nbsp;Beach&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;เริ่มขึ้นวันที่&nbsp;25&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;นี้&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00-22.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ชายหาดบางสัก&nbsp;ต.บางม่วง&nbsp;อ.ตะกั่วป่า&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมและการแสดงโชว์ตลอดทั้ง&nbsp;3&nbsp;วันให้ได้รับชมมากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;การสอนเล่นซับบอร์ด&nbsp;โชว์&nbsp;Surf&nbsp;skate&nbsp;จากชมรมตะกั่วป่าเซิร์ฟสเก็ต&nbsp;การแสดงโชว์ควงลูกไฟ&nbsp;ควงกระบองไฟ&nbsp;ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง&nbsp;เรียนรู้สรรพคุณ&nbsp;เวิร์กช้อปสาธิตการนำกัญชามาปรุงอาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;และการจำหน่ายซีฟู้ดและอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดพังงา&nbsp;ท่ามกลางกลิ่นอายของบรรยากาศธรรมชาติและลมทะเล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326213848423"],
    [564,"ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด เปิดงาน ROBINSON ROI ET MOTOR SHOW 2022 เพื่อช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของจังหวัดร้อยเอ็ดเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;17.15&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;</strong>ร้อยเอ็ด&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ROBINSON&nbsp;ROI&nbsp;ET&nbsp;MOTOR&nbsp;SHOW&nbsp;2022&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวศิริรัตน์&nbsp;พละไกร&nbsp;ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหาร&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเรืองศักดิ์&nbsp;รัตนโภคาสถิต&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายธนบดี&nbsp;ครองยุติ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน</p><p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ร้อยเอ็ดได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้ประกอบการค่ายรถ&nbsp;ถือเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นนิมิตรหมายอันดี&nbsp;ที่จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของจังหวัดร้อยเอ็ดเติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและยังเป็นการช่วยภาพลักษณ์การค้าและการท่องเที่ยวในจังหวัดร้อยเอ็ดอีกด้วย&nbsp;โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตเป็นศูนย์กลางและก้าวสู่ความเป็นผู้นำมอเตอร์โชว์&nbsp;ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ROBINSON&nbsp;ROI&nbsp;ET&nbsp;MOTOR&nbsp;SHOW&nbsp;2022&nbsp;</strong>จะพบกับค่ายรถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์ชั้นนำ&nbsp;โดยได้นำนวัตกรรมยานยนต์จากค่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษ&nbsp;และกิจกรรมพิเศษ&nbsp;อีกมากมายตลอดทั้งงาน&nbsp;ด้วยความมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่ง&nbsp;ที่จะช่วยเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของชาวร้อยเอ็ด&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียงให้สมบูรณ์มากที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327043722442"],
    [565,"ภูเก็ตเทศบาลนครภูเก็ตจึงจัดงาน เทศกาลอาหารทะเล : หรอย ริม เล ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่","<p><strong>วานนี้(26&nbsp;มี.ค.65)ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.10</strong>&nbsp;(สะพานหิน)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ตได้จัดงานเทศกาลอาหารทะเล&nbsp;:&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนในเขตเทศบาลนครภูเก็ตและของจังหวัดโดยมีนาย&nbsp;พิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานในพิธีเปิดงานพร้อมด้วยนาย&nbsp;นายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ผู้ยริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนเข้าร่วม&nbsp;นายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ตกล่าวว่า&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตให้สามารถฟื้นตัวได้ภายหลั</strong>งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อันจะทำให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้นทาง&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดโครงการพัฒนาเสริมพัฒนาและเสริมสร้างเศรฐกิจฐานรากภายใต้ชื่องานเทศกาลอาหารทะเล&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เล&nbsp;ขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.10&nbsp;(ปลายแหลมสะพานหิน)&nbsp;</p><p>ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;26-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p>ครั้งที่&nbsp;2วันที่&nbsp;23-24&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>โดยมีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตในรูปแบบใหม่</strong>&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการในเขตเทศบาลนครภูเก็ตมาร่วมออกร้านจำหน่ายอาหารกว่า&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกร้านในงานทั้ง&nbsp;2&nbsp;ครั้งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างแท้จริง&nbsp;โดยการจัดงานครั้งนี้เทศบาลได้ถือปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก</strong>ได้ชื่อว่าเป็น&nbsp;ไข่มุกอันดามัน&nbsp;และมีจุดเด่นหลายด้านไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&nbsp;ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม&nbsp;และวิถีชีวิตชาวภูเก็ต&nbsp;การจัดงานเทศกาลอาหารทะเล:&nbsp;หรอย&nbsp;ริม&nbsp;เลเกิดขึ้น&nbsp;เนื่องจากการสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>ซึ่งมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว&nbsp;โดยในปี&nbsp;2562&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;มีนักท่องเที่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;14,454,187&nbsp;คน&nbsp;และมีรายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;442,891&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่ในปี&nbsp;&nbsp;2563&nbsp;เริ่มมีการติดเชื้อในประเทศไทย&nbsp;นักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตลดลง&nbsp;มีนักท่องเที่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;4,003,290&nbsp;คน&nbsp;ลดลง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;72.54&nbsp;ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;108,464&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงคิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.51&nbsp;และปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจในปี&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;และปัญหาการจ้างงานเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;และเกิดการจ้างงานให้ผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่น&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;และเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตภายหลังได้รับผลกระทบจังหวัดภูเก็ตจึงได้บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ตรวมถึงเทศบาลนครภูเก็ตกำหนดจัดเทศกาลอาหารขึ้นในพื้นที่ทั้ง&nbsp;3&nbsp;อำเภอเพื่อสร้างกระตุ้นการจับจ่ายสร้างสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327124602475"],
    [566,"ททท.ตาก จัดกิจกรรมวิ่งเทรล TAK Scenic Route & Trail เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก","<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(27&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;04.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท้อ&nbsp;ตำบลป่ามะม่วง&nbsp;อำเภอเมืองตาก&nbsp;จังหวัดตาก</strong>&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;ไตรคุ้มดัน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตาก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายณพล&nbsp;ชยานนท์ภักดี&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองตาก&nbsp;นางสาวเมธาวดี&nbsp;สุวรรณเทพ&nbsp;รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตาก&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดกิจกรรมวิ่งเทรล&nbsp;TAK&nbsp;Scenic&nbsp;Route&nbsp;&amp;&nbsp;Trail&nbsp;และปล่อยตัวนักวิ่ง&nbsp;เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่พื้นที่จังหวัดตาก</p><p><strong>ด้วย&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตาก&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;รันรัน&nbsp;ทีม&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ได้ร่วมกันดำเนินการจัดกิจกรรม&nbsp;TAK&nbsp;Scenic&nbsp;Route&nbsp;&amp;&nbsp;Trail&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักวิ่งจากจังหวัดต่างๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในพื้นที่</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;มีจุดปล่อยตัวที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท้อ&nbsp;ตำบลป่ามะม่วง&nbsp;อำเภอเมืองตาก&nbsp;</strong>ในเวลา&nbsp;04.30&nbsp;น.&nbsp;แล้วเลี้ยวขวาออกจากอ่างเก็บน้ำ&nbsp;ตามถนนไปประมาณ&nbsp;700&nbsp;เมตร&nbsp;แล้วเลี้ยวซ้าย&nbsp;ไปโรงโม่หิน&nbsp;วิ่งตามทางดินแดงไป&nbsp;8&nbsp;กม.&nbsp;เริ่มเข้าทางเทรล&nbsp;single&nbsp;track&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;กม.&nbsp;ณ&nbsp;จุดนี้สามารถมองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำจากด้านหลัง&nbsp;บนเขาแตงโม&nbsp;ถึงจุด&nbsp;A1&nbsp;(จุดพัก)&nbsp;จากนั้นเส้นทางจะเป็น&nbsp;Rolling&nbsp;เรื่อยๆ&nbsp;ไปจนจุด&nbsp;A2&nbsp;(จุดพัก)&nbsp;และมีหินลอยค่อนข้างเยอะ&nbsp;ตรงจุด&nbsp;A2&nbsp;จะเห็นวิวบ่อน้ำของโรงโม่หิน&nbsp;ออกจากจุด&nbsp;A2&nbsp;วิ่งบนหลังอ่างเก็บน้ำแล้ววนลงมา&nbsp;ด้านข้างของอ่างเก็บน้ำ&nbsp;และผ่านฝายชะลอน้ำ&nbsp;ลัดเลาะข้างเขาสองพี่น้องลงข้าง&nbsp;spillway&nbsp;แล้ววิ่งบน&nbsp;สันอ่างเก็บน้ำเพื่อเข้าสู่เส้นชัยให้ทันก่อนเวลา&nbsp;12.30&nbsp;น.&nbsp;(คัทออฟ&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมง)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าแข่งขันทุกคน&nbsp;ได้ผ่านการรับวัคซีนโควิด-19&nbsp;มาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม</strong>&nbsp;พร้อมทั้งมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือผลตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามที่ผู้จัดการแข่งขันกำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;สนง.ประชาสัมพันธ์&nbsp;จ.ตาก</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327140805493"],
    [567,"องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมานจัดโครงการวิ่งเทรล เพื่ออนุรักษ์ ป่าต้นน้ำและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตำบลน้ำหมาน (Numman Trail ๒๐๒๑) ครั้งที่ 2","<p><strong>ที่บริเวณสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมาน&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการวิ่งเทรล&nbsp;เพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำ&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตำบลน้ำหมาน(Numman&nbsp;trial&nbsp;๒๐๒๑)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;นายประวิน&nbsp;อินทะบุญศรี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมาน,&nbsp;นายณฐพล&nbsp;วิถี&nbsp;นายอำเภอเมืองเลย&nbsp;นักวิ่งทั้ง&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตำบลน้ำหมาน&nbsp;เป็นตำบลที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและมีการท่องเที่ยววิถีชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนตำบลน้ำหมาน&nbsp;การส่งเสริมและการกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง&nbsp;และยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดเลย&nbsp;เมืองน่าอยู่&nbsp;เมืองแห่งการท่องเที่ยว&nbsp;การค้า&nbsp;และการลงทุน&nbsp;ภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;</p><p><strong>นายณฐพล&nbsp;วิถี&nbsp;นายอำเภอเมืองเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตำบลน้ำหมาน&nbsp;</strong>ถือเป็นพื้นที่&nbsp;ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;และการท่องเที่ยววิถีชุมชนที่น่าสนใจ&nbsp;&nbsp;จึงเหมาะสมเป็นสนามวิ่งเทรล&nbsp;อำเภอเมืองเลย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมาน&nbsp;วิสาหกิจชุมชนไร่ม่วงหวานการันตี&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;เดอะรัน&nbsp;(ไทยแลนด์)จำกัด&nbsp;ได้จัดโครงการวิ่งเทรล&nbsp;เพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตำบลน้ำหมาน&nbsp;(น้ำหมานเทรล&nbsp;2021)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ขึ้น&nbsp;</p><p><strong>เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนส่งเสริมการอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำ</strong>ในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม&nbsp;นำรายได้จากการจัดกิจกรรม&nbsp;ไปพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวบ้านไร่ม่วง&nbsp;ตำบลน้ำหมาน&nbsp;ให้มีความสวยงาม&nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;และมีความปลอดภัย&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ตำบลน้ำหมานและมีส่วนร่วมร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนแบบยั่งยืน&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร&nbsp;โดยเชฟชุมชนตำบลนำหมาน&nbsp;และเพื่อนำรายได้&nbsp;ไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ผู้ยากไร้&nbsp;ในตำบลน้ำหมาน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีประเภทการแข่งขัน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;ระยะ&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;ฟันเทรล&nbsp;ระยะทาง&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ไม่แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&nbsp;มินิเทรล&nbsp;ระยะทาง&nbsp;14&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&nbsp;ฮาฟเทรล&nbsp;ระยะ&nbsp;25&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;&nbsp;แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&nbsp;และเทรล&nbsp;ระยะ&nbsp;40&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&nbsp;ใช้ชิปจับเวลา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327164507531"],
    [568,"รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมทำกิจกรรม Wrokshop ที่โรงปั้นเซรามิก จังหวัดปัตตานี","<p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยม&nbsp;และร่วมกิจกรรม&nbsp;Wrokshop&nbsp;ที่โรงปั้นเซรามิก&nbsp;ของเญจเมธา&nbsp;เซรามิก&nbsp;ตำบลควน&nbsp;อำเภอปะนาเระ&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พร้อมรับทราบรับแนวทางการดำเนินงานของโรงปั้นเซรามิก&nbsp;และแจ้งแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;และจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;\"เตรียมพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&nbsp;ล่องใต้ชายแดน\"&nbsp;ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;(ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส)&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย&nbsp;ทั้งทะเล&nbsp;ป่าเขา&nbsp;น้ำตก&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน&nbsp;พร้อมได้พบปะภาครัฐและเอกชน&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327170357536"],
    [569,"ป.ป.ท.ตรวจติดตามการดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ของแขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ป.ป.ท.เขต&nbsp;3</strong>&nbsp;โดย&nbsp;พ.ต.ท.ทนง&nbsp;เพิ่มพูล&nbsp;ผอ.ปปท.เขต&nbsp;3&nbsp;มอบหมายให้คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;ปปท.&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายณัฐรดา&nbsp;ศิริวัฒนกุล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริต&nbsp;และนางสาวลัทธพร&nbsp;มีพร้อม&nbsp;นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ&nbsp;ร่วมมือกับ&nbsp;ผู้แทนสภาองศ์กรชุมชนตำบลจังหวัดสุรินทร์&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</p><p><strong>ภายใต้กลุ่มแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน</strong>&nbsp;บนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น&nbsp;:&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;55,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ของแขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการงานซ่อมสร้างผิวทางลาดยางแอสฟิสติกคอนกรีต&nbsp;สาย&nbsp;สร.021&nbsp;สะพานมิตรภาพสระชุด-ประเคียบ&nbsp;&nbsp;ตำบลสระขุด&nbsp;&nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;งบประมาณ&nbsp;12,850,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายวิทยา&nbsp;เวทยะวานิช&nbsp;วิศวกรโยธาชำนาญการ&nbsp;</strong>และนายเฉียบวุฒิ&nbsp;อ่อนยิ่ง&nbsp;นายช่างโยธาชำนาญงาน&nbsp;นำคณะเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสระขุดและผู้นำชุมชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ประชุมชี้แจงข้อมูล</p><p><strong>ผลการดำเนินโครงการและลงพื้นที่&nbsp;ผลการตรวจติดตามเบื้องต้นพบว่า</strong>&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์ได้ดำเนินโครงการงานซ่อมสร้างผิวทางลาดยางแอสฟัสดิกคอนกรีตสาย&nbsp;&nbsp;สร.021&nbsp;&nbsp;สะพานมิตรภาพสระชุด-ประเคียบ&nbsp;ตำบลสระขุด&nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปริมาณงาน&nbsp;ผิวจราจรกว้าง&nbsp;6.00&nbsp;เมตร&nbsp;ไหล่ทางกว้างข้างละ&nbsp;0.00-1.50&nbsp;เมตร&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,560&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จุดก่อสร้างโครงการมีป้ายประชาสัมพันธ์โครงการติดตั้ง&nbsp;ผู้รับจ้างได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย&nbsp;100%&nbsp;</p><p><strong>คณะกรรมการตรวจรับงานและทำการเบิกจ่ายเงินงวดงานเสร็จสิ้นแล้ว</strong>&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;12,850,000&nbsp;บาท&nbsp;ไม่พบความซ้ำซ้อนกับโครงการหรืองบประมาณอื่น&nbsp;และโครงการกำหนดไว้ในแผนพัฒนาของเทศบาลตำบลสระขุด&nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&nbsp;คณะทำงานฯ&nbsp;ได้ขอสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบอย่างละเอียด&nbsp;และจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องรายงานผลเสนอผู้บริหารต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327181904549"],
    [570,"รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานตลาดย้อนยุคนครหาดใหญ่ @ มหกรรมวัฒนธรรม 2 เล นำทุนทางวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นการสร้างรายได้ในพื้นที่จังหวัดสงขลา","<p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานตลาดย้อนยุคนครหาดใหญ่&nbsp;@&nbsp;มหกรรมวัฒนธรรม&nbsp;2&nbsp;เล&nbsp;ซึ่งจัดโดย&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.นาที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&nbsp;นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;พล.ต.ท.สาคร&nbsp;ทองมุณี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;หน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;เข้าร่วมงาน</p><p><strong>สำหรับการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการอนุรักษ์&nbsp;สืบสาน&nbsp;ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</strong>พร้อมส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;และกระตุ้นการสร้างรายได้ในจังหวัดสงขลา&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&nbsp;ไทยเที่ยวไทย&nbsp;และถือเป็นกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;เนื่องจากเป็นการนำ&nbsp;สินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่งดงามของภาคใต้&nbsp;&nbsp;ทั้งที่จับต้องได้&nbsp;และจับต้องไม่ได้&nbsp;ผนวกเข้ากับ&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และ&nbsp;ความคิดสร้างสรรค์&nbsp;มาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์&nbsp;สร้างเป็นสินค้าและบริการ&nbsp;</p><p><strong>งานดังกล่าว&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ณ&nbsp;สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;อาทิ&nbsp;</p><p>&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;การแสดงหนังตะลุง&nbsp;มโนรา&nbsp;กลองยาว</p><p>&nbsp;การแสดงวงดนตรีลูกทุ่งและดนตรีแจ๊ส</p><p>&nbsp;ซุ้มจำหน่ายสินค้า&nbsp;อาหารโบราณ</p><p>&nbsp;การสาธิตการทำขนม&nbsp;เพ้นท์ผ้าบาติก&nbsp;และการสาธิตอื่นๆ</p><p>การสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม,&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;\"ผ้าไทย\"</p><p>ณ&nbsp;สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327214508582"],
    [571,"จ.หนองคาย ขนส่งผลไม้ทางรถไฟไปจีนครั้งแรก","<p><strong>ผู้ประกอบการไทยส่งออกผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;เป็นทุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;</strong>น้ำหนัก&nbsp;รวม&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;และมะพร้าว&nbsp;1&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์น้ำหนักรวม&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;เที่ยวปฐมฤกษ์โดยทางรถไฟไปจีน&nbsp;เผยหากไม่ติดขัดปัญหาอะไร&nbsp;จะใช้ระยะเวลาในการขนส่งจากภาคตะวันออกของไทยไปถึงจีนเพียง&nbsp;5&nbsp;วันเท่านั้น&nbsp;ในขณะที่กรมศุลกากรได้เร่งปรับแก้ระเบียบ&nbsp;เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกลดขั้นตอน&nbsp;และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ</p><p><strong>เวลา&nbsp;10.40&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ขบวนรถไฟขนส่งสินค้า&nbsp;ที่เป็นผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;แยกเป็นทุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&nbsp;น้ำหนักรวม&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;และมะพร้าว&nbsp;1&nbsp;ตู้คนเทรนเนอร์&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;ที่ต้นทางจากภาคตะวันออกจากสถานีมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ได้เดินทางมาถึงสถานีหนองคาย&nbsp;เพื่อจะส่งต่อข้ามไปสถานีท่านาแล้ง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และขนส่งต่อไปยังปลายทางที่ประเทศจีน&nbsp;ซึ่งถือเป็นเที่ยวปฐมฤกษ์&nbsp;ในการขนส่งผลไม้ไปจีน&nbsp;ที่ใช้การขนส่งทางรถไฟจีน-ลาว&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวุฒิ&nbsp;เร่งประดุงทอง&nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย&nbsp;เจ้าหน้าที่การรถไฟ&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชหนองคาย&nbsp;และตัวแทนของบริษัท&nbsp;เก้าเจริญเทรนทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบและปฏิบัติตามขั้นตอน&nbsp;ก่อนจะขนส่งต่อไปสถานีท่านาแล้ง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>นายวุฒิ&nbsp;เร่งประดุงทอง&nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่&nbsp;บริษัท&nbsp;เก้าเจริญเทรนทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ขนส่งผลผลิตทางการเกษตรจากไทยไปจีน&nbsp;โดยใช้ทางรถไฟจากไทยผ่าน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ก่อนจะเปลี่ยนแคร่จากรางขนาด&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;เป็นรางขนาด&nbsp;1.435&nbsp;เมตร&nbsp;จากนั้นก็ส่งผ่านด่านบ่อเต็น&nbsp;(สปป.ลาว)&nbsp;ก่อนจะขนถ่ายอีกครั้งเนื่องจากด่านรถไฟบ่อหาน&nbsp;ยังไม่เสร็จเรียบร้อย&nbsp;แต่ทุกฝ่ายกำลังเร่งให้แล้วเสร็จให้เร็วที่สุด</p><p><strong>ในส่วนการเตรียมพร้อมของกรมศุลกากรนั้น</strong>&nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐมนตรีฯ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;และอธิบดีกรมศุลกากร&nbsp;ได้สั่งการให้ด่านศุลกากรหนองคายได้แก้ไขปัญหาที่ติดขัดทั้งหมด&nbsp;ซึ่งด่านศุลกากรหนองคายได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาส่งให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;เพื่อให้มีการแก้ไขกฎกระทรวง&nbsp;เช่น&nbsp;จากเดิมที่ด่านรถไฟหนองคายเป็นเพียงด่านพรมแดน&nbsp;การตรวจปล่อยสินค้าต้องมีการขนถ่ายตู้คอนเทรนเนอร์ขึ้น-ลง&nbsp;เพื่อนำไปตรวจที่ด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;ที่อยู่ห่างประมาณ&nbsp;3&nbsp;กม.&nbsp;แล้วค่อยนำกลับมายกกลับขึ้นแคร่&nbsp;ทำให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&nbsp;อธิบดีกรมศุลกากรต้องการลดขั้นตอนและต้นทุนตรงจุดนี้&nbsp;ที่เป็นการส่งออกสินค้า&nbsp;จึงได้มอบหมายให้ด่านศุลกากรหนองคายเข้ามาดำเนินการขั้นตอนต่างๆ&nbsp;ที่ด่านสถานีหนองคาย&nbsp;เลย&nbsp;ซึ่งในช่วงแรกที่ยังไม่มีเครื่องมือในการดำเนินการ&nbsp;จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการเป็นหลักก่อน&nbsp;ทั้งการตรวจปล่อยสินค้าขาเข้า&nbsp;ขาออก&nbsp;และสินค้าผ่านแดน&nbsp;โดยที่ไม่ให้เกิดต้นทุนกับผู้ประกอบการ&nbsp;และเป็นการส่งเสริมการส่งออก&nbsp;อีกทั้งเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;ในส่วนของรถเอกซเรย์เคลื่อนที่นั้นอยู่ในระหว่างการดำเนินการ&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้&nbsp;ซึ่งแผนเดิมนั้นจะนำรถเอกซเรย์ไปประจำที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนมาประจำที่ด่านสถานีหนองคายแทน</p><p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;มั้นสิริไพบูลย์&nbsp;โปรเจคเมเนเจอร์&nbsp;บริษัท&nbsp;เก้าเจริญเทรนทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขบวนรถไฟขบวนนี้จะเป็นขบวนรถไฟขบวนแรกในการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน&nbsp;ซึ่งช่วงนี้ปัญหาการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีนก็ยังคงมีอยู่&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;แต่ทางบริษัทฯ&nbsp;โชคดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน&nbsp;ทั้งการดูแลและการประสานงาน&nbsp;ซึ่งหากการขนส่งครั้งนี้สำเร็จตามที่ได้มีการประสานงานทุกขั้นตอนจนถึงประเทศจีนแล้ว&nbsp;เมื่อถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่เป็นฤดูกาลผลไม้เริ่มออก&nbsp;จะเป็นการช่วยเกษตรการในการส่งออกผลไม้ไปจีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว&nbsp;ส่วนต้นทุนในการขนส่งนั้นที่ช่วงแรกอาจจะดูยังสูงอยู่&nbsp;แต่หลังจากที่มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหากมีการปรับลดขั้นตอนการใช้คนลง&nbsp;จะทำให้ต้นทุนลดลง&nbsp;จะทำให้การขนส่งผลิตผลทางการเกษตรทางรถไฟไปจีนสามารถทำได้&nbsp;ซึ่งในส่วนของบริษัทเอง&nbsp;มีคู่ค้าที่ทำร่วมกัน&nbsp;มีการตั้งบริษัทใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;แล้ว&nbsp;และยังมีคู่ค้าอยู่ในประเทศจีนที่เป็นรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ของจีน&nbsp;ทุกฝ่ายก็ได้ร่วมมือประสานงานกัน&nbsp;สำหรับระยะเวลาในการขนส่งเริ่มตั้งแต่ภาคตะวันออก&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จนไปถึงคุนหมิง&nbsp;จีน&nbsp;หากไม่ติดขัดปัญหาอะไร&nbsp;จะใช้เวลาเพียง&nbsp;4&nbsp;วันไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;วันเท่านั้น&nbsp;ถือเป็นเส้นทางที่เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับการขนส่งแบบเดิม&nbsp;โดยเฉพาะการขนส่งทางเรือ&nbsp;ที่ขณะนี้การเข้าออกท่าของเรือทำให้ค่อนข้างยากมาก&nbsp;ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น&nbsp;และยังต้องรอคิวเพื่อเข้าท่ายาวนานมากขึ้นไปอีก&nbsp;ซึ่งเหตุการณ์นี้น่าจะอยู่อีกนาน&nbsp;ประกอบทางการจีนเองได้เร่งแก้ไขปัญหา&nbsp;เพื่อให้เกิดความสะดวกในการขนส่งเส้นทางนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;นอกจากนี้ทางบริษัทฯ&nbsp;เองได้มีการวางแผนงานโครงการที่จะใช้เส้นทางนี้&nbsp;ในการขนส่งผลิตผลทางเกษตรจากประเทศไทยให้ไปถึงทวีปยุโรปอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328092815611"],
    [572,"กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นำร่องหน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงาน ร้อยละ 20 ขานรับวาระสำคัญแห่งชาติคาดช่วยประหยัดงบประมาณได้เกือบ 10,000 ล้านบาท","<p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;สินสุขประเสริฐ&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;หรือ&nbsp;พพ.&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ&nbsp;500&nbsp;ล้านหน่วยต่อวัน&nbsp;แต่จากวิกฤตราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะแก๊สธรรมชาติเหลว&nbsp;หรือ&nbsp;LNG&nbsp;ที่นำมาผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้ถึงถึงร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง&nbsp;35&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นจาก&nbsp;2&nbsp;บาทเป็น&nbsp;7.30&nbsp;บาท&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นต้นแบบและเป็นผู้นำในการประหยัดพลังงานภาครัฐ&nbsp;ตามมติ&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;หลังเห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;โดยอนุมัติเป็นหลักการให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดการใช้พลังงานร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;พพ.&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก&nbsp;ที่มีบทบาท&nbsp;หน้าที่&nbsp;ในการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน&nbsp;จึงนำร่อง&nbsp;ลดใช้พลังงานภาครัฐ&nbsp;20%&nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์การประหยัดพลังงานภาครัฐ&nbsp;รวมพลังคนไทย&nbsp;ลดใช้พลังงาน&nbsp;หาร&nbsp;2&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยประกาศนโยบายประหยัดพลังงาน&nbsp;สร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจในหน่วยงานต่างๆ&nbsp;โดยบุคลากรของพพ.ทุกคน&nbsp;จะต้องประหยัดพลังงานทุกด้าน&nbsp;ตามเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;20&nbsp;หากหน่วยงานภาครัฐร่วมมือประหยัดพลังงาน&nbsp;จะช่วยประหยัดงบประมาณได้เกือบ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;ขณะที่ภาคประชาชนหากร่วมใจประหยัดพลังงานอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;10&nbsp;จะช่วยประหยัดงบประมาณด้านพลังงานได้ถึง&nbsp;150,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี</p><p><strong>อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>เพื่อให้การดำเนินโครงการประหยัดพลังงานเป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;ได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน&nbsp;เพื่อคอยกำกับ&nbsp;ดูแลให้การประหยัดพลังงานเป็นไปตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้และยังได้ฝึกอบรมการล้างแอร์ด้วยตนเอง&nbsp;ตั้งเป้าหมาย&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;เริ่มอบรมตั้งแต่วันนี้&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่ง&nbsp;พพ.&nbsp;พร้อมเป็นศูนย์ข้อมูลให้ความรู้&nbsp;แนะนำ&nbsp;อบรมเชิงปฏิบัติการณ์&nbsp;ให้แก่หน่วยงานราชการอื่นๆ&nbsp;ตลอดจนภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328113908667"],
    [573,"จังหวัดตราด กำหนดจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า งานมหกรรมการค้าชายแดนภาคตะวันออก  (Thailand Eastern Regional Border Trade Fair 2022)  5  9 เมษายน นี้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;งานมหกรรมการค้าชายแดนภาคตะวันออก&nbsp;:&nbsp;Thailand&nbsp;Eastern&nbsp;Regional&nbsp;Border&nbsp;Trade&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;ภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค&nbsp;โครงการส่งเสริมการค้าชายแดนกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;(สนามหลวงเฉลิมพระเกียรติ)&nbsp;ในงานประกอบด้วย&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;ของผู้ประกอบการภาคตะวันออก&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;คูหา&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;การเจรจาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;และกิจกรรมสันทนาการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรมจับคูปอง&nbsp;ชิงรางวัล&nbsp;Gift/Cash&nbsp;Vonder&nbsp;มูลค่า&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;จับรางวัลสร้อยคอทองคำ&nbsp;รวมทั้งการแสดงมินิคอมเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;อาทิ&nbsp;เก่ง&nbsp;ธชย&nbsp;,&nbsp;จุ๊บ&nbsp;อิทธิกร&nbsp;,&nbsp;เอิ้นขวัญ&nbsp;วรัญญา&nbsp;,&nbsp;ดาว&nbsp;ขำมิน&nbsp;และ&nbsp;หนิง&nbsp;ปัทมา&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328113039659"],
    [574,"เทศบาลนครภูเก็ต ร่วมกับชมรมตกปลาภูเก็ต และชมรมกอจ๊าน จัดการแข่งขันกีฬาตกปลา ครั้งที่ 13","<p><strong>เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชมรมตกปลาภูเก็ต</strong>&nbsp;และชมรมกอจ๊าน&nbsp;จัดการแข่งขันกีฬาตกปลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ปลายแหลมสะพานหิน&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับชมรมตกปลาภูเก็ตจัดพิธีปิดการแข่งขันกีฬาตกปลาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานปิดการแข่งขัน&nbsp;และมีนายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;นักกีฬาแข่งขันตกปลา&nbsp;และประชาชนเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ตร่วมกับชมรมกีฬาตกปลาภูเก็ต&nbsp;และชมรมกอจ๊านภูเก็ตจัดการแข่งขันกีฬาตกปลาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;13&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร.10&nbsp;(สะพานหิน)&nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นถิ่น&nbsp;ตลอดจนการเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ตลอดจนนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;พร้อมรองรับการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน&nbsp;โดยใช้ทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่เพื่อส่งเสริมด้านเศรษฐกิจของจังหวัดและประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการแข่งขันครั้งนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;แบ่งเป็นประเภทเรือ&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>เรือเร็ว&nbsp;35&nbsp;ทีม&nbsp;จำนวน&nbsp;141&nbsp;คน&nbsp;เรือยนต์&nbsp;8&nbsp;ทีม&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;คน&nbsp;และเรือหางยาว&nbsp;14&nbsp;ทีม&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;คน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด&nbsp;55&nbsp;ทีม&nbsp;จำนวน&nbsp;226&nbsp;คน&nbsp;โดยมีรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;รางวัล&nbsp;รวมเงินรางวัล&nbsp;117,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในงานยังมีกิจกรรมการจำหน่ายปลาสด</strong>&nbsp;และการประมูลปลาเพื่อมอบให้เป็นสาธารณประโยชน์&nbsp;ซึ่งเงินที่ได้จากการจัดกิจกรรมทั้งหมดหลังหักค้าใช้จ่ายแล้วจะนำไปมอบให้เป็นประโยชน์แก่สังคม&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หน่วย&nbsp;คือ&nbsp;บ้านพักพิงสุนัขจรจัด&nbsp;และศูนย์นครภูเก็ตปันน้ำใจ&nbsp;สร้างสุข&nbsp;เพื่อเป็นการทำบุญและเป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328133530711"],
    [575,"พาณิชย์จังหวัดตรังแจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนตัวตนในการจำหน่าย","<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดตรังได้ออกประกาศจังหวัดตรัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยกำหนดให้ลานเทแจ้งผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนยันตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรังได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน</strong>และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;แจ้ง&nbsp;ให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่รับซื้อจะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ</strong>และจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328135345724"],
    [576,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังแจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนตัวตนในการจำหน่าย","<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดตรังได้ออกประกาศจังหวัดตรัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยกำหนดให้ลานเทแจ้งผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนยันตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรังได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน</strong>และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;แจ้ง&nbsp;ให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่รับซื้อจะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328135450725"],
    [577,"พาณิชย์จังหวัดตรังรายงานผลการตรวจสอบลานเท ปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&nbsp;ที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&nbsp;ที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ออกตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของลานเท&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&nbsp;(ยกเว้นอำเภอหาดสำราญ)&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;54&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ&nbsp;</strong>ในเรื่องของคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ลานเทไม่รับซื้อปาล์มดิบ&nbsp;โดยคัดผลปาล์มดิบหรือไม่ได้คุณภาพคืนให้กับผู้ที่นำผลปาล์มมาขาย&nbsp;ส่วนในเรื่องการป้องปรามการลัดขโมยผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันมาขายให้กับลานเทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และกำหนดให้ผู้ขายรายใหม่แสดงสำเนาบัตรประชาชนก่อนรับซื้อทุกครั้ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328134458718"],
    [578,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังรายงานผลการตรวจสอบลานเท ปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&nbsp;ที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&nbsp;ที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ออกตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของลานเท&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&nbsp;(ยกเว้นอำเภอหาดสำราญ)&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ</strong>&nbsp;ในเรื่องของคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ลานเทไม่รับซื้อปาล์มดิบ&nbsp;โดยคัดผลปาล์มดิบหรือไม่ได้คุณภาพคืนให้กับผู้ที่นำผลปาล์มมาขาย&nbsp;ส่วนในเรื่องการป้องปรามการลัดขโมยผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันมาขายให้กับลานเทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และกำหนดให้ผู้ขายรายใหม่แสดงสำเนาบัตรประชาชนก่อนรับซื้อทุกครั้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328135027721"],
    [579,"พาณิชย์จังหวัดตรัง  แจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนตัวตนในการจำหน่าย","<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดตรังได้ออกประกาศจังหวัดตรัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยกำหนดให้ลานเทแจ้งผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนยันตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรังได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน</strong>และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;แจ้ง&nbsp;ให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่รับซื้อจะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328134714719"],
    [580,"พาณิชย์จังหวัดตรัง  รายงานผลการตรวจสอบลานเท ปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&nbsp;ที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&nbsp;ที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ออกตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของลานเท&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&nbsp;(ยกเว้นอำเภอหาดสำราญ)&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ</strong>&nbsp;ในเรื่องของคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ลานเทไม่รับซื้อปาล์มดิบ&nbsp;โดยคัดผลปาล์มดิบหรือไม่ได้คุณภาพคืนให้กับผู้ที่นำผลปาล์มมาขาย&nbsp;ส่วนในเรื่องการป้องปรามการลัดขโมยผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันมาขายให้กับลานเทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และกำหนดให้ผู้ขายรายใหม่แสดงสำเนาบัตรประชาชนก่อนรับซื้อทุกครั้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328134856720"],
    [581,"OR เปิดตัวโครงการ \"กลุ่มวิสาหกิจขุมชนหนองยาง Herbal Hub\" มุ่งนำร่องด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย","<p><strong>ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนองยาง</strong>&nbsp;โรงเรียนบ้านหนองยาง&nbsp;ตำบลชมพู&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;นายณัชพล&nbsp;จีนขจร&nbsp;ผู้จัดการส่วนคลังปิโตรเลียมลำปาง&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือโออาร์&nbsp;พร้อมด้วยนายไพฑูรย์&nbsp;โพธิทอง&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขลางค์นคร&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจขุมชนหนองยาง&nbsp;Herbal&nbsp;Hub&nbsp;โดยทางโออาร์ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณและร่วมกับชุมชนบ้านหนองยางจัดโครงการดังกล่าวขึ้น&nbsp;ก่อนที่จะมีการเปิดโครงการและติดตั้งป้าย&nbsp;\"กลุ่มวิสาหกิจขุมชนหนองยาง&nbsp;Herbal&nbsp;Hub&nbsp;อย่างเป็นทางการ</p><p><strong>นายณัชพล&nbsp;จีนขจร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในนามบริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือโออาร์&nbsp;ได้มาเปิด&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจขุมชน&nbsp;หนองยาง&nbsp;Herbal&nbsp;Hub&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการนำร่องด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนของโออาร์ร่วมกับชุมชนบ้านหนองยาง&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมดำเนินการ&nbsp;โดยทางบริษัทฯ&nbsp;ได้สนับสนุนด้านผลิตภัณฑ์น้ำมันเหลือง</p><p><strong>นายณัชพล&nbsp;จีนขจร&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;โออาร์มีวิสัยทัศน์ที่จะเติมเต็มโอกาสและเราเติบโตร่วมกัน&nbsp;เราจะไม่ทิ้งกันไว้ข้างหลัง&nbsp;เราจะร่วมใจกับชุมชนบ้านหนองยางเพื่อให้ชุมชนมีเศรษฐกิจดีขึ้น&nbsp;มีความมั่นคง&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งเราจะดูแลและสนับสนุนให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จถึงที่สุด</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;สีตาบุตร&nbsp;</strong>ตำแหน่งประธานชุมชนบ้านหนองยาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป็นโอกาสที่ดีของชุมชนที่ทางโออาร์&nbsp;ได้สนับสนุนโครงการ&nbsp;ซึ่งจะทำให้ชุมชนบ้านหนองยางเป็นชุมชนเข้มแข็งได้ต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328140008729"],
    [582,"พาณิชย์จังหวัดแพร่ แจ้งราคามันสำปะหลัง","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;แจ้งสถานการณ์ราคามันสำปะหลัง&nbsp;ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง</strong></p><p><br></p><p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังจังหวัดแพร่&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/2565&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน&nbsp;31,934.78&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิตประมาณ&nbsp;93,090&nbsp;ตัน&nbsp;มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว&nbsp;80&nbsp;%</p><p><strong>ราคามันเชื้อแป้ง&nbsp;25%&nbsp;ราคา&nbsp;2.35-2.60&nbsp;บาท/กิโลกรัม</strong>&nbsp;ราคายังคงทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328140942732"],
    [583,"สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนนโยบายภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Future Industry ","<p><strong>นายสุพันธุ์&nbsp;มงคลสุธี&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ส.อ.ท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์โลกตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจของโลก&nbsp;โดย&nbsp;ส.อ.ท.&nbsp;มีนโยบายขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคตให้เข้มแข็ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การส่งเสริมภาคการเกษตรของไทยให้เป็นศูนย์กลางทางด้านผลผลิตการเกษตรและอาหาร&nbsp;พร้อมปรับตัวให้เข้าสู่&nbsp;Future&nbsp;Food&nbsp;ต่อยอดการเกษตรแบบดั้งเดิมเป็นการเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและใช้เทคโนโลยี&nbsp;เพื่อให้ผลิตได้อย่างแม่นยำ&nbsp;/การต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มเป็นมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;/การผลักดันระบบสาธารณสุขไทยด้านการให้บริการด้านสุขภาพ&nbsp;เครื่องมือแพทย์&nbsp;รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ครอบคลุมทุกการบริการ&nbsp;/การส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของไทยที่ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นมาตรฐานระดับโลกรองรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;นำไปสู่การนำรายได้เช้าสู่ประเทศ&nbsp;/การส่งเสริมด้าน&nbsp;Technology&nbsp;ในไทย&nbsp;และเตรียมความพร้อมภาคอุตสาหกรรมไทยสู่โครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;5G&nbsp;เร่งให้เกิดการนำแอพพลิเคชั่นและบริการ&nbsp;IoT&nbsp;มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;/การพัฒนาผู้ประกอบการด้านการใช้นวัตกรรม&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุน&nbsp;SMEs&nbsp;ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม&nbsp;ก่อให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของ&nbsp;SMEs&nbsp;ไทยอย่างยั่งยืน&nbsp;/การพัฒนาระบบขนส่งโครงสร้างพื้นฐานของไทย&nbsp;รวมถึงด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย&nbsp;ในการพัฒนาระบบขนส่งโครงสร้างพื้นฐานให้อย่างครอบคลุม&nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศไทย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328213335962"],
    [584,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมพิธีส่งออกไก่ไทยไปซาอุดิอาระเบีย ตู้ปฐมฤกษ์ ครั้งแรกในรอบ 18 ปี มั่นใจช่วยเพิ่มมูลค่าส่งออกในภาพรวมให้โตขึ้น ตั้งเป้าปีนี้ส่งออกไก่ได้กว่า 980,000 ตัน","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมพิธีส่งออกไก่แปรรูป&nbsp;ตู้ปฐมฤกษ์ของไทยไปซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ที่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ซีพีเอฟ&nbsp;(มีนบุรี&nbsp;2)&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของการส่งออกสินค้าไทยไปซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โดยเฉพาะไก่&nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าเป้าหมายที่มีความสำคัญ&nbsp;หลังการฟื้นความสัมพันธ์ทางการค้ากับซาอุดิอาระเบีย&nbsp;โดย&nbsp;11&nbsp;โรงงานของไทยได้รับการตรวจรับรองคุณภาพมาตรฐานและอนุญาตให้สามารถส่งออกไก่ไปซาอุดิอาระเบียได้แล้วทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซาอุดิอาระเบียนำเข้าไก่จากประเทศบราซิลร้อยละ&nbsp;75&nbsp;และจากยูเครนและฝรั่งเศสร้อยละ&nbsp;25&nbsp;หลังจากนี้คาดว่าไทย&nbsp;จะเป็นตลาดสำคัญที่ซาอุดิอาระเบียจะนำเข้าสินค้าไก่เพิ่มขึ้นในอนาคต&nbsp;โดยปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ไทยส่งออกไก่ไปทั่วโลก&nbsp;ประมาณ&nbsp;900,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่าประมาณ&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งเป้าว่าจะทำได้&nbsp;980,000&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งการส่งออกไก่ไปซาอุดิอาระเบีย&nbsp;จะเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทยให้เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน</p><p><strong>นายประสิทธิ์&nbsp;บุญดวงประเสริฐ&nbsp;ประธานคณะผู้บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;เจริญโภคภัณฑ์อาหาร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือซีพีเอฟ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โรงงานของซีพีเอฟได้รับการรับรองจำนวน&nbsp;5&nbsp;โรงงาน&nbsp;พร้อมขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่ได้ร่วมมือประสานงานจนสามารถส่งออกไก่ไทยไปได้&nbsp;เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกไก่ของไทยได้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค65)&nbsp;ได้ส่งมอบไก่ล็อตแรกไปยังซาอุดิอาระเบียเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;นับตั้งแต่ปี&nbsp;2547&nbsp;คาดว่าเดือนมีนาคมนี้</strong>&nbsp;จะส่งออกได้&nbsp;600&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;47&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และภายในสิ้นปีจะส่งออกได้&nbsp;300&nbsp;ตู้&nbsp;ปริมาณ&nbsp;6,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;400-500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และคาดว่าจะสามารถทำได้ถึง&nbsp;60,000&nbsp;ตัน&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หรือมูลค่า&nbsp;4,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูปที่ผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด&nbsp;และผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144616757"],
    [585,"การบินไทย สนับสนุนเกษตรกรไทย ผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก","<p><strong>บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>บริษัท&nbsp;การบินไทยฯ&nbsp;ในฐานะสายการบินแห่งชาติมุ่งมั่นผลักดันการสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ&nbsp;โดยให้การสนับสนุนเกษตรกรไทยในการผลักดันสินค้าภาคการเกษตรสู่ตลาดโลก&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าผลไม้ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ&nbsp;โดยฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์&nbsp;&nbsp;ร่วมกับฝ่ายบริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์&nbsp;ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำแก่ตัวแทนผู้ขนส่งสินค้าทางอากาศและผู้ส่งออกขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&nbsp;ไปยังเมืองกวางเจา&nbsp;เฉิงตู&nbsp;คุนหมิง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;และนิวเดลี&nbsp;สาธารณรัฐอินเดีย&nbsp;ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส&nbsp;350&nbsp;และโบอิ้ง&nbsp;777&nbsp;</p><p><strong>โดยเดือนมีนาคมได้ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำจำนวน&nbsp;39&nbsp;เที่ยวบิน</strong>&nbsp;ขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&nbsp;ไปยังเมืองกวางโจว&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คุนหมิง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คุนหมิง-นิวเดลี&nbsp;อินเดีย&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;และในเดือนเมษายน&nbsp;จะให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำจำนวน&nbsp;87&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&nbsp;ไปยังเมืองกวางโจว&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เฉิงตู&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คุณหมิง&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;คุนหมิง-นิวเดลี&nbsp;อินเดีย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เดือนมีนาคมและเมษายนให้บริการเช่าเหมาลำขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;126&nbsp;เที่ยวบิน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;บริษัทการบินไทยฯ</strong>&nbsp;มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144240749"],
    [586,"ปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถดอกเบี้ยต่ำ ช่วยผู้มีรายได้น้อยกว่า 800,000 ราย","<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;ธนาคารได้เข้าร่วมทุนในบริษัท&nbsp;เงินสดทันใจ&nbsp;จำกัด&nbsp;เปิดตัวสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์&nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำช่วงเปิดตัวร้อยละ&nbsp;11&nbsp;ต่อปี&nbsp;ส่งผลให้หลังจากนั้นไม่นานตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ&nbsp;ได้ทยอยปรับลดโครงสร้างดอกเบี้ยจากร้อยละ&nbsp;28&nbsp;ลงเหลือร้อยละ&nbsp;19&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>โดยตลอด&nbsp;1&nbsp;ปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ประชาชนที่มีรายได้น้อยจำนวนกว่า&nbsp;800,000&nbsp;ราย&nbsp;ได้รับอนุมัติสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ&nbsp;เงินสดทันใจ&nbsp;ทั้งสินเชื่อใหม่และรีไฟแนนซ์&nbsp;วงเงินรวมกว่า&nbsp;&nbsp;16,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ช่วยเสริมสภาพคล่องในการนำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายและแก้ปัญหาการเงิน&nbsp;ด้วยต้นทุนเงินกู้ที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด&nbsp;สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยให้ลูกค้าคิดเป็นเม็ดเงินราว&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;คาดการณ์ตัวเลขอนุมัติสินเชื่อรวมกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์</p><p><strong>สำหรับสินเชื่อ&nbsp;เงินสดทันใจ</strong>&nbsp;รับจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;ให้บริการทั้งการขอกู้ใหม่และรีไฟแนนซ์&nbsp;โดยรถยนต์ผ่อนชำระได้นานถึง&nbsp;54&nbsp;เดือน&nbsp;และรถจักรยานยนต์ผ่อนชำระได้นาน&nbsp;36&nbsp;เดือน&nbsp;พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม&nbsp;ไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน&nbsp;ไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน&nbsp;และไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน&nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;เริ่มต้นเพียงร้อยละ&nbsp;&nbsp;0.49&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;11&nbsp;ต่อปี&nbsp;สามารถนำรถไปติดต่อขอกู้ได้ที่เครือข่ายกว่า&nbsp;&nbsp;6,000&nbsp;สาขา&nbsp;ได้แก่&nbsp;สาขาเงินสดทันใจในเครือศรีสวัสดิ์&nbsp;5,000&nbsp;แห่ง&nbsp;และที่บูธให้บริการเงินสดทันใจ&nbsp;ภายในสาขาธนาคารออมสิน&nbsp;1,054&nbsp;สาขาทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144532753"],
    [587,"ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย ประจำประเทศไทย พบปะผู้ประกอบการ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอ.เบตง จ.ยะลา พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและมาเลเซีย เดินทางเข้า-ออก ด่านไทย-มาเลเซีย หลังมีการเปิดด่านทางบกอย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ร้านอาหารฮันตาน่า&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;นางมาศวิน&nbsp;ไซนาล&nbsp;อาบีดีน&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางมาพบปะ&nbsp;หารือ&nbsp;กับผู้ประกอบการ&nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียหลังมีการเปิดด่านทางบกอย่างเป็นทางการ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซียหลังจากที่ได้ผลกระทบอย่างหนักจากโควิค&nbsp;-19&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีนายอาลี&nbsp;ดูดิง&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;นายโตหอง&nbsp;แซ่หลี่&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;นายนรินทร์&nbsp;เรืองวงศา&nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;คาเฟ่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>นางมาศวิน&nbsp;ไซนาล&nbsp;อาบีดีน&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย</strong>ประจำประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลประเทศมาเลเซียได้เดินหน้าผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;เป็นอย่างมาก&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นักท่องเที่ยวลดลงถึง&nbsp;70-80&nbsp;%&nbsp;ประเทศมาเลเซียจึงต้องพิจารณาเปิดด่านชายแดนจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;ซึ่งเดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ทำให้ต้องเลื่อนออกไป&nbsp;แต่ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล&nbsp;ประเทศได้เตรียมเข้าสู่การเปลี่ยนโรคโควิดไปสู่&nbsp;โรคประจำถิ่น&nbsp;รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการตรียมความพร้อมเพื่อเปิดด่านทางบก&nbsp;รับนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&nbsp;เดินทางเข้าประเทสไทย&nbsp;ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;ใหม่อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจด้านอื่นๆ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย</strong>&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับข้อกำหนดการเดินทางเข้ามาเลเซี&nbsp;ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว&nbsp;เมื่อเข้ามาเลเซียจะไม่ต้องกักตัวอีก&nbsp;แต่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบอาร์ที-พีซีอาร์&nbsp;2&nbsp;วันก่อนการเดินทาง&nbsp;และตรวจแบบเอทีเคภายในเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงหลังเดินทางถึงมาเลเซีย&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ผู้เดินทางที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียไม่ต้องสมัคร&nbsp;MyTravelPass&nbsp;นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องซื้อประกันการเดินทางและประกันที่ครอบคลุมเกี่ยวกับ&nbsp;COVID-19&nbsp;ตามข้อกำหนด&nbsp;ผู้เดินทางต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพทั้งหมดที่ถูกบังคับใช้ในประเทศมาเลเซีย&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ&nbsp;และการเช็คอินผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;MySejahtera&nbsp;ในแต่ละสถานที่&nbsp;ยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จำกัดที่มีผู้คนพลุกพล่านจำนวนมาก&nbsp;รัฐบาลยังได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเต็มที่&nbsp;แม้ว่าจะยังได้รับการส่งเสริมให้เว้นระยะห่างทางกายภาพก็ตาม&nbsp;และจะอยู่ร่วมกับโควิด&nbsp;และให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานล่าสุด&nbsp;(SOP)&nbsp;</strong>สำหรับการเปิดชายแดน&nbsp;สามารถศึกษาข้อมูลชมเว็บไซต์&nbsp;https://www.malaysia.travel/travel-alert</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328154315793"],
    [588,"พัฒนาแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม จุดเชคอิน ช่วยเหลือเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19","<p><strong>นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้หารือกับนายณัฐวุฒิ&nbsp;ธรรมตานันท์&nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการลูกค้ารายย่อยและองค์กรชุมชน&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;เพื่อจัดทำโครงการออมสินมีดี&nbsp;ชุมชนวิถีถิ่นไทย&nbsp;กับ&nbsp;โครงการเที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ในการช่วยเหลือเครือข่ายวัฒนธรรมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ผ่านโครงการต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการยกระดับและต่อยอดชุมชนคุณธรรมที่มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สอดคล้องกับธนาคารออมสินได้มีโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่นในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับ&nbsp;66&nbsp;มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ&nbsp;ส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาขีดความสามารถประกอบกิจการของกลุ่มองค์กรชุมชนให้ผลิตภัณฑ์&nbsp;หรือบริการมีศักยภาพสามารถแข่งขันในตลาดได้&nbsp;นำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มองค์กรชุมชนมาจัดจำหน่าย&nbsp;</p><p><strong>ความร่วมมือดังกล่าวธนาคารออมสิน</strong>&nbsp;จะนำนักศึกษามหาวิทยาลัยจากโครงการ&nbsp;พร้อมนวัตกรรมสมัยใหม่&nbsp;ลงพื้นที่ไปพัฒนาภูมิปัญญา&nbsp;ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;10&nbsp;ชุมชนคุณธรรมปี&nbsp;2564&nbsp;และปีนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่&nbsp;7&nbsp;ชุมชนพัฒนามิทัศน์&nbsp;จุดเชคอิน&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;โฮมสเตย์และจุดเด่นของชุมชนยลวิถี&nbsp;รองรับด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;ค้นหาเสน่ห์ของเมืองดึงดูดนักท่องเที่ยว&nbsp;สร้างงานและสร้างรายได้แก่ชุมชน&nbsp;ร่วมจัดทำพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย&nbsp;CPOT&nbsp;&nbsp;พัฒนารูปแบบและจำหน่าย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328211501951"],
    [589,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัด ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดตรัง","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธาน</strong>ในการประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัด&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องมรกต&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้ง</strong>เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จากภาคราชการ&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งในวันนี้ที่ประชุมได้นำเรื่องวาระรายงานเพื่อทราบ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การตรวจลานเท&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;สถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้า&nbsp;การกำกับดูแลผู้ประกอบการตาม&nbsp;พรบ.มาตราชั่ง&nbsp;ตวง&nbsp;วัด&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;และวาระเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ&nbsp;</p><p><strong>โดยให้มีการจัดชุดออกตรวจตลาดสดผู้ประกอบการโดยบูรณาการ</strong>ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;และป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;โดยสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน&nbsp;1569&nbsp;ในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;และประชาสัมพันธ์ตลาดที่ทำดี&nbsp;ผ่านสื่อต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โทรทัศน์&nbsp;วิทยุ&nbsp;สื่อออนไลน์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328155317801"],
    [590,"จ.สุโขทัย จัดงานวันหมากม่วง หมากปราง ของดีศรีสวรรคโลก ประจำปี 2565","<p><strong>อำเภอสวรรคโลก&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;จัดงานวันหมากม่วง&nbsp;หมากปราง&nbsp;ของดีศรีสวรรคโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;แถลงข่าว&nbsp;การจัดงานวันหมากม่วง&nbsp;หมากปราง&nbsp;ของดีศรีสวรรคโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะมะม่วง&nbsp;มะปราง&nbsp;ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงและมีผลผลิตเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยภายในงานได้จัดกิจกรรมออกร้านจำหน่ายผลไม้&nbsp;ผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;และสินค้าแปรรูปการเกษตร&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;(OTOP)&nbsp;การประกวดมะม่วง&nbsp;มะปรางพันธุ์ดี&nbsp;ผลใหญ่&nbsp;ของเกษตรกรชาวสวน&nbsp;การประกวดธิดาชาวสวน&nbsp;การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งของผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&nbsp;การออกร้านเทศกาลอาหาร&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328154315792"],
    [591,"ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู พาเที่ยว สวนองุ่นเบญจตานนท์ อำเภอนาวัง พร้อมต้อนรับนักเที่ยววิถีไหม่ ห่างไกลจากโควิด-19","<p><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายมานัส&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;คู่สมรส&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;ชมสวนองุ่นเบญจตานนท์&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านสวนสวรรค์&nbsp;ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;210&nbsp;ตำบลเทพคีรี&nbsp;ถนนนาวัง-เลย&nbsp;อำเภอนาวัง&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;มีพื้นที่ปลูกองุ่นที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;มีต้นองุ่นทั้งหมด&nbsp;1,500&nbsp;ต้น&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศสวนองุ่นที่ติดภูเขา&nbsp;วิวสวยงาม&nbsp;ปีนี้เป็นปีแรกทำให้ผลผลิตออกเต็มที่มีองุ่น&nbsp;2&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์ไวท์มะลากา&nbsp;และพันธุ์ป็อกดำ&nbsp;ขายกิโลกรัมละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;เปิดให้บริการเที่ยว&nbsp;แชะ&nbsp;ชม&nbsp;ชิม&nbsp;อิ่มแล้ว&nbsp;ค่อยซื้อ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00-17.00&nbsp;น.</p><p><strong>นายพรชัย&nbsp;เบญจตานนท์&nbsp;เจ้าของสวนองุ่นเบญจตานนท์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เดิมเป็นคนจังหวัดราชบุรี&nbsp;เคยปลูกองุ่นและมีความรู้ประสบการณ์การปลูกองุ่นมาแล้ว&nbsp;เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้านแฟนที่อำเภอนาวัง&nbsp;เมื่อเห็นสภาพบรรยากาศ&nbsp;ดินที่สมบูรณ์จึงทดลองปลูกองุ่นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ทำให้ได้ผลผลิตดีมาก&nbsp;ต้นทุนน้อย&nbsp;ไม่ได้ใช้สารเคมีมาก&nbsp;และองุ่นไม่มีโรคเยอะ&nbsp;คุณภาพและรสชาติขององุ่น&nbsp;ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอนาวัง&nbsp;รสชาติอร่อยกว่าที่ราชบุรี&nbsp;เนื่องจากสภาพดินเป็นดินภูเขา&nbsp;ไม่ต้องใช้วิธีการปรับปรุงดินมาก&nbsp;เพราะในดินธรรมชาติมีปุ๋ยที่สมบูรณ์&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;องุ่นก็ง่าย&nbsp;ไม่ค่อยมีโรค&nbsp;ศัตรูพืชก็น้อย&nbsp;โดยใช้วิธีการปลูกแบบกึ่งอินทรีย์และเคมีปลอดภัย&nbsp;โดยในช่วงของการเก็บเกี่ยวจะไม่ใช้สารดีมีเลย&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาชม&nbsp;สามารถเด็ดลูกองุ่นจากช่อ&nbsp;ชิมได้เลย</p><p><strong>นายพรชัย&nbsp;เบญจตานนท์&nbsp;เจ้าของสวนองุ่นเบญจตานนท์&nbsp;</strong>บอกกับทีมข่าวว่า&nbsp;ปลูกองุ่น&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว&nbsp;สามารถเก็บองุ่นขายได้&nbsp;2&nbsp;เที่ยว&nbsp;-3&nbsp;เที่ยว&nbsp;ปลูก&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;สามารถเก็บองุ่นขายได้&nbsp;5&nbsp;เที่ยว&nbsp;โดยองุ่นจะออกผลผลิตเต็มที่ช่วงเดือนมกราคม-สงกรานต์&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;สามารถให้ผลผลิตเก็บองุ่นขายได้&nbsp;3&nbsp;ตัน&nbsp;สำหรับปีนี้ไร่องุ่นเบญจตานนท์&nbsp;พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;มาแชะ&nbsp;ชม&nbsp;ชิม&nbsp;ไร่องุ่น&nbsp;เบญจตานนท์&nbsp;ซึ่งสามารถมีองุ่นให้นักท่องเที่ยว&nbsp;ได้ชม&nbsp;ชิม&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;เดือนเมษายน&nbsp;นี้</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาชมไร่องุ่นที่อำเภอนาวัง&nbsp;มาสารถชิมองุ่นสดจากไร่ได้&nbsp;ก่อนตัดสินใจซื้อ&nbsp;องุ่นที่อำเภอนาวัง&nbsp;มีรสชาติ&nbsp;กรอบ&nbsp;หวาน&nbsp;อร่อยและลูกโตมาก&nbsp;ที่สำคัญชอบช่อไหนตัดเลย&nbsp;และเจ้าของสวนอนุญาตให้ชิมองุ่นได้ก่อนค่อยตัดและซื้อ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328163815837"],
    [592,"พาณิชย์ฯ ขอนแก่น ส่งเสริมการเชื่อมโยงการตลาด เพิ่มช่องทางและขยายตลาดให้กลุ่มผู้ประกอบการ ร้อยแก่นสารสินธุ์","<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;\"ส่องตลาดออนไลน์&nbsp;ปั้นยอดขายสู่ระดับโลก\"&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงด้านการตลาด&nbsp;เพิ่มช่องทางและขยายโอกาสทางการตลาด&nbsp;สร้างความมั่นใจและสร้างภาพลักษณ์&nbsp;เสริมสร้างความมั่นใจและสร้างสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจ&nbsp;เป็นแรงใจให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(กาฬสินธุ์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;ร้อยเอ็ด)&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;28-30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;กรีน&nbsp;โฮเต็ล&nbsp;แอนด์&nbsp;รีสอร์ท</p><p><strong>นายชาญยุทธ&nbsp;วันดี&nbsp;กล่าวถึงการจัดอบรมครั้งนี้&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;ความเชี่ยวญาญและประสบการณ์ด้านการตลาดที่หลากหลายเนื้อหาหลักสูตรให้ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์&nbsp;(Online&nbsp;Marketing)&nbsp;โดยมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในมิติต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบผสมระหว่างทฤษฎี&nbsp;&nbsp;(Theory)&nbsp;&nbsp;การปฏิบัติ&nbsp;(Workshop)&nbsp;และกรณีตัวอย่าง&nbsp;(Case&nbsp;Study)&nbsp;เพื่อผู้ประกอบการได้นำไปวางแผนและปรับใช้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328164133839"],
    [593,"จ.แม่ฮ่องสอน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เพื่อพัฒนาต่อยอดยกระดับ สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งออกสู่ระดับประเทศ","<p><strong>นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นางสังวาล&nbsp;มัลลานู&nbsp;พลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวรายงานว่า&nbsp;</strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;ของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ซึ่งเป็นงบประมาณโครงการ&nbsp;ภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามบัญชีท้าย&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟู&nbsp;เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ได้คัดเลือกกลุ่ม&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มขนมงาบ้านชานเมือง&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยนาป่าแปก&nbsp;วิสาหกิจชุมชนชาใบหม่อนภูตะวัน&nbsp;วิสาหกิจชุมชนออมทรัพย์เกษตรทางเลือกบ้านแม่สุริน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ได้จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการ</strong>เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่นำร่อง&nbsp;นำแนวทางความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อยอดยกระดับ&nbsp;และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง&nbsp;เพื่อส่งออกสู่ระดับประเทศ&nbsp;โดยได้เชิญวิทยากรจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน&nbsp;มาให้ความรู้กับผู้เข้ารับการอบรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328170247845"],
    [594,"มุกดาหาร ยอดการนำเข้า  ส่งออก สินค้าผ่านด่านแดนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>มุกดาหาร&nbsp;ยอดการนำเข้า&nbsp;&nbsp;ส่งออก&nbsp;สินค้าผ่านด่านแดนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;และแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย&nbsp;และจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดด่านพรมแดนสะพานมมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;นี้</p><p><strong>นายปิติณัช&nbsp;ศรีธรา&nbsp;นายด่านศุลกากรมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนผ่าน&nbsp;ด่านมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;มีมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น&nbsp;นับจากปี&nbsp;2562&nbsp;ก่อนสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;222,729&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ในช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;รวม&nbsp;254,978&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;12&nbsp;และปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;358,412&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2562&nbsp;ก่อนการระบาดขยายตัวหรือมีมูลค่า&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;38&nbsp;ส่วนปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;32,816&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการกำหนดมาตรการในการขนส่งสินค้าข้ามแดน&nbsp;ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคแต่อย่างไร</strong>&nbsp;ยกเว้นอาจทำให้ล่าช้า&nbsp;จากมาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;ทั้งคน&nbsp;รถ&nbsp;และสิ่งของที่บรรทุก&nbsp;จะได้รับการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ&nbsp;และคัดกรองอย่างเคร่งครัดทั้งไทยและต่างประเทศ&nbsp;โดยสินค้าส่งออกผ่านด่านมุกดาหาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องประมวลผลหรือหน่วยเก็บข้อมูล&nbsp;อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;สุกรมีชีวิตและเครื่องดื่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนสินค้านำเข้า&nbsp;เช่น&nbsp;อุปกรณ์โทรศัพท์&nbsp;โทรคมนาคม&nbsp;เครื่องประมวลผล&nbsp;หน่วยเก็บความจำ&nbsp;ส่วนเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดมุกดาหารมีผู้ประกอบการที่ส่งออก&nbsp;ได้แก่&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพารา&nbsp;น้ำตาล&nbsp;ไม้สัก&nbsp;ไม้ยูคา&nbsp;และโคมีชีวิต</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อจังหวัดมุกดาหารและประเทศเพื่อนบ้าน</strong>&nbsp;ได้เปิดด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;สามารถเดินทางข้ามไปมา&nbsp;และขนถ่ายสินค้าได้&nbsp;ทั้งทางเรือ&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;และรถโดยสารระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ก็จะทำให้การส่งออก&nbsp;-นำเข้า&nbsp;การค้าชายแดนด้านจังหวัดมุกดาหารเพิ่มขึ้น&nbsp;หลังจากหยุดไป&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยให้ผ่านได้เฉพาะรถบรรทุกสินค้าเท่านั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการเตรียมพร้อมรับการเปิดด่านชายแดน&nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;และด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;นี้&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ปฎิบัติ&nbsp;ตามบทบาทภารกิจของหน่วยงานนั้นอย่างชัดเจน&nbsp;โดยเฉพาะการควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;และเป็นไปตามเวลาที่กำหนด&nbsp;เช่น&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;ที่เดินทางผ่าน&nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ทั้งรถยนต์ส่วน&nbsp;บุคคล&nbsp;รถโดยสารระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งเปิดให้บริการในแต่ละวัน&nbsp;</p><p><strong>โดยทางรถยนต์&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;06.00-18.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>หากเข้ามาในราชอาณาจักรไทย&nbsp;ให้อยู่ได้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;2&nbsp;คืน&nbsp;เข้าพักได้&nbsp;เฉพาะโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;และอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเท่านั้น&nbsp;ส่วนทางเรือ&nbsp;เปิดให้บริการวันละ&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;หรือ&nbsp;4&nbsp;เที่ยว&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น&nbsp;และเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;พร้อมกันทั้งเรือไทยและเรือ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ซึ่งด่านศุลกากร&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;&nbsp;พร้อมให้บริการทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328174025858"],
    [595,"จนท.ชั่งตวงจังหวัดยะลา ตรวจสอบตาชั่งทอง ป้องกันผู้ขายทองฉวยโอกาศเอาเปรียบผู้บริโภค","<p><strong>รองผู้ว่าฯ&nbsp;ก้องสกุล</strong>&nbsp;<strong>นำคณะฯ</strong>&nbsp;<strong>ตรวจสอบและปิดตรา</strong>&nbsp;ตาชั่งตวงทองได้มาตรฐานของร้านทองในจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ</p><p><strong>วันนี้&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;3-4&nbsp;ยะลา&nbsp;ศคบ.ประจำจังหวัดยะลา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันราคาทองรูปพรรณปรับตัวสูงขี้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ชั่งตวง&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในเมืองยะลา&nbsp;เพื่อตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ที่ร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;และทองแท่งโดยการตวงชั่งน้ำหนัก&nbsp;ตรวจสอบชนิดของทอง&nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทอง&nbsp;น้ำหนักทองรูปพรรณ&nbsp;และตรวจสอบราคาทองรูปพรรณ</p><p><strong>นำตัวแทนของจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง</strong>&nbsp;ของผู้ประกอบจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;และทองแท่ง&nbsp;ที่เปิดขายในพื้นที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;ถนนสายกลาง&nbsp;โดยถนนเส้นทางนี้มีร้านขายทองติดๆกันหลายร้าน&nbsp;ดูในเรื่องตาชั่งเป็นหลักที่จะใช้ในการตวงทอง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ชั่งตวงตรวจสอบว่า&nbsp;ตาชั่งตวงทองที่ได้ตรวจนั้นมีมาตรฐานรือไม่&nbsp;เมื่อวัดแล้วมีมาตรฐานทางจังหวัดยะลาจะทำการปิดตรามาตรฐานที่ร้านทอง&nbsp;เพื่อให้ลูกค้ามาซื้อทองได้สบายใจ&nbsp;รู้ว่าร้านขายทองร้านนี้ตวงชั่งทองได้ตรง&nbsp;สร้างความมั่นใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อทอง&nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ที่คณะได้มาตรวจ&nbsp;มีมาตรฐานทุกร้าน&nbsp;พร้อมกับได้ปิดตรามาตรฐานตาชั่งตวงทอง&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้สบายและมั่นใจเมื่อซื้อทองกลับบ้าน&nbsp;นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าว</p><p><strong>สำหรับราคาซื้อขายทองคำในจังหวัดยะลา&nbsp;ราคาขึ้น-ลง&nbsp;ตามตลาดโลก</strong>&nbsp;และตลาดในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีการซื้อขายทองคำไม่คึกคัก&nbsp;มีประชาชนมาซื้อบางตา&nbsp;อาจะเป็นเพราะประชาชนเก็บเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;หรืออาจจะเก็บทองไว้เมื่อมีราคาสูงให้เตะที่บาทละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ค่อยเอาทองที่เก็บออกมาขายเพื่อเก็งกำไร&nbsp;ผู้ขายทองรายหนึ่ง&nbsp;กล่าว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ฝากยังพี่น้องประชาชน&nbsp;ให้สังเกตร้านจำหน่ายทองรูปพรรณและทองแท่ง&nbsp;ที่มีติดตรามาตรฐานชั่งตวงทองด้วย&nbsp;และทางร้านจะต้องแสดงประเภทหรือชนิดของทองรูปพรรณ&nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ&nbsp;ทองแท่ง&nbsp;น้ำหนักของทองรูปพรรณ&nbsp;และราคาทองรูปพรรณ&nbsp;ให้ผู้บริโภคได้ทราบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328172358848"],
    [596,"ยะลา ตรวจสอบตาชั่งทอง ป้องกันผู้ขายฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค","<p><strong>รองผู้ว่าฯยะลา&nbsp;นำคณะฯ&nbsp;ตรวจสอบและปิดตรา</strong>&nbsp;ตาชั่งตวงทองมาตรฐาน&nbsp;ร้านทองในพื้นที่&nbsp;&nbsp;สร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ</p><p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้มอบหมายให้นายก้องสกุล</strong>&nbsp;จันทราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;3-4&nbsp;ยะลา&nbsp;<em>สคบ.จังหวัดยะลา</em>&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันราคาทองรูปพรรณปรับตัวสูงขี้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค</p><p><strong>โดย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ชั่งตวง&nbsp;</strong>และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ในเมืองยะลา&nbsp;เพื่อตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ที่ร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;และทองแท่ง&nbsp;โดยการตวงชั่งน้ำหนัก&nbsp;ตรวจสอบชนิดของทอง&nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทอง&nbsp;น้ำหนักทองรูปพรรณ&nbsp;และตรวจสอบราคาทองรูปพรรณ</p><p><strong>พร้อมทั้งระบุว่า&nbsp;การนำตัวแทนของจังหวัดยะลา&nbsp;มาครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ของผู้ประกอบจำหน่ายทองรูปพรรณ&nbsp;และทองแท่ง&nbsp;ที่เปิดขายในพื้นที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;ถนนสายกลาง&nbsp;โดยถนนเส้นทางนี้มีร้านขายทองติดๆกันหลายร้าน&nbsp;&nbsp;ก็จะ&nbsp;ดูในเรื่องตาชั่งเป็นหลักที่จะใช้ในการตวงทอง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ชั่งตวงตรวจสอบว่า&nbsp;ตาชั่งตวงทองที่ได้ตรวจนั้นมีมาตรฐานหรือไม่&nbsp;เมื่อวัดแล้วมีมาตรฐาน&nbsp;ทางจังหวัดยะลาจะทำการปิดตรามาตรฐานที่ร้านทอง&nbsp;เพื่อให้ลูกค้ามาซื้อทองได้สบายใจ&nbsp;รู้ว่าร้านขายทองร้านนี้ตวงชั่งทองได้ตรง&nbsp;สร้างความมั่นใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อทอง&nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&nbsp;ที่คณะได้มาตรวจ&nbsp;มีมาตรฐานทุกร้าน&nbsp;พร้อมกับได้ปิดตรามาตรฐานตาชั่งตวงทอง&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้สบายและมั่นใจเมื่อซื้อทองกลับบ้าน</p><p><strong>สำหรับราคาซื้อขายทองคำในจังหวัดยะลา&nbsp;ราคาขึ้น-ลง</strong>&nbsp;ตามตลาดโลก&nbsp;และตลาดในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีการซื้อขายทองคำไม่คึกคัก&nbsp;มีประชาชนมาซื้อบางตา&nbsp;อาจเป็นเพราะประชาชนเก็บเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;หรืออาจจะเก็บทองไว้เมื่อมีราคาสูงให้แตะที่บาทละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ค่อยเอาทองที่เก็บออกมาขายเพื่อเก็งกำไร&nbsp;ผู้ขายทองรายหนึ่ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;ยังฝากพี่น้องประชาชน</strong>&nbsp;ให้สังเกตร้านจำหน่ายทองรูปพรรณและทองแท่ง&nbsp;ที่มีติดตรามาตรฐานชั่งตวงทองด้วย&nbsp;และทางร้านจะต้องแสดงประเภทหรือชนิดของทองรูปพรรณ&nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ&nbsp;ทองแท่ง&nbsp;น้ำหนักของทองรูปพรรณ&nbsp;และราคาทองรูปพรรณ&nbsp;ให้ผู้บริโภคได้ทราบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328172552849"],
    [597,"ยืนยันเดือนพฤษภาคมนี้ จะสามารถจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ราคา 80 บาท ได้อย่างแน่นอน","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขาย&nbsp;หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าของคณะอนุกรรมการ&nbsp;4&nbsp;ชุด&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&nbsp;ชุดของนายเสกสกล&nbsp;อัตถาวงศ์&nbsp;ที่เข้าไปดำเนินการต่อกระบวนการการค้าสลากออนไลน์ใน&nbsp;2&nbsp;บริษัทคือ&nbsp;มังกรฟ้าและกองสลากพลัส&nbsp;ซึ่งถือเป็นรายใหญ่ของประเทศ&nbsp;โดยสองบริษัทมียอดรวมเกือบ&nbsp;7&nbsp;ล้านฉบับ&nbsp;ถือเป็นร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของประเทศ&nbsp;ที่นำไปค้าเกินราคากว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;และอนุกรรมการ&nbsp;จะเข้าไปดำเนินคดีอย่างเต็มที่กับทุกคน&nbsp;ทั้งนี้ยืนยันว่า&nbsp;มีมูลเหตุที่จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ค้าทั้งสองรายได้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนจะมีรายอื่นอีกหรือไม่นั้น&nbsp;รอให้อนุกรรมการดำเนินการต่อไป</strong>&nbsp;ส่วนการดำเนินคดีกับรายย่อยที่ขายเกินราคา&nbsp;เห็นว่าคงจะไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม&nbsp;ทั้งนี้การค้าสลากออนไลน์ไม่ได้หมายความว่าทำให้ราคาสลากแพงขึ้น&nbsp;แต่การเปลี่ยนมือผู้ถือสลากและกว้านซื้อจำนวนมากทำให้ราคาสลากเพิ่มขึ้น</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ในราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ให้ได้ในเดือนพฤษภาคม&nbsp;ส่วนเรื่องการขายสลากชุดไว้จะพิจารณาต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่แท้จริงของสลากแพง</strong>&nbsp;มาจากยี่ปั้วที่สนามบินน้ำนั้น&nbsp;หากมีการตรวจสอบว่าเป็นเช่นนั้นก็จะดำเนินการทั้งหมด&nbsp;จากการสำรวจผู้ค้าสลากพบว่า&nbsp;มีผู้ค้าสลากที่ไม่มีสิทธิในการจองซื้อสลากประมาณร้อยละ&nbsp;31&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการได้พยายามแก้ปัญหาตรงนี้แล้ว</p><p><strong>การที่กองสลากจะมาจำหน่ายสลากออนไลน์</strong>&nbsp;แต่มีการจัดการกับการจำหน่ายสลากออนไลน์ในปัจจุบันนั้น&nbsp;ไม่ถือเป็นการปิดกั้นทางการค้า&nbsp;เพราะทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะจำหน่ายสลากออนไลน์ในราคา&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ไม่ได้จำหน่ายเกินราคาเหมือนที่บริษัทอื่นทำ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328210843944"],
    [598,"คาดการณ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีผู้โดยสารใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้น เพราะน้ำมันแพง","<p><strong>นายจิรุตม์&nbsp;วิศาลจิตร&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการรองรับผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ว่า&nbsp;จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;จึงประเมินว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่ให้บริการเดินรถเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนทั้งสภาพรถและพนักงานขับรถ&nbsp;และความเพียงพอของปริมาณรองรับการเดินทางไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง&nbsp;ควบคู่กับการตรวจสอบราคาค่าโดยสารไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา&nbsp;เนื่องจากรัฐบาลยังมีนโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดปัญหารจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;มีนโยบายในการส่งเสริมให้ประชาชนทยอยเดินทางโดยเฉพาะไปยังจังหวัดที่เกิน&nbsp;200&nbsp;กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครให้เดินทางก่อน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ผู้ประกอบการรถโดยสารท่องเที่ยวและรถโดยสารสาธารณะกว่า&nbsp;30&nbsp;บริษัท</strong>&nbsp;ให้ความร่วมมือกับภาครัฐลดค่าโดยสารกรณีมีการจองตั๋วโดยสารเดินทางล่วงหน้าก่อนการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;และจากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายได้เรียกร้องขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะทั้งรถโดยสารระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;รวมถึงรถจักรยานยนต์รับจ้าง</p><p><strong>อธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;ยังเปิดเผยถึงมาตรการอำนวยความสะดวกปลอดภัย&nbsp;ของประชาชน&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;ขนส่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือ&nbsp;บขส.จะจัดการเดินรถอย่างเพียงพอ&nbsp;รวมถึงขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการถโดยสารไม่ประจำทางมาเสริมเที่ยววิ่ง&nbsp;รองรับไปยังภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ป้องกันมีผู้โดยสารตกค้าง&nbsp;พร้อมทั้งเปิดศูนย์อำนวยความสะดวก&nbsp;1584&nbsp;ดูแลผู้โดยสารที่เดินทางด้วยระบบสาธารณะตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จากกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;ออกตรวจสภาพความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถร่วมบริการเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากตัวบุคคลและสภาพของตัวรถทุกคันก่อนออกเดินทาง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;บขส.&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมแผนปฏิบัติการเดินรถช่วงเทศกาลสงกรานต์</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328210442939"],
    [599,"ระยอง เปิดงานมหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเล (The Beauty of Sea Creatures)ขนสัตว์น้ำทะเลแสดงโชว์กลางห้างสรรพสินค้า กระตุ้นท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นประชาชนและนักท่องเที่ยว","<p><strong>ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;มหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเลจังหวัดระยอง&nbsp;(The&nbsp;Beauty&nbsp;of&nbsp;Sea&nbsp;Creatures)&nbsp;จัดโดยสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.สุทธินี&nbsp;ลิ้มธรรมมหิศร&nbsp;ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;นายสุเทพ&nbsp;เจือละอง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;นายพรศักดิ์&nbsp;แย้มกลิ่น&nbsp;นายกสมาคมประมงจังหวัดระยอง&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานดังกล่าว&nbsp;เป็นการรวบรวมและจัดแสดงพันธุ์สัตว์ทะเลมีชีวิต</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ปลาทะเลสวยงาม&nbsp;และสัตว์ทะเลหายากหลากหลายพันธุ์&nbsp;มาจัดแสดงโชว์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดระยองให้เกิดการขับเคลื่อนภายในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยการจัดแสดงนิทรรศการพันธุ์สัตว์น้ำทะเล&nbsp;และพรรณไม้น้ำต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ปลาทะเลที่มีสีสันสวยงาม&nbsp;สัตว์น้ำเศรษฐกิจ&nbsp;และสัตว์ทะเลมีพิษหรือสัตว์ทะเลที่เป็นอันตราย&nbsp;อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;นำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภายในจังหวัดระยอง&nbsp;มาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป&nbsp;และผลิตภัณฑ์ประมงพื้นบ้าน&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญมาร่วมชมความงามหลงใหลไปกับโลกใต้ทะเล</strong>ในบรรยากาศดอกไม้ใต้ทะเลตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่บริเวณจุดพักผ่อน&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;พลาซ่าระยอง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328184219898"],
    [600,"จังหวัดสตูล ซักซ้อมเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการรองรับการเปิดด่านชายแดน (ทางบก) ด่านพรมแดนวังประจัน อำเภอควนโดน รับนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย 1 เมษายนนี้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน</strong>&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนายอำเภอควนโดน&nbsp;,&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;,&nbsp;นายด่านศุลกากรวังประจัน&nbsp;,&nbsp;สาธารณสุขอำเภอควนโดน&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมซักซ้อมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางจากประเทศมาเลเซียมายังจังหวัดสตูล&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;โดยผ่านด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับรัฐเปอร์ลิส&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ภายใต้มาตรฐาน&nbsp;SOP&nbsp;(STANDARD&nbsp;OPERATION&nbsp;PROCEDURE)</p><p><strong>โดยการซักซ้อมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยวเป็นไปตามมาตรการ</strong>ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ตั้งแต่การตรวจเอกสารตามที่กำหนดผ่านการลงทะเบียน&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ก่อนเดินทางเข้าประเทศ&nbsp;และเมื่อเดินทางมาถึงแล้วจะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองด่านเข้าออกจังหวัด&nbsp;ด่านศุลกากร&nbsp;และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;จึงประทับตราระบุว่าเป็นผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นส่วนที่สำคัญคือเรื่องการเดินทางไปโรงแรมที่พักที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;+</strong>&nbsp;ที่มีการจับคู่กับโรงพยาบาลในพื้นที่&nbsp;โดยจังหวัดสตูลมีโรงพยาบาล&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสตูล&nbsp;และโรงแรมรอยัล&nbsp;ฮิลล์&nbsp;สตูล&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลละงู&nbsp;โดยกำหนดให้รถของนักท่องเที่ยวจะต้องไปตามเส้นทางที่กำหนด&nbsp;โดยมีรถจากโรงแรมที่พักเป็นผู้นำขบวนเส้นทาง&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวจองไว้&nbsp;หากกรณีนักท่องเที่ยวออกนอกเส้นทางจะมีความผิดตามกฎหมายไทย&nbsp;จากนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ก่อนเข้าพักโรงแรม&nbsp;โดยให้รอผลการหาเชื้อ&nbsp;หากพบว่ามีนักท่องเที่ยวติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;จะเข้าสู่กระบวนการรักษาตัวต่อไป&nbsp;แต่หากไม่ติดเชื้อสามารถท่องเที่ยวได้&nbsp;และให้ตรวจหาเชื้อซ้ำด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;หากผลเป็นบวกให้เข้าสู่กระบวนการรักษา&nbsp;แต่ผลเป็นลบสามารถท่องเที่ยวต่อไปได้</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การซักซ้อมในวันนี้ผลถือว่าน่าพอใจ</strong>พอสมควร&nbsp;โดยขั้นตอนต่างๆ&nbsp;สามารถรองรับการท่องเที่ยวได้ดี&nbsp;อาจมีบางจุดที่มีข้อบกพร่องบ้างได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาแล้ว&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในช่วงแรกได้กำหนดไว้ไม่เกิน&nbsp;60&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;คาดว่านักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่มาก&nbsp;เนื่องจากใกล้เข้าสู่เดือนรอมฎอน&nbsp;(ช่วงถือศีลอด)&nbsp;แต่เมื่อผ่านช่วงนี้ไปนี้คิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก&nbsp;รวมถึงคนไทยที่อยู่ในมาเลเซียก็จะผ่านด่านพรมแดนวังประจันเข้ามามากเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328182534884"],
    [601,"ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 50 สตางค์ต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด คงเดิม","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&nbsp;&nbsp;0.50&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&nbsp;คงเดิม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;47.46&nbsp;&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;40.05&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.78&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.94&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;32.24&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328184556899"],
    [602,"ผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พร้อมซักซ้อมขั้นตอนการอำนวยความสะดวกต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยผ่านด่านพรมแดนวังประจัน เพื่อรองรับการเปิดประเทศในวันที่ 1 เมษายน 2565 นี้","<p><strong>ที่ด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายพีรพัฒน์&nbsp;เงินเจริญ&nbsp;นายอำเภอควนโดน&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;นายด่านศุลกากรวังประจัน&nbsp;สาธารณสุขอำเภอควนโดน&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;พร้อมซักซ้อมขั้นตอนการอำนวยความสะดวกต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย&nbsp;โดยผ่านด่านพรมแดนวังประจัน&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดประเทศในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>สำหรับการซักซ้อมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยวเป็นไปตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด</strong>&nbsp;โดยขั้นตอนที่&nbsp;1&nbsp;ต้องแสดงเอกสารต่อด่านควบคุมโรค&nbsp;แสดง&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ID&nbsp;ใบการจองโรงแรม&nbsp;ด่านควบคุมโรครองรับเอกสาร&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;2&nbsp;แสดงเอกสารต่อด่านตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;โดยแสดงใบ&nbsp;ตม.6&nbsp;ที่ด่านควบคุมโรครับรองแล้ว&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;3&nbsp;สำแดงสิ่งของต่อศุลกากร&nbsp;(หากมี)&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;4&nbsp;เดินทางไปยังโรงแรม&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;โดยมีรถตู้ของโรงแรมมารอรับ&nbsp;เมื่อเดินทางถึงโรงแรมจะต้องตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และต้องเข้าพัก&nbsp;1&nbsp;คืน&nbsp;เพื่อรอฟังผลการตรวจ&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;หากตรวจแล้วผลเป็นบวก&nbsp;จะเข้าสู่กระบวนการรักษา&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการ&nbsp;และผู้สัมผัสเสียงสูงเข้ารับการกักตัวตามมาตรการ&nbsp;หากตรวจแล้วผลเป็นลบ&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นักท่องเที่ยวจะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;ของการพำนัก&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;หากตรวจแล้วเป็นบวก&nbsp;ก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาเช่นเดิม&nbsp;และหากผลตรวจเป็นลบ&nbsp;ก็สามารเดินทางท่องเที่ยวต่อไปได้</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในขณะนี้จังหวัดสตูล&nbsp;มีความพร้อม&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ในการเปิดประเทศในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งการซักซ้อมในวันนี้เป็นที่น่าพอใจ&nbsp;โดยขั้นตอนต่างๆ&nbsp;สามารถรองรับการท่องเที่ยวได้ดี&nbsp;อาจมีบางจุดที่มีข้อบกพร่องบ้าง&nbsp;และได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาแล้ว&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328191446907"],
    [603,"ส่งแล้ว \"ไก่ไทยไปซาอุฯ\" ล็อตแรก  ตั้งเป้าส่งออกทั่วโลก 980,000 ตัน","<p><strong>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong> วันนี้ (28 มี.ค.) ไทยได้มีการส่งออกไก่แปรรูป \"ตู้ปฐมฤกษ์\" ไปซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ล็อตแรก&nbsp;ถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งของการส่งออกสินค้าไทยไปซาอุฯ โดยเฉพาะไก่ซึ่งเป็นสินค้าเป้าหมายที่มีความสำคัญหลังจากที่ไทยขาดโอกาสในเรื่องนี้ช่วง 18 ปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p>ก่อนหน้าซาอุฯ นำเข้าไก่ 75% จากประเทศบราซิล&nbsp;25% จากยูเครนและฝรั่งเศส จากนี้ไปคิดว่าไก่จากประเทศไทยจะเป็นตลาดสำคัญที่ซาอุฯ ได้ในอนาคต โดยปี 2564 ไทยส่งออกไก่ไปทั่วโลกประมาณ 9 แสนตันนำเงินเข้าประเทศประมาณ&nbsp;1 แสนล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าว่าจะทำได้ 9.8 แสน ตัน ซึ่งการส่งออกไก่ไปซาฯอุถือเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกและเพิ่มตัวเลขการส่งออกไก่ของไทยด้วย&nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์มีแผนนำคณะเดินทางไปซาอุฯ เพื่อขยายตลาดการค้าพร้อมเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจ</p><p><strong>นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า</strong> โรงงานซีพีเอฟได้รับการรับรองจากซาอุฯ จำนวน 5 โรงงานจากทั้งหมด 11 โรงงาน เพื่อส่งออกไก่ของไทย โดยวันนี้ส่งมอบไก่ล็อตแรกเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี ตั้งแต่ปี 2547&nbsp;และเดือนนี้คาดว่าจะส่งออกได้ 600 ตัน มูลค่า 47 ล้านบาท และภายในสิ้นปีจะส่งออกได้ 300 ตู้ ปริมาณ 6,000 ตัน มูลค่า 400-500 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าจะทำได้ถึง 60,000 ตัน ภายใน 5 ปี หรือมูลค่า 4,200 ล้านบาท ทั้งไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูปที่ผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัดตามหลักศาสนาอิสลาม ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย</p><p><strong>ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่า</strong> ประเทศซาอุฯ เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมีประชากรมากถึง 35.6 ล้านคน และมีสัดส่วนการนำเข้าอาหารสูงที่สุดในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Corporation Council) และปัจจุบันซาอุฯ นำเข้าผลิตภัณฑ์ไก่จากทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 6.5 แสนตัน โดย 70% เป็นการนำเข้าไก่สดทั้งตัวและ 30% เป็นการนำเข้าไก่ชำแหละและไก่แปรรูป ผู้บริโภคซาอุฯ มีอัตราการบริโภคเนื้อไก่ 45 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือทั้งประเทศที่ 1.5 ล้านตันต่อปี</p><p><br></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328185436901"],
    [604,"อีอีซี ร่วมกับ อบจ.ระยอง กรมประมง และ ททท. ลงนามบันทึกข้อตกลงจับมือฟื้นฟูสัตว์ทะเล จัดกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ควบคู่การเพาะพันธุ์สัตว์คืนสู่ทะเล สร้างรายได้แก่ชุมชน กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์","<p><strong>ที่ห้องประชุมโรงแรมระยองรีสอร์ท&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เป็นประธานเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;โดยมีนายคณิศ&nbsp;แสงสุพรรณ&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&nbsp;นางปราณี&nbsp;จั่นนพรัตน์&nbsp;รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;นางสุวรรณา&nbsp;โดตี้&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยเป็นการลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;(สกพอ.)&nbsp;กรมประมง&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&nbsp;นอกจากนี้ภายในงานได้มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;และการแถลงข่าวถึงการลงนามในทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก</p><p><strong>นายคณิศ&nbsp;แสงสุพรรณ&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;สกพอ.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กรมประมง&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองแล้ว&nbsp;ภารกิจสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่&nbsp;คืนความสมบูรณ์ให้ธรรมชาติ&nbsp;สร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ&nbsp;สร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;วัตถุประสงค์และการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;สกพอ.&nbsp;และ&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;จะสนับสนุนงบประมาณให้แก่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง&nbsp;เพื่อทำการเพาะพันธุ์ลูกสัตว์ทะเลที่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;เนื่องจากพบว่าในปัจจุบันปริมาณสัตว์ทะเลที่ถือเป็นแหล่งอาหารและวัตถุดิบรองรับอุตสาหกรรมในพื้นที่&nbsp;เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู&nbsp;รักษา&nbsp;และคืนชีวิตสัตว์สู่ทะเลภาคตะวันออกโดยเร็ว</p><p><strong>นางธัญรัตน์&nbsp;อินทร&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;สกพอ.&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;</strong>โครงการดังกล่าวยังได้รับการขยายผลไปพื้นที่อื่นใน&nbsp;EEC&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;เทศบาลเมืองศรีราชา&nbsp;เมืองพัทยา&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดีในการจัดหาสถานที่เตรียมความพร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์ทะเลโดยบูรณาการกับระหว่างรัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในการขับเคลื่อนการสร้างความสมดุลให้กับทะเลควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;มีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;ยุวมัคคุเทศก์&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่&nbsp;ในการดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ผ่านการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวปล่อยลูกสัตว์ทะเลคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;โดยจะมีการจัดเตรียมสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการปล่อยสัตว์ทะเลคืนสู่ธรรมชาติด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวประชาชนในพื้นที่</strong>&nbsp;และยุวมัคคุเทศก์&nbsp;เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ&nbsp;รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง&nbsp;ให้มีรายได้เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการและเพาะพันธุ์สัตว์ในทะเลให้มีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328204041925"],
    [605,"จังหวัดเพชรบุรี  ดึงจุดแข็ง แหล่งผลิตพืชผล  จัดมหกรรม \"งานเกษตร และของดีท่ายาง ชิมผลไม้สด อาหารอร่อยหลากรส  เลือกซื้อสินค้า ราคาถูก คุณภาพดี","<p><strong>จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ดึงจุดแข็ง&nbsp;แหล่งผลิตพืชผล&nbsp;จัดมหกรรม</strong>&nbsp;\"งานเกษตร&nbsp;และของดีท่ายาง&nbsp;ชิมผลไม้สด&nbsp;อาหารอร่อยหลากรส&nbsp;เลือกซื้อสินค้า&nbsp;ราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายอำเภอท่ายาง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนร่วมพิธีเปิดงานเกษตร&nbsp;และของดีท่ายาง&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลางสนามฟุตบอล&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวเชิญชวน</strong>นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ไปเที่ยวชมงานเกษตร&nbsp;และของดีท่ายาง&nbsp;มีของดีมากมายที่อาจแปลกแตกต่างจากชุมชนอื่นๆ&nbsp;เป็นแหล่งผลิตพืชสวน&nbsp;มีผลผลิตพืชไร่มากมาย&nbsp;โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ไปเที่ยว\"งานเกษตร&nbsp;และของดีท่ายาง&nbsp;จะได้ชิมทั้งผลไม้สด&nbsp;อาหารอร่อยหลากรส&nbsp;ผลผลิตหลากชนิด&nbsp;เลือกซื้อสินค้า&nbsp;ราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;มีทั้งผลไม้สดจากต้น&nbsp;มะม่วง&nbsp;ขนุน&nbsp;สับปะรด&nbsp;กล้วยหอมทอง&nbsp;ชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;ที่คัดผลคุณภาพยกสวนมาไว้ในงาน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมเมนูน่ารับประทาน&nbsp;รายการอาหารขึ้นชื่อของแต่ละตำบล</strong>&nbsp;โคขุนย่างเตาถ่าน&nbsp;หนองจอก&nbsp;ข้าวหลามยางหย่อง&nbsp;ไวน์กระชายดำ&nbsp;จากท่าไม้รวก&nbsp;และสารพัดเมนูยกระดับความอร่อย&nbsp;ปอเปี๊ยะไส้ปลา&nbsp;แกงเขียวหวาน&nbsp;จากกลัดหลวง&nbsp;พร้อมของฝากมากมายสดจากไร่&nbsp;ใหม่จากสวน&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ขอเชิญผู้สนใจร่วมงานเกษตรและของดีท่ายาง&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลางสนามฟุตบอล&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328221018976"],
    [606,"จังหวัดแม่ฮ่องสอนคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถีโดยนำเสนอ 4 ชุมชนต้นแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น","<p><strong>ที่ห้องประชุมขุมลุมประพาส&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมพิจารณาคัดเลือก&nbsp;10&nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถีประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>โดยปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการพิจารณาขับเคลื่อนชุมชน</strong>คุณธรรมที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&nbsp;4&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุมชนบ้านถ้ำลอด&nbsp;ตำบลถ้ำลอด&nbsp;&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;ชุมชนบ้านต่อแพ&nbsp;ตำบลแม่เงา&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;ชุมชนบ้านละอูบ&nbsp;ตำบลห้วยห้อม&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;และชุมชนบ้านน้ำฮู&nbsp;ตำบลเวียงใต้&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;ซึ่งแต่ละชุมชนได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาขับเคลื่อนด้วยพลังบวรเอาจากนั้นยังมีการบริหารจัดการชุมชนมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นด้านท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งมีรูปแบบการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329084135995"],
    [607,"บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คาดการณ์สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงสัปดาห์นี้จะอยู่ในกรอบ 112.6  120.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล","<p><strong>ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;</strong>ราคาน้ำมันดิบทุกชนิดเฉลี่ยรายสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ&nbsp;110&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรลอีกครั้ง&nbsp;หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้า&nbsp;ราคาน้ำมันดิบ&nbsp;ICE&nbsp;Brent&nbsp;ปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;12&nbsp;สัปดาห์&nbsp;และราคาน้ำมันดิบ&nbsp;Dubai&nbsp;ปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;10&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากกลุ่มติดอาวุธ&nbsp;Houthi&nbsp;ในเยเมนใช้โดรนติดขีปนาวุธ&nbsp;โจมตีสถานีจ่ายน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ&nbsp;Saudi&nbsp;Aramco&nbsp;ที่เมือง&nbsp;Jeddah&nbsp;ในซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ทำให้ถังเก็บน้ำมันสำเร็จรูป&nbsp;2&nbsp;ถัง&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในยูเครน&nbsp;ประธานาธิบดียูเครน&nbsp;ประกาศพร้อมรับสถานะความเป็นกลางและปราศจากอาวุธนิวเคลียร์&nbsp;แต่ไม่ยอมรับข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการปลดอาวุธ&nbsp;(Demilitarization)&nbsp;ในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย&nbsp;โดยการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนจะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มีนาคมนี้ที่ประเทศตุรกี</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;คาดการณ์ว่าสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบ&nbsp;ICE&nbsp;Brent&nbsp;มีแนวโน้มอยู่ในกรอบ&nbsp;112.6&nbsp;&nbsp;120.9&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรล</strong>&nbsp;โดยมีปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวกหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี&nbsp;ระบุว่าขณะนี้สามารถลดการพึ่งพาทางพลังงานจากรัสเซีย&nbsp;เมื่อเทียบกับก่อนรุกรานยูเครน&nbsp;จากเดิมนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;35&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;0.25&nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน&nbsp;แต่ปัจจุบันอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;25,&nbsp;ก๊าซธรรมชาติ&nbsp;จากเดิมร้อยละ&nbsp;55&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;78,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี&nbsp;ปัจจุบันอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;และถ่านหิน&nbsp;จากเดิมร้อยละ&nbsp;50&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านตันต่อปี&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;25&nbsp;ส่วนปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ&nbsp;ทางการจีนประกาศมาตรการ&nbsp;Lockdown&nbsp;ที่นครเซี่ยงไฮ้&nbsp;(Shanghai)&nbsp;เมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจการเงินของจีน&nbsp;เพื่อตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ซึ่ง&nbsp;มาตรการ&nbsp;Lockdown&nbsp;กำหนดให้ระบบขนส่งสาธารณะระงับการให้บริการ&nbsp;เช่นเดียวกับบริษัทรวมถึงโรงงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องยุติการปฏิบัติงาน&nbsp;หรือทำงานที่บ้าน</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329114423062"],
    [608,"ธ.ก.ส. เตือน ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ของธนาคาร ทำการปล่อยเงินกู้นอก","<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;กิมาวหา</strong>&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้ช่องทาง&nbsp;Facebook&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;Line&nbsp;แอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ของธนาคารและมีการโพสต์เสนอเงินกู้ตามช่องทางข้อความส่วนตัวใน&nbsp;Facebook&nbsp;และแจ้งให้ติดต่อไปยัง&nbsp;Line&nbsp;ซึ่งระบุว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เป็นสปอนเซอร์หลักและต้องผ่อนชำระล่วงหน้า&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;โดยไม่ใช้หลักประกัน&nbsp;&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีนโยบายในการปล่อยสินเชื่อผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ขอให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป&nbsp;อย่าหลงเชื่อ&nbsp;</p><p><strong>ธ.ก.ส.&nbsp;มี&nbsp;Facebook&nbsp;ที่เป็นทางการคือ</strong>&nbsp;ธกส&nbsp;BAAC&nbsp;Thailand&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์&nbsp;การให้บริการหรือข้อมูลข่าวสารสำคัญไปยังลูกค้า&nbsp;และ&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;Account&nbsp;:&nbsp;@baacfamily&nbsp;ที่เป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านผลิตภัณฑ์&nbsp;รวมถึงการแจ้งความประสงค์เบื้องต้นในการขอใช้บริการสินเชื่อบางประเภทกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ซึ่งหากถูกต้องตามหลักเกณฑ์จึงจะนัดหมายทำสัญญาต่อไป&nbsp;โดยจุดสังเกต&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;Account&nbsp;:&nbsp;@baacfamily&nbsp;จะมีโลโก้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และสัญลักษณ์รูปโล่สีเขียวที่บริเวณหน้าชื่อและมียอดผู้ติดตามปัจจุบันกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านคน</p><p><strong>ปัจจุบันมีการหลอกลวงจากมิจฉาชีพในหลายรูปแบบ</strong>ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการแอบอ้างต่างๆ&nbsp;หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;ติดต่อได้ที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;02&nbsp;555&nbsp;0555&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือทางเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.baac.or.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.baac.or.th</a>&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;Page&nbsp;&nbsp;ธกส&nbsp;BAAC&nbsp;Thailand&nbsp;โดยธนาคารจะดําเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับผู้ที่หลอกลวงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329150247142"],
    [609,"นายกรัฐมนตรียืนยัน เร่งแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ตามข้อร้องเรียนของประชาชน ","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลราคาเกินกว่าที่กำหนดว่า&nbsp;ขณะนี้รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาให้สำเร็จ&nbsp;เพราะเป็นข้อร้องเรียนของประชาชนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และจำเป็นต้องใช้มาตรการเฉพาะในการตรวจสอบและหาสาเหตุให้ได้ว่าจุดใดที่ทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด</p><p><strong>ส่วนกรณี&nbsp;5&nbsp;เสือ&nbsp;กองสลาก</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ปัจจุบันไม่มีแล้ว&nbsp;เพราะเป็นการจ่ายตรงตามโควตาผู้มีสิทธิในสลาก&nbsp;ซึ่งเป็นโควตาที่ให้มาอย่างเฉพาะเจาะจง&nbsp;ตามกฏหมายหรือระเบียบใหม่ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ที่เริ่มมาตั้งแต่สมัย&nbsp;คสช.&nbsp;แต่ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับโควตาอาจไปรวบรวมสลากกินแบ่งรัฐบาลกันเอง&nbsp;จึงต้องไปแก้ไขในส่วนนี้&nbsp;ซึ่งมีการตรวจสอบและติดตามอยู่&nbsp;ดังนั้นย้ำว่าไม่มีโควตาพิเศษ&nbsp;หรือโควตา&nbsp;5&nbsp;เสือ&nbsp;ตามที่มีกระแสข่าวและมองว่าการแก้ปัญหานี้&nbsp;ไม่ใช่เรื่องการเมือง&nbsp;แต่เป็นเรื่องที่ต้องมุ่งมั่นแก้ไขและทำให้สำเร็จมากกว่า</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329150551146"],
    [610,"เสนออุทยานแห่งชาติภูกระดึง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบการนำเสนออุทยานแห่งชาติภูกระดึง&nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว&nbsp;ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน&nbsp;ซึ่งตามขั้นตอน&nbsp;ทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จะจัดส่งเอกสารนำเสนอพื้นที่อุทยานมรดกแห่งอาเซียน&nbsp;ให้ศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;เพื่อส่งเอกสารนำเสนอให้แก่คณะผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินพื้นที่&nbsp;และเสนอคณะทำงานอาเซียนด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพพิจารณา&nbsp;ก่อนนำเข้าที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อให้การรับรองการขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกแห่งอาเซียนต่อไป</p><p><strong>สำหรับลักษณะโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง</strong>&nbsp;และที่เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกอาเซียน&nbsp;โดยอุทยานแห่งชาติภูกระดึง&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งปกคลุมไปด้วยป่าตามธรรมชาติมากกว่าร้อยละ&nbsp;98&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชพันธุ์หายาก&nbsp;เช่น&nbsp;หญ้าดอกลำโพง&nbsp;ผักชีภูกระดึง&nbsp;กุหลาบขาว&nbsp;กุหลาบแดง&nbsp;รวมทั้งมีสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง&nbsp;เช่น&nbsp;เลียงผา&nbsp;ลิ่นชวา&nbsp;เต่าเหลือง&nbsp;ค่างแว่นถิ่นเหนือ&nbsp;ชะนีมือขาว&nbsp;โดยอุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด&nbsp;ที่มีลักษณะโดดเด่นเพียงหนึ่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีกิจกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สำคัญคือ&nbsp;กิจกรรมสรงน้ำพระพุทธเมตตา</p><p><strong>ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว</strong>&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าร้อยละ&nbsp;96.65&nbsp;และมีความหลากหลายทางธรณีวิทยาและลักษณะของถ้ำ&nbsp;โดยพื้นที่ที่มีความโดดเด่น&nbsp;เช่น&nbsp;ถ้ำครอบ&nbsp;ถ้ำใหญ่น้ำหนาว&nbsp;&nbsp;และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชหายาก&nbsp;เช่น&nbsp;จำปีศรีเมืองไทย&nbsp;กระโถนพระฤษี&nbsp;สนสามพันปี&nbsp;รวมทั้งยังมีสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง&nbsp;เช่น&nbsp;แมวลายหินอ่อน&nbsp;เลียงผา&nbsp;เนื้อทราย&nbsp;เสือลายเมฆ&nbsp;และในพื้นที่ยังมีประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;ประเพณีการแขวนทุง(แขวนธง)&nbsp;ประเพณีบุญบั้งไฟ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน</strong>&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่,&nbsp;อุทยานแห่งชาติตะรุเตา,&nbsp;กลุ่มอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&nbsp;หมู่เกาะสิมิลันและอ่าวพังงา,&nbsp;กลุ่มป่าแก่งกระจาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&nbsp;อุทยานแห่งชาติกุยบุรี&nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี,&nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง,&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง&nbsp;และอุทยานแห่งชาติเขาสก&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329155247176"],
    [611,"กษ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ มะม่วง ที่ตลาดกลางมะม่วง ต.วังยาง อ.ศรีประจันต์","<p><strong>นางสาวพจนา&nbsp;เสมา&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายวินิจ&nbsp;เฮ่าบุญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;,&nbsp;นายภควรรณ&nbsp;ชัยรัตน์เมธี&nbsp;เกษตรอำเภอศรีประจันต์&nbsp;และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลที่รับผิดชอบตำบลวังยาง&nbsp;ลงพื้นที่ตลาดกลางมะม่วง&nbsp;ต.วังยาง&nbsp;อ.ศรีประจันต์&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;พบว่า&nbsp;มีมะม่วงถูกทิ้งเน่าเสียด้านหลังอาคารประมาณ&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;ปะปนกับขยะทั่วไป&nbsp;จากการสอบถามผู้ค้าส่งในตลาดพบว่า&nbsp;ได้รับซื้อมะม่วงจากชาวสวน&nbsp;(ลูกไร่)&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;1-3&nbsp;บาท&nbsp;แต่ไม่มีผู้มารับซื้อ&nbsp;ทำให้มะม่วงเน่าเสียจึงต้องทิ้ง</p><p><strong>โดย&nbsp;นางสาวพจนา&nbsp;กล่าวภายหลังการลงพื้นที่&nbsp;ว่า&nbsp;</strong>จากการสอบถาม&nbsp;นางสุนทร&nbsp;พันธุ์น้อย&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงและเป็นผู้รับซื้อมะม่วงจากลูกไร่ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และมีแผงรับซื้ออยู่ในตลาดกลาง&nbsp;ให้ข้อมูลว่า&nbsp;ปกติจะซื้อขายมะม่วงวันละประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(รวมทุกพันธุ์)&nbsp;มีพ่อค้ามารับซื้อตลอดเพื่อนำไปส่งกระจายผลผลิตต่อไป&nbsp;แต่ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;ผลผลิตมะม่วงออกเป็นจำนวนมากและออกพร้อมๆ&nbsp;กันทั่วประเทศ&nbsp;พ่อค้าขาประจำไม่มารับซื้อ&nbsp;แต่ตนเองต้องรับซื้อจากลูกไร่&nbsp;ทำให้มะม่วงเน่าเสียที่แผงรับซื้อและต้องเททิ้งตามที่เป็นข่าว</p><p><strong>คาดว่า&nbsp;มะม่วงในสวนของเกษตรกรในจังหวัดสุพรรณบุรีจะเก็บเกี่ยวหมดในช่วงปลายเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>โดยตนเพียงขอให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐมาพูดคุยรับฟังปัญหาและสะท้อน&nbsp;&nbsp;ไปยังรัฐบาล&nbsp;ดังนี้</p><p>1)&nbsp;ขอให้รัฐมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเป็นเงินเช่นเดียวกับข้าว&nbsp;เช่น&nbsp;เงินอุดหนุน&nbsp;เงินประกันราคา&nbsp;เป็นต้น</p><p>2)&nbsp;ขอให้ช่วยเรื่องต้นทุนการผลิตเนื่องจาก&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;ยา&nbsp;แพง</p><p>3)&nbsp;ขอให้กีดกันมะม่วงจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย&nbsp;เช่น&nbsp;มะม่วงแก้วขมิ้นจากประเทศกัมพูชา</p><p>4)&nbsp;ขอให้ปรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีไม้ผล&nbsp;เนื่องจากตามหลักเกณฑ์ฯ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;หากไม้ผลไม่เสียหาย&nbsp;(ตาย)&nbsp;จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ&nbsp;ทั้งที่ไม้ผลได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและไม่ให้ผลผลิต&nbsp;โดยขอให้ช่วยเป็นเงินฟื้นฟูไม้ผล</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>ได้นำข้อร้องเรียน&nbsp;เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;/ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขต&nbsp;3</p><p>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;กองทัพอากาศ&nbsp;แจ้งความประสงค์จะรับซื้อมะม่วง&nbsp;จากจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ทั้งนี้อยู่ระหว่างประสานเพื่อทราบความต้องการชนิดพันธุ์/ราคา/ปริมาณ/ข้อกำหนดอื่นๆ&nbsp;ของผู้ซื้อ&nbsp;ให้แน่นอน&nbsp;และจะประสานมายังแผงรับซื้อเพื่อเชื่อมโยงการตลาดอีกครั้ง</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอศรีประจันต์</strong>&nbsp;จะสำรวจปริมาณมะม่วงคงค้างในสวน&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อหาแนวทางกระจายผลผลิตไปยังตลาดในพื้นที่ต่างๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329154055166"],
    [612,"กระบี่เปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านไหนหนังด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ D -Hope","<p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;บัวทอง&nbsp;นายอำเภอเมืองกระบี่</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;\"ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนัง\"&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือบ้านไหนหนัง&nbsp;ตำบลเขาคราม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสงัด&nbsp;พืชพันธุ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;</p><p><strong>นายสงัด&nbsp;พืชพันธุ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนัง&nbsp;เป็นชุมชนที่มีศักยภาพมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค&nbsp;D-&nbsp;Hope&nbsp;ที่สนใจเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมสังคมและสิ่งแวดล้อมใน&nbsp;10&nbsp;กลุ่มกิจกรรม&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย&nbsp;ชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;D-Hope&nbsp;และสามารถต่อยอดการพัฒนาทั้งการผลิตสินค้าชุมชนสร้างคุณค่าและมูลค่าทางการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งผลต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนัง&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;Decentralized&nbsp;Hand&nbsp;On&nbsp;Program&nbsp;Exhibition&nbsp;D-&nbsp;Hope&nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;เพื่อรองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป</p><p><strong>โดยจัดกิจกรรม&nbsp;ชิม&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;แชะ&nbsp;แชร์&nbsp;โปรแกรมการท่องเที่ยว</strong>และการแสดงอัตลักษณ์ชุมชนบ้านไหนหนังจำนวน&nbsp;10&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ทั้งการสาธิต&nbsp;แสดง&nbsp;และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;กิจกรรมนำนักท่องเที่ยวร่วมโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชนที่โดดเด่นของชุมชน&nbsp;ด้วยการล่องเรือชมเส้นทางธรรมชาติ&nbsp;พายเรือคายัคและเยี่ยมชมพร้อมร่วมกิจกรรมทำผลิตสบู่น้ำผึ้งกับกลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงผึ้งโพรง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Bike&nbsp;Rally&nbsp;เส้นทางการท่องเที่ยวบ้านไหนหนัง&nbsp;ซึ่งมีนักปั่นกลุ่มท่องเที่ยวเส้นทางธรรมชาติได้เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมือง&nbsp;และพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>ได้จัดขึ้นเพื่อเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนังให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>วาสนา&nbsp;บัวทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวท.กระบี่&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329155650179"],
    [613,"ฟรี ค่าผ่านทาง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และหมายเลข 9 ","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางบนทางหลวงพิเศษพิเศษระหว่างเมือง&nbsp;หรือมอเตอร์เวย์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์</p><p><strong>ทางหลวงพิเศษหมายเลข&nbsp;7&nbsp;</strong>สายกรุงเทพมหานคร-บ้านฉาง&nbsp;ตอนกรุงเทพมหานคร-เมืองพัทยา&nbsp;รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;34&nbsp;(บางวัว)&nbsp;ทางแยกเข้าชลบุรี&nbsp;ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;ทางแยกเข้าพัทยา&nbsp;และตอนบ้านหนองปรือ-บ้านฉาง&nbsp;รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;3&nbsp;(บ้านอำเภอ)&nbsp;</p><p><strong>ทางหลวงพิเศษหมายเลข&nbsp;9&nbsp;</strong>สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร(ถนนกาญจนาภิเษก)ตอนพระประแดง-บางแค&nbsp;ช่วงพระประแดง-ต่างระดับบางขุนเทียน&nbsp;และตอนบางปะอิน-บางพลี&nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;นาฬิกาของวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;24.00&nbsp;นาฬิกา&nbsp;ของวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>คาดว่า&nbsp;จะมีประชาชนจำนวนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก</strong>&nbsp;ประมาณ&nbsp;4,190,425&nbsp;คัน&nbsp;โดยเฉพาะหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางจะมีปัญหาการจราจรติดขัดหลายกิโลเมตร&nbsp;โดยการยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;147&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจประเมินเป็นมูลค่าเงินได้ประมาณ&nbsp;205&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ยังได้รับทราบกรณีการทางพิเศษแห่งประเทศไทยยกเว้นการเก็บค่าผ่านทางพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้&nbsp;บนทางพิเศษบูรพาวิถี(ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี)&nbsp;ทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี&nbsp;และทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&nbsp;กับทางพิเศษบูรพาวิถี&nbsp;และทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&nbsp;และทางพิเศษสายเชื่อมระหว่างถนนวงแหวนอุตสาหกรรมกับทางพิเศษกาญจนาภิเษก&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;นาฬิกา&nbsp;ของวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;24.00&nbsp;นาฬิกา&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;จะมีผู้ใช้บริการประมาณ&nbsp;987,028&nbsp;คัน&nbsp;รายได้ที่ไม่ได้เรียกเก็บจำนวน&nbsp;38&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจำนวน&nbsp;76&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่ทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&nbsp;คาดว่าจะมีปริมาณการจราจรรวม&nbsp;7&nbsp;วันจำนวน&nbsp;1,363,565&nbsp;คัน&nbsp;รายได้ที่ไม่ได้เรียกเก็บ&nbsp;58&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และผลประโยชน์ที่จะได้รับจำนวน&nbsp;70&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329161736198"],
    [614,"ครม. เห็นชอบให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินคลาวด์กลางภาครัฐ รวมวงเงิน 6,216 ล้านบาท","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จัดให้มีคลาวด์กลางภาครัฐและให้บริษัท&nbsp;โทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เป็นผู้ดำเนินคลาวด์กลางภาครัฐ&nbsp;พร้อมเห็นชอบกรอบงบประมาณรายจ่ายผูกพันต่อเนื่อง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2566-2568&nbsp;โครงการบริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ&nbsp;รวมวงเงิน&nbsp;6,216&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ค่าเช่าใช้ระบบเพื่อให้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ&nbsp;ค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่ม&nbsp;ค่าบริการการบริหารจัดการ&nbsp;ค่าบริการสิทธิของระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล&nbsp;และค่าบริการระบบศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายและ&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&nbsp;</strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ได้ประเมินว่า&nbsp;การดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;จะทำให้รัฐประหยัดงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในส่วนของค่าเช่าคลาวด์ได้&nbsp;4,116&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;76.22&nbsp;และส่งเสริมระบบสารสนเทศของประเทศให้มั่นคงปลอดภัย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล&nbsp;รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่&nbsp;หรือ&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เนื่องจากข้อมูลและระบบงานของหน่วยงานภาครัฐอยู่ในระบบคลาวด์กลางภาครัฐที่มีมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงปลอดภัยและตั้งอยู่ภายในประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329182525288"],
    [615,"ครม. มอบกระทรวงการคลังพิจารณาผ่อนคลายกฎกระทรวง เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถ ผลิตเหล้า ได้อย่างเสรีกรณีไม่ใช่เพื่อการค้า","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาแก้ไขกฎกระทรวงในบางเรื่อง&nbsp;เพื่อไม่เป็นการจำกัดเสรีภาพของประชาชน&nbsp;ในการผลิตสุรา&nbsp;โดยยังคงควบคุมดูแลให้การผลิตสุราอยู่ภายใต้มาตรฐานด้านสุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งไม่จำเป็นต้องแก้ไขร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;สำหรับมติดังกล่าว&nbsp;เป็นไปตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..&nbsp;โดยเป็นร่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ&nbsp;ซึ่งมีสาระเป็นการให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้า&nbsp;ซึ่งเรื่องดังกล่าวคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นว่า&nbsp;การผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้าสามารถกระทำได้&nbsp;โดยควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเรื่องคุณภาพ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329182340286"],
    [616,"การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดโครงการ Workation Thailand เร่งขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในไทย ผลักดันการท่องเที่ยวในกลุ่มวัยทำงานให้สามารถทำงานควบคู่การท่องเที่ยว พร้อมสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลังจากผลกระทบโรคโควิด-19","<p><strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากความสำเร็จของโครงการ&nbsp;Workation&nbsp;Thailand&nbsp;ครั้งที่ผ่านมา&nbsp;ที่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Workation&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้การเติบโตของตลาดท่องเที่ยวในประเทศเป็นไปตามเป้าหมายที่&nbsp;ททท.&nbsp;กำหนด&nbsp;สามารถกระจายรายได้เข้าสู่ตลาดท่องเที่ยวในประเทศมูลค่ากว่า&nbsp;170&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ได้ต่อยอดโครงการ&nbsp;Workation&nbsp;Thailand&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Workation&nbsp;Paradise&nbsp;Throughout&nbsp;Thailand&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Workation&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;และเปิดโอกาสให้บุคลากรในหน่วยงาน&nbsp;หรือองค์กรต่างๆ&nbsp;และกลุ่มวัยทำงาน&nbsp;สามารถเปลี่ยนให้โรงแรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;รีสอร์ตเป็นสถานที่ทำงาน&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;การประชุมพบปะสังสรรค์&nbsp;ซึ่งได้ร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า&nbsp;450&nbsp;ราย&nbsp;จัดแพ็กเกจแบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;การพักห้องพัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ที่จัดประชุมในราคาพิเศษ&nbsp;/การท่องเที่ยวตามธีม&nbsp;/การท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Luxury&nbsp;/และการท่องเที่ยวตามความสนใจพิเศษ&nbsp;เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน&nbsp;รวมทั้งเป็นการยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยให้สามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ผู้ประกอบการที่สนใจนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวและสิทธิพิเศษ</strong>&nbsp;หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ</p><p>สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.tourismthailand.org/workationthailand\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.tourismthailand.org/workationthailand</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329181043273"],
    [617,"ผู้ว่าฯ เพชรบุรี ยกทีมพิสูจน์ อาหารรสเด็ด คนเพชรการันตี แวะชิม ร้านข้าวแกงแม่ล้วน ร่วมขับเคลื่อนความเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO","<p><strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะทำงานขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ร้านข้าวแกงแม่ล้วน&nbsp;อำเภอเขาย้อย&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>หลังจากจังหวัดเพชรบุรีได้รับการประกาศให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์&nbsp;ด้านอาหารของ&nbsp;UNESCO&nbsp;ต้องคำนึงถึงมาตรฐานทุกด้าน&nbsp;ทั้งการให้บริการ&nbsp;ความพร้อมของพนักงานต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็มทุกคน&nbsp;Q&nbsp;Restaurant&nbsp;ของกระทรวงเกษตร&nbsp;และสหกรณ์&nbsp;พืช&nbsp;สัตว์ประมงต่างๆ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;Clean&nbsp;Food&nbsp;Good&nbsp;Taste&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งได้มีการตรวจสอบในการรักษามาตรฐาน&nbsp;ซึ่งร้านข้าวแกงแม่ล้วนได้ปฏิบัติตาม&nbsp;และปฏิบัติได้สูงกว่ามาตรฐานที่วางไว้&nbsp;มีการคัดกรองโควิด-19&nbsp;การทำความสะอาดห้องน้ำทุกระยะ&nbsp;ระบบการระบายอากาศ&nbsp;ทุกอย่างที่เป็นมาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม&nbsp;ซึ่งจะได้รับป้าย&nbsp;อาหารรสเด็ด&nbsp;คนเพชรการันตี&nbsp;&nbsp;และป้าย&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;gastronomy&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนางอรอนงค์&nbsp;ศิริชัย&nbsp;ในฐานะเจ้าของร้านข้าวแกง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อาหารที่ทำมาขายต้องผ่านการคัดกรองในเรื่องความสด&nbsp;สะอาด&nbsp;วัตถุดิบต้องเน้นใช้ของดี&nbsp;และพร้อมให้ความร่วมมือความเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารที่จะรักษาคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;อยากจะให้เขาประทับใจของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้นนางสาวกรรณิกา&nbsp;ช้างสุวรรณ&nbsp;ประชาชนที่มารับประทานข้าวแกงแม่ล้วน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ที่เลือกกินข้าวแกงร้านนี้เพราะด้วยสภาพ&nbsp;Covid&nbsp;-19&nbsp;ตอนนี้&nbsp;เป็นหนึ่งทางเลือกด้วยสถานที่&nbsp;ปลอดโปร่งโล่ง&nbsp;ไม่แออัด&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;เรื่องของรสชาติก็โอเค&nbsp;รสชาติต่างๆ&nbsp;ไม่เผ็ดมาก&nbsp;ไม่จัดจ้านมากเกินไป&nbsp;ผู้ใหญ่ทานได้ผู้สูงอายุทานได้&nbsp;ส่วนเรื่องของราคา&nbsp;จะเป็นราคาที่แตะต้องได้ทุกคน&nbsp;ไม่แพงมาก&nbsp;สมราคากับปริมาณอาหาร&nbsp;และอยากบอกนักท่องเที่ยว&nbsp;แค่เลี้ยวเข้าเส้นทางของวังมะนาว&nbsp;ก่อนถึงเขาย้อย&nbsp;เชิญชวนให้มาแวะทานร้านแม่ล้วน&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;รับรองว่าเด็ด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329183153294"],
    [618,"ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จับมือ ททท.ระยอง จัดงาน Rayong Crab Carnival เทศกาลปูสุดฟิน กระตุ้นท่องเที่ยว ส่งเสริมผู้ประกอบการมีช่องทางขายของ","<p><strong>เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.วันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;พลาซ่าระยอง&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;Rayong&nbsp;Crab&nbsp;Carnival&nbsp;&nbsp;2022&nbsp;&nbsp;เทศกาลปูสุดฟิน&nbsp;ต้องกินให้ได้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;พลาซ่าระยอง&nbsp;ททท.ระยอง&nbsp;และหอการค้าระยอง&nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;มี.ค.-3&nbsp;เม.ย.นี้&nbsp;ทั้งนี้เพื่อสร้างสีสัน&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;และสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารทะเลของจังหวัดระยอง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;ภายในงานได้มีการรวบรวมสุดยอดเมนูปูจากร้านดังในจังหวัดระยอง&nbsp;และภาคตะวันออกกว่า&nbsp;100&nbsp;เมนู&nbsp;อาทิ&nbsp;ปูนิ่ม&nbsp;ปูไข่ดองน้ำปลากวน&nbsp;ปูม้า&nbsp;ปูนึ่ง&nbsp;จ๊อไข่ปู&nbsp;และยังมีเมนูอาหารทะเลสดๆ&nbsp;หลากหลายอีกด้วย&nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างสีสัน&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีช่องทางการขายของ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329203818335"],
    [619,"มทส.ประชุมหารือเรื่อง ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา (Wellness corridor) เพื่อนำเสนอกรอบการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยไปสู่พื้นที่เขต ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;วิริยะกุลนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเรื่อง&nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา&nbsp;(Wellness&nbsp;corridor)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสารนิทัศน์&nbsp;อาคารบริหาร&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;(มทส.)&nbsp;การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกรอบการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยไปสู่พื้นที่เขต&nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา&nbsp;โดยมี&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.มัลลิกา&nbsp;สังข์สนิท&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และความเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;เป็นแกนกลางจัดการประชุม&nbsp;และมีผู้แทนจากมหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมนำเสนอความพร้อมของมหาวิทยาลัยในมิติของตลาดสุขภาพ&nbsp;อาทิ&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.หนึ่ง&nbsp;เตียอำรุง&nbsp;คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ&nbsp;ดร.&nbsp;นันทกร&nbsp;บุญเกิด&nbsp;หัวหน้าโครงการวิจัยการผลิตกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และพาณิชย์&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;เพิ่มศิริ&nbsp;เลอมานุวรรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329205102338"],
    [620,"จ.สุราษฎร์ธานีจับมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน จัดมหกรรม OTOP ทั่วไทยร่วมใจสู่สุราษฎร์ธานี เพิ่มช่องทางการตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่","<p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราขการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเปิดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ทั่วไทยร่วมใจสู่สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;บุรณาการร่วมกับคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ภาคใต้&nbsp;คณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และ&nbsp;OTOP&nbsp;Trader&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานโปรโมชั่น&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จากทั่วประเทศ&nbsp;และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่ให้มีความมั่นคง&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้มีความยั่งยืน&nbsp;เป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ</p><p><strong>โดยนายกรองศักดิ์&nbsp;โอยสวัสดิ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในนามคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ภาคใต้&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การดำเนินงานในครั้งนี่&nbsp;จัดให้มีกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;81&nbsp;บูธ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเภทอาหารและชวนชิม&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;บูทธ&nbsp;ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;16&nbsp;บูธ&nbsp;ประเภทเครื่องประดับ&nbsp;13&nbsp;บูธ&nbsp;ประเภทของใช้&nbsp;11&nbsp;บูฑ&nbsp;และประเภทสมุนไพร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;บูธ&nbsp;โดยเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ภาคใต้&nbsp;โดยไม่ใช้เงินงบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด&nbsp;เป็นความร่วมมือของคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;ภาคใต้&nbsp;คณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;OTOP&nbsp;Trader&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นหน่วยงานในการส่งเสริมและสนับสนุน&nbsp;รวมทั้งได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากผู้บริหารเซ็นทรัลพลาซ่า&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่ให้การอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่จัดงาน</p><p><strong>ด้านนายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในทุกมิติ&nbsp;ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากโดยให้นำภูมิปัญญาที่มีอยู่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ&nbsp;ยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานรับรอง&nbsp;อีกทั้งให้พัฒนาขีดความสามารถในเรื่องการบริหารจัดการการตลาด&nbsp;โดยมีการสนับสนุนให้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ&nbsp;Onsite&nbsp;และ&nbsp;Online&nbsp;มีการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;นอกจากจะเป็นการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้ว&nbsp;ยังเป็นการเชื่องโยงกิจกรรมการ&nbsp;Matching&nbsp;ระหว่างผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการที่มาร่วมจำหน่ายและผู้ที่เข้าร่วมเยี่ยมชมในงานนี้&nbsp;เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;&nbsp;สร้างโอกาสและสร้างช่องทางในโอกาสข้างหน้า&nbsp;อันเป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง&nbsp;เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329235840358"],
    [621,"ส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดโบราณร้อยปีบางพลี สมุทรปราการ","<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดโบราณบางพลี&nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เพื่อเตรียมการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;สัมผัสภูมิปัญญาไทย&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้และให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีโอกาสร่วมสืบสานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนมธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไปตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดสมุทรปราการให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ชุมชนบางพลี&nbsp;อำเภอบางพลี&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นชุมชนเก่า</strong>&nbsp;ที่เกิดขึ้นมายาว&nbsp;นานกว่า&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ปัจจุบันเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;อำเภอของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ชาวชุมชนมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย&nbsp;แต่แฝงไปด้วยอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่น&nbsp;สวยงาม&nbsp;โดยจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลบางพลี&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้น&nbsp;โดยมีรูปแบบของการจัดงานเป็น&nbsp;4&nbsp;ช่วง&nbsp;ใช้ระยะเวลาการจัดงาน&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;กำหนดจะจัดกิจกรรมในทุกวันเสาร์และอาทิตย์รวม&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์&nbsp;หรือว่า&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สัปดาห์แรก&nbsp;ใช้ชื่อการจัดงานว่า&nbsp;รักแรกภพ</strong>&nbsp;จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายย้อนยุคในสมัยรัชกาลที่&nbsp;4&nbsp;คือ&nbsp;ใส่เสือทรงกระบอก&nbsp;นุ่งผ้าโจงกระเบน&nbsp;มีการตักบาตรทางเรือย้อนยุค&nbsp;การแสดงเพลงฉ่อย&nbsp;การแสดงหุ่นไทย&nbsp;การแสดงหุ่นจีน&nbsp;การขายสินค้าทางเรือ&nbsp;การแสดงกลองยาว&nbsp;การแสดงดนตรีจากศิลปินดารานักแสดง&nbsp;นักร้องและการจัดแสดงและจัดจำหน่าย&nbsp;ข้าวห่อใบบัว&nbsp;ต้นตำรับอาหารชาวบางพลีสมุทรปราการในยุดนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สัปดาห์ที่&nbsp;2</strong>&nbsp;<strong>ใช้ชื่อการจัดงานว่า&nbsp;มนต์รัก&nbsp;ทุ่งบางพลี</strong>&nbsp;จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมแต่งกาย&nbsp;ผ้าไทยลายดอกไม้&nbsp;ยุคของสดใส&nbsp;ชื่นบาน&nbsp;ผู้ชายจะรณรงค์ให้สวมใส่กางเกงขาก๊วย&nbsp;เสื้อลายดอก&nbsp;ผ้าขาวม้าคาดเอว&nbsp;ผู้หญิงจะรณรงค์ให้นุ่งผ้าถุง&nbsp;เสื้อลายดอกไม้สีสันสดใส่&nbsp;จะมีการจัดแสดงลูกทุ่งย้อนยุด&nbsp;การรำวงย้อนยุด&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าทางเรือและเปิดตำรับอาหารของชาวบางพลีสมุทรปราการ&nbsp;ในยุดนี้คือ&nbsp;ขนมสายบัว&nbsp;เมี่ยงกลีบบัว&nbsp;แกงกะทิสายบัว&nbsp;รากบัวทอด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สัปดาห์ที่&nbsp;3</strong>&nbsp;<strong>ใช้ชื่อการจัดงานว่า&nbsp;อะเมสซิ่ง&nbsp;บางพลี</strong>&nbsp;เป็นยุคที่ชุมชนบางพลี&nbsp;ได้รับวัฒนธรรมการแต่งกายจากชุมชนเมืองบางกอกคือ&nbsp;การเปลี่ยนจากการใส่ผ้าถุง&nbsp;มาเป็นกางเกงขาบาน&nbsp;หรือที่รู้จักกันในนามยุคหกศูนย์&nbsp;หรือยุคเจ็ดศูนย์&nbsp;การจัดกิจกรรมภายในงานจะมีการแสดงทางวัฒนธรรมนาฏมวยไทย&nbsp;การแข่งขันเรือมาด&nbsp;12&nbsp;ฝีพาย&nbsp;และการแสดงจาดศิลปินดารา&nbsp;นักร้อง&nbsp;การเล่นเกมชิงรางวัลต่างๆ&nbsp;และการจำหน่ายอาหาร&nbsp;ของชาวบางพลีในยุดนี้อย่างหลากหลาย&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวต้มมัดบางพลี&nbsp;ขนมต้มบางพลี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สัปดาห์ที่&nbsp;4&nbsp;ใช้ชื่อการจัดงานว่า&nbsp;หลงรัก&nbsp;บางพลี</strong>&nbsp;โดยจะรณรงค์ให้ประชาชนสวมใส่ผ้าไทยลายขอ&nbsp;และแต่งกายแฟชั่นของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน&nbsp;ภายในงานจะมีการจัดประกวดการแต่งกายขุดไทยร่วมสมัย&nbsp;การแข่งขันพายเรือหัวใบ้ท้ายบอด&nbsp;การแข่งขันพายเรือกะละมัง&nbsp;การแข่งขันมวยทะเล&nbsp;การแสดงดนตรีและสายน้ำและการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของชาวบางพลีสมุทรปราการ&nbsp;ในยุคปัจจุบันอย่างมากมาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมยังไม่ได้กำหนดวันของการจัดงานที่แน่นอน&nbsp;</strong>ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;หรือกรกฎาคมของปีนี้&nbsp;โดยจะมีการสรุปรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง&nbsp;ในการจัดประชุมครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330091627378"],
    [622,"คาเฟ่ในสวนยะลา @ยุโป   นั่งชิล  บรรยากาศธรรมชาติ","<p><strong>จุดเช็คอินใหม่&nbsp;คาเฟ่ในสวนยะลา&nbsp;@ยุโป&nbsp;&nbsp;นั่งชิล&nbsp;มาแล้วบายใจ&nbsp;</strong>บรรยากาศธรรมชาติ&nbsp;ผสมผสานศิลปะการแสดงชาวใต้&nbsp;ภูมิปัญญาท้องถิ่น<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>ชาวบ้านยุโป&nbsp;พลิกพื้นที่สวนผสมผสาน&nbsp;สร้างสวนสไตล์คาเฟ่&nbsp;</strong>จุดเช็คแห่งใหม่ยะลา&nbsp;@ยุโป&nbsp;ดึงดูดประชาชนท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ให้มาสัมผัสกับบรรยากาศ&nbsp;แบบลูกทุ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นั่งทานอาหารริมสระน้ำ&nbsp;&nbsp;ใต้ร่มเงาไม้ผล&nbsp;ที่ทำเป็นที่นั่งจากไม้ไผ่&nbsp;ไม้ในพื้นที่กว่าสิบโต๊ะ&nbsp;ในบริเวณรอบๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมมุมถ่ายรูป&nbsp;โดยรอบ&nbsp;มากมาย&nbsp;ทั้งสะพานที่ทอดระหว่างสองฝั่งสระ&nbsp;มุมหน้าต่างยะลาบ้านฉัน&nbsp;&nbsp;ประดับประดาด้วยผ้าพื้นเมืองของใช้โบราณ&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;ที่ถูกใจ&nbsp;ทั้งของบรรดาผู้ใหญ่&nbsp;และเด็กๆ&nbsp;&nbsp;เซลฟี่กันได้อย่างเต็มอิ่ม&nbsp;มีความสุข&nbsp;มีรอยยิ้ม&nbsp;ซึ่งเรียกความสนใจให้ชาวเมืองยะลา&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ต่างหอบลูก&nbsp;จูงหลานมากันทั้งครอบครัว&nbsp;รวมถึงมากันในหมู่เพื่อนๆ&nbsp;เพื่อมาเยี่ยมชมบรรยากาศของสวนคาเฟ่ยุโป</p><p><strong>ชาวยะลา&nbsp;ที่ได้มาสวนคาเฟ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;&nbsp;ชื่นชอบบรรยากาศดี</strong>&nbsp;เย็นสบาย&nbsp;ไม่แออัดเหมาะกับสถานการณ์โควิดในช่วงนี้&nbsp;ซึ่งต่างกับในเมืองที่พลุกพล่าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมถึง&nbsp;ได้มาคลายเครียดด้วยถ่ายรูปมุมต่างๆลงโซเชียลให้เพื่อนๆ&nbsp;ได้ดู&nbsp;ด้วย&nbsp;&nbsp;ส่วนอาหารก็อร่อยราคาเป็นกันเอง&nbsp;ไม่แพง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่&nbsp;บางคนก็ชอบทานข้าวต้มมัด&nbsp;ขนมพื้นบ้าน</strong>&nbsp;ขนมทานเล่นมากกว่าการทานข้าวส่วนบางคนก็จะชอบทานทั้งกาแฟ&nbsp;ข้าวเพื่อให้อิ่มท้องซึ่งก็จะมีให้เลือกมากมาย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายมานะ&nbsp;ป.ปาน&nbsp;ได้เล่าว่า&nbsp;แนวคิดที่ได้มาเปิดร้านสไตล์คาเฟ่</strong>&nbsp;บ้านๆ&nbsp;ลุกทุ่ง&nbsp;&nbsp;เดิมมีสวนอยู่แล้ว&nbsp;เป็นสวนผสมผสาน&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงเดินตามรอยในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ปลูกทั้งมังคุด&nbsp;ลองกอง&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ในสระน้ำก็มีการเลี้ยงหอยขม&nbsp;ซึ่งเดี๋ยวนี้ได้โยกย้ายไปเลี้ยงอยู่ในทุ่งนา&nbsp;ก็เลยคิดว่า&nbsp;น่าจะนำต้นทุน&nbsp;คือ&nbsp;สวนของเรามาปรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน&nbsp;ใจคือ&nbsp;อยากให้ชุมชนมาขายของ&nbsp;แต่ก็ไม่มีอาจจะคิดว่าขายไม่ได้&nbsp;ก็เลยหันมานำน้องๆ&nbsp;เยาวชนที่เป็นชาวมุสลิมในพื้นที่&nbsp;ที่ไม่มีงานทำ&nbsp;มาทำ&nbsp;มาจำหน่าย&nbsp;&nbsp;นำ&nbsp;อาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;พื้นบ้านบางอย่างซึ่งไปรับจากภูมิปัญญาชาวบ้านมุสลิมแถวนี้&nbsp;เข้ามาขาย&nbsp;ให้มีรายได้&nbsp;พลิกแปลง&nbsp;คือ&nbsp;มีสวนมีอยู่แล้วโดยมีแนวคิดหลัก&nbsp;นำต้นทุนมาสร้างบรรยากาศ&nbsp;ให้เป็นธรรมชาติ&nbsp;ให้คนมาท่องเที่ยวในชุมชนเราได้มากขึ้น&nbsp;ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่จะเน้นธรรมชาติ&nbsp;สร้างธรรมชาติ&nbsp;พลิกแปลงป่า&nbsp;เมื่อก่อนริมถนนที่นี่จะเป็นป่ารกร้าง&nbsp;ส่วนด้านหลังเป็นสวน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยให้มีจุดเด่น&nbsp;วิวทิวทัศน์&nbsp;วิวถ่ายรูป&nbsp;มีซุ้มต่างๆ</strong>&nbsp;ริมสระน้ำ&nbsp;มีอาหารพื้นบ้านที่ราคาย่อมเยา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็ยังมีอาหารตามสั่ง&nbsp;มากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;เมนูจานเดี่ยวอิ่มท้อง&nbsp;ทั้งข้าวผัด&nbsp;ข้าวเครื่องแกง&nbsp;กระเพรา&nbsp;ไก่&nbsp;ทะเล&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;เมนูยำ&nbsp;ยำรสแซ่บ&nbsp;เมนูปิ้ง-ย่าง&nbsp;เมนูท๊อด-ทอด&nbsp;รวมถึง&nbsp;เมนูน้ำ&nbsp;ชา&nbsp;กาแฟ&nbsp;นมสด&nbsp;โซดา&nbsp;ราคาไม่แพงเริ่มต้นที่&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;ขนมพื้นบ้าน&nbsp;ขนมสอดไส้&nbsp;ข้าวต้มมัด&nbsp;และอีกหลายขนมที่ภูมิปัญญานำมาฝากขาย</p><p><strong>ทางร้านได้เปิดโอกาสขึ้นป้ายรับสมัครเยาวชน&nbsp;ประชาชน</strong>&nbsp;ให้มาทำงานที่นี่&nbsp;ใช้หลักพี่สอนน้อง&nbsp;อยากให้ทุกคนมีรายได้&nbsp;รวมถึงเน้นให้ภูมิปัญญา&nbsp;อย่าง&nbsp;ดีเกฮูลู&nbsp;มะโย่ง&nbsp;โนราห์&nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมกับร้าน&nbsp;ผสมผสานกัน&nbsp;เพื่อให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย</p><p><strong>ขอเชิญชวนชาวยะลา&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงทุกคนมาเที่ยวเมืองยะลา&nbsp;เบตง</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;3&nbsp;จชต.&nbsp;ลองแวะมาดู&nbsp;หากเดินทางมาจากถนนสาย&nbsp;418&nbsp;ยะลา-ปัตตานี&nbsp;ก็เข้าใต้สะพานบ่อเจ็ดลูก&nbsp;ขับตรงมา&nbsp;800&nbsp;เมตร&nbsp;ก็ถึงร้าน&nbsp;เชิญชวนให้ท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ชุมชนจะได้มีรายได้&nbsp;ท่องเที่ยวใกล้บ้านปลอดภัย&nbsp;ที่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ยุโป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;รอยต่อ&nbsp;ยุโป-บ้านบ่อเจ็ดลูก&nbsp;เข้ามาเที่ยวชุมชนบ้านยุโปของเรา&nbsp;รับรองว่า&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;บรรยากาศดี&nbsp;เพลงไพเราะ&nbsp;ชมสวนไปด้วย&nbsp;โดยร้าน&nbsp;จะเปิดทุกวัน&nbsp;เวลา&nbsp;11.00-20.00&nbsp;น.&nbsp;หรือติดต่อได้ทางหมายเลข&nbsp;087-2997015</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330075655373"],
    [623,"นายกรัฐมนตรี สนับสนุนการจัดตั้ง คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์ เจาะตลาดกลุ่มประเทศมุสลิม","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐานฮาลาล&nbsp;ซึ่งล่าสุดมีมติให้จัดตั้ง&nbsp;คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์&nbsp;&nbsp;(Thailand&nbsp;Halal&nbsp;Taskforce)&nbsp;ขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนผ่านอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้า&nbsp;สร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดกลุ่มประเทศมุสลิมได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารอันดับ&nbsp;13&nbsp;ของโลก</strong>&nbsp;จึงมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าฮาลาล&nbsp;จึงพร้อมเดินหน้าและเชื่อมั่นว่าจะเข้าถึงตลาดประชากรมุสลิมซึ่งมีจำนวนกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ล้านคน&nbsp;รวมทั้งต่อยอดโครงการลงทุนเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรฮาลาล&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ปัตตานี&nbsp;สตูล&nbsp;และสงขลา&nbsp;จึงเชื่อมั่นว่าคณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์นี้&nbsp;จะเร่งรัดการขยายความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีมูลค่าตลาดกว่า&nbsp;30&nbsp;ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯได้สำเร็จ&nbsp;และจะสามารถยกระดับความเชื่อมั่นเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นับเป็นความสำเร็จของรัฐบาลที่ได้ต่อยอดเจรจาขยายความร่วมมือเกี่ยวกับการค้าการลงทุนสินค้าเกษตรและอาหาร&nbsp;และระบบรับรองมาตรฐานฮาลาล&nbsp;กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;(UAE)&nbsp;รวมทั้งจากกรณีที่ซาอุดีอาระเบียยกเลิกการห้ามนำเข้าไก่แปรรูปจากไทย&nbsp;ซึ่งเป็นความสำเร็จจากนายกรัฐมนตรีที่ได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียได้เป็นผลสำเร็จ&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมาไทยได้ส่งออกไก่แปรรูปล็อตแรกไปยังซาอุดีอาระเบีย</strong>&nbsp;คาดว่า&nbsp;ภายในสิ้นปี&nbsp;2565&nbsp;นี้จะส่งออกได้อีก&nbsp;300&nbsp;ตู้&nbsp;ปริมาณ&nbsp;6,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;400-500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัดตามหลักศาสนาอิสลาม&nbsp;&nbsp;และผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330103125424"],
    [624,"กองทัพภาคที่ 4 จัดกิจกรรม มัคคุเทศก์น้อยในแหล่งท่องเที่ยวทหาร ตะลอนทัวร์สถานที่ประวัติศาสตร์ แบบ One Day Trip","<p><strong>กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โดย&nbsp;กองกิจการพลเรือน&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;</strong>จัดกิจกรรมทัศนศึกษาตามโครงการ&nbsp;มัคคุเทศก์น้อยในแหล่งท่องเที่ยวทหาร&nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ที่มีดำริให้หน่วยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในกองทัพบก&nbsp;นำบุตรหลานกำลังพลทัศนศึกษาสถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;เสริมความรู้ทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้บุตรหลานของกำลังพลมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย&nbsp;รวมถึงเกียรติประวัติของหน่วยทหารที่ตนอาศัยอยู่&nbsp;สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นบุตรหลานทหาร&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวในหน่วยทหาร&nbsp;และคัดเลือกมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;เป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน&nbsp;มัคคุเทศก์น้อย&nbsp;ในระดับกองทัพบก</p><p><strong>กิจกรรมในครั้งนี้มีเยาวชนอายุระหว่าง&nbsp;13-18&nbsp;ปี&nbsp;ที่เป็นบุตรหลานกำลังพลภายในค่ายวชิราวุธ</strong>&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งได้สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเยาวชนที่ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&nbsp;ผ่านโครงการ&nbsp;นั่งรถชมเมือง&nbsp;เล่าเรื่องลิกอร์&nbsp;ทัศนศึกษาสถานที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช&nbsp;ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;พิพิธภัณฑ์เมืองทุ่งท่าลาด&nbsp;ห้องประวัติศาสตร์และหอเกียรติยศกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ภายในค่ายวชิราวุธ&nbsp;รวมถึง&nbsp;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;อนุสาวรีย์วีรไทย&nbsp;2484&nbsp;และพิพิธภัณฑ์วีรไทย&nbsp;โดยเด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ทุกคน&nbsp;ได้โพสต์ข้อความและรูปภาพถึงความประทับใจและความรู้ที่ได้รับ&nbsp;ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง&nbsp;ได้เช็คอินสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของค่ายวชิราวุธ&nbsp;และมีการประกวดมัคคุเทศก์น้อยกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อคัดเลือกตัวแทนกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ไปเข้าแข่งขันในระดับกองทัพบก&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;สุวัฒน์&nbsp;ทองใบ&nbsp;รองเสนาธิการกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองฝ่ายเสนาธิการ&nbsp;ของกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;หรือผู้แทน&nbsp;ร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานของมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;มอบรางวัลและเกียรติบัตร&nbsp;ให้กับมัคคุเทศก์น้อย&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330102331414"],
    [625,"กรมบัญชีกลาง พร้อมเปิดระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ หรือ New GFMIS Thai ทั่วประเทศ 4 เมษายนนี้","<p><strong>นางสาววารี&nbsp;แว่นแก้ว&nbsp;รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่&nbsp;(New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai)&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;เพื่อทดแทนระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งมีข้อจำกัดในการอัปเดตเวอร์ชันและการบำรุงรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง&nbsp;</p><p><strong>โดยได้ทดสอบระบบ&nbsp;New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai</strong>&nbsp;ในการเบิกเงินจากคลัง&nbsp;รับเงิน&nbsp;จ่ายเงินและนำเงินส่งคลัง&nbsp;จนมั่นใจแล้วว่าระบบงานมีความสมบูรณ์เพียงพอและไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านการเงินการคลังของหน่วยงานผู้เบิก&nbsp;อีกทั้งได้เปิดให้หน่วยงานเข้าทดลองปฏิบัติงานในระบบ&nbsp;New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai&nbsp;ตามข้อมูลจริงของแต่ละหน่วยงาน&nbsp;เพื่อทดสอบระบบงานในภาพรวมและตรวจสอบความพร้อมของระบบสนับสนุน&nbsp;โดยจะเปิดระบบ&nbsp;New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai&nbsp;ให้หน่วยงานของรัฐทั่วประเทศเริ่มใช้งาน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับระบบ&nbsp;New&nbsp;GFMIS&nbsp;Thai</strong>&nbsp;เป็นระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่&nbsp;ช่วยให้การเบิกเงินจากคลัง&nbsp;รับเงิน&nbsp;จ่ายเงินและนำเงินส่งคลัง&nbsp;ของหน่วยงานภาครัฐมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;รองรับจำนวนผู้ใช้งานในระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยระบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะเปิดให้ใช้งานจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330104946440"],
    [626,"ตำรวจท่องเที่ยวตราด ดูแลและสอบถามผลกระทบจากปัญหาสงคราม นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และยูเครนในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ส.ทท.6&nbsp;กก.2&nbsp;บก.ทท.1&nbsp;(ตราด)&nbsp;นำโดย&nbsp;พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ศิริเจริญนำ&nbsp;สว.ส.ทท.6&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ร.ต.ท.มารุต&nbsp;พรหมอริยกุล&nbsp;ร้อยเวร&nbsp;20</strong>&nbsp;และสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวประจำเกาะช้าง&nbsp;ได้ออกตรวจตราดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;และได้มาตรวจเยี่ยมนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย&nbsp;เพื่อสอบถาม&nbsp;และดูแลว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยสู้รบระหว่างประเทศหรือไม่&nbsp;นักท่องเที่ยวแจ้งว่า&nbsp;ไม่ได้รับกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด&nbsp;ส.ทท.6&nbsp;กก.2&nbsp;บก.ทท.1&nbsp;(ตราด)&nbsp;จึงได้ประชาสัมพันธ์&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;Tourust&nbsp;Police&nbsp;i&nbsp;lert&nbsp;u&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์มาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และประชาสัมพันธ์เบอร์โทร&nbsp;Call&nbsp;center&nbsp;1155&nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330111548461"],
    [627,"จ.ลำปาง 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG สาขาเกษตร","<p><strong>นางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมการเสวนาออนไลน์&nbsp;(Webinar)&nbsp;ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;สาขาเกษตรบูรณาการเชิงพื้นที่&nbsp;(Area&nbsp;based)&nbsp;ในพื้นที่นำร่องจังหวัดราชบุรี&nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;Webex&nbsp;Meetings&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนายยุคล&nbsp;ลิ้มแหลมทอง&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนา&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;เป็นประธานการเสวนาครั้งนี้</p><p><strong>การจัดเสวนามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์</strong>&nbsp;คือ&nbsp;เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน&nbsp;ประชาชนมีรายได้ดี&nbsp;คุณภาพชีวิตดีรักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพให้มีคุณภาพที่ดีด้วยการใช้ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;แนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;พ.ศ&nbsp;2556-2570&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่&nbsp;3&nbsp;สูง&nbsp;คือ&nbsp;ประสิทธิภาพสูง&nbsp;มาตรฐานสูง&nbsp;และรายได้สูง&nbsp;โดยนำร่อง&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และจังหวัดพัทลุง&nbsp;ให้เป็นโมเดลการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยง&nbsp;BCG&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานขยายผลในจังหวัดอื่นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330113326470"],
    [628,"รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน ภูเก็ตไบค์วีค 2022 (PHUKET BIKE WEEK 2022) ครั้งที่ 26 รูปแบบ New Normal Ride Together เพื่อเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ยกระดับการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกทั้งทางทะเลและทางบกของประเทศไทย คาดจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท","<p><strong>ที่เดอะเพลย์ยาร์ดภูเก็ต&nbsp;ตำบลไม้ขาว&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;สมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดแถลงข่าวเตรียมจัดงาน&nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022\"&nbsp;(PHUKET&nbsp;BIKE&nbsp;WEEK&nbsp;2022&nbsp;\"New&nbsp;Normal&nbsp;Ride&nbsp;Together\")&nbsp;ครั้ง&nbsp;26&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสิรภพ&nbsp;ดวงสอดศรี&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และ&nbsp;นายวิทยา&nbsp;สิงห์ฆาฬะ&nbsp;รักษาการนายกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;ร่วมแถลงข่าว&nbsp;และมี&nbsp;ดร.นาที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนทัพเรือภาคที่&nbsp;3&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และผู้ให้การสนับสนุนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมแถลงข่าวภายใต้บรรยากาศบริเวณการจัดงาน&nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022\"&nbsp;ที่มีความสวยงามของธรรมชาติที่น่าสัมผัสและมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก</p><p><strong>นายวิทยา&nbsp;สิงห์ฆาฬะ&nbsp;รักษาการนายกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมจัดงาน&nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022\"&nbsp;(PHUKET&nbsp;BIKE&nbsp;WEEK&nbsp;2022&nbsp;\"New&nbsp;Normal&nbsp;Ride&nbsp;Together\")&nbsp;ครั้ง&nbsp;26&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวมีความหลากหลาย&nbsp;สร้างสรรค์&nbsp;และถ่ายทอดเรื่องราวความพิเศษของวัฒนธรรมความเป็นมา&nbsp;เที่ยวชมความประทับใจของท้องทะเล&nbsp;หาดทรายที่ขาวสะอาดของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;รวมทั้งสถานที่สำคัญที่น่าสนใจต่างๆ&nbsp;หลายแห่ง&nbsp;โดยผ่านประสบการณ์การท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบเอ็กซ์คลูชีฟ&nbsp;เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ&nbsp;และกลุ่มนักขับขี่บิ๊กไบค์&nbsp;จาก&nbsp;20&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เช่น&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;และ&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ที่มีอัตราการใช้จ่ายสูง&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกทั้งทางทะเลและทางบก&nbsp;รวมถึงเป็นการเสริมสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักท่องเที่ยวผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไชค์ใหญ่จากทั่วโลก&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;ประเทศ&nbsp;โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้ฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็งในระยะยาว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย&nbsp;อาทิ</strong>&nbsp;การประกวดรถมอเตอร์ไซค์คัสตอมไบค์&nbsp;รุ่นทัวร์ริ่ง&nbsp;รุ่นคลาสสิค&nbsp;ชมรถมอเตอร์ไซด์รุ่นสะสมหายาก&nbsp;รถยนต์อเมริกันคลาสสิคคาร์&nbsp;ยลโฉมมอเตอร์ไซด์รุ่นใหม่จากค่ายชั้นนำทุกค่าย&nbsp;ร่วมขบวนขับขี่คาราวานบิ๊กไบค์&nbsp;เพื่อรณรงค์การขับขี่ปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎจราจร&nbsp;การประกวดมิสภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;ชมการแสดงคอนเสิร์ตจาก&nbsp;แอ๊ด&nbsp;คาราบาว&nbsp;บ่าววี&nbsp;จ๊อบทูดู&nbsp;และศิลปินอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;ชมบูธแสดงสินค้าอุปกรณ์ของตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์หลากหลาย&nbsp;รวมถึงมีการแข่งขันกีฬาทางน้ำ&nbsp;โดยภายในงานมีการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และคาดว่าในช่วง&nbsp;3&nbsp;วันของการจัดงาน&nbsp;จะมีการใช้จ่ายต่อคนต่อวันประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;ถึง&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;จะทำให้มีเงินสะพัดในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า&nbsp;60&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การจัดงานภูเก็ตไบค์วีคในทุกๆ&nbsp;ปีที่ผ่านมาจะมีนักท่องเที่ยว&nbsp;และผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่&nbsp;ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมตามปกติได้&nbsp;ซึ่งอุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยวประสบกับปัญหาเป็นอย่างมาก&nbsp;ส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบ&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;สมาคมภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;และอีกหลายภาคส่วน&nbsp;ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022&nbsp;ครั้งที่&nbsp;26&nbsp;ขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เดอะเพลย์ยาร์ดภูเก็ต&nbsp;ตำบลไม้ขาว&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่มีความพร้อมด้านสถานที่ที่สามารถรวมกิจกรรมทั้งทางน้ำทางบทไว้ที่เดียว&nbsp;และเชื่อมั่นว่า&nbsp;งานภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022&nbsp;ครั้งที่&nbsp;26&nbsp;นี้&nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ก่อนการจัดงานหนึ่งสัปดาห์&nbsp;ซึ่งจะทำให้มีเงินเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก&nbsp;ซึ่งนอกจากจะมีผู้เข้าร่วมงานแล้วยังมีผู้ติดตามที่จะทำให้มียอดเงินสะพัดกว่า&nbsp;500&nbsp;&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจะกระจายทั่วทุกพื้นที่ของภาคใต้นอกจากจังหวัดภูเก็ตด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&nbsp;2022&nbsp;ถือเป็นกิจกรรมที่สามารถ</strong>เปิดมุมมองการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ด้วยการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเกาะ&nbsp;ชื่นชมความงดงามและธรรมชาติของเกาะอย่างใกล้ชิด&nbsp;และยังทำให้เห็นถึงความร่วมมือ&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ของผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่&nbsp;จนทำให้เกิดความสัมพันธ์เป็นเครือข่ายระดับเอเชียและระดับโลก&nbsp;และต้องขอความร่วมมือประชาชนให้การต้อนรับและเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับและดูแลความปลอดภัย&nbsp;เพื่อสร้างความประทับใจและความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330134813521"],
    [629,"การบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัว ส่งออกสินค้า การท่องเที่ยว ","<p><strong>นายวุฒิพงศ์&nbsp;จิตตั้งสกุล&nbsp;ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;หรือ&nbsp;สศค.&nbsp;ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;เศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน&nbsp;โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทน&nbsp;การส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ดี&nbsp;ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19</strong>&nbsp;และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน&nbsp;มีสัญญาณขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า&nbsp;สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ&nbsp;27.7&nbsp;สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลง&nbsp;</strong>มาที่ระดับ&nbsp;43.3&nbsp;เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;<strong>ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน&nbsp;มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น</strong>&nbsp;มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;อยู่ที่&nbsp;23,483&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ขยายตัวจากช่วงเดียวกันที่ร้อยละ&nbsp;16.2&nbsp;โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกไปประเทศคู่ค้าหลักของไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;ด้านบริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม&nbsp;จำนวน&nbsp;152,954&nbsp;คน&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย&nbsp;เยอรมนี&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;สหราชอาณาจักร&nbsp;และสหรัฐฯ&nbsp;เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;15.28&nbsp;ล้านคน&nbsp;คิดเป็นอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ&nbsp;72.4&nbsp;และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน</p><p><strong>สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี</strong>&nbsp;แม้มีปัจจัยกดดันจากระดับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น&nbsp;สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;5.28&nbsp;ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;1.8&nbsp;ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;59.9&nbsp;ต่อ&nbsp;GDP&nbsp;ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง&nbsp;และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330144820557"],
    [630,"อพท.เตรียมผลักดันเกาะหมาก เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการขยะการท่องเที่ยว และเสนอประกาศพื้นที่พิเศษ 3 แห่ง ภายในปีนี้","<p><strong>นาวาอากาศเอก&nbsp;อธิคุณ&nbsp;คงมี&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อพท.&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;อพท.เตรียมผลักดัน&nbsp;เกาะหมาก&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ&nbsp;Circular&nbsp;Economy&nbsp;ที่มีการคัดแยกและแปรรูปขยะจากการท่องเที่ยว&nbsp;โดยใช้นวัตกรรมต่างๆ&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;แล้วนำกลับไปใช้ประโยชน์&nbsp;ซึ่งจะเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวที่มีแผนจัดการขยะ&nbsp;ด้วยการพัฒนาระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พิเศษ&nbsp;ช่วยสร้างรายได้&nbsp;และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมประกาศพื้นที่พิเศษ&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;พื้นที่ลุ่มนํ้าทะเลสาบสงขลา&nbsp;พื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;และพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เบื้องต้นพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและพื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;หรือ&nbsp;พพท.&nbsp;เรียบร้อยแล้วและจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ&nbsp;พิจารณาให้ความเห็นชอบการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษฯ&nbsp;เร็ว&nbsp;ๆ&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;<strong>อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามลำดับต่อไป</strong>&nbsp;รวมถึงการผลักดันชุมชนต้นแบบ&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;ชุมชน&nbsp;เข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผลักดัน&nbsp;15&nbsp;ชุมชนที่พัฒนาแล้วเข้าสู่การตลาดท่องเที่ยว&nbsp;ตั้งเป้า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;จะพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในอันดับดัชนีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135938531"],
    [631,"องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ พายเรือสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมคลองแควอ้อม","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแควอ้อม</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;พายเรือสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมคลองแควอ้อม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นางสาวสุกานดา&nbsp;ปานะสุทธะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;นำผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้า&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ร่วมพายเรือคายัค&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;ลำ&nbsp;จุดเริ่มต้นจากท่าน้ำวัดอินทาราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;คลองแควอ้อม&nbsp;อำเภออัมพวา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวสุกานดา&nbsp;ปานะสุทธะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>&nbsp;กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อสำรวจและเยี่ยมชมโครงการคลองสวยน้ำใส&nbsp;ซึ่งคลองแควอ้อมนับเป็นอีก&nbsp;1&nbsp;คลอง&nbsp;ที่จะอนุรักษ์และพัฒนาภูมิทัศน์ให้เป็นคลองที่นอกจากใช้ประโยชน์อื่นๆ&nbsp;แล้วยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำโดยเฉพาะการพายเรือ&nbsp;และหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง&nbsp;ทางจังหวัดพร้อมที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นอกจากพายเรือสำรวจเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำแล้ว&nbsp;ยังร่วมกันจัดเก็บวัชพืชในลำคลองเพื่อที่ลอยมากับสายน้ำอีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>รุ่งนภา/ข่าว/ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330141137539"],
    [632,"ศอ.บต. จัดการประชุมฯ ยกระดับองค์กรสู่ ระบบราชการ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดในการให้บริการประชาชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</strong>(ศอ.บต.)&nbsp;จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการพัฒนาองค์การสู่การเป็นระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โดยมี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;และมีผู้แทนส่วนงานภายใน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อเรียนรู้การพัฒนา&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;สู่ระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;ดร.ภาวนา&nbsp;กิตติวิมลชัย&nbsp;นักวิชาการมหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;เป็นวิทยาการบรรยายผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;โดยจะมีการประชุมเพื่อเพิ่มความรู้เรื่องดังกล่าวตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม</strong>&nbsp;เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศไทย&nbsp;4.0&nbsp;ในส่วนของภาครัฐในฐานะฟันเฟืองหลักของการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;จึงกำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนระบบราชการให้สอดรับกับบริบทที่จะเกิดขึ้นกับการเป็นประเทศ&nbsp;4.0&nbsp;โดยภาครัฐจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน&nbsp;และจะต้องมีการปรับตัวเข้าสู่ระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;โดยการนำเทคโนโลยีและดิจิตอลที่ทันสมัยมาปรับใช้ในกระบวนการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;สามารถเป็นที่ไว้วางใจและเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;จึงดำเนินการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการพัฒนาองค์การสู่การเป็นระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานภายในได้เรียนรู้และเข้าใจระบบดังกล่าว</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การนำองค์กรเข้าสู่ระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;จำเป็นต้องเตรียมพร้อมบุคลากรและเครื่องมือที่เรียกว่าฐานข้อมูล&nbsp;ที่จะนำเข้าสู่การบริหารจัดการ&nbsp;บูรณาการนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและระบบการดำเนินงานลักษณะของดิจิตอล&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนที่เป็นผู้รับบริการ&nbsp;สำหรับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;แล้วจำเป็นต้องเปิดกว้างในเรื่องของการเชื่อมโยงข้อมูลพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีประชาชนเป็นลูกค้า&nbsp;ตั้งแต่ส่วนบุคคลและองค์กร&nbsp;ซึ่งต้องใช้ในการขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>โดยล่าสุด&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้มีการจัดทำข้อมูลในการดูแลกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ตาม</strong>&nbsp;TP&nbsp;MAP&nbsp;นำร่องแล้ว&nbsp;379&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปต่อยอดการพัฒนาและดูแลกลุ่มบุคคลเหล่านี้ในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330151001596"],
    [633,"บสย. พร้อมค้ำประกันสินเชื่อ ช่วยเหลือ SMEs วงเงินรองรับ 1 แสนล้านบาท เริ่ม 1 เมษายนนี้","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสิทธิกร&nbsp;ดิเรกสุนทร&nbsp;กรรมการและผู้จัดการทั่วไป</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;บสย.พร้อมเดินหน้าโครงการค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;ตามมาตรการรัฐบาล&nbsp;สนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;เข้าถึงสินเชื่อ&nbsp;วงเงินรองรับ&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจะเริ่มเปิดรับคำขอค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนนี้เป็นต้นไป&nbsp;แบ่งวงเงินค้ำประกันออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;Extra&nbsp;วงเงิน&nbsp;90,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;เดิมที่จะครบสัญญาในเดือนเมษายน&nbsp;ให้ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่อเนื่อง&nbsp;ช่วยประคับประคองกิจการ&nbsp;ลดปัญหาค้างชำระ&nbsp;และพยุงการจ้างงานในประเทศ&nbsp;โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;เพียงร้อยละ&nbsp;1&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกัน&nbsp;สิ้นสุดรับคำขอวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2566&nbsp;และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ&nbsp;บสย.SMEs&nbsp;สร้างชาติ&nbsp;(PGS9)&nbsp;ผ่าน&nbsp;3&nbsp;โครงการย่อย&nbsp;วงเงิน&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเติมทุนผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;กลุ่มต่างๆ&nbsp;ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ระยะเวลาค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;สิ้นสุดรับคำขอวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2565&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่&nbsp;ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน&nbsp;บสย.&nbsp;โทร&nbsp;02-890-9999&nbsp;หรือ&nbsp;Line@doctor.tcg</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203941734"],
    [634,"รมว.แรงงาน ร่วมคณะผู้แทนไทยเยือนดูไบ ประชุม World Government Summit ครั้งที่ 8","<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายสุรชัย&nbsp;ชัยตระกูลทอง&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน&nbsp;และคณะ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;World&nbsp;Government&nbsp;Summit&nbsp;ครั้งที่&nbsp;8&nbsp;ประจำปี&nbsp;ค.ศ.2022&nbsp;ตามหนังสือเชิญของรัฐมนตรีกระทรวงปัญญาประดิษฐ์ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและการทำงานทางไกล&nbsp;มีหนังสือเชิญโดยมีนายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย&nbsp;เพื่อร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ&nbsp;Shaping&nbsp;the&nbsp;Future&nbsp;of&nbsp;Government&nbsp;และมีหัวข้อหลักในการประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นโยบายขับเคลื่อนการบริหารรัฐกิจ&nbsp;อนาคตของระบบสาธารณสุข&nbsp;การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก&nbsp;การสร้างสังคมที่เข้มแข็ง&nbsp;อนาคตของการศึกษาและการทำงาน&nbsp;และเมืองแห่งอนาคต</p><p><strong>สำหรับการประชุม&nbsp;World&nbsp;Government&nbsp;Summit&nbsp;</strong>เป็นการประชุมระหว่างประเทศที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;ภายใต้การอุปถัมภ์ชองเชค&nbsp;มูฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;รอชิด&nbsp;อัลมักตูม&nbsp;(His&nbsp;Highness&nbsp;Sheikh&nbsp;Mohammed&nbsp;bin&nbsp;Rashid&nbsp;Al&nbsp;Maktoum)&nbsp;รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเจ้าครองรัฐดูไบ&nbsp;เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้นำรัฐบาล&nbsp;รัฐมนตรี&nbsp;เจ้าหน้าที่อาวุโสจากภาครัฐและเอกชน&nbsp;และผู้นำองค์การระหว่างประเทศทั่วโลก&nbsp;ในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการพัฒนาและการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;นครดูไบ&nbsp;ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน&nbsp;World&nbsp;Expo&nbsp;2020&nbsp;จัดขึ้นในรูปแบบของการเสวนา&nbsp;มีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า&nbsp;4,000&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;190&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของประเทศไทย</strong>&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวถ้อยแถลงสาระสำคัญครอบคลุมในประเด็นต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;สุขภาพหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203835733"],
    [635,"ทางหลวงชนบท จัดโครงการศึกษาการก่อสร้างถนนหลายสายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับ EEC","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กรมทางหลวงชนบท&nbsp;จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์&nbsp;ในโครงการศึกษาความเหมาะสม</strong>โครงการก่อสร้างถนนสายแยก&nbsp;ทล.315&nbsp;เชื่อมต่อถนนผังเมืองสาย&nbsp;ณ8&nbsp;และถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฉ50&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแอดแลนติด&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;โรงแรมเดอะไทน์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;บางแสน&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวานนท์&nbsp;ศักดิ์บูรณาเพชร&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมาณราคาของโครงการจากกลุ่มที่ปรึกษาของกรมทางหลวงชนบท&nbsp;ได้บรรยายถึงความเป็นมาและภาพรวมโครงการให้สื่อมวลชน&nbsp;รับทราบ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวานนท์&nbsp;ศักดิ์บูรณาเพชร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;การประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีมติรับทราบและเห็นชอบให้ขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;1&nbsp;โดยการสนับสนุนให้ดำเนินการศึกษาโครงการสำรวจออกแบบและก่อสร้างถนนสายแยก&nbsp;ทล.315&nbsp;เชื่อมต่อถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฌ8&nbsp;และถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฉ50&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ตามผังระบบคมนาคมขนส่ง&nbsp;เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;เพื่อดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการและการก่อสร้าง&nbsp;รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการ&nbsp;เพื่อรับฟังและรวบรวมประเด็นปัญหาหรือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;ก่อนที่จะดำเนินโครงการสำรวจออกแบบรายละเอียดในลำดับต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กระทรวงคมนาคม&nbsp;โดยกรมทางหลวงชนบท&nbsp;ได้ดำเนินการพัฒนา&nbsp;โครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างถนนแยกสาย&nbsp;ทล.315&nbsp;</strong>เชื่อมต่อถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฌ8&nbsp;และถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฉ50&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถนนที่ประกาศในเขตผังเมืองรวมเมืองชลบุรี&nbsp;และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และเป็นเส้นทางสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของเมือง&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาจราจรหนาแน่นในเขตอำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;และรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยแนวเส้นทางของโครงการ&nbsp;วางตัวอยู่ในแนวเหนือ&nbsp;&nbsp;ใต้</strong>&nbsp;ระหว่างทางหลวงหมายเลข&nbsp;361&nbsp;กับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&nbsp;7&nbsp;โดยมีแนวคิดในการพัฒนาเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;1)&nbsp;ส่วนที่เชื่อมต่อถนนแยกสาย&nbsp;ทล.315&nbsp;กับถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฌ8&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;2)&nbsp;ส่วนที่เป็นถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฌ8&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;13&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และถนนผังเมืองสาย&nbsp;ฉ50&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;700&nbsp;เมตร&nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;18&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยและทำงานในเขตจังหวัดชลบุรี&nbsp;สนับสนุนการเชื่อมต่อการเดินทาง&nbsp;ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต&nbsp;ลดปัญหามลพิษจากการจราจรที่ติดขัด&nbsp;และสร้างภาพลักษณ์ของเขตเมืองในภาพรวมให้ดีขึ้นต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330172512649"],
    [636,"หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมสังขละบุรี&nbsp;1&nbsp;โรงแรมริเวอร์แคว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&nbsp;2565&nbsp;หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญชู&nbsp;วิวัฒนาทร&nbsp;ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;กล่าวรายงานการประชุมฯ&nbsp;พร้อมด้วยที่ปรึกษา&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;สมาชิกหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เข้าร่วม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีจัดการประชุมใหญ่</strong>&nbsp;เพื่อแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมาให้กับสมาชิกได้รับทราบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีเป็นองค์กรภาคเอกชนหลัก&nbsp;หนึ่งในหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;องค์กร&nbsp;ของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ดำเนินงานภายใต้ภารกิจ&nbsp;การส่งเสริมการค้า&nbsp;พัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างคุณค่าชีวิต&nbsp;มาเป็นระยะเวลากว่า&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีสมาชิกที่เข้าร่วมองค์กรจากหลากหลายสาขาอาชีพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิตริน&nbsp;มัชฌันติกะ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพวีดีโอ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">พัชรพล&nbsp;เจริญสุข&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330182816664"],
    [637,"จังหวัดยะลาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านประเทศมาเลเซียเตรียมความพร้อมเปิดด่านทางบก รับนักท่องเที่ยว ในรูปแบบ Test&Go และ One day trip  ระหว่างรอ ศบค .ไฟเขียวเปิดด่าน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำผู้ประกอบการต่างๆห้ามเอาเปรียบนักท่องเที่ยวหลังเปิดด่านทางบก","<p><strong>จังหวัดยะลาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านประเทศมาเลเซีย</strong>เตรียมความพร้อมเปิดด่านทางบก&nbsp;รับนักท่องเที่ยว&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;และ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip&nbsp;ระหว่างรอ&nbsp;ศบค&nbsp;.ไฟเขียวเปิดด่าน&nbsp;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำผู้ประกอบการต่างๆห้ามเอาเปรียบนักท่องเที่ยวหลังเปิดด่านทางบก&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;30&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่ห้องประชุมใต้สุดสยาม&nbsp;อาคารด่านศุลกากรเบตง&nbsp;</strong>อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมนายรัชฏา&nbsp;จิวาลัย&nbsp;กงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;เมืองปีนัง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งสาธารณสุข&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานด้วนความมั่นคง&nbsp;ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ได้ร่วมประชุมกับ&nbsp;ต่วนอาริฟ&nbsp;เบนดาซะ&nbsp;รองหัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองเปิงกาลันฮูลู&nbsp;รัฐเปรัก&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;นางโนอาซีรา&nbsp;พอซี&nbsp;ตัวแทนด่านศุลกากร&nbsp;และอีกหลายหน่วยงานของประเทศมาเลเซีย&nbsp;เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านของทั้งสองประเทศ&nbsp;การประชุมใช้ประมาณเวลา&nbsp;1&nbsp;ชม&nbsp;หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานต่างๆของอำเภอเบตงถึงมาตรการต่างในการเปิดด่าน&nbsp;ในส่วนของอำเภเอบตง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้มอบ&nbsp;ศปก.อำเภอเบตง&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการเป็นแม่งานในเรื่องต่างให้ดำเนินการแล้วเสร็จก่อนที่มีการเปิดด่าน&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดยะลาได้ดำเนินการส่งหนังสือไปยัง&nbsp;ศปก.กก&nbsp;พิจารณา&nbsp;ขออนุญาตให้เปิดด่านพรมแดนเบตงแล้ว&nbsp;เพื่อรับนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลและที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งมติเห็นชอบเปิดรับนักท่องเที่ยวรูปแบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;และ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip</p><p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การเปิดด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ทางฝั่งประเทศมาเลเซียมีความพร้อมอยู่แล้ว&nbsp;ในขณะที่จังหวัดยะลา&nbsp;ก็มีความพร้อมแล้วเช่นกัน&nbsp;แต่ต้องให้&nbsp;ศบค&nbsp;.กลาง&nbsp;อนุญาตก่อน&nbsp;ถึงจะสามารถเปิดด่านได้ในขณะนี้&nbsp;ในการประชุมวันนี้ก็เป็นการประชุมปรึกษาหารือถึงมาตรการต่างๆ&nbsp;ซึ่งหากได้รับอนุญาตให้เปิดด่านเบตงแล้วนั้น&nbsp;ก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอำเภอเบตง&nbsp;เราจึงต้องมีการวางมาตรการต่างๆ&nbsp;ทั้งเรื่องรถ&nbsp;เรื่องคน&nbsp;วิธีการต่างๆ&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการสับสนวุ่นวาย&nbsp;หากได้รับอนุญาตให้เปิดด่าน&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการ&nbsp;ก็ต้องเตรียมความพร้อมด้วยเช่นกันไม่ใช่เฉพาะแต่หน่วยงานของรัฐ</p><p><strong>สำหรับรูปแบบที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวของด่านพรมแดนเบตง</strong>&nbsp;จะเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;และ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;รูปแบบจะไม่อนุญาตให้นำรถจากฝั่งมาเลเซียเข้ามาใช้ในประเทศไทย&nbsp;จะต้องใช้รถรับส่งในประเทศไทยเท่านั้น&nbsp;ส่วนเวลา&nbsp;ก็ได้ประสานกับทางฝั่งมาเลเซียไปแล้วว่า&nbsp;จะเปิดเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาแบบ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;trip&nbsp;จะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของไทยเป็นผู้ตรวจหากไม่พบเชื้อก็สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้แต่ต้องเดินทางกลับก่อนด่านปิดในเวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;แต่หากพบเชื้อให้เดินทางกลับประเทศทันที&nbsp;ในส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางรูปแบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;ก็ดำเนินการตามปกติทั่วไป&nbsp;ให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเข้าพักในโรงแรม&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ห้ามออกไปไหนเพื่อรอผลตรวจโควิด-19&nbsp;หากไม่พบเชื้อจึงจะสามารถเดินทางออกไปท่องเที่ยวได้&nbsp;แต่หากพบเชื้อก็ให้อยู่รักษาจนหายถึงจะเดินทางอออกมาได้</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ยังได้เน้นย้ำกับผู้ประกอบการต่างๆ&nbsp;ทั้ง</strong>&nbsp;ธุรกิจโรงแรม&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;รถโดยสาร&nbsp;รถจักรยานยนต์รับจ้าง&nbsp;ตามสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ไม่ให้เอาเปรียบนักท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งค่าที่พัก&nbsp;ทั้งค่าโดยสาร&nbsp;ค่าอาหารต่างๆ&nbsp;ซึ่งจะให้หน่วยงานต่างๆร่วมกันตรวจสอบหากมีการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวก็ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330181544657"],
    [638,"ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด คงเดิม ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กลุ่มผู้ค้น้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;31&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&nbsp;&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&nbsp;คงเดิม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่งผลให้ราคาขายปลีก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;46.86&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.45&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;39.18&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;38.34&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;31.64&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203433731"],
    [639,"เชื่อส่งออกไทยปี 2565 เติบโตได้ถึงร้อยละ 10 ดันจีดีพีของประเทศให้ขยายตัวได้ตามเป้า ","<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;การส่งออกของไทยสามารถทำได้ดีตามเป้าหมาย&nbsp;โดยหลายฝ่ายคาดกาณ์ว่าปี&nbsp;2565&nbsp;จะขยายตัวได้ที่ร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ของอัตราการการเติบโตทั้งหมด&nbsp;ทั้งนี้ในช่วง&nbsp;2&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;(ม.ค.-ก.พ.65)&nbsp;การส่งออกขยายตัวถึงร้อยละ&nbsp;12&nbsp;แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีแรงส่งที่ดี&nbsp;</p><p><strong>หากภาครัฐมีการสนับสนุนอำนวยความสะดวกในการส่งออก&nbsp;</strong>ให้ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จะช่วยทำให้การส่งออกขยายตัวได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ในปีนี้&nbsp;และจะส่งผลให้จีดีพีในภาพรวมของประเทศ&nbsp;ขยายตัวอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ&nbsp;3-4&nbsp;เช่นกัน</p><p><strong>กระทรวงการคลัง&nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนภาคเอกชน&nbsp;</strong>ในการอำนวยความสะดวก&nbsp;รวมถึงลดขั้นตอนด้านโลจิสติกส์ต่างๆ&nbsp;ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น&nbsp;ตลอดจนช่วยเพิ่มสภาพคล่องด้านเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;มั่นใจว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน&nbsp;จะสามารถทำให้การส่งออกเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายชัยชาญ&nbsp;เจริญสุข&nbsp;ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สรท.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป้าหมายการส่งออกที่ร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ในปีนี้&nbsp;มีโอกาสเป็นไปได้&nbsp;แต่ยอมรับว่าเป็นตัวเลขที่สูง&nbsp;ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากและต้องได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากภาครัฐ&nbsp;ทั้งกระทรวงการคลัง&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และกระทรวงคมนาคม&nbsp;ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออกอย่างเต็มที่&nbsp;ประกอบกับช่วงเวลานี้ยังต้องเผชิญกับสถานการณ์การค้าโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;รวมทั้งราคาพลังงาน&nbsp;ซึ่งมีผลโดยตรงกับค่าระวางเรือในการส่งออกสินค้า&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภาคเอกชนมีการปรับตัวเพื่อทำให้การส่งออกของประเทศยังคงขยายตัวได้&nbsp;เช่น&nbsp;การปรับเปลี่ยนตลาดการส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่เป็นตลาดที่น่าสนใจและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ดี</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330201910716"],
    [640,"คณะกรรมการนโยบายการเงิน มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.5 ต่อปี ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายปิติ&nbsp;ดิษยทัต&nbsp;เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน&nbsp;หรือ&nbsp;กนง.&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการฯ&nbsp;มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ&nbsp;0.50&nbsp;ต่อปี&nbsp;ทั้งนี้คณะกรรมการฯ&nbsp;ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ร้อยละ&nbsp;3.2&nbsp;โดยผลของการระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;มีผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่มากเท่าระลอกก่อนหน้า&nbsp;แม้หลายประเทศจะมีมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย&nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น&nbsp;แต่จะไม่กระทบแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ขณะที่ปี&nbsp;2566&nbsp;จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ&nbsp;4.4</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ที่คาดว่าในปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ&nbsp;19&nbsp;ล้านคน&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;การขยายตัวของเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในบางอุตสาหกรรมที่อาจยืดเยื้อและผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้นต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในกลุ่มเปราะบาง&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;จะติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ขณะที่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี&nbsp;2565</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;4.9&nbsp;โดยอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ในไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;จากราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุนในหมวดอาหารเป็นหลัก&nbsp;ก่อนที่จะปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี&nbsp;2566&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;&nbsp;1.7&nbsp;ซึ่งอัตราเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่มีโอกาสสูงกว่าที่ประเมินไว้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;จะติดตามพัฒนาการเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังสอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายการเงิน&nbsp;ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลาย&nbsp;และยังมองว่า&nbsp;มาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง&nbsp;มาตรการการคลังควรสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างตรงจุด&nbsp;โดยเน้นการสร้างรายได้และการบรรเทาภาระค่าครองชีพในกลุ่มเปราะบาง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ขณะที่นโยบายการเงินช่วยสนับสนุนให้ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลายต่อเนื่อง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;รวมทั้งมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อช่วยกระจายสภาพคล่องและช่วยลดภาระหนี้โดยเฉพาะในกลุ่มที่รายได้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่&nbsp;อาทิ&nbsp;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&nbsp;มาตรการพักทรัพย์พักหนี้&nbsp;และมาตรการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;ควบคู่กับการผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนให้เห็นผลในวงกว้างและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงิน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา&nbsp;ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพและรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ยังให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;จะติดตามปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ&nbsp;ทั้งราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์โลก&nbsp;การส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้น&nbsp;และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจขยายวงกว้างและสร้างความไม่แน่นอนในระยะต่อไป&nbsp;โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมหากจำเป็น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203343730"],
    [641,"ไทยพร้อมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก 2565 ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2565 เน้นรูปแบบการประชุมแบบรักษ์โลก Carbon Neutral","<p><strong>นางกอบกาญจน์&nbsp;วัฒนวรางกูร</strong>&nbsp;ประธานกรรมการจัดงาน&nbsp;Global&nbsp;Summit&nbsp;Of&nbsp;Woman&nbsp;2022&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก&nbsp;2022&nbsp;(Global&nbsp;Summit&nbsp;Of&nbsp;Woman&nbsp;2022)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23-25&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรม&nbsp;Centara&nbsp;Grand&nbsp;และ&nbsp;Bangkok&nbsp;Convention&nbsp;Centre&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ภายใต้ธีม&nbsp;Women:&nbsp;Creating&nbsp;Opportunities&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;New&nbsp;Reality&nbsp;โดยจะมีตัวแทนผู้นำสตรีจากภาครัฐและเอกชนทั่วโลกเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;ภายใต้มาตรการการดูแลและควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;และเป็นการจัดแบบรักษ์โลก&nbsp;Carbon&nbsp;Neutral&nbsp;ซึ่งจะมีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;อาทิ&nbsp;การใช้ไฟฟ้า&nbsp;การเดินทางของผู้เข้าร่วมประชุมการจัดเลี้ยงอาหาร&nbsp;การบริหารขยะและของเสียภายในงาน&nbsp;และมีการสนับสนุนกิจกรรมที่ทำให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ผ่านการทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอนเพิ่มเติม&nbsp;ด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงการนำเสนอสินค้าชุมชนจากทั่วประเทศไทย</strong>&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นพัฒนาเป็นนักธุรกิจระดับนานาชาติ&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการลงทุน&nbsp;และความเท่าเทียมกันของผู้หญิงและผู้ชาย&nbsp;ในบทบาทของการดำเนินธุรกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;รวมไปถึงมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้&nbsp;สร้างความเปลี่ยนแปลงและความเติบโตให้กับธุรกิจผ่าน&nbsp;E-Commerce&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายศิริปกรณ์&nbsp;เชี่ยวสมุทร&nbsp;รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไทยมีความพร้อมในการเปิดประเทศรับคณะผู้นำสตรีในการประชุมระดับนานาชาติและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งในปีนี้&nbsp;ททท.กำหนดให้เป็นปี&nbsp;Visit&nbsp;Thailand&nbsp;Year&nbsp;2022&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;ปีแห่งการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อต้อนรับทั้งชาวต่างชาติให้สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศโดยไม่ต้องกักตัว&nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ถือเป็นการต้อนรับเข้าสู่ชีวิตปกติใหม่&nbsp;สร้างรายได้และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;โดยตั้งเป้านักท่องเที่ยวกลุ่ม&nbsp;Expat&nbsp;ที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง&nbsp;เพื่อเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพ&nbsp;สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง&nbsp;นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เปลี่ยนแปลงบนพื้นฐานของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203129728"],
    [642,"อบต.ฉลุง จังหวัดสตูล ร่วมโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบูรณาการกับการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริในพื้นที่ต.ฉลุง ต.ควนโพธิ์ ต. เจ๊ะบิลัง และ ต.เกาะสาหร่าย","<p><strong>วันนี้&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสุจริต&nbsp;ยามาสา&nbsp;</strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุงพร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;แกนนำหมู่บ้าน&nbsp;เข้าร่วมอบรมโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบูรณาการกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริเชื่อมโยง&nbsp;4&nbsp;ตำบลได้แก่พื้นที่ตำบลฉลุง&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&nbsp;และตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;จาก&nbsp;4&nbsp;ตำบลเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;อบจ.สตูล&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายสัมฤทธิ์&nbsp;เลียงประสิทธิ์&nbsp;</strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานร่วมพบปะพูดคุยและให้แนวคิดในการดำเนินกิจกรรมโครงการ&nbsp;ทั้งนี้ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ตำบลได้มีการจัดแบ่งกลุ่มเพื่อจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเป้าหมายทั้ง&nbsp;4&nbsp;ตำบลเพื่อการดึงจุดแข็งจุดด้อยของแต่ละตำบลออกมาในการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวภายใน&nbsp;4&nbsp;ตำบลเข้าด้วยกันแบบบูรณาการร่วม&nbsp;และในช่วงบ่ายได้มีการลงสำรวจพื้นที่จริงในพื้นที่ตำบลควนโพธิ์และตำบลฉลุง&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเก็บรายละเอียดข้อมูลในการนำมาพัฒนา</strong>ต่อยอดเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตของ&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลฉลุงเองก็ได้นำเสนอในส่วนของสวนสุขภาพบริเวณข้างที่ทำการ&nbsp;อบต.ฉลุง&nbsp;/เขาบังใบ/เขาระยาบังสา/กลุ่มวิสาหกิจผึ้งโพรง/กลุ่มวิสาหกิจบ้านหัวเขา(ขนมพื้นบ้าน)/ถนนอาหาร&nbsp;&nbsp;(street&nbsp;food)&nbsp;&nbsp;/ล่องแก่ง&nbsp;เพื่อการพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวของ&nbsp;4&nbsp;ตำบลในการบูรณาการร่วมกันในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330182959666"],
    [643,"อบต.ไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เทศกาลหรอยริมเล ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-12 เม.ย.65 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว นที่ไม้ขาว สะพานสารสิน จังหวัดภูเก็ต","<p><strong>ที่บริเวณสะพานสารสิน&nbsp;ตำบลไม้ขาว&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานตามโครงการเทศกาล&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในพื้นที่บ้านไม้ขาว&nbsp;หัวเกาะภูเก็ต&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายสราวุธ&nbsp;สีสาคูคราม&nbsp;นายกองค์การการบริหารส่วนตำบลไม้ขาว&nbsp;ดร.นาที&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;นายสิรภพ&nbsp;ดวงสอดศรี&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภูเก็ต&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายสราวุธ&nbsp;สีสาคูคราม&nbsp;นายกองค์การการบริหารส่วนตำบลไม้ขาว</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับงานเทศกาลอาหารหรอยริมเล&nbsp;ณ&nbsp;สะพานสารสิน&nbsp;จะมีขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;11-12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล&nbsp;และได้กระจายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน&nbsp;และเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่พื้นที่&nbsp;ถือเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นตำบลไม้ขาวและจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการอาหาร&nbsp;และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว&nbsp;มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวงานเทศกาลอาหารหรอยริมเล</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สะพานสารสิน&nbsp;จะมีขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;11-12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นการต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่คาดว่าจะมีผู้คนเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;โดยภายในงานจะมีร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นพื้นเมืองของบ้านไม้ขาว&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;จั๊กจั่นทอด&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากผักลิ้นหาน&nbsp;และสินค้าทั่วไปตามความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330190621687"],
    [644,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดพังงา ติดตามการดำเนินงานโครงการ The Park Khaolak","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>พร้อมด้วยรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง&nbsp;นายไชยยศ&nbsp;จิรเมธากร&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;นางสาวปภัสมน&nbsp;อัมราลิขิต&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการสำคัญที่ได้รับงบประมาณจากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดกระบี่&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;13&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และโครงการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลตำบลคึกคัก&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;โครงการศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการชายฝั่งแห่งเมืองพังงา&nbsp;หรือ&nbsp;The&nbsp;Park&nbsp;Khaolak&nbsp;เป็นการนำพื้นที่รกร้างกว่า&nbsp;40&nbsp;ไร่&nbsp;มาพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว&nbsp;การกีฬา&nbsp;นันทนาการ&nbsp;สถานที่จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และสถานที่พักผ่อนของประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะมีการก่อสร้างอาคารศูนย์กลางการท่องเที่ยว&nbsp;ลานจัดกิจกรรมขนาดใหญ่&nbsp;พื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย&nbsp;ร้านค้าชุมชน&nbsp;ลานชมวิว&nbsp;ทางเดินลอยฟ้า&nbsp;คาดว่าจะเพิ่มศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก&nbsp;ให้เป็นศูนย์กลางนันทนาการชายฝั่งของจังหวัดพังงาที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวพังงาได้ตลอดทั้งปี&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานเกาะคอเขาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณเกาะคอเขา&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การพัฒนาตลาดน้ำคลองบางเนียง&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ทางจังหวัดพังงา&nbsp;ได้มอบหมายให้อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณคลองบางเนียง&nbsp;สร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งสปาวารีบำบัดน้ำพุร้อนคลองท่อมเมืองสปา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการติดตามการดำเนินโครงการในครั้งนี้&nbsp;จะได้นำเสนอต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป&nbsp;และขอขอบคุณประชาชนทุกท่าน&nbsp;ทุกหน่วยงาน&nbsp;ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330211440739"],
    [645,"จังหวัดนครราชสีมา จับมือ มทส.และคณะผู้บริหารการคลังจังหวัดนครราชสีมา (คบจ.) จัดมหกรรมโคราชสังคมไร้เงินสด (Korat Cashless Society)","<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมโคราช&nbsp;สังคมไร้เงินสด&nbsp;KORAT&nbsp;CASHLESS&nbsp;SOCIETY&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดเซฟวัน&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>มหกรรมโคราชสังคมไร้เงินสด&nbsp;(Korat&nbsp;Cashless&nbsp;Society)&nbsp;</strong>ก้าวสู่เมืองแห่งการทำธุรกรรมออนไลน์&nbsp;ลดการใช้เงินสด&nbsp;เป็นความร่วมมือของคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;(คบจ.)&nbsp;&nbsp;จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจดิจิทัลของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายโคราชสังคมไร้เงินสดประสบผลสำเร็จและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ</strong>&nbsp;การขับเคลื่อนโคราชสังคมไร้เงินสด&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการลดการใช้เงินสด&nbsp;พร้อมลุ้นรับรางวัลประจำเดือน&nbsp;การแจกคูปองส่วนลดร้านค้า&nbsp;และแจกรางวัลใหญ่สำหรับร้านค้าอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330221055757"],
    [646,"จุรินทร์ออนทัวร์ ลงพังงา ติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร พร้อมเดินหน้า \"อมก๋อยโมเดล\" ดึงผู้ค้ารายใหญ่ \"ซื้อมังคุดทิพย์\" ตรงจากเกษตรกร 1,050 ตัน ดันราคาพุ่งแตะ 60 บาทต่อ กก.","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดพังงาเพื่อติดตามความคืบหน้าและประชาสัมพันธ์โครงการประกันรายได้ปาล์ม&nbsp;ปี&nbsp;3&nbsp;และเป็นประธานเปิดกิจกรรมพาณิชย์เดินหน้าอมก๋อยโมเดล&nbsp;@&nbsp;พังงา&nbsp;สินค้ามังคุดทิพย์พังงา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นางสาวนุสรา&nbsp;กาญจนกูล&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นางสาวปภัสมน&nbsp;อัมราลิขิต&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;6&nbsp;นางกันตวรรณ&nbsp;ตันเถียร&nbsp;ส.ส.พังงา&nbsp;นายจุฤทธิ์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;อดีต&nbsp;ส.ส.พังงา&nbsp;นายสุขทัศน์&nbsp;ต่างวิริยะกุล&nbsp;รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;นางนวลจันทร์&nbsp;โพธิ์วิจิต&nbsp;นายอำเภอกะปง&nbsp;ตัวแทนกลุ่มผู้ขายมังคุดทิพย์&nbsp;9&nbsp;กลุ่ม&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตัวแทนห้างค้าส่ง-ค้าปลีก&nbsp;ตัวแทนตลาดกลางสินค้าเกษตร&nbsp;แพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเอนกประสงค์ปากถัก&nbsp;ตําบลท่านา&nbsp;อําเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สมัยที่ตนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แรกๆ&nbsp;</strong>ผลปาล์มกิโลกรัมละ&nbsp;2&nbsp;บาทกว่า&nbsp;ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ถ้าต่ำกว่า&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;จะมีส่วนต่างโอนเข้าบัญชี&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ให้เท่ากับ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ตามราคาประกันรายได้&nbsp;แต่ปัจจุบันเราแก้ปัญหาให้ปาล์มราคาดีขึ้น&nbsp;วันนี้ที่นี่&nbsp;10&nbsp;บาทกว่าแล้ว&nbsp;นอกเหนือจากปัจจัยราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกที่สูงขึ้น&nbsp;มีส่วนทำให้ราคาผลปาล์มปรับเพิ่มขึ้นแล้ว&nbsp;ตนได้พาพ่อค้าไปเปิดตลาดส่งออกน้ำมันปาล์มที่อินเดีย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทำให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียเพิ่มขึ้นถึง&nbsp;438%&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อผลปาล์มราคาแพง&nbsp;ต้นทุนการทำน้ำมันปาล์มขวดก็แพงขึ้นไปด้วย&nbsp;โดยตามโครงสร้างราคาควรอยู่ที่ขวดละ&nbsp;68-70&nbsp;บาท&nbsp;แต่เราพยายามขอความร่วมมือบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มไว้&nbsp;ทำให้ราคาขายน้ำมันปาล์มขวดเฉลี่ยทั่วประเทศยังอยู่ที่ขวดละ&nbsp;63.34&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;64.22&nbsp;บาท</p><p>และเรื่องราคายางพารา&nbsp;วันนี้ดีขึ้น&nbsp;ยางก้อนถ้วยหรือขี้ยาง&nbsp;ราคาล่าสุดเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่&nbsp;26.50-27&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ซึ่งสมัยก่อนขี้ยางกิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทุกอย่างดีขึ้น</p><p><strong>สำหรับโครงการประกันรายได้จะยังคงอยู่</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นยาขนานสำคัญและเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและเข้าปีที่&nbsp;3&nbsp;จะขึ้นปีที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรมีหลักประกันรายได้ที่ดีมาก&nbsp;ม็อบเกษตรกรถึงไม่มีในช่วง&nbsp;2-3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;อย่างน้อยสามารถยังชีพได้ด้วยเงินส่วนต่างของโครงการประกันรายได้</p><p><strong>สำหรับการเซ็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อกับเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;1,050&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นการซื้อขายล่วงหน้าเพื่อให้เกิดหลักประกันว่ามังคุดฤดูนี้&nbsp;มังคุดทิพย์พังงาบ้านเราอย่างน้อย&nbsp;1,050&nbsp;ตัน&nbsp;ขายได้แน่นอน&nbsp;ที่จะออกลูกในเดือนพฤษภาคม&nbsp;มิถุนายนโดยประมาณ&nbsp;และราคารับซื้อเบอร์&nbsp;1&nbsp;และเบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคา&nbsp;45-60&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ถ้าเป็นมังคุดคละกิโลกรัมละ&nbsp;25-35&nbsp;บาท&nbsp;ตนใช้โมเดลนี้ก่อนหน้านี้&nbsp;1&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;สั่งการเป็นนโยบายที่อำเภออมก๋อย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ให้เกษตรกรที่ปลูกบุก&nbsp;ปลูกเครื่องเทศที่ขายไม่ค่อยได้ราคา&nbsp;สั่งการเป็นนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดเป็นเซลล์แมนจังหวัดช่วยขายพืชผลการเกษตร&nbsp;พาผู้ซื้อไปทำสัญญารับซื้อล่วงหน้า&nbsp;ทำให้เกษตรกรชนกลุ่มน้อยที่อำเภออมก๋อย&nbsp;มีหลักประกันพืชเกษตร&nbsp;รู้ราคาล่วงหน้า</p><p><strong>วันนี้จึงใช้ชื่ออมก๋อยโมเดล&nbsp;มารับซื้อที่พังงา&nbsp;</strong>ซึ่งปีนี้น่าจะมีผลผลิตประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;มารับซื้อแล้ว&nbsp;1,050&nbsp;ตัน&nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าทีมสำคัญช่วยหาตลาดให้ล่วงหน้า&nbsp;ตนเชื่อว่าปีนี้มังคุดไม่น่าจะมีปัญหาแต่ขอให้ทำให้มีคุณภาพ&nbsp;ไม่ให้เสียชื่อจะทำให้ปีต่อไปคนจะแย่งกันซื้อและมีกำลังใจมาทำสัญญา&nbsp;</p><p><strong>ปีนี้มีบริษัทมาเซ็นสัญญา&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นห้างสรรพสินค้า&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ตลาดกลาง&nbsp;2&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;แพลตฟอร์ม&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และเป็นล้งรวบรวมผลไม้&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;จากกลุ่มเกษตรกรบ้าน&nbsp;9&nbsp;กลุ่ม&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;1,050&nbsp;ตัน&nbsp;ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวสวนมังคุดทิพย์ด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว</p><p><strong>กรมการค้าภายในระบุว่า&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ที่เข้าทำสัญญาฯ&nbsp;กับกลุ่มเกษตรกรมังคุดทิพย์พังงา&nbsp;9&nbsp;กลุ่มประกอบด้วย</p><p>1.ห้าง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;:&nbsp;เซ็นทรัล&nbsp;ฟู้ด&nbsp;รีเทล&nbsp;เดอะมอลล์&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;&nbsp;เอก-ชัย&nbsp;ดีสทริบิวชั่น&nbsp;2.ตลาดกลาง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;:&nbsp;ตลาดศรีเมือง&nbsp;&nbsp;ตลาดมรกต&nbsp;3.แพลตฟอร์ม&nbsp;1&nbsp;ราย:&nbsp;Ohlala&nbsp;(ททบ.5)&nbsp;4.ผู้ประกอบการรับซื้อผลไม้ทั่วไป&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;:&nbsp;เอเจฟรุ๊ต&nbsp;อินเตอร์เทรด&nbsp;&nbsp;กรณ์มี&nbsp;&nbsp;รุสกีผลไม้&nbsp;รุสกีซัพพลาย&nbsp;อิมปอร์ต&nbsp;&nbsp;ชาลินี</p><p><strong>และสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงาได้แจ้งข้อมูลผลผลิตมังคุดในการประชุมคณะทำงานดำเนินกิจกรรมพรีออเดอร์ผลไม้มังคุดที่พังงาปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าผลผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีปริมาณ&nbsp;2,968.50&nbsp;ตัน&nbsp;เนื่องจากจังหวัดพังงามีฝนตกชุกและมีปริมาณน้ำฝนสูง&nbsp;ส่งผลให้ดอกมังคุดร่วง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม&nbsp;โดยแหล่งผลิตสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;39%&nbsp;ตะกั่วป่า&nbsp;20%&nbsp;คุระบุรี&nbsp;14%&nbsp;และท้ายเมือง&nbsp;14%</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330234033768"],
    [647,"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามโครงการของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่ จ.พังงา","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ดินทางลงพื้นที่ไปยังเทศบาลตำบลคึกคัก&nbsp;ตำบลคึกคัก&nbsp;อ.ตะกั่วป่า&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ติดตามโครงการที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันได้นำเสนอขอรับงบประมาณ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;นายไตรทิพย์&nbsp;สกุลประดิษฐ์&nbsp;นายอำเภอตะกั่วป่า&nbsp;นายสวัสดิ์&nbsp;ตันเก่ง&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลคึกคัก&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ร่วมต้อนรับและนำเสนอข้อมูลโครงการ</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ได้ติดตามโครงการก่อสร้างศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการชายฝั่งแห่งเมืองพังงา&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;หรือ&nbsp;The&nbsp;Park&nbsp;Khaolak&nbsp;ความคืบหน้าศึกษาการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะคอเขา&nbsp;และติดตามโครงการพัฒนาแหล่งสปาวารีบำบัด&nbsp;น้ำพุร้อนเค็ม&nbsp;อำเภอคลองท่อม&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;(กระบี่&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ตรัง&nbsp;พังงา&nbsp;ระนอง&nbsp;และสตูล)&nbsp;จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.สัญจร&nbsp;จังหวัดกระบี่)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330234348769"],
    [648,"มะนาวในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา ปรับขึ้นราคา ขณะที่ผู้บริโภคร้านอาหาร ร้านส้มตำ ร้านยำ ยังจำเป็นต้องใช้ เพราะความเปรี้ยวต่างกัน","<p><strong>วันนี้&nbsp;31&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตงและตลาดนัด&nbsp;</strong>ใน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลาพบว่ามีการปรับราคาการจำหน่ายขึ้นมาตั้งแต่ช่วงตรุษจีน&nbsp;ต้นเดือน&nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา&nbsp;โดยล่าสุดขึ้นราคาเป็นถุงละ800-&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ถุงละ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หากเป็นมะนาวแป้นกระสอบละ&nbsp;1,300&nbsp;บาท&nbsp;และมีแนวโน้มที่จะปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้</p><p><strong>แม่ค้าขายผักสด&nbsp;บอกว่า&nbsp;ราคามะนาวในระยะนี้มีการปรับราคาขึ้นทุกวัน</strong>&nbsp;ซึ่งวันนี้ราคามะนาว&nbsp;ถุงละ10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;อยู่ที่ถุงละ&nbsp;800&nbsp;-1,000&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ถุงละ&nbsp;500&nbsp;-&nbsp;600&nbsp;บาทถุงละ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งการปรับราคานั้นจะทยอยปรับขึ้นมาตั้งแต่หลังเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ทำให้ขณะนี้ราคามะนาวสด&nbsp;ปรับขึ้นมาถุงละ&nbsp;800&nbsp;-&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยู่ที่กระสอบละ&nbsp;500&nbsp;-600&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;และในเดือนหน้ามีแนวโน้มจะขึ้นอีกเพราะเป็นช่วงหน้าแล้งและมะนาวออกผลน้อย&nbsp;ซึ่งการที่ราคามะนาวแพงขึ้น&nbsp;อาจเป็นเพราะร้านอาหารเปิด&nbsp;เพราะเป็นช่วงเปิดเมือง&nbsp;และกำลังจะเปิดประเทศด้วยทำให้คนต้องการใช้มะนาวเยอะขึ้น&nbsp;จึงทำให้แพงสุดในปีนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แม่ค้า&nbsp;บอกอีกว่า&nbsp;&nbsp;หากราคาเป็นแบบนี้แม่ค้าขายมะนาวก็แย่</strong>&nbsp;เพราะมะนาวลูกละ10&nbsp;บาทเห็นใจคนซื้อแต่ทำไงได้มาแพงก็ต้องขายแพงปัจจัยราคาที่แพงมาจาก&nbsp;ราคาน้ำมันแพง&nbsp;และเป็นช่วงหน้าแล้งด้วยผลผลิตออกน้อย&nbsp;&nbsp;ซึ่งแต่ก่อนมะนาวลูกใหญ่สุดลูกละไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;และคาดว่าปีนี้ราคาจะขึ้นไปถึงกระสอบละ&nbsp;2,000&nbsp;&nbsp;-&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;บาทอย่างแน่นอน&nbsp;&nbsp;ทำให้บางร้านต้องจัดแบ่งเป็นชุดใส่ตระกร้าเล็กขาย&nbsp;4&nbsp;ลูก&nbsp;40&nbsp;บาทเพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ซื้อ&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมาราคามะนาวเคยขึ้นไปถึงลูกละ&nbsp;16&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;แต่ก็&nbsp;2-3&nbsp;ปีมาแล้ว&nbsp;และปีนี้มีแนวโน้มราคายังคงจะขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ต้องปรับตัวรับมาเฉพาะพอขายในแต่ละวัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ร้านส้มตำ&nbsp;</strong>ร้านยำก็ปรับลดกำลังซื้อลงจากเดิมเคยซื้อ&nbsp;100&nbsp;-200&nbsp;ลูก&nbsp;ลดลงเหลือ&nbsp;50&nbsp;&nbsp;60&nbsp;&nbsp;ลูก&nbsp;และเลือกที่จะใช้อย่างอื่นมาทดแทนความเปรี้ยวของมะนาว&nbsp;แต่รสชาติอาหารจะไม่ได้ตามที่ต้องการ&nbsp;เพียงแต่อาจจะใช้ทดแทนกันได้เป็นบางอย่าง&nbsp;อย่างส้มตำจะขาดมะนาวไม่ได้&nbsp;ยำต่างๆ&nbsp;ข้าวผัดจะให้ไปใส่น้ำมะขามเปียกก็ไม่ได้&nbsp;น้ำจิ้มซีฟู้ดก็ขาดมะนาวไม่ได้&nbsp;รสชาติก็ไม่เหมือนกัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่แผงผักสด&nbsp;ตลาดโก้งโค้ง&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดนัดยามเช้า&nbsp;</strong>พบว่า&nbsp;มะนาวมีการปรับราคาขึ้นโดยแม่ค้าได้จัดใส่ตระกร้าเล็กแยกเป็นชุดแบ่งขาย&nbsp;4&nbsp;ลูก&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;ชุดละ&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ปรับขึ้นชุดละราคา&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ตระกร้ามี&nbsp;4&nbsp;ลูกเพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ซื้อ&nbsp;ซึ่งขณะนี้ราคามะนาวปรับราคาขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งแม่ค้าขายผักอีกรายบอกว่า&nbsp;ในช่วงหน้าร้อน&nbsp;หน้าแล้ง</strong>&nbsp;ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป&nbsp;เป็นช่วงที่มะนาวเริ่มขาดตลาดมะนาวหายาก&nbsp;ชาวสวนมะนาวเองก็มีผลผลิตมะนาวมาส่งขายน้อยลง&nbsp;ทำให้มะนาวปรับขึ้นราคา&nbsp;ซึ่งเป็นเช่นนี้ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี&nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่&nbsp;โดยเฉพาะลูกค้าที่นำมะนาวไปทำอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;นำไปทำเป็นเครื่องดื่มขายต่อ&nbsp;ก็จำเป็นต้องซื้อในราคานี้&nbsp;แต่อาจจะซื้อน้อยลง&nbsp;จากเดิมที่ซื้อคราวละมากๆ&nbsp;เป็นกระสอบก็ซื้อน้อยลง&nbsp;หรือใช้วิธีทยอยซื้อ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331120726894"],
    [649,"นครนายก ส่งเสริมผู้สูงอายุในชุมชนท่องเที่ยว","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดนครนายก&nbsp;ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำ&nbsp;นโยบายและแผนยุทธศาสตร์สำหรับรองรับสังคมผู้สูงอายุในชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;ระยะ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2566-พ.ศ.2569</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.วรรษิดา&nbsp;บุญญาณเมธาพร&nbsp;รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา</strong>&nbsp;คณะการจัดการการท่องเที่ยว&nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์&nbsp;หัวหน้าโครงการ&nbsp;และคณะทำงาน&nbsp;จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำ&nbsp;นโยบายและแผนยุทธศาสตร์สำหรับรองรับสังคมผู้สูงอายุในชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;ระยะ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;-&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ฝึกอาชีพผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง&nbsp;จังหวัดนครนายก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในช่วงเช้า&nbsp;บรรยายพิเศษหัวข้อ&nbsp;สถานการณ์แนวโน้มและผลกระทบของผู้สูงอายุในจังหวัดนครนายก&nbsp;</strong>โดยวิทยากร&nbsp;:&nbsp;นางชญาภา&nbsp;นิธิญาณิน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&nbsp;และ&nbsp;นายนภดล&nbsp;พรมวิเศษ&nbsp;นักพัฒนาสังคม&nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจาก&nbsp;นางจันทร์จิรา&nbsp;พัฒนศิริ&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครนายก&nbsp;และบรรยายพิเศษหัวข้อ&nbsp;\"สังคมผู้สูงอายุ&nbsp;:&nbsp;โอกาสของการท่องเที่ยวชุมชนที่ยั่งยืนในอนาคต\"&nbsp;และวิทยากร&nbsp;:&nbsp;นายพงษ์อนัน&nbsp;จันทร์ไพร&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>และในช่วงบ่าย&nbsp;ผู้แทนในระดับบริหาร&nbsp;จากภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;ภาคชุมชน</strong>&nbsp;และภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยสำหรับชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายกต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางหัวหน้าโครงการและคณะทำงาน&nbsp;</strong>ขอขอบพระคุณการสนับสนุนจากผู้บริหารของจังหวัดทุกๆ&nbsp;ท่าน&nbsp;ที่ให้ความอนุเคราะห์เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการและพร้อมจะร่วมขับเคลื่อนไปพร้อมๆ&nbsp;กันทั้งจังหวัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครนายก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331115733885"],
    [650,"นายกรัฐมนตรี เปิดโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม Smart Park เพิ่มการจ้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;Smart&nbsp;Park&nbsp;(ผ่านระบบออนไลน์)&nbsp;ไปยังนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;Smart&nbsp;Park&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโครงการนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;Smart&nbsp;Park&nbsp;ว่าเป็นโครงการภายใต้นโยบาย&nbsp;Thailand&nbsp;4.0&nbsp;การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;EEC&nbsp;ที่มีความมุ่งหวังร่วมกันให้เกิดการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย&nbsp;เพื่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคตโดยเร็วที่สุด&nbsp;ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;รองรับการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;หรือ&nbsp;New&nbsp;S-Curve&nbsp;ที่มีนวัตกรรม&nbsp;หรือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต&nbsp;อันจะก่อให้เกิดการขยายตัวในการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องประเภทอื่นๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>หากโครงการนี้สำเร็จลุล่วง&nbsp;จะก่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่</strong>&nbsp;ทั้งการเป็นพื้นที่รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;S-Curve&nbsp;ตลอดจนมีส่วนในการพัฒนาพื้นที่และท้องถิ่น&nbsp;ให้เกิดการจ้างงาน&nbsp;สร้างเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;เพิ่มรายได้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ&nbsp;EEC&nbsp;ที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331151041031"],
    [651,"กพต. อนุมัติหลักการ 5 โครงการที่ ศอ.บต. นำเสนอรอง นรม. ย้ำ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมมือขับเคลื่อนมติ กพต. อย่างเป็นรูปธรรม","<p><strong>กพต.&nbsp;อนุมัติหลักการ&nbsp;5&nbsp;โครงการที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นำเสนอ&nbsp;รอง&nbsp;นรม.</strong>&nbsp;ย้ำ&nbsp;ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมมือขับเคลื่อนมติ&nbsp;กพต.&nbsp;อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ&nbsp;มีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย&nbsp;เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กพต.)&nbsp;จัดการประชุมครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ตึกบัญชาการ&nbsp;1&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&nbsp;กพต.&nbsp;และเป็นประธานในการประชุม&nbsp;มีพลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ผู้บริหารของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และคณะกรรมการ&nbsp;กพต.&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานการพัฒนาของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาให้ที่ประชุมเห็นชอบทั้งสิ้น&nbsp;5&nbsp;เรื่อง</p><p><strong>เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้รายงานข้อสั่งการของประธาน&nbsp;กพต.</strong>เกี่ยวกับการช่วยเหลือและพัฒนาแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กลุ่มที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ซึ่งทุกส่วนราชการได้บูรณาการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาครอบคลุมทั้งหมด&nbsp;อาทิ&nbsp;ส่งไปทำงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง&nbsp;รวม&nbsp;4,988&nbsp;คน&nbsp;ฝึกอบรมทักษะอาชีพเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานในพื้นที่รวม&nbsp;5,988&nbsp;คน&nbsp;สร้างอาชีพทางเลือกอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวม&nbsp;5,703&nbsp;คน&nbsp;และเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงาน</p><p><strong>ภาคเกษตรประเภทสวนปาล์มในมาเลเซีย&nbsp;นำร่องจำนวน&nbsp;700&nbsp;คน</strong>&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;และ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมบริหารจัดการแรงงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;และความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาและมีความเห็นพ้องร่วมกันว่าโรคระบาดชนิดนี้จะเป็นโรคประจำถิ่นต่อไปในอนาคต&nbsp;โดยแนวทางแก้ไขที่ได้ผลคือ&nbsp;การใช้ปุ๋ยเพื่อให้ต้นยางมีความแข็งแรง&nbsp;การปรับปรุงสวนยางให้มีความโปร่ง&nbsp;อากาศถ่ายเท&nbsp;และการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับประชาชน&nbsp;</p><p><strong>จากการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว&nbsp;ส่งผลให้พื้นที่ที่เคยระบาดสูงสุด</strong>ในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;850,000&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;ลดลงเหลือ&nbsp;150,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป&nbsp;ได้เตรียมปรับแผนการดำเนินงานเพื่อดูแลเกษตรกรชาวสวนยางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;และดำเนินโครงการ&nbsp;๑&nbsp;อำเภอ&nbsp;๑&nbsp;ตำบล&nbsp;นำร่องแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;รวม&nbsp;44&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยตั้งเป้าว่าในฤดูฝนที่จะถึงนี้&nbsp;พื้นที่เกิดโรคจากเดิมซึ่งเคยระบาดกว่า&nbsp;800,000&nbsp;ไร่&nbsp;จะต้องลดลงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ&nbsp;เรื่องเพื่อพิจารณาที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>นำเสนอขออนุมัติหลักการโครงการสำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการเสริมสร้างคนดีตามหลักการ&nbsp;ทางศาสนา&nbsp;เพื่อสืบสานและรักษาสังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;เพื่อฟื้นฟูและทำนุบำรุงความเป็นพหุสังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เป็นการส่งเสริมกิจการทางศาสนาที่เกี่ยวข้องของทุกศาสนา&nbsp;เน้นกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนที่จะได้รับการส่งเสริมให้เข้าถึงหลักการทางศาสนาและนำหลักการทางศาสนาไปสู่การดำเนินชีวิตที่ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์&nbsp;อุโมงค์ใหญ่&nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อสร้างพื้นที่</p><p><strong>การท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ให้เป็นเมืองแห่งการพึ่งพา</strong>ตนเองทั้งด้าน&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;อาหาร&nbsp;และเป็นโครงการสำคัญที่จูงใจนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ&nbsp;และต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะพี่น้องคนไทยเชื้อสายจีนที่จะเดินทางเข้ามาเรียนรู้ประสบการณ์การต่อสู้ทางอุดมการณ์ของคนรุ่นก่อนและนำไปสู่การท่องเที่ยวในเรื่องอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่&nbsp;ด่านบูกิตกายูฮิตัม&nbsp;ของมาเลเซียเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;อำเภอสะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อเร่งเปิดให้บริการและอำนวยความสะดวก&nbsp;ระหว่างด่านพรมแดนระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย&nbsp;โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจย์&nbsp;ณ&nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย</p><p>และปฏิบัติธรรม&nbsp;ณ&nbsp;สังเวชนียสถาน&nbsp;ประเทศอินเดีย&nbsp;&nbsp;เนปาล&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้คนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจย์&nbsp;ณ&nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;และปฏิบัติธรรมและศึกษาแหล่งสังเวชนียสถาน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศอินเดีย&nbsp;-&nbsp;เนปาล&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง</strong>&nbsp;ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และเป็นการเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ&nbsp;และโครงการจ้างบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ&nbsp;ให้ครอบคลุมหมู่บ้านเป้าหมายและชุมชนเมือง&nbsp;เพื่อสนับสนุนภาครัฐในการแก้ไขปัญหาและสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2567&nbsp;โดยจ้างบัณฑิตอาสาฯ&nbsp;เพิ่มอีกจำนวน&nbsp;339&nbsp;คน&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกหมู่บ้าน&nbsp;และเขตชุมชนเมือง&nbsp;ซึ่งประกอบด้วยหมู่บ้านที่ยังขาดอยู่จำนวน&nbsp;137&nbsp;คน&nbsp;และชุมชนเมืองจำนวน&nbsp;202&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะทำให้มีบัณฑิตอาสาฯ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;2,458&nbsp;คน</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เน้นย้ำให้&nbsp;กพต.&nbsp;และส่วนราชการรับทราบว่า</strong>&nbsp;มติที่ประชุมของ&nbsp;กพต.&nbsp;มีความสำคัญและจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;เพราะเป็นเรื่องที่สนองตอบต่อปัญหาและความจำเป็นของประชาชน&nbsp;เป็นเรื่องที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความมั่นคงทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;โครงการที่เป็นไป&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนมติ&nbsp;กพต.&nbsp;ไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;อาทิ&nbsp;งานปศุสัตว์&nbsp;เศรษฐกิจฐานราก&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การกีฬา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;รวมถึง&nbsp;โครงการที่&nbsp;กพต.&nbsp;มีมติในวันนี้&nbsp;ก็ต้องจัดหางบประมาณ&nbsp;เพื่อดำเนินการโดยเร็ว&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะประสานสำนักงบประมาณ&nbsp;เพื่อจัดหางบประมาณในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ต่อเนื่องถึงปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;และปีต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากติดขัดประการใด&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;จะเร่งนัดหารือเป็นการเร่งด่วน</strong>&nbsp;เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการเชิงรุกที่เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชน&nbsp;โดยสร้างการมีส่วนร่วมผู้นำท้องถิ่นท้องที่&nbsp;และภาคประชาสังคม&nbsp;นำข้อเสนอเหล่านั้นไปหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติและนำเสนอ&nbsp;กพต.&nbsp;ในการประชุมครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331152859043"],
    [652,"ตม.ภูเก็ต เผยยอดให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครนแล้วกว่า 1,800 คน และยังคงมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>พ.ต.ท.อนิรุทธ์&nbsp;ภัทรวิวัฒน์&nbsp;สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่</strong>า&nbsp;จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ทั้งการท่องเที่ยวท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานภูเก็ต&nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก&nbsp;ได้เข้ามาดูแลบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1,830&nbsp;คน&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;การต่อวีซ่าที่กำลังจะหมดอายุ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,830&nbsp;คน&nbsp;อยู่ต่อเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;177&nbsp;คน&nbsp;และสถานทูตรับ&nbsp;66&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของการจัดหาที่พักราคาพิเศษ</strong>&nbsp;รวมทั้งปัญหาเที่ยวบิน&nbsp;และการที่ไม่สามารถกดเงินได้นั้น&nbsp;ทาง&nbsp;ททท.สำนักงานภูเก็ต&nbsp;ได้มีการเปิด&nbsp;คอลเซ็นเตอร์&nbsp;รับเรื่องราวเพื่อการช่วยเหลือ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ได้มีการประสานกับกงสุลรัสเซียประจำจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;ในการช่วยเหลือ&nbsp;นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;</strong>จังหวัดภูเก็ต&nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครนที่ขออยู่ต่อในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จำนวน&nbsp;9,725&nbsp;คน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;รัสเซีย&nbsp;&nbsp;8,545&nbsp;คน&nbsp;ยูเครน&nbsp;1,184&nbsp;คน&nbsp;และยังคงมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331155509067"],
    [653,"ททท. เตรียมจัดงานเทศกาลดนตรี International Jazz & Blues Festival 2022 กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว","<p><strong>นายศิริปกรณ์&nbsp;เชี่ยวสมุทร&nbsp;รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ททท.&nbsp;กำหนดจัดงานเทศกาลดนตรี&nbsp;International&nbsp;Jazz&nbsp;&amp;&nbsp;Blues&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;5F&nbsp;:&nbsp;4M&nbsp;คือ&nbsp;Food&nbsp;Film&nbsp;Fashion&nbsp;Festival&nbsp;Fight&nbsp;Music&nbsp;Museum&nbsp;Master&nbsp;และ&nbsp;Meta&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามฟุตบอลของ&nbsp;&nbsp;ทรู&nbsp;อารีน่า&nbsp;หัวหิน&nbsp;สปอร์ต&nbsp;คลับ&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</p><p><strong>โดยเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน</strong>&nbsp;ที่จะสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมในการบริหารจัดการพื้นที่&nbsp;ให้สามารถจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;ควบคู่กับดนตรี&nbsp;กีฬา&nbsp;&nbsp;ธรรมชาติ&nbsp;สุขภาพและวัฒนธรรมทางอาหารการกิน&nbsp;เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น&nbsp;ภายหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เริ่มคลี่คลาย&nbsp;ผ่านการจัดอีเวนท์ระดับโลก&nbsp;โดยเฉพาะศิลปินระดับตำนานของโลกที่จะมาร่วมสร้างสีสัน&nbsp;เช่น&nbsp;เคนเนธ&nbsp;บรูซ&nbsp;กอลีลิกซ์&nbsp;(Kenneth&nbsp;Gorelick)\"&nbsp;หรือ&nbsp;\"Kenny&nbsp;G\"&nbsp;/&nbsp;วง&nbsp;DRAGONFLY&nbsp;และการแสดงจากMelodic&nbsp;Corner&nbsp;รวมทั้งค่ายเพลงแจ๊สคนรุ่นใหม่จาก&nbsp;Muzik&nbsp;Move&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>คาดว่าการจัดงานดังกล่าว&nbsp;จะสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและช่วยกระจายรายได้หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ด้วยการจัดงานภายใต้รูปแบบ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Event&nbsp;ผู้เข้าชมต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และเอกสารรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมถึงจำกัดจำนวนผู้เข้าชม&nbsp;3,500&nbsp;คน&nbsp;การคัดกรองอุณหภูมิ&nbsp;การกำหนดพื้นที่รับประทานอาหาร&nbsp;(พื้นที่เปิดหน้ากาก)&nbsp;รวมถึงผู้ร่วมงานต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331193803200"],
    [654,"จังหวัดเพชรบุรี คัดเลือกสุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี  โดดเด่น ทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหารการกิน วิถีชีวิตวัฒนธรรม ความสุขมีทุกรูปแบบ ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนสักครั้ง","<p><strong>เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นางสาวคะนึง&nbsp;ไข่ลือนาม&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และคณะกรรมการ&nbsp;ร่วมพิจารณาคัดเลือกชุมชนต้นแบบ&nbsp;ไเที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี\"&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวคะนึง&nbsp;ไข่ลือนาม&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรีเปิดเผยถึงการพิจารณาคัดเลือกชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;&nbsp;สานนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ที่จะค้นหาชุมชนคุณธรรม&nbsp;น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร&nbsp;จนสามารถมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวทุกมิติ&nbsp;โดดเด่น&nbsp;ทั้งแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;อาหารการกิน&nbsp;วิถีชีวิตวัฒนธรรม&nbsp;เพื่อประกาศยกย่อง&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านในชุมชน&nbsp;และเพื่อเป็นเครื่องยืนยัน&nbsp;ว่าของดี&nbsp;ของเด่น&nbsp;ที่มีอยู่ในชุมชน&nbsp;สามารถสร้างความสนุกให้ผู้มาเยือน&nbsp;ความสุขมีทุกรูปแบบ&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนสักครั้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการตัดสิน&nbsp;คัดเลือกชุมชนต้นแบบ&nbsp;</strong>เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;เพื่อเป็นตัวแทนชุมชนของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยคณะกรรมการได้มีมติ&nbsp;คัดเลือก&nbsp;ชุมชนบ้านถ้ำรงค์&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;,ชุมชนถ้ำเสือ&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน,และชุมชนบ้านบางเกตุ&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;ซึ่งจะได้ส่งรายชื่อทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชุมชนให้กระทรวงวัฒนธรรมได้พิจารณาคัดเลือก&nbsp;10&nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบ&nbsp;ระดับประเทศต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331174119152"],
    [655,"วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ลงพื้นที่จัดทำข้อมูลเที่ยวชุมชนวิถี","<p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาววาสนา&nbsp;ไชยพรรณา&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางสาววีณา&nbsp;พื้นแสน&nbsp;นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ&nbsp;และนางสาววรรณี&nbsp;สายรัตน์&nbsp;นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ชุมชนคุณธรรมบ้านภูมิโปน&nbsp;ตำบลดม&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงปราสาทภูมิโปน&nbsp;เพื่อจัดทำข้อมูลประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;\"เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี\"&nbsp;โดยได้สำรวจสวนกาญจันดา&nbsp;สวนอินทผาลัมเจ้าแรก&nbsp;ของอำเภอสังขะ&nbsp;สวนองุ่นในบ้าน&nbsp;ที่สามารถปลูกไว้กินเองในครัวเรือน&nbsp;พิพิธภัณฑ์โรงเรียนดมวิทยาคาร&nbsp;แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของคนในชุมชน&nbsp;ร้าน&nbsp;@นาตาทวด&nbsp;ร้านอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ติดถนน&nbsp;หมายเลย&nbsp;24&nbsp;ที่พร้อมรับนักท่องเที่ยว&nbsp;และโรงแรม&nbsp;นงลักษณ์รีสอร์ท&nbsp;ที่มีพร้อมทั้งที่พักและอาหารไว้พร้อมรับนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331232324251"],
    [656,"มุกดาหาร - สะหวันนะเขต ชะลอการเปิดด่าน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งสองฝั่ง มีแนวโน้มสูงขึ้น","<p><strong>มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;ชะลอการเปิดด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมือง&nbsp;จากเดิมกำหนดวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทั้งสองฝั่งมีแนวโน้มสูงขึ้น</p><p><strong>จากกรณีที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดย&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ได้ประกาศความพร้อมในการเปิดด่านถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;และด่านประเพณี&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยที่ประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งมีคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-ลาว&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ส่วนราชการและองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมีมติเห็นชอบมาตรการเตรียมความพร้อมในกรณีการเปิดด่านจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;(ท่าเทียบเรือ-ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร)&nbsp;และสะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;โดยกำหนดมาตรการแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;เรือขนเฉพาะสินค้า&nbsp;2)&nbsp;เรือขนสินค้าพร้อมผู้โดยสาร&nbsp;และ&nbsp;3)&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;หรือรถโดยสารระหว่างประเทศผ่านสะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;นั้น&nbsp;ปรากฏว่าในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และแขวงสะหวันนะเขตนั้น&nbsp;</strong>ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;43)&nbsp;และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ที่&nbsp;6/2565&nbsp;เรื่องพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุม&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังสูง&nbsp;และพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ที่&nbsp;7/2565&nbsp;เรื่องแนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ&nbsp;2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;24)&nbsp;ที่กำหนดให้จังหวัดมุกดาหารเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง&nbsp;เป็นผลให้วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ต้องชะลอการเปิดด่านณจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;(ท่าเทียบเรือ-ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร)&nbsp;และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&nbsp;ออกไปก่อน&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;จึงจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331233829255"],
    [657,"นายกรัฐมนตรี กดปุ่มเปิด โครงการก่อสร้างนิคมฯ สมาร์ท ปาร์คที่ระยอง","<p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิด&nbsp;โครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์ค&nbsp;(Smart&nbsp;Park)&nbsp;ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์ค&nbsp;(Smart&nbsp;Park)จังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งดำเนินการโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;มีนายสุริยะ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;นายวีริส&nbsp;อัมระปาล&nbsp;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติ</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์ค&nbsp;เป็นอีกหนึ่งโครงการภายใต้นโยบายไทยแลนด์&nbsp;4.0&nbsp;การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;EEC&nbsp;เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;รองรับการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;ที่มีนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ก่อให้เกิดการลงทุนในด้านต่างๆ&nbsp;ที่ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านอื่นๆ&nbsp;ช่วยเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจสังคม&nbsp;และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;สำหรับนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์ค&nbsp;ดังกล่าวมีพื้นที่รวม&nbsp;1,383.76&nbsp;ไร่&nbsp;มูลค่าการลงทุน&nbsp;2,370&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หลังจากลงนามในสัญญาจ้างผู้รับเหมาแล้ว&nbsp;</strong>คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&nbsp;ปาร์คดังกล่าว&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;และสามารถเปิดดำเนินการได้ภายในปี&nbsp;2567&nbsp;ซึ่งปัจจุบันความก้าวหน้าของงานก่อสร้างโครงการสะสมเท่ากับ&nbsp;7.66%&nbsp;เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและมีการลงทุนในนิคมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;EEC&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401000842003"],
    [658,"","",null,"","","",""],
    [659,"","",null,"","","",""],
    [660,"","",null,"","","",""],
    [661,"","",null,"","","",""],
    [662,"","",null,"","","",""],
    [663,"","",null,"","","",""],
    [664,"","",null,"","","",""],
    [665,"","",null,"","","",""],
    [666,"","",null,"","","",""],
    [667,"","",null,"","","",""],
    [668,"","",null,"","","",""],
    [669,"","",null,"","","",""],
    [670,"","",null,"","","",""],
    [671,"","",null,"","","",""],
    [672,"","",null,"","","",""],
    [673,"","",null,"","","",""],
    [674,"","",null,"","","",""],
    [675,"","",null,"","","",""],
    [676,"","",null,"","","",""],
    [677,"","",null,"","","",""],
    [678,"","",null,"","","",""],
    [679,"","",null,"","","",""],
    [680,"","",null,"","","",""],
    [681,"","",null,"","","",""],
    [682,"","",null,"","","",""],
    [683,"","",null,"","","",""],
    [684,"","",null,"","","",""],
    [685,"","",null,"","","",""],
    [686,"","",null,"","","",""],
    [687,"","",null,"","","",""],
    [688,"","",null,"","","",""],
    [689,"","",null,"","","",""],
    [690,"","",null,"","","",""],
    [691,"","",null,"","","",""],
    [692,"","",null,"","","",""],
    [693,"","",null,"","","",""],
    [694,"","",null,"","","",""],
    [695,"","",null,"","","",""],
    [696,"","",null,"","","",""],
    [697,"","",null,"","","",""],
    [698,"","",null,"","","",""],
    [699,"","",null,"","","",""],
    [700,"","",null,"","","",""],
    [701,"","",null,"","","",""],
    [702,"","",null,"","","",""],
    [703,"","",null,"","","",""],
    [704,"","",null,"","","",""],
    [705,"","",null,"","","",""],
    [706,"","",null,"","","",""],
    [707,"","",null,"","","",""],
    [708,"","",null,"","","",""],
    [709,"","",null,"","","",""],
    [710,"","",null,"","","",""],
    [711,"","",null,"","","",""],
    [712,"","",null,"","","",""],
    [713,"","",null,"","","",""],
    [714,"","",null,"","","",""],
    [715,"","",null,"","","",""],
    [716,"","",null,"","","",""],
    [717,"","",null,"","","",""],
    [718,"","",null,"","","",""],
    [719,"","",null,"","","",""],
    [720,"","",null,"","","",""],
    [721,"","",null,"","","",""],
    [722,"","",null,"","","",""],
    [723,"","",null,"","","",""],
    [724,"","",null,"","","",""],
    [725,"","",null,"","","",""],
    [726,"","",null,"","","",""],
    [727,"","",null,"","","",""],
    [728,"","",null,"","","",""],
    [729,"","",null,"","","",""],
    [730,"","",null,"","","",""],
    [731,"","",null,"","","",""],
    [732,"","",null,"","","",""],
    [733,"","",null,"","","",""],
    [734,"","",null,"","","",""],
    [735,"","",null,"","","",""],
    [736,"","",null,"","","",""],
    [737,"","",null,"","","",""],
    [738,"","",null,"","","",""],
    [739,"","",null,"","","",""],
    [740,"","",null,"","","",""],
    [741,"","",null,"","","",""],
    [742,"","",null,"","","",""],
    [743,"","",null,"","","",""],
    [744,"","",null,"","","",""],
    [745,"","",null,"","","",""],
    [746,"","",null,"","","",""],
    [747,"","",null,"","","",""],
    [748,"","",null,"","","",""],
    [749,"","",null,"","","",""],
    [750,"","",null,"","","",""],
    [751,"","",null,"","","",""],
    [752,"","",null,"","","",""],
    [753,"","",null,"","","",""],
    [754,"","",null,"","","",""],
    [755,"","",null,"","","",""],
    [756,"","",null,"","","",""],
    [757,"","",null,"","","",""],
    [758,"","",null,"","","",""],
    [759,"","",null,"","","",""],
    [760,"","",null,"","","",""],
    [761,"","",null,"","","",""],
    [762,"","",null,"","","",""],
    [763,"","",null,"","","",""],
    [764,"","",null,"","","",""],
    [765,"","",null,"","","",""],
    [766,"","",null,"","","",""],
    [767,"","",null,"","","",""],
    [768,"","",null,"","","",""],
    [769,"","",null,"","","",""],
    [770,"","",null,"","","",""],
    [771,"","",null,"","","",""],
    [772,"","",null,"","","",""],
    [773,"","",null,"","","",""],
    [774,"","",null,"","","",""],
    [775,"","",null,"","","",""],
    [776,"","",null,"","","",""],
    [777,"","",null,"","","",""],
    [778,"","",null,"","","",""],
    [779,"","",null,"","","",""],
    [780,"","",null,"","","",""],
    [781,"","",null,"","","",""],
    [782,"","",null,"","","",""],
    [783,"","",null,"","","",""],
    [784,"","",null,"","","",""],
    [785,"","",null,"","","",""],
    [786,"","",null,"","","",""],
    [787,"","",null,"","","",""],
    [788,"","",null,"","","",""],
    [789,"","",null,"","","",""],
    [790,"","",null,"","","",""],
    [791,"","",null,"","","",""],
    [792,"","",null,"","","",""],
    [793,"","",null,"","","",""],
    [794,"","",null,"","","",""],
    [795,"","",null,"","","",""],
    [796,"","",null,"","","",""],
    [797,"","",null,"","","",""],
    [798,"","",null,"","","",""],
    [799,"","",null,"","","",""],
    [800,"","",null,"","","",""],
    [801,"","",null,"","","",""],
    [802,"","",null,"","","",""],
    [803,"","",null,"","","",""],
    [804,"","",null,"","","",""],
    [805,"","",null,"","","",""],
    [806,"","",null,"","","",""],
    [807,"","",null,"","","",""],
    [808,"","",null,"","","",""],
    [809,"","",null,"","","",""],
    [810,"","",null,"","","",""],
    [811,"","",null,"","","",""],
    [812,"","",null,"","","",""],
    [813,"","",null,"","","",""],
    [814,"","",null,"","","",""],
    [815,"","",null,"","","",""],
    [816,"","",null,"","","",""],
    [817,"","",null,"","","",""],
    [818,"","",null,"","","",""],
    [819,"","",null,"","","",""],
    [820,"","",null,"","","",""],
    [821,"","",null,"","","",""],
    [822,"","",null,"","","",""],
    [823,"","",null,"","","",""],
    [824,"","",null,"","","",""],
    [825,"","",null,"","","",""],
    [826,"","",null,"","","",""],
    [827,"","",null,"","","",""],
    [828,"","",null,"","","",""],
    [829,"","",null,"","","",""],
    [830,"","",null,"","","",""],
    [831,"","",null,"","","",""],
    [832,"","",null,"","","",""],
    [833,"","",null,"","","",""],
    [834,"","",null,"","","",""],
    [835,"","",null,"","","",""],
    [836,"","",null,"","","",""],
    [837,"","",null,"","","",""],
    [838,"","",null,"","","",""],
    [839,"","",null,"","","",""],
    [840,"","",null,"","","",""],
    [841,"","",null,"","","",""],
    [842,"","",null,"","","",""],
    [843,"","",null,"","","",""],
    [844,"","",null,"","","",""],
    [845,"","",null,"","","",""],
    [846,"","",null,"","","",""],
    [847,"","",null,"","","",""],
    [848,"","",null,"","","",""],
    [849,"","",null,"","","",""],
    [850,"","",null,"","","",""],
    [851,"","",null,"","","",""],
    [852,"","",null,"","","",""],
    [853,"","",null,"","","",""],
    [854,"","",null,"","","",""],
    [855,"","",null,"","","",""],
    [856,"","",null,"","","",""],
    [857,"","",null,"","","",""],
    [858,"","",null,"","","",""],
    [859,"","",null,"","","",""],
    [860,"","",null,"","","",""],
    [861,"","",null,"","","",""],
    [862,"","",null,"","","",""],
    [863,"","",null,"","","",""],
    [864,"","",null,"","","",""],
    [865,"","",null,"","","",""],
    [866,"","",null,"","","",""],
    [867,"","",null,"","","",""],
    [868,"","",null,"","","",""],
    [869,"","",null,"","","",""],
    [870,"","",null,"","","",""],
    [871,"","",null,"","","",""],
    [872,"","",null,"","","",""],
    [873,"","",null,"","","",""],
    [874,"","",null,"","","",""],
    [875,"","",null,"","","",""],
    [876,"","",null,"","","",""],
    [877,"","",null,"","","",""],
    [878,"","",null,"","","",""],
    [879,"","",null,"","","",""],
    [880,"","",null,"","","",""],
    [881,"","",null,"","","",""],
    [882,"","",null,"","","",""],
    [883,"","",null,"","","",""],
    [884,"","",null,"","","",""],
    [885,"","",null,"","","",""],
    [886,"","",null,"","","",""]
]}
