{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"Detail","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"timestamp"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"กรมปศุสัตว์ ขยายกัญชง กัญชา กระท่อม สู่ธุรกิจอาหารสัตว์","<p><strong>?นายสรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่กระแสกัญชา&nbsp;กัญชงและกระท่อมกำลังมาแรง&nbsp;ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรของไทยมายาวนาน&nbsp;มีผู้สนใจและมีงานวิจัยทยอยออกมามากมาย&nbsp;ล่าสุดได้มีการปลดล็อกส่วนของพืชกัญชา&nbsp;กัญชงและกระท่อม&nbsp;ออกจากรายชื่อยาเสพติดให้โทษประเภทที่&nbsp;5&nbsp;ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทางการค้า&nbsp;การแพทย์และการศึกษาวิจัย&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของการนำไปใช้อย่างถูกกฎหมาย</strong>&nbsp;จึงได้เตรียมออกประกาศเกี่ยวกับอาหารสัตว์เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของพืชกัญชา&nbsp;กัญชงและกระท่อม&nbsp;โดยร่วมมือกับภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;รวมถึงสถาบันวิจัยต่างๆ&nbsp;ในการศึกษา&nbsp;วิจัยและพัฒนา&nbsp;เพื่อกำหนดค่ามาตรฐานที่ยอมรับให้ใช้ได้ในอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งจากงานวิจัยพบว่ากัญชงเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงมากและของเหลือจากการเก็บเกี่ยวหรือการนำมาแปรรูป&nbsp;สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าในการผลิตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้&nbsp;และปัจจุบันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตค่อนข้างสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;มีมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมากกว่า&nbsp;5&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;และในช่วง&nbsp;5&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;มีการเติบโตสูงถึงร้อยละ&nbsp;7-10&nbsp;ต่อปี&nbsp;</p><p><strong>หากผลการทดลองหรือวิจัยเกี่ยวกับการนำกัญชา&nbsp;กัญชงและกระท่อม&nbsp;</strong>มาเป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง&nbsp;มีความปลอดภัยและมีสรรพคุณส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง&nbsp;กรมปศุสัตว์จะส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนภาคเอกชนให้มีการผลิตและส่งออกทุกรูปแบบ&nbsp;เพื่อให้ธุรกิจด้านอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตและเป็นผู้นำในตลาดโลกอย่างยั่งยืน</p><p><strong>?อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;นับเป็นโอกาสและแนวโน้มที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อตอบรับนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งถ้ามีข้อมูลพิสูจน์และหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจนจะสามารถต่อยอดให้ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ในการส่งออกอาหารสัตว์ที่ผสมและผลิตจากสมุนไพรไทย&nbsp;เพิ่มศักยภาพและความแตกต่างในการเข้าแข่งขันสู่ตลาดอาหารสัตว์โลกรายแรก&nbsp;(First&nbsp;Mover)&nbsp;สร้างอัตลักษณ์ของประเทศ&nbsp;สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101094558024"],
    [2,"กรมประมง เตรียมพร้อมสำหรับการส่งออกสินค้าประมงไปยัง USA ภายใต้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม ","<p><strong>?นายบัญชา&nbsp;สุขแก้ว&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่สหรัฐฯ&nbsp;ได้ประกาศกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าประมงเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;(Marine&nbsp;Mammal&nbsp;Protection&nbsp;Act&nbsp;:&nbsp;MMPA)&nbsp;ซึ่งใช้บังคับกับการนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลกกว่า&nbsp;100&nbsp;ประเทศ&nbsp;รวมทั้งประเทศไทย&nbsp;เพื่อประเมินกฎระเบียบข้อบังคับการทำการประมงเชิงพาณิชย์ของประเทศที่ส่งสินค้าประมงไปยังสหรัฐฯ&nbsp;ว่าเพียงพอที่จะป้องกันผลกระทบจากการประมงไม่ให้เกิดการตายหรือบาดเจ็บรุนแรงของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;เช่น&nbsp;โลมา&nbsp;วาฬ&nbsp;พะยูน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>หากมีมาตรการไม่เพียงพอ</strong>และเป็นการประมงที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;ประเทศคู่ค้าดังกล่าวอาจเข้าข่ายเสี่ยงต่อการถูกห้ามนำเข้าสินค้าประมงที่ได้จากการประมงนั้นๆ&nbsp;</p><p><strong>สหรัฐฯเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ</strong>&nbsp;อันดับ&nbsp;1&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ประเทศไทยส่งออกสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหรัฐฯ&nbsp;คิดเป็นมูลค่าสูงถึง&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;จึงต้องเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว&nbsp;สหรัฐฯ&nbsp;ได้ประกาศใช้กฎหมาย&nbsp;MMPA&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;และกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้ประเทศคู่ค้าได้มีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ&nbsp;MMPA&nbsp;และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2566&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>โดยในช่วงระหว่างการผ่อนผัน&nbsp;2560-2565</strong>&nbsp;ประเทศผู้ส่งออกสินค้าประมงทั่วโลก&nbsp;รวมทั้งประเทศไทย&nbsp;ได้มีการจัดส่งข้อมูลต่างๆ&nbsp;ไปยังสหรัฐฯ&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้อมูลสถานภาพสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในพื้นที่ทำการประมง&nbsp;ข้อมูลด้านการทำการประมง&nbsp;กฎระเบียบและข้อบังคับด้านการทำประมงเชิงพาณิชย์&nbsp;ข้อมูลระบบทะเบียนและการอนุญาตทำการประมง&nbsp;และมาตรการที่เกี่ยวข้องในการลดการตายหรือลดการบาดเจ็บของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งเป็นสัตว์น้ำพลอยจับ&nbsp;จากการทำประมง&nbsp;โดยสหรัฐฯ&nbsp;จะประเมินจากข้อมูลดังกล่าวว่า&nbsp;ประเทศผู้ส่งออกมีการใช้มาตรการลดผลกระทบจากการทำประมงและมาตรการคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่เพียงพอเทียบเท่ากับระบบของสหรัฐฯ&nbsp;หรือไม่&nbsp;หากประเมินแล้วพบว่าไม่เพียงพอหรือไม่เทียบเท่ากับระบบของสหรัฐฯ&nbsp;ประเทศเหล่านั้นจะไม่สามารถส่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหรัฐฯ&nbsp;ได้&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;ประเทศไทยได้ดำเนินการในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>โดยในระหว่างปี&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;2563&nbsp;ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;MMPA&nbsp;พร้อมจัดทำรายงานข้อมูลต่อสหรัฐฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครั้ง&nbsp;อย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;และในปี&nbsp;2563&nbsp;คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ&nbsp;ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบของการทำประมงต่อสัตว์ทะเลหายากและสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ</strong>&nbsp;ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คณะได้มีการจัดทำข้อมูลด้านการทำการประมงและมาตรการด้านการทำประมงของประเทศไทย&nbsp;ข้อมูลการประเมินทรัพยากรสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;สถานภาพ&nbsp;ชนิด&nbsp;จำนวนประชากร&nbsp;สถิติการตายและการบาดเจ็บของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;และได้จัดทำแผนปฏิบัติการและมาตรการอนุรักษ์สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมแห่งชาติ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101095132028"],
    [3,"กรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยัน วันพรุ่งนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพ ","<p><strong>นายสมควร&nbsp;ต้นจาน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง</strong>&nbsp;กองพยากรณ์อากาศ&nbsp;&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;เปิดเผยถึงลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงสัปดาห์นี้ว่า&nbsp;วันนี้(1&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันตก&nbsp;ยังคงมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบางแห่ง&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นวันพรุ่งนี้&nbsp;(2&nbsp;พ.ย.64)</strong>&nbsp;มวลอากาศเย็นเริ่มแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้อุณหภูมิลดลง&nbsp;1-2&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;โดยภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดในช่วงเช้าอยู่ที่ประมาณ&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;วันที่&nbsp;2-6&nbsp;พ.ย.64&nbsp;ปริมาณฝนทุกพื้นที่จะเริ่มลดลง&nbsp;ยกเว้นภาคใต้ที่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลาและนราธิวาส&nbsp;ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;60&nbsp;-&nbsp;80&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนักสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;จากนั้นในวันที่&nbsp;7&nbsp;พ.ย.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่งปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;หลังจากนั้นอุณหภูมิจะเริ่มลดลง</p><p><strong>ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง&nbsp;กองพยากรณ์อากาศ</strong>&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;(2&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการของประเทศไทยประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101102242044"],
    [4,"เพชรบูรณ์ เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรม   ในด้านการตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;9.30&nbsp;น.นายชาคริต&nbsp;อินอิ่มวรปราชญ์นายอำเภอหล่มสัก&nbsp;เป็นประธานเปิดงานตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาดงขวาง&nbsp;ตำบลน้ำชุน&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์พร้อมด้วยนายสุพล&nbsp;ศรีทับทิม&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการร่วมเป็นเกียรติ&nbsp;โดยมีนางสาวจรรยาวรรธน์&nbsp;อ้วนตา&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามที่&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้จัดทำโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ&nbsp;และเพื่อให้กลไกการรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกร&nbsp;มีการแข่งขันทางการค้าทำให้เกษตรกรมีช่องทางเลือก&nbsp;มีอำนาจในการต่อรองการขายสินค้าเกษตรมากยิ่งขึ้น&nbsp;เป็นแหล่งกลางในการซื้อขายข้าวเปลือก&nbsp;ที่ให้ความเป็นธรรมทางด้านราคา&nbsp;การชั่งน้ำหนัก&nbsp;และการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร&nbsp;รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรให้ได้เรียนรู้การซื้อขายแบบตลาดกลาง&nbsp;เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาระบบตลาด&nbsp;เป็นแรงกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาสนใจพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพข้าวเปลือกอย่างจริงจัง&nbsp;ให้เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;1-5&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาดงขวาง&nbsp;ตำบลน้ำชุน&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยเปิดการซื้อขายข้าวเปลือกตั้งแต่เวลา&nbsp;8:00&nbsp;น&nbsp;ถึง&nbsp;17:00&nbsp;น&nbsp;ภายในงานได้ประสานกับผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;สมาคมโรงสีข้าว&nbsp;ท่าข้าว&nbsp;และผู้รับซื้อข้าวเปลือกจากหลายแห่ง&nbsp;มาร่วมรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกร&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต&nbsp;1-8&nbsp;พิจิตร&nbsp;ได้มาตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนัก&nbsp;และเครื่องวัดความชื้น&nbsp;ให้เกิดความเที่ยงตรงและสร้างความเป็นธรรมทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;และเกษตรกรภายในงาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101112300077"],
    [5,"จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดตลาดนัดข้าวเปลือกช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรมในด้านการตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชาครินทร์&nbsp;อินอิ่มวรปราชญ์&nbsp;นายอำเภอหล่มสัก&nbsp;เป็นประธานเปิดงานตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาดงขวาง&nbsp;ตำบลน้ำชุน&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวจรรยาวรรธน์&nbsp;อ้วนตา&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสุพล&nbsp;ศรีทับทิม&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุพล&nbsp;ศรีทับทิม&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เพชรบูรณ์มีผลผลิตข้าวประมาณ&nbsp;6-7&nbsp;แสนตัน&nbsp;ต่อฤดูกาลผลิต&nbsp;และรัฐบาลมี&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกร&nbsp;ในพืช&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ประกอบด้วยข้าวเปลือก&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของตลาดนัดข้าวเปลือกเป็นมาตรการเสริมเพื่อกระตุ้นให้กลไกตลาดเกิดการแข่งขัน&nbsp;และเป็นธรรม&nbsp;เรามีเครื่องชั่ง&nbsp;เครื่องวัดความชื้นที่มีมาตรฐานแน่นอน&nbsp;มีการเชิญผู้ซื้อเข้ามารับซื้อหลายราย&nbsp;ขณะเดียวกันโครงการประกันรายได้ราคาข้าวที่ออกช่วงนี้&nbsp;คือข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ความชื้น&nbsp;15&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;รัฐบาลประกันรายได้อยู่ที่&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อตัน&nbsp;หอมมะลิ&nbsp;105&nbsp;ประกันราคาที่&nbsp;14,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อตัน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีค่าช่วยเหลือเก็บเกี่ยว&nbsp;2,000&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับเกษตรอำเภอ&nbsp;&nbsp;และยังมีมาตรการของสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ซึ่งยังต้องรอรายละเอียดที่จะมาช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;จัดทำโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ&nbsp;และเพื่อให้กลไกการรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกร&nbsp;มีการแข่งขันทางการค้าทำให้เกษตรกรมีช่องทางเลือก&nbsp;มีอำนาจในการต่อรองการขายสินค้าเกษตรมากยิ่งขึ้น&nbsp;เป็นแหล่งกลางในการซื้อขายข้าวเปลือก&nbsp;ที่ให้ความเป็นธรรมทางด้านราคา&nbsp;การชั่งน้ำหนัก&nbsp;และการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร&nbsp;รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรให้ได้เรียนรู้การซื้อขายแบบตลาดกลาง&nbsp;เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาระบบตลาด&nbsp;เป็นแรงกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาสนใจพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพข้าวเปลือกอย่างจริงจัง&nbsp;ให้เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;1-5&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาดงขวาง&nbsp;ตำบลน้ำชุน&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดการซื้อขายข้าวเปลือกตั้งแต่เวลา&nbsp;8:00&nbsp;น&nbsp;ถึง&nbsp;17:00&nbsp;น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคเหนือ","เพชรบูรณ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101151833159"],
    [6,"ผู้ค้าผักสดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุ สถานการณ์ราคาผักแพง คาดจะเป็นระยะเวลาไม่นาน","<p><strong>นางสาวพัชรณัฐ&nbsp;ญาติเสมอ</strong>&nbsp;ผู้ค้าผักสดในตลาดสดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้ราคาผักสดในตลาดปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเทศกาลกินเจเป็นต้นมา&nbsp;คาดว่ามีสาเหตุมาจากสถานการณ์น้ำท่วมแหล่งเพาะปลูกในพื้นที่ภาคกลางทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย&nbsp;ประกอบกับรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ทำให้ความต้องการบริโภคสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ราคาผักสดในปัจจุบัน</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;กก.ละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;จากปกติ&nbsp;กก.ละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ผักชี&nbsp;กก.ละ&nbsp;250&nbsp;จากปกติ&nbsp;กก.ละ&nbsp;70-80&nbsp;บาท&nbsp;มะเขือเปราะ&nbsp;กก.ละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;จากปกติ&nbsp;กก.ละ&nbsp;25-35&nbsp;บาท&nbsp;คะน้า&nbsp;กก.ละ&nbsp;50-60&nbsp;บาท&nbsp;จากปกติ&nbsp;กก.ละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;โดยที่ร้านของตนเองจะใช้รถไปรับซื้อผักสดมาจากจังหวัดราชบุรี&nbsp;และมาจำหน่ายต่อให้กับร้านค้ารายย่อยอื่นๆ&nbsp;ในตลาดด้วย&nbsp;ช่วงนี้ลูกค้าประจำที่มาซื้อก็จะมีการปรับเปลี่ยนลดการซื้อผักชนิดที่มีราคาแพงลงบ้างโดยเฉพาะบรรดาร้านอาหารต่างๆ&nbsp;แต่คาดว่าสถานการณ์ราคาผักแพงน่าจะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ&nbsp;เมื่อเกษตรกรเพิ่มการเพาะปลูกมากขึ้น&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก&nbsp;ราคาก็จะกลับมาเป็นปกติ&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางรัตนา&nbsp;กันภัย&nbsp;ผู้ค้าขนมจีน&nbsp;ริมอ่าวประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ร้านมีต้นทุนค่าผักสดอยู่ที่วันละประมาณกว่า&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ไม่ได้รับผลกระทบมากนักในช่วงที่ผักมีราคาแพงเพราะจะใช้ผักพื้นบ้านเป็นส่วนใหญ่ในการใช้เป็นผักเคียงรับประทานกับขนมจีน&nbsp;เช่น&nbsp;ใบแมงลัก&nbsp;ถั่วพู&nbsp;ถั่วงอก&nbsp;ซึ่งมีราคาปกติ&nbsp;ที่แพงขึ้นมาคือถั่วฝักยาวซึ่งลูกค้าชอบรับประทานมาก&nbsp;ตอนนี้&nbsp;กก.ละ&nbsp;80&nbsp;บาทถือว่าเริ่มปรับลดราคาลงมาบ้างแล้ว&nbsp;หลังจากก่อนหน้าที่ราคาถั่วฝักยาวแพงกว่านี้จึงไม่ได้ซื้อมาใช้&nbsp;แต่หันไปใช้ผักอย่างอื่นแทนและได้อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101160652188"],
    [7,"มทบ.32 ติดตามให้ความช่วยเหลือสมาคมรถม้าลำปาง สอดรับนโยบายผู้บัญชาการทหารบก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;โดย&nbsp;พันเอก&nbsp;บรรจง&nbsp;คะวงศ์ดอน&nbsp;หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;,&nbsp;ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่&nbsp;32,&nbsp;อาสาสมัครกิจการพลเรือน&nbsp;&nbsp;(อส.กร.)&nbsp;ตำบลต้นธงชัย&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลสัตว์&nbsp;กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่&nbsp;3&nbsp;กรมการสัตว์ทหารบก&nbsp;ได้เดินทางตรวจสุขภาพม้า&nbsp;ซึ่งเป็นความห่วงใยของกองทัพบกในการติดตามให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในด้านการตรวจสุขภาพม้าเป็นประจำ&nbsp;ตลอดจนให้คำปรึกษา&nbsp;แนะนำการดูแลสุขภาพเพิ่มเติมในเรื่องอาหารและน้ำ&nbsp;การสังเกตอาการเจ็บป่วยจากอุจจาระม้า&nbsp;และพฤติกรรมของม้า&nbsp;เพื่อให้ม้าที่เจ้าของได้รับมอบ&nbsp;มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกันคณะได้พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและแนวทางที่จะดูแลช่วยเหลือใน&nbsp;ด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อความเป็นอยู่ของสมาชิกที่ดีขึ้น&nbsp;อีกทั้งได้มอบหน้ากากอนามัยเพื่อให้ปลอดภัยจากโควิด-19&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ได้มีดำริให้มณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ร่วมกับกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่&nbsp;3&nbsp;กรมการสัตว์ทหารบก&nbsp;พิจารณาสนับสนุนม้าของกองทัพบกที่มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;ผ่านการดูแลฝึกฝนจนสามารถเสริมภารกิจและช่วยเหลือส่งเสริมอาชีพรถม้าบริการนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันสำคัญของชาวลำปางและความผูกพันกันมายาวนาน&nbsp;โดยส่งเสริมการประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านรถม้าบริการท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเดินทางมาเยือนจังหวัดภาคเหนือและจังหวัดลำปาง&nbsp;ตามแนวทางเปิดประเทศอย่างปลอดภัย&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101135031110"],
    [8,"กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงานวันยุวเกษตรกรโลก 4-H Go For Green ยุวเกษตรกรไทยรักโลก รักษ์สิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญในการสร้างทายาทเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;ด้วยการส่งเสริมการรวมกันของเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;และพัฒนาศักยภาพด้านการเกษตรให้กับกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานของการสร้างบุคลากรภาคการเกษตรในอนาคตที่ดี&nbsp;เพื่อทดแทนเกษตรกรรุ่นเก่า&nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานกลุ่มยุวเกษตรกรในประเทศไทย&nbsp;ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันของสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;เจ้าหน้าที่และผู้สนใจในด้านการเกษตร&nbsp;เคหกิจเกษตร&nbsp;ตลอดจนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่จะสนับสนุนแนวทางขับเคลื่อนงานพัฒนายุวเกษตรกร&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้กำหนดจัดงานวันยุวเกษตรกรโลก&nbsp;(Global&nbsp;4-H&nbsp;Day)&nbsp;ขึ้นในวันนี้</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนและพัฒนากลุ่มยุวเกษตรกร</strong>&nbsp;&nbsp;ไว้&nbsp;6&nbsp;แนวทาง&nbsp;อาทิ&nbsp;ส่งเสริมการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับยุวเกษตรกรอย่างมีศักยภาพ&nbsp;ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรให้ครอบคลุมต่อความต้องการการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;และลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้และขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการวิชาการด้านการเกษตรให้แก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร&nbsp;ส่งเสริมกลุ่มยุวเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;โดยพัฒนากระบวนการบริหารจัดการกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;สร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนพัฒนากลุ่มยุวเกษตรกรกับภาคีเครือข่ายต่างๆ&nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;โดยกำหนดเป้าหมายร่วมกันกับภาคีเครือข่าย&nbsp;เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดประสานกัน&nbsp;สนับสนุนการเปิดโลกทัศน์และต่อยอดให้ยุวเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะต่างๆ&nbsp;ระหว่างกัน&nbsp;อันนำไปสู่การพัฒนางานยุวเกษตรกรได้รอบด้านและทันต่อสถานการณ์&nbsp;&nbsp;สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนายุวเกษตรกร&nbsp;โดยการพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในการดำเนินงานยุวเกษตรกรให้สามารถปฏิบัติงานขับเคลื่อนพัฒนางานยุวเกษตรกรไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การพัฒนางานยุวเกษตรกรเชิงรุก&nbsp;เพื่อให้สาธารณชนรับรู้&nbsp;เชื่อถือและเข้าใจที่ถูกต้องในกระบวนการพัฒนายุวเกษตรกร&nbsp;อันนำไปสู่ความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานที่ดีของชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101204609355"],
    [9,"เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมรับฟัง แนวทางการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2565","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;มอบหมายให้นางสาวนิกร&nbsp;สมมุ่ง&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;เข้าร่วมรับฟังแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเอก&nbsp;อุ่นจิตต์วรรธนะ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ร่วมรับฟังแนวทางการปรับตัวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สู่การทำงานในรูปแบบ&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;โดยการผลักดันการขับเคลื่อน&nbsp;วางแผนพัฒนากำลังคนภาคการเกษตรของประเทศ&nbsp;พัฒนาเกษตรกร&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และ&nbsp;Young&nbsp;&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;พัฒนากระบวนการทำงาน&nbsp;ผลักดันการวิจัยและนวัตกรรมการเกษตร&nbsp;พร้อมทั้งยกระดับความร่วมมือเครือข่ายการพัฒนาภาคเกษตรจากทุกภาคส่วน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรอย่างสูงสุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101174352271"],
    [10,"จังหวัดร้อยเอ็ดประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดร้อยเอ็ด","<p><strong>จังหวัดร้อยเอ็ดประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;(กจร.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;เพื่อพิจารณาออกประกาศกำหนดมาตรการให้ต้องมีการขออนุญาตขนย้ายต้นพันธุ์&nbsp;ท่อนพันธุ์&nbsp;หรือห้ามขนย้ายต้นพันธุ์&nbsp;ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&nbsp;เข้ามาหรือออกนอกพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&nbsp;โดยระบุท้องที่ที่ต้องมีการขออนุญาตการขนย้ายหรือท้องที่ที่ต้องห้ามขนย้าย&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกัน/หยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคไวรัสใบด่างมิให้กระจายไปพื้นที่อื่น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตมันสำปะหลังของเกษตรกรเกิดความเสียหายปริมาณผลผลิตลดลง&nbsp;และส่งผลถึงต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ออกประกาศ&nbsp;กจร.&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เรื่องการควบคุมการขนย้ายต้นพันธุ์และท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&nbsp;และประกาศสำนักงาน&nbsp;กจร.&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เรื่อง&nbsp;หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตการอนุญาต&nbsp;แบบหนังสือขออนุญาต&nbsp;และวิธีการขนยายต้นพันธุ์&nbsp;ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101220846402"],
    [11,"สนง.กษ.อำนาจเจริญ ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี พ.ศ.2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สนง.กษ.อำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;นายนาวิน&nbsp;ป้องกัน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมายนายจิรทัต&nbsp;สวรรคทัต&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีนายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานกรรมการฝ่ายสถานที่&nbsp;ฝ่ายจัดการแสดงนิทรรศการและรูปแบบภาพรวมการจัดงาน&nbsp;และฝ่ายกิจกรรมการประกวดการแข่งขัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101222838414"],
    [12,"สนง.กษ.อำนาจเจริญ ร่วมการประชุมคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ(Operation team) อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 12564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30-12.00&nbsp;น.&nbsp;นายนาวิน&nbsp;ป้องกัน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์มอบหมายนายธวัชชัย&nbsp;นาราษฎร์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ&nbsp;(Operation&nbsp;team)&nbsp;อำเภอลืออำนาจ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอลืออำนาจ</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อพิจารณาเห็นชอบการตรวจสอบข้อมูลและพิจารณากลุ่มโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;(แปลงใหญ่ข้าวและแปลงใหญ่โค)&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยง&nbsp;ตลาด&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;กลุ่ม&nbsp;แบ่งเป็นแปลงใหญ่ข้าว/ถั่วเขียว&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;32&nbsp;กลุ่&nbsp;ม&nbsp;และแปลงใหญ่โค&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;พื้นที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;20,977&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;1,553&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้สรุปงบประมาณโครงการยกระดับเกษตร&nbsp;แปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการฯ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;102,000,000&nbsp;บาท&nbsp;การตรวจสอบข้อมูลและพิจารณากลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;โครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่ม/องค์กรเกษตรกร&nbsp;ในการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&nbsp;และ&nbsp;ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมยกระดับวิสาหกิจชุมชนสู่การประกอบธุรกิจแบบครบวงจรดำเนินกิจกรรม&nbsp;ตามความต้องการของวิสาหกิจชุมชน&nbsp;(ไม่เกิน&nbsp;วสช.&nbsp;ละ&nbsp;3,000,000&nbsp;บาท)&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขอรับการสนับสนุน&nbsp;งบประมาณโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;21,000,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101222105410"],
    [13,"ร่วมประชุมการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2564 เพื่อเตรียมรับความปกติถัดไป (next normal) ผ่านระบบการประชุมทางไกลด้วยโปรแกรม Zoom","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;นายนาวิน&nbsp;ป้องกัน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานฯ&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เข้าร่วมประชุมการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มอบนโยบาย&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกลด้วยโปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;เพื่อเตรียมรับความปกติถัดไป&nbsp;(next&nbsp;normal)&nbsp;ซึ่งมีวัตถุประสงค์การประชุมเพื่อให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับทราบและมีความเข้าใจทิศทางการดำเนินงาน&nbsp;รวมทั้งสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Agri&nbsp;Challenge&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;2022&nbsp;&nbsp;เหลียวหลัง&nbsp;แลหน้า&nbsp;รองรับ&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;ความเชื่อมโยงของนโยบายสำคัญกับภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;5&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;และ&nbsp;15&nbsp;นโยบายหลัก&nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดังนี้</p><p><br></p><p><strong>ยุทธศาสตร์</strong>&nbsp;1.&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;2.&nbsp;เทคโนโลยีเกษตร&nbsp;4.0&nbsp;3.&nbsp;3S&nbsp;(Safety&nbsp;-&nbsp;Security&nbsp;-&nbsp;Sustainability)&nbsp;4.&nbsp;บริหารเชิงรุกแบบบูรณาการโมเดล&nbsp;เกษตร-พาณิชย์ทันสมัย&nbsp;และ&nbsp;5.&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา</p><p><br></p><p><strong>นโยบาย&nbsp;</strong>1.&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;2.&nbsp;การสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและ&nbsp;เศรษฐกิจฐานราก&nbsp;3.&nbsp;การส่งเสริมสถาบันเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และ&nbsp;Start&nbsp;up&nbsp;4.&nbsp;การส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา&nbsp;5.&nbsp;การพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&nbsp;(AIC)&nbsp;6.&nbsp;การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร&nbsp;7.&nbsp;การบริหารจัดการน้&nbsp;าอย่างเป็นระบบ&nbsp;8.&nbsp;การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;9.&nbsp;การส่งเสริมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;10.&nbsp;การประกันภัยพืชผล&nbsp;11.&nbsp;การส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;12.&nbsp;การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;13.&nbsp;การวิจัยและพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทย&nbsp;14.&nbsp;การพัฒนาฐานข้อมูล&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;15.&nbsp;การประกันรายได้ของเกษตรกร</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลักการและเป้าหมายการขับเคลื่อนภาคเกษตร&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;นโยบายรัฐบาล&nbsp;นโยบาย&nbsp;กระทรวงให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;วางรากฐานการท&nbsp;างานของกระทรวงรองรับ&nbsp;ความปกติใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;และสร้างเอกภาพใน&nbsp;การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวง</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การขับเคลื่อนพันธกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วิสัยทัศน์&nbsp;&nbsp;เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ต่อปี&nbsp;&nbsp;มาตรการผลักดันการพัฒนาภาคเกษตรให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;หัวใจของการยกระดับภาคการเกษตรของจังหวัดสถานการณ์สินค้าเกษตรสดใส&nbsp;ทำให้เร่งยกระดับการทำงาน&nbsp;ผลักดัน&nbsp;ตลาดนำการผลิตAgri&nbsp;Challenge&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;2022&nbsp;ความปกติถัดไป&nbsp;(The&nbsp;Next&nbsp;Normal)&nbsp;3&nbsp;แนวโน้มสำคัญ&nbsp;+&nbsp;Global&nbsp;&nbsp;Megatrends&nbsp;=&nbsp;&nbsp;ความท้าทายต่อภาคเกษตร&nbsp;การปรับตัวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สู่&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;พัฒนากำลังคนภาคเกษตร&nbsp;พัฒนากระบวนการทำงาน&nbsp;ผลักดันวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;การเกษตร&nbsp;ยกระดับความร่วมมือ&nbsp;เครือข่ายการพัฒนา&nbsp;ภาคเกษตรจากทุกภาคส่วน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;งบประมาณปี&nbsp;2565&nbsp;สำหรับขับเคลื่อน&nbsp;5&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวม&nbsp;78,830.30&nbsp;ล้านบาทโครงการสำคัญปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอเพื่อขับเคลื่อน&nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ประเด็นการเกษตร&nbsp;19&nbsp;โครงการ&nbsp;13,170.3913&nbsp;&nbsp;ลบ.&nbsp;&nbsp;-เกษตรแปรรูป&nbsp;2%&nbsp;-เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;4%&nbsp;-เกษตรชีวภาพ&nbsp;6%&nbsp;-เกษตรอัจฉริยะ&nbsp;11%&nbsp;-ระบบนิเวศ&nbsp;การเกษตร&nbsp;30%&nbsp;และ-เกษตรปลอดภัย&nbsp;47%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101222654412"],
    [14,"การประชุมคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ (Operation Team)","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&nbsp;นายไชยันต์&nbsp;โคตุเคน&nbsp;เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ&nbsp;(Operation&nbsp;Team)&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพของทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอลืออำนาจ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2021-01-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101234032431"],
    [15,"ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรวิถีใหม่  6  7 พฤศจิกายนนี้ เอาใจคนรัก ไม้ด่าง ","<p><strong>พลอากาศเอก&nbsp;เสนาะ&nbsp;พรรณพิกุล</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิม</p><p>พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ&nbsp;ตอบรับเสียงเรียกร้องจากผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์นำไอเดียจากไม้ด่างและไม้กระแสต่างๆ&nbsp;ที่เป็นกิจกรรมสุดฮิตของหลายคนในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;มาถ่ายทอดภายในงาน&nbsp;ที่สามารถสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;จึงรวบรวมองค์ความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;มาถ่ายทอดภายในงาน&nbsp;ให้ทุกคนทุกวัยสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้&nbsp;เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ&nbsp;จุดประกายความคิดในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันได้&nbsp;</p><p><strong>โดยจะจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เกษตรวิถีใหม่</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;7&nbsp;พฤศจิกายนนี้&nbsp;ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการไม้กระแสสร้างรายได้&nbsp;\"ปลูกง่าย&nbsp;กินได้&nbsp;สร้างรายได้\"&nbsp;นำเสนอการปลูกไม้ในกระแส&nbsp;ปลูก&nbsp;1&nbsp;อย่าง&nbsp;ได้ประโยชน์&nbsp;4&nbsp;อย่าง&nbsp;กินเป็นอาหาร&nbsp;ดื่มเป็นยาสมุนไพร&nbsp;ใช้ตกแต่งสวนสบายตา&nbsp;ขายสร้างรายได้เกิดอาชีพ&nbsp;เช่น&nbsp;เล็บครุฑด่าง&nbsp;อ่อมแซ่บด่าง&nbsp;พืชเกษตรในกระแส&nbsp;พร้อมกับกิจกรรมตอนกิ่งไม้กระแส&nbsp;แลกซื้อต้นโพธิ์ทะเล&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;ในราคาเพียงต้นละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;หรือร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในงานรับต้นโพธิ์ทะเล&nbsp;7&nbsp;สี&nbsp;ฟรีทันที&nbsp;(จำนวนจำกัด)&nbsp;การอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;จัดหนักจัดเต็มตลอด&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Onsite&nbsp;จำกัดผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน&nbsp;20&nbsp;คนต่อวิชา&nbsp;เพื่อลดความแออัดและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และสามารถรับชมผ่านรูปแบบ&nbsp;Online&nbsp;ได้ทาง&nbsp;Youtube&nbsp;พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้ยังคงคุมเข้มมาตรการป้องกัน</strong>การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมชมงาน&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้างาน&nbsp;เว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;02-529-2212-13,&nbsp;087-359-7171&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-02-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102104835482"],
    [16,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรระเฝ้าวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ดอก ไม้ผล และพืชผักต่างๆ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง&nbsp;แต่ยังทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝน&nbsp;บางแห่งกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู&nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ&nbsp;เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่&nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ระวังอันตรายจากสภาวะดังกล่าว&nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลากได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คำแนะนำสำหรับการเกษตรและผลกระทบต่อพืช/สัตว์ของภาคกลาง&nbsp;ในระยะนี้อากาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;นอกจากนี้ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง&nbsp;เกษตรกรควรระเฝ้าวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&nbsp;ไม้ดอก&nbsp;ไม้ผล&nbsp;และพืชผักต่างๆ&nbsp;ไว้ด้วย&nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่เป็นที่ลุ่ม&nbsp;เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขังในแปลงปลูกและโคนต้นพืชเป็นเวลานาน&nbsp;เพราะจะทำให้รากพืชขาดอากาศต้นพืชตายได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-02-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102103134478"],
    [17,"การฆ่าไก่งวงและนกกระทา ต้องทำในโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาต","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์สนองนโยบาย&nbsp;&nbsp;โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่กำกับดูแล&nbsp;ตรวจสอบและควบคุมการผลิต&nbsp;ตั้งแต่ระดับฟาร์ม&nbsp;โรงฆ่าสัตว์&nbsp;โรงแปรรูปและสถานที่จำหน่าย&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหาร&nbsp;ช่วยควบคุมการแพร่กระจายของเนื้อสัตว์กรณีโรคสัตว์ระบาด&nbsp;มีระบบตรวจสอบย้อนกลับในทุกขั้นตอนการผลิต&nbsp;สามารถใช้ข้อมูลจากการตรวจสอบย้อนกลับในการเรียกคืนสินค้า&nbsp;หรือแจ้งเตือนภัยตามระบบแจ้งเตือนภัยและอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศคู่ค้าที่มีข้อกำหนดในเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับสินค้านำเข้าอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงได้ร่างกฎกระทรวง</strong>&nbsp;การจัดเก็บข้อมูลของสัตว์ที่เข้าสู่โรงฆ่าสัตว์และเนื้อสัตว์ที่ออกจากโรงฆ่าสัตว์&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยล่าสุดได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เพื่อให้ครอบคลุมชนิดของสัตว์ที่ต้องอยู่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการฆ่าสัตว์และเพื่อความปลอดภัยอาหารของผู้บริโภคยิ่งขึ้น&nbsp;เนื่องด้วยปัจจุบันมีผู้บริโภคไก่งวงและนกกระทาเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพื่อให้มีมาตรการตรวจสอบ&nbsp;ควบคุมหรือป้องกันมิให้โรคระบาดที่เกิดกับสัตว์ติดต่อมาสู่คน&nbsp;รวมถึงตรวจสอบสารตกค้างในเนื้อสัตว์ดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ผู้บริโภคได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่ถูกสุขอนามัย</strong>&nbsp;สมควรกําหนดให้&nbsp;ไก่งวงและนกกระทา&nbsp;&nbsp;เป็น&nbsp;สัตว์&nbsp;ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559&nbsp;จึงได้ร่างกฎกระทรวง&nbsp;กำหนดชนิดของสัตว์ที่ต้องอยู่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;กำหนดให้&nbsp;ไก่งวงและนกกระทา&nbsp;เป็นสัตว์ที่ต้องอยู่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;ซึ่งแปลว่า&nbsp;การฆ่าไก่งวงและนกกระทาต้องทำในโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาต&nbsp;โดยได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;และมีผลบังคับใช้&nbsp;180&nbsp;วันนับแต่วันที่ประกาศฯ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ที่ประกอบกิจการฆ่าสัตว์</strong>&nbsp;สำหรับนกกระทาและไก่งวงจึงมีระยะเวลา&nbsp;180&nbsp;วันนับแต่วันที่ประกาศฯ&nbsp;ที่จะขออนุญาตให้ได้โรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาตก่อนเป็นโรงฆ่าสัตว์เถื่อน&nbsp;ซึ่งหากไม่ทำตามมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ทำให้สามารถทราบถึงแหล่งที่มาของสินค้า&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในกรณีที่เกิดปัญหาหรือวิกฤตด้านอาหารได้&nbsp;สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่การผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และเป็นประโยชน์ทั้งต่อภาครัฐ&nbsp;ผู้ประกอบการและผู้บริโภค&nbsp;รวมถึงช่วยควบคุมให้สินค้ามีความปลอดภัยอาหารและถูกสุขอนามัย&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า&nbsp;เพิ่มมูลค่าการส่งออก&nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกรและประเทศได้ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-02-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102150724646"],
    [18,"สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา เตรียมจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน วันพระบิดาแห่งฝนหลวง 14 พ.ย.2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;เตรียมจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องใน&nbsp;วันพระบิดาแห่งฝนหลวง&nbsp;14&nbsp;พ.ย.2564</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;เซ่งมาก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมการจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องใน&nbsp;วันพระบิดาแห่งฝนหลวง&nbsp;โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วยสำนักงานจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;เซ่งมาก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;สิงหาคม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;14&nbsp;พฤศจิกายนของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;\"วันพระบิดาแห่งฝนหลวง\"&nbsp;เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี&nbsp;และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงก่อให้เกิด&nbsp;\"เทคโนโลยีฝนหลวง\"&nbsp;ขึ้นมา&nbsp;เพื่อบรรเทาทุกข์ยากแก่มวลพสกนิกร&nbsp;และมวลมนุษย์ในโลกให้รอดพ้นจากความเดือดร้อนเสียหาย&nbsp;ทั้งในด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และสังคม&nbsp;&nbsp;อันเนื่องจากภัยแล้งได้อย่างสัมฤทธิผลเป็นที่ประจักษ์ชัด</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;จึงได้กำหนดจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เนื่องใน&nbsp;\"วันพระบิดาแห่งฝนหลวง\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;วันอาทิตย์ที่&nbsp;14&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอเนกประสงค์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงได้กำหนดผู้ร่วมพิธี&nbsp;จำนวนไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;หน่วยงานและจะดำเนินการตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVD-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และให้การจัดพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;และสมพระเกียรติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-02-11T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102152313662"],
    [19,"เกษตรจังหวัดตรัง เยี่ยมเยียนและติดตามโครงการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดตรัง ให้ได้มาตรฐานรองรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตใหม่ (New Normal)  ในพื้นที่อำเภอสิเกา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เยี่ยมเยียนและติดตามโครงการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ให้ได้มาตรฐานรองรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสิเกา&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;2&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามโครงการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ให้ได้มาตรฐานรองรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลากระชังบ้านพรุจูด(บ่อหินฟาร์มสเตย์)และวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์เตยปาหนันบ้านดุหุน&nbsp;ต.บ่อหิน&nbsp;อ.สิเกา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;โดยมีประธานกลุ่มให้การต้อนรับและให้ข้อมูลความก้าวหน้าการดำเนินงาน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัด&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มมีการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็งและมีความยั่งยืน&nbsp;&nbsp;โดยบ่อหินฟาร์มสเตย์&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลากระชังบ้านพรุจูด&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เป็นโฮมสเตย์ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลากระชัง&nbsp;พัฒนาพื้นที่ภายหลังการประสบภัยพิบัติสึนามิเมื่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2547&nbsp;สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวแห่งวิถีชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;พาไปสัมผัสและเข้าใจในระบบนิเวศชายฝั่ง&nbsp;นั่งเรือชมธรรมชาติของประมงป่าชายเลนในคลองสิเกา&nbsp;&nbsp;แช่เท้าสปาโคลน&nbsp;ที่บ่อน้ำพุร้อนน้ำเค็ม&nbsp;ริมหาดโคลน&nbsp;&nbsp;ดำน้ำดูปะการัง&nbsp;ศึกษาเรียนรู้กิจกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง&nbsp;และการแปรรูปอาหารทะเล&nbsp;กลุ่มปลาเค็มกางมุ้ง&nbsp;นอนโฮมสเตย์&nbsp;ศึกษาวิถีชีวิตประมงชายฝั่ง&nbsp;ปลูกหญ้าทะเล&nbsp;และปลูกป่าชายเลน&nbsp;และเรียนรู้การจักสานเส้นใยจากต้นเตยปาหนัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-02-11T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102153825681"],
    [20,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาแพลตฟอร์ม THAGRI สนับสนุน Big Data ภาคการเกษตร","<p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</strong>&nbsp;กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ภาคการเกษตร&nbsp;ที่มีความจำเป็นจะต้องร่วมมือกันบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูล&nbsp;จากหน่วยงานที่สนับสนุนข้อมูล&nbsp;Agri-Map&nbsp;Online&nbsp;มาสู่ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ&nbsp;ในรูปแบบอัตโนมัติ&nbsp;รวมทั้งต้องมีการพัฒนาแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านข้อมูลเกษตรกรรมของประเทศไทย&nbsp;เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลภาคเกษตร&nbsp;ให้มีข้อมูลที่ครอบคลุมในทุกมิติ&nbsp;สามารถนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูล&nbsp;สำหรับบริการแก่เกษตรกร&nbsp;&nbsp;หน่วยงานรัฐ&nbsp;เอกชนและสถาบันการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>จากความสำคัญดังกล่าว&nbsp;จึงได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ&nbsp;</strong>ว่าด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ในภาคการเกษตรขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มสนับสนุนการวิเคราะห์และการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ภาคการเกษตรด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;พัฒนาภาครัฐให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา&nbsp;และบริหารจัดการข้อมูลการเกษตรให้เป็นระบบและครบวงจร&nbsp;รวมถึงสร้างเครือข่ายบุคลากรด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนานวัตกรรมจากข้อมูลการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;จะให้การสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเกษตร&nbsp;และให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการ&nbsp;การบริหารจัดการแพลตฟอร์มที่จะเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือนี้&nbsp;รวมถึงการจัดทำต้นแบบหรือโปรโตไทป์การวิเคราะห์และการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ในภาคการเกษตร&nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร&nbsp;หน่วยงานรัฐ&nbsp;เอกชนและสถาบันการศึกษา</p><p>ในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2021-02-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102172830809"],
    [21,"เกษตรหาดสำราญ ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร จังหวัดตรัง จัดฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์ทางการเกษตรที่ถูกต้องให้แก่เกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(&nbsp;2&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;นางสาวจันจิรา&nbsp;ขันเงิน&nbsp;และนางสาววริสา&nbsp;สุวรรณกิจ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จัดฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์ทางการเกษตรที่ถูกต้อง&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบเกษตรอินทรีย์&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์&nbsp;Organic&nbsp;Thailand&nbsp;และเทคโนโลยีการผลิต&nbsp;การใช้ชีวภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;(แหนแดง&nbsp;แมลงหางหนีบ&nbsp;มวลพิฆาต&nbsp;และ&nbsp;ไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทย&nbsp;)&nbsp;ที่ถูกต้องแก่เกษตรกร&nbsp;พร้อมทั้งส่งมอบต้นฟ้าทะลายโจร&nbsp;จำนวน&nbsp;56&nbsp;ต้น&nbsp;ตามโครงการผลิตขยายต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจร&nbsp;ของศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลหาดสำราญ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-02-11T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102163739725"],
    [22,"เกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ติดตามโครงการเกษตรปลอดภัย เลี้ยงครอบครัว ขยายต่อสู่ชุมชน กับ \"กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านต้นกอ\"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(&nbsp;2&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;มอบหมายให้นางสาวบุณยานุช&nbsp;หาดสุด&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ติดตามโครงการเกษตรปลอดภัย&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านต้นกอ&nbsp;ตำบลบางเป้า&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ในการดำเนินการสร้างโรงเรือนอัจฉริยะเพื่อปลูกพืชผักปลอดภัย&nbsp;ภายใต้งบประมาณปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยมีการแนะนำให้ทำปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ที่หาได้ในชุมชน&nbsp;การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน&nbsp;การทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;การใช้น้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง&nbsp;การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าป้องกันโรคพืช&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการส่งเสริมการเลี้ยงแหนแดง&nbsp;ช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืช&nbsp;ใช้เป็นอาหารไก่ไข่&nbsp;อาหารปลาดุก&nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&nbsp;อีกทั้งยังปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;&nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลการทำเกษตรและซื้อสินค้าของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านต้นกอ&nbsp;โทร&nbsp;081-5266476</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-02-11T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102163909727"],
    [23,"สนง.ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมประชุมชี้แจงการใช้งานระบบโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อการเปิดขอบข่ายมาตรฐาน มกษ.","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;พานชัยภูมิ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวอรวรรณ&nbsp;พันนุ้ย&nbsp;นักวิชาการประมงปฏิบัติการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมชี้แจงการใช้งานระบบโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการเปิดขอบข่ายมาตรฐาน&nbsp;มกษ.(มาตรฐานสินค้าเกษตร)&nbsp;ด้านต่างๆ&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์จากห้องประชุม&nbsp;กองพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าประมงและหลักฐานเพื่อการสืบค้น&nbsp;กรมประมง&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ตำบลสะเดียง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวชุติมา&nbsp;ขมวิลัย&nbsp;ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าประมงและหลักฐานเพื่อการสืบค้น&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อพิจารณาเรื่องการใช้งานโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการเปิดขอบข่ายมาตรฐาน&nbsp;มกษ.7429-2559,&nbsp;มกษ.7421-2561,&nbsp;มกษ.7434-2562&nbsp;และ&nbsp;มกษ.7436-2563</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรฐาน&nbsp;มกษ.&nbsp;7429-2559&nbsp;คือ&nbsp;มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงปลาทะเล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-มาตรฐาน&nbsp;มกษ.7421-&nbsp;2561&nbsp;คือ&nbsp;การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&nbsp;สำหรับฟาร์มเพาะและอนุบาลสัตว์น้ำจืด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-มาตรฐาน&nbsp;มกษ.&nbsp;7434-&nbsp;2562&nbsp;คือ&nbsp;การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&nbsp;สำหรับฟาร์มสาหร่ายทะเล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ในปี&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรได้กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรขึ้น&nbsp;คือ&nbsp;มกษ.7436-2563&nbsp;การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค&nbsp;เป็นมาตรฐานทั่วไป&nbsp;หรือมาตรฐานสมัครใจ&nbsp;ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;มกษ.&nbsp;ขั้นพื้นฐาน&nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศกำหนดขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;มกษ.&nbsp;74362563&nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค&nbsp;มีขอบข่ายครอบคลุมกิจกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;ทั้งการเลี้ยงในบ่อและการเลี้ยงในแหล่งน้ำสาธารณะ&nbsp;ตั้งแต่การเลี้ยง&nbsp;การจับ&nbsp;จนถึงหลังการจับก่อนการขนส่งออกจากฟาร์ม&nbsp;แต่ไม่ครอบคลุมสัตว์น้ำ&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จระเข้&nbsp;สาหร่ายทะเล&nbsp;และกุ้งเครย์ฟิช&nbsp;โดยประกอบด้วยข้อกำหนด&nbsp;9&nbsp;ข้อสำคัญ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.สถานที่&nbsp;2.การจัดการเลี้ยง&nbsp;3.&nbsp;การจัดการคุณภาพสัตว์น้ำ&nbsp;4.&nbsp;การใช้ยาสัตว์&nbsp;สารเคมี&nbsp;และผลิตภัณฑ์จุลชีพ&nbsp;5.สุขลักษณะภายในฟาร์ม&nbsp;6.การจัดการน้ำทิ้ง&nbsp;7.การจับและการปฏิบัติหลังการจับก่อนการขนส่งออกจากฟาร์ม&nbsp;8.ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;และ&nbsp;9.การเก็บหลักฐานและการบันทึกข้อมูล&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งหากปฏิบัติตามและได้รับการรับรองมาตรฐานจะช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผลผลิตสัตว์น้ำที่ได้&nbsp;มีคุณภาพและปลอดภัยต่อการบริโภค&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าเพื่อปิดช่องว่างการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้าอื่นๆ&nbsp;ในด้านการส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของไทย&nbsp;และเนื่องจากมาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานสมัครใจ&nbsp;กรมประมงขอเชิญชวนเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจ&nbsp;ยื่นคำขอรับการตรวจรับรองมาตรฐาน&nbsp;มกษ.&nbsp;7436-2563&nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดหรือศูนย์ฯ&nbsp;ทุกแห่งในพื้นที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่&nbsp;หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;กองพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าประมงและหลักฐานเพื่อการสืบค้น&nbsp;(กมป.)&nbsp;อาคารเชิดชาย&nbsp;อมาตยกุล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;กรมประมง&nbsp;เกษตรกลาง&nbsp;แขวงลาดยาว&nbsp;เขตจตุจักร&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;10900&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-2579-7738&nbsp;,02-558-0189&nbsp;อีเมล&nbsp;:&nbsp;fcstd03@gmail.com</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-02-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102190240867"],
    [24,"เลี้ยงหอยขมในกระชัง ทางเลือกอาชีพเสริมสร้างรายได้","<p><strong>หอยขม&nbsp;หรือหอยจุ๊บ&nbsp;เป็นหอยที่ยังคงได้รับความนิยมจากประชาชน</strong>&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันจะหารับประทานได้ยาก&nbsp;ไม่มีใครหา&nbsp;ไม่มีใครเลี้ยง&nbsp;ราคาหอยขม&nbsp;จึงขยับสูงถึง&nbsp;กก.ละ&nbsp;50-60&nbsp;บาท&nbsp;ต่างกับในอดีตที่มีราคาเพียง&nbsp;กก.ละ&nbsp;20-30&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ทำให้ชาวบ้าน&nbsp;ตำบลยุโป&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ได้มีแนวคิดที่จะเลี้ยงหอยขมในกระชังตามริมคลอง&nbsp;เพื่อเป็นอาชีพเสริม&nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายมานะ&nbsp;ป.ปาน&nbsp;ผู้เลี้ยงหอยขม</strong>&nbsp;เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการมาเลี้ยงหอยขมในกระชังว่า&nbsp;พ่อได้เลี้ยงมาก่อน&nbsp;เมื่อก่อนมีบ่อดินก็จะหาหอยมาใส่ไว้&nbsp;พอถึงช่วงที่หอยเจริญเติบโต&nbsp;ก็มาหาไปขายที่ตลาดนัด&nbsp;ตนเองคิดว่าหาแบบนี้จะลำบาก&nbsp;ก็เลยได้คิดเย็บกระชังขึ้นมา&nbsp;โดยนำอวนกั้นปลามาดัดแปลง&nbsp;ออกแบบ&nbsp;ให้ได้กระชัง&nbsp;90&nbsp;นิ้ว&nbsp;นำไปจ้างช่างเย็บ&nbsp;ถ้าซื้อสำเร็จรูปราคาจะแพง&nbsp;4-5&nbsp;ร้อยบาท&nbsp;ช่วยลดต้นทุนไปได้มาก&nbsp;เมื่อเสร็จก็นำลงไปวางในริมคลอง&nbsp;หาพันธุ์หอยมาใส่&nbsp;พอได้ผลผลิตดี&nbsp;ก็เพิ่มกระชังไปเรื่อยๆ&nbsp;กระชังหนึ่ง&nbsp;ก็จะเลี้ยงได้นานจนผุค่อยเปลี่ยน&nbsp;สำหรับหอยในกระชังเลี้ยงใหม่ๆ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ก็จะให้ไข่เจริญเติบโต&nbsp;หมุนเวียนกันไป&nbsp;เราก็เลือกเก็บตัวใหญ่ๆ&nbsp;ไปขาย&nbsp;บางส่วนก็จะเลือกที่ฝาปิดไม่สนิท&nbsp;มีลูกข้างในเก็บไว้ทำแม่พันธุ์ด้วย&nbsp;&nbsp;ต่อยอดไปเรื่อยๆ&nbsp;สำหรับหอยขมจะมีเพศผู้และเพศเมียในตัวเดียวกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของอาหารนั้น&nbsp;หอยขมจะชอบตะไคร่น้ำ</strong>&nbsp;ก็จะใส่ใบตอง&nbsp;ใบมะพร้าว&nbsp;ใบกล้วย&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;ให้อาหารเสริม&nbsp;ก็จะเป็นอาหารปลาดุก&nbsp;ข้าวเย็นเหลือๆ&nbsp;รำละเอียด&nbsp;นำมาคลุกเคล้าผสมกันปั้นเป็นก้อน&nbsp;ให้อาทิตย์ละครั้ง&nbsp;ที่เหลือหอยขมก็จะกินตะไคร่น้ำเป็นอาหาร&nbsp;สำหรับการเลี้ยงหอยในกระชัง&nbsp;ไม่มีโรคอะไรเลี้ยงง่ายเหมาะกับการทำเกษตรในช่วงนี้&nbsp;ช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;&nbsp;จะได้ช่วยให้มีรายได้&nbsp;บรรเทาผลกระทบ&nbsp;ส่วนคนที่ไม่มีเวลาก็สามารถเลี้ยงได้&nbsp;ไม่ยุ่งยาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับตลาดนั้น&nbsp;ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด</strong>&nbsp;ขายได้ทั้งในหมู่บ้าน&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ถ้าเป็นตลาดสดก็จะมีแม่ค้ารองรับอยู่แล้ว&nbsp;&nbsp;ราคาขายส่งจะอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;แม่ค้าก็จะนำไปขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;55-60&nbsp;บาท&nbsp;ขายตามบ้าน&nbsp;กก.ละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;แกะเนื้อ&nbsp;กก.ละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนตัดก้น&nbsp;กก.ละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ราคาจะดี&nbsp;ไม่มีใครเลี้ยง&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเกษตรกรรายใด&nbsp;หรือหน่วยงานไหนที่อยากให้ชุมชนเลี้ยงหอยขมในกระชัง&nbsp;ก็สามารถมาเข้ามาศึกษาเรียนรู้&nbsp;ได้ที่&nbsp;ป้ายรถไฟ&nbsp;บ้านยุโป&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;หรือทางหมายเลข&nbsp;087-2997015</p><p><br></p><p><br></p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103085109940"],
    [25,"ยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ ยกระดับสู่การส่งออก เกิดรายได้ที่มั่นคง","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;กล่าวถึงโครงการพัฒนา&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ผู้ประกอบการต้นแบบ&nbsp;เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ&nbsp;(Agri&nbsp;BIZ&nbsp;Idol&nbsp;Development&nbsp;Project)&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมถึงนโยบายโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ซึ่งกองพัฒนาเกษตรกรได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;โดยเน้นให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ&nbsp;ของเกษตรกรให้เป็น&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;มืออาชีพ&nbsp;เพื่อรองรับการเกษตร&nbsp;4.0&nbsp;การพัฒนาสินค้าเกษตรคุณภาพสูง&nbsp;มีความปลอดภัยและสามารถแข่งขันในตลาดได้&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าสินค้าเกษตรเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะเกษตรกรต้นแบบและเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;</strong>ที่ได้ประกอบอาชีพด้านการเกษตรในลักษณะผู้ประกอบการที่มีการปรับเปลี่ยนวิธีทำการเกษตรจากรูปแบบเดิมไปสู่การทำเกษตรสมัยใหม่และการเกษตรแม่นยำสูง&nbsp;ที่เน้นการผลิตสินค้าเกษตรด้วยการบริหารจัดการ&nbsp;นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ในการผลิต&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ลดการใช้แรงงาน&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;บริหารจัดการปัจจัยการผลิตและกิจการที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า&nbsp;ตลอดจนเป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าสินค้าเกษตร&nbsp;รวมทั้งการพัฒนากระบวนการผลิตและผลผลิต&nbsp;สู่การรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และช่วยยกระดับสู่การส่งออก&nbsp;ตลอดจนช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น&nbsp;ก่อให้เกิดรายได้ที่มั่นคงและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด&nbsp;ทั้งนี้ผู้นำด้านเกษตรที่จะเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำเหล่านี้ก็จะกลายเป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรไทยในอนาคตต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103095833976"],
    [26,"เพิ่มช่องทางการตลาดข้าวเปลือกเหนียว ช่วยเกษตรกรลำปาง ได้ราคาสูงกว่าตลาดตันละ 200 บาท","<p><strong>นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวปัทมาวดี&nbsp;ศรีเจริญ&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ลงพื้นที่สหกรณ์ผู้ใช้น้ำฝายยางประสบสุก&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ&nbsp;กิ่วลม&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ติดตามการดำเนินโครงการเพิ่มช่องทางการตลาดข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาข้าวเปลือกเหนียวปรับตัวลดลง&nbsp;</p><p><strong>โดยกระตุ้นตลาดให้มีแรงซื้อและเพิ่มช่องทางการตลาด</strong>ข้าวเปลือกเหนียวผ่านสหกรณ์&nbsp;โดยจะรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวในราคาสูงกว่าตลาดตันละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ผลการรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวตามโครงการฯ&nbsp;สะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;19&nbsp;ตุลาคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ปริมาณรวม&nbsp;912.335&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;กำหนดจุดรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวตามโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สหกรณ์ผู้ใช้น้ำฝายยางประสบสุก&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;19&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ&nbsp;กิ่วลม&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ</strong>&nbsp;จะต้องนำเอกสารไปแสดงเพื่อประกอบการขาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;บัตรประชาชาชน&nbsp;สำเนาทะเบียนเกษตรกรหน้าแรกและหน้าที่ระบุชนิดพืช</p><p><br></p><p><br></p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103094642968"],
    [27,"คณะอนุกรรมการติดตามโครงการภายใต้แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก ลงพื้นติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ \"โคก หนองนา โมเดล\"ที่จังหวัดลพบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;คณะอนุกรรมการติดตามโครงการภายใต้แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก&nbsp;นำโดย&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;ศัลยกำธร&nbsp;ผู้ทรงวุฒิ&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามและรับฟังแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนองนา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ของนายอำนาจ&nbsp;เกตุสำราญ&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลดงมะรุม&nbsp;อำเภอโคกสำโรง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเกียรติปราโมทย์&nbsp;ฉายศรี&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลพบุรี&nbsp;นายอำเภอโคกสำโรง&nbsp;และนักพัฒนาต้นแบบฯให้การต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลพื้นที่&nbsp;ปัญหาในการดำเนินโครงการฯ&nbsp;และร่วมหารือแนวทางการแก้ปัญหา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับครัวเรือนต้นแบบของนายอำนาจ&nbsp;เกตุสำราญ&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;อยู่ที่บ้านเนินจันทร์&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลดงมะรุม&nbsp;อำเภอโคกสำโรง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ก่อนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;เป็นไร่อ้อย&nbsp;ซึ่งเป็นการประกอบอาชีพพืชเชิงเดี่ยวมาโดยตลอด&nbsp;ประกอบกับช่วงนี้ราคาอ้อยตกต่ำ&nbsp;มีหนอน&nbsp;แมลงกัดกินผลผลิต&nbsp;ภายหลังได้ศึกษาข้อมูลเศรษฐกิจพอเพียงตามแหล่งต่างๆ&nbsp;จึงมีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการพื้นที่&nbsp;จึงได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนองนา&nbsp;โดยขุดปรับแต่งพื้นที่โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ใช้แบบมาตรฐานกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;2&nbsp;ขุดบ่อน้ำ&nbsp;2&nbsp;บ่อ&nbsp;คลองไส้ไก่&nbsp;สร้างเป็นพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;การพัฒนาพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับครัวเรือน&nbsp;กิจกรรมที่ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;การปลูกพืช&nbsp;การห่มดิน&nbsp;การทำปุ๋ยชีวภาพเพื่อเลี้ยงดิน&nbsp;การเลี้ยงปลา&nbsp;การเพาะพันธุ์หน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;ทำดินปลูก&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;กิจกรรมที่ดำเนินการนอกแปลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปลูกกล้วย&nbsp;ถั่งแระ&nbsp;ทำสะเดานอกฤดู&nbsp;ปลูกอ้อยคั้นน้ำ&nbsp;และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัว&nbsp;6,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103145902154"],
    [28,"ปศุสัตว์ยโสธร ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ส่งเสริมการทำนาหญ้าขายผู้เลี้ยงโค สร้างรายได้สูงกว่าทำนาข้าว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;()3&nbsp;พ.ย.64&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;น.สพ.ชาติชาย&nbsp;ยื้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อม&nbsp;นายดำรงศักดิ์&nbsp;หงษ์ทะนี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;ธรรมบุตร&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;บ้านกว้าง&nbsp;ม.1&nbsp;ต.เขื่องคำ&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;ส่งเสริมการทำนาหญ้าสายพันธุ์กินนีมอมบาซา&nbsp;แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;มีนายทองม้วน&nbsp;ทาระพันธ์&nbsp;เป็นประธานกลุ่ม&nbsp;สมาชิกที่ปลูกหญ้า&nbsp;110&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;มีผลผลิตหญ้ากินนีมอมบาซาประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;ขายได้เฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;คิดเป็นเงิน&nbsp;9,000&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;มีต้นทุนค่าปุ๋ย&nbsp;500&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;มีรายได้สุทธิสูงกว่ารายได้จากการปลูกข้าวต่อไร่&nbsp;โดยเกษตรกรจะเกี่ยวหญ้าทุก&nbsp;20&nbsp;วันต่อรอบ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;15&nbsp;รอบต่อปี&nbsp;แล้วมัดเป็นกำนำไปจำหน่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าห้างแมคโครสาขายโสธร&nbsp;และสองฝั่งถนนแจ้งสนิทปากทางเข้าหมู่บ้านบ้านกว้าง&nbsp;ต.เขื่องคำ&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จำหน่ายเป็นกำๆ&nbsp;ละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมต่อกำ&nbsp;สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ&nbsp;1,000&nbsp;-2,000&nbsp;บาทต่อราย&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการทำแปลงหญ้าอินทรีย์&nbsp;เพื่อสร้างสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับหญ้ากินนีมอมบาซ่า&nbsp;เป็นสายพันธุ์จากอเมริกาใต้&nbsp;มีใบใหญ่&nbsp;โปรตีนสูงร้อยละ&nbsp;8-10&nbsp;มีความต้านทานต่อโรคได้ดี&nbsp;ไม่มีปัญหาโรคใบไหม้ใบจุดที่พบในข้าวและกินนีสีม่วง&nbsp;สามารถปลูกบนพื้นที่ดอน&nbsp;ทนแล้งได้ดี&nbsp;เหมาะกับการตัด&nbsp;แต่ไม่ทนต่อการแทะเล็ม&nbsp;ควรตัดครั้งแรกเมื่อหญ้าอายุ&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อให้หญ้ามีระบบรากและต้นที่แข็งแรงก่อน&nbsp;หลังจากนั้นในฤดูฝนสามารถตัดได้ทุก&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้หญ้าจะมีคุณภาพทางโภชนะสำหรับสัตว์อยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ส่วนในฤดูแล้งควรตัดทุก&nbsp;45-60&nbsp;วัน&nbsp;เนื่องจากหญ้าจะเจริญเติบโตช้า&nbsp;โดยตัดสูงจากพื้นดิน&nbsp;10-15&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;หลังจากการตัดหญ้าทุกครั้งควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;ในอัตรา&nbsp;25-50&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;หรือปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน&nbsp;หญ้ากินนีมอมบาซาเหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหารหลักได้ทุกชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;โคนม&nbsp;กระบือ&nbsp;ม้า&nbsp;และแพะ&nbsp;เกษตรกรและผู้สนใจสามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ยโสธร&nbsp;หรือที่ปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>กษม&nbsp;&nbsp;มิรัตนไพร&nbsp;&nbsp;ข่าว&nbsp;&nbsp;/&nbsp;ส.ปชส.ยส.</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103150729163"],
    [29,"ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ จัดฝึกอบรมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;2&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;สัตวแพทย์หญิงศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;จัดโครงการฝึกอบรมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;สำหรับการจัดทำระบบการป้องกันโรคในฟาร์มสุกรรายย่อย&nbsp;ให้ความรู้เรื่องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;และโรคระบาดอื่นๆ&nbsp;ที่สำคัญในสุกร&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจในการควบคุมป้องกันโรค&nbsp;การจัดการฟาร์ม&nbsp;การทำความสะอาดทำลายเชื้อโรค&nbsp;การดูแลสุขาภิบาลสัตว์ในฟาร์ม&nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;ในพื้นที่ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อำเภอเมืองชัยภูมิ&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อำเภอเนินสง่า&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อำเภอจัตุรัส&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลละหาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้เกษตรกรติดตามข่าวสารการแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากฟาร์มตั้งอยู่ในเขตพื้นที่โรคระบาดให้หยุดการเคลื่อนย้ายสุกร&nbsp;และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ในการเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุม&nbsp;และป้องกันโรคระบาด&nbsp;หากพบสุกรที่สงสัยว่าป่วยหรือตายด้วยโรคระบาด&nbsp;หรือด้วยอาการผิดปกติไม่ทราบสาเหตุ&nbsp;ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือและควบคุมโรค</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103151338170"],
    [30,"เตือนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน เฝ้าระวังโรคราสนิมในหม่อน ช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว&nbsp;อากาศเย็นและมีความชื้นสูง&nbsp;เป็นช่วงที่มีศัตรูหม่อนที่สำคัญชนิดหนึ่งคือ&nbsp;โรคราสนิมในหม่อน&nbsp;ซึ่งกำลังระบาดหนักเป็นวงกว้างในจังหวัดน่าน&nbsp;เชียงรายและพะเยา&nbsp;อยู่ในขณะนี้&nbsp;สร้างความเสียหายแก่แปลงหม่อนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างมาก&nbsp;จึงได้สั่งการให้ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;น่าน&nbsp;ซึ่งรับผิดชอบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;ลงพื้นที่ดูแลเกษตรกรอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรอย่างถูกต้อง&nbsp;&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ปัญหาโรคราสนิมในหม่อน</strong>&nbsp;เป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในภาคเหนือ&nbsp;รวมถึงภาคอื่นๆ&nbsp;ในช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ต้นฤดูหนาว&nbsp;ซึ่งมีความชื้นสูง&nbsp;โดยสปอร์ของเชื้อราจะแพร่กระจายไปกับฝนและลม&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของใบหม่อนในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยใบหม่อนที่แสดงอาการของโรคนี้จะเห็นเป็นจุดเล็กๆ&nbsp;สีเหลือง&nbsp;หรือสีน้ำตาลปนแดง&nbsp;และบวมขึ้นเป็นตุ่มแผลใหญ่ขึ้น&nbsp;เมื่อเนื้อเยื่อใบหม่อนถูกทำลายและแตกออกจะเห็นสปอร์ของเชื้อรามีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลปนแดงคล้ายสนิมอยู่บนตุ่มแผล&nbsp;กระจัดกระจายทั่วไปด้านใต้ใบ&nbsp;หากระบาดรุนแรงจะทำให้ใบหม่อนมีสีเหลืองทั้งใบและแห้งเป็นสีน้ำตาลและร่วงหล่น&nbsp;โดยความรุนแรงของโรคนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการป้องกันและกำจัดโรคราสนิมหม่อนนั้น</strong>&nbsp;ควรใช้วิธีผสมผสานในการบริหารจัดการแปลงหม่อน&nbsp;ตั้งแต่การเลือกปลูกหม่อนพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคราสนิม&nbsp;เช่น&nbsp;พันธุ์สกลนคร&nbsp;การปลูกควรลงปลูกหม่อนแบบแถวเดี่ยว&nbsp;เพิ่มระยะปลูกหม่อนให้มากขึ้น&nbsp;โดยระยะห่างระหว่างต้นหม่อน&nbsp;ต้องไม่น้อยกว่า&nbsp;75&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ระยะห่างระหว่างแถวไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ควรตัดแต่งกิ่งหม่อนให้โปร่งและไม่ปล่อยให้ใบหม่อนมีอายุแก่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;ในกรณีที่ปลูกหม่อนในพื้นที่ที่เคยเกิดโรคระบาดมาแล้ว&nbsp;ควรตัดแต่งกิ่งหม่อนก่อนช่วงที่เคยเกิดโรคระบาด&nbsp;</p><p><strong>หลังจากตัดแต่ง&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ควรพ่นสารไตรอะดิมิฟอล&nbsp;ซึ่งเป็นสารกำจัดเชื้อ&nbsp;จากนั้น&nbsp;ให้เว้นระยะการเก็บใบหม่อน&nbsp;ซึ่งระยะที่ปลอดภัยคือ&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;จึงสามารถนำเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหมได้&nbsp;ส่วนกิ่งและใบหม่อนที่ตัดทิ้งแล้ว&nbsp;ควรนำไปเผาทำลาย&nbsp;โดยเฉพาะกิ่งที่มีเชื้อโรคราสนิมเข้าทำลาย&nbsp;ไม่ควรนำไปคลุมแปลงหม่อนอีก&nbsp;เพราะจะกลายเป็นแหล่งเพาะโรคให้ระบาดรุนแรงขึ้นมาอีก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103162347236"],
    [31,"จังหวัดสุรินทร์ติดตามผลการดำเนินงานหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ  โครงการสุรินทร์รุ่งเรืองสู่เมืองเกษตรอินทรีย์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรืองสู่เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1)&nbsp;หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&nbsp;บ้านแบกจาน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลสังขะ&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกผักสวนครัวเพื่อการค้า&nbsp;มีการเตรียมโรงเรือนหลังใหม่สำหรับปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;มีตลาดหลักได้แก่&nbsp;ตลาดจริงใจ&nbsp;ท็อปส์&nbsp;ซุปเปอร์มาเก็ต&nbsp;และได้ดำเนินการทำ&nbsp;MOU&nbsp;ส่งผักบุ้งให้กับร้านเนื้อย่างเกาหลีในอำเภอสังขะ&nbsp;</p><p>2)หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&nbsp;บ้านบัวขุนจง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบัวเชด&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปัจจุบันมีการเตรียมพื้นที่ใหม่เพื่อปลูกผักสวนครัวจากโครงการฯ&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกกล้วย10&nbsp;ไร่&nbsp;มีการส่งผลผลิตกล้วยให้สหกรณ์การเกษตรบัวเชดทุกสัปดาห์&nbsp;มีการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&nbsp;และหมุนเวียนสลับกันไป&nbsp;ทำให้มีพืชผักที่หลากหลาย&nbsp;โดยสมาชิกจะเก็บส่งตัวแทนของชุมชนส่งขายตลาดทุกวัน&nbsp;ตลาดหลักได้แก่&nbsp;ตลาดเทศบาลบัวเชด&nbsp;ตลาดในชุมชน&nbsp;ขณะนี้ได้ทำ&nbsp;MOU&nbsp;ร้านเนื้อย่างเพชรลำพู&nbsp;ร้านเย็นตาโฟบุญเจือ&nbsp;ร้านไก่ย่างวิเชียรบุรี&nbsp;และ&nbsp;ร.พ.บัวเชด&nbsp;ในโอกาสนี้ท่านนายอำเภอบัวเชด&nbsp;ให้เกียรตินำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินการด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103165108262"],
    [32,"เตรียมตั้งปศุสัตว์ Sandbox ตามด่านชายแดน พร้อมเจรจาส่งออกโค - กระบือ ไปยังประเทศจีนโดยตรง","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือติดตามสถานการณ์เรื่องโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว&nbsp;พ่อค้าและเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เข้าร่วมการประชุม&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยเปิดประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;หลังจากการระบาดของโคโรนาไวรัสเริ่มดีขึ้น&nbsp;ภาคเกษตรทุกส่วนต้องเดินหน้าต่อ&nbsp;วันนี้จึงได้เชิญตัวแทนเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการค้าและส่งออกโค&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;มาร่วมกันหารือว่าจะเดินหน้ากันต่อในทิศทางไหน&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือ&nbsp;สนับสนุนอย่างเต็มที่&nbsp;โดยขณะนี้ประเทศจีน&nbsp;ยังคงเป็นตลาดหลักที่นำเข้าโค&nbsp;&nbsp;กระบือไทย&nbsp;ซึ่งประเทศจีนนั้นมีมาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยและสารเร่งเนื้อแดง&nbsp;และโรคต่างๆ&nbsp;มีการทำข้อตกลงร่วมกับประเทศลาว&nbsp;ในการสร้างด่านที่ชายแดนกักกันและตรวจโรค&nbsp;ก่อนส่งเข้าสู่ประเทศจีน&nbsp;ซึ่งประเทศไทยก็ต้องส่งขายผ่านประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ไม่สามารถส่งตรงเข้าสู่ประเทศจีนได้โดยตรง&nbsp;และในขณะนี้ได้รับการติดต่อจากตัวแทนของประเทศลาว&nbsp;ว่ามีความต้องการซื้อโคจากประเทศไทย&nbsp;เพื่อไปส่งต่อสู่ตลาดจีนกว่า&nbsp;500,000&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><strong>การหารือในวันนี้&nbsp;จึงได้ข้อสรุปและได้สั่งการลงไปให้ดำเนินการแล้ว</strong>&nbsp;ให้กรมปศุสัตว์&nbsp;เตรียมเปิดเขตพื้นที่ควบคมพิเศษ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการนำเข้า&nbsp;การผลิต&nbsp;&nbsp;ส่งออก&nbsp;โคและเนื้อโคปศุสัตว์&nbsp;Sandbox&nbsp;ตามด่านชายแดนที่สำคัญ&nbsp;กำหนดมาตรการต่างๆ&nbsp;ตามที่ผู้ซื้อกำหนด&nbsp;(ประเทศจีนประเทศลาว)&nbsp;รวมถึงการรณรงค์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;งดการใช้สารเร่งเนื้อแดงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมหารือ&nbsp;เพื่อเตรียมข้อมูลที่จะใช้ในการไปเจรจากับผู้ซื้อในสัปดาห์&nbsp;ทั้งนี้ทางคณะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและพ่อค้าคนกลาง&nbsp;ร่วมเดินทางไปพบผู้ซื้อ&nbsp;ระหว่างประเทศไทย&nbsp;-&nbsp;ประเทศลาว&nbsp;โดยยังไม่กำหนดสถานที่&nbsp;แต่จะเดินทางไม่เกินวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564</p><p><strong>โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;ดำเนินการประสานงานตรงกับรัฐบาลจีน&nbsp;</strong>เพื่อหารือการจัดทำพิธีสารขอเจรจาส่งออกโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;ไปยังประเทศจีนโดยตรง&nbsp;ไม่ผ่านประเทศกลาง&nbsp;พร้อมเร่งหารือและกำหนดแนวทาง&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;เพื่อเปิดด่านชายแดนทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถนำเข้าวัวมาขุนต่อและส่งออกได้</p><p><br></p><p><br></p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103193203308"],
    [33,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มอบโคพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตวำอำเภอด่านซ้าย&nbsp;มอบโคพระราชทาน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เพื่ออุทิศบุญกุศลและเสริมความเป็นศิริมงคล&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คู่&nbsp;เป็นโคเพศผู้&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;เพศเมีย&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ทรงมีพระประสงค์ประทานโคที่ทรงปล่อยไปให้ความช่วยเหลือ&nbsp;นายลือชัย&nbsp;สุวรรณโชติ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;98&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;โดยนำเข้าโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;ที่บ้านนาหว้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก่อนหน้านั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;โดส&nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;เป็นนายวรชัย&nbsp;แซ่เถา&nbsp;บ้านตูบค้อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;97&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการทำวัคซีนฯ&nbsp;การผสมน้ำยาฆ่าเชื้อฯ&nbsp;การใช้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง&nbsp;แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103174644286"],
    [34,"จังหวัดสงขลา เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงที่ยังตกค้างในกระชัง หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายใต้โครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานประชุมติดตามผลการดำเนินโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพงจังหวัดสงขลาในปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเร่งระบายปลากะพง&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายปลากะพงให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ในอำเภอเมืองสงขลา&nbsp;อำเภอสิงหนคร&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;และอำเภอเทพา&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวฉัตร์สุดา&nbsp;ชุมแสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;นายนพดล&nbsp;จันทรมณี&nbsp;ประมงจังหวัดสงขลา&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;เซ่งมาก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ขอรับการจัดสรรเงินจ่ายขาดจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรดำเนินโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพงจังหวัดสงขลา&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ในวงเงิน&nbsp;12,360,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อระบายปลากะพงที่ยังคงตกค้างในกระชังของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&nbsp;จํานวน&nbsp;300&nbsp;ตัน&nbsp;แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการและพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อปลากะพงชะลอการรับซื้อ&nbsp;หรือหยุดการรับซื้อ&nbsp;จึงส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงกว่าราคาที่จําหน่ายได้&nbsp;ทำให้มีปลากะพงตกค้างพร้อมจำหน่ายเป็นจำนวนมาก&nbsp;นอกจากนี้ยังมีปริมาณปลากะพงของเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ตกค้างในกระชังจํานวนมาก&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกทั้งจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้มีหนังสือขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากสํานักงานปลัดกระทรวง&nbsp;และสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้จัดสรรเงินงบประมาณเงินจ่ายขาดจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;8,599,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;โดยมีเป้าหมาย&nbsp;216&nbsp;ตัน&nbsp;และจังหวัดสงขลามีเงินเหลือจ่ายจากโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จํานวน&nbsp;303,419.84&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสามารถนำมาช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ปริมาณ&nbsp;7&nbsp;ตัน&nbsp;รวมได้รับการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งสิ้น&nbsp;223&nbsp;ตัน&nbsp;คือชดเชยส่วนต่างราคาปลากะพงตามราคาตลาด&nbsp;ณ&nbsp;วันที่จับปลากะพง&nbsp;ในอัตรากิโลกรัมละไม่เกิน&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;แต่รวมแล้วต้องไม่เกินกิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;โดยปลากะพงที่ตกค้างอยู่ในกระชังมีขนาดตั้งแต่ตัวละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;เป้าหมายไม่เกิน&nbsp;223&nbsp;ตัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการอนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการจากเดิมตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และระยะเวลาโครงการจากเดิมตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\">ศิริลักษณ์&nbsp;แคล้วคลาด/ข่าวภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\">3&nbsp;พ.ย.&nbsp;64</p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103182307300"],
    [35,"กรมชลประทาน เดินหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อาคารบังคับน้ำ 2 แห่ง ในแม่น้ำจันทบุรี ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&nbsp;รองอธิบดี</strong><strong>กรมชลประทาน&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ฝ่ายวิชาการ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยภายหลังนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามโครงการอาคารบังคับน้ำฝายบ้านแตงเม&nbsp;และโครงการอาคารบังคับน้ำฝายท่าหลวงบน&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ว่าสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำจันทบุรีตลอดหลายปีที่ผ่าน&nbsp;พบว่า&nbsp;ประชาชนและเกษตรกร&nbsp;มักประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งและอุทกภัยในช่วงฤดูฝน&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มน้ำส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมชลประทานได้ศึกษาวางโครงการฯ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โดยการวางแผนก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในรูปแบบฝายทดน้ำ&nbsp;พร้อมติดตั้งบานระบายแบบบานพับได้&nbsp;เพื่อเพิ่มระดับเก็บกักให้สูงขึ้นจากระดับสันฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;ส่วนในช่วงฤดูน้ำหลากสามารถพับตัวบานระบายให้ขนานกับสันฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ตามปกติ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;กรมชลประทานได้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;ความเข้าใจและนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งหากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;จะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;กว่า&nbsp;12,380&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนมีแหล่งเก็บกักน้ำที่มั่นคงเพื่อใช้ในฤดูแล้งอย่างเพียงพอต่อความต้องการทั้งในด้านการอุปโภค-บริโภค&nbsp;ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์&nbsp;รวมถึงช่วยลดปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่&nbsp;จังหวัดจันทบุรีได้อีกด้วย&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังสามารถยกระดับไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;แหล่งประมงพื้นบ้าน&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้สู่ท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง&nbsp;เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-03-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103200258332"],
    [36,"ป่าจาก หรือต้นจาก   มรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทางรอดของชาวตำบลวังวน อำเภอกันตัง","<p><strong>ตำบลวังวน&nbsp;อำเภอกันตัง</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ที่ผ่านมาโด่งดังจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานก้านจาก&nbsp;บ้านนายอดทอง&nbsp;ที่นำใบจากและก้านจาก&nbsp;ที่ชาวบ้านลอกเอาแต่ใบส่งขายเป็นใบจาก&nbsp;มาทำเป็นผลิตผลิตภัณฑ์จักสานหลากหลายรูปแบบ&nbsp;ทั้ง&nbsp;ติหมา&nbsp;โคมไฟ&nbsp;ตะกร้า&nbsp;ฝาชี&nbsp;แก้วน้ำ&nbsp;หรือภาชนะใส่อาหารและของใช้ต่างๆในครัวเรือน&nbsp;ส่งขายไปทั่วประเทศและต่างประเทศ&nbsp;จนมีชื่อเสียงโด่งดัง&nbsp;</p><p><strong>แต่ในวันนี้จะพาไปดูวิถีชีวิตของชาว&nbsp;ตำบลวังวน&nbsp;</strong>หากใครขับรถผ่านเข้าไปในหมู่บ้านต่างๆ&nbsp;ของตำบลวังวนซึ่งมีทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โดยเฉพาะหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;จะเห็นว่าหากวันไหนอากาศร้อน&nbsp;มีแสงแดด&nbsp;ไม่มีฝนตก&nbsp;ตลอดแนวสองข้างทางถนนตั้งแต่ภาคเช้า&nbsp;จนถึงช่วงบ่าย&nbsp;จะเห็นภาพชาวบ้านนำใบจากที่ลอกแล้ว&nbsp;ออกมาตากเรียงรายตามเส้นทางความยาวของถนนและหน้าบ้านของใครของมัน&nbsp;ขณะเดียวกันเมื่อเสร็จภารกิจประจำวัน&nbsp;โดยผู้ชายส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมงชายฝั่งและกรีดยาง&nbsp;พอว่างก็ออกไปรับจ้างตัดยอดจาก&nbsp;หรือตัดของตนเอง&nbsp;นำมาให้สมาชิกในครอบครัวที่ไม่ออกไปทำงานนอกบ้าน&nbsp;ทั้งผู้หญิงและคนชรา&nbsp;จะออกมานั่งอยู่หน้าบ้าน&nbsp;มีทั้งที่ซื้อยอดจากต่อมาอีกที&nbsp;ในราคายอดละ&nbsp;7&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำมาสับและลอกออกเป็นใบยาวๆ&nbsp;ตากและส่งขายเอง&nbsp;กลายเป็น&nbsp;ผลิตภัณฑ์ใบจากตากแห้ง&nbsp;&nbsp;ในการลอกจะต้องใช้นิ้วเท้าในการช่วยดึงและบางส่วนได้รับว่าจ้างจากเจ้าของยอดจาก&nbsp;ให้ช่วยสับและลอกออกเป็นใบยาวๆ&nbsp;ให้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการขาย&nbsp;หากนำมามัดเป็นจุก&nbsp;(ชาวบ้านเรียกเป็นจุก)</strong>&nbsp;หรือมัดส่วนปลายเป็นมัดยาวๆ&nbsp;จะขายจุกละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;แต่หากนำไปตากแห้งก่อน&nbsp;ก็จะขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้แต่ละคนทั้งที่ซื้อยอดจากมาลอกขายเอง&nbsp;และรับจ้างลอก&nbsp;มีรายได้ต่อสัปดาห์ประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;&nbsp;2,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่บางคนเป็นนายจ้างของตนเอง&nbsp;ทั้งไปเหมาแปลงป่าจาก&nbsp;จากนั้นจ้างคนตัดยอดแล้วนำมาว่าจ้างคนในหมู่บ้านให้ช่วยสับ&nbsp;และลอกออกเป็นใบยาวๆ&nbsp;และรับซื้อคืนหลังจากตากแห้งในราคาดังกล่าวและหาตลาดเอง&nbsp;ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ&nbsp;&nbsp;ทำให้คนวัยทำงานและวัยชราที่ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านมีรายได้เป็นของตนเอง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกฤษฎา&nbsp;หนูช่วย&nbsp;อายุ&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้านหมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลวังวน</strong>&nbsp;ซึ่งพาเราไปตัดตัวอย่างยอดจาก&nbsp;ของแปลงที่ชาวบ้านปลูกไว้หลังบ้านให้ดู&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ชาวบ้านบางคนจะมีแปลงป่าจากเป็นของตนเองทั้งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติและมีการปลูกเสริม&nbsp;บางคนไม่มี&nbsp;หรือมีไม่เพียงพอ&nbsp;ก็จะไปเหมาแปลงป่าจากของชาวบ้านรายอื่นๆในต่างตำบล&nbsp;เช่น&nbsp;ตำบลบางหมาก&nbsp;ตำบลนาเกลือ&nbsp;ตำบลบางเป้า&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;ผู้ชายเสร็จงานประมงก็ออกไปตัด&nbsp;และรับจ้างตัด&nbsp;โดยป่าจากเมื่อตัดยอดแล้ว&nbsp;มันก็แตกยอดใหม่ใช้เวลา&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ก็ตัดใหม่ได้อีก&nbsp;หรือแต่ละปีก็ตัดได้&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตัดได้เรื่อยๆตามห้วงเวลาดังกล่าว&nbsp;โดยไม่มีวันตายไม่เหมือนยางพาราที่พอกรีดยางไปประมาณ&nbsp;&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ก็ต้องโค่นทิ้ง&nbsp;แต่ทั้งนี้แต่ละต้นก็จะมีจำนวนยอดที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของต้นจาก&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งใบจากตากแห้งที่ส่งขาย</strong>&nbsp;มีทั้งแบบแบนที่มวนได้เลยและแบบมัดเป็นกำๆบรรจุถุงๆละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;โดยชาวบ้านใน&nbsp;ต.วังวน&nbsp;ทำอาชีพนี้กันทั่วไปกระจายทั้ง&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;แม้จะไม่ทุกครัวเรือน&nbsp;แต่ไม่ต่ำกว่า&nbsp;100&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;แต่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;มากที่สุดประมาณ&nbsp;&nbsp;50&nbsp;&nbsp;60&nbsp;&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;&nbsp;แต่ละรายมีรายได้สัปดาห์ละประมาณ&nbsp;1000&nbsp;-&nbsp;2000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่บางคนที่มีทุนออกไปเหมาแปลงป่าจาก&nbsp;จากนั้นจ้างคนตัด&nbsp;จ้างคนลอก&nbsp;ตากและส่งขาย&nbsp;ทำเป็นธุรกิจส่งขายไปต่างจังหวัดจะมีรายได้มากเดือนละ&nbsp;20,000&nbsp;,30,000&nbsp;,50,000&nbsp;&nbsp;หรือบางรายถึงเดือนละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนตนเองลูกเดินทางกลับจากจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;และมีตลาด&nbsp;จึงมาทำอาชีพนี้ส่งขายที่จ.นครศรีฯ&nbsp;มีรายได้เดือนละประมาณ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ตลอด&nbsp;ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางยุพา&nbsp;บุญเพ็ช&nbsp;อายุ&nbsp;64&nbsp;ปี&nbsp;(&nbsp;ยายเสื้อเหลือง&nbsp;นั่งสับยอดจาก&nbsp;)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตัวเองซื้อยอดจากมาราคายอดละ&nbsp;4&nbsp;-7&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;นำมาลอก&nbsp;ตากแดดส่งขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;โดยถ้าซื้อมา&nbsp;100&nbsp;ยอด&nbsp;เมื่อขายแล้วได้กำไรประมาณ&nbsp;400&nbsp;&nbsp;600&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับยอดเล็ก&nbsp;ยอดใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนคุณยาย&nbsp;ใส่เสื้อลาย&nbsp;ซึ่งนำยอดจากที่ลอกแล้วมาตากหน้าบ้าน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตนเองซื้อยอดจากต่อมาจากหลาน&nbsp;ซึ่งไปเหมาแปลงจาก&nbsp;ซื้อต่อมาในราคาเหมายอดละ&nbsp;7&nbsp;บาท&nbsp;จากนั้นนำมาสับและลอกเอาแต่ใบจากแล้วนำไปตากแห้ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ยอด&nbsp;เมื่อลอกและตากแห้งแล้วจะได้ประมาณ&nbsp;14&nbsp;&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;16&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;จะมีรายได้ประมาณอาทิตย์ละ&nbsp;1000&nbsp;-&nbsp;2000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ส่วนนางสาวบานเย็น&nbsp;เจะหลง&nbsp;อายุ&nbsp;&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตนเองไปเหมาแปลงจากจากต่างตำบล&nbsp;จากนั้นก็ว่าจ้างคนลอก&nbsp;ตากแห้ง&nbsp;แล้วรับซื้อมารวบรวมส่งขาย&nbsp;ทำเป็นใบจากตากแห้ง&nbsp;จากนั้นนำมาตัดเป็นท่อนๆ&nbsp;แล้วกำเป็นมัดๆ&nbsp;แล้วบรรจุเป็นห่อ&nbsp;ขายในราคาห่อละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;โดยตนเองจะมีทำเตาอบอย่างง่ายไว้บริเวณหลังบ้าน&nbsp;หากฝนตกตากแดดไม่ได้&nbsp;ก็จะนำเข้าเตาอบ&nbsp;โดยอบด้วยถ่านเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;จากนั้นนำเมื่อเอาออก&nbsp;พอแดดออกก็นำไปตากแดดต่ออีกประมาณ&nbsp;1&nbsp;ชม.&nbsp;เพื่อไล่ความชื้น&nbsp;แล้วจึงนำมาตัด&nbsp;กำมือมัดใส่ถุงส่งขายในจังหวัดกระบี่&nbsp;และจ.สตูล&nbsp;&nbsp;โดยชาวบ้านในพื้นที่จะทำเป็นอาชีพหลัก&nbsp;จะเห็นตลอดเส้นทางถนนทางเข้าหมู่บ้าน&nbsp;แต่ปัญหาหากฝนตกชาวบ้านที่ไม่มีเตาอบ&nbsp;อาจทำไม่ได้&nbsp;เพราะไม่มีแดดตาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>คุณยายนุ้ย&nbsp;ณสตา&nbsp;อายุ&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;(นั่งตัดสับใบจากอยู่ริมถนนใต้ร่มเงาสวนยาง)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อาชีพลอกใบจากตากแห้งขาย&nbsp;ยายทำมาตั้งแต่เด็กๆอายุ&nbsp;10&nbsp;กว่าขวบ&nbsp;ทำกันมายาวนาน&nbsp;เป็นอาชีพดั้งเดิมสืบทอดกันมา&nbsp;เคยขายตั้งแต่กิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;จนตอนนี้กิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;เป็นอาชีพดั้งเดิมสืบสานทำต่อๆกันมา&nbsp;ไม่ต้องไปไหน&nbsp;นั่งทำ&nbsp;ทำไหว&nbsp;ก็นั่งทำไปเรื่อยๆ&nbsp;มีรายได้บ้างไม่มาก&nbsp;แต่มี&nbsp;จะได้ไม่ต้องอยู่เฉยๆ&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำหรับรายได้ของชาวบ้านใน&nbsp;ตำบลวังวน&nbsp;อำเภอกันตัง</strong>&nbsp;ที่ได้จากทรัพยากรที่มีคุณค่าในพื้นที่คือ&nbsp;ป่าจากหรือต้นจาก&nbsp;ทั้งจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก้านจาก&nbsp;บ้านนายอดทอง&nbsp;ซี่งมีชาวบ้านในตำบลเป็นสมาชิกของกลุ่มประมาณ&nbsp;100&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ที่ทำจักสานจากใบจากและก้านจากส่งขายให้กลุ่ม&nbsp;นำไปส่งขายทั้งในประเทศและตลาดใหญ่ที่ประเทศจีน&nbsp;และสร้างงานสร้างรายได้ให้สมาชิกเดือนละ&nbsp;6,000&nbsp;&nbsp;7,000&nbsp;บาทต่อครัวเรือน&nbsp;บางครัวเรือนทำได้ประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ส่วนชาวบ้านที่ลอกใบจากหรือทำใบจากตากแห้งส่งขายมีนับ&nbsp;100&nbsp;ครัวเรือนเช่นกัน&nbsp;ทำให้มีเงินสะพัดในชุมชนไม่ต่ำกว่าเดือนละ&nbsp;&nbsp;600,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2021-04-11T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211104101147436"],
    [37,"ป.ป.ท. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ของจังหวัดตราด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(4&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;นายณัฐพงษ์&nbsp;สงวนจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เป็นประธานการประชุมการตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;(ป.ป.ท.)&nbsp;นำโดย&nbsp;นางสาวพรพิมล&nbsp;ชัยเจริญไมตรี&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ท.เขต&nbsp;2&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;และคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด&nbsp;(ก.ธ.จ.ตราด)&nbsp;ที่นำโดย&nbsp;นายสมโภชน์&nbsp;วาสุกรี&nbsp;รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ร่วมประชุมติดตามการดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินโครงการ&nbsp;พร้อมกันนี้คณะ&nbsp;ปปท.เขต&nbsp;2&nbsp;และคณะ&nbsp;ก.ธ.จ.ตราด&nbsp;ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงดำเนินโครงการของเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ในพื้นที่ตำบลบางปิด&nbsp;อำเภอแหลมงอบ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการดำเนินโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นเจ้าภาพหลักดำเนินโครงการภายใต้<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้&nbsp;(จากกรอบวงเงินทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;แสนล้านบาท)&nbsp;</span>&nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดตราด&nbsp;มีเกษตรกรผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งได้รับการส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;อาทิ&nbsp;การขุดสระเก็บน้ำ&nbsp;โดยสถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;การพัฒนาเกษตรกร&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;การพัฒนาการผลิต&nbsp;โดยสถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตราด&nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวพรพิมล&nbsp;ชัยเจริญไมตรี&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ท.เขต&nbsp;2&nbsp;กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินการ&nbsp;ว่า&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2563&nbsp;เห็นชอบกลไกเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจาการกระบาดของโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;โดยมอบให้สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ท.ในฐานะของฝ่ายเลขานุการของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ&nbsp;(ศอตช.)&nbsp;ประสานความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณที่เบิกจ่ายให้เป็นไปด้วยความถูกต้องโปร่งใส&nbsp;จึงได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้พบว่า&nbsp;การดำเนินโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;สามารถดำเนินการด้วยดี&nbsp;มีการประสานบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง&nbsp;5&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมกันดำเนินการได้ถูกต้อง&nbsp;มีความคุ้มค่า&nbsp;และโปร่งใส&nbsp;เกษตรกรมีความภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-04-11T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211104145354554"],
    [38,"ภาคประชาชน นายคมสรร อัครประจินต์ และนางสมนึก แก้วเขียว สนับสนุนเงิน 9,999 บาท ชื้อพันธุ์สัตว์น้ำปล่อยในแหล่งน้ำชุมชน สร้างความมั่นคงด้านอาหาร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;นายคมสรร&nbsp;อัครประจินต์&nbsp;และนางสมนึก&nbsp;แก้วเขียว&nbsp;สนับสนุนเงิน&nbsp;9,999&nbsp;บาท&nbsp;ชื้อพันธุ์สัตว์น้ำปล่อยในแหล่งน้ำชุมชน&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นายคมสรร&nbsp;อัครประจินต์&nbsp;และนางสมนึก&nbsp;แก้วเขียว&nbsp;ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอชนแดน&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ประสาน&nbsp;นางสุภารัตน์&nbsp;ศรีสังข์&nbsp;ประมงอำเภอชนแดน&nbsp;ในการติดต่อชื้อพันธุ์สัตว์น้ำจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;ประกอบด้วยปลาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;16,000&nbsp;ตัว,&nbsp;ตะเพียนขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;25,195&nbsp;ตัว&nbsp;และปลานิล&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ตัว&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;45,195&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงิน&nbsp;9,999&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำมาปล่อยในแหล่งน้ำพื้นที่บริเวณถ้ำผาทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;28&nbsp;ตำบลพุทธบาท&nbsp;อำเภอชนแดน&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นางสาวมุกมณี&nbsp;มุสิกรัตน์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;พานชัยภูมิ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&nbsp;นางสุภารัตน์&nbsp;ศรีสังข์&nbsp;ประมงอำเภอชนแดน&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าว&nbsp;ซึ่งการสนับสนุนงบประมาณและการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;เป็นการช่วยเพิ่มผลผลิตในแหล่งน้ำ&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;ที่จะทำให้การบริหารจัดการประมงในพื้นที่เกิดความยั่งยืน&nbsp;ชาวบ้านสามารถหาสัตว์น้ำเลี้ยงชีพได้ต่อไป&nbsp;เป็นการช่วยประหยัดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-04-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211104201420766"],
    [39,"ชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสงขลา เร่งนำเรือเข้าฝั่ง หลังคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง","<p><strong>สภาพคลื่นลมบริเวณชายฝั่งจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;ที่บ้านบ่ออิฐ&nbsp;ตำบลเกาะแต้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ยังไม่รุนแรงมากนัก&nbsp;ชาวประมงพื้นบ้านที่นำอวนปูออกไปวางทิ้งไว้กลางทะเล&nbsp;&nbsp;เมื่อ&nbsp;3&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ได้นำเรือออกไปเก็บอวนปูกลับเข้าฝั่งก่อนที่คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;เนื่องจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;พึ่งประกาศภาคใต้ฝั่งตะวันออกเข้าสู่ฤดูมรสุมลมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;พฤศจิกายนชที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;ได้มีการออกประกาศเตือนต่อเนื่องฉบับที่&nbsp;4</strong>&nbsp;(27/2564)&nbsp;เรื่อง&nbsp;ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง&nbsp;เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียมีกำลังอ่อนลง&nbsp;แต่ยังส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง&nbsp;ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับอ่าวไทยตอนล่าง&nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร</strong>&nbsp;ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง&nbsp;มากกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105082335860"],
    [40,"ปศุสัตว์ยโสธร มอบใบประกาศนียบัตรยกย่องฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งกำจัดของเสีย ประหยัดพลังงาน กจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงและแลง","<p>ปศุสัตว์ยโสธร มอบใบประกาศนียบัตรยกย่องฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งกำจัดของเสีย ประหยัดพลังงาน กจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงและแลง</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 64 ที่ผ่ามา&nbsp;พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์พิทักษ์ เผ่าผา หัวหน้าพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธ ลงพื้นที่ มอบใบประกาศนียบัตร เพื่อยกย่องฟาร์มสุกรที่ผ่านการตรวจ ประเมินตามหลักเกณฑ์ โครงการฟาร์มรักษ์สิ่งแวดล้อม ของกรมปศุสัตว์ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ฟาร์มหนูปัญ งามแก้ว&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่ 50 หมู่&nbsp;9 ตำบลห้วยแก้ง อำเภอกุดชุม และฟาร์มชนะ แสวงแก้ว ตั้งอยู่เลขที่ 206 หมู่ 7 ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยฟาร์มดังกล่าวเป็นฟาร์มสุกรขุนขนาดกลาง เลี้ยงสุกรแห่งละ 600 ตัวในโรงเรือนระบบปิด ซึ่งเจ้าของฟาร์มสุกรมีจิตสำนึกที่ดีในการเลี้ยงสัตว์ ไม่ให้ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ปล่อยน้ำเสียออกสู่ภายนอกฟาร์ม มีการแยกการระบายน้ำฝนไม่ปล่อยเข้าระบบบำบัดน้ำเสียที่จะทำให้น้ำเสียล้นบ่อ มีการประหยัดทรัพยากรและพลังงาน ด้วยการใช้หลอดไฟฟ้าแบบหลอดประหยัดไฟและติดตั้งระบบโซลาเซลล์ มีการตากมูลสุกรให้แห้งเพื่อไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น พร้อมทั้งล้างคอกทุกวัน มีมาตรการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวันและยุง </p><p>นอกจากนี้ฟาร์มยังมีการคัดแยกขยะออกเป็น 3 ประเภท&nbsp;ได้แก่ ขยะมูลฝอยทั่วไป ขยะอันตราย ขยะติดเชื้อ และนำขยะไปทำลายอย่างเหมาะสม ปลูกต้นไม้ด้านท้ายโรงเรือนเพื่อกรองกลิ่นเหม็นและฝุ่น และไม่เคยมีเรื่องร้องเรียนฟาร์มในเรื่องการก่อกลิ่นเหม็นหรือปล่อยน้ำเสียหรือมีแมลงไปรบกวนประชาชนที่อาศัยอยู่ข้างเคียงฟาร์ม </p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีในการเลี้ยงสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่เจ้าของฟาร์มรายอื่น สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธ จึงได้มอบใบประกาศนียบัตรยกย่องฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ผู้เลี้ยงสัตว์หรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในการช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและไม่ทำให้เกิดมลภาวะที่เป็นพิษในพื้นที่....///......</p><p>&nbsp;</p><p>กษม&nbsp;&nbsp;มิรัตนไพร&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p>จ.ส.ต.พงษ์สถิตย์&nbsp;&nbsp;อรอินทร์&nbsp;&nbsp;บก.ข่าว</p><p>ส.ปชส.ยส.</p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105093118891"],
    [41,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี  ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรระดับจังหวัด ขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;ขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวศิริวรรณ&nbsp;เครือเล็ก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&nbsp;ในราชการส่วนภูมิภาคของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ในการประชุมมีการรายงานการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ทั้งในเขตและนอกเขตชลประทาน&nbsp;,&nbsp;การควบคุม&nbsp;กำจัด&nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดพืชและสัตว์&nbsp;,&nbsp;ข้อมูลการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;,&nbsp;แผนบริหารจัดการสินค้าที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;,&nbsp;แผนการตรวจราชและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;โครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;,&nbsp;โครงการส่งเสริมการเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;,&nbsp;โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;และภาวะเศรษฐกิจการเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ไตรมาส&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และแนวโน้มปี&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งมีการร่วมกันพิจารณาการสำรวจเสนอความต้องการโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;,&nbsp;ปฏิทินสินค้าเกษตรที่สำคัญรายเดือน&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และการแก้ไขปัญหาการเกษตรในพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;สวท.เพชรบุรี/5&nbsp;พ.ย.64</p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105095316894"],
    [42,"เร่งแก้ปัญหา เตรียมเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก 19 จังหวัด ช่วยเกษตรกร คาดสถานการณ์ข้าวเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์ราคาข้าวที่ลดต่ำลงในช่วงนี้&nbsp;เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการทั้งด้านความต้องการส่งออกข้าวไปต่างประเทศและการบริโภคในประเทศที่ลดลง&nbsp;ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม&nbsp;ส่งผลต่อคุณภาพข้าว&nbsp;โดยราคาข้าวจะขึ้นอยู่กับความชื้นและคุณภาพ&nbsp;ซึ่งจะใช้ราคา&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้น&nbsp;15%&nbsp;เป็นเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้ราคาข้าวจะลดต่ำลง</strong>&nbsp;แต่เกษตรกรยังได้รับการดูแลภายใต้โครงการประกันรายได้&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงิน&nbsp;18,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคมที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวที่กำลังออกสู่ตลาดและชะลอตัวในขณะนี้&nbsp;</p><p><strong>กรมการค้าภายใน&nbsp;</strong>ได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการนอกพื้นที่เข้าไปช่วยรับซื้อข้าวเหนียวในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา&nbsp;และอนุมัติโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ให้มีผู้รับซื้อเข้าไปแข่งขันรับซื้อในพื้นที่ที่มีผู้รับซื้อไม่เพียงพอต่อผลผลิต&nbsp;เพื่อให้เกิดการแข่งขันและราคา&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;ใน&nbsp;19&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์การส่งออกข้าวในขณะนี้</strong>&nbsp;มีทิศทางที่ดีจากคำสั่งซื้อต่างประเทศที่มีมากขึ้น&nbsp;ในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนหลัง&nbsp;ค่าเงินปัจจุบันที่อ่อนตัวลง&nbsp;ราคาข้าวในประเทศที่สามารถแข่งขันได้&nbsp;คาดว่าปริมาณการส่งออกทั้งปีจะใกล้เคียงกับเป้าหมาย&nbsp;6&nbsp;ล้านตันที่ตั้งไว้&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในประเทศ&nbsp;มีสัญญานดีขึ้นเช่นกัน&nbsp;จากการเปิดประเทศ&nbsp;ซึ่งจะทำให้ความต้องการบริโภคมีมากขึ้นและสถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มคลี่คลายลง&nbsp;รวมทั้งมาตรการคู่ขนานและมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์เข้าไปเร่งแก้ไข&nbsp;คาดว่าจะส่งผลให้สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกในตลาดดีขึ้นเป็นลำดับ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105105604931"],
    [43,"ขานรับนโยบาย ลุยขยายท่าบกทั่วไทย นำร่องในพื้นที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน จังหวัดเชียงราย","<p><strong>นายปรีดา&nbsp;ยังสุขสถาพร&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา&nbsp;(อสป.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;องค์การสะพานปลา&nbsp;ขานรับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการเดินหน้าขยายท่าบกทั่วไทย&nbsp;ตั้งเป้าหมายการขยายโครงการท่าบก&nbsp;ไปพร้อมๆ&nbsp;กับการพัฒนาสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง&nbsp;18&nbsp;แห่งทั่วไทย&nbsp;เพื่อให้ปี&nbsp;2564&nbsp;อสป.บรรลุสู่เป้าหมายรายได้และผลกำไรเติบโตตามเป้าหมาย&nbsp;</p><p><strong>แผนที่จะพัฒนาและขยายตลาดสินค้าสัตว์น้ำของไทย</strong>&nbsp;เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว&nbsp;เพื่อยกระดับตลาดสินค้าสัตว์น้ำจากชาวประมง&nbsp;เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;ให้มีมาตรฐานสากล&nbsp;ทั้งคุณภาพและราคา&nbsp;ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน&nbsp;</p><p><strong>โดยในระยะแรกมีเป้าหมายขยายตลาดไปตามนโยบาย</strong>&nbsp;ซึ่งองค์การสะพานปลา&nbsp;ได้รับบทบาทสำคัญ&nbsp;ในการหาตลาดท่าบกให้กับพี่น้องชาวประมงได้ประกอบอาชีพและได้มีช่องทางการขยายสินค้าสัตว์น้ำได้มากขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้&nbsp;องค์การสะพานปลากำลังหารือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย&nbsp;โดยจะเริ่มนำร่องสินค้าสัตว์น้ำเป็นประเภทแรกซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดการณ์&nbsp;จะมีการสร้างคลังสินค้าบริเวณใกล้ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนเป็นที่แรก&nbsp;มีการสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บสินค้า&nbsp;หากมีความต้องการสินค้าก็จะทำให้สามารถขนส่งขึ้นเรือได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว&nbsp;และหากประสบผลสำเร็จก็จะเริ่มขยายท่าบกในพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ที่ยากต่อการซื้อขายสินค้าสัตว์น้ำ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105104332921"],
    [44,"กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี ตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;ตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;ชนิดตรวจต่ออายุ&nbsp;ฟาร์มสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฉลอง-สุธิวรรณฟาร์ม&nbsp;ม.3&nbsp;ต.หนองขนาน&nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&nbsp;ผลการตรวจพบข้อบกพร่องไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของหลักเกณฑ์การตรวจประเมิน&nbsp;ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อรับการตรวจประเมินในครั้งต่อไป&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&nbsp;และ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;และได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินราคาลูกโคตัวที่&nbsp;1&nbsp;ของโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;ที่เกษตรกรยืมเพื่อการผลิต&nbsp;พื้นที่ตำบลห้วยลึก&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยเกษตรกรทุกรายมีความประสงค์ที่จะขอซื้อลูกโคไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง&nbsp;&nbsp;จักได้ดำเนินการตามขั้นตอน&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของโครงการ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเขาย้อยลงพื้นที่เฝ้าระวังโรคบรูเซลลาในฝูงโคเนื้อที่เคยพบผลบวก&nbsp;โดยดำเนินการ?เจาะเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อโรคบรูเซลลา&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ห่างจากครั้งที่สอง&nbsp;1&nbsp;เดือน?&nbsp;ให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ต.&nbsp;สระพัง&nbsp;อ.&nbsp;เขาย้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โคเนื้อได้รับการเจาะเลือดจำนวน&nbsp;27&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105103736912"],
    [45,"กรมปศุสัตว์ เร่งเก็บตัวอย่าง มั่นใจ ไทยปลอดเชื้อไข้หวัดนก สั่งด่วนเฝ้าระวังดำเนินการเข้มงวดทุกพื้นที่ทั่วประเทศ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สั่งการด่วนให้กรมปศุสัตว์คุมเข้มเฝ้าระวังเชื้อไข้หวัดนกชนิด&nbsp;H5N6&nbsp;&nbsp;หลังสาธารณรัฐประชาชนจีนพบการติดเชื้อในคนเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่&nbsp;ปี&nbsp;2557&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;โดยมีผู้ติดเชื้อแล้ว&nbsp;49&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์จึงได้มีคำสั่งเร่งด่วนให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์ทุกจังหวัด</strong>&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศ&nbsp;เข้มงวดในดำเนินการมาตรการชะลอการนำเข้า&nbsp;นำออก&nbsp;หรือผ่านราชอาณาจักร&nbsp;สำหรับประเทศที่พบรายงานการเกิดไข้หวัดนกชนิดรุนแรง&nbsp;&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปนเปื้อนเชื้อมาสู่ประเทศไทยและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรทุกรายและรายงานสถานการณ์สัตว์ปีกทุกวัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้สั่งการให้เก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์</strong>&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทั่วประเทศด้วย&nbsp;โดยล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จากสำนักควบคุม&nbsp;ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&nbsp;พร้อมทีมงาน&nbsp;เข้าติดตามงานตามโครงการ&nbsp;เฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก&nbsp;ในนกธรรมชาติเชิงรับในพื้นที่ชุมน้ำ&nbsp;โดยประสานงานร่วมกับทีมงานในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;&nbsp;เพื่อสำรวจสัตว์ปีกในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ดและหารือในแนวทางการศึกษาเส้นทางอพยพของนกในกลุ่มนกชายเลน&nbsp;และได้เก็บตัวอย่างยืนยันเพื่อตรวจวิเคราะห์เชื้อไข้หวัดนก&nbsp;(Swab&nbsp;test)&nbsp;ของนกในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;จากการดำเนินการเข้มงวดในการเฝ้าระวังสัตว์ปีกตามแนวชายแดนในทุกจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้มั่นใจได้ว่าปัจจุบัน&nbsp;ประเทศไทยปลอดเชื้อไข้หวัดนกมาตลอดระยะเวลามากกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ทั้งในคนและสัตว์&nbsp;เนื่องจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกทั่วประเทศมีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบ&nbsp;อย่างน้อยสัปดาห์ละ&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มเข้มงวดระบบความปลอดภัยและการจัดการภายในฟาร์มและให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรคทันทีในกรณีที่มีการแจ้งและการรายงาน&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ&nbsp;ระหว่างประเทศ</strong>&nbsp;&nbsp;องค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกให้สังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสัตว์ปีกมีอาการหรือป่วยตายผิดปกติ&nbsp;ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่&nbsp;หรืออาสาปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการสอบสวนและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105143327060"],
    [46,"ธ.ก.ส. เตรียมจ่ายเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว งวดแรก 9 พฤศจิกายนนี้","<p><strong>นางมัลลิกา&nbsp;บุญมีตระกูล&nbsp;มหาสุข</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาราคาข้าวอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยภายหลังการรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบวานนี้&nbsp;(4&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;ได้ติดตามกระบวนการทำงานของระบบราชการเกี่ยวกับเงินงวดแรกของโครงการประกันรายได้เกษตรกร&nbsp;ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่าง&nbsp;</p><p><strong>ตามกฎหมายต้องจ่ายภายใน&nbsp;3&nbsp;วันทำการ</strong>&nbsp;หลังคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ประกาศราคาอ้างอิง&nbsp;ซึ่งถือว่าประกาศเป็นทางการ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;โดย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;แจ้งว่าจะสามารถโอนเงินได้วันที่&nbsp;9&nbsp;พฤศจิกายนนี้&nbsp;ซึ่งไม่เกินจากวันที่ประกาศกำหนดไว้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105142842052"],
    [47,"กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมแปลงใหญ่ถั่วเหลืองฝักสด จังหวัดอุทัยธานี พืชทดแทนนาปรัง อายุสั้น ใช้น้ำน้อย ผลตอบแทนสูง","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดอุทัยธานีนับเป็นพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองฝักสดที่สำคัญ&nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;4,000&nbsp;ไร่&nbsp;และได้รับการส่งเสริมให้เป็นแปลงใหญ่ถั่วเหลืองฝักสด&nbsp;ตำบลทุ่งโพ&nbsp;อำเภอหนองฉาง&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;270&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ร่วมโครงการ&nbsp;2,000&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งแต่เดิมเกษตรกรในพื้นที่ทำนากันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในรอบ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จะทำนา&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ส่งผลทำให้ดินมีสภาพเสื่อมโทรม&nbsp;พืชไม่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ตามปกติ&nbsp;ประกอบกับปัญหาด้านราคาของผลผลิตตกต่ำ&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรจึงรวมกลุ่มกันเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหา&nbsp;</strong>โดยมีแนวคิดที่ต้องการปลูกพืชหมุนเวียนที่เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;เป็นพืชที่มีอายุสั้น&nbsp;ให้ผลผลิตสูง&nbsp;ราคาดีและมีตลาดรองรับแน่นอนมาปลูกสลับกับการทำนา&nbsp;ที่สำคัญมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564/65&nbsp;มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด&nbsp;2,000&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่าจะให้ผลผลิตทั้งหมด&nbsp;2,400&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;1,200&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นมูลค่าด้านเศรษฐกิจประมาณ&nbsp;40&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105142303045"],
    [48,"ตราดจัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(5&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;นายชยุทกฤดิ&nbsp;&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้นโดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;คณะนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อ<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;&nbsp;color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">การขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอมีความเป็นเอกภาพ&nbsp;เป็นไปด้วยความรวดเร็ว&nbsp;และมีเอกภาพ&nbsp;การแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&nbsp;ในราชการส่วนภูมิภาคของจังหวัด</span>ตราด&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;&nbsp;color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</span>&nbsp;โดยการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัดครั้งนี้ที่ประชุมได้นำเสนอเรื่องต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การเตรียมความพร้อมดำเนินโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;การเตรียมความพร้อมดำเนินโครงการ&nbsp;ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;รวมไปถึงการเตรียมรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ประเภทภัยแล้ง&nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณา&nbsp;การจัดตั้งแปลงใหญ่&nbsp;โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;รวมถึงการจัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105152601106"],
    [49,"เกษตรกรประสบความสำเร็จโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่","<p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;มาเป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><strong>แนวทางในการดำเนินงานโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง&nbsp;รวมถึงภาคการเกษตร&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผู้คนพากันกักตุนอาหาร&nbsp;จนอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนอาหาร&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;เป็นภาคการผลิตที่สำคัญที่ผลิต&nbsp;\"อาหาร\"&nbsp;เพื่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกไปต่างประเทศ&nbsp;ตามยุทธศาสตร์&nbsp;\"ครัวไทยสู่ครัวโลก\"</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ให้ชุมชนในท้องถิ่นให้มีความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร&nbsp;มีทางเลือก&nbsp;มีอาหาร&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นทางรอดของเกษตรกรไทย&nbsp;เพื่อมุ่งสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าว&nbsp;นอกจากจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้นแล้ว&nbsp;ยังช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว&nbsp;เกษตรกรสามารถเลี้ยงตนเองและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างพอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>และยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโครงการดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดพัทลุงโดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;14&nbsp;ตำบล&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;และมีเกษตรกรพื้นที่ตำบลชัยบุรีเข้าร่วมโครงการมากที่สุด&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;หนึ่งในนั้น&nbsp;คือ&nbsp;นายอดุลย์&nbsp;บุญสนิท&nbsp;เกษตรกร&nbsp;บ้านคลองตรุด&nbsp;ตำบลชัยบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการโดยใช้ที่ดินจำนวน&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;จัดสรรพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัย&nbsp;และน้ำขุดสระเก็บกักน้ำ&nbsp;เพื่อใช้เก็บกักน้ำฝนในฤดูฝน&nbsp;และใช้ในการปลูกพืชในฤดูแล้ง&nbsp;ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;ปลูกข้าวเพื่อใช้เป็นอาหาร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ประจำวันในครัวเรือนให้เพียงพอตลอดปี&nbsp;รวมการเลี้ยงเป็ดไข่เกือบ&nbsp;2,000&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอดุลย์&nbsp;บุญสนิท&nbsp;เกษตรกร&nbsp;บ้านคลองตรุด&nbsp;ตำบลชัยบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองมีอาชีพเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;เมื่อก่อนทำการเกษตรต้องการผลผลิตมากๆก็ใช้สารเคมี&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;หากฤดูกาลไหนประสบปัญหากับโรคและศัตรูแพร่ระบาด&nbsp;เกษตรกรก็ขาดทุนเป็นหนี้เป็นสินหากเกษตรกร&nbsp;จึงหันกลับมาใช้สารจากธรรมชาติและปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ประกอบกับเข้าร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จึงร่วมอบรมพัฒนาความรู้เพิ่มขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;การทำน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;วิธีการทำอาหารสัตว์&nbsp;การเลี้ยงสัตว์&nbsp;และการปลูกพืชชนิดต่างๆ&nbsp;ที่สามารถเสริมรายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ถือว่าเป็นโครงการที่ดีทำให้เกษตรกรประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105162030141"],
    [50,"ติดตามความก้าวหน้าโครงการ โคก หนอง นา โมเดล","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าแผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;พื้นที่ตำบลเขาย่า&nbsp;อำเภอศรีบรรพต&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;แปลง&nbsp;ที่เกษตรกรเข้าร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;5&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลาประชาคม&nbsp;อำเภอศรีบรรพต&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;นายสนิท&nbsp;อักษรแก้ว&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการติดตามผู้บริหาร&nbsp;สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าแผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;พื้นที่ตำบลเขาย่า&nbsp;อำเภอศรีบรรพต&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;แปลง&nbsp;ที่เกษตรกรเข้าร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง&nbsp;ซึ่งอำเภอศรีบรรพตเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;11&nbsp;อำเภอของจังหวัดพัทลุง&nbsp;และเป็นอำเภอเดียวในจังหวัดพัทลุงที่ได้รับจัดสรรงบประมาณภายใต้วงเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;&nbsp;ในพื้นที่ตำบลเขาย่า&nbsp;อำเภอศรีบรรพต&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;รวม&nbsp;11&nbsp;แปลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นแปลงใหญ่ในพื้นที่ราชพัสดุ&nbsp;ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง&nbsp;เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน&nbsp;เพื่อการเรียนรู้ต้นแบบระดับตำบล&nbsp;(&nbsp;CLM&nbsp;)โดยได้ปรับเปลี่ยนเป็น&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;15&nbsp;ไร่&nbsp;ให้เกษตรกรที่มีความประสงค์ร่วมโครงการเข้าใช้ประโยชน์ทำการเกษตร&nbsp;นอกจากนั้นยังมีพื้นที่&nbsp;ที่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการเป็นพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบระดับครัวเรือน&nbsp;(&nbsp;HLM&nbsp;)&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แปลง&nbsp;แยกเป็นพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ของอำเภอศรีบรรพต&nbsp;ประสบความสำเร็จสามารถพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;\"&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;&nbsp;มีรายได้ต่อเดือนเพิ่มมากขึ้นจากการทำการเกษตรเกษตรผสมผสาน&nbsp;การปลูกพืชใช้ปุ๋ย&nbsp;การกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีใด&nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปัจจุบันภายในแปลง&nbsp;\"&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;มีการปลูกพืชผสมผสาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;ต้นมะริด&nbsp;ต้นสักทอง&nbsp;ต้นประดู่&nbsp;ต้นไผ่&nbsp;ทำนา&nbsp;และปลูกพืชผัก&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วฟักยาว&nbsp;มะเขือ&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;ตะไคร้&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;เลี้ยงปลาทับทิม&nbsp;ปลาดุก&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;เลี้ยงหมูหลุม&nbsp;โดยผสมผสานโดยใช้ทั้งอินทรีย์และปุ๋ยเคมี&nbsp;&nbsp;และหลังที่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯทำให้คุณภาพชีวิตหลังเข้าร่วมโครงการ&nbsp;อาทิ&nbsp;การลดรายจ่าย&nbsp;การเพิ่มรายได้&nbsp;สุขภาพดีขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;-&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;6124040</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105173603181"],
    [51,"กรมการค้าภายใน เดินหน้าขยายเวลาโครงการพาณิชย์ลดราคาปุ๋ยช่วยเกษตรกร ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ร้อยตรีจักรา&nbsp;ยอดมณี&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โครงการ&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ปุ๋ยช่วยเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีปุ๋ยเคมีเข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;84&nbsp;สูตร&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;225,211&nbsp;ตัน&nbsp;(4,504,320&nbsp;กระสอบ)&nbsp;ดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคมเป็นต้นมา&nbsp;ขณะนี้ได้รับแจ้งปริมาณการสั่งซื้อปุ๋ยจากสถาบันเกษตรกร&nbsp;ผ่านกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;รอบ&nbsp;โดยมีปริมาณความต้องการซื้อรวม&nbsp;114,055.75&nbsp;ตัน&nbsp;(2,281,120&nbsp;กระสอบ)&nbsp;สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยให้กับเกษตรกร&nbsp;ได้ประมาณ&nbsp;60&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ทั้งนี้จากผลตอบรับที่ดี&nbsp;ประกอบกับความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;จึงได้ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ออกไปเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาปุ๋ยที่ปรับสูงขึ้น&nbsp;โดยขณะนี้&nbsp;สถาบันเกษตรกรยังคงสามารถสั่งซื้อปุ๋ยเคมีได้ตามความต้องการ&nbsp;ซึ่งได้แจ้งการขยายระยะเวลาการดำเนินการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมส่งเสริมการเกษตรแล้ว&nbsp;และจะเผยแพร่รายการและราคาปุ๋ยในโครงการ&nbsp;พร้อมทั้งอัตราค่าขนส่งทางเว็บไซต์กรมการค้าภายใน&nbsp;(</span><a&nbsp;href=\"https://www.dit.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">https://www.dit.go.th</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">)&nbsp;โดยกรณีเป็นสหกรณ์สามารถสั่งซื้อปุ๋ยผ่านสหกรณ์อำเภอ&nbsp;สหกรณ์จังหวัด&nbsp;หากเป็นสถาบันเกษตรกรอื่นๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน/วิสาหกิจชุมชน/แปลงใหญ่&nbsp;สามารถสั่งซื้อปุ๋ยผ่านเกษตรอําเภอ&nbsp;และเกษตรจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105200109249"],
    [52,"กษ.อำนาจเจริญ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;นายนาวิน&nbsp;ป้องกัน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอุทัยวรรณ&nbsp;เพ็งธรรม&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;พื้นที่ตำบลสร้างนกทา&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้แก่</p><p>1.นางอุบล&nbsp;ทะสุทธิ์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;บ.นาเพียง&nbsp;ต.สร้างนกทา&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;5ไร่&nbsp;ขนาดบ่อ&nbsp;3500&nbsp;ลบ.ม.</p><p>2.นายสายันต์&nbsp;บุญสะอาด&nbsp;เกษตรกร&nbsp;บ.นาเพียง&nbsp;ต.สร้างนกทา&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ขนาดบ่อ&nbsp;3500&nbsp;ลบ.ม.</p><p>3.นางประไพรศรี&nbsp;แสนสมัคร&nbsp;เกษตรกร&nbsp;บ.บาก&nbsp;ต.สร้างนกทา&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ขนาดบ่อ&nbsp;2100&nbsp;ลบ.ม.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105221308275"],
    [53,"ผู้ว่าฯ ลำพูน เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ โคก หนอง นา ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว ไว้ใช้ประกอบอาหารเลี้ยงชีพ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ตำบลเหล่ายาว&nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;ไว้ใช้ประกอบอาหารเลี้ยงชีพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายอำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เยี่ยมชมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ณ&nbsp;แปลงสาธิต&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ของนายพงศกร&nbsp;เรือนเหล็ก&nbsp;บ้านแพะโป่ง&nbsp;ตำบลเหล่ายาว&nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งได้นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้&nbsp;ส่งผลให้มีชีวิต&nbsp;ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้มอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวให้แก่นายพงศกร&nbsp;และครอบครัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;มอบถุงยังชีพ&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เครื่องอุปโภค-บริโภค&nbsp;ให้แก่นายพงศกร&nbsp;และครอบครัว&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป</p>","2021-07-11T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211107174617765"],
    [54,"ชาวนาชัยนาทได้รับผลกระทบ ราคาน้ำมัน ปุ๋ย ปรับราคาแพง ต้นทุนการผลิตข้าวเพิ่มสูงขึ้น วอนรัฐบาลช่วยเหลือ","<p><strong>จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตข้าวของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;จนแทบไม่เหลือใช้จ่ายในครอบครัว&nbsp;แม้ว่าเกษตรกรจะเลือกที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวขายให้พ่อค้าซึ่งได้ราคาที่สูงกว่าราคาข้าวทั่วไปก็ตาม&nbsp;แต่ต้นทุนการผลิตก็สูงเช่นเดียวกัน&nbsp;อย่างเกษตรกรที่ตำบลนาลือ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้วอนผ่านสื่อขอให้รัฐบาลช่วยปรับลดราคาน้ำมัน&nbsp;ราคาปุ๋ยและมีนโยบายเจรจาค้าข้าวกับประเทศตะวันออกกลาง</p><p><strong>นายนพพร&nbsp;ดีอ่วม&nbsp;ชาวนาตำบลนางลือ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทำนา&nbsp;38&nbsp;ไร่&nbsp;พันธุ์&nbsp;กข.41&nbsp;เป็นข้าวพันธุ์&nbsp;เกี่ยวไปแล้วคาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;8,500&nbsp;&nbsp;9,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ราคานี้พออยู่ได้&nbsp;แต่ต้องพยายามลดต้นทุนโดยทำเองให้มากที่สุด&nbsp;ถ้าจ้างทุกอย่างไม่เหลือ&nbsp;โดยเฉลี่ยต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ไร่ละประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เก็บเกี่ยวได้ข้าวเฉลี่ย&nbsp;80&nbsp;ถังต่อไร่&nbsp;&nbsp;ที่เกี่ยวไป&nbsp;38&nbsp;ไร่&nbsp;ได้ข้าว&nbsp;34&nbsp;ตัน&nbsp;ถือว่าพอได้&nbsp;เพราะเป็นเมล็ดพันธุ์&nbsp;ราคาไม่ต่ำกว่า&nbsp;8,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ถ้าทำนาขายโรงสีทั่วไปราคาอยู่ที่&nbsp;6,500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;แต่เป็นนาหว่านที่ต้นทุนต่ำกว่า</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ราคาข้าวยืนพื้นอยู่แบบนี้ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา</strong>&nbsp;แต่ต้นทุนพึ่งมาสูงช่วงนี้&nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ย&nbsp;ยา&nbsp;และน้ำมันแพงขึ้น&nbsp;ส่งผลกระทบทันที&nbsp;ก่อนหน้านี้ต้นทุนต่อไร่อยู่ที่&nbsp;4,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เมื่อหักลบกลบหนี้จ่ายค่าปุ๋ย&nbsp;ค่ายา&nbsp;ค่าน้ำมัน&nbsp;ค่ารถเกี่ยว&nbsp;อะไรต่างๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;เหลือน้อยลง&nbsp;ต้องเก็บไว้ทำทุนเพื่อทำนาคราวต่อไป&nbsp;เงินที่จะนำไปใช้จ่ายจึงไม่มี&nbsp;จะเห็นว่าที่ตลาดนัดซบเซาอยู่ขณะนี้เพราะชาวนาไม่มีเงินไปใช้จ่าย</p><p><strong>สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยเหลือ&nbsp;</strong>มาทางสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.ก็ได้&nbsp;โดยช่วยเหลือเรื่องน้ำมันอาจกำหนดให้สมาชิกสหกรณ์ซื้อน้ำมันและปุ๋ยในราคาถูกเพื่อต้นทุนการผลิต&nbsp;นโยบายของรัฐบาลอยากให้ไปเจรจาค้าข้าวกับประเทศที่เขาไม่มีข้าว&nbsp;เช่นตะวันออกกลางเขาผลิตน้ำมัน&nbsp;แต่รัฐบาลกลับไปผูกสัมพันธ์กับประเทศที่เป็นคู่แข่งค้าข้าวกับไทย&nbsp;เขาก็จะไม่ซื้อข้าวเรา&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-08-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211108103050857"],
    [55,"กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดได้ตามเป้า","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ภาพรวมโครงการ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;พบว่า&nbsp;มีกลุ่มแปลงใหญ่ที่แจ้งเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น&nbsp;3,381&nbsp;แปลง&nbsp;โดยมีกลุ่มแปลงใหญ่ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการระดับจังหวัด&nbsp;3,379&nbsp;แปลง&nbsp;คิดเป็นประมาณร้อยละ&nbsp;99&nbsp;ของจำนวนแปลงที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ดำเนินการจัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;กับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่แล้ว&nbsp;3,379&nbsp;แปลง&nbsp;จำนวนแปลงที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;และโอนเงินให้กับกลุ่มแปลงใหญ่แล้ว&nbsp;3,379&nbsp;แปลงของจำนวนแปลงที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทุกจังหวัด</strong>&nbsp;ที่มีกลุ่มแปลงใหญ่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานให้กรมส่งเสริมการเกษตรทราบเป็นระยะ&nbsp;ปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการส่งมอบเครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ปัจจัยการผลิต&nbsp;โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างและอื่นๆ&nbsp;ตามแผนการดำเนินโครงการและความต้องการของเกษตรกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพ&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ตัวอย่างเช่นเมื่อเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>นายกมล&nbsp;โสพัฒน์&nbsp;เกษตรจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;รายงานว่าได้ไปเป็นประธานเปิดใช้โรงอบพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;(พาราโบลาโดม)&nbsp;และมอบเครื่องจักกลการเกษตร&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ตำบลหนองกุง&nbsp;อำเภอตาลสุม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-08-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211108101216853"],
    [56,"สสก. 5 สงขลา เตือนเกษตรกรภาคใต้ที่อาจประสบภัยพิบัติ ย้ำเพาะปลูกแล้วเร่งขึ้นทะเบียน หลักเกณฑ์ใหม่ เยียวยาเพิ่มขึ้น","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายประพัฒน์&nbsp;คันธไพโรจน์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;และนายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้สั่งการไปยังเกษตรจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;เร่งเตรียมพร้อมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร&nbsp;จากเหตุหลายพื้นที่ของประเทศไทยประสบปัญหาฝนตกหนัก&nbsp;และฝนตกสะสม&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และดินโคลนสไลด์&nbsp;จนอาจสร้างความเสียหายให้กับพืชผลของเกษตรกร&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนซึ่งตกหนักตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงมกราคมเป็นประจำทุกปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ได้กำชับให้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเกษตรกรที่อาจประสบภัยพิบัติตั้งแต่ก่อนเกิดภัย&nbsp;จนถึงมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ก.ย.&nbsp;64&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีการปรับหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเกษตรกรที่จะขอรับความช่วยเหลือนั้นต้องขึ้นหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย&nbsp;และมีพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ข้าว&nbsp;ไร่ละ&nbsp;1,340&nbsp;บาท&nbsp;พืชไร่และพืชผัก&nbsp;ไร่ละ&nbsp;1,980&nbsp;บาท&nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&nbsp;ไร่ละ&nbsp;4,048&nbsp;บาท&nbsp;โดยย้ำให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรติดตามและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารสภาพภูมิอากาศและแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรทราบ&nbsp;พร้อมทั้งออกเยี่ยมเยียนให้คำแนะนำเกษตรกรขึ้นและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;รวมถึงประสานงานกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;และศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับขณะเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;กรมฯ&nbsp;จะประเมินสถานการณ์เบื้องต้น&nbsp;และรายงานสถานการณ์พื้นที่การเกษตรประสบภัยพิบัติ&nbsp;พร้อมจัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่เกษตรกร&nbsp;รวมถึงออกเยี่ยมเยียนให้คำแนะนำในการดูแลรักษาพืชผลทางการเกษตรที่เสียหายเมื่ออธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;หรือ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว&nbsp;กรมฯ&nbsp;จะเร่งรัดสำรวจและประเมินความเสียหาย&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และนอกจากการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการฯ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;แล้ว&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมพืชพันธุ์ดี&nbsp;เช่น&nbsp;ต้นพันธุ์พืชผัก&nbsp;ไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;หรือพืชเศรษฐกิจ&nbsp;และสารชีวภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;เชื้อไตรโคเดอร์มา&nbsp;พร้อมแจกจ่ายช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลดไว้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-08-11T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211108150500010"],
    [57,"สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์ รวมพลัง บ้าน วัด ราชการ สร้างชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวสันต์&nbsp;ชิงชนะ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสุขใจ&nbsp;จินดาพล&nbsp;พัฒนาการอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;และนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;พี่น้องประชาชนบ้านตะเคียนและบ้านโคกเมือง&nbsp;ตำบลสวาย&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;จากน้ำพักน้ำแรงที่ร่วมมือลงแขกดำนาเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้นำทีมพี่น้องประชาชน&nbsp;เอามื้อสามัคคี&nbsp;สร้างความเป็นชุมชนต้นแบบ&nbsp;ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน&nbsp;บ้าน&nbsp;วัด&nbsp;ราชการ&nbsp;ชุมชนที่มีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ได้ขยายผลเป็นกลุ่ม&nbsp;โดยได้บริหารจัดการพื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;แบ่งให้คนในชุมชนคนละ&nbsp;50&nbsp;ตารางวา&nbsp;จำนวน&nbsp;90&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ปลูกผักเพื่อรับประทานในครอบครัว&nbsp;เหลือก็จำหน่ายโดยมีพ่อค้ามารับถึงแปลง&nbsp;เป็นแหล่งอาหารที่มีความปลอดภัยในการบริโภค&nbsp;คนชุมชนมีความเกื้อกูล&nbsp;เป็นต้นแบบให้หมู่บ้านข้างเคียง&nbsp;สร้างความรักสามัคคีและผูกพันกัน&nbsp;รวมทั้งเป็นการสร้างวัฒนธรรมการปลูกผักสวนครัว&nbsp;ชุมชนสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามวิถีพอเพียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการขับเคลื่อนงานโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์และสำนักงานพัฒนาชนอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่ายการพัฒนา&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลสวายสร้างห้องน้ำ&nbsp;ปรับพื้นที่&nbsp;โรงเรียน&nbsp;วัด&nbsp;สตรีตำบลสวาย&nbsp;จัดทำโครงการโครงการส่งเสริมการผลิตพืชผักอินทรีย์และอาหารปลอดภัย&nbsp;เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านอนุมัติเงิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรกล&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในการขุดปรับพื้นที่เป็นโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.สุรินทร์&nbsp;ตามภูมิสังคม&nbsp;เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;พืชผักอินทรีย์เกษตรกร&nbsp;ของบ้านโคกเมือง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;บ้านตะเคียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลสวาย&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;เพื่อก้าวสู่ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2021-08-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211108210520205"],
    [58,"ชาวนาชัยนาทเฮรับเงินประกันราคาข้าวขอบคุณรัฐบาลที่เห็นใจชาวนา","<p><strong>ชาวนาชัยนาทเฮรับเงินประกันราคาข้าวขอบคุณรัฐบาลที่เห็นใจชาวนา</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากที่ทางรัฐบาลได้เห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;และพร้อมจ่ายเงินผ่าน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;นั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล่าสุด&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;หลายรายที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เอาไว้ต่างรู้สึกดีใจที่ทางรัฐบาลได้ช่วยสนับสนุนโครงการดังกล่าว&nbsp;หลังในช่วงที่ผ่านมาผลผลิตอย่างเช่นข้าวมีราคาตกต่ำ&nbsp;และอยากจะขอให้ทางภาครัฐช่วยควบคุมราคาของน้ำมัน&nbsp;และปุ๋ย&nbsp;เพื่อลดต้นทุนในด้านการเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางเบญจลักษณ์&nbsp;พุทธโกสัย&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ม.7&nbsp;ต.เสือโฮก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ตนเองทำนาอยู่&nbsp;40&nbsp;ไร่&nbsp;และได้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;พ.ย.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งในรอบนี้ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้มีจำนวน&nbsp;24&nbsp;ตัน&nbsp;ปีนี้ได้ผลผลิตค่อนข้างน้อย&nbsp;ที่ผ่านมาจะเคยเก็บเกี่ยวได้อยู่ประมาณ&nbsp;28&nbsp;ตัน&nbsp;หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็ได้นำข้าวไปขายให้กับโรงสี&nbsp;ในราคาตันละ&nbsp;6,400&nbsp;บาท&nbsp;โดยตนได้เข้าร่วมโครงการประกันราคาข้าวไว้จะได้รับเงิน&nbsp;1,900&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;จากจำนวน&nbsp;24&nbsp;ตัน&nbsp;ที่เก็บเกี่ยวได้&nbsp;&nbsp;จึงอยากจะขอขอบคุณทางรัฐบาลที่มีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา&nbsp;หากไม่มีโครงการนี้การทำนาในรอบนี้คงขาดทุน&nbsp;เนื่องจากต้นทุนในการทำนาอยู่ที่ประมาณ&nbsp;5,000-6,000&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;สืบเนื่องจากราคาปุ๋ย&nbsp;ยา&nbsp;และน้ำมัน&nbsp;เพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;อยากจะขอวอนให้ทางรัฐบาลช่วยปรับราคาข้าวขึ้นอีกนิด&nbsp;และก็ควบคุมราคาของปุ๋ย&nbsp;ยา&nbsp;และน้ำมัน&nbsp;เพื่อเกษตรกรจะได้มีรายได้เลี้ยงชีพเพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109092911250"],
    [59,"กรมประมง ปั้น ยุวประมงกว่า 12,000 คน เป็นกำลังสำคัญปกป้องทรัพยากรสัตว์น้ำ","<p><strong>นายบัญชา&nbsp;สุขแก้ว&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ที่ผ่านมากรมประมงในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในดูแล&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืนด้วยมาตรการต่างๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;โดยหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ&nbsp;กลุ่มนักเรียน&nbsp;เยาวชนคนรุ่นใหม่&nbsp;ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนที่เป็นพลังสำคัญในการกำหนดทิศทางในการดูแลทรัพยากรของชาติต่อไปในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;จึงได้จัด&nbsp;โครงการยุวประมง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;</strong>โดยมีเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในท้องถิ่น&nbsp;เพราะหากกลุ่มเด็กเยาวชนรับรู้และเข้าใจแล้ว&nbsp;จะสามารถเป็นสื่อกลางในการนำความรู้ที่ได้ศึกษาไปบอกกล่าวกับผู้ปกครองที่ประกอบอาชีพประมงและยังสามารถช่วยประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวประมงในท้องถิ่นของตนเองได้อีกด้วย&nbsp;สำหรับปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;จัดอบรมความรู้ทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้กับนักเรียนนักศึกษาจากทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;13&nbsp;รุ่น&nbsp;แบ่งเป็นรุ่นละ&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;260&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ภายใต้โครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนประมง</strong>&nbsp;ในการบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น&nbsp;โดยหลักสูตรการอบรมฯ&nbsp;จะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเกี่ยวกับกฎหมายประมงเบื้องต้น&nbsp;การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;ซึ่งเชื่อมั่นว่านักเรียนนักศึกษาผู้ผ่านการฝึกอบรมจะมีความรู้เพิ่มขึ้นในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างถูกต้องเหมาะสม&nbsp;สามารถเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวประมงในท้องถิ่นของตนเองรวมถึงประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;และการทำการประมงอย่างถูกวิธี&nbsp;ลดปัญหาและป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมากรมประมงมีการจัดโครงการยุวประมงมาแล้วกว่า&nbsp;196&nbsp;รุ่น&nbsp;</strong>มีเยาวชนที่ผ่านการอบรมไปแล้วกว่า&nbsp;11,257&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเครือข่ายเยาวชนเหล่านี้&nbsp;หลายคนมีความเข้มแข็งในการเป็นกระบอกเสียงในการดูแลทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นถิ่นของตนเอง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109103033303"],
    [60,"จ.กาฬสินธุ์ พร้อมจ่ายเงินประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวงวดแรกแล้ว","<p><strong>สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เร่งช่วยเหลือข้าวราคาตกต่ำตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;พร้อมจ่ายเงินประกันรายได้งวดแรกในวันที่&nbsp;9&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;4,900,000&nbsp;บาท&nbsp;ขณะชาวนาตากข้าวจำนวนมากกว่าการนำออกมาขาย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเชาวฤทธิ์&nbsp;เกตุดี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เผยว่า&nbsp;หลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติโครงการ&nbsp;ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ประกาศลงวันที่&nbsp;4&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;ให้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ดำเนินการโอนเงินให้เกษตรกรตามรายชื่อที่อยู่ในโครงการดังกล่าว&nbsp;ซึ่ง&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;มีหน้าที่ในการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการประกันรายได้ข้าว&nbsp;คาดว่าจะโอนเข้าระบบงวดแรกในวันที่&nbsp;9&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;435&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวมเงินประมาณ&nbsp;4,900,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเชาวฤทธิ์&nbsp;เกตุดี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับมาตรการดูแลชาวนา&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;โดยกำหนดราคาข้าวเปลือก&nbsp;5&nbsp;ชนิดที่ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;ดังนี้&nbsp;ข้าวเปลือก&nbsp;หอมมะลิ&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;ครัวเรือนละ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;14&nbsp;ตัน,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต&nbsp;ตันละ&nbsp;14,000&nbsp;บาท&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;16&nbsp;ตัน,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;ตัน,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุม&nbsp;ตันละ&nbsp;11,000&nbsp;บาท&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ตัน&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียวตันละ&nbsp;12,000&nbsp;บาท&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;16&nbsp;ตัน&nbsp;โดยทางรัฐบาลจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ของเกษตรกรโดยตรง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;ชาวนาจำนวนมากที่ประสบปัญหาราคาข้าวนาปีตกต่ำ&nbsp;ต่างก็เก็บเกี่ยวแล้วนำไปตากแห้ง&nbsp;แล้วเก็บไว้รอราคาให้สูงขึ้นจึงจะนำออกขาย&nbsp;ส่วนราคาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นของชาวนา&nbsp;คือ&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;ขณะนี้พบว่ามีราคาสูงเพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109152308468"],
    [61,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรเฝ้าระวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ดอก ไม้ผล และพืชผักต่างๆ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง&nbsp;แต่ยังทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บางแห่งกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู&nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ&nbsp;เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่&nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ระวังอันตรายจากสภาวะดังกล่าว&nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลากได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คำแนะนำสำหรับการเกษตรและผลกระทบต่อพืช/สัตว์ของภาคกลาง&nbsp;ในระยะนี้อากาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;นอกจากนี้ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง&nbsp;เกษตรกรควรระเฝ้าวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&nbsp;ไม้ดอก&nbsp;ไม้ผล&nbsp;และพืชผักต่างๆ&nbsp;ไว้ด้วย&nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่เป็นที่ลุ่ม&nbsp;เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขังในแปลงปลูกและโคนต้นพืชเป็นเวลานาน&nbsp;เพราะจะทำให้รากพืชขาดอากาศต้นพืชตายได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109155625508"],
    [62,"จังหวัดเพชรบุรี ส่งมอบเครื่องจักร โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงการตลาด แปลงใหญ่ข้าวไร่มะขาม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีส่งมอบเครื่องจักร&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงการตลาด&nbsp;แปลงใหญ่ข้าวไร่มะขาม&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(9&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;ณ&nbsp;โรงสีแห่งความสุข&nbsp;ตำบลไร่มะขาม&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมด้วยเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;หมู่&nbsp;4,6,7&nbsp;ตำบลไร่มะขาม&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลถ้ำรงค์&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายบรรพต&nbsp;มามาก&nbsp;ผู้จัดการแปลงใหญ่ไร่มะขาม&nbsp;ผู้จัดการโรงสีแห่งความสุข&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แปลงใหญ่ไร่มะขาม&nbsp;เกิดจากการรวมตัวของชุมชนที่ประสบปัญหาการผลิตข้าว&nbsp;ผลผลิตข้าวมีราคาตกต่ำ&nbsp;ถูกเอารัดเอาเปรียบ&nbsp;มีการรวมตัวกันผลิตข้าวที่ปลอดภัยและได้คุณภาพ&nbsp;มีการทำตลาดข้าวแบบสูญยากาศ&nbsp;ระดมทุนจากสมาชิกกู้ยืมเงินสร้างโรงสีข้าว&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ใช้งบฟื้นฟูเงินกู้เรื่องการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;นำเทคโนโลยีด้านการเกษตรเข้ามาพัฒนาต่อยอดการเกษตร&nbsp;ของบประมาณกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;สำหรับ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;3,000,000&nbsp;บาท&nbsp;ที่ได้รับประกอบด้วย&nbsp;เครื่องคัดแยกสีกำลังการผลิต&nbsp;1,500-2,000&nbsp;กิโลกรัม/ชั่วโมง&nbsp;ชุดปั้มลมสกรู&nbsp;30&nbsp;แรงม้า&nbsp;และเครื่องชั่ง&nbsp;บรรจุสุญญากาศกึ่งอัตโนมัติ&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรมศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวถึงการพัฒนาจากโรงสีแห่งความสุข&nbsp;ได้มีการพัฒนาขับเคลื่อนงาน&nbsp;ฝีมือการผลิตข้าวได้มาตรฐานเริ่มรู้ทิศทางการตลาด&nbsp;ก้าวต่อไปต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อยอดเติมส่วนที่ขาดเพื่อการพัฒนา&nbsp;ทำอย่างไรให้ได้ยอมรับมาตรฐานจากกระทรวงเกษตร&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;พัฒนาไปสู่ตลาดที่สูงขึ้น&nbsp;ระบบการผลิตเริ่มได้มาตรฐานในระดับหนึ่งแล้ว&nbsp;ยังเหลือระบบการจำหน่ายให้ประชาชนแวะซื้อของ&nbsp;ณ&nbsp;จุดที่เป็นที่นิยมและขายได้ดี&nbsp;นำจุดเด่นในพื้นที่เป็นจุดเช็คอิน&nbsp;ถ่ายรูป&nbsp;คนรุ่นใหม่จะซื้อของแล้วเหมือนได้ช่วยสังคมด้วย&nbsp;พร้อมให้กำลังใจทีมงานกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;เป็นกำลังใจให้ซึ่งกันและกันช่วยกันขับเคลื่อนให้เป็นโรงสีแห่งความสุข&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;-&nbsp;สวท.เพชรบุรี/9&nbsp;พ.ย.64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109160739519"],
    [63,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดอำเภอรัษฎา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางอุไร&nbsp;แสงภักดี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามการดำเนินกิจกรรมหลังจากได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการแปลงละ&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ท่าสะบ้า&nbsp;และกลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันวังมะปราง&nbsp;ม.10&nbsp;ต.วังมะปราง&nbsp;อ.วังวิเศษ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;แปลงใหญ่ฝรั่ง&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;และแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;โดยมีนางเพ็ญศรี&nbsp;กุญชรินทร์&nbsp;เจ้าพนักงานเคหะกิจเกษตร&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ติดตามให้คำแนะนำการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน&nbsp;เช่น&nbsp;การบริหารจัดการเครื่องจักรกล/ครุภัณฑ์การดำเนินกิจกรรมเพื่อให้เกิดรายได้&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อยกระดับแปลงใหญ่&nbsp;และการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐาน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มมูลค่าด้านการตลาด&nbsp;ความคุ้มค่าของการได้รับงบประมาณจากโครงการ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109164759547"],
    [64,"กรมหม่อนไหม Kick off โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม</strong>&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่หม่อนไหม&nbsp;ตำบลหนองหว้า&nbsp;อำเภอบัวลาย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายพัฒนาและขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ภายใต้การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการด้านอุปทานสินค้าเกษตร&nbsp;ให้เกิดความสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตและความต้องการด้านสินค้าเกษตร&nbsp;</p><p><strong>กรมหม่อนไหมได้จัดงาน&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;ในครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดให้เกษตรกรได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตหม่อนไหม&nbsp;เพื่อนำไปพัฒนาอาชีพด้านหม่อนไหมและมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายต่างๆ&nbsp;ซึ่งภายในงานได้มีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;รวมทั้งอุปกรณ์ทางการเกษตรสมัยใหม่&nbsp;เพื่อนำไปใช้พัฒนาศักยภาพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;ได้มอบปัจจัยการผลิต</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถแทรกเตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง&nbsp;กี่ทอผ้า&nbsp;เครื่องสาวไหมชนิดเข้าเหล่ง&nbsp;เครื่องสาวไหมแบบติดมอเตอร์ไฟฟ้า&nbsp;ห้องเลี้ยงไหมแบบน็อคดาวน์&nbsp;เจาะบ่อบาดาลพร้อมติดตั้งอุปกรณ์&nbsp;รถพรวนดินแบบเดินตาม&nbsp;โดรนการเกษตรพร้อมอุปกรณ์และแบตเตอรี่&nbsp;ท่อพีอีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง&nbsp;2&nbsp;นิ้ว&nbsp;และเทปน้ำหยด&nbsp;รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;8,759,310&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรทั้ง&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;ดังกล่าวด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109183700635"],
    [65,"จังหวัดหนองบัวลำภู มอบปัจจัยการผลิต ต้นทุเรียน เงาะ และไผ่ โครงการส่งเสริมการปลูกไม้ผลพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่เกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบปัจจัยการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;และไผ่&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการปลูกไม้ผลเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่เกษตรกร</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบกลางรายจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่อยู่ในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;(นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์)&nbsp;เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&nbsp;โดยมีเกษตรกรชาวจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;1,150&nbsp;ราย&nbsp;มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,300&nbsp;ไร่&nbsp;โดยทางสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้ดำเนินการอบรมให้ความรู้เกษตรกร&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในการปลูก&nbsp;ดุแล&nbsp;รักษา&nbsp;การปลูกทุเรียน&nbsp;เงาะและไผ่&nbsp;ในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;เป็นผลไม้ที่ตลาดมีความต้องการทั้งในและนอกประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;เป็นผลไม้ที่มีผลราคาสูง&nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;200,000&nbsp;ถึง&nbsp;500,000.-บาทต่อไร่&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่&nbsp;และได้ผลผลิตที่ดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;ใกล้เคียง&nbsp;กับที่อื่น&nbsp;โดยเฉพาะเงาะ&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรปีละ&nbsp;20,000-30,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อไร่&nbsp;ซึ่งมีรายได้ที่ดีกว่าการทำนาและไร่อ้อย&nbsp;โดยมีเกษตรกร&nbsp;เข้ารับต้นกล้าพันธ์ทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;ไผ่&nbsp;จำนวน&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการผลิตทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;การปลูก&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;โดยเกษตรกรที่ผ่านการอบรมจะได้รับต้นกล้าพันธ์ทุเรียน&nbsp;รายละ&nbsp;34&nbsp;ต้น&nbsp;เงาะ&nbsp;45&nbsp;ต้น&nbsp;และไผ่&nbsp;คนละ&nbsp;100&nbsp;ต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109172813587"],
    [66,"เกษตรกรจังหวัดแพร่ ทยอยรับเงินส่วนต่างประกันรายได้ผู้ปลูกข้าว งวดที่ 1 อย่างต่อเนื่อง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดแรกวันนี้&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;&nbsp;12,154&nbsp;ราย&nbsp;ทยอยเดินทางไปเบิกเงินจากตู้&nbsp;ATM&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ขณะที่บางรายไปถอนเงินที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร&nbsp;ซึ่งได้มีการทยอยจ่ายเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรแล้ว&nbsp;ซึ่งนางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการจ่ายเงินให้เกษตรกรตามโครงการ&nbsp;โดยจังหวัดแพร่&nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;137,463,755.28&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ได้กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงเพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างการประกันราคาข้าวให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;ที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109180055605"],
    [67,"กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำและอำเภอแก่งกระจานปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณน้ำนมและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ ตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำและอำเภอแก่งกระจานปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณน้ำนมและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&nbsp;ตามโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;8-9&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีโดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำและอำเภอแก่งกระจานปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณน้ำนมและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&nbsp;ตามโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ประจำเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;โดยการจดบันทึกข้อมูลปริมาณน้ำนมดิบทุกเบอร์ถัง&nbsp;ปริมาณน้ำนมรวม&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;รอบเย็นวันที่&nbsp;8&nbsp;และรอบเช้าวันที่&nbsp;9&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อนำส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพและองค์ประกอบในน้ำนมดิบทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตว์แพทย์ภาคตะวันตก&nbsp;จังหวัดราชบุรี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;-&nbsp;สวท.เพชรบุรี/9&nbsp;พ.ย.64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109203052694"],
    [68,"กรมหม่อนไหมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การชำระข้อมูลเกษตรกรในระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม ประจำปี 2565ที่โคราช","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;กล่าวภายหลังเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ&nbsp;การชำระข้อมูลเกษตรกรในระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้โครงการปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;เพื่อปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน&nbsp;เลี้ยงไหม&nbsp;ทอผ้าไหม&nbsp;และรับจ้างด้านหม่อนไหม&nbsp;ให้มีความถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วน&nbsp;มีความเป็นปัจจุบัน&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหมที่รับผิดชอบในเรื่องการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&nbsp;เข้าร่วมการประชุม</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;มีการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำข้อมูลการเกษตรให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง&nbsp;และความเป็นเอกภาพของข้อมูล&nbsp;โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาด้านการเกษตร&nbsp;กำหนดนโยบาย&nbsp;การจัดการด้านการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;การส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ตรงเป้าหมาย&nbsp;และเพื่อให้มีการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการจำแนกเกษตรกร&nbsp;เป็นกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินโครงการหรือมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้อย่างชัดเจน&nbsp;และเกษตรกรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว&nbsp;จะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือ&nbsp;หรือรับบริการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากภาครัฐ&nbsp;เช่น&nbsp;กรณีการขอรับการช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมหม่อนไหม&nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลการจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน&nbsp;เลี้ยงไหม&nbsp;ทอผ้าไหม&nbsp;และรับจ้างด้านหม่อนไหม&nbsp;ให้มีความถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วน&nbsp;มีความเป็นปัจจุบัน&nbsp;เป็นที่มาของการจัดสัมมนาในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้เรียนรู้&nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;และบูรณาการทำงานร่วมกัน&nbsp;ในการชำระข้อมูลเกษตรกรหม่อนไหมที่มีความซ้ำซ้อน&nbsp;และปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรในฐานข้อมูลเกษตรกรหม่อนไหมให้มีความถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วน&nbsp;และสมบูรณ์&nbsp;และจะดำเนินการต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี&nbsp;เพื่อให้ระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&nbsp;เป็นฐานข้อมูลกลางที่ดีของกรมหม่อนไหม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหมของกรมหม่อนไหม&nbsp;จะเป็นอีกฐานข้อมูลที่สำคัญ&nbsp;ที่รวบรวมข้อมูลเกษตรกรหม่อนไหมจากทั่วทุกภาคของประเทศไทยไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ของกรมหม่อนไหม&nbsp;รวมถึง&nbsp;นักวิจัย&nbsp;นักเรียน&nbsp;นิสิต&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ที่มีความสนใจในงานด้านหม่อนไหม&nbsp;สามารถนำข้อมูลเกษตรกรหม่อนไหมจากระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&nbsp;ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนางานด้านหม่อนไหมของประเทศไทยต่อไป&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109210112708"],
    [69,"พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ติดตามสถานการณ์การจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 256465  เกษตรกรเริ่มทยอยเบิกเงิน ณ สำนักงานสาขาและจากตู้ ATM แล้ว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ติดตามสถานการณ์การจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;ตามนโยบายและมาตรการให้ความช่วยเหลือเรื่องข้าวของ&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;มีแผนการจ่ายเงินชดเชยประกันรายได้เกษตรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดแรกสำหรับเกษตรกรที่เพาะปลูกก่อนวันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยงวดที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;485&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;10,395,081.47&nbsp;บาท&nbsp;เกษตรกรเริ่มทยอยเข้าเบิกเงิน&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานสาขาและจากตู้&nbsp;ATM&nbsp;แล้ว&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์การเบิกเงินในจังหวัดเพชรบุรียังไม่คึกคัก&nbsp;เนื่องจากยังอยู่ในช่วงต้นของฤดูกาลเก็บเกี่ยว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;-&nbsp;สวท.เพชรบุรี/9&nbsp;พ.ย.64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109212521723"],
    [70,"ผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ อำเภอสามพราน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ&nbsp;อำเภอสามพราน</strong>&nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;พร้อมเตรียมหารือทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นายอำเภอสามพราน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สวนส้มโอของนายสุชิน&nbsp;อำไพ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลไร่ขิง,&nbsp;สวนส้มโอของนายชะลอ&nbsp;จันทรภาส&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลไร่ขิง&nbsp;สวนส้มโอของนายอำพล&nbsp;ราชวงศ์&nbsp;และนายประสิทธิ์&nbsp;เลิศสำราญ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลทรงคนอง&nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยก่อนหน้านี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นายสุชิน&nbsp;อำไพ&nbsp;ได้ร่วมต้อนรับและมอบสิ่งของให้กับเจ้าคุณพระสินีนาฏ&nbsp;พิลาสกัลยาณี&nbsp;ในโอกาสเป็นผู้แทนพระองค์ไปในการถวายผ้าพระกฐิน&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระปฐมเจดีย์&nbsp;ราชวรมหาวิหาร&nbsp;จึงได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอสามพราน&nbsp;รวมทั้งสวนส้มโอของตนเองที่กำลังจะถูกน้ำท่วม&nbsp;ต่อมา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้มอบหมายให้ปลัดจังหวัด&nbsp;นายอำเภอสามพราน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือ&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมการสัตว์ทหารบก&nbsp;นำกระสอบทรายมาเพิ่มความสูงของคันกั้นน้ำ&nbsp;อีกทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำแทนของเดิมที่ชำรุด&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วมเข้าสวนส้มโอดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้มอบถุงยังชีพ&nbsp;จากมูลนิธิอาสา&nbsp;เพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;และสิ่งของต่างๆ&nbsp;ให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครปฐมในขณะนี้&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน&nbsp;และพื้นที่การเกษตรของประชาชนริมแม่น้ำท่าจีนใน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอบางเลน&nbsp;อำเภอนครชัยศรี&nbsp;และอำเภอสามพราน&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะที่อำเภอสามพราน&nbsp;มีสวนส้มโอ&nbsp;4,121&nbsp;ไร่&nbsp;ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;980&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางจังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้มีมาตรการช่วยเหลือชาวสวนส้มโอ&nbsp;ที่น้ำยังไม่เข้าพื้นที่&nbsp;โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนทรายและกระสอบทราย&nbsp;ให้เจ้าของสวนนำไปเสริมคันกั้นน้ำ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานชลประทาน&nbsp;สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ&nbsp;51&nbsp;เครื่อง&nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ&nbsp;8&nbsp;เครื่อง&nbsp;ในส่วนของสวนส้มโอที่ถูกน้ำท่วม&nbsp;ทางจังหวัดจะได้มีหนังสือถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;และกรมชลประทาน&nbsp;เพื่อขอให้ลดการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน&nbsp;และเมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง&nbsp;จะประสานสำนักงานชลประทาน&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;และสูบน้ำออกจากพื้นที่สวนต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาว&nbsp;ทางจังหวัดปฐมได้เตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งในระดับจังหวัดและในระดับพื้นที่&nbsp;ตลอดจนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและหาข้อสรุป&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>เครดิต&nbsp;&nbsp;-&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม&nbsp;-&nbsp;ภาพ/ข่าว</strong></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-09-11T00:00:00","ภาคตะวันตก","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109213129725"],
    [71,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการประกันรายได้ ปี 2564/65 รอบที่ 1 วงเงิน 13,604 ล้านบาท","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;โดยกำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้&nbsp;คือ&nbsp;ราคาความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;ไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;40&nbsp;ไร่&nbsp;ยกเว้นข้าวเจ้า&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไร่</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">โดย</span>ขั้นตอนและช่องทางตรวจสอบเงิน<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;คือ&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;เข้าสู่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"chongkho.inbaac.com&nbsp;\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">chongkho.inbaac.com&nbsp;</a>&nbsp;ผ่านเบราว์เซอร์อินเตอร์เน็ตต่างๆ&nbsp;เว็บไซต์สำหรับการเช็คเงินเกษตรกร&nbsp;สามารถเข้าใช้งานได้ผ่านทุกบราวน์เซอร์บนทุกอุปกรณ์&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต&nbsp;และคอมพิวเตอร์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;กรอกเลขประจำตัวประชาชนเพื่อใช้ในการเช็คเงินเกษตรกร&nbsp;การเช็คเงินเกษตรกร&nbsp;2564&nbsp;เข้าหรือยัง&nbsp;สามารถทราบผลได้ทันทีหลังจากกรอกเลขบัตรประชาชนโดยจะมีรายละเอียดของบัญชี&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;และโครงการของเงินช่วยเหลือที่ได้รับ&nbsp;และ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ตรวจสอบข้อมูลในแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;หลังจากตรวจสอบในเว็บไซต์แล้วเรียบร้อย&nbsp;หากมีข้อมูลขึ้นว่าได้รับเงินโอน&nbsp;สามารเข้าไปตรวจสอบยอดเงินได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ซึ่งจะเป็นรายละเอียดทั้งหมดของจำนวนเงินช่วยเหลือ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโครงการดังกล่าวใช้วงเงิน&nbsp;13,604&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า&nbsp;4.68&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;(รอบที่&nbsp;1)&nbsp;กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.&nbsp;&nbsp;31&nbsp;ต.ค.&nbsp;2564&nbsp;ยกเว้นภาคใต้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;มิ.ย.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-10-11T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110110053791"],
    [72,"พนังกั้นน้ำลำนำชี บ้านแจ้งจม หมู่ 7  ต.เจ้าท่า  อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ขาด มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลกระทบกว่า 3,000 ไร่ หน่วยงานภาครัฐ เร่งช่วยเหลือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;นายธนทร&nbsp;ศรีนาค&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เกิดเหตุพนังกั้นน้ำลำน้ำชีขาด&nbsp;ตรงบริเวณ&nbsp;ถนน&nbsp;กส.4073&nbsp;บริเวณบ้านแจ้งจม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลเจ้าท่า&nbsp;อำเภอกมลาไสย&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โดยสาเหตุเกิดจากการผันน้ำของเกษตรกร&nbsp;ด้วยการนำท่อมาใช้เพื่อจะส่งน้ำเข้านาข้าว&nbsp;ส่งผลให้พนังกั้นน้ำมีรูรั่ว&nbsp;จนไม่สามารถรองรับน้ำไว้ได้&nbsp;เกิดพังทลายมีความกว้างประมาณ&nbsp;20&nbsp;เมตร&nbsp;เหตุเกิดเมื่อเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.เช้าวันนี้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วม&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตรนาข้าวของประชาชน&nbsp;คาดว่าจะได้รับความเสียหายกว่า&nbsp;3000&nbsp;ไร่&nbsp;บ้านเรือนราษฎรคาดว่าจะได้รับผลกระทบกว่า&nbsp;200&nbsp;หลังคาเรือนจำนวน&nbsp;600&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;&nbsp;อำเภอกมลาไสย&nbsp;โครงการชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โครงการส่งน้ำและบํารุงรักษาลําปาว&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทางหลวงชนบทจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;มูลนิธิเมตตาธรรม&nbsp;และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ต่างเร่งลงมือสำรวจ&nbsp;และเข้าดูแล&nbsp;ช่วยเหลืออย่างทันที&nbsp;โดยในเบื้องต้น&nbsp;จะนำกล่องเกเบี้ยน&nbsp;มาวางอุดช่องน้ำที่ขาด&nbsp;พร้อมกับถมดิน&nbsp;เสริมความแข็งแรง&nbsp;โดยมีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่&nbsp;รถแบ็กโฮ&nbsp;เข้าดำเนินการอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่า&nbsp;สถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการควบคุมสถานการณ์ให้เร็วที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-10-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สวท.กาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110134316938"],
    [73,"พนังกั้นน้ำลำนำชี บ้านแจ้งจม จังหวัดกาฬสินธุ์ ขาด มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรส่งผลกระทบกว่า 3,000 ไร่","<p><strong>นายธนทร&nbsp;ศรีนาค&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เกิดเหตุพนังกั้นน้ำลำน้ำชีขาด&nbsp;ตรงบริเวณถนน&nbsp;กส.4073&nbsp;บ้านแจ้งจม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลเจ้าท่า&nbsp;อำเภอกมลาไสย&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โดยสาเหตุเกิดจากการผันน้ำของเกษตรกร&nbsp;ด้วยการนำท่อมาใช้เพื่อจะส่งน้ำเข้านาข้าว&nbsp;ส่งผลให้พนังกั้นน้ำมีรูรั่ว&nbsp;จนไม่สามารถรองรับน้ำไว้ได้&nbsp;เกิดพังทลายมีความกว้างประมาณ&nbsp;20&nbsp;เมตร&nbsp;เหตุเกิดเมื่อเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.เช้าวันนี้</p><p><strong>โดยมวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;</strong>นาข้าวของประชาชน&nbsp;คาดว่าจะได้รับความเสียหายกว่า&nbsp;3000&nbsp;ไร่&nbsp;บ้านเรือนราษฎรคาดว่าจะได้รับผลกระทบกว่า&nbsp;200&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;อำเภอกมลาไสย&nbsp;โครงการชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โครงการส่งน้ำและบํารุงรักษาลําปาว&nbsp;&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทางหลวงชนบทจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;มูลนิธิเมตตาธรรมและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ต่างเร่งลงมือสำรวจและเข้าดูแลช่วยเหลืออย่างทันที&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้น&nbsp;จะนำกล่องเกเบี้ยน&nbsp;มาวางอุดช่องน้ำที่ขาด&nbsp;พร้อมกับถมดิน</strong>&nbsp;เสริมความแข็งแรง&nbsp;โดยมีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่&nbsp;รถแบ็กโฮ&nbsp;เข้าดำเนินการอย่างรวดเร็ว&nbsp;คาดว่า&nbsp;สถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-10-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110135553950"],
    [74,"พาณิชย์เลย ติดตามการรับเงินส่วนต่าง โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 งวดที่ 1","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางเบญจวรรณ&nbsp;ตัญญู&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสมนึก&nbsp;ชัยรัชโพธิ์&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ติดตามการเบิกเงิน&nbsp;รับเงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เพาะปลูกก่อนวันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยเกษตรกรจังหวัดเลยที่แจ้งวันเก็บเกี่ยวก่อนวันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้รับเงินโอนเข้าบัญชีทั้งสิ้น&nbsp;4,288&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นวงเงินจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;42,819,608.61&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับบรรยากาศการเบิกเงินส่วนต่างเป็นไปด้วยความคึกคัก&nbsp;เกษตรกรที่มาเบิกเงินส่วนใหญ่ต่างดีใจที่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้&nbsp;และขอให้รัฐบาลคงดำเนินโครงการดีๆ&nbsp;แบบนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ขอบคุณ&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;ที่ผลักดันให้มีโครงการประกันรายได้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาผลผลิตตกต่ำได้อย่างดียิ่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-10-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110144042983"],
    [75,"ธนาคารปูม้า เพิ่มความสมดุลท้องทะเล สร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี","<p><strong>จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีเป้าหมาย&nbsp;</strong>ในการส่งเสริมให้ชาวประมงมีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งธนาคารปูม้า&nbsp;เพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;หลังพบว่านับวัน&nbsp;ปูม้าในพื้นที่จะลดน้อยลงหากไม่มีการอนุรักษ์ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงเพื่อเพิ่มจำนวนปูม้าในทะเล&nbsp;</p><p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของความมั่นคงทางอาหารและชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งให้ความสำคัญในเรื่องของการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศในท้องทะเล&nbsp;เนื่องด้วย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีประชากรประกอบอาชีพด้านการประมงเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องง่ายในการที่จะสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ที่เป็นอาหารทะเล&nbsp;ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับชาวบ้านให้รู้สึกหวงแหน&nbsp;สถานที่ที่เปรียบเสมือนคลังอาหารของคนในชุมชน&nbsp;จึงได้มอบหมายให้ประมงจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นพี่เลี้ยงในการจัดทำโครงการธนาคารปูม้าขึ้นในพื้นที่</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอท่าชนะและอำเภอไชยา&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมและหารือ&nbsp;พร้อมรับฟังผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาและอุปสรรค&nbsp;เพื่อให้สามารถพัฒนาพื้นที่แหล่งอาหารให้เกิดความมั่นคงได้ต่อไปในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ไปยังธนาคารปูม้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านหาดสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;ตำบลวัง&nbsp;อำเภอท่าชนะ&nbsp;โดยมีประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายอำเภอท่าชนะ&nbsp;ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;4&nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และสมาชิกธนาคารปูม้าบ้านหาดสมบูรณ์&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>พร้อมคณะ&nbsp;ปล่อยลูกปูและพันธุ์แม่ปู&nbsp;บริเวณหาดสมบูรณ์&nbsp;เพื่อเป็นคืนปูสู่ท้องทะเลในการสร้างความสมดุลต่อระบบนิเวศและเพิ่มจำนวนปูในพื้นที่ให้มีมากขึ้นเพื่อที่ชาวบ้านจะได้มีอาหารทะเลได้กินได้ขายในการประกอบอาชีพในอนาคต&nbsp;พร้อมพบปะพูดคุย&nbsp;ตรวจเยี่ยมสมาชิกธนาคารปูม้า&nbsp;รับฟังแผนการดำเนินงานของกลุ่มและเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาธนาคารปูม้าให้สามารถเป็นพื้นที่ที่สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารได้&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>ไปยังศูนย์ปฏิบัติการและจัดการทรัพยากรชายฝั่งโดยชุมชนมีส่วนร่วม&nbsp;บ้านฝ่ายพรุ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตะกรบ&nbsp;อำเภอไชยา&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตรวจเยี่ยมโรงเรือนเลี้ยงกุ้ง&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาศักยภาพของชุมชนและพัฒนาการดำเนินงานเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ธนาคารปูม้าเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถเพิ่มปริมาณของปูและรายได้ของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี&nbsp;นี่คืออีกหนึ่งความสำเร็จของความมั่นคงทางด้านอาหารในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p><p><br></p><p><strong>&nbsp;</strong></p>","2021-10-11T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110152823025"],
    [76,"เกษตรกรในอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ปลูกข้าวไร่แซมในแปลงยางพาราและแปลงปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรได้เป็นอย่างดี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;10&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานตรวจสอบพื้นที่ระดับหมู่บ้าน&nbsp;ตรวจแปลงข้าวไร่ในตำบลวังมะปรางเหนือและตำบลอ่าวตง&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลวังมะปรางเหนือ&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลอ่าวตง&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกแซมในแปลงยางพาราและแปลงปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่ช่วงอายุ&nbsp;1-3&nbsp;ปี&nbsp;และพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตจากป่าไม้&nbsp;ซึ่งกิจกรรมข้าวไร่ดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรได้เป็นอย่างดี&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนและมีข้าวปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี&nbsp;ของเกษตรกรจำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;แปลง&nbsp;มีทั้งแปลงที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนนี้และแปลงที่แจ้งเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนหน้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-10-11T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110155018055"],
    [77,"เกษตรจังหวัดตรัง ร่วมกับเกษตรนาโยง ติดตามการดำเนินงานและการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับเกษตรนาโยง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานและการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;10&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับนายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;&nbsp;ติดตามการดำเนินงานและการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน&nbsp;ในโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่ข้าวในพื้นที่อำเภอนาโยง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;ได้แก่</p><p>1.กลุ่มแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ม.2&nbsp;ต.นาหมื่นศรี&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;รับงบประมาณสนับสนุน&nbsp;3,000,000&nbsp;บาทเน้นด้านการผลิต&nbsp;โดยมีนายเกียรติศักดิ์&nbsp;ศรีทองเที่ยว&nbsp;(ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ฯ)&nbsp;และกรรมการกลุ่ม&nbsp;ร่วมให้ข้อมูล</p><p>2.กลุ่มแปลงใหญ่ข้าววิสาหกิจชุมชนพัฒนาการเกษตรครบวงจรฝายคลองนางน้อย&nbsp;ต.นาข้าวเสีย&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;รับงบประมาณสนับสนุน&nbsp;2,993,500&nbsp;บาท&nbsp;เน้นด้านการผลิตและพัฒนาคุณภาพ&nbsp;โดยมีนายชิดชัย&nbsp;ชุมสุด&nbsp;(ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ฯ)&nbsp;และกรรมการกลุ่ม&nbsp;ร่วมให้ข้อมูล</p><p>3.กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวลำชารสามัคคีคนทำนาโคกสะบ้า&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;รับงบประมาณสนับสนุน&nbsp;2,787,000&nbsp;บาท&nbsp;เน้นด้านการผลิต&nbsp;โดยมีนายเธียรชัย&nbsp;โออินทร์&nbsp;(ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ฯ)&nbsp;และกรรมการกลุ่ม&nbsp;ร่วมให้ข้อมูล&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทีมคณะผู้ติดตาม&nbsp;ได้แนะนำการบริหารจัดการกลุ่มเพิ่มเติม&nbsp;ในด้านการบันทึกข้อมูล&nbsp;การใช้เครื่องจักรกล&nbsp;การให้บริการแต่ละกิจกรรม&nbsp;รวมถึงรายรับ-จ่าย&nbsp;ให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;และตรวจสอบได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-10-11T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110155413061"],
    [78,"เกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด อำเภอหาดสำราญ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อม&nbsp;จ่าเอกประวิทย์&nbsp;ทองเขียว&nbsp;รักษาการประมงอำเภอเมืองตรัง&nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ต.ตะเสะ&nbsp;อ.หาดสำราญ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง&nbsp;โดยปูม้านอกจากจะขายเป็นปูสด&nbsp;ทางกลุ่มแม่บ้านนำปูมาแกะเนื้อ&nbsp;เพื่อส่งขาย&nbsp;และ&nbsp;ได้รวมตัวกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;โดยเฉพาะปูม้าที่มีอย่างชุกชุม&nbsp;หากชาวประมงวางอวนปูม้า&nbsp;แล้วติดแม่ปูม้าที่มีไข่นอกกระดองจะต้องมาฝากไว้ที่ธนาคารปูม้าของชุมชน&nbsp;เพื่อให้ธนาคารนำมาอนุบาลต่อไปประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;วัน&nbsp;หรือจนกว่าแม่ปูม้าก็จะสลัดไข่&nbsp;จากนั้นทางกลุ่มก็จะนำลูกปูม้าไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;เพื่อให้เติบโตต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนแม่ปูทางกลุ่มจำนำจำหน่ายต่อไป&nbsp;ปัจจุบันทางกลุ่มได้มีการต่อยอดนำปูมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม&nbsp;และของชุมชม&nbsp;ด้วยการทำน้ำพริกไข่ปู&nbsp;และ&nbsp;น้ำพริกปูม้าสมุนไพรคั่วแห้งรสเด็ด&nbsp;ซึ่งได้นำเอาไข่ปู&nbsp;ซึ่งเป็นไข่ในกระดอง&nbsp;และเนื้อปูสดจากชาวประมงที่หาได้มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-10-11T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110155905067"],
    [79,"รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาราคาปุ๋ยครบวงจร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดันปุ๋ยสั่งตัด-อินทรีย์-ชีวภาพ ลดต้นทุน","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น&nbsp;รัฐบาลได้มีการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาทั้งแบบเร่งและแผนระยะยาว&nbsp;โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้จัดทำโครงการ&nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ปุ๋ยช่วยเกษตรกร&nbsp;มีปุ๋ยเคมีเข้าร่วมโครงการ&nbsp;รวม&nbsp;4.5&nbsp;&nbsp;ล้านกระสอบ&nbsp;มีการสั่งซื้อจากสถาบันเกษตรกรกว่า&nbsp;2.2&nbsp;ล้านกระสอบ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแผนระยะยาวคือ</strong>&nbsp;การส่งเสริมเกษตรกรให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;(ปุ๋ยสั่งตัด)&nbsp;ตอนนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;กว่าแสนราย&nbsp;คิดเป็นพื้นที่รวม&nbsp;1.3&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ใช้ปุ๋ยสั่งตัดจำนวน&nbsp;6&nbsp;แสนไร่&nbsp;ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงร้อยละ&nbsp;45&nbsp;ลดต้นทุนได้ร้อยละ&nbsp;37&nbsp;คิดเป็นมูลค่าเกือบ&nbsp;600&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกรมฯกำลังเสนอขอดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;299&nbsp;ศูนย์&nbsp;&nbsp;ใน&nbsp;58&nbsp;จังหวัด&nbsp;เกษตรกร&nbsp;5.2&nbsp;หมื่นราย&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;2.5&nbsp;แสนไร่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวเพิ่มว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง&nbsp;ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ยโปแตชภายในประเทศ&nbsp;การแลกเปลี่ยนปุ๋ยไนโตรเจนและโปแตชกับประเทศมาเลเซีย&nbsp;การหาแหล่งแม่ปุ๋ยนำเข้าจากประเทศอื่นที่นอกเหนือจากที่เคยนำเข้าเดิม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111094257335"],
    [80,"สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท  รายงานผลการปฏิบัติในการสำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย เพื่อดำเนินการสู่การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดชัยนาท","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;รายงานผลการปฏิบัติในการสำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย&nbsp;เพื่อดำเนินการสู่การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;อ่อนดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้ลงพื้นที่ออกสำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย&nbsp;โดยมีผลการปฏิบัติงานสำรวจข้อมูลณ&nbsp;?&nbsp;ณ?&nbsp;วันที่?&nbsp;10&nbsp;พ.ย.?&nbsp;2564&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;เกษตรกรยื่นแบบ&nbsp;กษ.01&nbsp;จำนวน&nbsp;4,474&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;คณะอนุกรรมการฯ?&nbsp;ระดับหมู่บ้าน?&nbsp;ตรวจสอบรับรองพื้นที่เสียหายแล้ว&nbsp;4,&nbsp;474&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;บันทึกข้อมูล&nbsp;ในระบบแล้ว&nbsp;3,938&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;(เกษตรกรบางรายมีพื้นที่ปลูกมากกว่า??&nbsp;1&nbsp;อำเภอ?&nbsp;ทำให้จำนวนเกษตรกรน้อยกว่าจำนวนเกษตรกรในข้อ&nbsp;2)&nbsp;และพื้นที่เสียหาย&nbsp;รวมทุกพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;39,361.50&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;รวม&nbsp;61,985,329&nbsp;บาท&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;พ.ย.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.)&nbsp;ขณะนี้?&nbsp;อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง?ของข้อมูล?&nbsp;จัดเวทีประชาคม&nbsp;และปิดประกาศภายในหมู่บ้าน&nbsp;และจะนำเข้าที่ประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.อ.?&nbsp;ตามแผน?&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;พ.ย.?&nbsp;2564?&nbsp;อ.เมืองชัยนาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่?&nbsp;11?&nbsp;พ.ย.?&nbsp;2564?&nbsp;อ.มโนรมย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่?&nbsp;12?&nbsp;พ.ย.?&nbsp;2564?&nbsp;อ.?หันคา&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่?&nbsp;16&nbsp;พ.ย.?&nbsp;2564&nbsp;อ.&nbsp;หนองมะโมง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่?&nbsp;17?&nbsp;พ.ย.?&nbsp;2564?&nbsp;อ.เนินขาม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่?&nbsp;18&nbsp;พ.ย.?&nbsp;2564?&nbsp;อ.วัดสิงห์&nbsp;และ&nbsp;อ.สรรพยา?&nbsp;&nbsp;อ.&nbsp;สรรคบุรี?&nbsp;ในวันที่&nbsp;19?&nbsp;พ.ย.?&nbsp;2564?&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้?&nbsp;ได้มีการประสานกับเกษตรอำเภอ&nbsp;เพื่อให้มีการปรับแผนประชุม?&nbsp;ก.ช.ภ.อ.?ให้เร็วขึ้น&nbsp;เพื่อให้สามารถประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.จ.&nbsp;ได้ภายในเดือน&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111100454350"],
    [81,"สนง.เกษตรจังหวัดชัยนาท สำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย เพื่อดำเนินการสู่การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดชัยนาท","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;อ่อนดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาทได้ลงพื้นที่ออกสำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย&nbsp;โดยมีผลการปฏิบัติงานสำรวจข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.เกษตรกรยื่นแบบ&nbsp;กษ.01&nbsp;จำนวน&nbsp;4,474&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;คณะอนุกรรมการฯ&nbsp;ระดับหมู่บ้าน&nbsp;ตรวจสอบรับรองพื้นที่เสียหายแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;4,474&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การบันทึกข้อมูล&nbsp;ในระบบแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;3,938&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;(เกษตรกรบางรายมีพื้นที่ปลูกมากกว่า&nbsp;1&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทำให้จำนวนเกษตรกรน้อยกว่าจำนวนเกษตรกรในข้อ&nbsp;2)&nbsp;และพื้นที่เสียหาย&nbsp;รวมทุกพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;39,361.50&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;รวม&nbsp;61,985,329&nbsp;บาท&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;พ.ย.&nbsp;64&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้&nbsp;อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล&nbsp;จัดเวทีประชาคม&nbsp;และปิดประกาศภายในหมู่บ้าน&nbsp;และจะนำเข้าที่ประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.อ.&nbsp;ตามแผน&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;อ.เมืองชัยนาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;อ.มโนรมย์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;อ.หันคา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;อ.&nbsp;หนองมะโมง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;อ.เนินขาม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;อ.วัดสิงห์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;และ&nbsp;อ.สรรคบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการประสานกับเกษตรอำเภอ&nbsp;เพื่อให้มีการปรับแผนประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.อ.ให้เร็วขึ้น&nbsp;เพื่อให้สามารถประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.จ.&nbsp;ได้ภายในเดือน&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111103033360"],
    [82,"จ.สุราษฎร์ธานี  ติดตามความก้าวหน้าการสร้างฝายกักเก็บน้ำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมพิจารณาตรวจสอบเพื่อหาแนวทางในการซ่อมแซมโครงการชลประทานขนาดเล็กและฝาย อีก 3 แห่งที่ชำรุดทรุดโทรม    เพื่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร ของประชาชนในพื้นที่  ต.ปากหมาก อ.ไชยา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ตำบลปากหมาก&nbsp;อำเภอไชยา&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มอบหมายให้&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้มีนายเจริญศักดิ์&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;นายอำเภอไชยา&nbsp;นางสาวสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมในการลงพื้นที่ดังกล่าวด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;(กปร.)&nbsp;ได้มีการประชุมทางไกลติดตามความก้าวหน้าการสร้างฝายกักเก็บน้ำ&nbsp;เพื่อการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค&nbsp;และเพื่อทำการเกษตร&nbsp;และแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านยางโพรง&nbsp;ตำบลปากหมาก&nbsp;อำเภอไชยา&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแล&nbsp;ของนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านและโรงเรียนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับประโยชน์สูงสุดจากการสร้างฝายกักเก็บน้ำอันเป็นโครงการเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;โดยมีงบประมาณ&nbsp;24&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในการสร้างฝายพร้อมกับระบบท่อส่งน้ำไปยังชุมชนและเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านยางโพรง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้เพื่อการติดตามความก้าวหน้าของโครงการดังกล่าว&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าของโครงการดังกล่าว&nbsp;พร้อมทั้งพิจารณาตรวจสอบ&nbsp;เพื่อหาแนวทางในการซ่อมแซมโครงการชลประทานขนาดเล็ก&nbsp;ฝายกักเก็บน้ำอีก&nbsp;3&nbsp;แห่งที่ชำรุดทรุดโทรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการชลประทานขนาดเล็กอาคารบังคับน้ำคลองดินดานพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;โครงการชลประทานขนาดเล็ก&nbsp;โครงการฝายบ้านยางโพรง&nbsp;ที่ก่อนหน้าได้มีการถ่ายโอนการดูแลให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;แต่เนื่องด้วยการซ่อมแซมต้องใช้งบประมาณที่เกินกำลังท้องที่&nbsp;ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่นและท้องที่&nbsp;จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;และร่วมกันปรึกษาหารือ&nbsp;เพื่อหาแนวหางบประมาณมาเร่งซ่อมแซมโดยเร็วที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งหากการสร้างฝายแห่งใหม่&nbsp;และการซ่อมแซมฝายแห่งเก่าแล้วเสร็จ&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;ตำบลยางโพรง&nbsp;อำเภอไชยา&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จะได้รับผลประโยชน์ทั้งสิ้นกว่า&nbsp;6,000&nbsp;คน&nbsp;หรือราวๆ&nbsp;2,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ที่กระจายอยู่ในหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;11&nbsp;จะหมดปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้งอย่างแน่นอน&nbsp;ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวจึงให้ความสำคัญในเร่งหางบประมาณมาช่วยเหลือ&nbsp;เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้&nbsp;และเพื่อเป็นการสานต่อตามแนวทางพระราชดำริ&nbsp;ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข&nbsp;มีน้ำกินน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้งและลดปัญหาเหตุอุทกภัยในช่วงหน้าฝน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เผยว่า&nbsp;หากฝายสร้างเสร็จก็จะช่วยชะลอการไหลของน้ำลงสู่ที่ต่ำอย่างสะดวกขึ้น&nbsp;ช่วยลดการกัดเซาะของตลิ่ง&nbsp;ช่วยดักตะกอนแม่น้ำ&nbsp;อีกทั้งทำให้ลำน้ำหลังฝายตื้นเขินช้าลง&nbsp;เก็บกักน้ำได้เยอะขึ้น&nbsp;และสามารถมารถนำไปใช้ในพื้นที่ที่ทำการเกษตรได้ง่ายขึ้น&nbsp;และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ในอนาคต&nbsp;ไม่ว่าจะการสร้างฝายใหม่หรือการซ่อมแซมฝายเก่า&nbsp;ล้วนเป็นการทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ในภายภาคหน้า</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111105914371"],
    [83,"ธ.ก.ส.ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู เป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพ สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย","<p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;กิมาวหา</strong>&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพ&nbsp;การสร้าง&nbsp;ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;หรือลงทุนซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;เพื่อฟื้นฟูการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;วงเงินรายละไม่เกิน&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ย&nbsp;MRR-2&nbsp;ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;นับแต่วันกู้</p><p><strong>โดยก่อนหน้านี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้ออกสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน</strong>&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้ผู้ประสบภัยนำไปใช้จ่ายที่จำเป็นเร่งด่วนภายในครัวเรือน&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;0&nbsp;ต่อปี&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;และตั้งแต่เดือนที่&nbsp;7&nbsp;อัตราดอกเบี้ย&nbsp;MRR&nbsp;ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;นับแต่วันกู้&nbsp;รวมทั้งพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยออกไปสูงสุดไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;ตามศักยภาพของลูกหนี้โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;เกษตรกรผู้ประสบความเดือดร้อนสามารถติดต่อ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ในพื้นที่เพื่อขอรับการช่วยเหลือในด้านต่างๆ&nbsp;ได้ทันที</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111112359382"],
    [84,"ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>นายสัตวแพทย์ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วยนายสมศักดิ์&nbsp;ธรรมบุตร&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;นายนพดล&nbsp;ตานุชนม์&nbsp;สัตวแพทย์ชำนาญงาน&nbsp;และนายอนุชา&nbsp;บุญยก&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ลงพื้นที่บ้านชาด&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลนาสะไมย์&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;แก่เกษตรกรที่ร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ที่ได้รับมอบไก่ไข่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมอาหารสัตว์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)</p><p><strong>จากการลงพื้นที่พบเกษตรกร</strong>&nbsp;พบว่าไก่ที่เลี้ยงเริ่มออกไข่เริ่มให้ผลผลิต&nbsp;ได้ไข่เป็นอาหารในครัวเรือนและขายเป็นรายได้เสริม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้การทำการเกษตรแบบผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกด้วย</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;704&nbsp;ราย&nbsp;ได้รับการสนับสนุนไก่ไข่&nbsp;จำนวน&nbsp;1,512&nbsp;ตัว&nbsp;เป็ดไข่&nbsp;จำนวน&nbsp;376&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;472&nbsp;ตัว&nbsp;และเป็ดเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;260&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111131007438"],
    [85,"เกษตรยะลา  ติดตามผลการดำเนินงาน\"ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง\" กลุ่มยุวเกษตรกร  โรงเรียนต้นแบบ บ้านบูเกะจือฆาอ.รามัน","<p><strong>นางสาวไหมอุมา&nbsp;บัวแก้ว&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวศศิภา&nbsp;แก้วศรีสุข&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการนางสาวอพิชญา&nbsp;พหรมแก้ว&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนางสาวนูยูดา&nbsp;นิเลาะ&nbsp;เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตร&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรามัน&nbsp;ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านบูเกะจือฆา&nbsp;ตำบลวังพญา&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>ติดตามผลการดำเนินงานกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;กิจกรรมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนต้นแบบ</strong>&nbsp;และ&nbsp;จัดทำแผนความต้องการโครงการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าและบริการประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านทำปลาส้มบ้านป่าบอน&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลท่าธง&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111132128447"],
    [86,"สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พร้อมเร่งสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมให้กับประชาชน","<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ช่วงปลายฤดูหนาวของทุกปี&nbsp;จะเกิดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่&nbsp;ดังนั้นเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ปี&nbsp;64&nbsp;&nbsp;65&nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;ตั้งคณะทำงานเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;พร้อมทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ปรับปรุงข้อมูลพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง&nbsp;การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบถึงระดับอำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;และหมู่บ้านให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิด&nbsp;</p><p><strong>หากสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรง</strong>&nbsp;ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอใช้กลไกตามกฎหมาย&nbsp;โดยในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก&nbsp;ให้ประสานหน่วยงานที่มีอากาศยานสนับสนุนการปฏิบัติ&nbsp;รวมทั้งประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จัดพื้นที่และระบบบริการประชาชนในพื้นที่ปลอดภัยหรือห้องปลอดฝุ่น&nbsp;ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;</strong>เร่งสร้างการรับรูประชาชนเข้าใจสถานการณ์และตระหนักถึงผลกระทบจากการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;รวมถึงบทลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หากประชาชนพบเห็นสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;สามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย&nbsp;โทร.&nbsp;1784&nbsp;สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;โทร.&nbsp;1567&nbsp;หรือสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;โทร.&nbsp;1362&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111190738720"],
    [87,"นายกรัฐมนตรี ให้ความมั่นใจพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยืนยันรัฐบาลช่วยเหลือเต็มที่","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ยืนยันดูแลเกษตรกรทั่วประเทศ&nbsp;โดยเร่งให้กระทรวงการคลัง&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;หารือวิเคราะห์แนวโน้มราคาพืชผลทางการเกษตร&nbsp;หามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้เหมาะสม&nbsp;เป้าหมายสำคัญคือ&nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์&nbsp;รัฐบาลสามารถลดภาระด้านงบประมาณและใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ทั้งนี้การดำเนินงานของรัฐบาลที่ได้มีมาตรการประกันราคาสินค้าเกษตร&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ทั้ง&nbsp;ข้าว&nbsp;ปาล์ม&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพารา&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;โดยในรอบ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;2564)&nbsp;ที่วาระการขออนุมัติผ่านคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;เห็นชอบงบประมาณ&nbsp;อุดหนุนประกันรายได้&nbsp;จ่ายส่วนต่างราคาสินค้าเกษตร&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;รวมยอด&nbsp;276,193&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ทำการลงพื้นที่เข้าสำรวจและดูแลเกษตรกร&nbsp;เพื่อวางแผนตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ครอบคลุมทั้งการผลิต&nbsp;การจัดจำหน่ายและการตลาดในประเทศและการตลาดต่างประเทศ&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111191740729"],
    [88,"ม.ราชภัฏยะลา จับมือ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นราธิวาส เปิดเส้นทางแห่งหม่อนไหม ไม้แก่นโมเดล เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างรายได้แก่เกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเส้นทางแห่งหม่อนไหม&nbsp;ไม้แก่นโมเดล&nbsp;โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันโท&nbsp;สมร&nbsp;เอี้ยวงศ์&nbsp;รองหัวหน้าคณะทำงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;คณะที่&nbsp;2&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.นิรันดิ์เกียรติ&nbsp;ลิ่วคุณูปการ&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิชาภัทรชย์&nbsp;รวิชาติ&nbsp;คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;บุคลากร&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และสมาชิกกลุ่มทอผ้าบ้านไม้แก่น&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.พัชรินทร์&nbsp;โพธิ์ทอง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯนราธิวาส&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านไม้แก่น&nbsp;อำเภอไม้แก่น&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เส้นทางแห่งหม่อนไหม&nbsp;ไม้แก่นโมเดล&nbsp;เป็นกิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;เป็นการดำเนินงานร่วมกันแบบบูรณาการ&nbsp;ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กับศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;นราธิวาส&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ทักษะในการบริหารจัดการแปลงหม่อน&nbsp;อีกทั้งพัฒนาทักษะในการเลี้ยงไหม&nbsp;เป็นเรียนรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป&nbsp;และเพื่อสร้างรายได้และพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;ในการดำเนินงานกิจกรรมเส้นทางแห่งหม่อนไหม&nbsp;ไม้แก่นโมเดล&nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์จากฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินีนาถบ้านไม้แก่น&nbsp;ตั้งอยู่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลไม้แก่น&nbsp;อำเภอไม้แก่น&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ในการสนับสนุนพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;2567&nbsp;โดยสนับสนุนพันธุ์หม่อน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อปลูกเป็นอาหารไหม&nbsp;ดำเนินการโดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;นราธิวาส&nbsp;รวมถึงสนับสนุนไข่ไหม&nbsp;และให้ความรู้ด้านการเลี้ยงไหม&nbsp;การสาวไหม&nbsp;การฟอกกาว&nbsp;และการย้อมสีเส้นไหม&nbsp;โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;และการแปรรูปและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไหม&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111161912591"],
    [89,"กรมปศุสัตว์ แจ้งเตือนไข้หวัดนกระบาดในประเทศญี่ปุ่น แต่ประเทศไทยยังไม่พบรายงาน ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากรายงานของกระทรวงเกษตรญี่ปุ่นวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤศจิกายนที่ผ่านมา&nbsp;แถลงยืนยันผ่านเว็บไซต์พบไข้หวัดนกชนิดก่อโรครุนแรง&nbsp;เป็นครั้งแรกในฤดูหนาวปีนี้&nbsp;ในฟาร์มสัตว์ปีกในเมืองโยโกเตะ&nbsp;จังหวัดอากิตะ&nbsp;และได้ทำลายไก่ไข่ไปแล้วกว่า&nbsp;143,000&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมทั้งยืนยันการพบไข้หวัดนกรอบนี้ยังไม่ระบาดสู่คน</p><p><strong>อีกทั้งองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;</strong>รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง&nbsp;&nbsp;ในต่างประเทศทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบว่ามีการระบาดมากถึง&nbsp;4,122&nbsp;จุด&nbsp;รวมถึงพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเทศเวียดนาม&nbsp;กัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&nbsp;พบในสายพันธุ์&nbsp;H5N1&nbsp;H5N6&nbsp;และ&nbsp;H5N8&nbsp;ประกอบกับประเทศไทยเข้าสู่การเปลี่ยนฤดูกาล&nbsp;จากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว&nbsp;&nbsp;ทำให้สัตว์ปีกเกิดความเครียด&nbsp;ระดับภูมิคุ้มกันต่ำมีโอกาสเกิดโรคระบาดได้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้ว่าประเทศไทย&nbsp;</strong>จะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;แต่กรมปศุสัตว์ก็ยังคงเตรียมความพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยได้สั่งการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&nbsp;&nbsp;สุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;พื้นที่ตามแนวชายแดน&nbsp;พื้นที่นกอพยพ&nbsp;พื้นที่นกวางไข่&nbsp;พื้นที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่น&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;เข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีกภายในประเทศ&nbsp;ชะลอการนำเข้าสัตว์และซากสัตว์ปีกจากประเทศที่เกิดโรคไข้หวัดนก&nbsp;ส่วนสัตว์ปีกเลี้ยงในระบบฟาร์มให้เข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด&nbsp;ตลอดจนผลักดันระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกให้เข้าระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;GFM&nbsp;&nbsp;รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111190444715"],
    [90,"ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินประกันรายได้ข้าว ปี 64/65  รอบที่ 1","<p>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;โดยกำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้&nbsp;คือ&nbsp;ราคาความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;ไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;40&nbsp;ไร่&nbsp;ยกเว้นข้าวเจ้า&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;โดยชดเชยเป็นจำนวนตันในแต่ละชนิดข้าว&nbsp;ดังนี้</p><p>ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ราคา&nbsp;15,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;14&nbsp;ตัน&nbsp;จ่ายชดเชย&nbsp;4,135.77&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;</p><p>ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ราคา&nbsp;14,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;16&nbsp;ตัน&nbsp;จ่ายชดเชย&nbsp;3,592.25&nbsp;บาทต่อตัน</p><p>ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ราคา&nbsp;11,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ตัน&nbsp;จ่ายชดเชย&nbsp;1,052.13&nbsp;บาทต่อตัน</p><p>ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ราคา&nbsp;12,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ครัวเรือนละ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;16&nbsp;ตัน&nbsp;จ่ายชดเชย&nbsp;4,337.47&nbsp;บาทต่อตัน</p><p>ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ราคา&nbsp;10,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;จ่ายชดเชย&nbsp;1,934.62&nbsp;บาทต่อตัน</p><p>โครงการดังกล่าวใช้วงเงิน&nbsp;13,604&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า&nbsp;4.68&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;(รอบที่&nbsp;1)&nbsp;กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.&nbsp;&nbsp;31&nbsp;ต.ค.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ยกเว้นภาคใต้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;มิ.ย.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111210940766"],
    [91,"อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ รวมพลคนขับเคลื่อนกระตุ้นการสร้าง อาหารปลอดภัย สู่มือผู้บริโภค อำเภอปราสาท ครั้งที่ 1 ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการ สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์","<p>วันที่&nbsp;11&nbsp;ต.ค.64&nbsp;ที่หอประชุมอำเภอปราสาท&nbsp;ตำบลกังแอน&nbsp;อ.ปราสาท&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;นายเสริมศักดิ์&nbsp;สีสันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมเชื่อมโยงอาหารปลอดภัย&nbsp;และพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;การขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เชิงปฏิบัติการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;เชื่อมโยงอาหารปลอดภัย&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;โรงเรียน&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;&nbsp;โดยมีนายประภาส&nbsp;ศรีจันทร์เวียง&nbsp;นายอำเภอปราสาท&nbsp;นำเครือข่ายกล่าวคำประกาศเจตนารมณ์&nbsp;ในการร่วมกันขับเคลื่อนสนับสนุนโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่ให้บรรลุเป้าหมายเป็นรูปธรรมเพื่อความ&nbsp;รุ่งเรือง&nbsp;รื่นรมย์&nbsp;ร่ำรวย&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาจังหวัดของนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ที่ได้ตั้งเป้าหมายของโครงการไว้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>โดยอำเภอปราสาทได้สร้างการขับเคลื่อน&nbsp;โดยใช้กิจกรรมการเชื่อมโยงอาหารปลอดภัยมากระตุ้นการสร้างแรงขับเคลื่อน&nbsp;เริ่มจากกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ไปสู่โรงเรียน&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;โรงแรม&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;ให้เกิดเป็นเครือข่ายร่วมมือกันผลักดันสู่เป้าหมายตามเจตนารมณ์ของโครงการฯ&nbsp;ซึ่งในกิจกรรมนอกจากมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือแล้ว&nbsp;ยังมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ&nbsp;ทางเลือก&nbsp;สู่ทางรอด&nbsp;ส่งอาหารปลอดภัย&nbsp;สู่มือผู้บริโภค&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยภาครัฐ&nbsp;อาทิ&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;เครือข่ายโรงเรียน&nbsp;เครือข่ายเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;นำเสนอแลกเปลี่ยนแนวคิดและความร่วมมือ&nbsp;การแสดงผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป&nbsp;นิทรรศการด้านองค์ความรู้สู่อาหารปลอดภัยจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอีกด้วยง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111173112646"],
    [92,"กอ.รมน.จังหวัดนนทบุรีมอบวัสดุอุปกรณ์ เชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพ แผ่นพับประชาสัมพันธ์องค์ความรู้เรื่องโรคระบาดลัมปี-สกิน ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และการใช้เชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพ ในการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อม","<p>วันที่&nbsp;11&nbsp;พ.ย.64&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;พ.อ.บำรุง&nbsp;วิชาธร&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.กอ.รมน.จังหวัดนนทบุรีพร้อมคณะนายทหารมอบวัสดุอุปกรณ์&nbsp;เชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;แกลลอน,&nbsp;ถังฉีดพ่นแบบมีก้านหัวฉีด&nbsp;ขนาด&nbsp;5&nbsp;ลิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ชุด&nbsp;พร้อมทั้งแผ่นพับประชาสัมพันธ์องค์ความรู้เรื่องโรคระบาดลัมปี-สกิน&nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;และการใช้เชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;ในการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี,&nbsp;ฟาร์มแพะ&nbsp;อามีลีนฟาร์ม&nbsp;อ.บางบัวทอง,&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้&nbsp;นายยวง&nbsp;เขียวนิล&nbsp;(ปราชญ์ศรียวง)&nbsp;และศูนย์การเรียนรู้&nbsp;นายธรรมรัตน์&nbsp;หรั่งช้าง&nbsp;(ผู้ใหญ่หมู)&nbsp;อ.ไทรน้อย&nbsp;เพื่อส่งเสริมการดำเนินการเชิงรุกในการ&nbsp;ป้องกันโรคระบาดลัมปี-สกิน&nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยง&nbsp;โค-กระบือ&nbsp;แพะและสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111184324698"],
    [93,"จังหวัดหนองบัวลำภู มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พื้นที่อำเภอโนนสัง  3,000 ก้อน","<p>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;ที่เทศบาลตำบลโนนสัง&nbsp;อำเภอโนนสัง&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เป็นประธานมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานและเวชภัณฑ์ด้านการปศุสัตว์&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&nbsp;กรณีปริมาณน้ำเอ่อล้นเขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;แสนอินทร์&nbsp;นายอำเภอโนนสัง&nbsp;ดร.วุฒิพงษ์&nbsp;ศิริสถิตย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;และปศุสัตว์จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ร่วมในพิธี</p><p><br></p><p>จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์เอ่อล้น&nbsp;ส่งผลให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ด้านการเกษตรและปศุสัตว์&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.โนนสัง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;43&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีผู้ประสบภัย&nbsp;716&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม&nbsp;2,334&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นพื้นที่ปลุกข้าว&nbsp;2,320&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนพื้นที่การเกษตรซึ่งเป็นพื้นที่เช่าจากการไฟฟ้า&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;42&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีผู้ประสบภัย&nbsp;928&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;9,089&nbsp;ไร่&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีพื้นในการเลี้ยงสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้รับหญ้า&nbsp;\"&nbsp;หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&nbsp;\"&nbsp;จาก&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ก้อน&nbsp;โดยในวันนี้ได้มอบหญ้าพระราชทานและเวชภัณฑ์ด้านปศุสัตว์&nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;พื้นที่&nbsp;ตำบลโนนสัง&nbsp;และพื้นที่&nbsp;ตำบลโนนเมือง&nbsp;พื้นที่ตำบลหนองเรือ&nbsp;พื้นที่ตำบลบ้านค้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;92&nbsp;ราย&nbsp;มีสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;592&nbsp;ตัว&nbsp;แยกเป็นโค&nbsp;585&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;34&nbsp;ตัว&nbsp;นำไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์&nbsp;และยารักษาโรค&nbsp;แก่&nbsp;โค&nbsp;กระบือ&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อน&nbsp;เสียหาย&nbsp;จากอุทกภัย&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;สร้างความซาบซึ้ง&nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111183032687"],
    [94,"ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ออกประชาสัมพันธ์การตากข้าวเปลือกบนพื้นผิวจราจร แนะนำติดตั้งสัญญาณ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ต้องไม่กีดขวางการจราจรโดยให้รถวิ่งสัญจรได้สะดวก และให้มีคนเฝ้า ป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสขโมยข้าวเปลือก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.เมืองบุรีรัมย์&nbsp;พร้อมด้วยตำรวจชุมชนสัมพันธ์&nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจตราตามพื้นที่หมู่บ้านและตำบลที่เกษตรกรนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้วขึ้นมาตากไว้ตามริมถนน&nbsp;และพื้นที่โล่งในหมู่บ้านเพื่อลดความชื้นก่อนจะนำไปขาย&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ติดตั้งสัญญาณเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ต้องไม่กีดขวางการจราจรโดยให้รถวิ่งสัญจรได้สะดวก&nbsp;และให้มีคนเฝ้า&nbsp;เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักทรัพย์ผลผลิตข้าวเปลือกในฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ทั้งนี้&nbsp;ถึงแม้จะยังไม่มีรายงานการก่อเหตุลักขโมยข้าวในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;แต่เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่เกษตรกรที่ไปเฝ้าข้าวเปลือกในอีกทางหนึ่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111190912724"],
    [95,"ป.ป.ช. TaC Team ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และให้คำแนะนำ โครงการ โคก หนอง นา ที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร","<p><strong>ป.ป.ช.&nbsp;TaC&nbsp;Team&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;และให้คำแนะนำ&nbsp;โครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ที่&nbsp;อ.พังโคน&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;ย้ำดำเนินโครงการฯ&nbsp;ด้วยความโปร่งใส&nbsp;</strong></p><p>(11&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.มาณี&nbsp;ไชยธีรานุวัฒศิริ&nbsp;ที่ปรึกษาประธานกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายธีรัตน์&nbsp;บางเพชร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดสกลนคร&nbsp;เครือข่ายภาคประชาชน&nbsp;STRONG&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;TaC&nbsp;Team&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำ&nbsp;เกี่ยวกับ&nbsp;โครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลไฮหย่อง&nbsp;อำเภอพังโคน&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ซึ่งได้รับอนุมติงบประมาณให้ดำเนินโครงการฯ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;53&nbsp;แปลง&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ขนาด&nbsp;15&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;&nbsp;ขนาดพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;แปลง&nbsp;และขนาดพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;32&nbsp;แปลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมาน&nbsp;พั่วโพธิ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสกลนคร&nbsp;นำผู้เข้าร่วมโครงการร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน</p><p>โดย&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.มาณี&nbsp;ไชยธีรานุวัฒศิริ&nbsp;ที่ปรึกษาประธานกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ได้เน้นย้ำให้การดำเนินงานโครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;เป็นไปด้วยความโปร่งใส&nbsp;ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน&nbsp;พร้อมแนะนำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ให้ดำเนินงานตามระเบียบอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ด้าน&nbsp;นายธีรัตน์&nbsp;บางเพชร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ได้ลงมาดูพื้นที่โครงการ&nbsp;โดยร่วมกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสกลนคร&nbsp;&nbsp;เข้ามาให้ความรู้อย่างรอบด้าน&nbsp;เช่น&nbsp;การให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดซื้อที่ถูกต้องตรงตามสัญญา&nbsp;&nbsp;&nbsp;เรื่องการเขียนแผนงาน&nbsp;รูปแบบพื้นที่&nbsp;ปริมาตรการขุดสระ&nbsp;การซื้อพันธุ์สัตว์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมทั้งติดตามว่าการดำเนินงานที่ผ่านมามีปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;อย่างไร&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>สำหรับจังหวัดสกลนครพบปัญหาน้อยมาก&nbsp;&nbsp;โดยมีประชาชนสนใจร่วมโครงการจำนวนมาก&nbsp;แต่การยื่นเอกสารไม่ทันตามกำหนด&nbsp;ทำให้เสียโอกาสในการร่วมโครงการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เรื่องการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;สำหรับแปลงของนางสาว&nbsp;ขนิษฐา&nbsp;จิตรเจริญ&nbsp;บ้านเชียงแสน&nbsp;ต.ไฮหย่อง&nbsp;อ.พังโคน&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;ได้ทำหลักกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;มีการสาธิตการทำก้อนเห็ดฟาง&nbsp;การทำน้ำหมัก&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด&nbsp;&nbsp;และได้นำมูลของสัตว์มาทำปุ๋ยหมุนเวียนในพื้นที่&nbsp;ทำเกษตรอินทรีย์แบบปลอดสารพิษ&nbsp;&nbsp;การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี&nbsp;นอกจากนี้ทาง&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร&nbsp;ก็ได้จัดหาช่องทางในการจำหน่ายผลผลิต&nbsp;&nbsp;เป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111200320731"],
    [96,"เกษตรแม่ฮ่องสอน ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565","<p>วันที่&nbsp;11&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นายพยุงศักดิ์&nbsp;สิทธิลภ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานในการจัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับจังหวัด&nbsp;(Provincial&nbsp;Workshop&nbsp;:&nbsp;PW)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และรายละเอียดการโครงการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนงานโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมการสัมมนาฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และผ่านระบบการประชุมออนไลน์&nbsp;Zoom</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2021-11-11T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111225655799"],
    [97,"รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่น่าน พบปะเกษตรกร มอบนโยบายพืชกระท่อมสู่เศรษฐกิจชุมชน ต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า","<p>นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;มอบนโยบายพืชกระท่อมสู่เศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนิวัฒน์&nbsp;งามธุระ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;พลตำรวจโท&nbsp;ปิยะ&nbsp;ต๊ะวิชัย&nbsp;ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค&nbsp;5&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ไชยมงคล&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;นายคุณดร&nbsp;งามธุระ&nbsp;คณะที่ปรึกษา&nbsp;รมว.ยุติธรรม&nbsp;และประชาชน&nbsp;700&nbsp;คนร่วมงาน&nbsp;โดยมีมาตรการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคนก่อนเข้างานเพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมโรงเรียนปัว&nbsp;อำเภอปัวจังหวัดน่าน&nbsp;</p><p>นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำร้อง&nbsp;ฟ้องคดี&nbsp;ต่อสู้คดี&nbsp;และบังคับคดี&nbsp;สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมได้ที่ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข&nbsp;หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;หากใครถูกกระทำ&nbsp;ไม่ใช่ฝ่ายผิด&nbsp;เรามีเงินช่วยเหลือทั้งกรณีเสียชีวิตและบาดเจ็บ&nbsp;นอกจากนี้เราออกกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่มีผลบังคับใช้วันที่&nbsp;9&nbsp;ธ.ค.&nbsp;เมื่อก่อนคนค้ายาถูกจับก็ติดคุก&nbsp;แต่กฎหมายใหม่จะติดคุกและถูกยึดทรัพย์ย้อนหลัง&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;และเรามีรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสให้ราชการรู้ในส่วนแบ่งของการยึดทรัพย์&nbsp;5%&nbsp;ซึ่งจากเป้าหมายที่เราตั้งเป้า&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เงินรางวัลก็จะมี&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งปีที่ผ่านมาเรายึดทรัพย์ผู้ค้ายาได้&nbsp;7,300&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่กฎหมายเก่ามีเงินรางวัลน้อย&nbsp;และสำหรับคนที่เป็นหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)&nbsp;กระทรวงยุติธรรมจะช่วยไกล่เกลี่ย&nbsp;โดย&nbsp;จะทำข้อตกลงระหว่าง&nbsp;กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกับ&nbsp;กยศ.&nbsp;ที่ผ่านมาครู&nbsp;อาจารย์ของเราไปค้ำให้นักเรียนนักศึกษา&nbsp;จนมีปัญหาถูกฟ้องร้อง&nbsp;คนค้ำประกันปวดหัว&nbsp;เราจะช่วยไกล่เกลี่ยให้&nbsp;กระทรวงยุติธรรมจะเป็นเจ้าภาพในการช่วยไกล่เกลี่ย&nbsp;และกรมบังคับคดีจะช่วยในการให้คำปรึกษาในส่วนของผู้ที่ถูกฟ้องดำเนินคดี&nbsp;และแก้ไขกฎหมายให้พืชกระท่อมถูกกฎหมาย&nbsp;ซึ่งก่อนที่จะมีการปลดล็อกกระท่อมให้ถูกกฎหมาย&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;ได้ช่วยร่างกฎหมายจนปลดล็อกได้สำเร็จ&nbsp;ให้พืชกระท่อมสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;อาหาร&nbsp;ยารักษาโรค&nbsp;อาหารเสริม&nbsp;เวชสำอางค์&nbsp;ซึ่งมีมูลค่ารวมในตลาดมากถึง&nbsp;1,459&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ดังนั้นการปลูกพืชกระท่อม&nbsp;หากแห่กันปลูกเหมือนพืชอื่นๆ&nbsp;จะทำให้ราคาตกต่ำ&nbsp;จากราคากิโลกรัมละ&nbsp;300&nbsp;บาทอาจจะเหลือแค่&nbsp;20-30&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;เราไม่อยากให้กระท่อมออกมารูปแบบนี้&nbsp;แต่หากเรามีนวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;มีการสร้างงานวิจัย&nbsp;และอย่างมอร์ฟีนที่ประเทศมหาอำนาจขายกัน&nbsp;กระท่อมมีสารที่ช่วยระงับการปวดได้ดีกว่ามอร์ฟีนหลายเท่า&nbsp;ซึ่งหาเราวิจัยและพัฒนาได้จะเพิ่มมูลค่าของพืช&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสร้างงานวิจัยต่างๆ&nbsp;ออกมาอย่างเร่งด่วน&nbsp;&nbsp;จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ประชาชนสอบถาม&nbsp;ถึงข้อสงสัยต่างๆ&nbsp;</p><p>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่การกระทรวงยุติธรรมได้มอบอุปกรณ์กีฬา&nbsp;ให้กับ&nbsp;ผอ.โรงเรียนปัวและคณะนักเรียน&nbsp;มอบกระท่อมพันธุ์ก้านแดงหางกั้ง&nbsp;100&nbsp;ต้นให้กับตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกระท่อม&nbsp;และมอบชุด&nbsp;PPE&nbsp;240&nbsp;ชุดให้กับประธาน&nbsp;อสม.อ.ปัว&nbsp;และได้เดินทางไปปลูกต้นกระท่อมต้นแรกของ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;ที่&nbsp;ต.งอบ&nbsp;อ.ทุ่งช้าง&nbsp;รวมทั้งพบปะพูดคุยกับเกษตรกร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-13T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113090831242"],
    [98,"เกษตรแม่ฮ่องสอน เตือนการระบาดศัตรูพืช โรคขอบใบแห้ง","<p>นายพยุงศักดิ์&nbsp;สิทธิลภ&nbsp;หัวหน้างานกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เตือนการระบาดศัตรูพืช&nbsp;ประจำเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;โรคขอบใบแห้ง&nbsp;ลักษณะอาการ&nbsp;ข้าในระยะออกรวง&nbsp;ใบที่เป็นโรคจะแห้งและม้วนตามความยาว&nbsp;ในกรณีที่ต้นข้าวมีความอ่อนแอต่อโรคและเชื้อโรคมีปริมาณมาก&nbsp;จะทำให้ท่อน้ำท่ออาหารอุดตัน&nbsp;ต้นข้าวจะเหี่ยวเฉาและแห้งตายทั้งต้นโดยเร็ว&nbsp;เรียกอาการของโรคนี้ว่า&nbsp;ครีเสก&nbsp;(Kresek)&nbsp;เชื้อสาเหตุโรคสามารถแพร่ไปกับน้ำ&nbsp;ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื่นสูงและสภาพที่มีฝนตก&nbsp;ลมพัดแรงจะช่วยให้โรคแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิ</p><p><br></p><p>ธีการป้องกันกำจัด&nbsp;ดังนี้&nbsp;ใช้พันธุ์ข้าวที่ต้านทาน&nbsp;เช่น&nbsp;พันธุ์สุพรรณบุรี&nbsp;60&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;90&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;1&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;2&nbsp;กข&nbsp;7&nbsp;และ&nbsp;กข&nbsp;23,&nbsp;ในดินที่อุดมสมบูรณ์ไม่ควรใส่ปุ๋ยในโตรเจนมาก,&nbsp;ไม่ควรระบายน้ำจากแปลงที่เป็นโรคไปสู่แปลงอื่น,&nbsp;สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;และควรเฝ้าระวังการเกิดโรคถ้าปลูกข้าวพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรคนี้&nbsp;เช่น&nbsp;พันธุ์ข้าวหอมมะลิ&nbsp;105&nbsp;กข&nbsp;6&nbsp;เหนียวสันป่าตอง&nbsp;&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;2&nbsp;ชัยนาท&nbsp;1&nbsp;</p><p><br></p><p>เมื่อเริ่มพบอาการของโรคบนใบข้าว&nbsp;ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช&nbsp;เช่น&nbsp;แบคบิเคียว&nbsp;ไอโซโพรไทโอเลน&nbsp;คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์&nbsp;เสตร็พโตมัยซินซัลเฟต&nbsp;ออกซีเตทตราไซคลินไฮโดรคลอไรด์&nbsp;ไตรเบซิคคอปเปอร์ซัลเฟต&nbsp;ควรพ่นตั้งแต่พบอาการเริ่มแรก&nbsp;อัตราตามฉลากแนะนำ&nbsp;และใช้ชีวผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการเกิดโรค&nbsp;เช่น&nbsp;Bacillus&nbsp;&nbsp;amyloliquefaciens,&nbsp;&nbsp;B&nbsp;acillus&nbsp;subtillis&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;Pseudomonas&nbsp;&nbsp;flurescens&nbsp;โดยหากพบอาการของโรครุนแรงให้พ่นทุก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;หรือ&nbsp;คลุกเมล็ดก่อนปลูก&nbsp;อัตราตามฉลากแนะนำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113141411339"],
    [99,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดระนอง ตรวจราชการติดตามงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","<p>วันที่&nbsp;13&nbsp;พ.ย.64&nbsp;เวลา&nbsp;09.25&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดระนอง&nbsp;ตรวจราชการติดตามงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และพบปะสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมชมบูธแสดงผลิตภัณฑ์&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรของสหกรณ์ในจังหวัดระนอง&nbsp;และเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;บ้านห้วยปลิง&nbsp;ตำบลราชกรูด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;ดาบตำรวจสมนึก&nbsp;โมราศิลป์&nbsp;เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้พบปะหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;สมาชิกสหกรณ์&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ที่มารอต้อนรับ&nbsp;และได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนา&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สู่พี่น้องเกษตรกร&nbsp;นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;ตามที่นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสินค้าหลักและเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังให้ความสำคัญกับส่งเสริมการทำอาชีพการเกษตร&nbsp;จึงได้ดำเนินการส่งเสริมการผลิตเกษตรที่มีคุณภาพอย่างครบวงจร&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;โดยการส่งเสริมให้เกษตรกร&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก&nbsp;การใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช&nbsp;ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรในรูปแบบการทำเกษตรที่ดีและเหมาะสม&nbsp;(GAP)&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่เกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภค&nbsp;การจัดหาตลาดโดยการจัดทำโครงการซูเปอร์มาเก็ตสหกรณ์&nbsp;เพื่อให้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดระหว่างขบวนการสหกรณ์&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เพื่อกระจายผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค&nbsp;มีการบูรณาการร่วมกันในการส่งเสริมการผลิตการแปรรูปและการตลาด&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;เพื่อให้ลูกหลานเกษตรกรได้กลับมาอยู่กับครอบครัว&nbsp;ใช้ความรู้ประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมและบริการ&nbsp;รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการพัฒนาอาชีพการเกษตร&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้มีอาชีพที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย&nbsp;</p><p>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เยี่ยมชมบูธแสดงผลิตภัณฑ์&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรของสหกรณ์&nbsp;กลุ่มอาชีพในสังกัดสหกรณ์&nbsp;ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วบด&nbsp;กาแฟดริป&nbsp;(แบรนด์&nbsp;84)&nbsp;เมล็ดมะม่วงหิมพานต์&nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จำกัด&nbsp;ผลิตภัณฑ์น้ำพริกต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำพริกกุ้งเสียบ&nbsp;น้ำพริกนรก&nbsp;สินค้าชาใบกระท่อม&nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรกระบุรี&nbsp;จำกัด&nbsp;พร้อมทั้งพบปะผู้แทนเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ในจังหวัดระนอง&nbsp;มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดระนอง&nbsp;ได้จัดการประชุมชี้แจงและจัดโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน&nbsp;โครงการสร้างเครือข่ายลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพทางการเกษตร&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้&nbsp;ประสบการณ์&nbsp;และเรียนรู้ร่วมกัน&nbsp;รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;</p><p>นายอำมรินท์&nbsp;อุ่ยสุวรรณ&nbsp;อายุ&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;เป็นหนึ่งในผู้สมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เดิมตนเองประกอบอาชีพพนักงานบริษัท&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ไร่&nbsp;ทำการเกษตรผสมผสาน&nbsp;สวนผลไม้แบบอินทรีย์&nbsp;มีการผลิตมังคุดคุณภาพเพื่อการส่งออก&nbsp;ปรับเปลี่ยนจากการใช้เคมีเป็นการทำการเกษตรอินทรีย์&nbsp;เน้นผลิตปุ๋ยใช้เองควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;บำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และเลี้ยงไส้เดือนปล่อยลงดิน&nbsp;ปลูกหญ้าแฝกเพื่อลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน&nbsp;ปัจจุบันได้ปรับพื้นที่บ้านเป็นศูนย์เรียนรู้ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ฐานเรียนรู้การทำปุ๋ยหมัก&nbsp;การปลูกพืชแซมในสวนยางพารา&nbsp;การปลูกผักสวนครัว&nbsp;การเสียบยอดทุเรียนและมังคุด&nbsp;รวมถึงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งวันนี้ได้นำสินค้ามาออกบูธ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชามังคุด&nbsp;ชาดอกกาแฟ&nbsp;ข้าวไร่ดอกขาม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;บ้านห้วยปลิง&nbsp;จังหวัดระนองร่วมกับ&nbsp;ดาบตำรวจสมนึก&nbsp;โมราศิลป์&nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;เจ้าของแปลงเรียนรู้&nbsp;จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;ขึ้นในปี&nbsp;2557&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ของเกษตรกรด้านการเกษตรของชุมชน&nbsp;และเป็นที่บริการข้อมูลข่าวสาร&nbsp;สถานที่ฝึกอบรมด้านการเกษตรของหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;โดยเน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ในประเด็นการเพิ่มผลผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&nbsp;และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตโดยหารปลูกพืชเสริมรายได้ในสวนน้ำมัน&nbsp;โดยมีฐานการเรียนรู้ที่เป็นจุดเด่น&nbsp;8&nbsp;ฐาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;การทำปุ๋ยหมักจากทะลายปาล์มน้ำมัน&nbsp;การปลูกผักเหลียงและขยายพันธุ์ผักเหลียงเป็นพืชเสริมรายได้&nbsp;การปลูกพริกไทยพุ่มในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;การใช้รถไถขนาดเล็กตัดหญ้าและใส่ปุ๋ยในสวนน้ำมัน&nbsp;การเลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;การเลี้ยงปลาน้ำจืด&nbsp;และการเลี้ยงผึ้งโพรงในสวนปาล์มน้ำมัน</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ระนอง&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-13T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113145222349"],
    [100,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรบ้านห้วยปลิง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง","<p>วันนี้(13&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดระนองต่อเนื่องเป็นวันที่สอง&nbsp;โดยได้พบปะเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรบ้านห้วยปลิง&nbsp;ตำบลราชกรูด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;ของดาบตำรวจ&nbsp;สมนึก&nbsp;โมราศิลป์&nbsp;พร้อมศึกษาดูงาน&nbsp;เยี่ยมชมฐานเรียนรู้&nbsp;8&nbsp;ฐาน&nbsp;กิจกรรมลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;เยี่ยมชมกิจกรรมสหกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของจังหวัดระนอง&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง&nbsp;และกิจกรรมบัญชีสหกรณ์ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;มีนายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายคงกฤษ&nbsp;ฉัตรมาลีรัตน์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง&nbsp;ผู้นำทางศาสนาอิสลาม&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;สมาชิกสหกรณ์ร่วมต้อนรับ</p><p><br></p><p>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลมีความตระหนักและเข้าใจในปัญหาของพี่น้องเกษตรกร&nbsp;จึงมีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ผ่านศูนย์การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.)&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสินค้าหลักและเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;โดยมีองค์ประกอบของศูนย์&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;แปลงเรียนรู้&nbsp;หลักสูตรการเรียนรู้และฐานการเรียนรู้&nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่หน่วยงานราชการให้การส่งเสริมสนับสนุน&nbsp;ผนวกกับภูมิปัญญาของเกษตรกร&nbsp;นำมาประยุกต์ใช้ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะพื้นที่และสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้น&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><br></p><p>อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการทำอาชีพเกษตรกร&nbsp;จึงได้มีการส่งเสริมการผลิตเกษตรที่มีคุณภาพอย่างครบวงจร&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;โดยการส่งเสริมให้เกษตรกร&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก&nbsp;การใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช&nbsp;ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปการทำเกษตรที่ดีและเหมาะสม(GAP)&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่เกษตรกรและผู้บริโภค&nbsp;การยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้สามารถเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน&nbsp;สามารถขับเคลื่อนนโยบายจากภาครัฐสู่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพในการรวบรวม&nbsp;จัดเก็บ&nbsp;แปรรูป&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรและแหล่งเงินทุนในพื้นที่&nbsp;การจัดหาตลาด&nbsp;โดยจัดทำโครงการซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์&nbsp;เพื่อเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดระหว่างขบวนการสหกรณ์&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เพื่อกระจายผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค</p><p><br></p><p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีนโยบายให้สตรีรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพ&nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ&nbsp;อีกทั้งได้มีโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;เพื่อสานต่ออาชีพเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ลูกหลานเกษตรกรได้กลับมาอยู่กับครอบครัว&nbsp;ใช้ความรู้ประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมและบริการ&nbsp;รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการพัฒนาอาชีพเกษตรกร&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้มีอาชีพที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><br></p><p>สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรกร(ศพก.)บ้านห้วยปลิง&nbsp;มีดาบตำรวจสมนึก&nbsp;โมราศิลป์&nbsp;เกษตรกรดีเด่น&nbsp;สาขาอาชีพทำสวน&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เป็นประธานศูนย์&nbsp;มีฐานการเรียนรู้ที่เป็นจุดเด่น&nbsp;8&nbsp;ฐาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างถูกหลักวิชาการ&nbsp;การทำปุ๋ยหมักจากทลายปาล์มน้ำมัน&nbsp;การปลูกผักเหลียงและขยายพันธุ์ผักเหลียงเป็นพืชรายได้เสริม&nbsp;การปลูกพริกไทยพุ่มในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;การเลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;การเลี้ยงปลาน้ำจืด&nbsp;และการเลี้ยงผึ้งโพรงในส่วนปาล์มน้ำมัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-13T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สวท.ระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113162126374"],
    [101,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยตรวจสอบร้านขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และประชุมคณะอนุกรรมการทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภิบัติอำเภอด่านซ้าย (ก.ช.ภ.อ.ด่านซ้าย)","<p>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการตรวจสอบร้านขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการและประชาสัมพันธ์การต่ออายุใบอนุญาตขายอาหารสัตว์&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ที่บ้านด่านซ้าย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และบ้านเดิ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>จากนั้นสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามที่คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยภิบัติอำเภอด่านซ้าย&nbsp;(ก.ช.ภ.อ.ด่านซ้าย)&nbsp;ตรวจสอบและกลั่นกรองรายละเอียดข้อมูล&nbsp;เกษตรกรผู้ประสบภัยด้านพืช&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ด้านประมง&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คณะกรรมการให้การช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;(โรคระบาดในสัตว์)&nbsp;จากปัญหาโรคพี&nbsp;อาร์&nbsp;อาร์&nbsp;เอส&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายบัวลอย&nbsp;&nbsp;ตันตุลา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;33&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านบุ่งกุ่ม&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;สุกรตาย&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ให้การช่วยเหลือเกษตรไปแล้ว&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;7,500&nbsp;บาท&nbsp;(เจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>มติที่ประชุม&nbsp;เห็นควรให้การช่วยเหลือเกษตร&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;7,500&nbsp;บาท&nbsp;(เจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)&nbsp;ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113181348393"],
    [102,"ปศุสัตว์เพชรบุรีมอบหญ้าแห้งช่วยเหลือเกษตรกรประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์","<p>ปศุสัตว์เพชรบุรีมอบหญ้าแห้งช่วยเหลือเกษตรกรประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีร่วมกับอำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยนางสาวรัชฎาภรณ์&nbsp;อนุญาหงษ์&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;(ผู้แทนนายอำเภอหนองหญ้าปล้อง)&nbsp;พร้อมด้วยนายสมขิ่น&nbsp;หงคงคา&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;กำนันตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;4&nbsp;และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;ส่งมอบหญ้าแห้งอัดฟ่อนและถุงยังชีพด้านปศุสัตว์ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;20&nbsp;ตัว&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำล้นห้วยแม่ประจันต์&nbsp;ทำให้น้ำท่วมคอกโคเนื้อและพื้นที่แปลงหญ้าอาหารสัตว์เสียหายในพื้นที่หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบุรี/13&nbsp;พ.ย.64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-13T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113204332457"],
    [103,"ประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง #โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูก?ข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์","<p>?ประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZUe5y65DQB5Q5v4egGAo_yVvkmqlYVmaV4V5yDQp-FjSDUOfVxIprdUZ6cAfKP51ekiEdrOGhNHg-J_fHPVy2EfZ3OFnNARISGyJBrr6AdrEBF6t-aLM9AMHE6hU7bGwFPZGVSLPwYRfeQH0hCIHpEfIaNScK1MrFwDQQr-M9071fYzjlj_xomsYZbsI6jlegs&amp;__tn__=*NK-R\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">#โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูก</a>?ข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์</p><p>เรื่อง&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไข&nbsp;การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูก?ข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์?&nbsp;ปี&nbsp;2564/65</p><p><img&nbsp;src=\"https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tba/1.5/16/2705.png\"&nbsp;alt=\"?\"&nbsp;height=\"16\"&nbsp;width=\"16\">&nbsp;ราคาและปริมาณประกันรายได้</p><p>กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูก?ข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์?&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้น?&nbsp;14.5%&nbsp;กก.ละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;และไม่ซ้ำแปลง</p><p><img&nbsp;src=\"https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tba/1.5/16/2705.png\"&nbsp;alt=\"?\"&nbsp;height=\"16\"&nbsp;width=\"16\">&nbsp;การรับสิทธิ</p><p>เกษตรกรที่แจ้งปลูกกับกรมส่งเสริ?มการเกษตร?&nbsp;(เกษตรอำเภอ)?&nbsp;ระหว่าง?&nbsp;1&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64&nbsp;-?&nbsp;31&nbsp;พ.ค.?&nbsp;64</p><p><img&nbsp;src=\"https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tba/1.5/16/2705.png\"&nbsp;alt=\"?\"&nbsp;height=\"16\"&nbsp;width=\"16\">&nbsp;ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เก็บเกี่ยวข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์?</p><p>700&nbsp;กก./ไร่&nbsp;คูณด้วยจำนวนไร่ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้&nbsp;แต่ไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;30?&nbsp;ไร่</p><p><img&nbsp;src=\"https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t13/1.5/16/1f4e3.png\"&nbsp;alt=\"??\"&nbsp;height=\"16\"&nbsp;width=\"16\">&nbsp;สำหรับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงจะประกาศ&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง</p><p>โดยจ่ายเงินส่วนต่างครั้งแรกในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤศจิกายน?&nbsp;2564&nbsp;และจ่ายต่อไปทุกวันที่?20&nbsp;ของเดือน&nbsp;รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น&nbsp;12&nbsp;เดือน</p><p><img&nbsp;src=\"https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t5/1.5/16/1f4cc.png\"&nbsp;alt=\"??\"&nbsp;height=\"16\"&nbsp;width=\"16\">&nbsp;สามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐ&nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://chongkho.inbaac.com/?fbclid=IwAR25157rq-2o1LLNKd90fJyvwGGrljXsemBAqqv1coNicMKlO6vbc6quzh4\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--blue-link);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">https://chongkho.inbaac.com/</a></p><p><img&nbsp;src=\"https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t5/1.5/16/1f4cc.png\"&nbsp;alt=\"??\"&nbsp;height=\"16\"&nbsp;width=\"16\">&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์?สามารถตรวจสอบสถานะความเป็นเกษตรกรและสมาชิกครัวเรือนได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.farmer.doae.go.th/?fbclid=IwAR35VBSz7vXCTKPVLms-fG-qrHL9K803jJYz3BuTNIbl7U4pn_r2cPrAkdE\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--blue-link);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">http://www.farmer.doae.go.th/</a></p><p>พืชเศรษฐกิจไทย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2021-11-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113211439461"],
    [104,"พาณิชย์ลำปาง เผย หลักเกณฑ์และเงื่อนไข โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 256465 พร้อมเริ่มจ่าย 1 ธ.ค. 64","<p>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไข&nbsp;การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้</p><p><br></p><p>สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ณ&nbsp;เชื้อแป้ง&nbsp;25%&nbsp;กก.ละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;ตัน&nbsp;และไม่ซ้ำแปลง&nbsp;เกษตรกรสามารถรับสิทธิได้ในช่วงการเก็บเกี่ยวที่ระบุไว้ในทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และแจ้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;นับจากวันที่เพาะปลูกไม่น้อยกว่า&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยเกษตรกร&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รับสิทธิได้ไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;100&nbsp;ตัน&nbsp;และไม่ซ้ำแปลง&nbsp;(ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง&nbsp;3,388&nbsp;กก./ไร่&nbsp;คูณด้วยจำนวนไร่ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้&nbsp;แต่ไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;100&nbsp;ตัน)&nbsp;สำหรับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงจะประกาศ&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยจ่ายเงินส่วนต่างครั้งแรกในวันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และจ่ายต่อไปทุกวันที่&nbsp;1&nbsp;ของเดือน&nbsp;รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><br></p><p>ซึ่งสามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐ&nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ได้ที่&nbsp;https://chongkho.inbaac.com&nbsp;และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถตรวจสอบสถานะความเป็นเกษตรกรและสมาชิกครัวเรือนได้ที่&nbsp;http://www.farmer.doae.go.th/</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114080315473"],
    [105,"สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตือนการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทำให้ต้นข้าวใบเหลือง เติบโตช้า","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เตือนการระบาดศัตรูพืช</strong>&nbsp;เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล&nbsp;ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย&nbsp;ดูดกินน้ำเลี้ยงจากกาบใบข้าวบริเวณโคนต้นเหนือระดับน้ำเล็กน้อย&nbsp;หรือที่เส้นกลางใบหลังข้าว&nbsp;ทำให้ต้นข้าวใบเหลือง&nbsp;เติบโตช้า&nbsp;ถ้าระบาดรุนแรง&nbsp;ต้นข้าวจะไหม้แห้งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก&nbsp;เรียกว่าฮอพเพอร์เบริ์น&nbsp;hopper&nbsp;burn&nbsp;ทำให้ข้าวแห้งตาย&nbsp;เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถทำลายข้าวได้ทุกระยะ&nbsp;สามารถพัฒนาและปรับตัวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมกับอาหารได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วิธีการป้องกันกำจัด&nbsp;</strong>ในฤดูปลูกถัดไปควรปลูกข้าวพันธ์ต้านทานเพลี้ยกระโดสีน้ำตาล&nbsp;&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;กข4&nbsp;กข9&nbsp;กข25&nbsp;กข31&nbsp;(ปทุมธานี&nbsp;80)&nbsp;ฯลฯ,&nbsp;ฤดูปลูก&nbsp;ควรปลูกสลับกันระหว่างพันธุ์ต้านทางสูงกับพันธุ์ต้านทางหรือพันธ์อ่อนแอปานกลาง&nbsp;โดยพิจารณาอายุเก็บเกี่ยวให้ใกล้เคียงกัน&nbsp;เพื่อลดความเสียหายเมื่อเกิดการระบากรุนแรง,&nbsp;สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง,&nbsp;ในแหล่งที่มีการระบาดและควบคุมระดับน้ำในนาได้&nbsp;หลังปักดำหรือหว่าน&nbsp;2-3&nbsp;สัปดาห์&nbsp;จนถึงระยะตั้งท้อง&nbsp;ควบคุมน้ำในแปลงนาให้พอดินเปียก&nbsp;หรือมีน้ำเลียผิวดินนาน&nbsp;7-10&nbsp;วัน&nbsp;แล้วปล่อยขังทิ้งไว้ให้แห้งเองสลับกันไป&nbsp;จะช่วยลดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล,&nbsp;ใช้เชื้อราบิวเวเรีย&nbsp;(เชื้อสด)&nbsp;อัตรา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(2&nbsp;ถุง)&nbsp;ต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;ควรพ่นในบริเวณที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและควรพ่นในเวลเย็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114122601579"],
    [106,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมส่งมอบต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์","<p>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;พ.ย.2564)&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และส่งมอบต้นพันธุ์สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;สถาบันวิจัยพืชสวน&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>จังหวัดตรังได้ขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่สำคัญมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งในเรื่องของเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;ผ่านกลไกตามแผนพัฒนาจังหวัดในปีงบประมาณ&nbsp;2564-2565&nbsp;ได้มุ่งเน้นให้เกษตรกรปลูกพืชอัตลักษณ์ประจำถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิต&nbsp;โดยแปรรูปและสนับสนุนให้ผลผลิตได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ด้วย&nbsp;อาทิ&nbsp;พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;ข้าวพันธุ์เบายอดม่วง&nbsp;แตงโมเกาะสุกร&nbsp;และสะตอตรัง&nbsp;นอกจากนั้นได้ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;งานเกษตรอินทรีย์&nbsp;และการดำเนินโครงการปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;รวมทั้งได้นำกิจกรรมดังกล่าวไปขยายผลรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดตรังมีรายได้เพิ่มขึ้นมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p><br></p><p>สำหรับสะตอพันธุ์ตรัง&nbsp;1&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;ลักษณะเด่นคือ&nbsp;มีทรงพุ่มเตี้ย&nbsp;ให้ผลผลิตเมื่ออายุ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ทั้งในและนอกฤดูกาล&nbsp;ฝักมีลักษณะตรง&nbsp;ขนาดเมล็ดสม่ำเสมอ&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;15&nbsp;เมล็ดต่อฝึกและมีกลิ่นฉุนน้อย&nbsp;จึงได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ตระหนักถึงความสำคัญและความต้องการของเกษตรกร&nbsp;จึงได้ส่งเสริมให้มีการขยายพันธุ์สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ขึ้นให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;และจะได้ผลักดันให้สะตอพันธุ์ตรัง&nbsp;1&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;โดยเร็วต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114140858654"],
    [107,"กรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงธนเหนือ ผนึกกำลังปลูกต้นกล้าโกงกางในท่อซีเมนต์ชายทะเลบางขุนเทียน ฟื้นฟูป่าชายเลน","<p><strong>นางสุธาทิพย์&nbsp;สนเอี่ยม&nbsp;รองปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>พร้อมกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ&nbsp;8&nbsp;สำนักงานเขต&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เขตธนบุรี&nbsp;คลองสาน&nbsp;จอมทอง&nbsp;บางกอกใหญ่&nbsp;บางกอกน้อยบางพลัด&nbsp;ตลิ่งชัน&nbsp;และทวีวัฒนา&nbsp;จัดกิจกรรมปลูกต้นกล้าโกงกางในท่อซีเมนต์&nbsp;ขน&nbsp;ปัก&nbsp;ปลูก&nbsp;ในแปลงปลูกที่&nbsp;8&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ท่อ&nbsp;ณ&nbsp;ชายทะเลบางขุนเทียน&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนต้นโกงกางและพื้นที่ป่าชายเลน&nbsp;ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน&nbsp;ฟื้นฟูป่าชายเลนให้คืนสู่สภาพเดิม&nbsp;ที่มีความสมดุลของระบบนิเวศ&nbsp;เป็นแหล่งอาหารและแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์หลากหลายชนิด&nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้ธรรมชาติเชิงนิเวศที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร&nbsp;</p><p><strong>กรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยสำนักงานเขตบางขุนเทียน</strong>&nbsp;ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นกล้าโกงกางในท่อซีเมนต์ไปแล้ว&nbsp;6&nbsp;ครั้งรวม&nbsp;7,500&nbsp;ท่อ</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมฯ&nbsp;ในวันนี้นับเป็นครั้งที่&nbsp;7</strong>&nbsp;โดยกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ&nbsp;ปลูกต้นกล้าลงในท่อซีเมนต์อีกจำนวน&nbsp;500&nbsp;ท่อ&nbsp;ในแปลงปลูกที่&nbsp;8&nbsp;รวมปลูกต้นกล้าลงในท่อซีเมนต์ทั้งสิ้น&nbsp;8,000&nbsp;ท่อ</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114173654726"],
    [108,"ภูเก็ต รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เฉลิมชัยเยี่ยมชมผลงาน ศพก.เครือข่าย พร้อมพบปะรับฟังปัญหาเกษตรกรก่อนดูเรื่องการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอ","<p>เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;พ.ย.64&nbsp;ที่ศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพ&nbsp;(ศพก.เครือข่าย)&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;บ้านป่าครองชีพ&nbsp;ต.เทพกระษัตรี&nbsp;อ.ถลาง&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพพร้อมพบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยศูนย์ฝึกอาชีพดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตพืชตามหลักการเกษตรที่เหมาะสม&nbsp;(GAP)&nbsp;และเกษตรอินทรีย์&nbsp;(Organic&nbsp;Thailand)&nbsp;การทำการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;และการนำนวัตกรรม&nbsp;เทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการพัฒนาศูนย์เครือข่ายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรเฉพาะด้านในอำเภอ&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ที่สนับสนุนให้การขับเคลื่อน&nbsp;ศพก.&nbsp;จากความพร้อมของสถานที่และความรู้ความชำนาญในการผลิตเห็ดและอาศัยหลักการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ด้วยการจัดสรรพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ภายในสวนยางพาราอย่างลงตัว&nbsp;มีการปลูกผักเหมียง&nbsp;ไผ่กิมซุงและข่า&nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;การเลี้ยงผึ้งร่วมในสวนยางพาราและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;</p><p>สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.&nbsp;เครือข่าย)&nbsp;ของอำเภอถลาง&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนในปี&nbsp;2562&nbsp;มีการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่เห็ด&nbsp;และยังเป็น&nbsp;ศพก.&nbsp;ที่เป็นแปลงเรียนรู้ในการลดต้นทุน&nbsp;การเพิ่มผลผลิต&nbsp;และการพัฒนาคุณภาพเห็ดของสมาชิกแปลงใหญ่&nbsp;ปัจจุบันได้ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรจนได้รับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;ในพืชผักหลายชนิด&nbsp;และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในการผลิตเห็ดนางฟ้า&nbsp;ซึ่งถือเป็นเห็ดอินทรีย์รายแรกของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และมีการขยายผลไปสู่เกษตรกรทั่วไป&nbsp;ในพื้นที่อำเภอถลางและใกล้เคียง&nbsp;</p><p>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร&nbsp;มีการพัฒนายกระดับการผลิตให้มีคุณภาพและได้รับมาตรฐานอินทรีย์ในพืชชนิดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด&nbsp;และเป็นศูนย์เครือข่ายที่มีความพร้อมในทุกด้านทั้งการเกษตรและเทคโนโลยี&nbsp;</p><p>จากนั้น&nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้ไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรทำสวนป่าคลอก&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ต.ป่าคลอก&nbsp;อ.ถลาง&nbsp;พร้อมพบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งกลุ่มเกษตรกรดังกล่าวได้ดำเนินธุรกิจในการรวบรวมผลิตผล&nbsp;โดยรวบรวมยางแผ่นดิบของสมาชิก&nbsp;อีกทั้งยังมีการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;เคมีภัณฑ์การเกษตร&nbsp;อุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ใช้สำหรับการผลิตข้าวสาร&nbsp;รวมถึงธุรกิจสินเชื่อ&nbsp;และธุรกิจแปรรูปน้ำยางสด&nbsp;นอกจากนี้ยังมีตัวแทนเกษตรกรได้ยื่นหนังสือให้ทางรัฐบาลควบคุมราคาสินค้าในส่วนของปัจจัยกดารผลิตที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรทุกชนิดเช่นปุ๋ย&nbsp;เคมีเกษตร&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;น้ำมัน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ต่อมา&nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้ไปติดตามสถานการณ์น้ำในโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ&nbsp;รวมไปถึงขุมน้ำวัดฉลอง&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ต.ฉลอง&nbsp;อ.เมืองจากตัวแทนของกรมชลประทาน&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาและสถานการณ์น้ำ&nbsp;ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำพร้อมกับมอบนโยบายที่สำคัญต่างๆแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;15&nbsp;พ.ย.&nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์จากไปรับฟังสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนที่จะใช้ประมาณ80&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งขณะนี้ในจังหวัดของเรายังมีแหล่งน้ำไม่ครบมีประมาณ&nbsp;76&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ขาดอีกนิดหน่อย&nbsp;แต่ว่าขณะนี้ได้มีการดำเนินการในการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่อย่างอ่างเก็บน้ำคลองกะทะนี้ก็จะมีการเสริมสันโดยใช้ฝายพับได้ซึ่งก็จะได้น้ำอีกสี่แสนลูกบาศก์เมตร&nbsp;และจะมีการพัฒนาขุมเหมืองต่างๆ&nbsp;ที่มีประมาณ&nbsp;100&nbsp;ขุมเหมือง&nbsp;มีการทำแก้มลิงและก็มีการทำระบบส่งน้ำโดยใช้ระบบท่อไปให้ประชาชนและต้องมีการประสานงานกับทุกหน่วยงานในการบริการน้ำให้เพียงพอซึ่งตนยืนยันว่าภูเก็ตมีปริมาณน้ำเพียงพอในการบริการให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน&nbsp;นอกจากนี้จะยังมีการพัฒนาอ่างเก็บน้ำต่างๆ&nbsp;ให้เป็นที่พักผ่อน&nbsp;ออกกำลังการและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114154037688"],
    [109,"รมช.มนัญญา ลงพื้นที่จังหวัดตรัง มอบต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 สู่เกษตรกรเพื่อเพาะปลูกสร้างรายได้ จากความโดดเด่นของผลผลิตและคุณภาพ","<p>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ตรวจราชการติดตามงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานในพิธีส่งมอบต้นพันธุ์สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้&nbsp;และเยี่ยมชมแปลงเพาะพันธุ์สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ชมอ่างเก็บน้ำสถานที่ท่องเที่ยวศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;พร้อมทั้งชมบูธแสดงผลิตภัณฑ์&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรของสหกรณ์&nbsp;กลุ่มอาชีพในสังกัดสหกรณ์&nbsp;และพบปะเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ประชาชน&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ตำบลไม้ฝาด&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มอบต้นพันธุ์สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ให้กับผู้แทนสหกรณ์การเกษตร&nbsp;และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งมอบใบรับรองแหล่งผลิตพืช&nbsp;GAP&nbsp;และเกษตรอินทรีย์&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;โครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&nbsp;เป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนพืช&nbsp;ด้วยการขยายการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ไปยังสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&nbsp;และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการประกอบอาชีพเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายพันธุ์พืชที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้วิจัยพันธุ์สะตอ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2540&nbsp;และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรภายใต้ชื่อ&nbsp;สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ในปี&nbsp;2560&nbsp;ด้วยลักษณะประจำพันธุ์ของสะตอพันธุ์ตรัง&nbsp;1&nbsp;ที่มีความโดดเด่นด้านผลผลิตและคุณภาพ&nbsp;ทำให้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งกรมวิชาการเกษตร&nbsp;โดยศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;และสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ตรัง&nbsp;จัดทำโครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพืช&nbsp;ด้วยการขยายการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ไปยังสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;6&nbsp;สหกรณ์&nbsp;และกลุ่มผลิตสะตอช่อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กลุ่ม&nbsp;มีสมาชิกรวมทั้งหมด&nbsp;60&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้พบปะผู้แทนเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตรในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรสมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;10&nbsp;สหกรณ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114154815692"],
    [110,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เตรียมแผนเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปา","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำและความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลฉลอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปาในเขตอำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;และเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณอ่างเก็บน้ำ&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้นได้รับฟังปัญหาจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ขุมน้ำวัดฉลอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลฉลอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;จากการประเมินการเจริญเติบโตของจังหวัดภูเก็ตจากการเปิดเมืองและการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีมากยิ่งขึ้น&nbsp;จะต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนที่จะใช้ประมาณ&nbsp;80&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ซึ่งขณะนี้แหล่งน้ำทั้งหมดในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ยังมีไม่ครบ&nbsp;มีประมาณ&nbsp;76&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;แต่ขณะนี้ได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่&nbsp;อย่างอ่างเก็บน้ำคลองกะทะแห่งนี้จะมีการเสริมสันโดยใช้ฝายพับได้&nbsp;ซึ่งจะได้น้ำอีกประมาณ&nbsp;4&nbsp;แสน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;มีการขยายเหมืองต่างๆ&nbsp;ที่มีอยู่ประมาณ&nbsp;100&nbsp;กว่าแห่ง&nbsp;มีการทำแก้มลิง&nbsp;มีการทำระบบส่งน้ำโดยใช้ระบบท่อไปให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;อีกทั้งยังมีการประสานงานกับทางจังหวัด&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าฝนให้ใช้น้ำจากฝนธรรมชาติ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในหน้าแล้งให้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำที่กรมชลประทานดำเนินการ</strong>&nbsp;ขอให้ความมั่นใจได้ว่ากรมชลประทานจะดำเนินการให้น้ำเพียงพอกับคนภูเก็ตทั้งหมด&nbsp;พร้อมกับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเข้ามา&nbsp;และนอกจากการพัฒนาในเรื่องแหล่งน้ำแล้ว&nbsp;ควรจะมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ&nbsp;แก่พี่น้องประชาชนด้วย&nbsp;ทั้งในเรื่องการออกกำลังกาย&nbsp;สันทนาการ&nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวที่มาดูความสวยงามและความสะดวกสบายจากการมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่&nbsp;ซึ่งจะประสานกับการปกครองส่วนท้องถิ่นและเทศบาล&nbsp;ในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;ทั้งในเรื่องของเส้นทางและห้องน้ำ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวสบายใจว่าคนที่มาท่องเที่ยวจะมีสาธารณูปโภครองรับ&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน&nbsp;1&nbsp;ปี</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114172851714"],
    [111,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ดันสะตอตรัง 1 ของดีภาคใต้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกระจายพันธุ์สู่สหกรณ์ เพิ่มการผลิต สร้างรายได้ ","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีส่งมอบต้นพันธ์ุสะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดย&nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้วิจัยพันธุ์สะตอตั้งแต่ปี&nbsp;2540&nbsp;และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรในชื่อ&nbsp;สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ในปี&nbsp;2560&nbsp;มีความโดดเด่นด้านผลผลิตและคุณภาพ&nbsp;ทำให้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;มีการลงชื่อเพื่อขอรับต้นสะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;จากกิจกรรมผลิตพันธุ์พืชและปัจจัยการผลิตของศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;75,000&nbsp;ต้นขณะที่ปริมาณการผลิต&nbsp;5,000&nbsp;ต้นต่อปี&nbsp;ทำให้ไม่เพียงพอกับความ&nbsp;ต้องการซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี</p><p><strong>กรมวิชาการเกษตร&nbsp;โดยศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;</strong>ได้ร่วมบูรณาการกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;และสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ตรัง&nbsp;จัดทำโครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพันธุ์พืช&nbsp;ด้วยการขยายการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ไปยังสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;สหกรณ์&nbsp;และกลุ่มผลิตสะตอช่อง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กลุ่ม&nbsp;มีสมาชิกรวมทั้งหมด&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565-2566&nbsp;มีแผนการผลิตต้นพันธุ์&nbsp;สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;35,000&nbsp;ต้น&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้ให้สมาชิกเครือข่ายเป็นเงิน&nbsp;1,750,000&nbsp;บาท&nbsp;และมีแปลงแม่พันธุ์&nbsp;สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;ไร่จำนวน&nbsp;700&nbsp;ต้น&nbsp;สำหรับใช้เป็นต้นพันธุ์ในการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;ที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มอบนโยบายโดยส่งเสริมให้ศูนย์วิจัยพืชสวนตรังแห่งนี้</strong>&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ&nbsp;เนื่องจากมีความหลากหลายในพื้นที่&nbsp;อุดมสมบูรณ์&nbsp;เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรให้มีความโดดเด่นในแต่ละจังหวัด&nbsp;และแต่ละภาค&nbsp;ซึ่งสะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;มีชื่อเสียง&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;เป็นสินค้าเด่นของภาคใต้ที่ใครมาก็ต้องนึกถึง&nbsp;จึงอยากส่งเสริมให้เกษตรกรที่ว่างจากการปลูกปาล์มหรือพืชหลัก&nbsp;หันมาปลูกสะตอตรัง&nbsp;1&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริม&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ</strong>&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรได้รับรองแหล่งผลิต&nbsp;&nbsp;GAP&nbsp;โดยบูรณาการการทำงานระหว่างกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรในการทำเอกสารขอรับรอง&nbsp;gap&nbsp;ลดความยุ่งยากและติดขัดในเรื่องขั้นตอน&nbsp;เพื่อยกระดับสินค้าให้มีโอกาสแข่งขันได้ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114173121717"],
    [112,"รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลงาน ศพก.เครือข่าย ศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพและกลุ่มเกษตรกรทำสวนป่าคลอก","<p>วันนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;14&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพ&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพ&nbsp;ถือเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตพืชตามหลักการเกษตรที่เหมาะสม&nbsp;(GAP)&nbsp;และเกษตรอินทรีย์&nbsp;(Organic&nbsp;Thailand)&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยเป็นการทำการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์เครือข่ายแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรเฉพาะด้านในอำเภอถลาง&nbsp;และความชำนาญในการผลิตเห็ดโดยอาศัยหลักการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ด้วยการจัดสรรพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ภายในสวนยางพาราอย่างลงตัว&nbsp;และแปลงเรียนรู้ในการลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;เป็นเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ที่ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรจนได้รับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;ในพืชผักหลายชนิด&nbsp;และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในการผลิตเห็ดนางฟ้า&nbsp;ซึ่งถือเป็นเห็ดอินทรีย์รายแรกของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และมีการขยายผลไปสู่เกษตรกรทั่วไป&nbsp;ทั้งในและนอกพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>จากนั้น&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรทำสวนป่าคลอก&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลป่าคลอก&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจในการรวบรวมผลิตผล&nbsp;โดยรวบรวมยางแผ่นดิบของสมาชิก&nbsp;และการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;เคมีภัณฑ์การเกษตร&nbsp;อุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ใช้สำหรับการผลิตข้าวสาร&nbsp;รวมถึงธุรกิจสินเชื่อ&nbsp;และธุรกิจแปรรูปน้ำยางสด&nbsp;และในโอกาสนี้&nbsp;ได้มีตัวแทนเกษตรกร&nbsp;ยื่นหนังสือไปยังรัฐบาล&nbsp;เพื่อขอให้มีการควบคุมราคาสินค้าในส่วนของปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรทุกชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;เคมีเกษตร&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;น้ำมัน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114170840711"],
    [113,"การคำนวนเงินประกัน?รายได้?เกษตรกร?ผู้?ปลูก?ข้าว? ปี? 2564?/65?","<p>การคำนวนเงินประกัน?รายได้?เกษตรกร?ผู้?ปลูก?ข้าว?&nbsp;ปี?&nbsp;2564?/65?&nbsp;งวดที่?&nbsp;5</p><p>(&nbsp;จากการประกาศหลักเกณฑ์?&nbsp;ทั้งการผลผลิต?ต่อ?ไร่?&nbsp;-&nbsp;ราคาที่ประกัน&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;?)?</p><p>พืชเศรษฐกิจ?ไทยสามารถสรุปเงินที่จะได้รับ?&nbsp;-?&nbsp;ดังตาราง</p><p><strong>ตัวอย่าง?&nbsp;</strong>แจ้งปลูกข้าว?หอมมะลิ(นอกพื้นที่)?&nbsp;จ.พิจิตร?&nbsp;จำนวน?&nbsp;26?&nbsp;ไร่?&nbsp;เก็บเกี่ยว?วันที่?&nbsp;9?&nbsp;พฤศจิกายน?&nbsp;2564?&nbsp;(จะได้รับงวดที่?&nbsp;5&nbsp;เนื่องจาก?เก็บเกี่ยว?ระหว่าง&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564</p><p>เงินที่จะได้รับ?&nbsp;=&nbsp;1,622.31&nbsp;x&nbsp;26&nbsp;=&nbsp;42,180.32&nbsp;บาท</p><p>อนึ่ง?&nbsp;การคำนวนนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ปลูก?ข้าวชนิดเดียว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114191724784"],
    [114,"ศรีสะเกษ เดินหน้าพัฒนาสินค้าเกษตรครบวงจร","<p>จังหวัดศรีสะเกษ-โดย&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลงพื้นตรวจติดตามการขับเคลื่อนวาระจังหวัดเน้นเกษตรบูรณาการแบบครบวงจร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลงพื้นตรวจติดตามการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประเด็น&nbsp;เกษตรบูรณาการ&nbsp;ในการพัฒนาสินค้าข้าวแบบครบวงจร&nbsp;โดยกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลผักไหม&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปการทำงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม&nbsp;การพัฒนาคุณภาพข้าว&nbsp;การแปรรูปเมล็ดพันธ์ุ&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ระบบชลประทาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เยี่ยมชมเกษตรผสมผสานของเกษตรกรในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ&nbsp;การทำปศุสัตว์&nbsp;การผลิตพืชเป็นอาหารสัตว์&nbsp;การเลี้ยงปลา&nbsp;การปลูกพืชผักทำปุ๋ย&nbsp;การเตรียมปลูกพืชหลังนา&nbsp;การใช้โดรนพ่นปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพในแปลงนาข้าวที่เกี่ยวแล้ว&nbsp;และการไถ่กลบตอซังข้าวเพื่อเตรียมปลูกพืชหลังนา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;มอบหมายสำนักงานเกษตรจังหวัดส่งเสริมการเป็นพื้นที่ต้นแบบข้าวครบวงจร&nbsp;เพื่อยกระดับข้าวในจังหวัดศรีสะเกษให้มีมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>โดยมี&nbsp;นายบุญมี&nbsp;สุระโคตร&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา/ประธานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับประเทศ&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ผู้แทนพัฒนาการจังหวัด&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผอ.โครงการชลประทานศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผอ.ทสจ.&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัด&nbsp;นายไพฑูรย์&nbsp;ฝางคำ&nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ข้าวประชารัฐ&nbsp;ตำบลผักไหม&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;บ้านสิงไคร&nbsp;ตำบลผักไหม&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114203236810"],
    [115,"ผลผลิตในแปลงโคก หนอง นา ที่เพียงพอต่อครอบครัวและชุมชน ผู้นำต้องทำก่อน","<p><strong>นายไพรวัล&nbsp;ต้นใหญ่&nbsp;กำนันตำบลท่าค้อ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตนเองได้เข้ามารับตำแหน่งเป็นกำนัน&nbsp;ก็ได้รับโอกาสจากผู้บังคับบัญชาให้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ซึ่งก็ได้นำมาพัฒนาในหมู่บ้านเพื่อเป็นครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;สิ่งที่ตนเองประทับใจหลังจากไปได้ศึกษาดูงานคือ&nbsp;บางแห่งไม่มีน้ำเลย&nbsp;พอผ่านไป&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;กลับไปอีกครั้งปรากฏว่ามีน้ำเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงทำให้ตนเองยอมรับว่าทฤษฎีที่พ่อหลวงคิดขึ้นมานั้นถูกต้องแล้วและภายในหมู่บ้านก็ไม่เชื่อว่าบริเวณนี้จะมีน้ำเพราะปกติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;แทบจะไม่มีน้ำไว้ดื่ม&nbsp;แต่หลังจากที่ตนเองทดลองทำปรากฏว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;น้ำมีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;เราต้องรู้จักวิธีการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ถ้าเรารู้จักเก็บกักน้ำไม่ให้ไหลลงไปที่ลำห้วยทั้งหมด&nbsp;มีการพักน้ำตามจุดต่างๆ&nbsp;ก็จะทำให้น้ำอยู่ในทุ่งนาตลอด&nbsp;เมื่อมีน้ำเราก็สามารถเพาะปลูกอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;เป็นทฤษฎีใหม่ที่คนในหมู่บ้านบางส่วนยังไม่รู้&nbsp;แต่ปัจจุบันชาวบ้านมีการตื่นตัวมากขึ้น&nbsp;เพราะเห็นผลที่ได้จากแปลงเกษตรของตนเองเพราะคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นมาได้&nbsp;</p><p><strong>โดยหลังจากที่ไปอบรมมาตนเองก็เริ่มลงมือทำทันที&nbsp;</strong>ประมาณเดือนกรกฎาคมใช้เวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ก็เริ่มได้ขายสินค้าแล้ว&nbsp;เริ่มจากการขายกล้วยที่หลังแจกจ่ายให้ญาติพี่น้องไปรับประทานและเอาไปทำบุญ&nbsp;ส่วนปลาที่เลี้ยงไว้ก็สามารถแบ่งปันเพื่อนฝูงไปทำอาหาร&nbsp;เอาไปทำบุญได้เช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งตนเองคิดว่าถ้ามีการปิดหมู่บ้านเป็นเดือนเพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;ก็สามารถอยู่ได้&nbsp;เพราะมีผลผลิตในแปลงโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ที่เพียงพอต่อครอบครัวและชุมชน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการทำโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;ทุกคนต้องลงมือทำเองและก็ต้องอาศัยความอดทน&nbsp;อย่าใจร้อนอยากเห็นผลเร็วเหมือนคนที่ทำก่อนหน้า&nbsp;ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะได้ขนาดนั้น&nbsp;ซึ่งขอยืนยันว่า&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;เป็นสิ่งที่ทำได้จริง&nbsp;ทำแล้วเกิดผลประโยชน์&nbsp;อีกอย่างคือ&nbsp;ทำให้สุขภาพร่างกายของคนดี&nbsp;ยิ่งช่วงนี้ที่คนชอบออกมาอยู่ตามท้องไร่ท้องนา&nbsp;ก็อยากให้ทำการเกษตร&nbsp;ปลูกกล้วย&nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัวไม่ทำขนาดเป็นโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ก็ไม่เป็นไร&nbsp;เพราะนั้นหมายถึงแหล่งอาหารสำหรับทุกคน&nbsp;แต่ถ้าอยากทำตนเองก็ยินดีสนับสนุนสามารถมารับกิ่งพันธุ์ไม้ต่างๆ&nbsp;ที่แปลงตนเองมีไปปลูกได้&nbsp;หรือถ้าใครอยากมาดู&nbsp;มาเรียนรู้มา&nbsp;ศึกษาตนเองก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;เพราะบางอย่างชาวบ้านที่มีอายุเยอะจะมีประสบการณ์มากว่า&nbsp;โดยในปีนี้ตัวเองก็มีการทำในหลายๆ&nbsp;สิ่ง&nbsp;หลายๆ&nbsp;เพิ่มขึ้นมา&nbsp;ยกตัวอย่างเช่น&nbsp;การทำนาที่แต่ก่อนเคยใช้สารเคมี&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ปีนี้ก็ลดลงมาเหลือประมาณ&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เมื่อวานคนเกี่ยวข้าวที่มารับจ้างก็สอบถามว่า&nbsp;ทำไมทำนาเท่าเดิมแต่ได้ปริมาณข้าวเยอะขึ้นกว่าปีที่แล้ว&nbsp;ซึ่งแปลงนาตรงนี้พอเราไม่ใช้สารเคมีนอกจากจะลดต้นทุนแล้วยังทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นด้วย&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;ตนเองทำแปลงในลักษณะทดลองเปรียบเทียบให้ชาวบ้านเห็นว่าทำตามสูตรพระราชาเป็นอย่างไร&nbsp;ส่วนเวลาประชุมผู้นำหมู่บ้าน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการประชุมผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ก็จะนำทุกคนมาอบรมมาเรียนรู้อยู่ที่แปลงเกษตรเลย&nbsp;ให้ทุกคนได้รู้ได้เห็นและพยายามขอร้องให้ทุกคนปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้&nbsp;ปลูกคนละอย่างสองอย่างแล้วนำผลผลิตที่ได้มาแลกเปลี่ยนกัน&nbsp;เพราะการทำเช่นนี้นอกจากจะเป็นการรับนโยบายจากผู้บังคับบัญชามาให้ชาวบ้านทำ&nbsp;ถ้าตัวเองไม่ปลูก&nbsp;ชาวบ้านเขาก็ไม่ยอมทำตาม&nbsp;เพราะฉะนั้นผู้นำต้องทำก่อน&nbsp;ยิ่งเราทำเวลาเราพูดก็จะทำให้ชาวบ้านมีความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาพ&nbsp;/&nbsp;ข่าว/ทินกร&nbsp;เพชรดี&nbsp;/&nbsp;ส.ปชส.นครพนม</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115105829894"],
    [116,"กำลังพล มณฑลทหารบกที่ 27 ลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยชาวนา ช่วยเหลือประชาชน ที่ อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">พลตรี&nbsp;วรเชษฐ์&nbsp;ชวนะนรเศรษฐ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;27&nbsp;สั่งการให้หน่วยทหารจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;27&nbsp;โดย&nbsp;ชุดช่วยเหลือประชาชน&nbsp;จาก&nbsp;กองร้อยบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;27&nbsp;และกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;16&nbsp;ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือ&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่บ้านปากปลาค้าว&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลดอนโอง&nbsp;อำเภอโพธิ์ชัย&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าวที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ไร่&nbsp;และช่วยลำเลียงขึ้นฝั่ง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">โดยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ขณะนี้ข้าวกำลังออกรวงเหลืองสุกงามทั่วท้องทุ่ง&nbsp;แต่ก็กำลังจมอยู่ในน้ำ&nbsp;และส่วนหนึ่งอยู่ใต้น้ำ&nbsp;หน่วยทหารจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&nbsp;27&nbsp;จึงได้นำกำลังพล&nbsp;เข้าช่วยเหลือลงแขกเกี่ยวข้าวที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรนาข้าว&nbsp;จนเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115105356892"],
    [117,"ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำคลองตะกั่วป่า ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องน้ำหลากและการขาดแคลนน้ำ","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ชลประทานจังหวัดพังงา&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลท่านา&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;และรับฟังการรายงานความคืบหน้าโครงการฝายคลองท่านา&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและพี่น้องเกษตรกร&nbsp;งบประมาณที่กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;จัดสรรมา&nbsp;จะต้องสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งในวันนี้พูดได้เต็มปากว่าวันที่รับปากว่าจะทำให้พี่น้องชาวพังงาเราทำได้จริง&nbsp;และสำหรับโครงการต่างๆ&nbsp;ที่กรมชลประทานนำเสนอในปีงบประมาณ&nbsp;66&nbsp;ยืนยันว่าได้ดำเนินตามแผนและบรรจุเข้างบประมาณเรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนโครงการที่ขอเร่งด่วน&nbsp;ที่จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ได้</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน&nbsp;สำหรับในส่วนของสหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า&nbsp;ที่เสนอขอก่อสร้างอาคารโครงคลุมรวบรวมผลผลิตในการเกษตรได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหางบประมาณเพื่อมาสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างคุ้มค่าที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115174106120"],
    [118,"ตราด รณรงค์การบริโภคข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ที่ผลิตได้ในพื้นที่ ของชาวนาตำบลท่าพริก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">(15&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดตราด&nbsp;นำโดย&nbsp;นายชยุทกฤดิ&nbsp;&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;ตรวจเยี่ยมพร้อมร่วมทดลองเกี่ยวข้าวอินทรีย์จากแปลงนาข้าวอินทรีย์&nbsp;ของนายวิชัย&nbsp;ท่าพริก&nbsp;ประธานกลุ่มข้าวอินทรีย์ตำบลท่าพริก&nbsp;โดยมีสมาชิกกลุ่มเข้าร่วมบริเวณแปลงนาหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลท่าพริก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">นายวิชัย&nbsp;ท่าพริก&nbsp;ประธานกลุ่มข้าวอินทรีย์ตำบลท่าพริก&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ส่วนตัวตนและสมาชิกในกลุ่มรวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ได้รวมกลุ่มกันทำข้าวอินทรีย์ที่ผ่านมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์จาก&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มาแล้วประมาณ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;มีพื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเป็นนาข้าวอินทรีย์ของตนเองประมาณ&nbsp;70&nbsp;โร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ประธานกลุ่มข้าวอินทรีย์ตำบลท่าพริก&nbsp;&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;การทำข้าวอินทรีย์มีข้อดี&nbsp;คือ&nbsp;ช่วยลดต้นทุนการผลิตแต่ผลผลิตที่ได้อาจน้อยกว่าการทำข้าวจากสารเคมีประมาณ&nbsp;100&nbsp;กว่ากิโลต่อไร่&nbsp;แต่ตนมองเห็นว่าการบริโภคข้าวอินทรีย์ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่สนใจปรับการทำนามาเป็นทำนาข้าวอินทรีย์สามารถปรึกษาได้ที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หรือผู้สนใจหาข้าวอินทรีย์มาบริโภค&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;กลุ่มข้าวอินทรีย์ตำบลท่าพริก&nbsp;เลขที่7/6&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลท่าพริก&nbsp;อำเภอเมืองตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115145207007"],
    [119,"หน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่ 5 สำนักงานทหารพัฒนาหน่วย บัญชาการทหารพัฒนา จัดพื้นที่ช่วยตากข้าวให้ชาวนาสุรินทร์","<p>หน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่&nbsp;5&nbsp;สำนักงานทหารพัฒนาหน่วย&nbsp;บัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;ให้การช่วยเหลือสนับสนุนพื้นที่ในหน่วย&nbsp;ให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวได้นำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้ว&nbsp;นำมาตากลดความชื้นในเมล็ดข้าว&nbsp;พร้อมจัดกำลังพลสนับสนุนช่วยชาวนาสุรินทร์&nbsp;ที่หน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่&nbsp;5&nbsp;สำนักงานทหารพัฒนาหน่วย&nbsp;บัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;โดยจัดพื้นที่ให้แก่เกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวบ้านลุมพุก&nbsp;ตำบลตาเบา&nbsp;อำเภอปราสาท&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้นำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้ว&nbsp;นำมาตากเพื่อลดความชื้นในเมล็ดข้าว&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยขณะนี้มีเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;กว่า&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ได้นำข้าวเปลือก&nbsp;พันธุ์ข้าวหอมมะลิ&nbsp;105&nbsp;รวมน้ำหนัก&nbsp;กว่า&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;เข้ามาตากในพื้นที่ทางหน่วยหน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่&nbsp;5&nbsp;สำนักงานทหารพัฒนาหน่วย&nbsp;บัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;จัดเตรียมไว้ให้&nbsp;โดยหน่วยได้จัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือในการตากข้าว&nbsp;พร้อมทั้งมีการวางมาตรฐานการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;โดยการแบ่งพื้นที่การเข้าออกหน่วย&nbsp;การปฏิบัติในครั้งนี้สอดคล้องกับ&nbsp;นโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุด&nbsp;และนโยบายผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;ตามแนวทางการปฏิบัติด้านกิจการพลเรือน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;และลดการเกิดอุบัติเหตุจากการตากข้าวบนถนน&nbsp;</p><p><br></p><p>นางพัชรินทร์&nbsp;สืบสันต์&nbsp;ชาวบ้านลุมพุก&nbsp;ได้กล่าวขอขอบคุณหน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่&nbsp;5&nbsp;สำนักงานทหารพัฒนา&nbsp;ได้จัดสรรพื้นที่ในหน่วยให้แก่ตน&nbsp;และเพื่อนบ้านเข้ามาตากข้าวเปลือก&nbsp;เพราะหากตนตากข้าวตามถนน&nbsp;ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้&nbsp;จึงขอขอบคุณอีกครั้งที่ห่วงใยเกษตรกร&nbsp;กำชัย&nbsp;วันสุข&nbsp;ส.ปชส.สุรินทร์&nbsp;รายงาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115162746097"],
    [120,"หนองบัวลำภู เดินหน้าเสริมทักษะเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักปลอดภัยยกระดับการทำเกษตรให้มีคุณภาพ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด สร้างมูลค่าผลผลิตให้สูงขึ้น","<p>วันที่&nbsp;15&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเหนองบัวลำภู&nbsp;เปิดอบรมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักปลอดภัย&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ที่ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ตำบลวังทอง&nbsp;อำเภอนาวัง&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้มอบปัจจัยการผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;คะน้า&nbsp;และกวางตุ้ง&nbsp;รวมถึงปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ชนิดเม็ดควบคุมและปลดปล่อยอย่างช้าซึ่งเป็นนวัตกรรมเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;และสารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย</p><p>โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;จัดอบรมขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมการผลิตผักปลอดภัยตามความต้องการของตลาด&nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;อีกทั้งส่งเสริมเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;พัฒนามาตรฐานการปลูกให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิตสินค้า&nbsp;ตลอดจนพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผักให้มีความสามารถในการจำหน่ายผลผลิต&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดมากขึ้น&nbsp;ตลอดจน&nbsp;เป็นการฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากากรแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับความรับเกี่ยวกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;นวัตกรรมการเกษตรสู่การเชื่อมโยงตลาด&nbsp;และการรับรองมาตรฐานเกษตรปลอดภัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115185348166"],
    [121,"เกษตรฯ ชูผลสำเร็จโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19","<p>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เยี่ยมชมผล&nbsp;การดำเนินงานโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;&nbsp;และโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพังงา&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้&nbsp;เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับ&nbsp;ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการวิเคราะห์ดิน&nbsp;และใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้พัฒนาศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;ที่มีศักยภาพให้สามารถดำเนินธุรกิจในการจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพ&nbsp;และผสมปุ๋ยจำหน่ายให้เกษตรกรสมาชิก&nbsp;เกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;และผู้สนใจทั่วไปในชุมชน&nbsp;ซึ่งสามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจ&nbsp;และเป็นการช่วยสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี&nbsp;ในส่วนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เป็นการเพิ่มศักยภาพของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;มีการนำหลักวิชาการเกษตรสมัยใหม่มาปรับใช้ร่วมกับทำการเชื่อมโยงตลาดสินค้า&nbsp;ตามนโยบายตลาดนำการผลิต&nbsp;ซึ่งได้ก่อให้เกิดความร่วมมือในการผลิตโดยเกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ที่มีการทำกิจกรรมด้านการเกษตรที่ใกล้เคียงกัน&nbsp;หรือมีพื้นที่ติดต่อกัน&nbsp;ซึ่งเกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานเน้นผลักดันให้มีการรวมกลุ่มในการผลิต&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี&nbsp;ราคาถูกและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;(Motor&nbsp;Pool)&nbsp;เพื่อลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ตลอดจนการจัดการร่วมกันด้านการตลาด&nbsp;ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศักยภาพสู่การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรตามความต้องการตลาด&nbsp;ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วน&nbsp;และทำให้มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น&nbsp;(Economy&nbsp;of&nbsp;Scale)&nbsp;ในที่สุด</p><p><br></p><p>ด้าน&nbsp;นางกุลฤดี&nbsp;พัฒนะอิ่ม&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;ที่บริหารจัดการโดยเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;882&nbsp;ศูนย์&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;ในปี&nbsp;2558&nbsp;เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนขยายผลการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินไปสู่ชุมชน&nbsp;และต่อมาในปี&nbsp;2560&nbsp;ได้ถูกจัดให้เป็นเครือข่ายด้านดินและปุ๋ยของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานของ&nbsp;ศดปช.&nbsp;882&nbsp;ศูนย์&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;สมาชิก&nbsp;ศดปช.&nbsp;17,640&nbsp;ราย&nbsp;เป็นตัวอย่างในการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในพืชเศรษฐกิจสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;อ้อย&nbsp;ไม้ผล&nbsp;พืชผัก&nbsp;ยางพารา&nbsp;และปาล์มน้ำมัน&nbsp;ลงได้เฉลี่ย&nbsp;24.8%&nbsp;ในขณะที่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย&nbsp;10.4%&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;222,293&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>สำหรับจังหวัดพังงาได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&nbsp;1,088&nbsp;ราย&nbsp;ใน&nbsp;ศดปช.&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอทับปุด&nbsp;อำเภอเมืองพังงา&nbsp;อำเภอเกาะยาว&nbsp;และอำเภอตะกั่วป่า&nbsp;โดยมีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการทางเทคนิคและการบริหารธุรกิจให้แก่สมาชิก&nbsp;ศดปช.&nbsp;จัดเวทีเชื่อมโยงเครือข่าย&nbsp;ศดปช.&nbsp;กับ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;สนับสนุน&nbsp;Soil&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;ในการให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;สนับสนุนแม่ปุ๋ย&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;สูตร&nbsp;18-46-0&nbsp;และสูตร&nbsp;0-0-60&nbsp;รวมถึงสนับสนุนเครื่องผสมปุ๋ยเคมี&nbsp;ซึ่งผลสำเร็จจากโครงการฯ&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตเฉลี่ย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ด้านการใช้ปุ๋ย&nbsp;เกษตรกรมีองค์ความรู้ด้านการใช้ปุ๋ย&nbsp;ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;และการผสมปุ๋ยใช้เอง&nbsp;ศดปช.&nbsp;มีศักยภาพในการจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพให้ชุมชน&nbsp;สร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองให้แก่เกษตรกร&nbsp;รวมถึงสร้างงานสร้างรายได้ให้กับสมาชิก&nbsp;ศดปช.&nbsp;และคนในชุมชนอีกด้วย&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;จะขยายผลในพื้นที่เป้าหมายอีก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลโคกกลอย&nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนอำเภอคุระบุรี&nbsp;ตำบลแม่นางขาว&nbsp;อำเภอคุระบุรี&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ด้านโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ในจังหวัดพังงา&nbsp;มีแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;คือ&nbsp;แปลงใหญ่มังคุด&nbsp;หมู่&nbsp;1,2,4&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ซึ่งร่วมกลุ่มกันขึ้น&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาด&nbsp;และราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;และได้รับการสนับสนุนจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จัดหาเครื่องจักรกลเกษตรเข้ามาช่วยในขั้นตอนการคัดคุณภาพและขนาดของผลผลิต&nbsp;รวมทั้งการแปรรูปผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องผสมปุ๋ยแนวตั้ง&nbsp;มอเตอร์&nbsp;5&nbsp;แรงม้า&nbsp;เครื่องกวนผลไม้&nbsp;กระทะทองเหลือง&nbsp;30&nbsp;นิ้ว&nbsp;ตู้แช่แข็งฝาทึบ&nbsp;เครื่องคัดขนาดมังคุด&nbsp;ตะกร้าผลไม้หูเหล็ก&nbsp;เครื่องพ่นแรงดันสูงแบบตั้งพื้น&nbsp;สายยาว&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;เครื่องพ่นสะพายหลัง&nbsp;ทำให้สามารถลดต้นทุนค่าแรงงาน&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถในการรวบรวมผลผลิตในปริมาณที่สูงขึ้น&nbsp;รวมถึงการแปรรูปมังคุดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มช่องทางการตลาดในช่วงมังคุดล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-15T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115191201177"],
    [122,"ธ.ก.ส. บุรีรัมย์ ชี้แจงความคืบหน้าการโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 256465 ยืนยัน เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแจ้งวันเก็บเกี่ยว ได้รับครบทุกรายอย่างแน่นอน","<p>สืบเนื่องจากเกษตรกรหลายราย&nbsp;เริ่มเกิดความกังวลว่า&nbsp;ตนเองจะได้ไม่ได้รับเงินประกันรายได้&nbsp;ทางทีมข่าว&nbsp;สวท.บุรีรัมย์&nbsp;จึงลงพื้นที่&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;สอบถามความคืบหน้า&nbsp;จากนายกันตพัฒน์&nbsp;จันทร์รุ่งเรือง&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยกรณีความคืบหน้าการโอนเงินประกันรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้ทาง&nbsp;ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ได้ทำการโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;และงวดที่&nbsp;2&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;&nbsp;ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมโอนเงิน&nbsp;งวดที่&nbsp;3</p><p><br></p><p>กระทรวงพาณิชได้เสนอขอวงเงินกับทางรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ตอนนี้อยู่ในระหว่างการจัดสรรงบประมาณเมื่อได้เงินงบประมาณมา&nbsp;ทาง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะดำเนินการโอนเงินไปยังเกษตรกร&nbsp;ตามรอบที่ขึ้นทะเบียนแจ้งวันเก็บเกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ภายใน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนเกษตรกรที่ประสบปัญหาเงินไม่โอนเข้าบัญชี&nbsp;ต้องตรวจสอบว่ารายชื่อตกหล่น&nbsp;หรือบัญชีถูกต้องหรือไม่&nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถมาติดต่อได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อแก้ไขบัญชี&nbsp;เพราะ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะโอนเงินให้ตามเลขบัตรประชาชน&nbsp;13&nbsp;หลักที่ผูกไว้กับบัญชีเงินฝาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ส่วนมาตรการคู่ขนานในขณะนี้&nbsp;ธ.ก.ส.ได้มีโครงการชะลอข้าวเปลือกสำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ต้องการขายข้าวในช่วงที่ราคาตกต่ำ&nbsp;ซึ่งธนาคารมีกรอบวงเงินเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านตันข้าวเปลือก&nbsp;ข้าวเปลือกของมะลิราคาชะลออยู่ที่&nbsp;11,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;5,400/ตัน,&nbsp;ข้าวเหนียว&nbsp;8,600/ตัน&nbsp;หากเกษตรกรเข้าโครงการ&nbsp;จะมีค่าช่วยเหลือค่าฝากข้าว&nbsp;ตันละ&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนความชื้นอยู่ที่&nbsp;15%&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าว&nbsp;ก็สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดบุรีรัมย์ที่ให้หน่วยงานราชการจัดสรรพื้นที่สำหรับตากข้าวให้กับเกษตรกรทุกราย&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;ทั้งวัดในชุมชน&nbsp;หรือหน่วยงานราชการเริ่มอนุเคราะห์พื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรในการตากข้าวแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;ทาง&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการสร้างรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;การกิจกรรม&nbsp;ตลาดประชารัฐ&nbsp;ของดีวิถีชุมชน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เปิดโอกาสให้เกษตรกร&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนนำสินค้าดีสินค้าเด่นในชุมชนมาขายบริเวณหน้า&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งตลาดแห่งนี้จะเปิดเป็นประจำทุกวันจันทร์&nbsp;หรือการไลฟ์สดขายสินค้าให้เกษตรหรือสอนวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์&nbsp;ผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์&nbsp;ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ให้ผู้ชมทางบ้านนำไปประยุกต์ใช้&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เพิ่มต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115193525198"],
    [123,"เกษตรฯแม่ฮ่องสอน  เตือนการระบาดศัตรูพืชโรคไหม้ข้าว โรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เตือนการระบาดศัตรูพืชโรคไหม้ข้าว&nbsp;ซึ่งมีลักษณะอาการ&nbsp;2&nbsp;ระยะคือ&nbsp;ระยะกล้า&nbsp;ใบมีแผลจุดสีน้ำตาล&nbsp;คล้ายรูปตา&nbsp;มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล&nbsp;ความกว้างของแผลประมาณ&nbsp;2-5&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และความยาวประมาณ&nbsp;10-15&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ&nbsp;ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย&nbsp;อาการคล้ายถูกไฟไหม้&nbsp;</p><p><strong>ระยะแตกกอ&nbsp;อาการพบได้ที่ใบ&nbsp;ข้อต่อของใบและข้อต่อของลำต้น</strong>&nbsp;ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า&nbsp;แผลลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ&nbsp;ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำและมักหลุดจากกาบใบเสมอ&nbsp;&nbsp;การแพร่ระบาดพบโรคในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น&nbsp;ทำให้อับลม&nbsp;ใส่ปุ๋ยอัตราสูง&nbsp;สภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน&nbsp;</p><p><strong>โดยกระแสลมแรงจะเป็นตัวช่วยในการแพร่กระจายโรคได้ดี</strong>&nbsp;วิธีการป้องกันกำจัดคือ&nbsp;สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ถ้าพบอาการของโรคไหม้ข้าว&nbsp;ควรพ่นเชื้อบีเอส&nbsp;(บาซิลลัส&nbsp;ซับทีลิส)&nbsp;อัตราตามคำแนะนำในฉลาก,&nbsp;พ่นเชื้อไตรโครเดอร์มา&nbsp;อัตรา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมต่อน้ำ&nbsp;200&nbsp;ลิตร&nbsp;&nbsp;ถ้ามีความจำเป็นให้ใช้สารเคมีพ่นเฉพาะบริเวณที่พบการระบาด&nbsp;เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายขยายเป็นวงกว้างออกไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-16T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116093918301"],
    [124,"จังหวัดเพชรบุรี แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน  พิจารณาการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และการขออนุญาตเปลี่ยนการใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม  รวมถึงแก้ไขผังแปลง การแบ่งกรรมสิทธิ์รวม การแบ่งในนามเดิมและการรวมแปลง","<p>เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพริบพรี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การจัดรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หวังช่วยให้เกษตรกรได้รับการจัดที่ดินและคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบการถือครองที่ดิน&nbsp;และบริหารจัดการที่ดินทำกิน&nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรได้พัฒนาศักยภาพและสร้างมูลค่าที่ทำกิน&nbsp;โดยให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;และสำหรับการขออนุญาตแก้ไขผังแปลง&nbsp;การแบ่งกรรมสิทธิ์รวม&nbsp;การแบ่งในนามเดิมและการรวมแปลง&nbsp;จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการจัดรูปที่ดิน&nbsp;และที่สำคัญที่ดินที่ขอแบ่งทุกแปลงจะต้องมีคูส่งน้ำ&nbsp;ถนน&nbsp;คูระบายน้ำเข้าถึงทุกแปลง&nbsp;เว้นแต่โดยสภาพที่ไม่อาจทำได้&nbsp;ในส่วนการขออนุญาตแบ่งแยกที่ดิน&nbsp;เพื่อการอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม&nbsp;ต้องอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จะพิจารณาอนุญาตและกำหนดเงื่อนไขเป็นรายๆไป&nbsp;นอกจากนั้นคณะกรรมการการจัดรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรีได้ให้ความสำคัญในการพิจารณาอนุญาตให้เปลี่ยนการใช้ที่ดินนั้นว่า&nbsp;ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ&nbsp;ไม่ก่อไม่เกิดความเสียหายต่อการจัดรูปที่ดิน&nbsp;และไม่ส่งผลกระทบความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสิ่งแวดล้อมในชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p>","2021-11-16T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116110010355"],
    [125,"ชาวนามหาสารคาม พลิกวิกฤติข้าวเปลือกราคาถูก กรอกข้าวถุงขายออนไลน์ บริการส่งฟรี ","<p><strong>ร้อยตำรวจเอก&nbsp;เปรม&nbsp;สาวงษ์นาม&nbsp;อายุ&nbsp;59&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ถือเป็นข้าราชการในวันธรรมดา&nbsp;และเป็นชาวนาในวันหยุด&nbsp;โดยทำนาร่วมกับภรรยาและครอบครัวกว่า&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่บ้านโนนแต้&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลท่าสองคอน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;แบ่งเป็นข้าวจ้าวหอมมะลิ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;และข้าวเหนียวพันธ์&nbsp;กข.&nbsp;6&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ในทุกปีหลังการเก็บเกี่ยวจะนำข้าวเปลือกไปจำหน่ายให้กับโรงสี&nbsp;หวังจะนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนา&nbsp;แต่ราคารับซื้อข้าวเปลือกในปีนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;7-8&nbsp;บาท&nbsp;แตกต่างจากปีที่ผ่านมาซึ่งขายได้กิโลกรัมละ&nbsp;11&nbsp;บาท&nbsp;จึงไม่อยากขายและมีความคิดที่แปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารหอมมะลิขายในกิโลกรัมละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนข้าวเหนียวกิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีลูกสะใภ้ที่ชื่นชอบการขายสินค้าออนไลน์เป็นผู้ทำการตลาด&nbsp;ส่วนพ่อเป็นฝ่ายผลิตและแม่เป็นฝ่ายบรรจุภัณฑ์&nbsp;ก่อนที่นำส่งด้วยตนเองให้กับลูกค้าในพื้นที่&nbsp;อาทิ&nbsp;บ้านโนนแต้&nbsp;บ้านท่าสองคอน&nbsp;หากเป็นภายในเขตเมือง&nbsp;เช่น&nbsp;ชุมชนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม&nbsp;เขตเทศบาลเมืองมหาสารคามและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ยอดจองตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;บริการส่งฟรี&nbsp;ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม</p><p><strong>ร้อยตำรวจเอก&nbsp;เปรม&nbsp;สาวงษ์นาม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่บ้านมีโรงสีขนาดเล็กสำหรับสีข้าวกินเองในครัวเรือน&nbsp;ซึ่งจะได้รำเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงด้วย&nbsp;อาทิ&nbsp;ปลาดุก&nbsp;กุ้งฝอย&nbsp;วัว&nbsp;เป็ด&nbsp;ไก่&nbsp;ส่วนมูลของสัตว์ก็จะนำไปเป็นปุ๋ยคอกให้กับผักและผลไม้ในฟาร์ม&nbsp;เช่น&nbsp;องุ่น&nbsp;แตงโมไร้เมล็ด&nbsp;กล้วย&nbsp;และพืชผักชนิดต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับขั้นตอนการผลิตหลังจากนำข้าวเปลือกมาสีแล้ว</strong>&nbsp;ก็จะนำข้าวสารไปคัดแยกสิ่งเจือปนด้วยมือและนำไปบรรจุถุงตามปริมาณที่ลูกค้าสั่งซื้อด้วยตาชั่งที่ได้มาตรฐาน&nbsp;ก่อนขนขึ้นรถนำส่งลูกค้าด้วยตนเอง&nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้โดยตรงที่เฟซบุ๊ก&nbsp;เด่นนภา&nbsp;ทับสุริย์&nbsp;หรือหมายเลขโทรศัพท์&nbsp;098-5132680&nbsp;และ&nbsp;081-6619259&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2021-11-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สวท.มหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116141350426"],
    [126,"ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการเลี้ยงโค โครงการธนาคารโค กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ แก้ไขความยากจนแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน","<p>นายสัตวแพทย์ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(16&nbsp;พ.ย.64&nbsp;)พร้อมด้วย&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ชำกรม&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;และ&nbsp;นายไพรรี&nbsp;ไกยะรัตน์&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;ลงพื้นที่ศาลาวัดบ้านพระเสาร์&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลพระเสาร์&nbsp;อำเภอ&nbsp;มหาชนะชัย&nbsp;เพื่อติดตามการส่งเสริมเลี้ยงโค&nbsp;โครงการธนาคารโค&nbsp;กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริแก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย</p><p>โดยเกษตรกรดังกล่าวได้รับโค&nbsp;ตามสัญญายืมเพื่อการผลิต&nbsp;รายละ&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;ครบอายุสัญญา&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ตามเงื่อนไขว่า&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ต้องส่งคืนลูกโคตัวแรกที่มีอายุครบ&nbsp;18&nbsp;เดือนให้แก่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;นำไปให้เกษตรกรรายอื่นยืมไปเลี้ยงต่อไป&nbsp;ส่วนลูกโคที่เกิดใหม่ในลำดับถัดไป&nbsp;พร้อมแม่โค&nbsp;จะตกเป็นกรรมสิทธิของเกษตรกรผู้ยืม&nbsp;เมื่อเลี้ยงแม่โคครบ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;โดยในระหว่างการเลี้ยง&nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ช่วยเหลือดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;ผสมเทียมโค&nbsp;ฉีดวัคซีน&nbsp;ป้องกันโรคระบาด&nbsp;ถ่ายพยาธิ&nbsp;เพื่อให้โคมีสุขภาพสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ติดตาม&nbsp;พบว่าโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&nbsp;เกษตรกรได้ลูกเกิดจาก&nbsp;การผสมเทียมแม่โคของโครงการ&nbsp;ปีละ&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ภายหลังการส่งมอบลูกโค&nbsp;ตัวแรก&nbsp;คืนให้โครงการแล้ว&nbsp;มีลูกโคเกิดจากแม่โคอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ได้ลูกเกิดเพิ่มเฉลี่ย&nbsp;5&nbsp;ตัวต่อราย&nbsp;ขายตัวละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;สร้างรายได้ประมาณ&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนีได้ใช้มูลโคเป็นปุ๋ยในการปลูกข้าว&nbsp;และขายให้เกษตรกร&nbsp;ที่ทำนา&nbsp;คิดเป็นมูลค่าปีละ&nbsp;10,000&nbsp;บาทอีกด้วย</p><p>สำหรับโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;รับสนองงานมาตั้งแต่ปี&nbsp;2522&nbsp;ช่วยสร้างรายได้&nbsp;แก้ไขความยากจน&nbsp;ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน&nbsp;และเพิ่มจำนวนโคในจังหวัดยโสธรให้มากขึ้น</p><p><br></p><p>กษม&nbsp;&nbsp;มิรัตนไพร&nbsp;ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ปชส.ยโสธร</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116142901442"],
    [127,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรกักเก็บน้ำเอาไว้รวมทั้งวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ทางด้านการเกษตรต่อไปในช่วงแล้ง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;กับมีสภาพอากาศแปรปรวนในบางพื้นที่&nbsp;ขอให้เกษตรกรรักษาสุขภาพให้แข็งแรงรวมทั้งให้ความอบอุ่นแก่ตนเองอย่างเพียงพอ&nbsp;ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรเฝ้าระวังสัตว์เลี้ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย&nbsp;สำหรับ&nbsp;ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และน้ำล้นตลิ่งได้</p><p>คำแนะนำสำหรับเกษตรกรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้มีหมอกบางในตอนเช้า&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10-20&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;-&nbsp;ระยะนี้อากาศแปรปรวน&nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;ส่วนปริมาณและการกระจายของฝนมีน้อย&nbsp;เกษตรกรควรกักเก็บน้ำเอาไว้รวมทั้งวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ทางด้านการเกษตรต่อไปในช่วงแล้ง&nbsp;ส่วนพื้นที่ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมขัง&nbsp;หากระดับน้ำลดลงแล้ว&nbsp;เกษตรกรควรรีบระบายน้ำออกจากแปลงปลูกและฟื้นฟูสภาพสวนและแหล่งน้ำให้ใช้ได้ดีดังเดิม&nbsp;สำหรับพื้นที่ซึ่งมีฝนตกไม่สม่ำเสมอ&nbsp;เกษตรกรควรระวังศัตรูพืชจำพวกหนอน&nbsp;โดยเฉพาะหนอนม้วนใบในถั่วเหลืองในระยะปลูกใหม่&nbsp;ซึ่งหนอนดังกล่าวจะสร้างใยยึดใบพืชม้วนเข้าหากันแล้วอาศัยกัดกินอยู่ในห่อใบนั้นจนหมด&nbsp;หลังจากนั้นจะเคลื่อนย้ายไปทำลายใบอื่นจนกระจายไปทั่วทั้งแปลง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116154705516"],
    [128,"กอ.รมน.สระบุรี จัดโครงการ \"การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำเชื้อโรคระบาด ลัมปี -สกิน และการเสริมสร้างทักษะในการจัดการน้ำท่วมลงใต้ดินแก้แล้ง ด้วย \"หลุมพิทักษ์โลก\"","<p>พ.อ.ชนมากรณ์&nbsp;ภิบาลชนม์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.กอ.รมน.จังหวัดสระบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;\"การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำเชื้อโรคระบาด&nbsp;ลัมปี&nbsp;-&nbsp;สกิน&nbsp;และการเสริมสร้างทักษะในการจัดการน้ำท่วมลงใต้ดินแก้แล้ง&nbsp;ด้วย&nbsp;\"หลุมพิทักษ์โลก\"&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ที่&nbsp;โรงเรียนบ้านหนองผักหนอก&nbsp;ตำบลหนองย่างเสือ&nbsp;อำเภอมวกเหล็ก&nbsp;จังหวัดสระบุรี</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;พบการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่&nbsp;ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ทำให้ประเทศไทย&nbsp;ซึ่งมีการนำเข้าโค&nbsp;กระบือ&nbsp;จากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;มีความเสี่ยงสูงที่จะพบโรคระบาด&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;เห็บ&nbsp;แมลงวัน&nbsp;ลิ้น&nbsp;ยุงเป็นพาหะที่สำคัญ&nbsp;ในการแพร่กระจายเชื้อ</p><p>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสระบุรี&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จากศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;4&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;ให้จัดโครงการ\"การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์พาหนะนำเชื้อโรคระบาด&nbsp;ลัมปี&nbsp;-&nbsp;สกิน&nbsp;ใน&nbsp;โค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;และการเสริมสร้างทักษะ&nbsp;รณรงค์ให้เกษตรกรใช้&nbsp;\"น้ำหมักพิทักษ์โลก\"&nbsp;และยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของ&nbsp;\"หลุมพิทักษ์โลก\"&nbsp;ต้นแบบ&nbsp;ของ&nbsp;โรงเรียนบ้านหนองผักหนอก&nbsp;ที่ช่วยกระจายความชุ่มขึ้น&nbsp;เดิมน้ำให้ผิว&nbsp;ดินระดับตื้นฟื้นฟูระดับน้ำใต้ดินให้คืนสู่ความสมดุลได้เร็วขึ้น&nbsp;แก้ภัยแล้ง&nbsp;กักเก็บน้ำ&nbsp;แก้น้ำท่วมขังซึ่งก่อให้เกิดการเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น&nbsp;ลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116163950535"],
    [129,"เกษตรนครพนม เตรียมยกระดับการผลิตแปลงใหญ่มะเขือเทศและพืชฤดูแล้ง ในพื้นที่อำเภอบ้านแพง ตามโครงการนำร่อง พัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่","<p>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณกลุ่มแปลงใหญ่มะเขือเทศ&nbsp;อำเภอบ้านแพง&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายวินัย&nbsp;คงยืน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;ในการติดตามและให้คำแนะนำพร้อมเตรียมดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ตามโครงการนำร่อง&nbsp;พัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เพื่อเป็นยกระดับขีดความสามารถการบริหารจัดการของเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ด้วยการเกษตรสมัยใหม่และแม่นยำ&nbsp;ตั้งแต่การผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;โดยมีตลาดที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน&nbsp;เน้นกระบวนการจัดการที่ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร&nbsp;มีการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;การตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมและให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยการพัฒนาในทุกด้าน&nbsp;&nbsp;ยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง&nbsp;คำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ</p><p>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ขับเคลื่อนนโยบายการตลาดนำการผลิต&nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้สมดุล&nbsp;ทั้งด้านปริมาณ&nbsp;ความต้องการสินค้า&nbsp;และมีความมั่นคงทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งโดยในปี&nbsp;2564&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ส.อ.ท.)&nbsp;ดำเนินโครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;(ระยะที่&nbsp;1)&nbsp;ผ่านกลไกคณะทำงานจัดทำแนวทางการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตและการปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;4&nbsp;หน่วยงานหลักในการร่วมกัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;และสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่&nbsp;ในการกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานในการส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตและปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร</p><p>สำหรับโครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำ&nbsp;สู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เตรียมจะดำเนินการปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2566&nbsp;โดยระยะแรก&nbsp;ดำเนินการร่วมกับ&nbsp;7&nbsp;บริษัท&nbsp;เกษตรกร&nbsp;25,286&nbsp;ราย&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;32&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;298,111.36&nbsp;ไร่&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางพารา&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;ไทยอิสเทิร์น&nbsp;รับเบอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;ทักษิณปาล์ม&nbsp;จำกัด&nbsp;อ้อยโรงงาน&nbsp;โดยโรงงานน้ำตาลเกษตรไทย&nbsp;โรงงานน้ำตาลรวมผล&nbsp;และโรงงานน้ำตาลไทยเอกลักษณ์&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;ซันสวีท&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และ&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;ศรีเชียงใหม่อุตสาหกรรม&nbsp;จำกัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีเป้าหมายจะดำเนินการในพื้นที่แปลงใหญ่ที่มีการขึ้นทะเบียนแปลงใหญ่กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;หรือเป็นเกษตรกรรายย่อยเครือข่ายของบริษัทผู้รับซื้อผลผลิตที่จะขึ้นทะเบียนรวมเป็นแปลงใหญ่ภายใต้โครงการ&nbsp;โดยอยู่ในรัศมีไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากแหล่งรับซื้อ&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการจัดการด้านโลจิสติกส์ของเกษตรกรและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น</p><p>สำหรับจังหวัดนครพนม&nbsp;มีกลุ่มแปลงใหญ่มะเขือเทศและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;เป็นจุดนำร่องในตามโครงการนำร่อง&nbsp;พัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ที่จะการยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการของเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ด้วยการเกษตรสมัยใหม่และแม่นยำ&nbsp;ซึ่งเป็นการบริหารจัดการสินค้าเกษตรควบคู่ไปกับการตลาดของภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง&nbsp;มีการพัฒนาการผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;เชื่อมโยงตลาดและสามารถส่งผลผลิตเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นคง&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116194735628"],
    [130,"การประชุมพิจารณาการเข้าร่วมโครงการ SHRimp พร้อมด้วย ดร.ชำนาญ พงษ์ศรี ที่ปรึกษากรมประมงด้านองค์กรระหว่างประเทศ ดร.พุทธ ส่องแสงจินดา","<p>วันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพะยูน&nbsp;ชั้น&nbsp;7&nbsp;อาคารจุฬาภรณ์&nbsp;กรมประมง&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;เป็นประธานการประชุมพิจารณาการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;SHRimp&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ดร.ชำนาญ&nbsp;พงษ์ศรี&nbsp;ที่ปรึกษากรมประมงด้านองค์กรระหว่างประเทศ&nbsp;ดร.พุทธ&nbsp;ส่องแสงจินดา&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล&nbsp;ดร.ฐิติพร&nbsp;หลาวประเสริฐ&nbsp;ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ&nbsp;ผู้แทนกองประมงต่างประเทศ&nbsp;ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร&nbsp;นักวิชาการประมงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมฯ</p><p>โครงการ&nbsp;SHRimp&nbsp;เป็นโครงการระดับชาติและเป็นเวทีของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วนภายใต้โครงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยเพื่อพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีความยั่งยืน&nbsp;(The&nbsp;European&nbsp;Asian&nbsp;Aquaculture&nbsp;Technology&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Platform&nbsp;:&nbsp;EURASTIP&nbsp;Thailand)&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาโครงการ&nbsp;SHRimp&nbsp;ได้มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูล&nbsp;(แอปพลิเคชัน)&nbsp;ด้านระบาดวิทยาผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;และเชื่อมตรงเข้าระบบโทรศัพท์&nbsp;มีการดำเนินงานใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนำร่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และจังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งช่วยให้การแจ้งเตือนเกษตรกรเกี่ยวกับการเกิดโรคระบาดเป็นไปด้วยความสะดวก&nbsp;และรวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-11-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117095728754"],
    [131,"ผจว.มุกดาหาร ตรวจเยี่ยมบริษัทเอกชนผู้ปลูกกัญชง พร้อมผลักดันทางเลือกใหม่ของเกษตรกรเพื่อยกระดับอาชีพ","<p>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารกล่าวว่า&nbsp;ได้หารือกับผู้แทนบริษัท&nbsp;เอนเนอร์โกร&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการส่งเสริมให้เกษตรกรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก&nbsp;และจำหน่ายได้ปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;หันมาปลูกกัญชง&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก&nbsp;นอกจากการทำนา&nbsp;ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตได้ปีละ&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ป้อนให้กับบริษัท&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง&nbsp;และพร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรได้มีส่วนร่วมในการปลูกกัญชง&nbsp;เพื่อให้กัญชงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดมุกดาหารต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>บริษัทเอนเนอร์โกร&nbsp;จำกัด&nbsp;มีเป้าหมายในการสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น&nbsp;และเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบต้นน้ำครบวงจรให้กับโรงงานอุตสาหกรรมด้านกัญชง&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย&nbsp;โดยทางบริษัทฯ&nbsp;จะสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกกัญชง&nbsp;เพื่อเอาเมล็ดมาส่งให้ทางบริษัทฯ&nbsp;นำไปสกัดเป็นสารโปรตีนที่มีประโยชน์&nbsp;โดยปัจจุบันมีมูลค่าทางการตลาดที่สูงมาก&nbsp;และโครงการดังกล่าวเป็นโครงการแรกที่มีระบบปลูกครงทั้งสามระบบทั้งอินดอร์&nbsp;เอาท์ดอร์&nbsp;และอินเฮาส์&nbsp;และมีโรงงานสกัดที่ได้มาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;พร้อมศูนย์แล็ปครบวงจร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117085540734"],
    [132,"ผู้ว่าฯ นนทบุรี นำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโคก หนอง นา พร้อมต่อยอดขยายเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน เร่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้ชาวนนทบุรี","<p>วันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;นายสุจินต์&nbsp;ไชยชุมศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอภิชัย&nbsp;อร่ามศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตามการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงานตามโครงการ&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ของ&nbsp;นายสินชัย&nbsp;ทองมั่ง&nbsp;บ้านราษฎร์นิยม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลราษฎร์นิยม&nbsp;อำเภอไทรน้อย&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</p><p>โดยมี&nbsp;นางรักใจ&nbsp;กาญจนะวีระ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;นางสาววรรณี&nbsp;วุฒิฤทธากุล&nbsp;นายอำเภอไทรน้อย&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงาน&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;ทีมงานบริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และเจ้าของพื้นที่ให้การต้อนรับ&nbsp;นำชมพื้นที่&nbsp;และรายงานผลภาพรวมของการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;ประเภท&nbsp;HLM&nbsp;(ระดับครัวเรือน)&nbsp;</p><p>&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ถือเป็นแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน&nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารจัดการดินและน้ำ&nbsp;โดยน้อมนำพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;มาใช้&nbsp;โดยแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน&nbsp;30:&nbsp;30&nbsp;:30&nbsp;:10&nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;อีกทั้งยังมีการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;และนวัตกรรมที่เหมาะสม&nbsp;มีการฟื้นฟู&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ป่า&nbsp;วิถีวัฒนธรรม&nbsp;การสร้างพลังความสามัคคีของคนในชุมชน&nbsp;มีจิตอาสาพัฒนาชุมชน&nbsp;เกิดความพอมีพอกินในขั้นพื้นฐาน&nbsp;เกิดการรวมกลุ่มยกระดับเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตและครอบครัวให้มีความสุข&nbsp;ส่งผลให้ชุมชนและประเทศชาติมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยพื้นที่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชนซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณเงินกู้จากรัฐบาลให้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ในการขุด&nbsp;หนองกักเก็บน้ำ&nbsp;ทำโคกเพื่อปลูกไม้&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;ขุดคลองไส้ไก่&nbsp;และปลูกพืชในที่ของตนเอง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน&nbsp;โดย&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้ร่วมสนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาเซลล์&nbsp;เพื่อใช้ในระบบการสูบน้ำ&nbsp;สำหรับการปลูกพืชผัก&nbsp;ไว้บริเวณพื้นที่โดยรอบ&nbsp;อีกทั้งยังมีการจัดเป็นฐานการเรียนรู้&nbsp;อาทิ&nbsp;ฐานการปลูกป่า&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;ฐานเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;(ปลา&nbsp;และกบ)&nbsp;ฐานเลี้ยงเป็ดและไก่&nbsp;ฐานการทำน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;ฐานการปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;และพืชสมุนไพร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยมุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;เป็นศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนที่สนใจมาศึกษาเกี่ยวกับการดำเนินงาน&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว&nbsp;ยังช่วยให้สภาพแวดล้อมดียิ่งขึ้นอีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ยังช่วยกักเก็บน้ำในหน้าฝน&nbsp;เพื่อให้มีน้ำเหลือใช้ในหน้าแล้ง&nbsp;อีกทั้งยังสามารถต่อยอดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางการเกษตร&nbsp;และธรรมชาติของหมู่บ้านได้อีกด้วย</p><p>สำหรับในวันนี้&nbsp;นายสุจินต์&nbsp;ไชยชุมศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ได้ร่วมชมการเพาะเลี้ยงกบคอนโด&nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี&nbsp;ให้อาหารปลา&nbsp;ร่วมหว่านข้าวในแปลงนาตัวอย่าง&nbsp;หว่านเดือนเพ็ญ&nbsp;เกี่ยวเดือนแห่งความรัก&nbsp;และร่วมเพาะเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เพื่อดำเนินการขยายผลเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน&nbsp;เพื่อจัดตั้งเป็นธนาคารเมล็ดพันธุ์ผัก&nbsp;ให้เป็นแหล่งสำรองและสะสมเมล็ดพันธุ์ผัก&nbsp;สายพันธุ์ดีและมีคุณภาพ&nbsp;เพื่อให้มีเมล็ดพันธุ์นำไปแจกจ่ายต่อประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง&nbsp;สำหรับนำไปเพาะปลูกและขยายพันธุ์เพื่อไว้สำหรับบริโภค&nbsp;หากมีเหลือก็แบ่งปัน&nbsp;ตามกิจกรรม&nbsp;น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;ผ่านโครงการ&nbsp;คนนนท์ร่วมใจ&nbsp;ปลูกผักบ้านฉัน&nbsp;แบ่งปันบ้านเธอ&nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรีได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนได้ปลูกผักไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือน&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;เป็นปัจจัยหนุนเสริมช่วยให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;ตลอดจนสามารถเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์ผักสำรองไว้ปลูกในรุ่นต่อไป&nbsp;ซึ่งเป็นกลไกหลักที่จะช่วยให้รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้&nbsp;อย่างเช่นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;ในขณะนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117095302752"],
    [133,"แม่ทัพน้อยที่ 2 ติดตามการดำเนินงานตามโครงการติดตั้งระบบสูบน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้สำหรับการเกษตร ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์","<p>แม่ทัพน้อยที่&nbsp;2&nbsp;ติดตามการดำเนินงานตามโครงการติดตั้งระบบสูบน้ำ&nbsp;พลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;เพื่อใช้สำหรับการเกษตร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;พลโท&nbsp;กิตติศักดิ์&nbsp;บุญพระธรรมชัย&nbsp;แม่ทัพน้อยที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;2&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร&nbsp;พื้นที่ของอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;นางพวงทอง&nbsp;ชินนาค&nbsp;บ้านเสม็ดน้อย&nbsp;&nbsp;ตำบลสลักได&nbsp;ตำบลบุฤาษี&nbsp;และ&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชนในชุมชน&nbsp;ลดต้นทุนด้านพลังงาน&nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองตามศักยภาพด้านพลังงานทดแทนภายในชุมชน&nbsp;พร้อม&nbsp;มอบวัสดุ/อุปกรณ์&nbsp;ตามโครงการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อป้องกันและกำจัด&nbsp;แหล่งเพาะพันธุ์พาหะเชื้อโรคระบาด&nbsp;\"ลัมปี-สกิน\"&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;แก่สมาชิกเกษตรกรใน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p>ทั้งนี้โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเกษตรกร&nbsp;ทางรัฐบาลได้สนับสนุนให้แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านการอุปโภคบริโภค&nbsp;ซึ่งเป็นวิธีบริหารจัดการระบบสูบน้ำจากแผงโซล่าเซลล์&nbsp;ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ตามทฤษฎีน้ำทองคำ&nbsp;สามารถนำไปใช้ระบบประปาชุมชนหรือเกษตรกรรมที่ใช้น้ำน้อยได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน&nbsp;โดยเฉพาะการประกอบอาชีพทำการเกษตรเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;และเป็นต้นแบบ&nbsp;ในการพัฒนาชุมชนและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ภาคปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามแนวพระราชดำริ&nbsp;โดยมีกลุ่มเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิตกำชัย&nbsp;วันสุข&nbsp;ส.ปชส.สุรินทร์&nbsp;รายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117095422753"],
    [134,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยตรวจเยี่ยมและให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและดำเนินการตรวจรับรองใหม่สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัย ตามโครงการปศุสัตว์ ok","<p>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายสมจิตร&nbsp;แสงแก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;95&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ตัว</p><p>แนะนำการใช้ยาฆ่าแมลง&nbsp;การสุมควันไฟ&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;ติดหลอดไฟขับไล่แมลง&nbsp;และหรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง&nbsp;งดการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านน้ำพุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>อีกทั้ง&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการตรวจรับรองใหม่สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัย&nbsp;ตามโครงการปศุสัตว์&nbsp;ok&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ร้าน&nbsp;หจก.รุ่งเรืองฟาร์ม&nbsp;โคกงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;และร้าน&nbsp;บ.รุ่งเรืองสยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และตรวจประเมินต่ออายุสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัย&nbsp;ไข่สด&nbsp;ตามโครงการปศุสัตว์&nbsp;ok&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ณ&nbsp;เทสโก้&nbsp;โลตัส&nbsp;สาขา&nbsp;Express&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;และเทสโก้&nbsp;โลตัส&nbsp;สาขา&nbsp;Talad&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117104833784"],
    [135,"กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต 7 ดำเนินการตามโครงการแก้ไขปัญหาการใช้สารเร่งเนื้อแดงในฟาร์มเลี้ยงสัตว์  เข้าตรวจประเมินระบบหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตอาหารสัตว์","<p><strong>กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;7&nbsp;ดำเนินการตามโครงการแก้ไขปัญหาการใช้สารเร่งเนื้อแดงในฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;เข้าตรวจประเมินระบบหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;</strong></p><p>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;7&nbsp;ดำเนินการตามโครงการแก้ไขปัญหาการใช้สารเร่งเนื้อแดงในฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;เข้าสุ่มเก็บตัวอย่างปัสสาวะสุกรตรวจสอบหาสารเร่งเนื้อแดงที่ฟาร์มสุกรในพื้นที่อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในสุกร&nbsp;และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้าม&nbsp;เพื่อประชาชนได้บริโภคเนื้อสุกรที่มีความสะอาดปลอดภัยจากสารตกค้างและถูกสุขลักษณะ&nbsp;โดยใช้ชุดทดสอบสารเร่งเนื้อแดงภาคสนาม&nbsp;(Strip&nbsp;Test)&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ผลการทดสอบเป็น&nbsp;ลบ&nbsp;ทุกตัวอย่าง&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการฟาร์มในการตรวจครั้งนี้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;เข้าตรวจประเมินระบบหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;Good&nbsp;Manufacturing&nbsp;Practice&nbsp;(GMP)&nbsp;ชนิดตรวจต่ออายุการรับรองระบบ&nbsp;GMP&nbsp;โรงงานผลิตอาหารสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทยลักซ์&nbsp;เอ็นเตอร์ไพรส์&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;ม.2&nbsp;ต.หนองชุมพล&nbsp;อ.เขาย้อย&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;ผลการตรวจ&nbsp;โรงงานดำเนินการตามข้อกำหนด&nbsp;GMP&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117112051805"],
    [136,"เกษตรกรชาวตำบลป่าชิง พลิกฟื้นพันธุ์ ส้มจุกจะนะ พืชเศรษฐกิจเฉพาะถิ่น ให้กลับมาเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากลูกค้าในพื้นที่และต่างจังหวัด จนต้องสั่งจองกันข้ามปี","<p><strong>เกษตรกรชาวตำบลป่าชิง&nbsp;พลิกฟื้นพันธุ์&nbsp;ส้มจุกจะนะ&nbsp;พืชเศรษฐกิจเฉพาะถิ่น</strong>&nbsp;ให้กลับมาเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากลูกค้าในพื้นที่และต่างจังหวัด&nbsp;จนต้องสั่งจองกันข้ามปี</p><p><br></p><p><strong>ที่สวนส้มจุกจะนะของบังนี&nbsp;หรือนายดนกอนี&nbsp;เหลาะหมาน&nbsp;วัย&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;เกษตรกรชาวตำบลป่าชิง</strong>&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ปลูกส้มจุกจะนะพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;ในเนื้อที่รวม&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;กว่า&nbsp;400&nbsp;ต้น&nbsp;&nbsp;และได้ทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตสุดท้าย&nbsp;ส่งออกจำหน่ายให้แก่ลูกค้าที่สั่งจองเอาไว้&nbsp;ซึ่งสวนส้มจุกแห่งนี้เป็นสวนที่ปราศจากสารเคมี&nbsp;มีการดูแลโดยวิธีธรรมชาติและได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ&nbsp;ส่งจำหน่ายในราคาสูง&nbsp;โดยคุณภาพเกรด&nbsp;A&nbsp;จะจำหน่ายในกิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;และเกรด&nbsp;C&nbsp;150&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>บังนี&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ตนมีความตั้งใจที่จะพลิกฟื้นส้มจุกจะนะพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;โดยในปี&nbsp;2544&nbsp;ได้เริ่มขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนกิ่งและเพาะขยายพันธุ์มาเรื่อยๆ&nbsp;จากนั้นได้ทดลองปลูกเริ่มแรก&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ต้น&nbsp;แต่ระยะแรกผลผลิตออกมาไม่ดีเท่าที่ควร&nbsp;ทำให้เริ่มท้อใจเนื่องจากส้มจุกเป็นพืชที่ดูแลยากกว่าส้มชนิดอื่น&nbsp;และหากปล่อยปละละเลยจะได้ผลผลิตไม่มีคุณภาพ&nbsp;แต่ด้วยใจรักในการทำสวนส้มจุกและต้องการอนุรักษ์ผลไม้ประจำถิ่นเอาไว้&nbsp;ทำให้สวนส้มจุกแห่งนี้ไม่ได้ถูกปรับพื้นที่ไปปลูกพืชอื่นทดแทน</p><p><br></p><p>ต่อมาในปี&nbsp;2560&nbsp;ส้มจุกจะนะ&nbsp;เริ่มได้รับความนิยมและมีกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด&nbsp;ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคมีมาก&nbsp;ผลผลิตออกมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย&nbsp;ถึงขั้นต้องสั่งจองล่วงหน้ากันเลยทีเดียว&nbsp;และนอกจากจะจำหน่ายผลสุกแล้ว&nbsp;ยังจำหน่ายกิ่งพันธุ์ส้มจุกพื้นเมือง&nbsp;เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไม่ให้สูญหาย&nbsp;และให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปขยายพันธุ์ต่อได้&nbsp;โดยส้มจุกจะนะมีลักษณะที่แตกต่างจากส้มพันธุ์ทั่วๆ&nbsp;ไป&nbsp;คือ&nbsp;ตรงบริเวณขั้วของผลจะมีเปลือกนูนสูงคล้ายจุก&nbsp;จึงถูกเรียกว่าส้มจุก&nbsp;ด้วยรสชาติที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว&nbsp;ผิวส้มมีกลิ่นหอม&nbsp;รสหวานอมเปรี้ยว&nbsp;ไม่หวานจัด&nbsp;และได้รับฉายาว่าเป็น&nbsp;ส้มหอมหมื่นลี้</p><p><br></p><p>ด้านนายอาซราน&nbsp;เต๊ะสอ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะนะ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะนะ&nbsp;มีภารกิจโดยตรงในการส่งเสริมการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกร&nbsp;และในส่วนของส้มจุกจะนะ&nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;โดยการจัดงานของดีเมืองจะนะ&nbsp;มีการประกวดส้มจุกครั้งแรกของอำเภอจะนะ&nbsp;จากนั้นในปี&nbsp;2560&nbsp;ได้ดำเนินการจัดประกวดส้มจุกจะนะ&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;และมีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ&nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกส้มจุกประมาณกว่า&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่กว่า&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;มีการรวมตัวในลักษณะแปลงใหญ่ส้มจุกจะนะ&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกที่ให้ผลผลิตแล้วจำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;และร่วมกันขับเคลื่อนงานเกษตรแปลงใหญ่ตามนโยบายของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะนะ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;รวมถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ได้ให้ความสำคัญและส่งเสริมเกษตรกรมาโดยตลอด&nbsp;จนในปี&nbsp;2561&nbsp;ตัวแทนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่ในขณะนั้นยังไม่ได้รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ได้ยื่นขอจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์และใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตรวจสอบ&nbsp;และติดตามผลต่างๆ&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ชนิดที่สองของจังหวัดสงขลา&nbsp;ในปี&nbsp;2564</p><p><br></p><p>สำหรับส้มจุกจะนะ&nbsp;ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีความต้องการในตลาดเป็นอย่างมาก&nbsp;จำหน่ายได้ในราคาดี&nbsp;และเป็นพืชอัตลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอจะนะ&nbsp;หากสนใจศึกษาวิธีการปลูก&nbsp;การดูแล&nbsp;ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่นายดนกอนี&nbsp;เหลาะหมาน&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;061-176-4729</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;ศิริลักษณ์&nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว&nbsp;&nbsp;ประชา-ณัฐภรณ์/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;17&nbsp;พ.ย.&nbsp;64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117125151864"],
    [137,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมปลูกผักลิ้นห่าน ให้เป็นสินค้าประจำท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จัก เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร","<p><strong>นายอำพันธุ์&nbsp;เวฬุตันติ&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;&nbsp;เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงปลูกผักลิ้นห่านของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักลิ้นห่านบ้านไม้ขาว&nbsp;พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;&nbsp;จังหวัดภูเก็ตว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรฯจะดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรในกลุ่มร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมให้ผักลิ้นห่านให้เป็นสินค้าอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่นตำบลไม้ขาว&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้สินค้าเป็นที่รู้จัก&nbsp;ส่งเสริมเรื่องการแปรรูปและการตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ผักลิ้นห่าน&nbsp;เป็นผักพื้นบ้าน&nbsp;</strong>ส่วนใหญ่จะพบขึ้นอยู่ตามชายหาด&nbsp;พบมากที่ตำบลไม้ขาว&nbsp;&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นิยมนำมาบริโภคโดยนำมาแกงกะทิ&nbsp;หรือผัดกับน้ำมันหอย&nbsp;รสชาติอร่อยมีความกรอบมัน&nbsp;มีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือด&nbsp;ลดไขมันในเลือด&nbsp;แก้ท้องอืดด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117151039951"],
    [138,"เกาะติดสถานการณ์หอมแดง เกษตรกรรักษาคุณภาพ ระวังโรคหอมเลื้อย","<p><strong>นางสาวอุษา&nbsp;โทณผลิน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;อุบลราชธานี</strong>&nbsp;(สศท.11)&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตหอมแดงจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;แหล่งผลิตอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;มีเนื้อที่เพาะปลูก&nbsp;26,940&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีจำนวน&nbsp;&nbsp;24,394&nbsp;ไร่&nbsp;เนื่องจากปีที่ผ่านมาราคาหอมแดงอยู่ในเกณฑ์ดีจูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นและเป็นพืชที่สร้างรายได้และให้ผลตอบแทนสูงแก่เกษตรกร&nbsp;ผลผลิตรวม&nbsp;77,878&nbsp;ตัน&nbsp;ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน&nbsp;86,344&nbsp;ตัน</p><p><strong>ผลผลิตรวมและผลผลิตต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยวลดลง&nbsp;</strong>เนื่องจากได้รับผลกระทบจากพายุเตี้ยนหมู่&nbsp;ส่งผลให้ฝนตกชุก&nbsp;หอมแดงจึงเน่าเสียหายและบางส่วนชะงักการเจริญเติบโตและจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ขณะนี้ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อทะลักล้นตลิ่งบริเวณลำน้ำมูลและลำน้ำชี&nbsp;รวมถึงลำห้วยสาขาต่างๆ&nbsp;ส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;พื้นที่ปลูกหอมแดงถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย&nbsp;โดยเฉพาะตำบลคอนกาม&nbsp;ตำบลลิ้นฟ้า&nbsp;ตำบลกุดเมืองฮาม&nbsp;อำเภอยางชุมน้อย&nbsp;</p><p><strong>จากการสำรวจเบื้องต้น</strong>&nbsp;(ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;พบว่า&nbsp;พื้นที่ปลูกหอมแดง&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22&nbsp;ตุลาคม&nbsp;&nbsp;9&nbsp;พฤศจิกายนที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;2,048&nbsp;ไร่&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;861&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ภาครัฐได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนเกิดภัยพิบัติ&nbsp;เกษตรกรจะได้รับเงินเยียวยา&nbsp;จำนวน&nbsp;1,980&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอขอเงินชดเชย&nbsp;กรณีเกิดภัยพิบัติ&nbsp;คาดว่าเกษตรกรจะได้รับเงินเยียวยาภายใน&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ</strong>&nbsp;ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก&nbsp;เพื่อลดการสะสมเชื้อสาเหตุโรคคอบิด&nbsp;หรือโรคหอมเลื้อย&nbsp;ที่สามารถพบได้ในระยะการเจริญเติบโตทางลำต้นและในสภาพอากาศร้อนจัด&nbsp;&nbsp;ความชื้นในอากาศน้อย&nbsp;ทำให้เกิดเป็นแผล&nbsp;บริเวณใบ&nbsp;กาบใบ&nbsp;คอหรือส่วนหัว&nbsp;โรคนี้ทำให้ใบเน่าเสียหาย&nbsp;ต้นหอมแคระแกรน&nbsp;ใบบิดโค้งงอ&nbsp;หัวลีบยาว&nbsp;ส่งผลให้ต้นหอม&nbsp;เน่าเสียหาย&nbsp;&nbsp;เก็บเกี่ยวไม่ได้&nbsp;หรือไปเน่าเสียในช่วงเก็บรักษา&nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรพบต้นที่เป็นโรคให้ถอนนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117150801945"],
    [139,"4,700 ล้านบาท ให้สหกรณ์นำไปปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ดูแลช่วยเหลือการประกอบอาชีพของสมาชิก เพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้","<p><strong>นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;&nbsp;(กพส.)&nbsp;สามารถสร้างความก้าวหน้าและการเติบโตให้กับสหกรณ์อย่างแท้จริง&nbsp;ทั้งสหกรณ์ขนาดกลาง&nbsp;ขนาดเล็ก&nbsp;หรือสหกรณ์ที่พึ่งตั้งใหม่&nbsp;ให้เป็นองค์กรที่มีศักยภาพและเข้มแข็งจากการนำเงินไปเป็นทุนหมุนเวียนในการรวบรวมผลผลิตการเกษตรและนำมาแปรรูป&nbsp;เพื่อจำหน่ายสู่ตลาด&nbsp;เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตและสร้างรายได้กลับสู่สมาชิก&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งมีการระบาดของโรคโควิด19</strong>&nbsp;ยังมีสหกรณ์อีกจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมให้สมาชิกประกอบอาชีพและรวบรวมผลผลิตออกจำหน่าย&nbsp;ทำตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&nbsp;สมาชิกมีความตั้งใจในการทำการเกษตรจริง&nbsp;ก็จะทำให้มีรายได้และเมื่อครบกำหนดการชำระหนี้&nbsp;สมาชิกก็นำเงินที่กู้ไปสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;กลับมาคืนสหกรณ์&nbsp;สหกรณ์ก็ส่งคืนให้กับกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;โดยอัตราดอกเบี้ยก็คิดตามขนาดตามชั้นลูกหนี้&nbsp;กพส.ที่เราได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้&nbsp;ซึ่งถ้าเทียบต้นทุนของสหกรณ์&nbsp;กับการที่เขาจะต้องไปกู้ยืมจากสถาบันการเงินอื่น&nbsp;ถือว่าเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจให้กับสหกรณ์ได้&nbsp;ก็จะทำให้สหกรณ์ขนาดเล็กหลายแห่งเติบโตขึ้น&nbsp;สมาชิกมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p><strong><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>สำหรับในปีงบประมาณ&nbsp;2565</strong>&nbsp;จัดสรรกรอบวงเงินกู้&nbsp;กพส.จำนวน&nbsp;4,700&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันได้มีการอนุมัติและเบิกจ่ายแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;สหกรณ์&nbsp;วงเงิน&nbsp;58&nbsp;ล้านบาทเศษ&nbsp;&nbsp;โดยส่วนใหญ่สหกรณ์ขอกู้เพื่อนำไปรวบรวมผลผลิต&nbsp;จัดหาสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;นำไปให้สมาชิกกู้ยืมและลงทุนในทรัพย์สิน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้จัดสรรเงินอีกส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p><br></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117150216937"],
    [140,"อภิศักดิ์ อังคสิทธิ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ขอเกษตรกรชะลอการเลี้ยงสุกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอภิศักดิ์&nbsp;อังคสิทธิ์&nbsp;รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;คนที่&nbsp;1&nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดบุรีรัมย์กล่าวถึง&nbsp;สถานการณ์การเลี้ยงสุกรในภาวะปัจจุบัน&nbsp;ว่า&nbsp;เรื่องของการเลี้ยงสุกรถือว่าหนักมากหรือน้อย&nbsp;ต่างกันตรงที่เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อย&nbsp;รายกลาง&nbsp;รายใหญ่&nbsp;ปัญหามี&nbsp;2&nbsp;เรื่องหลักๆ&nbsp;คือ&nbsp;โรคและอาหารสัตว์&nbsp;โรคตอนนี้มี&nbsp;อหิวาต์สุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;เพิร์ส(PRRS)&nbsp;ปากและเท้าเปื่อย&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;ราคาแพงทุกอย่าง&nbsp;เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น&nbsp;ถ้าทั้ง&nbsp;2&nbsp;ปัญหามาพร้อมกันควรเว้นวรรคการเลี้ยง&nbsp;หรือปรับเปลี่ยนเป็นการเลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;เหตุเพราะมีวัคซีนป้องกันโรคและมีความปลอดภัยสูง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านการจัดการฟาร์มสุกรให้มีมาตรฐาน&nbsp;ปัจจุบันยังไม่ชัดเจน&nbsp;เกษตรกรรายย่อยสถานการณ์ตอนนี้ให้อนุโลมเว้นระยะ&nbsp;2&nbsp;ปีก่อน&nbsp;เพราะมีความอ่อนไหวหากเลี้ยงแล้วขาดทุน&nbsp;ต้นทุนสูงก็ไม่อยากเลี้ยงเพราะเสี่ยง&nbsp;เรื่องความสะอาดการปนเปื้อนต้องระวังให้มาก&nbsp;ส่วนใหญ่คอกเลี้ยงกับโรงเชือดจะอยู่ติดกัน&nbsp;พอเชือดแล้วส่งขายตลาดนัดบ้าง&nbsp;รถพุ่มพวงบ้าง&nbsp;สุกรหนีโรคยิ่งน่าห่วงใย&nbsp;การควบคุมทำได้ยาก&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ของภาครัฐมีจำนวนน้อย&nbsp;รายใหญ่ต้องแยกเป็นลักษณะโรงเรือนปิดกับเปิด&nbsp;โรงเรือนในระบบปิดปัญหาน้อยกว่าโรงเรือนระบบเปิด&nbsp;ฉะนั้นต้องกำหนดรูปแบบฟาร์มให้ชัดเจน&nbsp;พื้นที่ประกอบการเลี้ยงต้องโปร่ง&nbsp;โล่ง&nbsp;สุกรจะได้ไม่เครียด&nbsp;อาหารต้องสดชวนกิน&nbsp;พื้นที่เลี้ยงกับโรงเชือดควรกำหนดระยะห่าง&nbsp;กำแพง&nbsp;รั้ว&nbsp;ถนนตัดใหม่&nbsp;พื้นที่ก่อนนำสุกรเข้าเลี้ยง&nbsp;ทางเข้า/ออก&nbsp;ต้องคนละทาง&nbsp;คลอรีนในน้ำ&nbsp;ยาฆ่าเชื้อ&nbsp;คนเลี้ยง/ดูแลต้องคอกใครคอกมัน&nbsp;ไม่งั้นอาจสุ่มเสี่ยงเกิดการปนเปื้อน&nbsp;สภาพแวดล้อม&nbsp;กลิ่น&nbsp;ระบบน้ำ&nbsp;ของเสียมีเยอะมากอาจนำไปสู่ระบบพืชพันธุ์ธัญญาหารรอบพื้นที่อาณาบริเวณนั้น&nbsp;ทุกอย่างต้องสมดุลและต้องใช้ทุกสิ่งอย่างให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117141205896"],
    [141,"ประมงจังหวัดลพบุรี ฝึกอบรมส่งเสริมธุรกิจปลากัดสวยงามออนไลน์  เพิ่มช่องทางจำหน่าย และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด -19 ให้สามารถจำหน่ายปลากัดสวยงาม สู่ตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ","<p><strong>ประมงจังหวัดลพบุรี&nbsp;ฝึกอบรมส่งเสริมธุรกิจปลากัดสวยงามออนไลน์&nbsp;เพิ่มช่องทางจำหน่าย&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้สามารถจำหน่ายปลากัดสวยงาม&nbsp;สู่ตลาดผ่านข่องทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</strong></p><p>นายกกชัย&nbsp;ฉายรัศมีกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมส่งเสริมธุรกิจปลากัดสวยงามออนไลน์&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมทานตะวัน&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี&nbsp;ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดลพบุรี&nbsp;ได้จัดขึ้น&nbsp;ตามแผนงาน&nbsp;ในการพัฒนาศักยภาพให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม&nbsp;ของกรมประมง&nbsp;โดยเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร&nbsp;ควบคู่ไปกับการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต&nbsp;การจัดการสินค้าสัตว์น้ำสวยงาม&nbsp;ให้มีคุณภาพ&nbsp;ตลอดจน&nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพ&nbsp;</p><p>สำหรับโครงการฝึกอบรมส่งเสริมธุรกิจ&nbsp;\"ปลากัดสวยงามออนไลน์\"&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;ซึ่งครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นรุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ซึ่งผู้เข้าอบรมประกอบด้วย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม&nbsp;รวมถึงเจ้าหน้าที่ของกรมประมงที่มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;โดยมีเนื้อหาการฝึกอบรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การส่งเสริมสัตว์น้ำสวยงาม&nbsp;การสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกร&nbsp;ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและสายพันธุ์ปลากัดที่นิยมเพาะเลี้ยง&nbsp;แนวทางการผลิตปลากัดสวยงามที่ได้คุณภาพ&nbsp;ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;เทคนิคการสร้างมูลค่าเพิ่มในการขายปลากัดสวยงามออนไลน์&nbsp;เช่น&nbsp;การสร้างแบรนด์&nbsp;การทำสื่อการขาย&nbsp;การสร้าง&nbsp;OR&nbsp;code&nbsp;ช่องทางการขายผ่านระบบออนไลน์&nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ตลอดจน&nbsp;เทคนิคการถ่ายภาพปลากัดสวยงาม&nbsp;ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยาลัยผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;ด้านสัตว์น้ำ&nbsp;และพรรณไม้น้ำสวยงาม&nbsp;จากกรมประมง&nbsp;และวิทยากรจากภาคเอกชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117150704944"],
    [142,"นครพนม เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรในการจำหน่ายข้าว","<p><strong>นครพนม&nbsp;เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรในการจำหน่ายข้าว</strong></p><p>วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&nbsp;จำกัด&nbsp;(สตก.นครพนม)&nbsp;ตำบลนาทราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักของเกษตรกรที่นำข้าวมาจำหน่ายในโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่จังหวัดนครพนมได้มีการประสานผู้ซื้อมารวมกัน&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกและแบ่งเบาภาระการขนย้ายสินค้าให้กับเกษตรกร&nbsp;เพิ่มโอกาสให้ทุกคนมีช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และมีอำนาจในการต่อรองการขายข้าวเปลือกมากยิ่งขึ้น&nbsp;และเข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;สิ่งเจือปนไม่เกิน&nbsp;2%&nbsp;โดยตลอดทั้งวันมีเกษตรกรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งในการจำหน่ายนั้นเกษตรกรส่วนใหญ่เลือกที่จะแบ่งข้าวออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ส่วน&nbsp;คือส่วนที่นำมาจำหน่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวผลิต&nbsp;ส่วนที่เก็บไว้รอให้ราคาข้าวเปลือกสูงขึ้นมากกว่านี้จึงจะนำมาขาย&nbsp;ส่วนที่จะใช้รับประทานในครอบครัว&nbsp;และส่วนที่จะนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์ในการผลิตปีถัดไป</p><p>นายปรมัศวร์&nbsp;ทองโพธิ์กลาง&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;สตก.นครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เกษตรกรที่นำข้าวเปลือกมาจำหน่ายในวันนี้จะได้ในราคาพิเศษที่สูงกว่าราคากลางในพื้นที่เฉลี่ยประมาณตันละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกเข้าร่วมโครงการได้&nbsp;2&nbsp;แบบ&nbsp;คือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวที่นำข้าวหอมมะลิแห้งมาจำหน่ายที่จุดบริการ&nbsp;นอกเหนือจากตัวเกษตรกรจะได้ในราคาที่สูงแล้ว&nbsp;ก็ยังจะได้ในส่วนของโครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีด้วย&nbsp;โดยจะได้ราคาที่เป็นราคาตามกลไกที่รัฐบาลกำหนด&nbsp;ราคาอยู่ที่ประมาณ&nbsp;10.70&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าสูงกว่าราคาท้องตลาดมากพอสมควร&nbsp;คิดคราว&nbsp;ๆ&nbsp;ประมาณตันละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;นอกเหนือจากนี้ยังจะได้ในส่วนของเงินตามประมาณตันละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนอีกรูปแบบคือการจำหน่ายปกติในตลาดนัด&nbsp;ที่เกษตรกรสามารถเลือกผู้ประกอบการที่จะขายให้ได้ตามที่ตนเองต้องการ&nbsp;ซึ่งในวันที่จัดตลาดนัดจะได้ราคาที่เพิ่มขึ้นประมาณตันละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;เพราะฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรที่กำหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงนี้ได้มาจำหน่ายในกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;โดยทางจังหวัดนครพนมมีการจัดตลาดนัด&nbsp;2&nbsp;ครั้งคือ&nbsp;วันที่&nbsp;17-18&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;จะอยู่ที่สหกรณ์แห่งนี้&nbsp;ส่วนอีกครั้งอยู่ที่ท่าข้าวชีวาพืชผล&nbsp;ตำบลโพนสวรรค์&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;ในวันที่&nbsp;23-24&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;แต่ถ้าใครมาไม่ทันทั้ง&nbsp;2&nbsp;ครั้งที่จัดงาน&nbsp;ก็ยังสามารถมาจำหน่ายหรือเข้าร่วมโครงการได้ตามปกติ&nbsp;เพียงแต่ว่าจะต้องนำข้าวเปลือกไปจำหน่ายกับผู้ประกอบการที่ต้องการโดยตรง&nbsp;แต่ถ้ามาในช่วงที่จัดงานนี้จะมีผู้ซื้อมารวมกันที่จุดเดียวทำให้เกษตรกรทุกคนมีความสะดวกสบายมากกว่า</p><p><br></p><p>ภาพ&nbsp;/&nbsp;ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ปชส.นครพนม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117190219072"],
    [143,"เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ วางแผนจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ให้บริการเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล","<p>วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในการประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;โดยมี&nbsp;คณะกรรมการจากส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>โดยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตร&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรรวมถึงเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>สำหรับกำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จะลงพื้นที่อำเภอประโคนชัย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;ต.ค.-31&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอบ้านด่าน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.-31&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอโนนสุวรรณ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.-30&nbsp;มิ.ย.&nbsp;65&nbsp;และครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอแคนดง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;ก.ค.-5&nbsp;ส.ค.65&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117191455081"],
    [144,"เจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ด้านจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือด้านพืชแล้ว 8 อำเภอ","<p>นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;อินยาพงษ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโคกม้า&nbsp;อำเภอประโคนชัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขันธลักษณ์&nbsp;ศรีวิเศษ&nbsp;เกษตรอำเภอประโคนชัย&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;นำลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่รับฟังปัญหาผลกระทบ&nbsp;จากนั้นได้รับรายงานจากผู้นำชุมชนว่าบริเวณวัดบ้านตลาดควาย&nbsp;และบ้านเย้ยสะแก&nbsp;ตำบลสะแกซำ&nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;มีพื้นที่การเกษตรบางส่วนมีน้ำท่วมขังนาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว&nbsp;</p><p><br></p><p>จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้&nbsp;ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่สำรวจ&nbsp;หากมีพื้นที่ได้รับความเสียหายให้รายงานข้อมูลมายังสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เพื่อที่จะได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือตามขั้นตอน&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ซึ่งการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยขณะนี้&nbsp;ทางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือด้านพืชแล้ว&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอหนองกี่,&nbsp;อำเภอปะคำ,&nbsp;&nbsp;อำเภอพลับพลาไชย,&nbsp;อำเภอโนนดินแดง,&nbsp;อำเภอลำปลายมาศ,&nbsp;อำเภอคูเมือง,&nbsp;อำเภอบ้านใหม่,&nbsp;อำเภอหนองหงส์,&nbsp;ขั้นตอนต่อไปเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนต้องให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;กรรมการหมู่บ้าน&nbsp;สำรวจพื้นที่ความเสียหายก่อน&nbsp;จากนั้นยื่นความจำนงขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;(กษ01)&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;&nbsp;และได้รับความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>สำหรับค่าชดเชย&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ชดเชยครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งอัตราเป็น&nbsp;ข้าว&nbsp;ไร่ละ&nbsp;1,340&nbsp;บาท,&nbsp;พืชไร่และพืชผัก&nbsp;ไร่ละ&nbsp;1,980&nbsp;บาท,&nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ไร่ละ&nbsp;4,048&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรที่จะได้รับความช่วยเหลือ&nbsp;จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัยพิบัติ&nbsp;จึงจะได้รับการช่วยเหลือตามพื้นที่เสียหายจริง&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117191756084"],
    [145,"จังหวัดหนองคาย จัดให้มีโครงการ \"ผู้ว่าพาไปยาม\" ภายใต้กิจกรรม \"ข้าวเด่น พืชดี อินทรีย์นำ\"","<p>สำนักงานงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในจังหวัดหนองคาย&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;ผู้ว่าพาไปยาม&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;ข้าวเด่น&nbsp;พืชดี&nbsp;อินทรีย์นำ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ้านฝาง&nbsp;อำเภอสระใคร&nbsp;จังหวัดหนองคาย</p><p><br></p><p>&nbsp;วันนี้&nbsp;(17&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในจังหวัดหนองคาย&nbsp;ได้จัดให้มีโครงการ&nbsp;ผู้ว่าพาไปยาม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;ข้าวเด่น&nbsp;พืชดี&nbsp;อินทรีย์นำ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ้านฝาง&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;บ้านโนนดู่&nbsp;ตำบลบ้านฝาง&nbsp;อำเภอสระใคร&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานเปิดงานฯ&nbsp;มีนายอำไพ&nbsp;ประเสริฐสังข์&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการผู้ว่าพาไปยาม&nbsp;,&nbsp;นายสำเร็จ&nbsp;สุนทรา&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย&nbsp;กล่าวรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมเด่นด้านข้าว&nbsp;,&nbsp;นายพสุ&nbsp;สกุลอารีย์วัฒนา&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรหนองคาย&nbsp;กล่าวรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมเด่นด้านพืชและเกษตรอินทรีย์&nbsp;และนางสำเนียง&nbsp;ขันพิมล&nbsp;เกษตรจังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมแปลงใหญ่ข้าวอำเภอสระใคร&nbsp;จังหวัดหนองคาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้สื่อสารนโยบายสำคัญของกระทรวงฯ&nbsp;ให้กับทุกภาคส่วน&nbsp;เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้รับทราบอย่างรวดเร็ว&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;และ&nbsp;ทันเหตุการณ์&nbsp;จึงจัดทำโครงการ&nbsp;ผู้ว่าพาไปยาม&nbsp;โดยเชิญผู้บริหารระดับจังหวัด&nbsp;พาคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมโครงการ/กิจกรรมเด่นของหน่วยงานในสังกัด&nbsp;หรือแปลงเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จ&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานผ่านทางสื่อโทรทัศน์และสื่อต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ส่งผลให้กิจกรรมด้านการเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดหนองคายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ภายหลังเปิดโครงการฯ&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;ยังได้มอบเครื่องจักรกลทางการเกษตรให้กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวอำเภอสระใคร&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;ข้าวเด่น&nbsp;พืชดี&nbsp;อินทรีย์นำ&nbsp;อีกด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;จุมพล&nbsp;/&nbsp;หนองคาย</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117194617106"],
    [146,"ทหารช่วยเกี่ยวข้าวชาวนาจังหวัดสุรินทร์","<p><strong>มณฑลทหารบกที่&nbsp;25&nbsp;จัดกำลังพลพร้อมรถเกี่ยวข้าว&nbsp;เข้าช่วยเกี่ยวข้าวให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.เขวาสินรินทร์&nbsp;จ.สุรินทร์</strong></p><p>วันที่&nbsp;17&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;25&nbsp;ได้จัดกำลังพลพร้อมรถเกี่ยวข้าวเข้าช่วยเกี่ยวข้าว</p><p>ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ต.เขวาสินรินทร์?&nbsp;อ.เ?ขวา?สิ?นรินทร์?&nbsp;จ.สุรินทร์?&nbsp;เนื่องจากพื้นที่นามีน้ำท่วมขังและข้าวล้มจำนวนมาก&nbsp;รถเกี่ยวข้าวใหญ่ไม่สามารถลงเกี่ยวได้&nbsp;โดยในวันนี้สามารถเกี่ยวข้าวให้กับประชาชนจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่นา&nbsp;18&nbsp;ไร่&nbsp;ได้ข้าวเปลือก&nbsp;7,400&nbsp;กก.&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;นายสมยศ?&nbsp;ยืนยิ่ง?&nbsp;อายุ?&nbsp;53?&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;190&nbsp;ม.3&nbsp;บ.โชค?&nbsp;&nbsp;ต.เขวาสินรินทร์?&nbsp;อ.เ?ขวา?สิ?นรินทร์จ.สุรินทร์?&nbsp;พื้นที่นา&nbsp;14?&nbsp;ไร่?&nbsp;&nbsp;ได้ข้าวเปลือก&nbsp;6,400&nbsp;ก.ก.</p><p>2.&nbsp;นางอด?&nbsp;จาบทอง?&nbsp;อายุ?&nbsp;59?&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;19?&nbsp;ม.3&nbsp;บ.โชค?&nbsp;&nbsp;ต.เขวาสินรินทร์?&nbsp;อ.เขวาสินรินทร์?&nbsp;จ.สุรินทร์?&nbsp;พื้นที่นา&nbsp;4&nbsp;ไร่?&nbsp;ได้ข้าวเปลือก&nbsp;1,000&nbsp;ก.ก.</p><p>ซึ่งการเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ได้บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;และมีความปลาบปลื้มใจที่ทหารเข้าช่วยเหลือ&nbsp;โดยฤดูกาลเกี่ยวข้าวปีนี้&nbsp;มลฑลทหารบกที่&nbsp;25&nbsp;ช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวในพื้นที่&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;เนื้อที่สะสม&nbsp;159&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณข้าว&nbsp;77,100&nbsp;ก.ก.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117231103177"],
    [147,"ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดชัยนาท เดินหน้าต่อยอดผลิตข้าวพันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก สร้างรายได้ให้เกษตรกร","<p><strong>ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดชัยนาท&nbsp;เดินหน้าต่อยอดผลิตข้าวพันธุ์ใหม่&nbsp;ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก&nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกร</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">จากนโยบายของ&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ด้านตลาดข้าว&nbsp;ได้เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย&nbsp;พร้อมจับมือกับกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;กำหนดวิสัยทัศน์&nbsp;เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;ซึ่งหลังจากเดินทางมาเปิดการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่ที่จังหวัดชัยนาทเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา&nbsp;ชมรมผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดชัยนาท&nbsp;สนองนโยบายพัฒนาและผลิตข้าวพันธุ์ใหม่ส่งออกตลาดโลก&nbsp;สร้างรายได้เกษตรกร&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">นางอนุภา&nbsp;ปัญญาดิลก&nbsp;อุปนายกสมาคมเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ประธานชมรมผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การทำข้าวพันธุ์ใหม่เรานึกถึงตลาดต่างประเทศ&nbsp;เราทำตลาดตามความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;จากเดิมที่เราทำตามความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ&nbsp;แต่ตอนนี้เราทำทั้งสองตลาด&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;รวมทั้งในอุตสาหกรรมด้วย&nbsp;จากเมื่อก่อนข้าวพันธุ์ต้องใช้เวลา&nbsp;5-10&nbsp;ปี&nbsp;ในการทำ&nbsp;แต่เราคิดด้วยว่าอีก&nbsp;5-10&nbsp;ปีข้างหน้าความต้องการข้าวของตลาดโลกคืออะไร&nbsp;เราจึงนำสายพันธุ์ข้าวที่มีอยู่มาผสมกัน&nbsp;หรือถ้ายังไม่ตอบโจทย์&nbsp;เราก็ผสมพันธุ์ให้นิ่งอยู่ในระยะ&nbsp;2-3&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้สิ่งที่เราทำไม่ได้ขายเมล็ดพันธุ์อย่างเดียว&nbsp;ก่อนที่จะขายเมล็ดพันธุ์จะคุยกับโรงสีก่อนว่าโรงสีชอบข้าวแบบไหน&nbsp;ข้าวแข็ง&nbsp;ข้าวอ่อน&nbsp;ข้าวนุ่ม&nbsp;ที่มีกลิ่น&nbsp;เราต้องหาตลาดของโรงสีก่อน&nbsp;ถ้าไม่มีตลาดนี้เรานึกไม่ออกว่าเมล็ดพันธุ์ที่ดีจะออกไปได้อย่างไร&nbsp;แล้วเกษตรกรจะมีทิศทางผลิตข้าวไปทางไหน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">สิ่งที่ต้องได้คือ&nbsp;1.ผลผลิตที่ดี&nbsp;2.อายุต้องพอเหมาะพอควร&nbsp;ประมาณ&nbsp;100-105&nbsp;วัน&nbsp;3.ต้องมีการลดต้นทุนให้เกษตรกรอยู่ได้&nbsp;4.จะทำให้เกษตรกรดำรงชีวิตต่อไปได้&nbsp;นี่คือการต่อยอดและคำตอบที่ว่าทำไมต้องผลิตข้าวพันธุ์ใหม่&nbsp;เพราะสิ่งที่เราเจออยู่ไม่ใช่ว่าไม่ดี&nbsp;แต่ในทุกๆปีสภาวะอากาศและราคาเปลี่ยนไป&nbsp;ความต้องการตลาดโลกก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">เราจึงต้องมานั่งคุยกัน&nbsp;ทั้งเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการเมล็ดพันธุ์&nbsp;โรงสี&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;เรื่องของการทำข้าวพันธุ์ใหม่&nbsp;เกษตรกรชอบหรือไม่&nbsp;และเป็นครั้งแรกที่นำวิชาการ&nbsp;เอกชน&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;และกรมการข้าว&nbsp;นำข้าวที่มีอยู่ในมือนำมาประกวดกันเพื่อเฟ้นหาข้าวพันธุ์ดี&nbsp;คือให้ดีที่สุด&nbsp;ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์คือเกษตรกร&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เป็นความหวังของตลาดโลกที่กำลังจะไปได้ดีจากที่เราได้ศึกษาดูงานกันมา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118113851311"],
    [148,"กรมประมง เพาะพันธุ์ปลาหุด สัตว์น้ำหายาก ราคาสูง สำเร็จครั้งแรกในเขตพื้นที่ภาคใต้ พร้อมปล่อยลงสู่แหล่งต้นน้ำ","<p><strong>นายบัญชา&nbsp;สุขแก้ว&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปลาหุด&nbsp;หรือปลาพุด&nbsp;จัดเป็นปลาประจำถิ่นหายากของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;อาศัยในแหล่งต้นน้ำ&nbsp;น้ำตกและลำธาร&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันมีแนวโน้มลดลง&nbsp;เนื่องจากปลาพุดมีพฤติกรรมวางไข่เพียงปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำหลาก&nbsp;ปลาพุดจะอพยพลงมาจากภูเขาว่ายน้ำลงมาตามลำคลองสาขาเพื่อวางไข่&nbsp;&nbsp;ชาวบ้านจึงอาศัยช่วงเวลานี้จับปลาดังกล่าวเพื่อนำไปบริโภคและจำหน่าย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาพุดที่มีไข่จะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;700&nbsp;&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เนื่องจากเป็นปลาพื้นถิ่นที่หายาก&nbsp;มีรสชาติอร่อยและเป็นที่นิยมนำมาบริโภค&nbsp;จึงเป็นแรงจูงใจให้ชาวบ้านจับปลาพุดในช่วงเวลาดังกล่าว&nbsp;ส่งผลให้ปลาพุดมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานกรมประมงในจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;&nbsp;ทำการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลาพุดจากสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ปลาพุด&nbsp;น้ำตกยอดน้ำ&nbsp;อำเภอสิชล&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยวิธียกยอ&nbsp;เพื่อให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดนครศรีธรรมราช&nbsp;นำมาเพาะขยายพันธุ์&nbsp;เพื่อนำไปปล่อยกลับคืนที่แหล่งอาศัยบริเวณต้นน้ำ&nbsp;น้ำตกและลำธาร&nbsp;เพื่อฟื้นฟูพันธุ์ปลาพุดในท้องถิ่นเป็นแหล่งสร้างผลผลิต&nbsp;สร้างรายได้แก่ชุมชน</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;ให้ความสำคัญในการฟื้นฟูสัตว์น้ำหายากราคาสูง</strong>&nbsp;โดยให้มีการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ปล่อยคืนแหล่งน้ำธรรมชาติเดิม&nbsp;เพื่อคงสายพันธุ์ดั้งเดิมไว้ในท้องถิ่นนั้นๆ&nbsp;จึงมีนโยบายเร่งดำเนินการฟื้นฟูพันธุ์ปลาพุดในพื้นที่ต้นน้ำ&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ต้นน้ำ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การเพาะพันธุ์ปลาพุดในจังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ได้สำเร็จ&nbsp;ในการที่จะช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่หายากกลับคืนสู่แหล่งน้ำต้นกำเนิดเพื่อคืนความหลากหลายและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการปลูกจิตสำนึกของประชาชนให้มีส่วนร่วมในการช่วยกันรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างยั่งยืนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118151058473"],
    [149,"สถานการณ์ยางไตรมาส 4 ของปีนี้ คาดว่าผลผลิตยางจะออกสู่ตลาดลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;วิเคราะห์ถึงสถานการณ์และราคายางในช่วงไตรมาสนี้&nbsp;ว่า&nbsp;ในช่วงเดือน&nbsp;พ.ย.-ธ.ค.&nbsp;นี้&nbsp;คาดว่าผลผลิตยางจะออกสู่ตลาดลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้&nbsp;เนื่องจากในปีนี้เป็นปีที่มีสภาวะลานีญา&nbsp;จึงทำให้ฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติและเป็นปีที่มีฝนมาก&nbsp;และในเดือน&nbsp;พ.ย.&nbsp;เกิดพายุฝนเขตร้อนซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;รวมถึงเดือน&nbsp;ธ.ค.&nbsp;ยังมีปริมาณฝนมากกว่าค่าปกติร้อยละ&nbsp;10&nbsp;จึงคาดว่าปริมาณผลผลิตยางที่ออกมาจริงจะน้อยกว่าที่คาด&nbsp;และคาดว่าผลผลิตของปี&nbsp;64&nbsp;มีประมาณ&nbsp;4.6&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ลดลงประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสนตัน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ด้านปริมาณการส่งออกยางมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยในเดือน&nbsp;ก.ย.&nbsp;ส่งออก&nbsp;3.38&nbsp;แสนตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อน&nbsp;12.43%&nbsp;ในขณะที่สต็อกยางทั้งของประเทศไทย&nbsp;และสต็อกยางจีน(ชินเต่า)&nbsp;มีแนวโน้มลดลงโดยสิ้นเดือน&nbsp;ซึ่งเดือน&nbsp;ก.ย.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มียางเหลือในสต็อกประมาณ&nbsp;4&nbsp;แสนตัน&nbsp;จากช่วงต้นปีซึ่งมีสต็อกอยู่ประมาณ&nbsp;7&nbsp;แสนตันมจากยอดผู้ฉีดวัคซีนในประเทศผู้ใช้ยางซึ่งมากกว่า&nbsp;60%&nbsp;ของประชากรของแต่ละประเทศ&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจของประเทศผู้ใช้ยางเริ่มฟื้นตัว&nbsp;เห็นได้จากตัวชี้วัดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น&nbsp;โดย&nbsp;IMF&nbsp;ได้ปรับคาดการณ์ว่าปีนี้&nbsp;GDP&nbsp;โลกจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;5.9&nbsp;ในส่วนประเทศผู้ใช้ยางหลัก&nbsp;เช่น&nbsp;สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;6&nbsp;จีน&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;8&nbsp;ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;2.4&nbsp;ไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;1&nbsp;และสหภาพยุโรป&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;PMI&nbsp;ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำ&nbsp;GDP&nbsp;ในเดือน&nbsp;ต.ค.&nbsp;ประเทศผู้ใช้ยางหลักทั้ง&nbsp;สหรัฐ&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;และสหภาพยุโรปดัชนี&nbsp;PMI&nbsp;ยังคงอยู่เหนือระดับ&nbsp;50&nbsp;ค่าเงินบาท&nbsp;ในเทรนระยะยาวยังมีแนวโน้มอ่อนค่า&nbsp;และการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ANRPC&nbsp;ได้คาดการณ์ว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ความต้องการใช้ยางจะมากกว่าการผลิต&nbsp;3.29&nbsp;แสนตัน&nbsp;กยท.&nbsp;จึงคาดว่าราคายางในเดือนพฤศจิกายนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;และในเดือนธันวาคม&nbsp;ซึ่งหากปลายปีปริมาณฝนลดลงอาจทำให้ผลผลิตยางมากขึ้น&nbsp;ราคายางย่อตัวลงเล็กน้อย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-11-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118175512588"],
    [150,"เกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่อำเภอปะเหลียนเพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน","<p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ์&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;</strong>หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันระดับอำเภอและจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอปะเหลียนเพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ได้แก่&nbsp;1&nbsp;โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสันติราษฎร์ประชาบำรุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;2&nbsp;โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหินจอก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลลิพัง&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>แม้ว่าจะยังไม่เปิดภาคเรียน&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;โรงเรียนมีการดำเนินกิจกรรมการเกษตรแบบครบวงจร&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;พร้อมทั้งมีฐานเรียนรู้&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงาน&nbsp;แก่ผู้สนใจทั่วไป&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ชี้แจงและวางแผนการดำเนินงานโครงการตามงบประมาณปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ในส่วนของสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;และการวางแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติงานแบบบูรณาการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มาให้ความรู้แก่นักเรียน&nbsp;และเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมการเกษตรตามโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118164042538"],
    [151,"มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อการอุปโภค -บริโภค การเกษตร การอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;&nbsp;โดยติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;การเตรียมแผนรองรับการบริหารจัดการน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุง&nbsp;การวางแผนแก้ไขปัญหาน้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกง&nbsp;และแม่น้าเจ้าพระยา&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้า&nbsp;</strong>ผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัด&nbsp;การดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด&nbsp;มพร้อมกันนี้&nbsp;ยังได้ร่วมพิจารณาโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำกิ&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;ความจุเก็บกัก&nbsp;52.31&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;เขื่อนหลัก&nbsp;เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว&nbsp;พร้อมอาคารประกอบและระบบท่อส่งน้ำ&nbsp;ซึ่งหากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;จะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน&nbsp;35,558&nbsp;ไร่&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;8&nbsp;ตำบล&nbsp;45&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;6,305&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;สามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;การปศุสัตว์&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ท้ายน้ำในเขตอำเภอท่าวังผา&nbsp;และพื้นที่ราบลุ่มริมลำน้ำน่าน&nbsp;รักษาระบบนิเวศและเป็นแหล่งประมงสำหรับเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรได้บริโภคและเป็นรายได้เสริม&nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด&nbsp;จังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญ&nbsp;ที่จะเพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ&nbsp;ในแผนพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;กรมชลประทานได้มีแผนการดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำคลองวังโตนด&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีความจุรวม&nbsp;308&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สามารถส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้น&nbsp;267,800&nbsp;ไร่&nbsp;รองรับความต้องการน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาได้อีกปีละ&nbsp;45&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;และผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ได้ถึงปีละประมาณ&nbsp;70&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ด้านโครงการผันน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำให้อ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ปีละประมาณ&nbsp;80&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เพื่อการอุปโภค&nbsp;-บริโภค&nbsp;การเกษตร&nbsp;การอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว&nbsp;ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรี&nbsp;ที่สำคัญเพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่&nbsp;EEC</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118194503643"],
    [152,"กรมปศุสัตว์ กู้วิฤตการณ์วัตถุดิบโลกพุ่ง ช่วยชาวนาและผู้เลี้ยงสัตว์ ลดต้นทุน","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงสุดในรอบ&nbsp;13&nbsp;ปี&nbsp;มากกว่าร้อยละ&nbsp;20&nbsp;เป็นประวัติการณ์ของวงการเลี้ยงสัตว์&nbsp;โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง&nbsp;สร้างปัญหาและภาระค่าใช้จ่ายด้านการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูและไก่&nbsp;แบกภาระเพิ่มขึ้น&nbsp;20-30%&nbsp;ซึ่งวัตถุดิบอาหารสัตว์คิดเป็นต้นทุนหลัก&nbsp;60-70%&nbsp;ของการเลี้ยงสัตว์และยังมีผลต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่อุปทานปลายทางคือราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นด้วย&nbsp;ทั้งการบริโภคภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ&nbsp;และเพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนาเพาะปลูกข้าวที่ปีนี้ฝนดีข้าวนาปีทะลัก&nbsp;คาดว่าจะมีข้าวเปลือกปริมาณไม่ต่ำกว่า&nbsp;25&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ&nbsp;เนื่องจากมีการผลิตข้าวส่วนเกิน&nbsp;4-5&nbsp;ล้านตัน&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;จึงได้มีแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และชาวนา&nbsp;</strong>โดยกู้วิกฤตการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพงและวิฤตการณ์ข้าวเปลือกราคาถูก&nbsp;โดยการปรับประยุกต์รูปแบบการเลือกใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบเพื่อเป็นแหล่งพลังงานในอาหารสัตว์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการจัดการด้านอาหารสัตว์ตามสถานการณ์ปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&nbsp;เช่น&nbsp;การเพิ่มสัดส่วนการใช้ข้าวเปลือกบดในอาหารสุกรและสัตว์ปีกในช่วงอายุและปริมาณที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการใช้ข้าวกล้องบด&nbsp;หรือข้าวแดงบด</strong>&nbsp;สามารถใช้เป็นอาหารสัตว์ได้&nbsp;โดยข้าวกล้องมีเยื่อใยอยู่ในระดับต่ำและมีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับปลายข้าวมาก&nbsp;จึงสามารถใช้ทดแทนปลายข้าวในสูตรอาหารสัตว์ชนิดต่างๆ&nbsp;ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความฟ่าม&nbsp;&nbsp;การเป็นฝุ่นและไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสารไฟติน&nbsp;ดังนั้นข้าวกล้อง&nbsp;หรือข้าวกะเทาะเปลือกสามารถใช้เป็นวัตถุดิบแหล่งพลังงานในอาหารสัตว์ได้&nbsp;มีคุณค่าทางโภชนะใกล้เคียงกับข้าวโพดและปลายข้าวจึงสามารถใช้ทดแทนปลายข้าวในสูตรอาหารสัตว์ชนิดต่างๆ&nbsp;ได้ดี&nbsp;นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางเลือกและข่าวดีในวงการปศุสัตว์&nbsp;ที่สามารถใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบทดแทนเพื่อเป็นแหล่งพลังงานในอาหารสัตว์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการจัดการด้านอาหารสัตว์&nbsp;โดยสามารถช่วยลดต้นทุนด้านการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ด้านอาหารสัตว์</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119100503784"],
    [153,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 14 (นายอภัย สุทธิสังข์) ติดตามและขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 12564 ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ Application Zoom","<p><strong>วันพฤหัสบดีที่&nbsp;18&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายอภัย&nbsp;สุทธิสังข์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามและขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/2564&nbsp;ถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;จากห้องประชุมสำนักตรวจราชการ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยมีนายนาวิน&nbsp;ป้องกัน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ทำหน้าที่เลขานุการ&nbsp;และมีหัวหน้าหน่วยงาน/ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;บุคลากรที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งหน่วยงาน&nbsp;เพื่อรับนโยบายการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จากผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งนำเรียนข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้อมูลส่วนราชการ/หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ข้อมูลด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ปี&nbsp;64/65&nbsp;ข้อมูลจังหวัด&nbsp;ข้อมูลประชากร&nbsp;ครัวเรือนเกษตร&nbsp;เขตการปกครอง&nbsp;ทำเนียบหมู่บ้านพื้นที่&nbsp;การใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;พื้นที่ประกาศเขต&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ข้อมูล&nbsp;GPP&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;ครัวเรือน/แรงงานเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;64&nbsp;&nbsp;จำนวนเกษตรอาสาจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จำนวนสถาบันเกษตรกร<strong>&nbsp;</strong>ข้อมูลพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ปี&nbsp;2563/2564&nbsp;ข้อมูลสัตว์เศรษฐกิจ&nbsp;ข้อมูลด้านประมง&nbsp;</p><p><strong>ข้อมูลด้านน้ำ&nbsp;ปริมาณน้ำฝน&nbsp;อุณหภูมิ&nbsp;ความชื้นสัมพัทธ์&nbsp;&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติ</strong>&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อ่าง&nbsp;1&nbsp;เขื่อน&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก&nbsp;แหล่งน้ำในไร่นา&nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;โครงการป้องกันภัยจากน้ำ&nbsp;(แก้มลิง)&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;3&nbsp;สาย&nbsp;(แม่น้ำโขง&nbsp;ลำเซบก&nbsp;ลำเซบาย)&nbsp;ข้อมูลชลประทานขนาดเล็ก&nbsp;แก้มลิง&nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;แหล่งน้ำในไร่นา&nbsp;ปี&nbsp;64&nbsp;ด้านดิน&nbsp;ชั้นความเหมาะสมของดินสำหรับการปลูกพืช&nbsp;ข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;อ้อย&nbsp;ยางพารา&nbsp;ข้อมูลแปลงใหญ่&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;ปี&nbsp;2559-2565&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;(ศพก.)&nbsp;(7&nbsp;ศพก.หลัก&nbsp;122&nbsp;ศพก.เครือข่าย&nbsp;รวม&nbsp;129&nbsp;ศพก.)&nbsp;</p><p><strong>ปฏิทินสินค้าเกษตรรายเดือนปีการเพาะปลูก&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;แหล่งรับซื้อ-ขาย</strong>&nbsp;ผลผลิตเกษตร&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;ข้อมูลสินค้าเกษตรที่สำคัญ&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;11&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวเจ้า&nbsp;ข้าเหนียว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;อ้อยโรงงาน&nbsp;ยางพารา&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;กระบือ&nbsp;แพะ&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาดุก&nbsp;และการอนุบาลสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นเป็นผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;และสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ผู้ตรวจฯ&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;ได้มอบหมายหน่วยงานหารือร่วมกันและเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานในการประชุมครั้งต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119091336755"],
    [154,"อ่างเก็บน้ำบางพระ มีน้ำกักเก็บเพียงพอใช้เพื่อการผลิตน้ำประปา การเกษตร อุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตลอดฤดูแล้งนี้","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ในศูนย์กลางการจ่ายน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;ซึ่งมีโครงข่ายน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเชื่อมโยงจากพื้นที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;มายังจังหวัดระยอง&nbsp;ต่อมายังจังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;มีความจุ&nbsp;117&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;45&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./ปี&nbsp;</p><p><strong>โดยในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาได้มีการสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิต</strong>&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการและผันน้ำจากแม่น้ำบางปะกง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ซึ่งเป็นปริมาณน้ำส่วนเกินที่ระบายลงสู่ทะเล&nbsp;ไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;ในขณะที่อ่างเก็บน้ำบางพระปีนี้&nbsp;มีปริมาณน้ำท่าไหลลงอ่างตามธรรมชาติประมาณ&nbsp;70&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;รวมกับปริมาณน้ำที่สูบมาจากแม่น้ำบางปะกง&nbsp;17&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;และจากคลองพระองค์ไชยานุชิตอีก&nbsp;42&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;&nbsp;ทำให้มีปริมาณน้ำเต็มความจุอ่างฯ&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;ตั้งแต่มีการเก็บข้อมูล&nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าปริมาณน้ำจะสามารถจัดสรรได้อย่างเพียงพอใช้ในการผลิตน้ำประปา&nbsp;การเกษตรและอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;ตลอดฤดูแล้งนี้&nbsp;ทั้งยังสามารถส่งกลับไปช่วยผลิตน้ำประปาในพื้นที่&nbsp;&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ได้อย่างเพียงพออีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119111136822"],
    [155,"จังหวัดยโสธร เปลี่ยนรันเวย์สนามบินกองทัพบกเลิงนกทา เป็นลานตากข้าวเปลือก พื้นที่กว้างใหญ่ ลดการตากข้าวริมถนน ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ","<p><strong>ที่จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้มีชาวนาที่เก็บเกี่ยวข้าวแล้ว&nbsp;นำข้าวเปลือกไปตากแดดไล่ความชื้นที่บริเวณสนามบินกองทัพบกเลิงนกทา</strong>&nbsp;ตำบลโคกสำราญ&nbsp;อำเภอเลิงนกทา&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ซึ่งเป็นสนามบินเก่า&nbsp;ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว&nbsp;โดยชาวบ้านนำข้าวเปลือกไปตากที่บริเวณลานสนามบิน&nbsp;รันเวย์ของสนามบิน&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่&nbsp;สามารถรองรับการตากข้าวของชาวบ้านได้จำนวนมาก&nbsp;ลดปัญหาการตากข้าวริมถนน&nbsp;ซึ่งกีดขวางเส้นทางสัญจร&nbsp;และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้&nbsp;อีกทั้งพื้นที่สนามบินกองทัพบกเลิงนกทา&nbsp;ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารคอยเวรยามตรวจตรา&nbsp;เพิ่มความอุ่นใจให้แก่ชาวบ้านที่มานอนเฝ้าลานตากข้าวเปลือกด้วย&nbsp;เพื่อป้องกันการลักขโมยข้าวเปลือกด้วย&nbsp;โดยในแต่ละวันก็จะมีชาวบ้านพากันนำข้าวไปตากที่สนามบินแห่งนี้ไม่ต่ำกว่าวันละ&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ&nbsp;และจะใช้ระยะเวลาตากข้าวคนละประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;วัน&nbsp;ก็จะพากันขนย้ายข้าวเปลือกที่แห้งสนิทกลับบ้านไปและส่งขายเป็นรายได้ต่อไป&nbsp;ซึ่งชาวบ้านต่างรู้สึกดีใจและชื่นชมที่ทหารได้เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาตากในพื้นที่ดังกล่าว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สนามบินกองทัพบกเลิงนกทา</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นสนามบินเก่าที่มีการก่อสร้างมาตั้งปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2506&nbsp;สมัยสงครามเวียดนาม&nbsp;โดยทหารสหรัฐอเมริการ่วมกับพันธมิตรอังกฤษ,&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;และนิวซีแลนด์&nbsp;ได้ร่วมกันก่อสร้างขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นสนามบินสำรอง&nbsp;แต่ปัจจุบันได้เลิกใช้งานไปแล้วและกองทัพบกเป็นผู้ดูแล&nbsp;ปัจจุบันลานจอดเครื่องบินและรันเวย์ยังคงอยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติ&nbsp;จึงได้เปิดพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาตากในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;โดยชาวบ้านที่ไม่มีพื้นที่ตากข้าวก็สามารถมาใช้พื้นที่ดังกล่าวในการตากข้าวเปลือกได้&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการจราจร&nbsp;และ&nbsp;ป้องกันอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119160802062"],
    [156,"กรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคีเครือข่ายส่งเสริมเกษตรกรใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มผลผลิตการเกษตร","<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กรุงเทพมหานครมีพื้นที่การเกษตร&nbsp;ประมาณ&nbsp;150,000&nbsp;ไร่&nbsp;มีครัวเรือนเกษตรกรประมาณ&nbsp;12,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรของกรุงเทพมหานครบางส่วนประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนเฉลี่ย&nbsp;230,000&nbsp;บาทต่อครัวเรือน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากยังมีการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตรใหม่ๆ&nbsp;มาใช้บริหารจัดการฟาร์มหรืออาชีพเกษตรกรรมไม่มาก&nbsp;ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานเนื่องจากต้องใช้แรงงานจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;รวมทั้งยังมีการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรเกินจำเป็นทำให้ต้นทุนการผลิตสูง&nbsp;เกษตรกรมีปัญหาสุขภาพเนื่องได้รับสารเคมีสะสมเป็นระยะเวลานาน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ดี&nbsp;ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการเกษตรหลายๆ&nbsp;</strong>ชนิดราคาถูกลง&nbsp;เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น&nbsp;ดังนั้นการส่งเสริมให้เกษตรกร&nbsp;ได้มีความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อนำมาใช้ในภาคการเกษตรจะทำให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน&nbsp;&nbsp;และสามารถพัฒนาระบบการผลิตภาคการเกษตรสู่การเกษตรยุคใหม่ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและระบบการบริหารจัดการเพื่อลดการใช้สารเคมี&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ผลผลิตด้านการเกษตรมีมาตรฐานปลอดภัย&nbsp;เกษตรกรมีสุขภาพดีและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;สามารถลดต้นทุน&nbsp;ลดระยะเวลาและจะทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&nbsp;และมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119162544084"],
    [157,"อำเภอรัตนบุรี จัดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวอินทรีย์ และมอบผ้าห่มร่วมใจ ต้านภัยหนาว \"ขับเคลื่อนนโยบายสุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์\"","<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อำเภอรัตนบุรี&nbsp;ได้จัดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวอินทรีย์&nbsp;โดยการบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;เครือข่ายเกษตรกร&nbsp;และประชาชนตำบลยางสว่าง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายดุษฎี&nbsp;ดวงใจ&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;นายขวัญเมือง&nbsp;พรมสอน&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ในรูปแบบการสืบสานวัฒนธรรมถิ่นอีสานให้คงอยู่สืบไป</p><p><strong>นอกจากนี้ยังได้มอบผ้าห่มร่วมใจต้านภัยหนาว&nbsp;</strong>บรรเทาความเดือดร้อนจากอากาศหนาวเย็น&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;บ้านกล้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลยางสว่าง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวเป็นการขับเคลื่อนตามนโยบาย&nbsp;สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์</strong>&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกระบวนการผลิตข้าว&nbsp;เพื่อคัดสรรเมล็ดพันธุ์ข้าวดี&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;ข้าวมีคุณภาพดี&nbsp;โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;โดยข้าวอินทรีย์จะได้รับการตรวจมาตรฐานจากหน่วยงานรับรองมาตรฐานจากกรมการข้าว&nbsp;ซึ่งสนับสนุนการดำเนินการโดยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ตลอดจนเกษตรกรและผู้บริโภค&nbsp;ได้กินข้าวและพืชผักผลไม้ปลอดสารเคมีเพื่อสุขภาพที่ดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119154118017"],
    [158,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์และตรวจเยี่ยมและให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านผักเน่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;เลี้ยงสุกรพื้นเมือง&nbsp;17&nbsp;ตัวไก่พื้นเมือง&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์&nbsp;</strong>ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็น&nbsp;นายสมัย&nbsp;สารมโน&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;63&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ตัว&nbsp;ช่วยคลอดแม่โคเนื้อ&nbsp;ได้ลูกโค&nbsp;เพศผู้&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;แนะนำการใช้ยาฆ่าแมลง&nbsp;การสุมควันไฟ&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;ติดหลอดไฟขับไล่แมลง&nbsp;และหรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง&nbsp;งดการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่บ้านนาข่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119152300993"],
    [159,"จ.กาฬสินธุ์ เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก เพิ่มรายได้ สร้างอำนาจต่อรองให้เกษตรกรแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;ที่ตลาดกลางข้าวและพืชไร่จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ตำบลคลองขาม&nbsp;อำเภอยางตลาด&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้จัดงานตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;แก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกลดต่ำลง&nbsp;ให้ขายได้ราคาดี&nbsp;โดยได้เชิญผู้ประกอบการโรงสีให้เข้ามารับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้เกิดกลไกการแข่งขันรับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้น&nbsp;โดยมีเกษตรกรได้นำรถบรรทุกทยอยนำข้าวเปลือกมาขายอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>นายศิริพงษ์&nbsp;วิวัฒน์เกษมชัย&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกยังสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม&nbsp;และการชั่งน้ำหนักที่ได้มาตรฐาน&nbsp;การหักลดน้ำหนักตามความชื้นและสิ่งเจือปนของข้าวเปลือก&nbsp;ทำให้เกษตรกรเรียนรู้ถึงการซื้อขายข้าวคุณภาพ&nbsp;อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาการเพาะปลูกข้าวให้มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด&nbsp;โดยในวันแรกของการเปิดตลาดนัดข้าวเปลือกมีเกษตรกรนำข้าวมาจำหน่าย&nbsp;214&nbsp;ราย&nbsp;ปริมาณ&nbsp;ข้าว&nbsp;446&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หากเกษตรกรมีความจำเป็นต้องขายข้าว&nbsp;ขอเชิญชวนเกษตรนำข้าวออกมาจำหน่ายที่ตลาดนัดข้าวเปลือกจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งเพราะอยู่ใกล้แหล่งผลิตของพี่น้องเกษตรกร</p><p><strong>ด้านนายธนพล&nbsp;ธรรมมโนขจิต&nbsp;ผู้จัดการตลาดกลางข้าวและพืชไร่&nbsp;เปิดเผยอีกว่า</strong>&nbsp;การเปิดตลาดนัดข้าวเปลือกเป็นการพบกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย&nbsp;ซึ่งปีนี้บรรยากาศไม่คึกคักเท่าที่ควร&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรบางรายยังรอดูราคาข้าวเปลือกที่ยังมีราคาไม่สูงมากนัก&nbsp;จึงเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางก่อนเพื่อให้ได้ราคาเป็นที่น่าพอใจค่อยนำออกมาขาย&nbsp;ซึ่งส่งผลทำให้ราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเพราะเกษตรกรชลอการขายข้าวเปลือกออกไปก่อน&nbsp;ขณะเดี่ยวกันโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลก็ทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจในการนำผลผลิตข้าวออกมาจำหน่ายซึ่งจะได้ราคาตามที่เกษตรกรต้องการ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกในครั้งนี้&nbsp;นอกจากจะเป็นแหล่งรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรแล้ว&nbsp;</strong>ยังเป็นการเสริมสร้างความรู้ให้เกษตรกรได้เรียนรู้ระบบการซื้อขายแบบตลาดกลางอันเป็นฐานในการพัฒนาระบบตลาด&nbsp;และกลไกตลาด&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะกระตุ้นให้เกษตรกรเกิดการผลิตข้าวที่มีคุณภาพดีตามที่ตลาดต้องการ&nbsp;เกษตรกรขายข้าวได้ราคาที่สูงขึ้น&nbsp;สอดคล้องกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวตามนโยบายของรัฐบาลอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สวท.กาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119160951064"],
    [160,"เกษตรจังหวัดนครพนม แนะเกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อยหลังนาสร้างรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เชิญชวนเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวแล้ว&nbsp;</strong>ปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;ระยะสั้น&nbsp;เป็นที่ต้องการตลาด&nbsp;สร้างรายได้เสริมหลังทำนาและเป็นแหล่องอาหารครัวเรือน</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในทุกๆปีหลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว&nbsp;เกษตรกรรายหลายตัดสินใจที่จะทำการปลูกข้าวเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในพื้นที่เดิม&nbsp;ซึ่งส่งผลให้ดินเกิดความเสื่อมโทรมเพราะไม่มีการพักปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;มีความเสี่ยงต่อโรคแมลงในดิน&nbsp;ทำให้วงจรโรคและแมลงในดินสามารถก่อให้เกิดโรคกับพืชได้เช่นเดิม&nbsp;อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านปริมาณน้ำที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย&nbsp;จึงขอเชิญชวนเกษตรหันมาปลูกพืชอายุสั้นและใช้น้ำน้อย&nbsp;สร้างรายได้เสริม&nbsp;ทดแทนการทำนาปรังในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพืชที่เหมาะสมต่อการปลูกในหน้าแล้งควรเป็นพืชที่มีอายุสั้น&nbsp;</strong>การปลูกพืชผักอายุสั้นใช้เงินลงทุนต่อรุ่นต่ำ&nbsp;แต่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้&nbsp;2-3&nbsp;รอบต่อรุ่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การปลูกพืชระยะสั้นเริ่มจากเตรียมเมล็ดพันธุ์&nbsp;ปรับดินเตรียมแปลงปลูก&nbsp;เพื่อประหยัดน้ำควรลงทุนทำระบบน้ำหยดเพื่อให้น้ำถูกส่งผ่านทางท่อ&nbsp;ปล่อยน้ำออกทางหัวหยดน้ำ&nbsp;ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช&nbsp;น้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากของต้นพืชอย่างช้าๆ&nbsp;และสม่ำเสมอ&nbsp;ช่วยให้ดินมีความชื้นคงที่&nbsp;พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมสม่ำเสมอทั้งแปลง&nbsp;ประหยัดเวลา&nbsp;แรงงาน&nbsp;บำรุงรักษาระบบและควบคุมวัชพืชได้ง่าย&nbsp;</p><p><strong>โดยให้พิจารณาความเหมาะสมสภาพแวดล้อม&nbsp;น้ำ&nbsp;ความต้องการตลาด&nbsp;มีกลุ่มพืชแนะนำ&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มพืชไร่&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;และถั่วลิสง&nbsp;กลุ่มพืชสมุนไพร&nbsp;อัญชัน&nbsp;ขิง&nbsp;ข่า&nbsp;และตะไคร้หอม&nbsp;กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;ดาวเรือง&nbsp;ทานตะวันตัดดอก&nbsp;แอสเตอร์&nbsp;บานไม่รู้โรย&nbsp;กลุ่มพืชผัก&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;ผักบุ้งจีน&nbsp;คะน้า&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ผักกาดหัว&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;หอมแบ่ง&nbsp;คะน้า&nbsp;มะระจีน&nbsp;แตงโม&nbsp;แคนตาลูป&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;มันเทศ&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;กะเพรา&nbsp;ตะไคร้&nbsp;ต้นอ่อนทานตะวัน&nbsp;ข้าวโพดฝักสด&nbsp;แตงไทย&nbsp;และฟักทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จึงขอความเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวแล้ว</strong>&nbsp;หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำนาปรังในพื้นที่เดิม&nbsp;เพื่อช่วยสร้างรายได้และอาชีพในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;โดยเกษตรกรที่สนใจการปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำเพิ่มเติม&nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119165745097"],
    [161,"เกษตรจังหวัดนครพนม แนะเกษตรกร ปลูกพืชหลังนาใช้น้ำน้อย ปลูกง่าย กำไรดี ตลาดต้องการ มีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว","<p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวในช่วงนี้&nbsp;ถือได้ว่าในหลายๆพื้นที่เกษตรกรได้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวไปแล้วเป็นจำนวนมาก&nbsp;คงเหลือแต่เพียงบางส่วนซึ่งถือได้ว่ามีจำนวนไม่มากนัก&nbsp;ในทุกๆปีหลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว&nbsp;เกษตรกรหลายรายตัดสินใจที่จะทำการปลูกข้าวเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในพื้นที่เดิม&nbsp;ซึ่งส่งผลให้ดินเกิดความเสื่อมโทรมเพราะไม่มีการพักดินและปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;ทั้งยังมีความเสี่ยงต่อโรคและแมลงในดิน&nbsp;ทำให้วงจรโรคและแมลงในดินสามารถก่อให้เกิดโรคกับพืชได้เช่นเดิม&nbsp;อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านปริมาณน้ำที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรส่วนหนึ่ง&nbsp;ที่อยู่ในพื้นที่เขตชลประทาน&nbsp;และพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอที่จะทำการเกษตร</strong>&nbsp;หรือกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะทำปลูกพืชอะไรดี&nbsp;ที่จะสามารถสร้างรายได้เสริมหลังนาเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่ดี&nbsp;และที่สำคัญคือใช้น้ำน้อยในการเพาะปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้&nbsp;ซึ่งมีพืชหลังนาหลายชนิดที่เรียกได้ว่า&nbsp;เป็นที่นิยมที่เกษตรกรให้ความสนใจที่จะปลูก&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;แตงโม&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;ถั่วลิสง&nbsp;ดาวเรือง&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;จึงขอเชิญชวนเกษตรกรหันมาปลูกพืชอายุสั้นและใช้น้ำน้อย&nbsp;สร้างรายได้เสริม&nbsp;ทดแทนการทำนาปรังในช่วงฤดูแล้ง</strong>&nbsp;สำหรับพืชที่เหมาะสมต่อการปลูกในหน้าแล้งควรเป็นพืชที่มีอายุสั้น&nbsp;การปลูกพืชผักอายุสั้นใช้เงินลงทุนต่อรุ่นต่ำ&nbsp;แต่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้&nbsp;2-3&nbsp;รอบต่อรุ่น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การปลูกพืชระยะสั้นไม่ใช่เรื่องยาก&nbsp;เริ่มจากเตรียมเมล็ดพันธุ์&nbsp;และปรับดินเตรียมแปลงปลูก</strong>&nbsp;และเพื่อประหยัดน้ำควรลงทุนทำระบบน้ำหยดเพื่อให้น้ำถูกส่งผ่านทางท่อ&nbsp;และปล่อยน้ำออกทางหัวหยดน้ำ&nbsp;ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช&nbsp;น้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากของต้นพืชอย่างช้าๆ&nbsp;และสม่ำเสมอ&nbsp;ช่วยให้ดินมีความชื้นคงที่&nbsp;พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและสม่ำเสมอทั้งแปลง&nbsp;ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน&nbsp;บำรุงรักษาระบบง่าย&nbsp;แถมควบคุมวัชพืชได้ง่าย&nbsp;ส่วนข้อควรระวังในการปลูกพืชหน้าแล้ง&nbsp;นอกจากเรื่องน้ำแล้ว&nbsp;ต้องดูความต้องการของตลาด&nbsp;และดูความเหมาะสมว่าสภาพแวดล้อมที่ปลูกเหมาะต่อพืชที่ต้องการจะปลูกหรือไม่&nbsp;ถ้านำพืชชอบอากาศหนาวมาปลูกในพื้นที่ร้อนจะไม่ได้ผลผลิต</p><p><strong>ลักษณะพันธุ์พืชที่เหมาะสมสำหรับปลูกหลังนา&nbsp;หรือในช่วงฤดูแล้ง</strong></p><p><strong>1.&nbsp;อายุสั้น</strong>&nbsp;ในช่วงหลังการทำนามีช่วงเวลาที่จำกัด&nbsp;การปลูกพืชหลังนาโดยอาศัยความชื้นที่อาศัยอยู่ในดินที่เหลืออยู่&nbsp;พืชที่มีอายุสั้นจะมีความได้เปรียบพืชที่มาอายุเก็บเกี่ยวยาว&nbsp;เนื่องจากช่วงอายุสั้นกว่า&nbsp;สามารถที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดในหน้าแล้งในช่วงที่ติดดอกและฝัก</p><p><strong>2.&nbsp;ทนแล้ง</strong>&nbsp;เนื่องจากความชื้นในดินที่เหลืออยู่หลังการเก็บเกี่ยวข้าว&nbsp;จะมีความชื้นเพียงพอสำหรับการปลูกพืชในระยะแรกประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน</p><p><strong>3.&nbsp;ความแข็งแรงของต้นกล้า</strong>&nbsp;ในช่วงแรกของการเติบโต&nbsp;พืชควรมีความสามารถในการแข่งขันกับวัชพืช&nbsp;ที่มีความชื้นในสภาพที่จำกัด&nbsp;ตลอดจนผลกระทบอื่นๆ&nbsp;ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคและแมลง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>4.&nbsp;ไม่ไวแสง</strong>&nbsp;ช่วงหลังการทำนาในฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงวันสั้น&nbsp;หากปลูกพืชที่ตอบสนองต่อช่วงแสง&nbsp;เช่น&nbsp;</p><p>ถั่วเหลืองพันธุ์เบา&nbsp;และงา&nbsp;ทำให้ออกดอกเร็วเกินไป&nbsp;ดังนั้น&nbsp;พันธุ์พืชที่เหมาะสมต้องตอบสนองต่อช่วงแสง</p><p><strong>5.&nbsp;ทนทานต่อน้ำขัง</strong>&nbsp;ในช่วงหลังการเก็บเก็บเกี่ยวข้าว&nbsp;มักประสบปัญหาน้ำท่วมขังในระยะแรกเนื่องจากการจัดการน้ำที่ไม่เหมาะสม&nbsp;นอกจากนี้ระยะออกดอกถึงเก็บเกี่ยวมักประสบปัญหาฝนตก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;พันธุ์พืชที่เหมาะสมจึงควรทนทานต่อการทำลายของน้ำฝน</p><p><strong>6.&nbsp;ลักษณะอื่นๆ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ต้านทานโรคและแมลง&nbsp;ฝักไม่แตก&nbsp;มีการพักตัวของเมล็ด&nbsp;ลำต้นไม่หักล้ม</p><p><strong>ประโยชน์ของการปลูกพืชใช้น้ำน้อยหรือพืชหลังนา</strong>&nbsp;ช่วยลดการระบาดของแมลง&nbsp;เพิ่มปริมาณการผลิต&nbsp;คุณภาพดีและราคาดี&nbsp;มีผลผลิตสูง&nbsp;ผลตอบแทนสูงและคุ้มค่า&nbsp;และช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน</p><p><strong>กลุ่มพืชและชนิดพืชที่แนะนำ&nbsp;ที่สามารถปลูกได้ในช่วงฤดูแล้ง</strong></p><p><strong>กลุ่มพืชไร่</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;และถั่วลิสง</p><p><strong>กลุ่มพืชสมุนไพร</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;อัญชัน&nbsp;ขิง&nbsp;ข่า&nbsp;และตะไคร้หอม</p><p><strong>กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ดาวเรือง&nbsp;ทานตะวันตัดดอก&nbsp;แอสเตอร์&nbsp;บานไม่รู้โรย</p><p><strong>กลุ่มพืชผัก</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;ผักบุ้งจีน&nbsp;คะน้า&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ผักกาดหัว&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;หอมแบ่ง&nbsp;คะน้า&nbsp;มะระจีน&nbsp;แตงโม&nbsp;แคนตาลูป&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;มันเทศ&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;กะเพรา&nbsp;ตะไคร้&nbsp;ต้นอ่อนทานตะวัน&nbsp;ข้าวโพดฝักสด&nbsp;แตงไทย&nbsp;และฟักทอง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>เกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวแล้วสนใจหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำนาปรังในพื้นที่เดิม&nbsp;</strong>เพื่อช่วยสร้างรายได้และอาชีพในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;สอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำเพิ่มเติม&nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;อาทิตย์&nbsp;อุ่นนาแซง</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119203641162"],
    [162,"โครงการสงขลาเมืองสมุนไพรต้านโควิด- 19 เก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นที่ 1 แปรรูปเป็นยาได้กว่า 40,000 แคปซูล","<p><strong>จากการที่&nbsp;สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;8&nbsp;(สวพ.8)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;และภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ดำเนินงานโครงการสงขลาเมืองสมุนไพรต้าน&nbsp;covid&nbsp;-19&nbsp;โดย&nbsp;สวพ.8&nbsp;นำร่องในแปลงต้นแบบระดับครัวเรือน&nbsp;ระดับชุมชน&nbsp;ระดับเชิงพาณิชย์&nbsp;และการปลูกในโรงเรือน&nbsp;50&nbsp;แปลง&nbsp;และโครงการทำการแจกจ่ายต้นกล้าที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก&nbsp;สส.เดชอิศม์&nbsp;ขาวทอง&nbsp;และ&nbsp;ท่าน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;100,000&nbsp;ต้น&nbsp;ให้เกษตรกรไปปลูก&nbsp;ใน&nbsp;127&nbsp;ตำบล&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;ได้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตฟ้าทะลายโจรที่ปลูกในแปลงต้นแบบโรงเรือน&nbsp;379&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;พบว่าได้ผลผลิตสด&nbsp;26&nbsp;กิโลกรัมหรือ&nbsp;69&nbsp;กรัมต่อต้น&nbsp;ในแปลงต้นแบบ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลรำแดง&nbsp;อำเภอสิงหนคร&nbsp;290&nbsp;ต้น&nbsp;ได้ผลผลิตน้ำหนักสด&nbsp;44&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือ&nbsp;152&nbsp;กรัมต่อต้น&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;70&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;คาดว่าจะได้น้ำหนักแห้ง&nbsp;17.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เมื่อนำไปแปรรูปเป็นฟ้าทะลายโจรแคปซูลจะได้ผลผลิต&nbsp;ประมาณ&nbsp;40,000&nbsp;แคปซูล</p><p><strong>นายไพเจน&nbsp;มากสุวรรณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี&nbsp;ของการขับเคลื่อนโครงการที่ได้เห็นผลออกมาเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยความสำเร็จของแปลงต้นแบบจะเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรนำไปทำเป็นอาชีพ&nbsp;หรือหน่วยงานท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;อบต.&nbsp;นำไปทำเพื่อเป็นการบริการประชาชน&nbsp;โดยต่อไปจะร่วมมือร่วมมือกับ&nbsp;รพ.สต.&nbsp;ก็จะช่วยในการดูแลสุขภาพประชาชนได้ดีขึ้น&nbsp;โดยผลผลิตในรอบนี้จะนำมาแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งการผลิตฟ้าทะลายโจรของโครงการจะอยู่ภายใต้มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งโครงการเรามีแพทย์แผนไทย&nbsp;มีโรงานเอกชนมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;สวพ.8&nbsp;และ&nbsp;คณะเภสัช&nbsp;ม.อ.&nbsp;เป็นคณะงานโครงการ&nbsp;จึงทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีมาตรฐาน&nbsp;และคุณภาพดี</p><p><strong>นายธัชธาวินท์&nbsp;สะรุโณ&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;สวพ.8&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผลผลิตในแปลงต้นแบบ&nbsp;ถือว่าใหัผลดีพอสมควร</strong>&nbsp;องค์ความรู้ที่ได้จากแปลงต้นแบบจะนำไปถ่ายทอดขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆในสงขลา&nbsp;ตามเป้าหมายโครงการที่วางไว้&nbsp;โดยในรุ่นที่สอง&nbsp;จะดำเนินการต่อเนื่่อง&nbsp;ภายใต้การความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ทั้ง&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;วัด&nbsp;และชุมชน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119213049186"],
    [163,"เกษตรโคราช มอบ Sim Card เกษตรตำบลทั้ง 32 อำเภอ สำหรับเครื่อง Tablet เพื่อปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลง","<p><strong>วันนี้(19&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายวรกร&nbsp;เปรื่องค้า&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;</strong>รักษาการในตำแหน่งเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสมพิส&nbsp;ทองดีนอก&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;ร่วมมอบ&nbsp;Sim&nbsp;Card&nbsp;ให้แก่ตัวแทนนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;(เกษตรตำตำบล)&nbsp;ทั้ง&nbsp;32&nbsp;อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำหรับใช้ในเครื่อง&nbsp;Tablet&nbsp;เพื่อปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;ให้คำแนะนำการใช้&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ตำบลโคกกรวด&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>ได้รับการอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายการค่าอินเตอร์เน็ตสำหรับใช้กับ&nbsp;Tablet&nbsp;ในการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลงงวดที่&nbsp;1&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการเช่าอินเตอร์เน็ตสำหรับใช้กับ&nbsp;Tablet&nbsp;ในการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลง&nbsp;กับบริษัท&nbsp;โทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จำนวน&nbsp;203&nbsp;ซิม&nbsp;สำหรับใช้งานกับ&nbsp;Tablet&nbsp;ในการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลง&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านและอินเทอร์เน็ตซิม&nbsp;(Sim&nbsp;Card)&nbsp;ที่ได้รับการพิจารณาคุณลักษณะการให้บริการความเร็วสูงสุดและราคาต่ำสุด&nbsp;โดยมีความเร็วคงที่ไม่จำกัดปริมาณที่ความเร็วสูงสุดไม่เกิน&nbsp;10Mbps&nbsp;พร้อมบริการโทรฟรีในเครือข่าย&nbsp;my&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โทรนอกเครือข่าย&nbsp;my&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;นาที&nbsp;และรองรับการใช้งานบนเครือข่าย&nbsp;3G/4G</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119234007243"],
    [164,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำจุดยืนชัดเจน ภาคเกษตรต้องไม่เสียเปรียบ ยึดผลประโยชน์เกษตรกรต้องมาก่อน","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงประเด็นการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก&nbsp;หรือ&nbsp;CPTPP&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;ว่า&nbsp;ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีความพร้อมในการร่วมเจรจาความตกลง&nbsp;CPTPP&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลและทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคประชาชนและภาคประชาสังคม&nbsp;ได้ศึกษาในรายละเอียด&nbsp;ประเด็นผลดี&nbsp;ผลเสียและความพร้อมของไทยมาโดยตลอด&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ขอยืนยันว่า</strong>&nbsp;ภาคเกษตรไทยต้องไม่เสียเปรียบ&nbsp;โดยกรอบการเจรจาจะยึดผลประโยชน์เกษตรกรเป็นหลักถ้าหากประเทศไทยตัดสินใจเข้าร่วม&nbsp;CPTPP&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;สำหรับการจัดทำกรอบการเจรจาเพื่อรับพันธกรณีความตกลง&nbsp;CPTPP&nbsp;ในส่วนของผลต่อภาคการเกษตร&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;ประเด็นหลักสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จะต้องคำนึงถึงคือ&nbsp;ด้านพันธุ์พืชและด้านการค้าสินค้าให้กับประเทศไทย<strong>&nbsp;</strong>ด้านการค้าสินค้า<strong>&nbsp;</strong>เนื่องด้วยสมาชิก&nbsp;CPTPP&nbsp;มีการยกเลิกหรือลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันในระดับที่สูงมากถึงร้อยละ&nbsp;95&nbsp;&nbsp;100&nbsp;ซึ่งแน่นอนว่า&nbsp;จะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรของไทยที่มีศักยภาพแข่งขันน้อย&nbsp;</p><p><strong>การเจรจาในประเด็นด้านการค้า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอสงวนการบังคับใช้มาตรการ&nbsp;SSG&nbsp;ของไทยสำหรับสินค้าเกษตรทั้ง&nbsp;23&nbsp;รายการไว้ตามเดิม&nbsp;ขอให้เกษตรกรทุกท่านทราบว่า&nbsp;การเจรจาความตกลง&nbsp;CPTPP&nbsp;ของไทย&nbsp;ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จะยึดผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญที่สุดและขอให้มั่นใจได้ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;จะพิจารณาในรายละเอียดประเด็นต่างๆ&nbsp;อย่างครอบคลุมทุกมิติด้วยความรอบคอบและหากไทยตัดสินใจเข้าร่วม&nbsp;CPTPP&nbsp;จะมีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทย&nbsp;ภาคเกษตรไทยและเกษตรกรไทยได้รับประโยชน์สูงสุดภายหลังเข้าร่วม&nbsp;CPTPP</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211120134409363"],
    [165,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย ร่วมโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดเลย และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่...สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 12565","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;พอ.สว.&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่...สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565</strong></p><p><br></p><p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภภูเรือ&nbsp;,&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;,&nbsp;เชียงคาน&nbsp;,&nbsp;&nbsp;ภูกระดึง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปฏิบัติงานโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;พอ.สว.&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่...สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยให้บริการผ่าตัดทำหมัน&nbsp;แมวเพศผู้&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;เพศเมีย&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;14&nbsp;ตัว&nbsp;ฉีดยาถ่ายพยาธิภายนอกภายใน&nbsp;ให้กับแมว&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;แก่สุนัข&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;แมว&nbsp;&nbsp;&nbsp;14&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรมารับบริการ&nbsp;ให้คำแนะนำด้านการเลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;ที่โรงเรียนบ้านโป่งกวาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลปลาบ่า&nbsp;อำเภอภูเรือ&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122102922718"],
    [166,"กรมประมง เดินหน้าอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม สอดรับกับกฎหมาย ของสหรัฐอเมริกา","<p><strong>นายบัญชา&nbsp;สุขแก้ว&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง</strong>&nbsp;เปิดเผยในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติว่า&nbsp;จากการที่สหรัฐอเมริกาได้ประกาศข้อกำหนดว่าด้วยการนำเข้าสินค้าประมงภายใต้กฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;(Marine&nbsp;Mammal&nbsp;Protection&nbsp;Act:&nbsp;MMPA)&nbsp;เพื่อประเมินกฎระเบียบข้อบังคับการทำประมง&nbsp;การทำประมงเชิงพาณิชย์ของประเทศที่ส่งสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหรัฐฯ&nbsp;ที่อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการตายหรือบาดเจ็บรุนแรงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;เช่น&nbsp;โลมา&nbsp;วาฬ&nbsp;พะยูน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p><strong>สหรัฐฯ&nbsp;ได้ประกาศเริ่มใช้กฎหมาย&nbsp;MMPA&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2560</strong>&nbsp;และกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้ประเทศคู่ค้าได้มีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ&nbsp;MMPA&nbsp;และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2566&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยในช่วงระหว่างการผ่อนผันนี้&nbsp;ประเทศที่ส่งออกสินค้าประมงไปยังสหรัฐอเมริกา&nbsp;รวมทั้งประเทศไทยยังคงส่งสินค้าประมงได้&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;กรมประมง&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินการผ่านคณะทำงานชุดต่างๆ&nbsp;ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คณะ&nbsp;เพื่อดำเนินการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;MMPA&nbsp;ให้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;พฤศจิกายนที่ผ่านมา&nbsp;</strong>ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการของแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;และโครงการเร่งด่วนเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564-2565&nbsp;ตามที่กรมประมง&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำการผลักดัน&nbsp;เพื่อใช้โอกาสในช่วงระยะเวลาที่สหรัฐฯผ่อนผัน&nbsp;ในการติดตามประเมินสถานภาพสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;การวางระบบรวบรวมข้อมูลสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจากการทำประมง&nbsp;การพัฒนากฎระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;หรือมาตรการที่เกี่ยวข้องในการลดการตายและการบาดเจ็บของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจากการทำประมง&nbsp;เพื่อให้สอดรับกับกฎหมาย&nbsp;MMPA&nbsp;ของสหรัฐฯ</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122143400852"],
    [167,"โครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ ตอบโจทย์ สร้างเกษตรกรสู่ผู้ประกอบธุรกิจเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนสำเร็จ","<p><strong>นางสาวทัศนีย์&nbsp;เมืองแก้ว&nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)</strong>&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยถึงการติดตามประเมินผลโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการสำคัญภายใต้แผน/โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก&nbsp;ระยะเวลาโครงการตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ต.ค.&nbsp;63&nbsp;&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมที่เหมาะสมและยกระดับการผลิตสินค้าคุณภาพ&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;โดยกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;เสนอโครงการและแผนการใช้งบประมาณเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;อุปกรณ์การเกษตร&nbsp;ปัจจัยการผลิต&nbsp;ตามความต้องการของกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;3,379&nbsp;แปลง&nbsp;ดำเนินการใน&nbsp;70&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</strong>&nbsp;โดยศูนย์ประเมินผล&nbsp;และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;1-12&nbsp;ร่วมกันติดตามประเมินผลโครงการ&nbsp;พบว่า&nbsp;ผลการดำเนินงานล่าสุดมี&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ทั้ง&nbsp;3,379&nbsp;แปลง&nbsp;ได้รับงบประมาณเพื่อจัดซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;และปัจจัยการผลิตครบทั้ง&nbsp;3,379&nbsp;แปลง&nbsp;โดยส่วนใหญ่จัดซื้อเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตร&nbsp;และขณะนี้กลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;อยู่ระหว่างการส่งมอบเครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;&nbsp;ปัจจัยการผลิต&nbsp;โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างและอื่นๆ&nbsp;ตามแผนการดำเนินโครงการ&nbsp;ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เกษตรกรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;จะเห็นได้ว่าโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือนเกษตร&nbsp;มีการพัฒนาผลผลิตที่มีคุณภาพได้ตรงความต้องการของตลาด&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถาม&nbsp;กลุ่มเกษตรกรสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;</strong>ต่างพึงพอใจต่อโครงการเป็นอย่างมาก&nbsp;เพราะภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน&nbsp;รวมทั้งการระบาดของโควิด-19&nbsp;&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ&nbsp;สามารถกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น&nbsp;สร้างกลุ่มเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในชุมชน&nbsp;สอดคล้องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&nbsp;สำหรับผลการประเมินผลโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ&nbsp;ในภาพรวม&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนธันวาคมนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122144420872"],
    [168,"สำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม จัดอบรมโครงการส่งเสริมกระบวนการผลิต การแปรรูปสินค้าเกษตร ตามความต้องการของตลาดอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐาน ส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน GAP และอินทรีย์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;ที่ห้องตักสิลาบอลรูม&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;อำเภอเมืองมหาสารคาม&nbsp;</strong>จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;การอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมกระบวนการผลิต&nbsp;การแปรรูปสินค้าเกษตรตามความต้องการของตลาดอย่างมีคุณภาพ&nbsp;และได้มาตรฐาน&nbsp;ส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และอินทรีย์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;ซึ่งการจัดอบรมในครั้งนี้&nbsp;มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและยกระดับการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และอินทรีย์&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การจัดจำหน่าย&nbsp;และนำวัตถุดิบมาผลิตยา&nbsp;และผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้มาตรฐาน&nbsp;นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง&nbsp;มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้และผู้บริโภค&nbsp;มีการเสริมสร้างให้ความรู้&nbsp;สร้างผู้ประกอบการ&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัดมหาสารคามอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งจังหวัดมหาสารคามได้รับเลือกเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;13&nbsp;จังหวัดเมืองสมุนไพร&nbsp;เมื่อปลายปี&nbsp;2560&nbsp;โดยเป็นจังหวัดเมืองสมุนไพรส่วนขยาย&nbsp;และได้ดำเนินงานตามนโยบายเมืองสมุนไพร&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>1.&nbsp;กิจกรรมการดำเนินงานในกลุ่มต้นทาง&nbsp;</strong>คือ&nbsp;การส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกสมุนไพรให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ได้รับรองมาตรฐาน</p><p><strong>2.&nbsp;กิจกรรมการดำเนินงานในกลุ่มกลางทาง</strong>&nbsp;คือการสร้างและพัฒนาโรงงานผลิตยาสมุนไพร&nbsp;และโรงงานผลิตเครื่องสำอาง&nbsp;จนได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;(Good&nbsp;Manufacturing&nbsp;Practice)&nbsp;และกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร&nbsp;ในชุมชน</p><p><strong>3.&nbsp;กิจกรรมการดำเนินงานในกลุ่มปลายทาง</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การพัฒนาระบบบริการ&nbsp;การแพทย์แผนไทย&nbsp;การแพทย์พื้นบ้าน&nbsp;และการแพทย์ทางเลือก&nbsp;ให้ได้มาตรฐานอย่างครบวงจรรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อยกระดับเป็น&nbsp;Champions&nbsp;Herbal&nbsp;Product&nbsp;ของจังหวัดมหาสารคาม</p><p><strong>การจัดอบรมในครั้งนี้&nbsp;นับว่ามีความสำคัญต่อการ&nbsp;\"พัฒนาเมืองสมุนไพร\"</strong>&nbsp;(Herbal&nbsp;City)&nbsp;เพื่อเป็นรูปแบบ&nbsp;(Model)&nbsp;การพัฒนาสมุนไพรไทยที่เป็นรูปธรรม&nbsp;ในระดับจังหวัดให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;ผู้เข้าอบรมจะได้รับความรู้เพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>พรชัย-ข่าว/&nbsp;ณรงค์ชัย-ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122124610783"],
    [169,"กรมประมง เปิดบ้านต้อนรับ ประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ครั้งที่ 8","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสัตวแพทย์สมชวน&nbsp;รัตนมังคลานนท์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมประมงเปิดสถานที่ห้องประชุมใหญ่ให้การต้อนรับพี่น้องชาวประมงในองค์กรสมาชิกของสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย&nbsp;นำโดยนายสะมะแอ&nbsp;เจะมูดอ&nbsp;นายกสมาคมสมาพันธ์ฯ&nbsp;เพื่อการจัดประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;8&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;22&nbsp;&nbsp;24&nbsp;พฤศจิกายนนี้&nbsp;ถือเป็นการประชุมใหญ่ประจำปีของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านกว่า&nbsp;53&nbsp;องค์กร&nbsp;จาก&nbsp;19&nbsp;จังหวัดชายฝั่งประเทศไทย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">?โดยภายในการจัดประชุมครั้งนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ทางสมาคมสมาพันธ์ฯ&nbsp;จะมีการสรุปความคืบหน้าของข้อเสนอทางนโยบายและการแก้ไขปัญหาประเด็นต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การสนับสนุนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นเพื่อการจัดการทรัพยากรประมง&nbsp;ข้อมูลสถิติการประมงไทย&nbsp;การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย&nbsp;พรก.การประมง&nbsp;2558&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ประเด็นของประมงพื้นบ้าน&nbsp;การออกใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านให้ชาวประมงขนาดเล็ก&nbsp;การจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้าน&nbsp;การจัดตั้งกองทุนประมงพื้นบ้าน&nbsp;การทบทวนแหล่งทำการเพาะเลี้ยงในทะเล&nbsp;การให้ภาครัฐสนับสนุนผลผลิตสัตว์น้ำคุณภาพและระบบรับรองมาตรฐานสัตว์น้ำหลักการจับของชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;การจัดตั้ง&nbsp;โรงเรียนชาวประมงยั่งยืน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมประมง&nbsp;ได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้ให้ข้อมูลในข้อหารือต่างๆ&nbsp;เหล่านี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;กรมประมง&nbsp;จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านในครั้งนี้&nbsp;ทุกคนจะได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันก่อให้เกิดภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและบริหารจัดการประมงพื้นบ้านเพื่อนำไปสู่การใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;พี่น้องชาวประมงมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ&nbsp;อันจะนำไปสู่ภาคการประมงของไทยที่ยั่งยืน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122150535898"],
    [170,"กรมปศุสัตว์ เข้มมาตรการคุมโควิด ขอประชาชนอย่าตระหนก มั่นใจได้ว่าเนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ปลอดภัยไร้โควิด-19","<p><strong>นายสรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เผยข้อมูลว่า&nbsp;พบเชื้อไวรัสโคโรนาในหมูสามารถติดต่อสู่คนได้&nbsp;ซึ่งรายงานพบในเด็กประเทศเฮติ&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;แต่อาการป่วยไม่รุนแรง&nbsp;มีเพียงแสดงอาการไข้และท้องเสียเล็กน้อยเท่านั้น&nbsp;โดยเป็นการพบเชื้อไวรัสโคโรนาในสุกร&nbsp;ที่แยกได้จากคนและปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุและที่มาของการติดเชื้อว่าสามารถแพร่ติดต่อจากหมูมายังคนได้โดยวิธีใด&nbsp;ซึ่งตามปกติสุกรสามารถติดโรคไวรัสโคโรนาได้แต่แสดงอาการไม่รุนแรง&nbsp;โดยไวรัสโคโรนาที่พบในสุกรทั่วโลกมีทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;จำแนกเป็น&nbsp;3&nbsp;จีนัสคือ&nbsp;แอลฟา&nbsp;เบต้า&nbsp;และเดลต้า&nbsp;ก่อให้เกิดกลุ่มอาการระบบทางเดินอาหาร&nbsp;ทางเดินหายใจและระบบประสาท&nbsp;โดยในสุกรเด็กทำให้มีอาการท้องเสีย&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ตระหนักและให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรนา</strong>&nbsp;และโรคไวรัสชนิดอื่นๆ&nbsp;ที่เป็นโรคอุบัติใหม่มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือเพื่อเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมและป้องกันการเกิดโรคในภาคปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง&nbsp;มีการเตรียมความพร้อมของห้องปฏิบัติการในการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง&nbsp;มีแผนการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่&nbsp;อุบัติซ้ำในสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีมาตรการคุมเข้มในกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์</strong>ที่สถานประกอบการผลิตสินค้า&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและประเทศคู่ค้ามั่นใจได้ว่าเนื้อสัตว์ปลอดภัยไร้โควิด-19&nbsp;ได้มีมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ในสถานประกอบการที่ครอบคลุมทุกด้าน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้มีการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตั้งแต่มีการเกิดโรคเพื่อเฝ้าระวังเชิงรุกในสถานประกอบการและตลาดสดแล้วจำนวนกว่า&nbsp;4,477&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ผลทั้งหมดไม่พบการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&nbsp;ในตัวอย่างเนื้อสัตว์&nbsp;</p><p><strong>จากการดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ขอให้ผู้บริโภคและประชาชนทุกคน&nbsp;มั่นใจได้ว่า&nbsp;เนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ปลอดภัยไร้โควิด-19&nbsp;สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และกระบวนการผลิตถูกสุขอนามัย&nbsp;มีความปลอดภัยอาหารและย้ำชัดว่าอย่าตื่นตระหนก&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการพบเชื้อไวรัสโคโรนาในเนื้อสุกรและยังไม่พบช่องทางการติดเชื้อว่าสามารถแพร่ติดต่อจากหมูมายังคนได้โดยวิธีใด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122142049835"],
    [171,"เกษตรอำเภอเบตงมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจร และต้นขิงให้กับผู้เข้าร่วมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด -19","<p><strong>วันนี้&nbsp;22&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่โรงเรียนเทศบาล&nbsp;3&nbsp;(บ้านกุนุงจนอง)&nbsp;&nbsp;</strong>อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;&nbsp;มอบต้นฟ้าทะลายโจร&nbsp;และต้นขิง&nbsp;ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมฉีดวัคซีน&nbsp;โดยให้เกษตรกรได้นำไปขยายผล&nbsp;นำไปปลูกไว้ที่บริเวณบ้าน&nbsp;เพื่อเป็นสมุนไพรประจำบ้านเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;รวมถึง&nbsp;ยังสามารถต่อยอดเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่&nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;เพิ่มขึ้นอีกด้วย</p><p><strong>ชาวบ้านที่เข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;เล่าว่า&nbsp;จะนำต้นกล้าฟ้าทะลายโจร&nbsp;ไปปลูกไว้ที่บ้าน</strong>&nbsp;เพื่อเป็นสมุนไพรป้องกันโควิด&nbsp;ให้กับคนในครอบครัว&nbsp;ญาติพี่น้องด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับต้นฟ้าทะลายโจร&nbsp;เป็นสมุนไพรที่ได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;</strong>(บัญชียาจากสมุนไพร)&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ใช้บรรเทาอาการไข้หวัด&nbsp;แก้ไอและเจ็บคอ&nbsp;มีส่วนช่วยรักษาอาการของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดิน&nbsp;ลักษณะของฟ้าทะลายโจร&nbsp;เป็นไม้ล้มลุก&nbsp;สูงประมาณ&nbsp;30-70&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;กิ่งเป็นใบสี่เหลี่ยม&nbsp;ใบเลี้ยงเดี่ยวสีเขียวเข้มเป็นมัน&nbsp;มีดอกออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ&nbsp;ดอกย่อยมีกลีบดอกสีขาว&nbsp;โคนกลีบติดกัน&nbsp;ปลายแยกเป็น&nbsp;2&nbsp;ปาก&nbsp;ปากบนมี&nbsp;3&nbsp;กลีบ&nbsp;และมีเส้นสีม่วงแดงพาดอยู่&nbsp;ส่วนปากล่างมี&nbsp;2&nbsp;กลีบ&nbsp;ลักษณะของผล&nbsp;จะเป็นฝัก&nbsp;เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลภายในมีเมล็ดจำนวนมาก&nbsp;สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วน&nbsp;ขิง&nbsp;จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน</strong>&nbsp;เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกายของเรา&nbsp;เช่น&nbsp;วิตามินเอ&nbsp;วิตามินบี&nbsp;1&nbsp;วิตามินบี&nbsp;2&nbsp;วิตามินบี&nbsp;3&nbsp;วิตามินซี&nbsp;เบต้าแคโรทีนธาตุเหล็ก&nbsp;ธาตุแคลเซียม&nbsp;&nbsp;ธาตุฟอสฟอรัส&nbsp;แถมยังมีโปรตีน&nbsp;คาร์โบไฮเดรต&nbsp;และเส้นใยจำนวนมาก&nbsp;ช่วยแก้หวัด&nbsp;&nbsp;บรรเทาอาการไอ&nbsp;บรรเทาหวัด&nbsp;จับเสมหะ&nbsp;เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน&nbsp;สูงประมาณ&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;ใบรูปพายกาบใบยาวหุ้มลำต้น&nbsp;ดอกเล็กๆ&nbsp;เป็นช่อทรงกระบอก&nbsp;ตั้งออกจากเหง้าใต้ดิน&nbsp;กาบสีแดง&nbsp;กลีบสีเหลืองอมเขียว&nbsp;ผลกลม&nbsp;นิยมปลูกไว้ปรุงอาหารขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อเปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง&nbsp;เนื้อในสีนวลมีกลิ่นเฉพาะ&nbsp;แทงหน่อหรือลำต้นเทียมเช่นเดียวกับไพล&nbsp;ดอกช่อแทงออกจากเหง้า&nbsp;กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว&nbsp;ใบประดับสีเขียวอ่อน&nbsp;ผลเป็นผลแห้ง&nbsp;มี&nbsp;3&nbsp;พู</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122140612822"],
    [172,"กรมการข้าว ร่วมเปิดการฝึกอบรม เชิญ 4 ประเทศกลุ่มน้ำโขง ร่วมหารือพัฒนามาตรฐานการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;ร่วมกับนายหวัง&nbsp;หลี่ผิง&nbsp;ทูตพาณิชย์แห่งสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย&nbsp;และนายสุริยัน&nbsp;วิจิตรเลขการ&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง&nbsp;ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม&nbsp;Reginal&nbsp;Training&nbsp;Program&nbsp;on&nbsp;Food&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;Market&nbsp;Access&nbsp;for&nbsp;Rice&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;Lancang-Mekong&nbsp;Region&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;ภายใต้โครงการการพัฒนาและดำเนินการด้านมาตรฐานการผลิตข้าว&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือในอนุภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขง&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;22&nbsp;&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</p><p><strong>การฝึกอบรมในระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง</strong>&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;ความมั่นคงทางอาหารและการเข้าถึงตลาดข้าว&nbsp;สำหรับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง&nbsp;อันประกอบด้วยผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง&nbsp;ประเทศละ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;กัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;เมียนมา&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และไทย&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการพัฒนามาตรฐานร่วมในการผลิตข้าว&nbsp;โดยเน้นการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน&nbsp;และการพัฒนาสินค้าข้าวที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในมาตรฐานการผลิตข้าว&nbsp;เพื่อสามารถพัฒนาให้สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับการเสริมสร้างการจัดทำมาตรฐานการผลิตข้าวร่วมกัน&nbsp;นำไปสู่การสนับสนุนการค้าขายร่วมกันในอนุภูมิภาค&nbsp;ตลอดจนแสวงหาแนวทางในการพัฒนาเพื่อการค้าในระดับสากล&nbsp;เสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของอนุภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขง&nbsp;และเสริมสร้างการพัฒนาข้าวที่ยั่งยืนให้สามารถตอบสนองเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง&nbsp;ด้วยกลไกความร่วมมือในการพัฒนาและจัดทำมาตรฐานการผลิตข้าวร่วมกันของประเทศสมาชิก&nbsp;โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานของไทยจากภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม&nbsp;รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรของจีน&nbsp;เข้าร่วมในการบรรยายฝึกอบรมครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122182821052"],
    [173,"เกษตรอำเภอละงู จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรอำเภอละงู (Single Commamd District : SCD) จังหวัดสตูล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;นางปวีณา&nbsp;นิลมาตย์&nbsp;เกษตรอำเภอละงู&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรอำเภอละงู&nbsp;(SCD)&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;และคณะทำงานฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อพิจารณารับรองแปลงใหญ่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;เพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบธุรกิจแบบครบวงจร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;สาขาละงู&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยสาขาละงู&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มติในที่ประชุมเห็นชอบรับรองแปลงใหญ่ยางพาราบ้านนาพญา</strong>&nbsp;ตำบลละงู&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;และเห็นชอบกลุ่มที่เสนอความต้องการเพื่อขอรับงบประมาณ&nbsp;\"โครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;เพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สู่การประกอบธุรกิจแบบครบวงจร\"&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;1)&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล&nbsp;2)&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรโกปี้นาข่าเหนือ&nbsp;3)&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทำขนมบ้านหาญ&nbsp;4)&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งไหม้&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">เพื่อเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;(SCP)&nbsp;เพื่อพิจารณา&nbsp;ต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122164235991"],
    [174,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศพก.และแปลงใหญ่ จังหวัดตรัง (เครือข่ายปาล์มน้ำมัน)","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศพก.</strong>และแปลงใหญ่&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;(เครือข่ายปาล์มน้ำมัน)</p><p>&nbsp;วันนี้(&nbsp;22&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในการเปิดการประชุมเกษตรตรังประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;ศพก.และแปลงใหญ่&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;(เครือข่ายปาล์มน้ำมัน&nbsp;)และมอบหมายให้นางอุไร&nbsp;แสงภักดี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;(เครือข่ายปาล์มน้ำมัน)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อหารือแนวทางการรวบรวมผลผลิตปาล์มน้ำมันของกลุ่มแปลงใหญ่</strong>&nbsp;แนวทางการขอรับรองมาตรฐาน&nbsp;RSPO&nbsp;และการแลกเปลี่ยนปัจจัยการผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่ในจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;แปลงและโรงงานปาล์มน้ำมันจำนวน&nbsp;3&nbsp;โรงงาน&nbsp;ในจังหวัดตรังและลานเท&nbsp;1&nbsp;ลานเทของโรงงานในจังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122165631999"],
    [175,"เกษตรอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง  ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อน โครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน กลุ่มองค์กรเกษตรกร ในการผลิต การแปรรูป การทำผลิตภัณฑ์ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร","<p><strong>เกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อน&nbsp;โครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่ม/องค์กรเกษตรกร</strong>&nbsp;ในการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&nbsp;และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร</p><p>วันนี้(&nbsp;22&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;นายญันยงค์&nbsp;ปล้องอ่อน&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับอำเภอ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;หรือผู้แทนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรมประมง&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ผู้แทนสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;และตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน/&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเข้าร่วมการประชุมด้วย&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เพื่อพิจารณาแผนเสนอความต้องการพัฒนากิจการและแผนการใช้งบประมาณโครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน</strong>&nbsp;กลุ่ม/องค์กรเกษตรกร&nbsp;ในการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&nbsp;และท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;กิจกรรมยกระดับวิสาหกิจชุมชนสู่การประกอบธุรกิจครบวงจรและกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงในชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122165744002"],
    [176,"ทหารพราน 41  รับซื้อ-แจกผลผลิตทางการเกษตร ช่วยชาวบ้าน ลดผลกระทบช่วงโควิด กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน","<p>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;41&nbsp;จัดกำลังพล&nbsp;ชป.กร.หญิง&nbsp;ฉก.ทพ.41&nbsp;และ&nbsp;ชป.กร.&nbsp;ร้อย.ทพ.4115&nbsp;ดำเนินการเก็บผลผลิตทางการเกษตรของหน่วย&nbsp;และรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ต.ท่าธง&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร&nbsp;พร้อมแบ่งปันแจกจ่ายผลผลิตทางการเกษตรให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรผ่านหน้า&nbsp;กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;41&nbsp;ตำบลวังพญา&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;เ</p><p>พื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;ด้วยผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ไปพร้อมกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-23T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123095042135"],
    [177,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงควรให้อาหารอย่างเหมาะสม เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง&nbsp;โดยบริเวณภาคกลางอุณหภูมิจะลดลง&nbsp;4-6&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;&nbsp;ทำให้มีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง&nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับเกษตรกรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า</strong>&nbsp;เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงควรให้อาหารอย่างเหมาะสม&nbsp;เพราะอากาศเย็นจะทำให้สัตว์น้ำกินอาหารได้น้อยลง&nbsp;และเมื่ออุณหภูมิอุ่นขึ้นจึงให้อาหารเพิ่มเติม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123115445208"],
    [178,"เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดเดือดร้อนหนัก 2 ปีติด ด้านผู้ว่าฯ แนะตั้งสหกรณ์สร้างพลังการต่อรอง - เสริมความเข้มแข็งทางการตลาด","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;23&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมเรื่อง&nbsp;การเลี้ยงปลาสลิดยุคปัจจุบันอย่างไรให้ห่างไกลโรค&nbsp;และการทำบัญชีครัวเรือน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;หนูทอง&nbsp;ประมงจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานกรมประมง&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สมุทรสาคร&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรทำประมงเกษตรพอเพียง&nbsp;49&nbsp;จัดขึ้นให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดกว่า&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;วัดฟุ้งประชาธรรมมาราม&nbsp;(วัดดอนราว)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโรงเข้&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในโอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ยังได้จัดมอบจุลินทรีย์&nbsp;ปม.1&nbsp;</strong>ของกรมประมง&nbsp;แก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;พร้อมกับซักถามปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิด&nbsp;ก่อนที่จะลงพื้นที่ไปดูสภาพปัญหาจริงจากบ่อเลี้ยงปลาสลิดในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.โรงเข้&nbsp;อ.บ้านแพ้ว&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;</p><p><strong>นายอำนาจ&nbsp;หนูทอง&nbsp;ประมงจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;รายงานว่า&nbsp;</strong>สืบเนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสลิดในอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;ประสบปัญหาราคาปลาสลิดตกต่ำ&nbsp;และการตายของปลาสลิดทุกช่วงอายุ&nbsp;ดังนั้นทางสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จึงได้เชิญวิทยากรที่มีความรู้จากหน่วยงานกรมประมง&nbsp;มาบรรยายในหัวข้อ&nbsp;การเลี้ยงปลาสลิดยุคปัจจุบันอย่างไรให้ห่างไกลโรค&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาสลิด&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้,&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความพร้อมในการเตรียมการจัดการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง,&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการหมัก&nbsp;และการใช้จุลินทรีย์&nbsp;ปม.&nbsp;1&nbsp;ของกรมประมง,เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรในการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ในเรื่องการทำบัญชีครัวเรือน&nbsp;โดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สมุทรสาคร&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดนั้น&nbsp;หน่วยงานภาครัฐมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเร่งเข้ามาดำเนินการเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด&nbsp;เช่น&nbsp;การอบรมฯ&nbsp;ที่จัดขึ้นนี้&nbsp;อีกทั้งทางประมงจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จะต้องสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนแก่พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง&nbsp;อันจะนำไปสู่การได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้ยังควรส่งเสริมเรื่องของการจัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดด้วย</strong>&nbsp;จะได้เป็นการเสริมความเข้มแข็งในการทำเกษตรกรรมและการรวมตัวกันนำเสนอปัญหาต่างๆ&nbsp;เพื่อขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ&nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างพลังในการต่อรองด้านอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ราคาอาหารสัตว์น้ำ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หรือสร้างศักยภาพทางการตลาดให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนนายวิชัย&nbsp;แดงพยนต์&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.โรงเข้&nbsp;อ.บ้านแพ้ว&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;เล่าว่า&nbsp;</strong>ทุกวันนี้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดต้องประสบกับสภาพปัญหาปลาตายเกลื่อนบ่อ&nbsp;,&nbsp;อาหารปลาสลิดแพงมีการขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และราคาปลาสลิดตกต่ำลงมากกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเป็นแบบนี้ติดต่อกันมา&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;โดยในส่วนของปลาสลิดตายนั้น&nbsp;ก็ยังไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่&nbsp;เพราะเมื่อนำน้ำไปตรวจนั้น&nbsp;คุณภาพน้ำก็ปกติอย่างที่เคยใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งการหาสาเหตุการตายของปลายังคงอยู่ในระหว่างการวิจัยของกรมประมง&nbsp;แต่เกษตรกรก็คาดกันว่า&nbsp;เมื่อคุณภาพน้ำปกติ&nbsp;สาเหตุปลาตายอาจจะเกิดจากสภาพสิ่งแวดล้อมในอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปก็เป็นไปได้&nbsp;ด้านราคาอาหารสัตว์น้ำก็ต้องการให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาควบคุมราคาไม่ให้ขยับสูงขึ้น&nbsp;อีกทั้งยังต้องการให้เข้ามาส่งเสริมในเรื่องของตลาดปลาสลิดด้วย&nbsp;เพราะปลาสลิดจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นั้น&nbsp;เป็นปลาสลิดที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย&nbsp;ตัวโต&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;ไม่เหม็นสาบ&nbsp;หากมีการส่งเสริมทางการตลาดเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้ราคาปลาสลิดดีขึ้นและเกษตรกรมีรายได้มั่นคง&nbsp;สามารถทำอาชีพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดได้ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-23T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123155321377"],
    [179,"เกษตรกร อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ปลูกฝรั่งไส้แดงไร้เมล็ด พันธุ์แปลกใหม่สร้างรายได้เสริม ผลตอบรับดีเกินคาด","<p><strong>พื้นที่&nbsp;อ.สามร้อยยอด&nbsp;จ.&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;เดิมเกษตรกรนิยมปลูกสับปะรดเป็นอาชีพหลักส่งโรงงานแปรรูป&nbsp;แต่หลายสิบปีที่ผ่านมามีปัญหาราคาตกต่ำต่อเนื่อง&nbsp;รายได้ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต&nbsp;จึงเปลี่ยนไปปลูกขนุน&nbsp;มะม่วง&nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;ขณะที่เกษตรกรบางรายเริ่มปลูกผลไม้สายพันธุ์แปลกใหม่เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภค</p><p><strong>นางกิมจู&nbsp;ชัยพรหมนฤภัย&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;เกษตรกรเจ้าของสวนฝรั่งพันธุ์&nbsp;หงซินปาล่า&nbsp;</strong>อยู่บ้านเลขที่&nbsp;626/8&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ไร่ใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นำร่องปลูกฝรั่งไร้เมล็ดไส้แดง&nbsp;สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด&nbsp;จากประเทศไต้หวัน&nbsp;มีเนื้อหวานกรอบ&nbsp;ที่ผ่านมาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกจำหน่าย&nbsp;มีกระแสตอบรับที่ดีมาก&nbsp;นอกจากนั้นยังมีเกษตรกรและหน่วยงานราชการสนใจเข้าชมวิธีการเก็บเกี่ยว</p><p><strong>ที่ผ่านมาทดลองปลูกฝรั่งหงซินปาล่า&nbsp;เป็นอาชีพเสริม&nbsp;</strong>จากปกติทั่วไปเป็นฝรั่งเนื้อสีขาว&nbsp;แต่พันธุ์นี้จะมีเนื้อในสีแดงอมชมพู&nbsp;เมล็ดมีน้อย&nbsp;มีคุณสมบัติพิเศษ&nbsp;เนื่องจากมีวิตามินซีสูงกว่าพันธุ์อื่น&nbsp;ช่วยต่อต้านหวัด&nbsp;ช่วยเรื่องการขับถ่าย&nbsp;ส่วนสีสันก็แปลกใหม่&nbsp;</p><p><strong>หงซินปาล่า&nbsp;เป็นฝรั่งพันธุ์ที่เนื้อละเอียดและกรอบ</strong>&nbsp;ส่วนผลผลิตก็จะออกทั้งปีแต่ช่วงที่จะออกมากที่สุดคือช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มาก&nbsp;แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งในช่วงเดือนเมษายนมีผลผลิตไม่มาก&nbsp;จากนั้นจะพักต้นตัดแต่งกิ่ง&nbsp;สำหรับวิธีการดูแลก็ให้น้ำให้ปุ๋ยคอก&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;เพื่อช่วยบำรุงดินด้วย&nbsp;หลังจากออกดอกประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือนจะเริ่มห่อผล&nbsp;เพื่อให้ผิวสวยกันเหงื่อจากถุงห่อคาร์บอนที่ใช้ห่อกันแมลงใช้เวลาประมาณ&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้</p><p><strong>นางกิมจู&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้านการตลาดจะเก็บผลผลิตส่งขายที่ตลาดเป็นส่วนใหญ่&nbsp;</strong>ขายผ่านออนไลน์&nbsp;มีบางส่วนแม่ค้ารับไปขายในห้างที่&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;บ้าง&nbsp;ราคาตลาดกิโลกรัม&nbsp;(&nbsp;กก.)&nbsp;ละ&nbsp;120-140&nbsp;บาท&nbsp;หน้าสวนราคาส่ง&nbsp;กก.ละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;ถ้าเข้ามาซื้อที่สวน&nbsp;หรือผลผลิตที่นำไปขายที่ตลาดจะขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;60-80&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในราคาไม่แพงทำให้มีผลตอบรับที่ดีมาก&nbsp;ใครที่สนใจจะเข้ามาชมสวน&nbsp;ก็ยินดีสามารถเข้ามาชม&nbsp;มาศึกษาเรียนรู้เพื่อเป็นช่องทางหารายได้เสริม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยอมรับว่าผลผลิตออกมาทั้งปียังไม่พอขาย&nbsp;ขณะนี้ปลูกไว้&nbsp;120&nbsp;ต้น&nbsp;ในที่ดิน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;แต่หลังจากนี้จะขยายพื้นปลูกเพื่อรองรับความต้องการนของตลาด</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางสาวลัดดา&nbsp;ศักดิ์ดาเดชฤทธิ์&nbsp;นักประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลไร่ใหม่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เทศบาลฯ&nbsp;เข้ามาช่วยด้านการประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปรู้จักผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก&nbsp;วารสารของเทศบาลฯ&nbsp;พร้อมกับไลฟ์สด&nbsp;เชิญชวนให้ผู้สนใจซื้อผลผลิต&nbsp;ที่มีสีสันชวนรับประทาน&nbsp;สำหรับผู้สนใจ&nbsp;เทศบาลจะนำไปเยี่ยมชมช่วงที่มีผลผลิต&nbsp;ติดต่อที่&nbsp;เพจเฟซบุ๊ก&nbsp;Kimchu&nbsp;หรือ&nbsp;โทร.&nbsp;062-492-4989</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-23T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123163622408"],
    [180,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันนมโรงเรียน 1.4 หมื่นล้าน ผลประโยชน์ต้องถึงมือเกษตรกรตัวจริง","<p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยืนยัน&nbsp;นมโรงเรียน&nbsp;1.4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ผลประโยชน์ต้องถึงมือเกษตรกรตัวจริง</strong></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแก้ไขปัญหานมโรงเรียนว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ดำเนินโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้ดื่มนมมากขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;มีภูมิคุ้มกันเข้มแข็ง&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง&nbsp;อีกทั้งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมให้สามารถจำหน่ายน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากที่มีกระแสข่าวว่าโครงการนมโรงเรียน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการบางรายเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากโครงการนี้&nbsp;ในเรื่องนี้ได้พยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามข้อมูลที่มีกระแสข่าวหรือไม&nbsp;ซึ่งหากพบว่ามีการกอบโกยผลประโยชน์จากผู้ประกอบการรายใหญ่จริงและไม่ได้มีการซื้อนมจากภาคเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมตัวจริงก็พร้อมที่จะเสนอให้มีการทบทวนเงื่อนไขโครงการนมโรงเรียน&nbsp;เพื่อให้ผลประโยชน์ตกกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมตัวจริง&nbsp;ซึ่งกรณีนี้ขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทำรายละเอียด&nbsp;ปัญหาความเดือดร้อนเสนอต่อกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ตามลำดับขั้นตอน&nbsp;ผ่านกรมปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งเป็นอนุกรรมการจัดสรรโควตานมโรงเรียน&nbsp;เพื่อเสนอต่อกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;และคณะกรรมการบริหารนมโรงเรียนเพื่อพิจารณา&nbsp;ซึ่งตนพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสหกรณ์โคนม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;ให้ความเชื่อมั่นต่อสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมว่า&nbsp;รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้ง&nbsp;แต่ขอให้มีการนำเสนอข้อมูลมาตามขั้นตอนและควรมีการดำเนินการให้ทันก่อนที่จะถึงปีการศึกษา&nbsp;1/2565&nbsp;และเห็นว่าควรต้องมีการทบทวนบทบาทของอ.ส.ค.ที่ควรต้องเข้ามามีบทบาทในโครงการนี้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เพราะหาก&nbsp;อ.ส.ค.ไม่ช่วยรับซื้อนมก็จะมีปัญหาการเทนมทิ้งเหมือนในอดีต&nbsp;ในช่วงโควิดที่ผ่านมาภาคเอกชนบางรายไม่รับซื้อนมจากเกษตรกร&nbsp;แต่&nbsp;อ.ส.ค.ก็ยังทำหน้าที่รับซื้อนมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสหกรณ์และเกษตรกร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-11-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123192144520"],
    [181,"ศรีสะเกษ เตรียมจัดงาน มหกรรมงัวแลนด์วังหิน","<p><strong>นายนัทธ์เวโรจน์&nbsp;บูชาพัฒน์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดศรีสเกษ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มีกลุ่มเกษตรกร&nbsp;/</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการด้านกิจการโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กำหนดจัดาน&nbsp;มหกรรฒงัวแลนด์วังหิน&nbsp;ในวันที่&nbsp;17-19&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณตลาดข้าง&nbsp;ธกส.&nbsp;อำเภอวังหิน&nbsp;ตำบลบุสูง&nbsp;อำเภอวังหิน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การประกวดโคลูกผสมยุโรป&nbsp;โคลูกผสมบราห์มัน&nbsp;กระบือ,&nbsp;เสวนาวิชากรด้านปศุสัตว์&nbsp;เรื่อง&nbsp;ทิศทางโอกาสโคเนื้อดอกลำดวนและมุมมองการตลาด&nbsp;นิทรรศการปศุสัตว์&nbsp;การจำหน่ายสินค้าด้านปศุสัตว์&nbsp;โคขุนคุณพงษ์&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ฯลฯ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ขอประชาสัมพันธ์การจัดงาน&nbsp;มหกรรมงัวแลนด์วังหิน</strong>&nbsp;พร้อมเชิญชวนเกษตรกร&nbsp;และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ในวันที่&nbsp;17-19&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณตลาดข้าง&nbsp;ธกส.&nbsp;อำเภอวังหิน&nbsp;ตำบลบุสูง&nbsp;อำเภอวังหิน&nbsp;จังหวัดศรีเกษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123184030508"],
    [182,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี ร่วมประชุมติดตามงานโครงการสำคัญของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","<p><strong>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมประชุมติดตามงาน</strong>/โครงการสำคัญของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;23&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นางสาวศิริวรรณ&nbsp;เครือเล็ก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นำหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เข้าร่วมการประชุมการติดตามงาน/โครงการสำคัญของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;ดร.&nbsp;ทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานการประชุม</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้า&nbsp;และผลการดำเนิน/โครงการที่สำคัญของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยที่ประชุม&nbsp;ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;และหลักการบริหารงานและขับเคลื่อนงานโดยคณะกรรมการ&nbsp;,&nbsp;โครงการต้นแบบการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;,&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;และ&nbsp;ผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาการนำเข้าสินค้าเกษตรไทยของสาธารณรัฐประซาชนจีน&nbsp;และการเตรียมการเข้าร่วมการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่&nbsp;26&nbsp;(COP26)&nbsp;และแนวโน้มและแนวทางการดำเนินการเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหารของประเทศในสหภาพยุโรปและการปรับใช้กับประเทศไทย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบุรี/23&nbsp;พ.ย.64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-23T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123195257542"],
    [183,"กรมการข้าว มุ่งเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์ หวังกระตุ้นราคาข้าวอินทรีย์ให้สูงขึ้น","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรมรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์&nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์เมืองเขมราฐธานี&nbsp;โดย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมการข้าวดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์&nbsp;พื้นที่เป้าหมาย&nbsp;1&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เพื่อส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานข้าวอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และเพื่อขยายพื้นที่การผลิตข้าวให้ได้การรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงตลาด</strong>&nbsp;กรมข้าวจึงนำร่องในพื้นที่อำเภอเขมราฐ&nbsp;&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์เมืองเขมราฐธานี&nbsp;ในการรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์ซึ่งถือเป็นที่แรกของประเทศไทย&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวอินทรีย์&nbsp;ที่จะทำให้เกษตรกรผู้ทำนามีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;รวมทั้งด้านสุขภาพที่ดีจากการบริโภคข้าวที่ปลอดจากสารตกค้างและมลพิษ&nbsp;จึงมีเป้าหมายจะจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่อำเภอเขมราฐ&nbsp;เพื่อรองรับการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ในภาคอีสานต่อไปในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>กรมการข้าว&nbsp;จะให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ต้นทุนและเครื่องจักรกลการเกษตร</strong>&nbsp;โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์เมืองเขมราฐธานีจะรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์ที่ได้ผ่านการตรวจรับรองระบบกลุ่มตามมาตรฐานข้าวอินทรีย์&nbsp;ในราคาสูงถึงตันละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;และจะรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์ในระยะปรับเปลี่ยนในราคาตันละ&nbsp;500&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124150730849"],
    [184,"จังหวัดลำพูน ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานและคณะทำงานโครงการอนุรักษณ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2565 ผ่านระบบการประชุมวีดิทัศน์ทางไกล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ย.64)&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมจามเทวี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานและคณะทำงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชาตรี&nbsp;กิตติธนดิตถ์&nbsp;&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>ตามที่จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ได้น้อมนำศาสตร์พระราชา&nbsp;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และพระราชกระแสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(การรักทรัพยากร&nbsp;คือ&nbsp;การรักชาติ&nbsp;รักแผ่นดิน)&nbsp;มาสู่การปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมทั้งการขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(อพ.สธ.)ในลักษณะของการนำองค์ความรู้ด้านพรรณพืชประจำถิ่นที่มีความโดดเด่นขยายผลไปสู่การสร้างการรับรู้&nbsp;การอนุรักษ์&nbsp;และการใช้ประโยชน์ให้แก่ส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จังหวัดลำพูนได้เล็งเห็นความสําคัญของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(อพ.สธ.)&nbsp;โดยมีความประสงค์เผยแพร่การดำเนินงานโครงการ&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;ในลักษณะของการจัดงาน&nbsp;อพ.สธ.ให้ประชาชนที่สนใจ&nbsp;รวมถึงภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ที่ขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;อพ.สธ&nbsp;โดยเฉพาะโรงเรียนและองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์&nbsp;โรงเรียนและงานฐานทรัพย์กรท้องถิ่น&nbsp;การขยายผลการขับเคลื่อนสวนพฤกษศาสตร์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;และส่งเสริมการอนุรักษ์พืช&nbsp;เพื่อให้ประชาชน&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;สามารถเข้าถึงศึกษา&nbsp;และรับรู้ถึงพืชหายากและพืชสําคัญของจังหวัดลําพูน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้</strong>&nbsp;การขับเคลื่อนการดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(อพ.สธ.)&nbsp;&nbsp;จำเป็นต้องได้รับการขับเคลื่อนและขยายผลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำพูนเกิดความตระหนักในการอนุรักษ์&nbsp;รักษา&nbsp;พรรณพืชประจำถิ่น&nbsp;รวมถึงการน้อมนำหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงที่เกี่ยวข้องและพระราชกระแสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยขับเคลื่อนการดาเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(อพ.สธ.)&nbsp;เพื่อขยายผลสวนพฤกษศาสตร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;และส่งเสริมการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นของจังหวัดลำพูน&nbsp;โดยประชาชน&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;สามารถเรียนรู้พืชพื้นถิ่นรวมถึงการดำเนินการของโครงการ&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในการดำเนินงานโครงการ&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;ในส่วนของการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเผยแพร่ผลการดาเนินงานโครงการ&nbsp;อพ.สธ.จังหวัดลำพูน&nbsp;ให้แก่ประชาชนจังหวัดลำพูนและผู้เข้าร่วมการจัดงาน&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;รับทราบ&nbsp;และเพื่อขยายผลสวนพฤกษศาสตร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และส่งเสริม&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยประชาชน&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;สามารถเรียนรู้พืชพื้นถิ่นรวมถึงการดำเนินการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นของของโครงการ&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-24T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124152033862"],
    [185,"เกษตรกรในอำเภอวังวิเศษ ปลูกข้าวนาปี สร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนและมีข้าวปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี","<p><strong>วันนี้(&nbsp;24&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;&nbsp;นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;บัวทอง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ตรวจแปลงข้าวนาปีในตำบลเขาวิเศษ&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลเขาวิเศษ&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>สำหรับข้าวนาปี&nbsp;หรือข้าวนาน้ำฝน&nbsp;คือ&nbsp;ข้าวที่ปลูกในฤดูการทำนาปกติ&nbsp;เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม</strong>และเก็บเกี่ยวสิ้นสุดไม่เกินกุมภาพันธ์&nbsp;โดยกิจกรรมการปลูกข้าวนาปี&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรในพื้นที่ส่วนใหญ่จะปลูกเป็นประจำทุกปี&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรได้เป็นอย่างดี&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนและมีข้าวปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;&nbsp;15&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งข้าวนาปีดังกล่าวจะเก็บเกี่ยวผลผลิตในต้นปีหน้า&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-24T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124164640937"],
    [186,"เกษตรนาโยง ร่วมกับเกษตรตรัง ส่งมอบครุภัณฑ์ โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดตรัง","<p>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;&nbsp;น.ส.กำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ส่งมอบครุภัณฑ์&nbsp;ตู้อบลมร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เครื่อง&nbsp;ในโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดตรัง&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p>สำหรับโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปวิสาหกิจชุมชนเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ทำการศึกษาความต้องการและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพราะปัจจุบันวิถีชีวิต(Lifestyle)ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก&nbsp;สินค้าบางชนิดที่เคยได้รับความนิยมอาจไม่ค่อยเหมาะกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่&nbsp;หากไม่มีการพัฒนาสินค้าหรือปรับตัวตามความต้องการของลูกค้าก็จะประสบปัญหาเรื่องช่องทางการตลาดได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-24T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124164738939"],
    [187,"เกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง    สาธิตวิธีการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา ใช้ในการป้องกันกำจัดโรคใบร่วงในยางพาราและโรคกาโนเดอร์มาในปาล์มน้ำมัน แก่เกษตรกรตำบลนาเกลือ","<p>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;มอบหมายให้นางสาวอมรรัตน์&nbsp;ชูเมฆ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการและนางสาวหนูพา&nbsp;สุดอักษร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสาธิตวิธีการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาสาธิตวิธีการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;แก่นางศรัญยา&nbsp;ช่อเส้ง&nbsp;เกษตรกรตำบลนาเกลือ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยเกษตรกรต้องการนำเชื้อราไตรโคเดอร์มาไปใช้ในการป้องกันกำจัดโรคใบร่วงในยางพาราและโรคกาโนเดอร์มาในปาล์มน้ำมัน&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยางพารายังมีปัญหาเป็นโรคเปลือกแห้งยางพาราหรือที่เรียกว่า&nbsp;\"&nbsp;ยางตายนึ่ง&nbsp;\"&nbsp;ซึ่งจะไม่สามารถให้น้ำยางได้&nbsp;โดยสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคอาจจะเนื่องมาจาก&nbsp;การขาดการบำรุงรักษา&nbsp;การกรีดที่ไม่ถูกต้อง&nbsp;เบื้องต้นแนะนำให้เกษตรกรมีการบำรุงดินด้วยปุ๋ยคอก&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;สลับกับการใส่ปุ๋ยเคมี&nbsp;และมีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาผสมปุ๋ยคอกหว่านให้ทั่วแปลง&nbsp;และใช้ซ้ำทุกเดือนเพื่อป้องกันและกำจัดเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืช</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-24T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124164951941"],
    [188,"กรมประมง เตือนเกษตรกร เฝ้าระวังโรคระบาดปลาจากสภาพอากาศ ในช่วงฤดูหนาว","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศว่า&nbsp;ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้&nbsp;ซึ่งสภาวะอากาศหนาวอาจส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;เนื่องจากจะทำให้สัตว์น้ำกินอาหารน้อยลง&nbsp;ภูมิต้านทานต่ำ&nbsp;สุขภาพอ่อนแอ&nbsp;เอื้อต่อการเกิดโรคระบาดได้ง่าย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;และเป็นการควบคุมโรคระบาดในช่วงฤดูหนาว&nbsp;อาทิ&nbsp;โรคอียูเอส&nbsp;หรือโรคแผลเน่าเปื่อย&nbsp;โรคตัวด่างและโรคเคเอชวี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;ขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ปฏิบัติตามคำแนะนำคือ</strong>&nbsp;เกษตรกรควรวางแผนระยะเวลาการเลี้ยงปลาให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม&nbsp;หรือควรงดเว้นการเลี้ยงปลาในช่วงฤดูหนาว/ควรมีบ่อพักน้ำใช้เพื่อใช้ในฟาร์มได้เพียงพอตลอดฤดูกาล&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว/เลือกชนิดปลาที่จะเลี้ยงให้เหมาะสมกับฤดูกาล&nbsp;โดยในช่วงฤดูหนาว&nbsp;ควรเลือกปลาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดน้อย&nbsp;เช่น&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาจีน&nbsp;และปลาไม่มีเกล็ด&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;ควรลดความหนาแน่นของปลาที่ปล่อยลงเลี้ยงและหมั่นเอาใจใส่&nbsp;ตรวจสุขภาพปลาอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;/ควบคุมปริมาณการให้อาหารอย่างเหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>หากพบมีปลาที่เลี้ยงป่วยหรือมีอาการผิดปกติ</strong>&nbsp;ควรแยกออกไปเลี้ยงและรักษาต่างหาก&nbsp;กรณีป่วยหนักอาจทำลายทิ้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง&nbsp;และถ้าพบว่าน้ำในบ่อเริ่มเน่าเสีย&nbsp;โดยสังเกตว่ามีก๊าซผุดขึ้นมาจากพื้นบ่อ&nbsp;ให้ใช้เกลือสาดบริเวณดังกล่าว&nbsp;รวมถึงเมื่ออากาศเริ่มเข้าสู่สภาวะที่เหมาะสม&nbsp;พบว่าปลาในธรรมชาติ&nbsp;เป็นปกติ&nbsp;ไม่มีอาการป่วย&nbsp;ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำตามความเหมาะสม&nbsp;และให้อาหารปลาได้ตามปกติ&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรหมั่นสังเกต</strong>และดูแลสัตว์น้ำในช่วงฤดูหนาวอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบมีสัตว์น้ำป่วยหรือมีอาการผิดปกติ&nbsp;สามารถแจ้งหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้าน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124105818635"],
    [189,"เน้นย้ำภายในปี 2566 ขอคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคในม้าได้เเน่นอน หลังไม่พบโรคมาปีกว่าแล้ว","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ได้มีการรายงานพบโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า&nbsp;ถือเป็นโรคอุบัติใหม่ครั้งแรกในประเทศไทยมีการรายงานพบการเกิดโรคไปองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;เมื่อ&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อผู้เลี้ยงม้าอย่างมาก&nbsp;ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุดและควบคุมโรคในวงจำกัด&nbsp;จึงได้ให้ความสำคัญใส่ใจมาตั้งแต่ต้นและมีนโยบายสั่งการเร่งด่วนให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการควบคุมโรคทันที&nbsp;พร้อมขอให้มั่นใจประเทศไทยได้ดำเนินการสอดคล้องตามข้อกำหนดและข้อเสนอแนะของ&nbsp;OIE&nbsp;สามารถขอคืนสภาพปลอดโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า&nbsp;ภายในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;ได้แน่นอน&nbsp;ซึ่งหากคืนสถานภาพปลอดโรคได้จะทำให้ประเทศไทยลดผลกระทบและความสูญเสียจากโรคดังกล่าว&nbsp;อุตสาหกรรมม้าของประเทศกลับสู่ปกติ&nbsp;และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในระดับนานาชาติ&nbsp;ซึ่งสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับประเทศไทยได้ต่อไปในอนาคต</p><p><strong>ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์รับสนองนโยบาย&nbsp;ได้เร่งดำเนินการร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อลดความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด&nbsp;โดยขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันดำเนินการตามมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุมและกำจัดโรค&nbsp;เพื่อควบคุมโรคให้อยู่ในพื้นที่ที่จำกัดลดการแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ได้กำหนดแผนปฏิบัติการการกำจัดโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้าเพื่อขอคืนสถานภาพปลอดโรคจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;จากการดำเนินงานอย่างเข้มงวดและความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้ปัจจุบัน&nbsp;ประเทศไทยไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าวแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน&nbsp;2563&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและขอคืนสถานภาพปลอดโรคครั้งนี้&nbsp;จาก&nbsp;OIE&nbsp;ได้โดยเร็ว</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;จึงเร่งขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเฝ้าระวังโรค&nbsp;การควบคุมเคลื่อนย้าย&nbsp;การควบคุมแมลงและพาหะ&nbsp;และการเฝ้าระวังโรคในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะหรือพื้นที่เฉพาะ&nbsp;ซึ่งจากข้อมูลที่กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นจนพบม้าป่วยตัวสุดท้าย&nbsp;สามารถขอคืนสถานภาพปลอดโรคจาก&nbsp;OIE&nbsp;ได้ภายในปี&nbsp;2566&nbsp;นี้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานต่างๆ</strong>&nbsp;ที่เกี่ยวข้องสอดคล้องกับข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บกของ&nbsp;OIE&nbsp;กรมปศุสัตว์จึงได้หารือกับที่ปรึกษา&nbsp;OIE&nbsp;มาตั้งแต่ต้น&nbsp;โดยมีกำหนดเดินทางมาประเทศไทย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21-27&nbsp;พฤศจิกายนนี้&nbsp;เพื่อเป็นที่ปรึกษาและตรวจประเมินการดำเนินงานควบคุมและกำจัดโรคของประเทศไทยให้มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บกของ&nbsp;OIE&nbsp;ก่อนที่ประเทศไทยจะยื่นขอรับรองคืนสถานภาพปลอดโรค</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125093835141"],
    [190,"การพัฒนาเส้นใยกล้วยในงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอ (ผ้าใยกล้วยบัวหลวง)  เพิ่มมูลค่า สร้างอาชีพเสริมให้ประชาชน","<p><strong>นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;นำผลงานการพัฒนาเส้นใยกล้วยในงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอ&nbsp;(ผ้าใยกล้วยบัวหลวง)มาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(Thailand&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;2021)&nbsp;ย้ำ&nbsp;ถือเป็นอีกช่องทางในการนำสิ่งของในพื้นที่มาสร้างประโยชน์&nbsp;เพิ่มมูลค่า&nbsp;ยังสร้างอาชีพเสริมให้ประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>นิสิต&nbsp;นักศึกษาและประชาชนต่างทยอย</strong>&nbsp;เข้าชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและส่วนที่เกี่ยวข้องมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(Thailand&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;2021)&nbsp;ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;หรือ&nbsp;อว.ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายระบบวิจัยทั่วประเทศ&nbsp;โดยคัดเลือกผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า&nbsp;500&nbsp;ผลงานกว่า&nbsp;100&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;มาจัดแสดง&nbsp;</p><p><strong>โดยหนึ่งในนี้คือ</strong>&nbsp;ผลงานการพัฒนาเส้นใยกล้วยในงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอ&nbsp;(ผ้าใยกล้วยบัวหลวง)ของ&nbsp;ผศ.ดร.สาคร&nbsp;ชลสาคร&nbsp;นักวิจัยและหัวหน้าโครงการฯ&nbsp;จากคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี&nbsp;(มทร.ธัญบุรี)&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;พร้อมเล่าให้ฟังถึงแนวคิดการนำผักตบชวา&nbsp;มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;เครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอ&nbsp;ว่า&nbsp;ได้รับงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;วช.ตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;และได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนได้ผลิตภัณฑ์ออกมาในหลากหลายรูปแบบ&nbsp;และยังเป็นการลดต้นทุนการผลิตได้ด้วย&nbsp;ส่วนในปี&nbsp;2564&nbsp;ได้มีการนำเสนอด้วยการนำชุมชนที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มจากผักตบชวาและยังสามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพให้กับกลุ่มชุมชนในพื้นที่ตำบลลำผักกูด&nbsp;อำเภอธัญบุรี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ปัจจุบันมีการต่อยอดให้เป็นชุมชนนวัตกรรมต้นแบบ&nbsp;รวมทั้งยังสร้างนวัตกรชุมชนด้วย&nbsp;ขณะเดียวกันยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ในพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ด้วยเช่น&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;ชุยนาท&nbsp;พระนครศรีอยุธยาและราชบุรี&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>ผศ.ดร.สาคร&nbsp;ชลสาคร&nbsp;ยังกล่าวอีกด้วยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบทั้งกระเป๋า&nbsp;เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทั้งบุรุษสตรี&nbsp;กระเป๋า&nbsp;เฟอร์นิเจอร์&nbsp;ของใช้ตกแต่งบ้านเรือน&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;น.ส.นิกร&nbsp;เอี่ยมสะอาด&nbsp;ซึ่งถือเป็นนวัตกรต้นแบบ&nbsp;ที่ได้มีการนำผักตบชวาไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มโดยนำผ้าที่ทำมาจากผักตบชวามาผสมผสานกับหนัง&nbsp;ผลิตเป็นกระเป๋าแฟชั่น&nbsp;สีขาวนวลสวยงามเป็นธรรมชาติ&nbsp;โดยขณะนี้สามารถส่งออกจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;แล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตามก็พร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ</strong>&nbsp;ได้ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(Thailand&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;2021)&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้&nbsp;-&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายนนี้&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์&nbsp;และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์&nbsp;เซ็นทรัลเวิร์ด&nbsp;กรุงเทพฯ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125101201164"],
    [191,"ชาวบ้าน ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ปลูกผักบุ้งขาย สร้างรายได้ครึ่งแสนต่อเดือน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายจุลพัฒน์&nbsp;ขอเจริญธีระพงศ์&nbsp;ชาวบ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ต.บางบุตร&nbsp;อ.บ้านค่าย&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เช่าพื้นที่ปลูกผักบุ้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1,500&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;ทำมาแล้ว&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;ในแต่ละวันจะเก็บผักบุ้งส่งขายให้แม่ค้าวันละ&nbsp;180-200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ประกันราคากิโลกรัมละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้มีรายได้ตกวันละ&nbsp;3,500-4,000&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่ราคาในท้องตลาดจะขึ้น-ลงตามฤดูกาล&nbsp;ต่ำสุดกิโลกรัมละ&nbsp;5-7&nbsp;บาท&nbsp;สูงสุด&nbsp;35-40&nbsp;บาท&nbsp;อย่างไรก็ตามเนื่องจากผักบุ้งปลูกง่ายใช้เวลา&nbsp;17-20&nbsp;วัน&nbsp;ก็เก็บขายได้และมีแม่ค้ามารับถึงที่&nbsp;หรือไปส่งไม่ไกลจากบ้านมากนัก&nbsp;&nbsp;ทำให้มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือและมีเงินใช้จ่ายไม่ขัดสน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ขณะที่&nbsp;นางพิศมัย&nbsp;มาป้อง&nbsp;สมาชิกกลุ่มผู้ปลูกผักสวนครัวอีกคน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตนและครอบครัว&nbsp;ปลูกผักบุ้งเป็นอาชีพหลักมานานกว่า&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;โดยได้ชักชวนพี่ๆ&nbsp;น้องๆ&nbsp;ในครอบครัว&nbsp;รวมถึงลูกๆ&nbsp;มาร่วมกันปลูกผักบุ้งขาย&nbsp;โดยแบ่งเป็นแปลงๆ&nbsp;คนละประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ไร่&nbsp;มีรายได้ทุกวัน&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;4,000&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้มีรายได้ค่อนข้างดี&nbsp;ไม่แพ้อาชีพอื่น&nbsp;นอกจากนี้ยังปลูกพืชชนิดอื่นด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ลุงประจวบ&nbsp;จำเนียรศรี&nbsp;เกษตรกรตัวอย่างของจังหวัดระยอง&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;เดิมชาวบ้าน&nbsp;ม.&nbsp;5&nbsp;ต.บางบุตร&nbsp;อ.บ้านค่าย&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;จะประกอบอาชีพรับจ้างในโรงงาน&nbsp;มีรายได้&nbsp;200-300&nbsp;บาทต่อวัน&nbsp;บางวันไม่ไปทำงานก็ขาดรายได้&nbsp;จึงได้รวมกลุ่มกันขึ้นเมื่อ&nbsp;ปี&nbsp;2556&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;เริ่มต้นจากหาตลาดรองรับ&nbsp;โดยมีตลาดรองรับหลักๆ&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ตลาดสัตหีบ&nbsp;สตาร์และตลาดนัดในพื้นที่&nbsp;ปลูกพืชหลักได้แก่&nbsp;ขิง&nbsp;ข่า&nbsp;ตะใคร้&nbsp;ใบมะกรูด&nbsp;มะเขือ&nbsp;แตง&nbsp;และผักบุ้ง&nbsp;แบ่งกันปลูกคนละชนิดตามความถนัดของแต่ละคน&nbsp;เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตจะมีแม่ค้ามารับถึงที่ทุกวัน&nbsp;ทำให้สมาชิกมีรายได้ทุกวันๆละ&nbsp;300-500&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับชนิดของผักที่ปลูกและความขยันของแต่ละคน&nbsp;ส่งผลให้แต่ละครอบครัวมีรายได้ที่แน่นอนตลอดทั้งต่างจากการปลูกผลไม้&nbsp;ที่ให้ผลผลิตเพียงแค่&nbsp;2-3&nbsp;เดือนเท่านั้น&nbsp;แต่ต้องยึดหลักความซื่อสัตย์&nbsp;และจริงใจต่อลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-25T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125113837238"],
    [192,"ยกระดับวงการสัตวแพทย์ไทยเป็นหนึ่งในอาเซียน ภายใต้ทรีมงาน สัตว์อยู่ดี คนมีสุข ยุควิถีใหม่","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;44&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;ทำให้มีข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ&nbsp;แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาความรู้และความร่วมมือทางด้านวิชาการต่างๆ&nbsp;ระหว่างวงการวิชาชีพสัตวแพทย์ทั่วโลก&nbsp;จึงได้มีการปรับรูปแบบการจัดงานเป็นรูปแบบการประชุมออนไลน์เสมือนจริง&nbsp;เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันระดับนานาชาติทั่วโลก&nbsp;</p><p><strong>ในปีนี้มีทรีมหัวข้อในการจัดประชุมคือ&nbsp;สัตว์อยู่ดี&nbsp;คนมีสุข&nbsp;ยุควิถีใหม่&nbsp;</strong>&nbsp;(Well&nbsp;Being&nbsp;Animal&nbsp;to&nbsp;Well&nbsp;Living&nbsp;People&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;New&nbsp;Normal)&nbsp;กำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;24-26&nbsp;พฤศจิกายนนี้&nbsp;โดยการประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ในปีนี้&nbsp;(ICVS&nbsp;2021)&nbsp;เป็นการประชุมเนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;ของสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;โดยอาศัยความร่วมมือจากสาขาวิชาชีพต่างๆ&nbsp;ทั้งจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนระดับชาติและนานาชาติ&nbsp;เพื่อเป็นเวทีให้สัตวแพทย์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;นักวิจัย&nbsp;ในสาขาวิชาชีพต่างๆ&nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงและการผลิตสัตว์เชิงอุตสาหกรรม&nbsp;ในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติได้แลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ&nbsp;ประสบการณ์ทางวิชาชีพ&nbsp;ที่มุ่งเน้นประสานความร่วมมือกันในการเพิ่มขีดศักยภาพความสามารถของวิชาชีพสัตวแพทย์ในการขับเคลื่อนประเทศไทย&nbsp;โดยเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาด้านการเลี้ยงสัตว์รวมถึงการมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยและสอดคล้องกับข้อกำหนดระหว่างประเทศและสากล&nbsp;ซึ่งประเทศคู่ค้าต่างๆ&nbsp;ให้ความเชื่อมั่น&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนและผู้นำในอันดับโลก&nbsp;</p><p><strong>วิชาชีพสัตวแพทย์ถือเป็นบทบาทที่ท้าทาย&nbsp;</strong>ในการควบคุมผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก&nbsp;โดยปัจจุบันประเทศไทยได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์รวมมีมูลค่าแล้วมากกว่า&nbsp;240,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125145433337"],
    [193,"สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง จัดอบรมหลักสูตร การพัฒนาผู้แทนเกษตรกรในระดับพื้นที่ ภายใต้โครงการพัฒนาผู้แทนเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕","<p><strong>นายปัญญา&nbsp;สุ้นกี้&nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มยุทธศาสตร์และการปฏิรูปที่ดิน&nbsp;</strong>จัดอบรมหลักสูตร&nbsp;การพัฒนาผู้แทนเกษตรกรในระดับพื้นที่&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาผู้แทนเกษตรกร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้แทนเกษตรกรใน&nbsp;คปจ.&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และอาสาสมัครปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(อสปก.)&nbsp;จำนวน&nbsp;๑๘&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับการจัดอบรมครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;ด้านงานปฏิรูปที่ดิน&nbsp;รวมถึงการสร้างความร่วมมือในการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;กับผู้แทนเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125143813319"],
    [194,"ปศุสัตว์อำเภอเบตง ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี-สกิน สร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่โคของเกษตรกรในพื้นที่ต.ยะรม","<p>วันนี้&nbsp;25&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;นายเกริกฤทธิ์&nbsp;โรจนรวีวงศ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี-สกิน&nbsp;(Lumppy&nbsp;Skin&nbsp;Disease&nbsp;:&nbsp;LSD)เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันโรคให้แก่โคของเกษตรกรในพื้นที่ต.ยะรม&nbsp;&nbsp;</p><p>พร้อมกับประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้ความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการระบาด&nbsp;การติดต่อ&nbsp;การป้องกันและกำจัดแมลงพาหะ&nbsp;และเน้นย้ำเกษตรกรหากพบสัตว์ที่เลี้ยงอยู่แสดงอาการป่วยผิดปกติตามนิยามของโรคให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบตงในทันที&nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการป้องกันโรคและรักษาพยาบาลสัตว์ป่วยได้ทันท่วงที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-25T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125143917320"],
    [195,"เกษตรกรตรังนำหลุมพีราชาผลไม้เปรี้ยว อายุกว่า 100 ปี เป็นพืชหายากของถิ่นภาคใต้หนึ่งปีมีครั้งเดียว มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มทำเป็นหลุมพีเชื่อมราคากิโลกรัมละ 300 บาท และขายผลสด ในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ผ่านสื่อออนไลน์สร้างรายได้งามต่อปี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ย.2564)&nbsp;น.ส.สุมาลี&nbsp;เมืองมีศรี&nbsp;อายุ&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;และนายจรัน&nbsp;เพ็งเทพ&nbsp;อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;สองสามีภรรยา</strong>&nbsp;ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าไปเยี่ยมชมพร้อมเก็บผลผลิตลูกหลุมพี&nbsp;อายุกว่า&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ภายในริมสวนยางพาราพื้นที่&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;ม.9&nbsp;ต.บางดี&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง</p><p>สำหรับหลุมพีหรือส้มพี&nbsp;เป็นผลไม้หายากของทางใต้&nbsp;เป็นปาล์มชนิดหนึ่ง&nbsp;ลำต้นสั้นแตกหน่อเป็นกอใหญ่&nbsp;เมื่อออกดอกผลแล้วจะตายไป&nbsp;มักขึ้นในที่ลุ่มน้ำขังและป่าพรุ&nbsp;เริ่มออกดอกตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;ออกผลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;-&nbsp;มีนาคม&nbsp;ผลมีลักษณะเป็นรูปไข่กลับ&nbsp;ออกมาเป็นทะลาย&nbsp;มีน้ำหนักของทะลายตั้งแต่&nbsp;20-40&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เปลือกบาง&nbsp;มีเกล็ดเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;เรียงซ้อนกันอยู่ทั่ว&nbsp;เมื่อสุกผลจะมีสีเหลืองหรือสีแสดอมน้ำตาล&nbsp;คล้ายผลระกำ&nbsp;เนื้อภายในมีสีชมพูอมเหลือง&nbsp;รสเปรี้ยว&nbsp;ฝาด&nbsp;ๆ&nbsp;มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางผลประมาณ&nbsp;2.5&nbsp;ซม.&nbsp;หลุมพีสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน&nbsp;โดยเฉพาะผล&nbsp;ที่มีทั้งสรรพคุณทางยา&nbsp;ช่วยขับเสมหะ&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ผลสุก&nbsp;นำคั้นเอาน้ำผสมกับเกลือและน้ำตาล&nbsp;จิบกินเป็นตัวยา&nbsp;ใช้เป็นยาแก้ไข้ทับระดู&nbsp;ผลอ่อนของหลุมพี&nbsp;มีรสฝาดเปรี้ยวนำมาใช้ประกอบอาหารคาวหวานได้หลายประเภท&nbsp;ถ้าเป็นผลแก่จะใช้ปรุงรสแทนมะนาวก็ได้</p><p><strong>น.ส.สุมาลี&nbsp;เมืองมีศรี&nbsp;บอกว่า&nbsp;ลูกหลุมพีนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ</strong>&nbsp;อยู่ในพื้นที่สวนยางพาราของพ่อตนเอง&nbsp;และต่อมาพ่อก็ได้อนุรักษ์เก็บเอาไว้สำหรับหลุมพีนั้นเป็นพืชผลไม้ของถิ่นภาคใต้&nbsp;ซึ่งนับว่าในปัจจุบันนี้หาได้ค่อนข้างยาก&nbsp;ใน&nbsp;1&nbsp;ปีจะออกผลให้เพียงละ&nbsp;1&nbsp;ครั้งเท่านั้น&nbsp;จะให้ผลผลิตในช่วงปลายฝนต้นหนาว&nbsp;โดยทั่วไปชาวบ้านจะมองว่าเป็นพืชที่ไม่มีราคา&nbsp;แต่สำหรับเรานั้นได้&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ได้นำมาขายผ่านออนไลน์&nbsp;เพิ่มมูลค่า&nbsp;ด้วยการแปรรูปลูกหลุมพี&nbsp;จะเริ่มจากการนำผลสด&nbsp;นำมาแช่เกลือและนำมาทำลูกหลุมพีเชื่อม&nbsp;จะให้รสชาติเคี้ยวหนึบออกหวานอมเปรี้ยว&nbsp;รับประทานคล้ายลูกพรุน&nbsp;</p><p>ซึ่งปกติหากเราทานลูกหลุมพีสดจะมีรสชาติเปรี้ยวมาก&nbsp;ซึ่งสามารถนำไปใส่ในแกงส้มหรือทำน้ำพริกได้&nbsp;หรือจะทำเป็นเมนูลูกหลุมพีทรงเครื่องทานคู่กับน้ำปลาหวาน&nbsp;แต่ที่เราผลิตอยู่จะเป็นหลุมพีเชื่อม&nbsp;น่าจะเป็นเจ้าแรกของภาคใต้เพราะยังไม่มีใครลองทำเมนูใหม่นี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับหลุมพี&nbsp;ที่อยู่ในสวนยางพาราของพ่อมีอายุประมาณ&nbsp;100&nbsp;ปีแล้ว</strong>&nbsp;ซึ่งการขยายพันธุ์ของเขาจะขึ้นเองตามธรรมชาติ&nbsp;จะเป็นพืชที่อยู่ในป่าน้ำพุที่มีสายน้ำไหล&nbsp;ซึ่งตอนนี้&nbsp;มีอยู่ในสวนยางพาราของพ่อประมาณ&nbsp;100&nbsp;ต้น&nbsp;ซึ่งในแต่ละปีจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;เดือน&nbsp;จะให้ผลผลิตถึง&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวหลายหมื่นบาท&nbsp;โดยลูกหลุมพีสดจะขายผ่านออนไลน์&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;แต่หากเป็นหลุมพีเชื่อมจะขายกิโลกรัมละ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งราคาจะแตกต่างกันเนื่องจากกระบวนการผลิตและวิธีทำค่อนข้างใช้เวลานานประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อตัดรสชาติฝาดและความเปรี้ยวออก&nbsp;ให้เหลือแต่รสชาติความอร่อย&nbsp;ซึ่งขั้นตอนการทำก็จะนำหลุมพีสด&nbsp;นำมาแกะแล้วล้างออกให้สะอาด&nbsp;</p><p>หลังจากนั้นก็นำไปแช่น้ำเกลือพร้อมกับน้ำปูนใส&nbsp;เพื่อให้ได้หลุมพีที่มีรสชาติกรอบและเหนียว&nbsp;หนึบน่าทานมากขึ้น&nbsp;จะแช่ไว้ประมาณ&nbsp;1&nbsp;คืน&nbsp;หลังจากนั้นเชื่อมน้ำตาลกับเกลือจนน้ำตาลแห้งเข้าไปในเนื้อของหลุมพี&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หลังจากนั้นนำไปแพ็คใส่ถุงตามออเดอร์ของลูกค้า&nbsp;ทั้งนี้ลูกหลุมพีสดจะเก็บได้นานเป็นสัปดาห์&nbsp;แต่ถ้าหากเป็นหลุมพีเชื่อมเก็บใส่ตู้เย็นได้ถึงหนึ่งเดือน&nbsp;หากลูกค้าสนใจสามารถโทรสั่งจองล่วงหน้าได้ที่&nbsp;0898684537&nbsp;จะมีไปจนถึงช่วงมกราคมปีหน้า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125155621411"],
    [196,"จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมนำเครื่องจักรตัดย่อยอัดไถพรวนมาใช้ลดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร..","<p><strong>จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เตรียมนำร่อง&nbsp;7&nbsp;ตำบลในอำเภอแม่แจ่ม&nbsp;ใช้นวัตกรรมเครื่องจักรตัด&nbsp;ย่อย&nbsp;อัด&nbsp;ไถ&nbsp;พรวน&nbsp;</strong>ลดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล&nbsp;สร้างรายได้สู่ชุมชน&nbsp;</p><p>นายประจญ&nbsp;ปรัชญ์สกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ร่วมกับบริษัทวีอาร์พี&nbsp;ดีเวลลอปเม้นท์&nbsp;โฮลติ้งส์&nbsp;จำกัด&nbsp;คิดค้น&nbsp;ประดิษฐ์&nbsp;นวัตกรรมเครื่องจักร&nbsp;ตัด&nbsp;ย่อย&nbsp;อัด&nbsp;ไถ&nbsp;&nbsp;พรวน&nbsp;&nbsp;ที่สามารถใช้ในการตัดย่อยอัดต้นข้าวโพดแห้งหลังการเก็บเกี่ยวพร้อมแปรรูปให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีมาตรฐาน&nbsp;สามารถลดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;และแปรรูปได้&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือในโครงการป้องกันการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรข้าวโพด&nbsp;ลดเชื้อเพลิงที่จะก่อให้เกิดมลพิษ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินการในระยะที่&nbsp;1&nbsp;ตามแผนแม่แจ่มโมเดล&nbsp;พื้นที่อำเภอแม่แจ่ม&nbsp;จะดำเนินการใน&nbsp;7&nbsp;ตำบล</strong>&nbsp;พื้นที่เพาะปลูกกว่า&nbsp;100,000&nbsp;ไร่&nbsp;โดยจะมีการใช้เครื่องจักร&nbsp;ตัด&nbsp;ย่อย&nbsp;อัด&nbsp;ไถ&nbsp;พรวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ต่อ&nbsp;5,000&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมจัดตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลที่อำเภอแม่แจ่ม&nbsp;และในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จะได้เริ่มดำเนินการ&nbsp;ตัด&nbsp;ย่อย&nbsp;อัด&nbsp;ไถ&nbsp;พรวนกองซังในไร่บางส่วน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อมีการใช้รถตัดย่อยอัดไถพรวนพร้อมจัดตั้งโรงไฟฟ้าป้องกันการเผา&nbsp;</strong>จะสามารถลดมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM.&nbsp;2.5&nbsp;จากการเผาเศษวัสดุในที่โล่งได้ทั้งหมด&nbsp;และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้&nbsp;2&nbsp;ล้านตันคาร์บอนจากการเผา&nbsp;ซึ่งชุมชนที่มีการปลูกข้าวโพดและอาศัยอยู่ในพื้นที่&nbsp;จะมีรายได้จากการรับซื้อต้นข้าวโพดแห้ง&nbsp;ตันละ&nbsp;600&nbsp;บาท&nbsp;และมีรายได้จากการปันผลกำไรจากโรงงานไฟฟ้าจำนวนร้อยละ&nbsp;10&nbsp;</p><p>โดยจะมีการจัดตั้งโรงแปรรูปข้าวโพดเพื่อรับซื้อข้าวโพดจากชาวบ้าน&nbsp;ให้เป็นกลไกทางเลือกรับซื้อข้าวโพดในราคาที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้นายทุนกดราคารับซื้อข้าวโพด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ชุมชนยังสามารถขายข้าวโพดได้ในราคาที่ดีและไม่ต้องจ่ายเงินประกันราคารับซื้อข้าวโพดอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-25T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125173357479"],
    [197,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับอำเภอ (Single Command District : SCD) อำเภอท่าตูม ครั้งที่ 12564","<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นางสาวพิชชากร&nbsp;แจ่มศรี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นางสาวฐานิกา&nbsp;บุญอาจ&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับอำเภอ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอท่าตูม&nbsp;อำเภอท่าตูม&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p>โดยมีนางดวงใจ&nbsp;วัฒนกุล&nbsp;เกษตรอำเภอท่าตูม&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อรับทราบการดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่ม/องค์กรเกษตรกร&nbsp;ในการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&nbsp;และท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;และร่วมกันพิจารณาการดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่ม/องค์กร&nbsp;ในการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&nbsp;และท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125213743603"],
    [198,"กรมส่งเสริมการเกษตร เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร เตรียมรับมือปริมาณน้ำน้อยในช่วงแล้ง","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรในการปลูกพืชอื่นทดแทนการปลูกข้าวรอบที่&nbsp;2&nbsp;และรองรับการทำการเกษตรในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดทำแผนงาน/โครงการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>โครงการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระดับไร่นา</strong>&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาและโครงการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิต&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง</strong>&nbsp;โดยโครงการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระดับไร่นา&nbsp;โดยมีการถ่ายทอดความรู้หลักสูตรการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าในพื้นที่ดำเนินการให้แก่เกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;แห่งๆ&nbsp;ละ&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;2,500&nbsp;ราย&nbsp;และจัดทำแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระดับไร่นาในชุมชน&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&nbsp;จะเน้นส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ราย&nbsp;โดยในทุกระยะการผลิต&nbsp;จะมีนักส่งเสริมการเกษตรคอยเป็นพี่เลี้ยงและให้คำแนะนำตลอดโครงการ&nbsp;รวมทั้งจะมีการจัดประชุมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้รับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ที่เป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของข้าวโพด&nbsp;</p><p><strong>โครงการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิต</strong>&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง&nbsp;มีเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;6,572&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พื้นที่&nbsp;6,572&nbsp;ไร่&nbsp;18&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;โดยจะดำเนินการจัดเวทีเรียนรู้การปลูกพืชหลากหลาย&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;หวังให้โครงการเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก</strong>&nbsp;ในการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและสามารถบริหารจัดการพื้นที่เกษตรของตนเองในช่วงการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งที่กำลังเกิดขึ้นได้&nbsp;ทั้งนี้ในแต่ละโครงการจะมีรายละเอียด&nbsp;ข้อดีและความเหมาะสมกับพื้นที่ที่แตกต่างกัน&nbsp;เกษตรกรที่สนใจสามารถศึกษาและทำความเข้าใจ</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126100452694"],
    [199,"โฆษกรัฐบาล วอนชาวสวนปาล์มเข้าใจการทำงานของรัฐบาล ย้ำ นายกฯ ห่วงใยประชาชนทุกกลุ่ม","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;รับทราบข้อห่วงกังวลจากกลุ่มชาวสวนปาล์มที่หวั่นว่า&nbsp;การปรับสูตร&nbsp;ให้เหลือน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเหลือเพียง&nbsp;บี7&nbsp;และขอความร่วมมือกำหนดค่าการตลาดที่&nbsp;1.40/&nbsp;ลิตร&nbsp;ในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน&nbsp;(กบง.)&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ซึ่งต้องขอความเข้าใจจากพี่น้องเกษตรชาวสวนปาล์ม&nbsp;รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาราคาพลังงานทั้งระบบและพยายามอย่างที่สุดจะให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อยที่สุด&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทั้งนี้ปัญหาทุกอย่าง&nbsp;เกี่ยวเนื่องเป็นวงจรห่วงโซ่&nbsp;มีหลายกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องต้องอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกันในการแก้ปัญหา&nbsp;รัฐบาลนี้ได้ความสำคัญกับการแก้ปัญหากับเกษตรกรทุกพืช&nbsp;เพราะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศและมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ราคาน้ำมันโลกมีขึ้น-ลง&nbsp;เป็นไปตามหลักการ&nbsp;demand&nbsp;-supply&nbsp;และสถานการณ์โลกในระยะเวลานั้น&nbsp;มาตรการที่ออกมาจึงเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ&nbsp;จึงอยากให้ทุกกลุ่มเข้าใจความพยายามของรัฐบาลในการเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตเฉพาะ&nbsp;ซึ่งจุดมุ่งหมายคือ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126102843712"],
    [200,"จันทบุรีประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินโครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลฯ ดำเนินการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน","<p><strong>ที่ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์&nbsp;ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;ต.ท่าหลวง&nbsp;อ.มะขาม&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานการประชุม&nbsp;คณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;และคณะทำงานโครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบบูรณาการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินโครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลฯ&nbsp;เป็นไปอย่างต่อเนื่องและสัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์โครงการฯ&nbsp;ทั้งการจัดทำและปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดจันทบุรีให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;ตามระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;&nbsp;จัดทำแผ่นงาน&nbsp;โครงการ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;การพัฒนาภายใต้กรอบแผนแม่บทการพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;และศักยภาพของพื้นที่เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;&nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและดำเนินงาน&nbsp;โครงการ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการประจำปีตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และแนวทางการขยายผลไปสู่ชุมชนให้บรรลุผล&nbsp;และเป้าหมายสูงสุด&nbsp;รายงานประจำปีเสนอคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;รวมทั้งติดตามและรายงานความก้าวหน้าปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;รวมทั้งข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อคณะกรรมการอำนวยการเป็นระยะในที่ประชุมครั้งนี้มีมติพร้อมให้ดำเนินการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะในปีต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-26T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126121458760"],
    [201,"ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาไม่ได้รับผลกระทบแม้ในช่วงฤดูฝน ประชาชนนิยมมาเลือกซื้อพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษของเกษตรกรกันอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>สภาพอากาศในเมืองสงขลา&nbsp;มีฝนตกลงมาตั้งแต่เช้า&nbsp;</strong>แต่ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดตลาดในวันศุกร์สุดสัปดาห์&nbsp;ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพฝนตกแต่อย่างใด&nbsp;ยังยืนหยัดเปิดขายสินค้าจากเกษตรกรตัวจริง&nbsp;ที่นำพืชผักสดๆจากสวนมาวางขายกันสดๆ&nbsp;โดยมีประชาชน&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายอาหาร&nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไป&nbsp;มาหาซื้อพืชผักผลไม้&nbsp;ของเกษตรกรที่นำมาจากสวนกันสดๆ&nbsp;เนื่องจากสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้ามานานเป็นแรมปี&nbsp;</p><p><strong>โดยลูกค้าที่มาซื้อ&nbsp;นอกจากจะได้รับพืชผักสดๆ&nbsp;จากสวนแล้ว</strong>&nbsp;ในส่วนของราคา&nbsp;ก็มีราคาถูกกว่าในท้องตลาดทั่วไป&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรนำผลผลิตมาขายถึงมือผู้บริโภคโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;อีกทั้งการจัดการตลาดจัดเป็นแถวเดียวไม่มีการรวมกลุ่ม&nbsp;โดยประชาชนจะเว้นระยะห่างกันเอง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยทุกคน&nbsp;ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้า&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด</p><p><strong>สำหรับตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ดำเนินการเปิดเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2557</strong>&nbsp;ที่มาของตลาดเกษตรกรเกิดจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายให้มีตลาดเกษตรสหกรณ์ทุกจังหวัด&nbsp;เพื่อให้เป็นสถานที่ให้เกษตรกรมาเจอกับผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;ส่วนเกษตรกรที่จะนำผลผลิตมาขายในตลาดได้นั้น&nbsp;จะต้องเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชผลผลิตด้วยตนเอง&nbsp;และนำมาขายด้วยตนเอง&nbsp;พืชผักและผลไม้จะต้องเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;GAP&nbsp;หรือออแกนิค&nbsp;ในส่วนของประเภทอาหารแปรรูปจะต้องผ่านมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;ฮาลาล&nbsp;ในส่วนของไข่ไก่ต้องจดทะเบียนกับกรมปศุสัตว์&nbsp;และการดำเนินงานของตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาจะอยู่ภายใต้สโลแกน&nbsp;เกษตรกรจริงๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;โดยเปิดจำหน่ายทุกวันอังคาร&nbsp;และวันศุกร์เวลา&nbsp;06.30&nbsp;-&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;เขตเทศบาลนครสงขลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-26T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126132053782"],
    [202,"การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง จัดพิธีรับมอบกรวยจราจรยางพารา โครงการส่งเสริมการแปรรูปยางพาราเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ย.2564)&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีรับมอบกรวยจราจรยางพารา&nbsp;โครงการส่งเสริมการแปรรูปยางพาราเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;520&nbsp;อัน&nbsp;โดยมอบให้หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดตรัง&nbsp;รวม&nbsp;28&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ทุ่งค่าย&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</p><p><strong>สืบเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โดยเฉพาะยางพารา&nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก&nbsp;ที่สำคัญของประเทศไทย&nbsp;ทำให้เกิดความผันผวนด้านราคา&nbsp;มีผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ทั้งนี้สาเหตุของราคายางตกต่ำในบางช่วงเป็นผลจากการใช้ยางพาราในประเทศมีปริมาณน้อย&nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางมุ่งเน้นแต่การจำหน่ายวัตถุดิบในรูปแบบน้ำยางสด&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมปลายน้ำยังมีน้อย&nbsp;เช่น&nbsp;โรงงานผลิตยางแท่ง&nbsp;โรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน&nbsp;และโรงงานผลิตน้ำยางข้น&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านยางพาราครบวงจร&nbsp;ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งเป็นสถาบันเกษตรกรที่ดำเนินกิจกรรมด้านยางพารา&nbsp;เพื่อสมาชิกเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่มาเป็นระยะเวลานาน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวิทยาลัยเทคนิคตรัง&nbsp;เป็นสถาบันการศึกษาซึ่งมีองค์ความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางโดยเฉพาะ</strong>&nbsp;ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการส่งเสริมการแปรรูปยางพาราเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรในการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;โดยมุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ&nbsp;และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้สถาบันเกษตรกรแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย&nbsp;แทนการจำหน่ายวัตถุดิบประเภทน้ำยางสด&nbsp;ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพราคายางเนื่องจากการเก็บยางพาราในรูปแบบผลิตภัณฑ์มีระยะเวลาในการจัดเก็บที่นานกว่า&nbsp;อีกทั้งเป็นการบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษาในพื้นที่&nbsp;ที่มีองค์ความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-11-26T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126135903814"],
    [203,"กรมการข้าว จ่ายเงินชดเชยรายได้เกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่การผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ งวดแรกจ่ายไปแล้วกว่า 167 ล้านบาท ใน 34 จังหวัด","<p><strong>นายชาตรี&nbsp;บุญนาค</strong>&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวขยายพื้นที่การผลิตและการตลาดข้าวอินทรีย์ของประเทศให้มีคุณภาพได้รับการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์&nbsp;(Organic&nbsp;Thailand)&nbsp;เตรียมความพร้อมการผลิตเข้าสู่มาตรฐานอินทรีย์ต่างประเทศเพื่อสร้างความยั่งยืนในการผลิตข้าวให้กับชาวนาไทย&nbsp;ดำเนินการระหว่างปี&nbsp;2560&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;มีเป้าหมาย&nbsp;1,000,000&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการผ่านการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์</strong>&nbsp;จะได้รับเงินอุดหนุนต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการปรับเปลี่ยนสู่การผลิตแบบเกษตรอินทรีย์&nbsp;ที่ได้รับผลผลิตลดลงในระยะเริ่มต้น&nbsp;ความคืบหน้าการดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;กระทรวงเกษตรละสหกรณ์&nbsp;ได้ให้การรับรองมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;Organic&nbsp;Thailand&nbsp;ไปแล้วถึงปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;3,144&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เกษตรกร&nbsp;45,112&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;466,456&nbsp;ไร่&nbsp;จ่ายเงินอุดหนุนไปแล้วจำนวน&nbsp;7,418&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;โดยได้จ่ายงวดสุดท้ายไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;917&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเกษตรกรได้รับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>กรมการข้าว&nbsp;ได้พิจารณาและอนุมัติบัญชีรายชื่อเกษตรกร</strong>&nbsp;ที่ผ่านการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ปีการผลิต&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;52&nbsp;จังหวัด&nbsp;3,876&nbsp;กลุ่ม&nbsp;79,807&nbsp;ราย&nbsp;655,874&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงินอุดหนุน&nbsp;2,237,991,500&nbsp;บาท&nbsp;กรมการข้าวได้รับงบจัดสรรงบประมาณปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อจ่ายเงินอุดหนุน&nbsp;450&nbsp;ล้านบาทแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;งวด&nbsp;</p><p><strong>โดยงวดที่&nbsp;1&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)</strong>&nbsp;จ่ายเงินอุดหนุนไปแล้วจำนวนกว่า&nbsp;167&nbsp;ล้าน&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;6,626&nbsp;ราย&nbsp;เกษตรกรสามารถรับเงินอุดหนุนได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ใกล้บ้านท่าน&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;34&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับงวดที่&nbsp;2&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;280&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;กรมการข้าวได้ดำเนินการขอเงินงวดไปยังสำนักงบประมาณ&nbsp;เมื่อได้รับงบประมาณมาแล้ว&nbsp;กรมการข้าวจะเร่งรัดเพื่อเบิกจ่ายให้&nbsp;7&nbsp;จังหวัดได้แก่&nbsp;สำหรับงบประมาณที่เหลือยังไม่ได้รับการจัดสรรอีกจำนวน&nbsp;1,787&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กรมการข้าวจะได้ดำเนินการเสนอคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติเพื่อขอใช้งบกลางเพื่อจ่ายอุดหนุนเกษตรกรที่เหลือตามโครงการในจังหวัดที่เหลืออีก&nbsp;11&nbsp;จังหวัดต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127123338176"],
    [204,"เข้มงวดการผลิต ขนส่ง และขออนุญาต มุ่งยกระดับมาตรฐาน ดันครัวไทยสู่ครัวโลกอย่างปลอดภัยและยั่งยืนในยุคโควิด","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ขับเคลื่อนดันสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย&nbsp;ให้ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรและอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ภายใต้นโยบาย&nbsp;ครัวไทยสู่ครัวโลกอย่างปลอดภัยและยั่งยืนในยุคโควิด&nbsp;โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;ดันผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ให้เป็นที่ยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก&nbsp;นั้น</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>จึงได้ดำเนินการเสนอออกกฎกระทรวงตามมาตรา&nbsp;14&nbsp;&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ฉบับ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1&nbsp;กฎกระทรวงการประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;2&nbsp;กฎกระทรวงการขนส่งสัตว์และเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยล่าสุดได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา&nbsp;และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;บังคับใช้กฎกระทรวงทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฉบับนี้</strong>&nbsp;มุ่งเพื่อยกระดับมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์ในประเทศไทย&nbsp;ให้ครอบคลุมทั้งกระบวนการการผลิตให้ถูกสุขอนามัย&nbsp;การขนส่งสัตว์ให้สอดคล้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;และการขนส่งเนื้อสัตว์ให้มีการจัดการที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;โดยสอดคล้องตามมาตรฐานสากล&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งต่อภาครัฐ&nbsp;ผู้ประกอบการและผู้บริโภค&nbsp;รวมถึงช่วยควบคุมกระบวนการผลิตและการขนส่งให้สินค้ามีความปลอดภัยอาหารและถูกสุขอนามัย&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า&nbsp;เพิ่มมูลค่าการส่งออก&nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกรและประเทศได้ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127123735181"],
    [205,"หน่อไม้ฝรั่ง พืชทางเลือก สร้างรายได้","<p><strong>ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;โคกโพธิ์&nbsp;หันมาปลูกหน่อไม้ฝรั่งเพื่อการค้า</strong>&nbsp;โดยการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตร&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ในการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;ซึ่งเป็นพืชใหม่ที่มีโอกาสทางการตลาดและสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดปี&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่กว่า&nbsp;3,000&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งทางเกษตรได้สนับสนุน&nbsp;ทั้งต้นพันธุ์&nbsp;วัสดุปลูก&nbsp;ระบบน้ำ&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;รวมถึงการให้องค์ความรู้ด้านการผลิต&nbsp;ตั้งแต่เริ่มเตรียมแปลงปลูก&nbsp;การดูแลรักษาและการใช้สารชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อเข้าทำลายและลดปริมาณเชื้อโรคที่เป็นโรคพืช</p><p><strong>ลุงเจริญ&nbsp;ทองปล้อง</strong>&nbsp;เกษตรกรชาวโคกโพธิ์&nbsp;ปัตตานี&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่รวม&nbsp;12&nbsp;ไร่&nbsp;ได้ทำการแบ่งพื้นที่&nbsp;โดยปลูกหน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;บ่อปลา&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;และดิน&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ได้เล่าให้ฟังว่า&nbsp;ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;มาแล้ว&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ผลผลิตก็จะเก็บได้ประมาณต้นปีหน้า&nbsp;สำหรับการปลูกหน่อไม้ฝรั่งนี้&nbsp;ก็จะต้องเป็นพื้นที่&nbsp;ที่น้ำไม่ท่วม&nbsp;ดินร่วนปนทราย&nbsp;มีระบบน้ำที่ดี&nbsp;ต้องดูแลอย่างละเอียดอ่อน&nbsp;ดูแลด้วยความรัก&nbsp;ความสนใจ&nbsp;จึงจะเจริญเติบโตมีผลผลิตดี</p><p><strong>หน่อไม้ถ้าเริ่มปลูก&nbsp;เดือนที่&nbsp;4&nbsp;ก็จะเริ่มออกหน่อ&nbsp;แต่ไม่สมบูรณ์</strong>&nbsp;จะต้องถอนแยกดินให้เหลือหน่อที่แข็งแรง&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อให้แทงหน่อสมบูรณ์จะได้ใหญ่ขึ้น&nbsp;เมื่อใหญ่ขึ้นก็ขายได้&nbsp;เดือน&nbsp;4-8&nbsp;จะโตเต็มที่จำหน่ายได้&nbsp;โตคงที่เก็บหน่อได้ปกติ</p><p><strong>ในส่วนของการตลาดนั้น&nbsp;ลุงเจริญ&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>หน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;ตลาดท้องถิ่นไม่เป็นที่รู้จัก&nbsp;รวมถึงตลาดใหญ่ๆ&nbsp;ในจังหวัดใกล้เคียงภาคใต้ยังไม่แพร่หลาย&nbsp;ตนเองก็พึ่งเริ่มปลูก&nbsp;แต่พอดีเป็นตัวแทนเลี้ยงปลาสลิดดอนนาของปัตตานีส่งออกปลาแดดเดียวไปที่สิงคโปร์&nbsp;ด้วย&nbsp;ก็สามารถที่จะขายได้ทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงและส่งออกหน่อไม้ไปทางสิงคโปร์ได้&nbsp;ซึ่งเค้าก็จะรับด้วย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนราคาขาย&nbsp;ก็จะเป็นราคามาตรฐาน&nbsp;อ้างอิง&nbsp;จาก&nbsp;กทม.&nbsp;</strong>ชัยภูมิที่ปลูกมากที่สุด&nbsp;หน้าฝน&nbsp;กก.ละ&nbsp;60บาท&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;กก.ละ&nbsp;90-100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับหน่อไม้ฝรั่งก็น่าจะเป็นพืชทางเลือกประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2021-11-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127074442114"],
    [206,"ธ.ก.ส. ร่วมกับ 6 ภาคีเครือข่าย ส่งเสริมเกษตรกรลดการเผาอ้อย ลดฝุ่นละออง PM 2.5 นำร่องในพื้นที่กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี","<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์&nbsp;</strong>ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;6&nbsp;ภาคีเครือข่าย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อย&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;ศูนย์ประสานงานโรงงานน้ำตาลลุ่มแม่น้ำแม่กลอง&nbsp;(กลุ่มโรงงานน้ำตาลลุ่มแม่น้ำแม่กลอง&nbsp;9&nbsp;โรงงาน&nbsp;&nbsp;และโรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย&nbsp;ที่เป็นพันธมิตร)&nbsp;สมาคมส่งเสริมอาชีพการเกษตรสุพรรณบุรี&nbsp;โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลสุพรรณบุรี&nbsp;โรงงานน้ำตาลมิตรผลและโรงงานน้ำตาลรีไฟน์ชัยมงคล&nbsp;(อู่ทอง)&nbsp;ในการสนับสนุนและดูแลชาวไร่อ้อยที่เข้าร่วมโครงการลดการเผาอ้อยเพื่อลดฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และสุพรรณบุรี</p><p><strong>นอกจากการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น</strong>&nbsp;ยังมุ่งเน้นนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการลดต้นทุน&nbsp;และเพิ่มผลผลิตให้เหมาะสมในแต่ละสภาพพื้นที่เพาะปลูกอ้อย&nbsp;เช่น&nbsp;การสนับสนุนให้ชาวไร่อ้อยปรับพื้นที่รองรับรถตัดอ้อย&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวอ้อยและการเผาอ้อย&nbsp;รวมทั้งการส่งเสริมให้ชาวไร่อ้อยที่มีความพร้อมได้จัดซื้อเครื่องอัดใบอ้อย&nbsp;เพื่อส่งขายให้กับโรงงานน้ำตาลในพื้นที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเสริม&nbsp;ในกระบวนการผลิตน้ำตาลและผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มรายได้และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ยังให้การสนับสนุนชาวไร่อ้อยด้วยสินเชื่อพิเศษในแต่ละขนาดพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพการทำไร่อ้อยได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการบริหารจัดการไร่อ้อยที่ทันสมัยมาปรับใช้&nbsp;เพื่อให้เกิดผลตอบแทนคุ้มค่ามากขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตั้งเป้าหมายลดการเผาอ้อยลงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ในปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;จำนวนพื้นที่&nbsp;319,627&nbsp;ไร่&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จำนวนพื้นที่&nbsp;799,067&nbsp;ไร่&nbsp;และภายในปี&nbsp;2566&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;100&nbsp;จำนวนพื้นที่&nbsp;1,598,133&nbsp;ไร่&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมดใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดดังกล่าว&nbsp;หากประสบความสำเร็จจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127123210171"],
    [207,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ประชาพิจารณ์และคัดเลือกเกษตรกรฝึกอบรมในโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ ปี 2565 ในพื้นที่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น","<p>ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;โดยนางอารีย์รัตน์&nbsp;พระภูวงศ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;บรรเทา&nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&nbsp;จัดทำประชาพิจารณ์และคัดเลือกเกษตรกรเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมในโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตหม่อนไหมแบบครบวงจร&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ&nbsp;อำเภอหนองสองห้อง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลักสูตร&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การสาวไหมให้ได้คุณภาพ&nbsp;เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหนองกุงใหม่&nbsp;ต.คึมชาด&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การฟอกย้อมสีเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติ&nbsp;เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านกุดหว้า&nbsp;ต.ดอนดู่&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหม&nbsp;เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหนองไผ่น้อย&nbsp;ต.ดอนดู่&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรทั้ง&nbsp;3&nbsp;กลุ่มเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่&nbsp;อ.หนองสองห้อง&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;และสำหรับการจัดประชุมประชาพิจารณ์นี้&nbsp;เพื่อชี้แจงโครงการฯ&nbsp;กิจกรรมการฝึกอบรม&nbsp;และสอบถามความต้องการในเนื้อหาของการฝึกอบรม&nbsp;และปรับให้ตรงตามความต้องการของเกษตรกรโดยมีความสอดคล้องตรงตามหลักสูตรด้วย&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติในการประกอบอาชีพได้จริงหลังจากการฝึกอบรมไปแล้ว&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น&nbsp;จากอาชีพด้านหม่อนไหม&nbsp;และสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127112812162"],
    [208,"ประมงระยอง? ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม? 1,200,000 ตัว? เพื่อเพิ่มทรัพยากร?สัตว์?น้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก? 4 แห่ง","<p><strong>ประมงระยอง?&nbsp;ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม?&nbsp;1,200,000&nbsp;ตัว?&nbsp;เพื่อเพิ่มทรัพยากร?สัตว์?น้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก?&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>เมื่อวันที่?&nbsp;27&nbsp;พ.ย.ที่อ่างเก็บน้ำดอกกราย?&nbsp;ต.แม่น้ำคู้?&nbsp;อ.ปลวกแดง?&nbsp;จ.ระยอง?&nbsp;นายชาญนะ?&nbsp;เอี่ยมแสง?&nbsp;ผู้?ว่า?ราชการ?จังหวัด?ระยอง?&nbsp;เป็นประธานปล่อยพันธุ์?สัตว์น้ำโครงการ?ส่งเสริมและฟื้นฟ?ูทรัพยากร?สัตว์?น้ำในแหล่งประมงพื้นที่จังหวัด?ระยอง?&nbsp;มีนายเสรี?&nbsp;เรือนหล้า?&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง?&nbsp;นายชัยพร&nbsp;แพภิรมย์?รัตน์?&nbsp;นายอำเภอปลวกแดง?&nbsp;พร้อมด้วยกลุ่มประมงอ่างเก็บน้ำดอกกราย?&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมฯ&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานผู้เข้าร่วมงานได้มีการปล่อยพันธุ์?กุ้งก้ามกราม?&nbsp;จำนวน&nbsp;1,200,000?&nbsp;ตัว&nbsp;</strong>ลงในอ่างเก็บ?น้ำดอกกราย&nbsp;นายเสรี?&nbsp;กล่าวว่า?&nbsp;สำนักงาน?ประมงจังหวัดระยอง?&nbsp;ได้คัดเลือกแหล่งน้ำที่มีความเหมาะสม?&nbsp;จำนวน?&nbsp;4&nbsp;แห่ง?&nbsp;ประกอบด้วย?&nbsp;อ่างเก็บน้ำดอกกราย?&nbsp;อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล?&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่?&nbsp;&nbsp;อ.ปลวกแดง?&nbsp;และอ่างเก็บน้ำประแสร์?&nbsp;อ.วังจันทร์?&nbsp;ดำเนินการปล่อยพันธุ์?กุ้งก้ามกราม?พร้อมกัน?&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเพิ่มทรัพยากร?สัตว์?น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ?ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์?</strong>&nbsp;ชาวประมง?สามารถ?เข้าถึงทรัพยากร?สัตว์?น้ำได้อย่างทั่วถึง??สามารถ?จับสัตว์?น้ำได้เพิ่มมากขึ้น?&nbsp;และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น?&nbsp;ชุมชนประมงมีความเข้มแข็ง?&nbsp;มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ?อย่าง?ยั่งยืน?และมีคุณภาพ?ชีวิต?ที่ดีขึ้น?จาก?การ?ประกอบอาชีพประมง?&nbsp;รวมทั้ง?เพื่อ?เป็น?การส่งเสริม?ความมั่นคง?ทาง?อาหาร?ให้?กับ?พี่?น้องชาวประมง?ในพื้นที่?&nbsp;ภายใต้สถานการณ์?การแพร่?ระบาด?ของ?โควิด-19&nbsp;นี้อีกด้วย.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;วฐิต&nbsp;กลางนอก/ระยอง&nbsp;0871373960</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127151947245"],
    [209,"นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่แก้ปัญหาระบบน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;14.20&nbsp;น.&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะพร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี&nbsp;ตำบลนาป่าแซง&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศาและบริเวณฝายห้วยพระเหลา&nbsp;บ้านปทุมแก้ว&nbsp;ตำบลพระเหลา&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ให้การต้อนรับพร้อมร่วมรับฟังปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายดะนัย&nbsp;มะหิพันธ์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>ตามที่&nbsp;นายดะนัย&nbsp;มะหิพันธ์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พรรคเพื่อไทย</strong>&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้ทำหนังสือไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;เรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งของกรมชลประทานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาจึงมอบหมายให้&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(27&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี&nbsp;ตำบลนาป่าแซง&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;ซึ่งโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านวินัยสร้างขึ้นเมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;โดยกรมชลประทานและได้ส่งมอบให้เทศบาลตำบลนาป่าแซง&nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เป็นอย่างมาก&nbsp;จนกระทั่งปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลทำให้ระบบสูบน้ำเสียหายไม่สามารถใช้การได้&nbsp;ซึ่งเทศบาลตำบลนาป่าแซงไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม&nbsp;ระบบดังกล่าวจึงไม่เกิดประโยชน์ประชาชนในพื้นที่จึงได้เรียกร้องให้มีการซ่อมแซมระบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้ดังเดิมเพราะเสียดายงบประมาณที่ทำโครงการนี้&nbsp;เป็นเหตุให้&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ในวันนี้และสั่งการให้&nbsp;&nbsp;ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมโดยใช้งบของเทศบาลตำบลนาป่าแซงจำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;และใช้เทคนิคของกรมชลประทานซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ฝายห้วยพระเหลา&nbsp;บ้านปทุมแก้ว&nbsp;ตำบลพระเหลา&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;ซึ่งฝายแห่งนี้ก่อสร้างโดยกรมชลประทานเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ใช้ประโยชน์กว่า&nbsp;700&nbsp;ไร่&nbsp;แต่เนื่องจากฝายแห่งนี้เก็บน้ำได้น้อยและยังไม่มีระบบส่งน้ำ&nbsp;จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำและให้กรมทรัพยากรน้ำจัดทำระบบส่งน้ำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในการปลูกพืชใช้น้ำน้อยครอบคลุมทั้งตำบล</p><p><strong>นอกจากพื้นที่&nbsp;2&nbsp;จุดที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนแล้ว</strong>&nbsp;ยังมีอีกหลายจุดที่ลำห้วยพระเหลาไหลผ่านและลำห้วยอื่นๆ&nbsp;ก็เจอปัญหาเช่นกัน&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนโดยมี&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเป็นประธานในการดำเนินการให้&nbsp;และในส่วนฝายต่างๆ&nbsp;ที่ตื้นเขินได้สั่งให้ชลประทานจังหวัดไปสำรวจและจะหางบประมาณมาดำเนินการขุดลอกให้&nbsp;ซึ่งพื้นที่ไหนที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์จากการขุดดินก็จะใช้วิธีการดินแลกน้ำ&nbsp;ที่ใหนไม่มีคนเอาดินก็จะใช้ระบบงบประมาณ</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2021-11-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127225020349"],
    [210,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่แก้ปัญหาระบบน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>วานนี้&nbsp;(27&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;14.20&nbsp;น.&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;</strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะพร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี&nbsp;ตำบลนาป่าแซง&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;และบริเวณฝายห้วยพระเหลา&nbsp;บ้านปทุมแก้ว&nbsp;ตำบลพระเหลา&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ให้การต้อนรับพร้อมร่วมรับฟังปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายดะนัย&nbsp;มะหิพันธ์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>ตามที่&nbsp;นายดะนัย&nbsp;มะหิพันธ์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พรรคเพื่อไทย</strong>&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้ทำหนังสือไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;เรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งของกรมชลประทานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาจึงมอบหมายให้&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(27&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี&nbsp;ตำบลนาป่าแซง&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;ซึ่งโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านวินัยสร้างขึ้นเมื่อปี&nbsp;2560&nbsp;โดยกรมชลประทานและได้ส่งมอบให้เทศบาลตำบลนาป่าแซง&nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เป็นอย่างมาก&nbsp;จนกระทั่งปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลทำให้ระบบสูบน้ำเสียหายไม่สามารถใช้การได้&nbsp;ซึ่งเทศบาลตำบลนาป่าแซงไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม&nbsp;ระบบดังกล่าวจึงไม่เกิดประโยชน์ประชาชนในพื้นที่จึงได้เรียกร้องให้มีการซ่อมแซมระบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้ดังเดิมเพราะเสียดายงบประมาณที่ทำโครงการนี้&nbsp;&nbsp;เป็นเหตุให้&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ในวันนี้และสั่งการให้&nbsp;&nbsp;ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมโดยใช้งบของเทศบาลตำบลนาป่าแซงจำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;และใช้เทคนิคของกรมชลประทานซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ฝายห้วยพระเหลา&nbsp;บ้านปทุมแก้ว&nbsp;ตำบลพระเหลา&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;ซึ่งฝายแห่งนี้ก่อสร้างโดยกรมชลประทานเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ใช้ประโยชน์กว่า&nbsp;700&nbsp;ไร่&nbsp;แต่เนื่องจากฝายแห่งนี้เก็บน้ำได้น้อยและยังไม่มีระบบส่งน้ำ&nbsp;&nbsp;จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำและให้กรมทรัพยากรน้ำจัดทำระบบส่งน้ำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในการปลูกพืชใช้น้ำน้อยครอบคลุมทั้งตำบล</p><p><strong>นอกจากพื้นที่&nbsp;2&nbsp;จุดที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนแล้ว</strong>&nbsp;ยังมีอีกหลายจุดที่ลำห้วยพระเหลาไหลผ่านและลำห้วยอื่นๆ&nbsp;ก็เจอปัญหาเช่นกัน&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนโดยมี&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเป็นประธานในการดำเนินการให้&nbsp;และในส่วนฝายต่างๆ&nbsp;ที่ตื้นเขินได้สั่งให้ชลประทานจังหวัดไปสำรวจและจะหางบประมาณมาดำเนินการขุดลอกให้&nbsp;ซึ่งพื้นที่ใหนที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์จากการขุดดินก็จะใช้วิธีการดินแลกน้ำ&nbsp;ที่ใหนไม่มีคนเอาดินก็จะใช้ระบบงบประมาณ</p><p><br></p><p>ทีมงาน&nbsp;สวท.อำนาจเจริญ&nbsp;โดย&nbsp;คุณอำนาจ&nbsp;พรมเยี่ยม&nbsp;/รายงาน&nbsp;/ภาพนิ่ง</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2021-11-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211128083917369"],
    [211,"อุบลฯ รมช.ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการสานฝัน สร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ&nbsp;</strong>ตรวจเยี่ยมโครงการพลังงานทดแทน&nbsp;และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ณ&nbsp;วัดป่าศรีแสงธรรม&nbsp;ต.ห้วยยาง&nbsp;อ.โขงเจียม&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;โดยมีนายทรงพล&nbsp;วิชัยคขัทคะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดอุบลราชธานีให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอให้จังหวัดอุบลราชธานีได้ประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร\"&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นโครงการที่กรมปศุสัตว์&nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ทำร่วมกัน&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;</p><p>โดยจะสนับสนุนเงินกู้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพในกิจกรรมที่ตลาดรองรับชัดเจน&nbsp;มีการประกันราคา&nbsp;รับซื้อผลผลิต&nbsp;รอบการผลิตระยะเวลาสั้น&nbsp;สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;ในกรณีที่ใช้เป็นเงินลงทุน&nbsp;3&nbsp;ปีแรก&nbsp;ดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;4&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ดอกเบี้ยตามปกติของธนาคาร&nbsp;สามารถใช้บุคคลค้ำประกันหรือสินทรัพย์ค้ำประกันได้&nbsp;ซึ่งเกษตรที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211128154948577"],
    [212,"เกษตรแพร่ ขยายตลาดกาแฟและหม้อห้อมแพร่ จัดงาน แพร่ กาแฟดี วิถีห้อม 2564","<p><strong>นายประภาส&nbsp;สานอูป&nbsp;เกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;จัดงานวันกาแฟและหม้อห้อมแพร่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;Phrae&nbsp;Coffee&nbsp;&amp;&nbsp;Indigo&nbsp;Craft&nbsp;Fair&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์จังหวัดแพร่&nbsp;และโครงการพัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญาการผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าจังหวัดแพร่&nbsp;ซึ่งเป็นการบูรณาการโครงการร่วมกันในแนวคิด&nbsp;แพร่&nbsp;กาแฟดี&nbsp;วิถีห้อม&nbsp;เพื่อสร้างเครือข่ายด้านการตลาด&nbsp;ด้วยการเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์กาแฟและห้อมแพร่&nbsp;จากแหล่งเพาะปลูกและแหล่งรวบรวมผลผลิตที่สำคัญในของจังหวัดแพร่&nbsp;อีกทั้งเป็นการสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพการผลิตกาแฟและห้อมของเกษตรกรให้สามารถแข่งขันได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;สามารถพัฒนาและยกระดับคุณภาพกาแฟและห้อมในจังหวัดแพร่ให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;อันจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร</p><p><strong>ภายในงานวันกาแฟและหม้อห้อมแพร่&nbsp;2564&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;</strong>กิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้ากาแฟแพร่&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัยของจังหวัดแพร่&nbsp;และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หม้อห้อมแพร่&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;บูธ&nbsp;รวมถึงการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับกาแฟ&nbsp;และนิทรรศการผ้าหม้อห้อมแพร่&nbsp;การ&nbsp;Cupping&nbsp;Coffee&nbsp;การเจรจาธุรกิจ&nbsp;(Business&nbsp;Matching)&nbsp;การเดินแบบแฟชั่นผ้าหม้อห้อมแพร่&nbsp;การทำ&nbsp;Latte&nbsp;Art&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ณ&nbsp;บ้านวงศ์บุรี&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-28T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211128163102588"],
    [213,"สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฟ้าใสฟาร์มปูนา","<p><strong>นายธงชัย&nbsp;พูดเพราะ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;มณฑาทอง&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนางสาวอรนิภา&nbsp;สีคุณน้ำเที่ยง&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฟ้าใสฟาร์มปูนา&nbsp;บ.สุขสบาย&nbsp;ต.กระเทียม&nbsp;อ.สังขะ&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;โดยจุดเริ่มต้นของกลุ่มเริ่มจาก&nbsp;นางปราณี&nbsp;กาญจนศร&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;ได้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงอาชีพจากเจ้าของกิจการร้านอาหารมาเป็นผู้เลี้ยง&nbsp;เพาะพันธุ์&nbsp;และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปูนา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ได้พบปะเยี่ยมเยียน&nbsp;ให้กำลังใจ&nbsp;ร่วมหาแนวทางการพัฒนาการผลิต&nbsp;</strong>การบริหารจัดการฟาร์ม&nbsp;และเพิ่มช่องทางการตลาดของกลุ่ม&nbsp;จากการรับทราบปัญหา&nbsp;ความต้องการ&nbsp;และการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางสำนักงาน&nbsp;ได้ประสานให้กลุ่มเข้าร่วมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร&nbsp;ร่วมกับกลุ่มนครชัยบุรินทร์&nbsp;บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสันสุรินทร์ในระหว่างวันที่&nbsp;1-5&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;และงานมหัศจรรย์งานช้าง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเพิ่มของทางการตลาด&nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายด้วยการจับคู่ธุรกิจ&nbsp;ร่วมถึงประสานให้เข้าร่วมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;\"ปั่นนักธุรกิจเกษตร&nbsp;ในยุคเศรษฐกิจวิถีใหม่&nbsp;(Agro&nbsp;Product&nbsp;idea&nbsp;Camp)\"&nbsp;เพื่อสร้างองค์ความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;ในการแปรรูปด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์&nbsp;ณ&nbsp;อ.ปากช่อง&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;และกลุ่มได้ขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการประสาน&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนในโครงการและกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2021-11-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211128210538678"],
    [214,"โชว์กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ตำบลต้นแบบทั่วภูมิภาค สร้างอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน สร้างอาชีพ ลดผลกระทบจากโควิด-19","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นแม่งานหลัก&nbsp;เป็นโครงการที่เน้นให้เกษตรกรได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน&nbsp;วางแนวทางการพัฒนาการผลิตเพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารบริโภคในครัวเรือนและสามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;และบรรเทาปัญหาการว่างงาน&nbsp;ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานภาคการเกษตรไปสู่ภาคอื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>โครงการเน้นสนับสนุนปัจจัยการผลิตและส่งเสริมให้เกิดแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่</strong>&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง&nbsp;สามารถเป็นแปลงตัวอย่างการเรียนรู้ของเกษตรกรรายอื่นภายในชุมชนได้&nbsp;ปัจจุบันเกิดพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ตามเป้าหมายแล้วใน&nbsp;70&nbsp;จังหวัด&nbsp;4,009&nbsp;ตำบล&nbsp;เกษตรกรร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;28,009&nbsp;ราย&nbsp;โดยเกษตรกรในโครงการได้มีน้ำใช้ในแปลงเกษตรจากการสนับสนุนการขุดบ่อและมีผลผลิตทางการเกษตรไว้บริโภคในครัวเรือน&nbsp;ตลอดจนผลผลิตที่เหลือก็สามารถจำหน่ายสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับตัวอย่างกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ตำบลต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ</strong>&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ปลูกผักเป็นยา&nbsp;ปลูกป่าเป็นอาหาร&nbsp;บ้านหนองจิก&nbsp;อำเภอหนองแค&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;ซึ่งประสบความสำเร็จในการรวมกลุ่มกัน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อปลูกพืชผักปลอดสารพิษ&nbsp;รายละอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;รวมพื้นที่การผลิต&nbsp;29&nbsp;ไร่&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังปลูกข้าวและเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;ได้ผลผลิตมาใช้บริโภคภายในครัวเรือนและสร้างรายได้จากการขายหน่อไผ่&nbsp;กิ่งตอนและเหง้าไผ่&nbsp;ซึ่งเริ่มให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;บาท/เดือน&nbsp;มีช่องทางการตลาด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;รถเร่ขายกับข้าว&nbsp;ช่องทางออนไลน์&nbsp;ซึ่งรายได้ดังกล่าวไม่รวมผลผลิตการเกษตรอื่นซึ่งจะทยอยให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นและจะเหลือจากการบริโภคในครัวเรือนสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211129150753934"],
    [215,"จังหวัดลำพูน มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2564","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมจามเทวี</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;ในการประชุมคณะกรมการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;11/2564&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินการคัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ที่มีผลงานดีเด่นแยกตามประเภทที่กำหนดเป็นสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้ปรากฏต่อสาธารณชน&nbsp;และเป็นแบบอย่างแก่สถาบันเกษตรกรอื่นๆ&nbsp;รวมทั้งพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยสถาบันเกษตรกรที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก</strong>จะได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ณ&nbsp;พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกตามแนวทางประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนด&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดขั้นตอนการคัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นไว้&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;คือ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ระดับภาค&nbsp;และระดับชาติ&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้คัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และได้ส่งผลงานเพื่อเข้ารับพิจารณาคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.&nbsp;ประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์&nbsp;ได้แก่&nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขลำพูน&nbsp;จำกัด&nbsp;2.&nbsp;ประเภทสหกรณ์การเกษตรทั่วไป&nbsp;ได้แก่&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเมืองลำพูน&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;3.ประเภทสหกรณ์โคนม&nbsp;ได้แก่&nbsp;สหกรณ์โคนมลำพูน&nbsp;จำกัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-29T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211129125655826"],
    [216,"เกษตรอำเภอเบตงติดตามการดำเนินงานของศูนย์เครือข่าย ศพก. พร้อมติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการปลูกอะโวคาโด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;29&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอติดตามการดำเนินงานของ&nbsp;ศพก.เครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนหน่อกล้วยหินปลอดโรค&nbsp;จากกิจกรรมการพัฒนาศูนย์เครือข่าย&nbsp;ศพก.&nbsp;ภายใต้โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ทั้งนี้ได้สนับสนุนสารชีวภัณฑ์&nbsp;&nbsp;bacillus&nbsp;subtilis&nbsp;(BS)&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดโรคเหี่ยวกล้วยหิน&nbsp;และแนะนำวิธีใช้&nbsp;โดย&nbsp;BS&nbsp;1&nbsp;ซองผสมน้ำ&nbsp;1&nbsp;ลิตรทิ้งไว้&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แล้วนำไปผสมน้ำเพิ่มอีก&nbsp;100&nbsp;ลิตรก่อนใช้งาน&nbsp;โดยฉีดพ่นหรือราดต้นบริเวณต้นกล้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการปลูกอะโวคาโด</strong>&nbsp;ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอะโวคาโดพันธุ์แฮส&nbsp;พิงค์เคอตัน&nbsp;ปีเตอร์สัน&nbsp;บูท&nbsp;7&nbsp;และบัคคาเนีย&nbsp;โดยหวังให้เป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอเบตงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่อาจจะมีราคาผลผลิตผันผวน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-29T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211129143348892"],
    [217,"ปี 2565 คือปีแห่งโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารหลังตัวเลขส่งออกสินค้าเกษตรโตต่อเนื่อง","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;แม้จะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคจากมาตรการปัองกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ของประเทศคู่ค้าแต่ด้วยการขับเคลื่อนปฏิรูปภาคการเกษตรด้วยนโยบายเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาดตามยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต&nbsp;ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยเฉพาะสถาบันอาหาร&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;หอการค้า&nbsp;สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;สถาบันเกษตรกรและภาควิชาการเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรมขยายตัวแบบต่อเนื่องและส่งแรงดันต่อไปถึงปีหน้า</p><p><strong>สะท้อนผลสำเร็จจากตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตร&nbsp;10&nbsp;เดือน</strong>&nbsp;(ม.ค.&nbsp;&nbsp;ต.ค.)&nbsp;มีมูลค่าถึง&nbsp;677,955&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เติบโต&nbsp;24.5%&nbsp;และเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;12&nbsp;เดือนเฉพาะเดือนตุลาคมส่งออก&nbsp;66,048&nbsp;ล้านบาทขยายตัวร้อยละ&nbsp;22&nbsp;และในปีนื้และปีหน้า&nbsp;ยังเดินหน้าต่อเนื่องในการสร้างฐานและกระจายการแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรภายใต้โครงการ&nbsp;1&nbsp;กลุ่มจังหวัด&nbsp;1&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมครอบคลุม&nbsp;18&nbsp;กลุ่มจังหวัด&nbsp;โครงการอุตสาหกรรมอาหารโลก&nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่และวิสาหกิจชุมชนเป็นสตาร์ทอัพเกษตรและเอสเอ็มอีเกษตร&nbsp;และโครงการเกษตรแม่นยำ&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่ในการใช้เกษตรอัจฉริยะ&nbsp;เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรรวมทั้งการปฏิรูปการบริหารและการบริการของกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ทำให้เชื่อมั่นว่าปี&nbsp;2565&nbsp;จะเป็นปีแห่งโอกาสของครัวไทย&nbsp;ครัวโลก&nbsp;ภายใต้อุตสาหกรรมอาหารฐานเกษตรเพื่อเดินหน้าสู่&nbsp;เป้าหมายการเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารท็อปเทน&nbsp;(Topten)&nbsp;ของโลกและอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของเอเซียตามนโยบายของรัฐบาล</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130093935211"],
    [218,"เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อแจกให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว ใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุโรคพืช","<p><strong>เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;เพื่อแจกให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&nbsp;ใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุโรคพืช</p><p>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;เพื่อแจกให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&nbsp;ใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุโรคพืช&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกชุก&nbsp;สภาพอากาศและสภาพดินมีความชื้นสูงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุพืชเป็นอย่างดี</strong>&nbsp;ซึ่งแนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;ทางดิน&nbsp;โดยผสมเชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โรยรอบโคนต้น&nbsp;ต้นละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อน้ำสะอาด&nbsp;100-200&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงพืช&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130092213190"],
    [219,"เกษตรเมืองตรัง ให้การปรึกษา และคำแนะนำในการป้องกัน กำจัดโรคพืชแก่เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร","<p><strong>เกษตรเมืองตรัง&nbsp;ให้การปรึกษา&nbsp;และคำแนะนำในการป้องกัน&nbsp;กำจัดโรคพืชแก่เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร&nbsp;&nbsp;</strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;&nbsp;ให้คำแนะนำแก่&nbsp;นางทัศนีย์&nbsp;พฤติวิญญู&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ที่นำตัวอย่างผลแก้วมังกร&nbsp;ที่มีลักษณะผิดปกติมาปรึกษาและขอคำแนะนำในการแก้ไขปัญหา&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลจากการวิเคราะห์เบื้องต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;สาเหตุเกิดจากเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคราสนิมแก้วมังกร&nbsp;</strong>และได้แนะนำวิธีการควบคุมด้วยวิธีการใช้การกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน&nbsp;ด้วยการตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง&nbsp;เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี&nbsp;และใช้สารเคมีเบนโนมิล&nbsp;ฉีดพ่น&nbsp;ป้องกันกำจัดเชื้อราสนิม&nbsp;ตั้งแต่ระยะเริ่มออกดอก&nbsp;ทุก&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;และหยุดใช้สารเคมีก่อนการเก็บเกี่ยว&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังจะติดตามผลในแปลงปลูกดังกล่าวต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130092455196"],
    [220,"เกษตรจังหวัดตรัง หารือผู้ประกอบการในการส่งเสริมเกษตรกรผลิตปาล์มคุณภาพเพื่อรองรับ RSPO แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;หารือกับผู้แทนบริษัทตรังน้ำมันปาล์ม&nbsp;จำกัด&nbsp;เรื่องการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการผลิตปาล์มน้ำมันคุณภาพและการรองรับขอการรับรองมาตรฐานในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(Roundtable&nbsp;on&nbsp;Sustainable&nbsp;Palm&nbsp;Oil&nbsp;:&nbsp;RSPO)&nbsp;เพื่อจัดงานการเปิดตัวส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรับรองมาตรฐาน&nbsp;RSPO&nbsp;โดยร่วมกับการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ปตท.)&nbsp;และลูกข่าย&nbsp;จีทีซี&nbsp;สนับสนุนเกษตรกรภาคใต้ให้มีการรับรองมาตรฐาน&nbsp;RSPO&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ราย&nbsp;โดยจับมือกับโรงงานน้ำมันปาล์มใน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;และพังงา&nbsp;ในการส่งเสริมการผลิตปาล์มคุณภาพเพื่อรับรองมาตรฐาน&nbsp;RSPO&nbsp;โดยมีกำหนดการจัดงานและเชิญสื่อมวลชนในวันที่&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;บริษัทตรังน้ำมันปาล์ม&nbsp;จำกัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;การได้รับมาตรฐาน&nbsp;RSPO&nbsp;และการทำปาล์มคุณภาพ&nbsp;เกษตรกรในแปลงใหญ่&nbsp;21&nbsp;แปลงของจังหวัดตรัง&nbsp;สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;30&nbsp;สตางค์&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;15&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(คิดจากเกษตรกรทั้งหมด&nbsp;1,074&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;15,512.25&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิต&nbsp;50,046,630&nbsp;กิโลกรัม/ปี)&nbsp;ทั้งนี้ได้หารือเกี่ยวกับการจัดงานแข่งขันการตัดปาล์มน้ำมันคุณภาพในวันที่&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อหาทีมตัดปาล์มที่มีคุณภาพในจังหวัดตรังโดยจะมีการเก็บคะแนนของทีมผู้แข่งขันเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อเก็บคะแนนมาตัดสินให้รางวัลในปีนี้&nbsp;โดยบริษัทตรังน้ำมันปาล์มเป็นผู้จัดงานในครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130092312192"],
    [221,"เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบร่วงยางพารา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;พบการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ในหลายพื้นที่ของอำเภอกันตัง&nbsp;ลักษณะของโรค&nbsp;ใบจะมีรอยช้ำเป็นกลุ่มเห็นชัดเจนด้านหลังใบ&nbsp;หลังจากนั้นจะเป็นวงค่อนกลมสีเหลือง&nbsp;ต่อมาเนื้อเยื่อสีเหลืองจะตายแห้ง&nbsp;เป็นแผลวงกลมสีสนิมซีด&nbsp;จากนั้นใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด&nbsp;หากเชื้อเข้าทำลายเป็นเวลานานอาจมีผลทำให้ยางพารายืนต้นตายได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;แนวทางการป้องกันเบื้องต้น&nbsp;คือ&nbsp;การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาผสมปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;หว่านให้ทั่วแปลง&nbsp;อย่างน้อยปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;หากพื้นที่มีการระบาดแล้ว&nbsp;อาจต้องฉีดพ่นสารเคมีร่วมด้วย&nbsp;&nbsp;โดยเกษตรสามารถเข้ามาติดต่อรับหัวเชื้อเพื่อนำไปขยายเองได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรใกล้บ้านท่าน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130092410194"],
    [222,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมโคพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยมโคพระราชทาน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริเป็น&nbsp;นายลือชัย&nbsp;สุวรรณโชติ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;98&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านนาหว้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130105547252"],
    [223,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรเฝ้าระวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ดอก ไม้ผล และพืชผักต่างๆ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ระยะบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมบริเวณดังกล่าว&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;กับมีลมแรง&nbsp;และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคใต้&nbsp;ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และน้ำล้นตลิ่งได้&nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง&nbsp;โดยมีคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ&nbsp;และเรือเล็กงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;อากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;กับมีลมแรง&nbsp;</strong>โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;โดยในช่วงวันที่&nbsp;1-5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;อุณหภูมิจะลดลงอีก&nbsp;2-4&nbsp;องศา&nbsp;ทำให้มีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;กับมีลมแรง&nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;โดยเลือกใส่เสื้อผ้าหนาๆ&nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย&nbsp;รวมทั้งควรระวังศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&nbsp;ไม้ดอก&nbsp;และพืชผักไว้ด้วย&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;ควรควบคุมปริมาณการให้อาหารอย่างเหมาะสม&nbsp;เนื่องจากในช่วงที่อุณหภูมิลดต่ำลงสัตว์น้ำจะกินอาหารได้น้อย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130122128295"],
    [224,"จ.นครปฐม กำหนดแผนการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ประจำปี 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;นายคมสัน&nbsp;เจริญอาจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอภิรมย์ฤดี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครปฐม&nbsp;ในการนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ได้พิจารณาสถานที่&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;และแผนการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;โดยกำหนดให้จัดงานโครงการดังกล่าวฯ&nbsp;ไตรมาสละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตร&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับการแก้ไขด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&nbsp;อีกทั้งพิจารณาร่างคำสั่งคณะทำงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;ตลอดจนการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;ตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;และมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;พร้อมทั้งมอบพันธุ์ผักให้กับตัวแทนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130145036362"],
    [225,"ครม. อนุมัติวงเงินกว่า 76,080 ล้านบาท สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 เพิ่มเติม","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติ&nbsp;อนุมัติวงเงินกว่า&nbsp;76,080&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;โดยแบ่งเป็นวงเงินจ่ายชดเชยให้เกษตรกรจำนวน&nbsp;74,569.31&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และค่าใช้จ่าย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จำนวน&nbsp;1,511.64&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หลังจากมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;ที่ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;วงเงินจ่ายขาดเบื้องต้นรวมทั้งสิ้น&nbsp;18,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้เป็นตามมติ&nbsp;คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&nbsp;(นบข.)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;สิงหาคม&nbsp;ที่เห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;/65&nbsp;วงเงินจ่ายขาด&nbsp;89,306.39&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มาตรการคู่ขนานฯ&nbsp;วงเงินจ่ายขาด&nbsp;6,955.98&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;วงเงินจ่ายขาด&nbsp;54,972.72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมวงเงินจ่ายขาดทั้งสิ้น&nbsp;151,235.09&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;มีมติมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พิจารณาจัดหาแหล่งเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการประกันรายได้เพิ่มเติม&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินจำนวน&nbsp;76,080.95&nbsp;ล้านบาทโดยดำเนินการให้ถูกต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐบาล&nbsp;2561&nbsp;&nbsp;ตลอดจนกฎหมายระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ปัจจุบันได้มีประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ&nbsp;เรื่องกำหนดอัตราชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐในการดำเนินกิจกรรม&nbsp;มาตรการ&nbsp;หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา&nbsp;28&nbsp;&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;24&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ข้อ&nbsp;2&nbsp;กำหนดให้อัตรายอดคงค้างรวมทั้งหมดของภาระที่รัฐต้องรับชดใช้ค่าใช้จ่าย&nbsp;หรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินกิจกรรม&nbsp;&nbsp;มาตรการ&nbsp;หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา&nbsp;28&nbsp;ต้องมียอดคงค้างทั้งหมดรวมกันไม่เกินร้อยละ&nbsp;35&nbsp;ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;จากเดิมที่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;30</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130162834443"],
    [226,"นายกรัฐมนตรี ส่งเสริมการปลูกป่าและลดเผาป่า รณรงค์ปรับเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาด แทนพลังงานแบบเดิม","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับการปลูกป่า&nbsp;โดยเฉพาะการปลูกป่าชายเลนเพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;ซึ่งเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก&nbsp;อีกทั้งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปลูกป่า&nbsp;เพื่อเป็นการสนองพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;และต่อเนื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังสั่งการในที่ประชุม&nbsp;ครม.</strong>ให้ส่งเสริมการปลูกป่าและลดการเผาป่า&nbsp;ตลอดจนรณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานแบบเดิมให้เป็นพลังงานสะอาดและให้มีการเตรียมมาตรการไว้ล่วงหน้าในการยกร่างกฏหมาย&nbsp;โดยให้หารือกับนายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130162621438"],
    [227,"ครม. อนุมัติกรอบวงเงินกว่า 54,972 ล้านบาท บริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 256465","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินกว่า&nbsp;54,972&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการคลัง&nbsp;สำนักงบประมาณ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาแหล่งเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการฯ&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&nbsp;(นบข.)&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;สิงหาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;มีมติเห็นชอบ&nbsp;โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;วงเงินจ่ายขาดรวม&nbsp;54,972.72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นงบประมาณจ่ายขาดให้เกษตรกรวงเงิน&nbsp;53,871.84&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ค่าชดเชยต้นทุนเงิน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;อัตราร้อยละ&nbsp;2&nbsp;&nbsp;วงเงิน&nbsp;1,077.44&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ค่าบริหารจัดการของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;รายละ&nbsp;5&nbsp;บาทเป็นวงเงิน&nbsp;23.44&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรประมาณ&nbsp;4.69&nbsp;ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&nbsp;จะได้รับการช่วยเหลือในอัตราไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาทไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;หรือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยระยะเวลาจ่ายเงินตั้งแต่เดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong>&nbsp;จากสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;โรคระบาด&nbsp;รวมทั้งสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ทำต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น&nbsp;ยังมุ่งสนับสนุนให้เกษตกรมีเงินทุนในการพัฒนาคุณภาพในการผลิตข้าว&nbsp;ดำเนินงานโดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรในอัตราไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับคือ&nbsp;เกษตรกรมีรายได้ส่วนเหลือเพิ่มขึ้น&nbsp;มีเงินไว้สำหรับใช้จ่ายภายในครัวเรือน&nbsp;กระตุ้นการใช้จ่ายในระดับเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130162357432"],
    [228,"มุกดาหาร เปิดโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65 เพิ่มอำนาจต่อรองและส่งเสริมความเป็นธรรมด้านราคาให้เกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรดงหลวง&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นำผู้ประกอบการโรงสีในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;มุกดาธัญญทิพย์&nbsp;จำกัด&nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;สมบูรณ์พูนผล&nbsp;และบริษัท&nbsp;โรงสีมุกธัญญา&nbsp;จำกัด&nbsp;มารับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรที่สนใจหลายราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรกับผู้รับซื้อข้าวเปลือก&nbsp;ซึ่งจะสามารถช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือก&nbsp;และมีอำนาจต่อรองในการขายข้าวเปลือกมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคา&nbsp;การชั่งน้ำหนัก&nbsp;และการตรวจสอบคุณภาพข้าวเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายข้าวเพิ่มมากขึ้น</p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130154947396"],
    [229,"ครม.แต่งตั้งประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนโครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง&nbsp;นายกุลเดช&nbsp;พัวพัฒนกุล&nbsp;เป็นประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทยคนใหม่เข้ามาขับเคลื่อนการดำเนินงานของ&nbsp;กยท.&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พร้อมกันนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ประกันรายได้ตั้งแต่&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้าน&nbsp;8&nbsp;แสนราย&nbsp;แบ่งสัดส่วนรายได้&nbsp;เจ้าของสวน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และคนกรีด&nbsp;ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของรายได้ทั้งหมด&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;โดยจะเริ่มจ่ายงวดแรกและงวดที่&nbsp;2&nbsp;ของเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ภายในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;หลังจากนั้นจะจ่ายเดือนละครั้งจนถึงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;จนครบทั้ง&nbsp;6&nbsp;งวด&nbsp;ซึ่งจากนี้คณะทำงานกำหนดราคากลางอ้างอิงจะออกประกาศราคากลางในการชดเชยรายได้ให้แก่เกษตรกรต่อไป</span></p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130195557589"]
]}
