<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ ขยายกัญชง กัญชา กระท่อม สู่ธุรกิจอาหารสัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?นายสรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่กระแสกัญชา&amp;nbsp;กัญชงและกระท่อมกำลังมาแรง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรของไทยมายาวนาน&amp;nbsp;มีผู้สนใจและมีงานวิจัยทยอยออกมามากมาย&amp;nbsp;ล่าสุดได้มีการปลดล็อกส่วนของพืชกัญชา&amp;nbsp;กัญชงและกระท่อม&amp;nbsp;ออกจากรายชื่อยาเสพติดให้โทษประเภทที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2522&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทางการค้า&amp;nbsp;การแพทย์และการศึกษาวิจัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของการนำไปใช้อย่างถูกกฎหมาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้เตรียมออกประกาศเกี่ยวกับอาหารสัตว์เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของพืชกัญชา&amp;nbsp;กัญชงและกระท่อม&amp;nbsp;โดยร่วมมือกับภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;สถานศึกษา&amp;nbsp;รวมถึงสถาบันวิจัยต่างๆ&amp;nbsp;ในการศึกษา&amp;nbsp;วิจัยและพัฒนา&amp;nbsp;เพื่อกำหนดค่ามาตรฐานที่ยอมรับให้ใช้ได้ในอาหารสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งจากงานวิจัยพบว่ากัญชงเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงมากและของเหลือจากการเก็บเกี่ยวหรือการนำมาแปรรูป&amp;nbsp;สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าในการผลิตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้&amp;nbsp;และปัจจุบันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตค่อนข้างสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยในปีนี้&amp;nbsp;มีมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมากกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;และในช่วง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีการเติบโตสูงถึงร้อยละ&amp;nbsp;7-10&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากผลการทดลองหรือวิจัยเกี่ยวกับการนำกัญชา&amp;nbsp;กัญชงและกระท่อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มาเป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;มีความปลอดภัยและมีสรรพคุณส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์จะส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุนภาคเอกชนให้มีการผลิตและส่งออกทุกรูปแบบ&amp;nbsp;เพื่อให้ธุรกิจด้านอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตและเป็นผู้นำในตลาดโลกอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นับเป็นโอกาสและแนวโน้มที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพื่อตอบรับนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล&amp;nbsp;ซึ่งถ้ามีข้อมูลพิสูจน์และหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจนจะสามารถต่อยอดให้ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ในการส่งออกอาหารสัตว์ที่ผสมและผลิตจากสมุนไพรไทย&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพและความแตกต่างในการเข้าแข่งขันสู่ตลาดอาหารสัตว์โลกรายแรก&amp;nbsp;(First&amp;nbsp;Mover)&amp;nbsp;สร้างอัตลักษณ์ของประเทศ&amp;nbsp;สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101094558024</Link_News></row>
<row _id="2"><NewsTitle>กรมประมง เตรียมพร้อมสำหรับการส่งออกสินค้าประมงไปยัง USA ภายใต้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?นายบัญชา&amp;nbsp;สุขแก้ว&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่สหรัฐฯ&amp;nbsp;ได้ประกาศกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าประมงเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;(Marine&amp;nbsp;Mammal&amp;nbsp;Protection&amp;nbsp;Act&amp;nbsp;:&amp;nbsp;MMPA)&amp;nbsp;ซึ่งใช้บังคับกับการนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลกกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;รวมทั้งประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อประเมินกฎระเบียบข้อบังคับการทำการประมงเชิงพาณิชย์ของประเทศที่ส่งสินค้าประมงไปยังสหรัฐฯ&amp;nbsp;ว่าเพียงพอที่จะป้องกันผลกระทบจากการประมงไม่ให้เกิดการตายหรือบาดเจ็บรุนแรงของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โลมา&amp;nbsp;วาฬ&amp;nbsp;พะยูน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากมีมาตรการไม่เพียงพอ&lt;/strong&gt;และเป็นการประมงที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;ประเทศคู่ค้าดังกล่าวอาจเข้าข่ายเสี่ยงต่อการถูกห้ามนำเข้าสินค้าประมงที่ได้จากการประมงนั้นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐฯเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ประเทศไทยส่งออกสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหรัฐฯ&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าสูงถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;จึงต้องเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว&amp;nbsp;สหรัฐฯ&amp;nbsp;ได้ประกาศใช้กฎหมาย&amp;nbsp;MMPA&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;และกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพื่อให้ประเทศคู่ค้าได้มีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ&amp;nbsp;MMPA&amp;nbsp;และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในช่วงระหว่างการผ่อนผัน&amp;nbsp;2560-2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประเทศผู้ส่งออกสินค้าประมงทั่วโลก&amp;nbsp;รวมทั้งประเทศไทย&amp;nbsp;ได้มีการจัดส่งข้อมูลต่างๆ&amp;nbsp;ไปยังสหรัฐฯ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ข้อมูลสถานภาพสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในพื้นที่ทำการประมง&amp;nbsp;ข้อมูลด้านการทำการประมง&amp;nbsp;กฎระเบียบและข้อบังคับด้านการทำประมงเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;ข้อมูลระบบทะเบียนและการอนุญาตทำการประมง&amp;nbsp;และมาตรการที่เกี่ยวข้องในการลดการตายหรือลดการบาดเจ็บของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งเป็นสัตว์น้ำพลอยจับ&amp;nbsp;จากการทำประมง&amp;nbsp;โดยสหรัฐฯ&amp;nbsp;จะประเมินจากข้อมูลดังกล่าวว่า&amp;nbsp;ประเทศผู้ส่งออกมีการใช้มาตรการลดผลกระทบจากการทำประมงและมาตรการคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่เพียงพอเทียบเท่ากับระบบของสหรัฐฯ&amp;nbsp;หรือไม่&amp;nbsp;หากประเมินแล้วพบว่าไม่เพียงพอหรือไม่เทียบเท่ากับระบบของสหรัฐฯ&amp;nbsp;ประเทศเหล่านั้นจะไม่สามารถส่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหรัฐฯ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ประเทศไทยได้ดำเนินการในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยในระหว่างปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;MMPA&amp;nbsp;พร้อมจัดทำรายงานข้อมูลต่อสหรัฐฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่องทุกปี&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ&amp;nbsp;ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบของการทำประมงต่อสัตว์ทะเลหายากและสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คณะได้มีการจัดทำข้อมูลด้านการทำการประมงและมาตรการด้านการทำประมงของประเทศไทย&amp;nbsp;ข้อมูลการประเมินทรัพยากรสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;สถานภาพ&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;จำนวนประชากร&amp;nbsp;สถิติการตายและการบาดเจ็บของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;และได้จัดทำแผนปฏิบัติการและมาตรการอนุรักษ์สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมแห่งชาติ&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101095132028</Link_News></row>
<row _id="3"><NewsTitle>กรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยัน วันพรุ่งนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพ </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมควร&amp;nbsp;ต้นจาน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กองพยากรณ์อากาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;เปิดเผยถึงลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงสัปดาห์นี้ว่า&amp;nbsp;วันนี้(1&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันตก&amp;nbsp;ยังคงมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบางแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;พ.ย.64)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มวลอากาศเย็นเริ่มแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้อุณหภูมิลดลง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;โดยภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดในช่วงเช้าอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;2-6&amp;nbsp;พ.ย.64&amp;nbsp;ปริมาณฝนทุกพื้นที่จะเริ่มลดลง&amp;nbsp;ยกเว้นภาคใต้ที่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลาและนราธิวาส&amp;nbsp;ปริมาณฝนร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;-&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนักสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;จากนั้นในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่งปริมาณฝนร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;หลังจากนั้นอุณหภูมิจะเริ่มลดลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง&amp;nbsp;กองพยากรณ์อากาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;วันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการของประเทศไทยประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101102242044</Link_News></row>
<row _id="4"><NewsTitle>เพชรบูรณ์ เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรม   ในด้านการตลาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;9.30&amp;nbsp;น.นายชาคริต&amp;nbsp;อินอิ่มวรปราชญ์นายอำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาดงขวาง&amp;nbsp;ตำบลน้ำชุน&amp;nbsp;อำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์พร้อมด้วยนายสุพล&amp;nbsp;ศรีทับทิม&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการร่วมเป็นเกียรติ&amp;nbsp;โดยมีนางสาวจรรยาวรรธน์&amp;nbsp;อ้วนตา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ&amp;nbsp;และเพื่อให้กลไกการรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกร&amp;nbsp;มีการแข่งขันทางการค้าทำให้เกษตรกรมีช่องทางเลือก&amp;nbsp;มีอำนาจในการต่อรองการขายสินค้าเกษตรมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;เป็นแหล่งกลางในการซื้อขายข้าวเปลือก&amp;nbsp;ที่ให้ความเป็นธรรมทางด้านราคา&amp;nbsp;การชั่งน้ำหนัก&amp;nbsp;และการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรให้ได้เรียนรู้การซื้อขายแบบตลาดกลาง&amp;nbsp;เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาระบบตลาด&amp;nbsp;เป็นแรงกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาสนใจพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพข้าวเปลือกอย่างจริงจัง&amp;nbsp;ให้เป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-5&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาดงขวาง&amp;nbsp;ตำบลน้ำชุน&amp;nbsp;อำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;โดยเปิดการซื้อขายข้าวเปลือกตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;8:00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;17:00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;ภายในงานได้ประสานกับผู้ประกอบการค้าข้าว&amp;nbsp;สมาคมโรงสีข้าว&amp;nbsp;ท่าข้าว&amp;nbsp;และผู้รับซื้อข้าวเปลือกจากหลายแห่ง&amp;nbsp;มาร่วมรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต&amp;nbsp;1-8&amp;nbsp;พิจิตร&amp;nbsp;ได้มาตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนัก&amp;nbsp;และเครื่องวัดความชื้น&amp;nbsp;ให้เกิดความเที่ยงตรงและสร้างความเป็นธรรมทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการค้าข้าว&amp;nbsp;และเกษตรกรภายในงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101112300077</Link_News></row>
<row _id="5"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดตลาดนัดข้าวเปลือกช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรมในด้านการตลาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายชาครินทร์&amp;nbsp;อินอิ่มวรปราชญ์&amp;nbsp;นายอำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาดงขวาง&amp;nbsp;ตำบลน้ำชุน&amp;nbsp;อำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวจรรยาวรรธน์&amp;nbsp;อ้วนตา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสุพล&amp;nbsp;ศรีทับทิม&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุพล&amp;nbsp;ศรีทับทิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เพชรบูรณ์มีผลผลิตข้าวประมาณ&amp;nbsp;6-7&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;ต่อฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;และรัฐบาลมี&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ในพืช&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ประกอบด้วยข้าวเปลือก&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในส่วนของตลาดนัดข้าวเปลือกเป็นมาตรการเสริมเพื่อกระตุ้นให้กลไกตลาดเกิดการแข่งขัน&amp;nbsp;และเป็นธรรม&amp;nbsp;เรามีเครื่องชั่ง&amp;nbsp;เครื่องวัดความชื้นที่มีมาตรฐานแน่นอน&amp;nbsp;มีการเชิญผู้ซื้อเข้ามารับซื้อหลายราย&amp;nbsp;ขณะเดียวกันโครงการประกันรายได้ราคาข้าวที่ออกช่วงนี้&amp;nbsp;คือข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;รัฐบาลประกันรายได้อยู่ที่&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อตัน&amp;nbsp;หอมมะลิ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ประกันราคาที่&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อตัน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีค่าช่วยเหลือเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังมีมาตรการของสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งยังต้องรอรายละเอียดที่จะมาช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;จัดทำโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ&amp;nbsp;และเพื่อให้กลไกการรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกร&amp;nbsp;มีการแข่งขันทางการค้าทำให้เกษตรกรมีช่องทางเลือก&amp;nbsp;มีอำนาจในการต่อรองการขายสินค้าเกษตรมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;เป็นแหล่งกลางในการซื้อขายข้าวเปลือก&amp;nbsp;ที่ให้ความเป็นธรรมทางด้านราคา&amp;nbsp;การชั่งน้ำหนัก&amp;nbsp;และการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรให้ได้เรียนรู้การซื้อขายแบบตลาดกลาง&amp;nbsp;เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาระบบตลาด&amp;nbsp;เป็นแรงกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาสนใจพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพข้าวเปลือกอย่างจริงจัง&amp;nbsp;ให้เป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-5&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาดงขวาง&amp;nbsp;ตำบลน้ำชุน&amp;nbsp;อำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เปิดการซื้อขายข้าวเปลือกตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;8:00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;17:00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101151833159</Link_News></row>
<row _id="6"><NewsTitle>ผู้ค้าผักสดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุ สถานการณ์ราคาผักแพง คาดจะเป็นระยะเวลาไม่นาน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพัชรณัฐ&amp;nbsp;ญาติเสมอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ค้าผักสดในตลาดสดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ราคาผักสดในตลาดปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเทศกาลกินเจเป็นต้นมา&amp;nbsp;คาดว่ามีสาเหตุมาจากสถานการณ์น้ำท่วมแหล่งเพาะปลูกในพื้นที่ภาคกลางทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย&amp;nbsp;ประกอบกับรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ความต้องการบริโภคสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ราคาผักสดในปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากปกติ&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ผักชี&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;จากปกติ&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;70-80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มะเขือเปราะ&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากปกติ&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;25-35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากปกติ&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยที่ร้านของตนเองจะใช้รถไปรับซื้อผักสดมาจากจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;และมาจำหน่ายต่อให้กับร้านค้ารายย่อยอื่นๆ&amp;nbsp;ในตลาดด้วย&amp;nbsp;ช่วงนี้ลูกค้าประจำที่มาซื้อก็จะมีการปรับเปลี่ยนลดการซื้อผักชนิดที่มีราคาแพงลงบ้างโดยเฉพาะบรรดาร้านอาหารต่างๆ&amp;nbsp;แต่คาดว่าสถานการณ์ราคาผักแพงน่าจะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ&amp;nbsp;เมื่อเกษตรกรเพิ่มการเพาะปลูกมากขึ้น&amp;nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก&amp;nbsp;ราคาก็จะกลับมาเป็นปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางรัตนา&amp;nbsp;กันภัย&amp;nbsp;ผู้ค้าขนมจีน&amp;nbsp;ริมอ่าวประจวบคีรีขันธ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ที่ร้านมีต้นทุนค่าผักสดอยู่ที่วันละประมาณกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม่ได้รับผลกระทบมากนักในช่วงที่ผักมีราคาแพงเพราะจะใช้ผักพื้นบ้านเป็นส่วนใหญ่ในการใช้เป็นผักเคียงรับประทานกับขนมจีน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใบแมงลัก&amp;nbsp;ถั่วพู&amp;nbsp;ถั่วงอก&amp;nbsp;ซึ่งมีราคาปกติ&amp;nbsp;ที่แพงขึ้นมาคือถั่วฝักยาวซึ่งลูกค้าชอบรับประทานมาก&amp;nbsp;ตอนนี้&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาทถือว่าเริ่มปรับลดราคาลงมาบ้างแล้ว&amp;nbsp;หลังจากก่อนหน้าที่ราคาถั่วฝักยาวแพงกว่านี้จึงไม่ได้ซื้อมาใช้&amp;nbsp;แต่หันไปใช้ผักอย่างอื่นแทนและได้อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101160652188</Link_News></row>
<row _id="7"><NewsTitle>มทบ.32 ติดตามให้ความช่วยเหลือสมาคมรถม้าลำปาง สอดรับนโยบายผู้บัญชาการทหารบก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;บรรจง&amp;nbsp;คะวงศ์ดอน&amp;nbsp;หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32,&amp;nbsp;อาสาสมัครกิจการพลเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(อส.กร.)&amp;nbsp;ตำบลต้นธงชัย&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลสัตว์&amp;nbsp;กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กรมการสัตว์ทหารบก&amp;nbsp;ได้เดินทางตรวจสุขภาพม้า&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความห่วงใยของกองทัพบกในการติดตามให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในด้านการตรวจสุขภาพม้าเป็นประจำ&amp;nbsp;ตลอดจนให้คำปรึกษา&amp;nbsp;แนะนำการดูแลสุขภาพเพิ่มเติมในเรื่องอาหารและน้ำ&amp;nbsp;การสังเกตอาการเจ็บป่วยจากอุจจาระม้า&amp;nbsp;และพฤติกรรมของม้า&amp;nbsp;เพื่อให้ม้าที่เจ้าของได้รับมอบ&amp;nbsp;มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันคณะได้พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและแนวทางที่จะดูแลช่วยเหลือใน&amp;nbsp;ด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อความเป็นอยู่ของสมาชิกที่ดีขึ้น&amp;nbsp;อีกทั้งได้มอบหน้ากากอนามัยเพื่อให้ปลอดภัยจากโควิด-19&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp;ได้มีดำริให้มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ร่วมกับกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กรมการสัตว์ทหารบก&amp;nbsp;พิจารณาสนับสนุนม้าของกองทัพบกที่มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;ผ่านการดูแลฝึกฝนจนสามารถเสริมภารกิจและช่วยเหลือส่งเสริมอาชีพรถม้าบริการนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันสำคัญของชาวลำปางและความผูกพันกันมายาวนาน&amp;nbsp;โดยส่งเสริมการประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านรถม้าบริการท่องเที่ยว&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเดินทางมาเยือนจังหวัดภาคเหนือและจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ตามแนวทางเปิดประเทศอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101135031110</Link_News></row>
<row _id="8"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงานวันยุวเกษตรกรโลก 4-H Go For Green ยุวเกษตรกรไทยรักโลก รักษ์สิ่งแวดล้อม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญในการสร้างทายาทเกษตรรุ่นใหม่&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมการรวมกันของเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;และพัฒนาศักยภาพด้านการเกษตรให้กับกลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานของการสร้างบุคลากรภาคการเกษตรในอนาคตที่ดี&amp;nbsp;เพื่อทดแทนเกษตรกรรุ่นเก่า&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานกลุ่มยุวเกษตรกรในประเทศไทย&amp;nbsp;ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันของสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และผู้สนใจในด้านการเกษตร&amp;nbsp;เคหกิจเกษตร&amp;nbsp;ตลอดจนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่จะสนับสนุนแนวทางขับเคลื่อนงานพัฒนายุวเกษตรกร&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้กำหนดจัดงานวันยุวเกษตรกรโลก&amp;nbsp;(Global&amp;nbsp;4-H&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ขึ้นในวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนและพัฒนากลุ่มยุวเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไว้&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แนวทาง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ส่งเสริมการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับยุวเกษตรกรอย่างมีศักยภาพ&amp;nbsp;ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรให้ครอบคลุมต่อความต้องการการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;และลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้และขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการวิชาการด้านการเกษตรให้แก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร&amp;nbsp;ส่งเสริมกลุ่มยุวเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;โดยพัฒนากระบวนการบริหารจัดการกลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;สร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนพัฒนากลุ่มยุวเกษตรกรกับภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยกำหนดเป้าหมายร่วมกันกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดประสานกัน&amp;nbsp;สนับสนุนการเปิดโลกทัศน์และต่อยอดให้ยุวเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะต่างๆ&amp;nbsp;ระหว่างกัน&amp;nbsp;อันนำไปสู่การพัฒนางานยุวเกษตรกรได้รอบด้านและทันต่อสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนายุวเกษตรกร&amp;nbsp;โดยการพัฒนาองค์ความรู้&amp;nbsp;ทักษะ&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;ในการดำเนินงานยุวเกษตรกรให้สามารถปฏิบัติงานขับเคลื่อนพัฒนางานยุวเกษตรกรไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การพัฒนางานยุวเกษตรกรเชิงรุก&amp;nbsp;เพื่อให้สาธารณชนรับรู้&amp;nbsp;เชื่อถือและเข้าใจที่ถูกต้องในกระบวนการพัฒนายุวเกษตรกร&amp;nbsp;อันนำไปสู่ความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานที่ดีของชุมชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101204609355</Link_News></row>
<row _id="9"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมรับฟัง แนวทางการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายดำรง&amp;nbsp;ปลั่งกลาง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวนิกร&amp;nbsp;สมมุ่ง&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;เข้าร่วมรับฟังแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเอก&amp;nbsp;อุ่นจิตต์วรรธนะ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ร่วมรับฟังแนวทางการปรับตัวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;สู่การทำงานในรูปแบบ&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;โดยการผลักดันการขับเคลื่อน&amp;nbsp;วางแผนพัฒนากำลังคนภาคการเกษตรของประเทศ&amp;nbsp;พัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;พัฒนากระบวนการทำงาน&amp;nbsp;ผลักดันการวิจัยและนวัตกรรมการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมทั้งยกระดับความร่วมมือเครือข่ายการพัฒนาภาคเกษตรจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรอย่างสูงสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101174352271</Link_News></row>
<row _id="10"><NewsTitle>จังหวัดร้อยเอ็ดประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดร้อยเอ็ด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดร้อยเอ็ดประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;(กจร.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาออกประกาศกำหนดมาตรการให้ต้องมีการขออนุญาตขนย้ายต้นพันธุ์&amp;nbsp;ท่อนพันธุ์&amp;nbsp;หรือห้ามขนย้ายต้นพันธุ์&amp;nbsp;ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&amp;nbsp;เข้ามาหรือออกนอกพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&amp;nbsp;โดยระบุท้องที่ที่ต้องมีการขออนุญาตการขนย้ายหรือท้องที่ที่ต้องห้ามขนย้าย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกัน/หยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคไวรัสใบด่างมิให้กระจายไปพื้นที่อื่น&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตมันสำปะหลังของเกษตรกรเกิดความเสียหายปริมาณผลผลิตลดลง&amp;nbsp;และส่งผลถึงต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ออกประกาศ&amp;nbsp;กจร.&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เรื่องการควบคุมการขนย้ายต้นพันธุ์และท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&amp;nbsp;และประกาศสำนักงาน&amp;nbsp;กจร.&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตการอนุญาต&amp;nbsp;แบบหนังสือขออนุญาต&amp;nbsp;และวิธีการขนยายต้นพันธุ์&amp;nbsp;ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101220846402</Link_News></row>
<row _id="11"><NewsTitle>สนง.กษ.อำนาจเจริญ ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี พ.ศ.2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนง.กษ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายนาวิน&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;มอบหมายนายจิรทัต&amp;nbsp;สวรรคทัต&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนายธนูสินธ์&amp;nbsp;ไชยสิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เป็นประธานกรรมการฝ่ายสถานที่&amp;nbsp;ฝ่ายจัดการแสดงนิทรรศการและรูปแบบภาพรวมการจัดงาน&amp;nbsp;และฝ่ายกิจกรรมการประกวดการแข่งขัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101222838414</Link_News></row>
<row _id="12"><NewsTitle>สนง.กษ.อำนาจเจริญ ร่วมการประชุมคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ(Operation team) อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 12564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30-12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายนาวิน&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์มอบหมายนายธวัชชัย&amp;nbsp;นาราษฎร์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ&amp;nbsp;(Operation&amp;nbsp;team)&amp;nbsp;อำเภอลืออำนาจ&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอลืออำนาจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาเห็นชอบการตรวจสอบข้อมูลและพิจารณากลุ่มโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;(แปลงใหญ่ข้าวและแปลงใหญ่โค)&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยง&amp;nbsp;ตลาด&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;แบ่งเป็นแปลงใหญ่ข้าว/ถั่วเขียว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;32&amp;nbsp;กลุ่&amp;nbsp;ม&amp;nbsp;และแปลงใหญ่โค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;พื้นที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;20,977&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,553&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งได้สรุปงบประมาณโครงการยกระดับเกษตร&amp;nbsp;แปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการฯ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;102,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;การตรวจสอบข้อมูลและพิจารณากลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่ม/องค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;ในการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมยกระดับวิสาหกิจชุมชนสู่การประกอบธุรกิจแบบครบวงจรดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;ตามความต้องการของวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;(ไม่เกิน&amp;nbsp;วสช.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;3,000,000&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขอรับการสนับสนุน&amp;nbsp;งบประมาณโครงการฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;21,000,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101222105410</Link_News></row>
<row _id="13"><NewsTitle>ร่วมประชุมการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2564 เพื่อเตรียมรับความปกติถัดไป (next normal) ผ่านระบบการประชุมทางไกลด้วยโปรแกรม Zoom</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นายนาวิน&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานฯ&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.ทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มอบนโยบาย&amp;nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกลด้วยโปรแกรม&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับความปกติถัดไป&amp;nbsp;(next&amp;nbsp;normal)&amp;nbsp;ซึ่งมีวัตถุประสงค์การประชุมเพื่อให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับทราบและมีความเข้าใจทิศทางการดำเนินงาน&amp;nbsp;รวมทั้งสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Agri&amp;nbsp;Challenge&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหลียวหลัง&amp;nbsp;แลหน้า&amp;nbsp;รองรับ&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ความเชื่อมโยงของนโยบายสำคัญกับภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นโยบายหลัก&amp;nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ยุทธศาสตร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เทคโนโลยีเกษตร&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;3S&amp;nbsp;(Safety&amp;nbsp;-&amp;nbsp;Security&amp;nbsp;-&amp;nbsp;Sustainability)&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;บริหารเชิงรุกแบบบูรณาการโมเดล&amp;nbsp;เกษตร-พาณิชย์ทันสมัย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นโยบาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;1.&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและ&amp;nbsp;เศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การส่งเสริมสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Start&amp;nbsp;up&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;การพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&amp;nbsp;(AIC)&amp;nbsp;6.&amp;nbsp;การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร&amp;nbsp;7.&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้&amp;nbsp;าอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;8.&amp;nbsp;การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;9.&amp;nbsp;การส่งเสริมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;สินค้าเกษตร&amp;nbsp;10.&amp;nbsp;การประกันภัยพืชผล&amp;nbsp;11.&amp;nbsp;การส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;12.&amp;nbsp;การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp;13.&amp;nbsp;การวิจัยและพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทย&amp;nbsp;14.&amp;nbsp;การพัฒนาฐานข้อมูล&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;15.&amp;nbsp;การประกันรายได้ของเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลักการและเป้าหมายการขับเคลื่อนภาคเกษตร&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;นโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;กระทรวงให้บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า&amp;nbsp;ให้เกษตรกร&amp;nbsp;วางรากฐานการท&amp;nbsp;างานของกระทรวงรองรับ&amp;nbsp;ความปกติใหม่&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;และสร้างเอกภาพใน&amp;nbsp;การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การขับเคลื่อนพันธกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วิสัยทัศน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาตรการผลักดันการพัฒนาภาคเกษตรให้เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;หัวใจของการยกระดับภาคการเกษตรของจังหวัดสถานการณ์สินค้าเกษตรสดใส&amp;nbsp;ทำให้เร่งยกระดับการทำงาน&amp;nbsp;ผลักดัน&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิตAgri&amp;nbsp;Challenge&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ความปกติถัดไป&amp;nbsp;(The&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แนวโน้มสำคัญ&amp;nbsp;+&amp;nbsp;Global&amp;nbsp;&amp;nbsp;Megatrends&amp;nbsp;=&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความท้าทายต่อภาคเกษตร&amp;nbsp;การปรับตัวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สู่&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;พัฒนากำลังคนภาคเกษตร&amp;nbsp;พัฒนากระบวนการทำงาน&amp;nbsp;ผลักดันวิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;ยกระดับความร่วมมือ&amp;nbsp;เครือข่ายการพัฒนา&amp;nbsp;ภาคเกษตรจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;งบประมาณปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำหรับขับเคลื่อน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์&amp;nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;78,830.30&amp;nbsp;ล้านบาทโครงการสำคัญปีงบประมาณ&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอเพื่อขับเคลื่อน&amp;nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ประเด็นการเกษตร&amp;nbsp;19&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;13,170.3913&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลบ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;-เกษตรแปรรูป&amp;nbsp;2%&amp;nbsp;-เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น&amp;nbsp;4%&amp;nbsp;-เกษตรชีวภาพ&amp;nbsp;6%&amp;nbsp;-เกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;11%&amp;nbsp;-ระบบนิเวศ&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;และ-เกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;47%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101222654412</Link_News></row>
<row _id="14"><NewsTitle>การประชุมคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ (Operation Team)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&amp;nbsp;นายไชยันต์&amp;nbsp;โคตุเคน&amp;nbsp;เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ&amp;nbsp;(Operation&amp;nbsp;Team)&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพของทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอลืออำนาจ&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-01-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211101234032431</Link_News></row>
<row _id="15"><NewsTitle>ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรวิถีใหม่  6  7 พฤศจิกายนนี้ เอาใจคนรัก ไม้ด่าง </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลอากาศเอก&amp;nbsp;เสนาะ&amp;nbsp;พรรณพิกุล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ&amp;nbsp;ตอบรับเสียงเรียกร้องจากผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์นำไอเดียจากไม้ด่างและไม้กระแสต่างๆ&amp;nbsp;ที่เป็นกิจกรรมสุดฮิตของหลายคนในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;มาถ่ายทอดภายในงาน&amp;nbsp;ที่สามารถสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;จึงรวบรวมองค์ความรู้ด้านการเกษตร&amp;nbsp;มาถ่ายทอดภายในงาน&amp;nbsp;ให้ทุกคนทุกวัยสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ&amp;nbsp;จุดประกายความคิดในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจะจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เกษตรวิถีใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp;ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการไม้กระแสสร้างรายได้&amp;nbsp;"ปลูกง่าย&amp;nbsp;กินได้&amp;nbsp;สร้างรายได้"&amp;nbsp;นำเสนอการปลูกไม้ในกระแส&amp;nbsp;ปลูก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;ได้ประโยชน์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;กินเป็นอาหาร&amp;nbsp;ดื่มเป็นยาสมุนไพร&amp;nbsp;ใช้ตกแต่งสวนสบายตา&amp;nbsp;ขายสร้างรายได้เกิดอาชีพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เล็บครุฑด่าง&amp;nbsp;อ่อมแซ่บด่าง&amp;nbsp;พืชเกษตรในกระแส&amp;nbsp;พร้อมกับกิจกรรมตอนกิ่งไม้กระแส&amp;nbsp;แลกซื้อต้นโพธิ์ทะเล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;ในราคาเพียงต้นละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในงานรับต้นโพธิ์ทะเล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;ฟรีทันที&amp;nbsp;(จำนวนจำกัด)&amp;nbsp;การอบรมเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;จัดหนักจัดเต็มตลอด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;Onsite&amp;nbsp;จำกัดผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คนต่อวิชา&amp;nbsp;เพื่อลดความแออัดและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;และสามารถรับชมผ่านรูปแบบ&amp;nbsp;Online&amp;nbsp;ได้ทาง&amp;nbsp;Youtube&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานครั้งนี้ยังคงคุมเข้มมาตรการป้องกัน&lt;/strong&gt;การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมชมงาน&amp;nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้างาน&amp;nbsp;เว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;02-529-2212-13,&amp;nbsp;087-359-7171&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-02-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102104835482</Link_News></row>
<row _id="16"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรระเฝ้าวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ดอก ไม้ผล และพืชผักต่างๆ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณความกดอากาศสูง&amp;nbsp;หรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;แต่ยังทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝน&amp;nbsp;บางแห่งกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ&amp;nbsp;เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย&amp;nbsp;ระวังอันตรายจากสภาวะดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คำแนะนำสำหรับการเกษตรและผลกระทบต่อพืช/สัตว์ของภาคกลาง&amp;nbsp;ในระยะนี้อากาศเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&amp;nbsp;นอกจากนี้ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง&amp;nbsp;เกษตรกรควรระเฝ้าวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&amp;nbsp;ไม้ดอก&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;และพืชผักต่างๆ&amp;nbsp;ไว้ด้วย&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่เป็นที่ลุ่ม&amp;nbsp;เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขังในแปลงปลูกและโคนต้นพืชเป็นเวลานาน&amp;nbsp;เพราะจะทำให้รากพืชขาดอากาศต้นพืชตายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-02-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102103134478</Link_News></row>
<row _id="17"><NewsTitle>การฆ่าไก่งวงและนกกระทา ต้องทำในโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาต</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์สนองนโยบาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่กำกับดูแล&amp;nbsp;ตรวจสอบและควบคุมการผลิต&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับฟาร์ม&amp;nbsp;โรงฆ่าสัตว์&amp;nbsp;โรงแปรรูปและสถานที่จำหน่าย&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหาร&amp;nbsp;ช่วยควบคุมการแพร่กระจายของเนื้อสัตว์กรณีโรคสัตว์ระบาด&amp;nbsp;มีระบบตรวจสอบย้อนกลับในทุกขั้นตอนการผลิต&amp;nbsp;สามารถใช้ข้อมูลจากการตรวจสอบย้อนกลับในการเรียกคืนสินค้า&amp;nbsp;หรือแจ้งเตือนภัยตามระบบแจ้งเตือนภัยและอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศคู่ค้าที่มีข้อกำหนดในเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับสินค้านำเข้าอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงได้ร่างกฎกระทรวง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดเก็บข้อมูลของสัตว์ที่เข้าสู่โรงฆ่าสัตว์และเนื้อสัตว์ที่ออกจากโรงฆ่าสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;โดยล่าสุดได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ครอบคลุมชนิดของสัตว์ที่ต้องอยู่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการฆ่าสัตว์และเพื่อความปลอดภัยอาหารของผู้บริโภคยิ่งขึ้น&amp;nbsp;เนื่องด้วยปัจจุบันมีผู้บริโภคไก่งวงและนกกระทาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;เพื่อให้มีมาตรการตรวจสอบ&amp;nbsp;ควบคุมหรือป้องกันมิให้โรคระบาดที่เกิดกับสัตว์ติดต่อมาสู่คน&amp;nbsp;รวมถึงตรวจสอบสารตกค้างในเนื้อสัตว์ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้บริโภคได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่ถูกสุขอนามัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมควรกําหนดให้&amp;nbsp;ไก่งวงและนกกระทา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;สัตว์&amp;nbsp;ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;จึงได้ร่างกฎกระทรวง&amp;nbsp;กำหนดชนิดของสัตว์ที่ต้องอยู่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการฆ่าสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;กำหนดให้&amp;nbsp;ไก่งวงและนกกระทา&amp;nbsp;เป็นสัตว์ที่ต้องอยู่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการฆ่าสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งแปลว่า&amp;nbsp;การฆ่าไก่งวงและนกกระทาต้องทำในโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp;โดยได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และมีผลบังคับใช้&amp;nbsp;180&amp;nbsp;วันนับแต่วันที่ประกาศฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ที่ประกอบกิจการฆ่าสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับนกกระทาและไก่งวงจึงมีระยะเวลา&amp;nbsp;180&amp;nbsp;วันนับแต่วันที่ประกาศฯ&amp;nbsp;ที่จะขออนุญาตให้ได้โรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาตก่อนเป็นโรงฆ่าสัตว์เถื่อน&amp;nbsp;ซึ่งหากไม่ทำตามมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ทำให้สามารถทราบถึงแหล่งที่มาของสินค้า&amp;nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในกรณีที่เกิดปัญหาหรือวิกฤตด้านอาหารได้&amp;nbsp;สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่การผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;และเป็นประโยชน์ทั้งต่อภาครัฐ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการและผู้บริโภค&amp;nbsp;รวมถึงช่วยควบคุมให้สินค้ามีความปลอดภัยอาหารและถูกสุขอนามัย&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าการส่งออก&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกรและประเทศได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-02-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102150724646</Link_News></row>
<row _id="18"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา เตรียมจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน วันพระบิดาแห่งฝนหลวง 14 พ.ย.2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เตรียมจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;เนื่องใน&amp;nbsp;วันพระบิดาแห่งฝนหลวง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พ.ย.2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;เซ่งมาก&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมการจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;เนื่องใน&amp;nbsp;วันพระบิดาแห่งฝนหลวง&amp;nbsp;โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วยสำนักงานจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เทศบาลนครสงขลา&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;เซ่งมาก&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;มติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;กำหนดให้วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พฤศจิกายนของทุกปี&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;"วันพระบิดาแห่งฝนหลวง"&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี&amp;nbsp;และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ที่ทรงก่อให้เกิด&amp;nbsp;"เทคโนโลยีฝนหลวง"&amp;nbsp;ขึ้นมา&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาทุกข์ยากแก่มวลพสกนิกร&amp;nbsp;และมวลมนุษย์ในโลกให้รอดพ้นจากความเดือดร้อนเสียหาย&amp;nbsp;ทั้งในด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อันเนื่องจากภัยแล้งได้อย่างสัมฤทธิผลเป็นที่ประจักษ์ชัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;จึงได้กำหนดจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;เนื่องใน&amp;nbsp;"วันพระบิดาแห่งฝนหลวง"&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมอเนกประสงค์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงได้กำหนดผู้ร่วมพิธี&amp;nbsp;จำนวนไม่เกิน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หน่วยงานและจะดำเนินการตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVD-19)&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และให้การจัดพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;และสมพระเกียรติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-02-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102152313662</Link_News></row>
<row _id="19"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดตรัง เยี่ยมเยียนและติดตามโครงการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดตรัง ให้ได้มาตรฐานรองรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตใหม่ (New Normal)  ในพื้นที่อำเภอสิเกา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนและติดตามโครงการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ให้ได้มาตรฐานรองรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอสิเกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามโครงการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ให้ได้มาตรฐานรองรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลากระชังบ้านพรุจูด(บ่อหินฟาร์มสเตย์)และวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์เตยปาหนันบ้านดุหุน&amp;nbsp;ต.บ่อหิน&amp;nbsp;อ.สิเกา&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;โดยมีประธานกลุ่มให้การต้อนรับและให้ข้อมูลความก้าวหน้าการดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มมีการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็งและมีความยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยบ่อหินฟาร์มสเตย์&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลากระชังบ้านพรุจูด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นโฮมสเตย์ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลากระชัง&amp;nbsp;พัฒนาพื้นที่ภายหลังการประสบภัยพิบัติสึนามิเมื่อ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2547&amp;nbsp;สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวแห่งวิถีชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;พาไปสัมผัสและเข้าใจในระบบนิเวศชายฝั่ง&amp;nbsp;นั่งเรือชมธรรมชาติของประมงป่าชายเลนในคลองสิเกา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แช่เท้าสปาโคลน&amp;nbsp;ที่บ่อน้ำพุร้อนน้ำเค็ม&amp;nbsp;ริมหาดโคลน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำน้ำดูปะการัง&amp;nbsp;ศึกษาเรียนรู้กิจกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง&amp;nbsp;และการแปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp;กลุ่มปลาเค็มกางมุ้ง&amp;nbsp;นอนโฮมสเตย์&amp;nbsp;ศึกษาวิถีชีวิตประมงชายฝั่ง&amp;nbsp;ปลูกหญ้าทะเล&amp;nbsp;และปลูกป่าชายเลน&amp;nbsp;และเรียนรู้การจักสานเส้นใยจากต้นเตยปาหนัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-02-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102153825681</Link_News></row>
<row _id="20"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาแพลตฟอร์ม THAGRI สนับสนุน Big Data ภาคการเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉันทานนท์&amp;nbsp;วรรณเขจร&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ภาคการเกษตร&amp;nbsp;ที่มีความจำเป็นจะต้องร่วมมือกันบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูล&amp;nbsp;จากหน่วยงานที่สนับสนุนข้อมูล&amp;nbsp;Agri-Map&amp;nbsp;Online&amp;nbsp;มาสู่ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ&amp;nbsp;ในรูปแบบอัตโนมัติ&amp;nbsp;รวมทั้งต้องมีการพัฒนาแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านข้อมูลเกษตรกรรมของประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลภาคเกษตร&amp;nbsp;ให้มีข้อมูลที่ครอบคลุมในทุกมิติ&amp;nbsp;สามารถนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูล&amp;nbsp;สำหรับบริการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;เอกชนและสถาบันการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากความสำคัญดังกล่าว&amp;nbsp;จึงได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ว่าด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ในภาคการเกษตรขึ้น&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มสนับสนุนการวิเคราะห์และการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ภาคการเกษตรด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่&amp;nbsp;พัฒนาภาครัฐให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา&amp;nbsp;และบริหารจัดการข้อมูลการเกษตรให้เป็นระบบและครบวงจร&amp;nbsp;รวมถึงสร้างเครือข่ายบุคลากรด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนานวัตกรรมจากข้อมูลการเกษตร&amp;nbsp;โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;จะให้การสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเกษตร&amp;nbsp;และให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการ&amp;nbsp;การบริหารจัดการแพลตฟอร์มที่จะเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือนี้&amp;nbsp;รวมถึงการจัดทำต้นแบบหรือโปรโตไทป์การวิเคราะห์และการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ในภาคการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร&amp;nbsp;หน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;เอกชนและสถาบันการศึกษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-02-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102172830809</Link_News></row>
<row _id="21"><NewsTitle>เกษตรหาดสำราญ ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร จังหวัดตรัง จัดฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์ทางการเกษตรที่ถูกต้องให้แก่เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้(&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นางสาวจันจิรา&amp;nbsp;ขันเงิน&amp;nbsp;และนางสาววริสา&amp;nbsp;สุวรรณกิจ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์ทางการเกษตรที่ถูกต้อง&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์&amp;nbsp;Organic&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;และเทคโนโลยีการผลิต&amp;nbsp;การใช้ชีวภัณฑ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;(แหนแดง&amp;nbsp;แมลงหางหนีบ&amp;nbsp;มวลพิฆาต&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทย&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่ถูกต้องแก่เกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งมอบต้นฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ตามโครงการผลิตขยายต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;ของศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลหาดสำราญ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-02-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102163739725</Link_News></row>
<row _id="22"><NewsTitle>เกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ติดตามโครงการเกษตรปลอดภัย เลี้ยงครอบครัว ขยายต่อสู่ชุมชน กับ "กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านต้นกอ"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้(&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวบุณยานุช&amp;nbsp;หาดสุด&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ติดตามโครงการเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านต้นกอ&amp;nbsp;ตำบลบางเป้า&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ในการดำเนินการสร้างโรงเรือนอัจฉริยะเพื่อปลูกพืชผักปลอดภัย&amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;โดยมีการแนะนำให้ทำปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ที่หาได้ในชุมชน&amp;nbsp;การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน&amp;nbsp;การทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช&amp;nbsp;การใช้น้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง&amp;nbsp;การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าป้องกันโรคพืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการส่งเสริมการเลี้ยงแหนแดง&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืช&amp;nbsp;ใช้เป็นอาหารไก่ไข่&amp;nbsp;อาหารปลาดุก&amp;nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&amp;nbsp;อีกทั้งยังปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลการทำเกษตรและซื้อสินค้าของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านต้นกอ&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;081-5266476&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-02-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102163909727</Link_News></row>
<row _id="23"><NewsTitle>สนง.ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมประชุมชี้แจงการใช้งานระบบโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อการเปิดขอบข่ายมาตรฐาน มกษ.</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ชัยรัตน์&amp;nbsp;พุ่มช่วย&amp;nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;พานชัยภูมิ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวอรวรรณ&amp;nbsp;พันนุ้ย&amp;nbsp;นักวิชาการประมงปฏิบัติการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมชี้แจงการใช้งานระบบโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการเปิดขอบข่ายมาตรฐาน&amp;nbsp;มกษ.(มาตรฐานสินค้าเกษตร)&amp;nbsp;ด้านต่างๆ&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์จากห้องประชุม&amp;nbsp;กองพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าประมงและหลักฐานเพื่อการสืบค้น&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ตำบลสะเดียง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวชุติมา&amp;nbsp;ขมวิลัย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าประมงและหลักฐานเพื่อการสืบค้น&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาเรื่องการใช้งานโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการเปิดขอบข่ายมาตรฐาน&amp;nbsp;มกษ.7429-2559,&amp;nbsp;มกษ.7421-2561,&amp;nbsp;มกษ.7434-2562&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มกษ.7436-2563&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับมาตรฐาน&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;7429-2559&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&amp;nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงปลาทะเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-มาตรฐาน&amp;nbsp;มกษ.7421-&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&amp;nbsp;สำหรับฟาร์มเพาะและอนุบาลสัตว์น้ำจืด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-มาตรฐาน&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;7434-&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&amp;nbsp;สำหรับฟาร์มสาหร่ายทะเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ในปี&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรได้กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรขึ้น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มกษ.7436-2563&amp;nbsp;การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค&amp;nbsp;เป็นมาตรฐานทั่วไป&amp;nbsp;หรือมาตรฐานสมัครใจ&amp;nbsp;ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;ขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศกำหนดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;74362563&amp;nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค&amp;nbsp;มีขอบข่ายครอบคลุมกิจกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ทั้งการเลี้ยงในบ่อและการเลี้ยงในแหล่งน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;ตั้งแต่การเลี้ยง&amp;nbsp;การจับ&amp;nbsp;จนถึงหลังการจับก่อนการขนส่งออกจากฟาร์ม&amp;nbsp;แต่ไม่ครอบคลุมสัตว์น้ำ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จระเข้&amp;nbsp;สาหร่ายทะเล&amp;nbsp;และกุ้งเครย์ฟิช&amp;nbsp;โดยประกอบด้วยข้อกำหนด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ข้อสำคัญ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;1.สถานที่&amp;nbsp;2.การจัดการเลี้ยง&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การจัดการคุณภาพสัตว์น้ำ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การใช้ยาสัตว์&amp;nbsp;สารเคมี&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์จุลชีพ&amp;nbsp;5.สุขลักษณะภายในฟาร์ม&amp;nbsp;6.การจัดการน้ำทิ้ง&amp;nbsp;7.การจับและการปฏิบัติหลังการจับก่อนการขนส่งออกจากฟาร์ม&amp;nbsp;8.ผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;9.การเก็บหลักฐานและการบันทึกข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งหากปฏิบัติตามและได้รับการรับรองมาตรฐานจะช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผลผลิตสัตว์น้ำที่ได้&amp;nbsp;มีคุณภาพและปลอดภัยต่อการบริโภค&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าเพื่อปิดช่องว่างการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้าอื่นๆ&amp;nbsp;ในด้านการส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของไทย&amp;nbsp;และเนื่องจากมาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานสมัครใจ&amp;nbsp;กรมประมงขอเชิญชวนเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจ&amp;nbsp;ยื่นคำขอรับการตรวจรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;7436-2563&amp;nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดหรือศูนย์ฯ&amp;nbsp;ทุกแห่งในพื้นที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่&amp;nbsp;หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp;กองพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าประมงและหลักฐานเพื่อการสืบค้น&amp;nbsp;(กมป.)&amp;nbsp;อาคารเชิดชาย&amp;nbsp;อมาตยกุล&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;เกษตรกลาง&amp;nbsp;แขวงลาดยาว&amp;nbsp;เขตจตุจักร&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;10900&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0-2579-7738&amp;nbsp;,02-558-0189&amp;nbsp;อีเมล&amp;nbsp;:&amp;nbsp;fcstd03@gmail.com&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-02-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211102190240867</Link_News></row>
<row _id="24"><NewsTitle>เลี้ยงหอยขมในกระชัง ทางเลือกอาชีพเสริมสร้างรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หอยขม&amp;nbsp;หรือหอยจุ๊บ&amp;nbsp;เป็นหอยที่ยังคงได้รับความนิยมจากประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งในปัจจุบันจะหารับประทานได้ยาก&amp;nbsp;ไม่มีใครหา&amp;nbsp;ไม่มีใครเลี้ยง&amp;nbsp;ราคาหอยขม&amp;nbsp;จึงขยับสูงถึง&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่างกับในอดีตที่มีราคาเพียง&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;20-30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้าน&amp;nbsp;ตำบลยุโป&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้มีแนวคิดที่จะเลี้ยงหอยขมในกระชังตามริมคลอง&amp;nbsp;เพื่อเป็นอาชีพเสริม&amp;nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมานะ&amp;nbsp;ป.ปาน&amp;nbsp;ผู้เลี้ยงหอยขม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการมาเลี้ยงหอยขมในกระชังว่า&amp;nbsp;พ่อได้เลี้ยงมาก่อน&amp;nbsp;เมื่อก่อนมีบ่อดินก็จะหาหอยมาใส่ไว้&amp;nbsp;พอถึงช่วงที่หอยเจริญเติบโต&amp;nbsp;ก็มาหาไปขายที่ตลาดนัด&amp;nbsp;ตนเองคิดว่าหาแบบนี้จะลำบาก&amp;nbsp;ก็เลยได้คิดเย็บกระชังขึ้นมา&amp;nbsp;โดยนำอวนกั้นปลามาดัดแปลง&amp;nbsp;ออกแบบ&amp;nbsp;ให้ได้กระชัง&amp;nbsp;90&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;นำไปจ้างช่างเย็บ&amp;nbsp;ถ้าซื้อสำเร็จรูปราคาจะแพง&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ร้อยบาท&amp;nbsp;ช่วยลดต้นทุนไปได้มาก&amp;nbsp;เมื่อเสร็จก็นำลงไปวางในริมคลอง&amp;nbsp;หาพันธุ์หอยมาใส่&amp;nbsp;พอได้ผลผลิตดี&amp;nbsp;ก็เพิ่มกระชังไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;กระชังหนึ่ง&amp;nbsp;ก็จะเลี้ยงได้นานจนผุค่อยเปลี่ยน&amp;nbsp;สำหรับหอยในกระชังเลี้ยงใหม่ๆ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ก็จะให้ไข่เจริญเติบโต&amp;nbsp;หมุนเวียนกันไป&amp;nbsp;เราก็เลือกเก็บตัวใหญ่ๆ&amp;nbsp;ไปขาย&amp;nbsp;บางส่วนก็จะเลือกที่ฝาปิดไม่สนิท&amp;nbsp;มีลูกข้างในเก็บไว้ทำแม่พันธุ์ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อยอดไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;สำหรับหอยขมจะมีเพศผู้และเพศเมียในตัวเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของอาหารนั้น&amp;nbsp;หอยขมจะชอบตะไคร่น้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็จะใส่ใบตอง&amp;nbsp;ใบมะพร้าว&amp;nbsp;ใบกล้วย&amp;nbsp;ผักตบชวา&amp;nbsp;ให้อาหารเสริม&amp;nbsp;ก็จะเป็นอาหารปลาดุก&amp;nbsp;ข้าวเย็นเหลือๆ&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;นำมาคลุกเคล้าผสมกันปั้นเป็นก้อน&amp;nbsp;ให้อาทิตย์ละครั้ง&amp;nbsp;ที่เหลือหอยขมก็จะกินตะไคร่น้ำเป็นอาหาร&amp;nbsp;สำหรับการเลี้ยงหอยในกระชัง&amp;nbsp;ไม่มีโรคอะไรเลี้ยงง่ายเหมาะกับการทำเกษตรในช่วงนี้&amp;nbsp;ช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ระบาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะได้ช่วยให้มีรายได้&amp;nbsp;บรรเทาผลกระทบ&amp;nbsp;ส่วนคนที่ไม่มีเวลาก็สามารถเลี้ยงได้&amp;nbsp;ไม่ยุ่งยาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับตลาดนั้น&amp;nbsp;ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขายได้ทั้งในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ถ้าเป็นตลาดสดก็จะมีแม่ค้ารองรับอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาขายส่งจะอยู่ที่&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แม่ค้าก็จะนำไปขาย&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;55-60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขายตามบ้าน&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แกะเนื้อ&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;140&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนตัดก้น&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาจะดี&amp;nbsp;ไม่มีใครเลี้ยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรรายใด&amp;nbsp;หรือหน่วยงานไหนที่อยากให้ชุมชนเลี้ยงหอยขมในกระชัง&amp;nbsp;ก็สามารถมาเข้ามาศึกษาเรียนรู้&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;ป้ายรถไฟ&amp;nbsp;บ้านยุโป&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;หรือทางหมายเลข&amp;nbsp;087-2997015&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103085109940</Link_News></row>
<row _id="25"><NewsTitle>ยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ ยกระดับสู่การส่งออก เกิดรายได้ที่มั่นคง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงโครงการพัฒนา&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ผู้ประกอบการต้นแบบ&amp;nbsp;เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ&amp;nbsp;(Agri&amp;nbsp;BIZ&amp;nbsp;Idol&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;Project)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รวมถึงนโยบายโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งกองพัฒนาเกษตรกรได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยเน้นให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ&amp;nbsp;ของเกษตรกรให้เป็น&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;มืออาชีพ&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเกษตร&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;การพัฒนาสินค้าเกษตรคุณภาพสูง&amp;nbsp;มีความปลอดภัยและสามารถแข่งขันในตลาดได้&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าสินค้าเกษตรเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะเกษตรกรต้นแบบและเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ได้ประกอบอาชีพด้านการเกษตรในลักษณะผู้ประกอบการที่มีการปรับเปลี่ยนวิธีทำการเกษตรจากรูปแบบเดิมไปสู่การทำเกษตรสมัยใหม่และการเกษตรแม่นยำสูง&amp;nbsp;ที่เน้นการผลิตสินค้าเกษตรด้วยการบริหารจัดการ&amp;nbsp;นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ในการผลิต&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;ลดการใช้แรงงาน&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;บริหารจัดการปัจจัยการผลิตและกิจการที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าสินค้าเกษตร&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนากระบวนการผลิตและผลผลิต&amp;nbsp;สู่การรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;และช่วยยกระดับสู่การส่งออก&amp;nbsp;ตลอดจนช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น&amp;nbsp;ก่อให้เกิดรายได้ที่มั่นคงและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้นำด้านเกษตรที่จะเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำเหล่านี้ก็จะกลายเป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรไทยในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103095833976</Link_News></row>
<row _id="26"><NewsTitle>เพิ่มช่องทางการตลาดข้าวเปลือกเหนียว ช่วยเกษตรกรลำปาง ได้ราคาสูงกว่าตลาดตันละ 200 บาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวเยาวเรศ&amp;nbsp;แซ่โค้ว&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวปัทมาวดี&amp;nbsp;ศรีเจริญ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;ลงพื้นที่สหกรณ์ผู้ใช้น้ำฝายยางประสบสุก&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&amp;nbsp;และสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ&amp;nbsp;กิ่วลม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินโครงการเพิ่มช่องทางการตลาดข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาข้าวเปลือกเหนียวปรับตัวลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกระตุ้นตลาดให้มีแรงซื้อและเพิ่มช่องทางการตลาด&lt;/strong&gt;ข้าวเปลือกเหนียวผ่านสหกรณ์&amp;nbsp;โดยจะรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวในราคาสูงกว่าตลาดตันละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ผลการรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวตามโครงการฯ&amp;nbsp;สะสม&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ปริมาณรวม&amp;nbsp;912.335&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กำหนดจุดรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวตามโครงการฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สหกรณ์ผู้ใช้น้ำฝายยางประสบสุก&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&amp;nbsp;เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;และสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ&amp;nbsp;กิ่วลม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะต้องนำเอกสารไปแสดงเพื่อประกอบการขาย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บัตรประชาชาชน&amp;nbsp;สำเนาทะเบียนเกษตรกรหน้าแรกและหน้าที่ระบุชนิดพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103094642968</Link_News></row>
<row _id="27"><NewsTitle>คณะอนุกรรมการติดตามโครงการภายใต้แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก ลงพื้นติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ "โคก หนองนา โมเดล"ที่จังหวัดลพบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการติดตามโครงการภายใต้แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;ศัลยกำธร&amp;nbsp;ผู้ทรงวุฒิ&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามและรับฟังแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;"โคก&amp;nbsp;หนองนา&amp;nbsp;โมเดล"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่ของนายอำนาจ&amp;nbsp;เกตุสำราญ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลดงมะรุม&amp;nbsp;อำเภอโคกสำโรง&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเกียรติปราโมทย์&amp;nbsp;ฉายศรี&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;นายอำเภอโคกสำโรง&amp;nbsp;และนักพัฒนาต้นแบบฯให้การต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลพื้นที่&amp;nbsp;ปัญหาในการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;และร่วมหารือแนวทางการแก้ปัญหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับครัวเรือนต้นแบบของนายอำนาจ&amp;nbsp;เกตุสำราญ&amp;nbsp;อาชีพเกษตรกร&amp;nbsp;อยู่ที่บ้านเนินจันทร์&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลดงมะรุม&amp;nbsp;อำเภอโคกสำโรง&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ก่อนเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;เป็นไร่อ้อย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการประกอบอาชีพพืชเชิงเดี่ยวมาโดยตลอด&amp;nbsp;ประกอบกับช่วงนี้ราคาอ้อยตกต่ำ&amp;nbsp;มีหนอน&amp;nbsp;แมลงกัดกินผลผลิต&amp;nbsp;ภายหลังได้ศึกษาข้อมูลเศรษฐกิจพอเพียงตามแหล่งต่างๆ&amp;nbsp;จึงมีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการพื้นที่&amp;nbsp;จึงได้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนองนา&amp;nbsp;โดยขุดปรับแต่งพื้นที่โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ใช้แบบมาตรฐานกรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;:&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขุดบ่อน้ำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;คลองไส้ไก่&amp;nbsp;สร้างเป็นพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;การพัฒนาพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับครัวเรือน&amp;nbsp;กิจกรรมที่ดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การปลูกพืช&amp;nbsp;การห่มดิน&amp;nbsp;การทำปุ๋ยชีวภาพเพื่อเลี้ยงดิน&amp;nbsp;การเลี้ยงปลา&amp;nbsp;การเพาะพันธุ์หน่อไม้ฝรั่ง&amp;nbsp;ทำดินปลูก&amp;nbsp;ปลูกต้นไม้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;กิจกรรมที่ดำเนินการนอกแปลง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ปลูกกล้วย&amp;nbsp;ถั่งแระ&amp;nbsp;ทำสะเดานอกฤดู&amp;nbsp;ปลูกอ้อยคั้นน้ำ&amp;nbsp;และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัว&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ลพบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103145902154</Link_News></row>
<row _id="28"><NewsTitle>ปศุสัตว์ยโสธร ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ส่งเสริมการทำนาหญ้าขายผู้เลี้ยงโค สร้างรายได้สูงกว่าทำนาข้าว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;()3&amp;nbsp;พ.ย.64&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;น.สพ.ชาติชาย&amp;nbsp;ยื้มเครือ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;นายดำรงศักดิ์&amp;nbsp;หงษ์ทะนี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;ธรรมบุตร&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;บ้านกว้าง&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.เขื่องคำ&amp;nbsp;อ.เมืองยโสธร&amp;nbsp;ส่งเสริมการทำนาหญ้าสายพันธุ์กินนีมอมบาซา&amp;nbsp;แก่กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;มีนายทองม้วน&amp;nbsp;ทาระพันธ์&amp;nbsp;เป็นประธานกลุ่ม&amp;nbsp;สมาชิกที่ปลูกหญ้า&amp;nbsp;110&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีผลผลิตหญ้ากินนีมอมบาซาประมาณ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;ขายได้เฉลี่ย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;คิดเป็นเงิน&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;มีต้นทุนค่าปุ๋ย&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;มีรายได้สุทธิสูงกว่ารายได้จากการปลูกข้าวต่อไร่&amp;nbsp;โดยเกษตรกรจะเกี่ยวหญ้าทุก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วันต่อรอบ&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;รอบต่อปี&amp;nbsp;แล้วมัดเป็นกำนำไปจำหน่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าห้างแมคโครสาขายโสธร&amp;nbsp;และสองฝั่งถนนแจ้งสนิทปากทางเข้าหมู่บ้านบ้านกว้าง&amp;nbsp;ต.เขื่องคำ&amp;nbsp;อ.เมืองยโสธร&amp;nbsp;จำหน่ายเป็นกำๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อกำ&amp;nbsp;สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;-2,000&amp;nbsp;บาทต่อราย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการทำแปลงหญ้าอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อสร้างสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับหญ้ากินนีมอมบาซ่า&amp;nbsp;เป็นสายพันธุ์จากอเมริกาใต้&amp;nbsp;มีใบใหญ่&amp;nbsp;โปรตีนสูงร้อยละ&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;มีความต้านทานต่อโรคได้ดี&amp;nbsp;ไม่มีปัญหาโรคใบไหม้ใบจุดที่พบในข้าวและกินนีสีม่วง&amp;nbsp;สามารถปลูกบนพื้นที่ดอน&amp;nbsp;ทนแล้งได้ดี&amp;nbsp;เหมาะกับการตัด&amp;nbsp;แต่ไม่ทนต่อการแทะเล็ม&amp;nbsp;ควรตัดครั้งแรกเมื่อหญ้าอายุ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เพื่อให้หญ้ามีระบบรากและต้นที่แข็งแรงก่อน&amp;nbsp;หลังจากนั้นในฤดูฝนสามารถตัดได้ทุก&amp;nbsp;45&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ซึ่งในช่วงนี้หญ้าจะมีคุณภาพทางโภชนะสำหรับสัตว์อยู่ในเกณฑ์ดี&amp;nbsp;ส่วนในฤดูแล้งควรตัดทุก&amp;nbsp;45-60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เนื่องจากหญ้าจะเจริญเติบโตช้า&amp;nbsp;โดยตัดสูงจากพื้นดิน&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;หลังจากการตัดหญ้าทุกครั้งควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;15-15-15&amp;nbsp;ในอัตรา&amp;nbsp;25-50&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;หรือปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน&amp;nbsp;หญ้ากินนีมอมบาซาเหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหารหลักได้ทุกชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;โคนม&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;ม้า&amp;nbsp;และแพะ&amp;nbsp;เกษตรกรและผู้สนใจสามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ยโสธร&amp;nbsp;หรือที่ปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กษม&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิรัตนไพร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ส.ปชส.ยส.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103150729163</Link_News></row>
<row _id="29"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ จัดฝึกอบรมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วานนี้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สัตวแพทย์หญิงศรีสมัย&amp;nbsp;โชติวนิช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;จัดโครงการฝึกอบรมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&amp;nbsp;สำหรับการจัดทำระบบการป้องกันโรคในฟาร์มสุกรรายย่อย&amp;nbsp;ให้ความรู้เรื่องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;และโรคระบาดอื่นๆ&amp;nbsp;ที่สำคัญในสุกร&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจในการควบคุมป้องกันโรค&amp;nbsp;การจัดการฟาร์ม&amp;nbsp;การทำความสะอาดทำลายเชื้อโรค&amp;nbsp;การดูแลสุขาภิบาลสัตว์ในฟาร์ม&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&amp;nbsp;ในพื้นที่ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยภูมิ&amp;nbsp;เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อำเภอเนินสง่า&amp;nbsp;เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อำเภอจัตุรัส&amp;nbsp;เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลละหาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้เกษตรกรติดตามข่าวสารการแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากฟาร์มตั้งอยู่ในเขตพื้นที่โรคระบาดให้หยุดการเคลื่อนย้ายสุกร&amp;nbsp;และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ในการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;และป้องกันโรคระบาด&amp;nbsp;หากพบสุกรที่สงสัยว่าป่วยหรือตายด้วยโรคระบาด&amp;nbsp;หรือด้วยอาการผิดปกติไม่ทราบสาเหตุ&amp;nbsp;ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&amp;nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือและควบคุมโรค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103151338170</Link_News></row>
<row _id="30"><NewsTitle>เตือนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน เฝ้าระวังโรคราสนิมในหม่อน ช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว&amp;nbsp;อากาศเย็นและมีความชื้นสูง&amp;nbsp;เป็นช่วงที่มีศัตรูหม่อนที่สำคัญชนิดหนึ่งคือ&amp;nbsp;โรคราสนิมในหม่อน&amp;nbsp;ซึ่งกำลังระบาดหนักเป็นวงกว้างในจังหวัดน่าน&amp;nbsp;เชียงรายและพะเยา&amp;nbsp;อยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;สร้างความเสียหายแก่แปลงหม่อนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;ซึ่งรับผิดชอบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;ลงพื้นที่ดูแลเกษตรกรอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาโรคราสนิมในหม่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในภาคเหนือ&amp;nbsp;รวมถึงภาคอื่นๆ&amp;nbsp;ในช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ต้นฤดูหนาว&amp;nbsp;ซึ่งมีความชื้นสูง&amp;nbsp;โดยสปอร์ของเชื้อราจะแพร่กระจายไปกับฝนและลม&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของใบหม่อนในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยใบหม่อนที่แสดงอาการของโรคนี้จะเห็นเป็นจุดเล็กๆ&amp;nbsp;สีเหลือง&amp;nbsp;หรือสีน้ำตาลปนแดง&amp;nbsp;และบวมขึ้นเป็นตุ่มแผลใหญ่ขึ้น&amp;nbsp;เมื่อเนื้อเยื่อใบหม่อนถูกทำลายและแตกออกจะเห็นสปอร์ของเชื้อรามีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลปนแดงคล้ายสนิมอยู่บนตุ่มแผล&amp;nbsp;กระจัดกระจายทั่วไปด้านใต้ใบ&amp;nbsp;หากระบาดรุนแรงจะทำให้ใบหม่อนมีสีเหลืองทั้งใบและแห้งเป็นสีน้ำตาลและร่วงหล่น&amp;nbsp;โดยความรุนแรงของโรคนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการป้องกันและกำจัดโรคราสนิมหม่อนนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรใช้วิธีผสมผสานในการบริหารจัดการแปลงหม่อน&amp;nbsp;ตั้งแต่การเลือกปลูกหม่อนพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคราสนิม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พันธุ์สกลนคร&amp;nbsp;การปลูกควรลงปลูกหม่อนแบบแถวเดี่ยว&amp;nbsp;เพิ่มระยะปลูกหม่อนให้มากขึ้น&amp;nbsp;โดยระยะห่างระหว่างต้นหม่อน&amp;nbsp;ต้องไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;75&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ระยะห่างระหว่างแถวไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ควรตัดแต่งกิ่งหม่อนให้โปร่งและไม่ปล่อยให้ใบหม่อนมีอายุแก่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในกรณีที่ปลูกหม่อนในพื้นที่ที่เคยเกิดโรคระบาดมาแล้ว&amp;nbsp;ควรตัดแต่งกิ่งหม่อนก่อนช่วงที่เคยเกิดโรคระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากตัดแต่ง&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรพ่นสารไตรอะดิมิฟอล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสารกำจัดเชื้อ&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ให้เว้นระยะการเก็บใบหม่อน&amp;nbsp;ซึ่งระยะที่ปลอดภัยคือ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จึงสามารถนำเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหมได้&amp;nbsp;ส่วนกิ่งและใบหม่อนที่ตัดทิ้งแล้ว&amp;nbsp;ควรนำไปเผาทำลาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะกิ่งที่มีเชื้อโรคราสนิมเข้าทำลาย&amp;nbsp;ไม่ควรนำไปคลุมแปลงหม่อนอีก&amp;nbsp;เพราะจะกลายเป็นแหล่งเพาะโรคให้ระบาดรุนแรงขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103162347236</Link_News></row>
<row _id="31"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ติดตามผลการดำเนินงานหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ  โครงการสุรินทร์รุ่งเรืองสู่เมืองเกษตรอินทรีย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&amp;nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรืองสู่เมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1)&amp;nbsp;หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&amp;nbsp;บ้านแบกจาน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลสังขะ&amp;nbsp;อำเภอสังขะ&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกผักสวนครัวเพื่อการค้า&amp;nbsp;มีการเตรียมโรงเรือนหลังใหม่สำหรับปลูกพืชผักสวนครัว&amp;nbsp;มีตลาดหลักได้แก่&amp;nbsp;ตลาดจริงใจ&amp;nbsp;ท็อปส์&amp;nbsp;ซุปเปอร์มาเก็ต&amp;nbsp;และได้ดำเนินการทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ส่งผักบุ้งให้กับร้านเนื้อย่างเกาหลีในอำเภอสังขะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2)หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&amp;nbsp;บ้านบัวขุนจง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลบัวเชด&amp;nbsp;อำเภอบัวเชด&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการเตรียมพื้นที่ใหม่เพื่อปลูกผักสวนครัวจากโครงการฯ&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกกล้วย10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีการส่งผลผลิตกล้วยให้สหกรณ์การเกษตรบัวเชดทุกสัปดาห์&amp;nbsp;มีการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&amp;nbsp;และหมุนเวียนสลับกันไป&amp;nbsp;ทำให้มีพืชผักที่หลากหลาย&amp;nbsp;โดยสมาชิกจะเก็บส่งตัวแทนของชุมชนส่งขายตลาดทุกวัน&amp;nbsp;ตลาดหลักได้แก่&amp;nbsp;ตลาดเทศบาลบัวเชด&amp;nbsp;ตลาดในชุมชน&amp;nbsp;ขณะนี้ได้ทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ร้านเนื้อย่างเพชรลำพู&amp;nbsp;ร้านเย็นตาโฟบุญเจือ&amp;nbsp;ร้านไก่ย่างวิเชียรบุรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ร.พ.บัวเชด&amp;nbsp;ในโอกาสนี้ท่านนายอำเภอบัวเชด&amp;nbsp;ให้เกียรตินำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินการด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103165108262</Link_News></row>
<row _id="32"><NewsTitle>เตรียมตั้งปศุสัตว์ Sandbox ตามด่านชายแดน พร้อมเจรจาส่งออกโค - กระบือ ไปยังประเทศจีนโดยตรง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือติดตามสถานการณ์เรื่องโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว&amp;nbsp;พ่อค้าและเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยเปิดประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว&amp;nbsp;หลังจากการระบาดของโคโรนาไวรัสเริ่มดีขึ้น&amp;nbsp;ภาคเกษตรทุกส่วนต้องเดินหน้าต่อ&amp;nbsp;วันนี้จึงได้เชิญตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการค้าและส่งออกโค&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;มาร่วมกันหารือว่าจะเดินหน้ากันต่อในทิศทางไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;สนับสนุนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;โดยขณะนี้ประเทศจีน&amp;nbsp;ยังคงเป็นตลาดหลักที่นำเข้าโค&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบือไทย&amp;nbsp;ซึ่งประเทศจีนนั้นมีมาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยและสารเร่งเนื้อแดง&amp;nbsp;และโรคต่างๆ&amp;nbsp;มีการทำข้อตกลงร่วมกับประเทศลาว&amp;nbsp;ในการสร้างด่านที่ชายแดนกักกันและตรวจโรค&amp;nbsp;ก่อนส่งเข้าสู่ประเทศจีน&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยก็ต้องส่งขายผ่านประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ไม่สามารถส่งตรงเข้าสู่ประเทศจีนได้โดยตรง&amp;nbsp;และในขณะนี้ได้รับการติดต่อจากตัวแทนของประเทศลาว&amp;nbsp;ว่ามีความต้องการซื้อโคจากประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อไปส่งต่อสู่ตลาดจีนกว่า&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การหารือในวันนี้&amp;nbsp;จึงได้ข้อสรุปและได้สั่งการลงไปให้ดำเนินการแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เตรียมเปิดเขตพื้นที่ควบคมพิเศษ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการนำเข้า&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;โคและเนื้อโคปศุสัตว์&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;ตามด่านชายแดนที่สำคัญ&amp;nbsp;กำหนดมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ตามที่ผู้ซื้อกำหนด&amp;nbsp;(ประเทศจีนประเทศลาว)&amp;nbsp;รวมถึงการรณรงค์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&amp;nbsp;งดการใช้สารเร่งเนื้อแดงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมหารือ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมข้อมูลที่จะใช้ในการไปเจรจากับผู้ซื้อในสัปดาห์&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางคณะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;ร่วมเดินทางไปพบผู้ซื้อ&amp;nbsp;ระหว่างประเทศไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ประเทศลาว&amp;nbsp;โดยยังไม่กำหนดสถานที่&amp;nbsp;แต่จะเดินทางไม่เกินวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ดำเนินการประสานงานตรงกับรัฐบาลจีน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อหารือการจัดทำพิธีสารขอเจรจาส่งออกโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;ไปยังประเทศจีนโดยตรง&amp;nbsp;ไม่ผ่านประเทศกลาง&amp;nbsp;พร้อมเร่งหารือและกำหนดแนวทาง&amp;nbsp;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;เพื่อเปิดด่านชายแดนทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถนำเข้าวัวมาขุนต่อและส่งออกได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103193203308</Link_News></row>
<row _id="33"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มอบโคพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดย&amp;nbsp;นายทวีพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตวำอำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;มอบโคพระราชทาน&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;เพื่ออุทิศบุญกุศลและเสริมความเป็นศิริมงคล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คู่&amp;nbsp;เป็นโคเพศผู้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพศเมีย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ทรงมีพระประสงค์ประทานโคที่ทรงปล่อยไปให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;นายลือชัย&amp;nbsp;สุวรรณโชติ&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;98&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;โดยนำเข้าโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;ที่บ้านนาหว้า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก&amp;nbsp;เป็นนายวรชัย&amp;nbsp;แซ่เถา&amp;nbsp;บ้านตูบค้อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลกกสะทอน&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;97&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการทำวัคซีนฯ&amp;nbsp;การผสมน้ำยาฆ่าเชื้อฯ&amp;nbsp;การใช้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&amp;nbsp;การเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การถ่ายพยาธิ&amp;nbsp;การป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ&amp;nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103174644286</Link_News></row>
<row _id="34"><NewsTitle>จังหวัดสงขลา เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงที่ยังตกค้างในกระชัง หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายใต้โครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมติดตามผลการดำเนินโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพงจังหวัดสงขลาในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายปลากะพง&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายปลากะพงให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ในอำเภอเมืองสงขลา&amp;nbsp;อำเภอสิงหนคร&amp;nbsp;อำเภอจะนะ&amp;nbsp;และอำเภอเทพา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวฉัตร์สุดา&amp;nbsp;ชุมแสง&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายนพดล&amp;nbsp;จันทรมณี&amp;nbsp;ประมงจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;เซ่งมาก&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้ขอรับการจัดสรรเงินจ่ายขาดจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรดำเนินโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพงจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในวงเงิน&amp;nbsp;12,360,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อระบายปลากะพงที่ยังคงตกค้างในกระชังของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;จํานวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการและพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อปลากะพงชะลอการรับซื้อ&amp;nbsp;หรือหยุดการรับซื้อ&amp;nbsp;จึงส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงกว่าราคาที่จําหน่ายได้&amp;nbsp;ทำให้มีปลากะพงตกค้างพร้อมจำหน่ายเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีปริมาณปลากะพงของเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตกค้างในกระชังจํานวนมาก&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้มีหนังสือขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากสํานักงานปลัดกระทรวง&amp;nbsp;และสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้จัดสรรเงินงบประมาณเงินจ่ายขาดจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;8,599,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อดำเนินโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;(เพิ่มเติม)&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมาย&amp;nbsp;216&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และจังหวัดสงขลามีเงินเหลือจ่ายจากโครงการเชื่อมโยงการระบายจำหน่ายปลากะพง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จํานวน&amp;nbsp;303,419.84&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งสามารถนำมาช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;รวมได้รับการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งสิ้น&amp;nbsp;223&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คือชดเชยส่วนต่างราคาปลากะพงตามราคาตลาด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่จับปลากะพง&amp;nbsp;ในอัตรากิโลกรัมละไม่เกิน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่รวมแล้วต้องไม่เกินกิโลกรัมละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยปลากะพงที่ตกค้างอยู่ในกระชังมีขนาดตั้งแต่ตัวละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;เป้าหมายไม่เกิน&amp;nbsp;223&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้มีการอนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการจากเดิมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และระยะเวลาโครงการจากเดิมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-right"&gt;ศิริลักษณ์&amp;nbsp;แคล้วคลาด/ข่าวภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-right"&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-right"&gt;3&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103182307300</Link_News></row>
<row _id="35"><NewsTitle>กรมชลประทาน เดินหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อาคารบังคับน้ำ 2 แห่ง ในแม่น้ำจันทบุรี </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&amp;nbsp;รองอธิบดี&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ฝ่ายวิชาการ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามโครงการอาคารบังคับน้ำฝายบ้านแตงเม&amp;nbsp;และโครงการอาคารบังคับน้ำฝายท่าหลวงบน&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ว่าสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำจันทบุรีตลอดหลายปีที่ผ่าน&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ประชาชนและเกษตรกร&amp;nbsp;มักประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งและอุทกภัยในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มน้ำส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ&amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมชลประทานได้ศึกษาวางโครงการฯ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;โดยการวางแผนก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในรูปแบบฝายทดน้ำ&amp;nbsp;พร้อมติดตั้งบานระบายแบบบานพับได้&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มระดับเก็บกักให้สูงขึ้นจากระดับสันฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;ส่วนในช่วงฤดูน้ำหลากสามารถพับตัวบานระบายให้ขนานกับสันฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมชลประทานได้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจและนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งหากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;จะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;12,380&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประชาชนมีแหล่งเก็บกักน้ำที่มั่นคงเพื่อใช้ในฤดูแล้งอย่างเพียงพอต่อความต้องการทั้งในด้านการอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงช่วยลดปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรีได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังสามารถยกระดับไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;แหล่งประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้สู่ท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-03-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211103200258332</Link_News></row>
<row _id="36"><NewsTitle>ป่าจาก หรือต้นจาก   มรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทางรอดของชาวตำบลวังวน อำเภอกันตัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตำบลวังวน&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ที่ผ่านมาโด่งดังจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานก้านจาก&amp;nbsp;บ้านนายอดทอง&amp;nbsp;ที่นำใบจากและก้านจาก&amp;nbsp;ที่ชาวบ้านลอกเอาแต่ใบส่งขายเป็นใบจาก&amp;nbsp;มาทำเป็นผลิตผลิตภัณฑ์จักสานหลากหลายรูปแบบ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;ติหมา&amp;nbsp;โคมไฟ&amp;nbsp;ตะกร้า&amp;nbsp;ฝาชี&amp;nbsp;แก้วน้ำ&amp;nbsp;หรือภาชนะใส่อาหารและของใช้ต่างๆในครัวเรือน&amp;nbsp;ส่งขายไปทั่วประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;จนมีชื่อเสียงโด่งดัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่ในวันนี้จะพาไปดูวิถีชีวิตของชาว&amp;nbsp;ตำบลวังวน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากใครขับรถผ่านเข้าไปในหมู่บ้านต่างๆ&amp;nbsp;ของตำบลวังวนซึ่งมีทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;โดยเฉพาะหมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะเห็นว่าหากวันไหนอากาศร้อน&amp;nbsp;มีแสงแดด&amp;nbsp;ไม่มีฝนตก&amp;nbsp;ตลอดแนวสองข้างทางถนนตั้งแต่ภาคเช้า&amp;nbsp;จนถึงช่วงบ่าย&amp;nbsp;จะเห็นภาพชาวบ้านนำใบจากที่ลอกแล้ว&amp;nbsp;ออกมาตากเรียงรายตามเส้นทางความยาวของถนนและหน้าบ้านของใครของมัน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันเมื่อเสร็จภารกิจประจำวัน&amp;nbsp;โดยผู้ชายส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมงชายฝั่งและกรีดยาง&amp;nbsp;พอว่างก็ออกไปรับจ้างตัดยอดจาก&amp;nbsp;หรือตัดของตนเอง&amp;nbsp;นำมาให้สมาชิกในครอบครัวที่ไม่ออกไปทำงานนอกบ้าน&amp;nbsp;ทั้งผู้หญิงและคนชรา&amp;nbsp;จะออกมานั่งอยู่หน้าบ้าน&amp;nbsp;มีทั้งที่ซื้อยอดจากต่อมาอีกที&amp;nbsp;ในราคายอดละ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อนำมาสับและลอกออกเป็นใบยาวๆ&amp;nbsp;ตากและส่งขายเอง&amp;nbsp;กลายเป็น&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ใบจากตากแห้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการลอกจะต้องใช้นิ้วเท้าในการช่วยดึงและบางส่วนได้รับว่าจ้างจากเจ้าของยอดจาก&amp;nbsp;ให้ช่วยสับและลอกออกเป็นใบยาวๆ&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการขาย&amp;nbsp;หากนำมามัดเป็นจุก&amp;nbsp;(ชาวบ้านเรียกเป็นจุก)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือมัดส่วนปลายเป็นมัดยาวๆ&amp;nbsp;จะขายจุกละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่หากนำไปตากแห้งก่อน&amp;nbsp;ก็จะขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทำให้แต่ละคนทั้งที่ซื้อยอดจากมาลอกขายเอง&amp;nbsp;และรับจ้างลอก&amp;nbsp;มีรายได้ต่อสัปดาห์ประมาณ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาทต่อคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่บางคนเป็นนายจ้างของตนเอง&amp;nbsp;ทั้งไปเหมาแปลงป่าจาก&amp;nbsp;จากนั้นจ้างคนตัดยอดแล้วนำมาว่าจ้างคนในหมู่บ้านให้ช่วยสับ&amp;nbsp;และลอกออกเป็นใบยาวๆ&amp;nbsp;และรับซื้อคืนหลังจากตากแห้งในราคาดังกล่าวและหาตลาดเอง&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้คนวัยทำงานและวัยชราที่ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านมีรายได้เป็นของตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกฤษฎา&amp;nbsp;หนูช่วย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวบ้านหมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลวังวน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งพาเราไปตัดตัวอย่างยอดจาก&amp;nbsp;ของแปลงที่ชาวบ้านปลูกไว้หลังบ้านให้ดู&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ชาวบ้านบางคนจะมีแปลงป่าจากเป็นของตนเองทั้งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติและมีการปลูกเสริม&amp;nbsp;บางคนไม่มี&amp;nbsp;หรือมีไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ก็จะไปเหมาแปลงป่าจากของชาวบ้านรายอื่นๆในต่างตำบล&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ตำบลบางหมาก&amp;nbsp;ตำบลนาเกลือ&amp;nbsp;ตำบลบางเป้า&amp;nbsp;ตำบลย่านซื่อ&amp;nbsp;ผู้ชายเสร็จงานประมงก็ออกไปตัด&amp;nbsp;และรับจ้างตัด&amp;nbsp;โดยป่าจากเมื่อตัดยอดแล้ว&amp;nbsp;มันก็แตกยอดใหม่ใช้เวลา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ก็ตัดใหม่ได้อีก&amp;nbsp;หรือแต่ละปีก็ตัดได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตัดได้เรื่อยๆตามห้วงเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;โดยไม่มีวันตายไม่เหมือนยางพาราที่พอกรีดยางไปประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ก็ต้องโค่นทิ้ง&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้แต่ละต้นก็จะมีจำนวนยอดที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของต้นจาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งใบจากตากแห้งที่ส่งขาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีทั้งแบบแบนที่มวนได้เลยและแบบมัดเป็นกำๆบรรจุถุงๆละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยชาวบ้านใน&amp;nbsp;ต.วังวน&amp;nbsp;ทำอาชีพนี้กันทั่วไปกระจายทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;แม้จะไม่ทุกครัวเรือน&amp;nbsp;แต่ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;แต่หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มากที่สุดประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ละรายมีรายได้สัปดาห์ละประมาณ&amp;nbsp;1000&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่บางคนที่มีทุนออกไปเหมาแปลงป่าจาก&amp;nbsp;จากนั้นจ้างคนตัด&amp;nbsp;จ้างคนลอก&amp;nbsp;ตากและส่งขาย&amp;nbsp;ทำเป็นธุรกิจส่งขายไปต่างจังหวัดจะมีรายได้มากเดือนละ&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;,30,000&amp;nbsp;,50,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือบางรายถึงเดือนละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนตนเองลูกเดินทางกลับจากจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;และมีตลาด&amp;nbsp;จึงมาทำอาชีพนี้ส่งขายที่จ.นครศรีฯ&amp;nbsp;มีรายได้เดือนละประมาณ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ตลอด&amp;nbsp;ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางยุพา&amp;nbsp;บุญเพ็ช&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(&amp;nbsp;ยายเสื้อเหลือง&amp;nbsp;นั่งสับยอดจาก&amp;nbsp;)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตัวเองซื้อยอดจากมาราคายอดละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-7&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำมาลอก&amp;nbsp;ตากแดดส่งขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยถ้าซื้อมา&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ยอด&amp;nbsp;เมื่อขายแล้วได้กำไรประมาณ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;&amp;nbsp;600&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับยอดเล็ก&amp;nbsp;ยอดใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนคุณยาย&amp;nbsp;ใส่เสื้อลาย&amp;nbsp;ซึ่งนำยอดจากที่ลอกแล้วมาตากหน้าบ้าน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนเองซื้อยอดจากต่อมาจากหลาน&amp;nbsp;ซึ่งไปเหมาแปลงจาก&amp;nbsp;ซื้อต่อมาในราคาเหมายอดละ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากนั้นนำมาสับและลอกเอาแต่ใบจากแล้วนำไปตากแห้ง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ยอด&amp;nbsp;เมื่อลอกและตากแห้งแล้วจะได้ประมาณ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;แต่ไม่เกิน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;โดยขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จะมีรายได้ประมาณอาทิตย์ละ&amp;nbsp;1000&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนนางสาวบานเย็น&amp;nbsp;เจะหลง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนเองไปเหมาแปลงจากจากต่างตำบล&amp;nbsp;จากนั้นก็ว่าจ้างคนลอก&amp;nbsp;ตากแห้ง&amp;nbsp;แล้วรับซื้อมารวบรวมส่งขาย&amp;nbsp;ทำเป็นใบจากตากแห้ง&amp;nbsp;จากนั้นนำมาตัดเป็นท่อนๆ&amp;nbsp;แล้วกำเป็นมัดๆ&amp;nbsp;แล้วบรรจุเป็นห่อ&amp;nbsp;ขายในราคาห่อละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยตนเองจะมีทำเตาอบอย่างง่ายไว้บริเวณหลังบ้าน&amp;nbsp;หากฝนตกตากแดดไม่ได้&amp;nbsp;ก็จะนำเข้าเตาอบ&amp;nbsp;โดยอบด้วยถ่านเป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จากนั้นนำเมื่อเอาออก&amp;nbsp;พอแดดออกก็นำไปตากแดดต่ออีกประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;เพื่อไล่ความชื้น&amp;nbsp;แล้วจึงนำมาตัด&amp;nbsp;กำมือมัดใส่ถุงส่งขายในจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และจ.สตูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยชาวบ้านในพื้นที่จะทำเป็นอาชีพหลัก&amp;nbsp;จะเห็นตลอดเส้นทางถนนทางเข้าหมู่บ้าน&amp;nbsp;แต่ปัญหาหากฝนตกชาวบ้านที่ไม่มีเตาอบ&amp;nbsp;อาจทำไม่ได้&amp;nbsp;เพราะไม่มีแดดตาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คุณยายนุ้ย&amp;nbsp;ณสตา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;69&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;(นั่งตัดสับใบจากอยู่ริมถนนใต้ร่มเงาสวนยาง)&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาชีพลอกใบจากตากแห้งขาย&amp;nbsp;ยายทำมาตั้งแต่เด็กๆอายุ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กว่าขวบ&amp;nbsp;ทำกันมายาวนาน&amp;nbsp;เป็นอาชีพดั้งเดิมสืบทอดกันมา&amp;nbsp;เคยขายตั้งแต่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จนตอนนี้กิโลกรัมละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นอาชีพดั้งเดิมสืบสานทำต่อๆกันมา&amp;nbsp;ไม่ต้องไปไหน&amp;nbsp;นั่งทำ&amp;nbsp;ทำไหว&amp;nbsp;ก็นั่งทำไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;มีรายได้บ้างไม่มาก&amp;nbsp;แต่มี&amp;nbsp;จะได้ไม่ต้องอยู่เฉยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สำหรับรายได้ของชาวบ้านใน&amp;nbsp;ตำบลวังวน&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้จากทรัพยากรที่มีคุณค่าในพื้นที่คือ&amp;nbsp;ป่าจากหรือต้นจาก&amp;nbsp;ทั้งจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก้านจาก&amp;nbsp;บ้านนายอดทอง&amp;nbsp;ซี่งมีชาวบ้านในตำบลเป็นสมาชิกของกลุ่มประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ที่ทำจักสานจากใบจากและก้านจากส่งขายให้กลุ่ม&amp;nbsp;นำไปส่งขายทั้งในประเทศและตลาดใหญ่ที่ประเทศจีน&amp;nbsp;และสร้างงานสร้างรายได้ให้สมาชิกเดือนละ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;บาทต่อครัวเรือน&amp;nbsp;บางครัวเรือนทำได้ประมาณ&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&amp;nbsp;ส่วนชาวบ้านที่ลอกใบจากหรือทำใบจากตากแห้งส่งขายมีนับ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ครัวเรือนเช่นกัน&amp;nbsp;ทำให้มีเงินสะพัดในชุมชนไม่ต่ำกว่าเดือนละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;600,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-04-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211104101147436</Link_News></row>
<row _id="37"><NewsTitle>ป.ป.ท. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ของจังหวัดตราด</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นายณัฐพงษ์&amp;nbsp;สงวนจิตร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมการตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ของจังหวัดตราด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&amp;nbsp;(ป.ป.ท.)&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นางสาวพรพิมล&amp;nbsp;ชัยเจริญไมตรี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ท.เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;และคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด&amp;nbsp;(ก.ธ.จ.ตราด)&amp;nbsp;ที่นำโดย&amp;nbsp;นายสมโภชน์&amp;nbsp;วาสุกรี&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ร่วมประชุมติดตามการดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;พร้อมกันนี้คณะ&amp;nbsp;ปปท.เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ก.ธ.จ.ตราด&amp;nbsp;ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงดำเนินโครงการของเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลบางปิด&amp;nbsp;อำเภอแหลมงอบ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นเจ้าภาพหลักดำเนินโครงการภายใต้&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้&amp;nbsp;(จากกรอบวงเงินทั้งหมด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แสนล้านบาท)&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดตราด&amp;nbsp;มีเกษตรกรผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;จากหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การขุดสระเก็บน้ำ&amp;nbsp;โดยสถานีพัฒนาที่ดินตราด&amp;nbsp;การพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;การพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;โดยสถานีพัฒนาที่ดินตราด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตราด&amp;nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดตราด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวพรพิมล&amp;nbsp;ชัยเจริญไมตรี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ท.เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินการ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เห็นชอบกลไกเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เยียวยา&amp;nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจาการกระบาดของโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยมอบให้สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ท.ในฐานะของฝ่ายเลขานุการของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ&amp;nbsp;(ศอตช.)&amp;nbsp;ประสานความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณที่เบิกจ่ายให้เป็นไปด้วยความถูกต้องโปร่งใส&amp;nbsp;จึงได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้พบว่า&amp;nbsp;การดำเนินโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ของจังหวัดตราด&amp;nbsp;สามารถดำเนินการด้วยดี&amp;nbsp;มีการประสานบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ร่วมกันดำเนินการได้ถูกต้อง&amp;nbsp;มีความคุ้มค่า&amp;nbsp;และโปร่งใส&amp;nbsp;เกษตรกรมีความภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-04-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211104145354554</Link_News></row>
<row _id="38"><NewsTitle>ภาคประชาชน นายคมสรร อัครประจินต์ และนางสมนึก แก้วเขียว สนับสนุนเงิน 9,999 บาท ชื้อพันธุ์สัตว์น้ำปล่อยในแหล่งน้ำชุมชน สร้างความมั่นคงด้านอาหาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;นายคมสรร&amp;nbsp;อัครประจินต์&amp;nbsp;และนางสมนึก&amp;nbsp;แก้วเขียว&amp;nbsp;สนับสนุนเงิน&amp;nbsp;9,999&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชื้อพันธุ์สัตว์น้ำปล่อยในแหล่งน้ำชุมชน&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายคมสรร&amp;nbsp;อัครประจินต์&amp;nbsp;และนางสมนึก&amp;nbsp;แก้วเขียว&amp;nbsp;ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอชนแดน&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ได้ประสาน&amp;nbsp;นางสุภารัตน์&amp;nbsp;ศรีสังข์&amp;nbsp;ประมงอำเภอชนแดน&amp;nbsp;ในการติดต่อชื้อพันธุ์สัตว์น้ำจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ประกอบด้วยปลาบ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16,000&amp;nbsp;ตัว,&amp;nbsp;ตะเพียนขาว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25,195&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และปลานิล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;45,195&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;9,999&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อนำมาปล่อยในแหล่งน้ำพื้นที่บริเวณถ้ำผาทอง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ตำบลพุทธบาท&amp;nbsp;อำเภอชนแดน&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ชัยรัตน์&amp;nbsp;พุ่มช่วย&amp;nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวมุกมณี&amp;nbsp;มุสิกรัตน์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;พานชัยภูมิ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&amp;nbsp;นางสุภารัตน์&amp;nbsp;ศรีสังข์&amp;nbsp;ประมงอำเภอชนแดน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งการสนับสนุนงบประมาณและการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp;เป็นการช่วยเพิ่มผลผลิตในแหล่งน้ำ&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;ที่จะทำให้การบริหารจัดการประมงในพื้นที่เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;ชาวบ้านสามารถหาสัตว์น้ำเลี้ยงชีพได้ต่อไป&amp;nbsp;เป็นการช่วยประหยัดรายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-04-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211104201420766</Link_News></row>
<row _id="39"><NewsTitle>ชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสงขลา เร่งนำเรือเข้าฝั่ง หลังคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพคลื่นลมบริเวณชายฝั่งจังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่บ้านบ่ออิฐ&amp;nbsp;ตำบลเกาะแต้ว&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ยังไม่รุนแรงมากนัก&amp;nbsp;ชาวประมงพื้นบ้านที่นำอวนปูออกไปวางทิ้งไว้กลางทะเล&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้นำเรือออกไปเก็บอวนปูกลับเข้าฝั่งก่อนที่คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;พึ่งประกาศภาคใต้ฝั่งตะวันออกเข้าสู่ฤดูมรสุมลมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤศจิกายนชที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ช่วงเช้าวันนี้&amp;nbsp;ได้มีการออกประกาศเตือนต่อเนื่องฉบับที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(27/2564)&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง&amp;nbsp;เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียมีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;แต่ยังส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง&amp;nbsp;ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอ่าวไทยตอนล่าง&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105082335860</Link_News></row>
<row _id="40"><NewsTitle>ปศุสัตว์ยโสธร มอบใบประกาศนียบัตรยกย่องฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งกำจัดของเสีย ประหยัดพลังงาน กจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงและแลง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;ปศุสัตว์ยโสธร มอบใบประกาศนียบัตรยกย่องฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งกำจัดของเสีย ประหยัดพลังงาน กจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงและแลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 64 ที่ผ่ามา&amp;nbsp;พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์พิทักษ์ เผ่าผา หัวหน้าพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธ ลงพื้นที่ มอบใบประกาศนียบัตร เพื่อยกย่องฟาร์มสุกรที่ผ่านการตรวจ ประเมินตามหลักเกณฑ์ โครงการฟาร์มรักษ์สิ่งแวดล้อม ของกรมปศุสัตว์ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ฟาร์มหนูปัญ งามแก้ว&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่ 50 หมู่&amp;nbsp;9 ตำบลห้วยแก้ง อำเภอกุดชุม และฟาร์มชนะ แสวงแก้ว ตั้งอยู่เลขที่ 206 หมู่ 7 ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยฟาร์มดังกล่าวเป็นฟาร์มสุกรขุนขนาดกลาง เลี้ยงสุกรแห่งละ 600 ตัวในโรงเรือนระบบปิด ซึ่งเจ้าของฟาร์มสุกรมีจิตสำนึกที่ดีในการเลี้ยงสัตว์ ไม่ให้ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ปล่อยน้ำเสียออกสู่ภายนอกฟาร์ม มีการแยกการระบายน้ำฝนไม่ปล่อยเข้าระบบบำบัดน้ำเสียที่จะทำให้น้ำเสียล้นบ่อ มีการประหยัดทรัพยากรและพลังงาน ด้วยการใช้หลอดไฟฟ้าแบบหลอดประหยัดไฟและติดตั้งระบบโซลาเซลล์ มีการตากมูลสุกรให้แห้งเพื่อไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น พร้อมทั้งล้างคอกทุกวัน มีมาตรการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวันและยุง &lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ฟาร์มยังมีการคัดแยกขยะออกเป็น 3 ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่ ขยะมูลฝอยทั่วไป ขยะอันตราย ขยะติดเชื้อ และนำขยะไปทำลายอย่างเหมาะสม ปลูกต้นไม้ด้านท้ายโรงเรือนเพื่อกรองกลิ่นเหม็นและฝุ่น และไม่เคยมีเรื่องร้องเรียนฟาร์มในเรื่องการก่อกลิ่นเหม็นหรือปล่อยน้ำเสียหรือมีแมลงไปรบกวนประชาชนที่อาศัยอยู่ข้างเคียงฟาร์ม &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีในการเลี้ยงสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่เจ้าของฟาร์มรายอื่น สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธ จึงได้มอบใบประกาศนียบัตรยกย่องฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ผู้เลี้ยงสัตว์หรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในการช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและไม่ทำให้เกิดมลภาวะที่เป็นพิษในพื้นที่....///......&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กษม&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิรัตนไพร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จ.ส.ต.พงษ์สถิตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อรอินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;บก.ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ยส.&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105093118891</Link_News></row>
<row _id="41"><NewsTitle>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี  ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรระดับจังหวัด ขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;ขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นางสาวศิริวรรณ&amp;nbsp;เครือเล็ก&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&amp;nbsp;ในราชการส่วนภูมิภาคของจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ในการประชุมมีการรายงานการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;ทั้งในเขตและนอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การควบคุม&amp;nbsp;กำจัด&amp;nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดพืชและสัตว์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้อมูลการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แผนบริหารจัดการสินค้าที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แผนการตรวจราชและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;และภาวะเศรษฐกิจการเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ไตรมาส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และแนวโน้มปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมทั้งมีการร่วมกันพิจารณาการสำรวจเสนอความต้องการโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ปฏิทินสินค้าเกษตรที่สำคัญรายเดือน&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และการแก้ไขปัญหาการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;สวท.เพชรบุรี/5&amp;nbsp;พ.ย.64&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105095316894</Link_News></row>
<row _id="42"><NewsTitle>เร่งแก้ปัญหา เตรียมเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก 19 จังหวัด ช่วยเกษตรกร คาดสถานการณ์ข้าวเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์ราคาข้าวที่ลดต่ำลงในช่วงนี้&amp;nbsp;เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการทั้งด้านความต้องการส่งออกข้าวไปต่างประเทศและการบริโภคในประเทศที่ลดลง&amp;nbsp;ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม&amp;nbsp;ส่งผลต่อคุณภาพข้าว&amp;nbsp;โดยราคาข้าวจะขึ้นอยู่กับความชื้นและคุณภาพ&amp;nbsp;ซึ่งจะใช้ราคา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;เป็นเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;แม้ราคาข้าวจะลดต่ำลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่เกษตรกรยังได้รับการดูแลภายใต้โครงการประกันรายได้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงิน&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตุลาคมที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวที่กำลังออกสู่ตลาดและชะลอตัวในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการนอกพื้นที่เข้าไปช่วยรับซื้อข้าวเหนียวในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;และอนุมัติโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ให้มีผู้รับซื้อเข้าไปแข่งขันรับซื้อในพื้นที่ที่มีผู้รับซื้อไม่เพียงพอต่อผลผลิต&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการแข่งขันและราคา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่สถานการณ์การส่งออกข้าวในขณะนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีทิศทางที่ดีจากคำสั่งซื้อต่างประเทศที่มีมากขึ้น&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนหลัง&amp;nbsp;ค่าเงินปัจจุบันที่อ่อนตัวลง&amp;nbsp;ราคาข้าวในประเทศที่สามารถแข่งขันได้&amp;nbsp;คาดว่าปริมาณการส่งออกทั้งปีจะใกล้เคียงกับเป้าหมาย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้านตันที่ตั้งไว้&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในประเทศ&amp;nbsp;มีสัญญานดีขึ้นเช่นกัน&amp;nbsp;จากการเปิดประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ความต้องการบริโภคมีมากขึ้นและสถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มคลี่คลายลง&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการคู่ขนานและมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์เข้าไปเร่งแก้ไข&amp;nbsp;คาดว่าจะส่งผลให้สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกในตลาดดีขึ้นเป็นลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105105604931</Link_News></row>
<row _id="43"><NewsTitle>ขานรับนโยบาย ลุยขยายท่าบกทั่วไทย นำร่องในพื้นที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน จังหวัดเชียงราย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปรีดา&amp;nbsp;ยังสุขสถาพร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา&amp;nbsp;(อสป.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์การสะพานปลา&amp;nbsp;ขานรับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการเดินหน้าขยายท่าบกทั่วไทย&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายการขยายโครงการท่าบก&amp;nbsp;ไปพร้อมๆ&amp;nbsp;กับการพัฒนาสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แห่งทั่วไทย&amp;nbsp;เพื่อให้ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อสป.บรรลุสู่เป้าหมายรายได้และผลกำไรเติบโตตามเป้าหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แผนที่จะพัฒนาและขยายตลาดสินค้าสัตว์น้ำของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว&amp;nbsp;เพื่อยกระดับตลาดสินค้าสัตว์น้ำจากชาวประมง&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ให้มีมาตรฐานสากล&amp;nbsp;ทั้งคุณภาพและราคา&amp;nbsp;ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในระยะแรกมีเป้าหมายขยายตลาดไปตามนโยบาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งองค์การสะพานปลา&amp;nbsp;ได้รับบทบาทสำคัญ&amp;nbsp;ในการหาตลาดท่าบกให้กับพี่น้องชาวประมงได้ประกอบอาชีพและได้มีช่องทางการขยายสินค้าสัตว์น้ำได้มากขึ้น&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;องค์การสะพานปลากำลังหารือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;โดยจะเริ่มนำร่องสินค้าสัตว์น้ำเป็นประเภทแรกซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดการณ์&amp;nbsp;จะมีการสร้างคลังสินค้าบริเวณใกล้ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนเป็นที่แรก&amp;nbsp;มีการสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บสินค้า&amp;nbsp;หากมีความต้องการสินค้าก็จะทำให้สามารถขนส่งขึ้นเรือได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว&amp;nbsp;และหากประสบผลสำเร็จก็จะเริ่มขยายท่าบกในพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;ที่ยากต่อการซื้อขายสินค้าสัตว์น้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105104332921</Link_News></row>
<row _id="44"><NewsTitle>กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี ตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;ตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ชนิดตรวจต่ออายุ&amp;nbsp;ฟาร์มสุกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ฉลอง-สุธิวรรณฟาร์ม&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.หนองขนาน&amp;nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;ผลการตรวจพบข้อบกพร่องไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของหลักเกณฑ์การตรวจประเมิน&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;เพื่อรับการตรวจประเมินในครั้งต่อไป&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;และได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินราคาลูกโคตัวที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของโครงการธนาคารโค-กระบือ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;ที่เกษตรกรยืมเพื่อการผลิต&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลห้วยลึก&amp;nbsp;อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยเกษตรกรทุกรายมีความประสงค์ที่จะขอซื้อลูกโคไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จักได้ดำเนินการตามขั้นตอน&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเขาย้อยลงพื้นที่เฝ้าระวังโรคบรูเซลลาในฝูงโคเนื้อที่เคยพบผลบวก&amp;nbsp;โดยดำเนินการ?เจาะเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อโรคบรูเซลลา&amp;nbsp;เป็นครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ห่างจากครั้งที่สอง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน?&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ต.&amp;nbsp;สระพัง&amp;nbsp;อ.&amp;nbsp;เขาย้อย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โคเนื้อได้รับการเจาะเลือดจำนวน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105103736912</Link_News></row>
<row _id="45"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ เร่งเก็บตัวอย่าง มั่นใจ ไทยปลอดเชื้อไข้หวัดนก สั่งด่วนเฝ้าระวังดำเนินการเข้มงวดทุกพื้นที่ทั่วประเทศ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;สั่งการด่วนให้กรมปศุสัตว์คุมเข้มเฝ้าระวังเชื้อไข้หวัดนกชนิด&amp;nbsp;H5N6&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังสาธารณรัฐประชาชนจีนพบการติดเชื้อในคนเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีผู้ติดเชื้อแล้ว&amp;nbsp;49&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;25&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์จึงได้มีคำสั่งเร่งด่วนให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์ทุกจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศ&amp;nbsp;เข้มงวดในดำเนินการมาตรการชะลอการนำเข้า&amp;nbsp;นำออก&amp;nbsp;หรือผ่านราชอาณาจักร&amp;nbsp;สำหรับประเทศที่พบรายงานการเกิดไข้หวัดนกชนิดรุนแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปนเปื้อนเชื้อมาสู่ประเทศไทยและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรทุกรายและรายงานสถานการณ์สัตว์ปีกทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้สั่งการให้เก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทั่วประเทศด้วย&amp;nbsp;โดยล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จากสำนักควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&amp;nbsp;พร้อมทีมงาน&amp;nbsp;เข้าติดตามงานตามโครงการ&amp;nbsp;เฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก&amp;nbsp;ในนกธรรมชาติเชิงรับในพื้นที่ชุมน้ำ&amp;nbsp;โดยประสานงานร่วมกับทีมงานในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสำรวจสัตว์ปีกในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ดและหารือในแนวทางการศึกษาเส้นทางอพยพของนกในกลุ่มนกชายเลน&amp;nbsp;และได้เก็บตัวอย่างยืนยันเพื่อตรวจวิเคราะห์เชื้อไข้หวัดนก&amp;nbsp;(Swab&amp;nbsp;test)&amp;nbsp;ของนกในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด&amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการดำเนินการเข้มงวดในการเฝ้าระวังสัตว์ปีกตามแนวชายแดนในทุกจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้มั่นใจได้ว่าปัจจุบัน&amp;nbsp;ประเทศไทยปลอดเชื้อไข้หวัดนกมาตลอดระยะเวลามากกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทั้งในคนและสัตว์&amp;nbsp;เนื่องจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกทั่วประเทศมีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&amp;nbsp;มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบ&amp;nbsp;อย่างน้อยสัปดาห์ละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;มีสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มเข้มงวดระบบความปลอดภัยและการจัดการภายในฟาร์มและให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรคทันทีในกรณีที่มีการแจ้งและการรายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมถึงให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ&amp;nbsp;ระหว่างประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รวมถึงขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกให้สังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากพบสัตว์ปีกมีอาการหรือป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่&amp;nbsp;หรืออาสาปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&amp;nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการสอบสวนและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105143327060</Link_News></row>
<row _id="46"><NewsTitle>ธ.ก.ส. เตรียมจ่ายเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว งวดแรก 9 พฤศจิกายนนี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางมัลลิกา&amp;nbsp;บุญมีตระกูล&amp;nbsp;มหาสุข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาราคาข้าวอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยภายหลังการรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบวานนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;ได้ติดตามกระบวนการทำงานของระบบราชการเกี่ยวกับเงินงวดแรกของโครงการประกันรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามกฎหมายต้องจ่ายภายใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันทำการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ประกาศราคาอ้างอิง&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าประกาศเป็นทางการ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;แจ้งว่าจะสามารถโอนเงินได้วันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp;ซึ่งไม่เกินจากวันที่ประกาศกำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105142842052</Link_News></row>
<row _id="47"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมแปลงใหญ่ถั่วเหลืองฝักสด จังหวัดอุทัยธานี พืชทดแทนนาปรัง อายุสั้น ใช้น้ำน้อย ผลตอบแทนสูง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานีนับเป็นพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองฝักสดที่สำคัญ&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกประมาณ&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และได้รับการส่งเสริมให้เป็นแปลงใหญ่ถั่วเหลืองฝักสด&amp;nbsp;ตำบลทุ่งโพ&amp;nbsp;อำเภอหนองฉาง&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;270&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ร่วมโครงการ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งแต่เดิมเกษตรกรในพื้นที่ทำนากันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยในรอบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จะทำนา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ส่งผลทำให้ดินมีสภาพเสื่อมโทรม&amp;nbsp;พืชไม่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ตามปกติ&amp;nbsp;ประกอบกับปัญหาด้านราคาของผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรจึงรวมกลุ่มกันเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีแนวคิดที่ต้องการปลูกพืชหมุนเวียนที่เหมาะสมกับพื้นที่&amp;nbsp;เป็นพืชที่มีอายุสั้น&amp;nbsp;ให้ผลผลิตสูง&amp;nbsp;ราคาดีและมีตลาดรองรับแน่นอนมาปลูกสลับกับการทำนา&amp;nbsp;ที่สำคัญมีตลาดรองรับที่แน่นอน&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คาดว่าจะให้ผลผลิตทั้งหมด&amp;nbsp;2,400&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นมูลค่าด้านเศรษฐกิจประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105142303045</Link_News></row>
<row _id="48"><NewsTitle>ตราดจัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นายชยุทกฤดิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นนทแก้ว&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;จัดขึ้นโดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;คณะนี้ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อ&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;การขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอมีความเป็นเอกภาพ&amp;nbsp;เป็นไปด้วยความรวดเร็ว&amp;nbsp;และมีเอกภาพ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&amp;nbsp;ในราชการส่วนภูมิภาคของจังหวัด&lt;/span&gt;ตราด&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&amp;nbsp;โดยการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัดครั้งนี้ที่ประชุมได้นำเสนอเรื่องต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเตรียมความพร้อมดำเนินโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;การเตรียมความพร้อมดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;รวมไปถึงการเตรียมรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประเภทภัยแล้ง&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณา&amp;nbsp;การจัดตั้งแปลงใหญ่&amp;nbsp;โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รวมถึงการจัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105152601106</Link_News></row>
<row _id="49"><NewsTitle>เกษตรกรประสบความสำเร็จโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;มาเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวทางในการดำเนินงานโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง&amp;nbsp;รวมถึงภาคการเกษตร&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม&amp;nbsp;ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผู้คนพากันกักตุนอาหาร&amp;nbsp;จนอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนอาหาร&amp;nbsp;ภาคการเกษตร&amp;nbsp;เป็นภาคการผลิตที่สำคัญที่ผลิต&amp;nbsp;"อาหาร"&amp;nbsp;เพื่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกไปต่างประเทศ&amp;nbsp;ตามยุทธศาสตร์&amp;nbsp;"ครัวไทยสู่ครัวโลก"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ให้ชุมชนในท้องถิ่นให้มีความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร&amp;nbsp;มีทางเลือก&amp;nbsp;มีอาหาร&amp;nbsp;มีอาชีพ&amp;nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เป็นทางรอดของเกษตรกรไทย&amp;nbsp;เพื่อมุ่งสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการดังกล่าว&amp;nbsp;นอกจากจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้นแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถเลี้ยงตนเองและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างพอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับโครงการดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดพัทลุงโดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมีเกษตรกรพื้นที่ตำบลชัยบุรีเข้าร่วมโครงการมากที่สุด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;หนึ่งในนั้น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายอดุลย์&amp;nbsp;บุญสนิท&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;บ้านคลองตรุด&amp;nbsp;ตำบลชัยบุรี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการโดยใช้ที่ดินจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จัดสรรพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;และน้ำขุดสระเก็บกักน้ำ&amp;nbsp;เพื่อใช้เก็บกักน้ำฝนในฤดูฝน&amp;nbsp;และใช้ในการปลูกพืชในฤดูแล้ง&amp;nbsp;ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ปลูกข้าวเพื่อใช้เป็นอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจำวันในครัวเรือนให้เพียงพอตลอดปี&amp;nbsp;รวมการเลี้ยงเป็ดไข่เกือบ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอดุลย์&amp;nbsp;บุญสนิท&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;บ้านคลองตรุด&amp;nbsp;ตำบลชัยบุรี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนเองมีอาชีพเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&amp;nbsp;เมื่อก่อนทำการเกษตรต้องการผลผลิตมากๆก็ใช้สารเคมี&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;หากฤดูกาลไหนประสบปัญหากับโรคและศัตรูแพร่ระบาด&amp;nbsp;เกษตรกรก็ขาดทุนเป็นหนี้เป็นสินหากเกษตรกร&amp;nbsp;จึงหันกลับมาใช้สารจากธรรมชาติและปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;ประกอบกับเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;จึงร่วมอบรมพัฒนาความรู้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การทำน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;วิธีการทำอาหารสัตว์&amp;nbsp;การเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และการปลูกพืชชนิดต่างๆ&amp;nbsp;ที่สามารถเสริมรายได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ถือว่าเป็นโครงการที่ดีทำให้เกษตรกรประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105162030141</Link_News></row>
<row _id="50"><NewsTitle>ติดตามความก้าวหน้าโครงการ โคก หนอง นา โมเดล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;ติดตามความก้าวหน้าแผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลเขาย่า&amp;nbsp;อำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ที่เกษตรกรเข้าร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศาลาประชาคม&amp;nbsp;อำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;นายสนิท&amp;nbsp;อักษรแก้ว&amp;nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการติดตามผู้บริหาร&amp;nbsp;สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;ติดตามความก้าวหน้าแผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลเขาย่า&amp;nbsp;อำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ที่เกษตรกรเข้าร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ซึ่งอำเภอศรีบรรพตเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;และเป็นอำเภอเดียวในจังหวัดพัทลุงที่ได้รับจัดสรรงบประมาณภายใต้วงเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลเขาย่า&amp;nbsp;อำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นแปลงใหญ่ในพื้นที่ราชพัสดุ&amp;nbsp;ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน&amp;nbsp;เพื่อการเรียนรู้ต้นแบบระดับตำบล&amp;nbsp;(&amp;nbsp;CLM&amp;nbsp;)โดยได้ปรับเปลี่ยนเป็น&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ให้เกษตรกรที่มีความประสงค์ร่วมโครงการเข้าใช้ประโยชน์ทำการเกษตร&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีพื้นที่&amp;nbsp;ที่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการเป็นพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบระดับครัวเรือน&amp;nbsp;(&amp;nbsp;HLM&amp;nbsp;)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;แยกเป็นพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ของอำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จสามารถพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;"&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล"&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีรายได้ต่อเดือนเพิ่มมากขึ้นจากการทำการเกษตรเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;การปลูกพืชใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;การกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีใด&amp;nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปัจจุบันภายในแปลง&amp;nbsp;"&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล"&amp;nbsp;มีการปลูกพืชผสมผสาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ไม้ยืนต้น&amp;nbsp;ต้นมะริด&amp;nbsp;ต้นสักทอง&amp;nbsp;ต้นประดู่&amp;nbsp;ต้นไผ่&amp;nbsp;ทำนา&amp;nbsp;และปลูกพืชผัก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ถั่วฟักยาว&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;พริกขี้หนู&amp;nbsp;ตะไคร้&amp;nbsp;ข้าวโพดหวาน&amp;nbsp;เลี้ยงปลาทับทิม&amp;nbsp;ปลาดุก&amp;nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;เลี้ยงหมูหลุม&amp;nbsp;โดยผสมผสานโดยใช้ทั้งอินทรีย์และปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;&amp;nbsp;และหลังที่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯทำให้คุณภาพชีวิตหลังเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การลดรายจ่าย&amp;nbsp;การเพิ่มรายได้&amp;nbsp;สุขภาพดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074&amp;nbsp;6124040&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105173603181</Link_News></row>
<row _id="51"><NewsTitle>กรมการค้าภายใน เดินหน้าขยายเวลาโครงการพาณิชย์ลดราคาปุ๋ยช่วยเกษตรกร </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ร้อยตรีจักรา&amp;nbsp;ยอดมณี&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&amp;nbsp;ปุ๋ยช่วยเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีปุ๋ยเคมีเข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp;84&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;225,211&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;(4,504,320&amp;nbsp;กระสอบ)&amp;nbsp;ดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp;ขณะนี้ได้รับแจ้งปริมาณการสั่งซื้อปุ๋ยจากสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ผ่านกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์แล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;โดยมีปริมาณความต้องการซื้อรวม&amp;nbsp;114,055.75&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;(2,281,120&amp;nbsp;กระสอบ)&amp;nbsp;สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ได้ประมาณ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ทั้งนี้จากผลตอบรับที่ดี&amp;nbsp;ประกอบกับความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;จึงได้ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ออกไปเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาปุ๋ยที่ปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยขณะนี้&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรยังคงสามารถสั่งซื้อปุ๋ยเคมีได้ตามความต้องการ&amp;nbsp;ซึ่งได้แจ้งการขยายระยะเวลาการดำเนินการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมส่งเสริมการเกษตรแล้ว&amp;nbsp;และจะเผยแพร่รายการและราคาปุ๋ยในโครงการ&amp;nbsp;พร้อมทั้งอัตราค่าขนส่งทางเว็บไซต์กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;(&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.dit.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;https://www.dit.go.th&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;)&amp;nbsp;โดยกรณีเป็นสหกรณ์สามารถสั่งซื้อปุ๋ยผ่านสหกรณ์อำเภอ&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;หากเป็นสถาบันเกษตรกรอื่นๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน/วิสาหกิจชุมชน/แปลงใหญ่&amp;nbsp;สามารถสั่งซื้อปุ๋ยผ่านเกษตรอําเภอ&amp;nbsp;และเกษตรจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105200109249</Link_News></row>
<row _id="52"><NewsTitle>กษ.อำนาจเจริญ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายนาวิน&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอุทัยวรรณ&amp;nbsp;เพ็งธรรม&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลสร้างนกทา&amp;nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.นางอุบล&amp;nbsp;ทะสุทธิ์&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;บ.นาเพียง&amp;nbsp;ต.สร้างนกทา&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;5ไร่&amp;nbsp;ขนาดบ่อ&amp;nbsp;3500&amp;nbsp;ลบ.ม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.นายสายันต์&amp;nbsp;บุญสะอาด&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;บ.นาเพียง&amp;nbsp;ต.สร้างนกทา&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ขนาดบ่อ&amp;nbsp;3500&amp;nbsp;ลบ.ม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.นางประไพรศรี&amp;nbsp;แสนสมัคร&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;บ.บาก&amp;nbsp;ต.สร้างนกทา&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ขนาดบ่อ&amp;nbsp;2100&amp;nbsp;ลบ.ม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-05-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211105221308275</Link_News></row>
<row _id="53"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ลำพูน เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ โคก หนอง นา ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว ไว้ใช้ประกอบอาหารเลี้ยงชีพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ตำบลเหล่ายาว&amp;nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&amp;nbsp;พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว&amp;nbsp;ไว้ใช้ประกอบอาหารเลี้ยงชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านโฮ่ง&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เยี่ยมชมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงสาธิต&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&amp;nbsp;"โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล"&amp;nbsp;ของนายพงศกร&amp;nbsp;เรือนเหล็ก&amp;nbsp;บ้านแพะโป่ง&amp;nbsp;ตำบลเหล่ายาว&amp;nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ซึ่งได้นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้&amp;nbsp;ส่งผลให้มีชีวิต&amp;nbsp;ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ได้มอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวให้แก่นายพงศกร&amp;nbsp;และครอบครัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;มอบถุงยังชีพ&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;เครื่องอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;ให้แก่นายพงศกร&amp;nbsp;และครอบครัว&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-07-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211107174617765</Link_News></row>
<row _id="54"><NewsTitle>ชาวนาชัยนาทได้รับผลกระทบ ราคาน้ำมัน ปุ๋ย ปรับราคาแพง ต้นทุนการผลิตข้าวเพิ่มสูงขึ้น วอนรัฐบาลช่วยเหลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตข้าวของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;จนแทบไม่เหลือใช้จ่ายในครอบครัว&amp;nbsp;แม้ว่าเกษตรกรจะเลือกที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวขายให้พ่อค้าซึ่งได้ราคาที่สูงกว่าราคาข้าวทั่วไปก็ตาม&amp;nbsp;แต่ต้นทุนการผลิตก็สูงเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;อย่างเกษตรกรที่ตำบลนาลือ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้วอนผ่านสื่อขอให้รัฐบาลช่วยปรับลดราคาน้ำมัน&amp;nbsp;ราคาปุ๋ยและมีนโยบายเจรจาค้าข้าวกับประเทศตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนพพร&amp;nbsp;ดีอ่วม&amp;nbsp;ชาวนาตำบลนางลือ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำนา&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;กข.41&amp;nbsp;เป็นข้าวพันธุ์&amp;nbsp;เกี่ยวไปแล้วคาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;8,500&amp;nbsp;&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ราคานี้พออยู่ได้&amp;nbsp;แต่ต้องพยายามลดต้นทุนโดยทำเองให้มากที่สุด&amp;nbsp;ถ้าจ้างทุกอย่างไม่เหลือ&amp;nbsp;โดยเฉลี่ยต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;ไร่ละประมาณ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวได้ข้าวเฉลี่ย&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ถังต่อไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่เกี่ยวไป&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้ข้าว&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ถือว่าพอได้&amp;nbsp;เพราะเป็นเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;ราคาไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ถ้าทำนาขายโรงสีทั่วไปราคาอยู่ที่&amp;nbsp;6,500&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;แต่เป็นนาหว่านที่ต้นทุนต่ำกว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;ราคาข้าวยืนพื้นอยู่แบบนี้ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่ต้นทุนพึ่งมาสูงช่วงนี้&amp;nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ย&amp;nbsp;ยา&amp;nbsp;และน้ำมันแพงขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลกระทบทันที&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ต้นทุนต่อไร่อยู่ที่&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อหักลบกลบหนี้จ่ายค่าปุ๋ย&amp;nbsp;ค่ายา&amp;nbsp;ค่าน้ำมัน&amp;nbsp;ค่ารถเกี่ยว&amp;nbsp;อะไรต่างๆ&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;เหลือน้อยลง&amp;nbsp;ต้องเก็บไว้ทำทุนเพื่อทำนาคราวต่อไป&amp;nbsp;เงินที่จะนำไปใช้จ่ายจึงไม่มี&amp;nbsp;จะเห็นว่าที่ตลาดนัดซบเซาอยู่ขณะนี้เพราะชาวนาไม่มีเงินไปใช้จ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มาทางสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ก็ได้&amp;nbsp;โดยช่วยเหลือเรื่องน้ำมันอาจกำหนดให้สมาชิกสหกรณ์ซื้อน้ำมันและปุ๋ยในราคาถูกเพื่อต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;นโยบายของรัฐบาลอยากให้ไปเจรจาค้าข้าวกับประเทศที่เขาไม่มีข้าว&amp;nbsp;เช่นตะวันออกกลางเขาผลิตน้ำมัน&amp;nbsp;แต่รัฐบาลกลับไปผูกสัมพันธ์กับประเทศที่เป็นคู่แข่งค้าข้าวกับไทย&amp;nbsp;เขาก็จะไม่ซื้อข้าวเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-08-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211108103050857</Link_News></row>
<row _id="55"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดได้ตามเป้า</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;ภาพรวมโครงการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีกลุ่มแปลงใหญ่ที่แจ้งเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น&amp;nbsp;3,381&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มแปลงใหญ่ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการระดับจังหวัด&amp;nbsp;3,379&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;คิดเป็นประมาณร้อยละ&amp;nbsp;99&amp;nbsp;ของจำนวนแปลงที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ดำเนินการจัดทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;กับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่แล้ว&amp;nbsp;3,379&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;จำนวนแปลงที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;และโอนเงินให้กับกลุ่มแปลงใหญ่แล้ว&amp;nbsp;3,379&amp;nbsp;แปลงของจำนวนแปลงที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทุกจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีกลุ่มแปลงใหญ่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานให้กรมส่งเสริมการเกษตรทราบเป็นระยะ&amp;nbsp;ปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการส่งมอบเครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างและอื่นๆ&amp;nbsp;ตามแผนการดำเนินโครงการและความต้องการของเกษตรกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพ&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ตัวอย่างเช่นเมื่อเร็วๆ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกมล&amp;nbsp;โสพัฒน์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดลพบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงานว่าได้ไปเป็นประธานเปิดใช้โรงอบพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;(พาราโบลาโดม)&amp;nbsp;และมอบเครื่องจักกลการเกษตร&amp;nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;ตำบลหนองกุง&amp;nbsp;อำเภอตาลสุม&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-08-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211108101216853</Link_News></row>
<row _id="56"><NewsTitle>สสก. 5 สงขลา เตือนเกษตรกรภาคใต้ที่อาจประสบภัยพิบัติ ย้ำเพาะปลูกแล้วเร่งขึ้นทะเบียน หลักเกณฑ์ใหม่ เยียวยาเพิ่มขึ้น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายประพัฒน์&amp;nbsp;คันธไพโรจน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;และนายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้สั่งการไปยังเกษตรจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp;เร่งเตรียมพร้อมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;จากเหตุหลายพื้นที่ของประเทศไทยประสบปัญหาฝนตกหนัก&amp;nbsp;และฝนตกสะสม&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;และดินโคลนสไลด์&amp;nbsp;จนอาจสร้างความเสียหายให้กับพืชผลของเกษตรกร&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนซึ่งตกหนักตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงมกราคมเป็นประจำทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ได้กำชับให้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเกษตรกรที่อาจประสบภัยพิบัติตั้งแต่ก่อนเกิดภัย&amp;nbsp;จนถึงมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีการปรับหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรที่จะขอรับความช่วยเหลือนั้นต้องขึ้นหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย&amp;nbsp;และมีพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;1,340&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พืชไร่และพืชผัก&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;1,980&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;4,048&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยย้ำให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรติดตามและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารสภาพภูมิอากาศและแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรทราบ&amp;nbsp;พร้อมทั้งออกเยี่ยมเยียนให้คำแนะนำเกษตรกรขึ้นและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;รวมถึงประสานงานกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&amp;nbsp;และศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับขณะเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;จะประเมินสถานการณ์เบื้องต้น&amp;nbsp;และรายงานสถานการณ์พื้นที่การเกษตรประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;พร้อมจัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่เกษตรกร&amp;nbsp;รวมถึงออกเยี่ยมเยียนให้คำแนะนำในการดูแลรักษาพืชผลทางการเกษตรที่เสียหายเมื่ออธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;จะเร่งรัดสำรวจและประเมินความเสียหาย&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนอกจากการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการฯ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมพืชพันธุ์ดี&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ต้นพันธุ์พืชผัก&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;ไม้ยืนต้น&amp;nbsp;หรือพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสารชีวภัณฑ์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เชื้อไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;พร้อมแจกจ่ายช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลดไว้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-08-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211108150500010</Link_News></row>
<row _id="57"><NewsTitle>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์ รวมพลัง บ้าน วัด ราชการ สร้างชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;ชิงชนะ&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสุขใจ&amp;nbsp;จินดาพล&amp;nbsp;พัฒนาการอำเภอเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&amp;nbsp;และนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;พี่น้องประชาชนบ้านตะเคียนและบ้านโคกเมือง&amp;nbsp;ตำบลสวาย&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;ร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;จากน้ำพักน้ำแรงที่ร่วมมือลงแขกดำนาเมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้นำทีมพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;เอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;สร้างความเป็นชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน&amp;nbsp;บ้าน&amp;nbsp;วัด&amp;nbsp;ราชการ&amp;nbsp;ชุมชนที่มีความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ได้ขยายผลเป็นกลุ่ม&amp;nbsp;โดยได้บริหารจัดการพื้นที่สาธารณประโยชน์&amp;nbsp;แบ่งให้คนในชุมชนคนละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ปลูกผักเพื่อรับประทานในครอบครัว&amp;nbsp;เหลือก็จำหน่ายโดยมีพ่อค้ามารับถึงแปลง&amp;nbsp;เป็นแหล่งอาหารที่มีความปลอดภัยในการบริโภค&amp;nbsp;คนชุมชนมีความเกื้อกูล&amp;nbsp;เป็นต้นแบบให้หมู่บ้านข้างเคียง&amp;nbsp;สร้างความรักสามัคคีและผูกพันกัน&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการสร้างวัฒนธรรมการปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;ชุมชนสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามวิถีพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการขับเคลื่อนงานโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์และสำนักงานพัฒนาชนอำเภอเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่ายการพัฒนา&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลสวายสร้างห้องน้ำ&amp;nbsp;ปรับพื้นที่&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;วัด&amp;nbsp;สตรีตำบลสวาย&amp;nbsp;จัดทำโครงการโครงการส่งเสริมการผลิตพืชผักอินทรีย์และอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านอนุมัติเงิน&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรกล&amp;nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ในการขุดปรับพื้นที่เป็นโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;พช.สุรินทร์&amp;nbsp;ตามภูมิสังคม&amp;nbsp;เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;พืชผักอินทรีย์เกษตรกร&amp;nbsp;ของบ้านโคกเมือง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;บ้านตะเคียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตำบลสวาย&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;เพื่อก้าวสู่ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-08-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211108210520205</Link_News></row>
<row _id="58"><NewsTitle>ชาวนาชัยนาทเฮรับเงินประกันราคาข้าวขอบคุณรัฐบาลที่เห็นใจชาวนา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวนาชัยนาทเฮรับเงินประกันราคาข้าวขอบคุณรัฐบาลที่เห็นใจชาวนา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากที่ทางรัฐบาลได้เห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;และพร้อมจ่ายเงินผ่าน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;หลายรายที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เอาไว้ต่างรู้สึกดีใจที่ทางรัฐบาลได้ช่วยสนับสนุนโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;หลังในช่วงที่ผ่านมาผลผลิตอย่างเช่นข้าวมีราคาตกต่ำ&amp;nbsp;และอยากจะขอให้ทางภาครัฐช่วยควบคุมราคาของน้ำมัน&amp;nbsp;และปุ๋ย&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนในด้านการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางเบญจลักษณ์&amp;nbsp;พุทธโกสัย&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.เสือโฮก&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;ตนเองทำนาอยู่&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และได้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งในรอบนี้ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้มีจำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ปีนี้ได้ผลผลิตค่อนข้างน้อย&amp;nbsp;ที่ผ่านมาจะเคยเก็บเกี่ยวได้อยู่ประมาณ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็ได้นำข้าวไปขายให้กับโรงสี&amp;nbsp;ในราคาตันละ&amp;nbsp;6,400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยตนได้เข้าร่วมโครงการประกันราคาข้าวไว้จะได้รับเงิน&amp;nbsp;1,900&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;จากจำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ที่เก็บเกี่ยวได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงอยากจะขอขอบคุณทางรัฐบาลที่มีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา&amp;nbsp;หากไม่มีโครงการนี้การทำนาในรอบนี้คงขาดทุน&amp;nbsp;เนื่องจากต้นทุนในการทำนาอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;5,000-6,000&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;สืบเนื่องจากราคาปุ๋ย&amp;nbsp;ยา&amp;nbsp;และน้ำมัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;อยากจะขอวอนให้ทางรัฐบาลช่วยปรับราคาข้าวขึ้นอีกนิด&amp;nbsp;และก็ควบคุมราคาของปุ๋ย&amp;nbsp;ยา&amp;nbsp;และน้ำมัน&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกรจะได้มีรายได้เลี้ยงชีพเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109092911250</Link_News></row>
<row _id="59"><NewsTitle>กรมประมง ปั้น ยุวประมงกว่า 12,000 คน เป็นกำลังสำคัญปกป้องทรัพยากรสัตว์น้ำ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบัญชา&amp;nbsp;สุขแก้ว&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ผ่านมากรมประมงในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในดูแล&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืนด้วยมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;มากมาย&amp;nbsp;โดยหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ&amp;nbsp;กลุ่มนักเรียน&amp;nbsp;เยาวชนคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนที่เป็นพลังสำคัญในการกำหนดทิศทางในการดูแลทรัพยากรของชาติต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;จึงได้จัด&amp;nbsp;โครงการยุวประมง&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในท้องถิ่น&amp;nbsp;เพราะหากกลุ่มเด็กเยาวชนรับรู้และเข้าใจแล้ว&amp;nbsp;จะสามารถเป็นสื่อกลางในการนำความรู้ที่ได้ศึกษาไปบอกกล่าวกับผู้ปกครองที่ประกอบอาชีพประมงและยังสามารถช่วยประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวประมงในท้องถิ่นของตนเองได้อีกด้วย&amp;nbsp;สำหรับปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จัดอบรมความรู้ทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้กับนักเรียนนักศึกษาจากทั่วประเทศ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;13&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;แบ่งเป็นรุ่นละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;260&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายใต้โครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยหลักสูตรการอบรมฯ&amp;nbsp;จะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเกี่ยวกับกฎหมายประมงเบื้องต้น&amp;nbsp;การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ซึ่งเชื่อมั่นว่านักเรียนนักศึกษาผู้ผ่านการฝึกอบรมจะมีความรู้เพิ่มขึ้นในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างถูกต้องเหมาะสม&amp;nbsp;สามารถเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวประมงในท้องถิ่นของตนเองรวมถึงประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และการทำการประมงอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;ลดปัญหาและป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมากรมประมงมีการจัดโครงการยุวประมงมาแล้วกว่า&amp;nbsp;196&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีเยาวชนที่ผ่านการอบรมไปแล้วกว่า&amp;nbsp;11,257&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งเครือข่ายเยาวชนเหล่านี้&amp;nbsp;หลายคนมีความเข้มแข็งในการเป็นกระบอกเสียงในการดูแลทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นถิ่นของตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109103033303</Link_News></row>
<row _id="60"><NewsTitle>จ.กาฬสินธุ์ พร้อมจ่ายเงินประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวงวดแรกแล้ว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เร่งช่วยเหลือข้าวราคาตกต่ำตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;พร้อมจ่ายเงินประกันรายได้งวดแรกในวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4,900,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะชาวนาตากข้าวจำนวนมากกว่าการนำออกมาขาย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเชาวฤทธิ์&amp;nbsp;เกตุดี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;หลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติโครงการ&amp;nbsp;ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประกาศลงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ดำเนินการโอนเงินให้เกษตรกรตามรายชื่อที่อยู่ในโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;มีหน้าที่ในการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการประกันรายได้ข้าว&amp;nbsp;คาดว่าจะโอนเข้าระบบงวดแรกในวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;435&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวมเงินประมาณ&amp;nbsp;4,900,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเชาวฤทธิ์&amp;nbsp;เกตุดี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;สำหรับมาตรการดูแลชาวนา&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;โดยกำหนดราคาข้าวเปลือก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิดที่ความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ข้าวเปลือก&amp;nbsp;หอมมะลิ&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครัวเรือนละ&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัน,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตัน,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัน,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุม&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;11,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และข้าวเปลือกเหนียวตันละ&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยทางรัฐบาลจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ของเกษตรกรโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;ชาวนาจำนวนมากที่ประสบปัญหาราคาข้าวนาปีตกต่ำ&amp;nbsp;ต่างก็เก็บเกี่ยวแล้วนำไปตากแห้ง&amp;nbsp;แล้วเก็บไว้รอราคาให้สูงขึ้นจึงจะนำออกขาย&amp;nbsp;ส่วนราคาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นของชาวนา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ขณะนี้พบว่ามีราคาสูงเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>กาฬสินธุ์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109152308468</Link_News></row>
<row _id="61"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรเฝ้าระวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ดอก ไม้ผล และพืชผักต่างๆ</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณความกดอากาศสูง&amp;nbsp;หรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;แต่ยังทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บางแห่งกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ&amp;nbsp;เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย&amp;nbsp;ระวังอันตรายจากสภาวะดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คำแนะนำสำหรับการเกษตรและผลกระทบต่อพืช/สัตว์ของภาคกลาง&amp;nbsp;ในระยะนี้อากาศเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&amp;nbsp;นอกจากนี้ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง&amp;nbsp;เกษตรกรควรระเฝ้าวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&amp;nbsp;ไม้ดอก&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;และพืชผักต่างๆ&amp;nbsp;ไว้ด้วย&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่เป็นที่ลุ่ม&amp;nbsp;เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขังในแปลงปลูกและโคนต้นพืชเป็นเวลานาน&amp;nbsp;เพราะจะทำให้รากพืชขาดอากาศต้นพืชตายได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109155625508</Link_News></row>
<row _id="62"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี ส่งมอบเครื่องจักร โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงการตลาด แปลงใหญ่ข้าวไร่มะขาม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรีส่งมอบเครื่องจักร&amp;nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;แปลงใหญ่ข้าวไร่มะขาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงสีแห่งความสุข&amp;nbsp;ตำบลไร่มะขาม&amp;nbsp;อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ร่วมด้วยเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;แปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4,6,7&amp;nbsp;ตำบลไร่มะขาม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลถ้ำรงค์&amp;nbsp;อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายบรรพต&amp;nbsp;มามาก&amp;nbsp;ผู้จัดการแปลงใหญ่ไร่มะขาม&amp;nbsp;ผู้จัดการโรงสีแห่งความสุข&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;แปลงใหญ่ไร่มะขาม&amp;nbsp;เกิดจากการรวมตัวของชุมชนที่ประสบปัญหาการผลิตข้าว&amp;nbsp;ผลผลิตข้าวมีราคาตกต่ำ&amp;nbsp;ถูกเอารัดเอาเปรียบ&amp;nbsp;มีการรวมตัวกันผลิตข้าวที่ปลอดภัยและได้คุณภาพ&amp;nbsp;มีการทำตลาดข้าวแบบสูญยากาศ&amp;nbsp;ระดมทุนจากสมาชิกกู้ยืมเงินสร้างโรงสีข้าว&amp;nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ใช้งบฟื้นฟูเงินกู้เรื่องการแพร่ระบาดโควิด&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;นำเทคโนโลยีด้านการเกษตรเข้ามาพัฒนาต่อยอดการเกษตร&amp;nbsp;ของบประมาณกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กรมการข้าว&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;3,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ที่ได้รับประกอบด้วย&amp;nbsp;เครื่องคัดแยกสีกำลังการผลิต&amp;nbsp;1,500-2,000&amp;nbsp;กิโลกรัม/ชั่วโมง&amp;nbsp;ชุดปั้มลมสกรู&amp;nbsp;30&amp;nbsp;แรงม้า&amp;nbsp;และเครื่องชั่ง&amp;nbsp;บรรจุสุญญากาศกึ่งอัตโนมัติ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรมศร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงการพัฒนาจากโรงสีแห่งความสุข&amp;nbsp;ได้มีการพัฒนาขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp;ฝีมือการผลิตข้าวได้มาตรฐานเริ่มรู้ทิศทางการตลาด&amp;nbsp;ก้าวต่อไปต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อยอดเติมส่วนที่ขาดเพื่อการพัฒนา&amp;nbsp;ทำอย่างไรให้ได้ยอมรับมาตรฐานจากกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;พัฒนาไปสู่ตลาดที่สูงขึ้น&amp;nbsp;ระบบการผลิตเริ่มได้มาตรฐานในระดับหนึ่งแล้ว&amp;nbsp;ยังเหลือระบบการจำหน่ายให้ประชาชนแวะซื้อของ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดที่เป็นที่นิยมและขายได้ดี&amp;nbsp;นำจุดเด่นในพื้นที่เป็นจุดเช็คอิน&amp;nbsp;ถ่ายรูป&amp;nbsp;คนรุ่นใหม่จะซื้อของแล้วเหมือนได้ช่วยสังคมด้วย&amp;nbsp;พร้อมให้กำลังใจทีมงานกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;เป็นกำลังใจให้ซึ่งกันและกันช่วยกันขับเคลื่อนให้เป็นโรงสีแห่งความสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สวท.เพชรบุรี/9&amp;nbsp;พ.ย.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109160739519</Link_News></row>
<row _id="63"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดอำเภอรัษฎา</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางอุไร&amp;nbsp;แสงภักดี&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินกิจกรรมหลังจากได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการแปลงละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.ท่าสะบ้า&amp;nbsp;และกลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันวังมะปราง&amp;nbsp;ม.10&amp;nbsp;ต.วังมะปราง&amp;nbsp;อ.วังวิเศษ&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;แปลงใหญ่ฝรั่ง&amp;nbsp;ต.ควนเมา&amp;nbsp;และแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ต.ควนเมา&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;โดยมีนางเพ็ญศรี&amp;nbsp;กุญชรินทร์&amp;nbsp;เจ้าพนักงานเคหะกิจเกษตร&amp;nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ติดตามให้คำแนะนำการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การบริหารจัดการเครื่องจักรกล/ครุภัณฑ์การดำเนินกิจกรรมเพื่อให้เกิดรายได้&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;เพื่อยกระดับแปลงใหญ่&amp;nbsp;และการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐาน&amp;nbsp;รวมทั้งเพิ่มมูลค่าด้านการตลาด&amp;nbsp;ความคุ้มค่าของการได้รับงบประมาณจากโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109164759547</Link_News></row>
<row _id="64"><NewsTitle>กรมหม่อนไหม Kick off โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดกิจกรรม&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงใหญ่หม่อนไหม&amp;nbsp;ตำบลหนองหว้า&amp;nbsp;อำเภอบัวลาย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีนโยบายพัฒนาและขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ภายใต้การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการด้านอุปทานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ให้เกิดความสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตและความต้องการด้านสินค้าเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมหม่อนไหมได้จัดงาน&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;ในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดให้เกษตรกรได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตหม่อนไหม&amp;nbsp;เพื่อนำไปพัฒนาอาชีพด้านหม่อนไหมและมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งภายในงานได้มีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;รวมทั้งอุปกรณ์ทางการเกษตรสมัยใหม่&amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้พัฒนาศักยภาพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;ได้มอบปัจจัยการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;รถแทรกเตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง&amp;nbsp;กี่ทอผ้า&amp;nbsp;เครื่องสาวไหมชนิดเข้าเหล่ง&amp;nbsp;เครื่องสาวไหมแบบติดมอเตอร์ไฟฟ้า&amp;nbsp;ห้องเลี้ยงไหมแบบน็อคดาวน์&amp;nbsp;เจาะบ่อบาดาลพร้อมติดตั้งอุปกรณ์&amp;nbsp;รถพรวนดินแบบเดินตาม&amp;nbsp;โดรนการเกษตรพร้อมอุปกรณ์และแบตเตอรี่&amp;nbsp;ท่อพีอีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;และเทปน้ำหยด&amp;nbsp;รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;8,759,310&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109183700635</Link_News></row>
<row _id="65"><NewsTitle>จังหวัดหนองบัวลำภู มอบปัจจัยการผลิต ต้นทุเรียน เงาะ และไผ่ โครงการส่งเสริมการปลูกไม้ผลพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นางศิวพร&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบปัจจัยการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;และไผ่&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการปลูกไม้ผลเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบกลางรายจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่อยู่ในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;(นายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์)&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;เพื่อลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรชาวจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;1,150&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,300&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยทางสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;ได้ดำเนินการอบรมให้ความรู้เกษตรกร&amp;nbsp;ให้มีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;ในการปลูก&amp;nbsp;ดุแล&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;การปลูกทุเรียน&amp;nbsp;เงาะและไผ่&amp;nbsp;ในช่วงเดือนตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องจากทุเรียน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;เป็นผลไม้ที่ตลาดมีความต้องการทั้งในและนอกประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะทุเรียน&amp;nbsp;เป็นผลไม้ที่มีผลราคาสูง&amp;nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;500,000.-บาทต่อไร่&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่&amp;nbsp;และได้ผลผลิตที่ดี&amp;nbsp;มีคุณภาพ&amp;nbsp;ใกล้เคียง&amp;nbsp;กับที่อื่น&amp;nbsp;โดยเฉพาะเงาะ&amp;nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรปีละ&amp;nbsp;20,000-30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อไร่&amp;nbsp;ซึ่งมีรายได้ที่ดีกว่าการทำนาและไร่อ้อย&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกร&amp;nbsp;เข้ารับต้นกล้าพันธ์ทุเรียน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;ไผ่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;73&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการผลิตทุเรียน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;การปลูก&amp;nbsp;การดูแลรักษา&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;โดยเกษตรกรที่ผ่านการอบรมจะได้รับต้นกล้าพันธ์ทุเรียน&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;และไผ่&amp;nbsp;คนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองบัวลำภู</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109172813587</Link_News></row>
<row _id="66"><NewsTitle>เกษตรกรจังหวัดแพร่ ทยอยรับเงินส่วนต่างประกันรายได้ผู้ปลูกข้าว งวดที่ 1 อย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดแรกวันนี้&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;12,154&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทยอยเดินทางไปเบิกเงินจากตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ขณะที่บางรายไปถอนเงินที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการทยอยจ่ายเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งนางอารีย์&amp;nbsp;เหลืองหิรัญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการจ่ายเงินให้เกษตรกรตามโครงการ&amp;nbsp;โดยจังหวัดแพร่&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงิน&amp;nbsp;137,463,755.28&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;โดยคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ได้กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงเพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างการประกันราคาข้าวให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109180055605</Link_News></row>
<row _id="67"><NewsTitle>กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำและอำเภอแก่งกระจานปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณน้ำนมและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ ตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำและอำเภอแก่งกระจานปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณน้ำนมและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&amp;nbsp;ตามโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;8-9&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีโดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำและอำเภอแก่งกระจานปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณน้ำนมและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&amp;nbsp;ตามโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;ประจำเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยการจดบันทึกข้อมูลปริมาณน้ำนมดิบทุกเบอร์ถัง&amp;nbsp;ปริมาณน้ำนมรวม&amp;nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;รอบเย็นวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;และรอบเช้าวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อนำส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพและองค์ประกอบในน้ำนมดิบทางห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตว์แพทย์ภาคตะวันตก&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สวท.เพชรบุรี/9&amp;nbsp;พ.ย.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109203052694</Link_News></row>
<row _id="68"><NewsTitle>กรมหม่อนไหมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การชำระข้อมูลเกษตรกรในระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม ประจำปี 2565ที่โคราช</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;กล่าวภายหลังเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;การชำระข้อมูลเกษตรกรในระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายใต้โครงการปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;เพื่อปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน&amp;nbsp;เลี้ยงไหม&amp;nbsp;ทอผ้าไหม&amp;nbsp;และรับจ้างด้านหม่อนไหม&amp;nbsp;ให้มีความถูกต้อง&amp;nbsp;ครบถ้วน&amp;nbsp;มีความเป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหมที่รับผิดชอบในเรื่องการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;มีการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำข้อมูลการเกษตรให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง&amp;nbsp;และความเป็นเอกภาพของข้อมูล&amp;nbsp;โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาด้านการเกษตร&amp;nbsp;กำหนดนโยบาย&amp;nbsp;การจัดการด้านการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;การส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;และให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ตรงเป้าหมาย&amp;nbsp;และเพื่อให้มีการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการจำแนกเกษตรกร&amp;nbsp;เป็นกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินโครงการหรือมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;และเกษตรกรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;จะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือ&amp;nbsp;หรือรับบริการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จากภาครัฐ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กรณีการขอรับการช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมหม่อนไหม&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลการจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน&amp;nbsp;เลี้ยงไหม&amp;nbsp;ทอผ้าไหม&amp;nbsp;และรับจ้างด้านหม่อนไหม&amp;nbsp;ให้มีความถูกต้อง&amp;nbsp;ครบถ้วน&amp;nbsp;มีความเป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;เป็นที่มาของการจัดสัมมนาในครั้งนี้&amp;nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้เรียนรู้&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&amp;nbsp;และบูรณาการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;ในการชำระข้อมูลเกษตรกรหม่อนไหมที่มีความซ้ำซ้อน&amp;nbsp;และปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรในฐานข้อมูลเกษตรกรหม่อนไหมให้มีความถูกต้อง&amp;nbsp;ครบถ้วน&amp;nbsp;และสมบูรณ์&amp;nbsp;และจะดำเนินการต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;เพื่อให้ระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&amp;nbsp;เป็นฐานข้อมูลกลางที่ดีของกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหมของกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;จะเป็นอีกฐานข้อมูลที่สำคัญ&amp;nbsp;ที่รวบรวมข้อมูลเกษตรกรหม่อนไหมจากทั่วทุกภาคของประเทศไทยไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ของกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;นักวิจัย&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นิสิต&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;ที่มีความสนใจในงานด้านหม่อนไหม&amp;nbsp;สามารถนำข้อมูลเกษตรกรหม่อนไหมจากระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม&amp;nbsp;ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนางานด้านหม่อนไหมของประเทศไทยต่อไป&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109210112708</Link_News></row>
<row _id="69"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ติดตามสถานการณ์การจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 256465  เกษตรกรเริ่มทยอยเบิกเงิน ณ สำนักงานสาขาและจากตู้ ATM แล้ว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายธีรวุฒิ&amp;nbsp;คล้ายเคลื่อน&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์การจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ตามนโยบายและมาตรการให้ความช่วยเหลือเรื่องข้าวของ&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;มีแผนการจ่ายเงินชดเชยประกันรายได้เกษตรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;งวดแรกสำหรับเกษตรกรที่เพาะปลูกก่อนวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรีมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยงวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;485&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;10,395,081.47&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เกษตรกรเริ่มทยอยเข้าเบิกเงิน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานสาขาและจากตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์การเบิกเงินในจังหวัดเพชรบุรียังไม่คึกคัก&amp;nbsp;เนื่องจากยังอยู่ในช่วงต้นของฤดูกาลเก็บเกี่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สวท.เพชรบุรี/9&amp;nbsp;พ.ย.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109212521723</Link_News></row>
<row _id="70"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ อำเภอสามพราน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ&amp;nbsp;อำเภอสามพราน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;พร้อมเตรียมหารือทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญศิริโชติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ปลัดจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอสามพราน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สวนส้มโอของนายสุชิน&amp;nbsp;อำไพ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลไร่ขิง,&amp;nbsp;สวนส้มโอของนายชะลอ&amp;nbsp;จันทรภาส&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลไร่ขิง&amp;nbsp;สวนส้มโอของนายอำพล&amp;nbsp;ราชวงศ์&amp;nbsp;และนายประสิทธิ์&amp;nbsp;เลิศสำราญ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลทรงคนอง&amp;nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายสุชิน&amp;nbsp;อำไพ&amp;nbsp;ได้ร่วมต้อนรับและมอบสิ่งของให้กับเจ้าคุณพระสินีนาฏ&amp;nbsp;พิลาสกัลยาณี&amp;nbsp;ในโอกาสเป็นผู้แทนพระองค์ไปในการถวายผ้าพระกฐิน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดพระปฐมเจดีย์&amp;nbsp;ราชวรมหาวิหาร&amp;nbsp;จึงได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอสามพราน&amp;nbsp;รวมทั้งสวนส้มโอของตนเองที่กำลังจะถูกน้ำท่วม&amp;nbsp;ต่อมา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ปลัดจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอสามพราน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&amp;nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือ&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมการสัตว์ทหารบก&amp;nbsp;นำกระสอบทรายมาเพิ่มความสูงของคันกั้นน้ำ&amp;nbsp;อีกทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำแทนของเดิมที่ชำรุด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วมเข้าสวนส้มโอดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ได้มอบถุงยังชีพ&amp;nbsp;จากมูลนิธิอาสา&amp;nbsp;เพื่อนพึ่ง&amp;nbsp;(ภาฯ)&amp;nbsp;ยามยาก&amp;nbsp;สภากาชาดไทย&amp;nbsp;และสิ่งของต่างๆ&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญศิริโชติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครปฐมในขณะนี้&amp;nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน&amp;nbsp;และพื้นที่การเกษตรของประชาชนริมแม่น้ำท่าจีนใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอบางเลน&amp;nbsp;อำเภอนครชัยศรี&amp;nbsp;และอำเภอสามพราน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะที่อำเภอสามพราน&amp;nbsp;มีสวนส้มโอ&amp;nbsp;4,121&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยแล้ว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;980&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ได้มีมาตรการช่วยเหลือชาวสวนส้มโอ&amp;nbsp;ที่น้ำยังไม่เข้าพื้นที่&amp;nbsp;โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนทรายและกระสอบทราย&amp;nbsp;ให้เจ้าของสวนนำไปเสริมคันกั้นน้ำ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำนักงานชลประทาน&amp;nbsp;สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;ในส่วนของสวนส้มโอที่ถูกน้ำท่วม&amp;nbsp;ทางจังหวัดจะได้มีหนังสือถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;และกรมชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อขอให้ลดการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน&amp;nbsp;และเมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง&amp;nbsp;จะประสานสำนักงานชลประทาน&amp;nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;และสูบน้ำออกจากพื้นที่สวนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในส่วนของแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาว&amp;nbsp;ทางจังหวัดปฐมได้เตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งในระดับจังหวัดและในระดับพื้นที่&amp;nbsp;ตลอดจนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและหาข้อสรุป&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-09-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211109213129725</Link_News></row>
<row _id="71"><NewsTitle>ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการประกันรายได้ ปี 2564/65 รอบที่ 1 วงเงิน 13,604 ล้านบาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นางสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยกำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ราคาความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ยกเว้นข้าวเจ้า&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;โดย&lt;/span&gt;ขั้นตอนและช่องทางตรวจสอบเงิน&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;เข้าสู่เว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="chongkho.inbaac.com&amp;nbsp;"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;chongkho.inbaac.com&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ผ่านเบราว์เซอร์อินเตอร์เน็ตต่างๆ&amp;nbsp;เว็บไซต์สำหรับการเช็คเงินเกษตรกร&amp;nbsp;สามารถเข้าใช้งานได้ผ่านทุกบราวน์เซอร์บนทุกอุปกรณ์&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต&amp;nbsp;และคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กรอกเลขประจำตัวประชาชนเพื่อใช้ในการเช็คเงินเกษตรกร&amp;nbsp;การเช็คเงินเกษตรกร&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เข้าหรือยัง&amp;nbsp;สามารถทราบผลได้ทันทีหลังจากกรอกเลขบัตรประชาชนโดยจะมีรายละเอียดของบัญชี&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;และโครงการของเงินช่วยเหลือที่ได้รับ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ตรวจสอบข้อมูลในแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;หลังจากตรวจสอบในเว็บไซต์แล้วเรียบร้อย&amp;nbsp;หากมีข้อมูลขึ้นว่าได้รับเงินโอน&amp;nbsp;สามารเข้าไปตรวจสอบยอดเงินได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นรายละเอียดทั้งหมดของจำนวนเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับโครงการดังกล่าวใช้วงเงิน&amp;nbsp;13,604&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า&amp;nbsp;4.68&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(รอบที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ยกเว้นภาคใต้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-10-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110110053791</Link_News></row>
<row _id="72"><NewsTitle>พนังกั้นน้ำลำนำชี บ้านแจ้งจม หมู่ 7  ต.เจ้าท่า  อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ขาด มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลกระทบกว่า 3,000 ไร่ หน่วยงานภาครัฐ เร่งช่วยเหลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นายธนทร&amp;nbsp;ศรีนาค&amp;nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เกิดเหตุพนังกั้นน้ำลำน้ำชีขาด&amp;nbsp;ตรงบริเวณ&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;กส.4073&amp;nbsp;บริเวณบ้านแจ้งจม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลเจ้าท่า&amp;nbsp;อำเภอกมลาไสย&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;โดยสาเหตุเกิดจากการผันน้ำของเกษตรกร&amp;nbsp;ด้วยการนำท่อมาใช้เพื่อจะส่งน้ำเข้านาข้าว&amp;nbsp;ส่งผลให้พนังกั้นน้ำมีรูรั่ว&amp;nbsp;จนไม่สามารถรองรับน้ำไว้ได้&amp;nbsp;เกิดพังทลายมีความกว้างประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เหตุเกิดเมื่อเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.เช้าวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วม&amp;nbsp;พื้นที่ทางการเกษตรนาข้าวของประชาชน&amp;nbsp;คาดว่าจะได้รับความเสียหายกว่า&amp;nbsp;3000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;บ้านเรือนราษฎรคาดว่าจะได้รับผลกระทบกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;หลังคาเรือนจำนวน&amp;nbsp;600&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอกมลาไสย&amp;nbsp;โครงการชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบํารุงรักษาลําปาว&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ทางหลวงชนบทจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;มูลนิธิเมตตาธรรม&amp;nbsp;และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ต่างเร่งลงมือสำรวจ&amp;nbsp;และเข้าดูแล&amp;nbsp;ช่วยเหลืออย่างทันที&amp;nbsp;โดยในเบื้องต้น&amp;nbsp;จะนำกล่องเกเบี้ยน&amp;nbsp;มาวางอุดช่องน้ำที่ขาด&amp;nbsp;พร้อมกับถมดิน&amp;nbsp;เสริมความแข็งแรง&amp;nbsp;โดยมีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่&amp;nbsp;รถแบ็กโฮ&amp;nbsp;เข้าดำเนินการอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;สถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการควบคุมสถานการณ์ให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-10-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>กาฬสินธุ์</Province><Department>สวท.กาฬสินธุ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110134316938</Link_News></row>
<row _id="73"><NewsTitle>พนังกั้นน้ำลำนำชี บ้านแจ้งจม จังหวัดกาฬสินธุ์ ขาด มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรส่งผลกระทบกว่า 3,000 ไร่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนทร&amp;nbsp;ศรีนาค&amp;nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกิดเหตุพนังกั้นน้ำลำน้ำชีขาด&amp;nbsp;ตรงบริเวณถนน&amp;nbsp;กส.4073&amp;nbsp;บ้านแจ้งจม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลเจ้าท่า&amp;nbsp;อำเภอกมลาไสย&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;โดยสาเหตุเกิดจากการผันน้ำของเกษตรกร&amp;nbsp;ด้วยการนำท่อมาใช้เพื่อจะส่งน้ำเข้านาข้าว&amp;nbsp;ส่งผลให้พนังกั้นน้ำมีรูรั่ว&amp;nbsp;จนไม่สามารถรองรับน้ำไว้ได้&amp;nbsp;เกิดพังทลายมีความกว้างประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เหตุเกิดเมื่อเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.เช้าวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นาข้าวของประชาชน&amp;nbsp;คาดว่าจะได้รับความเสียหายกว่า&amp;nbsp;3000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;บ้านเรือนราษฎรคาดว่าจะได้รับผลกระทบกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;หลังคาเรือน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;อำเภอกมลาไสย&amp;nbsp;โครงการชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบํารุงรักษาลําปาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ทางหลวงชนบทจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;มูลนิธิเมตตาธรรมและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ต่างเร่งลงมือสำรวจและเข้าดูแลช่วยเหลืออย่างทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้น&amp;nbsp;จะนำกล่องเกเบี้ยน&amp;nbsp;มาวางอุดช่องน้ำที่ขาด&amp;nbsp;พร้อมกับถมดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เสริมความแข็งแรง&amp;nbsp;โดยมีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่&amp;nbsp;รถแบ็กโฮ&amp;nbsp;เข้าดำเนินการอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;สถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-10-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>กาฬสินธุ์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110135553950</Link_News></row>
<row _id="74"><NewsTitle>พาณิชย์เลย ติดตามการรับเงินส่วนต่าง โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 งวดที่ 1</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางเบญจวรรณ&amp;nbsp;ตัญญู&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเลย&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสมนึก&amp;nbsp;ชัยรัชโพธิ์&amp;nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;ติดตามการเบิกเงิน&amp;nbsp;รับเงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เพาะปลูกก่อนวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยเกษตรกรจังหวัดเลยที่แจ้งวันเก็บเกี่ยวก่อนวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้รับเงินโอนเข้าบัญชีทั้งสิ้น&amp;nbsp;4,288&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คิดเป็นวงเงินจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;42,819,608.61&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเบิกเงินส่วนต่างเป็นไปด้วยความคึกคัก&amp;nbsp;เกษตรกรที่มาเบิกเงินส่วนใหญ่ต่างดีใจที่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้&amp;nbsp;และขอให้รัฐบาลคงดำเนินโครงการดีๆ&amp;nbsp;แบบนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;ขอบคุณ&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ผลักดันให้มีโครงการประกันรายได้&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาผลผลิตตกต่ำได้อย่างดียิ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-10-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110144042983</Link_News></row>
<row _id="75"><NewsTitle>ธนาคารปูม้า เพิ่มความสมดุลท้องทะเล สร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีเป้าหมาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการส่งเสริมให้ชาวประมงมีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งธนาคารปูม้า&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;หลังพบว่านับวัน&amp;nbsp;ปูม้าในพื้นที่จะลดน้อยลงหากไม่มีการอนุรักษ์ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงเพื่อเพิ่มจำนวนปูม้าในทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของความมั่นคงทางอาหารและชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;อีกทั้งให้ความสำคัญในเรื่องของการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศในท้องทะเล&amp;nbsp;เนื่องด้วย&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;มีประชากรประกอบอาชีพด้านการประมงเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องง่ายในการที่จะสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ที่เป็นอาหารทะเล&amp;nbsp;ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับชาวบ้านให้รู้สึกหวงแหน&amp;nbsp;สถานที่ที่เปรียบเสมือนคลังอาหารของคนในชุมชน&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้ประมงจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นพี่เลี้ยงในการจัดทำโครงการธนาคารปูม้าขึ้นในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอท่าชนะและอำเภอไชยา&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมและหารือ&amp;nbsp;พร้อมรับฟังผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรค&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถพัฒนาพื้นที่แหล่งอาหารให้เกิดความมั่นคงได้ต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไปยังธนาคารปูม้า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านหาดสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลวัง&amp;nbsp;อำเภอท่าชนะ&amp;nbsp;โดยมีประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายอำเภอท่าชนะ&amp;nbsp;ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;และสมาชิกธนาคารปูม้าบ้านหาดสมบูรณ์&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ปล่อยลูกปูและพันธุ์แม่ปู&amp;nbsp;บริเวณหาดสมบูรณ์&amp;nbsp;เพื่อเป็นคืนปูสู่ท้องทะเลในการสร้างความสมดุลต่อระบบนิเวศและเพิ่มจำนวนปูในพื้นที่ให้มีมากขึ้นเพื่อที่ชาวบ้านจะได้มีอาหารทะเลได้กินได้ขายในการประกอบอาชีพในอนาคต&amp;nbsp;พร้อมพบปะพูดคุย&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมสมาชิกธนาคารปูม้า&amp;nbsp;รับฟังแผนการดำเนินงานของกลุ่มและเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาธนาคารปูม้าให้สามารถเป็นพื้นที่ที่สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไปยังศูนย์ปฏิบัติการและจัดการทรัพยากรชายฝั่งโดยชุมชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;บ้านฝ่ายพรุ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลตะกรบ&amp;nbsp;อำเภอไชยา&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เพื่อปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตรวจเยี่ยมโรงเรือนเลี้ยงกุ้ง&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาศักยภาพของชุมชนและพัฒนาการดำเนินงานเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ธนาคารปูม้าเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถเพิ่มปริมาณของปูและรายได้ของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;นี่คืออีกหนึ่งความสำเร็จของความมั่นคงทางด้านอาหารในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-10-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110152823025</Link_News></row>
<row _id="76"><NewsTitle>เกษตรกรในอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ปลูกข้าวไร่แซมในแปลงยางพาราและแปลงปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรได้เป็นอย่างดี</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;ร่วมกับคณะทำงานตรวจสอบพื้นที่ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ตรวจแปลงข้าวไร่ในตำบลวังมะปรางเหนือและตำบลอ่าวตง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลวังมะปรางเหนือ&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลอ่าวตง&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกแซมในแปลงยางพาราและแปลงปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่ช่วงอายุ&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตจากป่าไม้&amp;nbsp;ซึ่งกิจกรรมข้าวไร่ดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนและมีข้าวปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ของเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;มีทั้งแปลงที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนนี้และแปลงที่แจ้งเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-10-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110155018055</Link_News></row>
<row _id="77"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดตรัง ร่วมกับเกษตรนาโยง ติดตามการดำเนินงานและการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ร่วมกับเกษตรนาโยง&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานและการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ร่วมกับนายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานและการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;ในโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงใหญ่ข้าวในพื้นที่อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.กลุ่มแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.นาหมื่นศรี&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;รับงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp;3,000,000&amp;nbsp;บาทเน้นด้านการผลิต&amp;nbsp;โดยมีนายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;ศรีทองเที่ยว&amp;nbsp;(ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ฯ)&amp;nbsp;และกรรมการกลุ่ม&amp;nbsp;ร่วมให้ข้อมูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.กลุ่มแปลงใหญ่ข้าววิสาหกิจชุมชนพัฒนาการเกษตรครบวงจรฝายคลองนางน้อย&amp;nbsp;ต.นาข้าวเสีย&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;รับงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp;2,993,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เน้นด้านการผลิตและพัฒนาคุณภาพ&amp;nbsp;โดยมีนายชิดชัย&amp;nbsp;ชุมสุด&amp;nbsp;(ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ฯ)&amp;nbsp;และกรรมการกลุ่ม&amp;nbsp;ร่วมให้ข้อมูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวลำชารสามัคคีคนทำนาโคกสะบ้า&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;รับงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp;2,787,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เน้นด้านการผลิต&amp;nbsp;โดยมีนายเธียรชัย&amp;nbsp;โออินทร์&amp;nbsp;(ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ฯ)&amp;nbsp;และกรรมการกลุ่ม&amp;nbsp;ร่วมให้ข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทีมคณะผู้ติดตาม&amp;nbsp;ได้แนะนำการบริหารจัดการกลุ่มเพิ่มเติม&amp;nbsp;ในด้านการบันทึกข้อมูล&amp;nbsp;การใช้เครื่องจักรกล&amp;nbsp;การให้บริการแต่ละกิจกรรม&amp;nbsp;รวมถึงรายรับ-จ่าย&amp;nbsp;ให้เป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;และตรวจสอบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-10-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110155413061</Link_News></row>
<row _id="78"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด อำเภอหาดสำราญ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;จ่าเอกประวิทย์&amp;nbsp;ทองเขียว&amp;nbsp;รักษาการประมงอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ตะเสะ&amp;nbsp;อ.หาดสำราญ&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง&amp;nbsp;โดยปูม้านอกจากจะขายเป็นปูสด&amp;nbsp;ทางกลุ่มแม่บ้านนำปูมาแกะเนื้อ&amp;nbsp;เพื่อส่งขาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ได้รวมตัวกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง&amp;nbsp;โดยเฉพาะปูม้าที่มีอย่างชุกชุม&amp;nbsp;หากชาวประมงวางอวนปูม้า&amp;nbsp;แล้วติดแม่ปูม้าที่มีไข่นอกกระดองจะต้องมาฝากไว้ที่ธนาคารปูม้าของชุมชน&amp;nbsp;เพื่อให้ธนาคารนำมาอนุบาลต่อไปประมาณ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หรือจนกว่าแม่ปูม้าก็จะสลัดไข่&amp;nbsp;จากนั้นทางกลุ่มก็จะนำลูกปูม้าไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;เพื่อให้เติบโตต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนแม่ปูทางกลุ่มจำนำจำหน่ายต่อไป&amp;nbsp;ปัจจุบันทางกลุ่มได้มีการต่อยอดนำปูมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม&amp;nbsp;และของชุมชม&amp;nbsp;ด้วยการทำน้ำพริกไข่ปู&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;น้ำพริกปูม้าสมุนไพรคั่วแห้งรสเด็ด&amp;nbsp;ซึ่งได้นำเอาไข่ปู&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไข่ในกระดอง&amp;nbsp;และเนื้อปูสดจากชาวประมงที่หาได้มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-10-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211110155905067</Link_News></row>
<row _id="79"><NewsTitle>รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาราคาปุ๋ยครบวงจร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดันปุ๋ยสั่งตัด-อินทรีย์-ชีวภาพ ลดต้นทุน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น&amp;nbsp;รัฐบาลได้มีการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาทั้งแบบเร่งและแผนระยะยาว&amp;nbsp;โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;พาณิชย์ลดราคา!&amp;nbsp;ปุ๋ยช่วยเกษตรกร&amp;nbsp;มีปุ๋ยเคมีเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านกระสอบ&amp;nbsp;มีการสั่งซื้อจากสถาบันเกษตรกรกว่า&amp;nbsp;2.2&amp;nbsp;ล้านกระสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแผนระยะยาวคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การส่งเสริมเกษตรกรให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;(ปุ๋ยสั่งตัด)&amp;nbsp;ตอนนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;กว่าแสนราย&amp;nbsp;คิดเป็นพื้นที่รวม&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ใช้ปุ๋ยสั่งตัดจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แสนไร่&amp;nbsp;ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ลดต้นทุนได้ร้อยละ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าเกือบ&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และกรมฯกำลังเสนอขอดำเนินงานโครงการฯ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;299&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;58&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;5.2&amp;nbsp;หมื่นราย&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แสนไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ยโปแตชภายในประเทศ&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนปุ๋ยไนโตรเจนและโปแตชกับประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;การหาแหล่งแม่ปุ๋ยนำเข้าจากประเทศอื่นที่นอกเหนือจากที่เคยนำเข้าเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111094257335</Link_News></row>
<row _id="80"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท  รายงานผลการปฏิบัติในการสำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย เพื่อดำเนินการสู่การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดชัยนาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;รายงานผลการปฏิบัติในการสำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการสู่การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;อ่อนดำ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ออกสำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย&amp;nbsp;โดยมีผลการปฏิบัติงานสำรวจข้อมูลณ&amp;nbsp;?&amp;nbsp;ณ?&amp;nbsp;วันที่?&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พ.ย.?&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;เกษตรกรยื่นแบบ&amp;nbsp;กษ.01&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,474&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการฯ?&amp;nbsp;ระดับหมู่บ้าน?&amp;nbsp;ตรวจสอบรับรองพื้นที่เสียหายแล้ว&amp;nbsp;4,&amp;nbsp;474&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;บันทึกข้อมูล&amp;nbsp;ในระบบแล้ว&amp;nbsp;3,938&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;(เกษตรกรบางรายมีพื้นที่ปลูกมากกว่า??&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อำเภอ?&amp;nbsp;ทำให้จำนวนเกษตรกรน้อยกว่าจำนวนเกษตรกรในข้อ&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;และพื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;รวมทุกพืช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;39,361.50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;61,985,329&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.)&amp;nbsp;ขณะนี้?&amp;nbsp;อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง?ของข้อมูล?&amp;nbsp;จัดเวทีประชาคม&amp;nbsp;และปิดประกาศภายในหมู่บ้าน&amp;nbsp;และจะนำเข้าที่ประชุม&amp;nbsp;ก.ช.ภ.อ.?&amp;nbsp;ตามแผน?&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พ.ย.?&amp;nbsp;2564?&amp;nbsp;อ.เมืองชัยนาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่?&amp;nbsp;11?&amp;nbsp;พ.ย.?&amp;nbsp;2564?&amp;nbsp;อ.มโนรมย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่?&amp;nbsp;12?&amp;nbsp;พ.ย.?&amp;nbsp;2564?&amp;nbsp;อ.?หันคา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่?&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พ.ย.?&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อ.&amp;nbsp;หนองมะโมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่?&amp;nbsp;17?&amp;nbsp;พ.ย.?&amp;nbsp;2564?&amp;nbsp;อ.เนินขาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่?&amp;nbsp;18&amp;nbsp;พ.ย.?&amp;nbsp;2564?&amp;nbsp;อ.วัดสิงห์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.สรรพยา?&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.&amp;nbsp;สรรคบุรี?&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;19?&amp;nbsp;พ.ย.?&amp;nbsp;2564?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้?&amp;nbsp;ได้มีการประสานกับเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;เพื่อให้มีการปรับแผนประชุม?&amp;nbsp;ก.ช.ภ.อ.?ให้เร็วขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถประชุม&amp;nbsp;ก.ช.ภ.จ.&amp;nbsp;ได้ภายในเดือน&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111100454350</Link_News></row>
<row _id="81"><NewsTitle>สนง.เกษตรจังหวัดชัยนาท สำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย เพื่อดำเนินการสู่การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดชัยนาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;อ่อนดำ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาทได้ลงพื้นที่ออกสำรวจข้อมูลเกษตรกรประสบอุทกภัย&amp;nbsp;โดยมีผลการปฏิบัติงานสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.เกษตรกรยื่นแบบ&amp;nbsp;กษ.01&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,474&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ตรวจสอบรับรองพื้นที่เสียหายแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,474&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;100&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การบันทึกข้อมูล&amp;nbsp;ในระบบแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,938&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;(เกษตรกรบางรายมีพื้นที่ปลูกมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ทำให้จำนวนเกษตรกรน้อยกว่าจำนวนเกษตรกรในข้อ&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;และพื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;รวมทุกพืช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;39,361.50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;61,985,329&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล&amp;nbsp;จัดเวทีประชาคม&amp;nbsp;และปิดประกาศภายในหมู่บ้าน&amp;nbsp;และจะนำเข้าที่ประชุม&amp;nbsp;ก.ช.ภ.อ.&amp;nbsp;ตามแผน&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อ.เมืองชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อ.มโนรมย์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อ.หันคา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อ.&amp;nbsp;หนองมะโมง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อ.เนินขาม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อ.วัดสิงห์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อ.สรรพยา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.สรรคบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้มีการประสานกับเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;เพื่อให้มีการปรับแผนประชุม&amp;nbsp;ก.ช.ภ.อ.ให้เร็วขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถประชุม&amp;nbsp;ก.ช.ภ.จ.&amp;nbsp;ได้ภายในเดือน&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111103033360</Link_News></row>
<row _id="82"><NewsTitle>จ.สุราษฎร์ธานี  ติดตามความก้าวหน้าการสร้างฝายกักเก็บน้ำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมพิจารณาตรวจสอบเพื่อหาแนวทางในการซ่อมแซมโครงการชลประทานขนาดเล็กและฝาย อีก 3 แห่งที่ชำรุดทรุดโทรม    เพื่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร ของประชาชนในพื้นที่  ต.ปากหมาก อ.ไชยา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลปากหมาก&amp;nbsp;อำเภอไชยา&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการนี้มีนายเจริญศักดิ์&amp;nbsp;วงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;นายอำเภอไชยา&amp;nbsp;นางสาวสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมในการลงพื้นที่ดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;(กปร.)&amp;nbsp;ได้มีการประชุมทางไกลติดตามความก้าวหน้าการสร้างฝายกักเก็บน้ำ&amp;nbsp;เพื่อการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;และเพื่อทำการเกษตร&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านยางโพรง&amp;nbsp;ตำบลปากหมาก&amp;nbsp;อำเภอไชยา&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแล&amp;nbsp;ของนายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านและโรงเรียนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับประโยชน์สูงสุดจากการสร้างฝายกักเก็บน้ำอันเป็นโครงการเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;โดยมีงบประมาณ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ในการสร้างฝายพร้อมกับระบบท่อส่งน้ำไปยังชุมชนและเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านยางโพรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อการติดตามความก้าวหน้าของโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ติดตามความก้าวหน้าของโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;พร้อมทั้งพิจารณาตรวจสอบ&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางในการซ่อมแซมโครงการชลประทานขนาดเล็ก&amp;nbsp;ฝายกักเก็บน้ำอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งที่ชำรุดทรุดโทรม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการชลประทานขนาดเล็กอาคารบังคับน้ำคลองดินดานพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;โครงการชลประทานขนาดเล็ก&amp;nbsp;โครงการฝายบ้านยางโพรง&amp;nbsp;ที่ก่อนหน้าได้มีการถ่ายโอนการดูแลให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล&amp;nbsp;แต่เนื่องด้วยการซ่อมแซมต้องใช้งบประมาณที่เกินกำลังท้องที่&amp;nbsp;ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่นและท้องที่&amp;nbsp;จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;และร่วมกันปรึกษาหารือ&amp;nbsp;เพื่อหาแนวหางบประมาณมาเร่งซ่อมแซมโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งหากการสร้างฝายแห่งใหม่&amp;nbsp;และการซ่อมแซมฝายแห่งเก่าแล้วเสร็จ&amp;nbsp;ชาวบ้าน&amp;nbsp;ตำบลยางโพรง&amp;nbsp;อำเภอไชยา&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จะได้รับผลประโยชน์ทั้งสิ้นกว่า&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หรือราวๆ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ที่กระจายอยู่ในหมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จะหมดปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้งอย่างแน่นอน&amp;nbsp;ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวจึงให้ความสำคัญในเร่งหางบประมาณมาช่วยเหลือ&amp;nbsp;เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการสานต่อตามแนวทางพระราชดำริ&amp;nbsp;ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข&amp;nbsp;มีน้ำกินน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้งและลดปัญหาเหตุอุทกภัยในช่วงหน้าฝน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;หากฝายสร้างเสร็จก็จะช่วยชะลอการไหลของน้ำลงสู่ที่ต่ำอย่างสะดวกขึ้น&amp;nbsp;ช่วยลดการกัดเซาะของตลิ่ง&amp;nbsp;ช่วยดักตะกอนแม่น้ำ&amp;nbsp;อีกทั้งทำให้ลำน้ำหลังฝายตื้นเขินช้าลง&amp;nbsp;เก็บกักน้ำได้เยอะขึ้น&amp;nbsp;และสามารถมารถนำไปใช้ในพื้นที่ที่ทำการเกษตรได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ในอนาคต&amp;nbsp;ไม่ว่าจะการสร้างฝายใหม่หรือการซ่อมแซมฝายเก่า&amp;nbsp;ล้วนเป็นการทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ในภายภาคหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111105914371</Link_News></row>
<row _id="83"><NewsTitle>ธ.ก.ส.ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู เป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพ สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;กิมาวหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;การสร้าง&amp;nbsp;ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;หรือลงทุนซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูการประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;วงเงินรายละไม่เกิน&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;MRR-2&amp;nbsp;ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับแต่วันกู้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้ออกสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประสบภัยนำไปใช้จ่ายที่จำเป็นเร่งด่วนภายในครัวเรือน&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;0&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และตั้งแต่เดือนที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;MRR&amp;nbsp;ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับแต่วันกู้&amp;nbsp;รวมทั้งพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยออกไปสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตามศักยภาพของลูกหนี้โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของเกษตรกรผู้ประสบภัย&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ประสบความเดือดร้อนสามารถติดต่อ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ในพื้นที่เพื่อขอรับการช่วยเหลือในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ได้ทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111112359382</Link_News></row>
<row _id="84"><NewsTitle>ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์ชาติชาย&amp;nbsp;ยิ้มเครือ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสมศักดิ์&amp;nbsp;ธรรมบุตร&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;นายนพดล&amp;nbsp;ตานุชนม์&amp;nbsp;สัตวแพทย์ชำนาญงาน&amp;nbsp;และนายอนุชา&amp;nbsp;บุญยก&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลงพื้นที่บ้านชาด&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลนาสะไมย์&amp;nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;แก่เกษตรกรที่ร่วมโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ที่ได้รับมอบไก่ไข่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พร้อมอาหารสัตว์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการลงพื้นที่พบเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่าไก่ที่เลี้ยงเริ่มออกไข่เริ่มให้ผลผลิต&amp;nbsp;ได้ไข่เป็นอาหารในครัวเรือนและขายเป็นรายได้เสริม&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้การทำการเกษตรแบบผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;704&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนไก่ไข่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,512&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็ดไข่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;376&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;472&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และเป็ดเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;260&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111131007438</Link_News></row>
<row _id="85"><NewsTitle>เกษตรยะลา  ติดตามผลการดำเนินงาน"ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง" กลุ่มยุวเกษตรกร  โรงเรียนต้นแบบ บ้านบูเกะจือฆาอ.รามัน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไหมอุมา&amp;nbsp;บัวแก้ว&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวศศิภา&amp;nbsp;แก้วศรีสุข&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการนางสาวอพิชญา&amp;nbsp;พหรมแก้ว&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;และนางสาวนูยูดา&amp;nbsp;นิเลาะ&amp;nbsp;เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรามัน&amp;nbsp;ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านบูเกะจือฆา&amp;nbsp;ตำบลวังพญา&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ติดตามผลการดำเนินงานกลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;กิจกรรมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนต้นแบบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จัดทำแผนความต้องการโครงการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าและบริการประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านทำปลาส้มบ้านป่าบอน&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลท่าธง&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111132128447</Link_News></row>
<row _id="86"><NewsTitle>สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พร้อมเร่งสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมให้กับประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ช่วงปลายฤดูหนาวของทุกปี&amp;nbsp;จะเกิดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&amp;nbsp;ตั้งคณะทำงานเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;ปรับปรุงข้อมูลพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบถึงระดับอำเภอ&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;และหมู่บ้านให้เป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอใช้กลไกตามกฎหมาย&amp;nbsp;โดยในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก&amp;nbsp;ให้ประสานหน่วยงานที่มีอากาศยานสนับสนุนการปฏิบัติ&amp;nbsp;รวมทั้งประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;จัดพื้นที่และระบบบริการประชาชนในพื้นที่ปลอดภัยหรือห้องปลอดฝุ่น&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เร่งสร้างการรับรูประชาชนเข้าใจสถานการณ์และตระหนักถึงผลกระทบจากการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;รวมถึงบทลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;หากประชาชนพบเห็นสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;สามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1567&amp;nbsp;หรือสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;สัตว์ป่า&amp;nbsp;และพันธุ์พืช&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1362&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111190738720</Link_News></row>
<row _id="87"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ให้ความมั่นใจพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยืนยันรัฐบาลช่วยเหลือเต็มที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ยืนยันดูแลเกษตรกรทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยเร่งให้กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;หารือวิเคราะห์แนวโน้มราคาพืชผลทางการเกษตร&amp;nbsp;หามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้เหมาะสม&amp;nbsp;เป้าหมายสำคัญคือ&amp;nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์&amp;nbsp;รัฐบาลสามารถลดภาระด้านงบประมาณและใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ทั้งนี้การดำเนินงานของรัฐบาลที่ได้มีมาตรการประกันราคาสินค้าเกษตร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ปาล์ม&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;โดยในรอบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ที่วาระการขออนุมัติผ่านคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;เห็นชอบงบประมาณ&amp;nbsp;อุดหนุนประกันรายได้&amp;nbsp;จ่ายส่วนต่างราคาสินค้าเกษตร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;รวมยอด&amp;nbsp;276,193&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ทำการลงพื้นที่เข้าสำรวจและดูแลเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อวางแผนตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ครอบคลุมทั้งการผลิต&amp;nbsp;การจัดจำหน่ายและการตลาดในประเทศและการตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111191740729</Link_News></row>
<row _id="88"><NewsTitle>ม.ราชภัฏยะลา จับมือ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นราธิวาส เปิดเส้นทางแห่งหม่อนไหม ไม้แก่นโมเดล เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างรายได้แก่เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สมบัติ&amp;nbsp;โยธาทิพย์&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเส้นทางแห่งหม่อนไหม&amp;nbsp;ไม้แก่นโมเดล&amp;nbsp;โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พันโท&amp;nbsp;สมร&amp;nbsp;เอี้ยวงศ์&amp;nbsp;รองหัวหน้าคณะทำงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;คณะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อาจารย์&amp;nbsp;ดร.นิรันดิ์เกียรติ&amp;nbsp;ลิ่วคุณูปการ&amp;nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิชาภัทรชย์&amp;nbsp;รวิชาติ&amp;nbsp;คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;บุคลากร&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และสมาชิกกลุ่มทอผ้าบ้านไม้แก่น&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.พัชรินทร์&amp;nbsp;โพธิ์ทอง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯนราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;บ้านไม้แก่น&amp;nbsp;อำเภอไม้แก่น&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เส้นทางแห่งหม่อนไหม&amp;nbsp;ไม้แก่นโมเดล&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;เป็นการดำเนินงานร่วมกันแบบบูรณาการ&amp;nbsp;ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กับศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ทักษะในการบริหารจัดการแปลงหม่อน&amp;nbsp;อีกทั้งพัฒนาทักษะในการเลี้ยงไหม&amp;nbsp;เป็นเรียนรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;และเพื่อสร้างรายได้และพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;ในการดำเนินงานกิจกรรมเส้นทางแห่งหม่อนไหม&amp;nbsp;ไม้แก่นโมเดล&amp;nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์จากฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถบ้านไม้แก่น&amp;nbsp;ตั้งอยู่หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลไม้แก่น&amp;nbsp;อำเภอไม้แก่น&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ในการสนับสนุนพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;โดยสนับสนุนพันธุ์หม่อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพื่อปลูกเป็นอาหารไหม&amp;nbsp;ดำเนินการโดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;รวมถึงสนับสนุนไข่ไหม&amp;nbsp;และให้ความรู้ด้านการเลี้ยงไหม&amp;nbsp;การสาวไหม&amp;nbsp;การฟอกกาว&amp;nbsp;และการย้อมสีเส้นไหม&amp;nbsp;โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;และการแปรรูปและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไหม&amp;nbsp;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111161912591</Link_News></row>
<row _id="89"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ แจ้งเตือนไข้หวัดนกระบาดในประเทศญี่ปุ่น แต่ประเทศไทยยังไม่พบรายงาน </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากรายงานของกระทรวงเกษตรญี่ปุ่นวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤศจิกายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;แถลงยืนยันผ่านเว็บไซต์พบไข้หวัดนกชนิดก่อโรครุนแรง&amp;nbsp;เป็นครั้งแรกในฤดูหนาวปีนี้&amp;nbsp;ในฟาร์มสัตว์ปีกในเมืองโยโกเตะ&amp;nbsp;จังหวัดอากิตะ&amp;nbsp;และได้ทำลายไก่ไข่ไปแล้วกว่า&amp;nbsp;143,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พร้อมทั้งยืนยันการพบไข้หวัดนกรอบนี้ยังไม่ระบาดสู่คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้งองค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในต่างประเทศทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;พบว่ามีการระบาดมากถึง&amp;nbsp;4,122&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รวมถึงพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ประเทศเวียดนาม&amp;nbsp;กัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&amp;nbsp;พบในสายพันธุ์&amp;nbsp;H5N1&amp;nbsp;H5N6&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;H5N8&amp;nbsp;ประกอบกับประเทศไทยเข้าสู่การเปลี่ยนฤดูกาล&amp;nbsp;จากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้สัตว์ปีกเกิดความเครียด&amp;nbsp;ระดับภูมิคุ้มกันต่ำมีโอกาสเกิดโรคระบาดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;แม้ว่าประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่กรมปศุสัตว์ก็ยังคงเตรียมความพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยได้สั่งการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่ตามแนวชายแดน&amp;nbsp;พื้นที่นกอพยพ&amp;nbsp;พื้นที่นกวางไข่&amp;nbsp;พื้นที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่น&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีกภายในประเทศ&amp;nbsp;ชะลอการนำเข้าสัตว์และซากสัตว์ปีกจากประเทศที่เกิดโรคไข้หวัดนก&amp;nbsp;ส่วนสัตว์ปีกเลี้ยงในระบบฟาร์มให้เข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด&amp;nbsp;ตลอดจนผลักดันระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกให้เข้าระบบมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;สัตว์ป่า&amp;nbsp;และพันธุ์พืช&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&amp;nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111190444715</Link_News></row>
<row _id="90"><NewsTitle>ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินประกันรายได้ข้าว ปี 64/65  รอบที่ 1</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยกำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ราคาความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ยกเว้นข้าวเจ้า&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยชดเชยเป็นจำนวนตันในแต่ละชนิดข้าว&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จ่ายชดเชย&amp;nbsp;4,135.77&amp;nbsp;บาทต่อตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จ่ายชดเชย&amp;nbsp;3,592.25&amp;nbsp;บาทต่อตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;11,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จ่ายชดเชย&amp;nbsp;1,052.13&amp;nbsp;บาทต่อตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ครัวเรือนละ&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จ่ายชดเชย&amp;nbsp;4,337.47&amp;nbsp;บาทต่อตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จ่ายชดเชย&amp;nbsp;1,934.62&amp;nbsp;บาทต่อตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงการดังกล่าวใช้วงเงิน&amp;nbsp;13,604&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า&amp;nbsp;4.68&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(รอบที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยกเว้นภาคใต้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111210940766</Link_News></row>
<row _id="91"><NewsTitle>อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ รวมพลคนขับเคลื่อนกระตุ้นการสร้าง อาหารปลอดภัย สู่มือผู้บริโภค อำเภอปราสาท ครั้งที่ 1 ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการ สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.ค.64&amp;nbsp;ที่หอประชุมอำเภอปราสาท&amp;nbsp;ตำบลกังแอน&amp;nbsp;อ.ปราสาท&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;นายเสริมศักดิ์&amp;nbsp;สีสันต์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมเชื่อมโยงอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;และพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;การขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;สุรินทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เชิงปฏิบัติการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;เชื่อมโยงอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;โรงพยาบาล&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนายประภาส&amp;nbsp;ศรีจันทร์เวียง&amp;nbsp;นายอำเภอปราสาท&amp;nbsp;นำเครือข่ายกล่าวคำประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp;ในการร่วมกันขับเคลื่อนสนับสนุนโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ในพื้นที่ให้บรรลุเป้าหมายเป็นรูปธรรมเพื่อความ&amp;nbsp;รุ่งเรือง&amp;nbsp;รื่นรมย์&amp;nbsp;ร่ำรวย&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาจังหวัดของนายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ที่ได้ตั้งเป้าหมายของโครงการไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยอำเภอปราสาทได้สร้างการขับเคลื่อน&amp;nbsp;โดยใช้กิจกรรมการเชื่อมโยงอาหารปลอดภัยมากระตุ้นการสร้างแรงขับเคลื่อน&amp;nbsp;เริ่มจากกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ไปสู่โรงเรียน&amp;nbsp;โรงพยาบาล&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;และร้านอาหาร&amp;nbsp;ให้เกิดเป็นเครือข่ายร่วมมือกันผลักดันสู่เป้าหมายตามเจตนารมณ์ของโครงการฯ&amp;nbsp;ซึ่งในกิจกรรมนอกจากมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือแล้ว&amp;nbsp;ยังมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ&amp;nbsp;ทางเลือก&amp;nbsp;สู่ทางรอด&amp;nbsp;ส่งอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;สู่มือผู้บริโภค&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยภาครัฐ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;โรงพยาบาล&amp;nbsp;เกษตรอำเภอ&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;เครือข่ายโรงเรียน&amp;nbsp;เครือข่ายเกษตรกร&amp;nbsp;รวมทั้งภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;นำเสนอแลกเปลี่ยนแนวคิดและความร่วมมือ&amp;nbsp;การแสดงผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป&amp;nbsp;นิทรรศการด้านองค์ความรู้สู่อาหารปลอดภัยจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอีกด้วยง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111173112646</Link_News></row>
<row _id="92"><NewsTitle>กอ.รมน.จังหวัดนนทบุรีมอบวัสดุอุปกรณ์ เชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพ แผ่นพับประชาสัมพันธ์องค์ความรู้เรื่องโรคระบาดลัมปี-สกิน ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และการใช้เชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพ ในการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พ.ย.64&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.อ.บำรุง&amp;nbsp;วิชาธร&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.กอ.รมน.จังหวัดนนทบุรีพร้อมคณะนายทหารมอบวัสดุอุปกรณ์&amp;nbsp;เชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพ&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;แกลลอน,&amp;nbsp;ถังฉีดพ่นแบบมีก้านหัวฉีด&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;พร้อมทั้งแผ่นพับประชาสัมพันธ์องค์ความรู้เรื่องโรคระบาดลัมปี-สกิน&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และการใช้เชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพ&amp;nbsp;ในการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี,&amp;nbsp;ฟาร์มแพะ&amp;nbsp;อามีลีนฟาร์ม&amp;nbsp;อ.บางบัวทอง,&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้&amp;nbsp;นายยวง&amp;nbsp;เขียวนิล&amp;nbsp;(ปราชญ์ศรียวง)&amp;nbsp;และศูนย์การเรียนรู้&amp;nbsp;นายธรรมรัตน์&amp;nbsp;หรั่งช้าง&amp;nbsp;(ผู้ใหญ่หมู)&amp;nbsp;อ.ไทรน้อย&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการดำเนินการเชิงรุกในการ&amp;nbsp;ป้องกันโรคระบาดลัมปี-สกิน&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยง&amp;nbsp;โค-กระบือ&amp;nbsp;แพะและสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111184324698</Link_News></row>
<row _id="93"><NewsTitle>จังหวัดหนองบัวลำภู มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พื้นที่อำเภอโนนสัง  3,000 ก้อน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ที่เทศบาลตำบลโนนสัง&amp;nbsp;อำเภอโนนสัง&amp;nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;นางศิวพร&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;เป็นประธานมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานและเวชภัณฑ์ด้านการปศุสัตว์&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&amp;nbsp;กรณีปริมาณน้ำเอ่อล้นเขื่อนอุบลรัตน์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;แสนอินทร์&amp;nbsp;นายอำเภอโนนสัง&amp;nbsp;ดร.วุฒิพงษ์&amp;nbsp;ศิริสถิตย์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;และปศุสัตว์จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;ร่วมในพิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์เอ่อล้น&amp;nbsp;ส่งผลให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ด้านการเกษตรและปศุสัตว์&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.โนนสัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;43&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;มีผู้ประสบภัย&amp;nbsp;716&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม&amp;nbsp;2,334&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ปลุกข้าว&amp;nbsp;2,320&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่การเกษตรซึ่งเป็นพื้นที่เช่าจากการไฟฟ้า&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;42&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;มีผู้ประสบภัย&amp;nbsp;928&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;9,089&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีพื้นในการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;ได้รับหญ้า&amp;nbsp;"&amp;nbsp;หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&amp;nbsp;"&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ก้อน&amp;nbsp;โดยในวันนี้ได้มอบหญ้าพระราชทานและเวชภัณฑ์ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ตำบลโนนสัง&amp;nbsp;และพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลโนนเมือง&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลหนองเรือ&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลบ้านค้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;92&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;592&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แยกเป็นโค&amp;nbsp;585&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;นำไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และยารักษาโรค&amp;nbsp;แก่&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;เสียหาย&amp;nbsp;จากอุทกภัย&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;สร้างความซาบซึ้ง&amp;nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองบัวลำภู</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111183032687</Link_News></row>
<row _id="94"><NewsTitle>ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ออกประชาสัมพันธ์การตากข้าวเปลือกบนพื้นผิวจราจร แนะนำติดตั้งสัญญาณ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ต้องไม่กีดขวางการจราจรโดยให้รถวิ่งสัญจรได้สะดวก และให้มีคนเฝ้า ป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสขโมยข้าวเปลือก</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.เมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;พร้อมด้วยตำรวจชุมชนสัมพันธ์&amp;nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจตราตามพื้นที่หมู่บ้านและตำบลที่เกษตรกรนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้วขึ้นมาตากไว้ตามริมถนน&amp;nbsp;และพื้นที่โล่งในหมู่บ้านเพื่อลดความชื้นก่อนจะนำไปขาย&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ติดตั้งสัญญาณเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;ต้องไม่กีดขวางการจราจรโดยให้รถวิ่งสัญจรได้สะดวก&amp;nbsp;และให้มีคนเฝ้า&amp;nbsp;เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักทรัพย์ผลผลิตข้าวเปลือกในฤดูเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ถึงแม้จะยังไม่มีรายงานการก่อเหตุลักขโมยข้าวในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;แต่เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่เกษตรกรที่ไปเฝ้าข้าวเปลือกในอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111190912724</Link_News></row>
<row _id="95"><NewsTitle>ป.ป.ช. TaC Team ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และให้คำแนะนำ โครงการ โคก หนอง นา ที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ป.ป.ช.&amp;nbsp;TaC&amp;nbsp;Team&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;และให้คำแนะนำ&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อ.พังโคน&amp;nbsp;จ.สกลนคร&amp;nbsp;ย้ำดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ด้วยความโปร่งใส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(11&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;รองศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.มาณี&amp;nbsp;ไชยธีรานุวัฒศิริ&amp;nbsp;ที่ปรึกษาประธานกรรมการ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายธีรัตน์&amp;nbsp;บางเพชร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ประจำจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;เครือข่ายภาคประชาชน&amp;nbsp;STRONG&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;TaC&amp;nbsp;Team&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำ&amp;nbsp;เกี่ยวกับ&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลไฮหย่อง&amp;nbsp;อำเภอพังโคน&amp;nbsp;จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;ซึ่งได้รับอนุมติงบประมาณให้ดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;53&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขนาดพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;และขนาดพื้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อีกจำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมาน&amp;nbsp;พั่วโพธิ์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;นำผู้เข้าร่วมโครงการร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดย&amp;nbsp;รองศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.มาณี&amp;nbsp;ไชยธีรานุวัฒศิริ&amp;nbsp;ที่ปรึกษาประธานกรรมการ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้การดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;เป็นไปด้วยความโปร่งใส&amp;nbsp;ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน&amp;nbsp;พร้อมแนะนำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ให้ดำเนินงานตามระเบียบอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายธีรัตน์&amp;nbsp;บางเพชร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ประจำจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ได้ลงมาดูพื้นที่โครงการ&amp;nbsp;โดยร่วมกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้ามาให้ความรู้อย่างรอบด้าน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดซื้อที่ถูกต้องตรงตามสัญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรื่องการเขียนแผนงาน&amp;nbsp;รูปแบบพื้นที่&amp;nbsp;ปริมาตรการขุดสระ&amp;nbsp;การซื้อพันธุ์สัตว์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งติดตามว่าการดำเนินงานที่ผ่านมามีปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;อย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดสกลนครพบปัญหาน้อยมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีประชาชนสนใจร่วมโครงการจำนวนมาก&amp;nbsp;แต่การยื่นเอกสารไม่ทันตามกำหนด&amp;nbsp;ทำให้เสียโอกาสในการร่วมโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรื่องการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับแปลงของนางสาว&amp;nbsp;ขนิษฐา&amp;nbsp;จิตรเจริญ&amp;nbsp;บ้านเชียงแสน&amp;nbsp;ต.ไฮหย่อง&amp;nbsp;อ.พังโคน&amp;nbsp;จ.สกลนคร&amp;nbsp;ได้ทำหลักกสิกรรมธรรมชาติ&amp;nbsp;มีการสาธิตการทำก้อนเห็ดฟาง&amp;nbsp;การทำน้ำหมัก&amp;nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;และได้นำมูลของสัตว์มาทำปุ๋ยหมุนเวียนในพื้นที่&amp;nbsp;ทำเกษตรอินทรีย์แบบปลอดสารพิษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน&amp;nbsp;โดยการจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;นอกจากนี้ทาง&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;ก็ได้จัดหาช่องทางในการจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สกลนคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111200320731</Link_News></row>
<row _id="96"><NewsTitle>เกษตรแม่ฮ่องสอน ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายพยุงศักดิ์&amp;nbsp;สิทธิลภ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานในการจัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับจังหวัด&amp;nbsp;(Provincial&amp;nbsp;Workshop&amp;nbsp;:&amp;nbsp;PW)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และรายละเอียดการโครงการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนงานโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย&amp;nbsp;เกษตรอำเภอ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมการสัมมนาฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และผ่านระบบการประชุมออนไลน์&amp;nbsp;Zoom&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-11T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111225655799</Link_News></row>
<row _id="97"><NewsTitle>รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่น่าน พบปะเกษตรกร มอบนโยบายพืชกระท่อมสู่เศรษฐกิจชุมชน ต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;มอบนโยบายพืชกระท่อมสู่เศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;ต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายนิวัฒน์&amp;nbsp;งามธุระ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&amp;nbsp;พลตำรวจโท&amp;nbsp;ปิยะ&amp;nbsp;ต๊ะวิชัย&amp;nbsp;ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;นายวิชัย&amp;nbsp;ไชยมงคล&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ป.ป.ส.&amp;nbsp;นายคุณดร&amp;nbsp;งามธุระ&amp;nbsp;คณะที่ปรึกษา&amp;nbsp;รมว.ยุติธรรม&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;700&amp;nbsp;คนร่วมงาน&amp;nbsp;โดยมีมาตรการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ทุกคนก่อนเข้างานเพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาดโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมโรงเรียนปัว&amp;nbsp;อำเภอปัวจังหวัดน่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำร้อง&amp;nbsp;ฟ้องคดี&amp;nbsp;ต่อสู้คดี&amp;nbsp;และบังคับคดี&amp;nbsp;สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมได้ที่ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข&amp;nbsp;หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;หากใครถูกกระทำ&amp;nbsp;ไม่ใช่ฝ่ายผิด&amp;nbsp;เรามีเงินช่วยเหลือทั้งกรณีเสียชีวิตและบาดเจ็บ&amp;nbsp;นอกจากนี้เราออกกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่มีผลบังคับใช้วันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;เมื่อก่อนคนค้ายาถูกจับก็ติดคุก&amp;nbsp;แต่กฎหมายใหม่จะติดคุกและถูกยึดทรัพย์ย้อนหลัง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และเรามีรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสให้ราชการรู้ในส่วนแบ่งของการยึดทรัพย์&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;ซึ่งจากเป้าหมายที่เราตั้งเป้า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เงินรางวัลก็จะมี&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งปีที่ผ่านมาเรายึดทรัพย์ผู้ค้ายาได้&amp;nbsp;7,300&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แต่กฎหมายเก่ามีเงินรางวัลน้อย&amp;nbsp;และสำหรับคนที่เป็นหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)&amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมจะช่วยไกล่เกลี่ย&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;จะทำข้อตกลงระหว่าง&amp;nbsp;กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกับ&amp;nbsp;กยศ.&amp;nbsp;ที่ผ่านมาครู&amp;nbsp;อาจารย์ของเราไปค้ำให้นักเรียนนักศึกษา&amp;nbsp;จนมีปัญหาถูกฟ้องร้อง&amp;nbsp;คนค้ำประกันปวดหัว&amp;nbsp;เราจะช่วยไกล่เกลี่ยให้&amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมจะเป็นเจ้าภาพในการช่วยไกล่เกลี่ย&amp;nbsp;และกรมบังคับคดีจะช่วยในการให้คำปรึกษาในส่วนของผู้ที่ถูกฟ้องดำเนินคดี&amp;nbsp;และแก้ไขกฎหมายให้พืชกระท่อมถูกกฎหมาย&amp;nbsp;ซึ่งก่อนที่จะมีการปลดล็อกกระท่อมให้ถูกกฎหมาย&amp;nbsp;ป.ป.ส.&amp;nbsp;ได้ช่วยร่างกฎหมายจนปลดล็อกได้สำเร็จ&amp;nbsp;ให้พืชกระท่อมสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ยารักษาโรค&amp;nbsp;อาหารเสริม&amp;nbsp;เวชสำอางค์&amp;nbsp;ซึ่งมีมูลค่ารวมในตลาดมากถึง&amp;nbsp;1,459&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;ดังนั้นการปลูกพืชกระท่อม&amp;nbsp;หากแห่กันปลูกเหมือนพืชอื่นๆ&amp;nbsp;จะทำให้ราคาตกต่ำ&amp;nbsp;จากราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาทอาจจะเหลือแค่&amp;nbsp;20-30&amp;nbsp;บาทเท่านั้น&amp;nbsp;เราไม่อยากให้กระท่อมออกมารูปแบบนี้&amp;nbsp;แต่หากเรามีนวัตกรรมใหม่ๆ&amp;nbsp;มีการสร้างงานวิจัย&amp;nbsp;และอย่างมอร์ฟีนที่ประเทศมหาอำนาจขายกัน&amp;nbsp;กระท่อมมีสารที่ช่วยระงับการปวดได้ดีกว่ามอร์ฟีนหลายเท่า&amp;nbsp;ซึ่งหาเราวิจัยและพัฒนาได้จะเพิ่มมูลค่าของพืช&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสร้างงานวิจัยต่างๆ&amp;nbsp;ออกมาอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ประชาชนสอบถาม&amp;nbsp;ถึงข้อสงสัยต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่การกระทรวงยุติธรรมได้มอบอุปกรณ์กีฬา&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;ผอ.โรงเรียนปัวและคณะนักเรียน&amp;nbsp;มอบกระท่อมพันธุ์ก้านแดงหางกั้ง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ต้นให้กับตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกระท่อม&amp;nbsp;และมอบชุด&amp;nbsp;PPE&amp;nbsp;240&amp;nbsp;ชุดให้กับประธาน&amp;nbsp;อสม.อ.ปัว&amp;nbsp;และได้เดินทางไปปลูกต้นกระท่อมต้นแรกของ&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ต.งอบ&amp;nbsp;อ.ทุ่งช้าง&amp;nbsp;รวมทั้งพบปะพูดคุยกับเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>น่าน</Province><Department>สวท.น่าน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113090831242</Link_News></row>
<row _id="98"><NewsTitle>เกษตรแม่ฮ่องสอน เตือนการระบาดศัตรูพืช โรคขอบใบแห้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;นายพยุงศักดิ์&amp;nbsp;สิทธิลภ&amp;nbsp;หัวหน้างานกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เตือนการระบาดศัตรูพืช&amp;nbsp;ประจำเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โรคขอบใบแห้ง&amp;nbsp;ลักษณะอาการ&amp;nbsp;ข้าในระยะออกรวง&amp;nbsp;ใบที่เป็นโรคจะแห้งและม้วนตามความยาว&amp;nbsp;ในกรณีที่ต้นข้าวมีความอ่อนแอต่อโรคและเชื้อโรคมีปริมาณมาก&amp;nbsp;จะทำให้ท่อน้ำท่ออาหารอุดตัน&amp;nbsp;ต้นข้าวจะเหี่ยวเฉาและแห้งตายทั้งต้นโดยเร็ว&amp;nbsp;เรียกอาการของโรคนี้ว่า&amp;nbsp;ครีเสก&amp;nbsp;(Kresek)&amp;nbsp;เชื้อสาเหตุโรคสามารถแพร่ไปกับน้ำ&amp;nbsp;ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื่นสูงและสภาพที่มีฝนตก&amp;nbsp;ลมพัดแรงจะช่วยให้โรคแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ธีการป้องกันกำจัด&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ใช้พันธุ์ข้าวที่ต้านทาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พันธุ์สุพรรณบุรี&amp;nbsp;60&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;90&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กข&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กข&amp;nbsp;23,&amp;nbsp;ในดินที่อุดมสมบูรณ์ไม่ควรใส่ปุ๋ยในโตรเจนมาก,&amp;nbsp;ไม่ควรระบายน้ำจากแปลงที่เป็นโรคไปสู่แปลงอื่น,&amp;nbsp;สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;และควรเฝ้าระวังการเกิดโรคถ้าปลูกข้าวพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรคนี้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พันธุ์ข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;กข&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เหนียวสันป่าตอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิษณุโลก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชัยนาท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อเริ่มพบอาการของโรคบนใบข้าว&amp;nbsp;ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แบคบิเคียว&amp;nbsp;ไอโซโพรไทโอเลน&amp;nbsp;คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์&amp;nbsp;เสตร็พโตมัยซินซัลเฟต&amp;nbsp;ออกซีเตทตราไซคลินไฮโดรคลอไรด์&amp;nbsp;ไตรเบซิคคอปเปอร์ซัลเฟต&amp;nbsp;ควรพ่นตั้งแต่พบอาการเริ่มแรก&amp;nbsp;อัตราตามฉลากแนะนำ&amp;nbsp;และใช้ชีวผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการเกิดโรค&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;Bacillus&amp;nbsp;&amp;nbsp;amyloliquefaciens,&amp;nbsp;&amp;nbsp;B&amp;nbsp;acillus&amp;nbsp;subtillis&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Pseudomonas&amp;nbsp;&amp;nbsp;flurescens&amp;nbsp;โดยหากพบอาการของโรครุนแรงให้พ่นทุก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;คลุกเมล็ดก่อนปลูก&amp;nbsp;อัตราตามฉลากแนะนำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113141411339</Link_News></row>
<row _id="99"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดระนอง ตรวจราชการติดตามงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พ.ย.64&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.25&amp;nbsp;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอัชฌา&amp;nbsp;สุวรรณนิตย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดระนอง&amp;nbsp;ตรวจราชการติดตามงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และพบปะสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมชมบูธแสดงผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรของสหกรณ์ในจังหวัดระนอง&amp;nbsp;และเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;บ้านห้วยปลิง&amp;nbsp;ตำบลราชกรูด&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระนอง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;ศรีษะเนตร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&amp;nbsp;ดาบตำรวจสมนึก&amp;nbsp;โมราศิลป์&amp;nbsp;เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้พบปะหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;สมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ที่มารอต้อนรับ&amp;nbsp;และได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนา&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;และขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สู่พี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ตามที่นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสินค้าหลักและเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ยังให้ความสำคัญกับส่งเสริมการทำอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการส่งเสริมการผลิตเกษตรที่มีคุณภาพอย่างครบวงจร&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;และปลายน้ำ&amp;nbsp;โดยการส่งเสริมให้เกษตรกร&amp;nbsp;ลด&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;เลิก&amp;nbsp;การใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช&amp;nbsp;ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรในรูปแบบการทำเกษตรที่ดีและเหมาะสม&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่เกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภค&amp;nbsp;การจัดหาตลาดโดยการจัดทำโครงการซูเปอร์มาเก็ตสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดระหว่างขบวนการสหกรณ์&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;เพื่อกระจายผลผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;มีการบูรณาการร่วมกันในการส่งเสริมการผลิตการแปรรูปและการตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกหลานเกษตรกรได้กลับมาอยู่กับครอบครัว&amp;nbsp;ใช้ความรู้ประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมและบริการ&amp;nbsp;รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการพัฒนาอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้มีอาชีพที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เยี่ยมชมบูธแสดงผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรของสหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพในสังกัดสหกรณ์&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วบด&amp;nbsp;กาแฟดริป&amp;nbsp;(แบรนด์&amp;nbsp;84)&amp;nbsp;เมล็ดมะม่วงหิมพานต์&amp;nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์น้ำพริกต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;น้ำพริกกุ้งเสียบ&amp;nbsp;น้ำพริกนรก&amp;nbsp;สินค้าชาใบกระท่อม&amp;nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรกระบุรี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;พร้อมทั้งพบปะผู้แทนเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในจังหวัดระนอง&amp;nbsp;มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดระนอง&amp;nbsp;ได้จัดการประชุมชี้แจงและจัดโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน&amp;nbsp;โครงการสร้างเครือข่ายลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพทางการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้&amp;nbsp;ประสบการณ์&amp;nbsp;และเรียนรู้ร่วมกัน&amp;nbsp;รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายอำมรินท์&amp;nbsp;อุ่ยสุวรรณ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในผู้สมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เดิมตนเองประกอบอาชีพพนักงานบริษัท&amp;nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่ทำการเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ทำการเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;สวนผลไม้แบบอินทรีย์&amp;nbsp;มีการผลิตมังคุดคุณภาพเพื่อการส่งออก&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนจากการใช้เคมีเป็นการทำการเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เน้นผลิตปุ๋ยใช้เองควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;บำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;และเลี้ยงไส้เดือนปล่อยลงดิน&amp;nbsp;ปลูกหญ้าแฝกเพื่อลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน&amp;nbsp;ปัจจุบันได้ปรับพื้นที่บ้านเป็นศูนย์เรียนรู้ต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ฐานเรียนรู้การทำปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;การปลูกพืชแซมในสวนยางพารา&amp;nbsp;การปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;การเสียบยอดทุเรียนและมังคุด&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ได้นำสินค้ามาออกบูธ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชามังคุด&amp;nbsp;ชาดอกกาแฟ&amp;nbsp;ข้าวไร่ดอกขาม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;บ้านห้วยปลิง&amp;nbsp;จังหวัดระนองร่วมกับ&amp;nbsp;ดาบตำรวจสมนึก&amp;nbsp;โมราศิลป์&amp;nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;เจ้าของแปลงเรียนรู้&amp;nbsp;จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;ขึ้นในปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;ศึกษาดูงาน&amp;nbsp;พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ของเกษตรกรด้านการเกษตรของชุมชน&amp;nbsp;และเป็นที่บริการข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;สถานที่ฝึกอบรมด้านการเกษตรของหน่วยงานในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ในประเด็นการเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&amp;nbsp;และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตโดยหารปลูกพืชเสริมรายได้ในสวนน้ำมัน&amp;nbsp;โดยมีฐานการเรียนรู้ที่เป็นจุดเด่น&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;การทำปุ๋ยหมักจากทะลายปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;การปลูกผักเหลียงและขยายพันธุ์ผักเหลียงเป็นพืชเสริมรายได้&amp;nbsp;การปลูกพริกไทยพุ่มในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;การใช้รถไถขนาดเล็กตัดหญ้าและใส่ปุ๋ยในสวนน้ำมัน&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาน้ำจืด&amp;nbsp;และการเลี้ยงผึ้งโพรงในสวนปาล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ระนอง&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ระนอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113145222349</Link_News></row>
<row _id="100"><NewsTitle>รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรบ้านห้วยปลิง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันนี้(13&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดระนองต่อเนื่องเป็นวันที่สอง&amp;nbsp;โดยได้พบปะเกษตรกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรบ้านห้วยปลิง&amp;nbsp;ตำบลราชกรูด&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระนอง&amp;nbsp;ของดาบตำรวจ&amp;nbsp;สมนึก&amp;nbsp;โมราศิลป์&amp;nbsp;พร้อมศึกษาดูงาน&amp;nbsp;เยี่ยมชมฐานเรียนรู้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;กิจกรรมลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;เยี่ยมชมกิจกรรมสหกรณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของจังหวัดระนอง&amp;nbsp;พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง&amp;nbsp;และกิจกรรมบัญชีสหกรณ์ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;มีนายสมเกียรติ&amp;nbsp;ศรีษะเนตร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายคงกฤษ&amp;nbsp;ฉัตรมาลีรัตน์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง&amp;nbsp;ผู้นำทางศาสนาอิสลาม&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;สมาชิกสหกรณ์ร่วมต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาลมีความตระหนักและเข้าใจในปัญหาของพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;จึงมีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ผ่านศูนย์การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสินค้าหลักและเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;โดยมีองค์ประกอบของศูนย์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;แปลงเรียนรู้&amp;nbsp;หลักสูตรการเรียนรู้และฐานการเรียนรู้&amp;nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่หน่วยงานราชการให้การส่งเสริมสนับสนุน&amp;nbsp;ผนวกกับภูมิปัญญาของเกษตรกร&amp;nbsp;นำมาประยุกต์ใช้ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะพื้นที่และสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการทำอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp;จึงได้มีการส่งเสริมการผลิตเกษตรที่มีคุณภาพอย่างครบวงจร&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;และปลายน้ำ&amp;nbsp;โดยการส่งเสริมให้เกษตรกร&amp;nbsp;ลด&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;เลิก&amp;nbsp;การใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช&amp;nbsp;ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปการทำเกษตรที่ดีและเหมาะสม(GAP)&amp;nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่เกษตรกรและผู้บริโภค&amp;nbsp;การยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน&amp;nbsp;สามารถขับเคลื่อนนโยบายจากภาครัฐสู่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพในการรวบรวม&amp;nbsp;จัดเก็บ&amp;nbsp;แปรรูป&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรและแหล่งเงินทุนในพื้นที่&amp;nbsp;การจัดหาตลาด&amp;nbsp;โดยจัดทำโครงการซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดระหว่างขบวนการสหกรณ์&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;เพื่อกระจายผลผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้มีนโยบายให้สตรีรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มเล็ก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;อีกทั้งได้มีโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;เพื่อสานต่ออาชีพเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกหลานเกษตรกรได้กลับมาอยู่กับครอบครัว&amp;nbsp;ใช้ความรู้ประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมและบริการ&amp;nbsp;รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการพัฒนาอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้มีอาชีพที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรกร(ศพก.)บ้านห้วยปลิง&amp;nbsp;มีดาบตำรวจสมนึก&amp;nbsp;โมราศิลป์&amp;nbsp;เกษตรกรดีเด่น&amp;nbsp;สาขาอาชีพทำสวน&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;เป็นประธานศูนย์&amp;nbsp;มีฐานการเรียนรู้ที่เป็นจุดเด่น&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างถูกหลักวิชาการ&amp;nbsp;การทำปุ๋ยหมักจากทลายปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;การปลูกผักเหลียงและขยายพันธุ์ผักเหลียงเป็นพืชรายได้เสริม&amp;nbsp;การปลูกพริกไทยพุ่มในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาน้ำจืด&amp;nbsp;และการเลี้ยงผึ้งโพรงในส่วนปาล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ระนอง</Province><Department>สวท.ระนอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113162126374</Link_News></row>
<row _id="101"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยตรวจสอบร้านขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และประชุมคณะอนุกรรมการทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภิบัติอำเภอด่านซ้าย (ก.ช.ภ.อ.ด่านซ้าย)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการตรวจสอบร้านขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการและประชาสัมพันธ์การต่ออายุใบอนุญาตขายอาหารสัตว์&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ที่บ้านด่านซ้าย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และบ้านเดิ่น&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้นสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามที่คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยภิบัติอำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;(ก.ช.ภ.อ.ด่านซ้าย)&amp;nbsp;ตรวจสอบและกลั่นกรองรายละเอียดข้อมูล&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ประสบภัยด้านพืช&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;คณะกรรมการให้การช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;(โรคระบาดในสัตว์)&amp;nbsp;จากปัญหาโรคพี&amp;nbsp;อาร์&amp;nbsp;อาร์&amp;nbsp;เอส&amp;nbsp;เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นนายบัวลอย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตันตุลา&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;33&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านบุ่งกุ่ม&amp;nbsp;ตำบลนาหอ&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;สุกรตาย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ให้การช่วยเหลือเกษตรไปแล้ว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;7,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(เจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มติที่ประชุม&amp;nbsp;เห็นควรให้การช่วยเหลือเกษตร&amp;nbsp;เพิ่มอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;7,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(เจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนนาหอ&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113181348393</Link_News></row>
<row _id="102"><NewsTitle>ปศุสัตว์เพชรบุรีมอบหญ้าแห้งช่วยเหลือเกษตรกรประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;ปศุสัตว์เพชรบุรีมอบหญ้าแห้งช่วยเหลือเกษตรกรประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีร่วมกับอำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยนางสาวรัชฎาภรณ์&amp;nbsp;อนุญาหงษ์&amp;nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&amp;nbsp;(ผู้แทนนายอำเภอหนองหญ้าปล้อง)&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสมขิ่น&amp;nbsp;หงคงคา&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;กำนันตำบลหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&amp;nbsp;ส่งมอบหญ้าแห้งอัดฟ่อนและถุงยังชีพด้านปศุสัตว์ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำล้นห้วยแม่ประจันต์&amp;nbsp;ทำให้น้ำท่วมคอกโคเนื้อและพื้นที่แปลงหญ้าอาหารสัตว์เสียหายในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวท.เพชรบุรี/13&amp;nbsp;พ.ย.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113204332457</Link_News></row>
<row _id="103"><NewsTitle>ประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง #โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูก?ข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;?ประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81?__eep__=6&amp;amp;__cft__[0]=AZUe5y65DQB5Q5v4egGAo_yVvkmqlYVmaV4V5yDQp-FjSDUOfVxIprdUZ6cAfKP51ekiEdrOGhNHg-J_fHPVy2EfZ3OFnNARISGyJBrr6AdrEBF6t-aLM9AMHE6hU7bGwFPZGVSLPwYRfeQH0hCIHpEfIaNScK1MrFwDQQr-M9071fYzjlj_xomsYZbsI6jlegs&amp;amp;__tn__=*NK-R"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--accent);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;transparent;"&gt;#โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูก&lt;/a&gt;?ข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่อง&amp;nbsp;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไข&amp;nbsp;การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูก?ข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์?&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img&amp;nbsp;src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tba/1.5/16/2705.png"&amp;nbsp;alt="?"&amp;nbsp;height="16"&amp;nbsp;width="16"&gt;&amp;nbsp;ราคาและปริมาณประกันรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูก?ข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์?&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้น?&amp;nbsp;14.5%&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และไม่ซ้ำแปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img&amp;nbsp;src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tba/1.5/16/2705.png"&amp;nbsp;alt="?"&amp;nbsp;height="16"&amp;nbsp;width="16"&gt;&amp;nbsp;การรับสิทธิ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เกษตรกรที่แจ้งปลูกกับกรมส่งเสริ?มการเกษตร?&amp;nbsp;(เกษตรอำเภอ)?&amp;nbsp;ระหว่าง?&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;-?&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พ.ค.?&amp;nbsp;64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img&amp;nbsp;src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tba/1.5/16/2705.png"&amp;nbsp;alt="?"&amp;nbsp;height="16"&amp;nbsp;width="16"&gt;&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เก็บเกี่ยวข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;700&amp;nbsp;กก./ไร่&amp;nbsp;คูณด้วยจำนวนไร่ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้&amp;nbsp;แต่ไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;30?&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img&amp;nbsp;src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t13/1.5/16/1f4e3.png"&amp;nbsp;alt="??"&amp;nbsp;height="16"&amp;nbsp;width="16"&gt;&amp;nbsp;สำหรับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงจะประกาศ&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยจ่ายเงินส่วนต่างครั้งแรกในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤศจิกายน?&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และจ่ายต่อไปทุกวันที่?20&amp;nbsp;ของเดือน&amp;nbsp;รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img&amp;nbsp;src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t5/1.5/16/1f4cc.png"&amp;nbsp;alt="??"&amp;nbsp;height="16"&amp;nbsp;width="16"&gt;&amp;nbsp;สามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐ&amp;nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://chongkho.inbaac.com/?fbclid=IwAR25157rq-2o1LLNKd90fJyvwGGrljXsemBAqqv1coNicMKlO6vbc6quzh4"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--blue-link);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;transparent;"&gt;https://chongkho.inbaac.com/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img&amp;nbsp;src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t5/1.5/16/1f4cc.png"&amp;nbsp;alt="??"&amp;nbsp;height="16"&amp;nbsp;width="16"&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด?เลี้ยง?สัตว์?สามารถตรวจสอบสถานะความเป็นเกษตรกรและสมาชิกครัวเรือนได้ที่&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.farmer.doae.go.th/?fbclid=IwAR35VBSz7vXCTKPVLms-fG-qrHL9K803jJYz3BuTNIbl7U4pn_r2cPrAkdE"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--blue-link);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;transparent;"&gt;http://www.farmer.doae.go.th/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พืชเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211113211439461</Link_News></row>
<row _id="104"><NewsTitle>พาณิชย์ลำปาง เผย หลักเกณฑ์และเงื่อนไข โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 256465 พร้อมเริ่มจ่าย 1 ธ.ค. 64</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไข&amp;nbsp;การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เชื้อแป้ง&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;2.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และไม่ซ้ำแปลง&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถรับสิทธิได้ในช่วงการเก็บเกี่ยวที่ระบุไว้ในทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;และแจ้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;นับจากวันที่เพาะปลูกไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;แต่ไม่เกิน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยเกษตรกร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รับสิทธิได้ไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และไม่ซ้ำแปลง&amp;nbsp;(ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง&amp;nbsp;3,388&amp;nbsp;กก./ไร่&amp;nbsp;คูณด้วยจำนวนไร่ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้&amp;nbsp;แต่ไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัน)&amp;nbsp;สำหรับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงจะประกาศ&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยจ่ายเงินส่วนต่างครั้งแรกในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และจ่ายต่อไปทุกวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของเดือน&amp;nbsp;รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งสามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐ&amp;nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;https://chongkho.inbaac.com&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถตรวจสอบสถานะความเป็นเกษตรกรและสมาชิกครัวเรือนได้ที่&amp;nbsp;http://www.farmer.doae.go.th/&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114080315473</Link_News></row>
<row _id="105"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตือนการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทำให้ต้นข้าวใบเหลือง เติบโตช้า</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เตือนการระบาดศัตรูพืช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล&amp;nbsp;ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย&amp;nbsp;ดูดกินน้ำเลี้ยงจากกาบใบข้าวบริเวณโคนต้นเหนือระดับน้ำเล็กน้อย&amp;nbsp;หรือที่เส้นกลางใบหลังข้าว&amp;nbsp;ทำให้ต้นข้าวใบเหลือง&amp;nbsp;เติบโตช้า&amp;nbsp;ถ้าระบาดรุนแรง&amp;nbsp;ต้นข้าวจะไหม้แห้งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก&amp;nbsp;เรียกว่าฮอพเพอร์เบริ์น&amp;nbsp;hopper&amp;nbsp;burn&amp;nbsp;ทำให้ข้าวแห้งตาย&amp;nbsp;เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถทำลายข้าวได้ทุกระยะ&amp;nbsp;สามารถพัฒนาและปรับตัวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมกับอาหารได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิธีการป้องกันกำจัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฤดูปลูกถัดไปควรปลูกข้าวพันธ์ต้านทานเพลี้ยกระโดสีน้ำตาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กข4&amp;nbsp;กข9&amp;nbsp;กข25&amp;nbsp;กข31&amp;nbsp;(ปทุมธานี&amp;nbsp;80)&amp;nbsp;ฯลฯ,&amp;nbsp;ฤดูปลูก&amp;nbsp;ควรปลูกสลับกันระหว่างพันธุ์ต้านทางสูงกับพันธุ์ต้านทางหรือพันธ์อ่อนแอปานกลาง&amp;nbsp;โดยพิจารณาอายุเก็บเกี่ยวให้ใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;เพื่อลดความเสียหายเมื่อเกิดการระบากรุนแรง,&amp;nbsp;สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง,&amp;nbsp;ในแหล่งที่มีการระบาดและควบคุมระดับน้ำในนาได้&amp;nbsp;หลังปักดำหรือหว่าน&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;จนถึงระยะตั้งท้อง&amp;nbsp;ควบคุมน้ำในแปลงนาให้พอดินเปียก&amp;nbsp;หรือมีน้ำเลียผิวดินนาน&amp;nbsp;7-10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;แล้วปล่อยขังทิ้งไว้ให้แห้งเองสลับกันไป&amp;nbsp;จะช่วยลดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล,&amp;nbsp;ใช้เชื้อราบิวเวเรีย&amp;nbsp;(เชื้อสด)&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;ถุง)&amp;nbsp;ต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ควรพ่นในบริเวณที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและควรพ่นในเวลเย็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114122601579</Link_News></row>
<row _id="106"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมส่งมอบต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;พ.ย.2564)&amp;nbsp;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และส่งมอบต้นพันธุ์สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;สถาบันวิจัยพืชสวน&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;อำเภอสิเกา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จังหวัดตรังได้ขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่สำคัญมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งในเรื่องของเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น&amp;nbsp;ผ่านกลไกตามแผนพัฒนาจังหวัดในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564-2565&amp;nbsp;ได้มุ่งเน้นให้เกษตรกรปลูกพืชอัตลักษณ์ประจำถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิต&amp;nbsp;โดยแปรรูปและสนับสนุนให้ผลผลิตได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&amp;nbsp;ข้าวพันธุ์เบายอดม่วง&amp;nbsp;แตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;และสะตอตรัง&amp;nbsp;นอกจากนั้นได้ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;งานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;และการดำเนินโครงการปลูกพืชสมุนไพร&amp;nbsp;รวมทั้งได้นำกิจกรรมดังกล่าวไปขยายผลรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดตรังมีรายได้เพิ่มขึ้นมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับสะตอพันธุ์ตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.2560&amp;nbsp;ลักษณะเด่นคือ&amp;nbsp;มีทรงพุ่มเตี้ย&amp;nbsp;ให้ผลผลิตเมื่ออายุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทั้งในและนอกฤดูกาล&amp;nbsp;ฝักมีลักษณะตรง&amp;nbsp;ขนาดเมล็ดสม่ำเสมอ&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมล็ดต่อฝึกและมีกลิ่นฉุนน้อย&amp;nbsp;จึงได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดตรังได้ตระหนักถึงความสำคัญและความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;จึงได้ส่งเสริมให้มีการขยายพันธุ์สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ขึ้นให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;และจะได้ผลักดันให้สะตอพันธุ์ตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;โดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114140858654</Link_News></row>
<row _id="107"><NewsTitle>กรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงธนเหนือ ผนึกกำลังปลูกต้นกล้าโกงกางในท่อซีเมนต์ชายทะเลบางขุนเทียน ฟื้นฟูป่าชายเลน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุธาทิพย์&amp;nbsp;สนเอี่ยม&amp;nbsp;รองปลัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;สำนักงานเขต&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เขตธนบุรี&amp;nbsp;คลองสาน&amp;nbsp;จอมทอง&amp;nbsp;บางกอกใหญ่&amp;nbsp;บางกอกน้อยบางพลัด&amp;nbsp;ตลิ่งชัน&amp;nbsp;และทวีวัฒนา&amp;nbsp;จัดกิจกรรมปลูกต้นกล้าโกงกางในท่อซีเมนต์&amp;nbsp;ขน&amp;nbsp;ปัก&amp;nbsp;ปลูก&amp;nbsp;ในแปลงปลูกที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ท่อ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชายทะเลบางขุนเทียน&amp;nbsp;เขตบางขุนเทียน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนต้นโกงกางและพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน&amp;nbsp;ฟื้นฟูป่าชายเลนให้คืนสู่สภาพเดิม&amp;nbsp;ที่มีความสมดุลของระบบนิเวศ&amp;nbsp;เป็นแหล่งอาหารและแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์หลากหลายชนิด&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้ธรรมชาติเชิงนิเวศที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;โดยสำนักงานเขตบางขุนเทียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นกล้าโกงกางในท่อซีเมนต์ไปแล้ว&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ครั้งรวม&amp;nbsp;7,500&amp;nbsp;ท่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมฯ&amp;nbsp;ในวันนี้นับเป็นครั้งที่&amp;nbsp;7&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ&amp;nbsp;ปลูกต้นกล้าลงในท่อซีเมนต์อีกจำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ท่อ&amp;nbsp;ในแปลงปลูกที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;รวมปลูกต้นกล้าลงในท่อซีเมนต์ทั้งสิ้น&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;ท่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114173654726</Link_News></row>
<row _id="108"><NewsTitle>ภูเก็ต รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เฉลิมชัยเยี่ยมชมผลงาน ศพก.เครือข่าย พร้อมพบปะรับฟังปัญหาเกษตรกรก่อนดูเรื่องการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พ.ย.64&amp;nbsp;ที่ศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพ&amp;nbsp;(ศพก.เครือข่าย)&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บ้านป่าครองชีพ&amp;nbsp;ต.เทพกระษัตรี&amp;nbsp;อ.ถลาง&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพพร้อมพบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;โดยศูนย์ฝึกอาชีพดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตพืชตามหลักการเกษตรที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;และเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;(Organic&amp;nbsp;Thailand)&amp;nbsp;การทำการเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;และการนำนวัตกรรม&amp;nbsp;เทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการพัฒนาศูนย์เครือข่ายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรเฉพาะด้านในอำเภอ&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ที่สนับสนุนให้การขับเคลื่อน&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;จากความพร้อมของสถานที่และความรู้ความชำนาญในการผลิตเห็ดและอาศัยหลักการเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;ด้วยการจัดสรรพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ภายในสวนยางพาราอย่างลงตัว&amp;nbsp;มีการปลูกผักเหมียง&amp;nbsp;ไผ่กิมซุงและข่า&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;การเลี้ยงผึ้งร่วมในสวนยางพาราและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.&amp;nbsp;เครือข่าย)&amp;nbsp;ของอำเภอถลาง&amp;nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่เห็ด&amp;nbsp;และยังเป็น&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ที่เป็นแปลงเรียนรู้ในการลดต้นทุน&amp;nbsp;การเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;และการพัฒนาคุณภาพเห็ดของสมาชิกแปลงใหญ่&amp;nbsp;ปัจจุบันได้ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรจนได้รับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;ในพืชผักหลายชนิด&amp;nbsp;และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในการผลิตเห็ดนางฟ้า&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นเห็ดอินทรีย์รายแรกของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และมีการขยายผลไปสู่เกษตรกรทั่วไป&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอถลางและใกล้เคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร&amp;nbsp;มีการพัฒนายกระดับการผลิตให้มีคุณภาพและได้รับมาตรฐานอินทรีย์ในพืชชนิดอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด&amp;nbsp;และเป็นศูนย์เครือข่ายที่มีความพร้อมในทุกด้านทั้งการเกษตรและเทคโนโลยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้ไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรทำสวนป่าคลอก&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ป่าคลอก&amp;nbsp;อ.ถลาง&amp;nbsp;พร้อมพบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มเกษตรกรดังกล่าวได้ดำเนินธุรกิจในการรวบรวมผลิตผล&amp;nbsp;โดยรวบรวมยางแผ่นดิบของสมาชิก&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;เคมีภัณฑ์การเกษตร&amp;nbsp;อุปกรณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่ใช้สำหรับการผลิตข้าวสาร&amp;nbsp;รวมถึงธุรกิจสินเชื่อ&amp;nbsp;และธุรกิจแปรรูปน้ำยางสด&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีตัวแทนเกษตรกรได้ยื่นหนังสือให้ทางรัฐบาลควบคุมราคาสินค้าในส่วนของปัจจัยกดารผลิตที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรทุกชนิดเช่นปุ๋ย&amp;nbsp;เคมีเกษตร&amp;nbsp;อาหารสัตว์&amp;nbsp;น้ำมัน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ต่อมา&amp;nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้ไปติดตามสถานการณ์น้ำในโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ&amp;nbsp;รวมไปถึงขุมน้ำวัดฉลอง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.ฉลอง&amp;nbsp;อ.เมืองจากตัวแทนของกรมชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาและสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำพร้อมกับมอบนโยบายที่สำคัญต่างๆแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์จากไปรับฟังสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;จ.พังงา&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนที่จะใช้ประมาณ80&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ในจังหวัดของเรายังมีแหล่งน้ำไม่ครบมีประมาณ&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ขาดอีกนิดหน่อย&amp;nbsp;แต่ว่าขณะนี้ได้มีการดำเนินการในการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่อย่างอ่างเก็บน้ำคลองกะทะนี้ก็จะมีการเสริมสันโดยใช้ฝายพับได้ซึ่งก็จะได้น้ำอีกสี่แสนลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;และจะมีการพัฒนาขุมเหมืองต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ขุมเหมือง&amp;nbsp;มีการทำแก้มลิงและก็มีการทำระบบส่งน้ำโดยใช้ระบบท่อไปให้ประชาชนและต้องมีการประสานงานกับทุกหน่วยงานในการบริการน้ำให้เพียงพอซึ่งตนยืนยันว่าภูเก็ตมีปริมาณน้ำเพียงพอในการบริการให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน&amp;nbsp;นอกจากนี้จะยังมีการพัฒนาอ่างเก็บน้ำต่างๆ&amp;nbsp;ให้เป็นที่พักผ่อน&amp;nbsp;ออกกำลังการและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114154037688</Link_News></row>
<row _id="109"><NewsTitle>รมช.มนัญญา ลงพื้นที่จังหวัดตรัง มอบต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 สู่เกษตรกรเพื่อเพาะปลูกสร้างรายได้ จากความโดดเด่นของผลผลิตและคุณภาพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ตรวจราชการติดตามงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีส่งมอบต้นพันธุ์สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้&amp;nbsp;และเยี่ยมชมแปลงเพาะพันธุ์สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชมอ่างเก็บน้ำสถานที่ท่องเที่ยวศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;พร้อมทั้งชมบูธแสดงผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรของสหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพในสังกัดสหกรณ์&amp;nbsp;และพบปะเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;ตำบลไม้ฝาด&amp;nbsp;อำเภอสิเกา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้มอบต้นพันธุ์สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ให้กับผู้แทนสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;รวมทั้งมอบใบรับรองแหล่งผลิตพืช&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp;เป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนพืช&amp;nbsp;ด้วยการขยายการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไปยังสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการประกอบอาชีพเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายพันธุ์พืชที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้วิจัยพันธุ์สะตอ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2540&amp;nbsp;และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ด้วยลักษณะประจำพันธุ์ของสะตอพันธุ์ตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่มีความโดดเด่นด้านผลผลิตและคุณภาพ&amp;nbsp;ทำให้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ซึ่งกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;โดยศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;และสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ตรัง&amp;nbsp;จัดทำโครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพืช&amp;nbsp;ด้วยการขยายการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไปยังสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;และกลุ่มผลิตสะตอช่อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;มีสมาชิกรวมทั้งหมด&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้พบปะผู้แทนเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตรในพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และสหกรณ์การเกษตรสมัครเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114154815692</Link_News></row>
<row _id="110"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เตรียมแผนเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำและความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลฉลอง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปาในเขตอำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้นได้รับฟังปัญหาจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ขุมน้ำวัดฉลอง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลฉลอง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;จากการประเมินการเจริญเติบโตของจังหวัดภูเก็ตจากการเปิดเมืองและการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;จะต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนที่จะใช้ประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้แหล่งน้ำทั้งหมดในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ยังมีไม่ครบ&amp;nbsp;มีประมาณ&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;แต่ขณะนี้ได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่&amp;nbsp;อย่างอ่างเก็บน้ำคลองกะทะแห่งนี้จะมีการเสริมสันโดยใช้ฝายพับได้&amp;nbsp;ซึ่งจะได้น้ำอีกประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แสน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;มีการขยายเหมืองต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีอยู่ประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กว่าแห่ง&amp;nbsp;มีการทำแก้มลิง&amp;nbsp;มีการทำระบบส่งน้ำโดยใช้ระบบท่อไปให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีการประสานงานกับทางจังหวัด&amp;nbsp;การประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าฝนให้ใช้น้ำจากฝนธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนในหน้าแล้งให้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำที่กรมชลประทานดำเนินการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอให้ความมั่นใจได้ว่ากรมชลประทานจะดำเนินการให้น้ำเพียงพอกับคนภูเก็ตทั้งหมด&amp;nbsp;พร้อมกับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเข้ามา&amp;nbsp;และนอกจากการพัฒนาในเรื่องแหล่งน้ำแล้ว&amp;nbsp;ควรจะมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ&amp;nbsp;แก่พี่น้องประชาชนด้วย&amp;nbsp;ทั้งในเรื่องการออกกำลังกาย&amp;nbsp;สันทนาการ&amp;nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวที่มาดูความสวยงามและความสะดวกสบายจากการมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งจะประสานกับการปกครองส่วนท้องถิ่นและเทศบาล&amp;nbsp;ในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp;ทั้งในเรื่องของเส้นทางและห้องน้ำ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวสบายใจว่าคนที่มาท่องเที่ยวจะมีสาธารณูปโภครองรับ&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114172851714</Link_News></row>
<row _id="111"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ดันสะตอตรัง 1 ของดีภาคใต้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกระจายพันธุ์สู่สหกรณ์ เพิ่มการผลิต สร้างรายได้ </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีส่งมอบต้นพันธ์ุสะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้วิจัยพันธุ์สะตอตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2540&amp;nbsp;และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรในชื่อ&amp;nbsp;สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;มีความโดดเด่นด้านผลผลิตและคุณภาพ&amp;nbsp;ทำให้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีการลงชื่อเพื่อขอรับต้นสะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จากกิจกรรมผลิตพันธุ์พืชและปัจจัยการผลิตของศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;75,000&amp;nbsp;ต้นขณะที่ปริมาณการผลิต&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ต้นต่อปี&amp;nbsp;ทำให้ไม่เพียงพอกับความ&amp;nbsp;ต้องการซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;โดยศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ร่วมบูรณาการกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;และสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ตรัง&amp;nbsp;จัดทำโครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพันธุ์พืช&amp;nbsp;ด้วยการขยายการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไปยังสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;และกลุ่มผลิตสะตอช่อง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;มีสมาชิกรวมทั้งหมด&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2565-2566&amp;nbsp;มีแผนการผลิตต้นพันธุ์&amp;nbsp;สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;35,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้สมาชิกเครือข่ายเป็นเงิน&amp;nbsp;1,750,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีแปลงแม่พันธุ์&amp;nbsp;สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ไร่จำนวน&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;สำหรับใช้เป็นต้นพันธุ์ในการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้มอบนโยบายโดยส่งเสริมให้ศูนย์วิจัยพืชสวนตรังแห่งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ&amp;nbsp;เนื่องจากมีความหลากหลายในพื้นที่&amp;nbsp;อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรให้มีความโดดเด่นในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp;และแต่ละภาค&amp;nbsp;ซึ่งสะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีชื่อเสียง&amp;nbsp;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;เป็นสินค้าเด่นของภาคใต้ที่ใครมาก็ต้องนึกถึง&amp;nbsp;จึงอยากส่งเสริมให้เกษตรกรที่ว่างจากการปลูกปาล์มหรือพืชหลัก&amp;nbsp;หันมาปลูกสะตอตรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรได้รับรองแหล่งผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;โดยบูรณาการการทำงานระหว่างกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรในการทำเอกสารขอรับรอง&amp;nbsp;gap&amp;nbsp;ลดความยุ่งยากและติดขัดในเรื่องขั้นตอน&amp;nbsp;เพื่อยกระดับสินค้าให้มีโอกาสแข่งขันได้ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114173121717</Link_News></row>
<row _id="112"><NewsTitle>รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลงาน ศพก.เครือข่าย ศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพและกลุ่มเกษตรกรทำสวนป่าคลอก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพ&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์ฝึกอาชีพเพาะเห็ดบ้านป่าครองชีพ&amp;nbsp;ถือเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตพืชตามหลักการเกษตรที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;และเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;(Organic&amp;nbsp;Thailand)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยเป็นการทำการเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์เครือข่ายแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรเฉพาะด้านในอำเภอถลาง&amp;nbsp;และความชำนาญในการผลิตเห็ดโดยอาศัยหลักการเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;ด้วยการจัดสรรพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ภายในสวนยางพาราอย่างลงตัว&amp;nbsp;และแปลงเรียนรู้ในการลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;เป็นเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ที่ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรจนได้รับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;ในพืชผักหลายชนิด&amp;nbsp;และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในการผลิตเห็ดนางฟ้า&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นเห็ดอินทรีย์รายแรกของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และมีการขยายผลไปสู่เกษตรกรทั่วไป&amp;nbsp;ทั้งในและนอกพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรทำสวนป่าคลอก&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลป่าคลอก&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจในการรวบรวมผลิตผล&amp;nbsp;โดยรวบรวมยางแผ่นดิบของสมาชิก&amp;nbsp;และการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;เคมีภัณฑ์การเกษตร&amp;nbsp;อุปกรณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่ใช้สำหรับการผลิตข้าวสาร&amp;nbsp;รวมถึงธุรกิจสินเชื่อ&amp;nbsp;และธุรกิจแปรรูปน้ำยางสด&amp;nbsp;และในโอกาสนี้&amp;nbsp;ได้มีตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;ยื่นหนังสือไปยังรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อขอให้มีการควบคุมราคาสินค้าในส่วนของปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรทุกชนิด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;เคมีเกษตร&amp;nbsp;อาหารสัตว์&amp;nbsp;น้ำมัน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114170840711</Link_News></row>
<row _id="113"><NewsTitle>การคำนวนเงินประกัน?รายได้?เกษตรกร?ผู้?ปลูก?ข้าว? ปี? 2564?/65?</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;การคำนวนเงินประกัน?รายได้?เกษตรกร?ผู้?ปลูก?ข้าว?&amp;nbsp;ปี?&amp;nbsp;2564?/65?&amp;nbsp;งวดที่?&amp;nbsp;5&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(&amp;nbsp;จากการประกาศหลักเกณฑ์?&amp;nbsp;ทั้งการผลผลิต?ต่อ?ไร่?&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ราคาที่ประกัน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;?)?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พืชเศรษฐกิจ?ไทยสามารถสรุปเงินที่จะได้รับ?&amp;nbsp;-?&amp;nbsp;ดังตาราง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตัวอย่าง?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แจ้งปลูกข้าว?หอมมะลิ(นอกพื้นที่)?&amp;nbsp;จ.พิจิตร?&amp;nbsp;จำนวน?&amp;nbsp;26?&amp;nbsp;ไร่?&amp;nbsp;เก็บเกี่ยว?วันที่?&amp;nbsp;9?&amp;nbsp;พฤศจิกายน?&amp;nbsp;2564?&amp;nbsp;(จะได้รับงวดที่?&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เนื่องจาก?เก็บเกี่ยว?ระหว่าง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เงินที่จะได้รับ?&amp;nbsp;=&amp;nbsp;1,622.31&amp;nbsp;x&amp;nbsp;26&amp;nbsp;=&amp;nbsp;42,180.32&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนึ่ง?&amp;nbsp;การคำนวนนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ปลูก?ข้าวชนิดเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114191724784</Link_News></row>
<row _id="114"><NewsTitle>ศรีสะเกษ เดินหน้าพัฒนาสินค้าเกษตรครบวงจร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;จังหวัดศรีสะเกษ-โดย&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ลงพื้นตรวจติดตามการขับเคลื่อนวาระจังหวัดเน้นเกษตรบูรณาการแบบครบวงจร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ลงพื้นตรวจติดตามการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;เกษตรบูรณาการ&amp;nbsp;ในการพัฒนาสินค้าข้าวแบบครบวงจร&amp;nbsp;โดยกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลผักไหม&amp;nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&amp;nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปการทำงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพข้าว&amp;nbsp;การแปรรูปเมล็ดพันธ์ุ&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ระบบชลประทาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เยี่ยมชมเกษตรผสมผสานของเกษตรกรในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ&amp;nbsp;การทำปศุสัตว์&amp;nbsp;การผลิตพืชเป็นอาหารสัตว์&amp;nbsp;การเลี้ยงปลา&amp;nbsp;การปลูกพืชผักทำปุ๋ย&amp;nbsp;การเตรียมปลูกพืชหลังนา&amp;nbsp;การใช้โดรนพ่นปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพในแปลงนาข้าวที่เกี่ยวแล้ว&amp;nbsp;และการไถ่กลบตอซังข้าวเพื่อเตรียมปลูกพืชหลังนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มอบหมายสำนักงานเกษตรจังหวัดส่งเสริมการเป็นพื้นที่ต้นแบบข้าวครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อยกระดับข้าวในจังหวัดศรีสะเกษให้มีมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายบุญมี&amp;nbsp;สุระโคตร&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา/ประธานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับประเทศ&amp;nbsp;นายวิชัย&amp;nbsp;ศรีโพธิ์งาม&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนพัฒนาการจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;ผอ.โครงการชลประทานศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;ผอ.ทสจ.&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัด&amp;nbsp;นายไพฑูรย์&amp;nbsp;ฝางคำ&amp;nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ข้าวประชารัฐ&amp;nbsp;ตำบลผักไหม&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านสิงไคร&amp;nbsp;ตำบลผักไหม&amp;nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211114203236810</Link_News></row>
<row _id="115"><NewsTitle>ผลผลิตในแปลงโคก หนอง นา ที่เพียงพอต่อครอบครัวและชุมชน ผู้นำต้องทำก่อน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพรวัล&amp;nbsp;ต้นใหญ่&amp;nbsp;กำนันตำบลท่าค้อ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนเองได้เข้ามารับตำแหน่งเป็นกำนัน&amp;nbsp;ก็ได้รับโอกาสจากผู้บังคับบัญชาให้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ซึ่งก็ได้นำมาพัฒนาในหมู่บ้านเพื่อเป็นครัวเรือนต้นแบบ&amp;nbsp;สิ่งที่ตนเองประทับใจหลังจากไปได้ศึกษาดูงานคือ&amp;nbsp;บางแห่งไม่มีน้ำเลย&amp;nbsp;พอผ่านไป&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กลับไปอีกครั้งปรากฏว่ามีน้ำเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงทำให้ตนเองยอมรับว่าทฤษฎีที่พ่อหลวงคิดขึ้นมานั้นถูกต้องแล้วและภายในหมู่บ้านก็ไม่เชื่อว่าบริเวณนี้จะมีน้ำเพราะปกติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แทบจะไม่มีน้ำไว้ดื่ม&amp;nbsp;แต่หลังจากที่ตนเองทดลองทำปรากฏว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;น้ำมีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ที่สำคัญคือ&amp;nbsp;เราต้องรู้จักวิธีการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;ถ้าเรารู้จักเก็บกักน้ำไม่ให้ไหลลงไปที่ลำห้วยทั้งหมด&amp;nbsp;มีการพักน้ำตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;ก็จะทำให้น้ำอยู่ในทุ่งนาตลอด&amp;nbsp;เมื่อมีน้ำเราก็สามารถเพาะปลูกอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;เป็นทฤษฎีใหม่ที่คนในหมู่บ้านบางส่วนยังไม่รู้&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันชาวบ้านมีการตื่นตัวมากขึ้น&amp;nbsp;เพราะเห็นผลที่ได้จากแปลงเกษตรของตนเองเพราะคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นมาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยหลังจากที่ไปอบรมมาตนเองก็เริ่มลงมือทำทันที&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประมาณเดือนกรกฎาคมใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ก็เริ่มได้ขายสินค้าแล้ว&amp;nbsp;เริ่มจากการขายกล้วยที่หลังแจกจ่ายให้ญาติพี่น้องไปรับประทานและเอาไปทำบุญ&amp;nbsp;ส่วนปลาที่เลี้ยงไว้ก็สามารถแบ่งปันเพื่อนฝูงไปทำอาหาร&amp;nbsp;เอาไปทำบุญได้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งตนเองคิดว่าถ้ามีการปิดหมู่บ้านเป็นเดือนเพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;ก็สามารถอยู่ได้&amp;nbsp;เพราะมีผลผลิตในแปลงโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ที่เพียงพอต่อครอบครัวและชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการทำโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;นั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทุกคนต้องลงมือทำเองและก็ต้องอาศัยความอดทน&amp;nbsp;อย่าใจร้อนอยากเห็นผลเร็วเหมือนคนที่ทำก่อนหน้า&amp;nbsp;ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะได้ขนาดนั้น&amp;nbsp;ซึ่งขอยืนยันว่า&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;เป็นสิ่งที่ทำได้จริง&amp;nbsp;ทำแล้วเกิดผลประโยชน์&amp;nbsp;อีกอย่างคือ&amp;nbsp;ทำให้สุขภาพร่างกายของคนดี&amp;nbsp;ยิ่งช่วงนี้ที่คนชอบออกมาอยู่ตามท้องไร่ท้องนา&amp;nbsp;ก็อยากให้ทำการเกษตร&amp;nbsp;ปลูกกล้วย&amp;nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัวไม่ทำขนาดเป็นโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ก็ไม่เป็นไร&amp;nbsp;เพราะนั้นหมายถึงแหล่งอาหารสำหรับทุกคน&amp;nbsp;แต่ถ้าอยากทำตนเองก็ยินดีสนับสนุนสามารถมารับกิ่งพันธุ์ไม้ต่างๆ&amp;nbsp;ที่แปลงตนเองมีไปปลูกได้&amp;nbsp;หรือถ้าใครอยากมาดู&amp;nbsp;มาเรียนรู้มา&amp;nbsp;ศึกษาตนเองก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;เพราะบางอย่างชาวบ้านที่มีอายุเยอะจะมีประสบการณ์มากว่า&amp;nbsp;โดยในปีนี้ตัวเองก็มีการทำในหลายๆ&amp;nbsp;สิ่ง&amp;nbsp;หลายๆ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นมา&amp;nbsp;ยกตัวอย่างเช่น&amp;nbsp;การทำนาที่แต่ก่อนเคยใช้สารเคมี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ปีนี้ก็ลดลงมาเหลือประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;เมื่อวานคนเกี่ยวข้าวที่มารับจ้างก็สอบถามว่า&amp;nbsp;ทำไมทำนาเท่าเดิมแต่ได้ปริมาณข้าวเยอะขึ้นกว่าปีที่แล้ว&amp;nbsp;ซึ่งแปลงนาตรงนี้พอเราไม่ใช้สารเคมีนอกจากจะลดต้นทุนแล้วยังทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นด้วย&amp;nbsp;ที่สำคัญคือ&amp;nbsp;ตนเองทำแปลงในลักษณะทดลองเปรียบเทียบให้ชาวบ้านเห็นว่าทำตามสูตรพระราชาเป็นอย่างไร&amp;nbsp;ส่วนเวลาประชุมผู้นำหมู่บ้าน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการประชุมผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ก็จะนำทุกคนมาอบรมมาเรียนรู้อยู่ที่แปลงเกษตรเลย&amp;nbsp;ให้ทุกคนได้รู้ได้เห็นและพยายามขอร้องให้ทุกคนปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้&amp;nbsp;ปลูกคนละอย่างสองอย่างแล้วนำผลผลิตที่ได้มาแลกเปลี่ยนกัน&amp;nbsp;เพราะการทำเช่นนี้นอกจากจะเป็นการรับนโยบายจากผู้บังคับบัญชามาให้ชาวบ้านทำ&amp;nbsp;ถ้าตัวเองไม่ปลูก&amp;nbsp;ชาวบ้านเขาก็ไม่ยอมทำตาม&amp;nbsp;เพราะฉะนั้นผู้นำต้องทำก่อน&amp;nbsp;ยิ่งเราทำเวลาเราพูดก็จะทำให้ชาวบ้านมีความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข่าว/ทินกร&amp;nbsp;เพชรดี&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ส.ปชส.นครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115105829894</Link_News></row>
<row _id="116"><NewsTitle>กำลังพล มณฑลทหารบกที่ 27 ลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยชาวนา ช่วยเหลือประชาชน ที่ อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;พลตรี&amp;nbsp;วรเชษฐ์&amp;nbsp;ชวนะนรเศรษฐ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;สั่งการให้หน่วยทหารจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ชุดช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;กองร้อยบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;และกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือ&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่บ้านปากปลาค้าว&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลดอนโอง&amp;nbsp;อำเภอโพธิ์ชัย&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าวที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และช่วยลำเลียงขึ้นฝั่ง&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;โดยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ขณะนี้ข้าวกำลังออกรวงเหลืองสุกงามทั่วท้องทุ่ง&amp;nbsp;แต่ก็กำลังจมอยู่ในน้ำ&amp;nbsp;และส่วนหนึ่งอยู่ใต้น้ำ&amp;nbsp;หน่วยทหารจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;จึงได้นำกำลังพล&amp;nbsp;เข้าช่วยเหลือลงแขกเกี่ยวข้าวที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรนาข้าว&amp;nbsp;จนเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สวท.ร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115105356892</Link_News></row>
<row _id="117"><NewsTitle>ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำคลองตะกั่วป่า ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องน้ำหลากและการขาดแคลนน้ำ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ชลประทานจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลท่านา&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;และรับฟังการรายงานความคืบหน้าโครงการฝายคลองท่านา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;งบประมาณที่กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;จัดสรรมา&amp;nbsp;จะต้องสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้พูดได้เต็มปากว่าวันที่รับปากว่าจะทำให้พี่น้องชาวพังงาเราทำได้จริง&amp;nbsp;และสำหรับโครงการต่างๆ&amp;nbsp;ที่กรมชลประทานนำเสนอในปีงบประมาณ&amp;nbsp;66&amp;nbsp;ยืนยันว่าได้ดำเนินตามแผนและบรรจุเข้างบประมาณเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนโครงการที่ขอเร่งด่วน&amp;nbsp;ที่จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;สำหรับในส่วนของสหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า&amp;nbsp;ที่เสนอขอก่อสร้างอาคารโครงคลุมรวบรวมผลผลิตในการเกษตรได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหางบประมาณเพื่อมาสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างคุ้มค่าที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115174106120</Link_News></row>
<row _id="118"><NewsTitle>ตราด รณรงค์การบริโภคข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ที่ผลิตได้ในพื้นที่ ของชาวนาตำบลท่าพริก</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;(15&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดตราด&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายชยุทกฤดิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นนทแก้ว&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตราด&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมพร้อมร่วมทดลองเกี่ยวข้าวอินทรีย์จากแปลงนาข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;ของนายวิชัย&amp;nbsp;ท่าพริก&amp;nbsp;ประธานกลุ่มข้าวอินทรีย์ตำบลท่าพริก&amp;nbsp;โดยมีสมาชิกกลุ่มเข้าร่วมบริเวณแปลงนาหมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลท่าพริก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;นายวิชัย&amp;nbsp;ท่าพริก&amp;nbsp;ประธานกลุ่มข้าวอินทรีย์ตำบลท่าพริก&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ส่วนตัวตนและสมาชิกในกลุ่มรวม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้รวมกลุ่มกันทำข้าวอินทรีย์ที่ผ่านมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์จาก&amp;nbsp;กรมการข้าว&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มาแล้วประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยเป็นนาข้าวอินทรีย์ของตนเองประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;โร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ประธานกลุ่มข้าวอินทรีย์ตำบลท่าพริก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&amp;nbsp;การทำข้าวอินทรีย์มีข้อดี&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ช่วยลดต้นทุนการผลิตแต่ผลผลิตที่ได้อาจน้อยกว่าการทำข้าวจากสารเคมีประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กว่ากิโลต่อไร่&amp;nbsp;แต่ตนมองเห็นว่าการบริโภคข้าวอินทรีย์ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่สนใจปรับการทำนามาเป็นทำนาข้าวอินทรีย์สามารถปรึกษาได้ที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หรือผู้สนใจหาข้าวอินทรีย์มาบริโภค&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;กลุ่มข้าวอินทรีย์ตำบลท่าพริก&amp;nbsp;เลขที่7/6&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลท่าพริก&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115145207007</Link_News></row>
<row _id="119"><NewsTitle>หน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่ 5 สำนักงานทหารพัฒนาหน่วย บัญชาการทหารพัฒนา จัดพื้นที่ช่วยตากข้าวให้ชาวนาสุรินทร์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;หน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สำนักงานทหารพัฒนาหน่วย&amp;nbsp;บัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;ให้การช่วยเหลือสนับสนุนพื้นที่ในหน่วย&amp;nbsp;ให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวได้นำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้ว&amp;nbsp;นำมาตากลดความชื้นในเมล็ดข้าว&amp;nbsp;พร้อมจัดกำลังพลสนับสนุนช่วยชาวนาสุรินทร์&amp;nbsp;ที่หน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สำนักงานทหารพัฒนาหน่วย&amp;nbsp;บัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;โดยจัดพื้นที่ให้แก่เกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวบ้านลุมพุก&amp;nbsp;ตำบลตาเบา&amp;nbsp;อำเภอปราสาท&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้นำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้ว&amp;nbsp;นำมาตากเพื่อลดความชื้นในเมล็ดข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยขณะนี้มีเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้นำข้าวเปลือก&amp;nbsp;พันธุ์ข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;รวมน้ำหนัก&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เข้ามาตากในพื้นที่ทางหน่วยหน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สำนักงานทหารพัฒนาหน่วย&amp;nbsp;บัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;จัดเตรียมไว้ให้&amp;nbsp;โดยหน่วยได้จัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือในการตากข้าว&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการวางมาตรฐานการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยการแบ่งพื้นที่การเข้าออกหน่วย&amp;nbsp;การปฏิบัติในครั้งนี้สอดคล้องกับ&amp;nbsp;นโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุด&amp;nbsp;และนโยบายผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;ตามแนวทางการปฏิบัติด้านกิจการพลเรือน&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&amp;nbsp;และลดการเกิดอุบัติเหตุจากการตากข้าวบนถนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางพัชรินทร์&amp;nbsp;สืบสันต์&amp;nbsp;ชาวบ้านลุมพุก&amp;nbsp;ได้กล่าวขอขอบคุณหน่วยเสริมการเกษตรและสหกรณ์ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สำนักงานทหารพัฒนา&amp;nbsp;ได้จัดสรรพื้นที่ในหน่วยให้แก่ตน&amp;nbsp;และเพื่อนบ้านเข้ามาตากข้าวเปลือก&amp;nbsp;เพราะหากตนตากข้าวตามถนน&amp;nbsp;ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้&amp;nbsp;จึงขอขอบคุณอีกครั้งที่ห่วงใยเกษตรกร&amp;nbsp;กำชัย&amp;nbsp;วันสุข&amp;nbsp;ส.ปชส.สุรินทร์&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115162746097</Link_News></row>
<row _id="120"><NewsTitle>หนองบัวลำภู เดินหน้าเสริมทักษะเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักปลอดภัยยกระดับการทำเกษตรให้มีคุณภาพ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด สร้างมูลค่าผลผลิตให้สูงขึ้น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นางศิวพร&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเหนองบัวลำภู&amp;nbsp;เปิดอบรมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักปลอดภัย&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ที่ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ตำบลวังทอง&amp;nbsp;อำเภอนาวัง&amp;nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ได้มอบปัจจัยการผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;และกวางตุ้ง&amp;nbsp;รวมถึงปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;ชนิดเม็ดควบคุมและปลดปล่อยอย่างช้าซึ่งเป็นนวัตกรรมเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และสารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;จัดอบรมขึ้น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการผลิตผักปลอดภัยตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;อีกทั้งส่งเสริมเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;พัฒนามาตรฐานการปลูกให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิตสินค้า&amp;nbsp;ตลอดจนพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผักให้มีความสามารถในการจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดมากขึ้น&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;เป็นการฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากากรแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเป้าหมาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้ารับความรับเกี่ยวกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;นวัตกรรมการเกษตรสู่การเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;และการรับรองมาตรฐานเกษตรปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองบัวลำภู</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115185348166</Link_News></row>
<row _id="121"><NewsTitle>เกษตรฯ ชูผลสำเร็จโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เยี่ยมชมผล&amp;nbsp;การดำเนินงานโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&amp;nbsp;(One&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;Service)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้&amp;nbsp;เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับ&amp;nbsp;ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;และได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&amp;nbsp;(One&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;Service)&amp;nbsp;สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;และใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้พัฒนาศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;(ศดปช.)&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพให้สามารถดำเนินธุรกิจในการจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;และผสมปุ๋ยจำหน่ายให้เกษตรกรสมาชิก&amp;nbsp;เกษตรกรแปลงใหญ่&amp;nbsp;และผู้สนใจทั่วไปในชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งสามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจ&amp;nbsp;และเป็นการช่วยสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ในส่วนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มศักยภาพของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;มีการนำหลักวิชาการเกษตรสมัยใหม่มาปรับใช้ร่วมกับทำการเชื่อมโยงตลาดสินค้า&amp;nbsp;ตามนโยบายตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งได้ก่อให้เกิดความร่วมมือในการผลิตโดยเกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ที่มีการทำกิจกรรมด้านการเกษตรที่ใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;หรือมีพื้นที่ติดต่อกัน&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานเน้นผลักดันให้มีการรวมกลุ่มในการผลิต&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี&amp;nbsp;ราคาถูกและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;(Motor&amp;nbsp;Pool)&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ตลอดจนการจัดการร่วมกันด้านการตลาด&amp;nbsp;ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศักยภาพสู่การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรตามความต้องการตลาด&amp;nbsp;ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วน&amp;nbsp;และทำให้มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น&amp;nbsp;(Economy&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Scale)&amp;nbsp;ในที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;นางกุลฤดี&amp;nbsp;พัฒนะอิ่ม&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;(ศดปช.)&amp;nbsp;ที่บริหารจัดการโดยเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;882&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;77&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนขยายผลการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินไปสู่ชุมชน&amp;nbsp;และต่อมาในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ได้ถูกจัดให้เป็นเครือข่ายด้านดินและปุ๋ยของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานของ&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;882&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;17,640&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นตัวอย่างในการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในพืชเศรษฐกิจสำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;อ้อย&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;พืชผัก&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;และปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ลงได้เฉลี่ย&amp;nbsp;24.8%&amp;nbsp;ในขณะที่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย&amp;nbsp;10.4%&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;222,293&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดพังงาได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&amp;nbsp;(One&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;Service)&amp;nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&amp;nbsp;1,088&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อำเภอทับปุด&amp;nbsp;อำเภอเมืองพังงา&amp;nbsp;อำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;และอำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;โดยมีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการทางเทคนิคและการบริหารธุรกิจให้แก่สมาชิก&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;จัดเวทีเชื่อมโยงเครือข่าย&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;test&amp;nbsp;kit&amp;nbsp;ในการให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;สนับสนุนแม่ปุ๋ย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;46-0-0&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;18-46-0&amp;nbsp;และสูตร&amp;nbsp;0-0-60&amp;nbsp;รวมถึงสนับสนุนเครื่องผสมปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ซึ่งผลสำเร็จจากโครงการฯ&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ด้านการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;เกษตรกรมีองค์ความรู้ด้านการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;และการผสมปุ๋ยใช้เอง&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;มีศักยภาพในการจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพให้ชุมชน&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;รวมถึงสร้างงานสร้างรายได้ให้กับสมาชิก&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;และคนในชุมชนอีกด้วย&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะขยายผลในพื้นที่เป้าหมายอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลโคกกลอย&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนอำเภอคุระบุรี&amp;nbsp;ตำบลแม่นางขาว&amp;nbsp;อำเภอคุระบุรี&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ในจังหวัดพังงา&amp;nbsp;มีแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แปลงใหญ่มังคุด&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1,2,4&amp;nbsp;ตำบลเหมาะ&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ซึ่งร่วมกลุ่มกันขึ้น&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาด&amp;nbsp;และราคาผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;จัดหาเครื่องจักรกลเกษตรเข้ามาช่วยในขั้นตอนการคัดคุณภาพและขนาดของผลผลิต&amp;nbsp;รวมทั้งการแปรรูปผลผลิต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องผสมปุ๋ยแนวตั้ง&amp;nbsp;มอเตอร์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แรงม้า&amp;nbsp;เครื่องกวนผลไม้&amp;nbsp;กระทะทองเหลือง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;ตู้แช่แข็งฝาทึบ&amp;nbsp;เครื่องคัดขนาดมังคุด&amp;nbsp;ตะกร้าผลไม้หูเหล็ก&amp;nbsp;เครื่องพ่นแรงดันสูงแบบตั้งพื้น&amp;nbsp;สายยาว&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เครื่องพ่นสะพายหลัง&amp;nbsp;ทำให้สามารถลดต้นทุนค่าแรงงาน&amp;nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถในการรวบรวมผลผลิตในปริมาณที่สูงขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงการแปรรูปมังคุดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มช่องทางการตลาดในช่วงมังคุดล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115191201177</Link_News></row>
<row _id="122"><NewsTitle>ธ.ก.ส. บุรีรัมย์ ชี้แจงความคืบหน้าการโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 256465 ยืนยัน เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแจ้งวันเก็บเกี่ยว ได้รับครบทุกรายอย่างแน่นอน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเกษตรกรหลายราย&amp;nbsp;เริ่มเกิดความกังวลว่า&amp;nbsp;ตนเองจะได้ไม่ได้รับเงินประกันรายได้&amp;nbsp;ทางทีมข่าว&amp;nbsp;สวท.บุรีรัมย์&amp;nbsp;จึงลงพื้นที่&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;สอบถามความคืบหน้า&amp;nbsp;จากนายกันตพัฒน์&amp;nbsp;จันทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เปิดเผยกรณีความคืบหน้าการโอนเงินประกันรายได้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ทาง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ได้ทำการโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และงวดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมโอนเงิน&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;3&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กระทรวงพาณิชได้เสนอขอวงเงินกับทางรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;ตอนนี้อยู่ในระหว่างการจัดสรรงบประมาณเมื่อได้เงินงบประมาณมา&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จะดำเนินการโอนเงินไปยังเกษตรกร&amp;nbsp;ตามรอบที่ขึ้นทะเบียนแจ้งวันเก็บเกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรที่ประสบปัญหาเงินไม่โอนเข้าบัญชี&amp;nbsp;ต้องตรวจสอบว่ารายชื่อตกหล่น&amp;nbsp;หรือบัญชีถูกต้องหรือไม่&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถมาติดต่อได้ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขบัญชี&amp;nbsp;เพราะ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จะโอนเงินให้ตามเลขบัตรประชาชน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หลักที่ผูกไว้กับบัญชีเงินฝาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนมาตรการคู่ขนานในขณะนี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ได้มีโครงการชะลอข้าวเปลือกสำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ต้องการขายข้าวในช่วงที่ราคาตกต่ำ&amp;nbsp;ซึ่งธนาคารมีกรอบวงเงินเป้าหมาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านตันข้าวเปลือก&amp;nbsp;ข้าวเปลือกของมะลิราคาชะลออยู่ที่&amp;nbsp;11,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;5,400/ตัน,&amp;nbsp;ข้าวเหนียว&amp;nbsp;8,600/ตัน&amp;nbsp;หากเกษตรกรเข้าโครงการ&amp;nbsp;จะมีค่าช่วยเหลือค่าฝากข้าว&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนความชื้นอยู่ที่&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าว&amp;nbsp;ก็สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดบุรีรัมย์ที่ให้หน่วยงานราชการจัดสรรพื้นที่สำหรับตากข้าวให้กับเกษตรกรทุกราย&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&amp;nbsp;ทั้งวัดในชุมชน&amp;nbsp;หรือหน่วยงานราชการเริ่มอนุเคราะห์พื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรในการตากข้าวแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ส่งเสริมช่องทางการสร้างรายได้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;การกิจกรรม&amp;nbsp;ตลาดประชารัฐ&amp;nbsp;ของดีวิถีชุมชน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เปิดโอกาสให้เกษตรกร&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชนนำสินค้าดีสินค้าเด่นในชุมชนมาขายบริเวณหน้า&amp;nbsp;ธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;ซึ่งตลาดแห่งนี้จะเปิดเป็นประจำทุกวันจันทร์&amp;nbsp;หรือการไลฟ์สดขายสินค้าให้เกษตรหรือสอนวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์&amp;nbsp;ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ให้ผู้ชมทางบ้านนำไปประยุกต์ใช้&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้เพิ่มต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211115193525198</Link_News></row>
<row _id="123"><NewsTitle>เกษตรฯแม่ฮ่องสอน  เตือนการระบาดศัตรูพืชโรคไหม้ข้าว โรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เตือนการระบาดศัตรูพืชโรคไหม้ข้าว&amp;nbsp;ซึ่งมีลักษณะอาการ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระยะคือ&amp;nbsp;ระยะกล้า&amp;nbsp;ใบมีแผลจุดสีน้ำตาล&amp;nbsp;คล้ายรูปตา&amp;nbsp;มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล&amp;nbsp;ความกว้างของแผลประมาณ&amp;nbsp;2-5&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และความยาวประมาณ&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ&amp;nbsp;ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย&amp;nbsp;อาการคล้ายถูกไฟไหม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระยะแตกกอ&amp;nbsp;อาการพบได้ที่ใบ&amp;nbsp;ข้อต่อของใบและข้อต่อของลำต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า&amp;nbsp;แผลลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ&amp;nbsp;ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำและมักหลุดจากกาบใบเสมอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแพร่ระบาดพบโรคในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น&amp;nbsp;ทำให้อับลม&amp;nbsp;ใส่ปุ๋ยอัตราสูง&amp;nbsp;สภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกระแสลมแรงจะเป็นตัวช่วยในการแพร่กระจายโรคได้ดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วิธีการป้องกันกำจัดคือ&amp;nbsp;สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ถ้าพบอาการของโรคไหม้ข้าว&amp;nbsp;ควรพ่นเชื้อบีเอส&amp;nbsp;(บาซิลลัส&amp;nbsp;ซับทีลิส)&amp;nbsp;อัตราตามคำแนะนำในฉลาก,&amp;nbsp;พ่นเชื้อไตรโครเดอร์มา&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อน้ำ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้ามีความจำเป็นให้ใช้สารเคมีพ่นเฉพาะบริเวณที่พบการระบาด&amp;nbsp;เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายขยายเป็นวงกว้างออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116093918301</Link_News></row>
<row _id="124"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน  พิจารณาการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และการขออนุญาตเปลี่ยนการใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม  รวมถึงแก้ไขผังแปลง การแบ่งกรรมสิทธิ์รวม การแบ่งในนามเดิมและการรวมแปลง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และคณะกรรมการร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องพริบพรี&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การจัดรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;หวังช่วยให้เกษตรกรได้รับการจัดที่ดินและคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบการถือครองที่ดิน&amp;nbsp;และบริหารจัดการที่ดินทำกิน&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรได้พัฒนาศักยภาพและสร้างมูลค่าที่ทำกิน&amp;nbsp;โดยให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;และสำหรับการขออนุญาตแก้ไขผังแปลง&amp;nbsp;การแบ่งกรรมสิทธิ์รวม&amp;nbsp;การแบ่งในนามเดิมและการรวมแปลง&amp;nbsp;จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการจัดรูปที่ดิน&amp;nbsp;และที่สำคัญที่ดินที่ขอแบ่งทุกแปลงจะต้องมีคูส่งน้ำ&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;คูระบายน้ำเข้าถึงทุกแปลง&amp;nbsp;เว้นแต่โดยสภาพที่ไม่อาจทำได้&amp;nbsp;ในส่วนการขออนุญาตแบ่งแยกที่ดิน&amp;nbsp;เพื่อการอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม&amp;nbsp;ต้องอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;จะพิจารณาอนุญาตและกำหนดเงื่อนไขเป็นรายๆไป&amp;nbsp;นอกจากนั้นคณะกรรมการการจัดรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรีได้ให้ความสำคัญในการพิจารณาอนุญาตให้เปลี่ยนการใช้ที่ดินนั้นว่า&amp;nbsp;ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ&amp;nbsp;ไม่ก่อไม่เกิดความเสียหายต่อการจัดรูปที่ดิน&amp;nbsp;และไม่ส่งผลกระทบความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสิ่งแวดล้อมในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จามรี&amp;nbsp;อนุรัตน์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116110010355</Link_News></row>
<row _id="125"><NewsTitle>ชาวนามหาสารคาม พลิกวิกฤติข้าวเปลือกราคาถูก กรอกข้าวถุงขายออนไลน์ บริการส่งฟรี </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ร้อยตำรวจเอก&amp;nbsp;เปรม&amp;nbsp;สาวงษ์นาม&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถือเป็นข้าราชการในวันธรรมดา&amp;nbsp;และเป็นชาวนาในวันหยุด&amp;nbsp;โดยทำนาร่วมกับภรรยาและครอบครัวกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านโนนแต้&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลท่าสองคอน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;แบ่งเป็นข้าวจ้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และข้าวเหนียวพันธ์&amp;nbsp;กข.&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในทุกปีหลังการเก็บเกี่ยวจะนำข้าวเปลือกไปจำหน่ายให้กับโรงสี&amp;nbsp;หวังจะนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนา&amp;nbsp;แต่ราคารับซื้อข้าวเปลือกในปีนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;7-8&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แตกต่างจากปีที่ผ่านมาซึ่งขายได้กิโลกรัมละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงไม่อยากขายและมีความคิดที่แปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารหอมมะลิขายในกิโลกรัมละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนข้าวเหนียวกิโลกรัมละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมีลูกสะใภ้ที่ชื่นชอบการขายสินค้าออนไลน์เป็นผู้ทำการตลาด&amp;nbsp;ส่วนพ่อเป็นฝ่ายผลิตและแม่เป็นฝ่ายบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ก่อนที่นำส่งด้วยตนเองให้กับลูกค้าในพื้นที่&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;บ้านโนนแต้&amp;nbsp;บ้านท่าสองคอน&amp;nbsp;หากเป็นภายในเขตเมือง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ชุมชนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม&amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองมหาสารคามและพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ยอดจองตั้งแต่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&amp;nbsp;บริการส่งฟรี&amp;nbsp;ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ร้อยตำรวจเอก&amp;nbsp;เปรม&amp;nbsp;สาวงษ์นาม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่บ้านมีโรงสีขนาดเล็กสำหรับสีข้าวกินเองในครัวเรือน&amp;nbsp;ซึ่งจะได้รำเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงด้วย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปลาดุก&amp;nbsp;กุ้งฝอย&amp;nbsp;วัว&amp;nbsp;เป็ด&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;ส่วนมูลของสัตว์ก็จะนำไปเป็นปุ๋ยคอกให้กับผักและผลไม้ในฟาร์ม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;องุ่น&amp;nbsp;แตงโมไร้เมล็ด&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;และพืชผักชนิดต่างๆ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับขั้นตอนการผลิตหลังจากนำข้าวเปลือกมาสีแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็จะนำข้าวสารไปคัดแยกสิ่งเจือปนด้วยมือและนำไปบรรจุถุงตามปริมาณที่ลูกค้าสั่งซื้อด้วยตาชั่งที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;ก่อนขนขึ้นรถนำส่งลูกค้าด้วยตนเอง&amp;nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้โดยตรงที่เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;เด่นนภา&amp;nbsp;ทับสุริย์&amp;nbsp;หรือหมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;098-5132680&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;081-6619259&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มหาสารคาม</Province><Department>สวท.มหาสารคาม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116141350426</Link_News></row>
<row _id="126"><NewsTitle>ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการเลี้ยงโค โครงการธนาคารโค กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ แก้ไขความยากจนแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;นายสัตวแพทย์ชาติชาย&amp;nbsp;ยิ้มเครือ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;พ.ย.64&amp;nbsp;)พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;ชำกรม&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอมหาชนะชัย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายไพรรี&amp;nbsp;ไกยะรัตน์&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ศาลาวัดบ้านพระเสาร์&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลพระเสาร์&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;มหาชนะชัย&amp;nbsp;เพื่อติดตามการส่งเสริมเลี้ยงโค&amp;nbsp;โครงการธนาคารโค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริแก่เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยเกษตรกรดังกล่าวได้รับโค&amp;nbsp;ตามสัญญายืมเพื่อการผลิต&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ครบอายุสัญญา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตามเงื่อนไขว่า&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ต้องส่งคืนลูกโคตัวแรกที่มีอายุครบ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือนให้แก่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&amp;nbsp;นำไปให้เกษตรกรรายอื่นยืมไปเลี้ยงต่อไป&amp;nbsp;ส่วนลูกโคที่เกิดใหม่ในลำดับถัดไป&amp;nbsp;พร้อมแม่โค&amp;nbsp;จะตกเป็นกรรมสิทธิของเกษตรกรผู้ยืม&amp;nbsp;เมื่อเลี้ยงแม่โคครบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยในระหว่างการเลี้ยง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ช่วยเหลือดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;ผสมเทียมโค&amp;nbsp;ฉีดวัคซีน&amp;nbsp;ป้องกันโรคระบาด&amp;nbsp;ถ่ายพยาธิ&amp;nbsp;เพื่อให้โคมีสุขภาพสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการตรวจ&amp;nbsp;ติดตาม&amp;nbsp;พบว่าโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&amp;nbsp;เกษตรกรได้ลูกเกิดจาก&amp;nbsp;การผสมเทียมแม่โคของโครงการ&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ภายหลังการส่งมอบลูกโค&amp;nbsp;ตัวแรก&amp;nbsp;คืนให้โครงการแล้ว&amp;nbsp;มีลูกโคเกิดจากแม่โคอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ได้ลูกเกิดเพิ่มเฉลี่ย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัวต่อราย&amp;nbsp;ขายตัวละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สร้างรายได้ประมาณ&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นอกจากนีได้ใช้มูลโคเป็นปุ๋ยในการปลูกข้าว&amp;nbsp;และขายให้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่ทำนา&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าปีละ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาทอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับโครงการธนาคารโค-กระบือ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;รับสนองงานมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2522&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้&amp;nbsp;แก้ไขความยากจน&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และเพิ่มจำนวนโคในจังหวัดยโสธรให้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กษม&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิรัตนไพร&amp;nbsp;ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส.ปชส.ยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116142901442</Link_News></row>
<row _id="127"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรกักเก็บน้ำเอาไว้รวมทั้งวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ทางด้านการเกษตรต่อไปในช่วงแล้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในช่วงนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;กับมีสภาพอากาศแปรปรวนในบางพื้นที่&amp;nbsp;ขอให้เกษตรกรรักษาสุขภาพให้แข็งแรงรวมทั้งให้ความอบอุ่นแก่ตนเองอย่างเพียงพอ&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรเฝ้าระวังสัตว์เลี้ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;และน้ำล้นตลิ่งได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำแนะนำสำหรับเกษตรกรในภาคกลาง&amp;nbsp;ระยะนี้มีหมอกบางในตอนเช้า&amp;nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;10-20&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ระยะนี้อากาศแปรปรวน&amp;nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&amp;nbsp;ส่วนปริมาณและการกระจายของฝนมีน้อย&amp;nbsp;เกษตรกรควรกักเก็บน้ำเอาไว้รวมทั้งวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ทางด้านการเกษตรต่อไปในช่วงแล้ง&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;หากระดับน้ำลดลงแล้ว&amp;nbsp;เกษตรกรควรรีบระบายน้ำออกจากแปลงปลูกและฟื้นฟูสภาพสวนและแหล่งน้ำให้ใช้ได้ดีดังเดิม&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ซึ่งมีฝนตกไม่สม่ำเสมอ&amp;nbsp;เกษตรกรควรระวังศัตรูพืชจำพวกหนอน&amp;nbsp;โดยเฉพาะหนอนม้วนใบในถั่วเหลืองในระยะปลูกใหม่&amp;nbsp;ซึ่งหนอนดังกล่าวจะสร้างใยยึดใบพืชม้วนเข้าหากันแล้วอาศัยกัดกินอยู่ในห่อใบนั้นจนหมด&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะเคลื่อนย้ายไปทำลายใบอื่นจนกระจายไปทั่วทั้งแปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116154705516</Link_News></row>
<row _id="128"><NewsTitle>กอ.รมน.สระบุรี จัดโครงการ "การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำเชื้อโรคระบาด ลัมปี -สกิน และการเสริมสร้างทักษะในการจัดการน้ำท่วมลงใต้ดินแก้แล้ง ด้วย "หลุมพิทักษ์โลก"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;พ.อ.ชนมากรณ์&amp;nbsp;ภิบาลชนม์&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.กอ.รมน.จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&amp;nbsp;"การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำเชื้อโรคระบาด&amp;nbsp;ลัมปี&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;และการเสริมสร้างทักษะในการจัดการน้ำท่วมลงใต้ดินแก้แล้ง&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;"หลุมพิทักษ์โลก"&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านหนองผักหนอก&amp;nbsp;ตำบลหนองย่างเสือ&amp;nbsp;อำเภอมวกเหล็ก&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;พบการระบาดของโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่&amp;nbsp;ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;ทำให้ประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งมีการนำเข้าโค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;จากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;มีความเสี่ยงสูงที่จะพบโรคระบาด&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;เห็บ&amp;nbsp;แมลงวัน&amp;nbsp;ลิ้น&amp;nbsp;ยุงเป็นพาหะที่สำคัญ&amp;nbsp;ในการแพร่กระจายเชื้อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;จากศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&amp;nbsp;ให้จัดโครงการ"การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์พาหนะนำเชื้อโรคระบาด&amp;nbsp;ลัมปี&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;และการเสริมสร้างทักษะ&amp;nbsp;รณรงค์ให้เกษตรกรใช้&amp;nbsp;"น้ำหมักพิทักษ์โลก"&amp;nbsp;และยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของ&amp;nbsp;"หลุมพิทักษ์โลก"&amp;nbsp;ต้นแบบ&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านหนองผักหนอก&amp;nbsp;ที่ช่วยกระจายความชุ่มขึ้น&amp;nbsp;เดิมน้ำให้ผิว&amp;nbsp;ดินระดับตื้นฟื้นฟูระดับน้ำใต้ดินให้คืนสู่ความสมดุลได้เร็วขึ้น&amp;nbsp;แก้ภัยแล้ง&amp;nbsp;กักเก็บน้ำ&amp;nbsp;แก้น้ำท่วมขังซึ่งก่อให้เกิดการเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;ลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สระบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116163950535</Link_News></row>
<row _id="129"><NewsTitle>เกษตรนครพนม เตรียมยกระดับการผลิตแปลงใหญ่มะเขือเทศและพืชฤดูแล้ง ในพื้นที่อำเภอบ้านแพง ตามโครงการนำร่อง พัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่บริเวณกลุ่มแปลงใหญ่มะเขือเทศ&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพง&amp;nbsp;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายวินัย&amp;nbsp;คงยืน&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ในการติดตามและให้คำแนะนำพร้อมเตรียมดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ตามโครงการนำร่อง&amp;nbsp;พัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;เพื่อเป็นยกระดับขีดความสามารถการบริหารจัดการของเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ด้วยการเกษตรสมัยใหม่และแม่นยำ&amp;nbsp;ตั้งแต่การผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;โดยมีตลาดที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน&amp;nbsp;เน้นกระบวนการจัดการที่ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;มีการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การตรวจสอบย้อนกลับ&amp;nbsp;ตลอดจนส่งเสริมและให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยการพัฒนาในทุกด้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp;คำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนนโยบายการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้สมดุล&amp;nbsp;ทั้งด้านปริมาณ&amp;nbsp;ความต้องการสินค้า&amp;nbsp;และมีความมั่นคงทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งโดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ส.อ.ท.)&amp;nbsp;ดำเนินโครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;(ระยะที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ผ่านกลไกคณะทำงานจัดทำแนวทางการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตและการปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หน่วยงานหลักในการร่วมกัน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;และสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งมีหน้าที่&amp;nbsp;ในการกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานในการส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตและปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับโครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำ&amp;nbsp;สู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;เตรียมจะดำเนินการปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;โดยระยะแรก&amp;nbsp;ดำเนินการร่วมกับ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;25,286&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;298,111.36&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สินค้าเกษตร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;โดยบริษัท&amp;nbsp;ไทยอิสเทิร์น&amp;nbsp;รับเบอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;โดยบริษัท&amp;nbsp;ทักษิณปาล์ม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อ้อยโรงงาน&amp;nbsp;โดยโรงงานน้ำตาลเกษตรไทย&amp;nbsp;โรงงานน้ำตาลรวมผล&amp;nbsp;และโรงงานน้ำตาลไทยเอกลักษณ์&amp;nbsp;ข้าวโพดหวาน&amp;nbsp;โดยบริษัท&amp;nbsp;ซันสวีท&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;โดยบริษัท&amp;nbsp;ศรีเชียงใหม่อุตสาหกรรม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีเป้าหมายจะดำเนินการในพื้นที่แปลงใหญ่ที่มีการขึ้นทะเบียนแปลงใหญ่กับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;หรือเป็นเกษตรกรรายย่อยเครือข่ายของบริษัทผู้รับซื้อผลผลิตที่จะขึ้นทะเบียนรวมเป็นแปลงใหญ่ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;โดยอยู่ในรัศมีไม่เกิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;จากแหล่งรับซื้อ&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการจัดการด้านโลจิสติกส์ของเกษตรกรและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;มีกลุ่มแปลงใหญ่มะเขือเทศและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชฤดูแล้ง&amp;nbsp;เป็นจุดนำร่องในตามโครงการนำร่อง&amp;nbsp;พัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ที่จะการยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการของเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ด้วยการเกษตรสมัยใหม่และแม่นยำ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการบริหารจัดการสินค้าเกษตรควบคู่ไปกับการตลาดของภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;มีการพัฒนาการผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;เชื่อมโยงตลาดและสามารถส่งผลผลิตเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นคง&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211116194735628</Link_News></row>
<row _id="130"><NewsTitle>การประชุมพิจารณาการเข้าร่วมโครงการ SHRimp พร้อมด้วย ดร.ชำนาญ พงษ์ศรี ที่ปรึกษากรมประมงด้านองค์กรระหว่างประเทศ ดร.พุทธ ส่องแสงจินดา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพะยูน&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อาคารจุฬาภรณ์&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมพิจารณาการเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;SHRimp&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ดร.ชำนาญ&amp;nbsp;พงษ์ศรี&amp;nbsp;ที่ปรึกษากรมประมงด้านองค์กรระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ดร.พุทธ&amp;nbsp;ส่องแสงจินดา&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล&amp;nbsp;ดร.ฐิติพร&amp;nbsp;หลาวประเสริฐ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ผู้แทนกองประมงต่างประเทศ&amp;nbsp;ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร&amp;nbsp;นักวิชาการประมงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงการ&amp;nbsp;SHRimp&amp;nbsp;เป็นโครงการระดับชาติและเป็นเวทีของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วนภายใต้โครงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยเพื่อพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีความยั่งยืน&amp;nbsp;(The&amp;nbsp;European&amp;nbsp;Asian&amp;nbsp;Aquaculture&amp;nbsp;Technology&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Innovation&amp;nbsp;Platform&amp;nbsp;:&amp;nbsp;EURASTIP&amp;nbsp;Thailand)&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาโครงการ&amp;nbsp;SHRimp&amp;nbsp;ได้มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูล&amp;nbsp;(แอปพลิเคชัน)&amp;nbsp;ด้านระบาดวิทยาผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;และเชื่อมตรงเข้าระบบโทรศัพท์&amp;nbsp;มีการดำเนินงานใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดนำร่อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ซึ่งช่วยให้การแจ้งเตือนเกษตรกรเกี่ยวกับการเกิดโรคระบาดเป็นไปด้วยความสะดวก&amp;nbsp;และรวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117095728754</Link_News></row>
<row _id="131"><NewsTitle>ผจว.มุกดาหาร ตรวจเยี่ยมบริษัทเอกชนผู้ปลูกกัญชง พร้อมผลักดันทางเลือกใหม่ของเกษตรกรเพื่อยกระดับอาชีพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารกล่าวว่า&amp;nbsp;ได้หารือกับผู้แทนบริษัท&amp;nbsp;เอนเนอร์โกร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ในการส่งเสริมให้เกษตรกรจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก&amp;nbsp;และจำหน่ายได้ปีละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;หันมาปลูกกัญชง&amp;nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก&amp;nbsp;นอกจากการทำนา&amp;nbsp;ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตได้ปีละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ป้อนให้กับบริษัท&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;และพร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรได้มีส่วนร่วมในการปลูกกัญชง&amp;nbsp;เพื่อให้กัญชงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดมุกดาหารต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บริษัทเอนเนอร์โกร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;มีเป้าหมายในการสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น&amp;nbsp;และเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบต้นน้ำครบวงจรให้กับโรงงานอุตสาหกรรมด้านกัญชง&amp;nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย&amp;nbsp;โดยทางบริษัทฯ&amp;nbsp;จะสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกกัญชง&amp;nbsp;เพื่อเอาเมล็ดมาส่งให้ทางบริษัทฯ&amp;nbsp;นำไปสกัดเป็นสารโปรตีนที่มีประโยชน์&amp;nbsp;โดยปัจจุบันมีมูลค่าทางการตลาดที่สูงมาก&amp;nbsp;และโครงการดังกล่าวเป็นโครงการแรกที่มีระบบปลูกครงทั้งสามระบบทั้งอินดอร์&amp;nbsp;เอาท์ดอร์&amp;nbsp;และอินเฮาส์&amp;nbsp;และมีโรงงานสกัดที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;พร้อมศูนย์แล็ปครบวงจร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117085540734</Link_News></row>
<row _id="132"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นนทบุรี นำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโคก หนอง นา พร้อมต่อยอดขยายเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน เร่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้ชาวนนทบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายสุจินต์&amp;nbsp;ไชยชุมศักดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอภิชัย&amp;nbsp;อร่ามศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;พช.&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงานตามโครงการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่ของ&amp;nbsp;นายสินชัย&amp;nbsp;ทองมั่ง&amp;nbsp;บ้านราษฎร์นิยม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลราษฎร์นิยม&amp;nbsp;อำเภอไทรน้อย&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยมี&amp;nbsp;นางรักใจ&amp;nbsp;กาญจนะวีระ&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;นางสาววรรณี&amp;nbsp;วุฒิฤทธากุล&amp;nbsp;นายอำเภอไทรน้อย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงาน&amp;nbsp;พัฒนาการอำเภอ&amp;nbsp;ทีมงานบริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;และเจ้าของพื้นที่ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นำชมพื้นที่&amp;nbsp;และรายงานผลภาพรวมของการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;พช.&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;HLM&amp;nbsp;(ระดับครัวเรือน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ถือเป็นแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน&amp;nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารจัดการดินและน้ำ&amp;nbsp;โดยน้อมนำพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มาใช้&amp;nbsp;โดยแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน&amp;nbsp;30:&amp;nbsp;30&amp;nbsp;:30&amp;nbsp;:10&amp;nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;และนวัตกรรมที่เหมาะสม&amp;nbsp;มีการฟื้นฟู&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ป่า&amp;nbsp;วิถีวัฒนธรรม&amp;nbsp;การสร้างพลังความสามัคคีของคนในชุมชน&amp;nbsp;มีจิตอาสาพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;เกิดความพอมีพอกินในขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;เกิดการรวมกลุ่มยกระดับเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตและครอบครัวให้มีความสุข&amp;nbsp;ส่งผลให้ชุมชนและประเทศชาติมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยพื้นที่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;พช.&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชนซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณเงินกู้จากรัฐบาลให้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ในการขุด&amp;nbsp;หนองกักเก็บน้ำ&amp;nbsp;ทำโคกเพื่อปลูกไม้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;ขุดคลองไส้ไก่&amp;nbsp;และปลูกพืชในที่ของตนเอง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ได้ร่วมสนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาเซลล์&amp;nbsp;เพื่อใช้ในระบบการสูบน้ำ&amp;nbsp;สำหรับการปลูกพืชผัก&amp;nbsp;ไว้บริเวณพื้นที่โดยรอบ&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีการจัดเป็นฐานการเรียนรู้&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ฐานการปลูกป่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;ฐานเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;(ปลา&amp;nbsp;และกบ)&amp;nbsp;ฐานเลี้ยงเป็ดและไก่&amp;nbsp;ฐานการทำน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;ฐานการปลูกพืชผักสวนครัว&amp;nbsp;และพืชสมุนไพร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยมุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ&amp;nbsp;เป็นศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนที่สนใจมาศึกษาเกี่ยวกับการดำเนินงาน&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยให้สภาพแวดล้อมดียิ่งขึ้นอีกด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ยังช่วยกักเก็บน้ำในหน้าฝน&amp;nbsp;เพื่อให้มีน้ำเหลือใช้ในหน้าแล้ง&amp;nbsp;อีกทั้งยังสามารถต่อยอดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางการเกษตร&amp;nbsp;และธรรมชาติของหมู่บ้านได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับในวันนี้&amp;nbsp;นายสุจินต์&amp;nbsp;ไชยชุมศักดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;ได้ร่วมชมการเพาะเลี้ยงกบคอนโด&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี&amp;nbsp;ให้อาหารปลา&amp;nbsp;ร่วมหว่านข้าวในแปลงนาตัวอย่าง&amp;nbsp;หว่านเดือนเพ็ญ&amp;nbsp;เกี่ยวเดือนแห่งความรัก&amp;nbsp;และร่วมเพาะเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการขยายผลเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน&amp;nbsp;เพื่อจัดตั้งเป็นธนาคารเมล็ดพันธุ์ผัก&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งสำรองและสะสมเมล็ดพันธุ์ผัก&amp;nbsp;สายพันธุ์ดีและมีคุณภาพ&amp;nbsp;เพื่อให้มีเมล็ดพันธุ์นำไปแจกจ่ายต่อประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;สำหรับนำไปเพาะปลูกและขยายพันธุ์เพื่อไว้สำหรับบริโภค&amp;nbsp;หากมีเหลือก็แบ่งปัน&amp;nbsp;ตามกิจกรรม&amp;nbsp;น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&amp;nbsp;ผ่านโครงการ&amp;nbsp;คนนนท์ร่วมใจ&amp;nbsp;ปลูกผักบ้านฉัน&amp;nbsp;แบ่งปันบ้านเธอ&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรีได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนได้ปลูกผักไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;เป็นปัจจัยหนุนเสริมช่วยให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์ผักสำรองไว้ปลูกในรุ่นต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลไกหลักที่จะช่วยให้รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;อย่างเช่นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;ในขณะนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117095302752</Link_News></row>
<row _id="133"><NewsTitle>แม่ทัพน้อยที่ 2 ติดตามการดำเนินงานตามโครงการติดตั้งระบบสูบน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้สำหรับการเกษตร ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;แม่ทัพน้อยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานตามโครงการติดตั้งระบบสูบน้ำ&amp;nbsp;พลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;เพื่อใช้สำหรับการเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;กิตติศักดิ์&amp;nbsp;บุญพระธรรมชัย&amp;nbsp;แม่ทัพน้อยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;พื้นที่ของอำเภอเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;นางพวงทอง&amp;nbsp;ชินนาค&amp;nbsp;บ้านเสม็ดน้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลสลักได&amp;nbsp;ตำบลบุฤาษี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ตำบลนาดี&amp;nbsp;เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชนในชุมชน&amp;nbsp;ลดต้นทุนด้านพลังงาน&amp;nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองตามศักยภาพด้านพลังงานทดแทนภายในชุมชน&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;มอบวัสดุ/อุปกรณ์&amp;nbsp;ตามโครงการจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและกำจัด&amp;nbsp;แหล่งเพาะพันธุ์พาหะเชื้อโรคระบาด&amp;nbsp;"ลัมปี-สกิน"&amp;nbsp;ในโค-กระบือ&amp;nbsp;แก่สมาชิกเกษตรกรใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ทางรัฐบาลได้สนับสนุนให้แก่ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวิธีบริหารจัดการระบบสูบน้ำจากแผงโซล่าเซลล์&amp;nbsp;ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;ตามทฤษฎีน้ำทองคำ&amp;nbsp;สามารถนำไปใช้ระบบประปาชุมชนหรือเกษตรกรรมที่ใช้น้ำน้อยได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเฉพาะการประกอบอาชีพทำการเกษตรเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;และเป็นต้นแบบ&amp;nbsp;ในการพัฒนาชุมชนและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ภาคปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิตกำชัย&amp;nbsp;วันสุข&amp;nbsp;ส.ปชส.สุรินทร์&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117095422753</Link_News></row>
<row _id="134"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยตรวจเยี่ยมและให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและดำเนินการตรวจรับรองใหม่สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัย ตามโครงการปศุสัตว์ ok</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&amp;nbsp;Lumpy&amp;nbsp;skin&amp;nbsp;disease&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&amp;nbsp;Lumpy&amp;nbsp;skin&amp;nbsp;disease&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นนายสมจิตร&amp;nbsp;แสงแก้ว&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;95&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโป่ง&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แนะนำการใช้ยาฆ่าแมลง&amp;nbsp;การสุมควันไฟ&amp;nbsp;น้ำส้มควันไม้&amp;nbsp;ติดหลอดไฟขับไล่แมลง&amp;nbsp;และหรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;งดการเคลื่อนย้ายสัตว์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านน้ำพุง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโป่ง&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการตรวจรับรองใหม่สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัย&amp;nbsp;ตามโครงการปศุสัตว์&amp;nbsp;ok&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;หจก.รุ่งเรืองฟาร์ม&amp;nbsp;โคกงาม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลโคกงาม&amp;nbsp;และร้าน&amp;nbsp;บ.รุ่งเรืองสยาม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;และตรวจประเมินต่ออายุสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัย&amp;nbsp;ไข่สด&amp;nbsp;ตามโครงการปศุสัตว์&amp;nbsp;ok&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เทสโก้&amp;nbsp;โลตัส&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;Express&amp;nbsp;ด่านซ้าย&amp;nbsp;และเทสโก้&amp;nbsp;โลตัส&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;Talad&amp;nbsp;ด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117104833784</Link_News></row>
<row _id="135"><NewsTitle>กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต 7 ดำเนินการตามโครงการแก้ไขปัญหาการใช้สารเร่งเนื้อแดงในฟาร์มเลี้ยงสัตว์  เข้าตรวจประเมินระบบหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตอาหารสัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ดำเนินการตามโครงการแก้ไขปัญหาการใช้สารเร่งเนื้อแดงในฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เข้าตรวจประเมินระบบหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ดำเนินการตามโครงการแก้ไขปัญหาการใช้สารเร่งเนื้อแดงในฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เข้าสุ่มเก็บตัวอย่างปัสสาวะสุกรตรวจสอบหาสารเร่งเนื้อแดงที่ฟาร์มสุกรในพื้นที่อำเภอชะอำ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในสุกร&amp;nbsp;และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้าม&amp;nbsp;เพื่อประชาชนได้บริโภคเนื้อสุกรที่มีความสะอาดปลอดภัยจากสารตกค้างและถูกสุขลักษณะ&amp;nbsp;โดยใช้ชุดทดสอบสารเร่งเนื้อแดงภาคสนาม&amp;nbsp;(Strip&amp;nbsp;Test)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;ผลการทดสอบเป็น&amp;nbsp;ลบ&amp;nbsp;ทุกตัวอย่าง&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการฟาร์มในการตรวจครั้งนี้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;เข้าตรวจประเมินระบบหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;Manufacturing&amp;nbsp;Practice&amp;nbsp;(GMP)&amp;nbsp;ชนิดตรวจต่ออายุการรับรองระบบ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;โรงงานผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ไทยลักซ์&amp;nbsp;เอ็นเตอร์ไพรส์&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.หนองชุมพล&amp;nbsp;อ.เขาย้อย&amp;nbsp;จ.เพชรบุรี&amp;nbsp;ผลการตรวจ&amp;nbsp;โรงงานดำเนินการตามข้อกำหนด&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117112051805</Link_News></row>
<row _id="136"><NewsTitle>เกษตรกรชาวตำบลป่าชิง พลิกฟื้นพันธุ์ ส้มจุกจะนะ พืชเศรษฐกิจเฉพาะถิ่น ให้กลับมาเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากลูกค้าในพื้นที่และต่างจังหวัด จนต้องสั่งจองกันข้ามปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรชาวตำบลป่าชิง&amp;nbsp;พลิกฟื้นพันธุ์&amp;nbsp;ส้มจุกจะนะ&amp;nbsp;พืชเศรษฐกิจเฉพาะถิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้กลับมาเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากลูกค้าในพื้นที่และต่างจังหวัด&amp;nbsp;จนต้องสั่งจองกันข้ามปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สวนส้มจุกจะนะของบังนี&amp;nbsp;หรือนายดนกอนี&amp;nbsp;เหลาะหมาน&amp;nbsp;วัย&amp;nbsp;53&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เกษตรกรชาวตำบลป่าชิง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอจะนะ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ปลูกส้มจุกจะนะพันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;ในเนื้อที่รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;และได้ทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตสุดท้าย&amp;nbsp;ส่งออกจำหน่ายให้แก่ลูกค้าที่สั่งจองเอาไว้&amp;nbsp;ซึ่งสวนส้มจุกแห่งนี้เป็นสวนที่ปราศจากสารเคมี&amp;nbsp;มีการดูแลโดยวิธีธรรมชาติและได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;ส่งจำหน่ายในราคาสูง&amp;nbsp;โดยคุณภาพเกรด&amp;nbsp;A&amp;nbsp;จะจำหน่ายในกิโลกรัมละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;B&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และเกรด&amp;nbsp;C&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บังนี&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;ตนมีความตั้งใจที่จะพลิกฟื้นส้มจุกจะนะพันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2544&amp;nbsp;ได้เริ่มขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนกิ่งและเพาะขยายพันธุ์มาเรื่อยๆ&amp;nbsp;จากนั้นได้ทดลองปลูกเริ่มแรก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;แต่ระยะแรกผลผลิตออกมาไม่ดีเท่าที่ควร&amp;nbsp;ทำให้เริ่มท้อใจเนื่องจากส้มจุกเป็นพืชที่ดูแลยากกว่าส้มชนิดอื่น&amp;nbsp;และหากปล่อยปละละเลยจะได้ผลผลิตไม่มีคุณภาพ&amp;nbsp;แต่ด้วยใจรักในการทำสวนส้มจุกและต้องการอนุรักษ์ผลไม้ประจำถิ่นเอาไว้&amp;nbsp;ทำให้สวนส้มจุกแห่งนี้ไม่ได้ถูกปรับพื้นที่ไปปลูกพืชอื่นทดแทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อมาในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ส้มจุกจะนะ&amp;nbsp;เริ่มได้รับความนิยมและมีกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด&amp;nbsp;ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคมีมาก&amp;nbsp;ผลผลิตออกมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย&amp;nbsp;ถึงขั้นต้องสั่งจองล่วงหน้ากันเลยทีเดียว&amp;nbsp;และนอกจากจะจำหน่ายผลสุกแล้ว&amp;nbsp;ยังจำหน่ายกิ่งพันธุ์ส้มจุกพื้นเมือง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไม่ให้สูญหาย&amp;nbsp;และให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปขยายพันธุ์ต่อได้&amp;nbsp;โดยส้มจุกจะนะมีลักษณะที่แตกต่างจากส้มพันธุ์ทั่วๆ&amp;nbsp;ไป&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตรงบริเวณขั้วของผลจะมีเปลือกนูนสูงคล้ายจุก&amp;nbsp;จึงถูกเรียกว่าส้มจุก&amp;nbsp;ด้วยรสชาติที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว&amp;nbsp;ผิวส้มมีกลิ่นหอม&amp;nbsp;รสหวานอมเปรี้ยว&amp;nbsp;ไม่หวานจัด&amp;nbsp;และได้รับฉายาว่าเป็น&amp;nbsp;ส้มหอมหมื่นลี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านนายอาซราน&amp;nbsp;เต๊ะสอ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะนะ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะนะ&amp;nbsp;มีภารกิจโดยตรงในการส่งเสริมการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;และในส่วนของส้มจุกจะนะ&amp;nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;โดยการจัดงานของดีเมืองจะนะ&amp;nbsp;มีการประกวดส้มจุกครั้งแรกของอำเภอจะนะ&amp;nbsp;จากนั้นในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ได้ดำเนินการจัดประกวดส้มจุกจะนะ&amp;nbsp;เป็นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และมีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ&amp;nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกส้มจุกประมาณกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีการรวมตัวในลักษณะแปลงใหญ่ส้มจุกจะนะ&amp;nbsp;ซึ่งมีสมาชิกที่ให้ผลผลิตแล้วจำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และร่วมกันขับเคลื่อนงานเกษตรแปลงใหญ่ตามนโยบายของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะนะ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;รวมถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญและส่งเสริมเกษตรกรมาโดยตลอด&amp;nbsp;จนในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ตัวแทนวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ที่ในขณะนั้นยังไม่ได้รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ได้ยื่นขอจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์และใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตรวจสอบ&amp;nbsp;และติดตามผลต่างๆ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ชนิดที่สองของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับส้มจุกจะนะ&amp;nbsp;ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีความต้องการในตลาดเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;จำหน่ายได้ในราคาดี&amp;nbsp;และเป็นพืชอัตลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอจะนะ&amp;nbsp;หากสนใจศึกษาวิธีการปลูก&amp;nbsp;การดูแล&amp;nbsp;ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่นายดนกอนี&amp;nbsp;เหลาะหมาน&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;061-176-4729&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิริลักษณ์&amp;nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชา-ณัฐภรณ์/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117125151864</Link_News></row>
<row _id="137"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมปลูกผักลิ้นห่าน ให้เป็นสินค้าประจำท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จัก เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำพันธุ์&amp;nbsp;เวฬุตันติ&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงปลูกผักลิ้นห่านของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักลิ้นห่านบ้านไม้ขาว&amp;nbsp;พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯจะดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรในกลุ่มร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมให้ผักลิ้นห่านให้เป็นสินค้าอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่นตำบลไม้ขาว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้สินค้าเป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;ส่งเสริมเรื่องการแปรรูปและการตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผักลิ้นห่าน&amp;nbsp;เป็นผักพื้นบ้าน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่วนใหญ่จะพบขึ้นอยู่ตามชายหาด&amp;nbsp;พบมากที่ตำบลไม้ขาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;นิยมนำมาบริโภคโดยนำมาแกงกะทิ&amp;nbsp;หรือผัดกับน้ำมันหอย&amp;nbsp;รสชาติอร่อยมีความกรอบมัน&amp;nbsp;มีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือด&amp;nbsp;ลดไขมันในเลือด&amp;nbsp;แก้ท้องอืดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117151039951</Link_News></row>
<row _id="138"><NewsTitle>เกาะติดสถานการณ์หอมแดง เกษตรกรรักษาคุณภาพ ระวังโรคหอมเลื้อย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอุษา&amp;nbsp;โทณผลิน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุบลราชธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(สศท.11)&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตหอมแดงจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;แหล่งผลิตอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;มีเนื้อที่เพาะปลูก&amp;nbsp;26,940&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;24,394&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เนื่องจากปีที่ผ่านมาราคาหอมแดงอยู่ในเกณฑ์ดีจูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นและเป็นพืชที่สร้างรายได้และให้ผลตอบแทนสูงแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ผลผลิตรวม&amp;nbsp;77,878&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน&amp;nbsp;86,344&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลผลิตรวมและผลผลิตต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยวลดลง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากได้รับผลกระทบจากพายุเตี้ยนหมู่&amp;nbsp;ส่งผลให้ฝนตกชุก&amp;nbsp;หอมแดงจึงเน่าเสียหายและบางส่วนชะงักการเจริญเติบโตและจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ขณะนี้ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อทะลักล้นตลิ่งบริเวณลำน้ำมูลและลำน้ำชี&amp;nbsp;รวมถึงลำห้วยสาขาต่างๆ&amp;nbsp;ส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตร&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกหอมแดงถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะตำบลคอนกาม&amp;nbsp;ตำบลลิ้นฟ้า&amp;nbsp;ตำบลกุดเมืองฮาม&amp;nbsp;อำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการสำรวจเบื้องต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกหอมแดง&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พฤศจิกายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;2,048&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;861&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ภาครัฐได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร&amp;nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนเกิดภัยพิบัติ&amp;nbsp;เกษตรกรจะได้รับเงินเยียวยา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,980&amp;nbsp;บาท/ไร่&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอขอเงินชดเชย&amp;nbsp;กรณีเกิดภัยพิบัติ&amp;nbsp;คาดว่าเกษตรกรจะได้รับเงินเยียวยาภายใน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก&amp;nbsp;เพื่อลดการสะสมเชื้อสาเหตุโรคคอบิด&amp;nbsp;หรือโรคหอมเลื้อย&amp;nbsp;ที่สามารถพบได้ในระยะการเจริญเติบโตทางลำต้นและในสภาพอากาศร้อนจัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความชื้นในอากาศน้อย&amp;nbsp;ทำให้เกิดเป็นแผล&amp;nbsp;บริเวณใบ&amp;nbsp;กาบใบ&amp;nbsp;คอหรือส่วนหัว&amp;nbsp;โรคนี้ทำให้ใบเน่าเสียหาย&amp;nbsp;ต้นหอมแคระแกรน&amp;nbsp;ใบบิดโค้งงอ&amp;nbsp;หัวลีบยาว&amp;nbsp;ส่งผลให้ต้นหอม&amp;nbsp;เน่าเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวไม่ได้&amp;nbsp;หรือไปเน่าเสียในช่วงเก็บรักษา&amp;nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรพบต้นที่เป็นโรคให้ถอนนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117150801945</Link_News></row>
<row _id="139"><NewsTitle>4,700 ล้านบาท ให้สหกรณ์นำไปปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ดูแลช่วยเหลือการประกอบอาชีพของสมาชิก เพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กองทุนพัฒนาสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;(กพส.)&amp;nbsp;สามารถสร้างความก้าวหน้าและการเติบโตให้กับสหกรณ์อย่างแท้จริง&amp;nbsp;ทั้งสหกรณ์ขนาดกลาง&amp;nbsp;ขนาดเล็ก&amp;nbsp;หรือสหกรณ์ที่พึ่งตั้งใหม่&amp;nbsp;ให้เป็นองค์กรที่มีศักยภาพและเข้มแข็งจากการนำเงินไปเป็นทุนหมุนเวียนในการรวบรวมผลผลิตการเกษตรและนำมาแปรรูป&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายสู่ตลาด&amp;nbsp;เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตและสร้างรายได้กลับสู่สมาชิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งมีการระบาดของโรคโควิด19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีสหกรณ์อีกจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมให้สมาชิกประกอบอาชีพและรวบรวมผลผลิตออกจำหน่าย&amp;nbsp;ทำตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&amp;nbsp;สมาชิกมีความตั้งใจในการทำการเกษตรจริง&amp;nbsp;ก็จะทำให้มีรายได้และเมื่อครบกำหนดการชำระหนี้&amp;nbsp;สมาชิกก็นำเงินที่กู้ไปสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;กลับมาคืนสหกรณ์&amp;nbsp;สหกรณ์ก็ส่งคืนให้กับกองทุนพัฒนาสหกรณ์&amp;nbsp;โดยอัตราดอกเบี้ยก็คิดตามขนาดตามชั้นลูกหนี้&amp;nbsp;กพส.ที่เราได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้&amp;nbsp;ซึ่งถ้าเทียบต้นทุนของสหกรณ์&amp;nbsp;กับการที่เขาจะต้องไปกู้ยืมจากสถาบันการเงินอื่น&amp;nbsp;ถือว่าเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจให้กับสหกรณ์ได้&amp;nbsp;ก็จะทำให้สหกรณ์ขนาดเล็กหลายแห่งเติบโตขึ้น&amp;nbsp;สมาชิกมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;สำหรับในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดสรรกรอบวงเงินกู้&amp;nbsp;กพส.จำนวน&amp;nbsp;4,700&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันได้มีการอนุมัติและเบิกจ่ายแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่สหกรณ์ขอกู้เพื่อนำไปรวบรวมผลผลิต&amp;nbsp;จัดหาสินค้ามาจำหน่าย&amp;nbsp;นำไปให้สมาชิกกู้ยืมและลงทุนในทรัพย์สิน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้จัดสรรเงินอีกส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117150216937</Link_News></row>
<row _id="140"><NewsTitle>อภิศักดิ์ อังคสิทธิ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ขอเกษตรกรชะลอการเลี้ยงสุกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอภิศักดิ์&amp;nbsp;อังคสิทธิ์&amp;nbsp;รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ&amp;nbsp;คนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดบุรีรัมย์กล่าวถึง&amp;nbsp;สถานการณ์การเลี้ยงสุกรในภาวะปัจจุบัน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เรื่องของการเลี้ยงสุกรถือว่าหนักมากหรือน้อย&amp;nbsp;ต่างกันตรงที่เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อย&amp;nbsp;รายกลาง&amp;nbsp;รายใหญ่&amp;nbsp;ปัญหามี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เรื่องหลักๆ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;โรคและอาหารสัตว์&amp;nbsp;โรคตอนนี้มี&amp;nbsp;อหิวาต์สุกร&amp;nbsp;(ASF)&amp;nbsp;เพิร์ส(PRRS)&amp;nbsp;ปากและเท้าเปื่อย&amp;nbsp;อาหารสัตว์&amp;nbsp;ราคาแพงทุกอย่าง&amp;nbsp;เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น&amp;nbsp;ถ้าทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปัญหามาพร้อมกันควรเว้นวรรคการเลี้ยง&amp;nbsp;หรือปรับเปลี่ยนเป็นการเลี้ยงโค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;เหตุเพราะมีวัคซีนป้องกันโรคและมีความปลอดภัยสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านการจัดการฟาร์มสุกรให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;ปัจจุบันยังไม่ชัดเจน&amp;nbsp;เกษตรกรรายย่อยสถานการณ์ตอนนี้ให้อนุโลมเว้นระยะ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อน&amp;nbsp;เพราะมีความอ่อนไหวหากเลี้ยงแล้วขาดทุน&amp;nbsp;ต้นทุนสูงก็ไม่อยากเลี้ยงเพราะเสี่ยง&amp;nbsp;เรื่องความสะอาดการปนเปื้อนต้องระวังให้มาก&amp;nbsp;ส่วนใหญ่คอกเลี้ยงกับโรงเชือดจะอยู่ติดกัน&amp;nbsp;พอเชือดแล้วส่งขายตลาดนัดบ้าง&amp;nbsp;รถพุ่มพวงบ้าง&amp;nbsp;สุกรหนีโรคยิ่งน่าห่วงใย&amp;nbsp;การควบคุมทำได้ยาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของภาครัฐมีจำนวนน้อย&amp;nbsp;รายใหญ่ต้องแยกเป็นลักษณะโรงเรือนปิดกับเปิด&amp;nbsp;โรงเรือนในระบบปิดปัญหาน้อยกว่าโรงเรือนระบบเปิด&amp;nbsp;ฉะนั้นต้องกำหนดรูปแบบฟาร์มให้ชัดเจน&amp;nbsp;พื้นที่ประกอบการเลี้ยงต้องโปร่ง&amp;nbsp;โล่ง&amp;nbsp;สุกรจะได้ไม่เครียด&amp;nbsp;อาหารต้องสดชวนกิน&amp;nbsp;พื้นที่เลี้ยงกับโรงเชือดควรกำหนดระยะห่าง&amp;nbsp;กำแพง&amp;nbsp;รั้ว&amp;nbsp;ถนนตัดใหม่&amp;nbsp;พื้นที่ก่อนนำสุกรเข้าเลี้ยง&amp;nbsp;ทางเข้า/ออก&amp;nbsp;ต้องคนละทาง&amp;nbsp;คลอรีนในน้ำ&amp;nbsp;ยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;คนเลี้ยง/ดูแลต้องคอกใครคอกมัน&amp;nbsp;ไม่งั้นอาจสุ่มเสี่ยงเกิดการปนเปื้อน&amp;nbsp;สภาพแวดล้อม&amp;nbsp;กลิ่น&amp;nbsp;ระบบน้ำ&amp;nbsp;ของเสียมีเยอะมากอาจนำไปสู่ระบบพืชพันธุ์ธัญญาหารรอบพื้นที่อาณาบริเวณนั้น&amp;nbsp;ทุกอย่างต้องสมดุลและต้องใช้ทุกสิ่งอย่างให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117141205896</Link_News></row>
<row _id="141"><NewsTitle>ประมงจังหวัดลพบุรี ฝึกอบรมส่งเสริมธุรกิจปลากัดสวยงามออนไลน์  เพิ่มช่องทางจำหน่าย และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด -19 ให้สามารถจำหน่ายปลากัดสวยงาม สู่ตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประมงจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ฝึกอบรมส่งเสริมธุรกิจปลากัดสวยงามออนไลน์&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางจำหน่าย&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ให้สามารถจำหน่ายปลากัดสวยงาม&amp;nbsp;สู่ตลาดผ่านข่องทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายกกชัย&amp;nbsp;ฉายรัศมีกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมส่งเสริมธุรกิจปลากัดสวยงามออนไลน์&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมทานตะวัน&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ได้จัดขึ้น&amp;nbsp;ตามแผนงาน&amp;nbsp;ในการพัฒนาศักยภาพให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม&amp;nbsp;ของกรมประมง&amp;nbsp;โดยเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต&amp;nbsp;การจัดการสินค้าสัตว์น้ำสวยงาม&amp;nbsp;ให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับโครงการฝึกอบรมส่งเสริมธุรกิจ&amp;nbsp;"ปลากัดสวยงามออนไลน์"&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;ซึ่งครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นรุ่นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ซึ่งผู้เข้าอบรมประกอบด้วย&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม&amp;nbsp;รวมถึงเจ้าหน้าที่ของกรมประมงที่มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาการฝึกอบรม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การส่งเสริมสัตว์น้ำสวยงาม&amp;nbsp;การสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและสายพันธุ์ปลากัดที่นิยมเพาะเลี้ยง&amp;nbsp;แนวทางการผลิตปลากัดสวยงามที่ได้คุณภาพ&amp;nbsp;ตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;การดูแลรักษา&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;เทคนิคการสร้างมูลค่าเพิ่มในการขายปลากัดสวยงามออนไลน์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การสร้างแบรนด์&amp;nbsp;การทำสื่อการขาย&amp;nbsp;การสร้าง&amp;nbsp;OR&amp;nbsp;code&amp;nbsp;ช่องทางการขายผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;เทคนิคการถ่ายภาพปลากัดสวยงาม&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยาลัยผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;ด้านสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และพรรณไม้น้ำสวยงาม&amp;nbsp;จากกรมประมง&amp;nbsp;และวิทยากรจากภาคเอกชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ลพบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117150704944</Link_News></row>
<row _id="142"><NewsTitle>นครพนม เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรในการจำหน่ายข้าว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นครพนม&amp;nbsp;เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรในการจำหน่ายข้าว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(สตก.นครพนม)&amp;nbsp;ตำบลนาทราย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักของเกษตรกรที่นำข้าวมาจำหน่ายในโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ที่จังหวัดนครพนมได้มีการประสานผู้ซื้อมารวมกัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกและแบ่งเบาภาระการขนย้ายสินค้าให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เพิ่มโอกาสให้ทุกคนมีช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;และมีอำนาจในการต่อรองการขายข้าวเปลือกมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และเข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ที่ความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;สิ่งเจือปนไม่เกิน&amp;nbsp;2%&amp;nbsp;โดยตลอดทั้งวันมีเกษตรกรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งในการจำหน่ายนั้นเกษตรกรส่วนใหญ่เลือกที่จะแบ่งข้าวออกเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;คือส่วนที่นำมาจำหน่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวผลิต&amp;nbsp;ส่วนที่เก็บไว้รอให้ราคาข้าวเปลือกสูงขึ้นมากกว่านี้จึงจะนำมาขาย&amp;nbsp;ส่วนที่จะใช้รับประทานในครอบครัว&amp;nbsp;และส่วนที่จะนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์ในการผลิตปีถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายปรมัศวร์&amp;nbsp;ทองโพธิ์กลาง&amp;nbsp;ผู้จัดการ&amp;nbsp;สตก.นครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เกษตรกรที่นำข้าวเปลือกมาจำหน่ายในวันนี้จะได้ในราคาพิเศษที่สูงกว่าราคากลางในพื้นที่เฉลี่ยประมาณตันละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกเข้าร่วมโครงการได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;คือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวที่นำข้าวหอมมะลิแห้งมาจำหน่ายที่จุดบริการ&amp;nbsp;นอกเหนือจากตัวเกษตรกรจะได้ในราคาที่สูงแล้ว&amp;nbsp;ก็ยังจะได้ในส่วนของโครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีด้วย&amp;nbsp;โดยจะได้ราคาที่เป็นราคาตามกลไกที่รัฐบาลกำหนด&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;10.70&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถือว่าสูงกว่าราคาท้องตลาดมากพอสมควร&amp;nbsp;คิดคราว&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ประมาณตันละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นอกเหนือจากนี้ยังจะได้ในส่วนของเงินตามประมาณตันละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนอีกรูปแบบคือการจำหน่ายปกติในตลาดนัด&amp;nbsp;ที่เกษตรกรสามารถเลือกผู้ประกอบการที่จะขายให้ได้ตามที่ตนเองต้องการ&amp;nbsp;ซึ่งในวันที่จัดตลาดนัดจะได้ราคาที่เพิ่มขึ้นประมาณตันละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพราะฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรที่กำหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงนี้ได้มาจำหน่ายในกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;โดยทางจังหวัดนครพนมมีการจัดตลาดนัด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งคือ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;17-18&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะอยู่ที่สหกรณ์แห่งนี้&amp;nbsp;ส่วนอีกครั้งอยู่ที่ท่าข้าวชีวาพืชผล&amp;nbsp;ตำบลโพนสวรรค์&amp;nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;23-24&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แต่ถ้าใครมาไม่ทันทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งที่จัดงาน&amp;nbsp;ก็ยังสามารถมาจำหน่ายหรือเข้าร่วมโครงการได้ตามปกติ&amp;nbsp;เพียงแต่ว่าจะต้องนำข้าวเปลือกไปจำหน่ายกับผู้ประกอบการที่ต้องการโดยตรง&amp;nbsp;แต่ถ้ามาในช่วงที่จัดงานนี้จะมีผู้ซื้อมารวมกันที่จุดเดียวทำให้เกษตรกรทุกคนมีความสะดวกสบายมากกว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส.ปชส.นครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117190219072</Link_News></row>
<row _id="143"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ วางแผนจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ให้บริการเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายดำรง&amp;nbsp;ปลั่งกลาง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ในการประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;คณะกรรมการจากส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรรวมถึงเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับกำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จะลงพื้นที่อำเภอประโคนชัย&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ค.-31&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอบ้านด่าน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม.ค.-31&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอโนนสุวรรณ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เม.ย.-30&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอแคนดง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.ค.-5&amp;nbsp;ส.ค.65&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117191455081</Link_News></row>
<row _id="144"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ด้านจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือด้านพืชแล้ว 8 อำเภอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;นายดำรง&amp;nbsp;ปลั่งกลาง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&amp;nbsp;อินยาพงษ์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลโคกม้า&amp;nbsp;อำเภอประโคนชัย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายขันธลักษณ์&amp;nbsp;ศรีวิเศษ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอประโคนชัย&amp;nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่ฯ&amp;nbsp;นำลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่รับฟังปัญหาผลกระทบ&amp;nbsp;จากนั้นได้รับรายงานจากผู้นำชุมชนว่าบริเวณวัดบ้านตลาดควาย&amp;nbsp;และบ้านเย้ยสะแก&amp;nbsp;ตำบลสะแกซำ&amp;nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;มีพื้นที่การเกษตรบางส่วนมีน้ำท่วมขังนาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่สำรวจ&amp;nbsp;หากมีพื้นที่ได้รับความเสียหายให้รายงานข้อมูลมายังสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เพื่อที่จะได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือตามขั้นตอน&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยขณะนี้&amp;nbsp;ทางจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือด้านพืชแล้ว&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอหนองกี่,&amp;nbsp;อำเภอปะคำ,&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอพลับพลาไชย,&amp;nbsp;อำเภอโนนดินแดง,&amp;nbsp;อำเภอลำปลายมาศ,&amp;nbsp;อำเภอคูเมือง,&amp;nbsp;อำเภอบ้านใหม่,&amp;nbsp;อำเภอหนองหงส์,&amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไปเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนต้องให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;กรรมการหมู่บ้าน&amp;nbsp;สำรวจพื้นที่ความเสียหายก่อน&amp;nbsp;จากนั้นยื่นความจำนงขอรับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;(กษ01)&amp;nbsp;ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และได้รับความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับค่าชดเชย&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ชดเชยครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งอัตราเป็น&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;1,340&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;พืชไร่และพืชผัก&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;1,980&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;4,048&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรที่จะได้รับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัยพิบัติ&amp;nbsp;จึงจะได้รับการช่วยเหลือตามพื้นที่เสียหายจริง&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117191756084</Link_News></row>
<row _id="145"><NewsTitle>จังหวัดหนองคาย จัดให้มีโครงการ "ผู้ว่าพาไปยาม" ภายใต้กิจกรรม "ข้าวเด่น พืชดี อินทรีย์นำ"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;สำนักงานงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;จัดโครงการ&amp;nbsp;ผู้ว่าพาไปยาม&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;ข้าวเด่น&amp;nbsp;พืชดี&amp;nbsp;อินทรีย์นำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ้านฝาง&amp;nbsp;อำเภอสระใคร&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;สำนักงานงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ได้จัดให้มีโครงการ&amp;nbsp;ผู้ว่าพาไปยาม&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;ข้าวเด่น&amp;nbsp;พืชดี&amp;nbsp;อินทรีย์นำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ้านฝาง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บ้านโนนดู่&amp;nbsp;ตำบลบ้านฝาง&amp;nbsp;อำเภอสระใคร&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานฯ&amp;nbsp;มีนายอำไพ&amp;nbsp;ประเสริฐสังข์&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการผู้ว่าพาไปยาม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายสำเร็จ&amp;nbsp;สุนทรา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย&amp;nbsp;กล่าวรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมเด่นด้านข้าว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายพสุ&amp;nbsp;สกุลอารีย์วัฒนา&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรหนองคาย&amp;nbsp;กล่าวรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมเด่นด้านพืชและเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;และนางสำเนียง&amp;nbsp;ขันพิมล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;กล่าวรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมแปลงใหญ่ข้าวอำเภอสระใคร&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้สื่อสารนโยบายสำคัญของกระทรวงฯ&amp;nbsp;ให้กับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้รับทราบอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ถูกต้อง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ทันเหตุการณ์&amp;nbsp;จึงจัดทำโครงการ&amp;nbsp;ผู้ว่าพาไปยาม&amp;nbsp;โดยเชิญผู้บริหารระดับจังหวัด&amp;nbsp;พาคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมโครงการ/กิจกรรมเด่นของหน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp;หรือแปลงเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานผ่านทางสื่อโทรทัศน์และสื่อต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ส่งผลให้กิจกรรมด้านการเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดหนองคายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภายหลังเปิดโครงการฯ&amp;nbsp;นายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ยังได้มอบเครื่องจักรกลทางการเกษตรให้กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวอำเภอสระใคร&amp;nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการ&amp;nbsp;ข้าวเด่น&amp;nbsp;พืชดี&amp;nbsp;อินทรีย์นำ&amp;nbsp;อีกด้วย.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุมพล&amp;nbsp;/&amp;nbsp;หนองคาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117194617106</Link_News></row>
<row _id="146"><NewsTitle>ทหารช่วยเกี่ยวข้าวชาวนาจังหวัดสุรินทร์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จัดกำลังพลพร้อมรถเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;เข้าช่วยเกี่ยวข้าวให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เขวาสินรินทร์&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ได้จัดกำลังพลพร้อมรถเกี่ยวข้าวเข้าช่วยเกี่ยวข้าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ต.เขวาสินรินทร์?&amp;nbsp;อ.เ?ขวา?สิ?นรินทร์?&amp;nbsp;จ.สุรินทร์?&amp;nbsp;เนื่องจากพื้นที่นามีน้ำท่วมขังและข้าวล้มจำนวนมาก&amp;nbsp;รถเกี่ยวข้าวใหญ่ไม่สามารถลงเกี่ยวได้&amp;nbsp;โดยในวันนี้สามารถเกี่ยวข้าวให้กับประชาชนจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่นา&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้ข้าวเปลือก&amp;nbsp;7,400&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;นายสมยศ?&amp;nbsp;ยืนยิ่ง?&amp;nbsp;อายุ?&amp;nbsp;53?&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;190&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;บ.โชค?&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.เขวาสินรินทร์?&amp;nbsp;อ.เ?ขวา?สิ?นรินทร์จ.สุรินทร์?&amp;nbsp;พื้นที่นา&amp;nbsp;14?&amp;nbsp;ไร่?&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ข้าวเปลือก&amp;nbsp;6,400&amp;nbsp;ก.ก.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;นางอด?&amp;nbsp;จาบทอง?&amp;nbsp;อายุ?&amp;nbsp;59?&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;19?&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;บ.โชค?&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.เขวาสินรินทร์?&amp;nbsp;อ.เขวาสินรินทร์?&amp;nbsp;จ.สุรินทร์?&amp;nbsp;พื้นที่นา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่?&amp;nbsp;ได้ข้าวเปลือก&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ก.ก.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งการเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ได้บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;และมีความปลาบปลื้มใจที่ทหารเข้าช่วยเหลือ&amp;nbsp;โดยฤดูกาลเกี่ยวข้าวปีนี้&amp;nbsp;มลฑลทหารบกที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวในพื้นที่&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;เนื้อที่สะสม&amp;nbsp;159&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปริมาณข้าว&amp;nbsp;77,100&amp;nbsp;ก.ก.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211117231103177</Link_News></row>
<row _id="147"><NewsTitle>ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดชัยนาท เดินหน้าต่อยอดผลิตข้าวพันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก สร้างรายได้ให้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เดินหน้าต่อยอดผลิตข้าวพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;จากนโยบายของ&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ด้านตลาดข้าว&amp;nbsp;ได้เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย&amp;nbsp;พร้อมจับมือกับกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;กำหนดวิสัยทัศน์&amp;nbsp;เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด&amp;nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากเดินทางมาเปิดการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่ที่จังหวัดชัยนาทเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ชมรมผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สนองนโยบายพัฒนาและผลิตข้าวพันธุ์ใหม่ส่งออกตลาดโลก&amp;nbsp;สร้างรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;นางอนุภา&amp;nbsp;ปัญญาดิลก&amp;nbsp;อุปนายกสมาคมเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;ประธานชมรมผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การทำข้าวพันธุ์ใหม่เรานึกถึงตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;เราทำตลาดตามความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;จากเดิมที่เราทำตามความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ&amp;nbsp;แต่ตอนนี้เราทำทั้งสองตลาด&amp;nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;รวมทั้งในอุตสาหกรรมด้วย&amp;nbsp;จากเมื่อก่อนข้าวพันธุ์ต้องใช้เวลา&amp;nbsp;5-10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในการทำ&amp;nbsp;แต่เราคิดด้วยว่าอีก&amp;nbsp;5-10&amp;nbsp;ปีข้างหน้าความต้องการข้าวของตลาดโลกคืออะไร&amp;nbsp;เราจึงนำสายพันธุ์ข้าวที่มีอยู่มาผสมกัน&amp;nbsp;หรือถ้ายังไม่ตอบโจทย์&amp;nbsp;เราก็ผสมพันธุ์ให้นิ่งอยู่ในระยะ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้สิ่งที่เราทำไม่ได้ขายเมล็ดพันธุ์อย่างเดียว&amp;nbsp;ก่อนที่จะขายเมล็ดพันธุ์จะคุยกับโรงสีก่อนว่าโรงสีชอบข้าวแบบไหน&amp;nbsp;ข้าวแข็ง&amp;nbsp;ข้าวอ่อน&amp;nbsp;ข้าวนุ่ม&amp;nbsp;ที่มีกลิ่น&amp;nbsp;เราต้องหาตลาดของโรงสีก่อน&amp;nbsp;ถ้าไม่มีตลาดนี้เรานึกไม่ออกว่าเมล็ดพันธุ์ที่ดีจะออกไปได้อย่างไร&amp;nbsp;แล้วเกษตรกรจะมีทิศทางผลิตข้าวไปทางไหน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;สิ่งที่ต้องได้คือ&amp;nbsp;1.ผลผลิตที่ดี&amp;nbsp;2.อายุต้องพอเหมาะพอควร&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;100-105&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;3.ต้องมีการลดต้นทุนให้เกษตรกรอยู่ได้&amp;nbsp;4.จะทำให้เกษตรกรดำรงชีวิตต่อไปได้&amp;nbsp;นี่คือการต่อยอดและคำตอบที่ว่าทำไมต้องผลิตข้าวพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;เพราะสิ่งที่เราเจออยู่ไม่ใช่ว่าไม่ดี&amp;nbsp;แต่ในทุกๆปีสภาวะอากาศและราคาเปลี่ยนไป&amp;nbsp;ความต้องการตลาดโลกก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;เราจึงต้องมานั่งคุยกัน&amp;nbsp;ทั้งเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;โรงสี&amp;nbsp;ผู้ส่งออก&amp;nbsp;เรื่องของการทำข้าวพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;เกษตรกรชอบหรือไม่&amp;nbsp;และเป็นครั้งแรกที่นำวิชาการ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;มูลนิธิ&amp;nbsp;และกรมการข้าว&amp;nbsp;นำข้าวที่มีอยู่ในมือนำมาประกวดกันเพื่อเฟ้นหาข้าวพันธุ์ดี&amp;nbsp;คือให้ดีที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์คือเกษตรกร&amp;nbsp;และผู้บริโภค&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เป็นความหวังของตลาดโลกที่กำลังจะไปได้ดีจากที่เราได้ศึกษาดูงานกันมา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118113851311</Link_News></row>
<row _id="148"><NewsTitle>กรมประมง เพาะพันธุ์ปลาหุด สัตว์น้ำหายาก ราคาสูง สำเร็จครั้งแรกในเขตพื้นที่ภาคใต้ พร้อมปล่อยลงสู่แหล่งต้นน้ำ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบัญชา&amp;nbsp;สุขแก้ว&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปลาหุด&amp;nbsp;หรือปลาพุด&amp;nbsp;จัดเป็นปลาประจำถิ่นหายากของจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;อาศัยในแหล่งต้นน้ำ&amp;nbsp;น้ำตกและลำธาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากปลาพุดมีพฤติกรรมวางไข่เพียงปีละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำหลาก&amp;nbsp;ปลาพุดจะอพยพลงมาจากภูเขาว่ายน้ำลงมาตามลำคลองสาขาเพื่อวางไข่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านจึงอาศัยช่วงเวลานี้จับปลาดังกล่าวเพื่อนำไปบริโภคและจำหน่าย&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาพุดที่มีไข่จะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นปลาพื้นถิ่นที่หายาก&amp;nbsp;มีรสชาติอร่อยและเป็นที่นิยมนำมาบริโภค&amp;nbsp;จึงเป็นแรงจูงใจให้ชาวบ้านจับปลาพุดในช่วงเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;ส่งผลให้ปลาพุดมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานกรมประมงในจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลาพุดจากสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ปลาพุด&amp;nbsp;น้ำตกยอดน้ำ&amp;nbsp;อำเภอสิชล&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;โดยวิธียกยอ&amp;nbsp;เพื่อให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นำมาเพาะขยายพันธุ์&amp;nbsp;เพื่อนำไปปล่อยกลับคืนที่แหล่งอาศัยบริเวณต้นน้ำ&amp;nbsp;น้ำตกและลำธาร&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูพันธุ์ปลาพุดในท้องถิ่นเป็นแหล่งสร้างผลผลิต&amp;nbsp;สร้างรายได้แก่ชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;ให้ความสำคัญในการฟื้นฟูสัตว์น้ำหายากราคาสูง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยให้มีการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ปล่อยคืนแหล่งน้ำธรรมชาติเดิม&amp;nbsp;เพื่อคงสายพันธุ์ดั้งเดิมไว้ในท้องถิ่นนั้นๆ&amp;nbsp;จึงมีนโยบายเร่งดำเนินการฟื้นฟูพันธุ์ปลาพุดในพื้นที่ต้นน้ำ&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ต้นน้ำ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การเพาะพันธุ์ปลาพุดในจังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ได้สำเร็จ&amp;nbsp;ในการที่จะช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่หายากกลับคืนสู่แหล่งน้ำต้นกำเนิดเพื่อคืนความหลากหลายและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศ&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการปลูกจิตสำนึกของประชาชนให้มีส่วนร่วมในการช่วยกันรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างยั่งยืนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118151058473</Link_News></row>
<row _id="149"><NewsTitle>สถานการณ์ยางไตรมาส 4 ของปีนี้ คาดว่าผลผลิตยางจะออกสู่ตลาดลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;วิเคราะห์ถึงสถานการณ์และราคายางในช่วงไตรมาสนี้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในช่วงเดือน&amp;nbsp;พ.ย.-ธ.ค.&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;คาดว่าผลผลิตยางจะออกสู่ตลาดลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้&amp;nbsp;เนื่องจากในปีนี้เป็นปีที่มีสภาวะลานีญา&amp;nbsp;จึงทำให้ฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติและเป็นปีที่มีฝนมาก&amp;nbsp;และในเดือน&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;เกิดพายุฝนเขตร้อนซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;รวมถึงเดือน&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;ยังมีปริมาณฝนมากกว่าค่าปกติร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จึงคาดว่าปริมาณผลผลิตยางที่ออกมาจริงจะน้อยกว่าที่คาด&amp;nbsp;และคาดว่าผลผลิตของปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;มีประมาณ&amp;nbsp;4.6&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ลดลงประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ด้านปริมาณการส่งออกยางมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โดยในเดือน&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;3.38&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อน&amp;nbsp;12.43%&amp;nbsp;ในขณะที่สต็อกยางทั้งของประเทศไทย&amp;nbsp;และสต็อกยางจีน(ชินเต่า)&amp;nbsp;มีแนวโน้มลดลงโดยสิ้นเดือน&amp;nbsp;ซึ่งเดือน&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มียางเหลือในสต็อกประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;จากช่วงต้นปีซึ่งมีสต็อกอยู่ประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แสนตันมจากยอดผู้ฉีดวัคซีนในประเทศผู้ใช้ยางซึ่งมากกว่า&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;ของประชากรของแต่ละประเทศ&amp;nbsp;ทำให้เศรษฐกิจของประเทศผู้ใช้ยางเริ่มฟื้นตัว&amp;nbsp;เห็นได้จากตัวชี้วัดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;IMF&amp;nbsp;ได้ปรับคาดการณ์ว่าปีนี้&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;โลกจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;5.9&amp;nbsp;ในส่วนประเทศผู้ใช้ยางหลัก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;2.4&amp;nbsp;ไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และสหภาพยุโรป&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;PMI&amp;nbsp;ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำ&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;ในเดือน&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;ประเทศผู้ใช้ยางหลักทั้ง&amp;nbsp;สหรัฐ&amp;nbsp;ญี่ปุ่น&amp;nbsp;และสหภาพยุโรปดัชนี&amp;nbsp;PMI&amp;nbsp;ยังคงอยู่เหนือระดับ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ค่าเงินบาท&amp;nbsp;ในเทรนระยะยาวยังมีแนวโน้มอ่อนค่า&amp;nbsp;และการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ANRPC&amp;nbsp;ได้คาดการณ์ว่า&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ความต้องการใช้ยางจะมากกว่าการผลิต&amp;nbsp;3.29&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;จึงคาดว่าราคายางในเดือนพฤศจิกายนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และในเดือนธันวาคม&amp;nbsp;ซึ่งหากปลายปีปริมาณฝนลดลงอาจทำให้ผลผลิตยางมากขึ้น&amp;nbsp;ราคายางย่อตัวลงเล็กน้อย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118175512588</Link_News></row>
<row _id="150"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่อำเภอปะเหลียนเพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันระดับอำเภอและจังหวัด&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอปะเหลียนเพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสันติราษฎร์ประชาบำรุง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหินจอก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลลิพัง&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม้ว่าจะยังไม่เปิดภาคเรียน&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรงเรียนมีการดำเนินกิจกรรมการเกษตรแบบครบวงจร&amp;nbsp;ทั้งด้านพืช&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีฐานเรียนรู้&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงาน&amp;nbsp;แก่ผู้สนใจทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้ชี้แจงและวางแผนการดำเนินงานโครงการตามงบประมาณปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในส่วนของสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และการวางแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติงานแบบบูรณาการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มาให้ความรู้แก่นักเรียน&amp;nbsp;และเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมการเกษตรตามโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118164042538</Link_News></row>
<row _id="151"><NewsTitle>มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อการอุปโภค -บริโภค การเกษตร การอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5/2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;การเตรียมแผนรองรับการบริหารจัดการน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;การวางแผนแก้ไขปัญหาน้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกง&amp;nbsp;และแม่น้าเจ้าพระยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัด&amp;nbsp;การดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด&amp;nbsp;มพร้อมกันนี้&amp;nbsp;ยังได้ร่วมพิจารณาโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำกิ&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;ความจุเก็บกัก&amp;nbsp;52.31&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;เขื่อนหลัก&amp;nbsp;เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว&amp;nbsp;พร้อมอาคารประกอบและระบบท่อส่งน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งหากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน&amp;nbsp;35,558&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;45&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;6,305&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;สามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;การปศุสัตว์&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ท้ายน้ำในเขตอำเภอท่าวังผา&amp;nbsp;และพื้นที่ราบลุ่มริมลำน้ำน่าน&amp;nbsp;รักษาระบบนิเวศและเป็นแหล่งประมงสำหรับเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรได้บริโภคและเป็นรายได้เสริม&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญ&amp;nbsp;ที่จะเพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ในแผนพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(EEC)&amp;nbsp;กรมชลประทานได้มีแผนการดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำคลองวังโตนด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีความจุรวม&amp;nbsp;308&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;สามารถส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้น&amp;nbsp;267,800&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รองรับความต้องการน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาได้อีกปีละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;และผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ได้ถึงปีละประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ด้านโครงการผันน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำให้อ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ปีละประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;เพื่อการอุปโภค&amp;nbsp;-บริโภค&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;การอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ที่สำคัญเพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่&amp;nbsp;EEC&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211118194503643</Link_News></row>
<row _id="152"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ กู้วิฤตการณ์วัตถุดิบโลกพุ่ง ช่วยชาวนาและผู้เลี้ยงสัตว์ ลดต้นทุน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงสุดในรอบ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มากกว่าร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เป็นประวัติการณ์ของวงการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง&amp;nbsp;สร้างปัญหาและภาระค่าใช้จ่ายด้านการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูและไก่&amp;nbsp;แบกภาระเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;20-30%&amp;nbsp;ซึ่งวัตถุดิบอาหารสัตว์คิดเป็นต้นทุนหลัก&amp;nbsp;60-70%&amp;nbsp;ของการเลี้ยงสัตว์และยังมีผลต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่อุปทานปลายทางคือราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นด้วย&amp;nbsp;ทั้งการบริโภคภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนาเพาะปลูกข้าวที่ปีนี้ฝนดีข้าวนาปีทะลัก&amp;nbsp;คาดว่าจะมีข้าวเปลือกปริมาณไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ&amp;nbsp;เนื่องจากมีการผลิตข้าวส่วนเกิน&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จึงได้มีแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และชาวนา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยกู้วิกฤตการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพงและวิฤตการณ์ข้าวเปลือกราคาถูก&amp;nbsp;โดยการปรับประยุกต์รูปแบบการเลือกใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบเพื่อเป็นแหล่งพลังงานในอาหารสัตว์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการจัดการด้านอาหารสัตว์ตามสถานการณ์ปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเพิ่มสัดส่วนการใช้ข้าวเปลือกบดในอาหารสุกรและสัตว์ปีกในช่วงอายุและปริมาณที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีการใช้ข้าวกล้องบด&amp;nbsp;หรือข้าวแดงบด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถใช้เป็นอาหารสัตว์ได้&amp;nbsp;โดยข้าวกล้องมีเยื่อใยอยู่ในระดับต่ำและมีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับปลายข้าวมาก&amp;nbsp;จึงสามารถใช้ทดแทนปลายข้าวในสูตรอาหารสัตว์ชนิดต่างๆ&amp;nbsp;ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความฟ่าม&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเป็นฝุ่นและไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสารไฟติน&amp;nbsp;ดังนั้นข้าวกล้อง&amp;nbsp;หรือข้าวกะเทาะเปลือกสามารถใช้เป็นวัตถุดิบแหล่งพลังงานในอาหารสัตว์ได้&amp;nbsp;มีคุณค่าทางโภชนะใกล้เคียงกับข้าวโพดและปลายข้าวจึงสามารถใช้ทดแทนปลายข้าวในสูตรอาหารสัตว์ชนิดต่างๆ&amp;nbsp;ได้ดี&amp;nbsp;นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางเลือกและข่าวดีในวงการปศุสัตว์&amp;nbsp;ที่สามารถใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบทดแทนเพื่อเป็นแหล่งพลังงานในอาหารสัตว์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการจัดการด้านอาหารสัตว์&amp;nbsp;โดยสามารถช่วยลดต้นทุนด้านการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ด้านอาหารสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119100503784</Link_News></row>
<row _id="153"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 14 (นายอภัย สุทธิสังข์) ติดตามและขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 12564 ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ Application Zoom</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายอภัย&amp;nbsp;สุทธิสังข์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามและขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;/2564&amp;nbsp;ถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;จากห้องประชุมสำนักตรวจราชการ&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยมีนายนาวิน&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ทำหน้าที่เลขานุการ&amp;nbsp;และมีหัวหน้าหน่วยงาน/ผู้แทนหน่วยงาน&amp;nbsp;บุคลากรที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ตั้งหน่วยงาน&amp;nbsp;เพื่อรับนโยบายการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จากผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งนำเรียนข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้อมูลส่วนราชการ/หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ข้อมูลด้านการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64/65&amp;nbsp;ข้อมูลจังหวัด&amp;nbsp;ข้อมูลประชากร&amp;nbsp;ครัวเรือนเกษตร&amp;nbsp;เขตการปกครอง&amp;nbsp;ทำเนียบหมู่บ้านพื้นที่&amp;nbsp;การใช้ประโยชน์ที่ดิน&amp;nbsp;พื้นที่ประกาศเขต&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ข้อมูล&amp;nbsp;GPP&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ครัวเรือน/แรงงานเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวนเกษตรอาสาจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จำนวนสถาบันเกษตรกร&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ข้อมูลพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563/2564&amp;nbsp;ข้อมูลสัตว์เศรษฐกิจ&amp;nbsp;ข้อมูลด้านประมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลด้านน้ำ&amp;nbsp;ปริมาณน้ำฝน&amp;nbsp;อุณหภูมิ&amp;nbsp;ความชื้นสัมพัทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อ่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เขื่อน&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก&amp;nbsp;แหล่งน้ำในไร่นา&amp;nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&amp;nbsp;โครงการป้องกันภัยจากน้ำ&amp;nbsp;(แก้มลิง)&amp;nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;(แม่น้ำโขง&amp;nbsp;ลำเซบก&amp;nbsp;ลำเซบาย)&amp;nbsp;ข้อมูลชลประทานขนาดเล็ก&amp;nbsp;แก้มลิง&amp;nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&amp;nbsp;แหล่งน้ำในไร่นา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ด้านดิน&amp;nbsp;ชั้นความเหมาะสมของดินสำหรับการปลูกพืช&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;อ้อย&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ข้อมูลแปลงใหญ่&amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2559-2565&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;ศพก.หลัก&amp;nbsp;122&amp;nbsp;ศพก.เครือข่าย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;129&amp;nbsp;ศพก.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปฏิทินสินค้าเกษตรรายเดือนปีการเพาะปลูก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;แหล่งรับซื้อ-ขาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลผลิตเกษตร&amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ข้อมูลสินค้าเกษตรที่สำคัญ&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวเจ้า&amp;nbsp;ข้าเหนียว&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;อ้อยโรงงาน&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;ปลานิล&amp;nbsp;ปลาดุก&amp;nbsp;และการอนุบาลสัตว์น้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นเป็นผลการดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;ผู้ตรวจฯ&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ได้มอบหมายหน่วยงานหารือร่วมกันและเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานในการประชุมครั้งต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119091336755</Link_News></row>
<row _id="154"><NewsTitle>อ่างเก็บน้ำบางพระ มีน้ำกักเก็บเพียงพอใช้เพื่อการผลิตน้ำประปา การเกษตร อุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตลอดฤดูแล้งนี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในศูนย์กลางการจ่ายน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(EEC)&amp;nbsp;ซึ่งมีโครงข่ายน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเชื่อมโยงจากพื้นที่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;มายังจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ต่อมายังจังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;มีความจุ&amp;nbsp;117&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม./ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาได้มีการสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการและผันน้ำจากแม่น้ำบางปะกง&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปริมาณน้ำส่วนเกินที่ระบายลงสู่ทะเล&amp;nbsp;ไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp;ในขณะที่อ่างเก็บน้ำบางพระปีนี้&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำท่าไหลลงอ่างตามธรรมชาติประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;รวมกับปริมาณน้ำที่สูบมาจากแม่น้ำบางปะกง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;และจากคลองพระองค์ไชยานุชิตอีก&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้มีปริมาณน้ำเต็มความจุอ่างฯ&amp;nbsp;ครั้งแรก&amp;nbsp;ตั้งแต่มีการเก็บข้อมูล&amp;nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าปริมาณน้ำจะสามารถจัดสรรได้อย่างเพียงพอใช้ในการผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;การเกษตรและอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ตลอดฤดูแล้งนี้&amp;nbsp;ทั้งยังสามารถส่งกลับไปช่วยผลิตน้ำประปาในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ได้อย่างเพียงพออีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119111136822</Link_News></row>
<row _id="155"><NewsTitle>จังหวัดยโสธร เปลี่ยนรันเวย์สนามบินกองทัพบกเลิงนกทา เป็นลานตากข้าวเปลือก พื้นที่กว้างใหญ่ ลดการตากข้าวริมถนน ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ได้มีชาวนาที่เก็บเกี่ยวข้าวแล้ว&amp;nbsp;นำข้าวเปลือกไปตากแดดไล่ความชื้นที่บริเวณสนามบินกองทัพบกเลิงนกทา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลโคกสำราญ&amp;nbsp;อำเภอเลิงนกทา&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสนามบินเก่า&amp;nbsp;ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว&amp;nbsp;โดยชาวบ้านนำข้าวเปลือกไปตากที่บริเวณลานสนามบิน&amp;nbsp;รันเวย์ของสนามบิน&amp;nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่&amp;nbsp;สามารถรองรับการตากข้าวของชาวบ้านได้จำนวนมาก&amp;nbsp;ลดปัญหาการตากข้าวริมถนน&amp;nbsp;ซึ่งกีดขวางเส้นทางสัญจร&amp;nbsp;และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้&amp;nbsp;อีกทั้งพื้นที่สนามบินกองทัพบกเลิงนกทา&amp;nbsp;ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารคอยเวรยามตรวจตรา&amp;nbsp;เพิ่มความอุ่นใจให้แก่ชาวบ้านที่มานอนเฝ้าลานตากข้าวเปลือกด้วย&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการลักขโมยข้าวเปลือกด้วย&amp;nbsp;โดยในแต่ละวันก็จะมีชาวบ้านพากันนำข้าวไปตากที่สนามบินแห่งนี้ไม่ต่ำกว่าวันละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;และจะใช้ระยะเวลาตากข้าวคนละประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก็จะพากันขนย้ายข้าวเปลือกที่แห้งสนิทกลับบ้านไปและส่งขายเป็นรายได้ต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านต่างรู้สึกดีใจและชื่นชมที่ทหารได้เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาตากในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สนามบินกองทัพบกเลิงนกทา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสนามบินเก่าที่มีการก่อสร้างมาตั้งปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2506&amp;nbsp;สมัยสงครามเวียดนาม&amp;nbsp;โดยทหารสหรัฐอเมริการ่วมกับพันธมิตรอังกฤษ,&amp;nbsp;ออสเตรเลีย&amp;nbsp;และนิวซีแลนด์&amp;nbsp;ได้ร่วมกันก่อสร้างขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นสนามบินสำรอง&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันได้เลิกใช้งานไปแล้วและกองทัพบกเป็นผู้ดูแล&amp;nbsp;ปัจจุบันลานจอดเครื่องบินและรันเวย์ยังคงอยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติ&amp;nbsp;จึงได้เปิดพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาตากในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยชาวบ้านที่ไม่มีพื้นที่ตากข้าวก็สามารถมาใช้พื้นที่ดังกล่าวในการตากข้าวเปลือกได้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการจราจร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ป้องกันอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119160802062</Link_News></row>
<row _id="156"><NewsTitle>กรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคีเครือข่ายส่งเสริมเกษตรกรใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มผลผลิตการเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจิต&amp;nbsp;ชัชวานิชย์&amp;nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรุงเทพมหานครมีพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีครัวเรือนเกษตรกรประมาณ&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรของกรุงเทพมหานครบางส่วนประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนเฉลี่ย&amp;nbsp;230,000&amp;nbsp;บาทต่อครัวเรือน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องจากยังมีการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตรใหม่ๆ&amp;nbsp;มาใช้บริหารจัดการฟาร์มหรืออาชีพเกษตรกรรมไม่มาก&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานเนื่องจากต้องใช้แรงงานจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรเกินจำเป็นทำให้ต้นทุนการผลิตสูง&amp;nbsp;เกษตรกรมีปัญหาสุขภาพเนื่องได้รับสารเคมีสะสมเป็นระยะเวลานาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการเกษตรหลายๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชนิดราคาถูกลง&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น&amp;nbsp;ดังนั้นการส่งเสริมให้เกษตรกร&amp;nbsp;ได้มีความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี&amp;nbsp;เพื่อนำมาใช้ในภาคการเกษตรจะทำให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และสามารถพัฒนาระบบการผลิตภาคการเกษตรสู่การเกษตรยุคใหม่ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและระบบการบริหารจัดการเพื่อลดการใช้สารเคมี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ผลผลิตด้านการเกษตรมีมาตรฐานปลอดภัย&amp;nbsp;เกษตรกรมีสุขภาพดีและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;สามารถลดต้นทุน&amp;nbsp;ลดระยะเวลาและจะทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&amp;nbsp;และมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119162544084</Link_News></row>
<row _id="157"><NewsTitle>อำเภอรัตนบุรี จัดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวอินทรีย์ และมอบผ้าห่มร่วมใจ ต้านภัยหนาว "ขับเคลื่อนนโยบายสุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคเณศวร&amp;nbsp;เกษอินทร์&amp;nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรม&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;Off&amp;nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;โดยการบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;เครือข่ายเกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนตำบลยางสว่าง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายดุษฎี&amp;nbsp;ดวงใจ&amp;nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&amp;nbsp;นายขวัญเมือง&amp;nbsp;พรมสอน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอ&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ในรูปแบบการสืบสานวัฒนธรรมถิ่นอีสานให้คงอยู่สืบไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังได้มอบผ้าห่มร่วมใจต้านภัยหนาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บรรเทาความเดือดร้อนจากอากาศหนาวเย็น&amp;nbsp;ให้กับประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านกล้วย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลยางสว่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวเป็นการขับเคลื่อนตามนโยบาย&amp;nbsp;สุรินทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกระบวนการผลิตข้าว&amp;nbsp;เพื่อคัดสรรเมล็ดพันธุ์ข้าวดี&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ข้าวมีคุณภาพดี&amp;nbsp;โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;โดยข้าวอินทรีย์จะได้รับการตรวจมาตรฐานจากหน่วยงานรับรองมาตรฐานจากกรมการข้าว&amp;nbsp;ซึ่งสนับสนุนการดำเนินการโดยจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ตลอดจนเกษตรกรและผู้บริโภค&amp;nbsp;ได้กินข้าวและพืชผักผลไม้ปลอดสารเคมีเพื่อสุขภาพที่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119154118017</Link_News></row>
<row _id="158"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์และตรวจเยี่ยมและให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการปรับปรุงข้อมูล&amp;nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านผักเน่า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลอิปุ่ม&amp;nbsp;เลี้ยงสุกรพื้นเมือง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ตัวไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สุนัข&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&amp;nbsp;Lumpy&amp;nbsp;skin&amp;nbsp;disease&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&amp;nbsp;Lumpy&amp;nbsp;skin&amp;nbsp;disease&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;นายสมัย&amp;nbsp;สารมโน&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;63&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปากหมัน&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ช่วยคลอดแม่โคเนื้อ&amp;nbsp;ได้ลูกโค&amp;nbsp;เพศผู้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แนะนำการใช้ยาฆ่าแมลง&amp;nbsp;การสุมควันไฟ&amp;nbsp;น้ำส้มควันไม้&amp;nbsp;ติดหลอดไฟขับไล่แมลง&amp;nbsp;และหรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;งดการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่บ้านนาข่า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปากหมัน&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119152300993</Link_News></row>
<row _id="159"><NewsTitle>จ.กาฬสินธุ์ เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก เพิ่มรายได้ สร้างอำนาจต่อรองให้เกษตรกรแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;ที่ตลาดกลางข้าวและพืชไร่จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ตำบลคลองขาม&amp;nbsp;อำเภอยางตลาด&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ได้จัดงานตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกลดต่ำลง&amp;nbsp;ให้ขายได้ราคาดี&amp;nbsp;โดยได้เชิญผู้ประกอบการโรงสีให้เข้ามารับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดกลไกการแข่งขันรับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้น&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรได้นำรถบรรทุกทยอยนำข้าวเปลือกมาขายอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศิริพงษ์&amp;nbsp;วิวัฒน์เกษมชัย&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกยังสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม&amp;nbsp;และการชั่งน้ำหนักที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;การหักลดน้ำหนักตามความชื้นและสิ่งเจือปนของข้าวเปลือก&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรเรียนรู้ถึงการซื้อขายข้าวคุณภาพ&amp;nbsp;อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาการเพาะปลูกข้าวให้มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยในวันแรกของการเปิดตลาดนัดข้าวเปลือกมีเกษตรกรนำข้าวมาจำหน่าย&amp;nbsp;214&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;446&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หากเกษตรกรมีความจำเป็นต้องขายข้าว&amp;nbsp;ขอเชิญชวนเกษตรนำข้าวออกมาจำหน่ายที่ตลาดนัดข้าวเปลือกจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งเพราะอยู่ใกล้แหล่งผลิตของพี่น้องเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายธนพล&amp;nbsp;ธรรมมโนขจิต&amp;nbsp;ผู้จัดการตลาดกลางข้าวและพืชไร่&amp;nbsp;เปิดเผยอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเปิดตลาดนัดข้าวเปลือกเป็นการพบกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้บรรยากาศไม่คึกคักเท่าที่ควร&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรบางรายยังรอดูราคาข้าวเปลือกที่ยังมีราคาไม่สูงมากนัก&amp;nbsp;จึงเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางก่อนเพื่อให้ได้ราคาเป็นที่น่าพอใจค่อยนำออกมาขาย&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลทำให้ราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเพราะเกษตรกรชลอการขายข้าวเปลือกออกไปก่อน&amp;nbsp;ขณะเดี่ยวกันโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลก็ทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจในการนำผลผลิตข้าวออกมาจำหน่ายซึ่งจะได้ราคาตามที่เกษตรกรต้องการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกในครั้งนี้&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นแหล่งรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังเป็นการเสริมสร้างความรู้ให้เกษตรกรได้เรียนรู้ระบบการซื้อขายแบบตลาดกลางอันเป็นฐานในการพัฒนาระบบตลาด&amp;nbsp;และกลไกตลาด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะกระตุ้นให้เกษตรกรเกิดการผลิตข้าวที่มีคุณภาพดีตามที่ตลาดต้องการ&amp;nbsp;เกษตรกรขายข้าวได้ราคาที่สูงขึ้น&amp;nbsp;สอดคล้องกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวตามนโยบายของรัฐบาลอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>กาฬสินธุ์</Province><Department>สวท.กาฬสินธุ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119160951064</Link_News></row>
<row _id="160"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครพนม แนะเกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อยหลังนาสร้างรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เชิญชวนเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวแล้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปลูกพืชใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;ระยะสั้น&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการตลาด&amp;nbsp;สร้างรายได้เสริมหลังทำนาและเป็นแหล่องอาหารครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในทุกๆปีหลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว&amp;nbsp;เกษตรกรรายหลายตัดสินใจที่จะทำการปลูกข้าวเป็นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในพื้นที่เดิม&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้ดินเกิดความเสื่อมโทรมเพราะไม่มีการพักปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;มีความเสี่ยงต่อโรคแมลงในดิน&amp;nbsp;ทำให้วงจรโรคและแมลงในดินสามารถก่อให้เกิดโรคกับพืชได้เช่นเดิม&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านปริมาณน้ำที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนเกษตรหันมาปลูกพืชอายุสั้นและใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;สร้างรายได้เสริม&amp;nbsp;ทดแทนการทำนาปรังในช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพืชที่เหมาะสมต่อการปลูกในหน้าแล้งควรเป็นพืชที่มีอายุสั้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การปลูกพืชผักอายุสั้นใช้เงินลงทุนต่อรุ่นต่ำ&amp;nbsp;แต่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;รอบต่อรุ่น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การปลูกพืชระยะสั้นเริ่มจากเตรียมเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;ปรับดินเตรียมแปลงปลูก&amp;nbsp;เพื่อประหยัดน้ำควรลงทุนทำระบบน้ำหยดเพื่อให้น้ำถูกส่งผ่านทางท่อ&amp;nbsp;ปล่อยน้ำออกทางหัวหยดน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช&amp;nbsp;น้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากของต้นพืชอย่างช้าๆ&amp;nbsp;และสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ช่วยให้ดินมีความชื้นคงที่&amp;nbsp;พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมสม่ำเสมอทั้งแปลง&amp;nbsp;ประหยัดเวลา&amp;nbsp;แรงงาน&amp;nbsp;บำรุงรักษาระบบและควบคุมวัชพืชได้ง่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยให้พิจารณาความเหมาะสมสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ความต้องการตลาด&amp;nbsp;มีกลุ่มพืชแนะนำ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มพืชไร่&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ถั่วเขียว&amp;nbsp;ถั่วเหลือง&amp;nbsp;และถั่วลิสง&amp;nbsp;กลุ่มพืชสมุนไพร&amp;nbsp;อัญชัน&amp;nbsp;ขิง&amp;nbsp;ข่า&amp;nbsp;และตะไคร้หอม&amp;nbsp;กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ&amp;nbsp;ดาวเรือง&amp;nbsp;ทานตะวันตัดดอก&amp;nbsp;แอสเตอร์&amp;nbsp;บานไม่รู้โรย&amp;nbsp;กลุ่มพืชผัก&amp;nbsp;พริกขี้หนู&amp;nbsp;ผักบุ้งจีน&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;กะหล่ำปลี&amp;nbsp;ผักกาดหัว&amp;nbsp;กวางตุ้ง&amp;nbsp;หอมแบ่ง&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;มะระจีน&amp;nbsp;แตงโม&amp;nbsp;แคนตาลูป&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;มันเทศ&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;กะเพรา&amp;nbsp;ตะไคร้&amp;nbsp;ต้นอ่อนทานตะวัน&amp;nbsp;ข้าวโพดฝักสด&amp;nbsp;แตงไทย&amp;nbsp;และฟักทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอความเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำนาปรังในพื้นที่เดิม&amp;nbsp;เพื่อช่วยสร้างรายได้และอาชีพในช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;โดยเกษตรกรที่สนใจการปลูกพืชใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำเพิ่มเติม&amp;nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119165745097</Link_News></row>
<row _id="161"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครพนม แนะเกษตรกร ปลูกพืชหลังนาใช้น้ำน้อย ปลูกง่าย กำไรดี ตลาดต้องการ มีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวในช่วงนี้&amp;nbsp;ถือได้ว่าในหลายๆพื้นที่เกษตรกรได้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวไปแล้วเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;คงเหลือแต่เพียงบางส่วนซึ่งถือได้ว่ามีจำนวนไม่มากนัก&amp;nbsp;ในทุกๆปีหลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว&amp;nbsp;เกษตรกรหลายรายตัดสินใจที่จะทำการปลูกข้าวเป็นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในพื้นที่เดิม&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้ดินเกิดความเสื่อมโทรมเพราะไม่มีการพักดินและปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;ทั้งยังมีความเสี่ยงต่อโรคและแมลงในดิน&amp;nbsp;ทำให้วงจรโรคและแมลงในดินสามารถก่อให้เกิดโรคกับพืชได้เช่นเดิม&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านปริมาณน้ำที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;ที่อยู่ในพื้นที่เขตชลประทาน&amp;nbsp;และพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอที่จะทำการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะทำปลูกพืชอะไรดี&amp;nbsp;ที่จะสามารถสร้างรายได้เสริมหลังนาเป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่ดี&amp;nbsp;และที่สำคัญคือใช้น้ำน้อยในการเพาะปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้&amp;nbsp;ซึ่งมีพืชหลังนาหลายชนิดที่เรียกได้ว่า&amp;nbsp;เป็นที่นิยมที่เกษตรกรให้ความสนใจที่จะปลูก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;แตงโม&amp;nbsp;ถั่วเขียว&amp;nbsp;ถั่วลิสง&amp;nbsp;ดาวเรือง&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนเกษตรกรหันมาปลูกพืชอายุสั้นและใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;สร้างรายได้เสริม&amp;nbsp;ทดแทนการทำนาปรังในช่วงฤดูแล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับพืชที่เหมาะสมต่อการปลูกในหน้าแล้งควรเป็นพืชที่มีอายุสั้น&amp;nbsp;การปลูกพืชผักอายุสั้นใช้เงินลงทุนต่อรุ่นต่ำ&amp;nbsp;แต่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;รอบต่อรุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การปลูกพืชระยะสั้นไม่ใช่เรื่องยาก&amp;nbsp;เริ่มจากเตรียมเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;และปรับดินเตรียมแปลงปลูก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเพื่อประหยัดน้ำควรลงทุนทำระบบน้ำหยดเพื่อให้น้ำถูกส่งผ่านทางท่อ&amp;nbsp;และปล่อยน้ำออกทางหัวหยดน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช&amp;nbsp;น้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากของต้นพืชอย่างช้าๆ&amp;nbsp;และสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ช่วยให้ดินมีความชื้นคงที่&amp;nbsp;พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและสม่ำเสมอทั้งแปลง&amp;nbsp;ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน&amp;nbsp;บำรุงรักษาระบบง่าย&amp;nbsp;แถมควบคุมวัชพืชได้ง่าย&amp;nbsp;ส่วนข้อควรระวังในการปลูกพืชหน้าแล้ง&amp;nbsp;นอกจากเรื่องน้ำแล้ว&amp;nbsp;ต้องดูความต้องการของตลาด&amp;nbsp;และดูความเหมาะสมว่าสภาพแวดล้อมที่ปลูกเหมาะต่อพืชที่ต้องการจะปลูกหรือไม่&amp;nbsp;ถ้านำพืชชอบอากาศหนาวมาปลูกในพื้นที่ร้อนจะไม่ได้ผลผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะพันธุ์พืชที่เหมาะสมสำหรับปลูกหลังนา&amp;nbsp;หรือในช่วงฤดูแล้ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.&amp;nbsp;อายุสั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงหลังการทำนามีช่วงเวลาที่จำกัด&amp;nbsp;การปลูกพืชหลังนาโดยอาศัยความชื้นที่อาศัยอยู่ในดินที่เหลืออยู่&amp;nbsp;พืชที่มีอายุสั้นจะมีความได้เปรียบพืชที่มาอายุเก็บเกี่ยวยาว&amp;nbsp;เนื่องจากช่วงอายุสั้นกว่า&amp;nbsp;สามารถที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดในหน้าแล้งในช่วงที่ติดดอกและฝัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.&amp;nbsp;ทนแล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากความชื้นในดินที่เหลืออยู่หลังการเก็บเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;จะมีความชื้นเพียงพอสำหรับการปลูกพืชในระยะแรกประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.&amp;nbsp;ความแข็งแรงของต้นกล้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงแรกของการเติบโต&amp;nbsp;พืชควรมีความสามารถในการแข่งขันกับวัชพืช&amp;nbsp;ที่มีความชื้นในสภาพที่จำกัด&amp;nbsp;ตลอดจนผลกระทบอื่นๆ&amp;nbsp;ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคและแมลง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;4.&amp;nbsp;ไม่ไวแสง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่วงหลังการทำนาในฤดูแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงวันสั้น&amp;nbsp;หากปลูกพืชที่ตอบสนองต่อช่วงแสง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถั่วเหลืองพันธุ์เบา&amp;nbsp;และงา&amp;nbsp;ทำให้ออกดอกเร็วเกินไป&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;พันธุ์พืชที่เหมาะสมต้องตอบสนองต่อช่วงแสง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;5.&amp;nbsp;ทนทานต่อน้ำขัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงหลังการเก็บเก็บเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;มักประสบปัญหาน้ำท่วมขังในระยะแรกเนื่องจากการจัดการน้ำที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp;นอกจากนี้ระยะออกดอกถึงเก็บเกี่ยวมักประสบปัญหาฝนตก&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;พันธุ์พืชที่เหมาะสมจึงควรทนทานต่อการทำลายของน้ำฝน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;6.&amp;nbsp;ลักษณะอื่นๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต้านทานโรคและแมลง&amp;nbsp;ฝักไม่แตก&amp;nbsp;มีการพักตัวของเมล็ด&amp;nbsp;ลำต้นไม่หักล้ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ของการปลูกพืชใช้น้ำน้อยหรือพืชหลังนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่วยลดการระบาดของแมลง&amp;nbsp;เพิ่มปริมาณการผลิต&amp;nbsp;คุณภาพดีและราคาดี&amp;nbsp;มีผลผลิตสูง&amp;nbsp;ผลตอบแทนสูงและคุ้มค่า&amp;nbsp;และช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มพืชและชนิดพืชที่แนะนำ&amp;nbsp;ที่สามารถปลูกได้ในช่วงฤดูแล้ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มพืชไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ถั่วเขียว&amp;nbsp;ถั่วเหลือง&amp;nbsp;และถั่วลิสง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มพืชสมุนไพร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อัญชัน&amp;nbsp;ขิง&amp;nbsp;ข่า&amp;nbsp;และตะไคร้หอม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ดาวเรือง&amp;nbsp;ทานตะวันตัดดอก&amp;nbsp;แอสเตอร์&amp;nbsp;บานไม่รู้โรย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มพืชผัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พริกขี้หนู&amp;nbsp;ผักบุ้งจีน&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;กะหล่ำปลี&amp;nbsp;ผักกาดหัว&amp;nbsp;กวางตุ้ง&amp;nbsp;หอมแบ่ง&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;มะระจีน&amp;nbsp;แตงโม&amp;nbsp;แคนตาลูป&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;มันเทศ&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;กะเพรา&amp;nbsp;ตะไคร้&amp;nbsp;ต้นอ่อนทานตะวัน&amp;nbsp;ข้าวโพดฝักสด&amp;nbsp;แตงไทย&amp;nbsp;และฟักทอง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวแล้วสนใจหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำนาปรังในพื้นที่เดิม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อช่วยสร้างรายได้และอาชีพในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;สอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำเพิ่มเติม&amp;nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;อาทิตย์&amp;nbsp;อุ่นนาแซง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119203641162</Link_News></row>
<row _id="162"><NewsTitle>โครงการสงขลาเมืองสมุนไพรต้านโควิด- 19 เก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นที่ 1 แปรรูปเป็นยาได้กว่า 40,000 แคปซูล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการที่&amp;nbsp;สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;(สวพ.8)&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ดำเนินงานโครงการสงขลาเมืองสมุนไพรต้าน&amp;nbsp;covid&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สวพ.8&amp;nbsp;นำร่องในแปลงต้นแบบระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ระดับชุมชน&amp;nbsp;ระดับเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;และการปลูกในโรงเรือน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;และโครงการทำการแจกจ่ายต้นกล้าที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก&amp;nbsp;สส.เดชอิศม์&amp;nbsp;ขาวทอง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ให้เกษตรกรไปปลูก&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;127&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;ได้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตฟ้าทะลายโจรที่ปลูกในแปลงต้นแบบโรงเรือน&amp;nbsp;379&amp;nbsp;ต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่าได้ผลผลิตสด&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กิโลกรัมหรือ&amp;nbsp;69&amp;nbsp;กรัมต่อต้น&amp;nbsp;ในแปลงต้นแบบ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลรำแดง&amp;nbsp;อำเภอสิงหนคร&amp;nbsp;290&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ได้ผลผลิตน้ำหนักสด&amp;nbsp;44&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;152&amp;nbsp;กรัมต่อต้น&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;70&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;คาดว่าจะได้น้ำหนักแห้ง&amp;nbsp;17.5&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เมื่อนำไปแปรรูปเป็นฟ้าทะลายโจรแคปซูลจะได้ผลผลิต&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;แคปซูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพเจน&amp;nbsp;มากสุวรรณ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี&amp;nbsp;ของการขับเคลื่อนโครงการที่ได้เห็นผลออกมาเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;โดยความสำเร็จของแปลงต้นแบบจะเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรนำไปทำเป็นอาชีพ&amp;nbsp;หรือหน่วยงานท้องถิ่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;นำไปทำเพื่อเป็นการบริการประชาชน&amp;nbsp;โดยต่อไปจะร่วมมือร่วมมือกับ&amp;nbsp;รพ.สต.&amp;nbsp;ก็จะช่วยในการดูแลสุขภาพประชาชนได้ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยผลผลิตในรอบนี้จะนำมาแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งการผลิตฟ้าทะลายโจรของโครงการจะอยู่ภายใต้มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ซึ่งโครงการเรามีแพทย์แผนไทย&amp;nbsp;มีโรงานเอกชนมาตรฐาน&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;สวพ.8&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;คณะเภสัช&amp;nbsp;ม.อ.&amp;nbsp;เป็นคณะงานโครงการ&amp;nbsp;จึงทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีมาตรฐาน&amp;nbsp;และคุณภาพดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธัชธาวินท์&amp;nbsp;สะรุโณ&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;สวพ.8&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ผลผลิตในแปลงต้นแบบ&amp;nbsp;ถือว่าใหัผลดีพอสมควร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;องค์ความรู้ที่ได้จากแปลงต้นแบบจะนำไปถ่ายทอดขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆในสงขลา&amp;nbsp;ตามเป้าหมายโครงการที่วางไว้&amp;nbsp;โดยในรุ่นที่สอง&amp;nbsp;จะดำเนินการต่อเนื่่อง&amp;nbsp;ภายใต้การความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;วัด&amp;nbsp;และชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119213049186</Link_News></row>
<row _id="163"><NewsTitle>เกษตรโคราช มอบ Sim Card เกษตรตำบลทั้ง 32 อำเภอ สำหรับเครื่อง Tablet เพื่อปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(19&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายวรกร&amp;nbsp;เปรื่องค้า&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รักษาการในตำแหน่งเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสมพิส&amp;nbsp;ทองดีนอก&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;ร่วมมอบ&amp;nbsp;Sim&amp;nbsp;Card&amp;nbsp;ให้แก่ตัวแทนนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;(เกษตรตำตำบล)&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;32&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำหรับใช้ในเครื่อง&amp;nbsp;Tablet&amp;nbsp;เพื่อปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลง&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการใช้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ตำบลโคกกรวด&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รับการอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายการค่าอินเตอร์เน็ตสำหรับใช้กับ&amp;nbsp;Tablet&amp;nbsp;ในการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลงงวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการเช่าอินเตอร์เน็ตสำหรับใช้กับ&amp;nbsp;Tablet&amp;nbsp;ในการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลง&amp;nbsp;กับบริษัท&amp;nbsp;โทรคมนาคมแห่งชาติ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;203&amp;nbsp;ซิม&amp;nbsp;สำหรับใช้งานกับ&amp;nbsp;Tablet&amp;nbsp;ในการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดแปลง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านและอินเทอร์เน็ตซิม&amp;nbsp;(Sim&amp;nbsp;Card)&amp;nbsp;ที่ได้รับการพิจารณาคุณลักษณะการให้บริการความเร็วสูงสุดและราคาต่ำสุด&amp;nbsp;โดยมีความเร็วคงที่ไม่จำกัดปริมาณที่ความเร็วสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;10Mbps&amp;nbsp;พร้อมบริการโทรฟรีในเครือข่าย&amp;nbsp;my&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;โทรนอกเครือข่าย&amp;nbsp;my&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;และรองรับการใช้งานบนเครือข่าย&amp;nbsp;3G/4G&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211119234007243</Link_News></row>
<row _id="164"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำจุดยืนชัดเจน ภาคเกษตรต้องไม่เสียเปรียบ ยึดผลประโยชน์เกษตรกรต้องมาก่อน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงประเด็นการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;CPTPP&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีความพร้อมในการร่วมเจรจาความตกลง&amp;nbsp;CPTPP&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลและทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคประชาชนและภาคประชาสังคม&amp;nbsp;ได้ศึกษาในรายละเอียด&amp;nbsp;ประเด็นผลดี&amp;nbsp;ผลเสียและความพร้อมของไทยมาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ขอยืนยันว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภาคเกษตรไทยต้องไม่เสียเปรียบ&amp;nbsp;โดยกรอบการเจรจาจะยึดผลประโยชน์เกษตรกรเป็นหลักถ้าหากประเทศไทยตัดสินใจเข้าร่วม&amp;nbsp;CPTPP&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;สำหรับการจัดทำกรอบการเจรจาเพื่อรับพันธกรณีความตกลง&amp;nbsp;CPTPP&amp;nbsp;ในส่วนของผลต่อภาคการเกษตร&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเด็นหลักสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จะต้องคำนึงถึงคือ&amp;nbsp;ด้านพันธุ์พืชและด้านการค้าสินค้าให้กับประเทศไทย&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ด้านการค้าสินค้า&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องด้วยสมาชิก&amp;nbsp;CPTPP&amp;nbsp;มีการยกเลิกหรือลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันในระดับที่สูงมากถึงร้อยละ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ซึ่งแน่นอนว่า&amp;nbsp;จะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรของไทยที่มีศักยภาพแข่งขันน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเจรจาในประเด็นด้านการค้า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอสงวนการบังคับใช้มาตรการ&amp;nbsp;SSG&amp;nbsp;ของไทยสำหรับสินค้าเกษตรทั้ง&amp;nbsp;23&amp;nbsp;รายการไว้ตามเดิม&amp;nbsp;ขอให้เกษตรกรทุกท่านทราบว่า&amp;nbsp;การเจรจาความตกลง&amp;nbsp;CPTPP&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จะยึดผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญที่สุดและขอให้มั่นใจได้ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;จะพิจารณาในรายละเอียดประเด็นต่างๆ&amp;nbsp;อย่างครอบคลุมทุกมิติด้วยความรอบคอบและหากไทยตัดสินใจเข้าร่วม&amp;nbsp;CPTPP&amp;nbsp;จะมีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน&amp;nbsp;เพื่อให้ประเทศไทย&amp;nbsp;ภาคเกษตรไทยและเกษตรกรไทยได้รับประโยชน์สูงสุดภายหลังเข้าร่วม&amp;nbsp;CPTPP&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211120134409363</Link_News></row>
<row _id="165"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย ร่วมโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดเลย และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่...สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 12565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;ร่วมโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&amp;nbsp;พอ.สว.&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่...สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภภูเรือ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ด่านซ้าย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงคาน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภูกระดึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปฏิบัติงานโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&amp;nbsp;พอ.สว.&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่...สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยให้บริการผ่าตัดทำหมัน&amp;nbsp;แมวเพศผู้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แมว&amp;nbsp;เพศเมีย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ฉีดยาถ่ายพยาธิภายนอกภายใน&amp;nbsp;ให้กับแมว&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;แก่สุนัข&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;แมว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เกษตรกรมารับบริการ&amp;nbsp;ให้คำแนะนำด้านการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่โรงเรียนบ้านโป่งกวาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลปลาบ่า&amp;nbsp;อำเภอภูเรือ&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122102922718</Link_News></row>
<row _id="166"><NewsTitle>กรมประมง เดินหน้าอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม สอดรับกับกฎหมาย ของสหรัฐอเมริกา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบัญชา&amp;nbsp;สุขแก้ว&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติว่า&amp;nbsp;จากการที่สหรัฐอเมริกาได้ประกาศข้อกำหนดว่าด้วยการนำเข้าสินค้าประมงภายใต้กฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;(Marine&amp;nbsp;Mammal&amp;nbsp;Protection&amp;nbsp;Act:&amp;nbsp;MMPA)&amp;nbsp;เพื่อประเมินกฎระเบียบข้อบังคับการทำประมง&amp;nbsp;การทำประมงเชิงพาณิชย์ของประเทศที่ส่งสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหรัฐฯ&amp;nbsp;ที่อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการตายหรือบาดเจ็บรุนแรงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โลมา&amp;nbsp;วาฬ&amp;nbsp;พะยูน&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐฯ&amp;nbsp;ได้ประกาศเริ่มใช้กฎหมาย&amp;nbsp;MMPA&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2560&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพื่อให้ประเทศคู่ค้าได้มีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ&amp;nbsp;MMPA&amp;nbsp;และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;โดยในช่วงระหว่างการผ่อนผันนี้&amp;nbsp;ประเทศที่ส่งออกสินค้าประมงไปยังสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;รวมทั้งประเทศไทยยังคงส่งสินค้าประมงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินการผ่านคณะทำงานชุดต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;MMPA&amp;nbsp;ให้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พฤศจิกายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5/2564&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการของแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;และโครงการเร่งด่วนเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564-2565&amp;nbsp;ตามที่กรมประมง&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำการผลักดัน&amp;nbsp;เพื่อใช้โอกาสในช่วงระยะเวลาที่สหรัฐฯผ่อนผัน&amp;nbsp;ในการติดตามประเมินสถานภาพสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม&amp;nbsp;การวางระบบรวบรวมข้อมูลสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจากการทำประมง&amp;nbsp;การพัฒนากฎระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับ&amp;nbsp;หรือมาตรการที่เกี่ยวข้องในการลดการตายและการบาดเจ็บของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจากการทำประมง&amp;nbsp;เพื่อให้สอดรับกับกฎหมาย&amp;nbsp;MMPA&amp;nbsp;ของสหรัฐฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122143400852</Link_News></row>
<row _id="167"><NewsTitle>โครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ ตอบโจทย์ สร้างเกษตรกรสู่ผู้ประกอบธุรกิจเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนสำเร็จ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวทัศนีย์&amp;nbsp;เมืองแก้ว&amp;nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;(สศก.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการติดตามประเมินผลโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการสำคัญภายใต้แผน/โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;มีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก&amp;nbsp;ระยะเวลาโครงการตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;63&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;นวัตกรรมที่เหมาะสมและยกระดับการผลิตสินค้าคุณภาพ&amp;nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;เสนอโครงการและแผนการใช้งบประมาณเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;อุปกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;ตามความต้องการของกลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,379&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ดำเนินการใน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยศูนย์ประเมินผล&amp;nbsp;และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;1-12&amp;nbsp;ร่วมกันติดตามประเมินผลโครงการ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานล่าสุดมี&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ทั้ง&amp;nbsp;3,379&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ได้รับงบประมาณเพื่อจัดซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;และปัจจัยการผลิตครบทั้ง&amp;nbsp;3,379&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่จัดซื้อเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;และขณะนี้กลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการส่งมอบเครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างและอื่นๆ&amp;nbsp;ตามแผนการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เกษตรกรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&amp;nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือนเกษตร&amp;nbsp;มีการพัฒนาผลผลิตที่มีคุณภาพได้ตรงความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการสอบถาม&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต่างพึงพอใจต่อโครงการเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;เพราะภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน&amp;nbsp;รวมทั้งการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ&amp;nbsp;สามารถกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น&amp;nbsp;สร้างกลุ่มเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในชุมชน&amp;nbsp;สอดคล้องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&amp;nbsp;สำหรับผลการประเมินผลโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ&amp;nbsp;ในภาพรวม&amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนธันวาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122144420872</Link_News></row>
<row _id="168"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม จัดอบรมโครงการส่งเสริมกระบวนการผลิต การแปรรูปสินค้าเกษตร ตามความต้องการของตลาดอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐาน ส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน GAP และอินทรีย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;ที่ห้องตักสิลาบอลรูม&amp;nbsp;โรงแรมตักสิลา&amp;nbsp;อำเภอเมืองมหาสารคาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;ตรงศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;การอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมกระบวนการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูปสินค้าเกษตรตามความต้องการของตลาดอย่างมีคุณภาพ&amp;nbsp;และได้มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และอินทรีย์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธีระพงศ์&amp;nbsp;ฤทธิโชติ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;ซึ่งการจัดอบรมในครั้งนี้&amp;nbsp;มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและยกระดับการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และอินทรีย์&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การจัดจำหน่าย&amp;nbsp;และนำวัตถุดิบมาผลิตยา&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้และผู้บริโภค&amp;nbsp;มีการเสริมสร้างให้ความรู้&amp;nbsp;สร้างผู้ประกอบการ&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัดมหาสารคามอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดมหาสารคามได้รับเลือกเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จังหวัดเมืองสมุนไพร&amp;nbsp;เมื่อปลายปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;โดยเป็นจังหวัดเมืองสมุนไพรส่วนขยาย&amp;nbsp;และได้ดำเนินงานตามนโยบายเมืองสมุนไพร&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.&amp;nbsp;กิจกรรมการดำเนินงานในกลุ่มต้นทาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือ&amp;nbsp;การส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกสมุนไพรให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้ได้รับรองมาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.&amp;nbsp;กิจกรรมการดำเนินงานในกลุ่มกลางทาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือการสร้างและพัฒนาโรงงานผลิตยาสมุนไพร&amp;nbsp;และโรงงานผลิตเครื่องสำอาง&amp;nbsp;จนได้รับการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Manufacturing&amp;nbsp;Practice)&amp;nbsp;และกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร&amp;nbsp;ในชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.&amp;nbsp;กิจกรรมการดำเนินงานในกลุ่มปลายทาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การพัฒนาระบบบริการ&amp;nbsp;การแพทย์แผนไทย&amp;nbsp;การแพทย์พื้นบ้าน&amp;nbsp;และการแพทย์ทางเลือก&amp;nbsp;ให้ได้มาตรฐานอย่างครบวงจรรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อยกระดับเป็น&amp;nbsp;Champions&amp;nbsp;Herbal&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;ของจังหวัดมหาสารคาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดอบรมในครั้งนี้&amp;nbsp;นับว่ามีความสำคัญต่อการ&amp;nbsp;"พัฒนาเมืองสมุนไพร"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Herbal&amp;nbsp;City)&amp;nbsp;เพื่อเป็นรูปแบบ&amp;nbsp;(Model)&amp;nbsp;การพัฒนาสมุนไพรไทยที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ในระดับจังหวัดให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;ผู้เข้าอบรมจะได้รับความรู้เพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พรชัย-ข่าว/&amp;nbsp;ณรงค์ชัย-ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มหาสารคาม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122124610783</Link_News></row>
<row _id="169"><NewsTitle>กรมประมง เปิดบ้านต้อนรับ ประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ครั้งที่ 8</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสัตวแพทย์สมชวน&amp;nbsp;รัตนมังคลานนท์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมประมงเปิดสถานที่ห้องประชุมใหญ่ให้การต้อนรับพี่น้องชาวประมงในองค์กรสมาชิกของสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย&amp;nbsp;นำโดยนายสะมะแอ&amp;nbsp;เจะมูดอ&amp;nbsp;นายกสมาคมสมาพันธ์ฯ&amp;nbsp;เพื่อการจัดประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp;ถือเป็นการประชุมใหญ่ประจำปีของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านกว่า&amp;nbsp;53&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จังหวัดชายฝั่งประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;?โดยภายในการจัดประชุมครั้งนี้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ทางสมาคมสมาพันธ์ฯ&amp;nbsp;จะมีการสรุปความคืบหน้าของข้อเสนอทางนโยบายและการแก้ไขปัญหาประเด็นต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การสนับสนุนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นเพื่อการจัดการทรัพยากรประมง&amp;nbsp;ข้อมูลสถิติการประมงไทย&amp;nbsp;การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย&amp;nbsp;พรก.การประมง&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็นของประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;การออกใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านให้ชาวประมงขนาดเล็ก&amp;nbsp;การจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;การจัดตั้งกองทุนประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;การทบทวนแหล่งทำการเพาะเลี้ยงในทะเล&amp;nbsp;การให้ภาครัฐสนับสนุนผลผลิตสัตว์น้ำคุณภาพและระบบรับรองมาตรฐานสัตว์น้ำหลักการจับของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;การจัดตั้ง&amp;nbsp;โรงเรียนชาวประมงยั่งยืน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมประมง&amp;nbsp;ได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้ให้ข้อมูลในข้อหารือต่างๆ&amp;nbsp;เหล่านี้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านในครั้งนี้&amp;nbsp;ทุกคนจะได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันก่อให้เกิดภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและบริหารจัดการประมงพื้นบ้านเพื่อนำไปสู่การใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;พี่น้องชาวประมงมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่ภาคการประมงของไทยที่ยั่งยืน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122150535898</Link_News></row>
<row _id="170"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ เข้มมาตรการคุมโควิด ขอประชาชนอย่าตระหนก มั่นใจได้ว่าเนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ปลอดภัยไร้โควิด-19</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เผยข้อมูลว่า&amp;nbsp;พบเชื้อไวรัสโคโรนาในหมูสามารถติดต่อสู่คนได้&amp;nbsp;ซึ่งรายงานพบในเด็กประเทศเฮติ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แต่อาการป่วยไม่รุนแรง&amp;nbsp;มีเพียงแสดงอาการไข้และท้องเสียเล็กน้อยเท่านั้น&amp;nbsp;โดยเป็นการพบเชื้อไวรัสโคโรนาในสุกร&amp;nbsp;ที่แยกได้จากคนและปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุและที่มาของการติดเชื้อว่าสามารถแพร่ติดต่อจากหมูมายังคนได้โดยวิธีใด&amp;nbsp;ซึ่งตามปกติสุกรสามารถติดโรคไวรัสโคโรนาได้แต่แสดงอาการไม่รุนแรง&amp;nbsp;โดยไวรัสโคโรนาที่พบในสุกรทั่วโลกมีทั้งหมด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;จำแนกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จีนัสคือ&amp;nbsp;แอลฟา&amp;nbsp;เบต้า&amp;nbsp;และเดลต้า&amp;nbsp;ก่อให้เกิดกลุ่มอาการระบบทางเดินอาหาร&amp;nbsp;ทางเดินหายใจและระบบประสาท&amp;nbsp;โดยในสุกรเด็กทำให้มีอาการท้องเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ตระหนักและให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และโรคไวรัสชนิดอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เป็นโรคอุบัติใหม่มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือเพื่อเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ควบคุมและป้องกันการเกิดโรคในภาคปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;มีการเตรียมความพร้อมของห้องปฏิบัติการในการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง&amp;nbsp;มีแผนการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่&amp;nbsp;อุบัติซ้ำในสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีมาตรการคุมเข้มในกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์&lt;/strong&gt;ที่สถานประกอบการผลิตสินค้า&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและประเทศคู่ค้ามั่นใจได้ว่าเนื้อสัตว์ปลอดภัยไร้โควิด-19&amp;nbsp;ได้มีมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในสถานประกอบการที่ครอบคลุมทุกด้าน&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้มีการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตั้งแต่มีการเกิดโรคเพื่อเฝ้าระวังเชิงรุกในสถานประกอบการและตลาดสดแล้วจำนวนกว่า&amp;nbsp;4,477&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;ผลทั้งหมดไม่พบการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในตัวอย่างเนื้อสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอให้ผู้บริโภคและประชาชนทุกคน&amp;nbsp;มั่นใจได้ว่า&amp;nbsp;เนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ปลอดภัยไร้โควิด-19&amp;nbsp;สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และกระบวนการผลิตถูกสุขอนามัย&amp;nbsp;มีความปลอดภัยอาหารและย้ำชัดว่าอย่าตื่นตระหนก&amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการพบเชื้อไวรัสโคโรนาในเนื้อสุกรและยังไม่พบช่องทางการติดเชื้อว่าสามารถแพร่ติดต่อจากหมูมายังคนได้โดยวิธีใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122142049835</Link_News></row>
<row _id="171"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเบตงมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจร และต้นขิงให้กับผู้เข้าร่วมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด -19</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่โรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(บ้านกุนุงจนอง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอารีฟ&amp;nbsp;มหัศนียนนท์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มอบต้นฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;และต้นขิง&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมฉีดวัคซีน&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรได้นำไปขยายผล&amp;nbsp;นำไปปลูกไว้ที่บริเวณบ้าน&amp;nbsp;เพื่อเป็นสมุนไพรประจำบ้านเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;ยังสามารถต่อยอดเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวบ้านที่เข้ารับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;จะนำต้นกล้าฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;ไปปลูกไว้ที่บ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นสมุนไพรป้องกันโควิด&amp;nbsp;ให้กับคนในครอบครัว&amp;nbsp;ญาติพี่น้องด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับต้นฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;เป็นสมุนไพรที่ได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(บัญชียาจากสมุนไพร)&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ใช้บรรเทาอาการไข้หวัด&amp;nbsp;แก้ไอและเจ็บคอ&amp;nbsp;มีส่วนช่วยรักษาอาการของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดิน&amp;nbsp;ลักษณะของฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;เป็นไม้ล้มลุก&amp;nbsp;สูงประมาณ&amp;nbsp;30-70&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;กิ่งเป็นใบสี่เหลี่ยม&amp;nbsp;ใบเลี้ยงเดี่ยวสีเขียวเข้มเป็นมัน&amp;nbsp;มีดอกออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ&amp;nbsp;ดอกย่อยมีกลีบดอกสีขาว&amp;nbsp;โคนกลีบติดกัน&amp;nbsp;ปลายแยกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปาก&amp;nbsp;ปากบนมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลีบ&amp;nbsp;และมีเส้นสีม่วงแดงพาดอยู่&amp;nbsp;ส่วนปากล่างมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลีบ&amp;nbsp;ลักษณะของผล&amp;nbsp;จะเป็นฝัก&amp;nbsp;เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลภายในมีเมล็ดจำนวนมาก&amp;nbsp;สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วน&amp;nbsp;ขิง&amp;nbsp;จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ด้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกายของเรา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;วิตามินเอ&amp;nbsp;วิตามินบี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วิตามินบี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วิตามินบี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วิตามินซี&amp;nbsp;เบต้าแคโรทีนธาตุเหล็ก&amp;nbsp;ธาตุแคลเซียม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธาตุฟอสฟอรัส&amp;nbsp;แถมยังมีโปรตีน&amp;nbsp;คาร์โบไฮเดรต&amp;nbsp;และเส้นใยจำนวนมาก&amp;nbsp;ช่วยแก้หวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;บรรเทาอาการไอ&amp;nbsp;บรรเทาหวัด&amp;nbsp;จับเสมหะ&amp;nbsp;เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน&amp;nbsp;สูงประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใบรูปพายกาบใบยาวหุ้มลำต้น&amp;nbsp;ดอกเล็กๆ&amp;nbsp;เป็นช่อทรงกระบอก&amp;nbsp;ตั้งออกจากเหง้าใต้ดิน&amp;nbsp;กาบสีแดง&amp;nbsp;กลีบสีเหลืองอมเขียว&amp;nbsp;ผลกลม&amp;nbsp;นิยมปลูกไว้ปรุงอาหารขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อเปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง&amp;nbsp;เนื้อในสีนวลมีกลิ่นเฉพาะ&amp;nbsp;แทงหน่อหรือลำต้นเทียมเช่นเดียวกับไพล&amp;nbsp;ดอกช่อแทงออกจากเหง้า&amp;nbsp;กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว&amp;nbsp;ใบประดับสีเขียวอ่อน&amp;nbsp;ผลเป็นผลแห้ง&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122140612822</Link_News></row>
<row _id="172"><NewsTitle>กรมการข้าว ร่วมเปิดการฝึกอบรม เชิญ 4 ประเทศกลุ่มน้ำโขง ร่วมหารือพัฒนามาตรฐานการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับนายหวัง&amp;nbsp;หลี่ผิง&amp;nbsp;ทูตพาณิชย์แห่งสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย&amp;nbsp;และนายสุริยัน&amp;nbsp;วิจิตรเลขการ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง&amp;nbsp;ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม&amp;nbsp;Reginal&amp;nbsp;Training&amp;nbsp;Program&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;Access&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Rice&amp;nbsp;in&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Lancang-Mekong&amp;nbsp;Region&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;ภายใต้โครงการการพัฒนาและดำเนินการด้านมาตรฐานการผลิตข้าว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือในอนุภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขง&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การฝึกอบรมในระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;ความมั่นคงทางอาหารและการเข้าถึงตลาดข้าว&amp;nbsp;สำหรับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง&amp;nbsp;อันประกอบด้วยผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง&amp;nbsp;ประเทศละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;และไทย&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการพัฒนามาตรฐานร่วมในการผลิตข้าว&amp;nbsp;โดยเน้นการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และการพัฒนาสินค้าข้าวที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในมาตรฐานการผลิตข้าว&amp;nbsp;เพื่อสามารถพัฒนาให้สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับการเสริมสร้างการจัดทำมาตรฐานการผลิตข้าวร่วมกัน&amp;nbsp;นำไปสู่การสนับสนุนการค้าขายร่วมกันในอนุภูมิภาค&amp;nbsp;ตลอดจนแสวงหาแนวทางในการพัฒนาเพื่อการค้าในระดับสากล&amp;nbsp;เสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของอนุภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขง&amp;nbsp;และเสริมสร้างการพัฒนาข้าวที่ยั่งยืนให้สามารถตอบสนองเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง&amp;nbsp;ด้วยกลไกความร่วมมือในการพัฒนาและจัดทำมาตรฐานการผลิตข้าวร่วมกันของประเทศสมาชิก&amp;nbsp;โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานของไทยจากภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม&amp;nbsp;รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรของจีน&amp;nbsp;เข้าร่วมในการบรรยายฝึกอบรมครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122182821052</Link_News></row>
<row _id="173"><NewsTitle>เกษตรอำเภอละงู จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรอำเภอละงู (Single Commamd District : SCD) จังหวัดสตูล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นางปวีณา&amp;nbsp;นิลมาตย์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอละงู&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรอำเภอละงู&amp;nbsp;(SCD)&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;และคณะทำงานฯ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อพิจารณารับรองแปลงใหญ่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;เพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ผู้ประกอบธุรกิจแบบครบวงจร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สาขาละงู&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยสาขาละงู&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มติในที่ประชุมเห็นชอบรับรองแปลงใหญ่ยางพาราบ้านนาพญา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลละงู&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;และเห็นชอบกลุ่มที่เสนอความต้องการเพื่อขอรับงบประมาณ&amp;nbsp;"โครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;เพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สู่การประกอบธุรกิจแบบครบวงจร"&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรโกปี้นาข่าเหนือ&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทำขนมบ้านหาญ&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งไหม้&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;เพื่อเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;(SCP)&amp;nbsp;เพื่อพิจารณา&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122164235991</Link_News></row>
<row _id="174"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศพก.และแปลงใหญ่ จังหวัดตรัง (เครือข่ายปาล์มน้ำมัน)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศพก.&lt;/strong&gt;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;(เครือข่ายปาล์มน้ำมัน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันนี้(&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในการเปิดการประชุมเกษตรตรังประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;ศพก.และแปลงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;(เครือข่ายปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;)และมอบหมายให้นางอุไร&amp;nbsp;แสงภักดี&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;(เครือข่ายปาล์มน้ำมัน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อหารือแนวทางการรวบรวมผลผลิตปาล์มน้ำมันของกลุ่มแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แนวทางการขอรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;RSPO&amp;nbsp;และการแลกเปลี่ยนปัจจัยการผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่ในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;21&amp;nbsp;แปลงและโรงงานปาล์มน้ำมันจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โรงงาน&amp;nbsp;ในจังหวัดตรังและลานเท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลานเทของโรงงานในจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122165631999</Link_News></row>
<row _id="175"><NewsTitle>เกษตรอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง  ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อน โครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน กลุ่มองค์กรเกษตรกร ในการผลิต การแปรรูป การทำผลิตภัณฑ์ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อน&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่ม/องค์กรเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้(&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายญันยงค์&amp;nbsp;ปล้องอ่อน&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับอำเภอ&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&amp;nbsp;หรือผู้แทนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;ผู้แทนสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;และตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน/&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเข้าร่วมการประชุมด้วย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาแผนเสนอความต้องการพัฒนากิจการและแผนการใช้งบประมาณโครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่ม/องค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;ในการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;และท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมยกระดับวิสาหกิจชุมชนสู่การประกอบธุรกิจครบวงจรและกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211122165744002</Link_News></row>
<row _id="176"><NewsTitle>ทหารพราน 41  รับซื้อ-แจกผลผลิตทางการเกษตร ช่วยชาวบ้าน ลดผลกระทบช่วงโควิด กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;41&amp;nbsp;จัดกำลังพล&amp;nbsp;ชป.กร.หญิง&amp;nbsp;ฉก.ทพ.41&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ชป.กร.&amp;nbsp;ร้อย.ทพ.4115&amp;nbsp;ดำเนินการเก็บผลผลิตทางการเกษตรของหน่วย&amp;nbsp;และรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ต.ท่าธง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมแบ่งปันแจกจ่ายผลผลิตทางการเกษตรให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรผ่านหน้า&amp;nbsp;กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ตำบลวังพญา&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;เพิ่มรายได้&amp;nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;ด้วยผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;สู้ภัยโควิด&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123095042135</Link_News></row>
<row _id="177"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงควรให้อาหารอย่างเหมาะสม เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง&amp;nbsp;โดยบริเวณภาคกลางอุณหภูมิจะลดลง&amp;nbsp;4-6&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้มีอากาศเย็นถึงหนาว&amp;nbsp;เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&amp;nbsp;สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง&amp;nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสำหรับเกษตรกรในภาคกลาง&amp;nbsp;ระยะนี้จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงควรให้อาหารอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;เพราะอากาศเย็นจะทำให้สัตว์น้ำกินอาหารได้น้อยลง&amp;nbsp;และเมื่ออุณหภูมิอุ่นขึ้นจึงให้อาหารเพิ่มเติม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123115445208</Link_News></row>
<row _id="178"><NewsTitle>เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดเดือดร้อนหนัก 2 ปีติด ด้านผู้ว่าฯ แนะตั้งสหกรณ์สร้างพลังการต่อรอง - เสริมความเข้มแข็งทางการตลาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;รักร้อย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมเรื่อง&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาสลิดยุคปัจจุบันอย่างไรให้ห่างไกลโรค&amp;nbsp;และการทำบัญชีครัวเรือน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;หนูทอง&amp;nbsp;ประมงจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานกรมประมง&amp;nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สมุทรสาคร&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกรทำประมงเกษตรพอเพียง&amp;nbsp;49&amp;nbsp;จัดขึ้นให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดฟุ้งประชาธรรมมาราม&amp;nbsp;(วัดดอนราว)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลโรงเข้&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในโอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ยังได้จัดมอบจุลินทรีย์&amp;nbsp;ปม.1&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของกรมประมง&amp;nbsp;แก่ตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมกับซักถามปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิด&amp;nbsp;ก่อนที่จะลงพื้นที่ไปดูสภาพปัญหาจริงจากบ่อเลี้ยงปลาสลิดในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.โรงเข้&amp;nbsp;อ.บ้านแพ้ว&amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนาจ&amp;nbsp;หนูทอง&amp;nbsp;ประมงจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สืบเนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสลิดในอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;ประสบปัญหาราคาปลาสลิดตกต่ำ&amp;nbsp;และการตายของปลาสลิดทุกช่วงอายุ&amp;nbsp;ดังนั้นทางสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;จึงได้เชิญวิทยากรที่มีความรู้จากหน่วยงานกรมประมง&amp;nbsp;มาบรรยายในหัวข้อ&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาสลิดยุคปัจจุบันอย่างไรให้ห่างไกลโรค&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาสลิด&amp;nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้,&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความพร้อมในการเตรียมการจัดการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง,&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการหมัก&amp;nbsp;และการใช้จุลินทรีย์&amp;nbsp;ปม.&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของกรมประมง,เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรในการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ในเรื่องการทำบัญชีครัวเรือน&amp;nbsp;โดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สมุทรสาคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;รักร้อย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดนั้น&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเร่งเข้ามาดำเนินการเสริมสร้างความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การอบรมฯ&amp;nbsp;ที่จัดขึ้นนี้&amp;nbsp;อีกทั้งทางประมงจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;จะต้องสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนแก่พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่การได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้ยังควรส่งเสริมเรื่องของการจัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะได้เป็นการเสริมความเข้มแข็งในการทำเกษตรกรรมและการรวมตัวกันนำเสนอปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ&amp;nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างพลังในการต่อรองด้านอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ราคาอาหารสัตว์น้ำ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;หรือสร้างศักยภาพทางการตลาดให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนนายวิชัย&amp;nbsp;แดงพยนต์&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.โรงเข้&amp;nbsp;อ.บ้านแพ้ว&amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทุกวันนี้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสลิดต้องประสบกับสภาพปัญหาปลาตายเกลื่อนบ่อ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อาหารปลาสลิดแพงมีการขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และราคาปลาสลิดตกต่ำลงมากกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแบบนี้ติดต่อกันมา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;โดยในส่วนของปลาสลิดตายนั้น&amp;nbsp;ก็ยังไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่&amp;nbsp;เพราะเมื่อนำน้ำไปตรวจนั้น&amp;nbsp;คุณภาพน้ำก็ปกติอย่างที่เคยใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งการหาสาเหตุการตายของปลายังคงอยู่ในระหว่างการวิจัยของกรมประมง&amp;nbsp;แต่เกษตรกรก็คาดกันว่า&amp;nbsp;เมื่อคุณภาพน้ำปกติ&amp;nbsp;สาเหตุปลาตายอาจจะเกิดจากสภาพสิ่งแวดล้อมในอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปก็เป็นไปได้&amp;nbsp;ด้านราคาอาหารสัตว์น้ำก็ต้องการให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาควบคุมราคาไม่ให้ขยับสูงขึ้น&amp;nbsp;อีกทั้งยังต้องการให้เข้ามาส่งเสริมในเรื่องของตลาดปลาสลิดด้วย&amp;nbsp;เพราะปลาสลิดจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;เป็นปลาสลิดที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย&amp;nbsp;ตัวโต&amp;nbsp;เนื้อแน่น&amp;nbsp;ไม่เหม็นสาบ&amp;nbsp;หากมีการส่งเสริมทางการตลาดเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้ราคาปลาสลิดดีขึ้นและเกษตรกรมีรายได้มั่นคง&amp;nbsp;สามารถทำอาชีพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123155321377</Link_News></row>
<row _id="179"><NewsTitle>เกษตรกร อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ปลูกฝรั่งไส้แดงไร้เมล็ด พันธุ์แปลกใหม่สร้างรายได้เสริม ผลตอบรับดีเกินคาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่&amp;nbsp;อ.สามร้อยยอด&amp;nbsp;จ.&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดิมเกษตรกรนิยมปลูกสับปะรดเป็นอาชีพหลักส่งโรงงานแปรรูป&amp;nbsp;แต่หลายสิบปีที่ผ่านมามีปัญหาราคาตกต่ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;รายได้ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;จึงเปลี่ยนไปปลูกขนุน&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&amp;nbsp;ขณะที่เกษตรกรบางรายเริ่มปลูกผลไม้สายพันธุ์แปลกใหม่เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางกิมจู&amp;nbsp;ชัยพรหมนฤภัย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เกษตรกรเจ้าของสวนฝรั่งพันธุ์&amp;nbsp;หงซินปาล่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;626/8&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ไร่ใหม่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;นำร่องปลูกฝรั่งไร้เมล็ดไส้แดง&amp;nbsp;สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด&amp;nbsp;จากประเทศไต้หวัน&amp;nbsp;มีเนื้อหวานกรอบ&amp;nbsp;ที่ผ่านมาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกจำหน่าย&amp;nbsp;มีกระแสตอบรับที่ดีมาก&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีเกษตรกรและหน่วยงานราชการสนใจเข้าชมวิธีการเก็บเกี่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมาทดลองปลูกฝรั่งหงซินปาล่า&amp;nbsp;เป็นอาชีพเสริม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากปกติทั่วไปเป็นฝรั่งเนื้อสีขาว&amp;nbsp;แต่พันธุ์นี้จะมีเนื้อในสีแดงอมชมพู&amp;nbsp;เมล็ดมีน้อย&amp;nbsp;มีคุณสมบัติพิเศษ&amp;nbsp;เนื่องจากมีวิตามินซีสูงกว่าพันธุ์อื่น&amp;nbsp;ช่วยต่อต้านหวัด&amp;nbsp;ช่วยเรื่องการขับถ่าย&amp;nbsp;ส่วนสีสันก็แปลกใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หงซินปาล่า&amp;nbsp;เป็นฝรั่งพันธุ์ที่เนื้อละเอียดและกรอบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนผลผลิตก็จะออกทั้งปีแต่ช่วงที่จะออกมากที่สุดคือช่วงเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มาก&amp;nbsp;แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งในช่วงเดือนเมษายนมีผลผลิตไม่มาก&amp;nbsp;จากนั้นจะพักต้นตัดแต่งกิ่ง&amp;nbsp;สำหรับวิธีการดูแลก็ให้น้ำให้ปุ๋ยคอก&amp;nbsp;ปลอดสารพิษ&amp;nbsp;เพื่อช่วยบำรุงดินด้วย&amp;nbsp;หลังจากออกดอกประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนจะเริ่มห่อผล&amp;nbsp;เพื่อให้ผิวสวยกันเหงื่อจากถุงห่อคาร์บอนที่ใช้ห่อกันแมลงใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางกิมจู&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ด้านการตลาดจะเก็บผลผลิตส่งขายที่ตลาดเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขายผ่านออนไลน์&amp;nbsp;มีบางส่วนแม่ค้ารับไปขายในห้างที่&amp;nbsp;อ.หัวหิน&amp;nbsp;บ้าง&amp;nbsp;ราคาตลาดกิโลกรัม&amp;nbsp;(&amp;nbsp;กก.)&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;120-140&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หน้าสวนราคาส่ง&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถ้าเข้ามาซื้อที่สวน&amp;nbsp;หรือผลผลิตที่นำไปขายที่ตลาดจะขาย&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;60-80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในราคาไม่แพงทำให้มีผลตอบรับที่ดีมาก&amp;nbsp;ใครที่สนใจจะเข้ามาชมสวน&amp;nbsp;ก็ยินดีสามารถเข้ามาชม&amp;nbsp;มาศึกษาเรียนรู้เพื่อเป็นช่องทางหารายได้เสริม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยอมรับว่าผลผลิตออกมาทั้งปียังไม่พอขาย&amp;nbsp;ขณะนี้ปลูกไว้&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ในที่ดิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แต่หลังจากนี้จะขยายพื้นปลูกเพื่อรองรับความต้องการนของตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นางสาวลัดดา&amp;nbsp;ศักดิ์ดาเดชฤทธิ์&amp;nbsp;นักประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลไร่ใหม่&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เทศบาลฯ&amp;nbsp;เข้ามาช่วยด้านการประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปรู้จักผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;วารสารของเทศบาลฯ&amp;nbsp;พร้อมกับไลฟ์สด&amp;nbsp;เชิญชวนให้ผู้สนใจซื้อผลผลิต&amp;nbsp;ที่มีสีสันชวนรับประทาน&amp;nbsp;สำหรับผู้สนใจ&amp;nbsp;เทศบาลจะนำไปเยี่ยมชมช่วงที่มีผลผลิต&amp;nbsp;ติดต่อที่&amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Kimchu&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;062-492-4989&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123163622408</Link_News></row>
<row _id="180"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันนมโรงเรียน 1.4 หมื่นล้าน ผลประโยชน์ต้องถึงมือเกษตรกรตัวจริง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ยืนยัน&amp;nbsp;นมโรงเรียน&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ผลประโยชน์ต้องถึงมือเกษตรกรตัวจริง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแก้ไขปัญหานมโรงเรียนว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้ดื่มนมมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง&amp;nbsp;มีภูมิคุ้มกันเข้มแข็ง&amp;nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง&amp;nbsp;อีกทั้งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมให้สามารถจำหน่ายน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จากที่มีกระแสข่าวว่าโครงการนมโรงเรียน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการบางรายเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากโครงการนี้&amp;nbsp;ในเรื่องนี้ได้พยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามข้อมูลที่มีกระแสข่าวหรือไม&amp;nbsp;ซึ่งหากพบว่ามีการกอบโกยผลประโยชน์จากผู้ประกอบการรายใหญ่จริงและไม่ได้มีการซื้อนมจากภาคเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมตัวจริงก็พร้อมที่จะเสนอให้มีการทบทวนเงื่อนไขโครงการนมโรงเรียน&amp;nbsp;เพื่อให้ผลประโยชน์ตกกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมตัวจริง&amp;nbsp;ซึ่งกรณีนี้ขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทำรายละเอียด&amp;nbsp;ปัญหาความเดือดร้อนเสนอต่อกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;ตามลำดับขั้นตอน&amp;nbsp;ผ่านกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอนุกรรมการจัดสรรโควตานมโรงเรียน&amp;nbsp;เพื่อเสนอต่อกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;และคณะกรรมการบริหารนมโรงเรียนเพื่อพิจารณา&amp;nbsp;ซึ่งตนพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสหกรณ์โคนม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;ให้ความเชื่อมั่นต่อสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมว่า&amp;nbsp;รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้ง&amp;nbsp;แต่ขอให้มีการนำเสนอข้อมูลมาตามขั้นตอนและควรมีการดำเนินการให้ทันก่อนที่จะถึงปีการศึกษา&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;และเห็นว่าควรต้องมีการทบทวนบทบาทของอ.ส.ค.ที่ควรต้องเข้ามามีบทบาทในโครงการนี้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เพราะหาก&amp;nbsp;อ.ส.ค.ไม่ช่วยรับซื้อนมก็จะมีปัญหาการเทนมทิ้งเหมือนในอดีต&amp;nbsp;ในช่วงโควิดที่ผ่านมาภาคเอกชนบางรายไม่รับซื้อนมจากเกษตรกร&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;อ.ส.ค.ก็ยังทำหน้าที่รับซื้อนมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสหกรณ์และเกษตรกร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123192144520</Link_News></row>
<row _id="181"><NewsTitle>ศรีสะเกษ เตรียมจัดงาน มหกรรมงัวแลนด์วังหิน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนัทธ์เวโรจน์&amp;nbsp;บูชาพัฒน์&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดศรีสเกษ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;มีกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;/&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการด้านกิจการโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;กำหนดจัดาน&amp;nbsp;มหกรรฒงัวแลนด์วังหิน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;17-19&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณตลาดข้าง&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;อำเภอวังหิน&amp;nbsp;ตำบลบุสูง&amp;nbsp;อำเภอวังหิน&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยกิจกรรมประกอบด้วย&amp;nbsp;การประกวดโคลูกผสมยุโรป&amp;nbsp;โคลูกผสมบราห์มัน&amp;nbsp;กระบือ,&amp;nbsp;เสวนาวิชากรด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ทิศทางโอกาสโคเนื้อดอกลำดวนและมุมมองการตลาด&amp;nbsp;นิทรรศการปศุสัตว์&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;โคขุนคุณพงษ์&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ขอประชาสัมพันธ์การจัดงาน&amp;nbsp;มหกรรมงัวแลนด์วังหิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเชิญชวนเกษตรกร&amp;nbsp;และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;17-19&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณตลาดข้าง&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;อำเภอวังหิน&amp;nbsp;ตำบลบุสูง&amp;nbsp;อำเภอวังหิน&amp;nbsp;จังหวัดศรีเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123184030508</Link_News></row>
<row _id="182"><NewsTitle>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี ร่วมประชุมติดตามงานโครงการสำคัญของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ร่วมประชุมติดตามงาน&lt;/strong&gt;/โครงการสำคัญของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;23&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นางสาวศิริวรรณ&amp;nbsp;เครือเล็ก&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นำหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมการติดตามงาน/โครงการสำคัญของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;ทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้า&amp;nbsp;และผลการดำเนิน/โครงการที่สำคัญของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยที่ประชุม&amp;nbsp;ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;และหลักการบริหารงานและขับเคลื่อนงานโดยคณะกรรมการ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการต้นแบบการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างประเทศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ปัญหาการนำเข้าสินค้าเกษตรไทยของสาธารณรัฐประซาชนจีน&amp;nbsp;และการเตรียมการเข้าร่วมการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;(COP26)&amp;nbsp;และแนวโน้มและแนวทางการดำเนินการเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหารของประเทศในสหภาพยุโรปและการปรับใช้กับประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวท.เพชรบุรี/23&amp;nbsp;พ.ย.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211123195257542</Link_News></row>
<row _id="183"><NewsTitle>กรมการข้าว มุ่งเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์ หวังกระตุ้นราคาข้าวอินทรีย์ให้สูงขึ้น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรมรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์เมืองเขมราฐธานี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมการข้าวดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;พื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานข้าวอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และเพื่อขยายพื้นที่การผลิตข้าวให้ได้การรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมข้าวจึงนำร่องในพื้นที่อำเภอเขมราฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์เมืองเขมราฐธานี&amp;nbsp;ในการรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์ซึ่งถือเป็นที่แรกของประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;ที่จะทำให้เกษตรกรผู้ทำนามีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งด้านสุขภาพที่ดีจากการบริโภคข้าวที่ปลอดจากสารตกค้างและมลพิษ&amp;nbsp;จึงมีเป้าหมายจะจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่อำเภอเขมราฐ&amp;nbsp;เพื่อรองรับการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ในภาคอีสานต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการข้าว&amp;nbsp;จะให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ต้นทุนและเครื่องจักรกลการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์เมืองเขมราฐธานีจะรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์ที่ได้ผ่านการตรวจรับรองระบบกลุ่มตามมาตรฐานข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;ในราคาสูงถึงตันละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และจะรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์ในระยะปรับเปลี่ยนในราคาตันละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124150730849</Link_News></row>
<row _id="184"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานและคณะทำงานโครงการอนุรักษณ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2565 ผ่านระบบการประชุมวีดิทัศน์ทางไกล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;พ.ย.64)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ห้องประชุมจามเทวี&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานและคณะทำงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชาตรี&amp;nbsp;กิตติธนดิตถ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้น้อมนำศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และพระราชกระแสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;(การรักทรัพยากร&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การรักชาติ&amp;nbsp;รักแผ่นดิน)&amp;nbsp;มาสู่การปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมทั้งการขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;(อพ.สธ.)ในลักษณะของการนำองค์ความรู้ด้านพรรณพืชประจำถิ่นที่มีความโดดเด่นขยายผลไปสู่การสร้างการรับรู้&amp;nbsp;การอนุรักษ์&amp;nbsp;และการใช้ประโยชน์ให้แก่ส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนได้เล็งเห็นความสําคัญของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;(อพ.สธ.)&amp;nbsp;โดยมีความประสงค์เผยแพร่การดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;อพ.สธ.&amp;nbsp;ในลักษณะของการจัดงาน&amp;nbsp;อพ.สธ.ให้ประชาชนที่สนใจ&amp;nbsp;รวมถึงภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ที่ขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;อพ.สธ&amp;nbsp;โดยเฉพาะโรงเรียนและองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์&amp;nbsp;โรงเรียนและงานฐานทรัพย์กรท้องถิ่น&amp;nbsp;การขยายผลการขับเคลื่อนสวนพฤกษศาสตร์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;และส่งเสริมการอนุรักษ์พืช&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชน&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงศึกษา&amp;nbsp;และรับรู้ถึงพืชหายากและพืชสําคัญของจังหวัดลําพูน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การขับเคลื่อนการดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;(อพ.สธ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำเป็นต้องได้รับการขับเคลื่อนและขยายผลอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำพูนเกิดความตระหนักในการอนุรักษ์&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;พรรณพืชประจำถิ่น&amp;nbsp;รวมถึงการน้อมนำหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงที่เกี่ยวข้องและพระราชกระแสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;อพ.สธ.&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยขับเคลื่อนการดาเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;(อพ.สธ.)&amp;nbsp;เพื่อขยายผลสวนพฤกษศาสตร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;และส่งเสริมการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยประชาชน&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;สามารถเรียนรู้พืชพื้นถิ่นรวมถึงการดำเนินการของโครงการ&amp;nbsp;อพ.สธ.&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในการดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;อพ.สธ.&amp;nbsp;ในส่วนของการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ผลการดาเนินงานโครงการ&amp;nbsp;อพ.สธ.จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ให้แก่ประชาชนจังหวัดลำพูนและผู้เข้าร่วมการจัดงาน&amp;nbsp;อพ.สธ.&amp;nbsp;รับทราบ&amp;nbsp;และเพื่อขยายผลสวนพฤกษศาสตร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และส่งเสริม&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยประชาชน&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;สามารถเรียนรู้พืชพื้นถิ่นรวมถึงการดำเนินการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นของของโครงการ&amp;nbsp;อพ.สธ.&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124152033862</Link_News></row>
<row _id="185"><NewsTitle>เกษตรกรในอำเภอวังวิเศษ ปลูกข้าวนาปี สร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนและมีข้าวปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกฤษฎา&amp;nbsp;บัวทอง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;ตรวจแปลงข้าวนาปีในตำบลเขาวิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลเขาวิเศษ&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้าวนาปี&amp;nbsp;หรือข้าวนาน้ำฝน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ข้าวที่ปลูกในฤดูการทำนาปกติ&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม&lt;/strong&gt;และเก็บเกี่ยวสิ้นสุดไม่เกินกุมภาพันธ์&amp;nbsp;โดยกิจกรรมการปลูกข้าวนาปี&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรในพื้นที่ส่วนใหญ่จะปลูกเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนและมีข้าวปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี&amp;nbsp;จำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ซึ่งข้าวนาปีดังกล่าวจะเก็บเกี่ยวผลผลิตในต้นปีหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124164640937</Link_News></row>
<row _id="186"><NewsTitle>เกษตรนาโยง ร่วมกับเกษตรตรัง ส่งมอบครุภัณฑ์ โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดตรัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;น.ส.กำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ส่งมอบครุภัณฑ์&amp;nbsp;ตู้อบลมร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;ในโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปวิสาหกิจชุมชนเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ทำการศึกษาความต้องการและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เพราะปัจจุบันวิถีชีวิต(Lifestyle)ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก&amp;nbsp;สินค้าบางชนิดที่เคยได้รับความนิยมอาจไม่ค่อยเหมาะกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;หากไม่มีการพัฒนาสินค้าหรือปรับตัวตามความต้องการของลูกค้าก็จะประสบปัญหาเรื่องช่องทางการตลาดได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124164738939</Link_News></row>
<row _id="187"><NewsTitle>เกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง    สาธิตวิธีการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา ใช้ในการป้องกันกำจัดโรคใบร่วงในยางพาราและโรคกาโนเดอร์มาในปาล์มน้ำมัน แก่เกษตรกรตำบลนาเกลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวอมรรัตน์&amp;nbsp;ชูเมฆ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการและนางสาวหนูพา&amp;nbsp;สุดอักษร&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสาธิตวิธีการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาสาธิตวิธีการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;แก่นางศรัญยา&amp;nbsp;ช่อเส้ง&amp;nbsp;เกษตรกรตำบลนาเกลือ&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยเกษตรกรต้องการนำเชื้อราไตรโคเดอร์มาไปใช้ในการป้องกันกำจัดโรคใบร่วงในยางพาราและโรคกาโนเดอร์มาในปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยางพารายังมีปัญหาเป็นโรคเปลือกแห้งยางพาราหรือที่เรียกว่า&amp;nbsp;"&amp;nbsp;ยางตายนึ่ง&amp;nbsp;"&amp;nbsp;ซึ่งจะไม่สามารถให้น้ำยางได้&amp;nbsp;โดยสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคอาจจะเนื่องมาจาก&amp;nbsp;การขาดการบำรุงรักษา&amp;nbsp;การกรีดที่ไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;เบื้องต้นแนะนำให้เกษตรกรมีการบำรุงดินด้วยปุ๋ยคอก&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;สลับกับการใส่ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และมีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาผสมปุ๋ยคอกหว่านให้ทั่วแปลง&amp;nbsp;และใช้ซ้ำทุกเดือนเพื่อป้องกันและกำจัดเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124164951941</Link_News></row>
<row _id="188"><NewsTitle>กรมประมง เตือนเกษตรกร เฝ้าระวังโรคระบาดปลาจากสภาพอากาศ ในช่วงฤดูหนาว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้&amp;nbsp;ซึ่งสภาวะอากาศหนาวอาจส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;เนื่องจากจะทำให้สัตว์น้ำกินอาหารน้อยลง&amp;nbsp;ภูมิต้านทานต่ำ&amp;nbsp;สุขภาพอ่อนแอ&amp;nbsp;เอื้อต่อการเกิดโรคระบาดได้ง่าย&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น&amp;nbsp;และเป็นการควบคุมโรคระบาดในช่วงฤดูหนาว&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;โรคอียูเอส&amp;nbsp;หรือโรคแผลเน่าเปื่อย&amp;nbsp;โรคตัวด่างและโรคเคเอชวี&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;ขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ปฏิบัติตามคำแนะนำคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรควรวางแผนระยะเวลาการเลี้ยงปลาให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม&amp;nbsp;หรือควรงดเว้นการเลี้ยงปลาในช่วงฤดูหนาว/ควรมีบ่อพักน้ำใช้เพื่อใช้ในฟาร์มได้เพียงพอตลอดฤดูกาล&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว/เลือกชนิดปลาที่จะเลี้ยงให้เหมาะสมกับฤดูกาล&amp;nbsp;โดยในช่วงฤดูหนาว&amp;nbsp;ควรเลือกปลาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดน้อย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลานิล&amp;nbsp;ปลาจีน&amp;nbsp;และปลาไม่มีเกล็ด&amp;nbsp;ที่สำคัญ&amp;nbsp;ควรลดความหนาแน่นของปลาที่ปล่อยลงเลี้ยงและหมั่นเอาใจใส่&amp;nbsp;ตรวจสุขภาพปลาอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;/ควบคุมปริมาณการให้อาหารอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากพบมีปลาที่เลี้ยงป่วยหรือมีอาการผิดปกติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรแยกออกไปเลี้ยงและรักษาต่างหาก&amp;nbsp;กรณีป่วยหนักอาจทำลายทิ้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง&amp;nbsp;และถ้าพบว่าน้ำในบ่อเริ่มเน่าเสีย&amp;nbsp;โดยสังเกตว่ามีก๊าซผุดขึ้นมาจากพื้นบ่อ&amp;nbsp;ให้ใช้เกลือสาดบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;รวมถึงเมื่ออากาศเริ่มเข้าสู่สภาวะที่เหมาะสม&amp;nbsp;พบว่าปลาในธรรมชาติ&amp;nbsp;เป็นปกติ&amp;nbsp;ไม่มีอาการป่วย&amp;nbsp;ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำตามความเหมาะสม&amp;nbsp;และให้อาหารปลาได้ตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรหมั่นสังเกต&lt;/strong&gt;และดูแลสัตว์น้ำในช่วงฤดูหนาวอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากพบมีสัตว์น้ำป่วยหรือมีอาการผิดปกติ&amp;nbsp;สามารถแจ้งหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211124105818635</Link_News></row>
<row _id="189"><NewsTitle>เน้นย้ำภายในปี 2566 ขอคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคในม้าได้เเน่นอน หลังไม่พบโรคมาปีกว่าแล้ว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่ได้มีการรายงานพบโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า&amp;nbsp;ถือเป็นโรคอุบัติใหม่ครั้งแรกในประเทศไทยมีการรายงานพบการเกิดโรคไปองค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อผู้เลี้ยงม้าอย่างมาก&amp;nbsp;ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุดและควบคุมโรคในวงจำกัด&amp;nbsp;จึงได้ให้ความสำคัญใส่ใจมาตั้งแต่ต้นและมีนโยบายสั่งการเร่งด่วนให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการควบคุมโรคทันที&amp;nbsp;พร้อมขอให้มั่นใจประเทศไทยได้ดำเนินการสอดคล้องตามข้อกำหนดและข้อเสนอแนะของ&amp;nbsp;OIE&amp;nbsp;สามารถขอคืนสภาพปลอดโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ได้แน่นอน&amp;nbsp;ซึ่งหากคืนสถานภาพปลอดโรคได้จะทำให้ประเทศไทยลดผลกระทบและความสูญเสียจากโรคดังกล่าว&amp;nbsp;อุตสาหกรรมม้าของประเทศกลับสู่ปกติ&amp;nbsp;และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในระดับนานาชาติ&amp;nbsp;ซึ่งสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับประเทศไทยได้ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์รับสนองนโยบาย&amp;nbsp;ได้เร่งดำเนินการร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อลดความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด&amp;nbsp;โดยขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันดำเนินการตามมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;ควบคุมและกำจัดโรค&amp;nbsp;เพื่อควบคุมโรคให้อยู่ในพื้นที่ที่จำกัดลดการแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;ได้กำหนดแผนปฏิบัติการการกำจัดโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้าเพื่อขอคืนสถานภาพปลอดโรคจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;จากการดำเนินงานอย่างเข้มงวดและความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลให้ปัจจุบัน&amp;nbsp;ประเทศไทยไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าวแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและขอคืนสถานภาพปลอดโรคครั้งนี้&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;OIE&amp;nbsp;ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จึงเร่งขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การเฝ้าระวังโรค&amp;nbsp;การควบคุมเคลื่อนย้าย&amp;nbsp;การควบคุมแมลงและพาหะ&amp;nbsp;และการเฝ้าระวังโรคในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะหรือพื้นที่เฉพาะ&amp;nbsp;ซึ่งจากข้อมูลที่กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นจนพบม้าป่วยตัวสุดท้าย&amp;nbsp;สามารถขอคืนสถานภาพปลอดโรคจาก&amp;nbsp;OIE&amp;nbsp;ได้ภายในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องสอดคล้องกับข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บกของ&amp;nbsp;OIE&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์จึงได้หารือกับที่ปรึกษา&amp;nbsp;OIE&amp;nbsp;มาตั้งแต่ต้น&amp;nbsp;โดยมีกำหนดเดินทางมาประเทศไทย&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;21-27&amp;nbsp;พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นที่ปรึกษาและตรวจประเมินการดำเนินงานควบคุมและกำจัดโรคของประเทศไทยให้มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บกของ&amp;nbsp;OIE&amp;nbsp;ก่อนที่ประเทศไทยจะยื่นขอรับรองคืนสถานภาพปลอดโรค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125093835141</Link_News></row>
<row _id="190"><NewsTitle>การพัฒนาเส้นใยกล้วยในงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอ (ผ้าใยกล้วยบัวหลวง)  เพิ่มมูลค่า สร้างอาชีพเสริมให้ประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำผลงานการพัฒนาเส้นใยกล้วยในงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอ&amp;nbsp;(ผ้าใยกล้วยบัวหลวง)มาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;(Thailand&amp;nbsp;Research&amp;nbsp;Expo&amp;nbsp;2021)&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;ถือเป็นอีกช่องทางในการนำสิ่งของในพื้นที่มาสร้างประโยชน์&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;ยังสร้างอาชีพเสริมให้ประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นิสิต&amp;nbsp;นักศึกษาและประชาชนต่างทยอย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เข้าชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชนและส่วนที่เกี่ยวข้องมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;(Thailand&amp;nbsp;Research&amp;nbsp;Expo&amp;nbsp;2021)&amp;nbsp;ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อว.ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายระบบวิจัยทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยคัดเลือกผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ผลงานกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;มาจัดแสดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยหนึ่งในนี้คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลงานการพัฒนาเส้นใยกล้วยในงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอ&amp;nbsp;(ผ้าใยกล้วยบัวหลวง)ของ&amp;nbsp;ผศ.ดร.สาคร&amp;nbsp;ชลสาคร&amp;nbsp;นักวิจัยและหัวหน้าโครงการฯ&amp;nbsp;จากคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี&amp;nbsp;(มทร.ธัญบุรี)&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;พร้อมเล่าให้ฟังถึงแนวคิดการนำผักตบชวา&amp;nbsp;มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;เครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ได้รับงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;วช.ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;และได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนได้ผลิตภัณฑ์ออกมาในหลากหลายรูปแบบ&amp;nbsp;และยังเป็นการลดต้นทุนการผลิตได้ด้วย&amp;nbsp;ส่วนในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้มีการนำเสนอด้วยการนำชุมชนที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มจากผักตบชวาและยังสามารถสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพให้กับกลุ่มชุมชนในพื้นที่ตำบลลำผักกูด&amp;nbsp;อำเภอธัญบุรี&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการต่อยอดให้เป็นชุมชนนวัตกรรมต้นแบบ&amp;nbsp;รวมทั้งยังสร้างนวัตกรชุมชนด้วย&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ในพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;ด้วยเช่น&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;ชุยนาท&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยาและราชบุรี&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผศ.ดร.สาคร&amp;nbsp;ชลสาคร&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบทั้งกระเป๋า&amp;nbsp;เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทั้งบุรุษสตรี&amp;nbsp;กระเป๋า&amp;nbsp;เฟอร์นิเจอร์&amp;nbsp;ของใช้ตกแต่งบ้านเรือน&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;น.ส.นิกร&amp;nbsp;เอี่ยมสะอาด&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นนวัตกรต้นแบบ&amp;nbsp;ที่ได้มีการนำผักตบชวาไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มโดยนำผ้าที่ทำมาจากผักตบชวามาผสมผสานกับหนัง&amp;nbsp;ผลิตเป็นกระเป๋าแฟชั่น&amp;nbsp;สีขาวนวลสวยงามเป็นธรรมชาติ&amp;nbsp;โดยขณะนี้สามารถส่งออกจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เกาหลีใต้&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามก็พร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;(Thailand&amp;nbsp;Research&amp;nbsp;Expo&amp;nbsp;2021)&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้&amp;nbsp;-&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์&amp;nbsp;และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์&amp;nbsp;เซ็นทรัลเวิร์ด&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125101201164</Link_News></row>
<row _id="191"><NewsTitle>ชาวบ้าน ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ปลูกผักบุ้งขาย สร้างรายได้ครึ่งแสนต่อเดือน</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายจุลพัฒน์&amp;nbsp;ขอเจริญธีระพงศ์&amp;nbsp;ชาวบ้านหมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.บางบุตร&amp;nbsp;อ.บ้านค่าย&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เช่าพื้นที่ปลูกผักบุ้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาทต่อปี&amp;nbsp;ทำมาแล้ว&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในแต่ละวันจะเก็บผักบุ้งส่งขายให้แม่ค้าวันละ&amp;nbsp;180-200&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ประกันราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้ตกวันละ&amp;nbsp;3,500-4,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะที่ราคาในท้องตลาดจะขึ้น-ลงตามฤดูกาล&amp;nbsp;ต่ำสุดกิโลกรัมละ&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;35-40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเนื่องจากผักบุ้งปลูกง่ายใช้เวลา&amp;nbsp;17-20&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก็เก็บขายได้และมีแม่ค้ามารับถึงที่&amp;nbsp;หรือไปส่งไม่ไกลจากบ้านมากนัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือและมีเงินใช้จ่ายไม่ขัดสน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นางพิศมัย&amp;nbsp;มาป้อง&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มผู้ปลูกผักสวนครัวอีกคน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนและครอบครัว&amp;nbsp;ปลูกผักบุ้งเป็นอาชีพหลักมานานกว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยได้ชักชวนพี่ๆ&amp;nbsp;น้องๆ&amp;nbsp;ในครอบครัว&amp;nbsp;รวมถึงลูกๆ&amp;nbsp;มาร่วมกันปลูกผักบุ้งขาย&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นแปลงๆ&amp;nbsp;คนละประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีรายได้ทุกวัน&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้ค่อนข้างดี&amp;nbsp;ไม่แพ้อาชีพอื่น&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังปลูกพืชชนิดอื่นด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ลุงประจวบ&amp;nbsp;จำเนียรศรี&amp;nbsp;เกษตรกรตัวอย่างของจังหวัดระยอง&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดิมชาวบ้าน&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.บางบุตร&amp;nbsp;อ.บ้านค่าย&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;จะประกอบอาชีพรับจ้างในโรงงาน&amp;nbsp;มีรายได้&amp;nbsp;200-300&amp;nbsp;บาทต่อวัน&amp;nbsp;บางวันไม่ไปทำงานก็ขาดรายได้&amp;nbsp;จึงได้รวมกลุ่มกันขึ้นเมื่อ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เริ่มต้นจากหาตลาดรองรับ&amp;nbsp;โดยมีตลาดรองรับหลักๆ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตลาดสัตหีบ&amp;nbsp;สตาร์และตลาดนัดในพื้นที่&amp;nbsp;ปลูกพืชหลักได้แก่&amp;nbsp;ขิง&amp;nbsp;ข่า&amp;nbsp;ตะใคร้&amp;nbsp;ใบมะกรูด&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;แตง&amp;nbsp;และผักบุ้ง&amp;nbsp;แบ่งกันปลูกคนละชนิดตามความถนัดของแต่ละคน&amp;nbsp;เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตจะมีแม่ค้ามารับถึงที่ทุกวัน&amp;nbsp;ทำให้สมาชิกมีรายได้ทุกวันๆละ&amp;nbsp;300-500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับชนิดของผักที่ปลูกและความขยันของแต่ละคน&amp;nbsp;ส่งผลให้แต่ละครอบครัวมีรายได้ที่แน่นอนตลอดทั้งต่างจากการปลูกผลไม้&amp;nbsp;ที่ให้ผลผลิตเพียงแค่&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เดือนเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ต้องยึดหลักความซื่อสัตย์&amp;nbsp;และจริงใจต่อลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125113837238</Link_News></row>
<row _id="192"><NewsTitle>ยกระดับวงการสัตวแพทย์ไทยเป็นหนึ่งในอาเซียน ภายใต้ทรีมงาน สัตว์อยู่ดี คนมีสุข ยุควิถีใหม่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ทั่วโลก&amp;nbsp;ทำให้มีข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ&amp;nbsp;แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาความรู้และความร่วมมือทางด้านวิชาการต่างๆ&amp;nbsp;ระหว่างวงการวิชาชีพสัตวแพทย์ทั่วโลก&amp;nbsp;จึงได้มีการปรับรูปแบบการจัดงานเป็นรูปแบบการประชุมออนไลน์เสมือนจริง&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันระดับนานาชาติทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปีนี้มีทรีมหัวข้อในการจัดประชุมคือ&amp;nbsp;สัตว์อยู่ดี&amp;nbsp;คนมีสุข&amp;nbsp;ยุควิถีใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Well&amp;nbsp;Being&amp;nbsp;Animal&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Well&amp;nbsp;Living&amp;nbsp;People&amp;nbsp;in&amp;nbsp;the&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;กำหนดจัดงานระหว่างวันที่&amp;nbsp;24-26&amp;nbsp;พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp;โดยการประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ในปีนี้&amp;nbsp;(ICVS&amp;nbsp;2021)&amp;nbsp;เป็นการประชุมเนื่องในโอกาสครบรอบ&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ของสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;โดยอาศัยความร่วมมือจากสาขาวิชาชีพต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนระดับชาติและนานาชาติ&amp;nbsp;เพื่อเป็นเวทีให้สัตวแพทย์&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;นักวิจัย&amp;nbsp;ในสาขาวิชาชีพต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงและการผลิตสัตว์เชิงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติได้แลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ&amp;nbsp;ประสบการณ์ทางวิชาชีพ&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นประสานความร่วมมือกันในการเพิ่มขีดศักยภาพความสามารถของวิชาชีพสัตวแพทย์ในการขับเคลื่อนประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาด้านการเลี้ยงสัตว์รวมถึงการมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยและสอดคล้องกับข้อกำหนดระหว่างประเทศและสากล&amp;nbsp;ซึ่งประเทศคู่ค้าต่างๆ&amp;nbsp;ให้ความเชื่อมั่น&amp;nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนและผู้นำในอันดับโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิชาชีพสัตวแพทย์ถือเป็นบทบาทที่ท้าทาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการควบคุมผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก&amp;nbsp;โดยปัจจุบันประเทศไทยได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์รวมมีมูลค่าแล้วมากกว่า&amp;nbsp;240,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125145433337</Link_News></row>
<row _id="193"><NewsTitle>สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง จัดอบรมหลักสูตร การพัฒนาผู้แทนเกษตรกรในระดับพื้นที่ ภายใต้โครงการพัฒนาผู้แทนเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปัญญา&amp;nbsp;สุ้นกี้&amp;nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มยุทธศาสตร์และการปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดอบรมหลักสูตร&amp;nbsp;การพัฒนาผู้แทนเกษตรกรในระดับพื้นที่&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาผู้แทนเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรกรใน&amp;nbsp;คปจ.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และอาสาสมัครปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;(อสปก.)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;๑๘&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สำหรับการจัดอบรมครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;ด้านงานปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;รวมถึงการสร้างความร่วมมือในการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;กับผู้แทนเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125143813319</Link_News></row>
<row _id="194"><NewsTitle>ปศุสัตว์อำเภอเบตง ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี-สกิน สร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่โคของเกษตรกรในพื้นที่ต.ยะรม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเกริกฤทธิ์&amp;nbsp;โรจนรวีวงศ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเบตง&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอเบตง&amp;nbsp;ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี-สกิน&amp;nbsp;(Lumppy&amp;nbsp;Skin&amp;nbsp;Disease&amp;nbsp;:&amp;nbsp;LSD)เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันโรคให้แก่โคของเกษตรกรในพื้นที่ต.ยะรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พร้อมกับประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ให้ความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการระบาด&amp;nbsp;การติดต่อ&amp;nbsp;การป้องกันและกำจัดแมลงพาหะ&amp;nbsp;และเน้นย้ำเกษตรกรหากพบสัตว์ที่เลี้ยงอยู่แสดงอาการป่วยผิดปกติตามนิยามของโรคให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบตงในทันที&amp;nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการป้องกันโรคและรักษาพยาบาลสัตว์ป่วยได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125143917320</Link_News></row>
<row _id="195"><NewsTitle>เกษตรกรตรังนำหลุมพีราชาผลไม้เปรี้ยว อายุกว่า 100 ปี เป็นพืชหายากของถิ่นภาคใต้หนึ่งปีมีครั้งเดียว มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มทำเป็นหลุมพีเชื่อมราคากิโลกรัมละ 300 บาท และขายผลสด ในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ผ่านสื่อออนไลน์สร้างรายได้งามต่อปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;พ.ย.2564)&amp;nbsp;น.ส.สุมาลี&amp;nbsp;เมืองมีศรี&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และนายจรัน&amp;nbsp;เพ็งเทพ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สองสามีภรรยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าไปเยี่ยมชมพร้อมเก็บผลผลิตลูกหลุมพี&amp;nbsp;อายุกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ภายในริมสวนยางพาราพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ม.9&amp;nbsp;ต.บางดี&amp;nbsp;อ.ห้วยยอด&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับหลุมพีหรือส้มพี&amp;nbsp;เป็นผลไม้หายากของทางใต้&amp;nbsp;เป็นปาล์มชนิดหนึ่ง&amp;nbsp;ลำต้นสั้นแตกหน่อเป็นกอใหญ่&amp;nbsp;เมื่อออกดอกผลแล้วจะตายไป&amp;nbsp;มักขึ้นในที่ลุ่มน้ำขังและป่าพรุ&amp;nbsp;เริ่มออกดอกตั้งแต่เดือนมิถุนายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;ออกผลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ผลมีลักษณะเป็นรูปไข่กลับ&amp;nbsp;ออกมาเป็นทะลาย&amp;nbsp;มีน้ำหนักของทะลายตั้งแต่&amp;nbsp;20-40&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เปลือกบาง&amp;nbsp;มีเกล็ดเล็ก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เรียงซ้อนกันอยู่ทั่ว&amp;nbsp;เมื่อสุกผลจะมีสีเหลืองหรือสีแสดอมน้ำตาล&amp;nbsp;คล้ายผลระกำ&amp;nbsp;เนื้อภายในมีสีชมพูอมเหลือง&amp;nbsp;รสเปรี้ยว&amp;nbsp;ฝาด&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางผลประมาณ&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;หลุมพีสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน&amp;nbsp;โดยเฉพาะผล&amp;nbsp;ที่มีทั้งสรรพคุณทางยา&amp;nbsp;ช่วยขับเสมหะ&amp;nbsp;แก้ไอ&amp;nbsp;ผลสุก&amp;nbsp;นำคั้นเอาน้ำผสมกับเกลือและน้ำตาล&amp;nbsp;จิบกินเป็นตัวยา&amp;nbsp;ใช้เป็นยาแก้ไข้ทับระดู&amp;nbsp;ผลอ่อนของหลุมพี&amp;nbsp;มีรสฝาดเปรี้ยวนำมาใช้ประกอบอาหารคาวหวานได้หลายประเภท&amp;nbsp;ถ้าเป็นผลแก่จะใช้ปรุงรสแทนมะนาวก็ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;น.ส.สุมาลี&amp;nbsp;เมืองมีศรี&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ลูกหลุมพีนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยู่ในพื้นที่สวนยางพาราของพ่อตนเอง&amp;nbsp;และต่อมาพ่อก็ได้อนุรักษ์เก็บเอาไว้สำหรับหลุมพีนั้นเป็นพืชผลไม้ของถิ่นภาคใต้&amp;nbsp;ซึ่งนับว่าในปัจจุบันนี้หาได้ค่อนข้างยาก&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีจะออกผลให้เพียงละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้งเท่านั้น&amp;nbsp;จะให้ผลผลิตในช่วงปลายฝนต้นหนาว&amp;nbsp;โดยทั่วไปชาวบ้านจะมองว่าเป็นพืชที่ไม่มีราคา&amp;nbsp;แต่สำหรับเรานั้นได้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ได้นำมาขายผ่านออนไลน์&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;ด้วยการแปรรูปลูกหลุมพี&amp;nbsp;จะเริ่มจากการนำผลสด&amp;nbsp;นำมาแช่เกลือและนำมาทำลูกหลุมพีเชื่อม&amp;nbsp;จะให้รสชาติเคี้ยวหนึบออกหวานอมเปรี้ยว&amp;nbsp;รับประทานคล้ายลูกพรุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งปกติหากเราทานลูกหลุมพีสดจะมีรสชาติเปรี้ยวมาก&amp;nbsp;ซึ่งสามารถนำไปใส่ในแกงส้มหรือทำน้ำพริกได้&amp;nbsp;หรือจะทำเป็นเมนูลูกหลุมพีทรงเครื่องทานคู่กับน้ำปลาหวาน&amp;nbsp;แต่ที่เราผลิตอยู่จะเป็นหลุมพีเชื่อม&amp;nbsp;น่าจะเป็นเจ้าแรกของภาคใต้เพราะยังไม่มีใครลองทำเมนูใหม่นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับหลุมพี&amp;nbsp;ที่อยู่ในสวนยางพาราของพ่อมีอายุประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปีแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งการขยายพันธุ์ของเขาจะขึ้นเองตามธรรมชาติ&amp;nbsp;จะเป็นพืชที่อยู่ในป่าน้ำพุที่มีสายน้ำไหล&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้&amp;nbsp;มีอยู่ในสวนยางพาราของพ่อประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ซึ่งในแต่ละปีจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;จะให้ผลผลิตถึง&amp;nbsp;500&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวหลายหมื่นบาท&amp;nbsp;โดยลูกหลุมพีสดจะขายผ่านออนไลน์&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่หากเป็นหลุมพีเชื่อมจะขายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งราคาจะแตกต่างกันเนื่องจากกระบวนการผลิตและวิธีทำค่อนข้างใช้เวลานานประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อตัดรสชาติฝาดและความเปรี้ยวออก&amp;nbsp;ให้เหลือแต่รสชาติความอร่อย&amp;nbsp;ซึ่งขั้นตอนการทำก็จะนำหลุมพีสด&amp;nbsp;นำมาแกะแล้วล้างออกให้สะอาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังจากนั้นก็นำไปแช่น้ำเกลือพร้อมกับน้ำปูนใส&amp;nbsp;เพื่อให้ได้หลุมพีที่มีรสชาติกรอบและเหนียว&amp;nbsp;หนึบน่าทานมากขึ้น&amp;nbsp;จะแช่ไว้ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;หลังจากนั้นเชื่อมน้ำตาลกับเกลือจนน้ำตาลแห้งเข้าไปในเนื้อของหลุมพี&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;หลังจากนั้นนำไปแพ็คใส่ถุงตามออเดอร์ของลูกค้า&amp;nbsp;ทั้งนี้ลูกหลุมพีสดจะเก็บได้นานเป็นสัปดาห์&amp;nbsp;แต่ถ้าหากเป็นหลุมพีเชื่อมเก็บใส่ตู้เย็นได้ถึงหนึ่งเดือน&amp;nbsp;หากลูกค้าสนใจสามารถโทรสั่งจองล่วงหน้าได้ที่&amp;nbsp;0898684537&amp;nbsp;จะมีไปจนถึงช่วงมกราคมปีหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125155621411</Link_News></row>
<row _id="196"><NewsTitle>จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมนำเครื่องจักรตัดย่อยอัดไถพรวนมาใช้ลดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร..</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เตรียมนำร่อง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลในอำเภอแม่แจ่ม&amp;nbsp;ใช้นวัตกรรมเครื่องจักรตัด&amp;nbsp;ย่อย&amp;nbsp;อัด&amp;nbsp;ไถ&amp;nbsp;พรวน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล&amp;nbsp;สร้างรายได้สู่ชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายประจญ&amp;nbsp;ปรัชญ์สกุล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;ร่วมกับบริษัทวีอาร์พี&amp;nbsp;ดีเวลลอปเม้นท์&amp;nbsp;โฮลติ้งส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;คิดค้น&amp;nbsp;ประดิษฐ์&amp;nbsp;นวัตกรรมเครื่องจักร&amp;nbsp;ตัด&amp;nbsp;ย่อย&amp;nbsp;อัด&amp;nbsp;ไถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พรวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สามารถใช้ในการตัดย่อยอัดต้นข้าวโพดแห้งหลังการเก็บเกี่ยวพร้อมแปรรูปให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีมาตรฐาน&amp;nbsp;สามารถลดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;และแปรรูปได้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือในโครงการป้องกันการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรข้าวโพด&amp;nbsp;ลดเชื้อเพลิงที่จะก่อให้เกิดมลพิษ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการดำเนินการในระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตามแผนแม่แจ่มโมเดล&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอแม่แจ่ม&amp;nbsp;จะดำเนินการใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูกกว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยจะมีการใช้เครื่องจักร&amp;nbsp;ตัด&amp;nbsp;ย่อย&amp;nbsp;อัด&amp;nbsp;ไถ&amp;nbsp;พรวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พร้อมจัดตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลที่อำเภอแม่แจ่ม&amp;nbsp;และในเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะได้เริ่มดำเนินการ&amp;nbsp;ตัด&amp;nbsp;ย่อย&amp;nbsp;อัด&amp;nbsp;ไถ&amp;nbsp;พรวนกองซังในไร่บางส่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เมื่อมีการใช้รถตัดย่อยอัดไถพรวนพร้อมจัดตั้งโรงไฟฟ้าป้องกันการเผา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะสามารถลดมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM.&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จากการเผาเศษวัสดุในที่โล่งได้ทั้งหมด&amp;nbsp;และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านตันคาร์บอนจากการเผา&amp;nbsp;ซึ่งชุมชนที่มีการปลูกข้าวโพดและอาศัยอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;จะมีรายได้จากการรับซื้อต้นข้าวโพดแห้ง&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;600&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีรายได้จากการปันผลกำไรจากโรงงานไฟฟ้าจำนวนร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยจะมีการจัดตั้งโรงแปรรูปข้าวโพดเพื่อรับซื้อข้าวโพดจากชาวบ้าน&amp;nbsp;ให้เป็นกลไกทางเลือกรับซื้อข้าวโพดในราคาที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้นายทุนกดราคารับซื้อข้าวโพด&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ชุมชนยังสามารถขายข้าวโพดได้ในราคาที่ดีและไม่ต้องจ่ายเงินประกันราคารับซื้อข้าวโพดอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125173357479</Link_News></row>
<row _id="197"><NewsTitle>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับอำเภอ (Single Command District : SCD) อำเภอท่าตูม ครั้งที่ 12564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นางสาวพิชชากร&amp;nbsp;แจ่มศรี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาวฐานิกา&amp;nbsp;บุญอาจ&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับอำเภอ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอท่าตูม&amp;nbsp;อำเภอท่าตูม&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยมีนางดวงใจ&amp;nbsp;วัฒนกุล&amp;nbsp;เกษตรอำเภอท่าตูม&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;เพื่อรับทราบการดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่ม/องค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;ในการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;และท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;และร่วมกันพิจารณาการดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่ม/องค์กร&amp;nbsp;ในการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การทำผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;และท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211125213743603</Link_News></row>
<row _id="198"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร เตรียมรับมือปริมาณน้ำน้อยในช่วงแล้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรในการปลูกพืชอื่นทดแทนการปลูกข้าวรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และรองรับการทำการเกษตรในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดทำแผนงาน/โครงการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระดับไร่นา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาและโครงการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยโครงการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระดับไร่นา&amp;nbsp;โดยมีการถ่ายทอดความรู้หลักสูตรการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าในพื้นที่ดำเนินการให้แก่เกษตรกรเป้าหมาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;แห่งๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และจัดทำแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระดับไร่นาในชุมชน&amp;nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&amp;nbsp;จะเน้นส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยในทุกระยะการผลิต&amp;nbsp;จะมีนักส่งเสริมการเกษตรคอยเป็นพี่เลี้ยงและให้คำแนะนำตลอดโครงการ&amp;nbsp;รวมทั้งจะมีการจัดประชุมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้รับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ภูมิภาค&amp;nbsp;ที่เป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของข้าวโพด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง&amp;nbsp;มีเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;6,572&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;6,572&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะดำเนินการจัดเวทีเรียนรู้การปลูกพืชหลากหลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;หวังให้โครงการเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและสามารถบริหารจัดการพื้นที่เกษตรของตนเองในช่วงการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งที่กำลังเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;ทั้งนี้ในแต่ละโครงการจะมีรายละเอียด&amp;nbsp;ข้อดีและความเหมาะสมกับพื้นที่ที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;เกษตรกรที่สนใจสามารถศึกษาและทำความเข้าใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126100452694</Link_News></row>
<row _id="199"><NewsTitle>โฆษกรัฐบาล วอนชาวสวนปาล์มเข้าใจการทำงานของรัฐบาล ย้ำ นายกฯ ห่วงใยประชาชนทุกกลุ่ม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;รับทราบข้อห่วงกังวลจากกลุ่มชาวสวนปาล์มที่หวั่นว่า&amp;nbsp;การปรับสูตร&amp;nbsp;ให้เหลือน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเหลือเพียง&amp;nbsp;บี7&amp;nbsp;และขอความร่วมมือกำหนดค่าการตลาดที่&amp;nbsp;1.40/&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ในเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน&amp;nbsp;(กบง.)&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;ซึ่งต้องขอความเข้าใจจากพี่น้องเกษตรชาวสวนปาล์ม&amp;nbsp;รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาราคาพลังงานทั้งระบบและพยายามอย่างที่สุดจะให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อยที่สุด&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ทั้งนี้ปัญหาทุกอย่าง&amp;nbsp;เกี่ยวเนื่องเป็นวงจรห่วงโซ่&amp;nbsp;มีหลายกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องต้องอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกันในการแก้ปัญหา&amp;nbsp;รัฐบาลนี้ได้ความสำคัญกับการแก้ปัญหากับเกษตรกรทุกพืช&amp;nbsp;เพราะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศและมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ราคาน้ำมันโลกมีขึ้น-ลง&amp;nbsp;เป็นไปตามหลักการ&amp;nbsp;demand&amp;nbsp;-supply&amp;nbsp;และสถานการณ์โลกในระยะเวลานั้น&amp;nbsp;มาตรการที่ออกมาจึงเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ&amp;nbsp;จึงอยากให้ทุกกลุ่มเข้าใจความพยายามของรัฐบาลในการเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตเฉพาะ&amp;nbsp;ซึ่งจุดมุ่งหมายคือ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126102843712</Link_News></row>
<row _id="200"><NewsTitle>จันทบุรีประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินโครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลฯ ดำเนินการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.ท่าหลวง&amp;nbsp;อ.มะขาม&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;คณะกรรมการอำนวยการ&amp;nbsp;และคณะทำงานโครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบบูรณาการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินโครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลฯ&amp;nbsp;เป็นไปอย่างต่อเนื่องและสัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์โครงการฯ&amp;nbsp;ทั้งการจัดทำและปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรีให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของคณะกรรมการอำนวยการ&amp;nbsp;ตามระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดทำแผ่นงาน&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;การพัฒนาภายใต้กรอบแผนแม่บทการพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp;และศักยภาพของพื้นที่เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการอำนวยการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและดำเนินงาน&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ตามแผนปฏิบัติการประจำปีตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และแนวทางการขยายผลไปสู่ชุมชนให้บรรลุผล&amp;nbsp;และเป้าหมายสูงสุด&amp;nbsp;รายงานประจำปีเสนอคณะกรรมการอำนวยการ&amp;nbsp;รวมทั้งติดตามและรายงานความก้าวหน้าปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;รวมทั้งข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อคณะกรรมการอำนวยการเป็นระยะในที่ประชุมครั้งนี้มีมติพร้อมให้ดำเนินการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะในปีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126121458760</Link_News></row>
<row _id="201"><NewsTitle>ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาไม่ได้รับผลกระทบแม้ในช่วงฤดูฝน ประชาชนนิยมมาเลือกซื้อพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษของเกษตรกรกันอย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพอากาศในเมืองสงขลา&amp;nbsp;มีฝนตกลงมาตั้งแต่เช้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แต่ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เปิดตลาดในวันศุกร์สุดสัปดาห์&amp;nbsp;ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพฝนตกแต่อย่างใด&amp;nbsp;ยังยืนหยัดเปิดขายสินค้าจากเกษตรกรตัวจริง&amp;nbsp;ที่นำพืชผักสดๆจากสวนมาวางขายกันสดๆ&amp;nbsp;โดยมีประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายอาหาร&amp;nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&amp;nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;มาหาซื้อพืชผักผลไม้&amp;nbsp;ของเกษตรกรที่นำมาจากสวนกันสดๆ&amp;nbsp;เนื่องจากสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้ามานานเป็นแรมปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยลูกค้าที่มาซื้อ&amp;nbsp;นอกจากจะได้รับพืชผักสดๆ&amp;nbsp;จากสวนแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในส่วนของราคา&amp;nbsp;ก็มีราคาถูกกว่าในท้องตลาดทั่วไป&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรนำผลผลิตมาขายถึงมือผู้บริโภคโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;อีกทั้งการจัดการตลาดจัดเป็นแถวเดียวไม่มีการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;โดยประชาชนจะเว้นระยะห่างกันเอง&amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยทุกคน&amp;nbsp;ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้า&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้ดำเนินการเปิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2557&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มาของตลาดเกษตรกรเกิดจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายให้มีตลาดเกษตรสหกรณ์ทุกจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นสถานที่ให้เกษตรกรมาเจอกับผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรที่จะนำผลผลิตมาขายในตลาดได้นั้น&amp;nbsp;จะต้องเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชผลผลิตด้วยตนเอง&amp;nbsp;และนำมาขายด้วยตนเอง&amp;nbsp;พืชผักและผลไม้จะต้องเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;หรือออแกนิค&amp;nbsp;ในส่วนของประเภทอาหารแปรรูปจะต้องผ่านมาตรฐาน&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;ฮาลาล&amp;nbsp;ในส่วนของไข่ไก่ต้องจดทะเบียนกับกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;และการดำเนินงานของตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาจะอยู่ภายใต้สโลแกน&amp;nbsp;เกษตรกรจริงๆ&amp;nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&amp;nbsp;โดยเปิดจำหน่ายทุกวันอังคาร&amp;nbsp;และวันศุกร์เวลา&amp;nbsp;06.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เขตเทศบาลนครสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126132053782</Link_News></row>
<row _id="202"><NewsTitle>การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง จัดพิธีรับมอบกรวยจราจรยางพารา โครงการส่งเสริมการแปรรูปยางพาราเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;พ.ย.2564)&amp;nbsp;นายภูวนัฐ&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีรับมอบกรวยจราจรยางพารา&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการแปรรูปยางพาราเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;520&amp;nbsp;อัน&amp;nbsp;โดยมอบให้หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;28&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ทุ่งค่าย&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะยางพารา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก&amp;nbsp;ที่สำคัญของประเทศไทย&amp;nbsp;ทำให้เกิดความผันผวนด้านราคา&amp;nbsp;มีผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ทั้งนี้สาเหตุของราคายางตกต่ำในบางช่วงเป็นผลจากการใช้ยางพาราในประเทศมีปริมาณน้อย&amp;nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางมุ่งเน้นแต่การจำหน่ายวัตถุดิบในรูปแบบน้ำยางสด&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมปลายน้ำยังมีน้อย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรงงานผลิตยางแท่ง&amp;nbsp;โรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน&amp;nbsp;และโรงงานผลิตน้ำยางข้น&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านยางพาราครบวงจร&amp;nbsp;ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสถาบันเกษตรกรที่ดำเนินกิจกรรมด้านยางพารา&amp;nbsp;เพื่อสมาชิกเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่มาเป็นระยะเวลานาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวิทยาลัยเทคนิคตรัง&amp;nbsp;เป็นสถาบันการศึกษาซึ่งมีองค์ความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางโดยเฉพาะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการส่งเสริมการแปรรูปยางพาราเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรในการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ&amp;nbsp;และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้สถาบันเกษตรกรแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย&amp;nbsp;แทนการจำหน่ายวัตถุดิบประเภทน้ำยางสด&amp;nbsp;ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพราคายางเนื่องจากการเก็บยางพาราในรูปแบบผลิตภัณฑ์มีระยะเวลาในการจัดเก็บที่นานกว่า&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษาในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีองค์ความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211126135903814</Link_News></row>
<row _id="203"><NewsTitle>กรมการข้าว จ่ายเงินชดเชยรายได้เกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่การผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ งวดแรกจ่ายไปแล้วกว่า 167 ล้านบาท ใน 34 จังหวัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาตรี&amp;nbsp;บุญนาค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวขยายพื้นที่การผลิตและการตลาดข้าวอินทรีย์ของประเทศให้มีคุณภาพได้รับการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;(Organic&amp;nbsp;Thailand)&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมการผลิตเข้าสู่มาตรฐานอินทรีย์ต่างประเทศเพื่อสร้างความยั่งยืนในการผลิตข้าวให้กับชาวนาไทย&amp;nbsp;ดำเนินการระหว่างปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีเป้าหมาย&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการผ่านการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะได้รับเงินอุดหนุนต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการปรับเปลี่ยนสู่การผลิตแบบเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ที่ได้รับผลผลิตลดลงในระยะเริ่มต้น&amp;nbsp;ความคืบหน้าการดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรละสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ให้การรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;Organic&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;ไปแล้วถึงปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,144&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;45,112&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;466,456&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จ่ายเงินอุดหนุนไปแล้วจำนวน&amp;nbsp;7,418&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;โดยได้จ่ายงวดสุดท้ายไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;917&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรได้รับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการข้าว&amp;nbsp;ได้พิจารณาและอนุมัติบัญชีรายชื่อเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ปีการผลิต&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;52&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;3,876&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;79,807&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;655,874&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;วงเงินอุดหนุน&amp;nbsp;2,237,991,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กรมการข้าวได้รับงบจัดสรรงบประมาณปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อจ่ายเงินอุดหนุน&amp;nbsp;450&amp;nbsp;ล้านบาทแบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยงวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมการข้าว&amp;nbsp;ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จ่ายเงินอุดหนุนไปแล้วจำนวนกว่า&amp;nbsp;167&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,626&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถรับเงินอุดหนุนได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;ใกล้บ้านท่าน&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;34&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับงวดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;280&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมการข้าวได้ดำเนินการขอเงินงวดไปยังสำนักงบประมาณ&amp;nbsp;เมื่อได้รับงบประมาณมาแล้ว&amp;nbsp;กรมการข้าวจะเร่งรัดเพื่อเบิกจ่ายให้&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดได้แก่&amp;nbsp;สำหรับงบประมาณที่เหลือยังไม่ได้รับการจัดสรรอีกจำนวน&amp;nbsp;1,787&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;กรมการข้าวจะได้ดำเนินการเสนอคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติเพื่อขอใช้งบกลางเพื่อจ่ายอุดหนุนเกษตรกรที่เหลือตามโครงการในจังหวัดที่เหลืออีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จังหวัดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127123338176</Link_News></row>
<row _id="204"><NewsTitle>เข้มงวดการผลิต ขนส่ง และขออนุญาต มุ่งยกระดับมาตรฐาน ดันครัวไทยสู่ครัวโลกอย่างปลอดภัยและยั่งยืนในยุคโควิด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามที่&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนดันสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;ให้ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรและอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;ภายใต้นโยบาย&amp;nbsp;ครัวไทยสู่ครัวโลกอย่างปลอดภัยและยั่งยืนในยุคโควิด&amp;nbsp;โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;ดันผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ให้เป็นที่ยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงได้ดำเนินการเสนอออกกฎกระทรวงตามมาตรา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2559&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กฎกระทรวงการประกอบกิจการฆ่าสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กฎกระทรวงการขนส่งสัตว์และเนื้อสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบกิจการฆ่าสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยล่าสุดได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;บังคับใช้กฎกระทรวงทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฉบับนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มุ่งเพื่อยกระดับมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์ในประเทศไทย&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมทั้งกระบวนการการผลิตให้ถูกสุขอนามัย&amp;nbsp;การขนส่งสัตว์ให้สอดคล้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;และการขนส่งเนื้อสัตว์ให้มีการจัดการที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยสอดคล้องตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งต่อภาครัฐ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการและผู้บริโภค&amp;nbsp;รวมถึงช่วยควบคุมกระบวนการผลิตและการขนส่งให้สินค้ามีความปลอดภัยอาหารและถูกสุขอนามัย&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าการส่งออก&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกรและประเทศได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127123735181</Link_News></row>
<row _id="205"><NewsTitle>หน่อไม้ฝรั่ง พืชทางเลือก สร้างรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;โคกโพธิ์&amp;nbsp;หันมาปลูกหน่อไม้ฝรั่งเพื่อการค้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ในการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชใหม่ที่มีโอกาสทางการตลาดและสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดปี&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;ในพื้นที่กว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งทางเกษตรได้สนับสนุน&amp;nbsp;ทั้งต้นพันธุ์&amp;nbsp;วัสดุปลูก&amp;nbsp;ระบบน้ำ&amp;nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;รวมถึงการให้องค์ความรู้ด้านการผลิต&amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มเตรียมแปลงปลูก&amp;nbsp;การดูแลรักษาและการใช้สารชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เพื่อเข้าทำลายและลดปริมาณเชื้อโรคที่เป็นโรคพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ลุงเจริญ&amp;nbsp;ทองปล้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรชาวโคกโพธิ์&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีพื้นที่รวม&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้ทำการแบ่งพื้นที่&amp;nbsp;โดยปลูกหน่อไม้ฝรั่ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;บ่อปลา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และดิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้เล่าให้ฟังว่า&amp;nbsp;ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง&amp;nbsp;มาแล้ว&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ผลผลิตก็จะเก็บได้ประมาณต้นปีหน้า&amp;nbsp;สำหรับการปลูกหน่อไม้ฝรั่งนี้&amp;nbsp;ก็จะต้องเป็นพื้นที่&amp;nbsp;ที่น้ำไม่ท่วม&amp;nbsp;ดินร่วนปนทราย&amp;nbsp;มีระบบน้ำที่ดี&amp;nbsp;ต้องดูแลอย่างละเอียดอ่อน&amp;nbsp;ดูแลด้วยความรัก&amp;nbsp;ความสนใจ&amp;nbsp;จึงจะเจริญเติบโตมีผลผลิตดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่อไม้ถ้าเริ่มปลูก&amp;nbsp;เดือนที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ก็จะเริ่มออกหน่อ&amp;nbsp;แต่ไม่สมบูรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะต้องถอนแยกดินให้เหลือหน่อที่แข็งแรง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;เพื่อให้แทงหน่อสมบูรณ์จะได้ใหญ่ขึ้น&amp;nbsp;เมื่อใหญ่ขึ้นก็ขายได้&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;4-8&amp;nbsp;จะโตเต็มที่จำหน่ายได้&amp;nbsp;โตคงที่เก็บหน่อได้ปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการตลาดนั้น&amp;nbsp;ลุงเจริญ&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หน่อไม้ฝรั่ง&amp;nbsp;ตลาดท้องถิ่นไม่เป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;รวมถึงตลาดใหญ่ๆ&amp;nbsp;ในจังหวัดใกล้เคียงภาคใต้ยังไม่แพร่หลาย&amp;nbsp;ตนเองก็พึ่งเริ่มปลูก&amp;nbsp;แต่พอดีเป็นตัวแทนเลี้ยงปลาสลิดดอนนาของปัตตานีส่งออกปลาแดดเดียวไปที่สิงคโปร์&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ก็สามารถที่จะขายได้ทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงและส่งออกหน่อไม้ไปทางสิงคโปร์ได้&amp;nbsp;ซึ่งเค้าก็จะรับด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนราคาขาย&amp;nbsp;ก็จะเป็นราคามาตรฐาน&amp;nbsp;อ้างอิง&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชัยภูมิที่ปลูกมากที่สุด&amp;nbsp;หน้าฝน&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;60บาท&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;90-100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับหน่อไม้ฝรั่งก็น่าจะเป็นพืชทางเลือกประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127074442114</Link_News></row>
<row _id="206"><NewsTitle>ธ.ก.ส. ร่วมกับ 6 ภาคีเครือข่าย ส่งเสริมเกษตรกรลดการเผาอ้อย ลดฝุ่นละออง PM 2.5 นำร่องในพื้นที่กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อย&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ศูนย์ประสานงานโรงงานน้ำตาลลุ่มแม่น้ำแม่กลอง&amp;nbsp;(กลุ่มโรงงานน้ำตาลลุ่มแม่น้ำแม่กลอง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;โรงงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และโรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย&amp;nbsp;ที่เป็นพันธมิตร)&amp;nbsp;สมาคมส่งเสริมอาชีพการเกษตรสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โรงงานน้ำตาลมิตรผลและโรงงานน้ำตาลรีไฟน์ชัยมงคล&amp;nbsp;(อู่ทอง)&amp;nbsp;ในการสนับสนุนและดูแลชาวไร่อ้อยที่เข้าร่วมโครงการลดการเผาอ้อยเพื่อลดฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;และสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมุ่งเน้นนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการลดต้นทุน&amp;nbsp;และเพิ่มผลผลิตให้เหมาะสมในแต่ละสภาพพื้นที่เพาะปลูกอ้อย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การสนับสนุนให้ชาวไร่อ้อยปรับพื้นที่รองรับรถตัดอ้อย&amp;nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวอ้อยและการเผาอ้อย&amp;nbsp;รวมทั้งการส่งเสริมให้ชาวไร่อ้อยที่มีความพร้อมได้จัดซื้อเครื่องอัดใบอ้อย&amp;nbsp;เพื่อส่งขายให้กับโรงงานน้ำตาลในพื้นที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเสริม&amp;nbsp;ในกระบวนการผลิตน้ำตาลและผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มรายได้และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ยังให้การสนับสนุนชาวไร่อ้อยด้วยสินเชื่อพิเศษในแต่ละขนาดพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพการทำไร่อ้อยได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการบริหารจัดการไร่อ้อยที่ทันสมัยมาปรับใช้&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลตอบแทนคุ้มค่ามากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายลดการเผาอ้อยลงร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวนพื้นที่&amp;nbsp;319,627&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จำนวนพื้นที่&amp;nbsp;799,067&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และภายในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;จำนวนพื้นที่&amp;nbsp;1,598,133&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมดใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดดังกล่าว&amp;nbsp;หากประสบความสำเร็จจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127123210171</Link_News></row>
<row _id="207"><NewsTitle>ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ประชาพิจารณ์และคัดเลือกเกษตรกรฝึกอบรมในโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ ปี 2565 ในพื้นที่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;โดยนางอารีย์รัตน์&amp;nbsp;พระภูวงศ์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;บรรเทา&amp;nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&amp;nbsp;จัดทำประชาพิจารณ์และคัดเลือกเกษตรกรเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมในโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตหม่อนไหมแบบครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ&amp;nbsp;อำเภอหนองสองห้อง&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การสาวไหมให้ได้คุณภาพ&amp;nbsp;เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหนองกุงใหม่&amp;nbsp;ต.คึมชาด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การฟอกย้อมสีเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติ&amp;nbsp;เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านกุดหว้า&amp;nbsp;ต.ดอนดู่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหม&amp;nbsp;เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหนองไผ่น้อย&amp;nbsp;ต.ดอนดู่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่มเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.หนองสองห้อง&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;และสำหรับการจัดประชุมประชาพิจารณ์นี้&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงโครงการฯ&amp;nbsp;กิจกรรมการฝึกอบรม&amp;nbsp;และสอบถามความต้องการในเนื้อหาของการฝึกอบรม&amp;nbsp;และปรับให้ตรงตามความต้องการของเกษตรกรโดยมีความสอดคล้องตรงตามหลักสูตรด้วย&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติในการประกอบอาชีพได้จริงหลังจากการฝึกอบรมไปแล้ว&amp;nbsp;ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;จากอาชีพด้านหม่อนไหม&amp;nbsp;และสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127112812162</Link_News></row>
<row _id="208"><NewsTitle>ประมงระยอง? ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม? 1,200,000 ตัว? เพื่อเพิ่มทรัพยากร?สัตว์?น้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก? 4 แห่ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประมงระยอง?&amp;nbsp;ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม?&amp;nbsp;1,200,000&amp;nbsp;ตัว?&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มทรัพยากร?สัตว์?น้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก?&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมื่อวันที่?&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พ.ย.ที่อ่างเก็บน้ำดอกกราย?&amp;nbsp;ต.แม่น้ำคู้?&amp;nbsp;อ.ปลวกแดง?&amp;nbsp;จ.ระยอง?&amp;nbsp;นายชาญนะ?&amp;nbsp;เอี่ยมแสง?&amp;nbsp;ผู้?ว่า?ราชการ?จังหวัด?ระยอง?&amp;nbsp;เป็นประธานปล่อยพันธุ์?สัตว์น้ำโครงการ?ส่งเสริมและฟื้นฟ?ูทรัพยากร?สัตว์?น้ำในแหล่งประมงพื้นที่จังหวัด?ระยอง?&amp;nbsp;มีนายเสรี?&amp;nbsp;เรือนหล้า?&amp;nbsp;ประมงจังหวัดระยอง?&amp;nbsp;นายชัยพร&amp;nbsp;แพภิรมย์?รัตน์?&amp;nbsp;นายอำเภอปลวกแดง?&amp;nbsp;พร้อมด้วยกลุ่มประมงอ่างเก็บน้ำดอกกราย?&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานผู้เข้าร่วมงานได้มีการปล่อยพันธุ์?กุ้งก้ามกราม?&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,200,000?&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงในอ่างเก็บ?น้ำดอกกราย&amp;nbsp;นายเสรี?&amp;nbsp;กล่าวว่า?&amp;nbsp;สำนักงาน?ประมงจังหวัดระยอง?&amp;nbsp;ได้คัดเลือกแหล่งน้ำที่มีความเหมาะสม?&amp;nbsp;จำนวน?&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง?&amp;nbsp;ประกอบด้วย?&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำดอกกราย?&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล?&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่?&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ปลวกแดง?&amp;nbsp;และอ่างเก็บน้ำประแสร์?&amp;nbsp;อ.วังจันทร์?&amp;nbsp;ดำเนินการปล่อยพันธุ์?กุ้งก้ามกราม?พร้อมกัน?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเพิ่มทรัพยากร?สัตว์?น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ?ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชาวประมง?สามารถ?เข้าถึงทรัพยากร?สัตว์?น้ำได้อย่างทั่วถึง??สามารถ?จับสัตว์?น้ำได้เพิ่มมากขึ้น?&amp;nbsp;และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น?&amp;nbsp;ชุมชนประมงมีความเข้มแข็ง?&amp;nbsp;มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ?อย่าง?ยั่งยืน?และมีคุณภาพ?ชีวิต?ที่ดีขึ้น?จาก?การ?ประกอบอาชีพประมง?&amp;nbsp;รวมทั้ง?เพื่อ?เป็น?การส่งเสริม?ความมั่นคง?ทาง?อาหาร?ให้?กับ?พี่?น้องชาวประมง?ในพื้นที่?&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์?การแพร่?ระบาด?ของ?โควิด-19&amp;nbsp;นี้อีกด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;วฐิต&amp;nbsp;กลางนอก/ระยอง&amp;nbsp;0871373960&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127151947245</Link_News></row>
<row _id="209"><NewsTitle>นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่แก้ปัญหาระบบน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.20&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะพร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี&amp;nbsp;ตำบลนาป่าแซง&amp;nbsp;อำเภอปทุมราชวงศาและบริเวณฝายห้วยพระเหลา&amp;nbsp;บ้านปทุมแก้ว&amp;nbsp;ตำบลพระเหลา&amp;nbsp;อำเภอพนา&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับพร้อมร่วมรับฟังปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายดะนัย&amp;nbsp;มะหิพันธ์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่&amp;nbsp;นายดะนัย&amp;nbsp;มะหิพันธ์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้ทำหนังสือไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฏร&amp;nbsp;เรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งของกรมชลประทานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาจึงมอบหมายให้&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี&amp;nbsp;ตำบลนาป่าแซง&amp;nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&amp;nbsp;ซึ่งโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านวินัยสร้างขึ้นเมื่อปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานและได้ส่งมอบให้เทศบาลตำบลนาป่าแซง&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;จนกระทั่งปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลทำให้ระบบสูบน้ำเสียหายไม่สามารถใช้การได้&amp;nbsp;ซึ่งเทศบาลตำบลนาป่าแซงไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม&amp;nbsp;ระบบดังกล่าวจึงไม่เกิดประโยชน์ประชาชนในพื้นที่จึงได้เรียกร้องให้มีการซ่อมแซมระบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้ดังเดิมเพราะเสียดายงบประมาณที่ทำโครงการนี้&amp;nbsp;เป็นเหตุให้&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ในวันนี้และสั่งการให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมโดยใช้งบของเทศบาลตำบลนาป่าแซงจำนวน&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และใช้เทคนิคของกรมชลประทานซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ฝายห้วยพระเหลา&amp;nbsp;บ้านปทุมแก้ว&amp;nbsp;ตำบลพระเหลา&amp;nbsp;อำเภอพนา&amp;nbsp;ซึ่งฝายแห่งนี้ก่อสร้างโดยกรมชลประทานเมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ใช้ประโยชน์กว่า&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แต่เนื่องจากฝายแห่งนี้เก็บน้ำได้น้อยและยังไม่มีระบบส่งน้ำ&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำและให้กรมทรัพยากรน้ำจัดทำระบบส่งน้ำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในการปลูกพืชใช้น้ำน้อยครอบคลุมทั้งตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากพื้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุดที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีอีกหลายจุดที่ลำห้วยพระเหลาไหลผ่านและลำห้วยอื่นๆ&amp;nbsp;ก็เจอปัญหาเช่นกัน&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนโดยมี&amp;nbsp;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเป็นประธานในการดำเนินการให้&amp;nbsp;และในส่วนฝายต่างๆ&amp;nbsp;ที่ตื้นเขินได้สั่งให้ชลประทานจังหวัดไปสำรวจและจะหางบประมาณมาดำเนินการขุดลอกให้&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ไหนที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์จากการขุดดินก็จะใช้วิธีการดินแลกน้ำ&amp;nbsp;ที่ใหนไม่มีคนเอาดินก็จะใช้ระบบงบประมาณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211127225020349</Link_News></row>
<row _id="210"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่แก้ปัญหาระบบน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.20&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะพร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี&amp;nbsp;ตำบลนาป่าแซง&amp;nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&amp;nbsp;และบริเวณฝายห้วยพระเหลา&amp;nbsp;บ้านปทุมแก้ว&amp;nbsp;ตำบลพระเหลา&amp;nbsp;อำเภอพนา&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับพร้อมร่วมรับฟังปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายดะนัย&amp;nbsp;มะหิพันธ์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่&amp;nbsp;นายดะนัย&amp;nbsp;มะหิพันธ์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้ทำหนังสือไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฏร&amp;nbsp;เรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งของกรมชลประทานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาจึงมอบหมายให้&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี&amp;nbsp;ตำบลนาป่าแซง&amp;nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&amp;nbsp;ซึ่งโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านวินัยสร้างขึ้นเมื่อปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานและได้ส่งมอบให้เทศบาลตำบลนาป่าแซง&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;จนกระทั่งปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลทำให้ระบบสูบน้ำเสียหายไม่สามารถใช้การได้&amp;nbsp;ซึ่งเทศบาลตำบลนาป่าแซงไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม&amp;nbsp;ระบบดังกล่าวจึงไม่เกิดประโยชน์ประชาชนในพื้นที่จึงได้เรียกร้องให้มีการซ่อมแซมระบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้ดังเดิมเพราะเสียดายงบประมาณที่ทำโครงการนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นเหตุให้&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ในวันนี้และสั่งการให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมโดยใช้งบของเทศบาลตำบลนาป่าแซงจำนวน&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และใช้เทคนิคของกรมชลประทานซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ฝายห้วยพระเหลา&amp;nbsp;บ้านปทุมแก้ว&amp;nbsp;ตำบลพระเหลา&amp;nbsp;อำเภอพนา&amp;nbsp;ซึ่งฝายแห่งนี้ก่อสร้างโดยกรมชลประทานเมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ใช้ประโยชน์กว่า&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แต่เนื่องจากฝายแห่งนี้เก็บน้ำได้น้อยและยังไม่มีระบบส่งน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำและให้กรมทรัพยากรน้ำจัดทำระบบส่งน้ำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในการปลูกพืชใช้น้ำน้อยครอบคลุมทั้งตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากพื้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุดที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีอีกหลายจุดที่ลำห้วยพระเหลาไหลผ่านและลำห้วยอื่นๆ&amp;nbsp;ก็เจอปัญหาเช่นกัน&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนโดยมี&amp;nbsp;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเป็นประธานในการดำเนินการให้&amp;nbsp;และในส่วนฝายต่างๆ&amp;nbsp;ที่ตื้นเขินได้สั่งให้ชลประทานจังหวัดไปสำรวจและจะหางบประมาณมาดำเนินการขุดลอกให้&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ใหนที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์จากการขุดดินก็จะใช้วิธีการดินแลกน้ำ&amp;nbsp;ที่ใหนไม่มีคนเอาดินก็จะใช้ระบบงบประมาณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมงาน&amp;nbsp;สวท.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;คุณอำนาจ&amp;nbsp;พรมเยี่ยม&amp;nbsp;/รายงาน&amp;nbsp;/ภาพนิ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211128083917369</Link_News></row>
<row _id="211"><NewsTitle>อุบลฯ รมช.ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการสานฝัน สร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตรวจเยี่ยมโครงการพลังงานทดแทน&amp;nbsp;และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดป่าศรีแสงธรรม&amp;nbsp;ต.ห้วยยาง&amp;nbsp;อ.โขงเจียม&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;โดยมีนายทรงพล&amp;nbsp;วิชัยคขัทคะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดอุบลราชธานีให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอให้จังหวัดอุบลราชธานีได้ประชาสัมพันธ์โครงการ&amp;nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร"&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นโครงการที่กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ทำร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยจะสนับสนุนเงินกู้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพในกิจกรรมที่ตลาดรองรับชัดเจน&amp;nbsp;มีการประกันราคา&amp;nbsp;รับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;รอบการผลิตระยะเวลาสั้น&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&amp;nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&amp;nbsp;ในกรณีที่ใช้เป็นเงินลงทุน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;ดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ดอกเบี้ยตามปกติของธนาคาร&amp;nbsp;สามารถใช้บุคคลค้ำประกันหรือสินทรัพย์ค้ำประกันได้&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการได้ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211128154948577</Link_News></row>
<row _id="212"><NewsTitle>เกษตรแพร่ ขยายตลาดกาแฟและหม้อห้อมแพร่ จัดงาน แพร่ กาแฟดี วิถีห้อม 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภาส&amp;nbsp;สานอูป&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&amp;nbsp;จัดงานวันกาแฟและหม้อห้อมแพร่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;Phrae&amp;nbsp;Coffee&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Indigo&amp;nbsp;Craft&amp;nbsp;Fair&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;และโครงการพัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญาการผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการบูรณาการโครงการร่วมกันในแนวคิด&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;กาแฟดี&amp;nbsp;วิถีห้อม&amp;nbsp;เพื่อสร้างเครือข่ายด้านการตลาด&amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มช่องทางการตลาด&amp;nbsp;รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์กาแฟและห้อมแพร่&amp;nbsp;จากแหล่งเพาะปลูกและแหล่งรวบรวมผลผลิตที่สำคัญในของจังหวัดแพร่&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพการผลิตกาแฟและห้อมของเกษตรกรให้สามารถแข่งขันได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;สามารถพัฒนาและยกระดับคุณภาพกาแฟและห้อมในจังหวัดแพร่ให้ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;อันจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานวันกาแฟและหม้อห้อมแพร่&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้ากาแฟแพร่&amp;nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัยของจังหวัดแพร่&amp;nbsp;และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หม้อห้อมแพร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;45&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;รวมถึงการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับกาแฟ&amp;nbsp;และนิทรรศการผ้าหม้อห้อมแพร่&amp;nbsp;การ&amp;nbsp;Cupping&amp;nbsp;Coffee&amp;nbsp;การเจรจาธุรกิจ&amp;nbsp;(Business&amp;nbsp;Matching)&amp;nbsp;การเดินแบบแฟชั่นผ้าหม้อห้อมแพร่&amp;nbsp;การทำ&amp;nbsp;Latte&amp;nbsp;Art&amp;nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านวงศ์บุรี&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211128163102588</Link_News></row>
<row _id="213"><NewsTitle>สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฟ้าใสฟาร์มปูนา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธงชัย&amp;nbsp;พูดเพราะ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;มณฑาทอง&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;และนางสาวอรนิภา&amp;nbsp;สีคุณน้ำเที่ยง&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฟ้าใสฟาร์มปูนา&amp;nbsp;บ.สุขสบาย&amp;nbsp;ต.กระเทียม&amp;nbsp;อ.สังขะ&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;โดยจุดเริ่มต้นของกลุ่มเริ่มจาก&amp;nbsp;นางปราณี&amp;nbsp;กาญจนศร&amp;nbsp;ประธานกลุ่ม&amp;nbsp;ได้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงอาชีพจากเจ้าของกิจการร้านอาหารมาเป็นผู้เลี้ยง&amp;nbsp;เพาะพันธุ์&amp;nbsp;และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปูนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ได้พบปะเยี่ยมเยียน&amp;nbsp;ให้กำลังใจ&amp;nbsp;ร่วมหาแนวทางการพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การบริหารจัดการฟาร์ม&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการตลาดของกลุ่ม&amp;nbsp;จากการรับทราบปัญหา&amp;nbsp;ความต้องการ&amp;nbsp;และการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางสำนักงาน&amp;nbsp;ได้ประสานให้กลุ่มเข้าร่วมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับกลุ่มนครชัยบุรินทร์&amp;nbsp;บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสันสุรินทร์ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-5&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;และงานมหัศจรรย์งานช้าง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มของทางการตลาด&amp;nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายด้วยการจับคู่ธุรกิจ&amp;nbsp;ร่วมถึงประสานให้เข้าร่วมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;"ปั่นนักธุรกิจเกษตร&amp;nbsp;ในยุคเศรษฐกิจวิถีใหม่&amp;nbsp;(Agro&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;idea&amp;nbsp;Camp)"&amp;nbsp;เพื่อสร้างองค์ความรู้&amp;nbsp;ทักษะ&amp;nbsp;ในการแปรรูปด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อ.ปากช่อง&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;และกลุ่มได้ขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการประสาน&amp;nbsp;ส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุนในโครงการและกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211128210538678</Link_News></row>
<row _id="214"><NewsTitle>โชว์กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ตำบลต้นแบบทั่วภูมิภาค สร้างอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน สร้างอาชีพ ลดผลกระทบจากโควิด-19</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นแม่งานหลัก&amp;nbsp;เป็นโครงการที่เน้นให้เกษตรกรได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน&amp;nbsp;วางแนวทางการพัฒนาการผลิตเพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารบริโภคในครัวเรือนและสามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;และบรรเทาปัญหาการว่างงาน&amp;nbsp;ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานภาคการเกษตรไปสู่ภาคอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการเน้นสนับสนุนปัจจัยการผลิตและส่งเสริมให้เกิดแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง&amp;nbsp;สามารถเป็นแปลงตัวอย่างการเรียนรู้ของเกษตรกรรายอื่นภายในชุมชนได้&amp;nbsp;ปัจจุบันเกิดพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ตามเป้าหมายแล้วใน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;4,009&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;เกษตรกรร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;28,009&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยเกษตรกรในโครงการได้มีน้ำใช้ในแปลงเกษตรจากการสนับสนุนการขุดบ่อและมีผลผลิตทางการเกษตรไว้บริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;ตลอดจนผลผลิตที่เหลือก็สามารถจำหน่ายสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับตัวอย่างกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ตำบลต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ปลูกผักเป็นยา&amp;nbsp;ปลูกป่าเป็นอาหาร&amp;nbsp;บ้านหนองจิก&amp;nbsp;อำเภอหนองแค&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;ซึ่งประสบความสำเร็จในการรวมกลุ่มกัน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อปลูกพืชผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;รายละอย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รวมพื้นที่การผลิต&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังปลูกข้าวและเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;ได้ผลผลิตมาใช้บริโภคภายในครัวเรือนและสร้างรายได้จากการขายหน่อไผ่&amp;nbsp;กิ่งตอนและเหง้าไผ่&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มให้ผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;บาท/เดือน&amp;nbsp;มีช่องทางการตลาด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;รถเร่ขายกับข้าว&amp;nbsp;ช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;ซึ่งรายได้ดังกล่าวไม่รวมผลผลิตการเกษตรอื่นซึ่งจะทยอยให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นและจะเหลือจากการบริโภคในครัวเรือนสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211129150753934</Link_News></row>
<row _id="215"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมจามเทวี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ในการประชุมคณะกรมการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;11/2564&amp;nbsp;ประจำเดือน&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีนโยบายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินการคัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ที่มีผลงานดีเด่นแยกตามประเภทที่กำหนดเป็นสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&amp;nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้ปรากฏต่อสาธารณชน&amp;nbsp;และเป็นแบบอย่างแก่สถาบันเกษตรกรอื่นๆ&amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสถาบันเกษตรกรที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก&lt;/strong&gt;จะได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกตามแนวทางประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนด&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำหนดขั้นตอนการคัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นไว้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ระดับภาค&amp;nbsp;และระดับชาติ&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ได้คัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และได้ส่งผลงานเพื่อเข้ารับพิจารณาคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขลำพูน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ประเภทสหกรณ์การเกษตรทั่วไป&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเมืองลำพูน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3.ประเภทสหกรณ์โคนม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สหกรณ์โคนมลำพูน&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211129125655826</Link_News></row>
<row _id="216"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเบตงติดตามการดำเนินงานของศูนย์เครือข่าย ศพก. พร้อมติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการปลูกอะโวคาโด</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;29&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายอารีฟ&amp;nbsp;มหัศนียนนท์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอติดตามการดำเนินงานของ&amp;nbsp;ศพก.เครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนหน่อกล้วยหินปลอดโรค&amp;nbsp;จากกิจกรรมการพัฒนาศูนย์เครือข่าย&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ภายใต้โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลยะรม&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้สนับสนุนสารชีวภัณฑ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;bacillus&amp;nbsp;subtilis&amp;nbsp;(BS)&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดโรคเหี่ยวกล้วยหิน&amp;nbsp;และแนะนำวิธีใช้&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;BS&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ซองผสมน้ำ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตรทิ้งไว้&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;แล้วนำไปผสมน้ำเพิ่มอีก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ลิตรก่อนใช้งาน&amp;nbsp;โดยฉีดพ่นหรือราดต้นบริเวณต้นกล้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการปลูกอะโวคาโด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลยะรม&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอะโวคาโดพันธุ์แฮส&amp;nbsp;พิงค์เคอตัน&amp;nbsp;ปีเตอร์สัน&amp;nbsp;บูท&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และบัคคาเนีย&amp;nbsp;โดยหวังให้เป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอเบตงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่อาจจะมีราคาผลผลิตผันผวน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211129143348892</Link_News></row>
<row _id="217"><NewsTitle>ปี 2565 คือปีแห่งโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารหลังตัวเลขส่งออกสินค้าเกษตรโตต่อเนื่อง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แม้จะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคจากมาตรการปัองกันการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ของประเทศคู่ค้าแต่ด้วยการขับเคลื่อนปฏิรูปภาคการเกษตรด้วยนโยบายเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาดตามยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยเฉพาะสถาบันอาหาร&amp;nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หอการค้า&amp;nbsp;สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรและภาควิชาการเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรมขยายตัวแบบต่อเนื่องและส่งแรงดันต่อไปถึงปีหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สะท้อนผลสำเร็จจากตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตร&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ม.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.ค.)&amp;nbsp;มีมูลค่าถึง&amp;nbsp;677,955&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เติบโต&amp;nbsp;24.5%&amp;nbsp;และเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือนเฉพาะเดือนตุลาคมส่งออก&amp;nbsp;66,048&amp;nbsp;ล้านบาทขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;และในปีนื้และปีหน้า&amp;nbsp;ยังเดินหน้าต่อเนื่องในการสร้างฐานและกระจายการแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรภายใต้โครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มจังหวัด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นิคมอุตสาหกรรมครอบคลุม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กลุ่มจังหวัด&amp;nbsp;โครงการอุตสาหกรรมอาหารโลก&amp;nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่และวิสาหกิจชุมชนเป็นสตาร์ทอัพเกษตรและเอสเอ็มอีเกษตร&amp;nbsp;และโครงการเกษตรแม่นยำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านไร่ในการใช้เกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรรวมทั้งการปฏิรูปการบริหารและการบริการของกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ทำให้เชื่อมั่นว่าปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะเป็นปีแห่งโอกาสของครัวไทย&amp;nbsp;ครัวโลก&amp;nbsp;ภายใต้อุตสาหกรรมอาหารฐานเกษตรเพื่อเดินหน้าสู่&amp;nbsp;เป้าหมายการเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารท็อปเทน&amp;nbsp;(Topten)&amp;nbsp;ของโลกและอันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของเอเซียตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130093935211</Link_News></row>
<row _id="218"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อแจกให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว ใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุโรคพืช</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;เพื่อแจกให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;ใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุโรคพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;ผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;เพื่อแจกให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;ใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุโรคพืช&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกชุก&amp;nbsp;สภาพอากาศและสภาพดินมีความชื้นสูงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุพืชเป็นอย่างดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งแนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;ทางดิน&amp;nbsp;โดยผสมเชื้อสด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;โรยรอบโคนต้น&amp;nbsp;ต้นละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ต่อน้ำสะอาด&amp;nbsp;100-200&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงพืช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130092213190</Link_News></row>
<row _id="219"><NewsTitle>เกษตรเมืองตรัง ให้การปรึกษา และคำแนะนำในการป้องกัน กำจัดโรคพืชแก่เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรเมืองตรัง&amp;nbsp;ให้การปรึกษา&amp;nbsp;และคำแนะนำในการป้องกัน&amp;nbsp;กำจัดโรคพืชแก่เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้คำแนะนำแก่&amp;nbsp;นางทัศนีย์&amp;nbsp;พฤติวิญญู&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลโคกหล่อ&amp;nbsp;พื้นที่ปลูก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ที่นำตัวอย่างผลแก้วมังกร&amp;nbsp;ที่มีลักษณะผิดปกติมาปรึกษาและขอคำแนะนำในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลจากการวิเคราะห์เบื้องต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาเหตุเกิดจากเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคราสนิมแก้วมังกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และได้แนะนำวิธีการควบคุมด้วยวิธีการใช้การกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน&amp;nbsp;ด้วยการตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง&amp;nbsp;เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี&amp;nbsp;และใช้สารเคมีเบนโนมิล&amp;nbsp;ฉีดพ่น&amp;nbsp;ป้องกันกำจัดเชื้อราสนิม&amp;nbsp;ตั้งแต่ระยะเริ่มออกดอก&amp;nbsp;ทุก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และหยุดใช้สารเคมีก่อนการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังจะติดตามผลในแปลงปลูกดังกล่าวต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130092455196</Link_News></row>
<row _id="220"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดตรัง หารือผู้ประกอบการในการส่งเสริมเกษตรกรผลิตปาล์มคุณภาพเพื่อรองรับ RSPO แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;หารือกับผู้แทนบริษัทตรังน้ำมันปาล์ม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เรื่องการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการผลิตปาล์มน้ำมันคุณภาพและการรองรับขอการรับรองมาตรฐานในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(Roundtable&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Sustainable&amp;nbsp;Palm&amp;nbsp;Oil&amp;nbsp;:&amp;nbsp;RSPO)&amp;nbsp;เพื่อจัดงานการเปิดตัวส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;RSPO&amp;nbsp;โดยร่วมกับการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ปตท.)&amp;nbsp;และลูกข่าย&amp;nbsp;จีทีซี&amp;nbsp;สนับสนุนเกษตรกรภาคใต้ให้มีการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;RSPO&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยจับมือกับโรงงานน้ำมันปาล์มใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และพังงา&amp;nbsp;ในการส่งเสริมการผลิตปาล์มคุณภาพเพื่อรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;RSPO&amp;nbsp;โดยมีกำหนดการจัดงานและเชิญสื่อมวลชนในวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริษัทตรังน้ำมันปาล์ม&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;RSPO&amp;nbsp;และการทำปาล์มคุณภาพ&amp;nbsp;เกษตรกรในแปลงใหญ่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;แปลงของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;สตางค์&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;(คิดจากเกษตรกรทั้งหมด&amp;nbsp;1,074&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;15,512.25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผลผลิต&amp;nbsp;50,046,630&amp;nbsp;กิโลกรัม/ปี)&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้หารือเกี่ยวกับการจัดงานแข่งขันการตัดปาล์มน้ำมันคุณภาพในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อหาทีมตัดปาล์มที่มีคุณภาพในจังหวัดตรังโดยจะมีการเก็บคะแนนของทีมผู้แข่งขันเป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพื่อเก็บคะแนนมาตัดสินให้รางวัลในปีนี้&amp;nbsp;โดยบริษัทตรังน้ำมันปาล์มเป็นผู้จัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130092312192</Link_News></row>
<row _id="221"><NewsTitle>เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบร่วงยางพารา</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;พบการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ในหลายพื้นที่ของอำเภอกันตัง&amp;nbsp;ลักษณะของโรค&amp;nbsp;ใบจะมีรอยช้ำเป็นกลุ่มเห็นชัดเจนด้านหลังใบ&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะเป็นวงค่อนกลมสีเหลือง&amp;nbsp;ต่อมาเนื้อเยื่อสีเหลืองจะตายแห้ง&amp;nbsp;เป็นแผลวงกลมสีสนิมซีด&amp;nbsp;จากนั้นใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด&amp;nbsp;หากเชื้อเข้าทำลายเป็นเวลานานอาจมีผลทำให้ยางพารายืนต้นตายได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แนวทางการป้องกันเบื้องต้น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาผสมปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;หว่านให้ทั่วแปลง&amp;nbsp;อย่างน้อยปีละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;หากพื้นที่มีการระบาดแล้ว&amp;nbsp;อาจต้องฉีดพ่นสารเคมีร่วมด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเกษตรสามารถเข้ามาติดต่อรับหัวเชื้อเพื่อนำไปขยายเองได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรใกล้บ้านท่าน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130092410194</Link_News></row>
<row _id="222"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมโคพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมโคพระราชทาน&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริเป็น&amp;nbsp;นายลือชัย&amp;nbsp;สุวรรณโชติ&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;98&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่บ้านนาหว้า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130105547252</Link_News></row>
<row _id="223"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรเฝ้าระวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ดอก ไม้ผล และพืชผักต่างๆ</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระยะบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;กับมีลมแรง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคใต้&amp;nbsp;ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;และน้ำล้นตลิ่งได้&amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง&amp;nbsp;โดยมีคลื่นสูงประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ขอให้ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ&amp;nbsp;และเรือเล็กงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&amp;nbsp;อากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;กับมีลมแรง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&amp;nbsp;โดยในช่วงวันที่&amp;nbsp;1-5&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อุณหภูมิจะลดลงอีก&amp;nbsp;2-4&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;ทำให้มีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;กับมีลมแรง&amp;nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&amp;nbsp;โดยเลือกใส่เสื้อผ้าหนาๆ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย&amp;nbsp;รวมทั้งควรระวังศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&amp;nbsp;ไม้ดอก&amp;nbsp;และพืชผักไว้ด้วย&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ควรควบคุมปริมาณการให้อาหารอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงที่อุณหภูมิลดต่ำลงสัตว์น้ำจะกินอาหารได้น้อย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130122128295</Link_News></row>
<row _id="224"><NewsTitle>จ.นครปฐม กำหนดแผนการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ประจำปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายคมสัน&amp;nbsp;เจริญอาจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอภิรมย์ฤดี&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ได้พิจารณาสถานที่&amp;nbsp;ช่วงเวลา&amp;nbsp;และแผนการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;โดยกำหนดให้จัดงานโครงการดังกล่าวฯ&amp;nbsp;ไตรมาสละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับการแก้ไขด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&amp;nbsp;อีกทั้งพิจารณาร่างคำสั่งคณะทำงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ตลอดจนการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;ตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม&amp;nbsp;และมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบพันธุ์ผักให้กับตัวแทนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130145036362</Link_News></row>
<row _id="225"><NewsTitle>ครม. อนุมัติวงเงินกว่า 76,080 ล้านบาท สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 เพิ่มเติม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติ&amp;nbsp;อนุมัติวงเงินกว่า&amp;nbsp;76,080&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นวงเงินจ่ายชดเชยให้เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;74,569.31&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,511.64&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หลังจากมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;ที่ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;วงเงินจ่ายขาดเบื้องต้นรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นตามมติ&amp;nbsp;คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&amp;nbsp;(นบข.)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;ที่เห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;/65&amp;nbsp;วงเงินจ่ายขาด&amp;nbsp;89,306.39&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มาตรการคู่ขนานฯ&amp;nbsp;วงเงินจ่ายขาด&amp;nbsp;6,955.98&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;วงเงินจ่ายขาด&amp;nbsp;54,972.72&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รวมวงเงินจ่ายขาดทั้งสิ้น&amp;nbsp;151,235.09&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีมติมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พิจารณาจัดหาแหล่งเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการประกันรายได้เพิ่มเติม&amp;nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินจำนวน&amp;nbsp;76,080.95&amp;nbsp;ล้านบาทโดยดำเนินการให้ถูกต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐบาล&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจนกฎหมายระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ปัจจุบันได้มีประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ&amp;nbsp;เรื่องกำหนดอัตราชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐในการดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา&amp;nbsp;28&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กำหนดให้อัตรายอดคงค้างรวมทั้งหมดของภาระที่รัฐต้องรับชดใช้ค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;หรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ต้องมียอดคงค้างทั้งหมดรวมกันไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;จากเดิมที่ไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;30&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130162834443</Link_News></row>
<row _id="226"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ส่งเสริมการปลูกป่าและลดเผาป่า รณรงค์ปรับเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาด แทนพลังงานแบบเดิม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับการปลูกป่า&amp;nbsp;โดยเฉพาะการปลูกป่าชายเลนเพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก&amp;nbsp;อีกทั้งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปลูกป่า&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนองพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และต่อเนื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังสั่งการในที่ประชุม&amp;nbsp;ครม.&lt;/strong&gt;ให้ส่งเสริมการปลูกป่าและลดการเผาป่า&amp;nbsp;ตลอดจนรณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานแบบเดิมให้เป็นพลังงานสะอาดและให้มีการเตรียมมาตรการไว้ล่วงหน้าในการยกร่างกฏหมาย&amp;nbsp;โดยให้หารือกับนายวิษณุ&amp;nbsp;เครืองาม&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130162621438</Link_News></row>
<row _id="227"><NewsTitle>ครม. อนุมัติกรอบวงเงินกว่า 54,972 ล้านบาท บริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 256465</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินกว่า&amp;nbsp;54,972&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;สำนักงบประมาณ&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาแหล่งเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&amp;nbsp;(นบข.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบ&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;วงเงินจ่ายขาดรวม&amp;nbsp;54,972.72&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็นงบประมาณจ่ายขาดให้เกษตรกรวงเงิน&amp;nbsp;53,871.84&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ค่าชดเชยต้นทุนเงิน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;อัตราร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;1,077.44&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ค่าบริหารจัดการของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาทเป็นวงเงิน&amp;nbsp;23.44&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรประมาณ&amp;nbsp;4.69&amp;nbsp;ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp;จะได้รับการช่วยเหลือในอัตราไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาทไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หรือครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยระยะเวลาจ่ายเงินตั้งแต่เดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ภัยแล้ง&amp;nbsp;โรคระบาด&amp;nbsp;รวมทั้งสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่ทำต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น&amp;nbsp;ยังมุ่งสนับสนุนให้เกษตกรมีเงินทุนในการพัฒนาคุณภาพในการผลิตข้าว&amp;nbsp;ดำเนินงานโดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรในอัตราไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับคือ&amp;nbsp;เกษตรกรมีรายได้ส่วนเหลือเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;มีเงินไว้สำหรับใช้จ่ายภายในครัวเรือน&amp;nbsp;กระตุ้นการใช้จ่ายในระดับเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;เพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130162357432</Link_News></row>
<row _id="228"><NewsTitle>มุกดาหาร เปิดโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65 เพิ่มอำนาจต่อรองและส่งเสริมความเป็นธรรมด้านราคาให้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรดงหลวง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอดงหลวง&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;นำผู้ประกอบการโรงสีในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;มุกดาธัญญทิพย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&amp;nbsp;สมบูรณ์พูนผล&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;โรงสีมุกธัญญา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;มารับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรที่สนใจหลายราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางลักขณา&amp;nbsp;บุญนำ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรกับผู้รับซื้อข้าวเปลือก&amp;nbsp;ซึ่งจะสามารถช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือก&amp;nbsp;และมีอำนาจต่อรองในการขายข้าวเปลือกมากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคา&amp;nbsp;การชั่งน้ำหนัก&amp;nbsp;และการตรวจสอบคุณภาพข้าวเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายข้าวเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130154947396</Link_News></row>
<row _id="229"><NewsTitle>ครม.แต่งตั้งประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนโครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง&amp;nbsp;นายกุลเดช&amp;nbsp;พัวพัฒนกุล&amp;nbsp;เป็นประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทยคนใหม่เข้ามาขับเคลื่อนการดำเนินงานของ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;ตามนโยบาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประกันรายได้ตั้งแต่&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แสนราย&amp;nbsp;แบ่งสัดส่วนรายได้&amp;nbsp;เจ้าของสวน&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;และคนกรีด&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของรายได้ทั้งหมด&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยจะเริ่มจ่ายงวดแรกและงวดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ภายในเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะจ่ายเดือนละครั้งจนถึงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จนครบทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;งวด&amp;nbsp;ซึ่งจากนี้คณะทำงานกำหนดราคากลางอ้างอิงจะออกประกาศราคากลางในการชดเชยรายได้ให้แก่เกษตรกรต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2021-11-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211130195557589</Link_News></row>
</data>
