{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"Detail","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"timestamp"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่ คาดอากาศจะดีและฝุ่นลดลงถึงวันที่ 3 มกราคม","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่&nbsp;คาดอากาศจะดีและฝุ่นลดลงถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(1&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;คาดการณ์คุณภาพอากาศดีทั่วประเทศต้อนรับช่วงปีใหม่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากถึงอากาศดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มลดลงวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จากสภาพอากาศเปิดมากขึ้นและมีลมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงขึ้นเข้ามาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ส่วนวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มกราคมอาจมีแนวโน้มของระดับฝุ่นละอองที่สูงขึ้นในบางพื้นที่&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-01-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101101614085"],
    [2,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคใต้เฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มใน 4 จังหวัด จากฝนตกหนักถึงหนักมาก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคใต้เฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;จากฝนตกหนักถึงหนักมาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(1&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;,&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;51&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พัทลุง&nbsp;81&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสงขลา&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้บริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;สตูล&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;แล้วยังมีน้ำท่วมขังบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;และยะลา&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;37,304&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;64&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;30,025&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;63&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงต้องเฝ้าระวังค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ส่วนแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนและบริหารจัดการน้ำรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;อย่างกรมชลประทาน&nbsp;เพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำห้วยแอ่ง&nbsp;อ.ศรีสมเด็จ&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;โครงการเพิ่มศักยภาพเก็บกักเป็นการก่อสร้างบานระบายพับได้แบบถุงลมยาง&nbsp;ส่วนกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน&nbsp;อ.สอง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;,&nbsp;โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;อ.ตรอน&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;และโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภค-บริโภคขนาดใหญ่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา</p>","2022-01-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101101837088"],
    [3,"สถานีอุตุฯ นราธิวาส แจ้งคาดหมายลักษณะอากาศจังหวัดนราธิวาส ประจำเดือนมกราคม 2565","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายเร๊าะมันคาน&nbsp;โอราสะมันนี&nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนเป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;และต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงเป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;จากลักษณะดังกล่าวทำให้บริเวณจังหวัดนราธิวาส&nbsp;มีฝนร้อยละ&nbsp;30-40&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ส่วนทะเลมีคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อนึ่ง&nbsp;เมื่อบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงออกจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน</strong>&nbsp;คลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นตาม&nbsp;ทำให้อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง&nbsp;2-4&nbsp;เมตร&nbsp;และอาจเกิดคลื่นซัดฝั่งตามบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของภาคใต้ได้</p>","2022-01-01T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101150925230"],
    [4,"เกษตรฯ แม่ฮ่องสอน เตือนการแพร่ระบาดศัตรูพืช โรคราน้ำค้างพืชตระกูลแตง ทำให้ความหวานลดลง ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายพยุงศักดิ์&nbsp;สิทธิลภ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เตือนการแพร่ระบาดศัตรูพืช&nbsp;โรคราน้ำค้างพืชตระกูลแตง&nbsp;เป็นโรคที่สำคัญของพืชตระกูลแตงทุกชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;แตงโม&nbsp;แตงกวา&nbsp;แตงร้าน&nbsp;มะระฯ&nbsp;เนื่องจากช่างนี้&nbsp;อากาศหนาวมีหมอกและน้ำค้างลงในช่วงเช้า&nbsp;พืชอาจจะปรากฏปื้นสีเหลืองบนใบ&nbsp;เมื่อพลิกด้านหลังใบจะพบกลุ่มเส้นใยขาว&nbsp;บางครั้งจะมองไม่เห็น&nbsp;ถ้าเกษตรกรลงสำรวจช่วงสายที่มีแสงแดดจัด&nbsp;ปื้นสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเริ่มจากกลางแผลออกไป&nbsp;ใบจะแห้งและตายในที่สุด&nbsp;ถ้าอุณหภูมิอยู่ระหว่าง&nbsp;16-27&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และมีความชื้นสูงเหมาะต่อการเจริญของเชื้อรา&nbsp;สาเหตุของโรคจะขยายลุกลามได้รวดเร็ว&nbsp;หากพบในเมล่อน&nbsp;แคนตาลูป&nbsp;หรือแตงโม&nbsp;อาจทำให้ความหวานลดลง&nbsp;ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ลักษณะอาการ&nbsp;อาการที่ใบเริ่มจะพบกลุ่มราสีขาว&nbsp;หรือสีเทา</strong>&nbsp;ต่อมาสังเกตเห็นหลังใบเป็นสีเหลืออ่อน&nbsp;แผลค่อนข้างเป็นเหลี่ยมแล้วพัฒนาเป็นสีน้ำตาลอ่อน&nbsp;ไปจนเข้มประปรายทั่วใบ&nbsp;อาการรุนแรงจะทำให้ใบแห้งและเหี่ยว&nbsp;ตายหมดทั้งเถาได้ในเวลาที่อากาศชื้น&nbsp;ในตอนเช้าจะสังเกตเห็นกลุ่มสปอร์เชื้อราที่ด้านท้องใบคล้ายผงแป้งได้เด่นชัดกว่าเวลาอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โรคนี้มักจะระบาดรุนแรงและรวดเร็ว&nbsp;เมื่อแตงกำลังให้ผล&nbsp;ทำให้เถาแตง&nbsp;ตายไปก่อนที่แตงจะสุกแก่พร้อมเก็บเกี่ยว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;วิธีป้องกันกำจัด&nbsp;สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง</strong>&nbsp;,&nbsp;เก็บใบหรือส่วนที่เกิดโรคเผาทำลาย,&nbsp;บำรุงรักษาต้นพืชให้สมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;,&nbsp;ก่อนปลูกควรคลุกเมล็ดพันธ์ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช&nbsp;,&nbsp;ถ้ามีหมอกและน้ำค้างจัดในช่วงเช้า&nbsp;ควรพ่นด้วยไตรโคเดอร์มา&nbsp;ในอัตราส่วนเชื้อสด&nbsp;200&nbsp;กรัม&nbsp;ต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;เพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรค,&nbsp;พ่นน้ำส้มควันไม้อัตรา&nbsp;100&nbsp;ซีซี&nbsp;ต่อน้ำ&nbsp;12&nbsp;ลิตร&nbsp;ให้ทั่วทรงพุ่มทุก&nbsp;7-10&nbsp;วัน</p>","2022-01-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101180924308"],
    [5,"จีนเปิดด่านรถไฟผิงเสียง นำเข้าทุเรียนลำไยผลไม้ไทย 4 มกราคมนี้","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;เปิดเผยวันนี้(1&nbsp;ม.ค.)&nbsp;ว่า&nbsp;จากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่เข้มงวดของด่านนำเข้าจีน&nbsp;ส่งผลต่อการส่งออกผลไม้ของไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก&nbsp;ตนได้สั่งการทูตเกษตรเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตนได้หารือเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้ไทย</p><p><strong>ล่าสุดได้รับรายงานจากกงสุล&nbsp;(ฝ่ายเกษตร)</strong>&nbsp;ของไทยประจำนครกว่างโจว&nbsp;ว่า&nbsp;ด่านรถไฟผิงเสียง&nbsp;(เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง)&nbsp;ประเทศจีนได้เปิดด่านแล้ว&nbsp;โดยกำหนดเปิดนำเข้าผลไม้ไทยตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อคลี่คลายปัญหากรณีด่านตงซิง&nbsp;(เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&nbsp;ประเทศจีน)&nbsp;ปิดด่าน&nbsp;ทําให้ทุเรียนและลําไยสดของประเทศไทยที่มีปริมาณมากต้องติดค้างอยู่ที่ด่านตงซิงซึ่งไม่สามารถยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรเข้าประเทศจีนได้&nbsp;ทางการจีนจึงประสานเป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์ฝ่ายเกษตรฯ&nbsp;กว่างโจวแจ้งมายังหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อํานวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการผลไม้ทําการเปลี่ยนแปลงใบรับรองสุขอนามัยพืชในช่วง&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สินค้าผลไม้ไทยจะได้ยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรผ่านด่านรถไฟผิงเสียงเพื่อขนส่งเข้าประเทศจีนได้</p><p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ส่งออกต้องรีบยื่นขอเปลี่ยนแปลงใบรับรองสุขอนามัยพืชจากด่านตงชิงเป็นด่านรถไฟผิงเสียงและต้องระมัดระวังอย่าให้มีการปนเปื้อนโควิด-19&nbsp;ทั้งคนขับ&nbsp;รถและสินค้าเพราะถ้าพบทางการจีนจะปิดด่านทันทีจึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ช่วยกันเข้มงวดกวดขันอย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><strong>จากสถิติการส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศจีน&nbsp;ของกรมวิชาการเกษตร</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;เดือนมกราคม-ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีน&nbsp;มีปริมาณกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;148,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยปริมาณการส่งออกผลไม้สูงสุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลำไย&nbsp;และมะพร้าวอ่อน&nbsp;ตามลำดับแต่เริ่มประสบปัญหาการขนส่งผลไม้ติดขัดตามด่านต่างๆ&nbsp;ของจีนในช่วงปลายปี&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101193830354"],
    [6,"เปิดอ่าวมาหยาวันแรกนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าท่องเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติจำนวนมาก หลังปิดฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและทะเลมานานกว่า 3 ปี ภายใต้มาตรการคุมเข้มโควิด-19","<p><strong>เปิดอ่าวมาหยาวันแรกนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าท่องเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติจำนวนมาก&nbsp;หลังปิดฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและทะเลมานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ภายใต้มาตรการคุมเข้มโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปราโมทย์&nbsp;แก้วนาม&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี&nbsp;กล่าวถึงการเปิดอ่าวมาหยา&nbsp;ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;วันแรกต้อนรับนักท่องเที่ยวเมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;หลังปิดห้ามดำเนินกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2561&nbsp;รวมเวลากว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ว่า&nbsp;ภาพรวมมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวจองเข้าเที่ยวเต็มทั้งวัน&nbsp;และมีเรือนำเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;ทั้งเรือสปีตโบ๊ทและเรือหางยาวนำเที่ยวที่นำนักท่องเที่ยวมาส่งแล้วออกไปผูกทุ่นจอดรอที่จัดไว้ให้&nbsp;โดยให้ขึ้นได้เพียงด้านหลังอ่าวเท่านั้นบริเวณท่าเทียบเรืออ่าวโล๊ะซามะ&nbsp;ซึ่งเป็นการจัดระเบียบเรือนำเที่ยวเพื่อความปลอดภัย&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก&nbsp;ที่สำคัญได้จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ารอบละ&nbsp;375&nbsp;คน&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมงต่อรอบ&nbsp;และห้ามลงเล่นน้ำทะเลบริเวณหน้าชายหาดอ่าวมาหยาโดยเด็ดขาด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขกันอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว</p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102081523423"],
    [7,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังเสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่ 4 จังหวัด พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนรองรับขาดแคลนน้ำหน้าแล้ง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังเสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนรองรับขาดแคลนน้ำหน้าแล้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;,&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พัทลุง&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสงขลา&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้บริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;สตูล&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;37,213&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;64&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,962&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;63&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวังในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงต้องเฝ้าระวังค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง&nbsp;อย่างกรมเจ้าท่าเร่งขุดลอกพัฒนาและบำรุงรักษาร่องน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;แม่น้ำกก&nbsp;ต.แม่ยาว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ระยะทาง&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;คืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;30.04&nbsp;มีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;120&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;635&nbsp;ไร่&nbsp;,&nbsp;แม่น้ำลาว&nbsp;ต.ท่าก๊อ&nbsp;อ.แม่สรวย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,050&nbsp;เมตร&nbsp;คืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;56.21&nbsp;มีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;108&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;457&nbsp;ไร่&nbsp;,&nbsp;แม่น้ำลี้&nbsp;ต.ศรีเตี้ย&nbsp;อ.บ้านโฮ่ง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,500&nbsp;เมตร&nbsp;คืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;34.46&nbsp;มีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;624&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;548&nbsp;ไร่&nbsp;,&nbsp;แม่น้ำวัง&nbsp;ต.วังทรายคำ&nbsp;อ.วังเหนือ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,700&nbsp;เมตร&nbsp;คืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;51.86&nbsp;มีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;727&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;2,150&nbsp;ไร่&nbsp;,&nbsp;แม่น้ำตุ๋ย&nbsp;ต.บ้านขอ&nbsp;อ.เมืองปาน&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,700&nbsp;เมตร&nbsp;คืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;41.39&nbsp;มีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;954&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;950&nbsp;ไร่&nbsp;และแม่น้ำยม&nbsp;ต.ทุ่งน้าว&nbsp;อ.สอง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;ระยะทาง&nbsp;1,650&nbsp;เมตร&nbsp;คืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;47.52&nbsp;มีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;500&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตรประมาณ&nbsp;1,450&nbsp;ไร่&nbsp;ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เร่งจัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในส่วนของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;อ.อุ้มผาง&nbsp;จ.ตาก</p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102090238427"],
    [8,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลคุณภาพอากาศดีมากเกือบทุกพื้นที่ แต่ต้องเฝ้าระวังฝุ่นจะสูงขึ้นช่วงวันที่ 4 - 9 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลคุณภาพอากาศดีมากเกือบทุกพื้นที่&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังฝุ่นจะสูงขึ้นช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อนในหลายพื้นที่&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102092202429"],
    [9,"วราวุธ เตรียมเสนอรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก กลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ ให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกพิจารณาวันที่ 12 ม.ค.นี้","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เตรียมเสนอรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก&nbsp;กลุ่มป่าดงพญาเย็น&nbsp;-&nbsp;เขาใหญ่&nbsp;ให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกพิจารณาวันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะอนุกรรรมการมรดกโลกทางธรรมชาติ&nbsp;ได้พิจารณาร่างรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกของพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น&nbsp;-&nbsp;เขาใหญ่&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2022&nbsp;ก่อนนำเสนอบรรจุเข้าเป็นวาระพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;จึงให้เร่งดำเนินการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า&nbsp;การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ&nbsp;การลาดตระเวนอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง&nbsp;และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์&nbsp;(SEA)&nbsp;ซึ่งร่างรายงานดังกล่าวประกอบด้วยข้อมูล&nbsp;5&nbsp;ส่วนสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;บทสรุปผู้บริหาร&nbsp;//&nbsp;การตอบข้อมติคณะกรรมการมรดกโลก&nbsp;//&nbsp;ประเด็นข้อริเริ่มด้านการอนุรักษ์ของแหล่ง&nbsp;//&nbsp;ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู&nbsp;การเปลี่ยนแปลงหรือการก่อสร้างใหม่&nbsp;และความยินยอมให้เปิดเผยรายงานสถานภาพการอนุรักษ์ของแหล่งต่อสาธารณะ&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการและให้ฝ่ายเลขาคณะอนุกรรมการฯนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปดำเนินการให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนมากขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ประชุมฯยังมีมติให้เตรียมจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป&nbsp;หลังคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เห็นชอบให้นำเสนอแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติและพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น&nbsp;(Tentative&nbsp;List)&nbsp;ของศูนย์มรดกโลก</p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102101557443"],
    [10,"ปศุสัตว์แพร่ ฝึกอบรมหลักสูตรชี้แจงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;จัดฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;ในหลักสูตร&nbsp;การฝึกอบรมหลักสูตรชี้แจงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;และกฎหมายลำดับรอง&nbsp;เพื่อการเตรียมความพร้อมต่อใบอนุญาต&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;นายชัยรัตน์&nbsp;บัวเลิศ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มฯ&nbsp;ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตรชี้แจงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;และกฎหมายลำดับรอง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการต่อใบอนุญาต&nbsp;ให้แก่ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาตในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;38&nbsp;แห่ง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ทั้งนี้&nbsp;เพื่อชี้แจงให้ผู้ประกอบการฆ่าสัตว์รับทราบและเข้าใจแนวปฏิบัติตามกฎหมาย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;และเตรียมความพร้อมในการต่อใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;รวมถึงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;ณ&nbsp;สนามชนโคบ้านกาซ้อง&nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102113800491"],
    [11,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจสอบสถานที่ เพื่อประกอบการขออนุญาตให้ใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;กล่าวว่าสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบการขออนุญาตใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่และกัดปลา&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ตรวจสอบสถานที่&nbsp;และกลั่นกรองข้อมูลให้เป็นไปตามระเบียบ&nbsp;กฎหมาย&nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาขออนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามชนไก่บ้านนาหว้า&nbsp;เลขที่&nbsp;173&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;</strong>การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายนายวิลิต&nbsp;แสงสุวรรณ์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;186&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัวที่บ้านหัวนายูง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102141717586"],
    [12,"จ.แม่ฮ่องสอน วันนี้ (2 ม.ค. 65) คุณภาพอากาศดีมาก ค่า PM2.5 เท่ากับ 19 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง การท่องเที่ยว","<p><strong>ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ว่าคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;19&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของจุดความร้อน&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;2&nbsp;จุด</strong>&nbsp;ในพื้นที่ป่าสงวน&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;และอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;มาตรการประชาสัมพันธ์,&nbsp;มาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;คือการนำเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์&nbsp;และการชิงเผาตามหลักวิชาการ&nbsp;ลงทะเบียนผ่านapp&nbsp;Burn&nbsp;Check,&nbsp;มาตรการลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าระวังและดับไฟ,&nbsp;มาตรการเผชิญเหตุ&nbsp;ในสถานการณ์วิกฤติรุนแรง,&nbsp;มาตรการลดฝุ่นละอองในพื้นที่เขตเมือง,&nbsp;มาตรการดูแลประชาชน,&nbsp;มาตรการบังคับใช้กฎหมาย,&nbsp;มาตรการสร้างความยั่งยืน&nbsp;คือ&nbsp;การฟื้นฟูป่าที่ถูกไฟไหม้,&nbsp;การน้อมนำพระราชดำริ&nbsp;สร้างป่า&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และเกษตรชุมชนปลอดการเผา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102142333593"],
    [13,"รมว.ศธ. ตรวจเยี่ยมอาชีวะจิตอาสา บริการประชาชนช่วงปีใหม่ 2565 ที่จังหวัดราชบุรี ชื่มชนนักศึกษาสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีเยี่ยม","<p>รมว.ศธ.&nbsp;ตรวจเยี่ยมอาชีวะจิตอาสา&nbsp;บริการประชาชนช่วงปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;ชื่มชนนักศึกษาสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีเยี่ยม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;(รมว.ศธ.)&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการอาชีวะจิตอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชนเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565 \"พักคน&nbsp;พักรถ\"&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริการประชาชน&nbsp;สถานีบริการน้ำมัน&nbsp;ปตท.&nbsp;หนองโพ&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;</p><p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นักเรียนนักศึกษาอาชีวะที่ได้บริการสังคม&nbsp;ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง&nbsp;และรู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า&nbsp;นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;รวมทั้งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;เป็นการพัฒนานักศึกษาอาชีวศึกษาให้เป็นผู้มีจิตอาสาร่วมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม&nbsp;เรียนรู้การทำงานเป็นทีม&nbsp;รู้รักสามัคคี&nbsp;มีความสมานฉันท์เกิดขึ้นในหมู่คณะ&nbsp;&nbsp;</p><p>ทั้งนี้จากการลงพื้นที่&nbsp;พบรถยนต์เกิดเหตุขัดข้อง&nbsp;เนื่องจากการเติมน้ำมันผิดประเภท&nbsp;ยางรถยนต์มีปัญหา&nbsp;ฯลฯแต่ด้วยความสามารถของนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;แผนกช่างยนต์&nbsp;ทำให้เจอปัญหา&nbsp;และแก้ไขได้&nbsp;จนกระทั่งรถยนต์ดังกล่าว&nbsp;กลับมาใช้งานได้ปกติ&nbsp;และเดินทางต่อไปยังจุดหมายได้อย่างปลอดภัย&nbsp;</p><p>อย่างไรก็ตาม&nbsp;โครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเปิดให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์&nbsp;และรถจักรยานยนต์&nbsp;รวมถึงกิจกรรมให้บริการสอบถามข้อมูลเส้นทาง/สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;/ที่พัก&nbsp;/ร้านอาหาร&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งให้บริการที่นั่งพักผ่อน&nbsp;/บริการน้ำดื่ม&nbsp;กาแฟ&nbsp;ผ้าเย็น&nbsp;เป็นต้น</p><p>แก่ประชาชนที่เดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;รวมระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;โดยที่ผ่านมามีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102181357644"],
    [14,"ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ส่งความสุขปีใหม่ โดยการเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และแจกฟรีต้นไม้ให้กับประชาชน รวมถึงการจำหน่ายพันธุ์ต้นไม้ในราคาถูก เพื่อให้เกษตรกรหรือประชาชน ซื้อไปปลูกไว้กินเองหรือเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้","<p><strong>ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;นางวรรณา&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;ผ็อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ส่งความสุขปีใหม่&nbsp;โดยการเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;จุดนิทรรศการ&nbsp;การเรียนรู้&nbsp;การผลิตขยายพันธุ์พืช&nbsp;การผลิตกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;จุดเชคอินแปลงท่องเที่ยวพันธุ์ไม้ต่างๆ&nbsp;&nbsp;และแจกฟรีต้นไม้ให้กับประชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;ตันพันธุ์พริกเดือยไก่&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;มะละกอ&nbsp;ต้นพันธุ์กระท่อม&nbsp;แม่พันธุ์แหนแดง&nbsp;โดยแจกให้กับประชาชนที่เดินทางมาลงทะเบียนรับฟรีต้นไม้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการพันธุ์ต้นไม้ในราคาถูก&nbsp;เช่น&nbsp;พริกพันธุ์เดือยไก่&nbsp;บรรจุถาดหลุม&nbsp;ขนาด&nbsp;104&nbsp;หลุม</strong>&nbsp;ราคา&nbsp;150&nbsp;บาทต่อถาด&nbsp;มะละกอฮอลแลนด์&nbsp;ถุงเพาะชำขนาด&nbsp;&nbsp;3x6&nbsp;นิ้ว&nbsp;&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;5&nbsp;บาทต่อต้น&nbsp;มะเขือเปราะ&nbsp;บรรจุถาดหลุม&nbsp;ขนาด&nbsp;104&nbsp;หลุม&nbsp;ราคา&nbsp;150&nbsp;บาทต่อถาด&nbsp;กล้วยไม้&nbsp;ไม้นิ้ว/ไม้ขาด&nbsp;ล้างราก&nbsp;ราคา&nbsp;5&nbsp;บาทต่อต้น&nbsp;เมือเขือยาว&nbsp;บรรจุถาดหลุม&nbsp;ขนาด&nbsp;104&nbsp;หลุม&nbsp;&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;150&nbsp;บาทต่อถาด&nbsp;&nbsp;กล้วยหอมทอง&nbsp;กล้วยน้ำว้า&nbsp;กล้วยหิน&nbsp;ถุงเพาะชำขนาด&nbsp;&nbsp;3x6&nbsp;นิ้ว&nbsp;ราคา&nbsp;15&nbsp;บาทต่อต้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการส่งความสุขปีใหม่&nbsp;โดยการเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร</strong>&nbsp;และแจกฟรีต้นไม้ให้กับประชาชน&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีประชาชนเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;รับต้นไม้และซื้อต้นไม้ไปปลูกกันเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102173607638"],
    [15,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังเสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่ 3 จังหวัด พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงวันที่ 3 - 10 ม.ค.นี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังเสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มกราคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(3&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;,&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;บริเวณ&nbsp;พัทลุง&nbsp;74&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสงขลา&nbsp;80&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้บริเวณ&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;37,141&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;64&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,894&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;63&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงต้องเฝ้าระวังค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ส่วนแม่น้ำแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังเฝ้าระวังระดับน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;หลังกรมอุทกศาสตร์&nbsp;แจ้งเตือนสภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;05.00&nbsp;-11.00&nbsp;น.&nbsp;เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงแผ่ลงมาปกคลุมทางตอนบนของประเทศ&nbsp;ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นอีก&nbsp;จากการคาดหมายระดับน้ำ&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและบริเวณใกล้เคียงอาจได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยระดับน้ำหนุนสูงสุดช่วงเวลาประมาณ&nbsp;05.00&nbsp;-11.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งระดับน้ำอาจสูงถึง&nbsp;1.80&nbsp;-&nbsp;2.10&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;ของวานนี้&nbsp;(2&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบพื้นที่นอกคันป้องกันน้ำท่วมระดับน้ำปกติ&nbsp;โดยบริเวณประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&nbsp;ระดับน้ำสูงสุดที่&nbsp;70&nbsp;เซนติเมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;ส่วนพื้นที่ในคันป้องกันน้ำท่วมระดับน้ำปกติ&nbsp;โดยบริเวณประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสด์&nbsp;-&nbsp;ฉิมพลี&nbsp;ระดับน้ำสูงสุดที่&nbsp;91&nbsp;เซนติเมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;คาดการณ์น้ำขึ้นเต็มที่&nbsp;ณ&nbsp;สถานีกองบัญชาการกองทัพเรือวันนี้&nbsp;ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุด&nbsp;+1.33&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางเมื่อเวลา&nbsp;09.38&nbsp;น.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและเตรียมรับสถานการณ์&nbsp;พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เพื่อป้องกันผลกระทบจากระดับน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงดังกล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103094214714"],
    [16,"นครพนม?วันนี้? คุณภาพอากาศดีมาก เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง และการท่องเที่ยว?","<p><strong>วันนีี้&nbsp;(3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;(เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.)&nbsp;สำนักงาน?ทรัพยากร?ธรรมชาติ?และ?สิ่ง?แวดล้อม?จังหวัด?นครพนม</strong>?รายงาน?&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5?&nbsp;(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;21&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</p><p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM10&nbsp;มีค่า&nbsp;33&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญอื่นๆ&nbsp;</strong>ค่า&nbsp;โอโซน&nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์,?คาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;คุณภาพดีมาก&nbsp;</p><p><strong>สรุป?ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก</strong>?&nbsp;เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และการท่องเที่ยว</p><p><strong>ในส่วน?ของ?การเกิดจุดความร้อนจากการเผา&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;2&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;พบการเผาจำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด?&nbsp;ในพื้นที่เกษตร&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ในพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103094707715"],
    [17,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่พื้นที่ แต่ต้องเฝ้าระวังฝุ่นจะสูงขึ้นช่วงวันที่ 4 - 10 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่พื้นที่&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังฝุ่นจะสูงขึ้นช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(3&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อนในหลายพื้นที่&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-03-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103095558718"],
    [18,"อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม  จัดโครงการขยะกลับบ้าน   เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายณรงค์&nbsp;คงเอียด&nbsp;&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมเป็นจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้การจราจรคับคั่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;ที่เข้ามาเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำ&nbsp;เส้นทางเลี่ยง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ&nbsp;เข้าชมความน่ารักของพะยูนจากจุดชมวิวเขาแบนะ&nbsp;ซึ่งไม่ได้มาให้เห็นกันในทุกวัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;&nbsp;ยังได้จัดโครงการขยะกลับบ้าน&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมสามารถเก็บขยะมาแลกรับของรางวัลเป็นกระเป๋าถุงผ้า&nbsp;หรือเป็นอุปกรณ์เครื่องเขียน&nbsp;สำหรับเด็กๆ&nbsp;ได้ที่เต็นท์โครงการทางซ้ายก่อนทางเข้าอุทยาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103130630841"],
    [19,"ช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชมดอกพญาเสือโคร่งใสพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังอย่างคึกคัก ภายใต้อุณหภูมิต่ำสุดเพียง 8 องศาเซลเซียส","<p><strong>ช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชมดอกพญาเสือโคร่งใสพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังอย่างคึกคัก&nbsp;ภายใต้อุณหภูมิต่ำสุดเพียง&nbsp;8&nbsp;องศาเซลเซียส</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายบัญชา&nbsp;รามศิริ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้เดินทางมาชมความสวยงามของธรรมชาติและสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น&nbsp;ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง&nbsp;โดยเฉพาะจุดชมวิวดอยกิ่วลมและลานกางเต็นท์เอื้องเงิน&nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(3&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;มีอุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;8&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;โดยท้องฟ้าเปิดมีทะเลหมอกสวยงาม&nbsp;ส่วนบริเวณน้ำพุร้อนโป่งเดือด&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;14&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และบริเวณโป่งน้ำร้อนท่าปาย&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;14&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;มีนักท่องเที่ยวพากันไปเที่ยวและพักแรมบนอุทยานฯจำนวนมาก&nbsp;โดยดูจากสถิตินักท่องเที่ยวเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;จำนวน&nbsp;2,239&nbsp;คน&nbsp;พบพักค้างแรม&nbsp;485&nbsp;คน&nbsp;แล้วยานพาหนะ&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;รถยนต์&nbsp;678&nbsp;คัน&nbsp;และจักรยานยนต์&nbsp;125&nbsp;คัน&nbsp;ภายใต้การคุมเข้มของมาตรการป้องกันโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง&nbsp;เป็นอุทยานแห่งชาติตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนของประเทศไทย&nbsp;โดยมีจุดชมวิวภูเขา&nbsp;น้ำตก&nbsp;และบ่อน้ำร้อนเป็นต้นน้ำของแม่น้ำปิงและแม่น้ำปาย&nbsp;จุดสูงที่สุดคือดอยช้าง&nbsp;มีความสูง&nbsp;1,962&nbsp;เมตร&nbsp;มีสภาพป่าและธรรมชาติสมบูรณ์&nbsp;มีภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน&nbsp;สภาพอากาศทั่วไปเย็นสบายตลอดปี&nbsp;ซึ่งมีจุดชมวิวที่สามารถชมได้ทั้งทะเลหมอกและชมดอกนางพญาเสือโคร่ง&nbsp;รวมถึง&nbsp;มีทั้งโป่งน้ำร้อนให้ผ่อนคลายด้วย</p>","2022-03-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103163921892"],
    [20,"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดงาน \"เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้(&nbsp;3&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.25&nbsp;น.&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี</strong><strong>&nbsp;</strong>เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&nbsp;อ.มวกเหล็ก&nbsp;จ.สระบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;ร่วมรับเสด็จ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายแมนรัตน์&nbsp;รัตนสุคนธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสระบุรี&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;18&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมเฝ้ารับเสด็จ</p><p><strong>เทศกาลโคนมแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ</strong>ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่พสกนิกรชาวไทย&nbsp;โดยร่วมกับพระเจ้าเฟรดเดอริคที่&nbsp;9&nbsp;แห่งประเทศเดนมาร์ก&nbsp;ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2505&nbsp;ซึ่งองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&nbsp;(อ.ส.ค.)&nbsp;หรือฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค&nbsp;ถือเป็นฟาร์มโคนมแห่งแรกของประเทศไทยที่เป็นต้นแบบในการเรียนรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงโคนมอย่างเป็นระบบ&nbsp;เกษตรกรสามารถนำไปประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง&nbsp;ทั้งยังส่งเสริมการบริโภคนมเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และ&nbsp;อ.ส.ค.&nbsp;จึงได้ถือเป็นประเพณีสืบต่อกันมา&nbsp;ที่จะให้มีการจัดงาน&nbsp;เทศกาลโคนมแห่งชาติ&nbsp;ณ&nbsp;องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&nbsp;(อ.ส.ค.)&nbsp;อำเภอมวกเหล็ก&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;เป็นประจำทุกปี</p><p><strong>สำหรับการจัดงานในปีนี้&nbsp;ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เกี่ยวข้องในวงการโคนมและอุตสาหกรรมนมจะได้พบปะ&nbsp;แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี</strong>&nbsp;ความรู้&nbsp;ทัศนคติ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การผลิต&nbsp;ระหว่างเกษตรกรด้วยกัน&nbsp;รวมทั้งเป็นเวทีในการแสดงความก้าวหน้าเกี่ยวกับวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมนมของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีรูปแบบการจัดงานในปีนี้ได้ยึดความประหยัด&nbsp;อย่างคุ้มค่า&nbsp;แต่ต้องให้สมพระเกียรติ</strong>&nbsp;พร้อมการจัดแสดงนิทรรศการ&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีโคนมไทยสู่&nbsp;next&nbsp;normal&nbsp;มีหลากหลายเรื่องที่น่าสนใจ&nbsp;อาทิ&nbsp;ใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไร&nbsp;ให้ปลอดภัยในโคนม&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการทำฟาร์มโคนมของเกษตรกรรุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีและความคิดที่สร้างสรรค์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;นิทรรศการทางวิชาการของหน่วยงานราชการ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&nbsp;อ.มวกเหล็ก&nbsp;จ.สระบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103184625934"],
    [21,"หนุ่มชัยนาทอดีตโอเปอร์เรเตอร์ทิ้งเงินเดือน 2 หมื่น ผันตัวเลี้ยงแมลงจิ้งโกร่งสร้างรายได้ที่บ้านเกิด","<p><strong>จิ้งโกร่ง&nbsp;เป็นแมลงที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับจิ้งหรีด&nbsp;มีลักษณะตัวอ้วน&nbsp;และใหญ่กว่าจิ้งหรีด</strong>&nbsp;โดยที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;อดีตพนังงานโอเปอร์เรเตอร์&nbsp;วัย&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนกว่า&nbsp;2&nbsp;หมื่นบาทจากกรุงเทพฯ&nbsp;กลับบ้านเกิด&nbsp;ผันตัวเลี้ยงแมลง&nbsp;จิ้งโกร่ง&nbsp;สานฝันชีวิตที่รักด้านการเกษตร&nbsp;สร้างรายได้เลี้ยงตนเอง</p><p><strong>นายอภิชัย&nbsp;แก้วจินดา&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตนเองเรียนจบปริญญาตรี&nbsp;ทางด้านรัฐศาสตร์&nbsp;จบออกมาได้ไปประกอบอาชีพเป็นพนักงานโอเปอร์เรเตอร์ที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ&nbsp;มีรายได้เดือนละประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;ทำงานได้ประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ได้มาพบกับธุรกิจการเลี้ยงแมลงจิ้งโกร่งจึงสนใจและได้เริ่มทำการศึกษาข้อมูลต่างๆ&nbsp;ในการเลี้ยง&nbsp;ก่อนที่ตัดสินใจจะลาออกจากงานและกลับมายังบ้านเกิดที่ชัยนาท&nbsp;เพื่อทำการเลี้ยงแมลง&nbsp;โดยได้ใช้เงินทุนจากเงินที่ได้หลังลาออกจากงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จนถึงขณะนี้ได้ทำการเลี้ยงแมลงจิ้งโกร่งมาเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;ปีแล้ว</strong>&nbsp;ที่ผ่านมาได้ลองผิดลองถูกในการเลี้ยง&nbsp;และศึกษาข้อมูลต่างๆ&nbsp;มาปรับใช้&nbsp;สำหรับความแตกต่างระหว่างจิ้งหรีดกับจิ้งโกร่งจะมีลักษณะที่ต่างกัน&nbsp;โดยจิ้งโกร่งจะลักษณะตัวที่ใหญ่กว่าจิ้งหรีด&nbsp;ส่วนเรื่องของราคานั้นจิ้งหรีดจะมีราคาขายส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;80-90&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนจิ้งโกร่งนั้นราคาราคาอยู่ที่&nbsp;120-190&nbsp;บาท&nbsp;จึงเลือกที่จะเลี้ยงจิ้งโกร่ง&nbsp;ถึงแม้ระยะเวลาในการเลี้ยงจะมากกว่าจิ้งหรีด&nbsp;และดูแลยากกว่าจิ้งหรีด&nbsp;แต่จิ้งโกร่งทำกำไรได้ดีกว่า&nbsp;ปัจจุบันเลี้ยงจิ้งโกร่งอยู่จำนวน&nbsp;15&nbsp;ลัง&nbsp;ซึ่งพันธุ์จิ้งโกร่งที่นำมาเลี้ยงเริ่มจากการเพาะลูกเอง&nbsp;เมื่อถึงเวลาเก็บผลผลิตจะทำการต้มและมีพ่อค้าจาก&nbsp;จ.อุทัยธานีมารับซื้อโดยให้ราคา&nbsp;120-180&nbsp;บาท&nbsp;ตามฤดูกาล&nbsp;ซึ่งรวมๆ&nbsp;แล้วการจับจิ้งโกร่งขายในแต่ละรอบจะได้เงินประมาณ&nbsp;8,000&nbsp;&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;หากเทียบกับเงินเดือนที่ได้ถือว่ายังน้อยอยู่&nbsp;แต่ก็สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้&nbsp;และยังมีความสุขกับงานที่ทำอยู่บ้านของตัวเอง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เริ่มทำการเพาะเลี้ยงตัวด้วงสาคูควบคู่ไปด้วย</strong>เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการทำการค้า&nbsp;หากใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;เฟซบุ๊ก&nbsp;นายกาย&nbsp;อภิชัย&nbsp;หรือเบอร์โทรศัพท์หมายเลข&nbsp;090-9842604&nbsp;มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้&nbsp;หรือสนใจติดต่อขอซื้อแมลงจิ้งโกร่ง&nbsp;ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103190952945"],
    [22,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในจังหวัดสตูล ยะลา และนราธิวาสจากฝนตกหนัก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในจังหวัดสตูล&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาสจากฝนตกหนัก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;34&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้บริเวณ&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;37,063&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;64&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,828&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงต้องเฝ้าระวังค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ส่วนแม่น้ำแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104095533021"],
    [23,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลสูงขึ้นเล็กน้อยแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยหลายพื้นที่คุณภาพอากาศดีมาก แต่ต้องเฝ้าระวังฝุ่นจะสูงขึ้นถึงวันที่ 10 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลสูงขึ้นเล็กน้อยแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;โดยหลายพื้นที่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังฝุ่นจะสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวขึ้นเล็กน้อย&nbsp;แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อนในหลายพื้นที่&nbsp;แล้ววันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคมจะมีแนวโน้มลดลง&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104095708022"],
    [24,"คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่ศึกษาดูงานรับทราบปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ ที่จังหวัดจันทบุรี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;4&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;ประเสริฐสุวรรณ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ได้นำคณะ&nbsp;ฯ&nbsp;ลงพื้นที่รับทราบปัญหาราคาผลไม้&nbsp;และแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ&nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนสมาคม&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมนำเสนอข้อมูล&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ&nbsp;คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จะรับทราบ&nbsp;รับฟังปัญหาข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์&nbsp;หากเป็นปัญหาใหญ่จะสรุปประเด็นนำเสนอผ่านสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;แต่ถ้าหากเป็นประเด็นที่อยู่ในวิสัยที่คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎรสามารถประสานผลักดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาก็จะรีบดำเนินการทันที&nbsp;เพื่อให้การส่งออกผลไม้ของเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีได้เป็นไปอย่างราบรื่นเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและนำรายได้เข้าประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>และในช่วงบ่ายคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมและรับทราบปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนลำไย&nbsp;ที่สวนของ&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;จันทรส&nbsp;นายกสมาคมชาวสวนลำไย&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104111252087"],
    [25,"ชาวนาออกหาขุดปูนาขายตัวละ 1 บาท สร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นาข้าวของชาวบ้านใน&nbsp;ต.คอนฉิม&nbsp;อ.แวงใหญ่&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;พบว่ามีชาวบ้านจากอำเภอติดกัน&nbsp;พากันมาขุดปูนาในพื้นที่นาข้าวที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว&nbsp;</strong>โดยพบว่าชาวบ้านต่างเตรียมอุปกรณ์ในการขุดปูนามาครบวงจร&nbsp;ตั้งแต่เสียมสำหรับขุดดิน&nbsp;คุถังใส่ปู&nbsp;ขวดน้ำสำหรับเทใส่ดินหากดินแข็งเพื่อให้ขุดง่าย&nbsp;โดยชาวบ้านที่มาขุดปูนาในวันนี้ต่างยิ้มแย้มขุดหาปูนาท่ามกลางลมพัดเย็นสบาย&nbsp;และสามารถขุดหาปูได้ไปกันเป็นจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางศิริขวัญ&nbsp;แวมประชา&nbsp;อายุ&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;60&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;บ้านหนองงู&nbsp;ต.ห้วยแก&nbsp;อ.ชนบท&nbsp;จ.ขอนแก่น</strong>&nbsp;ชาวบ้านที่มาขุดปูนากับเพื่อนๆ&nbsp;ในหมู่บ้านเดียวกัน&nbsp;บอกกับผู้สื่อข่าวว่า&nbsp;ปูนาที่หาได้ในช่วงนี้จะเป็นปูนาที่มีมันมาก&nbsp;นำไปทำอาหารจะอร่อยที่สุด&nbsp;ซึ่ง&nbsp;1&nbsp;ปีจะมีเพียง&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยในวันนี้ได้ตื่นเช้าออกมาขุดปูพร้อมกับเพื่อนบ้านโดยตระเวนหาตามพื้นที่นาของชาวบ้าน&nbsp;และขออนุญาตเจ้าของที่เข้าไปขุด&nbsp;หากอนุญาตก็จะเข้าไปขุดรูปูโดยรูปูนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มาก&nbsp;บางรูก็ขุดลึกถึงเจอ&nbsp;บางรูก็ขุดลงไปไม่ลึกก็ได้ปูนาตัวโตมาแล้ว&nbsp;โดยตนเองนั้นจะนำไปทำอาหารกินร่วมกับครอบครัว&nbsp;ซึ่งเมนูจากปูนานั้นมีหลากหลายวิธีการทำ&nbsp;ทั้งการนำไปย่างไฟ&nbsp;ป่นปูนา(เอาไปทำแล้วปรุง)&nbsp;ดองใส่ส้มตำ&nbsp;อ๋อปูนา&nbsp;ซึ่งวิธีทำคือขูดเนื้อจากกระดองปูรวมทั้งมันปู&nbsp;นำไปใส่หม้อปรุงรสชาติที่ต้องการ&nbsp;ใส่ผักชีลาว&nbsp;ผักอีตู่หรือผักแมงลัก&nbsp;ทานร่วมกันข้าวเหนียวร้อนๆ&nbsp;รับประกันความหอมของปู&nbsp;ความมันจากมันปู&nbsp;และความอร่อยจากวัตถุทั้งหมด&nbsp;ซึ่งส่วนตัวชื่นชอบเมนูอ๋อปูเพราะมีรสชาติที่ถูกปาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางศิริขวัญ&nbsp;บอกอีกว่า&nbsp;ปูนาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาแล้ว&nbsp;ก็จะออกหาขุดปูนา&nbsp;</strong>ซึ่งจะเป็นปูที่มีมันเยอะกว่าช่วงอื่นๆ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จะมี&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ที่จะขุดปูมันมาประกอบอาหาร&nbsp;นอกจากนำไปทำอาหารแล้ว&nbsp;หากได้ปูเยอะก็จะนำไปขายให้กับชาวบ้านเพียงตัวละ&nbsp;1&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;โดยการออกหาปูนานั้นเป็นวิถีชีวิตชาวนาที่พอหลังฤดูเกี่ยวข้าวแล้วก็จะออกหาปูหาปลาในนาที่น้ำแห้งขอดไป&nbsp;ปูก็จะอาศัยอยู่ในรูเพื่อจำศีลตามวงจรชีวิต&nbsp;ทำให้คนอีสานสามารถมีอยู่มีกินตามธรรมชาติได้ทุกฤดูกาลด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104125811139"],
    [26,"เกษตรกรขอบคุณนายกรัฐมนตรีเข้าใจกลไกตลาด เร่งดูแลทั้งผู้บริโภคและเกษตรกร แนะแนวทางช่วยผู้เลี้ยงหมูอย่ามองข้ามภาษีวัตถุดิบกากถั่วนำเข้า ลดต้นทุนอีกทาง","<p>นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า จากกรณีที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบความเดือดร้อนของเกษตรกรและภาคผู้บริโภค โดยมีความเข้าใจต่อสถานการณ์ว่า ราคาสุกรและเนื้อสุกรเป็นไปตามกลไกตลาด เมื่อปริมาณสินค้ามีน้อย สวนทางกับความต้องการที่มากขึ้น ราคาย่อมปรับสูงขึ้น โดยสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดูแลแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง ทั้งเรื่องภาระเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร พ่อค้าคนกลาง ผู้ขายสุกรหน้าเขียง ผู้บริโภค และผู้ประกอบการร้านอาหาร เพื่อลดผลกระทบต่อทั้งเกษตรกรและประชาชน โดยไม่ให้เสียกลไกตลาด เกษตรกรทุกคนขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่เข้าใจในกลไกตลาดอย่างแท้จริง ในส่วนของเกษตรกรผู้เลี้ยง นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะกรรมการ Pig Board เร่งหาแนวทางช่วยเหลือ ด้านต้นทุนการผลิต สนับสนุนการพัฒนาวัคซีนเพื่อลดความเสียหายจากโรคในสุกร และส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งปลอดดอกเบี้ยและดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้เลี้ยงกลับมาเพิ่มปริมาณสุกรเข้าสู่ระบบโดยเร็วที่สุด</p><p><br></p><p><em>สำหรับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในหมูนั้น นอกจากกรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลพี่น้องเกษตรกรแล้ว ควรจะเปิดกว้างให้กับสถาบันการศึกษา หรือภาคบริษัทที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมพัฒนา เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งภาคส่วนนี้ถือว่ามีความพร้อมและมีความสามารถ ส่วนการสนับสนุนสินเชื่อแก่ภาคเกษตรนั้น ภาครัฐควรพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร ทั้งในด้านสวัสดิการของเกษตรกร สินค้าเกษตร และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำทางการเกษตร ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ดังเช่นในที่อดีตธนาคารเคยกำหนดการปล่อยสินเชื่อแก่เกษตรกร นอกจากนี้ ควรลดอัตราภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองจาก 2% เหลือ 0% เนื่องจากประเทศไทยต้องนำเข้ากากถั่วเหลืองเพื่อเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงหมูได้บ้าง จึงขอให้รัฐบาลทบทวนเรื่องนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด</em> นายสิทธิพันธ์ กล่าว</p><p><br></p><p>ปัจจุบันสถานการณ์ราคาสุกรและเนื้อสุกรปรับเพิ่มขึ้น มีสาเหตุมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าบริหารจัดการป้องกันโรคในสุกร และภาวะโรคสุกร ทำให้ผู้เลี้ยงสุกรหายไปจากระบบ ส่งผลให้ปริมาณสุกรแม่พันธุ์และสุกรขุนลดลง ขณะที่การท่องเที่ยว ภาคบริการ ร้านอาหารกลับมาเปิดตามปกติ และการจับจ่ายกลับมาคึกคักในช่วงปลายปี ทำให้ความต้องการบริโภคสุกรเพิ่มมากขึ้น การเร่งแก้ปัญหาของรัฐบาลดังกล่าว เพื่อให้คนไทยได้บริโภคเนื้อสุกรที่มีคุณภาพปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม โดยการปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน ที่จะทำให้ราคาสุกรปรับเข้าสู่สมดุลได้เอง ถือเป็นการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนและอาชีพของเกษตรกรที่เข้าถึงหัวใจของปัญหาอย่างแท้จริง</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104132458158"],
    [27,"ขานรับนโยบายรัฐบาล แก้ปัญหาภัยแล้ง ประหยัดน้ำ ทางรอดต้านแล้ง","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;การบริหารจัดการน้ำและการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ&nbsp;ขานรับนโยบายแนวทางแก้ปัญหาภัยแล้งประเทศไทยของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ด้วยการจัดทำโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;ทางรอดต้านแล้ง&nbsp;เพื่อรณรงค์ให้คนไทยประหยัดน้ำเพื่อชาติ&nbsp;นำเสนอภายใต้แนวคิด&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;บริจาคน้ำ&nbsp;เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำ&nbsp;ก่อนภาวะวิกฤติภัยแล้งจะมาถึงกลุ่มเป้าหมายจะมุ่งเน้นไปที่&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษาและประชาชนทั่วไป&nbsp;</p><p><strong>การรณรงค์จะนำเสนอผ่านเพลงและมิวสิควิดีโอเพลง&nbsp;Save&nbsp;Water</strong>&nbsp;หรือเพลง&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น&nbsp;สำหรับแนวทางด้านการบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการได้แก่&nbsp;มาตรการที่&nbsp;1&nbsp;เร่งเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;เพื่อเป็นน้ำต้นทุนในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;มาตรการที่&nbsp;2&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;พร้อมทั้งสํารวจ&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;พื้นที่ที่มีศักยภาพ&nbsp;ที่จะพัฒนาเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองได้&nbsp;มาตรการที่&nbsp;3&nbsp;กําหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง&nbsp;รวมทั้งติดตามกํากับให้เป็นไปตามแผนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;พร้อมจัดทําทะเบียนผู้ใช้น้ำ&nbsp;มาตรการที่&nbsp;4&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนการเพาะปลูกในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นอันดับแรก&nbsp;มาตรการที่&nbsp;5&nbsp;เตรียมน้ำสํารองสําหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำเตรียมแปลง&nbsp;มาตรการที่&nbsp;6&nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;สายรอง&nbsp;และเตรียมแผนรองรับกรณีเกิดปัญหา&nbsp;มาตรการที่&nbsp;7&nbsp;ติดตามประเมินผล&nbsp;เพื่อให้ผลการดําเนินงานเป็นไปตามแผน&nbsp;และมาตรการที่&nbsp;8&nbsp;สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ให้ทุกภาคส่วน&nbsp;เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กําหนดไว้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น</strong>&nbsp;และร่วมแรงร่วมใจกันประหยัดน้ำ&nbsp;ใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104142258200"],
    [28,"อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันอังคารที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง&nbsp;แต่ยังคงทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศเย็นกับมีลมแรง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;</strong>บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;อากาศเย็นกับมีลมแรง&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-30&nbsp;กม./ชม&nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;31&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้ประมาณ&nbsp;19&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ข้อควรระวัง&nbsp;ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104140209170"],
    [29,"อรรถพล คาดการณ์ช่วงกลาง ม.ค.ถึงสิ้น ก.พ.ฝุ่น PM 2.5 จะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากจะเกิดสภาพอากาศปิดยาวนาน แล้วจะกลับมาดีขึ้นช่วง มี.ค.","<p><strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;คาดการณ์ช่วงกลางเดือนมกราคมถึงสิ้นกุมภาพันธ์ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง&nbsp;เนื่องจากจะเกิดสภาพอากาศปิดยาวนาน&nbsp;แล้วจะกลับมาดีขึ้นช่วงมีนาคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ช่วงสัปดาห์นี้หลังสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศให้ข้าราชการและหน่วยงานรัฐ&nbsp;และขอความร่วมมือภาคเอกชนปฏิบัติงานรูปแบบ&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;หลังหยุดยาวเทศกาลปีใหม่จนถึง&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;ส่งผลดีให้ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนลดน้อยลงช่วยลดต้นเหตุหนึ่งในแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในเขตเมืองจากการจราจรลงไปได้ส่วนหนึ่ง&nbsp;ทำให้ช่วงนี้ค่าฝุ่นส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;แต่หลังจากกลางเดือนมกราคมเป็นต้นไปสถานการณ์ฝุ่นละอองจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;หรือเกินค่ามาตรฐานไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;เนื่องจากเกิดช่วงเวลาของอากาศปิดที่ยาวนานกว่าทุกครั้ง&nbsp;แล้วจะกลับมาดีขึ้นในเดือนมีนาคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนด&nbsp;ทั้งการลดการปล่อยควันดำจากท่อไอเสีย&nbsp;ด้วยการตรวจสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอหรือลดการเผาในที่โล่งแจ้งจะช่วยควบคุมสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำถึงสถานการณ์ภาพรวมสภาพอากาศและฝุ่นละอองของประเทศไทยในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ว่า&nbsp;ฝุ่นละอองและหมอกควันจะเกิดค่าสูงช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป&nbsp;เบื้องต้นพบในประเทศกัมพูชาเริ่มเกิดจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;อาจจะส่งผลกระทบเกิดปัญหาหมอกควันข้ามแดนได้&nbsp;จึงเร่งส่งหนังสือไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดจุดความร้อนและลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองและหมอกควัน&nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบมายังประเทศไทย&nbsp;ซึ่งจะมีประเมินสถานการณ์ต่อเนื่อง</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104142644206"],
    [30,"เทศบาลนครสงขลา ระดมเครื่องจักรและคนงาน เก็บกวาดขยะจากทะเลรอบที่ 2 หลังผ่านพ้นปีใหม่ เนื่องจากคลื่นลมแรงพัดขยะจากทะเลขึ้นมาเต็มบริเวณชายหาด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ซึ่งเป็นวันเปิดทำงานวันแรก&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;หลังปิดยาวช่วงปีใหม่</strong>&nbsp;นางสาคร&nbsp;จันทร์มณี&nbsp;เจ้าพนักงานสุขาภิบาล&nbsp;หัวหน้างานรักษาความสะอาด&nbsp;กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;นำเครื่องจักรและคนงานกว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ลงพื้นที่ชายหาดสมิหลา&nbsp;เพื่อทำการเก็บกวาดขยะจากทะเล&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;หลังจากคลื่นลมมีกำลังแรงอีกครั้ง&nbsp;ก่อนปีใหม่และหลังปีใหม่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้คลื่นพัดเอาขยะจากทะเล&nbsp;มีทั้งเศษกิ่งไม้&nbsp;ขวดแก้ว&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;เชือก&nbsp;ท่อนไม้ซุงและเศษอวนจากเรือประมง&nbsp;ที่กองเรียงรายเต็มชายหาดสมิหลา&nbsp;ทำให้ชายหาดที่สวยงามเต็มไปด้วยขยะและสิ่งสกปรก&nbsp;ส่งผลกระทบ&nbsp;ต่อทัศนียภาพของชายหาดสมิหลา&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ในวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดทำงาน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;งานรักษาความสะอาด&nbsp;กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;จึงระดมคนงาน&nbsp;และเครื่องจักร&nbsp;ลงมาเก็บกวาดขยะจากทะเลและทำความสะอาดชายหาดสมิหลา&nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งในขณะนี้&nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;ที่บริเวณชายหาดสมิหลาทุกวัน&nbsp;อีกทั้งบริเวณนางเงือกทอง&nbsp;เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยว&nbsp;จะต้องมาถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกว่า&nbsp;ได้มาถึงชายหาดสมิหลาสงขลาแล้ว&nbsp;จึงจำเป็นต้องดำเนินการเก็บกวาดบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการตรงนี้เป็นจุดแรก&nbsp;ที่จะต้องมีความสะอาดสวยงาม&nbsp;และประทับใจนักท่องเที่ยว&nbsp;ที่เดินทางมาเยือนชายหาดสมิหลาทุกคน&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;จะทำความสะอาด&nbsp;บริเวณชายหาดสมิหลาก่อน&nbsp;เป็นอันดับแรก</p><p><strong>หลังคนงานเก็บขยะจากทะเล&nbsp;ใส่เข่งพลาสติก&nbsp;ลำเลียงขึ้นรถบรรทุกขยะ&nbsp;ส่วนลด&nbsp;JCB&nbsp;ก็ทำหน้าที่&nbsp;เก็บเศษไม้</strong>&nbsp;ชายหาด&nbsp;นำมา&nbsp;ใส่รถเก็บขยะ&nbsp;เพื่อนำไปทิ้ง&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;ก็เป็นหน้าที่ของรถกวาดชายหาด&nbsp;ที่ทำหน้าที่แม่บ้านในการกวาดทราย&nbsp;บริเวณชายหาด&nbsp;ให้เรียบ&nbsp;สวยงามตลอดแนวชายหาดสมิหลา&nbsp;เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;และในวันพรุ่งนี้ก็จะระดม&nbsp;เจ้าหน้าที่และคนงาน&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งเครื่องจักร&nbsp;ลงพื้นที่ชายหาดชลาทัศน์&nbsp;ต่อไป&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ชายหาดชลาทัศน์&nbsp;มีความยาว&nbsp;และขยะจากทะเล&nbsp;ถูกคลื่นซัด&nbsp;ขึ้นมาเต็มชายหาดเช่นเดียวกันจึงต้องระดมกำลัง&nbsp;คนงานและเครื่องจักร&nbsp;เก็บกวาดขยะ&nbsp;ในวันพรุ่งนี้</p><p><strong>นางสาครจันทร์มณี&nbsp;เจ้าพนักงานสุขาภิบาล&nbsp;หัวหน้างานรักษาความสะอาด&nbsp;</strong>กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้เรามาทำความสะอาดชายหาดสมิหลา&nbsp;เนื่องจากขยะจากทะเลขึ้นมาเยอะมาก&nbsp;ในช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;และเราก็จะดำเนินการต่อไปจนถึงวันศุกร์&nbsp;นี้&nbsp;ก็จะลองดูว่าคลื่นมันจะสงบลงบ้างไหม&nbsp;และจะดูแลพื้นที่ชายหาดสมิหลา&nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ไปจนถึงวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เราทำไปหลายรอบแล้ว&nbsp;ก่อนปีใหม่เราก็รณรงค์เก็บไปหมดแล้ว&nbsp;รอบหนึ่ง&nbsp;ชายหาดก็สวยงาม&nbsp;แต่พอช่วงวันหยุดปีใหม่นี้&nbsp;คลื่นลมแรง&nbsp;ทำให้ขยะจากทะเลก็ขึ้นมาอีกเยอะ&nbsp;ก็เป็นปกติของทุกๆปี&nbsp;วันนี้พนักงานประมาณ&nbsp;50&nbsp;คนในวันพรุ่งนี้&nbsp;ก็จะระดมหมดเลยประมาณ&nbsp;100&nbsp;กว่าคนลงเก็บกวาดขยะจากทะเลที่ชายหาดชลาทัศน์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104150454247"],
    [31,"ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 6.78 พันล้านบาท จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ.2569 และนครราชสีมา พ.ศ.2572","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572&nbsp;วงเงินงบ&nbsp;4,281&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;6,781&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เสนอ&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาด้านพืชสวนของไทย&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจด้านธุรกิจการนำเข้า&nbsp;&nbsp;ส่งออกผลผลิตการเกษตรและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมการต่อยอดการวิจัย&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมด้านการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีกำหนดยื่นประมูลสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในพื้นที่&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569</strong>&nbsp;&nbsp;(ระดับ&nbsp;B)&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กำหนดสถานที่จัดงานเป็นบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด&nbsp;ตำบลกุดสระ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;รวม&nbsp;1,030&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงาน&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;เป็นชาวต่างชาติร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ตลอดระยะเวลาจัดงาน&nbsp;134&nbsp;วัน&nbsp;(ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2569&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2570)&nbsp;และมีประเทศเข้าร่วมงาน&nbsp;20&nbsp;ประเทศ&nbsp;สำหรับประเภทงานระดับ&nbsp;B&nbsp;หรือ&nbsp;International&nbsp;Horticultural&nbsp;Exhibition&nbsp;จะต้องใช้พื้นที่จัดแสดง&nbsp;250,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;มีระยะเวลาจัดงาน&nbsp;3-6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ประเทศ</p><p><strong>งานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572</strong>&nbsp;(ระดับ&nbsp;A1)&nbsp;วงเงินงบ&nbsp;4,281&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กำหนดสถานที่จัดงานเป็นบริเวณพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา&nbsp;ตำบลเทพาลัย&nbsp;อำเภอคง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;รวม&nbsp;678&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงาน&nbsp;2.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;เป็นชาวต่างชาติร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ตลอดระยะเวลาจัดงาน&nbsp;110&nbsp;วัน&nbsp;(ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2572&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2573)&nbsp;และมีประเทศเข้าร่วมงาน&nbsp;30&nbsp;&nbsp;ประเทศ&nbsp;สำหรับประเภทงานระดับ&nbsp;A1&nbsp;หรือ&nbsp;World&nbsp;Horticultural&nbsp;Exposition&nbsp;จะต้องใช้พื้นที่จัดแสดง&nbsp;500,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;มีระยะเวลาจัดงาน&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ประเทศ</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งานมหกรรมพืชสวนโลก</strong>&nbsp;เป็นงานมหกรรมจัดแสดงพืชสวนกลางแจ้ง&nbsp;โดยมีสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์&nbsp;และมีภาคีสมาชิกรวม&nbsp;65&nbsp;ประเทศ&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;เคยเป็นเจ้าภาพจัดงานมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2549&nbsp;(ระดับ&nbsp;A1)&nbsp;และปี&nbsp;พ.ศ.2554&nbsp;(ระดับ&nbsp;B)&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104162113327"],
    [32,"อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปรียบเทียบปรับนักท่องเที่ยวฝ่าฝืนให้อาหารสัตว์ป่าบริเวณลานกางเต้นท์ 5,000 บาท ขณะที่การท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวปีใหม่มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 60,000 คน","<p><strong>อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;เปรียบเทียบปรับนักท่องเที่ยวฝ่าฝืนให้อาหารสัตว์ป่าบริเวณลานกางเต้นท์&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่การท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวปีใหม่มีนักท่องเที่ยวมากกว่า&nbsp;60,000&nbsp;คน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอดิศักดิ์&nbsp;ภูสิทธิ์วงศานุยุต&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ลานกางเต็นท์ลำตะคอง&nbsp;ได้รับรายงานพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งแอบให้อาหารกวางป่าบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายข้อห้าม&nbsp;และบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดมากขึ้น&nbsp;เพื่อใช้ลงโทษนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อห้ามต่างๆ&nbsp;โดยกรณีนี้ได้เปรียบเทียบปรับ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;แล้วนำเป็นอุทาหรณ์ให้กับนักท่องเที่ยวรายอื่นๆในการป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อีก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ส่วนสถิตินักท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุดถึง&nbsp;60,380&nbsp;คน&nbsp;โดยปีนี้สามารถควบคุมและบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลานกางเต็นท์ลำตะคองและลานกางเต็นท์ชั่วคราวเขาร่ม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ผ่านมาได้แจ้งเตือนประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกฎระเบียบข้อห้ามต่างๆและการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืน&nbsp;ด้วยการเปรียบเทียบปรับอย่างเข้มงวดมาแล้วหลายราย&nbsp;แต่ยังพบมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มฝ่าฝืนแอบให้อาหารสัตว์ป่า&nbsp;จะทำให้สัตว์ป่าเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวมของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;โดยเฉพาะกวางและลิง&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวขาดจิตสำนึกบางกลุ่มมักแอบนำอาหารมาให้อยู่เสมอ&nbsp;ซึ่งการให้อาหารลิงจะทำให้ลิงออกมาจากป่าและนั่งรออาหารจากนักท่องเที่ยวบริเวณข้างถนน&nbsp;ก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถนักท่องเที่ยวเฉี่ยวชนลิงได้รับบาดเจ็บหรือตาย&nbsp;ขณะเดียวกันหากนักท่องเที่ยวจอดรถให้อาหารลิงจะส่งผลให้รถยนต์ที่ตามมาคันหลังเฉี่ยวชนกับคันที่อยู่ข้างหน้าได้&nbsp;โดยเฉพาะสิ่งที่นักท่องเที่ยวคาดไม่ถึงคือเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศห่วงโซ่อาหารในป่า&nbsp;ส่วนการให้อาหารกวางจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์ป่าที่มารออาหารจากมนุษย์หยิบยื่นให้&nbsp;อาจนำโรคในสัตว์ป่าและแมลงมีพิษมาสู่คนได้</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104152721271"],
    [33,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรไม่ควรตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้งข้ามคืน เพราะอาจเปียกชื้นและเสียหายได้ รวมทั้งควรระวังและป้องกันโรคราแป้ง ในพืชไร่ พืชสวน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ระยะนี้บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงยังปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด&nbsp;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;-&nbsp;ในระยะนี้จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า</strong>&nbsp;กับมีลมแรง&nbsp;เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว&nbsp;เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน&nbsp;อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;อุณหภูมิจะสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;เกษตรกรไม่ควรตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้งข้ามคืน&nbsp;เพราะอาจเปียกชื้นและเสียหายได้&nbsp;รวมทั้งควรระวังและป้องกันโรคราแป้ง&nbsp;ในพืชไร่&nbsp;พืชสวน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104155759303"],
    [34,"เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (เครือข่าย) ตำบลบ้านควน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(เครือข่าย)&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ม.6&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นางพูลสุข&nbsp;พิทยาสุนทร&nbsp;ภายในศูนย์ฯ&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสาน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;18&nbsp;ไร่&nbsp;โดยแบ่งเป็นสวนยางพารา&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;นาข้าว&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ผักและไม้ยืนต้น&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;อาคารผลิตปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;และกิจกรรมประมงประมาณ&nbsp;1&nbsp;ไร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ปัจจุบันนางพูลสุข&nbsp;พิทยาสุนทร&nbsp;ได้นำผลผลิตเกษตร</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;หน่อไม้&nbsp;พริก&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;ผักเหรียง&nbsp;และผักต่างๆ&nbsp;ในตลาดเกษตรกร&nbsp;(หน้าจวนผู้ว่าราชการ)&nbsp;ทุกวัน&nbsp;อังคารและศุกร์ของสัปดาห์&nbsp;รายได้เฉลี่ยอาทิตย์ละ&nbsp;2,000&nbsp;-&nbsp;2,500&nbsp;บาท&nbsp;และได้จำหน่ายปุ๋ยชีวภาพให้แก่การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(สาขาเมืองตรัง)&nbsp;และเกษตรกรทั่วไป&nbsp;พร้อมทั้งมอบป้าย&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;ศดปช.)&nbsp;ประจำตำบลบ้านควน&nbsp;เพื่อให้บริการการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;และแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;และอินทรีย์แก่เกษตรกร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104165542356"],
    [35,"นักวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ นำองค์ความรู้ และนวัตกรรมการผลิตถ่านดูดกลิ่น 3 In 1 จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ส่งเสริมรายได้พื้นที่เป้าหมาย สร้างเกษตรกรต้นแบบ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.สุรินทร์ กว่า 100 ราย ยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช.","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นักวิจัย&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์&nbsp;นำองค์ความรู้&nbsp;และนวัตกรรมการผลิตถ่านดูดกลิ่น&nbsp;3&nbsp;In&nbsp;1&nbsp;จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร&nbsp;ส่งเสริมรายได้พื้นที่เป้าหมาย&nbsp;สร้างเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;และ&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน&nbsp;โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.วิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;วช.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาคการวิจัยและภาควิชาการ&nbsp;ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์&nbsp;ซึ่งมีผลงานวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;(กอ.รมน.)&nbsp;ซึ่งเป็นการขยายผลให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม&nbsp;ชุมชน&nbsp;ในการพัฒนาอาชีพ&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;และการเพิ่มมูลค่า&nbsp;พร้อมสร้างความตระหนักในการนำวัสดุเหลือทิ้งจากพื้นการเกษตรมาใช้ประโยชน์&nbsp;โดยต่อยอดองค์ความรู้จากการวิจัยเชิงพื้นที่กับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างบรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานราก&nbsp;และสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ด้าน&nbsp;ผศ.ดร.จันทร์เพ็ญ&nbsp;ชุมแสง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์&nbsp;ในฐานะหัวหน้าโครงการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การใช้องค์ความรู้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมการผลิตถ่านดูดกลิ่น&nbsp;3&nbsp;In&nbsp;1&nbsp;จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร&nbsp;เพื่อการส่งเสริมรายได้ในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;เป็นการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อชุมชนสังคม&nbsp;มีจุดเด่น&nbsp;คือ&nbsp;การนำหลักการทางวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;ของการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร&nbsp;มาผลิตถ่านไบโอชาร์&nbsp;(Biochar)&nbsp;โดยออกแบบเตาเผาถ่าน&nbsp;ด้วยกระบวนการเผาไหม้ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและอากาศ&nbsp;หรือจำกัดอากาศให้เข้าไปเผาไหม้น้อยที่สุด&nbsp;ที่เรียกว่า&nbsp;การแยกสลายด้วยความร้อนหรือกระบวนการ&nbsp;ไพโรไลซิส&nbsp;ทำให้ถ่านที่ได้มีความพรุนสูง&nbsp;น้ำหนักเบา&nbsp;มีพื้นที่ผิวในการดูดซับประจุบวกสูง&nbsp;ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการดูดซับความชื้น&nbsp;ประจุลบ&nbsp;และกักเก็บน้ำ&nbsp;เหมาะต่อการนำไปเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;และการประยุกต์ใช้เป็นส่วนประกอบหลักของการผลิตถ่านดูดกลิ่น&nbsp;กระบวนการผลิตอยู่บนพื้นฐานความเหมาะสม&nbsp;และเกษตรกรสามารถดำเนินการเองได้&nbsp;เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิต&nbsp;และรักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ถ่านดูดกลิ่น&nbsp;3&nbsp;In&nbsp;1&nbsp;มีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่น&nbsp;ความชื้น&nbsp;และจุลินทรีย์หรือเชื้อโรคในอากาศได้เป็นอย่างดี&nbsp;มีประจุลบ&nbsp;และอินฟาเรดยาว&nbsp;ทำให้มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ&nbsp;ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด&nbsp;สามารถวางไว้ในห้องนอน&nbsp;หรือใช้ได้ทั้งครัวเรือน&nbsp;เนื่องจากไม่มีสารเคมีเจือปน&nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเป็นวัสดุอินทรีย์&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ภายใต้แบรนด์ถ่านดูดกลิ่น&nbsp;Biochar&nbsp;for&nbsp;Life&nbsp;ผลิตโดย&nbsp;ชุมชนกลุ่มคนเอาถ่านตำบลเมืองลีง&nbsp;อำเภอจอมพระ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และPK&nbsp;Biochar&nbsp;air&nbsp;purifierผลิตและจำหน่ายโดยกลุ่มคนทำถ่านตำบลผักขวง&nbsp;อำเภอทองแสนขัน&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;โดยมีผลการตรวจวิเคราะห์ผ่านเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;(มผช.)&nbsp;ถ่านดูดกลิ่น&nbsp;มผช.๑๘๐/๒๕๖๓&nbsp;นับว่า&nbsp;เป็นการเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง</span></p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104182932389"],
    [36,"การต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ประจำปี 2565","<p><strong>แจ้งการต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ที่อ้างถึง&nbsp;ในหมวด&nbsp;1&nbsp;มาตรตรา&nbsp;8&nbsp;ได้ระบุว่า&nbsp;ภายในสามสิบวัน&nbsp;นับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน&nbsp;ให้วิสาหกิจชุมชนที่ได้จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป&nbsp;แจ้งให้กรมส่งเสริมการเกษตรทราบตามวิธีที่คณะกรรมการกำหนด&nbsp;</p><p><strong>วิสาหกิจชุมชนใดไม่แจ้งความประสงค์ตามวรรคหนึ่งเป็นเวลาสองปีติดต่อกัน&nbsp;</strong>ให้กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีหนังสือเตือน&nbsp;ให้วิสาหกิจชุมชนนั้นแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน&nbsp;ถ้าไม่มีการแจ้งตามคำเตือนดังกล่าว&nbsp;ให้กรมส่งเสริมการเกษตรถอนชื่อออกจากทะเบียน&nbsp;และกรมส่งเสริมการเกษตรได้เปิดรับจะทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2548&nbsp;เป็นต้นมา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ให้ดำเนินการต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ให้เป็นไปตามพระราชกำหนด&nbsp;ซึ่งต้องดำเนินการยื่นขอต่อทะเบียนของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้&nbsp;ตามลิงค์ด้านล่างนี้&nbsp;&nbsp;http://www.sceb.doae.go.th/ext65.htm</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105072447430"],
    [37,"เฉลิมชัย สั่ง \"กรมปศุสัตว์\" เร่งแก้ปัญหาหมูแพงทั้งระบบด่วน","<p><strong>นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์</strong> กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังกรมปศุสัตว์วางแผนด่วน เรื่องการแก้ไขปัญหาปริมาณสุกรที่ลดลง ทำให้ส่งผลถึงราคาจำหน่ายเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น โดยต้องแก้ปัญหาครอบคลุมทุกกระบวนการ ตั้งแต่ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ อาหารสัตว์ ยารักษาโรค รวมไปถึงการพบโรคระบาดในสุกร อีกทั้งก่อนหน้านี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย และผู้เลี้ยงสุกรรายกลางเกิดความตื่นตระหนกต่อข่าวโรคระบาดในสุกร จึงเร่งขายสุกรมีชีวิตออกจากฟาร์มจำนวนมาก จึงทำให้ส่งผลกระทบไปยังปลายน้ำอย่างผู้บริโภคที่ยังคงมีความต้องการสูง ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ได้ตอบรับคำสั่ง พร้อมเตรียมแก้ไขปัญหา ระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาว โดยจะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กรมการค้าภายใน กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเร่งด่วนต่อไป </p><p><br></p><p><strong>ด้านนายแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong> กล่าวว่า กรมปศุสัตว์จัดเตรียมมาตรการ 3 ระยะเพื่อแก้ไขปัญหา คือ</p><p><br></p><p> <strong>1. มาตรการเร่งด่วน </strong>ได้แก่ การห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตเพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อสุกรภายในประเทศให้มากขึ้น การช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์ โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี การจัดสินเชื่อพิเศษของ ธ.ก.ส. เพื่อให้เกษตรกรที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขได้กลับมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ การตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน โดยให้เกษตรกรใช้สุกรขุนตัวเมียมาใช้ทำพันธุ์ชั่วคราว เร่งรัดเจรจาฟาร์มรายใหญ่ในการสรรและกระจายพันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับรายย่อยและเล็กที่ต้องการกลับเข้ามาสู่ระบบใหม่กำหนดโซนเลี้ยงและออกมาตรการบังคับใช้อย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมโรค และเร่งรัดการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค</p><p><br></p><p><strong>2. มาตรการระยะสั้น</strong> ได้แก่ การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ การขยายกำลังผลิตแม่สุกรสนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์ ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน การศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาด </p><p><br></p><p><strong>3. มาตรการระยะยาว</strong> ได้แก่ การปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืชอื่น แล้วส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อทดแทนการนำเข้า หรือส่งเสริมการผลิตข้าวโพดในฤดูแล้งให้มากขึ้น การยกระดับมาตรการปรับปรุงระบบ Biosecurity ในการเลี้ยงสุกรให้เป็น GAP หรือ GFM ซึ่งจะป้องกันโรคได้ดีขึ้น ใช้ยุทธศาสตร์การควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) เพื่อส่งเสริมการส่งออกสุกรไปต่างประเทศ ใช้ระบบการติดตามการเคลื่อนย้ายสุกร Tracking Smart Logistics พร้อมทั้งศึกษาและพัฒนาการปรับปรุงพันธุ์สุกรให้ได้สุกรพันธุ์ดีและทนทานต่อโรคระบาด ศึกษาและพัฒนาการลดต้นทุนการเลี้ยงสุกรทั้งวงจรโดยกรมปศุสัตว์จะเร่งหารือกับทุกภาคส่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากราคาเนื้อสุกรสูงขึ้นโดยเร็วต่อไป </p><p><br></p><p>นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกร เพื่อหาแนวทางมาตรการเพิ่มกำลังผลิตสุกรขุนเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนที่ส่งผลเนื้อสุกรราคาสูง ที่ลิ้มไพบูลย์ฟาร์ม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พร้อมกล่าวว่า ภายหลังมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ผ่อนคลาย ผู้บริโภคมีความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นอย่าง ขณะที่ปริมาณการเลี้ยงสุกร ลดลง จากปัญหาปริมาณหมูในปี 2564 ลดลงจากปี 2563 จากที่ผลิตได้ปีละ 20 ล้านตัวเหลือ 19 ล้านตัว โดยส่งออก 1 ล้านตัว คงเหลือบริโภคในประเทศ 18 ล้านตัว จึงทำให้ราคาเนื้อหมูปรับตัวสูงขึ้น สำหรับการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาดจะส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) ซึ่งค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม GAP เพื่อไม่ให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงซึ่งมั่นใจว่า มาตรการสนับสนุนต่างๆ จะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107113832386"],
    [38,"กอนช.ขอให้ประชาชนในจังหวัดยะลาระวังเกิดน้ำหลาก-ดินถล่มจากฝนตกหนัก ส่วน ระวังน้ำทะเลหนุนสูงถึงวันที่ 10 มกราคม","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในจังหวัดยะลาระวังเกิดน้ำหลาก-ดินถล่มจากฝนตกหนัก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครระวังน้ำทะเลหนุนสูงถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวจัด&nbsp;ส่วนภาคใต้มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและมีกำลังอ่อนลงทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.อุดรธานี&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;36&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้บริเวณ&nbsp;จ.&nbsp;ยะลา&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,977&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;64&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,755&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงต้องเฝ้าระวังค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;จึงขอให้ระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพนังกั้นน้ำบริเวณชุมชนตลาดมูโนะ&nbsp;ต.มูโนะ&nbsp;อ.สุไหงโก-ลก&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ทรุดตัวเสียหายจากอุทกภัย&nbsp;โดยให้กรมชลประทานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขเบื้องต้นและวางแผนก่อสร้างพนังกั้นน้ำทดแทนในระยะยาว&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจ&nbsp;ออกแบบ&nbsp;และประมาณราคาค่าก่อสร้างพนังกั้นน้ำใหม่ทดแทนของเดิมให้มีความมั่นคงแข็งแรงสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ในอนาคต&nbsp;</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105095157450"],
    [39,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลสูงขึ้นแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยหลายพื้นที่ยังมีคุณภาพอากาศดีมาก แต่ต้องเฝ้าระวังฝุ่นจะสูงขึ้นถึงวันที่ 10 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลสูงขึ้นแต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;โดยหลายพื้นที่ยังมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังฝุ่นจะสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวขึ้นแต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อนในหลายพื้นที่&nbsp;แล้ววันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;12&nbsp;มกราคมจะมีแนวโน้มลดลง&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105100010451"],
    [40,"หารือมาตรการแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรแพง หยุดส่งออกในระยะสั้น","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังหารือการแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรในประเทศปรับสูงขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรภายในประเทศปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;มีผู้ประกอบการรวม&nbsp;190,000&nbsp;ราย&nbsp;สามารถผลิตสุกรประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านตัว/ปี&nbsp;ประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่&nbsp;&nbsp;มีปริมาณสุกรมากกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านตัว&nbsp;และอีก&nbsp;180,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเลี้ยงสุกรรายเล็ก&nbsp;รายย่อย&nbsp;</p><p><strong>โดยเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;ประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบเกิดโรคระบาดในสุกร</strong>&nbsp;โดยเฉพาะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ทำให้ไทยต้องใช้มาตรการเข้มข้นในการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรค&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรลดลง&nbsp;ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์&nbsp;เวชภัณฑ์&nbsp;ยารักษาโรคในสุกรปรับสูงขึ้น&nbsp;เกษตรกรจำนวนหนึ่งจึงปรับแผนลดการผลิตสุกรขุนลง&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณสุกรในประเทศลดลง&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่ปี&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;ปัจจุบัน</strong>&nbsp;รัฐบาลไทยสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุม&nbsp;ยับยั้งการระบาดของโรคในสุกรได้อย่างดีเยี่ยม&nbsp;ส่งผลให้สุกรไทยเป็นที่ต้องการมากขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ทำให้ราคาเนื้อหมูสดภายในประเทศปรับราคาสูงขึ้น</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรภายในประเทศ</strong>&nbsp;จึงได้สั่งการมายังกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ให้เร่งติดตามและแก้ไขปัญหาดังกล่าวฯ&nbsp;อย่างเร่งด่วนทั้งในระยะสั้น&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน&nbsp;และในระยะกลาง&nbsp;-&nbsp;ยาว&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการที่เลี้ยงสุกรทุกขนาด&nbsp;ให้กลับมาประกอบอาชีพ&nbsp;สามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ในครัวเรือนและสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประเทศ&nbsp;โดยตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เร่งหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อที่จะหยุดการส่งออกสุกรในทันที&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณสุกรอยู่ในประเทศเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในระยะกลาง&nbsp;-&nbsp;ยาวนั้น</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์จะเริ่มส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเดิม&nbsp;ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ให้ผลิตลูกหมูเพิ่ม&nbsp;เพื่อส่งให้เกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเลี้ยง&nbsp;โดยจะใช้เงินทุนจากธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;เข้ามาสนับสนุน&nbsp;เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ&nbsp;โดยคาดว่าภายใน&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;จำนวนสุกรขุนจะเพิ่มขึ้น&nbsp;และราคาจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ</strong>&nbsp;ยังเตรียมหารือมาตรการลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ&nbsp;ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและจะส่งเสริมการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชอาหารสัตว์ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ประเทศไทยมีความต้องการใช้ถึงปีละ&nbsp;8&nbsp;ล้านตัน&nbsp;แต่มีกำลังการผลิตเพียง&nbsp;4&nbsp;ล้านตัน/ต่อปี</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ยังได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งเตรียมการสำรวจพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;และมีความเสี่ยงจากโรคระบาด&nbsp;เพื่อกำหนดเป็นพื้นที่ในการผลักดัน&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;Sandbox&nbsp;หรือเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ&nbsp;ส่งเสริมการนำเข้า&nbsp;การผลิตส่งออกสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ตามโยบายของนายกรัฐมนตรีโดยด่วน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105111213492"],
    [41,"พาณิชย์แพร่ แจ้งการตลาดสินค้าข้าวเปลือก ปี 2564/65","<p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;การตลาดข้าวเปลือกของจังหวัดแพร่มีพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;จำนวน&nbsp;299,488.50&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิตประมาณ&nbsp;173,104&nbsp;ตัน&nbsp;มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว&nbsp;100%&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นข้าวเปลือกเหนียวพันธุ์สันป่าตอง&nbsp;กข.6/&nbsp;กข.10/&nbsp;กข.14&nbsp;และข้าวหอมมะลินอกพื้นที่</p><p><strong>โดยราคาข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ความชื้น&nbsp;15%</strong>&nbsp;ราคารับซื้อ&nbsp;7,000&nbsp;-8,000&nbsp;บาท/&nbsp;ความชื้น&nbsp;25%&nbsp;ราคารับซื้อ&nbsp;6,300&nbsp;-&nbsp;6,800&nbsp;บาท</p><p><strong>ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ความชื้น&nbsp;15%&nbsp;</strong>ราคารับซื้อ&nbsp;9,500-10,000&nbsp;บาท/&nbsp;ความชื้น&nbsp;25&nbsp;%&nbsp;ราคารับซื้อ&nbsp;8,080&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105113138508"],
    [42,"ชู ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี GI สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจและรายได้สู่ชุมชน","<p><strong>นายนพดล&nbsp;ศรีพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;12&nbsp;นครสวรรค์</strong>&nbsp;&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี&nbsp;เป็นสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน&nbsp;ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2555&nbsp;ด้วยเอกลักษณ์ของเนื้อปลาที่นุ่ม&nbsp;แน่น&nbsp;และรสชาติหวานอร่อย&nbsp;นิยมนำไปทำเป็นเมนูรับประทานกันในงานเลี้ยงโต๊ะจีน&nbsp;และร้านอาหารในจังหวัด&nbsp;ประกอบกับการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นของผู้ประกอบการในท้องถิ่น&nbsp;ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจและนำรายได้มาสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างมูลค่า&nbsp;ทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดปีละ&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ตลาด</strong>&nbsp;ผลผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรจะจำหน่ายภายในจังหวัดเป็นหลัก&nbsp;โดยผลผลิตร้อยละ&nbsp;94&nbsp;จำหน่ายให้กับพ่อค้าในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมารับซื้อถึงกระชังเลี้ยงปลาเพื่อส่งต่อไปยังร้านอาหาร&nbsp;โต๊ะจีนในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ส่วนผลผลิต&nbsp;ที่เหลืออีกร้อยละ&nbsp;6&nbsp;เกษตรกรนำไปจำหน่ายด้วยตนเองที่ตลาดสด&nbsp;และบางส่วนนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายสนับสนุนด้านการแปรรูปด้านการตลาด&nbsp;ตลอดจนมาตรฐานของสินค้าเพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรมีคุณภาพ&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภครวมถึงเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรขายผ่านตลาดออนไลน์มากขึ้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรที่เลี้ยงปลาแรด&nbsp;GI&nbsp;</strong>จะประสบปัญหาผลผลิตลดลง&nbsp;เนื่องจากสภาวะภัยแล้งตั้งแต่กลางปี&nbsp;2563&nbsp;มาจนถึงช่วงกลางปี&nbsp;2564&nbsp;และปัญหาน้ำท่วมช่วงเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;ส่งผลให้ปลาแรดบางส่วนที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโตตาย&nbsp;ซึ่งหากสถานการณ์น้ำเป็นไปในทิศทางที่ดี&nbsp;คาดว่าผลผลิตรุ่นต่อไปจะเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สำหรับแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี&nbsp;จะเน้นด้านการผลิตและการตลาด&nbsp;มีการจัดการข้อมูลผู้ผลิต&nbsp;ปริมาณการผลิตและคู่ค้า&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรและตลาด&nbsp;รวมถึงการวางแผนการผลิตเพื่อรองรับปริมาณความต้องการสินค้าได้ตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105162059730"],
    [43,"กรุงเทพมหานคร เดินหน้าพัฒนาคลองเปรมประชากร และคลองแสนแสบ","<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&nbsp;คลองเปรมประชากร&nbsp;และคลองแสนแสบ&nbsp;</strong>ที่บางช่วงประชาชนมีการตั้งวางสิ่งของกีดขวางทางเดินริมคลอง&nbsp;บางจุดมีการต่อเติมและทำรั้วปิดกั้นทางเดิน&nbsp;จึงมอบหมายสำนักการระบายน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจราจาทำความเข้าใจกับชุมชนที่รุกล้ำแนวเขื่อน&nbsp;รื้อย้ายสิ่งกีดขวางออก&nbsp;พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าปรับปรุงทางเดินริมคลองเปรมประชากรตลอดแนว&nbsp;ทาสีเขื่อน&nbsp;ตรวจสอบบ่อรับน้ำเสีย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม&nbsp;รวมทั้งจัดทำแผน&nbsp;ออกแบบรูปแบบทางเดินริมคลอง&nbsp;รั้วกันตก&nbsp;และจัดทำสัญลักษณ์แจ้งระดับน้ำที่ตอม่อสะพานทุกแห่งเพื่อแจ้งเตือนระดับความสูง-ต่ำของน้ำ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่คลองแสนแสบ&nbsp;ได้มอบหมายสำนักการระบายน้ำ</strong>&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสาเหตุที่คลองแสนแสบมีกลิ่นเหม็น&nbsp;และให้เร่งดำเนินการในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบ&nbsp;หากอยู่นอกเหนือขอบเขต&nbsp;ให้บูรณาการและประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชนในการดำเนินการ&nbsp;รวมทั้งจัดทำแผนการดำเนินการคลองแสนแสบและคลองสาขา&nbsp;ระยะเร่งด่วน&nbsp;และระยะยาว&nbsp;รวมถึงมอบหมายสำนักงานประชาสัมพันธ์จัดทำแผนการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง&nbsp;</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105200058825"],
    [44,"เกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมฐานเรียนรู้พื้นที่นำร่องการปลูกกัญชาทางการแพทย์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง","<p><strong>วันนี้(&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564)&nbsp;นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;เยี่ยมฐานเรียนรู้การปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลอ่าวตง&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;การปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง&nbsp;</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรือนปลูกกัญชาที่ได้รับใบอนุญาตปลูกถูกกฎหมายแห่งแรกและแห่งเดียวในตำบลอ่าวตง&nbsp;&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและสามารถนำร่องปลูกกัญชาทางการแพทย์ได้ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ต้น&nbsp;ซึ่งนอกจากจะใช้เพื่อเป็นทางเลือกในการบำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังเป็นการสร้างงาน&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;&nbsp;เป็นจุดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามเพื่อเข้ามาเยี่ยมชมหรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้ที่ผู้ใหญ่บุญรอด&nbsp;บุญช่วย&nbsp;เบอร์โทร&nbsp;089-289-3900&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105153109660"],
    [45,"ประธาน กมธ.วิสามัญพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ลงพื้นที่แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;โฉนดเลขที่&nbsp;1&nbsp;</strong>ตำบลวัดยม&nbsp;อ.บางปะอิน&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุวพันธุ์&nbsp;ตันยุวรรธนะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิทยา&nbsp;ผิวผ่อง&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;และคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;เดินทางมาเพื่อศึกษาเรียนรู้และเยี่ยมชมสถานที่&nbsp;เพื่อสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;แนวพระราชปณิธานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ&nbsp;พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&nbsp;สร้างการตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีพระมหากรุณาธิคุณกับชาวไทยมาอย่างยาวนาน&nbsp;พร้อมร่วมกิจกรรมการปักดำข้าวและปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิณะโรจน์&nbsp;ทรัพย์ส่งสุข&nbsp;เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด&nbsp;ผู้บริหารภาคเอกชน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;แห่งนี้&nbsp;มีพระนาม&nbsp;สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์&nbsp;</strong>ทรงถือกรรมสิทธิ์&nbsp;เป็นโฉนดเลขที่&nbsp;1&nbsp;เลขที่ดิน&nbsp;117&nbsp;ระวาง&nbsp;17ต&nbsp;3&nbsp;อ&nbsp;ตำบลบ้านแป้ง&nbsp;อำเภอพระราชวัง&nbsp;แขวงเมืองกรุงเก่า&nbsp;เมืองกรุงเก่า&nbsp;(จังหวัดพระนคร&nbsp;ศรีอยุธยาในปัจจุบัน)&nbsp;เนื้อที่&nbsp;89&nbsp;&nbsp;1&nbsp;&nbsp;52&nbsp;ไร่&nbsp;ออกเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;ร.ศ.&nbsp;120&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2444)&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;ได้รับโอนมาจากกระทรวงการคลัง&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;ตุลาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2533&nbsp;เนื้อที่รังวัดปัจจุบัน&nbsp;91&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;99&nbsp;ตารางวา</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสุวพันธุ์&nbsp;ตันยุวรรธนะ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์รัฐธรรมนูญสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ดำเนินงานการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;แนวพระราชปณิธานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ&nbsp;พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&nbsp;สำหรับที่ดินผืนนี้มีพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;91&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น&nbsp;จะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;และรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัทไทยฮา&nbsp;Intelligence&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;บริษัทคูโบต้า&nbsp;สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยได้ปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าที่ดินโฉนดแห่งนี้&nbsp;น่าจะเป็นที่ดินผืนดินอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นผืนที่ดินที่มีประชาชนเข้ามาประกอบอาชีพอยู่แล้ว&nbsp;โดยเพิ่มคุณค่าด้วยการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยพัฒนาให้ชีวิตความเป็นอยู่การทำงานด้านเกษตรกรรมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้ดีขึ้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะทำเป็นโครงการนำร่องสำหรับการศึกษาเรียนรู้</strong>&nbsp;สิ่งที่หวังมากกว่าการจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;คือ&nbsp;ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมให้ได้&nbsp;ซึ่งพี่น้องเกษตรกรทั้ง&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ได้ตกลงที่จะร่วมมือช่วยกันพัฒนาพื้นที่ผืนนาแปลงนี้&nbsp;โดยเฉพาะความร่วมมือในการนำเทคโนโลยีเข้ามาของภาคเอกชน&nbsp;จะทำให้ผลผลิตของเกษตรกรดีขึ้น&nbsp;มีตลาดรองรับการจำหน่ายผลิตผล&nbsp;อีกทั้งยังได้พัฒนาที่ดิน&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีเกษตรของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;และตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์&nbsp;ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำขึ้นในลำดับต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105154318675"],
    [46,"กรมปศุสัตว์ หาแนวทางเพิ่มกำลังผลิตสุกรขุนเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาสูง","<p><strong>นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;โยธคล&nbsp;รองอธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกร&nbsp;เพื่อหาแนวทาง&nbsp;มาตรการเพิ่มกำลังผลิตสุกรขุนเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาสูง&nbsp;ที่ลิ้มไพบูลย์ฟาร์ม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อมาตรการคุมเข้มโควิด-19&nbsp;ผ่อนคลาย&nbsp;ผู้บริโภคมีความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น&nbsp;หากร่วมกับปัจจัยที่มีปริมาณการเลี้ยงลดลง&nbsp;อีกสาเหตุที่ทำให้ปริมาณหมูในปี&nbsp;2564&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;จากที่ผลิตได้ปีละ&nbsp;20&nbsp;ล้านตัวเหลือ&nbsp;19&nbsp;ล้านตัว&nbsp;โดยส่งออก&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;คงเหลือบริโภคในประเทศ&nbsp;18&nbsp;ล้านตัว&nbsp;จึงทำให้ราคาเนื้อหมูปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกร</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาดจะส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;ซึ่งค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อไม่ให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงซึ่งมั่นใจว่า&nbsp;มาตรการสนับสนุนต่างๆ&nbsp;จะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคซึ่งจะขอความร่วมมือผู้เลี้ยงรายกลางและรายใหญ่ให้ผลิตลูกหมูให้รายย่อยและรายเล็กไปเลี้ยง&nbsp;ทั้งยังมีการสนับสนุนการเลี้ยงโดยจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กู้ยืมจาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ในโครงการสานฝันสร้างอาชีพอีกด้วย</p><p><strong>นายภวพรรธน์&nbsp;ปฐมโพธิวัฒน์&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายผลิต&nbsp;ลิ้มไพบูลย์ฟาร์ม&nbsp;(สะพานหิน)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นฟาร์มขนาดกลาง&nbsp;มีการจัดการฟาร์มที่ดี&nbsp;เป็นระบบปิด&nbsp;มีมาตรการระบบป้องกันทางชีวภาพ&nbsp;มีสุกรประมาณ&nbsp;2,500&nbsp;แม่&nbsp;จำหน่ายสุกรขุน&nbsp;ลูกสุกร&nbsp;มีโรงผสมอาหารเอง&nbsp;มีโรงฆ่าสุกรมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;มีร้านค้าขายเนื้อสุกรเองอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105160652708"],
    [47,"นายกรัฐมนตรี สั่งการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ปัญหาราคาเนื้อหมูแพง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับให้เร่งติดตามกรณีปัญหาราคาเนื้อหมูที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เร่งหารือเพื่อดูแลแก้ปัญหาราคาเนื้อสุกรแพงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ได้เร่งหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยแนวทางคือชะลอการส่งออกสุกร&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณสุกรอยู่ในประเทศเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;เพื่อทำให้ราคาของเนื้อสุกรในตลาดลดต่ำ&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือ&nbsp;ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง&nbsp;ตรึงราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดง&nbsp;และขอความร่วมมือผู้ค้า&nbsp;อย่าเพิ่งฉวยโอกาสจำหน่ายราคาเนื้อสุกรที่แพงเกินสมควร&nbsp;ทั้งนี้คาดว่าภายใน&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;จำนวนสุกรขุนจะเพิ่มขึ้น&nbsp;และราคาจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับระยะกลาง-ยาวนั้น&nbsp;รัฐบาลจะมุ่งเน้น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ให้กรมปศุสัตว์ส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเดิม&nbsp;ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;มีการขึ้นทะเบียนฟาร์มสุกรกับผู้เลี้ยงรายเล็ก-ย่อยมากขึ้น&nbsp;เพื่อเฝ้าติดตาม&nbsp;ควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และบำบัดโรคในสุกร&nbsp;นอกจากนี้ยังจะมีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ให้ผลิตลูกหมูเพิ่ม&nbsp;เพื่อส่งให้เกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเลี้ยง&nbsp;โดยจะใช้เงินทุนจากธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;เข้ามาสนับสนุน&nbsp;เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการเร่งหารือกับภาคการเกษตรและการส่งออก-นำเข้า&nbsp;เพื่อหามาตรการลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;และจะส่งเสริมการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชอาหารสัตว์ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ประเทศไทยมีความต้องการใช้ถึงปีละ&nbsp;8&nbsp;ล้านตัน&nbsp;แต่มีกำลังการผลิตเพียง&nbsp;4&nbsp;ล้านตัน/ต่อปี</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ทั้งนี้ยืนยันว่านายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เป็นห่วงเรื่องราคาเนื้อสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;โดยได้เร่งให้มีการติดตามและออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาเนื้อสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อให้เกิดการบูรณาการในแก้ปัญหาหมูแพง&nbsp;รวมทั้งราคาสินค้าแพงอื่นๆ&nbsp;ด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105203647840"],
    [48,"สทป.มีมติคัดเลือก ให้ พลเอก ชูชาติ บัวขาว เป็น ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ คนใหม่","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">คณะกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;สทป.มีมติคัดเลือก&nbsp;ให้&nbsp;พลเอก&nbsp;ชูชาติ&nbsp;บัวขาว&nbsp;เป็น&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;คนใหม่</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ชูชาติ&nbsp;บัวขาว&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;กล่าวภายหลังคณะกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;สทป.มีมติคัดเลือก&nbsp;ให้ดำรงตำแหน่ง&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นั้น&nbsp;สทป.จึงจัดพิธีรับ&nbsp;&nbsp;ส่งหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;หลัง&nbsp;พลอากาศเอก&nbsp;ดร.ปรีชา&nbsp;ประดับมุข&nbsp;ได้ครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;ว่า&nbsp;จะปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถ&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร&nbsp;และจะขับเคลื่อน&nbsp;สทป.ในการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ&nbsp;เพื่อให้เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในภูมิภาคต่อไป</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ชูชาติ&nbsp;บัวขาว&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;ยังได้กล่าวขอบคุณ&nbsp;พลอากาศเอก&nbsp;ดร.ปรีชา&nbsp;ประดับมุข&nbsp;ด้วยว่า&nbsp;ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของท่าน&nbsp;ได้แสดงให้ประจักษ์ถึงความตั้งใจจริงในการปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;ด้วยความทุ่มเท&nbsp;เสียสละ&nbsp;ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม&nbsp;ความดีงาม&nbsp;ความเมตตาเอื้ออาทร&nbsp;และห่วงใยผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอมา&nbsp;การพ้นจากหน้าที่ของท่านเป็นเพียงการจากไปตามวาระการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น&nbsp;แต่คุณงามความดีจะยังคงอยู่ในความทรงจำของพี่น้องชาว&nbsp;สทป.&nbsp;ตลอดไป</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;ยังได้ตรวจเยี่ยมพบปะผู้บริหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องปฏิบัติงานของแต่ละฝ่ายงานและส่วนงาน&nbsp;ด้วย</span></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105190614801"],
    [49,"เทศบาลนครสงขลา ยังคงระดมคนงานเก็บกวาดขยะจากทะเลอย่างต่อเนื่อง หลังคลื่นลมยังคงมีกำลังแรงพัดขยะเข้าหาฝั่ง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เป็นคิวชายหาดชลาทัศน์&nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวัน&nbsp;เนื่องจากชายหาดชลาทัศน์มีความยาวกว่า&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร</strong>&nbsp;และขยะจากทะเลรอบที่&nbsp;2&nbsp;คลื่นลมแรงพัดขยะจากทะเลขึ้นมาเต็มบริเวณชายหาด&nbsp;โดยเร่งเก็บกวาดเพื่อรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางนำบุตรหลานมาเที่ยววันเด็กแห่งชาติที่ชายหาดสมิหลาและชายหาดชลาทัศน์ในวันเสาร์ที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>วันนี้&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาคร&nbsp;จันทร์มณี&nbsp;เจ้าพนักงานสุขาภิบาล&nbsp;</strong>หัวหน้างานรักษาความสะอาด&nbsp;กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;นำคนงานกว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ลงพื้นที่ชายหาดชลาทัศน์&nbsp;เพื่อทำการเก็บกวาดขยะจากทะเล&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;หลังจากคลื่นลมมีกำลังแรงพัดเอาขยะจากทะเล&nbsp;มีทั้งเศษกิ่งไม้&nbsp;ขวดแก้ว&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;เชือก&nbsp;ท่อนไม้ซุงและเศษอวนจากเรือประมง&nbsp;ที่กองเรียงรายเต็มชายหาดชลาทัศน์&nbsp;ทำให้ชายหาดที่สวยงามเต็มไปด้วยขยะและสิ่งสกปรก&nbsp;ส่งผลกระทบ&nbsp;ต่อทัศนียภาพของชายหาดชลาทัศน์&nbsp;</p><p>ในส่วนของชายหาดสมิหลา&nbsp;เมื่อวานนี้ได้ระดมเครื่องจักรและคนงานทำการเก็บกวาดขยะจากทะเลเสร็จสิ้นไปแล้ว</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ในวันนี้จึงเป็นคิวชายหาดชลาทัศน์</strong>&nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวันเก็บกวาดขยะจากทะเล&nbsp;เนื่องจากชายหาดชลาทัศน์มีความยาวกว่า&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และขยะจากทะเลรอบที่&nbsp;2&nbsp;คลื่นลมแรงพัดขยะขึ้นมาเต็มบริเวณชายหาด&nbsp;โดยเร่งเก็บกวาดเพื่อรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางนำบุตรหลานมาเที่ยววันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ทั้งที่ชายหาดชลาทัศน์และชายหาดสมิหลาในวันเสาร์ที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>งานรักษาความสะอาด&nbsp;กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;</strong>จึงระดมคนงานลงมาเก็บกวาดขยะจากทะเลและทำความสะอาดชายหาดชลาทัศน์&nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;จะดำเนินการเก็บกวาดบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการตรงนี้&nbsp;ตั้งแต่บริเวณชายหาดหลักเขตศุลกากร&nbsp;บริเวณวงเวียนคนอ่านหนังสือ&nbsp;ถึงเก้าอี้ดำ&nbsp;หลังสนามกีฬาติณสูลานนท์เป็นจุดแรกก่อน&nbsp;เนื่องบริเวณโซนนี้เป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเย็น&nbsp;จึงต้องเร่งทำความสะอาด&nbsp;ให้มีความสวยงาม&nbsp;และประทับใจนักท่องเที่ยว&nbsp;ที่เดินทางมาเยือนชายหาดชลาทัศน์ทุกคน&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;จึงทำความสะอาด&nbsp;บริเวณนี้เป็นจุดแรกก่อน</p><p><strong>โดยคนงานเก็บขยะจากทะเล&nbsp;ใส่เข่งพลาสติก&nbsp;ลำเลียงขึ้นรถบรรทุกขยะ&nbsp;</strong>ส่วนเศษไม้&nbsp;ชายหาด&nbsp;ที่คนงานนำมากองรวมกัน&nbsp;รถ&nbsp;JCB&nbsp;ก็ทำหน้าที่เก็บตามหลังและรถกวาดชายหาดก็จะมากวาดเกลี่ยทราย&nbsp;บริเวณชายหาด&nbsp;ให้เรียบ&nbsp;สวยงามตลอดแนวชายหาดชลาทัศน์&nbsp;ในวันนี้ในช่วงที่คนงานเก็บกวาดขยะจากทะเล&nbsp;จะมีฝนโปรยปรายลงมาตลอดเวลาช่วยคลายสภาพอากาศร้อนได้บ้างและในวันพรุ่งนี้ก็จะระดม&nbsp;เจ้าหน้าที่และคนงาน&nbsp;รวมทั้งเครื่องจักร&nbsp;ลงพื้นที่ชายหาดชลาทัศน์&nbsp;ต่อไปจนถึงวันศุกร์ที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105163746744"],
    [50,"คุมเข้มแผนจัดสรรน้ำในช่วงแล้งปีนี้ เน้นย้ำน้ำอุปโภคบริโภคต้องเพียงพอ ด้านการเกษตรให้เพาะปลูกได้ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;57,757&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;75&nbsp;ของความจุอ่างรวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้&nbsp;33,639&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;7,557&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&nbsp;3.59&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;56&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&nbsp;2.51&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;89&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทาน&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;พิจารณาเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในการปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;ตามข้อสั่งการของรัฐบาล&nbsp;โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ด้านคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;</strong>ได้เน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์น้ำและควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดแล้งนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105200212826"],
    [51,"กระทรวงพาณิชย์ สั่งเบรคส่งหมูเป็น  3 เดือนห้ามพร้อมสั่งผู้เลี้ยงเช็คสต๊อกและแจ้งราคาแก้ปัญหาหมูแพง","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาราคาเนื้อสุกรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>ว่าในปี&nbsp;2564ที่ผ่านมา&nbsp;มีการผลิตสุกรป้อนเข้าสู่ตลาดประมาณ&nbsp;19&nbsp;ล้านตัวบริโภคในประเทศ&nbsp;18&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;คาดการณ์ปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีสุกรหายไปจากระบบประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้านตัว&nbsp;เหลือบริโภคในประเทศประมาณ&nbsp;13&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ซึ่งได้พิจารณาห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;ม.ค.65&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้สั่งการให้ผู้เลี้ยงที่มีปริมาณการเลี้ยงเกิน&nbsp;500&nbsp;ตัว&nbsp;ผู้ค้าส่ง&nbsp;และห้องเย็นที่มีการเก็บสต๊อกเกิน&nbsp;5,000&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป</strong>&nbsp;ให้แจ้งสต๊อกและราคากับกรมการค้าภายในรับทราบทุก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อให้ทราบปริมาณหมูเป็นทั้งหมดที่อยู่ในระบบรวมกันทั้งประเทศว่ามีจำนวนเท่าไหร่&nbsp;และพิจารณาแก้ไขปัญหาร่วมกับกรมปศุสัตว์และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อไป</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105194321817"],
    [52,"โครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by agri-map)   ปีงบประมาณ 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายสรรเสริญ&nbsp;เจริญศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินงานประชุมประชาคมเพื่อออกแบบโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;(Zoning&nbsp;by&nbsp;agri-map)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลโนนงาม&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>โดยให้ความรู้และแนวทางในการดำเนินงานการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ&nbsp;และการปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;</strong>เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวเพื่อทำเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่เกษตรกรในอนาคต&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106084805864"],
    [53,"รัฐบาล กำหนดมาตรการแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง สั่งห้ามส่งออกชั่วคราว ช่วยลดต้นทุน เร่งกระจายพันธ์ุ","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง&nbsp;จากปริมาณสุกรที่ลดลง&nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงสุกรปรับสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลให้เนื้อหมูปัจจุบันมีราคาสูงมาก&nbsp;ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้หารือร่วมกันออกมาตรการเร่งด่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหมูภายในประเทศ&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาตามสถานการณ์ว่าควรให้มีการต่ออายุหรือไม่&nbsp;โดยจะมีการติดตมาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;ตัวเลขเบื้องต้นในปี&nbsp;2564&nbsp;มีการเลี้ยงหมูป้อนเข้าสู่ตลาด&nbsp;ประมาณ&nbsp;19&nbsp;ล้านตัว&nbsp;บริโภคในประเทศ&nbsp;18&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;</p><p><strong>การช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์&nbsp;</strong>โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี&nbsp;การจัดสินเชื่อพิเศษของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขได้กลับมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่อโรคระบาดต่ำ&nbsp;การตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น&nbsp;การเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร&nbsp;เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม&nbsp;พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน&nbsp;โดยให้เกษตรกรใช้สุกรขุนตัวเมียมาใช้ทำพันธุ์ชั่วคราว</p><p><strong>มาตรการระยะสั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;การขยายกำลังผลิตแม่สุกร&nbsp;สนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์&nbsp;ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน&nbsp;</p><p><strong>มาตรการระยะยาว&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ</strong>&nbsp;จะผลักดันการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด&nbsp;ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงสุกรใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์&nbsp;เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106105512924"],
    [54,"รัฐบาลเข้มมาตรการตรวจจับ ปรับจริง รถยนต์ควันดำเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ขณะที่ ศกพ.เตือนระวังฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ช่วงวันที่ 6-10 มกราคม 2565","<p><strong>พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามการตรวจจับรถยนต์ควันดำ</strong> ตามนโยบาย รัฐเข้มตรวจจับ ปรับจริง ห้ามใช้รถควันดำ บังคับใช้บทลงโทษสูงสุด โดยตั้งจุดตรวจฯ ริมถนนวิภาวดีรังสิต (ขาออก)&nbsp;โดยผลการตรวจสอบรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กและขนาดกลาง จำนวน 17 คัน พบควันดำเกินค่ามาตรฐาน 4 คัน และควันดำเกินค่ามาตรฐานต้องถูกสั่งห้ามใช้ชั่วคราว 2 คัน</p><p><strong>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากรมควบคุมมลพิษได้รายงานสรุปผลการดำเนินงานการตรวจจับรถยนต์ควันดำ</strong> ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติและ กทม. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2565  ซึ่งพบว่ามีจำนวนรถควันดำสูงถึง 20% </p><p><strong>(1) พื้นที่ กทม. ตรวจสอบรถยนต์สะสม 90,225 คัน</strong> พบควันดำเกินค่ามาตรฐาน 23,370 คัน ห้ามใช้สะสม 386 คัน&nbsp;</p><p><strong>(2) พื้นที่ต่างจังหวัด ตรวจสอบรถยนต์สะสม 27,823 คัน </strong>พบควันดำเกินค่ามาตรฐาน 363 คัน ห้ามใช้สะสม 363 คัน</p><p><strong>ทั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรีจะได้ประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้นอีก</strong>&nbsp;นอกจากนี้ช่วงวันที่ 6-10 มกราคม 2565 ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ หรือ ศกพ. และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า สภาพอากาศจะเป็นช่วงเวลาที่มีลมพัดอ่อน อาจเกิดการสะสมของฝุ่น PM2.5 เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนลดกิจกรรมการใช้ยานพาหนะ งดการเผาเศษวัชพืชในที่โล่งและพื้นที่เกษตรกรรม นำยานพาหนะเข้าบำรุงรักษาตามวงรอบ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกนอกที่พักและติดตามรายงานสถานการณ์จาก ศกพ. อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106091924868"],
    [55,"กอนช. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาถึงวันที่ 10 ม.ค. พร้อมให้หน่วยงานที่่เกี่ยวข้องเร่งแผนรับมือและแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำปีนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่่เกี่ยวข้องเร่งแผนรับมือและแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวจัด&nbsp;ส่วนภาคใต้มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและมีกำลังอ่อนลง&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;29&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;36&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และตรัง&nbsp;16&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,880&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;64&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,679&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงต้องเฝ้าระวังค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-10&nbsp;มกราคม&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ&nbsp;บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;จึงขอให้ระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังติดตามการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำหน้าแล้ง&nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เร่งเจาะน้ำบาดาลเพื่อสำรวจแหล่งน้ำบาดาลแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;ตามโครงการศึกษา&nbsp;สำรวจ&nbsp;เพื่อประเมินศักยภาพน้ำบาดาลในการพัฒนาเป็นแหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่พื้นที่บ้านหนองบัวหิ่ง&nbsp;ต.สระลงเรือ&nbsp;อ.ห้วยกระเจา&nbsp;บ้านหนองปลิง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และบ้านหนองใหญ่&nbsp;4&nbsp;ต.หนองปลิง&nbsp;อ.เลาขวัญ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;ส่วนสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่&nbsp;1&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;บริเวณแม่น้ำลพบุรี&nbsp;ต.ต้นโพธิ์&nbsp;อ.เมืองสิงห์บุรี&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;ปัจจุบันจัดเก็บสะสม&nbsp;11,749&nbsp;ตัน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;33.56&nbsp;และบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;อ.บางไทร&nbsp;และอ.บางประอิน</p><p>จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;สามารถกำจัดผักตบชวาได้&nbsp;25,738&nbsp;ตัน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;14.46&nbsp;หากแล้วเสร็จจะแก้ปัญหาการเดินเรือและฟื้นฟูสภาพร่องน้ำ&nbsp;แก้ปัญหาการสัญจรทางน้ำและการระบายน้ำ&nbsp;และปัญหาการอุปโภค&nbsp;&nbsp;บริโภค</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106093332876"],
    [56,"กรมการขนส่งทางบกเข้มตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารต่อเนื่องทั่วประเทศ มุ่งป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 ยอดสะสมดำเนินการตรวจควันดำแล้วกว่า 64,000 คัน","<p><strong>นายจิรุตม์&nbsp;วิศาลจิตร&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;เปิดเผยการดำเนินการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารทั่วประเทศ</strong>&nbsp;&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;หรือ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคคมนาคมขนส่ง&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;สามารถดำเนินการตรวจวัดควันดำรถโดยสารและรถบรรทุกทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,108&nbsp;คัน&nbsp;พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ขณะที่ผลการตรวจพบรถที่มีค่าควันดำอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;&nbsp;45&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;ได้ออกใบเตือนเพื่อให้ผู้ประกอบการไปบำรุงดูแลรักษารถไม่ให้มีค่าควันดำเกิน&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;คัน&nbsp;ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการตรวจควันดำรถทั้งสิ้น&nbsp;64,266&nbsp;คัน&nbsp;พ่นห้ามใช้แล้วจำนวน&nbsp;326&nbsp;คัน</p><p>&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;กำชับผู้ประกอบการและเจ้าของรถทุกคันที่ถูกพ่นห้ามใช้&nbsp;ต้องนำรถไปแก้ไขและนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ&nbsp;</strong>ณ&nbsp;สำนักงานขนส่ง&nbsp;หากฝ่าฝืนใช้รถโดยที่มีคำสั่งห้ามใช้&nbsp;มีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;ด้านประชาชนสามารถมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ด้วยการส่งภาพรถบรรทุกและรถโดยสารควันดำที่สังเกตเห็นหมายเลขทะเบียนชัดเจน&nbsp;ให้ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;สายด่วน&nbsp;1584&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือ&nbsp;ผ่านช่องทางผ่านLine@:&nbsp;@1584DLT&nbsp;เป็นต้น</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106104525913"],
    [57,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม 15 พื้นที่ จากสภาพอากาศนิ่งและการจราจรหนาแน่น คาดฝุ่นจะลดลงช่วงวันที่ 11 - 13 ม.ค.นี้","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;15&nbsp;พื้นที่&nbsp;จากสภาพอากาศนิ่งและการจราจรหนาแน่น&nbsp;คาดฝุ่นจะลดลงช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มกราคมนี้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;15&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;32&nbsp;&nbsp;60&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เช่น&nbsp;ต.ทรงคนอง&nbsp;อ.พระประแดง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ต.มหาชัย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระราม&nbsp;3&nbsp;เขตยานนาวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนแยกท่าพระ&nbsp;เขตบางกอกใหญ่&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง&nbsp;ลมอ่อน&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อนในหลายพื้นที่&nbsp;แล้ววันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มกราคมจะมีแนวโน้มลดลง&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106100913888"],
    [58,"นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าชมธรรมชาติและชมเหมยขาบบนยอดดอยอินทนนท์ หลังอุณหภูมิลดลงต่ำสุดเช้าวันนี้ 4 องศาเซลเซียส ภายใต้การคุมเข้มมาตรการโควิด-19","<p><strong>นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าชมธรรมชาติและชมเหมยขาบบนยอดดอยอินทนนท์&nbsp;หลังอุณหภูมิลดลงต่ำสุดเช้าวันนี้&nbsp;4&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ภายใต้การคุมเข้มมาตรการโควิด-19</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บรรยากาศเมื่อเช้าวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์&nbsp;อำเภอจอมทอง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;บนยอดดอยมีอากาศหนาว&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้&nbsp;4&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และมีเหมยขาบขาวโพลนเกาะตามยอดหญ้าตั้งแต่บริเวณ&nbsp;กม.43&nbsp;สำหรับการเกิดเหมยขาบในพื้นที่ดอยอินทนนท์&nbsp;ถือเป็นครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ที่เกิดขึ้นในปีนี้&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวที่ไม่เคยเห็นต่างพากันถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกด้วยความตื่นเต้น&nbsp;ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งรอชมพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืด&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนต้องผ่านขั้นตอนการคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการแสดงตัวยืนยันการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบตามเกณฑ์&nbsp;หรือแสดงผลตรวจยืนยัน&nbsp;พร้อมตรวจคัดกรองอุณหภูมิและลงทะเบียนแอปพลิเคชันไทยชนะ&nbsp;และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่อุทยานฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการสำรวจในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวกว่า&nbsp;38,000&nbsp;คน&nbsp;โดยอุทยานฯได้จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้าเที่ยวชมจุดท่องเที่ยวต่างๆในแต่ละช่วงเวลาไว้ไม่เกินจุดละ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;แล้วในแต่ละวันกำหนดเปิดรับนักท่องเที่ยวไว้ไม่เกิน&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;โดยเน้นให้จองล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ&nbsp;ในสัดส่วนร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ส่วนอีกร้อยละ&nbsp;30&nbsp;จะเป็นการเปิดให้นักท่องเที่ยว&nbsp;Walk&nbsp;In&nbsp;เพื่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการและประเมินผล&nbsp;จากนี้อาจจะพิจารณาเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเปิดรับในแต่ละวันตามความเหมาะสมต่อไป</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106102633893"],
    [59,"โคราชคิกออฟปล่อยชุดปฏิบัติการยับยั้งฝุ่น PM2.5 ย้ำเผาป่า เผาพื้นที่การเกษตรมีโทษถึงติดคุก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมคิกออฟปฏิบัติการทั้งจังหวัดกำจัด&nbsp;PM2.5&nbsp;พร้อมทั้งนำหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;องค์กรร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ&nbsp;แสดงเจตนารมณ์&nbsp;รณรงค์&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และรับมือกับปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;บนแผ่นกระดานยักษ์ขนาดความสูง&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และการปฏิบัติตัวเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ปล่อยแถวชุดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;ชุดปฏิบัติการบิ๊กคลีนนิ่ง&nbsp;ล้างทำความสะอาดถนน&nbsp;ชุดปฏิบัติการควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตรและชุดปฏิบัติการควบคุมไฟไหม้ริมทางหลวงอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากข้อมูลการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;พบว่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้งของทุกปีระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป&nbsp;สภาพอากาศของประเทศไทยจะเกิดความแห้งแล้งและมีลมกระโชกแรง&nbsp;ประกอบกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศโลกอันเป็นผลเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน&nbsp;รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศป่าไม้&nbsp;ซึ่งมีสาเหตุจากการประกอบอาชีพหาของป่า&nbsp;ล่าสัตว์&nbsp;การทำการเกษตรกรรมใกล้พื้นที่ป่า&nbsp;และการเผาในที่โล่งในพื้นที่ชุมชนและเกษตรกรรม&nbsp;การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;และยานพาหนะที่มีจำนวนมากขึ้น&nbsp;จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ได้ง่าย&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและการดำเนินกิจกรรมประจำวันของประชาชนเป็นบริเวณกว้าง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมาได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นพร้อมทั้งออกประกาศขอความร่วมมือห้ามเผาเด็ดขาด&nbsp;ในช่วงปลายฤดูหนาวต่อเนื่องฤดูแล้ง&nbsp;โดยห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเผาในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;จะต้องทำแนวกันไฟและควบคุมการเผาอย่างใกล้ชิด&nbsp;รวมทั้งให้แจ้งขออนุญาตจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในเขตปกครองท้องที่นั้น&nbsp;ก่อนเข้าดำเนินการทุกครั้ง&nbsp;ห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;และริมทางหลวงท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งหากพบเห็นให้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตทางหลวงนั้นเข้าดำเนินการระงับเหตุ&nbsp;รวมทั้งให้มีการบังคับใช้กฎหมายทางหลวงกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ขอความร่วมมือประชาชนงดจุดธูปเทียนเพื่อลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;</strong>หากพบเห็นไฟไหม้ป่า&nbsp;ไฟไหม้ในที่โล่งพื้นที่ต่างๆ&nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;หรือพื้นที่ริมทางหลวงท้องถิ่น&nbsp;ขอให้ช่วยดับไฟ&nbsp;และหากไม่สามารถดำเนินการได้&nbsp;ขอให้แจ้งหน่วยงานควบคุมไฟป่าอำเภอ&nbsp;หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หรือโทรสายด่วนได้ที่&nbsp;สายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;แจ้งเหตุด่วน&nbsp;เหตุร้าย&nbsp;191สายด่วนไฟป่า&nbsp;1362&nbsp;สายด่วนทางหลวง&nbsp;1586&nbsp;และสายด่วนทางหลวงชนบท&nbsp;1141&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนจุดไฟเผาป่าหรือเผาในที่โล่งพื้นที่ต่างๆ&nbsp;อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้&nbsp;พ.ศ.2485&nbsp;พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2507&nbsp;พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2504&nbsp;พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;พ.ศ.2550&nbsp;พระราชบัญญัติทางหลวง&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ&nbsp;สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;และประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;รวมทั้งเทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติของ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;แต่ละแห่งที่ได้กำหนดไว้&nbsp;โดยมีบทกำหนดโทษตามกฎหมายดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106105155920"],
    [60,"เอ็นไอเอ เปิดโลกเมตาเวิร์ส พร้อมชวนวัยจิ๋วร่วมสัมผัสงานวันเด็กฯ 65 แบบออนไลน์","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เอ็นไอเอ&nbsp;เปิดโลกเมตาเวิร์ส&nbsp;พร้อมชวนวัยจิ๋วร่วมสัมผัสงานวันเด็กฯ&nbsp;65&nbsp;แบบออนไลน์&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;จัดกิจกรรมถนนสายวิทยาศาสตร์&nbsp;เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"tel:2565\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">2565</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยด้านนวัตกรรมและก้าวสู่การเป็นนวัตกร&nbsp;โดยในปีนี้ได้เปิด&nbsp;หมู่บ้านนวัตกรเพื่อการเรียนรู้หรือ&nbsp;STEAM4i&nbsp;Valley&nbsp;สถานีการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;ที่จะพาเยาวชนไทยตะลุยโลกแห่งนวัตกรรมในทั้ง&nbsp;5&nbsp;สถานี&nbsp;ผ่านแพลตฟอร์ม&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.steam4innovatorvr.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">www.steam4innovatorvr.com</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พร้อมชวนลุ้นรับรางวัลกับแคมเปญ&nbsp;STEAM4i&nbsp;Draw&nbsp;your&nbsp;Metaverse&nbsp;ที่ให้น้องๆ&nbsp;ร่วมออกแบบโลกเมตาเวิร์สในแบบของที่ตนเองต้องการ</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถส่งภาพพร้อมคำบรรยายที่แสดงถึงโลกเมตาเวิร์สในความคิดของของแต่ละคน&nbsp;หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.facebook.com/STEAM4INNOVATOR\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">www.facebook.com/STEAM4INNOVATOR</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"tel:2565\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">2565</a></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106120150981"],
    [61,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงครามนำคณะลงพื้นที่สำรวจคลองวัดประดู่ นำปูนขาวละลายน้ำแล้วเติมลงในลำคลองที่น้ำเสีย เพื่อปรับสภาพน้ำ ช่วยให้เกิดการตกตะกอน เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสีย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;นำคณะหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่คลองวัดประดู่&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;เพื่อสำรวจเส้นทางน้ำที่มีความยาวกว่า&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับจังหวัดราชบุรีและมีบ้านเรือนของประชาชนอยู่ริมน้ำทั้งสองฝั่งคลองบางช่วงยังมีความหนาแน่นอยู่&nbsp;สามารถใช้น้ำในการซักเสื้อผ้า&nbsp;ล้างถ้วยชาม&nbsp;อาบน้ำ&nbsp;แต่บางช่วงยังมีผักตบหนาแน่น&nbsp;การสัญจรลำลาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่สำรวจคลองวัดประดู่ในครั้งได้นำน้ำหมัก&nbsp;ปูนขาว&nbsp;และ&nbsp;EM&nbsp;เติมลงในลำคลองที่น้ำเสีย&nbsp;เพื่อปรับสภาพน้ำ&nbsp;&nbsp;ช่วยให้เกิดการตกตะกอน&nbsp;และลดความเป็นกรดจากภาวะน้ำเน่าเสียของสารอินทรีย์&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองบางช่วงที่มีวัชพืชหนาแน่น&nbsp;ถึงแม้ท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่จะมีกิจกรรมลงแขกลงคลองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งทางวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม&nbsp;ได้จัดตั้งเครื่องเติมอากาศตลอดระยะทาง&nbsp;ถึง&nbsp;15&nbsp;เครื่อง&nbsp;ขณะนี้ทางวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม&nbsp;กำลังจะออกแบบเรือจัดเก็บผักตบชวาขนาดที่เหมาะสมกับคลองเพื่อจะลดปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งจะบูรณาการกับจังหวัดใกล้เคียงในการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้าน&nbsp;นายสุภัทร&nbsp;ผลอินหอม&nbsp;กำนันตำบลวัดประดู่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่&nbsp;มีมานานกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;แล้วตลอดเวลาจังหวัดสมุทรสงครามและส่วนราชการลงมาดำเนินการแก้ไขให้ตลอดแต่ผักตบชวา&nbsp;เติบโตเร็ว&nbsp;หากส่วนราชการสนับสนุนเครื่องจักรลงมาช่วยดำเนินการคงจะสามารถลดปัญหาเรื่องผักตบชวาและวัชพืชได้อย่างแน่นอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางไปหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;</strong>ตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;บริเวณประตูน้ำประตูน้ำรางทับแถบ&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปการบริหารจัดน้ำจากโครงการชลประทานสมุทรสงคราม&nbsp;ร่วมกับชาวบ้านำบล.แพรกหนามแดงและใกล้เคียง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106132931010"],
    [62,"อรรถพล ขอความร่วมมือช่วยกันลดขยะพลาสติกจากการสั่งอาหารออนไลน์ (Food Delivery) ต่อเนื่อง ด้วยการปฏิเสธการรับพลาสติกใช้ครั้งเดียวหากไม่จำเป็น","<p><strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ขอความร่วมมือช่วยกันลดขยะพลาสติกจากการสั่งอาหารออนไลน์&nbsp;(Food&nbsp;Delivery)&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;ด้วยการปฏิเสธการรับพลาสติกใช้ครั้งเดียวหากไม่จำเป็น&nbsp;หลังเกิดโควิด-19&nbsp;ส่งผลขยะพลาสติกสูงขึ้น</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตั้งแต่เกิดโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ช่วงต้นปี&nbsp;2563&nbsp;จนถึงปัจจุบันมีปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกเพิ่มสูงอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากภาครัฐกำหนดมาตรการ&nbsp;Lock&nbsp;Down&nbsp;และการทำงานจากที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;from&nbsp;Home)&nbsp;พร้อมไม่อนุญาตหรือจำกัดการรับประทานอาหารในร้านอาหาร&nbsp;การรณรงค์ให้ทานอาหารที่บ้าน&nbsp;ทำให้ประชาชนหันมาเลือกใช้บริการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;Food&nbsp;Delivery&nbsp;มากขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;เช่น&nbsp;กล่องโฟม&nbsp;กล่องพลาสติกใส่อาหาร&nbsp;ถุงพลาสติกหูหิ้ว&nbsp;ถุงร้อน&nbsp;&nbsp;เย็น&nbsp;ถุงเครื่องปรุง&nbsp;ช้อน&nbsp;ส้อม&nbsp;มีดพลาสติก&nbsp;แก้วพลาสติก&nbsp;หลอด&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;คพ&nbsp;ได้ร่วมกับเจ้าของแพลตฟอร์มผู้ให้บริการส่งอาหาร&nbsp;คือ&nbsp;LINE&nbsp;MAN&nbsp;,&nbsp;Grab&nbsp;,&nbsp;Food&nbsp;Panda&nbsp;และ&nbsp;Lala&nbsp;move&nbsp;ตั้งแต่เดือนกันยายน&nbsp;2563&nbsp;ได้ปรับแพลตฟอร์ม&nbsp;Auto&nbsp;opt&nbsp;-&nbsp;out&nbsp;ไม่ให้แจกผลิตภัณฑ์พลาสติก&nbsp;ร้านอาหารใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผู้สั่งอาหาร&nbsp;(ผู้บริโภค)&nbsp;สามารถปฏิเสธไม่รับพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแบบอัตโนมัติในแอปพลิเคชั่นการบริการส่งอาหาร&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนผู้บริโภค&nbsp;ร้านอาหารและผู้ให้บริการส่งอาหารออนไลน์&nbsp;หันมาให้ความสำคัญกับปัญหาขยะพลาสติกในประเทศมากขึ้น&nbsp;เห็นได้จากข้อมูลการบริโภคพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวลดลงเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทยเมื่อเดือนสิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;ถุงพลาสติก&nbsp;,&nbsp;แก้วพลาสติก&nbsp;,&nbsp;หลอดพลาสติก&nbsp;และกล่องโฟมบรรจุอาหาร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปัจจุบันยังการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ยังมีต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้การใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกยังคงเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;การเลือกใช้บริการส่งอาหารออนไลน์มีความสะดวกและมีร้านอาหารให้เลือกหลากหลายมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;Food&nbsp;delivery&nbsp;มีโปรโมชั่นลดราคาอาหาร-บริการส่งฟรี&nbsp;เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล&nbsp;และส่วนหนึ่งผู้ประกอบการร้านค้ามีความเคยชินแจกพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวอยู่&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ประชาชนในฐานะผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมลดขยะพลาสติกได้&nbsp;ด้วยการเลือกไม่รับพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากการใช้บริการ&nbsp;Food&nbsp;Delivery&nbsp;หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกสามารถคัดแยกและล้างทำความสะอาด&nbsp;เพื่อรวบรวมเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&nbsp;หรือนำไปบริจาคให้โครงการ&nbsp;เปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ&nbsp;(เมื่อคุณหมุนเวียน)&nbsp;ได้&nbsp;เพราะการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งจัดการขยะพลาสติกตั้งแต่ขั้นตอนการจัดการ&nbsp;ณ&nbsp;ต้นทาง&nbsp;(ผู้ผลิต)&nbsp;,&nbsp;การจัดการ&nbsp;ณ&nbsp;กลางทาง&nbsp;(ผู้บริโภค&nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหาร)&nbsp;และการจัดการ&nbsp;ณ&nbsp;ปลายทาง&nbsp;(การรีไซเคิล)&nbsp;เพื่อคัดแยกและนำพลาสติกที่ใช้แล้วนำกลับไปใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น&nbsp;</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106143955044"],
    [63,"ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์มะขามป้อมให้เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้  เพื่อส่งเสริมนำร่องให้เกษตรกรในชุมชนปลูก ทั้งแบบกลุ่มผลเล็ก ผลกลาง และผลใหญ่ ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์มะขามป้อมให้เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;เพื่อส่งเสริมนำร่องให้เกษตรกรในชุมชนปลูก&nbsp;ทั้งแบบกลุ่มผลเล็ก&nbsp;ผลกลาง&nbsp;และผลใหญ่&nbsp;โดยผลเล็กส่งให้&nbsp;รพ.ห้วยยอด&nbsp;ผลิตยาแก้ไอสำหรับใช้ในโรงพยาบาลของรัฐ&nbsp;ผลกลาง&nbsp;และผลใหญ่จำหน่ายให้พ่อแม่ค้า&nbsp;และกลุ่มแปรรูปเป็นมะขามป้อมดอง&nbsp;มะขามป้อมแช่อิ่ม</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ได้จัดทำแปลงปลูกและพัฒนาสายพันธุ์มะขามป้อม</strong>&nbsp;เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยาแผนโบราณ&nbsp;และยาแก้ไอ&nbsp;โดยการใช้ผลมะขามป้อมกลุ่มผลเล็ก&nbsp;ซึ่งมีคุณสมบัติทางยา&nbsp;มาตากแห้งและส่งขายให้กับ&nbsp;รพ.ห้วยยอด&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์กลางผลิตยาแก้ไอให้&nbsp;รพ.ของรัฐ&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เพื่อใช้ในการรักษากับผู้ป่วยใน&nbsp;รพ.ของรัฐ&nbsp;และผลใหญ่ส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;โดยจุดเด่นของมะขามป้อมที่ทางศูนย์วิจัยพืชสวนตรังพัฒนาสายพันธุ์ออกมาได้&nbsp;คือ&nbsp;ผลดก&nbsp;มีขนาดผลใหญ่&nbsp;ไม่ใช้สารเคมีกำจัดแมลง&nbsp;เน้นการทำความสะอาดโคนต้น&nbsp;และร่องสวนให้เตียนตลอดเวลาเพื่อป้องกันแมลง&nbsp;หนอนเจาะลำต้นและผล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสุมาลี&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;ทางศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ได้รวบรวมพันธุ์มะขามป้อม&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;จังหวัดในภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากในภาคกลางมะขามป้อมจะลูกใหญ่กว่ามะขามป้อมภาคใต้&nbsp;โดยนำต้นพันธุ์มาปลูกในแปลงทดสอบพันธุ์&nbsp;และตอนนี้ทางศูนย์ฯ&nbsp;ได้ทำการทดลองปลูกในพื้นที่ได้สำเร็จจนได้สายพันธุ์&nbsp;ที่เป็นพันธุ์แนะนำของศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มตามน้ำหนักต่อผล&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มผลเล็ก&nbsp;น้ำหนักไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;กรัม&nbsp;ผลกลาง&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;11-19&nbsp;กรัม&nbsp;ผลใหญ่&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;20&nbsp;กรัม&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;โดยผลเล็กและผลกลาง&nbsp;ทางศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;จะส่งขายให้&nbsp;รพ.ห้วยยอด&nbsp;เพื่อผลิตเป็นยาแก้ไอ&nbsp;ซึ่งมีความต้องการสูง&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;รพ.ห้วยยอด&nbsp;เป็นแหล่งผลิตยาแก้ไอส่งมอบให้กับโรงพยาบาลรัฐในทุกจังหวัด&nbsp;และเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้ส่งเสริมให้ประชาชนนำเอาต้นพันธุ์ไปปลูกเพื่อให้พืชเศรษฐกิจตัวใหม่&nbsp;ตอนนี้ได้ส่งเสริมไปแล้ว&nbsp;15&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงละ&nbsp;15&nbsp;ต้น&nbsp;ซึ่งแปลงส่งเสริมจะให้ปลูกทั้งกลุ่มผลเล็ก&nbsp;และกลุ่มผลใหญ่&nbsp;ผลเล็กจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยา&nbsp;ส่วนผลใหญ่ใช้เพื่อการแปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;ดอง&nbsp;และแช่อิ่ม&nbsp;ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าได้สูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่ขายผลสดได้เพียงกิโลกรัมละ&nbsp;30-50&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากจะส่งขายให้&nbsp;รพ.ห้วยยอดแล้ว&nbsp;ยังมีผู้สนใจมารับผลสดไปจำหน่ายด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>มะขามป้อมมีลักษณะเป็นพืชป่า&nbsp;ดูแลง่าย&nbsp;ช่วงก่อนติดดอกให้ปุ๋ยสูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;</strong>ช่วงติดผลให้ปุ๋ยสูตร&nbsp;13-13-21&nbsp;เพื่อบำรุงลูก&nbsp;ส่วนการดูแลลำต้นต้องดายหน้ารอบโคนต้นให้เตียนและสะอาด&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหนอนเจาะต้น&nbsp;และด้วยความที่มะขามป้อมเป็นพืชสมุนไพรต้องงดใช้สารเคมี&nbsp;ส่วนอายุการให้ผลผลิตของต้นพันธุ์เสียบยอด&nbsp;จะให้ผลผลิตเมื่ออายุครบ&nbsp;2&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;และจะเก็บผลผลิตได้เมื่ออายุต้นครบ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยทางภาคใต้จะชอบรับประทานผลใหญ่&nbsp;เพราะเปรี้ยวน้อย&nbsp;ฝาดน้อย&nbsp;และผลมะขามป้อมมีวิตามินซีสูง&nbsp;ฟลาโวนอยด์&nbsp;แอนตี้อ๊อกซีแด้นท์&nbsp;ในใบมะขามป้อมมีสารแทนนินสูง&nbsp;ใบจึงเหมาะแก่การนำไปทำอาหารเสริมเพื่อเพิ่มอสุจิของปลา&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทดลองใช้ใบ&nbsp;&nbsp;หากเกษตรกรสนใจปลูกมะขามป้อมซึ่งจะเป็นเศรษฐกิจตัวใหม่&nbsp;สามารถติดต่อดูงานได้ที่&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ถนนตรัง-&nbsp;สิเกา&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลไม้ฝาด&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.063&nbsp;-&nbsp;227&nbsp;6250</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106145431050"],
    [64,"สัตวแพทย์ยืนยัน ASF ไม่ติดต่อสู่คน ยึดหลักปรุงสุกก่อนรับประทาน เลือกซื้อเนื้อหมูจากร้านมาตรฐาน","<p>สัตวแพทย์ย้ำโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF) ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในหลายประเทศขณะนี้ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงเฉพาะในสุกรเท่านั้น แต่ไม่ติดต่อไปสู่คน&nbsp;เน้นเลือกซื้อสินค้าปลอดภัยจากร้านที่มีสัญลักษณ์ \"ปศุสัตว์ OK\"&nbsp;หลีกเลี่ยงรับประทานเนื้อหมูที่สุกๆ ดิบๆ และปรุงสุกทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย&nbsp;</p><p><br></p><p>ผศ.น.สพ.ดร.สุเจตน์ ชื่นชม นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย ให้ข้อมูลว่า ถึงแม้ว่าโรค ASF จะไม่ใช่โรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน แต่นับเป็นโรคที่ติดต่อร้ายแรงในสุกรที่สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อการผลิตสุกร และเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มี \"วัคซีน\" ในการป้องกันและควบคุมโรค ที่สำคัญโรคนี้เป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง ทำให้สุกรที่ติดเชื้อมีการตายเฉียบพลันเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์&nbsp;</p><p><br></p><p>ข้อสงสัยของผู้บริโภคที่ว่ารับประทานเนื้อหมูช่วงนี้จะเป็นอะไรไหม? ผศ.น.สพ.ดร.สุเจตน์ ย้ำว่า<strong> สามารถรับประทานเนื้อหมูได้ตามปกติ </strong>อย่างที่ย้ำข้างต้นว่าโรค ASF จะติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงจากสุกรที่ป่วยด้วยกันเอง ไม่แพร่กระจายสู่คนหรือสัตว์ประเภทอื่น ก่อนนำไปปรุงอาหารควรล้างเนื้อหมูให้สะอาด และปรุงสุกทุกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าจะได้บริโภคเนื้อหมูที่ปลอดเชื้อ ปลอดภัย นอกจากนี้ ควรงดการรับประทานเนื้อหมูที่สุกๆ ดิบๆ และแนะนำว่าควรเลือกซื้อสินค้าจากสถานที่จำหน่ายที่เชื่อถือได้ โดยเลือกซื้อจากสถานที่จำหน่ายที่มีตราสัญลักษณ์ \"ปศุสัตว์ OK\" ทั้งในตลาดสดและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>\"ปศุสัตว์ OK\" เป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ตั้งแต่ปี 2558 ว่าเป็นสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มาของเนื้อสัตว์ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงที่ได้มาตรฐานและมีการตรวจสอบของกรมปศุสัตว์ เป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจ&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ขณะเดียวกัน การเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูที่มาจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร ก็มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดการระบาดโรคได้อีกทางหนึ่ง เพราะเชื้อไวรัส ASF มีความทนทานในผลิตภัณฑ์อาหารและสิ่งแวดล้อมสูง ดังนั้น การเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ได้มาตรฐาน การปรุงสุกก่อนทาน และกินร้อน ช้อนกลาง จึงเป็นหลักปฏิบัติสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนได้บริโภคหมูได้อย่างปลอดภัย</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106145356049"],
    [65,"จ.จันทบุรี ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด เดินหน้าดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;6&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;คทช.จังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ทั้งในห้องประชุม&nbsp;และระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;โดยมีเรื่องเพื่อทราบ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คำสั่งนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและเพิ่มเติมองค์ประกอบหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการ&nbsp;รายงานสรุปผลและความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาลท้องที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;เรื่องพิจารณา&nbsp;พื้นที่บริเวณที่กรมชลประทานขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง&nbsp;ทับซ้อนกับพื้นที่บริเวณที่จังหวัดจันทบุรีดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่และอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106164139162"],
    [66,"กรมการค้าภายใน เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสู่มาตรฐานสากล GHP และ HACCP","<p><strong>นายอาวุธ&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;เปิดโครงการเพิ่มศักยภาพมาตรฐานของผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;ให้ผู้ประกอบการโรงสีได้รับรองระบบมาตรฐานการจัดการสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;GHP&nbsp;(Good&nbsp;Hygiene&nbsp;Practice)&nbsp;และระบบมาตรฐานการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม&nbsp;ืหรือ&nbsp;HACCP&nbsp;(Hazard&nbsp;Analysis&nbsp;Critical&nbsp;Control&nbsp;Point)&nbsp;มีผู้ประกอบการโรงสีข้าวได้รับรองระบบมาตรฐานแล้ว&nbsp;375&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานเพิ่มเติมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้ทุกรายได้ผ่านการตรวจรับรองระบบมาตรฐาน&nbsp;GHP&nbsp;และ&nbsp;HACCP&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;รวมเป็น&nbsp;385&nbsp;ราย&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ได้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าวด้วย</p><p><strong>การดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>จะส่งผลต่อการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภค&nbsp;และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว&nbsp;เพิ่มศักยภาพการผลิตและการแข่งขันการส่งออกข้าวไทยได้ในระยะยาว&nbsp;อยู่ภายใต้นโยบายเกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;2567&nbsp;ส่งเสริมพัฒนาและสร้างความเติบโตให้ธุรกิจค้าข้าวได้อย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106153122097"],
    [67,"องค์การสวนสัตว์ ตั้งเป้าให้สวนสัตว์เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้เด็กและเยาวชน คาดปีนี้จะมีเด็กและเยาวชนเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น","<p><strong>องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ตั้งเป้าให้สวนสัตว์เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้&nbsp;เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้เด็กและเยาวชน&nbsp;คาดปีนี้จะมีเด็กและเยาวชนเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ได้ยกระดับมาตรฐานการให้บริการสวนสัตว์ในสังกัด&nbsp;ด้วยการกำหนดให้สวนสัตว์เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับเด็กและเยาวชน&nbsp;โดยเฉพาะการเรียนรู้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข&nbsp;(SHA&nbsp;Plus)&nbsp;และให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของรัฐ&nbsp;โดยสวนสัตว์ได้งดจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติในสวนสัตว์ปีนี้&nbsp;แต่ยังเปิดให้บริการตามปกติเพื่อให้เด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวทั่วไปเข้ามาเที่ยวชม&nbsp;โดยวันเสาร์ที่&nbsp;8&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เด็กๆจะได้เข้าชมสวนสัตว์ฟรี&nbsp;เฉพาะเด็กที่มีความสูงไม่เกิน&nbsp;135&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ซึ่งสวนสัตว์แต่ละแห่งได้เตรียมกิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆสำหรับเด็กและเยาวชน&nbsp;เช่น&nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;พบกับการป้อนอาหารสัตว์&nbsp;ชมส่วนแสดงละมั่ง&nbsp;ลีเมอร์&nbsp;และรับชมการ&nbsp;Live&nbsp;สด&nbsp;เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆตลอดทั้งวัน&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์เชียงใหม่&nbsp;พบกับการชุมนุมเหล่าบรรดาลูกสัตว์หรรษา&nbsp;ทั้งนกมาคอว์&nbsp;ลูกหมูจิ๋ว&nbsp;กระต่าย&nbsp;ลูกแพะ&nbsp;และลูกสัตว์ป่านานาชนิด&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์นครราชสีมา&nbsp;พบกับแลนมาร์คใหม่ดินแดนไดโนเสาร์&nbsp;และการเปิดตัวกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน&nbsp;ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดใหม่ของโลก&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์สงขลา&nbsp;ชมการแสดงความสามารถสัตว์นานาชนิด&nbsp;และองค์ความรู้ด้านสัตว์ป่า&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์อุบลราชธานี&nbsp;ชมการให้อาหารสัตว์แบบใกล้ชิด&nbsp;และร่วมอุปถัมภ์สัตว์ป่ารับของที่ระลึก&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์ขอนแก่น&nbsp;ชมสัตว์ผจญภัยในดินแดนแห่งสัตว์ป่า&nbsp;และสุดหรรษากับบรรดาเหล่ามาสคอตแสนน่ารัก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;คาดการณ์ปีนี้เป็นต้นไป&nbsp;เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่จะมาเที่ยวชมสวนสัตว์มากขึ้น&nbsp;เพราะสวนสัตว์เป็นศูนย์รวมความรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศ&nbsp;แล้วยังได้สร้างการมีส่วนร่วมด้วยการเปิดให้ร่วมบริจาคโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่าภายในสวนสัตว์ทุกแห่ง&nbsp;พร้อมแจ้งไปยังนักท่องเที่ยวที่จะพาบุตรหลานมาเที่ยวชมสวนสัตว์ขอให้มั่นใจด้านความปลอดภัย&nbsp;เพราะสวนสัตว์ทุกแห่งได้ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106151645078"],
    [68,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม นำคณะลงพื้นที่สำรวจคลองวัดประดู่ นำปูนขาวละลายน้ำแล้วเติมลงในลำคลองที่น้ำเสีย เพื่อปรับสภาพน้ำ ช่วยให้เกิดการตกตะกอน เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสีย","<p><strong>ผู้ว่าฯ&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;นำคณะลงพื้นที่สำรวจคลองวัดประดู่&nbsp;นำปูนขาวละลายน้ำแล้วเติมลงในลำคลองที่น้ำเสีย&nbsp;เพื่อปรับสภาพน้ำ&nbsp;ช่วยให้เกิดการตกตะกอน&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสีย</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;นำคณะหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่คลองวัดประดู่&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;เพื่อสำรวจเส้นทางน้ำที่มีความยาวกว่า&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับจังหวัดราชบุรีและมีบ้านเรือนของประชาชนอยู่ริมน้ำทั้งสองฝั่งคลองบางช่วงยังมีความหนาแน่นอยู่&nbsp;สามารถใช้น้ำในการซักเสื้อผ้า&nbsp;ล้างถ้วยชาม&nbsp;อาบน้ำ&nbsp;แต่บางช่วงยังมีผักตบหนาแน่น&nbsp;การสัญจรลำบาก&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การลงพื้นที่สำรวจคลองวัดประดู่ในครั้งนี้ได้นำน้ำหมัก&nbsp;ปูนขาว&nbsp;และ&nbsp;EM&nbsp;เติมลงในลำคลองที่น้ำเสีย&nbsp;เพื่อปรับสภาพน้ำ&nbsp;ช่วยให้เกิดการตกตะกอน&nbsp;และลดความเป็นกรดจากภาวะน้ำเน่าเสียของสารอินทรีย์&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองบางช่วงที่มีวัชพืชหนาแน่น&nbsp;ถึงแม้ท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่จะมีกิจกรรมลงแขกลงคลองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งทางวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม&nbsp;ได้จัดตั้งเครื่องเติมอากาศตลอดระยะทาง&nbsp;ถึง&nbsp;15&nbsp;เครื่อง&nbsp;ขณะนี้ทางวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม&nbsp;กำลังจะออกแบบเรือจัดเก็บผักตบชวาขนาดที่เหมาะสมกับคลองเพื่อจะลดปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งจะบูรณาการกับจังหวัดใกล้เคียงในการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสุภัทร&nbsp;ผลอินหอม&nbsp;กำนันตำบลวัดประดู่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่&nbsp;มีมานาน&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;แล้วตลอดเวลาจังหวัดสมุทรสงครามและส่วนราชการลงมาดำเนินการแก้ไขให้ตลอดแต่ผักตบชวาเติบโตเร็ว&nbsp;หากส่วนราชการสนับสนุนเครื่องจักรลงมาช่วยดำเนินการคงจะสามารถลดปัญหาเรื่องผักตบชวาและวัชพืชได้อย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางไปหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;</strong>ตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;บริเวณประตูน้ำประตูน้ำรางทับแถบ&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปการบริหารจัดน้ำจากโครงการชลประทานสมุทรสงคราม&nbsp;ร่วมกับชาวบ้านตำบลแพรกหนามแดงและใกล้เคียง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106155905124"],
    [69,"อว. พร้อมรับสถานการณ์โควิดระบาดเต็มที่ สั่งการเตรียม รพ. มหาวิทยาลัย และเตรียมพร้อม รพ. สนามรองรับไว้แล้วทั่วประเทศ 13,416 เตียง ใน 47 แห่ง 39 จังหวัด","<p>&nbsp;อว.&nbsp;พร้อมรับสถานการณ์โควิดระบาดเต็มที่&nbsp;สั่งการเตรียม&nbsp;รพ.&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;และเตรียมพร้อม&nbsp;รพ.&nbsp;สนามรองรับไว้แล้วทั่วประเทศ&nbsp;13,416&nbsp;เตียง&nbsp;ใน&nbsp;47&nbsp;แห่ง&nbsp;39&nbsp;จังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.&nbsp;เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รมว.&nbsp;การอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนในประเทศไทย&nbsp;ทำให้มีความกังวลในเรื่องความพร้อมของจำนวนเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วย&nbsp;โดยในส่วน&nbsp;อว.&nbsp;ยืนยันได้เตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ในสังกัด&nbsp;ให้พร้อมที่จะรับผู้ป่วยหนัก&nbsp;และเตรียมโรงพยาบาลสนามที่มีอยู่ทั่วประเทศถึง&nbsp;47&nbsp;แห่ง&nbsp;ใน&nbsp;39&nbsp;จังหวัดไว้แล้วหากมีความจำเป็นจะต้องเปิดใช้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;ศ.ดร.นพ.&nbsp;สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัด&nbsp;อว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19&nbsp;ในปี&nbsp;2563-2564&nbsp;มหาวิทยาลัยในสังกัด&nbsp;อว.&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ได้ร่วมกัน&nbsp;เปิดโรงพยาบาลสนามในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน&nbsp;สามารถดูแลผู้ติดเชื้อในหลายระลอกที่ผ่านมา&nbsp;รวมกันแล้วมากกว่า&nbsp;100,000&nbsp;คน&nbsp;จนผู้ติดเชื้อจำนวนลดลง&nbsp;ทางโรงพยาบาลสนาม&nbsp;จึงพักการดำเนินงานชั่วคราว&nbsp;แต่ในขณะนี้มีความกังวลว่าอาจจะเกิดการระบาดเพิ่มได้อีก&nbsp;ทาง&nbsp;อว.&nbsp;จึงสั่งการเพิ่มเติมให้โรงพยาบาลสนามแต่ละแห่งร่วมมือกับทางจังหวัดและกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มที่&nbsp;พร้อมกลับมาเปิดรับผู้ป่วยได้หากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;หรือปรับรูปแบบเป็น&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;หรือ&nbsp;Community&nbsp;Isolation</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์ในช่วงนี้พบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและน่าจะสามารถดูแลที่บ้านหรือในชุมชนได้&nbsp;แต่&nbsp;ทั้งนี้ก็ได้เตรียม&nbsp;รพ.สนามไว้รองรับด้วย&nbsp;ซึ่งรวมมีจำนวนเตียงกว่า&nbsp;13,416&nbsp;เตียง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กทม.และปริมณฑล&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่&nbsp;ม.ศรีนครินทรวิโรฒ&nbsp;นนทบุรี&nbsp;มทร.ธัญบุรี&nbsp;มรภ.ธนบุรี&nbsp;ศูนย์สมุทรปราการ&nbsp;สนง.พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;(สวทช.)&nbsp;องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.)&nbsp;(CI)&nbsp;ม.เกษตรศาสตร์&nbsp;กำแพงแสน&nbsp;(CI)&nbsp;ม.รามคำแหง&nbsp;(CI)&nbsp;ม.ธุรกิจบัณฑิตย์&nbsp;(CI)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่&nbsp;ม.ศรีนครินทรวิโรฒ&nbsp;นครนายก&nbsp;มทร.สุวรรณภูมิ&nbsp;ศูนย์พระนครศรีอยุธยา&nbsp;มรภ.เทพสตรี&nbsp;มรภ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;มทร.รัตนโกสินทร์&nbsp;ว.วังไกลกังวล&nbsp;มทร.สุวรรณภูมิ&nbsp;สุพรรณบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่&nbsp;ม.พะเยา&nbsp;ม.แม่โจ้&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ม.แม่โจ้&nbsp;แพร่&nbsp;ม.แม่ฟ้าหลวง&nbsp;มรภ.กำแพงเพชร&nbsp;มทร.ล้านนา&nbsp;ตาก&nbsp;มรภ.อุตรดิตถ์&nbsp;มรภ.นครสวรรค์&nbsp;มรภ.เพชรบูรณ์&nbsp;มทร.ล้านนา&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;มรภ.พิบูลสงคราม&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;(CI)&nbsp;ม.แม่โจ้&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;(CI)&nbsp;ม.แม่ฟ้าหลวง&nbsp;(CI)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่&nbsp;ม.เกษตรศาสตร์&nbsp;สกลนคร&nbsp;ม.ขอนแก่น&nbsp;ม.เทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;ม.มหาสารคาม&nbsp;ม.มหิดล&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;มรภ.บุรีรัมย์&nbsp;มรภ.อุดรธานี&nbsp;สามพร้าว&nbsp;มรภ.อุบลราชธานี&nbsp;วิทยาลัยชุมชนยโสธร&nbsp;มทร.อีสาน&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;(CI)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาคใต้&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่&nbsp;ม.ทักษิณ&nbsp;พัทลุง&nbsp;ม.สงขลานครินทร์&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ม.สงขลานครินทร์&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ม.สงขลานครินทร์&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;ม.สงขลานครินทร์&nbsp;ตรัง&nbsp;มรภ.ยะลา&nbsp;มรภ.สุราษฏร์ธานี&nbsp;มรภ.ภูเก็ต&nbsp;ม.สงขลานครินทร์&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;(CI)&nbsp;ม.แม่โจ้&nbsp;ชุมพร&nbsp;(CI)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่&nbsp;มรภ.ราชนครินทร์&nbsp;มรภ.รำไพพรรณี&nbsp;มทร.ธัญบุรี&nbsp;ปราจีนบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมาโรงพยาบาลสนาม&nbsp;อว.รับผู้ป่วยสูงสุดในเวลาเดียวกันกว่าหมื่นราย&nbsp;ปัจจุบันเหลือรักษาตัวอยู่เพียงพันกว่าราย&nbsp;จึงมีกำลังพอจะรองรับได้เพิ่มอีก&nbsp;หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังหนัก&nbsp;อว.สามารถขยายเตียงในโรงพยาบาลสนามเพิ่มได้อีก&nbsp;15,000&nbsp;เตียง&nbsp;ย้ำว่า&nbsp;อว.พร้อมเป็นกองหนุนอย่างเต็มที่&nbsp;และไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีเตียง&nbsp;</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106195910247"],
    [70,"งบประมาณปี 66 มุ่งมั่นให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญต่อเนื่อง สร้างรายได้สู่ครัวเรือนเกษตรกรอย่างยั่งยืน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยภายหลังประชุมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้เตรียมการจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;13&nbsp;แผนการปฏิรูปประเทศ&nbsp;นโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ&nbsp;&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;และนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;อุทกภัย&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;โรคระบาดในพืชและสัตว์&nbsp;และการแก้ปัญหาผลกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;ที่มีต่อภาคเกษตร&nbsp;ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องให้การช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ที่อยู่ในภาคการเกษตรที่เกี่ยวข้อง</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106175532193"],
    [71,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย บริการผสมเทียมกระบือและตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายให้บริการผสมเทียมกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ&nbsp;นายจำนงค์&nbsp;โสประดิษฐ์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;16&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโพนสูง&nbsp;เลี้ยงกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านกกเหี่ยน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโพนสูง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายบุญมา&nbsp;สุทธิ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;52&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;124&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านนาสีเทียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายกรุงทอง&nbsp;สิงห์ภา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;69&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัวที่บ้านตาดเสี้ยว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106165214170"],
    [72,"เกษตรธารโต ลงพื้นที่ติดตามแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน จังหวัดยะลา","<p><strong>เกษตรธารโต&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน</strong>&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โครงการแปลงใหญ่&nbsp;2564&nbsp;และประเมินแปลง&nbsp;GAP&nbsp;เบื้องต้น</p><p><strong>วันนี้(&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางสาวปุณญิสา&nbsp;เซ่งซิ้ว&nbsp;เกษตรอำเภอธารโต</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวภัทรสิริตา&nbsp;พรหมประสิทธิ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอธารโต&nbsp;ได้ลงพื้นติดตามการดำเนินงานแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน&nbsp;และประเมินแปลง&nbsp;GAP&nbsp;ทุเรียน&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ได้ให้ความรู้การบันทึกข้อมูลแปลง&nbsp;นายอุลัย&nbsp;เพ็งภัตรา&nbsp;ม.7&nbsp;ต.แม่หวาด&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106173640181"],
    [73,"เกษตรยะลา ประชุมวางแผนการจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน","<p><strong>วันนี้(&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย&nbsp;ผอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด&nbsp;สำนักงานจังหวัดยะลา&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมวางแผนการจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;ในประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาไม้ผลจังหวัดยะลา&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;รศ.ดร.สุนันท์&nbsp;สีสังข์&nbsp;มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&nbsp;</strong>เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาผลไม้จังหวัดยะลา&nbsp;ตั้งแต่การจัดการผลิต&nbsp;และผลิตไม้ผลคุณภาพสู่ผู้บริโภค&nbsp;รวมทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาการตลาดสินค้าผลไม้ที่มีมายาวนานต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งได้วางยุทธศาสตร์ไว้&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการผลไม้ในการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าไม้ผล&nbsp;พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดไม้ผลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;สร้างความเข้มแข็งและความเสมอภาคให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรไม้ผล&nbsp;บริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการผลิตผลไม้ครบวงจร&nbsp;และการพัฒนาเครือข่ายการส่งออกและระบบโลจิสติกส์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106173750182"],
    [74,"ปีนี้น้ำน้อย !!เกษตรจังหวัดนครพนม แนะลดทำนารอบ 2 ชวนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลาดต้องการ สร้างรายได้เสริม","<p><strong>จากข้อมูลการคาดการณ์สถานการณ์ปริมาณน้ำต้นทุน</strong>ในเขตและนอกเขตชลประทาน&nbsp;มีปริมาณน้ำที่ค่อนข้างน้อย&nbsp;ทำให้ในหลายพื้นที่จำเป็นที่จะต้องงดการจัดสรรน้ำในการเพาะปลูกข้าวในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรอาจจะได้รับผลกระทบจากประมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ&nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องของการเพาะปลูกพืช&nbsp;โดยการงดการทำนาแล้วหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;จะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่&nbsp;133.79&nbsp;(ม.รทก.)&nbsp;ความลึก&nbsp;10.55&nbsp;เมตร&nbsp;ปริมาณน้ำปัจจุบัน&nbsp;2,200&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8%&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;:&nbsp;สำนักวิจัย&nbsp;พัฒนาและอุทกวิทยา&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;ม.ค.65)</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ประสานไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ทราบถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่และการงดทำนาในรอบที่&nbsp;2&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่น้อยและอาจจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่เพาะปลูกพืช&nbsp;จึงได้เชิญชวนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ในช่วงฤดูแล้งให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลุกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;ผ่านโครงการของรัฐต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย&nbsp;(หลังนา)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการที่จะปลูกพืชอื่นทดแทนการทำนาในรอบที่&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>เตรียมแปลงดี&nbsp;มีชัยไปกว่าครึ่ง&nbsp;ลดต้นทุนได้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>แนะนำให้เกษตรกรที่สนใจที่ปลูกพืชน้ำน้อยเตรียมดิน&nbsp;โดยใช้วิธีการไถดะและไถพรวน&nbsp;(2-3&nbsp;ครั้ง)&nbsp;เตรียมแปลงโดยการยกแปลงผสมปุ๋ยรองพื้นและปุ๋ยคอก&nbsp;รดน้ำให้ชุ่ม&nbsp;ยกระบบแปลงให้พอเหมาะ&nbsp;ย่อยดินก้อนให้มีขนาดเล็กลงหรือนำออกจากแปลง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักเก็บลมร้อน&nbsp;หากเตรียมดินดี&nbsp;การคลุมแปลงจะสามารถอยู่ได้นานต่อเนื่องอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;ฤดูกาลปลูก&nbsp;ใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;หรือปุ๋ยหมักในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความเหมาะสมในการปลุกพืช&nbsp;แล้วคลุมแปลงด้วยหญ้าหรือฟางข้าวและรดน้ำให้พอมีความชื้น&nbsp;ก่อนเจาะหลุมปลูกต้นกล้า&nbsp;วิธีนี้จะช่วยให้ดินมีความเย็นในฤดูร้อน&nbsp;รักษาความชื้นในดิน&nbsp;ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากฝน&nbsp;ลดการสูญเสียปุ๋ย&nbsp;ลดวัชพืช&nbsp;ปรับปรุงโครงสร้างดิน&nbsp;ลดการอัดแน่นของดิน&nbsp;ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;ทำให้ผลผลิตไม่สัมผัสกับพื้นดิน&nbsp;ปัญหาที่อาจพบได้คือ&nbsp;ในที่ที่มีความชื้นสูง&nbsp;หากฟางใกล้โคนต้นมากไป&nbsp;อาจทำให้เกิดโรคเน่าได้&nbsp;อาจเป็นที่สนใจของสัตว์ศัตรูพืช&nbsp;เช่น&nbsp;หมู&nbsp;และไก่&nbsp;เสี่ยงต่อการเกิดโรคและนำแมลงพาหะมาสู่แปลงปลูกพืชได้</p><p><strong>7&nbsp;พืชน้ำน้อย&nbsp;ทางเลือกใหม่&nbsp;สู้ภัยแล้ง&nbsp;</strong>ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชน้ำน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่</p><p>(1)&nbsp;ข้าวโพดข้าวเหนียว&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;438&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;64-68&nbsp;วัน</p><p>(2)&nbsp;ฟักทอง&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;616&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;75-90&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>(3)&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;458&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;55-60&nbsp;วัน</p><p>(4)&nbsp;แฟง&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;551&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;60-65&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>(5)&nbsp;แตงกวา&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;660&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;30-32&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>(6)&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;300&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;21&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>(7)&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;758&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;150&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจำหน่ายผลผลิต&nbsp;เกษตรกรจะต้องวางแผนและศึกษาข้อมูล</strong>ด้านการตลาดในพื้นที่ก่อนทำการเพาะปลูก&nbsp;เพื่อป้องกันปริมาณผลผลิตที่ได้ราคาต่ำ&nbsp;และทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรนำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายในรูปแบบตลาดออนไลน์ที่มีการเปิดช่องทางของเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;สินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่จะเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรและผู้บริโภคได้มาพบกัน&nbsp;และสามารถจำหน่ายผลผลิตจากผู้ผลิตและผู้บริโภคได้โดยตรง&nbsp;ทำให้สะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้&nbsp;สิ่งสำคัญเกษตรกรจะต้องเน้นการผลิตที่ปลอดภัยและยึดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการทำการเกษตร&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้นได้อย่างมั่นคง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีอาทิตย์&nbsp;อุ่นนาแซง</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106181016203"],
    [75,"สว.จับมือ สส.สุราษฎร์ธานีร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นการใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงในทะเลชายฝั่ง ให้เป็นเครื่องมือประมงพื้นบ้าน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสำราญ&nbsp;ครรชิต&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสมชาติ&nbsp;ประดิษฐ์พร&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เขตอำเภอพุนพิน&nbsp;ร่วมกับผู้ประกอบการผู้ทำการประมง&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมรับฟังและแสดงความคิดเห็น&nbsp;กรณีการทำการประมงโดยใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงในทะเลชายฝั่งเพื่อให้อวนรุน&nbsp;เป็นเครื่องมือประมงพื้นบ้าน&nbsp;โดยได้เชิญนายอิทธิพล&nbsp;ขวาไทย&nbsp;ประมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายศิวะ&nbsp;ธนาพล&nbsp;ประมงอำเภอเมืองสุราฎร์ธานี&nbsp;นายเสน่ห์&nbsp;รัตนสำเนียง&nbsp;ประมงอำเภอไชยา&nbsp;เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นด้วย&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายประมง</strong>&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.ก&nbsp;การประมง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;และในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพุนพิน&nbsp;โรงแรมสยามธานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อวนรุน&nbsp;เป็นเครื่องมืออวนรูปถุงอีกชนิดหนึ่งที่ใช้แรงคน&nbsp;</strong>หรือเครื่องยนต์ผลักดันเครื่องมือ&nbsp;อวนที่ยึดติดกับคันรุน&nbsp;และติดตั้งบริเวณหัวเรือ&nbsp;ให้เคลื่อนที่ในแนวราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้สัตว์น้ำที่อยู่ด้านหน้าใกล้ปากอวนเข้ามาติดอยู่ที่ก้นถุงอวน&nbsp;เครื่องมือประเภทนี้ปากอวนจะเป็นรูปสามเหลี่ยมเอนตามคัน&nbsp;รุน&nbsp;หลักการจับสัตว์น้ำเหมือนเครื่องมือประเภทอวนลาก&nbsp;มีข้อจำกัด&nbsp;คือ&nbsp;ไม่สามารถทำการประมงในระดับน้ำ&nbsp;ลึกเกินกว่า&nbsp;15&nbsp;เมตรได้&nbsp;เว้นแต่จะใช้คันรุน&nbsp;และเรือที่ยาวมาก&nbsp;ข้อจำกัดอีกประการหนึ่ง&nbsp;คือ&nbsp;ไม่สามารถใช้ทำประมงบริเวณที่พื้นทะเลที่มีสิ่งกีดขวางใต้น้ำที่สามารถทำให้อวนฉีกขาดได้&nbsp;เครื่องมือนี้ชาวประมงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณทะเลใกล้ปากแม่น้ำ&nbsp;อ่าวน้ำตื้น&nbsp;และบริเวณชายหาดที่มีกุ้งและเคยชุกชุม.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106181812207"],
    [76,"เกษตรกรตำบลนาท่ามใต้ จังหวัดตรัง ทำการเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 7,000-8,000 บาท เป็นรายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้จากสวนยางพารา","<p><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;จ่าเอกประวิทย์&nbsp;ทองเขียว&nbsp;รักษาการประมงอำเภอเมืองตรัง&nbsp;และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;เยี่ยมเยียนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(เครือข่ายตำบลนาท่ามใต้)&nbsp;ม.1&nbsp;ตำบลนาท่ามใต้&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;นางสาวสุดชดา&nbsp;สุดสิริ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ทางศูนย์ฯ&nbsp;ยังเป็นเครือข่ายศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;</strong>ได้มีการแนะนำการให้หลอดแบล๊ดไลค์ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชภายในแปลง&nbsp;ภายในศูนย์ฯ&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสาน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;กิจกรรมด้านประมง&nbsp;(เลี้ยงปลาทับทิม&nbsp;)&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;(เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;และเป็ดไข่)&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;กล้วย&nbsp;และไม้ยืนต้น&nbsp;ผลผลิตที่ได้จัดจำหน่ายให้แก่คนในชุมชนสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ&nbsp;7,000-8,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นรายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้จากสวนยางพารา&nbsp;พร้อมทั้งมอบป้าย&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;&nbsp;(1&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ศดปช.)&nbsp;ประจำตำบลบ้านควน&nbsp;เพื่อให้บริการการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;และแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;และอินทรีย์แก่เกษตรกรในตำบล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183323216"],
    [77,"วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชน","<p>นางสาววรรณธิดา&nbsp;เบญจกุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด</strong>&nbsp;&nbsp;มีกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;ธนาคารปูม้า&nbsp;และได้มีการต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม&nbsp;และของชุมชม&nbsp;ด้วยการทำน้ำพริกไข่ปู&nbsp;น้ำพริกปูม้าสมุนไพรคั่วแห้ง&nbsp;และจ๊อปู&nbsp;เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183550218"],
    [78,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง","<p><strong>วันนี้(&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางอุไร&nbsp;แสงภักดี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการและขับเคลื่อนการผลิตผักปลอดภัย</strong>เพื่อการบริโภคในครัวเรือน&nbsp;เน้นการลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;สร้างสุขภาพที่ดีให้แก่เกษตรกร&nbsp;&nbsp;ได้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการนำความรู้ไปปฏิบัติใช้ของเกษตรกร&nbsp;และให้คำแนะนำตั้งแต่วิธีการประกอบโรงเรือน&nbsp;การเตรียมดิน&nbsp;การให้น้ำและการจัดการศัตรูพืชที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังช่วยประสานงานเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ในการนี้ได้ลงตรวจเยี่ยมเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่ตำบลบางรัก&nbsp;นาท่ามเหนือ&nbsp;และนาท่ามใต้&nbsp;เกษตรกรได้ประกอบโรงเรือนเรียบร้อยแล้วและวางแผนปลูกผักกาด&nbsp;ผักกวางตุ้ง&nbsp;ผักคะน้าและผักชี&nbsp;ผลการสำรวจความพึงพอใจของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจเนื่องจากเป็นโครงการที่เกษตรกรได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183748221"],
    [79,"สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมแปลงเกษตรกรเตรียมจัดตั้ง ศพก.เครือข่าย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;เยี่ยมแปลงเกษตรกร&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;แปลงนายอธิพงศ์&nbsp;โพธิ์ทอง&nbsp;ม.1&nbsp;ต.โคกสะบ้า&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;พื้นที่&nbsp;กว่า&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ที่เน้นทำการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;กล้วยหอมทอง&nbsp;เลี้ยงปลาดุก&nbsp;ไก่&nbsp;และหมู&nbsp;เลี้ยงผึ้ง&nbsp;ในสวนมังคุด&nbsp;ลองกอง&nbsp;และขยายพันธุ์ไม้ประดับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;แปลงที่&nbsp;2&nbsp;ของ&nbsp;น.ส.ธณฐกาญจน์&nbsp;หมุนมิต&nbsp;ม.4&nbsp;ต.นาโยงเหนือ&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</strong>เน้นพืชผัก&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะนาว&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ต้นหมาก&nbsp;กาแฟ&nbsp;และกล้วย&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;เตรียมจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.เครือข่าย)&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ให้คำแนะนำการดูแล&nbsp;การจัดการสวน&nbsp;ด้วยวิธีผสมผสาน&nbsp;แก่เกษตรกรอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183907222"],
    [80,"สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง จัดฝึกอบรม โครงการแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ (แรงงานนอกระบบ) สาขา การทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายปกรณ์&nbsp;ศรีเพชร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;ฝ่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เปิดฝึกอบรม&nbsp;โครงการแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ&nbsp;กิจกรรมแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ&nbsp;(แรงงานนอกระบบ)&nbsp;สาขา&nbsp;การทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1/2565&nbsp;ระยะเวลาฝึก&nbsp;30&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอนกประสงค์&nbsp;ม.10&nbsp;ต.แหลมสอม&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;ผู้เข้าฝึกอบรม&nbsp;20&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะให้กับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะให้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;ทักษะฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;และการเตรียมความพร้อมทางด้านจรรยาบรรณในวิชาชีพเพื่อเข้าสู่กระบวนการทำงาน&nbsp;เพื่อสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;และสังคมให้การยอมรับในศักยภาพการทำงาน&nbsp;รวมถึงเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเป็นกำลังแรงงานตามความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;และสามารถนำไปประกอบอิสระได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106184137225"],
    [81,"สำนักงานชลประทานที่ 1 เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียน เรื่องน้ำ ตลอดแนวลำน้ำปิงในเขตความรับผิดชอบ 6 แห่ง","<p>นายสุดชาย&nbsp;พรหมมลมาศ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;1ได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน&nbsp;สอบถามปัญหาเรื่องน้ำ&nbsp;ในเขตความรับผิดชอบตลอดแนวลำน้ำปิงเชียงใหม่&nbsp;-ลำพูน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;แห่งที่&nbsp;1&nbsp;ประตูระบายน้ำท่าวังตาล&nbsp;ตำบลป่าแดด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;(เขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ฝายพญาคำ&nbsp;ฝายหนองผึ้ง&nbsp;ฝายท่าศาลา&nbsp;ประตูระบายน้ำท่าวังตาล&nbsp;ฝายท่ามะโก๋และฝายสบร้อง)&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;ฝายแม่ปิงเก่า&nbsp;ตำบลดอนแก้ว&nbsp;อำเภอสารภี&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;(เขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ฝายแม่ปิงเก่า&nbsp;และฝายพญาอุต)&nbsp;แห่งที่&nbsp;3&nbsp;ฝายหนองสลีก&nbsp;ตำบลบ้านเรือน&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;(เขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ฝายหนองสลีก)&nbsp;แห่งที่&nbsp;4&nbsp;ฝายดอยน้อย&nbsp;ตำบลดอยหล่อ&nbsp;อำเภอดอยหล่อ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;(เขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ฝายดอยน้อย)&nbsp;แห่งที่&nbsp;5&nbsp;ฝายวังปาน&nbsp;ตำบลหนองล่อง&nbsp;อำเภอเวียงหนองล่อง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;(เขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ฝายวังปาน)&nbsp;และ&nbsp;แห่งที่&nbsp;6&nbsp;ประตูระบายน้ำแม่สอย&nbsp;ตำบลแม่สอย&nbsp;อำเภอจอมทอง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;(เขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ประตูระบายน้ำแม่สอย)&nbsp;ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามปัญหาเรื่องน้ำ&nbsp;แจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ศูนย์รับเรื่องทั้ง&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรและเครื่องมือสำหรับให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หากเกิดวิกฤตภัยแล้งปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>ทั้งนี้&nbsp;สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;มีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;โดยเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลมีปริมาณน้ำ&nbsp;113.046&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;42.66&nbsp;ของความจุเก็บกัก&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารามีปริมาณน้ำ&nbsp;86.231&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;32.79&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดกลางจำนวน&nbsp;19&nbsp;แห่ง&nbsp;มีปริมาณน้ำรวม&nbsp;78&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กจำนวน&nbsp;191&nbsp;แห่ง&nbsp;มีปริมาณน้ำรวม&nbsp;58&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</p><p><br></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106212407265"],
    [82,"ปศุสัตว์ฯ อยุธยา ออกหน่วยทำหมัน ฉีดวัคซีน สุนัข-แมว ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายชูฤทธิ์&nbsp;เสนีย์มโนมัย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>นำกลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภออุทัย&nbsp;ออกหน่วยทำหมัน&nbsp;และฉีดวัคซีนให้กับสุนัข-แมว&nbsp;เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ในโครงการรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลสามบัณฑิต&nbsp;ตำบลสามบัณฑิต&nbsp;อำเภออุทัย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;ได้ทำหมันและฉีดวัคซีนให้กับสุนัขและแมว&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;31&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106205917254"],
    [83,"เกษตรจังหวัดนครพนม แนะลดทำนารอบ 2 ชวนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลาดต้องการ สร้างรายได้เสริม","<p><strong>เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;แนะลดทำนารอบ&nbsp;2&nbsp;ชวนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลาดต้องการ&nbsp;สร้างรายได้เสริม</strong></p><p><br></p><p><strong>จากข้อมูลการคาดการณ์สถานการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนในเขตและนอกเขตชลประทาน</strong>&nbsp;มีปริมาณน้ำที่ค่อนข้างน้อย&nbsp;ทำให้ในหลายพื้นที่จำเป็นที่จะต้องงดการจัดสรรน้ำในการเพาะปลูกข้าวในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรอาจจะได้รับผลกระทบจากประมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ&nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องของการเพาะปลูกพืช&nbsp;โดยการงดการทำนาแล้วหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่&nbsp;133.79&nbsp;(ม.รทก.)&nbsp;ความลึก&nbsp;10.55&nbsp;เมตร&nbsp;ปริมาณน้ำปัจจุบัน&nbsp;2,200&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8&nbsp;%&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;:&nbsp;สำนักวิจัย&nbsp;พัฒนาและอุทกวิทยา&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;ม.ค.2565)</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ประสานไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ทราบถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่และการงดทำนาในรอบที่&nbsp;2&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่น้อยและอาจจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่เพาะปลูกพืช&nbsp;จึงได้เชิญชวนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ในช่วงฤดูแล้งให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยในปี&nbsp;65&nbsp;ได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;ผ่านโครงการของรัฐต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย&nbsp;(หลังนา)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการที่จะปลูกพืชอื่นทดแทนการทำนาในรอบที่&nbsp;2</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่สนใจที่ปลูกพืชน้ำน้อยเตรียมดิน&nbsp;โดยใช้วิธีการไถดะและไถพรวน&nbsp;(2-3&nbsp;ครั้ง)&nbsp;</strong>เตรียมแปลงโดยการยกแปลงผสมปุ๋ยรองพื้นและปุ๋ยคอก&nbsp;รดน้ำให้ชุ่ม&nbsp;ยกระบบแปลงให้พอเหมาะ&nbsp;ย่อยดินก้อนให้มีขนาดเล็กลงหรือนำออกจากแปลง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักเก็บลมร้อน&nbsp;หากเตรียมดินดี&nbsp;การคลุมแปลงจะสามารถอยู่ได้นานต่อเนื่องอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;ฤดูกาลปลูก&nbsp;ใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;หรือปุ๋ยหมักในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความเหมาะสมในการปลุกพืช&nbsp;แล้วคลุมแปลงด้วยหญ้าหรือฟางข้าวและรดน้ำให้พอมีความชื้น&nbsp;ก่อนเจาะหลุมปลูกต้นกล้า&nbsp;วิธีนี้จะช่วยให้ดินมีความเย็นในฤดูร้อน&nbsp;รักษาความชื้นในดิน&nbsp;ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากฝน&nbsp;ลดการสูญเสียปุ๋ย&nbsp;ลดวัชพืช&nbsp;ปรับปรุงโครงสร้างดิน&nbsp;ลดการอัดแน่นของดิน&nbsp;ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;ทำให้ผลผลิตไม่สัมผัสกับพื้นดิน&nbsp;ปัญหาที่อาจพบได้คือ&nbsp;ในที่ที่มีความชื้นสูง&nbsp;หากฟางใกล้โคนต้นมากไป&nbsp;อาจทำให้เกิดโรคเน่าได้&nbsp;อาจเป็นที่สนใจของสัตว์ศัตรูพืช&nbsp;เช่น&nbsp;หมู&nbsp;และไก่&nbsp;เสี่ยงต่อการเกิดโรคและนำแมลงพาหะมาสู่แปลงปลูกพืชได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106210317256"],
    [84,"เข้าตรวจแนะนำการจัดทำบัญชี กลุ่มเกษตรกรทำนาบ้านเสียว สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางสาวมานิดา&nbsp;สานารีย์&nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชี&nbsp;เข้าตรวจเเนะนำการจัดทำบัญชีกลุ่มเกษตรกรทำนาบ้านเสียว&nbsp;สำหรับปีสิ้นสุดวันที่?&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะด้านการเงินการบัญชีแก่?กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ?&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#ตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106223647278"],
    [85,"ร่วมตรวจติดตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลังปี 256465","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;</strong>สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายนิวัตร&nbsp;คำภา&nbsp;นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ&nbsp;&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&nbsp;ร่วมตรวจสอบสต็อกผู้ประกอบการมันสำปะหลังที่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ตามคำสั่งคณะทำงานตรวจสอบสต็อกตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลังจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106223921286"],
    [86,"เข้าตรวจแนะนำการจัดทำบัญชี กลุ่มเกษตรกรทำนาโพนเมืองน้อย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาววรรณิภา?&nbsp;ภูต้องลม&nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชี?&nbsp;เข้าตรวจเเนะนำการจัดทำบัญชีกลุ่มเกษตรกรทำนาโพนเมืองน้อย&nbsp;สำหรับปีสิ้นสุดวันที่?&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะด้านการเงินการบัญชีแก่?กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106224033288"],
    [87,"ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ สกย.โพนทอง จำกัด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;1&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการ&nbsp;สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโพนทอง&nbsp;จำกัด&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการสหกรณ์&nbsp;เพื่อติดตามการใช้หนี้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,500,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">Cr#สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106225211290"],
    [88,"จังหวัดนครราชสีมา \"Kick off ปฏิบัติการทั้งจังหวัดกำจัด PM 2.5\"และพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ แสดงเจตนารมณ์ รณรงค์ ป้องกัน และรับมือกับปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM2.5)","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานในพิธี&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;\"Kick&nbsp;off&nbsp;&nbsp;ปฏิบัติการทั้งจังหวัดกำจัด&nbsp;&nbsp;PM&nbsp;2.5\"&nbsp;เพื่อตรวจความพร้อมด้านทรัพยากร&nbsp;และพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;แสดงเจตนารมณ์&nbsp;รณรงค์&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และรับมือกับปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM2.5)&nbsp;ระหว่าง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กับ&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;และเครือข่ายภาคประชาชน&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี&nbsp;และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมMOU&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;39&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>โดย&nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;</strong>(นครราชสีมา)&nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการแสดงเครื่องมือตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;PM10)&nbsp;และนิทรรศการแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ&nbsp;รายชั่วโมง&nbsp;ผ่าน&nbsp;Application&nbsp;Air4Thai&nbsp;และสาธิตการตรวจวัดควันดำรถยนต์&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริง-ห้ามใช้รถยนต์ควันดำ&nbsp;เพื่อลดฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107071502298"],
    [89,"จังหวัดสงขลา เร่งแก้ปัญหาขยะมูลฝอยและขยะติดเชื้อ ควบคู่การรณรงค์ สร้างการรับรู้การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายพนมเทียน&nbsp;เส้งวั่น&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการขยะ&nbsp;ภายใต้แผน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ซึ่งแบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ระดับต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;โดยการจัดการขยะต้นทาง&nbsp;ใช้หลัก&nbsp;3Rs&nbsp;ในการคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน&nbsp;การคัดแยกขยะอินทรีย์&nbsp;หรือขยะเปียกออกจากขยะทั่วไป&nbsp;ซึ่งเป็นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;และแก้ไขปัญหาขยะได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดการขยะระดับกลางทาง&nbsp;จะเน้นในเรื่องของการเก็บขนขยะมูลฝอย</strong>แยกประเภทให้สอดคล้องกับพื้นที่&nbsp;รวมถึงการดูแล&nbsp;ตรวจสอบรถขนขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีและดำเนินการเก็บขนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ให้เกิดการตกหล่นระหว่างทาง&nbsp;และในระดับปลายทาง&nbsp;จะมีการบริหารจัดการโดยกลุ่ม&nbsp;Cluster&nbsp;ซึ่งจังหวัดสงขลามีกลุ่ม&nbsp;Cluster&nbsp;หลัก&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และในแต่ละกลุ่ม&nbsp;Cluster&nbsp;จะมี&nbsp;5&nbsp;กลุ่มที่มีแหล่งกำจัดขยะที่ถูกหลักสุขาภิบาล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;เทศบาลเมืองบ้านพรุ&nbsp;เทศบาลเมืองสะเดา&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลคลองหอยโข่ง&nbsp;ในการเข้ามาบริหารจัดการขยะด้วยวิธีการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้า&nbsp;หรือกำจัดขยะตามความเหมาะสม</p><p><strong>อีกทั้งในห้วงของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้เกิดขยะจาก&nbsp;ATK</strong>&nbsp;และขยะจากอุปกรณ์ป้องกันโรคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากากอนามัยขึ้นเป็นจำนวนมาก&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จึงได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เข้ามาดำเนินการบริหารจัดการขยะเหล่านี้&nbsp;โดยจัดเก็บและทำลายขยะติดเชื้อให้ถูกวิธี&nbsp;ทั้งในหน่วยงาน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;รวมถึงประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;โดยการคัดแยกขยะออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;ขยะที่ไม่ได้ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง&nbsp;สามารถทิ้งลงถังขยะทั่วไป&nbsp;และขยะที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง&nbsp;ที่จะต้องทำความสะอาดด้วยน้ำชาฆ่าเชื้อ&nbsp;ปิดฝาให้มิดชิด&nbsp;&nbsp;หรือทำสัญลักษณ์บ่งบอกเจ้าหน้าที่ก่อนจะนำไปทิ้ง&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจัดเก็บและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107074452302"],
    [90,"ชูนวัตกรรมเรือเก็บตัวอย่างตะกอนและคุณภาพน้ำลำแรกของไทย เสริมประสิทธิภาพภารกิจงานชลประทาน","<p><strong>นายทินกร&nbsp;เหลือล้น&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;9&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;ถือเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญที่สุดในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;ความจุเก็บกัก&nbsp;117&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;รักษาระบบนิเวศ&nbsp;การเกษตร&nbsp;การท่องเที่ยวและการอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;ประมาณ&nbsp;80&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.ต่อปี&nbsp;แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่รับน้ำของอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าไหลลงอ่างฯ&nbsp;เฉลี่ยเหลือประมาณ&nbsp;&nbsp;40&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.ต่อปี&nbsp;สวนทางกับการคาดการณ์ในอีก&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ข้างหน้า&nbsp;ที่ความต้องการใช้น้ำในอ่างฯ&nbsp;บางพระจะเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;150&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.ต่อปี&nbsp;จึงจำเป็นต้องนำน้ำต้นทุนจากแหล่งน้ำอื่นๆ&nbsp;มาเสริมน้ำต้นทุนในอ่างฯ&nbsp;บางพระ&nbsp;โดยการสูบผันน้ำส่วนเกินจากแหล่งอื่นในช่วงฤดูฝน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระบบสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิต&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และระบบสูบผันน้ำจากแม่น้ำบางประกง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;พร้อมติดตามและควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นประจำ&nbsp;แต่ในส่วนของอ่างฯ&nbsp;บางพระจะพิเศษกว่าแหล่งน้ำอื่นๆ&nbsp;ที่มีระบบโทรมาตรตรวจวัดคุณภาพน้ำ&nbsp;ที่สามารถตรวจวัดได้แบบ&nbsp;Real&nbsp;Time&nbsp;ทั้งบริเวณอ่างเก็บน้ำและปลายท่อสูบผันน้ำที่สูบมาจากแหล่งน้ำอื่นก่อนที่น้ำจะไหลลงอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับตะกอนดินและคุณภาพน้ำ</strong>&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการเชิงปริมาณและคุณภาพของน้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;โดยคิดค้นนวัตกรรมเรือเก็บตัวอย่างตะกอนและคุณภาพน้ำ&nbsp;อุทกชลประทาน&nbsp;1&nbsp;ซึ่งเป็นเรือลำแรกของประเทศไทย&nbsp;&nbsp;เพื่อพัฒนาการจัดการตะกอนและคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานในการนํามาวิเคราะห์วางแผนการระบายและขุดลอกตะกอนดิน&nbsp;รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพน้ำ</p><p><strong>ด้านนายไวรุจน์&nbsp;เอี่ยมโอภาส</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาชลประทาน&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เรือเก็บตัวอย่างตะกอนดินและคุณภาพน้ำ&nbsp;\"อุทกชลประทาน&nbsp;1\"&nbsp;จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเก็บตัวอย่างตะกอนดินและคุณภาพน้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;ทุ่นแรง&nbsp;และใช้เวลาดําเนินการลดลง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107101443346"],
    [91,"เกษตรลำปาง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังการระบาด \"ด้วงหมักผัก\"","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด</strong>&nbsp;(เช่น&nbsp;คะน้า&nbsp;กะหล่ำดอก&nbsp;บรอกโคลี&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;ผักกาดหอม&nbsp;ฯลฯ)&nbsp;ให้เฝ้าระวังการระบาดของ&nbsp;\"ด้วงหมักผัก\"&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศช่วงนี้&nbsp;ตอนเช้ามีอากาศเย็นความชื้นสูงและอากาศร้อนในตอนกลางวัน</p><p><strong>เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;</strong>หากพบตัวแมลง&nbsp;หรือใบพืชผักถูกกัดกินเป็นรูพรุน&nbsp;ให้รีบดำเนินการป้องกัน&nbsp;หรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;เพื่อการควบคุมและหาทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107092038313"],
    [92,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยราคาหมูแพงส่งผลกระทบค่าครองชีพประชาชน เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหา","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประขาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยราคาเนื้อหมูแพง&nbsp;ส่งผลกระทบค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน&nbsp;วางมาตรการ&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;คือ&nbsp;1.ระยะเร่งด่วน&nbsp;ห้ามส่งออกหมูมีชีวิต&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ช่วยเหลือราคาอาหารสัตว์&nbsp;โดยจัดสินเชื่อพิเศษเพื่อให้เกษตรกรได้กลับมาเลี้ยงใหม่&nbsp;ตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมสอดคล้องต้นทุนที่เกิดขึ้น&nbsp;และเร่งสำรวจภาพรวมการผลิตสุกรเพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;และเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน&nbsp;2.ระยะสั้น&nbsp;ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;ขยายกำลังผลิตแม่สุกร&nbsp;และเร่งศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาด</p><p><strong>และมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว&nbsp;&nbsp;ให้ผลักดันยกระดับมาตรฐานฟาร์มเกษตรกร</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาด&nbsp;ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มมีระบบการป้องกันโรคและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค&nbsp;รวมทั้งจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กู้ยืมจาก&nbsp;ร.ก.ส.&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107091517312"],
    [93,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาถึงวันที่ 10 ม.ค.นี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;76&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,799&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;63&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,606&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลักแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงต้องเฝ้าระวังค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ&nbsp;บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;จึงขอให้ระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้น</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107093507323"],
    [94,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม 31 พื้นที่ จากสภาพอากาศนิ่งและการจราจรหนาแน่น ขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;31&nbsp;พื้นที่&nbsp;จากสภาพอากาศนิ่งและการจราจรหนาแน่น&nbsp;ขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;31&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;35&nbsp;&nbsp;83&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เช่น&nbsp;ต.อ้อมน้อย&nbsp;อ.กระทุ่มแบน&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;,&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ต.มหาชัย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรสาคร,&nbsp;ริมถนนอินทรพิทักษ์&nbsp;เขตธนบุรี&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ต.นครปฐม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;,&nbsp;เขตจอมทอง&nbsp;,&nbsp;เขตบางแค&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนตรีมิตร&nbsp;วงเวียนโอเดียน์&nbsp;เขตสัมพันธวงศ์&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระรามที่&nbsp;4&nbsp;หน้าสามย่านมิตรทาวน์&nbsp;เขตปทุมวัน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเอกชัย&nbsp;เขตบางบอน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนประชาอุทิศ&nbsp;เขตทุ่งครุ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง&nbsp;ลมอ่อน&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อนในหลายพื้นที่&nbsp;แล้ววันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;มกราคมจะมีแนวโน้มลดลง&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107164023579"],
    [95,"แนะผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 7 ชนิด หมั่นสำรวจแปลง เตรียมพร้อมป้องกันศัตรูพืชในช่วงแล้ง","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่ต้นฤดูหนาว&nbsp;ไปจนถึงปลายฤดูร้อน&nbsp;สภาพอากาศมักมีสภาพแห้งไปจนถึงร้อน&nbsp;ซึ่งเหมาะกับการแพร่กระจายของศัตรูพืชบางชนิด<strong>&nbsp;</strong>ขอแจ้งเตือนเกษตรกรทุกภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ&nbsp;7&nbsp;ชนิด<strong>&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;อ้อย&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;ข้าว&nbsp;มะพร้าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;และมังคุด&nbsp;หมั่นสำรวจแปลงเพาะปลูกของตนในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชเข้าทำลายจนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง&nbsp;สำหรับศัตรูพืชสำคัญในช่วงฤดูแล้งของพืชเศรษฐกิจแต่ละชนิดที่ควรเฝ้าระวัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>มันสำปะหลัง&nbsp;</strong>เกษตรกรควรเฝ้าระวังเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&nbsp;ไรแดงและโรคใบด่างมันสำปะหลังที่มีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะนำโรค&nbsp;ซึ่งการเข้าทำลายของศัตรูดังที่กล่าวจะทำให้ต้นมันสำปะหลังมีการเจริญเติบโตต่ำ&nbsp;ให้ผลผลิตได้ไม่เต็มที่หรือด้อยคุณภาพ&nbsp;</p><p><strong>อ้อย&nbsp;</strong>ควรเฝ้าระวังหนอนกออ้อย&nbsp;ด้วงหนวดยาวและจักจั่น&nbsp;เกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจไร่อ้อย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณโคนต้นระดับผิวดินและบริเวณยอด&nbsp;จะมีอาการผิดปกติ&nbsp;</p><p><strong>ข้าวโพด</strong>&nbsp;ควรเฝ้าระวังหนอนเจาะลำต้นข้าวโพด&nbsp;เกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจลำต้นข้าวโพดในแปลง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณข้อของลำต้นที่ใกล้กับดอก&nbsp;หรือฝักข้าวโพด&nbsp;จะมีรู&nbsp;หรืออาการผิดปกติ&nbsp;</p><p><strong>ข้าว&nbsp;</strong>ควรเฝ้าระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและด้วงดำ&nbsp;เกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจนาข้าว&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณโคนต้นข้าวระดับเหนือผิวน้ำ&nbsp;หรือบริเวณผิวดินหลังผันน้ำออกจากนาข้าว&nbsp;</p><p><strong>มะพร้าว&nbsp;</strong>ควรเฝ้าระวังหนอนหัวดำมะพร้าว&nbsp;แมลงดำหนามและไรสี่ขามะพร้าว&nbsp;เกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจสวนมะพร้าว&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทางใบและผลอ่อนมะพร้าว&nbsp;</p><p><strong>ทุเรียน</strong>&nbsp;ควรเฝ้าระวังไรแดงแอฟริกัน&nbsp;หนอนเจาะผลทุเรียน&nbsp;หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน&nbsp;และเพลี้ยไฟ&nbsp;เกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจสวน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใบ&nbsp;ยอด&nbsp;ดอก&nbsp;และผล&nbsp;</p><p><strong>มังคุด</strong>&nbsp;ควรเฝ้าระวังเพลี้ยไฟ&nbsp;เกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจสวน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณดอกและผล&nbsp;เช่น&nbsp;ดอกและผลแห้ง&nbsp;และร่วง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>หากเกษตรกรพบว่า&nbsp;ต้นพืชมีอาการผิดปกติดังกล่าว</strong>&nbsp;ควรเร่งหาสาเหตุและวิธีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่พบทันที&nbsp;เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107144738511"],
    [96,"กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมฝึกบินทบทวนประจำปีให้พร้อมปฏิบัติการฝนหลวง ปี 65","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;หน่วยทั่วประเทศตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;</strong>และได้มีการตรวจซ่อมบำรุงอากาศยานประจำปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมานั้น&nbsp;ในเดือนมกราคมนี้&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้กำหนดให้มีการฝึกบินทบทวนและฝึกบินเปลี่ยนแบบอากาศยานประจำปีให้แก่นักบิน&nbsp;เพื่อเป็นการทบทวนท่าทางการบินที่สำคัญต่างๆ&nbsp;ทั้งที่ได้ปฏิบัติและไม่ได้ปฏิบัติในช่วงเวลาบินปฏิบัติงานปกติ&nbsp;เช่น&nbsp;การบินเมื่ออากาศยานฉุกเฉิน&nbsp;การปฏิบัติเชิงผิดปกติ&nbsp;และปกติ&nbsp;การบินกลางคืน&nbsp;และการบินท่าทางสำคัญอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งฝึกบินเปลี่ยนแบบให้แก่นักบินที่บรรจุใหม่&nbsp;ซึ่งไม่เคยทำการบินกับอากาศยานฝนหลวงมาก่อน&nbsp;โดยการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้การบินปฏิบัติภารกิจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;คล่องตัว&nbsp;และปลอดภัยต่อชีวิต</p><p><br></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107120120411"],
    [97,"กรมชลประทานคุมเข้มแผนจัดสรรน้ำช่วงหน้าแล้ง ย้ำทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดน้ำ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำในอ่างฯ&nbsp;รวมกันทั้งสิ้น&nbsp;57,209&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</strong>เป็นน้ำใช้การได้&nbsp;33,279&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&nbsp;3.59&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;56&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทาน&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;พิจารณาเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในการปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;ตามข้อสั่งการของรัฐบาล&nbsp;โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ด้านคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์น้ำและควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดช่วงแล้งนี้</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107115027395"],
    [98,"จังหวัดตราด เริ่มการขับเคลื่อน BCG Model ด้านการเกษตร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</span>(Zoom&nbsp;Meeting)<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;&nbsp;</span>ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราดจัดขึ้น&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;เห็นชอบการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ</strong>&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular&nbsp;Economy&nbsp;:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และให้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular&nbsp;Economy&nbsp;:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;พิจารณากำหนดและดำเนินแผนงาน/โครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบให้ถูกต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-2570&nbsp;&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;จึงได้จัดประชุมในครั้งนี้ขึ้นเพื่อชี้แจงกรอบการดำเนินงานและแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;รวมทั้งสินค้าเกษตรนำร่องเข้าสู่&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาแนวทางและการจัดทำ&nbsp;BCG&nbsp;Value&nbsp;Chain&nbsp;สินค้าเกษตรที่คัดเลือก&nbsp;ภาคการเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ยางพารา&nbsp;และกุ้งขาวแวนาไม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;อยู่บนพื้นฐานของ&nbsp;4&nbsp;+&nbsp;1&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;สาขายุทธศาสตร์&nbsp;คือ&nbsp;1.เกษตรและอาหาร&nbsp;2.สุขภาพและการแพทย์&nbsp;3.พลังงาน&nbsp;วัสดุและเคมีชีวภาพ&nbsp;4.การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;และฐานความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม&nbsp;โดย&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;+1&nbsp;ที่เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107120227413"],
    [99,"จังหวัดตรัง  ตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอรัษฎา ห้วยยอดและอำเภอเมือง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนนายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;ห้วยยอดและอำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมันและยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันจังหวัดตรังให้สามารถแข่งขันในตลาดได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ตามประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;58&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อ&nbsp;และการแสดงราคารับซื้อสินค้าผลปาล์มน้ำมันตามอัตราน้ำมันฯ&nbsp;และฉบับที่&nbsp;21&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าน้ำมันปาล์มและผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;รวมทั้งแนะนำให้ลานเททำบัญชีลูกค้าที่นำผลผลิตมาจำหน่ายเพื่อป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สถานการณ์โดยทั่วไป&nbsp;ปริมาณผลปาล์มน้ำมันเข้าสู่ตลาดลดลงจากเดือนก่อน&nbsp;</strong>ราคารับซื้อกิโลกรัมละ&nbsp;9.80&nbsp;&nbsp;10.00&nbsp;บาท&nbsp;ผู้ประกอบการลานเทจะรวบรวมผลปาล์มน้ำมันไปจำหน่ายให้กับโรงงานสกัดในพื้นที่จังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่&nbsp;ในส่วนของการป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;หน่วยงานระดับอำเภอได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่และขอความร่วมมือไม่รับซื้อผลปาล์มน้ำมันจากผู้ที่นำมาขายในลักษณะผิดปกติ&nbsp;เช่น&nbsp;มีปริมาณน้อย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107142759489"],
    [100,"กองทัพเรือจัดกิจกรรม รักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริฯ พื้นที่สัตหีบ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พลเรือเอก&nbsp;สมประสงค์&nbsp;นิลสมัย&nbsp;ผู้บัญชาการทหารเรือ&nbsp;</strong>ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะลไทยในพระดำริ<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</span>เป็นประธานจัดกิจกรรม&nbsp;รักษ์ทะเลไทย&nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;ณ&nbsp;หาดน้ำใส&nbsp;หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ&nbsp;กองเรือยุทธการ&nbsp;อำเภอสัตหีบ&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>การจัดกิจกรรม&nbsp;รักษ์ทะเลไทย&nbsp;ตามแนวพระดำริฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;</strong>เป็นการสนองพระดำริ<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</span>และแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่พระบรมวงศานุวงศ์&nbsp;อีกทั้งเป็นการส่งเสริมงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล&nbsp;และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ&nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ในการประสานความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;โดยกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พิธีเปิดกรวยถวายความเคารพ&nbsp;ถวายพระพรและเทิดพระเกียรติ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</span>กิจกรรมมอบถังขยะพะยูน&nbsp;และแบบถุงยังชีพมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย&nbsp;ใน<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</span>การปล่อยสัตว์ทะเล&nbsp;ได้แก่&nbsp;เต่าทะเล&nbsp;กุ้งกุลาดำ&nbsp;ปลาทะเล&nbsp;หอยมือเสือ&nbsp;การเก็บขยะชายหาด&nbsp;การดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเล&nbsp;และการปลูกปะการัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย&nbsp;</strong>ใน<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;</span>จัดตั้งขึ้นเพื่อสนองพระดำริ&nbsp;ที่ทรงมีเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์แนวปะการัง&nbsp;กัลปังหา&nbsp;และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย&nbsp;และเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการอนุรักษ์&nbsp;แนวปะการัง&nbsp;และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย&nbsp;ในพระดำริ&nbsp;ให้แนวปะการัง&nbsp;กัลปังหา&nbsp;และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน&nbsp;สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล&nbsp;ได้อย่างมีความสมดุลและยั่งยืน&nbsp;อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการปลูกจิตสำนึกของประชาชน&nbsp;และเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์แนวปะการัง&nbsp;กัลปังหา&nbsp;และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย&nbsp;เผยแพร่ให้สาธารณชนทั่วไป&nbsp;ประชาชนทั้งไทยและต่างประเทศได้รับทราบถึงประโยชน์ของโครงการ&nbsp;และให้ความร่วมมือ&nbsp;ตลอดจนขยายผลการดำเนินโครงการในวงกว้าง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กองทัพเรือ&nbsp;ในฐานะที่เป็นหน่วยงานสนองพระดำริ&nbsp;จึงได้จัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;</strong>เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และพระประสงค์ของพระองค์&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการสนับสนุนการดำเนินโครงการตามพระดำริแล้ว&nbsp;ยังเป็นการสร้างความร่วมมือร่วมใจในการร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;ตลอดจนเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้เห็นถึงคุณค่าของทรัพยากรทางทะเล&nbsp;นำไปสู่ความสมดุลทางธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืนสืบไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107143811501"],
    [101,"จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งแก้ไขปัญหาในจุดที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เผย&nbsp;ปีนี้จังหวัดเชียงใหม่มุ่งแก้ไขปัญหาในจุดที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก&nbsp;เตรียมจัดกำลังพลพร้อมเข้าดับไฟได้ทันท่วงทีหากมีเหตุเกิดขึ้น</strong></p><p><strong>นายประจญ&nbsp;ปรัชญ์สกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่จะประสบกับปัญหาหมอกควันปกคลุมในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายนของปีถัดไป&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบในหลายด้าน&nbsp;ทั้งสุขภาพของประชาชน&nbsp;และเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;และอีกสาเหตุหนึ่งคือการเผาในที่โล่งและพื้นที่การเกษตร&nbsp;ทั้งการเผาเศษใบไม้&nbsp;กิ่งไม้&nbsp;และเผาเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำเกษตรกรรม&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่ได้ประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;พร้อมกันทุกอำเภอ&nbsp;เพื่อรับทราบนโยบายการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;และพิจารณาแนวทางการอนุญาตการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ซึ่งในปีนี้มุ่งแก้ไขปัญหาในจุดที่เกิดไฟป่าเผาไหม้ซ้ำซาก&nbsp;อาทิ&nbsp;ดอยสุเทพ&nbsp;ดอยเชียงดาว&nbsp;และเน้นย้ำไม่ให้เกิดการจุดไฟในป่า&nbsp;โดยจัดกำลังพลเฝ้าป่า&nbsp;เมื่อพบเหตุการเผาป่าจะสามารถเข้าดับไฟได้ทันท่วงที&nbsp;เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เพลิงลุกลาม&nbsp;รวมถึงช่วยยับยั้งค่าฝุ่นละอองไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;รวมทั้งเฝ้าระวังทิศทางลมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;พร้อมตั้งเป้าหมายลดจุดความร้อนร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของค่าเฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;ปีย้อนหลัง</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;เช้าวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;พบว่ามีจุดความร้อนเกิดขึ้น&nbsp;21&nbsp;ครั้ง&nbsp;ค่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107135358468"],
    [102,"ขนส่งสุพรรณบุรี ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวหทัยรัตน์&nbsp;คงชนะ&nbsp;ขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ได้มอบนโยบายให้กรมการขนส่งทางบก&nbsp;ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากภาคขนส่งอย่างเข้มข้นต่อเนื่องทุกมาตรการในช่วงปลายปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ถึงต้นปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งตรวจสอบค่าควันดำของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อการดำเนินชีวิตและสุขอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;ทั้งนี้แหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็กเกิดจากสาเหตุหลายปัจจัยด้วยกัน&nbsp;เช่น&nbsp;การเผาสิ่งของในที่โล่ง&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;และการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จากเครื่องยนต์บนท้องถนน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว&nbsp;จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งตรวจสอบดูแลเครื่องยนต์&nbsp;อุปกรณ์ส่วนควบของรถอย่างสม่ำเสมอก่อนนำออกใช้งาน&nbsp;ป้องกันมิให้เกิดค่าควันดำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผู้ประกอบการรายใดประสงค์จะนำรถเข้ารับการตรวจสอบค่าควันดำก่อนวันสิ้นอายุภาษีประจำปี&nbsp;สามารถดำเนินการได้&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดและสาขาทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อความมั่นใจว่าค่าควันดำเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดก่อนนำรถออกใช้งานต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;กรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;ยกระดับความเข้มข้นในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ในกรณีที่ตรวจพบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;จะสั่งให้ระงับการใช้รถนั้นไว้เป็นการชั่วคราวก่อน&nbsp;จนกว่าจะได้รับการแก้ไขและตรวจรับรองจากนายทะเบียนแล้ว&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดจุดตรวจสอบค่าควันดำในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;รวมทั้งเส้นทางเข้า-ออกโดยรอบกรุงเทพมหานคร&nbsp;ผู้ประกอบการขนส่งจึงต้องหมั่นตรวจสภาพเครื่องยนต์ของรถอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ได้โดยการงดเผาขยะและการเผาในที่โล่ง&nbsp;ไม่ติดเครื่องยนต์ขณะจอดรถ&nbsp;หรือพบเห็นรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่ปรากฏชัดแจ้งว่ามีควันดำ&nbsp;สามารถแจ้งข้อมูลรายละเอียดได้ที่สายด่วน&nbsp;โทร&nbsp;1584&nbsp;ตลอดเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107144655510"],
    [103,"สำนักงานประมงจังหวัดตรัง ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง มอบพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;ที่&nbsp;อบต.โพรงจระเข้&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</strong>&nbsp;นายสมนึก&nbsp;ธูปหอม&nbsp;นายอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เป็นประธานมอบพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;18,500&nbsp;ตัว&nbsp;โดยมีนายโกวิทย์&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&nbsp;นางสุวรรณดี&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง&nbsp;พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมประมงในจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัด</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;02.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ผ่านมานั้น&nbsp;สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนในตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;254&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1,4,5,6,7&nbsp;พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;รวม&nbsp;74&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเฉพาะหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านโคกทราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&nbsp;โดยประมงอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการสำรวจความเสียหายด้านประมง&nbsp;พบมีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นบ่อดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;บ่อ&nbsp;พื้นที่&nbsp;13.34&nbsp;ไร่&nbsp;บ่อซีเมนต์หรือลักษณะอย่างอื่นที่คล้ายคลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;บ่อ&nbsp;พื้นที่&nbsp;54&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;โดยในวันนี้ได้มอบพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ประกอบด้วยปลากินพืช&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;18,500&nbsp;ตัว&nbsp;และปลาดุก&nbsp;จำนวน&nbsp;10,400&nbsp;ตัว&nbsp;ให้กับเกษตรกรด้านการประมงที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107164618581"],
    [104,"ก.ทรัพย์ เร่งวางแนวทางการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่บริเวณคลอง 6 ให้เหมาะสมกับพื้นที่และได้มาตรฐานสากล รองรับการเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนและ Land Mark แห่งใหม่","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งวางแนวทางการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่บริเวณคลอง&nbsp;6&nbsp;ให้เหมาะสมกับพื้นที่และได้มาตรฐานสากล&nbsp;รองรับการเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนและ&nbsp;Land&nbsp;Mark&nbsp;แห่งใหม่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมหารือแนวทางการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่&nbsp;บริเวณคลอง&nbsp;6&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการวางแผนการก่อสร้างและการวางระบบต่างๆภายในสวนสัตว์&nbsp;ตั้งแต่โครงสร้างโดยรวมของสวนสัตว์ที่ต้องมีพื้นที่และสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับธรรมชาติของสัตว์แต่ละสายพันธ์ุ&nbsp;เพื่อให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;ไม่แออัด&nbsp;และมีความปลอดภัย&nbsp;สิ่งสำคัญการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างและนำเทคโนโลยีมาใช้ก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานและวางระบบการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางตามแนวคิดขยะเหลือศูนย์&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;รวมถึง&nbsp;การดูแลระบบบำบัดน้ำเสียและสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบให้มีความเหมาะสม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงสร้างพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคต่างๆต้องรองรับนักท่องเที่ยวได้ทั่วถึง&nbsp;มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี&nbsp;มีเส้นทางสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการภายในสวนสัตว์ที่มีความเหมาะสม&nbsp;การเดินทางมายังสวนสัตว์จะต้องสะดวก&nbsp;มีระบบขนส่งสาธารณะรองรับในหลายช่องทาง&nbsp;โดยการบูรณาการกับทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาคราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ&nbsp;เพื่อช่วยให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ&nbsp;สนับสนุนเกษตรกร&nbsp;และผลผลิตของประชาชนในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสวนสัตว์แห่งใหม่&nbsp;(คลอง&nbsp;6)&nbsp;สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานโฉนดที่ดิน&nbsp;บริเวณคลอง&nbsp;6&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ยกระดับสวนสัตว์ของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ทั่วโลกให้การยอมรับ&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้สัตว์ป่าในระดับสากล&nbsp;และเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่เป็นศูนย์เรียนรู้แห่งใหม่ของไทย&nbsp;รวมถึง&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น&nbsp;Land&nbsp;Mark&nbsp;ใหม่ของจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว&nbsp;เป็นแหล่งอนุรักษ์&nbsp;ขยายพันธุ์สัตว์&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของทุกคนอีกด้วย</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107164753582"],
    [105,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคระบาดปลา ในช่วงฤดูหนาว","<p><strong>ในช่วงฤดูหนาวปลาต่างๆ</strong>&nbsp;ที่เกษตรกรเลี้ยงไว้มักจะเกิดโรคระบาดได้ง่าย&nbsp;ความแข็งแรงและความต้านทานโรคลดลง&nbsp;ปลาจะเครียด&nbsp;ไม่กินอาหาร&nbsp;จึงเป็นช่วงที่ต้องระวังไม่ให้ปลาที่เลี้ยงเป็นโรคระบาดปลา&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นโรคจุดขาวในปลาดุก&nbsp;ปลาสวาย&nbsp;โรคหนอนสมอในปลาตะเพียน&nbsp;ปลายี่สก&nbsp;ปลานวลจันทร์&nbsp;โรคเห็บปลา&nbsp;ในปลาที่มีเกล็ด&nbsp;ปลาที่มีหนัง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เกษตรกรควรรีบจับปลาที่ไม่เป็นโรคจำหน่ายแม้จะได้ราคาไม่ดี&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;พื้นที่อำเภอพาน&nbsp;เป็นแหล่งเลี้ยงปลานิลที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ&nbsp;มีกลุ่มเกษตรกรรวมกันกว่า&nbsp;8,000&nbsp;คน&nbsp;พื้นที่เลี้ยงปลากว่า&nbsp;6,000&nbsp;ไร่&nbsp;ให้ผลผลิตปลาออกสู่ตลาดปีละกว่า&nbsp;6,000&nbsp;ตัน</p><p><strong>หากเกิดปัญหาโรคระบาดปลา&nbsp;กรมประมง&nbsp;ได้แนะนำวิธีดูแลและป้องกันโรคที่จะเกิดกับปลาในช่วงฤดูหนาว&nbsp;ไว้ดังนี้</strong></p><p>1.&nbsp;ลดปริมาณอาหารปลาให้น้อยลง&nbsp;เพราะในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิในตัวปลาจะลดต่ำลง&nbsp;การเผาผลาญอาหารก็จะต่ำลงไปด้วย</p><p>2.&nbsp;พยายามงดการเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อ&nbsp;และไม่นำน้ำจากธรรมชาติเข้ามาในบ่อ&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำในคลอง&nbsp;เพราะอาจมีเชื้อโรคปะปนเข้ามา&nbsp;ถ้าต้องการเปลี่้ยนถ่ายน้ำก็ควรมั่นใจว่าน้ำที่จะเปลี่ยนนั้นสะอาดจริงๆ</p><p>3.&nbsp;สำหรับปลาที่เลี้ยงในบ่อดินควรรักษาสภาพน้ำให้อยู่ในสภาพดี&nbsp;โดยสาดปูนขาวลงในบ่อ&nbsp;ประมาณ&nbsp;60-100&nbsp;กิโลกรัม/บ่อเลี้ยงปลา1ไร่&nbsp;และใส่ซ้ำอีกในอัตราเดียวกันทุก&nbsp;3-4&nbsp;สัปดาห์</p><p>4.&nbsp;ในกรณีที่มีแก๊สผุดขึ้นมาจากพื่นก้นบ่อให้สาดเกลือ&nbsp;200-300&nbsp;กิโลกรัมต่อบ่อขนาด&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;โดยสาดเกลือบริเวณที่มีแก๊ส</p><p>5.&nbsp;สำหรับปลาที่เลี้ยงในกระชังบริเวณน้ำตื้น&nbsp;ควรย้่ายไปอยู่บริเวณน้ำลึก&nbsp;ซึ่งจะเป็นการปรับอุณหภูมิของน้ำเพราะอุณหภูมิน้ำลึกจะสูงกว่า</p><p>6.&nbsp;ช้อนปลาที่ตายหรือป่วยใกล้ตายออกเท่าที่จะทำได้&nbsp;และทำลายโดยการฝังดินหรือเผาทิ้ง</p><p>7.&nbsp;ใช้ยาปฏิชีวนะผสมอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;ยาอ๊อกซี่&nbsp;(5&nbsp;กรัม/อาหาร&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม)&nbsp;ผสมอาหารให้ปลากินนาน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และไม่ควรใช้ยาสองชนิดรวมกัน&nbsp;เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพยาลดลง&nbsp;หรือไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้&nbsp;ส่วนวิตามินซีให้ใช้ได้&nbsp;(ถ้าให้ปลากินอ๊อกซีแล้ว&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ปลายังไม่ลดการตาย&nbsp;ให้เปลี่ยนยาโดยใช้ยาอัมม๊อกซีรีน&nbsp;250&nbsp;หรือ&nbsp;500&nbsp;ผสมอาหาร&nbsp;1&nbsp;เม็ด/อาหาร&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ให้ปลากินนาน&nbsp;7&nbsp;วัน)</p><p>8.&nbsp;เมื่อพบว่าปลาในบ่อและปลาในธรรมชาติหายป่วยแล้ว&nbsp;จึงทำการเปิดถ่ายน้ำ&nbsp;และให้อาหารปลาปกติ</p><p><strong>ส่วนการป้องกันเชื้อโรคและปรสิตภายนอก&nbsp;</strong>ใช้ด่างทับทิม&nbsp;1&nbsp;ช้อนชา&nbsp;ห่อด้วยผ้าหนาๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ผ้ายีนถ่วงด้วยหินแช่น้ำลึกประมาณ&nbsp;1&nbsp;ศอก&nbsp;ผูกตามมุมกระชังให้ทั่ว&nbsp;เพื่อไล่เชื้อโรคปรสิต&nbsp;ให้ทำ&nbsp;3&nbsp;วัน/1&nbsp;ครั้ง&nbsp;สำหรับการป้องกันปลาในกระชังที่ยังไม่ติดเชื้อใช้กระเจี๊ยบแดง&nbsp;3&nbsp;ส่วนต่อน้ำอุ่น&nbsp;1&nbsp;ส่วน&nbsp;(แช่น้ำอุ่นข้ามวันแล้วกรองเอาแต่น้ำใช้ผสมอาหารให้ปลากิน&nbsp;อัตราส่วน&nbsp;น้ำกระเจี๊ยบแดง&nbsp;50&nbsp;ซีซี/อาหาร&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม)&nbsp;การใช้ยาต้องงดการใช้ยาก่อนจับขายอย่างน้อย&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;หรือตามคำแนะนำบนฉลากยา&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107170716600"],
    [106,"จ.นครพนม  ชีวิตลูกจ้างผันเปลี่ยนมาเป็น \"เกษตรผสมผสาน\"  รายได้ที่มั่นคง ภายใน 1 ปี","<p><strong>\"จากชีวิตลูกจ้าง&nbsp;สู่เกษตรกร\"&nbsp;ทำ&nbsp;\"เกษตรผสมผสาน\"&nbsp;</strong>ปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นเเหล่งอาหาร&nbsp;เเละรายได้ที่มั่นคงภายใน&nbsp;1&nbsp;ปี</p><p><strong>นางปริญญา&nbsp;ยศพรรณ&nbsp;เกษตรกรตำบลนาใน&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองหันมาปรับเปลี่ยนพื้นที่&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;ให้เป็นพื้นที่เกษตรเเบบผสมผสาน&nbsp;ดำเนินกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ทำนาข้าว&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เเละเพาะเห็ดขอนขาว&nbsp;ซึ่งมีผลผลิตที่ออกจำหน่ายให้คนในชุมชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไข่ไก่วันละ&nbsp;2&nbsp;แผง&nbsp;จำหน่ายราคาแผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เเละ&nbsp;เห็ดขอนขาว&nbsp;ได้วันละ&nbsp;3-7&nbsp;กิโลกรัมต่อวัน&nbsp;(ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)&nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยผลผลิตที่ได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>นางปริญญา&nbsp;ยศพรรณ&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ผลผลิตที่ได้ในสวนยังสามารถเอาไปแบ่งปันเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้รับประทาน&nbsp;เพราะการแบ่งปันคือ&nbsp;ความสุข&nbsp;เเละสุดท้าย&nbsp;คุณเเม่ปริญญา&nbsp;บอกว่า&nbsp;ถ้าเรา&nbsp;\"พอเพียง\"&nbsp;สุดท้าย\"มันจะเกินพอ\"</p><p><strong>ผู้สนใจติดต่อสอบถาม</strong>&nbsp;วิธีการดูเเลเห็ดขอนขาว&nbsp;เเละสั่งซื้อ&nbsp;โทร.084-0248490</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107192124680"],
    [107,"สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เชิญชวนเยาวรุ่นทุกพื้นที่ ที่มีความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมภารกิจอวกาศและถ่ายรูปบนอวกาศ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ในรูปแบบใหม่ที่ใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 14 ม.ค. นี้","<p><strong style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เชิญชวนเยาวรุ่นทุกพื้นที่ ที่มีความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมภารกิจอวกาศและถ่ายรูปบนอวกาศ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ในรูปแบบใหม่ที่ใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;จนถึง 14 ม.ค. นี้</strong></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายตติยะ ชื่นตระกูล รองผู้อำนวยการด้านสร้างเสริมพันธมิตรและเครือข่ายองค์ความรู้ของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวว่า วันเด็ก เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่เด็กหลายคนตั้งตารอคอย และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทำให้กิจกรรมดีๆ ต้องชะงักไป แต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมอวกาศไม่เคยหยุดนิ่ง การจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของกิจกรรมวันเด็ก ที่ GISTDA ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจด้านเทคโนโลยีอวกาศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกิจกรรมนี้ในรูปแบบออนไลน์สามารถเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจอวกาศนี้ได้ตลอด 24 ชม. นอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้วยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆที่มีความฝันอยากจะเป็นนักบินอวกาศหรือทำงานในสายงานอวกาศอีกด้วย</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ทั้งนี้ สามารถเข้าร่วมสนุกกันได้ในรูปแบบออนไลน์ผ่าน&nbsp;</span><a href=\"https://gistdavirtual.com/\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(17, 85, 204);\">https://gistdavirtual.com/</a><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;(ปฏิบัติภารกิจอวกาศ ) และ&nbsp;</span><a href=\"https://gistdavirtual.com/G2022\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(17, 85, 204);\">https://gistdavirtual.com/G2022</a><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;(กิจกรรมถ่ายรูปบนอวกาศ) ได้ตั้งแต่วันนี้ (7มค65)จนถึง 14 ม.ค. 2565 ซึ่งกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ ของ&nbsp;</span><a href=\"https://gistdavirtual.com/\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(17, 85, 204);\">https://gistdavirtual.com/</a><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ได้มีการเพิ่มภารกิจใหม่เข้ามาเพื่อต้อนรับวันเด็กโดยเฉพาะ คือ การตั้งถิ่นใหม่บนดาวอังคาร MARS COLONY&nbsp;และเข้าไปร่วมสนุกชิงของรางวัลได้ใน&nbsp;</span><a href=\"https://www.facebook.com/gistda\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(17, 85, 204);\">https://www.facebook.com/gistda</a></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107173807621"],
    [108,"เพิ่มผลผลิตและต้นทุนการผลิตข้าว ทำงานเชิงพื้นที่ เข้าถึงพี่น้องชาวนาและสามารถแก้ไข้ปัญหาได้","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;และคณะ&nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการตามภารกิจของกรมการข้าว&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายในการเพิ่มผลผลิตและต้นทุนการผลิตข้าว&nbsp;จึงมีข้อสั่งการให้กรมการข้าวดำเนินการตามแนวโนบายโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา&nbsp;จึงได้มีแผนการดำเนินโครงการตามภารกิจของกรมการข้าว&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมด้านเมล็ดพันธุ์รวมไปถึงงานด้านข้าวให้กับพี่น้องชาวนา&nbsp;</p><p><strong>โดยมีโครงการ/กิจกรรมที่จะดำเนินการคือ</strong>&nbsp;ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;ส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน&nbsp;พัฒนาระบบข้อมูลข้าวอัจฉริยะ&nbsp;ส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง&nbsp;และยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ระยะ1&nbsp;</p><p><strong>กรมการข้าว&nbsp;จะต้องยกระดับการทำงานด้านข้าวในทุกๆ&nbsp;ด้าน</strong>&nbsp;ทั้งงานผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;&nbsp;งานด้านการวิจัยข้าว&nbsp;ตลอดจนงานด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;การนำวิจัยที่เป็นประโยชน์มาส่งเสริม&nbsp;การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;มาปรับใช้ให้เกิดการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวนา&nbsp;โดยผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าว&nbsp;และกรมการข้าวส่วนกลาง&nbsp;นอกจากนั้นควรเน้นการทำงานเชิงพื้นที่&nbsp;เพื่อให้สามารถเข้าถึงพี่น้องชาวนาและสามารถแก้ไข้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวนาได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107203155703"],
    [109,"นครพนม ปลูกทุเรียนได้จริงเหรอ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจัรกริช&nbsp;บุตรบุรี&nbsp;ชาวสวนทุเรียนจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่บ้านคำเกิ้ม&nbsp;ตำบลอาจสามารถ&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;พื้นที่กว่า&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;และต้นทุเรียนที่ให้ผลแล้วกว่า&nbsp;130&nbsp;ต้น&nbsp;ที่ปลูกมานานกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ปีนี้ดอกทุเรียนออกมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;จะเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;ถึงมิถุนายนที่จะถึงนี้&nbsp;นายจัรกริช&nbsp;บุตรบุรี&nbsp;กล่าวเชิญเยี่ยมชมสวนและชิมทุเรียนสด&nbsp;ๆ&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;ไม่แพ้ที่ใด&nbsp;โทรสอบถามได้ที่&nbsp;08-1959-7576</p><p><br></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107181843650"],
    [110,"จังหวัดหนองบัวลำภู จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่บริการประชาชน และแก้ปัญหาด้านการผลิตทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลป่าไม้งาม&nbsp;ตำบลป่าไม้งาม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อบริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหา&nbsp;การผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วอย่างทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;โดยการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานราชการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาพื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยเป็นการปฏิบัติงานเชิงรุกที่ดำเนินการในพื้นที่ที่เกษตรกรมีปัญหาให้ได้รับการบริการทางการเกษตร</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;เสริมเพิ่มเติมความรู้ด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร&nbsp;กิจกรรมในงานประกอบด้วย&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;และคลินิกอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร&nbsp;พร้อมมอบพันธุ์กล้าไม้ให้กับเกษตรกร&nbsp;จัดบริการให้คำแนะนำในการจัดทำบัญชีครัวเรือน&nbsp;การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107180813646"],
    [111,"ผู้ว่าฯ ตราด ลงพื้นที่สวนทุเรียน บ้านอ่าวช่อ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;ลงพื้นที่สวนทุเรียนของเกษตรกรบ้านอ่าวช่อ&nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการแนะนำเกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่&nbsp;ให้รักษามาตรฐาน&nbsp;GIP&nbsp;ของการผลิตทุเรียนในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างทุเรียนคุณภาพที่เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดตราด&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงให้กับสินค้าของจังหวัดตราด&nbsp;รวมถึงเป็นการเพิ่มมูลค่าทางการค้า&nbsp;และยังทำให้เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองราคาของผลผลิตมากขึ้น&nbsp;โดยราคาทุเรียนในปีนี้&nbsp;ทางเกษตรกรเจ้าของสวนได้กล่าวว่า&nbsp;มีต้นทุนการผลิตในเรื่องของปุ๋ยและยาเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตมีราคาเพิ่มขึ้นตาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ได้แนะนำเกษตรกรให้ลดในเรื่องของการใช้สารเคมีและใช้สารจากธรรมชาติ</strong>&nbsp;ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุน&nbsp;และทำให้ทุเรียนมีสารพิษน้อยลง&nbsp;โดยให้ทางเกษตรจังหวัดตราดหาแนวทางในการช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตต่อไป</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107180551645"],
    [112,"จังหวัดแพร่ ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายเนื้อสุกรอย่างใกล้ชิด ช่วยเหลือประชาชนในการบริโภคเนื้อสุกรอย่างเร่งด่วน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;มอบหมายนายรัฐพล&nbsp;นราดิศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;นายวาทิต&nbsp;ปัญญาคม&nbsp;ปลัดจังหวัดแพร่&nbsp;นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;นายชัยยุทธ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่ง&nbsp;ตวง&nbsp;วัด&nbsp;เขต&nbsp;1-3&nbsp;แพร่&nbsp;ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะเนื้อสุกร&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดสด&nbsp;ร้านจำหน่าย&nbsp;และโรงชำแหละและตัดแต่งเนื้อสุกรในจังหวัดแพร่&nbsp;พบว่า&nbsp;ราคาหมูเนื้อแดงในตลาดสด&nbsp;(ไหล่และสะโพก)&nbsp;มีราคา&nbsp;160-200&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่วนในห้างสรรพสินค้าและร้านจำหน่าย&nbsp;มีราคา&nbsp;165-175&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งต่ำกว่าราคาที่จำหน่ายในตลาดสด&nbsp;ขณะที่&nbsp;ปริมาณเนื้อสุกรจำหน่ายได้โดยรวมลดลง&nbsp;จึงมีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;เนื่องจากมีการหันไปบริโภคเนื้อสัตว์หรือสินค้าอื่นทดแทน&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ติดตามการดำเนินโครงการหมูพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;ร้านหมูอินเตอร์&nbsp;สาขาชมภูมิ่ง</strong>&nbsp;ซึ่งจังหวัดแพร่&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ร่วมกับร้านหมูอินเตอร์&nbsp;จำหน่ายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;(นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์)&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนในภาวะราคาเนื้อสุกรสูงขึ้น&nbsp;ช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการเลือกซื้อเนื้อหมูราคาถูกกว่าท้องตลาด</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107191800678"],
    [113,"ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เปิดนิทรรศการ ข้าวคือชีวิต แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านเทคโนโลยีการเกษตร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</strong>&nbsp;โครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดนิทรรศการ&nbsp;\"ข้าวคือชีวิต\"&nbsp;โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;โครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรีจัดขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างให้ชาวจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ตลอดจนนิสิตนักศึกษาที่จะได้เรียนรู้องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการเกษตรของมหาวิทยาลัยวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยแก่งการสร้างสรรค์ศาสตร์แห่งแผ่นดินสู่สากล&nbsp;เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</p><p><strong>นายสุวิทย์&nbsp;เปานาเรียง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์สู่ชุมชน&nbsp;องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ&nbsp;</strong>กล่าว่า&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;\"ข้าว&nbsp;คือ&nbsp;ชีวิต\"&nbsp;พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสมาชิกในเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งภูมิภาคเอเชียแปชิฟิก&nbsp;โดยนำเสนอวัฒนธรรมข้าวของประเทศต่างๆ&nbsp;เรื่องราวที่น่าทึ่งเกี่ยวกับข้าว&nbsp;หนึ่งในพืชอาหารที่สำคัญของโลก&nbsp;เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&nbsp;ผ่านเรื่องราว&nbsp;เรื่องเล่า&nbsp;กิจกรรม&nbsp;และสื่อหลากหลายรูปแบบ&nbsp;เพื่อนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนหลากอาชีพที่มีต่อข้าว&nbsp;อาทิ&nbsp;ชาวนา&nbsp;นักวิทยาศาสตร์&nbsp;และผู้บริโภคทั่วไป</p><p><strong>นิทรรศการชุดนี้จะสะท้อนให้ผู้เข้าชมเห็นมุมมองด้านวิทยาศาสตร์และการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของข้าว</strong>&nbsp;และสถานการณ์เกี่ยวกับข้าว&nbsp;โดยนิทรรศการดังกล่าวจะจัดแสดงตลอดปี&nbsp;2565&nbsp;เปิดให้ประชาชนทั่วไปหรือสถานศึกษาที่สนใจนำเด็กและเยาวชนเข้าชมเป็นหมู่คณะได้ในวันและเวลาราชการ&nbsp;โดยสามารถติดต่อล่วงหน้าได้ที่&nbsp;โทร&nbsp;081-804-2857</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107201512699"],
    [114,"เกษตรกรเชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ ยกนิ้วแนวทางดึงเกษตรกรฟื้นอาชีพ","<p>เกษตรกรเชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ ยกนิ้วแนวทางดึงเกษตรกรฟื้นอาชีพ เพิ่มซัพพลายหมู ขอเร่งเยียวยา-หาสินเชื่อช่วยเกษตรกร ย้ำต้องปล่อยกลไกตลาดทำงานเสรี</p><p>&nbsp;</p><p>นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรสนับสนุนมาตรการเร่งแก้ปัญหาสุกรของภาครัฐ ด้วยการส่งเสริมเกษตรผู้เลี้ยงรายย่อยให้ฟื้นอาชีพกลับมาเลี้ยงสุกร เพื่อให้มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบโดยเร็ว หลังจากที่พี่น้องเกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงหรือชะลอการเลี้ยงไปถึง 60% ของจำนวนผู้เลี้ยงทั่วประเทศ จากที่เคยมีถึง 200,000 ราย เหลือเพียง 80,000 รายในปัจจุบัน โดยภาครัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถกลับมาดำเนินการเลี้ยงให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสะสมที่เกษตรกรต้องแบกรับมาตลอด ทั้งเรื่องการเร่งจ่ายเงินชดเชยคงค้างให้กับผู้เลี้ยงที่ประสบปัญหาเรื่องโรคในสุกร และได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐ ที่กำหนดให้มีการทำลายสุกร เพื่อป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรค รวมถึงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนในการเริ่มต้นเลี้ยงสุกรใหม่ ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจ ด้วยการประกันภัย กรณีที่กลับมาเลี้ยงใหม่แล้วเกิดความเสียหาย จะต้องมีการชดเชยในทันที</p><p><br></p><p><em>ที่ผ่านมา เกษตรกรให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลผู้บริโภคมาตลอด ทั้งที่ต้องเผชิญกับปัญหารอบด้านมานานกว่า 3 ปี เราต้องแก้ปัญหาโดยลำพัง ต้องดูแลและช่วยเหลือกันเอง โดยไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ จนกลายเป็นปัญหาสะสมทำให้คนเลี้ยงไม่มั่นใจ พากันเลิกอาชีพ และปล่อยเล้าร้าง จำนวนหมูจึงลดลงอย่างมากในวันนี้ ถึงแม้ว่าราคาจะจูงใจ แต่ความกังวลต่อสถานการณ์ต่างๆ ทุกคนจึงไม่กล้าเสี่ยง ดังนั้นการจะาฟื้นอาชีพและเรียกความเชื่อมั่นของเกษตรกรกลับมาอีกครั้ง ภาครัฐต้องแก้ปัญหาทั้งระบบในทันที เพราะการเพิ่มปริมาณหมูขุนให้กลับมาใกล้เคียง 18-19 ล้านตัวต่อปี จะต้องใช้เวลา 1-2 ปี ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือคนเลี้ยงหมู ให้เหมือนกับที่ช่วยเหลือเยียวยาภาคเกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การช่วยลดหนี้ พักหนี้ หรือพักดอกเบี้ย พร้อมเร่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด รวมถึงเลื่อนจ่ายภาษีของเกษตรกรออกไปก่อน และต้องปล่อยให้ราคาซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาด </em>นายสุนทราภรณ์ กล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหา ด้วยการงดส่งออกสุกรไปต่างประเทศนั้น ข้อเท็จจริงคือ ขณะนี้การส่งออกหยุดไปโดยอัตโนมัติ จากปริมาณสุกรที่หายไปจากระบบและไม่เพียงพอป้อนตลาดในประเทศ ประกอบกับสุกรไทยมีต้นทุนสูงและราคาปรับเพิ่มขึ้นจึงไม่จูงใจในการสั่งซื้อ ส่วนที่แนะนำให้แก้ปัญหาโดยการนำเข้าสุกรจากต่างประเทศเป็นการชั่วคราว จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา เพราะคนไทยต้องเสี่ยงกับสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ เกษตรกรต้องเสี่ยงกับโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงผลกระทบต่อวงจรการผลิตสุกรทั้งอุตสาหกรรม ต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ภาคเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การเลี้ยง จนถึงภาคธุรกิจอื่นๆตลอดห่วงโซ่ ที่ต้องล่มสลาย เนื่องจากสุกรไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสุกรต่างประเทศได้</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107201340696"],
    [115,"จังหวัดหนองบัวลำภู เปิดโครงการคลินิกการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong> เปิดโครงการคลินิกการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ตำบลป่าไม้งาม อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;โดยนายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู กล่าวต้อนรับ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าไม้งาม กล่าวรายงานข้อมูลพื้นฐานนของตำบล และเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ เพื่อให้บริการทางด้านวิชาการด้านการเกษตร ด้านพืช ด้านสัตว์ ประมง ดิน น้ำ กฎหมายทางการเกษตร การทำบัญชีครัวเรือน ปัญหาที่ดินทำกินและปัญหาอื่นๆ พร้อมกันนั้นได้มีการจัดนิทรรศการต่างๆ และการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ ของเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107204937714"],
    [116,"หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11 ปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา","<p>&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรโชคชัย&nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&nbsp;บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;224&nbsp;กิโลเมตรที่&nbsp;23&nbsp;อำเภอโชคชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;67&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งออกเป็นรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;และรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&nbsp;และติกสติ๊กเก้อห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;443&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&nbsp;76&nbsp;คัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108000635735"],
    [117,"หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ออกประกาศห้ามเข้าบริเวณถ้ำศรีพรหม ใน อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวิษณุ&nbsp;กุมภาว์&nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ด้วยปัจจุบันปรากฏว่ามีบุคคล&nbsp;หรือคณะบุคคลเข้าไปกระทำการใด&nbsp;ๆ&nbsp;ในบริเวณถ้ำศรีพรหม&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;มาตรา&nbsp;53&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;หรือเป็นกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่อื่นใด&nbsp;ซึ่งต้องเข้าไปปฏิบัติการตามหน้าที่&nbsp;ซึ่งมาตรา&nbsp;96&nbsp;กำหนดโทษไว้ว่า&nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา&nbsp;53&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;ขอแจ้งให้ทราบว่า&nbsp;พื้นที่บริเวณถ้ำศรีพรหม&nbsp;ท้องที่บ้านโนนสา&nbsp;ตำบลท่าดอกคำ&nbsp;อำเภอบึงโขงหลง&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว&nbsp;ยังไม่ได้เปิดให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ&nbsp;หรือแหล่งท่องเที่ยวแต่อย่างใด&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;บริเวณดังกล่าวมีช้างป่าเข้ามาอยู่อาศัย&nbsp;และหากินในพื้นที่เป็นจำนวนมาก&nbsp;อันอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลผู้เข้าไปในพื้นที่&nbsp;หรือช้างป่าได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หากยังพบว่ามีบุคคล&nbsp;หรือคณะบุคคลเข้าไปกระทำการใด&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;ในบริเวณถ้ำศรีพรหม&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่อีก&nbsp;จะเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;มาตรา&nbsp;53&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลคณะบุคคลดังกล่าวต่อไป</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สวท.บึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108072823746"],
    [118,"เร่งบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งนี้ คุมเข้มแผนจัดสรรน้ำเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง จัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;57,117&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เป็นน้ำใช้การได้&nbsp;&nbsp;33,187&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ผลการจัดสรรน้ำช่วงแล้ง(1&nbsp;พ.ย.&nbsp;64&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ขณะนี้ทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้ว&nbsp;7,762&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;35&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;คงเหลือปริมาณน้ำที่ต้องจัดสรรอีก&nbsp;14,518&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;&nbsp;1,864&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;33&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้วางแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในแต่ละพื้นที่&nbsp;พร้อมจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม&nbsp;โดยจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;เป็นอันดับแรก&nbsp;และน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศ&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ส่วนหนึ่งจะสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมนี้&nbsp;ด้านการเกษตรกรรมได้จัดสรรน้ำตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินการตามมาตรการที่&nbsp;5</strong>&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชช่วงแล้ง&nbsp;ตามข้อสั่งการพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;นั้น&nbsp;ปัจจุบันกรมชลประทานได้วางแผนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;รวมกว่า&nbsp;6&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;มีแผนการเพาะปลูก&nbsp;ข้าวนาปรังกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;จนถึงขณะนี้มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศไปแล้ว&nbsp;4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้กับเกษตรกรได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้การเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จะบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ด้วยความประณีตและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เพื่อให้ทุกพื้นที่มีน้ำใช้ตลอดช่วงแล้งนี้&nbsp;อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108103802793"],
    [119,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกในภาคใต้ตอนล่าง พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนี้ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนรับมือขาดแคลนน้ำแล้งนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกในภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนี้&nbsp;ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนรับมือขาดแคลนน้ำแล้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางบริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;20&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครนายก&nbsp;18&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;16&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,698&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;63&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,520&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงต้องเฝ้าระวังค่าความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ&nbsp;บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;จึงขอให้ระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนรับมือสถานการณ์ขาดแคลนน้ำหน้าแล้งปีนี้&nbsp;โดยเฉพาะจัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;อย่างกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เร่งทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน&nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&nbsp;จ.บึงกาฬ&nbsp;และ&nbsp;อ.ประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;จ.อุดรธานี&nbsp;และโครงการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น&nbsp;อ.วชิรบารมี&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;//&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;เร่งสำรวจแหล่งน้ำต้นทุนพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;โครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ต.ทาสบเส้า&nbsp;อ.แม่ทา&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;และโครงการปรับปรุงซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำบ้านจำตาเหิน&nbsp;พร้อมระบบกระจายน้ำ&nbsp;ต.ทาสบเส้า&nbsp;อ.แม่ทา&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;,&nbsp;โครงการซ่อมปรับปรุงฝายน้ำล้นโฮ่งหลวง&nbsp;ต.บ้านโฮ่ง&nbsp;อ.บ้านโฮ่ง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อบรรเทาภาวะการขาดแคลนน้ำบริเวณคลองแมวสูบเข้าคลองไส้ไก่&nbsp;ต.พันลาน&nbsp;อ.ชุมแสง&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;200&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;ส่วนคลองลำตะคองสูบเข้าคลองส่งน้ำบ้านท่ามะปรางค์&nbsp;ต.หมูสี&nbsp;อ.ปากช่อง&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;100&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108084324754"],
    [120,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม 3 พื้นที่ จากสภาพอากาศนิ่งและการจราจรหนาแน่น ขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลปรับตัวลดลงเล็กน้อย&nbsp;แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;จากสภาพอากาศนิ่งและการจราจรหนาแน่น&nbsp;ขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงเล็กน้อย&nbsp;แต่ยังสูงเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;22&nbsp;&nbsp;63&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คือ&nbsp;ต.นครปฐม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;,&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง&nbsp;ลมอ่อน&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อนในหลายพื้นที่&nbsp;แล้ววันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มกราคมจะมีแนวโน้มลดลง&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108094633757"],
    [121,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเมินคอกสัตว์ และระบบเพื่อการนำเข้าอาณาจักร ซึ่งโค-กระบือจากเมียนมาร์ ผ่านจุดผ่อนปรนทั้ง 5 จุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมการพิจารณาการตรวจประเมินคอกกักสัตว์&nbsp;และระบบเพื่อการนำเข้าราชอาณาจักร&nbsp;ซึ่งโค-กระบือจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์&nbsp;ผ่านจุดผ่อนปรนทั้ง&nbsp;5&nbsp;จุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน\"&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมประดิษฐ์จองคำ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีนายพนม&nbsp;มีศิริพันธุ์&nbsp;ปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอนิรุธ&nbsp;เนื่องเม็ก&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;นายโรจน์ชนะ&nbsp;ปรากฏชื่อ&nbsp;ผู้แทนจากสำนักควบคุมและบำบัดโรคสัตว์&nbsp;นางสาวพจนา&nbsp;สากระแสร์&nbsp;ผู้แทนจากกองความร่วมมือด้านปศุสัตว์ระหว่างประเทศ&nbsp;และผู้แทนจากกองสารวัตรและกักกัน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;เข้าร่วมประชุมพร้อมกับคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>การประชุมฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;เป็นการหาแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการค้าสัตว์</strong>&nbsp;เพื่อการนำเข้าตามแนวชายแดน&nbsp;และกระตุ้นการค้าการลงทุน&nbsp;รวมทั้งเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และเตรียมความพร้อมรองรับการอนุญาตให้นำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักร&nbsp;ซึ่งโค-กระบือ&nbsp;จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์&nbsp;ผ่านจุดผ่อนปรนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมประดิษฐ์จองคำ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108114722828"],
    [122,"ปศุสัตว์เด่นชัย ฉีดวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) และโรคเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย ในโค-กระบือ","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเด่นชัย</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;(FMD)&nbsp;และโรคเฮโมรา?ยิก?เซฟ?ติ?ซี?เมีย&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;พื้นที่อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><strong>นายเฉลิมพิพัธธ์&nbsp;ศรีโพลา&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเด่นชัย&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเด่นชัย&nbsp;ลงพื้น?ที่ปฏิบัติงานตามแผนการรณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้า?เปื่อย?&nbsp;(FMD)?&nbsp;และโรคเฮโมรา?ยิก?เซฟ?ติ?ซี?เมีย&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์เลี้ยง</p><p><strong>พร้อมกันนี้ได้ให้ความรู้</strong>&nbsp;คำแนะนำเกี่ยวกับดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;ที่วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี&nbsp;ตำบลไทรย้อย&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่?&nbsp;และเน้นย้ำการเฝ้าระวัง?โรค?ใน?กระบือ?และ?โค?&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ</p><p><strong>สำหรับอาการ</strong><a&nbsp;href=\"https://www.thairath.co.th/news/local/central/1746246\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;windowtext;\">โรคปาก</a><a&nbsp;href=\"https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;windowtext;\">เท้าเปื่อย</a>&nbsp;สัตว์จะมีอาการซึม&nbsp;ไข้สูง&nbsp;น้ำลายไหล&nbsp;มีเม็ดตุ่มใส&nbsp;พุพอง&nbsp;เกิดขึ้นภายในปาก&nbsp;ลิ้น&nbsp;เหงือก&nbsp;เพดานปาก&nbsp;ข้างแก้ม&nbsp;ซอกกีบต่อมาเม็ดตุ่มจะแตกเป็นแผล&nbsp;สัตว์แสดงอาการขาเจ็บ&nbsp;เดินกะเผลก&nbsp;น้ำลายไหลมากขึ้น&nbsp;มีแผลในปาก&nbsp;ลิ้น&nbsp;เท้า&nbsp;และหัวนม</p><p><strong>ส่วนโรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย&nbsp;</strong>หรือที่เรียกตามอาการว่า&nbsp;โรคคอบวม&nbsp;เป็นโรคระบาดรุนแรงของกระบือ&nbsp;แต่โรคนี้จะมีความรุนแรงน้อยลงในสัตว์อื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โค&nbsp;แกะ&nbsp;สุกร&nbsp;ม้า&nbsp;อูฐ&nbsp;กวาง&nbsp;และช้าง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โรคนี้ไม่เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน&nbsp;ลักษณะสำคัญของโรค&nbsp;คือ&nbsp;สัตว์จะหายใจหอบลึกมีเสียงดัง&nbsp;คอ&nbsp;หรือหน้าบวมแข็ง&nbsp;อัตราการป่วยและอัตราการตายสูง&nbsp;เชื้อชนิดนี้อยู่ในระบบทางเดินหายใจสัตว์ปกติได้&nbsp;โดยที่สัตว์ไม่แสดงอาการป่วยแต่เมื่อมีภาวะทำให้สัตว์เครียด&nbsp;สัตว์จะแสดงอาการป่วยและขับเชื้อออกมาสู่สิ่งแวดล้อม</p><p><strong>&nbsp;หากเกษตรกรมีข้อสงสัย</strong>ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสำนักงานปศุสัตว์ใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108131038848"],
    [123,"กระทรวงพาณิชย์ ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังงวดที่ 2 ปี 2564/65","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;</strong>ประธานอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;2)&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล</p><p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;</strong>โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้มีมติในคราวประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12/2564&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;2)&nbsp;ตามราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างๆ&nbsp;ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;2)&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง</strong>กับกรมส่งเสริมการเกษตรที่มีวันที่เพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;โดยระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;1-31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวนับจากวันที่เพาะปลูกไม่น้อยกว่า&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง&nbsp;25%&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;2.60&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีราคาสูงกว่าราคาเป้าหมาย&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกร&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108130044845"],
    [124,"กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพะเยา ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาป่า เศษวัสดุ และวัชพืชต่างๆ ห้วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2565","<p><strong>พันเอก&nbsp;เจนณรงค์&nbsp;ขำฉา&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพะเยา&nbsp;(ฝ่ายทหาร)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เนื่องด้วยสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วงฤดูแล้งของทุกปี&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ&nbsp;ป่าดิบ&nbsp;ป่าสนเขาและป่าเต็งรัง&nbsp;ซึ่งเป็นป่าผลัดใบในฤดูแล้ง&nbsp;จึงติดไฟและลุกลามได้ง่าย&nbsp;รวมถึงปัญหาฝุ่นละอองข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรจะทำการเผาเศษวัสดุ&nbsp;เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำการเกษตร&nbsp;จึงเกิดหมอกควันปกคลุมเป็นประจำทุกปี&nbsp;ทำให้มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;เกิดความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>จึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ได้งดการเผาป่า&nbsp;เศษวัสดุ&nbsp;และวัชพืชต่างๆ&nbsp;ในห้วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ที่เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;รวมถึงเพื่อป้องกันอันตรายจากหมอกควันและฝุ่นละอองที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108131442850"],
    [125,"เกษตรลำพูน ร่วมให้การต้อนรับ รมช.เกษตร ในการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมู","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มกราคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่อาคารโดมแผ่พืชน์&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;อำเภอสันทราย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ตู้แก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับนายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อพบปะผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;7&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;กลุ่มสุกรรายย่อย&nbsp;และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&nbsp;ติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมูและรับทราบปัญหาในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและผู้บริโภคเป็นอย่างมาก&nbsp;จากปัญหาราคาหมูเพิ่ม&nbsp;จึงได้มีการอนุมัติเงินกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและส่งเสริมให้ผู้เลี้ยงรายย่อยกว่า&nbsp;180,000&nbsp;ราย&nbsp;กลับมาเลี้ยงสุกรอีกครั้ง&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้สั่งการเร่งให้ทุกพื้นที่ประเมินระดับความเสี่ยงด้านระบาดวิทยา&nbsp;สัตวแพทย์&nbsp;เพื่อหาพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;และสำรวจความต้องการในการกลับมาเลี้ยงอีกครั้งภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้&nbsp;เพื่อได้ข้อเท็จจริงและให้แต่ละพื้นที่เดินหน้าต่อไปได้&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ&nbsp;จัดลำดับความสำคัญและวางแผนการผลิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้เตรียมมาตรการและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้เลี้ยงรายย่อยกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง&nbsp;พร้อมเติมทุนแก่เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ภายใต้โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108140823877"],
    [126,"รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ภาคเหนือพบปะกลุ่มเกษตรกรรายย่อยและสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ","<p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่พบปะผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ชี้แจงแนวทางการส่งเสริมการเลี้ยงสุกรและแก้ไขปัญหาราคาสุกรที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ขณะที่&nbsp;รัฐบาลไฟเขียวงบประมาณกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นทุนหนุนเกษตรกรรายย่อยกลับมาเลี้ยงสุกรอีกครั้ง</strong></p><p><strong>ที่อาคารแผ่พืชน์&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;อำเภอสันทราย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่พบปะผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;7&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคเหนือ&nbsp;และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมูและรับทราบปัญหาในพื้นที่&nbsp;โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและผู้บริโภคเป็นอย่างมาก&nbsp;จากปัญหาราคาเนื้อหมูเพิ่มสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละกว่า&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ดังนั้นจึงได้มีการอนุมัติเงินกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและส่งเสริมให้ผู้เลี้ยงรายย่อยทั่วประเทศกว่า&nbsp;185,000&nbsp;ราย&nbsp;กลับมาเลี้ยงสุกรอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทุกพื้นที่ประเมินระดับความเสี่ยงด้านระบาดวิทยา&nbsp;และสำรวจความต้องการในการกลับมาเลี้ยงสุกรภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้&nbsp;ขณะที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ได้เตรียมมาตรการและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้เลี้ยงรายย่อยกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง&nbsp;พร้อมเติมทุนแก่เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ภายใต้โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;&nbsp;จากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางไปยังฟาร์มเลี้ยงสุกรที่จังหวัดลำพูนเพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานและรับฟังปัญหาอุปสรรคต่างๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับภาคเหนือมีผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยกว่า&nbsp;70,000&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ส่วนพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีจำนวนผู้เลี้ยงสุกรทั้งสิ้นกว่า&nbsp;15,000&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108154844911"],
    [127,"กอ.รมน.ศรีสะเกษ ร่วมดำเนินโครงการเตรียมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กอ.รมน. ประจำปีงบประมาณ 2565","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อเวลา&nbsp;10.00-15.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;พ.อ.วัชรพล&nbsp;คันธา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;(ท.)&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พ.ต.นิรัญ&nbsp;คุณสัตย์&nbsp;หน.ฝบค.กอ.รมน.ศ.ก.&nbsp;พร้อมด้วยนายประสิทธิ์&nbsp;บุญเสนอ&nbsp;หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์และจัดการ&nbsp;ปภ.จ.ศก.&nbsp;,&nbsp;นางปิ่นนภา&nbsp;ศรวิชัย&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อม&nbsp;ชำนาญการ&nbsp;ทสจ.ศ.ก.&nbsp;บูรณาการร่วมดำเนินโครงการเตรียมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&nbsp;ให้คำแนะนำ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์จัดการขยะเทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;และศูนย์จัดการขยะเทศบาลตําบลยางชุมน้อย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผลการปฏิบัติ&nbsp;:&nbsp;ได้รับทราบปัญหาการจัดการขยะ&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108183756964"],
    [128,"ส.ไก่เนื้อ ชวนคนไทยบริโภคเนื้อไก่ช่วงหมูแพงเป็นโปรตีนทดแทนและช่วยเกษตรกรอีกทาง","<p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์</strong> นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาหมูแพงในขณะนี้ที่ภาครัฐมีมาตรการเร่งด่วนออกมาแก้ปัญหาแล้วนั้น ในฐานะผู้บริโภคยังสามารถร่วมแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการหันไปบริโภคเนื้อไก่หรือโปรตีนชนิดอื่นทดแทน เพื่อลดปริมาณความต้องการเนื้อหมู ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อที่มีอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศด้วย </p><p class=\"ql-align-justify\"><em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"คำแนะนำที่ให้ผู้บริโภคเลือกโปรตีนหลากหลายทดแทนกันนั้น เป็นคำแนะนำที่ถูกต้องและให้ผลลัพธ์ที่ดีมาแล้วหลายครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อปริมาณหมูน้อยลง การช่วยลดความต้องการหมูลงแม้สักเล็กน้อยก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้ ขณะที่เนื้อไก่เป็นโปรตีนเนื้อขาวที่มีประโยชน์ไม่แพ้เนื้อหมู ทั้งยังย่อยง่าย หาซื้อได้โดยทั่วไป การหันไปเพิ่มการบริโภคเนื้อไก่ ยังเท่ากับการได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อทั่วประเทศที่มีจำนวนหลายหมื่นรายด้วย\"</em> นายสมบูรณ์กล่าว</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรการที่รัฐประกาศช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยการยกเว้นภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมต่างๆ นั้น นายสมบูรณ์ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อยต้องแบกรับต้นทุนอาหารที่สูงมาโดยตลอด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลมีมาตรการผลักดันให้พืชเกษตรมีราคาสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ในประเทศ ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ไม่ได้รับการดูแลใดๆ ต้องแบกรับต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่สูงขึ้นนี้ด้วยตนเอง</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม ขอให้รัฐทบทวนมาตรการด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ครบถ้วนทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์ ให้เป็นวัตถุดิบสีเขียว เพื่อให้ไก่เนื้อไทยเป็นไก่ไร้คาร์บอนที่ไม่ได้มาจากการรุกป่า ตอบโจทย์ประเทศผู้นำเข้าไก่เนื้อ อย่างสหภาพยุโรปด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อนึ่ง ในช่วงที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ต้องเผชิญปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 ราคาเมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองแพงขึ้น 30% จากกิโลกรัมละ 13 บาทเป็นกิโลกรัมละ 18 บาท ส่วนราคาข้าวโพดปี 2564 ขยับพุ่งสูงสุดที่ 11.50 บาท/กก. อาหารเสริม-วิตามิน-เกลือแร่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ล้วนมีการปรับตัวสูงขึ้นกว่า 20-30%</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108161702919"],
    [129,"ภูเก็ต ประมงจังหวัดปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ จำนวน  2 ล้านตัว และวางซั้งในทะเล 250 ต้น เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ประมงจังหวัดปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านตัว&nbsp;และวางซั้งในทะเล&nbsp;250&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ท่าเทียบเรือบ้านยามู&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลป่าคลอก&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับองค์กรภาคประชาชน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มพันธุ์กุ้งกุลาดำในพื้นที่&nbsp;โดยมีนายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวัชรินทร์&nbsp;รัตนชู&nbsp;ประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ตได้รับจัดสรรงบประมาณ&nbsp;จากโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อดำเนินการโครงการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีกิจกรรมย่อย&nbsp;3&nbsp;กิจกรรม&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;1&nbsp;การให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนแก่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;17&nbsp;ชุมชน&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;510&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;การวางชั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,250&nbsp;ต้น&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ชุมชน&nbsp;เพื่อช่วยให้สัตว์น้ำมาอาศัย&nbsp;เป็นแหล่งทำการประมง&nbsp;ลดการเดินทางไปไกลฝั่ง&nbsp;ลดค่าใช้จ่าย&nbsp;ค่าน้ำมัน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และกิจกรรมที่&nbsp;3&nbsp;คือ&nbsp;การปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำในชุมชนประมงชายฝั่งทะเล&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ซึ่งวันนี้กำหนดปล่อยที่ชุมชนบ้านยามู&nbsp;ตำบลป่าคลอก&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านตัว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการวางซั้งในทะเลบริเวณเกาะนาคา&nbsp;บริเวณหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลป่าคลอก&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;ต้น&nbsp;อีกด้วย</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108174222947"],
    [130,"การจัดการขยะติดเชื้อให้ถูกวิธี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การจัดการขยะติดเชื้อในช่วงที่มีการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK</strong>&nbsp;การกักตัว&nbsp;และการรักษาตัวที่บ้านหรือ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;อาจทำให้เกิดขยะติดเชื้อจากครัวเรือน&nbsp;ให้ทำความเข้าใจในการจัดการขยะติดเชื้อเพื่อลดการกระจายของเชื้อในวงกว้าง&nbsp;ขยะติดเชื้อหรือมูลฝอยติดเชื้อ&nbsp;หมายถึง&nbsp;มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ในปริมาณหรือความเข้มข้น&nbsp;ซึ่งถ้ามีการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับมูลฝอยนั้นแล้วทำให้เกิดโรคได้&nbsp;โดยเฉพาะขยะติดเชื้อที่เสี่ยงต่อโรคโควิด-19&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.หน้ากากอนามัย&nbsp;2.ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(หลอด&nbsp;น้ำยา&nbsp;ตลับ&nbsp;ไม้&nbsp;Swab)&nbsp;3.กระดาษทิชชู่&nbsp;ผ้าก๊อซ&nbsp;สำลีที่ใช้แล้ว&nbsp;4.เข็มฉีดวัคซีนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ใช้แล้วถือเป็นขยะที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ATK&nbsp;แยกขยะออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท</strong>&nbsp;1.ขยะที่ไม่ได้ปนเปื้อนน้ำมูก&nbsp;น้ำลาย&nbsp;หรือสารคัดหลั่งที่ใช้ทดสอบ&nbsp;เช่น&nbsp;เอกสารกำกับชุดตรวจ&nbsp;และกล่องบรรจุภัณฑ์&nbsp;ขยะประเภทนี้ให้เก็บรวบรวมทิ้งถังขยะทั่วไปที่มีฝาปิดมิดชิดได้เลย&nbsp;2.ขยะที่ปนเปื้อนน้ำมูก&nbsp;น้ำลาย&nbsp;หรือสารคัดหลั่งที่ใช้ทดสอบ&nbsp;เช่น&nbsp;ตลับ&nbsp;หรือแผ่นทดสอบ&nbsp;หลอดใส่น้ำยา&nbsp;ฝาหลอดหยด&nbsp;ไม้&nbsp;Swap&nbsp;ขยะประเภทนี้&nbsp;ถือเป็นขยะที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;ต้องแยกจัดการจากขยะทั่วไป&nbsp;เพราะมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ATK&nbsp;กำจัดอย่างถูกวิธี</strong>&nbsp;เก็บรวบรวมขยะติดเชื้อเป็นประจำทุกวัน&nbsp;ใส่ถุงขยะสีแดง&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;โดยถุงชั้นแรกที่สัมผัสขยะติดเชื้อ&nbsp;มัดปากถุงด้วยเชือกให้แน่น&nbsp;แล้วฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารฆ่าเชื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;สารโซเดียมไฮโปคลอไรท์&nbsp;5,000&nbsp;ppm&nbsp;หรือเตรียมจากน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำอัตราส่วน&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;10&nbsp;หรือแอลกอฮอล์&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;มัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่น&nbsp;และฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารฆ่าเชื้ออีกครั้ง&nbsp;แล้วเคลื่อนย้ายไปไว้ยังจุดพักขยะที่จัดไว้เฉพาะ&nbsp;ประสานไปยังหน่วยงานที่ทำหน้าที่ให้บริการเก็บขนขยะติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หรือโรงพยาบาล&nbsp;ส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;เพื่อกำหนดวิธีการนำขยะติดเชื้อไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป&nbsp;ในกรณีที่ชุมชนไม่มีระบบการเก็บขนขยะติดเชื้อ&nbsp;หรือระบบการเก็บขนขยะติดเชื้อเข้าไม่ถึง&nbsp;ให้ซ้อนด้วยถุงขยะอีก&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;มัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่น&nbsp;และฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้อบริเวณปากถุงอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งขยะที่ผ่านการทำลายเชื้อแล้ว&nbsp;ให้ประสานและนำส่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นำไปกำจัดเป็นขยะทั่วไป&nbsp;โดยหลังจัดการขยะติดเชื้อแล้วต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ทันที</p><p><br></p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108185601975"],
    [131,"จังหวัดลำพูน เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ตำบลน้ำดิบ","<p><strong>ผู้ว่าฯ&nbsp;ลำพูน&nbsp;เยี่ยมชมการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ตำบลน้ำดิบ</strong>&nbsp;เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ศูนย์เรียนรู้&nbsp;ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;แก่เกษตรกรในชุมชนและผู้สนใจ</p><p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นางบำเพ็ญ&nbsp;เมืองมูล&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&nbsp;และนายอำเภอป่าซาง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมการพัฒนาพื้นที่ของศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;ตำบลน้ำดิบ&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;สังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอป่าซาง&nbsp;โดยนาย&nbsp;เทวิน&nbsp;จอมพันธ์&nbsp;กำนันตำบลน้ำดิบ/เกษตรกร&nbsp;เป็นเจ้าของพื้นที่&nbsp;เพื่อดำเนินการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน&nbsp;ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฏีใหม่ประยุกต์&nbsp;สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการดำเนินการปรับพื้นที่&nbsp;และจัดสร้างศูนย์ฯ&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;และมีกำหนดการแล้วเสร็จ&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;&nbsp;2568&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นศูนย์ประจำตำบล&nbsp;ทั้งจัดตั้งเป็นที่อบรมให้ความรู้&nbsp;แก่เกษตรกรและผู้สนใจในพื้นที่&nbsp;กิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และเป็นการขยายผลเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;แก่กลุ่มเป้าหมายให้เกิดประโยชน์มากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ร่วมหว่านเมล็ดพืช&nbsp;ผัก&nbsp;สวนครัว&nbsp;ในพื้นที่ศูนย์ฯ&nbsp;เป็นการใช้พื้นที่ว่างสร้างอาหารแก่คนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ได้นำไปรับประทาน&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;ในช่วงโควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108195636003"],
    [132,"ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำ ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง","<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า</strong>&nbsp;พร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;บ้านส้มเจริญ&nbsp;บ้านวังสวนกล้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลน้ำดิบ&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำฯ&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านั้นสถานีสูบน้ำแห่งนี้เกิดชำรุด&nbsp;เสียหายไม่สามารถใช้งานได้&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ไม่มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้รับเรื่องดังกล่าว&nbsp;และได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ&nbsp;สำรวจและปรับปรุงสถานีสูบน้ำ&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนเป็นที่เสร็จสิ้น&nbsp;และได้เริ่มใช้งานเพื่อประโยชน์ของประชาชน&nbsp;และเกษตรกรที่ใช้น้ำในพื้นที่แล้ว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>ได้สอบถาม&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ถึงปัญหา&nbsp;และความต้องการน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่มีเพียงพอหรือไม่&nbsp;หากมีปัญหา&nbsp;หรือความต้องการด้านแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;สามารถแจ้งไปยัง&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เทศบาลในท้องที่&nbsp;หรือทางอำเภอได้&nbsp;เพื่อจะได้เร่งสำรวจ&nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108195904004"],
    [133,"ผู้ว่าฯ ลำพูน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;ตำบลน้ำดิบ&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;บ้านส้มเจริญ&nbsp;บ้านวังสวนกล้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลน้ำดิบ&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านั้นสถานีสูบน้ำแห่งนี้เกิดชุดรุดเสียหาย&nbsp;ไม่สามารถใช้งานได้&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ไม่มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้รับเรื่องดังกล่าวและได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจและปรับปรุงสถานีสูบน้ำ&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนเป็นที่เสร็จสิ้น&nbsp;และได้เริ่มใช้งานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและเกษตรกรที่ใช้น้ำในพื้นที่แล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ได้สอบถามกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ถึงปัญหาและความต้องการน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่มีเพียงพอหรือไม่&nbsp;หากมีปัญหา&nbsp;หรือความต้องการด้านแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;สามารถแจ้งไปยังหน่วยงาน&nbsp;เทศบาลในท้องที่&nbsp;หรือทางอำเภอได้&nbsp;เพื่อจะได้เร่งสำรวจและดำเนินการช่วยเหลือต่อไป</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108200556005"],
    [134,"วัยเกษียณสู่ \"โคก หนอง นา โมเดล\" ครัวเรือนต้นแบบ เกษตรผสมผสานทฤษฎีใหม่ ความพอเพียงชาวบ้านลำพะยา ยะลา","<p><strong>ที่เห็นอยู่นี้เป็นพื้นที่&nbsp;2&nbsp;ไร่ของป้าคิ้ม&nbsp;ชาวบ้านลำพะยา&nbsp;ยะลา</strong>&nbsp;ในวัยเกษียณ&nbsp;ซึ่งได้เดินตามรอยเท้าพ่อ&nbsp;หันมาปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนผลไม้&nbsp;เป็น&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ตามโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;ปลูกพืชผสมผสานร่วม&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ได้ผลผลิตดี&nbsp;สามารถลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน</p><p><strong>นางพรเพ็ญ&nbsp;สีชุมภู&nbsp;ชาวบ้านเหนือ&nbsp;ม.1&nbsp;ตำบลลำพะยา&nbsp;อำเภอเมืองยะลา</strong>&nbsp;เล่าให้ฟังว่า&nbsp;เมื่อก่อนพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ปลูกมะพร้าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;40&nbsp;ปีมาแล้วไม่ได้ต่อยอดและมีการเสื่อมสภาพไป&nbsp;พอพัฒนาชุมชนยะลาเสนอโครงการ&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา\"&nbsp;เข้ามา&nbsp;เห็นเป็นโครงการที่ดีและเกษียณมาไม่ได้ทำอะไร&nbsp;ก็เลยได้เข้าอบรม&nbsp;ลองมาทำดู&nbsp;ก็ได้ผลดี</p><p><strong>ทาง&nbsp;พช.&nbsp;ก็ได้เข้ามาช่วยขุด&nbsp;มาปรับพื้นที่&nbsp;ทำบ่อ&nbsp;ทำคลองไส้ไก่</strong>&nbsp;เพื่อไว้เลี้ยงปลา&nbsp;สวาย&nbsp;ปลาตะเพียน&nbsp;ปลาดุก&nbsp;ปลาหมอ&nbsp;ใช้ทุนของ&nbsp;พช.&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;มีโคก&nbsp;หนอง&nbsp;ก็ทำนาด้วย&nbsp;ซึ่งข้าวที่ปลูกก็จะนำมาเลี้ยงเป็ด&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;ที่&nbsp;พช.&nbsp;ให้มา&nbsp;รวมถึงปลูกพืช&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;พืชเศรษฐกิจกิจชั้นสูง&nbsp;พืชชั้นกลาง&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ต่ำเตี้ย&nbsp;เรี่ยดิน</p><p><strong>สำหรับพืชชั้นสูงนั้น&nbsp;ดูแล้วไม่เหมาะกับพื้นที่</strong>&nbsp;ก็เลยปลูกพืชชั้นกลาง&nbsp;ทุเรียนในช่วงที่กว่าจะได้ผลผลิต&nbsp;4-6&nbsp;ปี&nbsp;เราก็ปลูกพืช&nbsp;แค&nbsp;มะระ&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;มะเขือ&nbsp;พริก&nbsp;กล้วย&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ขายไป&nbsp;รวมถึงดอกดาวเรืองไว้ขายในวันพระ&nbsp;สมุนไพรทุกชนิด&nbsp;หมุนเวียนในครัวเรือน&nbsp;เลี้ยงเป็ด&nbsp;เลี้ยงไก่เสริมรายได้ก็พออยู่ได้&nbsp;ไม่ต้องซื้ออะไร&nbsp;มีพืชผักกินทุกชนิด&nbsp;พอทำแล้ว</p><p><strong>ช่วงโควิดที่หลายคนได้รับผลกระทบ</strong>&nbsp;เราก็ไม่ลำบาก&nbsp;การกิน&nbsp;มีที่อยู่ที่ทำกิน&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้อยู่ได้&nbsp;ไม่ได้รับผลกระทบอะไร&nbsp;พอกินพอใช้&nbsp;เหลือกินแจกชาวบ้าน&nbsp;รวมถึงให้ชาวบ้านเข้ามาศึกษาดูงาน&nbsp;เราสอนวิธีปลูก&nbsp;ทำปุ๋ย&nbsp;พอชาวบ้านได้เห็นของเรา&nbsp;ก็จะได้นำไปเป็นตัวอย่างทำตาม</p><p><strong>ที่นี่จะปลูกพืชหมุนเวียนตลอดไม่ได้ขาด</strong>&nbsp;มีรายได้&nbsp;มีขายตลอด&nbsp;มะเขือปลูกใหม่ทดแทนกินได้&nbsp;ต้นกล้า&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;เพาะต่อยอดได้&nbsp;จะได้ไม่มีพืชขาดบ้าน&nbsp;ขาดตลาด&nbsp;ลูกค้าก็จะมีตลอด&nbsp;มีขายตลอด&nbsp;มาซื้อถึงบ้าน&nbsp;ขายไม่ทัน&nbsp;คนในพื้นที่ชอบกินผักปลอดสารพิษอยู่แล้ว</p><p><strong>สำหรับรายได้นั้น&nbsp;ก็จะได้จากการขายไข่เป็ด&nbsp;ไข่&nbsp;ไก่&nbsp;ส่วนผัก</strong>&nbsp;เก็บวันเว้นวัน&nbsp;3&nbsp;วันเก็บครั้งบ้าง&nbsp;ครั้งหนึ่งประมาณ&nbsp;100-250&nbsp;บาท&nbsp;เดือนหนึ่งรวมๆ&nbsp;กันก็ประมาณ&nbsp;6&nbsp;พันกว่าบาท&nbsp;พออยู่ได้&nbsp;เป็นงานที่บ้านเหลือขายได้กินในครอบครัว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-09-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109090050020"],
    [135,"นายกรัฐมนตรี กำชับกรมปศุสัตว์ เร่งตรวจสอบฟาร์มสุกรสกัดการแพร่ระบาด ยืนยันรัฐบาลไม่เคยปิดบังโรคระบาดในสุกร","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ภาครัฐไม่เคยปกปิดข้อมูลโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(AFS)&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามสถานการณ์โรคระบาดในสัตว์&nbsp;หลังจากมีข่าวโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรระบาดในหลายประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งตรวจสอบและแก้ปัญหา&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรียังสนับสนุนงบประมาณสำหรับการเฝ้าระวัง</strong>&nbsp;ป้องกันและกำจัดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ส่งเสริมการปรับปรุงยกระดับฟาร์มให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;หรือให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;เพื่อการป้องกันควบคุมโรค&nbsp;รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาเจ้าของฟาร์ม&nbsp;ด้วยการจ่ายค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกระแสข่าวที่ว่าได้พบการระบาดของโรคอหิวาตห์แอฟริกาในสุกร</strong>&nbsp;(ASF)ในประเทศไทยแล้วนั้น&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตามขั้นตอน&nbsp;หลักวิชาการและมาตรฐานสากล&nbsp;หากพบการแพร่ระบาด&nbsp;จะต้องแจ้งการพบโรคไปยังองค์การสุขภาพสัตว์ระหว่างประเทศ&nbsp;เพื่อแจ้งเตือนให้ประเทศสมาชิกทราบด้วย&nbsp;&nbsp;รัฐบาลจึงไม่สามารถปกปิดข้อมูลและพร้อมรายงานให้สาธารณะชนทราบตามความเป็นจริง&nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;ได้จัดชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;สุ่มตรวจเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น&nbsp;มีเจ้าหน้าที่กองสารวัตรและกักกัน&nbsp;จะเข้าไปสำรวจโรคและเก็บตัวอย่างจากเลือดสุกร&nbsp;นำไปตรวจหาโรคโดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&nbsp;พร้อมทั้งประเมินพื้นที่เสี่ยงและความเสี่ยงระดับฟาร์ม&nbsp;หากพบมีความเสี่ยงสูงและไม่สามารถปรับปรุงระบบการป้องกันโรคได้จะทำลายสุกรเพื่อลดความเสี่ยงและจ่ายเงินชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;แต่ไม่พบว่ามีการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกร&nbsp;(&nbsp;AFS)</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;ยังกล่าวว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;สั่งการให้แก้ปัญหาโรคระบาดในสุกรอย่างยั่งยืน&nbsp;ด้วยการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการวิจัย&nbsp;พัฒนาวัคซีน&nbsp;ขณะนี้กรมปศุสัตว์ร่วมกับ&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;พัฒนาวัคซีน&nbsp;ผลิตโปรโตไทป์ได้ผลร้อยละ&nbsp;60-70&nbsp;&nbsp;กำลังเข้าสู่การทดสอบฉีดในหมูในห้องทดลอง&nbsp;หากประสบความสำเร็จ&nbsp;จะเป็นครั้งแรกของโลกที่มีวัคซีนมาใช้ควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกา&nbsp;จะช่วยปกป้องอุตสาหกรรมหมูของไทยทั้งระบบที่มูลค่าการส่งออกสุกรมีชีวิต&nbsp;เนื้อสุกรรวมทั้งผลิตภัณฑ์จากสุกรมากกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ต่อปี&nbsp;รวมทั้งคนไทยผู้บริโภคทุกคนด้วย</p><p><strong>สำหรับกรณีราคาหมูแพง&nbsp;รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิด&nbsp;667&nbsp;จุดบริการทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;116&nbsp;หน่วยบริการ&nbsp;รถโมบายตระเวนตามพื้นที่&nbsp;50&nbsp;คัน&nbsp;ตั้งจุดบริการ&nbsp;&nbsp;50&nbsp;แห่ง&nbsp;และสมาคมฯ&nbsp;16&nbsp;แห่ง&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;551&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อจำหน่ายเนื้อหมูราคาถูก&nbsp;เพิ่มช่องทางในการเลือกซื้อเนื้อหมู&nbsp;ช่วยลดภาระค่าครองชีพ&nbsp;เป็นมาตรการเสริมถึงสิ้นเดือนนี้&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-09-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109130148098"],
    [136,"ระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ถึง 10 มกราคมนี้ ส่วนภาคใต้ระวังฝนตกปานกลางถึงหนักในบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(9&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักบริเวณ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;25&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;33&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;42&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้&nbsp;</strong>จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่งคือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงมีค่าความเค็มบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;แม่กลองต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนปริมาณออกซิเจนละลายน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;ขอให้ติดตามและป้องกันผลกระทบจากระดับน้ำทะเลหนุนสูงประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและบริเวณใกล้เคียง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-09-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109113950063"],
    [137,"ฝุ่นPM2.5ใน กทม.และปริมณทล ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม4พื้นที่","<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;</strong>ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(9&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;</strong>คุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;26&nbsp;&nbsp;65&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรคือ&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเลียบวารี&nbsp;เขตหนองจอก&nbsp;,&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง&nbsp;ลมอ่อนและการจราจรหนาแน่น&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ</strong>&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มสูงขึ้นถึงวันพรุ่งนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อนในหลายพื้นที่&nbsp;แล้ววันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;มกราคมจะมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่งและขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือพื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้&nbsp;</strong>ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p><p><br></p><p><br></p>","2022-09-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109114300065"],
    [138,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนุนปล่อยแตนเบียนต่อเนื่อง ป้องกันศัตรูมะพร้าว","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานมะพร้าวแปลงใหญ่&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเนื้อที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้านไร่&nbsp;คิดเป็น&nbsp;62&nbsp;ของพื้นที่จังหวัด&nbsp;มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือ&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;มะพร้าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;โดยอำเภอเกาะสมุยเป็นพื้นที่ที่ใช้เพื่อการเกษตรมากที่สุด&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำสวนมะพร้าวประมาณ&nbsp;28,245&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;1,883&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ผ่านมาเกษตรกรทำสวนมะพร้าว&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประสบปัญหาการระบาดของศัตรูมะพร้าวในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และในปี&nbsp;2555&nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้รับงบประมาณจากกองทุนวิจัย&nbsp;จึงได้เริ่มเข้ามาสำรวจพื้นที่ระบาดของแมลงดำหนามและจัดทำแผนที่การระบาด&nbsp;ต่อมาได้ดำเนินการเลี้ยงและปล่อยแตน&nbsp;แมลงดำหนาม&nbsp;พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกรในพื้นที่เกาะสมุย&nbsp;ปัจจุบันในพื้นที่สามารถดำเนินการเลี้ยงแตนเบียนได้เอง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รวมทั้งจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าวอำเภอเกาะสมุยขึ้น&nbsp;ซึ่งการจากดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ส่งผลให้การระบาดของแมลงดำหนาม&nbsp;หนอนหัวดำ&nbsp;ด้วงแรด&nbsp;และด้วงงวงลดน้อยลง&nbsp;ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในพื้นที่ดังกล่าว</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าวนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีจุดเด่นในการปลูกพืชผสมผสานเพื่อสร้างรายได้&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกกล้วยน้ำว้า&nbsp;ไผ่&nbsp;และพริกไทย&nbsp;ร่วมกับปลูกต้นมะพร้าว&nbsp;โดยมีนายวิศาล&nbsp;บรมธนรัตน์&nbsp;เป็นประธานศูนย์ฯ&nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าว&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิต&nbsp;1,584&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;สมาชิก&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินกิจกรรมลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;การปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-09-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109211823176"],
    [139,"กรมชลประทาน  เดินหน้า 2 โครงการจัดหาน้ำเสริมศักยภาพการใช้น้ำบนเกาะสมุย ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกะทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และคณะผู้บริหาร&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำบนเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดย&nbsp;เกาะสมุย&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ติดอันดับโลก&nbsp;ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก&nbsp;สร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนับเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท&nbsp;ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมเมือง&nbsp;ทำให้มีแนวโน้มการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;การเกษตร&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;น้ำเค็มรุกล้ำและปัญหาน้ำเน่าเสีย&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวัดทะเล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำคลองจระเข้&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลิปะใหญ่&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสระเกศ&nbsp;และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าละไม&nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมประมาณ&nbsp;17&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่การเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองวัดทะเล&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองแม่น้ำ&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองหน้าพระลาน&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองพังเพ&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองลิปะใหญ่&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองสระเกศ&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองละไม&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองเหลง&nbsp;และประตูระบายน้ำคลองท่าเร็ต&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยในปี&nbsp;2566&nbsp;โครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเร่งด่วนในการดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองลิปะใหญ่และประตูระบายน้ำคลองหน้าพระลาน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่การเกษตรและเก็บกักน้ำจืดไว้ใช้&nbsp;ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-09-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109212448182"],
    [140,"จ.แม่ฮ่องสอน เกิดจุดความร้อนสะสม 34 จุด (1-8 ม.ค.65) สูงสุดที่ อ.ปาย และอ.แม่ลาน้อย","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สรุปสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าจุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด</p><p><strong>โดยจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;</strong>สูงสุดที่อำเภอปายและอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;จุด</p><p><strong>ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;13&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109173407154"],
    [141,"เกษตรกรเลี้ยงไก่ปลื้ม ผู้บริโภคเข้าใจกินเนื้อไก่เพิ่ม ร่วมแก้ปัญหาประเทศยามวิกฤตหมูแพง","<p>เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ทั่วประเทศ&nbsp;รับอานิสงส์หลังผู้บริโภคหันกินเนื้อไก่ทดแทนเนื้อหมูเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาประเทศจากหมูขาดแคลนและมีราคาแพง&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ฟื้นตัวหลังอุตสาหกรรมชะลอตัวยาวช่วงโควิด-19</p><p><br></p><p>นางฉวีวรรณ&nbsp;คำพา&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์ความต้องการบริโภคเนื้อไก่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;จากการที่ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมหันไปหาโปรตีนทางเลือกอื่นที่มีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการเทียบเท่าเนื้อหมูในราคาที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งเนื้อไก่เป็นโปรตีนคุณภาพดีย่อยง่าย&nbsp;ที่สำคัญราคาถูกกว่าเนื้อหมูในขณะนี้ถึง&nbsp;3&nbsp;เท่า&nbsp;ทำให้จูงใจผู้บริโภคในการเปลี่ยนไปหาเนื้อสัตว์ทดแทน&nbsp;ซึ่งร้านอาหารและร้านอาหารตามสั่ง&nbsp;มีการปรับวัตถุดิบจากเนื้อหมูมาเป็นเนื้อไก่มากขึ้นด้วย</p><p><br></p><p><em>สมาคมฯ&nbsp;ขอขอบคุณคนไทยแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ที่เข้าใจสถานการณ์และเลือกกินเนื้อไก่ทดแทนเนื้อหมู&nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงมีตลาดรองรับเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาประเทศในยามวิกฤตขาดแคลนเนื้อหมูแล้ว&nbsp;ยังช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่มีกำลังใจดำเนินธุรกิจต่อไป&nbsp;หลังแบกภาระขาดทุนตลอดช่วงระยะเวลาโควิด-19&nbsp;เกษตรกรพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและสร้างแหล่งอาหารมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;ให้กับคนไทยในทุกสถานการณ์</em>&nbsp;นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p>นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความต้องการเนื้อไก่ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;โดยราคาเฉลี่ยหน้าฟาร์มปรับมาอยู่ที่&nbsp;37-39&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ขณะที่คนเลี้ยงมีต้นทุน&nbsp;36-38&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;แม้จะปรับไม่มากและเป็นราคาทรงตัวตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2564&nbsp;แต่ก็ดีขึ้นกว่าช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;และดีกว่าเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ราคาเฉลี่ยประมาณ&nbsp;34-35&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ปัจจุบันราคาไก่ทั้งตัวเฉลี่ยต่อกิโลกรัมอยู่ที่&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;อกไก่&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นตามปริมาณความต้องการในตลาด&nbsp;ในระหว่างรอผลผลิตเนื้อหมูจากการเลี้ยงรอบใหม่อีกระยะหนึ่ง</p><p><br></p><p>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภาคปศุสัตว์และอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของไทย&nbsp;ยังประสบกับปัญหาสำคัญคือต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นต้นทุนหลักประมาณ&nbsp;60%&nbsp;ของต้นทุนการเลี้ยง&nbsp;ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะช่วงปี&nbsp;2-3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;เกษตรกรต้องประสบกับการขาดทุนสะสมจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะในปี&nbsp;2564&nbsp;ราคาปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง&nbsp;30-40%&nbsp;รวมถึงปัจจัยการผลิตและการป้องกันโรคระบาดปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการบริหารจัดดังกล่าวมานาน&nbsp;ซึ่งราคาเนื้อไก่ที่ปรับขึ้นนี้จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ให้มีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อไทยได้มาตรฐานสากลระดับโลก&nbsp;และปฏิบัติตามแนวทางการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practice&nbsp;:&nbsp;GAP)&nbsp;ได้รับการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อป้อนตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;สร้างหลักประกันให้กับผู้บริโภคเนื้อไก่ให้ได้รับโปรตีนคุณภาพดีและปลอดภัยอย่างยั่งยืน</p>","2022-09-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109184006157"],
    [142,"กอนช. ยังคงเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณ 1.8 - 2 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่ภาคใต้ฝนตกน้อยลง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังคงเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;ขณะที่ภาคใต้ฝนตกน้อยลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกเล็กน้อยบริเวณ&nbsp;จ.แพร่&nbsp;3&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พะเยา&nbsp;2&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;10&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,698&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;63&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,520&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกง&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ค่าความเค็มบริเวณ&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;แม่กลอง&nbsp;ส่วนปริมาณออกซิเจนละลายน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;จึงขอให้ติดตามและป้องกันผลกระทบจากระดับน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;ประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและบริเวณใกล้เคียง</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110075227203"],
    [143,"กรมปศุสัตว์ ยืนยันไม่เคยเห็นหนังสือจากภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เรื่องข้อห่วงใยโรคระบาดในสุกร","<p><strong>?นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อออนไลน์กรณี&nbsp;ภาคีคณบดี&nbsp;คณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย&nbsp;ได้มีหนังสือลงวันที่&nbsp;7&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;แจ้งมายังกรมปศุสัตว์&nbsp;เรื่อง&nbsp;ข้อห่วงใยต่อสถานการณ์โรคระบาดและการควบคุมโรคในสุกร&nbsp;โดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย&nbsp;พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(Afican&nbsp;Swine&nbsp;Fever:&nbsp;ASF)&nbsp;ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรค&nbsp;และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;และขอให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการตามมาตรการเพื่อควบคุมโรคโดยเร็ว&nbsp;นั้นขอยืนยันว่า&nbsp;ยังไม่เคยเห็นหนังสือดังกล่าวเสนอขึ้นมารายงานให้ทราบ&nbsp;แต่เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวและดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ขอยืนยันว่า&nbsp;ได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอน</strong>&nbsp;ตามหลักวิชาการและเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เร่งสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบลงพื้นที่&nbsp;พร้อมประเมินความเสี่ยงและขอความร่วมมือเกษตรกรในการสังเกตและเฝ้าระวังโรค&nbsp;โดยสามารถรายงานหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอในทุกพื้นที่&nbsp;หรือที่&nbsp;Application:&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้สั่งการด่วนจัดชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยง</strong>&nbsp;สุ่มตรวจเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;สุ่มดำเนินการในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;โดยการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างจำนวน&nbsp;6&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;&nbsp;196&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;และวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สุ่มดำเนินการในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างจำนวน&nbsp;4&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;2&nbsp;โรงฆ่ารวม&nbsp;114&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เพื่อเข้าไปสำรวจโรคและเก็บตัวอย่างจากเลือดสุกร&nbsp;นำไปตรวจหาโรคโดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&nbsp;ซึ่งเมื่อทราบผลการวิเคราะห์จะรายงานผลและเร่งดำเนินการต่อไปโดยเร็ว&nbsp;เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110092646219"],
    [144,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม 5 พื้นที่ ขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;ขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;28&nbsp;&nbsp;59&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คือ&nbsp;แขวงคลองกุ่ม&nbsp;เขตบึงกุ่ม&nbsp;,&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเลียบวารี&nbsp;เขตหนองจอก&nbsp;,&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง&nbsp;ลมอ่อน&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มลดลงช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110091834215"],
    [145,"กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ","<p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรด้านส่งเสริมการผลิต</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พืชกระท่อมได้พ้นจากบัญชียาเสพติดให้โทษ&nbsp;จึงได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;พืชกระท่อมยังขาดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพและปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;จึงได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;โดยการสนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;ดำเนินการวิจัยเรื่องการศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อศึกษาการขยายพันธุ์&nbsp;การเจริญเติบโตและการตอบสนองทางสรีรวิทยาในระยะต้นกล้าและศึกษาปัจจัย&nbsp;รวมถึงอุปสรรค&nbsp;สำหรับการขยายพันธุ์กล้าไม้พืชกระท่อม&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการปลูก&nbsp;สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจฐานชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรต่อไป&nbsp;โดยมีเป้าหมายการผลิตจำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ต้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110102205243"],
    [146,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผลไม้รับฟังปัญหาความต้องการ กรณีก่อสร้างประตูระบายน้ำป้องกันน้ำเค็มในพื้นที่คลองลิปะใหญ่","<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผลไม้&nbsp;รับฟังปัญหาความต้องการ&nbsp;กรณีก่อสร้างประตูระบายน้ำป้องกันน้ำเค็มในพื้นที่คลองลิปะใหญ่&nbsp;ตำบลอ่างทอง&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพบปะพี่น้องประชาชนในอำเภอเกาะสมุย&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวในแต่ละปีไม่น้อยกว่า&nbsp;80,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในช่วงก่อนสถานการณ์ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;19&nbsp;อำเภอเกาะสมุยยังเป็นแหล่งที่มีการผลิตผลทางการเกษตรที่มีชื่อเสี่ยง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลางสาด&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนมากในแต่ละปี&nbsp;และในภาคการเกษตรมีแนว&nbsp;โน้มที่จะเอื้อประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น&nbsp;การพัฒนาแหล่งน้ำบนเกาะ&nbsp;สมุย&nbsp;ไม่สามารถดำเนินการให้ทันกับความด้องการใช้น้ำของพื้นที่เพราะมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก&nbsp;เช่น&nbsp;ข้อจำกัดทางด้านการใช้ที่ดิน&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ดังนั้นปัญหาการขาดแคลนน้ำจึงเป็นปัญหาที่กระทบต่อกิจกรรมด้านต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยวอย่าง&nbsp;สำคัญ&nbsp;และต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่นของประเทศ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น</strong>&nbsp;จึงมีการสั่งการให้หน่วยงานโครงการชลประทานจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาในพื้นที่&nbsp;และพบว่าการสร้างประตูระบายน้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำเค็มมีความสำคัญที่สามารถบรรเทาอุทกภัยทั้งในพื้นที่การเกษตรและชุมชนเมืองให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&nbsp;ป้องกันการรุกตัวของน้ำเค็มไม่ให้ไหลย้อนเข้าคลอง&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำจืดและบรรเทาความขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร&nbsp;อุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง&nbsp;ปรับปรุงระบบชลประทานที่มีอยู่เดิมและเสนอระบบชลประทานใหม่สำหรับแหล่งน้ำที่เพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งสามารถปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสังคมของราษฎรในพื้นที่ให้ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>อำเภอเกาะสมุยมีพื้นที่ประมาณ&nbsp;228&nbsp;ตารางกิโลเมตร</strong>&nbsp;เป็นพื้นที่ทางการเกษตรประมาณร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่เกาะ&nbsp;ปัจจุบันภาคการเกษตรมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องผลผลิตมีราคาสูง&nbsp;การใช้น้ำบนพื้นที่เกาะจึงเพิ่มมากขึ้นทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;และด้านการท่องเที่ยว&nbsp;แม้ว่าภาครัฐได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคแล้ว&nbsp;แต่ในภาคการเกษตรยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำรวมถึงปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้ายังพื้นที่การเกษตรอีกด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110114239292"],
    [147,"สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมมือพันธมิตรจีน ส่งเสริมศักยภาพ พัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของประเทศไทย รองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ภายใต้สัญญา 3-3 และ 3-5 ","<p><strong>&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมมือพันธมิตรจีน&nbsp;ส่งเสริมศักยภาพ&nbsp;พัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของประเทศไทย&nbsp;รองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน&nbsp;ภายใต้สัญญา&nbsp;3-3&nbsp;และ&nbsp;3-5&nbsp;พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์ม&nbsp;NQI&nbsp;ที่ใช้ร่วมกันได้ในระดับนานาชาติ&nbsp;สนับสนุนการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟ&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายประเทศไทย-ลาว-จีน</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;นายอาณัติ&nbsp;หาทรัพย์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง&nbsp;(ศทร.)&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;พร้อมคณะนักวิชาการ&nbsp;ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;กับคณะผู้แทน&nbsp;China&nbsp;Railway&nbsp;Construction&nbsp;Cooperation&nbsp;International&nbsp;Limited&nbsp;(CRCCI)&nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมชั้นนำของโลกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;รวมทั้งคณะผู้แทนจาก&nbsp;Southwest&nbsp;Jiaotong&nbsp;University&nbsp;(SWJTU)&nbsp;ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของสาธารณรัฐประชาชนจีนร่วมหารือกรอบข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;สำหรับการส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง&nbsp;ภายใต้สัญญางานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;รายละเอียดของสัญญาความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้&nbsp;จะมีเนื้อหาครอบคลุมถึงการทดสอบและรับรอง&nbsp;/&nbsp;การจัดทำร่างมาตรฐาน&nbsp;/&nbsp;งานวิจัยและพัฒนา&nbsp;/&nbsp;งานด้านการอบรม&nbsp;รวมทั้งยังมีการนำเสนอความร่วมมือการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ&nbsp;(National&nbsp;Quality&nbsp;Infrastructure&nbsp;หรือ&nbsp;NQI)&nbsp;ด้านระบบราง&nbsp;โดยจะทำการพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์ม&nbsp;NQI&nbsp;ที่สามารถใช้ร่วมกันได้ในระดับนานาชาติ&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง&nbsp;วว.&nbsp;จะมุ่งเน้นสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านระบบราง&nbsp;โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยเป็นที่ตั้ง&nbsp;ทั้งในด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ความปลอดภัยของประชาชนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;บริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมชั้นนำของโลกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ยังเป็นบริษัทที่ดำเนินงานก่อสร้าง&nbsp;หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางรถไฟหลายสายในประเทศไทย&nbsp;เช่น&nbsp;เส้นทางรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ&nbsp;-นครราชสีมา&nbsp;เส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม&nbsp;3&nbsp;สนามบินและเส้นทางรถไฟทางคู่อีกหลายสายภายในประเทศไทย&nbsp;ในส่วน&nbsp;Southwest&nbsp;Jiaotong&nbsp;University&nbsp;หรือ&nbsp;SWJTU&nbsp;เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของประเทศจีนในด้านวิชาการ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานด้านระบบราง</span></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110210029570"],
    [148,"จ.แม่ฮ่องสอน ขานรับนโยบาย นายกฯ ส่งเสริมเกษตรกรรายเล็ก รายย่อย กลับมาเลี้ยงสุกร ดึง ธ.ก.ส. โครงการสานฝันสร้างอาชีพฯ เป็นแหล่งเงินทุน","<p><strong>จากรายงานข่าวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสถานการณ์การผลิตและการตลาดสุกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนพร้อมสนับสนุนผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;รายเล็กภาคเหนือตอนบน&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;ตำบลหนองหารอำเภอสันทราย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการ&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;และนายสัตว์แพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;โยธคล&nbsp;รองอธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;นายไพศาล&nbsp;หงษ์ทอง&nbsp;ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ผู้นำภาคประชาชน&nbsp;สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&nbsp;ตลอดจนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือเข้าร่วม</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;การที่ปริมาณแม่พันธุ์สุกรในประเทศลดลง&nbsp;จึงทำให้ผลผลิตลูกสุกรขุน&nbsp;และเนื้อสุกรสดมีแนวโน้มไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในประเทศ&nbsp;ราคาเนื้อสุกรจึงปรับตัวสูงขึ้นในระยะนี้&nbsp;ทั้งนี้จากการสำรวจของกรมปศุสัตว์&nbsp;พบว่าพื้นที่ภาคเหนือมีผู้เลี้ยงรายเล็ก&nbsp;รายย่อยกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ประมาณ70,000&nbsp;ราย&nbsp;และมีความเหมาะสมในการสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ซึ่งผ่านการประเมินความเสี่ยงแล้ว&nbsp;กลับมาเลี้ยงสุกรได้อีกครั้ง&nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของกรมปศุสัตว์&nbsp;ภายหลังการหารือร่วมกันได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;ให้หน่วยงานของทางจังหวัดเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมการเลี้ยงสุกรในพื้นที่&nbsp;และสั่งการไปยังกรมปศุสัตว์ให้เข้าไปประเมินความเสี่ยงของพื้นที่อย่างละเอียด&nbsp;เพื่อจัดให้เป็นพื้นที่เป้าหมายในการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนการเลี้ยงสุกร&nbsp;รวมถึงให้หน่วยงานปศุสัตว์ในพื้นที่&nbsp;เร่งทำการสำรวจเกษตรกรที่ต้องการกลับมาเลี้ยงใหม่&nbsp;และเกษตรกรที่เลี้ยงอยู่เดิม&nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรด้านปศุสัตว์&nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน&nbsp;และพร้อมเริ่มสนับสนุนได้ทันทีภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้</p><p><strong>สำหรับพันธุ์สุกรที่จะนำมาสนับสนุนให้กับผู้เลี้ยงรายเล็ก&nbsp;รายย่อยนั้น&nbsp;</strong>จะเร่งจัดหามาจากศูนย์วิจัยของกรมปศุสัตว์&nbsp;เครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งมีแม่พันธุ์อยู่ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ตัว&nbsp;และยังได้มีการเจรจาขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการรายใหญ่&nbsp;มหาวิทยาลัยต่างๆ&nbsp;และวิทยาลัยเกษตรทั่วประเทศ&nbsp;ในการช่วยผลิตลูกสุกร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีในส่วนของบริษัทไทยฟู้ดส์&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัทหมูอินเตอร์ฟาร์ม&nbsp;จำกัดก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยสนับสนุนเกษตรกรรายเล็ก&nbsp;รายย่อย&nbsp;ทางภาคเหนือ&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์จะจัดสรรให้ผู้เลี้ยงรายเล็ก&nbsp;รายย่อยที่สนใจ&nbsp;รายใดต้องการเลี้ยงแม่พันธุ์&nbsp;จะจัดหาแม่พันธุ์&nbsp;2&nbsp;ตัว</p><p><strong>รายใดต้องการลูกสุกรขุนจะจัดให้รายละ&nbsp;20&nbsp;ตัว&nbsp;</strong>หรือตามความเหมาะสม&nbsp;พร้อมอาหารสัตว์&nbsp;เวชภัณฑ์ยารักษาโรค&nbsp;โดยให้ปศุสัตว์ในพื้นที่เข้าไปดูแลเรื่องโรคระบาด&nbsp;และเเนะนำการยกระดับและปรับปรุงระบบการเลี้ยงภายใต้มาตรฐานฟาร์ม&nbsp;แบบ&nbsp;Good&nbsp;Farming&nbsp;Management&nbsp;(GFM)&nbsp;\"ฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม\"&nbsp;สำหรับในส่วนของเรื่องเงินทุน&nbsp;จะใช้แหล่งเงินกู้จากธนาคารธ.ก.ส.&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;เข้ามาสนับสนุน&nbsp;เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;</strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยังได้รับข้อเสนอของเกษตรกรรายเล็ก&nbsp;รายย่อยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน&nbsp;กรณีมีหนี้เดิมกับธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.อยู่แล้ว&nbsp;และเกิดความเสียหายจากโรคระบาด&nbsp;หรือสาธารณภัย&nbsp;ที่ไม่สามารถควบคุมได้&nbsp;แต่ต้องการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ธนาคารธ.ก.ส.&nbsp;ก็จะพิจารณาตามความเหมาะสม&nbsp;โดยจะพิจารณาลดดอกเบี้ยหนี้เดิม&nbsp;พักชำระหนี้เดิม&nbsp;หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่&nbsp;เพื่อแผนการชำระหนี้ระยะยาวให้เกษตรกร&nbsp;ซึ่งต้องเป็นไปตามข้อตกลงและการพิจารณาของธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110141417340"],
    [149,"เกษตรอำเภอเบตงลงพื้นที่ประเมินแปลงส้มโชกุนเบตงที่จะขอรับรองมาตรฐาน GAP","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;ออกพื้นที่สำรวจแปลงส้มโชกุนเบตงของนายรพีพงศ์&nbsp;โรจน์กัลยาภา&nbsp;&nbsp;โดยเกษตรกรจะขอรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;สวนตั้งอยู่บนพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ไร่&nbsp;รายล้อมด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติจากภูเขา&nbsp;และให้ผลผลิตในช่วงฤดูกาลประมาณ&nbsp;70,000&nbsp;กิโลกรัมต่อปี</p><p><strong>โดยส้มโชกุนที่สวนแห่งนี้มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว&nbsp;เนื้อนุ่ม&nbsp;เปลือกล่อนปอกง่าย&nbsp;</strong>ชานนิ่ม&nbsp;และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว&nbsp;เกษตรกรได้จัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นกับดักแสงไฟ&nbsp;ล่อผีเสื้อมวนหวาน&nbsp;กับดักล่อแมลงวันทอง&nbsp;ตัดแต่งกิ่งสม่ำเสมอ&nbsp;และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการบำรุงต้นให้แข็งแรง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;ด้านได้แก่&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;พื้นที่ปลูก</strong>&nbsp;การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร&nbsp;การจัดการกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ&nbsp;การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;การเก็บรักษาและการขนย้ายผลิตผลภายในแปลงเพาะปลูกสุขลักษณะ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110135805334"],
    [150,"เร่งขจัดคราบน้ำมัน จากเหตุเรือปริศนาจมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมดูแลความปลอดภัยในการเดินเรือ","<p><strong>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เปิดเผย&nbsp;กรณีพบเรือสินค้าขนาดใหญ่ไม่ปรากฏสัญชาติ&nbsp;ลอยลำเข้ามาในเขตน่านน้ำพื้นที่ทะเลอ่าวไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;</strong>โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ&nbsp;ไม่พบผู้ใดอยู่บนเรือลำดังกล่าว&nbsp;สภาพเรือเก่ามีรอยรั่วน้ำไหลเข้าตัวเรือ&nbsp;และไม่มีเอกสารที่แสดงได้ว่าเป็นเรือสัญชาติใด&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากตัวเรือ&nbsp;เพื่อทำการลากจูงเรือเข้าฝั่งมาตรวจสอบ&nbsp;ด้วยสภาพความชำรุดเรือได้จมลงใต้ทะเลที่มีความลึก&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;เบื้องต้นไม่กระทบต่อการเดินเรือ&nbsp;ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ห่างจาก&nbsp;อ.สิชล&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ประมาณ&nbsp;28&nbsp;ไมล์ทะเล&nbsp;และได้พบคราบน้ำมันคาดว่าเป็นน้ำมันที่อยู่ในห้องเครื่อง&nbsp;จึงได้ประสานภาคเอกชน&nbsp;ร่วมกันเร่งสกัดคราบน้ำมัน&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบนิเวศน์และสภาพแวดล้อมทางทะเล&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สั่งการให้กรมเจ้าท่า&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ออกประกาศให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือ</strong>&nbsp;วางทุ่นเครื่องให้ชาวเรือเห็นทั้งเวลากลางวันและกลางคืนเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ออกประกาศแจ้งให้เจ้าของเรือกู้เรือภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;และประสานประเทศเจ้าของเรือเตรียมพร้อมแผนการกู้เรือหากครบกำหนดระยะเวลา&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;ตามประกาศ</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110141800341"],
    [151,"9 วันแรกของปี 2565 จ.แม่ฮ่องสอน เกิดจุดความร้อนแล้ว 36 จุด สูงสุดที่ อ.แม่ลาน้อย และในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานว่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด</p><p><strong>โดยมีจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;10&nbsp;จุด/อำเภอปางมะผ้า&nbsp;2&nbsp;จุด/อำเภอเมือง&nbsp;7&nbsp;จุด/อำเภอขุนยวม&nbsp;3&nbsp;จุด/อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;12&nbsp;จุด/อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งโดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดร้อนสูงสุดที่อำเภอแม่ลาน้อย</p><p><strong>ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;15&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก)&nbsp;เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และการท่องเที่ยว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110145045363"],
    [152,"กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ","<p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;</strong>รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรด้านส่งเสริมการผลิต&nbsp;ร่วมกิจกรรมศึกษาแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคนิคองค์ความรู้การเพาะเลี้ยงกระท่อม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พืชกระท่อม&nbsp;(Mitragyna&nbsp;speciosa&nbsp;(Korth.)&nbsp;Havil.)&nbsp;ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ?&nbsp;ได้แก่?&nbsp;การรักษาโรคตามภูมิปัญญาพื้นบ้านและตำรับยาแผนโบราณ&nbsp;กลุ่มผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร?&nbsp;มาเป็นเวลานาน&nbsp;โดยมีสารไมตราจินีน&nbsp;และสาร&nbsp;7-ไฮดรอกไซไมตราจินีน&nbsp;เป็นสารสำคัญสามารถบรรเทาอาการปวด?&nbsp;แก้ปวดท้อง&nbsp;แก้บิด&nbsp;ท้องเสีย&nbsp;แก้ปวดเมื่อยร่างกาย&nbsp;ระงับประสาท&nbsp;ช่วยให้ทำงานทนไม่หิวง่าย&nbsp;โดยพบได้มากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้&nbsp;และบางจังหวัดของภาคกลาง</p><p><strong>รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในอดีตพืชกระท่อมถูกระบุในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ประเภทที่&nbsp;5&nbsp;แต่ในปัจจุบันประเทศไทยได้แก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;8&nbsp;มีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;24&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยพืชกระท่อมได้พ้นจากบัญชียาเสพติดให้โทษ&nbsp;พิชกระท่อมจึงได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป?&nbsp;อย่างไรก็ตามพืชกระท่อมยังขาดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพและปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;โดยการสนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;ดำเนินการวิจัยเรื่องการศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการขยายพันธุ์&nbsp;การเจริญเติบโตและการตอบสนองทางสรีรวิทยาในระยะต้นกล้าและศึกษาปัจจัย&nbsp;รวมถึงอุปสรรค&nbsp;สำหรับการขยายพันธุ์กล้าไม้พืชกระท่อม&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการปลูก&nbsp;สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจฐานชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรต่อไป&nbsp;โดยมีเป้าหมายการผลิตจำนวน?&nbsp;100,000?&nbsp;ต้น</p><p><strong>โดยการจัดกิจกรรมในวันนี้</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับคณะอาจารย์&nbsp;นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;กองขยายพันธุ์พืช?&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา?&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคนิคในการเพาะกระท่อมพันธุ์ดีซึ่งจะนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการผลิตกระท่อมตามโครงการวิจัยและนำองค์ความรู้ดังกล่าวไว้ใช้ส่งเสริมเกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110142705344"],
    [153,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง","<p><strong>ที่ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565</p><p><strong>โดยในที่ประชุมแจ้งเรื่องเพื่อทราบ&nbsp;9&nbsp;เรื่อง&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเตรียมรับความปกติถัดไป&nbsp;(Next&nbsp;Normal)/คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;คณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับอำเภอ&nbsp;และคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร/งานตามนโยบายของรัฐบาล/กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;MODEL&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;แผนการตรวจราชการและขับเคลื่อนการบูรณาการระดับพื้นที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;/โครงการภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามบัญชีท้าย&nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจฯ&nbsp;(รอบที่&nbsp;2)&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่ม/องค์กรเกษตรกรในการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การทำผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร/โครงการส่งเสริมและพัฒนาผลผลิตด้านปศุสัตว์เพื่อเพิ่มรายได้/โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไข่ไก่สู้ภัย&nbsp;COVID-19/การช่วยเหลือเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;(ระยะที่&nbsp;3)&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/2565/ผลการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ปีงบประมาณ&nbsp;2564/แผน/ผลการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ไตรมาส&nbsp;1&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565/การดำเนินงานการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด&nbsp;ประเด็นปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ&nbsp;(ยางพารา&nbsp;ปาล์มน้ำมัน)&nbsp;ในด้านของงานเร่งด่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การดำเนินงานของศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การรายงานสถานการณ์น้ำ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคระบาดในพืช&nbsp;ประมงและปศุสัตว์&nbsp;สรุปสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดตรัง/ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี&nbsp;2564&nbsp;แนวโน้มปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดตรัง/โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ&nbsp;/ผลการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565/ผลการพิจารณาคัดเลือกปราชญ์เกษตรของแผ่นดินระดับเขตและข้อมูลปฏิทินสินค้าเกษตรรายเดือนจังหวัดตรัง&nbsp;(ประมาณการปีเพาะปลูก&nbsp;2564/65)&nbsp;โดยที่ประชุมนำเรื่อง&nbsp;(ร่าง)&nbsp;คำสั่งคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดตรง&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;เข้าเพื่อพิจารณา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110142931348"],
    [154,"ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีกดปุ่ม เดินเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือเกษตกร","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;กดปุ่ม&nbsp;เดินเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือเกษตกร&nbsp;</strong>นายชัยชาญ&nbsp;สิทธิวิรัชธรรม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายโชติวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;ส.ส.&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;และคณะ&nbsp;ตรวจติดตามสถานการณ์การใช้น้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่10&nbsp;และ&nbsp;12&nbsp;ณ&nbsp;ฝ่ายส่งน้ำที่&nbsp;2&nbsp;ชัณสูตร&nbsp;(โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร)&nbsp;ต.โพสังโฆ&nbsp;อ.ค่ายบางระจัน&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;</p><p><strong>โดยได้พบปะพูดคุยรับทราบปัญหาของเกษตรกร&nbsp;</strong>ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;และผู้แทนจากกรมชลประทาน&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของเกษตรกรโดยจะดำเนินการบริหารจัดการน้ำให้แก่เกษตรกรที่เพาะปลูกข้าว&nbsp;และพืชเกษตรแล้วในฤดูการนี้จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;และขอความร่วมมือเกษตรกรห้ามเพาะปลูกเพิ่มเติมและงดการเพาะปลูกหลังจากเก็บเกี่ยวในฤดูการนี้จนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;เนื่องจากน้ำต้นทุนมีจำนวนน้อยและต้องใช้ในการบริหารจัดการด้านอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้ในการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ได้ขอความร่วมมือเกษตรกร</strong>ให้เข้าร่วมโครงการโคกหนองนาโมเดล&nbsp;หรือโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;เพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ในการนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้กดปุ่ม&nbsp;เดินเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำน้อยเข้าสู่คลองส่งน้ำ&nbsp;1&nbsp;ซ้าย&nbsp;-1&nbsp;ขวา&nbsp;ต.ถอนสมอ&nbsp;&nbsp;อ.ท่าช้าง&nbsp;&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับเกษตรกร&nbsp;และได้ร่วมลงพื้นที่สำรวจการเพาะปลูกข้าวนาปรังของเกษตรกรด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สิงห์บุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110144546356"],
    [155,"คุณหญิงกัลยา เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร นำร่องวิทยาลัยเกษตรฯ มหาสารคาม สร้างโมเดลผลิตผู้ประกอบการด้านเกษตรรุ่นใหม่ ทันสมัย ทันโลก","<p><strong>ดร.คุณหญิงกัลยา&nbsp;โสภณพนิช&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร&nbsp;นำร่องวิทยาลัยเกษตรฯ&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;สร้างต้นแบบแหล่งผลิตผู้ประกอบการด้านการเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;ที่ทันสมัย&nbsp;ทันโลก&nbsp;ก่อนขยายไปทุกวิทยาลัยเกษตรฯ&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><strong>ดร.คุณหญิงกัลยา&nbsp;โสภณพนิช&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายภูมิสรรค์&nbsp;เสนีวงศ์&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เเละนโยบาย&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;(ดร.คุณหญิงกัลยา&nbsp;โสภณพนิช)&nbsp;นายณรงค์&nbsp;ดูดิง&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;(ดร.คุณหญิงกัลยา&nbsp;โสภณพณิช)&nbsp;และนางดรุณวรรณ&nbsp;ชาญพิพัฒนชัย&nbsp;โฆษกประจำรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;(ดร.คุณหญิงกัลยา&nbsp;โสภณพนิช)&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร&nbsp;พร้อมติดตามการดำเนินงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน&nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;และหลักสูตรชลกร&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9-10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดร.คุณหญิงกัลยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายที่จะยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี&nbsp;(วษท.)&nbsp;ทั้ง&nbsp;47&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;ให้เป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;สร้างโอกาส&nbsp;และผลิตผู้ประกอบการด้านการเกษตรครบวงจร&nbsp;ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงเชิงพาณิชย์&nbsp;โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเกษตรและแต่ละพื้นที่&nbsp;ผนวกกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะและสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริง&nbsp;โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคามจะเป็นต้นแบบนำร่องในการเป็นแหล่งสร้างผู้ประกอบการด้านการเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;ทันสมัย&nbsp;ทันโลก&nbsp;วิทยาลัยเกษตรฯ&nbsp;จะเป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านการเกษตรรูปแบบใหม่&nbsp;โดยการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในวิทยาลัยฯ&nbsp;มาผนวกกับการท่องเที่ยวเกษตรผสมผสานด้วยระบบการบริหารจัดการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของบุคลากร&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;เป็นการต่อยอดนำวิถีเกษตรของวิทยาลัยฯ&nbsp;ไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;สร้างการเรียนรู้วิถีเกษตรและสร้างรายได้&nbsp;ให้กับนักศึกษาในวิทยาลัย&nbsp;เป็นการต่อยอดอาชีพในอนาคต&nbsp;เรามีเป้าหมายที่จะยกระดับผู้เรียนอาชีวศึกษาเกษตรให้มีอาชีพที่มั่นคง&nbsp;สร้างผู้ผลิต&nbsp;สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ดร.คุณหญิงกัลยา&nbsp;กล่าว</p><p><strong>นายปรัชญา&nbsp;ตะภา&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม&nbsp;พร้อมรับนโยบาย&nbsp;ดร.คุณหญิงกัลยา&nbsp;โสภณพนิช&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ที่ต้องการส่งเสริมให้นักศึกษาอาชีวะเกษตรได้รับการพัฒนาศักยภาพ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และยกระดับให้เป็นอาชีพที่มั่นคงสู่การเป็นต้นแบบของเกษตรกรยุคใหม่&nbsp;ตลอดจนพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรแก่ชุมชน</p><p><strong>สำหรับโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตรที่จัดขึ้นในครั้งนี้</strong>&nbsp;จะเป็นการเยี่ยมชมวิถีชีวิตเกษตรชุมชน&nbsp;และเกษตรสมัยใหม่ชีววิถี&nbsp;ซึ่งเป็นผลงานของนักศึกษาปัจจุบันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม&nbsp;รวมไปถึงติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน&nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;และการจัดการหลักสูตรชลกร&nbsp;โดยปัจจุบันการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำจะเน้นในการให้ชุมชนมีส่วนร่วม&nbsp;และสร้างชลกรในวิทยาลัย&nbsp;ผ่านหลักสูตรชลกร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากดร.คุณหญิงกัลยาให้เรียนฟรีทุกคน&nbsp;จนจบหลักสูตร</p><p><strong>ทั้งนี้นอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรชลกรแล้ว</strong>&nbsp;วิทยาลัยยังได้ดำเนินการจัดการฝึกอบรมให้แก่ประชาชนและชุมชนใกล้เคียง&nbsp;ในโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ด้วยระบบบ่อปิด&nbsp;และบ่อเปิด&nbsp;ในหลักสูตรระยะสั้นซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่จำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110143810351"],
    [156,"ทสจ.ยะลา ติดตามการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ","<p><strong>สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริยะลา&nbsp;มิติด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมพิกุล&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริยะลา&nbsp;มิติด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนาย&nbsp;ธีรุต์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ,&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนและขยายผลโครงการ</strong>อันเนื่องมาจากพระราชดำริยะลา&nbsp;มิติด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อประชุมติดตามการดำเนินงานของคณะคณะทำงานขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริยะลา&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมนำเสนอผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหา&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;ในส่วนของโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา&nbsp;7&nbsp;จังหวัดยะลา,&nbsp;โครงการส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์ไม้ป่าดิบชื้นเป็นพืชเศรษฐกิจจังหวัดยะลา,&nbsp;โครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา&nbsp;11&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และโครงการชลประทานยะลา&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110153917424"],
    [157,"เทศบาลเมืองศรีราชา จัดกิจกรรม ขยะแลกไข่","<p><strong>เทศบาลเมืองศรีราชา&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ขยะแลกไข่&nbsp;</strong>เพื่อให้ชาวบ้านนำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้มาและไข่กลับไป&nbsp;พร้อมให้ความรู้ถึงปัญหาขยะในแต่ละวัน&nbsp;เพื่อหวังลดปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่ให้ลดน้อยลง&nbsp;</p><p><strong>ที่บริเวณที่ทำการชุมชนบ้านไร่&nbsp;เทศบาลเมืองศรีราชา&nbsp;</strong>จัดโครงการคัดแยกขยะลดภาระลดโรค&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;ขยะแลกไข่&nbsp;เพื่อปลูกจิตสำนึกและให้ความรู้แก่ประชาชนในชุมชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะอย่างไรให้ถูกวิธี&nbsp;โดยกิจกรรมนี้&nbsp;สืบเนื่องด้วยทางเทศบาลเมืองศรีราชา&nbsp;ได้เล็งเห็นผลกระทบจากขยะมูลฝอยในพื้นที่&nbsp;ซึ่งนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ทางเทศบาลเมืองศรีราชา&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&nbsp;ขยะแลกไข่&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านแต่ละชุมชนได้คัดแยกขยะที่สามารถรีไซเคิลได้&nbsp;เช่น&nbsp;กระดาษ&nbsp;ขวดแก้ว&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;มาแลกไข่ไก่เพื่อนำกลับไปรับประทานแทนที่จะทิ้งให้เปล่าประโยชน์&nbsp;เป็นการลดปัญหาขยะในพื้นที่&nbsp;และยังเป็นการช่วยเหลือประชาชนอีกทางในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่กำลังระบาดในช่วงนี้&nbsp;&nbsp;เมื่อชาวบ้านนำขยะมาแลกไข่ไปแล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลมาคอยคัดแยกขยะที่ชาวบ้านนำมาแลกไข่ไปอีกครั้ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการดังกล่าว&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการหมุนเวียนไปตามชุมชนต่างๆ</strong>&nbsp;ในพื้นที่ของเทศบาลเมืองศรีราชา&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบและรู้ถึงผลกระทบจากขยะแต่ละชนิดที่อาจจะทำร้ายสิ่งแวดล้อมเสียหายจากขยะที่เราทิ้งไป&nbsp;และอาจก่อเชื้อโรคกลับมาทำร้ายเราด้านสุขภาพอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110153728423"],
    [158,"วันที่ 10 มกราคม 2565 จังหวัดศรีสะเกษอากาศดีไร้ฝุ่น PM 2.5 เหมาะกับการออกมาท่องเที่ยว","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์&nbsp;ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และข้อมูลจุดความร้อน&nbsp;ภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;โดยรายงานระบุว่า&nbsp;ไม่พบจุดความร้อน&nbsp;แสดงว่าไม่พบการก่อไฟเผาที่อาจทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ด้านคุณภาพอากาศดี&nbsp;สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและท่องเที่ยวได้ตามปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110163510470"],
    [159,"เกษตรกรเลี้ยงไก่ปลื้ม ผู้บริโภคเข้าใจกินเนื้อไก่เพิ่มร่วมแก้ปัญหาประเทศยามวิกฤตหมูแพง","<p><strong>เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ทั่วประเทศ&nbsp;รับอานิสงส์หลังผู้บริโภคหันกินเนื้อไก่</strong>ทดแทนเนื้อหมูเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาประเทศจากหมูขาดแคลนและมีราคาแพง&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ฟื้นตัวหลังอุตสาหกรรมชะลอตัวยาวช่วงโควิด-19</p><p><strong>นางฉวีวรรณ&nbsp;คำพา&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์ความต้องการบริโภคเนื้อไก่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;จากการที่ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมหันไปหาโปรตีนทางเลือกอื่นที่มีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการเทียบเท่าเนื้อหมูในราคาที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งเนื้อไก่เป็นโปรตีนคุณภาพดีย่อยง่าย&nbsp;ที่สำคัญราคาถูกกว่าเนื้อหมูในขณะนี้ถึง&nbsp;3&nbsp;เท่า&nbsp;ทำให้จูงใจผู้บริโภคในการเปลี่ยนไปหาเนื้อสัตว์ทดแทน&nbsp;ซึ่งร้านอาหารและร้านอาหารตามสั่ง&nbsp;มีการปรับวัตถุดิบจากเนื้อหมูมาเป็นเนื้อไก่มากขึ้นด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สมาคมฯ&nbsp;ขอขอบคุณคนไทยแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ที่เข้าใจสถานการณ์</strong>และเลือกกินเนื้อไก่ทดแทนเนื้อหมู&nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงมีตลาดรองรับเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาประเทศในยามวิกฤตขาดแคลนเนื้อหมูแล้ว&nbsp;ยังช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่มีกำลังใจดำเนินธุรกิจต่อไป&nbsp;หลังแบกภาระขาดทุนตลอดช่วงระยะเวลาโควิด-19&nbsp;เกษตรกรพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและสร้างแหล่งอาหารมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;ให้กับคนไทยในทุกสถานการณ์&nbsp;</p><p><strong>นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าว&nbsp;&nbsp;นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความต้องการเนื้อไก่ที่เพิ่ม</strong>ขึ้นส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;โดยราคาเฉลี่ยหน้าฟาร์มปรับมาอยู่ที่&nbsp;37-39&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ขณะที่คนเลี้ยงมีต้นทุน&nbsp;36-38&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;แม้จะปรับไม่มากและเป็นราคาทรงตัวตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2564&nbsp;แต่ก็ดีขึ้นกว่าช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;และดีกว่าเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ราคาเฉลี่ยประมาณ&nbsp;34-35&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ปัจจุบันราคาไก่ทั้งตัวเฉลี่ยต่อกิโลกรัมอยู่ที่&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;อกไก่&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นตามปริมาณความต้องการในตลาด&nbsp;ในระหว่างรอผลผลิตเนื้อหมูจากการเลี้ยงรอบใหม่อีกระยะหนึ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภาคปศุสัตว์และอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของไทย</strong>&nbsp;ยังประสบกับปัญหาสำคัญคือต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นต้นทุนหลักประมาณ&nbsp;60%&nbsp;ของต้นทุนการเลี้ยง&nbsp;ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะช่วงปี&nbsp;2-3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;เกษตรกรต้องประสบกับการขาดทุนสะสมจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะในปี&nbsp;2564&nbsp;ราคาปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง&nbsp;30-40%&nbsp;รวมถึงปัจจัยการผลิตและการป้องกันโรคระบาดปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการบริหารจัดดังกล่าวมานาน&nbsp;ซึ่งราคาเนื้อไก่ที่ปรับขึ้นนี้จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ให้มีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อไทยได้มาตรฐานสากลระดับโลก&nbsp;</strong>และปฏิบัติตามแนวทางการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practice&nbsp;:&nbsp;GAP)&nbsp;ได้รับการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อป้อนตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;สร้างหลักประกันให้กับผู้บริโภคเนื้อไก่ให้ได้รับโปรตีนคุณภาพดีและปลอดภัยอย่างยั่งยืน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110154938431"],
    [160,"แม่ฮ่องสอน กำหนด 8 มาตรการเข้ม ตั้งเป้าลดจุดความร้อน ค่า PM2.5 และพื้นที่เผาไหม้ ลงร้อยละ 20 พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจประชาชน ร่วมป้องกัน และลดปัญหาหมอกควันไฟป่า","<p><strong>นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หนึ่งในวิกฤตของแม่ฮ่องสอนในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี&nbsp;คือ&nbsp;ปัญหาหมอกควัน&nbsp;ไฟป่าจากการเผา&nbsp;ที่ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพ&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p>ด้วยที่แม่ฮ่องสอน&nbsp;มีภูมิประเทศส่วนใหญ่&nbsp;เป็นภูเขาล้อมรอบ&nbsp;ลักษณะเป็นแอ่งกระทะ&nbsp;ร่วมกับความกดอากาศ&nbsp;ซึ่งเหมือนกับฝากระทะใบใหญ่&nbsp;กดทับปิดไว้&nbsp;ทำให้ควันไฟจากการเผาที่เกิดขึ้นอยู่ในเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;แม่ฮ่องสอนปฏิบัติการเชิงรุก&nbsp;ป้องกันและแก้ไขไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ได้สูงกว่าเป้าหมาย&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;สามารถลดจุดความร้อนสะสมลงกว่า&nbsp;4,000&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;28&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินเกณฑ์&nbsp;48&nbsp;วัน&nbsp;ลดลงจำนวน&nbsp;27&nbsp;วัน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;36&nbsp;ลดพื้นที่เผาไหม้ลงกว่า&nbsp;400,000&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;25&nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบจากหมอกควันไฟป่า&nbsp;ลดลงกว่า&nbsp;2,600&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;14&nbsp;ขณะที่สามารถนำใบไม้&nbsp;เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ได้กว่า&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่&nbsp;100&nbsp;ตัน</p><p><strong>ประธานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กำหนด&nbsp;8&nbsp;มาตรการ&nbsp;เข้มข้น&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติการเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการด้านการประชาสัมพันธ์,&nbsp;ด้านบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่,&nbsp;ด้านการลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;และดับไฟ,&nbsp;ด้านการเผชิญเหตุ&nbsp;ในสถานการณ์วิกฤติรุนแรง,&nbsp;ด้านการลดฝุ่นละอองในพื้นที่เขตเมือง,&nbsp;ด้านการดูแลสุขภาพประชาชน,&nbsp;ด้านการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;และด้านการสร้างความยั่งยืน&nbsp;โดยการฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกไฟไหม้&nbsp;การน้อมนำพระราชดำริ&nbsp;\"สร้างป่า&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;\"&nbsp;และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม&nbsp;และส่งเสริมเครือข่ายเกษตรกรและชุมชน&nbsp;ปลอดการเผา</p><p><strong>ขณะที่คณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน</strong>&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;จุดความร้อนสะสม&nbsp;,&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และพื้นที่เผาไหม้&nbsp;ต้องลดลงจากปี&nbsp;2564&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20/&nbsp;ผู้ป่วย&nbsp;5&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันไฟป่าต้อง&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2564&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10/&nbsp;ต้องไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;และผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่/&nbsp;จัดตั้งห้องปลอดฝุ่น&nbsp;ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่งในแม่ฮ่องสอน&nbsp;และนำวัสดุเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110154537429"],
    [161,"เกษตรกร เชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ","<p><strong>เกษตรกร&nbsp;เชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ&nbsp;ยกนิ้วแนวทางดึงเกษตรกร</strong>ฟื้นอาชีพ&nbsp;เพิ่มซัพพลายหมู&nbsp;ขอเร่งเยียวยา-หาสินเชื่อช่วยเกษตรกร&nbsp;ย้ำต้องปล่อยกลไกตลาดทำงานเสรี</p><p><strong>นายสุนทราภรณ์&nbsp;สิงห์รีวงศ์&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรสนับสนุนมาตรการเร่งแก้ปัญหาสุกรของภาครัฐ&nbsp;ด้วยการส่งเสริมเกษตรผู้เลี้ยงรายย่อยให้ฟื้นอาชีพกลับมาเลี้ยงสุกร&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบโดยเร็ว&nbsp;หลังจากที่พี่น้องเกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงหรือชะลอการเลี้ยงไปถึง&nbsp;60%&nbsp;ของจำนวนผู้เลี้ยงทั่วประเทศ&nbsp;จากที่เคยมีถึง&nbsp;200,000&nbsp;ราย&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;80,000&nbsp;รายในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>โดยภาครัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถกลับมาดำเนินการเลี้ยงให้ได้เร็วที่สุด</strong>&nbsp;โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสะสมที่เกษตรกรต้องแบกรับมาตลอด&nbsp;ทั้งเรื่องการเร่งจ่ายเงินชดเชยคงค้างให้กับผู้เลี้ยงที่ประสบปัญหาเรื่องโรคในสุกร&nbsp;และได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐ&nbsp;ที่กำหนดให้มีการทำลายสุกร&nbsp;เพื่อป้องกัน&nbsp;ควบคุมและกำจัดโรค&nbsp;รวมถึงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในช่วงก่อนหน้านี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนในการเริ่มต้นเลี้ยงสุกรใหม่&nbsp;ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจ&nbsp;ด้วยการประกันภัย&nbsp;กรณีที่กลับมาเลี้ยงใหม่แล้วเกิดความเสียหาย&nbsp;จะต้องมีการชดเชยในทันที&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมาเกษตรกรให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลผู้บริโภคมาตลอด&nbsp;</strong>ทั้งที่ต้องเผชิญกับปัญหารอบด้านมานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;เราต้องแก้ปัญหาโดยลำพัง&nbsp;ต้องดูแลและช่วยเหลือกันเอง&nbsp;โดยไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ&nbsp;จนกลายเป็นปัญหาสะสมทำให้คนเลี้ยงไม่มั่นใจ&nbsp;พากันเลิกอาชีพ&nbsp;และปล่อยเล้าร้าง&nbsp;จำนวนหมูจึงลดลงอย่างมากในวันนี้&nbsp;ถึงแม้ว่าราคาจะจูงใจ&nbsp;แต่ความกังวลต่อสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;ทุกคนจึงไม่กล้าเสี่ยง&nbsp;ดังนั้นการจะาฟื้นอาชีพและเรียกความเชื่อมั่นของเกษตรกรกลับมาอีกครั้ง&nbsp;ภาครัฐต้องแก้ปัญหาทั้งระบบในทันที&nbsp;เพราะการเพิ่มปริมาณหมูขุนให้กลับมาใกล้เคียง&nbsp;18-19&nbsp;ล้านตัวต่อปี&nbsp;จะต้องใช้เวลา&nbsp;1-2&nbsp;ปี&nbsp;ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือคนเลี้ยงหมู&nbsp;ให้เหมือนกับที่ช่วยเหลือเยียวยาภาคเกษตรอื่นๆ&nbsp;โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;การช่วยลดหนี้&nbsp;พักหนี้&nbsp;หรือพักดอกเบี้ย&nbsp;พร้อมเร่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด&nbsp;รวมถึงเลื่อนจ่ายภาษีของเกษตรกรออกไปก่อน&nbsp;และต้องปล่อยให้ราคาซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาด&nbsp;&nbsp;นายสุนทราภรณ์&nbsp;กล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับแนวทางแก้ปัญหา</strong>&nbsp;ด้วยการงดส่งออกสุกรไปต่างประเทศนั้น&nbsp;ข้อเท็จจริงคือ&nbsp;ขณะนี้การส่งออกหยุดไปโดยอัตโนมัติ&nbsp;จากปริมาณสุกรที่หายไปจากระบบและไม่เพียงพอป้อนตลาดในประเทศ&nbsp;ประกอบกับสุกรไทยมีต้นทุนสูงและราคาปรับเพิ่มขึ้นจึงไม่จูงใจในการสั่งซื้อ&nbsp;ส่วนที่แนะนำให้แก้ปัญหาโดยการนำเข้าสุกรจากต่างประเทศเป็นการชั่วคราว&nbsp;จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา&nbsp;เพราะคนไทยต้องเสี่ยงกับสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ&nbsp;เกษตรกรต้องเสี่ยงกับโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว&nbsp;รวมถึงผลกระทบต่อวงจรการผลิตสุกรทั้งอุตสาหกรรม&nbsp;ต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ภาคเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การเลี้ยง&nbsp;จนถึงภาคธุรกิจอื่นๆตลอดห่วงโซ่&nbsp;ที่ต้องล่มสลาย&nbsp;เนื่องจากสุกรไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสุกรต่างประเทศได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110155553436"],
    [162,"ตรัง  โอกาสทองของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย หลังราคาหมูแพงทำคนต้องการซื้อลูกสุกรพุ่ง แต่เดือดร้อนจากค่าปัจจัยที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าอาหารที่แพงปรับขึ้นถี่ยิบ","<p><strong>ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงสุกรบ้านเกาะปราง&nbsp;หมู่&nbsp;12</strong>&nbsp;ต.หนองปรือ&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;นายประยวด&nbsp;สุขดำ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;12&nbsp;ต.หนองปรือ&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;และเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงสุกรบ้านเกาะปราง&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในกลุ่มมีสมาชิกประมาณ&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;โดยกระจายกันเลี้ยง&nbsp;ในส่วนของตนเองมีแม่พันธุ์อยู่&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;มีลูกสุกร&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;วัน&nbsp;อยู่จำนวน&nbsp;14&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีคนจองทั้งหมดแล้ว&nbsp;โดยจำหน่ายในราคาตัวละ&nbsp;2,500&nbsp;บาท&nbsp;ก่อนหน้านี้เคยจำหน่ายในราคาตัวละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;คนที่ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการจะเอาไปเลี้ยงขุน&nbsp;ส่งขายเป็นสุกรชำแหละ&nbsp;ซึ่งราคาสูงมาก&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้ลูกสุกรมีไม่พอจำหน่าย&nbsp;เพราะความต้องการสูงมากขึ้นกว่า&nbsp;40%</strong>&nbsp;โดยมีบางคนที่ต้องการเลี้ยงมาสอบถามอยู่ตลอดเวลาว่า&nbsp;แม่สุกรจะตกลูกอีกเมื่อไร&nbsp;เพราะต้องการซื้อ&nbsp;โดยแม่สุกร&nbsp;เมื่อผสมพันธุ์แล้วใช้เวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;114&nbsp;&nbsp;119&nbsp;วัน&nbsp;ก็จะตกลูก&nbsp;หลังจากนั้นประมาณ&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ก็สามารถขายเป็นลูกสุกรได้ดังกล่าว&nbsp;แต่ส่วนตัวก็จะต้องเก็บไว้บางส่วน&nbsp;เพื่อจะนำไปขุนเอง&nbsp;และเมื่อขุนได้ขนาด&nbsp;จะถูกนำไปส่งให้กับพ่อค้าเขียงหมู&nbsp;ซึ่งจะเป็นผู้ที่นำอาหารหมูมาขายให้แก่เกษตรกร&nbsp;และจะรับซื้อลูกสุกรขุนที่พวกตนเลี้ยงกลับไปทั้งหมด&nbsp;ทำให้เกษตรกรไม่ต้องมีปัญหาเรื่องของการตลาด&nbsp;&nbsp;แถมช่วงนี้ยังทำให้ราคาหมูหน้าฟาร์มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;จนล่าสุดถึงกิโลกรัมละ&nbsp;90&nbsp;บาทแล้ว&nbsp;ซึ่งไม่เคยมีราคาที่ดีเช่นนี้มาก่อนเลย&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีสุกรขุนอยู่ในฟาร์มจำนวน&nbsp;50&nbsp;ตัว&nbsp;รอทยอยส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้าเขียงหมู&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สิ่งที่เกษตรกรรู้สึกกังวลก็คือ&nbsp;ราคาอาหารหมูที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ</strong>&nbsp;ครั้งละ&nbsp;10&nbsp;บาทต่อกระสอบ&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;4&nbsp;ครั้งแล้ว&nbsp;นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และล่าสุดที่ปรับขึ้นก็คือ&nbsp;เมื่อช่วงต้นปี&nbsp;2565&nbsp;ต่างไปจากเมื่อก่อนที่นานๆ&nbsp;ราคาอาหารหมูจะปรับขึ้นสักครั้ง&nbsp;โดยทางผู้ผลิตอ้างว่าเกิดจากวัตถุดิบขาดแคลน&nbsp;โดยราคาอาหารจะมีทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;ขนาด&nbsp;เริ่มจากขนาดเล็กจะแพงสุดไปจนถึงสุกรขุนจนส่งขายได้&nbsp;โดยมีราคากระสอบละ&nbsp;790&nbsp;บาท&nbsp;,700&nbsp;บาท&nbsp;,570&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;480&nbsp;บาท&nbsp;โดยในระยะเวลาประมาณ&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;ทำต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้นมาประมาณ&nbsp;30%&nbsp;โดยสุกร&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;กินอาหารประมาณ&nbsp;7&nbsp;กระสอบ&nbsp;โดยต้นทุนเพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;40%&nbsp;เพราะแม้จะไม่ต้องซื้อลูกสุกร&nbsp;แต่ต้องเลี้ยงแม่พันธุ์ไว้ขยายพันธุ์เอาลูก&nbsp;ซึ่งแบกรับค่าอาหารที่แพงขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110161535456"],
    [163,"ติดตามสถานการณ์น้ำแล้งปี 65 อย่างใกล้ชิด รณรงค์ทุกภาคส่วนช่วยใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;-17&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;56,855&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;75&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน</p><p><strong>สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&nbsp;4.05&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;63&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&nbsp;2.80&nbsp;ล้านไร่&nbsp;&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;99&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทาน&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;ให้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติสนับสนุนการเกษตรก่อน&nbsp;จากนั้นจะใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำช่วยเสริม&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกับเดินหน้าตามมาตรการรับมือการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ปี&nbsp;64/65</strong>&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;เน้นย้ำน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;ต้องเพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์&nbsp;&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรและประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;ให้ตระหนักถึงปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;และร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;รู้คุณค่า&nbsp;รวมทั้งควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปรังให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110183226520"],
    [164,"ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม ตรวจความคืบหน้าโครงการแก้มลิงทุ่งหินพัฒนาเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืดขนาดใหญ่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฏ&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่แก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;บ้านทุ่งหิน&nbsp;ตำบลยี่สาร&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อสำรวจตรวจสอบความคืบหน้าในการดำเนินการของหน่วยงานที่ต่างๆ&nbsp;โดยมีนายอำเภออัมพวา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่ตำบลยี่สาร&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการปรับปรุงแก้มลิงทุ่งหิน</strong>&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ&nbsp;2,623&nbsp;ไร่&nbsp;ให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืดและผลิตน้ำประปาให้บริการคนในพื้นที่&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;เนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามยังไม่มีแหล่งน้ำดิบต้องพึงพาน้ำประปาจากจังหวัดข้างเคียง&nbsp;นอกจากนี้ยังจะทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่&nbsp;โดยมีเกาะกลางเป็นศูนย์กีฬาทางน้ำ&nbsp;มีอาคารสินค้าโอทอป&nbsp;ขณะนี้ดำเนินการด้วยงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เช่นการขุดลอกพื้นดิน&nbsp;การสร้างถนนเข้าพื้นที่&nbsp;และส่วนหนึ่งอีก&nbsp;39&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้ทางกรมโยธาธิการฯ&nbsp;ศึกษาออกแบบในการพัฒนาแก้มลิงทุ่งหินให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรณีมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;อำเภออัมพวา</strong>&nbsp;บางรายกังวลว่าน้ำที่นำมากักเก็บในแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;จะไม่ได้คุณภาพเนื่องจากต้องผ่านคลองวัดประดู่&nbsp;ซึ่งมีปัญหาน้ำเสียอยู่บ่อยๆ&nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ผู้ว่าฯ&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;บอกว่าน้ำที่จะนำมากักเก็บนั้นมีต้นน้ำจากแม่น้ำแม่กลองจากเขื่อนใน&nbsp;จ.กาญจนบุรีเป็นหลักจึงหมดปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำดิบไม่ได้คุณภาพ&nbsp;ส่วนปัญหาเรื่องน้ำเค็มหรือน้ำกร่อยเนื่องจากพื้นที่แก้มลิงทุ่งหินอยู่ใกล้กับทะเล&nbsp;จะให้ทางสำนักงานพัฒนาที่ดิน&nbsp;จ.สมุทรสงคราม&nbsp;มีการถ่ายเทดินเค็มและน้ำเค็มออกไปเพื่อให้พื้นที่แก้มลิงทุ่งหินแห่งนี้สามารถกักเก็บน้ำจืดที่สามารถนำไปผลิตน้ำประปาและเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110162800466"],
    [165,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ติดตามโครงการ 1 ตำบล 1 เกษตรกรทฤษฎีใหม่ ด้านปศุสัตว์ ปี 2564 และขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายออกติดตามโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;เกษตรกรทฤษฎีใหม่&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเป็นไก่ไข่&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านนาทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรบ้านห้วยน้ำมี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;16&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;การให้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&nbsp;และติดตามผลผลิตไก่ไข่ที่บ้านนาทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านห้วยน้ำมี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้นสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;</strong>ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายทองรัก&nbsp;คำแก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;110&nbsp;บ้านนาหมูม่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;เลี้ยง&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;9&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรพื้นเมือง&nbsp;20&nbsp;ตัวไก่พื้นเมือง&nbsp;112&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110162317463"],
    [166,"จ.ลำปาง คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดี-ดีมาก ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เปิดเผยสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดลำปาง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พบว่าข้อมูลคุณภาพอากาศ&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;ถึงระดับดีมาก&nbsp;ซึ่งยังไม่พบจำนวนวันที่มีค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานและมีผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ทางด้านสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;</strong>สาขาลำปาง&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;ได้รายงานการเตรียมความพร้อมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;โดยได้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและเเก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;การจัดการเชื้อเพลิงใบไม้แห้งโดยการนำมาอัดก้อน&nbsp;และการจัดทำโครงการสูบน้ำขึ้นสู่ที่สูงเพื่อกักเก็บและกระจายน้ำให้เกิดป่าเปียก&nbsp;เพื่อทำแนวกันไฟบริเวณพื้นที่ดอยพระบาท&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดลำปางได้กำหนดตัวชี้วัดจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;(1&nbsp;มกราคม-31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565)</strong>&nbsp;ตามการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;จากปี&nbsp;2564&nbsp;ที่เกิดจุดความร้อน&nbsp;5,818&nbsp;จุด&nbsp;คือไม่เกิน&nbsp;4,652&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110181050499"],
    [167,"บ.PTTLNG ลงนามร่วมทำ MOU กับโรงพยาบาลบ้านฉาง เดินหน้าโครงการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมพลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่โรงพยาบาลบ้านฉาง&nbsp;อ.บ้านฉาง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายรัตติกูล&nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&nbsp;กรรมการรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;พร้อมด้วยนายสมชาย&nbsp;ระมาศ&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมและบำรุงรักษา&nbsp;บริษัทพีทีที&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;จำกัด&nbsp;และแพทย์หญิงน้ำเพชร&nbsp;แสงวรรณกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านฉาง&nbsp;ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงสัญญาโครงการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;(Solar&nbsp;Rooftop)&nbsp;เพื่อใช้อาคารโรงพยาบาลบ้านฉาง&nbsp;ขนาด&nbsp;65&nbsp;กิโลวัตต์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;PTTLNG&nbsp;มีแผนกำหนดเริ่มดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน</strong>เดือนมิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงปีละ&nbsp;53.6&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นปีละ19.5&nbsp;ไร่&nbsp;จึงไม่เพียงแต่จะเป็นการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของโรงพยาบาลในระยะยาวแล้ว&nbsp;ยังรวมถึงการส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;สอดรับกับนโยบายของประเทศที่ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน&nbsp;และแนวทางการดำเนินธุรกิจของ&nbsp;PTTLNG&nbsp;ในด้านพลังงานสะอาด&nbsp;เป็นมิตรต่อสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110181533503"],
    [168,"ผู้เลี้ยงหมูวางมาตรการตรึงราคาหน้าฟาร์ม 110 บาทไประยะหนึ่ง ค้านนำเข้าหมู หวั่นทำลายเกษตรกร   ขอรัฐเร่งช่วยเกษตรกรกลับเข้าเลี้ยงเพิ่มซัพพลายโดยเร็ว","<p>นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยภายหลังประชุมหารือการแก้ปัญหาราคาสุกร ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าขณะนี้ทั้งลูกสุกร สุกรขุน และแม่พันธุ์ หายไปจากระบบกว่า 50% จากการที่พี่น้องเกษตรกรเลิกเลี้ยงหรือหยุดการเลี้ยงไปกว่าครึ่ง จากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ของอุตสาหกรรม ภาวะขาดทุนสะสมกว่า 3 ปี ปัญหาโรคในสุกร และต้นทุนที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น และการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><em>ราคาหมูเพิ่งปรับขึ้นมาในช่วง 1 เดือนเท่านั้น จากปริมาณหมูที่ลดลงต่อเนื่อง ไม่สอดคล้องกับการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ภาวะนี้แค่ช่วยให้คนเลี้ยงพอมีเงินใช้หนี้และเดินหน้าอาชีพต่อ ส่วนที่มีบางฝ่ายแนะนำให้มีการนำเข้าเนื้อหมู เกษตรกรไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ผลผลิตหมูไม่เพียงพอกับการบริโภค ซึ่งยังไม่ทราบปริมาณความต้องการที่แท้จริงของตลาด การนำเข้าเนื้อหมูจะเป็นการซ้ำเติมปัญหา กระทบกับภาวะราคาตกต่ำจากผลผลิตล้นตลาด อย่างที่เกษตรกรเผชิญมาตลอด 3 ปี และยังมีผลต่อแรงจูงใจของผู้เลี้ยงที่กำลังจะกลับเข้าระบบ เพราะหมูไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับเนื้อหมูต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำว่าไทย เนื่องจากสามารถผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้ภายในประเทศ ขณะที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ จึงมีต้นทุนส่วนนี้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประกาศราคาหมูขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม อยู่ที่กิโลกรัมละ 110 บาท โดยเกษตรกรจะร่วมกันตรึงราคาจำหน่ายหมูหน้าฟาร์มไม่ให้เกินราคานี้ไประยะหนึ่ง เพื่อให้ตลาดปรับตัวได้และช่วยพี่น้องประชาชน</em> นายปรีชา กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังทำหน้าที่ปกป้องพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และปลายข้าว ร่วม 7 ล้านครัวเรือน รวมไปถึงเป็นห่วงโซ่สำคัญของภาคเวชภัณฑ์ ผู้ผลิตอุปกรณ์การเลี้ยง ระบบขนส่ง และภาคธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องได้รับผลกระทบต่อเนื่องกันหากภาคผู้เลี้ยงสุกรต้องล่มสลายไป จากความสามารถการแข่งขันที่ถดถอย ความมั่นคงทางอาหารของประเทศจะสั่นคลอน หากประเทศไทยต้องหันไปพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมากขึ้น ที่สำคัญยังมีผลกระทบด้านสุขอนามัยและความเสี่ยงจากสารตกค้างที่มีต่อผู้บริโภค และอาจมีโรคติดต่อในสุกรที่ติดมากับเนื้อสุกรต่างประเทศ ส่งผลร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมสุกรของไทย</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ การที่ภาครัฐออกมาตรการเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาวเพื่อเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะการสำรวจความพร้อมของผู้เลี้ยงให้กลับมาเลี้ยงสุกรรอบใหม่อีกครั้ง สมาคมฯ ต่างเห็นด้วยกับมาตรการนี้เพื่อให้เพื่อนร่วมอาชีพที่มีความพร้อมด้านโรงเรือน อุปกรณ์ และกระบวนการอยู่แล้วได้ร่วมกันผลิตสุกรเพื่อป้อนตลาดให้เร็วที่สุด ภายใต้การป้องกันโรคในระดับสูง ที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อจูงใจให้เกษตรกรฟื้นอาชีพได้โดยเร็ว สำหรับพื้นที่ภาคใต้มีเกษตรกรกว่า 2 หมื่นราย ในจำนวนนี้หายไปจากระบบ 50% ซึ่งทุกคนต่างต้องการกลับมาทั้งสิ้น เพียงแต่ยังขาดการสนับสนุน</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110190756538"],
    [169,"หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ลงพื้นที่ผสมเทียมโค-กระบือ ให้แก่ราษฎร พร้อมประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease)","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)&nbsp;โดย&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;จัดชุดผสมเทียม&nbsp;นพช.นพค.51ฯ&nbsp;ลงพื้นที่ผสมเทียมโค-กระบือ&nbsp;ให้แก่ราษฎร&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่บ้านคำไหล,&nbsp;บ้านคำกลาง&nbsp;ต.โนนหนามแท่ง,&nbsp;บ้านโสกสูง&nbsp;ต.นาผือ&nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&nbsp;และบ้านสมสะอาด&nbsp;ต.หนองสามสี&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110201913562"],
    [170,"วช. สนับสนุนงานวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร เสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการ SMEs เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พัฒนา น้ำเสาวรสเสริมพรีไบโอติก เพื่อสุขภาพ ต่อยอดเชิงพาณิชย์","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">วช.&nbsp;สนับสนุนงานวิจัย&nbsp;มหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;เสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;เขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;พัฒนา&nbsp;น้ำเสาวรสเสริมพรีไบโอติก&nbsp;เพื่อสุขภาพ&nbsp;ต่อยอดเชิงพาณิชย์</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ดร.จันทรวิภา&nbsp;ธนะโสภณ&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;สำนักประสานงานชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;Innovative&nbsp;House&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;สนับสนุนผลงานวิจัยของ&nbsp;มหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;ผลักดันผลงานวิจัย&nbsp;ภายใต้โครงการการสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;(ระยะที่&nbsp;3)&nbsp;โดยความร่วมมือของ&nbsp;วช.&nbsp;,สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;และ&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(สกสว.)&nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;บริษัท&nbsp;อุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมสนับสนุนทุนวิจัย&nbsp;เพื่อพัฒนาองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในระดับอุตสาหกรรม&nbsp;เกิดเป็นผลิตภัณฑ์น้ำเสาวรสเสริมพรีไบโอติกสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่&nbsp;ที่ตื่นตัวใส่ใจสุขภาพ&nbsp;โดยมีคุณประโยชน์&nbsp;และรสชาติที่ดีกว่าผลิตภัณฑ์เดิม&nbsp;ๆ&nbsp;ในท้องตลาด</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;น.ส.วิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำเอาผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ที่วช.มีอยู่&nbsp;ไปส่งเสริม&nbsp;เพิ่มความรู้ความสามารถให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;ให้ปลอดภัยต่อการบริโภค&nbsp;ได้คุณภาพและมาตรฐานยิ่งขึ้น&nbsp;อันส่งผลต่อการสร้างงานและรายได้ให้กับคนในชุมชนต่อไป</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขณะที่&nbsp;ดร.จันทรวิภา&nbsp;ธนะโสภณ&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;สำนักประสานงานชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;Innovative&nbsp;House&nbsp;วช.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รู้สึกยินดี&nbsp;ที่งานวิจัยภายใต้ความร่วมมือของ&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานภาคประชาคมวิจัย&nbsp;และมหาวิทยาลัยวิจัย&nbsp;คือ&nbsp;มหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;สามารถส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการเกษตรในพื้นที่เขาค้อได้รับการยกระดับด้วยวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;อันส่งผลพวงที่ดีต่อเกษตรกรและประชาชนผู้บริโภค&nbsp;การลงพื้นที่ในครั้งนี้</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;ผศ.ดร.นรภัทร&nbsp;หวันเหล็ม&nbsp;อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;หัวหน้าโครงการ&nbsp;การผลิตน้ำเสาวรสเสริมพรีไบโอติกบรรจุกระป๋อง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นักวิจัย&nbsp;และบริษัท&nbsp;อุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ร่วมกันพัฒนาสูตรและกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์น้ำเสาวรสเสริมพรีไบโอติกบรรจุกระป๋องให้มีคุณค่าทางสุขภาพมากกว่าเดิม&nbsp;ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่รักสุขภาพ&nbsp;โดยเสริมพรีไบโอติก&nbsp;คือ&nbsp;ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์&nbsp;และอินูลิน&nbsp;ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้เองเข้าไปเสริมกับโพรไบโอติกในลำไส้&nbsp;ให้ช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหารให้ดีขึ้น&nbsp;ป้องกันจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในลำไส้&nbsp;อาทิ&nbsp;มะเร็งลำไส้&nbsp;อีกทั้งน้ำตาลในน้ำเสาวรส&nbsp;สามารถช่วยเรื่องการดูดซึมน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานได้ด้วย&nbsp;เหมาะสมกับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;อยู่ในช่วงตรวจสอบ&nbsp;Commercial&nbsp;Product&nbsp;คาดว่าจะพร้อมออกจำหน่ายในเร็ว&nbsp;ๆ&nbsp;นี้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;นักวิจัยยังได้พัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชนิดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมกับ&nbsp;บจก.อุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ&nbsp;โดยรับเอาผลิตผลทางการเกษตรของ&nbsp;อ.เขาค้อ&nbsp;มาแปรรูปให้มีคุณค่าทางอาหารมากยิ่งขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;ไอศกรีมมัลเบอร์รี่ไขมันต่ำเสริมโพรไบโอติก&nbsp;ไอศกรีมแป้งข้าวหมากเสริมซินไบโอติกจากข้าวเหนียวลืมผัว&nbsp;เป็นการใช้ต่อยอดสิ่งที่มีอยู่&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงขึ้น&nbsp;</span></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110210532572"],
    [171,"กอนช.  คาดการณ์ฝนตกในพื้นที่ภาคใต้ลดลง แต่ยังพบฝนตกในบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)</strong></p><p><strong>คาดการณ์ฝนตกในพื้นที่ภาคใต้ลดลง&nbsp;แต่ยังพบฝนตกในบางพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็น&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกเล็กน้อยบริเวณ&nbsp;จ.แพร่&nbsp;4&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;6&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;5&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,426&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;63&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,283&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111095036633"],
    [172,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม 4 พื้นที่ คาดช่วงวันที่ 12 - 17 ม.ค.ฝุ่นลดลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;คาดช่วงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มกราคมฝุ่นลดลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;27&nbsp;&nbsp;59&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คือ&nbsp;แขวงคลองกุ่ม&nbsp;เขตบึงกุ่ม&nbsp;,&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง&nbsp;ลมอ่อน&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มลดลงช่วงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มทีุ่่นละอองจะสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111100929637"],
    [173,"นายก อบจ.ตรัง เผย การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรีดยางพาราหลักสูตรเทคนิคการลับมีดกรีดยาง เพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรในจังหวัดตรัง","<p><strong>นายบุ่นเล้ง&nbsp;โล่สถาพรพิพิธี&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;มีโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรีดยางพาราหลักสูตรเทคนิคการลับมีดกรีดยาง&nbsp;เพื่อส่งเสริมการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของเกษตรกร&nbsp;ระดับรากหญ้าที่มีอาชีพทำสวนยางพารา&nbsp;โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการลับมีดกรีดยางรวมถึงการใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการลับมีดกรีดยางได้อย่างถูกต้อง&nbsp;ซึ่งมีดกรีดยางเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของเกษตรกรชาวสวนยางพารา&nbsp;การลับมีดกรีดยางที่ถูกวิธี&nbsp;จะทำให้มีดกรีดยางคมกริบดั่งมีดโกน&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำยางในการกรีดต่อครั้งสูง&nbsp;น้ำยางไหลสม่ำเสมอเปอร์เซ็นต์น้ำยางสูง&nbsp;ต้นยางเสียหายน้อยที่สุด&nbsp;และกรีดได้นานที่สุดอย่างน้อย&nbsp;25-30&nbsp;ปี&nbsp;ต้นยางสมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ชุมชน&nbsp;สังคมและประเทศชาติ&nbsp;มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนตลอดไป&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111103413646"],
    [174,"กรมทหารราบที่ 13 ออกรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;13&nbsp;ออกรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พันเอก&nbsp;จักรพงษ์&nbsp;โพธิ์นาแค&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&nbsp;13</strong>&nbsp;ได้อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ตอนสูทกรรมของหน่วย&nbsp;ออกดำเนินการตามโครงการ&nbsp;หน่วยทหารจ่ายตลาด&nbsp;ช่วยเกษตรกรฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;โดยการเข้าซื้อผลผลิตทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ให้มีรายได้&nbsp;ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;เป็นประจำทุกสัปดาห์&nbsp;โดยในครั้งนี้&nbsp;ได้เดินทางไปที่สวนของนางราตรี&nbsp;คลุดี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;182&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านศรีบุญเรือง&nbsp;ตำบลบ้านตาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;โดยได้จัดซื้อพืชผลทางการเกษตร&nbsp;(ฟักเขียว)&nbsp;เพื่อนำมาประกอบอาหารให้กับทหารกองประจำการของหน่วยได้รับประทาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากการที่กรมทหารราบที่&nbsp;13&nbsp;ได้ออกไปจัดซื้อผลผลิตทางการเกษตรกับเกษตรกรถึงสวนนั้น</strong>&nbsp;ทำให้เจ้าของสวนผักฯมีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก&nbsp;ที่หน่วยงานทหารได้เข้ามาช่วยเหลือ&nbsp;และสนับสนุนการจัดซื้อ&nbsp;(ฟักเขียว)&nbsp;จากเกษตรกรในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ซึ่งทำให้ออกจำหน่ายผลผลิตได้ยากกว่าปกติ&nbsp;หากมีใครสนใจฟักเขียวหรือผักสวนครัวอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์&nbsp;08-0313-1419&nbsp;นางราตรี&nbsp;คลุดี&nbsp;เจ้าของสวนได้โดยตรง</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สวท.อุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111113933692"],
    [175,"ชาวบ้านหลายชุมชนในพื้นที่ตำบลหนองกุงและวังชัย อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ร้องบ่อขยะส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งมีควันไฟ และแมลงวันรบกวน วอนหน่วยงานแก้ไขปัญหาอย่างถาวร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายฉัตรชัย&nbsp;โลหะมาตย์&nbsp;กำนันตำบลหนองกุง&nbsp;อ.น้ำพอง&nbsp;จ.ขอนแก่น</strong>&nbsp;พร้อมด้วยตัวแทนผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านจาก&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เปิดเผยถึงสภาพของกองขยะภายในบ่อเก็บขยะขนาดใหญ่&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ริมถนนทางหลวงชนบท&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.หนองกุง&nbsp;อ.น้ำพอง&nbsp;ที่กำลังถูกไฟลุกไหม้เกิดเป็นควันลอยคละคลุ้งทั่วพื้นที่&nbsp;ส่งกลิ่นเหม็นแสบตาแสบจมูก&nbsp;ซึ่งเป็นผลกระทบที่ทำให้ชาวบ้านหลายชุมชนที่อาศัยอยู่ในรัศมี&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ต้องสูดดมกลิ่นควันไฟทั้งวันทั้งคืน&nbsp;ซึ่งชาวบ้านบอกว่า&nbsp;เป็นแบบนี้มานานกว่า&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;มิหนำซ้ำยังต้องเดือดร้อนจากกองทัพแมลงวันจำนวนมากที่บินเข้าไปในหมู่บ้าน&nbsp;สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายฉัตรชัย&nbsp;โลหะมาตย์&nbsp;กำนันตำบลหนองกุง&nbsp;อ.น้ำพอง&nbsp;จ.ขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหานี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานหลายปีแล้ว&nbsp;บ่อขยะแห่งนี้เป็นบ่อขยะแบบฝังกลบของเทศบาลตำบลวังชัย&nbsp;ที่ได้นำเอาขยะมาทิ้ง&nbsp;ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว&nbsp;คือ&nbsp;ขยะถูกไฟไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุ&nbsp;ทำให้ควันไฟจากบ่อขยะลอยตามลมเข้าไปในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้านของ&nbsp;ต.หนองกุง&nbsp;เมื่อแจ้งเหตุไปที่หน่วยงานรับผิดชอบก็มีเพียงเอารถมาฉีดน้ำดับไฟ&nbsp;แต่ไม่นานไฟก็ปะทุขึ้นอีก&nbsp;นอกจากเรื่องควันไฟแล้ว&nbsp;ยังมีเรื่องของกองทัพแมลงวันจำนวนมาก&nbsp;จนชาวบ้านต้องกางมุ้งกินข้าว&nbsp;ส่วนในช่วงฤดูฝนก็ได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสียจากกองขยะ&nbsp;กระทบไปถึงวิทยาลัยเทคโนโลยีพุทธเกษม&nbsp;และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน&nbsp;อ.น้ำพอง&nbsp;ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ชาวบ้านจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน&nbsp;ด้วยการสร้างกำแพงล้อมบ่อขยะให้เป็นระบบปิด&nbsp;ที่อนุญาตให้เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่เข้าออกได้&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีประเด็นว่ามีคนนอกเข้ามาเผาขยะ&nbsp;ซึ่งจะสามารถป้องกันปัญหานี้ได้&nbsp;ซึ่งชาวบ้านได้เรียกร้องมากว่า&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พระครูสุตศาสนการ&nbsp;รองเจ้าคณะอำเภอน้ำพอง&nbsp;จ.ขอนแก่น</strong>&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ทางวัดได้รับความเดือดร้อนจากบ่อขยะดังกล่าวมานานหลายปีแล้ว&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาแมลงวัน&nbsp;ทำให้พระภิกษุและสามเณรที่แต่ก่อนจะนั่งฉันข้าวที่ศาลาการเปรียญรวมกัน&nbsp;ต้องหันมากางมุ้งฉันอาหารกันเอง&nbsp;เนื่องจากมีแมลงวันจำนวนมาก&nbsp;แต่ทำแบบนี้ได้สักพักก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม&nbsp;จึงได้เปลี่ยนมาฉันอาหารภายในกุฏิแทน&nbsp;แต่ก็ยังไม่วายถูกแมลงวันตามกลิ่นอาหารเข้ามาในกุฏิ&nbsp;จึงต้องให้ช่างมาติดมุ้งลวดเพื่อป้องกันแมลงวัน&nbsp;ขณะที่ญาติโยมที่มาที่วัด&nbsp;รวมทั้งนักเรียนที่มาเรียนที่&nbsp;วิทยาลัยเทคโนโลยีพุทธเกษม&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากบ่อขยะ&nbsp;ไม่ถึง&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ต่างก็ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ไม่อยากจะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&nbsp;แต่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวช่วยกันหาทางแก้ไข&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111114436699"],
    [176,"พช.ขอนแก่น เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสร้างคุณค่าอาหารปลอดภัย PHAK MICE (ผักไมซ์) จังหวัดขอนแก่น 2022","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายพนม&nbsp;สิงห์สาย&nbsp;พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายประดิษฐ์&nbsp;นัดทะยาย&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;และนายเมธาสิทธิ์&nbsp;สิริจันทร์ชื่น&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชำนาญการ&nbsp;พร้อมทีมงานผักไมซ์&nbsp;อาจารย์วิทยา&nbsp;ชำนาญไพร&nbsp;อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;นายคมสรรค์&nbsp;บรรเรืองทอง&nbsp;จากตลาดกลางผักและผลไม้ศรีเมืองทองขอนแก่น&nbsp;ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามโครงการสร้างคุณค่าอาหารปลอดภัยผักไมซ์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ที่&nbsp;แปลงผักน้าหลานฟาร์ม&nbsp;บ้านโคกสี&nbsp;ตำบลโคกสี&nbsp;อำเภอเมืองขอนแก่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กลุ่มน้าหลานฟาร์ม&nbsp;เป็นกลุ่มปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์</strong>&nbsp;ที่นำระบบสมาร์ทฟาร์มช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;ลดแรงงานและเวลาในการทำงาน&nbsp;เพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด&nbsp;การสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนเป็นหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดขอนแก่นในฐานะเป็นเมืองไมซ์&nbsp;ซิตี้&nbsp;(MICE&nbsp;CITY)&nbsp;และเมือง&nbsp;SMART&nbsp;CITY&nbsp;ได้อย่างสมบูรณ์&nbsp;พร้อมสร้างพื้นที่เรียนรู้ให้ประชาชนผู้สนใจได้เยี่ยมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไป</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111114747710"],
    [177,"จ.แม่ฮ่องสอน งดเผาเด็ดขาดถึง 13 มกราคม 2565 แก้ไขปัญหามลพิษหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)","<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;งดการเผาเด็ดขาดในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ในห้วงระหว่างวันที่&nbsp;9-13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเผาในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;จะต้องทำแนวกันไฟ&nbsp;และควบคุมการเผาอย่างใกล้ชิด&nbsp;งดเผาเด็ดขาดในพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;และริมทางหลวงท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งหากพบเห็นให้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตทางหลวงนั้น&nbsp;เข้าดำเนินการระงับเหตุ&nbsp;รวมทั้งให้มีการบังคับใช้กฎหมายทางหลวงกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัดในเขตควบคุมไฟป่า&nbsp;ประชาชนต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการดับไฟป่า&nbsp;หากพบเห็นไฟไหม้ป่าบริเวณใดช่วยกันดับไปเสียแต่ต้น&nbsp;เพื่อไม่ให้ไฟขยายออกไปอย่างกว้างขวาง&nbsp;ถ้าไม่สามารถดับได้ให้รีบแจ้งหน่วยงานควบคุมไฟป่า&nbsp;หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;</strong>ตลอดจนการรักษาคุณภาพในบรรยากาศของพื้นที่จังหวัดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;เนื่องด้วยในช่วงฤดูแล้งของทุกปีระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มักประสบกับปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่มีความรุนแรง&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตมลพิษ&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;คุณภาพสิ่งแวดล้อมและทัศนวิสัยในการคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศ&nbsp;นอกจากนี้สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้หมอกควันและฝุ่นละอองมีความเข้มข้นมากขึ้นยังเกิดจากการประกอบกิจกรรมทางการเกษตรอาทิ&nbsp;การเผาฝางข้าว&nbsp;หญ้า&nbsp;ขยะ&nbsp;และวัชพืชในที่ทำกินของเกษตรกร&nbsp;กอปรกับระหว่างวันที่&nbsp;9-13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงจะอ่อนกำลังลง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการสะสมของฝุ่นละออง&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111134245757"],
    [178,"ประมงจังหวัดตรัง มอบพันธุ์สัตว์น้ำและป้ายศูนย์ ศพก. ด้านประมง จำนวน 10 ศูนย์","<p><strong>ที่บริเวณสระน้ำเพิ่มสุข&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายโกวิทย์&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&nbsp;มอบพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;(ปลานิล,&nbsp;ปลาทับทิม,&nbsp;ปลาดุก,&nbsp;ปลาหมอ)&nbsp;จำนวน&nbsp;3,530&nbsp;ตัว&nbsp;อาหารสัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;กระสอบ&nbsp;และมอบป้ายศูนย์&nbsp;ศพก.&nbsp;ด้านประมง&nbsp;โดยให้แก่เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ด้านประมง&nbsp;ตามโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรด้านประมง&nbsp;</strong>(ศูนย์เครือข่าย)&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์เครือข่ายฯ&nbsp;ที่จัดตั้งใน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ให้มีฐานเรียนรู้ด้านการประมง&nbsp;สามารถเป็นจุดถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้สนใจ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ศูนย์&nbsp;(อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ศูนย์)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111142557787"],
    [179,"โคราช เดินหน้ารณรงค์ไถกลบตอซังข้าว วาง 6 มาตรการ ลดฝุ่น PM 2.5 ตั้งเป้า ปี 65 ร้อยละ 50 ของพื้นที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าว ต้องไถกลบตอซังข้าวแทนการเผา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โคราช&nbsp;เดินหน้ารณรงค์ไถกลบตอซังข้าว&nbsp;วาง&nbsp;6&nbsp;มาตรการ&nbsp;ลดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ตั้งเป้า&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของพื้นที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าว&nbsp;ต้องไถกลบตอซังข้าวแทนการเผา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;บ้านดอนมะเกลือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบึงอ้อ&nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นำส่วนราชการและเกษตรกรร่วมว่านเมล็ดพันธุ์ปอเทือง?&nbsp;และไถกลบตอซังข้าว?&nbsp;เป็นสัญลักษณ์ในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ไถกลบตอซัง&nbsp;และหว่านเมล็ดพันธุ์ปอเทือง&nbsp;พร้อมกันทั้ง&nbsp;32&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีนายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ส่วนราชการและเกษตรกรในพื้นที่?&nbsp;อ.ขามทะเลสอ?&nbsp;ร่วมในพิธี?</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรในการป้องกันไม่ให้เกิดการเผาในพื้นที่การเกษตร</strong>&nbsp;ซึ่งส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรง&nbsp;ทำให้ดินเสื่อมโทรม&nbsp;ขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;อีกทั้งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน&nbsp;รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเกิดผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยภายในงานได้มีการรณรงค์ปลูกเมล็ดพันธุ์ปอเทืองในพื้นที่การเกษตร</strong>&nbsp;การสาธิตการไถกลบตอซังข้าว&nbsp;การสาธิตการปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;การให้ความรู้และสาธิตการเพาะเห็ดโดยใช้ฟางข้าวเป็นวัสดุเพาะ&nbsp;เพื่อเป็นการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางเลือกเพื่อทดแทนการเผา&nbsp;และเป็นการลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ในครัวเรือนอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดนครราชสีมาได้วางมาตรการ&nbsp;6&nbsp;มาตรการลดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.บริหารจัดการในสถานการณ์วิกฤต&nbsp;2.ลดฝุ่นจากการจราจร&nbsp;3.ควบคุมฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;4.ควบคุมฝุ่นจากการก่อสร้าง&nbsp;5.ควบคุมการเผา&nbsp;และ6.รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้สำหรับผลการดำเนินงานส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้ดำเนินการส่งเสริมการไถกลบตอซัง&nbsp;ภายในเดือนมีนาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,653,980&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;46.4&nbsp;ของพื้นที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าว&nbsp;และพบจุดความความร้อนในพื้นที่การเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;113&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;62.7</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"...ในปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งเป้าหมายในการไถกลบตอซังภายในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ให้ได้ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของพื้นที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าว&nbsp;เพื่อป้องกันการเผา&nbsp;และลดจุดความร้อนในพื้นที่การเกษตร...\"&nbsp;นายวิเชียรฯ&nbsp;กล่าว</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111140423774"],
    [180,"ครม. อนุมัติ  574.11 ล้านบาท เยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยในพื้นที่ 56 จังหวัด","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;งบกลาง&nbsp;&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;จำนวน&nbsp;574.11&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(African&nbsp;Swine&nbsp;Fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;และโรคระบาดร้ายแรงในสุกรหรือหมูป่า&nbsp;โดยจะจ่ายเป็นค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;56&nbsp;จังหวัด&nbsp;มีเกษตรกรที่กรมปศุสัตว์ได้ทำลายสุกรไปแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;คิดเป็นเงิน&nbsp;จำนวน&nbsp;574.11&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;4,941&nbsp;ราย&nbsp;และจำนวนสุกร&nbsp;159,453&nbsp;ตัว</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้มีการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;&nbsp;เพื่อการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในสุกร&nbsp;ดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมกรมปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งในขณะนี้มีความคืบหน้าของโครงการกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ซึ่งหากพัฒนาได้สำเร็จ&nbsp;ไทยจะเป็นชาติแรกในโลกที่พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในสุกรได้เป็นชาติแรก&nbsp;พร้อมกันนี้กรมปศุสัตว์ยังได้ดำเนินระบบการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง&nbsp;กำกับดูแล&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;ตลอดจนการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;อาทิ&nbsp;ให้มีรั้วรอบฟาร์ม&nbsp;ให้มีจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบ&nbsp;สำรวจโรคตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล&nbsp;พร้อมชี้แจงให้ประชาชนอย่างโปร่งใส&nbsp;ที่สำคัญต้องลดความเดือดร้อนของเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม&nbsp;ผู้ค้ารายย่อย&nbsp;โดยเฉพาะผู้บริโภค&nbsp;ในขณะนี้ให้มากที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111142707789"],
    [181,"ครม. รับทราบ 9 มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ เร่งจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยง","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติรับทราบมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ&nbsp;ฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;&nbsp;และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สนทช.)&nbsp;เสนอ&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;9&nbsp;มาตรการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>เร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำทุกประเภท&nbsp;โดยการสูบน้ำจากแหล่งน้ำมากไปสู่แหล่งน้ำน้อย&nbsp;ไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำใต้ดิน&nbsp;รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งเก็บน้ำและปรับปรุงและพัฒนาระบบธนาคารน้ำใต้ดิน&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;สำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองได้&nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการสำรองน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบเพื่ออุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;และการเกษตร&nbsp;และจัดทำทะเบียนผู้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำเพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามสภาพอากาศที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>กำหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำหนดแผนปริมาณน้ำจัดสรรในฤดูแล้งให้ชัดเจน&nbsp;&nbsp;ควบคุมการใช้น้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนให้เป็นไปตามแผนและมีประสิทธิภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึงถึงระดับน้ำในทางน้ำที่อาจจะลดต่ำกว่าปกติ&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;โดยจัดทำทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ระบุพื้นที่เพาะปลูกและแหล่งน้ำที่นำมาใช้ให้ชัดเจนเพื่อให้การเพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน&nbsp;เตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำเตรียมแปลงเพาะปลูกนารอบที่&nbsp;1&nbsp;(นาปี)&nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;สายรอง&nbsp;และเตรียมแผนปฏิบัติการรองรับกรณีเกิดปัญหา&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ตรวจวัด&nbsp;และควบคุมการปล่อยน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;การเกษตร&nbsp;และชุมชนลงสู่แหล่งน้ำ&nbsp;รวมทั้งควบคุมและขึ้นทะเบียนการเลี้ยงปลากระชังในแหล่งน้ำและลำน้ำ&nbsp;ติดตามและประเมินผลเพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผน&nbsp;โดยรายงานเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งติดตาม&nbsp;ควบคุมการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชทนแล้ง&nbsp;การทำนาปรัง&nbsp;สร้างการรับรู้สถานการณ์และแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กำหนด&nbsp;ซึ่งสามารถให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้ทันที</p><p><strong>โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ</strong>&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ&nbsp;หรือเสี่ยงภัยแล้ง&nbsp;หรือฝนทิ้งช่วง&nbsp;ผ่านโครงการต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการซ่อมแซมอาคารชลศาสตร์&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;โครงการการสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;โครงการปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;และโครงการเพิ่มน้ำต้นทุน&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพ&nbsp;รายได้&nbsp;และการจ้างแรงงานให้กับประชาชนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&nbsp;ที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111144721812"],
    [182,"จังหวัดชุมพรจัดอบรมการใช้งานระบบ QR Trace On Cloud แก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียน","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมการใช้งานระบบการตามสอบสินค้าเกษตรบนระบบคลาวด์&nbsp;(QR&nbsp;Trace&nbsp;On&nbsp;Cloud)&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดชุมพร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;(มกอช.)&nbsp;จัดการฝึกอบรมให้กับเกษตรกรสมาชิกชาวสวนทุเรียนที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรกรที่ดี&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practices&nbsp;:&nbsp;GAP)&nbsp;สังกัดกลุ่มผู้ปลูกกาแฟบ้านบางฝนตก&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรพันวาล&nbsp;ตำบลรับร่อ&nbsp;อำเภอท่าแซะ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการตามสอบสินค้าโดยการทำ&nbsp;QR-code&nbsp;เป็นการยกระดับคุณภาพทุเรียนชุมพร&nbsp;แก้ไขปัญหาการตัดทุเรียนอ่อน&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค&nbsp;และเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้กับสมาชิก&nbsp;ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าให้&nbsp;กับเกษตรกรได้&nbsp;โดยกำหนดการฝึกอบรมระหว่างวันที่&nbsp;11-12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องหิรัญญิการ์&nbsp;โรงแรงนานาบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ชุมพร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111152814840"],
    [183,"เริ่มแล้ว ฤดูกาลทุเรียน ออกก่อน อ่อนไม่มี ทุเรียนทวาย ทุเรียนนอกฤดู ยอดจอง ไม่พอขาย","<p><strong>การผลิต&nbsp;ทุเรียน&nbsp;นอกฤดู&nbsp;หรือที่เรียกกันว่าทุเรียนทวาย&nbsp;</strong>ในพื้นที่&nbsp;ต.อ่าวใหญ่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ถือว่า&nbsp;เกษตรชาวสวนส่วนน้อย&nbsp;ที่ต้องการผลผลิตทุเรียนให้ออกในช่วงนี้&nbsp;เพราะดูแลยาก&nbsp;บางต้นจะเก็บไว้&nbsp;5-10&nbsp;ลูก&nbsp;เท่านั้น&nbsp;แต่ด้วยความต้องการของผู้บริโภคทุเรียน&nbsp;มีความต้องการสูง&nbsp;และรวมถึงราคาที่&nbsp;ณ&nbsp;ขณะนี้&nbsp;เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน&nbsp;นายชยุตพงศ์&nbsp;ลาภดล&nbsp;เกษตรกรสวนทุเรียน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.อ่าวใหญ่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ถือเป็นเกษตรกร&nbsp;เจ้าแรกๆ&nbsp;ที่จำหน่ายทุเรียนทวาย&nbsp;เปิดหน้าร้าน&nbsp;บ้านคอกม้า&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;ริมถนน&nbsp;สายตราด&nbsp;แหลมศอก&nbsp;ต.อ่าวใหญ่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;จำหน่ายทุเรียน&nbsp;และผลไม้ตามฤดูกาล&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;</p><p><strong>นายชยุตพงศ์&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>ตนเองจะรับซื้อทุเรียนที่ได้คุณภาพ&nbsp;จากเจ้าของสวนในพื้นที่&nbsp;ส่งไปทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลผลผลิตทุเรียนของจังหวัดตราด&nbsp;ที่เหลืออีกไม่กี่วัน&nbsp;ก็จะออกมารุ่นแรก&nbsp;แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่&nbsp;ความต้องการของผู้บริโภคทุเรียนมีมาก&nbsp;และประจวบกับทุเรียนทวายในพื้นที่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ออกเป็นทุเรียนที่ออกก่อนฤดู&nbsp;เป็นที่ต้องการของลูกค้าเป็นจำนวนมากด้วย&nbsp;ทำให้มียอดสั่งจอง&nbsp;สินค้าไม่พอจำหน่าย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;นายชยุตพงศ์&nbsp;บอกอีกว่า&nbsp;ทุเรียนทวาย&nbsp;เป็นทุเรียนที่&nbsp;ออกก่อนฤดูและมีรสชาติอร่อย&nbsp;</strong>เพราะช่วงของการเจริญเติบโต&nbsp;จะไม่โดนฝน&nbsp;ทำให้เนื้อทุเรียน&nbsp;หอม&nbsp;หนึบ&nbsp;อร่อย&nbsp;แต่อาจจะมีเปลือกหนาบางลูก&nbsp;และจะเป็นไซด์ขนาดใหญ่&nbsp;ส่วนการจำหน่ายนั้น&nbsp;ราคากลาง&nbsp;จะดูจากล้งเป็นหลัก&nbsp;ซึ่งราคาจะไม่สูงกว่าล้งมากนัก&nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;<strong>ทางนายชยุตพงศ์&nbsp;บอกต่ออีกว่า&nbsp;</strong>จะทำการส่งจำหน่ายทุเรียนทวาย&nbsp;จนกว่าทุเรียนในพื้นที่รุ่นนี้จะหมด&nbsp;ต่อเนื่องไปจนถึงฤดูกาลทุเรียน&nbsp;หมอนทอง&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;จะออกสู่ตลาด&nbsp;ในช่วงประมาณสิ้นเดือน&nbsp;มีนาคมที่จะถึงนี้</p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สสังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111153931849"],
    [184,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;<strong>เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ระยะนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;4-15&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;8-15&nbsp;องศาเซลเซียส</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้จะมีอากาศเปลี่ยนแปลง</strong>&nbsp;เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน&nbsp;เกษตรกรควรใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อจะได้มีน้ำใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงแล้ง&nbsp;สำหรับปริมาณน้ำระเหยจะมีมาก&nbsp;เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ใบไม้&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;และหญ้าแห้ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อลดอัตราการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน&nbsp;รักษาความชื้นภายในดิน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111160537865"],
    [185,"ปศุสัตว์จังหวัดตรัง ยืนยันหมูในจังหวัดตรังไม่เคยเกิดโรคระบาด","<p><strong>จากกรณีที่ฟาร์มเลี้ยงหมูรายย่อยหลายแห่งใน&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;และ&nbsp;อ.ห้วยยอด</strong>&nbsp;เกิดโรคระบาดเมื่อประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;เดือนที่ผ่าน&nbsp;จนทำให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;เข้าไปตรวจสอบและสั่งการให้เจ้าของฟาร์มหมูเร่งฝังทำลายหมูทั้งหมด&nbsp;ทำให้ขาดทุนจำนวนมาก&nbsp;แต่ก็มีเจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมูบางรายต้องเร่งส่งขาย&nbsp;เพื่อลดปัญหาการขาดทุน&nbsp;ทำให้จนถึงขณะนี้เจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมูจำนวนมากต้องหยุดพักคอก&nbsp;ไม่กล้าลงทุนเลี้ยงใหม่&nbsp;เพราะอาหารและลูกหมูมีราคาแพง&nbsp;และหวั่นจะเกิดโรคระบาดซ้ำ&nbsp;เพราะที่ผ่านมาหลังจากหมูเกิดโรคระบาด&nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนว่าโรคระบาดที่เกิดขึ้นเกิดจากโรค&nbsp;และสาเหตุอะไร&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;นายสัตวแพทย์สุรจิต&nbsp;วิชชุวรรณ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตนของยืนยันว่าจังหวัดตรัง&nbsp;ไม่เคยเกิดโรคระบาดในหมู&nbsp;ส่วนภาคใต้ก็มีบ้างแต่ประปราย&nbsp;ตนในฐานะปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;ขอยืนยันว่าได้ควบคุมโรคระบาดในจังหวัดตรังได้อย่างชัดเจน&nbsp;แน่นอน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผลกระทบของโรคระบาดที่เกิดขึ้นอย่างที่ปรากฎข่าวอยู่ขณะนี้&nbsp;ไม่พบในจังหวัดตรังอย่างแน่นอน&nbsp;และไม่พบโรคระบาดในจังหวัดตรังมาเป็นเวลานานแล้ว&nbsp;ในส่วนของกรมปศุสัตว์มีนโยบายอย่างชัดเจน&nbsp;มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรรายย่อย&nbsp;และเกษตรกรรายใหญ่&nbsp;เพื่อให้มีความรู้เท่าทันโรคระบาดในฟาร์ม&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์มีนโยบายให้ประชุมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกเป็นประจำทุกปี&nbsp;ปีละ&nbsp;2-3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในขณะที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์รายใหญ่&nbsp;หรือฟาร์มระบบปิดมีรูปแบบการจัดการฟาร์มและการป้องกันโรคอย่างดี&nbsp;ส่วนเกษตรกรรายย่อยที่ไม่ได้พัฒนาฟาร์มเป็นฟาร์มมาตรฐานจะมีปัญหานิดหน่อย&nbsp;ทั้งนี้ชาวบ้านถามยืนยันว่า&nbsp;ไม่เคยพบการโรคระบาดในหมูเกิดขึ้นเลยหรือ&nbsp;แต่ชาวบ้านและเจ้าของฟาร์มในพื้นที่&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;และอ.ห้วยยอด&nbsp;ยืนยันว่าหมูเกิดโรคระบาดและฝังไปเป็นจำนวนมากก่อนสิ้นปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายสัตวแพทย์สุรจิต&nbsp;วิชชุสุวรรณ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;</strong>ไม่เคยมี&nbsp;เป็นการเสพข่าว&nbsp;และเข้าไปตรวจสอบแล้วยืนยันไม่พบการระบาดเลย&nbsp;สำหรับจังหวัดตรัง&nbsp;มีเกษตรการรายย่อย&nbsp;ที่เลี้ยงสุกร&nbsp;ประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;มีสุกรนับแสนตัว&nbsp;มีฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีแม่พันธุ์&nbsp;4,500&nbsp;ตัว&nbsp;มีหมูขุนในฟาร์ม&nbsp;30,000&nbsp;ตัว&nbsp;จึงยืนยันว่าหมูในจังหวัดตรังมีเพียงพอต่อการบริโภคในจังหวัดอย่างแน่นอน&nbsp;แต่หมูย่างมีการนำเข้าจากจังหวัดใกล้เคียงบ้าง&nbsp;ประมาณวันละ&nbsp;200&nbsp;ตัว&nbsp;เพราะหมูย่างจะมีการเลือกใช้หมูขนาดเฉพาะของเขา&nbsp;&nbsp;แต่สาเหตุที่หมูในจังหวัดตรังมีราคาแพง&nbsp;เป็นเพราะในโลกสมัยที่การสื่อสารทั่วถึง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรังหมูมีเพียงพออยู่แล้ว&nbsp;ไม่ได้ขาดแคลน&nbsp;แต่เมื่อหมูที่อื่นขาดตลอด&nbsp;หมูที่ตรังจึงไหลไปที่อื่นด้วย&nbsp;และราคาก็ขยับราคาสูงตามประกาศราคาสมาคมผู้เลี้ยงหมูภาคใต้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111160746868"],
    [186,"บริษัทแม่สอดพลังงานสะอาด จำกัด จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ต่อรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 16 เมกะวัตต์ ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1","<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมเซ็นทารา&nbsp;แม่สอด&nbsp;ฮิลล์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;บริษัท&nbsp;แม่สอดพลังงานสะอาด&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด&nbsp;16&nbsp;เมกะวัตต์&nbsp;ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสกล&nbsp;แสงอรุณ&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;และนายสมคิด&nbsp;แจ่มจำรัส&nbsp;ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายไร่&nbsp;ผู้แทนบริษัท&nbsp;แม่สอดพลังงานสะอาด&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;นางทิพรัตน์&nbsp;ทัศนาการไพศาล&nbsp;ผู้แทนบริษัท&nbsp;ทีมพาวเวอร์&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;และนายสุรพงษ์&nbsp;นนทประเสริฐ&nbsp;ผู้แทนบริษัท&nbsp;เอสเอส&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดโครงการ&nbsp;และมีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เข้าร่วมรับฟังและร่วมแสดงความคิดเห็น</p><p><strong>สำหรับโครงการดังกล่าว</strong>&nbsp;มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเพิ่มชนิดเชื้อเพลิงชีวมวลอื่นๆ&nbsp;นอกจากชานอ้อยจากการหีบอ้อยของบริษัทฯ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไม้สับ&nbsp;ขี้เลื่อย&nbsp;และสิ่งเหลือใช้จากการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ใบอ้อย&nbsp;ต้นข้าวโพด&nbsp;ซังข้าวโพด&nbsp;และพืชแห้ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งรับจากภาคเกษตรกรรมในชุมชนโดยรอบที่ตั้งโครงการ&nbsp;และทบทวนแผนผังการใช้ประโยชน์พื้นที่โครงการโดยแยกโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลออกจากโครงการโรงงานผลิตเอทานอล&nbsp;รวมถึงการบริหารจัดการ&nbsp;ระบบสาธารณูปโภค&nbsp;และทบทวนระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ&nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในสภาพปัจจุบัน</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจะเป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตร</strong>&nbsp;มาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายพลังงานของประเทศ&nbsp;ลดการเผาวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตร&nbsp;ช่วยลดปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดอาชีพที่ยั่งยืนให้กับชุมชน&nbsp;เพิ่มโอกาสจ้างแรงงาน&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพในท้องถิ่น&nbsp;และกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านภาษีบำรุงท้องถิ่น&nbsp;และกองทุนพัฒนาชุมชนพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า&nbsp;และสนับสนุนกิจกรรมภายในชุมชนโดยรอบโครงการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;แม่สอดพลังงานสะอาด&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ดำเนินการผลิตพลังงานไฟฟ้า&nbsp;ขนาด&nbsp;16&nbsp;เมกะวัตต์&nbsp;ได้รับอนุญาตโรงงานลำดับที่&nbsp;88&nbsp;เริ่มประกอบกิจการเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2554&nbsp;ไฟฟ้าที่ผลิตได้นำมาเป็นแหล่งพลังงานภายในโครงการ&nbsp;และโครงการโรงงานผลิตเอทานอลของบริษัทฯ&nbsp;ประมาณ&nbsp;8&nbsp;เมกะวัตต์&nbsp;ส่วนที่เหลือจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;โครงการได้รับความเห็นชอบในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด&nbsp;16&nbsp;เมกะวัตต์&nbsp;จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2553&nbsp;การดำเนินกิจการของโครงการ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ชานอ้อย&nbsp;ซึ่งเหลือจากกระบวนการผลิตเอทานอลบริสุทธิ์&nbsp;ร้อยละ&nbsp;99.5&nbsp;ถือเป็นการนำของเสีย&nbsp;จากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าในรูปแบบเชื้อเพลิง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111162831879"],
    [187,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรับมือผลไม้ฤดูการผลิตปี 2565 ล่วงหน้า พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้เกิดมาตรการที่เข้มงวดโดยเฉพาะด่านนำเข้าจีน&nbsp;และส่งผลต่อการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรผลไม้ของไทย&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้&nbsp;มีความเป็นห่วงสถานการณ์และได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย&nbsp;จึงได้มอบหมายให้นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;ลงพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และเชียงราย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-15&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;โดยจะติดตามความคืบหน้าในหลายด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การบริหารจัดการผลไม้ของภาคเหนือ&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;(ลำไย)&nbsp;ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กรกอ.)&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;การขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&nbsp;(Agritech&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Center&nbsp;:AIC)&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และเชียงราย&nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยมด่านเชียงของและด่านเชียงแสนในการส่งออกผลไม้และสินค้าเกษตรทางบกและทางเรือลำน้ำโขง&nbsp;โดยเฉพาะมาตรการ&nbsp;SPS&nbsp;และโควิดฟรี&nbsp;(Covid&nbsp;Free)&nbsp;และแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งผ่านด่านบ่อเตนและด่านโมฮ่าน&nbsp;ตลอดจนการประชุมหารือกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนากาแฟอาราบิก้า&nbsp;(Arabica)&nbsp;ตลอดห่วงโซอุปทาน&nbsp;การบริหารจัดการน้ำของโครงการชลประทานภาคเหนือตอนบนและการขับเคลื่อนโครงการโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือเพื่อพัฒนาการเกษตรในเมืองและส่งเสริมเพิ่มพื่นที่สีเขียวเพื่อแก้ปัญหา&nbsp;pm.2.5&nbsp;และลดก๊าซเรือนกระจก</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับข้อมูลการส่งออกนำเข้าผักผลไม้โดยรวมระหว่างไทยกับจีน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปรากฎว่าไทยได้เปรียบดุลการค้าจีนกว่า&nbsp;3&nbsp;เท่าตัว&nbsp;โดยในปี&nbsp;2563&nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน&nbsp;1.02&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;ไทยนำเข้าผลไม้จากจีน&nbsp;30,735&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ไทยได้เปรียบจีน&nbsp;7.2&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ครองตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนตลาด&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;สูงถึงร้อนฝยละ&nbsp;ขณะที่เพียง&nbsp;10&nbsp;เดือนของปี&nbsp;2564&nbsp;(เดือน&nbsp;ม.ค-ต.ค&nbsp;64)&nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านตัน&nbsp;สูงเป็นประวัติการณ์&nbsp;ส่วนการนำเข้าส่งออกผักในปี&nbsp;2563&nbsp;จีนส่งออกออกผักมาไทย&nbsp;8&nbsp;พันล้าน&nbsp;ไทยส่งออกผักสดผักแข็งผักแห้งและมัน&nbsp;หัวมัน&nbsp;30,000&nbsp;ล้าน&nbsp;แต่ถ้าแยกผักออกมาไทยส่งออกผักไปจีน&nbsp;1&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;เสียดุลการค้าจีนด้านผัก&nbsp;7&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;ในขณะที่ไทยได้เปรียบการส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า&nbsp;7&nbsp;หมื่นล้านบาท</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111202541975"],
    [188,"อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันอังคารที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นระลอกใหม่อีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน&nbsp;ได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว&nbsp;คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศเย็นกับมีลมแรง&nbsp;อุณหภูมิจะลดลง&nbsp;2-3&nbsp;องศาเซลเซียส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;</strong>บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;อากาศเย็นกับมีลมแรง&nbsp;อุณหภูมิจะลดลง&nbsp;2-3&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ความเร็ว&nbsp;15-30&nbsp;กม./ชม&nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;33&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;18&nbsp;องศาเซลเซียส</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111212133005"],
    [189,"ผู้ว่าฯ โคราช Kick Off ไถกลบตอซัง หว่านปอเทือง พร้อมกัน 32 อำเภอ ขับเคลื่อนมาตรการลดฝุ่น PM 2.5","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ไถกลบตอซัง&nbsp;ปฏิบัติการทั้งจังหวัดกำจัด&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยมีนายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.เครือข่าย)&nbsp;บ้านดอนมะเกลือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบึงอ้อ&nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องฤดูแล้ง&nbsp;พื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีแนวโน้มเกิดปัญหาหมอกควันปกคลุม&nbsp;และเกิดมลพิษทางอากาศเป็นประจำทุกปี&nbsp;ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากการเผาเศษซากพืช&nbsp;หรือวัชพืช&nbsp;และเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรง&nbsp;ทำให้ดินเสื่อมโทรม&nbsp;ขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน&nbsp;รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเกิดผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมากจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จึงได้มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อน&nbsp;6&nbsp;มาตรการลดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.บริหารจัดการในสถานการณ์วิกฤต&nbsp;2.ลดฝุ่นจากการจราจร&nbsp;3.ควบคุมฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;4.ควบคุมฝุ่นจากการก่อสร้าง&nbsp;5.ควบคุมการเผา&nbsp;6.รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การจัดงานในวันนี้&nbsp;จึงได้บูรณาการหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนมาตรการที่&nbsp;5&nbsp;ควบคุมการเผา&nbsp;โดยการจัดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;การไถกลบตอซัง&nbsp;และหว่านเมล็ดพันธุ์ปอเทือง&nbsp;พร้อมกันทั้ง&nbsp;32&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรในการป้องกันไม่ให้เกิดการเผาในพื้นที่การเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ต้องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนเกษตรเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ด้วยการถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรและนำเสนอทางเลือกให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อลดการเผา&nbsp;ได้แก่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางเลือกที่&nbsp;1&nbsp;การไถกลบตอซังฟางข้าว&nbsp;ใบอ้อย&nbsp;หรือเศษซากพืช&nbsp;เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน&nbsp;คืนชีวิตให้ดิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางเลือกที่&nbsp;2&nbsp;นำเศษตอซังฟางข้าว&nbsp;หรือเศษวัสดุการเกษตรอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เหลือทิ้งในแปลงเพาะปลูก&nbsp;มาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;เพื่อใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางเลือกที่&nbsp;3&nbsp;นำเศษวัสดุการเกษตร&nbsp;มาใช้เลี้ยงสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;นำมาอัดก้อน&nbsp;หรือนำมาทำอาหารหมักเลี้ยงโค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางเลือกที่&nbsp;4&nbsp;นำมาใช้ประโยชน์ทางด้านพลังงาน&nbsp;เป็นพลังงานทดแทน&nbsp;เช่น&nbsp;ผลิตเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง&nbsp;หรืออัดก้อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางเลือกที่&nbsp;5&nbsp;นำมาเพาะเห็ด&nbsp;หรือนำมาผลิตกระดาษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางเลือกที่&nbsp;6&nbsp;คือ&nbsp;นำเศษใบไม้&nbsp;เศษฟาง&nbsp;เศษหญ้า&nbsp;ที่แห้งมาคลุมบริเวณโคนต้นพืช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และทางเลือกที่&nbsp;7&nbsp;นำเปลือกซังข้าวโพดหรือฟางมาทำวัสดุเพาะปลูก&nbsp;</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111212711007"],
    [190,"เกษตรธารโตลงพื้นที่ปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร","<p><strong>&nbsp;วันนี้(&nbsp;11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>นางสาวปุณญิสา&nbsp;เซ่งซิ้ว&nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอธารโตลงพื้นที่รับขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลธารโต&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลธารโต&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111205219995"],
    [191,"เกษตรอำเภอเบตงจัดเวทีแปลงใหญ่ทุเรียน พร้อมจัดทำแผน และถ่ายทอดความรู้ให้กับกลุ่มแปลงใหญ่ยางพารา ในพื้นที้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.65)</strong>&nbsp;ที่อาคารอเนกประสงค์บ้านปิยะมิตร&nbsp;3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรในโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;กิจกรรมระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;โดยมีการจัดเวทีวิเคราะห์&nbsp;จัดทำแผน&nbsp;เพื่อทบทวนและปรับปรุงข้อมูลของกลุ่มให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;ตามการบริหารจัดการรูปแบบแปลงใหญ่ใน&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การเพิ่มผลผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการ</p><p><strong>ทั้งนี้ได้เชิญวิทยากรผู้ผลิตทุเรียนคุณภาพ</strong>&nbsp;นายสุริยันต์&nbsp;จันทรมณี&nbsp;ประธานกลุ่มทุเรียนนาปราง&nbsp;มาให้ความรู้ในเรื่องการผลิตทุเรียนคุณภาพ&nbsp;และการป้องกันจำกัดโรคและแมลงศัตรูพืช&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเบตงมีความรู้และความเข้าใจในการผลิตทุเรียนให้ได้คุณภาพ</p><p>จากนั้น&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตงได้จัดเวทีทำแผน&nbsp;ปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ประเมินผล&nbsp;และจัดเก็บข้อมูลของกลุ่ม&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(สาขาเบตง)&nbsp;ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องโรครากขาวในยางพารา&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมแบบแปลงใหญ่&nbsp;ในกิจกรรมระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์กองทุนสวนยางตาเนาะ&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยโรครากขาวยางพาราเกิดกับระบบรากของยางพารา&nbsp;ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อราชั้นสูงจำพวกเห็ด&nbsp;สร้างความเสียหาย&nbsp;เข้าไปทำลายระบบรากทำให้ต้นยางที่เป็นโรคจะยืนต้นตาย&nbsp;และหากปล่อยไว้โดยไม่จัดการจะทำให้มีการแพร่ลุกลามในวงกว้างได้อันจะยังผลให้เกษตรกรต้องสูญเสียรายได้จากผลผลิตน้ำยาง&nbsp;และไม้ยางมากขึ้นทุกปี&nbsp;หากพบต้นยางพาราที่เป็นโรคให้ขุดทำลาย&nbsp;และรักษาต้นข้างเคียง&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้โรคแพร่ระบาดไปยังต้นอื่น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111205143994"],
    [192,"เกษตรเมืองยะลา ติดตามแปลงต้นแบบเกษตรผสมผสานในพื้นที่","<p>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;มอบหมายให้นายมูฮัมมัดรุสดี&nbsp;หะยีลาเปะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามแปลงต้นแบบเกษตรผสมผสาน&nbsp;ของนางยารีย๊ะ&nbsp;ดือราแม&nbsp;เกษตรกรหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลลิดล&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยเกษตรกรมีกิจกรรมปลูกพืชร่วมยางกาแฟ&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพาะเห็ดนางฟ้า&nbsp;และผักอื่นๆเกษตรเมืองยะลา&nbsp;นอกจากนี้ยังได้&nbsp;มอบหมายให้นายจารนัย&nbsp;ทองเหม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลยุโป&nbsp;เพื่อสาธิตการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาแก่เกษตรกรกลุ่มปลูกผัก&nbsp;มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และติดตามแปลงเกษตรผสมผสานของนางเพ็ญแข&nbsp;ขุนภักดี&nbsp;ซึ่งมีการเพาะแหนแดงเพื่อนำไปผลิตเป็นปุ๋ยและผลิตอาหารปลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111204920993"],
    [193,"เกษตรเมืองยะลา ถ่ายทอดความรู้การจัดทำบัญชีครัวเรือนและการทำบัญชีต้นทุนอาชีพ ตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางรัตนาภรณ์&nbsp;พิบูลย์&nbsp;ร่วมกับนางสาวจิตชนก&nbsp;เมืองสง&nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ&nbsp;เจ้าหน้าที่จากจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ยะลาและนายอิสมาแอล&nbsp;ลาเต๊ะ&nbsp;ประธานแปลงใหญ่ข้าวตำบลลำใหม่&nbsp;จัดอบรมถ่ายทอดความรู้การจัดทำบัญชี&nbsp;ตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;โดยมีหลักสูตรประกอบด้วย&nbsp;ความรู้&nbsp;ความเข้าใจและฝึกปฏิบัติการทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ&nbsp;และใช้การแอปพลิเคชัน&nbsp;SmartMe&nbsp;ในการทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ&nbsp;มีสมาชิกแปลงใหญ่ข้าวผู้เข้าร่วมอบรม&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรตำบลลำใหม่&nbsp;(ศพก.เครือข่าย/ข้าว&nbsp;ต.ลำใหม่)&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111204808992"],
    [194,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM 2.5 จังหวัดนครราชสีมา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว&nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&nbsp;บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;304&nbsp;หน้าสถานีป้อมตำรวจภูธรวังน้ำเขียว&nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;62&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งออกเป็นรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.2522&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;และรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;8&nbsp;คัน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&nbsp;และติกสติ๊กเก้อห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คัน&nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;505&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&nbsp;91&nbsp;คัน</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111212813008"],
    [195,"ชุมชนบ้านถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา หลักทรงงาน ที่ดิน 1 งานสู่รายได้ 1 แสนบาท","<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> เยี่ยมและให้กำลังใจชุมชนบ้านถ้ำกลองเพลตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ในการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา หลักทรงงานและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร อาชีพรายได้และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผ่านการระเบิดจากข้างในของชุมชนสู่การปฏิบัติตามหลักภูมิสังคมด้วยการปลูกผักปลอดสาร คนกินปลอดภัย คนปลูกสุขใจ ผักปลอดภัยสายบุญ</p><p><strong>โดยมีการปลูกผักหมุนเวียนตามฤดูกาลตลอดทั้งปีตามหลักภูมิสังคม </strong>ใช้ปุ๋ยธรรมชาติจากมูลควาย,วัวผสมแกลบหมักด้วยน้ำหมักจากเศษอาหารและเป็นการลดต้นทุนการผลิต ลดขยะ ซึ่งใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยเฉพาะเงื่อนไข ความรู้ ทั้งการผลิต การจำหน่ายแบบองค์รวม และมองทั้งระบบ และจะต้องนำเงื่อนไข คุณธรรม คือความอดทน ขยัน ความเพียร ความซื่อสัตย์สุจริต </p><p><strong>ชุมชนนี้ดำเนินการมานานหลายปีและยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง</strong> และจะนำไปสู่ภูมิคุ้มกันที่ดีมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งผลผลิตที่ได้นั้นนอกจากรับประทานแล้วยังจำหน่ายเป็นรายได้ต่อครั้งประมาณ 7,000 - 10,000 บาท ตลอดทั้งปีประมาณ 84,000 - 120,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งชุมชนบ้านถ้ำกลองเพล ดำเนินการ จำนวน 50 ครัวเรือน</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111201859974"],
    [196,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามการบริหารจัดการขยะมูลฝอย และเฝ้าระวังเชิงรุกการเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย จังหวัดนครราชสีมา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายธนัญชัย&nbsp;วรรณสุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)</strong>&nbsp;พร้อมนางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;และตรวจสอบเฝ้าระวังเชิงรุกป้องกันความเสี่ยงเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;ของเทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อ&nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีนายยงยุทธ&nbsp;ศิริชัยโกศล&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศาลเจ้าพ่อ&nbsp;และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;ในฤดูการท่องเที่ยวนี้มีปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้นเป็นวันละ&nbsp;10&nbsp;ตัน</strong>&nbsp;ใช้วิธีการกำจัดโดยการเทกองในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่ตั้งอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำเขียว&nbsp;สสภ.11&nbsp;ได้มีข้อเสนอแนะให้ดำเนินการฝังกลบขยะมูลฝอยอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ป้องกันการปลิวของขยะมูลฝอย&nbsp;กำหนดเวลาเปิด-ปิด&nbsp;สถานที่กำจัด&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบนำขยะมาทิ้ง&nbsp;และเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111212912009"],
    [197,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ร่วมประชุมพิจารณาสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;KM&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;ร่วมการประชุมพิจารณาสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;จากห้องประชุมศาลากลางจังหวัดยะลา</p><p><strong>สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ&nbsp;</strong>สืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;ได้จัดประชุมเพื่อร่วมพิจารณาการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพ&nbsp;\"หนามเขียว&nbsp;ไม่มีหนอนเจาะเมล็ด\"&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นน้ำของสถาบันฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;เกษตรจังหวัดปัตตานี&nbsp;ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัดปัตตานี&nbsp;ผู้แทนนายอำเภอโคกโพธิ์&nbsp;สายบุรี&nbsp;ยะรัง&nbsp;ผู้แทนนายอำเภอกะพ้อ&nbsp;และผู้รับผิดชอบศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด&nbsp;สำนักงานจังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อนำผลการประชุมในวันนี้ไปขับเคลื่อนร่วมกับเกษตรกรในจังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;73&nbsp;คน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;9&nbsp;ตำบล&nbsp;โดยสร้างความเข้าใจ&nbsp;ความพร้อม&nbsp;และความต้องการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนในปี&nbsp;2565&nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ในอำเภอสายบุรี&nbsp;กะพ้อ&nbsp;และอำเภอยะรัง&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111230632021"],
    [198,"จ.ลำปาง เตรียม \"ชิงเก็บ ลดเผา\" เปิดยุทธการป้องกันไฟป่า ปี 2565","<p><strong>นายระพีศักดิ์&nbsp;มาลัยรุ่งสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;</strong>เข้าร่วมการประชุมเตรียมการโครงการ&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;และเปิดยุทธการป้องกันไฟป่า&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ร่วมกับหน่วยงาน&nbsp;ทส.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนฤพนธ์&nbsp;ทิพย์มณฑา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธาน</p><p>ในการประชุมครั้งนี้&nbsp;เป็นการเตรียมการดำเนินงานเชิงรุกของกรมป่าไม้&nbsp;ด้านการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การจัดการบริหารเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าที่มีความเสี่ยง&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย&nbsp;โดยส่งเสริมให้ประชาชนนำเชื้อเพลิงมาสร้างมูลค่า&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการพึ่งพาป่า&nbsp;จากการเผาป่าสู่การใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึงการมีส่วนร่วมการเฝ้าระวังและควบคุมไฟป่าในช่วงวิกฤต&nbsp;ซึ่งจะมีการดำเนินงานจัดงานโครงการ&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;และเปิดยุทธการป้องกันไฟป่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคมนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112102216078"],
    [199,"กรมส่งเสริมการเกษตรแก้ปัญหา \"ทุเรียนอ่อน\" ใช้มาตรการกำหนดวันเก็บเกี่ยวปี 2565 สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค","<p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;</strong>จากการเร่งตัดเพื่อจำหน่ายทำกำไร&nbsp;ส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค&nbsp;และเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จะใช้มาตรการควบคุมและป้องกันทุเรียนอ่อน&nbsp;โดยการกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนแต่ละชนิดพันธุ์&nbsp;</strong>ดังนี้&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พันธุ์ชะนีและพวงมณี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พันธุ์หมอนทองและก้านยาว&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวทุเรียนสายพันธุ์ที่กำหนดก่อนวันดังกล่าว&nbsp;ต้องมีการตรวจวัดและมีใบรับรองความแก่โดยสมาพันธ์ทุเรียนไทยภาคตะวันออก&nbsp;หรือแปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้ตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในทุเรียนและเป็นผู้รับรองความแก่&nbsp;และให้แนบใบรับรองความแก่และสำเนา&nbsp;GAP&nbsp;ที่ระบุวันที่&nbsp;ปริมาณทุเรียน&nbsp;ล้งที่รับซื้อ&nbsp;ไปกับรถขนส่งทุเรียนที่ไปโรงคัดบรรจุด้วยเพื่อควบคุมการใช้ใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;แบบไม่ถูกต้อง&nbsp;(สวมสิทธิ์)&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับระบบ&nbsp;e-Phyto&nbsp;ของกรมวิชาการเกษตรที่ควบคุมการใช้ใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ไว้ที่&nbsp;5&nbsp;ไร่ต่อตู้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชนและเกษตรกรให้มีส่วนร่วมในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค</strong>&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเฝ้าระวังโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;โดยให้เอกชนมีการวางระบบป้องกันการระบาดของโรค&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดระบบการเข้า-ออกสวน&nbsp;การสวมแมส&nbsp;จุดล้างมือ/วัดอุณหภูมิ&nbsp;การจัดแรงงานให้เป็นไปตามมาตรการ&nbsp;การฉีดวัคซีนและการจัดการที่อยู่อาศัย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในด้านพัฒนาคุณภาพผลผลิตยังมีการให้ความรู้เกษตรกร&nbsp;การจัดตั้งทีมสุ่มตรวจสอบในระดับสวน&nbsp;ตลอดจนให้เกษตรกรมีมาตรการควบคุมป้องกันเพลี้ยแป้งทุเรียนในสวน&nbsp;ซึ่งมักพบการเข้าทำลายในระยะผลเล็กทำให้ผลทุเรียนแคระแกร็น&nbsp;ไม่เจริญเติบโต&nbsp;หรือหากเข้าทำลายในระยะผลใหญ่จะทำให้คุณภาพผลทุเรียนลดลง&nbsp;ไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค</p><p><br></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112113936108"],
    [200,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้เฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทยในพื้นที่ 5 จังหวัดฝั่งอ่าวไทย","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้เฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดฝั่งอ่าวไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิลดลงมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางบริเวณ&nbsp;จ.ตาก&nbsp;29&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;อุดรธานี&nbsp;12&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;10&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทย&nbsp;ทำให้น้ำทะเลซัดฝั่งเข้าท่วมพื้นที่ชายทะเล&nbsp;เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรง&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;และปัตตานี&nbsp;มีน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น&nbsp;30-70&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,321&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;63&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,188&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ส่วนแม่กลองอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112095405067"],
    [201,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม 4 พื้นที่ คาดฝุ่นจะสูงขึ้นอีกช่วงวันที่ 18 - 19 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;คาดฝุ่นจะสูงขึ้นอีกช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มกราคม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;57&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คือ&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนนวมินทร์&nbsp;แยกบางกะปิ&nbsp;เขตบางกะปิ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง&nbsp;ลมอ่อน&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มลดลงช่วงวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มทีุ่่นละอองจะสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112100759069"],
    [202,"แขวงทางหลวงชนบทตรัง ประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ถนนสาย ทช.ตง.4008 - ทล.4046 อำเภอกันตัง,สิเกา จังหวัดตรัง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายโยธา&nbsp;ศรีโยธา&nbsp;รักษาราชการ</strong>แทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้ายของโครงการ&nbsp;(ปัจฉิมนิเทศโครงการ)&nbsp;โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ถนนสาย&nbsp;ทช.ตง.4008&nbsp;-&nbsp;ทล.4046&nbsp;อ.กันตัง,สิเกา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมวัฒนา&nbsp;พาร์ค&nbsp;ห้องประชุมภัชรัตน์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาตาล่วง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>จากการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมขนส่งทางบกและทางราง&nbsp;</strong>กรรมาธิการการคมนาคม&nbsp;สภานิติบัญญัติแห่งชาติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2561&nbsp;ที่ประชุมได้มอบให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาการคมนาคมขนส่งในเขตจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและการค้าระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือชายฝั่งในจังหวัดตรังให้สามารถรองรับความต้องการในการขนส่งสินค้า&nbsp;และสามารถเชื่อมโยงการขนส่งทางทะเลระหว่างชายฝั่งทะเลอ่าวไทยกับชายฝั่งทะเลอันดามัน&nbsp;ตลอดจนเป็นการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่และกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นและภูมิภาค&nbsp;</p><p><strong>โดยให้ทำการพัฒนาโครงข่ายสายทาง&nbsp;และศึกษาแนวถนนเชื่อมต่อ</strong>ระหว่างถนนสาย&nbsp;ทช.ตง.4008&nbsp;กับ&nbsp;ทล.4046&nbsp;ให้เป็นเส้นทางลัดที่จะใช้ในการเดินทางและการขนส่งสินค้าให้มีความสะดวกและรวดเร็ว&nbsp;ตลอดจนสามารถเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการคมนาคมขนส่งในเขตจังหวัดตรัง&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการสำรวจและออกแบบ&nbsp;ถนนสาย&nbsp;ทช.ตง.4008&nbsp;-&nbsp;ทล.4046&nbsp;อ.กันตัง,สิเกา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;30.20&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมทางหลวงชนบท&nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของ</strong>การมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;จึงได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของโครงการ&nbsp;(ปัจฉิมนิเทศโครงการ)&nbsp;เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าสารของโครงการให้ผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียจากโครงการได้ทราบ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;สรุปผลการศึกษาด้านวิศวกรรม&nbsp;ด้านการจราจรและขนส่ง&nbsp;ด้านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการวิเคราะห์โครงการด้านเศรษฐกิจและการเงิน&nbsp;รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;เพื่อนำมาใช้พิจารณาประกอบการศึกษาของโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน&nbsp;และเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมน้อยที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112105553096"],
    [203,"ปศุสัตว์เพชรบุรี ออกให้บริการตรวจสุขภาพโคนม เจาะเลือดเก็บตัวอย่างแพะเนื้อ  ตรวจรับรองฟาร์มGFM และขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง","<p><strong>ปศุสัตว์เพชรบุรีออกให้บริการตรวจสุขภาพโคนม</strong>&nbsp;เจาะเลือดเก็บตัวอย่างแพะเนื้อ&nbsp;ตรวจรับรองฟาร์มGFM&nbsp;และขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;ลงพื้นที่ให้บริการตรวจสุขภาพโคนมประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการเก็บตัวอย่างด้วยการเจาะเลือดโคนม&nbsp;เพื่อทดสอบโรคบรูเซลโลซิส&nbsp;(แท้งติดต่อ)&nbsp;ในโคนม&nbsp;พร้อมบันทึกข้อมูลประวัติสัตว์และให้คำแนะนำในด้านการจัดการฟาร์มที่ดี&nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลป่าเด็ง&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เก็บตัวอย่าง&nbsp;โคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;192&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นายมานะ&nbsp;บุตรเพชร&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอบ้านลาดนำทีมเจ้าหน้าที่ฯ</strong>&nbsp;ออกปฏิบัติงานในพื้นที่ให้บริการเจาะเลือดเก็บตัวอย่างแพะเนื้อ&nbsp;ของเกษตรกร&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลบ้านลาด&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เพื่อตรวจรับรองฟาร์มเข้าสู่ระบบฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(Good&nbsp;Farming&nbsp;Management&nbsp;:&nbsp;GFM)&nbsp;และฟาร์มปลอดโรคบลูเซลลูซีสในแพะ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรีได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบฟาร์ม&nbsp;GFM&nbsp;ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งทั้งรายใหม่และรายเก่า&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางหมู่บ้าน&nbsp;ม.4&nbsp;ต.หนองขนาน&nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;19&nbsp;ฝูง&nbsp;มีเป็ดไล่ทุ่งอยู่ในการเลี้ยง&nbsp;140,000&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ชี้แจงมาตรการ&nbsp;เพื่อจำกัดเขตการเลี้ยง</strong>&nbsp;โดยขอความร่วมมือให้เลี้ยงภายในเขตจังหวัด&nbsp;หากต้องมีการเคลื่อนย้ายข้ามข้ามจังหวัดให้ดำเนินการตามมาตรการกรมปศุสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาด&nbsp;แนะนำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมาขึ้นทะเบียนฟาร์ม&nbsp;GFM&nbsp;เพื่อปรับเปลี่ยนลักษณะการเลี้ยงให้เป็นฟาร์มที่มีการจัดการฟาร์มที่เหมาะสม&nbsp;และมอบยาฆ่าเชื้อโรคให้กับเกษตรกรทุกราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/12&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112114841117"],
    [204,"ปศุสัตว์เพชรบุรี เก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ เพื่อส่งตรวจคุณภาพน้ำนม ประจำเดือนมกราคม 2565","<p><strong>ปศุสัตว์เพชรบุรี&nbsp;เก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&nbsp;เพื่อส่งตรวจคุณภาพน้ำนม</strong>&nbsp;ประจำเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;10-11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีโดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำ&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&nbsp;ตามโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ประจำเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยการจดบันทึกข้อมูลปริมาณน้ำนมดิบทุกเบอร์ถัง&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รอบเย็นวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;และ&nbsp;รอบเช้าวันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย&nbsp;จำกัด&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย&nbsp;จำกัด&nbsp;(ศูนย์ชะอำ)&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบกลุ่มเกษตรกรโคนมชะอำ&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมพอเพียงอำเภอแก่งกระจาน&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค&nbsp;ห้วยสัตว์ใหญ่&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาป่าเด็ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งตรวจคุณภาพของน้ำนมดิบทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;</strong>ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตกจังหวัดราชบุรีต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/12&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112115054119"],
    [205,"ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน","<p><strong>วันที่&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;ตัวแทนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันประชุมและพิจารณา&nbsp;ในเรื่อง&nbsp;\"การประชุมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเพื่อการขับเคลื่อนและการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;อย่างเป็นธรรม&nbsp;(ในเขตภาคเหนือ)\"&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;APP&nbsp;ZOOM&nbsp;Cloud&nbsp;Meeting</p><p><strong>สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;การคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;ผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;อาทิ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;ซึ่งฤดูกาลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีปริมาณผลผลิตทั้งหมด&nbsp;30,716&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว&nbsp;ผลการบริหารจัดการสิ้นจี่ของทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;และน่าน&nbsp;ได้ดำเนินการครบถ้วนทั้งมิติของการบริหารจัดการเชิงคุณภาพและการบริหารจัดการเชิงปริมาณรวมถึงครอบคลุมทุกระยะการเจริญเติบโตของลิ้นจี่ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;เก็บเกี่ยวแล้ว&nbsp;และหลังเก็บเกี่ยว&nbsp;จึงทำให้ไม่มีผลผลิตส่วนเกิน&nbsp;ในส่วนของราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&nbsp;พบว่า&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;(ห่อ)&nbsp;เท่ากับ&nbsp;78&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;เท่ากับ&nbsp;53&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;เท่ากับ&nbsp;41&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;เท่ากับ&nbsp;29&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และเกรดคละ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ต้นทุนการผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;15&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกษตรกรมีกำไรเฉลี่ยจากการขายลิ้นจี่เท่ากับ&nbsp;62/38/25/14/&nbsp;8&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p><strong>ในส่วนของการผลิตลำไยในฤดูภาคเหนือฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;มีพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;มีเนื้อที่ยืนต้น&nbsp;1&nbsp;ล้านกว่าไร่&nbsp;เนื้อที่ให้ผล&nbsp;9&nbsp;แสนกว่าไร่&nbsp;ประมาณการผลผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แสนกว่าตัน&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่&nbsp;711&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ดำเนินการบริหารจัดการผลผลิตลำไยในฤดูและติดตามสถานการณ์การผลิตและการเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไย&nbsp;ตลอดฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;สำหรับราคาลำไยที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&nbsp;พบว่า&nbsp;ลำไย&nbsp;(สดช่อ)&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;29&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;15&nbsp;บาทต่อกิโลกรัมและเกรด&nbsp;AA+A&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ต้นทุนการผลิตลำไยในปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;10&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีส่วนต่างของราคาสูงกว่าต้นทุนการผลิต&nbsp;กำไรเฉลี่ยจากการขายลำไยเท่ากับ&nbsp;18/12/4/14&nbsp;&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;อย่างไรก็ตามกรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น(Focus&nbsp;Group)&nbsp;เชิงตั้งข้อสังเกตว่า&nbsp;</p><p>\"ปัญหาและอุปสรรค\"&nbsp;ของการบริหารจัดการผลไม้ระดับ&nbsp;Area&nbsp;basedและรายสินค้า&nbsp;และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา&nbsp;โดยมีผู้ให้ข้อคิดเห็นประกอบด้วย&nbsp;ด้านแรงงาน&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบคือการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวเนื่องจากข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายแรงงานในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ข้อเสนอแนะควรมีการขึ้นทะเบียนแรงงานเก็บเกี่ยวลำไยในพื้นที่&nbsp;ด้านผู้ประกอบการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;ผู้ประกอบการหยุดรับซื้อ/ปิดกิจการ&nbsp;ทำให้ราคาลำไยตกต่ำ&nbsp;ผู้ประกอบการบางรายรับซื้อผลผลิตเฉพาะบางเกรด&nbsp;รวมถึงเตาอบไม่เพียงพอกับปริมาณผลผลิต&nbsp;ทำให้ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวเพื่อแปรรูปอบแห้งคุณภาพลดลง&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ยกระดับเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาการแปรรูปสร้างตลาดท้องถิ่นจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและจัดทำเว็บไซต์เพื่อจำหน่ายผลผลิตลำไยสู่ผู้บริโภคโดยตรง,&nbsp;ด้านระบบโลจิสติส์&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;บริษัทขนส่งไม่รับส่งผลไม้สด&nbsp;ทำให้ไม่สามารถขายผลไม้ออนไลน์ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;กระจายผลผลิตคุณภาพสู้ผู้บริโภคผ่านหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;บริษัทประชารัฐรักสามัคคีเป็นต้น,&nbsp;ด้านการบริหารจัดการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;โครงการสนับสนุนจากภาครัฐดำเนินการในช่วงปลายฤดูกาลผลผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทัน&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรมีการจัด&nbsp;Zoning&nbsp;จะช่วยลดภาวะผลผลิตล้นตลาดในช่วงกระจุกตัวและควรมีแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ในภาวะวิกฤต,&nbsp;ด้านการแปรรูป/ผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp;(สดช่อ/รูดร่วง/อบแห้งเนื้อสีทอง)ปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;ขาดแคลนระบบน้ำเพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต(สดช่อ)&nbsp;&nbsp;เกษตรกรยังไม่ได้&nbsp;GAP&nbsp;ครบ&nbsp;100%&nbsp;หน่วยรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ไม่สามารถรับรองพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ได้&nbsp;ล้งไม่รับซื้อผลผลิตราคาถูก&nbsp;(รูดร่วงเกรด&nbsp;B)&nbsp;ไม่มีกลุ่ม/องค์กรด้านการแปรรูปในพื้นที่และไม่มีนวัตกรรมด้านการแปรรูป&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;หน่วยงานระดับสูงควรประสาน/ทำความเข้าใจกับหน่วยรับรองเพื่อรับGAPสำหรับพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ควรมีการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปลำไยด้านสรรพคุณทางยาร่วมกับสมุนไพรที่กำลังเป็นที่สนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;กัญชา&nbsp;กระท่อม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สร้างเครือข่ายการแปรรูปเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ&nbsp;ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงนวัตกรรมพืชเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดและควรมีกลไกการบริหารจัดการทั้ง&nbsp;Value&nbsp;Chain&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;และผู้ประกอบการ,&nbsp;&nbsp;ด้านบรรจุภัณฑ์&nbsp;(Packaging)&nbsp;ปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;เกษตรกรยังขาดความรู้ในการคัดบรรจุ&nbsp;(Packing)&nbsp;เช่น&nbsp;กล่องกระดาษได้รับความเสียหายระหว่างขนส่งจากความชื้นของผลผลิตลำไย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคเอกชนในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์&nbsp;ควรมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับการขนส่งระยะทางไกล,&nbsp;&nbsp;ด้านการตลาดปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;ไม่มีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง&nbsp;(กลุ่มเกษตรกร/จังหวัด)&nbsp;ไม่มีการเชื่อมโยงการตลาดระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;เน้นการพึ่งพาตลาดเก่า&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรส่งเสริม/ยกระดับให้กลุ่มเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งให้สามารถพัฒนาเป็นจุดรวบรวมผลผลิตเพื่อช่วยกระจายผลผลิต&nbsp;พัฒนาความรู้ให้เกษตรกรด้านการใช้เทคโนโลยี&nbsp;เช่น&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;Online&nbsp;การสร้างเวบไชต์/เพจจำหน่ายสินค้า&nbsp;เปิดตลาดใหม่และประชาสัมพันธ์การบริโภคลำไยเกี่ยวกับค่านิยมในการบริโภคที่เป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกาย&nbsp;เช่น&nbsp;สรรพคุณทางยา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112133753145"],
    [206,"ผวจ.อยุธยา สั่งหน่วยงานบูรณาการร่วมทุกอำเภอเตรียมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รณรงค์พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม ลด ละ เลิก การเผา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมอโยธยา&nbsp;ชั้น&nbsp;3</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;(นาค-คะ-มาด)&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;เจริญไพฑูรย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และคณะทำงานฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;เพื่อทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุ&nbsp;เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;พร้อมให้ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>ที่ประชุมรายงานว่า&nbsp;ในช่วงปลายฤดูหนาวของทุกปี&nbsp;จะเกิดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)</strong>&nbsp;เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่&nbsp;มีสาเหตุหลักทั้งจากธรรมชาติ&nbsp;และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน&nbsp;เช่น&nbsp;การคมนาคมขนส่ง&nbsp;การเผาในที่โล่ง&nbsp;ไฟป่า&nbsp;โรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และหมอกควันจากต่างประเทศ&nbsp;รวมถึงสภาพทางอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ในช่วงที่ลมสงบ&nbsp;จะทำให้ระดับเพดานการลอยตัวและกระจายตัวของฝุ่นละอองอยู่ในระดับต่ำ&nbsp;การไหลเวียนและถ่ายเทอากาศไม่ดี&nbsp;ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้นบางช่วงเวลาในหลายพื้นที่&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สุขอนามัยของประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน</strong>&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ปี&nbsp;64&nbsp;&nbsp;65&nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากสถิติพบว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;86&nbsp;จุด&nbsp;สำหรับปีนี้&nbsp;ตั้งเป้าหมายไม่เกิน&nbsp;75&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;ข้อมูลวันนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;พบค่าฝุ่นละอองฯ&nbsp;เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;แล้ว</p><p><strong>โดย&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดฯ&nbsp;จึงได้ตั้งคณะทำงานเฝ้าระวัง&nbsp;</strong>ติดตามสถานการณ์ที่ส่งผลต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;พร้อมทั้งทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุ&nbsp;โดยใช้กลไลตามกฎหมาย&nbsp;อำนวยการ&nbsp;หน่วยงานฝ่ายทหาร&nbsp;พลเรือน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;และหมู่บ้าน&nbsp;ร่วมบูรณาการซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิด&nbsp;ทั้งยานพาหนะ&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และภาคครัวเรือน&nbsp;พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจและมีส่วนร่วมตามมาตรการภาครัฐ&nbsp;และต้องให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ตลอดจนอาสาสมัครที่เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐด้วย&nbsp;พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าดูแลประชากรกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ให้มีความเหมาะสมตามแนวทาง&nbsp;และมาตรการป้องกันควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้กำชับทุกหน่วยงาน&nbsp;เร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้</strong>ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจสถานการณ์&nbsp;และตระหนักถึงผลกระทบจากการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;รวมถึงบทลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของภาครัฐ&nbsp;เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนนิรภัย&nbsp;โทร.&nbsp;1784&nbsp;สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;โทร.&nbsp;1567&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็ปไซต์&nbsp;:&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112142629206"],
    [207,"จังหวัดระยอง รับมอบมอบชุดตาข่ายดักขยะจากภาคเอกชน เพื่อนำไปใช้ดักขยะก่อนระบายน้ำลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมชาย&nbsp;รุ่งเรือง&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดระยอง&nbsp;พ.จ.อ.ธีรพันธ์&nbsp;ศิริปักมานนท์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ร่วมรับมอบ&nbsp;ชุดตาข่ายดักขยะ&nbsp;จากบริษัท&nbsp;ซันโทรี่&nbsp;เป๊ปซี่โค&nbsp;เบเวอเรจ&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยมีนายเศรษฐศักดิ์&nbsp;สถิรวงศ์วรรณ&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์&nbsp;และคณะเป็นผู้แทนมอบ&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>โดยจังหวัดระยองโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>จะดำเนินการส่งต่อชุดตาข่ายดักขยะไปยัง&nbsp;อปท.ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทศบาลนครระยอง&nbsp;เทศบาลตำบลเชิงเนิน&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านค่าย&nbsp;อบต.หนองบัว&nbsp;&nbsp;อบต.ตาขัน&nbsp;และอบต.บางบุตร&nbsp;นำไปติดตั้งดักขยะก่อนระบายน้ำลงสู่แม่น้ำ&nbsp;ลำคลอง&nbsp;พร้อมทั้งรายงานมายังจังหวัดระยองทุกวันที่&nbsp;5&nbsp;ของเดือน</p><p><br></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;ซันโทรี่&nbsp;เป๊ปซี่โค&nbsp;เบเวอเรจ&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>เป็นบริษัทผลิตเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าซันโทรี่และเป็ปซี่ในประเทศไทย&nbsp;ดำเนินกิจการภายใต้วิสัยทัศน์&nbsp;การเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;Growing&nbsp;for&nbsp;Good&nbsp;โดยเน้นให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อมและมีนโยบายด้านความยั่งยืน&nbsp;มุ่งเน้นเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำตามพันธสัญญาการอยู่ร่วมกับน้ำ&nbsp;มิซุ&nbsp;โตะ&nbsp;อิคิรุ&nbsp;จัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน&nbsp;ส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี&nbsp;เพื่อนำขยะกลับมาสู่ระบบรีไซเคิลอย่างเป็นระบบให้กับจังหวัดระยอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112140708174"],
    [208,"จังหวัดแพร่สรุปผลการดำเนินโครงการสร้างทำนบกระสอบทรายชั่วคราว ในพื้นที่จังหวัดแพร่กรณีภัยแล้งปี 2565","<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดแพร่ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะการสร้างทำนบกระสอบทรายชั่วคราวกั้นลำน้ำยมและแม่น้ำสาขา&nbsp;ตลอดจนลำห้วยต่างๆ&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำใช้ในการอุปโภค-บริโภค&nbsp;และการเกษตร&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;เป็นการชะลอการไหลของน้ำ&nbsp;และยกระดับน้ำให้เพียงพอต่อการสูบขึ้นมาใช้ในการเกษตร&nbsp;ส่งผลดีต่อบ่อน้ำตื้นของประชาชนในหมู่บ้าน&nbsp;และระบบประปาหมู่บ้าน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดแพร่ได้ดำเนินการสร้างทำนบกระสอบทรายชั่วคราวกั้นลำน้ำยม&nbsp;จำนวน&nbsp;44&nbsp;จุด</strong>&nbsp;ลำน้ำสาขา&nbsp;88&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการสร้างทำนบกระสอบทรายชั่วคราวกั้นลำน้ำยมด้วยงบป้องกันยับยั้งของจังหวัดแพร่จำนวน&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอลอง&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;และอำเภอวังชิ้น&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งดำเนินการครบหมดแล้ว&nbsp;โดยพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;39,492&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;102,322&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับโครงการสร้างทำนบกระสอบทรายชั่วคราวกั้นลำน้ำสาขา</strong>&nbsp;<strong>และลำห้วย</strong>&nbsp;ด้วยงบป้องกันพยายามของจังหวัดแพร่ดำเนินการทั้งหมด&nbsp;88&nbsp;จุดประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอลอง&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;และอำเภอวังชิ้น&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;ได้ดำเนินการครบทั้งหมดแล้ว&nbsp;พื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;43,883&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;189,198&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112134530149"],
    [209,"เกษตรอำเภอเบตงเตือนเกษตรกรชาวสวนยางพารา เฝ้าระวังโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ระบาดในพื้นที่","<p>นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พบการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;ที่เกิดจากเชื้อรา&nbsp;Pestalotiopsis&nbsp;sp.&nbsp;หรือเชื้อรา&nbsp;Colletotrichum&nbsp;sp.&nbsp;ซึ่งสามารถแพร่ระบาดโดยการพัดไปตามกระแสลม&nbsp;และน้ำฝน&nbsp;รวมถึงการเคลื่อนย้ายต้นพันธุ์หรือวัสดุปลูกจากแปลงที่เกิดโรค&nbsp;หากเกิดการระบาดจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตน้ำยางได้&nbsp;ซึ่งอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศมาเลเซีย&nbsp;ที่มีการปลูกยางพารา&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่กระจายในวงกว้าง&nbsp;จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจพร้อมสร้างเข้าใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่ระบาดของโรคใบร่วงยางพาราและโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่</p><p>&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;โรคใบร่วงยางพารา&nbsp;เกิดจากเชื้อรา&nbsp;Phytophthora&nbsp;botryosa&nbsp;Chee&nbsp;หรือ&nbsp;P.&nbsp;palmivora&nbsp;(Butler)&nbsp;หากเกิดโรคจะมีลักษณะ&nbsp;ใบแก่&nbsp;เกิดจุดแผลฉ่ำน้ำ&nbsp;ขนาดไม่แน่นอน&nbsp;บริเวณก้านใบมีรอยช้ำ&nbsp;จุดกึ่งกลางของรอยแผลช้ำ&nbsp;มีหยดน้ำยางเกาะอยู่&nbsp;ใบย่อยหลุดร่วงจากก้านใบ&nbsp;ใบร่วงทั้งที่ยังมีสีเขียวสด&nbsp;หรือเหลือง&nbsp;หากเชื้อเข้าทำลายฝักจะเกิดอาการเน่า&nbsp;โดยอาจพบเชื้อราสีขาวเจริญปกคลุม&nbsp;ฝักไม่แตก&nbsp;และไม่ร่วงหล่น&nbsp;ซึ่งอาการเริ่มแรก&nbsp;จะเกิดจุดช้ำบริเวณใต้ใบ&nbsp;และด้านบนของใบบริเวณเดียวกันจะเป็นสีเหลืองลักษณะกลม&nbsp;ต่อมาจะขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นสีคล้ำ&nbsp;ขอบแผลดำ&nbsp;และกลายเป็นเนื้อเยื่อแห้งสีน้ำตาลจนถึงขีดขาวซีด&nbsp;รูปร่างจุดแผลค่อนข้างกลม&nbsp;รอบแผลไม่มีสีเหลืองล้อมรอบ&nbsp;จำนวนมากกว่า&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;อาจซ้อนกันเป็นแผลขนาดใหญ่&nbsp;เมื่ออาการรุนแรงจะเกิดใบเหลืองและร่วง</p><p>&nbsp;</p><p>เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ในส่วนของการป้องกันกำจัด&nbsp;ขอแนะนำดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;ใส่ปุ๋ยบำรุงสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับต้นยางพารา&nbsp;เมื่อเกิดอาการใบเหลืองและร่วง&nbsp;ต้นยางจะสามารถสร้างใบใหม่ออกมาทดแทนใบยางที่ร่วงเนื่องจากโรคได้อย่างรวดเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;ใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชื้อราไตรโครเดอร์มา&nbsp;ควบคุมเชื้อสาเหตุโรคที่ติดมากับใบที่ร่วงลงดิน&nbsp;และจะช่วยส่งเสริมให้ต้นยางแข็งแรง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;พ่นสารเคมีควบคุมโรค&nbsp;โดยฉีดพ่นบริเวณทรงพุ่มและพื้นดินให้ทั่วแปลงเมื่อพบการระบาดที่รุนแรง&nbsp;โดยฉีดพ่นพุ่มใบอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทำซ้ำทุก&nbsp;7-15&nbsp;วัน&nbsp;และฉีดพ่นพื้นสวนที่มีใบที่เป็นโรคร่วงหล่นด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากพบการระบาดเสียหายรุนแรง&nbsp;แนะนำให้เกษตรกรแจ้งประสานมายัง&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;โทร.&nbsp;073231370&nbsp;เพื่อขอคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาต่อไป</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112145051235"],
    [210,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด จัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ ( Field Day)","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้เยี่ยมชมกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;(&nbsp;Field&nbsp;Day)&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ตามรอยศาสตร์พระราชา&nbsp;ตำบลคลองใหญ่&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;โดยนายชยุทกฤดิ&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่</strong>&nbsp;เป็นกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความสามารถและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม&nbsp;โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้ให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ในการใช้การสอนที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&nbsp;และให้คำแนะนำในการบริหารจัดการต่างๆกับเกษตรกร</p><p><strong>การจัดกิจกรรมดังกล่าวทางสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดจัดบูธนิทรรศการ&nbsp;เพื่อสอนความรู้ต่างๆให้กับเกษตรกร&nbsp;อาทิ&nbsp;การทำปุ๋ยชนิดต่างๆ&nbsp;การทดสอบดิน&nbsp;การทำอาหารเสริมให้พืช&nbsp;การใช้เทคโนโลยีผลิตพืชอย่างปลอดภัย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตราดยังได้เยี่ยมชมสินค้าของเกษตรกร</strong>ในพื้นที่ที่นำมาจำหน่าย&nbsp;การสาธิต&nbsp;การให้น้ำผ่านสมาร์ทโฟน&nbsp;โรงเห็ดอัจฉริยะ&nbsp;และร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิตของศูนย์การเรียนรู้ฯ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112145443240"],
    [211,"สภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี จัดทำแผนพัฒนาอาชีพ เวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานราก","<p><strong>ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนนิคมสงเคราะห์&nbsp;2&nbsp;ต.พุคำจาน</strong>&nbsp;อ.พระพุทธบาท&nbsp;จ.สระบุรี&nbsp;นางสาวอรอนง&nbsp;ขำวงษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&nbsp;นายสละ&nbsp;นิรากรณ์&nbsp;&nbsp;สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&nbsp;และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;ร่วมจัดเวทีประชาคม&nbsp;ระดมความคิดเห็นของเกษตรกรสะท้อนปัญหา</p><p>ด้านการเกษตร&nbsp;&nbsp;ด้านแหล่งน้ำ&nbsp;ในการเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;</p><p>ด้านหนี้สิน&nbsp;เพิ่มการทำอาชีพเสริม&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p>ด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;การปรับเปลี่ยนพืชทางเลือก&nbsp;</p><p>ด้านที่ดินทำกิน&nbsp;เกี่ยวกับคุณภาพดิน&nbsp;การตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;การปลูกพืชรองที่มีความเหมาะสมกับดิน&nbsp;</p><p>ด้านสวัสดิการสิทธิเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม&nbsp;</p><p>และด้านคุณภาพชีวิต&nbsp;การพัฒนากลุ่มอาชีพ&nbsp;ในด้านการตลาด&nbsp;รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;(ดอกเข้าพรรษา)&nbsp;ซึ่งหน่วยงานภาคีร่วมรับฟังปัญหาความตัองการ&nbsp;พร้อมให้ข้อมูล&nbsp;คำแนะนำ&nbsp;กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา&nbsp;และร่วมบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180044349"],
    [212,"ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี หรือ ธกส. เปิดเผยข้อมูล                      การจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ ประจำปี 2564/2565 ควบคู่มาตรการคู่ขนานของ ธนาคาร ธกส.","<p><strong>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;ธกส.&nbsp;เปิดเผยข้อมูล&nbsp;การจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564/2565&nbsp;&nbsp;ควบคู่มาตรการคู่ขนานของ&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;Lead&nbsp;:&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;หรือ&nbsp;ธกส.&nbsp;เปิดเผยข้อมูล&nbsp;การจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ควบคู่มาตรการคู่ขนานของ&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;</p><p><strong>นางวิภารัตน์&nbsp;สัมนักษร&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตร</strong>และสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยถึง&nbsp;ข้อมูลการจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ควบคู่มาตรการคู่ขนายของ&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;ในส่วนของโครงการตามนโยบายของรัฐบาลสำหรับพืชเศรษฐกิจหลัก&nbsp;ซึ่งอยู่ในโครงการประกันรายได้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าว&nbsp;ยางพารา&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และปาล์มน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;ได้มีการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการประกันรายได้&nbsp;</strong>ควบคู่กับมาตรการคู่ขนานของ&nbsp;ธกส.&nbsp;เพื่อเสริมให้ลูกค้ามีเงินทุนสำหรับปีการผลิตถัดไป&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ในปีนี้มีด้วยกัน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>โครงการประกันรายได้ข้าว&nbsp;เกษตรกรได้รับเงินแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;28,938&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;389,998,178&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p>โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการข้าว&nbsp;ช่วยเหลือในการดูแลคุณภาพข้าวให้กับเกษตร&nbsp;โดยรัฐบาลช่วยเหลือไร่ละ&nbsp;1,000บาท&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;หรือครอบครัวละไม่เกิน&nbsp;20,000บาท&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับเงินแล้วจำนวน&nbsp;27,008&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;293,219,765.25บาท&nbsp;</p><p>โครงการสินเชื่อชะลอข้าว&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่มียุ้งฉาง&nbsp;โดยจะให้สินเชื่อตามวงเงินสินเชื่อ&nbsp;ตามแต่ละประเภทของข้าว&nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาการให้สินเชื่อไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;เดือนโดยไม่คิดดอกเบี้ย&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับเงินค่าฝากเก็บ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;&nbsp;</p><p>โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว&nbsp;โดยจะเป็นสินเชื่อสำหรับกลุ่มบุคคลหรือสหกรณ์การเกษตรที่มีสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกข้าว&nbsp;ดำเนินการรวบรวมข้าวเพื่อรอการขาย&nbsp;สามารถขอสินเชื่อได้&nbsp;โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยผู้กู้จะรับผิดชอบดอกเบี้ยเพียง&nbsp;1%&nbsp;ดอกเบี้ยที่เหลือรัฐบาลจะรับผิดชอบในการชำระดอกเบี้ย&nbsp;ให้กับ&nbsp;ธกส.&nbsp;มีระยะเวลาการชำระหนี้&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;ยางพารา&nbsp;ที่มีอายุตั้งแต่&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;รัฐบาลช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p>ซึ่งมีเกษตรกร&nbsp;ได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,726&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;5,314,737.16บาท&nbsp;สำหรับพืชเศรษฐกิจอีก&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และปาล์มน้ำมัน&nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกร&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ราคาประกันราคาต่ำกว่าราคาอ้างอิง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณัฏฐภัส&nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&nbsp;/&nbsp;สวท.กาญจนบุรี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180433350"],
    [213,"สภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรีจัดโครงการจัดทำแผนพัฒนาอาชีพเปิดเวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานราก","<p><strong>ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนนิคมสงเคราะห์&nbsp;2&nbsp;ต.พุคำจาน&nbsp;อ.พระพุทธบาท&nbsp;จ.สระบุรี</strong>&nbsp;นางสาวอรอนง&nbsp;ขำวงษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&nbsp;นายสละ&nbsp;&nbsp;</p><p>นิรากรณ์&nbsp;สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&nbsp;และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;ร่วมเวทีประชาคม&nbsp;ระดมความคิดเห็นของเกษตรกรสะท้อนปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;ด้านแหล่งนำ้&nbsp;ในการเพิ่มแหล่งกักเก็บนำ้เพื่อการเกษตร&nbsp;ด้านหนี้สิน&nbsp;เพิ่มการทำอาชีพเสริม&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;กาคปรับเปลี่ยนพืชทางเลือก&nbsp;ด้านที่ดินทำกิน&nbsp;เกี่ยวกับคุณภาพดิน&nbsp;การตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;การปลูกพืชรองที่มีความเหมาะสมกับดิน&nbsp;ด้านสวัสดิการสิทธิเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม&nbsp;และด้านคุณภาพชีวิต&nbsp;การพัฒนากลุ่มอาชีพ&nbsp;ในด้านการตลาด&nbsp;รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;(ปลูกดอกเข้าพรรษา)&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหน่วยงานภาคีร่วมรับฟังปัญหาความตัองการ&nbsp;พร้อมให้ข้อมูล</strong>&nbsp;คำแนะนำ&nbsp;กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา&nbsp;และร่วมบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180621351"],
    [214,"อบจ.ตรัง อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรีดยางพารา หลักสูตร เทคนิคการลับมีดกรีดยาง รุ่นที่ 3","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายโชคดี&nbsp;คีรีกิ้น&nbsp;และ&nbsp;นายจารึก&nbsp;ทองหนัน</strong>&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรีดยางพารา&nbsp;&nbsp;หลักสูตร&nbsp;เทคนิคการลับมีดกรีดยาง&nbsp;รุ่นที่&nbsp;3&nbsp;ณ&nbsp;มัสยิดบ้านแหลม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลวังวน&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>โครงการดังกล่าว&nbsp;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวสวนยางพารา</strong>ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่อง&nbsp;การลับมีดกรีดยาง&nbsp;การดูแลรักษาสวนยางที่ถูกต้อง&nbsp;ตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งโค่นต้นยาง&nbsp;เพื่อปลูกแทนรอบใหม่&nbsp;และที่สำคัญคือ&nbsp;ทุกคนจะได้ทราบหลักการกรีดยางอย่างน้อย&nbsp;4&nbsp;ประการ&nbsp;คือ</p><p>1.&nbsp;การลับมีดอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำยางในการกรีดต่อครั้งสูง</p><p>2.&nbsp;การกรีดอย่างไรให้น้ำยางมากที่สุด</p><p>3.&nbsp;กรีดยางอย่างไรให้ต้นยางเสียหายน้อยที่สุด&nbsp;และกรีดได้นานที่สุด&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;25-30&nbsp;ปี</p><p>4.&nbsp;กรีดยางอย่างไรจึงทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด</p><p><strong>โดยการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;โดยมีนายประยูร&nbsp;เซ่งย่อง</strong>&nbsp;อดีตผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดตรัง&nbsp;หรือสำนักงานการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นวิทยากรถ่ายทอดให้ความรู้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112161749289"],
    [215,"ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน","<p>วันที่&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนผลไม้ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันประชุมและพิจารณา&nbsp;ในเรื่อง&nbsp;\"การประชุมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเพื่อการขับเคลื่อนและการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;อย่างเป็นธรรม&nbsp;(ในเขตภาคเหนือ)\"&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;APP&nbsp;ZOOM&nbsp;Cloud&nbsp;Meeting&nbsp;สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;การคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;ผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;อาทิ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;ซึ่งฤดูกาลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีปริมาณผลผลิตทั้งหมด&nbsp;30,716&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;ขณะนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว&nbsp;ผลการบริหารจัดการสิ้นจี่ของทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;และน่าน&nbsp;ได้ดำเนินการครบถ้วนทั้งมิติของการบริหารจัดการเชิงคุณภาพและการบริหารจัดการเชิงปริมาณรวมถึงครอบคลุมทุกระยะการเจริญเติบโตของลิ้นจี่ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;เก็บเกี่ยวแล้ว&nbsp;และหลังเก็บเกี่ยว&nbsp;จึงทำให้ไม่มีผลผลิตส่วนเกิน&nbsp;ในส่วนของราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&nbsp;พบว่า&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;(ห่อ)&nbsp;เท่ากับ&nbsp;78&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;&nbsp;เท่ากับ&nbsp;53&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;เท่ากับ&nbsp;41&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;เท่ากับ&nbsp;29&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และเกรดคละ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ต้นทุนการผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;15&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกษตรกรมีกำไรเฉลี่ยจากการขายลิ้นจี่เท่ากับ&nbsp;62/38/25/14/&nbsp;8&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ในส่วนของการผลิตลำไยในฤดูภาคเหนือ&nbsp;ฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;มีเนื้อที่ยืนต้น&nbsp;1ล้านกว่าไร่&nbsp;เนื้อที่ให้ผล&nbsp;9&nbsp;แสนกว่าไร่&nbsp;ประมาณการผลผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แสนกว่าตัน&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่&nbsp;711&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับ&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ดำเนินการบริหารจัดการผลผลิตลำไยในฤดูและติดตามสถานการณ์การผลิตและการเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไย&nbsp;ตลอดฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;สำหรับราคาลำไยที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&nbsp;พบว่า&nbsp;ลำไย&nbsp;(สดช่อ)&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;29&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;15&nbsp;บาทต่อกิโลกรัมและเกรด&nbsp;AA+A&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ต้นทุนการผลิตลำไยในปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;10&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีส่วนต่างของราคาสูงกว่าต้นทุนการผลิต&nbsp;กำไรเฉลี่ยจากการขายลำไยเท่ากับ&nbsp;18/12/4/14&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ได้&nbsp;ร่วมกันระดมความคิดเห็น&nbsp;(Focus&nbsp;Group)&nbsp;เชิงตั้งข้อสังเกตว่า&nbsp;\"ปัญหาและอุปสรรค\"&nbsp;ของการบริหารจัดการผลไม้ระดับ&nbsp;Area&nbsp;basedและรายสินค้า&nbsp;และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา&nbsp;โดยมีผู้ให้ข้อคิดเห็นประกอบด้วย&nbsp;ด้านแรงงาน&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบคือการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวเนื่องจากข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายแรงงานในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ข้อเสนอแนะควรมีการขึ้นทะเบียนแรงงานเก็บเกี่ยวลำไยในพื้นที่,&nbsp;ด้านผู้ประกอบการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;ผู้ประกอบการหยุดรับซื้อ/ปิดกิจการ&nbsp;ทำให้ราคาลำไยตกต่ำ&nbsp;ผู้ประกอบการบางรายรับซื้อผลผลิตเฉพาะบางเกรด&nbsp;รวมถึงเตาอบไม่เพียงพอกับปริมาณผลผลิต&nbsp;ทำให้ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวเพื่อแปรรูปอบแห้งคุณภาพลดลง&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ยกระดับเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาการแปรรูปสร้างตลาดท้องถิ่นจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและจัดทำเว็บไซต์เพื่อจำหน่ายผลผลิตลำไยสู่ผู้บริโภคโดยตรง,&nbsp;ด้านระบบโลจิสติส์&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;บริษัทขนส่งไม่รับส่งผลไม้สด&nbsp;ทำให้ไม่สามารถขายผลไม้ออนไลน์ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;กระจายผลผลิตคุณภาพสู้ผู้บริโภคผ่านหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;บริษัทประชารัฐรักสามัคคีเป็นต้น,&nbsp;ด้านการบริหารจัดการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;โครงการสนับสนุนจากภาครัฐดำเนินการในช่วงปลายฤดูกาลผลผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทัน&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรมีการจัด&nbsp;Zoning&nbsp;จะช่วยลดภาวะผลผลิตล้นตลาดในช่วงกระจุกตัวและควรมีแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ในภาวะวิกฤต,&nbsp;ด้านการแปรรูป/ผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp;(สดช่อ/รูดร่วง/อบแห้งเนื้อสีทอง)ปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;ขาดแคลนระบบน้ำเพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต(สดช่อ)&nbsp;เกษตรกรยังไม่ได้&nbsp;GAP&nbsp;ครบ&nbsp;100%&nbsp;หน่วยรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ไม่สามารถรับรองพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ได้&nbsp;ล้งไม่รับซื้อผลผลิตราคาถูก&nbsp;(รูดร่วงเกรด&nbsp;B)&nbsp;ไม่มีกลุ่ม/องค์กรด้านการแปรรูปในพื้นที่และไม่มีนวัตกรรมด้านการแปรรูป&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;หน่วยงานระดับสูงควรประสาน/ทำความเข้าใจกับหน่วยรับรองเพื่อรับGAPสำหรับพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ควรมีการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปลำไยด้านสรรพคุณทางยาร่วมกับสมุนไพรที่กำลังเป็นที่สนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;กัญชา&nbsp;กระท่อม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สร้างเครือข่ายการแปรรูปเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ&nbsp;ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงนวัตกรรมพืชเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดและควรมีกลไกการบริหารจัดการทั้ง&nbsp;Value&nbsp;Chain&nbsp;ประกอบด้วยเกษตรกร&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;และผู้ประกอบการ,&nbsp;ด้านบรรจุภัณฑ์&nbsp;(Packaging)&nbsp;ปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;เกษตรกรยังขาดความรู้ในการคัดบรรจุ&nbsp;(Packing)&nbsp;เช่น&nbsp;กล่องกระดาษได้รับความเสียหายระหว่างขนส่งจากความชื้นของผลผลิตลำไย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคเอกชนในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์&nbsp;ควรมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับการขนส่งระยะทางไกล,&nbsp;ด้านการตลาดปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;ไม่มีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง&nbsp;(กลุ่มเกษตรกร/จังหวัด)&nbsp;ไม่มีการเชื่อมโยงการตลาดระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;เน้นการพึ่งพาตลาดเก่า&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรส่งเสริม/ยกระดับให้กลุ่มเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งให้สามารถพัฒนาเป็นจุดรวบรวมผลผลิตเพื่อช่วยกระจายผลผลิต&nbsp;พัฒนาความรู้ให้เกษตรกรด้านการใช้เทคโนโลยี&nbsp;เช่น&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;Online&nbsp;การสร้างเวบไชต์/เพจจำหน่ายสินค้า&nbsp;เปิดตลาดใหม่และประชาสัมพันธ์การบริโภคลำไยเกี่ยวกับค่านิยมในการบริโภคที่เป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกาย&nbsp;เช่น&nbsp;สรรพคุณทางยา&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112161715288"],
    [216,"ภาคเหนือ พบจุดความร้อนทุกจังหวัด รวม 104 จุด จังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อน (สะสม) 40 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;</strong>GISTDA&nbsp;เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบจุดความร้อนทั้งประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;294&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;112&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอันดับที่หนึ่งยังคงเป็น</strong>จังหวัดลพบุรี&nbsp;39&nbsp;จุด/กาญจนบุรี&nbsp;16&nbsp;จุด/นครสวรรค์&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ส่งผลให้เช้าวันนี้คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดลพบุรีมีค่าสูงเกินมาตรฐานอาจ&nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลางเป็นส่วนใหญ่&nbsp;ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร</p><p><strong>ในส่วนของภาคเหนือพบจุดความร้อนทั้งหมด&nbsp;17&nbsp;จุด</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;15&nbsp;จุด/จังหวัดลำปาง&nbsp;11&nbsp;จุด/จังหวัดตาก&nbsp;9&nbsp;จุด/จังหวัดแพร่&nbsp;9&nbsp;จุด/จังหวัดพะเยา&nbsp;9&nbsp;จุด/จังหวัดลำพูน&nbsp;8&nbsp;จุด/จังหวัดเชียงราย&nbsp;7&nbsp;จุด/จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;7&nbsp;จุด/จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;5&nbsp;จุด/จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;4&nbsp;จุด/จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;4&nbsp;จุด/จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;3&nbsp;จุด/จังหวัดพิจิตร&nbsp;3&nbsp;จุด/จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;3&nbsp;จุด/จังหวัดสุโขทัย&nbsp;2&nbsp;จุด/จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;2&nbsp;จุด</p><p><strong>โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนเกิดจุดความร้อนสะสม</strong>(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;10&nbsp;จุด/อำเภอปางมะผ้า&nbsp;2&nbsp;จุด/อำเภอเมือง&nbsp;8&nbsp;จุด/อำเภอขุนยวม&nbsp;3&nbsp;จุด/อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;15&nbsp;จุด/อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;และอำเภอสบเมย&nbsp;1&nbsp;จุด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค&nbsp;(กองทัพภาคที่&nbsp;3)</strong>&nbsp;เตรียมประชุมมอบนโยบาย&nbsp;เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180937355"],
    [217,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อบก.) ส่วนจังหวัด ครั้งที่ 12565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ห้องศรีตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายนายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;(อบก.)&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม</p><p><strong>ที่ประชุมได้แจ้งผลการอนุมัติการเบิกจ่ายเงินกู้กองทุนหมุนเวียน</strong>เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;แจ้ผลการพิจารณาอนุมัติคำขอกู้ของ&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;สถานะหนี้ลูกหนี้กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;การแจ้งยุติคำขอกู้กรณีผู้ขอกู้ไม่เข้าหลักเกณฑ์&nbsp;ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;การจัดสรรงบประมาณกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนของ&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัด&nbsp;และ&nbsp;อบก.ส่วนอำเภอ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้พิจารณาการขอกู้เงินกองทุนหมุนเวียนฯ&nbsp;ของเกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;5,135,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112170615315"],
    [218,"ไทยและเมียนมา ร่วมกันพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหมอกควันข้ามแดนให้เกิดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเผาในที่โล่งในพื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร","<p><strong>ประเทศไทยและเมียนมา&nbsp;ร่วมกันพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการจัดการปัญหาฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และหมอกควันข้ามแดนให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;โดยเฉพาะการเผาในที่โล่งในพื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และกรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเมียนมา&nbsp;ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้ความรู้การติดตามตรวจสอบและจัดการคุณภาพอากาศให้เจ้าหน้าที่ของกรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมของรัฐฉานของเมียนมาผ่านระบบการประชุมออนไลน์&nbsp;เนื่องจากปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน&nbsp;มีสาเหตุหลักมาจากการเผาในที่โล่งในพื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร&nbsp;ทั้งจากในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเมียนมา&nbsp;ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายใต้โครงการส่งเสริมการจัดการคุณภาพอากาศในเมียนมาแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;โดยเน้นการดำเนินการในพื้นที่รัฐฉานของเมียนมา&nbsp;ซึ่งไทยจะสนับสนุนการตรวจวัดฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ติดตามตามตรวจสอบคุณภาพอากาศและสนับสนุนข้อมูลด้านวิชาการให้เมียนมาในการจัดการคุณภาพอากาศในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนาคตได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คพ.ได้จัดการอบรมให้เจ้าหน้าที่ของกัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพให้บุคลากรในการจัดการคุณภาพอากาศ&nbsp;พร้อมสนับสนุนการตรวจวัดคุณภาพอากาศของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านในการป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขงที่เกิดขึ้นร่วมกัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดขึ้นทุกปีโดยเร็ว</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112164139304"],
    [219,"จังหวัดตราด เตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;-2565&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้นโดยมีคณะกรรมการฯ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวมา</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;มีทิศทางลมเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;สภาพอากาศแห้งแล้ง&nbsp;ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดปัญหาไฟป่าได้ง่าย&nbsp;ทั้งเกิดขึ้นตามธรรมชาติและจาการจุดไฟเผาของมนุษย์&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&nbsp;จึงได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;-2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์&nbsp;อำนวยการ&nbsp;สั่งการ&nbsp;ประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน&nbsp;ส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;และได้เชิญคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อซักซ้อมการปฏิบัติและหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;</p><p><strong>โดยการประชุมในครั้งนี้นายอภิเดช&nbsp;บุญล้อม&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลตะกาง</strong>&nbsp;ซึ่งเข้าร่วมประชุมได้รายงานต่อที่ประชุมว่า&nbsp;ได้พบปัญหาไฟป่า&nbsp;บนเทือกเขาบรรทัด&nbsp;ในเขตตำบลตะกางมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา&nbsp;ในที่ประชุมจึงได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางกรปฏิบัติงานบริเวณพื้นที่ที่ติดกับชายแดนประเทศกัมพูชา&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณแนวเขาบรรทัดซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ตามมา&nbsp;โดยได้ขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคงประสานพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านให้เฝ้าระวังการจุดไฟเผาป่า&nbsp;พร้อมทั้งขอให้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตร&nbsp;งดเว้นการจุดไฟเผาเศษวัชพืชทางการเกษตร&nbsp;เนื่องจากเป็นการสร้างปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;โดยเฉพาะปัญหา&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ&nbsp;&nbsp;รวมทั้งแนะนำให้เกษตรกรควรสร้างแนวกันไฟไว้รอบ&nbsp;ๆ&nbsp;พื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาไฟลุกลาม&nbsp;หากเกิดปัญหาไฟป่าเกิดขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112175837347"],
    [220,"คทช. เตรียมมอบที่ดินทำกิน 3.6 ล้านไร่ เป็นของขวัญให้กับประชาชนประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากที่ดินให้สูงสุดและรักษาทรัพยากรของประเทศ","<p><strong>คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(คทช.)&nbsp;เตรียมมอบที่ดินทำกิน&nbsp;3.6&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เป็นของขวัญให้กับประชาชนประมาณเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากที่ดินให้สูงสุดและรักษาทรัพยากรของประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(คทช.)&nbsp;ได้มีมติรับทราบผลการดำเนินงานของฝ่ายเลขานุการฯ&nbsp;และคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;คือ&nbsp;การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;//&nbsp;การพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐและการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ&nbsp;//&nbsp;การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ&nbsp;มาตราส่วน&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;4000&nbsp;(One&nbsp;Map)&nbsp;//&nbsp;นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการที่ดิน&nbsp;//&nbsp;การกลั่นกรองกฎหมายการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน&nbsp;//&nbsp;การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศที่ดิน&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;การบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;รวมถึง&nbsp;ความคืบหน้าการแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนชุมชนเมืองระนอง&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;และความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา&nbsp;โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมธนารักษ์พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ยังเตรียมมอบที่ดินทำกิน&nbsp;3.6&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ที่ผ่านการอนุญาตแล้วจากคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้มอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากที่ดินให้สูงสุด&nbsp;และแก้ไขหรือปลดล็อกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาการตรวจพิสูจน์สิทธิการครอบครองและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน&nbsp;โดยยึดหลักการใช้ข้อเท็จจริงที่รอบด้านและหลักการการเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ&nbsp;แต่ให้เข้าใช้ประโยชน์ได้ในการแก้ปัญหา&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและผลกระทบในอนาคต&nbsp;ที่สำคัญการเสริมสร้างพื้นที่ทำกินให้ประชาชนจะเป็นการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;คทช.&nbsp;ยังเห็นชอบร่างนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ&nbsp;(พ.ศ.2566-2580)&nbsp;//&nbsp;การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ&nbsp;มาตราส่วน&nbsp;1:4000&nbsp;(One&nbsp;Map)&nbsp;และแก้ปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐในพื้นที่กลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;จังหวัด&nbsp;//&nbsp;การจำแนกประเภทที่ดินจังหวัดนครพนม&nbsp;ป่าดงเซกา&nbsp;//&nbsp;การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2545&nbsp;และ&nbsp;(ฉบับที่2)&nbsp;พ.ศ.2547&nbsp;และการแก้คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในประเด็นการเพิ่มเติมองค์ประกอบ&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานของ&nbsp;คทช.&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112171623320"],
    [221,"โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรม : การพัฒนาการผลิตโคเนื้อในพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน","<p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>นายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในการฝึกอบรมเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ&nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาการผลิตโคเนื้อในพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมในวันนี้เป็นเกษตรกรรุ่นที่&nbsp;10&nbsp;เกษตรกรจากอำเภอชานุมาน&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;เข้าร่วมทำการฝึกอบรม&nbsp;ณ&nbsp;ศาลารวมใจ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และศึกษาดูงานที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ&nbsp;ในการฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตจากพืชเชิงเดี่ยวไปสู่เกษตรกรรมยั่งยืน</p><p>2.&nbsp;เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อสร้างรายได้</p><p>3.&nbsp;เพื่อปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม</p><p>4.&nbsp;เพื่อยกระดับการเลี้ยงโคเนื้อสู่ระบบมาตรฐานฟาร์ม</p><p>5.&nbsp;เพื่อส่งเสริมการนำมูลโคซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์มาใช้ประโยชน์ในการเกษตร</p><p>พร้อมทั้งให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติใช้ในการพัฒนาผลิตโคเนื้อในพื้นที่&nbsp;ให้เกิดประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112173130326"],
    [222,"สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู ลงพื้นที่เอามื้อสามัคคี โคก หนอง นา โมเดล ครัวเรือนต้นแบบบ้านผาเสด็จ อำเภอศรีบุญเรือง","<p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู ลงพื้นที่แปลงครัวเรือนต้นแบบของนางจิตติกรณ์ กาญจนะกัญโห บ้านผาเสด็จ หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลหนองกุงแก้ว อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เยี่ยมให้กำลังใจและร่วมกิจกรรม โคกหนองนาโมเดล เอามื้อสามัคคี ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา พช. โดยได้ร่วมกันทำกิจกรรมตามหลักกสิกรรมธรรมชาติและภูมิสังคมที่สอดคล้องและเหมาะสมกับพื้นที่ ผ่านฐานการเรียนรู้ปลูกต้นไม้&nbsp;5&nbsp;ระดับ ได้แก่ ไม้ป่า, ไม้ผล, ไม้เตี้ย, ไม้เรี่ยดิน และไม้หัวใต้ดิน และฐานการห่มดิน เพื่อป้องกันการระเหยของความชื้นที่อยู่ในดิน และเป็นที่อาศัยของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ อีกทั้งป้องกันการเจริญเติบโตของวัชพืชในแปลงปลูก และเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน เป็นการปรับปรุงดินก่อนการเพาะปลูก การห่มดินยังช่วยให้จุลินทรีย์ในดินมีความอุดมสมบูรณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style=\"color: rgb(0, 0, 0);\">สำหรับแปลงครัวเรือนต้นแบบของนางจิตติกรณ์ เดิมปลูกพืชผักชีวภาพ ต่อมาเข้าร่วมโครงการ โคก หนอง นา โมเดล เพื่อให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม มีการปั้นโคก ปลูกต้นไม้ ขุดหนอง ทำคลองไส้ไก่ ในการจัดการน้ำในพื้นที่ และทำนา ปลูกข้าว พร้อมเตรียมต่อยอดสู่แหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ของชุมชน</span></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112174848339"],
    [223,"เร่งรัฐเยียวยาเกษตรกร ฟื้นความเชื่อมั่น ช่วยเพิ่มซัพพลายหมู","<p>ราคาหมูที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำนิวไฮในรอบ 10 ปี ถือว่าไม่ใช่เรื่องเกินคาดการณ์ของคนในวงการหมู เพราะต้องยอมรับว่าซัพพลายหมูหายไปจากระบบจริงๆ และเป็นอย่างนี้มาร่วม 3 ปีแล้ว นับจากการเกิดโรคระบาดที่ทำลายหมูรอบบ้านเราแทบทุกประเทศ ไล่มาตั้งแต่จีน เวียดนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และเมียนมา ทำให้เกษตรกรไทยหวั่นวิตก ด้วยความรุนแรงของโรคที่ไม่มีวัคซีนป้องกันและยารักษาที่เฉพาะเจาะจง แม้ว่าในไทยจะยังไม่เกิดโรคนี้ แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน คนเลี้ยงต่างทยอยปิดฟาร์ม หรือชะลอการเลี้ยงเพื่อรอดูสถานการณ์ ผนวกกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว คนไทยแทบจะไม่จับจ่าย โดยเฉพาะในวิกฤตโควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ราคาหมูจึงตกต่ำอย่างหนัก คนเลี้ยงหมูยิ่งลดลงเพราะภาวะขาดทุนสะสม&nbsp;</p><p><br></p><p>แม้จำนวนหมูจะลดลงต่อเนื่อง แต่เพราะคนกินน้อย จึงยังไม่เห็นปัญหา ต่อเมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้น ไทยเปิดประเทศ การค้าการขายกลับมาคึกคัก ประกอบกับความต้องการบริโภคเนื้อหมูช่วงเทศกาลปลายปี ขณะที่ปริมาณเนื้อหมูมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเข้าหลัก กลไกตลาด จากผลของอุปสงค์และอุปทาน ทำให้ราคาเนื้อหมูปรับตัวสูงขึ้น ดังที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ว่า หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้เกิด Pent Up Demand หรือความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการที่ผู้บริโภคต้องการจับจ่ายใช้สอยหลังจากหยุดหรือลดการใช้จ่ายในช่วงก่อนหน้าจากเหตุการณ์โควิด&nbsp;</p><p><br></p><p>เมื่อการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากจนผิดปกติ ทำให้ปริมาณหมูที่ผลิตได้เพียง 14 ล้านตัวต่อปี หรือ 40,000 กว่าตัวต่อวัน ซึ่งลดลงไปกว่า 30-40% ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคที่สูงถึง 50,000 ตัวต่อวัน ราคาจึงปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน</p><p><br></p><p>เรื่องนี้ภาครัฐได้เร่งดำเนินการแก้ไขแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีบัญชาการด้วยตัวเอง สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดูแลแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง โดยไม่ให้เสียกลไกตลาด ด้วยมาตรการ 3 ระยะ ทั้ง มาตรการเร่งด่วน : ห้ามส่งออกหมูมีชีวิตชเป็นเวลา 3 เดือน เร่งสำรวจสถานการณ์การผลิต และการช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์ โดยเร่งหามาตรการต่างๆ เพื่อช่วยในเรื่องของการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระทบกับผู้เลี้ยงหมู เพื่อให้ต้นทุนการเลี้ยงถูกลง อาทิ ลดภาษี รวมถึงการงดเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ มาตรการระยะสั้น : ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ขยายกำลังผลิตแม่หมูโดยส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยกลับเข้าระบบ เร่งพัฒนาวิจัยยาและวัคซีนป้องกันโรค มาตรการระยะยาว : กระทรวงเกษตรฯ จะยกระดับมาตรฐานฟาร์มและระบบ Biosecurity ของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรค ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงหมูใหม่ เร่งลงทะเบียนเกษตรกรรายย่อยเพื่อให้เข้าถึงการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง</p><p><br></p><p>เมื่อถามไปที่ภาคผู้เลี้ยงคิดเห็นอย่างไรกับมาตรการเหล่านี้ วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ บอกว่าเห็นด้วยกับการที่ภาครัฐจะส่งเสริมเกษตรรายย่อยให้กลับเข้าระบบอีกครั้ง แต่ขอให้รัฐเร่งจ่ายเงินชดเชยคงค้างให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการทำลายหมูจากภาวะโรค และกลุ่มที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม เพื่อให้มีเงินทุนในการประกอบอาชีพ พร้อมกับมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา-ลดหนี้-พักหนี้-พักดอกเบี้ย และช่วยลดต้นทุนการเลี้ยง รวมทั้งปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากนโยบายการคุมราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มก่อนหน้านี้ ในขณะที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเกษตรกรต้องเผชิญกับโรคหมูหลายโรค เป็นเหตุให้คนเลี้ยงต้องเลิกอาชีพ หลังจากนี้ รัฐบาลต้องมีวิธีจูงใจและฟื้นความเชื่อมั่นให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงหมูเพิ่ม เพื่อเร่งผลักดันซัพพลายหมูเข้าระบบให้เร็วที่สุด</p><p><br></p><p>นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แสดงความเห็นเรื่องการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในหมูว่า นอกจากกรมปศุสัตว์แล้ว ควรจะเปิดกว้างให้สถาบันการศึกษาและภาคบริษัทที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมพัฒนาเพราะมีองค์ความรู้และความพร้อมอยู่แล้ว นอกจากนี้ ควรสนับสนุนสินเชื่อแก่ภาคเกษตรเพื่อเร่งฟื้นฟูอาชีพและเสริมสภาพคล่อง ตลอดจนพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เหมือนอย่างในอดีตที่ธนาคารเคยกำหนดการปล่อยสินเชื่อแก่เกษตรกร และควรลดอัตราภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองจาก 2% เหลือ 0% เพราะไทยต้องนำเข้ากากถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงได้เป็นอย่างมาก </p><p><br></p><p>ขณะที่ผู้เลี้ยงภาคเหนือ นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ บอกว่าต้องสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจด้วยการประกันภัย กรณีที่กลับมาเลี้ยงใหม่แล้วเกิดความเสียหาย จะต้องมีการชดเชยในทันที และเสนอให้ภาครัฐยกเลิกการกำหนดราคาทั้งหมูเป็นและหมูชำแหละ เพื่อปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดและเกิดการแข่งขัน โดยคาดว่าสถานการณ์หมูจะกลับสู่ภาวะปกติได้ภายใน 6-12 เดือน หากรัฐส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยอย่างจริงจัง</p><p>&nbsp;</p><p>สอดคล้องกับนายธนา วรพจน์วิสิทธิ์ นักวิชาการสายวัตถุดิบอาหารสัตว์  ให้ความเห็นว่าปัจจัยด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสัตว์สูงขึ้นถึง 30-40% ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของคนเลี้ยงสัตว์ที่รัฐควรเร่งแก้ปัญหา เช่น ยกเลิกภาษีนำเข้าถั่วเหลืองและกากถั่ว และการวางเพดานราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่ให้สูงกว่าตลาดโลก พร้อมทั้งทบทวนมาตรการต่างๆที่สร้างภาระต่อเนื่องให้ผู้เลี้ยง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรได้</p><p><br></p><p>เรื่องนี้ผู้บริโภคเองก็ช่วยได้เช่นกัน เพราะต้องไม่ลืมว่ายังมีทางเลือกในการบริโภคอาหารโปรตีนอื่นๆทดแทนเนื้อหมูอีกมากมาย เช่น เนื้อไก่ที่เป็นอาหารทดแทนกันได้อยู่แล้ว ซึ่งราคาถูกกว่าหมูถึง 3 เท่า รวมทั้งปลา ไข่ไก่ เนื้อ กุ้ง หรือโปรตีนธรรมชาติที่มีให้เลือกหลากหลาย ช่วงนี้เว้นหมูไปก่อน ถ้าคิดว่าราคาสูง นอกจากจะช่วยลดรายจ่ายในกระเป๋า ยังเป็นการกระจายรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน แบบนี้ก็ Win-Win ทุกฝ่าย</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112174729337"],
    [224,"ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทม.สุไหงโก-ลก แนะ แยกขยะติดเชื้อทิ้งลงถังขยะติดเชื้ออย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19","<p><strong>ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน</strong>เริ่มพบมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับมีการเน้นให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และ&nbsp;ผู้มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีไข้&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ปวดศรีษะ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ได้กลิ่นลดลง&nbsp;ควรตรวจATKเพื่อหาเชื้อทุกวัน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ประกอบกับการใช้หน้ากากอนามัยที่ยังมีการใช้ในชีวิตประจำวันในครัวเรือนเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>สำหรับในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;นายพิทักษ์ศิษย์&nbsp;พาณิชย์ธนาคม&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;กล่าวว่าได้มีการดำเนินการจัดการขยะติดเชื้อในกลุ่ม&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และ&nbsp;หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วรวมทั้งขยะอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;สิ่งของเครื่องใช้ของผู้ติดเชื้อโควิด-19ที่กักตัวอยู่บ้าน&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยขอให้ประชาชนนำชุดตรวจATK&nbsp;และหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วและขยะอื่นๆที่เกี่ยวข้องใส่ในถุง&nbsp;มัดปากถุงให้แน่น&nbsp;แล้วนำไปทิ้งในถังขยะสีแดง&nbsp;ที่ระบุว่า&nbsp;ขยะติดเชื้อ&nbsp;ที่จัดเตรียมสำหรับการทิ้งขยะติดเชื้อ&nbsp;ซึ่งนำไปวางกระจายในหลายพื้นที่รอบเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก</p><p><strong>ส่วนวิธีทำลาย&nbsp;ได้ทำการขุดหลุมสำหรับขยะติดเชื้อโดยเฉพาะไว้ภายในพื้นที่บ่อขยะ</strong>&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ด้านล่างโรยปูนยาว&nbsp;นำขยะติดเชื้อลงฝังโดยทำให้แตกก่อนราดน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วทำการฝังกลบ&nbsp;ซึ่งเป็นการจัดการขยะติดเชื้อตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข&nbsp;ทั้งนี้ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;แยกการทิ้งขยะแต่ละประเภทให้ถูกต้อง</strong>&nbsp;เพราะเมื่อทิ้งลงถังแล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถทำการคัดแยกขยะออกมาได้&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มขยะอันตราย&nbsp;และ&nbsp;ขยะมีพิษ&nbsp;ในกรณีขยะติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ทุกประเภท&nbsp;ต้องใส่ลงถุงที่มีการมัดปากถุงให้แน่นก่อนทิ้ง&nbsp;ส่วนขยะอันตราย&nbsp;เช่น&nbsp;หลอดไฟ&nbsp;ถ่านไฟฉาย&nbsp;กระป๋องสเปรย์&nbsp;ภาชนะใส่น้ำยาทำความสะอาด&nbsp;ให้ใส่ลงถังขยะอันตราย&nbsp;โดยต้องคัดแยกขยะประเภทอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112181031356"],
    [225,"จังหวัดนครปฐมเปิดงานมหกรรมสินค้าดี เพื่อส่งเสริมสินค้า GI และเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณลานกิจกรรม&nbsp;ชั้น&nbsp;1</strong>&nbsp;ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;ศาลายา&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;&nbsp;นายพงศ์สุธี&nbsp;สุขศิริ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครปฐม&nbsp;และนางสาวมยุรี&nbsp;กาญจนมัจฉา&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&nbsp;ศาลายา&nbsp;ร่วมเปิดงานมหกรรมสินค้าดีจังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาและประชาสัมพันธ์สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;และเกษตรปลอดภัย&nbsp;เพื่อสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;ในเรื่องของสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอนครชัยศรี&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;จำนวน&nbsp;82&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;5,692&nbsp;ไร่&nbsp;อีกทั้งประชาสัมพันธ์สินค้า&nbsp;GI&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;เกษตรปลอดภัย&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และสินค้าชุมชนจังหวัดนครปฐม&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น</p><p><strong>โดยภายในงาน&nbsp;มีการจำหน่ายสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เด่นและมีคุณภาพ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอนครชัยศรี&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์,&nbsp;มะพร้าวน้ำหอมสามพราน,&nbsp;เนื้อโคขุนกำแพงแสน,&nbsp;เมี่ยงคำลำพญา,&nbsp;&nbsp;หมั่นโถวแม่ล้วน,&nbsp;ผักปลอดสารพิษ&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร,&nbsp;ผักผลไม้แปรรูป,&nbsp;เนื้อสัตว์แปรรูป&nbsp;รวมทั้งสินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;จากเกษตรกรผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการสินค้า&nbsp;GI&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;OTOP&nbsp;SMES&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่มีชื่อเสียงมากกว่า&nbsp;45&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;ทางเพจมหกรรมท่องเที่ยวอีกด้วย&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้สินค้าภายในจังหวัด&nbsp;ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;ทำให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม-&nbsp;ภาพ/ข่าว</strong></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112205610399"],
    [226,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11   ตรวจสอบเหตุร้องเรียน กรณีการประกอบกิจการล้างถังสารเคมี จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายสมพงษ์&nbsp;บุญเฟรือง&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;นายยศฐ์วพงศ์&nbsp;วัชรมโนภาส&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;และนางสาวปริศนา&nbsp;&nbsp;สุตะพันธ์&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหญ้าขาว&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน&nbsp;การประกอบกิจการล้างถังสารเคมีในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลหนองหญ้าขาว&nbsp;อำเภอสีคิ้ว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และจากการตรวจสอบการประกอบกิจการล้างถังสารเคมีในเบื้องต้น&nbsp;มีจำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;พบว่า&nbsp;ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานแต่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการค้าของเก่า&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหญ้าขาว&nbsp;โดยมี&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>1.&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการที่อยู่ใกล้กับลำน้ำ</strong>&nbsp;รายที่&nbsp;1&nbsp;น้ำจากการล้างถังสารเคมีจะถูกรวบรวมมายังบ่อดินที่อยู่ใกล้เคียงกับลำน้ำ&nbsp;โดยพบร่องรอยการซึมของน้ำจากบ่อรวบรวมน้ำล้างถังสารเคมีปนเปื้อนมาลงแหล่งน้ำ&nbsp;ซึ่งจากการตรวจวัดตัวอย่างน้ำในบ่อพักน้ำทิ้ง&nbsp;โดยเครื่องมือตรวจวัดภาคสนาม&nbsp;พบว่ามีค่า&nbsp;pH&nbsp;เท่ากับ&nbsp;8.15&nbsp;และ&nbsp;ค่า&nbsp;TDS&nbsp;เท่ากับ&nbsp;868&nbsp;มก./ล.</p><p>รายที่&nbsp;2&nbsp;พบว่าน้ำทิ้งจากการล้างถังสารเคมีถูกรวบรวมไปบ่อพักคอนกรีต&nbsp;ซึ่งจากการตรวจวัดตัวอย่างน้ำในบ่อพักน้ำทิ้งโดยเครื่องมือตรวจวัดภาคสนามพบว่ามีค่า&nbsp;pH&nbsp;เท่ากับ&nbsp;11.92&nbsp;ค่าTDS&nbsp;เท่ากับ&nbsp;9.24&nbsp;ก./ล.</p><p><strong>2.&nbsp;กลุ่มที่อยู่ไกลจากลำน้ำ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดำเนินการตวจสอบจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;พบว่ามีการจัดการกับน้ำล้างถังสารเคมีในลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ประกอบกิจการทั้ง&nbsp;5&nbsp;รายแจ้งว่า&nbsp;ได้นำรถไปรับถังสารเคมีที่ใช้แล้ว&nbsp;ในเขตปริมณฑลโดยรอบกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;มาประกอบการต่อในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ได้ทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำผิวดินเบื้องต้น</strong>&nbsp;โดยใช้เครื่องมือวัดภาคสนามพบว่าบริเวณจุดต้นน้ำมีค่า&nbsp;pH&nbsp;เท่ากับ&nbsp;8.26&nbsp;TDS&nbsp;เท่ากับ&nbsp;480&nbsp;มก./ล.&nbsp;บริเวณจุดกลางน้ำมีค่า&nbsp;pH&nbsp;เท่ากับ&nbsp;8.13&nbsp;TDS&nbsp;เท่ากับ&nbsp;762&nbsp;มก./ล.&nbsp;จุดปลายน้ำค่า&nbsp;pH&nbsp;เท่ากับ&nbsp;7.73&nbsp;TDS&nbsp;เท่ากับ&nbsp;250&nbsp;มก./ล.&nbsp;และแหล่งน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาค่า&nbsp;pH&nbsp;เท่ากับ&nbsp;7.79&nbsp;TDS&nbsp;เท่ากับ&nbsp;242&nbsp;มก./ล.&nbsp;จากผลการตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้นสรุปได้ว่าคลองน้ำในบริเวณจุดกลางน้ำที่อยู่ใกล้บริเวณที่มีการล้างถังสารเคมี&nbsp;มีการปนเปื้อนจากแหล่งน้ำที่มีค่าของแข็งละลายน้ำสูง&nbsp;ทั้งนี้ได้ส่งตัวอย่างน้ำผิวดินและน้ำในบ่อพัก&nbsp;ของผู้ประกอบการส่งตรวจยังห้องปฏิบัติการของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;เพื่อะเป็นข้อมูลประกอบการแก้ไขปัญหาในลำดับต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113060735435"],
    [227,"หน่วยงานเกษตรจังหวัดพังงา จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565 (field day )","<p><strong>หน่วยงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี</strong>เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(field&nbsp;day&nbsp;)&nbsp;&amp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายประคอง&nbsp;อุสาห์มัน&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(field&nbsp;day&nbsp;)&nbsp;&amp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;โดยมีนายวีระ&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกะปง&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;และนายเอนก&nbsp;จีวะรัตน์&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.อำเภอกะปง&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>ภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีมังคุดและทุเรียน</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ฐานการเรียนรู้</p><p>1.การพัฒนาคุณภาพทุเรียนสาลิกาและมังคุดทิพย์พังงา</p><p>2.เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตพืชที่ถูกต้องเหมาะสม</p><p>3.การจัดการดินปุ๋ยในสวนไม้ผล</p><p>4.การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี</p><p><strong>มีกิจกรรมการเสวนาสินค้าเกษตรทางเลือก&nbsp;(ทุเรียน&nbsp;และ&nbsp;มังคุด)&nbsp;</strong>นอกจากนี้&nbsp;มีนิทรรศการและการให้บริการจากหน่วยงานบูรณาการต่างๆ&nbsp;มีผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;สถานที่จัดงาน&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112203319391"],
    [228,"เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรปลูกพริก เฝ้าระวังแมลงวันทองพริก พร้อมแนะวิธีป้องกันไม่ให้ผลผลิตเสียหาย","<p><strong>ในช่วงนี้เกษตรกรในหลายพื้นที่ได้ทำการปลูกพืชฤดูแล้ง</strong>&nbsp;เพื่อสร้างรายเสริมหลังจากการทำนาอีกทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินที่ว่างเปล่า&nbsp;โดยมีการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยหลายชนิด&nbsp;และหนึ่งในนั้นที่เกษตรกรนิยมปลูกมาก&nbsp;คือ&nbsp;พริก&nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเกษตรกรนิยมปลูกและตลาดเองก็มีความต้องการจากสภาพอากาศที่ร้อน&nbsp;มีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;อากาศเย็นในช่วงเช้า&nbsp;และในช่วงกลางวันมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น&nbsp;ในระยะนี้จึงขอเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกให้เฝ้าระวังการเข้าทำลายของแมลงวันทองพริก&nbsp;ที่จะมีหนอนเข้ากัดกินชอนไชอยู่ภายในผล&nbsp;ทำให้ผลพริกเน่าร่วงหล่น&nbsp;และเมื่อหนอนโตเต็มที่ก็จะเจาะออกมาเข้าดักแด้ในดินทำให้ยากต่อการกำจัด</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับการเข้าทำลายของแมลงวันพริก&nbsp;เมื่อเข้าทำลายแล้วจะมีลักษณะอาการภายนอกของพริกที่ถูกแมลงวันทองพริกเข้าทำลาย&nbsp;จะคล้ายกับโรคกุ้งแห้ง&nbsp;หรือ<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">&nbsp;</span>โรคแอนแทรคโนสในพริก&nbsp;แต่จะมีความแตกต่างกันตรงโรคกุ้งแห้งเกิดจากเชื้อราจะไม่มีหนอนอยู่ภายในพริก&nbsp;แต่พริกที่ถูกแมลงวันทองพริกทำลายจะมีหนอนอยู่ภายใน&nbsp;หรือมีรูของหนอนที่เจาะออกมาเพื่อเป็นดักแด้ก่อนจะกลายเป็นแมลงวันทองพริกตัวเต็มวัย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ในระยะนี้เกษตรกรเจ้าของสวนพริก&nbsp;ควรหมั่นสำรวจและทำความสะอาดแปลงปลูกพริกอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ด้วยการเก็บผลพริกที่ร่วงหล่นนำมาเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก&nbsp;เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันทองพริก&nbsp;จากนั้นให้พ่นด้วยสารน้ำมันปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์&nbsp;83.9%&nbsp;อีซี&nbsp;อัตรา&nbsp;60&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;พ่นทุก&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;โดยเน้นที่ผลพริก&nbsp;ในกรณีพื้นที่ที่พบการระบาดเป็นประจำ&nbsp;ให้พ่นครั้งแรกเมื่อต้นพริกเริ่มติดผล&nbsp;และหยุดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;และเมื่อต้นพริกเริ่มติดผล&nbsp;ให้เกษตรกรพ่นด้วยเหยื่อพิษโปรตีน&nbsp;เนื่องจากแมลงวันทองพริกมีหน้าตาคล้ายกับแมลงวันทองผลไม้มาก&nbsp;แต่เป็นคนละชนิดกัน&nbsp;การใช้กับดักโดยสารล่อแมลงอย่างเมทธิลยูจินอล&nbsp;จะไม่สามารถหยุดยั้งการระบาดและเข้าทำลายของแมลงวันทองพริกได้&nbsp;ฉีดพ่นเหยื่อพิษโปรตีนเป็นจุดทุกต้นรอบแปลงปลูก&nbsp;และพ่นเป็นแถวต้นละจุด&nbsp;ห่างกันแถวละ&nbsp;5&nbsp;เมตร&nbsp;โดยพ่นทุกสัปดาห์&nbsp;หรือให้เทเหยื่อพิษโปรตีนใส่ไว้ในกับดักดัดแปลง&nbsp;เช่น&nbsp;ขวดพลาสติกเจาะช่องให้แมลงสามารถบินเข้ากับดักได้&nbsp;และติดตั้งกับดักสูงจากพื้นดิน&nbsp;15&nbsp;ซม.&nbsp;รอบแปลงปลูก&nbsp;จากนั้นให้ฉีดพ่นด้วยสารฆ่าแมลงมาลาไทออน&nbsp;83%&nbsp;อีซี&nbsp;อัตรา&nbsp;50&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร</p><p><strong>หากเกษตรกรพบการเข้าทำลาย</strong>&nbsp;หรือมีข้อสงสัยควรรีบแจ้งข้อมูลการระบาดหรือหากมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112204823396"],
    [229,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่มอบแนวทางปฏิบัติราชการและภารกิจสำคัญ พร้อมเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อำเภอนาทม","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอนาทม&nbsp;อำเภอนาทม&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;ลงพื้นที่มอบแนวทางปฏิบัติราชการและภารกิจสำคัญของกระทรวง&nbsp;กรม&nbsp;และจังหวัด&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวง/กรม&nbsp;และจังหวัด&nbsp;แก่หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;อปท.&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านของทุกตำบล&nbsp;และทุกหมู่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอนาทม&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;ร่วมมอบแนวทางการดำเนินงานตามภารกิจของแต่ละส่วนราชการ&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน</strong>&nbsp;และนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;ตลอดจนกลุ่ม/องค์กร&nbsp;เข้าร่วมให้ข้อมูลผลการดำเนินงานตามภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนด้วย&nbsp;โดยนายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้มอบแนวทางปฏิบัติราชการและภารกิจสำคัญของกระทรวง&nbsp;กรม&nbsp;และจังหวัด&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญฯ&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;ทำให้การทำงาน&nbsp;การประชุมฯ&nbsp;ต้องห่างจากประชาชนมากขึ้น&nbsp;ขอให้ทุกคนได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และการเว้นระยะห่างตามมาตรการควบคุมการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายในท้องที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;แนวทางการดำเนินงานขอให้ยึดหลักการทำงาน&nbsp;5&nbsp;ร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ริเริ่ม&nbsp;มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์&nbsp;นำนวัตกรรม&nbsp;เทคโนโลยีมาปรับใช้&nbsp;รุก&nbsp;ทำงานเชิงรุก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ทำงานและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทำงานด้วยความรัก&nbsp;ความมีมิตรไมตรี&nbsp;รอบคอบ&nbsp;ทำงานด้วยความรอบคอบ&nbsp;โดยยึดผลสัมฤทธิ์ของงานและระเบียบกฎหมายเป็นสำคัญ&nbsp;และเป้าหมาย&nbsp;5&nbsp;ส&nbsp;ได้แก่&nbsp;สงบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในจังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อให้ชาวนครพนมมีความสุข&nbsp;สะอาด&nbsp;เพื่อให้จังหวัดนครพนมเป็นเมืองที่สะอาด&nbsp;น่าอยู่&nbsp;ปราศจากมลภาวะที่เป็นพิษทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;สวยงาม&nbsp;เพื่อให้จังหวัดนครพนมเป็นเมืองที่มีความสวยงาม&nbsp;สะดวก&nbsp;เพื่อให้เส้นทางการคมนาคมจังหวัดนครพนมสะดวก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112205342398"],
    [230,"เกษตรกรเลี้ยงหมู หนุนกรมปศุสัตว์เดินหน้าอย่าถอดใจ ผู้เลี้ยงพร้อมมาก รอลงหมูรอบใหม่","<p>เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรหนุนภาครัฐเร่งเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้เลี้ยง ขับเคลื่อนการผลิตรอบใหม่เพิ่มปริมาณเนื้อหมูแก้ปัญหาราคาแพงด้วยกลไกตลาด มุ่งมั่นสร้างอาหารมั่นคงปลอดภัยให้คนไทยทุกคน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>นายสินธุ ปัญญาศักดิ์ สมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรเชียงใหม่-ลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรรายย่อยหลายพื้นที่ เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน มีความพร้อมมากในการเลี้ยงหมูรอบใหม่ จึงขอให้รัฐเป็นผู้นำเดินหน้าส่งต่อมาตรการช่วยเหลือที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เพื่อสนับสนุนเกษตรกรให้กลับเข้ามาในระบบโดยเร็วที่สุด และส่งเสริมให้รอบด้าน ทั้งการเตรียมเล้าและโรงเรือนที่มีระบบป้องกันโรค ที่ช่วยสร้างความมั่นใจและลดความเสี่ยงให้เกษตรกรหลังนำลูกหมูเข้าเลี้ยงใหม่</p><p><br></p><p><em>มาตรการช่วยเหลือที่กรมปศุสัตว์ดำเนินการขณะนี้นับว่ามาถูกทาง จะช่วยขับเคลื่อนการเลี้ยงสุกรของรายย่อยไปข้างหน้า สร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรให้ลงหมูรอบใหม่ได้ ช่วยแก้ปัญหาหมูแพงของประเทศได้เร็วขึ้น เราไม่ควรติดกับ อยู่กับปัญหาเดิม หรือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แต่ควรมองการสร้างอนาคตที่ดีกว่า</em> นายสินธุ กล่าว&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีอนุมัติทั้งงบประมาณและสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลช่วยเหลือแบบองค์รวม ทั้งมาตรการเร่งด่วน งดส่งออกเนื้อสุกร 3 เดือน <strong>มาตรการระยะสั้น</strong> ขยายกำลังการผลิตแม่หมู และส่งเสริมการผลิตข้าวโพดในประเทศทดแทนการนำเข้า ส่วน<strong>มาตรการระยะยาว</strong> เร่งยกระดับมาตรฐานฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (Good Farming Management : GFM) ระบบการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosecurity) ลดความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคเข้ามาสู่ฟาร์ม และยังเป็นการป้องกันการกระจายของเชื้อโรคภายในออกจากฟาร์ม รวมถึงการแพร่กระจายของโรคในประชากรสัตว์ ขณะเดียวกัน ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับเกษตรกรรายย่อย รัฐควรเร่งจ่ายเงินชดเชย จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ พัฒนาวัคซีนป้องกันโรค ลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์และปัจจัยการผลิตที่จำเป็น พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการป้องกันโรค&nbsp;</p><p><br></p><p>นายสินธุ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวช่วยสร้างความมั่นใจและหลักประกันให้กับเกษตรกรรายย่อย กล้าที่จะลงเลี้ยงหมูอีกครั้ง ซึ่งผู้เลี้ยงอยากเห็นมาตรการส่งเสริมที่สร้างขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว ทั้งปัจจัยการผลิต ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงปล่อยราคาให้เเป็นไปตามกลไกการตลาด เพื่อสร้างเสถียรภาพในอุตสาหกรรมหมูอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><em>ผมเชื่อว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ มีความพร้อมที่จะร่วมช่วยแก้ปัญหาราคาหมู อยากให้สังคมมองมุมบวก ว่าเราสามารถป้องกันโรคได้นานกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค ทำให้คนไทยมีเนื้อหมูคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม ทั้งที่มีโรคระบาดทั้งภูมิภาค</em> นายสินธุ กล่าว</p><p><br></p><p>ที่ผ่านมา เกษตรกรรายย่อยนอกจากต้องทำลายหมูจากโรคระบาดแล้ว ยังแบกภาระราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง ที่เพิ่มขึ้นไปถึง 30-40% ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตของภาคปศุสัตว์ 60-70% อยากขอให้ภาครัฐปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตด้วย</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112205844402"],
    [231,"สมุทรสาครจัดงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;มหาชัย</strong>&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.สุนันทา&nbsp;น้อยพิทักษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;ตันติศรีเจริญกุล&nbsp;ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซามหาชัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การจัดงาน&nbsp;\"เทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&nbsp;เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;เมื่อวันที่19&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2562&nbsp;มีเอกลักษณ์โดดเด่น&nbsp;คือ&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;น้ำนิด&nbsp;ติดก้าน&nbsp;หวานกรอบ&nbsp;ความอร่อยของลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&nbsp;มาจากจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นเมือง&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำจืด&nbsp;น้ำกร่อย&nbsp;และน้ำเค็ม&nbsp;ลักษณะของดินที่ใช้ในการเพาะปลูก&nbsp;เป็นดินเหนียว&nbsp;ซึ่งดินในลักษณะนี้จะมีอนุมูลของโพแทสเชียม&nbsp;(K+)&nbsp;มีหน้าที่ในการสร้างน้ำตาล&nbsp;ทำให้ผลไม้ที่ปลูกในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีรสชาติหวานเด่นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากที่&nbsp;</p><p><strong>โดยภายในงานจะพบกับลำไยพวงทองบ้านแพ้วที่ขายสด&nbsp;ปลอดภัยไม่อบกำมะถัน</strong>&nbsp;กินแล้วไม่เจ็บคอ&nbsp;ไม่ร้อนใน&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าที่นำลำไยพวงทองบ้านแพ้วมาสรรสร้างดัดแปลงเป็นเมนูอาหารคาวหวาน&nbsp;เช่น&nbsp;เค้กลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&nbsp;ไอศกรีมกะทิสดลำไย&nbsp;วาฟเฟิลหน้าลำไย&nbsp;สาคูไส้ลำไย&nbsp;ซึ่งงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;จัดขึ้นระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;12-16มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00-20.00.&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซามหาชัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การจัดงานครั้งนี้อยู่ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการ/เจ้าหน้าที่มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าบูธ&nbsp;และทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยมีใบรับรองมาแสดงให้ดู&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าเที่ยวชมภายในงาน&nbsp;อีกทั้งยังมีจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;และข้อสำคัญแม่ค้า&nbsp;พ่อค้า&nbsp;และผู้เข้าร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100%&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112211903412"],
    [232,"ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะกับคณะกรรมการดำเนินสหกรณ์การเกษตรชานุมาน จำกัด  และสหกรณ์การเกษตรนาเจริญ  จำกัด","<p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายชาย&nbsp;คงแก้ว</strong>&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;13&nbsp;และ&nbsp;14&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมข้าราชการ&nbsp;และพนักงานราชการสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะกับคณะกรรมการดำเนินสหกรณ์การเกษตรชานุมาน&nbsp;</strong>จำกัด&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรนาเจริญ&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่แผนการพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสู่ความเข้มแข็งของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรชานุมาน&nbsp;จำกัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112235001430"],
    [233,"โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ปีงบประมาณ 2565","<p>&nbsp;<strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&nbsp;โดยคณะกรรมการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับงาน&nbsp;โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่เขตตำบลคึมใหญ่&nbsp;และตำบลสร้างนกทา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยการก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นาจะขุดบ่อขนาด&nbsp;1,260&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร&nbsp;และถูกต้องตามรูปแบบมาตรฐานของกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;และใช้ประโยชน์ในการเก็บกักน้ำในแปลงนาเกษตรกร&nbsp;ให้ใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112234754428"],
    [234,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 1/2565 วัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่ วัคซีนอหิวาต์เป็ดไก่ และน้ำยาฆ่าเชื้อ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;1/2565&nbsp;วัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่&nbsp;วัคซีนอหิวาต์เป็ดไก่&nbsp;และน้ำยาฆ่าเชื้อ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;1/2565&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;โดส&nbsp;พร้อมอุปกรณ์การฉีดวัคซีน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.นายอุดม&nbsp;เหมือนศรีชัย&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;47&nbsp;บ้านนาหมูม่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;5&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.บุญลือ&nbsp;กันธุ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;14&nbsp;บ้านนาหมูม่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;5&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;3.นายเสถียร&nbsp;สุทธะแก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;150&nbsp;บ้านนาทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;34&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อีกทั้ง&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;โดส&nbsp;วัคซีนอหิวาต์เป็ดไก่&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;โดส&nbsp;และน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;พร้อมอุปกรณ์การฉีดวัคซีน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็น&nbsp;นายสมฉัตร&nbsp;ธรรมสาร&nbsp;112&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;174&nbsp;ตัวพร้อมให้คำแนะนำ&nbsp;การผสมน้ำยาฆ่าเชื้อฯ&nbsp;การทำวัคซีนฯ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขอรับบริการที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113085814468"],
    [235,"กฟผ.เขื่อนสิรินธร มอบพันธุ์ปลาตะเพียนเลี้ยงในบ่อดิน ให้กับชุมชนสร้างอาหาร สร้างรายได้","<p><strong>นายธานน&nbsp;จีนปาน&nbsp;วิศวกรระดับ&nbsp;9&nbsp;</strong>กองเดินเครื่องโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา&nbsp;พร้อมด้วยนายสท้าน&nbsp;เอติรัตนะ&nbsp;หัวหน้าแผนกบำรุงรักษาโยธา&nbsp;นายนที&nbsp;ศรีสมรรถการ&nbsp;หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ฯ&nbsp;เขื่อนสิรินธร&nbsp;และผู้ปฏิบัติงานเขื่อนสิรินธร&nbsp;ร่วมมอบพันธุ์ปลาตะเพียน&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ตัว&nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรบ้านสุขสำราญ&nbsp;ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย&nbsp;อำเภอสิรินธร&nbsp;ที่ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเขื่อนสิรินธร&nbsp;โดยมีนายอภัย&nbsp;เรือนเจริญ&nbsp;นางอรุณรัตน์&nbsp;จำปาเทพ&nbsp;(หมอลำทำเกษตร)&nbsp;และสมาชิกกลุ่มฯ&nbsp;ร่วมรับมอบ</p><p><strong>สำหรับพันธุ์ปลาตะเพียนดังกล่าว&nbsp;</strong>เป็นผลผลิตการเพาะพันธุ์ของศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเขื่อนสิรินธร&nbsp;ให้กับหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ในพื้นที่เขื่อนสิรินธร&nbsp;เพื่อนำไปปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะและส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงปลาในบ่อดิน&nbsp;ในการขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณ&nbsp;สร้างอาหารสำหรับการบริโภคในครัวเรือนและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่เขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูล&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113084848463"],
    [236,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 (ลำปาง) ติดตามประเมินผลโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)","<p><strong>นางสิริวัฒนา&nbsp;กังวาลเลิศ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;เข้าติดตามประเมินผลโครงการ&nbsp;Kiew&nbsp;Kor&nbsp;Mah&nbsp;Hydropower&nbsp;Plant&nbsp;โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย&nbsp;(T-VER)&nbsp;ณ&nbsp;บ้านห้วยสะเหน้า&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลปงดอน&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;จัดเป็นโครงการพลังงานทดแทนประเภทพลังงานหมุนเวียน&nbsp;(พลังงานน้ำ)&nbsp;โดยมีอายุโครงการ&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;มีกำลังการผลิตขนาด&nbsp;5.5&nbsp;เมกะวัตต์&nbsp;โครงการนี้เป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเครื่องกังหันน้ำชนิดฟรานซิสแกนนอน&nbsp;(Horizontal&nbsp;Francis&nbsp;Turbine)&nbsp;น้ำที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนกิ่วคอหมา&nbsp;ทั้งนี้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกจำหน่ายเข้าระบบสายส่งขนาด&nbsp;22&nbsp;กิโลโวลต์&nbsp;ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;ซึ่งเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์&nbsp;(Commercial&nbsp;Operating&nbsp;Date:&nbsp;COD)&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2561&nbsp;ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้จากโครงการมีค่าเท่ากับ&nbsp;18,479&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p><p><strong>นอกจากนี้โครงการได้มีการดำเนินกิจกรรมด้านมวลชนสัมพันธ์ร่วมกับชุมชน&nbsp;</strong>โดยการสนับสนุนสิ่งของ&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งการเผยแพร่ความรู้ด้วยเปิดให้เข้ามาศึกษาดูงานในสถานที่ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113102926490"],
    [237,"ชาวบ้านแม่สามแลบ วอนนักท่องเที่ยว กลอเซโล ลดความเร็วในการขับขี่ เหตุเพราะฝุ่นกระทบต่อสุขภาพ","<p><strong>จากกระแสการท่องเที่ยวจุดชมวิวทะเลหมอกกลอเซโล</strong>&nbsp;ตำบลแม่สามแลบ&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่โด่งดังในโลกโซเชียลระยะนี้&nbsp;ประกอบกับมียูทูปเบอร์ชื่อดังหลายรายนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งนี้&nbsp;ทำให้นักท่องเที่ยวต่างสนใจเดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่ชุมชนกลับมีเสียงสะท้อนเล็กๆ&nbsp;ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;โดยมีผู้ใช้เฟสบุ๊ค&nbsp;ซอส&nbsp;แม็กกี้&nbsp;ที่เป็นเหมือนตัวแทนของชุมชนได้เผยแพร่ข้อความสะท้อนความคิดเห็นของชุมชนว่า&nbsp;กลอเซโล&nbsp;เริ่มดังและเริ่มเป็นกระแส&nbsp;มีแต่คนอยากจะมา&nbsp;ครั้งหนึ่งพิชิตกลอเซโล&nbsp;อยากฝากบางสิ่งบางอย่างที่หลายๆ&nbsp;คนอาจจะมองข้ามไป&nbsp;ต้องบอกก่อนว่าแหล่งท่องเที่ยวกลอเซโลก่อนจะถึงจะต้องผ่านหมู่บ้านหลายๆ&nbsp;หมู่บ้านจำนวนมาก&nbsp;รวมถึงต้องพบเจอชาวบ้านที่ใช้ชีวิตประจำวันปกติ&nbsp;อยากให้นักท่องเที่ยวที่กำลังจะไปเที่ยวหรือเที่ยวอยู่แล้ว&nbsp;เวลาที่เดินทางผ่านหมู่บ้านหรือพบเจอชาวบ้านขอความร่วมมือ\"ช่วยลดความเร็วลงหน่อย\"&nbsp;ขับช้าๆ&nbsp;ไม่ต้องรีบ&nbsp;ค่อยๆไป&nbsp;เพราะพื้นที่มีฝุ่นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้านและบ้านเรือน&nbsp;และมีเด็กเยอะมากๆ&nbsp;ถ้าเกิดมีการเจ็บป่วยกว่าจะไปรักษากว่าไปหาหมอไม่ได้ง่ายและไหนจะค่ารักษาอีกและบ้านเรือนเสื้อผ้าอุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆเกิดความเสียหายชาวบ้านไม่สามารถหามาได้ง่ายๆ&nbsp;เหมือนนักท่องเที่ยว</p><p><strong>นักท่องเที่ยวเองต้องเคารพสถานที่และช่วยกันดูแลช่วยกันระมัดระวัง</strong>&nbsp;เชื่อว่านักท่องเที่ยวทุกๆ&nbsp;คนมีจิตใจที่ดี&nbsp;อย่างน้อยส่งเสริมให้ชาวบ้านได้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;อีกมุมนึงเราก็ต้องเห็นใจชาวบ้าน&nbsp;ที่สำคัญเก็บขยะกลับมาด้วย&nbsp;อย่าทิ้งไว้ข้างบน&nbsp;เอาไปได้ก็เอากลับมาได้&nbsp;ชาวบ้านปรับตัวไม่ทันที่จะต้องเจอการเปลี่ยนแปลงกับบ้านของเขา&nbsp;นักท่องเที่ยวเองก็ต้องปรับตัวด้วย&nbsp;อย่างน้อยทุกๆ&nbsp;คนคือส่วนหนึ่งที่จะรักษาสถานที่แห่งนี้ให้ลูกหลานได้ชื่นชมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113103623493"],
    [238,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทยในพื้นที่ 5 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิลดลงมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณ&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;16&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สระแก้ว&nbsp;6&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;8&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทย&nbsp;ทำให้น้ำทะเลซัดฝั่งเข้าท่วมพื้นที่ชายทะเล&nbsp;เนื่องจากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรง&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยบริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;และปัตตานี&nbsp;มีน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น&nbsp;30&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,194&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;29,089&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงต้องเฝ้าระวังค่าความเค็ม&nbsp;ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานด้วย</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113095843480"],
    [239,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลปรับตัวลดลง แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม 1 พื้นที่ บริเวณริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลปรับตัวลดลง&nbsp;แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลง&nbsp;แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;27&nbsp;&nbsp;51&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;บริเวณริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;เนื่องจากสภาพการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มลดลงช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มทีุ่่นละอองจะสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113102055487"],
    [240,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เปิดการขับเคลื่อนการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง และกิจกรรม ที่ว่างสร้างอาหาร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดฯ&nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ร่วมขยายผลปลูกถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร&nbsp;(เบอร์&nbsp;1)&nbsp;ที่ได้รับจากศูนย์การเรียนรู้โก่งธนู&nbsp;ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จ&nbsp;พระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;และดำเนินกิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยนอกจากการปลูกถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธรแล้วยังได้ร่วมกันปลูกทุเรียนสามน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;ซึ่งมีรสชาติอร่อย&nbsp;เป็นอัตลักษณ์ไม่เหมือนทุเรียนที่อื่น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการสาธิตการทำปุ๋ยเบญจคุณ</strong>&nbsp;(ทำจากดินรากข้าว&nbsp;ดินจอมปลวก&nbsp;ดินขุยไผ่&nbsp;อาหารไก่เล็ก&nbsp;นมเปรี้ยว&nbsp;ลูกแป้ง&nbsp;รำ&nbsp;กากนำ้ตาล/น้ำตาลทรายแดง&nbsp;อย่างละ&nbsp;1&nbsp;ส่วน)&nbsp;พร้อมกับสาธิตทำดินพร้อมปลูกเนื่องจากพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ดินเค็ม&nbsp;จึงต้องมีการบำรุงดิน&nbsp;เพื่อให้พืชผักที่ปลูกมีความสมบูรณ์&nbsp;และสาธิตถังขยะกินได้เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมนำขยะเปียกมาใช้ทำปุ๋ย&nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&nbsp;และใช้ที่ว่างปลูกผักสวนครัวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เน้นการพึ่งตนเองและความสามัคคีของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้สร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน/หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ให้มีความยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในปัจจุบันชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงครามสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้ตระหนักและให้ความสำคัญของการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;มาใช้ในการดำรงชีวิต&nbsp;และเป็นต้นแบบ&nbsp;ผู้นำต้องทำก่อน&nbsp;ตัวอย่างที่เห็นจริง&nbsp;โดยภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามได้ปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะเขือ&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;กะเพรา&nbsp;ข่า&nbsp;มะนาว&nbsp;ผักหวาน&nbsp;ผักกวางตุ้ง&nbsp;กรีนโอ๊ค&nbsp;เรดโอ๊ค&nbsp;กล้วย&nbsp;ซึ่งเป็นผู้นำต้นแบบทำให้เห็นจริง&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113114034534"],
    [241,"ผู้ว่าโคราช ยอมรับ 2 ปี ก่อนพบการระบาดและทำลายหมูมากกว่า 1,000 ตัว แต่หมูที่ตายไม่ได้ป่วยจากโรคอหิวาต์แอฟริกัน สั่งคุมเข้มเคลื่อนย้ายหมูต้องได้รับอนุญาตจากสัตว์แพทย์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าโคราช&nbsp;ยอมรับ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ก่อนพบการระบาดและทำลายหมูมากกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัว&nbsp;แต่หมูที่ตายไม่ได้ป่วยจากโรคอหิวาต์แอฟริกัน&nbsp;สั่งคุมเข้มเคลื่อนย้ายหมูต้องได้รับอนุญาตจากสัตว์แพทย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;กล่าวถึงการระบาดของเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกันในหมู&nbsp;(ASF)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ยังไม่พบการระบาดแต่อย่างใด&nbsp;การบริโภคเนื้อหมูภายในจังนครราชสีมา&nbsp;เป็นหมูที่เลี้ยงในพื้นที่&nbsp;แต่หลังจากให้มีการตรวจสอบในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;พบว่ามีโรคระบาด&nbsp;และมีการทำลายหมูที่ตายไปมากกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งทางปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;หมู่ที่ตายจากโรคระบาดเมื่อ&nbsp;2&nbsp;ปีก่อน&nbsp;ไม่ได้ป่วยจากเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกันในหมู&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;แต่เป็นการตายจากโรค&nbsp;PRRS&nbsp;หรือโรคระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจสุกร&nbsp;ซึ่งเรื่องการทำลายหมู&nbsp;และการระบาดของโรคนั้น&nbsp;เกิดขึ้นจริงในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;แต่เป็นผู้เลี้ยงรายย่อยและไม่ใช่เชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกันในหมู&nbsp;(ASF)&nbsp;แต่อย่างใด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกอำเภอทั้ง&nbsp;32&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;เข้มงวดตรวจสอบ&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;การเคลื่อนย้ายหมู&nbsp;ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่&nbsp;จะต้องได้รับอนุญาตจากสัตว์แพทย์ต้นทาง&nbsp;ตามระเบียบอย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมทั้งให้ความรู้ในการป้องกันโรคแก่ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยทุกฟาร์ม&nbsp;ตลอดจนออกตรวจสอบเขียงสุกรให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;มีการเลี้ยงสุกรในแต่ละรอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;5.3&nbsp;แสนตัว&nbsp;มีโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่&nbsp;32&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวม&nbsp;30-40&nbsp;แห่ง&nbsp;</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113110712511"],
    [242,"แม่ฮ่องสอนยืนหนึ่ง คุณภาพอากาศ ดีมาก จังหวัดเดียวในภาคเหนือ","<p><strong>กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;07:00&nbsp;น.&nbsp;พบว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัด&nbsp;บริเวณตำบลจองคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ได้&nbsp;เท่ากับ&nbsp;19&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(เกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร)&nbsp;ยังอยู่ในระดับ&nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ค่าสูงสุดที่วัดได้ปีนี้&nbsp;เท่ากับ&nbsp;24&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>ขณะที่จังหวัดอื่นๆ&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;</strong>เริ่มขึ้นไปอยู่ในระดับดี-ปานกลาง&nbsp;ปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;มีค่าระหว่าง&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;57&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;1&nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;สูงสุด&nbsp;57&nbsp;มคก./ลบ.ม.</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong>&nbsp;กรมป้องกันละบรรเทาสาธารณภัยรายงานการคาดการณ์พื้นที่ที่อาจเกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;และจังหวัดพะเยา&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ&nbsp;พื้นที่อากาศหนาว/หนาวจัด&nbsp;ขอให้ดูแลสุขภาพ&nbsp;ทำให้ร่างกายอบอุ่นตลอดเวลา&nbsp;ระวังอันตรายจากอัคคีภัยในการก่อไฟให้ความอบอุ่น&nbsp;ส่วนพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองตลอดเวลา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบตามเวลาจริง&nbsp;(Real&nbsp;Time)&nbsp;เพิ่มเติมได้ที่&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;air4thai&nbsp;และแอปพลิเคชัน&nbsp;Air4Thai</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113115552539"],
    [243,"พร้อมจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง งวดที่ 3 ในวันพรุ่งนี้กว่า 850 ล้านบาท","<p><strong>นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับชาวสวนยาง&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;ประจำเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;และงวด&nbsp;2&nbsp;ประจำเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;แล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สำหรับงวดที่&nbsp;3&nbsp;ประจำเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พร้อมโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางในวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;850.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>โดยได้กำหนดราคายางพาราอ้างอิง&nbsp;</strong>&nbsp;ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;59.85&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ชดเชย&nbsp;5.15&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ราคานำ้ยางสด&nbsp;DRC&nbsp;100%&nbsp;อยู่ที่&nbsp;51.03&nbsp;บาพ/กก.&nbsp;ชดเชย&nbsp;5.97&nbsp;บาพ/กก.&nbsp;และราคายางก้อนถ้วย&nbsp;อยู่ที่&nbsp;23.18&nbsp;บาท/กก.&nbsp;จะไม่มีชดเชยในงวดที่&nbsp;3&nbsp;เนื่องจากราคาขายยางก้อนถ้วยสูงกว่าราคาประกันที่ตั้งไว้&nbsp;ถือเป็นเรื่องดีที่แนวโน้มราคายางในตลาดอยู่ในแนวบวก&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการดำเนินโครงการชะลอขายยางก้อนถ้วยของ&nbsp;กยท.&nbsp;ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ไม่ต้องเร่งขายช่วงที่ผลผลิตในตลาดมากเกินไป&nbsp;เมื่อปริมาณผลผลิตในตลาดมีความเหมาะสม&nbsp;ราคาจะปรับตัวขึ้น&nbsp;จึงสามารถนำผลผลิตยางที่เก็บไว้มาขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นในระดับที่เหมาะสม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ตั้งแต่งวดที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เป็นเงินรวมกว่า&nbsp;2,284&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ไม่นิ่งนอนใจ&nbsp;</strong>ลงพื้นที่สำรวจและเร่งประสานงานข้อมูลเกษตรชาวสวนยางที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ให้ได้รับเงินประกันรายได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนทุกราย&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายและมาตรการอื่นคู่ขนานไปด้วย&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์และสร้างเสถียรภาพให้แก่ราคายางพาราต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113121122559"],
    [244,"เกษตรฯ แม่ฮ่องสอน เชิญชวนร่วมงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>นายขจรศักดิ์ชนัน&nbsp;จิตภิลัย&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เชิญร่วมงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฏราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป)&nbsp;ณ&nbsp;ศพก.หลัก&nbsp;บ้านสวนอคิราห์&nbsp;เกษตรตามรอยพ่อ&nbsp;บ้านท่าปาย&nbsp;ม.3&nbsp;ต.แม่ฮี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีกิจกรรมด้านคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ให้คำปรึกษา&nbsp;แนะนำ&nbsp;การป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืช&nbsp;การใช้แมลงศัตรูธรรมชาติ&nbsp;(ตัวห้ำ&nbsp;ตัวเบียน)&nbsp;เชื้อจุลินทรีย์และสารชีวภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร,&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;ให้คำปรึกษา&nbsp;ตรวจวิเคราะห์&nbsp;วินิจฉัยและให้บริการด้านโรคและแมลง&nbsp;ศัตรูพืช&nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตร,&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;ให้คำปรึกษา&nbsp;ตรวจวิเคราะห์&nbsp;วินิจฉัยโรคที่เกิดในข้าว&nbsp;การป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูข้าวการกำจัดวัชพืชในนาข้าว,&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;ให้คำปรึกษา&nbsp;ตรวจวิเคราะห์&nbsp;วินิจฉัยและให้บริการด้านวิเคราะห์ตรวจสอบดินและปุ๋ย&nbsp;โดยกรมพัฒนาที่ดิน,&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;ให้คำปรึกษา&nbsp;ตรวจวิเคราะห์&nbsp;วินิจฉัยโรคและการตรวจรักษา&nbsp;พยาบาลสัตว์&nbsp;การให้บริการทำหมันสุนัขและแมว,&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;ให้คำปรึกษา&nbsp;ตรวจวิเคราะห์&nbsp;วินิจฉัยและรักษาโรคในสัตว์น้ำ&nbsp;การควบคุมโรคระบาดในสัตว์น้ำ&nbsp;การตรวจคุณภาพน้ำ&nbsp;และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;โดยกรมประมง,&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;ให้คำปรึกษา&nbsp;แนะนำการจัดตั้งสหกรณ์&nbsp;การบริหารงานในสหกรณ์&nbsp;และให้ความรู้เกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เกี่ยวกับสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และคลินิกบัญชี&nbsp;ให้คำปรึกษา&nbsp;แนะนำการจัดทำบัญชีฟาร์ม&nbsp;บัญชีครัวเรือน&nbsp;โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113120626550"],
    [245,"ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม พร้อมรองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรชาวสวนส้มโอ","<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;ยามโคกสูง&nbsp;นายอำเภอบางคนที&nbsp;ลงพื้นที่สวน&nbsp;ส้มโอขาวใหญ่&nbsp;ตำบลบางสะแก&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;โดยมีประวิตร&nbsp;คุ้มสิน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;นายกอบต.บางสะแก&nbsp;กำนัน&nbsp;-ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เกษตรกรให้การต้อนรับและนำชมผลผลิตส้มโอขาวใหญ่&nbsp;และสนทนาในหลายประเด็น&nbsp;ทั้งเรื่องผลผลิตส้มโอขาวใหญ่&nbsp;และการจัดการน้ำในพื้นที่สวนของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เกษตรกรนิยมปลูกส้มโอกันมานานเกือบ&nbsp;200&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่&nbsp;ที่เชื่อกันว่ารสชาติดีที่สุด&nbsp;เพราะเคยได้รับรางวัลต่างๆ&nbsp;มากมาย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สมุทรสงครามแม้จะเป็นจังหวัดเล็ก&nbsp;เพราะมีพื้นที่เพียง&nbsp;416&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;แต่ก็มีจุดเด่น&nbsp;เพราะเป็นเมืองที่มี&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;คือน้ำจืด&nbsp;น้ำเค็ม&nbsp;และน้ำกร่อย&nbsp;ดินจึงมีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เหมือนใคร&nbsp;ส่งผลทำให้ผลไม้ที่นี่มีรสชาติดี&nbsp;โดยเฉพาะส้มโอ&nbsp;เป็นผลไม้ที่คนไทยทุกภาครู้จักและนิยมบริโภคกันมาช้านาน&nbsp;ดังนั้นการปลูกส้มโอจึงมีทุกภูมิภาคของประเทศไทย&nbsp;และให้ผลผลิตได้ในเกือบทุกสภาพดิน&nbsp;จะแตกต่างกันก็แต่เพียงรสชาติเท่านั้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113123535579"],
    [246,"พัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับโดรนเพื่อการเกษตร เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น มีความยั่งยืน","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท&nbsp;แอโร&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;(1992)&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;เน้นถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;และเกษตรกรที่สนใจเป็นผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้คนขับ</strong>&nbsp;หรือโดรนเพื่อการเกษตร&nbsp;โดยคัดเลือกผู้สนใจและมีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการฝึกอบรมให้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;พัฒนาทักษะฝีมือให้สูงขึ้นจนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้&nbsp;รวมทั้งยังคาดหมายว่าจะนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;สนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อการพัฒนาประเทศไทยไปสู่&nbsp;ความมั่นคง&nbsp;ความมั่งคั่งและความยั่งยืน&nbsp;&nbsp;โดยรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน&nbsp;3&nbsp;มิติสำคัญคือ</strong>&nbsp;เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม&nbsp;เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี&nbsp;ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม&nbsp;และเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113153800693"],
    [247,"ผู้ลักลอบล่าเสือโคร่งในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ 5 คน เตรียมมามอบตัวที่ สภ.ปิล็อก ช่วงบ่ายวันนี้ เบื้องต้นไม่พบมีเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้อง","<p><strong>ผู้ลักลอบล่าเสือโคร่งในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;เตรียมมามอบตัวที่&nbsp;สภ.ปิล็อก&nbsp;ช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;เบื้องต้นไม่พบมีเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้อง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;จำนงสิริศักดิ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;3&nbsp;(บ้านโป่ง)&nbsp;กล่าวถึงกรณีความคืบหน้ากลุ่มลักลอบล่าเสือโคร่ง&nbsp;2&nbsp;ตัวในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ&nbsp;ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;ได้รับแจ้งจาก&nbsp;นายเจริญ&nbsp;ใจชน&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ&nbsp;ได้รับการประสานจากผู้ใหญ่บ้านปิล็อก&nbsp;จะพาผู้ลักลอบล่าเสือโคร่งในป่าทองผาภูมิ&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;มามอบตัวที่&nbsp;สภ.ปิล็อก&nbsp;ช่วงเวลาประมาณ&nbsp;15.00&nbsp;น.ของวันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เบื้องต้นยืนยันเป็นคนหมู่บ้านปิล็อกทั้งหมดไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเข้ามาลักลอบล่าสัตว์ป่าครั้งนี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบพยานหลักฐานและการพาผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว&nbsp;หลังวานนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้นำซากเสือโคร่ง&nbsp;อาวุธปืน&nbsp;และของกลางอื่นๆส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.ปิล๊อก&nbsp;เพื่อดำเนินคดีและสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายไว้แล้ว</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113125208582"],
    [248,"รมช.กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันไม่ได้นิ่งเฉยในการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรค ASF และราคาเนื้อสุกรมีราคาแพง สั่งกรมปศุสัตว์ หากพบเชื้อที่ฟาร์มไหน ให้เข้าควบคุมโรคอย่างเข้มงวด  ","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรราคาแพง&nbsp;รวมถึงการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF</strong>&nbsp;โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;574&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ช่วยผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กและรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;พร้อมกำหนดมาตรการการควบคุมอย่างเข้มข้นโดยได้ส่งชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;สุ่มตรวจสอบเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้เตรียมมาตรการที่จะเพิ่มแม่สุกรให้กับหน่วยงานของกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;ตลอดจนฟาร์มเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์&nbsp;เชื่อมั่นว่าจากมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ได้ดำเนินการทั้งมาตรการเร่งด่วน&nbsp;มาตรการระยะสั้น&nbsp;และระยะยาวนั้น&nbsp;จะสามารถเพิ่มการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการในการบริโภคได้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากการลงพื้นที่ทราบว่ามีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ต้องการกลับมาเลี้ยงสุกรรอบใหม่</strong>&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์จะต้องมีการสแกนพื้นที่เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่ามีความปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงต่อพี่น้องเกษตรกรอยู่หรือไม่&nbsp;จากนั้นจะมีการคัดกรองตัวเกษตรกร&nbsp;พร้อมกับตรวจสอบสภาพความพร้อมและความเหมาะสมของฟาร์มในการยกระดับมาตรฐานฟาร์มให้มีความปลอดภัย&nbsp;ด้านการควบคุมโรคที่สูงขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;GFM&nbsp;หรือ&nbsp;GAP&nbsp;กรมปศุสัตว์จึงจะสามารถอนุญาตให้เกษตรกรกลับเข้าสู่อาชีพในครั้งต่อไปได้</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;กระทรวงฯ&nbsp;ไม่ได้นิ่งเฉยเรื่องการระบาดของโรค&nbsp;AFS&nbsp;นี้</strong>&nbsp;แต่การออกมาพูดนั้นจะต้องได้รับการยืนยันจากผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;เมื่อมีการตรวจยืนยันว่าพบเชื้อที่ฟาร์มไหน&nbsp;กรมปศุสัตว์จะมีมาตรการในการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น&nbsp;รวมถึงการทำลายเชื้อตามหลักวิชาการ&nbsp;และจะต้องมีการพักคอกแล้วหยุดเลี้ยงในพื้นที่ดังกล่าวไปจนกว่าจะมีการตรวจสอบหรือประเมินความเสี่ยงแล้วว่ามีความปลอดภัย&nbsp;จึงจะสามารถลงเลี้ยงใหม่ได้อีกครั้ง</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113143949635"],
    [249,"เดินหน้าโครงการประกันราคาลำไยรูปแบบใหม่  พัฒนาเพิ่มมูลค่าครบวงจร","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;รายงานการคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;รายงานผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;และที่ประชุมได้ร่วมหารือพิจารณาในแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในปี&nbsp;2565&nbsp;และปีต่อๆ&nbsp;ไปได้วางเป้าหมายพลิกโฉมภาคเกษตรไทยมุ่งเน้นการทำเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ในมิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมายหมุดหมายที่&nbsp;1&nbsp;ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานของภาคเกษตร&nbsp;และการสนับสนุนบทบาทของผู้ประกอบการเกษตร&nbsp;โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือ&nbsp;ศูนย์&nbsp;AIC&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ&nbsp;เร่งวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จังหวัดลำพูน&nbsp;นับเป็นศูนย์กลางลำไยภาคเหนือและเป็นเมืองหลวงลำไยโลก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีพื้นที่ปลูกลำไยกว่า&nbsp;250,000&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;สถานการณ์การผลิต&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3.12&nbsp;ต่อปี&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมสนับสนุนของรัฐบาล&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังเผชิญปัญหาราคาลำไยตกต่ำในบางปีบางฤดูเป็นปัญหาซ้ำซากตลอดมา&nbsp;จึงให้ดำเนินการโครงการประกันราคาลำไยขั้นต่ำบนความร่วมมือระหว่างภาคเกษตรกรและภาคเอกชนโดยการสนับสนุนของภาครัฐเป็นโมเดลใหม่เพื่อให้ทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนกัน&nbsp;แบบ&nbsp;win-win&nbsp;ทุกฝ่าย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดล่วงหน้าตามแนวทางการบริหารจัดหารผลผลิตลำไยปี&nbsp;2565&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูนโดย&nbsp;คพจ.&nbsp;ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและราคาผลผลิตตกต่ำและพัฒนาระบบตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;-&nbsp;ปลายน้ำ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพสินค้า&nbsp;ตลอดจนแนวทางส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตรเพื่อให้ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;ทั้งหมดนี้จะเป็นก้าวสำคัญให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่มิติใหม่&nbsp;โดยใช้โมเดล&nbsp;Fair&nbsp;Trade&nbsp;ลำไย&nbsp;การค้าที่เป็นธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างยั่งยืนโดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113151633661"],
    [250,"เดินหน้าโครงการประกันราคาลำไยรูปแบบใหม่  พัฒนาเพิ่มมูลค่าครบวงจร","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;</strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;รายงานการคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตภาคเหนือ&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;รายงานผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;และที่ประชุมได้ร่วมหารือพิจารณาในแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;และปีต่อๆ&nbsp;ไปได้วางเป้าหมายพลิกโฉมภาคเกษตรไทยมุ่งเน้นการทำเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ในมิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมายหมุดหมายที่&nbsp;1&nbsp;ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานของภาคเกษตร&nbsp;และการสนับสนุนบทบาทของผู้ประกอบการเกษตร&nbsp;โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือ&nbsp;ศูนย์&nbsp;AIC&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ&nbsp;เร่งวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;นับเป็นศูนย์กลางลำไยภาคเหนือและเป็นเมืองหลวงลำไยโลก</strong>&nbsp;มีพื้นที่ปลูกลำไยกว่า&nbsp;250,000&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การผลิต&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3.12&nbsp;ต่อปี&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมสนับสนุนของรัฐบาล&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังเผชิญปัญหาราคาลำไยตกต่ำในบางปีบางฤดูเป็นปัญหาซ้ำซากตลอดมา&nbsp;จึงให้ดำเนินการโครงการประกันราคาลำไยขั้นต่ำบนความร่วมมือระหว่างภาคเกษตรกรและภาคเอกชนโดยการสนับสนุนของภาครัฐเป็นโมเดลใหม่เพื่อให้ทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนกัน&nbsp;แบบ&nbsp;win-win&nbsp;ทุกฝ่าย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดล่วงหน้าตามแนวทางการบริหารจัดหารผลผลิตลำไยปี&nbsp;2565&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูนโดย&nbsp;คพจ.&nbsp;ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและราคาผลผลิตตกต่ำและพัฒนาระบบตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;-&nbsp;ปลายน้ำ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพสินค้า&nbsp;</p><p><strong>ตลอดจนแนวทางส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตร</strong>เพื่อให้ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;ทั้งหมดนี้จะเป็นก้าวสำคัญให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่มิติใหม่&nbsp;โดยใช้โมเดล&nbsp;Fair&nbsp;Trade&nbsp;ลำไย&nbsp;การค้าที่เป็นธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างยั่งยืนโดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113151633664"],
    [251,"นครพนม สุขที่สุด PM 2.5 (ค่าเฉลี่ย 24 ชม.) คุณภาพอากาศดีมาก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ทสจ.นครพนม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;20&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;และมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ค่า&nbsp;โอโซน&nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์&nbsp;,&nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;คุณภาพดีมาก&nbsp;และค่าดัชนีคุณภาพอากาศ&nbsp;(AQI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในระดับคุณภาพอากาศดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทสจ.นครพนม&nbsp;</strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;คำแนะนำสุขภาพ&nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;แต่ต้องไม่ประมาท&nbsp;การ์ดอย่าตก</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113145237641"],
    [252,"ร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ปี 2565","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่บ้านปากช่องสามัคคี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลชมสะอาด&nbsp;อำเภอเมยวดี&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานรณรงค์ส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.เอกภาพ&nbsp;พลซื่อ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายสันติ&nbsp;โอฆะพนม&nbsp;นายอำเภอเมยวดี&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และพี่น้องเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อรณรงค์เผยแพร่&nbsp;และประชาสัมพันธ์กระตุ้นจิตสำนึกของเกษตรกร</strong>&nbsp;ให้หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;โดยทดแทนการเผา&nbsp;อาทิ&nbsp;การไถกลบตอซัง&nbsp;การใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุการเกษตร&nbsp;และการใช้เทคโนโลยีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงการใช้กลไกเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;ตลอดจนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการหยุดเผาที่ยั่งยืน&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการหยุดเผาครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีความสำคัญ&nbsp;ที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้ตระหนักและปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบปลอดการเผาต่อไป</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113144929638"],
    [253,"อำเภอจัตุรัส เตรียมความพร้อมการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (อาชีพเลี้ยงสัตว์)","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวรศิษย์&nbsp;พุฒจีบ&nbsp;นายอำเภอจัตุรัส</strong>&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอจัตุรัส&nbsp;ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สนง.ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ได้เข้าไปตรวจสอบสถานที่&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำในการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;นายวาสนา&nbsp;นาคดิลก&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ม.4&nbsp;ต.กุดน้ำใส&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;โดยท่านนายอำเภอได้ให้ข้อแนะนำในหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;ประเด็น&nbsp;เช่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ข้อกฎหมายเกี่ยวกับพันธะสัญญา&nbsp;ที่เกษตรกรอาจโดนเอาเปรียบจากสัญญา&nbsp;ควรมีการเสนอให้หน่วยงานตรวจสอบก่อน&nbsp;มิใช่ให้เกิดข้อเสียหายแล้วค่อยร้องเรียน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในฟาร์ม&nbsp;ที่สามารถลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิตและรายได้&nbsp;โดยนำเสนอให้เห็นมูลค่าจากการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้ชัดเจน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.การใช้สมุนไพรไทยเข้ามาใช้ในฟาร์ม&nbsp;และการสกัดให้ใช้ได้สะดวก&nbsp;ลดสารตกค้างและลดต้นทุน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.การส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชหันมาใช้มูลไก่เพื่อเพิ่มผลผลิตให้กับมันสำปะหลัง&nbsp;ที่มีการปลูกจำนวนมากในพื้นที่&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมและช่วยสังคมในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.การรวมกลุ่มกันจนเกิดเป็นสหกรณ์การเกษตรไก่เนื้อชัยภูมิ&nbsp;โดยให้ใช้จุดแข็งของฟาร์มที่ประสบความสำเร็จมาพัฒนาฟาร์มของสมาชิก&nbsp;ช่วยกันลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ในรูปแบบของสหกรณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การประกวดเกษตรกรดีเด่นในครั้งนี้</strong>&nbsp;ทางคณะกรรมการฯ&nbsp;จากกรมปศุสัตว์จะเข้ามาคัดเลือกเชิงประจักษ์&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการสหกรณ์การเกษตรไก่เนื้อชัยภูมิ&nbsp;(หจก.ศิริรัตน์&nbsp;2017)&nbsp;ม.2&nbsp;ต.กุดน้ำใส&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;และฟาร์มไก่เนื้อของนายวาสนา&nbsp;นาคดิลก&nbsp;ม.4&nbsp;ต.กุดน้ำใส</p>","2022-01-13T00:00:00","NULL","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113145355642"],
    [254,"จังหวัดตาก จัดงานรณรงค์ไถกลบตอซัง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการเผา ลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 รวมทั้งเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ให้เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชชนิดต่างๆ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่บริเวณแปลงนา&nbsp;บ้านใหม่เสรีธรรม&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลเชียงทอง&nbsp;อำเภอวังเจ้า&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ไถกลบตอซัง&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงปัญหาสำคัญ&nbsp;ที่จะก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางวรรณฤดี&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก&nbsp;นางสำราญ&nbsp;แสนศิลา&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตาก&nbsp;นายอำเภอวังเจ้า&nbsp;เกษตรจังหวัดตาก&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตาก&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>โดยกิจกรรมวันนี้สถานีพัฒนาที่ดินตาก&nbsp;</strong>ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานในสังกัด&nbsp;บริหารจัดการเศษพืชวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร&nbsp;เพื่อลดการเผา&nbsp;หลังจากได้รับแผนจากกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;สำหรับไถกลบตอซัง&nbsp;จำนวน&nbsp;4,380&nbsp;ไร่&nbsp;และผลิตปุ๋ยหมัก&nbsp;200&nbsp;ตัน&nbsp;โดยดำเนินการในพื้นที่เกิดจุดความร้อนตามที่กรมพัฒนาที่ดินกำหนด&nbsp;กิจกรรมที่จัดขึ้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การสาธิตการไถกลบตอซัง&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก&nbsp;รวมทั้งการสาธิตการผลิตปุ๋ยหมักให้เกษตรกรได้ชมเป็นตัวอย่าง</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมไถกลบตอซังดังกล่าว</strong>&nbsp;นอกจากเป็นการลดการเผา&nbsp;ลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่ส่งผลกระทบถึงสุขภาพของประชาชน&nbsp;และสิ่งแวดล้อมต่างๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;การไถกลบตอซังยังมีประโยชน์ในด้านการปรับปรุงบำรุงดินอีกด้วย&nbsp;ซึ่งปริมาณธาตุอาหารพืชในตอซังข้าว&nbsp;มีธาตุอาหารไนโตรเจน&nbsp;3.85&nbsp;กก./ไร่,&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;0.63&nbsp;กก./ไร่,&nbsp;โพแทสเซียม&nbsp;16.73&nbsp;กก./ไร่&nbsp;โดยพื้นที่นาจังหวัดตาก&nbsp;มีปริมาณตอซังข้าวประมาณ&nbsp;700-800&nbsp;กก./ไร่&nbsp;เทียบเป็นปริมาณปุ๋ย&nbsp;46-0-0&nbsp;เท่ากับ&nbsp;7.59&nbsp;กก./ไร่,&nbsp;18-46-0&nbsp;เท่ากับ&nbsp;1.37&nbsp;กก./ไร่,&nbsp;0-0-60&nbsp;เท่ากับ&nbsp;27.88&nbsp;กก./ไร่&nbsp;คิดมูลค่าปุ๋ยเป็นเงิน&nbsp;856&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน&nbsp;ทำให้โครงสร้างดินเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชด้วย</p><p><strong>หลังจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก</strong>&nbsp;ได้ไปเยี่ยมชมสระเก็บน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน&nbsp;ซึ่งเกษตรกรได้รับงบประมาณจากกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;มาขุดสระน้ำประจำไร่นา&nbsp;ขนาด&nbsp;1,260&nbsp;ลบ.เมตร&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสม&nbsp;ตามแนวทางของเกษตรพอเพียง&nbsp;โดยเบื้องต้นจังหวัดตาก&nbsp;ได้เตรียมพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;เพื่อใช้อบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่สนใจต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113153309684"],
    [255,"จ.เลย จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565 เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ เน้นการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมและองค์ความรู้ที่เหมาะสม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรเครือข่าย&nbsp;(เกษตรผสมผสาน)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านโคกใหญ่&nbsp;ตำบลตาดข่า&nbsp;อำเภอหนองหิน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายศิริวัฒน์&nbsp;พินิจพานิชย์&nbsp;ปลัดจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;เน้นการนำเทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมและองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่มาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับไร่นาและวิถีชีวิตของตนเอง&nbsp;ตลอดจนเกิดระบบเกษตรกรรมที่ปลอดภัยและยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับอำเภอหนองหิน</strong>&nbsp;บูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;เกษตรกรและภาคเอกชนจัดขึ้น&nbsp;มีเกษตรกรที่เข้าร่วมงานจำนวน&nbsp;90&nbsp;ราย&nbsp;จาก&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอหนองหิน&nbsp;อำเภอผาขาว&nbsp;และอำเภอภูกระดึง&nbsp;อำเภอละ&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;มีการแบ่งเกษตรกรออกเป็นกลุ่มเข้าเรียนรู้ตามฐานเรียนรู้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฐานการทำบัญชีครัวเรือน&nbsp;ฐานไผ่&nbsp;พืชเศรษฐกิจทางเลือก&nbsp;การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน&nbsp;การทำประมง&nbsp;การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและเครือข่ายการตลาด&nbsp;?และการจัดการดินปุ๋ยโดยสำนักงานพัฒนาที่ดิน&nbsp;?ทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสเรียนรู้จากของจริง&nbsp;และได้รับการถ่ายทอดความรู้จากวิทยากรของหน่วยงาน&nbsp;ที่มีความเชี่ยวชาญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการและองค์ความรู้ด้านการเกษตร</strong>&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำกับเกษตรกร&nbsp;ทั้งจากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ตลอดจนเกษตรกรจากอำเภอผาขาวและอำเภอภูกระดึง&nbsp;เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่&nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มด้วย</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.เลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113145843646"],
    [256,"จังหวัดแพร่ติดตามการดำเนินการเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง ไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่อำเภอลอง","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอลอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่มอบหมายให้&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;อนุสาสนนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานนำคณะทำงานระดับจังหวัดลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ของอำเภอลอง&nbsp;เพื่อรับทราบการเตรียมความพร้อม&nbsp;ตลอดจนมาตรการในการป้องกันและการช่วยเหลือ&nbsp;ทั้งเรื่องของภัยแล้ง&nbsp;ไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;</p><p><strong>นายจรินทร์&nbsp;เก่งสงวนสิทธิ์&nbsp;นายอำเภอลอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางอำเภอลองมีการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ด้วยการตั้งศูนย์บัญชาเหตุการณ์&nbsp;(ภัยแล้ง)อำเภอ&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;จัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&nbsp;แจ้งสถานการณ์น้ำประจำสัปดาห์เพื่อใช้ประกอบการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;สร้างการรับรู้ให้ประชาชนประหยัดน้ำ&nbsp;ส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อยประสานแจ้งเตือนเกษตรกร&nbsp;สำราจสถานการณ์น้ำ/แหล่งกักเก็บน้ำ&nbsp;อำเภอลองมีอ่างเก็บน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;แห่ง&nbsp;ปัจจุบันมีน้ำกักเก็บประมาณ&nbsp;80&nbsp;%</p><p><strong>อำเภอลองมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง&nbsp;ด้านน้ำอุปโภค-บริโภค</strong>&nbsp;แบ่งเป็นเฝ้าระวัง&nbsp;54&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เสี่ยงปานกลาง&nbsp;34&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;และเสี่ยงมาก&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;9&nbsp;ตำบล&nbsp;(ข้อมูลจากเกษตรกรขึ้นทะเบียนพื้นที่&nbsp;6,974.15&nbsp;ไร่&nbsp;คาดการเสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;1,394&nbsp;ไร่)&nbsp;มีการเตรียมทรัพยากรในเรื่องของเครื่องสูบน้ำ&nbsp;สถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า&nbsp;บ่อบาดาล&nbsp;ระบบประปา&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;หน่วยการแจกจ่ายน้ำ&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;อปท.ในพื้นที่&nbsp;และรถบรรทุกน้ำของ&nbsp;อบจ.&nbsp;แพร่&nbsp;ที่จะมาสนับสนุนหากไม่เพียงพอ&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการสร้างทำนบกระสอบทราย&nbsp;งบยับยั้ง/อปท.จำนวน&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;(ลำน้ำยม&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;ลำน้ำสาขา&nbsp;22&nbsp;จุด)งบกลาง&nbsp;รายการเงินสำรองฯ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;64-65&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;1,911,300&nbsp;บาท&nbsp;งบ&nbsp;อปท.&nbsp;ขุดเจาะบ่อบาดาล/ปรับปรุงระบบประปา&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ขุดลอกลำห้วย&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;และปรับปรุงฝ่ายชะลอน้ำ&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;งบกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;น้ำบาดาลเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;และเพื่อการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน</p><p><strong>สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน</strong>&nbsp;อำเภอลอง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;อำเภอและท้องถิ่น&nbsp;กำหนดพื้นที่เสี่ยง&nbsp;4&nbsp;ตำบลคือตำบลเวียงต้า&nbsp;ต้าผามอก&nbsp;บ้านปิน&nbsp;และแม่ปาน&nbsp;พร้อมระดมสรรพกำลัง&nbsp;2,994&nbsp;นาย&nbsp;การเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และเครื่องมือ&nbsp;การปฏิบัติในการป้องกัน&nbsp;จัดชุดลาดตระเวนและทำแนวกันไฟ&nbsp;67&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;355&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีการประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าว&nbsp;การอบรมให้ความรู้หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ในพื้นที่หมู่บ้านเสี่ยง&nbsp;ลดปริมาณเชื้อเพลิงในการเผาไหม้&nbsp;ส่งเสริมการสร้างรายได้จากเศษเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;การส่งเสริมการใช้เตาเผาแบบไร้ควันแทนการใช้เตาแบบเดิม&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113151401658"],
    [257,"ตรัง -กยท.เร่งช่วยชาวสวนชะลอขายน้ำยางสดหลังเดือดร้อนหนัก","<p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;กยท.ตรัง&nbsp;อนุมัติงบประมาณกว่า&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เร่งช่วยเหลือชาวสวนยาง</strong>&nbsp;ในการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้ชะลอขาย&nbsp;สร้างอำนาจต่อรองนายทุนใหญ่&nbsp;หลังราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;เหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;-&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่ค่าครองชีพ&nbsp;หมู&nbsp;ไก่&nbsp;อาหารทะเลราคาพุ่งรายวัน&nbsp;ทำชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนยางเดือดร้อนหนัก&nbsp;รายได้ไม่พอรายจ่าย&nbsp;โดยหมู&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต้องใช้น้ำยางสดประมาณ&nbsp;4-5&nbsp;กิโลกรัมจึงจะซื้อได้&nbsp;โดยมาตรการชะลอการขายยางจะทำให้เกษตรกร&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดในตลาด&nbsp;สร้างอำนาจต่อรองกับนายทุนใหญ่&nbsp;รอจังหวะส่งขาย&nbsp;ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการรวมหัวกดราคา&nbsp;กระตุ้นราคายาง&nbsp;และช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชน&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวสวนกำลังประสบปัญหาเรื่องค่าครองชีพอยู่แสนสาหัสขณะนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ศูนย์รวบรวมน้ำยางสด&nbsp;แปลงใหญ่ยางพารา&nbsp;กยท.ย่านตาขาว&nbsp;ต.หนองบ่อ&nbsp;อ.ย่านตาขาว</strong>&nbsp;และโรงรวบรวมน้ำยางสดมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;&nbsp;นายภิรม&nbsp;หนูรอด&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;สาขา/10&nbsp;อำเภอของจ.ตรัง&nbsp;ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และงบพัฒนาจังหวัดตรังจำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อจัดซื้อถังเก็บน้ำยา&nbsp;เร่งทำโครงการชะลอการขายยาง&nbsp;ของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เพื่อเก็บสต๊อกน้ำยางสดเอาไว้เพื่อชะลอขาย&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&nbsp;เพื่อหวังช่วยพยุงราคายางให้สูงขึ้น&nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากราคาที่ลดลงโดยไม่เป็นธรรมและไม่มีสาเหตุ&nbsp;</p><p><strong>โดยขณะนี้&nbsp;พบว่าราคายางพารายังตกต่ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;</strong>ทั้งๆ&nbsp;ที่ปริมาณผลผลิตเหลือน้อย&nbsp;แต่ราคากลับขึ้นๆลงๆในระดับที่ตกต่ำต่อเนื่อง&nbsp;ยิ่งเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของภาคใต้ให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น&nbsp;จากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่แล้ว&nbsp;จากการที่ราคาหมู&nbsp;ไก่&nbsp;กุ้ง&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;รวมทั้งอาหารทะเลทุกชนิดที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ทำรายได้ไม่พอรายจ่าย&nbsp;ยิ่งเดือดร้อนหนัก&nbsp;จึงเร่งใช้โครงการชะลอการขายยางเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้&nbsp;เพื่อชะลอการขายให้โรงงาน&nbsp;โดยจะรอจังหวะที่ราคาดีขึ้น&nbsp;นำเสนอขายผ่านตลาดกลางยางพาราทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่งในภาคใต้&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&nbsp;หวังจะช่วยพยุงราคายางพาราให้สูงขึ้น&nbsp;โดยการสร้างอำนาจต่อรองให้อยู่ในมือของเกษตรกร&nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากการรวมหัวกดราคา&nbsp;ทำเกษตรกรเดือดร้อนต่อเนื่อง&nbsp;เป็นการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;และเม็ดเงินที่สะพัดในพื้นที่ส่วนใหญ่</strong>ก็มาจากยางพารา&nbsp;โดยขณะนี้พบว่าจากปัญหาราคาน้ำยางสดที่ตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ชาวสวนต้องขายน้ำยางสดมากถึง&nbsp;4-5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จึงจะซื้อเนื้อหมูได้เพียง&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และต้องขายน้ำยางสดให้มากขึ้น&nbsp;จึงจะซื้อสินค้าอื่นๆเข้าครัวเรือนได้&nbsp;ทำประชาชนเดือดร้อนหนักในขณะนี้&nbsp;กยท.จึงเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ที่กำลังประสบปัญหาจากราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;และเรื่องค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;ผ่านโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งการยางแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จุดรวบรวมน้ำยางสดทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ที่&nbsp;ต.หนองบ่อ&nbsp;เก็บน้ำยางสดได้&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตันต่อรอบ&nbsp;แต่ตั้งเป้าไว้&nbsp;ที่&nbsp;25&nbsp;ตันต่อรอบ&nbsp;ส่วนที่สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;สามารถเก็บน้ำยางสดได้รอบละ&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ถ้าน้ำยางมากก็เพิ่มได้&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายภิรม&nbsp;ทองรอด&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยช่วยเหลือเกษตรกรในการชะลอขายรวม&nbsp;4&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;คือ&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;ยางแผ่นรมควัน&nbsp;ยางแผ่นดิบ&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่&nbsp;ในส่วนของจังหวัดตรัง&nbsp;ทำการชะลอการขายน้ำยางสด&nbsp;งบประมาณจำนวน&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจากงบพัฒนาจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังอีกจำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมายชะลอการขายให้ได้ประมาณ&nbsp;350&nbsp;ตัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังเริ่มทำ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;และจะขยายไป&nbsp;กยท.ทุกสาขา&nbsp;ถือเป็นโครงการที่เหมาะสม&nbsp;เมื่อผลผลิตเข้าสู่ตลาดมาก&nbsp;ราคายางตกต่ำ&nbsp;โครงการก็ช้อนซื้อเก็บไว้&nbsp;เมื่อราคาสูงขึ้นเหมาะสม&nbsp;ก็นำออกมาทยอยขายเก็งกำไร&nbsp;โดยถ้าจุดไหนน้ำยางของสมาชิกเข้ามามาก&nbsp;ก็จะเพิ่มปริมาณการสต๊อกน้ำยางสดในจุดนั้นเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยสิ่งที่การยางแห่งประเทศไทยต้องการคือ&nbsp;เมื่อสมาชิกนำน้ำยางมาฝากไว้&nbsp;ซึ่งเก็บได้นานถึง&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;โดยที่คุณภาพน้ำยางและเปอร์เซ็นต์ยางไม่เปลี่ยนแปลง&nbsp;สมาชิกที่ขายน้ำยางอยู่ประจำจะไม่ถูกกดราคา&nbsp;เพราะสหกรณ์มีการชะลอ&nbsp;เลือกเวลาขายที่ได้กำไร&nbsp;และในระดับประเทศหากทุกๆผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของเกษตรกรสามารถชะลอการขายได้&nbsp;จะเกิดประโยชน์ในภาพรวม&nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในเมืองเกษตรกร&nbsp;ผ่าน&nbsp;กยท.พ่อค้าจะเป็นฝ่ายวิ่งมาหา&nbsp;กยท.และวิ่งหาชาวสวน&nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในมือเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายสมพล&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประธานสหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตอนนี้สหกรณ์ทุ่งยาวสามารถเก็บสต๊อกน้ำยางสด&nbsp;เพื่อชะลอขายได้รอบละ&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ศักยภาพจะรับได้รอบละ&nbsp;60&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้ทำมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;โดยรอบนี้ถ้าขายในวันนี้จะได้ส่วนต่างกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งในการชะลอจะดูราคาส่วนต่างให้ได้กำไร&nbsp;หลักๆต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในการขายน้ำยาง&nbsp;หากช่วงราคาไม่ดีสามารถหมุนมาฝากไว้ก่อน&nbsp;สหกรณ์ก็ดึงราคาไว้&nbsp;และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมไม่ขาดทุน&nbsp;ก็นำออกขายได้&nbsp;โดยกยท.จะเสนอขายในตลาดกลาง&nbsp;เจรจากับคู่ค้าโดยตรง&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113152533672"],
    [258,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่ ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนางเพ็ญศรี&nbsp;ทรงพุฒิ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;153&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;และนางเขมณยา&nbsp;สิทธิ์บุญยานนท์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;501&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านหนองฟ้าแลบ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;บ้านโคกงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายธีรพงษ์&nbsp;โสประดิษฐ์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;24&nbsp;บ้านหนองอุมลัว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลโพนสูง&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และนายสมจิตร&nbsp;แสงแก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;95&nbsp;บ้านน้ำพุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;16&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;38&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;2&nbsp;ตัวดำเนินการปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนางพิมพา&nbsp;ศิริ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;82&nbsp;บ้านตาดเสี้ยว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;เลี้ยงกระบือ&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113153751692"],
    [259,"ปภ.ศรีสะเกษเร่งสูบน้ำจากแหล่งต้นทุนไปเก็บกักไว้ป้องกันการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค","<p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายบุญประสงค์&nbsp;นวลสายย์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารรภัยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ติดตามและเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ศูนย์&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;13&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;พร้อมเครื่องสูบน้ำ&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;เครื่อง&nbsp;ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำแรงดันสูง&nbsp;ขนาด&nbsp;20&nbsp;นิ้ว&nbsp;อัตราการสูบ&nbsp;35,000&nbsp;ลิตร/นาที&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;และเครื่องสูบน้ำ&nbsp;อัตราการสูบ&nbsp;8,000&nbsp;ลิตร/นาที&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;ในการปฎิบัติงานโครงการสูบส่งน้ำ&nbsp;ส่งสุขคลายทุกข์คลายแล้งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อสูบน้ำจากแหล่งต้นทุน&nbsp;ไปเก็บกักไว้ป้องกันการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ระยะทางวางท่อสูบน้ำ&nbsp;8.6&nbsp;กม.&nbsp;3.2&nbsp;กม.และ3.3&nbsp;กม.ในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ตำบลเสียว&nbsp;ตำบลโดด&nbsp;อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>โดยจังหวัดศรสะเกษได้กำหนดแผนดำเนินการเพิ่มปริมาณน้ำ</strong>&nbsp;รวม&nbsp;495,472&nbsp;ลบ.ม.ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;(อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน)&nbsp;กำลังดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;(ตำบลเสียว&nbsp;ตำบลโดด&nbsp;อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ)&nbsp;และจะดำเนินการในระยะต่อไปอีก&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;(อำเภอ.ปรางค์กู่)&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>................................................................................</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113163647759"],
    [260,"หนองบัวลำภู กลุ่มเกษตรผู้เลี้ยงหมูดำภูพาน จำทนต้องฆ่าหมู่ทิ้ง หลังพบโรคระบาดในหมู ต้องงดการเลี้ยง 2 ปี รอหวังเงินชดเชย จะเปลี่ยนคอกหมูมาเลี้ยงแพะ และควาย แทน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่จังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูดำภูพาน&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เกษตรอินทรีย์วิถีหนองบัวลำภู&nbsp;บ้านทุ่งกกทัน&nbsp;ต.หนองแก&nbsp;อ.ศรีบุญเรือง&nbsp;จ.หนองบัวลำภู&nbsp;จำทนต้องฆ่าหมูดำที่เลี้ยงหลังจากโรคระบาดเข้าทำลายฟาร์มเลี้ยงหมูระบบเปิด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอนุวัฒน์&nbsp;รัตนวงศ์&nbsp;อายุ&nbsp;44&nbsp;ปี</strong>&nbsp;<strong>ประธานกลุ่ม</strong>&nbsp;และนางสาวสุภาวีร์&nbsp;เพชรโก&nbsp;อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;รองประธานกลุ่มและเลขากลุ่ม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูดำภูพาน&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เกษตรอินทรีย์วิถีหนองบัวลำภู&nbsp;บ้านทุ่งกกทัน&nbsp;ได้รับคัดเลือกให้ได้รับพันธุ์หมูดำเพชรภูพาน&nbsp;จาก&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อครั้งที่เดินลงพื้นที่ตรวจติดตามราชการที่&nbsp;ที่&nbsp;ตำบลหัวนา&nbsp;ได้รับหมูพ่อพันธุ์&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;แม่พันธุ์มา&nbsp;32&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;40&nbsp;ตัว&nbsp;มาเลี้ยง&nbsp;มีสมาชิกในกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;เมื่อแม่หมูคลอดลูก&nbsp;ได้แจกจ่ายแบ่งปันให้สมาชิกไปเลี้ยง&nbsp;ด้วยการเลี้ยงแบบเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้พืชผัก&nbsp;ต้นกล้วย&nbsp;บอน&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;และพืชชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;กินเป็นอาหาร&nbsp;ซึ่งกำลังจะเป็นความหวังของกลุ่มที่จะได้มี&nbsp;ลูกหมู&nbsp;หมูขุนและพ่อแม่พันธุ์จำหน่าย&nbsp;เป็นรายได้ของกลุ่ม&nbsp;ในหนึ่งปี&nbsp;แม่หมู่&nbsp;หนึ่งตัว&nbsp;สามารถให้ลูกได้&nbsp;2-3&nbsp;คอก&nbsp;คอกละประมาณ&nbsp;10-15&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งหมูสายพันธุ์นี้&nbsp;จะมีลักษณะกินอาหารเก่ง&nbsp;แข็งแรง&nbsp;ทนโรค&nbsp;ให้ลูกดก&nbsp;บางคอกให้&nbsp;ถึง&nbsp;18&nbsp;ตัว&nbsp;ความหวังที่จะมีลูกหมูจำหน่าย&nbsp;ตัวละ&nbsp;400-500&nbsp;บาท&nbsp;หมูขุน&nbsp;1,200-1,500&nbsp;บาท&nbsp;หายไปหมดหลังรู้ว่าหมูติดเชื้อโรค&nbsp;โดยทางกลุ่มก็ยังไม่เคยพบโรคลักษณะนี้มาก่อน&nbsp;แต่ตอนนี้ทราบผลตรวจยืนยันจาก&nbsp;ทางสำนักงานปศุสัตว์มาแล้วว่า&nbsp;เป็น&nbsp;PRRS</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทางเจ้าหน้าที่จากทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดก็มาทำความเข้าใจ&nbsp;</strong>แจ้งว่า&nbsp;หากพบว่าเป็นเชื้อโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นจะต้องทำลายสุกรทิ้งทั้งหมด&nbsp;ในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และได้รับเงินชดเชย&nbsp;จากการทำลายสุกร&nbsp;มูลค่า&nbsp;451,410&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับค่าชดเชยร้อยละ&nbsp;75&nbsp;คิดเป็นเงิน&nbsp;338,550&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ทางประธานกลุ่มแจ้งว่า&nbsp;หากได้รับเงินชดเชยมาก็จะนำมา&nbsp;บริหารภายในกลุ่ม&nbsp;ให้กับผู้ที่ได้ทำลายสุกรไป&nbsp;ส่วนหนึ่งก็จะนำมาเข้ากลุ่ม&nbsp;ซื้อ&nbsp;แพะ&nbsp;เป็ด&nbsp;ไก่&nbsp;และควาย&nbsp;มาเลี้ยงแทน&nbsp;โดยกลุ่มจะต้องงดการเลี้ยงหมู่ไปอีก&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งตอนนี้&nbsp;ทางกลุ่มคงเหลือเพียงคอกร้างที่ว่างเปล่าและได้เริ่มหาแพะมาเลี้ยงแทน&nbsp;และเมื่อได้เงินชดเชยมาแล้ว&nbsp;ก็จะปรับปรุงคอก&nbsp;หมู&nbsp;มาเป็นคอกแพะและคอกควายแทน&nbsp;เมื่อครบกำหนด&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;กลุ่มฯ&nbsp;จะเลี้ยงสุกรพันธุ์พื้นเมืองหมูดำภูพาน&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;เพราะเห็นว่าเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย&nbsp;ให้ลูกดก&nbsp;และทางกลุ่มก็มีความชำนาญแล้ว&nbsp;จึงยังอยากเลี้ยง&nbsp;แต่จะเอาบทเรียนจากการทำฟาร์มระบบเปิด&nbsp;ให้เป็นระบบปิด&nbsp;เพราะจะได้ไม่เสี่ยงต่อโรค&nbsp;ที่ผ่านมาทางกลุ่มทำฟาร์มเลี้ยงระบบเปิด&nbsp;คนเข้าออก&nbsp;ตลอด&nbsp;อีกทั้งสถานที่เลี้ยงเป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;ทำให้ไม่สามารถกำหนดพื้นที่เข้าออกได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้รับแจ้งจากทางสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;4</strong>&nbsp;เมื่อเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จะได้รับค่าชดเชยจากการส่งตรวจ&nbsp;สงสัยโรค&nbsp;PRRS&nbsp;ASF&nbsp;และ&nbsp;Classical&nbsp;swine&nbsp;fever&nbsp;ในสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;109&nbsp;ราย&nbsp;สุกร&nbsp;2,831&nbsp;ตัว&nbsp;ราคาประเมิน&nbsp;15,434,340&nbsp;บาท&nbsp;ราคาชดเชยร้อยละ&nbsp;75&nbsp;คิดเป็นเงิน&nbsp;11,575,755&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเกษตรกรจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ยังไม่มีใครได้รับค่าชดเชยเลย</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113154605700"],
    [261,"มณฑลทหารบกที่ 38 ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์แหล่งน้ำ สร้างฝายชะลอน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง","<p><strong>พลตรี&nbsp;คณิศร&nbsp;อาสมะ&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;38</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้จัดกำลังพลจิตอาสา&nbsp;นายทหารประทวนชายมณฑลทหารบกที่&nbsp;38&nbsp;ร่วมกับศูนย์ประสานงานประชาคมน่าน&nbsp;จัดกิจกรรมจิตอาสาสร้างฝาย&nbsp;65&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแก่นนคร&nbsp;ตำบลน้ำแก่น&nbsp;อำเภอภูเพียง&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13-17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้มีแหล่งกักเก็บน้ำในห้วงฤดูแล้งที่จะเข้ามาถึง&nbsp;ตลอดจนเป็นส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย</p><p><strong>สำหรับการสร้างฝายมีในครั้งนี้&nbsp;</strong>มีโดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพให้กับแหล่งน้ำในการนำมาใช้ประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่ให้มากขึ้น&nbsp;ร่วมกันพื้นฟูระบบนิเวศและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำของชุมชนในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลากน้ำแล้งต้นไม้ยืนต้นตายเนื่องจากขาดน้ำใต้ดินมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้น&nbsp;ตลอดจนส่งผลให้เศรษฐกิจและสังคมชุมชนในท้องถิ่นดีขึ้น&nbsp;&nbsp;เพื่อเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำด้วยตนเอง&nbsp;โดยการนำเอาภูมิปรัชญาชาวบ้านผสมผสานกับภูมิสังคมของพื้นที่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดการบริหารจัดการน้ำที่ดีร่วมกัน&nbsp;ฝายกั้นน้ำ&nbsp;หรือฝายชะลอน้ำ&nbsp;เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นมาเพื่อปิดกั้นทางน้ำที่เป็นร่องน้ำกัดเซาะลำห้วย&nbsp;ลำธารขนาดเล็ก&nbsp;บริเวณป่าต้นน้ำของลุ่มน้ำต่างๆ&nbsp;โดยทำหน้าที่ควบคุมความเร็วการไหลของน้ำให้ช้าลงในช่วงฤดูฝน&nbsp;ช่วยให้การกัดเซาะ&nbsp;ชะล้าง&nbsp;และพังทลายของดินสองฝั่งสายน้ำลดลง&nbsp;ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในฤดูแล้ง&nbsp;กักเก็บตะกอนดินไม่ให้พัดพาสู่การตื้นเขินของแหล่งน้ำชั้นล่าง&nbsp;และยังช่วยส่งเสริมการเก็บกักอินทรียวัตถุไว้ในแหล่งน้ำให้เพิ่มปริมาณมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดินของป่าต้นน้ำที่ทุกสายน้ำไหลผ่าน</p><p><strong>การสร้างฝายในคั้งนี้มณฑลทหารบกที่&nbsp;38&nbsp;&nbsp;</strong>ศูนย์ประสานงานประชาคมน่าน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;จิตอาสา&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;สร้างขึ้นเป็นกิจกรรมเพื่อให้ชุมชน&nbsp;สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในชุมชนในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113155710718"],
    [262,"ผู้ว่าฯ ลำพูน ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างฝายน้ำล้นบ้านโฮ่งหลวง คาดแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2565 ก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการก่อสร้างฝายน้ำล้นบ้านโฮ่งหลวง&nbsp;ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างฝายลำน้ำลี้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบ้านโฮ่ง&nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมีนายประเชิญ&nbsp;สมองดี&nbsp;นายอำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโฮ่ง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับฝายน้ำล้นดังกล่าวมีความยาวสันฝาย&nbsp;46.20&nbsp;ม.&nbsp;</strong>ความสูงสันฝาย&nbsp;3.50&nbsp;ม.&nbsp;บานประตูระบายน้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;3&nbsp;x&nbsp;6&nbsp;ม.&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;บาน&nbsp;หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีประชากรได้รับประโยชน์&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,500&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และมีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;อีกจำนวนกว่า&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;เบื้องต้นพบปัญหาคันดินชั่วคราวถูกกัดเซาะ&nbsp;ซึ่งกั้นทางน้ำเพื่อการก่อสร้างพังทลาย&nbsp;ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การก่อสร้าง&nbsp;เป็นปัญหาอุปสรรคในการกั้นลำน้ำ&nbsp;ซึ่งผู้รับเหมารายเดิมไม่สามารถก่อสร้างต่อได้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค&nbsp;1&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;จึงแจ้งดำเนินการปรับเรียกค่าเสียหายจากผู้รับเหมา&nbsp;และจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหม่&nbsp;ดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ&nbsp;ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;คาดแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ก่อนฤดูน้ำหลาก.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113160025720"],
    [263,"นครพนม ผู้สูงอายุก็ทำได้ \"โคก หนอง นา\"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางลบ&nbsp;ผาติวงศ์&nbsp;เกษตรกรบ้านดอนดู่&nbsp;หมู่&nbsp;13</strong>&nbsp;ต.นาทม&nbsp;อ.นาทม&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนเองแก่แล้ว&nbsp;ซึ่งการทำนาต้องลงทุนเยอะจึงอยากเปลี่ยนชีวิตใหม่&nbsp;ประกอบกับลูกสาวมาแนะแนวทางว่าหน่วยงานราชการจะมาทำ&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา\"&nbsp;ให้ตนเองสนใจ&nbsp;จึงตัดสินใจทำ&nbsp;เพราะทำนามาหลายปี&nbsp;โดยในการขุดสระนั้นใช้เวลาประมาณ&nbsp;2&nbsp;อาทิตย์ก็แล้วเสร็จในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ของตนเอง&nbsp;ขุดครั้งแรกในสระมีน้ำไม่มาก&nbsp;แต่พอเข้าฤดูฝนช่วงที่ผ่านมามีน้ำมาเติมจนเต็มสระ&nbsp;ซึ่งในการทำ&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา\"&nbsp;นั้น&nbsp;ตนเองเริ่มต้นจากการหาต้นกล้วยมาปลูกก่อนเพราะเป็นช่วงเดือนเมษายนที่อยู่ในฤดูแล้ง&nbsp;จากนั้นหน่วยงานราชการก็นำต้นลิ้นจี่และต้นไม้พันธุ์อื่นๆมามอบให้เพื่อปลูก&nbsp;ตนเองหามาปลูกเพิ่มเติมเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงมีการเลี้ยงปลาหลากหลายชนิด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ปลาตะเพียน&nbsp;ปลายี่สก&nbsp;ปลากระโห้&nbsp;ปลาเผาะ&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาดุก&nbsp;ซึ่งคาดว่าในปีนี้ไม่สามารถจับปลามาขายในจำนวนเยอะ&nbsp;ๆ&nbsp;ได้&nbsp;เนื่องจากน้ำในสระเยอะ&nbsp;ดังนั้นในปีหน้าจะมีการปรับแผนการเลี้ยง&nbsp;โดยจะทำเป็นบล็อคเพื่อที่จะให้สามารถจับปลามาขายได้ง่ายขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ในตอนนี้คิดว่าที่ทำมาจากการเก็บเล็กผสมน้อยในการเพาะปลูกมีทุกอย่างแล้ว&nbsp;ทั้งพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;อ้อย&nbsp;มันเทศ&nbsp;ต้นยางนา&nbsp;หน่อไม้กิมซุงและต้นไม้อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ปัจจุบันตนเองมีรายได้จากการขายผักบุ้งประมาณวันละ&nbsp;200-300&nbsp;บาท&nbsp;ถ้ารวมกับอย่างอื่นแล้วก็ได้ประมาณวันละ&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งการขายจะให้ลูกสาวช่วยโพสต์ขายผ่านเฟสบ๊ค&nbsp;อย่างเมื่อวานขุดมันเทศได้ประมาณ&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ตอนแรกก็คิดว่าคงขายไม่หมดในวันเดียว&nbsp;แต่พอคนเห็นที่ลงประกาศขายไปไม่นานก็มีคนมาซื้อถึงที่จนหมด&nbsp;จึงทำให้คิดว่าถ้าเรามีสินค้าที่ปลอดภัยก็เชื่อว่าจะขายได้หมดทุกอย่าง&nbsp;ปัจจุบันนี้ที่ทำเพิ่มเติมอยู่ก็คือการขยายพันธุ์หอย&nbsp;โดยมีทั้งที่เป็นหอยขมและหอยเชอรี่ที่ไปเก็บมาจากแปลงผักบุ้ง&nbsp;ส่วนอาหาร&nbsp;ก็หาเอาจากแปลง&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา\"&nbsp;ที่ทำอยู่&nbsp;ซึ่งตนเองคิดว่าการทำนานั้นต้องลงทุนเยอะ&nbsp;ถ้าจ้างดำก็ตกวันละ&nbsp;300-400&nbsp;บาท&nbsp;ประกอบกับในตอนนี้ไม่มีแรงที่จะทำขนาดนั้นแล้ว&nbsp;แต่พอมาทำ&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา\"&nbsp;เหนื่อยเราก็แค่นั่งพัก&nbsp;พอมีแรงเราก็ทำต่อ&nbsp;ก็ถือว่าเป็นความสุขอีกแบบ&nbsp;จากการที่เราได้เห็นปู&nbsp;เห็นปลา&nbsp;เห็นพืชผักที่อยู่ในแปลงนาของตน</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113160739729"],
    [264,"อธิการบดี 25 สถาบันการศึกษา มีมติเห็นชอบเปิดลงทะเบียนเรียนรายวิชาข้ามสถาบันระดับบัณฑิตศึกษาได้ สามารถใช้หน่วยกิตของรายวิชาดังกล่าวให้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยกิตในหลักสูตรที่นักศึกษากำลังศึกษาได้","<p>&nbsp;อธิการบดี 25 สถาบันการศึกษา มีมติเห็นชอบเปิดลงทะเบียนเรียนรายวิชาข้ามสถาบันระดับบัณฑิตศึกษาได้ สามารถใช้หน่วยกิตของรายวิชาดังกล่าวให้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยกิตในหลักสูตรที่นักศึกษากำลังศึกษาได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.).เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจการลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบันระหว่างสถาบันสมาชิกของที่ประชุมคณะผู้บริหารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ทคบร.) โดยมีอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ 25 สถาบันเข้าร่วม และ ศ.ดร.พญ.พัชรีย์ เลิศฤทธิ์&nbsp;ประธาน ทคบร.และคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เป็นพยานการลงนาม พร้อมกล่าวว่า ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของระบบการอุดมศึกษาไทย ที่เกิดขึ้นโดยความเห็นชอบของอธิการบดีทั้ง 25 สถาบัน เป็นการนำนโยบายของ อว.ในด้านระบบคลังหน่วยกิตและการใช้ทรัพยากรร่วมกันมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อนักศึกษาที่ควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.ดร.พญ.พัชรีย์ เลิศฤทธิ์ ประธาน ทคบร.</p><p>กล่าวว่า นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาข้ามสถาบันและสามารถใช้หน่วยกิตของรายวิชาดังกล่าวให้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยกิตในหลักสูตรที่นักศึกษากำลังศึกษาได้ สามารถนำไปอยู่ในระบบคลังหน่วยกิตสะสมได้ตามข้อกำหนดของแต่ละสถาบัน เพื่อส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการสังคมแก่นิสิต นักศึกษา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสถาบันการศึกษา 25 แห่งที่สามารถลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบันได้ ประกอบด้วย ม.เกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เชียงใหม่ ม.ทักษิณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ม.ธรรมศาสตร์ ม.นเรศวร ม.บูรพา ม.พะเยา ม.มหิดล ม.มหาสารคาม ม.แม่โจ้ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.รามคำแหง ม.วลัยลักษณ์ ม.ศิลปากร ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.สงขลานครินทร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ม.เทคโนโลยีสุรนารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ ม.อุบลราชธานี โดยนิสิต นักศึกษา ซึ่งผู้สนใจทั่วไปสามารถศึกษารายละเอียดการลงทะเบียนข้ามสถาบันและรายวิชาที่เปิดรับลงทะเบียนได้ที่&nbsp;<a href=\"https://graduate.mahidol.ac.th/cgau/courses.php\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"color: rgb(17, 85, 204);\">https://graduate.mahidol.ac.th/cgau/courses.php</a>&nbsp;</p><p><br></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113190050850"],
    [265,"มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ อยากให้คนไทยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสใช้ผลกระทบจากโควิด-19 สร้างความเข้มแข็งในชนบท เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงจากความรู้ที่มีพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด","<p><strong>มูลนิธิปิดทองหลังพระ&nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;อยากให้คนไทยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสใช้ผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;สร้างความเข้มแข็งในชนบท&nbsp;เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงจากความรู้ที่มีพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิรไท&nbsp;สันติประภพ&nbsp;กรรมการมูลนิธิปิดทองหลังพระ&nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;กล่าวในงานเสวนาออนไลน์&nbsp;\"อยู่รอด&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;หลังโควิด\"&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;\"ใครจะอยู่รอดในสังคม&nbsp;แล้วจะอยู่รอดอย่างไรที่ยั่งยืน\"&nbsp;ว่า&nbsp;วิกฤติโควิด-19&nbsp;ครั้งนี้ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานไทยหลายล้านคนจากในเมืองกลับสู่ชนบทเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;โดยเฉพาะแรงงานจากภาคบริการ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ไทยควรหาทางสนับสนุนให้แรงงานที่เคลื่อนย้ายกลับสู่ชนบทจากผลกระทบของโควิดให้สามารถคงอยู่ในชนบทอย่างเป็นสุขและยั่งยืน&nbsp;เพราะแรงงานที่กลับไปเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ&nbsp;มีศักยภาพ&nbsp;และรู้จักใช้เทคโนโลยี&nbsp;ซึ่งไทยสามารถสร้างความเข้มแข็งให้ชนบทได้&nbsp;ด้วยการให้ความสำคัญการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาครัฐในส่วนท้องถิ่นทำงานพัฒนาที่คำนึงถึงบริบทในเชิงพื้นที่และควรเป็นการพัฒนาทั้งภาคการเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมควบคู่กันอย่างเกื้อหนุน&nbsp;ในส่วนของมูลนิธิปิดทองหลังพระควรร่วมกันทำงานสนับสนุนให้แรงงานที่กลับไปยังชนบทเป็น&nbsp;Change&nbsp;Agent&nbsp;ที่จะช่วยสร้างโอกาสและความเข้มแข็งให้ประเทศได้ในอนาคต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังควรสนับสนุนให้มีการศึกษาที่เหมาะสมในภาวะวิกฤตและในอนาคต&nbsp;เพราะประชาชนต้องการการ&nbsp;Reskill&nbsp;และ&nbsp;Upskill&nbsp;ให้สอดคล้องกับบริบทของโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป&nbsp;โดยภาครัฐควรช่วยอำนวยให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ได้ตลอดเวลาและตลอดชีวิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมการมูลนิธิปิดทองหลังพระ&nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ประชาชนไทยควรเปลี่ยน&nbsp;Mindset&nbsp;จากความคิดพึ่งพาภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียวมาเป็นการพึ่งตนเองได้ในระยะยาว&nbsp;เช่น&nbsp;การเยียวยาจากภาครัฐในวิกฤตโควิดเป็นสิ่งสำคัญช่วงแรก&nbsp;แต่อาจจะไม่สามารถทำได้อย่างเหมาะสมเมื่อวิกฤติดังกล่าวผ่านมาถึง&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ซึ่งภาครัฐสามารถสนับสนุนให้ประชาชนเริ่มพึ่งตนเองได้ด้วยการเน้นการกระจายอำนาจและให้อำนาจการตัดสินใจไปอยู่ในมือของท้องถิ่นและประชาชนมากขึ้น&nbsp;เพราะพื้นที่ใดประชาชนมีความเข้มแข็งจะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการพัฒนา&nbsp;หากได้รับการสนับสนุนที่ตรงจุดและตรงตามความต้องการของพื้นที่โดยเฉพาะจากภาครัฐในระดับท้องถิ่นจะทำให้การพัฒนาสำเร็จลุล่วง</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113162648749"],
    [266,"เกษตรอำเภอเบตงเยี่ยมเยียนแปลงเกษตรผสมผสาน โครงการมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตงลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการทำแปลงต้นแบบเกษตรผสมผสาน&nbsp;เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;และได้แนะนำวิธีการจัดการศัตรูพืชเบื้องต้น&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถดูแลจัดการขั้นพื้นฐานได้&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรได้เตรียมเพาะต้นกล้าชุดใหม่เพื่อเตรียมลงปลูกทดแทนผักรุ่นก่อนหน้านี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113164712773"],
    [267,"เกษตรปะเหลียน จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลปะเหลียน แปลงใหญ่ปี 2565)","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&nbsp;และนางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมบริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;</strong>ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แปลงใหญ่ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยถ่ายทอดความรู้เรื่อง&nbsp;การจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างเหมาะสม&nbsp;การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;และการเชื่อมโยงตลาด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113165143778"],
    [268,"วราวุธ กำชับคุมเข้มดำเนินคดีลักลอบล่าเสือโคร่ง 2 ตัวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิให้ถึงที่สุด พร้อมกำชับยกระดับมาตรการตรวจตรารักษาผืนป่ามากขึ้น","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำชับคุมเข้มดำเนินคดีลักลอบล่าเสือโคร่ง&nbsp;2&nbsp;ตัวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิให้ถึงที่สุด&nbsp;พร้อมกำชับยกระดับมาตรการตรวจตรารักษาผืนป่ามากขึ้น</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิได้ทำการลาดตระเวนและตรวจพบกลุ่มพรานป่าลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ&nbsp;บริเวณป่าห้วยปิล๊อก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลปิล๊อก&nbsp;อำเภอทองผาภูมิ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ห่างจากเขตชายแดนไทย&nbsp;-&nbsp;เมียนมา&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยพบซากเสือโคร่ง&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมอาวุธปืนและอุปกรณ์การกระทำผิดอื่นๆ&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำชับให้ติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดโดยด่วน&nbsp;พร้อมให้ประสานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด&nbsp;ถือเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ที่มีการลักลอบล่าสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์&nbsp;สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;โดยการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าที่ไม่อาจยอมรับได้&nbsp;โดยเฉพาะเสือโคร่งที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทยและเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;เบื้องต้นผู้กระทำความผิดได้มามอบตัวและยอมรับต่อข้อกล่าวหาแล้ว&nbsp;แล้วต้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก&nbsp;จึงให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ยังกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่กวดขันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวนตรวจตราการบุกรุกทำลายป่า&nbsp;และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและป่าสงวนให้เข้มงวดขึ้น&nbsp;เนื่องจากช่วงนี้มีการลักลอบกระทำผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ป่าไม้และอุทยานแห่งชาติในจังหวัดกาญจนบุรีบ่อยครั้ง&nbsp;จำเป็นต้องยกระดับการป้องกันและเฝ้าระวังในพื้นที่ให้มากขึ้นด้วย&nbsp;พร้อมประสานหน่วยงานในท้องที่&nbsp;หน่วยงานในระดับท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่สร้างการมีส่วนร่วมอนุรักษ์และดูแลป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความเข้มแข็ง</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113172913804"],
    [269,"หามาตรการส่งเสริมสินค้าเกษตรส่งออกไปยังต่างประเทศ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยภายหลังติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ว่า&nbsp;หลังจากได้มีการเปิดวิ่งรถไฟจีน&nbsp;-&nbsp;ลาว&nbsp;(คุนหมิง&nbsp;-&nbsp;เวียงจันทร์)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งมีระยะทางประมาณ&nbsp;1,035&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากไทยไปจีน&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;รวมไปถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง&nbsp;และทวีปยุโรป&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดหนองคายกลายเป็นศูนย์กลางการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การค้าชายแดน&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การขนส่งโลจิสติกส์&nbsp;รวมถึงด้านการบริการที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และมีสินค้านำเข้าและส่งออกเพิ่มมากขึ้นด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการหารือถึงการเปิดด่านแบบ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;go&nbsp;ระหว่างไทยกับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;แบบไปเช้าเย็นกลับ&nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศอีกด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้มอบแนวทางการดำเนินงานต่อหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยให้ดูสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรว่ามีสินค้าชนิดใดที่สามารถส่งออกผ่านเส้นทางดังกล่าวได้&nbsp;ควรหามาตรการที่จะส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตร&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ให้สามารถส่งออกไปยังประเทศต่างๆ&nbsp;ได้ต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113183154833"],
    [270,"ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด ประสานความร่วมมือ กฟภ.ตราด แก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าตกให้กับเกษตรกรในพื้นที่บ้านแหลมเทียน ตำบลอ่าวใหญ่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายลือพงศ์&nbsp;หงส์ศิริธรรม&nbsp;ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตราด&nbsp;ตลอดจนเกษตร?จังหวัดตราด?&nbsp;นายก?&nbsp;อบต.อ่าวใหญ่?&nbsp;และ?ผู้อำนวยการ&nbsp;กลุ่ม?งานศูนย์?ดำรง?ธรรม?จังหวัด?ตราด?&nbsp;ลง?พื้นที่?ตรวจติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา?กระแสไฟฟ้าตก?&nbsp;ให้กับเกษตรกรชาวสวนทุเรียน&nbsp;บริเวณสวนคุณเจี๊ยบ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านแหลมเทียน&nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองตราด</p><p>&nbsp;<strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราดได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่แห่งนี้&nbsp;ว่า&nbsp;พบปัญหากระแสไฟฟ้าตก&nbsp;ในขณะที่ใช้มอเตอร์ปั๊มน้ำเพื่อรดต้นทุเรียนพร้อมๆ&nbsp;กัน&nbsp;เนื่องจากบริเวณพื้นที่มีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ทางจังหวัดโดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราดจึงได้ส่งเรื่องให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตราด&nbsp;เข้ามาสำรวจและแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร</p><p><strong>นายลือพงศ์&nbsp;หงส์ศิริธรรม&nbsp;ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตราด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตราด&nbsp;ได้รับเรื่องจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&nbsp;จึงได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;พบว่าเกษตรกรใช้กระแสไฟฟ้าในเวลาเดียวกัน&nbsp;โดยใช้มอเตอร์ปั๊มน้ำเพื่อรดน้ำสวนทุเรียน&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงเย็น&nbsp;จึงทำให้แรงดันกระแสไฟฟ้าลดลง&nbsp;ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตราด&nbsp;จึงได้ทำการติดตั้งหม้อแปลงใหม่&nbsp;เสริมให้กับบริเวณดังกล่าว&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร&nbsp;อย่างไรก็ตามการจ่ายกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;ให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปมีความเพียงพอ&nbsp;แต่เมื่อเกษตรกรใช้กระแสไฟฟ้าพร้อม&nbsp;ๆ&nbsp;กัน&nbsp;จึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น&nbsp;ซึ่งการแก้ไขปัญหาระยะยาว&nbsp;จะได้ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;เชิญเกษตรกรในพื้นที่มาร่วมกันจัดทำตารางการใช้กระแสไฟฟ้า&nbsp;สำหรับมอเตอร์ปั๊มน้ำ&nbsp;ให้เหลื่อมกัน&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวอีก&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสมทรง&nbsp;ประจวบเขต&nbsp;เกษตรกรชาวสวนทุเรียน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ชาวสวนทุเรียนกว่า&nbsp;10&nbsp;สวนในบริเวณนี้มีปัญหากระแสไฟฟ้าตกเวลาสูบน้ำรดทุเรียน&nbsp;ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้า&nbsp;และอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านเรือนเสียหายไปด้วย&nbsp;ในวันนี้ได้รับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในนามชาวสวนขอขอบคุณ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตราด&nbsp;และ?ผู้อำนวยการ&nbsp;กลุ่ม?งานศูนย์?ดำรง?ธรรม?จังหวัด?ตราด&nbsp;ที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาโดยเพิ่มหม้อแปลงไฟฟ้าให้กับเกษตรกรในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113190611852"],
    [271,"จังหวัดสมุทรปราการ บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด","<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมีนายพชร&nbsp;ศศิชาชยามร&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายสุพจณ์&nbsp;กุลประยงค์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นเลขานุการร่วม&nbsp;และมีคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง</p><p><strong>ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสภาพอากาศและสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;</strong>และคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ข้อเสนอ/แนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;โดยศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;และรับทราบช่องทางติดตามข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ&nbsp;ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ&nbsp;ประชาสัมพันธ์สมุทรปราการ&nbsp;เว็ปไซต์&nbsp;http://air4thai.pcd.go.th/&nbsp;และแอปพลิเคชัน&nbsp;Air4Thai</p><p><strong>ที่ประชุมยังได้พิจารณาการปรับปรุงคำสั่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ที่&nbsp;6479/2564</strong>&nbsp;และพิจารณาศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วม&nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติ&nbsp;และชุดปฏิบัติการทุกชุด&nbsp;เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินการและแผนการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพประสบผลสำเร็จและบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113210241888"],
    [272,"จ.หนองคาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด่านศุลกากรหนองคายและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมหามาตรการส่งเสริมสินค้าเกษตรส่งออกไปยังต่างประเทศ","<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;</strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด่านศุลกากรหนองคายและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อรับฟังบรรยายสรุปการนำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านด่านศุลกากรหนองคายหลังจากมีรถไฟคุณหมิงมาเวียงจันทน์&nbsp;พร้อมได้มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยให้ติดตามสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรว่า&nbsp;มีสินค้าชนิดใดที่สามารถส่งออกผ่านเส้นทางดังกล่าวได้&nbsp;พร้อมหามาตรการที่จะส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตร&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ด้านประมง&nbsp;และด้านปศุสัตว์&nbsp;ให้สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ต่อไป&nbsp;&nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์พล&nbsp;เลิศรัชตะปภัสส์&nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&nbsp;จากนั้นคณะฯ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;1&nbsp;อำเภอเมืองหนองคาย&nbsp;ชมขั้นตอนการปล่อยขบวนรถขนส่งสินค้าด้านการเกษตร&nbsp;ที่ผ่านพิธีการศุลกากรเรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้รับทราบสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;หลังจากได้มีการเปิดวิ่งรถไฟจีน-ลาว&nbsp;ระหว่างคุนหมิง-เวียงจันทน์&nbsp;ซึ่งมีระยะทางประมาณ&nbsp;1,035&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีสินค้านำเข้าและส่งออกเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากไทย&nbsp;-&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และจีน&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดหนองคายกลายเป็นศูนย์กลางการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การค้าชายแดน&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การขนส่งโลจิสติกส์&nbsp;รวมถึงด้านการบริการที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และมีสินค้านำเข้าและส่งออกเพิ่มมากขึ้นด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการหารือถึงการเปิดด่านแบบ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;go&nbsp;ระหว่างไทยกับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;แบบไปเช้าเย็นกลับ&nbsp;ทาง&nbsp;สปป.ลาวพร้อมแล้ว&nbsp;สามารถมารักษาโรคได้&nbsp;และซื้อของกลับบ้านได้&nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดหนองคายและนครเวียงจันทน์&nbsp;ได้ประโยชน์ทั้งสองประเทศในการค้าขายซึ่งกันและกัน&nbsp;มาช้านาน&nbsp;หลังจากที่ปิดด่านฯ&nbsp;มา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;การค้าชายแดนมียอดตก&nbsp;จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จังหวัดหนองคายจะขอทาง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ผ่านทางรัฐมนตรีฯ&nbsp;ให้เปิดด่านแบบเช้าไปเย็นกลับ&nbsp;one&nbsp;day&nbsp;go&nbsp;มีมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มข้นเช่นเดิม&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบก็สามารถข้ามมาและกลับไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;ทุ่ม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114002502912"],
    [273,"ยืนยันไม่ปกปิดข้อมูลทุกประเด็นโรค ASF ในสุกร พร้อมเร่งช่วยเหลือเกษตรกรด่วน","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้มีการตรวจพบเชื้อโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรจากการเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวสัมผัส&nbsp;&nbsp;ที่โรงฆ่าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม&nbsp;ตรวจโดยห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์เพื่อยืนยันผล&nbsp;ได้มีความห่วงใยต่อเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ต้นและสั่งการด่วนให้กรมปศุสัตว์รีบดำเนินการทันที&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินการ</strong>&nbsp;เพื่อหารือและทำความเข้าใจร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมโรคให้สงบโดยเร็ว&nbsp;ได้ประชุมคณะทำงานด้านวิชาการในการป้องกัน&nbsp;ควบคุมและกำจัดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;ซึ่งจะประกาศเขตโรคระบาดและมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตรรอบจุดที่พบโรค&nbsp;และรายงานแจ้งไปยังองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;ต่อไป&nbsp;โดยการดำเนินการต่างๆ&nbsp;จะคำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติอย่างรอบคอบเพื่อลดความเสียหายและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกรและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด&nbsp;วอนเกษตรกรอย่าตระหนก&nbsp;โรค&nbsp;ASF&nbsp;เกิดเฉพาะในสุกรเท่านั้น&nbsp;ย้ำไม่ระบาดติดต่อสู่คน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้กรมปศุสัตว์ไม่เคยปกปิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการเพื่อเฝ้าระวังป้องกันโรคมาตั้งแต่ปี&nbsp;2561&nbsp;ที่พบการระบาดเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรครั้งแรกในประเทศจีน&nbsp;ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และมีการเตรียมความพร้อมรับมือต่อโรคมาโดยตลอด&nbsp;สำหรับประเด็นเงินชดเชย&nbsp;เนื่องจากโรคนี้ไม่มีวัคซีนและยารักษาจำเพาะ&nbsp;หากพบการระบาดของโรคในประเทศแล้วจะกำจัดโรคได้ยากก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง&nbsp;ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันโรคมาโดยตลอด&nbsp;ซึ่งหนึ่งในมาตรการที่ดำเนินการคือ&nbsp;การลดความเสี่ยงโดยการทำลายสุกรที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อป้องกันการเกิดโรค&nbsp;พร้อมชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายเพื่อป้องกันโรค&nbsp;</p><p>ที่ผ่านมาได้ดำเนินการขออนุมัติจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;โดยได้ดำเนินการชดเชยค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายมาแล้วจำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;รวมเกษตรกรทั้งสิ้น&nbsp;3,239&nbsp;ราย&nbsp;สุกรจำนวน&nbsp;112,752&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;470,426,009&nbsp;บาท&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ขออนุมัติงบประมาณในส่วนดังกล่าวแก่เกษตรกรจำนวน&nbsp;4,941&nbsp;ราย&nbsp;สุกรจำนวน&nbsp;159,453&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงินกว่า&nbsp;574&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ครม.ได้อนุมัติแล้ว&nbsp;จะเร่งเยียวยาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรโดยเร็วต่อไป</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เพื่อเป็นการทำงานเชิงรุกป้องกันโรคในระยะยาว</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้มีคำสั่งกรมปศุสัตว์แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมงานวิจัยโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;เพื่อศึกษาและวิจัยการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรในอนาคต&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;การศึกษาและพัฒนาวัคซีนโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรโดยเร็ว&nbsp;ซึ่งวัคซีนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมโรคเท่านั้น&nbsp;แต่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมโรค&nbsp;การป้องกันโรคโดยการเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องระบบความปลอดภัยทางชีวภาพของฟาร์มเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้นภายในฟาร์มเป็นสิ่งสำคัญที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114093911940"],
    [274,"รมว.ทส. กำหนดลงพื้นที่ลำปาง เปิดยุทธการดับไฟป่าดอยพระบาท ชิงเก็บลดเผา 15 ม.ค. นี้","<p><strong>นายนฤพนธ์&nbsp;ทิพย์มณฑา</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(รมว.ทส.)&nbsp;และคณะ&nbsp;มีกำหนดการเดินทางไปราชการท้องที่จังหวัดตาก&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14-15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>โดยช่วงบ่ายของวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้เกียรติเปิดประธาน&nbsp;เปิดโครงการชิงเก็บลดเผา&nbsp;และเปิดยุทธการดับไฟป่าดอยพระบาท&nbsp;ณ&nbsp;อ่างเก็บน้ำวังเฮือ&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมืองลำปาง&nbsp;ส่งเสริมให้ประชาชนนำเชื้อเพลิงมาสร้างมูลค่า&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการพึ่งพาป่า&nbsp;จากการเผาป่าสู่การใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึงการมีส่วนร่วมการเฝ้าระวังและควบคุมไฟป่าในช่วงวิกฤต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114090145915"],
    [275,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทยในพื้นที่ 5 จังหวัด จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิลดลงและมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;11&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ชุมพร&nbsp;7&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;6&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทย&nbsp;ทำให้น้ำทะเลซัดฝั่งเข้าท่วมพื้นที่ชายทะเล&nbsp;เนื่องจากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรง&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;และปัตตานี&nbsp;มีน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น&nbsp;30&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,097&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,997&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำเจ้าพระยาต้องเฝ้าระวังค่าความเค็ม</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114082313914"],
    [276,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม.และปริมณทลปรับตัวลดลงอยู่เกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ จากสภาพอากาศเปิดมากขึ้น คาดอากาศดีถึง 17 ม.ค.นี้","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลปรับตัวลดลงอยู่เกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;จากสภาพอากาศเปิดมากขึ้น&nbsp;คาดอากาศดีถึง&nbsp;17&nbsp;มกราคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดและหลายพื้นที่มีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มลดลงถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มทีุ่่นละอองจะสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;18&nbsp;และ&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114093521939"],
    [277,"สหกรณ์จังหวัดตาก ตรวจเยี่ยมเกษตรกรอำเภอพบพระ? ตามโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร","<p><strong>วันนี้?&nbsp;(14?&nbsp;ม.ค.65?)?&nbsp;นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรผสมผสาน&nbsp;ของนายกิตติศักดิ์&nbsp;เรือนมา&nbsp;เกษตรกร?ตำบลช่องแคบ?&nbsp;อำเภอพบพระ&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ตามโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร?&nbsp;ซึ่งนายกิตติศักดิ์&nbsp;เรือนมา&nbsp;ได้ทำการเกษตรแบบผสมผสานและจัดสรรพื้นที่ทำการเกษตรโดยปลูกไม้ผลเป็นองุ่นหลากหลายสายพันธุ์&nbsp;เช่น&nbsp;แบล็คโอปอล&nbsp;สกาล็อตต้าซีดเลส&nbsp;ไวท์มะละกา&nbsp;บิวตี้ซีดเลส&nbsp;ซึ่งทำเป็นแปลงเกษตรปลอดภัยใช้สารชีวภาพ&nbsp;รวมทั้งปลูกสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน&nbsp;80&nbsp;และไม้ผลอีกหลายชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;เงาะ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;ทับทิม&nbsp;เสาวรส?&nbsp;เป๋นต้น&nbsp;โดยได้ทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์?&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ทำการทดลองแปรรูปผลโกโก้เองและวางแผนทำเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเองในอนาคตอีกด้วย</p><p><strong>นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัตาก</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและสร้างทักษะในการประกอบอาชีพทั้งในและนอกภาคเกษตร&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้ลูกหลานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์&nbsp;หรือบุคคลทั่วไป&nbsp;ที่ต้องการกลับมาทำอาชีพเกษตรกรรมในบ้านเกิดของตนเอง&nbsp;และมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพการเกษตร?&nbsp;โดยโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคี&nbsp;และสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;มีการส่งเสริมการวางแผนการผลิต&nbsp;แผนการตลาด&nbsp;แผนธุรกิจที่เหมาะสมให้แก่ลูกหลานเกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ติดตามประเมินผลเป็นระยะ&nbsp;เพื่อให้กิจกรรมที่ดำเนินการประสบความสำเร็จ&nbsp;เกษตรกรมีอาชีพ&nbsp;มีรายได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114103902964"],
    [278,"ส่งเสริมการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม แก้ปัญหาไข่ไหมไม่เพียงพอ","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ไข่ไหมเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการเลี้ยงไหมของเกษตรกร&nbsp;โดยกรมหม่อนไหมมีภารกิจในการผลิตและบริการไข่ไหมพันธุ์ดีที่ปลอดโรคเพบริน&nbsp;บริการแก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&nbsp;ไข่ไหมที่แจกจ่ายมี&nbsp;3&nbsp;ประเภทคือ&nbsp;เป็นพันธุ์ไทยลูกผสมพันธุ์ไทยพื้นบ้านชนิดลูกผสม&nbsp;และพันธุ์ไทยพื้นบ้านชนิดพันธุ์แท้&nbsp;ปัจจุบันความต้องการไข่ไหมของเกษตรกร&nbsp;เฉลี่ยปีละ&nbsp;200,000&nbsp;&nbsp;300,000&nbsp;แผ่น&nbsp;ซึ่งเกินความสามารถการผลิตไข่ไหมภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ที่ผลิตได้ประมาณ&nbsp;130,000&nbsp;แผ่น/ปี</p><p><strong>เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีไข่ไหมพันธุ์ดีเพียงพอกับความต้องการ</strong>&nbsp;กรมหม่อนไหมจึงได้ดำเนินการให้มีการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่มีศักยภาพและมีความพร้อมช่วยเลี้ยงไหมพ่อแม่พันธุ์&nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแลของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ในพื้นที่การดำเนินการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม&nbsp;มีการดำเนินการวางแผนการผลิตไข่ไหมแบบปีต่อปี&nbsp;</p><p><strong>โดยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่มีความสามารถในการเลี้ยงไหมพ่อแม่พันธุ์ขยาย</strong>&nbsp;พร้อมกับตรวจสอบความพร้อมของเกษตรกรในการเลี้ยงไหมแต่ละรุ่นเพื่อขออนุมัติอธิบดีกรมหม่อนไหมดำเนินการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม&nbsp;แล้วจึงทำสัญญาข้อตกลงการเลี้ยงไหมเพื่อผลิตไข่ไหมกับเกษตรกรเจ้าหน้าที่จะติดตามการเลี้ยงไหมของเกษตรกรไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;ครั้งต่อรุ่น&nbsp;เพื่อควบคุมการเลี้ยงไหมให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัย&nbsp;และป้องกันช่องทางการนำโรคและแมลงเข้ามาภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;</p><p><strong>เมื่อเกษตรกรเลี้ยงไหมจนกระทั่งทำรังแล้ว</strong>&nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ในพื้นที่จะรับซื้อรังไหมด้วยราคาอ้างอิงคุณภาพและปริมาณของรังไหม&nbsp;เพื่อนำรังไหมที่ได้จากเกษตรกรมาผลิตไข่ไหมภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;โดยนำมาปาดรัง&nbsp;คัดเพศดักแด้และจัดเก็บรักษาดักแด้&nbsp;ผสมพันธุ์ผีเสื้อ&nbsp;วางไข่&nbsp;ตรวจโรคเพบรินในแม่ผีเสื้อและบริหารจัดการไข่ไหมพันธุ์ดีเพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114105806970"],
    [279,"ขับเคลื่อนนโยบายลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม เร่งแก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง","<p><strong>นายนราพัฒน์&nbsp;แก้วทอง&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการลดต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พบว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ประเทศไทยมีปริมาณและมูลค่าการนำเข้าปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;โดยราคาปุ๋ยในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาแม่ปุ๋ยในตลาดโลก&nbsp;เนื่องจากจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกปุ๋ยสำคัญจำกัดการส่งออก&nbsp;ส่งผลให้วัตถุดิบหรือแม่ปุ๋ยในตลาดโลกขาดแคลน&nbsp;ประกอบกับผลกระทบต่อเนื่องจากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลต่อระบบโลจิสติกส์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>คณะกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม</strong>เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;ได้พิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาปุ๋ยราคาสูงและไม่มีเสถียรภาพภายใต้แผนการบริหารจัดการปุ๋ยปี&nbsp;2565-2569&nbsp;เสนอโดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยการวางมาตรการระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;และระยะยาวให้มีความต่อเนื่อง&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยที่มีคุณภาพ&nbsp;เพียงพอ&nbsp;ทั่วถึงและใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพสูง&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ลดการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ&nbsp;ภาคเกษตรไทย&nbsp;มีเสถียรภาพและมีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;<strong>โดยมีมาตรการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาปุ๋ย&nbsp;การเจรจาการกำหนดราคาแม่ปุ๋ยไนโตรเจน&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;และโพแทสเซียม&nbsp;ร่วมกับประเทศมาเลเซียและจีน&nbsp;ในฐานะผู้ผลิตแม่ปุ๋ยหลักในภูมิภาค&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะมีการนำเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาสูงและไม่มีเสถียรภาพขึ้นหารือในระดับกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเสนอแผนการดำเนินงานทั้งระบบ&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินการร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114144039087"],
    [280,"มทร.ตรัง ส่งเสริมอาชีพสร้างประสบการณ์เรียนรู้ วิชาสหกิจศึกษา ทดลอง การเลี้ยงกุ้งด้วยสารเสริมโปรไบโอติก","<p><strong>มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง</strong> ผศ.ดร.ประเสริฐ ทองหนูนุ้ย คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง เปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกประสบการณ์ด้านการทำงานด้วยตนเอง ในรายวิชาสหกิจศึกษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายวิชาเพิ่มประสบการณ์ด้านการทำงานให้กับนักศึกษาได้เรียนรู้นอกห้องเรียนและเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในปัจจุบันก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการออกไปสหกิจศึกษานอกสถานศึกษา หรือนอกจังหวัดตรัง เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินกิจกรรมด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>นายยุทธนา อาดำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4</strong> สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง เข้าร่วมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในรายวิชาสหกิจศึกษา โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์พรเทพ วิรัชวงศ์ อาจารย์ประจำวิชาสหกิจศึกษา และมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ชาคริยา ฉลาด รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา พร้อมด้วยนางสาวเนตรนภา สุจริต นักวิชาการประมง เป็นที่ปรึกษาสหกิจศึกษา ได้ทำการทดลอง การเลี้ยงกุ้งด้วยสารเสริมโปรไบโอติก โดยการทดลองเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมร่วมกับการใช้ยีสต์เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของกุ้ง ในบ่อเลี้ยงกุ้งพลาสติกที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 8 เมตร ระดับน้ำลึกประมาณ 120 เซนติเมตร ระยะเวลาในการทดลองตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 - วันที่ 12 มกราคม 2565 เป็นระยะเวลารวม 65 วัน ผลการเลี้ยงได้กุ้งขนาด 65 ตัวต่อกิโลกรัม </p><p>นักศึกษา กล่าวว่า ตนได้พักในพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยจึงมีความพร้อมและสะดวกต่อการเดินทางเพื่อเข้ามาดูแลการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมด้วยตนเอง ดำเนินการในขั้นตอนการเตรียมน้ำ การวัดคุณภาพน้ำและการเปลี่ยนถ่ายระบบน้ำ รวมไปถึงการเตรียมอาหารเม็ดสำเร็จรูปเสริมยีสต์โปรไบโอติกและการให้อาหารกุ้งตามเวลา เพื่อให้กุ้งมีการเจริญเติบโตที่ดีและมีอัตราการรอดสูงที่สุด และเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 ศูนย์วิสาหกิจศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง ได้ส่งเสริมผลผลิตของนักศึกษาดังกล่าว จำหน่ายกุ้งขาวแวนนาไม ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท ผ่านการไลฟ์สดใน facebook</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114144743097"],
    [281,"จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมอโยธยา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;(นาค-คะมาด)&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;เจริญไพฑูรย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานการประชุมการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายกฤษณ์&nbsp;แก้วทองหลาง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด</strong>&nbsp;นายธนากร&nbsp;ตันติกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานว่าเนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&nbsp;และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;มีปริมาณน้ำในอ่างฯ&nbsp;รวม&nbsp;1,562&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;87&nbsp;ของความจุอ่างฯ)&nbsp;มากกว่าปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;353&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;(คิดเป็นร้อยละ&nbsp;29)&nbsp;ปริมาณน้ำใช้การได้&nbsp;1,478&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปริมาตรน้ำในอ่างฯ&nbsp;&nbsp;โดยได้มีการจัดสรรน้ำให้กับกิจกรรมการใช้น้ำต่างๆ&nbsp;ช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเพียงพอเฉพาะ&nbsp;เพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;และผลิตน้ำประปา&nbsp;เพื่อการป้องกันปัญหาวิกฤตการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค&nbsp;การผลิตน้ำประปาน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;น้ำเพื่อการอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เจริญไพฑูรย์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ฝากถึงอำเภอและหน่วยงาน</strong>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;ในเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;และเพื่อการเกษตรต้องสำรวจ&nbsp;ตรวจสอบในพื้นที่ว่ามีเพียงพอหรือไม่&nbsp;หรือมีบ่อน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำในพื้นที่ว่าใช้ได้หรือไม่&nbsp;จะได้กักตุนน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งและส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนกักตุนน้ำไว้ใช้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในภาคครัวเรือนในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ในเรื่องของการร้องเรียนของประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งฝากถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปพบเพื่อรับฟังและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาในทันที&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114150325105"],
    [282,"กรมการข้าวร่วมกับศูนย์ข้าวชุมชน จัดประชุมภาคีเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงานผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี","<p>นายชาตรี&nbsp;บุญนาค&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;กรมการข้าวได้จัดให้มีโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;เพื่อให้ศูนย์ข้าวชุมชนสามารถเสริมสร้างศักยภาพการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เพียงพอต่อความต้องการของชาวนาในชุมชนและของประเทศ&nbsp;มีการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายอย่างเป็นระบบมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งผลักดันให้ศูนย์ข้าวชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเชิงนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับพื้นที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยมีเป้าหมายให้ศูนย์ข้าวชุมชนเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;800&nbsp;แห่ง&nbsp;สามารถผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไม่น้อยกว่า&nbsp;70,000&nbsp;ตัน&nbsp;กรมการข้าวยังจัดให้มีโครงการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ดีของศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี&nbsp;รวมไปถึงการเพิ่มรายได้ให้สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตลอดจนเพื่อให้เกิดการกระตุ้นการจ้างแรงงานภาคการเกษตรและการใช้จ่ายในการซื้อปัจจัยการผลิต&nbsp;โดยกำหนดเป้าหมายให้ศูนย์ข้าวชุมชนที่เสนอความต้องการรับการสนับสนุนงบประมาณแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนต้นแบบ&nbsp;และศูนย์ข้าวชุมชนเครือข่าย&nbsp;ซึ่งหลังจากกรมการข้าวได้ดำเนินการสำรวจศูนย์ข้าวชุมชนที่มีความประสงค์ขอรับสนับสนุนงบประมาณพบว่า&nbsp;มีศูนย์ข้าวชุมชนที่เสนอความต้องการรับการสนับสนุนงบประมาณแล้ว&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนต้นแบบ&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;แห่ง&nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนเครือข่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;254&nbsp;แห่ง</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114152915123"],
    [283,"นครพนม วัดค่าฝุ่น PM2.5 คุณภาพอากาศดีมาก เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง และการท่องเที่ยว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;</strong>ทสจ.นครพนม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;วัดค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;13&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;และมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ในส่วน&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM10&nbsp;มีค่า&nbsp;26&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;</p><p><strong>ด้านค่ามลพิษที่สำคัญอื่นๆ</strong>&nbsp;ค่าโอโซน&nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์,&nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;คุณภาพดีมาก&nbsp;</p><p>ประมวลค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;&nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;คำแนะนำสุขภาพ&nbsp;:&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ทสจ.นครพนม&nbsp;ขอประชาสัมพันธ์ว่า&nbsp;จังหวัดนครพนมคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และการท่องเที่ยว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114210535322"],
    [284,"ประมงชลบุรี เปิดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านอ่างศิลา","<p><strong>วันศุกร์ที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายนิติ&nbsp;วิวัฒน์วานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านอ่างศิลา&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณตลาดประมงพื้นบ้าน&nbsp;ตำบลอ่างศิลา&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมีนายวินัย&nbsp;พ้นภัยพาล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;ร่วมพิธีในครั้งนี้</p><p><strong>ตลาดอ่างศิลา&nbsp;เป็นตลาดที่มีสินค้าอาหารทะเลสดใหม่&nbsp;อาหารทะเลแห้ง</strong>&nbsp;และอาหารทะเลแปรรูป&nbsp;สำหรับจำหน่ายให้กับประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี&nbsp;และเป็นการรวบรวมสินค้าจากเรือประมงพื้นบ้านภายในจังหวัดชลบุรี&nbsp;และจากจังหวัดใกล้เคียงมาจำหน่าย&nbsp;ช่วยให้ชาวประมงในพื้นที่และนอกพื้นที่&nbsp;สามารถมีตลาดรองรับสินค้าสัตว์น้ำในรูปแบบต่างๆ&nbsp;เป็นการช่วยเหลือในการกระจายสินค้า&nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐพงค์&nbsp;วรรณพัฒน์&nbsp;ประมงจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยสำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี&nbsp;ร่วมกับเทศบาลเมืองอ่างศิลา&nbsp;จัดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นที่บ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;และให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการดำเนินการจัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในระดับอำเภอ&nbsp;หรือจังหวัด&nbsp;ให้แก่ชาวประมงพื้นบ้านอย่างมีประสิทธภาพและประสิทธิผลต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์จากเทศบาลเมืองอ่างศิลา</strong>&nbsp;โดยมีนายวินัย&nbsp;พ้นภัยพาล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา&nbsp;ได้อนุเคราะห์สถานที่&nbsp;เพื่อจำหน่ายสินค้า&nbsp;ทั้งอาหารทะเลสด&nbsp;อาหารทะเลแห้ง&nbsp;และอาหารทะเลแปรรูป&nbsp;จากชุมชนประมงพื้นบ้าน&nbsp;เช่น&nbsp;แจงรอน&nbsp;ห่อหมก&nbsp;ฮอยจ๊อ&nbsp;ไข่หมึกอย่าง&nbsp;ขนมลำเจียก&nbsp;ขนมเรไร&nbsp;ขนมแมงดาฉาบ&nbsp;และเสื้อฟ้าท้องถิ่นเป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายนิติ&nbsp;วิวัฒน์วานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงตลาดและการกระจายสินค้าของชาวประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ&nbsp;ตลาดอ่างศิลามีครกหินอันเลื่องชื่อแล้วยังมีตลาดอาหารทะเลสด&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัยเป็นจุดศูนย์รวมของอาหารทะเลสดจากเรือประมงพื้นบ้านถึงผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;เช่น&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;ปู&nbsp;ปลา&nbsp;รวมถึงอาหารแปรรูปต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กะปิ&nbsp;น้ำปลา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;เป็นการดำเนินการจัดหาสถานที่เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในระดับจังหวัด&nbsp;ของชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดชลบุรีให้แก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาด</strong>ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ขอให้ผู้จำหน่ายสินค้า&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;ปฏิบัติตามมาตการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยต้องไม่ประมาท&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;พบเจลล้างมือ&nbsp;ล้างมือปล่อยๆ&nbsp;เว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114160159136"],
    [285,"นายกรัฐมนตรีเรียกอธิบดีกรมปศุสัตว์ ชี้แจงสถานการณ์โรคระบาด ASF ในสุกร เน้นย้ำแก้ปัญหาโดยเร็ว ด้","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เรียกนายสัตวแพทย์&nbsp;สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เข้าพบเป็นการด่วน&nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;เพื่อรายงานสถานการณ์&nbsp;พร้อมประเมิน&nbsp;การแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(&nbsp;ASF&nbsp;)ในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งทำให้ราคาเนื้อหมูปรับสูงขึ้น</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวภายหลังพบนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรีให้ช่วยกันขับเคลื่อนแก้ปัญหาโรคระบาดในสุกรและเน้นย้ำควบคุมโรคให้ดี&nbsp;และให้ร่วมมือทำงานกับทุกภาคส่วน&nbsp;รวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย&nbsp;ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงราคาสุกรที่เข้าระบบทั้งหมดจะใช้เวลาดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด&nbsp;จึงได้ชี้แจงไปว่า&nbsp;8-12&nbsp;เดือน&nbsp;พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้สำรวจจำนวนสุกรว่ามีจำนวนเท่าใดโดยให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยเหลือ&nbsp;และให้มีการสำรวจความเสียหาย&nbsp;ซึ่งตัวเลขในการเคลื่อนย้ายสัตว์ขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;รวมถึงความเสียหายของผู้เลี้ยงรายย่อย&nbsp;ไม่ได้เกิดจากโรคเพียงอย่างเดียว&nbsp;ยังมีต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับขึ้นทั่วโลกด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเยียวยาจะเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายย่อย</strong>&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการระดมทุนมาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือถึง&nbsp;1,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อนำไปดำเนินการลดความเสี่ยงในการเกิดโรค&nbsp;ส่วนการช่วยเหลือเอกชนขนาดกลางและขนาดใหญ่ภาครัฐไม่ได้ช่วยเหลือ</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย</strong>&nbsp;ต้องมีการยกระดับการเลี้ยงหมูให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพตามที่กรมปศุสัตว์ตั้งเกณฑ์&nbsp;GFM&nbsp;Good&nbsp;Farming&nbsp;Management&nbsp;ไว้&nbsp;เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยผู้บริโภค&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ไม่ทราบเรื่องที่เกษตรกรถูกข่มขู่หลังจากมาเปิดเผยข้อมูล&nbsp;และคงเป็นไปไม่ได้&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;ไม่ถอดใจในการทำงาน&nbsp;เพราะที่ผ่านมาตนเองได้แก้ปัญหาโรคระบาดในม้า&nbsp;โรคลัมปีสกินจนตอนนี้แทบไม่มีแล้ว&nbsp;และล่าสุดโรคระบาดสุกร&nbsp;ซึ่งเกิดมาร้อยปี&nbsp;แต่ยังไม่มีวัคซีน&nbsp;การควบคุมต้องบูรณาการร่วมกัน&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ก็เข้าใจและให้กำลังใจในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงต่อไป</p><p><strong>ด้านนายสัตวแพทย์&nbsp;กิจจา&nbsp;อุไรรงค์&nbsp;</strong>คณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจง&nbsp;กรณีที่จังหวัดนครปฐมพบโรคระบบ&nbsp;ASF&nbsp;&nbsp;ในหมูมา&nbsp;2&nbsp;ปีแล้วว่า&nbsp;เรื่องนี้เมื่อประกาศเป็นโรคระบาดอย่างเป็นทางการ&nbsp;มาตรการที่ต้องดำเนินการคือ&nbsp;การฟื้นฟูอุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นเหมือนเดิม&nbsp;และต้องรอประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งปัจจุบันแนวทางที่แก้ปัญหาคือ&nbsp;จะต้องควบคุมการระบาดและฟื้นฟูอุตสาหกรรมสุกรให้กลับมาได้โดยเร็ว&nbsp;โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการเป็นหลัก&nbsp;แต่ไม่ให้เดือดร้อนผู้เลี้ยงและผู้บริโภค</p><p><strong>ส่วนราคาหมูที่ปรับสูงขึ้นมาจากหลายปัจจัย</strong>&nbsp;แต่เชื่อว่า&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;โรคระบาดในสุกรไม่ได้ก่อโรคในคนหรือสัตว์อื่น&nbsp;เนื้อหมูยังบริโภคได้ปกติหากมีการปรุงสุกและไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย&nbsp;อย่าตระหนก&nbsp;หรือตกใจ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114200448269"],
    [286,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งกรมปศุสัตว์รายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ ย้ำหากพบสุกรป่วยตายผิดปกติรีบแจ้งจนท.ปศุสัตว์ตรวจสอบทันที","<p>นาย&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีตรวจพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;จากการเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวสัมผัส&nbsp;ที่โรงฆ่าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม&nbsp;ว่า&nbsp;กรณีนี้ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์รายงานข้อเท็จจริงการปฏิบัติงานโดยละเอียดตั้งแต่ปี&nbsp;2561&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;และเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ&nbsp;</p><p><br></p><p>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;ASF&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้ประเทศไทยสามารถปลอดเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;มานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ในขณะที่ประเทศอื่นพบว่ามีการระบาดหนัก&nbsp;พร้อมยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราป้องกันอย่างดีที่สุด&nbsp;เพราะหากเราไม่ดำเนินการป้องกันแต่แรก&nbsp;จะเกิดการระบาดทั้งประเทศมากกว่านี้&nbsp;แต่เมื่อมีการตรวจพบเชื้อ&nbsp;ก็ได้เรียกประชุมด่วนและไม่ได้นิ่งนอนใจ&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์จะแจ้งไปยังองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;OIE&nbsp;ต่อไป&nbsp;และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ปกปิด&nbsp;เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่ปิดบัง&nbsp;ไม่มีใครอยากให้พี่น้องประชาชนบริโภคหมูแพง&nbsp;ไม่อยากให้ผู้เลี้ยงหมูขาดทุน&nbsp;แต่เมื่อมีจุดที่บกพร่อง&nbsp;ต้องดำเนินการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย</p><p><br></p><p>&nbsp;ขณะนี้กำลังให้กรมปศุสัตว์สรุปตัวเลข&nbsp;ข้อมูลเบื้องต้นได้รับรายงานว่าหมูหายไป&nbsp;13%&nbsp;จึงมีมาตรการระยะสั้นห้ามส่งออกในช่วงเวลานี้&nbsp;อีกทั้งมอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีอธิบดีกรมปศุสัตว์ระบุว่าไม่เคยรับหนังสือรายงานการพบเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏชัดในส่วนของการขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินที่ผ่านมานั้น&nbsp;ได้นำไปดำเนินการในเรื่องของเครื่องมือป้องกันและทำลายเชื้อโรค&nbsp;ยาฆ่าเชื้อ&nbsp;รวมถึงเบี้ยเลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่ชุดตรวจ&nbsp;สำหรับเงินชดเชยเยียวยาของสุกรที่อยู่ในข่ายที่มีความเสี่ยงของการติดโรค&nbsp;จะดำเนินการทำลายก่อนเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;จะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรรายเล็กและรายย่อย&nbsp;เนื่องจากเป็นการดูแลผู้เลี้ยงสุกรที่ต้นทุนน้อย&nbsp;และไม่มีความพร้อมในการดูแลฟาร์ม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องผู้เลี้ยงสุกรในการดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อควบคุมโรคให้สงบได้โดยเร็ว</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114164533186"],
    [287,"มทร.ตรัง นำบุคลากรร่วมกิจกรรมเก็บขยะ ณ ชายหาดปากเมง","<p><strong>เนื่องจากชายหาดปากเมงเป็นแหล่งท่องที่ขึ้นชื่อในจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ในช่วงวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมากจึงก่อให้เกิดปัญหาขยะที่ตามมา&nbsp;ภายใต้แผนการบริหารจัดการขยะทะเลจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อความยั่งยืนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผศ.โกสินทร์&nbsp;พัฒนมณี&nbsp;รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตตรัง&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;ได้มอบหมายให้บุคลกรสำนักงานวิทยาเขตตรัง&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;เก็บขยะชายหาดปากเมง&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;7&nbsp;โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;ร่วมกับเครือข่ายและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลไม้ฝาด&nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าใหม&nbsp;กำนันและประชาชนในพื้นที่หาดปากเมงเข้าร่วมกิจกรรมเก็บขยะ&nbsp;</p><p><strong>นายวรรณ&nbsp;ชาตรี&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;7&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับชุมชนชายฝั่งในพื้นที่แล้วยังเป็นการร่วมรณรงค์&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก&nbsp;การทิ้งขยะ&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการ&nbsp;ลดปริมาณ&nbsp;และผลกระทบของขยะลอยน้ำที่จะไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทรต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นายวินัย&nbsp;ชูเสียงแจ้ว&nbsp;กำนันตำบลไม้ฝาด&nbsp;ได้กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงวันหยุดที่ผ่านเทศกาลที่ผ่านมา&nbsp;ชายหาดปากเมงได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากนับแสนราย&nbsp;ด้วยเหตุนี้&nbsp;จึงก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ขยะที่เกิดจากนักท่องเที่ยวจึงเป็นอีกปัญหาที่จะต้องเร่งดำเนินการ&nbsp;และได้กล่าวขอบคุณตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและประชาชนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ได้มีการแบบกลุ่มทำกิจกรรมออกเป็น&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;ดำเนินการเก็บขยะบริเวณลานพะยูนหาดปากเมง&nbsp;และบริเวณหน้าส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;ต.ไม้ฝาด&nbsp;อ.สิเกา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;จำนวนขยะที่ได้รวม&nbsp;713.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และจำแนกขยะที่เก็บได้ตามแบบฟอร์ม&nbsp;ICC&nbsp;Card&nbsp;ประเภทขยะส่วนใหญ่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ถุงพลาสติกอื่นๆ&nbsp;ขวดเครื่องดื่ม&nbsp;(พลาสติก)&nbsp;เศษพลาสติก&nbsp;ขวดเครื่องดื่ม&nbsp;(แก้ว)&nbsp;และฝาจุก(โลหะ)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับชุมชนชายฝั่งในพื้นที่</strong>&nbsp;เพื่อรณรงค์&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก&nbsp;การทิ้งขยะ&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการ&nbsp;ลดปริมาณ&nbsp;และผลกระทบของขยะลอยน้ำที่จะไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทร&nbsp;ต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114165506189"],
    [288,"จังหวัดแพร่ลุยตรวจควันดำรถยนต์ รถบรรทุก ลดปัญหาฝุ่นละออง pm2.5 จากการจราจรและขนส่ง","<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดแพร่ดำเนินการตามเป้าหมายตัวชี้วัดหลักจังหวัดแพร่ในการควบคุมฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;pm2.5&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่&nbsp;และสำนักงานขนส่งจังหวัดแพร่&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;แพร่เข้มข้น&nbsp;ลดควันดำ&nbsp;ลด&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;กวดขันตรวจควันดำรถยนต์และรถบรรทุกในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อร่วมกันลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดจากเครื่องยนต์&nbsp;ในภาคการจราจรและขนส่ง&nbsp;และให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;pm2.5&nbsp;โดยดูแลรักษาเครื่องยนต์&nbsp;คุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;การสันดาปของเครื่องยนต์&nbsp;ตลอดจนการควบคุมการระบายควันดำที่ปลายท่อไอเสียของรถยนต์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การควบคุมฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มาจากการเผาในที่โล่ง</strong>&nbsp;รวมทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและการจราจร&nbsp;จังหวัดแพร่ได้ตั้งเป้าหมายขั้นสูงในการควบคุมไว้ที่&nbsp;จำนวนวันในการตรวจพบค่า&nbsp;pm2.5&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;จะต้องไม่เกิน&nbsp;31&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งต้องอาศัยบูรณาการทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาทั้งลดการเผา&nbsp;การใช้รถยนต์&nbsp;หากรถคันใดมีควันดำเกินที่กฎหมายกำหนดก็ให้ดำเนินการแก้ไข&nbsp;เพื่อร่วมกันลดมลพิษทางอากาศ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114180514237"],
    [289,"เกษตรกรอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมใจหยุดเผา นำเทคโนโลยีจัดการเศษวัสดุแทนการเผา","<p><strong>เกษตรกรอำเภอยางตลาด&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;ร่วมใจหยุดการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;พร้อมนำเทคโนโลยีจัดการเศษวัสดุแทนการเผา&nbsp;นำวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;สร้างมูลค่า&nbsp;เพิ่มผลผลิต</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่แปลงนาเกษตรกร&nbsp;พื้นที่บ้านโนนตูม&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลหนองตอกแป้น&nbsp;อำเภอยางตลาด&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอยางตลาด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดงานนำร่องสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุทดแทนการเผา&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ชินคีรี&nbsp;เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้กล่าวรายงานถึงการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ว่าเพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจให้เกษตรกรได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเผา&nbsp;และนำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา&nbsp;</p><p><strong>นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดีในการสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;เป็นการสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนลดการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;อีกทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรนำเอาวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างมูลค่าและเพิ่มผลผลิต&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดกาฬสินธุ์มีนโยบายในการส่งเสริมการลดการเผาด้วยการใช้เทคโนโลยีเช้ามาบริหารจัดการ&nbsp;และการจัดแปลงสาธิตในครั้งนี้ได้นำเทคโนโลยี&nbsp;ทั้งเครื่องจักรกล&nbsp;โดรนเพื่อการเกษตร&nbsp;เทคนิคทางการเกษตรของหน่วยงานต่าง&nbsp;มาจัดแสดง&nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp;สร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร</p><p><br></p><p><strong>-------เสียง--------</strong></p><p><strong>ทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;</strong></p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์</strong></p><p><br></p><p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;โพธิชัย&nbsp;กำนันตำบลหนองตอกแป้น</strong>&nbsp;อำเภอยางตลาด&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินในอำเภอยางตลาดแม้จะไม่มีระบบชลประทานในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ได้ทำการปลูกพืชหลายชนิดหลังจากการทำนา&nbsp;เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยอาทิ&nbsp;ถั่วลิสง&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;ปอเทือง&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;โดยคำนึงถึงความสำคัญของธาตุอาหารในดิน&nbsp;ที่จะถูกทำลายไปจากการเผา&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่จึงมีความเข้าใจในการลดการเผา&nbsp;และหันมาใช้เทคโนโลยีในการกำจัดวัชพืช&nbsp;หรือเศษที่เหลือจากการเกษตรแทน&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างคุณภาพดินให้เหมาะกับการทำการเกษตร</p><p><br></p><p><strong>-----เสียง--------</strong></p><p><strong>รังสรรค์&nbsp;โพธิชัย&nbsp;</strong></p><p><strong>กำนันตำบลหนองตอกแป้น&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114174705226"],
    [290,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมทุรสงคราม ประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2564/2565","<p>วันนี้(14&nbsp;ม.ค.65)นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผ่านระบบทางไกล&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งนายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ได้ชี้แจงมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งปี&nbsp;2564/2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;9&nbsp;มาตรการ&nbsp;ได้แก่มาตรการ&nbsp;1&nbsp;เร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำทุกประเภท&nbsp;โดยการสูบน้ำจากแหล่งน้ำมากไปสู่แหล่งน้ำน้อย&nbsp;ไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;และแหล่งน้ำใต้ดิน&nbsp;รวมถึงการปรับปรุง&nbsp;พัฒนาแหล่งเก็บน้ำและปรับปรุงและพัฒนาระบบธนาคารน้ำใต้ดินมาตรการ&nbsp;2&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;สำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองได้&nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการสำรองน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบเพื่ออุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;และการเกษตร&nbsp;และจัดทำทะเบียนผู้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำเพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งมาตรการ&nbsp;3&nbsp;ปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามสภาพอากาศที่เหมาะสมมาตรการ&nbsp;4&nbsp;กำหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำหนดแผนปริมาณน้ำจัดสรรในฤดูแล้งให้ชัดเจน&nbsp;ควบคุมการใช้น้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนให้เป็นไปตามแผนและมีประสิทธิภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึงถึงระดับน้ำในทางน้ำที่อาจจะลดต่ำกว่าปกติ&nbsp;มาตรการ&nbsp;7&nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;สายรอง&nbsp;และเตรียมแผนปฏิบัติการรองรับกรณีเกิดปัญหา&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ตรวจวัด&nbsp;และควบคุมการปล่อยน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;การเกษตร&nbsp;และชุมชนลงสู่แหล่งน้ำ&nbsp;รวมทั้งควบคุมและขึ้นทะเบียนการเลี้ยงปลากระชังในแหล่งน้ำและลำน้ำมาตรการ&nbsp;8&nbsp;ติดตามและประเมินผลเพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผน&nbsp;โดยรายงานเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งติดตาม&nbsp;ควบคุมการจัดสรรน้ำ&nbsp;และการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;นารอบที่&nbsp;2&nbsp;(นาปรัง)&nbsp;ให้เป็นไปตามแผนมาตรการ&nbsp;9&nbsp;สร้างการรับรู้สถานการณ์และแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กำหนด&nbsp;ซึ่งสามารถให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้ทันที</p><p>&nbsp;</p><p>นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ทางสำนักงานชลประทานสมุทรสงคราม&nbsp;เฝ้าระวังจุดเสี่ยงระบายน้ำคลองดำเนินสะดวก&nbsp;พร้อมทั้งรายงานให้จังหวัดทราบเป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114171126201"],
    [291,"คพ. ขอประชาชนช่วยกันลดควันดำจากรถยนต์ โดยเฉพาะรถรับจ้างขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีควันดำเกินมาตรฐาน หวังลดค่าฝุ่น PM 2.5 จากแหล่งกำเนิดลง","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ขอประชาชนช่วยกันลดควันดำจากรถยนต์&nbsp;โดยเฉพาะรถรับจ้างขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;หวังลดค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากแหล่งกำเนิดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้เข้มงวดติดตามตรวจสอบกำกับแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศทุกประเภท&nbsp;จากข้อมูลการตรวจสอบตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พบรถยนต์ตามพระราชบัญญัติขนส่งทางบก&nbsp;จากรถที่เรียกตรวจ&nbsp;234,176&nbsp;คัน&nbsp;พบควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;114,888&nbsp;คัน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49.06&nbsp;และรถยนต์ตามพระราชบัญญัติจราจร&nbsp;จากรถที่เรียกตรวจ&nbsp;123,640&nbsp;คัน&nbsp;พบควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;60,301&nbsp;คัน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48.77&nbsp;ส่วนวันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ตรวจสอบตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำบริเวณด่านถนนบรมราชชนนี&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;พบรถควันดำ&nbsp;39&nbsp;คัน&nbsp;เป็นรถบรรทุกและรถโดยสาร&nbsp;16&nbsp;คัน&nbsp;มีควันดำเกินมาตรฐานและถูกสั่งห้ามใช้&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;และรถยนต์เรียกตรวจสอบ&nbsp;23&nbsp;คัน&nbsp;มีควันดำเกินมาตรฐานและถูกสั่งห้ามใช้ชั่วคราว&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภาครัฐจะเพิ่มความเข้มงวดการตรวจจับควันดำ&nbsp;\"ตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;บังคับใช้บทลงโทษสูงสุด&nbsp;โดยจะตั้งจุดตรวจสอบตรวจจับรถควันดำทุกประเภทให้ครอบคลุมถนนสายหลัก-สายรอง&nbsp;ทั้งขาเข้า-ออก&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และจังหวัดเมืองหลักด้วย&nbsp;ซึ่งการตั้งด่านตรวจในแต่ละครั้งแต่ละด่านต้องใช้เครื่องมือที่เป็นมาตรฐานและเจ้าหน้าที่มีความชำนาญการ&nbsp;เพื่อเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานและความโปร่งใส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ขอให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการตรวจจับควันดำ&nbsp;ขออภัยหากเกิดปัญหาการจราจรในบางครั้ง&nbsp;และขอให้ประชาชนให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในท่ามกลางฝุ่นควันดำและสภาพอากาศที่มีความร้อนสูง&nbsp;จึงอยากขอความร่วมมือเจ้าของรถดูแลบำรุงรักษารถยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ&nbsp;เพื่อลดการปล่อยมลพิษ&nbsp;โดยเฉพาะช่วงวิกฤติฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยประชาชนสามารถนำรถไปตรวจสภาพซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ตามศูนย์บริการที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;คลินิกรถ&nbsp;ลดฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;หากพบรถยนต์ควันดำสามารถแจ้งได้ที่&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;โทร.&nbsp;1584&nbsp;กองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;โทร.&nbsp;1197&nbsp;และกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;โทร.&nbsp;1650</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114171003200"],
    [292,"กลุ่มยุทธฯ เกษตรยะลา อบรมให้ความรู้  Live Steaming อย่างมืออาชีพแก่เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ  ขานรับนโยบาย Digital DOAE เปลี่ยนผ่านสู่ยุค next normal","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางสาวจารุภา&nbsp;คงชะนะ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;</strong>ได้เปิดการอบรมการถ่ายทอดสด&nbsp;(Live&nbsp;steaming)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;&nbsp;(Social&nbsp;Media)&nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรให้สอดคล้องกับนโยบาย&nbsp;Digital&nbsp;&nbsp;DOAE&nbsp;เปลี่ยนผ่านสู่ยุค&nbsp;next&nbsp;normal&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นางสาวจุติพร&nbsp;น่วมทอง&nbsp;เป็นวิทยากร&nbsp;ให้ความรู้อุปกรณ์&nbsp;และการติดตั้งอุปกรณ์เทคนิค</strong>&nbsp;และวิธีการถ่ายทอดสด&nbsp;(Live&nbsp;steaming)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;(Social&nbsp;Media)&nbsp;&nbsp;รวมไปถึงการฝึกปฏิบัติการถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;Facebook&nbsp;ด้วยโปรแกรม&nbsp;OBS&nbsp;Studio</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114173252213"],
    [293,"รมว.ทส.วราวุธ ลงพื้นที่ติดตามงานโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริฯ ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ตั้งเป้าปี 2565 เพิ่มพื้นที่โครงการสร้างป่า สร้างรายได้อีก 4 พันไร่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;เพื่อติดตามและตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน&nbsp;เนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;ที่โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก</strong>&nbsp;นายสวนิต&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;นายภาคภูมิ&nbsp;บูลย์ประมุข&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;นายสาธิต&nbsp;มณฑาทิพย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก&nbsp;และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในการลงพื้นที่ครั้งนี้&nbsp;</strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในพื้นที่โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;และการออกแบบสวนพฤกษศาสตร์&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมเรือนเพาะชำกล้าไม้,&nbsp;แปลงปลูกต้นไม้&nbsp;และป่าในเมือง</p><p><strong>โดยนายวราวุธ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า</strong>&nbsp;จึงจำเป็นต้องทำการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ให้ประชาชนได้เข้าใจและให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้&nbsp;โดยสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่า&nbsp;ซึ่งวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคมของทุกปีเป็น&nbsp;วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการสร้างป่า&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;4&nbsp;(ตาก)&nbsp;ได้ขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559&nbsp;ถึงปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;43&nbsp;โครงการ&nbsp;ปัจจุบันได้ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอท่าสองยาง/อำเภอแม่ระมาด/อำเภอแม่สอด/อำเภอพบพระ/อำเภออุ้มผาง/อำเภอบ้านตากและอำเภอเมืองตาก&nbsp;มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;รวม&nbsp;6,028&nbsp;คน&nbsp;มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;24,400&nbsp;ไร่&nbsp;และในปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่ดำเนินโครงการสร้างป่า&nbsp;สร้างรายได้ฯจังหวัดตาก&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ไร่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ยังได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนของกรมป่าไม้</strong>&nbsp;ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;ที่มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ&nbsp;ตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114193929265"],
    [294,"14 ม.ค.วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ วราวุธ ขึ้นแม่สอด ติดตามงานโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตั้งเป้า ปี 2565 เพิ่มอีก 4 พันไร่","<p><strong>รมว.ทส.&nbsp;วราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;ตอกย้ำความสำคัญ&nbsp;วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;</strong>14&nbsp;ม.ค.ของทุกปี&nbsp;ขึ้นป่าแม่สอด&nbsp;เมืองตาก&nbsp;ติดตามงานฟื้นฟูและอนุรักษ์ของกรมป่าไม้&nbsp;พอใจโครงการสร้างป่า&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;พร้อมตั้งเป้าปี&nbsp;2565&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;4&nbsp;พันไร่</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;เพื่อติดตามและตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน&nbsp;เนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><strong>นายวราวุธ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;พ.ร.บ.ป่าไม้พุทธศักราช&nbsp;2484&nbsp;และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2504&nbsp;พระราชกำหนดดังกล่าวได้ให้อำนาจรัฐมนตรีฯ&nbsp;โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการให้สัมปทานป่าไม้สิ้นสุดลงทั้งแปลงได้อันเนื่องมาจากอุทกภัยภาคใต้ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2531&nbsp;โดยเฉพาะที่ตำบลกระทูนอำเภอพิปูน&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าจำเป็นต้องทำการรณรงค์ต่อเนื่องและระยะยาวให้ประชาชนได้เข้าใจและให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้โดยสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่า&nbsp;จึงอนุมัติให้กำหนดวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคมของทุกปีเป็น&nbsp;วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;ด้วยป่าไม้เป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ประชาชน&nbsp;ดังนั้นกรมป่าไม้&nbsp;จึงมุ่งส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารที่ถูกทำลาย&nbsp;ด้วยการสร้างจิตสำนึกด้วยกระบวนการศึกษาแก่ประชาชนให้ร่วมฟื้นฟูป่า&nbsp;เป็นผู้รักษาป่า&nbsp;และอยู่กับป่าอย่างกลมกลืนแบบมีส่วนร่วม&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยดำเนินการในรูปแบบผสมผสานเชิงสหวิชาการที่ต้องใช้หลักวิชาการบูรณาการร่วมกัน&nbsp;ทั้งความรู้ด้านป่าไม้&nbsp;การเกษตร&nbsp;หลักเศรษฐศาสตร์&nbsp;และหลักกฎหมาย&nbsp;โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เป็นกลไกขับเคลื่อนงาน&nbsp;โดยหนึ่งในโครงการที่สำคัญได้แก่&nbsp;โครงการสร้างป่า&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารีในพื้นที่จังหวัดตาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รมว.ทส.&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;โครงการสร้างป่า&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;4&nbsp;(ตาก)&nbsp;ได้ขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ&nbsp;2559&nbsp;ถึง&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;43&nbsp;โครงการ&nbsp;ปัจจุบันได้ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอท่าสองยาง&nbsp;อำเภอแม่ระมาด&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;อำเภอพบพระ&nbsp;อำเภออุ้มผาง&nbsp;อำเภอบ้านตาก&nbsp;และอำเภอเมืองตาก&nbsp;มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;รวม&nbsp;6,028&nbsp;คน&nbsp;มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;24,400&nbsp;ไร่&nbsp;และในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่ดำเนินโครงการสร้างป่า&nbsp;สร้างรายได้ฯจังหวัดตาก&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ไร่</p><p>ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนของกรมป่าไม้&nbsp;ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ&nbsp;ตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สวท.แม่สอด จ.ตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114200716272"],
    [295,"จังหวัดลำพูน ผู้ตรวจ มท.ลงพื้นที่เยี่ยมชมความสำเร็จของศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา โมเดล ","<p><strong>ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ลงพื้นที่เยี่ยมชมความสำเร็จ&nbsp;การดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;</p><p><strong>นายชัชวาล&nbsp;ฉายะบุตร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;15&nbsp;</strong>พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมความสำเร็จของการดำเนินงาน&nbsp;ศูนย์เรียนรู้&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ของกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;และอำเภอป่าซาง&nbsp;โดยมีนายชาตรี&nbsp;กิตติธนดิตถ์&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายประเชิญ&nbsp;สมองดี&nbsp;นายอำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับศูนย์เรียนรู้&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ของนางปรียาภรณ์&nbsp;สมนา&nbsp;บ้านเกาะทุ่งม่าน&nbsp;ตำบลป่าพลู&nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;</strong>มีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งสัดส่วนเป็นหนองน้ำ&nbsp;1&nbsp;ส่วน&nbsp;ไว้เลี้ยงปลาและใช้เก็บกักน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ส่วนพื้นที่ที่เหลือปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะเขือ&nbsp;กะเพรา&nbsp;พริก&nbsp;กะหล่ำดอก&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;ผลผลิตที่ได้นำไปประกอบอาหาร&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผลผลิตยังสามารถนำไปแจกจ่ายต่อได้&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ตรวจฯ&nbsp;พร้อมคณะ</strong>&nbsp;ได้เดินทางไปติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;ศูนย์เรียนรู้&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล&nbsp;ตำบลน้ำดิบ&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;ของนายเทวิน&nbsp;จอมพันธ์&nbsp;ที่ใช้พื้นที่ทำการเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;15&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;แบ่งสรรปันส่วนเป็นพื้นที่ปลูกพืชไร่&nbsp;พืชผักสวนครัว&nbsp;และหนองน้ำ&nbsp;ส่งผลให้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตร&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหารได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ตรวจราชการฯ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นศูนย์เรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;โดยสามารถต่อยอดการพัฒนาเป็นชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบลได้&nbsp;ทั้งจะได้เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริม&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;หรือผู้สนใจมาศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;ในการปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;นำไปเป็นต้นแบบการใช้ชีวิตบนพื้นฐานความพอเพียงต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114201707278"],
    [296,"จังหวัดลำพูนติดตามโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงภัยแล้ง","<p><strong>ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;15</strong>&nbsp;ติดตามโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;พร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;ตำบลน้ำดิบ&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงภัยแล้ง</p><p><strong>นายชัชวาลย์&nbsp;ฉายะบุตร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;15</strong>&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;พร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;ตำบลน้ำดิบ&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงภัยแล้ง&nbsp;โดยมีนางภัทราพร&nbsp;ลายจุด&nbsp;นายอำเภอป่าซาง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และนำเสนอข้อมูล&nbsp;โครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;พร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;ซึ่งดำเนินการโดย&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ&nbsp;โดยก่อนหน้านั้น&nbsp;สถานีสูบน้ำแห่งนี้&nbsp;เกิดชำรุดเสียหายไม่สามารถใช้งานได้&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ไม่มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรในช่วงภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยนายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ&nbsp;สำรวจ&nbsp;และปรับปรุงสถานีสูบน้ำ&nbsp;โดยใช้งบประมาณเพื่อจัดสรรจากกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนเป็นที่เสร็จสิ้น&nbsp;และเริ่มใช้งานเพื่อประโยชน์ของประชาชน&nbsp;และเกษตรกรที่ใช้น้ำในพื้นที่แล้ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มีประโยชน์ในการช่วยเหลือ&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงภัยแล้ง&nbsp;และทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ&nbsp;เพื่อการเกษตรในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114202553282"],
    [297,"จังหวัดพังงาระดมความคิดเห็นขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพมังคุด","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ตัวแทนภาคเอกชน&nbsp;และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในพื้นที่อำเภอกะปง&nbsp;ร่วมระดมความคิดเห็นในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพมังคุดของจังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพมังคุดจังหวัดพังงา&nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม&nbsp;เกิดการบริหารจัดการ&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่มังคุด&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p>&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;มีการศึกษาดูงานแปลงเรียนรู้ต้นแบบสวนมังคุด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114205246304"],
    [298,"ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 หารือความร่วมมือขับเคลื่อนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม กับนายกอบจ.นครราชสีมา","<p><strong>วันนี้(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายธนัญชัย&nbsp;วรรณสุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11</strong>&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;พร้อมด้วยนายสมพงษ์&nbsp;บุญเฟรือง&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมและนายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;เข้าพบ&nbsp;ดร.ยลดา&nbsp;หวังศุภกิจโกศล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และคณะผู้บริหาร&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ในประเด็นต่างๆ&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;การติดตั้งสภานีตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ด้วยวิธีมาตรฐานและเชื่อมโยงข้อมูลกับแอ๊พพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;ของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;โดยใช้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งเบื้องต้นจะติดตั้งในพื้นที่ท่องเที่ยว&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;และอำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;และพื้นที่เมืองที่มีประชากรมาก&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอบัวใหญ่&nbsp;และ&nbsp;อำเภอพิมาย</p><p>2.&nbsp;การจัดการน้ำเสียของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ที่อยู่ในพื้นลุ่มน้ำวิกฤติลำตะคองจำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อลดการระบายของเสียลงในแม่น้ำลำตะคอง</p><p>3.การจัดการของเสียอันตรายชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมารับเป็นเจ้าภาพในการรวบรวมและส่งกำจัดอย่างถูกหลักวิชาการอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การเข้าพบหารือความร่วมมือดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นไปตามนโยบายการถ่ายโอนภารกิจและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่&nbsp;และเกิดการมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114213003325"],
    [299,"คณะอนุกรรมการจัดสรรที่ดินโคราชตรวจสอบโครงการจัดสรรที่ดิน จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;</strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่11ร่วมกับคณะอนุกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ประกอบด้วยสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ปลัดอำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลสุรนารี&nbsp;เทศบาลตำบลเมืองใหม่โคกกรวด&nbsp;เทศบาลตำบลปรุใหญ่&nbsp;เข้าตรวจสอบการจัดทำระบบสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อเสนอคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดนครราชสีมาพิจารณากำหนดวงเงินในการทำสัญญาค้ำประกันการจัดทำและการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตาม&nbsp;พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน&nbsp;พ.ศ.2543&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1)&nbsp;โครงการสีวลี-ถนนมิตรภาพ&nbsp;</p><p>2)&nbsp;โครงการหมู่บ้าน&nbsp;LinLADA&nbsp;LAND</p><p>3)&nbsp;โครงการเอ็น&nbsp;ทรีโอ&nbsp;เนกซ์&nbsp;(Ntrio&nbsp;Nex)&nbsp;</p><p>4)&nbsp;โครงการวิลล่า&nbsp;โมบิ&nbsp;ในพื้นที่ตำบลโคกกรวด&nbsp;ตำบลสุรนารี&nbsp;ตำบลปรุใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>ผลการตรวจสอบพบว่าโครงการเข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษตามมาตรา&nbsp;69&nbsp;</strong>แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พศ.&nbsp;2535&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;และไม่เข้าข่ายฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการส่วนใหญ่ได้ดำเนินการจัดทำระบบสาธารณูปโภค</strong>&nbsp;พร้อมระบบรวบรวมและระบายน้ำเสีย&nbsp;และบ่อตรวจคุณภาพน้ำตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114213334327"],
    [300,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ประชุมหารือแนวทางการสนับสนุนแบบรายละเอียดการก่อสร้างและการประยุกต์ใช้ระบบฝังกลบแบบกึ่งใช้อากาศในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;</strong>จัดประชุมหารือแนวทางการสนับสนุนแบบรายละเอียดการก่อสร้างและการประยุกต์ใช้ระบบฝังกลบแบบกึ่งใช้อากาศในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองสีคิ้ว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;การประชุมประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;9&nbsp;(อุดรธานี)&nbsp;และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;10&nbsp;(ขอนแก่น)&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;โดยมีนายดวงอำนาจ&nbsp;ทับทิมธงไชย&nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองสีคิ้ว&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการประชุมได้รับเกียรติจาก&nbsp;รศ.ดร.สุรพล&nbsp;ผดุงทน&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;และนายวรัท&nbsp;มาดีประเสริฐ&nbsp;หัวหน้าฝ่ายการโยธา&nbsp;เทศบาลเมืองสีคิ้ว&nbsp;ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;เพื่อจัดทำแบบรายละเอียดการก่อสร้างระบบฝังกลบแบบกึ่งใช้อากาศ&nbsp;ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะปรับปรุงและพัฒนาระบบการกำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่ให้ถูกต้อง&nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114213723329"],
    [301,"จ.ศรีสะเกษ จ่ายเงินช่วยเหลือน้ำท่วม ปี 2564 ด้านการปลูกพืช","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้สำรวจผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัย&nbsp;ปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ที่เกิดเมื่อ&nbsp;19&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;พื้นที่ประสบภัย&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;140&nbsp;ตำบล&nbsp;912&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวมเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;14,995&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่การเกษตรเสียหาย&nbsp;114,241.1150&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็น</p><p>ข้าว&nbsp;103,076.2125&nbsp;ไร่</p><p>พืชไร่/พืชผัก&nbsp;12,140.1525&nbsp;ไร่</p><p>ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&nbsp;24.75&nbsp;ไร่</p><p><strong>จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว&nbsp;17&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ,</strong>&nbsp;อำเภอกันทรารมย์,&nbsp;อำเภอขุขันธ์,&nbsp;อำเภอไพรบึง,&nbsp;อำเภอปรางค์กู่,&nbsp;อำเภอราษีไศล,&nbsp;&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย,&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน,&nbsp;อำเภอโนนคูณ,&nbsp;อำเภอศรีรัตนะ,&nbsp;อำเภอน้ำเกลี้ยง,&nbsp;อำเภอวังหิน,&nbsp;อำเภอภูสิงห์,&nbsp;อำเภอเบญจลักษ์,&nbsp;อำเภอพยุห์,&nbsp;&nbsp;อำเภอศิลาลาด&nbsp;และอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;160,919,814.75&nbsp;บาท&nbsp;และส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อนุมัติการช่วยเหลือ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114222752337"],
    [302,"จังหวัดศรีสะเกษ จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์ โรคลำปี สกิน ปี 2564","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้สำรวจผู้ประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์</strong>&nbsp;โรคลำปี&nbsp;สกิน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่เกิดเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และภัยยังไม่สิ้นสุด&nbsp;พื้นที่ประสบภัย&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;204&nbsp;ตำบล&nbsp;2,628&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;เทศบาล&nbsp;11&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวมเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;21,001&nbsp;ราย</p><p>สัตว์ป่วยสะสม&nbsp;45,428&nbsp;ตัว</p><p>สัตว์ตาย&nbsp;6258&nbsp;ตัว&nbsp;(วัว&nbsp;6,217&nbsp;ตัว&nbsp;,กระบือ&nbsp;41&nbsp;ตัว)</p><p>สัตว์หายป่วยสะสม&nbsp;37,701&nbsp;ตัว</p><p>คงเหลือสัตว์ป่วย&nbsp;1,469&nbsp;ตัว&nbsp;(ไม่พบสัตว์ป่วยเพิ่ม)</p><p><strong>จำนวนเงินที่ต้องจ่าย&nbsp;140,897,700&nbsp;บาท&nbsp;จ่ายไปแล้ว&nbsp;55,675,00&nbsp;บาท</strong>&nbsp;และส่วนที่เหลือ&nbsp;85,222,700&nbsp;บาท&nbsp;อยู่ระหว่างที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อนุมัติการช่วยเหลือ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114223120339"],
    [303,"เชื่อมีปัจจัยอื่นแทรกซ้อนทำหมูราคาแพง นอกเหนือจากต้นทุนสูง การเกิดโรคระบาด ASF","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าต้นเหตุที่ราคาเนื้อสุกรมีราคาแพงขึ้นนั้น&nbsp;เกิดจากการเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;จึงขอชี้แจงว่า&nbsp;จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;มีลูกสุกรเข้าคอกเลี้ยงเฉลี่ยราว&nbsp;&nbsp;350,000&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งปัจจุบันปริมาณลูกสุกรเข้าเลี้ยงก็ยังคงมีตัวเลขใกล้เคียงกัน&nbsp;อีกทั้งยังมีจำนวนสุกรที่เข้าโรงเชือดที่มีปริมาณคงที่มาโดยตลอด&nbsp;จึงเป็นที่น่าสนใจว่าเหตุใดราคาเนื้อสุกรจึงมีราคาแพงขึ้น&nbsp;โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญอาจมาจากการกักตุนสินค้าในช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;-&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;จึงได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว&nbsp;เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรณีการพบการระบาดของโรค&nbsp;ASF&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์จะจัดตั้งวอร์รูมขึ้นทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อสแกนพื้นที่เสี่ยงในการเกิดโรคระบาด&nbsp;ASF&nbsp;พร้อมเข้าช่วยเหลือผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;โดยเฉพาะรายเล็กและรายย่อย&nbsp;ในการยกระดับมาตรการควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มข้น&nbsp;ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้จะมีอาสาปศุสัตว์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมขอยืนยันว่าหากตรวจพบการเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;จะเร่งเข้าควบคุมโรคโดยทันที&nbsp;ภายใต้มาตรการต่างๆ&nbsp;อย่างรัดกุมและจำกัดวงเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115133630433"],
    [304,"นายอำเภอบัวเชด จ.สุรินทร์ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล","<p><strong>นายพิศาล&nbsp;เค้ากล้า&nbsp;นายอำเภอบัวเชด&nbsp;</strong>ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลจรัส&nbsp;ออกตรวจเยี่ยมสวนเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล&nbsp;เพื่อให้กำลังใจและร่วมส่งเสริมสนับสนุนนโยบายสุรินทร์รุ่งเรืองเมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;ของผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สวนของ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;นายอาทิตย์&nbsp;แคนศิลา&nbsp;ปลูกทุเรียนและลำไยบนพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันมีลำไยพร้อมจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;(&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;นางนิตยา&nbsp;ผมงาม&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนสายพันธุ์ต่างๆ&nbsp;ปัจจุบันมีทุเรียนกำลังติดดอก&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;ต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;นายไมตรี&nbsp;สมอร่าม&nbsp;เกษตรกรผู้ทำการเกษตรผสมผสาน&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;3&nbsp;งาน&nbsp;ขุดสระเลี้ยงปลาหมอเทศ&nbsp;และปลูกไม้ผลบนขอบสระ&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;&nbsp;เงาะ&nbsp;&nbsp;ลำไย&nbsp;&nbsp;มะม่วง</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115090108355"],
    [305,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทยในพื้นที่ 5 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(15&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้น&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;29&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;9&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;6&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลยกตัวสูงบริเวณอ่าวไทย&nbsp;ทำให้น้ำทะเลซัดฝั่งเข้าท่วมพื้นที่ชายทะเล&nbsp;เนื่องจากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรง&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;และปัตตานี&nbsp;มีน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น&nbsp;30&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;36,996&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;และแหล่งข่าวขนาดใหญ่&nbsp;28,905&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ</p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115094910358"],
    [306,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลปรับตัวลดลงอยู่เกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ จากสภาพอากาศเปิดมากขึ้น คาดจะสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่ 18 และ 22 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลปรับตัวลดลงอยู่เกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;จากสภาพอากาศเปิดมากขึ้น&nbsp;คาดจะสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;18&nbsp;และ&nbsp;22&nbsp;มกราคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(15&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดและหลายพื้นที่มีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;และ&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดและสภาพอากาศที่นิ่งลดลง&nbsp;โดยจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;18&nbsp;และ&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115094744357"],
    [307,"รับนโยบายนายกรัฐมนตรี สั่งการด่วนทุกพื้นที่เข้มมาตรการควบคุมโรค เร่งเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกร","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้ประกาศพบโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความหว่งใยอย่างมากได้เรียกประชุมด่วนเพื่อเร่งแก้ปัญหาโรคระบาดหมูโดยได้มอบนโยบายให้&nbsp;กรมปศุสัตว์เร่งตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรเจ้าของฟาร์มผู้เสียหายให้ครอบคลุมทั้งรายยรอยและรายใหญ่&nbsp;โดยให้ประสานความ&nbsp;ร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นกํานันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และให้กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพ&nbsp;การเลี้ยงสุกรทั้งโรงฆ่าสัตว์และเขียงหมูโดยเร็วรวมทั้งให้ปศุสัตว์จังหวัดและสัตวแพทย์ติดตามพื้นที่ทราบว่ามีการระบาดของโรคเพื่อเร่ง&nbsp;สอบสวนหาสาเหตุเพื่อควบคุมโรคได้โดยเร็วและให้เพิ่มช่องทางและเน้นการประชาสัมพันธ์สื่อสารข้อมูลเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่&nbsp;ถูกต้องแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู&nbsp;รวมทั้งการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เสียหาย&nbsp;เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายแก่เกษตรกรและอุตสาหกรรมการผลิตสุกรให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดนั้น&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์ไม่ได้นิ่งนอนใจ&nbsp;รับนโยบายนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกเขตและจังหวัดจัดตั้ง&nbsp;WARROOM&nbsp;เพื่อสื่อสารข้อมูลกับประชาชนและรายงานการดําเนินงานทุกวัน&nbsp;ต่อผู้บริหารอย่างทันท่วงที&nbsp;ทุกพื้นที่ให้การบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมป้องกันและการเคลื่อนย้ายสัตว์ต้องโปร่งใส&nbsp;ไม่มีการสร้าง&nbsp;เงื่อนไขและให้คํานึงถึงผลประโยชนข์องเกษตรกรเป็นหลักไม่สร้างความเดือดร้อนหรือภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มแก่เกษตรกรสํารวจการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูและปริมาณหมูที่คงเหลือในระบบ&nbsp;พร้อมทั้งสํารวจปริมาณความต้องการประชาชนต่อการบริโภคและใช้เนื้อหมูในประเทศ&nbsp;รวมทั้งปริมาณการส่งออกเพื่อนําข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์บริหารจัดการแก้ไขปัญหาความต้องการสุกรทั้งระบบให้ศึกษาการเพิ่มผลผลิตสุกรแม่พันธุ์และลูกหมูในระบบการเลี้ยงที่มีความปลอดภัยทางชีวภาพและการช่วยเหลือบริการเกษตรกรผู้เลี้ยง&nbsp;รายย่อยและรายเล็ก&nbsp;</p><p><strong>การช่วยเหลือด้านอาหารสัตว์และศึกษาวิจัยด้านอาหารสัตว์&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการลดต้นทนุ&nbsp;ในการผลิต&nbsp;การร่วมมือกับ&nbsp;หน่วยงานต่างๆเช่นพาณิชย์ในการตรวจสอบห้องเย็นเพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กําลังจะมาถงึการรายงาน&nbsp;โรคตามระบบรายงานโรคระบาดในสกุรให้ดําเนินการตามมาตรการที่แจ้งโดยจังหวัดที่พบโรคให้รีบรายงานแจ้งไปยังผู้ว่าราชการและส่วนกลางทันทีบูรณาการกับหนว่ยงานในพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทางระบาดวิทยาและหาสาเหตุเพื่อควบคุมโรคโดยเร็ว&nbsp;ทําการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลอดเชื้อโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรก่อนทําการลงเลี้ยงรอบใหม่และสิ่งสําคัญที่สุดคือ&nbsp;การผลักดันให้&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยทําการเลี้ยงโดยปรับปรุงฟาร์มใหม่ให้มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นการป้องกันโรคเข้าฟาร์มได้ดีที่สุดเนื่องจากโรคนี้ไม่มีวัคซีนและยารักษาที่จําเพาะ&nbsp;โดยทําฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสียหายสามารถป้องกันการเกิดโรคได้</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;ย้ำให้ทุกเขตทุกจังหวัด&nbsp;</strong>ทําการสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกรรายย่อยให้ปรับปรุงฟาร์มให้มีความ&nbsp;ปลอดภัยทางชีวภาพซึ่งเปน็สิ่งสําคัญมากในการปอ้งกันโรคหากพบโรคให้จังหวัดรายงานและดําเนนิการสอบสวนทันทีไม่ทําตามจะ&nbsp;ถือว่ามีความผิดละเลยการปฏิบัติงานในหน้าที่การปฏิบัติงานและการรายงานของ&nbsp;WARROOM&nbsp;ในทุกเขตและจังหวัดให้ดําเนนิการทุกวันไม่เว้นแม้ในวันหยุดราชการและเสาร์-อาทิตย์&nbsp;จนกว่าสถานการณ์โรคจะคลี่คลายพร้อมเร่งช่วยเหลือเยียวยาให้บริการเกษตรกรและจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายจากการทําลายสุกรเพื่อป้องกันโรคโดยเร็ว</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115132537424"],
    [308,"จอกแหนแพร่ระบาดบริเวณเหนือเขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการแพนำเที่ยว","<p><strong>กลุ่มผู้ประกอบการแพนำเที่ยวเขื่อนกิ่วลม&nbsp;จ.ลำปาง</strong>&nbsp;ร่วมระดมช่วยกันนำอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ&nbsp;ลงกำจัดจอกแหนหูหนู&nbsp;ในบริเวณท้องน้ำเขื่อนกิ่วลมหลังเกิดการแพร่กระจายเต็มพื้นที่เหนือเขื่อน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเรือหางยาวและแพท่องเที่ยว</p><p><strong>จากภาพถ่ายมุมสูงที่แสดงให้เห็นถึงตำแหน่งพื้นที่สีเขียว</strong>&nbsp;ซึ่งได้แผ่ปกคลุมอยู่เต็มทั่วบริเวณท้องน้ำ&nbsp;เป็นภาพเหตุการณ์ของสภาพปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับเขื่อนกิ่วลม&nbsp;หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดลำปาง&nbsp;หลังจากที่ได้เกิดการแพร่กระจายของจอกแหน&nbsp;หรือ&nbsp;จอกหูหนู&nbsp;ภายในบริเวณเขื่อนกิ่วลม&nbsp;โดยได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว&nbsp;และยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการแพท่องเที่ยวเหนือเขื่อนกิ่วลมอีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากในห้วงระยะนี้เป็นช่วงเวลาของ&nbsp;High&nbsp;Season&nbsp;ที่การท่องเที่ยวกำลังคึกคัก&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ผ่านมาที่เขื่อนกิ่วลมจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ&nbsp;</strong>ล่องแพชมความงามตามธรรมชาติเหนือเขื่อน&nbsp;แต่เมื่อภายหลังได้เกิดการแพร่กระจายของจอกหูหนู&nbsp;ก็ทำให้นักท่องเที่ยวลดจำนวนลงส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการแพนำเที่ยวเหนือเขื่อน&nbsp;ต่างได้เร่งที่จะระดมกำลังช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้า&nbsp;กำจัดจอกแหนหูหนูออกจากท้องน้ำ&nbsp;โดยหวังที่จะบรรเทาสถานการณ์เพื่อให้กิจการแพนำเที่ยวยังพอที่จะดำเนินต่อไปได้</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;สถานการณ์จอกแหนหูหนูบริเวณเหนือเขื่อนกิ่วลม&nbsp;</strong>พบว่ายังคงมีการแพร่กระจายของจอกแหนหูหนูและยังมีจำนวนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้ส่งผลกระทบขยายออกไปเป็นวงกว้าง&nbsp;มีผู้ประกอบการแพนำเที่ยวจำนวนกว่า&nbsp;34&nbsp;ลำ&nbsp;ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถเดินเรือและนำแพเข้า-ออกจากท่าน้ำได้อย่างสะดวก&nbsp;โดยจากการสำรวจปริมาณจอกแหนหูหนูเหนือเขื่อนกิ่วลมที่กำลังเพิ่มจำนวนหนาแน่นมากขึ้น&nbsp;ก็ปรากฏว่าทั่วบริเวณท้องน้ำ&nbsp;พื้นที่ประมาณกว่า&nbsp;800&nbsp;ไร่&nbsp;ขณะได้ถูกปกคลุมไปด้วยจอกแหนหูหนูจนทำให้ทั่วท้องน้ำกลายเป็นสีเขียวขจีเต็มไปหมด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการสอบถาม&nbsp;นายปองพล&nbsp;ไชยยะ&nbsp;</strong>ประธานชมรมผู้ประกอบการเรือและแพท่องเที่ยวบ้านสำเภาทอง&nbsp;และเป็นคณะกรรมการชุมชนชาวแพกิ่วลม&nbsp;ได้กล่าวบอกว่า&nbsp;ในช่วงเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทั่วบริเวณท้องน้ำเหนือเขื่อนกิ่วลม&nbsp;ก็ได้เริ่มที่จะมีจอกแหนลอยมาสะสมตามบริเวณสันเขื่อน&nbsp;จนข้ามมาถึงปีใหม่เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จอกแหนที่ลอยอยู่กลางท้องน้ำก็ได้เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;กระทั่งแพร่กระจายไปทั่วพื้นผิวน้ำ&nbsp;โดยคาดว่าจะมีจำนวนหลายพันตัน&nbsp;จนขณะนี้ชาวแพและชาวบ้านที่มีเรือหางยาว&nbsp;หรือมีแพไว้คอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;สำหรับเดินทางข้ามฟากน้ำไปมา&nbsp;หรือล่องแพไปตามลำน้ำ&nbsp;เริ่มได้รับความเดือดร้อน&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถเดินเรือ&nbsp;และนำแพเข้า-ออก&nbsp;จากท่าน้ำได้สะดวก&nbsp;เพราะจอกแหนจะไปติดใต้ท้องแพและที่ใบพัด&nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงในการนำจอกแหนที่ติดอยู่ออก&nbsp;ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยว&nbsp;ต่างทนรอไม่ไหวและเดินทางกลับไปทันที&nbsp;และหากว่าก่อนถึงเดือนเมษายน&nbsp;นี้&nbsp;ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้&nbsp;ก็จะส่งผลกระทบหนักต่อผู้ประกอบการอย่างแน่นอน&nbsp;เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยว&nbsp;จะเดินทางมาล่องแพกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จึงอยากร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย</strong>&nbsp;เข้ามาช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ด้วย&nbsp;ถึงแม้ว่าขณะนี้จะมีหน่วยงานของกรมชลประทานเข้ามาช่วยดำเนินการแล้ว&nbsp;แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้&nbsp;เนื่องจากจอกแหนมีปริมาณมากเหลือเกิน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115124033411"],
    [309,"ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ เริ่มมีผลต่อสุขภาพ ขณะที่จ.แม่ฮ่องสอนคุณภาพอากาศดีมาก","<p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1&nbsp;รายงานฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ภาคเหนือ</strong>&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;23-54&nbsp;มคก./ลบ.ม.(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;มคก./ลบ.ม.)</p><p>ในส่วนของจังหวังแม่ฮ่องสอน&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก</p><p><strong>คำแนะนำสุขภาพ&nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไป&nbsp;</strong>ควรเฝ้าระวังสุขภาพ&nbsp;ถ้ามีอาการเบื้องต้นควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;ส่วนผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองถ้ามีอาการทางสุขภาพ&nbsp;เช่นไอ&nbsp;หายใจลำบากตาอักเสบ&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ&nbsp;คลื่นไส้อ่อนเพลีย&nbsp;ควรปรึกษาแพทย์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115133603432"],
    [310,"เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ นำเนื้อที่ 4 ไร่ สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว","<p><strong>เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ</strong>&nbsp;นำเนื้อที่&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน&nbsp;เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว&nbsp;</p><p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางวิภาดา&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองพังงาและผู้นำท้องที่&nbsp;ได้เยี่ยมชมสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ของนายวินัย&nbsp;รัตน์ไทรแก้ว&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;(Young&nbsp;&nbsp;Smart&nbsp;&nbsp;Farmer)&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตากแดด&nbsp;อ.เมืองพังงา&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ที่เดินตามรอยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ด้วยการนำที่ดิน&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำสวนยางพารามาก่อนแต่เนื่องจากราคาผันผวนขึ้นลงไม่คงที่</strong>จึงตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งแล้วหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานตามรอยของพ่อหลวง&nbsp;พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาข้อมูลการทำการเกษตรสมาร์ทฟาร์มเมอร์อย่างจริงจัง&nbsp;และแสวงหาความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ&nbsp;ในด้านเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพังงา&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;ด้วยแนวคิดการทำเกษตรให้แตกต่างจากเกษตรกรคนอื่น&nbsp;สร้างจุดเด่นให้กับสวนของตนเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชาวบ้าน&nbsp;นักเรียนนักศึกษา&nbsp;เกษตรกร&nbsp;คนชุมชน&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชม</strong>ภายในสวนและเห็นว่าอยากให้ชาวบ้านรวมทั้งเกษตรกรทั่วไปได้นำไปเป็นแนวทางในการทำการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง&nbsp;ปลูกพืชผักชนิดต่างๆหรือผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือนโดยที่ไม่ต้องซื้อ&nbsp;หากผลผลิตเยอะก็นำไปแบ่งปันเพื่อนบ้านหรือนำไปจำหน่าย&nbsp;ซึ่งก็ช่วยลดรายจ่ายสร้างรายได้เข้าครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>นายวินัย&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ได้แบ่งพื้นที่เป็นออกส่วนๆ&nbsp;ทำการปลูกส้มเขียวหวานพันธ์ต่างๆกว่า&nbsp;200&nbsp;ต้น&nbsp;</strong>ปลูกแซมระหว่างต้นด้วยมะละกอ&nbsp;มะนาวแป้น&nbsp;ส้มโอ&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;ฟักทอง&nbsp;ปลูกพืชผักต่างๆหลากหลายชนิด&nbsp;โดยเน้นความสำคัญในการทำเกษตรแบบอินทรีย์&nbsp;รวมทั้งได้ขุดบ่อน้ำเลี้ยงปลา&nbsp;สูบน้ำในบ่อมาใช้ภายในสวน&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;เก็บผลผลิตจำหน่ายทำให้มีรายได้เข้าสู่ครอบครัวทุกวัน&nbsp;หนึ่งในผลผลิตที่ทำให้สวนถุงแป้งเป็นที่รู้จัก&nbsp;คือ&nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&nbsp;โดยตนได้นำมะนาวพันธุ์โคตรดกสุพรรณ&nbsp;ปลูกไว้รวมกับมะนาวพันธุ์พื้นเมืองของพังงา&nbsp;</p><p><strong>กระทั่งสังเกตพบว่ามีต้นแตกหน่อขึ้นมามีลูกดก&nbsp;ผลโต&nbsp;</strong>กลิ่นหอมแบบมะนาวพื้นเมือง&nbsp;เป็นช่อคล้ายพวงองุ่น&nbsp;ผลดก&nbsp;มีน้ำเยอะ&nbsp;รสชาติดี&nbsp;ออกผลตลอดทั้งปี&nbsp;จึงขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง&nbsp;ปัจจุบันสามารถขยายได้จำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง&nbsp;ส่วนส้มเขียวหวานและส้มโชกุนที่ปลูกมาเป็นปีที่&nbsp;5&nbsp;มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก&nbsp;การออกดอกแต่ละรุ่นที่เป็นส้มปีจะทยอยออกหลายชุด&nbsp;ทำให้ได้ผลแก่เก็บเกี่ยวได้ปีละ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;ธ.ค.-&nbsp;ก.พ.&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้ออกผลเต็มต้นและเริ่มสุกมีสีสันสวยงาม&nbsp;จึงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม&nbsp;</p><p><strong>ประกอบสวนถุงแป้งเป็นสวนต้นแบบที่เปิดให้มีการศึกษาเรียนรู้ด้วย</strong>&nbsp;ทำให้กลายเป็นจุดเช็คอินที่ยังคงติดกระแสและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่&nbsp;สร้างรายได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยทางสวนถุงแป้งจะเก็บค่าเข้าชมสวนส้มคนละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;เฉพาะผู้ใหญ่&nbsp;ส่วนเด็กเข้าชมฟรี&nbsp;มีบริการหมวกกับตะกร้าไว้สำหรับถ่ายภาพกับผลส้มฟรี&nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มคั้นสดๆ&nbsp;ส้มสดๆจากต้น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปลูกภายในสวนไว้จำหน่ายในราคาย่อมเยาอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันสวนถุงแป้งมีการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>ภายในสวนจะปลูกพืชแบบเอื้อต่อกัน&nbsp;โดยแบ่งเป็นพืชผักสร้างรายได้ประจำวัน&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;บวบ&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&nbsp;ส่วนรายได้ต่อเดือนจะเป็นพวก&nbsp;กล้วย&nbsp;มะละกอ&nbsp;ขนุน&nbsp;ส่วนรายได้รายปีก็จะมีส้มและทุเรียนเป็นหลัก&nbsp;และมีรายได้เสริมจากการผลิตพันธุ์ไม้ตามสั่งของลูกค้า&nbsp;ทำให้ปัจจุบันครอบครัวมีความสุขจากการได้อยู่กันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115135745450"],
    [311,"เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ นำเนื้อที่ 4 ไร่ สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว","<p><strong>เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ&nbsp;</strong>นำเนื้อที่&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน&nbsp;เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว</p><p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางวิภาดา&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองพังงาและผู้นำท้องที่&nbsp;ได้เยี่ยมชมสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ของนายวินัย&nbsp;รัตน์ไทรแก้ว&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตากแดด&nbsp;อ.เมืองพังงา&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ที่เดินตามรอยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ด้วยการนำที่ดิน&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำสวนยางพารามาก่อนแต่เนื่องจากราคาผันผวนขึ้นลงไม่คงที่จึงตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งแล้วหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานตามรอยของพ่อหลวง&nbsp;พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาข้อมูลการทำการเกษตรสมาร์ทฟาร์มเมอร์อย่างจริงจังและแสวงหาความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆในด้านเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพังงา&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;ด้วยแนวคิดการทำเกษตรให้แตกต่างจากเกษตรกรคนอื่น&nbsp;สร้างจุดเด่นให้กับสวนของตนเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชาวบ้าน&nbsp;นักเรียนนักศึกษา&nbsp;เกษตรกร&nbsp;คนชุมชน&nbsp;และนักท่องเที่ยว</p><p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมภายในสวนและเห็นว่าอยากให้ชาวบ้านรวมทั้งเกษตรกรทั่วไปได้นำไปเป็นแนวทางในการทำการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง&nbsp;ปลูกพืชผักชนิดต่างๆหรือผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือนโดยที่ไม่ต้องซื้อ&nbsp;หากผลผลิตเยอะก็นำไปแบ่งปันเพื่อนบ้านหรือนำไปจำหน่าย&nbsp;ซึ่งก็ช่วยลดรายจ่ายสร้างรายได้เข้าครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง</p><p><strong>นายวินัย&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ได้แบ่งพื้นที่เป็นออกส่วนๆ&nbsp;ทำการปลูกส้มเขียวหวานพันธ์ต่างๆกว่า&nbsp;200&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;ปลูกแซมระหว่างต้นด้วยมะละกอ&nbsp;มะนาวแป้น&nbsp;ส้มโอ&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;ฟักทอง&nbsp;ปลูกพืชผักต่างๆหลากหลายชนิด&nbsp;โดยเน้นความสำคัญในการทำเกษตรแบบอินทรีย์&nbsp;รวมทั้งได้ขุดบ่อน้ำเลี้ยงปลา&nbsp;สูบน้ำในบ่อมาใช้ภายในสวน&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;เก็บผลผลิตจำหน่ายทำให้มีรายได้เข้าสู่ครอบครัวทุกวัน&nbsp;หนึ่งในผลผลิตที่ทำให้สวนถุงแป้งเป็นที่รู้จัก&nbsp;คือ&nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&nbsp;โดยตนได้นำมะนาวพันธุ์โคตรดกสุพรรณ&nbsp;ปลูกไว้รวมกับมะนาวพันธุ์พื้นเมืองของพังงา&nbsp;กระทั่งสังเกตพบว่ามีต้นแตกหน่อขึ้นมามีลูกดก&nbsp;ผลโต&nbsp;กลิ่นหอมแบบมะนาวพื้นเมือง&nbsp;เป็นช่อคล้ายพวงองุ่น&nbsp;ผลดก&nbsp;มีน้ำเยอะ&nbsp;รสชาติดี&nbsp;ออกผลตลอดทั้งปี&nbsp;จึงขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง&nbsp;ปัจจุบันสามารถขยายได้จำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง</p><p><strong>ส่วนส้มเขียวหวานและส้มโชกุนที่ปลูกมาเป็นปีที่&nbsp;5&nbsp;มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก</strong>&nbsp;การออกดอกแต่ละรุ่นที่เป็นส้มปีจะทยอยออกหลายชุด&nbsp;ทำให้ได้ผลแก่เก็บเกี่ยวได้ปีละ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;ธ.ค.-&nbsp;ก.พ.&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้ออกผลเต็มต้นและเริ่มสุกมีสีสันสวยงาม&nbsp;จึงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม&nbsp;ประกอบสวนถุงแป้งเป็นสวนต้นแบบที่เปิดให้มีการศึกษาเรียนรู้ด้วย&nbsp;ทำให้กลายเป็นจุดเช็คอินที่ยังคงติดกระแสและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่&nbsp;สร้างรายได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>โดยทางสวนถุงแป้งจะเก็บค่าเข้าชมสวนส้มคนละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;</strong>เฉพาะผู้ใหญ่&nbsp;ส่วนเด็กเข้าชมฟรี&nbsp;มีบริการหมวกกับตะกร้าไว้สำหรับถ่ายภาพกับผลส้มฟรี&nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มคั้นสดๆ&nbsp;ส้มสดๆจากต้น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปลูกภายในสวนไว้จำหน่ายในราคาย่อมเยาอีกด้วย</p><p><strong>ปัจจุบันสวนถุงแป้งมีการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP</strong>&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ภายในสวนจะปลูกพืชแบบเอื้อต่อกัน&nbsp;โดยแบ่งเป็นพืชผักสร้างรายได้ประจำวัน&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;บวบ&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&nbsp;ส่วนรายได้ต่อเดือนจะเป็นพวก&nbsp;กล้วย&nbsp;มะละกอ&nbsp;ขนุน&nbsp;ส่วนรายได้รายปีก็จะมีส้มและทุเรียนเป็นหลัก&nbsp;และมีรายได้เสริมจากการผลิตพันธุ์ไม้ตามสั่งของลูกค้า&nbsp;ทำให้ปัจจุบันครอบครัวมีความสุขจากการได้อยู่กันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115140418455"],
    [312,"ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ มอบใบรับรองฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลสิส ระดับ A และระดับ B ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;มอบใบรับรองฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลสิส&nbsp;</strong>ระดับ&nbsp;A&nbsp;และระดับ&nbsp;B&nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;พร้อมพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;farmer)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>นายสัตว์แพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;นายภิเษก&nbsp;โรจนวิภาต&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;และนางสาวอาทิยา&nbsp;แปลงใจ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ดำเนินการจัดฝึกอบรมเกษตรกรตามโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;farmer)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;การดำเนินการฝึกอบรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)</p><p><strong>โดยนายพนม&nbsp;มีศิริพันธุ์&nbsp;ปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;เป็นประธานในพิธี</strong>และมอบใบรับรองฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลสิส&nbsp;ระดับ&nbsp;A&nbsp;และ&nbsp;ระดับ&nbsp;B&nbsp;ให้แก่เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะดำเนินงานจากสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;5</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;เลิศสิริฟาร์มแพะ&nbsp;ตำบลช่อแฮ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;และ&nbsp;รุ่งนภาฟาร์มแพะ&nbsp;ตำบลเวียงทอง&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115140614456"],
    [313,"วราวุธ ผลักดันโครงการชิงเก็บ-ลดเผา แก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันภาคเหนือ 17 จังหวัดปีนี้ หลังประสบความสำเร็จลดจุดความร้อนปีก่อนลงได้ถึงร้อยละ 50","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผลักดันโครงการชิงเก็บ-ลดเผา&nbsp;แก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันภาคเหนือ&nbsp;17&nbsp;จังหวัดปีนี้&nbsp;หลังประสบความสำเร็จลดจุดความร้อนปีก่อนลงได้ถึงร้อยละ&nbsp;50</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ภาคเหนือติดตามแนวทางการป้องกันไฟป่าหมอกควันปีนี้&nbsp;พร้อมเปิดโครงการชิงเก็บ-ลดเผา&nbsp;และเปิดยุทธการป้องกันไฟป่าประจำปี&nbsp;2565&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำวังเฮือ&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยเน้นการใช้มาตรการเชิงรุกและประสานงานกับทุกภาคส่วนแก้ปัญหาไฟป่า&nbsp;โดยเฉพาะสร้างความมั่นใจให้ประชาชน&nbsp;เพิ่มสมรรถนะปรับแนวคิดและระบบในการทำงานแบบใหม่&nbsp;สร้างการรับรู้ความเข้าใจและการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทุกปีหลายพื้นที่สุ่มเสี่ยงเกิดไฟป่าขึ้นที่ได้รับผลกระทบแตกต่างกันไป&nbsp;อย่างปี&nbsp;2564&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ภาคเหนือลดลงร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ทำให้ปีนี้ต้องเข้มงวดมาตรการปกป้องผืนป่าไม่ให้ถูกเผาเสียหายและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมลง&nbsp;ด้วยการแปรรูปเชื้อเพลิงให้เกิดเป็นมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ควบคู่กับสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยต้องเน้นความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในการทำงานทุกครั้งอย่างมีสติ&nbsp;ระมัดระวัง&nbsp;และรอบคอบให้บรรลุเป้าหมายได้สำเร็จ&nbsp;สิ่งสำคัญอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ต้องมีความพร้อมเสมอ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มีจุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;30,293&nbsp;จุด&nbsp;เป็นปริมาณที่ลดลงถึง&nbsp;26,036&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;ปีนี้ต้องพร้อมควบคุมไฟป่าใน&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;รวม&nbsp;42.09&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและควบคุมไฟป่าเชิงพื้นที่&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกันและควบคุมไฟป่า&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;คือ&nbsp;การเตรียมการช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;จัดทำแผนการปฏิบัติงาน&nbsp;แผนเผชิญเหตุ&nbsp;กำหนดพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;//&nbsp;การเตรียมการช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ช่วงก่อวิกฤติเดือนมกราคม&nbsp;ดำเนินการจัดตั้ง&nbsp;War&nbsp;room&nbsp;จัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษควบคุมไฟป่า&nbsp;จัดชุดลาดตะเวนตรวจหาไฟและจุดสกัด&nbsp;และช่วงวิกฤติเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม&nbsp;เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด&nbsp;การบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยการชิงเก็บต่อเนื่อง&nbsp;แก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนผ่านกลไกอาเซียน&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ประเมินผลและสร้างความยั่งยืน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;วิเคราะห์พื้นที่ไฟไหม้ป่า&nbsp;ออกประกาศห้ามเข้าบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าที่ถูกไฟไหม้&nbsp;การตรวจสอบไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้&nbsp;การจัดทำแผนฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้ให้กรมป่าไม้เตรียมพร้อมป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;โดยจัดเตรียมกำลังพลผู้พิทักษ์ป่า&nbsp;520&nbsp;คน&nbsp;และเหยี่ยวไฟ&nbsp;135&nbsp;คน&nbsp;ประจำจุดต่างๆตามแผนที่กำหนด&nbsp;ส่วนโครงการชิงเก็บ-ลดเผาปีนี้ตั้งเป้าชิงเก็บ&nbsp;1,500&nbsp;ตัน&nbsp;และชิงเผา&nbsp;155,000&nbsp;ไร่&nbsp;ควบคู่กับเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพตามโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;รวม&nbsp;289,383&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบจิตอาสา</p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115143529471"],
    [314,"กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนเบตงสีทอง ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด  ภาครัฐเร่งแก้ปัญหา","<p><strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;และนางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ม.4&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;หลังมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปลูกส้มโชกุนเบตงสีทอง&nbsp;เนื่องจากพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาในขณะนี้&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกส้มโชกุนเบตง&nbsp;ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;มากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีและยังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด&nbsp;ระบายไม่ทัน&nbsp;อีกทั้งยังเป็นช่วงส้มสายน้ำผึ่ง&nbsp;ของทางภาคเหนือออกผลผลิตเช่นกันและยังลงมาตีตลาดส้มโชกุนเบตง&nbsp;และทำให้ผู้บริโภคสับสนถึงรสชาดที่แท้จริงของส้มโชกุนสีทองเบตง&nbsp;สับสนระหว่างส้มสายน้ำผึ้งกับส้มโชกุนเบตงสีทอง&nbsp;ความจริงรสชาดของส้มโชกุนเบตงจะมีรสชาดไม่เหมือนที่ไหนเนื่องจากอำเภอเบตงเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกส้มโชกุน&nbsp;ทั้งสภาพดินและสภาพอากาศ&nbsp;จุดเด่นของส้มโชกุนเบตงสีทอง&nbsp;ของแท้นั้น&nbsp;เวลารับประทานเมื่อแกะเปลือกผลส้มออก&nbsp;ส้มจะมีกลิ่นหอม&nbsp;เปลือกร่อน&nbsp;สีสันของเนื้อส้มจะมีสีส้มอมแดง&nbsp;ส่วนรสชาติก็จะออกเปรี้ยวอมหวาน&nbsp;ถือเป็นจุดเด่นของส้มโชกุนสีทองเบตงแท้&nbsp;จากพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>ส้มโชกุนเบตงของนายรพีพงษ์&nbsp;&nbsp;โรจน์กัลยาภา&nbsp;</strong>เกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนเบตง&nbsp;เล่าว่า&nbsp;สวนส้มของตน&nbsp;มีต้นส้มมีอายุประมาณ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;17&nbsp;ไร่&nbsp;ในแต่ละปีสามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;175&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;ถ้ามีการระบายส้มได้ก็คุ้มทุนแต่เมื่อเจอการระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้สร้างความเดือดร้อนมาก&nbsp;ยิ่งช่วงนี้ส้มโชกุนได้รับผลกระทบมากไม่มีตลาดส่งออกและการสั่งออเดอร์จากพ่อค้าแม่ค้า&nbsp;ก็ลดลง&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาซื้อเป็นของฝากลดลง&nbsp;เดิมนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจะนิยมซื้อไปฝากครอบครัว&nbsp;ในส่วนนี้ก็ขาดหายไปเนื่องมีล็อกดาวน์ปิดประเทศ&nbsp;อีกทั้งไม่มีตลาดระบายผลผลิตเน่าคาต้น&nbsp;นอกจากนี้ยังตรงกับช่วงส้มทางภาพเหนือ&nbsp;สายน้ำผึ่งออกผลผลิตพอดี&nbsp;โดยส้มโชกุนเบตง&nbsp;เริ่มขายตั้งแต่เบอร์&nbsp;2&nbsp;0&nbsp;(สองศูนย์)&nbsp;ขายส่ง&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เบอร์&nbsp;0&nbsp;ขายส่งกิโลกรัมละ&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;และเบอร์&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;55&nbsp;บาท</p><p><strong>ด้านนายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>มาเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;พี่น้องเกษตรผู้ปลูกส้มโชกุนสีทองเบตง&nbsp;ของอำเภอเบตง&nbsp;ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดส้มโชกุนของเกษตรกรผู้ปลูกส้มในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาตลาดการจำหน่ายส้มโชกุนในพื้นที่อำเภอเบตงเบื้องต้น&nbsp;โดยได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ในการหาช่องทางตลาดเพื่อจำหน่ายส้มโชกุนออกนอกเขตพื้นที่&nbsp;ไปยังตามสถานที่ท่องเที่ยวและจังหวัดอื่น&nbsp;ตลอดจนแนวทางการประชาสัมพันธ์&nbsp;อาจจะมีการจัดเทศกาลส้มโชกุนเบตง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนนำผลผลิตออกมาจำหน่าย&nbsp;พร้อมเปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้มากินส้มโชกุนใต้ต้น&nbsp;ในสวนของเกษตรกร&nbsp;เพื่อส้มโชกุนเบตงให้เป็นที่รู้จักและเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนนำผลผลิตออกจำหน่ายต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115150610476"],
    [315,"เร่งแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ สำหรับกรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการได้อย่างทันท่วงที","<p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;3)&nbsp;ผ่านระบบการประชุมออนไลน์&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานการประชุมได้&nbsp;ให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับการผลิตและการตลาดผลไม้&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาภัยพิบัติ&nbsp;ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย</strong>&nbsp;เกิดความไม่สะดวกในการขนส่งสินค้า&nbsp;ทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จึงมีความจำเป็นจะต้องจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ&nbsp;โดยแผนดังกล่าวแบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ด้านคือ&nbsp;ด้านการผลิตและด้านการตลาด</p><p><strong>สำหรับด้านการผลิตนั้น&nbsp;ปัจจัยสำคัญ&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ภัยพิบัติ/โรคพืช&nbsp;ที่ส่งผลทำให้ผลผลิตผลไม้เกิดความเสียหาย&nbsp;ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะพิจารณาช่วยเหลือตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐ&nbsp;ส่วนผลกระทบต่อระบบโลจิติกส์&nbsp;ทำให้ระบบขนส่งไม่สามารถเข้าถึงในพื้นที่และกระจายผลผลิตข้ามจังหวัดได้&nbsp;กำหนดมาตรการสร้าง&nbsp;Platform&nbsp;ข้อมูลเก็บเกี่ยวเชิงพื้นที่แบบ&nbsp;Real&nbsp;Time&nbsp;จัดตั้งศูนย์รวบรวม/กระจาย&nbsp;ระดับหมู่บ้าน/ตำบล&nbsp;รวมถึงการสร้าง&nbsp;Plat&nbsp;Form&nbsp;เชื่อมโยงข้อมูลการขนส่งกับบริษัทไปรษณีย์ไทย/บริษัทขนส่งเอกชน&nbsp;รวมถึงปัจจัยจากโรคระบาดโควิด-19&nbsp;ที่คาดว่าจะส่งผลด้านขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยว/รวบรวม/&nbsp;กระจาย&nbsp;จึงได้กำหนดมาตรการขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องผ่อนปรนการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างภาค&nbsp;โดยให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;(กอ.รมน.)&nbsp;ส่งกำลังพลเข้ามาช่วยเก็บเกี่ยวและขนย้ายผลไม้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนด้านการตลาด&nbsp;โรคระบาดโควิด-19</strong>&nbsp;ส่งผลต่อระบบโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ&nbsp;ระบบขนส่งล่าช้า&nbsp;ติดขัด&nbsp;ผลผลิตไม่สามารถขนส่งได้&nbsp;ทำให้กระจุกตัว&nbsp;เสียหาย&nbsp;จนถึงราคาตกต่ำ&nbsp;ซึ่งการแก้ไขคือ&nbsp;ต้องกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตให้ได้โดยเร็ว&nbsp;โดยที่ประชุมได้กำหนดมาตรการใช้ระบบขนส่ง/จำหน่ายผ่านไปรษณีย์ไทย/บริษัทขนส่ง&nbsp;มาตรการของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;12&nbsp;มาตรการ&nbsp;และโครงการจำหน่ายผ่านสถาบันเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ส่วนของโลจิสติกส์ต่างประเทศ</strong>&nbsp;ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ&nbsp;ผลผลิตไม่สามารถส่งออกต่างประเทศได้&nbsp;ระบบขนส่งต่างประเทศมีน้อย&nbsp;ติดขัดทั้งทางเรือ/บก/อากาศ&nbsp;ซึ่งต้องกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตเช่นเดียวกัน&nbsp;โดยมีมาตรการคือ&nbsp;มาตรการของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;6&nbsp;มาตรการ&nbsp;โครงการทางด่วนตรวจปล่อยตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;ตั้งศูนย์กระจายสินค้าในต่างประเทศ&nbsp;ระบบการขนส่ง&nbsp;ในรูปแบบต่างๆ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีในส่วนของมาตรการ/ข้อกีดกันทางการค้า&nbsp;ด่านปิด/SPS/ภาษี&nbsp;โดยผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ&nbsp;ไม่สามารถส่งสินค้าออกไปยังประเทศปลายทางได้&nbsp;ต้นทุนเพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้เกิดข้อเสียเปรียบทางการแข่งขัน&nbsp;ที่ประชุมจึงได้กำหนดมาตรการให้ทูตพาณิชย์/ทูตเกษตร&nbsp;เร่งเจรจาเปิดด่านขอความช่วยเหลือให้สามารถส่งออกได้&nbsp;เจรจาผ่อนผันข้อกีดกันต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ส่งออกได้&nbsp;ขอลดอัตราภาษีเพื่อให้สามารถแข่งขันได้</p><p><strong>รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณากำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องตามแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบทั้ง&nbsp;2&nbsp;ด้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;มาตรการด้วยกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115192304514"],
    [316,"เปิดยุทธการยกกำลัง X ชิงเก็บ ลดเผา ป้องกันไฟป่าภาคเหนือ ปี 2565","<p><strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เปิดโครงการชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;และเปิดยุทธการป้องกันไฟป่า&nbsp;เนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อ่างเก็บน้ำวังเฮือ&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตัวแทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ตลอดจนเครือข่ายความร่วมมือป้องกันไฟป่าเข้าร่วมงาน&nbsp;&nbsp;มีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;และนายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทส.)&nbsp;กำหนดให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการฟื้นฟูและการปรับตัวทุกมิติ&nbsp;สร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;เพิ่มสมรรถนะปรับแนวคิดและระบบในการทำงานแบบใหม่&nbsp;สร้างการรับรู้ความเข้าใจและการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ตลอดจนทำงานแบบใหม่&nbsp;ทส.&nbsp;ยกกำลัง&nbsp;X&nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งโครงการชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;และการเปิดยุทธการป้องกันไฟป่าของกรมป่าไม้ในวันนี้&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการทำงานเชิงรุก&nbsp;ที่เน้นการประสานงานกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ด้านนายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมป่าไม้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;รวม&nbsp;42.09&nbsp;ล้านไร่&nbsp;โดยจัดเตรียมกำลังพล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นปพ.&nbsp;(พิทักษ์ป่า)&nbsp;520&nbsp;คน&nbsp;และเหยี่ยวไฟ&nbsp;135&nbsp;คน&nbsp;เพื่อประจำในจุดต่างๆ&nbsp;ตามแผนที่กำหนด&nbsp;สำหรับในส่วนโครงการชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ที่กรมป่าไม้ดำเนินการในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;มีเป้าหมายชิงเก็บ&nbsp;1,500&nbsp;ตัน&nbsp;และชิงเผา&nbsp;155,000&nbsp;ไร่&nbsp;อีกทั้งยังมีการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการตามโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลนและป้องกันไฟป่า&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของกรมป่าไม้ใน&nbsp;10&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;289,383&nbsp;ไร่&nbsp;เป้าหมายเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามเข้าโครงการฯ&nbsp;และเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบจิตอาสา</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ในส่วนการดำเนินงานของกรมป่าไม้นั้นนับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&nbsp;ตามข้อมูลสถิติจุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียม&nbsp;Suomi&nbsp;NPP&nbsp;เซ็นเซอร์&nbsp;VIIRS&nbsp;พบว่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมถึง&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;มีจุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;30,293&nbsp;จุด&nbsp;เป็นปริมาณที่ลดลงถึง&nbsp;26,036&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;และหากย้อนกลับไปเทียบกับปี&nbsp;2562&nbsp;พบว่ามีจุดความร้อนลดลงถึงร้อยละ&nbsp;46.22</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115162258489"],
    [317,"วราวุธ ยื่นของบกลางช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าไม่ให้ถูกเลิกจ้างงาน พร้อมเตรียมชี้แจงสำนักงบประมาณถึงความจำเป็นในการปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าของประเทศ","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ยื่นของบกลางช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าไม่ให้ถูกเลิกจ้างงาน&nbsp;พร้อมเตรียมชี้แจงสำนักงบประมาณถึงความจำเป็นในการปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าของประเทศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงกรณีการตัดลดงบประมาณจ้างงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ลง&nbsp;จนอาจกระทบการจ้างงานพนักงานจ้างเหมาของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชทั่วประเทศ&nbsp;และเสี่ยงถูกเลิกจ้างสูงถึงร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้นิ่งนอนใจได้ทำหนังสือยื่นขอจัดสรรงบประมาณจากงบกลางให้สำนักงบประมาณพิจารณาถึงความจำเป็นในการจ้างเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า&nbsp;เพื่อปกป้องรักษาผืนป่าของประเทศ&nbsp;โดยอยู่ระหว่างรอเข้าชี้แจงถึงความจำเป็นในการของบดังกล่าวไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไรบ้าง&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;สำนักงบประมาณจะเห็นถึงความจำเป็นและอนุมัติงบประมาณ&nbsp;หากเป็นไปตามคำขอจะสามารถจ้างงานเจ้าหน้าที่พิทักษ์ได้ทั้งหมด&nbsp;และไม่ถูกเลิกจ้างหรือตัดเงินเดือน&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพออยู่แล้ว&nbsp;เมื่อเฉลี่ยการดูแลผืนป่าต่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ต้องดูแลมากถึง&nbsp;10,000&nbsp;ไร่&nbsp;ขณะเดียวกันจากกรณีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ป่าเป็นจุดบ่งชี้ชัดเจนแล้วว่ากำลังพลของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องช่วยกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ขณะเดียวเครือข่ายของประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมดูแลผืนป่าจะเป็น&nbsp;1&nbsp;ในกำลังสำคัญช่วยลดภาระการทำงานและช่วยเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังของผู้พิทักษ์ป่าได้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับปีนี้มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ายอมลดเงินเดือนลงจาก&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;เหลือเพียงเดือนละ&nbsp;7,500&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่ปี&nbsp;2565&nbsp;ถูกตัดงบประมาณลงอีก&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่จะถูกเลิกจ้างร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จนกระทบการเลิกจ้างถึง&nbsp;1,731&nbsp;คน&nbsp;ขณะที่การปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าของประเทศเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ</p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115164250491"],
    [318,"สำนักงานเกษตรเชียงใหม่สร้างต้นแบบเกษตรอัจฉริยะ? (Handy Sense)","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่??&nbsp;ส่งเสริมการใช้&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่?ในแปลงสตรอเบอรี่ที่อำเภอสะเมิง&nbsp;</strong></p><p><strong>นายเจริญ&nbsp;พิมพ์ขาล&nbsp;เกษตรจังหวัดเชียงใหม่?&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>?&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่?&nbsp;ได้ลงพื้นที่อำเภอสะเมิง?&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าโครงการระบบน้ำอัจฉริยะ&nbsp;(Handy&nbsp;Sense)&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร&nbsp;ตำบลบ่อแก้ว&nbsp;อำเภอสะเมิง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่?&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่?&nbsp;ในแปลงเกษตรกรผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รี&nbsp;ตำบลบ่อแก้ว&nbsp;อำเภอสะเมิง&nbsp;โดยจังหวัดเชียงใหม่เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;ศูนย์ของทั่วประเทศ&nbsp;ที่นำระบบการบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบน้ำอัจฉริยะ&nbsp;(Handy&nbsp;Sense)&nbsp;โดยสร้างต้นแบบแปลงเรียนรู้การบริหารจัดการแปลง&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรในแปลงสตรอว์เบอร์รี&nbsp;ที่เป็นแหล่งปลูกใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;อีกทั้งพัฒนาความรู้ให้แก่เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;คือ&nbsp;นายวิทยา&nbsp;นาระต๊ะ&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อยกระดับเป็นวิทยากรเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของชุมชนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้?&nbsp;ระบบเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;(Handy&nbsp;Sense)&nbsp;เป็นอุปกรณ์&nbsp;IoT&nbsp;และระบบปฏิบัติการ</strong>&nbsp;ในการควบคุมสภาพแวดล้อมซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;เซนเซอร์&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ฟังก์ชั่น&nbsp;ซึ่งใช้วัดสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก&nbsp;และสามารถควบคุมการให้น้ำสำหรับพืชช่วยเกษตรกรลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากร&nbsp;ทำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพส่งผลต่อรายได้ของเกษตรที่เพิ่มขึ้น&nbsp;พร้อมเป็นต้นแบบแก่คนในชุมชน&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้นำไปปรับใช้ในแปลงของตนเองได้โดยสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอสะเมิง&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-5311-2478-79&nbsp;</p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115171609497"],
    [319,"ศรีสะเกษ !! นายก อบต.โนนสัง ลุยปรับปรุงถนนเพื่อลำเลียงผลผลิตการเกษตร","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง</strong>&nbsp;เริ่มขยับงานด้านถนนเพื่อการสัญจรลำเลียงผลผลิตการเกษตร&nbsp;ลดอุบัติเหตุ&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>โดยท่านนายกทองวรรณ&nbsp;จิตโชติ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง</strong>&nbsp;ภายหลังได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารหมาดๆ&nbsp;ซึ่งว่างเว้นไป&nbsp;1สมัย&nbsp;วันนี้เริ่มดำเนินงานพัฒนาถนนหนทางให้อยู่ในสภาพสัญจรไปมาได้สดวกจึงพร้อมด้วยพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้าง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ซ่อมแซมถนน&nbsp;บ้านโนนสังและบ้านโนนผึ้ง&nbsp;เพื่อความสะดวกในการสัญจรของประชาชนอันดับแรก&nbsp;นอกจากประชาชนจะได้ประโยชน์จากการนำผลผลิตไปขายในตลาดแล้วยังลดอุบัติเหตุในยามค่ำคืนจากที่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่ออีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115203935566"],
    [320,"น้ำคลองในหมู่บ้านมีสีขาวขุ่นทั้งสาย หลังท่อส่งน้ำยางในโรงงานยางในเมืองเบตงแตกน้ำยางไหลลงแหล่งน้ำธรรมชาติ","<p><strong>วันนี้&nbsp;15&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน&nbsp;บ้านราโมงว่า</strong>&nbsp;คลองในหมู่บ้านราโมง&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ธารน้ำทิพย์&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;น้ำในคลองมีสีขาวขุ่นทั้งสาย&nbsp;จึงเดินทางไปตรวจสอบ&nbsp;สอบถามพูดคุย&nbsp;กับ&nbsp;น.ส.หะยา&nbsp;บิลเหลม&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ถ่ายภาพไว้&nbsp;ซึ่งก็ได้ให้ข้อมูลว่า&nbsp;ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อกับข้าวในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;ขณะที่ตนขี่รถผ่านบริเวณถนนบ้านธารน้ำใส&nbsp;ซึ่งบางช่วงจะมีคลองธารน้ำใสเลียบถนน&nbsp;ก็มองเห็นน้ำในคลองมีสีขาวขุ่นทั้งสาย&nbsp;ตนจึงได้จอดรถถ่ายทั้งภาพนิ่งและภาพวีดีโอเก็บไว้&nbsp;หลังจากที่ตนซื้อกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน&nbsp;เมื่อผ่านจุดเดิมก็ยังเห็นน้ำในคลองมีสีขาวขุ่นเหมือนเดิม&nbsp;ตนแปลกใจมากที่ผ่านมา&nbsp;2&nbsp;ชม.&nbsp;กว่า&nbsp;แล้ว&nbsp;น้ำในคลองยังเป็นสีขาวขุ่นเหมือนเดิม&nbsp;จึงได้นำภาพไปโพสลงในเฟส&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นจะได้ติดต่อมาและเข้ามาตรวจสอบ&nbsp;ตนก็ยังได้โทรศัพท์แจ้งให้สื่อมวลชนเข้ามาตรวจสอบถึงสาเหตุ&nbsp;ที่น้ำในคลองเป็นสีขาวขุ่น&nbsp;ด้วย&nbsp;แต่พอสื่อมวลชนมาถึง&nbsp;น้ำในคลองที่มีสีขาวขุ่นได้เจือจางไปแล้ว&nbsp;แต่ก็ยังคงมีน้ำสีขาวขุ่นแต่ไม่มากเหมือนช่วงที่ตนพบช่วงแรก&nbsp;ซึ่งตนคาดว่าที่น้ำในคลองมีสีขาวขุ่น&nbsp;คงเป็นเพราะน้ำยางที่รั่วไหลออกมาจากโรงงานยางพารา&nbsp;ไหลลงสู่ลำคลองเบตง</p><p><strong>น.ส.หะยา&nbsp;บิลเหลม&nbsp;ยังเล่าอีกว่า&nbsp;น้ำในคลองสายนี้ไหลมาจากคลองเบตง</strong>&nbsp;ผ่านพื้นที่&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;แล้วไหลผ่านหมู่บ้านของตน&nbsp;ชาวบ้านหลายหมู่บ้าน&nbsp;ทั้งราโมงเหนือ&nbsp;ราโมงใต้&nbsp;ก็ใช้น้ำในคลองสายนี้&nbsp;นำน้ำมาซักผ้า&nbsp;รดน้ำต้นไม้&nbsp;บางคนก็จะมาจับปลาเพื่อไปนำเป็นอาหาร&nbsp;จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบถึงสาเหตุที่น้ำยางไหลลงสู่ลำคลองและให้แก้ไขปัญหานี้ให้ได้ถาวร&nbsp;ไม่ใช่พอเกิดเหตุแล้วมาตรวจสอบแล้วเรื่องก็เงียบหาย&nbsp;ในขณะที่โลกโซเชียล&nbsp;ผู้คนต่างก็แห่&nbsp;แชร์ภาพ&nbsp;น้ำในคลองธารน้ำใส&nbsp;ที่มีสีขาวขุ่น&nbsp;และมีข้อความคอมเม้นต์&nbsp;ไปต่างๆนานา&nbsp;ทั้งต่อว่า&nbsp;โรงงานมักง่าย&nbsp;ปล่อยน้ำเสียลงคลอง&nbsp;ทำให้ปลาตาย&nbsp;ไม่รักษาธรรมชาติ&nbsp;เห็นแก่ตัว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ต่อมาในกลุ่มไลน์หลายกลุ่มของประชาชนในพื้นที่เบตงได้มีการส่งข้อความว่า</strong>&nbsp;เรียนสมาชิกเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อมโรงงานอำเภอเบตง&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลาได้รับแจ้งจาก&nbsp;บริษัท&nbsp;จิบอยู่ลาเท็กซ์&nbsp;จำกัด&nbsp;ว่าเมื่อเวลา&nbsp;02.00&nbsp;น.&nbsp;เกิดอุบัติเหตุท่อส่งน้ำยางสดเข้าระบบแตกภายในบริเวณโรงงาน&nbsp;เป็นเหตุให้น้ำยางสดบางส่วนไหลลงคูระบายน้ำภายในโรงงาน&nbsp;และไหลลงสู่ลำคลองเบตง&nbsp;ซึ่งทางโรงงานได้ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้วในเวลา&nbsp;03.00&nbsp;น.&nbsp;อย่างไรก็ตามทาง&nbsp;สนง.อุตสาหกรรมจะลงตรวจสอบโรงงานและกำชับไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115211914571"],
    [321,"หัวหินน้ำทะเลเป็นสีเขียวจากปรากฏการณ์ \"ขี้ปลาวาฬ\"","<p><strong>(15&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณชายหาดหัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า&nbsp;\"แพลงก์ตอนบลูม\"&nbsp;</strong>หรือขี้ปลาวาฬ&nbsp;ส่งผลให้น้ำทะเลมีสีเขียวซัดเข้าชายฝั่งและมีกลิ่นเหม็นตั้งแต่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาไปทางศาลเจ้าแม่ทับทิมระยะทางประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;แต่ยังไม่พบว่ามีปลาตายแต่อย่างใด&nbsp;ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบางรายต่างไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเล&nbsp;ขณะที่บางคนถ่ายภาพเซลฟี่เพราะไม่เคยพบเห็น&nbsp;</p><p><strong>ปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ&nbsp;หรือแพลงก์ตอนบลูม&nbsp;เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปี&nbsp;</strong>โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการปล่อยน้ำเสียจากชุมชนลงสู่ทะเลจนทำให้แพลงก์ตอนได้รับสารอาหารและเกิดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเมื่อออกซิเจนในน้ำทะเลหมดลง&nbsp;แพลงก์ตอนก็จะตายจนทำให้น้ำทะเลกลายสีเขียว&nbsp;หรืออาจเป็นช่วงที่เปลี่ยนฤดูจึงเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น&nbsp;ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่าน้ำทะเลเปลี่ยนสีเขียวหรือแพลงก์ตอนบลูม&nbsp;ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่ลงเล่นน้ำทะเล&nbsp;เพียงแต่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำเนื่องจากบางจุดจะมีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง&nbsp;และทำให้หวั่นว่าจะเกิดผลกระทบต่อผิวหนัง&nbsp;หากบางคนผิวแพ้ง่ายก็อาจทำให้มีผื่นคันได้&nbsp;อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ดังกล่าวคาดว่าหากมีลมทะเลพัดแรงเพียง&nbsp;4-7&nbsp;วันก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115215035572"],
    [322,"หน.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เอาจริง จับปรับนักท่องเที่ยวฝ่าฝืนให้อาหารสัตว์ป่าย้ำจะไม่ปราณีให้กับผู้กระทำผิดอีกต่อไป","<p><strong>นายอดิศักดิ์&nbsp;ภูสิทธิ์วงศานุยุต&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>เมื่อเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ลานกางเต็นท์ลำตะคองว่า&nbsp;มีนักท่องเที่ยวผู้หวังดีได้ถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่ง&nbsp;ที่แอบให้อาหารกวางป่าบนเขาใหญ่&nbsp;ซึ่งการให้อาหารสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&nbsp;โดยในเรื่องนี้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;ได้มีการแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์&nbsp;เกี่ยวกับกฎระเบียบข้อห้ามต่างๆ&nbsp;ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืน&nbsp;โดยดำเนินการเปรียบเทียบปรับอย่างเข้มงวดมาแล้วหลายราย&nbsp;แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ยังฝ่าฝืนแอบให้อาหารสัตว์ป่า&nbsp;ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะทำให้สัตว์ป่าเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม&nbsp;ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวมของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;โดยเฉพาะกวาง&nbsp;และลิง&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวขาดจิตสำนึกบางกลุ่มมักแอบนำอาหารมาให้อยู่เสมอ&nbsp;การให้อาหารลิงจะทำให้ลิงออกมาจากป่า&nbsp;และนั่งรออาหารจากนักท่องเที่ยวบริเวณข้างถนน&nbsp;ก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถนักท่องเที่ยวเฉี่ยวชนกับลิง&nbsp;ทำให้ลิงได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต&nbsp;เห็นแล้วเป็นภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก&nbsp;ในขณะเดียวกันเมื่อนักท่องเที่ยวจอดรถให้อาหารลิง&nbsp;ก็จะส่งผลให้รถยนต์ที่ตามมาคันหลัง&nbsp;เฉี่ยวชนกับคันที่อยู่ข้างหน้าได้&nbsp;โดยเฉพาะสิ่งที่นักท่องเที่ยวคาดไม่ถึงคือ&nbsp;ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศห่วงโซ่อาหารในป่าอย่างใหญ่หลวง</p><p>การให้อาหารกวางก็เช่นเดียวกัน&nbsp;จะทำให้กวางเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์ป่า&nbsp;ที่มารอคอยอาหารที่มนุษย์หยิบยื่นให้&nbsp;ซึ่งจะนำโรคในสัตว์ป่าและแมลงมีพิษมาสู่คนได้</p><p><strong>นายอดิศักดิ์ฯ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;ได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น&nbsp;เพื่อใช้กฎหมายในการลงโทษแก่นักท่องเที่ยวที่ยังมีการฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อห้ามต่างๆ&nbsp;อย่างเช่นในกรณีนี้&nbsp;มีนักท่องเที่ยวผู้หวังดี&nbsp;ถ่ายรูปนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่แอบให้อาหารกวางป่า&nbsp;บริเวณลานกางเต็นท์ลําตะคอง&nbsp;จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่&nbsp;นำตัวนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวไปเปรียบเทียบปรับ&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;และจะได้นำกรณีนี้&nbsp;เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ&nbsp;เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิด&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;เราจะไม่ปราณีให้กับผู้กระทำผิดอีกต่อไป&nbsp;การบังคับใช้กฎหมายต้องจริงจัง&nbsp;และเข้มแข็ง&nbsp;จะมาอ้างว่า&nbsp;\"ไม่รู้ไม่เห็น\"&nbsp;ไม่ได้อีกต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ทำการติดตั้ง&nbsp;ป้ายขนาดใหญ่&nbsp;จับ&nbsp;ปรับ&nbsp;จริง&nbsp;</strong>โทษขั้นต่ำ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย&nbsp;ให้อาหารสัตว์ป่า&nbsp;และนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;โดยติดป้ายไว้บริเวณด้านหน้าทางเข้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมทั้งสองฝั่ง</p><p><strong>จากสถิติจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;ในช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;</strong>ถือเป็นอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ที่มีจำนวนยอดนักท่องเที่ยวมากที่สุด&nbsp;จำนวน&nbsp;60,380&nbsp;คน&nbsp;โดยในปีนี้สามารถ&nbsp;ควบคุมและบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;พร้อมทั้งได้ดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;ในพื้นที่ลานกางเต็นท์ลำตะคอง&nbsp;และพื้นที่ลานกางเต็นท์ชั่วคราวเขาร่ม</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115222225576"],
    [323,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักในภาคเหนือบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนตกเล็กน้อย","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักในภาคเหนือบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนตกเล็กน้อย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(16&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้าและมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงราย&nbsp;42&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;35,887&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,809&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ</p>","2022-01-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116095223597"],
    [324,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณทลปรับตัวลดลงอยู่เกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ต่อเนื่องถึง 21 ม.ค. แต่ต้องเฝ้าระวังสูงขึ้นช่วงเย็นวันที่ 17 ไปจนถึงเช้าวันที่ 18 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณทลปรับตัวลดลงอยู่เกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ต่อเนื่องถึง&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังสูงขึ้นช่วงเย็นวันที่&nbsp;17&nbsp;ไปจนถึงเช้าวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(16&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดและหลายพื้นที่มีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;มกราคมจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดและสภาพอากาศที่นิ่งลดลง&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;18&nbsp;และ&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยเฉพาะควรเฝ้าระวังช่วงเย็นวันที่&nbsp;17&nbsp;ไปจนถึงเช้าวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;จะมีโอกาสที่จะเกิดการสะสมของฝุ่นละอองได้&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2022-01-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116100202598"],
    [325,"ทส.จัดเต็ม สร้างการรับรู้เชิงรุก บริหารจัดการเชื้อเพลิง \"ชิงเก็บ ลดเผา\" แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5","<p><strong>รมว.ทส.&nbsp;นำทีมขึ้นเหนือ&nbsp;ร่วมกิจกรรมเชิงรุกขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงฯ&nbsp;</strong>เปิดยุทธการ&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ป้องกันไฟป่า&nbsp;เดินหน้าปลูกจิตสำนึกสร้างการรับรู้แก่ชุมชนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;แก้ปัญหาวิกฤตจากหมอกควันไฟและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอุดม&nbsp;โปร่งฟ้า&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ&nbsp;และนายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมทั้งคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมเดินทางลงพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดยุทธการเชิงรุกป้องกันไฟป่า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมส่งเสริมการรับรู้ในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตามนโยบายกระทรวงฯ&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;รณรงค์แก้ปัญหามลพิษลดวิฤตจากหมอกควันไฟและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งได้มีการทำกิจกรรมสร้างการรับรู้ขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำวังเฮือ&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นตัวแทนในนามจังหวัด&nbsp;นำทีมผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และผู้แทนชุมชนท้องถิ่นในเขตพื้นที่&nbsp;มาร่วมให้การต้อนรับคณะฯ&nbsp;พร้อมกับนำทีมวิทยากรจากกรมป่าไม้&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;และจากบริษัทปูนซิเมนต์ไทย&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;จำกัด&nbsp;มาร่วมให้ข้อมูลรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;และสาธิตวิธีการกำจัดเชื้อเพลิงจากป่า</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องด้วยปัจจุบัน&nbsp;จังหวัดลำปางกำลังย่างเข้าสู่หน้าแล้งอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;</strong>โดยทุกๆ&nbsp;ปีในห้วงเดือนมกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;ปลายเดือนเมษายน&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดมักจะประสบกับปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;โดยจากปัญหาที่เกิดขึ้นทางจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้มีการประกาศให้การเฝ้าระวังป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องรีบดำเนินการ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็กส่วนใหญ่&nbsp;มักเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากสาเหตุของการเผาป่า&nbsp;การเผาเศษตอซังและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรของเกษตรกรเพื่อจัดเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในครั้งต่อไป&nbsp;อันเป็นวิธีการกำจัดที่ไม่ถูกต้อง&nbsp;ดังนั้นทางจังหวัดจึงได้บูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการสร้างการรับรู้เรื่องการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนในการระงับยับยั้งการจุดไฟเผาทั้งในเขตพื้นที่ป่า&nbsp;และในพื้นที่โล่งอื่นๆ&nbsp;เพื่อจะลดผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเผาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสุขภาพของประชาชน</p><p><strong>โดยในการจัดกิจกรรมครั้งนี้</strong>&nbsp;ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการนำผลงานนวัตกรรมในการเฝ้าระวังป้องกันไฟป่ามาจัดแสดง&nbsp;ให้คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับชม&nbsp;เช่น&nbsp;การนำเทคโนโลยีนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวังติดตามพื้นที่ที่เกิดไฟป่า&nbsp;ทั้งการตรวจหาจุดความร้อน&nbsp;การแจ้งพิกัดจุดเกิดเหตุ&nbsp;พร้อมเป็นอุปกรณ์นำทางให้เจ้าหน้าที่เข้าไปยังพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;รวมถึงช่วยในการสนับสนุนจัดส่งสิ่งของอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ป่า&nbsp;และรายงานผลสถานการณ์ประจำวัน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงมาจัดแสดงเป็นตัวอย่าง&nbsp;โดยเฉพาะวิธีการนำเศษกิ่งไม้&nbsp;ใบไม้&nbsp;หญ้าแห้ง&nbsp;มาอัดเป็นก้อนก่อนนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;ทั้งในด้านการเกษตร&nbsp;อุตสาหกรรมโรงงาน&nbsp;และการจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้&nbsp;ซึ่งการกำจัดเชื้อเพลิงด้วยวิธีการดังกล่าวเพื่อเป็นตัวอย่างให้ชุมชนได้นำไปต่อยอดและขยายผล&nbsp;เพื่อจะให้การดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในระดับพื้นที่เกิดความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p>นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-16T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116122050641"],
    [326,"จ.แม่ฮ่องสอน จุดความร้อนเป็นศูนย์ 4 วันติดต่อกัน ขณะที่จุดความร้อนสะสม ลดลงจากปีก่อน ประมาณ 4 เท่า","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สรุปสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;</strong>หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าในห้วงวันที่&nbsp;13-16&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;จุดความร้อนเป็นศูนย์</p><p><strong>ขณะที่มีจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;ดังนี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;10&nbsp;จุด,&nbsp;อ.ปางมะผ้า&nbsp;2&nbsp;จุด,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;8&nbsp;จุด,&nbsp;&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;จุด,&nbsp;&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;15&nbsp;จุด,&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;โดยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา&nbsp;(2564)&nbsp;ในห้วงเวลาเดียวกัน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เกิดจุดความร้อน&nbsp;179&nbsp;จุด&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อน&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีจำนวนลดลง&nbsp;คิดเป็นร้อยละประมาณ&nbsp;4&nbsp;เท่า</strong>&nbsp;&nbsp;ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;24&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-16T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116161605709"],
    [327,"เกษตรกร-เอกชนหนุนปศุสัตว์ เดินหน้าพลิกสถานการณ์หมู เชื่อมั่นรายย่อยฟื้นได้ตามแผน ดันเลิก คุมราคาหน้าฟาร์ม จูงใจ","<p>นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ตามที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้รายงานนายกรัฐมนตรีว่าจะแก้ไขสถานการณ์หมูให้ได้โดยเร็วที่สุดนั้น นับเป็นข่าวดีของคนเลี้ยงหมูและขอสนับสนุนการทำงานของกรมปศุสัตว์อย่างเต็มที่ เพราะเกษตรกรทุกคนอยากกลับมาประกอบอาชีพที่ตนเองถนัด เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตหมูเข้าสู่ตลาด และจะทำให้ระดับราคาลดลงตามกลไกตลาด ซึ่งเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย&nbsp;</p><p><br></p><p><em>เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ท่านนำพาเกษตรกรคนเลี้ยงหมูกลับมาให้เร็วที่สุด ซึ่งทั้งเกษตรกร ภาคเอกชน และทุกคนในแวดวงผู้เลี้ยงจะช่วยกันในทุกด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน รวมถึงผู้เลี้ยงทั่วประเทศกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้งอย่างมั่นใจและรวดเร็ว เราควรใช้โอกาสนี้ในการฟื้นฟูและยกระดับการเลี้ยงหมูเข้าสู่มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัยในอาหาร และสร้างเสถียรภาพให้อุตสาหกรรมหมูไทย</em> นายสิทธิพันธ์กล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>อย่างไรก็ตาม การเตรียมเล้าในการลงหมูยังต้องการความมั่นใจในเรื่องโรคระบาด ซึ่งต้องขอให้กรมฯ ดำเนินการในส่วนนี้อย่างเข้มงวดและเคร่งครัด ดังเช่นที่เอกชนรายใหญ่ดูแลคอนแทร็คฟาร์มมิ่งและช่วยให้เกษตรกรรอดพ้นจากภาวะโรค ส่งผลเกษตรกรรายย่อยกลุ่มนี้สามารถเลี้ยงหมูป้อนสู่ตลาดในช่วงนี้ได้ ขณะเดียวกันการยกเลิกการคุมราคาหน้าฟาร์ม และ ปล่อยราคาตามกลไก จะเป็นแรงจูงใจเสริมได้อย่างดีว่าเลี้ยงแล้วสามารถขายได้ในราคาตามอุปสงค์อุปทานที่เกิดขึ้น ไม่ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสมอย่างที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากภาคเอกชนที่ร่วมสร้างความมั่นใจให้เกษตรกร และร่วมแก้ไขสถานการณ์หมูมาตั้งแต่ก่อนพบการระบาด&nbsp;ครั้งนี้ก็เช่นกัน บริษัทฯใหญ่หลายแห่งได้ผนึกกำลังเดินสายช่วยเกษตรกรรายย่อยฟื้นฟูอาชีพ ด้วยการจัดสัมมนาสัญจรในหัวข้อเรื่อง หลังเว้นวรรค...จะกลับมาอย่างไรให้ปลอดภัย?&nbsp;โดยนักวิชาการสัตวแพทย์ของซีพีเอฟ นำความรู้และเทคนิคการป้องกันโรคของบริษัทฯ มาถ่ายทอดสู่เกษตรกรรายย่อยในภาคอีสาน งานดังกล่าวจัดขึ้นในเดือนมกราคมนี้ ทั้งที่ จ.ร้อยเอ็ด จ.สุรินทร์ และตามด้วย จ.ศรีสะเกษ เป็นลำดับถัดไป เพื่อปูพื้นฐานที่เข้มแข็งให้กับเกษตรกรรายย่อยที่พร้อมกลับเข้ามาในระบบอีกครั้ง&nbsp;</p><p><br></p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวอีกว่า มาตรการระยะสั้น กลาง และยาว ที่รัฐแถลงออกมาก่อนหน้า เป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องในการส่งเสริมเกษตรกร ขณะเดียวกัน นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp; จะหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ประมาณ 2% มาสนับสนุนเกษตรกรด้วย เมื่อผนวกกับความร่วมมือร่วมใจของคนเลี้ยงหมู เชื่อว่าจะได้เห็นการฟื้นตัวของเกษตรกรรายย่อยได้ตามเป้าหมายของรัฐในเร็ววัน</p>","2022-01-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116201610744"],
    [328,"ศอ.บต. ดึงภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐจับมือผลักดัน จชต. ให้เป็นเมือง  ปศุสัตว์แบบครบวงจร","<p><strong>หลังนายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอกประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จชต.</strong>เมื่อวันพุธที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมร่วมประชุมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เพื่อนำร่องดำเนินโครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล&nbsp;โดยส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเป็นโครงการนำร่องโดยดำเนินการในลักษณะโครงการขยายผลโดยนำความสำเร็จ</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พลเรือตรีสมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;ได้ลงพื้นที่</strong>&nbsp;ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&nbsp;ไอบีซี&nbsp;อินดัสเตรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(IBCI)&nbsp;ตำบลทุ่งปรัง&nbsp;อำเภอสิชล&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อศึกษาเรียนรู้ต้นแบบการผลิตโคเนื้อคุณภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการและการตลาด&nbsp;เพื่อนำความรู้ที่ได้รับ&nbsp;ไปส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หันมาเลี้ยงดูโคเนื้อแบบครบวงจร&nbsp;โดยมีนายชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นายมะเสาวดี&nbsp;ไสสากา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;ตลอดจนผู้แทนจากภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;และผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเสริมความรู้</strong>&nbsp;ความเข้าใจถึงการเลี้ยงโคเนื้ออย่างถูกวิธีและครบวงจร&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เร่งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;พร้อมเสริมความรู้ถึงวิธีการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจรแก่เกษตรกรโดยสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนและผลักดันให้มีการลงทุนในการทำฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์&nbsp;การผลิตพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์โคเนื้อ&nbsp;ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงภาคการตลาด&nbsp;โดยให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเมืองปศุสัตว์แบบครบวงจร</p><p>เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จะผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์</p><p><strong>โดยมีกรอบแนวคิดในการส่งเสริมขยายการเลี้ยงโค</strong>&nbsp;โดยเฉพาะโคเนื้อให้มากขึ้น&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้แก่ประชาชน&nbsp;โดยโคที่เลี้ยงไว้&nbsp;คือโคเนื้อในเชิงพาณิชย์ที่มีขนาด&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;และมีความต้านทานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;และเป็นโคท้องถิ่นไว้สำหรับบริโภคตามวิธีชีวิตของพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยกรอบแนวคิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น&nbsp;เพื่อจะพัฒนาให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;หรือโคต้นน้ำ&nbsp;โดยพัฒนาพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;ให้สมบูรณ์&nbsp;และการผลิตลูกโค&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;คือการเลี้ยงโคแบบถูกวิธี&nbsp;โดยจะเริ่มตั้งแต่วันแรกคลอด&nbsp;จนไปถึง&nbsp;1&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;คือการขุนโคและคุณภาพเนื้อให้ได้มาตรฐาน&nbsp;โดยใช้ระยะเวลาประมาณ&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกระบวนการดังกล่าว&nbsp;จะเป็นการประเมินจากทุกภาคส่วน</strong>&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงของการพัฒนา&nbsp;พ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;โดยจะร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา&nbsp;เช่น&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;จะเข้ามาร่วมมือในการพัฒนาโคเนื้อในครั้งนี้&nbsp;และภาคเอกชนจะส่งเสริมการลงทุนการผลิตแบบครบวงจร&nbsp;ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาทุกอย่างเป็นระบบแล้ว&nbsp;จะสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์ในพื้นที่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกหญ้าเนเปียร์&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;มันสําปะหลัง&nbsp;ต้นกระทิน&nbsp;ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นพืชไว้สำหรับการให้อาหารสัตว์&nbsp;และยังสามารถนำไปจำหน่ายตามตลาดทั่วไปได้อีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ยังได้ชื่นชมฟาร์มโคเนื้อแห่งนี้&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโค&nbsp;คือ&nbsp;มีผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ผลงานที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า&nbsp;มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ&nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง&nbsp;และ&nbsp;มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ยังได้ชมสาธิตการผสมอาหารและการหมักอาหารจากฟาร์ม&nbsp;การฉีดยาถ่ายพยาธิประจำปี&nbsp;และการเสริมอาหารบำรุงแก่ลูกวัว&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&nbsp;ไอบีซี&nbsp;อินดัสเตรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(IBCI)&nbsp;</strong>ได้เริ่มมีการเลี้ยงโคเนื้อเมื่อต้นเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงวันนี้ฟาร์มแห่งนี้สามารถผลิตโคเนื้อได้ทั้งหมดจำนวน&nbsp;210&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117084528792"],
    [329,"ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ลดผลกระทบและความเสียหายแก่เกษตรกร ป้องกันการแพร่ระบาดโรคสัตว์ไม่ให้กระจายไปวงกว้าง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายสัตวแพทย์กรรัตน์&nbsp;คุ้มกระ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;หรือวอร์รูม&nbsp;เฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์โดยกำหนดมาตรการการเฝ้าระวังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของโรค&nbsp;มิให้สามารถเข้ามาสร้างความเสียหายแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เมื่อพบสุกรในฟาร์ม&nbsp;มีอาการป่วยหรือตายผิดปกติ&nbsp;ขอให้แจ้งสายด่วนกรมปศุสัตว์ทันที&nbsp;06-3225-6888&nbsp;หรือติดต่อโดยตรงได้ที่ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ&nbsp;เพื่อให้ทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล&nbsp;ติดตามอาการ&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำการดำเนินการที่ถูกต้อง&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดโรคสัตว์ไม่ให้กระจายไปวงกว้าง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีได้เพิ่มช่องทางติดต่อ</strong>&nbsp;สร้างการความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกรทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;พร้อมเร่งช่วยเหลือเยียวยาให้บริการเกษตรกรผู้เสียหาย&nbsp;เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายแก่เกษตรกรให้น้อยที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117090244797"],
    [330,"ศอ.บต. ดึงภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐจับมือผลักดัน จชต. ให้เป็นเมือง  ปศุสัตว์แบบครบวงจร","<p><strong>หลังนายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอกประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จชต.</strong>เมื่อวันพุธที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมร่วมประชุมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เพื่อนำร่องดำเนินโครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล&nbsp;โดยส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเป็นโครงการนำร่องโดยดำเนินการในลักษณะโครงการขยายผลโดยนำความสำเร็จ&nbsp;ต่อมา&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พลเรือตรีสมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการเลี้ยงโค&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขต&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;เพื่อศึกษาเรื่องของการเลี้ยงโคให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;ตลอดจน&nbsp;วันนี้&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เลขาธิการศอ.บต.&nbsp;ลงพื้นที่ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&nbsp;ไอบีซี&nbsp;อินดัสเตรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(IBCI)&nbsp;ตำบลทุ่งปรัง&nbsp;อำเภอสิชล&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อศึกษาเรียนรู้ต้นแบบการผลิตโคเนื้อคุณภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการและการตลาด&nbsp;เพื่อนำความรู้ที่ได้รับ&nbsp;ไปส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หันมาเลี้ยงดูโคเนื้อแบบครบวงจร&nbsp;โดยครั้งนี้มีนายชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นายมะเสาวดี&nbsp;ไสสากา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ตลอดจนผู้แทนจากภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;และผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&nbsp;&nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเสริมความรู้&nbsp;ความเข้าใจถึงการเลี้ยงโคเนื้ออย่างถูกวิธีและครบวงจร&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เร่งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;พร้อมเสริมความรู้ถึงวิธีการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจรแก่เกษตรกรโดยสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สนับสนุนและผลักดันให้มีการลงทุนในการทำฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่&nbsp;</strong>เพื่อให้มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์&nbsp;การผลิตพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์โคเนื้อ&nbsp;ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงภาคการตลาด&nbsp;โดยให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเมืองปศุสัตว์แบบครบวงจร&nbsp;</p><p>ในการนี้&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;จะผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกรอบแนวคิดในการส่งเสริมขยายการเลี้ยงโค&nbsp;โดยเฉพาะโคเนื้อให้มากขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้แก่ประชาชน&nbsp;โดยโคที่เลี้ยงไว้&nbsp;คือโคเนื้อในเชิงพาณิชย์ที่มีขนาด&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;และมีความต้านทานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;และเป็นโคท้องถิ่นไว้สำหรับบริโภคตามวิธีชีวิตของพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยกรอบแนวคิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น&nbsp;เพื่อจะพัฒนาให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;หรือโคต้นน้ำ&nbsp;โดยพัฒนาพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;ให้สมบูรณ์&nbsp;และการผลิตลูกโค&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;คือการเลี้ยงโคแบบถูกวิธี&nbsp;โดยจะเริ่มตั้งแต่วันแรกคลอด&nbsp;จนไปถึง&nbsp;1&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;</p><p><strong>และปลายน้ำ&nbsp;คือการขุนโคและคุณภาพเนื้อให้ได้มาตรฐาน</strong>&nbsp;โดยใช้ระยะเวลาประมาณ&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งกระบวนการดังกล่าว&nbsp;จะเป็นการประเมินจากทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงของการพัฒนา&nbsp;พ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;โดยจะร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา&nbsp;เช่น&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;จะเข้ามาร่วมมือในการพัฒนาโคเนื้อในครั้งนี้&nbsp;และภาคเอกชนจะส่งเสริมการลงทุนการผลิตแบบครบวงจร&nbsp;ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาทุกอย่างเป็นระบบแล้ว&nbsp;จะสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์ในพื้นที่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกหญ้าเนเปียร์&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;มันสําปะหลัง&nbsp;ต้นกระทิน&nbsp;ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นพืชไว้สำหรับการให้อาหารสัตว์&nbsp;และยังสามารถนำไปจำหน่ายตามตลาดทั่วไปได้อีกด้วย</p><p>นอกจากนี้&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ยังได้ชื่นชมฟาร์มโคเนื้อแห่งนี้&nbsp;ได้ดำเนินการเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโค&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1.&nbsp;มีผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ผลงานที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า&nbsp;</p><p>2.&nbsp;มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ&nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง&nbsp;</p><p>3.&nbsp;มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>โดยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ยังได้ชมสาธิตการผสมอาหาร</strong>และการหมักอาหารจากฟาร์ม&nbsp;การฉีดยาถ่ายพยาธิประจำปี&nbsp;และการเสริมอาหารบำรุงแก่ลูกวัว&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&nbsp;ไอบีซี&nbsp;อินดัสเตรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(IBCI)&nbsp;ได้เริ่มมีการเลี้ยงโคเนื้อเมื่อต้นเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงวันนี้ฟาร์มแห่งนี้สามารถผลิตโคเนื้อได้ทั้งหมดจำนวน&nbsp;210&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117084917794"],
    [331,"การส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์หลังประกาศโรค ASF ในสุกร ไม่กระทบมากนัก ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;หลังจากที่มีการประกาศโรค&nbsp;อหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรในประเทศไทยและได้รายงานไปองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคมที่ผ่านมานั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรับมือผลกระทบด้านการส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์&nbsp;หลังการประกาศพบเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรในประเทศไทย&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ศึกษาถึงผลกระทบและเงื่อนไขในการส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ของประเทศผู้นำเข้าต่างๆ&nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากการค้นคว้าข้อมูลและตามระเบียบประเทศคู่ค้า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">และตามหลักมาตรฐานสากลพบว่า&nbsp;การส่งออกเนื้อสุกรดิบและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&nbsp;คาดการณ์ว่าจะไม่มีผลกระทบมากนัก&nbsp;เนื่องจากประเทศไทยมีตลาดส่งออกหลักทั้งเนื้อสุกรดิบและสุก&nbsp;ที่ยอมรับในการปฏิบัติตามคำแนะนำของ&nbsp;OIE&nbsp;และเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้าที่กำหนด&nbsp;โดยตลาดส่งออกหลักของเนื้อสุกรดิบคือฮ่องกง&nbsp;ส่วนเนื้อสุกรสุกหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&nbsp;ตลาดหลักคือ&nbsp;ญี่ปุ่นและฮ่องกง&nbsp;ซึ่งการส่งออกในกรณีที่ประเทศมีการระบาดของโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;นั้นจะพิจารณาตามข้อแนะนำ&nbsp;OIE&nbsp;และเงื่อนไขประเทศผู้นำเข้าที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ&nbsp;เช่น&nbsp;เป็นการห้ามทั้งประเทศ&nbsp;หรือห้ามเป็นพื้นที่&nbsp;หรือห้ามเป็นฟาร์ม&nbsp;โดยมีข้อกำหนดอาทิ&nbsp;การส่งออกเนื้อสุกรดิบ&nbsp;สำหรับบางประเทศที่ไม่ได้ห้ามนำเข้า&nbsp;กรมศุสัตว์จะอนุญาตให้ส่งออกต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีการควบคุมการผลิตเนื้อสุกร&nbsp;ไม่ให้มีเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรปนเปื้อนในกระบวนการผลิต&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรปรุงสุก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;OIE&nbsp;ได้กำหนดเงื่อนไขการทำลายเชื้อไวรัส&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;ดังนี้&nbsp;การทำลายเชื้อไวรัส&nbsp;ASF&nbsp;ในเนื้อสุกรต้องผ่านความร้อน&nbsp;70&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ระยะเวลาอย่างน้อย&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;และในกรณีที่บางประเทศมีการกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าเป็นการเฉพาะ&nbsp;กรมปศุสัตว์จะเร่งเจรจากับหน่วยงานที่รับผิดชอบของประเทศนั้นๆ&nbsp;เพื่อขอส่งสินค้าเนื้อสุกรปรุงสุกหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&nbsp;ให้ได้อย่างต่อเนื่อง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการส่งออกเนื้อสุกรดิบ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และสินค้าเนื้อสุกรปรุงสุกหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;จะพิจารณาจากท่าทีและเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้าที่จะมีการกำหนดเพิ่มเติมอย่างไร&nbsp;และปัจจัยอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;สถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยคาดการณ์ว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;การส่งออกน่าจะมีปริมาณใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาโดยส่งออกประมาณ&nbsp;23,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;3,646&nbsp;ล้านบาทอย่างไรก็ตามการส่งออกสุกรมีชีวิตนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาราคาเนื้อหมูแพง&nbsp;ภาครัฐได้มีการแก้ปัญหาโดยมาตรการระยะเร่งด่วนกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการได้ประกาศห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักรเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117102634828"],
    [332,"อรรถพร คาดก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่แล้วเสร็จในปี 70 พร้อมเปิดให้บริการประชาชนและให้เยาวชนเข้าไปเรียนรู้ศึกษาความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าและธรรมชาติ","<p><strong>ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;คาดก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่แล้วเสร็จในปี&nbsp;2570&nbsp;พร้อมเปิดให้บริการประชาชนและให้เยาวชนเข้าไปเรียนรู้ศึกษาความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าและธรรมชาติ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่&nbsp;บนที่ดินพระราชทาน&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&nbsp;หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบงบผูกพันข้ามปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;จำนวน&nbsp;1,109&nbsp;ล้านบาทให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการว่า&nbsp;สวนสัตว์แห่งใหม่นี้สร้างขึ้นเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;ภายใต้แนวคิดจัดทำเป็นสวนสัตว์ที่ทันสมัยระดับนานาชาติ&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ครบถ้วนในระดับสากล&nbsp;ทั้งการเรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่าในและนอกถิ่นอาศัย&nbsp;ระบบภูมินิเวศทางธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ&nbsp;เรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ศึกษาวิจัยและเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;และเป็นแหล่งนันทการรองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;6&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่สวนสาธารณะ&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ส่วนพาณิชย์&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ส่วนป้องกันน้ำท่วม&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ส่วนวิจัย&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ส่วนจอดรถ&nbsp;และพื้นที่ส่วนจัดแสดงสัตว์โซนแอฟริกา&nbsp;โซนเอเชีย&nbsp;โซนออสเตรเลีย&nbsp;โซนอเมริกาใต้&nbsp;และสวนสัตว์เด็ก&nbsp;เบื้องต้นใช้เวลาออกแบบสวนสัตว์มาแล้ว&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อเกิดสัดส่วนที่เหมาะสมของสัตว์แต่ละชนิดและตามภูมิภาค&nbsp;โดยใช้สภาพสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติเป็นเกณฑ์จัดสรร&nbsp;คาดใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หรือประมาณปี&nbsp;2570&nbsp;ซึ่งในปีที่&nbsp;3&nbsp;ที่ก่อสร้างบางส่วนหรือบางโซนจะเปิดให้บริการประชาชนได้แล้ว&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าของสวนสัตว์ได้กันไว้เป็นสวนสาธารณะประมาณร้อยละ&nbsp;10&nbsp;&nbsp;15&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;สวนสัตว์จะมีพื้นที่ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;&nbsp;70&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะโซนทุ่งน้ำรังสิต&nbsp;หรือโซนเอเชียจะเป็นจุดเด่นที่มีโขลงช้าง&nbsp;ฝูงควายน้ำ&nbsp;เก้งหม้อ&nbsp;เก้ง&nbsp;ซึ่งเชื่อมโยงกับอดีตที่ผ่านมาในบริเวณแห่งนี้เป็นทุ่งน้ำรังสิตและเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมของสัตว์เหล่านี้&nbsp;สิ่งสำคัญจะมีการนำเทคโนโลยีสมัยเข้ามาใช้เพื่อให้เป็นสวนสัตว์แห่งอนาคตด้วย&nbsp;</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117082451789"],
    [333,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกบางพื้นที่ในภาคภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนรับมือภัยแล้งนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกบางพื้นที่ในภาคภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนรับมือภัยแล้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;คาดจะเคลื่อนเข้าปกคลุม&nbsp;สปป.ลาวและตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยวันนี้&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงราย&nbsp;42&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;35,773&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,722&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเชิงป้องกันผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำที่อาจเกิดขึ้นช่วงหน้าแล้งนี้&nbsp;อย่างกรมชลประทาน&nbsp;ส่งเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ของโครงการชลประทานผักไห่และโครงการชลประทานเจ้าเจ็ด-บางยี่หน&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาบางแห่งเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งโดยเฉพาะพื้นที่ชลประทานในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่&nbsp;และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน&nbsp;ในเขตตำบลรางจระเข้&nbsp;อำเภอเสนา&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ปริมาณน้ำที่เคยเก็บไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำแห้งขอด&nbsp;ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เริ่มประสบปัญหาน้ำไม่พอสำหรับทำการเกษตรช่วงหน้าแล้ง&nbsp;โดยสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;ได้นำเครื่องสูบน้ำเข้าไปติดตั้งบริเวณประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ด&nbsp;4&nbsp;เครื่อง&nbsp;เพื่อสูบน้ำย้อนจากแม่น้ำน้อยเข้าคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หนก่อนส่งเข้าระบบชลประทานและกระจายน้ำให้เกษตรกรได้ทำการเพาะปลูก&nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมอีกบริเวณประตูน้ำผักไห่&nbsp;คาดจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในทุ่งผักไห่ได้อย่างมาก&nbsp;โดยขอให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอใช้ตลอดแล้งนี้ไปจนถึงตันฤดูฝนปีหน้า&nbsp;โดยเฉพาะน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;และรักษาระบบนิเวศ</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117084403791"],
    [334,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน 10 พื้นที่ โดยต้องเฝ้าระวังสูงขึ้นช่วงเย็นวันที่ 17 ไปจนถึงเช้าวันที่ 18 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;10&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังสูงขึ้นช่วงเย็นวันที่&nbsp;17&nbsp;ไปจนถึงเช้าวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;10&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;28&nbsp;&nbsp;61&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คือ&nbsp;แขวงคลองกุ่ม&nbsp;เขตบึงกุ่ม&nbsp;,&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;เขตดอนเมือง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนสุขาภิบาล5&nbsp;เขตสายไหม&nbsp;,&nbsp;ริมถนนนวมินทร์&nbsp;แยกบางกะปิ&nbsp;เขตบางกะปิ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดกระบัง&nbsp;เขตลาดกระบัง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนสีหบุรานุกิจ&nbsp;เขตมีนบุรี&nbsp;,&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากลมอ่อนและการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;22&nbsp;และ&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยเฉพาะควรเฝ้าระวังช่วงเย็นวันที่&nbsp;17&nbsp;ไปจนถึงเช้าวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;จะมีโอกาสที่จะเกิดการสะสมของฝุ่นละอองได้&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117100732811"],
    [335,"องค์การอนามัยโลกเตือนหวัดนกระบาดในประเทศจีน  ปศุสัตว์สั่ง จนท.คุมเข้มเฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดน","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong> เปิดเผยว่า<strong> จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิด H5N6 ในประเทศจีน </strong>โดยสาธารณสุขฮ่องกงระบุว่าผู้ติดเชื้อในจีนทั้ง 5 ราย พบในปี 2021 เป็นชาย 4 คน และหญิง 1 คน จากมณฑลเสฉวน, เจ้อเจียง และเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง โดยในจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดนี้ 2 ราย เสียชีวิตแล้ว ขณะที่อีก 3 ราย ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส โดยผู้ติดเชื้อทั้ง 5 ราย ในจำนวนนี้ 4 ราย สัมผัสกับสัตว์ปีก ขณะที่อีก 1 ราย อยู่ระหว่างการสืบสวน</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา 12 ปี </strong>แต่กรมปศุสัตว์ก็ยังคงเตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&nbsp;&nbsp;สุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกในพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่ตามแนวชายแดน พื้นที่นกอพยพ พื้นที่นกวางไข่ พื้นที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่น เป็นต้น เข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีกภายในประเทศ ชะลอการนำเข้าสัตว์และซากสัตว์ปีกจากประเทศที่เกิดโรคไข้หวัดนก&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสัตว์ปีกเลี้ยงในระบบฟาร์มให้เข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด </strong>เช่น การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มเข้มงวดเรื่องระบบความปลอดภัยภายในฟาร์ม ควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม ให้ฉีดพ่นยานพาหนะทุกคัน เป็นต้น รณรงค์ทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ได้แก่ พื้นที่นกอพยพอาศัยอยู่ พื้นที่ตามแนวชายแดน พื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่นเป็นต้น ตลอดจนผลักดันระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกให้เข้าระบบมาตรฐาน GAP หรือ GFM รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตลอดจนหน่วยงานระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ทั้งนี้ ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เจ้าหน้าปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการ ควบคุมโรคทันที&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน</strong>&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) กรมปศุสัตว์ หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร. 063-225-6888 หรือแจ้งผ่าน Application : DLD 4.0 ได้ตลอดเวลา&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ข้อมูล: สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์</strong></p><p><br></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117102504823"],
    [336,"จิตอาสาพระราชทาน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ร่วมทำฝายชะลอน้ำ กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง","<p><strong>จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;125&nbsp;คน&nbsp;ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เราทำความ&nbsp;ดี&nbsp;ด้วยหัวใจ&nbsp;โดยร่วมกันพัฒนา&nbsp;และบรรจุหิน-ทราย&nbsp;เพื่อทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง&nbsp;ณ&nbsp;ลำน้ำแม่ตาล&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านปันง้าว&nbsp;ตำบลห้างฉัตร&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านทุ่งบ่อแป้น&nbsp;ตำบลปงยางคก&nbsp;อำเภอห้างฉัตร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือตอนบน&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ทำให้ภาคเหนือตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโซกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโขกแรง&nbsp;โดยหลีกเสี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117104347846"],
    [337,"หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ร่วมกันเตรียมพื้นที่สำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการ \"โคกหนองนา โมเดล\"","<p><strong>เมื่อวานนี้&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;กองพันทหารราบ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;</strong>โดย&nbsp;พันจ่าเอก&nbsp;ณัฐพัฒน์&nbsp;ทองนวน&nbsp;หัวหน้าชุดกิจการพลเรือน&nbsp;กองพันทหารราบ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;กำลังพล&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;นาย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชุดปฏิบัติการพิเศษ&nbsp;617&nbsp;,&nbsp;นายวชิระ&nbsp;กระต่ายจันทร์&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากุ่ม&nbsp;,&nbsp;นาย&nbsp;ฤชา&nbsp;ถีระเจริญ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านเนินดินแดง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;,&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันเตรียมพื้นที่สำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โครงการ&nbsp;\"โคกหนองนา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;เกษตรตามศาสตร์พระราชา&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเนินดินแดง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลเนินทราย&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด</p><p><strong>สำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โครงการ&nbsp;\"โคกหนองนา&nbsp;โมเดล\"</strong>&nbsp;เกษตรตามศาสตร์พระราชา&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเนินดินแดง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลเนินทราย&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแปลงสาธิตให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;นำไปเป็นแบบอย่างในการปรับใช้กับแปลงเกษตรของตนเองต่อไป&nbsp;เนื่องด้วยในพื้นที่มีประชาชนประกอบอาชีพเกษตรเป็นส่วนใหญ่&nbsp;โดยพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;จะจัดพิธีเปิดโครงการดังกล่าวในวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117111744867"],
    [338,"กยท.ตรัง อนุมัติงบประมาณกว่า 72 ล้านบาท เร่งช่วยเหลือชาวสวนยาง ในการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้ชะลอขาย สร้างอำนาจต่อรองนายทุนใหญ่ หลังราคายางพาราตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ  46 - 48 บาท  ขณะที่ค่าครองชีพ หมู ไก่ อาหารทะเลราคาพุ่งรายวัน ทำให้ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนยางเดือดร้อน","<p><strong>ที่ศูนย์รวบรวมน้ำยางสด&nbsp;แปลงใหญ่ยางพารา&nbsp;กยท.ย่านตาขาว&nbsp;ต.หนองบ่อ&nbsp;อ.ย่านตาขาว</strong>&nbsp;และโรงรวบรวมน้ำยางสดมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;นายภิรม&nbsp;หนูรอด&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;สาขา/10&nbsp;อำเภอของจ.ตรัง&nbsp;ซึ่งการยางแห่งประเทศไทยได้อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และงบพัฒนาจังหวัดตรังจำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อจัดซื้อถังเก็บน้ำยา&nbsp;เร่งทำโครงการชะลอการขายยาง&nbsp;ของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เพื่อเก็บสต๊อกน้ำยางสดเอาไว้เพื่อชะลอขาย&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&nbsp;เพื่อหวังช่วยพยุงราคายางให้สูงขึ้น&nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากราคาที่ลดลงโดยไม่เป็นธรรมและไม่มีสาเหตุ&nbsp;โดยขณะนี้พบว่าราคายางพารายังตกต่ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;ทั้ง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ปริมาณผลผลิตเหลือน้อย&nbsp;แต่ราคากลับขึ้น&nbsp;ๆ&nbsp;ลง&nbsp;ๆ&nbsp;ในระดับที่ตกต่ำต่อเนื่อง&nbsp;ยิ่งเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร</p><p><strong>ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของภาคใต้ให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น</strong>&nbsp;จากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่แล้ว&nbsp;จากการที่ราคาหมู&nbsp;ไก่&nbsp;กุ้ง&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;รวมทั้งอาหารทะเลทุกชนิดที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ทำรายได้ไม่พอรายจ่าย&nbsp;ยิ่งเดือดร้อนหนัก&nbsp;จึงเร่งใช้โครงการชะลอการขายยางเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้&nbsp;เพื่อชะลอการขายให้โรงงาน&nbsp;โดยจะรอจังหวะที่ราคาดีขึ้น&nbsp;นำเสนอขายผ่านตลาดกลางยางพาราทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่งในภาคใต้&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&nbsp;หวังจะช่วยพยุงราคายางพาราให้สูงขึ้น&nbsp;โดยการสร้างอำนาจต่อรองให้อยู่ในมือของเกษตรกร&nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากการรวมหัวกดราคา&nbsp;ทำเกษตรกรเดือดร้อนต่อเนื่อง&nbsp;เป็นการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ด้วย&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;และเม็ดเงินที่สะพัดในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็มาจากยางพารา&nbsp;</p><p><strong>โดยขณะนี้พบว่าจากปัญหาราคาน้ำยางสดที่ตกต่ำ</strong>เหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ชาวสวนต้องขายน้ำยางสดมากถึง&nbsp;4-5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จึงจะซื้อเนื้อหมูได้เพียง&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และต้องขายน้ำยางสดให้มากขึ้น&nbsp;จึงจะซื้อสินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าครัวเรือนได้&nbsp;ทำประชาชนเดือดร้อนหนักในขณะนี้&nbsp;กยท.จึงเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ที่กำลังประสบปัญหาจากราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;และเรื่องค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;ผ่านโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งการยางแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จุดรวบรวมน้ำยางสดทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ที่&nbsp;ต.หนองบ่อ&nbsp;เก็บน้ำยางสดได้&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตันต่อรอบ&nbsp;แต่ตั้งเป้าไว้&nbsp;ที่&nbsp;25&nbsp;ตันต่อรอบ&nbsp;ส่วนที่สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;สามารถเก็บน้ำยางสดได้รอบละ&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ถ้าน้ำยางมากก็เพิ่มได้</p><p><strong>นายภิรม&nbsp;ทองรอด&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยช่วยเหลือเกษตรกรในการชะลอขายรวม&nbsp;4&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;คือ&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;ยางแผ่นรมควัน&nbsp;ยางแผ่นดิบ&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่&nbsp;ในส่วนของจังหวัดตรัง&nbsp;ทำการชะลอการขายน้ำยางสด&nbsp;งบประมาณจำนวน&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจากงบพัฒนาจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;โดยนายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังอีกจำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมายชะลอการขายให้ได้ประมาณ&nbsp;350&nbsp;ตัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังเริ่มทำ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;และจะขยายไป&nbsp;กยท.ทุกสาขา&nbsp;ถือเป็นโครงการที่เหมาะสม&nbsp;เมื่อผลผลิตเข้าสู่ตลาดมาก&nbsp;ราคายางตกต่ำ&nbsp;โครงการก็ช้อนซื้อเก็บไว้&nbsp;เมื่อราคาสูงขึ้นเหมาะสม&nbsp;ก็นำออกมาทยอยขายเก็งกำไร&nbsp;ถ้าจุดไหนน้ำยางของสมาชิกเข้ามามาก&nbsp;ก็จะเพิ่มปริมาณการสต๊อกน้ำยางสดในจุดนั้นเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สิ่งที่การยางแห่งประเทศไทยต้องการคือ&nbsp;เมื่อสมาชิกนำน้ำยางมาฝากไว้</strong>&nbsp;ซึ่งเก็บได้นานถึง&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;โดยที่คุณภาพน้ำยางและเปอร์เซ็นต์ยางไม่เปลี่ยนแปลง&nbsp;สมาชิกที่ขายน้ำยางอยู่ประจำจะไม่ถูกกดราคา&nbsp;เพราะสหกรณ์มีการชะลอ&nbsp;เลือกเวลาขายที่ได้กำไร&nbsp;และในระดับประเทศหากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของเกษตรกรสามารถชะลอการขายได้จะเกิดประโยชน์ในภาพรวม&nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในเมืองเกษตรกร&nbsp;ผ่าน&nbsp;กยท.พ่อค้าจะเป็นฝ่ายวิ่งมาหา&nbsp;กยท.และวิ่งหาชาวสวน&nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในมือเกษตรกร</p><p><strong>ทางด้านนายสมพล&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประธานสหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว</strong>&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตอนนี้สหกรณ์ทุ่งยาวสามารถเก็บสต๊อกน้ำยางสด&nbsp;เพื่อชะลอขายได้รอบละ&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ศักยภาพจะรับได้รอบละ&nbsp;60&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้ทำมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;โดยรอบนี้ถ้าขายในวันนี้จะได้ส่วนต่างกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งในการชะลอจะดูราคาส่วนต่างให้ได้กำไร&nbsp;หลักๆต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในการขายน้ำยาง&nbsp;หากช่วงราคาไม่ดีสามารถหมุนมาฝากไว้ก่อน&nbsp;สหกรณ์ก็ดึงราคาไว้&nbsp;และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมไม่ขาดทุน&nbsp;ก็นำออกขายได้&nbsp;โดยกยท.จะเสนอขายในตลาดกลาง&nbsp;เจรจากับคู่ค้าโดยตรง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117120958891"],
    [339,"จังหวัดยโสธร จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนสอนแก้วว่องไววิทยา</strong>&nbsp;ต.เดิด&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;เนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช&nbsp;โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การกวาดเศษใบไม้&nbsp;ล้างห้องน้ำ&nbsp;และการทำความสะอาดปรับภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบ&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;นายอำเภอเมืองยโสธร&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ผู้บริหารหน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;นักเรียน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ถือปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด</strong>ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117140923942"],
    [340,"ม.รามคำแหง จัดงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ปี 2565","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ม.รามคำแหง&nbsp;จัดงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช&nbsp;ปี&nbsp;2565</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี&nbsp;วางพานพุ่มถวายราชสักการะองค์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช&nbsp;ในโอกาสงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;ของทุกปีเป็นวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช&nbsp;และเป็นวันรัฐพิธี&nbsp;โดยมี&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบูรณ์&nbsp;สุขสำราญ&nbsp;อุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;และมีผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ร่วมวางพานพุ่มถวายราชสักการะ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช&nbsp;มหาวิทยาลัยรามคำแหง</span></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117153655043"],
    [341,"ก.ทรัพย์ ขอให้เฝ้าระวังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้ได้ช่วงหน้าร้อน โดยเฉพาะสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่มีปริมาณขยะมูลฝอย","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ขอให้เฝ้าระวังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้ได้ช่วงหน้าร้อน&nbsp;โดยเฉพาะสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่มีปริมาณขยะมูลฝอย&nbsp;หรือการเผาพื้นที่เกษตรกรรมในบริเวณใกล้เคียงอาจลุกลามเข้าไปบ่อขยะ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงกรณีการเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปีว่า&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจากลักษณะภูมิอากาศของประเทศไทยช่วงนี้มีอากาศร้อนและแล้ง&nbsp;ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ง่าย&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;ได้รวบรวมข้อมูลสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่มีปริมาณสะสมในพื้นที่เป็นจำนวนมากและดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องทั่วประเทศ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;สถานที่แปรรูปเชื้อเพลิงขยะ&nbsp;(RDF)&nbsp;ทุกขนาด&nbsp;ที่มีความเสี่ยงเกิดเหตุเพลิงไหม้&nbsp;จากการเผาขยะมูลฝอยกลางแจ้ง&nbsp;หรือการเผาเพื่อนำเศษขยะมูลฝอยที่มีค่าไปจำหน่าย&nbsp;การลักลอบเผาพื้นที่เกษตรกรรมในบริเวณใกล้เคียงที่อาจลุกลามมายังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยดังกล่าว&nbsp;ซึ่งจะเกิดก๊าซพิษต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์&nbsp;และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;ที่กระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;รวมถึง&nbsp;ไดออกซิน&nbsp;ที่เป็นสารก่อมะเร็ง&nbsp;จึงแจ้งให้เฝ้าระวังและห้ามเผาบ่อขยะโดยเด็ดขาด&nbsp;กรณีประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยพบสิ่งผิดปกติ&nbsp;เช่น&nbsp;มีควันหรือกลิ่นเหม็นไหม้&nbsp;มีไอน้ำร้อนลอยตัวขึ้นมาจากชั้นขยะมูลฝอยมากผิดปกติ&nbsp;ท่อระบายอากาศในแนวตั้งมีลักษณะโค้งงอเนื่องจากความร้อนในบ่อกำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;หรือมีน้ำมันสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มไหลออกมาจากบ่อกำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;ให้รีบแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;โดยเร็ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพบเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยให้แจ้ง&nbsp;อปท.&nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทันที&nbsp;เพื่อร่วมกันระงับเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่&nbsp;พร้อมแจ้ง&nbsp;คพ.&nbsp;ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;1650&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่หาแนวทางและมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบ&nbsp;</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117141142947"],
    [342,"จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม Kick off รณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จังหวัดพะเยา ปี 2565","<p><strong>ที่บริเวณลานอเนกประสงค์&nbsp;วัดอนาลโยทิพยาราม&nbsp;ตำบลสันป่าม่วง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม<strong>&nbsp;</strong>Kick&nbsp;off&nbsp;รณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ปี&nbsp;2565<strong>&nbsp;</strong>พร้อมมอบอุปกรณ์ดับไฟป่าให้แก่ตัวแทนอาสาสมัครเฝ้าระวังลาดตระเวนและดับไฟโดยชุมชน&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ปล่อยขบวนรถรณรงค์การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;เพื่อเป็นการแสดงถึงความตระหนักและสร้างความพร้อมในการร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในท้องที่จังหวัดพะเยา&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรป้องครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ชุดอาสาสมัคร&nbsp;องค์กรเครือข่ายต่างๆ&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>นายเจษฎา&nbsp;เงินทอง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี&nbsp;ท้องที่จังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยและจังหวัดพะเยา&nbsp;จะมีสถานการณ์ภาวะหมอกควันปกคลุม&nbsp;หรือมีปริมาณฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;หรือ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;มีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานเป็นประจำ&nbsp;เริ่มจากเดือนมกราคมและเข้าสู่ภาวะรุนแรงในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนเมษายน&nbsp;จนถึงขั้นส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งในด้านสุขภาพ&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และยังเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ทำลายความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดิน&nbsp;ลดความชุ่มชื้น&nbsp;ก่อให้เกิดปัญหาภัยแล้ง&nbsp;น้ำท่วมและปัญหาอื่นๆ&nbsp;ตามมาอีกมากมาย&nbsp;โดนแนวทางในการแก้ไขปัญหานั้น&nbsp;จะต้องมีการป้องกันและควบคุมอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับห้วงเวลา&nbsp;แต่เนื่องจากพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่กล่าวมานั้น&nbsp;รวมกันแล้วถือว่ามีจำนวนกว้างขวางมาก&nbsp;เฉพาะในจังหวัดพะเยามีพื้นที่รวมกันเกือบ&nbsp;4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ทำให้เกินกำลังของเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงตลอดเวลา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น&nbsp;เป็นปัญหาที่เกิดผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน</strong>&nbsp;จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนแบบบูรณาการ&nbsp;โดยในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการ&nbsp;และในระดับท้องที่มีนายอำเภอเป็นผู้อำนวยการ&nbsp;และส่วนที่สำคัญที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ประชาชนทุกคน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดพื้นที่&nbsp;ต้องเป็นกำลังสำคัญในการร่วมมือกันงดการเผา&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ตักเตือน&nbsp;ป้องปราม&nbsp;และเข้าควบคุมเหตุได้อย่างใกล้ชิดและทันท่วงที&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117143505974"],
    [343,"กอ.รมน.ยโสธร ร่วมกับ สปก.ยโสธรและหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ย.ส.3 (โคกนาโก) ลาดตระเวนพื้นทีป้องกันการบุกรุกป่า","<p><strong>พ.อ.มงกุฏ&nbsp;แก้วพรหม&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน</strong>&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;(ฝ่ายทหาร.)&nbsp;(กอ.รมน.จังหวัด.ยส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;พ.ท.เรวัต&nbsp;วามะลุน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานกิจการมวลชน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.,&nbsp;ร.ท.จังกร&nbsp;บุญจันทร์&nbsp;รอง&nbsp;หน.กลุ่มงานประสานงานความมั่นคง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.,&nbsp;ร.ต.นพรัตน์&nbsp;&nbsp;วันทาวงศ์&nbsp;รอง&nbsp;หน.กลุ่มงานกิจการมวลชน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ย.ส.3&nbsp;(โคกนาโก)&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;สปก.จังหวัดยโสธร&nbsp;และผู้นำในท้องที่ลงพื้นที่ลาดตระเวนโครงการการ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการบุกรุกและทำลายป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอมหาชนะชัยและคำเขื่อนแก้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>พื้นที่ป่าบ้านดงจงอาง</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบึงแก&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;โดยเข้าตรวจสอบพื้นที่ประมาณ&nbsp;1,100&nbsp;ไร่&nbsp;รอยต่อระหว่างจังหวัดยโสธร&nbsp;กับจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด&nbsp;และพื้นที่ป่าสงวน&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;ป่าบ้านมะพริก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลทุ่งมน&nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;เข้าตรวจสอบในพื้นที่&nbsp;ไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;ได้แจ้งให้เจ้าหน้าหน่วยรักษาป่าที่&nbsp;ย.ส&nbsp;3(โคกนาโก)&nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;เฝ้าระวังเขตแนวป่าสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อเป็นการป้องปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ที่มีอยู่เดิมลดอีกทั้งเพื่อปัญหาการกระทำความผิดกฏหมายเกี่ยวกับป่าไม้และสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117150746022"],
    [344,"บูรณาการการปฏิบัติงานจัดการน้ำเสีย และการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิลใต้ดินในพื้นที่ถนนวรเดช เขตเทศบาลเมืองราชบุรี?จังหวัดราชบุรี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เนื่องด้วยเทศบาลเมืองราชบุรี</strong>&nbsp;ได้ทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;กับองค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;โดยมีภารกิจคือการจัดการน้ำเสียที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี&nbsp;และน้ำเสียที่ไหลเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองราชบุรี&nbsp;ประกอบกับในขณะนี้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำลังดำเนินโครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิลใต้ดินตามแผนงานการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิลใต้ดิน&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ถนนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;โดยพื้นที่ดำเนินงานอยู่ในบริเวณถนนวรเดช&nbsp;เขตเทศบาลเมืองราชบุรี&nbsp;เช่นกัน</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานขององค์การจัดการน้ำเสีย</strong>&nbsp;และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;เทศบาลเมืองราชบุรี&nbsp;จึงได้มีการจัดประชุมทั้งสองหน่วยงาน&nbsp;เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน&nbsp;โดยมีนายประกอบ&nbsp;วงศ์มณีรุ่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชุบรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;มีนายศักดิ์ชัย&nbsp;พิศาลผล&nbsp;นายกเทศมนตรี&nbsp;เมืองราชบุรี&nbsp;และนายกิตติ&nbsp;&nbsp;ธีระสรเดช&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;ผู้แทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;พร้อมบุคลากรที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;?ห้องประชุมหัวหน้าส่วนราชการเทศบาลเมืองราชบุรี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","ราชบุรี","สวท.ราชบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117184445180"],
    [345,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เยี่ยม แปลง โคก หนอง นา โมเดล บ้านสำโรง อำเภอมหาชนะชัย","<p><strong>นายพิจิตร&nbsp;บุญทัน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;(อำนาจเจริญ&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ยโสธร&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;)&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามและ&nbsp;ตรวจสอบการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพ&nbsp;ชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;(&nbsp;CLM&nbsp;/&nbsp;HLM&nbsp;)&nbsp;ที่บ้านสำโรง&nbsp;ตำบลคูเมือง&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;โดยนายบรรลือ&nbsp;พลับพลึง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;สมวงค์&nbsp;พัฒนาการอำเภอมหาชนะชัย&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชน&nbsp;และพัฒนากรอำเภอมหาชนะชัย&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;เยี่ยมชมแปลงนาของนายบรรจง&nbsp;บุญเข็ม&nbsp;&nbsp;บ้านสำโรง&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลคูเมือง&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;ขนาดพื้นที่&nbsp;1ไร่แปลง&nbsp;HLM&nbsp;การนี้</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ของ&nbsp;นายคำคูณ&nbsp;เอ็มรัตน์&nbsp;บ้านสำโรง&nbsp;หมู่10&nbsp;ตำบลคูเมือง&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;ซึ่งเป็นแปลง&nbsp;CLM&nbsp;ขนาดพื้นที่&nbsp;15&nbsp;ไร่</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน</strong>ได้กล่าวพบปะ&nbsp;ให้กำลงใจพร้อมแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการฯ&nbsp;ให้ประสบผลสำเร็จเป็นแบบอย่างและศูนย์การเรียนรู้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;มีเป้าหมายการพัฒนาสู่</strong>&nbsp;ยโสธรเมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เมืองแห่งวิถีอีสาน&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117161809071"],
    [346,"โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง งวดที่ 2","<p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง</strong>&nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคา&nbsp;งวดที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น</p><p><strong>นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;2&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกับกรมส่งเสริมการเกษตรที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;โดยระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;1-31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวนับจากวันที่เพาะปลูกไม่น้อยกว่า&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง&nbsp;25%&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;2.60&nbsp;บาท&nbsp;การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&nbsp;เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกร&nbsp;หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โทร.034-564294</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117170914114"],
    [347,"ยืนยันคนไทยสบายใจกินหมูได้ เนื้อและอวัยวะหมูที่จำหน่ายในไทยยังมีความปลอดภัยรับประทานได้ตามปกติ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>หลังจากที่ประเทศไทยประกาศว่าพบเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;กรมปศุสัตว์ระดมกำลังทั่วประเทศเน้นทำงานเชิงรุกเพื่อควบคุมการระบาดของโรค&nbsp;ASF&nbsp;ไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง&nbsp;โดยเน้นหลักปฏิบัติสากลของระบาดวิทยาตาม&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ที่ประกาศให้โรค&nbsp;ASF&nbsp;เป็นโรคระบาดสัตว์&nbsp;การควบคุมโรคระบาดจึงเริ่มตั้งแต่สุกรมีชีวิตที่ฟาร์ม&nbsp;หากพบสุกรติดเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;ที่ป่วย?&nbsp;ตาย&nbsp;หรือสงสัยว่าติดเชื้อเพราะเลี้ยงด้วยกันต้องห้ามเคลื่อนย้ายสุกรทั้งหมดตามรัศมี&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตรโดยรอบจุดพบโรค&nbsp;อีกทั้งสุกรทั้งหมดในจุดเกิดโรคต้องถูกกำจัดด้วยการเผาหรือฝังกลบตามหลักการเพื่อทำลายเชื้อ?ห้ามนำเข้าฆ่าเพื่อบริโภคโดยเด็ดขาด&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;แพร่กระจายออกไป&nbsp;โดยเฉพาะเชื้อไวรัส&nbsp;ASF&nbsp;ที่มีความทนทานอยู่รอดในสิ่งต่างๆ&nbsp;ได้ยาวนาน&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในวงกว้างและให้ประเทศไทยควบคุมการระบาดของโรค&nbsp;ASF&nbsp;ได้โดยไว&nbsp;</p><p><strong>หลักปฏิบัติดังกล่าวเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย</strong>&nbsp;ที่ต้องปฏิบัติทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์&nbsp;หากต้องสงสัยการติดเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;เช่น&nbsp;มีการตายเฉียบพลัน&nbsp;มีไข้สูง&nbsp;ผิวหนังแดง&nbsp;มีจุดเลือดออก&nbsp;หรือรอยช้ำโดยเฉพาะหลังใบหู&nbsp;ท้อง&nbsp;ขาหลัง&nbsp;มีอาการทางระบบอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;ทางเดินหายใจ&nbsp;ทางเดินอาหาร&nbsp;การแท้งในช่วงของการตั้งท้อง&nbsp;ให้รีบแจ้งกรมปศุสัตว์ทันทีที่เบอร์&nbsp;&nbsp;063-225-6888&nbsp;เพื่อเข้าควบคุมโรคและดำเนินการชดเชยตามกฎหมายต่อไป&nbsp;รวมทั้งการเคลื่อนย้ายสุกรและซากสุกรต้องมีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายให้ถูกต้องทุกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>ขอความร่วมมืออย่าปิดบังโรค</strong>&nbsp;เพราะจะทำให้ฟาร์มท่านคุมโรคไม่ได้&nbsp;มีโรควนเวียนในฟาร์มอีกยาวนานยิ่งสร้างความเสียหายมากกว่าเดิมและที่ลักลอบนำไปจำหน่ายไม่คุ้มกับการที่รัฐชดเชยให้แต่อย่างใด&nbsp;อีกทั้งเจ้าหน้าที่รัฐจะช่วยให้คำแนะนำในการปรับปรุงระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;(Biosecurity)&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;หรือ&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อป้องกันโรคนี้ให้แก่ฟาร์มท่าน</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ยังขอยืนยันด้วยข้อมูลทางวิชาการว่า</strong>&nbsp;โรค&nbsp;ASF&nbsp;เกิดเฉพาะในสุกรเท่านั้น&nbsp;ย้ำว่าไม่ก่อโรคในคน&nbsp;หรือสัตว์อื่นแน่นอน&nbsp;และขอผู้บริโภคให้มั่นใจได้ว่าเนื้อและอวัยวะสุกรที่จำหน่ายในไทยยังมีความปลอดภัยรับประทานได้ตามปกติ&nbsp;สุดท้ายนี้&nbsp;แนะนำให้ประชาชนปรุงเนื้อสุกรให้สุกก่อนการบริโภคทุกครั้งด้วยอุณหภูมิอย่างน้อย&nbsp;70&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;เวลา&nbsp;30&nbsp;นาทีขึ้นไปเพื่อทำลายเชื้อโรค&nbsp;ASF&nbsp;อีกทั้งยังทำลายเชื้ออื่นๆ&nbsp;ที่อาจจะติดมาด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117182136155"],
    [348,"แจงมาตรการสนับสนุนทางการเงิน ส่งเสริมการทำนาวิถีใหม่ ลดต้นทุนการผลิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;ประชุมชี้แจงมาตรการสนับสนุนทางการเงิน&nbsp;&nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อน&nbsp;จากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ด้วยโปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยมีผู้อำนวยการโครงการ&nbsp;Rice&nbsp;NAMA&nbsp;องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&nbsp;(GIZ)&nbsp;กล่าวแนะนำโครงการ&nbsp;&nbsp;การประชุมในครั้งนี้เป็นการชี้แจงหลักเกณฑ์และแผนการดําเนินงานมาตรการสนับสนุนทางการเงินของโครงการ&nbsp;รวมทั้งมาตรการเงินอุดหนุนเพิ่มเติม&nbsp;โดยโครงการได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก&nbsp;NAMA&nbsp;Facility&nbsp;จํานวน&nbsp;8.4&nbsp;ล้านยูโร&nbsp;โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เป็นผู้จัดการเงินทุนสนับสนุน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ชาวนาสามารถเข้าถึงการปรับใช้เทคโนโลยีในการทํานาได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เกิดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การทํานาและไม่เพิ่มภาระทางการเงินให้แก่ชาวนา&nbsp;</p><p><strong>โดยดําเนินการในพื้นที่เขตชลประทานภาคกลาง&nbsp;6&nbsp;จังหวัดคือ</strong>&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จังหวัดปทุมธานีและจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในช่วงนำร่องของโครงการฯ&nbsp;ได้มีการใช้เงินทุนสนับสนุนในรูปแบบของการสนับสนุนเงินทุนล่วงหน้าแก่ชาวนา&nbsp;เพื่อการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จึงได้มีการปรับเปลี่ยนข้อเสนอโครงการเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนทางการเงินและได้รับอนุมัติในการดําเนินงานมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ชาวนาและผู้ให้บริการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการควบคู่สําหรับชาวนา(เงินทุนหมุนเวียนพร้อมเงินอุดหนุน)&nbsp;เพื่อการเตรียมดินและการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์และมาตรการเงินอุดหนุนผู้ให้บริการเพื่อการลงทุนในชุดอุปกรณ์ปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ชาวนาและผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117181517150"],
    [349,"กรมการค้าภายในเผยหารือผู้ผลิตรายใหญ่ตรึงราคาเนื้อไก่ บรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชน","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมการค้าภายในหารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ&nbsp;สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย&nbsp;สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ผู้ผลิตรายใหญ่&nbsp;ห้างค้าปลีกค้าส่ง&nbsp;สมาคมตลาดสดแห่งประเทศไทย&nbsp;และกรมปศุสัตว์&nbsp;โดยจะตรึงราคาจำหน่ายปลีก&nbsp;ณ&nbsp;ห้างค้าปลีกค้างส่ง&nbsp;(บิ๊กซี&nbsp;แม็คโคร&nbsp;โลตัส)&nbsp;ไก่สดรวมเครื่องใน&nbsp;,&nbsp;ไก่สดไม่รวมเครื่องใน&nbsp;ราคา&nbsp;60-65&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;/&nbsp;น่องติดสะโพก&nbsp;ราคา&nbsp;60-65&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;/&nbsp;น่อง&nbsp;สะโพก&nbsp;ราคา&nbsp;65-70&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;/&nbsp;เนื้ออก&nbsp;ราคา&nbsp;70-75&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากพบเห็นว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม</strong>&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา&nbsp;29&nbsp;แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปีปรับ&nbsp;140,000&nbsp;บาทหรือทั้งจำและปรับ</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117203004221"],
    [350,"จ.ลำปาง ร่วมรับมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ระดับภาค ปี 2565","<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;นายสุรพล&nbsp;บุรินทราพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประชุมรับมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(VTC)&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ZOOM&nbsp;จากกองพลทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลดอนแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดยมี&nbsp;พลโท&nbsp;อภิเชษฐ์&nbsp;ซื่อสัตย์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p><strong>สำหรับการประชุมครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการรายงานสรุปผลการถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2664&nbsp;และแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;และการรายงานชี้แจงแนวทางและแผนการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งได้มีการมอบนโยบายจากศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญประกอบด้วย&nbsp;(1.)ยึดนโยบายของรัฐบาลเป็นสำคัญโดยให้มีการลดสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองให้ได้ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;(2.)ให้จังหวัดใช้ระบบสั่งการแบบ&nbsp;Single&nbsp;command&nbsp;โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้สั่งการ&nbsp;ให้มีการจัดตั้งศูนย์จัดการข้อมูลและสั่งการ&nbsp;และให้ดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;อย่างบูรณาการ&nbsp;(3.)ให้แต่ละหน่วยงานมีการใช้ตัวชีวัดร่วมกันจากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;(GISTDA)&nbsp;ได้แก่&nbsp;จุดความร้อน&nbsp;พื้นที่เผาไหม้&nbsp;และคุณภาพภาพอากาศ&nbsp;(4.)ให้มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการสถานการณ์และการดำเนินงาน&nbsp;เช่น&nbsp;ข้อมูลดาวเทียม&nbsp;Line&nbsp;สั่งการ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;(5.)ส่งเสริมให้ภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานผ่านการจัดสรรที่ดินทำกินและการส่งเสริมการประกอบอาชีพ&nbsp;และ&nbsp;(6.)ให้ทหารเข้ามาช่วยในการสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;และทั้งนี้กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;พร้อมสนับการดำเนินงานทุกกรณีทั้งด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118095526266"],
    [351,"จ.ลำปาง ร่วมรับมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ระดับภาค ปี 2565","<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;นายสุรพล&nbsp;บุรินทราพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประชุมรับมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(VTC)&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ZOOM&nbsp;จากกองพลทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลดอนแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดยมี&nbsp;พลโท&nbsp;อภิเชษฐ์&nbsp;ซื่อสัตย์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p><strong>สำหรับการประชุมครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการรายงานสรุปผลการถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2664&nbsp;และแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;และการรายงานชี้แจงแนวทางและแผนการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งได้มีการมอบนโยบายจากศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญประกอบด้วย&nbsp;(1.)ยึดนโยบายของรัฐบาลเป็นสำคัญโดยให้มีการลดสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองให้ได้ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;(2.)ให้จังหวัดใช้ระบบสั่งการแบบ&nbsp;Single&nbsp;command&nbsp;โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้สั่งการ&nbsp;ให้มีการจัดตั้งศูนย์จัดการข้อมูลและสั่งการ&nbsp;และให้ดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;อย่างบูรณาการ&nbsp;(3.)ให้แต่ละหน่วยงานมีการใช้ตัวชีวัดร่วมกันจากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;(GISTDA)&nbsp;ได้แก่&nbsp;จุดความร้อน&nbsp;พื้นที่เผาไหม้&nbsp;และคุณภาพภาพอากาศ&nbsp;(4.)ให้มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการสถานการณ์และการดำเนินงาน&nbsp;เช่น&nbsp;ข้อมูลดาวเทียม&nbsp;Line&nbsp;สั่งการ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;(5.)ส่งเสริมให้ภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานผ่านการจัดสรรที่ดินทำกินและการส่งเสริมการประกอบอาชีพ&nbsp;และ&nbsp;(6.)ให้ทหารเข้ามาช่วยในการสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;และทั้งนี้กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;พร้อมสนับการดำเนินงานทุกกรณีทั้งด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118095526267"],
    [352,"คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำ จ.ลำปาง? มีมติเห็นชอบเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานฯ 83 โครงการ งบประมาณ 1,005.71 ล้านบาท","<p><strong>นายสิธิชัย?&nbsp;จินดาหลวง?&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง?&nbsp;</strong>พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดลำปาง&nbsp;เข้าร่วมการประชุม?ครั้งที่?&nbsp;1/2565?&nbsp;ณ?ศาลากลางจังหวัดลำปาง?&nbsp;โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;ได้นำเสนอโครงการพลิกฟื้นคืนชีวิตแม่น้ำวัง?&nbsp;ในภาพรวมของโครงการให้ที่ประชุมได้รับชมผ่านวิดีทัศน์?&nbsp;พร้อมชี้แจงกิจกรรมการวัดลมหายใจแม่น้ำวัง?&nbsp;วงเงิน?&nbsp;10.28&nbsp;ล้านบาท?&nbsp;ที่เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แผนงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ?&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง?และฝนทิ้งช่วง?&nbsp;ปี?&nbsp;2565?&nbsp;(งบกลาง)?&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่มีความพร้อมในการดำเนินงาน?&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานฯ?&nbsp;ของจังหวัดลำปาง?จำนวน?&nbsp;83&nbsp;โครงการ?&nbsp;งบประมาณ?&nbsp;1,005.71&nbsp;ล้านบาท?&nbsp;จากภาพรวมที่มีการเสนอโครงการทั้งหมด?&nbsp;195&nbsp;โครงการ?&nbsp;งบประมาณ?&nbsp;1,596.98&nbsp;ล้านบาท?และมีมติให้หน่วยงานที่เสนอโครงการที่ยังส่งเอกสารโครงการไม่ครบถ้วนถูกต้อง?&nbsp;เร่งรัดจัดทำเอกสารลงระบบ?&nbsp;Thai&nbsp;Water&nbsp;Plan?&nbsp;ให้ครบถ้วนภายในวันที่?&nbsp;20&nbsp;มกราคม?&nbsp;2565?&nbsp;เวลา?&nbsp;12.00&nbsp;น.?&nbsp;เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาในลำดับต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118095809269"],
    [353,"เดินหน้าโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร รณรงค์เข้มข้นพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี","<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เดินหน้าโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและปรับเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรมาทำการเกษตรแบบปลอดการเผา&nbsp;โดยการสร้างและพัฒนาเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา&nbsp;เพื่อเร่งรัด&nbsp;จัดการและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;และเนื่องจากจังหวัดสุพรรณบุรีมีจุดความร้อน&nbsp;(hotspot)&nbsp;ในพื้นที่การเกษตร&nbsp;โดยการสำรวจในปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวนมากถึง&nbsp;96&nbsp;จุด&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จึงดำเนินการจัดงานรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เน้นการถ่ายทอดความรู้และสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา&nbsp;ช่วงการเก็บเกี่ยวในพื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีการสาธิตการใช้เครื่องตัดตอซัง</strong>&nbsp;การไถกลบและการหว่านปอเทือง&nbsp;พร้อมสถานีการเรียนรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สถานี&nbsp;สำหรับ&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากรได้&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กลุ่มๆ&nbsp;ละ&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการรณรงค์ลดการเผาในท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;เกษตรกรเข้าร่วม&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกิจกรรมสร้างการรับรู้และกิจกรรม</strong>&nbsp;เสนอทางเลือกลดการเผาอย่างรอบด้าน&nbsp;ซึ่งจากการดำเนินโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าจำนวนจุดความร้อน&nbsp;(hotspot)&nbsp;ในพื้นที่การเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีแนวโน้มลดลง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายให้พื้นที่เผาไหม้และจุดความร้อน&nbsp;(hotspot)&nbsp;ในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ของจังหวัดสุพรรณบุรีลดลง&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ลดลง&nbsp;พื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;สภาพอากาศดีขึ้น&nbsp;และสุขภาพของประชาชนที่ดีขึ้นกว่าเดิม&nbsp;หากเกษตรกรท่านใดสนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118095945271"],
    [354,"กรมปศุสัตว์ ยกระดับการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและรายย่อย พร้อมมาตรการส่งเสริมฟื้นฟูผู้เลี้ยงสุกร","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทุกภาคด้าน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยทางด้านอาหารของผู้บริโภคภายในประเทศ&nbsp;รวมถึงความมั่นคงทางด้านอาชีพของเกษตรกรด้านปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ยังประสบปัญหาต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาโรคระบาด&nbsp;ทำให้เพิ่มต้นทุนของฟาร์ม&nbsp;เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์ป่วยและทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ&nbsp;เนื่องจากผลผลิตลดลง&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;จึงมีนโยบายให้มีการขับเคลื่อนฟาร์ม</strong>ที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร&nbsp;(GFM)&nbsp;เพื่อยกระดับการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ให้มีการจัดการที่มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;ซึ่งเป็นการลดปัญหาจากโรคระบาดและส่งเสริมให้สินค้าปศุสัตว์มีความปลอดภัย&nbsp;โดยระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย&nbsp;ไม่ซับซ้อนและใช้ต้นทุนต่ำ&nbsp;สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด&nbsp;ที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดโรคระบาดได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ได้วางมาตรการการส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกร</strong>&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;โดยในเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยนั้น&nbsp;ในระยะแรก&nbsp;กรมปศุสัตว์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศให้คำแนะนำและสำรวจความต้องการการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรภายใต้ตามมาตรการประเมินความเสี่ยงและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยจะต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ดี&nbsp;ที่ถูกต้องและความพร้อมในการเลี้ยงสุกรใหม่ภายใต้ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;มีมาตรการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ปัจจัยการผลิตที่จำเป็น</strong>&nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร&nbsp;พร้อมเร่งผลักดันและส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์และการจัดการที่ถูกต้อง&nbsp;ปัจจุบันกรมปศุสัตว์มีการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในปศุสัตว์&nbsp;10&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สัตว์ปีกพื้นเมือง&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;เป็ดเนื้อ&nbsp;เป็ดไข่&nbsp;โคนม&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;กระบือ&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;และสุกร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118100323278"],
    [355,"ผู้ว่าฯ ตรัง มอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนให้เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ราย&nbsp;และส่งมอบปัจจัยการผลิตให้แก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</strong>ซึ่งแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั่วโลก&nbsp;รวมทั้งประเทศและในจังหวัดตรังเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;และจากข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาแบบชี้เป้า&nbsp;(Thai&nbsp;people&nbsp;Map)&nbsp;จังหวัดตรังมีคนจน&nbsp;12,105&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;3.10%&nbsp;ของทั้งหมดโดยมีปัญหาด้านรายได้&nbsp;5,137&nbsp;คน&nbsp;ปัญหาด้านความเป็นอยู่&nbsp;4,092&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป้าหมายเป็นกลุ่มคนเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน&nbsp;</strong>เพื่อให้มีรายได้เพิ่มลดค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรนาและกลุ่มคนเปราะบางตามเป้าหมาย&nbsp;เพื่อการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหารเป็นคลังอาหารภายในครัวเรือน&nbsp;ในระหว่างที่เกษตรหรือประชาชนต้องอยู่ประจำบ้านไม่สะดวกในการเดินทางออกนอกบ้านหรืออาจเกิดสภาวะการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่รุนแรงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรสามารถมีแหล่งอาหารที่เพียงพอสมบูรณ์&nbsp;และเป็นแหล่งอาหารที่ทุกคนบริโภคได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>และสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ตลอดจนสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพหลักต่อไปได้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อตอบสนองความปกติใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ที่รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา&nbsp;ได้มีแหล่งอาหารโปรตีนไว้บริโภคในครัวเรือน&nbsp;เพื่อลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้และสามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ&nbsp;สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีแหล่งอาหาร</strong>โปรตีนบริโภคในครัวเรือน&nbsp;และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการลดรายจ่ายในครัวเรือนตลอดจนเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้&nbsp;ทักษะในการเลี้ยงไก่ไข่และสามารถจำหน่ายเพิ่มรายได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118101216290"],
    [356,"กอนช. เฝ้าระวังฝนต้องบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคใต้ตอนล่าง พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งใน 17 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนต้องบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งใน&nbsp;17&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;โดยมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กำลังอ่อนยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;50&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ลำพูน&nbsp;29&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงราย&nbsp;32&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;35,641&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,603&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง&nbsp;บริเวณกรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118094930262"],
    [357,"จังหวัดอุตรดิตถ์ยกระดับการเฝ้าระวังผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่","<p><strong>นายศุภมิตร&nbsp;ปาณธูป&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์ดำเนินการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกครัว&nbsp;และฝุ่นละลองขนาดเล็กPM2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบจากฝุ่น&nbsp;โดยให้ส่วนที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนสถานการณ์&nbsp;สื่อสารข้อมูลผลกระทบ&nbsp;การปฏิบัติตน&nbsp;การดูแลสุขภาพแก่ประชาชนในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ตามความเหมาะสมและเตรียมความพร้อมในการดูแลและป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพ&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานที่ที่มีกลุ่มเสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ศูนย์เด็กเล็ก&nbsp;สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ&nbsp;เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและแนะนำประชาชนหากมีอาการ&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ตาอักเสบ&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ&nbsp;คลื่นไส้อ่อนเพลีย&nbsp;ควรปรึกษาแพทย์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</strong>เพื่อติดตามสถานการณ์และยกระดับการปฏิบัติการ&nbsp;หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นและสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการใช้&nbsp;พรบ.การสาธารณสุข&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;เป็นเครื่องมือสนับสนุนการลดฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่และการจัดการเหตุรำคาญจากฝุ่นละลอง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สวท.อุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118105145335"],
    [358,"ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกหน่วยบริการทำหมันสุนัข-แมวฟรี ในโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;น.สพ.ดร.อนิรุธ&nbsp;เนื่องเม็ก&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอปาย&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมือง&nbsp;ร่วมให้บริการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;9&nbsp;ตัว&nbsp;(สุนัขเพศเมีย&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;แมวเพศผู้&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และแมวเพศเมีย&nbsp;2&nbsp;ตัว)&nbsp;พร้อมแจกเวชภัณฑ์&nbsp;ยาถ่ายพยาธิ&nbsp;ยาฆ่าเชื้อ&nbsp;และให้คำแนะนำในการจัดการฟาร์ม&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์แก่ประชาชนที่สนใจ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปาย&nbsp;(บ้านสวนอคิราห์&nbsp;เกษตรตามรอยพ่อ)&nbsp;บ้านท่าปาย&nbsp;ตำบลแม่ฮี้&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118102255306"],
    [359,"จ.แม่ฮ่องสอน ประชุมเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร (กระเทียมคุณภาพ) ระหว่างเกษตรกรกับผู้รับซื้อปลายทาง","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;ประชุมเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;(กระเทียมคุณภาพ)&nbsp;ระหว่างเกษตรกรกับผู้รับซื้อปลายทาง&nbsp;ภายใต้งานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปาย&nbsp;(บ้านสวนอคิราห์&nbsp;เกษตรตามรอยพ่อ)&nbsp;บ้านท่าปาย&nbsp;ตำบลแม่ฮิ้&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เข้าร่วมประชุมและได้รายงานต่อที่ประชุมถึงสถานการณ์การผลิตและการตลาดกระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2563/64&nbsp;และ&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลให้เกษตรกรและเอกชนผู้รับซื้อ&nbsp;ได้แจ้งรายละเอียดข้อตกลงประกอบการตัดสินใจให้การเจรจาเชื่อมโยงสินค้า&nbsp;ตลอดจนการหารือแผนธุรกิจและการจัดหาตลาดร่วมกันระหว่างภาครัฐกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์/ผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118102922316"],
    [360,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน 43 พื้นที่ โดยเฝ้าระวังสูงขึ้นอีกครั้งวันที่ 22 และ 25 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;43&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยเฝ้าระวังสูงขึ้นอีกครั้งวันที่&nbsp;22&nbsp;และ&nbsp;25&nbsp;มกราคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;43&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;28&nbsp;&nbsp;72&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนกาญจนาภิเษก&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;,&nbsp;แขวงบางนา&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;ต.ทรงคนอง&nbsp;อ.พระประแดง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ต.อ้อมน้อย&nbsp;อ.กระทุ่มแบน&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;,&nbsp;ต.คลองหนึ่ง&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;,&nbsp;ต.มหาชัย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ต.นครปฐม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;เนื่องจากลมอ่อนและการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;22&nbsp;และ&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118101738297"],
    [361,"ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง  ร่วมกับอำเภอรัษฎาและองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไพร อำเภอรัษฎา  จังหวัดตรัง  ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรทุ่งซาฟารี ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่นับพันไร่  และแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ  ในช่วงเช้าจะพบทะเลหมอกส่วนช่วงเย็นจะพบกับพระอาทิตย์ตกระหว่างหุบเขา  ลงทุนหลักร้อยชมวิวหลักล้าน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายมนต์ชัย&nbsp;หนูสาย&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;(เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองชำนาญการพิเศษ)&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอรัษฎา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางจรุณี&nbsp;ดำช่วย&nbsp;รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;,&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไพร,&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอรัษฎา,&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;ลงพื้นที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;หรือทุ่งหญ้าซาฟารี&nbsp;ทั้งนี้สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;ได้ปลูกหญ้าหลากหลายสายพันธุ์&nbsp;บนเนื้อที่กว่าพันไร่&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์&nbsp;ในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทางด้าน&nbsp;นายมนต์ชัย&nbsp;หนูสาย&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;</strong>(เจ้าพนักงานงานฝ่ายปกครองชำนาญการพิเศษ)&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอรัษฎา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&nbsp;เป็นที่รู้จักของประชาชนในพื้นที่&nbsp;รวมถึงประชาชนนักท่องเที่ยวทั่วไป&nbsp;เดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;และแหล่งที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอรัษฎา&nbsp;คือที่ที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;นั้นทางที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;ได้ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ&nbsp;โดยใช้พื้นที่กว่าพันไร่ในการปลูกหญ้า&nbsp;มีทุ่งหญ้าเขียวขจี&nbsp;พร้อมด้วยต้นไม้อีกหลากหลายชนิดที่ร่วมกันอนุรักษ์&nbsp;โดยไม่มีการตัดต้นไม้แต่อย่างใด&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ&nbsp;สัมผัสอากาศบริสุทธิ์&nbsp;ท่ามกลางหุบเขาและทุ่งหญ้า&nbsp;พร้อมด้วยแหล่งน้ำสองฟากฝั่งของตำบลหนองบังและตำบลเขาไพร&nbsp;เนื้อที่แหล่งน้ำกว่า&nbsp;4&nbsp;ร้อยไร่&nbsp;การเดินทางมาท่องเที่ยวที่ทุ่งหญ้าซาฟารี&nbsp;ที่อำเภอรัษฎานั้นเป็นการลงทุนหลักร้อยชมวิวหลักล้าน&nbsp;&nbsp;อีกทั้งยังจะได้รับความรู้เกี่ยวกับหญ้าสายพันธุ์ต่างๆที่ปลูกในพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในขณะที่&nbsp;นางจรุณี&nbsp;ดำช่วย&nbsp;รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงเช้าจะพบทะเลหมอกส่วนช่วงเย็นจะพบกับพระอาทิตย์ตกระหว่างหุบเขา&nbsp;เป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;เดินทางมาท่องเที่ยวที่ทุ่งซาฟารี&nbsp;ที่บริเวณสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทุกวัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118105427338"],
    [362,"ปศุสัตว์จังหวัดตรัง จัดพิธีมอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนให้เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ราย&nbsp;และส่งมอบปัจจัยการผลิตให้แก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;ซึ่งแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั่วโลก&nbsp;รวมทั้งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรังเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;และจากข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาแบบชี้เป้า&nbsp;(Thai&nbsp;people&nbsp;Map)&nbsp;จังหวัดตรังมีคนจน&nbsp;12,105&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;3.10%&nbsp;ของทั้งหมด&nbsp;โดยมีปัญหาด้านรายได้&nbsp;5,137&nbsp;คน&nbsp;ปัญหาด้านความเป็นอยู่&nbsp;4,092&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป้าหมายเป็นกลุ่มคนเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน&nbsp;</strong>เพื่อให้มีรายได้เพิ่มลดค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรนาและกลุ่มคนเปราะบางตามเป้าหมาย&nbsp;&nbsp;เพื่อการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหารเป็นคลังอาหารภายในครัวเรือน&nbsp;ในระหว่างที่เกษตรหรือประชาชนต้องอยู่ประจำบ้านไม่สะดวกในการเดินทางออกนอกบ้านหรืออาจเกิดสภาวะการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่รุนแรงขึ้น&nbsp;เกษตรกรสามารถมีแหล่งอาหารที่เพียงพอสมบูรณ์&nbsp;และเป็นแหล่งอาหารที่ทุกคนบริโภคได้ตลอดทั้งปี&nbsp;และสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ตลอดจนสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพหลักต่อไปได้&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่</strong>เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อตอบสนองความปกติใหม่&nbsp;&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ที่รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา&nbsp;ได้มีแหล่งอาหารโปรตีนไว้บริโภคในครัวเรือน&nbsp;เพื่อลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้และสามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ&nbsp;สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีแหล่งอาหารโปรตีนบริโภคในครัวเรือน&nbsp;และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการลดรายจ่ายในครัวเรือนตลอดจนเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้&nbsp;ทักษะในการเลี้ยงไก่ไข่และสามารถจำหน่ายเพิ่มรายได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118105812340"],
    [363,"เทศบาลตำบลอุโมงค์ ส่งเสริมการทำ เสวียน ใส่เศษวัชพืช ลดขยะ ลดการเผา ต้นต่อการเกิด PM2.5","<p><strong>เทศบาลตำบลอุโมงค์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;ชุมชนบ้านป่าเส้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลอุโมงค์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ส่งเสริมประชาชนประดิษฐ์&nbsp;\"เสวียนรักษ์โลก\"&nbsp;งดเผา&nbsp;ลดขยะอินทรีย์&nbsp;เอาใบไม้ไปทำปุ๋ย&nbsp;สุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์จากภูมิปัญญาบรรพบุรุษสู่ปัจจุบันที่ถูกลืม&nbsp;ซึ่งในอดีตภูมิปัญญานี้จะถูกนำไปใช้ในการเก็บวัสดุทางการเกษตรต่างๆ&nbsp;โดยจะสร้างจากวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้ไผ่เป็นหลัก</p><p><strong>ข้อดี&nbsp;ของการใช้เสวียนนั้น</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ช่วยลดการเผาเศษใบไม้&nbsp;เศษวัชพืช&nbsp;สาเหตุของการเกิดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั้งยังช่วยลดโลกร้อน&nbsp;ลดขยะอินทรีย์&nbsp;ลดการใช้ปุ๋ยสารเคมีกับพืชประหยัดเงิน&nbsp;นอกจากนี้ไม้ไผ่ที่นำมาทำเสวียนยังสามารถประดิษฐ์เองได้แบบง่ายๆ&nbsp;จึงไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อเมื่อผุพังยังสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับต้นไม้ได้อีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118112720361"],
    [364,"จ.จันทบุรีประชุมเตรียมความพร้อมในการส่งออกผลไม้จังหวัดจันทบุรีโดยมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดในโรงคัดบรรจุรวมถึงสวนขณะเก็บเกี่ยวผลผลิต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;18&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมไพลิน&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการส่งออกผลไม้จังหวัดจันทบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชลธี&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;นายกสมาคมทุเรียนไทย&nbsp;TDA&nbsp;และนายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการการส่งออกผลไม้เข้าร่วมประชุม&nbsp;โดยมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดในโรงคัดบรรจุรวมถึงสวนขณะเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ต้องมีมาตรการควบคุมการเข้าออก&nbsp;&nbsp;แยกพื้นที่การผลิตออกจากส่วนสำนักงาน&nbsp;บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าพื้นที่ผลิต&nbsp;งดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ที่ไม่จำเป็น&nbsp;&nbsp;จัดให้มีบุคลากรสำหรับคัดกรองคนเข้าโรงงานคัดบรรจุนอกจากตรวจวัดอุณหภูมิแล้วต้องซักถามอาการไอ&nbsp;จาม&nbsp;การเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง&nbsp;หากมีอาการ&nbsp;ห้ามเข้า&nbsp;ทำความสะอาดยานพาหนะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมเป็นที่ยอมรับของ&nbsp;FAO/WHO&nbsp;ก่อนเข้าโรงงาน&nbsp;&nbsp;จัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุมสุขอนามัยของพนักงานภายในโรงคัดบรรจุ&nbsp;&nbsp;โรงคัดบรรจุจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ&nbsp;ที่มีการผลิตให้เพียงพอ&nbsp;พนักงานล้างมือบ่อยๆ&nbsp;หรือทุกครั้งที่สัมผัส&nbsp;&nbsp;เว้นระยะห่างในการทำงานอย่างน้อย&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;ไม่หันหน้าเข้าหากัน&nbsp;&nbsp;เปลี่ยนถุงมือ&nbsp;หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่&nbsp;ชำรุด&nbsp;เปียก&nbsp;สกปรก&nbsp;เมื่อเปลี่ยนแหล่งที่มาของวัตถุดิบ&nbsp;ล็อตการผลิต&nbsp;หรือทุก&nbsp;4&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;ทำความสะอาดโรงงาน&nbsp;พื้น&nbsp;วัสดุและอุปกรณ์ก่อนและหลังเลิกการผลิตและทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมทั้งภายนอกและภายใน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการประชุมคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;</strong>ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พบว่าในปีนี้จังหวัดจันทบุรีมีผลผลิตไม้ผลรวมทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;มังคุด&nbsp;และ&nbsp;ลองกอง&nbsp;ของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;มีเนื้อที่ยืนต้นรวม&nbsp;448,241&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;17,377&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;3.69&nbsp;มีเนื้อที่ให้ผลรวม&nbsp;410,524&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;1,531&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.37&nbsp;มีปริมาณผลผลิตโดยรวม&nbsp;722,037&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;137,282&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;23.48&nbsp;ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย&nbsp;1,759&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;329&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;สำหรับการกระจายตัวของผลผลิตที่จะออกสู่ตลาด&nbsp;เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;โดยจะออกกระจุกตัวสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118113532366"],
    [365,"จังหวัดลำพูน มุ่งพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรปลอดภัย เพื่อยกระดับจังหวัดลำพูน มุ่งพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรปลอดภัย เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ","<p><strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;มุ่งพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรปลอดภัย</strong>&nbsp;เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;และเพิ่มช่องทางการตลาดในยุคปัจจุบัน&nbsp;ด้วยเทคนิคการขายอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุมเดอะแกรนด์&nbsp;จามจุรี&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายโยธิน&nbsp;ประสงค์ความดี&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรปลอดภัย&nbsp;เพื่อยกระดับสู่เกษตรอินทรีย์&nbsp;และเพิ่มช่องทางการตลาดกิจกรรมหลักพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์และเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;โดยมีนางสุรีย์ศรี&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรปลอดภัย&nbsp;เพื่อพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์เข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผู้ผลิต&nbsp;และเครือข่ายเกษตรปลอดภัย&nbsp;นำไปพัฒนาและใช้ประโยชน์ในการผลิตและการตลาดเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งโครงการดังกล่าวประกอบด้วย&nbsp;3&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>การทบทวนและประเมินศักยภาพของกลุ่มอาหารปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18-19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมการพัฒนากลุ่มผู้ผลิตภัณฑ์และเครือข่ายสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;จัดระหว่างวันที่&nbsp;26-28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรมแกรนด์&nbsp;ปา&nbsp;โฮเทล&nbsp;แอนด์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ตำบลเวียงยอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;และกิจกรรมการสนับสนุนการยกระดับกลุ่มผู้ผลิตภัณฑ์และเครือข่ายสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตอาหารปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการพัฒนาเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;40&nbsp;คนเข้าร่วมในครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118140940438"],
    [366,"กอนช. ปรับแผนรับมือฤดูฝนและภัยแล้งปีนี้ใหม่ ด้วยการแก้ข้อบกพร่องแล้วปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ปรับแผนรับมือฤดูฝนและภัยแล้งปีนี้ใหม่&nbsp;ด้วยการแก้ข้อบกพร่องแล้วปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;หวังแก้ปัญหาอุทกภัยและลดผลกระทบให้กับประชาชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สทนช.&nbsp;ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;มาร่วมกันเสนอแผนรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;โดยได้จัดทำเป็นร่างมาตรกรเสนอให้กับคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;พิจารณาเห็นชอบช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;จากนั้นถึงจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&nbsp;แล้วส่งต่อมาตรการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติมีระยะเวลาดำเนินการหลายเดือนก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ&nbsp;เพื่อให้แผนทั้งหมดถูกนำไปแก้จุดบกพร่องที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา&nbsp;พบมีหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจากมีฝนตกเกินค่าปกติหลายแห่ง&nbsp;ขณะที่ปัญหาภัยแล้งปีนี้จะไม่รุนแรง&nbsp;เนื่องจากยังมีน้ำต้นทุนจากปีที่ผ่านมาได้รับการผันลงแหล่งกักเก็บน้ำหลายแห่ง&nbsp;จะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่รับน้ำหลากปีที่ผ่านมามีน้ำสำหรับทำนาปรัง&nbsp;แต่ต้องควบคุมไม่ให้ทำนาปรังเกินกว่าแผนที่กำหนด&nbsp;ควบคู่กับส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยไปด้วย&nbsp;เพื่อให้น้ำเพียงพอตลอดหน้าแล้ง&nbsp;ซึ่งช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;มีนาคม&nbsp;มีแนวโน้มอาจจะมีฝนตกลงมาบางพื้นที่ช่วยเติมความชื้นให้กับพื้นที่การเกษตรบ้าง&nbsp;ซึ่งจุดพื้นที่เกิดภัยแล้งซ้ำซากน่าเป็นห่วงยังคงเป็นภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆยังอยู่ในเกณฑ์น้อย&nbsp;แต่ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์กับประชาชนให้ใช้น้ำอย่างเหมาะสม&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่การเกษตรของประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ยังได้กำหนดร่างมาตรการ&nbsp;13&nbsp;ด้าน&nbsp;เป็นแนวทางให้หน่วยงานอื่นๆนำไปปฏิบัติรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การคาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ&nbsp;//&nbsp;การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก&nbsp;//&nbsp;ทบทวนปรับปรุงเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่-กลาง&nbsp;และเขื่อนระบายน้ำ&nbsp;//&nbsp;ซ่อมแซมปรับปรุงอาคารชลศาสตร์และระบบระบายน้ำสถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน&nbsp;//&nbsp;ปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;//&nbsp;ขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา&nbsp;//&nbsp;เตรียมพร้อมวางแผนเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;ประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ&nbsp;//&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำ&nbsp;//&nbsp;ตรวจความมั่นคงปลอดภัยคัน&nbsp;ทำนบและพนังกั้นน้ำ&nbsp;//&nbsp;จัดเตรียมพื้นที่อำยำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&nbsp;//&nbsp;ตั้งศูนย์ส่วนหน้าก่อนเกิดภัย&nbsp;//&nbsp;การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัย&nbsp;ซึ่งแผนที่ถูกปรับและต่อยอดจากแผนปี&nbsp;2564&nbsp;ที่มีมาตรการ&nbsp;10&nbsp;ข้อ&nbsp;แล้วเพิ่มเติมเข้าไปอีก&nbsp;3&nbsp;ข้อ&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินการในอนาคต</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118144849467"],
    [367,"เตรียมปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยเพิ่มอีก 12 ตัว  13 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร&nbsp;จะปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย&nbsp;รอบที่&nbsp;11&nbsp;ในปีนี้กลับคืนสู่ธรรมชาติในวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ภายในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;หลังองค์การสวนสัตว์ฯประสบความสำเร็จการเพาะขยายพันธุ์และปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติมาตั้งแต่ปี&nbsp;2554&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;พบนกกระเรียนพันธุ์ไทยสามารถมีชีวิตรอดอยู่ในธรรมชาติได้แล้ว&nbsp;133&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><strong>ปีนี้นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติมี&nbsp;12&nbsp;ตัว</strong>&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เพศผู้&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;และเพศเมีย&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;โดยเลือกปล่อยในช่วงวันแห่งความรัก&nbsp;เนื่องจากเป็นนกกระเรียนมีความโดดเด่นเรื่องของรักแท้และเป็นนกที่จับคู่แบบผัวเดียวเมียเดียวตลอดชีวิต&nbsp;ที่สำคัญจะเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งเดียวที่มีความสำคัญและโดดเด่นของจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีความเชื่อมโยงกับวิถีชุมชนและองค์ความรู้ท้องถิ่นสอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมของประเทศ</p><p><strong>สำหรับนกกระเรียนพันธุ์ไทยเป็น&nbsp;1&nbsp;ในสัตว์สงวน&nbsp;19&nbsp;ชนิดของไทย</strong>&nbsp;เป็นนกขนาดใหญ่&nbsp;คอยาว&nbsp;หัวและคอเป็นหนังเปลือยสีแดงสด&nbsp;กระหม่อมเป็นแผ่นกระดูกแข็งสีเทา&nbsp;ขนลำตัวสีเทา&nbsp;ขายาวสีแดงสด&nbsp;พบตามท้องนาและพื้นที่ชุ่มน้ำต่างๆของไทย&nbsp;ปัจจุบันองค์การสวนสัตว์ฯ&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;และคณะวนศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ได้เพาะพันธุ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยในกรงเลี้ยง&nbsp;ทำการศึกษาแหล่งที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติไปหลายครั้งแล้วในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และพื้นที่โดยรอบ&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่งถือเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เหมาะกับการอยู่อาศัยของนกหลายชนิดและเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ&nbsp;มีความสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;นันทนาการ&nbsp;การท่องเที่ยวและสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118192856667"],
    [368,"รองผู้ว่าฯ ชัยภูมิ นำทีมติดตามผลความก้าวหน้าการขจัดความยากจน ที่ครัวเรือนเป้าหมาย อ.แก้งคร้อ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายลิขิต&nbsp;อุปมา&nbsp;ผอ.ส่วนส่งเสริมฯ&nbsp;สนง.ปศข.&nbsp;3,&nbsp;และจนท.สนง.ปศจ.ชัยภูมิ&nbsp;ร่วมต้อนรับคณะอนุกรรมการโครงการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ลงพื้นที่เชิงประจักษ์&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โดยมีนายวิวัฒน์&nbsp;ไชยชะอุ่ม&nbsp;ผอ.กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;(สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยเกษตรกรจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับเขตภาคอีสานตอนล่าง</strong>&nbsp;เป็น&nbsp;1ใน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ที่จะเข้ารับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;นายวาสนา&nbsp;นาคดิลก&nbsp;สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์&nbsp;ไก่เนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;และโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;มีจุดเด่นด้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์&nbsp;หมั่นศึกษาหาความรู้&nbsp;มีการคิดวิเคราะห์&nbsp;สังเคราะห์ข้อมูล&nbsp;ค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;พัฒนางานที่ทำอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ย่อท้อ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.การวางแผนจัดการด้านการเงิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.มีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในฟาร์ม&nbsp;นำระบบ&nbsp;IOT&nbsp;มาช่วยบริหารจัดการ&nbsp;(นำเซ็นเซอร์และกล้องวงจรปิดมาช่วยจัดการข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ)&nbsp;เพื่อช่วยจัดการด้านการควบคุมอุณหภูมิ&nbsp;ความชื้น&nbsp;การทำงานของระบบคูลลิ่งแพด&nbsp;และแรงลม&nbsp;ทำให้ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า&nbsp;ลดการใช้คน&nbsp;ลดความเสี่ยงในการควบคุมโรคระบาดต่าง&nbsp;ๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.มีการนำสมุนไพร&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;สะเดา&nbsp;เข้ามาใช้ในฟาร์มไก่เนื้อ&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ต้นทุนลดลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ในการนำปุ๋ยมูลไก่มาใช้ประโยชน์สามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังจากไร่ละ&nbsp;2-3&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นไร่ละ&nbsp;6-8&nbsp;ตัน&nbsp;รวมทั้งมีงานวิจัยที่ยืนยันว่า&nbsp;สามารถนำไปใช้ในการเพิ่มผลผลิตในพืช&nbsp;หรือผักอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นผู้มีใจโอบอ้อมอารี&nbsp;ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับเพื่อนเกษตรกร&nbsp;ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้ประสบผลสำเร็จในอาชีพ&nbsp;สามารถรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง&nbsp;จดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตรไก่เนื้อชัยภูมิ&nbsp;จำกัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สามารถเพิ่มผลกำไรในการเลี้ยงไก่เนื้อ&nbsp;สร้างความยั่งยืนในอาชีพ</strong>&nbsp;รวมทั้งสามารถเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรที่ประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น&nbsp;หรือกลุ่มอื่นให้มีศักยภาพในการแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118145258471"],
    [369,"จังหวัดชัยนาท กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ","<p><strong>จังหวัดชัยนาท&nbsp;กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก</strong>&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ด้วยในช่วงปลายฤดูหนาวของทุกปี&nbsp;ประเทศไทยจะเกิดสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;มีค่าเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่&nbsp;โดยสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;สาเหตุหลักเกิดจากกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ทั้งโดยธรรมชาติและจากกิจกรรมของมนุษย์&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้นจังหวัดชัยนาท&nbsp;จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก</strong>(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและลดปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1)&nbsp;มาตรการควบคุมการเผา&nbsp;ให้หน่วยราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกหน่วยงาน&nbsp;ปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีในการงดการเผา&nbsp;และสร้างฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;และขอให้ประชาชนงดการกระทำใดๆ&nbsp;อันเป็นเหตุให้เกิดมลพิษ&nbsp;กลิ่นแสง&nbsp;รังสี&nbsp;เสียง&nbsp;ความร้อน&nbsp;ฝุ่นละออง&nbsp;เขม่า&nbsp;เถ้าที่เกิดจากการเผา&nbsp;เศษวัสดุในครัวเรือน&nbsp;เศษวัชพืชในที่รกร้าง&nbsp;เผาหญ้าในเขตไหล่ทางในพื้นที่เขตเมือง&nbsp;และงดการเผาในพื้นที่การเกษตรโดยเด็ดขาด&nbsp;ให้เปลี่ยนวิธีการกำจัดวัชพืชและผลผลิตทางการเกษตรเป็นการทำปุ๋ยหมัก&nbsp;หรือใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการเร่งการย่อยสลาย&nbsp;รวมทั้งห้ามเผา&nbsp;ในเขตพื้นที่ป่า&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;และพื้นที่สาธารณะโดยเด็ดขาด&nbsp;</p><p>2)&nbsp;มาตรการควบคุมยานพาหนะ&nbsp;ขอให้ผู้ใช้รถ&nbsp;บำรุงรักษา/ซ่อมบำรุง/เปลี่ยนถ่านน้ำมันเครื่อง&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ของเครื่องยนต์,&nbsp;ให้ขนส่งจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพิ่มความเข้มงวดกับการตรวจสภาพรถยนต์และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งยานพาหนะส่วนบุคคล&nbsp;และรถสาธารณะ&nbsp;และให้ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท&nbsp;กวดขันตรวจจับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำ&nbsp;และการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ชุมชน/เขตเมือง&nbsp;</p><p>3)&nbsp;มาตรการควบคุมงานก่อสร้าง&nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง&nbsp;เข้มงวดกวดขันพื้นที่ก่อสร้างในการป้องกันฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง&nbsp;และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด&nbsp;กับผู้ที่ทำให้กรวด&nbsp;หิน&nbsp;ดิน&nbsp;เลน&nbsp;ทราย&nbsp;หรือวัสดุก่อสร้างตกหล่น&nbsp;รั่วไหล&nbsp;ปลิว&nbsp;ฟุ้งกระจายลงบนถนน&nbsp;บริเวณก่อสร้าง&nbsp;กวดขันให้ผู้ประกอบการให้ปิดคลุมกระบะบรรทุกมิให้เศษดินร่วงหล่น&nbsp;กับทำความสะอาดล้อทุกครั้งก่อนที่จะนำรถขึ้นทางสาธารณะ,&nbsp;ให้แขวงทางหลวงชัยนาท&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&nbsp;กำหับดูแลการก่อสร้าง&nbsp;หรือซ่อมบำรุงเส้นทาง&nbsp;ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างเข้มงวด&nbsp;</p><p>4)&nbsp;มาตรการทำความสะอาดผิวจราจร&nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;แขวงทางหลวงชัยนาท&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทชัยนาท&nbsp;กำหนดแผนงานและการปฏิบัติงานในการทำความสะอาดเส้นทางในความรับผิดชอบ&nbsp;ทั้งการกวาดถนนและพ่นชำระล้างกำจัดฝุ่น&nbsp;โดยให้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>5)&nbsp;มาตรการควบคุมและลดมลพิษจากอุตสาหกรรม&nbsp;ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพิ่มความเข้มงวดกับการระบายมลพิษทางอากาศของโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด&nbsp;รวมถึงรณรงค์และสร้างแรงจูงใจให้ภาคอุตสาหกรรม/ผู้ประกอบการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;(CSR)&nbsp;เพื่อส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมที่เป๋นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p>6)&nbsp;มาตรการด้านการดูแลสุขภาพ&nbsp;ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท&nbsp;แจ้งสถานพยาบาลในสังกัดติดตามสถานากรณ์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;โดยเฉพาะเด็ก&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ที่มีโรคประจำตัวพิเศษ&nbsp;และเตรียมพร้อมดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118153518513"],
    [370,"ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี เปิดศูนย์ปฏิบัติการ(War room) เฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF)","<p><strong>วานนี้&nbsp;(17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสัตวแพทย์กรรัตน์&nbsp;คุ้มกระ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>เปิดศูนย์ปฏิบัติการ(War&nbsp;room)&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;&nbsp;(African&nbsp;Swine&nbsp;Fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีเข้าร่วมประชุม&nbsp;ที่ประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการในการเตรียมพร้อมเผชิญเหตุกรณีตรวจพบโรคระบาดในพื้นที่&nbsp;และชี้แจงมาตรการ&nbsp;การควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;แก้ไขสถานการณ์&nbsp;เตรียมข้อมูลจำนวนเกษตรกร&nbsp;จำนวนสุกร&nbsp;โรงฆ่าสุกร&nbsp;เขียงจำหน่าย&nbsp;ร้านขายอาหารสัตว์&nbsp;และข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;การเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและกำจัดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;ให้ปฏิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา&nbsp;โดยไม่มีการสร้างเงื่อนไขต่างๆ&nbsp;เพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากเกษตรกร&nbsp;และผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสุกรหรือซากสุกร</strong>&nbsp;ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยหลักเกณฑ์&nbsp;และเงื่อนไขการอนุญาตเคลื่อนย้ายสุกร&nbsp;หมูป่า&nbsp;หรือซากสุกร&nbsp;ซากหมูป่า&nbsp;เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยเคร่งครัด&nbsp;ชี้แจงแนวทางการส่งเสริมยกระดับฟาร์มมาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;GAP&nbsp;&nbsp;ตลอดจนจัดทำคำสั่งมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;และการรับเรื่องจากเกษตรกร&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/18&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118153949518"],
    [371,"เกษตรกรทั่วประเทศยืนหยัดช่วยผู้บริโภค รักษาระดับราคาหมูหน้าฟาร์ม 110 บาท ต่อเนื่องสัปดาห์ที่ 2","<p>รายงานข่าวจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ&nbsp;ประกาศราคาแนะนำสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเกษตรกรทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งภาคตะวันตก&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคอีสาน&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และภาคใต้&nbsp;ร่วมกันยืนราคาสุกรที่&nbsp;110&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระผู้บริโภค&nbsp;โดยราคาจำหน่ายปลีกเนื้อสุกร&nbsp;ชิ้นส่วนสะโพก&nbsp;หัวไหล่&nbsp;ในห้างค้าปลีก&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;175-185&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ขณะที่โครงการพาณิชย์ลดราคา&nbsp;ขายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ปัจจุบันดำเนินการกระจายในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยสมาชิกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ&nbsp;ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลาง&nbsp;ให้ความร่วมมือในการนำผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร&nbsp;ร่วมสนับสนุนโครงการฯ&nbsp;เพื่อกระจายเนื้อสุกรราคาประหยัดช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชนให้มากที่สุด&nbsp;</p><p><br></p><p>สถานการณ์การผลิตสุกรในปัจจุบัน&nbsp;พบว่าแม่พันธุ์สุกร&nbsp;ลูกสุกร&nbsp;และสุกรขุน&nbsp;หายไปจากระบบมากกว่า&nbsp;50%&nbsp;จากการที่เกษตรกรเลิกเลี้ยงและหยุดการเลี้ยงไปเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ&nbsp;จากจำนวน&nbsp;2&nbsp;แสนราย&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;8&nbsp;หมื่นราย&nbsp;เนื่องจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ของอุตสาหกรรม&nbsp;ประกอบกับเกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสมตลอด&nbsp;3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ขณะเดียวกันยังมีปัญหาโรคระบาดในสุกร&nbsp;ความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;และการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด&nbsp;ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก&nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงมีต้นทุนแฝงสูงถึง&nbsp;500&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;</p><p><br></p><p>จากกลไกตลาดที่ปริมาณผลผลิตหมูไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทำให้ราคาสุกรเพิ่งจะปรับขึ้นมาในช่วง&nbsp;1&nbsp;เดือนเท่านั้น&nbsp;ราคาที่จำหน่ายขณะนี้&nbsp;ผู้เลี้ยงพอจะคุ้มทุนบ้าง&nbsp;แต่ไม่ได้มีกำไรเหลือมากมาย&nbsp;เพราะต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้นทั้งหมด&nbsp;เกษตรกรแค่พอมีรายได้ใช้หนี้คงค้างและมีทุนในการเลี้ยงสุกรรุ่นต่อไปเท่านั้น&nbsp;โดยเกษตรกรร่วมกันรักษาระดับราคาสุกรหน้าฟาร์มไว้เช่นนี้ไปอีกระยะหนึ่ง&nbsp;เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของผู้บริโภคและช่วยให้ตลาดปรับตัวได้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เกษตรกรไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการนำเข้าเนื้อหมู&nbsp;เนื่องจากเป็นการซ้ำเติมปัญหา&nbsp;กระทบกับภาวะราคาตกต่ำจากผลผลิตล้นตลาด&nbsp;และยังลดแรงจูงใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงที่กำลังจะกลับเข้าระบบ&nbsp;กลายเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาซัพพลายสุกรที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการอยู่</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118151412492"],
    [372,"กรมชลประทาน ย้ำทุกภาคส่วนร่วมใจประหยัดน้ำต้านภัยแล้ง","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1-17&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;55,998&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;74&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้&nbsp;32,068&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;8,987&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของปริมาณน้ำใช้การได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้วกว่า&nbsp;4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;72&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เกินแผนที่วางไว้ร้อยละ&nbsp;16&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่&nbsp;ดำเนินการสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้&nbsp;และดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>พร้อมเน้นย้ำให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;\"ประหยัดน้ำ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;บริจาค\"</strong>&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;\"ประหยัดน้ำ&nbsp;ทางรอดต้านแล้ง\"&nbsp;เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำก่อนที่วิกฤติภัยแล้งจะมาถึงและร่วมแรงร่วมใจใช้ทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118193051675"],
    [373,"องค์การสวนสัตว์ฯ เตรียมปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยเพิ่มอีก 12 ตัว ในวันที่ 13 ก.พ.นี้ เพื่อขยายพันธุ์นกหายากและเป็นแหล่งเรียนรู้ของประเทศ","<p><strong>องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เตรียมปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยเพิ่มอีก&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;เพื่อขยายพันธุ์นกหายากและเป็นแหล่งเรียนรู้ของประเทศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร&nbsp;จะปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย&nbsp;รอบที่&nbsp;11&nbsp;ในปีนี้กลับคืนสู่ธรรมชาติในวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ภายในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;หลังองค์การสวนสัตว์ฯประสบความสำเร็จการเพาะขยายพันธุ์และปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติมาตั้งแต่ปี&nbsp;2554&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;พบนกกระเรียนพันธุ์ไทยสามารถมีชีวิตรอดอยู่ในธรรมชาติได้แล้ว&nbsp;133&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งปีนี้นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติมี&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เพศผู้&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;และเพศเมีย&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;โดยเลือกปล่อยในช่วงวันแห่งความรัก&nbsp;เนื่องจากเป็นนกกระเรียนมีความโดดเด่นเรื่องของรักแท้และเป็นนกที่จับคู่แบบผัวเดียวเมียเดียวตลอดชีวิต&nbsp;ที่สำคัญจะเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งเดียวที่มีความสำคัญและโดดเด่นของจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีความเชื่อมโยงกับวิถีชุมชนและองค์ความรู้ท้องถิ่นสอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมของประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับนกกระเรียนพันธุ์ไทยเป็น&nbsp;1&nbsp;ในสัตว์สงวน&nbsp;19&nbsp;ชนิดของไทย&nbsp;เป็นนกขนาดใหญ่&nbsp;คอยาว&nbsp;หัวและคอเป็นหนังเปลือยสีแดงสด&nbsp;กระหม่อมเป็นแผ่นกระดูกแข็งสีเทา&nbsp;ขนลำตัวสีเทา&nbsp;ขายาวสีแดงสด&nbsp;พบตามท้องนาและพื้นที่ชุ่มน้ำต่างๆของไทย&nbsp;ปัจจุบันองค์การสวนสัตว์ฯ&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;และคณะวนศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ได้เพาะพันธุ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยในกรงเลี้ยง&nbsp;ทำการศึกษาแหล่งที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติไปหลายครั้งแล้วในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และพื้นที่โดยรอบ&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่งถือเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เหมาะกับการอยู่อาศัยของนกหลายชนิดและเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ&nbsp;มีความสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;นันทนาการ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชน&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118152839505"],
    [374,"เกษตรฯ ขุนยวม ถ่ายทอดความรู้การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลด PM 2.5","<p><strong>นางสาวแสงดาว&nbsp;สมใจ&nbsp;เกษตรอำเภอขุนยวม</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสโรจน์พงศ์&nbsp;คงสวัสดิ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากรด้านการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาหมอกควันจากการเผาในพื้นที่การเกษตรและการป้องกันฝุ่นพิษ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;และฝึกปฏิบัติ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอขุนยวม&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p><strong>การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง</strong>&nbsp;นอกจากจะได้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีแล้ว&nbsp;ยังสามารถใช้เศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรไม่ว่าจะเป็นฟางข้าวหญ้า&nbsp;ซังข้าวโพด&nbsp;หรือเศษใบไม้&nbsp;แทนที่จะเผาทิ้ง&nbsp;ซึ่งทำให้เกิดฝุ่นควันทำลายสุขภาพเกิดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่เป็นปัญหาทุกปี&nbsp;ดังนั้นเพื่อการลดปัญหาเหล่านี้&nbsp;จึงนำเศษวัสดุเหลือใช้มาทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการปลูกพืช&nbsp;เพื่อเป็นการลดต้นทุน&nbsp;ในการผลิตพืชผักหรือข้าวอินทรีย์&nbsp;ที่เป็นทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่ประสงค์จะมีความปลอดภัยจากการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูกทุกขั้นตอนเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคที่มีความห่วงใยในสุขภาพของตนเอง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118155238529"],
    [375,"เกษตรจังหวัดแพร่แจ้งเกษตรกรปาล์มน้ำมันและผู้ปลูกพืชฤดูแล้งปี 64/65 ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;แจ้งให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและเกษตรกรผู้ปลูกพืชฤดูแล้งปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ที่ยังไม่ได้แจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;หรือเป็นเกษตรกรรายเดิมที่ขึ้นทะเบียนแล้ว&nbsp;แต่มีพื้นที่เพาะปลูกแปลงใหม่&nbsp;ให้ทำการแจ้งการขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้รับการสนับสนุนในด้านต่างๆ&nbsp;รวมทั้งความช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ตามโครงการที่หน่วยงานภาครัฐได้จัดทำขึ้น&nbsp;โดยเกษตรกรรายใหม่และเกษตรกรรายเดิมแต่มีแปลงปลูกใหม่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก&nbsp;</p><p><strong>ส่วนเกษตรกรรายเดิมแปลงปลูกเดิมให้แจ้งการปรับปรุงข้อมูลทะเบียน</strong>เกษตรกรผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;Farmbook&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจะนำข้อมูลไปใช้วางแผนการผลิต&nbsp;การตลาดและส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสม&nbsp;รวมถึงใช้ในการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรสามารถตรวจสอบสถานะเกษตรกรและสมาชิกครัวเรือน&nbsp;</strong>ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรได้ที่เว็บไซต์&nbsp;การตรวจสอบสถานะความเป็นเกษตรกรและสมาชิกครัวเรือน&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;(http://farmer.doae.go.th)&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118163244562"],
    [376,"ผวจ.ยโสธร นำจิตอาสาพัฒนา ดูแล บำรุง รักษาถนนในโครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช","<p><strong>เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาดูแล&nbsp;บำรุง&nbsp;รักษา&nbsp;ถนนในโครงการ&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ถนนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ที่ถนนแจ้งสนิท&nbsp;บริเวณสี่แยกหน้า&nbsp;วิทยาลัยเทคนิคยโสธร&nbsp;หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;สาขายโสธร&nbsp;ถึงบริเวณตลาดคลองถมยโสธร&nbsp;โดยมีนายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมส่วนราชการ,จิตอาสาและประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธรได้กำหนดจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา</strong>&nbsp;ในโอกาสวันสำคัญของชาติไทย&nbsp;ตามแนวทางของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสา&nbsp;พระราชทาน&nbsp;โดยมีส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;หมุนเปลี่ยนเป็นเจ้าภาพ&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&nbsp;เนื่องในโอกาสวันสำคัญของชาติและเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์&nbsp;ความรัก&nbsp;ความสามัคคีในการทำงาน&nbsp;ทำกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน&nbsp;ภาครัฐกับจิตอาสาและประชาชนทั่วไป</p><p><strong>เนื่องในโอกาสวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ได้จัด&nbsp;กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาดูแล&nbsp;บำรุง&nbsp;รักษาถนน&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ถนนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ที่ถนนแจ้งสนิท&nbsp;บริเวณสี่แยกหน้าวิทยาลัยเทคนิค&nbsp;ยโสธร&nbsp;หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;สาขายโสธร&nbsp;ถึงบริเวณตลาดคลองถม&nbsp;ยโสธร&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมพัฒนาพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;พัฒนา&nbsp;ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์พื้นที่ตามแนวถนน&nbsp;ทาสีตามขอบทางเท้า&nbsp;และเกาะกลางถนน&nbsp;ตัดแต่งกิ่งไม้&nbsp;ซึ่งต่างได้นำอุปกรณ์ที่ใช้ในการพัฒนา&nbsp;ได้แก่&nbsp;มีด&nbsp;พร้า&nbsp;เลื่อย&nbsp;มีดขอ&nbsp;คราด&nbsp;กรรไกรตัดหญ้า&nbsp;ไม้กวาดทางมะพร้าว&nbsp;ถุงขยะ&nbsp;ถุงมือ&nbsp;ไปร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118164619573"],
    [377,"ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น (สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายลิขิต&nbsp;อุปมา&nbsp;ผอ.ส่วนส่งเสริมฯ&nbsp;สนง.ปศข.&nbsp;3,&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;สนง.ปศจ.ชัยภูมิ&nbsp;ร่วมต้อนรับคณะอนุกรรมการโครงการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ลงพื้นที่เชิงประจักษ์&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;ไชยชะอุ่ม&nbsp;ผอ.กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์เป็นประธาน&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;(สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยเกษตรกรจังหวัดชัยภูมิได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับเขตภาคอีสานตอนล่าง&nbsp;</strong>เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ที่จะเข้ารับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;นายวาสนา&nbsp;นาคดิลก&nbsp;สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์&nbsp;ไก่เนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;และ&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;มีจุดเด่นด้าน&nbsp;1.ความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์&nbsp;หมั่นศึกษาหาความรู้&nbsp;มีการคิดวิเคราะห์&nbsp;สังเคราะห์ข้อมูล&nbsp;ค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;พัฒนางานที่ทำอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ย่อท้อ&nbsp;2.การวางแผนจัดการด้านการเงิน&nbsp;3.มีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในฟาร์ม&nbsp;นำระบบ&nbsp;IOT&nbsp;มาช่วยบริหารจัดการ&nbsp;(นำเซ็นเซอร์และกล้องวงจรปิดมาช่วยจัดการข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ&nbsp;)&nbsp;เพื่อช่วยจัดการด้านการควบคุมอุณหภูมิ&nbsp;ความชื้น&nbsp;การทำงานของระบบคูลลิ่งแพด&nbsp;และแรงลม&nbsp;ทำให้ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า&nbsp;ลดการใช้คน&nbsp;ลดความเสี่ยงในการควบคุมโรคระบาดต่างๆ&nbsp;4.มีการนำสมุนไพร&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;สะเดา&nbsp;เข้ามาใช้ในฟาร์มไก่เนื้อ&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ต้นทุนลดลง&nbsp;5.ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ในการนำปุ๋ยมูลไก่มาใช้ประโยชน์สามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังจากไร่ละ&nbsp;2-3&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นไร่ละ&nbsp;6-8&nbsp;ตัน&nbsp;รวมทั้งมีงานวิจัยที่ยืนยันว่าสามารถนำไปใช้ในการเพิ่มผลผลิตในพืชหรือผักอื่นๆ&nbsp;เป็นผู้มีใจโอบอ้อมอารี&nbsp;ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับเพื่อนเกษตรกร&nbsp;ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้ประสบผลสำเร็จในอาชีพ&nbsp;สามารถรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง&nbsp;จดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตรไก่เนื้อชัยภูมิ&nbsp;จำกัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สามารถเพิ่มผลกำไรในการเลี้ยงไก่เนื้อ&nbsp;</strong>สร้างความยั่งยืนในอาชีพ&nbsp;รวมทั้งสามารถเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรที่ประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น&nbsp;หรือกลุ่มอื่นให้มีศักยภาพในการแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118182735642"],
    [378,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามการดำเนินงานนโยบายสำคัญในพื้นที่ ","<p>ที่ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;อาคารอำนวยการ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;นายชัชวาลย์&nbsp;ฉายะบุตร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขต&nbsp;15&nbsp;ร่วมประชุมตรวจราชการและติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบาย&nbsp;ข้อสั่งการสำคัญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;โดยที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;โดยเฉพาะความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่า&nbsp;ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการพัฒนาและแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมจัดทำแผนของบประมาณเพื่อจัดทำคลองระบายน้ำ&nbsp;รับน้ำเสียจากชุมชน&nbsp;และนำไปบำบัดก่อนจะปล่อยคืนลงสู่คลองแม่ข่า&nbsp;และขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการด้านการเบิกจ่ายงบประมาณ&nbsp;และการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด</p><p><br></p><p>&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;การบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช&nbsp;และโครงการอื่นๆของจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้&nbsp;และก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเต็มประสิทธิภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118202046710"],
    [379,"จังหวัดเพชรบุรี ดึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมประสานแนวทางการปฏิบัติงาน  เสริมสร้างคุณภาพชีวิต ให้ชาวบ้าน สร้างความสุขให้ทุกชุมชน  หน่วยงานท้องถิ่นต้องเป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านพึ่งพาได้","<p>จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ดึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ร่วมประสานแนวทางการปฏิบัติงาน&nbsp;&nbsp;เสริมสร้างคุณภาพชีวิต&nbsp;ให้ชาวบ้าน&nbsp;สร้างความสุขให้ทุกชุมชน&nbsp;&nbsp;หน่วยงานท้องถิ่นต้องเป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านพึ่งพาได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>เมื่อเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้(วันที่&nbsp;&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารฯ&nbsp;ร่วมประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพริบพรี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเปิดเผยถึงการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดว่า&nbsp;&nbsp;ทั้งแนวนโยบายการปฏิบัติงานที่มุ่งมั่น&nbsp;&nbsp;สร้างความสุขให้กับประชาชนทุกชุมชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;อยู่เคียงข้างชาวบ้าน&nbsp;&nbsp;และพร้อมแก้ปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;&nbsp;หน่วยงานท้องถิ่นต้องเข้าถึงชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะการดูแลพี่น้องราษฎร&nbsp;หน่วยงานต้องเป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านพึ่งพาได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>นอกจากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้ให้ความสำคัญเรื่อง&nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ภาคชุมชนท้องถิ่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;&nbsp;เน้นทั้งกิจกรรมที่มีต้นทุนเดิมที่มีศักยภาพอยู่แล้ว&nbsp;&nbsp;มาสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;และสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่&nbsp;&nbsp;รวมถึงนวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า&nbsp;สร้างประโยชน์อันจะนำมาซึ่งรายได้ให้กับชาวบ้าน&nbsp;&nbsp;สร้างความเข้มแข็งของแต่ละชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118194732697"],
    [380,"กรมชลประทานชวนแกล้งข้าว ทำนาเปียกสลับแห้งช่วยประหยัดน้ำ  เพิ่มผลผลิต ทางรอดภัยแล้ง","<p>นายจรินทร์&nbsp;คงศรีเจริญ&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงหน้าแล้งปี&nbsp;2565&nbsp;ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง&nbsp;ๆมีอยู่ในเกณฑ์จำกัด&nbsp;โครงการชลประทานเชียงใหม่ได้ต่อยอดงานวิจัยการบริหารจัดการน้ำในการทำนา&nbsp;แบบเปียกสลับแห้งโดยสมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ออนได้ร่วมกันทำแปลงสาธิตทดลองการทำนาเปียกสลับแห้งแกล้งข้าวในพื้นที่หัวงานอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ออน&nbsp;ตำบลออนเหนือ&nbsp;อำเภอแม่ออน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;พื้นที่ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ไร่เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำเพาะปลูกข้าวโดยวิธีประหยัดน้ำในช่วงวิกฤติเนื่องด้วยอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ออน&nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกักในเกณฑ์น้ำน้อยจึงรณรงค์ให้มีการทำนาปลูกข้าวแบบประหยัดน้ำแต่ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นกว่าการปล่อยน้ำท่วมขังในแปลงนาด้วยวิธีการทำนาเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว&nbsp;โดยจะเรียกว่าทฤษฎี&nbsp;เปียก&nbsp;5แห้ง&nbsp;15</p><p><br></p><p>การทำนาแบบเปียกสลับแห้งในพื้นที่ของโครงการชลประทานเชียงใหม่ใช้ปริมาณน้ำเพียง&nbsp;480&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;/&nbsp;ไร่&nbsp;จากปกติใช้น้ำฤดูแล้งประมาณ800&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;/&nbsp;ไร่&nbsp;และฤดูฝน&nbsp;1,200&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;/ไร่สามารถทำผลผลิตได้ถึง&nbsp;770&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;/&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปกติประมาณ&nbsp;170กิโลกรัม&nbsp;/&nbsp;ไร่&nbsp;ถือเป็นการทดลองที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมากและสามารถเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;นำไปขยายผลได้อีกด้วยทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ในขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลงช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นได้</p><p><br></p><p>ทั้งนี้&nbsp;การขยายผลโครงการฯ&nbsp;ในช่วงหน้าแล้งปี&nbsp;2564&nbsp;/&nbsp;65&nbsp;นี้โครงการชลประทานเชียงใหม่</p><p>ได้มีการเผยแพร่และส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้งไปยังพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่โก๋นอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลป่าไหน่&nbsp;อำเภอพร้าว&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;5000&nbsp;ไร่หากเกษตรกรในพื้นที่ใด&nbsp;สนใจเรื่องการทำนาแบบเปียกสลับแห้งสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานีทดลองการใช้น้ำชลประทาน</p><p>โครงการชลประทานใกล้บ้านได้ในวันเวลาราชการ</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118201523709"],
    [381,"กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำช่วงแล้ง เน้นย้ำน้ำกินน้ำใช้อุปโภคบริโภคเพียงพอใช้ตลอดแล้งนี้ พร้อมวอนทุกภาคส่วนร่วมใจกันประหยัดน้ำ","<p>กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำช่วงแล้ง เน้นย้ำน้ำกินน้ำใช้อุปโภคบริโภคเพียงพอใช้ตลอดแล้งนี้ พร้อมวอนทุกภาคส่วนร่วมใจกันประหยัดน้ำ</p><p><br></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำในช่วงแล้งพื้นที่ภาคกลาง ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เน้นย้ำน้ำอุปโภคบริโภคต้องเพียงพอตลอดฤดูแล้ง พร้อมกำหนดแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและแผนเผชิญ เหตุรองรับสถานการณ์ภัยแล้งในบางพื้นที่ไว้ล่วงหน้า รวมทั้งเร่งรัดโครงการสำคัญต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ นั้นสถานการณ์น้ำต้นทุนใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน(18 ม.ค. 65) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 13,457 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 6,761 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้มีการใช้น้ำไปแล้ว 2,225 ล้าน ลบ.ม. จึงได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา บริหารจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะน้ำอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน ที่สำคัญให้จัดทำแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและแผนเผชิญเหตุไว้รองรับสถานการณ์ภัยแล้งในบางพื้นที่ไว้ล่วงหน้าด้วยแล้ว</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">ในส่วนของการทำนาปรัง ปัจจุบันมีการทำนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาไปแล้วประมาณ 3.25 ล้านไร่ เกินแผนที่วางไว้ร้อยละ 16 (แผนวางไว้ 2.81 ล้านไร่) เกษตรกรส่วนหนึ่งจะใช้น้ำจากบ่อน้ำหรือแหล่งน้ำของตนเองในการทำนาปรัง ส่วนที่ใช้น้ำจากระบบชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่ติดตามและควบคุมการใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอใช้ตลอดแล้งนี้ ไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า</span></p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118182607640"],
    [382,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 5 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้ใช้ข้อมูลภาพจากดาวเทียมระบบ&nbsp;MODIS&nbsp;ติดตามสถานการณ์ไฟป่าแสดงให้เห็นในพื้นที่17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;โดยช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;พบ&nbsp;5&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;ตาก&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;ลำปาง&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;12&nbsp;จังหวัดที่เหลือมีตัวเลขคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พื้นที่ชุมชน&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการจุดไฟเผาหาของป่า&nbsp;หรือการเผาก่อนหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปวางแผนบริหารจัดการเชื้อไฟและจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงต่อไป&nbsp;เพื่อช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;GISTDA&nbsp;ยังจะติดตามและรายงานสถานการณ์ต่อเนื่องเพื่อเป็นข้อมูลให้กทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่&nbsp;แล้วสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;https://fire.gistda.or.th</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118182511639"],
    [383,"อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ติดประกาศรื้อถอนบ้านพรานป่าฆ่าเสือโคร่งในป่ากาญจนบุรี 5 คน พร้อมให้ออกนอกพื้นที่เขตป่าภายใน 30 วัน","<p><strong>อุทยานแห่งชาติเขาแหลม&nbsp;ติดประกาศรื้อถอนบ้านพรานป่าฆ่าเสือโคร่งในป่ากาญจนบุรี&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;พร้อมให้ออกนอกพื้นที่เขตป่าภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;หลังทำผิดเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรีห้ามล่าสัตว์ป่าหรือบุกรุกป่า</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;จำนงสิริศักดิ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;3&nbsp;(บ้านโป่ง)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้ให้นายกมลาศ&nbsp;อิสอาด&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;กจ.18&nbsp;(วังเกียง)&nbsp;และหน่วยลานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการติดประกาศคำสั่งให้ผู้ต้องหาในคดีล่าสัตว์ป่าคุ้มครองเสือโคร่งในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;รวมข้อหาอื่นๆอีก&nbsp;10&nbsp;ข้อหา&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลปิล็อก&nbsp;อำเภอทองผาภูมิ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม&nbsp;ต้องรื้อถอนบ้าน&nbsp;หรือโรงเรือน&nbsp;ไปให้พ้นในเขตอุทยานฯภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาผู้ต้องหาทั้ง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เครือญาติ&nbsp;และบริวารที่อยู่อาศัยในบ้าน&nbsp;หรือโรงเรือนได้รับการผ่อนปรนให้อยู่อาศัยในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2541&nbsp;แต่มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวได้ระบุการป้องกันพื้นที่ป่าไม้และอื่นๆบัญญัติไว้ว่า&nbsp;หากมีการกระทำการใดๆอันเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าใหม่&nbsp;หรือขยายพื้นที่อยู่อาศัยที่ทำกินเพิ่มเติม&nbsp;หรือเป็นการทำลาย&nbsp;หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาป่า&nbsp;หรือสิ่งแวดล้อมให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยเฉีบดขาด&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการยึดถือครอบครองพื้นที่ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่สั่งให้ผู้กระทำความผิดออกจากพื้นที่&nbsp;ทำลาย&nbsp;รื้อถอน&nbsp;และดำเนินการอื่นๆตามกฎหมายกำหนด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ต้องหาทั้ง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ได้กระทำการล่าเสือโคร่งที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&nbsp;ใกล้&nbsp;สูญพันธุ์&nbsp;และกระทำผิดกฎหมายข้อหาอื่นๆในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ&nbsp;ส่วนเครือญาติและบริวารที่อาศัยอยู่ในบ้าน&nbsp;หรือโรงรือนดังกล่าวรู้&nbsp;หรือควรรู้ในเรื่องดังกล่าวแต่ไม่ห้ามปรามการกระทำในลักษณะดังกล่าว&nbsp;ถือเป็นการกระทำที่กระทบกระเทือนต่อการรักษาป่าและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือผิดเงื่อนไขต้องออกจากในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม&nbsp;และต้องทำลาย&nbsp;รื้อถอน&nbsp;บ้าน&nbsp;หรือโรงเรือนไปให้พ้นจากเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม&nbsp;หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตามพระราบบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;มาตรา&nbsp;19&nbsp;(1)&nbsp;ฐานยึดถือครอบครองที่ดินภายในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับตั้งแต่&nbsp;400,000&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118185812647"],
    [384,"สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประทานสิ่งของพระราชทานเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกรที่จังหวัดอุดรธานี","<p><strong>สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประทานสิ่งของพระราชทานเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกรที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</strong><strong>&nbsp;</strong>ประทานความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;อประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>โปรดให้&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;(กล่องสิ่งของพระราชทาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ขนมแห้ง&nbsp;และอื่นๆ)&nbsp;มอบแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และนายอำเภอ&nbsp;จาก&nbsp;11&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้ารับมอบสิ่งของพระราชทาน&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นตัวแทนเกษตรกร</strong>ในพื้นที่&nbsp;12&nbsp;อำเภอที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;กล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</span></p><p>&nbsp;ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกร&nbsp;และทรงพระกรุณาพระราชทานสิ่งของให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&nbsp;ยังความปลาบปลื้มปิติและสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&nbsp;จังหวัดอุดรธานีมีผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมืองอุดรธานี&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกุดจับ&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอพิบูลรักษ์&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอน้ำโสม&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอบ้านดุง&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกู่แก้ว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเพ็ญ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกุมภวาปี&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอศรีธาตุ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนายูง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอโนนสะอาด&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนสุกรที่สงสัยว่าติดเชื้อและถูกกำจัดจำนวนกว่า&nbsp;4,000&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118194614696"],
    [385,"สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดกิจกรรมเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายอนุพงศ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ไถกลบตอซังข้าว&nbsp;ที่แปลงนากลุ่มแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ตำบลสะแกโพรง&nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;,&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ประธานและสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลสะแกโพรง&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>และบริษัท&nbsp;คูโบต้า&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รู้ถึงประโยชน์จากการไถกลบตอซัง&nbsp;ให้เกษตรกรนำวัสดุเหลือใช้ในไร่นากลับมาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน&nbsp;เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตข้าว&nbsp;และลดพื้นที่การเผาในพื้นที่การเกษตรเป็นการลดปัญหาฝุ่นพิษ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;โดยนำนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรและองค์ความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;มาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p><p><strong>ซึ่งภายในงานเกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาร่วมและเยี่ยมชมกิจกรรม</strong>การสาธิตการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรครบวงจรนำมาจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;นิทรรศการให้ความรู้&nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบบครบวงจร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118200131704"],
    [386,"สคทช. ผลักดันให้เขตปฏิรูปที่ดินตำบลเขาซก อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จการแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชน","<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;ผลักดันให้เขตปฏิรูปที่ดินตำบลเขาซก&nbsp;อำเภอหนองใหญ่&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จการแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(คทช.)&nbsp;ในพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดชลบุรี&nbsp;ณ&nbsp;แปลง&nbsp;คทช.&nbsp;ในเขตปฏิรูปที่ดินตำบลเขาซก&nbsp;อำเภอหนองใหญ่&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบของการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูปที่ดินตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่&nbsp;36/2559&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2559&nbsp;เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&nbsp;โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเนื้อที่ตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;ไร่ขึ้นไป&nbsp;ดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและนำที่ดินมาจัดสรรให้ประชาชนและเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวประสบความสำเร็จโดยคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดชลบุรี&nbsp;(คทช.จังหวัดชลบุรี)&nbsp;ได้รับมอบพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ตำบลเขาซก&nbsp;อำเภอหนองใหญ่&nbsp;และตำบลบ่อทอง&nbsp;อำเภอบ่อทอง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;มีแนวขอบเขตการดำเนินโครงการจัดที่ดินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;แปลง&nbsp;No.378&nbsp;เนื้อที่กว่า&nbsp;554&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คทช.จังหวัดชลบุรี&nbsp;ได้จัดที่ดินให้เกษตรกรผู้ยากจนและไร้ที่ดินทำกิน&nbsp;43&nbsp;ราย&nbsp;และเกษตรกรรุ่นใหม่ของ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากที่ดินที่รัฐจัดสรรให้&nbsp;ส่งเสริมการมีอาชีพและสร้างรายได้&nbsp;ส่งเสริมพัฒนาอาชีพ&nbsp;สร้างสวัสดิการทางสังคม&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีมีรายได้มั่นคง&nbsp;ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ศาสตร์พระราชาและแนวทางทฤษฎีใหม่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ได้รับฟังปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และความต้องการด้านการสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมถนน&nbsp;ด้านสาธารณูปโภค&nbsp;และด้านการพัฒนาอาชีพ&nbsp;&nbsp;พร้อมเก็บฐานข้อมูลเพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินต่อไป&nbsp;ทั้งการส่งเสริมคุณภาพ&nbsp;มาตรฐานการผลิต&nbsp;การแปรรูปพันธุ์พืชสมุนไพร&nbsp;สนับสนุนเครื่องจักรกล&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและอำเภอให้ตรงตามความต้องการของตลาดทั้งในและนอกประเทศ&nbsp;ส่วนในอนาคตจะผลักดันให้แปลง&nbsp;คทช.&nbsp;หนองใหญ่&nbsp;กลายเป็น&nbsp;Cluster&nbsp;สมุนไพร&nbsp;โดยจะร่วมมือกันระหว่าง&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;และมหาวิทยาลัยบูรพาขับเคลื่อนโครงการสมุนไพร&nbsp;เบื้องต้นมหาวิทยาลัยบูรพาได้สร้างโรงงานกลั่นสมุนไพรแล้วรับสมุนไพรเข้ามา&nbsp;เช่น&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;ขมิ้นชัน&nbsp;เชื่อจะกลายเป็นตลาดที่สามารถรองรับการผลิตสมุนไพรจากแปลง&nbsp;คทช.&nbsp;หนองใหญ่ได้ในอนาคต&nbsp;พร้อมผลักดันให้ชุมชนมีบทบาทร่วมกันจัดทำแผนชุมชน&nbsp;วางเป้าหมายเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ทั้งชุมชน&nbsp;วางแผนการผลิตให้เป็นจุดรวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภค</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118203000712"],
    [387,"ร้อยเอ็ด สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;<span&nbsp;style=\"font-weight:&nbsp;bolder;&nbsp;color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>โปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นผู้แทนพระองค์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ที่หอประชุมอำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายปัญญา&nbsp;มูลคำกาเจริญ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายสมจิตร์&nbsp;คำสี&nbsp;เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายแพทย์ปิติ&nbsp;ทั้งไพศาล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายเริงวิทย์&nbsp;ถนอมแสง&nbsp;นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;,พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</strong>&nbsp;มีพระเมตตาต่อราษฎร&nbsp;จึงได้พระราชทานสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;แก่เกษตรกรในจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอโพนทอง&nbsp;อำเภอจังหาร&nbsp;และอำเภอธวัชบุรี&nbsp;เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและนายอำเภอทั้ง&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้ารับมอบสิ่งของพระราชทานเพื่อนำไปแจกจ่าย&nbsp;ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดแก่ประชาชนต่อไป</p><p>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรชาวจังหวัดร้อยเอ็ดรู้สึกทราบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;และทรงพระกรุณาพระราชทานสิ่งของให้เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&nbsp;จักขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี&nbsp;เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118210325722"],
    [388,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 10 (นายโสภณ สุวรรณรัตน์) ติดตาม โคก หนอง นา โมเดล จ.เลย","<p><strong>นายโสภณ&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจราชการตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;โดยมี&nbsp;นายดำรงค์&nbsp;สิริวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย,&nbsp;พันเอก&nbsp;ภานุรัตน์&nbsp;ดีเสมอ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่&nbsp;23,&nbsp;นายคมสิทธิ์&nbsp;สุริยวรรณ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในประเด็นการตรวจราชการ&nbsp;</p><p><strong>นายคมสิทธิ์&nbsp;สุริยวรรณ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดเลยได้รับจัดสรรแปลงครัวเรือนต้นแบบโครงการฯ&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;14&nbsp;อำเภอ&nbsp;58&nbsp;ตำบล&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;267&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;749&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;แปลงพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;Community&nbsp;Lab&nbsp;Model&nbsp;for&nbsp;quality&nbsp;of&nbsp;Life&nbsp;(CLM)&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ให้กับชาวอำเภอภูเรือและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;โดยแปลงศูนย์เรียนรู้ตันแบบ&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;ไร่มาลีรักษ์&nbsp;ของ&nbsp;นางมาลี&nbsp;ประกิจฤทธานนท์&nbsp;เป็นแปลงเรียนรู้ตันแบบ&nbsp;และส่งเสริมทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาสังคม&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจเสียสละ&nbsp;แบ่งปั่น&nbsp;เกื้อกูลในชุมชน&nbsp;และเป็นการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยการลงมือปฏิบัติจริง&nbsp;มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ที่ได้นำความสุข&nbsp;ความพอเพียง&nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงความรู้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;และการต่อยอดขยายผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ระดับ&nbsp;CLM&nbsp;สนับสนุนสร้างฐานเรียนรู้ทั้ง&nbsp;9&nbsp;ฐาน&nbsp;สนับสนุนวัสดุประจำฐานการเรียนรู้&nbsp;และสนับสนุนครุภัณฑ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.เครื่องสกัดไขมันพืช&nbsp;2.เครื่องผสมอาหารสัตว์&nbsp;3.เครื่องย่อยอาหารสัตว์&nbsp;และกิ่งไม้&nbsp;4.เครื่องบรรจุกระป๋อง&nbsp;5.เครื่องขึ้นรูปภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ&nbsp;และ&nbsp;6.เครื่องบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการถูกต้องตามคุณสมบัติครุภัณฑ์&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดเลยมีพื้นที่เป็นลักษณะเขาลาดชัน&nbsp;มีความสูงต่ำสลับกัน</strong>&nbsp;เริ่มทำการพัฒนาปลูกข้าวไร่&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;สวนผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;ลำไย&nbsp;และไม้ตัดดอก&nbsp;เช่น&nbsp;กุหลาบ&nbsp;คัตเตอร์&nbsp;และ&nbsp;ไฮเดรนเยีย&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;แฝก&nbsp;พันธุ์ข้าวพื้นถิ่น&nbsp;สมุนไพรพื้นถิ่น&nbsp;ด้านสัตว์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไก่&nbsp;เป็ด&nbsp;และปลา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่.องค์ความรู้ด้านเกษตรผสมผสาน&nbsp;การนำนวัตกรรมประยุกต์ใช้ในงานเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายโสภณ&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10&nbsp;</strong>&nbsp;ได้ให้คำแนะนำ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.สร้างศูนย์เรียนรู้ให้มีชีวิต&nbsp;ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือครุภัณฑ์เพื่อพัฒนาอาชีพสร้างรายได้&nbsp;โดยให้จัดทำระเบียบแนวทางการใช้&nbsp;การเก็บบำรุงรักษา&nbsp;2.ขับเคลื่อนกิจกรรมในศูนย์ฯ&nbsp;อย่างต่อเนื่องให้มีความยั่งยืน&nbsp;โดยประสานส่วนราชการและภาคีในการพัฒนาศูนย์ฯ&nbsp;เพื่อขยายผลการดำเนินงานสู่ชุมชนในวงกว้าง&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;สื่อสารสร้างการรับรู้และใช้ประโยชน์จากศูนย์ฯ&nbsp;ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและประกอบอาชีพตามหลักเกษตรกรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;และมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-19)&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119000842738"],
    [389,"ลงพื้นที่ตรวจรับงาน โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ปีงบประมาณ 2565","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายสรรเสริญ&nbsp;เจริญศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับงาน&nbsp;โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่เขต&nbsp;ตำบลนาแต้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>โดยการก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นาจะขุดบ่อขนาด&nbsp;1,260&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</strong>เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร&nbsp;และถูกต้องตามรูปแบบมาตรฐานของกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;และใช้ประโยชน์ในการเก็บกักน้ำในแปลงนาเกษตรกร&nbsp;ให้ใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ</p><p>ภาพ&nbsp;:&nbsp;นายชูวิทย์&nbsp;พึ่งพรหม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119092202762"],
    [390,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 (ลำปาง) ร่วมหารือเพื่อติดตามการดำเนินงานตามแผนเฉพาะกิจเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2565","<p><strong>นายระพีศักดิ์&nbsp;มาลัยรุ่งสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2</strong>&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อติดตามการดำเนินงานตามแผนเฉพาะกิจเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p><strong>การประชุมหารือครั้งนี้มีประเด็นสำคัญ&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ประเด็นการบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบครบวงจร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยการจัดทำแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า&nbsp;(ชิงเผาตามหลักวิชาการ)&nbsp;การใช้&nbsp;Application&nbsp;\"Burn&nbsp;Check\"&nbsp;ในการบริหารการเผาในที่โล่ง&nbsp;และการรายงานผลการดำเนินการ&nbsp;การดำเนินงาน&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ตามเป้าหมาย&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;และการกำหนดช่วงห้ามเผาของแต่ละจังหวัดในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ประเด็นแนวทางการรายงาน&nbsp;แจ้งเตือน&nbsp;และพยากรณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;และการรายงานผลการปฏิบัติงานประจำวัน&nbsp;และผลการดำเนินงานตามแผนงานของจังหวัดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฯ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119090711753"],
    [391,"สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล มอบเงินอุดหนุนชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเกษตรกรด้านหนี้สินที่มีหนี้เงินกู้เพื่อการเกษตร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</strong>นายถาวรศักดิ์&nbsp;รัตนชูศรี&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์&nbsp;มอบเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ตามโครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้แทนสหกรณ์เข้าร่วมรับมอบ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2562&nbsp;เห็นชอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อชดเชยดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่มีหนี้เงินกู้เพื่อการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2561&nbsp;ต้นเงินกู้คงเหลือจำนวนไม่เกิน&nbsp;300,000&nbsp;บาทแรก&nbsp;ในอัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เต็มจำนวน&nbsp;โดยได้ดำเนินโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;และในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อดำเนินโครงการ&nbsp;ภายใต้แผนยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&nbsp;กิจกรรมหลักช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;</strong>ได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนเพื่อชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกสถาบันเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;สหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,954&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,011,752.60&nbsp;บาท&nbsp;โดยแบ่งจ่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;งวดๆ&nbsp;ละ&nbsp;505,876.30&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับในครั้งนี้&nbsp;เป็นการจ่ายงวดที่&nbsp;1&nbsp;มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;สหกรณ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;323&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;59,400.38&nbsp;บาท&nbsp;2)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเมืองสตูล&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;5,459.59&nbsp;บาท&nbsp;3)&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;กรป.กลาง&nbsp;นพค.สตูล&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;4,493.83&nbsp;บาท&nbsp;4)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรทุ่งหว้า&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;393&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;66,537.34&nbsp;บาท&nbsp;5)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรควนกาหลง&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;515&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;102,189.11&nbsp;บาท&nbsp;6)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรท่าแพ&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;218&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;63,724.61&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรละงู&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;437&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;168,071.44&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสมาชิกสหกรณ์จะได้รับประโยชน์เพื่อนำเงินส่วนที่ได้รับการช่วยเหลือชดเชยดอกเบี้ยไปบรรเทาภาระหนี้สินและลดต้นทุนในการประกอบอาชีพของสมาชิกสหกรณ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119093409765"],
    [392,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งใน 17 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งใน&nbsp;17&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กำลังอ่อนยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;50&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;38&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงราย&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง&nbsp;บริเวณกรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;35,540&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,522&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีค่าออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119093822767"],
    [393,"เกษตรเมืองยะลา ติดตามแปลงต้นแบบการป้องกันรากเน่าโคนเน่า ตำบลสะเตงนอก","<p><strong>นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาววันวิสาข์&nbsp;จั่นเพชร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;และนายมูฮัมมัดรุสดี&nbsp;หะยีลาเปะ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามแปลงต้นแบบการป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียนของนายอาซิ&nbsp;กะโด&nbsp;เกษตรกรปลูกทุเรียน&nbsp;ม.5&nbsp;ตำบลสะเตงนอก&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พบอาการใบร่วง&nbsp;ยอดแห้ง&nbsp;ประมาณ&nbsp;10%&nbsp;คาดว่าเป็นโรคยอดไม้กวาด&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้น&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำ</strong>&nbsp;เฝ้าระวังอาการของโรค&nbsp;ให้กำจัดเพลี้ยและใช้ไตรโคเดอร์มา&nbsp;อย่างน้อยเดือนละครั้ง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119104609800"],
    [394,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกินเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ โดยเฝ้าระวังสูงขึ้นอีกครั้งวันที่ 22 และ 25 - 26 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกินเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;โดยเฝ้าระวังสูงขึ้นอีกครั้งวันที่&nbsp;22&nbsp;และ&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มกราคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;21&nbsp;และ&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;22&nbsp;และ&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119100748770"],
    [395,"ติดตามแปลงเกษตรแบบผสมผสานโครงการระบบการให้น้ำแปลงผักเกษตรกรบุดี ยะลา","<p><strong>เกษตรเมืองยะลา&nbsp;ติดตามแปลงเกษตรแบบผสมผสานหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;</strong>ตำบลบุดี&nbsp;ตามโครงการระบบการให้น้ำแปลงผักและแปลงเกษตรผสมผสาน</p><p><strong>นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;มอบหมายให้นายวิทยา&nbsp;สายกีเส็ง&nbsp;</strong>นางรัตนาภรณ์&nbsp;พิบูลย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบุดี&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;เพื่อติดตามแปลงเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ตามโครงการระบบการให้น้ำแปลงผักและแปลงเกษตรผสมผสาน&nbsp;ให้เกษตรกรทำการเกษตรโดยผลิตพืชผักและเกษตรแบบผสมผสานตลอดทั้งปี&nbsp;โดยไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;และส่งเสริมให้เป็นเกษตรกรต้นแบบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119102759779"],
    [396,"ขับเคลื่อนมาตรฐานไหมไทย หนุนกลุ่มเกษตรกรผลิตไหมคุณภาพ","<p><strong>นางสาวทัศนีย์&nbsp;เมืองแก้ว&nbsp;</strong>รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยถึงผลการติดตามประเมินผลโครงการส่งเสริมการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการสำคัญภายใต้แผนแม่บทย่อยเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมีกรมหม่อนไหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบส่งเสริมและพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;มีการจัดอบรมความรู้&nbsp;ด้านการผลิตและการตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานแก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>จากการติดตามประเมินผลโครงการพบว่า&nbsp;</strong>ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;สามารถส่งเสริมเกษตรกรได้จำนวน&nbsp;626&nbsp;ราย&nbsp;ผลจากการสนับสนุนการอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่สมาชิกกลุ่ม&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านขี้กา&nbsp;สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับปรุงและพัฒนาวิธีการฟอกย้อมสีเคมี/สีธรรมชาติได้อย่างถูกวิธี&nbsp;สามารถพัฒนาลายของผ้าไหมให้มีลวดลายสวยงามมากยิ่งขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ผ้าไหมมัดหมี่สีมะดัน&nbsp;ซึ่งเป็นสีประจำจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผ้าไหมมัดหมี่เฉลียงลายดอกไม้&nbsp;ผ้ามัดหมี่ลายแมงมุม&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้ใบรับรองมาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ส่วนเกษตรกรสมาชิกราย&nbsp;อื่นๆ&nbsp;สามารถจำหน่ายผ้าไหมได้ในราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นผืนละประมาณ&nbsp;1,500&nbsp;&nbsp;2,000&nbsp;บาทผลให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผ้าไหมเฉลี่ยรายละ&nbsp;34,400&nbsp;บาท/ปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ราคามีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลวดลายและวิธีการทอผ้าไหม&nbsp;</p><p><strong>ด้านการตลาด&nbsp;นอกจากจะจำหน่ายภายในหมู่บ้าน</strong>&nbsp;ยังมีการขยายช่องทางการตลาดในรูปแบบออนไลน์&nbsp;เช่น&nbsp;Line&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;ของสมาชิกเกษตรกร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันถือว่าได้รับความนิยม&nbsp;มีการสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่องและในอนาคต&nbsp;มีแผนพัฒนาสู่การเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;หรือสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีกทั้งผู้ใช้หรือผู้ซื้อผ้าไหม&nbsp;ยังมั่นใจในคุณภาพจากการรับรองมาตรฐานผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผ้าไหมของไทยเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119131647883"],
    [397,"ส่งเสริมการศึกษาพร้อมมีงานทำ ให้แก่นักเรียน นักศึกษา แรงงานทุกระดับ","<p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;(รมว.ศธ.)&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยนายสุชาติ&nbsp;&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;ร่วมบันทึกความร่วมมือ&nbsp;ว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษาและการมีงานทำให้แก่นักเรียน&nbsp;นักศึกษาและแรงงานทุกระดับ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมราชวัลลภ&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารราชวัลลภ&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;การดำเนินการดังกล่าวเพื่อบูรณาการพัฒนาศักยภาพนักเรียน&nbsp;นักศึกษาและแรงงานทุกระดับ&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความสามารถและทักษะฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการมีงานทำ&nbsp;ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีความรู้&nbsp;ความสามารถและทักษะฝีมือที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ&nbsp;รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต&nbsp;และการพัฒนาประเทศ&nbsp;พร้อมระบุว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษา&nbsp;โดยให้ความสำคัญต่อเด็กนักเรียนอาชีวะ&nbsp;ให้เป็นผู้ที่มีความรู้และทักษะทางอาชีพ&nbsp;ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การมีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี</p><p><strong>ด้านนายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;ถือว่ามีเป้าหมายและกลไกในการบูรณาการภารกิจร่วมกันอย่างชัดเจน&nbsp;ระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะร่วมกันพัฒนาระบบฐานข้อมูล&nbsp;(Big&nbsp;Data)&nbsp;ด้านแรงงานและความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;พัฒนาหลักสูตร&nbsp;ฝึกอบรมฝีมือแรงงานไปสู่การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สนับสนุนให้มีการประเมินความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;สนับสนุนการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ไปจนถึงระดับ&nbsp;World&nbsp;Skill&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมการมีงานทำและการให้ความรู้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการแก่กำลังแรงงาน&nbsp;&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน&nbsp;ให้มีทักษะฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119103545789"],
    [398,"สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสตูล พร้อมย้ำอปท. 42 แห่ง กำจัดขยะติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด  19 ตามมาตรการที่กรมอนามัยกำหนด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;พันจ่าเอกสาคร&nbsp;สิทธิศักดิ์&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่ผ่านมาทำให้มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาตามมาคือขยะติดเชื้อ&nbsp;สำหรับการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อดังกล่าวนั้น&nbsp;ทางมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูลและศบค.จ.สตูล&nbsp;ได้เห็นชอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับสาธารณสุขดำเนินการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ศูนย์พักคอยในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;และบ้านที่รักษาผู้ป่วย&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI)&nbsp;ด้วยการจัดเก็บและทำลายขยะติดเชื้อให้ถูกวิธีไม่ให้กลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดในชุมชน&nbsp;ตามแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ของกรมอนามัยอย่างเคร่งครัด&nbsp;ในขณะเดียวกันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการจัดการขยะมูลฝอยรวมทั้งการรักษาความสะอาดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่และการควบคุมโรคติดต่อของประชาชนในพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง&nbsp;42&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตามมาตรการที่กำหนด&nbsp;ตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;สำหรับต้นทางการจัดการขยะโดยเฉพาะหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยที่ใช้ในชีวิตประจำวันทุก&nbsp;ๆ&nbsp;วัน&nbsp;ได้รณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกก่อนทิ้ง&nbsp;โดยให้ใส่ถุงแยกไม่ปะปนกับขยะอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;และเขียนระบุข้างถุงว่าเป็น&nbsp;หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย&nbsp;พร้อมกันนี้ได้แนะนำให้ประชาชนใช้หน้ากาก&nbsp;ผ้าที่ได้มาตรฐานเพื่อลดปริมาณขยะจากการใช้หน้ากากอนามัยอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;รวมถึงการจัดจุดบริการถังขยะติดเชื้อสีแดงไว้ที่&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของกลางทาง&nbsp;คือ&nbsp;การเก็บขนขยะ&nbsp;พนักงานต้องสวมใส่ชุดที่มีความปลอดภัย</strong>&nbsp;สวมหน้ากากที่&nbsp;ป้องกันเชื้อได้สูง&nbsp;และสวมถุงมือที่มีความหนาเป็นพิเศษ&nbsp;ส่วนการป้องกันการติดเชื้อพนักงานทุกคนต้อง&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ทำความสะอาดวัสดุอุปกรณ์ก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง&nbsp;เมื่อเสร็จสิ้นแล้วต้องทำความ&nbsp;สะอาดรถขยะและอุปกรณ์ฉีดล้างพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำทุกวัน&nbsp;ส่วนปลายทางคือการกำจัดขยะเป็นไป&nbsp;ตามหลักการกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อด้วยเตาเผาปลอดเชื้อโดยเฉพาะ&nbsp;ซึ่งดำเนินการอย่างรัดกุมในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;ตั้งแต่การเก็บขนไปจนถึงการกำจัดขยะติดเชื้อที่ได้มาตรฐานตามที่กรมอนามัยกำหนดอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119103616790"],
    [399,"สมศ. เปิดรับสมัครผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมและคัดเลือกเพื่อรับรองเป็นผู้ประเมินภายนอกการศึกษาปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ 2565 ตั้งแต่วันนี้ (19 มค 65) ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2565","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สมศ.&nbsp;เปิดรับสมัครผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมและคัดเลือกเพื่อรับรองเป็นผู้ประเมินภายนอกการศึกษาปฐมวัย&nbsp;และการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มค&nbsp;65)&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา&nbsp;หรือ&nbsp;สมศ.&nbsp;เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนภาคการศึกษาไทย&nbsp;เปิดรับสมัครผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมและคัดเลือกเพื่อรับรองเป็นผู้ประเมินภายนอกการศึกษาปฐมวัย&nbsp;และการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;(เฉพาะจังหวัดที่ไม่มีหรือขาดแคลนผู้ประเมินภายนอก)&nbsp;โดยแบ่งเป็นการศึกษาปฐมวัย&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;303&nbsp;คน&nbsp;โดยผู้สมัครต้องมีการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี&nbsp;และมีที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดที่ไม่มีหรือขาดแคลนผู้ประเมินภายนอก</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่มีคุณสมบัติและสนใจเข้ารับการอบรมและคัดเลือก&nbsp;สามารถสมัครผ่านทาง&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"https://aqa2.onesqa.or.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">https://aqa2.onesqa.or.th/</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;(สมัครผู้ประเมิน)&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.onesqa.or.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">www.onesqa.or.th</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;(ประกาศ)&nbsp;หรือดาวน์โหลดประกาศได้ที่ลิงก์&nbsp;:&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"https://bit.ly/3EZAzGf\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">https://bit.ly/3EZAzGf</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;หรือติดต่อสอบถามโทรศัพท์หมายเลข&nbsp;02&nbsp;&nbsp;216&nbsp;&nbsp;3955&nbsp;ต่อ&nbsp;142,143,145,146,150,153&nbsp;ในวันและเวลาราชการ&nbsp;</span></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119142755919"],
    [400,"กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์? ตรวจเยี่ยมเกษตรกรอำเภอเมืองตาก ตามโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร","<p><strong>วันนี้?&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)?&nbsp;นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;แปลงของนายอาชาครินทร์&nbsp;โมมีเพชร&nbsp;ซึ่งได้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ปลูกไม้ยืนต้น&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้สัก&nbsp;ไม้แดง&nbsp;สะเดา&nbsp;มะคึก&nbsp;จามจุรีสีทอง&nbsp;และไม้ผล&nbsp;เช่น&nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;มะม่วง?&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคเอง</strong>&nbsp;ปลูกข้าวหอมมะลิ&nbsp;และข้าวไรซ์เบอร์รี่&nbsp;ซึ่งเป็นข้าวปลอดภัย&nbsp;โดยทำเป็นแบรนด์ของตัวเองใช้ชื่อว่า?&nbsp;บ้านไร่รังสิมันต์?&nbsp;โดยได้จำหน่ายผ่านทางออนไลน์&nbsp;และกลุ่มเพื่อนในจังหวัดตาก&nbsp;นอกจากนี้เกษตรกรยังได้ทำน้ำมันไพลเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง&nbsp;โดยมีคุณสมบัติแก้เคล็ดขัดยอก&nbsp;เส้นยืด&nbsp;ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&nbsp;ตะคริว&nbsp;แมลงสัตว์กัดต่อย&nbsp;เป็นหวัดคัดจมูก&nbsp;ซึ่งสมุนไพรที่ใช้ได้ปลูกเอง&nbsp;เช่น&nbsp;ไพร&nbsp;ขมิ้น&nbsp;เสลดพังพอน&nbsp;หญ้าเอ็นยืด&nbsp;อีกทั้งยังเลี้ยงไก่ไข่และนำไข่ไปจำหน่าย&nbsp;ในชุมชนและบริโภคในครัวเรือน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน</strong>&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและสร้างทักษะในการประกอบอาชีพทั้งในและนอกภาคเกษตร&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้ลูกหลานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์&nbsp;หรือบุคคลทั่วไป&nbsp;ที่ต้องการกลับมาทำอาชีพเกษตรกรรมในบ้านเกิดของตนเอง&nbsp;และมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;โดยโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคี&nbsp;และสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;มีการส่งเสริมการวางแผนการผลิต&nbsp;แผนการตลาด&nbsp;แผนธุรกิจที่เหมาะสมให้แก่ลูกหลานเกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ติดตามประเมินผลเป็นระยะ&nbsp;เพื่อให้กิจกรรมที่ดำเนินการประสบความสำเร็จ&nbsp;เกษตรกรมีอาชีพ&nbsp;มีรายได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119114825846"],
    [401,"กอ.รมน.จังหวัดยโสธร ลงพื้นที่ลาดตระเวนโครงการการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการบุกรุกและทำลายป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ","<p><strong>พ.อ.มงกุฏ&nbsp;แก้วพรหม&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.</strong>&nbsp;(ท.)/รอง&nbsp;ผอ.สน.ปรมน.จว.มทบ.27&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พ.ท.เรวัต&nbsp;วามะลุน&nbsp;หน.กลุ่มงานกิจการมวลชน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.,&nbsp;ร.ท.จังกร&nbsp;บุญจันทร์&nbsp;รอง&nbsp;หน.กลุ่มงานประสานงานความมั่นคง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.,&nbsp;ร.ต.นพรัตน์&nbsp;วันทาวงศ์&nbsp;รอง&nbsp;หน.กลุ่มงานกิจการมวลชน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.&nbsp;และ&nbsp;จนท.ปฏิบัติการ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;จนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ย.ส.1&nbsp;(ดงปอ-ดงบังอี่),จนท.สปก.จังหวัดยโสธร&nbsp;และผู้นำในท้องที่ลงพื้นที่ลาดตระเวนโครงการการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการบุกรุกและทำลายป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่</p><p>1.)&nbsp;พื้นที่ป่สงวนแห่งชาติดงปอดงบักอี่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.ห้องแซง&nbsp;อ.เลิงนกทา&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;พิกัด&nbsp;435739,1793326&nbsp;(Zone&nbsp;48Q)&nbsp;เข้าตรวจสอบพื้นที่ด้งกล่าว&nbsp;พื้นที่ประมาณ&nbsp;19&nbsp;ไร่&nbsp;ไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด</p><p>2.)&nbsp;พื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์&nbsp;โคกปออีกว้าง&nbsp;บ้านกุดแข้ด่อน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ห้องแซง&nbsp;อ.เลิงนกทา&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;พิกัด&nbsp;439525,1804598&nbsp;(Zone&nbsp;48Q)&nbsp;เข้าตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด</p><p><strong>พร้อมทั้งนี้&nbsp;ได้แจ้ง&nbsp;จนท.ย.ส&nbsp;1(ดงปอ-ดงบังอี่)</strong>&nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ดำเนินการเฝ้าระวังเขตแนวป่าสาธารณะอย่างสม่ำเสมอเป็นการป้องปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ที่มีอยู่เดิมลดปัญหาการกระทำความผิดกฏหมายเกี่ยวกับป่าไม้และส่ร้างความเข้าใจให้ประชาชนในการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119111824817"],
    [402,"นักวิจัยจากบริษัทเอกชน คิดค้นและแปรรูปมันสำปะหลัง ให้เป็นผลิตภัณฑ์ทรายแมวเป็นผลสำเร็จ ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นักวิจัยจากบริษัทเอกชน&nbsp;คิดค้นและแปรรูปมันสำปะหลัง&nbsp;ให้เป็นผลิตภัณฑ์ทรายแมวเป็นผลสำเร็จ&nbsp;ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด&nbsp;สร้างทางรอดให้เกษตรกร&nbsp;และจะเข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติปี&nbsp;2565&nbsp;ต้นเดือน&nbsp;ก.พ.นี้&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการเกษตรไทย&nbsp;เมื่อนักวิจัย&nbsp;บริษัทเอกชน&nbsp;สามารถ&nbsp;คิดค้นและแปรรูปมันสำปะหลังที่มีราคาตกต่ำ&nbsp;ให้เป็นผลิตภัณฑ์ทรายแมว&nbsp;ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด&nbsp;โดยจะได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;:&nbsp;รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น&nbsp;ระดับดี&nbsp;สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;วช.จัดขึ้นด้วย&nbsp;โดย&nbsp;นายลัญจกร&nbsp;อมรกิจบำรุง&nbsp;และคณะ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผลิตภัณฑ์ทรายแมวมีปริมาณการใช้งานทั่วโลกมากกว่า&nbsp;5&nbsp;ล้านตันต่อปี&nbsp;และมีมูลค่าทางตลาดสูงถึง&nbsp;280,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;มีแนวโน้มที่จะโตมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบ&nbsp;Pet&nbsp;Humanization&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;มีการใช้ผลิตภัณฑ์ทรายแมวในประเทศกว่า&nbsp;95&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทรายแมวที่ทำจากเบนโทไนต์&nbsp;เต้าหู้&nbsp;และแป้งข้าวโพด&nbsp;ที่นำเข้าจากประเทศจีนเป็นหลัก&nbsp;และนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้นักวิจัย&nbsp;ผลิตทรายแมวจากมันสำปะหลัง&nbsp;ใช้เวลาเกือบ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ในการศึกษาพัฒนากระบวนการ&nbsp;Pregelatinization&nbsp;ที่ใช้อุณหภูมิและความดันที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อปรับปรุงสมบัติเชิงโมเลกุลของแป้งมันสำปะหลัง&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในหัวมันสำปะหลัง&nbsp;ให้สามารถดูดซับของเหลวได้ดี&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;สามารถเหนียวจับตัวเป็นก้อนได้&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;Function&nbsp;หลักของผลิตภัณฑ์ทรายแมว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังสามารถดูดซับกลิ่นได้ดีอีกด้วย&nbsp;เทคโนโลยีนี้&nbsp;ไม่มีการใช้สารเคมีใด&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่เกิดของเสียปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมที่จะขยายไปสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรมได้&nbsp;ซึ่งในช่วง&nbsp;1&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้ทดลองจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทรายแมวจากมันสำปะหลัง&nbsp;ในร้านขายสินค้าสัตว์เลี้ยงทั่วไป&nbsp;ยังมีวางจำหน่ายตามร้านค้าชั้นนำอีกด้วย&nbsp;ส่วนของการส่งออกไปขายยังต่างประเทศนั้น&nbsp;ได้มีการส่งออกไปขายยังประเทศออสเตรเลียและประเทศเวียดนาม&nbsp;และกำลังดำเนินการเจรจาเพื่อส่งออกไปยังประเทศอิตาลีและประเทศญี่ปุ่น&nbsp;เร็ว&nbsp;ๆ&nbsp;นี้</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สำหรับผลิตภัณฑ์ทรายแมวจากมันสำปะหลัง&nbsp;จะเข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จาก&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีกระทรวง&nbsp;อว.&nbsp;ในงานวันนักประดิษฐ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา&nbsp;กรุงเทพฯ</span></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119143048922"],
    [403,"กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ลดการระบาดของแมลงวัน","<p><strong>(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นางอุไร&nbsp;กาลปักษ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>คณะกลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นางรัฐยา&nbsp;ชายศรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางศิริรัตน์&nbsp;วีระเชื้อ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวจันทิมา&nbsp;เอี่ยมสะอาด&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมการอารักขาพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดพร้อมทั้งให้คำแนะนำการจัดการแมลงวันผลไม้และแมลงศัตรูพืชในพื้นที่ปลูกชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลหนองโสน&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ลดจำนวนแมลงวันผลไม้ในพื้นที่</strong>&nbsp;และปล่อยแมลงวันผลไม้ฉายรังสี&nbsp;(แมลงวันผลไม้เป็นหมัน)&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ครั้ง&nbsp;ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนสิงหาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้ลดการระบาดของแมลงวันผลไม้ลงได้อย่างมากแม้จะไม่มีการห่อผลก็ตาม&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตของชมพู่เพชรสายรุ้งในพื้นที่&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรีเข้าไปดำเนินการ&nbsp;มีผลผลิตคุณภาพดี&nbsp;เกษตรกรมีความพอใจอย่างมาก</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119113022827"],
    [404,"พัฒนาการจังหวัดระยอง ประชุมรายงานผลตามประเด็นการตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน","<p><strong>เมื่อวานนี้&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;นางสาวฉัตรประอร&nbsp;นิยม&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เขตตรวจที่&nbsp;8&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;1&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อรับทราบผลการดำเนินงานตามประเด็นการตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระยอง&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้อำนวยการ.กลุ่มงานฯ&nbsp;ทุกกลุ่มงาน&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;เข้าร่วมประชุมโดยสรุปเนื้อหาการประชุม&nbsp;ดังนี้</p><p>1.โครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พัฒนาชุมขน</p><p>2.&nbsp;การส่งเสริมสวมใส่ผ้าไทย</p><p>3.การปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร(ทำต่อเนื่อง)</p><p>4.การดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ</p><p>5.โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน(กข.คจ.)</p><p>6.โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ</p><p>7.&nbsp;การขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</p><p>8.โครงการขจัดความยากจน&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยฯ</p><p>9.การดำเนินงานตามคำรับรองปฏิบัติราชการกรมฯ&nbsp;ปี&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ตรวจฯ&nbsp;ได้ส่งมอบพระพุทธรูป&nbsp;\"พระพุทธพัฒนาปชานา\"&nbsp;</strong>เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชนแก่พัฒนาการอำเภอทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ</strong>&nbsp;และ&nbsp;ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชนได้ลงพื้นที่โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;แปลงของ&nbsp;นางสุกัลยา&nbsp;เขียวกิ่ง&nbsp;บ้านห้วยมะเฟือง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;15&nbsp;ตำบลตะพง&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;โดยได้สอบถามข้อมูลผลการดำเนินงาน&nbsp;และปัญหาอุปสรรครวมทั้งการจัดเตรียมข้อมูลการรายงานและความพร้อมของกิจกรรมในพื้นที่แปลง&nbsp;เพื่อรับการตรวจติดตามจากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;(นายธวัชชัย&nbsp;ศรีทอง)&nbsp;ในวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม2565(วันถัดไป)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>(party&nbsp;hat&nbsp;with&nbsp;bow)&nbsp;ในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว</strong>ได้ดำเนินการภายใต้มาตรการ&nbsp;Social&nbsp;Distancing&nbsp;ตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;ของจังหวัดระยอง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119115842855"],
    [405,"ผู้เลี้ยงสุกร  ยะลา แนะรัฐ เร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์หมู หลังพบการระบาดในหลายพื้นที่","<p><strong>ผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;ยะลา&nbsp;แนะรัฐ&nbsp;เร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์หมู&nbsp;</strong>หลังพบการระบาดในหลายพื้นที่&nbsp;พร้อมเสนอ&nbsp;ในแต่ละพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงสุกร&nbsp;ให้กับเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ลดการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;</p><p><strong>นายเกรียงศักดิ์&nbsp;เสรีรัตน์ยืนยง&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำหรับปัญหาการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกันหมู&nbsp;หรือโรค&nbsp;ASF&nbsp;ที่ทางปศุสัตว์&nbsp;ได้ออกมายอมรับแล้วว่า&nbsp;พบการระบาดในหลายพื้นที่จริง&nbsp;ซึ่งโรค&nbsp;ASF&nbsp;ขณะนี้ได้ส่งผลกระทบ&nbsp;เป็นวงกว้าง&nbsp;ในหลายพื้นที่&nbsp;รวมทั้งบรรดาพ่อค้าหมู&nbsp;ตามตลาดสดต่างๆ&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ในปัจจุบันนี้&nbsp;ราคาเนื้อหมูสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งจริงๆแล้วที่ราคาหมูสูงขึ้น&nbsp;ก็เกิดจากสภาวะของแม่สุกรที่เจอโรคนี้&nbsp;มันจะทำลายแม่สุกรทั้งระบบเลย&nbsp;จะตายหมดเลยเกือบ&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เมื่อโรงงานผลิตลูกสุกรไม่มี&nbsp;เกษตรกรก็ไม่สามารถเอาลูกสุกรมาเลี้ยงได้&nbsp;พอเลี้ยงไม่ได้ก็ไม่มีหมูเข้าสู่ตลาด&nbsp;เหมือนดีมานด์ซัพพลาย&nbsp;ทำให้ราคาหมูในตลาดแพงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ก่อนหน้าที่จะเกิดโรคนี้&nbsp;เรามีโรคโควิดอยู่&nbsp;ตลาดต่างๆ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;</strong>ร้านอาหาร&nbsp;ก็ไม่ได้ดำเนินการ&nbsp;มีการแจกของแจกข้าว&nbsp;ความต้องการหมูก็ลดลง&nbsp;แต่หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ร้านอาหารเริ่มเปิด&nbsp;เริ่มกลับมาปกติ&nbsp;การใช้เนื้อหมู&nbsp;ก็มีเพิ่มขึ้น&nbsp;สุดท้ายก็สะท้อนความเป็นจริงว่า&nbsp;หมูขาดตลาดจริงๆ&nbsp;ภาคกลางเป็นภาคที่มีการเลี้ยงสุกร&nbsp;นครปฐมเป็นเมืองหลวงของการป้อนสุกรให้กรุงเทพ&nbsp;หมูไม่มีป้อนเข้ากรุงเทพ&nbsp;แต่ช่วงระยะหนึ่งก็ใช้หมูห้องเย็นที่เก็บสะสมเอาไว้ตอนราคาถูก&nbsp;ป้อนเข้าไปก่อน&nbsp;สุดท้ายหมูในห้องเย็นหมด&nbsp;แต่ตลาดยังต้องการอยู่&nbsp;ราคาก็เลยปรับขึ้นตามกลไกลตลาด&nbsp;ซึ่งถือว่าราคาเนื้อหมูในขณะนี้ถือเป็นราคาที่สูงเป็นประวัติการ&nbsp;ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบ&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ก็ว่าไว้</p><p><strong>ถ้ารัฐไม่เข้ามาเกี่ยวข้องในตอนนี้&nbsp;เชื่อว่าราคาหมูหน้าฟาร์มอาจจะสูงขึ้น&nbsp;กก.ละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;</strong>แต่ตนเองเชื่อว่าหากทางภาครัฐยังไม่ให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการพัฒนาวัคซีนขึ้นมา&nbsp;หลังจากนี้ไปเลี้ยงไปก็ไม่รอด&nbsp;ซึ่งตนมองว่าในการเลี้ยงหมูในอนาคตถ้ายังอยู่แบบนี้&nbsp;ก็จะต้องใช้วิธีเลี้ยงแบบระบบปิด&nbsp;ซึ่งทางเกษตรกรรายย่อยไม่สามารถดำเนินการได้เลย&nbsp;ส่วนเกษตรกรรายใหญ่จะสามารถดำเนินการได้&nbsp;เนื่องจากมีความรู้&nbsp;มีเทคโนโลยี&nbsp;และมีทุนทรัพย์&nbsp;ซึ่งถ้าจะให้เกษตรกรรายย่อยไปทำก็จะต้องให้ทุน&nbsp;สนับสนุนเทคโนโลยี&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;กล่าว</p><p><strong>หลังจากนี้&nbsp;ไปหากมีการทำวัคซีนได้แล้ว&nbsp;อยากให้ทางกรมปศุสัตว์&nbsp;หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;และทางรัฐบาล&nbsp;ได้รับรู้ว่า&nbsp;การเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;คือการเคลื่อนย้ายโรค&nbsp;วิธีการแก้คือ&nbsp;จังหวัดใดที่มีความต้องการสุกรมากน้อยขนาดไหน&nbsp;ก็ให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยง&nbsp;โดยรัฐส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยง&nbsp;แล้วส่งให้ชาวบ้านในพื้นที่กิน&nbsp;เน้นส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงหมูให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด&nbsp;ในแต่ละจังหวัด&nbsp;ลดการเคลื่อนย้ายสุกรจากต่างพื้นที่ให้น้อยที่สุด&nbsp;ที่ตนเชื่อว่าถ้าต้องการให้อาชีพนี้อยู่ได้&nbsp;ก็จะต้องมีการวางแผนเตรียมการเอาไว้&nbsp;ถ้าไม่เช่นนั้นเกษตรกรรายย่อยก็จะอยู่ไม่ได้&nbsp;ก็จะส่งปัญหาเรื่องอาชีพ&nbsp;&nbsp;กระทบกันไปหมด&nbsp;จึงอยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องรีบวางแผนดำเนินการส่งเสริมให้เลี้ยงกันภายในจังหวัด&nbsp;แล้วกินภายในจังหวัด&nbsp;ในเขตของตัวเอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119123129873"],
    [406,"จังหวัดตรัง เครือข่ายประมงพื้นบ้าน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ และนักวิชาการลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งหญ้าทะเลตายเป็นบริเวณกว้าง ระหว่างอ่าวหยงหลำ- เกาะมุกด์ เขตอุทยานฯ เจ้าไหม","<p><strong>เครือข่ายประมงพื้นบ้าน&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่&nbsp;</strong>และนักวิชาการลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งหญ้าทะเลตายเป็นบริเวณกว้างระหว่างอ่าวหยงหลำ-เกาะมุกด์&nbsp;เขตอุทยานฯ&nbsp;เจ้าไหม&nbsp;เบื้องต้นพบตะกอนดินจากแม่น้ำไหลลงไปทับถมปกคลุมทำเน่าตาย&nbsp;เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;เจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่อีกครั้ง&nbsp;เพื่อเก็บตัวอย่างตะกอนดิน&nbsp;และสำรวจพื้นที่ความเสียหาย&nbsp;เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป&nbsp;หวั่นพะยูนอพยพหนี&nbsp;เพราะกระทบแหล่งหากิน&nbsp;ระหว่างนั้นพบเต่าตนุ&nbsp;เพศเมีย&nbsp;ถูกอวนรัดคอตายลอยน้ำ&nbsp;1&nbsp;ตัว</p><p><strong>เครือข่ายชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิอันดามัน&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และนักวิชาการจากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนล่าง&nbsp;ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;7&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยตรัง&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งหญ้าทะเลในบริเวณอ่าวหยงหลำ&nbsp;-&nbsp;เกาะมุกด์&nbsp;ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่หญ้าทะเลประมาณ&nbsp;9,000&nbsp;ไร่&nbsp;หลังได้รับแจ้งชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ว่าพบเห็นสภาพเสื่อมโทรมของระบบนิเวศหญ้าทะเลในบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณกว้าง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผศ.พรเทพ&nbsp;วิรัชวงศ์&nbsp;นักวิชาการจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง</strong>&nbsp;จาก&nbsp;มทร.ตรัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่&nbsp;7&nbsp;และนักวิจัยจากศูนย์วิจัยอันดามันตอนล่าง&nbsp;และมูลนิธิอันดามัน&nbsp;ได้ดำน้ำลงไปสำรวจแนวหญ้าทะเล&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณอ่าวหยงหลำ&nbsp;ซึ่งหนาแน่นไปด้วยหญ้าทะเลชนิด&nbsp;หญ้าชะเงาใบยาว&nbsp;และมีหญ้าทะเลชนิดใบมะกรูดบางส่วน&nbsp;มองด้วยตาเปล่าก็พบว่าสภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;หญ้าทะเลตายเหลือเพียงสั้นๆ&nbsp;เป็นบริเวณกว้าง&nbsp;และเมื่อดำน้ำลงไปสำรวจก็พบว่าแนวหญ้าทะเลมีตะกอนดินปกคลุมปริมาณมาก&nbsp;และมีความหนาแน่นลดลง&nbsp;ตะกอนดินเลน&nbsp;ถูกแทนที่ด้วยตะกอนทราย&nbsp;ส่วนบนเหนือพื้นทรายใบเน่าตาย&nbsp;เหลือเพียงประมาณ&nbsp;5-7&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;จากเดิมหญ้าทะเลจะมีความยาวประมาณ&nbsp;1-1.30&nbsp;เมตร&nbsp;แต่ส่วนรากยังมีอยู่&nbsp;โดยตะกอนดินมีกลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่า&nbsp;เกาะตามกอและใบ&nbsp;ทำให้หญ้าทะเลสังเคราะห์แสงไม่ได้&nbsp;จึงเน่าตาย&nbsp;ซึ่งจุดที่พบหญ้าทะเลเน่าตายเป็นบริเวณกว้างนั้นอยู่บริเวณใกล้ชายฝั่งเหนือร่องน้ำ&nbsp;เป็นจุดรับน้ำจากฝั่ง&nbsp;สภาพพื้นที่ตื้นเขินกว่า&nbsp;คาดเสียหายไปไม่ต่ำกว่า&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;แต่หลังบริเวณร่องน้ำใหญ่ไปบริเวณหน้าหมู่บ้านเกาะมุกด์&nbsp;จากการสำรวจพบว่าหญ้าทะเลยังอุดมสมบูรณ์&nbsp;เพราะมีร่องน้ำใหญ่คั่นกลาง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่เตรียมจะนำนักวิชาการมาสำรวจอีกครั้งเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อเก็บตัวอย่างดินไปศึกษา&nbsp;และสำรวจเนื้อที่ความเสียหายทั้งหมดก่อนจะหาทางแก้ไขต่อไป</p><p><strong>ผศ.พรเทพ&nbsp;วิรัชวงศ์&nbsp;นักวิชาการจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง</strong>&nbsp;จาก&nbsp;มทร.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สภาพตะกอนดินที่ดำลงไปพบมาจากตะกอนดินจากแม่น้ำ&nbsp;ซึ่งจะมีเซลซากพืช&nbsp;ซากสัตว์ปนมาด้วยไหลลงมาเคลือบบริเวณส่วนใบเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงมีผลต่อหญ้าทะเลทำให้ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้&nbsp;ทำให้เน่าตาย&nbsp;แต่ขณะนี้ยังอยู่ในระดับหน้าดินยังทำลายเฉพาะส่วนใบ&nbsp;แต่จะมีผลในระยะยาวแน่นอน&nbsp;โดยในพื้นที่มีหญ้าทะเลรวม&nbsp;2&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;หญ้าใบมะกรูดกับหญ้าชะเงาใบยาว&nbsp;แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแปลงของหญ้าทะเลชนิด&nbsp;\"หญ้าชะเงาใบยาว\"&nbsp;ที่เสียหายจำนวนมากเป็นบริเวณกว้างเหลือเพียงสั้นๆ&nbsp;เชื่อว่าในจะส่งผลในระยะยาวอย่างแน่นอน&nbsp;โดยเฉพาะในอนาคตยังจะมีปริมาณน้ำที่ถูกชะล้างลงมาในยามหน้าฝนลงมาเติมในพื้นที่อีก&nbsp;ซึ่งลักษณะคล้ายกับตะกอนดินที่เกิดขึ้นบริเวณแหลมจุโหย&nbsp;แต่น้ำที่มาจากปากแม่น้ำกันตังจึงส่งผลมากกว่า&nbsp;ของพื้นที่เพิ่งเริ่มต้น&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายสันติ&nbsp;นิลวัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการสำรวจพบหญ้าทะเลเริ่มตายแบบนี้&nbsp;จะส่งผลอย่างแน่นอนต่อพะยูนในพื้นที่&nbsp;เพราะพะยูนจะอาศัยอยู่หน้าเฉพาะในพื้นที่ที่มีหญ้าทะเล&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งอาหารเท่านั้น&nbsp;โดยดัชนีหลังที่จะส่งผลต่อความสมบูรณ์ของพะยูนก็คือ&nbsp;หญ้าทะเล&nbsp;ซึ่งถ้าหญ้าทะเลเสียหายพะยูนก็จะอพยพหนีไปหากินที่อื่น&nbsp;และจะอันตรายเพราะอาจเป็นที่ไม่ปลอดภัย&nbsp;โดยบริเวณนี้อยู่ในเขตอุทยานฯจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพะยูน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดตรังมีแหล่งหญ้าทะเลทั้งหมดประมาณ&nbsp;33,000&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;ทั้งในเขตอุทยานหาดเจ้าไหม&nbsp;และพื้นที่อาศัยของพะยูนแหล่งใหญ่คือ&nbsp;ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง&nbsp;พื้นที่ที่พบเจอปัญหาในครั้งนี้ยังไม่สามารถระบุปริมาณเนื้อที่ได้&nbsp;จะต้องมาทำการสำรวจพื้นที่ทำแผนที่สำรวจ&nbsp;และเก็บตัวอย่างดิน&nbsp;หญ้าไปตรวจวิเคราะห์ที่มาของแหล่งตะกอนดิน&nbsp;เพื่อหาทางแก้ปัญหาและฟื้นฟูต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสันติ&nbsp;นิลวัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง&nbsp;&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;โดยข้อมูลเดิมประชากรพะยูนในจังหวัดตรังมีประมาณ&nbsp;185&nbsp;ตัว&nbsp;ส่วนการสำรวจพะยูนในทะเลตรังจะดำเนินการอีกครั้งประมาณเดือนมีนาคาปีนี้&nbsp;หลังต้องหยุดสำรวจไป&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่วนพะยูนที่ตายในจังหวัดช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;สาเหตุหลักเกิดจากการตายจากธรรมชาติคือ&nbsp;ป่วยตาย,&nbsp;ถูกเงี่ยงปลากระเบน&nbsp;เพราะแหล่งอาศัยของปลากระเบนก็คือ&nbsp;แหล่งหญ้าทะเล&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งที่พะยูนจะต้องเข้าไปหากิน&nbsp;ทำให้เจอกันปลากระเบนก็จะแทงเข้าที่บริเวณช่องอก&nbsp;ซึ่งตั้งแต่ตนมาพบ&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ตายทั้งหมด&nbsp;ส่วนเครื่องมือประมงถือว่ามีน้อยไม่ถึง&nbsp;10%&nbsp;ของการตาย&nbsp;และติดโดยบังเอิญ&nbsp;ไม่มีการล่า&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะทำการสำรวจหญ้าทะเลเป็นที่น่าสลด</strong>&nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่ยังพบเต่าตะนุเพศเมีย&nbsp;อายุประมาณ&nbsp;4-5&nbsp;ปี&nbsp;ถูกอวนเครื่องมือประมงรัดคอจนตายลอยอยู่ในน้ำ&nbsp;โดยชาวบ้านระบุว่าเป็นลักษณะของอวนเรือประมงพาณิชย์&nbsp;ที่อาจหลุดลอยมาจากทะเลลึก&nbsp;ทำให้เต่าซึ่งกำลังหากินว่ายน้ำเข้าไปติดและดิ้นจนรัดคอเสียชีวิต&nbsp;ซึ่งเป็นภาพที่น่าสลด&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงเก็บซากกลับขึ้นฝั่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119170958082"],
    [407,"เทศบาลตำบลแม่สะเรียง เปลี่ยน \"ขยะ\" เป็น \"ปุ๋ยอินทรีย์\" แจกฟรีทุกครัวเรือน และขอความร่วมมือประชาชนแยกทิ้ง ขยะติดเชื้อ","<p><strong>กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลตำบลแม่สะเรียง</strong>&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่บริหารจัดการขยะ&nbsp;โดยการโม่และบรรจุปุ๋ย&nbsp;จากเศษอาหาร&nbsp;เศษผักผลไม้ในชุมชน&nbsp;เป็นปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อแจกจ่ายกลับคืนให้ชุมชนฟรี&nbsp;ซึ่งโครงการนี้ทำมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนได้ลดภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในเขตเทศบาลฯ&nbsp;ช่วยกันคัดแยกขยะออกจากกันให้ชัดเจน&nbsp;และมัดปากถุงขยะให้สนิท&nbsp;เพื่อความสะดวกในการนำขยะแต่ละชนิดไปกำจัดได้ถูกต้อง&nbsp;ซึ่งการคัดแยกขยะให้ถูกต้องจะช่วยลดปริมาณขยะปลายทาง&nbsp;และลดค่าใช้จ่ายในการขนย้ายได้อีกด้วย</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ยังคงมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>พบว่ามี&nbsp;ขยะติดเชื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพิ่มขึ้นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งไม่สามารถทิ้งรวมกับขยะทั่วไปได้&nbsp;จึงต้องขอให้ประชาชนแยกใส่ถุงต่างหาก&nbsp;ปิดปากถุงให้สนิท&nbsp;แล้วนำไปทิ้งในถังขยะที่เทศบาลฯ&nbsp;กำหนดไว้&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;คือเทศบาลตำบลแม่สะเรียง&nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(สวนสุขภาพ)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่ว่าจะทำการทิ้งขยะติดเชื้อที่บ้านหรือสถานประกอบการ&nbsp;</strong>ควรสวมถุงมือยางอนามัยก่อนทุกครั้ง&nbsp;หลังจากการจำกัดขยะติดเชื้อแล้ว&nbsp;ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119122641870"],
    [408,"จ.แม่ฮ่องสอน ประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ปี 65","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;เพื่อรับทราบและให้ข้อเสนอแนะต่อแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองระดับอำเภอของทุกอำเภอ&nbsp;และแผนปฏิบัติการเฉพาะกิจ&nbsp;ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพญาพิศาลฮ่องสอนบุรี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนปัจจุบัน&nbsp;</strong>ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รายงานว่า&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนจำนวน&nbsp;3&nbsp;จุดใน&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;โดยมีจุดความร้อนสะสม&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;จุด&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;10&nbsp;จุด/อำเภอปางมะผ้า&nbsp;2&nbsp;จุด/อำเภอเมือง&nbsp;8&nbsp;จุด/&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;3&nbsp;จุด/อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;18&nbsp;จุด/อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;จุด/อำเภอสบเมย&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนคุณภาพอากาศวันนี้ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;หรือ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ที่&nbsp;12&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ไฟป่า</strong>&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ทางเพจ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;หรือหากพบไฟป่า&nbsp;แจ้งได้ที่&nbsp;โทร&nbsp;062-4265455&nbsp;หรือ&nbsp;062-3517486</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119133638900"],
    [409,"สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง   รายงานสถานการณ์น้ำและคาดการณ์สภาพอากาศ พร้อมเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดศัตรูพืช","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายธวัชชัย&nbsp;ฤกษ์เกลี้ยง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;</strong>สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำและคาดการณ์สภาพอากาศ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดตรัง&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10-20&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ตลอดช่วง&nbsp;ทำให้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;ส่วนมากทางตอนล่างของภาค</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดังนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดศัตรูพืชจำพวกหนอนในไม้ผล</strong>และพืชผักต่างๆ&nbsp;เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง&nbsp;&nbsp;ไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อ&nbsp;เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน&nbsp;&nbsp;&nbsp;สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน&nbsp;อ่อนแอ&nbsp;และเป็นโรคได้ง่าย&nbsp;หลังจากฝนตก&nbsp;&nbsp;ควรเปิดเครื่องตีน้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำแยกชั้นและเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ควรระวังเพลี้ยไฟในพริก&nbsp;ควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกและ&nbsp;บริเวณโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ใบไม้&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;และหญ้าแห้ง&nbsp;และเกษตรกรควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัย&nbsp;โดยทําแนวกันไฟรอบพื้นที่การเกษตรด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119132341889"],
    [410,"จังหวัดขอนแก่น จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่อำเภอแวงใหญ่","<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอแวงใหญ่&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อำเภอแวงใหญ่&nbsp;หน่วยราชการส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;รวมถึงกลุ่มสถาบันเกษตรของอำเภอแวงใหญ่ร่วมในการจัดโครงการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล</strong>สามารถเข้าถึงการบริการด้านวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&nbsp;เป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานวิชาการและหน่วยงานส่งเสริม&nbsp;ซึ่งกิจกรรมด้านคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;คลินิกอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;ด้านอารักขาพืช&nbsp;คลินิกศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;คลินิกศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;ด้านวิศวกรรมเกษตร&nbsp;คลินิกศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;ด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกเศรษฐกิจการเกษตรและคลินิกสาธารณสุข&nbsp;รวมถึงการออกร้านของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่</p><p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;บุญวัฒน์&nbsp;สุริยะวงษ์&nbsp;เกษตรจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดขอนแก่นกำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ในพระราชานุเคราะห์ไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ที่อำเภอแวงใหญ่&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ปอเทืองที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยปอเทือง&nbsp;เป็นพืชตระกูลถั่วที่ให้น้ำหนักสด&nbsp;25&nbsp;ตันต่อไร่&nbsp;เมื่อไถกลบจะปลดปล่อยธาตุอาหารโดยเฉพาะไนโตรเจนในปริมาณสูง&nbsp;ซึ่งเหมาะในการปลูกพืชในระบบเกษตรอินทรีย์&nbsp;ช่วยปรับปรุงสภาพดิน&nbsp;ช่วยลดต้นทุนการผลิตพืชได้อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119142505918"],
    [411,"ยกการ์ดทั่วประเทศ กรมปศุสัตว์แจ้งเตือนเพื่อเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่องค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;หรือ&nbsp;OIE&nbsp;แจ้งเตือนประเทศสมาชิกให้ยกระดับการเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนเดินทางกลับบ้านไปเฉลิมฉลองเป็นจำนวนมาก&nbsp;ถึงแม้ในขณะนี้ทุกประเทศยังต้องเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;และรัฐบาลของประเทศต่างๆ&nbsp;ได้เข้มงวดจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ&nbsp;แต่คาดการณ์ว่ายังคงมีการเดินทางภายในประเทศ&nbsp;ส่งผลให้มีความเสี่ยงของการเกิดโรคระบาดสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรหรือโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;เนื่องจากอาจมีการนำผลิตภัณฑ์สุกรหรือเนื้อสุกรที่ยังไม่ได้ปรุงสุกไปพร้อมสัมภาระจากพื้นที่เสี่ยงไปยังพื้นที่ไม่เกิดโรคได้</p><p><strong>กรมปศุสัตว์จึงสั่งการไปยังหน่วยงานจังหวัดทั่วประเทศให้ยกระดับเข้มงวดในการเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์อย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;เป็นโรคที่ติดต่อเกิดเฉพาะในสุกรเท่านั้น&nbsp;ไม่แพร่ระบาดสู่คน&nbsp;เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ร้ายแรงในสัตว์ตระกูลสุกรและสุกรป่า&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2561&nbsp;พบรายงานการเกิดโรค&nbsp;50&nbsp;ประเทศ&nbsp;ในทวีปแอฟริกา&nbsp;เอเชียและยุโรป&nbsp;โดยโรคนี้ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์&nbsp;แต่เป็นอันตรายต่อสุกร&nbsp;และหากเกิดการระบาดจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการผลิตสุกร&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคดังกล่าว&nbsp;OIE&nbsp;จึงได้แจ้งเตือนและเน้นย้ำให้ประเทศสมาชิกเร่งสร้างการรับรู้ของประชาชน&nbsp;ว่าเชื้อไวรัส&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรมีความคงทนในเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปรุงสุก&nbsp;รวมทั้งสามารถปนเปื้อนบนเสื้อผ้า&nbsp;รองเท้าและยานพาหนะได้&nbsp;ทำให้เป็นช่องทางการแพร่กระจายของโรค&nbsp;และขอความร่วมมือประชาชนไม่นำเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปรุงสุกรจากพื้นที่เสี่ยงหรือที่มีรายงานการเกิดโรคไปยังพื้นที่ที่ไม่เกิดโรค&nbsp;รวมทั้งให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคซึ่งไม่เฉพาะโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรเท่านั้น&nbsp;แต่รวมถึงโรคระบาดสัตว์อื่นๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยแนะนำให้รับประทานอาหารที่ต้องปรุงสุกผ่านความร้อนอย่างน้อย&nbsp;70&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ระยะเวลาอย่างน้อย&nbsp;30&nbsp;นาที</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;นอกเหนือจากโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรแล้วยังมีโรคไข้หวัดนก&nbsp;</strong>ซึ่งประเทศไทยได้ดำเนินการเฝ้าระวังโรคควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มงวด&nbsp;โดยไม่พบรายงานในประเทศมาแล้วเป็นระยะเวลา&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;แต่กรมปศุสัตว์ก็ยังคงเตรียมความพร้อม&nbsp;และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&nbsp;สุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ตลอดจนผลักดันระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกให้เข้าระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;หรือ&nbsp;GFM&nbsp;รวมถึงประสานความร่วมมือกับเครือข่ายในพื้นที่และหน่วยงานภายในประเทศ&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานระหว่างประเทศ&nbsp;OIE&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนและเกษตรกรมั่นใจในการดำเนินงานที่เข้มงวดของปศุสัตว์ในการป้องกันโรค&nbsp;รวมทั้งขอให้เกษตรกรหมั่นสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119133923901"],
    [412,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นเกือบ 200 จุด โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;200&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;402&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;199&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;161&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;67&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;51&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;46&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;และลพบุรี&nbsp;31&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาคุณภาพอากาศโดยรวมยังอยู่ในระดับดีมีฝุ่นบ้างเล็กน้อยในบางพื้นที่&nbsp;แต่กลับพบจุดความร้อนมีปริมาณเพิ่มขึ้นและกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;พบกัมพูชายังอยู่อันดับ&nbsp;1&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;8&nbsp;วันติด&nbsp;1,232&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;402&nbsp;จุด&nbsp;และเมียนมา&nbsp;229&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดน&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามาในพื้นที่&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119132533891"],
    [413,"สถานีพัฒนาที่ดินตราด ดำเนินโครงการอบรมหมอดินอาสา 4.0 ประจำปีงบประมาณ 2565 หลักสูตร 3 เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างยั่งยืน","<p><strong>(19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสมาน&nbsp;ก้อนศรีษะ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตราด</strong>&nbsp;ดำเนินการจัดอบรม&nbsp;\"โครงการอบรมหมอดินอาสา&nbsp;4.0\"&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;(หลักสูตร&nbsp;3)&nbsp;ณ&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;ตำบลทุ่งนนทรี&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จังหวัดตราด</p><p>สำหรับการอบรมครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของหมอดินอาสาด้านการเกษตร&nbsp;ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลฐานความรู้หมอดินอาสา&nbsp;ในรูปแบบดิจิทัลและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;เพื่อพัฒนาต่อยอดความรู้&nbsp;การจัดระบบข้อมูลให้มีความทันสมัย&nbsp;เข้าถึงง่าย&nbsp;ใช้งานสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;รวมถึงเน้นการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งสำหรับกลุ่มหมอดินอาสา&nbsp;ในการต่อยอดการอนุรักษ์ดินและน้ำให้ใช้ได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>การจัดฝึกอบรมครั้งนี้มีหมอดินอาสาเข้าร่วมจำนวน&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;</strong>แบ่งเป็นอำเภอเมืองตราด&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;และอำเภอแหลมงอบ&nbsp;8&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119133629899"],
    [414,"กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินกิจกรรม โครงการส่งเสริมแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ้านตาก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินกิจกรรม&nbsp;โครงการส่งเสริมแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;อำเภอบ้านตาก&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางวาริน&nbsp;กรวยทอง&nbsp;เป็นเกษตรกรที่ทำจุดเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลตากตก&nbsp;อำเภอบ้านตาก&nbsp;ซึ่งได้รับรางวัลจุดเรียนรู้ดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;เกษตรกรมีการพัฒนาจุดเรียนรู้&nbsp;โดยส่งเสริมสมาชิกแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;เช่น&nbsp;การทำสเปรย์ตะไคร้ไล่ยุง&nbsp;สบู่&nbsp;โลชั่นทาผิว&nbsp;ครีมอาบน้ำ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและสามารถจำหน่ายสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกได้</p><p><strong>ส่วนเกษตรกรรายที่&nbsp;2&nbsp;</strong>นางทรัพย์&nbsp;คำแดง&nbsp;ได้มีการขยายพื้นที่ทำการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;โดยมีการเลี้ยงโคขุน&nbsp;และเพาะเลี้ยงไม้ประดับ&nbsp;ตะกูลบอนสี&nbsp;แคกตัส&nbsp;ชวนชม&nbsp;มีการชุดสระเลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงกบ&nbsp;ปลูกผักสวนครัวสวนสมุนไพร&nbsp;ทำปุ๋ยหมักและเป็นจุดคัดแยกและบรรจุเมล็ดพันธุ์&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมการข้าว&nbsp;นอกจากนี้เกษตรกรยังได้พัฒนาจัดสรรพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมเป็นจุดเรียนรู้เกษตรกรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119142050917"],
    [415,"ม.รามฯ มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โครงการฯ ป.เอก ทางสังคมศาสตร์","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ม.รามฯ&nbsp;มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น&nbsp;โครงการฯ&nbsp;ป.เอก&nbsp;ทางสังคมศาสตร์</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สืบพงษ์&nbsp;ปราบใหญ่&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง&nbsp;เป็นประธานมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นที่สร้างคุณงามความดีและชื่อเสียงอันเป็นคุณประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ&nbsp;ในโอกาสวันสถาปนาโครงการปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์&nbsp;ครบรอบ&nbsp;2&nbsp;ทศวรรษ&nbsp;แก่&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ยศระวี&nbsp;วายทองคำ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีการศึกษา&nbsp;มหาวิทยาลัยรามคำแหง&nbsp;และดร.อนุกูล&nbsp;ตันติมาสน์&nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;สายงานทรัพยากรมนุษย์และบริหารทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;ช.&nbsp;การช่าง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;โดยมี&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;ปิยะฉัตร&nbsp;จารุธีรศานต์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์&nbsp;รศ.พ.ต.ท.ดร.ศิริพงษ์&nbsp;เศาภายน&nbsp;คณบดีคณะศึกษาศาสตร์&nbsp;และนายเจษฎา&nbsp;อธิพงศ์วณิช&nbsp;หัวหน้าสำนักงานโครงการฯ&nbsp;ร่วมแสดงความยินดี&nbsp;ณ&nbsp;อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช</span></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119143143923"],
    [416,"กรมวิชาการเกษตร ร่วมหารือผู้ประกอบการ เตรียมมาตรการรองรับส่งออกผลไม้ภาคตะวันออกไปจีน ","<p><strong>นายภัสชญภณ&nbsp;หมื่นแจ้ง&nbsp;รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;เตรียมการเพื่อรองรับการส่งออกผลไม้สำหรับฤดูกาลภาคตะวันออกไปจีน&nbsp;ตามข้อสั่งการของนางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ให้กรมวิชาการเกษตรร่วมหารือกับผู้ประกอบการเพื่อผลักดันให้การส่งออกผลไม้ไปจีนผ่านประเทศที่สามได้สะดวก&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ของจีนที่เข้มงวด&nbsp;ZERO&nbsp;COVID&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ทั้งคน&nbsp;สินค้า&nbsp;(รวมผลไม้สด)&nbsp;บรรจุภัณฑ์&nbsp;และตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;ซึ่งหากจีนตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;จะต้องปิดด่านและระงับการนำเข้าสินค้า&nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นที่กำหนด&nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ไทยอาจติดอยู่ที่หน้าด่านได้</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้คาดการณ์ผลผลิตทุเรียนจะมีไม่น้อยกว่า&nbsp;700,000&nbsp;ตัน&nbsp;</strong>และมังคุดไม่น้อยกว่า&nbsp;200,000&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งมาตรการที่กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมการไว้&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการควบคุมและป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในผลไม้ส่งออกตั้งแต่สวนต้นทางจนถึงปลายทางคือผู้ปฏิบัติงานในโรงคัดบรรจุ&nbsp;เพื่อควบคุม&nbsp;และป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;บนผิวผลไม้ที่ส่งออก&nbsp;บรรจุภัณฑ์&nbsp;และในตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งผลไม้&nbsp;พร้อมกับเร่งการตรวจประเมินสวนผลไม้รายใหม่เพื่อรองรับมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และจัดส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียนให้กับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;(GACC)&nbsp;เป็นรายไตรมาส&nbsp;เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเพิ่มจำนวนแปลง&nbsp;GAP&nbsp;ในระบบฐานข้อมูลของจีน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้วกรมวิชาการเกษตร</strong>&nbsp;ได้หารือร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;(มกอช.)&nbsp;สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ&nbsp;ประจำกรุงปักกิ่ง&nbsp;(สปษ.ปักกิ่ง)&nbsp;และผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ไทยไปจีนเพื่อหาแนวทางลดปัญหาการแออัดการส่งออกสินค้าเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ด่าน&nbsp;&nbsp;โหย่วอี้กวน&nbsp;โดยขอเพิ่มช่องทางส่งออกจากทางบกต่อทางเรือผ่านด่านไฮฟอง&nbsp;(เวียดนาม)&nbsp;เพื่อนำสินค้าเข้าที่ท่าเรือชินโจว&nbsp;(จีน)&nbsp;ซึ่งกรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดเสนอให้จีนพิจารณาเนื่องจากเส้นทางดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามพิธีสารระหว่างไทยกับจีน&nbsp;จึงได้เสนอให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ&nbsp;ประจำกรุงปักกิ่ง&nbsp;&nbsp;ประสานกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;เกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้จีนมีความมั่นใจว่าฝ่ายไทยได้เข้มงวดตรวจสอบทั้งศัตรูพืชและเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีนอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119190603151"],
    [417,"ตราด พัฒนาหมอดินอาสาสร้างนวัตกรรมเกษตรก้าวสู่เทคโนโลยี 4.0","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่สถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;ตำบลทุ่งนนทรี&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;</strong>นายสุชล&nbsp;แก้วเกาะสะบ้า&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;2&nbsp;ได้เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการอบรมหมอดินอาสา&nbsp;4.0&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;3&nbsp;การพัฒนาศักยภาพหมอดินอาสาด้านการเกษตรตามบริบทของท้องถิ่น&nbsp;โดยมีหมอดินอาสาเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;และอำเภอแหลมงอบ&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;แต่เนื่องสถานการณ์การเผยระบายของโควิด-19&nbsp;ทำให้มารับการอบรมประมาณ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดย&nbsp;นายสมาน&nbsp;ก้อนศรีษะ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;มีนโยบายจัดตั้งเครือข่ายหมอดินอาสา&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2538&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีหมอดินอาสาระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;และหมู่บ้าน&nbsp;ปฏิบัติงานอยู่ทั่วประเทศ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;75,000&nbsp;คน&nbsp;บทบาทของหมอดินอาสา&nbsp;นอกจากเป็นผู้ประสานงานของเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินกับเกษตรกรในหมู่บ้านแล้ว&nbsp;ยังให้ความช่วยเหลือดูแลเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถจัดการดินได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;พร้อมทั้งเป็นผู้กระจายข้อมูลการพัฒนาที่ดิน/&nbsp;ไปยังหมู่บ้านต่างๆ&nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ที่ดินให้เหมาะสม&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน/&nbsp;และสาธิตทดสอบผลิตภัณฑ์&nbsp;นวัตกรรมของกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;การอบรมหมอดินอาสามีมากกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;เริ่มตั้งแต่การสร้างความเข้าใจ&nbsp;บทบาทการทำงานร่วมกัน&nbsp;ของเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินกับหมอดินอาสา&nbsp;สร้างวิทยากรหมอดินอาสาพัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;&nbsp;การอบรมเพิ่มเติมความรู้ใหม่ๆ&nbsp;&nbsp;การใช้เครื่องมือตรวจสอบดิน&nbsp;การใช้แผนที่ดินเพื่อจัดการที่ดินของเกษตรกร/รวมทั้งการเพิ่มประสบการณ์&nbsp;โดยศึกษาดูงานในและนอกพื้นที่&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพหมอดินอาสาด้านการเกษตรให้สามารถเข้าถึงข้อมูลถังความรู้หมอดินอาสารูปแบบดิจิทัล&nbsp;และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในพัฒนาพื้นที่การเกษตรของตนเอง&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับหมอดินอาสาอาชีพที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน&nbsp;เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลหมอดินอาสาในรูปแบบดิจิทัลเพื่อพัฒนาเป็น&nbsp;Big&nbsp;data&nbsp;รองรับองค์กร&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การมอบใบประกาศผู้ได้รับเลือกเป็นหมอดินอาสาจำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;การบรรยายเรื่อง&nbsp;การพัฒนาทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก&nbsp;การเก็บตัวอย่างดินพร้อมส่งตัวอย่างดิน&nbsp;การประเมินความสมบูรณ์ของดิน&nbsp;การแบ่งปันความรู้หมอดินอาสาจากถังความรู้&nbsp;การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศการพัฒนาที่ดิน&nbsp;โดยหมอดินอาสาที่ประสบความสำเร็จการทำการเกษตร&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการปรึกษาการรับสมัครหมอดินอาสารุ่นใหม่&nbsp;</strong>โดยรุ่นเก่าอายุมากสุด&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;และอายุน้อยสุด&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;ให้ปรับปรุงฐานข้อมูลอาสาสมัครให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;2&nbsp;จะได้นำไปแก้ไขในระบบให้ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>สนธยา/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119155200995"],
    [418,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด ร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทตราด จัดโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร อบรมเกษตรกรหลักสูตรช่างเกษตรท้องถิ่น","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอาคารแขวงทางหลวงชนบท&nbsp;ต.หนองเสม็ด</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ได้มีการจัดโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;อบรมเกษตรกรหลักสูตรช่างเกษตรท้องถิ่น&nbsp;สำหรับเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่&nbsp;จ.ตราด&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทตราด&nbsp;เป็นวิทยากรให้ความรู้และเทคนิคการซ่อมอุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;และมีเกษตรกรชาวสวนจังหวัดตราด&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;อบรมเกษตรกรหลักสูตรช่างเกษตรท้องถิ่น&nbsp;</strong>จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถซ่อมเครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;และสามารนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการทำการเกษตร&nbsp;ให้เกษตรกรมีความรู้ด้านพื้นฐาน&nbsp;ที่จะสามารถซ่อมเครื่องยนต์ใช้เองได้เอง&nbsp;ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมอุปกรณ์เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ที่เกษตรกรใช้ภายในสวน&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องตัดหญ้าสะพายหลัง&nbsp;เครื่องพ่นยา&nbsp;เครื่องพ่นสารเคมี&nbsp;เครื่องพ่นปุ๋ย&nbsp;โดยให้เกษตรกรนำอุปกรณ์เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ที่เสียไม่สามารถใช้งานได้&nbsp;ของเกษตรกรชาวสวน&nbsp;นำมาซ่อมให้รู้การถอด&nbsp;การประกอบ&nbsp;และวิเคราะห์ได้ว่า&nbsp;เสียจากจุดใด&nbsp;โดยทาง&nbsp;ผู้จัดการอบรม&nbsp;จะมีเครื่องมือและอะไหล่&nbsp;เปลี่ยนให้&nbsp;รวมถึงมีการแนะนำการเลือกใช้น้ำมันเครื่อง&nbsp;พื้นฐานของการทำงานเครื่องยนต์&nbsp;4&nbsp;จังหวะ&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;จังหวะ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119154154985"],
    [419,"จ.ลำปางตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์ในสุกร ASF WAR ROOM","<p><strong>นายศร&nbsp;ธีปฏิมากร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;ดำเนินการจัดตั้งวอร์รูม&nbsp;(War&nbsp;Room)&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนมาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาการระบาดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;ทุกวันไม่เว้นแม้ในวันหยุดราชการ&nbsp;และเสาร์-อาทิตย์&nbsp;ตามสั่งการของอธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;ที่สั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;1-9&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศได้ดำเนินการจัดตั้งวอร์รูม&nbsp;(War&nbsp;Room)&nbsp;ขึ้นตามนโยบายนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด&nbsp;รวมถึงการรายงานข้อมูลข่าวสารจากภูมิภาคให้ส่วนกลางทุกวัน&nbsp;พร้อมดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้แก่เกษตรกร&nbsp;สร้างการรับรู้ในการป้องกันดูแลปศุสัตว์ในฟาร์มของตนเอง&nbsp;โดยสั่งการให้ทุกพื้นที่มีการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมป้องกันและการเคลื่อนย้ายสัตว์ต้องโปร่งใส&nbsp;ไม่มีการสร้างเงื่อนไข&nbsp;และให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก&nbsp;โดยล่าสุดได้มอบนโยบายให้กองสารวัตรและกักกันสัตว์&nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานด่านกันกันสัตว์ในพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งด่านชายแดน&nbsp;และด่านที่สนามบินภายในประเทศ&nbsp;และสนามบินระหว่างประเทศ&nbsp;ดำเนินการควบคุมเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;ซากสัตว์ภายในราชอาณาจักรอย่างเข้มงวด&nbsp;ด้วยถือเป็นหัวใจสำคัญของมาตรการควบคุมโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร</p><p><strong>ขอความร่วมมือเกษตรกร</strong>ในการดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของ&nbsp;กรมปศุสัตว์โดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อควบคุมโรคให้สงบได้โดยเร็ว&nbsp;และหากประชาชนมีข้อสงสัยหรือพบสุกรป่วยตายผิดปกติ&nbsp;เช่น&nbsp;มีการตายเฉียบพลัน&nbsp;มีไข้สูง&nbsp;ผิวหนังแดง&nbsp;มีจุดเลือดออก&nbsp;หรือรอยช้ำโดยเฉพาะหลังใบหู&nbsp;ท้อง&nbsp;ขาหลัง&nbsp;มีอาการทางระบบอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;ทางเดินหายใจ&nbsp;ทางเดินอาหาร&nbsp;การแท้งในช่วงของการตั้งท้อง&nbsp;หรือสัตว์ป่วยตายผิดปกติ&nbsp;หรือต้องการความช่วยเหลือจากกรมปศุสัตว์&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์ในสุกร&nbsp;ASF&nbsp;WAR&nbsp;ROOM&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำปาง&nbsp;0&nbsp;5421&nbsp;8127&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง&nbsp;โทร.08&nbsp;5660&nbsp;9847&nbsp;หรือกลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;โทร.09&nbsp;2929&nbsp;2251</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119155301001"],
    [420,"GISTDA ผนึกกำลัง สจล. สร้างความร่วมมือวิชาการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ","<p><strong>GISTDA&nbsp;ผนึกกำลัง&nbsp;สจล.&nbsp;สร้างความร่วมมือวิชาการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปกรณ์&nbsp;อาภาพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;และ&nbsp;รศ.ดร.อนุวัฒน์&nbsp;จางวนิชเลิศ&nbsp;รักษาการแทนอธิการบดี&nbsp;สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง&nbsp;หรือ&nbsp;สจล.&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;ณ&nbsp;สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง&nbsp;นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ร่วมมือกันสร้างความร่วมมือทางวิชาการและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;ทั้ง&nbsp;การบูรณาการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้&nbsp;พัฒนาหลักสูตร&nbsp;จัดการเรียนการสอนและถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;แลกเปลี่ยนบุคลากร&nbsp;เพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่นักศึกษาและบุคลากร&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;ผลักดัน&nbsp;ศึกษา&nbsp;วิจัย&nbsp;สร้างนวัตกรรม&nbsp;พัฒนาและแลกเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ด้านทรัพยากรต่างๆ&nbsp;รวมถึงร่วมกันพัฒนาสร้าง&nbsp;Platform&nbsp;สำหรับการพัฒนาดาวเทียมของประเทศไทยอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;GISTDA&nbsp;พร้อมสนับสนุนการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมอวกาศและการวิจัยพัฒนาดาวเทียมขนาด&nbsp;Nanosatellite&nbsp;ให้กับเครือข่ายมหาวิทยาลัย&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;รวมทั้งจะร่วมสร้างงานวิจัยขั้นแนวหน้า&nbsp;Earth&nbsp;space&nbsp;system&nbsp;frontier&nbsp;research&nbsp;หรือ&nbsp;ESS&nbsp;เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมอวกาศซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยเข้าสู่การสร้างเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่&nbsp;New&nbsp;Space&nbsp;Economy&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119170815080"],
    [421,"จังหวัดยโสธร เตรียมพร้อมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร พร้อมเร่งสำรวจความต้องการผู้เลี้ยงที่ต้องทำลายสุกร เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;นายอำเภอและปศุสัตจ์อำเภอทุกอำเภอ&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมหมอนขิด&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากมีการพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(Africa&nbsp;Swine&nbsp;Fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;ในประเทศ&nbsp;</strong>ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคอย่างรัดกุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;มีเกษตรกรเลี้ยงสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;271&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;มีสุกร&nbsp;47,984&nbsp;ตัว&nbsp;มีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า&nbsp;300&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่อาจได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายจากการระบาดของโรค</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</strong>&nbsp;ระหว่างเดือนพฤษภาคม&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;เมืองยโสธร&nbsp;คำเขื่อนแก้ว&nbsp;ค้อวัง&nbsp;ไทยเจริญและกุดชุม&nbsp;มีสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,491&nbsp;ตัว&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;9,254,982&nbsp;บาท&nbsp;และมีสุกรที่เกิดโรคและถูกทำลายหลังวันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มหาชนะชัย&nbsp;คำเขื่อนแก้ว&nbsp;ค้อวัง&nbsp;ไทยเจริญและป่าติ้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;269&nbsp;ตัว&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,100,272&nbsp;บาท&nbsp;รวมเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้ง&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;125&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับการช่วยเหลือ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;เร่งสำรวจความต้องการของเกษตรกรทั้ง&nbsp;125&nbsp;ราย&nbsp;ที่จะขอรับความช่วยเหลือด้านการเกษตร&nbsp;โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ในระยะเร่งด่วน&nbsp;ส่วนการให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไป&nbsp;เช่น&nbsp;การฟื้นฟูเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการอีกทั้งการเร่งสำรวจจำนวนสุกรพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์และลูกสุกร&nbsp;เพื่อวางแผนรับมือปัญหาการขาดแคลนสุกร&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>และในการเฝ้าระวังควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;มีอาสาปศุสัตว์ในทุกพื้นที่&nbsp;คอยเฝ้าระวังและแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบสุกรป่วย&nbsp;ตาย&nbsp;เพื่อเร่งตรวจสอบและดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้&nbsp;เรื่องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและประชาชน&nbsp;ทั่วไปมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;เพื่อช่วยเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันการระบาด&nbsp;โรคอีกด้วย</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ยโสธร&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119163543040"],
    [422,"ประมงจังหวัดภูเก็ตเดินหน้าปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ สร้างความมั่นคงด้านอาหารของจังหวัดตามโครงการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต ปี 2564","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่โรงซ่อมและเก็บเครื่องมือประมง</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ร่วมปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำจำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านตัว&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำรอบเกาะภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นายวัชรินทร์&nbsp;รัตนชู&nbsp;ประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำดังกล่าวเป็นโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อดำเนินการโครงการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีกิจกรรมย่อย&nbsp;3&nbsp;กิจกรรมคือการให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนแก่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;17&nbsp;ชุมชน&nbsp;ชุมชนละ&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;510&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;กิจกรรมที่สองคือ&nbsp;การวางซั้งจำนวน&nbsp;1,250&nbsp;ต้นในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ชุมชน&nbsp;เพื่อล่อให้สัตว์น้ำมาอาศัยเพื่อเป็นแหล่งทำการประมง&nbsp;ลดการเดินทางไปไกลฝั่ง&nbsp;ลดค่าใช้จ่าย&nbsp;ค่าน้ำมัน&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;และกิจกรรมที่สามคือ&nbsp;การปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำในชุมชนประมงชายฝั่งทะเล&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ซึ่งวันนี้กำหนดปล่อย&nbsp;1&nbsp;ชุมชนจำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ณ&nbsp;โรงซ่อมและเก็บเครื่องมือประมง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำที่บริเวณซอยพัชนี&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลรัษฎา&nbsp;ด้วยกุ้งกุลาดำเป็นสัตว์น้ำที่เคยชุกชุมในพื้นที่รอบเกาะภูเก็ต&nbsp;เจริญเติบโตได้ดีและอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลหรือพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านสามารถทำการประมงได้ในระยะนี้&nbsp;แต่เมื่อถึงวัยพร้อมผสมพันธุ์วางไข่จะเดินทางออกไปสู่ทะเลนอกชายฝั่ง&nbsp;ลูกกุ้งวัยอ่อนก็จะล่องลอยมาเจริญเติบโตบริเวณชายฝั่งทะเลต่อไป&nbsp;จึงเป็นสัตว์น้ำที่เหมาะสมในการปล่อยพันธุ์คืนธรรมชาติเพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119162051027"],
    [423,"เทศบาลตำบลควนโพธิ์  จังหวัดตรัง  ปลูกต้นตะลิงปลิงสองข้างทางร่มรื่นสวยงาม ยามออกผลทำให้คนขับรถผ่านถึงกับเปรี้ยวปาก ตาสว่างน้ำลายสอ แถมชาวบ้านเก็บกินฟรีได้หลากหลายเมนู","<p><strong>เทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;ต.ย่านตาขาว&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</strong>&nbsp;ได้ปลูกต้นตะลิงปลิงสองข้างทางทั้ง&nbsp;5&nbsp;หมู้บ้าน&nbsp;โดยเฉพาะถนนสายย่านตาขาว-พิกุลทอง&nbsp;ม.4&nbsp;และ&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ย่านตาขาว&nbsp;&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;มีผลตะลิงปลิงกำลังออกดอกออกผล&nbsp;ตลอดเส้นทางเป็นระยะทางยาวกว่า&nbsp;4&nbsp;กม.&nbsp;</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;(19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ต้นตะลิงปลิงออกลูกดกเต็มต้น&nbsp;</strong>ซึ่งดกกว่าทุกปี&nbsp;ติดผลจากกิ่งลำต้นลงถึงโคนต้น&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่และผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมาถึงกับตาตื่น&nbsp;&nbsp;เปรี้ยวปากน้ำลายสอ&nbsp;แวะเก็บกิน&nbsp;บ้างก็ไปปรุงอาหารหลากหลายเมน&nbsp;เช่นต้มส้มปลาทูตะลิงปลิง&nbsp;แกงส้ม&nbsp;หรือแกงเหลืองใส่ตะลิงปลิง&nbsp;น้ำพริกตะลิงปลิง&nbsp;ยำปลากรอบตะลิงปลิง&nbsp;และนำผลสดมากินกับน้ำปลาหวาน&nbsp;พริกเกลือ&nbsp;และกะปิ&nbsp;ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;หากต้องไปซื้อตะลิงปลิงในตลาด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;40-50&nbsp;บาท&nbsp;เลยทีเดียว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;สาเหตุที่ทางเทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;&nbsp;ได้เลือกต้นตะลิงปลิงมาปลูก</strong>&nbsp;เนื่องจากเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก&nbsp;ทรงต้นไม่ใหญ่&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;มีลักษณะเป็นพุ่ม&nbsp;ง่ายต่อการตกแต่งดูแลรักษา&nbsp;ต้นทุนในการดูแลก็ไม่เยอะ&nbsp;และยังทำให้ชาวบ้านได้รับผลประโยชน์ทั้งให้รมเงา&nbsp;และนำผลสดไปรับประทานประกอบอาหารได้อีกด้วย&nbsp;โดยเทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;ได้ปลูกต้นตะลิงปลิงไปแล้วกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;โดยปลูกปีหนึ่ง&nbsp;250&nbsp;ต้น&nbsp;สร้างความร่มรื่น&nbsp;สวยงาม&nbsp;แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>นางสมจิตร&nbsp;ตรัง&nbsp;อายุ&nbsp;&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;</strong>อยู่บ้านเลขที่&nbsp;72/6&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.ย่านตาขาว&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่าตนเอง&nbsp;ได้กลับจากตลาดและได้แวะเก็บผลตะลิงปลิงเพื่อนำไปประกอบอาหารโดยจะนำไปทำแกงส้ม&nbsp;และต้อกับปลา&nbsp;และถือว่าการปลูกต้นตะลิงปลิงข้างถนนเป็นเรื่องที่ดีมากประชาชนได้ประโยชน์&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายทรงชัย&nbsp;สวนอินทร์&nbsp;อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;นายกเทศมนตรี&nbsp;3&nbsp;สมัย&nbsp;</strong>เทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองมีความตั้งใจที่จะปลูกต้นตะลิงปลิง&nbsp;ซึ่งปลูกมาประมาณ&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;และตอนนี้ก็ได้ปลูกเพิ่มเรื่อยๆ&nbsp;&nbsp;จนตอนนี้มีต้นตะลิงปลิงทั้งต้นเล็กต้นใหญ่&nbsp;1,000&nbsp;กว่าต้น&nbsp;คลอบคลุมทั้ง&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โดยกำหนดว้าว่า&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ต้องปลูกให้ได้&nbsp;250&nbsp;ต้น&nbsp;และคิดว่าจะปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;&nbsp;เนื่องจากต้นตะลิงปลิง&nbsp;ดูแลง่ายเป็นพุ่มเล็กๆและชาวบ้านยังสามารถเก็บผลไปทำอาหารได้หลายอย่าง&nbsp;ทั้งแกงส้ม&nbsp;ต้ม&nbsp;ยำ&nbsp;และกินสดๆกับกะปิ&nbsp;ซึ่งดีกว่าปลูกไม้ประดับอื่นที่ได้แค่ความสวยงามแต่ชาวบ้านนำมาใช้สอยหรือบริโภคไม่ได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119164127048"],
    [424,"ประมงจังหวัดภูเก็ต เดินหน้าปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ สร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประชาชนและชาวประมงพื้นบ้านในพื้นจังหวัดภูเก็ต เพิ่มความอุดมสมบูรณ์สัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต","<p><strong>นายวัชรินทร์&nbsp;รัตนชู&nbsp;ประมงจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ด้วยการจัด&nbsp;3&nbsp;กิจกรรมรอง&nbsp;เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำรอบเกาะภูเก็ต&nbsp;โดยเริ่มจากการให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;แก่ประชาชนและชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;17&nbsp;ชุมชน&nbsp;การวางซั้ง&nbsp;1,250&nbsp;ต้น&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ชุมชน&nbsp;เพื่อล่อให้สัตว์น้ำมาอาศัย&nbsp;และเป็นแหล่งทำการประมงที่ลดค่าใช้จ่าย&nbsp;ลดการเดินทางไปไกลฝั่ง&nbsp;และ&nbsp;การปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำในชุมชนประมงชายฝั่งทะเล&nbsp;17&nbsp;ชุมชน&nbsp;34&nbsp;ล้านตัว&nbsp;เนื่องจากกุ้งกุลาดำถือเป็นสัตว์น้ำที่เคยมีความชุกชุมในพื้นที่รอบเกาะภูเก็ต&nbsp;และมีการเจริญเติบโตได้อย่างดี&nbsp;มีการอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล&nbsp;หรือพื้นที่ป่าชายเลน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งชาวประมงพื้นบ้าน</strong>&nbsp;สามารถทำการประมงได้&nbsp;แต่เมื่อถึงช่วงวัยที่พร้อมการผสมพันธุ์วางไข่&nbsp;กุ้งกุลาดำจะเดินทางออกไปสู่ทะเลนอกชายฝั่ง&nbsp;และลูกกุ้งวัยอ่อนจะล่องลอยมาเจริญเติบโตบริเวณชายฝั่งทะเล&nbsp;ดังนั้นจึงมีความเหมาะสมในการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;เพื่อคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;และเป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในพื้นที่รอบเกาะภูเก็ตอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119175815104"],
    [425,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด พร้อมสร้างอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวในโอกาสเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่ดินที่ได้จัดสรรให้เกษตรกรไปทำกิน&nbsp;โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรเหล่านั้นได้ใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพทำการเกษตร&nbsp;มีรายได้เลี้ยงครอบครัว&nbsp;พึ่งพาตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;เพื่อช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ศึกษาแนวทางการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;โดยที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งในภาพรวมพื้นที่&nbsp;คทช.&nbsp;มีเป้าหมายทั้งหมด&nbsp;1,442&nbsp;พื้นที่&nbsp;ใน&nbsp;70&nbsp;จังหวัด&nbsp;เนื้อที่กว่า&nbsp;5.7&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และได้คัดเลือกพื้นที่เป้าหมายสำหรับการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;จำนวน&nbsp;185&nbsp;พื้นที่&nbsp;62&nbsp;จังหวัด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยมีหน่วยงานในคณะอนุกรรมการฯ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;บูรณาการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกรอบภารกิจ&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการพัฒนาที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นฐานข้อมูล&nbsp;Zoning&nbsp;ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;ด้านการส่งเสริมการรวมกลุ่ม&nbsp;ด้านสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน&nbsp;และด้านการส่งเสริมและการจัดทำบัญชีครัวเรือน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับแผนการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ในปี&nbsp;2565</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้คัดเลือกพื้นที่&nbsp;คทช.ที่เป็นเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้และพัฒนาการผลิตสินค้าการเกษตรให้มีคุณภาพ&nbsp;จัดทำระบบดินและน้ำให้มีคุณภาพ&nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำเพิ่มพื้นที่ชลประทาน&nbsp;การแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;สนับสนุนวัสดุการเกษตรและส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อเป็นสถาบันเกษตรกร&nbsp;โดยนำระบบสหกรณ์เข้ามาเป็นกลไกในการบริหารจัดการผลผลิตและการดำเนินธุรกิจร่วมกันของคนในชุมชน</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119184951128"],
    [426,"สตูล ประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตำบลเกาะสาหร่าย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะทำงานฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมในครั้งนี้&nbsp;ด้วยในช่วงฤดูแล้งของแต่ละปี&nbsp;</strong>จังหวัดสตูลจะประสบปัญหาฝนหยุดตกทิ้งช่วงติดต่อกันเป็นเวลานาน&nbsp;ทำให้ปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติเหลือน้อยถึงแห้งขอด&nbsp;ประชาชนในหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค&nbsp;การเลี้ยงสัตว์&nbsp;และการเกษตร&nbsp;พื้นที่ตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้วเป็นอย่างมาก&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมายังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ทำให้พื้นที่ตำบลเกาะสาหร่ายยังคงประสบปัญหาภัยแล้ง&nbsp;และประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;จังหวัดสตูลจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;โดยติดตามรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตำบลเกาะสาหร่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากการรับฟังการดำเนินงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตำบลเกาะสาหร่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น&nbsp;มีแนวทางการแก้ไขปัญหาแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือส่วนแรกให้ทางสำนักงานชลประทานที่&nbsp;16&nbsp;สงขลา&nbsp;วางระบบท่อยางกันน้ำซึมเพื่อกันน้ำเค็มเข้าบ่อที่ขุด&nbsp;ส่วนที่สองให้ทาง&nbsp;อบจ.ที่ได้ก่อสร้างประปาผิวดินไว้เมื่อปี&nbsp;2555&nbsp;แต่เนื่องจากสภาพไม่ได้ใช้งานเลย&nbsp;ทำให้ชำรุดทรุดโทรม&nbsp;จึงให้&nbsp;อบจ.&nbsp;ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงทั้งหมด&nbsp;รวมทั้งการสำรวจท่อต่างๆที่ต่อไปถึงหมู่บ้านแล้ว&nbsp;ในขณะที่น้ำเค็มทาง&nbsp;อบต.&nbsp;เป็นหน่วยงานส่วนที่สามที่ต้องสนับสนุนเครื่อง&nbsp;RO&nbsp;มาช่วยเหลือกรองน้ำเค็ม&nbsp;แต่จากการประชุมหารือกันที่จะเข้าไปปรับปรุงแก้ไขในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;ประมาณ&nbsp;24&nbsp;ไร่&nbsp;สามารถจุน้ำได้ประมาณ&nbsp;68000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;จำเป็นต้องวิดน้ำทั้งหมด&nbsp;ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในระหว่างที่ไม่มีน้ำใช้&nbsp;วันนี้จึงต้องมีการวางแผนรองรับในขั้นต่อไป&nbsp;ว่า&nbsp;หากตกลงดำเนินการขับเคลื่อน&nbsp;จะดำเนินการหาน้ำทดแทนระหว่างที่ไม่มีน้ำใช้ได้อย่างไร&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมได้วางแนวทางคือพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก&nbsp;รณรงค์ให้ประชาชนประหยัดน้ำ&nbsp;ขอความอนุเคราะห์จากกรมทรัพยากรบาดาล&nbsp;ขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มในการใช้น้ำชั่วคราว&nbsp;&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน</p><p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหากรณี&nbsp;นายเด่น&nbsp;มงเลห์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;ทูลเกล้าฯ&nbsp;ถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการประปาหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านตันหยงกลิง&nbsp;ตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;เนื่องจากสระเก็บน้ำขนาดพื้นที่ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;ที่กรมชลประทานเคยขุดไว้ให้ชุมชนสำหรับเป็นแหล่งน้ำดิบในการทำน้ำประปา&nbsp;ปัจจุบันน้ำในสระมีสภาพเป็นน้ำเค็ม&nbsp;ไม่สามารถทำน้ำประปาได้&nbsp;โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มให้สามารถมาใช้เป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาได้&nbsp;(ฎีกา&nbsp;905&nbsp;ปี&nbsp;2561)&nbsp;ซึ่งจากการประชุมแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;(อบต.เกาะสาหร่าย)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;ชลประทานสตูล&nbsp;ได้เสนอให้ติดตั้งเครื่อง&nbsp;RO&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;ส่วนการดำเนินงานโครงการการตามแผนระยะยาว&nbsp;อยู่ระหว่างออกแบบ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันนี้จังหวัดสตูลได้หารือและขอให้โครงการชลประทานสตูลพิจารณาแนวทางตามมติที่ประชุม&nbsp;ประชาชนขอให้ดำเนินการซ่อมแซมคันดินสระเก็บน้ำตันหยงกลิง&nbsp;เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำสระ&nbsp;โดยก่อสร้างคันดินกั้นแบ่งสระน้ำออกเป็นสองฝั่งและสูบน้ำเค็มทิ้ง&nbsp;ซึ่งโครงการฯ&nbsp;จะได้แจ้งให้&nbsp;สชป.16&nbsp;ได้พิจารณาความเหมาะสม&nbsp;และจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119185329135"],
    [427,"จ.มุกดาหารลงพื้นที่ติดตามประเมินผล \"โครงการมุกดาหารบ้านสวย เมืองสะอาด\" ที่ อ.คำชะอี และ อ.หนองสูง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>คณะทำงานด้านการติดตามประเมินผลและด้านการประชาสัมพันธ์โครงการมุกดาหารบ้านสวย&nbsp;เมืองสะอาด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564-2565&nbsp;ช่วงเช้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านซ่ง&nbsp;(อบต.บ้านซ่ง)&nbsp;อ.คำชะอี&nbsp;และช่วงบ่ายที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่&nbsp;เพื่อรับฟังบรรยายผลการดำเนินงานโครงการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื่นที่&nbsp;พร้อมลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน</p><p><strong>คณะทำงานด้านการติดตามประเมินผลและด้านการประชาสัมพันธ์โครงการมุกดาหารบ้านสวย&nbsp;เมืองสะอาด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564-2565&nbsp;</strong>ในครั้งนี้&nbsp;นำโดยนายประชา&nbsp;เจริญทรง&nbsp;คลังจังหวัด&nbsp;และนายชำนาญ&nbsp;ศรีพารา&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;รับฟังการบรรยายนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการมุกดาหารบ้านสวย&nbsp;เมืองสะอาด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564-2565&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ประเด็น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ด้านการบริหารจัดการขยะ&nbsp;2.ด้านการบริหารจัดการบ้านสวย&nbsp;3.ด้านการบริหารจัดการเมืองสะอาด&nbsp;4.ด้านการบริหารจัดการสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร&nbsp;และ&nbsp;5.ด้านการบริหารจัดการจราจรทางเท้าและการจอดรถ&nbsp;ถือเป็นโครงการสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาคส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ตลอดจนประชาชนทุกคนในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เพื่อที่จะขับเคลื่อนให้จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดที่มีบ้านสวย&nbsp;เมืองสะอาด&nbsp;เป็นที่ประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119190442150"],
    [428,"เกษตรกรค้านนำเข้าเนื้อหมู-ชิ้นส่วน-แปรรูปจากต่างประเทศ เสี่ยงโรค-อาชีพล่มสลาย","<p>น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวถึงข้อเสนอให้นำเข้าเนื้อสุกร เพื่อเพิ่มปริมาณในประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศในแถบยุโรป ว่าสมาคมฯ และเกษตรกรคัดค้านเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงเรื่องโรคต่างถิ่นที่อาจปนเปื้อนเข้ามากระทบกับฝูงสุกรของไทยแล้ว ผู้เลี้ยงยังทราบดีว่าหากเปิดรับให้ทางยุโรปนำสุกรเข้ามาในไทยได้  ย่อมมีความเสี่ยงที่จะต้องเปิดรับเนื้อสุกรจากยุโรปตลอดไป และมีโอกาสที่จะส่งเข้ามาไม่จำกัด แม้จะมีการกำหนดปริมาณไว้ชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติประเทศผู้ส่งออกจะส่งมาเกินกว่าที่กำหนด ซึ่งประเด็นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ดังเช่นประเทศเวียดนามที่เลือกแก้ปัญหาขาดแคลนสุกรด้วยการนำเข้า โดยหวังว่าจะได้บริโภคเนื้อสุกรราคาถูกในช่วงแรก แต่กลับได้บริโภคในราคาแพง และมีการแยกชนชั้นระหว่างสินค้านำเข้าและสินค้าในประเทศ ไม่ใช่สินค้าราคาถูกอย่างที่หวัง ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรชาวเวียดนาม ต้องรับภาระขาดทุนจากภาวะสุกรล้นตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ที่สำคัญการนำเข้าเนื้อสุกร ชิ้นส่วน และสุกรแปรรูปจากต่างประเทศมาพยุงราคา เป็นการทำลายกลไกการเลี้ยงสุกรในประเทศ เพราะสุกรนำเข้าราคาถูกกว่าสุกรไทยมาก จากต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำกว่ามาก เนื่องจากรัฐบาลของต่างประเทศให้การอุดหนุนต้นทุนการเลี้ยง จึงสามารถขายสุกรในราคาถูกได้ ขณะที่ประเทศไทย คนเลี้ยงสุกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการเลี้ยงที่พุ่งสูงเองทั้งหมด แต่กลับไม่สามารถขายสุกรในราคาที่สะท้อนต้นทุนได้ หากยอมให้สุกรนอกเข้ามา เกษตรกรไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ก็จะทิ้งอาชีพและเลิกเลี้ยงสุกรกันไปหมด ถึงวันนั้นความมั่นคงทางอาหารของประเทศต้องถูกทำลาย</p><p><br></p><p><em>&nbsp;ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบที่สุด หากจำเป็นต้องนำเข้าเนื้อสุกร สมาคมฯ ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้เท่านั้น เพื่อกำหนดจำนวนและชิ้นส่วนที่จะนำเข้ามา ไม่ให้กระทบกับผู้เลี้ยงในประเทศ รวมทั้งเก็บค่าธรรมเนียม (Surcharge) สำหรับนำไปช่วยเหลือผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย </em>น.สพ.วิวัฒน์ กล่าว</p><p><br></p><p>อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ ร่วมกันยืนราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ไม่เกิน 110 บาท/กก. ไปจนถึงเทศกาลตรุษจีน เพื่อลดภาระผู้บริโภค ส่วนทางแก้ที่เหมาะสมของเรื่องนี้คือ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด หากสุกรมีน้อย ราคาสูงขึ้น ก็จะกดดันให้ความต้องการบริโภคลดลง ตามกลไกตลาด ในที่สุดปริมาณและการบริโภคจะกลับสู่สมดุลเอง โดยที่ไม่ต้องมาควบคุมให้เสียเวลา</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119190327147"],
    [429,"ผู้ว่าฯ เพชรบุรี ลงพื้นที่ไร่อ้อย ติดตามผลการป้องกัน PM 2.5 ให้กำลังใจชาวบ้านเกษตรกร หลังเปลี่ยนวิธีการเดิม งดการเผา มาสู่การตัดสด รักษาสิ่งแวดล้อม","<p><strong>เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และคณะลงพื้นที่ไร่อ้อยบ้านหนองเขื่อน&nbsp;ตำบลไร่ใหม่พัฒนา&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยถึงสาเหตุหนึ่งของการเกิด&nbsp;ปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;แต่เดิมเกิดจากการเก็บเกี่ยวอ้อยโดยการเผา&nbsp;ทำให้เกิดมลภาวะ&nbsp;ซึ่งได้ขอความร่วมมือไปยังกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย&nbsp;สานนโยบายรัฐบาลที่มีมาตรการช่วยเหลือเงินชดเชยให้เงินสนับสนุนตันละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;หากเปลี่ยนจากวิธีการเดิม&nbsp;จากการเผามาสู่การเก็บสด&nbsp;ตัดสดโดยใช้เครื่องจักร&nbsp;โดยได้รับเงินกู้ในการจัดซื้อเครื่องจักร&nbsp;เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารจัดการในไร่อ้อย&nbsp;นอกจากช่วยป้องกัน&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ยังส่งเสริมบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีที่มีอากาศ&nbsp;ดี&nbsp;อากาศบริสุทธิ์&nbsp;ซึ่งกลุ่มเกษตรกรเองก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลดีมากในการที่จะลดการเผาไร่อ้อย&nbsp;ใช้การตัดสด&nbsp;มีระบบการขนส่งที่ปลอดภัย&nbsp;ไม่ตกหล่น&nbsp;บนท้องถนน&nbsp;ที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนางสุทิน&nbsp;หอยแจง</strong>&nbsp;ชาวไร่อ้อยเปิดเผยว่าครอบครัวทำไร่อ้อยมาตั้งแต่รุ่นบุกเบิก&nbsp;จนปัจจุบันมีปัญหาเรื่องแรงงานคน&nbsp;เลยหันมาใช้เครื่องจักร&nbsp;ซึ่งทำงานคล่องกว่า&nbsp;ดีกว่า&nbsp;และก็ประหยัดต้นทุนกว่า&nbsp;และที่สำคัญเกิดจากแรงบันดาลใจที่ทางรัฐบาลให้การสนับสนุนเครื่องจักร&nbsp;สำหรับเกษตรกรชาวไร่อ้อยโดยการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;2%&nbsp;สนองนโยบายรัฐบาลสนับสนุนให้ตัดอ้อยสด&nbsp;ห้ามจุด&nbsp;ห้ามเผา&nbsp;นอกจากนั้นชาวไร่อ้อยได้ร้องขอเพื่อให้การช่วยเหลือในเรื่องการใช้ยาฆ่าหญ้า&nbsp;ปกติชาวไร่อ้อยจะใช้พาราควอตต้นทุนต่ำ&nbsp;แต่ตอนนี้ให้ใช้ตัวใหม่ราคามันสูง&nbsp;ฆ่าหญ้าก็ไม่ตาย&nbsp;มันเป็นปัญหาชาวไร่มากเลยอยากวอนรัฐบาลให้เอาพาราควอตกลับมาให้ชาวไร่ใช้อีกครั้ง&nbsp;เพื่อจะได้ลดต้นทุน&nbsp;เพราะปัจจุบันยากับปุ๋ย&nbsp;ตอนนี้เป็นปัญหาของชาวไร่เป็นอย่างมาก&nbsp;เพราะมันเพิ่มต้นทุนในการผลิต&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119193347157"],
    [430,"หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11 ปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรหนองบุญมาก&nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;24&nbsp;ป้อมสถานีตำรวจหนองบุญมาก&nbsp;อำเภอหนองบุญมาก&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;104&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งออกเป็นรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;และรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;จำนวน&nbsp;54&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;10&nbsp;คัน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&nbsp;และติกสติ๊กเก้อห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คัน&nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;609&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&nbsp;107&nbsp;คัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119210342176"],
    [431,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11  ติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย(T-VER) จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ","<p><strong>นายธนัญชัย&nbsp;วรรณสุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย&nbsp;(T-VER)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;กับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคทั่วประเทศ&nbsp;โดยเข้าติดตามโครงการประเภทพลังงานทดแทน&nbsp;การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์&nbsp;ของบริษัท&nbsp;บางจาก&nbsp;โซลาร์เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>(1)&nbsp;โครงการบริษัท&nbsp;บางจากเอ็นเนอร์ยี่(นครราชสีมา)&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;ตำบลตะเคียน&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p>(2)&nbsp;โครงการบริษัท&nbsp;บางจากเอ็นเนอร์ยี่(ชัยภูมิ&nbsp;1)&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;ตำบลหัวทะเล&nbsp;&nbsp;อำเภอบำเหน็จณรงค์&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</p><p><strong>โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการมีข้อมูลในข้อเสยอ&nbsp;(PDD)</strong>&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้โครงการละ&nbsp;10,503&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี&nbsp;และมีระยะเวลาการดำเนินโครงการรวมทั้งสิ้น&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2559&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยผู้พัฒนาโครงการได้ดำเนินการขอรับรองคาร์บอนเครดิตแล้วจำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งโครงการที่&nbsp;1&nbsp;มีปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองจำนวน&nbsp;51,306&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี&nbsp;และโครงการที่&nbsp;2&nbsp;มีปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองจำนวน&nbsp;53,216&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี&nbsp;</p><p><strong>ผลจากการติดตามโครงการในครั้งนี้</strong>&nbsp;พบว่าผู้พัฒนาโครงการได้ดำเนินการเป็นไปตามข้อเสนอโครงการ(PDD)&nbsp;ที่ได้ยื่นเสนอไว้กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน)&nbsp;ครบถ้วนสมบูรณ์&nbsp;และทางคณะผู้ติดตามจะดำเนินการจัดทำสรุปรายงานผลการติดตามส่งองค์บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน)&nbsp;นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119210524177"],
    [432,"ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่า","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตำบลตะกาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ติดตามสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายพงศ์ธสิษฐ์&nbsp;ปิจนันท์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด</strong>&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่และร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;ได้มีการประชุมกลุ่มย่อยรับทราบข้อมูลปัจจุบัน&nbsp;เพื่อวิเคราะห์&nbsp;คาดการณ์สถานการณ์&nbsp;ร่วมกันวางแผนป้องกันก่อนเกิดสถานการณ์&nbsp;และวางแผนแก้ไข&nbsp;ลดผลกระทบขณะเกิดสถานการณ์&nbsp;ไม่ให้ลุกลามจนสร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;และผู้ที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางกายภาพ&nbsp;(หมู่บ้าน&nbsp;เรือกสวน&nbsp;ทรัพย์สิน)&nbsp;และปัญหาด้านสภาพอากาศ&nbsp;มลพิษทางอากาศ&nbsp;ซึ่งอากาศในหน้าร้อนที่เกิดขึ้นยาวนานกว่าปกติ&nbsp;ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและความแห้งแล้งเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สภาวะอากาศเช่นนี้เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีให้ไฟเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม&nbsp;ลุกลามได้มากกว่าเดิมและควบคุมได้ยากกว่าเดิม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;รายงานข้อมูลเป็นระยะหรือทันทีที่เกิดสถานการณ์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND.&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119210659178"],
    [433,"ร่วมประชุมติดตามและขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 14","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เข้าร่วมประชุมติดตามและขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ผ่านระบบทางไกลออนไลน์&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอภัย&nbsp;สุทธิสังข์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;เพื่อติดตามการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในระดับพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีประเด็นสำคัญในเรื่องสินค้าข้าวเจ้า&nbsp;และสินค้าโคเนื้อ&nbsp;ประกอบด้วยนโยบายดังต่อไปนี้&nbsp;การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ&nbsp;ให้เพียงพอ&nbsp;การผลิตพันธุ์พืช/สัตว์&nbsp;การป้องกันโรคระบาดในพืช/สัตว์&nbsp;คุณภาพและมาตรฐานในการรับรองสินค้าเกษตร/สินค้าปศุสัตว์&nbsp;การพัฒนาช่องทางการตลาด&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;การขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&nbsp;ศูนย์ข้อมูลด้านการเกษตร&nbsp;(Big&nbsp;Data)&nbsp;การส่งเสริมอาชีพด้านเกษตร/ปศุสัตว์</span></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119233722189"],
    [434,"พ่อเมืองอำนาจเจริญลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง หมู่ 4 บ้านสว่างเหนือ ตำบลห้วย อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายอำเภอปทุมราชฯ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอปทุมราชฯ&nbsp;ได้เข้าเยี่ยมกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;บ้านสว่างเหนือ&nbsp;ตำบลห้วย&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;ความต้องการของกลุ่มฯ&nbsp;ที่ต้องการให้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือในการดำเนินการของกลุ่มฯ&nbsp;และเยี่ยมชมกิจกรรมของกลุ่มแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องผสมอาหาร&nbsp;TMR&nbsp;รถแทรกเตอร์&nbsp;และอุปกรณ์การแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อโค&nbsp;เยี่ยมชมการเลี้ยงโคขุนของกลุ่ม&nbsp;พร้อมทั้งปศุสัตว์จังหวัดได้ประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ในส่วนที่&nbsp;กรมปศุสัตว์ส่งเสริม</p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119214008183"],
    [435,"สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ ตรวจเยี่ยม แนะนำ ส่งเสริม สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนดาราธิวาสขนาดมอญ จำกัด","<p><strong>นายราชศักดิ์&nbsp;ตระสินธุ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;นายบุญทัน&nbsp;เหลามี&nbsp;นักวิชาการสหกรณ์ปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&nbsp;แนะนำ&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนดาราธิวาสขนาดมอญ&nbsp;จำกัด&nbsp;และติดตามเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิก&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งได้รับเงินกู้รายละ&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ขุดสระน้ำ&nbsp;และเจาะบาดาล&nbsp;ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;ทำให้สมาชิกมีน้ำใช้ในด้านการเกษตร&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;และด้านประมง&nbsp;ตลอดทั้งปี&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;สามารถวางแผนการส่งชำระหนี้คืนให้กับสหกรณ์ฯ&nbsp;ตามกำหนดสัญญา&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ครบทุกราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119234045191"],
    [436,"กอนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งใน 17 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งใน&nbsp;17&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลางตอนล่าง&nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังอ่อนที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ทำให้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;43&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พะเยา&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงราย&nbsp;42&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง&nbsp;บริเวณกรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;35,414&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,415&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนค่าออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะน้ำอุปโภค-บริโภคต้องเพียงพอตลอดหน้าแล้งนี้&nbsp;พร้อมกำหนดแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและแผนเผชิญเหตุรองรับสถานการณ์ภัยแล้งในบางพื้นที่ไว้ล่วงหน้า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เร่งรัดโครงการสำคัญต่างๆให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;อย่าง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;วิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;และแม่น้ำสายหลักต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;สำหรับเป็นข้อมูลบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่&nbsp;ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;เร่งดำเนินโครงการปรับปรุงซ่อมแซมเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำ&nbsp;ต.ท่าเรือ&nbsp;อ.ท่าแพ&nbsp;จ.สตูล&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;และโครงการปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำพร้อมระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์วัดพัชรกิติยาภาราม&nbsp;ต.หนองหว้า&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองบัวลำภู</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120091216213"],
    [437,"ผวจ.ยโสธร เปิดจวน ทำ ที่ว่างสร้างอาหาร รอบ 2 ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และกิจกรรมการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคง&nbsp;ทางอาหารสู่ปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคง&nbsp;ทางอาหาร&nbsp;รอบ&nbsp;2&nbsp;ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;โดยมีนายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;พัฒนการอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>โดย&nbsp;จังหวัดยโสธรร่วมกับชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ดำเนินโครงการ</strong>อันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และกิจกรรมการน้อมนำแนวพระราชดำริ&nbsp;ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหารสู่ปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารรอบ&nbsp;2&nbsp;ด้วยการปลูก&nbsp;พืชผัก&nbsp;ภายในครัวเรือน&nbsp;โดยนำปุ๋ย&nbsp;ที่ได้จากการทำขยะอินทรีย์ตามหลัก&nbsp;๓&nbsp;R&nbsp;มาใช้บำรุงต้นไม้&nbsp;โดยจัดทำภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;&nbsp;เป็นต้นแบบ&nbsp;พร้อมทั้งน้อมนำแนวพระราชดำริของ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้เชิญชวนประชาชน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน</strong>&nbsp;เพื่อพึ่งตนเอง&nbsp;สร้างความสามัคคีของคนในชุมชน&nbsp;อีกทั้งเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินงานโครงการปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับหมู่บ้านและชุมชน</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ขยายผลให้ประชาชนปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;133,347&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์พืชชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;แห่ง&nbsp;ทำให้มีความมั่นคงทางอาหารมีพืชผักที่ปลูกเองไว้บริโภคตลอดปีและขยายผลสู่หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ด้วยกระบวนการ&nbsp;ผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง&nbsp;ผู้นำต้องทำก่อน&nbsp;นักพัฒนา&nbsp;3&nbsp;ประสานขับเคลื่อนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ทุกครัวเรือนคือคลังอาหาร&nbsp;ทุกหมู่บ้านคือศูนย์แบ่งปัน&nbsp;ทักษะชีวิตวิถีใหม่เยาวชนไทยสร้างอาหารเป็นและชุมชนท้องถิ่นสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;ใช้ที่ว่างสร้างอาหารและสร้างชุมชนสู่&nbsp;ถนนกินได้</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ได้มอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;</strong>ที่ได้จากศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์พืชชุมชนของแต่ละอำเภอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;และพัฒนาการจังหวัด&nbsp;พัฒนาการอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;มอบเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;ให้ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายขยายผล&nbsp;จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมได้ร่วมปลูกผักสวนครัวภายในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ส.ปชส.ยโสธร/ข่าว/&nbsp;19&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120095203231"],
    [438,"เดินหน้าจ้างแรงงานช่วยเหลือเกษตรกรปี 2565 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อซ่อมแซม&nbsp;บำรุงรักษา&nbsp;ขุดลอก&nbsp;ปรับปรุงงานชลประทาน&nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท&nbsp;แก้มลิง&nbsp;การจัดการคุณภาพน้ำและโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ&nbsp;ด้วยการจัดจ้างแรงงานทั่วทุกภาคของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น&nbsp;75,000&nbsp;คน</strong>&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;4,465&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;วงเงินจ้างแรงงาน/คน&nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;8,700&nbsp;&nbsp;87,000&nbsp;บาท&nbsp;ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว&nbsp;&nbsp;22,120&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด&nbsp;3&nbsp;ลำดับคือ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;2,303&nbsp;&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;1,872&nbsp;คน&nbsp;และจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;1,730&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการจ้างแรงงานชลประทาน</strong>&nbsp;ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&nbsp;ขอเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมหรือทดแทนจากการสูญเสียรายได้ด้านการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>หากเกษตรกร&nbsp;หรือประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ</strong>&nbsp;สามารถติดต่อสอบถาม&nbsp;หรือสมัครได้ที่&nbsp;โครงการชลประทานใกล้บ้าน&nbsp;หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน&nbsp;1460&nbsp;&nbsp;ชลประทานบริการประชาชน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120095919238"],
    [439,"กษ.เพชรบุรี และคณะทำงานร่วมกันพิจารณาการจัดงานทำขวัญเกลือ และงาน Field day โครงการสืบสานพิธีทำขวัญเกลือ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่","<p><strong>นางสาวศิริวรรณ&nbsp;เครือเล็ก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมคณะทำงานโครงการสืบสานพิธีทำขวัญเกลือ&nbsp;และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือ&nbsp;เพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;จัดประชุมโดย&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เพื่อทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานและพิธีทำขวัญเกลือ&nbsp;โดยมี&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เป็นหัวหน้าคณะทำงาน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เป็นที่ปรึกษาคณะทำงานดังกล่าว&nbsp;รวมทั้งร่วมกันพิจารณารายละเอียดการจัดงานทำขวัญเกลือ&nbsp;และงาน&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;เกลือทะเล&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี&nbsp;จำกัด&nbsp;และแปลงนาเกลือ/ยุ้งเกลือของ&nbsp;นายวีระศักดิ์&nbsp;แผนประไพ&nbsp;ตำบลบ้านแหลม&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;โดยหารือในเรื่องของกำหนดการ&nbsp;แผนผังการจัดงาน&nbsp;และรายละเอียดกิจกรรม&nbsp;ผู้รับผิดชอบ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมมีมติการแต่งกายในวันงานเป็น&nbsp;เสื้อสีขาว&nbsp;กระโปรง/กางเกง&nbsp;สีสุภาพ&nbsp;</strong>วัตถุประสงค์การจัดงาน&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เกษตรกรชาวนาเกลือ&nbsp;และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการทำนาเกลือ&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;ประชาสัมพันธ์การผลิตเกลือทะเลของประเทศไทย&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาการทำนาเกลือ&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ที่มีศักยภาพการเป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;มีองค์ความรู้และนวัตกรรมที่โดดเด่น&nbsp;ต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวหลัก&nbsp;ของชุมชนเพื่อสร้างรายได้</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120095936242"],
    [440,"ยกระดับความปลอดภัยชีวภาพสูงสุด ขอให้รายย่อยเลี้ยงหมูแบบ GFM ป้องกันควบคุมโรคโดยเร็ว","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้รายงานการเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรโดยได้แจ้งไปองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคได้ในระยะยาวและยั่งยืน&nbsp;และตามหลักสากลโดยสิ่งสำคัญที่สุดคือ&nbsp;การผลักดันยกระดับมาตรฐานฟาร์มเกษตรกรให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาดซึ่งไม่เฉพาะสามารถป้องกันโรค&nbsp;ASF&nbsp;&nbsp;ในสุกรเท่านั้น&nbsp;ยังสามารถป้องกันโรคระบาดอื่นๆ&nbsp;ในสุกรได้อีกด้วย&nbsp;การส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มมีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;หรือ&nbsp;GFM&nbsp;ซึ่งรายย่อยสามารถดำเนินการได้และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการทำมาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;และเป็นการเตรียมความพร้อมในการยกระดับเป็นฟาร์มมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ต่อไปในอนาคต</p><p><strong>สำหรับในการเลี้ยงสุกรที่มีจำนวนน้อยกว่า&nbsp;500&nbsp;ตัว</strong>&nbsp;สามารถทำฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;หลักการสำคัญมี&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การป้องกันโรค&nbsp;การตรวจสอบย้อนกลับและด้านผลผลิต&nbsp;มีข้อกำหนดในการรับรอง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่และโครงสร้าง&nbsp;การจัดการโรงเรือนและอุปกรณ์&nbsp;การจัดการยานพาหนะ&nbsp;การจัดการบุคลากร&nbsp;การจัดการด้านสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการอาหารสัตว์และยาสัตว์&nbsp;การจัดการด้านข้อมูลและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><strong>การทำ&nbsp;GFM&nbsp;เป็นการทำระบบความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์ม</strong>&nbsp;เป็นมาตรการหนึ่งของมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อควบคุมป้องกันเชื้อโรคที่ติดมากับคน&nbsp;สัตว์และสิ่งของ&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;รองเท้า&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;เครื่องใช้และยานพาหนะ&nbsp;มีพื้นที่พักสัตว์&nbsp;พื้นที่เลี้ยง&nbsp;และพื้นที่ขายหมู&nbsp;แยกออกจากกัน&nbsp;บุคคลหากไม่จำเป็นไม่ควรให้เข้าในพื้นที่เลี้ยงสุกรโดยเด็ดขาด&nbsp;ถ้าจำเป็นต้องมีการอาบน้ำ&nbsp;เปลี่ยนชุดก่อนเข้า-ออก&nbsp;และจุ่มรองเท้าบู้ทฆ่าเชื้อทุกครั้งและผู้ที่เข้าพื้นที่เลี้ยงสุกรต้องพักโรคอย่างน้อย&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;การเลี้ยงสัตว์&nbsp;เลือกแหล่งอาหารที่น่าเชื่อถือ&nbsp;ไม่นำอาหารเหลือที่มีส่วนประกอบของเนื้อหมูมาใช้ในการเลี้ยง&nbsp;การปฏิบัติดังกล่าวสามารถป้องกันโรคได้อย่างดี</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ผลที่ได้จากการทำฟาร์ม&nbsp;GFM</strong>&nbsp;สามารถลดปัญหาโรคระบาด&nbsp;ลดความเสียหาย&nbsp;ลดปัญหาการเกิดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะและสามารถเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีอาชีพที่มีความมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;และประชาชนได้บริโภคอาหารที่มีความปลอดภัย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังทำให้สามารถป้องกันและควบคุมโรคได้โดยเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120104551263"],
    [441,"ไทย เตรียมโชว์ผลสำเร็จการเพิ่มประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ประเทศไทยเตรียมเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีประเทศเอเชีย ด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง ครั้งที่ 4 (The 4th Asia Ministerial Conference on Tiger Conservation) ระหว่างวันที่ 19 - 21 มกราคม 2565 ณ ประเทศมาเลเซีย และผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง ร่วมกับประเทศที่เป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่งรวม 13 ประเทศ ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการอนุรักษ์และฟื้นฟูเสือโคร่ง เนื่องจากสามารถเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่งในป่าธรรมชาติได้เป็นผลสำเร็จ </p><p>.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปิ่นสักก์ เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีประเทศเอเชีย ด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง ครั้งที่ 4 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำเสนอผลสำเร็จของการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งของประเทศไทย (Country report) แก่ประเทศอื่น ๆ และร่วมพิจารณาร่างแถลงการณ์กัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยการอนุรักษ์เสือโคร่ง (Draft Kuala Lumpur Joint Statement on Tiger Conservation) รวมถึงร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการ South East Asia Tiger Recovery Action Plan (STRAP) และแผนงบประมาณเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง (Financing Plan for Tiger Conservation) </p><p>.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเทศไทย เป็น 1 ใน 13 ประเทศที่เป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่ง การเข้าร่วมประชุมการอนุรักษ์เสือโคร่ง จะทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ในการร่วมดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง และได้รับการยอมรับในการเป็นผู้นำกลุ่มประเทศในเอเชีย ที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์เสือโคร่งและสัตว์ป่าชนิดอื่นที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลก ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาวิจัยและการอนุรักษ์เสือโคร่งร่วมกับนักอนุรักษ์ระดับโลก ได้เป็นสมาชิกเครือข่ายการอนุรักษ์ระดับโลก ในการป้องกันการลักลอบล่าและการค้าเสือโคร่งและสัตว์ป่าชนิดอื่นที่ผิดกฎหมาย มีแผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งที่มีมาตรฐานระดับสากล ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่าที่สำคัญชนิดอื่น จากกองทุนและองค์กรอนุรักษ์ระดับโลก และเป็นศูนย์กลางในการวิจัยการสร้างระบบติดตามประเมินประชากรเสือโคร่ง และการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์และวิจัยเสือโคร่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกอีกด้วย</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120100321243"],
    [442,"สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดกิจกรรมเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายอนุพงศ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นประธาน</strong>&nbsp;เปิดงานรณรงค์ไถกลบตอซังข้าว&nbsp;ที่แปลงนากลุ่มแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ตำบลสะแกโพรง&nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ประธานและสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลสะแกโพรง&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และบริษัท&nbsp;คูโบต้า&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รู้ถึงประโยชน์จากการไถกลบตอซัง&nbsp;ให้เกษตรกรนำวัสดุเหลือใช้ในไร่นากลับมาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน&nbsp;เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตข้าว&nbsp;และลดพื้นที่การเผาในพื้นที่การเกษตรเป็นการลดปัญหาฝุ่นพิษ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;โดยนำนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรและองค์ความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;มาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p><p><strong>ซึ่งภายในงานเกษตรกรในพื้นที่</strong>และพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาร่วมและเยี่ยมชมกิจกรรมการสาธิตการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรครบวงจรนำมาจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;นิทรรศการให้ความรู้&nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบบครบวงจร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120104536262"],
    [443,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า จังหวัดเลย ปีงบประมาณ 2565 และตรวจสอบสถานที่ เพื่อประกอบการขออนุญาตให้ใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการจัดฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัติยราชนารี&nbsp;ซึ่งเป็นอาสาที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ของพื้นที่อำเภอนาแห้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และของอำเภอด่านซ้าย&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริอำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบการขออนุญาตใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่และกัดปลา&nbsp;ระดับอำเภอตรวจประเมินผลหลังจัดให้มีการแข่งขันชนไก่&nbsp;ณ&nbsp;สนามชนไก่บ้านนาหว้า&nbsp;เลขที่&nbsp;173&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120101905248"],
    [444,"แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รับสภาพอากาศแปรปรวน","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่าได้ออกประกาศแจ้งเตือยประชาชนจากสภาพอากาศแปรปรวนตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความขึ้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้&nbsp;เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลางตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล</p><p><strong>ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง</strong>&nbsp;โดยมีลูกเห็บตกบางแห่งในภาคเหนือขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร</p><p><strong>สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น&nbsp;</strong>ยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า&nbsp;บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;7-14&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และยอดภูมีอากาศหนาว&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;9-15&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;</strong>ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย&nbsp;ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120103818253"],
    [445,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกินเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ คาดฝุ่นจะสูงขึ้นอีกครั้งวันที่ 22 และ 25 - 26 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกินเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;คาดฝุ่นจะสูงขึ้นอีกครั้งวันที่&nbsp;22&nbsp;และ&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มกราคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;และ&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่&nbsp;22&nbsp;และ&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;พื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120102531250"],
    [446,"รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 และคณะฯ ตรวจเยี่ยมตำบลต้นแบบ และการปฏิบัติงานและการฝึกจัดตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง(อพป.) ที่สุพรรณบุรี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมขุนแผน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>พล.ต.วิทยา&nbsp;สุวรรณดี&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและการฝึกจัดตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง&nbsp;(อพป.)&nbsp;ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.พีรฉัตร&nbsp;พานทอง&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับพร้อมบรรยายสรุป&nbsp;ตำบลต้นแบบ&nbsp;ตามโครงการกำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;และประเมินผล&nbsp;โดย&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ภายใต้งานบริหารจัดการขับเคลื่อน&nbsp;แผนงานตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืนฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในช่วงบ่าย&nbsp;พันเอก&nbsp;ณัฐภูมิ&nbsp;เหลาทอง&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการธนาคารโค-กระบือ</strong>ตามพระราชดำริตำบลพลับพลาไชย&nbsp;ตำบลพลับพลาไชย&nbsp;อำเภออู่ทอง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมพบปะพูดคุยกับเกษตรกรและเยี่ยมชมธนาคารโค-กระบือ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับกลุ่มธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ</strong>&nbsp;ต.พลับพลาไชย&nbsp;อ.อู่ทอง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;จัดตั้งกลุ่มขึ้นในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2552&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนตำบลพลับพลาไชยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภออู่ทอง&nbsp;ในการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;ในการที่จะให้สนับสนุนความร่วมมือกันในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;และให้การสนับสนุนวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เทคนิค&nbsp;และความรู้ต่างๆ&nbsp;แก่เกษตรกรในการเลี้ยงดูโค&nbsp;-&nbsp;กระบือให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตร&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนโค&nbsp;-&nbsp;กระบือจากโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;255&nbsp;คน&nbsp;มีสัตว์ในกลุ่มรวมทั้งสิ้น&nbsp;396&nbsp;ตัว&nbsp;แยกเป็น&nbsp;โค&nbsp;จำนวน&nbsp;128&nbsp;ตัว&nbsp;และกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;268&nbsp;ตัว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้นเวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;เดินทางต่อไปยังสถานที่ฝึกจัดตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง&nbsp;(อพป.)&nbsp;บ้านหนองอีนาค&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลด่านช้าง&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;เพื่อมอบชุดเครื่องแบบชุด&nbsp;ชรบ.&nbsp;โดยผู้นำหมู่บ้านกล่าวประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมรับชมการแสดงพื้นบ้าน&nbsp;การร้องเพลง&nbsp;อพป.&nbsp;/การฝึกใช้อาวุธ&nbsp;ปลช.ของผู้เข้ารับการฝึก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120105020266"],
    [447,"จังหวัดชลบุรี  นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยืนยันตรึงราคาไก่สดช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมเฝ้าระวังโรคในสัตว์ปีก","<p><strong>นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ยืนยันตรึงราคาไก่สดช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังโรคในสัตว์ปีกหลังจีนยังเจอไข้หวัดนกในคน&nbsp;H5N6</strong></p><p><br></p><p><strong>ดร.ฉวีวรรณ&nbsp;คำพา&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong>&nbsp;และประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัทในเครือฉวีวรรณ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;สั่งตรึงราคาไก่สดหน้าฟาร์ม&nbsp;โดยทางผู้ประกอบการ&nbsp;ยืนยันทำตามมติในที่ประชุม&nbsp;&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกรให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเพื่อผู้บริโภคจะได้บริโภคไก่ที่ถูกลง&nbsp;แต่หลังจากตรุษจีนผ่านไปแล้วเราก็ต้องมาดูกันอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกษตรกรรายย่อย&nbsp;เขาอยู่ไม่ได้ก็คือเกี่ยวกับเรื่องของต้นทุนการผลิต&nbsp;เพราะอย่างอาหารสัตว์ซึ่งเกษตรกรที่ซื้อมาราคามันขึ้นราคามาก&nbsp;แล้วก็พันธุ์สัตว์ก็ขึ้นราคา&nbsp;เขาจะรับไม่ไหวเพราะว่ารายย่อยที่ผลิตเพื่อการขายภายในประเทศ&nbsp;ก็มากอยู่ขอความเห็นใจให้กับผู้ผลิตรายย่อยด้วย</p><p><strong>ดร.ฉวีวรรณ&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;&nbsp;</strong>ส่วนเรื่องไข้หวัดนกทางประเทศไทยเรา&nbsp;ตลอดเวลาเราเฝ้าระวังอยู่ตลอดเพราะว่าไม่ใช่ว่าเป็นหน้าหนาวฤดูฝนหรือหน้าร้อนเราเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาเลยเรียกว่าไม่ให้พลาดได้ทุกๆ&nbsp;ครั้งที่เข้าเลี้ยงไก่แล้วเวลาเราจะจับไก่ก็มีการค่าเชื้อกันอย่างดีเพื่อจะหาเรื่องไข้หวัดนกเสร็จแล้วส่งไปที่กรมเองก็ต้องส่งสัตวแพทย์มาคอยควบคุมดูแลด้วยเพราะฉะนั้นเรื่องนี้ขอให้ประชาชนผู้บริโภคไก่สบายใจได้เพราะผู้ประกอบการจะเป็นเกษตรกรรายย่อยหรือจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ทุกคนเขาก็ต้องระมัดระวังกันมากๆ&nbsp;เลยเพราะประสบการณ์ที่เคยผ่านมาสมัยที่เกิดระบาดหนักๆ&nbsp;ในครั้งนั้นทุกคนยังจดจำไม่ลืมความเสียหายในครั้งนั้นมีมากเหลือเกินประกอบกับว่าขณะนี้เมืองไทยก็มีทั้งโรคของหมูมีทั้งโรคของไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;เรื่องร้ายๆ&nbsp;หลายอย่าง&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการก็เฝ้าระวังกันมากๆ&nbsp;แล้วก็ทั้งมาตรการระบบ&nbsp;bio&nbsp;security&nbsp;ของผู้เลี้ยงและก็ด้าน&nbsp;food&nbsp;safety&nbsp;ด้านทุกสิ่งทุกอย่างเราต้องเอามาใช้หมดเลยหาเพื่อว่าป้องกันเขาจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกเพราะฉะนั้นที่อื่นก็เป็นแต่ของประเทศไทย&nbsp;จะไม่มีอีกแล้วเพราะเนื่องจากว่าทางกรมปศุสัตว์ก็เข้มงวดมากเรื่องนี้ถึงขนาดว่าไก่จับไก่เข้าโรงงาน&nbsp;จะมีสัตว์แพทย์คอยควบคุมอยู่ตลอดเวลารวมทั้งผู้เลี้ยงเองก็ไม่เคยประมาทกันระมัดระวังมากเพราะว่าได้คุยกันเรียบร้อยแล้วอยากให้ผู้บริโภคมีความสบายใจแล้วไม่ต้องห่วงเกี่ยวกับเรื่องของไข้หวัดนกด้วยไม่มีแน่ตอนนี้แล้วก็จะต้องไม่มีด้วยยังไงก็ยืนยันว่าตรุษจีนปีนี้ยังไงราคาไก่ก็ไม่ขึ้นเพราะว่าเราผลิตเพื่อการส่งออกส่วนหนึ่งส่วนหนึ่งและบริโภคภายในประเทศ&nbsp;เพราะฉะนั้นทุกอย่างจะต้องให้มีความพร้อมในการที่ว่าผู้บริโภคเกี่ยวกับจะไม่ต้องสงสัยในเรื่องของไข้หวัดนกเพราะเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคได้บริโภคของถูกกว่านะแต่ว่าอย่างไรเสียเราก็ฝากเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างข้าวโพดน้ำมันปาล์มในการที่มาผสมอาหารแพงขึ้นมาจากเราเคยซื้ออยู่&nbsp;330&nbsp;กว่าบาท&nbsp;ตอนนี้ขึ้นมาจะ&nbsp;60&nbsp;บาทแล้วขึ้นมามากเป็นครึ่งเลยกากถั่วทุกตัวขึ้นหมดเลยแล้วเราร้องไปว่าข้าวโพดแพงก็เพราะเกษตรกรบอกว่าปุ๋ยเขาเคยซื้ออยู่&nbsp;800&nbsp;ปัจจุบันนี้เขาก็ต้องซื้อ&nbsp;1600&nbsp;น้ำมันขึ้นมาเป็นเท่าตัวเช่นนี้แล้วจะให้เขาทำอย่างไรนั้นที่สุดของก็คือมันแพงทุกตัวเลยช่วงนี้ไม่มีอะไรที่ถูกเลยอยากขอร้องขอให้ลดภาษีในการนำเข้า&nbsp;ก็ถ้าเผื่อราคาวัตถุดิบแพงแค่นี้&nbsp;คงจะมีการผ่อนปรนกันแต่ตอนนี้เราก็ยังเห็นราคาก็ยังขึ้นอยู่ทุกวัน&nbsp;ข้าวโพดก็ขอขึ้นทุกวันเลยมันไม่ได้ขึ้นสัปดาห์ละครั้งนี้เรียกว่าแทบทุกวันที่มีการที่จะซื้อขายกัน</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120111057278"],
    [448,"จังหวัดยโสธร เตรียมพร้อมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร พร้อมเร่งสำรวจความต้องการผู้เลี้ยงที่ต้องทำลายสุกร เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;ม.ค.65&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;โดยมีนายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;นายอำเภอและปศุสัตจ์อำเภอทุกอำเภอ&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่มประชุมที่ห้องประชุมหมอนขิด&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากมีการพบโรคโรคอหิวาต์แอฟริกา</strong>ในสุกร&nbsp;(Africa&nbsp;Swine&nbsp;Fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคอย่างรัดกุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;มีเกษตรกรเลี้ยงสุกรจำนวน&nbsp;271&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;มีสุกร&nbsp;47,984&nbsp;ตัว&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;ทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า&nbsp;300&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่อาจได้รับผลกระทบและเกิด&nbsp;ความเสียหายจากการระบาดของโรค</p><p>จังหวัดยโสธร&nbsp;พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ระหว่างเดือนพฤษภาคม&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;เมืองยโสธร&nbsp;คำเขื่อนแก้ว&nbsp;ค้อวัง&nbsp;ไทยเจริญและกุดชุม&nbsp;มีสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,491&nbsp;ตัว&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;9,254,982.-บาท&nbsp;และมีสุกรที่เกิดโรคและถูกทำลายหลังวันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่มหาชนะชัย&nbsp;คำเขื่อนแก้ว&nbsp;ค้อวัง&nbsp;ไทยเจริญและป่าติ้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;269&nbsp;ตัว&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,100,272.-บาท&nbsp;รวมเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้ง&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;125&nbsp;ราย</p><p>สำหรับหรับการช่วยเหลือ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ให้สำนักงาน&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;เร่งสำรวจความต้องการของเกษตรกรทั้ง&nbsp;125&nbsp;ราย&nbsp;ที่จะขอรับความช่วยเหลือด้านการเกษตร&nbsp;โดยให้หน่วยงานในสังกัด&nbsp;กระทรวง&nbsp;เกษตรและสหกรณ์ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ในระยะเร่งด่วน&nbsp;ส่วนการให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไป&nbsp;เช่น&nbsp;การฟื้นฟูเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการอีกทั้งการเร่งสำรวจจำนวนสุกรพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์และลูกสุกร&nbsp;เพื่อวางแผนรับมือปัญหาการขาดแคลนสุกร&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>และในการเฝ้าระวังควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</strong>&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;มีอาสาปศุสัตว์ใน&nbsp;ทุกพื้นที่&nbsp;คอยเฝ้าระวังและแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบสุกรป่วย&nbsp;ตาย&nbsp;เพื่อเร่ง&nbsp;ตรวจสอบและดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้&nbsp;เรื่องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและประชาชน&nbsp;ทั่วไปมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;เพื่อช่วยเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันการระบาด&nbsp;โรคอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120112150290"],
    [449,"ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพระราชดำริ ติดตามการดำเนินงานกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนและโครงการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวง จังหวัดตาก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นางครสวรรค์&nbsp;โภคา&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพระราชดำริและคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนในโรงเรียนตามพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนศึกษาสงเคราะห์&nbsp;2&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;และศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยสลุง&nbsp;อำเภอแม่ระมาด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;โดยมีนายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;และนางสินีนาถ&nbsp;อ่อนนวล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>การติดตามการดำเนินงานกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ทางคณะได้แนะนำ&nbsp;ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนฝึกขายสินค้าออนไลน์&nbsp;และนำวิธีการสหกรณ์ไปขยายผลสู่ผู้ปกครอง&nbsp;และชุมชน&nbsp;ตามแนวพระราชดำริฯ&nbsp;รวมถึงส่งเสริมการออมของนักเรียนให้ผ่านระบบสหกรณ์&nbsp;เพื่อฝึกทักษะการเรียนรู้&nbsp;ให้นักเรียนรู้จักคิด&nbsp;ฝึกการเขียน&nbsp;การจดบันทึก&nbsp;และการทำบัญชีรับ-จ่ายด้วยตนเอง</p><p><strong>จากนั้นคณะได้เดินทางไปติดตามการดำเนินงาน</strong>โครงการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงพบพระ&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลคีรีราษฎร์&nbsp;อำเภอพบพระ&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;โดยแนะนำส่งเสริมการกระจายรายได้ให้ทั่วถึง&nbsp;ส่งเสริมให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของสหกรณ์&nbsp;แนะนำการวางแผนการดำเนินงานให้สมาชิกเลือกปลูกพืชผักที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;รวมถึงแนวทางในการขับเคลื่อนสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็งและให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120110435276"],
    [450,"ผวจ.ยโสธร เปิดจวน ทำ ที่ว่างสร้างอาหาร รอบ 2 ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;ม.ค.65&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และกิจกรรมการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคง&nbsp;ทางอาหารสู่ปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคง&nbsp;ทางอาหาร&nbsp;รอบ&nbsp;2&nbsp;ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;โดยมีนายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;พัฒนการอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>โดยจังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมกับชมรมแม่บ้านมหาดไทย</strong>&nbsp;ดำเนินโครงการ&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และกิจกรรมการน้อมนำแนวพระราชดำริ&nbsp;ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหารสู่ปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารรอบ&nbsp;2&nbsp;ด้วยการปลูก&nbsp;พืชผัก&nbsp;ภายในครัวเรือน&nbsp;โดยนำปุ๋ย&nbsp;ที่ได้จากการทำขยะอินทรีย์ตามหลัก&nbsp;๓&nbsp;R&nbsp;มาใช้บำรุงต้นไม้&nbsp;โดยจัดทำภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นต้นแบบ&nbsp;พร้อมทั้งน้อมนำแนวพระราชดำริของ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;โดยจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้เชิญชวนประชาชน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&nbsp;เพื่อพึ่งตนเอง&nbsp;สร้างความสามัคคีของคนในชุมชน&nbsp;อีกทั้งเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินงานโครงการปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับหมู่บ้านและชุมชน</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ขยายผลให้ประชาชนปลูกผักสวนครัว</strong>เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;133,347&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์พืชชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;แห่ง&nbsp;ทำให้มีความมั่นคงทางอาหารมีพืชผักที่ปลูกเองไว้บริโภคตลอดปีและขยายผลสู่หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ด้วยกระบวนการ&nbsp;ผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง&nbsp;ผู้นำต้องทำก่อน&nbsp;นักพัฒนา&nbsp;3&nbsp;ประสานขับเคลื่อนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ทุกครัวเรือนคือคลังอาหาร&nbsp;ทุกหมู่บ้านคือศูนย์แบ่งปัน&nbsp;ทักษะชีวิตวิถีใหม่เยาวชนไทยสร้างอาหารเป็นและชุมชนท้องถิ่นสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;ใช้ที่ว่างสร้างอาหารและสร้างชุมชนสู่&nbsp;ถนนกินได้</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ได้มอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว</strong>&nbsp;ที่ได้จากศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์พืชชุมชนของแต่ละอำเภอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;และพัฒนาการจังหวัด&nbsp;พัฒนาการอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;มอบเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;ให้ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายขยายผล&nbsp;จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมได้ร่วมปลูกผักสวนครัวภายในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120111935288"],
    [451,"เกษตรลำปาง เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตรฟรี มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้เกษตรกร","<p><strong>นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ด้วย&nbsp;พลเอกอนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้ประชุมทางไกล&nbsp;(VCS)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยได้มอบนโยบายของนายกรัฐมนตรีแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ได้มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าและมีพื้นที่ให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตและแปรรูปพบกับผู้ซื้อโดยตรง&nbsp;เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;กระตุ้นการขายในชุมชน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับชุมชนและให้มีกิจกรรมในลักษณะที่เป็นพื้นที่ให้แก่เกษตรกรหรือผู้ผลิตและแปรรูปพบกับผู้ซื้อโดยตรง&nbsp;ที่มีศักยภาพและสามารถยกระดับการพัฒนาได้&nbsp;นั้น</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&nbsp;จังหวัดลำปางจึงเปิดพื้นที่และเชิญชวนรับสมัครเกษตรกรผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;มาจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;ฟรี&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ในระยะแรก&nbsp;จำหน่ายทุกวันพุธของสัปดาห์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.30-14.00&nbsp;น.&nbsp;เริ่มจำหน่ายวันพุธที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึงวันพุธที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.30-14.00&nbsp;น.</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่</strong>&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;ตลาดเกษตรกร&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด/สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;โดยคุณสมบัติต้องเป็นเกษตรกรและเป็นผู้ผลิตสินค้าการเกษตร&nbsp;หรือแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้เงื่อนไขในการจำหน่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120113453299"],
    [452,"ไทย เตรียมแสดงผลสำเร็จการเพิ่มประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติในการประชุมระดับรัฐมนตรีประเทศเอเชีย ด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง ครั้งที่ 4 ณ ประเทศมาเลเซีย","<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;เตรียมแสดงผลสำเร็จการเพิ่มประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติในการประชุมระดับรัฐมนตรีประเทศเอเชีย&nbsp;ด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศมาเลเซีย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปิ่นสักก์&nbsp;สุรัสวดี&nbsp;รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ได้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีประเทศเอเชียด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;(VDO&nbsp;Conference)&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง&nbsp;ร่วมกับประเทศที่เป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่งรวม&nbsp;13&nbsp;ประเทศ&nbsp;ซึ่งไทยถือเป็นต้นแบบของการอนุรักษ์และฟื้นฟูเสือโคร่ง&nbsp;เนื่องจากสามารถเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่งในป่าธรรมชาติได้เป็นผลสำเร็จ&nbsp;โดย&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ให้&nbsp;นายปิ่นสักก์&nbsp;สุรัสวดี&nbsp;รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และนางรุ่งนภา&nbsp;พัฒนวิบูลย์&nbsp;รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีประเทศเอเชียด้านการอนุรักษ์เสือโคร่งครั้งนี้&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำเสนอผลสำเร็จของการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งของประเทศไทยให้กับประเทศอื่นๆ&nbsp;และร่วมพิจารณาร่างแถลงการณ์กัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยการอนุรักษ์เสือโคร่ง&nbsp;พร้อมร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการ&nbsp;South&nbsp;East&nbsp;Asia&nbsp;Tiger&nbsp;Recovery&nbsp;Action&nbsp;Plan&nbsp;(STRAP)&nbsp;และแผนงบประมาณเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง&nbsp;โดยวันพรุ่งนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ผู้แทนระดับรัฐมนตรีของแต่ละประเทศจะเข้าร่วมการประชุมที่มีรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติประเทศมาเลเซีย&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ประเทศไทยเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;13&nbsp;ประเทศที่เป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่ง&nbsp;การเข้าร่วมประชุมการอนุรักษ์เสือโคร่งจะทำให้ไทยได้รับประโยชน์ร่วมดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง&nbsp;และได้รับการยอมรับการเป็นผู้นำกลุ่มประเทศในเอเชียที่ให้ความสำคัญส่งเสริมการอนุรักษ์เสือโคร่งและสัตว์ป่าชนิดอื่นที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลก&nbsp;ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาวิจัยและการอนุรักษ์เสือโคร่งร่วมกับนักอนุรักษ์ระดับโลก&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ได้เป็นสมาชิกเครือข่ายการอนุรักษ์ระดับโลก&nbsp;การป้องกันการลักลอบล่าและการค้าเสือโคร่งและสัตว์ป่าชนิดอื่นที่ผิดกฎหมาย&nbsp;มีแผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งที่มีมาตรฐานระดับสากล&nbsp;ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่าที่สำคัญชนิดอื่นจากกองทุนและองค์กรอนุรักษ์ระดับโลก&nbsp;ที่สำคัญเป็นศูนย์กลางการวิจัยการสร้างระบบติดตามประเมินประชากรเสือโคร่ง&nbsp;และการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์และวิจัยเสือโคร่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกด้วย</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120113557301"],
    [453,"กอ.รมน.ยโสธร ร่วมกับอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว และสปก.ยโสธร  ลาดตระเวนพื้นทีป้องกันการบุกรุกป่า พื้นที่ อ.เลิงนกทา","<p><strong>พ.อ.มงกุฏ&nbsp;แก้วพรหม&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน</strong>&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;(ฝ่ายทหาร.)&nbsp;(กอ.รมน.จังหวัด.ยส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;พ.ท.เรวัต&nbsp;วามะลุน&nbsp;หัวหน้า&nbsp;กลุ่มงานกิจการมวลชน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.,&nbsp;ร.ท.จังกร&nbsp;บุญจันทร์&nbsp;รอง&nbsp;หน.กลุ่มงานประสานงานความมั่นคง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.,&nbsp;ร.ต.นพรัตน์&nbsp;&nbsp;วันทาวงศ์&nbsp;รอง&nbsp;หน.กลุ่มงานกิจการมวลชน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ย.ส.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยาน&nbsp;แห่งชาติภูสระดอกบัว&nbsp;(สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;9&nbsp;อุบลราชธานี)&nbsp;เจ้าหน้าที่จาก&nbsp;สปก.จังหวัดยโสธร&nbsp;และผู้นำในท้องที่ลงพื้นที่ลาดตระเวน&nbsp;ตามโครงการการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการบุกรุกและทำลายป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ในเขตอำเภอเลิงนกทา&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;เขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว&nbsp;บ้านหนองแคนน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลบุ่งคล้า&nbsp;โดยเข้าตรวจสอบพื้นที่ประมาณ&nbsp;9&nbsp;ไร่&nbsp;โดยไม่พบผู้กระทำผิดและ&nbsp;เขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว&nbsp;บ้านหนองแคนน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลบุ่งคล้า&nbsp;&nbsp;เข้าตรวจสอบในพื้นที่&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พร้อมนี้ได้แจ้ง&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว</strong>&nbsp;(สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;9&nbsp;อุบลราชธานี)และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ร่วมลาดตระเวนเฝ้าระวังเขตแนวอุทยานแห่งชาติอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อเป็นการป้องปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ที่มีอยู่เดิมและลดปัญหาการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้และสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120134843379"],
    [454,"อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดตรัง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง  มอบพันธุ์สัตว์น้ำจืด ช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงปลา ที่ได้ผลกระทบอุทกภัย บ้านโพรงจระเข้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;ธูปหอม&nbsp;&nbsp;นายอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายโกวิทย์&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&nbsp;สุวรรณดี&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรังและเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมแจกพันธุ์สัตว์น้ำจืด&nbsp;เช่น&nbsp;ปลาดุก&nbsp;ปลาไน&nbsp;ปลาสุลต่าน&nbsp;แก่ผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จากฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้และตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดตรังได้รับผลกระทบใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;289&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1446&nbsp;คน&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;โค/กระบือ&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;15&nbsp;คัน&nbsp;และรถจักรยานยนต์&nbsp;150&nbsp;คัน&nbsp;อพยพ&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ถนนในหมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;สาย&nbsp;&nbsp;ฝายน้ำล้น&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;โดยอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านโคกทราย&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านโหล๊ะคล้า&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านไทรงาม&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านลำพิกุล&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านทอนพลา&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;บ้านลำขนุน&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120113832303"],
    [455,"กรมส่งเสริมการเกษตร แนะเกษตรกรเตรียมพร้อมรับมือ น้ำเค็มรุกสวนกล้วยไม้","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วง&nbsp;4&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ปีที่ผ่านมาสภาพอากาศมีความแปรปรวนค่อนข้างเร็ว&nbsp;ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างกว้างขวาง&nbsp;ทำให้เกิดวิกฤตภัยแล้งและน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;ส่งผลให้น้ำเค็มรุกเข้าสวนกล้วยไม้&nbsp;โดยในต้นปี&nbsp;2565&nbsp;กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ&nbsp;ได้คาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุนที่ขึ้นสูงสุดไว้&nbsp;2&nbsp;ช่วง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;&nbsp;23&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;และวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งอาจจะเกิดน้ำเค็มรุกพื้นที่ที่เป็นปากแม่น้ำซึ่งเชื่อมติดกับทะเลเป็นระยะเวลาสั้นๆ&nbsp;และจะกลับคืนสู่สภาพปกติ&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;นนทบุรี&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ควรเฝ้าระวังค่าความเค็มของน้ำไม่ควรเกินกว่า&nbsp;0.75&nbsp;กรัมต่อลิตร&nbsp;หรือค่าการนำไฟฟ้า&nbsp;(EC)&nbsp;สูงเกินกว่า&nbsp;750&nbsp;ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร&nbsp;หากสวนกล้วยไม้ได้รับน้ำเค็มติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน&nbsp;จะทำให้ต้นกล้วยไม้มีอาการปลายรากกุด&nbsp;ใบเริ่มลู่ลง&nbsp;นิ่ม&nbsp;และเหลืองก่อนที่จะหลุด&nbsp;เนื้อเยื่อแห้งไม่เจริญเติบโต&nbsp;และอาจรุนแรงถึงตายได้ในที่สุดกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เล็งเห็นผลกระทบด้านลบที่จะเกิดขึ้นกับสวนกล้วยไม้</p><p><strong>ขอแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้</strong>&nbsp;ควรเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;ตรวจวัดค่าการนำไฟฟ้าของน้ำที่จะใช้รดกล้วยไม้หรือนำมาผสมปุ๋ย&nbsp;และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้เครื่องวัด&nbsp;EC&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หากแหล่งน้ำที่นำมารดกล้วยไม้ยังมีคุณภาพดี&nbsp;ให้สูบน้ำเข้ามาเก็บกักในบ่อพักให้เต็ม&nbsp;เพื่อสำรองไว้กรณีเกิดน้ำทะเลหนุน&nbsp;ควรรักษาระดับน้ำในบ่อพักน้ำในสวนกล้วยไม้ให้สูงกว่าระดับน้ำข้างนอก&nbsp;เพื่อดันไม่ให้น้ำจากข้างนอกซึ่งอาจจะเป็นน้ำเค็มไหลซึมเข้าบ่อ&nbsp;/&nbsp;ปรับเปลี่ยนวิธีการให้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;ด้วยการนำหัวสปริงเกอร์แบบประหยัดน้ำที่มีอัตราการใช้น้ำ&nbsp;100&nbsp;&nbsp;120&nbsp;ลิตร&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;หัว&nbsp;ในเวลา&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;มาใช้แทน&nbsp;</p><p><strong>หากน้ำมีค่าความเค็มสูงขึ้น&nbsp;ควรลดอัตราการผสมปุ๋ยลงจากเดิม</strong>&nbsp;เนื่องจากปุ๋ยเป็นเกลือชนิดหนึ่งซึ่งจะเพิ่มความเค็มของน้ำ&nbsp;และหากน้ำที่ผสมปุ๋ยแล้วมีค่าความเค็มสูงเกินไป&nbsp;ปุ๋ยจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่รากหรือต้นกล้วยไม้หากเกษตรกรผลิตกล้วยไม้ที่มีราคาสูงและต้องการกล้วยไม้ที่มีคุณภาพดี&nbsp;อาจจะพิจารณาใช้เครื่องกรองน้ำแบบ&nbsp;Reverse&nbsp;Osmosis&nbsp;&nbsp;ซึ่งสามารถกรองเกลือที่ละลายในน้ำอย่างได้ผล</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120135807399"],
    [456,"สำนักงานประมงจังหวัดตรัง เดินหน้าพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรด้านประมง ให้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ","<p><strong>นายโกวิทย์&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมกับ&nbsp;นายประภาส&nbsp;แก้วโยชน์</strong>&nbsp;ประมงอำเภอปะเหลียน&nbsp;จ่าเอกประวิทย์&nbsp;ทองเขียว&nbsp;รักษาราชการประมงอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบปัจจัยการผลิตให้แก่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรด้านประมง&nbsp;เพื่อพัฒนาศูนย์ฯ&nbsp;เครือข่าย&nbsp;ให้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้ที่สนใจ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ศูนย์&nbsp;(อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ศูนย์)&nbsp;ณ&nbsp;สระน้ำเพิ่มสุข&nbsp;ตำบลทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร</strong>&nbsp;ดำเนินการโดยมุ่งเน้นให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในระดับชุมชน&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นจุดถ่ายทอดความรู้&nbsp;&nbsp;ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรของชุมชน&nbsp;ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เดินหน้าพัฒนาและยกระดับให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เครือข่ายด้านการประมงต้นแบบ&nbsp;&nbsp;ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประมงในรูปแบบต่างๆ&nbsp;&nbsp;เป็นกลไกในการบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่ร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในเชิงวิชาการให้แก่เกษตรกรในชุมชน&nbsp;&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;&nbsp;พัฒนาอาชีพและช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการประมงอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120125207329"],
    [457,"สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม ประชุมคณะกรรมการอำนวย ทสม. ระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนครปฐม&nbsp;</strong>นายรัฐศาสตร์&nbsp;ชิดชู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;ทสม.&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพรศักดิ์&nbsp;ภู่อิ่ม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม&nbsp;นางพัชรี&nbsp;เรือนอินทร์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามการรายงานผลการดำเนินงานของเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;และพิจารณาแผนงาน&nbsp;โครงการ&nbsp;กิจกรรมของเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ซึ่งระเบียบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>ว่าด้วยอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ข้อที่&nbsp;21&nbsp;ประกอบกับข้อ&nbsp;23&nbsp;ให้มีคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;ทสม.&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;โดยมีอำนาจหน้าที่อำนวยการ&nbsp;บูรณาการเพื่อพัฒนาการดำเนินงาน&nbsp;ของ&nbsp;ทสม.&nbsp;ในจังหวัด&nbsp;และดำเนินการตามนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และนโยบายของพื้นที่&nbsp;รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;ทสม.ภายในจังหวัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โอกาสนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้ฝากถึงเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;</strong>ช่วยกันสอดส่องดูแลแก้ไขปัญหาการเผาขยะ&nbsp;ตอซังข้าว&nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา&nbsp;และลดปริมาณ&nbsp;PM2.5&nbsp;โดยทางหน่วยงานราชการพร้อมที่สนับสนุนการทำงานของ&nbsp;ทสม.อย่างเต็มที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120130633340"],
    [458,"จ.ประจวบฯ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ \"เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม\" ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ประชาชน","<p><strong>20&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่ห้องประชุมช่องกระจก&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายคมกริช&nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;\"เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม\"&nbsp;มีผู้แทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมประชุม&nbsp;โดย&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;เป็นจังหวัดเป้าหมายที่มีศักยภาพเหมาะสมในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยปัจจุบันได้มีการจัดทำร่างแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;ซึ่งมีผู้แทนครอบคลุมทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&nbsp;ผู้ประกอบการโรงงาน&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;เพื่อเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ลงนามประกาศคำสั่งจังหวัด&nbsp;จากนั้นจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายดำเนินการ&nbsp;มีการจัดทำหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้กับประชาชนและภาคส่วนต่างๆ&nbsp;มีการเดินทางไปศึกษาดูงานในจังหวัดที่มีการขับเคลื่อนโครงการไปแล้ว&nbsp;พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อบูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานในพื้นที่ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการภายในปี&nbsp;2570&nbsp;โดยแนวทางขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาเมืองครอบคลุม&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;20&nbsp;ด้าน&nbsp;เช่น&nbsp;มิติด้านเศรษฐกิจ&nbsp;มีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;มิติด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;โรงงานมีการบริหารจัดการขยะที่ดี&nbsp;มีการบริหารจัดการน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;มิติด้านสังคม&nbsp;สามารถยกระดับรายได้และการเป็นอยู่ของกลุ่มชาวบ้าน&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;พัฒนาให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และเพิ่มรายได้&nbsp;นำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลทุกมิติ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการตามแผนงานยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;โดยมอบหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;(กรอ.)&nbsp;จัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;สู่เมืองสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย&nbsp;BCG&nbsp;ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;การใช้การหมุนเวียนทรัพยากร&nbsp;และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;ได้ดำเนินการในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระยะที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;15&nbsp;จังหวัด&nbsp;18&nbsp;พื้นที่&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;นครปฐม&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;สระบุรี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ราชบุรี&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;และสงขลา</p><p><strong>ระยะที่&nbsp;2&nbsp;เพิ่ม&nbsp;15&nbsp;พื้นที่ใหม่ใน&nbsp;11&nbsp;จังหวัดเดิม</strong>&nbsp;(จังหวัดระยอง&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;นครปฐม&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;สระบุรี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;และราชบุรี)&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;จังหวัดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;สระแก้ว&nbsp;ตากและตราด</p><p><strong>ส่วนระยะที่&nbsp;3&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;20&nbsp;พื้นที่ใหม่ใน&nbsp;20&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;เชียงราย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;ชุมพร&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;อุดรธานี&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กระบี่&nbsp;และลพบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120131147342"],
    [459,"วช.ให้ทุนสร้าง หุ่นยนต์ปิ่นโต 2 สื่อสารระหว่างแพทย์กับคนป่วยได้ จำนวน 80 ตัวมอบให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ แถมส่งอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ได้ด้วย","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;วช.ให้ทุนสร้าง หุ่นยนต์ปิ่นโต 2 สื่อสารระหว่างแพทย์กับคนป่วยได้ จำนวน 80 ตัวมอบให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ แถมส่งอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ได้ด้วย</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;นายปาษาณ กุลวานิช นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กองวัสดุวิศวกรรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) หัวหน้าโครงการ \"การพัฒนาระบบจัดการให้บริการสาธารณสุขด้วยหุ่นยนต์เคลื่อนที่บังคับระยะไกลภายใต้สถานการณ์โรคติดต่อร้ายแรง\" เปิดเผยว่า ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินการพัฒนาระบบจัดการให้บริการสาธารณสุขด้วยหุ่นยนต์เคลื่อนที่บังคับระยะไกลภายใต้สถานการณ์โรคติดต่อร้ายแรง หรือ หุ่นยนต์เคลื่อนที่บังคับระยะไกล หุ่นยนต์ปิ่นโต 2 ให้บริการสาธารณสุข ด้วยหุ่นยนต์เคลื่อนที่บังคับระยะไกลที่มีภารกิจ ขนส่งอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาล และโรงพยาบาลภาคสนามในสถานการณ์โควิด-19 ลดการสัมผัสเชื้อไวรัสของบุคลากรทางการแพทย์และลดการใช้ชุด PPE ในกิจกรรมที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วย ให้แก่ โรงพยาบาลทั่วประเทศ เบื้องต้น กลุ่มงานนวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้ทำการสำรวจความต้องการใช้หุ่นยนต์ของโรงพยาบาล พบว่า มีความต้องการใช้หุ่นยนต์จากโรงพยาบาลทั่วประเทศ 145 แห่ง จำนวน 393 ตัว ต่อมา ได้จัดทำหุ่นยนต์หุ่นยนต์บังคับขนาดเล็ก(หุ่นยนต์ปิ่นโต 2) 80 ตัว พร้อม database สำหรับบริหารจัดการการซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ โดยได้รับการจัดสรรเงินทุนจาก วช.</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับส่วนประกอบของหุ่นยนต์ปิ่นโต 2 ประกอบด้วยชุดควบคุมรีโมทบังคับวิทยุ, ระบบกล้องที่ส่งข้อมูลภาพที่ส่งทางคลื่นวิทยุ โครงรถเข็น และระบบชุดขับเคลื่อนหุ่นยนต์ที่พัฒนาโดยกลุ่มงานนวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้ง ชุด telepresence เพิ่มเติ่มได้ โดย 1 ชุดประกอบไปด้วย tablet 2 ตัวที่ทำการติดตั้ง Application สำหรับใช้ในการสื่อสารด้วยวีดีโอระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยโดยจะมีการจัดทำหุ่นยนต์ปิ่นโต 2 เพิ่มเติมจำนวน 80 ตัว เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศนอกจากนี้หุ่นยนต์ปิ่นโต 2 ยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาและรองรับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ได้ในอนาคตอีกด้วย&nbsp;</span></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120174920567"],
    [460,"เทศบาลตำบลทับมา ชูการจัดการขยะแบบครบวงจร (ROSES) เป็นต้นแบบแก้ไขปัญหาขยะ สร้างการมีส่วนร่วมบ้าน วัด โรงเรียน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน","<p><strong>ปัญหาขยะถือเป็นปัญหาระดับชาติ&nbsp;โดยรัฐบาลได้ยกให้เป็นวาระชาติ</strong>&nbsp;ซึ่งปัญหาขยะในประเทศไทยนับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น&nbsp;ซึ่งทุกภาคส่วนของประเทศต้องให้ความสำคัญและร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วน&nbsp;และต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ครบถ้วน&nbsp;ตั้งแต่ต้นทางจนกระทั่งถึงปลายทาง&nbsp;โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)&nbsp;เป็นฟันเฟืองสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะให้สำเร็จลุล่วงได้&nbsp;เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนมีงบประมาณในการบริหารจัดการขยะให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน</p><p><strong>เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ถือเป็น&nbsp;อปท.แห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ที่ให้ความสำคัญการจัดการขยะในพื้นที่&nbsp;โดยมีการบบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร&nbsp;เพื่อให้เกิดความยั่งยืนตั้งแต่ครัวเรือนเป็นต้นไป&nbsp;โดยใช้การบริหารจัดขยะแบบครบวงจร&nbsp;โดยใช้กระบวนการโรสเสส(ROSES)&nbsp;มาใช้&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะตั้งแต่ครัวเรือน&nbsp;หรือต้นทางจนถึงปลายทาง&nbsp;ทั้งขยะมูลฝอย&nbsp;ขยะอันตราย&nbsp;และขยะรีไซเคิล&nbsp;มีการนำขยะมาเพิ่มมูลค่า&nbsp;โดยการส่งเสริมกลุ่มอาชีพ&nbsp;มีศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะ&nbsp;บ้าน&nbsp;วัด&nbsp;โรงเรียนด้วย&nbsp;เป็นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;มีเป้าหมายในการจัดการขยะที่ชัดเจน&nbsp;คือ&nbsp;การลดปริมาณขยะมูลฝอยและนำของเสียกลับไปใช้ประโยชน์&nbsp;โดยมุ่งสร้างเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะมูลฝอย&nbsp;และผลักดันให้มีการนำนวัตกรรมกระบวนการแบบโรสเสส(ROSES)ไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและสร้างรายได้เห็นเป็นรูปธรรม&nbsp;ตลอดจนเพื่อสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชนในการคัดแยกขยะและปลูกฝังพฤติกรรมที่ถูกต้องในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง&nbsp;ปัจจุบันการจัดการขยะแบบโรสเสส(ROSES)ดังกล่าว&nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ได้มีการต่อยอดการจัดการขยะในชุมชน&nbsp;เพื่อให้คนมีรายได้&nbsp;ทำให้มีการรวมกลุ่มกันผลิตเป็นสินค้า&nbsp;และผลิตภัณฑ์ขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;มีกลุ่มเลี้ยงชันโรง&nbsp;ที่มีการผลิตเป็นน้ำผึ้ง&nbsp;สบู่&nbsp;ยาสระผมจากชันโรง&nbsp;มีกลุ่มผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนของชุมชนเองและวัดในพื้นที่&nbsp;โดยนำขยะประเภทผักและเศษอาหารจากครัวเรือนมาเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;กลุ่มทำหมอนหลอดและผ้าร่มเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;โดยนำหลอดดูดน้ำพลาสติกและผ้าร่มเหลือใช้มารีไซเคิล&nbsp;กลุ่มผลิตสมุนไพร&nbsp;เพื่อสุขภาพ&nbsp;กลุ่มผลิตพริกแกง&nbsp;ไข่เค็ม&nbsp;และกะปิ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การนำการจัดการขยะแบบโรสเสส(ROSES)มาใช้ขับเคลื่อนในชุมชนเกิดเป็นที่ประจักษ์&nbsp;</strong>จนนำไปสู่การเป็นชุมชนต้นแบบและได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;เทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563&nbsp;และรางวัลด้านการเสริมสร้างเครือข่ายรัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และประชาสังคม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ของสถาบันพระปกเกล้า&nbsp;ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชุมชนที่มีส่วนในการแก้ไขปัญหาขยะที่เป็นรูปธรรม&nbsp;ที่สำคัญยังเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่นมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่องทำให้ชุมชนมีรายได้&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;เพื่อให้ชุมชนนำกลับไปขับเคลื่อนในพื้นที่ตัวเองให้มีความยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120134655375"],
    [461,"จังหวัดสงขลา Kick Off  รัฐเข้ม ตรวจจับ ปรับจริง ห้ามใช้รถยนต์ควันดำ ลด PM 2.5","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;16&nbsp;</strong>(สงขลา)&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคี&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;\"Kick&nbsp;Off&nbsp;รัฐเข้ม&nbsp;ตรวจจับ&nbsp;ปรับจริง&nbsp;ห้ามใช้รถยนต์ควันดำ&nbsp;ลด&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสงขลา\"&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณจัตุรัสนครหาดใหญ่&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;นำร่องพื้นที่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;เทศบาลเมืองคอหงส์&nbsp;และเทศบาลเมืองเขารูปช้าง&nbsp;ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาไฟป้าและหมอกควัน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายจรัญ&nbsp;จันทรปาน&nbsp;ปลัดจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานในพิธี</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;ศักดิ์ชูวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;16&nbsp;(สงขลา)&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2562&nbsp;ให้&nbsp;\"การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง\"&nbsp;เป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;\"การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง\"&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;-&nbsp;2567&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในภาพรวมของประเทศและในพื้นที่วิกฤต&nbsp;โดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันในทุกภาคส่วน&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2565&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กำหนดแผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;โดยมีนโยบายเข้มงวดการตรวจจับรถยนต์ควันดำ&nbsp;\"ตรวจจับ&nbsp;ปรับจริง&nbsp;ห้ามใช้รถควันดำ\"&nbsp;เพื่อลดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เมืองหลัก</p><p><strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;16&nbsp;(สงขลา)&nbsp;</strong>ได้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว&nbsp;โดยจัดตั้ง&nbsp;\"คณะทำงานตรวจจับรถยนต์ควันดำ\"&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำร่อง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;เทศบาลเมืองคอหงส์&nbsp;และเทศบาลเมืองเขารูปช้าง&nbsp;จัดทำกิจกรรมตรวจจับรถยนต์ควันดำในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาไฟป้าและหมอกควัน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบกในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศ&nbsp;ที่มีสาเหตุมาจากยานพาหนะและการขนส่งทางบก&nbsp;และเสริมสร้างความตระหนักให้กับประชาชนผู้ใช้รถยนต์ในการปฏิบัติตามกฎหมายในส่วนของการควบคุมมลพิษที่ระบายจากเครื่องยนต์&nbsp;และบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;16&nbsp;(สงขลา)&nbsp;</strong>ขอเชิญชวนให้ประชาชนนำรถยนต์ใช้งานของตนเองเข้ารับบริการซ่อมบำรุงและดูแลรักษาเครื่องยนต์&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริการรถยนต์แต่ละยี่ห้อที่ตั้งอยู่ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ในโครงการ&nbsp;\"คลินิกรถ&nbsp;ลดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5\"&nbsp;ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;โดยประชาชนที่นำรถเข้ารับบริการจะได้รับน้ำมันเครื่อง&nbsp;ค่าอะไหล่&nbsp;และค่าแรงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและลดมลพิษจนถึงสิ้นเตือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120135123384"],
    [462,"กรมชลประทาน พบปะเกษตรกลุ่มผู้ใช้น้ำวังยาง รับฟังปัญหาและสร้างความเข้าใจสถานการณ์น้ำ","<p><strong>ดร.ทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ลงพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;</strong>รับฟังความคิดเห็นกับเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่โครงการดังกล่าว&nbsp;และตอบข้อสักถามเพื่อสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งปีนี้&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ได้เสนอให้กรมชลประทาน&nbsp;กำหนดแผนการส่งน้ำให้ชัดเจน&nbsp;และเร่งซ่อมแซมฝายกั้นแม่น้ำปิงวังยางให้เสร็จโดยเร็ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ</strong>&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ด้วยการจัดรอบเวรในการส่งน้ำตามปริมาณการใช้น้ำแต่ละช่วงเวลา&nbsp;ที่ได้มีการกำหนดแผนการส่งน้ำไว้อย่างชัดเจน&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่มีได้&nbsp;ช่วยลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด&nbsp;ในส่วนของการซ่อมแซมฝายกั้นแม่น้ำปิงวังยาง&nbsp;ที่เสียหายจากสถานการณ์น้ำหลากในช่วงที่ผ่านมานั้น&nbsp;จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อให้สามารถรับน้ำจากเขื่อนภูมิพลได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯให้ได้มากที่สุดต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด</strong>&nbsp;เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนจากเขื่อนภูมิพล&nbsp;ในปีนี้ยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อย&nbsp;ต้องจัดสรรน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค&nbsp;และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก&nbsp;จึงขอให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกตามแผนที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอใช้อย่างไม่ขาดแคลนตลอดแล้งนี้&nbsp;ไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120143644432"],
    [463,"กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ ม.ราชภัฏสกลนคร พัฒนาการเรียนการสอน ส่งเสริมงานวิจัย สนับสนุนทำเกษตรตามความต้องการของพื้นที่","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรและมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร&nbsp;ว่าด้วยการพัฒนาวิชาการด้านการเรียนการสอน&nbsp;การวิจัย&nbsp;และการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ว่า&nbsp;การลงนามในครั้งนี้&nbsp;เป็นการร่วมมือเพื่อพัฒนาทางวิชาการในด้านการเรียนการสอน&nbsp;การวิจัย&nbsp;วิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;วิชาการเกษตร&nbsp;และงานวิชาการอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้นำองค์ความรู้&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;ไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรและสินค้าทางการเกษตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการดำเนินงานนั้น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจะให้การสนับสนุนบุคลากรและทรัพยากรในพื้นที่&nbsp;เพื่อร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการพัฒนาด้านการเรียนการสอน&nbsp;ส่งเสริมให้ให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติการจริง&nbsp;ในพื้นที่ของเกษตรกร&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;หรือพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ผ่านหลักสูตรระยะสั้นตามกรอบการเรียนรู้&nbsp;ของมหาวิทยาลัย&nbsp;รวมทั้งร่วมและนำงานวิจัยพร้อมใช้ของมหาวิทยาลัยขยายผลสู่เกษตรกร&nbsp;เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร&nbsp;เช่น&nbsp;การเลี้ยงจิ้งหรีด&nbsp;การเลี้ยงหนูพุก&nbsp;โครงการแก้จน&nbsp;สกลนครโมเดล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ตลอดจนร่วมทำงานวิจัย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ตามความต้องการของพื้นที่&nbsp;ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานในอนาคตจะเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์แก่ภาคการเกษตรยิ่งขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตามการลงนามในครั้งนี้&nbsp;ผู้ได้รับประโยชน์&nbsp;ไม่ใช่เพียงเกษตรกร&nbsp;ในจังหวัดสกลนครเท่านั้น&nbsp;แต่เป็นจุดเริ่มต้นเพื่อพัฒนาความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่&nbsp;ให้เกิดการพัฒนาสู่เกษตรกร&nbsp;ครอบคลุมเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120192838605"],
    [464,"ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเพื่อเฝ้าระวังโรค ASF ในสุกร","<p><strong>วันที่&nbsp;18-20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ดำเนินการลงพื้นที่เก็บตัวอย่าง&nbsp;Surface&nbsp;swab&nbsp;และเนื้อสุกร&nbsp;ภายในโรงฆ่าสุกรและสถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ตามโครงการแผนการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการของโรค&nbsp;ASF&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในสถานประกอบการฟาร์มสุกร&nbsp;โรงฆ่าสุกร&nbsp;และสถานที่จำหน่ายเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์จากสุกร&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเฝ้าระวังโรคสำหรับการเคลื่อนย้ายสุกรข้ามเขตปศุสัตว์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างจากโรงฆ่าสุกรและสถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;39&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวนตัวอย่าง&nbsp;Surface&nbsp;swab&nbsp;113&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;จำนวนตัวอย่างเนื้อสุกร&nbsp;109&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เพื่อรวบรวมส่งศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120152250464"],
    [465,"สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง   จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ติดตามวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ตำบลเกาะลิบง เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;พร้อมด้วยนายปิยวุฒิ&nbsp;แดงเหมือน</strong>&nbsp;และนางสาวกรภัทร&nbsp;แซ่ฟู้&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและการค้าพัฒนาอาชีพบ้านเจ้าไหม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะลิบง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ให้สมาชิกร่วมกันกำหนดกติกาหรือข้อตกลงชุนชนในการจัดการบริหารธุรกิจการท่องเที่ยวของชุมชน&nbsp;โดยคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติ&nbsp;ทั้งบนชายฝั่งและในทะเล&nbsp;และเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว&nbsp;ภายใต้ข้อจำกัดด้านพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอในฐานะนายทะเบียนวิสากิจชุมชน</strong>ได้ให้คำแนะนำเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่ให้ถูกต้องกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่&nbsp;การขอมาตรฐานต่างๆ&nbsp;การบริหารจัดการและเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่ม&nbsp;ตลอดจนการแนะนำส่งเสริมการทำบัญชีกลุ่ม&nbsp;และการเสนอแผนความต้องการพัฒนาหรือโครงการเพื่อเสนอของบประมาณกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;สำหรับวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและการค้าพัฒนาอาชีพบ้านเจ้าไหม&nbsp;ได้ดำเนินกิจกรรมให้บริการด้านการท่องเที่ยวโดยคนในชุมชน&nbsp;มีทั้งกิจกรรมการให้บริการท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;พายเรือคะยัค&nbsp;ที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;อาหารทะเลแปรรูปและของฝาก&nbsp;หากท่านใดสนใจท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;075-251742&nbsp;</strong>หรือติดต่อโดยตรงได้ที่คุณกันต์พสิษฐ์&nbsp;ดำรงสิทธินน&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวฯ&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;&nbsp;094-6246952&nbsp;และทางเพจเฟสบุ๊คชื่อ&nbsp;\"Trang&nbsp;Wonderland&nbsp;Traval\"</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120140734411"],
    [466,"ทีมชุดเฉพาะกิจกรมปศุสัตว์ เดินหน้าเข้มตรวจห้องเย็นปราบปรามการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ผิดกฎหมายต่อเนื่อง","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตาม</strong>ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการตรวจสอบห้องเย็น&nbsp;กรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้านั้น&nbsp;กรมปศุสัตว์จึงได้เร่งตรวจสอบและประชุมหารือพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;โดย&nbsp;ทีมชุดเฉพาะกิจกรมปศุสัตว์&nbsp;โดยด่านกักกันสัตว์สงขลา&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบห้องเย็นแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา&nbsp;เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการเคลื่อนย้ายซากสุกรแช่แข็งเข้าห้องเย็นดังกล่าว&nbsp;ระหว่างเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;จนถึงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;211,361&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และพบว่า&nbsp;ณ&nbsp;วันที่เข้าตรวจสอบมีซากสุกรคงเหลือในคลังประมาณ&nbsp;201,650&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของซากสุกรได้&nbsp;จึงได้ดำเนินการทำการอายัดซากสุกรดังกล่าวไว้&nbsp;เพื่อรอการตรวจสอบการเคลื่อนย้าย&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานที่ประชุมได้กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบร่วมกันในห้องเย็นดังกล่าวอีกครั้งในวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยใช้อำนาจตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;ประกอบข้อกฎหมายอื่นด้วยที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และได้กำหนดแผนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบห้องเย็นทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดสงขลาระหว่างวันที่&nbsp;21-31&nbsp;มกราคม&nbsp;นี้&nbsp;และขยายผลอย่างเข้มงวดต่อเนื่องเพื่อลดปัญหาการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พรุ่งนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;</strong>กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;จะลงพื้นที่เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;ขอให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและประชาชน&nbsp;</strong>เลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานการผลิต&nbsp;และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้สร้างทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค&nbsp;เช่น&nbsp;จัดทำโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120144635436"],
    [467,"สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง  จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่? (พริกไทย แปลงใหญ่ปี 2565) ครั้งที่ 2","<p><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายฤทธิเดช&nbsp;สุขคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;เสมอเชื้อ&nbsp;และนางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;(พริกไทย)&nbsp;กิจกรรม&nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;(แปลงปี&nbsp;2565)&nbsp;เน้นวิเคราะห์ข้อมูลจัดทำแผนการผลิตรายแปลงรายบุคคล&nbsp;และแนวทางการบริหารจัดการรูปแบบแปลงใหญ่ใน&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การเพิ่มผลผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;แก่สมาชิกแปลงใหญ่พริกไทยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพริกไทยบ้านละมอ&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์&nbsp;ม.6&nbsp;ต.ละมอ&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งระบบการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;จะทำให้เกิดความร่วมมือในการผลิต</strong>โดยเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ที่ติดต่อกันเป็นแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่&nbsp;เพิ่มอำนาจการต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดการปัจจัยการผลิต&nbsp;การผลิต&nbsp;เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว&nbsp;การจัดการหลังการผลิต&nbsp;การแปรรูปเบื้องต้นและการตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142317423"],
    [468,"เกษตรกรรุ่นใหม่อำเภอปะเหลียน(ไร่สมประสงค์) จังหวัดตรัง  ทำการเกษตรแบบผสมผสาน พร้อม ปลูกพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ ตามฤดูกาล จำหน่ายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;</strong>เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;เยี่ยมเยียนและติดตามการดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสานของนายสมประสงค์&nbsp;หยงสตาร์&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่อำเภอปะเหลียน&nbsp;ณ&nbsp;ไร่สมประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรรายดังกล่าว&nbsp;&nbsp;ได้แบ่งพื้นที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ</strong>&nbsp;ตามฤดูกาล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวไร่&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;มันหวาน&nbsp;ถั่วลิสง&nbsp;มะเขือเปราะ&nbsp;มะเขือยาว&nbsp;และเน้นปลูกผักสลัด&nbsp;เช่น&nbsp;กรีนโอ๊ค&nbsp;เรดโอ๊ค&nbsp;ลงดินทั้งในและนอกโรงเรือน&nbsp;โดยจำหน่ายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์&nbsp;095-2722532&nbsp;หรือเพจเฟสบุ๊คชื่อ&nbsp;ไร่สมประสงค์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142409424"],
    [469,"เกษตรอำเภอปะเหลียน  จังหวัดตรัง จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ ครั้งที่ 1","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป้าหมายหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่ตำบลปะเหลียน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย</strong>&nbsp;โดยกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวฯ&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อบ่มเพาะเกษตรกรไปสู่การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;มีวิทยากรจากสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;มาให้ความรู้เรื่อง&nbsp;แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และเกษตรผสมผสาน&nbsp;&nbsp;วิทยากรจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;มาให้ความรู้เรื่องการรวมกลุ่มและการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;และวิทยากรจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ตรัง&nbsp;มาให้ความรู้เรื่อง&nbsp;การจัดทำบัญชีครัวเรือน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142523425"],
    [470,"เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ติดตามการพ่นสารเคมีด้วยโดรนในแปลงยางพาราที่ประสบปัญหาโรคใบร่วงยางพารา พื้นที่ตำบลวังวน","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวกรภัทร&nbsp;แซ่ฟู้&nbsp;</strong>และนางสาวบุณยานุช&nbsp;หาดสุด&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการพ่นสารเคมีด้วยโดรนในแปลงยางพารา&nbsp;นายไภษัชย์&nbsp;พานิชย์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลวังวน&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เกษตรกรปลูกยางพาราพื้นที่ประมาณ&nbsp;100ไร่&nbsp;โดยการพ่นสารเคมีครั้งนี้เป็นการพ่นสารเคมีครั้งที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อกำจัดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการแนะนำการใส่ปุ๋ยยางพาราและแนะนำให้เกษตรกร</strong>ใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่าในแปลงเพื่อป้องกันและกำจัดโรคใบร่วงยางพาราและเพื่อบำรุงต้นยางร่วมด้วย&nbsp;สำหรับโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;เกิดจากเชื้อรา&nbsp;Pestalotiopsis&nbsp;sp.&nbsp;หรือ&nbsp;Colletotrichum&nbsp;sp.&nbsp;ในอาการเริ่มแรก&nbsp;จะเกิดจุดช้ำบริเวณใต้ใบ&nbsp;และด้านบนของใบบริเวณเดียวกันจะเป็นสีเหลืองลักษณะกลม&nbsp;ต่อมาจะขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นสีคล้ำ&nbsp;ขอบแผลดำ&nbsp;และกลายเป็นเนื้อเยื่อแห้งสีน้ำตาลจนถึงขีดขาวซีด&nbsp;รูปร่างจุดแผลค่อนข้างกลม&nbsp;รอบแผลไม่มีสีเหลืองล้อมรอบ&nbsp;จำนวนมากกว่า&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;อาจซ้อนกันเป็นแผลขนาดใหญ่&nbsp;เมื่ออาการรุนแรงจะเกิดใบเหลืองและร่วง&nbsp;การป้องกันกำจัด&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้แนะนำดังนี้</strong></p><p>1)&nbsp;ใส่ปุ๋ยบำรุงสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับต้นยางพารา&nbsp;เมื่อเกิดอาการใบเหลืองและร่วง&nbsp;ต้นยางจะสามารถสร้างใบใหม่ออกมาทดแทนใบยางที่ร่วงเนื่องจากโรคได้อย่างรวดเร็ว</p><p>2)&nbsp;ใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชื้อราไตรโครเดอร์มา&nbsp;ควบคุมเชื้อสาเหตุโรคที่ติดมากับใบที่ร่วงลงดิน&nbsp;และจะช่วยส่งเสริมให้ต้นยางแข็งแรง</p><p>3)&nbsp;พ่นสารเคมีควบคุมโรค&nbsp;โดยฉีดพ่นบริเวณทรงพุ่มและพื้นดินให้ทั่วแปลงเมื่อพบการระบาดที่รุนแรง&nbsp;โดยฉีดพ่นพุ่มใบอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทำซ้ำทุก&nbsp;7-15&nbsp;วัน&nbsp;และฉีดพ่นพื้นสวนที่มีใบที่เป็นโรคร่วงหล่นด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142654426"],
    [471,"กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งศาลา อำเภอย่านตาขาว","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งศาลา&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;</strong>มีกิจกรรมที่หลากหลาย&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกผักสวนครัว&nbsp;การปลูกเมล่อน&nbsp;การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์&nbsp;การปลูกผักยกแคร่&nbsp;ปลูกกล้วยหอม&nbsp;แก้วมังกร&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;โดยมีสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรร่วมกับครูที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ช่วยกันดำเนินกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;มีการแบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ผลผลิตที่ได้จากกิจกรรมจะนำเข้าสู่กิจกรรมเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของนักเรียนภายในโรงเรียน&nbsp;</p><p>และหากมีเหลือจะจำหน่ายให้แก่ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจ&nbsp;ผ่านทางออนไลน์&nbsp;ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;เป็นการสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มยุวเกษตรกรเพื่อนำมาหมุนเวียนในการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ทั้งยังได้บริโภคอาหารที่สดและปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142805428"],
    [472,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  ร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;เพื่อร่วมการดำเนินกิจกรรมพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&nbsp;มีเป้าหมายเข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โดยร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวประกอบไปด้วย&nbsp;</strong>การบรรยายและฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์&nbsp;และการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรประจำแหล่งเรียนรู้&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;ให้สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ต้นแบบดังกล่าว&nbsp;แก่ผู้ที่สนใจ&nbsp;และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอื่นๆ&nbsp;ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพในการเป็นผู้นำให้แก่สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142732427"],
    [473,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านสูงแตะ 2,000 จุด ครั้งแรกของปีนี้","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านสูงแตะ&nbsp;2,000&nbsp;จุด&nbsp;ครั้งแรกของปีนี้</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;418&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;124&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;88&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;73&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;72&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ลพบุรี&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาคุณภาพอากาศโดยรวมยังอยู่ในระดับดีมีฝุ่นบ้างเล็กน้อยในบางพื้นที่&nbsp;แต่กลับพบจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดลพบุรี&nbsp;สอดคล้องกับเหตุไฟไหม้บนเขาสามยอดเมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;คาดจะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;พบกัมพูชายังอยู่อันดับ&nbsp;1&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;9&nbsp;วันติดต่อกัน&nbsp;2,043&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;811&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;418&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;260&nbsp;จุด&nbsp;จากข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดน&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันจาก&nbsp;สปป.ลาวเข้ามาในพื้นที่&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120143841434"],
    [474,"กรุงเทพมหานคร ผนึกกำลัง 21 หน่วยงานภาครรัฐ-ภาคเอกชน ร่วมแก้ปัญหาฝุ่นละออง ","<p><strong>กรุงเทพมหานคร&nbsp;ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&nbsp;(สสส.)</strong>&nbsp;และกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เปิดโครงการอากาศสะอาดเขตปทุมวัน&nbsp;โดยในงานมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศเขตปทุมวัน&nbsp;ตามโครงการอากาศสะอาดเขตปทุมวัน&nbsp;ร่วมกับอีก&nbsp;20&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือพัฒนาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา&nbsp;ฟื้นฟูอากาศสะอาดกลับคืนสู่พื้นที่เขตกรุงเทพมหานครอย่างเร่งด่วน&nbsp;</p><p><strong>โดยนำแนวคิดของเขตควบคุมมลพิษต่ำ</strong>&nbsp;(Low&nbsp;Emission&nbsp;Zone)&nbsp;ที่มีต้นแบบจากลอนดอน&nbsp;&nbsp;ประเทศอังกฤษ&nbsp;มาประยุกต์ใช้กับพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งนำร่องในเขตปทุมวัน&nbsp;&nbsp;ผ่านการพัฒนานวัตกรรม&nbsp;3&nbsp;รูปแบบคือ&nbsp;ระบบฐานข้อมูลออนไลน์กรุงเทพธุรกิจอากาศสะอาดต้นแบบ&nbsp;(BMA-BLEZ)&nbsp;เพื่อรายงานผลการตรวจสอบสภาพรถของผู้ที่ใช้รถในเขตปทุมวัน&nbsp;&nbsp;บริการรถสาธารณะพลังงานไฟฟ้า&nbsp;พร้อมจุดจอดบริการแก่ประชาชนบริเวณศูนย์การค้า&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;และจุดสำคัญในพื้นที่&nbsp;และระบบเซ็นเซอร์วัดค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เฉพาะจุด&nbsp;ที่สามารถแสดงผลทันที&nbsp;เพื่อให้คนในพื้นที่ทราบค่าคุณภาพอากาศได้</p><p><strong>รองปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรุงเทพมหานครมีนโยบายและแผนในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายใต้แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร&nbsp;ระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2556-2575)&nbsp;มุ่งเป้าให้กรุงเทพมหานคร&nbsp;ลดค่าฝุ่นละอองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ที่ผ่านมาได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;ทั้งมาตรการระยะสั้น&nbsp;และมาตรการระยะยาว&nbsp;ซึ่งโครงการ&nbsp;อากาศสะอาดเขตปทุมวัน&nbsp;จะช่วยสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหา&nbsp;นำไปสู่การพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120192236601"],
    [475,"เกษตรตรัง ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสงขลา พัฒนา ศจช.ต้นแบบด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;</strong>เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&nbsp;&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ถ่ายทอดความรู้เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชที่สำคัญในสละ&nbsp;แนะนำแมลงศัตรูที่สำคัญในสละ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วงแรดมะพร้าว&nbsp;ด้วงงวงจิ๋ว&nbsp;การให้ธาตุอาหารโพแทสเซียม&nbsp;แคลเซียม&nbsp;โบรอน&nbsp;การยืดช่อดอกโดยการฉีดโบรอน&nbsp;และบำรุงต้นโดยใช้โบรอนครั้งละ&nbsp;1ช้อนโต๊ะต่อต้น&nbsp;ใช้ปุ๋ยสูตร&nbsp;15-5-25&nbsp;เพื่อพัฒนา&nbsp;ศจช.ต้นแบบด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;มึผู้เข้าร่วมจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่สละสุมาลี&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;เป็นเครื่องมือที่กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>ใช้ในการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้การจัดการศัตรูพืชให้กับเกษตรกรในชุมชนให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน&nbsp;นับตั้งแต่การบริหารจัดการศัตรูพืช&nbsp;การวินิจฉัยศัตรูพืช&nbsp;การติดตามสถานการณ์และพยากรณ์ศัตรูพืช&nbsp;การป้องกันการระบาดและการผลิตขยายสารชีวภัณฑ์หรือแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จึงต้องเดินหน้าขับเคลื่อนศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ให้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ&nbsp;ให้ตอบสนองความต้องการต่อเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;และที่สำคัญตอบสนองต่อบริบทของพื้นที่และชุมชนที่นำสู่การแก้ปัญหาด้านศัตรูพืชอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อเป็นสร้างต้นแบบที่ดีของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120152040462"],
    [476,"เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียน กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 4 ตำบลย่านซื่อ พร้อมให้คำแนะนำโครงการที่สามารถเสริมสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและกลุ่มแปลงใหญ่ฯ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางบุญญาพร&nbsp;กายเพ็ชร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียน&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;หมู่ที่4&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;การดำเนินกิจการของกลุ่มฯ&nbsp;สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทุกกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>การรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;มีการรับซื้อได้ปริมาณ&nbsp;11&nbsp;ตัน/วัน&nbsp;</strong>เนื่องจากช่วงนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลง&nbsp;และราคาค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องแข่งขันกับลานเทใกล้เคียง&nbsp;แต่ก็สามารถดำเนินการได้&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;การผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และปุ๋ยเคมีผสม&nbsp;</strong>รอบการผลิตรอบใหม่จะเริ่มเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่าราคาปุ๋ยเคมีสูงขึ้นมาก&nbsp;และแม่ปุ๋ยขาดตลาด&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสมาชิกเพราะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กลุ่มได้มีการเพิ่มกิจกรรมขึ้นอีกหนึ่งอย่าง&nbsp;</strong>คือการขยายต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยใช้สายพันธุ์ยูนิวานิช&nbsp;เพื่อจำหน่ายแก่สมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยเริ่มเปิดให้จองต้นพันธุ์ช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปกิจกรรมนี้ได้เกิดจากการแก้ไขปัญหาให้กลุ่มสามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้&nbsp;ด้วยการบริหารจัดการกิจการโดยคณะกรรมการกลุ่มฯ&nbsp;เจ้าหน้าที่เกษตรได้ให้คำแนะนำในเรื่องการจัดการเอกสารให้เป็นระบบ&nbsp;การหาแหล่งเงินทุน&nbsp;การเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;และโครงการส่งเสริมที่เกี่ยวข้องเพื่อที่สามารถเสริมสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและกลุ่มแปลงใหญ่ฯ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120153830478"],
    [477,"กรมชลประทาน มุ่งพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำต้นทุน ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ยังมีข้อจำกัด&nbsp;เนื่องจากในบางปีหากมีฝนตกเหนือเขื่อนมาก&nbsp;ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนก็จะมาก&nbsp;แต่ในบางปีหากมีฝนตกเหนือเขื่อนน้อย&nbsp;ก็ทำให้เกิดปัญหาน้ำในเขื่อนน้อยและไม่เพียงพอใช้&nbsp;โดยเฉพาะที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประมาณปีละ&nbsp;137&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมชลประทาน&nbsp;ได้ดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;ทั้งนี้โครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เป็นการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำช่วงที่&nbsp;1&nbsp;จากลำน้ำแม่แตงไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;และก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำช่วงที่&nbsp;2&nbsp;จากอ่างเก็บน้ำแม่งัดฯ&nbsp;ไปลงอ่างเก็บน้ำแม่กวงฯ&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำแม่กวงฯ&nbsp;ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น&nbsp;อยู่ในเกณฑ์เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำด้านท้ายตลอดทั้งปี&nbsp;โดยปริมาณน้ำที่ผันไปจากลำน้ำแม่แตง&nbsp;จะเป็นปริมาณน้ำส่วนเกินในช่วงฤดูฝน&nbsp;ที่มักจะก่อให้เกิดน้ำท่วมการนำน้ำส่วนเกินดังกล่าวไปใช้จึง&nbsp;ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และเป็นการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับอุโมงค์ส่งน้ำจะมีความยาวทั้งหมดประมาณ&nbsp;49&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในส่วนของการดำเนินงานแก้ไขปัญหาด้านผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;นั้น&nbsp;กรมชลประทานได้ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้และคุณภาพชีวิต&nbsp;รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการฯมีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ&nbsp;66&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการฯ&nbsp;จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของอ่างเก็บน้ำแม่กวงอุดมธารา&nbsp;ได้เฉลี่ยปีละประมาณ&nbsp;160&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตร&nbsp;อุปโภคบริโภค&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;และรักษาระบบนิเวศ&nbsp;ในลุ่มน้ำกวง&nbsp;ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการส่งน้ำในช่วงฤดูฝนของพื้นที่ชลประทานด้านท้ายอ่างฯได้ประมาณ&nbsp;175,000&nbsp;ไร่&nbsp;และในหน้าแล้งยังส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรได้มากขึ้นที่สำคัญช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและลดความเสียหายจากสภาวะน้ำท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้เป็นอย่างมาก</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120191730598"],
    [478,"จ.ลำปาง เตรียมจัดกิจกรรม ชิงเก็บ ลดเผา และ Kick Off ทำแนวกันไฟ 13 อำเภอ หนุนนโยบายลดปัญหาหมอกควัน","<p><strong>นายวรการ&nbsp;พงษ์ศิริกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโรงงานปูนลำปาง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;SCG&nbsp;ได้ดำเนินโครงการ&nbsp;SCG&nbsp;รักษ์น้ำ..เพื่ออนาคต&nbsp;โดยได้สนับสนุนชุมชนต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2550&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;จำนวนมากกว่า&nbsp;85,000&nbsp;สาย&nbsp;เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผืนป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้น&nbsp;อีกทั้งเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากชุมชนและองค์กรต่างๆ&nbsp;จนประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;บริษัท&nbsp;SCG&nbsp;</strong>ได้ร่วมมือกับหน่วยงานหลายภาคส่วน&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลําปาง&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;และ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ทำแนวกันไฟ&nbsp;13&nbsp;อำเภอจังหวัดลำปาง&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ฐานปฏิบัติการแม่ทรายคำ&nbsp;อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ้านสา&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อสนับสนุนนโยบายของจังหวัดลำปางในการส่งเสริมเรื่องการลดปัญหาหมอกควันไฟป่า</p><p><strong>ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ&nbsp;</strong>โครงการ&nbsp;Zero&nbsp;Burn&nbsp;เปลี่ยนสร้างมลพิษเป็นสร้างพลังงาน&nbsp;และการจัดการวัสดุเหลือใช้&nbsp;Biomas,&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;และ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ทำแนวกันไฟ&nbsp;13&nbsp;อำเภอของจังหวัดลำปาง,&nbsp;การสาธิตการทำแนวกันไฟ&nbsp;โดยทีมงานป้องกันไฟป่า,&nbsp;กิจกรรมทำแนวกันไฟบริเวณพื้นที่ป่าแม่ทรายคำ&nbsp;และกิจกรรมปิดเส้นทางเข้าทำลายป่าบริเวณพื้นที่เขตป่าแม่ทรายคำ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของเครือข่ายป่าชุมชน</strong>&nbsp;พบกิจกรรมอบรมการทำแนวป้องกันไฟป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;75&nbsp;คน&nbsp;(แกนนำทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ),&nbsp;กิจกรรมทำแนวกันไฟ&nbsp;และเยี่ยมชมการบริหารจัดการน้ำห้วยแก้วโมเดล&nbsp;บ.สาแพะ&nbsp;หมู่&nbsp;7</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>ตลอดการจัดกิจกรรมได้ดำเนินการตามนโยบาย&nbsp;มาตรการการป้องกัน&nbsp;และควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;COVID-19&nbsp;ของจังหวัดลำปาง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120164519527"],
    [479,"รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ติดตามงานเกษตรแปลงใหญ่","<p><strong>นายอำพันธุ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวฬุตันติ&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>กล่าวถึง&nbsp;เกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลเขาคราม&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ว่า&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่บ้านไหนหนัง&nbsp;ตำบลเขาคราม&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ได้รวมกลุ่มกัน&nbsp;เริ่มตั้งแต่ปี&nbsp;2535&nbsp;เพื่อทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง&nbsp;กิจกรรมหลักของกลุ่มคือ&nbsp;อนุรักษ์ป่าชายเลน&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าชายเลนที่ต้องดูแลประมาณ&nbsp;3,500&nbsp;ไร่&nbsp;และเป็นกิจกรรมที่มีความสอดคล้องกับการเลี้ยงผึ้งโพรงที่ต้องอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของป่าซึ่งเป็นแหล่งอาหารของผึ้งโพรง&nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;MAP&nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่ดูแลสนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนสามารถให้การสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ของกลุ่มได้ด้วยต่อมาในปี&nbsp;2557&nbsp;ทางกลุ่มได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนในชื่อ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งบ้านไหนหนัง&nbsp;เนื่องจากกลุ่มมีความเข้มแข็งมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายน้ำผึ้งโดยรายได้&nbsp;10%&nbsp;จะหักไว้เข้ากองทุนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกลุ่มเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกระบี่&nbsp;ได้ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร</strong>ตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนา&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&nbsp;การตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;ซึ่งตรงกับความต้องการในการพัฒนาที่ยั่งยืนทางกลุ่มจึงได้ขอจัดตั้งเป็น&nbsp;แปลงใหญ่ผึ้งโพรงบ้านไหนหนัง&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;นายสุธีร์&nbsp;ปานขวัญ&nbsp;ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานแปลงใหญ่ผึ้งโพรงบ้านไหนหนัง&nbsp;โดยมีการบริหารจัดการกลุ่มภายใต้แนวคิด&nbsp;พัฒนาอาชีพ&nbsp;เสริมสร้างรายได้&nbsp;กระจายพันธุ์ป่า&nbsp;พัฒนาแหล่งเรียนรู้&nbsp;เชิดชูวิถีพอเพียงเพื่อสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน&nbsp;และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง</p><p><strong>การเลี้ยงผึ้งของชาวบ้านไหนหนังนั้น&nbsp;เริ่มจากการทำกล่องไม้</strong>เพื่อให้ผึ้งเข้ามาทำรังและเก็บสะสมน้ำหวาน&nbsp;ใช้ไม้ในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;ต้นทัง&nbsp;ต้นกระท้อน&nbsp;ต้นทุเรียน&nbsp;กลุ่มเลี้ยงผึ้งหาไม้จากในสวนของตนเองหรือหากใครมีเยอะก็แบ่งให้สมาชิกคนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ตัวกล่องเลี้ยงผึ้งลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้านบนทำเป็นฝาที่สามารถยกออกจากกล่องได้&nbsp;ด้านหน้าเป็นช่องประตูที่ให้ผึ้งบินเข้าออกได้&nbsp;ลักษณะเป็นผนังทึบและมีช่องเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้ผึ้งบินเข้าไปได้ขนาดยาว&nbsp;5&nbsp;ซม.&nbsp;กว้าง&nbsp;1&nbsp;ซม.&nbsp;ด้านข้างด้านหนึ่งสามารถแง้มเพื่อดูด้านในและเอื้อมมือเข้าไปทำความสะอาดได้อีกด้านปิดสนิท&nbsp;กล่องเลี้ยงผึ้งมีขนาดกว้าง&nbsp;35&nbsp;ซม.&nbsp;ยาว&nbsp;50&nbsp;ซม.&nbsp;และสูง&nbsp;30&nbsp;ซม.&nbsp;เสาทำจากปูนหรือไม้ก็ได้มีความสูง&nbsp;1.2&nbsp;เมตร&nbsp;เส้นผ่าศูนย์กลาง&nbsp;10&nbsp;ซม.&nbsp;ตำแหน่งของเสาที่สูงจากพื้นประมาณ&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;จะทำร่องใส่น้ำรอบเสา&nbsp;เพื่อป้องกันมดและยังเป็นแหล่งน้ำให้ผึ้งได้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>หากไม่ใช้เสาปูนสามารถใช้เสาไม้ตามเรือกสวนที่มีขนาดเดียวกัน</strong>&nbsp;ไม่มีร่องใส่น้ำต้องใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องยนต์เก่า&nbsp;พันที่โคนเสาป้องกันมด&nbsp;เสาปูนนี้ทางแกนนำกลุ่มจะจัดทำให้แก่สมาชิก&nbsp;สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีการผลิตได้แก่&nbsp;กล่องเลี้ยงผึ้ง&nbsp;และพันธุ์ผึ้ง/ชันโรง&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำผึ้งบรรจุขวด&nbsp;&nbsp;ลิปสติก&nbsp;(ลิปมัน)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขี้ผึ้ง&nbsp;&nbsp;สบู่&nbsp;&nbsp;&nbsp;โลชั่นทาผิว&nbsp;และการเข้าร่วมเป็นจุดเรียนรู้การท่องเที่ยวชุมชนร่วมกับเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดกระบี่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120164055524"],
    [480,"เกษตรตรัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่สร้างการรับรู้เรื่องโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ ให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ลงพื้นที่รับรู้การแพร่ระบาด&nbsp;และแนวทางการจัดการโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธี&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่อารักพืช&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;อธิบายว่า&nbsp;โรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;เกิดจากเชื้อรา&nbsp;Pestalotiopsis&nbsp;sp.&nbsp;หรือ&nbsp;Colletotrichum&nbsp;sp.&nbsp;ในอาการเริ่มแรก&nbsp;จะเกิดจุดช้ำบริเวณใต้ใบ&nbsp;และด้านบนของใบบริเวณเดียวกันจะเป็นสีเหลืองลักษณะกลม&nbsp;ต่อมาจะขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นสีคล้ำ&nbsp;ขอบแผลดำ&nbsp;และกลายเป็นเนื้อเยื่อแห้งสีน้ำตาลจนถึงขีดขาวซีด&nbsp;รูปร่างจุดแผลค่อนข้างกลม&nbsp;รอบแผลไม่มีสีเหลืองล้อมรอบ&nbsp;จำนวนมากกว่า&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;อาจซ้อนกันเป็นแผลขนาดใหญ่&nbsp;เมื่ออาการรุนแรงจะเกิดใบเหลืองและร่วง&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำวิธีการที่ดีที่สุดที่เกษตรกรควรดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>1)ควรมีแปลงเรียนรู้&nbsp;</strong>ในการสำรวจแปลง&nbsp;สังเกตว่าปีที่3&nbsp;ของการเกิดโรคอาการจะเริ่มรุนแรงขึ้น&nbsp;เชื้อราจะจับที่ขั้วใบสีเขียว&nbsp;แล้วจะร่วงหล่นในขณะที่ใบยังเขียว&nbsp;ใบทุกใบที่หล่นฝังในดินคือการสะสมของเชื้อโรคเมื่อลมพัด&nbsp;สปอร์ของเชื้อราจะแพร่ไปยังใบอื่น&nbsp;ใบที่เป็นโรคสังเกตจากใบเป็นจุดและโปร่งแสง&nbsp;</p><p><strong>2)สร้างการรับรู้&nbsp;</strong>ใช้ชีวภัณฑ์&nbsp;การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;อัตราเชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รำ&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;ปุ๋ยคอก&nbsp;100กิโลกรัม&nbsp;ฉีดทุก3เดือน</p><p><strong>3)การกำหนดมาตรฐานการเกิดโรค</strong>&nbsp;ถ้าพบการเกิดโรคต้องมีการจัดการ&nbsp;เพราะเชื้อโรคสามารถแพร่กระจายโดยลม</p><p><strong>4)การบำรุงต้น</strong>&nbsp;โดยใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและใส่โดโลไมท์&nbsp;อัตราส่วน&nbsp;400&nbsp;กรัมต่อต้นต่อปี</p><p><strong>5)&nbsp;กรีดยางพารา</strong>ให้มีความสัมพันธ์กับจำนวนใบยางพารา&nbsp;เพื่อบำรุงต้นยางพาราให้มีความแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120165514536"],
    [481,"จังหวัดสุรินทร์พัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากรด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายวันชัย&nbsp;ประยงค์หอม&nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายกุลชาติ&nbsp;บูรณะ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากร&nbsp;ด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;พื้นที่นำร่องกลุ่มเดิมของตำบลจอมพระ&nbsp;อำเภอจอมพระ&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.จอมพระ&nbsp;อ.จอมพระ&nbsp;โดยมีกิจกรรมให้ความรู้และแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการวิทยากรการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรตำบลจอมพระ&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอจอมพระ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173027555"],
    [482,"จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูกข้าว 3,097,382 ไร่ ปริมาณผลผลิตรวม 1,152,089 ตัน ราคารับซื้อตันละ 11,000-11,800 บาท  ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อน","<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร</strong>ายงานสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;3,097,382&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;372&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;1,152,089&nbsp;ตัน&nbsp;ราคารับซื้อตันละ&nbsp;11,000-11,800&nbsp;บาท&nbsp;ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อน&nbsp;และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว&nbsp;ลดลงตันละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล</strong>และมาตรการคู่ขนานปีการผลิต&nbsp;2564/2565&nbsp;&nbsp;เป็นดังนี้</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;จังหวัดสุรินทร์มีเกษตรกรขึ้น</p><p>ทะเบียนทั้งสิ้น&nbsp;216746&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรได้รับการโอนเงินส่วนต่างประกันรายได้&nbsp;งวดที่&nbsp;1-14&nbsp;จำนวน&nbsp;210,300&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;97.03&nbsp;ของครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียน&nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;4,361,273,847&nbsp;บาท&nbsp;(สี่พันสามร้อยหกสิบเอ็ดล้าน&nbsp;สองแสนเจ็ดหมื่นสามพันแปดร้อยสี่สิบเจ็ดบาท)&nbsp;</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธกส.&nbsp;จังหวัด</p><p>สุรินทร์&nbsp;ได้จ่ายเงินกู้ให้เกษตรกรแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;34,092&nbsp;ราย&nbsp;ปริมาณข้าวเปลือก&nbsp;183842&nbsp;ตัน&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;1,990,450,640&nbsp;บาท</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร</p><p>มีสถาบันเกษตรกร&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;วงเงิน&nbsp;250&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เบิกเงินกู้&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;มีสถาบันเกษตรกร&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p>ปริมาณข้าวเปลือกที่ได้รับจัดสรร&nbsp;5,700&nbsp;ตัน</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพพัฒนาขยายผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูก</p><p>ข้าวไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เกษตรกร&nbsp;210270&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;2,663,674,745&nbsp;บาท</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกมี</p><p>ผู้ประกอบการเข้าร่วม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินที่ได้รับอนุมัติ&nbsp;2,418&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173349558"],
    [483,"จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง รวมทั้งสิ้น 133,408 ไร่ พื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิตรวม 476,611 ตัน ราคาจำหน่ายหัวมันสด 2.70 บาทต่อกิโลกรัม","<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ทั้ง&nbsp;17&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;133,408&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่เพาะปลูกลดลงจากปีการผลิต&nbsp;2563/64&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;12&nbsp;ปริมาณผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;3.5&nbsp;ตันต่อไร่&nbsp;ปริมาณผลิตเฉลี่ย&nbsp;3,469&nbsp;ตัน&nbsp;ปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;476,611&nbsp;ตัน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย&nbsp;การขาดแคลนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี&nbsp;ซึ่งส่งผลให้ราคาต้นพันธุ์มีราคาสูงขึ้น&nbsp;ประกอบกับปัจจัยการผลิตที่มีแนวโน้มราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การตลาดราคาซื้อขายหัวมันสด&nbsp;ณ&nbsp;ลานมัน&nbsp;2.40&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</strong>&nbsp;หัวมันสด&nbsp;เชื้อแป้ง&nbsp;25%&nbsp;ณ&nbsp;โรงแป้ง&nbsp;2.70&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;มันเส้น&nbsp;6.80&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ราคาหัวมันสดและมันเส้นทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อน&nbsp;และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน&nbsp;พบว่าหัวมันสดคละ&nbsp;ณ&nbsp;ลานมัน&nbsp;ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;0.55&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p><strong>ส่วนเส้นปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</strong>ผลผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรจะนำมันสำปะหลังสดไปขายให้กับลานมันของเอกชนและสหกรณ์การเกษตรในแหล่งเพาะปลูก&nbsp;โดยผู้รวบรวมจะรวบรวมผลผลิตจำหน่ายให้กับโรงงานแป้งมันในเขตจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173447559"],
    [484,"จังหวัดเพชรบุรี ติดตาม ปัญหา อุปสรรค ผลผลิตทางด้านพืชผลการเกษตร เร่งหาแนวทาง พัฒนาคุณภาพผลผลิต ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้าน สู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะทำงานฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมประชุมคณะทำงานติดตามภารกิจของหน่วยงานด้านพืชและที่เกี่ยวข้องกับด้านพืช&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพชรบุรีเป็นเมืองผลผลิตพืชผลทางด้านการเกษตรแทบทุกชนิด&nbsp;มีทั้งจำหน่ายในพื้นที่&nbsp;และส่งไปขายทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงสินค้าบางชนิดส่งออกไปขายต่างประเทศ&nbsp;เรื่องการพัฒนาคุณภาพผลผลิต&nbsp;จึงเป็นเรื่องสำคัญ&nbsp;สานต่อยุทธศาสตร์จังหวัดเพชรบุรีที่เป็นเมืองเศรษฐกิจต้นแบบ&nbsp;เมืองน่าอยู่&nbsp;น่ากิน&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;เร่งส่งเสริมฐานการผลิตตั้งแต่ระดับชาวบ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้าน&nbsp;ให้ไปสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ด้านประมง&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;พร้อมทั้งติดตามว่ามีปัญหา&nbsp;อุปสรรคด้านใดบ้าง&nbsp;เพื่อจักได้ยกระดับการสร้างผลิตผลของตนเอง&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทำงานควบคู่ไปกับการส่งเสริมทั้งในระดับหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;และระดับอำเภอ&nbsp;รวมถึงให้พิจารณาแต่ละหมู่บ้าน&nbsp;ว่าชุมชนไหนบ้างที่มีความพร้อมในการเรียนรู้&nbsp;เพื่อการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณภาพ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>การสร้างสินค้าคุณภาพ&nbsp;ผลผลิตที่ได้มาตรฐานและตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภคว่า&nbsp;จะเป็นการช่วยสร้างโอกาส&nbsp;สามารถเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย&nbsp;และป้องกันผลผลิตราคาตกต่ำ&nbsp;และสานนโยบายรัฐบาลที่ให้หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy)&nbsp;ที่มีเป้าหมายผลักดัน&nbsp;การเกษตรและอาหาร&nbsp;รวมถึงด้านสุขภาพและการแพทย์&nbsp;พลังงาน&nbsp;วัสดุ&nbsp;,เคมีชีวภาพ&nbsp;การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;ที่ถือเป็นเศรษฐกิจแนวใหม่&nbsp;ซึ่งการนำแนวคิดเรื่อง&nbsp;BCG&nbsp;มาใช้&nbsp;จะช่วยทำให้คนตกงาน&nbsp;เริ่มหันกลับมาสนใจการทำงานในภาคการเกษตร&nbsp;ช่วยลดภาวะการว่างงาน&nbsp;และทำให้เกิดความก้าวหน้าด้านเกษตรอาหาร&nbsp;และยังส่งผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดการต่อยอดให้ชาวบ้านสามารถสอนคนอื่นๆในชุมชนต่อไปได้อย่างทั่วถึง&nbsp;</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120195034615"],
    [485,"จังหวัดภูเก็ต โดย พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายราคาสินค้า ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน และเช็กสต๊อกหมู เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน","<p><strong>จังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดย&nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายราคาสินค้า&nbsp;ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;และเช็กสต๊อกหมู&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;</strong>นางสาววรนิษย์&nbsp;อภิรัฐจิรวงษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายเทวิน&nbsp;แสวงสิน&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นำคณะลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายเนื้อหมู&nbsp;ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;และเช็กสต๊อกหมู&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;จุดจำหน่ายที่ร่วมโครงการฯ&nbsp;ทั้งที่ห้างโกเซอรี่ภูเก็ต&nbsp;ที่ได้รับโควต้าหมูเนื้อแดง&nbsp;80&nbsp;กิโลกรัมต่อวัน&nbsp;จำหน่ายให้กับประชาชนในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;จากนั้นไปตรวจสอบที่ห้างซุปเปอร์ชิป&nbsp;สาขาใหญ่&nbsp;และตรวจสต๊อกหมูยังห้างแม็คโคร&nbsp;สาขาภูเก็ต&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การตรวจสอบในเรื่องของไข่ไก่และอาหารสดอื่นๆ&nbsp;ตลอดจนสินค้าอื่นที่จำเป็น&nbsp;เพื่อให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการของผู้บริโภค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดภูเก็ตมีการนำเข้าเนื้อหมูชำแหละอยู่ที่&nbsp;30&nbsp;ตันต่อวัน</strong>&nbsp;หมูเป็น&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ตัว&nbsp;รวมแล้วปริมาณการบริโภคเนื้อหมูในจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่ประมาณวันละ&nbsp;32,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งจังหวัดภูเก็ตมีฟาร์มหมูประมาณ&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;มีหมูอยู่ที่ประมาณ&nbsp;1,040&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งไม่เพียงพอต่อการบริโภคในพื้นที่จึงต้องมีการนำเข้า&nbsp;ส่วนการตรวจตลาดในครั้งนี้&nbsp;เป็นการตรวจสอบราคาสินค้าในช่วงที่มีการปรับขึ้นราคา&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน&nbsp;ช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการเลือกซื้อเนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;และสินค้าที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในส่วนของสต๊อกเนื้อหมูในช่วงนี้ต้องเป็นไปตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด</strong>&nbsp;หากตรวจพบว่าไม่มีการแจ้งปริมาณสต๊อกที่ชัดเจน&nbsp;จะมีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;และปรับอีกวันละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะมีการแจ้ง&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และหากพบเห็นว่ามีการกักตุนสินค้า&nbsp;จะมีโทษตามมาตรา&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำและปรับ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120180636582"],
    [486,"ชาว อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ผนึกกำลังทำแนวกันไฟ แก้ไขปัญหาไฟป่าและลดฝุ่น PM 2.5","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายจักรพรรณ&nbsp;สุวรรณภักดี&nbsp;นายอำเภอท่าปลา</strong>&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ปล่อยขบวนจิตอาสาร่วมทำแนวกันไฟในโครงการควบคุมเชื้อเพลิงป้องกันไฟป่าและเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายรณรัตน์&nbsp;ศิริมากร&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน&nbsp;นายชาญณรงค์&nbsp;จันทมงคล&nbsp;ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;(อขส.)&nbsp;ผู้แทนมณฑลทหารบกที่&nbsp;35&nbsp;ผู้แทนผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท่าปลา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;กำนันตำบลผาเลือด&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;และผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;กฟผ.&nbsp;ตลอดจนชุมชนรอบเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกล่าวคำปฏิญาณตนร่วมปกป้องผืนป่า&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสันเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ตำบลผาเลือด&nbsp;อำเภอท่าปลา&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์</p><p>&nbsp;</p><p><strong>นายจักรพรรณ&nbsp;สุวรรณภักดี&nbsp;นายอำเภอท่าปลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงพลังความสามัคคี&nbsp;ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อำเภอท่าปลา&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ในการร่วมบูรณาการป้องกันควบคุมไฟป่า&nbsp;โดยมีเป้าหมายป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อำเภอท่าปลา&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ให้ลดน้อยลง&nbsp;และลดผลกระทบจากปัญหาไฟป่าซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อการดำรงชีวิต&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;ตลอดจนคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทัศนวิสัยในการคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายชาญณรงค์&nbsp;จันทมงคล&nbsp;อขส.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ร่วมกับอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าล้ำน้ำน่าน&nbsp;และอำเภอท่าปลา&nbsp;จัดพิธีเปิดโครงการควบคุมเชื้อเพลิงป้องกันไฟป่าและเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสันเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;อำเภอท่าปลา&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ร่วมทำแนวกันไฟบริเวณพื้นที่เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;และขอความร่วมมือทุกคนเป็นกำลังสำคัญในการช่วยปกป้องผืนป่า&nbsp;เป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ไม่ให้มีการเผาป่าเกิดขึ้น//</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สวท.อุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120200541628"],
    [487,"โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรอบรมการจัดทำบัญชีรายบุคคล ปีงบประมาณ 2565 ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายสมศักดิ์&nbsp;เถาว์รินทร์&nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรสายสอบบัญชีที่&nbsp;4&nbsp;เข้าอบรมและสอนแนะการจัดทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนและบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ&nbsp;ให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120201008638"],
    [488,"ประชุมขับเคลื่อนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 14 ผ่านระบบ Zoom Conference","<p><strong>วันพุธ&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;นางจิรันธนิน&nbsp;ปะกิรณะ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวนิรมล&nbsp;ดำพะธิก&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;(นายคมสัน&nbsp;จำรูญพงษ์)&nbsp;ถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;&nbsp;Conference&nbsp;&nbsp;จากห้องประชุม&nbsp;1403&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>ผู้ตรวจฯ&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบในเรื่อง</p><p>(1)สถานการณ์ประเทศไทย&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ชะลอลงทั้งภาคการส่งออกต่อเนื่องถึงภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และภาคบริการ&nbsp;ด้านสังคม&nbsp;สถานการณ์ความยากจน&nbsp;ปี&nbsp;61&nbsp;สัดส่วนคนจนร้อยละ&nbsp;9.85&nbsp;หรือคนจน&nbsp;6.7&nbsp;ล้านคน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;1.4&nbsp;ล้านคนจากปีก่อน&nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ&nbsp;(GDP)&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;สาขาเกษตรติดลบ&nbsp;3.2&nbsp;หนี้ครัวเรือนของไทย&nbsp;13,479,197&nbsp;ล้านบาท&nbsp;80.1&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ของ&nbsp;GDP&nbsp;บริบทโลก-บริบทไทย&nbsp;แนวทางพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&nbsp;ประเทศไทยต้องชนะ&nbsp;ปรับจุดอ่อนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส&nbsp;เสริมจุดแข็งเดิม&nbsp;สร้างจุดแข็งใหม่</p><p>(2)&nbsp;สถานการณ์โควิท-19</p><p>(3)สถานการณ์ภัยแล้ง</p><p>(4)สถานการณ์เผาตอซัง</p><p>(5)&nbsp;แนวทางการขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;นโยบายรัฐบาล&nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร&nbsp;วางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกติใหม่&nbsp;และสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ตรวจฯ&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;ได้มอบแนวทางการตรวจราชการ</strong>ตามแผนการตรวจราชการและขับเคลื่อนบูรณาการในระดับพื้นที่ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;&nbsp;นโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โครงการเพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนพื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิท-19&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;จากนั้นเป็นเรื่องการพัฒนาการเกษตรฐานรากเพื่อสร้างเกษตรกรนักธุรกิจด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และฝากประชาสัมพันธ์&nbsp;กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;ในครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120201142643"],
    [489,"จังหวัดสตูล จัดประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Application Zoom","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนางปิยรัตน์&nbsp;ลัภกิตโร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมการประชุมผ่านระบบ&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;ชั้น&nbsp;3</p><p><strong>สำหรับการประชุมเพื่อพิจารณาในประเด็นสำคัญ</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;มอบสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;เร่งรัดการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;และ&nbsp;2.&nbsp;เห็นชอบปฏิทินการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&nbsp;ฉบับทบทวน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ส่วนราชการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร</strong>&nbsp;และให้ดำเนินงานตาม&nbsp;\"วาระ&nbsp;5&nbsp;ส.&nbsp;สตูล...สบาย&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;คุณภาพชีวิตดี&nbsp;มีความสบายสไตล์สตูล&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;การจัดระเบียบสังคมและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120204848666"],
    [490,"กษ.อำนาจเจริญ ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">&nbsp;พร้อมด้วยนายจิรทัต&nbsp;สวรรคทัต&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;ข้าราชการ/พนักงานราชการสำนักงานฯ&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านนาหมอม้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาหมอม้า&nbsp;และบ้านน้ำปลีก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลน้ำปลีก&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิต&nbsp;สินค้าเกษตรมูลค่าสูง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;แผนการปฏิรูปประเทศ&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่&nbsp;13&nbsp;โครงการฯ&nbsp;ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อปรับปรุงแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้านให้เป็นแผนหลักในการขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงระดับหมู่บ้าน&nbsp;ผ่านกลไกของคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;(กม.)&nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(อกม.)&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงาน&nbsp;ในระดับพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในหมู่บ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า&nbsp;180,000&nbsp;บาทต่อคนต่อปี</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">Cr#&nbsp;สนง.&nbsp;</span>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120211124682"],
    [491,"เกษตรนครพนม ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาเกษตรกรเป็นวิทยากรทำเกษตรปลอดการเผา ยกระดับ ศพก. เป็นต้นแบบจุดเรียนรู้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลวังตามัว&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;อบรมถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้เป็นวิทยากรด้านการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(พื้นทีนำร่องกลุ่มเดิม)&nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถเป็นวิทยากรเกษตรปลอดการเผาเพื่อลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายอุดร&nbsp;ไพศาล&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ติดตามและให้คำแนะนำกับเกษตรกรในพื้นที่ในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ซึ่งได้เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้เป็นการนำความรู้และการใช้เทคโนโลยีมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการกำจัดเศษวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;และสามารถเป็นวิทยากรเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรได้&nbsp;โดยมุ่งเน้นลดการเผาในพื้นที่เกษตรและที่โล่งแจ้งป้องกันปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยตรง&nbsp;โดยยึดการใช้พื้นที่และองค์ความรู้จาก&nbsp;ศพก.&nbsp;เป็นจุดต้นแบบในการเรียนรู้การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กับเกษตรกรในพื้นที่</p><p>สำหรับสถานการณ์การทำการเกษตรในปัจจุบันเกษตรกรมีการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;หรือการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสุขภาพของประชาชน&nbsp;ก่อให้เกิดฝุ่นมลพิษในอากาศเพิ่มขึ้น&nbsp;อีกทั้งการเผาก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินผู้อื่น&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;220&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงให้แก่วัตถุใดๆ&nbsp;แม้เป็นของตนเอง&nbsp;จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น&nbsp;ต้องระวางโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;และปรับไม่เกิน&nbsp;14,000&nbsp;บาท&nbsp;(ประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;พ.ศ.2499)&nbsp;และหากยังมีการเผาต่อเนื่องจะทำให้ผิดกฎหมาย&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;74&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&nbsp;21&nbsp;มาตรา&nbsp;22&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;หรือมาตรา&nbsp;28&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;หรือวรรคสาม&nbsp;หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ&nbsp;ที่ออกตามมาตรา&nbsp;28/1&nbsp;วรรคสอง&nbsp;โดยไม่มีเหตุหรือขัดข้อแก้ตัวอันสมควร&nbsp;หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&nbsp;23&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคสอง&nbsp;หรือมาตรา&nbsp;28&nbsp;วรรคสองต้องระวางโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;25000&nbsp;บาท&nbsp;หรือ&nbsp;ทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;(แก้ไขเพิ่มเติมโดย&nbsp;พ.ร.บ.การสาธารณสุข&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560)</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ดำเนินการรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โดยเน้นการถ่ายทอดความรู้พร้อมแนะนำการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;เช่น&nbsp;การเพเห็ดฟาง&nbsp;การทำอาหารสัตว์&nbsp;และการทำประมง&nbsp;ซึ่งเน้นในการลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก&nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ถึงผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ก่อให้เกิดการสำนึกและรับผิดชอบต่อส่วนรวม&nbsp;เกิดการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรให้ลดลงในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120210620680"],
    [492,"จ.นครพนม ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมพืชกระท่อมเป็นพืช เศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย\"","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณสหกรณ์การเกษตรรวมใจชาวอำเภอนาหว้า&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;เลขที่&nbsp;13&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;บ้านนาซ่อม&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;\"ปลูกพืชเศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย\"&nbsp;(พืชกระท่อมโมเดล)&nbsp;ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะที่ปรึกษาพืชกระท่อมจังหวัดนครพนม&nbsp;เข้าร่วมปลูกพืชกระท่อม&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระท่อม&nbsp;เป็นสมุนไพรไทย&nbsp;ที่สามารถส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกได้ในอนาคตจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมมือกันศึกษาวิจัยสรรพคุณทางยาเพื่อแปรรูปเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการตลาดนำการผลิต&nbsp;ให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกหรือพืชเศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย&nbsp;ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรจังหวัดนครพนม&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับกระท่อม&nbsp;เดิมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่&nbsp;5&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ&nbsp;พ.ศ.2522</strong>&nbsp;แต่ในหลายประเทศ&nbsp;มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษประกอบกับอนุสัญญาเดี่ยว&nbsp;ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ค.ศ.1961&nbsp;และพิธีสารแก้ไขอนุสัญญาเดี่ยว&nbsp;ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ค.ศ.1972&nbsp;ก็มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากล&nbsp;และบริบทของสังคมไทยในบางพื้นที่&nbsp;ที่มีการบริโภคพืชกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน&nbsp;รัฐบาลจึงได้ยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่&nbsp;5&nbsp;ตามเจตนารมแห่ง&nbsp;พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;8)&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;คือหลังวันที่&nbsp;24&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริม&nbsp;กระท่อม&nbsp;</strong>เศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย\"&nbsp;(พืชกระท่อมโมเดล)&nbsp;ที่เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ให้กับเกษตร&nbsp;โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันส่งเสริมการปลูกในพื้นที่&nbsp;โดยมีการจัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;ระหว่างภาคเอกชนและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยมีการส่งเสริมการปลูก&nbsp;การรับซื้อผลผลิตคืน&nbsp;และมีจุดรับซื้อผลผลิตให้กับเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นการเน้นการตลาดนำผลิต&nbsp;วิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดนครพนมได้ในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120210249679"],
    [493,"ผู้ว่าฯ นครราชสีมา ตรวจสอบโรงงานรับกำจัดของเสียอันตราย พื้นที่กลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.อ.อรรถชัย&nbsp;รักษาศิลป์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิทธิชัย&nbsp;บรรพต&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายชัยทัต&nbsp;สมิตินนท์&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดนครราสีมา&nbsp;ดร.ผานิต&nbsp;รัตสุข&nbsp;ผู้อำนวยการกองตรวจมลพิษ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโรงงานรับกำจัดของเสียอันตรายในพื้นที่ตำบลกลางดง&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผลการตรวจสอบสรุปดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาออกคำสั่งให้โรงงานดำเนินการจัดเก็บวัตถุดิบให้เป็นไปตามเงื่อนไข</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ความคืบหน้าการดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าในขณะนี้เจ้าพนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้อัยการพิจารณาแล้ว&nbsp;ส่วนกรณีที่กรมควบคุมมลพิษแจ้งความกล่าวโทษกับทางโรงงาน&nbsp;เจ้าพนักงานสอบสวนขอเชิญให้ข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ประเด็นที่ทางโรงงานเสนอแผนฟื้นฟูให้กรมควบคุมมลพิษพิจารณาและยังไม่ได้ข้อยุติ&nbsp;เห็นควรกำหนดระยะเวลาให้ทางโรงงานเสนอแนวทางฟื้นฟูที่เหมาะสมภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;หากไม่เสนอตามที่กำหนดหรือเสนอแนวทางฟื้นฟูที่ไม่สามารถยอมรับได้ก็จะดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;เทศบาลตำบลสีมามงคลออกคำสั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการชั่วคราวโดยติดหนังสือคำสั่งไว้บริเวณด้านหน้าของโรงงาน&nbsp;โดยคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.การสาธารณสุข&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;ตีความว่าการนำกากของเสียเข้าไปเก็บในโรงงานถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบกิจการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120211432684"],
    [494,"ขบวนการสหกรณ์จังหวัดระนองเชื่อมโยงธุรกิจด้วยเครือข่ายสหกรณ์กับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.  ศรีสะเกษ จำกัด","<p><strong>สำนักงานสหกรณ์จังหวัดระนอง&nbsp;ร่วมกับขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดระนองจัดเวทีเจรจาเชื่อมโยงธุรกิจ</strong>กับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจิรศักดิ์&nbsp;บริบูรณ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดระนอง&nbsp;เป็นประธานเปิดการเจรจาเชื่อมโยงธุรกิจฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดระนอง&nbsp;มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดระนองเข้าร่วมเจรจา&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.ระนอง&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์การเกษตรกระบุรี&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตกระบุรี&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์กองทุนสวนยางคอคอดกระ&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเมืองระนอง&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนทองหลางร่วมใจพัฒนา&nbsp;จำกัด&nbsp;กลุ่มเกษตรกรทำสวนปากจั่น&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรทำนาน้ำจืดน้อย&nbsp;จำกัด</p><p><strong>นางสาวรัศมี&nbsp;ชำนิกุล&nbsp;ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>ปัจจุบันสหกรณ์ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;Covid&nbsp;-19&nbsp;ส่งผลให้การประกอบการของสหกรณ์ไม่เติบโตเท่าที่ควร&nbsp;จึงได้จัดทำกิจกรรมเชื่อมโยงสินค้าระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน&nbsp;และได้เลือกจังหวัดระนองเป็นเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าให้กับเครือข่ายสหกรณ์และเชื่อมโยงสินค้าระหว่างกัน&nbsp;เป็นการขยายโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้ไปสู่เป้าหมาย&nbsp;โดยนำข้าวสารหอมมะลิแท้&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;จากทุ่งกุลาร้องไห้&nbsp;หอมแดง&nbsp;และกระเทียม&nbsp;มาประชาสัมพันธ์สินค้าและจำหน่ายให้กับเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดระนอง</p><p><strong>จังหวัดระนอง&nbsp;โดยสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.ระนอง&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์กาแฟ&nbsp;3&nbsp;in&nbsp;1&nbsp;กาแฟคั่วบด&nbsp;กาแฟคั่วเมล็ด&nbsp;กาแฟดริป&nbsp;เม็ดมะม่วงหิมพานต์&nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;และผลไม้ตามฤดูกาล&nbsp;เช่น&nbsp;มังคุด&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ซึ่งจากการเจรจาเบื้องต้นสหกรณ์ทั้งสอได้ตกลงซื้อขายสินค้าระหว่างกัน&nbsp;สหกรณ์ในจังหวัดระนองตกลงสั่งซื้อข้าวสารหอมมะลิจากศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วน&nbsp;สกต.ศรีสะเกษ&nbsp;จำกัด&nbsp;ตกลงสั่งซื้อกาแฟ&nbsp;และอาหารทะเลแปรรูป&nbsp;ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกรทำสวนปากจั่น&nbsp;ได้นำเสนอผลไม้มังคุดคุณภาพ&nbsp;ซึ่งกลุ่มฯ&nbsp;ได้รวมรวมผลผลิต</p><p>จากสมาชิกและพร้อมที่จะกระจายสู่ผู้บริโภคต่อไป&nbsp;โดยให้สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.ระนอง&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดทำรายละเอียดสินค้าและค่าขนส่งเสนออีกครั้ง</p><p><strong>นายจิรศักดิ์&nbsp;บริบูรณ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดระนอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างสหกรณ์ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีทั้งสองฝ่าย&nbsp;ซึ่งหากเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน&nbsp;สหกรณ์สามารถกระจายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ผลประโยชน์ก็จะเกิดกับสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ทำให้สมาชิกสามารถขายผลผลิตได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ความเป็นอยู่ของสมาชิกก็จะดีขึ้นตามไปด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สวท.ระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120214446688"],
    [495,"ร้อยเอ็ดประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.รณวริทธิ์&nbsp;ปริยฉัตรตระกูล&nbsp;ผู้แทนศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;,&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;วรวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>โดยที่ประชุม&nbsp;มีเรื่องพิจารณาที่สำคัญ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ตามหลักเกณฑ์โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อกปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;กำหนดให้เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ย&nbsp;ได้เห็นชอบวงเงินกู้ของผู้ประกอบการค้าข้าวที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ต้องมีการตรวจสอบสต็อกข้าวของผู้ประกอบการค้าข้าวที่เข้าร่วมโครงการครั้งแรก&nbsp;ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีการอนุมัติ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.มติที่ประชุมเมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;อนุมัติจำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โดยคณะทำงานฯได้ตรวจสอบสต็อกครั้งแรกประจำเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผลการตรวจทุกรายมีปริมาณสต็อกข้าวในครอบครองครอบคลุมมูลค่าตามตั๋วสัญญาใช้เงิน&nbsp;2.มติที่ประชุมเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;อนุมัติเพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;คณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยฯ&nbsp;จึงขอให้คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการและผลการตรวจสอบสต็อกข้าวครั้งแรก&nbsp;และขอความเห็นชอบคณะอนุกรรมการพิจารณาให้การรับรองผลการตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์โครงการฯ&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120224438696"],
    [496,"ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้คำแนะนำ และรับฟังปัญหาของเกษตรกรอำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ยอดพรหม&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีหม่อนไหม&nbsp;นางสาวทัศนีย์&nbsp;นพรัตน์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนายขวัญชัย&nbsp;ตี๋ชื่น&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้คำแนะนำ&nbsp;และรับฟังปัญหาของเกษตรกร&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;การจัดการหม่อนโรคหม่อน&nbsp;ระบบน้ำในแปลงหม่อน&nbsp;การเลี้ยงไหม&nbsp;การสาวไหม&nbsp;ณ&nbsp;บ้านศูนย์กลาง&nbsp;ต.แก้งสนามนาง&nbsp;อำเภอแก้งสนามนาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีสมาชิกกลุ่มรวมทั้งสิ้น&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;และติดตามงานโครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร&nbsp;(ด้านหม่อนไหม)&nbsp;เกษตรกรเจ้าของ&nbsp;คือ&nbsp;นายประจักร&nbsp;พลแสง&nbsp;บ้านโนนรัง&nbsp;ตำบลแก้งสนามนาง&nbsp;อำเภอแก้งสนามนาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้ให้คำแนะนำด้านการเลี้ยงไหม&nbsp;การทอผ้าไหม&nbsp;เทคนิคใหม่&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าไหม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120224959698"],
    [497,"ร้อยเอ็ด ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ระดับจังหวัด","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;มอบหมายให้นาย&nbsp;นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการมันสำปะหลัง&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดรชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;วรวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายสมจิตร์&nbsp;คำสี&nbsp;เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โดย&nbsp;อนุกรรมการอนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกร</strong>ผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;,โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&nbsp;,&nbsp;อีกทั้งโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;และโครงการเพิ่มศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ให้มีมูลค่าเพิ่มและมีรายได้ที่มั่นคง</p><p><strong>ซึ่งจากข้อมูลพบว่าราคาหัวมันสำปะหลังในปี&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;2565&nbsp;</strong>ราคารับซื้อใกล้เคียงกัน&nbsp;ราคาหัวมันสำปะหลัง&nbsp;ที่เกษตรกรขายได้มีราคาดีต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2563&nbsp;เนื่องจากตลาดส่งออกคือประเทศจีนมีความต้องการมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น&nbsp;สำหรับราคารับซื้อมันคละ&nbsp;ที่&nbsp;ลานมันปี&nbsp;2565&nbsp;มีราคาสูงกว่าปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&nbsp;15.6&nbsp;เนื่องจากเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งในหัวมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงกำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายต้นพันธุ์ท่อน&nbsp;พันธุ์มันสำปะหลัง&nbsp;ควบคุมการขนย้ายต้นพันธุ์ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&nbsp;ส่วนผู้ที่จะทำการขนย้ายต้นพันธุ์ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&nbsp;เข้าหรือออก&nbsp;จากท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ดจะต้องขออนุญาตการขนย้ายก่อนทุกครั้ง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120235452704"],
    [498,"สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากร ด้านการทำเกษตรปลอดการเผา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ศาลาหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.จอมพระ&nbsp;อ.จอมพระ</strong>&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดย&nbsp;นายวันชัย&nbsp;ประยงค์หอม&nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบหมายให้นายกุลชาติ&nbsp;บูรณะ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากร&nbsp;ด้านการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ในพื้นที่นำร่องกลุ่มเดิม&nbsp;ของตำบลจอมพระ&nbsp;อำเภอจอมพระ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยมีกิจกรรมให้ความรู้และแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการวิทยากรการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรตำบลจอมพระ&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอจอมพระอย่างดีเยี่ยม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121000825708"],
    [499,"เกษตรยะลา จัดอบรมกิจกรรมส่งเสริมเคหกิจเกษตรในครัวเรือนเกษตรสูงวัย","<p><strong>นายกัสมัน?&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา?&nbsp;มอบหมายให้?นางสาว?ณพัทร์?&nbsp;อาจหาญณรงค์</strong>&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวจุฑาทิพย์?&nbsp;โพชนุกูล?&nbsp;นักวิชาการ?ส่งเสริม?การเกษตร?ปฏิบัติการ?&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;จัดเวที?ครั้งที่?&nbsp;2&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์?&nbsp;วิเคราะห์ศักยภาพตนเองเพื่อจัดทำแผนการจัดการบ้านเกษตรสมบูรณ์ในครัวเรือนเกษตรสูงวัยแบบมีส่วนร่วมโดยมีการประเมินสถานการณ์พร้อมทั้งวางแผนการพัฒนา?ตนเอง?&nbsp;และแลกเปลี่ยนข้อมูลการปลูกผัก?&nbsp;ในรูปแบบผักยกแคร่?&nbsp;และผักโฮโดรโปนิกส์?&nbsp;ณ?&nbsp;นูริชฟาร์ม?&nbsp;ตำบลลำใหม่?&nbsp;อำเภอเมืองยะลา?&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121082834716"],
    [500,"การเลี้ยงแพะขุน หนึ่งอาชีพปศุสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ทนทาน ตลาดต้องการ","<p><strong>นางสุจารีย์&nbsp;พิชา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;นครราชสีมา</strong>&nbsp;&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาอาชีพการเลี้ยงแพะให้ยั่งยืน&nbsp;มีผลผลิตที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการบริโภค&nbsp;การตลาดและการแปรรูป&nbsp;รวมถึงส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;แพะขุน&nbsp;นับเป็นสินค้าปศุสัตว์ทางเลือกที่น่าสนใจ&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ปัจจุบันได้รับความนิยมเลี้ยงในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ&nbsp;สำหรับการค้าและบริโภค&nbsp;เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย&nbsp;ทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยและให้ผลตอบแทนเร็ว&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong>&nbsp;เป็นแหล่งผลิตแพะที่สำคัญรองจากภาคใต้และภาคกลาง&nbsp;โดยพบการเลี้ยงมากในพื้นที่&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;โดยปี&nbsp;2564&nbsp;มีการเลี้ยงแพะเนื้อ&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;160,146&nbsp;ตัว&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ&nbsp;86&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยง&nbsp;6,583&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>จากการศึกษาวิจัยการผลิตและการตลาดแพะขุน</strong>ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงแพะเนื้อมากที่สุด&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;พบเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงแพะพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;เพื่อผลิตลูกแพะสำหรับขุนเอง&nbsp;โดยน้ำหนักแพะขุนที่เกษตรกรนิยมจำหน่ายคือ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ตัว&nbsp;เนื่องจากได้รับราคาสูง&nbsp;และใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น&nbsp;ทั้งนี้ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย&nbsp;1,416&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;โดยแม่พันธุ์&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;โดยใน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;แม่พันธุ์สามารถให้ลูกได้&nbsp;1-2&nbsp;รุ่น&nbsp;(รุ่นละ&nbsp;1-2&nbsp;ตัว)&nbsp;สำหรับแพะเพศเมีย&nbsp;จะเริ่มผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;และให้ลูกประมาณ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;จึงปลดระวาง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรเลี้ยงแพะขุนได้ประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถจำหน่ายให้กับพ่อค้าได้&nbsp;ในราคาเฉลี่ย&nbsp;2,151&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;หรือ&nbsp;98&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ได้กำไร&nbsp;735&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;หรือ&nbsp;33&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เกษตรกรยังมีรายได้จากการจำหน่ายมูลแพะ&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;10&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;ส่งผลให้ราคาจำหน่าย&nbsp;&nbsp;แพะขุนต่ำกว่าปีที่ผ่านมาแต่ปริมาณการผลิตแพะขุนของเกษตรกรยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;อีกทั้งความต้องการของตลาดแพะขุนยังมีมาก&nbsp;ที่สำคัญแพะขุนเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย&nbsp;โตไว&nbsp;ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย&nbsp;ไม่ต้องจ้างแรงงานภายนอก&nbsp;เกษตรกรสามารถดำเนินการได้เองในครัวเรือน&nbsp;รวมถึงมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่&nbsp;จึงนับว่าการเลี้ยงแพะขุน&nbsp;เป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน&nbsp;สามารถทำได้เป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121105039759"],
    [501,"ประชุมเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด (mindset) ของบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน ผ่านระบบ Video Conference และระบบ Zoom meeting","<p><strong>&nbsp;วันพฤหัสบดีที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาวเบญจพร&nbsp;ชาครานนท์&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน</strong>&nbsp;ประชุมเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด&nbsp;(mindset)&nbsp;ของบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;โดยมีนายสรรเสริญ&nbsp;เจริญศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการ&nbsp;เข้าร่วมรับฟังการประชุมเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด&nbsp;(mindset)&nbsp;ของบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;เพื่อหาโอกาสในการปรับปรุงองค์กรและนำไปสู่การยกระดับระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;และมุ่งเน้นการทำงานในเชิงรุกและสร้างมูลค่าเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน&nbsp;และหน่วยงาน&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;และระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;พัฒนาที่ดิน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121084157721"],
    [502,"กระทรวง อว. พร้อมเดินหน้า พัฒนาคน และส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าวางนโยบายรับมือการเปลี่ยนแปลง พร้อมมองหาโอกาสเติบโตทางธุรกิจ","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;กระทรวง อว. พร้อมเดินหน้า พัฒนาคน และส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าวางนโยบายรับมือการเปลี่ยนแปลง พร้อมมองหาโอกาสเติบโตทางธุรกิจ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวถึงความร่วมมือในการผลิต และพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดในประเทศไทย โครงการแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต (EVAT x EGAT Electric Motorcycle Conversion Contest for Business Opportunity) กับกระทรวงอุตสาหกรรม และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นั้น กระทรวง อว.มีบทบาทในเรื่องการพัฒนากำลังคน จึงต้องเตรียมกำลังคนให้พร้อมสู่อุตสาหกรรมใหม่ ประกอบกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อน เป็นกระแสสำคัญในระดับโลก จากที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศที่ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 ว่าประเทศไทยตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ในปี 2065 สอวช.มีส่วนสนับสนุนด้านนโยบายและมาตรการรับมือ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้น</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ในส่วนของการจัดโครงการแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต นั้น เป็นโครงการที่ดีและน่าสนใจมาก ถือเป็นพื้นที่ให้ผู้สนใจได้ทดลองเปลี่ยนรถจักรยานยนต์จากการใช้น้ำมันเป็นใช้ไฟฟ้า เป็นการริเริ่มสร้างระบบนิเวศให้คนที่สนใจในด้านนี้ได้มาทำงานร่วมกัน ในอนาคตเมื่อมีการทดลองนำไปใช้จริง ขั้นต่อไปจะต้องเตรียมการเรื่องมาตรฐาน ความปลอดภัย การจัดทำคู่มือต่างๆ รวมถึงดูเรื่องของโมเดลทางธุรกิจที่เหมาะสมต่อไป หลังจากจบโครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการ ยังสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพ หรือเป็นผู้ประกอบการ สร้างธุรกิจของตัวเอง ซึ่งจะช่วยความสามารถด้านเทคโนโลยีและการแข่งขันให้กับประเทศ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ นำไปสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงและยกระดับเป็นอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยระดับสากล ในลำดับต่อไป</span></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122001144182"],
    [503,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังฝนฟ้าคะนองและมีลูกเห็บตกบางแห่ง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังฝนฟ้าคะนองและมีลูกเห็บตกบางแห่ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;กับมีลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;73&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ลพบุรี&nbsp;70&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;64&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง&nbsp;บริเวณกรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;35,305&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,325&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองค่าออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121095840738"],
    [504,"สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2565 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ แก่ นายธนพงศ์ อินทระ จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผลงาน ระบบตรวจจับบุคคลอำพรางอาวุธปืนผ่านการวิเคราะห์ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2565 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ แก่ นายธนพงศ์ อินทระ จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผลงาน ระบบตรวจจับบุคคลอำพรางอาวุธปืนผ่านการวิเคราะห์ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธนพงศ์ อินทระ หัวหน้าคณะวิจัยแห่งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;จากผลงาน \"ระบบตรวจจับบุคคลอำพรางอาวุธปืนผ่านการวิเคราะห์ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด\" กล่าวว่า การก่ออาชญากรรมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เกิดความสูญเสียเป็นอย่างมาก ทางคณะผู้วิจัย จึงพัฒนา ระบบสำหรับตรวจจับบุคคลที่มีความเสี่ยงในการอำพรางอาวุธปืนโดยการวิเคราะห์วิดีโอจากกล้อง CCTV แบบ Realtime ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) แบบการประมวลผลเชิงลึก (Deep Learning) โดย AI จะตรวจจับสิ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งจะระบุทั้งบุคคลที่มีพฤติกรรมปกติ และที่แสดงพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงในการอำพรางอาวุธปืน โดยการระบุว่าเป็นบุคคลกลุ่มใดจะใช้การประมวลผลเชิงลึก ในการแบ่งแยกบุคคลที่แสดงพฤติกรรมที่ต่างกัน และแจ้งเตือนไปยังบุคคลที่ระบุให้ได้รับข้อความแจ้งเตือน เพื่อดำเนินการป้องกันหรือระงับเหตุต่อไป ปัจจุบันระบบดังกล่าว อยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบเพื่อนำไปใช้จริง ซึ่งจะช่วยให้ลดการเกิดความเสียหายทั้งทางด้านชีวิตและทรัพย์สิน ลดระดับการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงให้เล็กลง และเกิดการต่อยอดทางธุรกิจที่มาจากงานวิจัยต่อไป</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;สำหรับระบบตรวจจับบุคคลที่อำพรางอาวุธปืนผ่านกล้องวงจรปิด ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2565 จาก วช. โดยจะมีพิธีมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ในงานวันนักประดิษฐ์ ระหว่างวันที่ 2  6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา กรุงเทพมหานคร</span></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122001313183"],
    [505,"ต่อยอดอาชีพให้เกษตรกรกับโครงการฝึกอบรมศิลปาชีพ มุ่งหวังให้เกษตรกรมีรายได้เสริมเพิ่มมากขึ้น","<p><strong>นายวิณะโรจน์&nbsp;ทรัพย์ส่งสุข</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;กล่าวว่าสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;ให้การสนับสนุนภารกิจการฝึกอบรม&nbsp;การให้ความรู้&nbsp;รวมทั้งฝึกฝนทักษะงานช่างฝีมือและมอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดทุกแห่ง&nbsp;ใน&nbsp;72&nbsp;จังหวัด&nbsp;เปิดรับสมัครและคัดเลือกเกษตรกร/บุตรหลานเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ได้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมศิลปาชีพ&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร&nbsp;อำเภอบางไทร&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยผลการดำเนินงานในปี&nbsp;2564&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจจำนวนมากมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;1,041&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;หลักสูตรฝึกอบรมศิลปาชีพเพื่อเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;884&nbsp;ราย&nbsp;และหลักสูตรศิลปาชีพเพื่อผู้สนใจ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;157&nbsp;ราย&nbsp;และกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;พบว่า&nbsp;จำนวน&nbsp;632&nbsp;ราย&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;60.17&nbsp;ของเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับการส่งเสริมพัฒนามีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;แนวทางยังคงเป็นการช่วยให้เกษตรกร</strong>และบุตรหลานเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมีทักษะด้านงานศิลปหัตถกรรมสามารถนำความรู้นำไปประกอบอาชีพหลัก&nbsp;หรืออาชีพเสริมนอกเหนือจากทำการเกษตร&nbsp;เป็นการสร้างความเท่าเทียมในด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;และพัฒนาทักษะอาชีพให้เกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ให้เกิดองค์ความรู้ที่จะต่อยอดผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น&nbsp;ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น&nbsp;ก่อให้เกิดรายได้เสริมนอกภาคการเกษตร&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121150923898"],
    [506,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดี เช่นเดียวกับในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดี&nbsp;เช่นเดียวกับในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;และ&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดี&nbsp;คือ&nbsp;ภาคเหนือตอนบน&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดและลมอ่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121101143739"],
    [507,"กรมการข้าว ปูทางให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องและเหมาะสม","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดการอบรมการใช้โดรนทางการเกษตรเพื่อการผลิตข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ว่า&nbsp;การใช้โดรนทางการเกษตรในประเทศไทยมีความนิยมแพร่หลายมากยิ่งขึ้นซึ่งมีการนำไปใช้ในการฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูข้าวเป็นหลัก&nbsp;ช่วยให้มีการใช้แรงงานและเวลาที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับวิธีการดั้งเดิมของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งการที่นำโดรนมาใช้ในแปลงนา&nbsp;ผู้รับจ้างฉีดพ่นและเกษตรกรต้องมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในการใช้โดรนสำหรับการเกษตร&nbsp;เพื่อให้การฉีดพ่นสารมีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำ&nbsp;</p><p><strong>กรมการข้าว&nbsp;โดยศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี</strong>&nbsp;ร่วมกับบริษัทอะโกรโรโบติกส์&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดการอบรมในครั้งนี้เพื่อช่วยให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่กรมการข้าว&nbsp;เข้าใจและตระหนักถึงการใช้โดรนทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;ปลอดภัยต่อตนเอง&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และอำนวยความสะดวกในภาคการเกษตรมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121150738894"],
    [508,"จ.แม่ฮ่องสอน เริ่มมีจุดความร้อนสะสม 49 จุด สูงสุดที่ อ.แม่ลาน้อย ภาพรวมทั้งจังหวัดตั้งเป้าหมายปี 65 ต้องไม่เกิน 9,556 จุด","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;สรุปผลการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;สถานการณ์ไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีจุดความร้อนสะสม&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;49&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;31&nbsp;จุด&nbsp;เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่เกษตร&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.41&nbsp;ของจุดความร้อนสะสมปี&nbsp;2564&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.51&nbsp;ของค่าเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดตั้งเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ต้องลดลงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;คือ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด&nbsp;โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุดในขณะนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;จุด</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์คุณภาพอากาศ</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ค่าสูงสุดที่วัดได้&nbsp;เท่ากับ&nbsp;24&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับวันนี้มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;22&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121114036781"],
    [509,"เกษตรแม่ฮ่องสอน สาธิตการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยวิธีกล เพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี","<p><strong>นายขจรศักดิ์ชนัน&nbsp;จิตภิลัย&nbsp;</strong>เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยนายวิษณุ&nbsp;คำพินิจ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;นายเสกสรร&nbsp;บัลล์ลัง&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ร่วมกันวางกับดักกาวเหนียวบริเวณแปลงปลูกผักตัวอย่าง&nbsp;(โครงการบ้านพอเพียงเลี้ยงชีวิตสู้โควิด&nbsp;-19)&nbsp;ด้านหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี&nbsp;ซึ่งกลุ่มแมลงเป้าหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;เพลี้ยอ่อน&nbsp;ด้วงหมัดผัก&nbsp;แมลงหวี่ขาว&nbsp;เพลี้ยไฟ&nbsp;แมลงวันเจาะผล&nbsp;แมลงวันหนอนชอนใบ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>วิธีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;การเลือกใช้พืชพันธุ์ต้านทานแมลงและโรคศัตรูพืช&nbsp;มักนำมาใช้กับฝ้าย&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;อ้อย&nbsp;มันฝรั่ง&nbsp;ฯลฯ,&nbsp;เลือกการหาจังหวะการปลูกที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงฤดูการระบาดของศัตรูพืช&nbsp;โดยปลูกให้เร็วหรือช้ากว่าปกติ&nbsp;ตลอดจนการพยากรณ์การระบาดของศัตรูพืช&nbsp;เพื่อเตรียมการป้องกันกำจัดได้ทันท่วงที,&nbsp;การใช้เขตกรรม&nbsp;การตากดิน&nbsp;ไถดิน&nbsp;เพื่อทำลายศัตรูพืช&nbsp;และช่วยให้นกจับกินแมลงที่ฟักตัวในดิน&nbsp;นอกจากนี้การตัดเผาทำลายต้นตอพืชที่หลงเหลือเป็นแหล่งสะสมของศัตรูพืช&nbsp;จะช่วยลดการระบาดของศัตรูพืชอีกด้วย,&nbsp;การใช้วิธีกล&nbsp;เช่น&nbsp;การใช้กาวทาจับแมลงที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว,&nbsp;การใช้วิธีทางฟิสิกส์&nbsp;เช่น&nbsp;การใช้แสง&nbsp;เสียง&nbsp;หรืออุณหภูมิในการล่อไล่ฆ่าทำลายศัตรูพืช&nbsp;ทั้งโรคและแมลง&nbsp;ที่นิยม&nbsp;คือการใช้เครื่องล่อแมลงแบบใช้แสงไฟ,&nbsp;การใช้วิธีการทางเคมี&nbsp;เป็นวิธีการใช้สารประกอบที่เป็นอนินทรีย์เคมีหรืออินทรีย์เคมีใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;แต่วิธีการนี้พบว่ามีข้อดีและข้อเสียมากจึงมีข้อจำกัดในการใช้เฉพาะ,&nbsp;การใช้วิธีป้องกันกำจัดแมลง&nbsp;โดยการใช้เชื้อจุลินทรีย์ของแมลง&nbsp;ตัวห้ำ&nbsp;ตัวเบียน&nbsp;สัตว์ป่าบางชนิดช่วยลดและควบคุมปริมาณศัตรูพืชมิให้เกิดความเสียหายกับพืชผล&nbsp;นับตั้งแต่กิ้งก่า&nbsp;แย้&nbsp;ตุ๊กแก&nbsp;จิ้งจก&nbsp;งู&nbsp;ฯลฯ,&nbsp;วิธีการอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การกำหนดระดับความเสียหายทางเศรษฐกิจเพื่อให้การใช้วัตถุมีพิษเป็นไปอย่างคุ้มทุนและมีประสิทธิภาพ&nbsp;การใช้สมุนไพรบางชนิดป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;โล่ติ้น&nbsp;สะเดา&nbsp;ยาสูบ&nbsp;หนอนตายหยาก&nbsp;ฯลฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121114415786"],
    [510,"เกษตรฯ แม่ฮ่องสอน แนะแนวทางการเพิ่มช่องทางการตลาด วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรม่อนตะแลง","<p><strong>นายขจรศักดิ์ชนัน&nbsp;จิตภิลัย&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายเจษฎา&nbsp;กาพย์ไชย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;และนางสาวบุตร์ชล&nbsp;สุวรรณลพ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามกิจการของวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรม่อนตะแลง&nbsp;ซึ่งดำเนินกิจการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากงาพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยเกษตรจังหวัดได้เยี่ยมชมกิจกรรมของกลุ่มฯ&nbsp;พร้อมทั้งชี้แนะแนวทางการเพิ่มช่องทางการตลาดในสถานการณ์ที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ยังไม่ยุติลงทำให้การตลาดเดิมไม่สามารถทำการได้&nbsp;ตลอดจนแนะนำการทำการประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรม่อนตะแลง&nbsp;หมู่&nbsp;11&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>งาพันธุ์พื้นเมืองของแม่ฮ่องสอนปลูกแบบวิธีหว่านตามที่ลาดเชิงเขา</strong>&nbsp;หรือที่ว่างตามหัวไร่ปลายนา&nbsp;ในที่ดอนที่น้ำท่วมไม่ถึง&nbsp;งาพันธุ์พื้นเมืองของแม่ฮ่องสอนมีเอกลักษณ์ของตนเอง&nbsp;ปลูกง่าย&nbsp;ใช้น้ำน้อย&nbsp;ไม่ค่อยมีแมลงรบกวนเพราะมีต้นและใบมีกลิ่น&nbsp;เฉพาะตัวที่แมลงไม่ชอบ&nbsp;การปลูกไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเพราะจะทำให้ต้นของงาสมบูรณ์มากเกินไปทำให้ต้นล้มจะไม่ได้ผลผลิตเลย&nbsp;เปลือกของเมล็ดงาพันธุ์พื้นเมืองจะบางกว่าสายพันธุ์อื่น&nbsp;มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว&nbsp;เมื่อนำมาแปรรูปจะมีความหอม&nbsp;กรอบ&nbsp;และอร่อย&nbsp;ส่วนสารอาหารมีครบถ้วนเหมือนงาสายพันธุ์อื่น&nbsp;ๆ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121114704789"],
    [511,"นายอำเภอภูกามยาว ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย หลังเกิดพายุลูกเห็บพัดถล่มอย่างหนักในพื้นที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา","<p><strong>นายกิตติไกร&nbsp;ฝีปากเพราะ&nbsp;นายอำเภอภูกามยาว</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ตนพร้อมคณะได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย&nbsp;หลังเกิดพายุลูกเห็บพัดถล่มอย่างหนักในพื้นที่อำเภอภูกามยาว&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ช่วงเย็นวานนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ซึ่งเบื้อต้นพบบ้านเรือนราษฎรเสียหายจากลูกเห็บตก&nbsp;หลังคาทะลุ&nbsp;และถูกพายุพัดหลังคาหาย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;คือที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านป่าฝาง&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านหนองลาว&nbsp;ตำบลห้วยแก้ว,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านร่องปอ&nbsp;ตำบลดงเจน,&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านสันต้นผึ้ง&nbsp;ตำบลแม่อิง&nbsp;อำเภอภูกามยาว&nbsp;โดยความเสียหายดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น</p><p><strong>นอกจากนี้ยังพบเสาไฟฟ้าล้มเสียหายทั้งหมดจำนวน&nbsp;8&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;อีก&nbsp;2&nbsp;ต้น&nbsp;หัวเสาเสีย&nbsp;รวมเป็น&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;คาดความเสียหายดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนการแก้ไขนั้น&nbsp;ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้มีการเตรียมเสาไฟต้นใหม่มาแล้ว&nbsp;โดยจะสามารถดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ได้อย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121114905791"],
    [512,"จ.ลำปาง จัดกิจกรรม ชิงเก็บ ลดเผา และ Kick Off ทำแนวกันไฟ 13 อำเภอ หนุนนโยบายลดปัญหาหมอกควัน","<p><strong>วันที่&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)</strong>&nbsp;ที่ฐานปฏิบัติการแม่ทรายคำ&nbsp;อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ้านสา&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;บริษัท&nbsp;SCG&nbsp;ร่วมมือกับหน่วยงานหลายภาคส่วน&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลําปาง&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;และ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ทำแนวกันไฟ&nbsp;13&nbsp;อำเภอจังหวัดลำปาง&nbsp;สนับสนุนนโยบายของจังหวัดลำปางในการส่งเสริมเรื่องการลดปัญหาหมอกควันไฟป่า&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนฤพนธ์&nbsp;ทิพย์มณฑา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม</p><p><strong>ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ&nbsp;</strong>โครงการ&nbsp;Zero&nbsp;Burn&nbsp;เปลี่ยนสร้างมลพิษเป็นสร้างพลังงาน&nbsp;และการจัดการวัสดุเหลือใช้&nbsp;Biomas,&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;และ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ทำแนวกันไฟ&nbsp;13&nbsp;อำเภอของจังหวัดลำปาง,&nbsp;การสาธิตการทำแนวกันไฟ&nbsp;โดยทีมงานป้องกันไฟป่า,&nbsp;กิจกรรมทำแนวกันไฟบริเวณพื้นที่ป่าแม่ทรายคำ&nbsp;และกิจกรรมปิดเส้นทางเข้าทำลายป่าบริเวณพื้นที่เขตป่าแม่ทรายคำ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของเครือข่ายป่าชุมชน</strong>&nbsp;พบกิจกรรมอบรมการทำแนวป้องกันไฟป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;75&nbsp;คน&nbsp;(แกนนำทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ),&nbsp;กิจกรรมทำแนวกันไฟ&nbsp;และเยี่ยมชมการบริหารจัดการน้ำห้วยแก้วโมเดล&nbsp;บ.สาแพะ&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ซึ่งตลอดการจัดกิจกรรมได้ดำเนินการตามนโยบาย&nbsp;มาตรการการป้องกัน&nbsp;และควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;COVID-19&nbsp;ของจังหวัดลำปาง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;SCG&nbsp;ได้ดำเนินโครงการ</strong>&nbsp;SCG&nbsp;รักษ์น้ำ..เพื่ออนาคต&nbsp;โดยได้สนับสนุนชุมชนต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2550&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;จำนวนมากกว่า&nbsp;85,000&nbsp;สาย&nbsp;เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผืนป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้น&nbsp;อีกทั้งเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากชุมชนและองค์กรต่างๆ&nbsp;จนประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121115447801"],
    [513,"ปศุสัตว์ฯ แม่ฮ่องสอน ประชาสัมพันธ์ 4 ข้อควรทำ ป้องกัน ASF ในสุกร","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;4&nbsp;ข้อควรทำ&nbsp;</strong>เพื่อป้องกัน&nbsp;ASF&nbsp;สำหรับเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ดังนี้&nbsp;ปรับระบบการเลี้ยงสุกรให้ป้องกันโรคได้&nbsp;(GFS)&nbsp;มีรั้วรอบขอบชิด&nbsp;ไม่ให้คนเข้ามาในเล้า&nbsp;เปลี่ยนรองเท้าและล้างมือก่อนเข้าเล้าทุกครั้ง&nbsp;ทำความสะอาดเล้าและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ,&nbsp;นำเศษอาหารมาใช้เลี้ยงหมู&nbsp;หากจำเป็นต้องต้มก่อน,&nbsp;การซื้อหมูเลี้ยงใหม่ควรมาจากฟาร์มที่มั่นใจว่าปลอดโรค&nbsp;AFS&nbsp;หรือหากไม่มั่นใจควรเว้นระยะการเลี้ยงไปก่อน,&nbsp;สังเกตอาการหมูสม่ำเสมอ&nbsp;ถ้าพบอาการป่วยหรือผิดปกติ&nbsp;รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ใกล้บ้านทันที</p><p><strong>ASF&nbsp;ย่อมาจาก&nbsp;African&nbsp;swine&nbsp;fever&nbsp;virus</strong>&nbsp;เป็นไวรัสที่ทำให้เกิด&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หากเกิดโรคนี้จะทำให้&nbsp;หมู&nbsp;ตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนและวิธีการรักษาที่จำเพาะ&nbsp;โรค&nbsp;ASF&nbsp;เป็นโรคที่ไม่ติดต่อไปสู่คน&nbsp;แต่เชื้อไวรัสจะสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมหรือซากได้นานหลายเดือน&nbsp;ซึ่งประเทศที่มีการระบาดของโรคดังกล่าว&nbsp;จะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อาการของโรคหมูจะตายเฉียบพลัน</strong>&nbsp;มีไข้สูง&nbsp;ผิวหนังแห้ง&nbsp;มีจุดเลือดออกหรือรอยช้ำ&nbsp;โดยเฉพาะใบหู&nbsp;ท้อง&nbsp;และขาหลัง,&nbsp;มีอาการทางระบบอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ทางเดินหายใจ&nbsp;ทางเดินอาหาร&nbsp;การแท้งในทุกช่วงของการตั้งท้อง,&nbsp;พบได้ทุกกลุ่ม&nbsp;และทุกช่วงวัยของหมู,&nbsp;อัตราการป่วย&nbsp;เท่ากับ&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;อัตราการตาย&nbsp;เท่ากับ&nbsp;30-100&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;แต่หากเป็นใน&nbsp;ลูกหมู&nbsp;อัตราการตายจะสูงถึง&nbsp;80-100&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ภายใน&nbsp;14&nbsp;วัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121121635820"],
    [514,"สุพรรณบุรี เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร แบบครบวงจร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่วัดไผ่ขวาง&nbsp;ตำบลไผ่ขวาง&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เนื่องในวโรกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ทรงมีพระชนมายุครบ&nbsp;50&nbsp;พรรษา&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;กราบบังคมทูลถวาย&nbsp;และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;และทรงพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ&nbsp;โดยเปิดให้บริการครั้งแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2545&nbsp;และได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน</p><p><strong>โดย&nbsp;นายชูชีพ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;สามารถแก้ไขปัญหา&nbsp;และถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ได้ในคราวเดียวกัน&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจร&nbsp;ในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้ง&nbsp;บุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกร&nbsp;&nbsp;นอกจากการให้บริการของหน่วยงานแล้วยังมีการร่วมบูรณาการกิจกรรมการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด&nbsp;โดยการมอบถุงยังชีพด้านปศุสัตว์ให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายวีรศักดิ์&nbsp;บุญเชิญ&nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกข้าวและคลินิกอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;1.&nbsp;คลินิกแก้ปัญหาในพื้นที่&nbsp;&nbsp;2.คลินิกด้านวิชาการเกษตร&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;คลินิกการให้บริการ&nbsp;อาทิ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มแม่บ้าน&nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;จากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121154159921"],
    [515,"รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างแก้มลิงทุ่งหิน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการทรัพยากรจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;โดยมีคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;โดยโครงการชลประทานสมุทรสงครามแจ้งแผนการจัดการมูลดินภายในโครงการแก้มลิงทุ่งหินว่า&nbsp;การขุดลอกดินที่ระดับความลึก&nbsp;25&nbsp;เมตร&nbsp;ขุดดินทั้ง&nbsp;6&nbsp;โซน&nbsp;ได้ดิน&nbsp;5&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;นำดินมาทำคันถนนรอบโครงการและทำเกาะกลาง&nbsp;โดยมีแผนขุดดินปี&nbsp;2565&nbsp;โซนที่&nbsp;1&nbsp;จำนวนดิน&nbsp;0.99&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;82&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปี&nbsp;2566&nbsp;ขุดดินโซน&nbsp;2,&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;1.51&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;197&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และปี&nbsp;2567-2568&nbsp;โซน&nbsp;4,&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;จำนวน&nbsp;2.50&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;313&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้ในปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีการปรับปรุงอาคารรับน้ำขนาด&nbsp;4&nbsp;กว้างและยาวขนาด&nbsp;2&nbsp;คูณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;งบประมาณกว่า&nbsp;17&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนปี&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;2566&nbsp;จะปรับปรุงอาคารท่อระบายน้ำขนาด&nbsp;4&nbsp;กว้างและยาว&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;คูณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตรอีก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;งบประมาณ&nbsp;54&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในปี&nbsp;2566&nbsp;ถึง&nbsp;2567&nbsp;จะปรับปรุงประตูระบายน้ำ&nbsp;กว้างและยาว&nbsp;4&nbsp;เมตรคูณ&nbsp;4&nbsp;เมตร&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;งบประมาณ&nbsp;105&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมงบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;770&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับโครงการปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีตสายทางเข้าแก้มลิงทุ่งหินระยะทาง&nbsp;6.8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ดำเนินการโดยแขวงทางหลวงชนบทสมุทรสงคราม&nbsp;ขณะนี้กำลังปรับถนนสามารถเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ได้แต่จะได้รับการปรับปรุงเป็นคอนกรีตในปี&nbsp;2566&nbsp;นอกจากนี้ในปี&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองแจ้งว่าอยู่ระหว่างการจัดจ้างผู้ออกแบบการศึกษาออกแบบภูมิทัศน์พัฒนาแก้มลิงทุ่งหินตามโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังจะต้องดำเนินการก่อสร้างพื้นที่แก้มลิงทุ่งหินเพิ่มเติมต่อไป&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;ก่อสร้างโรงกรองน้ำขนาด&nbsp;1,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสมุทรสงคราม&nbsp;ถนนช่วงที่&nbsp;1&nbsp;จากวัดถ้ำเขาย้อย&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ถึงทางยกระดับข้ามทางรถไฟระยะทางประมาณ&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และถนนช่วงที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากทางยกระดับข้ามทางรถไฟถึงแก้มลิงทุ่งหิน&nbsp;ระยะทางปะมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตรโดยแขวงทางหลวงชนบทเพชรบุรี&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121121911823"],
    [516,"ปศุสัตว์อำเภอเบตงร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดยะลาเฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีก เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังไข้หวัดนกหลังพบการระบาดในประเทศจีน ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตงเผยไก่เบตงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง","<p><strong>ปศุสัตว์อำเภอเบตงร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดยะลาเฝ้าระวังโรคสัตว์&nbsp;</strong>ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&nbsp;พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีก&nbsp;เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังไข้หวัดนกหลังพบการระบาดในประเทศจีน&nbsp;ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตงเผยไก่เบตงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง</p><p><strong>วันนี้&nbsp;21&nbsp;ม.ค.65&nbsp;นายเกริกฤทธิ์&nbsp;โรจนรวีวงศ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;</strong>นำเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.เนาะแมเราะ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีก&nbsp;ดำเนินการเจาะเลือดไก่&nbsp;ทำสวอปไก่หรือการเก็บตัวอย่างขี้ไก่ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่&nbsp;รวมไปถึงการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันโรคนิวคาสเซิลในไก่เบตงภายหลังได้รับวัคซีน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีนว่าเนื้อไก่เบตงและไก่เนื้อในพื้นที่มีคุณภาพ&nbsp;มีความปลอดภัยห่างไกลจากโรคไข้หวัดนกอย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><strong>นายเกริกฤทธิ์&nbsp;โรจนรวีวงศ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>องค์การอนามัยโลก&nbsp;(WHO)&nbsp;พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิด&nbsp;H5N6&nbsp;ในประเทศจีน&nbsp;ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ในจำนวนนี้&nbsp;เสียชีวิตแล้ว&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งในประเทศไทยไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มีการเตรียมความพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทย&nbsp;ขอให้ประชาชนและผู้บริโภคในพื้นที่อย่าได้วิตกกังวลว่าเนื้อไก่ที่จะนำไปไหว้ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะไม่ปลอดภัย&nbsp;เพราะปศุสัตว์อำเภอเบตงได้มีการคุมเข้ม&nbsp;พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังปัญหาโรคไข้หวัดนกไว้อย่างเต็มที่ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;มั่นใจได้ว่าเนื้อไก่ในพื้นที่อำเภอเบตงปลอดภัยแน่นอน&nbsp;และที่สำคัญฟาร์มไก่ในพื้นที่ได้ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;(Good&nbsp;Farming&nbsp;Management&nbsp;)&nbsp;และขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;สังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำไปจำหน่ายจ่ายแจกหรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรค&nbsp;หากมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;โทร.073-230575&nbsp;หรือแจ้งผ่าน&nbsp;Application&nbsp;:&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางขนิษฐา&nbsp;ศรีภักดี&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากกระแสของโรคไข้หวัดนกที่พบการระบาดในประเทศจีน&nbsp;ตนมีความกังวลอยู่บ้าง&nbsp;แต่ก็อุ่นใจที่มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาตรวจเยี่ยมและให้ความรู้การเฝ้าระวังไข้หวัดนก&nbsp;โดยฟาร์มไก่เบตงของตนมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบอย่างน้อยสัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีระบบการป้องกันโรคและเข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด&nbsp;ควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม&nbsp;พร้อมฉีดพ่นยานพาหนะทุกคันที่มารับไก่ไปจำหน่ายตามมาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;และช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง&nbsp;ซึ่งปีนี้วันไหว้ตรงกับวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดจองไก่ล่วงหน้าแล้ว&nbsp;ซึ่งขนาดที่พร้อมจำหน่ายมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;โดยต้องมีขนาดและน้ำหนักอยู่ที่&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่วนราคาไก่หน้าฟาร์ม&nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;240&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้ทางฟาร์มมีบริการฟรีซแช่แข็งพร้อมรับประทาน&nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;280&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121133912853"],
    [517,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขับเคลื่อนโครงการสำคัญด้านทรัพยากรน้ำ สนับสนุนแผนแม่บทฯ 20 ปี วงเงิน 7 หมื่นล้านบาท","<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมทรัพยากรน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมขุนลุมประพาส&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting</p><p><strong>ในที่ประชุมได้ดำเนินการปรับปรุงเป้าหมายการขับเคลื่อนโครงการสำคัญ&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565-2567&nbsp;</strong>โดยเป้าหมายโครงการสำคัญฯ&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;15&nbsp;รายการ&nbsp;สนับสนุนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;&nbsp;2580)&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;71,564.33&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมถึงรับทราบความก้าวหน้าการได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กรรมการผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ&nbsp;และกรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้ได้พิจารณาโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;</strong>เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;(งบกลาง)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีโครงการฯ&nbsp;ที่เสนอผ่านระบบ&nbsp;THAI&nbsp;WATER&nbsp;PLAN&nbsp;จำนวน&nbsp;137&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นโครงการที่มีความพร้อมดำเนินการ&nbsp;จำนวน&nbsp;99&nbsp;โครงการ&nbsp;และเป็นโครงการที่ไม่พร้อมดำเนินงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;โครงการ&nbsp;ที่ประชุมมีมติให้ฝ่ายเลขานุการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของแผนงานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;โดยขอให้ดำเนินการจัดลำดับในระบบฯ&nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121134550861"],
    [518,"ห่วงใยผู้บริโภค ตรุษจีนปีนี้เลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ ที่มีตรา ปศุสัตว์ OK มั่นใจสะอาด ปลอดสารตกค้าง ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์มีความห่วงใยประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่ออกมาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;เพื่อเตรียมจัดพิธีไหว้ขอพรเทพเจ้าและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วในวันปีใหม่ของจีน&nbsp;โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตของกรมปศุสัตว์&nbsp;รวมถึงการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อตรวจหาสารตกค้างต่างๆ&nbsp;ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าสินค้าปศุสัตว์ที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์นั้น&nbsp;มีคุณภาพและปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK</strong>&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ทั้งระบบ&nbsp;โดยมุ่งหวังให้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น&nbsp;ปัจจุบันมีสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อเป็ด&nbsp;เนื้อโค&nbsp;ไข่ไก่สด&nbsp;ไข่เป็ดสด&nbsp;และไข่นกกระทาสด&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ&nbsp;และตลาดสด&nbsp;เข้าร่วมโครงการรวมทั้งหมดกว่า&nbsp;7,000&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสถานที่จำหน่าย&nbsp;</p><p>ที่เข้าร่วมโครงการได้ทั้งประเทศ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ได้มีการ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;พร้อมกันทั่วประเทศ&nbsp;</strong>ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเขต&nbsp;1-&nbsp;9&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันพัฒนาและผลักดันมาตรฐานปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;โดยสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;จะต้องจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่มีความปลอดภัยต่อการบริโภค&nbsp;มาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;GAP&nbsp;โรงฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>กรมปศุสัตว์ได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าสัตว์&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในเนื้อสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;โดยผลการตรวจทั้งหมดยังตรวจไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;จึงขอให้ประชาชนผู้บริโภคมั่นใจว่า&nbsp;สินค้าปศุสัตว์ที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรองนั้น&nbsp;มีมาตรฐานการผลิตที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เหมาะสมแก่การบริโภค&nbsp;ปลอดจากสารตกค้าง&nbsp;ไม่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และที่สำคัญสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการผลิต&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้&nbsp;มั่นใจซื้อสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ให้สังเกตตราสัญลักษณ์&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121150324890"],
    [519,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านลดลง แต่ยังกระทบพื้นที่ภาคอีสานบริเวณแนวชายแดน","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านลดลง&nbsp;แต่ยังกระทบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;255&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;163&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;84&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;63&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;นครนายก&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ลพบุรี&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สกลนคร&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยรวมยังอยู่ในระดับดีมีฝุ่นบ้างเล็กน้อยในบางพื้นที่&nbsp;พบจุดความร้อนมีปริมาณลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากกระแสลมฝ่ายตะวันตกเข้าปกคลุมส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางยังมีจุดความร้อนกระจายตัวในพื้นที่&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;พบกัมพูชายังอยู่อันดับ&nbsp;1&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;10&nbsp;วันติดต่อกัน&nbsp;1,538&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;255&nbsp;จุด&nbsp;และเมียนมา&nbsp;138&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดน&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121125911829"],
    [520,"ตรัง เกษตรกรเลี้ยงหมูทั้งปลอดโรคและลดต้นทุนเพิ่มรายได้","<p><strong>ที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมบ้านหนองสองพี่น้อง&nbsp;หมู่&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ต.หนองช้างแล่น</strong>&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;วิมลเมือง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ต.หนองช้างแล่น&nbsp;&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งเป็นประธานกลุ่ม&nbsp;ฯ&nbsp;นำผู้สื่อข่าวดูวิธีการเลี้ยงหมูหลุมแบบประยุกต์&nbsp;เพื่อให้ปลอดภัยจากโรค&nbsp;ลดต้นทุน&nbsp;และเพิ่มรายได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยนายประพันธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงหมูหลุม&nbsp;ฯ&nbsp;</strong>มีสมาชิกทั้งหมด&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เดิมกระจายกันเลี้ยง&nbsp;แต่พอได้ข่าวว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ&nbsp;หลายคนก็เลิกเลี้ยง&nbsp;กลัวจะเกิดโรค&nbsp;&nbsp;แต่ของตนเองยังเลี้ยงต่อ&nbsp;ส่วนตัวจากการติดตามข่าวสาร&nbsp;คิดว่าโรคระบาดที่ฟาร์มหลายแห่ง&nbsp;เชื้อน่าจะมาจากเจ้าของหมูไปซื้อหมูติดเชื้อมากิน&nbsp;จากนั้นเมื่อเหลือเป็นเศษอาหาร&nbsp;ก็คงนำไปให้หมูกินต่อ&nbsp;ทำให้เชื้อระบาดขึ้นในฟาร์ม&nbsp;ส่วนตัวจะไม่เอาเศษอาหารที่เหลือมาให้หมูกินอย่างเด็ดขาด&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ&nbsp;จะเอาต้นไม้&nbsp;พืช&nbsp;ผัก&nbsp;ข้างบ้าน&nbsp;โดยเฉพาะต้นกล้วยจะตัดมาใส่ให้หมูกัดกินทั้งต้น&nbsp;&nbsp;ได้ทั้งความชื้นหากหมูอยากได้น้ำด้วย&nbsp;และส่วนตัวคิดว่าต้นกล้วยมีจุลินทรีย์&nbsp;มีความฝาด&nbsp;จะทำให้โรคท้องร่วง&nbsp;โรคอหิวาห์ไม่ค่อยมี&nbsp;และในต้นกล้วยก็จะมีใยอาหาร&nbsp;มีไฟเบอร์มาก&nbsp;ทำให้ระบบขับถ่ายของหมูดี&nbsp;ไม่เป็นการถ่ายเหลว&nbsp;จึงเป็นการเลี้ยงตามแบบของตนเอง&nbsp;ทำให้ตั้งแต่ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแบบนี้&nbsp;ผ่านมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หมูไม่เคยป่วย&nbsp;และไม่เคยเสียเงินฉีดวัคซีน</p><p><strong>ส่วนการประหยัดต้นทุน&nbsp;และเพิ่มรายนั้น&nbsp;ตนเองจะใช้วิธีการผสมอาหารเอง</strong>&nbsp;โดยการซื้อวัตถุดิบมาผสมเอง&nbsp;ซึ่งวัตถุดิบก็มีราคาแพง&nbsp;จากเดิมกระสอบ&nbsp;430&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;แต่ขณะนี้กระสอบละ&nbsp;570&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งหมูแต่ละตัวต้องกินอาหารประมาณ&nbsp;7-8&nbsp;กระสอบ&nbsp;แต่เมื่อตนเองซื้อวัตถุดิบมาเลี้ยงเอง&nbsp;สามารถประหยัดต้นทุนได้ประมาณกระสอบละ&nbsp;70&nbsp;&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;โดยหมูที่ตนเลี้ยงไว้ครั้งละประมาณ&nbsp;20&nbsp;&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;เดิมตนเองเลี้ยงหมูหลุมเหมือนเกษตรกรทั่วไป&nbsp;เอามูลมาทำปุ๋ยหมัก&nbsp;&nbsp;แต่หมูมักประสบปัญหาป่วยบ่อย&nbsp;เป็นหวัด&nbsp;เป็นโรคปอด&nbsp;และตาย&nbsp;หรือไม่ทนต่อโรค&nbsp;&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;</p><p><strong>จากการที่ต้องอาบน้ำ&nbsp;ล้างคอกบ่อย&nbsp;ทำให้คอกชื้น&nbsp;ทำให้หมูป่วย&nbsp;</strong>แต่ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;3&nbsp;ปีมาแล้ว&nbsp;ตนได้ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแบบหมูหลุมประยุกต์&nbsp;ประกอบกับได้รับคำแนะนำจากปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด&nbsp;จึงนำเปลือกมะพร้าวมาสับ&nbsp;เพื่อนำมาทำเป็นวัสดุรองพื้น&nbsp;โดยเปลี่ยนทุกๆ&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;โกยมูลเก่าขึ้นก็เปลี่ยนวัสดุใหม่ลงไป&nbsp;ซึ่งเปลือกมะพร้าวดูดความชื้นภายในคอก&nbsp;ไม่ต้องให้น้ำกับหมู&nbsp;ประหยัดต้นทุนค่าน้ำ&nbsp;ค่าไฟ&nbsp;ส่วนมูลที่โกยมาก็เอามาทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;เพื่อจำหน่าย&nbsp;เดิมฉีดมูลหมูทิ้งขณะล้างคอก&nbsp;แต่เอามาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;&nbsp;ใส่แกลบ&nbsp;ผสมโดโลไมค์&nbsp;และน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นหมักต่ออีก&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;นำมาจำหน่ายให้แก่เกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ๆ</strong>&nbsp;ต้องการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;บางคนใช้ปุ๋ยเคมีมาตลอด&nbsp;ก็ควรเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพบ้าง&nbsp;เพื่อปรับปรุงและบำรุงดิน&nbsp;ทำให้ดินโปร่ง&nbsp;พืชก็เจริญงอกงาม&nbsp;โดยใช้ชื่อว่า&nbsp;&nbsp;ปุ๋ยกำนัลดิน&nbsp;คือ&nbsp;คืนความสมบูรณ์ให้กับดิน&nbsp;&nbsp;โดยปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;จากหมู&nbsp;20-30&nbsp;ตัว&nbsp;สามารถนำมูลมาผลิตปุ๋ยได้เดือนละประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;&nbsp;2,000&nbsp;กระสอบ&nbsp;ราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;2&nbsp;บาท&nbsp;โดยบรรจุ&nbsp;6&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคาถุงละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;บรรจุ&nbsp;&nbsp;25&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;กระสอบละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อคิดคำนวณแล้วหมู&nbsp;1&nbsp;ตัวที่เลี้ยงไว้&nbsp;จะสามารถเอามูลมาทำปุ๋ยขายได้ตัวละขายได้ตัวละเกือบ&nbsp;2,000&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;ทำให้สามารถเพิ่มรายได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121134633862"],
    [521,"สอวช.แนะทักษะจำเป็นของนักบริหารงานวิจัย ต้องรู้ลึกรู้จริง มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในการทำงาน พร้อมเน้นย้ำการริเริ่มทำสิ่งใหญ่ขับเคลื่อนประเทศ มองการณ์ไกลและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;สอวช.แนะทักษะจำเป็นของนักบริหารงานวิจัย ต้องรู้ลึกรู้จริง มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในการทำงาน พร้อมเน้นย้ำการริเริ่มทำสิ่งใหญ่ขับเคลื่อนประเทศ มองการณ์ไกลและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนาเปิดมุมมอง ในหัวข้อ ความจำเป็นและความคาดหวังต่อผู้บริหารจัดการงานวิจัย ภายใต้การประชุมระดมความเห็น (ร่าง) ระบบพัฒนาผู้บริหารงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้านชุมชนและพื้นที่ จัดโดย สถาบันคลังสมองของชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ณ โรงแรมปทุมวัน พริ๊นเซส และผ่านระบบออนไลน์ พร้อมกล่าวว่า ปัจจุบันระบบการจัดการงานวิจัยของไทยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น มีการทำงานเชื่อมโยงกัน สำหรับทักษะต่างๆ ที่นักบริหารจัดการงานวิจัยพึงมี แบ่งออกเป็น 5 อย่าง ได้แก่&nbsp;Engagement หรือการมีส่วนร่วม / ความสามารถในการทำ Assessment หรือการประเมิน / การทำ Conceptualization มีกรอบแนวความคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่กำลังพยายามทำอะไร จะมุ่งไปสู่จุดหมายนั้นได้อย่างไร นักบริหารงานวิจัยที่ดีต้องมองทะลุ มองในระยะยาว / การทำ Granting ในเรื่องของการบริหารจัดการโครงการและการให้ทุน ควรคำนึงถึงเรื่อง Commissioning Approach ในงานบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจง เป็นเรื่องที่คาดหวังว่าจะเกิดผลตอบแทนที่สูงตามมา ดังนั้น ต้องเจาะจงได้ว่าจะให้ใครเข้ามาทำงาน ต้องมีข้อมูลการตัดสินใจที่แม่นยำ เป็นกลาง มีหลักฐาน ในการทำระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคม // และ Evaluation หรือ การประเมินผล</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ ในประเด็นที่ผู้บริหารจัดการงานวิจัยในระดับพื้นที่ควรเริ่มนำมาคิด คือ การทำงานวิจัยที่ควรเน้นการริเริ่มทำในเรื่องใหญ่ๆ อาจต้องอาศัยการทำงานร่วมกันมากขึ้น มีการบูรณาการการทำงานเชื่อมโยงกัน ประเด็นต่อมาคือในระดับพื้นที่ ที่มีทุนสังคม ทุนวัฒนธรรม ทุนพื้นที่ สามารถนำมาทำงานต่อยอดได้หลายอย่าง&nbsp;การมองภาพในระดับภูมิภาคมากกว่ามองแค่ในประเทศไทย มองถึงการเชื่อมโยงหลายประเทศ อีกประเด็นหนึ่งที่การมองไปถึงอนาคตว่าอะไรที่เป็นวาระสำคัญ จะต้องเริ่มขยับในการทำกลไกบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ประเทศไทยต้องเริ่มคิดในเรื่องนี้ในระดับพื้นที่ และทำให้เกิดความยั่งยืนขึ้นได้จริงด้วย</span></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122001438185"],
    [522,"รองปลัด อว.นำทีม Road Show Higher Education Sandbox ภาคใต้ หวังสร้างมิติใหม่แห่งการคิดและพัฒนาหลักสูตรการอุดมศึกษาไทย เผยมีหลายหลักสูตรที่เข้าเกณฑ์ Sandbox พร้อมใช้งานจริง","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;รองปลัด อว.นำทีม Road Show Higher Education Sandbox ภาคใต้ หวังสร้างมิติใหม่แห่งการคิดและพัฒนาหลักสูตรการอุดมศึกษาไทย เผยมีหลายหลักสูตรที่เข้าเกณฑ์ Sandbox พร้อมใช้งานจริง</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ศ.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา ขับเคลื่อนกลไก Higher Education Sandbox สนับสนุนการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง และทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญในแวดวงการอุดมศึกษาไทย มาร่วมสร้างความเข้าใจและก้าวไปพร้อมกันเพื่อสร้างอนาคตใหม่ของระบบการศึกษาไทยที่แตกต่างอย่างมีคุณภาพและพัฒนาได้จริง โดยจัดขึ้น ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 3 จากทั้งหมด 5 ครั้งทั่วภูมิภาคของประเทศไทย พร้อมกล่าวว่า ระบบการศึกษาไทย ต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเกิด Higher Education Sandbox คือ การปรับหลักสูตรใหม่ นอกเหนือจากมาตรฐานอุดมศึกษาเดิม นำมาทดลองใช้ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง และตอบโจทย์ความต้องการของประเทศหรือไม่ โดยทำควบคู่ไปกับหลักการและมาตรฐานหลักสูตรปกติ รวมทั้งบูรณาการกับสถาบันการอุดมศึกษาไทยและภาคอุตสาหกรรมเพื่อสร้างหลักสูตรขึ้นมาใหม่ที่แตกต่างจากมาตรฐาน โดยใช้ความต้องการจากสถานประกอบการเป็นหลัก คือ Sandbox หากเมื่อประสบความสำเร็จ อาจจะต้องพัฒนาต่อยอดให้เป็นหลักสูตรในอนาคต อว.จะผลักดันให้ Sandbox เกิดขึ้นจริงในเวลาอันใกล้ และให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจตรงกัน พร้อมสร้างความมั่นใจให้ภาคอุตสาหกรรม สถานประกอบการ ปัจจุบันมีหลายหลักสูตรจากหลายมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการไปแล้ว และเข้าเกณฑ์ Sandbox สามารถตอบโจทย์ทั้งการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมที่สุด ก่อนนำไปใช้จริงในอนาคตอันใกล้นี้ได้อย่างแน่นอน</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;นายพันธ์ุเพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล หัวหน้ากลุ่มภารกิจบริหารยุทธศาสตร์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2565 สป.อว. มีแผนสนับสนุนงบประมาณโครงการดังกล่าวในวงเงินไม่เกิน 1,400,000 บาท ต่อหนึ่งหลักสูตร ซึ่งจะเปิดรับข้อเสนอการจัดการศึกษาช่วง ก.พ.65 โดยสถาบันอุดมศึกษาที่สนใจสามารถยื่นข้อเสนอหลักสูตรได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 หรือสอบถามได้ที่ สป.อว.หรือ Email :&nbsp;</span><a href=\"mailto:he.sandbox@mhesi.go.th\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(17, 85, 204);\">he.sandbox@mhesi.go.th</a><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;.</span></p><p><br></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122001553186"],
    [523,"นักวิจัย วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโวฒ สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์สานศิลป์เวียงโกศัยเครื่องประดับนวัตกรรมอัตลักษณ์ไทย ชูเอกลักษณ์โดดเด่น 10 ตำบล ในจังหวัดแพร่ เสริมอาชีพรายได้ให้ชุมชน","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;นักวิจัย วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโวฒ สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์สานศิลป์เวียงโกศัยเครื่องประดับนวัตกรรมอัตลักษณ์ไทย ชูเอกลักษณ์โดดเด่น 10 ตำบล ในจังหวัดแพร่ เสริมอาชีพรายได้ให้ชุมชน</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ผศ.ดร.ดวงแข บุตรกลู วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า การออกแบบเครื่องประดับ ได้นำคุณค่า อัตลักษณ์ วิถีชีวิตที่งดงามของชุมชน มาสื่อสารสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องประดับอัญมณี ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกร มีแนวคิดสืบสานศิลป์เวียงโกศัย นำแรงบันดาลใจมาจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของ 10 ตำบล ในจังหวัดแพร่ มาสร้างสรรค์ความร่วมสมัยจากการใช้นวัตกรรมออกแบบ ให้เครื่องประดับมีลักษณะเคลื่อนไหวได้ เห็นมิติแบบใหม่ อาทิ วัดพระธาตุช่อแฮพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล, คุ้มวงศ์บุรี, คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่, ศิลปะพุกามรูปทรงวัดจอมสวรรค์, วิถีผ้าหม้อห้อมทุ่งโฮ้ง, วนอุทยานแพะเมืองผี, ลางสาดหวานและสาหร่ายเตา, ตำนานแพร่แห่เบิดบ้านปิน, ผ้าลายดอกผักแว่น และอัญมณีไพลินสีเงินเข้มไทรย้อย เป็นต้น</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ ได้ต่อยอดร่วมกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว การจำหน่ายเครื่องประดับ ของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้วยนวัตกรรมวัสดุคอมโพสิตกลาสเซรามิก ทำมาจากผงเศษแก้วและผงพลอยไพลินละเอียดอัดขึ้นรูป ให้กลายเป็นอัญมณีน้ำงาม เป็นเครื่องประดับสิริมงคล เพิ่มมูลค่า นับเป็นการยกระดับให้ผลิตภัณฑ์เครื่องประดับชุมชน กระตุ้นความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระดับชุมชน โดยผลงานได้รับการจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร/ลิขสิทธิ์ แล้ว 79 ชิ้นงาน และจัดจำหน่าย อยู่ที่วัดพระธาตุช่อแฮ พร้อมส่งเสริมการขายในรูปแบบดิจิทัลให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย จีน และต่างประเทศ เหมาะกับสภาวะปัจจุบันโดยเฉพาะช่วงการระบาดโควิด-19</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ทั้งนี้ ผลงานผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์สานศิลป์เวียงโกศัยเครื่องประดับนวัตกรรมอัตลักษณ์ไทยยังได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับรางวัลประกาศเกียรติคุณ จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมผลงานได้ ภายในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 - 2565 วันที่ 2- 6 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา</span></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122001718187"],
    [524,"สุพรรณบุรี เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่วัดไผ่ขวาง&nbsp;ตำบลไผ่ขวาง&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;สามารถแก้ไขปัญหา&nbsp;และถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ได้ในคราวเดียวกัน&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจร&nbsp;ในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้ง&nbsp;บุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกร&nbsp;นอกจากการให้บริการของหน่วยงานแล้วยังมีการร่วมบูรณาการกิจกรรมการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด&nbsp;โดยการมอบถุงยังชีพด้านปศุสัตว์ให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายวีรศักดิ์&nbsp;บุญเชิญ&nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกข้าวและคลินิกอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;1.&nbsp;คลินิกแก้ปัญหาในพื้นที่&nbsp;&nbsp;2.คลินิกด้านวิชาการเกษตร&nbsp;และ3.&nbsp;คลินิกการให้บริการ&nbsp;อาทิ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มแม่บ้าน&nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;จากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121185829093"],
    [525,"จิตอาสาสระแก้วร่วมพัฒนาแปลงต้นแบบ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์","<p><strong>(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายปริญญา&nbsp;โพธิสัตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว</strong>&nbsp;เปิดกิจกรรมโครงการจิตอาสาจังหวัดสระแก้วร่วมพัฒนาแปลงต้นแบบ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่อำเภอวังสมบูรณ์&nbsp;ที่บริเวณแปลงต้นแบบ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;นายทองพูล&nbsp;มะสูงเนิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;บ้านวังเจริญ&nbsp;ตำบลวังใหม่&nbsp;อำเภอวังสมบูรณ์&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;</p><p>โดยกิจกรรมในวันนี้มีการปลูกไม้ป่า&nbsp;การปลูกไม้ผล&nbsp;การปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;มอบพันธุ์ไก่&nbsp;สำหรับแปลงต้นแบบของอำเภอวังสมบูรณ์&nbsp;พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;คือ&nbsp;ตำบลวังใหม่&nbsp;จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;13&nbsp;บ้านวังเจริญ&nbsp;ตำบลวังใหม่&nbsp;อำเภอวังสมบูรณ์&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;มีจำนวนเกษตรกร&nbsp;2&nbsp;รายที่เข้าร่วมโครงการฯ</p><p><strong>โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่มีจุดมุ่งหมาย</strong>นำรูปแบบของเกษตรทฤษฎีใหม่ขับเคลื่อนภาคการเกษตรของจังหวัดในระดับชุมชนสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนที่มั่นคงพึ่งพาตนเองได้ความเข้มแข็งของชุมชนโดยเฉพาะความมั่นคงทางด้านอาหารต่อยอดเป็นทางเลือกอาชีพและการรวมกลุ่มดำเนินธุรกิจที่ตกเกิดขึ้นภายใต้ฐานรากของเกษตรกรอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่จังหวัดสระแก้วดำเนินการครอบคลุมพื้นที่&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;37&nbsp;ตำบลมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;818&nbsp;ราย&nbsp;เป็นพื้นที่เข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;3,356.5&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p>ประจัก-สุชีวิน&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121191213106"],
    [526,"กรมประมง มอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ.7436-2563 ประเดิมเกษตรกร 2 รายแรก เสริมความมั่นใจสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค","<p><strong>นายประพันธ์&nbsp;ลีปายะคุณ&nbsp;รองอธิบดีกรมประมงและคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;เพื่อมอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค&nbsp;(มกษ.&nbsp;7436&nbsp;-&nbsp;2563)&nbsp;ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจากจังหวัดราชบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายแรกที่ผ่านการรับรองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภคหลังกรมประมงเปิดให้การรับรองมาตรฐานดังกล่าว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;<strong>มาตรฐานความปลอดภัยในการผลิตสัตว์น้ำ&nbsp;</strong>เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารจัดการระบบการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภค&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายด้านการผลิตสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กรมประมงจึงมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการผลิตที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและครอบคลุมมิติอื่นๆ&nbsp;ในระดับสากล&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ด้านส่งเสริมความยั่งยืนให้สินค้าประมงไทยเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลก&nbsp;ตลอดจนพัฒนาอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง&nbsp;และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรไทย&nbsp;</p><p><strong>การลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;</strong>กรมประมงได้มอบใบรับรองมาตรฐานให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;(กุ้งทะเล)&nbsp;จากจังหวัดราชบุรีที่ยื่นความประสงค์ขอรับการตรวจประเมินใบรับรองและผ่านการรับการรับรองในมาตรฐาน&nbsp;มกษ.&nbsp;7436&nbsp;-&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางบุญช่วย&nbsp;ชัยตระกูล&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลตำบลบ้านสิงห์&nbsp;อำเภอโพธาราม&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;นางมาลี&nbsp;สาคร&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล&nbsp;ตำบลดอนใหญ่&nbsp;อำเภอบางแพ&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;เนื่องจากมาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานสมัครใจ&nbsp;โดยมีจุดเด่นคือเกษตรกรสามารถขอการรับรองสัตว์น้ำหลายชนิดพร้อมกันได้ภายใต้มาตรฐานฉบับเดียว&nbsp;กรมประมงขอเชิญชวนเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจ&nbsp;ยื่นคำขอรับการตรวจรับรองมาตรฐาน&nbsp;มกษ.&nbsp;7436-2563&nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดหรือศูนย์ฯ&nbsp;ทุกแห่งในพื้นที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121200151147"],
    [527,"โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ผักปลอดสารจากชุมชนสู่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาระยอง","<p><strong>นายอดิศร&nbsp;วังมูล&nbsp;ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์&nbsp;</strong>โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี&nbsp;ได้ส่งมอบแปลงผักปลอดสารให้กับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&nbsp;สาขาระยอง&nbsp;โดยมีนายวงศกร&nbsp;นราธาวา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&nbsp;สาขาระยอง&nbsp;เป็นตัวแทนรับมอบ</p><p><strong>ซึ่งแปลงผักปลอดสาร</strong>&nbsp;ถือเป็นแนวทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้รับประทานผักปลอดสารพิษอย่างแท้จริง&nbsp;โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้ร่วมพัฒนาโครงการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนชุมชนสามารถเป็นแกนนำในการถ่ายทอดองค์ความรู้จากชุมชนสู่ชุมชน&nbsp;โดยวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์โขดหิน-เขาไผ่&nbsp;ซึ่งถือเป็นกูรูด้านเกษตรอินทรีย์ในชุมชนได้แบ่งปันความรู้เรื่องการนำดินผสมปลูกที่เป็นภูมิปัญญาของกลุ่ม&nbsp;นำไปทดลองใช้ในแปลงผักปลอดสารของชุมชนโขดหินมิตรภาพ&nbsp;ทำให้ผลผลิตมีปริมาณและคุณภาพที่ดี&nbsp;สามารถต่อยอดสร้างเครือข่ายโดยมีการขยายแปลงผักปลอดสาร&nbsp;มายังบ้านพักของเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&nbsp;สาขาระยอง&nbsp;ภายใต้แนวคิดที่ว่าการจะทำให้อาหารปลอดภัย&nbsp;นอกจากเริ่มจากการปลูกกินเองแล้ว&nbsp;การรวมกลุ่มเครือข่ายเพื่อการพัฒนาจะช่วยให้สำเร็จเป็นรูปธรรมเร็วขึ้น&nbsp;ผลที่ได้นอกจากจะมีสุขภาพดี&nbsp;ช่วยลดภาระของรัฐบาลในการรักษาโรคแล้ว&nbsp;ยังได้ผลผลิตสูง&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;และดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคด้วย&nbsp;บีแอลซีพี&nbsp;ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่&nbsp;เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121195731142"],
    [528,"สสก.5 สงขลา เตือนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายฯ ภาคใต้ รีบต่อทะเบียน ภายใน 30 ม.ค.65 ก่อนถูกถอนชื่อ","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นการรวมตัวทำกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชน&nbsp;เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชนให้เกิดประโยชน์&nbsp;&nbsp;เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับสมาชิกกลุ่มและชุมชน&nbsp;โดยมีคนในชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ&nbsp;และมีสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;คอยให้คำแนะนำ&nbsp;สนับสนุนให้การดำเนินกิจการของวิสาหกิจชุมชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ปัจจุบันภาคใต้&nbsp;มีวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;9,702&nbsp;แห่ง&nbsp;สมาชิกจำนวน&nbsp;194,926&nbsp;ราย&nbsp;มีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการจดทะเบียน&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;94&nbsp;แห่ง&nbsp;สมาชิกจำนวน&nbsp;2,131&nbsp;ราย&nbsp;โดยวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วต้องมายื่นต่อทะเบียนทุกปี&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;1-&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอที่ยื่นจดทะเบียนฯไว้&nbsp;เพื่อรักษาสิทธิในการได้รับการสนับสนุนและบริการจากภาครัฐตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ขอเชิญชวนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เข้ามาต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ช่วงระหว่างวันที่&nbsp;1-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอที่ยื่นจดทะเบียนฯ&nbsp;เพื่อให้นายทะเบียน&nbsp;(เกษตรอำเภอ)&nbsp;พิจารณาอนุมัติต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนประจำปี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ต้องเป็นกิจการของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่มีการดำเนินการจริงอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;และเป็นกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน&nbsp;พร้อมยื่นแบบคำขอดำเนินกิจการต่อ&nbsp;(แบบ&nbsp;สวช.&nbsp;03)&nbsp;และเอกสารหลักฐานประกอบการต่อทะเบียน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;รายการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หนังสือสำคัญการจดทะเบียน&nbsp;(ท.ว.ช.2)&nbsp;เอกสารสำคัญแสดงการดำเนินกิจการ&nbsp;(ท.ว.ช.3)&nbsp;บัตรประชาชนของผู้ยื่นแบบ&nbsp;หนังสือมอบอำนาจให้ทำการแทน&nbsp;บันทึกแจ้งความ&nbsp;(กรณี&nbsp;ท.ว.ช.2/&nbsp;ท.ว.ช.3&nbsp;สูญหาย)&nbsp;ข้อบังคับหรือข้อตกลงร่วมกันของสมาชิก&nbsp;แผนประกอบการ&nbsp;ผลการดำเนินงาน&nbsp;แบบจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และแบบจัดเก็บเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/เลขทะเบียนนิติบุคคล&nbsp;(ถ้ามี)&nbsp;หากวิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนไม่ดำเนินการมาต่อทะเบียน&nbsp;กรณีไม่มายื่นต่อทะเบียน&nbsp;2&nbsp;ปีติดต่อกัน&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจะออกหนังสือแจ้งเตือนการต่อทะเบียน&nbsp;และหากไม่มาดำเนินการตามหนังสือแจ้งเตือน&nbsp;จะถูกเพิกถอนทะเบียนและถูกถอนชื่อออกจากทะเบียน&nbsp;ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ที่กำหนดให้วิสาหกิจชุมชนยื่นขอต่อทะเบียนประกอบกิจการเป็นประจำทุกปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โทร&nbsp;0-7433-0262</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121180533049"],
    [529,"นักวิชาการ 3 มหาวิทยาลัย จชต. วิจัยยกระดับเกษตรฮาลาลพรีเมี่ยมในพื้นที่ ด้าน ศอ.บต. เร่งดำเนินการส่งเสริมเลี้ยงโคเนื้อพาณิชย์ สร้างอาชีพและรายได้แก่เกษตรกร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;</strong>ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;เป็นประธานรับฟังการวิจัยการพัฒนาเมืองยะลา&nbsp;ผ่านแนวความคิดเกษตรฮาลาลพรีเมี่ยม&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก&nbsp;ชนบทสู่เมืองอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นงานวิจัยของนักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตปัตตานี&nbsp;และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์&nbsp;เพื่อยกระดับการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p><strong>ดร.อรรถพล&nbsp;อดุลยศาสน์</strong>&nbsp;นักวิจัยจากมูลนิธิประชาชาติเพื่อการศึกษาและพัฒนา&nbsp;เผยถึงแนวคิดในการดำเนินการวิจัยว่า&nbsp;นักวิชาการในพื้นที่เห็นว่า&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;เนื่องจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่และความสมบูรณ์ของธรรมชาติในพื้นที่&nbsp;แต่จากการศึกษาพบว่า&nbsp;ปริมาณผลผลิตที่มีการค้าขายกันทั่วไปส่วนใหญ่มาจากนอกพื้นที่และต่างประเทศ&nbsp;โดยเห็นได้ชัดเจนในเรื่องของการบริโภคเนื้อวัว&nbsp;มักบริโภคเนื้อวัวพาณิชย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศและต่างจังหวัด&nbsp;มากกว่าเนื้อวัวในพื้นที่&nbsp;ทั้งที่มีการเลี้ยงวัวกันเกือบทุกบ้านในชนบท</p><p><strong>ดร.อรรถพล&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;งานวิจัยมุ่งยกระดับการเลี้ยงวัวในพื้นที่ให้มีมาตรฐาน&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ส่วน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ส่วนห่วงโซ่อุปทานใหม่&nbsp;เป็นส่วนของการวิจัยสำหรับโคเนื้อมาตรฐานฮาลาลพรีเมี่ยม&nbsp;เชื่อมโยงชนบทสู่เมืองยะลา&nbsp;ส่วนที่&nbsp;2&nbsp;คือ&nbsp;ส่วนแปลงหญ้าเนเปียร์&nbsp;สำหรับเป็นอาหารของโคเนื้อและรองรับศูนย์ผลิตพลังงานสะอาด&nbsp;ส่วนที่&nbsp;3&nbsp;เป็นส่วนการวิจัยอาหารโค&nbsp;ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและได้มาตรฐาน&nbsp;ซึ่งวางแนวทางผลิตอาหารโคจากวัตถุดิบในพื้นที่&nbsp;ส่วนที่&nbsp;4&nbsp;เป็นส่วนงานวิจัยแผนเศรษฐกิจและกลไกความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่</p><p><strong>ด้านผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ศอ.บต.กำลังผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เป็นเมืองปศุสัตว์&nbsp;โดยมีกรอบแนวคิดในการส่งเสริมขยายการเลี้ยงโค&nbsp;โดยเฉพาะโคเนื้อ&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และรายได้แก่ประชาชน&nbsp;โดยส่งเสริมเลี้ยงโคเนื้อเชิงพาณิชย์ที่มีขนาด&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;และมีความต้านทานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;โดยจะมีการส่งเสริมการลงทุนและการผลิตแบบครบวงจร&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์ในพื้นที่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกหญ้าเนเปียร์&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;มันสําปะหลัง&nbsp;ต้นกระถิน&nbsp;สำหรับเป็นอาหารสัตว์&nbsp;อีกทั้งสามารถนำไปจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปได้อีกด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตามสำหรับการเลี้ยงโคในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;งานวิจัยชนบทสู่เมืองอย่างยั่งยืน&nbsp;ได้ระบุจุดอ่อนของการเลี้ยงโคในพื้นที่ว่า&nbsp;จุดอ่อนที่สำคัญคือ&nbsp;รูปแบบของการเลี้ยงโคของชาวบ้าน&nbsp;การจัดการฟาร์ม&nbsp;การจัดการอาหารของโค&nbsp;และแหล่งทุน&nbsp;สำหรับจุดแข็งนั้น&nbsp;ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงโคและต้นทุนทางธรรมชาติที่ดีในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121183842066"],
    [530,"ยกนิ้ว!! ผู้เลี้ยงยืนราคาหมู ช่วยผู้บริโภค ยืนยันค้านนำเข้า สั่นคลอนความมั่นคงอาหาร-อาชีพเกษตรกรล่มสลาย","<p>ราคาหมูที่เพิ่มขึ้นช่วงหนึ่งเดือนมานี้ เป็นประเด็นร้อนทำให้ทุกภาคส่วนต้องระดมสมองเร่งแก้ปัญไข โดยมีนายกฯ นั่งหัวโต๊ะบัญชาการ เพื่อให้สถานการณ์หมูคลี่คลายโดยเร็วที่สุด </p><p><br></p><p>เมื่อหันมาดูภาคผู้เลี้ยงที่ถือเป็นต้นน้ำ ก็เห็นความเคลื่อนไหวในการร่วมผ่อนคลายสถานการณ์ ให้ตลาดผ่อนคลายลง โดยเฉพาะความร่วมมือของเกษตรกรทั้งประเทศในการรักษาราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ไว้ไม่เกิน 110 บาทต่อกิโลกรัม ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 และจะยืนราคานี้ไปจนถึงหลังตรุษจีน ส่งผลให้ราคาขายปลีกเนื้อหมู ชิ้นส่วนสะโพก หัวไหล่ ในห้างค้าปลีก อยู่ที่ 175-185 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างดี</p><p><br></p><p>การยืนราคาหมูหน้าฟาร์มของเกษตรกรนี้ ก็เพื่อไม่ให้เป็นจำเลยของสังคม ว่าคนเลี้ยงหมูคือต้นเหตุทำให้ราคาหมูแพง แม้ต้องแบกภาระต้นทุนสูง พบว่าบางฟาร์มต้นทุนพุ่งไป 120 บาทแล้ว เพราะเกษตรกรต้องการให้สังคมเข้าใจและทำให้สถานการณ์ให้ดีขึ้น</p><p><br></p><p>สมาชิกสมาคมผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศ ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลาง ยังขนเนื้อหมูไปร่วมสนับสนุน โครงการพาณิชย์ลดราคา ขายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 150 บาท ปัจจุบันดำเนินการกระจายในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้หมูราคาประหยัดกระจายถึงคนไทยให้มากที่สุด</p><p><br></p><p>อันที่จริงราคาหมูเพิ่งจะปรับขึ้นมาในช่วงเดือนเดียวเท่านั้น ราคาที่ขายได้ตอนนี้ ผู้เลี้ยงแค่พอจะคุ้มทุนบ้าง ไม่ได้มีกำไรเหลือมากมาย เพราะต้นทุนการเลี้ยงทุกอย่างเพิ่มขึ้นทั้งหมด เกษตรกรแค่มีรายได้ใช้หนี้ค้างเก่าจากที่ต้องขาดทุนมากว่า 3 ปี และพอมีทุนในการเลี้ยงหมูรุ่นต่อไปเท่านั้น</p><p><br></p><p>แต่ก็ต้องร้อนๆ หนาวๆ กับแนวทางแก้ปัญหาที่บางฝ่ายนำเสนอให้มีการนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศเข้ามา พยุงราคาหมูไทย เรื่องนี้ถ้าถามคนเลี้ยงยังไงก็มีแต่ส่ายหัว ไม่เห็นด้วยเด็ดขาด เพราะหมูนอกเป็นการซ้ำเติมปัญหาของเกษตรกร ยิ่งหมูในประเทศแถบยุโรปด้วยแล้วยิ่งต้องระวัง เพราะนอกจากความเสี่ยงเรื่องโรคต่างถิ่นที่อาจปนเปื้อนเข้ามากระทบกับหมูไทยแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะต้องเปิดรับเนื้อหมูจากยุโรปตลอดไป และมีโอกาสที่จะส่งเข้ามาไม่จำกัด แม้ว่าจะมีการกำหนดปริมาณไว้ชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติประเทศผู้ส่งออกจะส่งมาเกินกว่าที่กำหนด</p><p><br></p><p>ประเด็นนี้มีตัวอย่างให้เห็นแล้วอย่างประเทศเวียดนาม ที่เลือกแก้ปัญหาขาดแคลนหมูด้วยการนำเข้า โดยหวังว่าจะได้บริโภคเนื้อหมูราคาถูกในช่วงแรก แต่กลับได้กินหมูในราคาแพง แถมยังมีการแยกชนชั้นระหว่างสินค้านำเข้าและสินค้าในประเทศ ไม่ใช่สินค้าราคาถูกอย่างที่หวัง ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูชาวเวียดนนาม ต้องแบกภาระขาดทุนจากภาวะหมูล้นตลาดอย่างที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ที่สำคัญ การนำเข้าเนื้อหมู ชิ้นส่วน และหมูแปรรูปจากต่างแดน ถือเป็นการทำลายกลไกการเลี้ยงหมูในประเทศ เพราะหมูนำเข้าราคาถูกกว่าหมูไทย จากต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำกว่ามาก เนื่องจากรัฐบาลของต่างประเทศให้การอุดหนุนต้นทุนการเลี้ยง จึงสามารถขายหมูในราคาถูกได้</p><p><br></p><p>ส่วนคนเลี้ยงหมูไทยต้องแบกรับภาระต้นทุนการเลี้ยงที่พุ่งสูงเองทั้งหมด แต่กลับไม่สามารถขายหมูในราคาที่สะท้อนต้นทุนได้ หากยอมให้หมูนอกเข้ามา เกษตรกรก็ไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ที่สุดแล้วก็จะทิ้งอาชีพ พากันเลิกเลี้ยงหมูไปหมด ความมั่นคงทางอาหารของประเทศต้องสั่นคลอนอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p>ที่สำคัญหมูนอกยังกระทบกับภาวะราคาตกต่ำจากผลผลิตล้นตลาด ที่จะลดแรงจูงใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงที่กำลังกลับเข้าระบบ กลายเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาซัพพลายหมูที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการอยู่</p><p><br></p><p>วันนี้คนเลี้ยงร่วมมือกันยืนราคาหมูไม่ให้กระทบผู้บริโภคแล้ว การแก้ปัญหาด้านอื่นๆก็กำลังเดินหน้า อย่าให้หมูต่างประเทศมาฉุดรั้งความพยายามของทุกฝ่ายที่ทำมาถูกทาง อย่ายอมให้หมูนอกมาทำลายอาชีพเกษตรกรเลี้ยงหมูให้ต้องล่มสลายเลย</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121185020080"],
    [531,"รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ ร่วมกับ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.10-09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ห้องผู้ประกาศ&nbsp;สวท.อำนาจเจริญ&nbsp;ดร.ไพฑูรย์&nbsp;บุปผาดา&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายธนกฤต&nbsp;เนื้ออ่อน&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;กลุ่มสารสนเทศการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ดำเนินรายการวิทยุ&nbsp;รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกรคลื่น&nbsp;FM&nbsp;ความถี่&nbsp;103.25&nbsp;MHz&nbsp;นำเสนอเรื่องราว&nbsp;ข่าวสาร&nbsp;โครงการฯ/กิจกรรม&nbsp;ดังต่อไป</p><p>1)&nbsp;ศวพ.อำนาจเจริญ&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;3&nbsp;สายแรก&nbsp;สนับสนุนพันธุ์แหนแดง&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;และปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;ติดต่อรับได้ที่&nbsp;ศวพ.อำนาจเจริญ&nbsp;(ที่ตั้ง&nbsp;:&nbsp;172&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านโนนโพธิ์&nbsp;ตำบลโนนโพธิ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โทร&nbsp;045-525-756&nbsp;ในวันและเวลาราชการ)</p><p>2)&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&nbsp;และบทบาทหน้าที่</p><p>2.1&nbsp;ให้บริการวิชาการด้านพืช&nbsp;ศึกษา&nbsp;ค้นคว้า&nbsp;วิจัย&nbsp;และพัฒนาพืชระบบการปลูกพืช&nbsp;ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;และแก้ไขปัญหาด้านการผลิตพืชของเกษตรกร</p><p>2.2&nbsp;บริการตรวจรับรองพันธุ์พืช&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และมาตรฐานอินทรีย์</p><p>2.3&nbsp;ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;และถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตพืชอินทรีย์ส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาอินทรีย์</p><p>2.4&nbsp;แนะวิธีผสมปุ๋ยใช้เอง&nbsp;วิธีการทำปุ๋ยหมักเติมอากาศ&nbsp;สนับสนุนพันธุ์แหนแดง&nbsp;และถ่ายทอดความรู้การใช้สารชีวภัณฑ์&nbsp;ฯลฯ</p><p>2.5&nbsp;กำกับ&nbsp;ควบคุม&nbsp;ดูแลพระราชบัญญัติกรมวิชาการเกษตร&nbsp;(พ.ร.บ.ปุ๋ย/วัตถุอันตราย/พันธุ์พืช)</p><p>3)&nbsp;ศวพ.อำนาจเจริญ&nbsp;กับการพัฒนาด้านการปลูกพืชในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>ปี&nbsp;2564&nbsp;ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ&nbsp;</strong>โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;สนับสนุนการผลิตสารชีวภัณฑ์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้ผลิตพืชอย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้สารพิษ&nbsp;โดยการผลิตหนอนกินรังผึ้ง&nbsp;เพื่อเป็นอาหารของไส้เดือนฝอยกำจัดแมลง&nbsp;ผลิตสารชีวภัณฑ์บีเอส&nbsp;(แบคทีเรียบาซิลัส&nbsp;ซับทีลิส)&nbsp;ช่วยป้องกันโรคเหี่ยวในพืชสมุนไพร&nbsp;และผลิตเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีที่ช่วยกำจัดไส้เดือนฝอยรากปม&nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของการปลูกพืช&nbsp;ศวพ.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ&nbsp;จึงได้ดำเนินการจัดทำแปลงเรียนรู้สมุนไพรที่ใช้สารชีวภัณฑ์&nbsp;สารชีวภัณฑ์บีเอส&nbsp;(แบคทีเรียบาซิลัสซับทีลิส)&nbsp;ที่ช่วยป้องกันโรคเหี่ยวในพืชสมุนไพร&nbsp;วิธีการใช้โดยการละลายน้ำแล้วคลุกกับท่อนพันธุ์ก่อนนำไปปลูก&nbsp;หรือละลายน้ำรดในแปลงปลูกก็ได้&nbsp;และสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชผสมผสานในสวนยางพารา&nbsp;ได้แก่&nbsp;กาแฟ&nbsp;และสมุนไพร&nbsp;มีแปลงต้นแบบกาแฟโรบัสต้า&nbsp;30&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;(100&nbsp;ต้น)&nbsp;ขณะนี้ต้นกาแฟมีอายุ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ถ้าให้ผลผลิตทาง&nbsp;ศวพ.จะดำเนินการส่งเสริมในเรื่องการแปรรูปกาแฟต่อไป</p><p><strong>ปี&nbsp;2565&nbsp;ศวพ.อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>ดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ&nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงร่วมกับ&nbsp;กยท.&nbsp;สาขาอำนาจเจริญ&nbsp;ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจผสมผสานในสวนยางพารา&nbsp;อบรมเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;หลักสูตร&nbsp;เทคโนโลยีการผลิตโกโก้ในสวนยางพารา&nbsp;22&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64</p><p>ปัจจุบันกำลังดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรแปลงต้นแบบที่มีความพร้อม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;ไร่</p><p>-&nbsp;สนับสนุนพันธุ์พืชและปัจจัยการผลิตต้นโกโก้&nbsp;(กรมวิชาการเกษตร)&nbsp;100&nbsp;ต้น/ไร่&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์/ปุ๋ยเคมี&nbsp;สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;และจะดำเนินการติดตามและให้คำแนะนำการปลูก&nbsp;ดูแลรักษา&nbsp;อนาคตถ้าให้ผลผลิต&nbsp;จะอบรมและทำโครงการแปรรูปผลผลิต</p><p>4)&nbsp;เชิญชวนเกษตรกรและประชาชนไปร่วมงาน&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;เพื่อให้บริการวิชาการ&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านจิก&nbsp;ตำบลไม้กลอน&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p>ศวพ.อำนาจเจริญ&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;ให้ความรู้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ที่มารับบริการแจกจ่ายสาธิต&nbsp;พันธุ์พืชและปัจจัยการผลิต&nbsp;และจัดแสดงนิทรรศการ&nbsp;</p><p>5)&nbsp;ประชาสัมพันธ์งานผลิตพันธุ์พืช&nbsp;ของ&nbsp;ศวพ.อำนาจเจริญ&nbsp;ที่ได้มาตรฐานตามหลักของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรและสนับสนุนโครงการ/หน่วยงานต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;อ้อยคั้นน้ำ&nbsp;และอ้อยโรงงาน&nbsp;สนใจติดต่อสอบถาม&nbsp;ศวพ.อำนาจเจริญ</p><p>6)&nbsp;ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัยทดสอบเทคโนโลยีการผลิตพืชของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ของ&nbsp;ศวพ.อำนาจเจริญ&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วเขียวหลังนาอินทรีย์&nbsp;ทดสอบเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;การใช้ปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;และกลุ่มผลิตวุ้นเส้นบ้านนาผาง&nbsp;ตำบลห้วย&nbsp;อําเภอปทุมราชวงศา</p><p>7)&nbsp;ประชาสัมพันธ์โครงการการขยายผลเทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์&nbsp;และปุ๋ยชีวภาพเพื่อการผลิตพืชปลอดภัยและอินทรีย์&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;ชีวภัณฑ์กำจัดโรค&nbsp;และแมลงศัตรูพืช</p><p>-&nbsp;อบรมให้ความรู้</p><p>-&nbsp;สาธิตและติดตามดูแลการผลิตเพื่อใช้เองในกลุ่มเกษตรกร</p><p>&nbsp;ชีวภัณฑ์ที่ส่งเสริม</p><p>-&nbsp;ไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงศัตรูพืช-ใช้กำจัดหนอนในแปลงผักและพืชชนิดอื่น&nbsp;ฉีดพ่นแทนสารเคมี</p><p>-&nbsp;เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี&nbsp;-&nbsp;ใช้ป้องกันโรครากปมในพริกและพืชอาศัยอื่น&nbsp;โดยกำจัดไส้เดือนฝอยสาเหตุโรครากปม&nbsp;(ไส้เดือนฝอยคนละตัวกับไส้เดือนฝอยกำจัดแมลง)</p><p>8.ศวพ.อำนาจเจริญ&nbsp;ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องสารชีวภัณฑ์/ปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;อื่นๆ&nbsp;ที่กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ส่งเสริมแบคทีเรีย&nbsp;Bacillus&nbsp;Thuringenesis:&nbsp;Bt&nbsp;ชีวภัณฑ์ที่ใช้ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช&nbsp;เช่น&nbsp;หนอนใยผัก&nbsp;หนอนกะทู้ผัก&nbsp;หนอนเจาะสมอฝ้าย&nbsp;หนอนแก้วส้ม&nbsp;หนอนแปะใบส้ม&nbsp;หนอนร่านกินใบปาล์ม&nbsp;สามารถทำให้แมลงศัตรูพืชตายได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และรองรับระบบการผลิตอินทรีย์&nbsp;กลุ่มพืชผัก&nbsp;ราเขียวเมตาไรเซียม&nbsp;(Metarhizium&nbsp;anisopliae)&nbsp;ชีวภัณฑ์ใช้ในการป้องกันกำจัดด้วงแรดมะพร้าว&nbsp;(Rhinoceros&nbsp;beetle)&nbsp;และด้วงหนวดยาวอ้อย&nbsp;</p><p>กลุ่มพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะพร้าว&nbsp;อ้อย/พื้นที่ปลูก&nbsp;มะพร้าว&nbsp;และอ้อย</p><p>แบคทีเรีย&nbsp;Bacillus&nbsp;subtilis;&nbsp;Bs-DOA-24&nbsp;ชีวภัณฑ์ใช้ควบคุมโรคเหี่ยว&nbsp;เช่น&nbsp;โรคเหี่ยวในพริก&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;ขิง&nbsp;ปทุมมา&nbsp;ขมิ้นชัน&nbsp;ไพล่&nbsp;กระชาย&nbsp;ที่มีสาเหตุจากเชื้อ&nbsp;Ralstonia&nbsp;solanacearum&nbsp;รวมถึงโรคใบจุดในคะน้า&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;</p><p>กลุ่มพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;ขิง&nbsp;มันฝรั่งปทุมมา&nbsp;ขมิ้นชัน&nbsp;ไพล่&nbsp;กระชาย&nbsp;กล้วยหิน</p><p>พื้นที่ปลูกพริก&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;ขิง&nbsp;มันฝรั่งปทุมมา&nbsp;ขมิ้นชัน&nbsp;ไพล่&nbsp;กระชาย&nbsp;กล้วยหิน</p><p>ไตรโครเดอร์มา&nbsp;(Trichoderma&nbsp;harzianum)&nbsp;ชีวภัณฑ์ชนิดเชื้อราใช้ควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา&nbsp;มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคตายพรายของกล้วยที่มีสาเหตุจากรา&nbsp;Fusarium&nbsp;oxysporum&nbsp;f.&nbsp;sp.&nbsp;Cubense</p><p>กลุ่มพืชผัก&nbsp;และกล้วย/พื้นที่ปลูกพืชผักและกล้วย&nbsp;มวนพิฆาต&nbsp;&nbsp;Eocanthecona&nbsp;furcellata&nbsp;(Wolff)&nbsp;เป็นแมลงห้ำมีความสามารถสูงในการกินหนอนศัตรูพืชได้หลายชนิด&nbsp;มวนพิฆาตตัวอ่อนวัย&nbsp;2-5&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;สามารถทำลายหนอนได้เฉลี่ย&nbsp;80&nbsp;ตัว&nbsp;มวนพิฆาตตัวเต็มวัยสามารถทำลายหนอนได้เฉลี่ย&nbsp;130&nbsp;ตัว&nbsp;และตลอดชีวิตของมวนพิฆาตสามารถทำลายหนอนประมาณ&nbsp;200-300&nbsp;ตัว&nbsp;หรือโดยเฉลี่ย&nbsp;5-&nbsp;7&nbsp;ตัว/วัน&nbsp;มวนพิฆาตมีปากแบบแทงดูด</p><p>กลุ่มพืชผัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;หน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;ถั่วฝักยาว</p><p>กลุ่มพืชไร่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;ถั่วเขียว</p><p>กลุ่มไม้ผล&nbsp;ได้แก่&nbsp;องุ่น</p><p>แมลงหางหนีบ&nbsp;แมลงหางหนีบเป็นศัตรูธรรมชาติ&nbsp;สามารถควบคุมไข่และตัวหนอนของผีเสื้อชนิดต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;หนอนกออ้อย&nbsp;เพลี้ยอ่อน&nbsp;และแมลงขนาดเล็กชนิดอื่นที่มีลำตัวอ่อนนิ่ม</p><p>กลุ่มพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ้อย&nbsp;ข้าวโพด/พื้นที่ปลูกอ้อยและ&nbsp;ข้าวโพด</p><p>แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;Asecodes&nbsp;hispinarum&nbsp;และ&nbsp;Tetraticus&nbsp;brontispae&nbsp;การป้องกันกำจัดโดยชีววิธีใช้แตนเบียนแมลงหนามมะพร้าว&nbsp;Asecodes&nbsp;hispinarum&nbsp;และแตนเบียนดักแด้แมลงดำหนาม&nbsp;Tetraticus&nbsp;brontispae</p><p>กลุ่มพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะพร้าว&nbsp;/พื้นที่ปลูก&nbsp;มะพร้าว</p><p>แมลงช้างปีกใส&nbsp;จัดเป็นแมลงห้ำที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง&nbsp;ในระยะตัวอ่อนเป็นแมลงห้ำ&nbsp;หรือตัวห้ำที่สามารถทำลายศัตรูพืชได้หลากหลายชนิด&nbsp;โดยเฉพาะแมลงศัตรูพืชในกลุ่ม&nbsp;Homoptera&nbsp;ซึ่งเป็นพวกแมลงศัตรูพืชปากดูดขนาดเล็ก&nbsp;เช่น&nbsp;เพลี้ยอ่อน&nbsp;เพลี้ยแป้ง&nbsp;เพลี้ยไฟ&nbsp;เพลี้ยหอย&nbsp;ตัวอ่อนแมลงหวี่ขาว&nbsp;เพลี้ยกระโดด&nbsp;ตัวอ่อนเพลี้ยไก่แจ้ส้ม&nbsp;รวมทั้งยังใช้&nbsp;กำจัดไรศัตรูพืชบ้างชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;ไรแมงมุม&nbsp;ไรแดง&nbsp;หรือ&nbsp;ไข่ของหนอนผีเสื้อ&nbsp;และหนอนผีเสื้อศัตรูพืชขนาดเล็ก&nbsp;ตัวอ่อนแมลงช้างปีกใส&nbsp;จัดว่าเป็นแมลงห้ำที่ค่อนข้างดุร้าย&nbsp;จนเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็น&nbsp;สิงห์ล่าเพลี้ยอ่อน&nbsp;(Aphid&nbsp;lion)</p><p>กลุ่มพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;มันสำปะหลัง/พื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง</p><p>แหนแดงแหนแดงมีประสิทธิภาพในการเพิ่มธาตุไนโตรเจนให้แก่ดิน&nbsp;โดยแหนแดง&nbsp;สามารถให้ธาตุไนโตรเจน&nbsp;4-5%&nbsp;กิโลกรัมแห้งใช้บำรุงดิน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121231509169"],
    [532,"ประชุมการสำรวจประชากรสุกรและจำนวนครัวเรือนที่เลี้ยงสุกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุมชี้แจงมอบนโยบาย&nbsp;และแนวทางการปฎิบัติการสำรวจประชากรสุกรและจำนวนครัวเรือนที่เลี้ยงสุกรในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยการตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในรูปแบบเคาะประตูบ้าน&nbsp;(X-ray)&nbsp;การให้ความรู้เรื่องโรคระบาดสัตว์&nbsp;เพื่อเป็นการการเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;และโรคระบาดที่สำคัญในสุกร&nbsp;รวมถึงโรคระบาดที่สำคัญในสัตว์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคไข้หวัดนก&nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่&nbsp;โดยผู้เข้าประชุมประกอบด้วย<strong>&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่จ้างเหมาบริการช่วยงานด้านสัตวแพทย์&nbsp;และเจ้าหน้าที่จ้างเหมางานด้านเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมและป้องกันโรคระบาดสัตว์&nbsp;จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;(แจ้งโรคเร็ว&nbsp;รู้โรคเร็ว&nbsp;เข้าควบคุมเร็ว&nbsp;โรคสงบเร็ว&nbsp;ลดการแพร่กระจายฯ&nbsp;และการสูญเสียของเกษตรกร)&nbsp;ตามนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;ในการป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;กำจัด&nbsp;โรคสุกร</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122070144212"],
    [533,"ตรวจสอบและตรวจรับรองโรงฆ่าสัตว์ ที่ขออนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตรวจสอบและตรวจรับรองโรงฆ่าสัตว์&nbsp;ที่ขออนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;อำเภอลืออำนาจ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ประจำจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ออกตรวจสอบและตรวจรับรอง&nbsp;โรงแปรรูปโค&nbsp;นายมูล&nbsp;จันทวรรณ&nbsp;ที่ขออนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;พื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลดงมะยาง&nbsp;อำเภอลืออำนาจ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;ในการนี้&nbsp;การก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์&nbsp;</strong>เป็นไปตามแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;ที่ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการและผู้ประกอบการยินดีปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะกรรมการฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะได้รวบรวมเอกสารและนำเสนอเพื่อการรับรอง&nbsp;ต่อไป</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122070343213"],
    [534,"จ.ประจวบฯ ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว หลังตรวจพบโรค ASF ในฟาร์มสุกร 3 แห่งใน 2 อำเภอ พร้อมเร่งสอบสวนควบคุมโรค","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว&nbsp;หลังตรวจพบโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;พร้อมเร่งสอบสวนควบคุมโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ตรวจพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฟาร์มสุกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลอ่าวน้อย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ฟาร์มสุกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลอ่างทอง&nbsp;อำเภอทับสะแก&nbsp;และฟาร์มสุกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลนาหูกวาง&nbsp;อำเภอทับสะแก&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดฯ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;และด่านกักกันสัตว์ประจวบฯ&nbsp;ได้ร่วมกันสอบสวนและควบคุมโรค&nbsp;ด้วยการทำลายสุกรในฟาร์มที่ตรวจพบเชื้อรวม&nbsp;117&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์ม&nbsp;รวมทั้งมีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเฝ้าระวังทางอาการ&nbsp;และควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนมาตรการชดเชยการทำลายสุกรที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค&nbsp;ASF</strong>&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ประกาศกรมปศุสัตว์&nbsp;เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทำลายสัตว์ที่เป็นโรคระบาด&nbsp;หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคระบาด&nbsp;หรือสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาด&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;ราคาประเมินสัตว์ที่ทำลายไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;75&nbsp;ของราคาท้องตลาด&nbsp;โดยมีคณะกรรมการประเมินราคาในพื้นที่ประกอบด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายบริหารงานปกครอง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านและปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ซึ่งขณะนี้กรมปศุสัตว์มีการชดเชยตามเกณฑ์และระเบียบข้างต้น</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122071217216"],
    [535,"ปศุสัตว์เพชรบุรี รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในโรงฆ่าสัตว์ ควบคุมและเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ป้องกันโรคระบาด ในพื้นที่อำเภอชะอำ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์เพชรบุรี&nbsp;รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในโรงฆ่าสัตว์&nbsp;ควบคุมและเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ป้องกันโรคระบาด&nbsp;ในพื้นที่อำเภอชะอำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสัตวแพทย์กรรัตน์&nbsp;คุ้มกระ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;มอบหมายหัวหน้ากลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอชะอำ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี&nbsp;ปฏิบัติการเชิงรุก&nbsp;ดำเนินกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคในโรงฆ่าสุกร&nbsp;ภายใต้โครงการควบคุมและเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาดในสุกร&nbsp;ในพื้นที่อำเภอชะอำ&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการให้หมั่นทำความสะอาดโรงฆ่าสัตว์และบริเวณโดยรอบเป็นประจำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับสุกรเข้าฆ่าต้องมาจากแหล่งที่มาที่มีระบบป้องกันโรคในฟาร์ม</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ฟาร์มมาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;,&nbsp;GAP&nbsp;และขั้นตอนการนำสุกรเข้าฆ่าต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายตาม&nbsp;พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;ไม่นำสุกรที่มีอาการป่วยผิดปกติเข้าฆ่า&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนพบเห็นให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ทราบทันที&nbsp;พร้อมได้มอบน้ำยาฆ่าเชื้อโรคให้กับผู้ประกอบการไว้ดำเนินการต่อด้วย</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122073230218"],
    [536,"นายกรัฐมนตรี สั่งเข้ม ชุดเฉพาะกิจปศุสัตว์สนธิกำลังร่วม ตรวจสอบกันกักตุนซากสุกรของห้องเย็นและคุมเข้มการเคลื่อนย้ายไม่ทราบแหล่งที่มา","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการตรวจสอบห้องเย็น&nbsp;กรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้านั้น&nbsp;กรมปศุสัตว์พร้อมหน่วยงานในพื้นที่เครือข่ายกองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(ปคบ.)&nbsp;จึงได้สนธิกำลังเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อกันการกักตุนซากสุกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;อายัดสินค้ารอตรวจสอบแล้วรวมกว่า&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์&nbsp;กองสารวัตรและกักกัน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(ปคบ.)&nbsp;สถานีตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เข้าตรวจสอบการกักตุนซากสุกรในห้องเย็น&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ห้องเย็นแห่งหนึ่งมีเนื้อสุกรแช่แข็งจัดเก็บ&nbsp;แจ้งกรมการค้าภายใน&nbsp;จำนวน&nbsp;929&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ไม่พบการออกเอกสารเคลื่อนย้ายเนื้อสุกรออกจากห้องเย็น&nbsp;ปลายทางนครปฐมและราชบุรี&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้มีการเคลื่อนย้ายเนื้อสุกรไปแล้ว&nbsp;โดยเป็นเนื้อสุกรที่รับฝากมาจากบริษัทแห่งหนึ่งย่านราชบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และจากแหล่งอื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบว่าในส่วนที่ยังไม่ได้เเจ้งกับกรมการค้าภายใน</strong>&nbsp;ตรวจสอบพบอีกจำนวน&nbsp;&nbsp;234&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นของบริษัท&nbsp;A&nbsp;แห่งหนึ่งจากราชบุรีที่นำมาฝากเมื่อเดือนกันยายน&nbsp;-พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;โดยบริษัทดังกล่าวยังไม่เคยเบิกสินค้าออกแต่อย่างใด&nbsp;สินค้าที่ฝากเก็บมีการระบุชื่อสินค้าเป็นสันนอกติดปีก&nbsp;ทำให้ห้องเย็นจัดเก็บเป็นสินค้าไก่ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเนื้อสุกร&nbsp;ซึ่งไม่สามารถแสดงเอกสารเคลื่อนย้ายจำนวนประมาณ&nbsp;71&nbsp;ตันได้&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการอายัดสินค้าไว้ก่อนทั้งหมด&nbsp;71&nbsp;ตัน&nbsp;หากสามารถนำมาแสดงได้จะเข้ามาดำเนินการถอนอายัด&nbsp;โดยให้บริษัท&nbsp;A&nbsp;&nbsp;นำเอกสารมาแสดงและชี้แจงภายในวันนี้</p><p><strong>ในวันเดียวกันนี้&nbsp;เข้าตรวจสอบห้องเย็นอีกแห่งหนึ่ง&nbsp;</strong>พบเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์แต่ไม่พบเนื้อสัตว์เข้าฝากในห้องเย็นนั้น&nbsp;โดยจำนวนที่ระบุในเอกสาร&nbsp;283&nbsp;ตัน&nbsp;จึงได้สอบถามถึงสถานที่จัดเก็บเนื้อสัตว์ดังกล่าว&nbsp;จากนั้นจึงได้ตามสอบไปยังห้องเย็นอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่จัดเก็บเพิ่มเติมของห้องเย็นที่พบเอกสารแต่ไม่มีสินค้าจัดเก็บ&nbsp;พบว่ามีการนำซากสุกรจากบริษัท&nbsp;B&nbsp;และบริษัท&nbsp;A&nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ตรวจพบจากห้องเย็นข้างต้น&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;441&nbsp;ตัน&nbsp;มาจัดเก็บไว้ที่ห้องเย็นนี้&nbsp;โดยไม่พบเอกสารเคลื่อนย้าย&nbsp;และไม่ได้แจ้งการกักตุนสินค้าให้กรมการค้าภายในทราบ&nbsp;จากการตรวจสอบพบมีซากสุกร&nbsp;พบว่าเป็นของบริษัท&nbsp;A&nbsp;มาจัดเก็บที่ห้องเย็นนี้จำนวน&nbsp;158&nbsp;ตัน&nbsp;และบริษัท&nbsp;B&nbsp;ไปจัดเก็บจำนวน&nbsp;283&nbsp;ตัน&nbsp;ตรวจสอบไม่พบเอกสารการเคลื่อนย้ายไปห้องเย็นดังกล่าว&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้อายัดซากสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;441&nbsp;ตันทั้งหมด&nbsp;และแจ้งให้บริษัท&nbsp;A&nbsp;และ&nbsp;B&nbsp;นำเอกสารการเคลื่อนย้ายและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาแสดงภายในวันนี้เช่นกัน&nbsp;หากไม่สามารถนำมาแสดงได้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122141347315"],
    [537,"ผู้ว่าฯ ลำปาง สั่งการเทศบาลนครลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำวังอย่างเร่งด่วน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายระพีศักดิ์&nbsp;มาลัยรุ่งสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การประชุมการแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง&nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในการประชุมฯ&nbsp;พร้อมด้วยนายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;นายกิตติ&nbsp;จิวะสันติการ&nbsp;นายสุรพล&nbsp;ตันสุวรรณ&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;สิ่งแวดล้อมภาค&nbsp;2&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดลำปาง&nbsp;ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง&nbsp;เข้าร่วมประชุมรับมอบนโยบายการดำเนินการแก้ไขปัญหาแม่น้ำวังในระยะเร่งด่วน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเวียงละกอน&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้สั่งการให้เทศบาลนครลำปาง&nbsp;และหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำวังอย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยเน้นให้ดำเนินการตามแนวที่ไหลผ่านในเขตเมือง&nbsp;ตั้งแต่สะพานเขลางค์นคร&nbsp;ถึงฝายเขื่อนยาง&nbsp;เป็นระยะทางประมาณ&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ด้วยการกำจัดวัชพืชในน้ำ&nbsp;กำจัดวัชพืชบนบก&nbsp;การเติมปริมาณน้ำ&nbsp;และเติมอากาศในน้ำ&nbsp;โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการทำงานร่วมกันพร้อมสนับสนุนกิจกรรมอย่างเต็มที่&nbsp;และได้กำหนดเริ่มกิจกรรมในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นี้</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122090926227"],
    [538,"ปีนี้ 3 จังหวัดแหล่งผลิตหอมหัวใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ผลผลิตรวมกว่า 3.5 หมื่นตัน","<p><strong>นางอังคณา&nbsp;พุทธศรี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;เชียงใหม่</strong>&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตหอมหัวใหญ่&nbsp;ปีเพาะปลูก&nbsp;2564/65&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่คิดเป็นร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของเนื้อที่เพาะปลูกหอมหัวใหญ่ทั้งประเทศ&nbsp;โดยปีเพาะปลูก&nbsp;2564/65&nbsp;คาดว่ามีเนื้อเพาะปลูกรวม&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;8,606&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องจากไม่ได้รับความเสียหายจากพายุฝน&nbsp;ทำให้เกษตรกรเพาะต้นกล้าพันธุ์ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;สามารถขยายเนื้อที่เพาะปลูกได้มากขึ้น&nbsp;ด้านผลผลิต&nbsp;คาดว่าจะมีปริมาณรวม&nbsp;35,044&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>จากการติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตหอมหัวใหญ่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่&nbsp;จะเห็นได้ว่าภาพรวมผลผลิตอยู่ในเกณฑ์ดีและบางกลุ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ผาตั้ง&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ได้เก็บเกี่ยวผลิตเสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;อยู่ในช่วงที่เกษตรกรกำลังทยอยระบายผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;โดยราคาขายอยู่ที่&nbsp;11-15&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ส่วนกลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอแม่วาง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต&nbsp;และประมาณร้อยละ&nbsp;5&nbsp;เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว&nbsp;คาดว่า&nbsp;ปริมาณผลผลิตปีนี้จะอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ขณะที่&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอฝาง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เริ่มพบปัญหาหอมเป็นเชื้อรา&nbsp;ซึ่งมีสาเหตุจากสภาพอากาศหนาว&nbsp;และมีหมอกลง&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต&nbsp;&nbsp;ผลผลิตที่ได้คาดว่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;และกลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอพร้าว&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโตโดยคาดว่าจะได้ผลผลิตดีเช่นกัน&nbsp;ทั้งนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม&nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลผลิตหอมหัวใหญ่ในภาคเหนือออกมาจำนวนมาก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122135706299"],
    [539,"กอนช. เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศและระวังลูกเห็บตกบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศ&nbsp;และระวังลูกเห็บตกบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;โดยมีลมกระโชกแรงกับมีลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;117&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;74&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และน่าน&nbsp;52&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยสถานการณ์น้ำท่าในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน&nbsp;อ.สามง่าม&nbsp;โพธิ์ประทับช้าง&nbsp;บึงนาราง&nbsp;และ&nbsp;อ.โพทะเล&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ระดับน้ำในแม่ยมเริ่มลดระดับลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;จึงขอให้ประชาชนเร่งเก็บกักน้ำเพื่อเก็บไว้ใช้&nbsp;แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางป้องกันและช่วยเหลือบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;35,210&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,250&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่กลองมีค่าออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122101019237"],
    [540,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่น","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่น</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;คือ&nbsp;ภาคเหนือตอนบน&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดและลมอ่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122101718242"],
    [541,"ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ติดตามสถานการณ์โรค ASF ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ย้ำเตือนให้จำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ติดตามสถานการณ์โรค&nbsp;ASF&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ย้ำเตือนให้จำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;Room)&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบทุกวัน&nbsp;จากข้อมูลเมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้มีการตรวจพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ในฟาร์ม&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;จากพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;ตัว&nbsp;พื้นที่อำเภอท่าศาลา&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;ตัว&nbsp;พื้นที่อำเภอฉวาง&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ตัว&nbsp;และพื้นที่อำเภอชะอวด&nbsp;จำนวน&nbsp;133&nbsp;ตัว&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ได้มีการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว&nbsp;โดยมีการเฝ้าระวังป้องกันอย่างต่อเนื่องจากจุดที่ตรวจพบในรัศมีการป้องกัน&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และได้แจ้งไปยังกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้ร่วมกันบริหารจัดการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ใกล้จะถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;จึงได้จัดชุดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมราคาสินค้า&nbsp;ร้านค้าจะต้องติดป้ายแสดงราคา&nbsp;และลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหาการกักตุนสินค้า&nbsp;โดยได้ขอความร่วมมือไปยังประชาชนหากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;จำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรหรือกักตุนสินค้า&nbsp;ขอให้แจ้งไปยังสายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122103138247"],
    [542,"อำเภอรัตนบุรี ติดตามช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ควบคุมป้องกันโรคระบาดลัมปีสกิน","<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายศิวเทพ&nbsp;วงศ์พรหม&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอรัตนบุรี&nbsp;ได้ออกติดตามช่วยเหลือเกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์โค-กระบือ&nbsp;เพื่อควบคุมป้องกันจากโรคระบาดสัตว์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัตนบุรี&nbsp;โดยเดินทางเข้าติดตามการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การสร้างความรู้กับเกษตรกร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ติดตามแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยากรณีสัตว์ตายจากโรคลัมปีสกิน&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122104910249"],
    [543,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จัดตลาดเกษตรกรอำเภอเมืองตรัง (Green field market) ตามโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอจังหวัดตรัง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดตลาดเกษตรกรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;(Green&nbsp;field&nbsp;market)&nbsp;ตามโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอจังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;เรดเฮาส์ฟาร์ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>ตามที่จังหวัดตรังได้อนุมัติโครงการและ</strong>งบประมาณจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อใช้จ่ายในการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตรังดำเนินงานโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอจังหวัดตรัง&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริงๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;โดยในวันนี้มีสินค้าประเภทผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปของเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ยุวเกษตรกรในโรงเรียนวิเชียรมาตุ&nbsp;3&nbsp;และภาคีเครือข่ายจากตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;และผู้จำหน่ายต้นไม้สวยงาม&nbsp;ดำเนินการจัดกิจกรรมทุกวันเสาร์และอาทิตย์เวลา&nbsp;07.00&nbsp;&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณเรดเฮาล์ฟาร์ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122111715255"],
    [544,"พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 รอบที่ 1 (งวดที่ 14)","<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;14)&nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;7-13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;14&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ตันละ&nbsp;11,522.60&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชย&nbsp;ตันละ&nbsp;3,477.40&nbsp;บาท/ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;10,993.72&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;3,006.28&nbsp;บาท/ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;10,059.83&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;940.17/ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,347.63&nbsp;บาท/ชดเชยตันละ&nbsp;1,652.37&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;10,451.85&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,548.15&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122113835264"],
    [545,"รมช.เกษตรฯ มอบเงินเยียวยาลัมปิสกินเกือบ 150 ล้านบาท ที่จังหวัดศรีสะเกษ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงความล่าช้าการอนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือที่เสียชีวิตจากโรคลัมปิสกิน&nbsp;ภายในหอประชุมเกาะกลางน้ำ&nbsp;ห้วยน้ำคำ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;โดยมีนายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พร้อมเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;ทั้งโคกระบือ&nbsp;และ&nbsp;สุกรร่วมให้การต้อนรับประมาณ&nbsp;300.-&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้ชี้แจงว่า&nbsp;แม้คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติเงินงบกลางมานานแล้วก็ตาม&nbsp;แต่เอกสารที่ใช้ประกอบต้องทำเป็นรายตัวในการเบิกจ่าย&nbsp;อีกทั้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ไม่เพียงพอ&nbsp;ขณะที่เอกสารทั้งหมดต้องผ่านจังหวัดและผ่านเขตก่อน&nbsp;จึงจะอนุมัติได้&nbsp;ยอมรับว่าล่าช้าถึง&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ต้องยึดระเบียบและความถูกต้องเป็นหลัก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ได้ยืนยันกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือของจังหวัดศรีสะเกษว่า&nbsp;รัฐบาลได้อนุมัติวงเงินเยียวยาโคกระบือเสียชีวิตจากโรคลัมปิสกินแล้ว&nbsp;149&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยรอบแรกชาวจังหวัดศรีสะเกษจะได้เงินกว่า&nbsp;55&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โอนผ่านทาง&nbsp;ธกส.ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้&nbsp;ซึ่งอายุโคกระบือไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;13,000&nbsp;บาท,&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนขึ้นไปไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;22,000&nbsp;บาท,&nbsp;อายุ&nbsp;1-2&nbsp;ปี&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;29,000&nbsp;บาท&nbsp;หากอายุตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;35,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยรอบแรกจะได้รับเงินทั้งหมด&nbsp;55,675,000&nbsp;บาท&nbsp;แยกเป็นโค&nbsp;จำนวน&nbsp;2,570&nbsp;ตัว&nbsp;และกระบือ&nbsp;16&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่โรคอหิวาต์แอฟริการะบาดในสุกรนั้น</strong>&nbsp;รัฐบาลได้จัดงบประมาณกว่า&nbsp;1017&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อจัดหาวัคซีนแก่เกษตรกรแล้ว&nbsp;ขอให้ผู้เลี้ยงหมูติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกแห่ง&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122122815279"],
    [546,"จ.ร้อยเอ็ด มอบโคตามโครงการธนาคารโค กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ และการออกหน่วยบริการ สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบโค&nbsp;ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;และการออกหน่วยบริการ&nbsp;สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;ที่&nbsp;เทศบาลตำบลศรีแก้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปัญญา&nbsp;มูลคำกาเจริญ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;นายอนุรักษ์&nbsp;จุรีมาศ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;นางเกื้อจิตต์&nbsp;จุรีมาศ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีแก้ว,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>โดยนายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ที่ทรงพระราชทานมอบโค-กระบือ&nbsp;ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ตำบลสีแก้วและพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ซึ่งภายในวันนี้มีการมอบโค-กระบือ&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;147&nbsp;ตัว&nbsp;และมอบเวชภัณฑ์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจน&nbsp;ให้มีโคเป็นของตนเองและขยายผลให้กับเกษตรกรข้างเคียง&nbsp;เป็นปัจจัยในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;อีกทั้งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ทำให้มีรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการรวมกลุ่ม&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน&nbsp;และเป็นการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน</p><p><strong>ทั้งนี้ภายในพิธีมีการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;</strong>รวมถึงการออกหน่วยบริการ&nbsp;สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ได้มีการทำหมันสุนัข&nbsp;แมว&nbsp;และการฉีดวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;ซึ่งมีชาวบ้านให้ความสนใจอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122125931289"],
    [547,"เหล่ากาชาดจังหวัดพังงาร่วมกับชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา จัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด คืนความสะอาดให้ทะเล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นางวิภาดา&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา</strong>&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงาและประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&nbsp;นำสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา&nbsp;สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&nbsp;ร่วมทำกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;ด้วยการจัดกิจกรรมการเก็บขยะเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;CSR&nbsp;Beach&nbsp;Cleaning&nbsp;Day&nbsp;@&nbsp;KHAO&nbsp;LAK&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณชายหาดเขาหลัก&nbsp;อ.ตะกั่วป่า&nbsp;จ.พังงา&nbsp;โดยมีว่าที่ร้อยเอกพงศ์ศักดิ์&nbsp;เวทยาวงศ์&nbsp;นายอำเภอตะกั่วป่า&nbsp;นายณรงค์&nbsp;หนูเนียม&nbsp;นายอำเภอคุระบุรี&nbsp;ผู้นำท้องที่ตลอดจนเครือข่าย&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;พบว่าขยะส่วนใหญ่ที่เก็บได้นั้นเป็นขวดเครื่องดื่ม&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;ขยะตกค้าง&nbsp;และเศษซากอุปกรณ์ประมง&nbsp;ถือเป็นมลพิษทางทะเล&nbsp;ซึ่งหากถูกคลื่นซัดลงทะเลไปจะส่งผลอันตรายต่อสัตว์ทะเลเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;จึงได้รวมพลังร่วมกันทำความสะอาดเก็บขยะเพื่อลดภาวะมลพิษต่อสัตว์น้ำ&nbsp;คืนสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาดสวยงาม&nbsp;คืนความสมดุลให้กับธรรมชาติ&nbsp;และให้ชายหาดในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพังงามีทัศนียภาพที่สวยงามน่ามองอยู่เสมอ&nbsp;สำหรับขยะที่เก็บในครั้งนี้จะถูกนำไปกำจัดตามขั้นตอนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122142047320"],
    [548,"รองผู้ว่าฯ พังงา ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกมังคุด","<p><strong>รองผู้ว่าฯพังงา&nbsp;ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกมังคุด&nbsp;เน้นการพัฒนาคุณภาพมังคุดผลสด</strong></p><p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายประคอง&nbsp;อุสาห์มัน&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;พบปะเกษตรกรผู้ปลูกมังคุด&nbsp;เพื่อวางแผนการบริหารจัดการมังคุดคุณภาพ&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพมังคุดผลสด&nbsp;การจัดทำปฏิทินการจัดการสวน&nbsp;การเก็บเกี่ยว&nbsp;การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;การจัดชั้นคุณภาพ&nbsp;การขนส่งผลผลิตเพื่อป้องกันเสียหาย&nbsp;ตลอดจนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;ช่องทางการกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภค&nbsp;และการประชาสัมพันธ์&nbsp;เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนผลผลิตมังคุดออกสู่ตลาด&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่สวนมังคุดของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและรับฟังปัญหาของเกษตรกร&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการมังคุดคุณภาพจังหวัดพังงา&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122140635307"],
    [549,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร มอบเงินเยียวยาโรคลัมปี สกิน แก่เกษตรกร กว่า 52 ล้านบาท","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพรสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และชี้แจงโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมวิถีอีสาน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ได้เกิดสถานการณ์โรคระบาดสัตว์&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดยโสธรได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยจังหวัดยโสธร&nbsp;หน่วยงานสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ&nbsp;พบผู้ได้รับผลกระทบด้วยโรคระบาดดังกล่าว&nbsp;และพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;โดยจังหวัดยโสธรมีโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ป่วยด้วยโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;78&nbsp;ตำบล&nbsp;มีเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,471&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,675&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;55,193,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้ได้มอบเงินเยียวยา&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;2,344&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,542&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;52,383,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนรอบที่&nbsp;2&nbsp;อยู่ระหว่างรอการโอนเงินอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;127&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;133&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,810,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น</strong>&nbsp;ในวันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยังได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชน&nbsp;เกี่ยวกับโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้&nbsp;แหล่งเงินทุนเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไป&nbsp;รวมถึงกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ได้มีแหล่งเงินทุนในการสร้างอาชีพและประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และประมง&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหรือการประกอบอาชีพนอกภาคการเกษตร&nbsp;โดยสอบถามได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธกส.&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้เลี้ยงชีพในครัวเรือนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122143648328"],
    [550,"รองผู้ว่าฯ ยโสธร นำศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาโครงการขุดลอกหนองปลาตองและหนองปลาการ อ.กุดชุม  บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชนในพื้นที่","<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการ&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานการประชุมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโครงการขุดลอกหนองน้ำในพื้นที่อำเภอกุดชุม&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอกุดชุม&nbsp;โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดยโสธร&nbsp;ผู้แทนโครงการชลประทานยโสธร/สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม/สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น/สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน/กอ.รมน.จังหวัดยโสธร&nbsp;และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;หน่วยงานในพื้นที่&nbsp;ผู้นำท้องที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุดทั้งการใช้เพื่อการเกษตรและการใช้เป็นแหล่งอาหารทางธรรมชาติเพื่อการดำเนินชีวิตประจำวัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธรได้รับแจ้งจากราษฎรอำเภอกุดชุม</strong>&nbsp;ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาและชี้แจงการดำเนินโครงการขุดลอกหนองปลาตอง&nbsp;ระหว่างบ้านโสกขุมปูนกับบ้านสันติสุข&nbsp;ตำบลนาโส่&nbsp;และโครงการขุดลอก&nbsp;หนองปลาการ&nbsp;บ้านกุดหิน&nbsp;ตำบลกำแมด&nbsp;โครงการขุดลอกหนองปลาตอง&nbsp;โครงการชลประทานยโสธรได้รับงบประมาณจากกรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากพื้นที่หนองตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำทำให้ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;โดยทำการขุดลอกหนองน้ำและสร้างอาคารบังคับน้ำ&nbsp;ประตูระบายน้ำ&nbsp;โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;ประมาณ&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งก่อนดำเนินโครงการได้มีการทำประชาคมร่วมกันของราษฎรในพื้นที่&nbsp;โดยให้นำดินจากการขุดลอกไปถมพื้นที่รอบบริเวณหนองปลาตอง&nbsp;แต่เมื่อดำเนินการเป็นการนำดินสร้างเป็นคันคูขนาดใหญ่และสูงรอบบริเวณหนองน้ำ&nbsp;ซึ่งราษฎรเกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร&nbsp;โดยรอบอีกทั้งไม่สามารถลงใช้ประโยชน์จากหนองน้ำได้โดยสะดวก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&nbsp;</strong>จะมีการสร้างฝายกั้นน้ำหน้าประตูระบายน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำ&nbsp;การปรับคันดินรอบบริเวณหนอง&nbsp;โดยนำดินเสริมถนนรอบหนองน้ำ&nbsp;ซึ่งจังหวัดยโสธรจะสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;อีกทั้งนำดินไปใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะและถ่ายโอนให้&nbsp;อบต.นาโส่&nbsp;รับผิดชอบบริหารจัดการน้ำ&nbsp;การดูแลบำรุงรักษาต่อไป&nbsp;โครงการขุดลอกหนองปลาการ&nbsp;บ้านกุดหิน&nbsp;ตำบลกำแมด&nbsp;ซึ่งโครงการชลประทานยโสธรได้รับงบประมาณจากกรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการในปี&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากพื้นที่หนองตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำทำให้ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;โดยทำการขุดลอกหนองน้ำ&nbsp;และสร้างอาคารบังคับน้ำ&nbsp;ประตูระบายน้ำ&nbsp;สร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังงาน&nbsp;แสงอาทิตย์&nbsp;โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;400&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งก่อนดำเนินโครงการไม่ได้มีการทำประชาคมชี้แจงโครงการ&nbsp;สร้างความเข้าใจ&nbsp;ให้ราษฎรในพื้นที่ได้รับทราบ&nbsp;เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จ&nbsp;เกรงว่าจะเกิดปัญหาในอนาคต&nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&nbsp;โดยจะมีการสร้างฝายกั้นน้ำหน้า&nbsp;ประตูระบายน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำ&nbsp;ไม่สร้างคันคูรอบหนองน้ำ&nbsp;โดยนำดินไปใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะและถ่ายโอนให้&nbsp;อบต.กำแมด&nbsp;รับผิดชอบบริหารจัดการน้ำ&nbsp;การดูแล&nbsp;บำรุงรักษาต่อไป</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>ได้กล่าวภายหลังการประชุมและการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกล่าวว่า&nbsp;จากการรับทราบปัญหาและความต้องการของราษฎรในพื้นที่&nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขโดยปรับการก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการของราษฎร&nbsp;ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้กับหน่วยงานที่ดำเนินการ&nbsp;ราษฎรในพื้นที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลบริหารจัดการน้ำต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122151115336"],
    [551,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร มอบเงินเยียวยาโรคลัมปี สกิน แก่เกษตรกรกว่า 52 ล้านบาท","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายประภัตร&nbsp;โพรสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาโรคลัมปีสกิน&nbsp;และชี้แจงโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมวิถีอีสาน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>ได้เกิดสถานการณ์โรคระบาดสัตว์โรคลัมปี&nbsp;สกินครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดยโสธรได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยจังหวัดยโสธร&nbsp;หน่วยงานสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ&nbsp;พบผู้ได้รับผลกระทบด้วยโรคระบาดดังกล่าว&nbsp;และพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;โดยจังหวัดยโสธรมีโค-กระบือป่วยด้วยโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;78&nbsp;ตำบล&nbsp;มีเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,471&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,675&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;55,193,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยในวันนี้ได้มอบเงินเยียวยา&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;2,344&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,542&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;52,383,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนรอบที่&nbsp;2&nbsp;อยู่ระหว่างรอการโอนเงินอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;127&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;133&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,810,000&nbsp;บาท</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;&nbsp;</strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยังได้พบปะ&nbsp;พูดคุยกับประชาชน&nbsp;เกี่ยวกับโครงการสานฝันสร้างอาชีพยกระดับรายได้&nbsp;แหล่งเงินทุนเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องเกษตรกรและบุคคลทั่วไป&nbsp;รวมถึงกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ได้มีแหล่งเงินทุนในการสร้างอาชีพและประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และประมง&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหรือการประกอบอาชีพนอกภาคการเกษตร&nbsp;โดยสอบถามได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธกส.ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้เลี้ยงชีพในครัวเรือนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122151526338"],
    [552,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือเพียง 14 จุด หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือเพียง&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;241&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;กระบี่&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อเช้าที่ผ่านมาคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับดีถึงดีมากสอดคล้องกับข้อมูลจุดความร้อนที่ลดลง&nbsp;โดยพบจุดความร้อนลดลงอย่างมากเหลือเพียง&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดเท่านั้น&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;พบกัมพูชายังอยู่อันดับ&nbsp;1&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;11&nbsp;วันติดต่อกัน&nbsp;672&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;342&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;76&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในกัมพูชาอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดนและภาคตะวันออก&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122144053333"],
    [553,"พช.ยโสธร ติดตามการสนับสนุนพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล และพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับครัวเรือน","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;แดนพิบูลย์&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดยโสธร&nbsp;ติดตามการสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;พื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล&nbsp;และพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับครัวเรือน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวินัย&nbsp;สมขาว&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ&nbsp;และนักพัฒนาชุมชน&nbsp;ร่วมติดตามการสนับสนุนผลดำเนินการ&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลตาดทอง&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินงานอยู่ในขั้นตอน</strong>ปรับรูปแบบแปลงที่ดินในพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล&nbsp;(CLM)&nbsp;ตำบลตาลทอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122152823340"],
    [554,"เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เข้าแจ้งความดำเนินคดีสืบหาตัวผู้กระทำผิด หลังพบมีการวางกับดักสัตว์แผ่นไม้ตอกตะปูวางดักช้างป่าบริเวณข้างสระน้ำกว่า 70 อัน","<p><strong>เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง&nbsp;เข้าแจ้งความดำเนินคดีสืบหาตัวผู้กระทำผิด&nbsp;หลังพบมีการวางกับดักสัตว์แผ่นไม้ตอกตะปูวางดักช้างป่าบริเวณข้างสระน้ำกว่า&nbsp;70&nbsp;อัน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปิยะ&nbsp;หนูนิล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;8&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง&nbsp;จ.เลย&nbsp;สามารถเก็บกู้กับดักสัตว์ป่าจำนวนมากได้ในพื้นที่ป่า&nbsp;หลังเจ้าหน้าที่สายตรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพ&nbsp;(Smart&nbsp;Patrol)&nbsp;ประจำหน่วยพิทักษ์ป่าภูหอ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง&nbsp;ออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่ในความรับผิดชอบและพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณป่าภูหอ&nbsp;-&nbsp;ห้วยซำค้อ&nbsp;โดยพบกับดักสัตว์บริเวณบ้านสวนปอ&nbsp;ต.แก่งศรีภูมิ&nbsp;อ.ภูหลวง&nbsp;จ.เลย&nbsp;ทำด้วยไม้กลมลักษณะคล้ายเขียงทำการตีตะปูขนาดใหญ่ให้โผล่ออกมาอีกด้านโดยตะปูที่โผล่ออกมามีความยาวมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;นำไปวางซ่อนพรางด้วยหญ้าแห้งไว้บริเวณขอบสระน้ำเพื่อการเกษตรในบริเวณบ้านสวนปอ&nbsp;อยู่นอกเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าภูหลวง&nbsp;ห่างไปประมาณ&nbsp;750&nbsp;เมตร&nbsp;จากการตรวจสอบน่าจะเป็นการวางกับดักเพื่อให้ช้างป่าเดินมาเหยียบ&nbsp;ถือเป็นการเจตนาล่าช้างป่า&nbsp;เพราะบริเวณที่วางกับดักเป็นสระน้ำของประชาชนรายหนึ่ง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเป็นผู้วางกับดักที่อาจจะมีความโกรธเคืองช้างป่าที่ออกมาทำลายพืชผลเกษตรช่วงที่ผ่านมา&nbsp;และน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคน&nbsp;หลังพบวางกับดักลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมากรอบพื้นที่สระน้ำและริมตลิ่งน้ำ&nbsp;แล้วยังพบโดยรอบสระน้ำจุดเกิดเหตุดังกล่าวมีการปลูกมะขามหวานเอาไว้แต่ยังมีขนาดต้นที่เล็กอยู่&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจจึงได้เก็บกู้กับดักดังกล่าวมากถึง&nbsp;70&nbsp;อัน&nbsp;พร้อมได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน&nbsp;โดย&nbsp;นายวันชัย&nbsp;สิมมาเศียร&nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง&nbsp;ได้รวบรวมพยานหลักฐานและเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำการดังกล่าวแล้ว&nbsp;เพื่อสืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป&nbsp;เนื่องจากการกระทำข้างต้นเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;มาตรา&nbsp;12&nbsp;ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;เบื้องต้นยังไม่พบมีช้างป่าได้รับบาดเจ็บหรือตายในบริเวณจุดเกิดเหตุ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกับดักสัตว์ดังกล่าวแม้จะไม่ทำให้ช้างป่าตายในทันที&nbsp;แต่จะทำให้ช้างป่าทุกข์ทรมานจากการเหยียบโดนกับดักประเภทนี้&nbsp;โดยกับดักตะปูที่ตอกติดกับแผ่นไม้หากช้างป่ามาเหยียบจะติดแน่นขึ้นเรื่อยๆยากที่จะหลุดออกเองได้&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;รูตะปูที่ขึ้นสนิมทำให้เกิดความเจ็บปวดทรมานและเชื้อบาดทะยักเข้าสู่แผลได้ง่าย&nbsp;หากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ที่สายด่วน&nbsp;1362&nbsp;เพื่อเข้าช่วยเหลือต่อไป</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122151439337"],
    [555,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินเยียวยาลัมปี สกินในโค-กระบือ ปี 2565 ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่อาคารหอประชุมเกาะกลางน้ำ</strong>&nbsp;ห้วยน้ำคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมต้อนรับนายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;ในโอกาสมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&nbsp;ลัมปีสกินในโค-กระบือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษที่ผ่านการเห็นชอบให้ความช่วยเหลือในรอบที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;2,458&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนสัตว์ตาย&nbsp;2,586&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงิน&nbsp;55,675,000&nbsp;บาท&nbsp;(จากการประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.จ.ทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;รอบ&nbsp;เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;5,906&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;6,502&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงิน&nbsp;145,824,700&nbsp;บาท)&nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรรับมอบเงินจำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และจะดำเนินการจ่ายเงินชดเชยส่วนที่เหลือตามขั้นตอนต่อไป</p><p><strong>โอกาสนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>ได้ประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;เกษตร&nbsp;&nbsp;ประมง&nbsp;ชลประทาน&nbsp;โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธกส.)&nbsp;อนุมัติวงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อสนับสนุนในการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรรายย่อย&nbsp;ไม่เกินรายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท/1-3&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร&nbsp;โดยจะสนับสนุนเงินกู้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร&nbsp;สำหรับใช้ประกอบอาชีพการเกษตรด้านปศุสัตว์&nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับ&nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&nbsp;ให้สามารถสร้างรายได้ระยะสั้น&nbsp;4-6&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจะมีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;โดยทั้งนี้กรมปศุสัตว์พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้&nbsp;ให้คำแนะนำด้านการเลี้ยงสัตว์&nbsp;รวมทั้งประสานงานและให้การสนับสนุนตลอดห่วงโซ่การผลิตและการตลาด&nbsp;และได้เน้นยํ้าให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการ&nbsp;ติดตามสถานการณ์การเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากเกษตรกรพบสุกรป่วยตายผิดปกติ&nbsp;ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้านทันที</p><p><strong>โดยมีนายสัตวแพทย์นัทธ์เวโรจน์&nbsp;บูชาพัฒน์&nbsp;</strong>ปศุสตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวรายงานฯ&nbsp;นางผ่องศรี&nbsp;แซ่จึง&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;8&nbsp;นายอาสพลธ์&nbsp;สรรณ์ไตรภพ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมต้อนรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122184004406"],
    [556,"มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดงานมหกรรมกินปูม้า ครั้งที่ 2 ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก BCG ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;เครือข่ายภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;จัดงานมหกรรมกินปูม้า&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;(Amazing&nbsp;Crab&nbsp;Feeder&nbsp;2^nd)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22-23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการธนาคารปูม้า&nbsp;และโครงการขยายผลธนาคารปูม้ายกระดับเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;BCG&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนชายฝั่ง</strong>&nbsp;โดยใช้ทรัพยากรปูม้าเป็นตัวขับเคลื่อน&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้นำคณาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;คิดค้นตำรับเมนูปูม้าอัตลักษณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สร้างแบรนด์สินค้าชุมชนคุณภาพ&nbsp;และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ภายในงานได้มีการจำหน่ายปูม้า&nbsp;</strong>ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากชุมชน&nbsp;กิจกรรมไข่ปูม้าพาโชค&nbsp;และมีการนำเสนอผลการดำเนินงานของ&nbsp;โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ&nbsp;(1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;มหาวิทยาลัย)&nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&nbsp;รับผิดชอบให้ดำเนินโครงการฯ&nbsp;ในพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;มีพื้นที่ให้บริการ&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;ตำบล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>งานวิจัยโครงการธนาคารปูม้า</strong>&nbsp;ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;และจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวเห็นถึงผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม&nbsp;สามารถเพิ่มทรัพยากรปูม้าให้แก่ทะเลไทยได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;ชาวประมงชายฝั่งสามารถจับปูได้มากขึ้น&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ประชาชน&nbsp;สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและทรัพยากรในพื้นที่&nbsp;ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น&nbsp;หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด&nbsp;ชุมชนสามารถเรียนรู้ปรับตัวเพื่ออยู่รอดได้ด้วยตนเอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โครงการธนาคารปูม้า&nbsp;ได้จัดสร้างธนาคาร&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ธนาคาร</strong>&nbsp;และศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้า&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;และได้มีกิจกรรมปล่อยปูม้า&nbsp;ในระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;เดือนของการดำเนินโครงการ&nbsp;โดยกลุ่มธนาคารปูม้าได้นำปูไข่นอกกระดองเข้าธนาคารโดยเฉลี่ย&nbsp;จำนวน&nbsp;89&nbsp;ตัวต่อธนาคารต่อเดือน&nbsp;รวมข้อมูลปูไข่นอกกระดองทั้งหมดที่เข้าธนาคารเพื่อเพาะฟักและปล่อยลูกปูม้าคืนสู่ทะเลไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;15,837&nbsp;ตัว&nbsp;เมื่อพิจารณารวมแม่ปูม้าที่ปล่อยโดยธนาคารปูม้า&nbsp;คิดเป็น&nbsp;จำนวน&nbsp;64,362&nbsp;ตัว&nbsp;ชาวประมงแต่ละธนาคารปูม้าปล่อยปูม้าอย่างน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;5-20&nbsp;ครั้ง&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;13&nbsp;ครั้งต่อธนาคารต่อเดือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้อบรมทำความเข้าใจแนวทางการจัดทำธนาคารปูม้าไข่นอกกระดองดำเนินการ</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย&nbsp;และเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;สร้างการเรียนรู้ให้ชาวประมงมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องชีววิทยาประมงของปูม้ามากขึ้น&nbsp;เข้าใจหลักการจัดทำธนาคารปูม้าเพื่อเพิ่มอัตราการรอด&nbsp;แนวทางบริหารจัดการทรัพยากรปูม้าและทรัพยากรประมงอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังได้ต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีประมงปูม้า&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122202121446"],
    [557,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือทูตลาว ขยายความร่วมมือขนส่งผลไม้รถไฟสายจีน-ลาว","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;เปิดเผยวันนี้&nbsp;&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.)&nbsp;ว่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ขบวนรถขนส่งสินค้าจากสถานีเวียงจันทน์ใต้จะออกเดินบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาว&nbsp;เข้าจีนที่ด่านรถไฟโมฮ่านในตอนใต้ของมณฑลยูนนาน&nbsp;สู่มหานครฉงชิ่งในภาคตะวันตกของจีน&nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;เร็วกว่าการขนส่งทางเรือถึง&nbsp;4&nbsp;เท่าตัว&nbsp;</p><p><strong>นับเป็นขบวนรถสินค้าปฐมฤกษ์ที่ขนส่งสินค้าเกษตรของไทย</strong>&nbsp;ไปยังประเทศจีนผ่าน&nbsp;สปป.ลาวเป็นครั้งแรก&nbsp;ตั้งแต่เปิดเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยสินค้าเกษตรล็อตแรกเป็นข้าวเหนียวหัก&nbsp;20&nbsp;ตู้น้ำหนัก&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;จากบริษัทกล้าทิพย์ที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานจากหน่วยงานต่างประเทศคลาดเคลื่อนว่า&nbsp;ได้มีการขนส่งไปฉงชิ่งแล้วเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;แต่เมื่อตนตรวจสอบย้อนกลับในวันเดียวกันทราบว่า&nbsp;ข้าวล็อตดังกล่าวได้ส่งออกจากประเทศไทยผ่านด่านหนองคายไปฝั่ง&nbsp;สปป.ลาวที่ท่าบก&nbsp;ท่านาแล้งแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้ส่งไปถึงมหานครฉงชิ่ง&nbsp;เพราะต้องรอเคลียร์พิธีการทางศุลกากรและไฟเขียวจากกระทรวงกสิกรรมที่นครเวียงจันทน์&nbsp;จึงได้ประสานกับนายด่านตรวจพืชหนองคาย&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;บริษัทชิ้ปปิ้งและบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทยและจีน&nbsp;จนทราบปัญหาจึงติดต่อให้คุณจันทร&nbsp;สิทธิชัย&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์ค&nbsp;และท่าบกท่านาแล้งช่วยสนับสนุนจนเรียบร้อย&nbsp;และได้รับแจ้งว่าจะเคลื่อนย้ายตู้สินค้าไปสถานีเวียงจันทน์ใต้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้&nbsp;ก่อนจะยกขึ้นแคร่รถไฟเพื่อพร้อมในการเดินทางในวันพุธที่&nbsp;26&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;</p><p><strong>พร้อมหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย</strong>&nbsp;เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทย-ลาว&nbsp;เรื่องการขนส่งสินค้าผ่านแดนจากไทยไปจีนบนเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาว&nbsp;เพื่อความพร้อมสำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรอื่นๆ&nbsp;โดยเฉพาะผลไม้ที่ใกล้จะถึงฤดูกาลผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้นอกจากนี้&nbsp;จะมีการประชุมทางไกลกับสมาคมผลไม้และสมาคมล้งกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในภาคตะวันออก&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122195855429"],
    [558,"รมช.เกษตร มอบเงินเยียวยา \"ลัมปิ สกิน\" เกือบ150 ล้านบาท ที่จังหวัดศรีสะเกษ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ได้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงความล่าช้าการอนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือที่เสียชีวิตจากโรค&nbsp;\"ลัมปิ&nbsp;สกิน\"&nbsp;ภายในหอประชุมเกาะกลางน้ำ&nbsp;ห้วยน้ำคำ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;โดยมีนายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พร้อมเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;ทั้งโค-กระบือ&nbsp;และสุกร&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับประมาณ&nbsp;300&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้ชี้แจงว่า&nbsp;แม้คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติเงินงบกลางมานานแล้วก็ตาม&nbsp;แต่เอกสารที่ใช้ประกอบต้องทำเป็นรายตัวในการเบิกจ่าย&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ไม่เพียงพอ&nbsp;ขณะที่&nbsp;เอกสารทั้งหมดต้องผ่านจังหวัดและผ่านเขตก่อน&nbsp;จึงจะอนุมัติได้&nbsp;ยอมรับว่าล่าช้าถึง&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ต้องยึดระเบียบและความถูกต้องเป็นหลัก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้ยืนยันกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือของจังหวัดศรีสะเกษว่า&nbsp;รัฐบาลได้อนุมัติวงเงินเยียวยาโคกระบือเสียชีวิตจากโรค&nbsp;\"ลัมปิ&nbsp;สกิน\"&nbsp;แล้ว&nbsp;149&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยรอบแรกชาวจังหวัดศรีสะเกษจะได้เงินกว่า&nbsp;55&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โอนผ่านทาง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้&nbsp;ซึ่งอายุโค-กระบือ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;13,000&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนขึ้นไปไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;22,000&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;อายุ&nbsp;1-2&nbsp;ปี&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;29,000&nbsp;บาท&nbsp;หากอายุตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;35,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยรอบแรกจะได้รับเงินทั้งหมด&nbsp;55,675,000&nbsp;บาท&nbsp;แยกเป็นโค&nbsp;จำนวน&nbsp;2,570&nbsp;ตัว&nbsp;และกระบือ&nbsp;16&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะที่&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริการะบาดในสุกรนั้น&nbsp;</strong>รัฐบาลได้จัดงบประมาณกว่า&nbsp;1017&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อจัดหาวัคซีนแก่เกษตรกรแล้ว&nbsp;ขอให้ผู้เลี้ยงหมูติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกแห่ง</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122205700459"],
    [559,"อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้น","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยสำนักงานอุตุฯ&nbsp;ศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เตือนอิสานใต้&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สาหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันเสาร์ที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมทะเลจีนใต้&nbsp;ทำให้มีลมตะวันออกฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศเย็น&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;</strong>บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;อากาศเย็น&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมตะวันออกเฉัยงใต้&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-20&nbsp;กม./ชม.&nbsp;คาดว่า&nbsp;อุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;31&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;21&nbsp;องศาเซลเซียส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ข้อควรระวัง&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง</strong>&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สาหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122210101460"],
    [560,"พช.ศรีสะเกษ ผนึกกำลัง บวร จัดกิจกรรมจิตอาสาเอามื้อสามัคคี","<p><strong>รองพ่อเมืองศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นำทัพ&nbsp;พช.&nbsp;ผนึกกำลัง&nbsp;บวร&nbsp;จัดกิจกรรมจิตอาสาเอามื้อสามัคคี&nbsp;ณ&nbsp;วัดพานทา&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;สนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบฯ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ใช้หลักพึ่งตน&nbsp;พึ่งธรรม&nbsp;เป็นฐานของการพัฒนา&nbsp;มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกครัวเรือน&nbsp;ปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ท่ามกลางวิกฤติ&nbsp;Covid-19</p><p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;แปลงพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;วัดพานทา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโพธิ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาเอามื้อสามัคคีโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจักรพงษ์&nbsp;แสนสุข&nbsp;อัยการศาลสูงสุดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สอ.สิทธิศักดิ์&nbsp;ดวงศรี&nbsp;ผู้แทนกองพันปฏิบัติการพิเศษรักษาพระองค์&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;นายธนกร&nbsp;หลอมทอง&nbsp;หัวหน้าฝ่ายสาธารณูปโภคเทศบาลเมืองศรีสะเกษพระอธิการกัญจน์&nbsp;กนฺตธมฺโม,&nbsp;ดร.&nbsp;เจ้าอาวาสวัดพานทา&nbsp;อาจารย์สมผล&nbsp;รัตนวรรณ&nbsp;มรรคทายกวัดพานทา&nbsp;คุณชญาดา&nbsp;รักษาสิทธิ์&nbsp;ผู้ริเริ่มโครงการ&nbsp;พร้อมผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนการทำโคกหนองนา&nbsp;พระสงฆ์และบุคลากรวัดพานทา&nbsp;ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาเอามื้อสามัคคี&nbsp;ร่วมปลูกต้นไม้&nbsp;คลุมฟางห่มดิน&nbsp;ปุ๋ยหมักแห้ง&nbsp;น้ำหมักรสจืด&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;หญ้าแฝก&nbsp;ไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;คลุมฟางห่มดิน&nbsp;และพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;วัดพานทา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโพธิ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค</strong>&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำทีม&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานฯ&nbsp;พัฒนาการอำเภอฯ&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด/อำเภอ&nbsp;ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน&nbsp;เครือข่ายผู้นำ&nbsp;อช.&nbsp;ร่วมกิจกรรมจิตอาสาเอามื้อสามัคคีฯ&nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยเครือข่ายผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้สนับสนุนพันธุ์ไม้เพื่อพัฒนาเป็นฐานเรียนรู้&nbsp;ป่า&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มะม่วง&nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;ขนุน&nbsp;มะไฟ&nbsp;โกโก้&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;หมาก&nbsp;มะกรูด&nbsp;มะนาว&nbsp;ส้มเขียวหวาน&nbsp;มะยม&nbsp;ตะลิงปิง&nbsp;ชมพู่&nbsp;สะเดา&nbsp;ไผ่&nbsp;มะขามเทศ&nbsp;ต้นลำดวน&nbsp;ต้นพิกุลทอง&nbsp;ต้นมะแข่วน&nbsp;มะม่วงหาวมะนาวโห่&nbsp;ต้นยอ&nbsp;ดีปลากั้ง&nbsp;ต้นผักติ้ว&nbsp;มะดัน&nbsp;แคขาว&nbsp;มัลเบอร์รี่&nbsp;หวาย&nbsp;ย่านางแดง&nbsp;ทับทิม&nbsp;ละมุด&nbsp;ส้มโอ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และได้ร่วมกันวางแผนในการในระยะสั้น&nbsp;ระยะยาว&nbsp;เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ตามหลัก&nbsp;บวร&nbsp;หรือบ้าน&nbsp;วัด&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ราชการ&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้แนวทางการทำเกษตรอินทรีย์และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้กล่าวพบปะและชื่นชมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และมอบนโยบายแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่า&nbsp;การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน&nbsp;ตามกลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ&nbsp;โดยใช้หมู่บ้าน&nbsp;เป็นฐานของการพัฒนา&nbsp;มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกครัวเรือน&nbsp;และพัฒนาคนให้มีความรู้&nbsp;และปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ท่ามกลางวิกฤตโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;ด้วยการจัดทำโครงการที่ประยุกต์การใช้ศาสตร์พระราชาและน้อมนำเอาแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า&nbsp;40&nbsp;ทฤษฎี&nbsp;ที่ทรงพระราชทานไว้ให้ในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์กับแนวคิดการพัฒนาพื้นที่และการออกแบบ&nbsp;เชิงภูมิสังคมไทยเพื่อการพึ่งตนเองและรองรับภัยพิบัติ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;จึงเป็นทางรอดที่สำคัญที่พี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษควรน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งต่อยอดความสำเร็จไปสู่โครงการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ซึ่งกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ที่มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน&nbsp;เชื่อมโยงกับวาระแห่งชาติเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy)&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;ทั้งในด้านการเกษตร&nbsp;การแปรรูป&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;ตามแต่ละบริบทของพื้นที่&nbsp;โดยมีภาครัฐช่วยลงทุน&nbsp;ผู้เข้าร่วมโครงการมีหน้าที่ลงแรง&nbsp;และภาควิชาการ&nbsp;มีหน้าที่ลงความรู้และสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพราะฉะนั้นการประสานความร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน&nbsp;ร่วมสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;และน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;สู่ยุคของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;10</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค</strong>&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษร่วมกับเครือข่ายผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมประชุมหารือแนวทางในการสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ตามหลัก&nbsp;บวร&nbsp;หรือบ้าน&nbsp;วัด&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ราชการ&nbsp;ดำเนินการปรับพื้นที่ตามแบบมาตรฐาน&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน&nbsp;พึ่งตน&nbsp;พึ่งธรรม&nbsp;วัดพานทา&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จากความร่วมมือในการออกแบบพื้นที่และควบคุมโครงการ&nbsp;จากคุณรังสิมา&nbsp;ศิริพันธ์&nbsp;ครูพาทำศูนย์กสิกรรมธรรมชาติกำแพงเพชร&nbsp;และครูพาทำจากกองพันปฏิบัติการพิเศษรักษาพระองค์&nbsp;ตำบลเขาสามยอด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมเอามื้อสามัคคีในครั้งนี้&nbsp;</strong>เป็นกิจกรรมสำคัญเพื่อต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ในการสร้างความสมบูรณ์ของแปลง/พื้นที่ต้นแบบ&nbsp;ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช&nbsp;มีลักษณะเช่นเดียวกับการลงแขก&nbsp;เป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชน&nbsp;ให้ทุกคนได้ใช้หลักการทำงานแบบคนจน&nbsp;(เอาแรง&nbsp;เอาใจ&nbsp;มาช่วยเหลือกัน)&nbsp;มีการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง&nbsp;และทำกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่แปลงครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;ขอขอบคุณ&nbsp;ผู้แทนจากกองพันปฏิบัติการพิเศษรักษาพระองค์&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;คุณรังสิมา&nbsp;ศิริพันธ์&nbsp;อาจารย์ประจำโรงเรียนจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;11&nbsp;รักษาพระองค์&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;พัฒนาการอำเภอฯ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รวมไปถึงทุกภาคส่วน&nbsp;ที่ได้มีส่วนร่วมกันขับเคลื่อนให้การดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;วัดพานทา&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;บรรลุวัตถุประสงค์</p><p><strong>ซึ่งคุณรังสิมา&nbsp;ศิริพันธ์</strong>&nbsp;ครูพาทำศูนย์กสิกรรมธรรมชาติกำแพงเพชร&nbsp;ได้อธิบายหลักการออกแบบพื้นที่&nbsp;แปลงวัดพานทา&nbsp;ว่า&nbsp;เนื่องจากวัดพานทาเป็นศูนย์เรียนรู้ของคนในชุมชน&nbsp;จากการร่วมประชุมหารือแนวทางการออกแบบพื้นที่&nbsp;สิ่งแรกที่นึกถึงคือ&nbsp;บทพระราชนิพนธ์เรื่อง&nbsp;พระมหาชนก&nbsp;หนึ่งในงานพระราชนิพนธ์ของ&nbsp;\"ในหลวง\"&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;แนวคิดสำคัญของเรื่องคือ&nbsp;มุ่งสอนให้ผู้อ่านตระหนักถึงความเพียรเพื่อที่จะฝ่าฝันทุกอุปสรรคให้ผ่านพ้นให้เป็นเครื่องเตือนใจประชาชน&nbsp;เข้าถึงจิตใจผู้คน&nbsp;เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจประชาชนผู้มีจิตศรัทธา&nbsp;ให้เกิดความคิดในทางสร้างสรรค์&nbsp;ถึงความเพียรเพื่อที่จะฝ่าฟันทุกอุปสรรคให้ผ่านพ้น&nbsp;และก่อให้เกิดสัมมาทัศนะในการดำเนินชีวิต&nbsp;ในทิศทางการพัฒนาประเทศ&nbsp;ทางวัดออกแบบ&nbsp;หนอง&nbsp;และมีน้ำตก&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสวยงาม&nbsp;ยังเป็นการเติมอากาศให้กับน้ำ&nbsp;ที่จะดึงน้ำจาก&nbsp;หนอง&nbsp;ขึ้น&nbsp;โคก&nbsp;ผ่านน้ำตก&nbsp;โดยน้ำตกจะไหลไปตามคลองไส้ไก่&nbsp;เป็นการพักน้ำตากแดด&nbsp;และเติมจุลินทรีย์ให้กับน้ำ&nbsp;น้ำตก&nbsp;7&nbsp;ชั้น&nbsp;มีนัยยะสำคัญ&nbsp;คือให้นึกถึงความเพียรพยายามของพระมหาชนกทรงว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรอยู่&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ที่ต้องการให้คนที่เข้ามาศูนย์เรียนรู้แห่งนี้&nbsp;นึกถึง&nbsp;ส่วน&nbsp;โคก&nbsp;ทุกคนต้องมีเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐานก่อน&nbsp;(พออยู่&nbsp;พอใช้&nbsp;พอร่มเย็น)&nbsp;เมื่อสำเร็จขั้นพื้นฐานแล้วค่อยก้าวสู่&nbsp;ขั้นก้าวหน้า&nbsp;ตามหลักบันได&nbsp;9&nbsp;ขั้น&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พระอธิการกัญจน์&nbsp;กนฺตธมฺโม</strong>,&nbsp;ดร.&nbsp;เจ้าอาวาสวัดพานทา&nbsp;ได้กล่าวอำนวยอวยพรและแสดงการขอบคุณรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;รวมไปถึงที่ภาคีเครือข่ายในจังหวัศรีสะเกษ&nbsp;ที่ได้ร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนมาโดยตลอดตามหลัก&nbsp;\"บวร&nbsp;นอกจากนั้นยังได้นำคณะฯ&nbsp;เยี่ยมชมพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ภายในวัดพานทา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122192121422"],
    [561,"นอภ.โพธิ์ศรีสุวรรณ ยอดขยัน หมั่นตรวจแหล่งสูบน้ำแก้ภัยแล้ง","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;ยอดขยัน&nbsp;หมั่นสำรวจดูแหล่งสูบน้ำกักเก็บป้องกันขาดน้ำ</p><p><strong>นายสุวรรณ&nbsp;เนตรเนติกุล</strong>&nbsp;นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;เดินทางออกพื้นที่สำรวจดูระดับน้ำใน&nbsp;\"หนองห่องคำน้อย\"&nbsp;บ้านหนองเรือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลเสียว&nbsp;อำเภอโพธืศรีสุวรรณ&nbsp;จัวหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตามโครงการสูบส่งน้ำ&nbsp;สุขคลายทุกข์&nbsp;คลายภัยแล้ง&nbsp;เพื่อสูบส่งน้ำกับเก็บช่วงภัยแล้งปี&nbsp;2564/2665&nbsp;ซึ่งอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณได้กำหนด&nbsp;เป้าหมายปริมาณน้ำ&nbsp;170,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;น้ำจำนวนนี้จะมีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;280&nbsp;คน&nbsp;61&nbsp;ครัวเรือน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122185838414"],
    [562,"ปศุสัตว์ศรีสะเกษ คุมเข้มป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) รวมถึงตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสัตว์ซากสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนัทธ์เวโรจน์&nbsp;บูชาพัฒน์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;วานนี้&nbsp;(21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ภายใต้การอำนวยการโดยนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำทีมปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มมาตรฐานสินค้า&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองฯ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่พานิชจังหวัดฯ&nbsp;และกองกับการสืบสวนภูธรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการกักตุนเนื้อสุกร&nbsp;และการขายเนื้อสุกรเกินราคาที่กำหนด&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดร่วมฤดี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อีกทั้ง&nbsp;เป็นแนวทางป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)</strong>&nbsp;รวมถึงตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสัตว์ซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผลการตรวจสอบไม่พบการกักตุนเนื้อสุกร</strong>&nbsp;การขายเนื้อสุกรเกินราคา&nbsp;หรือการกระทำผิดแต่อย่างใด</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122182614403"],
    [563,"คอนแทร็คฟาร์มมิ่งของไทย ที่ FAO ใช้เป็นโมเดลช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในภูมิภาคเอเชีย","<p>ระบบเกษตรพันธสัญญาหรือคอนแทรคฟาร์มมิ่ง (Contract Farming) กลายเป็นคำที่ถูกกล่าวถึงจนติดเทรนด์อยู่หลายวัน สืบเนื่องจากครอบครัวเลี้ยงหมูใน จ.ระยองที่ทำสัญญากับบริษัทเอกชนรายหนึ่ง แต่ในความจริงระบบนี้ใช้ในภาคเกษตรของบ้านเรามานานแล้วกว่า 40 ปี&nbsp;เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงด้านต่างๆ อาทิ อาหาร พลังงาน ให้กับประเทศ ที่องค์กรระดับโลก อย่างองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ&nbsp;&nbsp;(FAO) ยังนำระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งของบริษัทไทยเป็นโมเดลให้เกษตรกรในประเทศอื่นๆ ประยุกต์ใช้อีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>คอนแทรคฟาร์มมิ่งเป็นระบบการผลิตผลผลิต หรือ บริการทางการเกษตรที่ทำสัญญากันระหว่าง \"ผู้ประกอบธุรกิจ\" กับ เกษตรกร หรือ กลุ่มเกษตรกร\" โดยใช้กับการเพาะปลูกพืช และการเลี้ยงสัตว์หลายประเภท ช่วยเกษตรกรรายย่อยลดความเสี่ยงเรื่องราคา ความผันผวนด้านการตลาด ซึ่งคู่สัญญามีการตกลงในการบริหารจัดการร่วมกันและแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจจะถ่ายทอดวิธีการผลิต และจัดหาปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร ขณะที่เกษตรกรผลิตตามจำนวน คุณภาพ ระยะเวลาที่กำหนดหรือมาตรฐานของผู้ประกอบการ และส่งมอบผลผลิตในราคาที่ตกลงและประกันไว้ล่วงหน้า ระบบนี้ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง และช่วยให้บริษัทผู้ประกอบธุรกิจมีหลักประกันเรื่องมีวัตถุดิบที่ได้คุณภาพได้ใช้ผลิตสินค้าได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง เป็นระบบที่ช่วยปิดความเสี่ยงของเกษตรกรไม่ถูกกดราคา ผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของตลาด</p><p>&nbsp;</p><p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ.2560 ที่ช่วยกำกับดูแลการทำสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญา เพื่อช่วยสร้างความเป็นธรรมระหว่างคู่สัญญา เน้นปกป้องเกษตรกรรายย่อยได้มีที่พึ่ง มีอำนาจต่อรองในการเจรจากับบริษัทคู่สัญญา เพื่อช่วยขจัดปัญหาความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น และดูแลให้ระบบสามารถส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยมีอาชีพ รายได้มั่นคง มีความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างแท้จริง</p><p>&nbsp;</p><p>ในประเทศไทยมีภาคเอกชนหลายแห่งทำคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ มันฝรั่ง รวมถึงบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในภาคเอกชนรายแรกๆ ที่นำระบบนี้มาปรับใช้กับโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แก่เกษตรกรรายย่อยเลี้ยงสุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่ ตั้งแต่ 2518 ปัจจุบัน บริษัทฯมีเครือข่ายเกษตรกรในโครงการฯ กว่า 5,900 ราย มีผู้เชี่ยวชาญเป็น พี่เลี้ยง ช่วยให้คำแนะนำและถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์ ให้เกษตรกรในโครงการอย่างใกล้ชิด เป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตในราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าตลอดจนสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเกษตรกรให้สามารถริเริ่มและดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ทุกวันนี้&nbsp;เกษตรกรรายย่อยในโครงการฯ ยังปรับตัวให้มีความทันสมัยสามารถผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคทั่วโลกที่ใส่ใจประเด็น ความยั่งยืน มากขึ้น&nbsp;ทั้งการตรวจสอบย้อนกลับได้&nbsp;การนำระบบอัตโนมัติมาใช้จัดการฟาร์ม การดูแลแรงงานตามหลัก GLP (Good Labour Practices)&nbsp;การทำบ่อไบโอแก้ส (Biogas) เกษตรกรสามารถนำของเสียมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ในฟาร์ม และช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ระบบไบโอซีเคียวริตี้ (biosecurity) เป็นอีกคำที่กล่าวถึงกันมาก รวมถึงตัวเกษตรกรรายย่อยเอง ว่าต้องทำอย่างไรกัน เพื่อป้องกันโรคระบาดที่เกิดขึ้นทั้งในคนและสัตว์ ซึ่ง เป็นคำที่คุ้นเคยในกลุ่มเกษตรกรในโครงการฯ? ที่ได้รับความรู้และเข้าใจเรื่องนี้มาโดยตลอดจากผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ตั้งแต่ การเลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนระบบปิด การควบคุมการเข้าออกฟาร์ม มีระบบฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น ส่งผลให้เกษตรกรในโครงการฯ? สามารถเลี้ยงสัตว์ได้อย่างปลอดภัย ลดเสี่ยงจากโรคระบาดสัตว์ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น PRRS หรือ ASF&nbsp;รวมถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เกษตรกรในโครงการฯ ยังสามารถปรับตัวยกการ์ดสูงป้องกันคนงานและฟาร์ม ช่วยให้การผลิตทำได้ต่อเนื่อง&nbsp;นับเป็นกองหลังที่สำคัญช่วยผลิตอาหารปลอดภัยอย่างต่อเนื่องให้คนไทยไม่ต้องเจอกับวิกฤตขาดแคลนอาหารมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และเป็นอีกปัจจัยให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงสัตว์ปลอดภัยจากโรคระบาดได้</p><p><br></p><p>ในประเด็นเรื่องความเป็นธรรมของระบบ ตั้งแต่ปี 2558&nbsp;ซีพีเอฟได้ปรับปรุงสัญญาคอนแทรคฟาร์มอย่างรอบด้านให้มีความทันสมัยตามแนวทางสากลของ UNIDROT (The International Institute for the Unification of Private Law) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระทางกฎหมายสากลอันดับ 1 ของโลก เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีโดยมีเกษตรกรเป็นพันธมิตรธุรกิจที่สำคัญ และบริษัทพร้อมผลักดันให้เกษตรกรเติบโตไปด้วยกัน&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>สัญญาฉบับปรับปรุงใหม่ยังได้รับการตรวจประเมินจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่ามีความเป็นธรรม และได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO-Food and Agriculture Organization of the United Nations) นำไปใช้เป็นต้นแบบในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในประเทศเพื่อนบ้านของไทย และหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย</p><p>&nbsp;</p><p>ตัวอย่าง ความสำเร็จของโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แก่เกษตรกรรายย่อย ได้แก่ อนุจิตร รู้จบ จบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ เป็นทายาทรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาสานต่อ มะลิฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มสุกรของครอบครัวที่ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2541 ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าวุ้ง จังหวัด ลพบุรี&nbsp;ปัจจุบัน มีโรงเรือนสำหรับเลี้ยงลูกหมู 7 หลัง จำนวน 4,000-5,000 ตัว&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>อนุจิตร&nbsp;ยังได้ประยุกต์ใช้ความรู้เข้ามาจัดการระบบฟาร์มให้ทันสมัยให้หมูได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี สอดคล้องกับหลักสากล มีการนำระบบตรวจสอบย้อนกลับมาใช้&nbsp;&nbsp;จัดจ้างแรงงานให้อยู่ในระบบประกันสังคม&nbsp;จัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย และนำไบโอแก๊สที่ได้จากบ่อบำบัดไปปั่นกระแสไฟฟ้าใช้ภายในฟาร์ม และกำลังศึกษาติดตั้งโซล่าร์เซลส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122170256375"],
    [564,"ผู้ว่าฯ ลำพูน และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนผัก ตามโครงการ Lamphun Go Green  ","<p><strong>ผู้ว่าฯ&nbsp;ลำพูน&nbsp;และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนผัก&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;พร้อมโชว์สกิลการทำอาหารเมนูผักจากสวน&nbsp;เสริฟแก่ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้รับประทาน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นางบำเพ็ญ&nbsp;เมืองมูล&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนและร่วมกิจกรรมปลูกผักทำอาหาร&nbsp;ณ&nbsp;พอเพียง&nbsp;บ้านไร่น้อย&nbsp;ตำบลม่วงน้อย&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงผักของคนในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหารของแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;โดยการนำพืชผักสวนครัว&nbsp;อาทิ&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ผักกาด&nbsp;ต้นมะเขือ&nbsp;และผักต่างๆ&nbsp;มาปลูกยังพื้นที่แปลงเกษตร&nbsp;เป็นการเริ่มต้นในการใช้ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;ทั้งยังเป็นการหนุนการปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคเอง&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ในช่วงสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;แก่คนในชุมชน&nbsp;โดยมีนางภัทราพร&nbsp;ลายจุด&nbsp;นายอำเภอป่าซาง&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลม่วงน้อย&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนชาวบ้านไร่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;มุ่งเน้นให้คนในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้มีส่วนร่วม&nbsp;พร้อมการขับเคลื่อนตามนโยบายที่สำคัญ&nbsp;ซึ่งการใช้พื้นที่ว่างสร้างอาหารตามโครงการปลูกผัก&nbsp;ถือเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;<strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมประธานแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ได้ร่วมกันปลูกพืชผัก&nbsp;เพื่อคนใน&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้เก็บไว้บริโภค&nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;ในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อช่วงโควิด&nbsp;-19&nbsp;พร้อมทั้งได้โชว์การทำอาหาร&nbsp;เมนู&nbsp;แกงผักหวานใส่ปลาแห้ง&nbsp;เมนู&nbsp;ไข่ทอดชะอม&nbsp;และเมนูผัดผักคะน้า&nbsp;หมูกรอบ&nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตที่เก็บจากสวนแห่งนี้&nbsp;นำมาทำอาหาร&nbsp;ให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้รับประทานในครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122173223389"],
    [565,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่นครพนม เยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคป่วยลัมปีสกิน พร้อมแนะโครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้","<p>วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;มอบเงินเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpk&nbsp;Skin&nbsp;Disesae)&nbsp;และชี้แจงโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมมรุกขนคร&nbsp;โรงเรียนนครพนมพิทยาคม&nbsp;โดยมีนายชาญชัย&nbsp;คงทัน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><br></p><p>โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดนครพนม&nbsp;มีผู้เลี้ยงโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;42,788&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นโคเนื้อ&nbsp;144,859&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;75,814&nbsp;ตัว&nbsp;และในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้มีการพบโคเนื้อป่วยด้วยโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ครั้งแรกที่ตำบลมหาชัย&nbsp;อำเภอปลาปาก&nbsp;จากนั้นก็พบการระบาดในอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ครบทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;และสถานการณ์โรคได้คลี่คลายลงในช่วงกลางเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งตลอดระยะเวลามีโค-กระบือป่วยรวมทั้งสิ้น&nbsp;8,571&nbsp;ตัว&nbsp;และตาย&nbsp;709&nbsp;ตัว&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบทั้งสิ้น&nbsp;3,975&nbsp;ราย&nbsp;โดยทางหน่วยงานราชการได้ดำเนินการขออนุมัติงบประมาณให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;ว่าด้วยเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเยียวยารวม&nbsp;625&nbsp;ราย&nbsp;เป็นโค&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;677&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;15,785,000&nbsp;บาท&nbsp;และเมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณจึงได้มีพิธีมอบในวันนี้&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;-&nbsp;กระบือที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ส่วนโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;เป็นความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.X&nbsp;ในการส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรเพื่อทำให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรได้รับผลกระทบ&nbsp;ทั้งจากปัญหาภัยเเล้ง&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดและโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยโครงการดังกล่าวจะนำร่องจากกรมปศุสัตว์และขยายไปยังกรมอื่นๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ทำให้เกษตรกรทุกคนมีความกินดี&nbsp;อยู่ดี&nbsp;อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์จะมีการอบรมถ่ายทอดให้ความรู้&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีความสามารถในการบริหารจัดการเลี้ยงสัตว์&nbsp;การแปรรูป&nbsp;และด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงการหาช่องทางตลาดให้เกษตรกร&nbsp;ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;จะสนับสนุนวงเงินที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้&nbsp;ทั้งเกษตรกรที่เป็นลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เดิม&nbsp;และเกษตรกรรายใหม่&nbsp;โดยสามารถยื่นกู้ได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.ทุกสาขา&nbsp;เกษตรกร&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สามารถกู้ได้ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน&nbsp;เพียงมีคนค้ำ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;สามารถยืมได้&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ</p><p><br></p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122172050386"],
    [566,"ก.ทรัพย์ ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 4,500 คน ด้วยการทำประกันชีวิตและประกันภัยวงเงิน 100,000 บาท","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;4,500&nbsp;คน&nbsp;ด้วยการทำประกันชีวิตและประกันภัยวงเงิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากจาก&nbsp;บริษัททีพีไอ&nbsp;โพลีน&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ที่จะเข้ามาสนับสนุนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;ทั้งลูกจ้างทีโออาร์&nbsp;(TOR)&nbsp;และพนักงานราชการที่ปฎิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าที่ไม่มีสวัสดิการทั่วประเทศประมาณ&nbsp;4,500&nbsp;คน&nbsp;ด้วยการทำประกันชีวิตและประกันภัยให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าวงเงิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานป่าไม้ที่ยังขาดแคลนสวัสดิการคุ้มครองที่เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ&nbsp;และความเสียสละ&nbsp;ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯพยายามประสานหาเงินทุนมาส่งเสริมสวัสดิการของเจ้าหน้าที่อย่างดีที่สุด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงทรัพย์ฯ&nbsp;อยู่ระหว่างการเสนอขอจัดสรรงบประมาณจากงบกลางให้สำนักงบประมาณพิจารณาถึงความจำเป็นในการจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามาปฏิบัติหน้าที่ปกป้องรักษาผืนป่าของประเทศ&nbsp;โดยอยู่ระหว่างรอเข้าชี้แจงถึงความจำเป็นของการของบประมาณดังกล่าวไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;สำนักงบประมาณจะเห็นถึงความจำเป็นและอนุมัติงบประมาณนี้&nbsp;หากเป็นไปตามคำขอจะสามารถจ้างงานเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้ทั้งหมด&nbsp;และจะไม่มีใครถูกเลิกจ้าง&nbsp;หรือตัดเงินเดือนอีก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่ามีกำลังพลไม่เพียงพออยู่แล้ว&nbsp;โดยเฉลี่ยการดูแลผืนป่าของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ต้องดูแลป่ามากถึง&nbsp;10,000&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเฉพาะการรับมือกับการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ป่า</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122172124387"],
    [567,"ผู้ว่าฯ ลำพูน และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนผัก ตามโครงการ Lamphun Go Green  พร้อมโชว์สกิลการทำอาหารเมนูผักจากสวน เสริฟแก่ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้รับประทาน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นางบำเพ็ญ&nbsp;เมืองมูล&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนและร่วมกิจกรรมปลูกผัก&nbsp;ทำอาหาร&nbsp;ณ&nbsp;พอเพียง&nbsp;บ้านไร่น้อย&nbsp;ตำบลม่วงน้อย&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงผักของคนในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ของแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;โดยการนำพืชผักสวนครัว&nbsp;อาทิ&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ผักกาด&nbsp;ต้นมะเขือ&nbsp;และผักต่างๆ&nbsp;มาปลูกยังพื้นที่แปลงเกษตร&nbsp;เป็นการเริ่มต้นในการใช้ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;ทั้งยังเป็นการหนุนการปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคเอง&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แก่คนในชุมชน&nbsp;โดยมีนางภัทราพร&nbsp;ลายจุด&nbsp;&nbsp;นายอำเภอป่าซาง&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลม่วงน้อย&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนชาวบ้านไร่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้คนในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้มีส่วนร่วม&nbsp;พร้อมการขับเคลื่อนตามนโยบายที่สำคัญ&nbsp;ซึ่งการใช้พื้นที่ว่างสร้างอาหารตามโครงการปลูกผัก&nbsp;ถือเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมประธานแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ได้ร่วมกันปลูกพืชผัก&nbsp;เพื่อคนในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้เก็บไว้บริโภค&nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;ในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อช่วงโควิด-19&nbsp;พร้อมทั้งได้โชว์การทำอาหาร&nbsp;เมนู&nbsp;แกงผักหวานใส่ปลาแห้ง&nbsp;เมนู&nbsp;ไข่ทอดชะอม&nbsp;และเมนูผัดผักคะน้า&nbsp;หมูกรอบ&nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตที่เก็บจากสวนแห่งนี้&nbsp;นำมาทำอาหาร&nbsp;ให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้รับประทานในครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122174427393"],
    [568,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ นำทีม ลงพื้นที่ภาคอีสาน มอบเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค - กระบือ ที่ได้รับผลกระทบสัตว์ตายจากโรคลัมปี  สกิน","<p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นำทีม&nbsp;ลงพื้นที่ภาคอีสาน&nbsp;มอบเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบสัตว์ตายจากโรคลัมปี&nbsp;&nbsp;สกิน&nbsp;พร้อมผลักดันโครงการสานฝันฯ&nbsp;มุ่งหวังสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้สู่ครัวเรือนเกษตรกร&nbsp;ในระยะ&nbsp;6&nbsp;เดือน</strong></p><p><br></p><p><br></p><p>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีมอบเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบสัตว์ตายจากโรคลัมปี&nbsp;&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ว่า&nbsp;ภายหลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติงบกลาง&nbsp;684,218,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมโรคลัมปี&nbsp;-&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการจัดซื้อวัคซีนลัมปี&nbsp;-&nbsp;สกิน&nbsp;และกระจายวัคซีนชุดใหญ่ไปทั่วประเทศ&nbsp;ส่งผลให้สถานการณ์การระบาดดีขึ้นและในหลายพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;โดยจากข้อมูลสัตว์ป่วยรายวันลดเหลือจำนวนน้อยมาก&nbsp;และจากการคาดการณ์ของกรมปศุสัตว์คาดว่าประเทศไทยจะสามารถขอคืนสถานะปลอดโรคลัมปี&nbsp;-&nbsp;สกิน&nbsp;ได้ในไม่ช้า&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการตรวจสอบและเก็บข้อมูลของกรมปศุสัตว์&nbsp;พบสัตว์ป่วยจากโรคลัมปี&nbsp;-&nbsp;สกิน&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;68&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวม&nbsp;605,115&nbsp;ตัว&nbsp;รักษาหายทั้งหมด&nbsp;523,429&nbsp;ตัว&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;20,293&nbsp;ตัว&nbsp;และสัตว์ตายทั้งหมด&nbsp;61,393&nbsp;ตัว&nbsp;ใน&nbsp;63&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยขณะนี้&nbsp;ได้มีจังหวัดส่งเรื่องขอความช่วยเหลือจากกรมปศุสัตว์แล้ว&nbsp;46&nbsp;จังหวัด&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ตรวจสอบเกษตรกรและส่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว&nbsp;36&nbsp;จังหวัด&nbsp;เกษตรกร&nbsp;36,572&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนสัตว์&nbsp;40,963&nbsp;ตัว&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ตรวจสอบและส่งรายชื่อเกษตรกรให้กระทรวงการคลังแล้ว&nbsp;33&nbsp;จังหวัด&nbsp;กระทรวงการคลังอนุมัติ&nbsp;และกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;โอนเงินให้ทางจังหวัดแล้ว&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p><br></p><p>ทั้งนั้&nbsp;หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดยเฉพาะหลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค&nbsp;รวมถึงสาธารณภัยต่างๆ&nbsp;จึงได้มีนโยบายให้กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เร่งส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&nbsp;โดยเฉพาะการเลี้ยงโครุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนที่เสียหายไปจากการระบาดของโรค&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือ&nbsp;สนับสนุนอย่างเต็มที่ให้กับเกษตรที่มีความสนใจ&nbsp;โดยร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ดำเนินโครงการ&nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;เป็นในการปล่อยสินเชื่อสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคเกษตร&nbsp;หรือการลงทุนค้าขาย&nbsp;เพื่อเสริมรายได้ในครัวเรือน&nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน&nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&nbsp;สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;ไม่ได้มีเพียงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเท่านั้น&nbsp;แต่มีเมนูทางเลือกให้กับเกษตรกรในด้านต่าง&nbsp;ๆ</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122180557399"],
    [569,"ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแก้วิกฤติปุ๋ยแพง ด้วยการหาทางออกปุ๋ยสู่ความยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;</strong>ตัวแทนเกษตรกรจากกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;และหน่วยงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนแนวความคิด&nbsp;ในการเสวนา&nbsp;ทางออกปุ๋ยสู่ความยั่งยืน&nbsp;โดยมีนายนราพัฒน์&nbsp;แก้วทอง&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ผู้นำการเสวนา&nbsp;พร้อมด้วยนายพัฒนศักดิ์&nbsp;พ่วงสมบัติ&nbsp;เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;,&nbsp;นางอารีย์&nbsp;พระเพชร&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์&nbsp;,&nbsp;นายมนัส&nbsp;เสียงก้อง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;,&nbsp;นายจารึก&nbsp;วงศ์ปิยมารัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เทศบาลตำบลหาดกรวด&nbsp;,นายภาสกร&nbsp;มณฑกุล&nbsp;ประธาน&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;,&nbsp;นายประสิทธ์&nbsp;คลังสีดา&nbsp;และ&nbsp;นายธนพล&nbsp;หมื่นยา&nbsp;ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;ร่วมเสวนาในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากปัญหาปุ๋ยแพงที่มาจากหลายสาเหตุ&nbsp;โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19&nbsp;หลายประเทศซื้อปุ๋ยเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ทำให้ปุ๋ยมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ส่งผลให้ราคาปุ๋ยแพงขึ้น&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือใน&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระยะสั้น&nbsp;ขอความร่วมมือบริษัทที่นำเข้าปุ๋ยลดราคาให้เกษตรกร&nbsp;กระสอบละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความรู้ในการใช้ปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;แหนแดง&nbsp;เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ยโพแทชภายในประเทศ&nbsp;และระยะยาว&nbsp;เป็นการจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาปุ๋ย&nbsp;การเจรจาการกำหนดราคาแม่ปุ๋ยไนโตรเจน&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;และโพแทสเซียม&nbsp;ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางออกหนึ่งที่สามารถลดต้นทุนทางการเกษตรได้เป็นอย่างดีนั้นคือ&nbsp;แหนแดง&nbsp;ปุ๋ยชีวภาพที่มีคุณค่า&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไนโตเจนที่ดีที่สุด&nbsp;ในสภาวะที่ปุ๋ยแพง&nbsp;โดยแหนแดงที่กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ส่งเสริมเป็นพันธุ์&nbsp;อะซอลล่า&nbsp;ไมโครฟิลล่า&nbsp;(Azolla&nbsp;Microphylla)&nbsp;สามารถทดแทนปุ๋ยไนโตรเจนได้&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ซึ่งวิธีการปลูกไม่ยุ่งยาก&nbsp;ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว&nbsp;หากเกษตรต้องการพันธุ์แหนแดง&nbsp;หรือต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม&nbsp;ติดต่อได้ที่&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์&nbsp;โทร.0-5547-9840&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สวท.อุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122184054407"],
    [570,"กรมปศุสัตว์รุกตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมสนธิกำลังร่วมเครือข่าย ปคบ. ลุยตรวจสอบกันกักตุนซากสุกรของห้องเย็นและคุมเข้มการเคลื่อนย้าย หลังพบกักตุนซากสุกร อีก 2 แห่ง ไม่ทราบแหล่งที่มา ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จำนวนรวม 66,984 กิโลกรัม","<p>กรมปศุสัตว์รุกตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมสนธิกำลังร่วมเครือข่าย ปคบ. ลุยตรวจสอบกันกักตุนซากสุกรของห้องเย็นและคุมเข้มการเคลื่อนย้าย หลังพบกักตุนซากสุกร อีก 2 แห่ง ไม่ทราบแหล่งที่มา ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จำนวนรวม 66,984 กิโลกรัม</p><p><br></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท ด่านกักกันสัตว์สระบุรี ด่านกักกันสัตว์พระนครศรีอยุธยา ด่านกักกันสัตว์สุพรรณบุรี สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคป) ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการตรวจสอบห้องเย็น เพื่อป้องกันกรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า โดยในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบการกักตุนซากสุกร ในห้องเย็น จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริษัท C (นามสมมติ) เป็นโรงงานตัดแต่งเนื้อสัตว์ และมีห้องเย็นของตนเอง พบมีการจัดเก็บ ซากสุกร จำนวน 288,828.6 กิโลกรัม พนักงานเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสารเคลื่อนย้าย พบมีซากสุกร บางส่วน จำนวน 56,898 กิโลกรัม ได้นำไปฝากจัดเก็บห้องเย็นภายนอกแห่งหนึ่ง ไม่มีเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์ และทางบริษัทยังไม่ได้แจ้งจำนวนกักตุนต่อกรมการค้าภายใน พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดซากสุกร จำนวน 56,898 กิโลกรัม ไว้ที่ห้องเย็นดังกล่าว และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ขยายผล เข้าตรวจสอบบริษัท D (นามสมมติ) มีลักษณะเป็นโรงงานตัดแต่งเนื้อสัตว์และรับฝากเนื้อ (ห้องเย็น) พบมีซากสุกรจัดเก็บ จำนวน 56,388.66 กิโลกรัม และยังไม่ได้แจ้งต่อกรมการค้าภายใน พนักงานจึงขอตรวจสอบเอกสารการเคลื่อนย้าย พบว่าซากสุกร จำนวน 10,088 กิโลกรัม ไม่มีเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดซากสุกร จำนวน 10,088 กิโลกรัม ทางบริษัทยังไม่ได้แจ้งการกักตุนสินค้าให้กรมการค้าภายในทราบ</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">ซึ่งหากเจ้าของบริษัทเนื้อสุกรที่อายัดไว้ ไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 มาตรา 22 โทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</span></p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122194051426"],
    [571,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินเยียวยาโรคลัมปิสกิน15 ล้านบาท ที่จังหวัดนครพนม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;พร้อมกับชี้แจงทำความเข้าใจความล่าช้าการอนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ที่เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกิน&nbsp;และโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้&nbsp;ที่หอประชุมมรุกขนคร&nbsp;โรงเรียนนครพนมวิทยาคม&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;โดยมีนายศุภชัย&nbsp;โพธิ์สุ&nbsp;รองประธานรัฐสภาคนที่&nbsp;2&nbsp;นายไพจิตร&nbsp;ศรีวรขาน&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;คงทัน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือร่วมรับฟังและรับมอบเงินเยียวยา</p><p><strong>โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้ชี้แจงว่า&nbsp;แม้คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติเงินงบกลางมานานแล้วก็ตาม&nbsp;แต่เอกสารที่ใช้ทั้งหมดต้องผ่านจังหวัดและผ่านเขตก่อนจึงจะอนุมัติได้&nbsp;ซึ่งล่าช้าถึง&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ต้องยึดระเบียบและความถูกต้องเป็นหลัก</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยผู้เลี้ยงโคกระบือที่เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกินจังหวัดนครพนม&nbsp;625&nbsp;ราย&nbsp;เป็นโคจำนวน&nbsp;677&nbsp;ตัว&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;15,785,000&nbsp;บาท&nbsp;และจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;8,438,500&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะโอนผ่านทาง&nbsp;ธกส.&nbsp;ซึ่งอายุโคกระบือไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;13,000&nbsp;บาท,&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนขึ้นไปไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;22,000&nbsp;บาท,&nbsp;อายุ&nbsp;1-2&nbsp;ปี&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;29,000&nbsp;บาท&nbsp;หากอายุตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;35,000&nbsp;บาท</p><p><strong>ขณะเดียวกันก็ได้เชิญชวนเกษตรกร</strong>ร่วมโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้&nbsp;ด้วยการขอสินเชื่อจาก&nbsp;ธกส.ได้รายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อทำการเกษตรปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ที่สามารถจำหน่ายสร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122191142421"],
    [572,"อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นางสาวเบญจพร&nbsp;ชาครานนท์&nbsp;</strong>อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการ&nbsp;ที่อ.ปากช่อง&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;โดยเยี่ยมศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน&nbsp;ซี่งนายชุมพล&nbsp;สว่างเนตร&nbsp;หมอดินอาสาประจำหมู่บ้านบุ่งเตย&nbsp;ต.หมูสี&nbsp;ในพื้นที่กว่า&nbsp;65&nbsp;ไร่&nbsp;พัฒนาพื้นที่เป็นเกษตรผสมผสานตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;ใช้องค์ความรู้การจัดการดินและปุ๋ย&nbsp;อาทิ&nbsp;การทำปุ๋ยหมัด&nbsp;น้ำหมักชีวภาพ&nbsp;การปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ&nbsp;โดยมีพืชหลักเป็นข้าวโพดหวานปลูกหมุนเวียนกัน&nbsp;นอกจากนี้มีไม้ผล&nbsp;พืชผัก&nbsp;ไม้เศรษฐกิจหลากหลายเพื่อบริโภค&nbsp;ใช้สอย&nbsp;และสร้างรายได้&nbsp;</p><p><strong>โดยในช่วงบ่ายได้เยี่ยมสวนเกษตรคุณพิชชานันท์</strong>&nbsp;ต.ปากช่อง&nbsp;ทำการเกษตรผสมสานมานานกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ภายในพื้นที่ได้มีการปลูกไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;ไม้เศรษฐกิจ&nbsp;ไม้ดอก&nbsp;พืชผัก&nbsp;หลากหลายชนิด&nbsp;มีการใช้เทคโนโลยีพัฒนาที่ดินในพื้นที่&nbsp;อาทิ&nbsp;การทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;น้ำหมักชีวิตภาพ&nbsp;การเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;การปลูกพืชปุ๋ยสด&nbsp;และการใช้แฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123085007488"],
    [573,"ครม. อนุมัติกรอบวงเงินรวม 2.7 หมื่นล้านบาท สำหรับ 3 พืชสำคัญในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าว ปี 6465","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการประกันรายได้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;โครงการ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">&nbsp;วงเงินรวมทั้งสิ้น&nbsp;27,390.09&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">1.โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;วงเงิน&nbsp;6,811.28&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้ฯ&nbsp;ปี&nbsp;64/65&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;รวมเงิน&nbsp;291.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">2.โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;1,863.51&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;45&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">3.&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;วงเงินรวมทั้งสิ้น&nbsp;18,378.90&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">ซึ่งจะครอบคลุมเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ประมาณ&nbsp;4.7&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ประมาณ&nbsp;5&nbsp;แสนครัวเรือน&nbsp;และปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ประมาณ&nbsp;4.5&nbsp;แสนครัวเรือน</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123083647482"],
    [574,"ผู้ว่าฯ สระบุรี สั่งสำรวจจำนวนผู้เลี้ยงสุกรจำนวนสุกร และสถานที่แช่แข็งทั่วจังหวัด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแมนรัตน์&nbsp;รัตนสุคนธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันราคาเนื้อสุกรได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติ&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างมาก&nbsp;ประกอบกับปรากฎข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่าผู้ประกอบการเลี้ยงสุกรหลายแห่ง&nbsp;ไม่สามารถขายสุกรจำนวนหลายพันตัวได้&nbsp;อันอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เนื้อสุกรขาดตลาดและส่งผลให้ปัจจุบันราคาเนื้อสุกรปรับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนผู้ประกอบการเลี้ยงสุกร&nbsp;และจำนวนสุกรที่เลี้ยงไว้ว่ามีจำนวนเท่าใด</strong>&nbsp;เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์สาเหตุและดำเนินการหามาตรการในการแก้ไขปัญหาเนื้อสุกรขาดตลาด&nbsp;อันเป็นสาเหตุให้เนื้อสุกรมีราคาสูงขึ้นอย่างผิดปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดสระบุรีได้แจ้งถึงการขยายระยะเวลาทำการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ของพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;</strong>ตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.2497&nbsp;ลงวันที่&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรปรับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการฉวยโอกาสของผู้ประกอบการเลี้ยงสุกร</strong>&nbsp;เพื่อจะได้นำเนื้อสุกรออกจำหน่ายในราคาสูง&nbsp;จึงสำรวจจำนวนสถานที่เก็บเนื้อสุกร&nbsp;(สถานที่แช่แข็งเนื้อสุกร)&nbsp;และปริมาณเนื้อสุกรที่มีการแช่แข็งในพื้นที่&nbsp;สำรวจจำนวนผู้ประกอบการหรือร้านค้า&nbsp;และปริมาณโภคภัณฑ์ประเภทอื่นที่อาจมีการกักตุนโดย&nbsp;ให้อำเภอบูรณาการความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติฯ&nbsp;ดังกล่าวและให้รายงานผลการดำเนินการ&nbsp;ให้จังหวัดสระบุรีทราบทุกวันศุกร์ต่อไป</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123110346523"],
    [575,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.นายสุวัฒ&nbsp;แสงราช&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;107&nbsp;บ้านน้ำพุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงสุกรพื้นเมือง&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรพ่อพันธุ์&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรแม่พันธุ์&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรขุน&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;104&nbsp;ตัว&nbsp;เป็ดเทศ&nbsp;18&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;3&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.นางบุญช่วย&nbsp;สีนอยขาว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;33&nbsp;บ้านน้ำพุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;37&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.นางทองย้อย&nbsp;แสงแก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;51&nbsp;บ้านน้ำพุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ลูกสุกร&nbsp;13&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;27&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.นางเสถียร&nbsp;แสงราช&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;71&nbsp;บ้านน้ำพุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;1&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.นางจับ&nbsp;ศรีพรหม&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;63&nbsp;บ้านน้ำพุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ลูกสุกร&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;15&nbsp;ตัว&nbsp;เป็ดเทศ&nbsp;2&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.นางทิพรส&nbsp;แสงแก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;15&nbsp;บ้านน้ำพุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ลูกสุกร&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;1&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.นางบัวลา&nbsp;สุขศรี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;131&nbsp;บ้านน้ำพุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ลูกสุกร&nbsp;19&nbsp;ตัว&nbsp;กาพื้นเมือง&nbsp;14&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;3&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และดำเนินการปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.นายลำพูล&nbsp;จันทร์ศรี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;9&nbsp;บ้านนาหว้าน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;เลี้ยงสุกรพื้นเมือง&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรพ่อพันธุ์&nbsp;1&nbsp;สุกรแม่พันธุ์&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรขุน&nbsp;42&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;118&nbsp;ตัว&nbsp;เป็ดเทศ&nbsp;15&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123110337520"],
    [576,"ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร สกัดจับรถขนหมูเถื่อนกว่า 20 ตัน ลักลอบนำเข้าจากเพื่อนบ้าน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร&nbsp;สนธิกำลังตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;สกัดจับรถรถเทรลเลอร์&nbsp;ลักลอบขนเนื้อหมูแช่แข็ง&nbsp;นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;กว่า&nbsp;21,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ผ่านด่านสะพานมิตรภาพ&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันเขต)&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร&nbsp;ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า&nbsp;มีการลักลอบเคลื่อนย้ายเนื้อหมูแช่แข็ง&nbsp;นำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;เข้ามาทางชายแดนจังหวัดมุกดาหารโดยใช้เส้นทางสะพานมิตรภาพ&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;โดยใช้รถยนต์พ่วงเทรลเลอร์&nbsp;ยี่ห้ออีซูซุ&nbsp;หัวลาก&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;70-2126&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;รถพ่วงหมายเลขทะเบียน&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;70-2132&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;จึงได้จัดชุดออกปฏิบัติงานลาดตระเวนเฝ้าติดตาม&nbsp;กระทั่งพบรถต้องสงสัยตามที่รับแจ้งขับมาออกจากด่านมุกดาหาร&nbsp;และเข้าทำการสกัดรถต้องสงสัยคันดังกล่าวไว้ได้&nbsp;บริเวณสามแยกไฟแดงบ้านโคกสูง&nbsp;ถนนชยางกูร&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากการตรวจสอบภายในห้องเย็นของรถคันดังกล่าว</strong>&nbsp;พบหมูส่วนใหญ่เป็นหมูสามชั้น&nbsp;บรรจุใส่ถุงแช่แข็งวางทับซ้อนกันจำนวนมาก&nbsp;โดยมีน้ำหนักรวมทั้งหมด&nbsp;21,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยเนื้อทั้งหมดลักลอบขนย้ายโดยผิดกฎหมายไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวอัจฉราพร&nbsp;ซาซุม&nbsp;นายสัตว์แพทย์ชำนาญการ&nbsp;ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;เบื้องต้นทางด่านได้รับแจ้งจากสายข่าวจากทาง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ว่าจะมีการขนซากสุกรที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านเจ้ามาทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ทางหัวหน้าด่าน&nbsp;ตม.&nbsp;ได้จัดกำลังเฝ้าติดตามตั้งแต่ช่วงเช้าจนกระทั่งเวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ได้พบรถต้องสงสัยคันดังกล่าวขับผ่านเข้ามา&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้เข้าตรวจค้นก็พบว่าเป็นซากสุกร&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;21&nbsp;ตัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายศรีสุวรรณ&nbsp;กลางประพันธ์&nbsp;อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;คนขับ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองไม่ทราบว่าข้างในตู้ตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นสินค้าประเภทไหน&nbsp;ตนแค่มีหน้าที่ขับรถกลับมาตามคำสั่งเท่านั้น&nbsp;ทั้งนี้ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร&nbsp;ได้วางมาตรการคุ้มเข้ม&nbsp;โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร&nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจคุมรถบรรทุกสินค้า-ที่เดินทางข้ามไปมายังประเทศ&nbsp;เพื่อป้องการลักลอบนำสินค้าหนีภาษี&nbsp;ส่วนซากสุกรดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะอายัดซากสุกร&nbsp;และนำไปไว้ที่ด่านกักกันสัตว์ส่วนคนขับรถเทลเลอร์เจ้าหน้าที่จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ตามกฎหมาย&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123110334519"],
    [577,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคอีสานและภาคตะวันออกระวังฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกระวังฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(23&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง&nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก&nbsp;ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;48&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และระยอง&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;35,120&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,169&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัด&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;บริเวณกรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ส่วนภาคใต้&nbsp;บริเวณชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123103916512"],
    [578,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่น","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่น</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(23&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;คือ&nbsp;ภาคเหนือตอนบน&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดและลมอ่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123104238513"],
    [579,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการกรมเจ้าท่า เร่งตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมัน อับปางกลางอ่าวไทย พร้อมออกคำสั่งงดใช้เรือดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเล","<p>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เปิดเผยถึงเหตุเรือบรรทุกน้ำมันดีเซล&nbsp;หรือ&nbsp;น้ำมันเขียว&nbsp;ได้อับปางลงบริเวณอ่าวไทย&nbsp;ห่างจากปากน้ำชุมพรประมาณ&nbsp;24&nbsp;ไมล์ทะเล&nbsp;ช่วงค่ำของวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;เบื้องต้นได้รับรายงานเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันดีเซล&nbsp;ชื่อเรือ&nbsp;\"ป.อันดามัน&nbsp;2\"&nbsp;ซึ่งจอดทอดสมอได้อับปางลงเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเป็นเรือจอดเพื่อการจ่ายน้ำมันเขียวให้เรือประมงโดยมีนายวายุ&nbsp;หมอยาดี&nbsp;เป็นนายเรือ&nbsp;พร้อมลูกเรือจำนวน&nbsp;5&nbsp;นาย&nbsp;ซึ่งทั้งหมดปลอดภัย&nbsp;และได้รับการช่วยเหลือจากเรือวีนัส&nbsp;21&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยเรือดังกล่าวบรรทุกน้ำมันดีเซลน้ำมันเขียว&nbsp;ประมาณ&nbsp;500,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จมที่ความลึกประมาณ&nbsp;50&nbsp;เมตร&nbsp;สาเหตุการจมเกิดจากมีน้ำเข้าเรือแต่ไม่สามารถสูบออกได้ทัน&nbsp;เนื่องจากมีคลื่นลมแรง&nbsp;&nbsp;ซึ่งภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าของเรือ&nbsp;คือบริษัทแหลมทองค้าน้ำมันประมงไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;เตรียมน้ำยาสลายน้ำมัน&nbsp;วางทุ่นล้อมน้ำมัน&nbsp;บริเวณเรือที่จม&nbsp;พร้อมประกาศเป็นพื้นที่อันตรายแล้ว&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;เร่งดำเนินการตรวจสอบคราบน้ำมันรวมถึงปริมาณและทิศทางการเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อวางแผนดำเนินการป้องกันและกำจัดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;รวมทั้งให้ดำเนินการเพิ่มเติมออกคำสั่งงดใช้เรือดังกล่าว&nbsp;และให้เจ้าของเรือดำเนินการกู้เรือโดยด่วน&nbsp;ควบคู่กับการ&nbsp;ออกประกาศแจ้งเตือนให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือ&nbsp;เตรียมพร้อมเรือตรวจการณ์และเรือขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;โดยบูรณาการร่วมกับกองทัพเรือในการปฏิบัติตามแผนการขจัดคราบน้ำมัน</p><p><br></p><p>&nbsp;นอกจากนี้ต้องเร่งตรวจสอบความปลอดภัยของเรือลำอื่นๆ&nbsp;ที่จอดทอดสมออยู่กลางทะเล&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติซ้ำ&nbsp;เพราะจากการประเมินการไหลของกระแสน้ำระหว่างวันที่&nbsp;?23-25?&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;?&nbsp;พบว่าไหลขึ้นไปทางด้านทิศเหนือเข้าเลียบชายฝั่ง?&nbsp;จึงคาดการณ์คราบน้ำมันมีโอกาสจะถูกคลื่นและกระแสน้ำพัดไหลเข้าชายฝั่ง?บริเวณ?&nbsp;อ.ปะทิว&nbsp;อ.บางสะพานน้อย?&nbsp;อ.บางสะพาน?&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;ของ&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;แม้น้ำมันที่รั่วไหลจะสามารถสลายตัวเองได้ดีในธรรมชาติ&nbsp;แต่ยังต้องมีการติดตามและเฝ้าระวัง</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123173605626"],
    [580,"ตรัง เจ้าของสวนต้องลาดตระเวนหลังถูกขโมยปาล์มบ่อยครั้ง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เจ้าของสวนปาล์มน้ำมันจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ต่างเร่งหาวิธีการป้องกันโจรเช้ามาลักทรัพย์ผลผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ของตนเองกันมากขึ้น&nbsp;ทั้งการขับรถเข้าไปลาดตระเวน&nbsp;หรือเข้าไปตรวจตราในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่ผลผลิตกำลังสุกกันมากขึ้น&nbsp;บางคนหากสวนอยู่ไกลจ้างญาติพี่น้องให้ช่วยเฝ้าระวังบางคนเร่งสำรวจพื้นที่&nbsp;เพื่อเตรียมจะติดกล้องวงจรปิด&nbsp;แต่อาจติดขัดปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้าที่ยังเข้าไปไม่ถึง&nbsp;จะต้องเสียเงินซื้อแผงโซล่าเซล&nbsp;จึงยังติดไม่ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายอุทัย&nbsp;ภักดีโชติ&nbsp;เจ้าของสวนปาลผอมน้ำมันเนื้อที่ประมาณ&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>ในพื้นที่&nbsp;ต.เขากอบ.&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งประสบปัญหาถูกคนเข้ามาลักขโมยปาล์มน้ำมันบ่อยครั้ง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ของตนเองโดนบ่อยมาก&nbsp;ถูกตัดไปแล้วรวมได้นับตัน&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นตอนกลางวัน&nbsp;พอเผลอคนร้ายก็เข้ามา&nbsp;ซึ่งเชื่อว่าเป็นวัยรุ่นในพื้นที่&nbsp;โดยลักษณะทำเนียนเหมือนเป็นเจ้าของสวนเอง&nbsp;หรือเป็นคนตัดที่เจ้าของสวนจ้างมา&nbsp;โดยการแทงตัดทลายปาล์มไปด้วย&nbsp;และแทงล้างทางเก็บทางให้ด้วย&nbsp;ขนปาล์มใส่รถซาเล้งเอาไปและสวนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ก็โดนเหมือนกันหมดยากในการดูแล&nbsp;เพราะสวนกว้าง&nbsp;บางแปลงเจ้าของสวนอยู่ไกล&nbsp;ไม่ค่อยได้มาดูแลเลยยิ่งเดือดร้อนหนัก&nbsp;ส่วนตัวต้องใช้วิธีขับรถวนเข้ามาดูแลให้ถี่ขึ้น&nbsp;แรก&nbsp;ๆ&nbsp;วันสองวันวนเข้ามาวันละครั้งสองครั้ง&nbsp;แต่หลัง&nbsp;ๆ&nbsp;มาต้องขับรถวนเข้ามาวันละหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;รอบ&nbsp;เพื่อลาดตระเวนให้โจรตดใจกลัว&nbsp;และในวันนี้&nbsp;ก็จ้างคนตัดปาล์มเข้ามาตัดผลสุก&nbsp;แม้จะไม่มาก&nbsp;แต่ก็ต้องเร่งตัด&nbsp;เพราะห่วงจะถูกลักตัดอีก&nbsp;พร้อมกับให้คนงานล้างทางปาล์มไปด้วย&nbsp;เพื่อให้สวนโล่งเตียน&nbsp;มองเห็นในระยะไกล&nbsp;ง่ายต่อการมองเห็น&nbsp;คนร้ายจะได้หวั่น&nbsp;ๆไม่กล้าเข้ามาลักขโมย&nbsp;เพื่อป้องกันทรัพย์สิน</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123115746536"],
    [581,"ปศุสัตว์แม่ลาน้อย บูรณาการ ตำรวจ สภ.แม่ลาน้อย ตรวจสอบสถานที่เก็บเนื้อสุกร โรงฆ่าสัตว์และสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ \"ไม่พบการกระทำผิด\"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>น.สพ.ดร.อนิรุธ&nbsp;เนื่องเม็ก&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายวรุฒ์&nbsp;บุญจีน&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;บูรณาการร่วมกับ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรแม่ลาน้อย&nbsp;ออกตรวจ&nbsp;โรงฆ่าสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;สถานที่เก็บเนื้อสัตว์&nbsp;สถานที่จำหนายเนื้อสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ที่ได้สั่งการให้บูรณาการทุกภาคส่วนลงพื้นที่ตรวจแหล่งชำแหละ&nbsp;แช่&nbsp;หรือจัดเก็บเนื้อสุกร&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้าและตั้งราคาสูงเกินสมควร&nbsp;ซึ่งหากตรวจพบว่าผู้ประกอบการทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยได้ตรวจสอบความสะอาด&nbsp;ใบอนุญาตสถานประกอบการ</strong>&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการป้องกันโรคระบาดในสุกร&nbsp;และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจหากพบราคาสินค้าบริโภคแพงเกินจริง&nbsp;ซึ่งภาพรวมจากการตรวจสอบ&nbsp;\"ไม่พบผู้ประกอบการกระทำผิดกฏหมาย\"&nbsp;ทั้ง&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;2558&nbsp;พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;และกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับผู้บริโภคขอให้มั่นใจในการบริโภคเนื้อสุกรได้ตามปกติ</strong>&nbsp;โดยแนะนำว่าควรเลือกซื้อเนื้อสุกรจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ&nbsp;มีสุขอนามัยการผลิตที่ดีและตรวจสอบย้อนกลับได้&nbsp;ดังเช่นสถานที่จำหน่ายที่ได้รับรอง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;รวมทั้งปรุงสุกทุกครั้งด้วยอุณหภูมิอย่างน้อย&nbsp;70&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไปก่อนรับประทานเพื่อหลีกเลี่ยงโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และเพื่อให้ประเทศไทยสามารถควบคุมโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรได้โดยไว&nbsp;หากเกษตรกรพบอาการต้องสงสัยโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&nbsp;หรือที่เบอร์&nbsp;06-3225-6888&nbsp;หรือ&nbsp;Application&nbsp;:&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123131231560"],
    [582,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 51 จุด ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบหลายพื้นที่ของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;51&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบหลายพื้นที่ของไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;51&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุดรธานี&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;และสระแก้ว&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อเช้าที่ผ่านมาคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยรวมยังคงอยู่ในระดับดีมีฝุ่นบ้างเล็กน้อยในบางพื้นที่&nbsp;โดยพบจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากสุดในเมียนมา&nbsp;462&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;436&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;107&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดน&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123131810565"],
    [583,"สกลนคร จัดประกวดกระบือชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานมหกรรมกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2565","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดงานมหกรรมกระบือแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;24&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรและคนรุ่นใหม่&nbsp;พัฒนาต่อยอดการเลี้ยงกระบือเป็นอาชีพหลัก&nbsp;สร้างความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;พร้อมประกวดกระบือชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)</strong>&nbsp;นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธานเปิดงานมหกรรมกระบือแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;24&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์&nbsp;และองค์กรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์เขตร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และพระบาทสมเด็จพระชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;นำไปสู่การส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงกระบือเพื่อการผลิตที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำเครือข่ายชาวควาย&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จากทั่วประเทศ&nbsp;และประชาชนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเข้มงวด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสุรพล&nbsp;ธัญญเจริญ&nbsp;ปศุสัตว์เขต&nbsp;4</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันเกือบทุกประเทศในกลุ่มอาเซียนมีความต้องการกระบือเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จากการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว&nbsp;ขณะที่&nbsp;การผลิตกระบือของแต่ละประเทศยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด&nbsp;จึงนับเป็นโอกาสดีของประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตกระบือ&nbsp;เกษตรกรมีความรู้ความสามารถสูง&nbsp;เมื่อเทียบกับประเทศอื่น&nbsp;ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;(ASAEN)&nbsp;สามารถที่จะผลิตพันธุ์กระบือส่งออกไปยังต่างประเทศได้&nbsp;โดยเฉพาะตลาด&nbsp;AEC&nbsp;และที่สำคัญรัฐบาลได้ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาเกษตรกรรายย่อยให้เกิดการรวมกลุ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;โดยยึดแนวทางการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยให้คนรุ่นใหม่ใส่ใจการพัฒนา&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;ปัจจุบันกระบือมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับงานในวันนี้</strong>&nbsp;มีกิจกรรมการประกวดกระบือ&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;การจัดแสดงผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ&nbsp;การแสดงสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์&nbsp;การแสดงรูปแบบฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ดีมีความปลอดภัยต่อโรคระบาด&nbsp;การแสดงนวัตกรรมด้านปศุสัตว์&nbsp;การเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการและผลงานด้านปศุสัตว์&nbsp;การแสดงผลิตภัณฑ์และการแปรรูปปศุสัตว์&nbsp;ตลอดทั้งการแสดงและจำหน่ายผลผลิตปสุสัตว์จากเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจหันกลับมาพัฒนาทรัพยากร&nbsp;ด้านการเลี้ยงสัตว์&nbsp;และด้านการเกษตรที่ตนเองมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยใช้องค์ความรู้ที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการร่วมชมงาน&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;กลับไปต่อยอดการพัฒนาการเลี้ยงกระบือเป็นอาชีพหลัก&nbsp;และทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123134110576"],
    [584,"กรมประมงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำสร้างรายได้ให้ประชาชนคลองนาคราช จังหวัดชุมพร","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำภายใต้&nbsp;โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในคลองนาคราช&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;และโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในพื้นที่&nbsp;คลองผันน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนและเพิ่มรายได้แก่ชาวประมงและประชาชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายอำเภอเมืองชุมพร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;ข้าราชการส่วนท้องถิ่น&nbsp;กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น&nbsp;กลุ่มพลังมวลชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;คลองนาคราช&nbsp;บริเวณโครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมืองชุมพร&nbsp;บ้านไทรบ่วง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลตากแดด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต&nbsp;และการประกอบอาชีพของประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;ตลอดจนส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;การค้า&nbsp;และการผลิตทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นอย่างมาก&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงและประชาชนที่ไม่สามารถหารายได้สำหรับจุนเจือครอบครัวได้เหมือนสถานการณ์ปกติ&nbsp;จึงได้มีนโยบายให้หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เข้ามากำกับ&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;ดูแล&nbsp;และสนับสนุนการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและประชาชน&nbsp;กรมประมงในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;และสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้จากสัตว์น้ำ&nbsp;&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;จึงได้ดำเนินการจัดทำ&nbsp;โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในคลองนาคราชจังหวัดชุมพร&nbsp;และโครงการ&nbsp;เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในพื้นที่คลองผันน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนและเพิ่มรายได้แก่ชาวประมงและประชาชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างทั่วถึง&nbsp;สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;ตลอดจนสามารถจับสัตว์น้ำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไปบริโภคและจำหน่ายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เกิดการสร้างรายได้&nbsp;และก่อให้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนจังหวัดชุมพร&nbsp;ตลอดลุ่มน้ำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมวันนี้&nbsp;</strong>กรมประมงได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวน&nbsp;1,500,000&nbsp;ตัว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กุ้งก้ามกราม&nbsp;ขนาดมากกว่า&nbsp;5&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;ตัว&nbsp;ปลาตะเพียนขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;250,000&nbsp;ตัว&nbsp;ปลาสุลต่านหรือปลาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;150,000&nbsp;ตัว&nbsp;และปลากระแห&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการด้านการประมงน้ำจืด&nbsp;การประมงชายฝั่ง&nbsp;การประมงทะเล&nbsp;(ธนาคารสัตว์น้ำ)&nbsp;การตรวจการประมง&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าจากผลผลิตสัตว์น้ำของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านภายใต้โครงการ&nbsp;Fisherman&nbsp;Market&nbsp;พร้อมจัดพื้นที่สำหรับให้คำแนะนำและข้อมูลความรู้&nbsp;ทางด้านวิชาการจากเจ้าหน้าที่ของกรมประมงไว้บริการแก่ประชาชน&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;ให้กับเกษตรกรชาวประมง&nbsp;เยาวชนและประชาชนในพื้นที่&nbsp;สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;ในพื้นถิ่นของตน&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์&nbsp;ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำสูงสุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคใต้","ชุมพร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123143421588"],
    [585,"กรมประมง ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 1.5 ล้านตัว เพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำสร้างรายได้ให้ประชาชนคลองนาคราช จังหวัดชุมพร","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำภายใต้&nbsp;โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในคลองนาคราช&nbsp;&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;และโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในพื้นที่คลองผันน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนและเพิ่มรายได้แก่ชาวประมงและประชาชน&nbsp;</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;ตลอดจนส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าและการผลิตทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นอย่างมาก&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงและประชาชนที่ไม่สามารถหารายได้สำหรับจุนเจือครอบครัวได้เหมือนสถานการณ์ปกติ&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสร้างอาชีพ</strong>&nbsp;สร้างรายได้จากสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกร&nbsp;จึงได้ดำเนินการจัดทำ&nbsp;โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในคลองนาคราชจังหวัดชุมพร&nbsp;และโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในพื้นที่คลองผันน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนและเพิ่มรายได้แก่ชาวประมงและประชาชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างทั่วถึง&nbsp;สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;ตลอดจนสามารถจับสัตว์น้ำไปบริโภคและจำหน่ายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เกิดการสร้างรายได้&nbsp;และก่อให้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนจังหวัดชุมพร&nbsp;ตลอดลุ่มน้ำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมวันนี้&nbsp;กรมประมง</strong>&nbsp;ได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวน&nbsp;1,500,000&nbsp;ตัว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กุ้งก้ามกราม&nbsp;ปลาตะเพียนขาว&nbsp;ปลาสุลต่านหรือปลาบ้า&nbsp;และปลากระแห&nbsp;เป็นต้น&nbsp;กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะสามารถเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ&nbsp;คืนความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำในคลองนาคราช&nbsp;ทำให้ชาวประมงและประชาชนมีทรัพยากรสัตว์น้ำและแหล่งโปรตีนจากสัตว์น้ำสำหรับการบริโภคและจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว&nbsp;ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการประกอบอาชีพในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;อันจะเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับครัวเรือนได้ในระดับหนึ่ง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123210815659"],
    [586,"เรือนจำศรีสะเกษ  ร่วมกับราบ 11 ลพบุรี และอัยการศาลสูง  ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล","<p>เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายเริงศักดิ์&nbsp;เกตุจันทึก&nbsp;ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้มอบหมายให้นายพิชัย&nbsp;คำผง&nbsp;หัวหน้าฝ่ายฝึกวิชาชีพ&nbsp;2&nbsp;พร้อมคณะเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องขังจำนวน&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ราบ&nbsp;11&nbsp;ลพบุรี&nbsp;,ท่านอัยการศาลสูง&nbsp;สนับสนุนขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นาโมเดล\"&nbsp;โดยหลักพึ่งตน&nbsp;พึ่งธรรม&nbsp;ณ&nbsp;วัดพานทา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โควิด-&nbsp;19อย่างเคร่งครัด</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123184204644"],
    [587,"รมช.ประภัตร มอบเงินช่วยเกษตรกรศรีสะเกษ ได้รับผลกระทบจาก \"โรคลัมปี สกิน\" ระบาด","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;อาคารหอประชุมเกาะกลางน้ำ&nbsp;ห้วยน้ำคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับมอบหมายจาก&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้ไปร่วมต้อนรับนายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;ในโอกาสที่เดินทางมามอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;กรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกินในโค-กระบือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมีนายสัตวแพทย์นัทธ์เวโรจน์&nbsp;บูชาพัฒน์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวรายงานฯ&nbsp;นางผ่องศรี&nbsp;แซ่จึง&nbsp;ส.ส.ศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;8&nbsp;นายอาสพลธ์&nbsp;สรรณ์ไตรภพ&nbsp;ส.ส.ศรีสะเกษ&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.จ.ทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;รอบ&nbsp;เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;5,906&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;6,502&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงิน&nbsp;145,824,700&nbsp;บาท&nbsp;ที่ผ่านการเห็นชอบให้ความช่วยเหลือในรอบที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;2,458&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนสัตว์ตาย&nbsp;2,586&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงิน&nbsp;55,675,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรกรรับมอบเงินจำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และจะมีการดำเนินการจ่ายเงินชดเชยในส่วนที่เหลือตามขั้นตอนต่อไป</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;</strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยังได้ประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้ให้ชาวเกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;เกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;ชลประทาน&nbsp;โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธกส.)&nbsp;อนุมัติวงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อสนับสนุนในการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรรายย่อย&nbsp;ไม่เกินรายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท/1-3&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้กับชาวเกษตรกร&nbsp;โดยจะสนับสนุนเงินกู้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร&nbsp;สำหรับใช้ประกอบอาชีพการเกษตรด้านปศุสัตว์&nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับ&nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&nbsp;ให้สามารถสร้างรายได้ระยะสั้น&nbsp;4-6&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจะมีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;โดยทั้งนี้กรมปศุสัตว์พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้&nbsp;ให้คำแนะนำด้านการเลี้ยงสัตว์&nbsp;รวมทั้งประสานงานและให้การสนับสนุนตลอดห่วงโซ่การผลิตและการตลาด&nbsp;และได้เน้นยํ้าให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการ&nbsp;ติดตามสถานการณ์การเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากเกษตรกรพบสุกรป่วยตายผิดปกติ&nbsp;ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอไกล้บ้านทันที&nbsp;เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;กรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123192317652"],
    [588,"วราวุธ จัดโครงการเพิ่มพื้นที่ป่า เพิ่มคุณค่าคุณภาพชีวิต ลดโลกร้อน ที่ จ.สุพรรณบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทส.)&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรมปลูกป่าโครงการเพิ่มพื้นที่ป่า&nbsp;เพิ่มคุณค่าคุณภาพชีวิต&nbsp;ที่วัดสองเขต&nbsp;ตำบลสนามคลี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมีนายสรชัด&nbsp;สุจิตต์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;ดร.อุดม&nbsp;โปร่งฟ้า&nbsp;ที่ปรึกษา&nbsp;รมว.ทส.&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายนพฤทธิ์&nbsp;ศิริโกศล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมพิธี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บนพื้นที่&nbsp;23&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ต้นประตู่&nbsp;ต้นยางนา&nbsp;ต้นมะเกลือ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน&nbsp;สำหรับพื้นที่ปลูกป่าดังกล่าวได้รับความอนุเคราะห์จากพระอธิการวีระ&nbsp;ภัทโก&nbsp;เจ้าอาวาสวัดสองเขต&nbsp;ที่มอบพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูและสร้างความสมดุลของสภาพแวดล้อม&nbsp;และลดโลกร้อน</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123195733657"],
    [589,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งตรวจสอบฟาร์มสุกรในพื้นที่ หลังพบการระบาดโรค ASF ในฟาร์มสุกร 3 แห่งใน 2 อำเภอ พร้อมแนะผู้เลี้ยงสุกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเฝ้าระวังเข้มงวด","<p><strong>ปศุสัตว์&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;เร่งตรวจสอบฟาร์มสุกรในพื้นที่&nbsp;หลังพบการระบาดโรค&nbsp;ASF</strong>&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;พร้อมแนะผู้เลี้ยงสุกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเฝ้าระวังเข้มงวด</p><p><strong>นายยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกรณีตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;ได้มีการทำลายสุกรรวม&nbsp;117&nbsp;ตัว&nbsp;และฝังกลบในฟาร์มที่เกิดโรคตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคระบาดในสัตว์&nbsp;พร้อมเร่งจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร&nbsp;โดยขณะนี้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กม.รอบจุดเกิดโรค&nbsp;และส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ออกตรวจฟาร์มสุกรในรัศมี&nbsp;1&nbsp;กม.&nbsp;เพื่อเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>จากการสำรวจข้อมูลการเลี้ยงสุกรในจังหวัด&nbsp;พบว่ามีเกษตรกรประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ราย</strong>&nbsp;จำนวนสุกรกว่า&nbsp;80,000&nbsp;ตัว&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่เป็นฟาร์มขนาดเล็กซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยง&nbsp;เพราะมีระบบการป้องกันในฟาร์มไม่ดีเท่าฟาร์มขนาดกลางถึงใหญ่ที่เลี้ยงในระบบปิด&nbsp;จึงแนะนำให้เกษตรกรเฝ้าระวังป้องกันอย่างเข้มงวด&nbsp;เช่น&nbsp;<strong>หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสุกรด้วยเศษอาหาร&nbsp;</strong>จัดหาสุกรจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและผ่านการรับรอง&nbsp;ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อยานพาหนะที่เข้าออกฟาร์ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และแจ้งสัตวแพทย์ทันทีเมื่อสังเกตเห็นสัญญาณของโรคเพื่อนำสุกรเข้ารับการตรวจหาเชื้อ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124085211689"],
    [590,"อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอน ตรวจเยี่ยมสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงแพะเนื้อสหกรณ์การเกษตร คทช. และศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ การผลิตถั่วคั่วชุมชนผาบ่อง","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วยนายคีตวุฒิ&nbsp;นับแสง&nbsp;สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และบุคลากรสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ออกตรวจเยี่ยมสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงแพะเนื้อสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&nbsp;คทช.แม่ปายฝั่งซ้าย&nbsp;จำกัด&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีสมาชิกจำนาน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;แพะพันธุ์เนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการดูแลและปัจจัยการผลิตภายใต้คณะทำงานการส่งเสริมอาชีพและการตลาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่สมาชิก&nbsp;ให้กินดีอยู่ดี</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;14.45&nbsp;น.</strong>&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตถั่วคั่วชุมชนบ้านผาบ่อง&nbsp;(วิสาหกิจชุมชนถั่วสายฟ้าบ้านผาบ่อง)&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีนายสอง&nbsp;เจ้าของร้านถั่วสายฟ้า&nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกถั่วต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ถั่วลายเสือ&nbsp;ถั่วดาวอินคา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และร้านเน้นการรับซื้อวัตถุดิบที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;ซึ่งจะนำมาแปรรูปด้วยการคั่วกับเกลือตามสูตรแบบชาวไทยใหญ่โบราณ&nbsp;ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว&nbsp;และสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124083430687"],
    [591,"นายกรัฐมนตรี ติดตามการแก้ปัญหา PM 2.5 พบอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่คาดการณ์ช่วง 25-28 ม.ค. 65 ค่าฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้น แนะสวมหน้ากากและงดเผา","<p><strong>พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามการขับเคลื่อนแผนรับมือป้องกันและแก้ปัญหา&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;</strong>ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เปิดเผยการตรวจสอบการวัดค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ข้อมูล&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;ค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;<strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;คาดการณ์ปริมาณ&nbsp;PM2.5&nbsp;ในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;25-28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;17&nbsp;จังหวัดและกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;พบว่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดและลมอ่อน&nbsp;จึงขอให้ประชาชนงดการเผาในที่โล่ง&nbsp;ใช้รถเท่าที่จำเป็น&nbsp;ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น&nbsp;หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์และป้องกันสุขภาพอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์</p><p><strong>นายกรัฐมนตรีห่วงใยสุขภาพของประชาชนทุกคน&nbsp;ทั้งโควิด-19&nbsp;และปัญหาฝุ่น&nbsp;</strong>โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;เด็ก&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคประจำตัว&nbsp;ให้ระมัดระวังและดูแลเป็นพิเศษ&nbsp;รวมทั้งให้ร่วมกันลดปริมาณการเกิดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;โดยขอความร่วมมือไม่เผากระดาษเงินกระดาษทอง&nbsp;ใช้ธูปสั้นหรือเปลี่ยนเป็นใช้ธูปไฟฟ้าแทน&nbsp;รวมทั้งเตือนประชาชนให้ป้องกันตัวเองอย่างสูงสุด&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และเฝ้าติดตามสถานการณ์ฝุ่นอย่างใกล้ชิด</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124091600693"],
    [592,"ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานผลการตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นส่วนใหญ่","<p><strong>ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ</strong>&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;07:00&nbsp;น.&nbsp;สรุปดังนี้&nbsp;</p><p>ผลการตรวจวัดฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ในประเทศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นส่วนใหญ่&nbsp;&nbsp;</p><p>??&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;ตรวจวัดได้&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;35&nbsp;มคก./ลบ.ม.</p><p>??&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;ตรวจวัดได้&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;51&nbsp;มคก./ลบ.ม.</p><p>??&nbsp;ภาคกลางและตะวันตก&nbsp;ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;ตรวจวัดได้&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มคก./ลบ.ม.</p><p>??&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;ตรวจวัดได้&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มคก./ลบ.ม.</p><p>??&nbsp;ภาคใต้&nbsp;ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;ตรวจวัดได้&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;มคก./ลบ.ม.</p><p>??&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;โดยสถานีตรวจวัดของ&nbsp;คพ.&nbsp;ร่วมกับ?&nbsp;?กทม.&nbsp;ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;ตรวจวัดได้&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;34&nbsp;มคก./ลบ.ม.</p><p><strong>สำหรับคำแนะนำทางสุขภาพ&nbsp;</strong></p><p>????&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;:&nbsp;ควรเฝ้าระวังสุขภาพ&nbsp;ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น</p><p>????&nbsp;ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ&nbsp;:&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&nbsp;ควรปรึกษาแพทย์</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124090809692"],
    [593,"กอนช.ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคตะวันออก พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำรองรับภัยแล้งปีนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก&nbsp;พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำรองรับภัยแล้งปีนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก&nbsp;ทำให้ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางบริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;23&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;19&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;19&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;35,026&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;61&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,097&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งในภาคกลาง&nbsp;คือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ส่วนภาคใต้&nbsp;คือ&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำช่วงแล้งปีนี้&nbsp;โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;อย่างกรมทรัพยากรน้ำเร่งตรวจสอบความเหมาะสมแหล่งน้ำหนองอ้อ&nbsp;นกกระโท&nbsp;ต.ศรีสำราญ&nbsp;อ.สองพี่น้อง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;ให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภค-บริโภคของประชาชน&nbsp;777&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พร้อมติดตามงานโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนปลูกพืชหลากหลาย&nbsp;ต.หนองเหล่า&nbsp;อ.เขื่องใน&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;น้ำภาคการเกษตร&nbsp;และภัยแล้งให้ประชาชน&nbsp;ด้านกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งเจาะบ่อสังเกตการณ์น้ำบาดาลโครงการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้นปีนี้บริเวณโรงเรียนบ้านถาวรวัฒนา&nbsp;ต.ถาวรวัฒนา&nbsp;อ.ทรายทองวัฒนา&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;พร้อมติดตามงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบกระจายน้ำบาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;เพื่อส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่พื้นที่&nbsp;จ.อุทัยธานี&nbsp;ด้วยการแนะนำวิธีบำรุงรักษาระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกระจายน้ำให้ผู้นำกลุ่มเกษตร</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124092510694"],
    [594,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก คาดฝุ่นจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งประมาณช่วง 25  28 ม.ค.นี้ จากสภาพอากาศปิดและลมสงบ","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;คาดฝุ่นจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งประมาณช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;28&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;จากสภาพอากาศปิดและลมสงบ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้งวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;คือ&nbsp;ภาคเหนือตอนบน&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดและลมอ่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124093828698"],
    [595,"ป.ปั๊บ เด็กรุ่นใหม่บนพื้นที่สูง สร้างเกษตรยั่งยืนควบคู่การท่องเที่ยว สร้างรายได้ตลอดทั้งปี","<p><strong>นายบรมัตถ์&nbsp;ทิพกนก&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;7&nbsp;อำเภอสบเมย</strong>&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;บอกเล่าเรื่องราวแนวคิดของคนรุ่นใหม่บนพื้นที่สูงกับเกษตรวิถีใหม่&nbsp;หนึ่งในสมาชิกสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;แบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนสหกรณ์ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการสหกรณ์ฯ&nbsp;นายวรชิต&nbsp;ศรีพนาลัย&nbsp;หรือ&nbsp;\"ป.ปั๊บ\"</p><p><strong>นายวรชิต&nbsp;ศรีพนาลัย&nbsp;หรือ&nbsp;\"ป.ปั๊บ\"&nbsp;อายุเพียง&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;</strong>เป็นคนรุ่นใหม่บนพื้นที่สูง&nbsp;บ้านห้วยน้ำใส&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เมื่อจบการศึกษาจึงเริ่มหางานทำในเมือง&nbsp;แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;นำพาให้ฉุกคิด&nbsp;กลับสู่อ้อมกอดถิ่นบ้านเกิด&nbsp;ด้วยที่ว่าครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่เดิม&nbsp;จึงหันเหชีวิตมาทำการเกษตร&nbsp;โดยมีทีมงานสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษาแนะนำ&nbsp;สนับสนุนแนวคิดการเกษตรที่ปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;วางระบบการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;วางรูปแบบพื้นที่ปลูกอย่างเป็นระบบ&nbsp;ทำให้ตอนนี้สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ทั้งปี&nbsp;ทั้งการเพาะปลูกพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;เลี้ยงปศุสัตว์และประมง</p><p><strong>แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น&nbsp;แต่น่าภาคภูมิใจ</strong>&nbsp;เพราะตอนนี้เมล็ดพันธุ์ต่างๆ&nbsp;กำลังเจริญงอกงามพร้อมผลิดอกออกผลในอนาคต&nbsp;ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&nbsp;มีทะเลหมอก&nbsp;ชมธรรมชาติ&nbsp;เพราะอัดอั้นกันมานานตามสถานการณ์&nbsp;โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ในฐานะคนรุ่นใหม่ไม่หยุดนิ่ง&nbsp;ด้วยพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม&nbsp;<strong>\"ป.ปั๊บ\"&nbsp;ลงมือปรับปรุงสถานที่</strong>&nbsp;โดยคาดหวังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ไม่เพียงแค่ชมทิวทัศน์&nbsp;ทะเลหมอกเท่านั้น&nbsp;ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;การวางระบบการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ชมพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;การเลี้ยงปศุสัตว์และประมง&nbsp;การปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;ที่สำคัญการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิถีชีวิตของคนอยู่กับป่า&nbsp;ผู้มาเยี่ยมชมจะได้มากกว่าทะเลหมอก&nbsp;คือ&nbsp;\"สิ่งที่คนในเมืองไม่เคยเจอ</p><p><strong>หากสนใจท่องเที่ยวธรรมชาติเรียนรู้&nbsp;วิถีคนอยู่กับป่า</strong>&nbsp;ติดต่อได้ที่&nbsp;สวน&nbsp;ป.ปั๊บ&nbsp;บ้านห้วยน้ำใส&nbsp;เฟซบุ๊ก&nbsp;Worachit&nbsp;Siphanalai&nbsp;แนวคิดดีๆ&nbsp;จากคนดีๆ&nbsp;บนพื้นที่สูงอำเภอสบเมย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124103059726"],
    [596,"ปภ.เชียงใหม่ แนะวิธีลดผลกระทบจากหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5","<p><strong>หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;แนะวิธีป้องกันและวิธีลดผลกระทบหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน</strong></p><p><strong>นายอารุณ&nbsp;ปินตา&nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงปลายฤดูหนาวต่อเนื่องต้นฤดูร้อน&nbsp;หลายพื้นที่เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็น&nbsp;แห้งแล้ง&nbsp;รวมถึงการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันลดผลกระทบจากกรณีดังกล่าว&nbsp;จึงขอแนะนำวิธีป้องกันการเกิดหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ด้วยการเลี่ยงกิจกรรมเกิดควันไฟหรือฝุ่น&nbsp;งดการเผาทุกชนิดในที่โล่งแจ้ง&nbsp;เพราะจะเพิ่มปริมาณหมอกควันในอากาศ&nbsp;พร้อมกำจัดขยะอย่างถูกวิธี&nbsp;โดยวิธีการฝังกลบหรือเผาในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด&nbsp;ฉีดพ่นละอองน้ำ&nbsp;ปลูกต้นไม้ดักจับฝุ่นควัน&nbsp;และล้างถนน&nbsp;จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองและเพิ่มความชื้นในอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;โดยเข้มงวดสถานที่ก่อสร้าง&nbsp;โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยควันเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;ตรวจควันดำจากยานพาหนะ&nbsp;เพื่อควบคุมไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจายหรือเพิ่มมลภาวะทางอากาศมากขึ้น&nbsp;และลดการใช้พาหนะ&nbsp;โดยใช้บริการขนส่งสาธารณะ&nbsp;ใช้รถจักรยาน&nbsp;ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนสูง&nbsp;และใช้รถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือก&nbsp;และเมื่อมีหมอกควันหรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;ให้สวมหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น&nbsp;ไม่ออกกำลังกายและทำงานหนักภายนอกอาคาร&nbsp;เพราะจะสูดดมฝุ่นเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก&nbsp;ลดปริมาณฝุ่นในบ้านเรือน&nbsp;โดยใช้เครื่องฟอกอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก&nbsp;0.3&nbsp;ไมครอน&nbsp;จะช่วยป้องกันทั้งฝุ่นละอองและเชื้อโรค&nbsp;รวมถึงปิดประตูหน้าต่างลดปริมาณฝุ่นเข้าบ้านในช่วงที่มีค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;และหากประชาชนมีอาการผิดปกติของร่างกาย&nbsp;อาทิ&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;หายใจติดขัด&nbsp;เคืองตา&nbsp;แสบจมูก&nbsp;ให้รีบไปพบแพทย์&nbsp;เพื่อจะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124103438729"],
    [597,"จังหวัดปัตตานีจัดกิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดปัตตานี (ทำความสะอาดบ้านปลา) ภายใต้โครงการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณหน้าหาดวาสุกรี&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;คณะดำน้ำจิตอาสาพร้อมด้วย&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอสายบุรี&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดปัตตานี&nbsp;(ทำความสะอาดบ้านปลา)&nbsp;ภายใต้โครงการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายสมมาตร&nbsp;บารา&nbsp;นายอำเภอสายบุรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมฯ&nbsp;พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานที่เข้าร่วมสนับสนุนและคณะนักดำน้ำจิตอาสา</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;(ทำความสะอาดบ้านปลา)&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วยความร่วมมือของส่วนราชการ&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;และนักดำน้ำจิตอาสา&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริในเรื่องการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งและพื้นที่ทำการประมงตามแนวชายฝั่งทะเลจังหวัดปัตตานี&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;และเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรม&nbsp;ราชชนนีพันปีหลวง</p><p><strong>โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้ดำเนินกิจกรรมระหว่างวันที่&nbsp;21-23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;โดยมีคณะดำน้ำทั้งสิ้น&nbsp;27&nbsp;คน&nbsp;ได้ลงทำความสะอาดทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ไดฟ์&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;8&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ได้ขยะทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;385&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ขยะที่พบมากที่สุด&nbsp;คือเครื่องมือทางการประมง&nbsp;(อวน)&nbsp;ซึ่งจากผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;กิจกรรมในเบื้องต้น&nbsp;สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้ทุกประการ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124105109742"],
    [598,"ร้อยเอ็ด  มอบโค- กระบือ ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>24&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบโค-กระบือ&nbsp;ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;และการออกหน่วยบริการ&nbsp;สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;ที่เทศบาลตำบลศรีแก้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปัญญา&nbsp;มูลคำกาเจริญ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายอนุรักษ์&nbsp;จุรีมาศ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นางเกื้อจิตต์&nbsp;จุรีมาศ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีแก้ว&nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการและพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง&nbsp;เข้าร่วม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยได้มีการมอบโค-กระบือ&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;147&nbsp;ตัว&nbsp;</strong>และมอบเวชภัณฑ์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจน&nbsp;มีโคเป็นของตนเองและขยายผลให้กับเกษตรกรข้างเคียง&nbsp;เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;อีกทั้งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ทำให้มีรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการรวมกลุ่ม&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน&nbsp;และเป็นการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โอกาสนี้&nbsp;ยังมีการออกหน่วยบริการ&nbsp;สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;</strong>ได้มีการทำหมันสุนัข&nbsp;แมว&nbsp;และการฉีดวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;ซึ่งมีชาวบ้านให้ความสนใจจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124111021748"],
    [599,"อ.ฝาง จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี  เริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่","<p><strong>อำเภอฝาง&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;(Field&nbsp;Day)</strong>&nbsp;เริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้&nbsp;การใช้เทคโนโลยี&nbsp;และภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;สามารถผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลป่งน้ำร้อน&nbsp;อำเภอฝาง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ศิรินาม&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอฝาง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;เริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกร&nbsp;เริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;โดยการใช้เทคโนโลยี&nbsp;และภูมิปัญญา&nbsp;ที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;ด้วยการถ่ายทอดความรู้แบบเห็นจริง&nbsp;โดยมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้บริการและให้ความรู้ด้านต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรื่อง&nbsp;การใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง&nbsp;การปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;การผลิตสารชีวภัณฑ์&nbsp;และการแปรรูปผลผลิตจากส้มสายน้ำผึ้ง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์&nbsp;สามารถผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดงานในครั้งนี้</strong>&nbsp;จัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้มีการให้ผู้ร่วมงาน&nbsp;คัดกรอง&nbsp;วัดอุณหภูมิ&nbsp;บริการเจลล้างมือ&nbsp;และสวมหน้ากากอนามัยทุกคน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.ฝาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124112328752"],
    [600,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย สร้างรายได้จำหน่ายทั้งปี อำเภอวังยาง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงผักปลอดภัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านใหม่ไทยเจริญ</strong>&nbsp;ตำบลวังยาง&nbsp;อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรแลสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการปลูกผักปลอดภัยของนายไชยยงค์&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;และนางวนาวรรณ&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;เกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี</p><p><strong>ในการปลูกผักที่ปลอดภัยและสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่&nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือการบริหารจัดการแปลงที่ดี&nbsp;มีการปลูกพืชผักที่หลากหลายหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด&nbsp;และมีการจัดการและวางระบบการปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;จนทำให้ผลผลิตของที่นี่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี&nbsp;สำหรับผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาการทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างการสูง&nbsp;แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น&nbsp;มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช&nbsp;</p><p><strong>จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง&nbsp;</strong>ฉีดพ่นในปริมาณที่มาก&nbsp;เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด&nbsp;เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร&nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ข้อดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ</strong></p><p>1.&nbsp;ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ&nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&nbsp;เกิดความปลอดภัยแกผู้บริโภค</p><p>2.&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน</p><p>และกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย</p><p>3.&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรดด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>4.&nbsp;ลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>5.&nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ&nbsp;ทำให้สามารถขายผลผลิต</p><p>ได้ในราคาสูงขึ้น</p><p>6.&nbsp;ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่จะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง</p><p><strong>สำหรับวิธีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;ในการปลูกผักจะมีหลักการที่สำคัญ&nbsp;</strong>คือ&nbsp;จะต้องมีการใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยที่สุดที่สุด&nbsp;หรือใช้ตามความจำเป็นและจะใช้หลัก&nbsp;&nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;หรือ&nbsp;ไอพีเอ็ม&nbsp;แทนแต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกวิธีที่ประหยัดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&nbsp;มีสุขภาพที่ดี&nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&nbsp;ทำให้การทำการเกษตรของเกษตรมีความยั่งยืนและมั่นคง&nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นจุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจก็สามารถ&nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;093-1528775</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191322924"],
    [601,"ชวนเกษตรกร วางแผนปลูกพืชหลากหลายใช้น้ำน้อยแทนข้าวในฤดูนาปรังปีนี้ ประหยัดน้ำ สร้างรายได้","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;&nbsp;เมษายนของทุกปีจะเป็นช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ซึ่งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;มักจะมีปริมาณจำกัด&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่สนใจหันมาปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทาน&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;พริก&nbsp;แตงโม&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>พืชเหล่านี้จะมีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน&nbsp;120&nbsp;วัน</strong>&nbsp;โดยเฉลี่ยการปลูกข้าวพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จะใช้น้ำประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;-&nbsp;1,500&nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิต&nbsp;ในขณะที่พืชใช้น้ำน้อยจะใช้น้ำเพียงประมาณไร่ละ&nbsp;300&nbsp;-&nbsp;800&nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิตเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผลการเก็บข้อมูลของเกษตรกร&nbsp;</strong>เข้าร่วมโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;มีรายได้จากการปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เปรียบเทียบกับรายได้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยชนิดต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ที่มีการวางแผนการผลิตและการตลาด&nbsp;พบว่า&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;มีรายได้&nbsp;1,185&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;(ไม่รวมค่าเช่านา)&nbsp;ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกแตงกวาจะมีรายได้&nbsp;24,760&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;พริกซอส&nbsp;37,600&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;4,040&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;1,450บาท/ไร่,&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;1,490&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;แตงโม&nbsp;12,220&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;36,800&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;มันฝรั่ง&nbsp;60,075&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;ถั่วสิสง&nbsp;5,800&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;หอมแบ่ง&nbsp;17,030&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;และบวบ&nbsp;32,900&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ซึ่งจะเห็นได้ว่า&nbsp;พืชใช้น้ำน้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ก่อนการเลือกปลูกพืชแต่ละชนิด</strong>&nbsp;เกษตรกรควรจะมีการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการตลาดก่อนเริ่มปลูกเสมอ&nbsp;ตลอดจนประเมินความพร้อมของสภาพพื้นที่&nbsp;และศักยภาพในการผลิตของเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณตามทีเหมาะสมและมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอนด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง</strong>&nbsp;เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเน้นส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;ตั้งแต่การผลิต&nbsp;การจัดการคุณภาพผลผลิต&nbsp;และการตลาด&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124142138785"],
    [602,"กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมใจใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1-17&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;55,406&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;73&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้&nbsp;31,474&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;9,678&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&nbsp;5.36&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;84&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์น้อย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ประกอบกับปัจจุบันมีการเพาะปลูกเกินแผนที่กำหนด&nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;บริหารจัดการน้ำด้วยการหมุนเวียนน้ำในพื้นที่ให้ทั่วถึง&nbsp;เพื่อไม่ให้พื้นที่ที่เพาะปลูกแล้วเกิดความเสียหาย&nbsp;ด้านการเพาะปลูกพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ให้ควบคุมการเพาะปลูกให้เป็นไปตามแผน&nbsp;รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการรองรับฤดูแล้งปี&nbsp;64/65&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำ&nbsp;และแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำเพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอตลอดช่วงแล้งนี้</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124200716978"],
    [603,"จังหวัดตรัง เดินหน้าพัฒนาตลาดเกษตรกรและตลาดสินค้าเกษตร โครงการพัฒนาตลาดเกษตร ระดับอำเภอ จังหวัดตรัง","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;<strong>ลงพื้นที่เยี่ยมชมตลาด</strong>เกษตรปลอดภัย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;(Green&nbsp;field&nbsp;Market&nbsp;)&nbsp;กิจกรรมพัฒนาตลาดเกษตรกรและตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;โครงการพัฒนาตลาดเกษตร&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;Red&nbsp;House&nbsp;Farm&nbsp;หมู่ที่&nbsp;๓&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;</strong>ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;สินค้าหัตถกรรม&nbsp;ที่มีคุณภาพ&nbsp;และพัฒนาตลาดเกษตรระดับอำเภอ&nbsp;ให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยดำเนินการในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภออำเภอละ&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังดำเนินงานโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกร</strong>ระดับอำเภอจังหวัดตรัง&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&nbsp;&nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริง&nbsp;ๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>","2022-01-24T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124150509812"],
    [604,"ผู้เลี้ยงสุกร จ.ประจวบฯ วางมาตรการป้องกันโรค ASF เข้มงวด ขณะที่ผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด","<p><strong>24&nbsp;ม.ค.65&nbsp;นายทรงวุฒิ&nbsp;โพธิ์ระย้า&nbsp;อายุ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;</strong>หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.ห้วยทราย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากกรณีตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;คือ&nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;ในส่วนของฟาร์มเลี้ยงสุกรของตนเองยังไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อโรคดังกล่าวเพราะเลี้ยงในระบบปิดมานานกว่า&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;มีมาตรการป้องกันภายในฟาร์มที่เข้มงวด&nbsp;ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาโดยพลการ&nbsp;รถยนต์ที่เข้ามาในฟาร์มทุกคัน&nbsp;ล้อรถต้องแล่นผ่านปูนขาวและฉีดยาฆ่าเชื้อรอบคัน&nbsp;สำหรับรถบรรทุกสุกรที่มาจากต่างจังหวัด&nbsp;ซึ่งเป็นลูกค้าที่ซื้อขายเป็นประจำต้องนำรถยนต์ไปผ่านการฆ่าเชื้อที่&nbsp;อ.สามร้อยยอด&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เมื่อรถมาถึงหน้าฟาร์มให้พักรถก่อน&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และก่อนนำรถเข้ามาในฟาร์มต้องฉีดยาฆ่าเชื้ออีก&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ที่จะเข้ามาตรวจฟาร์มต้องขอให้อยู่ห่างจากฟาร์มเลี้ยงพอสมควร</strong>&nbsp;เนื่องจากแต่ละวันเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหลายฟาร์ม&nbsp;จึงไม่มั่นใจว่าจะนำเชื้อเข้ามาหรือไม่&nbsp;ขณะนี้มีสุกรในฟาร์มรอจำหน่ายในครั้งต่อไปอีกกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัว&nbsp;หลังจากที่ผ่านมาก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนได้จำหน่ายสุกร&nbsp;180&nbsp;ตัว&nbsp;ให้พ่อค้าชาว&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;ราคาหน้าฟาร์ม&nbsp;กก.ละไม่เกิน&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันฟาร์มรายย่อยทุกแห่งมีสุกรไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","NULL","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124165056844"],
    [605,"เกษตรอำเภอเมืองแพร่ ศึกษาดูงานการสร้างอาชีพแก่กลุ่มแม่บ้านเกษตร","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพร่&nbsp;นำทีมแม่บ้านเกษตรกรศึกษาดูงาน</strong>การสร้างอาชีพแก่กลุ่มแม่บ้านเกษตรเพื่อให้สมาชิกได้ศึกษาต่อยอดสร้างอาชีพเสริม&nbsp;ที่ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพร่</strong>&nbsp;นำทีมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านต้นห้า&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลป่าแมต&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อให้สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านต้นห้าสามารถต่อยอดจากสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้สร้างกิจกรรมใหม่ของกลุ่ม&nbsp;หรือสร้างอาชีพเสริมให้กับสมาชิกกลุ่มได้&nbsp;</p><p><strong>โดยจุดแรกของการศึกษาดูงานคือการปลูกผักปลอดสาร&nbsp;ณ&nbsp;แปลงเกษตรกร</strong>&nbsp;นายคณาวุฒิ&nbsp;คำสุข&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;เกษตรกรจะทำการเพาะปลูกตลอดทั้งปี&nbsp;เน้นการปลูกสะระแหน่&nbsp;และผักไผ่&nbsp;(ผักแพว)&nbsp;มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด&nbsp;(ปอเทือง)&nbsp;ได้มีการบรรยายความรู้เกี่ยวกับการปลูก&nbsp;การบำรุงรักษาให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี&nbsp;โดยปลูกแค่ครั้งเดียว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะบู</strong>&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมการแปรรูปกล้วยที่หลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;การทำกล้วยฉาบ&nbsp;กล้วยอบม้วน&nbsp;กล้วยอบ&nbsp;กล้วยเบรค&nbsp;กล้วยสอดใส้มะขาม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะบูได้รับมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;แล้ว&nbsp;ถึง&nbsp;12&nbsp;ชนิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124185411898"],
    [606,"วช. ร่วมกับ บางจาก บีบีจีไอ และ มทร.อีสาน  ขับเคลื่อนการผลิต SAF สู่น้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ จากฐานการวิจัยฯ","<p>วช. ร่วมกับ บางจาก บีบีจีไอ และ มทร.อีสาน</p><p>ขับเคลื่อนการผลิต SAF สู่น้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ จากฐานการวิจัยฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;วันนี้ (24 ม.ค. 65) นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)&nbsp;และรองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการขับเคลื่อน นวัตกรรมสีเขียว เพื่อการผลิต SAF สู่การพัฒนาน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ จากฐานงานวิจัย\" ณ อาคาร เอ็ม ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ&nbsp;ซึ่ง Sustainable Aviation Fuel (SAF) เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืนจากเอทานอลสู่การพัฒนาน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ จากฐานงานวิจัย เป็นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ สำหรับการขนส่งและการเดินทางทางอากาศ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมนี้กองทัพอากาศ ร่วมผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดังกล่าว สู่การนำไปใช้ประโยชน์เป็นน้ำมันอากาศยานคุณภาพสูงซึ่งเหมาะสำหรับเป็นเชื้อเพลิงเครื่องบินของกองทัพอากาศในอนาคตต่อไป รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์และการลงทุนเพื่อผลิตน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำจากผลิตภัณฑ์พลอยได้ของโรงงานเอทานอลในเชิงพาณิชย์ ทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาคุณภาพน้ำมันเครื่องบินที่มีคุณภาพสูงและคาร์บอนต่ำ สำหรับส่งออกและใช้ภายในประเทศ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย&nbsp;</p><p><br></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124201801985"],
    [607,"ประชุมการติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ผ่านระบบการประชุม Video Conference (Zoom Meeting) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>ศาลากลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ/ผู้แทน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมการติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ผ่านระบบการประชุม&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;(Zoom&nbsp;Meeting)&nbsp;โดยมีนายอำพันธุ์&nbsp;เวฬุตันติ&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่</strong>ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;มีความประสงค์ติดตาม&nbsp;เร่งรัด&nbsp;ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ประเด็นการติดตามตรวจสอบเอกสารบัญชีของกลุ่มแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ที่พบข้อสังเกตในการจัดทำเอกสารบัญชี&nbsp;จำนวน&nbsp;56&nbsp;จังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191739929"],
    [608,"อพวช. ลงนามความร่วมมือ ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และจัดกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทย์ฯ","<p>&nbsp;&nbsp;อพวช. ลงนามความร่วมมือ ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และจัดกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทย์ฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์ววิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และ ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงนามความร่วมมือเพื่อร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และจัดกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพ พัฒนาบุคลากร และการจัดการแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและประชาชนของประเทศ ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ณ เดอะ สตรีท รัชดา กรุงเทพฯ&nbsp;</p><p><br></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124201858986"],
    [609,"คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เห็นชอบคำขอการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) และคำขออนุญาตเพื่อพิจารณาทั่วไป 18 คำขอ","<p><strong>คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;เห็นชอบคำขอการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;และคำขออนุญาตเพื่อพิจารณาทั่วไป&nbsp;18&nbsp;คำขอ&nbsp;พร้อมคุมเข้มการใช้ประโยชน์เขตป่าสงวนแห่งชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ได้พิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ทั้งคำขอการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;และคำขออนุญาตเพื่อพิจารณาทั่วไป&nbsp;โดยที่ประชุมได้เห็นชอบคำขออนุญาตและมีมติเห็นชอบคำขอในหลักการ&nbsp;18&nbsp;คำขอ&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;คำขอการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;3&nbsp;คำขอในพื้นที่ภูเก็ตและกาฬสินธุ์ประมาณ&nbsp;991&nbsp;ไร่&nbsp;และคำขออนุญาตเพื่อพิจารณาทั่วไป&nbsp;15&nbsp;คำขอ&nbsp;เป็นคำขอจากหน่วยงานราชการ&nbsp;10&nbsp;คำขอ&nbsp;และเป็นคำขอจากหน่วยงานเอกชน&nbsp;5&nbsp;คำขอ&nbsp;เช่น&nbsp;คำขอจากการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&nbsp;ขอใช้พื้นที่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าอินทขิล&nbsp;เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับการพัฒนาศักยภาพและอาชีพของคนพิการในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;,&nbsp;คำขอจากกองทัพบก&nbsp;ขอใช้พื้นที่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ดำเนินการโครงการร้อยใจรักษ์&nbsp;,&nbsp;คำขอจากห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;ศิลารัตน์หล่มสัก&nbsp;ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น&nbsp;ทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ขอให้การพิจารณาคำขออนุญาตฯ&nbsp;คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;สำหรับพื้นที่ที่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ไปแล้วขอให้กรมป่าไม้เร่งสำรวจส่วนที่ยังเป็นป่าสมบูรณ์&nbsp;เพื่อรวบรวมไว้เป็นฐานข้อมูลใช้ประกอบการคำนวณคาร์บอนเครดิต&nbsp;(Carbon&nbsp;Credit)&nbsp;ใช้เป็นพื้นที่ดูดซับก๊าซเรือนกระจก&nbsp;หรือ&nbsp;คาร์บอนซิงค์&nbsp;(Carbon&nbsp;Sinks)&nbsp;ของประเทศต่อไป&nbsp;ส่วนของพื้นที่&nbsp;คทช.&nbsp;ขอให้เร่งสรุปรายงานการออกใบอนุญาต&nbsp;ให้นายกรัฐมนตรีได้ส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดระยะแรกให้กับประชาชนได้ทันภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้</p>","2022-01-24T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124165542845"],
    [610,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย สร้างรายได้จำหน่ายทั้งปี อำเภอวังยาง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงผักปลอดภัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านใหม่ไทยเจริญ&nbsp;</strong>ตำบลวังยาง&nbsp;อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรแลสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการปลูกผักปลอดภัยของ&nbsp;นายไชยยงค์&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;และ&nbsp;นางวนาวรรณ&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;เกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี</p><p><strong>ในการปลูกผักที่ปลอดภัยและสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่&nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือการบริหารจัดการแปลงที่ดี&nbsp;มีการปลูกพืชผักที่หลากหลายหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด&nbsp;และมีการจัดการและวางระบบการปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;จนทำให้ผลผลิตของที่นี่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี&nbsp;สำหรับผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาการทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง&nbsp;แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น&nbsp;มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก&nbsp;เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด&nbsp;เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร&nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ข้อดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ</strong></p><p>1.&nbsp;ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ&nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&nbsp;เกิดความปลอดภัยแกผู้บริโภค</p><p>2.&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน</p><p>และกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย</p><p>3.&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรดด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>4.&nbsp;ลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>5.&nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ&nbsp;ทำให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้น</p><p>6.&nbsp;ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่จะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง</p><p><strong>สำหรับวิธีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;</strong>ในการปลูกผักจะมีหลักการที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;จะต้องมีการใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยที่สุดที่สุด&nbsp;หรือใช้ตามความจำเป็นและจะใช้หลัก&nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;หรือ&nbsp;ไอพีเอ็ม&nbsp;แทนแต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกวิธีที่ประหยัดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&nbsp;มีสุขภาพที่ดี&nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&nbsp;ทำให้การทำการเกษตรของเกษตรมีความยั่งยืนและมั่นคง&nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นจุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจก็สามารถ&nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;093-1528775</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191746930"],
    [611,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรที่อำเภอวังยาง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประสานการปฏิบัติงานร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการปลูกผักปลอดภัยของ&nbsp;นายไชยยงค์&nbsp;และ&nbsp;นางวนาวรรณ&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;เกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงผักปลอดภัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านใหม่ไทยเจริญ&nbsp;ตำบลวังยาง&nbsp;และเยี่ยมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งอำเภอวังยาง&nbsp;รวมกลุ่มผลิต&nbsp;เชื่อมโยงการตลาด&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลยอดชาด&nbsp;ที่มีการปลูกมันฝรั่งบนพื้นที่กว่า&nbsp;313&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;รายในพื้นที่&nbsp;ที่มีอาชีพการทำนาเป็นส่วนใหญ่&nbsp;และปลูกมันฝรั่งเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริมในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในทุกปี</p><p><strong>การปลูกผักที่ปลอดภัย</strong>และสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่&nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการแปลงที่ดี&nbsp;มีการปลูกพืชผักที่หลากหลายหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด&nbsp;มีการจัดการและวางระบบการปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;จนทำให้ผลผลิตของที่นี่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี&nbsp;สำหรับผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาการทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง&nbsp;แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น&nbsp;มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก&nbsp;เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด&nbsp;เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร&nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ข้อดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ</strong></p><p>1.&nbsp;ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ&nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&nbsp;เกิดความปลอดภัยแกผู้บริโภค</p><p>2.&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย</p><p>3.&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรดด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>4.&nbsp;ลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>5.&nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ&nbsp;ทำให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้น</p><p>6.&nbsp;ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่จะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งวิธีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;</strong>ในการปลูกผักจะมีหลักการที่สำคัญคือ&nbsp;จะต้องมีการใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยที่สุดที่สุด&nbsp;หรือใช้ตามความจำเป็นและใช้หลัก&nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;หรือ&nbsp;ไอพีเอ็ม&nbsp;แทน&nbsp;แต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกวิธีที่ประหยัดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&nbsp;มีสุขภาพที่ดี&nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&nbsp;ทำให้การทำการเกษตรของเกษตรมีความยั่งยืนและมั่นคง&nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นจุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถ&nbsp;ติดต่อโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเกษตรกรต้นแบบได้ที่&nbsp;093-1528775</p><p><strong>สำหรับมันฝรั่งจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ</strong>&nbsp;ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่นๆ&nbsp;หลายชนิด&nbsp;มีผลกำไรอยู่ระหว่าง&nbsp;6,000&nbsp;-&nbsp;9,000&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;แหล่งปลูกมันฝรั่งที่สำคัญอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และตาก&nbsp;ซึ่งมีผลผลิตรวมกันประมาณร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของผลผลิตทั้งประเทศ&nbsp;ส่วนการบริโภคหัวมันสดคิดเป็นร้อยละ&nbsp;10&nbsp;และหัวพันธุ์มันฝรั่งที่ใช้ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;จากประเทศในแถบยุโรป&nbsp;เช่น&nbsp;เนเธอร์แลนด์&nbsp;สก๊อตแลนด์&nbsp;เยอรมัน&nbsp;สำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหัวมันฝรั่งจะต้องมีลักษณะของดินที่มีการระบายน้ำดี&nbsp;เป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย&nbsp;ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน&nbsp;(pH)&nbsp;ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง&nbsp;5.5&nbsp;-&nbsp;6.5&nbsp;และในสภาพดินเหนียวจัดจะไม่เหมาะกับการปลูกมันฝรั่ง&nbsp;เพราะการระบายน้ำและอากาศไม่ดีเป็นอุปสรรคต่อการสร้างหัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสายพันธุ์มันฝรั่งที่เกษตรกรในพื้นที่เลือกปลูก&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์แอตแลนติค</strong>&nbsp;(Atlantic)&nbsp;ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับแปรรูปเป็นมันทอดแผ่นบาง&nbsp;(Potato&nbsp;Chip)&nbsp;มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ&nbsp;100&nbsp;-&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;มีลักษณะทรงต้นตั้งตรง&nbsp;พุ่มหนา&nbsp;ใบใหญ่สีเขียวเข้ม&nbsp;หัวกลมขนาดปานกลางถึงเล็ก&nbsp;ผิวสีเหลืองอ่อนเป็นร่างแหเล็กน้อย&nbsp;เนื้อสีขาวครีม&nbsp;และให้ผลผลิตต่อไร่ที่สูง&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่นิยมที่เลือกสายพันธุ์นี้&nbsp;สำหรับการปลูกเพื่อจำหน่าย&nbsp;โดยภายใต้การนำของนายสุพรรณ&nbsp;ชานุชิต&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;ที่พยายามรวมกลุ่มเกษตรกรและขับเคลื่อนในการเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ซึ่งต่อมาในปี&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยางได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้แนะนำพร้อมจัดประชุมรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;และได้ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&nbsp;และต่อมาได้ยกระดับกลุ่มให้เป็นแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;ตำบลยอดชาด&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มมีความเข้มแข็งมีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี&nbsp;และมีการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดของกลุ่มอย่างมั่นคง</p><p><strong>สำหรับปัญหาที่กลุ่มเกษตรกรต้องเจอในปัจจุบัน&nbsp;</strong>คือ&nbsp;ต้นทุนการผลิตสูง&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าหัวพันธุ์&nbsp;ค่าจ้างเหมารถเพื่อไปจำหน่ายผลผลิต&nbsp;ราคาปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งเกษตรกรขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;และดิน&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งนี้ในการลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามกลุ่มในครั้งนี้&nbsp;หน่วยงายราชการที่เกี่ยวข้องได้แนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งให้สามารถขับเคลื่อนกลุ่มได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขุดบ่อบาดาลระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;(solar&nbsp;cell)&nbsp;เครื่องชั่งรถบรรทุก&nbsp;พร้อมอาคาร&nbsp;ปัจจัยการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถไถกลบหัวพันธุ์&nbsp;รถแทรกเตอร์&nbsp;ห้องเย็นเก็บหัวพันธุ์&nbsp;การปรับปรุงดิน&nbsp;เช่น&nbsp;สารปรับปรุงดิน&nbsp;และการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;จะทำกลุ่มเกิดความเข้าแข็ง&nbsp;มีโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิต&nbsp;การตลาดมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124184637887"],
    [612,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมแปลงใหญ่มันฝรั่งอำเภอวังยาง รวมกลุ่มผลิต เชื่อมโยงการตลาด สร้างรายได้ให้กับชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลยอดชาด</strong>&nbsp;อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการดำเนินงานกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;ที่มีการปลูกมันฝรั่งบนพื้นที่กว่า&nbsp;313&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;โดยเกษตรกรในพื้นที่ตำบลยอดชาด&nbsp;อำเภอวังยางจะมีอาชีพการทำนาและมีการปลูกมันฝรั่งเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริมในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในทุกปี</p><p><strong>มันฝรั่งจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่นๆ</strong>&nbsp;หลายชนิด&nbsp;มีผลกำไรอยู่ระหว่าง&nbsp;6,000&nbsp;-9,000&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;แหล่งปลูกมันฝรั่งที่สำคัญอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และตาก&nbsp;ซึ่งมีผลผลิตรวมกันประมาณร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของผลผลิตทั้งประเทศ&nbsp;ส่วนการบริโภคหัวมันสดคิดเป็นร้อยละ&nbsp;10&nbsp;&nbsp;และหัวพันธุ์มันฝรั่งที่ใช้ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;จากประเทศในแถบยุโรป&nbsp;เช่น&nbsp;เนเธอร์แลนด์&nbsp;สก๊อตแลนด์&nbsp;เยอรมัน&nbsp;สำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหัวมันฝรั่งจะต้องมีลักษณะของดินที่มีการระบายน้ำดี&nbsp;เป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย&nbsp;ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน&nbsp;(pH)&nbsp;ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง&nbsp;5.5&nbsp;-&nbsp;6.5&nbsp;และในสภาพดินเหนียวจัดจะไม่เหมาะกับการปลูกมันฝรั่ง&nbsp;เพราะการระบายน้ำและอากาศไม่ดีเป็นอุปสรรคต่อการสร้างหัว</p><p><strong>สำหรับสายพันธุ์มันฝรั่งที่เกษตรกรในพื้นที่เลือกปลูก&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์แอตแลนติค</strong>&nbsp;(Atlantic)&nbsp;ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับแปรรูปเป็นมันทอดแผ่นบาง&nbsp;(Potato&nbsp;Chip)&nbsp;มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ&nbsp;100&nbsp;-&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;มีลักษณะทรงต้นตั้งตรง&nbsp;พุ่มหนา&nbsp;ใบใหญ่สีเขียวเข้ม&nbsp;หัวกลมขนาดปานกลางถึงเล็ก&nbsp;ผิวสีเหลืองอ่อนเป็นร่างแหเล็กน้อย&nbsp;เนื้อสีขาวครีม&nbsp;และให้ผลผลิตต่อไร่ที่สูง&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่นิยมที่เลือกสายพันธุ์นี้&nbsp;สำหรับการปลูกเพื่อจำหน่าย&nbsp;โดยภายใต้การนำของนายสุพรรณ&nbsp;ชานุชิต&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;ที่พยายามรวมกลุ่มเกษตรกรและขับเคลื่อนในการเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ซึ่งต่อมาในปี&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยางได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้แนะนำพร้อมจัดประชุมรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;และได้ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&nbsp;และต่อมาได้ยกระดับกลุ่มให้เป็นแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;ตำบลยอดชาด&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มมีความเข้มแข็งมีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี&nbsp;และมีการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดของกลุ่มอย่างมั่นคง</p><p><strong>สำหรับปัญหาที่กลุ่มเกษตรกรต้องเจอในปัจจุบัน&nbsp;คือ&nbsp;</strong>ต้นทุนการผลิตสูง&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าหัวพันธุ์&nbsp;ค่าจ้างเหมารถเพื่อไปจำหน่ายผลผลิต&nbsp;ราคาปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งเกษตรกรขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;และดิน&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งนี้ในการลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามกลุ่มในครั้งนี้&nbsp;หน่วยงายราชการที่เกี่ยวข้องได้แนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งให้สามารถขับเคลื่อนกลุ่มได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขุดบ่อบาดาลระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;(solar&nbsp;cell)&nbsp;เครื่องชั่งรถบรรทุก&nbsp;พร้อมอาคาร&nbsp;ปัจจัยการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถไถกลบหัวพันธุ์&nbsp;รถแทรกเตอร์&nbsp;ห้องเย็นเก็บหัวพันธุ์&nbsp;การปรับปรุงดิน&nbsp;เช่น&nbsp;สารปรับปรุงดิน&nbsp;และการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;จะทำกลุ่มเกิดความเข้าแข็ง&nbsp;มีโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิต&nbsp;การตลาดมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124192022932"],
    [613,"เร่งติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ เฉพาะกิจด้านการตรวจสอบการจัดทำบัญชี","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอำพันธุ์&nbsp;เวฬุตันติ&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ประชุมติดตาม&nbsp;เร่งรัด&nbsp;ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;การติดตามตรวจสอบเอกสารบัญชีของกลุ่มแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ซึ่งพบข้อสังเกตในการจัดทำเอกสารบัญชีการใช้จ่ายเงินงบประมาณของกลุ่มแปลงใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุน&nbsp;เพื่อให้เอกสารทางบัญชีของกลุ่มแปลงใหญ่เกิดความถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขโครงการฯ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากการติดตามข้อมูล&nbsp;พบว่า&nbsp;มี&nbsp;56&nbsp;จังหวัด</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ที่พบข้อสังเกตด้านการจัดทำบัญชีที่ไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขโครงการฯ&nbsp;โดยแต่ละจังหวัดได้รับข้อสังเกตจากสำนักงานตรวจบัญชีในพื้นที่ไปแล้ว&nbsp;และส่วนใหญ่ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแล้ว&nbsp;คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;ส่วนการติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ช่วงสุดท้ายก่อนสรุปโครงการ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ต้องการให้เอกสารการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกต้อง&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติงานในทุกด้าน&nbsp;จึงจำเป็นต้องเร่งรัดให้หน่วยงานปฏิบัติงานในระดับพื้นที่เร่งติดตามการปรับแก้การตรวจสอบเอกสารบัญชีที่สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ให้ข้อสังเกตไว้&nbsp;และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานเจ้าของสินค้าและหน่วยงานตรวจสอบบัญชีร่วมบูรณาการการทำงานเชิงรุก&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124200412975"],
    [614,"สหกรณ์จังหวัดตาก ร่วมกับจังหวัดตากออกหน่วยบริการ ตามโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 1 ส่งเสริมความรู้ด้านการสหกรณ์และเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;)&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;</strong>ร่วมกับจังหวัดตากออกหน่วยบริการ&nbsp;ตามโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยมีนายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฯ&nbsp;ร่วมด้วยนายอำเภอพบพระ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนพบพระวิทยาคม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.พบพระ&nbsp;อ.พบพระ&nbsp;จ.ตาก</p><p><strong>นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;โดยกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;2&nbsp;จึงได้ร่วมออกหน่วยบริการคลินิกสหกรณ์&nbsp;ให้บริการในด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ความรู้การจัดตั้งสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ความรู้ด้านการสหกรณ์และการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;พร้อมทั้งให้คำปรึกษาตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินงานสหกรณ์&nbsp;นอกจากนี้ภายในงานยังมีการออกบูธของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มาให้ความรู้ทางวิชาการแก่เกษตรกร&nbsp;บริการเอกสารวิชาการ&nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;พันธุ์พืช&nbsp;ทั้งเมล็ดพันธุ์&nbsp;และต้นกล้า&nbsp;หรือวัสดุการเกษตรอื่นๆ&nbsp;รวมไปถึงพันธุ์ปลาให้แก่เกษตรกรที่มาร่วมงานด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124195722969"],
    [615,"หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11   ตรวจสอบผลกระทบฝุ่นละอองและเสียงดัง จากโรงงานตัดหินอ่อน จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)</strong>&nbsp;โดยนายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;และนายยศฐ์วพงศ์&nbsp;วัชรมโนภาส&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ&nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ได้รับแจ้งว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบฝุ่นละอองและเสียงดังจากการประกอบกิจการตัดหินอ่อน&nbsp;แกรนิต&nbsp;และหินทราย&nbsp;ในพื้นที่ตำบลขนงพระ&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;สรุปได้ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การประกอบกิจการดังกล่าวเข้าข่ายโรงงานจำพวกที่&nbsp;3&nbsp;และยังไม่ได้ต่อใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ&nbsp;ขณะตรวจสอบพบว่าโรงงานปิดทำการ&nbsp;ไม่มีการเดินเครื่องจักรทำการผลิต&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศบริเวณบ้านผู้ร้องเรียน&nbsp;โดยเครื่องมือตรวจวัดแบบอ่านค่าทันทีในขณะที่ตรวจวัด&nbsp;พบว่า&nbsp;มีค่าฝุ่นละลองละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละลองละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;มีแนวโน้มไม่เกินค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศทั่วไปเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษดังกล่าว&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124204203991"],
    [616,"คนกินเฮ! ตรุษจีนนี้ คนเลี้ยงหมูยืนราคา 110 บาท ต่อเนื่องไปถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์","<p>คนกินเฮ! ตรุษจีนนี้ คนเลี้ยงหมูยืนราคา 110 บาท ต่อเนื่องไปถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ขอกลไกตลาดทำงาน เผยให้ความร่วมมือภาครัฐมาตลอด</p><p><br></p><p>น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกันของผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ มีมติให้รักษาระดับราคาจำหน่ายสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มเกษตรไว้ที่ไม่เกิน 110 บาทต่อกิโลกรัม ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยราคาจำหน่ายปลีกเนื้อสุกรชิ้นส่วนสะโพก หัวไหล่ ในห้างค้าปลีกราคา 175-185 บาทต่อกิโลกรัม ขณะเดียวกัน ในการหารือร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรโดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และกลุ่มฟาร์มสุกรครบวงจร โรงเชือดและแปรรูปสุกร เห็นชอบให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน เพื่อยืนราคาสุกรขุนไว้เช่นนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565&nbsp;</p><p><br></p><p><em>ผู้เลี้ยงหมูทุกคน พร้อมใจกันคงราคาหมูเป็นไว้ที่กิโลกรัม 110 บาท เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในเทศกาลตรุษจีน ที่พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อหมูเป็นของไหว้เจ้า เพื่อร่วมลดรายจ่ายของประชาชน นอกจากนี้ เกษตรกรยังให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาตลอด อาทิ การสนับสนุนโครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot16 จำหน่ายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 150 บาท ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เกษตรกรเข้าใจพี่น้องคนไทยในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ขณะเดียวกันเราไม่อยากตกเป็นจำเลยสังคม ว่าเป็นสาเหตุของปัญหาราคาเนื้อหมูที่แพงขึ้น ทั้งๆที่ทุกคนร่วมกันรักษาราคาหน้าฟาร์มไว้เป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้ว จึงไม่อยากให้มีการฉวยโอกาสปรับเพิ่มราคาขายปลีกเนื้อหมู ซึ่งเป็นการผลักภาระให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงทุกคนขอให้กลไกตลาดได้ทำงานอย่างเสรี เพื่อสร้างเสถียรภาพราคาหมูอย่างยั่งยืน</em> น.สพ.วิวัฒน์ กล่าว</p><p><br></p><p>อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ภาคผู้เลี้ยงกำลังเร่งปรับปรุงฟาร์มกลับเข้าเลี้ยงสุกรรอบใหม่ เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตสุกรเข้าระบบให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามเกษตรกรยังคงต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโรคระบาดในสุกร ตลอดจนการจัดหาแหล่งเงินทุนหรือเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจำเป็นต่อการฟื้นฟูการผลิตให้พร้อมที่สุด ด้วยระบบการจัดการและการป้องกันโรคตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเลี้ยง และสร้างความเชื่อมันให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ เกษตรกรขอให้ภาครัฐเร่งปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ เพราะเป็นปัจจัยลบต่อความมั่นใจของภาคผู้เลี้ยง และฉุดรั้งการแก้ปัญหาที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124205819992"],
    [617,"อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นตรวจเยี่ยมสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงแพะเนื้อสหกรณ์การเกษตร คทช. และศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ การผลิตถั่วคั่วชุมชนผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>วานนี้&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายคีตวุฒิ&nbsp;นับแสง&nbsp;สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และบุคลากรสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ออกตรวจเยี่ยมสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงแพะเนื้อสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&nbsp;คทช.&nbsp;แม่ปายฝั่งซ้าย&nbsp;จำกัด&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีสมาชิกจำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;แพะพันธุ์เนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการดูแลและปัจจัยการผลิตภายใต้คณะทำงานการส่งเสริมอาชีพและการตลาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่สมาชิก&nbsp;ให้กินดีอยู่ดี</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตถั่วคั่วชุมชนบ้านผาบ่อง&nbsp;</strong>(วิสาหกิจชุมชนถั่วสายฟ้าบ้านผาบ่อง)&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสอง&nbsp;เจ้าของร้านถั่วสายฟ้า&nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกถั่วต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ถั่วลายเสือ&nbsp;ถั่วดาวอินคา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และร้านเน้นการรับซื้อวัตถุดิบที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;ซึ่งจะนำมาแปรรูปด้วยการคั่วกับเกลือตามสูตรแบบชาวไทยใหญ่โบราณ&nbsp;ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว&nbsp;และสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124215406998"],
    [618,"จัดชุดผสมเทียม นพช.นพค.51ฯ ลงพื้นที่ผสมเทียมโค-กระบือ ให้แก่ราษฎรพร้อมประชาสัมพันธ์ ให้เกษตรกรรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี สกิน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;ม.ค.65&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โดย&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;จัดชุดผสมเทียม&nbsp;นพช.นพค.51ฯ&nbsp;ลงพื้นที่ผสมเทียมโค-กระบือ&nbsp;ให้แก่ราษฎรพร้อมประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้เกษตรกรรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่บ้านโคกสูง&nbsp;ต.นาผือ,&nbsp;บ้านกุดปลาดุก&nbsp;ต.กุดปลาดุก&nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญฯ&nbsp;และ&nbsp;บ้านโป่งหิน&nbsp;ต.โพนทอง&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</span></p><p><br></p><p>Cr#<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา</span></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124230559001"],
    [619,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ ประสานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอและด่านกักสัตว์ประจวบฯ กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร","<p><strong>นายยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เร่งลงพื้นที่สอบสวนควบคุมโรคฟาร์มสุกรในพื้นที่แต่ยังไม่พบการระบาดเพิ่ม&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอและด่านกักสัตว์ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการระบาด&nbsp;</p><p><strong>หากตรวจพบสุกรติดเชื้อในฟาร์มขนาดเล็กจะทำลายสุกรทุกตัว&nbsp;</strong>และฝังกลบตามมาตรการควบคุมโรคระบาดในสัตว์และจ่ายเงินชดเชยตามระเบียบราชการ&nbsp;ส่วนการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวครอบคลุม&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จะมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรอย่างเข้มงวดในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กม.รอบจุดเกิดโรค&nbsp;พร้อมแจกจ่ายน้ำยาฆ่าเชื้อให้เจ้าของฟาร์มนำไปใช้ฉีดป้องกันเชื้อโรคในฟาร์ม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125085553007"],
    [620,"ปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี ตรวจติดตามสถานที่จำหน่ายและจัดเก็บซากสุกร ป้องกันการกักตุนเนื้อสุกรแช่แข็งไว้เก็งกำไรและเฝ้าระวังโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี","<p><strong>ปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรีตรวจติดตามสถานที่จำหน่ายและจัดเก็บซากสุกร&nbsp;</strong>ป้องกันการกักตุนเนื้อสุกรแช่แข็งไว้เก็งกำไรและเฝ้าระวังโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;นายอิสรา&nbsp;หล้าสุดตา&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเขาย้อยรักษาราชการแทนปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;ร่วมกับคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;นำโดย&nbsp;นายธนภัทร&nbsp;ณ&nbsp;ระนอง&nbsp;นายอำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.ต.อ.วันชัย&nbsp;ขาวรัมย์&nbsp;ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;ตรวจสอบสถานที่จำหน่าย&nbsp;และจัดเก็บซากสุกร&nbsp;ชิ้นส่วนสุกรชำแหละ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;ดีฟาร์มฟู้ดรีเทล&nbsp;ภาคใต้&nbsp;สาขาเพชรบุรี&nbsp;ถ.สุรินทรฤาชัย&nbsp;ต.ท่าราบ&nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&nbsp;และ&nbsp;ร้านหมูสมนึกเพชรบุรี&nbsp;ต.ธงชัย&nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&nbsp;ผลการตรวจสอบไม่พบการกักตุนชิ้นส่วนของซากสุกร&nbsp;และชิ้นส่วนสุกรทั้งหมดมีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ถูกต้อง&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายอำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;พร้อมคณะได้ให้กำลังใจ</strong>และขอบคุณผู้ประกอบการร้านค้าที่ให้ความร่วมมือตามมาตรการของภาครัฐ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบราคาสินค้าตามตลาดในพื้นที่เพื่อควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์ราคามาตรฐานโดยให้เห็นแก่ความสุขของลูกค้าและประชาชนเป็นหลัก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/25&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125101414040"],
    [621,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำระยะยาว ด้วยการเพิ่มน้ำต้นทุนและสร้างความมั่นคงของน้ำ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำระยะยาว&nbsp;ด้วยการเพิ่มน้ำต้นทุนและสร้างความมั่นคงของน้ำ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;25&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;27&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;34,926&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;28,008&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;แม่กลอง&nbsp;บางปะกงอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนค่าออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำระยะยาว&nbsp;ด้วยการเพิ่มน้ำต้นทุนและสร้างความมั่นคงของน้ำ&nbsp;อย่างกรมชลประทานเร่งสำรวจสภาพโครงการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;โขง&nbsp;เลย&nbsp;ชี&nbsp;มูล&nbsp;โดยแรงโน้มถ่วง&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;(หัวงาน)&nbsp;ช่วงปากแม่น้ำเลย-เขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;จ.เลย&nbsp;สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานได้&nbsp;1.73&nbsp;ล้านไร่&nbsp;//&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เร่งดำเนินการโครงการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ต.หนองโสน&nbsp;อ.สามง่าม&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;พร้อมตรวจสอบระบบส่งสัญญาณทางไกล&nbsp;(IOT/Cellular)&nbsp;และระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลระยะไกล&nbsp;(DGR&nbsp;SCADA)&nbsp;ในโครงการศึกษารูปแบบการใช้น้ำบาดาลในโครงการพัฒนาน้ำบาดาลขนาดใหญ่&nbsp;ต.ศรีสมเด็จ&nbsp;อ.ศรีสมเด็จ&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;//&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำเร่งโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยน้ำย่าเชื่อมต่อห้วยข่อย&nbsp;ต.ศิลา&nbsp;อ.หล่มเก่า&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;,&nbsp;พัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมบริเวณโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองสนม&nbsp;ต.แสลง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;พร้อมสำรวจความเหมาะสม&nbsp;เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;850&nbsp;ไร่&nbsp;ต.ไม้เค็ด&nbsp;อ.เมืองปราจีนบุรี&nbsp;จ.ปราจีนบุรี&nbsp;ส่วนกรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการขุดลอกแม่น้ำ&nbsp;คือ&nbsp;แม่น้ำปิง&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.วังแขม&nbsp;อ.คลองขลุง&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;ระยะทาง&nbsp;350&nbsp;เมตร&nbsp;,&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บริเวณ&nbsp;อ.อินทร์บุรี&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;ระยะทาง&nbsp;1,350&nbsp;เมตร&nbsp;และคลองสาละโว้&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.สนามชัย&nbsp;อ.บางไทร&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ระยะทาง&nbsp;650&nbsp;เมตร</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125095302026"],
    [622,"วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งบ้านซับลังกา กลุ่มเข้มแข็ง เน้นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์","<p><strong>นายนิกร&nbsp;แสงเกตุ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;7&nbsp;ชัยนาท</strong>&nbsp;&nbsp;(สศท.7)&nbsp;&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์การผลิตหน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งบ้านซับลังกา&nbsp;ตำบลเกาะรัง&nbsp;อำเภอชัยบาดาล&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;&nbsp;ดำเนินการตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ&nbsp;ผลผลิตผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>สำหรับด้านการผลิต&nbsp;พบว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ต้นทุนการผลิตของทางกลุ่มวิสาหกิจฯ&nbsp;เฉลี่ยในปีแรก&nbsp;41,956&nbsp;บาท/ไร่/ปี&nbsp;ซึ่งต้นทุนในปีแรกจะสูงเนื่องจากมีค่าต้นพันธุ์&nbsp;ค่าเตรียมดิน&nbsp;ค่าแรงงานในการปลูกและดูแลรักษาและต้นทุนปีที่&nbsp;2-5&nbsp;จะมีต้นทุนลดลง&nbsp;โดยหน่อไม้ฝรั่งจะเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;หลังจากเพาะปลูกและในรอบปีสามารถให้ผลผลิตถึง&nbsp;4&nbsp;รุ่น&nbsp;&nbsp;สามารถสร้างกำไร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันจะมีบริษัทมารับซื้อเพื่อส่งออกต่างประเทศ&nbsp;ตลาดคู่ค้าสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;สิงคโปร์และมาเลเซีย&nbsp;และขณะนี้ผลผลิตของกลุ่มยังไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;พร้อมมีแนวโน้มจะขยายพื้นที่ปลูกที่ได้ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิกที่สามารถทำมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ทางกลุ่มจะมีกำไรถึงปีละ&nbsp;2,200,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125110606069"],
    [623,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก คาดฝุ่นจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งพรุ่งนี้ (26 ม.ค.65) จากสภาพอากาศปิดและลมสงบ","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;คาดฝุ่นจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งพรุ่งนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;จากสภาพอากาศปิดและลมสงบ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;คือ&nbsp;ภาคเหนือตอนบน&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดและลมอ่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125101012031"],
    [624,"มรภ.สงขลา เดินหน้าอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง สร้างแหล่งเรียนรู้ชุมชน พร้อมจัดทำบัญชีชนิดพันธุ์พืช","<p><strong>อพ.สธ.&nbsp;มรภ.สงขลา&nbsp;ลงพื้นที่ทุ่งหวัง</strong>&nbsp;จับมือองค์กรพันธมิตรเดินหน้าอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;หวังสร้างแหล่งเรียนรู้ในชุมชน&nbsp;พร้อมจัดทำบัญชีชนิดพันธุ์พืชหายาก&nbsp;พืชคุกคาม&nbsp;พืชเฉพาะถิ่น&nbsp;พืชสมุนไพร&nbsp;เปิดให้เยาวชนและผู้สนใจเรียนรู้ความหลากหลายทางพันธุกรรม</p><p><strong>คณะอนุกรรมการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี&nbsp;(อพ.สธ.)</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา&nbsp;(มรภ.สงขลา)&nbsp;จัดกิจกรรมที่&nbsp;1&nbsp;อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง&nbsp;การถ่ายทอดความรู้พันธุ์ข้าวพื้นเมืองสู่ชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มนาข้าวบ้านสวนใต้&nbsp;ตำบลทุ่งหวัง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;การรวบรวม&nbsp;ขยายพันธุ์&nbsp;และจัดทำบัญชีชนิดพันธุ์พืชหายากใกล้สูญพันธุ์&nbsp;พืชคุกคาม&nbsp;พืชเฉพาะถิ่น&nbsp;พืชสมุนไพร&nbsp;และพันธุ์ข้าวพื้นเมืองในภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชดำริภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;โดยมี&nbsp;ผศ.ดร.สายฝน&nbsp;ไชยศรี&nbsp;รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา&nbsp;มรภ.สงขลา&nbsp;กล่าวเปิดงาน&nbsp;และได้ร่วมกันลงพื้นที่กลุ่มนาข้าวบ้านสวนใต้&nbsp;เพื่อสำรวจและเก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองจากรวง</p><p><strong>สำหรับวิทยากรให้ความรู้นำทีม&nbsp;</strong>โดย&nbsp;ผศ.ดร.ภัทรพร&nbsp;ภักดีฉนวน&nbsp;คณะเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;ดร.เบญจวรรณ&nbsp;ยันต์วิเศษภักดี&nbsp;คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;พร้อมทั้งได้เชิญวิทยากร&nbsp;นายบุญนะ&nbsp;หนูคง&nbsp;นางสาวกัลยา&nbsp;ราชบุตร&nbsp;นักวิชาการเกษตรจากศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี&nbsp;และนายนิคม&nbsp;อุไรรัตน์&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ทุ่งหวัง&nbsp;ร่วมเสวนาและให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ข้าวพื้นเมืองแก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ซึ่งกิจกรรมนี้ดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลา&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี&nbsp;กลุ่มเกษตรกรนาข้าวบ้านสวนใต้&nbsp;กลุ่มจะนะแบ่งสุข&nbsp;คณะวิทยาการจัดการ&nbsp;คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์&nbsp;คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;คณะเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;และหน่วยเครื่องมือกลาง&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนา&nbsp;มรภ.สงขลา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;มรภ.สงขลา&nbsp;</strong>ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตามขั้นตอน&nbsp;เริ่มตั้งแต่การเก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองในชุมชน&nbsp;การคัดเลือกพันธุ์โดยเกษตรกรมีส่วนร่วม&nbsp;ต่อด้วยการปลูกขยายพันธุ์ในแปลงนาอนุรักษ์&nbsp;เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธุ์ข้าวพื้นเมืองให้แก่เยาวชนและผู้สนใจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125105533059"],
    [625,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 200 จุด ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบภาคเหนือบริเวณแนวชายแดนและภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;200&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบภาคเหนือบริเวณแนวชายแดนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;220&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;93&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;46&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;27&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดนั้นอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;และกาฬสินธุ์&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อเช้าที่ผ่านมาคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั้งประเทศยังคงอยู่ในระดับดีมีฝุ่นบ้างเล็กน้อยในบางพื้นที่&nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;2,271&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;1,862&nbsp;จุด&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;985&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากสุดที่กัมพูชา&nbsp;729&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;399&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;239&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือบริเวณแนวชายแดนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125130253146"],
    [626,"รับมือไฟป่าและหมอกควัน กรมทางหลวงชนบทติดตั้งป้ายรณรงค์บริเวณเขตทางหลวงชนบท เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการเผาวัชพืชสองข้างทาง","<p><strong>นายอภิรัฐ&nbsp;ไชยวงศ์น้อย&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&nbsp;สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่&nbsp;ทั้งสำนักงานทางหลวงชนบทที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;18&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทท&nbsp;และหมวดบำรุงทางหลวงชนบท&nbsp;</strong>ทบทวนแนวทางรับมือไฟป่าและหมอกควันในเขตทาง&nbsp;ลดปัญหาฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการเผาวัชพืชสองข้างทางในเขตทางเพื่อความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน&nbsp;ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อคุณภาพของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ทั้งทางบกและทางอากาศ&nbsp;โดยให้เตรียมความพร้อมเผชิญเหตุกรณีเกิดไฟไหม้ข้างทาง&nbsp;เมื่อเกิดเหตุให้มีการสนับสนุนรถบรรทุกน้ำพร้อมบุคลากร&nbsp;เพื่อบูรณาการดับไฟป่าร่วมกับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ให้มีการติดตามผล&nbsp;ตรวจสอบความเสียหายและรายงานผู้บริหารให้รับทราบทันทีเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติ</strong>&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เมื่อมีการตัดวัชพืชสองข้างทางเสร็จแล้วให้จัดเก็บเศษวัชพืชให้เรียบร้อย&nbsp;ตลอดจนให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อช่องทางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จัดทำและติดตั้งป้ายรณรงค์ให้ประชาชน&nbsp;หยุดเผาป่า&nbsp;วัชพืช&nbsp;ในเขตทางหลวงชนบทอีกด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแล&nbsp;</strong>หากประชาชนพบเหตุไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;สามารถขอรับความช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ที่สำนักงานทางหลวงชนบท&nbsp;แขวงทางหลวงชนบท&nbsp;หมวดบำรุงทางหลวงชนบทในพื้นที่&nbsp;โดยสามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท&nbsp;1146</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125114823091"],
    [627,"จ.ขอนแก่น เชิญสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดสุกรในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;&nbsp;</strong><strong>ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดสุกรในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น</strong></p><p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมแก่นเมือง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>โปรดให้&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคสุกร&nbsp;ที่สุกรถูกสั่งทำลายจำนวน&nbsp;4,710&nbsp;ตัว&nbsp;จำนวน&nbsp;219&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ใน&nbsp;20&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอพระยืน,&nbsp;หนองเรือ,&nbsp;ชุมแพ,&nbsp;สีชมพู,&nbsp;กระนวน,&nbsp;เมือง,&nbsp;โคกโพธิ์ไชย,&nbsp;น้ำพอง,&nbsp;ซำสูง,&nbsp;อุบลรัตน์,&nbsp;หนองนาคำ,&nbsp;ภูผาม่าน,&nbsp;แวงน้อย,&nbsp;บ้านฝาง,&nbsp;มัญจาคีรี,&nbsp;บ้านไผ่,&nbsp;โนนศิลา,&nbsp;ภูเวียง,&nbsp;บ้านแฮด&nbsp;และอำเภอพล&nbsp;ซึ่งราคาประเมินที่เกิดจากความเสียหายจริงของเกษตรกรคิดเป็นเงิน&nbsp;26,126,518&nbsp;บาท&nbsp;ภาครัฐจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ที่รับผลกระทบร้อยละ&nbsp;75&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;19,594,888&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;เข้ารับสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และนายอำเภอเป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของพระราชทาน&nbsp;นำไปมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;ที่<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;และทรงพระกรุณาพระราชทานสิ่งของให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125121241123"],
    [628,"กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมเกษตรกรอำเภอวังเจ้า ตามโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอวังเจ้า&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;แปลงของนางสาวปรียานุช&nbsp;ชื่นสิน&nbsp;ซึ่งได้ทำการเกษตรด้วยการเพาะไม้ประดับ&nbsp;เช่น&nbsp;ไทรเกาหลี&nbsp;ชาฮกเกี้ยน&nbsp;คริสติน่า&nbsp;บอนสี&nbsp;รวยล้นฟ้า&nbsp;ออโรร่าชมพู&nbsp;มอนสเตอร่า&nbsp;ชวนชม&nbsp;เงินไหลมา&nbsp;ออมชมพู&nbsp;เฟิร์นข้าหลวง&nbsp;เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าประจำ&nbsp;และจำหน่ายทางออนไลน์โดยใช้วิธียิงโฆษณาผ่านทางเฟสบุ๊ค&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มลูกค้ารายใหม่&nbsp;นอกจากนี้ยังรับงานตกแต่งสถานที่&nbsp;เช่น&nbsp;งานทำแนวรั้วด้วยต้นไม้&nbsp;งานปูหญ้ามาเลเซีย&nbsp;อีกทั้งยังได้ผลิตดินปลูกต้นไม้คุณภาพดีจำหน่ายทั้งปลีกและส่งอีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>ได้จัดโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและสร้างทักษะในการประกอบอาชีพทั้งในและนอกภาคเกษตร&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้ลูกหลานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์&nbsp;หรือบุคคลทั่วไป&nbsp;ที่ต้องการกลับมาทำอาชีพเกษตรกรรมในบ้านเกิดของตนเอง&nbsp;และมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;โดยโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคี&nbsp;และสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;มีการส่งเสริมการวางแผนการผลิต&nbsp;แผนการตลาด&nbsp;แผนธุรกิจที่เหมาะสมให้แก่ลูกหลานเกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ติดตามประเมินผลเป็นระยะ&nbsp;เพื่อให้กิจกรรมที่ดำเนินการประสบความสำเร็จ&nbsp;เกษตรกรมีอาชีพ&nbsp;มีรายได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125121307124"],
    [629,"มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมกับบริษัทสยามคูโบต้าและหอการค้าไทย ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ พัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรภาคตะวันออก","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;ร่วมกับบริษัทสยามคูโบต้าและหอการค้าไทย&nbsp;ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ&nbsp;พัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรภาคตะวันออก</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.วัชรินทร์&nbsp;กาสลัก&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจและความร่วมมือทางวิชาการ&nbsp;(MOU)&nbsp;กับนางวราภรณ์&nbsp;โอสถาพันธุ์&nbsp;กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;และนายปรัชญา&nbsp;สมะลาภา&nbsp;รองประธานกรรมการหอการค้าไทย&nbsp;เพื่อความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเกี่ยวข้องกับงานวิจัย&nbsp;พัฒนาทางด้านการเกษตรและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการเกษตรของภาคตะวันออก&nbsp;อีกทั้งยังสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากขึ้นตลอดจนส่งเสริมศักยภาพในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;มาประยุกต์ใช้เพื่อผลักดันภาคการเกษตรให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต&nbsp;</span></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125165631330"],
    [630,"ร้อยเอ็ด ประชุมเพื่อเตรียมข้อมูลโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้งปี 2565 ด้วยระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VTC) จากห้องประชุมศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 2","<p>วันที่25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ทำการปกครองจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมเพื่อเตรียมข้อมูลโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้งปี&nbsp;2565&nbsp;โดยการประชุมผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(VTC)&nbsp;จากห้องประชุมศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;2&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.พงศ์กฤษฏ์&nbsp;รุจิโยธิน&nbsp;หัวหน้าสำนักงานศูนย์จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ภาค&nbsp;2&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ด้วย&nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ได้จัดโครงการ&nbsp;จิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งมีแนวความคิด&nbsp;ดำเนินการสร้างแหล่งน้ำเพิ่มเติมจังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขุดหนองใหม่&nbsp;ลอกหนองน้ำเดิม&nbsp;หรือการเชื่อมหนองน้ำ&nbsp;โดยไม่ต้องรอการประกาศพื้นที่ประสบภัย&nbsp;ซึ่งศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดร่วมกับจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;904&nbsp;ได้ดำเนินการสรรหาพื้นที่&nbsp;และใช้ศักยภาพในพื้นที่&nbsp;ในการดำเนินการ&nbsp;โดยลักษณะลงแขกเอามื้อสามัคคี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ในการนี้&nbsp;ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ได้กำหนดพื้นที่จัดโครงการดังกล่าวคือกิจกรรมขุดลอกหนองน้ำ&nbsp;สาธารณประโยชน์หนองสิม&nbsp;บ้านสูงยาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลคูเมือง&nbsp;อำเภอเมืองสรวง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการฯ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีแหล่งน้ำใช้ในการอุปโภคและบริโภค&nbsp;ต่อไป</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125120949118"],
    [631,"หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมขับเคลื่อนการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย ปี 2565 ตั้งเป้าลดปริมาณถุงพลาสติกหูหิ้วและกล่องโฟมบรรจุอาหาร 100 เปอรฺเซ็นต์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษศ์&nbsp;คล้ายอุดม</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมคณะทำงานปฏิบัติการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อชี้แจงข้อมูลรายละเอียด&nbsp;การดำเนินงานโครงการตามมาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;รวมถึงแผนการขับเคลื่อน&nbsp;และกำหนดแนวทางการรายงานผลประจำเดือนให้แต่ละหน่วยงานไดรับทราบและปฏิบัติ&nbsp;ภายหลังจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำสั่งที่&nbsp;196/2565&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานฯ&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;โครงการทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;ลดภัยสิ่งแวดล้อม&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;มาตรการ&nbsp;ลด&nbsp;และคัดแยกขยะมูลฝอย&nbsp;ในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด&nbsp;เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;ครอบคลุมทุกหน่วยงานภาครัฐในส่วนภูมิภาคระดับจังหวัดและระดับอำเภอ&nbsp;รวมถึงหน่วยงานส่วนกลางและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายเกรียงศักดิ์&nbsp;มากมี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรและสิ่งแดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นกว่า&nbsp;25&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ถูกคัดแยกจากต้นทางและนำกลับไปใช้ประโยชน์ประมาณ&nbsp;8.36&nbsp;ล้านต้น&nbsp;โดยปริมาณขยะลดลงจากที่&nbsp;2562&nbsp;ร้อยละ&nbsp;12&nbsp;สาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;การควบคุมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;ขณะที่ปี&nbsp;2564&nbsp;ประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกเกิดขึ้นร้อยละ&nbsp;13.97&nbsp;ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด&nbsp;หรือ&nbsp;9,600&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น&nbsp;100&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;1&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณขยะพลาสติกในช่วงปี&nbsp;2562&nbsp;สาเหตุหนึ่งมาจากมาตรการ&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;Home&nbsp;และมาตรการห้ามนั่งรับประทานในร้านอาหาร&nbsp;รวมทั้งการที่ประชาชนสั่งอาหารกลับไปรับประทานที่บ้าน&nbsp;และใช้บริการส่งอาหารเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ</strong>&nbsp;ได้วางเป้าหมายในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;คือ&nbsp;1.ปริมาณขยะที่ส่งกำจัดลดลงร้อยละ&nbsp;30&nbsp;2.จำนวนถุงพลาสติกหูหิ้วลดลงร้อยละ&nbsp;100&nbsp;3.จำนวนแก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวลดลงร้อยละ&nbsp;100&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;จำนวนกล่องโฟมบรรจุอาหารลดลงร้อยละ&nbsp;100</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125135641162"],
    [632,"ปัตตานี-เปิดกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้และอนุรักษ์พันธุกรรมพืช","<p><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว&nbsp;ปัตตานี</strong>&nbsp;นายณัฐกฤช&nbsp;สิทธิโอสถ&nbsp;รองผู้ว่าราชการ&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้และอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&nbsp;โดยสำนักงานจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;(อพ.สธ.)ของจังหวัดปัตตานี&nbsp;ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;สถาบันการศึกษาที่สมัครเข้าร่วมสมาชิกงานสวนพฤกษศาสตร์&nbsp;โรงเรียน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครเข้าร่วมสมัครสมาชิก&nbsp;ในงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;มีหน่วยงานที่สมัครเข้าร่วมการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(อพ.สธ.)&nbsp;โดยปัจจุบันมีสถานศึกษาได้รับการตอบรับจาก&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;แห่ง&nbsp;และอยู่ระหว่างการตอบรับจาก&nbsp;อพ.สธ.&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการตอบรับจาก&nbsp;อพ.สธ.แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;41&nbsp;แห่ง&nbsp;และอยู่ระหว่างการตอบรับอีกจำนวน&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</strong>สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;(อพ.สธ.)&nbsp;ภายใต้กรอบการดำเนินงาน&nbsp;3&nbsp;กรอบ&nbsp;8&nbsp;กิจกรรม&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ฐานทรัพยากร&nbsp;มีการฝึกปฏิบัติ&nbsp;การจัดทำแผนแม่บท&nbsp;แผนงาน&nbsp;ซึ่งโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;(อพ.สธ.)&nbsp;ของจังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อเป็นสื่อในการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชให้ประชาชนและเยาวชนได้ใกล้ชิดกับพืชพรรณไม้&nbsp;เห็นคุณค่า&nbsp;ประโยชน์&nbsp;อันก่อให้เกิดความคิดที่จะอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการหนุนเสริมศาสตร์พระราชาตามแนวทางอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;และส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชของพื้นที่&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125144102197"],
    [633,"รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและชัยนาท ขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อการเพาะปลูกภาคกลาง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลgvd&nbsp;คงชีพ&nbsp;ตันตระวาณิชย์&nbsp;โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดชัยนาท&nbsp;ขับเคลื่อนบริหารจัดการน้ำและการเพาะปลูกของเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;โดยรับฟังการบรรยายสรุป&nbsp;จากหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ถึงสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;แผนการบริหารจัดการน้ำและการเพาะปลูกในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;รวมทั้งมาตรการรองรับการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ซึ่งภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์-&nbsp;มีนาคม&nbsp;คาดการณ์จะมีฝนน้อยกว่าปกติ&nbsp;และจะมีฝนทิ้งช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม&nbsp;แผนงานโครงการด้านน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;96&nbsp;โครงการ&nbsp;5,428&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;66,065&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้ประโยชน์&nbsp;11,832&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากนั้น&nbsp;ติดตามสภาพน้ำบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และเดินทางต่อไปยังจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปถึงแผนการปลูกข้าวนาปรังในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;และติดตามความคืบหน้าโครงการแก้มลิงน้องอ้อ&nbsp;และโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;อำเภออินทร์บุรี&nbsp;พร้อมทั้งได้เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่เพื่อติดตามรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประวิตร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ย้ำภาพรวมให้ช่วยเร่งรัดขับเคลื่อนแผนงานโครงการลุ่มเจ้าพระยาปี&nbsp;2565&nbsp;ให้เป็นไปตามแผนงาน&nbsp;เร่งเก็บกักน้ำ&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;การเติมน้ำและเตรียมน้ำสำรอง&nbsp;รวมทั้งจัดสรรน้ำในหน้าแล้ง&nbsp;วางแผนการเพาะปลูกพืชหน้าแล้งของเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ&nbsp;ควบคู่กับการทำความเข้าใจกับประชาชน&nbsp;พร้อมกำชับส่วนราชการต่างๆในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;บริหารจัดการและควบคุมการใช้น้ำให้เป็นไปตามแผน&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการผันน้ำเข้าทุ่งให้มีน้ำทำนาตลอดฤดูการเพาะปลูก&nbsp;เพื่อชดเชยกับผลกระทบที่ได้รับในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา&nbsp;ตลอดจนกำจัดผักตบชวาต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะหน้าเขื่อนและประตูระบายน้ำทุกแห่ง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้ย้ำการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อำเภอพรหมบุรี&nbsp;โดยเร่งรัดโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;ตำบลหัวป่า&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ตำบลกว่า&nbsp;1,400&nbsp;ไร่&nbsp;ให้มีผลผลิตด้านการเกษตร&nbsp;สู่ครัวอาหารของโลก&nbsp;ซึ่งรัฐบาลกำลังผลักดันอยู่ในภาพรวมให้เป็นรูปธรรม</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125201600470"],
    [634,"อำเภอเด่นชัย เปิดกาดเก๊าสัก 100 ปี 28 มกราคมนี้","<p><strong>อำเภอเด่นชัย&nbsp;ร่วมกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลแม่จั๊วะ</strong>&nbsp;เครือข่ายโอทอป&nbsp;เครือข่ายเกษตรอินทรีย์&nbsp;และเครือข่ายแพทย์แผนไทยตำบลแม่จั๊วะ&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เตรียมเปิดกาดเก๊าสัก&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;กาดเก๊าสัก&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;สวนสักแม่จั๊วะ&nbsp;ตำบลแม่จั๊วะ&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><strong>สำหรับสวนป่าสักปลูกแม่จั๊วะ</strong>&nbsp;เป็นสวนสักโตที่สุดในโลกบนถนนสองข้างทางสายแม่จั๊วะ&nbsp;เส้นทางสัญจรหลักของจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นแปลงปลูกต้นสักสวนป่าเด่นชัย&nbsp;(แม่จั๊วะ)&nbsp;รับผิดดูแลโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;(อ.อ.ป.)&nbsp;สำนักงานป่าไม้จังหวัดแพร่&nbsp;ปลูกเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2460&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;33&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;ต้นสักเหล่านี้มีอายุกว่า&nbsp;100&nbsp;ปี</p><p><strong>อำเภอเด่นชัย</strong>&nbsp;จึงขอเชิญชวนทุกท่านเยี่ยมชม&nbsp;เลือกซื้อสินค้า&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;หากซื้อครบ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับกระเป๋าผ้าฟรี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125140832172"],
    [635,"อบจ.ลำปาง รณรงค์ คนลำปางร่วมใจสร้างฟ้าใสไร้หมอกควัน เชิญชวนทุกภาคส่วนป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)","<p><strong>นางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร</strong>&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;อบจ.ลำปางบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำปางและทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ขึ้น</p><p><strong>ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนของทุกปี&nbsp;</strong>จังหวัดลำปางจะประสบปัญหาฝุ่นควันปกคลุมจากการเผาในพื้นที่ป่า&nbsp;การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;การเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง&nbsp;รวมถึงพิษทางอากาศจากเครื่องยนต์&nbsp;ตลอดจนปัญหาหมอกควันไฟป่าจากพื้นที่ข้างเคียง&nbsp;ทำให้เกิดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมในชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;โดยในปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จังหวัดลำปางได้กำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันฯ&nbsp;โดยบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามมาตรการอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งในด้านการบริหารจัดการ&nbsp;ศูนย์รับแจ้งเหตุและศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ&nbsp;(War&nbsp;Room)&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;และระดับตำบล&nbsp;รวมทั้งการสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือภาคประชาชน&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทางในระดับพื้นที่&nbsp;ด้วยการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาร่วมกัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัญหาหมอกควันและไฟป่า</strong>เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางจึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;โดยการงดเผาในที่โล่งทุกชนิดเพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศมิให้ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;หากพบเห็นไฟป่าสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์รับแจ้งเหตุไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;054&nbsp;256&nbsp;0723</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125142208179"],
    [636,"จังหวัดพิษณุโลก Kick off  ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพื้นที่ริมถนนทางหลวง ลดฝุ่น PM 2.5 ในอากาศ","<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายรณชัย&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;พร้อมด้วยมวลชนจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ร่วมกิจกรรมการปฏิบัติการ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพื้นที่ริมทางหลวงหมายเลข&nbsp;12&nbsp;ถนนสิงหวัฒน์&nbsp;(สุโขทัยพิษณุโลก)&nbsp;บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในอากาศ&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการลดปัญหาไฟป่าหมอกควันเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ของจังหวัด&nbsp;โดยได้ดำเนินมอบหมายให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบดูแลเส้นทางดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้ทุกเส้นทางและได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้าระงับเหตุไฟไหม้บริเวณริมทางด้วย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนมีนาคม&nbsp;อากาศจะเริ่มร้อนและแห้งแล้ง&nbsp;ซึ่งมักประสบปัญหาปริมาณฝุ่นละอองสะสมเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ทางจังหวัดฯ&nbsp;จึงได้เน้นย้ำการป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง&nbsp;ให้บูรณาการหน่วยงานรับปิดชอบในการบังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ&nbsp;จากการก่อสร้าง&nbsp;จากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และจากครัวเรือน&nbsp;เน้นการประชาสัมพันธ์สื่อสารสร้างการรับรู้&nbsp;ปรับเปลี่ยนพฤติอกรรม&nbsp;และป้องกันควบคุมไม่ให้เกิดการเผา&nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคเหนือ","พิษณุโลก","สวท.พิษณุโลก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125143132192"],
    [637,"จ.อุบลฯ ขับเคลื่อนโครงการสานฝันและยกระดับรายได้เกษตรกรจังหวัดอุบลราชธานีตามนโยบายรัฐบาล","<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>&nbsp;ที่ห้องประชุมบริษัท&nbsp;เอี่ยมอุบล&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลโซง&nbsp;อำเภอน้ำยืน&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้แต่งตั้ง/มอบหมายให้&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการสานฝันและยกระดับรายได้เกษตรกรจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการสานฝันฯ&nbsp;เกิดการบูรณาการจากทุกภาคส่วน&nbsp;ตอบสนองนโยบายรัฐบาล&nbsp;ส่งผลสัมฤทธิ์กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่มีรายได้ที่แน่นอน&nbsp;มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ประมงจังหวัด&nbsp;สหกรณ์จังหวัด&nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัด&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุบลราชธานี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติอุบลราชธานี&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;ผู้จัดการบริษัท&nbsp;เอี่ยมอุบล&nbsp;จำกัด&nbsp;นายอำเภอน้ำยืน&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประชุมฯ&nbsp;ดังกล่าว</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ที่ประชุมฯ</strong>&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบร่วมกันที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรในทุกพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;เกษตรกรตำบลโซง&nbsp;อำเภอน้ำยืน&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่อยู่ใกล้กับบริษัทเอี่ยมอุบล&nbsp;จำกัด&nbsp;และได้รับการยินยอมจากบริษัทให้ใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดของบริษัทซึ่งมีธาตุอาหารสำหรับพืชสูง&nbsp;โดยที่โครงการชลประทานอุบลราชธานีจะสนับสนุนระบบส่งน้ำจากลำห้วยโพธิ์&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสนับสนุนด้านการตลาดและด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการฯ&nbsp;สำหรับโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;มีจุดเริ่มต้นจากการบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมปศุสัตว์และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ในการส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรและหรือลูกหลานเกษตรกรด้านปศุสัตว์&nbsp;ด้านพืชและด้านประมง&nbsp;และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง&nbsp;โดย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สนับสนุนเงินทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;เพื่อการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125180721395"],
    [638,"โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรอบ 1 งวดที่ 13 ปี 2564-65","<p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;รอบ&nbsp;1&nbsp;</strong>งวดที่&nbsp;13&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;รอบ&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;13&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อชดในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</p><p><strong>นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;13&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้</strong>&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์อ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;จึงได้ออกประกาศ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ข้อ&nbsp;1&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;13&nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;%</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ตันละ&nbsp;11,292.32&nbsp;บาท&nbsp;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;10,905.67&nbsp;บาท&nbsp;3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;9,936.27&nbsp;บาท&nbsp;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;8,244.65&nbsp;บาท&nbsp;5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,802.09&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง</strong>&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;13&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ตันละ&nbsp;3,707.68&nbsp;บาท&nbsp;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;3,094.33&nbsp;บาท&nbsp;3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;1,063.73&nbsp;บาท&nbsp;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;1,755.35&nbsp;บาท&nbsp;5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;2,197.91&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125164206322"],
    [639,"ทช. เร่งพัฒนางานลาดตระเวนเชิงคุณภาพทางทะเลอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและเทคนิคให้เจ้าหน้าที่ ทช. เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ปฏิบัติงาน","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;เร่งพัฒนางานลาดตระเวนเชิงคุณภาพทางทะเลอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อสร้างประสิทธิภาพและเทคนิคให้เจ้าหน้าที่&nbsp;ทช.&nbsp;เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ปฏิบัติงาน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ได้ทำโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและเทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพทางทะเล&nbsp;(Smart&nbsp;Marine&nbsp;Patrol)&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;vdo&nbsp;conference&nbsp;จากศูนย์อำนวยการพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;มุ่งเน้นให้หน่วยงานนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้พัฒนาระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพทางทะเลให้เป็นระบบการลาดตระเวนในพื้นที่&nbsp;โดยมีการจัดการฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ&nbsp;มีการจัดเก็บ&nbsp;สืบค้น&nbsp;วิเคราะห์&nbsp;และรายงานผลการลาดตระเวนงานด้านการป้องกันและปราบปราม&nbsp;ครอบคลุมการลักลอบกระทำผิดต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งผ่านโปรแกรม&nbsp;SMART&nbsp;โดยเฉพาะการลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพื้นที่คุ้มครองของประเทศไทย&nbsp;โปรแกรมฐานข้อมูลของการลาดตระเวน&nbsp;ตัวอย่างความสำเร็จการนำระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพไปใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ฯของ&nbsp;ทช.&nbsp;และแบบฟอร์มมาตรฐานการบันทึกข้อมูลการลาดตระเวนเชิงคุณภาพทางทะเล&nbsp;สำหรับวันพรุ่งนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ทช.&nbsp;จะร่วมฝึกภาคปฏิบัติการใช้แผนที่และเข็มทิศบนเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;804&nbsp;(พะยูน)&nbsp;พร้อมจำลองสถานการณ์ลาดตระเวนและเก็บข้อมูลบริเวณพื้นที่เกาะมันใน&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้เครื่องมือต่างๆ&nbsp;แบบประเมินอย่างแม่นยำและถูกต้องให้เข้ากับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125152318220"],
    [640,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;ลำปาง&nbsp;และ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;14&nbsp;จังหวัดที่เหลือนั้นยังคงมีตัวเลขคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;หรือการเผาเพื่อหาของป่าจนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125154344248"],
    [641,"จังหวัดแพร่ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ปี 2565 พื้นที่อำเภอเมืองแพร่","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ของอำเภอเมืองแพร่&nbsp;</p><p><strong>สรุปมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งของอำเภอเมืองแพร่ปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีกรอบแนวคิดในการบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและภัยแล้งปี&nbsp;2565&nbsp;ใช้หลัก&nbsp;4&nbsp;M&nbsp;ได้แก่การบริหารจัดการ&nbsp;(Management)&nbsp;การจัดการด้านกำลังคน&nbsp;(Man)&nbsp;การบูรณาการงบประมาณ(Money)และการจัดหาวัสดุอุปกรณ์(Materials)</p><p><strong>สำหรับการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่&nbsp;</strong>มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอและตำบล&nbsp;เพื่อประชุมปรับแผนและประสานงาน&nbsp;อปท.ทุกพื้นที่&nbsp;ซ่อมแซมอุปกรณ์กักเก็บน้ำ&nbsp;เตรียมแจกจ่ายให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ประสบภัย&nbsp;สร้างแหล่งกักเก็บน้ำหรือทำนบกระสอบทรายจำนวน&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;สร้างแหล่งกักเก็บน้ำหรือซอยซีเมนต์จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;24&nbsp;คัน&nbsp;จากทุก&nbsp;อปท.&nbsp;เตรียมพร้อมแจกจ่ายทั้งน้ำอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;เตรียมเครื่องสูบน้ำจำนวน&nbsp;20&nbsp;เครื่อง&nbsp;ประชาสัมพันธ์การปลูกพืชและรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;จัดทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;เพื่อบรรเทาภัยแล้งใน&nbsp;9&nbsp;ตำบล&nbsp;จำนวน&nbsp;153&nbsp;จุดดำเนินการแล้ว&nbsp;88&nbsp;จุด&nbsp;กรณีการเตรียมรับมือขณะเกิดเหตุสั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับตำบล&nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติไปยังแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;หรือแหล่งน้ำผลิตประปา&nbsp;ประสานจังหวัดขอเครื่องจักรกลเพิ่มเติมจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่&nbsp;รวบรวมปัญหาและรายงานจังหวัดทราบตามลำดับ</p><p><strong>แนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;</strong>ของอำเภอเมืองแพร่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กำหนดมาตรการเชิงพื้นที่&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;พื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;พื้นที่ริมทาง&nbsp;พื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่เขตเมือง&nbsp;มีมาตรการบริหารจัดการ&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านระบบบัญชาการเหตุการณ์ระบบ&nbsp;Single&nbsp;Command&nbsp;การสร้างความตระหนัก&nbsp;การดำเนินงานเชิงรุกกับกลุ่มพื้นที่เสี่ยง&nbsp;แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดไฟป่าและหมอกควันฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอ&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;จัดทำข้อมูลกลุ่มเสี่ยง&nbsp;10&nbsp;ตำบล&nbsp;ใน&nbsp;22&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;อบรมกลุ่มเสี่ยง&nbsp;10&nbsp;ตำบล&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;เพื่อจัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวัง&nbsp;แต่งตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วประจำอำเภอ&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;นาย&nbsp;ชุดเฉพาะกิจประจำตำบลจำนวน&nbsp;19&nbsp;ชุด&nbsp;จัดทำฝายจำนวน&nbsp;153&nbsp;จุด&nbsp;การดำเนินการระดับหมู่บ้าน&nbsp;เขตพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;43&nbsp;จุด&nbsp;คอยสังเกตการณ์&nbsp;ประสานงานเฝ้าระวังภัย&nbsp;ดำเนินการเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมชอบเผาพื้นที่ทางการเกษตรผ่านการรณรงค์และขอความร่วมมือตั้งจุดคัดกรองการเดินทางเข้าออกพื้นที่ป่าจำนวน&nbsp;6&nbsp;จุดอย่างเคร่งครัดและประสานผู้นำท้องที่ประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวทั้ง&nbsp;166&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;แต่งตั้งชุดเฉพาะกิจประจำหมู่บ้านพร้อมตั้งกลุ่มไลน์&nbsp;เพื่อแจ้งเหตุประสานงานระดับตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;จัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;43&nbsp;หมู่บ้านๆ&nbsp;ละ&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;รวม&nbsp;129&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;การเตรียมรับมือขณะเกิดภัย&nbsp;กรณีเกิดความร้อน&nbsp;Hotspot&nbsp;ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่นั้นๆ&nbsp;ร่วมมือกับพื้นที่ใกล้เคียงร่วมบูรณาการแผนปฏิบัติงาน&nbsp;หากเกินขีดความสามารถให้แจ้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอตามลำดับ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125155823276"],
    [642,"เลขาฯ รมว.ทส. ระบุ ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าได้ผลดี จ.สุโขทัย จุดฮอตสปอตลดกว่าร้อยละ 40","<p><strong>เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;KICK&nbsp;OFF&nbsp;การแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ระบุ&nbsp;ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ&nbsp;ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;จังหวัดสุโขทัยจุดฮอตสปอตลดลงมากกว่าร้อยละ&nbsp;40&nbsp;</p><p><strong>นายธเนศพล&nbsp;ธนบุณยวัฒน์&nbsp;</strong>เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;KICK&nbsp;OFF&nbsp;การแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โดยมีนายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;(ทสม)&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;เข้าร่วมในกิจกรรมทำแนวกันไฟตามแนวเส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;วิหค-เวหา&nbsp;ธารารินรำพัน&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;รวมระยะทาง&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อป้องกันไฟป่าในช่วงฤดูแล้งนี้&nbsp;และจัดทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าภายในเขตอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย&nbsp;รวมทั้งได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;</p><p><strong>นายธเนศพล&nbsp;ธนบุณยวัฒน์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม&nbsp;และเกี่ยวข้องโดยตรงในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;มีผลความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสุโขทัย&nbsp;ได้ใช้วิธีการให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้ผลมาก&nbsp;และทำให้จุดฮอตสปอตลดลงมากกว่าร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ถือว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องและจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125161230305"],
    [643,"สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานสิ่งของพระราชทาน ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์","<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่อาคารหอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;โปรดให้&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;ไปมอบให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกรในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกฤษณ์&nbsp;คงเมือง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;กิดากร&nbsp;จันทรา&nbsp;รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่&nbsp;1/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานกองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;พลตรี&nbsp;สามารถ&nbsp;มโนรถมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ร่วมพิธีรับมอบสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ด้วยปัจจุบันหลายพื้นที่ของประเทศไทย</strong>&nbsp;เกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรได้รับผลกระทบ&nbsp;จากปัญหาดังกล่าว&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ได้ทรงห่วงใยพสกนิกร&nbsp;จึงได้พระราชทานสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เครื่องอุปโภค-บริโภค&nbsp;ที่จำเป็นได้แก่&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือ&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนรวมทั้งเป็นขวัญกำลังใจ&nbsp;แก่ผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;สำหรับจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;โดยขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,074&nbsp;ราย&nbsp;มีจำนวนสุกรในพื้นที่รวมทั้งสิ้น&nbsp;252,993&nbsp;ตัว&nbsp;ในช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พบการระบาดของโรค&nbsp;PRRS&nbsp;(Porcine&nbsp;respiratory&nbsp;and&nbsp;reproductive&nbsp;syndrome)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;มีเกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน&nbsp;288&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอ&nbsp;หล่มสัก&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอชนแดน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังโป่ง&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอหนองไผ่&nbsp;79&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอบึงสามพัน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอศรีเทพ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนสุกรสูญเสียทั้งสิ้น&nbsp;15,641&nbsp;ตัว&nbsp;อีกทั้งในปัจจุบันมีข่าวการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มีการเฝ้าระวังโรคดังกล่าวอย่างเข้มงวด&nbsp;อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในพื้นที่&nbsp;โดยเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบต่างสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกรและทรงพระกรุณาพระราชทานถุงยังชีพให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125161849306"],
    [644,"รองนายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์น้ำฤดูแล้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา","<p>พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามมาตรการรองรับสถานการณ์น้ำในช่วงแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;และแผนบริหารจัดการการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;โดย</p><p><br></p><p>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;(เขื่อนภูมิพล&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&nbsp;และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&nbsp;13,252&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ลบ.ม.)&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน&nbsp;เป็นน้ำใช้การได้&nbsp;6,556&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;2,485&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปริมาณที่มีอย่างจำกัดจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเคร่งครัดให้เป็นไปตามแผน&nbsp;เพื่อให้มีน้ำเพียงพอตลอดช่วงแล้งนี้&nbsp;โดยเฉพาะน้ำอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&nbsp;5.36&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;83&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์น้อย&nbsp;ประกอบกับปัจจุบันมีการเพาะปลูกเกินแผนที่กำหนด&nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;บริหารจัดการน้ำด้วยการหมุนเวียนน้ำในพื้นที่ให้ทั่วถึง&nbsp;เพื่อไม่ให้พื้นที่ที่เพาะปลูกแล้วเกิดความเสียหาย&nbsp;ด้านการเพาะปลูกพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ให้ควบคุมการเพาะปลูกให้เป็นไปตามแผน&nbsp;รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในช่วงแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำ&nbsp;และแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำ&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอตลอดช่วงแล้งนี้</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125193815456"],
    [645,"กระทรวงเกษตรฯ หารือร่วมผู้แทนม็อบ กฟก. เร่งหาแนวทางประสานงานแก้ไข ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มอบหมายให้นายไชยยศ&nbsp;จิรเมธากร&nbsp;รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง&nbsp;เป็นประธานประชุมชี้แจงติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตร&nbsp;ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี&nbsp;ร่วมกับผู้แทนเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย&nbsp;นำโดยนายชรินทร์&nbsp;ดวงดารา&nbsp;ที่ปรึกษาเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย&nbsp;และตัวแทนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;(กฟก.)&nbsp;ในนามเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย&nbsp;รวม&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้สรุปผลการประชุม&nbsp;ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรได้รับทราบถึงปัญหาอุปสรรคจากข้อสังเกต&nbsp;5&nbsp;ข้อของกระทรวงการคลัง&nbsp;ทำให้ยังไม่สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125200912462"],
    [646,"เกษตรกรชาวตำบลควนปริง จังหวัดตรัง เช่าพื้นที่นาร้าง ปลูกข้าวเจ้าพันธุ์เล็บนกปัตตานี และพันธุ์เข็มทอง เป็นเกษตรกรรายเดียวในตำบลควนปริง  ที่ยังคงยึดอาชีพทำนา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;</strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปลอดภัย&nbsp;นายผัน&nbsp;หนูวงศ์&nbsp;ซึ่งเช่าพื้นที่นาร้างของบริษัทเอกชน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลควนปริง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;ไร่</p><p><strong>&nbsp;เกษตรกรรายดังกล่าวเป็นเกษตรกรรายเดียวในตำบลควนปริง</strong>&nbsp;&nbsp;ที่ยังคงยึดอาชีพทำนา&nbsp;โดยปลูกข้าวเจ้าพันธุ์เล็บนกปัตตานี&nbsp;และพันธุ์เข็มทอง&nbsp;ปัจจุบันเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเจ้าได้จำนวน&nbsp;12&nbsp;ตัน&nbsp;โดยจำหน่ายข้าวสารกิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;ข้าวเปลือก&nbsp;(ปลีก)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;13&nbsp;บาท&nbsp;และหากซื้อข้าวเปลือกตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;12&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;</strong>นายผัน&nbsp;หนูวงศ์&nbsp;โทร.&nbsp;095-5644547&nbsp;หรือติดต่อผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;089-8716304</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125170104334"],
    [647,"ลิ้นจี่ นพ.1 สินค้า GI นครพนม เริ่มออกดอกแล้ว คาดปีนี้ผลผลิตออกเพียบ พร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสวน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้ปีนี้ต้นลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;เริ่มทยอยออกดอกบานสะพรั่ง&nbsp;นับว่าเป็นความหวังของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ในจังหวัดนครพนม&nbsp;ซึ่งในปีนี้มีอากาศที่เย็นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ลิ้นจี่&nbsp;พันธุ์&nbsp;นพ.1&nbsp;สามารถติดดอกได้มากขึ้น&nbsp;และกำลังพัฒนาเป็นผลขนาดเล็ก&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดนครพนมให้สามารถเข้ามาชิมผลลิ้นจี่แบบสดๆ&nbsp;ที่สวนได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับลิ้นจี่พันธุ์&nbsp;นพ.1&nbsp;เป็นลิ้นจี่กลุ่มพันธุ์เบา&nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือเมษายนของทุกปี&nbsp;การปลูกพันธุ์เบามีข้อได้เปรียบคือ&nbsp;ให้ผลผลิตเร็ว&nbsp;ช่วงที่ผลผลิตมีน้อย&nbsp;ทำให้ขายได้ราคาสูง&nbsp;มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศของจังหวัดนครพนมและหลายจังหวัดในภูมิภาคนี้&nbsp;จังหวัดนครพนมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกลิ้นจี่&nbsp;ซึ่งนิยมปลูก&nbsp;เป็นลิ้นจี่พันธุ์เบา&nbsp;คือ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ซึ่งมีความต้องการอากาศที่หนาวเย็นในการกระตุ้นการออกดอก&nbsp;โดยมีขนาดผลใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;&nbsp;36&nbsp;ผล&nbsp;ต่อกิโลกรัม&nbsp;รสชาติหวานอมเปรี้ยว&nbsp;ไม่มีรสฝาด&nbsp;เนื้อหนา&nbsp;0.98&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ความหวาน&nbsp;18&nbsp;&nbsp;20&nbsp;องศาบริกซ์&nbsp;และให้ผลผลิต&nbsp;65&nbsp;&nbsp;180&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อต้น&nbsp;เมื่ออายุ&nbsp;8&nbsp;-10&nbsp;ปีซึ่งนับว่าเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเป็นอย่างมากในปัจจุบัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนมกล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดนครพนม&nbsp;อยากให้แวะชิมและเยี่ยมชมสวนลิ้นจี่&nbsp;นพ&nbsp;.1&nbsp;ซึ่งเป็นพืช&nbsp;GI&nbsp;ของนครพนม&nbsp;ที่นับว่ามีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก&nbsp;โดยผลผลิตจะสมารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้&nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้ใครที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชม&nbsp;ชิม&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;สดๆ&nbsp;จากสวน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ที่เปิดให้ได้เยี่ยมชม&nbsp;ชิม&nbsp;และช๊อป&nbsp;หรือสามารถสั่งซื้อลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ได้ที่&nbsp;081-3201645&nbsp;หรือ&nbsp;061-3096720&nbsp;(นางรัศมี&nbsp;อุทาวงษ์&nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1)</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125170501335"],
    [648,"ลิ้นจี่ นพ.1 ออกดอกแล้ว คาดปีนี้ผลผลิตออกมาก พร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสวน","<p><strong>จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาอย่างต่อเนื่องจากเมื่อปลายปีที่แล้ว</strong>&nbsp;ทำให้ปีนี้ต้นลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ที่เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ต่างดูแลรักษา&nbsp;บำรุงต้นให้แข็งแรง&nbsp;ก็เริ่มทยอยออกดอกบานสะพรั่งเต็มต้น&nbsp;นับว่าเป็นความหวังของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ในจังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ต่างก็ยิ้มดีใจ&nbsp;สภาพอากาศที่เย็นและมีความชื้นทำให้การติดดอกของต้นลิ้นจี่นับว่ามีปริมาณที่มาก&nbsp;ซึ่งช่วงนี้เกษตรกรต้องดูแลบำรุงดอกให้สมบูรณ์เพื่อต้นลิ้นจี่ติดผลในปริมาณที่มาก&nbsp;สำหรับลิ้นจี่&nbsp;พันธุ์&nbsp;นพ.1&nbsp;ต้องการสภาพอากาศหนาวเย็นไม่มากและไม่ยาวนานในการกระตุ้นการออกดอก&nbsp;ต่างจากพันธุ์อื่นที่ปลูกในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;ลักษณะที่โดดเด่น&nbsp;คือ&nbsp;รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย&nbsp;ผลใหญ่&nbsp;เนื้อแห้ง&nbsp;ไม่เละ&nbsp;เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเร็ว&nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวได้ในเดือนเมษายนของทุกปี&nbsp;ทำให้จำหน่ายได้ในราคาดี&nbsp;และไม่มีปัญหาด้านการตลาด</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในปีนี้มีอากาศที่เย็นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ลิ้นจี่&nbsp;พันธุ์&nbsp;นพ.1&nbsp;สามารถติดดอกได้มากขึ้นและกำลังพัฒนาเป็นผลขนาดเล็ก&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดนครพนมให้สามารถเข้ามาชิมผลลิ้นจี่แบบสดๆที่สวนได้&nbsp;สำหรับลิ้นจี่พันธุ์&nbsp;นพ.1เป็นลิ้นจี่กลุ่มพันธุ์เบา&nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือเมษายนของทุกปี&nbsp;การปลูกพันธุ์เบามีข้อได้เปรียบคือ&nbsp;ให้ผลผลิตเร็ว&nbsp;ช่วงที่ผลผลิตมีน้อย&nbsp;ทำให้ขายได้ราคาสูง&nbsp;มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศของจังหวัดนครพนมและหลายจังหวัดในภูมิภาคนี้</p><p><strong>ลิ้นจี่&nbsp;เป็นผลไม้ที่มีรสหวานกลมกล่อม</strong>&nbsp;มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย&nbsp;การปลูกลิ้นจี่มีกระจายอยู่ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย&nbsp;จังหวัดนครพนมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกลิ้นจี่&nbsp;ซึ่งนิยมปลูก&nbsp;เป็นลิ้นจี่พันธุ์เบา&nbsp;คือ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ซึ่งมีความต้องการอากาศที่หนาวเย็นในการกระตุ้นการออกดอก&nbsp;โดยมีขนาดผลใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;&nbsp;36&nbsp;ผล&nbsp;ต่อกิโลกรัม&nbsp;รสชาติหวานอมเปรี้ยว&nbsp;ไม่มีรสฝาด&nbsp;เนื้อหนา&nbsp;0.98&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ความหวาน&nbsp;18&nbsp;&nbsp;20&nbsp;องศาบริกซ์&nbsp;และให้ผลผลิต&nbsp;65&nbsp;&nbsp;180&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อต้น&nbsp;เมื่ออายุ&nbsp;8&nbsp;-10&nbsp;ปีซึ่งนับว่าเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเป็นอย่างมากในปัจจุบัน</p><p><strong>สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;อยากให้แวะชิมและเยี่ยมชมสนลิ้นจี่&nbsp;นพ&nbsp;.1&nbsp;ซึ่งเป็นพืช&nbsp;Gi&nbsp;ของนครพนม&nbsp;ที่นับว่ามีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก&nbsp;โดยผลผลิตจะสมารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้&nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้ใครที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชม&nbsp;ชิม&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;สดๆจากสวน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ที่เปิดให้ได้เยี่ยมชม&nbsp;ชิม&nbsp;และช๊อป&nbsp;หรือสามารถสั่งซื้อลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ได้ที่&nbsp;081-3201645&nbsp;หรือ&nbsp;061-3096720&nbsp;(นางรัศมี&nbsp;อุทาวงษ์&nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1)</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125180047387"],
    [649,"คนเลี้ยงหมูท้อ!! ตกเป็นจำเลยสังคม ทั้งที่ยืนราคาหมู 110 บาท 3 สัปดาห์ต่อเนื่อง เผยแบกภาระล้น ขอรัฐปล่อยกลไกตลาดทำงาน ยันค้านนำเข้าเนื้อหมูถึงที่สุด","<p>นายสิทธิพันธ์&nbsp;ธนาเกียรติภิญโญ&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เกษตรกรทั่วประเทศให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ยืนราคาจำหน่ายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ที่ไม่เกิน&nbsp;110&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;หลังจากนั้นจะหารือร่วมกันอีกครั้ง&nbsp;เพื่อพิจารณาสถานการณ์การผลิตและการบริโภคให้สอดคล้องกัน&nbsp;โดยมุ่งดูแลค่าครองชีพของคนไทยเป็นอันดับแรก&nbsp;แม้ว่าเกษตรกรจะมีภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&nbsp;บางฟาร์มสูงถึง&nbsp;110-120&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;โดยเฉพาะต้นทุนค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ค่าบริหารจัดการด้านการป้องกันโรคที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น&nbsp;ตลอดจนค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มต่อเนื่องก็ตาม&nbsp;แต่ทุกคนเห็นถึงความเดือดร้อนของคนไทยในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้&nbsp;จึงมีมติร่วมกันดูแลระดับราคาไว้เช่นนี้ต่อไป&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ราคาดังกล่าวข้างต้นไม่ได้ตายตัวเสมอไป&nbsp;ตัวอย่างเช่น&nbsp;ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ราคาในพระนี้&nbsp;อ่อนตัวตามความต้องการของตลาดมาอยู่ที่&nbsp;104-108&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p><em>คนเลี้ยงหมูร่วมกันรักษาระดับราคาหมูเป็นไว้ที่กิโลกรัมละ&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่&nbsp;3&nbsp;และจะดำเนินการต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะศรษฐกิจภาคครัวเรือนของพี่น้องประชาชน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ที่ผ่านมาเกษตรกรกลับตกเป็นจำเลยของสังคม&nbsp;ว่าเป็นเหตุให้ราคาเนื้อหมูหรือสินค้าอื่นๆแพงขึ้นตามกัน&nbsp;ทั้งๆที่เกษตรกรขายหมูหน้าฟาร์มได้ที่ราคาเดิมมาตลอด&nbsp;เป็นการขายขาดให้กับพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยไม่ได้มีผลกำไรหรือเกี่ยวข้องกับราคาที่ปรับสูงขึ้นก่อนจะถึงมือผู้บริโภค&nbsp;จึงอยากขอความเข้าใจและความเห็นใจจากผู้บริโภค&nbsp;และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองที่กลไกตลาดเป็นสำคัญ&nbsp;ขอให้อุปสงค์และอุปทานของตลาดเป็นตัวบ่งชี้ราคาสินค้าอย่างเสรี</em>&nbsp;นายสิทธิพันธ์&nbsp;กล่าว</p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กล่าวถึงข้อเสนอให้นำเข้าเนื้อสุกรเพื่อเพิ่มปริมาณในประเทศว่า&nbsp;เกษตรกรยืนยันคัดค้านเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด&nbsp;เพราะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงจากเรื่องโรคต่างถิ่นที่อาจปนเปื้อนเข้ามากระทบกับฝูงสุกรของไทย&nbsp;และการนำเข้าเนื้อสุกร&nbsp;ชิ้นส่วน&nbsp;รวมถึงสุกรแปรรูปจากต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป&nbsp;มีความเป็นไปได้ที่ไทยต้องเปิดให้นำเข้าตลอดไป&nbsp;และมีโอกาสที่จะส่งเข้ามาไม่จำกัด&nbsp;เมื่อปริมาณมากขึ้นอย่างไร้การควบคุม&nbsp;จะทำให้เกษตรกรต้องรับภาระขาดทุนจากภาวะสุกรล้นตลาด&nbsp;ที่สำคัญเนื้อสุกรนำเข้าเหล่านี้&nbsp;คือตัวการบ่อนทำลายกลไกการเลี้ยงสุกรของไทย&nbsp;เมื่อเกษตรกรไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้&nbsp;ย่อมถอดใจเลิกเลี้ยงสุกรทิ้งอาชีพเดียวไป&nbsp;ความมั่นคงทางอาหารของประเทศต้องสั่นคลอน&nbsp;และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารโปรตีนในที่สุด</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125165714331"],
    [650,"วว. จับมือกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝน จากการปฏิบัติการฝนหลวงตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">วว.&nbsp;จับมือกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝน&nbsp;จากการปฏิบัติการฝนหลวงตามมาตรฐาน&nbsp;ISO/IEC&nbsp;17025</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.(วิจัย)&nbsp;ดร.ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต&nbsp;ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;และนายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงนามความร่วมมือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ในโครงการเพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวงตามมาตรฐาน&nbsp;ISO/IEC&nbsp;17025&nbsp;โดยความร่วมมือมีระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;วว.มีความพร้อมในการขับเคลื่อนงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้ดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาระบบโปรยสารฝนหลวงบนอากาศยาน&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;อีกทั้งยังสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;องค์พระบิดาแห่งฝนหลวง&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;ทั้งสองหน่วยงานจะนำองค์ความรู้มาพัฒนาขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝน&nbsp;จากการปฏิบัติการฝนหลวงตามมาตรฐาน&nbsp;ISO/IEC&nbsp;17025&nbsp;โดย&nbsp;วว.&nbsp;พร้อมนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ดำเนินการให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นเวลากว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;มาร่วมจัดทำระบบมาตรฐานห้องปฏิบัติการเคมีและให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบมาตรฐานห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน&nbsp;ISO/IEC&nbsp;17025</span></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125202629473"],
    [651,"ติดตามผลการรวบรวมยางพารา กลุ่มเกษตรกรทำสวนยางพาราก้าวหน้าสามัคคี","<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ว่าที่ร้อยโทปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;1&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการรวบรวมและการจำหน่ายยางพาราของกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางพาราก้าวหน้าสามัคคี&nbsp;โดยปัจจุบันราคาที่กลุ่มรับซื้อกิโลกรัมละ&nbsp;23.35&nbsp;บาท&nbsp;มีสมาชิกเข้าร่วมทำธุรกิจจำนวน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;ผลการรวบรวมยางได้&nbsp;16.09&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;375,701.50&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด</p><p><br></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125190856429"],
    [652,"บก.คฟป.ทภ.3 สน.จัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและดับไฟในพื้นที่ 24  อำเภอ ของจังหวัดเชียงใหม่ เฝ้าระวังการเกิดไฟในพื้นที่เสี่ยง","<p>พลตรี&nbsp;ประสิษฐิพงศ์&nbsp;มูลดี</p><p>รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่</p><p>นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า</p><p>มอบแนวทางการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและดับไฟป่าใน</p><p>พื้นที่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อทำการลาดตระเวน</p><p>เฝ้าระวังการดับไฟ&nbsp;การบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;จำนวน&nbsp;24</p><p>อำเภอของจังหวัด</p><p>โดยกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเ</p><p>หนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้จัดกำลังจำนวน&nbsp;4&nbsp;ชุดปฏิบัติการ&nbsp;ชุดละ</p><p>10&nbsp;นาย&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;40&nbsp;นาย&nbsp;จากมณฑลทหารบกที่&nbsp;33&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;6</p><p>อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองเชียงใหม่,&nbsp;หางดง,&nbsp;สันป่าตอง,&nbsp;แม่วาง,&nbsp;แม่แจ่ม</p><p>และ&nbsp;อำเภออมก๋อย&nbsp;ส่วนกำลังจาก&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่</p><p>7&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอดอยหล่อ,&nbsp;จอมทอง,&nbsp;ฮอด,&nbsp;ดอยเต่า,</p><p>สะเมิง&nbsp;และ&nbsp;อำเภอกัลยาณิวัฒนา&nbsp;ขณะที่&nbsp;กำลังจาก&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;2</p><p>กรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอพร้าว,&nbsp;เวียงแหง,</p><p>เชียงดาว,&nbsp;ไชยปราการ,&nbsp;ฝาง&nbsp;และ&nbsp;อำเภอแม่อาย</p><p>ส่วนกองพันทหารปืนใหญ่ที่&nbsp;7&nbsp;กรมทหารปืนใหญ่ที่&nbsp;4&nbsp;รับผิดชอบ</p><p>อำเภอแม่แตง,&nbsp;ดอยสะเก็ด,&nbsp;แม่ออน,&nbsp;สันกำแพง,&nbsp;สันทราย&nbsp;และอำเภอแม่ริม</p><p>โดยชุดปฏิบัติการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จะลงพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;50&nbsp;วัน</p><p>ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;24&nbsp;อำเภอ</p><p>ของจังหวัดเชียงใหม่</p><p><br></p><p>พร้อมกันนี้ขอให้ชุดปฏิบัติการฯบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนจิตอาสา&nbsp;ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อชะลอการไหลและลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำธารไม่ให้ไหลหลากอย่างรวดเร็วและทำให้น้ำซึมสู่ดินได้มากขึ้นส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศป่าต้นน้ำ</p><p>เพื่อลดปัญหาไฟป่าและหมอกควันตามนโยบายของแม่ทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;อีกด้วย</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125192342438"],
    [653,"ลิ้นจี่ นพ.1 ออกดอกแล้ว !! คาดปีนี้ผลผลิตออกเพียบ พร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสวน","<p>นางสาวกัญณฐา อภินนท์ธนา เกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาอย่างต่อเนื่องจากเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ปีนี้ต้นลิ้นจี่ นพ.1 ที่เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ต่างดูแลรักษา บำรุงต้นให้แข็งแรง สามารถติดดอกได้มากขึ้น เริ่มทยอยออกดอกบานสะพรั่งเต็มต้น และกำลังพัฒนาเป็นผลขนาดเล็ก นับว่าเป็นความหวังของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ในจังหวัดนครพนม ต่างยิ้มดีใจคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดนครพนมให้สามารถเข้ามาชิมผลลิ้นจี่แบบสดๆ ที่สวนได้ ซึ่งช่วงนี้เกษตรกรต้องดูแลบำรุงดอกให้สมบูรณ์เพื่อต้นลิ้นจี่ติดผลในปริมาณที่มาก </p><p><br></p><p>สำหรับลิ้นจี่ พันธุ์ นพ.1 เป็นลิ้นจี่กลุ่มพันธุ์เบา ต้องการสภาพอากาศหนาวเย็นไม่มากและไม่ยาวนานในการกระตุ้นการออกดอก ต่างจากพันธุ์อื่นที่ปลูกในประเทศไทย ซึ่งมี ลักษณะที่โดดเด่น คือ รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ผลใหญ่ เนื้อแห้ง ไม่เละ เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเร็ว สามารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือเมษายนของทุกปี ทำให้จำหน่ายได้ในราคาดี และไม่มีปัญหาด้านการตลาด มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศของจังหวัดนครพนมและหลายจังหวัดในภูมิภาคนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ที่มีรสหวานกลมกล่อม มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย การปลูกลิ้นจี่มีกระจายอยู่ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย จังหวัดนครพนมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกลิ้นจี่ ซึ่งนิยมปลูก เป็นลิ้นจี่พันธุ์เบา คือ ลิ้นจี่ นพ.1 ซึ่งมีความต้องการอากาศที่หนาวเย็นในการกระตุ้นการออกดอก โดยมีขนาดผลใหญ่ จำนวน 32  36 ผล ต่อกิโลกรัม รสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่มีรสฝาด เนื้อหนา 0.98 เซนติเมตร ความหวาน 18  20 องศาบริกซ์ และให้ผลผลิต 65  180 กิโลกรัม ต่อต้น เมื่ออายุ 8 -10 ปีซึ่งนับว่าเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเป็นอย่างมากในปัจจุบัน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดนครพนม อยากให้แวะชิมและเยี่ยมชมสนลิ้นจี่ นพ .1 ซึ่งเป็นพืช Gi ของนครพนม ที่นับว่ามีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก โดยผลผลิตจะสมารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ จึงอยากเชิญชวนท่านที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชม ชิม ลิ้นจี่ นพ.1 สดๆ จากสวน ซึ่งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1 ที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชม ชิม และช๊อป หรือสามารถสั่งซื้อลิ้นจี่ นพ.1 ได้ที่ 081-3201645 หรือ 061-3096720 (นางรัศมี อุทาวงษ์ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1)</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125210934480"],
    [654,"กรมปศุสัตว์ ย้ำตรุษจีนปีนี้ เลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ที่มีตรา ปศุสัตว์ OK มั่นใจมาตรฐานการผลิตที่สะอาด ปลอดสารตกค้าง ไร้โควิด และตรวจสอบย้อนกลับได้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">วันที่&nbsp;25&nbsp;ม.ค.65&nbsp;นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตของกรมปศุสัตว์&nbsp;รวมถึงสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อตรวจหาสารตกค้างต่างๆ&nbsp;ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าสินค้าปศุสัตว์ที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์นั้น&nbsp;มีคุณภาพและปลอดภัย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ทั้งระบบ&nbsp;โดยให้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ช่วยสร้างความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในการรับรองทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อเป็ด&nbsp;เนื้อโค&nbsp;ไข่ไก่สด&nbsp;ไข่เป็ดสด&nbsp;และไข่นกกระทาสด&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ&nbsp;Modern&nbsp;trade&nbsp;และตลาดสด&nbsp;เข้าร่วมโครงการรวมทั้งหมดกว่า&nbsp;7,000&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเขต&nbsp;1-9&nbsp;ได้ร่วมกันพัฒนาและผลักดันมาตรฐานปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;โดยสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;จะต้องจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่มีความปลอดภัยต่อการบริโภค&nbsp;มาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;GAP&nbsp;โรงฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;มีการเข้มงวดตรวจสอบคัดกรองสุขภาพสัตว์ก่อนฆ่า&nbsp;และหลังฆ่า&nbsp;ไม่ให้มีสัตว์ป่วยหรือโรคระบาดอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;เข้าผลิตและจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค&nbsp;ซึ่งเป็นการควบคุมการระบาดของโรคที่สำคัญอีกจุดหนึ่งด้วย&nbsp;สถานที่รวบรวมไข่จนถึงสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ถูกสุขอนามัยได้มาตรฐานตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;และที่สำคัญต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;</span></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125210718477"],
    [655,"พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำฤดูแล้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่อาคารศูนย์เรียนรู้และพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;เขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามมาตรการรองรับสถานการณ์น้ำในช่วงภัยแล้ง&nbsp;และแผนบริหารจัดการ&nbsp;การเพาะปลูกพืชภัยแล้งในเขตพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทและหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;และมี&nbsp;นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบัน&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;มีปริมาณน้ำที่ใช้การได้อย่างจำกัด&nbsp;จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเคร่งครัดให้เป็นไปตามแผน&nbsp;เพื่อให้มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดช่วงภัยแล้ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ร่วมกันบริหารจัดการน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทางการเกษตร&nbsp;และฝากให้กรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการกำจัดผักตบชวาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และขอให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ดำเนินการเบิกจ่ายตามให้ทันตามระเบียบ&nbsp;และขอให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชนได้รับรู้รับทราบผลการดำเนินงานของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125220119505"],
    [656,"ผวจ.อด.ตรวจให้คำแนะนำโรงงานน้ำตาลป้องกันแก้ไขปัญหา PM 2.5","<p><strong>ผวจ.อด.ตรวจให้คำแนะนำโรงงานน้ำตาลป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5</strong></p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำโรงงานอุตสาหกรรมในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษ&nbsp;เขม่าควัน&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และการป้องกันควบคุมโรค&nbsp;COVID-19</p><p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี,&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุดรธานี,สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;9&nbsp;(อุดรธานี)/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี/สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอุดรธานี/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี/สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี/สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี/สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี/สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานีอำเภอหนองหาน/องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสระปลา/สมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ/ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่&nbsp;4&nbsp;อุดรธานี/เขตบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย&nbsp;5&nbsp;และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจกำกับดูแลและให้คำแนะนำแก่บริษัทโรงงานน้ำตาลทรายขาวเริ่มอุดม&nbsp;จำกัด&nbsp;เลขที่&nbsp;11&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ถนนอุดรธานี-สกลนคร&nbsp;ตำบลหนองสระปลา&nbsp;อำเภอหนองหาน&nbsp;เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน&nbsp;แก้ไขปัญหาด้านมลพิษ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;หรือ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;โดยมีนายธาดา&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการบริษัทโรงงานน้ำตาลทรายขาวเริ่มอุดม&nbsp;จำกัด&nbsp;พร้อมผู้บริหารให้การต้อนรับ&nbsp;บรรยายสรุปผลการดำเนินงาน&nbsp;มาตรการป้องกันและลดฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;และมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;ได้เน้นย้ำขอความร่วมมือโรงงานในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;ให้คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการป้องกันลดฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;การป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;ของสถานประกอบการ&nbsp;และรับฟังข้อเสนอแนะ&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรคจากคณะผู้บริหารโรงงานน้ำตาล&nbsp;พร้อมกันนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>และคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการตัดอ้อยสดเข้าสู่โรงงานของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งหลายๆ&nbsp;มาตรการที่โรงงานช่วยรณรงค์ลดมลภาวะทางอากาศ&nbsp;โดยเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงานๆ&nbsp;จะช่วยค่าตัดเพิ่มตันละ&nbsp;30&nbsp;บาทตลอดฤดูการผลิต&nbsp;นอกเหนือจากที่รัฐบาลจ่ายให้เกษตรกร&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125221735506"],
    [657,"จังหวัดศรีสะเกษ เปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำ ร่วบรวมข้อมูลน้ำในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และภัยน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน ขับเคลื่อนเป็น 1 ใน 10 วาระสำคัญของจังหวัด","<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญประสงศ์&nbsp;นวลสายย์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษและเจ้าหน้าที่&nbsp;ให้การตอนรับ</p><p><strong>ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;จัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารจัดการน้ำในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;10&nbsp;วาระสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มีคณะทำงานในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และตำบล&nbsp;ซึ่งขับเคลื่อนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำ&nbsp;ทหาร&nbsp;องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;และภาควิชาการในพื้นที่ได้แก่&nbsp;มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;ในการออกแบบแอปพลิเคชั่นในการรวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำทั้งหมดในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลุ่มน้ำในพื้นที่อื่นที่เกี่ยวเนื่องกับแหล่งน้ำในจังหวัดเพื่อนำข้อมูลมาออกแบบการบริหารจัดการแหล่งน้ำโดยการขยายแหล่งนำ&nbsp;การเก็บน้ำ&nbsp;การระบายน้ำ&nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมออกแบบเนื่องจากเป็นผู้ทราบปัญหาเกี่ยวกับน้ำในพื้นที่อาศัยมากที่สุด&nbsp;และยังนำข้อมูลมาจัดลำดับความสำคํญในการเสนองบประมาณในการบริหารจัดการน้ำต่อ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;โดยในปีแรกของโครงการ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้เสนอโครงการไปแล้วกว่า&nbsp;3,756&nbsp;โครงการ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;และภัยน้ำท่วมในจังหวัดศรีสะเกษอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126093038525"],
    [658,"นครปฐม ประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)","<p><strong>ที่ห้องประชุมวัชรีรมยา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายคมสัน&nbsp;เจริญอาจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;(1)&nbsp;นายธนิศร์&nbsp;วงศ์ปิยะสถิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;(3)พร้อมด้วย&nbsp;พ.อ.พงษ์สวัสดิ์&nbsp;ภาชนะทิพย์&nbsp;รองผอ.รมน.กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;น.ฐ.(ท),พ.ต.อ.พงษกร&nbsp;อุปพงษ์&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.นครปฐม,นาย&nbsp;นายยงยุทธ&nbsp;สวนทอง&nbsp;ปลัดจังหวัดนครปฐม,นางอภิญญา&nbsp;เอี่ยมอำภา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครปฐม,นายสมควร&nbsp;ปิยะพงศ์เดชา&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม&nbsp;นายพงศ์สุธี&nbsp;สุขศิริ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครปฐม&nbsp;&nbsp;นายอำเภอทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>โดยในที่ประชุม&nbsp;ปลัดจังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้รายงานผลการตรวจสถานที่พักซากและสถานที่จัดเก็บซากสัตว์</strong>&nbsp;ที่ได้ดำเนินการตรวจสอบตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;แห่ง&nbsp;พบว่ามีจำนวนห้องเย็นเก็บซาก&nbsp;จำนวน&nbsp;72&nbsp;ห้อง&nbsp;จำนวนซากสุกรที่จัดเก็บจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;484,120&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อจากนั้น&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์และการดำเนินการที่ผ่านในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;พบว่าที่ผ่านมาจังหวัดนครปฐมมีการสวอปสุกรไปแล้วกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ตัว&nbsp;ยังไม่เชื้อที่เชื่อได้ว่าเป็นโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ตลอดจนได้มีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรไปแล้วกว่า&nbsp;7.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;และอำเภอสามพราน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ตลอดจนได้ชี้แจ้งรายละเอียด&nbsp;ประกาศจังหวัดนครปฐม&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดเขตเฝ้าระวังโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ในสัตว์ชนิด&nbsp;สุกรและหมูป่า&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ที่มีสาระสำคัญคือ&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ชนิด&nbsp;สุกร&nbsp;และหมูป่า&nbsp;เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น&nbsp;หากฝ่าฝืนมีต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ให้ที่ประชุมรับทราบเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน</strong>&nbsp;ปัจจุบันพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ได้ดำเนินการโครงการจำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ที่มีกว่า&nbsp;9&nbsp;แห่งในจังหวัดนครปฐม&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;แบ่งเป็นในเขตพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อำเภอบางเลน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อำเภอนครชัยศรี&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อำเภอดอนตูม&nbsp;1&nbsp;จุด,อำเภอสามพราน&nbsp;1&nbsp;จุดและอำเภอกำแพงแสน&nbsp;1&nbsp;จุด</p><p><strong>ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการเตรียมฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ</strong>ให้สามารถกลับมาเลี้ยงสุกรให้โดยเร็วตลอดจนให้ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ถอดบทเรียนของเกษตรกรที่สามารถยังคงเลี้ยงสุกรได้เพื่อให้เป็นแนวทางแก่เกษตรกรรายอื่นๆ&nbsp;ศึกษาและเป็นแนวทางในการดำเนินการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;ขอให้ทุกอำเภอมั่นตรวจสอบสถานที่พักซากและสถานที่จัดเก็บซากสัตว์&nbsp;ในการนำเข้าและนำออก&nbsp;ตลอดจนสำรวจตรวจสอบตลาดสด&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามการกระทำผิดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126100239543"],
    [659,"กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในบางพื้นที่ทั่วประเทศ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในบางพื้นที่ทั่วประเทศ</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;15&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;11&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;34,816&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,921&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;58&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126093809529"],
    [660,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่ คาดภาคเหนือฝุ่นจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง 29 ม.ค.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;คาดภาคเหนือฝุ่นจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;คือ&nbsp;ภาคเหนือตอนบน&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดและลมอ่อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วจะมีแนวโน้มสูงขึ้นวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126095042531"],
    [661,"จังหวัดอำนาจเจริญ จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่โรงเรียนบ้านจิก ตำบลไม้กลอน อำเภอพนา อำนาจเจริญ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านจิก&nbsp;ตำบลไม้กลอน&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;และเข้ารับบริการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มาออกบูธนิทรรศการให้บริการด้านการเกษตรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ให้ความรู้&nbsp;ปรึกษาปัญหาด้านการเกษตรครบวงจรกับเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุก&nbsp;ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และให้ความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญได้กำหนดจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านจิก&nbsp;ตำบลไม้กลอน&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย</strong>&nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;คลินิก&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;,&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;,&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;,&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;,&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;,&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;,&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;,&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;,&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;และคลินิกอื่น&nbsp;ๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจำหน่ายผลผลิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีความปลอดภัย&nbsp;</strong>มีคุณภาพดี&nbsp;จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;แปลงใหญ่&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้า&nbsp;ดี&nbsp;เด่น&nbsp;ดัง&nbsp;ของอำเภอให้ได้ทราบทั่วกัน</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126095628535"],
    [662,"พาณิชย์แพร่ แจ้งผู้ผลิตหัวอาหารสัตว์ เพื่อจำหน่ายสำหรับสัตว์เลี้ยงในการบริโภค","<p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;แจ้งให้ผู้ผลิตหัวอาหารสัตว์&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;(ไก่&nbsp;สุกร&nbsp;โค&nbsp;เป็ด&nbsp;กุ้ง&nbsp;ปลา)&nbsp;เพื่อจำหน่ายสำหรับสัตว์เลี้ยงในการบริโภคที่มีกำลังผลิตเดือนละตั้งแต่&nbsp;5,000&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;มีหน้าที่ดังนี้&nbsp;1.แจ้งชื่อ&nbsp;ตรา/รหัสสินค้า&nbsp;กำลังการผลิต&nbsp;ปริมาณการผลิต&nbsp;ปริมาณการจำหน่าย&nbsp;ปริมาณคงเหลือ&nbsp;ต้นทุน&nbsp;ราคาจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;โรงงาน&nbsp;ส่วนลดทางการค้า&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;ชื่อและที่อยู่ตัวแทนจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือน&nbsp;เป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไป&nbsp;โดยเริ่มแจ้งข้อมูลไม่น้อยกว่า&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย/&nbsp;2.ห้ามผู้ผลิตจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าราคาที่แจ้งไว้&nbsp;เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ/&nbsp;3.กรณีมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บ&nbsp;ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงภายใน&nbsp;7&nbsp;วันนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>หัวอาหารสัตว์&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;หมายความว่า&nbsp;หัวอาหารสัตว์&nbsp;อาหารสัตว์สำเร็จรูป&nbsp;ที่มุ่งหมายเพื่อใช้เลี้ยงไก่&nbsp;สุกร&nbsp;โค&nbsp;เป็ด&nbsp;กุ้ง&nbsp;ปลา&nbsp;สำหรับการบริโภค</p><p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ในฐานะหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วย&nbsp;ราคาสินค้าและบริการ&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน&nbsp;ผู้ที่มีข้อสงสัยติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;โทรศัพท์หมายเลข&nbsp;054-511118&nbsp;ต่อ&nbsp;110</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126112327589"],
    [663,"ทช. และ คพ. เร่งหาแนวทางรับมือคราบน้ำมันที่รั่วไหลบริเวณมาบตาพุด จังหวัดระยอง 400,000 ลิตร คาดไหลเข้าสู่ชายฝั่ง 28 ม.ค.","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;และกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งหาแนวทางรับมือคราบน้ำมันที่รั่วไหลบริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;400,000&nbsp;ลิตร&nbsp;คาดไหลเข้าสู่ชายฝั่งวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จาก&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;00.30น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;มีน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;400,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลบริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;โดยจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;(SPM)&nbsp;เกิดเหตุเมื่อเวลา&nbsp;21.06&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;แล้วมีความจำเป็นที่ต้องยับยั้งไม่ให้น้ำมันเคลื่อนที่เข้าสู่ฝั่ง&nbsp;เนื่องจากทิศทางลมพัดขึ้นไปทางด้านเหนืออาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดระยองในหลายหาดได้&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ทช.&nbsp;รับทราบผลการประเมินจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;โดยใช้แบบจำลอง&nbsp;OilMap&nbsp;ทำนายการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;พบผลของแบบจำลอง&nbsp;OilMap&nbsp;คาดกลุ่มน้ำมันดังกล่าวอาจจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งทะเลบริเวณหาดแม่รำพึงจนถึงบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;ระหว่างเวลาประมาณ&nbsp;15.00&nbsp;-&nbsp;17.00&nbsp;น.ในปริมาณประมาณ&nbsp;180,000&nbsp;-&nbsp;200,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เบื้องต้นได้รายงานสถานการณ์ให้&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว&nbsp;พร้อมให้เร่งรับมือแก้ไขสถานการณ์โดยด่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ลงพื้นที่จังหวัดระยองติดตามสถานการณ์อย่างเร่งด่วน&nbsp;พร้อมเร่งหาวิธีและแนวทางการกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลดังกล่าว&nbsp;และการป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันส่งผลกระทบแนวชายหาดได้</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126112004588"],
    [664,"สถานีควบคุมไฟป่าแม่สะเรียง พบปะประชาชน สร้างความเข้าใจเรื่องไฟป่า พร้อมออกลาดตระเวนเฝ้าระวังต่อเนื่อง","<p><strong>นายธิติทัศน์&nbsp;ฉลอม&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;</strong>รายงานการปฏิบัติงานด้านการป้องกันไฟป่า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;ในห้วงวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยสถานีควบคุมไฟป่าแม่สะเรียงได้ให้เจ้าหน้าที่สถานีฯ&nbsp;ออกประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่&nbsp;พบปะพูดคุยกับประชาชนโดยตรง&nbsp;เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงผลเสียของไฟป่า&nbsp;ประโยชน์ของป่าไม้&nbsp;และขอความร่วมมือให้ประชาชนเลิกจุดไฟเผาป่าและหันมาร่วมกันป้องกันไฟป่า&nbsp;พร้อมทั้งแจกเอกสาร&nbsp;แผ่นพับความรู้เรื่องไฟป่า&nbsp;ให้แก่ราษฎรบ้านแม่ต๊อบเหนือ&nbsp;ตำบลบ้านกาศ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบในระยะยาว&nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้ระดมกำลังออกลาดตระเวนตรวจหาไฟป่า&nbsp;ตามถนนเส้นทางสาย&nbsp;แม่สะเรียง-บ้านห้วยโผ&nbsp;ตำบลแม่ยวม&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>สำหรับสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีจุดความร้อนสะสมทั้งหมด&nbsp;68&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.57&nbsp;ของจุดความร้อนสะสมปี&nbsp;2564&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.71&nbsp;ของค่าเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดตั้งเป้าหมายปี&nbsp;2565&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด&nbsp;โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนสถานการณ์คุณภาพอากาศ&nbsp;ยังไม่พบค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ค่าสูงสุดที่วัดได้&nbsp;เท่ากับ&nbsp;24&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126115617597"],
    [665,"หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลโดยเร็วที่สุด ก่อนส่งผลกระทบชายหาดของระยอง พร้อมใช้ OilMap ติดตามทิศทางลมและคลื่นลมในทะเลอย่างใกล้ชิด","<p><strong>หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลโดยเร็วที่สุด&nbsp;ก่อนส่งผลกระทบชายหาดของจังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;OilMap&nbsp;ติดตามทิศทางลมและคลื่นลมในทะเลอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;400,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลบริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;หลังเกิดเหตุทีมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินของ&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้ทำการควบคุมสถานการณ์ตามขั้นตอนการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและได้หยุดกิจกรรมในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมดแล้วตามขั้นตอนความปลอดภัย&nbsp;เบื้องต้นสามารถควบคุมและหยุดการรั่วไหลได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.10&nbsp;น.ของวันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ขณะที่&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;และ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อควบคุมน้ำมันจากการรั่วไหลและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีน้ำมันดิบไหลลงทะเลประมาณ&nbsp;400,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จากการใช้แบบจำลอง&nbsp;OilMap&nbsp;ทำนายการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันในทะเลแสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่มีการควบคุมและป้องกัน&nbsp;อาจทำให้กลุ่มน้ำมันดังกล่าวเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งทะเลบริเวณหาดแม่รำพึงถึงบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ประมาณ&nbsp;180,000&nbsp;ลิตรได้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ควรดำเนินการวางแผนจัดการคราบน้ำมันดังกล่าว&nbsp;และป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผลการคาดการณ์ดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้กรณีมีการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลม&nbsp;ความเร็วลม&nbsp;และกระแสน้ำ&nbsp;โดย&nbsp;คพ.จะประสานรับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับค่าในแบบจำลองให้ใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงต่อไป</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126124428631"],
    [666,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 300 จุด ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;300&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;343&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;123&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;140&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;74&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;และอุดรธานี&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาคุณภาพอากาศมีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยจังหวัดยโสธรค่าฝุ่นปรับสูงในระดับปานกลางเป็นครั้งแรก&nbsp;ส่วนพื้นที่อื่นๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มปรับตัวใกล้ระดับปานกลางด้วยเช่นกัน&nbsp;อาจเริ่มส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ&nbsp;โดยจุดความร้อนมีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;2,443&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;1,931&nbsp;จุด&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;1,018&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;พบมากสุดในกัมพูชา&nbsp;695&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;343&nbsp;จุด&nbsp;และเมียนมา&nbsp;224&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126125240635"],
    [667,"จังหวัดสระบุรีดำเนินกิจกรรมสนับสนุนการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;ประชุมคณะทำงานปฏิบัติการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐจังหวัดสระบุรี&nbsp;เพื่อให้ทุกหน่วยงานภาครัฐดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้&nbsp;โดยให้ลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว&nbsp;แก้วน้ำพลาสติกใช้ครั้งเดียว&nbsp;โฟมบรรจุอาหาร&nbsp;และหลอดพลาสติก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;100&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้โครงการทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;ลดภัยสิ่งแวดล้อม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับเป้าหมายของมาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>คณะทำงานทุกหน่วยที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ศาลากลางจังหวัด&nbsp;ส่วนราชการส่วนภูมิภาคระดับจังหวัด&nbsp;และส่วนราชการส่วนภูมิภาคระดับอำเภอ&nbsp;ต้องร่วมกันปฏิบัติ&nbsp;ให้ปริมาณขยะที่ส่งกำจัดลดลงร้อยละ&nbsp;30&nbsp;จำนวนถุงพลาสติกหูหิ้วลดลงร้อยละ&nbsp;100&nbsp;จำนวนแก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวลดลงร้อยละ&nbsp;100&nbsp;จำนวนโฟมบรรจุอาหารลดลงร้อยละ&nbsp;100&nbsp;โดยทุกหน่วยต้องรายงานผลดำเนินงานให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี&nbsp;ทุกเดือน&nbsp;ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126133158658"],
    [668,"สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเกษตรและสหกรณ์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ฮอลล์&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์การค้าเทอร์มินอล&nbsp;21&nbsp;</strong>โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริการเกษตร&nbsp;เป็นประธานเปิดงานการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&nbsp;(District&nbsp;Workshop&nbsp;:&nbsp;DW)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จัดขึ้นเพื่อการเรียนรู้&nbsp;การพัฒนาคนและพัฒนางาน</strong>&nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานส่งเสริมการเกษตรให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของจังหวัด&nbsp;และอำเภอ&nbsp;ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรที่&nbsp;ประสบความสำเร็จ&nbsp;เป็นเวทีเชื่อมโยงวิชาการจากแหล่งความรู้ทางวิชาการไปสู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ขณะเดียวกันเป็นช่องทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเครือข่ายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;แสดงผลงานการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(E&nbsp;-extension)&nbsp;จากกลุ่มแปลงใหญ่,&nbsp;ศพก.,&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;(YSF),&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;(SF),&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน,&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร,กลุ่มยุวเกษตรกร,&nbsp;&nbsp;กลุ่ม&nbsp;(ศจช.),&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;เป็นต้นกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(E&nbsp;-&nbsp;extension)&nbsp;จากงานยุทธศาสตร์และสารสนเทศ,งานส่งเสริมและพัฒนาการผลิต,งานส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร,งานอารักขาพืช&nbsp;และงานบริหารทั่วไป</p><p><strong>สำหรับการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอในครั้งนี้&nbsp;</strong>มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมจำนวน&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมาทุกระดับ&nbsp;มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;พัฒนาการดำเนินงานให้มีความสามารถและมีความพร้อมในการถ่ายทอดความรู้และให้บริการการเกษตรแก่เกษตรกร&nbsp;โดยมุ่งในการพัฒนากรมส่งเสริมการเกษตรสู่การเป็น&nbsp;Digital&nbsp;DOAE&nbsp;ปรับวิธีการทำงานเป็นแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และพร้อมรองรับ&nbsp;Next&nbsp;Normalการเพิ่มศักยภาพบุคลากรทุกระดับ&nbsp;และยกระดับเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126141430683"],
    [669,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตวและตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์</strong>&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนางสาว&nbsp;อาญชวี&nbsp;อุ่นแก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;696&nbsp;บ้านเดิ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายสุรพร&nbsp;สุภาษิ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;69&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านทับกี่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126142731696"],
    [670,"ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;</strong>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนายสรรเสริญ&nbsp;เจริญศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;เพื่อปรับปรุงแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้านให้เป็นแผนหลักในการขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงระดับหมู่บ้าน&nbsp;ผ่านกลไกของคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;(กม.)&nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(อกม.)&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมฝ้ายขิดคำพระ&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126141841688"],
    [671,"ร้อยเอ็ด ประชุมคณะกรรมการศูนย์ป้องกันโรคระบาดในสัตว์","<p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ</strong>ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดสัตว์&nbsp;จังวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดย&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้ที่ประชุมได้รับทราบ&nbsp;สถานการณ์โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;</strong>ในโค-กระบือ&nbsp;/สถานการณ์การระบาดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ของประเทศไทย/สถานการณ์โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด/ความก้าวหน้าในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรเจ้าของสัตว์/&nbsp;สถานการณ์โรคระบาดในสุกร/สถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;PRRS&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด/โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;และ&nbsp;ร่วมกันพิจารณา&nbsp;การขอความร่วมมือกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กรณีมีสัตว์ป่วย&nbsp;หรือตายผิดปกติ&nbsp;ให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&nbsp;และการนำสุกรเข้าเลี้ยงใหม่ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126142455693"],
    [672,"กรมอุทยานฯ ตรวจสอบยังไม่พบคราบน้ำมันรั่วกระทบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด พร้อมให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ตรวจสอบยังไม่พบคราบน้ำมันรั่วกระทบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;พร้อมให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธัญญา&nbsp;เนติธรรมกุล&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้ให้&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;2&nbsp;(ศรีราชา)&nbsp;เข้าตรวจสอบหลังเกิดเหตุท่อน้ำมันใต้ทะเลระยองรั่วไหลใต้ทะเลพื้นที่&nbsp;ต.มาบตาพุด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;จากการตรวจสอบบริเวณท่าเรือเทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;พร้อมนั่งเรือสำรวจพื้นที่โดยรอบและบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ?เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;พบอุทยานแห่งชาติ?เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ยังไม่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันรั่วดังกล่าว&nbsp;แต่จากข้อมูลกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ใช้แบบจำลอง&nbsp;OilMap&nbsp;คาดการณ์การเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;โดยแสดงให้เห็นกลุ่มน้ำมันดังกล่าวอาจเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งทะเลบริเวณหาดแม่รำพึงถึงบริเวณอุทยาแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ทำให้อุทยานแห่งชาติ?เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126141405682"],
    [673,"จ.ลำปาง มีพื้นที่เสนอขอรับงบประมาณในการปลูกป่าฟื้นฟูสภาพป่า 73 แปลง 69,720 ไร่","<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการปลูกป่าระดับพื้นที่&nbsp;ตามคำสั่งกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ที่&nbsp;9/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลาราชพฤกษ์&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;3&nbsp;ลำปาง&nbsp;โดยมีแปลงเสนอขอรับงบประมาณในการปลูกฟื้นฟูสภาพป่า&nbsp;ในท้องที่จังหวัดลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;73&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;69,720&nbsp;ไร่จ.ลำปาง&nbsp;มีพื้นที่เสนอขอรับงบประมาณในการปลูกป่าฟื้นฟูสภาพป่า&nbsp;73&nbsp;แปลง&nbsp;69,720&nbsp;ไร่</p><p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการปลูกป่าระดับพื้นที่&nbsp;ตามคำสั่งกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ที่&nbsp;9/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลาราชพฤกษ์&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;3&nbsp;ลำปาง&nbsp;โดยมีแปลงเสนอขอรับงบประมาณในการปลูกฟื้นฟูสภาพป่า&nbsp;ในท้องที่จังหวัดลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;73&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;69,720&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126141608686"],
    [674,"ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด เยี่ยมชมให้กำลังใจผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับดีเลิศ และถ่ายทำวีดิทัศน์การปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เยี่ยมชมให้กำลังใจผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับดีเลิศ&nbsp;และถ่ายทำวีดิทัศน์การปลูกผักสวนครัว&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เยี่ยมชมผลการดำเนินงานและให้กำลังใจผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับดีเลิศตำบลดงครั่งน้อย&nbsp;พร้อมทั้งถ่ายทำสื่อวีดิทัศน์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;สู่ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ในการปลูกผักสวนครัว&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ขยายผลความสำเร็จของผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับตำบลดีเด่น&nbsp;และดีเลิศ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโพนฮาด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลดงครั่งน้อย&nbsp;อำเภอเกษตรวิสัย&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมีนายพิศ&nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายอภิชาต&nbsp;อารีย์พัฒนไพบูลย์&nbsp;นายอำเภอเกษตรวิสัย&nbsp;,&nbsp;นางราณี&nbsp;วงศ์ลุน&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;,&nbsp;นางมัชฌิมา&nbsp;เนียมเกลี้ยง&nbsp;พัฒนาการอำเภอเกษตรวิสัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ให้การต้อนรับ</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126152559720"],
    [675,"ชาวม้งทำใจตัดผักทิ้งหลังราคาร่วงไม่คุ้มทุนแถมผักจีนตีตลาดหนัก","<p><strong>เกษตรกรชาวม้งจากบ้านไมโครเวฟ</strong>&nbsp;ดั้นด้นลงดอยมาหาเช่าพื้นที่ราบริมน้ำเพื่อปลูกพืชผัก&nbsp;ช้ำหนักเจอผลผลิตจากจีนตีตลาดจนขายไม่ออก&nbsp;ตัดสินใจตัดฟันทำลายทิ้งประชด&nbsp;บางส่วนต้องปล่อยทิ้งเน่าคาแปลง</p><p><strong>หลังจากที่มีคลิปการตัดฟันทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวม้งรายหนึ่ง&nbsp;</strong>โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คไปเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;กลายเป็นประเด็นว่าพืชผลทางการเกษตรของจังหวัดแม่ฮ่องสอนขายกันไม่ได้ขนาดนี้เลยหรือ&nbsp;ซึ่งทางสื่อมวลชนได้ติดตามสอบถามจนทราบว่าเกษตรรายดังกล่าวคือ&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;เลาหลื่อ&nbsp;เป็นชาวเขาเผ่าม้งจากหมู่บ้านม้งไมโครเวฟ&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้รวบรวมสมัครพรรคพวกอีกหลายราย&nbsp;ลงมาเช่าพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในพื้นที่ริมน้ำ&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เนื่องจากแปลงเพาะปลูกบนดอยไม่มีน้ำเพื่อการเพาะปลูก&nbsp;จนต้องลงมาเช่าที่ของชาวบ้านที่พื้นราบลุ่มดังกล่าว&nbsp;ที่พบว่าเป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่ในเนื้อที่กว่า&nbsp;100&nbsp;ไร่</p><p><strong>นายประสิทธิ์&nbsp;เลาหลื่อ</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องตัดทำลายแปลงปลูกผักกาดขาวทิ้งตามคลิปดังกล่าวนั้น&nbsp;เนื่องจากประสบกับปัญหาไม่มาสามารถตัดผักกาดขาวไปจำหน่ายได้&nbsp;เพราะไม่มีตลาดรับซื้อ&nbsp;ราคาก็เหลือเพียงกิโลกรัมละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;ประกอบกับเจอช่วงที่น้ำมันแพง&nbsp;ยิ่งกลายเป็นปัญหามากขึ้นไปอีก&nbsp;จากเดิมที่เคยตัดส่งป้อนเข้าตลาดทั้งที่อำเภอแม่สะเรียงและที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มาถึงวันนี้ทุกอย่างหยุดชะงักไปหมด&nbsp;บางวันยอมเสี่ยงตัดและบรรทุกออกไปรอจำหน่ายก็ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ&nbsp;ต้องจอดรอความหวังจนผักเน่าคารถก็เจอมาแล้ว&nbsp;และยิ่งมาเจอช่วงตรุษจีนที่หวังว่าจะขายผักได้ราคาดี&nbsp;ก็ต้องมาเจอกับผักที่ทะลักมากับขบวนรถไฟจากจีนเทียบท่าที่ลาว&nbsp;แล้วกระจายมายังอีกหลายตลาดในประเทศไทย&nbsp;ไม่เว้นแม้แต่ตลาดที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เมื่อเจอทางตันแบบนี้ก็ต้องยอมตัดทิ้งเพื่อให้คนได้รู้ว่าเกษตรกรเริ่มจะไม่มีทางไปแล้ว&nbsp;ซึ่งผลผลิตของตนเองที่ต้องทำลายทิ้งไปมีมากกว่า&nbsp;200,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ไม่นับรวมกับรายอื่นๆ&nbsp;อีก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับราคาที่พอจะให้เกษตรกรอยู่ได้นั้นต้องไม่น้อยกว่า&nbsp;5-6&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</strong>&nbsp;เพราะหลังการปรับขึ้นราคาสินค้าก็พบว่าปุ๋ยที่เคยซื้อกระสอบละ&nbsp;700-800&nbsp;บาท&nbsp;ได้ขยับตัวขึ้นไปอยู่ที่กระสอบละ&nbsp;1,200-1,300&nbsp;บาท&nbsp;หากรวมกับค่าเมล็ดพันธ์และค่าแรงแล้ว&nbsp;ถือว่าตอนนี้อยู่ไม่ได้&nbsp;อยากจะวอนให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126153912730"],
    [676,"เกษตรอำเภอเบตงเยี่ยม เกษตรรุ่นใหม่  Young Smart Farmer ที่พร้อมพัฒนากิจการเกษตรตลอดจนเศรษฐกิจของชุมชนให้ดีขึ้น ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล 4.0","<p><strong>นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;นายศักดิ์ศรี&nbsp;สง่าราศรี&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยได้แลกเปลี่ยนความรู้&nbsp;และความคิดเห็นในการใช้สารกำจัดศัตรูพืชเพื่อกำจัดโรคและแมลงต่างๆ&nbsp;ในไม้ผล&nbsp;รวมไปถึงการบำรุง&nbsp;ดูแลรักษาต้นให้แข็งแรง&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;หรือเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;ได้เข้ามามีบทบาทในกระบวนการพัฒนากิจการเกษตรตลอดจนเศรษฐกิจของชุมชนให้ดีขึ้น&nbsp;เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเกษตรกรทุกรุ่น&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สำหรับโครงการ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ได้มีเกษตรกรรุ่นใหม่สนใจและเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก&nbsp;และเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;ได้มีเครือข่ายระดับจังหวัด&nbsp;ระดับเขต&nbsp;จนถึงระดับประเทศ&nbsp;เป็นโครงการอบรมเกษตรที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่สนใจอาชีพเกษตรกร&nbsp;บุคคลที่เข้ารับการอบรมจากโครงการอบรมเกษตร&nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;นอกจากได้รับความรู้เกี่ยวเรื่องเกษตรกรรมขั้นพื้นฐานแล้ว&nbsp;ยังเน้นให้ลงมือปฏิบัติจริง&nbsp;โดยให้คนรุ่นใหม่ให้ดึงศักยภาพของตนเอง&nbsp;ในเชิงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์&nbsp;กล้าคิดและกล้าลงมือทำ&nbsp;นำมาปฏิบัติใช้กับอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและการทำเกษตรกรรมยุคใหม่&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่จะต้องสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และมูลค่าให้กับผลผลิตและการตลาด</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>&nbsp;โครงการอบรมเกษตร&nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;ยังส่งเสริมการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ในการแลกเปลี่ยนความรู้&nbsp;การสร้างเครือข่าย&nbsp;หรือ&nbsp;Connection&nbsp;สามารถขยายเครือข่าย&nbsp;และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรกรรมให้เติบโต&nbsp;และมีความแข็งแกร่ง&nbsp;ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล&nbsp;4.0&nbsp;ที่สำคัญเกษตรกรรุ่นใหม่จะต้องรู้จักวิธีบริหารที่สามารถต่อยอดเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;ริเริ่มธุรกิจ&nbsp;startup&nbsp;เกี่ยวกับเกษตรกรรมได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126152013718"],
    [677,"เบื้องต้นสามารถกำจัดปริมาณคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลระยองได้แล้วร้อยละ 80 ขณะที่ บริษัทน้ำมันฯ แจ้งตัวเลขน้ำมันรั่วไหลประมาณ 160,000 ลิตร","<p><strong>เบื้องต้นสามารถกำจัดปริมาณคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลจังหวัดระยองได้แล้วร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ขณะที่&nbsp;บริษัทน้ำมันฯ&nbsp;แจ้งตัวเลขน้ำมันรั่วไหลประมาณ&nbsp;160,000&nbsp;ลิตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุท่อน้ำมันใต้ทะเลระยองรั่วไหลใต้ทะเลพื้นที่&nbsp;ต.มาบตาพุด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยองว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;และ&nbsp;ศรชล.&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;ติดตามสถานการณ์เร่งด่วน&nbsp;โดย&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้แจ้งข้อมูลได้รั่วไหลของน้ำมันดิบลงทะเลอยู่ที่&nbsp;128&nbsp;ตัน&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;160,000&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยใช้สารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;ในกำจัดปริมาณคราบน้ำมันให้ย่อยสลายไปแล้วร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ยังคงเหลือคราบน้ำมันอีกประมาณ&nbsp;21&nbsp;ตัน&nbsp;ภาพรวมสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วและจะไม่มีการพัดคราบน้ำมันเข้าหาฝั่ง&nbsp;เบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทช.&nbsp;จะส่งนักวิชาการตรวจประเมินผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป&nbsp;หากมีผลกระทบตกค้างสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126153510727"],
    [678,"จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอความร่วมมืองดเว้นการเผาในที่โล่งและพื้นที่การเกษตร เพื่อลด PM 2.5","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอัครพงษ์&nbsp;เขียวแจ่ม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายสภาวะอากาศและผลกระทบต่อการสะสมของฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ในห้วงวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;กุมาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;ถึงน้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;ไม่ให้ปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;และเนื่องจากวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชการเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;มีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หน่วยงานราชการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;งดการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;และเผาเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำการเกษตร&nbsp;เผาหญ้า&nbsp;เผาไร่อ้อย&nbsp;เผาฟาง&nbsp;หรือเผาขยะ&nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดควัน&nbsp;ฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เป็นปัญหาอุปสรรคในการเดินทาง&nbsp;ทำให้เกิดควันปิดบังเส้นทางต่างได้</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126154836738"],
    [679,"สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของสหกรณ์การเกษตรควนโดน จำกัด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอควนโดน</strong>&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายถาวรศักดิ์&nbsp;รัตนชูศรี&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ของสหกรณ์การเกษตรควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สหกรณ์&nbsp;และผู้แทนสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดสตูล&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายวินิช&nbsp;ตาเดอิน&nbsp;ประธานกรรมการดำเนินการในนามของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรควนโดน&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ได้ชี้แจงรายละเอียดงบการเงินซึ่งทำให้ทราบว่าสหกรณ์ได้พัฒนามาเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;จนมีทุนหมุนเวียน&nbsp;279&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;1,213&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีกำไรสุทธิประจำปี&nbsp;9,485,426.55&nbsp;บาท&nbsp;และสามารถให้บริการด้านการจำหน่ายสิ้นค้า&nbsp;เงินฝากและสิ้นเชื่อเพื่อการเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นการอำนวยประโยชน์ให้แก่สมาชิกสหกรณ์&nbsp;และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับงบการเงินของสหกรณ์&nbsp;เพื่อให้สมาชิกของสหกรณ์ได้เข้าใจ&nbsp;และรับทราบถึงฐานะทางการเงิน&nbsp;และผลการดำเนินงานของสหกรณ์ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ในส่วนของสหกรณ์จังหวัดได้เข้าไปดูแลและส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;รวมถึงมีนโยบายส่งเสริมตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการเกษตรแปลงใหญ่และเกษตรอินทรีย์&nbsp;แต่นโยบายทั้งหมดต้องผ่านสหกรณ์ในพื้นที่เพื่อเป้าหมายของสมาชิกและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;และการเข้าประชุมของสมาชิกทำให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปี&nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสหกรณ์และความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้เป็นสหกรณ์มีความเข็มแข็งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126161759771"],
    [680,"ปศุสัตว์จังหวัดตรังส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่อำเภอห้วยยอด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565)&nbsp;นายสุรจิต&nbsp;วิชชุวรรณ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่&nbsp;ตำบลห้วยนาง&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในพื้นที่ตำบลห้วยนาง&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เลี้ยงสุกรรวม&nbsp;155&nbsp;ตัว&nbsp;มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกตัว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำ&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสุกร</strong>&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมป้องกันโรค&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคของจังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126163937788"],
    [681,"เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง   ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่อำเภอห้วยยอด เพื่อเฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรค การดูแลสุขภาพสัตว์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสุรจิต&nbsp;วิชชุวรรณ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่&nbsp;ตำบลห้วยนาง&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในพื้นที่ตำบลห้วยนาง&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เลี้ยงสุกรรวม&nbsp;155&nbsp;ตัว&nbsp;มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกตัว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำ&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสุกร&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมป้องกันโรค&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคของจังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126165232797"],
    [682,"จังหวัดบุรีรัมย์ เฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และโรคระบาดอื่นๆในสัตว์ พร้อมเร่งทำความเข้าใจให้เกษตรกรปรับปรุงฟาร์ม คอกสุกร และเร่งจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายอนุพงศ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์ในสุกร&nbsp;โรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;และโรคไข้หวัดนกและมาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกันโรคในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากรณีที่เนื้อสุกรชำแหละมีราคาสูง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายอภิชาต&nbsp;สุวรรณชัยรบ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>พร้อมด้วยปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;นายอภิชาต&nbsp;สุวรรณชัยรบ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โรคระบาดในสุกร&nbsp;สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;ทำให้สุกรที่ติดเชื้อ&nbsp;ตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;ยังไม่มีวัคซีนและวิธีรักษาที่จำเพาะ&nbsp;ไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;เชื้อยู่ในสิ่งแวดล้อมหรือซากสัตว์&nbsp;อาหารแปรรูปจากเนื้อสุกรที่ติดเชื้อได้นานหลายเดือน&nbsp;ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;หากได้รับรายงานว่ามีสุกรพื้นที่ไหนมีอาการป่วยคล้ายโรค&nbsp;ASF&nbsp;หรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ&nbsp;ก็จะเข้าไปทำลายเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดทันที&nbsp;และให้เกษตรรายนั้นงดเลี้ยงสุกรออกไปก่อน&nbsp;มีเกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน&nbsp;408&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;มูลค่าที่ต้องจ่ายเป็นเงินชดเชยเป็นเงิน&nbsp;42&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดำเนินการจ่ายให้เกษตรกรไปแล้วจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และจะทยอยจ่ายให้เกษตรกรตามที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้มีการให้ความรู้แก่เกษตรรายย่อยในการดูแลสุกร</strong>โดยปฏิบัติตามระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;การทำความสะอาดบุคคล&nbsp;ยานพาหะ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;รองเท้า&nbsp;เพื่อฆ่าเชื้อก่อนเข้าออกโรงเรือน&nbsp;คอกสุกร&nbsp;หมั่นทำความสะอาดโรงเรือนหรือคอกสุกรตามตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่&nbsp;ใช้ตาข่ายคลุมคอกสุกรป้องกันแมลงพาหะ&nbsp;เข้มงวดบุคคลภายนอกเข้าออกหรือเข้าใกล้คอกสุกร&nbsp;และงดการใช้เศษอาหารจากครัวเรือนเลี้ยงสุกร&nbsp;ส่วนโรคพิษสุนัขบ้าและโรคไข้หวัดนก&nbsp;ยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายอนุพงศ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>ได้เน้นย้ำให้ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจจำนวนผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;&nbsp;จำนวนสุกร&nbsp;ตรวจสอบฟาร์ม&nbsp;ให้ขึ้นทะเบียนทั้งหมด&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำการป้องกันโรค&nbsp;การปรับปรุงฟาร์มหรือโรงเรือนเลี้ยงสุกรให้เป็นมาตรฐานให้แก่เกษตรกร&nbsp;ควบคุมเข้มงวดกวดขันการขนย้ายสัตว์&nbsp;ตรวจสอบห้องเย็น&nbsp;สถานที่จำหน่ายในพื้นที่&nbsp;ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดด้านอาหารปลอดภัย&nbsp;รวมถึงการชดเชยให้เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ดำรง&nbsp;โค่นถอน&nbsp;ส.ปชส.บุรีรัมย์&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126165738801"],
    [683,"จังหวัดสระบุรีเข้มงวดสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมตะแบกนา&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;ประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็กในจังหวัดสระบุรี&nbsp;ซึ่งจังหวัดได้ตั้งคณะทำงานขึ้น&nbsp;มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นหัวหน้าคณะทำงาน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงาน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี&nbsp;และหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี&nbsp;เป็นคณะทำงานและเลขานุการ&nbsp;และได้จัดทำแผนเผชิญเหตุสถานการณืไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;5&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่ป่าสงวน/ป่าอนุรักษ์&nbsp;พื้นที่การเกษตรพื้นที่ชุมชน&nbsp;เมือง&nbsp;พื้นที่ประกอบอุตสาหกรรม&nbsp;พื้นที่ริมทาง&nbsp;และดำเนินการ&nbsp;5&nbsp;มาตรการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การบัญชาการเหตุการณ์&nbsp;การสร้างความตระหนักประชาสัมพันธ์ห้ามเผาป่าวัสดุการเกษตร&nbsp;การลดปัญหาเชื้อเพลิงจัดแนวกันไฟควบคุมการเผา&nbsp;การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง&nbsp;บูรณาการทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนมาตรการป้องกัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดสระบุรี&nbsp;มักจะประสบปัญหาการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;</strong>และ&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5,&nbsp;PM10)&nbsp;โดยจะมีความรุนแรง&nbsp;และมีค่าสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานในช่วงปลายฤดูหนาวของทุกปี&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศในจังหวัดสระบุรีของศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;พบว่า&nbsp;ในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;และ&nbsp;PM10&nbsp;เกินมาตรฐานเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ติดต่อกันหลายวันซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยสาเหตุหลักของฝุ่นละอองที่กระจายตัวอยู่ในบรรยากาศของพื้นที่มาจากยานพาหนะ&nbsp;การเผาในที่โล่ง&nbsp;พื้นที่ป่า&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;การก่อสร้างภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ตลอดจนภาคครัวเรือน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในการประชุมครั้งนี้ได้เน้นให้เข้มงวดในเรื่องมาตรการกฎหมาย</strong>&nbsp;โดยผู้ที่ทำการเผาจะมีความผิดทางกฎหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงใหม้แก่วัตถุใดๆ&nbsp;แม้เป็นของตนเองจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปีและปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อสั่งห้ามแล้วยังเผาต่อ&nbsp;มาตรา&nbsp;74&nbsp;ผู้ใดไม่เจอปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้ท้องถิ่นตามมาตรา&nbsp;21&nbsp;มาตรา&nbsp;22&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคหนึ่งหรือมาตรา&nbsp;28&nbsp;วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม&nbsp;หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ&nbsp;ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126180947839"],
    [684,"เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรีจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;ZOOM&nbsp;Meeting&nbsp;เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานในหน้าที่สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;อาทิ&nbsp;การจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่มาจดทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;832&nbsp;แห่ง&nbsp;วิสาหกิจชุมชนของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;719&nbsp;แห่ง&nbsp;มีรายได้จากการดำเนินกิจการ&nbsp;รวม&nbsp;64,104,285&nbsp;บาท&nbsp;และผลการประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้น&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนตามเป้าหมายการพัฒนา&nbsp;การแต่งตั้งคณะทำงานประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และกำหนดแผนการประกวดวิสาหกิจชุชนดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126185210858"],
    [685,"เจ้าของฟาร์มจระเข้ ใน อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ปรับตัวช่วงโควิด หันมาชำแหละเนื้อจระเข้ขายในช่วงหมูแพง","<p><strong>เกษตรกรผู้เลี้ยงจระเข้&nbsp;ในจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ปรับกลยุทธ์การ</strong>ขายหันมาชำแหละเนื้อจรเข้ขาย&nbsp;หลังโควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการส่งออก&nbsp;ประกอบกับช่วงหมูแพง&nbsp;คนสนใจหันมาบริโภคแทนเนื้อหมู&nbsp;เนื่องจากราคาถูกและรสชาติอร่อยถูกปาก</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;พร้อมด้วยปศุสัตว์</strong>&nbsp;ประมง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมฟาร์มเลี้ยงจระเข้&nbsp;ป.ปริญญา&nbsp;ของนายปริญญา&nbsp;ขวามาตร&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ใหม่นาเพียง&nbsp;อำเภอแวงใหญ่&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;หลังจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งออกจระเข้ไปยังต่างประเทศได้&nbsp;ประกอบกับในช่วงนี้เนื้อหมูมีราคาแพง&nbsp;ทางฟาร์มจึงหันมาชำแหละเนื้อจระเข้ขายในราคาถูก</p><p><strong>นายปริญญา&nbsp;ขวามาตร&nbsp;เจ้าของฟาร์มจระเข้&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จุดเริ่มต้นในการเลี้ยงจระเข้&nbsp;นั้น&nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก&nbsp;เพราะจระเข้เป็นสัตว์เศรษฐกิจ&nbsp;โดยจระเข้ที่ฟาร์มส่วนใหญ่เมื่ออายุระหว่า&nbsp;3-4&nbsp;ปี&nbsp;จะส่งขายไปยังต่างประเทศ&nbsp;เพราะต้องใช้หนังในการผลิตสินค้า&nbsp;เฉลี่ยราคาอยู่ที่ตัวละ&nbsp;5,500-10,000&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาด&nbsp;แต่หลังจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้การส่งออกเป็นปัญหา&nbsp;ไม่สามารถส่งจระเข้ออกไปขายยังต่างประเทศได้&nbsp;ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าอาหารจระเข้ที่มีอยู่กว่า&nbsp;1,500&nbsp;ตัว&nbsp;เดือนละกว่าแสนบาท&nbsp;จึงหาวิธีที่จะขายจระเข้ที่ฟาร์มออก&nbsp;เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;ด้วยการจำหน่ายจระเข้ให้กับชาวบ้านที่สนใจนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพ&nbsp;โดยจระเข้&nbsp;อายุ&nbsp;1-2&nbsp;ปี&nbsp;ขายตัวละ&nbsp;2,500&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ส่วนจระเข้อายุ&nbsp;3-4&nbsp;ปี&nbsp;ก็ชำแหละขายเนื้อและชิ้นส่วน&nbsp;ราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ถึง&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;หรือขายแบบทั้งตัว&nbsp;โดยในช่วงที่เนื้อหมูมีราคาแพง&nbsp;ชาวบ้านได้นิยมหันมาบริโภคเนื้อจระเข้มากขึ้น&nbsp;เพราะเนื้อจระเข้เองก็มีสรรพคุณในการดูแลสุขภาพด้วย&nbsp;โดยเมนูที่นิยมนำไปประกอบอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อจระเข้ผัดเผ็ด&nbsp;ปิ้ง&nbsp;ย่าง&nbsp;จิ้มแจ่ว&nbsp;ซึ่งมีรสชาติหอมไม่มีกลิ่นสาป&nbsp;หรือเหม็นคาว&nbsp;เหมือนเนื้อหมูหรือไก่&nbsp;เนื้อนุ่ม&nbsp;ไม่เหนียว&nbsp;จึงเหมาะกับผู้บริโภคทุกช่วงวัย</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่สนใจ&nbsp;สามารถเยี่ยมชมฟาร์มจระเข้ที่บ้านใหม่นาเพียง&nbsp;อ.&nbsp;แวงใหญ่</strong>&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งเป็นฟาร์มเปิด&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หรือผู้ประกอบการรายอื่นสามารถเข้ามาเยี่ยมชม&nbsp;หรือศึกษาดูงานได้&nbsp;ส่วนผู้ที่สนใจจะซื้อเนื้อจระเข้ไปรับประทาน&nbsp;ต้องโทรมาแจ้งล่วงหน้าก่อน&nbsp;เพราะการซื้อขายต้องขออนุญาตกรมประมง&nbsp;เนื่องจากจระเข้&nbsp;เป็นสัตว์คุ้มครอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126171536806"],
    [686,"จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (War room) ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;</strong>ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง&nbsp;และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง&nbsp;และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงได้ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างร่งด่วน</p><p><strong>จากสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</strong>&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(&nbsp;African&nbsp;swine&nbsp;fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;เป็นโรคไวรัสที่ติดต่อร้ายแรงในสัตว์ตระกูลสุกร&nbsp;มีการแพร่กระจายในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก&nbsp;เป็นโรคที่ไม่ติดต่อระหว่างสัตว์และคน&nbsp;แต่เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเป็นอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากเชื้อไวรัสที่ก่อโรคมีความทนทานทั้งที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม&nbsp;และผลิตภัณฑ์จากสุกร&nbsp;จึงกำจัดโรคออกจากประเทศที่มีการระบาดได้ยาก&nbsp;เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเกษตรกรเลี้ยงสุกร&nbsp;ประมาณ&nbsp;สองแสนกว่าตัว&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่เลี้ยงสุกรอยู่ในสาขาอาชีพจำนวน&nbsp;3,500&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ที่ผ่านมาสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พบว่าสุกรที่ตาย&nbsp;ส่งพิสูจน์แล้วปรากฏว่าไม่ได้เป็นโรค&nbsp;African&nbsp;swine&nbsp;fever&nbsp;:&nbsp;ASF&nbsp;เป็นโรคอื่นที่ทำให้หมูล้มป่วยตายเรียกว่าโรคเพิร์สในสุกร&nbsp;</p><p><strong>ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าไปดูแลและกำจัดในสุกรเหล่านี้จำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ทางจังหวัดได้ชดเชยเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู&nbsp;จำนวนเงินประมาณ&nbsp;8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังหรือ&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;การประชุมนัดแรกก็มีหลายภาคส่วน&nbsp;ทั้งหน่วยงานปศุสัตว์&nbsp;หน่วยงานฝ่ายวิชาการ&nbsp;ในการพิสูจน์ซากของโรคเป็นศูนย์วิจัยอำเภอทุ่งสง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีหน่วยงานทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;ป้องกันบรรเทาสาธารภัยจังหวัด</strong>&nbsp;และอีกหลายหน่วยงานร่วมเป็นคณะกรรมการ&nbsp;สำหรับวันนี้มีคณะกรรมการเพิ่มขึ้น&nbsp;อาทิหน่วยงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;11&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;แต่ละหน่วยก็จะมีภารหน้าที่&nbsp;มีงบประมาณ&nbsp;เครื่อง&nbsp;และบุคลากรที่จะเตรียมพร้อมการเฝ้าระวัง&nbsp;ถ้ากรณีที่มีการระบาดเกิดเหตุในลักษณะปัจจุบันทันด่วน&nbsp;เป็นโรค&nbsp;ASF&nbsp;และในขณะนี้ยังไม่พบโรค&nbsp;ASF&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในการประชุมในครั้งนี้กรมปศุสัตว์ได้ออกในเรื่อองค์ความรู้&nbsp;วิธีปฏิบัติ</strong>&nbsp;สำหรับการเฝ้าระวังโรค&nbsp;ASF&nbsp;อย่างไรก็ตามทางจังหวัดจะทำการสื่อสารที่งายขึ้นและจัดทำเป็นข้อความสื่อสารเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;และสามารถแจ้งปัญหาได้ที่อาสาปศุสัตว์ในพื้นที่หรือแจ้งผ่านกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หรือศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;1567.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126172456808"],
    [687,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ออกประชาสัมพันธ์รับสมัครเกษตรกร เข้าร่วมโครงการ บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม","<p><strong>ศูนย์หม่อนไหมฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ออกประชาสัมพันธ์รับสมัครเกษตรกร&nbsp;</strong>เข้าร่วมโครงการ&nbsp;บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;(Zoning&nbsp;by&nbsp;AGri-Map)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เวียงเก่า&nbsp;และ&nbsp;อ.สีชมพู&nbsp;จ.ขอนแก่น</p><p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดีผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ</strong>&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาววีราภรณ์&nbsp;อินทรักษ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายทินกร&nbsp;สุ่มมาตย์&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;ออกประชาสัมพันธ์รับสมัครเกษตรกร&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;(Zoning&nbsp;by&nbsp;AGri-Map)&nbsp;ประจำปี&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;อำเภอเวียงเก่า&nbsp;และ&nbsp;อำเภอสีชมพู&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>โดยมีเกษตรกรที่สนใจ&nbsp;เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม</strong>&nbsp;(Zoning&nbsp;by&nbsp;AGri-Map)&nbsp;มาร่วมรับฟัง&nbsp;ข้อมูล&nbsp;เพื่อประกอบการตัดสินใจจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ติดตามเยี่ยมเยียนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;(5&nbsp;ประสาน&nbsp;สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ถวายในหลวง)&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126182840849"],
    [688,"สามารถกำจัดคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยองได้ทั้งหมดแล้วประมาณ 160,000 ลิตร ด้วยการใช้สารเคมี Dispersant มาขจัดคราบน้ำมันให้ย่อยสลาย ขณะที่บริษัทน้ำมันฯต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด","<p><strong>สามารถกำจัดคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยองได้ทั้งหมดแล้ว&nbsp;128&nbsp;ตัน&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;160,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ด้วยการใช้สารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;กว่า&nbsp;40,000&nbsp;ลิตร&nbsp;มาขจัดคราบน้ำมันให้ย่อยสลาย&nbsp;ขณะที่บริษัทน้ำมันฯต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ภาพรวมการกำจัดคราบน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ของ&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้อนุญาตให้นำสารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;40,000&nbsp;ลิตร&nbsp;มาใช้ขจัดคราบน้ำมันให้เกิดการแตกตัวแล้วย่อยสลายตามเวลา&nbsp;โดยสามารถกำจัดได้ทั้งหมดแล้ว&nbsp;128&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังและติดตามผลหลังฉีดสารเคมีกำจัดดังกล่าวจะมีคราบน้ำมันตกค้างหรือไม่&nbsp;โดยเฉพาะคราบน้ำมันเล็กๆที่กระจายตัวในทะเล&nbsp;หากถูกกระแสลมหรือคลื่นลมทะเลพัดพาเข้าชายฝั่งที่มีประชาชนอาศัยอยู่จะได้แจ้งเตือนประชาชนและให้เจ้าหน้าที่เข้าไปกำจัดต่อไป&nbsp;ถือว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว&nbsp;โดยจะไม่กระทบต่อชายหาดต่างๆที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้&nbsp;และส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลน้อยลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการได้นั่งเรือเข้าไปสำรวจจุดเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลพบมีปริมาณน้ำมันดิบรั่วไหลจริง&nbsp;128&nbsp;ตัน&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;160,000&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยบริษัทฯได้สำรวจตรวจสอบจากท่อน้ำมันที่รั่วไหล&nbsp;และไม่พบมีรอยหรือรูรั่วเพิ่มเติม&nbsp;แต่จำเป็นต้องตรวจสอบการปรับปรุงซ่อมบำรุงท่อน้ำมันเป็นไปตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาของรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;(อีไอเอ)&nbsp;หรือไม่&nbsp;ที่สำคัญบริษัทฯต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;ทั้งทางแพ่ง&nbsp;ทางอาญา&nbsp;ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;และค่าใช้จ่ายต่างๆที่ภาครัฐได้ใช้ดำเนินการแก้ปัญหาทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ยังได้ตั้งวอร์รูมบริเวณการนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;มาบตาพุด&nbsp;เพื่อติดตามควบคุมการใช้สารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;มาขจัดปริมาณคราบน้ำมันให้ย่อยสลายเป็นไปตามแผนงานหรือไม่&nbsp;โดยวันพรุ่งนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจจุดเกิดเหตุน้ำมันรั่วอีกครั้งว่าสารเคมีขจัดคราบน้ำมันได้ผลมากน้อยแค่ไหน&nbsp;</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126172630809"],
    [689,"วช.นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามดูผลสำเร็จการแปรรูปขยะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับทดแทนการใช้น้ำมันเชิงพาณิชย์ โดยใช้ขยะพลาสติกที่ได้จากขยะมูลฝอยชุมชนเป็นวัตถุดิบ ณ ศูนย์สาธิตการจัดการขยะและของเสียอันตรายแบบครบวงจร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;วช.นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามดูผลสำเร็จการแปรรูปขยะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับทดแทนการใช้น้ำมันเชิงพาณิชย์ โดยใช้ขยะพลาสติกที่ได้จากขยะมูลฝอยชุมชนเป็นวัตถุดิบ ณ ศูนย์สาธิตการจัดการขยะและของเสียอันตรายแบบครบวงจร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะหัวหน้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปพลาสติกจากขยะชุมชนเป็นน้ำมันสำหรับทดแทนการใช้น้ำมันเชิงพาณิชย์ กล่าวภายหลังนำคณะเจ้าหน้าที่ วช.และ สื่อมวลชน เยี่ยมชมโรงจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) และโรงงานแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ว่า งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการแปรรูปพลาสติกเป็นน้ำมันจากกระบวนการไพโรไลซิส ระดับต้นแบบ จากการใช้เชื้อเพลิงขยะในชุมชนเป็นวัตถุดิบ โดยมีแนวคิดการจัดการขยะตามแนวทางของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างครบวงจร เป็นการจัดการขยะมูลฝอยให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าของขยะมูลฝอย โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช.เพื่อปรับปรุงระบบเดิม ซึ่งเป็นโรงงานต้นแบบ ขนาดกำลังการผลิตน้ำมันไพโรไลซิส 4,000 ลิตรต่อวัน จากปริมาณขยะพลาสติกประมาณ 4 ตัน และลดต้นทุนการแปรรูปน้ำมัน เริ่มตั้งแต่การคัดแยกขยะพลาสติกออกจากขยะชุมชน โดยใช้เทคนิคการบำบัดขยะเชิงกลและชีวภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (SUT-MBT) ที่พัฒนาขึ้น จนได้ขยะพลาสติกที่มีความชื้นต่ำสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นน้ำมันดิบได้ พร้อมย้ำว่า น้ำมันที่ผลิตได้นั้น ด้วยที่ออกแบบระบบ มีเป้าหมายจะแปรรูปน้ำมันจากขยะพลาสติก นำมาหมุนเวียนในการกำจัดขยะติดเชื้อได้ และโมเดลนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายพื้นที่</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ น้ำมันไพโรไลซิสที่กลั่นแยกได้ มีคุณสมบัติเทียบเคียงกับน้ำมันเชิงพาณิชย์เป็นต้นแบบและถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันดีเซล ในเตาเผาของโรงกำจัดขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยทั้งหมดอย่างครบวงจร ตามแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ</span></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126191135868"],
    [690,"ม.บูรพา ระดมนักวิจัยวางแผนช่วยเหลือเหตุการณ์ท่อน้ำมันดิบใต้ทะเลในนิคมมาบตาพุด รั่วไหล","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">ม.บูรพา ระดมนักวิจัยวางแผนช่วยเหลือเหตุการณ์ท่อน้ำมันดิบใต้ทะเลในนิคมมาบตาพุด รั่วไหล</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายบัลลังก์ เนื่องแสง ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงกรณีท่อน้ำมันดิบใต้ทะเลในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด รั่วไหล โดยมหาวิทยาลัยบูรพา ในฐานะสถาบันการศึกษาในภาคตะวันออกที่ให้บริการด้านวิชาการ พร้อมส่งนักวิจัย เข้าสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและช่วยเหลือในสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;</span></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126191243872"],
    [691,"จ.สมุทรปราการจัดงานพรรณไม้งามและมหกรรมสินค้าเกษตรสร้างสรรค์","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จัดงาน&nbsp;พรรณไม้งามและมหกรรมสินค้าเกษตรสร้างสรรค์&nbsp;เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไม้ประดับ&nbsp;พันธุ์ไม้เด่น&nbsp;และสินค้าเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ให้เป็นที่รูจักของประชาชนมากยิ่งขึ้น</strong></p><p><br></p><p><strong>นายชัยพจน์&nbsp;จรูญพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;พรรณไม้งามและมหกรรมสินค้าเกษตรสร้างสรรค์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณลานหน้าห้างโลตัส&nbsp;ศรีนครินทร์&nbsp;ตำบลเทพารักษ์&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ภายในงาน&nbsp;มีการจัดแสดงนิทรรศการไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;พันธุ์ไม้เด่นในจังหวัด&nbsp;การจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดสมุทรปราการ</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นแหล่งผลิตไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;โกสน&nbsp;หมากผู้หมากเมีย&nbsp;และหมากแดง&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดสมุทรปราการหลายล้านบาทต่อปี&nbsp;นอกจากนี้จังหวัดสมุทรปราการยังส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมให้เกษตรกรได้รวมกลุ่ม&nbsp;เป็นกลุ่มส่งเสริมอาชีพ&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เพื่อแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่จำหน่ายเป็นรายได้ของครัวเรือนและชุมชน&nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไม้ดอก&nbsp;ไม้ประดับ&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ให้เป็นที่รูจักของประชาชนมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงาน&nbsp;พรรณไม้งามและมหกรรมสินค้าเกษตรสร้างสรรค์</strong>&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์&nbsp;ไม้ดอกไม้&nbsp;ประดับ&nbsp;พันธุ์ไม้เด่นในจังหวัดสมุทรปราการให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปรับทราบการใช้ประโยชน์จากไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดในชีวิตประจำวันและเทศกาลต่างๆ&nbsp;ตลอดจนเป็นการเพิ่มช่องการตลาดของสินค้าเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126195358892"],
    [692,"สคทช. เดินหน้ายกระดับการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชน?ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา เพื่อให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งสามารถบริหารจัดการโดยชุมชนได้อย่างสมดุล","<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;เดินหน้ายกระดับการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชน?ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา&nbsp;เพื่อให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งสามารถบริหารจัดการโดยชุมชนได้อย่างสมดุล</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;จะยกระดับการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชน?ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา&nbsp;ตําบลแม่ทา?&nbsp;อําเภอแม่ออน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ด้วยการปรับเปลี่ยนให้ผู้ขอใช้ประโยชน์การอยู่อาศัยและทำกินในป่าสงวนแห่งชาติจากผู้ว่าราชการจังหวัด?เป็นสหกรณ์?&nbsp;ในพื้นที่ดําเนินการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบาย&nbsp;คทช.?&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขแนวทางปฏิบัติของกรมป่าไม้&nbsp;มาตรา&nbsp;16&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;และเป็นไปตามแนว?ทางการประเมินความเข้มแข็ง?ในการบริหาร?จัดการ?ของสหกรณ์?&nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์?&nbsp;และเสนอผ่าน&nbsp;คทช.จังหวัด&nbsp;ให้ความเห็นชอบการขอเปลี่ยนผู้ขอใช้ประโยชน์&nbsp;แล้วเสนอไปยังกรมป่าไม้ดําเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง?ต่อไป&nbsp;เพื่อให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งสามารถบริหารจัดการโดยชุมชนได้&nbsp;และทําให้การบริหารจัดการที่ดินของชุมชนเกิดความยั่งยืน?&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จที่&nbsp;คทช.&nbsp;ให้ความสำคัญเรื่องคนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน?&nbsp;ด้วยการขับเคลื่อนส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&nbsp;มีการรวมกลุ่มของชุมชนที่เข้มแข็งในรูปของสหกรณ์เพื่อพัฒนาชุมชนสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;สามารถพึ่งตนเองได้และนําไปสู่การบริหารจัดการที่ดินที่ยั่งยืนของชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสง่า&nbsp;อติถะ&nbsp;ชาวบ้านแม่ทา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รู้สึกดีใจที่&nbsp;คทช&nbsp;มาจัดสรรที่ดินทำกินให้&nbsp;เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต&nbsp;และได้รับการสนับสนุนส่งเสริมต่างๆในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดการน้ำหรือระบบชลประทาน&nbsp;การปลูกไม้เศรฐกิจในพื้นที่&nbsp;คทช.&nbsp;ส่วน&nbsp;นางบัวใส&nbsp;กันทดา&nbsp;สมาชิกกลุ่มสหกรณ์บ้านแม่ทา&nbsp;ได้รับที่ดินจาก&nbsp;คทช.&nbsp;และทำกินบนที่ดินกว่า&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้แบ่งการปลูกเป็นพืชผักอินทรีย์&nbsp;จนปัจจุบันลูกสาวกลับมาช่วยขายสินค้าทางการเกษตรแบบออนไลน์และนำผลผลิตเกษตรอินทรีย์ที่ไร่ไปเปิดร้านขายส้มตำและขายสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพื้นที่ตําบลแม่ทา&nbsp;ในอดีตได้ดําเนินงานเรื่องการจัดการทรัพยากร&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ป่า&nbsp;โดยองค์กรชุมชนมาตลอด&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์&nbsp;โดยเฉพาะการจัดการชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จากนั้นตําบลแม่ทาได้เสนอพื้นที่เข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(คทช.)&nbsp;จนสามารถดําเนินการจัดที่ดินทํากินให้ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;(Phase&nbsp;I)&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จึงเป็นพื้นที่แรกของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย?&nbsp;พร้อมได้รับหนังสืออนุญาตเข้าทําประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา?เมื่อปี&nbsp;2558</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126181017840"],
    [693,"กรมชลประทาน เร่งสร้างประตูระบายน้ำ 4 แห่งเสร็จภายในปี 65-66 แก้แล้งลุ่มน้ำยมตอนล่าง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายชูชาติ&nbsp;รักจิตร&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;4&nbsp;โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร&nbsp;พร้อมเร่งรัดงานให้แล้วเสร็จตามแผน&nbsp;หวังเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำในแม่น้ำยม&nbsp;บรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่อย่างยั่งยืน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สภาพพื้นท่ีตอนล่างของลุ่มน้ำยม&nbsp;ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จึงวางแผนดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำตลอดช่วงแม่น้ำยม&nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงแล้ง&nbsp;และทำหน้าที่หน่วงชะลอน้ำเพื่อผันน้ำเข้าทุ่ง&nbsp;หรือแก้มลิงในช่วงน้ำหลาก&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปัจจุบันกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โครงการประตูระบายน้ำแล้ว&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตำบลท่านางงาม&nbsp;อำเภอบางระกำ&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;มีลักษณะเป็นประตูระบายน้ำอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดประตูเหล็กบานโค้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;บาน&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;7&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ลบ.ม.)&nbsp;ระยะเวลาในการก่อสร้าง&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2562&nbsp;2566)&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;จะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;51,375&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;2,568&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้สั่งการให้เร่งรัดการก่อสร้างประตูระบายน้ำให้แล้วเสร็จ&nbsp;ให้สามารถใช้บริหารจัดการน้ำได้ในปี&nbsp;2565&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยโครงการประตูระบายน้ำท่าแห</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตำบลกำแพงดิน&nbsp;อำเภอสามง่าม&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;12&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ระยะเวลาในการก่อสร้าง&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2562&nbsp;&nbsp;2567)&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;จะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;81,111&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;1,412&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;43&nbsp;ซึ่งได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำให้แล้วเสร็จ&nbsp;ให้สามารถใช้บริหารจัดการน้ำได้ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้เช่นเดียวกัน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โครงการประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตำบลไผ่ท่าโพ&nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;มีลักษณะเป็นประตูระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กบานระบายเหล็กชนิดโค้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;บาน&nbsp;ระยะเวลาในการก่อสร้าง&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2564&nbsp;&nbsp;2568)&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้&nbsp;28,868&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;16&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หากประตูระบายน้ำทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่างได้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในช่วงแล้ง&nbsp;เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126195316891"],
    [694,"ศิลปินแห่งชาติ เปิดนิทรรศการ LINES COLORS SPACES IN MEMORY \"เส้น สี ที่ว่าง ในสัญญา\" ซึ่งเป็นผลงานโครงการวิจัย โดย ผศ.สุดวดี สุวรรณ อาจารย์สาขาวิชาหัตถศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง จัดแสดงให้ชมฟรีระหว่าง 25 - 30 มกราคม ณ อาคารพิพิธภัณฑ์เพาะช่าง","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;ศิลปินแห่งชาติ เปิดนิทรรศการ LINES COLORS SPACES IN MEMORY \"เส้น สี ที่ว่าง ในสัญญา\" ซึ่งเป็นผลงานโครงการวิจัย โดย ผศ.สุดวดี สุวรรณ อาจารย์สาขาวิชาหัตถศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง จัดแสดงให้ชมฟรีระหว่าง 25 - 30 มกราคม ณ อาคารพิพิธภัณฑ์เพาะช่างเฉลิมพระเกียรติ วิทยาลัยเพาะช่าง</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ LINES COLORS SPACES IN MEMORY \"เส้น สี ที่ว่าง ในสัญญา\" ซึ่งเป็นผลงานโครงการวิจัย โดย ผศ.สุดวดี สุวรรณ อาจารย์สาขาวิชาหัตถศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง พร้อมเล่าถึงที่มาของผลงานนี้ด้วยว่า เป็นการสร้างสรรค์จากโครงการดุษฎีนิพนธ์ เรื่อง \"สุรศักดิ์ เจริญวงศ์ ในสัญญาวิจักษ์ : สุนทรียะจากสํานึกแห่งสายใย\" In Appreciative Remembrance of Surasak Charoenwong: Aesthetics from an Awareness of Connection โดยงานวิจัยนี้เกิดขึ้นจากความสะเทือนใจต่อการสูญเสียบุคลากรแห่งวงวิชาการด้านศิลปกรรมไทย สุรศักดิ์ เจริญวงศ์ ในสัญญาวิจักษ์ : สุนทรียะจากสํานึกแห่งสายใย และมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวบ ศึกษา และวิเคราะห์ผลงานแบบพหุลักษณ์ของศาสตราจารย์สุรศักดิ์ เจริญวงศ์ สังเคราะห์ข้อมูลตีความจากภาษาเขียนเป็นภาษาศิลปะ บูรณาการองค์ความรู้จากผลงานของศาสตราจารย์สุรศักดิ์กับจิตวิทยาเชิงพุทธและสัญญาวิจักษ์ของผู้วิจัย สร้างมโนภาพโดยใช้ทัศนธาตุสื่อสารผสานผลงานทางทัศนศิลป์ นําเสนอสุนทรียะด้วยศิลปะสื่อผสม</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;โดยผลงานที่จัดแสดงในครั้งนี้ประกอบไปด้วย ความทรงจำสีจาง หมายเลข1 ห้วงที่ 1 แห่งรอยยิ้ม ความทรงจำระหว่างปี 2521-2554 งดงาม สนุกสนาน แม้ความทรงจำนั้นจะพร่าเลือนแต่มีสีสันชัดเจนระยิบระยับทางความรู้สึก เด่นชัดในสัญญาวิจักษ์ กำหนดโครงสร้างรูปทรงหลักจากทวีปทั้ง 4 ในมนุสสภูมิ ตามคติความเชื่อ นำกระบวนการการปักเดินเลื่อมมาสร้างความระยิบระยับบนผ้าโปร่ง ซ้อนทับกันสร้างมิติ โดยใช้รูปทรงเปิดเพื่อให้สีและที่ว่างไหลถ่ายเทภายในรูปทรง กระตุ้นชีวิตชีวาแห่งการเรียนรู้&nbsp;// ความทรงจำสีจาง หมายเลข 2 ห้วงที่ 2 ความทรงจำระหว่างปี 2554-2556 หดหู่ทรมาน แต่กลับสะท้อนสัจธรรมแห่งชีวิตอย่างชัดเจน กำหนดโครงสร้างรูปทรงหลักจากนรกภูมิ ตามคติความเชื่อ สร้างบรรยากาศขมุกขมัว สิ้นหวัง นำกระบวนการการปักเดินเลื่อมมาสร้างจุดและเส้น แสดงถึงความหวังอันริบหรี่ ประติมากรรมถูกห้อยแขวนเหนือกระจกเงาบนพื้น ผลที่ปรากฎคือการสะท้อนกันของลายเส้นและรูปทรงกลับไปกลับมาผ่านกระจกเงา เตือนสติกระตุ้นการรับรู้ เตือนว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย นั้นเป็นปรากฎการณ์แห่งทุกข์ในชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น // ความทรงจำสีจางหมายเลข 3 ห้วงที่3 ห้วงแห่งความระลึกถึง เป็นความทรงจำระหว่างปี 2556-ปัจจุบัน ระลึกถึงความสุขความทรงจำ โดยกำหนดทัศนธาตุในผลงานคือจุดและเส้นแห่งสัมพันธภาพที่เหลือเพียงรูปในกรอบผ่านเทคนิคการประดับกระจกพื้นลาย ร่วมกับการห้อยแขวนผ้าโปร่งที่กำหนดลายเส้นและรูปทรงซ้อนเหลื่อมกันด้วยการหยอดสี ประสานการร้อยลูกปัดเชื่อมองค์ประกอบตามโครงสร้างผังรูปทรงอันเกี่ยวเนื่องกับเทวภูมิแสดงสัมพันธภาพที่คงไว้ซึ่งความระลึกถึงด้วยบรรยากาศสีนวลทองสร้างความรู้สึกระยิบระยับเหมือนฝันจางๆ แสดงถึงความดีงามที่ท่านเคยสร้างไว้</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ LINES COLORS SPACES IN MEMORY \"เส้น สี ที่ว่าง ในสัญญา\" จัดแสดงให้ชมฟรีระหว่าง 25 - 30 มกราคม 2565 ณ อาคารพิพิธภัณฑ์เพาะช่างเฉลิมพระเกียรติ วิทยาลัยเพาะช่าง</span></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126191407874"],
    [695,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำทีมกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน ผลักดันส่งออกสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดแดนมังกร","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นำทีมทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการเกษตรไทย&nbsp;-&nbsp;จีน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;กับกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;จีน&nbsp;เพื่อขยายความร่วมมือและเร่งผลักดันขยายมูลค่า&nbsp;และปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรฯ&nbsp;ไทยไปจีน&nbsp;และที่ประชุมยังได้เห็นชอบโครงการความร่วมมือไทย&nbsp;&nbsp;จีน&nbsp;ใหม่อีก&nbsp;12&nbsp;โครงการ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวขอบคุณฝ่ายจีนที่สนับสนุนงบประมาณราว&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้กับฝ่ายไทย&nbsp;ผ่านกรอบความร่วมมือแม่โขง&nbsp;-&nbsp;ล้านช้าง&nbsp;โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกรอบความร่วมมือนี้&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไทย&nbsp;จีน&nbsp;และประเทศที่เชื่อมโยงเส้นทางดังกล่าว&nbsp;ในส่วนของความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;การชลประทาน&nbsp;การประมงน้ำจืดและพันธุ์ปลาและพืชน้ำ&nbsp;อันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตและการพัฒนาที่ยั่งยืน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้หารือและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในประเด็นความร่วมมือเชิงนโยบายกับฝ่ายจีน&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝ่ายชูนโยบายด้านเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;นโยบาย&nbsp;3S&nbsp;ว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหาร&nbsp;ความมั่นคงด้านเกษตรกรรมและความยั่งยืนภาคการเกษตร&nbsp;นโยบาย&nbsp;BCG&nbsp;การพัฒนาเกษตรกรอัจฉริยะ&nbsp;การขจัดปัญหาความยากจนและการพัฒนาและวิจัยวัคซีนปศุสัตว์&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมและปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะโลกในยุค&nbsp;post&nbsp;covid&nbsp;อันใกล้&nbsp;ซึ่งฝ่ายจีนเห็นด้วยกับฝ่ายไทยที่จะกำหนดประเด็นความร่วมมือในอนาคตโดยอ้างอิงจากนโยบายข้างต้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126194852889"],
    [696,"จิสด้า ใช้ภาพจากดาวเทียมตรวจสอบคราบน้ำมันรั่วไหลทะเลระยอง พบอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 16.5 กม. พร้อมติดตามทิศลมอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ภาพจากดาวเทียมตรวจสอบคราบน้ำมันรั่วไหลทะเลระยอง&nbsp;พบอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ&nbsp;16.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พร้อมติดตามทิศลมอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ภาพจากดาวเทียมตรวจสอบคราบน้ำมันกระจายกลางอ่าวไทย&nbsp;หลังท่อน้ำมันดิบใต้ทะเลบริเวณอ่าวมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;พบน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล&nbsp;หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;อยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;21.06&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;จึงใช้ภาพจากดาวเทียม&nbsp;Sentinel-2&nbsp;ของวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;เวลา&nbsp;10.40&nbsp;น.&nbsp;พบคราบน้ำมันลอยเป็นกลุ่มก้อนกลางอ่าวมาบตาพุด&nbsp;คิดเป็นพื้นที่&nbsp;7,280&nbsp;ไร่&nbsp;หรือกว่า&nbsp;2&nbsp;เท่าของเกาะเสม็ด&nbsp;โดยคราบน้ำมันดังกล่าวอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลของอำเภอเมืองระยองประมาณ&nbsp;16.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากการตรวจสอบทิศทางลมบริเวณอ่าวมาบตาพุด&nbsp;ด้วยแบบจำลอง&nbsp;Global&nbsp;Forecast&nbsp;System&nbsp;หรือ&nbsp;GFS&nbsp;พบระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;ทิศทางลมมีแนวโน้มเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ที่มีระดับความเร็วลมเฉลี่ยอยู่ในช่วง&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;เมตรต่อวินาที&nbsp;ลักษณะดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งเมืองระยอง&nbsp;ชายหาดแม่รำพึง&nbsp;และพื้นที่ชายหาดใกล้เคียง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูลจากการวิเคราะห์นี้&nbsp;จิสด้า&nbsp;จะส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้วางแผน&nbsp;ติดตาม&nbsp;และตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุต่อไป</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126183927856"],
    [697,"จังหวัดเลยจัดวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565","<p>       ที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่าย ศพก.ไร่อำภาฟาร์ม หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำหมาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) มีส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรจัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการด้านการเกษตร การลดต้นทุนการผลิตและเชื่อมโยงด้านการตลาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงที่จะดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการต่างๆ โดย มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกรมต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของเกษตรกรเพื่อพัฒนาอาชีพให้ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเข้าใจง่ายต่อการปฏิบัติ นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาคุณภาพการผลิต เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565 เพื่อสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ในการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตที่ลดลง มีรายได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นการทำการเกษตร ที่ยั่งยืนในอนาคต โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเลย บูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการด้านการเกษตร รวมไปถึงการลดต้นทุนการผลิตและเชื่อมโยงด้านการตลาด&nbsp;โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็นกลุ่มย่อยและหมุนเวียนเรียนรู้ตามสถานีต่าง ๆ จำนวน 7 สถานี ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 1 ฐานการทำบัญชีครัวเรือน (สนง.ตรวจบัญชีสหกรณ์)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 2 ฐานการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง (กรมวิชาการเกษตร)</p><p>สถานีที่ 3 ฐานการขยายพันธุ์พืช (พืชสวนเลย)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 4 ฐานการจัดการศัตรูพืช (สำนักงานเกษตรจังหวัด)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 5 ฐานการผลิตน้ำหมักชีวภาพ (สถานีพัฒนาที่ดินเลย)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 6 ฐานการเลี้ยงปศุสัตว์ (ปศุสัตว์อำเภอเมืองเลย)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 7 ฐานการผลิตประมง (ประมงอำเภอเมืองเลย)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสเรียนรู้ หากมีข้อสงสัยจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญ คอยให้คำแนะนำ เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจแล้วสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้&nbsp;นอกจากนี้ ภายในงานมีการให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจร&nbsp;พร้อมจัดแสดงนิทรรศการองค์ความรู้ในกาลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกร พร้อมแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่&nbsp;จากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126192009876"],
    [698,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวพิมณดา&nbsp;นามประเทือง&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย&nbsp;(T-VER)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน)&nbsp;กับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคทั่วประเทศ&nbsp;โดยได้เข้าติดตามโครงการประเภทพลังงานทดแทน&nbsp;การผลิตกระแสไฟฟ้า&nbsp;ด้วยก๊าซชีวภาพจากมันสำประหลัง&nbsp;ของบริษัท&nbsp;ซีพีพี&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลมิตรภาพ&nbsp;อำเภอสีคิ้ว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จากมันสำปะหลัง</strong>ที่เหลือจากกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังของโรงงานชัยภูมิพืชผล&nbsp;ไปใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าแล้วนำมาใช้ทดแทนการใช้กระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;ซึ่งมีข้อมูลในข้อเสนอโครงการ&nbsp;(PDD)&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ปีละ&nbsp;12,536&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี&nbsp;และมีระยะเวลาการดำเนินโครงการรวมทั้งสิ้น&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2561&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2568&nbsp;โดยผู้พัฒนาโครงการมีแผนที่จะได้ดำเนินการขอรับรองคาร์บอนเครดิตครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องตามที่เขียนไว้ในเอกสารข้อเสนอโครงการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลจากการประชุมติดตามโครงการในครั้งนี้&nbsp;</strong>พบว่า&nbsp;ผู้พัฒนาโครงการได้ดำเนินการเป็นไปตามข้อเสนอโครงการ&nbsp;(PDD)&nbsp;ที่ได้ยื่นเสนอไว้กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;และทางคณะผู้ติดตามจะดำเนินการจัดทำสรุปรายงานผลการติดตามส่งองค์บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126231646924"],
    [699,"จ.สุราษฎร์ธานี วางมาตรการเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเข้มข้น พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคอย่างทั่วถึง","<p><strong>นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับมอบหมายจากนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน</p><p><strong>ซึ่งจากการหารือได้ข้อสรุปว่า&nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีการระบาดของโรคอหิวาต์</strong>แอฟริกาในสุกร(ASF)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแต่อย่างใด&nbsp;โดยมอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคASF&nbsp;ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และให้เร่งสำรวจข้อมูลฟาร์มสุกร/จำนวนสุกร/ผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;และเตรียมมาตรการเยียวยาตามระเบียบของทางราชการ&nbsp;หากเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ขึ้น&nbsp;รวมทั้งให้ประสานกับประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารข้อมูล&nbsp;และช่วยเฝ้าระวังโรค&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ASF&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;นอกจากนี้ให้ประสานกับด่านกักกันสัตว์&nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;เพื่อเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุม&nbsp;กำกับ&nbsp;การเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามระเบียบ/มาตรการอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ขอให้อำเภอกำชับกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสุกรป่วยตายผิดปกติให้แจ้งอาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที&nbsp;และให้ทุกหน่วยงานร่วมกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและช่วยเฝ้าระวัง&nbsp;แจ้งเหตุให้ทราบผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;หมายเลข&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;1567</p><p><strong>ขณะที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด</strong>&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบที่พัก/ห้องเย็นเก็บซากสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;ไม่พบการกักตุนเนื้อสุกร&nbsp;หรือการปฏิบัติผิดกฎหมายแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127083259946"],
    [700,"วช.ร่วมมือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นำเชื้อเพลิงขยะจากขยะมูลฝอยชุมชนมาใช้ประโยชน์ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) หรืออุตสาหกรรมขนาดเล็ก พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเครื่องปั้นดินเผา เซรามิกในชุมชน จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทดสอบการใข้เชื้อเพลิงขยะในกระบวนการผลิต ที่ตำบลด่านเกวียน จ.นครราชสีมา","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผศ.ดร.พรรษา ลิบลับ อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมและสนับสนุน โครงการศึกษาแนวทางการนำเชื้อเพลิงขยะ (RDF) จากมูลฝอยชุมชนมาใช้ประโยชน์ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) หรืออุตสาหกรรมขนาดเล็ก ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช.พร้อมกล่าวว่า ปัจจุบันได้มีการสนับสนุนให้มีการคัดแยกขยะ เพื่อนำมาใช้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยเฉพาะการจัดการขยะที่ปลายทางที่ต้องการนำมาเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) อย่างไรก็ตามก็ยังประสบปัญหาเรื่องการนำไปใช้ประโยชน์ ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น นักวิจัยจึงได้ศึกษาหาแนวทางการนำขยะเชื้อเพลิงจากมูลฝอยชุมชนมาใช้ประโยชน์ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) หรืออุตสาหกรรมขนาดเล็ก ทั้งนี้ หากสามารถนำเอา RDF มาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น จะเป็นการลดปริมาณขยะลงได้ ซึ่งผู้ประกอบการก็พร้อมใช้หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ นับเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยส่งเสริมการผลิตพลังงานจากขยะมูลฝอยชุมชยเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นคณะได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเครื่องปั้นดินเผา เซรามิกในชุมชน ที่ หจก. โคราชแสงสุวรรณ พ็อตเทอร์รี่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทดสอบการใข้เชื้อเพลิงขยะในกระบวนการผลิตที่ตำบลด่านเกวียน อ.เมือง และที่โรงงานหลักของผู้ประกอบการที่ ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ด้วย&nbsp;</span></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127163111184"],
    [701,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่ คาดจะทรงตัวเช่นนี้จนถึง 3 ก.พ.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;คาดจะทรงตัวเช่นนี้จนถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127094254951"],
    [702,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกในบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนน้อยลง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกในบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อยลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า&nbsp;,&nbsp;ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ตรัง&nbsp;32&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;30&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;34,701&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,827&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;58&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำและผลการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคใต้&nbsp;ปัจจุบันพบพื้นที่ภาคใต้มีฝนลดลงและระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนรัชชประภา&nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกัก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;77&nbsp;สามารถรับน้ำได้อีก&nbsp;1,302&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนเขื่อนบางลาง&nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกัก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;78&nbsp;สามารถรับน้ำได้อีก&nbsp;323&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยของภาคใต้ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;แล้วไม่มีแนวโน้มเสี่ยงเกิดอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;จึงได้มีมติยุติการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคใต้ลง</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127094715956"],
    [703,"จ.ลำปาง เตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสา \"พลิกฟื้น คืนน้ำใส ให้แม่น้ำวัง\" เร่งแก้ไขปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำวังอย่างเร่งด่วน 28 มกราคมนี้","<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;\"พลิกฟื้น&nbsp;คืนน้ำใส&nbsp;ให้แม่น้ำวัง\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;5&nbsp;ธันวา&nbsp;อาคารสำนักช่าง-กองคลัง&nbsp;เทศบาลนครลำปาง&nbsp;ที่ประชุมกำหนด&nbsp;Cik&nbsp;off&nbsp;การกำจัดวัชพืชและแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่แม่น้ำวัง&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งมีการขุดลอกกำจัดในท้องน้ำตั้งแต่สะพานพิชัย&nbsp;จนถึงสะพานพัฒนาภาคเหนือ&nbsp;และการทำความสะอาด&nbsp;กำจัดขยะ/วัชพืชริมตลิ่งทั้งสองฝั่งแม่น้ำวัง&nbsp;ตั้งแต่สะพานช้างเผือก&nbsp;(หลังจวนผู้ว่าฯ&nbsp;-สะพานพัฒนาภาคเหนือ)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมฯ&nbsp;</strong>ได้มอบหมายหน่วยงานเตรียมความพร้อมทั้งเครื่องจักรกล&nbsp;รถแบคโฮ&nbsp;เรือท้องแบน&nbsp;กำลังพลทั้งข้าราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ประชาชนและจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมฯ&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องการโรคโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127100726965"],
    [704,"มก. ส่งนักวิจัยและเรือวิจัยเก็บตัวอย่างข้อมูลทรายและน้ำทะเลจุดเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อลดผลกระทบด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์","<p><strong>มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ส่งนักวิจัยและเรือวิจัยเก็บตัวอย่างข้อมูลทรายและน้ำทะเลจุดเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธรณ์&nbsp;ธำรงนาวาสวัสดิ์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และรองคณบดีคณะประมง&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะประมง&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ได้ให้ทีมนักวิจัยเข้าพื้นที่เกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมส่งเรือวิจัย&nbsp;เกษตรศาสตร์&nbsp;1&nbsp;เตรียมพร้อมปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อศึกษาผลกระทบด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์&nbsp;เนื่องจากเคยเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลมาก่อนบริเวณเกาะเสม็ด&nbsp;แล้วสำรวจผลกระทบจากน้ำมันบริเวณชายฝั่งต่างๆของไทย&nbsp;โดยการสำรวจแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;ตรวจสอบข้อมูลทางสมุทรศาสตร์&nbsp;กระแสน้ำ&nbsp;คลื่นลม&nbsp;และการสำรวจชายฝั่งโดยใช้โดรน&nbsp;(อากาศยานไร้คนขับ)&nbsp;//&nbsp;ใช้เรือเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและพื้นทะเลบริเวณที่คาดว่าน้ำมันอาจผ่านเข้ามาถึง&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;การสำรวจข้อมูลตามชายหาดที่คาดว่าอาจได้รับผลกระทบต่อหาดชายหาด&nbsp;ซึ่งการสำรวจชายหาดจะแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;ศึกษา&nbsp;TPH&nbsp;(Total&nbsp;Petroleum&nbsp;Hydrocarbon)&nbsp;ทั้งในน้ำและในตะกอนทราย&nbsp;และศึกษา&nbsp;Bio-marker&nbsp;สิ่งมีชีวิตที่เป็นตัวชี้บ่งตามธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;สัตว์ตามพื้นทราย&nbsp;เพื่อเปรียบเทียบก่อนหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127101428967"],
    [705,"ขนส่งสมุทรปราการ ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;อนันตกูล&nbsp;&nbsp;ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>หัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านคมนาคม&nbsp;จัดชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง&nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประชาสัมพันธ์แนะนำและกำชับผู้มาติดต่อดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ที่สำนักงานขนจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และขนส่งจังหวัดฯ&nbsp;สาขาพระประแดง&nbsp;ให้หมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถให้มีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;รวมถึงหากพบเห็นรถควันดำโปรดแจ้งข้อมูลร้องเรียนทาง&nbsp;Facebook&nbsp;1584&nbsp;ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;โทร&nbsp;1584&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนการตรวจวัดควันดำรถที่เข้ารับตรวจเพื่อดำเนินการทางทะเบียนและภาษี</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;152&nbsp;คัน&nbsp;พบว่ามีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;148&nbsp;คัน&nbsp;และมีค่าควันดำเกินกำหนด&nbsp;4&nbsp;คัน&nbsp;โดยให้ปรับปรุงแก้ไขก่อนนำรถเข้าตรวจสอบใหม่&nbsp;การตรวจวัดควันดำรถเพื่อชำระภาษีประจำปี&nbsp;ณ&nbsp;สถานตรวจสภาพรถ&nbsp;(ตรอ.)&nbsp;จำนวน&nbsp;403&nbsp;คัน&nbsp;พบว่ามีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;392&nbsp;คัน&nbsp;และมีค่าควันดำเกินกำหนด&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;โดยให้ปรับปรุงแก้ไขก่อนนำรถเข้าตรวจสอบใหม่&nbsp;และได้ตั้งจุดตรวจวัดควันดำ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณถนนสุขุมวิท&nbsp;กม.46&nbsp;(ขาออก)&nbsp;ต.บางปู&nbsp;อ.เมืองสมุทรปราการ&nbsp;โดยมีการตรวจวัดควันดำรถ&nbsp;43&nbsp;คัน&nbsp;ไม่พบรถมีค่าควันดำเกินที่กำหนด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127110513002"],
    [706,"มุ่งพัฒนาองค์ความรู้เจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการไม้ผล ตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น","<p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายส่งเสริมให้นักวิชาการเกษตรและเกษตรกรคัดเลือกพืชในพื้นที่มาส่งเสริมเป็นผลไม้อัตลักษณ์&nbsp;ผ่านโครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;เน้นการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตร&nbsp;เพิ่มมูลค่าด้วยมาตรฐานการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;รวมทั้งพัฒนาความรู้และเพิ่มศักยภาพ&nbsp;</p><p><strong>กระบวนการทำงานในพื้นที่ในการพัฒนาสินค้าไม้ผล</strong>ตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก&nbsp;5&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;พัฒนาความรู้เจ้าหน้าที่&nbsp;พัฒนาเกษตรกร&nbsp;พัฒนาการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;การบริหารงานตามยุทธศาสตร์ผลไม้&nbsp;และบริหารจัดการโครงการ&nbsp;</p><p><strong>งานส่งเสริมการผลิตไม้ผลเป็นงานสำคัญงานหนึ่ง</strong>ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีความท้าทายทั้งเรื่องความยากของงานและความเร่งด่วนของระยะเวลาปฏิบัติงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานไม้ผล&nbsp;จึงต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการทำงานคือ&nbsp;รู้และแม่นยำในการทำข้อมูล&nbsp;ในขณะเดียวกันก็ต้องผสานความคิดสร้างสรรค์ลงไปในงานที่รับผิดชอบได้อย่างลงตัว&nbsp;</p><p><strong>การเตรียมความพร้อมและพัฒนาความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;ประสบการณ์</strong>&nbsp;ด้านการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;เพื่อการพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยภูมิปัญญา&nbsp;สำหรับตัวอย่างสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอปากพนัง&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สละป่าบอน&nbsp;อำเภอป่าบอน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ทุเรียนชะนีเกาะช้าง&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งล้วนจัดเป็นสินค้าสร้างชื่อ&nbsp;และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงที่สำคัญของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจหลักที่มีการส่งออกมากที่สุดคือ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;รองลงมา&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลำไย&nbsp;มังคุด&nbsp;มะม่วง&nbsp;เงาะ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;และลองกอง&nbsp;ในขณะที่ผลไม้พื้นถิ่นซึ่งเป็นผลไม้กลุ่มเศรษฐกิจรองก็มีความสำคัญเช่นกัน&nbsp;และยังได้รับความนิยมสูงเท่าเทียมกัน&nbsp;จะเห็นได้จากมีมูลค่าการซื้อขายในประเทศสูง&nbsp;รวมทั้งมีตลาดเฉพาะอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127112903013"],
    [707,"วช.  NSD สวทช.เปิดตัวลิฟต์ไร้สัมผัส MagikTuch นวัตกรรมลดการระบาดเชื้อโควิด-19 แห่งแรกของประเทศวันที่ 9 ก.พ.นี้ ที่ศาลาว่าการจังหวัดปทุมธานี เตรียมติดตั้งในโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการอีก 12 แห่ง","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศิวรักษ์&nbsp;ศิวโมกษธรรม&nbsp;ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์&nbsp;(NSD)&nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)&nbsp;ดำเนินโครงการการพัฒนาและขยายผลงานวิจัยนวัตกรรม&nbsp;MagikTuch&nbsp;สำหรับแปลงระบบลิฟต์ทั่วไปให้เป็นระบบลิฟต์แบบไร้สัมผัส&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;จากการใช้ลิฟต์ในที่สาธารณะที่มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก&nbsp;ว่า&nbsp;นวัตกรรมระบบลิฟต์ไร้สัมผัส&nbsp;MagikTuch&nbsp;เป็นระบบการควบคุมการทำงานลิฟต์โดยการใช้หุ่นยนต์ที่ควบคุมด้วยแผงกลคอยทำหน้าที่กดลิฟต์ให้กับผู้มาใช้บริการ&nbsp;หรือ&nbsp;ทำหน้าที่แปลงสัญญาณผ่านปุ่มกดลิฟต์ให้ไร้การสัมผัสเพื่อลดผลกระทบการสัมผัสลิฟต์และช่วยบรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;จากการใช้ลิฟต์ในที่สาธารณะที่มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก&nbsp;โดยจะดำเนินการในสถานที่ราชการและโรงพยาบาล&nbsp;12&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยที่ดำเนินการเสร็จแล้วคือ&nbsp;ศาลาว่าการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;จะมีการส่งมอบลิฟต์ไร้สัมผัส&nbsp;MagikTuch&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;ก.พ.นี้&nbsp;เวลา&nbsp;9.00&nbsp;น.มีนายณรงศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;จากนั้น&nbsp;ทยอยไปติดตั้งที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์&nbsp;รังสิต&nbsp;โรงพยาบาลภูมิพล&nbsp;โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า&nbsp;โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า&nbsp;โรงพยาบาลชลประทาน&nbsp;เป็นต้น</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศิวรักษ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;MagikTuch&nbsp;เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อก่อโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&nbsp;ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่มาใช้บริการสถานที่ต่างๆ&nbsp;และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ&nbsp;เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศยามเกิดภัยจากโรคระบาดในอนาคต&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์&nbsp;สวทช.&nbsp;เบอร์โทรศัพท์:&nbsp;02&nbsp;564&nbsp;6900&nbsp;ต่อ&nbsp;2521&nbsp;E-mail:&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"mailto:siwaruk.siw@nstda.or.th\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">siwaruk.siw@nstda.or.th</a></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127163408185"],
    [708,"เตรียมมาตรการรองรับปลดล็อคกัญชา กัญชง ต้องไม่ส่งผลกระทบเกษตรกรที่จะปลูกในประเทศ ","<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;วิริยะพาหะ&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในประเด็นที่เป็นข้อกังวลเรื่องความพร้อมของเกษตรกรและพันธุ์พืชสกุลกัญชาที่จะใช้ปลูกนั้น&nbsp;การดำเนินงานที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้รวบรวม&nbsp;ศึกษา&nbsp;และขยายพันธุ์กัญชาพันธุ์พื้นเมืองของไทย&nbsp;และพันธุ์การค้าจากต่างประเทศรวม&nbsp;87&nbsp;แหล่งปลูก&nbsp;จำนวน&nbsp;39&nbsp;พันธุ์&nbsp;ซึ่งกรมฯพร้อมที่จะผลิตต้นพันธุ์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรนำไปปลูกได้อย่างเพียงพอ&nbsp;ทั้งนี้ได้จัดทำคู่มือการปลูกพืชสกุลกัญชาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและครอบคลุมในทุกมิติเผยแพร่ไปสู่เกษตรกรแล้ว&nbsp;และยังได้ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินจัดทำแผนที่ความเหมาะสมการปลูกพืชสกุลกัญชาในแปลงปลูกของประเทศไทยด้วย&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูลได้ที่</strong>&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.doa.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.doa.go.th</a>&nbsp;บนเมนู&nbsp;กัญชง&nbsp;กัญชา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กรมยังสนับสนุนการนำพันธุ์กัญชา&nbsp;กัญชงมาแจ้งขึ้นทะเบียนพันธุ์&nbsp;โดยปัจจุบันมีพันธุ์กัญชาที่ได้หนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้วจำนวน&nbsp;5&nbsp;พันธุ์&nbsp;และกัญชงจำนวน&nbsp;8&nbsp;พันธุ์&nbsp;รวมทั้งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดการตรวจสอบลักษณะประจำพันธุ์ของพืชสกุลแคนาบิสที่ขอจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;โดยกัญชากัญชงจะเป็นพืชที่สามารถนำพันธุ์ใหม่มายื่นขอจดทะเบียนรับความคุ้มครองได้&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้นักปรับปรุงพันธุ์วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชสกุลกัญชาให้มีความหลากหลายของพันธุ์มากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกร&nbsp;พร้อมกันนี้กรมวิชาการเกษตรยังได้เปิดขอบข่ายการรับรองแหล่งผลิตพืชกัญชากัญชงตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อรองรับการปลูกที่ปลอดภัย&nbsp;ในเกรดที่นำไปทำเป็นยาและสำหรับบริโภคได้</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สำหรับข้อกังวลเรื่องการนำเข้าเมล็ดพันธุ์และช่อดอก&nbsp;พืชสกุลกัญชาจากต่างประเทศได้อย่างเสรีนั้น&nbsp;กรมวิชาการเกษตรมีมาตรการทางฏหมายที่กำกับดูแลการนำเข้า&nbsp;คือ&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;กักพืช&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถประกาศให้พืชสกุลกัญชาเป็นสิ่งต้องห้ามได้&nbsp;หากวิเคราะห์ความเสี่ยงแล้วพบว่าประเทศต้นทางมีศัตรูพืชที่ร้ายแรง&nbsp;ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยการนำเข้าสิ่งต้องห้ามที่ผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;แจ้งนำเข้าที่ด่าน&nbsp;พร้อมแนบใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับมาด้วย&nbsp;รวมทั้งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;วิธีการที่กำหนด&nbsp;พร้อมกับยังต้องปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;พันธุ์พืช&nbsp;พ.ศ.2518&nbsp;ซึ่งเมล็ดพันธุ์กัญชาและกัญชงเป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุมการนำเข้า&nbsp;ส่งออก&nbsp;ขาย&nbsp;และรวบรวมจะต้องขออนุญาตและต้องไม่ใช่พืชดัดแปลงพันธุกรรม</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127184124305"],
    [709,"กรมชลประทาน ประชุมปฐมนิเทศ โครงการศึกษาจัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์นิเวศวิทยาทางทะเล และผลกระทบสิ่งแวดล้อม  โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง จังหวัดเพชรบุรี ศึกษา รูปแนว แนวทางที่เหมาะสมแก้ไขปัญหาการระบายน้ำออกสู่ทะเล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ.ห้องประชุมพริบพรี&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;และประชุมผ่าน&nbsp;Zoom&nbsp;ไปยังห้องประชุมห้อง&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ที่ว่าการอำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;สนั่นเรืองศักดิ์&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ผศ.พยอม&nbsp;รัตนมณี&nbsp;ผู้จัดการโครงการ&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;แจ่มจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ตัวแทนส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมประชุมปฐมนิเทศ&nbsp;โครงการศึกษาจัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์นิเวศวิทยาทางทะเล&nbsp;และผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;สนั่นเรืองศักดิ์&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีเกิดน้ำท่วมหลายครั้ง&nbsp;มีพื้นที่ได้รับความเสียหายกว่า&nbsp;200,000&nbsp;ไร่&nbsp;และเมื่อเกิดฝนตกหนักเกิน&nbsp;230&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ติดต่อกันเกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จะเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าสู่เมืองเพชรบุรี&nbsp;ทำให้ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำและที่ราบลุ่มแม่น้ำเพชรบุรีเป็นพื้นที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก&nbsp;ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี&nbsp;พื้นที่ชุมชนและหน่วยงานราชการต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ในลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง&nbsp;กรมชลประทานได้มุ่งเน้นแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาน้ำท่วมก่อให้เกิดความเสียหาย&nbsp;บริเวณเขื่อนเพชรลงไป&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;และอำเภอเขาย้อย&nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการ&nbsp;เพื่อศึกษาและจัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์นิเวศวิทยาทางทะเลพร้อมแนวทางเลือก&nbsp;และการออกแบบเบื้องต้น&nbsp;ประชาสัมพันธ์การมีส่วนร่วมของประชาชนของทุกภาคส่วนจากการระบายน้ำหลากลงสู่อ่าวไทย&nbsp;และเพื่อศึกษารูปแบบ&nbsp;แนวทางเลือกที่เหมาะสม&nbsp;แก้ไขปัญหาการระบายน้ำออกสู่ทะเล&nbsp;</p><p><strong>นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ขอบคุณผู้บริหารและประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ที่ร่วมรับฟังการบริหารจัดการน้ำบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง&nbsp;ในการทำโครงการ&nbsp;จึงต้องให้ความละเอียดอ่อน&nbsp;กับวิถีชีวิตกับพี่น้องประชาชนอย่างมาก&nbsp;การจัดการเรื่องของน้ำมีผลกระทบทางบวก&nbsp;จะมีน้ำบริการจัดการในการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าว&nbsp;มะนาว&nbsp;ชมพู่เพชร&nbsp;จะมีน้ำต้นทุนเข้าสู่ระบบ&nbsp;ใช้ประโยชน์ได้&nbsp;ผลกระทบที่ได้รับในช่วงฤดูฝน&nbsp;อาจจะสร้างผลกระทบทางด้านทะเล&nbsp;ชายฝั่ง&nbsp;เลือกสวนไร่นา&nbsp;คันกั้นน้ำ&nbsp;บ้านเรือนประชาชน&nbsp;ชลประทานได้เร่งหาแนวทางเชิงวิชาการ&nbsp;และฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน&nbsp;เพื่อดำเนินการโครงการระบายน้ำในพื้นที่ชลประทานเพชรบุรีออกสู่ทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ&nbsp;หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด&nbsp;และเป็นที่ยอมรับของชุมชนในพื้นที่โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;และหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมที่สุด</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127183045266"],
    [710,"เกษตรจังหวัดกระบี่ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน แก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายชำนาญ&nbsp;นุ่นดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวถึงโครงการส่งเสริมให้เกษตรกร</strong>ใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;แก้ปัญหาภัยแล้ว&nbsp;ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการปรับปรุงดิน&nbsp;ส่งเสริมให้ต้นพืชเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง&nbsp;<strong>&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่จึงได้จัดโครงการศึกษาการจัดการดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายใต้งบประมาณสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(สกสว.)&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อแสดงผลการศึกษาการใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้</strong>ทางการเกษตร&nbsp;ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ที่สามารถทำให้เผชิญปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการปรับปรุงดิน&nbsp;และการส่งเสริมให้ต้นพืชเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง&nbsp;เป็นที่ยอมรับของเกษตรกรที่มีต่อการจัดการดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยกำหนดให้มีต้นแบบองค์ความรู้การจัดการดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;โดยแยกเป็น&nbsp;3&nbsp;ชนิดพืช&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ชนิดพืชชะอม&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;ชนิดพืชแตงโม&nbsp;และอำเภออ่าวลึก&nbsp;ชนิดพืชฟักทอง&nbsp;รวมถึงเกษตรกรมีทัศนคติที่ยอมรับนำองค์ความรู้ไปปฏิบัติ&nbsp;และสามารถเป็นต้นแบบขยายผลในเกิดประโยชน์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกิจกรรมการเข้าฐานเรียนรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ฐาน&nbsp;คือ</strong>&nbsp;การเลือกชนิดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;&nbsp;การผลิตเตาเผาถ่านไบโอชาร์และการใช้งานเตาแต่ละชนิด&nbsp;การแปรรูปและผลิตผลิตภัณฑ์จากถ่านไบโอชาร์และประโยชน์จากถ่านชีวภาพ&nbsp;โดยเกษตรกรเจ้าของแปลงศึกษาพร้อมด้วยเกษตรกรเครือข่าย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการถ่านชีวภาพและนิทรรศการจากศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนคลองพน&nbsp;ซึ่งเป็นต้นแบบในการผลิตเตาเผาถ่านไบโอชาร์ของจังหวัดกระบี่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127124134054"],
    [711,"คาดช่วงเทศกาลตรุษจีนเงินสะพัดกว่า 39,000 ล้านบาท สถานการณ์ราคาสินค้า มีผลต่อการใช้จ่ายของประชาชนมากที่สุด","<p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>&nbsp;และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ&nbsp;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ส่วนใหญ่มองว่าบรรยากาศจะคึกคักเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา&nbsp;มูลค่าการใช่จ่ายมีแนวโน้มลดลง&nbsp;เนื่องจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;รายได้และสถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น&nbsp;โดยผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าทางเลือกอื่นๆ&nbsp;ในการเซ่นไหว้&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;หรือ&nbsp;ปลา&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;แทนเนื้อหมูที่มีราคาสูง&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์โควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน</strong>&nbsp;ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายและการตัดสินใจไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ซึ่งประชาชนมีการปรับตัวกับการแพร่ระบาดรอบใหม่&nbsp;ทั้งการเว้นระยะห่าง&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะมีเงินสะพัดในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;39,627.79&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวลดลงร้อยละ&nbsp;11.82&nbsp;จากปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยขยายตัวติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;และมูลค่าการใช้จ่ายต่ำสุดในรอบ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การเติบโตของจีดีพีในปีนี้จะยังขยายตัวอยู่ในกรอบร้อยละ&nbsp;3.5-4.5&nbsp;ตามที่ได้คาดการณ์ไว้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127183953300"],
    [712,"จังหวัดชลบุรี กรมทางหลวง ประชุมหารือมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม  การพัฒนาจุดเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9","<p><strong>กรมทางหลวง&nbsp;ประชุมหารือมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(กลุ่มย่อย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2)&nbsp;โครงการศึกษาความเหมาะสม&nbsp;ออกแบบและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;การพัฒนาจุดเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&nbsp;7&nbsp;และหมายเลข&nbsp;9</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอพานทอง&nbsp;ตำบลพานทอง</strong>&nbsp;อำเภอพานทอง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ดร.สุรศักดิ์&nbsp;ทวีศิลป์&nbsp;ผู้จัดการโครงการ&nbsp;นางรังษิยา&nbsp;กมลพนัส&nbsp;ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม&nbsp;และ&nbsp;นายทวีศักดิ์&nbsp;โปยารถ&nbsp;รองผู้จัดการโครงการ&nbsp;ได้ประชุมหารือมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(กลุ่มย่อย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2)&nbsp;โครงการศึกษาความเหมาะสม&nbsp;ออกแบบและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;การพัฒนาจุดเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&nbsp;7&nbsp;และหมายเลข&nbsp;9&nbsp;กับทางประชาชนที่จะได้รับผลกระทบในการดำเนินโครงการ&nbsp;โดยโครงการนี้&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;ได้ดำเนินการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองตามทิศทางของการพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่ง&nbsp;ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคมมาตามลำดับ&nbsp;โดยทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&nbsp;7&nbsp;และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&nbsp;9&nbsp;(ถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก)&nbsp;ช่วงบางปะอิน-บางพลี&nbsp;เป็นทางหลวงพิเศษที่รองรับการเดินทางและขนส่งสินค้าในเขตกรุงเทพ&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง&nbsp;หมายเลข&nbsp;7&nbsp;ได้เปิดให้บริการถึงมาบตาพุด&nbsp;นับเป็นเส้นทางหลักซึ่งจะเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมกับประตูของ&nbsp;ประเทศทั้งทางน้ำและทางอากาศ&nbsp;ส่งเสริมและรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐ&nbsp;ตามนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;(&nbsp;Eastem&nbsp;Economic&nbsp;Corridor)&nbsp;ภายหลังจากการเปิดให้บริการโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองดังกล่าวมามากกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเส้นทางเพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งที่เปลี่ยนแปลงเป็นชุมชนเมือง&nbsp;การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และเขตอุตสาหกรรม&nbsp;รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของถนนและการใช้ประโยชน์บริเวณทางเข้า-ออกโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง&nbsp;ผลจากการพัฒนาดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด&nbsp;และกลุ่มผู้ใช้บริการทางหลวงพิเศษในบางพื้นที่อยู่ห่างจากทางเชื่อมจุดทางเข้า-ออก&nbsp;ไม่ได้รับความสะดวก&nbsp;จะต้องเดินทางโดยอ้อมไปบนโครงข่ายถนนทั่วไป&nbsp;ส่งผลให้เกิดการสูญเสียทั้งทางด้านเศรษฐกิจและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ดังนั้นการเพิ่มจุดเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวงพิเศษ&nbsp;จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางหลวงพิเศษ&nbsp;และส่งเสริมการพัฒนาของประเทศต่อไป</p><p><strong>เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บริษัท&nbsp;เอ&nbsp;21&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;เอเซีย&nbsp;แล็ป&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;อินฟราทรานส์คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม&nbsp;ออกแบบ&nbsp;และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;การพัฒนาจุดเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&nbsp;7&nbsp;และหมายเลข&nbsp;9</p><p><strong>ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ</strong>&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&nbsp;กรมทางหลวงจึงได้เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน&nbsp;รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิจารณาเพื่อแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะข้อวิตกกังวลต่างๆ&nbsp;ต่อมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นไปประกอบการปรับปรุงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมให้มีความเหมาะสมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;และชุมชนน้อยที่สุด&nbsp;โครงการการศึกษาความเหมาะสม&nbsp;ออกแบบ&nbsp;และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่า</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127154107160"],
    [713,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า300จุดส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือภาคอีสานและภาคตะวันออก","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;300&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;355&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;97&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;78&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;70&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;67&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;สกลนคร&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และขอนแก่น&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่เฝ้าระวังหลายจังหวัด&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลางเป็นส่วนใหญ่&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;2,573&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;1,993&nbsp;จุด&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;1,113&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากสุดในกัมพูชา&nbsp;801&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;355&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;255&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127132511085"],
    [714,"ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับกรมชลประทาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน  ระดมความคิดเห็นโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง ระบายน้ำพื้นที่ชลประทานออกสู่ทะเล ป้องกันบรรเทาปัญหาอุทกภัย ลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม&nbsp;ช่วงปี&nbsp;2559-2561&nbsp;ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้กรมชลประทานออกแบบสำรวจโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง&nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;กรมชลประทานได้ใช้ข้อมูลสถิติที่มีอยู่มาออกแบบโครงการ&nbsp;รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนหลายครั้ง&nbsp;ครั้งนี้เป็นครั้งแรก&nbsp;เพื่อฉายภาพให้คนเพชรบุรีเห็นว่ากรมชลประทานได้ออกแบบวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างไรให้ออกสู่ทะเลเร็วที่สุด&nbsp;ไม่กระทบตัวเมืองเพชรบุรี&nbsp;ลดผลกระทบประชาชน&nbsp;ประชาชนแสดงความคิดเห็นโครงการที่กรมชลประทานออกแบบมีผลกระทบอะไรบ้าง&nbsp;เช่น&nbsp;การกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;กระทบอาชีพประมงชายฝั่ง&nbsp;สัตว์ทะเลที่วางไข่ชายฝั่ง&nbsp;เพื่อให้กรมชลประทานออกแบบโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านต่างๆ&nbsp;ภาพรวมพี่น้องประชาชนเห็นด้วยกับโครงการ&nbsp;นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;กล่าว่า&nbsp;การบริหารจัดการน้ำ&nbsp;กรมชลประทานมีมาตรการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากปล่อยน้ำ&nbsp;และน้ำหลาก&nbsp;โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์&nbsp;วิเคราะห์&nbsp;ความเร็วของมวลน้ำ&nbsp;ปริมาณของน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;ป่าโกงกาง&nbsp;สัตว์ทะเล&nbsp;พี่น้องประชาชนที่อยู่ริมตลิ่ง&nbsp;เพื่อดูผลกระทบที่เกิดขึ้นชายฝั่งทะเล&nbsp;ตลิ่งมีความเสียหายมากน้อยขนาดไหน&nbsp;เมื่อมีผลกระทบจะต้องมีมาตรการแก้ไข&nbsp;ดูแลพี่น้องประชาชน&nbsp;ด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;ให้มองตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;มีอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน&nbsp;ที่สามารถช่วยเหลือการเกษตรได้&nbsp;300,000-400,000&nbsp;ไร่&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;มีเขื่อนเพชรคอยทดน้ำเข้าคลองสายต่างๆ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ปีละ&nbsp;2-3&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;ส่วนใหญ่ใช้เพื่อการระบายน้ำ&nbsp;จึงต้องมีเครื่องมือควบคุมน้ำก่อนระบายออกสู่ทะเล&nbsp;ให้การดำเนินการโครงการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้มีประสิทธิภาพ&nbsp;ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127183044265"],
    [715,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เก็บตัวอย่างตรวจการปนเปื้อนจุลินทรีย์บนพื้นผิว (surface swab)","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่าสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ร่วมกับชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่&nbsp;201&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;ดำเนินการเก็บตัวอย่างตรวจการปนเปื้อนจุลินทรีย์บนพื้นผิว&nbsp;(surface&nbsp;swab)&nbsp;บริเวณวางจำหน่าย&nbsp;วางเนื้อ&nbsp;บริเวณชำแหละ&nbsp;เขียง&nbsp;มีด&nbsp;และบริเวณท่อน้ำทิ้ง&nbsp;จากสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์หรือโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการสำหรับโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;โรคระบาดที่สำคัญในสุกร&nbsp;และหมูป่า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;และโรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลด่านซ้าย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;ตัวอย่าง</p><p>&nbsp;-&nbsp;สถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;นางพิมพ์ศิริ&nbsp;ฆ้องดังไกล&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;115&nbsp;บ้านบุ่งกุ่ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง</p><p>&nbsp;-&nbsp;สถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;นางสาวน้ำฝน&nbsp;ทองยิ้ม&nbsp;(BETAGRO)&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;115&nbsp;บ้านนาดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง</p><p>&nbsp;-&nbsp;สถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;นางทองใส&nbsp;เขียวปัญญา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;148&nbsp;บ้านนาข่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง</p><p>&nbsp;-&nbsp;สถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;นายอัมพร&nbsp;ศรีแสง&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;36&nbsp;บ้านทุ่งเทิง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง</p><p>&nbsp;-&nbsp;เขียงหมู&nbsp;นายดวง&nbsp;สุขศรี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;27&nbsp;บ้านนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง</p><p>&nbsp;-&nbsp;โรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127151055142"],
    [716,"จังหวัดลพบุรี จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์ฯ และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายนิวัฒน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดลพบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะค่า&nbsp;อำเภอโคกเจริญ&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;covid-19&nbsp;ทำให้วิถีการทำเกษตรเปลี่ยนไปการรวมกลุ่มการทำกิจกรรมทางการเกษตรไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เท่าที่ควร&nbsp;เนื่องจากช่องทางจำหน่ายลดลงทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงต้นทุนผลิตสินค้าเกษตรมีราคาสูง&nbsp;ขาดอำนาจการต่อรอง&nbsp;ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;และยังประสบปัญหาด้านการเกษตรด้านโรค&nbsp;แมลง&nbsp;ศัตรูพืชระบาด&nbsp;จะเห็นว่าปัญหาด้านการเกษตรมีความหลากหลาย&nbsp;จึงจำเป็นต้องบูรณาการ&nbsp;ออกหน่วยให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพการเกษตรและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;เพื่อให้บริการเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;บูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&nbsp;ให้สามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และยั่งยืน<strong>สำหรับหน่วยคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;คลินิก&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;คลินิกด้านพืช,&nbsp;สัตว์,&nbsp;ประมง,&nbsp;ดินและปุ๋ย&nbsp;และคลินิกอื่นๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการให้บริการคลินิกเกษตรของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังนำหน่วยงานราชการ&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ในระดับจังหวัดนำบริการต่างๆมากกว่า&nbsp;50&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;มาให้บริการประชาชนในพื้นที่โดยตรง&nbsp;รวมทั้งเพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนและต้องการของประชาชน&nbsp;เพื่อนำไปพิจารณาให้การช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&nbsp;และยังมีพิธีมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยากไร้&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ชุด,&nbsp;มอบเครื่องนุ่งห่มให้แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาสาธารณภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ชุด,&nbsp;มอบทุนกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ทุน&nbsp;และพิธีมอบเงินสงเคราะห์ให้แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ทุน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127175623230"],
    [717,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งควบคุมโรค ASF ในฟาร์มสุกร 2 อำเภอ ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มที่พบการระบาดทุกสัปดาห์เป็นเวลา 1 เดือน พร้อมเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งสุกรจากฟาร์มอื่นๆ ตรวจหาเชื้อ","<p><strong>(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากกรณีตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;ได้มีการทำลายซากสุกร&nbsp;117&nbsp;ตัว&nbsp;ต่อมามีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กม.&nbsp;รอบจุดเกิดโรค&nbsp;ล่าสุดยืนยันว่ายังไม่มีฟาร์มหมูในพื้นที่อื่นติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;พร้อมแจ้งนายอำเภอประสานกับเจ้าหน้าที่ตำบล&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ตรวจสอบไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;โรคระบาดสัตว์&nbsp;2558&nbsp;ขณะนี้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มที่พบการระบาดทุกสัปดาห์เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;สำหรับฟาร์มอื่นในรัศมีรอบจุดเกิดโรค&nbsp;1&nbsp;กม.&nbsp;กรณีรายย่อยให้นำสุกรเข้าโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ใกล้ที่สุดหรือภายในจังหวัดเท่านั้น&nbsp;กรณีผู้เลี้ยงขนาดกลาง&nbsp;ขนาดใหญ่&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างโรงเรือนละ&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ประกอบด้วยเลือดหรือน้ำลาย&nbsp;สารคัดหลั่งไปตรวจสอบหาเชื้อ&nbsp;ส่วนฟาร์มในรัศมีรอบจุดเกิดโรค&nbsp;5&nbsp;กม.&nbsp;ให้ผู้เลี้ยงเฝ้าระวังอาการของสุกร</p><p><strong>นายยุษฐิระ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>ได้กำหนดแนวทางการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อของฟาร์มรายย่อยโดยควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรในพื้นที่รัศมี&nbsp;5&nbsp;กม.&nbsp;รอบจุดเกิดโรค&nbsp;ยานพาหนะทุกคันที่มีการขนย้ายสุกรหรือซากสุกร&nbsp;ให้ทำความสะอาดล้างรถทุกครั้งและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่จุดตรวจด่านกักกันสัตว์หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ก่อนนำสุกรหรือซากสุกรขึ้นยานพาหนะ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สั่งการให้ฝ่ายสุขภาพสัตว์เร่งสร้างเครือข่ายช่องทางการแจ้งโรค&nbsp;เก็บตัวอย่างจากฟาร์ม&nbsp;โรงฆ่าสุกร&nbsp;และสถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;ตามแผนงานที่กำหนด&nbsp;สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยขอความร่วมมือรถจับสุกรให้ทำความสะอาดรถทุกครั้งหลังจับ&nbsp;ตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ให้พ่นรถจับสุกรทุกครั้งก่อนออกใบอนุญาตให้เคลื่อนย้าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127154557165"],
    [718,"คพ. อนุญาตใช้สารเคมี Dispersant เพิ่มเติมขจัดคราบน้ำมันดิบรั่วในทะเลระยอง คาด ใช้เวลาย่อยสลายบนผิวทะเลประมาณ 7 - 10 วัน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทฯสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;อนุญาตใช้สารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;เพิ่มเติมขจัดคราบน้ำมันดิบรั่วในทะเลระยอง&nbsp;คาด&nbsp;ใช้เวลาย่อยสลายบนผิวทะเลประมาณ&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทฯสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;คณะทำงานฯ&nbsp;ได้มีมติให้ใช้สารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;มาขจัดคราบน้ำมันบนผิวทะเลร่วมกับการใช้จุลินทรีย์เข้าไปฉีดพ่นทางเรือ&nbsp;เพื่อให้คราบน้ำมันย่อยสลายเร็วขึ้น&nbsp;หลังเมื่อวานนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ได้อนุญาตให้ใช้สาร&nbsp;Dispersant&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;40,000&nbsp;ลิตร&nbsp;แต่ต้องอยู่ในการควบคุมของ&nbsp;คพ.&nbsp;ด้วยการใช้เครื่องบินขึ้นบินโปรยสารเคมี&nbsp;โดยเหลือคราบน้ำมันกระจายในทะเลอีก&nbsp;18&nbsp;กิโลเมตรที่จะใกล้เข้าหาชายฝั่ง&nbsp;จึงต้องเร่งควบคุมให้ได้ลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและชายหาด&nbsp;คาดว่า&nbsp;สารเคมีนี้จะย่อยสลายฟิล์มน้ำมันใช้เวลาประมาณ&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ทำให้ต้องควบคุมไม่ให้คราบน้ำมันเคลื่อนตัวไปกว้างมากนี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่แจ้งดำเนินคดีข้อหาทำความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เบื้องต้นยังไม่ได้ประเมินตัวเลขค่าเสียหายทางแพ่งต่อทรัพยากร&nbsp;เพราะยังอยู่ระหว่างการเก็บกู้คราบน้ำมัน&nbsp;หลังกรมเจ้าท่าได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;พร้อมยังได้ส่งทีมวิจัยของ&nbsp;คพ.&nbsp;และ&nbsp;ทช.&nbsp;ลงเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำชายหาดและทรัพยากรต่างๆที่อาจเสียหายจากน้ำมันรั่วครั้งนี้&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ตรวจหาสารมลพิษจากน้ำมันดิบที่รั่วไหล&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์องค์ประกอบอย่างละเอียดว่าตรงตามที่แจ้งและมีอะไรที่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศมากน้อยแค่ไหนด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ความชัดเจนของตัวเลขน้ำมันดิบที่รั่วไหลลงทะเลยังมีความคลาดเคลื่อนและไม่ตรงกันตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุการขึ้นจนถึงขณะนี้&nbsp;ซึ่งบริษัทฯได้รายงานตัวเลขน้ำมันรั่วอยู่ที่&nbsp;50,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จึงต้องรอผลสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ออกมาก่อน&nbsp;เพราะปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วออกมามีผลต่อการจัดการคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดระยองได้ขอความร่วมมือประชาชนงดลงเล่นน้ำหรือกิจกรรมทางทะเลและประมงชายฝั่ง&nbsp;พร้อมขอให้งดออกเรือไปก่อนในระยะนี้&nbsp;โดยจัดทีมเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังคราบน้ำมันบางส่วนที่เกิดจากการย่อยสลายของสารเคมี&nbsp;อาจจะถูกพัดลอยไปยังชายหาดในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127155931170"],
    [719,"สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท จัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภาคกลาง ณ แปลงใหญ่ข้าว หมู่ที่ 10 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;ที่แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา</strong>&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;อ่อนดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และหน่วยงานในจังหวัดชัยนาท&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นายวีระชัย&nbsp;เข็มวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชัยนาทร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;จัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภาคกลาง&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น&nbsp;จากการเผาในพื้นที่การเกษตรและสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผา&nbsp;เป็นทางเลือกให้เกษตรกรในการทำการเกษตรแบบปลอดการเผาได้อย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมสร้างการรับรู้และกิจกรรมเสนอทางเลือกลดการเผา&nbsp;อาทิ&nbsp;การแสดงนิทรรศการ&nbsp;เช่น&nbsp;ผลกระทบจากการเผา&nbsp;การไถกลบตอซัง&nbsp;บรรจุภัณฑ์จากฟางข้าว&nbsp;เชื้อเพลิงชีวมวลจากฟางข้าว&nbsp;ใบอ้อย&nbsp;และเหง้ามันสำปะหลัง&nbsp;การสาธิตการใช้ประโยชน์จากวัสดุทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การแปรรูปการใช้&nbsp;และของประดับจากฟางข้าว&nbsp;การเพาะเห็ดจากฟางข้าว&nbsp;การอัดฟางก้อน&nbsp;การทําปุ๋ยหมักจากฟางข้าวการให้บริการด้านวิชาการ&nbsp;เช่น&nbsp;บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;การผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เทคโนโลยีการปลูกข้าวแบบลดโลกร้อน&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าวโดยการปรับพื้นที่ด้วยเลเซอร์&nbsp;ในแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ด้านเมล็ดพันธุ์และการปลูกข้าวโพดหลังนา&nbsp;เทคโนโลยีการปลูกอ้อย&nbsp;การใช้ปุ๋ยและการปรับปรุงดิน&nbsp;และให้คำแนะนำแหล่งเงินทุน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมถึงส่งเสริมการตลาด&nbsp;โดยการนำผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากตลาดเกษตรกร&nbsp;มาร่วมจำหน่ายภายในงาน</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127171645211"],
    [720,"ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  ร่วมกับ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย  ตรวจเยี่ยมตลาดเกษตรจังหวัดตรัง","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมตลาดเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายอภินันท์&nbsp;เผือกผ่อง&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนจังหวัดตรัง&nbsp;ตำบลทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;โดยมีเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นายอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการตลาดเกษตรกรเป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ที่กำหนดให้ทุกจังหวัดมีสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;หรือมีแหล่งกระจายผลผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัย&nbsp;โดยตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี&nbsp;2557&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรจำนวนมากกว่า&nbsp;75&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีผลผลิตและผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;เป็นของเกษตรกรรายเดี่ยว&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;แม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;รวมแล้วกว่า&nbsp;45&nbsp;ร้านค้า&nbsp;สินค้าในตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ได้รับการรับรองมาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้&nbsp;มาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;GAP&nbsp;อย.&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;มผช.&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จึงมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-27T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127161333176"],
    [721,"ม. บูรพา ส่งนักวิจัย สำรวจพร้อมแก้ไขปัญหาน้ำมันรั่วไหลทะเลระยอง","<p><strong>นักวิจัย&nbsp;ม.บูรพา&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจ&nbsp;พร้อมร่วมแก้ปัญหาน้ำมันที่รั่วไหล&nbsp;ในทะเลมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ดร.บัลลังก์&nbsp;เนื่องแสง&nbsp;ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;ให้สัมภาษณ์กรณีน้ำมันรั่วไหลในทะเลมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;ในฐานะสถาบันการศึกษาที่ให้บริการด้านวิชาการ&nbsp;พร้อมให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;โดยได้ส่งคณาจารย์&nbsp;นักวิจัย&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและพร้อมให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยบูรพาเคยลงพื้นที่และร่วมแก้ปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลบริเวณเกาะเสม็ด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;มาแล้ว&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556</p><p><strong>เพื่อให้คลายข้อสงสัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;</strong>เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผลกระทบที่จะเกิดกับน้ำทะเล&nbsp;และสัตว์น้ำในเขตน่านน้ำภาคตะวันออก&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;จึงได้ส่งทีมคณาจารย์&nbsp;และนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล&nbsp;รวมทั้งคณาจารย์จากภาควิชาวาริชศาสตร์ลงพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อสำรวจสภาพน้ำทะเลบริเวณจุดเกิดเหตุ&nbsp;รวมทั้งกระแสลมที่จะพัดพาคราบน้ำมันว่าสามารถกระจายไปได้ถึงบริเวณใดบ้าง&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบผลกระทบจากกระแสน้ำว่ามีผลต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภาคการประมง&nbsp;และภาคการท่องเที่ยวหรือไม่อย่างไร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;จากข้อมูลเบื้องต้นที่&nbsp;SPRC&nbsp;ได้นำสารเคมีเข้าไปขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;</strong>โดยหลักวิชาการแล้วจะทำให้คราบน้ำมันผืนใหญ่ที่อยู่ในทะเลแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กได้&nbsp;ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;3-7&nbsp;วันในการย่อยสลายตามธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งตอนนี้เราลงพื้นที่เก็บคราบน้ำมันที่ล่องลอยอยู่ในทะเล&nbsp;และน้ำตามแหล่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่คาดเดาได้ว่าจะว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้น่าจะรู้ผล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;ในฐานะมหาวิทยาลัยของภาคตะวันออก</strong>ยังได้เตรียมความพร้อมทั้งจำนวนนิสิต&nbsp;และบุคลากรที่จะลงพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;หากเกิดผลกระทบทางการท่องเที่ยว&nbsp;เนื่องจากมีภาควิชาการจัดการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ที่จะสามารถเข้าไปช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งการสื่อสารไปยังชุมชนเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นและร่วมกันแก้ไขสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127181432247"],
    [722,"เกษตรนาโยง ร่วมกับเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานโครงการ ศพก. และโครงการพัฒนาและสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก (งบกลาง ปี 2564)","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร</strong>ชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับนางพรทิพย์&nbsp;ศรีสมโภชน์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ของนายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;(ศพก.หลัก&nbsp;อำเภอนาโยง)&nbsp;และโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(งบกลาง&nbsp;ปี&nbsp;2564)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;มีเป้าหมายดังนี้&nbsp;</p><p>1.โครงการส่งเสริมการใช้ระบบน้ำอัจฉริยะและพลังงานทางเลือก&nbsp;(โซลาเซลล์)&nbsp;ในไม้ผลเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&nbsp;จำวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ของนายแปลง&nbsp;รักภักดี&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.นาข้าวเสีย&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งดำเนินการติดตั้งระบบน้ำและใช้งานเรียบร้อยแล้ว</p><p>2.โครงการปลูกพืชทางเลือกเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ได้รับมอบต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;และพริกไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ต้น&nbsp;เป้าหมายติดตามแปลงของเกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางพรเพ็ญ&nbsp;มากชัย&nbsp;นางสุคนธ์&nbsp;นาคประสิทธิ์&nbsp;และนายเกษม&nbsp;ทองขาว&nbsp;ดำเนินการปลูกเรียบร้อยแล้ว</p><p>3.โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศพก.หลัก&nbsp;(นายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์)&nbsp;ได้รับเครื่องสูบน้ำแบบโซลาเซลล์&nbsp;ผลตอบรับหลังจากเข้าร่วมโครงการพบว่า&nbsp;เกษตรกรมีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127165456196"],
    [723,"เกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จัดเวทีพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ระดับอำเภอ ภายใต้โครงการพัฒนาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ปี พ.ศ.2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายสมุห์ภัทร์&nbsp;สังข์ไชย&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดเวทีพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ระดับอำเภอกันตัง&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในเวทีนี้ได้มีการชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;และบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านในปี&nbsp;2565&nbsp;รับฟังปัญหา/อุปสรรค&nbsp;และข้อเสนอแนะต่างๆของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;รวมถึงฝึกใช้&nbsp;smart&nbsp;phone&nbsp;ในการปฏิบัติงานในภาคการเกษตรให้มีความสะดวกรวดเร็ว&nbsp;ทันต่อสถานการณ์มากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;อกม.&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;กลไกสำคัญภาคเกษตร&nbsp;&nbsp;ที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน&nbsp;ได้รับการคัดเลือกหมู่บ้านละ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;จากที่ประชุมอาสาสมัครเกษตรและผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อทำหน้าที่จัดเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรของหมู่บ้าน&nbsp;ร่วมกับกรรมการหมู่บ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้าน&nbsp;ประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้าน&nbsp;รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเกษตรในหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127183557288"],
    [724,"เกษตรอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ร่วมประชุมประจำปี รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงกิจการของกลุ่ม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;</strong>โดยนายสมเดช&nbsp;ว่องทั่ง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกชกมล&nbsp;ปิ่นแก้ว&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกองทุนฟื้นฟูอาชีพตำบลห้วยนางหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลห้วยนาง&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานของกลุ่ม</strong>&nbsp;ร่วมประชุมประจำปีรับฟังปัญหา&nbsp;ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงกิจการของกลุ่ม&nbsp;และร่วมมอบเงินปันผลในกิจกรรมผลิตเครื่องแกง&nbsp;และกิจกรรมออมทรัพย์ผ่านธนาคารหมู่บ้าน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน&nbsp;128&nbsp;ราย&nbsp;มีการมอบทุนการศึกษาให้บุตรสมาชิกจำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และมอบไข่ไก่เพื่อเป็นกำลังใจให้กรรมการกลุ่ม&nbsp;และผู้มีประวัติการออมดีเยี่ยมด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127183939299"],
    [725,"ฝ่ายปกครองไชยาลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมลานเทปาล์มน้ำมัน หลังจังหวัดสุราษฎร์ธานีออกประกาศให้ยืนยันตัวตนในการรับซื้อผลปาล์ม ป้องกันมิจฉาชีพลักขโมยผลผลิตของเกษตรกร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอไชยา</strong>&nbsp;ภายใต้การสั่งการของนายเจริญศักดิ์&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;&nbsp;นายอำเภอไชยา&nbsp;ร่วมกับเกษตรอำเภอไชยา&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และชุดเฉพาะกิจแหลมโพธิ์&nbsp;ออกตรวจติดตามการรับซื้อปาล์มน้ำมันของลานเทในพื้นที่อำเภอไขยา&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลานเทสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน&nbsp;ม.2&nbsp;ต.ตะกรบ&nbsp;อ.ไชยา&nbsp;ลานเทกลุ่มบริษัทสมอทองสาขาตะกรบ&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ตะกรบ&nbsp;อ.ไชยา&nbsp;ลานเทนิวปาล์มสาขาตะกรบ&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตะกรบ&nbsp;อ.ไชยา&nbsp;และลานเทธนาปาล์มสาขาตะกรบ&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตะกรบ&nbsp;อ.ไชยา&nbsp;ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีออกประกาศให้ยืนยันตัวตนในการรับซื้อผลปาล์ม&nbsp;เพื่อป้องกันมิจฉาชีพลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้เจ้าหน้าที่ได้แนะนำและขอความร่วมมือให้เจ้าของลานเททุกแห่ง&nbsp;</strong>ดำเนินการตามมาตรการของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยการตรวจและถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่มาขายปาล์มน้ำมันทุกคน&nbsp;บันทึกการซื้อขาย&nbsp;บันทึกหมายเลขทะเบียนรถที่มาขาย&nbsp;และติดตั้งกล้องวงจรปิด&nbsp;เพื่อป้องกันการลักขโมยปาล์มน้ำมันมาขายในลานเท&nbsp;และห้ามซื้อปาล์มน้ำมันที่ผู้ขายไม่สามารถแสดงแหล่งที่มาได้โดยเด็ดขาด&nbsp;ซึ่งผลการปฎิบัติเจ้าของลานเททุกลานรับทราบ&nbsp;และพร้อมปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดทุกราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127171923213"],
    [726,"โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10:00&nbsp;น.&nbsp;นายวรพันธุ์&nbsp;สุวัณณุสส์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ที่อาคารตลาดนัดบ้านวังมืด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบุพราหมณ์&nbsp;อำเภอนาดี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;</p><p><strong>โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ได้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมารขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ&nbsp;ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ที่มีปัญหา&nbsp;ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม</strong>&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;เป็นการสืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย&nbsp;พระวิริยะอุตสาหะ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหา&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกๆ&nbsp;ด้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ปราจีนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127181815249"],
    [727,"ปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานีเชิญชวนเกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสุกร ณ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2565","<p><strong>นายเดชา&nbsp;&nbsp;จิตรภิรมย์&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดให้เกษตรกรผู้เลี้องสุกรขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;โดยในส่วนของเกษตรกรรายเดิมให้ปรับปรุงข้อมูลการเลี้ยงสุกรให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;ขณะที่เกษตรกรรายใหม่ให้แจ้งความจำนงขอขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสุกรรายใหม่&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&nbsp;โดยให้นำบัตรประชาชนมาขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลเกษตรกร&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายเดชา&nbsp;&nbsp;จิตรภิรมย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>แม้ปัจจุบันยังไม่มีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร(ASF)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;แต่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และเร่งสำรวจข้อมูลฟาร์มสุกร/จำนวนสุกร/ผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;และเตรียมมาตรการเยียวยาตามระเบียบของทางราชการหากเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ขึ้น&nbsp;รวมทั้งประสานกับประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารข้อมูล&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ASF&nbsp;อย่างทั่วถึง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127171613210"],
    [728,"จังหวัดชัยนาท เริ่มปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรงเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคช่วงภัยแล้ง 28 มกราคมนี้","<p><strong>นายอดิศร&nbsp;เกิดโต&nbsp;นายอำเภอเนินขาม&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>อำเภอเนินขามได้มีการประชุมคณะกรรมการ?บริหารจัดการน้ำ?&nbsp;ร่วมกับตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่?&nbsp;จำนวน?&nbsp;3?&nbsp;ครั้ง?&nbsp;เพื่อจัดทำแผนการปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรง?&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์?ให้พี่น้องเกษตรกร?&nbsp;ได้วางแผนในการใช้น้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ?มากขึ้น?&nbsp;โดยได้ข้อสรุปในการปล่อยและบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรง&nbsp;ดังนี้&nbsp;ช่วงที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.-5&nbsp;ก.พ.65&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;ใช้น้ำประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร)&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ระยะ</p><p><strong>ระยะที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;-1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ปล่อยน้ำจากห้วยหนองโรง&nbsp;มาตามเส้นส่งน้ำหลักถึงสะพาน(แยกศูนย์สมเด็จพระเทพ)&nbsp;ก่อนประตูระบายน้ำ&nbsp;2&nbsp;(อบต.สุขเดือนห้า&nbsp;ทำคันกั้นดินพร้อมท่อลอด)&nbsp;เพื่อส่งน้ำไปยังศูนย์สาธิตการเกษตรแบบผสมผสานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;บ้านหนองยาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.สุขเดือนห้า&nbsp;โดยหมู่บ้านที่จะได้รับน้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;หมู่&nbsp;4,5,1&nbsp;ต.กะบกเตี้ย&nbsp;หมู่&nbsp;1,2,4&nbsp;ต.สุขเดือนห้า&nbsp;แล้วดันน้ำไปจนถึงฝายวังคอไห&nbsp;ใช้ไม้กระดานกั้นฝาย&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;เพื่อส่งน้ำไป&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.สุขเดือนห้า&nbsp;หมู่บ้านที่จะได้รับน้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.สุขเดือนห้า&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ระยะที่&nbsp;2&nbsp;วันที่&nbsp;2-5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;เอาฝายไม้กระดานจุดวังคอไหออกทุกชั้น&nbsp;เพื่อดันน้ำไปหมู่ที่&nbsp;11,16&nbsp;ต.เนินขาม&nbsp;จนถึงบ้านรังกระโดน&nbsp;หมู่บ้านที่จะได้รับน้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.สุขเดือนห้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11,16&nbsp;ต.เนินขาม&nbsp;&nbsp;</p><p>ช่วงที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(รวม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ใช้น้ำประมาณ&nbsp;3&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.)&nbsp;จะปล่อยน้ำตามคลองส่งน้ำหลัก&nbsp;ตั้งแต่หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.กะบกเตี้ย&nbsp;ไปจนถึงหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.เนินขาม&nbsp;โดยมีหมู่บ้านที่จะได้รับน้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4,&nbsp;5,&nbsp;1&nbsp;ต.กะบกเตี้ย&nbsp;หมู่&nbsp;1,&nbsp;2,&nbsp;6,&nbsp;12,&nbsp;3&nbsp;ต.สุขเดือนห้า&nbsp;หมู่&nbsp;11,&nbsp;14,&nbsp;9,&nbsp;17,&nbsp;2,&nbsp;1,&nbsp;5,&nbsp;6,&nbsp;7&nbsp;ต.เนินขาม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การปล่อยน้ำในคลองน้ำหลักไม่สามารถปล่อยในช่วงที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้เนื่องจากมีการก่อสร้างสะพานของกรมชลประทาน&nbsp;ทำให้น้ำไม่สามารถส่งไปได้&nbsp;จากการสอบถามข้อมูลจากกรมชลประทาน&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127182311255"],
    [729,"รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการฯ ไฟป่าหมอกควัน","<p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ย้ำ&nbsp;เสริมจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง&nbsp;เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน</strong></p><p><strong>ที่ห้องปฏิบัติการองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หลังจากจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้ดำเนินการเปิดศูนย์บัญชาการฯ&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลกลางในการบริหารจัดการไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และมลพิษด้านฝุ่นละอองของจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;พร้อมมอบนโยบายในการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และนายอำเภอทั้ง&nbsp;25&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขอให้จังหวัดเชียงใหม่ทำการถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อนำมาเป็นข้อมูลและใช้เป็นแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;ย้ำการ&nbsp;เสริมจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง&nbsp;โดยเฉพาะการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;และขอให้มีการบูรณาการทำงานร่วมกับมวลชนมากยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยการเฝ้าระวังปัญหาไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้มุ่งเน้นการติดตามข้อมูลและจัดชุดสนับสนุนสร้างการรับรู้&nbsp;โดยขอให้มีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในพื้นที่เสี่ยงสูง&nbsp;พื้นที่ติดภูเขา&nbsp;และเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ทั้งยังกำชับทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและพร้อมรับมือสถานการณ์ในช่วงหน้าแล้งอย่างเต็มที่</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกร&nbsp;ระมัดระวังความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และขอให้งดเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;เพื่อคุณภาพอากาศที่ดีของจังหวัดเชียงใหม่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127190335332"],
    [730,"สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มอบเครื่องตรวจรอยนิ้วมือแฝงและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เขมฤทัย ถามะพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ ร่วมกันมอบเครื่องตรวจรอยนิ้วมือแฝงและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยมี พลตำรวจโท วีระ จิระวีระ ผู้บัญชาการ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เป็นผู้รับมอบเครื่องตรวจรอยนิ้วมือแฝงในครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลผลิตของโครงการนวัตกรรมเครื่องตรวจหารอยลายนิ้วมือแฝงสำหรับงานพิสูจน์หลักฐานอาชญากรรม ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช.มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เขมฤทัย ถามะพัฒน์ แห่งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งเครื่องต้นแบบสำหรับตรวจหารอยนิ้วมือแฝงสามารถช่วยให้ส่วนของรอยลายนิ้วมือแฝงที่หลงเหลืออยู่บนปลอกกระสุนปืนปรากฏชัดเจนขึ้น ภายในเวลาเพียง 20 วินาที นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาเครื่องต้นแบบเพื่อสำหรับใช้ในห้องปฏิบัติการและในสถานที่เกิดเหตุ ซึ่ง วช.ได้ส่งมอบเครื่องตรวจหารอยนิ้วมือแฝงที่พัฒนาขึ้นไปให้กับศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ที่มีความรับผิดชอบหลักครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส ไว้ใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพในการจับกุมผู้ก่อการร้ายและผู้ก่ออาชญากรรมในคดีต่าง ๆ ให้มารับโทษได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้มีการจัดการอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้กับตัวแทนเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานของศูนย์พิสูจน์หลักฐานต่าง ๆ ในประเทศไทยด้วย&nbsp;</p><p><br></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127201210365"],
    [731,"นักวิจัย ม.บูรพา ลงพื้นที่สำรวจ พร้อมร่วมแก้ปัญหาน้ำมันที่รั่วไหล  ในทะเลมาบตาพุด จังหวัดระยอง","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายบัลลังก์&nbsp;เนื่องแสง&nbsp;ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;กล่าวถึงกรณีน้ำมันรั่วไหลในทะเลมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;ในฐานะสถาบันการศึกษาที่ให้บริการด้านวิชาการ&nbsp;พร้อมให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;โดยได้ส่งคณาจารย์&nbsp;นักวิจัย&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและพร้อมให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยบูรพาเคยลงพื้นที่และร่วมแก้ปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลบริเวณเกาะเสม็ด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;มาแล้ว&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">แต่อย่างไรเพื่อให้คลายข้อสงสัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผลกระทบที่จะเกิดกับน้ำทะเล&nbsp;และสัตว์น้ำในเขตน่านน้ำภาคตะวันออก&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;จึงส่งทีมคณาจารย์&nbsp;และนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล&nbsp;รวมทั้งคณาจารย์จากภาควิชาวาริชศาสตร์&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อสำรวจสภาพน้ำทะเลบริเวณจุดเกิดเหตุ&nbsp;รวมทั้งกระแสลมที่จะพัดพาคราบน้ำมันว่าสามารถกระจายไปได้ถึงบริเวณใดบ้าง&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบผลกระทบจากกระแสน้ำว่ามีผลต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภาคการประมง&nbsp;และภาคการท่องเที่ยวหรือไม่อย่างไร</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากข้อมูลเบื้องต้นที่&nbsp;SPRC&nbsp;ได้นำสารเคมีเข้าไปขจัดคราบน้ำมันโดยหลักวิชาการแล้วจะทำให้คราบน้ำมันผืนใหญ่ที่อยู่ในทะเลแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กได้&nbsp;ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;3-7&nbsp;วันในการย่อยสลายตามธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งตอนนี้เราลงพื้นที่เก็บคราบน้ำมันที่ล่องลอยอยู่ในทะเล&nbsp;และน้ำตามแหล่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่คาดเดาได้ว่าจะว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้&nbsp;น่าจะรู้ผล</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;ยังได้เตรียมความพร้อมทั้งจำนวนนิสิต&nbsp;และบุคลากรที่จะลงพื้นที่&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;หากเกิดผลกระทบทางการท่องเที่ยว&nbsp;เนื่องจากมีภาควิชาการจัดการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ที่จะสามารถเข้าไปช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งการสื่อสารไปยังชุมชนเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นและร่วมกันแก้ไขสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวได้</span></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127201353367"],
    [732,"NIA หนุน 2 ธุรกิจดีพเทคและและธุรกิจนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ มอบทุนสนับสนุนสูงสุด 5 ล้านบาท","<p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA&nbsp;เร่งยกระดับการเติบโตเทคโนโลยีเชิงลึก (ดีพเทค) และธุรกิจนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ผ่านการสนับสนุนทุนโครงการนวัตกรรมแบบมุ่งเป้า ประจำปี 2565 ใน 2 สาขาธุรกิจนวัตกรรม ได้แก่ ธุรกิจนวัตกรรมด้านอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และธุรกิจดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีด้าน AI, Robotic, Immersive &amp; IoT หรือ ARI TECH (อารีเทค) เพื่อสร้างโอกาสการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยและอุตสาหกรรมเป้าหมายในลักษณะ&nbsp;โดยจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเป้าหมายไม่น้อยกว่า 3 ปี และต้องเป็นนวัตกรรมระดับประเทศที่สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจสูงในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมายที่กำหนดไว้</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะสนับสนุนเงินทุนให้เปล่า มูลค่าไม่เกิน 5,000,000 บาท โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครขอทุนผ่านทาง&nbsp;&nbsp;</span><a href=\"https://mis.nia.or.th/\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(17, 85, 204);\">https://mis.nia.or.th/</a><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2565 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์&nbsp;&nbsp;</span><a href=\"http://www.nia.or.th/public/thematic/\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(17, 85, 204);\">www.nia.or.th/public/thematic/</a>&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127204050384"],
    [733,"เกษตรอยุธยา เตรียมส่งเสริมการเพาะปลูกช่วงภัยแล้งให้กับเกษตรกร พร้อมให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด","<p><strong>นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงภัยแล้งนี้เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้เตรียมมาตรการส่งเสริมการเพาะปลูกให้กับเกษตรกรทุกพื้นที่&nbsp;โดยวางแผนการบริหารจัดการน้ำแบบยั่งยืนให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;สนับสนุนการใช้น้ำทุกกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;อย่างทั่วถึงและพอเพียง&nbsp;รวมถึงน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;การรักษาระบบนิเวศ&nbsp;การเกษตร&nbsp;การอุตสาหกรรม&nbsp;และการเพาะปลูกพืชต้นฤดูฝนในปีถัดไป&nbsp;เนื่องจากในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;สภาพน้ำต้นทุนมีจํากัด&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ในเขตชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;จึงสนับสนุนน้ำจาก&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลักได้ระหว่างเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564-&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;และรักษาระบบนิเวศและพืชต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;</strong>ได้วางแผนเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่างที่รองรับน้ำหลากในฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;1.20&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และพื้นที่ที่เพาะปลูกเป็นประจํา&nbsp;ซึ่งใช้น้ำจากแหล่งน้ำของตนเอง&nbsp;หรือแหล่งน้ำข้างเคียง&nbsp;ประมาณ&nbsp;1.61&nbsp;ล้านไร่&nbsp;รวม&nbsp;2.81&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดได้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด&nbsp;</strong>โดยเฉพาะการเกษตร&nbsp;เพาะปลูกพืชช่วงภัยแล้งที่กําหนดไว้&nbsp;ซึ่งจะให้เกษตรกรรับทราบข้อมูลข่าวสารด้านสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน&nbsp;แนวโน้มความต้องการของตลาด&nbsp;ราคา&nbsp;และแหล่งรับซื้อพืชภัยแล้ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จึงขอเชิญชวนเกษตรกรให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย&nbsp;(หลังนา)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&nbsp;ปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128005014416"],
    [734,"พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบสต๊อกข้าว","<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ดำเนินโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกปีการผลิต&nbsp;2564/65</p><p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายอนุชา&nbsp;ชาญประโคน&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&nbsp;กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงาน&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;นำคณะทำงานตรวจสอบเอกสารและสต๊อกข้าวตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯโดยตรวจสอบปริมาณและมูลค่าข้าวที่ผู้ประกอบการค้าข้าวเก็บสต๊อก&nbsp;ตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.กิจเจริญพรชัยชุมพลสุรินทร์&nbsp;2.ท่าข้าวสิทธิพงษ์&nbsp;ชุมพลฯ&nbsp;3.&nbsp;สหพืชผลท่าตูม&nbsp;อำเภอท่าตูม&nbsp;ได้ยื่นตั๋วสัญญาใช้เงินรวม&nbsp;12&nbsp;ฉบับ&nbsp;หมดอายุ&nbsp;1&nbsp;ฉบับ&nbsp;มูลค่าตั๋วสัญญาใช้เงิน&nbsp;11&nbsp;ฉบับ&nbsp;255&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผลการตรวจสต๊อกข้าว&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;ทั้ง&nbsp;11&nbsp;ฉบับ&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;255&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีปริมาณข้าวเปลือกและข้าวสาร&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;35,500&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128010616422"],
    [735,"ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยองกรมประมง ติดตามเฝ้าระวัง คุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลและสัตว์น้ำในแหล่งประมงทะเล","<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น&nbsp;กรมประมงได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยองได้ตรวจติดตามเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;บริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดระยองเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งปกติทางศูนย์วิจัยฯ&nbsp;ได้ดำเนินการเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;</p><p><strong>โดยจะตรววจติดตามเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลและสัตว์น้ำในแหล่งประมงทะเล</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สถานี&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีตัวชี้วัดดังนี้</p><p>1)&nbsp;ตรวจวัดคุณภาพน้ำที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ</p><p>2)&nbsp;สารโลหะหนักที่อาจมีการปนเปื้อนจากการรั่วไหลของน้ำมัน&nbsp;ในสัตว์น้ำ&nbsp;เช่น&nbsp;ตะกั่ว&nbsp;ปรอท&nbsp;และแคดเมี่ยม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดระยอง</strong>ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจ&nbsp;และเก็บข้อมูลการทำการประมงของประมงพื้นบ้านและพาณิชย์&nbsp;เพื่อศึกษาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128002124410"],
    [736,"อธิบดี คพ.เผยเล็งเพิ่มเรืออีก 10 ลำ เร่งขจัดคราบน้ำมันที่ขยายวงกว้าง หลังพบทิศทางคราบน้ำมันเข้าฝั่งที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด และพื้นที่เกาะเสม็ด","<p><strong>เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามกรณีน้ำมันรั่วกลางทะเล&nbsp;ที่สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ว่าได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรวจดูจุดเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;พบสถานการณ์ก็ยังควบคุมได้แต่ยังมีการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมันที่มีทิศทางไปทางที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;และเกาะเสม็ด&nbsp;อยู่ห่าง&nbsp;7-8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งจะมีการเพิ่มเรือมาอีก&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;เพื่อสกัดคราบน้ำมัน&nbsp;คือพื้นที่ทางส่วนทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับอุทยานฯ&nbsp;และเกาะเสม็ด&nbsp;อีกทิศที่ติดกับหาดแสงจันทร์&nbsp;ทางด้านไออาร์พีซีฯ&nbsp;โดยการฉีดสารเคมีช่วยสกัดให้น้ำมันตกตะกอนได้เร็วขึ้น&nbsp;เพื่อที่จะไม่ข้ามเข้ามาในเขตอุทยานฯ&nbsp;เขตท่องเที่ยวที่อาจจะเกิดความเสียหายมาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้จากการตรวจสอบ&nbsp;</strong>พบคราบน้ำมันทั้งหมดมีประมาณ&nbsp;14&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;แต่ไม่ได้เป็นผืนเดียวเป็นคราบกระจัดกระจาย&nbsp;ยังมีไข่แดงที่เป็นคราบน้ำมันที่มีความเข้มข้นสูง&nbsp;ประมาณ&nbsp;1.3&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ตอนนี้ก็จะคุมทั้งไข่แดง&nbsp;ไข่ขาวให้อยู่ไว้&nbsp;คุมมันไว้ไม่ให้ออกพื้นที่&nbsp;ให้ออกน้อยที่สุดแล้วค่อยทำให้มันสลายไปเรื่อยๆ&nbsp;ก็คงต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อยอีก&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ถ้ามันข้ามไป&nbsp;ก็จะมีบูมสกัดเป็นชั้นๆ&nbsp;ไว้ก่อน&nbsp;สุดท้ายถ้าจะเข้าชายฝั่งก็จะมีอุปกรณ์ในการที่จะดักพวกเศษน้ำมันที่จะขึ้นชายฝั่ง&nbsp;ก็จะมีการประสานเอกชนให้มาเตรียมรับไว้&nbsp;ขณะนี้ทางไออาร์พีซีฯ&nbsp;ก็ออกมาเตรียมตั้งไว้แล้ว&nbsp;มีอาสาสมัครพี่น้องประชาชนมาร่วมกันเฝ้าระวังด้วย&nbsp;สถานการณ์โดยรวมน่าจะเอาอยู่&nbsp;เรื่องการย่อยสลายต้องใช้จุลินทรีย์&nbsp;พรุ่งนี้จะเพิ่มจุลินทรีย์เสริมเข้าไปอีก&nbsp;คือจุลินทรีย์มันจะไปกินน้ำมันจนเหลือแต่คาร์บอนกับน้ำ&nbsp;ฉีดแล้วเกิดแตกตัวจะสลายง่ายขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ติดตามเรื่องคดีความด้วย&nbsp;กรณีปริมาณน้ำมันเท่าไหร่กันแน่&nbsp;ตนได้แต่รับฟังอย่างเดียวจะบอกกี่แสนลิตรก็แล้วแต่&nbsp;ก็ให้ตำรวจเรียกมาสอบสวน&nbsp;และดูเอกสารทั้งหมด&nbsp;เบื้องต้นได้ประสาน&nbsp;ผบก.ภ.จว.ระยอง&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;รอผลสรุปของตำรวจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127230601402"],
    [737,"เกษตรนครพนม เดินหน้าถ่ายทอดความรู้พัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้เป็น (Young Smart Farmer) ยกระดับการเกษตรสมัยใหม่ด้วยคนรุ่นใหม่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บริเวณศูนย์การเรียนรู้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;22&nbsp;ตำบลบ้านแก้ง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอนาแก&nbsp;จัดอบรมถ่ายทอดความรู้ภายใต้โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;กิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;หลักสูตรพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;ให้เป็น&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ซึ่งดำเนินการเป็นระยะที่&nbsp;1&nbsp;เกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการจัดในระหว่างวันที่&nbsp;27-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพและความสามารถด้านการเกษตรทดแทนเกษตรกรที่สูงอายุ&nbsp;และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของสินค้าภาคการเกษตรเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เกิดการพัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำทางการเกษตร&nbsp;พึ่งพาตนเองและครอบครัว&nbsp;เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการเกษตรได้อย่างมั่นคง</p><p><strong>สำหรับการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรทุกคนได้รับการพัฒนาเป็นเกษตรกรที่มีความพร้อมรับกับสถานการณ์ด้านการเกษตรที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรไทยมีความพร้อม&nbsp;มีความรู้&nbsp;ความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;จึงได้กำหนดคำนิยามของเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;-Farmer)&nbsp;หมายถึง&nbsp;ผู้ประกอบการเกษตรที่มีการใช้เทคโนโลยี&nbsp;และการบริหารจัดการเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างทันยุคสมัย&nbsp;มีความเข้มแข็ง&nbsp;พึ่งพาตนเองได้และถือเป็นเป้าหมายในการพัฒนาเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่ม&nbsp;มุ่งเน้นให้มีความสามารถในการบริหารจัดการกลุ่มทั้ง&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การบริหารจัดการองค์กร&nbsp;ทุนและทรัพยากร&nbsp;ผลประโยชน์ของสมาชิก&nbsp;ความรู้ความสามารถของสมาชิกและองค์กร&nbsp;และการบริหารเชิงธุรกิจ&nbsp;เพื่อให้เกิดกลุ่มที่เข้มแข็ง&nbsp;&nbsp;นำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายเจ้าหน้าที่และเกษตรกรที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพของกรมส่งเสริมการเกษตรทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพยิ่งขึ้น&nbsp;และยังได้ดำเนินงานสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่มาตั้งแต่&nbsp;ปี&nbsp;2551&nbsp;&nbsp;มุ่งเน้นการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรเป็นรายบุคคลในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การบริหารจัดการธุรกิจ&nbsp;และการใช้ระบบสารสนเทศ</p><p><strong>การดำเนินงานตามนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;</strong>มีการแบ่งช่วงอายุของกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;อายุ&nbsp;17-45&nbsp;ปี&nbsp;จึงยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เน้นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างเครือข่ายโดยให้เกษตรกรเป็น&nbsp;ศูนย์กลางการเรียนรู้และออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็น&nbsp;ผู้จัดการเรียนรู้&nbsp;มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความสามารถด้านการเกษตร&nbsp;ทดแทนเกษตรกรผู้สูงอายุ&nbsp;และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาด&nbsp;จนเป็นเกษตรกรมืออาชีพที่เป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่น&nbsp;และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกระดับ&nbsp;ขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรและองค์กรเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>การสร้าง&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;</strong>ถือเป็นการเสริมสร้างความรู้ด้านการเกษตรแบบรุ่นใหม่ให้กับเยาวชนตั้งแต่สถาบันการศึกษาในระดับประถม&nbsp;หรือเยาวชนทั่วไป&nbsp;ที่เยาวชนซึ่งเป็นบุตรหลานของเกษตรกรให้รู้เรื่องการตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;วิเคราะห์สภาพดิน&nbsp;การเตรียมดิน&nbsp;การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์&nbsp;การดูแลจัดการด้วยระบบเกษตรแม่นยำ&nbsp;การเก็บเกี่ยว&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การตลาดให้ครบวงจร&nbsp;เพื่อสร้างเยาวชนเหล่านี้เป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ในอนาคต&nbsp;ที่สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;ทั้งมีความภาคภูมิใจและความมั่นคงในการประกอบอาชีพทางการเกษตร&nbsp;พึ่งพาตนเอง&nbsp;และเป็นที่พึ่งให้แก่เพื่อนเกษตรกรได้&nbsp;และสำหรับคุณสมบัติของ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;จะต้องมีความรู้เรื่องที่ทำ&nbsp;มีข้อมูลตัดสินใจ&nbsp;มีการจัดการผลผลิต/ตลาด&nbsp;ใส่ใจคุณภาพ&nbsp;รับผิดชอบสังคม/สิ่งแวดล้อม&nbsp;ภาคภูมิใจที่เป็นเกษตรกร&nbsp;โดยเกษตรกรรุ่นใหม่จะต้องได้รับการประเมินศักยภาพและต้องผ่านคุณสมบัติด้านรายได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;180,000&nbsp;บาทต่อครัวเรือนต่อปี&nbsp;และมีอายุระหว่าง17-&nbsp;45&nbsp;ปี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;&nbsp;Young&nbsp;&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;</strong>สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128000846407"],
    [738,"จ.สุรินทร์ ประชุมขับเคลื่อนโครงการ \"สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\"","<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางกรรณชนันจ์&nbsp;คชสีห์&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าทีประจำศูนย์ข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;กลุ่มงานกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;\"สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\"&nbsp;</strong>คณะทำงานด้านการตรวจรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS&nbsp;Surin&nbsp;Model)&nbsp;และคณทำงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาการปลูกข้าวอินทรีย์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128085807430"],
    [739,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมตามรอยคราบน้ำมันดิบรั่วบริเวณมาบตาพุด พบขยายวงกว้างแล้วกว่า 47 ตารางกิโลเมตร คาดเข้าใกล้ชายฝั่งวันนี้","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมตามรอยคราบน้ำมันดิบรั่วบริเวณมาบตาพุด&nbsp;พบขยายวงกว้างแล้วกว่า&nbsp;47&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;คาดเข้าใกล้ชายฝั่งวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้ใช้ภาพจากดาวเทียม&nbsp;TerraSAR-X&nbsp;ถ่ายภาพเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;เวลา&nbsp;18.23&nbsp;น.&nbsp;ติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันดิบรั่วทะเลระยองต่อเนื่อง&nbsp;พบคราบน้ำมันลอยแผ่เป็นบริเวณกว้างกว่าเดิมกินพื้นที่&nbsp;47&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;หรือ&nbsp;29,506&nbsp;ไร่&nbsp;หรือกว่า&nbsp;9&nbsp;เท่าของเกาะเสม็ด&nbsp;แล้วมีทิศทางเคลื่อนที่ไปทางทิศด้านตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ซึ่งคราบน้ำมันดังกล่าวอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลของอำเภอเมืองระยองประมาณ&nbsp;6.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และห่างจากเกาะเสม็ดประมาณ&nbsp;12&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;คาดว่า&nbsp;คราบน้ำมันจะขึ้นฝั่งในวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งเมืองระยอง&nbsp;ชายหาดแม่รำพึง&nbsp;และพื้นที่ชายหาดใกล้เคียงได้&nbsp;โดยข้อมูลจากการวิเคราะห์&nbsp;จิสด้า&nbsp;จะส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้วางแผน&nbsp;ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบในพื้นที่ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การประเมินคราบน้ำมันจากภาพถ่ายดาวเทียมระบบ&nbsp;SAR&nbsp;(X-Band)&nbsp;เป็นการประมาณจากขอบเขตพื้นที่&nbsp;ส่วนปริมาตรของน้ำมัน&nbsp;หรือความหนาของชั้นน้ำมัน&nbsp;(Oil&nbsp;Thickness)&nbsp;อาจต้องใช้ข้อมูลจากการเก็บข้อมูลในพื้นที่จริง</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128090021432"],
    [740,"กอนช. ขอให้ประชาชนในภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกในบางพื้นที่ พร้อมให้กรมชลประทานเร่งก่อสร้างประตูระบายน้ำแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและอุทกภัยในลุ่มน้ำยมตอนล่าง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนในภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกในบางพื้นที่&nbsp;พร้อมให้กรมชลประทานเร่งก่อสร้างประตูระบายน้ำแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า&nbsp;,&nbsp;ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;51&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;47&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;41&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;34,594&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,729&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;58&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามงานแก้ปัญหาด้านน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่างที่ประสบปัญหาด้านขาดแคลนน้ำและอุทกภัยเป็นประจำทุกปี&nbsp;และสภาพพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;โดยกรมชลประทานได้วางแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำตลอดช่วงแม่น้ำยม&nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ช่วงแล้งและหน่วงชะลอน้ำเพื่อผันน้ำเข้าทุ่งหรือแก้มลิงในช่วงน้ำหลาก&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ด้วยการทำโครงการประตูระบายน้ำ&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม&nbsp;ต.ท่านางงาม&nbsp;อ.บางระกำ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;เก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;7&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;พื้นที่รับประโยชน์&nbsp;51,375&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;2,568&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คาดใช้ได้ปี&nbsp;2565&nbsp;//&nbsp;โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังจิก&nbsp;ต.วังจิก&nbsp;อ.โพธิ์ประทับช้าง&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้&nbsp;37,397&nbsp;ไร่&nbsp;คาดแล้วเสร็จต้นปี&nbsp;2566</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำท่าแห&nbsp;ต.กำแพงดิน&nbsp;อ.สามง่าม&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;เก็บกักน้ำได้&nbsp;12&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;81,111&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;1,412&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คาดแล้วเสร็จปี&nbsp;2565&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;ต.ไผ่ท่าโพ&nbsp;อ.โพธิ์ประทับช้าง&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้าง&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จเพิ่มพื้นที่ชลประทาน&nbsp;28,868&nbsp;ไร่&nbsp;เมื่อการสร้างประตูระบายน้ำทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่งแล้วเสร็จทั้งหมดจะสามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตรช่วงหน้าแล้งให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่างได้ดี</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128092007443"],
    [741,"ทช. สำรวจระบบนิเวศทางทะเล ชายฝั่ง และแนวปะการังยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันดิบรั่ว พร้อมให้เฝ้าระวังใกล้ชิดต่อเนื่องจนกว่าจะกำจัดได้สำเร็จ","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;สำรวจระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;ชายฝั่ง&nbsp;และแนวปะการังยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันดิบรั่ว&nbsp;พร้อมให้เฝ้าระวังใกล้ชิดต่อเนื่องจนกว่าจะกำจัดได้สำเร็จ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบระบบนิเวศหญ้าทะเล&nbsp;ปะการัง&nbsp;และชายฝั่งจังหวัดระยอง&nbsp;หลังเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ด้วยการตรวจสอบพื้นที่แนวปะการัง&nbsp;5&nbsp;สถานี&nbsp;โดยวิธี&nbsp;Line&nbsp;intercept&nbsp;transect&nbsp;บริเวณอ่าวพร้าว&nbsp;และวิธี&nbsp;Spot&nbsp;check&nbsp;บริเวณเขาแหลมหญ้า&nbsp;อ่าวปลาต้ม&nbsp;อ่าวกิ่วใน&nbsp;และอ่าวลุงดำ&nbsp;พบแนวปะการังมีสภาพปกติยังไม่พบคราบน้ำมันและตะกอนน้ำมันบนผิวโคโลนีปะการังและในปริมาณน้ำทะเล&nbsp;//&nbsp;ตรวจสอบแหล่งหญ้าทะเล&nbsp;2&nbsp;สถานี&nbsp;คือ&nbsp;เขาแหลมหญ้า&nbsp;และอ่าวบ้านเพ&nbsp;พบแหล่งหญ้าทะเลยังปกติและไม่พบคราบน้ำมันผิวน้ำทะเลและบนผิวใบหญ้าทะเล&nbsp;//&nbsp;ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศปะการัง&nbsp;3&nbsp;สถานี&nbsp;คือ&nbsp;อ่าวพร้าว&nbsp;อ่าวกิ่วใน&nbsp;และอ่าวลุงดำ&nbsp;และตรวจสอบชายหาดตั้งแต่หาดแสงจันทร์ถึงหาดแม่รำพึงรวมระยะทางประมาณ&nbsp;22&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบน้ำทะเลมีสภาพปกติ&nbsp;ไม่มีกลิ่น&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันบนผิวน้ำและชายหาด&nbsp;และไม่พบสัตว์น้ำตาย&nbsp;ภาพรวมคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ได้กำชับให้นักวิชาการลงพื้นที่สำรวจประเมินผลกระทบต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;หากมีผลกระทบตกค้างสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้รวบรวมหลักฐาน&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128092158444"],
    [742,"การกำจัดคราบน้ำมันดิบรั่ว ได้ปรับแผนใช้เรือ ฉีดสารเคมีสลายคราบน้ำมัน โดยเฉพาะที่เป็นกลุ่มก้อน แทนการขึ้นบินโปรยสารเคมี พร้อมใช้ Boom สกัดคราบน้ำมัน","<p><strong>การกำจัดคราบน้ำมันดิบรั่ว&nbsp;ได้ปรับแผนใช้เรือ&nbsp;ฉีดสารเคมีสลายคราบน้ำมัน&nbsp;โดยเฉพาะที่เป็นกลุ่มก้อน&nbsp;แทนการขึ้นบินโปรยสารเคมี&nbsp;พร้อมใช้&nbsp;Boom&nbsp;สกัดคราบน้ำมันขยายวงกว้างและกระทบชายฝั่ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;ศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันกองทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;(ศคปน.ทรภ.1)&nbsp;ได้ให้ใช้เรือ&nbsp;SC&nbsp;GROUP&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ดำเนินการอยู่แล้วฉีดสารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;สลายคราบน้ำมันในส่วนที่เป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ส่วนวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ได้ระดมเรือ&nbsp;SC&nbsp;GROUP&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;ฉีดสาร&nbsp;Dispersant&nbsp;สลายคราบน้ำมันเรียงแถวหน้ากระดานสกัดการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมันไม่ให้เข้าใกล้แนวปะการังและหญ้าทะเลบริเวณเขาแหลมหญ้าเกาะเสม็ดและพื้นที่อ่อนไหว&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากเรือนักท่องเที่ยวช่วงเกาะเสม็ด-แหลมหญ้างดเดินเรือในระยะนี้&nbsp;เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการจัดการคราบน้ำมัน&nbsp;ขณะที่เรือประมงช่วยกันลาก&nbsp;Boom&nbsp;มาสกัดคราบน้ำมันป้องกันชายฝั่งได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมัน&nbsp;ด้าน&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เร่งจัดหา&nbsp;Boom&nbsp;เพิ่มจากทั่วประเทศให้ได้รวมกัน&nbsp;3,000&nbsp;เมตร&nbsp;หรือให้มากที่สุดมาดักคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;ส่วนบริเวณชายฝั่ง&nbsp;บริษัท&nbsp;ไออาร์พีซี&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;IRPC&nbsp;ได้ใช้อุปกรณ์และ&nbsp;Boom&nbsp;ดักเก็บคราบน้ำมันและมีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดชายหาดพร้อมรับมือแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ได้ให้ชะลอการขึ้นบินโปรยสาร&nbsp;Dispersant&nbsp;ขจัดคราบน้ำมันดิบรั่วด้วยเครื่อง&nbsp;C130&nbsp;ไว้ก่อน&nbsp;แล้วค่อยประเมินความเป็นไปได้ในการใช้เรือแทน&nbsp;เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดและลดการใช้สารเคมีลง&nbsp;ขณะเดียวกันกรมเจ้าท่าประสานจัดหาเรือขนาดเล็กที่มีอุปกรณ์ดูดคราบน้ำมันบริเวณผิวน้ำมาสนับสนุนเพิ่มเติมปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128092813445"],
    [743,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่ ยกเว้นริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง เกินมาตรฐานเล็กน้อย","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ยกเว้นริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;เกินมาตรฐานเล็กน้อย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเกือบพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ยกเว้นริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ที่&nbsp;51&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;จากการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128100408461"],
    [744,"รณรงค์เข้ม สร้างเครือข่ายลดการเผาในพื้นที่ภาคกลาง เน้นใช้เทคโนโลยีจัดการเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร","<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภาคกลางขึ้น&nbsp;ที่แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อรณรงค์เน้นหนักให้เกษตรกรมีความตระหนักถึงข้อเสียของการเผาในพื้นที่การเกษตรและนำเสนอเทคโนโลยีทางเลือกที่เหมาะสมในการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีจังหวัดในความรับผิดชอบ&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;อ่างทอง&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;และชัยนาท&nbsp;มีพื้นที่การเกษตรประมาณ&nbsp;7&nbsp;ล้านไร่&nbsp;</p><p><strong>โดยจากฐานข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ</strong>&nbsp;&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พบว่ามีจุด&nbsp;Hotspot&nbsp;ในพื้นที่การเกษตรภาพรวม&nbsp;ระหว่างเดือนมกราคม&nbsp;-&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;360&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นพื้นที่&nbsp;18,031&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ปลูกข้าว&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้ดำเนินการสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาในชุมชนต้นแบบ&nbsp;12&nbsp;ชุมชน&nbsp;&nbsp;และพบว่า&nbsp;หลายพื้นที่ประสบความสำเร็จทั้งลดการเผาและสร้างรายได้แก่ชุมชนจากการผลิตและจำหน่ายฟางก้อน&nbsp;ผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลจากใบอ้อย&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;การเพาะเห็ดจากฟางข้าว&nbsp;ผลิตปุ๋ยหมักสร้างมูลค่า&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการดำเนินโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>ภาพรวมทั้งประเทศ&nbsp;จากการสำรวจจากดาวเทียมระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;12,705&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากเดิมในปี&nbsp;2563&nbsp;ซึ่งพบจุดความร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;26,310&nbsp;จุด&nbsp;โดยอยู่ในพื้นที่การเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;3,320&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากเดิมในปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;6,285&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>ตั้งเป้าลดการเผาในพื้นที่การเกษตรในเขตจังหวัดภาคกลางให้เป็นศูนย์&nbsp;หรือน้อยกว่าปี&nbsp;2564&nbsp;โดยใช้กลไกเครือข่ายเกษตรกร&nbsp;ทำหน้าที่สื่อสารสร้างการรับรู้&nbsp;สร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการเผาในพื้นที่การเกษตรและจัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรเชื่อมั่นว่าจะช่วยให้เกษตรกรเกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติและเกิดจิตสำนึกตระหนักถึงผลเสียจากการเผา&nbsp;และมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128102232471"],
    [745,"ขยะเกลื่อน ดอยพุ่ยโค อบต.แม่คะตวน ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวรักษาความสะอาด","<p><strong>แม้ว่าขณะนี้&nbsp;ดอยพุ่ยโค</strong>&nbsp;จะเปิดให้ท่องเที่ยวอย่างไม่เป็นทางการ&nbsp;เนื่องจากอยู่ในระหว่างการปรับปรุง?สถานที่&nbsp;เมื่อวันที่?&nbsp;27?&nbsp;มกราคม?&nbsp;2565?&nbsp;เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะตวน&nbsp;ได้ลงพื้นที่ดำเนินการเก็บขยะและทำความสะอาดแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ดอยพุ่ยโค&nbsp;พบว่ากำลังประสบกับปัญหาขยะ&nbsp;เนื่องจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ส่งผลให้เกิดขยะตกค้างสะสมจำนวนมาก&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่พบขยะจำนวนมากถูกทิ้งเกลื่อนกลาด&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นถุงพลาสติกและภาชนะบรรจุอาหารต่างๆ&nbsp;ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งเชื้อโรค&nbsp;และเมื่อขยะเหล่านี้ตกค้างสะสมเป็นเวลานาน&nbsp;มลพิษจะกระจายไปในดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;และอากาศ&nbsp;ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ&nbsp;ทำลายทรัพยากรธรรมชาติให้เสื่อมโทรมลง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;</strong>องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะตวน?&nbsp;ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวช่วยกันรักษาความสะอาดและอย่าทิ้งขยะเกลื่อนกลาด?&nbsp;ขอให้นำขยะลงมาทิ้งถังขยะที่ทางอบต.ได้จัดเตรียมไว้ให้บริเวณลานจอดรถด้านล่าง&nbsp;โดยคัดแยกขยะก่อนทิ้ง&nbsp;หรือเลือกใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติแทนกล่องโฟมและถุงพลาสติก&nbsp;และเมื่อนำสิ่งที่จะก่อให้เกิดขยะเข้าในแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;เช่น&nbsp;ถุงพลาสติก&nbsp;กล่องโฟม&nbsp;ขวด&nbsp;กระป๋อง&nbsp;ควรเก็บคืนออกมาให้มากที่สุด</p><p>ดอยพุ่ยโค&nbsp;หรือดอยพุยโค&nbsp;หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า&nbsp;ดอยพุย&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านอุมดาเหนือ&nbsp;ตำบลแม่คะตวน&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีความสูงจากระดับทะเลปานกลาง&nbsp;1,406&nbsp;เมตร&nbsp;การขึ้นไปบนดอยนั้น&nbsp;รถทุกชนิดไม่สามารถขึ้นไปได้&nbsp;ต้องใช้การเดินเท้าเท่านั้น&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;800&nbsp;เมตร&nbsp;ใช้เวลาราว&nbsp;30-40&nbsp;นาที&nbsp;บนดอยพุ่ยโคมีทิวทัศน์ที่สวยงาม&nbsp;สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับทะเลหมอกในตอนเช้า&nbsp;และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น&nbsp;รวมทั้งยังสามารถกางเต็นท์นอนค้างคืน&nbsp;เพื่อรอชมดาวในตอนค่ำได้อีกด้วย&nbsp;อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ใครๆ&nbsp;ก็ต้องแวะมาถ่ายรูปนั่นก็คือ&nbsp;\"ต้นเดียวดาย\"&nbsp;ต้นไม้ที่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างเดียวดาย&nbsp;รอให้นักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมชม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128103845492"],
    [746,"กองทัพเรือ เร่งขจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเล ท่าเรือมาบตาพุด จังหวัดระยอง ป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันเคลื่อนที่เข้าสู่อุทยานเขาแหลมหญ้า ","<p><strong>พลเรือโท&nbsp;ปกครอง&nbsp;มนธาตุผลิน&nbsp;โฆษกกองทัพเรือ</strong>&nbsp;แถลงความคืบหน้าในการเร่งขจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเล&nbsp;ท่าเรือมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ผ่านเพจเฟซบุ๊กโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;ว่าทิศทางของคราบน้ำมันได้เคลื่อนที่ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือและกระจายตัวเข้าหาฝั่ง&nbsp;ปัจจุบันห่างจากชายฝั่งประมาณ&nbsp;4.7&nbsp;ไมค์ทะเล.&nbsp;คาดว่าจะถึงอุทยานเขาแหลมหญ้า&nbsp;ตำบลเพ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ในช่วงบ่ายของวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นาวาโท&nbsp;อนุสรณ์&nbsp;คล้ายมงคล</strong>&nbsp;หัวหน้าสนับสนุนปฏิบัติการกองปฏิบัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลกรมยุทธการทหารเรือ&nbsp;กล่าวถึงการดำเนินงานของศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ในช่วงเช้าวันนี้&nbsp;ได้จัดอากาศยานขึ้นบินตรวจสอบคราบน้ำมันและการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน&nbsp;พร้อมจัดเรือเฝ้าติดตามการเคลื่อนที่&nbsp;รวมทั้งพ่นสารขจัดคราบน้ำมันแบบหน้ากระดาน&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันเคลื่อนที่เข้าสู่อุทยานเขาแหลมหญ้า&nbsp;ตลอดจนวางบูมปิดกั้นป้องกันคราบน้ำมันเข้าสู่ชายฝั่งและเตรียมเก็บคราบน้ำมันหากกรณีมีการเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่ง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากการปฏิบัติงานเมื่อวานที่ผ่านมา</strong>&nbsp;กองทัพเรือได้จากอากาศยานการบินตรวจสอบคราบน้ำมันในพื้นที่ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย&nbsp;พร้อมจัดเรือหลวงแสมสาร&nbsp;เรือของภาคเอกชนและกรมเจ้าท่ารวม&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;พ่นสารเคมีขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;จัดเฮลิคอปเตอร์ติดตั้งพ่นสารเคมีในพื้นที่รวม&nbsp;2,400&nbsp;ลิตร&nbsp;ปล่อยทุ่นล้อมกักน้ำมัน&nbsp;เพื่อไม่ให้น้ำมันเคลื่อนตัวเข้าไปในพื้นที่อุทยานเขาแหลมหญ้า&nbsp;รวมทั้งส่งเรือต.&nbsp;237&nbsp;และเรือต.&nbsp;207&nbsp;เข้าไปในพื้นที่อุทยานเขาแหลมหญ้า&nbsp;เพื่อการเฝ้าระวังและตรวจสอบคราบน้ำมัน&nbsp;ปัจจุบันได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำแล้วยังไม่พบการปนเปื้อนของน้ำมัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้ประสานผู้เชี่ยวชาญจากประเทศมาเลเซีย&nbsp;โปรยสารขจัดครายน้ำมันจากเครื่องบิน&nbsp;ซี130&nbsp;แต่การโปรยสารเคมีนี้&nbsp;ต้องมีการพิจารณาจากผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน&nbsp;เนื่องจากเป็นสารเคมีที่มีผลกระทบต่อประชาชน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128110729505"],
    [747,"ทช. และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ผลักดันปากน้ำประแสจังหวัดระยอง สร้างการอนุรักษ์และรักษาผืนป่าชายเลนของประเทศ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลจากการกักเก็บคาร์บอน","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;และกลุ่มบริษัท&nbsp;ดาว&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ผลักดันปากน้ำประแส&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;สร้างการอนุรักษ์และรักษาผืนป่าชายเลนของประเทศ&nbsp;พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลจากการกักเก็บคาร์บอน&nbsp;ผ่านโครงการ&nbsp;ดาวและภาคีป่าชายเลนประเทศไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;เลื่อนผลเจริญชัย&nbsp;ประธานบริหาร&nbsp;กลุ่มบริษัท&nbsp;ดาว&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;,&nbsp;เทศบาลตำบลปากน้ำประแส&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;และกลุ่มพันธมิตร&nbsp;ได้ร่วมกันประกาศความร่วมมือโครงการ&nbsp;ดาวและภาคีป่าชายเลนประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;\"Dow&nbsp;&amp;&nbsp;Thailand&nbsp;Mangrove&nbsp;Alliance\"&nbsp;เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเกิดความยั่งยืน&nbsp;ทั้งการพัฒนากลไกด้านเศรษฐศาสตร์ให้เกิดการดูแลป่าชายเลนอย่างยั่งยืน&nbsp;ส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;การฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนและชายฝั่ง&nbsp;การแก้ไขและการบริหารจัดการขยะทะเล&nbsp;เสริมสร้างศักยภาพของภาคีเครือข่ายป่าชายเลน&nbsp;ผลิตองค์ความรู้และประชาสัมพันธ์&nbsp;และสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ&nbsp;โดย&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จะช่วยให้ป่าชายเลนของไทยเติบโตอย่างยั่งยืนมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและชุมชนรอบป่าชายเลนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชายเลนปากน้ำประแส&nbsp;มาใช้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน&nbsp;แก้ปัญหาขยะทะเล&nbsp;แก้ปัญหาขยะในชุมชน&nbsp;ถือเป็นการพัฒนากลไกทางด้านเศรษฐศาสตร์ในทุกมิติมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประชาชน&nbsp;ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;(Climate&nbsp;Change)&nbsp;ศึกษาวิจัยและขยายโมเดลไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;และลดปัญหาขยะพลาสติกเล็ดลอดลงทะเล&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภาพรวมไทยมีป่าชายเลนรวม&nbsp;2.8&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หลัง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมาจากการสำรวจภาพถ่ายดาวเทียมของ&nbsp;จิสด้า&nbsp;พบป่าชายเลนประเทศเพิ่มขึ้นมากถึง&nbsp;200,000&nbsp;ไร่&nbsp;ที่เกิดจากความร่วมมือของประชาชนช่วยกันฟื้นฟูและปกป้องรักษา&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ป่าสมบูรณ์&nbsp;1.7&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และป่าใช้ประโยชน์&nbsp;ทั้งการทำการเกษตร&nbsp;การทำประมง&nbsp;ปลูกสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทำนากุ้ง&nbsp;1.1&nbsp;ล้านไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;เลื่อนผลเจริญชัย&nbsp;ประธานบริหาร&nbsp;กลุ่มบริษัท&nbsp;ดาว&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มุ่งสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้วยการพัฒนากลไกเศรษฐกิจคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนขึ้นครั้งแรกในไทย&nbsp;พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการคัดแยกขยะของชุมชนริมน้ำให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ที่แตกต่างจากโครงการปลูกป่าอื่นๆ&nbsp;ถือเป็นการยกระดับโครงการด้วยการใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านต่างๆของแต่ละหน่วยงานเข้ามาพัฒนาชุมชนให้มีประสิทธิภาพและสร้างการมีส่วนร่วมขอบประชาชนและเยาวชนในชุมชนมากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;นักสืบป่าชายเลน&nbsp;การนำแอปพลิเคชั่นมาใช้&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืนและสมดุล&nbsp;และตอบโจทย์การลดก๊าซเรือนกระจกตามแผนของประเทศในอนาคตด้วย</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128121745532"],
    [748,"สวนส้มโชกุนตรัง ราคาดีสวนกระแสส้มภาคอื่น  ผลผลิตเยอะ รสชาติหวานอร่อยเป็นที่ต้องการของตลาดออนไลน์ทั่วประเทศ เฉพาะเทศกาลตรุษจีนเจ้าของสวนเตรียมไว้ 40,000 กิโลกรัม พร้อมกับประกาศปรับลดราคาลง 10 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อช่วยประชาชนในภาวะของแพง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่สวนส้ม&nbsp;ไร่วังน้ำค้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;บ้านเจ้าพะ&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สวนส้ม&nbsp;โชกุนที่มีชื่อเสียงของ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;และได้ผ่านการรับรองระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตรว่าเป็นสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัยจากสารเคมี&nbsp;พบว่าคนงานกำลังเร่งเก็บผลผลิต&nbsp;เพื่อเตรียมส่งขายในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ซึ่งมีออเดอร์จากการขายออนไลน์เข้ามาจำนวนมาก&nbsp;ทั้งจากในจังหวัด&nbsp;และจากจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;สวนกระแสส้มของจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ที่ราคาตก&nbsp;โดยส้มทั้งหมดที่กำลังออกผลผลิตในปีนี้รวมประมาณ&nbsp;&nbsp;80,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จากเนื้อที่ประมาณ&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นส้มที่ออกในฤดูกาล&nbsp;คือ&nbsp;ฤดูแล้ง&nbsp;ทำให้รสชาติหวาน&nbsp;อร่อย&nbsp;และปลอดสารพิษ&nbsp;จึงเป็นที่ต้องการของลูกค้า&nbsp;เฉพาะเทศกาลตรุษจีนปีนี้&nbsp;เตรียมส้มไว้ทั้งหมด&nbsp;40,000&nbsp;กก.&nbsp;โดยทุกปีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังจะเข้าไปเก็บตัวอย่างผลผลิตตรวจหาสารเคมี&nbsp;โดยเมื่อเร็วๆ&nbsp;นี้ก็เดินทางเข้าไปเก็บเช่นกัน&nbsp;แต่ผลยังไม่ออกมา&nbsp;แต่ยืนยันได้ว่าเป็นส้มปลอดสารเคมี&nbsp;100%</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอดิเรก&nbsp;คงวิทยา&nbsp;เจ้าของสวน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้ส้มโชกุนให้ผลผลิตดีกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;โดยเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;เก็บไปแล้ว&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เหลืออีกประมาณ&nbsp;70,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;กำลังทยอยเก็บ&nbsp;เชื่อว่าสามารถเก็บผลผลิตต่อไปได้จนถึงเทศกาลเช็งเม้ง&nbsp;หรือประมาณเดือนมีนาคม&nbsp;หรือเมษายน&nbsp;เฉพาะเทศกาลตรุษจีนปีนี้ได้เตรียมผลผลิต&nbsp;และกำลังเร่งให้คนงานเก็บทั้งกลางวันและกลางคืน&nbsp;เพื่อส่งจำหน่ายประมาณ&nbsp;&nbsp;40,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;ซึ่งปีนี้ไม่มีการปรับราคา&nbsp;แต่มีการลดราคาให้ลูกค้ากิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ทุกไซต์&nbsp;ทุกขนาด&nbsp;เพื่อช่วยประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะของแพง&nbsp;โดยมีทั้งหมดประมาณ&nbsp;5&nbsp;ขนาด&nbsp;จำหน่ายตั้งแต่ราคากิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มขนาด&nbsp;5&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.&nbsp;ขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ขนาด&nbsp;6&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.&nbsp;ขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;150&nbsp;บาท,&nbsp;ขนาด&nbsp;7&nbsp;ลูก&nbsp;กก.ขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;130&nbsp;บาท,&nbsp;ขนาด&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.&nbsp;ขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมกก.ละ&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;และขนาดเล็กสุด&nbsp;11-12&nbsp;ลูกต่อกก.ขายกก.ละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมกก.ละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ซึ่งส้มทั้งหมดเป็นส้มเกรดเอคัดไซส์&nbsp;โดยขนาดที่ได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขนาด&nbsp;6&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.&nbsp;และขนาด&nbsp;7&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอดิเรก&nbsp;คงวิทยา&nbsp;เจ้าของสวน&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;แม้ผลผลิตส้มจะออกมาก&nbsp;ราคาดี&nbsp;มีรายได้เพิ่ม&nbsp;แต่ต้องประสบกับปัญหาราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้น&nbsp;จากเดิมปุ๋ยกระสอบละ&nbsp;800&nbsp;-&nbsp;900&nbsp;บาท&nbsp;ขณะนี้ปรับราคาขึ้นเป็นกระสอบละกว่า&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ซึ่งตนเองจะต้องใส่ปุ๋ยปีละ&nbsp;3&nbsp;รอบ&nbsp;แต่ละรอบจะต้องจ่ายค่าปุ๋ยเพิ่มขึ้นถึง&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้ในปีนี้ต้องจ่ายเงินค่าปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้นทั้งหมด&nbsp;180,000&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้เดือดร้อนหนักเหมือนกับเกษตรกรรายอื่นๆ&nbsp;แต่สิ่งที่ตนเองสงสัย&nbsp;คือ&nbsp;ทำไมประเทศเพื่อนบ้านเขาผลิตและส่งออกปุ๋ยได้&nbsp;แต่ทำไมประเทศไทยไม่ผลิตปุ๋ยเคมีใช้เองภายในประเทศ&nbsp;แต่ต้องพึ่งพาการนำเข้าแม่ปุ๋ย&nbsp;ตนเองสงสัยมาก&nbsp;จึงอยากวอนขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ย&nbsp;ให้เป็นราคาที่เหมาะสม&nbsp;ไม่ใช่แพงมากขนาดนี้&nbsp;ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับไร่วังน้ำค้าง&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ&nbsp;130&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>แบ่งเป็น&nbsp;พื้นที่ปลูกส้มโชกุน&nbsp;รวม&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;และ&nbsp;60&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นสวนผลไม้และการเกษตรผสมผสาน&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;กระท้อน&nbsp;และพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นอื่นๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;โดยผลผลิตส้มโชกุนจะออกปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;ในฤดูกาล&nbsp;ประมาณธันวาคม&nbsp;-&nbsp;มีนาคม&nbsp;และนอกฤดูกาล&nbsp;ประมาณเดือนสิงหาคม&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;ช่วงที่ไม่มีผลผลิตก็จะเป็นการพื้นฟูลำต้น&nbsp;และบำรุงดิน&nbsp;&nbsp;ใครสนใจติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;087&nbsp;&nbsp;2715052</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128130648556"],
    [749,"ขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด","<p><strong>นายพิศาล&nbsp;พงศาพิชณ์</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;(มกอช.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กำหนดวิสัยทัศน์&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต&nbsp;เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรไทยไปสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก&nbsp;</p><p><strong>มกอช.&nbsp;ได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ</strong>&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;โดยมีเลขาธิการ&nbsp;มกอช.&nbsp;และอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานอนุกรรมการร่วม&nbsp;และมีผู้อำนวยการกองส่งเสริมมาตรฐาน&nbsp;มกอช.&nbsp;และผู้อำนวยการกองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เป็นฝ่ายเลขานุการร่วม&nbsp;</p><p><strong>คณะอนุกรรมการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพฯ</strong>&nbsp;ได้มีการประชุมหารือร่วมกันและเห็นชอบการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับในสินค้านำร่อง&nbsp;2&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวและทุเรียน&nbsp;โดยมุ่งเน้นการผลักดันสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานให้มีมูลค่าสูง&nbsp;โดยการพัฒนาและเชื่อมโยงเกษตรกรที่ได้มาตรฐานการผลิตและมาตรฐานสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ไปใช้&nbsp;รวมไปถึงการส่งเสริมการนำระบบตามสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรบนระบบคลาวด์ไปใช้&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและส่งเสริมการเชื่อมโยงสินค้ามาตรฐานกับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;มีผลการดำเนินงาน</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรที่ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;หรือ&nbsp;Organic&nbsp;และมาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;สำหรับสินค้านำร่องข้าวและทุเรียน&nbsp;สำหรับในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีแผนการดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;โดยขยายผลเพิ่มเติมไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กำลังดำเนินการต่อเนื่องในสินค้าข้าวและส่งเสริมช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและมีการใช้ระบบตามสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรทั้งช่องทางออฟไลน์และช่องทางออนไลน์&nbsp;อาทิ&nbsp;การเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มกลาง&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;บนแพลตฟอร์ม&nbsp;Thaitrade.com&nbsp;ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและแพลตฟอร์ม&nbsp;Phenixbox.com&nbsp;ของบริษัทแอสเสท&nbsp;เวิรด์&nbsp;คอร์ป&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ซึ่งได้เชื่อมโยงช่องทางเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตรไทยไว้บนหน้าเฉพาะ&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;บนเว็บไซต์&nbsp;Moc.go.th&nbsp;รวมถึงเว็บไซต์&nbsp;DGTFarm.com&nbsp;ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่&nbsp;มกอช.&nbsp;พัฒนาขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128154717669"],
    [750,"ทำขวัญเกลือ เริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานสืบสานพิธีทำขวัญเกลือและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนาเกลือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบ้านแหลม&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;สถาบันเกลือทะเล&nbsp;ศูนย์&nbsp;AIC&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;สหกรณ์เกลือและชาวนาเกลือ&nbsp;7&nbsp;จังหวัดในภาคกลาง&nbsp;ภาคใต้และภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งจะทำพิธีพร้อมกันทุกจังหวัด&nbsp;กำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวนาเกลือทะเล&nbsp;รวมถึงการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์&nbsp;วัฒนธรรมการทำนาเกลือทะเลของประเทศ&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;ประชาสัมพันธ์การผลิตเกลือทะเลของประเทสไทย&nbsp;อีกทั้งเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาการทำนาเกลือทะเล&nbsp;และเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่</p><p><strong>การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นการรื้อฟื้นประเพณีโบราณของนาเกลือ</strong>เพื่อความเป็นสิริมงคลฤกษ์งามยามดีเสริมสร้างขวัญและกำลังใจสู่ผลผลิตที่สมบูรณ์ต่อยอดด้วยมาตรฐานและคุณภาพใหม่&nbsp;(มาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;(มกษ.)&nbsp;และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายสร้าง&nbsp;Story&nbsp;สร้างแบรนด์ด้วยการตลาดยุคดิจิทัล&nbsp;</p><p><strong>เกลือทะเลมีประวัติศาสตร์ยาวนานคู่กับประวัติศาสตร์ไทย</strong>&nbsp;ส่วนประวัติศาสตร์โลกนั้นในยุโรปยุคกรีก-โรมันเรียกเกลือว่า&nbsp;สสารแห่งพระเจ้า&nbsp;เป็นยุทธปัจจัยและสารอาหารที่สำคัญมาก&nbsp;การฟื้นฟูให้ความสำคัญกับพิธีทำขวัญเกลือจึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเกลือทะเลไทยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและสร้างแบรนด์เกลือทะเลไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีอีกพิธีกรรมคือ&nbsp;พิธีแรกนาเกลือในเดือนแรกของการเริ่มต้นฤดูกาลทำนาเกลือเมื่อแดดแรกมาถึงหลังสิ้นฤดูฝนในเดือนตุลาคม&nbsp;หรือพฤศจิกายน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128154229655"],
    [751,"ธัญญา สั่งย้ายด่วนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หลังประชาชนแจ้งจัดคอนเสิร์ตและโต๊ะจีนในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน","<p><strong>อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;สั่งย้ายด่วนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;หลังประชาชนแจ้งจัดคอนเสิร์ตและโต๊ะจีนในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายดำรัส&nbsp;โพธิ์ประสิทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายธัญญา&nbsp;เนติธรรมกุล&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ได้มีคำสั่งด่วนให้ย้าย&nbsp;นายอดิศักดิ์&nbsp;ภูสิทธิ์วงศานุยุต&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;ออกนอกพื้นที่&nbsp;แล้วให้กลับมาสังกัดเดิมที่สำนักอนุรักษ์ป่า&nbsp;พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;หลังได้รับการแจ้งจากประชาชนพบจัดงานลักษณะคอนเสิร์ตที่มีโคโยตี้และจัดโต๊ะจีนจำนวนมาก&nbsp;บริเวณค่ายเยาวชนสุรัสวดี&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่เป็นงานฉลองครบรอบ&nbsp;60&nbsp;ปีเจ้าพ่อเขาใหญ่&nbsp;ถือเป็นการทำกิจกรรมขัดกับกฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่พบมีมูลความจริง&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กำชับให้กรมอุทยานฯตรวจสอบหาข้อเท็จจริงออกมา&nbsp;เพราะกระทบภาพลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศด้วย</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128132946566"],
    [752,"คพ. เร่งผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วย \"อากาศสะอาด (Clean Air Act)\" ให้บังคับใช้เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหามลพิษของประเทศและประชาชนมีสุขภาพที่ดี","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วย&nbsp;\"อากาศสะอาด&nbsp;(Clean&nbsp;Air&nbsp;Act)\"&nbsp;ให้บังคับใช้เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหามลพิษของประเทศและประชาชนมีสุขภาพที่ดี</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&nbsp;(สสส.)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;ภาคการศึกษา&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคการเมือง&nbsp;ประชุมเสวนาความคิดเห็นร่างกฎหมายว่าด้วย&nbsp;\"อากาศสะอาด&nbsp;(Clean&nbsp;Air&nbsp;Act)\"&nbsp;เพื่อผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้อย่างเข้มงวดสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในปัจจุบัน&nbsp;ด้วยการสร้างกฎหมายฉบับใหม่ว่าด้วยอากาศสะอาดที่ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทุกคนคือแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองที่ไม่สามารถปฏิเสธได้จากกิจกรรมต่างๆที่ดำเนินในชีวิตประจำวัน&nbsp;รวมถึง&nbsp;การพัฒนาประเทศ&nbsp;และระบบคมนาคมขนส่ง&nbsp;ซึ่งในเขตเมืองฝุ่นเกิดจากการจราจรและอุตสากรรม&nbsp;และนอกเมืองฝุ่นเกิดจากการเผาในที่โล่ง&nbsp;จึงต้องยกระดับมาตรการให้เข้มข้นขึ้นและเดินหน้ากฎหมายอากาศสะอาดให้เกิดขึ้น&nbsp;เพราะมีประโยชน์ต่อประเทศมาก&nbsp;โดยเฉพาะการปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทางกฎหมายและต้องให้เสริมกับมาตรการของรัฐบาล&nbsp;ทำให้ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นต่างๆจากทุกภาคส่วน&nbsp;มาพัฒนากลไกกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;สิ่งสำคัญลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนให้ได้และช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจประเทศด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสุปรีดา&nbsp;อดุลยานนท์&nbsp;ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&nbsp;(สสส.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สสส.&nbsp;มุ่งเน้นให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี&nbsp;ซึ่งกฎหมายอากาศสะอาดจะเป็นหัวใจและแกนกลางช่วยดูและควบคุมกติกาตั้งแต่จุดเริ่มต้นให้เหมาะสมกับประเทศ&nbsp;ซึ่งการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;และผลักดันให้เกิดการออกกฎหมายจัดการปัญหามลพิษให้เกิดอากาศสะอาดโดยตรงภายในปีนี้&nbsp;จะช่วยลดปัญหามลพิษต่างๆลงได้อย่างมาก</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128134922579"],
    [753,"ปศุสัตว์สมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจตลาดและราคาสินค้าปศุสัตว์ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;07.30&nbsp;น.&nbsp;นายสมยศ&nbsp;ปราณอุดมรัตน์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวชนิตา&nbsp;แช่มตระกูล&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายสาธิต&nbsp;กล่อมสวัสดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันตรวจตลาดและราคาสินค้าปศุสัตว์&nbsp;เนื่องในเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดสดบางฆ้อง&nbsp;และตลาดสดปากน้ำ&nbsp;(ท่าเรือวิบูลย์ศรี)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;และไข่สด&nbsp;เพื่อนำไปประกอบพิธีไหว้ขอพรเทพเจ้าและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วในช่วงเทศกาลตรุษจีน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ได้มีการเข้มงวดตรวจสอบกระบวนการผลิต</strong>สินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตของกรมปศุสัตว์&nbsp;รวมถึงการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อตรวจหาสารตกค้างต่างๆ&nbsp;ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าสินค้าปศุสัตว์ที่ผ่านการตรวจสอบมีคุณภาพและปลอดภัย&nbsp;&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ทั้งระบบ&nbsp;โดยมุ่งหวังให้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น&nbsp;ปัจจุบันมีสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อเป็ด&nbsp;เนื้อโค&nbsp;ไข่ไก่สด&nbsp;ไข่เป็ดสด&nbsp;และไข่นกกระทาสด&nbsp;โดยสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;จะต้องจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่มีความปลอดภัยต่อการบริโภค&nbsp;มาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านผู้บริโภคควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ดี&nbsp;เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ&nbsp;ขอให้ประชาชนผู้บริโภคมั่นใจว่า</strong>&nbsp;สินค้าปศุสัตว์ที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรองนั้น&nbsp;มีมาตรฐานการผลิตที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เหมาะสมแก่การบริโภค&nbsp;ปลอดจากสารตกค้าง&nbsp;ไม่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และที่สำคัญสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการผลิต&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้&nbsp;มั่นใจซื้อสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ให้สังเกตตราสัญลักษณ์&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการได้กำชับให้ผู้ประกอบการ&nbsp;ติดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจ&nbsp;และใช้เครื่องชั่งให้ได้มาตรฐานที่กำหนด&nbsp;ซึ่งจะมีสติกเกอร์เครื่องชั่งที่ได้รับการตรวจจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128134911578"],
    [754,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ประชุมติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการและคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;</strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่พื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมพร้อมติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานฝ่ายต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;คณะทำงานด้านการติดตามและเฝ้าระวังน้ำเสีย,&nbsp;คณะทำงานด้านการกำจัดตะกอนเลนที่ตกค้างสะสมในคลอง,&nbsp;คณะทำงานด้านการตรวจสอบแหล่งกำเนิดน้ำเสีย,&nbsp;คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์&nbsp;และคณะทำงานด้านติดตามและประเมินผลหรือสถิติจังหวัด&nbsp;โดยภาพรวม&nbsp;สรุปว่าคุณภาพน้ำในคลองวัดประดู่อยู่ในระดับเสื่อมโทรม&nbsp;เนื่องจากมีค่าแอมโมเนียไนโตรเจนและเชื้อโรคต่างๆ&nbsp;ปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;แม้จะมีการจัดเก็บผักตบชวาเมื่อเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ไปแล้วประมาณ&nbsp;1,370&nbsp;ตัน</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้เน้นย้ำว่า&nbsp;</strong>ปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายสิบปี&nbsp;แม้หลายฝ่ายจะร่วมกันจัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้&nbsp;ซึ่งตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเป็นระยะๆ&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128141620583"],
    [755,"จิตอาสา จ.ลำปาง ร่วมปรับปรุงภูมิทัศน์ พลิกฟื้น คืนน้ำใส ให้แม่วัง","<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ริมน้ำวัง&nbsp;</strong>บริเวณลานด้านหลังโรงพยาบาลแวนแซนต์วูร์ด&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;หลายหน่วยงาน&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานจังหวัดลำปาง&nbsp;เทศบาลนครลำปาง&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภาค&nbsp;2&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำปาง&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;10&nbsp;ลำปาง&nbsp;และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;ร่วมปฏิบัติการกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;\"พลิกฟื้น&nbsp;คืนน้ำใส&nbsp;ให้แม่วัง\"&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์แม่น้ำวัง&nbsp;ให้มีความสะอาดและสวยงาม&nbsp;เร่งปรับปรุงแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง&nbsp;ให้มีความสะอาดและสวยงาม&nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในพิธี</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมจิตอาสา&nbsp;\"พลิกฟื้น&nbsp;คืนน้ำใส&nbsp;ให้แม่วัง\"&nbsp;เราทำความเพื่อชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;พระมหากษัตริย์&nbsp;เป็นกิจกรรมที่ส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ภาคีเครือข่าย&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;ได้ร่วมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี&nbsp;ที่ได้ทรงพระราชทานโครงการจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;เพื่อชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;และพระมหากษัตริย์&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;เพื่อปลุกจิตสำนึกประชาชนคนไทยให้รู้รักสามัคคี&nbsp;มีจิตสำนึกสาธารณะ&nbsp;มีความเอื้อเฟื้อ&nbsp;รู้จักแบ่งปันซึ่งกันและกัน&nbsp;โดยร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่สังคม&nbsp;ชุมชนและประเทศชาติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรม&nbsp;\"พลิกฟื้น&nbsp;คืนน้ำใส&nbsp;ให้แม่วัง\"&nbsp;</strong>ถือเป็นประโยชน์ต่อจังหวัดลำปาง&nbsp;เพราะแม่น้ำวังถือเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวลำปางมาอย่างยาวนาน&nbsp;การร่วมพัฒนาแม่น้ำวังให้สะอาด&nbsp;โดยเริ่มภารกิจตั้งแต่สะพานเขลางค์นครถึงบริเวณเขื่อนยาง&nbsp;กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;ยานยนต์&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาภูมิทัศน์สองฝั่งริมแม่น้ำ&nbsp;โดยกำจัดวัชพืชในน้ำ&nbsp;วัชพืชบนบก&nbsp;เก็บกวาดขยะริมตลิ่งและบริเวณโดยรอบ&nbsp;เพื่อให้พื้นที่มีความเป็นระเบียบ&nbsp;สะอาด&nbsp;และสวยงาม&nbsp;และในระยะต่อไปจะเติมปริมาณน้ำและติดตั้งอุปกรณ์เติมอากาศเข้าไปในแหล่งน้ำ&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณน้ำที่เพียงพอและคุณภาพของแม่น้ำวังดีขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128144238595"],
    [756,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 360 จุด ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;360&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;365&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;129&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;94&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;54&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงราย&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;และลำปาง&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;เมื่อช่วงที่ผ่านมาคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงกว่าภาคอื่นๆ&nbsp;โดยพบจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;2,664&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;2,055&nbsp;จุด&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;1,267&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากสุดในกัมพูชา&nbsp;1,685&nbsp;จุด&nbsp;รองลง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;458&nbsp;จุด&nbsp;และเมียนมา&nbsp;454&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128145043596"],
    [757,"คาดใช้เวลาไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ ควบคุมและกำจัดคราบน้ำมันดิบที่รั่วไหลกลางทะเลจังหวัดระยองได้","<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ทางทะเลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์การรั่วไหลของน้ำมันดิบกลางทะเลลึก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>คราบน้ำมันกระจายอยู่ในระยะ&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตร</strong>&nbsp;และขยายวงกว้างขึ้นประมาณ&nbsp;14&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ส่วนพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของคราบน้ำมันประมาณ&nbsp;1.3&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ซึ่งยังอยู่ระหว่างการควบคุม&nbsp;โดยจากทิศทางลมคาดว่าคราบน้ำมันจะเคลื่อนตัวไปทางเขาแหลมหญ้าและหาดแสงจันทร์&nbsp;จึงเพิ่มเรือในการฉีดพ่นสารขจัดคราบนํ้ามัน&nbsp;(dispersant)&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันเคลื่อนตัวไปยังเขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ด&nbsp;รวมทั้งป้องกันคราบน้ำมันเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งด้วยการใช้ออยและอุปกรณ์ซับน้ำมันเพื่อให้ตกตะกอนไม่ให้กระทบชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ&nbsp;โดยสารเหล่านี้อยู่ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;เดือนก่อนสลายไป&nbsp;ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจึงขอความร่วมมืองดทำการประมงชายฝั่งในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;รวมถึงงดการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเหตุการณ์นี้ยังถือว่ามีความรุนแรงน้อยกว่า</strong>เหตุการณ์การณ์น้ำมันดิบรั่วในปี&nbsp;2556&nbsp;แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติใต้น้ำบ้าง&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถควบคุมและกำจัดคราบน้ำมันได้โดยใช้เวลาประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กล่าวถึงเรื่องการดำเนินคดีว่า&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินคดีซึ่งขณะนี้ได้แจ้งความแล้ว&nbsp;ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จะให้เพิ่มเติมในเรื่องการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งแต่ยังไม่ได้ข้อยุติเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันที่รั่วโดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกัน&nbsp;ซึ่งทุกภาคส่วนร่วมมือกันเป็นอย่างดีและทำงานอย่างรวดเร็ว</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128094926452"],
    [758,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด จัดพิธีมอบป้ายโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า Q และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัย เลือกใช้สินค้า Q (Q Restaurant )","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบป้ายโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า&nbsp;Q&nbsp;และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัย&nbsp;เลือกใช้สินค้า&nbsp;Q&nbsp;(Q&nbsp;Restaurant&nbsp;)&nbsp;ให้แก่ผู้ผ่านการรับรองตามโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;ดำเนินการจัดขึ้น&nbsp;ที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร</strong>และอาหารแห่งชาติ&nbsp;มอบหมายให้จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า&nbsp;Q&nbsp;และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัย&nbsp;เลือกใช้สินค้า&nbsp;Q&nbsp;(Q&nbsp;Restaurant)&nbsp;&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เพื่อส่งเสริมแหล่งจำหน่ายสินค้า&nbsp;Q&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากสินค้า&nbsp;Q&nbsp;ในจังหวัดตราดให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;</p><p><strong>โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;</strong>และผ่านการรับรองเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>ประเภทสถานที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;Q&nbsp;รายใหม่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ร้าน&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านค้าหน้าฟาร์ม&nbsp;ศุภฤกษ์&nbsp;เมล่อนฟาร์ม&nbsp;สินคา&nbsp;GAP&nbsp;ได้แก่&nbsp;เมล่อน&nbsp;และร้านค้าหน้าฟาร์ม&nbsp;นางนิตย์&nbsp;สาขะ&nbsp;สินค้า&nbsp;GAP&nbsp;ได้แก่&nbsp;คะน้า&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;และกวางตุ้องฮ่องเต้&nbsp;</p><p><strong>ประเภทร้านอาหารได้ป้ายรับรองอาหารวัตถุดิบปลอดภัย</strong>เลือกใช้สินค้า&nbsp;Q&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านนัวร์&nbsp;CAF?_82c&nbsp;วัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนื้อเป็ดบด&nbsp;เนื้ออกเป็ด&nbsp;เอ็นข้อไก่&nbsp;ปีกกลางไก่&nbsp;เนื้อหมูบด&nbsp;ร้านแคนวาส&nbsp;แฟมิลี่&nbsp;โฮม&nbsp;วัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กุ้งขาวไวหาง&nbsp;ปีกกลางไก่&nbsp;อกไก่เนื้อล้วนติดหนัง&nbsp;และร้านอานารีน&nbsp;วัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;น่องติดสะโพกเป็ด&nbsp;เนื้ออกเป็ด&nbsp;น่องติดสะโพกไก่&nbsp;จึงได้จัดให้มีการมอบป้ายโครงการในครั้งนี้ขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128153952648"],
    [759,"ความคืบหน้ากรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลระยอง","<p><strong>จากกรณีพบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเ</strong>ล&nbsp;หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;21.06&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;25&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งทุกภาคส่วนกำลังเร่งช่วยกันแก้ไข&nbsp;ล่าสุดคราบน้ำมันถูกคลื่นซัดใกล้ชายหาด&nbsp;ห่างฝั่งเพียง&nbsp;4&nbsp;กม.</p><p>ความคืบหน้าล่าสุด&nbsp;วันนี้&nbsp;28&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณชายหาดใกล้ลานหินขาว&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นางสาวพรศรี&nbsp;สุทธนารักษ์&nbsp;รองอธิบดีทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ผศ.ดร.ธรณ์&nbsp;ธำรงนาวาสวัสดิ์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล&nbsp;รองคณบดี&nbsp;คณะประมง&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางมาที่บริเวณชายหาด&nbsp;เพื่อมาสังเกตการณ์&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทสตาร์ปิโตรเลียมฯ&nbsp;รายงานสถานการณ์และการแก้ไขรองรับถ้าคราบน้ำมันเข้าชายหาด</p><p><strong>ด้าน&nbsp;ผศ.ดร.ธรณ์&nbsp;ธำรงนาวาสวัสดิ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากน้ำมันที่รั่วไหลในครั้งแรก</strong>มีการตรวจสอบจากข้อมูลดาวเทียม&nbsp;ทั้งโดรนและเฮลิคอปเตอร์บินจากหน่วยงานทั้งหมดข้อมูลล่าสุด&nbsp;ที่ทราบคือน้ำมันเข้ามาใกล้สุดแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ที่&nbsp;ที่แรกใกล้ท่าเรือบริษัทไออาร์พีซีมากกว่า&nbsp;ส่วนที่&nbsp;2&nbsp;ที่ใหญ่กว่ากำลังตามเข้ามาซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของท้องทะเลสำหรับตอนนี้ลมค่อนข้างนิ่ง&nbsp;น้ำยังเรียบอยู่แต่ช่วงบ่ายของวันนี้คงลมจะเริ่มแรงขึ้นน้ำจะเริ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งเมื่อวานนี้&nbsp;คราบน้ำมันเคลื่อนที่ไปทางตะวันออกเพราะฉะนั้นพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวังสูงสุดแบ่งเป็นสองส่วนส่วนแรกคือพื้นที่&nbsp;เฝ้าระวังสูงสุด&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;บริเวณโค้งเลยท่าเรือไออาร์พีซีมาจนถึงก้นอ้าวความยาวประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตรขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนที่เฝ้าระวังเหมือนกันเรียกว่าพื้นที่สีส้มจะอยู่ในช่องของเกาะเสม็ดบ้านเพอาจจะได้รับผลกระทบมากกว่าพื้นที่สีแดงแต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ</p><p><strong>ลักษณะจะแตกต่างจากปี&nbsp;56&nbsp;เพราะปีนั้นลมจะแรงกว่านี้เยอะการกั้นในทะเล</strong>ทำไม่ได้ลมแรงกว่านั้นเยอะคราบน้ำมันจะเข้าอย่างรวดเร็วภายใน&nbsp;24&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;ชั่วโมงเข้าในพื้นที่เล็กๆคืออ่าวพร้าวเท่านั้นซึ่งยาวประมาณ&nbsp;400&nbsp;เมตรมันก็ไปกักอยู่ในอ่าว&nbsp;ก็จะเห็นเป็นพื้นที่สีดำเต็มไปหมดปี&nbsp;56&nbsp;เกิดในช่วงเดือนตุลาคมแต่ครั้งนี้เกิดในช่วงเดือนมกราคมซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนลมครั้งนี้จะเบา&nbsp;มีเวลาในการกำจัดคราบน้ำมันในทะเลสองถึงสามวันยอมน้ำมันที่เข้ามาจะเป็นการกระจายตัวมากกว่าจะกระจายเป็นจุด&nbsp;ๆ</p><p>ดังนั้น&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังก็จะค่อนข้างกว้าง&nbsp;การทำงานก็จะอยู่ในทะเล&nbsp;จากข้อมูลของจิสด้าเมื่อวานพื้นที่ของแพน้ำมันประมาณ&nbsp;47&nbsp;ตารางกิโลเมตรเป็นฟิล์มขาวๆ&nbsp;ในพื้นที่ข้างนอกก็ยังสามารถกำจัดน้ำมันได้โดยใช้บูมโปรยสารเคมีเพราะในพื้นที่ที่ใช้สารเคมีจะเป็นน้ำลึกด้านนอก</p><p><strong>เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่งก็จัดการกับน้ำมันดันนอกอีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นการรอรับ</strong>ส่วนที่น้ำมันเข้ามาด้านในการรอรับก็มีทั้งมุมกั้นใช้หาดกั้นในจุด&nbsp;ที่พิจารณาว่าจะมีน้ำมันเข้าเยอะ&nbsp;แต่ถ้าเข้าน้อยก็จะมีการซับน้ำมันแต่ถ้าเข้าน้อยก็จะพิจารณากระจายคนเข้าปฏิบัติในส่วนของคณะประมาณก็มีการเก็บข้อมูลเก็บตัวอย่างทั้งก่อนและคราบน้ำมันทำมา&nbsp;7&nbsp;จุดแล้ว&nbsp;แต่ถ้าจะถามว่าผลกระทบเป็นอย่างไรเพราะฉะนั้นข้อมูลก่อนหน้ารวมทั้งข้อมูลสะสมของสารไฮโดรคาร์บอนในชั้นทราย&nbsp;ทางมหาลัยเกษตรศาสตร์เก็บไว้หมดแล้ว&nbsp;ถ้าจะถามว่าผลกระทบเป็นอย่างไร&nbsp;&nbsp;ต้องถามหลังจากที่คราบน้ำมันเข้ามาแต่จากข้อมูลที่ทำเมื่อปี&nbsp;56&nbsp;พอมองได้ว่าถ้าเกิดน้ำมันที่เข้ามาที่ชายหาดที่ซึมเข้าไปในทรายคงไม่หายหมดภายใน&nbsp;2-3&nbsp;เดือน&nbsp;บางจุดก็สะสมอยู่&nbsp;กินเวลาหลายเดือน</p><p>ซึ่งขณะนี้เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;คราบน้ำมันก็ยังไม่ได้เข้าชายหาดและเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้วางบูม&nbsp;แต่เตรียมไว้ต้องรอทิศทางลมอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128160211685"],
    [760,"ชาวประมงกู้อวนดักปูกลางทะเล พบคราบน้ำมันจับเต็มอวน ส่งผลให้สัตว์น้ำที่จับมาไม่กล้านำไปขายและประกอบอาหาร","<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;มีชาวประมงเรือเล็กชายฝั่ง</strong>อวนจับปูแหลมรุ่งเรือง-แหลมเจริญ&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ได้ถ่ายคลิปและภาพนิ่ง&nbsp;ขณะนำเรืออกไปจับสัตว์น้ำกลางทะเล&nbsp;โดยพบว่าขณะกู้อวนดักปูมีคราบน้ำมันจับตัวลอยอยู่เหนือน้ำทะเลเห็นเป็นวงกว้างทั่วท้องทะเลโดยล้อมรอบเรือประมง&nbsp;ส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณ&nbsp;ก่อนที่ชาวประมงจะกู้อวนจับปู&nbsp;พบคราบน้ำติดตามอวนจนเปลี่ยนเป็นสีแดง&nbsp;และคราบน้ำมันติดตามปูที่จับขึ้นมาจำนวนมากด้วย&nbsp;จึงนำเรือเข้าฝั่ง&nbsp;เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบเป็นคราบน้ำมันจริง&nbsp;ไม่ใช่ตะกอนของทะเล</p><p><br></p><p><strong>นายละม่อม&nbsp;บุญยงค์&nbsp;ประธานกลุ่มประมงปากน้ำบ้านเรา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลกระทบจากน้ำมันรั่วครั้งที่แล้ว&nbsp;ผ่านมา&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ผลกระทบก็ยังคงอยู่&nbsp;แล้วมาเกิดซ้ำสองอีก&nbsp;ขณะนี้ชาวบ้านกลัวน้ำมันรั่ว&nbsp;และสารเคมทีฉีดสลายคราบน้ำ&nbsp;จะลงไปทำลายสัตว์น้ำที่หากินอยู่&nbsp;ถ้าชาวบ้านไม่มีสัตว์น้ำให้หากินถามว่าใครจะรับผิดชอบ&nbsp;ใครจะช่วย&nbsp;และจะอยู่กันได้อย่างไร&nbsp;ผลกระทบการรั่วไหลครั้งนี้ที่เริ่มพบเห็น&nbsp;คือช่วงเช้าที่ผ่านมามีชาวประมงออกเรือไปกู้อวนจับปูพบคราบน้ำมันติดตามอวนจำนวนมาก&nbsp;สัตว์น้ำจับมาก็ไม่กล้าเอามาขายและเอามาประกอบเป็นอาหาร&nbsp;เสียหายทั้งหมดต้องทิ้ง&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบชาวประมงที่ออกเรือไปกู้อวนปู&nbsp;ทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว&nbsp;กระทั่งเกิดเวียนหัวจนอาเจียนออกมาด้วย&nbsp;ทั้งนี้โรงงานควรจะทำอย่างไร&nbsp;บทเรียนก็มีมาแล้ว&nbsp;ท่อน้ำมัน&nbsp;หรืออุปกรณ์ที่ชำรุดควรจะต้องมีการเปลี่ยนหรือได้รับการใส่ใจซ่อมแซม&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลจนส่งผลกระทบในวงกว้างดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128160721693"],
    [761,"ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี ชี้แจงกรณีชาวบ้านร้องเรียนมีการขนย้ายหมูตายออกจากฟาร์ม กังวลอาจเป็นโรค","<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีประกาศเป็นเอกสารชี้แจง</strong>ถึงกรณีชาวบ้านร้องเรียนมีการขนย้ายหมูตายออกจากฟาร์ม&nbsp;และกังวลหมูอาจเป็นโรคนั้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีตัวแทนประชาชนในจังหวัดราชบุรี&nbsp;ได้เข้าร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;ได้นำภาพรถขนสุกรตายในพื้นที่อำเภอปากท่อ&nbsp;และอำเภอเมืองราชบุรี&nbsp;และได้ยื่นรายละเอียดร้องต่อสื่อมวลชนว่ามีการขนย้ายสุกรตายออกจากฟาร์มเป็นประจำ&nbsp;และนำสุกรตายเหล่านี้ไว้ที่ใด&nbsp;ป่วยเป็นโรคหรือไม่และมีการระบาดในพื้นที่จังหวัดราชบุรีหรือไม่&nbsp;เพราะอาจสร้างผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่เมื่อนำสุกรไปชำแหละขายเพื่อบริโภคกับประชาชน</p><p><strong>โดยข้อเท็จจริงสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี&nbsp;ได้รับเรื่องร้องเรียนของประชาชน&nbsp;</strong>และได้รายงานเบื้องต้นกับนายประกอบ&nbsp;วงศ์มณีรุ่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;ว่าในกรณีการเกิดโรคระบาด&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร(AFS)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8-9&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;กรมปศุสัตว์ส่งชุดเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบเก็บตัวอย่าง&nbsp;เพื่อค้นหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า&nbsp;ชุดเฉพาะกิจได้เข้าตรวจสอบฟาร์มสุกร&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;และนำตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติกรมปศุสัตว์&nbsp;ผลปรากฏว่าไม่พบเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี</p><p>ซึ่งมีการดำเนินการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี&nbsp;จะดำเนินการตรวจสอบสถานะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร(AFS)&nbsp;ในพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการร้องเรียน&nbsp;จากกลุ่มบุคคล&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้แก่ฟาร์มในพื้นที่ตำบลห้วยไผ่&nbsp;ตำบลน้ำพุ&nbsp;อำเภอเมืองราชบุรี&nbsp;และพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ของตำบลทุ่งหลวง&nbsp;อำเภอปากท่อ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;33&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;โดยกระทำการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม2565</p><p>2.&nbsp;ในส่วนของรูปถ่ายภาพยานพาหนะที่มีลักษณะการบรรทุกซากสุกรทั้ง&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งความดำเนินคดีความผิดฝ่าฝืนกฎหมาย&nbsp;ตาม&nbsp;พรบ.โรคระบาตสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558</p><p>3.&nbsp;ให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;เข้มงวดการออกใบอนุญาต&nbsp;เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์&nbsp;รวมถึงชากสัตว์ที่ตายภายในฟาร์มที่ไม่มีวิการโรคระบาด&nbsp;ให้สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม&nbsp;ออกหนังสือรับรองซาก&nbsp;และอนุญาตให้นำไปเป็นอาหารสัตว์อื่น&nbsp;เช่น&nbsp;จระเข้&nbsp;ปลา&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ส่วนซากที่ไม่เหมาะสมให้ฝัง&nbsp;เผา&nbsp;ทำลายภายในฟาร์ม&nbsp;ไมให้มีการเคลื่อนย้ายออกนอกฟาร์มเป็นอันขาด</p><p>4.&nbsp;ให้ปศุสัตว์อำเภอร่วมกับสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ดำเนินการตั้งต่าน&nbsp;ตรวจสอบการระทำผิดตาม&nbsp;พรบ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558</p><p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี&nbsp;ได้รับรายงานว่า</strong>มีการพบเชื้อโรคอหิวาต์&nbsp;แอฟริกาในสุกร(AFS)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอปากท่อ&nbsp;ได้มีการประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคแอฟริกาในสุกร(AFS)&nbsp;ข้อที่&nbsp;3&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์ตามข้อ&nbsp;2&nbsp;เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตโรคระบาดเว้นแต่ได้รับใบอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์&nbsp;ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น&nbsp;ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายตามาตรา&nbsp;22&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;หากฝ้าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;65&nbsp;แห่งประราชบัญญัติโรคระบาตสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","ราชบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128162318706"],
    [762,"การประชุมรับฟังสภาพปัญหาและหารือกรณีช้างป่าบุกรุกทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;พลเอกเฉลิมชัย&nbsp;สิทธิสาท</strong>&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ประธานบริหารมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมรับฟังสภาพปัญหาและหารือกรณีช้างป่าบุกรุกทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎรในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;กรณีช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเข้ามาหากินในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;โดยมีราษฎรที่ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณหอประชุมโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว&nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายวร?พันธุ์?&nbsp;สุวัณณุสส์&nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ปราจีนบุรี&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และผู้แทนประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุมหารือทั้งหมด&nbsp;ได้รับการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน</p><p><strong>โดยประธานบริหารงานมูลนิธิ&nbsp;ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์</strong>&nbsp;และรับฟังสภาพปัญหา&nbsp;ความคิดเห็นและหารือร่วมกันกับผู้แทนราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าบุกรุก&nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไข&nbsp;ได้แก่&nbsp;องค์ความรู้ในการผลักดันช้างอย่างถูกวิธี&nbsp;การชดเชยเยียวยาค่าเสียหายให้กับเกษตรกร&nbsp;ในด้านพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ที่พักอาศัย&nbsp;อุปกรณ์การเกษตร&nbsp;ที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;ฯลฯ</p><p><strong>ต่อมา&nbsp;พลเอกเฉลิมชัย&nbsp;สิทธิสาท&nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;</strong>ได้ร่วมมอบนมจืดให้แก่โรงเรียนเขาไม้แก้ว&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้แก่เด็กนักเรียน&nbsp;รวมทั้งได้ปลูกต้นรวงผึ้ง&nbsp;เยี่ยมชมแปลงปลูกผักอินทรีย์ของนักเรียนโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว&nbsp;และเดินทางไปดูสภาพพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่าบุกรุก&nbsp;ที่บ้านโปร่งสะเดา&nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;โดยได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รับฟังปัญหาและผลกระทบจาก&nbsp;ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;พร้อม&nbsp;ให้กำลังใจและให้คำแนะนำในด้านการป้องกันและแก้ไขในเบื้องต้น&nbsp;และได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานในพื้นที่หาแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ปราจีนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128162731715"],
    [763,"รมว.เกษตรฯ เปิดศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) นำร่องแห่งแรกของ จ.ประจวบฯ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพน้ำนมดิบให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม","<p><strong>วันนี้&nbsp;28&nbsp;ม.ค.65&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการตั้งศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;(Feed&nbsp;Center)&nbsp;บริเวณโครงการเลี้ยงโคนมในระบบชีวภาพ&nbsp;(วัวหลุม)&nbsp;อ.สามร้อยยอด&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;และ&nbsp;นายกิตติพงศ์&nbsp;สุขภาคกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>นายสังวาลย์&nbsp;โพธิ์มี&nbsp;ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้การต้อนรับ&nbsp;โดยโครงการศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์แห่งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างการผลิต&nbsp;การรวบรวมและแปรรูปของสถาบันเกษตรกร&nbsp;&nbsp;(ตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;เงินกู้โควิด&nbsp;พ.ศ.2563)&nbsp;จำนวน&nbsp;7,609,500&nbsp;บาท&nbsp;และเงินที่ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;สมทบ&nbsp;845,000&nbsp;บาท&nbsp;นำมาใช้ดำเนินการก่อสร้างและจัดซื้อครุภัณฑ์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์กระบวนการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;TMR&nbsp;หรืออาหารผสมสำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นมาจากการนำอาหารหยาบและอาหารข้นมาผสมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการก่อสร้างโรงเรือนเก็บและผสมอาหาร&nbsp;TMR&nbsp;ก่อสร้างบ่อหมักอาหารหยาบ&nbsp;</strong>ก่อสร้างลานคอนกรีต&nbsp;จัดซื้อรถบรรทุก&nbsp;6&nbsp;ล้อ&nbsp;แบบดั๊ม&nbsp;จัดซื้อรถตัดล้อยาง&nbsp;ขนาด&nbsp;100&nbsp;แรงม้า&nbsp;จัดซื้อเครื่องผสมอาหาร&nbsp;TMR&nbsp;จัดซื้อเครื่องบรรจุอาหารสุญญากาศแบบ&nbsp;2&nbsp;หัว&nbsp;มีกำลังการผลิตวันละ&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;จำหน่ายให้สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคที่สนใจในราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;4&nbsp;บาท</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการตั้งศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;(Feed&nbsp;Center)&nbsp;เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ต้องการให้มีการจัดตั้งศูนย์ในลักษณะเช่นนี้กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่มีการเลี้ยงโคนมเพื่อช่วยเกษตรกรในการลดตันทุนการผลิต&nbsp;เพราะการเลี้ยงโคนมมีต้นทุนเรื่องของอาหารสัตว์ถึงร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ในขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำนมดิบให้กับเกษตรกรรายย่อยด้วย&nbsp;เพราะอาหาร&nbsp;TMR&nbsp;ที่ผลิตจากศูนย์แห่งนี้เป็นสูตรที่ผ่านการพัฒนาให้เหมาะสมกับโคนม&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรควรพัฒนาการเลี้ยงควบคู่กับการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนมโค</strong>&nbsp;เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และหากศูนย์ผลิตอาหารสัตว์แห่งนี้ประสบความสำเร็จ&nbsp;จะเป็นการนำร่องให้กับสหกรณ์อื่นๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมซึ่งถือเป็นอาชีพพระราชทานของคนไทย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมมากเป็นลำดับที่&nbsp;5</strong>&nbsp;ของประเทศ&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกระจายอยู่ทุกอำเภอ&nbsp;รวม&nbsp;1,059&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนโคนม&nbsp;36,915&nbsp;ตัว&nbsp;ผลิตน้ำนมดิบ&nbsp;64,112&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;โดยผลิตน้ำนมดิบผ่านระบบสหกรณ์โคนม&nbsp;มีสหกรณ์โคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128173556740"],
    [764,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี มอบกระเช้าแก่ผู้สูงอายุเกิน 100 ปี","<p><strong>นางสาวพจนา&nbsp;เสมา&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมมอบกระเช้าผลไม้&nbsp;ให้กับนางสาย&nbsp;&nbsp;สีสด&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;104&nbsp;ปี&nbsp;ที่บ้านเลขที่&nbsp;272&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลดอนโพธิ์ทอง&nbsp;อ.เมืองสุพรรณบุรี&nbsp;</p><p><strong>นางสาวพจนา&nbsp;เสมา&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ทรงห่วงใยสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ&nbsp;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;โปรดกระหม่อมให้อัญเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้สูงอายุและทรงมอบหมายให้&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;ดูแลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>โดยในครั้งนี้&nbsp;ตนได้รับมอบหมายจากนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในการนำกระเช้าผลไม้มามอบให้แก่ยายสาย&nbsp;สีสด&nbsp;พร้อมพูดคุยไต่ถามสารทุกข์สุขดิบ&nbsp;กับยายสายและครอบครัวด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับยายสาย&nbsp;สีสด&nbsp;เป็นคนอารมณ์ร่าเริง&nbsp;แจ่มใส&nbsp;แม้สุขภาพร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม&nbsp;</strong>แต่ยังชอบแอบไปขุดดินถอดหญ้าเพื่อปลูกผัก&nbsp;ชอบทานกล้วยทุกชนิด&nbsp;และมีความเป็นอยู่เรียบง่าย&nbsp;ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี&nbsp;เป็นที่เคารพนับถือของลูกหลาน&nbsp;เพื่อนบ้าน&nbsp;และคนในชุมชนได้ดูเป็นแบบอย่างตามวัฒนธรรมประเพณีไทย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128173728741"],
    [765,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมไทยโชตและข้อมูลเรดาร์ชายฝั่งติดตามทิศทางคราบน้ำมันดิบรั่วไหลออกนอกฝั่ง โดยต้องเฝ้าอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมไทยโชตและข้อมูลเรดาร์ชายฝั่งติดตามทิศทางคราบน้ำมันดิบรั่วไหลออกนอกฝั่ง&nbsp;โดยต้องเฝ้าอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้ใช้ข้อมูลกระแสน้ำจากระบบเรดาร์ชายฝั่งของ&nbsp;GISTDA&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณสถานีพะยูน&nbsp;และสถานีบ้านเพ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ทำการวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน&nbsp;พบตั้งแต่ช่วงเวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;จนถึงเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;กระแสน้ำมีทิศทางเฉลี่ยไหลออกนอกฝั่ง&nbsp;ทำให้คราบน้ำมันส่วนใหญ่ยังคงอยู่บริเวณใกล้เคียงกับตำแหน่งคราบน้ำมันของวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;ตรงกับข้อมูลที่วิเคราะห์ได้จากภาพถ่ายดาวเทียมไทยโชตวันนี้&nbsp;โดยข้อมูลนี้จะส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้วางแผน&nbsp;ติดตาม&nbsp;และตรวจสอบในพื้นที่ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ช่วงที่ดาวเทียมถ่ายภาพบริเวณพื้นที่อ่าวมาบตาพุดมีปริมาณเมฆค่อนข้างมาก&nbsp;ทำให้ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ถ่ายได้วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ไม่สามารถวิเคราะห์คราบน้ำมันได้อย่างเต็ม&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่&nbsp;จึงตรวจสอบร่วมกับข้อมูลจากระบบเรดาร์ชายฝั่งของ&nbsp;GISTDA&nbsp;เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันอีกครั้ง</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128170342728"],
    [766,"เกษตรอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก (งบกลาง ปี 2564)","<p><strong>วันนี้(&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;พร้อมด้วยนายไกรนรา&nbsp;รัตนบุรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(งบกลาง&nbsp;ปี&nbsp;2564)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก</strong>&nbsp;(งบกลาง&nbsp;ปี&nbsp;2564)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;มีเป้าหมายดังนี้</p><p>1.โครงการส่งเสริมการใช้ระบบน้ำอัจฉริยะและพลังงานทางเลือก&nbsp;(โซลาเซลล์)&nbsp;ในไม้ผลเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&nbsp;โดยติดตามแปลงของนายปรีชา&nbsp;เคี่ยมพันธ์&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง</p><p>2.โครงการปลูกพืชทางเลือกเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรได้รับมอบต้นพันธุ์มะพร้าวบริโภคผลสด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;และพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ต้น&nbsp;โดยติดตามแปลงของนายปรีชา&nbsp;พรหมห้อง&nbsp;ม.10&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง</p><p>3.โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เป้าหมายคือ&nbsp;ศพก.เครือข่าย&nbsp;การปลูกฝรั่ง&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ได้รับการสนับสนุนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128175944755"],
    [767,"กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำในช่วงแล้งและฤดูฝน ตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำช่วงแล้ง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ขับเคลื่อนงานภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยุทธศาสตร์กรมชลประทาน&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;และแผนแม่บทที่สำคัญของประเทศ&nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานอย่างสมดุล&nbsp;และบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ&nbsp;รวมทั้งการพัฒนารูปแบบและแนวทางที่เหมาะสมในการรับมือภัยพิบัติด้านน้ำ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กำหนดนโยบายและแนวทาง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การขับเคลื่อนงานชลประทานภายใต้แนวคิด&nbsp;RID&nbsp;TEAM&nbsp;หรือสานพลังน้ำเป็นหนึ่งเพื่อทุกคน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรอัจฉริยะ&nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรมและบรรลุตามเป้าหมายในระดับนโยบายต่อไป&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจหลักและสำคัญของกรมชลประทาน&nbsp;โดยในช่วงแล้งได้ดำเนินงานตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการ&nbsp;รวมทั้งการเตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้อย่างทันท่วงที&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ยังเดินหน้ามาตรการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;ปี&nbsp;2565</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&nbsp;ให้มีรายได้เสริมหรือทดแทนจากการสูญเสียรายได้ด้านการเกษตร&nbsp;โดยในปีนี้ตั้งเป้าการจ้างแรงงานสร้างรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;75,000&nbsp;คน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับช่วงฤดูฝน&nbsp;กรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีมาตรการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เพื่อให้ปริมาณน้ําต้นทุนในอ่างเก็บน้ำมีเพียงพอสําหรับการใช้น้ำตลอดช่วงฤดูฝน&nbsp;และสํารองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง&nbsp;โดยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;และรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;และส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝน&nbsp;โดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและกักเก็บน้ำในเขื่อนให้มากที่สุด&nbsp;รวมทั้งวางแผนและเตรียมความพร้อมบรรเทาอุทกภัยด้วย</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128205814792"],
    [768,"ปศุสัตว์เพชรบุรี จัดอบรมเกษตรกรโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร","<p><strong>ปศุสัตว์เพชรบุรี&nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&nbsp;อบรมเกษตรกร</strong>โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยลึก&nbsp;อ.บ้านลาด&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;</strong>และปศุสัตว์อำเภอบ้านลาดร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยลึก&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริม&nbsp;และพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การพัฒนาอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;นายบุญ&nbsp;โพธิ์ทอง&nbsp;&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง&nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;และนางสาวภัทรกร&nbsp;ชื่นโกมล&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;บรรยายเรื่อง&nbsp;การรวมกลุ่ม&nbsp;โดยสนับสนุนให้เกษตรกรจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;หลังจากที่ได้รับงบประมาณเงินอุดหนุนการจัดซื้อไก่ไข่และอุปกรณ์การเลี้ยงไก่&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;สามารถลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/27&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128191647770"],
    [769,"ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน เปิดตัว \"โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน\"  ณ สวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา","<p><strong>นายมานพ&nbsp;จินาไหม&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&nbsp;(ประกอบด้วย&nbsp;ชุมพร&nbsp;&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;ระนอง&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ได้คัดเลือกสวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ต.บางวัน&nbsp;อ.คุระบุรี&nbsp;จ,พังงา&nbsp;ให้จัดทำ&nbsp;\"โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน\"&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจรทั้งการผลิต&nbsp;รวบรวม&nbsp;แปรรูป&nbsp;และการตลาด</strong>&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาสร้างเป็นหัวขบวนให้กับเกษตรกรและเครือข่าย&nbsp;ในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;เชื่อมโยงธุรกิจกับเกษตรกรรายย่อยเพื่อให้เกิดรายได้ทั้งระบบ&nbsp;และยังเป็นเครือข่ายในการเชื่อมโยงกิจกรรม&nbsp;โครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของธนาคารที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;การเป็นวิทยากรให้ความรู้&nbsp;การเป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรในโครงการของธนาคาร&nbsp;การเป็นแหล่งศึกษาดูงาน&nbsp;เป็นต้นสวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&nbsp;แห่งนี้มีทั้ง&nbsp;กาแฟ&nbsp;การเลี้ยงปลาในบ่อเมทัลชีท&nbsp;การเลี้ยงไก่ระบบเปิด&nbsp;และผลไม้ออร์แกนิคหลากหลายชนิด&nbsp;ถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนเกษตรผสมผสานที่สามารถนำไปปรับใช้เป็นต้นแบบได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.ได้มีแผนพัฒนาบุคลากร&nbsp;มีการฝึกทักษะการเป็นวิทยากรมืออาชีพ</strong>&nbsp;การใช้งานสื่อออนไลน์&nbsp;เพื่อการประชาสัมพันธ์และขยายช่องทางการตลาด&nbsp;แผนพัฒนาอาคารสถานที่และอุปกรณ์&nbsp;มีการปรับปรุงอาคารเพื่อให้มีความพร้อมรองรับผู้เข้าอบรม&nbsp;จัดซื้ออุปกรณ์ประจำศูนย์เรียนรู้&nbsp;เพื่อใช้ในการอบรมให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;กิจกรรมพัฒนาฐานเรียนรู้&nbsp;จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;จัดทำแปลงสาธิต&nbsp;&nbsp;เพื่อรองรับการศึกษาดูงาน&nbsp;ผู้สนใจจากภายในและภายนอกชุมชน&nbsp;แผนส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;จัดกิจกรรมความรู้&nbsp;ด้านการบริหารจัดการ&nbsp;&nbsp;ด้านการผลิต&nbsp;ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;&nbsp;มุ่งหวังให้สมาชิกปรับวิธีคิด&nbsp;ปรับวิธีการผลิตตามแนวทางเกษตรผสมผสาน&nbsp;กระบวนการผลิตตามมาตรฐานเกษตรปลอดภัย&nbsp;(GAP)&nbsp;รวมทั้งการวิเคราะห์คุณภาพผลผลิต&nbsp;และการแปรรูป&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จะทำให้มีการปรับ&nbsp;เปลี่ยน</strong>&nbsp;พัฒนาระบบการเกษตร&nbsp;โดยใช้ตลาดนำ&nbsp;ผ่านการประยุกต์ใช้หลักวิชาการตลาดที่มั่นคง&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สวท.พังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128205252787"],
    [770,"เกษตรยะลา ร่วมประชุมการติดตามผลการเตรียมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี","<p><strong>วันนี้&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ร่วมประชุมการติดตาม&nbsp;ผลการเตรียมรับเสด็จฯ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;</p><p><strong>เพื่อติดตามผลการดำเนินการเตรียมรับเสด็จ&nbsp;และแบ่งมอบภารกิจแก่ส่วนราชการ</strong>และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการเตรียมรับเสด็จให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านภักดี&nbsp;ตำบลเขื่อนบางลาง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128205335788"],
    [771,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11  ประชุมทบทวนการดำเนินงาน สำนักงานสีเขียว ครั้งที่ 12565","<p><strong>นายธนัญชัย&nbsp;วรรณสุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;</strong>ประชุมทบทวนการดำเนินงานสำนักงานสีเขียว&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมราชพฤกษ์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานสำนักงานสีเขียว&nbsp;การทบทวนการดำเนินการด้านนโยบาย&nbsp;การปรับเปลี่ยนคณะทำงาน&nbsp;พื้นที่ขอรับการประเมิน&nbsp;และค่าเป้าหมายการใช้ทรัพยากร&nbsp;เช่น&nbsp;กระดาษ&nbsp;หมึกพิมพ์&nbsp;น้ำมัน&nbsp;ไฟฟ้า&nbsp;และประปา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อสร้างความตระหนักให้กับเจ้าหน้าที่ในการมีส่วนร่วมในการจัดการสำนักงานสีเขียว&nbsp;และเพื่อรวบรวมขยะรีไซเคิลจากเจ้าหน้าที่และนำส่งรีไซเคิล&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานฯ&nbsp;มีมติการประชุม&nbsp;เช่น&nbsp;การปรับปรุงคณะทำงานให้สอดคล้องเหมาะสมกับภารกิจ</strong>&nbsp;เพิ่มพื้นที่การขอรับการประเมินสำนักงานสีเขียว&nbsp;&nbsp;และมอบหมายภารกิจให้กับหัวหน้าประจำหมวดต่างๆ&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;หมวด&nbsp;พร้อมทั้งกำหนด&nbsp;&nbsp;ค่าเป้าหมายการใช้ทรัพยากรให้เหมาะสม&nbsp;และได้ดำเนินการรวบรวมขยะรีไซเคิลจากเจ้าหน้าที่&nbsp;เช่น&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;พลาสติกยืด&nbsp;พลาสติกแข็ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อส่งรีไซเคิล&nbsp;จำนวน&nbsp;15.4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และจะดำเนินการรวบรวมขยะรีไซเคิล&nbsp;เป็นประจำทุกเดือน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128212637803"],
    [772,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค11ติดตามตรวจสอบความคืบหน้าการแก้ไขผลกระทบจากโรงงานน้ำตาล จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้(28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการ</strong>ส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาผลกระทบฝุ่นละอองจากการประกอบกิจการโรงงานน้ำตาลทราย&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหนองระเวียง&nbsp;อำเภอพิมาย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผลการตรวจสอบสรุปได้&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ผลการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองบริเวณบ้านผู้ร้องเรียนติดกับโรงงานด้านทิศเหนือ&nbsp;โดยเครื่องมือตรวจวัดแบบอ่านค่าทันทีขณะตรวจวัด&nbsp;พบว่ามีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM2.5)&nbsp;อยู่ในช่วง&nbsp;37&nbsp;-&nbsp;99&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM10)&nbsp;อยู่ในช่วง&nbsp;50&nbsp;-&nbsp;145&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีแนวโน้มเกินค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศทั่วไปเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ซึ่งกำหนดให้มีค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;และค่า&nbsp;PM10&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;120&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;จากการเข้าตรวจสอบภายในโรงงานพบว่าได้ดำเนินการก่อสร้างแนวกำแพงกันฝุ่นชั้นในความสูง&nbsp;27&nbsp;เมตร&nbsp;Zone&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;บริเวณขอบเขตโรงงานด้านทิศตะวันออกและทิศเหนือบางส่วน&nbsp;มีความยาวรวม&nbsp;726&nbsp;เมตร&nbsp;เสร็จแล้ว&nbsp;ส่วนแนวกำแพงกันฝุ่น&nbsp;Zone&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;ด้านทิศเหนือบางส่วนและด้านทิศตะวันตก&nbsp;มีความยาวรวม&nbsp;786&nbsp;เมตร&nbsp;ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างฐานรากแล้วเสร็จร้อยละ&nbsp;80&nbsp;และยังคงเหลืองานที่ยังมิได้ก่อสร้างได้แก่งานโครงสร้างและติดตั้งตาข่ายกันฝุ่น&nbsp;ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;สำหรับมาตรการป้องกันฝุ่นจากกองกากอ้อยบริเวณด้านในอาคาร&nbsp;ทางโรงงานจะดำเนินการปรับปรุงอาคารให้มิดชิดโดยปิดกั้นผนังด้านข้างของอาคารเก็บกากอ้อยด้วยวัสดุแผ่น&nbsp;metal&nbsp;sheet&nbsp;ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างก่อสร้างและมีกำหนดแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะเข้าติดตามตรวจสอบความคืบหน้าการปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128212724804"],
    [773,"หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11  ตรวจสอบผลกระทบกลิ่นเหม็น จากการประกอบกิจการฟาร์มไก่ จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)</strong>&nbsp;โดยนายสมพงษ์&nbsp;บุญเฟรือง&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผู้ร้องเรียน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้รับการประสานจากเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;พื้นที่อำเภอสีคิ้ว&nbsp;ว่ามีประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองบัวน้อย&nbsp;ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการฟาร์มไก่&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;บ้านตะแคงใต้&nbsp;ตำบลหนองบัวน้อย&nbsp;อำเภอสีคิ้ว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผลการตรวจสอบและประชุมหารือ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนอง&nbsp;&nbsp;บัวน้อย&nbsp;สรุปข้อเท็จจริง&nbsp;ได้ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ตัวแทนผู้ร้องเรียนซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวน้อย&nbsp;ได้ชี้แจงในที่ประชุมว่าที่ผ่านมาได้รับผลกระทบกลิ่นเหม็น&nbsp;จากการประกอบกิจการฟาร์มไก่เป็นครั้งคราว&nbsp;ซึ่งเดิมกิจการฟาร์มไก่มีโรงเรือนจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;13&nbsp;หลัง&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่นขออนุญาตก่อสร้างโรงเรือนเพิ่มเติมอีก&nbsp;6&nbsp;หลัง&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวน้อย&nbsp;ซึ่งมีความกังวลว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านกลิ่นเหม็นเพิ่มเติมเกินกว่าจะยอมรับได้&nbsp;</p><p>2.&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวน้อย&nbsp;ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร&nbsp;พ.ศ.2522&nbsp;ได้พิจารณาเสนอว่า&nbsp;จะให้มีการทบทวนการอนุญาตการก่อสร้างโรงเรือนกิจการฟาร์มไก่ทั้ง&nbsp;6&nbsp;หลังดังกล่าว&nbsp;เนื่องจากว่าหากมีการอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างเพิ่มเติมแล้ว&nbsp;อาจส่งผลกระทบด้านกลิ่นเหม็นเพิ่มมากขึ้นในอนาคต&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวน้อย&nbsp;จะขอพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้งหนึ่งก่อน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128212918806"],
    [774,"คราบน้ำมันสีดำโผล่เข้าหาดแม่รำพึงแล้ว เป็นคราบสีดำมากับคลื่น","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า&nbsp;</strong>ได้มีคราบน้ำมันลอยมาขึ้นที่ชายหาดแม่รำพึงต.ตะพง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;แล้ว&nbsp;จึงเดินทางไปตรวจสอบทันที&nbsp;เมื่อไปถึงบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;ตรงข้ามบ้านพร้อมพงศ์&nbsp;ก่อนถึงบริเวณลานหินขาวหินดำ&nbsp;มีชาวบ้านกำลังอยู่ที่ขายหาด&nbsp;ลงไปตรวจสอบพบว่า&nbsp;มีกลิ่นฉุนของน้ำมัน&nbsp;เมื่อตรวจสอบน้ำทะเลพบว่ามีคราบน้ำมันสีดำลอยมากับเกลียวคลื่น&nbsp;และมาติดอยู่กับหาดทราย&nbsp;ซึ่งถูกซัดขึ้นมาตลอด&nbsp;และเริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ</p><p><strong>สำหรับจุดที่นำมันขึ้นอยู่ก่อนถึงจุดที่มีการนำบีชบูมมาสกัด&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;</strong></p><p><strong>ด้านนายธวัช&nbsp;เจนการ&nbsp;หน.อุทยานแก่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด</strong>&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;สำหรับคราบดังกล่าว&nbsp;จากการที่เจ้าหน้าที่ของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ไปตรวจสอบ&nbsp;เบื้องต้นอาจจะไม่ใช่คราบน้ำมัน&nbsp;อาจเป็นเขม่าจากเรือที่ออกไปกำจัดน้ำมัน&nbsp;ซึ่งยังไม่ยืนยันว่าเป็นคราบน้ำมัน&nbsp;ต้องรอตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง</p><p><strong>ต่อมามีเจ้าหน้าบริษัทฯ&nbsp;มาเก็บตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบ&nbsp;เบื้องต้นยืนยันว่า&nbsp;</strong>อาจจะเป็นคราบเขม่าเรือ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;จะนำไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง&nbsp;และจะมีการตรวจสอบตลอดแนวชายหาดทุกๆ&nbsp;1&nbsp;กม.ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129074932823"],
    [775,"ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ระดมกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ลงเก็บกู้คราบน้ำมันเกยหาดแม่รำพึง พร้อมเตรียมประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และห้าม นทท.ลงเล่นน้ำเด็ดขาด","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;</strong>พร้อมนายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได้เดินทางมายังหาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;พร้อมนำกำลังทหาร&nbsp;และกำลังเจ้าหน้าที่ให้เก็บกู้คราบน้ำมันที่ลอยมาเกยหาดในทันที&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันสารเคมี&nbsp;ลงไปยังจุดที่มีคราบน้ำมัน</strong>&nbsp;เพื่อเก็บกู้คราบน้ำมัน&nbsp;โดยใช้ผ้าซับคราบน้ำมันบนชายหาดตลอดแนวยาวประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จะเร่งเก็บกู้คราบน้ำมันโดยเร็ว</strong>&nbsp;พร้อมทั้งให้เรือออกไปตรวจคราบน้ำมันหากพบก็จะสกัดก่อนที่เข้าชายหาด&nbsp;เตรียมประกาศให้พื้นที่ชายหาดแม่รำพึงเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติในวันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในหาดแม่รำพึงอย่างเด็ดขาด.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129075129824"],
    [776,"คพ. และ ทช. ใช้เรือทำเป็นกำแพงกันคราบน้ำมันเข้าพื้นที่แนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเลบริเวณชายหาดระยอง พร้อมใช้สาร Dispersant ฉีดและโปรยขจัดคราบน้ำมันกลางทะเลเน้นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ใช้เรือทำเป็นกำแพงกันคราบน้ำมันเข้าพื้นที่แนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเลบริเวณชายหาดระยอง&nbsp;พร้อมใช้สาร&nbsp;Dispersant&nbsp;ฉีดและโปรยขจัดคราบน้ำมันกลางทะเลเน้นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ยังคงเฝ้าระวังและป้องกันหาดท่องเที่ยว&nbsp;โดยเฉพาะเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;หาดท่องเที่ยว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;-&nbsp;หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;และเกาะเสม็ด&nbsp;ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;โดยใช้เรือทำเป็นกำแพงกันคราบน้ำมันเข้าพื้นที่&nbsp;เนื่องจากมีแนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเล&nbsp;ซึ่งพื้นที่&nbsp;Sensitive&nbsp;Area&nbsp;ได้เสนอให้ใช้&nbsp;Bio&nbsp;Dispersant&nbsp;ขจัดคราบน้ำมันให้ย่อยสลายลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ส่วนคราบน้ำมันที่กระจายในทะเลยังคงใช้สารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;ฉีดด้วยเรือสลายคราบน้ำมันเน้นที่เป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่&nbsp;และใช้อากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(โดรน)&nbsp;ของกองทัพเรือโปรยสาร&nbsp;Dispersant&nbsp;สลายคราบน้ำมันส่วนที่เล็ดลอดกระจายเป็นริ้วขนาดเล็กด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คพ.ได้จัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวัง&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำทะเล&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และมีทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินสารเคมีทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่และผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องการบ่งชี้ลักษณะของคราบน้ำมัน&nbsp;อันตรายของคราบน้ำมัน&nbsp;และการกำจัดที่เหมาะสม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับคราบน้ำมันชุดแรกที่ถูกย่อยสลายโดยสารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;ละลายเมื่อผสมกับทรายบนชายหาดจะค่อยๆจับตัวรวมกันเป็นก้อนใหญ่ขึ้นจนเป็นเมือกสีดำ&nbsp;ส่วนคราบน้ำมันที่ยังเป็นเมือกสีดำ&nbsp;หรือสีน้ำตาล&nbsp;ที่กำลังจะลอยเข้ามาเป็นชุดที่&nbsp;2&nbsp;ต้องใช้สาร&nbsp;Bio&nbsp;Dispersant&nbsp;ประกอบด้วยจุลินทรีย์ย่อยน้ำมัน&nbsp;และสารลดแรงตึงผิว&nbsp;(สกัดจากพืช)&nbsp;ทำความสะอาดแนวโขดหินและทรายที่ปนเปื้อน&nbsp;พร้อมเตรียมแผ่นดูดซับน้ำมัน&nbsp;(Oil&nbsp;Absorbent)&nbsp;เพื่อช่วยดูดซับผืนชายหาดและง่ายต่อการจัดเก็บ&nbsp;คาดว่า&nbsp;คราบน้ำมันดิบรั่วที่เข้าหาดแม่รำพึงจะบางกว่า&nbsp;เพราะเป็นฟิล์มน้ำมัน&nbsp;หรือเป็นน้ำมันดิบชนิด&nbsp;Light&nbsp;Crude&nbsp;Oil&nbsp;แตกต่างจากกรณีของอ่าวพร้าวเป็นการรั่วของน้ำมันดิบชนิด&nbsp;Heavy&nbsp;Crude&nbsp;Oils</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ส่วนชายหาดหรือชายฝั่งยังต้องใช้&nbsp;Boom&nbsp;ดักคราบน้ำมันต่อเนื่องป้องกันเข้าไปในพื้นที่อ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมบริเวณเขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ด&nbsp;โดยให้&nbsp;ทช.&nbsp;ชี้จุดวาง&nbsp;Boom&nbsp;ป้องกันพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล&nbsp;ส่วนกรมเจ้าท่าระดม&nbsp;Boom&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;1,500&nbsp;เมตร&nbsp;และระดมเรือที่มีคุณสมบัติลาก&nbsp;Boom&nbsp;ได้อีก&nbsp;30&nbsp;ลำ&nbsp;แล้วเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาด&nbsp;Protect&nbsp;Clean&nbsp;Up&nbsp;บริเวณชายหาดกรณีคราบน้ำมันเคลื่อนตัวเข้าชายฝั่ง</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129094251838"],
    [777,"กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกระวังฝนตกบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกระวังฝนตกบางพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(29&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า&nbsp;,&nbsp;ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;22&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;15&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;34,500&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,644&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;58&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129095136839"],
    [778,"ธกส.ยะลา เผย เร่งช่วยเหลือเกษตรหนี้นอกระบบเข้าโครงการ ระบุ ช่วยเหลือไปแล้วกว่า 2 พันราย วงเงิน 92 ล้านบาท","<p><strong>สิบตำรวจเอกหญิงบุษราภรณ์&nbsp;สันนุกิจ&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ</strong>สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ด้วยสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(Covid-19)&nbsp;การประกอบอาชีพของเกษตรกร&nbsp;รวมถึงผลกระทบด้านแรงงาน&nbsp;ประสบปัญหาการเลิกจ้าง&nbsp;การชะลอการจ้างงาน&nbsp;ทำให้&nbsp;ส่งผลกระทบต่อรายได้ลดลงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน&nbsp;รวมทั้งเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนของเกษตรกรที่มีหนี้นอกระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ธกส.ยะลา&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน</strong>ของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนที่มีหนี้นอกระบบ&nbsp;ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบธนาคารทั้งจังหวัดเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;2,233&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินสิ้นเชื่อจำนวน&nbsp;92&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นมาตรการจัดการหนี้นอกระบบแบบบูรณาการ&nbsp;ทั้งด้านการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ&nbsp;ด้านการฟื้นฟูการประกอบอาชีพ&nbsp;ด้านการป้องกันการก่อหนี้นอกระบบรอบใหม่โดยมีมาตรการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้น&nbsp;กรณีที่ลูกค้า</strong>เป็นหนี้นอกระบบมาติดต่อที่&nbsp;ธกส.สาขาทางธนาคารก็จะมีป้ายรับเรื่องร้องทุกข์ไว้ที่ธนาคาร&nbsp;ธกส.ทุกสาขาทั่วประเทศและจากนั้นจะมีการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้มาคุยกันเมื่อตกลงได้แล้ว&nbsp;ทางธนาคารก็จะนัดหมายเพื่อให้ความรู้ทางการเงินและเมื่อลูกค้าเข้าหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารก็จะดำเนินการได้ทันทีเพื่อให้ลูกค้าได้รับการแก้ไขหนี้นอกระบบ&nbsp;ก้าวผ่านความยากจน&nbsp;ไม่กลับไปก่อหนี้นอกระบบอีก&nbsp;เป็นการ&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;และเพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพในภาคชนบท&nbsp;เป็นการกระตุ้น&nbsp;เศรษฐกิจฐานรากของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการช่วยเหลือประกอบด้วย&nbsp;</strong></p><p>1.โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน&nbsp;สำหรับชำระหนี้นอกระบบที่เกิดจาก&nbsp;เกษตรกรลูกค้า&nbsp;คู่สมรส&nbsp;บุตร&nbsp;บิดามารดาของเกษตรกรลูกค้าหรือของคู่สมรสซึ่งอยู่ในอุปการะของเกษตรกรลูกค้า&nbsp;วงเงินกู้ไม่เกินรายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เว้นแต่กรณีมีวัตถุประสงค์ในการสงวนที่ดินทำกินที่ลูกหนี้ใช้ที่ดินในการจำนองไม่เกินรายละ&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;12&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาชำระหนี้&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมรับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองสินเชื่อกรณีเสียชีวิตรายละไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;และการคืนดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของดอกเบี้ยที่ชำระหนี้</p><p>2.โครงการสินเชื่อชำระดีมีวงเงิน&nbsp;Smart&nbsp;Cash&nbsp;สำหรับลูกค้าผู้กู้สินเชื่อตามโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ&nbsp;ที่ชำระ&nbsp;หนี้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนดและมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อป้องกันการก่อหนี้นอกระบบของลูกค้า&nbsp;โดย&nbsp;สนับสนุนเงินเครดิตหมุนเวียนผ่านบัตร&nbsp;ATM&nbsp;ตามต้นเงินกู้ที่ได้รับชำระหนี้ตามโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ&nbsp;สูงสุดรายละ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;MRR&nbsp;+&nbsp;(0&nbsp;ถึง&nbsp;3)&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;เดือนนับจากวัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่านการคุ้มครองสินเชื่อกรณีเสียชีวิต&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวก&nbsp;ให้กับเกษตรกรลูกค้าที่มีความต้องการสินเชื่อสามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อได้ผ่านช่องทาง&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;an?m.</p><p>3.โครงการสินเชื่ออาชีพเสริมเพิ่มรายได้&nbsp;เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับลูกค้าผู้กู้สินเชื่อตามโครงการแก้ไขหนี้นอก&nbsp;ระบบ&nbsp;ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการประกอบอาชีพเสริม&nbsp;โดยผ่านการฝึกอบรมความรู้หรือทักษะจาก&nbsp;สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน&nbsp;วงเงินกู้รายละไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;0&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;และตั้งแต่เดือนที่&nbsp;7&nbsp;เป็นต้นไปอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;MRR&nbsp;ต่อปี&nbsp;(ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย&nbsp;MRR&nbsp;เท่ากับร้อยละ&nbsp;6.50)&nbsp;ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ระยะเวลาโครงการตั้งแต่บัดนี้-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2566</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129100052842"],
    [779,"คราบน้ำมันลอยเกยหาดแม่รำพึงส่งกลิ่นฉุนไปทั่วทั้งหาด เจ้าหน้าที่เร่งเก็บตัวอย่าง","<p><strong>จากกรณีพบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล</strong>&nbsp;หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;21.06&nbsp;น.ของวันที่&nbsp;25&nbsp;ม.ค.ซึ่งทุกภาคส่วนกำลังเร่งช่วยกันแก้ไข&nbsp;ล่าสุดคราบน้ำมันถูกคลื่นซัดประชิดชายหาดห่างฝั่งเพียงอีก&nbsp;4&nbsp;กม.เจ้าหน้าที่นำบีชบูม&nbsp;ยาวกว่า&nbsp;350&nbsp;เมตร&nbsp;ตามแนวชายหาดข้างท่าเทียบเรือ&nbsp;ไออาร์พีซี&nbsp;ต.เชิงเนิน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;และชายหาดแม่รำพึง&nbsp;ต.เพ.อ.เมืองระยอง&nbsp;เพื่อสกัดคราบน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;เวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.65&nbsp;คราบน้ำมันได้ลอยเป็นเขม่าสีดำมาบริเวณ&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;</strong>ด้านนายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ลงพื้นที่ยืนยันเป็นคราบน้ำมัน&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;สั่งเร่งใช้ผ้าชนิดพิเศษซับน้ำมันที่ลอยมา&nbsp;พร้อมเตรียมประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ&nbsp;ห้ามลงเล่นน้ำเด็กขาด&nbsp;ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว</p><p><strong>ความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;</strong>ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีคราบน้ำมันขึ้นมาบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;ตรงข้ามกับเบย์วิวรีสอร์ท&nbsp;ม.10&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;เป็นระยะทางกว่า&nbsp;2&nbsp;กิโลมตร&nbsp;และมีแนวโน้มจะขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;จนเต็มทั้งหาด&nbsp;เมื่อเดินทางไปถึงชายหาดแม่รำพึง&nbsp;พบกลิ่นฉุนของน้ำมันส่งกลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่งหาด&nbsp;เมื่อลงไปตรวจสอบพบว่าน้ำทะเลกลายเป็นสีดำ&nbsp;และมีคราบที่จับตัวคล้ายวุ้นลอยกับคลื่นเข้ามาตลอด&nbsp;คราบได้จับกับทรายจนเริ่มดำไปทั่ว&nbsp;&nbsp;ต่อมามีเจ้าหน้าที่ของบริษัท&nbsp;สตาร์รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;มหาชน&nbsp;&nbsp;ได้เดินทางมาเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่บางส่วนลงมาเก็บคราบน้ำมันบนชายหาด&nbsp;โดยใช้ผ้าชนิดพิเศษซับคราบน้ำมัน&nbsp;แต่เนื่องด้วยคราบน้ำมันมีจำนวนมากจึงยากต่อการเก็บกู้</p><p><strong>ต่อมานายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได้เดินทางมาตรวจสอบ&nbsp;</strong>หลังตรวจสอบได้กล่าวว่า&nbsp;คราบน้ำมันที่เข้ามาในชายหาด&nbsp;คาดเป็นน้ำมันที่รั่วหลุดออกมาจากบูมกลางทะเล&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนน้อยมาก&nbsp;จะมีมวลใหญ่อีกที่จะตามเข้ามา&nbsp;ซึ่งก็จะเร่งเก็บกู้ทันที.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129104452859"],
    [780,"พบคราบน้ำมันบางส่วนเข้าถึงชายหาดแม่รำพึงแล้ว หลังกระแสลมทะเลและคลื่นแรงขึ้น คาดจะเข้าชายหาดเพิ่มอีก เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินปริมาณคราบน้ำมันได้","<p><strong>พบคราบน้ำมันบางส่วนเข้าถึงชายหาดแม่รำพึงแล้ว&nbsp;หลังกระแสลมทะเลและคลื่นแรงขึ้น&nbsp;คาดจะเข้าชายหาดเพิ่มอีก&nbsp;เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินปริมาณคราบน้ำมันได้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธรณ์&nbsp;ธำรงนาวาสวัสดิ์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และรองคณบดีคณะประมง&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;พร้อมทีมนักวิจัยคณะประมง&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วในทะเลระยองบริเวณชายหาดแม่รำพึง&nbsp;โดยพบคราบน้ำมันลอยเข้าถึงชายฝั่งแล้วบางส่วนมีลักษณะเป็นคราบสีดำตามจุดต่างๆของหาดแม่รำพึง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะทยอยลอยเข้าชายฝั่งอีกจากกระแสลมทะเลและคลื่นที่ค่อยข้างแรงขึ้น&nbsp;จึงขอประชาชนอย่าลงเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมบริเวณชายหาดเด็ดขาด&nbsp;เนื่องจากคราบน้ำมันเริ่มกระจายเป็นวงกว้าง&nbsp;หากพบเจอคราบน้ำมันขอให้รีบแจ้งสายด่วน&nbsp;1650&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินปริมาณคราบน้ำมันที่เข้าหาชายฝั่งหรือชายหาดได้&nbsp;เพราะคราบน้ำมันดิบที่รั่วไหลในทะเลยังกำจัดไม่หมดต้องใช้เวลาอีกหลายวัน</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129101538848"],
    [781,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่จนถึง 5 ก.พ.","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่จนถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(29&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังพื้นที่กรุงเทพตะวันออก&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129103752858"],
    [782,"กรมประมง เปิดให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์  4-28 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>นายถาวร&nbsp;ทันใจ&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ในรอบปีการประมง&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;นั้นกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่&nbsp;31&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กรมประมงจึงได้ออกประกาศกรมประมง&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดห้วงเวลา&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&nbsp;สำหรับปีการประมง&nbsp;&nbsp;(2565&nbsp;-&nbsp;2566)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งหลักเกณฑ์ในการขอรับใบอนุญาตฯ&nbsp;ได้มีการปรับปรุงและแตกต่างไปจากการขอรับใบอนุญาตฯ&nbsp;ในรอบปีที่ผ่านมาไม่มากนัก&nbsp;</p><p><strong>โดยในรอบปีการประมงใหม่นี้</strong>&nbsp;กรมประมงได้กำหนดให้ผู้ประสงค์ทำการประมงพาณิชย์ยื่นคำขอรับใบอนุญาต&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;หรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล&nbsp;หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนด&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ซึ่งกรมประมงจะพิจารณาจัดสรรใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;แล้วจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาต&nbsp;ดำเนินการคือ&nbsp;1.&nbsp;กรณีได้รับอนุญาตฯ&nbsp;ให้ผู้ขอรับอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมและค่าอากรการประมงและรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานประมงอำเภอที่ยื่นคำขอ&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิจากการเป็นผู้ได้รับอนุญาต&nbsp;พร้อมทั้งรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ที่ได้ยื่นคำขอไว้&nbsp;และจัดทำเครื่องหมายประจำเรือให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;นับแต่วันที่ใบอนุญาตมีผลใช้บังคับ&nbsp;2.&nbsp;กรณีที่ไม่ได้รับอนุญาตฯ&nbsp;ให้ผู้ขอรับอนุญาตยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตได้&nbsp;ภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง&nbsp;โดยยื่น&nbsp;ผ่าน&nbsp;สำนักงานประมงอำเภอ&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&nbsp;หรือส่งไปรษณีย์ไปยังกรมประมง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ผู้รับใบอนุญาตต้องได้รับการตรวจเรือและเครื่องมือทำการประมง</strong>ก่อนออกทำการประมงครั้งแรก&nbsp;โดยสามารถขอรับการตรวจเรือและเครื่องมือทำการประมงได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป&nbsp;(หลังจากได้รับใบรับคำขอรับใบอนุญาตฯ)&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากไม่ผ่านการตรวจเรือประมงและเครื่องมือทำการประมง&nbsp;จะไม่สามารถออกไปทำการประมงตามที่ได้รับอนุญาตได้&nbsp;ทั้งนี้ขอให้พี่น้องชาวประมงที่ประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์&nbsp;ในรอบปีการประมง&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2566&nbsp;ให้มายื่นขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์เพื่อเป็นการรักษา&nbsp;สิทธิ&nbsp;&nbsp;ของตนเองที่จะสามารถทำการประมงพาณิชย์ในรอบปีการประมงที่จะถึงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129123531912"],
    [783,"ขับเคลื่อนนโยบาย ตลาดนำการผลิต จัดเวทีลงนามสัญญาซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมระบบเกษตรพันธสัญญา ปี 2565","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมหม่อนไหมได้ดำเนินงานตามนโยบาย&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอน&nbsp;มีความมั่นคงในอาชีพ&nbsp;สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการตลาด&nbsp;&nbsp;ด้วยการแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชน&nbsp;เพื่อวางแผนการผลิตร่วมกัน&nbsp;ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ&nbsp;ให้ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;โดยส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ในจังหวัดน่าน&nbsp;เชียงรายและพะเยา&nbsp;หันมาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&nbsp;เป็นการสร้างอาชีพใหม่&nbsp;ทดแทนการทำเกษตรกรรมแบบเดิมที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว&nbsp;ซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยงด้านผลผลิตและราคา&nbsp;ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมและขยายผลสู่ระบบเกษตรพันธสัญญา&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน&nbsp;เป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;&nbsp;และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ลดความเสี่ยงด้านการตลาด&nbsp;มีการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยุติธรรมระหว่างภาคเอกชนกับเกษตรกร&nbsp;ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนในอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภาคเอกชน&nbsp;คือบริษัท&nbsp;จุลไหมไทย&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมกับกลุ่มเกษตรกรนั้น&nbsp;มีความต้องการผลผลิตรังไหมทั่วประเทศถึง&nbsp;5,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่เกษตรกรยังผลิตได้ประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;ตัน&nbsp;กรมหม่อนไหมจึงเดินหน้าร่วมกับบริษัท&nbsp;จุลไหมไทย&nbsp;เร่งสร้างเกษตรกรรายใหม่ให้เข้าสู่ระบบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมมากขึ้น&nbsp;โดยส่งเสริมกิจกรรมการฝึกอบรมให้ความรู้ในการผลิตไหมอุตสาหกรรมแบบครบวงจร&nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตร&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม&nbsp;3&nbsp;จังหวัดดังกล่าว</strong>&nbsp;&nbsp;307&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เลี้ยงไหม&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;รุ่น&nbsp;ผลผลิตรังไหมรวม&nbsp;55.77&nbsp;ตัน&nbsp;รายได้&nbsp;8.67&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนในปี&nbsp;2565&nbsp;มีแผนการเลี้ยงไหม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;รุ่น&nbsp;คาดการณ์จะได้ผลผลิตรังไหม&nbsp;จำนวน&nbsp;75&nbsp;ตัน&nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้มากกว่า&nbsp;12&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมหม่อนไหมยังเดินหน้า&nbsp;</strong>ส่งเสริมการทำเกษตรพันธสัญญาในการซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรม&nbsp;เป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทั้งด้านอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ลดการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศ&nbsp;อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน&nbsp;อันจะเป็นการร่วมกันพัฒนาวงการหม่อนไหมไทย&nbsp;ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในการผลิตเส้นไหม&nbsp;ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลกต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129120705886"],
    [784,"คราบน้ำมันทยอยขึ้นชายหาดแม่รำพึง จุดลานหินดำพบคราบน้ำข้นคล้ายช็อกโกแลต เผยใช้กระดาษซับคราบน้ำมัน และใช้เครื่องดูดคราบน้ำมันจุดหนาแน่น พร้อมเตรียมขุดร่องน้ำให้คราบน้ำมันไหลมารวมจุดเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัด ","<p><strong>วันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า</strong>&nbsp;การปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันลอยติดชายหาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;โดยพบว่า&nbsp;คราบน้ำมันได้ลอยมาติดชายหาด&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;จากการตรวจสอบพบ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;บริเวณแนวชายหาด&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งเอกชน&nbsp;ทหาร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เร่งกำจัดคราบน้ำมันอย่างเต็มกำลัง&nbsp;ต่อมามีนายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดระยอง&nbsp;ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์</p><p><strong>นายอรรถพล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เบื้องต้นพบว่าคราบน้ำกระจายเข้าชายหาด&nbsp;2&nbsp;จุด</strong>&nbsp;บริเวณลานหินดำ&nbsp;และหินขาว&nbsp;จุดละประมาณ&nbsp;1&nbsp;กม.โดยเฉพาะจุดลานหินดำ&nbsp;มีคราบน้ำมันทยอยซัดเข้าฝั่งจนเห็นเป็นสีดำคล้ายช็อกโกแลต&nbsp;ซึ่งการกำจัดได้วางแนวทางไว้&nbsp;3&nbsp;ทาง&nbsp;คือ&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ใช้กระดาษซับคราบน้ำมัน&nbsp;และใช้เครื่องดูดในจุดที่หนาแน่น&nbsp;และ&nbsp;3.ขุดร่องน้ำ&nbsp;และชายหาด&nbsp;&nbsp;เพื่อให้คราบน้ำมันไหลมารวมยังจุดเดียว&nbsp;เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้เป็นห่วงมวลน้ำมันก้อนใหญ่&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างฝั่งประมาณ&nbsp;3&nbsp;กม.&nbsp;</strong>และอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ดเพียง&nbsp;4&nbsp;กม.เท่านั้น&nbsp;ประกอบกับคลื่นวันนี้ค่อนข้างแรง&nbsp;อาจจะพัดเข้าฝั่งเร็วขึ้น&nbsp;ซึ่งจะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง&nbsp;และเร่งกำจัดทั้งในส่วนในทะเล&nbsp;และฝั่ง&nbsp;โดยเพิ่มสารเคมีกำจัด&nbsp;ติดตั้งบูมเพิ่ม&nbsp;เพื่อไม่ให้พัดเข้าฝั่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129114644879"],
    [785,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร (ผักกาดขาว)","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรผักกาดขาว&nbsp;โดยมีนางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมยุทธศาสตร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่เพาะปลูกผักกาดขาว&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;มีผลผลิตประมาณ&nbsp;800&nbsp;ตัน&nbsp;ปลูกมากในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ส่งจำหน่ายให้ผู้รวบรวม&nbsp;,&nbsp;โรงงานตัดแต่งในอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และจังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก&nbsp;ขณะที่ในปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและนานกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;รวมทั้งราคาผักกาดขาวช่วงก่อนหน้านี้ราคาค่อนข้างสูง&nbsp;จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น&nbsp;ประกอบกับผลผลิตผักกาดขาวในหลายจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;และตาก&nbsp;ออกสู่ตลาดในช่วงเดียวกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้&nbsp;ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการติดตามสถานการณ์การผลิต&nbsp;และราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผักกาดขาว&nbsp;เพื่อเป็นการวางแผนการปลูก&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูก&nbsp;ทั้งด้านการผลิต&nbsp;และการตลาด&nbsp;อันจะนำไปสู่การกำหนดพื้นที่และปริมาณการปลูกที่เหมาะสม&nbsp;และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด&nbsp;และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวประสบความสำเร็จ&nbsp;และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;</p><p>จึงมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วางแผนการผลิต&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;ปริมาณการผลิต&nbsp;และการแปรรูปสินค้าเกษตรหลักของจังหวัด&nbsp;และมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ดูแลกลไกตลาด&nbsp;ราคา&nbsp;และประสานงานผู้ประกอบการเข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร&nbsp;โดยมีกำหนดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผักกาดขาวในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129115103882"],
    [786,"เกษตรกรอำเภอรัตนบุรี พื้นที่ต้นแบบ พร้อมส่งผลผลิตให้กับส่วนราชการ ร้านค้า และ ประชาชนผู้บริโภค ตามโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์","<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอรัตนบุรี&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และ&nbsp;กลุ่มเกษตรกรที่เป็นพื้นที่ต้นแบบตามโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เข้าตกลงกำหนดการจัดส่งสินค้าพืชผลเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้กับ&nbsp;โรงพยาบาลรัตนบุรี&nbsp;และ&nbsp;โรงเรียนบ้านหนองกา&nbsp;โดยจะเริ่มดำเนินการจัดส่งตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดจังหวัดสุรินทร์ได้กำเนินโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง</strong>&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยส่งเสริมการเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;ด้วยการชักชวนให้ร้านอาหาร&nbsp;นำพืชผักอินทรีย์เป็นส่วนประกอบในการประกอบอาหาร&nbsp;อำเภอรัตนบุรีจึงเชื่อมตลาดกลุ่มเกษตรกรพืชผักอินทรีย์&nbsp;กับ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;โรงเรียน&nbsp;โรงพยาบาลรัตนบุรี&nbsp;และ&nbsp;ร้านค้าจำหน่ายอาหาร&nbsp;เพื่อจัดส่งผักอินทรีย์&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ปลอดสารเคมี&nbsp;นำไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภค&nbsp;และ&nbsp;นำไปเป็นประกอบอาหารให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้บริโภคอาหารปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>ในขณะเดียวกัน&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;ก็ได้รณรงค์ขับเคลื่อน</strong>ในแต่ละชุมชนต่างๆ&nbsp;เพื่อร่วมส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;ในแต่ละครัวเรือน&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;&nbsp;สร้างวิถีวัฒนธรรมพึ่งตนเองในชุมชน&nbsp;ควบคู่สนับสนุนกับการขับเคลื่อนตามโครงการ&nbsp;โคกหนองนาโมเดล&nbsp;ให้เกิดการแลกเปลี่ยนผลผลิตและแบ่งปันในชุมชน&nbsp;และ&nbsp;ระหว่างชุมชน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;อำเภอรัตนบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชุมชน&nbsp;ยังจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์</strong>&nbsp;และ&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;เพื่อนำพืชผักสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ให้กับประชาชนด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129134915945"],
    [787,"การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม","<p><strong>บริษัท&nbsp;ปลาณีตฟาร์ม&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดงานสัมมนา&nbsp;การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม</strong>&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องราชพฤกษ์&nbsp;อาคารทักษิณาคาร&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;วิทยาเขตพัทลุง&nbsp;&nbsp;มีผศ.คำรณ&nbsp;พิทักษ์&nbsp;ผอ.อุทยานวิทยาศาตร์ภาคใต้&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;รศ.ดร.ณัฐพงศ์&nbsp;จิตรนิรัตน์&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;รศ.ดร.สมัคร&nbsp;แก้วสุกแสง&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการ&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนา&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;ร่วมกันสัมมนา&nbsp;การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม&nbsp;และที่ประชุมผ่านระบบออนไลน์&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;</p><p><strong>โดยโครงการ&nbsp;การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจาก</strong>กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;ภายใต้การดูแลจากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และคุณค่าสูงสุดภายใต้&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;จากวิกฤตโรคระบาด&nbsp;Covid-19&nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่อเราในวงกว้าง&nbsp;มีการคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพ&nbsp;อนามัย&nbsp;และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะความปลอดภัยด้านอาหาร&nbsp;ภาคการเกษตรเป็นแหล่งผลิตอาหารชั้นต้น&nbsp;ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการเกษตรคุณภาพ&nbsp;การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;GAP,&nbsp;Organic&nbsp;เข้ามาขับเคลื่อนจนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่</p><p><strong>อะมิโนปลาทะเล&nbsp;ตราปลาณีตฟาร์ม&nbsp;เกิดจากงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;</strong>การนำทรัพยากรส่วนเกินการจากการแปรรูปอาหารทะเล&nbsp;ได้แก่&nbsp;เศษวัตถุดิบของบริษัท&nbsp;เซาท์เทอร์น&nbsp;ซีฟูด&nbsp;โปรดักส์&nbsp;จำกัด&nbsp;มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp;โดยการสกัดอะมิโนด้วยจุลินทรีย์จากธรรมชาติ&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;ปราศจากสารเคมีใดๆ&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อใช้เป็นปัจจัยสนับสนุนการเพาะปลูกพืชผัก&nbsp;ผลไม้ชนิดต่างๆ&nbsp;เป้าหมายเพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถ&nbsp;ลด&nbsp;ทดแทนการใช้ปุ๋ย&nbsp;และสารเคมี&nbsp;อีกทั้งยังส่งผลต่อการเพิ่มคุณภาพผลผลิต&nbsp;และลดต้นทุนการเพาะปลูก&nbsp;ส่งผลเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น&nbsp;ผู้บริโภคได้รับอาหารปลอดภัย</p><p><strong>โครงการนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการของอะมิโนปลาทะเล</strong>&nbsp;ประโยชน์และความจำเป็นต่อพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;รวมเนื้อที่เพาะปลูกประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่ได้มีโอกาสทดลองใช้ในการเพาะปลูกในระยะเวลา&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;เดือน&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีอาจารย์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญการ&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;นักวิจัย&nbsp;สาขาต่างๆ&nbsp;คอยดูแล&nbsp;แก้ปัญหา&nbsp;เก็บข้อมูล&nbsp;และสรุปผลการใช้หลังสิ้นสุดโครงการ&nbsp;และสนับสนุนให้เกษตรกรที่สนใจใช้อะมิโนปลาทะเล&nbsp;สามารถเข้าถึงในระดับราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129135514947"],
    [788,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 900 จุด ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;900&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;902&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;537&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;289&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;258&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;148&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;123&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;68&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;68&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;67&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ลำปาง&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยพบจุดความร้อนเพิ่มสูงขึ้นและกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;หรือการเข้าไปหาของป่า&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;2,906&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;2,205&nbsp;จุด&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;1,645&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากสุดในกัมพูชา&nbsp;1,999&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;960&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;902&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129143900976"],
    [789,"เจ้าหน้าที่เร่งขุดร่องน้ำดักคราบน้ำมันที่พัดเข้าหาดแม่รำพึง ก่อนที่น้ำทะเลขึ้นในช่วงเย็นนี้","<p><strong>จากกรณีมีเหตุน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;</strong>ส่งผลให้มีคราบน้ำมันจำนวนมาก&nbsp;พัดเข้าฝั่งหาดแม่รำพึงบริเวณลานหินดำ&nbsp;และหินขาว&nbsp;2&nbsp;จุดๆ&nbsp;ละประมาณ&nbsp;1&nbsp;กม.</p><p><strong>ความคืบหน้าล่าสุด&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;</strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เร่งกำจัดคราบน้ำมันที่อยู่ชายหาด&nbsp;โดยได้นำรถแบคโฮ&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;มาขุดร่องน้ำบริเวณชายหาด&nbsp;เพื่อให้คราบน้ำมันไหลไปรวมจุดเดียวกัน&nbsp;ให้ง่ายต่อการกำจัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แนวคิดดังกล่าว&nbsp;เกิดจากการที่นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ</strong>&nbsp;ต้องการให้การกำจัดคราบน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยได้วางแนวทางไว้&nbsp;3&nbsp;ทาง&nbsp;คือ&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ใช้กระดาษซับคราบน้ำมัน&nbsp;และใช้เครื่องดูดในจุดที่หนาแน่น&nbsp;และ&nbsp;3.ขุดร่องน้ำ&nbsp;และชายหาด&nbsp;เพื่อให้คราบน้ำมันไหลมารวมยังจุดเดียว&nbsp;เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัด&nbsp;เพื่อให้ทันซึ่งคาดว่าน้ำทะเลจะขึ้นช่วงเย็น.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129144935984"],
    [790,"ไข่ คัดพิเศษ เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพในราคาสมเหตุผล","<p>ผลพวงวิกฤตหมูแพง ส่งผลกระทบลูกโซ่ (Domino Effect) ไปยังสินค้าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นและสินค้าเกษตรในกลุ่มที่สามารถบริโภคทดแทนได้ โดยเฉพาะ ไก่และไข่ ที่มีการปรับราคาขึ้นตามกลไกตลาดตามอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) สินค้าผลิตปกติแต่ความต้องการสูงราคาก็จะปรับขึ้นตาม เมื่อไหร่ก็ตามผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการราคาก็จะปรับตัวลดลง หลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน</p><p><br></p><p>ช่วงเวลาสินค้าราคาแพงแบบนี้ มีการกล่าวถึงไข่ไก่ในแพคพลาสติกสวยงาม มีฉลากบรรยายสรรพคุณและความพิเศษของไข่แพคนี้ชัดเจนและกำหนดราคาขายแพค 4 ฟอง ที่ราคา 28 บาท เฉลี่ยฟองละ 7 บาท ว่า ไข่แพงสวนกระแส ให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไปตรวจจับ ปรับตามระเบียบ</p><p><br></p><p>สำหรับไข่ไก่ที่วางขายบนชั้นในซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงร้านสะดวกซื้อนั้น ภาษาทางการตลาดเรียก ไข่แพคแบรนด์ เน้นความสดและสะอาด เป็นไข่คุณภาพพรีเมียม คัดเป็นพิเศษทั้งขนาดและอยู่ในบรรจุภัณฑ์พิเศษ และมีฉลากบอกคุณสมบัติไว้ชัดเจน อาทิ ปลอดการใช้ปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง เลี้ยงด้วยธัญพืช เลี้ยงในระบบ Biosecurity ที่ป้องกันโรคระบาด เป็นต้น เห็นได้ว่าไข่ประเภทนี้มีความพิเศษกว่าที่ขายในท้องตลาดทั่วไปมาก ไม่ใช่ไข่ เบอร์ 0, เบอร์ 1, เบอร์ 2 หรือ เบอร์ 3 ตลาดสดทั่วไป ที่พ่อค้า-แม่ค้า หยิบใส่ถุงพลาสติกให้ตามคำสั่งซื้อ และไข่ยังมีมูลสัตว์ติดอยู่ ขณะที่ผู้บริโภคได้ทราบวิธีการจัดเก็บได้มาตรฐานหรือไม่&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ขั้นตอนการทำไข่แพคแบรนด์มีความซับซ้อนที่ผู้ผลิตต้องพิถีพิถันมาก ซึ่งเรื่องนี้ คุณกันย์สินี วังถนอมศักดิ์ หรือซ้อหนิง เจ้าของบริษัทอาร์ม่าฟาร์ม จำกัด อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม หนึ่งในผู้ผลิตไข่ไก่คัดพิเศษ ให้รายละเอียดว่า การทำไข่แพคแบรนด์ทุกขั้นตอนมีรายละเอียด ต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต กรณีเกิดปัญหากับสินค้าต้องตรวจสอบจนถึงต้นทางได้&nbsp;การเลี้ยงต้องได้มาตรฐานฟาร์มตามมาตรฐานสากล โดยไข่ไก่จะถูกขนส่งมาที่ฟาร์มเพื่อผ่านการคัดแยกขนาด จากนั้นส่งล้างด้วยเครื่องล้างที่มีเทคโนโลยีทันสมัยระบบฉีดน้ำอุ่นควบคุมอุณหภูมิตลอดสายพานการล้าง ผ่านระบบฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตร้าไวโอเลต (Ultraviolet : UV) และผ่านเครื่องสแกนเพื่อคัดไข่แตกหรือไข่มีรอยร้าวออก จากนั้นจึงคัดใส่บรรจุภัณฑ์ที่จัดทำเป็นพิเศษ ที่มีฉลากแจ้งคุณค่าทางโภชนาการตามที่ลูกค้าต้องการ</p><p><br></p><p>นอกจากระบบคัดแยกดังกล่าว ผู้ผลิตไข่แพคแบรนด์ยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีในการผลิตอาหาร ตามระบบประกันคุณภาพที่มีการปฏิบัติในการผลิตอาหาร เพื่อให้เกิดความปลอดภัย (Good Manufacturing Practice : GMP) และการวิเคราะห์อันตราย และจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมเป็นระบบการวิเคราะห์อันตราย และจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis Critical Control Point : HACCP) ทำให้ผู้ผลิตต้องเข้มงวดทั้งต้นทางและปริมาณไข่เข้าฟาร์มและออกจากฟาร์มสูปลายทางที่ใด เพื่อตอบโจทย์การตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่การผลิต จากปัจจัยการผลิตดังกล่าวทั้งหมดทำให้ไข่แพคแบรนด์มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าไข่ไก่ที่ขายตามตลาดสดโดยทั่วไปมาก</p><p><br></p><p>คุณกันย์สินี ให้รายละเอียดต่อว่า ไข่แพคแบรนด์ในตลาดมีหลายเจ้าและขนาดบรรจุมีหลายขนาด เช่น&nbsp;4 ฟอง 6 ฟอง 10 ฟอง เป็นต้น และจะมีราคาสูงกว่าไข่ปกติ เนื่องจากต้องมีการค่าบริการและขนส่งระหว่างทาง&nbsp;ที่สำคัญไข่แพคแบรนด์จะถูกเก็บรักษาอย่างดีและควบคุม อุณหภูมิตลอดทางจนถึงส่งมอบให้ลูกค้าทั้งซูเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ มีวันผลิตระบุชัดเจน ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่รักสุขภาพและความสดใหม่</p><p><br></p><p><em>ไข่แพคแบรนด์เป็นหลักประกันความสดของอาหาร เพราะมีการควบคุมอุณหภูมิ ตลอดการผลิตเป็นหลักประกันคุณภาพให้กับผู้บริโภค การจ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อยเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสมาชิกในครอบครัว เราจำเป็นต้องมั่นใจตั้งแต่ฟาร์ม </em>คุณกันย์สินี กล่าว</p><p><br></p><p>สำหรับไข่ที่ขายตามท้องตลาดเป็นไปตามราคาควบคุมของกรมการค้าภายใน ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้กรณีเกิดปัญหาการบริโภค ตลอดจนไม่ทราบวิธีการจัดเก็บถูกต้องหลักสุขอนามัยและตามมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพอาจมีเชื้อราและอายุการจัดเก็บสั้น ที่สำคัญไข่ทั่วไปไม่มีต้นทุนการคัดล้างทำความสะอาดและบรรจุภัณฑ์ที่ถูกสุขลักษณะ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภค</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129145315986"],
    [791,"หน่วยงานต่างๆระดมกำลัง ช่วยกันเร่งดูดและซับคราบน้ำมันที่ถูกซัดเข้าชายฝั่งหาดแม่รำพึงต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเย็นและค่ำคลื่นและลมทะเลจะมีกำลังแรงขึ้นอาจซัดคราบน้ำมันเข้ามาเพิ่มอีก จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ","<p><strong>หน่วยงานต่างๆระดมกำลัง&nbsp;ช่วยกันเร่งดูดและซับคราบน้ำมันที่ถูกซัดเข้าชายฝั่งหาดแม่รำพึงต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะช่วงเย็นและค่ำคลื่นและลมทะเลจะมีกำลังแรงขึ้นอาจซัดคราบน้ำมันเข้ามาเพิ่มอีก&nbsp;จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาคราบน้ำมันดิบที่รั่วกลางทะเลได้ถูกคลื่นและลมทะเลพัดเข้าหาฝั่งบริเวณชายหาดแม่รำพึง&nbsp;ภาพรวมค่อนข้างดีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ภาครัฐ&nbsp;,&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;,&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;ไออาร์พีซี&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;IRPC&nbsp;และบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้ระดมกำลังช่วยกันเร่งเก็บกู้ด้วยการใช้เครื่องดูดคราบน้ำมันจุดที่มีความหนาแน่นของน้ำมันออกจากชายหาดและใช้กระดาษและผ้าชนิดพิเศษซับคราบน้ำมัน&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเป็นปริมาณคราบน้ำมันที่เล็ดลอยออกมาจาก&nbsp;Boom&nbsp;ดักกลางทะเล&nbsp;และบางส่วนที่ได้ฉีดสารเคมี&nbsp;Dispersant&nbsp;สลายคราบน้ำมัน&nbsp;เบื้องต้นพบคราบน้ำมันเข้าชายฝั่ง&nbsp;2&nbsp;ช่วง&nbsp;บริเวณลานหินดำและลานหินขาว&nbsp;1.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;อยู่ห่างจาก&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;-&nbsp;หมู่เกาะเสม็ดประมาณ&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติแล้วบางส่วน&nbsp;เช่น&nbsp;สัตว์ที่อาศัยอยู่หน้าชายหาด&nbsp;แนงปะการัง&nbsp;หญ้าทะเล&nbsp;ขณะที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ที่ส่งเจ้าหน้าที่ออกเก็บตัวอย่างและสำรวจจุดที่ได้รับผลกระทบแล้ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ต้องเฝ้าระวังคราบน้ำมันก้อนใหญ่ที่อยู่กลางทะเล&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงน้ำทะเลลงดึงคราบน้ำมันบางส่วนกลับลงสู่ทะเล&nbsp;จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดช่วงน้ำทะเลขึ้นสูงอีกครั้ง&nbsp;โดยเฉพาะช่วงเย็นและค่ำนี้คลื่นและลมทะเลจะมีกำลังแรงขึ้นอาจมีคราบน้ำมันซัดเข้าหาฝั่งจำนวนมากได้&nbsp;จึงใช้วิธีขุดร่องทรายดักคราบน้ำมันไว้ตลอดแนวที่ประเมินจะถูกซัดขึ้นฝั่ง&nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการซับคราบน้ำมันได้ดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ส่วนชายหาดและชายฝั่งที่ซัดคราบน้ำมันเข้ามาถึงบริเวณพื้นที่อ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;หรือพื้นที่&nbsp;Sensitive&nbsp;Area&nbsp;ได้ใช้สาร&nbsp;Bio&nbsp;Dispersant&nbsp;ขจัดคราบน้ำมันให้ย่อยสลายลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ควบคู่กับการใช้&nbsp;Boom&nbsp;ควบคุมและสกัดพื้นที่ชายหาดไม่ให้คราบน้ำมันกระจายเป็นวงกว้าง&nbsp;แต่สิ่งที่กังวลเป็นกลุ่มคราบน้ำมันก้อนใหญ่ในทะเลที่มีโอกาสเล็ดลอดออกมาได้อีก&nbsp;แม้จะใช้&nbsp;Boom&nbsp;ควบคุมบริเวณให้อยู่ในวงจำกัดก็ตาม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;บริเวณหาดแม่รำพึงยังคงถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอยู่&nbsp;ปิดเป็นการชั่วคราว&nbsp;และห้ามลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129161224998"],
    [792,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ฝึกอบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมโครงการพระราชดำริแก้มลิงหนองเลิงเปือย จังหวัดกาฬสินธุ์","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;</strong>ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางอมรรัตน์&nbsp;โวหาร&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นายพนม&nbsp;ถานะ&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;เจ้าพนักงานการเกษตร&nbsp;และนางสุคนธ์&nbsp;นรนิล&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&nbsp;จัดฝึกอบรมโครงการพระราชดำริแก้มลิงหนองเลิงเปือย&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;แปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนผลสด&nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหม่อนไหม&nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านดงเมือง&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเหล่าอ้อย&nbsp;อำเภอร่องคำ&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าอบรมจำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการเรื่องความรู้ทั่วไป&nbsp;และประโยชน์ของหม่อนผล&nbsp;</strong>การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนผลสด&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวเกรียบ&nbsp;การวางแผนการผลิตและการตลาดของหม่อนผลสด&nbsp;โดยเกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมและให้ความสนใจในการสาธิตและฝึกปฏิบัติเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129164201010"],
    [793,"บรรยากาศงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2565 ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>ตลอดทั้งวันที่งานเกษตรแฟร์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ภายใต้&nbsp;เกษตรวิถีใหม่&nbsp;หลังมหันตภัยโควิด&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก&nbsp;ทำให้บรรยากาศเดิมหลังไม่มีการจัดงานมาเกือบ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;กลับมาทำให้ประชาชนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง&nbsp;ภายในงานมีการกำหนดมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ให้ประชาชนเช็คอินผ่านแอปหมอพร้อม&nbsp;และแสดงผลการฉีดวัคซีนก่อนเข้างาน&nbsp;และยังมีจุดบริการล้างมือให้ตามจุดต่างๆ&nbsp;ทำให้ประชาชนที่ร่วมงานครั้งนี้มีความมั่นใจและรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถามประชาชนที่เดินทางมางานครั้งนี้</strong>&nbsp;นางแสงรวี&nbsp;สุขเกษม&nbsp;เล่าว่า&nbsp;รู้สึกดีใจที่ได้มีการจัดงานแบบนี้อีกครั้งหลังห่างหายไปนาน&nbsp;โดยเฉพาะปีนี้มีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;ทำให้การมาเที่ยวรู้สึกปลอดภัย&nbsp;ถึงแม้ว่าจะยังมีโรคดังกล่าวอยู่&nbsp;ตนเองก็ยังมีสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;พกเจลแอลกอฮอร์และทำตามมาตรการเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางปรีดา&nbsp;ทองอยู่&nbsp;ผู้ประกอบการร้านแคปหมูแม่สมจิตร&nbsp;เล่าว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่มีโควิด-19&nbsp;ทำให้ยอดขายลดลง&nbsp;โดยในการจัดงานครั้งนี้เป็นความหวังอย่างยิ่งที่จะทำให้มีรายได้เข้ามาอีกครั้งและยังชื่นชมการจัดงานที่มาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด&nbsp;ทำให้รู้สึกปลอดภัยกับตัวเองและยังทำให้ประชาชนที่ร่วมงานรู้สึกมั่นใจขึ้นอีกเช่นเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>ประชาชนที่สนใจร่วมงานงานเกษตรแฟร์</strong>&nbsp;สามารถเดินทางมาได้ตั้งแต่วันนี้ถึง&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.-&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;โดยร่วมปฎิบัติภายใต้มาตรการโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129193114051"],
    [794,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนุนประมงพื้นบ้านเพชรบุรี รวมกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้าน&nbsp;คลองบางอินทร์&nbsp;ตำบลบางขุนไทร&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาของชาวประมงในพื้นที่และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้านคลองบางอินทร์&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ&nbsp;ให้คำแนะนำกับชาวประมงพื้นบ้าน</strong>&nbsp;ในการรวมกลุ่มและจัดตั้งเป็นกลุ่มองค์กรประมงชุมชนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ประมงอพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มส่งออกทั้งในและต่างประเทศให้ได้มาตรฐาน&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129192526044"],
    [795,"กรมชลประทาน เร่งเครื่องงานระบบส่งน้ำคลองลำกงและอ่างฯห้วยน้ำเฮี้ย จังหวัดเพชรบูรณ์ หวังแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ","<p><strong>นายชูชาติ&nbsp;รักจิตร&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ไปติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานโครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองลำกงและโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;หวังแก้ปัญหาภัยแล้งและเสริมความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่&nbsp;โดยรองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;10&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองลำกง&nbsp;ตำบลวังท่าดี&nbsp;อำเภอหนองไผ่&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม&nbsp;ซึ่งอยู่ในแผนงานระยะเร่งด่วนของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำป่าสักตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</p><p><strong>ลักษณะโครงการแบ่งเป็นระบบท่อส่งน้ำและระบบคลองส่งน้ำ</strong>&nbsp;ความยาวรวมประมาณ&nbsp;&nbsp;99&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และระบบคลองระบายน้ำฝั่งซ้าย-ขวา&nbsp;รวม&nbsp;23&nbsp;สาย&nbsp;ความยาวรวม&nbsp;44&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2562-2569)&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า&nbsp;50,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในเขตตำบลท่าแดง&nbsp;ตำบลวังท่าดี&nbsp;ตำบลวังโบสถ์&nbsp;ตำบลบ่อไทย&nbsp;อำเภอหนองไผ่&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ&nbsp;38&nbsp;ได้สั่งการให้ปรับการดำเนินการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี&nbsp;2568&nbsp;และงานก่อสร้างระบบส่งน้ำที่แล้วเสร็จแต่ละปี&nbsp;ต้องส่งน้ำให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์เป็นช่วงๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย&nbsp;</strong>ตำบลบ้านเนิน&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;คาดว่าจะเปิดใช้งานและเก็บน้ำได้ในช่วงปลายปี&nbsp;2565&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;จะเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;5.40&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่จะช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร&nbsp;ในพื้นที่อำเภอหล่มเก่าและอำเภอหล่มสัก&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์ในเขตโครงการฯ&nbsp;ในฤดูฝนประมาณ&nbsp;4,500&nbsp;ไร่&nbsp;และช่วงแล้งอีกประมาณ&nbsp;900&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมได้กำชับให้ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางวิศวกรรมและเร่งรัดให้งานแล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;เพื่อให้เริ่มเก็บน้ำได้ในปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงแล้ง&nbsp;ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129192214041"],
    [796,"จังหวัดระยอง แถลงการปฏิบัติการคืบหน้ากู้คราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเลที่ระยอง เตรียมกันพื้นที่อุทยานฯ และเกาะเสม็ด หลังพบทิศทางคราบน้ำมันจะเข้าพื้นที่แหล่งปะการัง และหญ้าทะเล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันส่วนหน้า&nbsp;</strong>หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;ศูนย์บัญชาการสถานการณ์กู้คราบน้ำมันรั่วไหลที่จังหวัดระยอง&nbsp;ได้เปิดแถลงข่าวสถานการณ์คืบหน้าการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันวันนี้&nbsp;มีนายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ดร.พรศรี&nbsp;สุทธนารักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;นายอัธยา&nbsp;นวลอุทัย&nbsp;ปภ.ระยอง&nbsp;และนายพงษ์กร&nbsp;ช่อชูวงศ์&nbsp;ผจก.ฝ่ายบริหารระบบความปลอดภัยคุณภาพสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย&nbsp;บ.สตาร์ปิโตรเลี่ยม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จก.(มหาชน)&nbsp;ร่วมแถลงข่าว</p><p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หลังจากมีคราบน้ำมันกระจายขึ้นฝั่งหาดแม่รำพึง&nbsp;2จุด&nbsp;ได้มีการเร่งกำจัดตลอดทั้งวัน&nbsp;โดยการดูดคราบน้ำมันไปจัดเก็บตามกระบวนการที่ถูกต้อง&nbsp;พร้อมกับใช้กระดาษซับคราบน้ำมันบนพื้นทรายจนปริมาณลดลงจำนวนมาก&nbsp;ยังเหลือน้ำมันอีกจำนวนหนึ่ง&nbsp;อยู่ห่างฝั่งประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไมล์ทะเล&nbsp;จากการจำลองทิศทางการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน&nbsp;ยังไม่สามารถควบคุมทิศทางได้&nbsp;เจ้าหน้าที่พยามยามป้องกันไม่ให้ขึ้นเกาะเสม็ด&nbsp;ที่อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว&nbsp;คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น</p><p><strong>นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได้ผนึกกำลังกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช&nbsp;และทุกภาคส่วนในการเร่งกำจัดคราบน้ำมันให้สลายไปเร็วที่สุด&nbsp;นอกจากนี้ยังการปฏิบัติการเพิ่มเติมคือ&nbsp;การกันคราบน้ำมันไม่ให้พื้นที่อุทยานเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;และพื้นที่เกาะเสม็ด&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งปะการัง&nbsp;และหญ้าทะเลจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งภาพถ่ายเทียมพบว่ามวลคราบน้ำมันก้อนใหญ่สีดำเข้ม&nbsp;มีจำนวน&nbsp;51&nbsp;ตร.กม.และคราบน้ำมันที่เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ&nbsp;อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ&nbsp;10&nbsp;กม.ซึ่งมีทิศทางที่จะเข้าพื้นที่บริเวณก้นอ่าว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;พื้นที่อุทยานฯเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;และอ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;ในวันพรุ่งนี้จึงต้องเพิ่มโซนวางทุ่นป้องกันเข้าพื้นที่ดังกล่าว</p><p><strong>ขณะที่นายพงษ์กร&nbsp;ช่อชูวงศ์&nbsp;ผจก.ฝ่ายบริหารระบบความปลอดภัยคุณภาพสิ่งแวดล้อม</strong>และอาชีวอนามัย&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลี่ยม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จก.(มหาชน)&nbsp;ได้กล่าวว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;โดยทางบริษัทฯ&nbsp;พร้อมรับผิดชอบเยียวยาทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่เหมาะสม&nbsp;ส่วนความชัดเจนสาเหตุการเกิดการรั่วของน้ำมัน&nbsp;พบจุดรั่วอยู่ที่ท่ออ่อนโหลดน้ำมันลึกประมาณ&nbsp;25&nbsp;ม.โดยจะนำขึ้นมาให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ&nbsp;เพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129201833060"],
    [797,"สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่ติดตามเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นา","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายราชศักดิ์&nbsp;ตระสินธุ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายจารุวัฒน์&nbsp;&nbsp;วิยาสิงห์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;4&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&nbsp;แนะนำส่งเสริม&nbsp;สหกรณ์การเกษตรสำโรงทาบ&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;และติดตามเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิก&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ดังนี้</p><p>1.นายบุญทัน&nbsp;&nbsp;สุภาวหา&nbsp;&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ขุดสระน้ำ&nbsp;เพื่อเลี้ยงปลาดุก&nbsp;มีรายได้ระหว่างปีประมาณ&nbsp;&nbsp;14,000&nbsp;&nbsp;บาท/ปี&nbsp;และได้มีการปลูกหญ้าเพื่อเลี้ยงโคจำนวน&nbsp;&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ตัว</p><p>2.นางยวนใจ&nbsp;&nbsp;นาคนวล&nbsp;&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;ได้ขุดเจาะบ่อบาดาลพร้อมติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;เพื่อใช้ในการทำนาจำนวน&nbsp;&nbsp;13&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;ในฤดูทำนาปี&nbsp;&nbsp;และทำนาปรัง&nbsp;พร้อมทั้งมีการปลูกหญ้าเพื่อเลี้ยงโคจำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และเลี้ยงกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;9&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มประมาณ&nbsp;&nbsp;5,000-10,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;</p><p>3.นางสำรวน&nbsp;&nbsp;แสงเพชร&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;ได้ขุดเจาะบ่อบาดาลพร้อมติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;เพื่อปลูกหญ้าเลี้ยงวัว&nbsp;&nbsp;โดยได้เลี้ยงวัวพันธุ์บรามัน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ราคาประมาณตัวละ&nbsp;45,000-50,000&nbsp;&nbsp;บาท</p><p>4.นายนรินทร์&nbsp;&nbsp;วันถุนัด&nbsp;&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;มีการเจาะบ่อบาดาลและติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;เพื่อทำนาปีและนาปรัง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;18&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวสมาชิกจะปลูกพริก&nbsp;ปลูกถั่วฝักยาว&nbsp;ปลูกมันเทศ&nbsp;&nbsp;มีรายได้เพิ่มประมาณ&nbsp;20,000/ปี</p><p>5.นายแถ&nbsp;&nbsp;บุญกล้า&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;มีการเจาะบ่อบาดาลและติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;เพื่อใช้ในฤดูกาลทำนาปีและนาปรัง&nbsp;ในพื้นที่จำนวน&nbsp;&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;และมีการเลี้ยงวัวจำนวน&nbsp;&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;และเลี้ยงกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มประมาณ&nbsp;&nbsp;5,000&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;/ปี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้สอบถามถึงปัญหาและอุปสรรคของสมาชิกในเรื่องของคุณภาพน้ำบาดาล</strong>ตลอดจนแนะนำช่องทางการตลาดในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;และการใช้ประโยชน์จากระบบน้ำเพื่อให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้ใน&nbsp;&nbsp;อนาคต&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129211501064"],
    [798,"สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท&nbsp;รายงานสถานการณ์</strong>คุณภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันเสาร์&nbsp;ที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>จุดตรวจวัด&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;&amp;&nbsp;AQI</p><p><strong>จุดที่&nbsp;1</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;=&nbsp;49,&nbsp;AQI&nbsp;=&nbsp;95</p><p><strong>จุดที่&nbsp;2</strong>&nbsp;สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ&nbsp;ของกรมควมคุมมลพิษ&nbsp;ต.ปากน้ำโพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;=&nbsp;48,&nbsp;AQI&nbsp;=&nbsp;92</p><p><strong>ภาพรวมคุณภาพอากาศ&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง&nbsp;</strong>ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ&nbsp;ส่วนผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ&nbsp;หากมีอาการเบื้องต้น&nbsp;เช่น&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ระคายเคืองตา&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129224723067"],
    [799,"พบทิศทางมวลคราบน้ำมันก้อนใหญ่ เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ มุ่งหน้าเข้าอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด","<p><strong>วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสุรินทร์&nbsp;สินรัตน์&nbsp;</strong>ที่ปรึกษานายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ว่า&nbsp;จากเฝ้าระวังโดยศูนย์บัญชาการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;การเฝ้าระวังป้องกันชายฝั่ง&nbsp;มีเรือปั่นไฟส่องสว่าง&nbsp;เฝ้าระวังตลอดทั้งคืน&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;ปฏิบัติการในทะเลห่างฝั่ง&nbsp;2&nbsp;กม.เรียงเป็นหน้ากระดานห่างกันลำละ&nbsp;600&nbsp;ม.สังเกตุการณ์ร่องน้ำระหว่างลานหินดำ-ก้นอ่าว&nbsp;และร่องน้ำเขาแหลมหญ้า-อ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;หากพบผิดสังเกตุคราบน้ำมันเข้ามาใกล้ระยะประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;ม.ให้รีบแจ้งมายังฝั่ง&nbsp;เพื่อจะเตรียมการรับมือ&nbsp;ทั้งนี้เรือเฝ้าระวังต้องมีต่อไปสักระยะ&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังก้อนน้ำมันใช้สารเคมีฉีดสลาย&nbsp;อาจจะจับตัวกันใต้ท้องทะเลที่มองไม่เห็น&nbsp;พัดเข้าฝั่งส่งผลกระทบเสียหายได้ในวงกว้าง</p><p><br></p><p><strong>สำหรับมวลคราบน้ำมันจุดหนาแน่น&nbsp;หรือไข่แดง&nbsp;รวมทั้งเป็นฟิล์มบางๆ</strong>&nbsp;ที่พบมีประมาณ&nbsp;51&nbsp;ตร.กม.หรือ&nbsp;32,000&nbsp;ไร่&nbsp;จากภาพถ่ายดาวเทียมของจิสต้า&nbsp;&nbsp;พบว่าทิศทางหัวของคราบน้ำมัน&nbsp;กระแสน้ำพัดมุ่งเข้าอ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ&nbsp;อย่างไรก็ตามต้องดูว่าจะถึงฝั่งเวลาใด&nbsp;ทั้งนี้ในการรับมือทางกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ได้ผนึกกำลังกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รับมือเพิ่มสารเคมีฉีดสลายกลางทะเล&nbsp;และติดตั้งทุ่นร่องน้ำป้องกันพื้นที่เกาะเสม็ดเต็มที่&nbsp;เนื่องจากเป็นแหล่งปะการัง&nbsp;และหญ้าทะเลจำนวนมาก.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130093317091"],
    [800,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคตะวันออกและภาคอีสานระวังฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วง 30 ม.ค. - 6 ก.พ.","<p><strong>&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(30&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;52&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;93&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;48&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;34,405&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,555&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;58&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;คาดว่า&nbsp;ระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;จากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามสภาวะระดับน้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;และระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากระดับน้ำทะเลสูงดังกล่าว</p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130100101092"],
    [801,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ในกรุงเทพมหานครปริมณฑลและพื้นที่17จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่จนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่จนถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(30&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังพื้นที่กรุงเทพตะวันออก&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130101225094"],
    [802,"ครบรอบ 131 ปี ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ตั้งเป้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ของประเทศให้มีความเข้มแข็งในการตรวจสอบและรับรองตามมาตรฐานสากล ตอบโจทย์การใช้งานจริงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันยกระดับการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพและมาตรฐานในทุกมิติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายแพทย์ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ตลอดระยะเวลา 130 ปี ที่ผ่านมา มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเจริญเติบโตของประเทศไทยด้วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ครอบคลุมการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบ ตรวจสอบ รับรองบริการและผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ วศ. เป็นแหล่งรวมข้อมูลสารสนเทศด้าน วทน. และเป็น 1 ใน 4 หน่วยงานที่ให้การรับรองห้องปฏิบัติการในด้านต่างๆ ของประเทศ จากผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า วศ. มีความตั้งใจที่จะพัฒนาและขยายขอบข่ายงานบริการอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นส่งมอบบริการที่ดี มีคุณภาพ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการอย่างไม่มีที่สิ้นสุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมา วศ. เดินหน้าพัฒนางานบริการในด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาวิธีทดสอบ การทดสอบเพื่อการพัฒนาคุณภาพ การทดสอบเพื่อการส่งเสริมการผลิต รวมถึงการพัฒนามาตรฐาน การพัฒนาระบบงาน ตอบโจทย์ทั้งผู้ให้ทุนและผู้รับบริการถือเป็นที่น่าพอใจ และในโอกาสก้าวสู่ทศวรรษที่ 14 กรมวิทยาศาสตร์บริการ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยบริการวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพสูง ตลอดจนการรับรองระบบงานวิทยาศาสตร์ เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจของไทยให้เติบโตได้ในระดับสากล ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130202052311"],
    [803,"ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน เปิดตัว โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน","<p><strong>ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&nbsp;เปิดตัว&nbsp;โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.บางวัน&nbsp;อ.คุระบุรี&nbsp;จ.พังงา&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้แนวทางการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางการทำการเกษตรแบบปลอดภัยและลดต้นทุนทีมีการเกื้อกูลกิจกรรมทั้งระบบตั้งแต่กระบวนการผลิต&nbsp;การรวบรวมและการแปรรูปสู่การทำการตลาดอย่างยั่งยืน</p><p><strong>นายมานพ&nbsp;จินาไหม&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&nbsp;(ประกอบด้วย&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;พังงา&nbsp;&nbsp;กระบี่&nbsp;ระนอง&nbsp;ภูเก็ต)&nbsp;&nbsp;ได้คัดเลือกสวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&nbsp;ที่ตั้ง&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ต.บางวัน&nbsp;อ.คุระบุรี&nbsp;จ.พังงา&nbsp;จัดทำ&nbsp;โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจรทั้งการผลิต&nbsp;รวบรวม&nbsp;&nbsp;แปรรูป&nbsp;&nbsp;และการตลาด&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาสร้างเป็นหัวขบวนให้กับเกษตรกรและเครือข่าย&nbsp;ในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;เชื่อมโยงธุรกิจกับเกษตรกรรายย่อยเพื่อให้เกิดรายได้ทั้งระบบ&nbsp;และยังเป็นเครือข่ายในการเชื่อมโยงกิจกรรม&nbsp;โครงการต่างๆของธนาคารที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;การเป็นวิทยากรให้ความรู้&nbsp;การเป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรในโครงการของธนาคารการเป็นแหล่งศึกษาดูงาน&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>สวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดีแห่งนี้มีทั้งกาแฟ&nbsp;การเลี้ยงปลาในบ่อเมทัลชีท</strong>&nbsp;การเลี้ยงไก่ระบบเปิด&nbsp;และผลไม้ออร์แกนิคหลากหลายชนิด&nbsp;ถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนเกษตรผสมผสานที่สามารถนำไปปรับใช้เป็นต้นแบบได้ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.ได้มีแผนพัฒนาบุคลากรมีการฝึกทักษะการเป็นวิทยากรมืออาชีพ&nbsp;การใช้งานสื่อออนไลน์เพื่อการประชาสัมพันธ์และขยายช่องทางการตลาด&nbsp;แผนพัฒนาอาคารสถานที่และอุปกรณ์&nbsp;มีการปรับปรุงอาคารเพื่อให้มีความพร้อมรองรับผู้เข้าอบรม&nbsp;จัดซื้ออุปกรณ์ประจำศูนย์เรียนรู้&nbsp;เพื่อใช้ในการอบรมให้ความรู้แก่เข้ารับการอบรม&nbsp;กิจกรรมพัฒนาฐานเรียนรู้&nbsp;จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;จัดทำแปลงสาธิต&nbsp;เพื่อรองรับการศึกษาดูงาน&nbsp;ผู้สนใจจากภายในและภายนอกชุมชน&nbsp;แผนส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;จัดกิจกรรมพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;ด้านการบริหารจัดการ&nbsp;ด้านการผลิต&nbsp;ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;มุ่งหวังให้สมาชิกปรับวิธีคิด&nbsp;ปรับวิธีการผลิตตามแนวทางเกษตรผสมผสาน&nbsp;กระบวนการผลิตตามมาตรฐานเกษตรปลอดภัย&nbsp;(GAP)&nbsp;รวมทั้งการวิเคราะห์คุณภาพผลผลิต&nbsp;และการแปรรูป&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จะทำให้เกษตรกรมีการปรับ&nbsp;เปลี่ยน</strong>&nbsp;พัฒนาระบบการเกษตร&nbsp;โดยใช้ตลาดนำ&nbsp;ผ่านการประยุกต์ใช้หลักวิชาการ&nbsp;เพื่อการตลาดที่มั่นคง&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130111449113"],
    [804,"จังหวัดระยอง จับมือภาคเอกชน สนับสนุนเกษตรกรในภาวะปุ๋ยแพง","<p><strong>นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;รับมอบปุ๋ยเคมี&nbsp;สูตร&nbsp;21-0-0&nbsp;จากผู้แทนบริษัท&nbsp;อูเบะ&nbsp;เคมิคอลส์&nbsp;(เอเชีย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อส่งมอบให้กับตัวแทนเกษตรกรอำเภอบ้านฉางผู้ปลูกสับปะรด&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และมะพร้าว</p><p><strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;</strong>โดยนายนายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรหลายอำเภอ&nbsp;และในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้พบปะ&nbsp;เยี่ยมเยียน&nbsp;นายสุทธิ&nbsp;ที่หมาย&nbsp;เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำไร่&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พบว่าเกษตรกรกำลังประสบปัญหาปุ๋ยเคมีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตพืช&nbsp;ประกอบกับจังหวัดระยอง&nbsp;มีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต&nbsp;คือ&nbsp;บริษัท&nbsp;อูเบะ&nbsp;เคมิคอลส์&nbsp;(เอเชีย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จึงมอบหมายให้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;ประสานความร่วมมือจากบริษัท&nbsp;อูเบะฯ&nbsp;และได้รับการสนับสนุนปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;21-0-0&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อส่งมอบให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130120757132"],
    [805,"พบทิศทางมวลคราบน้ำมันก้อนใหญ่ เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ มุ่งหน้าเข้าอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด","<p>เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสุรินทร์&nbsp;สินรัตน์&nbsp;ที่ปรึกษานายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ว่า<strong>&nbsp;จากเฝ้าระวังโดยศูนย์บัญชาการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;</strong>การเฝ้าระวังป้องกันชายฝั่ง&nbsp;มีเรือปั่นไฟส่องสว่าง&nbsp;เฝ้าระวังตลอดทั้งคืน&nbsp;3&nbsp;ลำ&nbsp;ปฏิบัติการในทะเลห่างฝั่ง&nbsp;2&nbsp;กม.เรียงเป็นหน้ากระดานห่างกันลำละ&nbsp;600&nbsp;ม.สังเกตุการณ์ร่องน้ำระหว่างลานหินดำ-ก้นอ่าว&nbsp;และร่องน้ำเขาแหลมหญ้า-อ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;หากพบผิดสังเกตุคราบน้ำมันเข้ามาใกล้ระยะประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;ม.ให้รีบแจ้งมายังฝั่ง&nbsp;เพื่อจะเตรียมการรับมือ&nbsp;ทั้งนี้เรือเฝ้าระวังต้องมีต่อไปสักระยะ&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังก้อนน้ำมันใช้สารเคมีฉีดสลาย&nbsp;อาจจะจับตัวกันใต้ท้องทะเลที่มองไม่เห็น&nbsp;พัดเข้าฝั่งส่งผลกระทบเสียหายได้ในวงกว้าง</p><p><strong>สำหรับมวลคราบน้ำมันจุดหนาแน่น&nbsp;หรือไข่แดง</strong>&nbsp;รวมทั้งเป็นฟิล์มบางๆ&nbsp;ที่พบมีประมาณ&nbsp;51&nbsp;ตร.กม.หรือ&nbsp;32,000&nbsp;ไร่&nbsp;จากภาพถ่ายดาวเทียมของจิสต้า&nbsp;พบว่าทิศทางหัวของคราบน้ำมัน&nbsp;กระแสน้ำพัดมุ่งเข้าอ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ&nbsp;อย่างไรก็ตามต้องดูว่าจะถึงฝั่งเวลาใด&nbsp;ทั้งนี้ในการรับมือทางกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ได้ผนึกกำลังกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รับมือเพิ่มสารเคมีฉีดสลายกลางทะเล&nbsp;และติดตั้งทุ่นร่องน้ำป้องกันพื้นที่เกาะเสม็ดเต็มที่&nbsp;เนื่องจากเป็นแหล่งปะการัง&nbsp;และหญ้าทะเลจำนวนมาก.</p><p><br></p><p><br></p><p><strong>ข้อมูล/ภาพ&nbsp;:</strong>&nbsp;เสกสม&nbsp;แจ้งจิต&nbsp;/สปข.7</p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130122534153"],
    [806,"เทศบาลตำบลแม่กา ร่วมกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และภาคีเครือข่ายป้องกันไฟป่าและหมอกควัน เร่งจัดทำแนวกันไฟ กำจัดเชื้อเพลิง ก่อนเข้าสู่ช่วงห้ามเผาเด็ดขาด","<p><strong>เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;เทศบาลตำบลแม่กา</strong>&nbsp;ร่วมกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลแม่กา&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&nbsp;ทหาร&nbsp;&nbsp;ตำรวจ&nbsp;&nbsp;และเจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพะเยา&nbsp;ต่างร่วมกันเร่งทำแนวกันไฟ&nbsp;รวมทั้งกำจัดเชื้อเพลิง&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บริเวณป่าด้านหลัง&nbsp;ของมหาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;วิทยาเขตพะเยา&nbsp;ก่อนที่ทางจังหวัดจะมีมาตรการงดเผาโดยเด็ดขาด&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้เป็นต้นไป&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่จะเกิดขึ้นได้ในพื้นที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวนั้นอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยพะเยา</strong>&nbsp;ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาที่ราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;จะเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร&nbsp;แก่ผู้สำเร็จการศึกษา&nbsp;มหาวิทยาลัยพะเยา&nbsp;ซึ่งในช่วงเวลานั้น&nbsp;เกรงปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;จะกระทบกับการเสด็จดังกล่าว&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;จึงได้มีการเตรียมการทำแนวกันไฟ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;กำจัดเชื้อเพลิงที่มีอยู่จำนวนมาก&nbsp;ก่อนที่จะมีมาตรการห้ามเผาโดยเด็ดขาด&nbsp;และจะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;&nbsp;ดังนั้นจึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;ดำเนินการป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการรองรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่อาจจะเกิดขึ้นได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130124157161"],
    [807,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า900จุด โดยเฉพาะภาคเหนือส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือภาคอีสานและภาคตะวันออก","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;900&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(29&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;961&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;295&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;222&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;203&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;139&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;90&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ในภาคเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;85&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงราย&nbsp;78&nbsp;จุด&nbsp;และแพร่&nbsp;50&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยพบจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;และยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;หรือการเข้าไปหาของป่า&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ที่พบจุดความร้อนมากที่สุดบริเวณป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;3,147&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;2,337&nbsp;จุด&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;2,082&nbsp;จุด</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากสุดในกัมพูชา&nbsp;1,723&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,075&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;961&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</span></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130131210163"],
    [808,"ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ ลงพื้นที่กำชับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ลงพื้นที่กำชับเจ้าหน้าที่ด้านการป้องกันและดับไฟป่าเป็นการด่วนภายหลังจากเกิดจุด&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;ในวันที่ผ่านมาถึง&nbsp;85&nbsp;จุด&nbsp;นับเป็นอันดับที่&nbsp;1&nbsp;ของภาคเหนือ&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;</strong>หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เขตอำเภอท่าปลาและและอำเภอทองแสนขัน&nbsp;ให้กำลังใจและกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;โดยเฉพาะกำลังของกรมป่าไม้&nbsp;รวมถึงผู้ปกครองท้องที่กำนัน&nbsp;-&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ให้คอยสอดส่องดูแลในพื้นที่&nbsp;ทำสมุดบันทึกผู้ที่มีอาชีพหรือเกี่ยวข้องกับการเข้าไปในพื้นที่ป่าไม้&nbsp;หากพบเห็นมีการกระทำความผิดให้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีในทันที&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ในส่วนที่เกิดไฟไหม้ป่าหากดับได้ก็ให้รีบดำเนินการทันที&nbsp;</strong>หากพื้นที่ไหนมีความยากลำบากหรือเสี่ยงสูงก็ใหใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ&nbsp;ให้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นหลัก&nbsp;หากเกินขีดความสามารถทางจังหวัดพร้อมขอความร่วมมือนำกำลังทหารจาก&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;35&nbsp;เข้ามาช่วยเหลือทันที&nbsp;สำหรับสถิตินั้นเกิดจุด&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;(VIIRS)&nbsp;ของวันที่ผ่านมา&nbsp;จำนวน&nbsp;85&nbsp;จุด&nbsp;เปรียบเทียบวันเดียวกันของปีที่แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;(เพิ่มขึ้น&nbsp;77&nbsp;จุด)&nbsp;โดยมีการเกิด&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;(VIIRS)&nbsp;สะสมวันที่&nbsp;1-29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;358&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าเขตพื้นที่&nbsp;อำเภอท่าปลา&nbsp;ทองแสนขัน&nbsp;และฟากท่า&nbsp;ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เกิดมาจากการชิงเผาตัดตอน&nbsp;ซึ่งทางหน่วยงานได้ทำแผนแจ้งส่วนกลางไว้ล่วงหน้าแล้ว&nbsp;โดยการนับผลรวมนั้นจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ตลอดช่วงฤดูแล้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130145044184"],
    [809,"สั่งพาณิชย์จังหวัดยกระดับการตรวจสต๊อกน้ำมันปาล์มต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้โมเดลการเช็คสต๊อกน้ำมันปาล์ม&nbsp;คล้ายคลึงกับการเช็คสต๊อกสุกร&nbsp;หลังจากราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว&nbsp;แต่ปัจจุบันได้มีการยกระดับให้มาตรการมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยสั่งให้พาณิชย์จังหวัดรายงานตัวเลขสต๊อก&nbsp;ต่อคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์มดิบในประเทศว่ามีปริมาณเท่าใด&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ</strong>&nbsp;สมาคมโรงกลั่นน้ำมัน&nbsp;พยายามตรึงราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดให้นานที่สุด&nbsp;ยอมรับว่า&nbsp;สถานการณ์ราคาผลปาล์มปีนี้ปรับตัวสูงถึง&nbsp;12&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;แต่เนื่องด้วยขณะนี้ผลผลิตปาล์มเริ่มกระจายออกสู่ตลาด&nbsp;ทำให้ราคาเริ่มปรับตัวลดลงมาบ้าง&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;จะมีปริมาณผลปาล์มออกสู่ตลาดมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการส่งผลให้มีแรงงานเริ่มกลับเข้าไปเก็บผลปาล์มได้&nbsp;ทำให้มีผลปาล์มในระบบเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันปาล์มปรับลดลง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130195350293"],
    [810,"ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์ผลผลิต ผักกาดขาว ตกต่ำ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรผักกาดขาว&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมยุทธศาสตร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่เพาะปลูกผักกาดขาว&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>มีผลผลิตประมาณ&nbsp;800&nbsp;ตัน&nbsp;ปลูกมากในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ส่งจำหน่ายให้ผู้รวบรวม&nbsp;,&nbsp;โรงงานตัดแต่งในอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และจังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก&nbsp;ขณะที่ในปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและนานกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;รวมทั้งราคาผักกาดขาวช่วงก่อนหน้านี้ราคาค่อนข้างสูง&nbsp;จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น&nbsp;ประกอบกับผลผลิตผักกาดขาวในหลายจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;และตาก&nbsp;ออกสู่ตลาดในช่วงเดียวกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้&nbsp;ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการติดตามสถานการณ์การผลิต&nbsp;และราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผักกาดขาว&nbsp;เพื่อเป็นการวางแผนการปลูก&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูก&nbsp;ทั้งด้านการผลิต&nbsp;และการตลาด&nbsp;อันจะนำไปสู่การกำหนดพื้นที่และปริมาณการปลูกที่เหมาะสม&nbsp;และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด&nbsp;และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวประสบความสำเร็จ&nbsp;และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;จึงมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วางแผนการผลิต&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;ปริมาณการผลิต&nbsp;และการแปรรูปสินค้าเกษตรหลักของจังหวัด&nbsp;และมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ดูแลกลไกตลาด&nbsp;ราคา&nbsp;และประสานงานผู้ประกอบการเข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร&nbsp;โดยมีกำหนดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผักกาดขาวในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;</span></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130151804191"],
    [811,"เร่งขจัดคราบน้ำมัน ลดผลกระทบกับประชาชน ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล","<p><strong>นายภูริพัฒน์&nbsp;ธีระกุลพิศุทธิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมเจ้าท่า</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการขจัดคราบน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ว่า&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;ได้สนับสนุน&nbsp;เรือ&nbsp;FS49&nbsp;เรือกักเก็บขยะ&nbsp;และเรือธวัชชัยในการขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;เน้นย้ำระดมการใช้บูมให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>จากการสำรวจและลาดตระเวนของกรมทรัพยากรทางทะเลฯ&nbsp;</strong>พบว่า&nbsp;มีคราบน้ำมันลอดออกมาจากบูม&nbsp;เป็นลักษณะฟิล์มบาง&nbsp;ซึ่งมีความเข้มข้นลดน้อยลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลฯ&nbsp;พบว่าการวางทุ่นกักน้ำมันเกิดช่องว่าง&nbsp;จึงทำให้คราบน้ำมันที่อยู่ในบูมมีการเล็ดลอดออกมา&nbsp;อุทยานฯ&nbsp;ได้มีการลาดตระเวนในทะเล&nbsp;พบฟิล์มบางๆ&nbsp;กระจายตัว&nbsp;จากการประเมินทิศทางกระแสน้ำและกระแสลมในปัจจุบัน&nbsp;มีโอกาสเข้าพื้นที่อุทยานเขาแหลมหญ้า&nbsp;และทางฝั่งตะวันตกของเกาะเสม็ด&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;ได้ตรึงกำลังพร้อมเรือ&nbsp;สำหรับดำเนินการแล้ว&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินการบริเวณชายฝั่ง&nbsp;ที่สถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;</strong>คราบน้ำมันที่เข้าสู่หาดแม่รำพึงแล้ว&nbsp;เบื้องต้นนำบูมกั้นบริเวณชายฝั่งและนำไปวางริมทะเล&nbsp;กำหนดเขตความรับผิดชอบ&nbsp;ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ&nbsp;ตั้งแต่แนวชายฝั่งขึ้นไปจนถึงบนบก&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมกับกรมเจ้าท่า&nbsp;ศรชล.&nbsp;ระยอง&nbsp;กรมทรัยพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;และหน่วยงาน&nbsp;อื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมมีการประชุมหารือในกลุ่มย่อยเรื่องประมาณการค่าใช้จ่ายและการใช้สาร&nbsp;dispersant&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งประเมินความเสียหายและผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับ</strong>&nbsp;ซึ่งบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;น้อมรับความผิด&nbsp;พร้อมยืนยันที่จะรับผิดชอบผลกระทบดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินการของกรมเจ้าท่า&nbsp;กระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;จะใช้เรือเด่นสุทธิ&nbsp;พร้อมบูม&nbsp;350&nbsp;เมตร&nbsp;ปฏิบัติภารกิจป้องกันพื้นที่และเฝ้าระวังคราบน้ำมัน&nbsp;เรือ&nbsp;804&nbsp;เฝ้าระวังและสำรวจพื้นที่ฯ&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มสิ่งแวดล้อม&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;เร่งสำรวจติดตามการขจัดคราบน้ำมันและสภาพแวดล้อม&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อติดตามคุณภาพน้ำ&nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนชาวระยอง&nbsp;ให้ท้องทะเลฟื้นคืนกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130200241304"],
    [812,"ระยอง เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียน จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว มีผู้ได้รับผลกระทบเริ่มทยอยเข้าแจ้งแล้ว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;</strong>ผวจ.ระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ได้เปิดศูนย์รับร้องเรียน&nbsp;จากผู้ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันของ&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลี่ยม&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;มหาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับเรื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;และ&nbsp;อบต.เพ&nbsp;โดยเปิดศูนย์ฯภายในหมู่บ้านสบายสบาย&nbsp;ริมหาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคนสามารถนำหลักฐานเข้ามาแจ้งได้ด้วยตนเอง&nbsp;</p><p><strong>นายไวฑูรย์&nbsp;เกิดมณี&nbsp;อายุ&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;82/3&nbsp;ม.5</strong>&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองมีอาชีพหาหอยตลับ&nbsp;โดยออกไปดำหาหอยทุกวัน&nbsp;หลังจากน้ำมันรั่ว&nbsp;ก็ไม่สามารถหาหอยได้เลย&nbsp;จึงหยุดการออกเรือ&nbsp;ต้องสูญเสียรายได้&nbsp;3-5&nbsp;พันบาทต่อวัน&nbsp;จึงนำหลักฐานเข้ามาร้องเรียน&nbsp;เพื่อให้เกิดการเยียวยา&nbsp;เพราะยังไม่รู้จะหาเงินจากไหน&nbsp;เพราะการทำประมงคืออาชีพเดียวที่เลี้ยงครอบครัว</p><p><strong>นายดำรงศักดิ์&nbsp;อบเหลือง&nbsp;นักวิชาการสุขาภิบาล&nbsp;อบต.เพ&nbsp;ระยอง&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องร้องเรียน&nbsp;ได้เปิดเผยว่า&nbsp;หลังเปิดศูนย์เริ่มมีผู้เดือดร้อนทยอยเข้ามา&nbsp;แต่ก็ยังไม่มาก&nbsp;เพราะเพิ่งเปิดวันแรก&nbsp;ชาวบ้านจึงอาจจะไม่ทราบเรื่อง&nbsp;คาดว่าหลังจากมีการประชาสัมพันธ์ออกไป&nbsp;จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130172812234"],
    [813,"ผู้ว่าฯ ระยอง ยืนยันคราบน้ำมันในทะเลเหลือแค่แผ่นฟิล์มบางๆ ขณะที่ทัพเรือภาคที่ 1 เสริมกำลังทหาร 2 พันนาย เร่งเก็บกู้คราบน้ำมัน","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่กองอำนวยการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;พล.ร.ท.ปกครอง&nbsp;มนธาตุผลิน&nbsp;โฆษกกองทัพเรือ&nbsp;และ&nbsp;พล.ร.ท.พิชัย&nbsp;ล้อชูสกุล&nbsp;ผบ.ทรภ.1&nbsp;ในฐานะ&nbsp;ผอ.ศคปน.&nbsp;ทรภ.1&nbsp;&nbsp;ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ความคืบหน้าคราบน้ำมันรั่วไหลบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;จ.ระยอง</p><p><strong>นายชาญนะ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์ล่าสุดขณะนี้&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าคราบน้ำมันในทะเลเหลือเพียงแผ่นฟิล์มบางๆ&nbsp;แต่ก็จะมีบางส่วนที่จมลงไปกลายเป็นทาร์บอล&nbsp;ซึ่งจะจับตัวเป็นก้อนเล็กๆ&nbsp;สีดำเหนียว&nbsp;แต่เมื่อถูกสารเคมีฉีดก็จะมีการย่อยสลายจากธรรมชาติไปเองภายใน&nbsp;8-10&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนเรื่องผลกระทบได้มีการเปิดศูนย์รับเรื่องผู้ได้รับผลกระทบภายในหมู่บ้านสบายสบาย&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง</p><p><strong>พล.ร.ท.พิชัย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางทหารได้เตรียมกำลังพลไว้&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;นาย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือการเก็บคราบน้ำมันที่ตกค้างให้หมด&nbsp;และมีการเตรียมเรือไว้พร้อมขณะนี้อยู่บริเวณเกาะเสม็ด&nbsp;วางบูมป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันไหลเข้าไปยังเกาะเสม็ด&nbsp;ซึ่งขณะนี้คราบน้ำมันเหลือแต่เป็นฟิมล์บางๆ&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ซึ่งสามารถควบคุมทิศทางการไหลของน้ำมันได้&nbsp;ที่มีข่าวออกมาว่าคราบน้ำมันจะไปขึ้นที่หาดสวนสนนั้น&nbsp;ได้เตรียมเครื่องมือไปดักไว้แล้ว&nbsp;แต่ขณะนี้ยังไม่มีขึ้นที่ไหน&nbsp;โดยมีการเตรียมพร้อมไว้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;ส่วนในด้านของบริษัท&nbsp;สตาร์รีไฟน์นิ่งฯ&nbsp;ได้ไปสแตนบายบริเวณก้นอ่าว&nbsp;ที่มีการคาดการณ์ว่าคราบน้ำมันจะเข้าฝั่ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130180939244"],
    [814,"คราบน้ำมันบริเวณลานหินขาว หาดแม่รำพึง แต่พบมีจำนวนน้อยกว่าเมื่อวาน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เร่งกำจัด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบริเวณลาน</strong>หรือหาดหินขาว&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;หลังได้รับแจ้งว่า&nbsp;มีคราบน้ำมันลอยมาเกยในบริเวณดังกล่าว&nbsp;เมื่อเดินทางไปถึงพบเจ้าสวมชุดป้องกันสารเคมีสีขาว&nbsp;กำลังใช้กระดาษชนิดพิเศษซับคราบน้ำบริเวณโขดหินและชายหาดพบว่า&nbsp;เป็นคราบน้ำมันที่เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ&nbsp;ซึ่งบางจุดพบจับตัวเป็นก้อนสีดำบนโขดหิน&nbsp;ซึ่งถูกคลื่นซัดขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;กินเนื้อที่ประมาณ&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>ด้านนายอนิรุทธิ์&nbsp;เสียมไหม&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนของ</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลี่ยมรีไฟน์นื่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจากที่พบว่ามีคราบน้ำมันขึ้นมาก็ได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน&nbsp;70&nbsp;นาย&nbsp;ลงพื้นที่มากำจัดคราบน้ำมันดังกล่าว&nbsp;ตั้งแต่ตลอดแนวของชายหาดก้นอ่าวมาถึงลานหินขาว&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการกำจัดคาดจะกำจัดหมดได้โดยเร็ว&nbsp;หากไม่มีขึ้นอีก</p><p><strong>สำหรับมวลน้ำมันก้อนใหญ่ที่จ่อประชิดเกาะเสม็ด</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่อยู่กลางทะเลได้มีการเร่งใช้ทุ่นและฉีดสารเคมีสกัดอย่างเต็มที่&nbsp;เพื่อไม่ให้ไปถึงเกาะเสม็ดตามที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเข้าถึงภายในคืนนี้.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130183321245"],
    [815,"อำเภออุทุมพรพิสัย  ลงพื้นที่เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน กรณีทิ้งขยะส่งกลิ่นเหม็น","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย</strong>&nbsp;มอบหมายนายทศพล&nbsp;สุภาพ&nbsp;ปลัดอำเภอศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;พร้อมด้วยนายประวิทย์&nbsp;จารุรัชกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง&nbsp;นางกัญญ์พิดา&nbsp;เพียรกสิโภคิน&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;กรณีราษฎรร้องเรียนเหตุเดือดร้อนรำคาญกรณีการทิ้งขยะส่งกลิ่นเหม็น&nbsp;บริเวณบ้านส้มป่อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลสำโรง&nbsp;ทำให้ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ประสงค์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหา&nbsp;ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;ได้ชี้แจงระเบียบข้อกฎหมาย</strong>ให้ราษฎรได้รับทราบ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1)องค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง&nbsp;จะเพิ่มรอบจัดเก็บขยะในพื้นที่ที่ขยะหนาแน่นจากเดิม&nbsp;7&nbsp;วัน/ครั้ง&nbsp;เป็น&nbsp;3&nbsp;วัน/ครั้ง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(2)ผู้ประกอบการยินยอมเคลื่อนย้ายที่ทิ้งขยะ&nbsp;ไปทิ้งข้างร้านฝั่งทิศตะวันออก(&nbsp;ลานจอดรถ)ของร้าน&nbsp;เพื่อลดการส่งกลิ่นเหม็นต่อราษฎรที่อาศัยอยู่ระแวกใกล้เคียงและจะดำเนินการคัดแยกขยะเปียกและขยะแห้ง&nbsp;โดยขยะเปียกจะนำบรรจุลงลังเพื่อให้ถูกสุขลักษณะต่อไป&nbsp;ดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid&nbsp;-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130184311249"],
    [816,"วราวุธ เพิ่มการป้องกันคราบน้ำมันดิบเคลื่อนเข้าสู่อ่าวพร้าวของเกาะเสม็ด โดยเฉพาะอ่าววงเดือนและหาดดวงตะวัน ภาพรวมเก็บกู้คราบน้ำมันบนชายฝั่งได้ทั้งหมดกว่า 15 ลูกบาศก์เมตร","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพิ่มการป้องกันคราบน้ำมันดิบเคลื่อนเข้าสู่อ่าวพร้าวของเกาะเสม็ด&nbsp;โดยเฉพาะอ่าววงเดือนและหาดดวงตะวัน&nbsp;ภาพรวมเก็บกู้คราบน้ำมันบนชายฝั่งได้ทั้งหมดกว่า&nbsp;15&nbsp;ลูกบาศก์เมตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการแก้ปัญหาคราบน้ำมันดิบที่รั่วกลางทะเลมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;แล้วถูกคลื่นและลมทะเลซัดเข้าหาฝั่งและชายหาด&nbsp;บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;และเขาแหลมหญ้า&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า&nbsp;-&nbsp;หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;พร้อมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสอบกระแสน้ำและคราบน้ำมันตลอดแนวชายหาดที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยเฉพาะการดูทิศทางคลื่นและลมทะเลที่เคลื่อนตัวจากทิศตะวันตกไปตะวันออก&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันแตกตัวเป็นกลุ่มเข้าชายหาดแม่รำพึงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ตอนแรก&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้เสนอที่ประชุมศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ให้เพิ่มการเฝ้าระวังคราบน้ำมันซัดเข้าอ่าวพร้าว&nbsp;บริเวณเกาะเสม็ด&nbsp;ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคืออ่าววงเดือนหากคราบน้ำมันเข้าถึงจะกระทบต่อหาดทรายและปะการังน้ำตื้นเสียหายรุนแรงได้&nbsp;แต่หากเข้าบริเวณฝั่งตอนใต้ของเกาะเสม็ดที่ส่วนใหญ่เป็นกองหินจะเกิดความเสียหายน้อยกว่าและเก็บกู้คราบน้ำมันได้ง่ายกว่า&nbsp;เบื้องต้นได้เร่งระดมขอให้เพิ่ม&nbsp;Boom&nbsp;มาวางดักและจำกัดวงคราบน้ำมันตรงจุดอ่อนไหวต่อทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;แล้วขอให้เรือต่างๆจากภาคเอกชนที่ปฏิบัติการมาจอดล้อม&nbsp;Boom&nbsp;ป้องกันคราบน้ำมันไม่ให้เข้าถึงอ่าวพร้าว&nbsp;และขอเพิ่มการสนับสนุนเรือไดหมึกของชาวบ้านในพื้นที่ช่วยมาจอดส่องสว่างติดตามการกระจายตัวของคราบน้ำมันเวลากลางคืนตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ส่วนบริเวณช่องแคบของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯถึงเกาะเสม็ดยังต้องเฝ้าระวังบริเวณหาดดวงตะวันที่จะได้รับกระทบปลายหางของกลุ่มคราบน้ำมันที่อาจตกร่องน้ำแล้วซัดเข้าชายหาดได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับภาพรวมสถานการณ์คราบน้ำมันบริเวณชายหาดและชายฝั่งวันนี้ค่อนข้างดีขึ้น&nbsp;หลังหน่วยงานต่างๆช่วยกันเร่งเก็บกู้ด้วยการใช้เครื่องดูดคราบน้ำมันจุดที่มีความหนาแน่นของน้ำมันออกจากชายหาด&nbsp;และใช้กระดาษและผ้าชนิดพิเศษซับคราบน้ำมัน&nbsp;ได้แบ่งปริมาณน้ำมันออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;ส่วนที่&nbsp;1&nbsp;น้ำมันและน้ำทะเล&nbsp;สูบกักเก็บไว้ในถังรวมประมาณ&nbsp;15&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;และส่วนที่&nbsp;2&nbsp;กระดาษซับน้ำมันและทรายรวมประมาณ&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;จะใช้วิธีกำจัดด้วยการเผาทั้งหมด&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;ปูนซีเมนต์&nbsp;นครหลวง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จ.สระบุรี&nbsp;และบริษัท&nbsp;เบตเตอร์&nbsp;เวิลด์&nbsp;กรีน&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;พร้อมปักธงแดงเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาดตลอดแนวชายหาดที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ส่วนปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วไหลลงสู่ทะเลและสาเหตุการรั่วที่แท้จริงอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจนออกมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้ส่งเจ้าหน้าที่&nbsp;ทช.&nbsp;ตรวจสอบและพิสูจน์ซากของเต่าทะเลและโลมาแล้ว&nbsp;พบสาเหตุไม่ได้เกิดจากผลกระทบของคราบน้ำมันดิบที่รั่ว&nbsp;เนื่องจากสภาพซากเน่าเปื่อยมาแล้วประมาณ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนทรัพยากรธรรมชาติบริเวณเขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ดยังไม่ได้รับผลกระทบ&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษต่อเนื่อง</p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130190633259"],
    [817,"อำเภออุทุมพรพิสัย  เร่งตรวจสอบ การฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามมาตรการที่กรม ปศุสัตว์กำหนด","<p><strong>เมื่อ&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น&nbsp;นายเทวัญ&nbsp;ศรีสุธัญญาวงศ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภออุทุมพรพิสัย</strong>,&nbsp;นายมนัสพล&nbsp;ไชยโยธา&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&nbsp;พ.ต.ต&nbsp;พินิจ&nbsp;คำภักดี&nbsp;สารวัตรป้องกันปราบปราม.สภ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;นายพีระยศ&nbsp;แร่ทอง&nbsp;รก.ปศุสัตว์อำภอเมืองจันทร์&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อม.จนท.อส.อำเภออุทุมพรพิสัย.เข้าตรวจสอบโรงฆ่าสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>เพื่อตรวจสอบการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์</strong>&nbsp;ควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามมาตรการที่กรม&nbsp;ปศุสัตว์กำหนด.ตรวจตราป้องกันการการกักตุนเนื้อสุกรและกำกับดูแลร้านจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ.ให้ติดป้ายราคาสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;ผลการปฎิบัติงานไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","NULL","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130194512288"],
    [818,"อำเภออุทุมพรพิสัย  ร่วมโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ปี 2565","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">มอบหมาย&nbsp;นายทศพล&nbsp;&nbsp;สุภาพ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายไพสิทธิ์&nbsp;คำเครื่อง&nbsp;กำนันตำบลทุ่งไชย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งไชย&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านทุ่งไชย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกิตติศักดิ์&nbsp;วิมลสุข&nbsp;ผู้ช่วยเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;แปลงสาธิตของนายทนงศักดิ์&nbsp;ศรีบาง&nbsp;ตำบลทุ่งไชย&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid&nbsp;-19)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;อย่างเคร่งครัด</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130194329287"],
    [819,"จ.ระยอง ผนึกกำลังป้องกันคราบน้ำมันประชิดเกาะเสม็ดเต็มกำลัง ส่งเรือขนบูมล้อมมวลคราบน้ำมันก้อนใหญ่เร่งดูดใส่เรือ และพ่นสารเคมีสลายคราบน้ำมัน","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.นายสุรินทร์&nbsp;สินรัตน์&nbsp;</strong>ที่ปรึกษานายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;และประธานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันรั่วกลางทะเล&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งมีมวลก้อนน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีทิศทางมุ่งเข้าสู่อ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;จากการตรวจโดยภาพถ่ายของจิสด้า&nbsp;พบว่ามวลคราบน้ำมันอยู่ห่างเกาะเสม็ด&nbsp;ประมาณ&nbsp;5&nbsp;ไมล์ทะเล&nbsp;หรือ&nbsp;8&nbsp;กม.โดยเคลื่อนตัวช้าๆ&nbsp;ซึ่งดูจากกระแสลมทิศทางของมวลคราบน้ำมันล่าสุดพบว่า&nbsp;มีทิศทางไปทางตะวันออกเฉียงใต้ออกทะเลเปิด&nbsp;ไม่น่าจะเข้าอ่าวพร้าว&nbsp;แต่อาจจะมีหางๆ&nbsp;ของมวลน้ำมันก้อนใหญ่เข้าพื้นที่อื่นของเกาะเสม็ด&nbsp;อย่างไรก็ตามต้องเฝ้าดูเป็นระยะ&nbsp;เนื่องจากคาดการณ์ยาก&nbsp;เพราะกระแสลมแปรปรวนตลอดเวลา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันดังกล่าว&nbsp;ขณะนี้มีเรืออยู่&nbsp;3&nbsp;ประเภท</strong>ที่ปฏิบัติการในทะเล&nbsp;คือ&nbsp;เรือบูม&nbsp;ทำการกั้นหรือปิดล้อมมวลก้อนน้ำมันก้นใหญ่ไว้&nbsp;และมีเรือดูด&nbsp;ทำการดูดคราบน้ำมันที่อยู่ในวงล้อมของบูมขึ้นเรือ&nbsp;รวมทั้งมีเรือพ่นสารเคมีอีก&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;เร่งพ่นสลายคราบน้ำมันมนจมลงทะเลเร็วที่สุด&nbsp;และยังมีเรือเฝ้าระวังอีกทั้งของทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;เฝ้าระวังคราบน้ำมันที่อาจจะเล็ดลอดจากบูมจะไปทิศทางใด&nbsp;เพื่อไม่ให้เข้าเกาะเสม็ดในคืนนี้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีเรือปั่นไฟเฝ้าระวังอีก&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เฝ้าระวังตลอดแนวชายฝั่งหาดแม่รำพึง</strong>&nbsp;ในระยะประมาณ&nbsp;3&nbsp;กม.ให้รายงานสถานการณ์ทุกๆ&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ทั้งสภาพคลื่นลม&nbsp;หรือมีมวลคราบน้ำมันประชิดฝั่ง.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130223615327"],
    [820,"พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตร บ้านห้วยโป่งกาน ตำบลผาบ่อง และบ้านไมโครเวฟ ตำบลห้วยโป่ง","<p><strong>วานนี้&nbsp;(29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ร่วมกับ&nbsp;นางสาวลักษณาวดี&nbsp;ขำผุด&nbsp;รักษาการหัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟู&nbsp;และพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&nbsp;และรับฟังความเห็นจากเกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่บ้านห้วยโป่งกาน&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;และบ้านไมโครเวฟ&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เบื้องต้นหลังจากลงพื้นที่แล้วได้ข้อสรุปดังนี้</p><p>1.ราคาตกต่ำเนื่องจากมีผลผลิตในหลายจังหวัดออกสู่ตลาดเพิ่มจากปีก่อน&nbsp;มีการนำเข้าผักจากจีนมาจำหน่ายในประเทศ&nbsp;ประกอบกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา&nbsp;การขนส่งสินค้าระยะทาง&nbsp;เท่ากันแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องใช้ระยะเวลามากกว่าจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;2&nbsp;เท่า&nbsp;ทำให้ต้นทุนการขนส่งสูง</p><p>2.เกษตรกรขอให้ภาครัฐช่วยเหลือ&nbsp;ดังนี้&nbsp;มาตรการเร่งด่วน&nbsp;โดยขอให้หาผู้ประกอบการมารับซื้อผลผลิตหน้าสวนในราคา&nbsp;3&nbsp;บาท/กก.&nbsp;โดยเกษตรกรรับผิดชอบค่าแรงในการตัดและขนจัดเรียงขึ้นรถบรรทุก&nbsp;และขอรับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;ยา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในราคา&nbsp;ที่ถูกลง&nbsp;ในการปลูกพืชฤดูกาลถัดไป&nbsp;ขณะที่มาตรการระยะยาว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ&nbsp;พร้อมขอให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรช่วยเหลือสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย&nbsp;รวมทั้งปรับเปลี่ยนพื้นที่&nbsp;ปลูกผักกาดขาวและกะหล่ำปลี&nbsp;เป็นผักปลอดภัย&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;และส่งเสริมเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหรือส่งเสริมอาชีพ/ปลูกพืชอื่นๆ&nbsp;ที่สร้างรายได้ที่ดีให้เกษตรกร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131002626328"],
    [821,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มที่พบการระบาดโรค ASF ต่อเนื่อง 1 เดือน พร้อมสุ่มตรวจหาเชื้อในฟาร์มสุกรเป้าหมายเพื่อควบคุมการระบาด","<p><strong>นายยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่ออกฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;ที่พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;โดยจะดำเนินการต่อเนื่องทุกสัปดาห์เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนฟาร์มอื่นในรัศมีรอบจุดเกิดโรค&nbsp;1&nbsp;กม.&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง</strong>ของสุกรไปตรวจหาเชื้อ&nbsp;พร้อมแนะนำเกษตรกรรายย่อยให้นำสุกรเข้าโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ใกล้ที่สุดหรือภายในจังหวัดเท่านั้น&nbsp;และขอความร่วมมือรถจับสุกรให้ทำความสะอาดรถทุกครั้งหลังจับ&nbsp;มีการตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;เพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อรถจับสุกรทุกครั้งก่อนออกใบอนุญาตให้เคลื่อนย้าย&nbsp;ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีฟาร์มสุกรในพื้นที่อื่นติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;พร้อมแจ้งนายอำเภอประสานกับเจ้าหน้าที่ตำบล&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ตรวจสอบไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายตาม&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;2558&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131081536337"],
    [822,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคใต้ พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงใน 17 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังฝนตกในภาคตะวันออก&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคใต้&nbsp;พร้อมระวังน้ำทะเลหนุนสูงใน&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคตะวันออก&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;44&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;93&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และตรัง&nbsp;39&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงคาดระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางบริเวณ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;34,286&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;27,458&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;57&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131083523343"],
    [823,"ชาวบ้านบ้านป่าปุ๊ จ.แม่ฮ่องสอน ไถกลบตอซัง ลดเผา ลดฝุ่น ไม่ทำลายดิน","<p><strong>ภาพตอซังสุดลูกหูลูกตา&nbsp;</strong>คือภาพหลงเหลือหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวของทุ่งนา&nbsp;สิ่งที่จะตามมาต่อจากนี้&nbsp;นายกุศล&nbsp;สุปันโย&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านบ้านป่าปุ๊&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;บอกว่า&nbsp;หากเป็นเมื่อก่อนคงเป็นควันไฟและมลภาวะจากการเผา&nbsp;โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาเป็นวิถีชีวิตที่เคยทำกัน&nbsp;เพราะมันไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ&nbsp;จำเป็นที่จะต้องถางและก็เผา&nbsp;แต่ปัจจุบันทุ่งนาที่บ้านป่าปุ๊&nbsp;ได้มีเสียงของการไถกลบเข้ามาแทนที่&nbsp;เนื่องจากชาวบ้านเล็งเห็นถึงผลเสียจากการเผาทั้งต่อตัวดินและต่อตนเอง</p><p><strong>นางสาวเบญจมาศ&nbsp;ธาตุชัย&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ</strong>&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน&nbsp;บอกว่าความร้อนจากการเผาไปทำลายอินทรียวัตถุในดินทำให้โครงสร้างของดินเกิดการจับตัวแน่น&nbsp;มิหนำซ้ำยังทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชอีกด้วย&nbsp;กลับกันกับวิธีการไถกลบที่นอกจากจะไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว&nbsp;ยังทำให้ดินอุดมสมบูรณ์&nbsp;เมื่อดินดี&nbsp;ชาวบ้านก็ลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ย&nbsp;และสามารถปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรวิถีใหม่&nbsp;เกษตรอินทรีย์ลด-เลิกการใช้สารเคมี&nbsp;เพิ่มมูลค่าของผลผลิตได้อีกด้วย&nbsp;ซึ่งทางสถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอนมีโครงการสนับสนุน&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนค่าไถกลบคิดเป็นจำนวนไร่&nbsp;และมีการสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ในช่วงการเตรียมดิน&nbsp;เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน</p><p><strong>โครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์</strong>&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีเป้าหมายในพื้นที่ที่เคยเกิดจุดความร้อนในปีที่ผ่านมา&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;4,380&nbsp;ไร่&nbsp;ครอบคลุมทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131093216354"],
    [824,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่ ยกเว้นภาคเหนือ 2 จังหวัดค่าฝุ่นสูงระดับสีส้มบริเวณพะเยาและพิษณุโลก","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ยกเว้นภาคเหนือ&nbsp;2&nbsp;จังหวัดค่าฝุ่นสูงระดับสีส้มบริเวณจังหวัดพะเยาและพิษณุโลก</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;และมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในวันที่&nbsp;1-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;แล้วฝุ่นจะสูงขึ้นวันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;เกินมาตรฐานใน&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;56&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.บ้านต๋อม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พะเยา&nbsp;และ&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;ภาพรวมจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131093103353"],
    [825,"อว. เผย ไทย ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 114 ล้านโดส และทั่วโลกฉีดแล้ว 10,107 ล้านโดส","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;อว.&nbsp;เผย&nbsp;ไทย&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;114&nbsp;ล้านโดส&nbsp;และทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,107&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;10,107&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;205&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;32&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;538&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;212&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;899.1&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;94.8&nbsp;ของประชากร&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;316.7&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;114&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยฉีดให้กับประชาชนมากที่สุดในสัดส่วนร้อยละ&nbsp;64.77</span></p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131164338559"],
    [826,"ทสม.บ้านท่าปาย จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกันทำแนวป้องกันไฟป่า เก็บใบไม้ใส่เสวียน เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิง ป้องกันไฟป่าลุกลาม","<p><strong>เครือข่ายเครืออาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;(ทสม.)</strong>&nbsp;บ้านท่าปาย&nbsp;ร่วมกันทำแนวป้องกันไฟป่า&nbsp;เก็บใบไม้ใส่เสวียน&nbsp;บริเวณป่าช้าบ้านท่าปาย&nbsp;เพื่อเป็นการลดปริมาณเชื้อเพลิง&nbsp;ป้องกันเหตุไฟป่าลุกลามเข้ามาในพื้นที่ชุมชน&nbsp;โดยได้รับอนุเคราะห์รถน้ำจากทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฮี้&nbsp;มาช่วยในการควบคุมการทำแนวกันไฟไม่ให้ลุกลาม&nbsp;มีประชาชนจิตอาสา&nbsp;\"เราทำดีด้วยหัวใจ&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ป้องกันไฟป่า&nbsp;\"&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน</p><p><strong>เสวียน&nbsp;</strong>เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน&nbsp;โดยการนำเอาไม้ไผ่&nbsp;มาสานรอบโคนต้นไม้เพื่อใช้เก็บขยะใบไม้&nbsp;ให้เศษใบไม้ย่อยสลายตามธรรมชาติ&nbsp;ลดฝุ่นละอองจากการเผาเศษใบไม้&nbsp;เนื่องจากไม้ไผ่เป็นไม้ที่มีความยืดหยุ่นสูง&nbsp;ทนทาน&nbsp;ดัดงอให้โค้งได้&nbsp;แต่หักยาก</p><p><strong>วิธีการทำเสวียน</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;ตัดไม้ไผ่ลวกหรือไม้ไผ่ซ่างความยาวประมาณ&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อใช้เป็นเสาหลักปักลงดิน&nbsp;ตัดแต่งส่วนที่จะปักลงดินให้แหลมหรือเป็นลิ่มเพื่อง่ายต่อการตอกลงดิน&nbsp;ตอกเสาหลักลงดิน&nbsp;ให้เหลือส่วนที่พ้นดินประมาณ&nbsp;60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ระยะห่างระหว่างหลักประมาณ&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;กรณีต้นไม้ใหญ่จะใช้ประมาณ&nbsp;13-15&nbsp;หลัก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131094744362"],
    [827,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หลักสูตร WiNS รุ่นที่ 2 ในการศึกษาดูงานด้านการเกษตรที่สวนส้มโอขาวใหญ่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่บริเวณศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรตำบลบางสะแก&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;หลักสูตร&nbsp;WiNS&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยชมกระบวนการปลูกส้มโอขาวใหญ่ของประวิตร&nbsp;คุ้มสิน&nbsp;ปราญชาวบ้าน&nbsp;ที่บอกเล่าตั้งแต่การปลูก&nbsp;การดูแล&nbsp;รักษา&nbsp;จนถึงการส่งจำหน่าย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาเครือข่ายและศักยภาพผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนงานของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;โดยมีเป้าหมายในการรับใช้สังคมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;สามารถทำงานร่วมกับเอกชนได้ตามยุทธศาสตร์&nbsp;โดยการนำวิทยาศาสตร์&nbsp;การวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ&nbsp;พร้อมดึงศักยภาพพลังคนรุ่นใหม่ในการหลอมรวมกับความคิดผู้บริหารระดับสูงในการสร้างเครือข่าย&nbsp;การทำงานร่วมกัน&nbsp;ร่วมแบ่งปันความรู้&nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;เพื่อการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสังคมและการศึกษาไทย&nbsp;การที่นำคณะมาศึกษาดูงานเรื่องการเกษตรของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เนื่องจากส้มโอขาวใหญ่เป็นผลไม้เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรปีละนับร้อยล้านบาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131115326403"],
    [828,"จังหวัดสระบุรีติดตามตรวจสอบการระบายฝุ่นละอองของโรงโม่ บด หรือย่อยหินเพื่อควบคุมไม่ให้เกินมาตรฐาน","<p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;7&nbsp;(สระบุรี)&nbsp;ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เทศบาลตำบลหน้าพระลาน&nbsp;</strong>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสระบุรี&nbsp;เข้าติดตามตรวจสอบการระบายฝุ่นละอองของโรงโม่&nbsp;บด&nbsp;และย่อยหินในพื้นที่จังหวัดสระบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;แห่ง</p><p><strong>ผลการตรวจวัดความเข้มของฝุ่นละอองจากกระบวนการผลิตของโรงโม่&nbsp;บด&nbsp;และย่อยหิน</strong>ด้วยวิธีตรวจความทึบแสง&nbsp;พบค่าความเข้มของฝุ่นละอองจากการระบายไม่เกินมาตรฐานทั้ง&nbsp;33&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยฝุ่นละอองจากโรงโม่&nbsp;บดหรือย่อยหิน&nbsp;กำหนดว่า&nbsp;ความเข้มข้นของฝุ่นละอองจากโรงโม่บดหรือย่อยหินที่ไม่มีการติดตั้งระบบดูดฝุ่นละอองต้องมีค่ามาตรฐานความทึบแสงที่กระบวนการผลิตของโรงโม่&nbsp;บดหรือย่อยหิน&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;20&nbsp;เมื่อตรวจวัดที่จุดตรวจวัดระยะห่าง&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;โดยรอบขอบจุดกำเนิดด้วยวิธีการตรวจวัดแบบวัดความทึบแสง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการติดตามตรวจสอบการระบายฝุ่นละอองของโรงโม่&nbsp;บด&nbsp;และย่อยหิน</strong>&nbsp;ยังพบว่า&nbsp;สถานประกอบการส่วนใหญ่มีการสเปรย์น้ำสม่ำเสมอและระบบสามารถใช้งานได้ปกติ&nbsp;โดยคณะเจ้าหน้าที่ที่ร่วมตรวจกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมฝุ่นละออองในสถานประกอบการอย่างเคร่งครัดต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131120715408"],
    [829,"สถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24-30 มกราคม 2565","<p><strong>รองผู้บัญชาการกองบัญชาการ&nbsp;</strong>ควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;แจงสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนลดการเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;</p><p><strong>พลตรี&nbsp;ประสิษฐิพงศ์&nbsp;มูลดี</strong>&nbsp;รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่าภาคเหนือมีค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เฉลี่ยอยู่ระหว่าง&nbsp;11-42&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร,&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;10&nbsp;ระหว่าง&nbsp;18-71&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&nbsp;และค่าคุณภาพอากาศ&nbsp;AQI&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;11-&nbsp;69&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยพื้นที่ที่มีค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5,&nbsp;PM&nbsp;10&nbsp;และค่าคุณภาพอากาศ&nbsp;AQI&nbsp;เฉลี่ยสูงตลอดสัปดาห์&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;และจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับคุณภาพอากาศ&nbsp;</strong>โดยรวมของภาคเหนือยังคงมีสภาพอากาศอยู่ในระดับดี&nbsp;ถึงดีมากในบางจังหวัด&nbsp;ด้านจุดความร้อนในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;(ดาวเทียมระบบ&nbsp;VIIRS)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบเกิดจุดความร้อนสะสมจำนวน&nbsp;1,666&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะในจังหวัดอุตรดิตถ์/เชียงราย/ตาก/ลำปาง/และจังหวัดแพร่&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวน&nbsp;จำนวน&nbsp;731&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;395&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่เกษตรจำนวน&nbsp;261&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่เพื่อพบผู้นำชุมชน&nbsp;รณรงค์ลดการเผาในชุมชม&nbsp;ลาดตระเวนร่วมกับหน่วยงานเพื่อป้องปรามการเผาป่า&nbsp;และร่วมดับไฟกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ขณะที่ชุดปฏิบัติการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ลงพื้นที่เป้าหมายในการทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;รณรงค์สร้างจิตสำนึกลดการเผาในชุมชน&nbsp;พร้อมร่วมสร้างฝายในพื้นที่ป่าเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำ&nbsp;ลดปัญหาหมอกควัน&nbsp;ในจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;เชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;ด้านชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและดับไฟป่า&nbsp;4&nbsp;ชุด&nbsp;เข้าปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ได้เตรียมลงพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;เชียงราย&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอนในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ติดตามการดำเนินงานเชิงรุกในพื้นที่&nbsp;รวมถึงประสานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมความพร้อมของวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;กำลังพล&nbsp;แผนเผชิญเหตุ&nbsp;ตลอดจนยุทโธปกรณ์&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาไฟป่าช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องมีการควบคุมเป็นพิเศษ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131121218411"],
    [830,"มอบวัคซีนฉีดป้องกันและควบคุมโรคระบาดลัมปี สกิน ในโค กระบือ ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดอุทัยธานีพบการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มีสัตว์ป่วยทั้งหมด&nbsp;290&nbsp;ตัว&nbsp;(โค&nbsp;289&nbsp;กระบือ&nbsp;1&nbsp;ตัว)&nbsp;จำนวนสัตว์ตาย&nbsp;48&nbsp;ตัว&nbsp;(โค&nbsp;47&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;1&nbsp;ตัว)&nbsp;และจำนวนสัตว์หายป่วย&nbsp;242&nbsp;ตัว&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในภาวะโรคสงบแล้ว&nbsp;ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานีได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์เฝ้าระวังป้องกันโรคก่อนการเกิดโรคระบาด&nbsp;การควบคุมโรคระบาดตามมาตรการของกรมปศุสัตว์&nbsp;และการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบภายหลังการเกิดโรคระบาดเป็นอย่างดี&nbsp;โดยจ่ายเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงินเยียวยาสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;ตัว&nbsp;โดยใช้เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;716,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้จ่ายเงินถึงมือเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การฉีดวัคซีนเป็นวิธีการป้องกัน&nbsp;ควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด&nbsp;</strong>จึงต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำ&nbsp;ปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งของจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ได้เร่งช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกภาคส่วน&nbsp;จะร่วมมือกันดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคระบาดลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือให้สำเร็จ&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียให้กับเกษตรกร.</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131122259413"],
    [831,"ทช. ย้ำ จากการผ่าพิสูจย์ซากโลมาปากขวดอินโดแปซิฟิกและเต่ากระตายในทะเลมาบตาพุดไม่ได้เกิดจากผลกระทบคราบน้ำมันดิบรั่ว แต่ตายตามธรรมชาติและสภาพเน่ามากมานานเกือบ 10 วันแล้ว","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ย้ำ&nbsp;จากการผ่าพิสูจย์ซากโลมาปากขวดอินโดแปซิฟิกและเต่ากระตายในทะเลมาบตาพุดไม่ได้เกิดจากผลกระทบคราบน้ำมันดิบรั่ว&nbsp;แต่ตายตามธรรมชาติและสภาพเน่ามากมานานเกือบ&nbsp;10&nbsp;วันแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการตรวจพิสูจน์ซากและผ่าชันสูตรซากสัตว์ทะเลที่ตายบริเวณทะเลมาบตาพุด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ทั้งเต่าทะเลและโลมาของทีมสัตวแพทย์&nbsp;ทช.&nbsp;พบไม่ได้ตายจากสาเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลมาบตาพุด&nbsp;โดยซากโลมาที่พบเป็นโลมาปากขวดอินโดแปซิฟิก&nbsp;ขนาดความยาวซากที่เหลืออยู่&nbsp;2.35&nbsp;เมตร&nbsp;สภาพซากเน่ามาก&nbsp;หรือที่ระดับ&nbsp;และตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;10วัน&nbsp;ส่วนใหญ่กล้ามเนื้อและผิวหนังหลุดร่อนและอวัยวะหลายส่วนได้หลุดหายไป&nbsp;เนื่องจากผนังช่องท้องได้เปิดออกจากการเน่าตามธรรมชาติ&nbsp;แล้วทางเดินอาหารพบสารในกระเพาะอาหารเล็กน้อย&nbsp;ด้านทางเดินหายใจและทางเดินอาหารไม่พบสิ่งแปลกปลอมและคราบน้ำมัน&nbsp;แต่จากสภาพเน่ามากจึงไม่สามารถหาสาเหตุการตายที่ชัดเจนได้&nbsp;ในส่วนของซากเต่าทะเลที่พบเป็นเต่ากระ&nbsp;ขนาดกระดองกว้าง&nbsp;74&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ความยาว&nbsp;83&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;เป็นเพศเมียอยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์และสภาพซากเน่ามาก&nbsp;เป็นเต่าที่เกิดและโตในธรรมชาติไม่พบหมายเลขไมโครชิพและแถบเหล็กระบุตัวตน&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพซากเต่าตายมาแล้วไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เพราะเต่าทะเลมีไขมันสะสมตามช่องท้องค่อนข้างน้อยบ่งบอกการป่วยที่เรื้อรัง&nbsp;ด้านทางเดินอาหารพบอาหารตามธรรมชาติเล็กน้อย&nbsp;เช่น&nbsp;ปะการังอ่อน&nbsp;เปลือกหอย&nbsp;ไฮดรอย&nbsp;แล้วยังพบขยะทะเลจำนวนหนึ่ง&nbsp;เช่น&nbsp;ถุงพลาสติก&nbsp;เศษเชือก&nbsp;เศษกระสอบ&nbsp;หนังยางรัดแกง&nbsp;แต่ไม่พบการอักเสบของทางเดินอาหารและไม่พบการปนเปื้อนหรือคราบน้ำมันทั้งภายในและภายนอกของเต่าทะเล&nbsp;</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131132534426"],
    [832,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มอบวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลระบำ&nbsp;อำเภอลานสัก&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;</strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่มอบวัคซีนป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ให้กับตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจรเกียรติ&nbsp;รักพานิชมณี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นายสมพล&nbsp;ไวปัญญา&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และเกษตรในพื้นที่&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดยจังหวัดอุทัยธานีพบการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มีสัตว์ป่วยทั้งหมด&nbsp;290&nbsp;ตัว&nbsp;(โค&nbsp;289/กระบือ&nbsp;1&nbsp;ตัว)&nbsp;จำนวนสัตว์ตาย&nbsp;48&nbsp;ตัว&nbsp;(โค&nbsp;47&nbsp;ตัว/กระบือ&nbsp;1&nbsp;ตัว)&nbsp;และจำนวนสัตว์หายป่วย&nbsp;242&nbsp;ตัว&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในภาวะโรคสงบแล้ว</p><p><strong>ในการนี้ได้มอบวัคซีนป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;โดส</strong>&nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นบ้าน&nbsp;และสินค้าเกษตรตำบลระบำ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การฉีดวัคซีนเป็นวิธีการป้องกัน</strong>&nbsp;ควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด&nbsp;จึงต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำ&nbsp;ปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งของจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ได้เร่งช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกภาคส่วน&nbsp;จะร่วมมือกันดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคระบาดลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือให้สำเร็จ&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียให้กับเกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","อุทัยธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131135829433"],
    [833,"เริ่มพบคราบน้ำมันบางส่วนลักษณะผงฝุ่นบริเวณอ่าวพร้าวของเกาะเสม็ด เร่งใช้ Boom ล้อมสกัดและป้องกันผลกระทบ โดยเฉพาะปะการังน้ำตื้น ภาพรวมคุณภาพน้ำทะเลยังปกติ","<p><strong>เริ่มพบคราบน้ำมันบางส่วนลักษณะผงฝุ่นบริเวณอ่าวพร้าวของเกาะเสม็ด&nbsp;เร่งใช้&nbsp;Boom&nbsp;ล้อมสกัดและป้องกันผลกระทบ&nbsp;โดยเฉพาะปะการังน้ำตื้น&nbsp;ภาพรวมคุณภาพน้ำทะเลยังปกติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เริ่มมีคราบน้ำมันลักษณะเป็นผงฝุ่นลอยมาบริเวณอ่าวพร้าว&nbsp;หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;บางส่วนแล้ว&nbsp;โดยทิศทางคลื่นและลมทะเลที่ประเมินจากจิสด้า&nbsp;คาดการณ์ว่าคราบน้ำมันจะพัดเข้าอ่าวพร้าววันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;แต่ยังไม่สามารถประเมินปริมาณคราบน้ำมันได้มีมากน้อยแค่ไหน&nbsp;เบื้องต้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;,&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;และหลายหน่วยงานได้ใช้&nbsp;Boom&nbsp;เข้าล้อมสกัดคราบน้ำมันไว้แล้วระยะทางกว่า&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;แต่สิ่งที่กังวลคือคราบน้ำมันที่ย่อยสลายจากการใช้สารเคมี&nbsp;Bio&nbsp;Dispersant&nbsp;ที่จะพัดเข้ามาพร้อมกับกระแสน้ำทะเล&nbsp;ซึ่งไม่ใช่ตัวฟิล์มคราบน้ำมันที่ใช้&nbsp;Boom&nbsp;สกัดไว้&nbsp;เนื่องจากอ่าวพร้าวและพื้นที่ใกล้เคียงเกาะเสม็ดมีแนวปะการังน้ำตื้นจำนวนมากที่เสี่ยงเกิดผลกระทบรุนแรงจากคราบน้ำมันจนอาจเกิดปะการังฟอกขาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้รับรายงานจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;ได้ตรวจสอบคราบน้ำมันดิบบริเวณอ่าวพร้าวของเกาะเสม็ด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;พบคราบน้ำมันบริเวณชายหาดเป็นหย่อมๆ&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;50&nbsp;เมตร&nbsp;จึงได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำบริเวณอ่าวพร้าว&nbsp;เบื้องต้นคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ส่วนผลการวิเคราะห์ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลและดินตะกอนอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131142336443"],
    [834,"สุพรรณบุรีจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5","<p><strong>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ด้วยในระยะนี้จนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี&nbsp;พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาความแห้งแล้งและมีลมกระโชกแรงทำให้เอื้อต่อการเกิดไฟป่าได้ง่าย&nbsp;ซึ่งการเกิดไฟป่าแต่ละครั้งเป็นอันตรายและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชาชนและราชการ&nbsp;และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตมลพิษหมอกควัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;คุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;และทัศนวิสัยในการคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศ&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ใ</strong>นพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;จึงได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีปี&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการ&nbsp;อำนวยการ&nbsp;ควบคุม&nbsp;กำกับ&nbsp;ดูแลให้คำแนะนำและประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ให้ทั่วถึงและรวดเร็ว&nbsp;ตลอดจนสนับสนุนทรัพยากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;เครื่องใช้และสาธารณูปโภค&nbsp;รวมถึงเผยแพร่ความรู้&nbsp;ให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัย&nbsp;ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;พร้อมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนประสบหรือพบเห็นอัคคีภัย&nbsp;ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ทางโทรศัพท์หมายเลข&nbsp;0-3553-6067-8&nbsp;หรือ&nbsp;สายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131150439484"],
    [835,"วว. รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2564  ด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาดีเด่น","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">วว.&nbsp;รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาดีเด่น</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;ประธานในพิธีมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;ก้าวสู่วิถีใหม่ด้วยพลังรัฐวิสาหกิจไทยอย่างยั่งยืน&nbsp;มอบรางวัลความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาดีเด่น&nbsp;(ประเภทดีเด่น)&nbsp;ให้แก่&nbsp;ศ.&nbsp;(วิจัย)&nbsp;ดร.ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต&nbsp;ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;(วว.)&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;ซึ่งเป็นความสำเร็จในการบูรณาการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง&nbsp;วว.&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&nbsp;(EXIM&nbsp;Bank)&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพ&nbsp;และสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;ร่วมจัดทำโครงการส่งเสริมศักยภาพและสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2561-2564&nbsp;ซึ่งมีจุดประสงค์ร่วมกันในการมุ่งมั่นยกระดับภาคการเกษตรของประเทศไทย&nbsp;มีความสำคัญที่เชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจ&nbsp;ในด้านการเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญที่มีมูลค่ากว่า&nbsp;1.2&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;(คิดเป็นสัดส่วนมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10)&nbsp;และภาคสังคมจากการเป็นแหล่งในการจ้างงานที่มีสัดส่วนถึงร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของกำลังแรงงานทั้งประเทศ&nbsp;ซึ่งครอบคลุมกว่า&nbsp;6.4&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;และครอบคลุมพื้นที่ถึงร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่ทั่วประเทศ</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าการ&nbsp;วว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การดำเนินงานร่วมกันในปี&nbsp;2564&nbsp;ให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถการยกระดับคุณค่าและสร้างมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมแทนการผลิตแนวคิดเดิม&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;เกษตรกร&nbsp;สามารถก้าวสู่ตลาดโลกด้วยสินค้าที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ&nbsp;อาทิ&nbsp;การพัฒนาความรู้ในการจัดการการผลิตให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;การประยุกต์ใช้การวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สู่มาตรฐานในระดับสากล&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน&nbsp;จากการที่ทั้ง&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานได้ร่วมรับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ในครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจและจะเป็นพลังบวกในการดำเนินงานต่อไปทั้งในปัจจุบันและอนาคต&nbsp;เพื่อความเจริญก้าวหน้าและเข้มแข็งของประเทศไทย&nbsp;</span></p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131164637564"],
    [836,"ผู้ว่าฯ ตาก ลงพื้นที่ติดตามโครงการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวและสร้างแหล่งอาหารของชุมชน ","<p><strong>ผู้ว่าฯ&nbsp;ตาก&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวและสร้างแหล่งอาหารของชุมชน</strong>&nbsp;เพื่อสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งมอบวัสดุสนับสนุนการจัดทำแปลงเรียนรู้การปลูกผักสวนครัวฯ&nbsp;ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลยกกระบัตร&nbsp;อำเภอสามเงา</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่บ้านแม่ระวาน&nbsp;ตำบลยกกระบัตร&nbsp;อำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานในการมอบวัสดุสนับสนุนการจัดทำแปลงเรียนรู้การปลูกผักสวนครัวและสร้างแหล่งอาหารของชุมชน&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวและสร้างแหล่งอาหารของชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;โดยมี&nbsp;นางวรรณฤดี&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก&nbsp;นางเยาวเรศ&nbsp;ทิฐธรรม&nbsp;เกษตรจังหวัดตาก&nbsp;นางสาวจิตรา&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;ไชยมณี&nbsp;นายอำเภอสามเงา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายวรเศรษฐ์&nbsp;ทิอุด&nbsp;กำนันตำบลยกกระบัตร&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>สืบเนื่องจากจังหวัดตากได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง</strong>&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ซึ่งได้ให้สำนักงานเกษตรจังหวัดตาก&nbsp;ดำเนินงานโครงการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวและสร้างแหล่งอาหารของชุมชน&nbsp;เพื่อเสริมสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งสร้างแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชผักสวนครัวของชุมชน&nbsp;โดยมีเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวม&nbsp;1,290&nbsp;ราย</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตาก</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ตำบลยกกระบัตร&nbsp;อำเภอสามเงา&nbsp;ที่ครัวเรือนตัวอย่างปลูกผักสวนครัว&nbsp;รอบรั้วริมบ้านของร้อยตำรวจโทสมนึก&nbsp;ตันทิพย์&nbsp;จากนั้นเดินทางไปยังแปลงเรียนรู้การปลูกผักสวนครัวและสร้างแหล่งอาหารของชุมชน&nbsp;แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่ของนางมยุรี&nbsp;แก้วใส&nbsp;ครัวเรือนตัวอย่างปลูกผักสวนครัว&nbsp;รอบรั้วริมบ้าน&nbsp;ของนายนิรันดร์&nbsp;มูลมั่ง&nbsp;และครัวเรือนตัวอย่างปลูกผักสวนครัว&nbsp;รอบรั้วริมบ้าน&nbsp;ของนางสุภิตรา&nbsp;ใหม่ตัน&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;โอกาสนี้ได้มอบวัสดุสนับสนุนการจัดทำแปลงเรียนรู้ฯ&nbsp;ให้กับผู้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสามเงา&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้แก่/ชุมชนบ้านวังหมัน/ชุมชนบ้านห้วยใต้/ชุมชนบ้านป่ายางตก/ชุมชนบ้านนาตาโพ/และชุมชนบ้านแม่ระวาน&nbsp;ด้วย</p><p><strong>สำหรับอำเภอสามเงามีพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;46&nbsp;หมู่บ้าน</strong>&nbsp;มีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมดประมาณ&nbsp;90,327&nbsp;ไร่&nbsp;โดยตำบลยกกระบัตร&nbsp;มีหมู่บ้านจำนวน&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีเกษตรกรทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;1,500&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก&nbsp;ส่วนใหญ่ปลูกข้าว&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปลูกไม้ยืนต้น&nbsp;และปลูกผัก&nbsp;ตามลำดับ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131145520478"],
    [837,"จังหวัดชัยนาท กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมไฟป่า โดยขอความร่วมมือประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและเฝ้าระวังไฟป่า","<p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในฤดูแล้งปีนี้&nbsp;ทุกปีมักเกิดไฟป่าเป็นประจำ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;ในเขตพื้นที่ป่าไม้และเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า&nbsp;ทั้งยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาหมอกควันไฟป่าปกคลุมพื้นที่&nbsp;โดยมีค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;การคมนาคม&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สาเหตุการเกิดไฟป่าที่สำคัญประการหนึ่ง&nbsp;เกิดจากการเผาวัชพืชทางการเกษตร&nbsp;</strong>เพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรมของเกษตรกรที่อยู่ใกล้พื้นที่เสี่ยงภัยไฟป่า&nbsp;โดยไม่มีการควบคุมทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่ากลายเป็นไฟป่า&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จึงได้กำหนดแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมควบคุมการเกิดไฟป่า&nbsp;โดยงดการเผาในเขตพื้นที่ป่าไม้&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ที่สาธารณประโยชน์&nbsp;และการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เผาขยะมูลฝอย&nbsp;เผาวัชพืชข้างทาง&nbsp;และการเผาในที่โล่งแจ้งทุกกรณี&nbsp;และเมื่อพบเห็นไฟป่าบริเวณใด&nbsp;ขอให้ช่วยดับไฟโดยเร็วหากเป็นกรณีไฟไหม้รุนแรงไม่สามาถดับได้&nbsp;ขอให้รีบแจ้งกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตลอดจนแจ้งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;หรือฝ่ายปกครองทันที&nbsp;เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการดับไฟในทันทีมิให้ไฟขยายเป็นวงกว้าง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจุดไฟเผาป่า&nbsp;หรือปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่า&nbsp;มีความผิด&nbsp;ตามพระราชบัญญัติป่าไม้&nbsp;พ.ศ.2484&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุก&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;บุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;และปรับตั้งแต่&nbsp;200,000&nbsp;-&nbsp;2,000,000&nbsp;บาท&nbsp;นอกเหนือจากมีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเผาป่าไม้แล้ว&nbsp;ยังอาจมีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีก&nbsp;เช่น&nbsp;มีความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;มาตรา&nbsp;97&nbsp;ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่เสียหาย&nbsp;หรือถูกทำลาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131152002494"],
    [838,"อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จ.พังงา ปล่อยลูกเต่าตนุ 75 ตัวลงท้องทะเลต้อนรับเทศกาลตรุษจีน หวังเพิ่มประชากรเต่าทะเลในธรรมชาติให้มากขึ้น","<p><strong>อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ปล่อยลูกเต่าตนุ&nbsp;75&nbsp;ตัวลงท้องทะเลต้อนรับเทศกาลตรุษจีน&nbsp;หวังเพิ่มประชากรเต่าทะเลในธรรมชาติให้มากขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายหฤษฎ์ชัย&nbsp;ฤทธิช่วย&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง&nbsp;ได้ทำการปาดทรายบริเวณผิวหน้าของหลุมฟักไข่ของเต่าตนุออก&nbsp;พบลูกเต่าจำนวนหนึ่งรอขึ้นจากหลุมฟักไข่&nbsp;จึงปล่อยลูกเต่าที่ฟักออกมาลงทะเล&nbsp;75&nbsp;ตัว&nbsp;จากไข่เต่ารังนี้มีทั้งหมด&nbsp;133&nbsp;ฟอง&nbsp;โดยทุกตัวมีสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;ส่วนที่เหลืออีก&nbsp;58&nbsp;ฟอง&nbsp;มีระยะเวลาการฟัก&nbsp;61&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากนี้จะเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปจนกว่าลูกเต่าที่เหลือจะฟักออกจากหลุมฟักไข่&nbsp;ซึ่งไข่เต่ารังนี้พบแม่เต่าตนุขึ้นมาวางไข่ไว้เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131150100481"],
    [839,"รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เร่งรัดผลักดันช้างป่าหลงฝูงมาจากเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด","<p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจช่วยเหลือช้างป่าพลัดหลงฝูงเข้าเขตป่าชายเลนดอนสักกลับคืนอุทยานฯ&nbsp;ศาลาหมู่บ้าน&nbsp;บ้านห้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลดอนสัก&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ลงพื้นที่เร่งรัดผลักดันช้างป่าหลงฝูงมาจากเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เข้ามาในพื้นที่อำเภอดอนสัก&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยได้รับฟังรายงาน&nbsp;และร่วมประชุมกับนายอำเภอดอนสัก&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;4&nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;กำนัน&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เบื้องต้นยังไม่พบการทำลายพืชผลทางการเกษตรกรของชาวบ้าน&nbsp;และผู้ที่ได้รับอันตรายจากช้างป่า&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;ได้ประสานงานให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น&nbsp;ให้ส่งชุดปฏิบัติการเผ้าระวังและผลักดันช้างป่าที่มีความชำนาญลงเข้าพื้นที่เพื่อเข้าช่วยเหลือศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;ให้ช้างกลับคืนสู่ป่าที่หลงมาต่อไป&nbsp;และได้ขอบคุณและให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย&nbsp;</p><p>ต่อจากนั้น&nbsp;ได้ลงพื้นที่ท่าเรือโกเข่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลดอนสัก&nbsp;เพื่อสำรวจพื้นที่ตามรายงานว่าช้างตัวดังกล่าวได้ลุยป่าชายเลนเข้าไปในหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านเขาชะโงก&nbsp;ตำบลดอนสัก&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131153153495"],
    [840,"วช. หนุน มศว.วิจัยสำเร็จชุดตรวจหาเชื้อเล็ปโตสไปรา ใช้เทคโนฯ ไบโอเซ็นเซอร์ เร็ว แม่นยำลดโรคฉี่หนู","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">วช.&nbsp;หนุน&nbsp;มศว.วิจัยสำเร็จชุดตรวจหาเชื้อเล็ปโตสไปรา&nbsp;ใช้เทคโนฯ&nbsp;ไบโอเซ็นเซอร์&nbsp;เร็ว&nbsp;แม่นยำลดโรคฉี่หนู</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.ดร.โกสุม&nbsp;จันทร์ศิริ&nbsp;ศูนย์ความเป็นเลิศด้านไบโอเซ็นเซอร์&nbsp;แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทร&nbsp;วิโรฒ&nbsp;(มศว)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ดำเนินโครงการการพัฒนาชุดทดสอบดีเอ็นเอแบบแถบ&nbsp;เพื่อใช้ในการตรวจหาเชื้อเล็ปโตสไปรา&nbsp;ที่ก่อโรคฉี่หนู&nbsp;เนื่องจากโรคเล็ปโตสไปโรซิส&nbsp;ก่อให้เกิดโรคได้ทั้งคนและสัตว์&nbsp;ซึ่งในคนที่ติดเชื้อบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต&nbsp;สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มเล็ปโตสไปรา&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;Leptospira&nbsp;interrogans&nbsp;พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ&nbsp;การวินิจฉัยเชื้อจากสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วย&nbsp;หรือสัตว์ที่เป็นรังโรค&nbsp;เช่น&nbsp;เลือด&nbsp;น้ำเหลืองและปัสสาวะ&nbsp;สิ่งส่งตรวจจากสิ่งแวดล้อม&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;MAT&nbsp;(micros&nbsp;copic&nbsp;agglutination&nbsp;test)&nbsp;และ&nbsp;IFA&nbsp;(immuno&nbsp;fluoresent&nbsp;assay)&nbsp;เป็นวิธีที่ใช้ทั่วไปในห้อง&nbsp;ปฏิบัติการเพราะ&nbsp;ง่าย&nbsp;สะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;มีราคาถูก&nbsp;อย่างไรก็ตามทั้ง&nbsp;2&nbsp;วิธี&nbsp;ยังมีข้อจำกัดด้านความ&nbsp;แม่นยำ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการวางแผนรักษา&nbsp;ป้องกันและควบคุมการระบาดของโรค&nbsp;ปัจจุบันมีชุดทดสอบในการตรวจพันธุกรรมเชื้อเล็ปโตสไปรา&nbsp;โดยอาศัยวิธีการ&nbsp;Polymerase&nbsp;Chanin&nbsp;Reaction&nbsp;หรือ&nbsp;PCR&nbsp;ซึ่งต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;คณะผู้วิจัย&nbsp;ได้พัฒนาชุดทดสอบดีเอ็นเอแบบแถบเพื่อใช้ในการตรวจหาเชื้อเล็ปโตสไปรา&nbsp;อย่างง่าย&nbsp;สะดวกและรวดเร็วในการตรวจหาเชื้อ&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีไบโอเซ็นเซอร์ที่มีศักยภาพด้านความไว&nbsp;และความจำเพาะสูงมาประยุกต์ใช้ในการตรวจเชื้อ&nbsp;เพื่อให้สามารถวางแผนรักษา&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมการระบาดของโรค</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชุดทดสอบฯ&nbsp;หรือ&nbsp;Rapid&nbsp;Leptospira&nbsp;DNA&nbsp;strip&nbsp;test&nbsp;ใช้กระบวนการเพิ่มขยายจำนวนพันธุกรรมเฉพาะจุดของเชื้อเล็ปโตสไปรา&nbsp;พร้อมกับกระบวนการดีเอ็นเอตรวจจับ&nbsp;โดยใช้อุณหภูมิเดียวในระยะเวลาประมาณ&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;หลังจากนั้นหยดส่วนผสมลงบนแผ่นทดสอบและอ่านผลเป็นแถบสี&nbsp;จากการศึกษาพบว่า&nbsp;Rapid&nbsp;Leptospira&nbsp;DNA&nbsp;strip&nbsp;test&nbsp;สามารถตรวจพบเชื้อเล็ปโตสไปราในปริมาณปนเปื้อนน้อยกว่า&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และมีความจำเพาะสูงโดยไม่เกิดการจับกับเชื้อก่อโรคชนิดอื่นๆ&nbsp;ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวสามารถนำชุดทดสอบนี้ไปใช้ในโรงพยาบาล&nbsp;สถานอนามัย&nbsp;หน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;เพื่อลดระยะเวลาในการตรวจโรค&nbsp;และลดขั้นตอนพร้อมทั้งเครื่องมือที่ยุ่งยาก&nbsp;นอกจากนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการตรวจวิเคราะห์โรคเล็ปโตสไปโรซิสนอกสถานที่ได้&nbsp;ในเขตชุมชนที่ห่างไกลได้&nbsp;จึงเหมาะเป็นวิธีที่ใช้ในการตรวจเพื่อเฝ้าระวังโรค&nbsp;ควบคุมโรค&nbsp;ป้องกันโรค&nbsp;และรักษาให้ผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที</span></p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131164847566"],
    [841,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 จุด โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์ โดยวันนี้ไทยติดอันดับหนึ่งพบไฟป่าสูงสุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;1,000&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;โดยวันนี้ไทยติดอันดับหนึ่งพบไฟป่าสูงสุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(30&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;1,059&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;98&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากสุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;321&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;267&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;239&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;118&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;110&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;95&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ลำปาง&nbsp;92&nbsp;จุด&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;79&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;แล้วยังมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่&nbsp;9&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;หรือการเข้าไปหาของป่า&nbsp;เนื่องจากพื้นที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;3,477&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;2,495&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;2,494&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านกลับพบมากสุดในประเทศไทย&nbsp;1,059&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;811&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;571&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131155817519"],
    [842,"กรมเจ้าท่า สั่งระงับการใช้งานทุ่นเทียบเรือรับน้ำมันดิบกลางทะเล SINGLE POINT MOORING ที่มาบตาพุดเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้แล้วเสร็จ","<p><strong>นายภูริพัฒน์&nbsp;ธีระกุลพิศุทธิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมเจ้าท่า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;จากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ขณะทำการขนส่งน้ำมัน&nbsp;ในบริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบ&nbsp;กลางทะเล&nbsp;หรือ&nbsp;SPM&nbsp;&nbsp;ซึ่งเกิดเหตุเมื่อเวลา&nbsp;21.06&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าวนายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;และนายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;มอบหมายให้กรมเจ้าท่า&nbsp;เร่งดำเนินการขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;โดยกรมเจ้าท่า&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน&nbsp;ภายใต้แผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ&nbsp;2545&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วยกรมเจ้าท่า&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;จัดตั้งศูนย์ประสานงาน&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;/&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;จัดตั้งศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการกองทัพเรือ&nbsp;/&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;/&nbsp;ส่วนราชการจังหวัด&nbsp;/&nbsp;กลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน&nbsp;ทำหน้าที่หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;และกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เป็นหน่วยสนับสนุน&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติและความรับผิดชอบทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;ในการขจัดมลพิษทางน้ำและยกระดับเหตุน้ำมันรั่วในน่านน้ำ&nbsp;ให้เป็นเหตุการณ์รุนแรงระดับชาติ&nbsp;เพราะสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรและประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มีการใช้เรือ&nbsp;8&nbsp;ลำ&nbsp;ฉีดพ่นน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;</strong>มีการนำเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นโปรยสาร&nbsp;Dispersant&nbsp;ลงบนพื้นผิวทะเล&nbsp;เพื่อเร่งขจัดคราบให้สลายตัวโดยเร็วที่สุด&nbsp;พร้อมออกคำสั่งระงับใช้งานทุ่นเทียบเรือ&nbsp;Single&nbsp;Point&nbsp;Mooring&nbsp;หรือ&nbsp;SPM&nbsp;ของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;จนกว่าจะมีการแก้ไข&nbsp;ตรวจสอบความแข็งแรงมั่นคง&nbsp;และความพร้อมของท่อขนส่งน้ำมันใต้น้ำให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์&nbsp;100%&nbsp;และประกาศกรมเจ้าท่า&nbsp;แจ้งเตือนให้ผู้เดินเรือระมัดระวังการเดินเรือ&nbsp;บริเวณทุ่นเทียบเรือ&nbsp;SPM&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จากนั้นได้&nbsp;นำเรือตรวจการณ์&nbsp;804&nbsp;ปฏิบัติการร่วมกับบริษัท&nbsp;ไออาร์พีซี&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการใช้สาร&nbsp;dispersant&nbsp;ขจัดคราบน้ำมันไปแล้วประมาณ&nbsp;70,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ซึ่งการใช้สาร&nbsp;dispersant&nbsp;อยู่ภายใต้การควบคุมของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ในการกำหนดปริมาณสารที่จะใช้&nbsp;โดยจะใช้สารจุลินทรีย์ชีวภาพในการขจัดคราบน้ำมันร่วมด้วย&nbsp;เพื่อลดผลกระทบทางด้านระบบนิเวศทางทะเลไม่ให้มีการใช้สารเคมีในปริมาณที่มากเกินไป&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการเดินเรือบริเวณทุ่นท่าเทียบเรือ&nbsp;SPM&nbsp;เจ้าท่าจังหวัดระยอง&nbsp;มีคำสั่งระงับการใช้งานทุ่นเทียบเรือ&nbsp;SINGLE&nbsp;POINT&nbsp;MOORING&nbsp;(SPM)&nbsp;จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้แล้วเสร็จ&nbsp;พร้อมใช้ทุ่น&nbsp;350&nbsp;เมตร&nbsp;ล้อมกักน้ำมัน&nbsp;ลากทุ่นบริเวณหาดแม่พิมพ์&nbsp;เรือFS4&nbsp;ตรวจตราและสูบน้ำมันบริเวณหาดแม่พิมพ์</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;ในฐานะผู้เสียหายในฐานความผิดของบริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</strong>กรณีน้ำมันรั่วไหลจากทุ่นผูกเรือน้ำลึกหรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล&nbsp;ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน&nbsp;เพื่อดำเนินคดีกับกรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จนคดีถึงที่สุด&nbsp;โดยฐานความผิดดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดมลพิษต่อสิ่งมีชีวิตหรือต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;หรือเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ&nbsp;อันเป็นความผิดตามมาตรา&nbsp;119&nbsp;ทวิ&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2456&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;14)&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;จะร่วมประเมินความเสียหายทางด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ก่อนแจ้งกรมเจ้าท่าดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในส่วนของน้ำมันที่เข้าสู่ชายฝั่ง&nbsp;ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน&nbsp;ระบบนิเวศ&nbsp;การช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูนั้นจะได้ตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เช่น&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ชาวประมง&nbsp;หากมีจะดำเนินการเยียวยาตามความเสียหายที่เกิดจริง&nbsp;โดยจะมีหน่วยที่รับผิดชอบตอบข้อสอบถามความเสียหาย&nbsp;รวมถึงช่องทางการให้ผู้ได้รับผลกระทบร้องทุกข์ตามช่องทางที่จัดหาให้ต่อไป</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131160825529"],
    [843,"จังหวัดระยอง เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว 2 วัน มีผู้ได้รับผลกระทบเข้าร้องเรียนแล้ว 178 ราย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ได้เปิดศูนย์รับร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลี่ยม&nbsp;จำกัด&nbsp;มหาชน&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับเรื่องประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลเพ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลตะพง&nbsp;และบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;โดยเปิดศูนย์ฯ&nbsp;ภายในหมู่บ้านสบายสบาย&nbsp;ริมหาดแม่รำพึง&nbsp;ตำบลตะพง&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคนสามารถนำหลักฐานเข้ามาแจ้งด้วยตนเอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หลังเปิดศูนย์รับเรื่องจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;</strong>พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบมายื่นเรื่อง&nbsp;จำนวน&nbsp;178&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นเรื่องขาดรายได้จากการค้าขาย&nbsp;ขาดรายได้จากการทำประมงพื้นบ้าน&nbsp;ขาดรายได้จากการไม่มีนักท่องเที่ยวมาเช่าเปลและห่วงยาง</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131170915580"],
    [844,"ผู้ว่าฯ สตูล มอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย ให้แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบควบคุมคุณภาพและแหล่งที่มาบ่งชี้ภูมิศาสตร์สินค้าจำปาดะสตูล","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย&nbsp;ให้แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบควบคุมคุณภาพและแหล่งที่มาบ่งชี้ภูมิศาสตร์สินค้าจำปาดะสตูล&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;ในนวาระก่อนการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ประจำเดือนมกราคม&nbsp;โดยมีนางสายช่อ&nbsp;อังศุพานิช&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวรายงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับจำปาดะจังหวัดสตูล&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2561</strong>&nbsp;เนื่องจากจำปาดะจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นสินค้าที่มีความโดดเด่น&nbsp;มีชื่อเสียงด้วยรสชาติอร่อย&nbsp;และมีตำนานมาอย่างยาวนาน&nbsp;จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ได้ว่าจำปาดะเป็นสินค้าที่สามารถบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดสตูล</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131172309585"],
    [845,"เกษตรจังหวัดนนทบุรี การประชุมเกษตรอำเภอรายงานผลการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ เกษตรอำเภอทั้ง 6 อำเภอ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางธมลทัศน์&nbsp;ทัพพระจันทร์&nbsp;เกษตรจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;โดยมีหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี&nbsp;และเกษตรอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;เพื่อติดตามและรายงานผลการดำเนินงานโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;6&nbsp;อำเภอ</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131172947587"],
    [846,"ผู้ว่าฯ เพชรบุรี ชื่นชมครัวเรือน ประสบความสำเร็จจากการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ปลูกพืชกินได้ ขายได้ ร่วมรักษาหวงแหน ผืนดินทำกิน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ลงพื้นที่ครัวเรือนนางสาวบังอร&nbsp;อบเชย&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;คำสาย&nbsp;ที่ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลยางน้ำกลัดใต้&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;กล่าวแสดงความชื่นชมในความมุ่งมั่นการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;จนประสบความสำเร็จ&nbsp;และสานต่อความตั้งใจของทุกหน่วยงานที่มุ่งหวังให้เกษตรกรร่วมรักษาหวงแหน&nbsp;ผืนดินที่ดินทำกิน&nbsp;พร้อมปรับแนวทางจากการทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบผสมผสาน&nbsp;ทั้งขุดบ่อเลี้ยงปลา&nbsp;ปลูกไม้ยืนต้น&nbsp;ปลูกผัก&nbsp;ปลูกผลไม้&nbsp;เพื่อไว้บริโภค&nbsp;และเหลือกินไว้ขาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังสามารถจัดเก็บกักน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง</strong>&nbsp;บริหารจัดการน้ำเป็น&nbsp;ในพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึงก็ปลูกปาล์มน้ำมัน&nbsp;ส่วนที่เป็นเนินขึ้นมาเป็นโคกขึ้นมาก็ปลูกไม้ยืนต้น&nbsp;พืชผักเพื่อให้ผลผลิตหลากหลาย&nbsp;ส่วนที่ต่ำที่สุดขุดบ่อเลี้ยงปลาก็ทำให้ระบบนิเวศฟื้นคืนมา&nbsp;สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง&nbsp;มีรายได้ตลอดเวลาต่อเนื่องทั้งปี&nbsp;และเป็นต้นแบบที่ดี&nbsp;ให้ชาวบ้านต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;คำสาย&nbsp;ชาวบ้านยางน้ำกลัดใต้</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากผลของการมีโอกาสที่ได้ไปดูงาน&nbsp;เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จึงเอามาพัฒนา&nbsp;ทดลองดูว่าในหมู่บ้านนี้&nbsp;จะได้ผลหรือไม่&nbsp;เพราะปกติในหมู่บ้านเขาทำพืชเชิงเดี่ยวกันส่วนมาก&nbsp;ก็เลยลองผสมผสานพืชหลักๆ&nbsp;ปลูกไม้ยืนต้น&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ต้นปาล์ม&nbsp;และปลูกชะอม&nbsp;มะกรูด&nbsp;ที่ทำให้มีรายได้ทุกวัน&nbsp;มีใช้จ่ายอยู่แบบไม่ขัดสน&nbsp;แม้ไม่เป็นเงินก้อนแต่ก็มีรายได้ทุกวัน&nbsp;เช่น&nbsp;ชะอมมีแม่ค้ามารับซื้อถึงบ้านให้กิโลกรัมละ&nbsp;100-110&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนั้นยังทำน้ำหมักชีวภาพเอง&nbsp;ช่วยลดต้นทุน&nbsp;ไม่ต้องใช้&nbsp;ปุ๋ยเคมีอีกด้วย</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131174426593"],
    [847,"ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ยืนยันเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมแน่นอน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสัตว์แพทย์อภิชาติ&nbsp;สุวรรณชัยรบ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรค&nbsp;\"ลัม&nbsp;ปีสกิน\"&nbsp;ว่าขณะนี้รายชื่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ส่งไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว&nbsp;โดยยอดเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่วัวล้มในจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;อยู่ที่&nbsp;120&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับขั้นตอนถัดไป&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องรวบรวมจำนวนเงินรวมทั่วประเทศ&nbsp;และส่งไปยังรัฐบาลเพื่ออนุมัติงบกลาง&nbsp;จากนั้น&nbsp;จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนกับปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;และได้รับความเสียหายจากลัมปีสกินต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับระเบียบการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;จะชดเชยตามจริงแต่ไม่เกินรายละ&nbsp;5&nbsp;ตัว</strong>&nbsp;โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร&nbsp;โดยโค&nbsp;อายุน้อยกว่า&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ชดเชย&nbsp;13,000&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;,&nbsp;กระบือ&nbsp;ชดเชย&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;โค&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ชดเชย&nbsp;22,000&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;,&nbsp;กระบือ&nbsp;ชดเชย&nbsp;24,000&nbsp;บาท&nbsp;โค&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ชดเชย&nbsp;29,000&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;,&nbsp;กระบือ&nbsp;ชดเชย&nbsp;32,000&nbsp;บาท&nbsp;โค&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ชดเชย&nbsp;35,000&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;,&nbsp;กระบือ&nbsp;ชดเชย&nbsp;39,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนกรณีแผนการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสุกรป่วยและเสียชีวิตจากโรคระบาด&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;รัฐบาลได้อนุมัติเงินเพื่อใช้ป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูให้จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;รวมกว่า&nbsp;42&nbsp;ล้าน&nbsp;และจะเร่งดำเนินการโอนเงินให้แก่เกษตรกรรายย่อยและรายเล็กกว่า&nbsp;468&nbsp;ราย&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ซึ่งเงินชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;ช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;จะอยู่ที่&nbsp;75%&nbsp;ของราคาตลาด&nbsp;ตอนนี้เกษตรกรได้รับเงินเยียวยาแล้ว&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รวมเงินล้านกว่าบาท&nbsp;อีก&nbsp;41&nbsp;ล้าน&nbsp;ต้องรองบกลางจากรัฐบาล&nbsp;คาดว่าอย่างช้าที่สุดต้นเดือนหน้า&nbsp;ส่วนเกษตรกรที่แจ้งปศุสัตว์ว่ามีหมูตายหลังวันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;คาดว่าจะมีการจ่ายเงินเยียวยาช่วงเดือนกุมภาพันธ์</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131175949606"],
    [848,"จังหวัดระยอง กำจัดคราบน้ำมันดิบรั่วลงทะเลได้หมดแล้ว แต่ยังเฝ้าระวังควบคู่กับสำรวจความเสียหายใต้ทะเล","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์น้ำมันรั่วจังหวัดระยอง&nbsp;ยืนยัน&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันรั่วบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;และนอกชายฝั่ง&nbsp;แต่ยังคงเฝ้าระวังต่อไปจนกว่าเหตุการณ์ปกติ&nbsp;พร้อมกับสำรวจความเสียหายใต้ทะเล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อเวลา&nbsp;16.50&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ต่ออาจหาญ&nbsp;ปลัดจังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมด้วยพลเรือตรี&nbsp;อภิชาต&nbsp;วรภมร&nbsp;รองโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;อาทร&nbsp;ชะระภิญโญ&nbsp;รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำ&nbsp;และเรือโท&nbsp;ธนวัฒน์&nbsp;รุจะศิริ&nbsp;โฆษกภาคภาษาอังกฤษ&nbsp;ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พลเรือตรี&nbsp;อาทร&nbsp;ชะระภิญโญ&nbsp;รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการเก็บกู้คราบน้ำมันตั้งแต่วันแรกจนถึงเย็นวันนี้&nbsp;สามารถเก็บกู้คราบน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงจนหมดแล้ว&nbsp;รวมถึงคราบน้ำมันคล้ายแผ่นฟีล์มบาง&nbsp;ๆ&nbsp;บริเวณนอกชายฝั่ง&nbsp;หน้าอ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;โดยภาพถ่ายทางอากาศจาก&nbsp;GISTDA&nbsp;และภาพถ่ายทางอากาศของกองทัพเรือ&nbsp;ก็ไม่พบคราบน้ำมันเช่นกัน&nbsp;ยืนยันว่าไม่พบคราบน้ำมันที่เป็นกลุ่มก้อนและแผ่นฟิล์มบาง&nbsp;ๆ&nbsp;ตลอดแนวชายหาดแม่รำพึง&nbsp;และรอบๆอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;แต่อาจจะมีคราบน้ำมันเพียงเล็กน้อยเล็ดรอดไปได้&nbsp;แต่มีจำนวนน้อยมาก&nbsp;ส่วนกรณีที่พบคราบน้ำมัน&nbsp;อีก&nbsp;2&nbsp;จุดนั้น&nbsp;จาการตรวจสอบเป็นคราบน้ำมันบางๆ&nbsp;แต่มีปริมาณน้อยมาก&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;จะยังจัดเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำลงไปสำรวจความเสียหายใต้ท้องทะเลต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสุพจน์&nbsp;ต่ออาจหาญ&nbsp;ปลัดจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการติดตามการเก็บกู้คราบน้ำมันตั้งแต่เกิดเหตุการณ์&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;จนไม่พบคราบน้ำมันแล้ว&nbsp;โดยจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;ที่สบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังสามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;เทศบาลตำบลเชิงเนิน&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;09.00-15.30&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีประชาชน&nbsp;พ่อค้าแม่ค้าทยอยเดินทางเข้ามายืนเรื่องร้องทุกข์แล้ว&nbsp;184&nbsp;ราย</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131180607609"],
    [849,"จังหวัดระยอง ยัน ไม่พบคราบน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลแล้ว แต่ยังคงตรวจสอบและติดตามใกล้ชิด หวั่นหลุดลอดเข้าฝั่ง เดินหน้าเตรียมฟื้นฟูผลกระทบ เพื่อสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อเวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการ์จังหวัดระยอง&nbsp;หมู่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;พล.ร.ต.อภิชาต&nbsp;วรภมร&nbsp;รองโฆษกกองทัพเรือ&nbsp;พล.ร.ต.อาทร&nbsp;ชะระภิญโญ&nbsp;รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1&nbsp;ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล&nbsp;บ.สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ส่งผลกระทบหาดแม่รำพึง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พล.ร.ต.อาทร&nbsp;ชะระภิญโญ&nbsp;รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;1</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ไม่พบคราบน้ำมันแล้ว&nbsp;และภาพถ่ายทางอากาศจาก&nbsp;GISTDA&nbsp;และภาพถ่ายทางอากาศของกองทัพเรือก็ไม่พบคราบน้ำมันเช่นกัน&nbsp;ยืนยันว่าไม่พบคราบน้ำมันที่เป็นกลุ่มก้อนและแผ่นฟิล์มบาง&nbsp;ๆ&nbsp;ตลอดแนวชายฝั่งอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;อาจจะมีคราบน้ำมันเล็ดรอดไปได้&nbsp;แต่มีจำนวนน้อยมาก&nbsp;ซึ่งยังติดตามและตรวจสอบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&nbsp;ส่วนระยะยาวจะดำเนินการฟื้นฟูในส่วนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวและประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสุพจน์&nbsp;ต่ออาจหาญ&nbsp;ปลัดจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เป็นต้นมา&nbsp;จังหวัดระยองยังไม่เคยมีคำสั่งห้ามปิดสถานที่ใด&nbsp;ๆ&nbsp;แต่ได้ขอความร่วมมืองดลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดที่พบคราบน้ำมัน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;ส่วนแหล่งท่องเที่ยวและชายหาดอื่นยังสามารถลงเล่นน้ำได้ตามปกติ&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;ที่สบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีประชาชน&nbsp;พ่อค้าแม่ค้าทยอยเดินทางเข้ามายืนเรื่องร้องทุกข์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องได้ที่</strong>&nbsp;จุดรับเรื่องร้องทุกข์กรณีน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;ได้ทั้ง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;เทศบาลตำบลเชิงเนิน&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;09.00-15.30&nbsp;น.</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131181851612"],
    [850,"เปิดเทคนิคป้องโรคหมู เตรียมความพร้อมเกษตรกร...หลังเว้นวรรค","<p>การรับมือสถานการณ์ ASF ในเรื่องของการป้องกันโรค นับเป็นประเด็นสำคัญที่เกษตรกรควรเรียนรู้และเตรียมความพร้อม เมื่อเร็วๆนี้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดงานสัมมนาสัญจรขึ้น ณ จ.ร้อยเอ็ดและสุรินทร์ ภายใต้หัวข้อ หลังเว้นวรรค...จะกลับมาอย่างไรให้ปลอดภัย? เพื่อปูพื้นฐานที่เข้มแข็งให้กับเกษตรกรรายย่อยพร้อมกลับเข้ามาในระบบและทำการเลี้ยงหมูอีกครั้ง เป็นส่วนหนึ่งของการคลี่คลายสถานการณ์หมูหายไปจากระบบเป็นจำนวนมาก ด้วยสาเหตุของโรคระบาดที่เกิดขึ้น</p><p><br></p><p>นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระบุว่า งานดังกล่าวได้รับความร่วมมือด้วยดีจากบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งมีประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรคอนแทรคฟาร์มมิ่งของบริษัทปลอดภัยจากโรคระบาดได้สำเร็จ และยังคงเลี้ยงหมูป้อนตลาดได้จนถึงปัจจุบัน ส่งผู้แทนนักวิชาการของบริษัทร่วมถ่ายทอดเทคนิคความรู้ดังกล่าว ร่วมกับ ผศ.น.สพ.คัมภีร์ กอธีระกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านสุกรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ มาตรการป้องกันโรคดังกล่าว ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การพิจารณาข้อมูลระดับจังหวัด โดยทำการโซนนิ่งพื้นที่เสี่ยงแล้วแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ 1.) พื้นที่เสี่ยงสูง หรือ เขตโรคระบาด 2.) พื้นที่เฝ้าระวังหรือติดกับเขตโรคระบาด และพื้นที่เสี่ยงต่ำ หรือพื้นที่นอกเขตเฝ้าระวัง จากนั้นเจาะลึกลงไปในพื้นที่เสี่ยงสูง หรือเขตโรคระบาด แล้วแบ่งออกเป็น 3 ส่วนอีกครั้ง ดังนี้ ส่วนพื้นที่วิกฤต ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด และส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด วัดตามระยะห่างจากจุดเกิดโรค 1 กม., 5 กม., และมากกว่า 5 กม. ตามลำดับ</p><p><br></p><p>ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือระยะห่างจากฟาร์มอื่นที่เกิดโรคในรัศมี 1-5 กิโลเมตร ต้องทำการแยกวิธีป้องกันโดยแบ่งโซน แยกคน&nbsp;แยกรถ งดกิจกรรม และตรวจติดตาม ควบคู่การลงรายละเอียดถึง 15 ข้อ อาทิ แยกเขตที่พักอาศัยกับเขตเลี้ยงสัตว์ให้ชัดเจน อาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนเข้าเขตเลี้ยงสัตว์ เปลี่ยนรองเท้าบู๊ท-จุ่มฆ่าเชื้อ แยกรองเท้าใส่ภายนอก เจ้าของฟาร์มต้องซื้ออาหารจากแหล่งปลอดโรคที่มีมาตรฐาน ห้ามรถภายนอกเข้าฟาร์ม&nbsp;ให้รถส่งอาหารสัตว์มาเพียงเดือนละ 1 ครั้ง และพักอาหาร 24 ชม. พ่นยาฆ่าเชื้อรถทุกคันก่อนเข้าฟาร์ม ป้องกันสัตว์พาหะทุกชนิด ใช้น้ำบาดาลในการเลี้ยงสุกร พ่นยาฆ่าเชื้อรอบประตูโรงเรือน โรยปูนขาวบนถนนและพื้น บ่อทิ้งซากใช้งานได้จริง ไม่นำซากสุกรออกนอกฟาร์ม ติดตั้ง CCTV หน้าฟาร์ม หน้าห้องอาบน้ำและในโรงเรือน เป็นต้น โดยทั้งเจ้าของฟาร์มและคนงานต้องใส่ใจปฏิบัติอย่างเคร่งคร้ด ห้ามมิให้หละหลวมตกหล่นแม้แต่ข้อเดียว</p><p><br></p><p>อนึ่ง มาตรฐานฟาร์มสุกรในระบบไบโอซีเคียวริตี เป็นทางเดียวที่จะป้องกัน ASF ได้ เนื่องจากยังไม่มียาหรือวัคซีนสำหรับโรคนี้&nbsp;และถือว่าเป็นพื้นฐานของระบบการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์มที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งประกอบด้วย การเลี้ยงสุกรในโรงเรือนระบบปิด ป้องกันสัตว์พาหะทั้งหนู นก แมลงต่างๆ โดยวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาใช้ภายในฟาร์มไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ หรืออื่นๆ จะมีการตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งที่มา ซึ่งทุกฟาร์มจะรับจากแหล่งที่ปลอดภัยเท่านั้น ทั้งยังต้องควบคุมรถขนส่งเข้า-ออกฟาร์มอย่างเข้มงวด รถทุกคัน-พนักงานทุกคนต้องผ่านระบบฆ่าเชื้อ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคนหรือพาหนะนั้นๆ จะไม่เป็นพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์ม รวมถึงการกำหนดจุดส่งมอบสุกรที่แยกจากฟาร์ม ทั้งหมดนี้ทำให้ยืนยันได้ในความปลอดภัยของกระบวนการผลิตสุกรเพื่อส่งมอบอาหารที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131191713620"],
    [851,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามตรวจสอบคุณภาพแหล่งน้ำผิวดิน ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>ส่วนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำและตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามลำตะคองตอนบน&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอปากช่อง&nbsp;อำเภอสีคิ้ว&nbsp;และอำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;ตั้งแต่สะพานข้ามลำตะคองบ้านท่าช้าง&nbsp;ตำบลหมูสี&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;จนถึงบริเวณเขื่อนมะขามเฒ่า&nbsp;ตำบลบ้านใหม่&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;รวม&nbsp;12&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;และลำเชียงไกรในเขตพื้นที่อำเภอด่านขุนทด&nbsp;บริเวณสะพานลำเชียงไกร&nbsp;ตำบลด่านขุนทด&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;โดยส่งตรวจวิเคราะห์ผลคุณภาพน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องปฏิบัติการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการโครงการเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำผิวดิน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ผลที่ได้จากการติดตามตรวจสอบและประเมินผลคุณภาพน้ำ&nbsp;จะนำไปใช้ประกอบการจัดทำรายงานผลคุณภาพน้ำ&nbsp;ต่อกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการบริหารจัดการคุณภาพน้ำต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201000157000"],
    [852,"ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ ติดตามการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ \"โคก หนอง นา โมเดล\" ในพื้นที่ ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบฯ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;พร้อมด้วยว่าที่พันตรีอดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;นายดำรงค์&nbsp;มากระจัน&nbsp;พัฒนาการจังหวัดฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ที่บ้านของ&nbsp;นางบุญส่ง&nbsp;ปานนก&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเกาะหลัก&nbsp;อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ซึ่งได้ศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้วนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตด้วยการใช้พื้นที่ว่างบริเวณบ้านปลูกผักไว้กินเองเล็กๆ&nbsp;น้อยๆ&nbsp;จนกระทั่งภาครัฐมีการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบฯ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;จึงสนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยใช้พื้นที่ว่างประมาณ&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งสภาพดินเสื่อม&nbsp;ขาดธาตุอาหาร&nbsp;มาพัฒนาปรับปรุงฟื้นฟูโดยได้รับคำแนะนำจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;พร้อมขุดแปลงพื้นที่&nbsp;ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เริ่มเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าว&nbsp;ผัก&nbsp;ชะอม&nbsp;มะนาว&nbsp;เสาวรส&nbsp;ควบคู่การเลี้ยงปลาดุก&nbsp;ปลานิล&nbsp;เป็นเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;เหลือจากการกินในครัวเรือนก็นำไปจำหน่ายสร้างรายได้ต่อเดือนประมาณ&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นอย่างมีความสุขในสถานการณ์ปัจจุบัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;</strong>เป็นแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน&nbsp;โดยมีองค์ประกอบดังนี้</p><p>1.&nbsp;โคก:&nbsp;พื้นที่สูง</p><p>-ดินที่ขุดทำหนองน้ำนั้นให้นำมาทำโคก&nbsp;บนโคกปลูก&nbsp;ป่า&nbsp;3&nbsp;อย่าง&nbsp;ประโยชน์&nbsp;4&nbsp;อย่าง&nbsp;ตามแนวทางพระราชดำริ</p><p>-ปลูกพืช&nbsp;ผัก&nbsp;สวนครัว&nbsp;เลี้ยงหมู&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;ทำให้พออยู่&nbsp;พอกิน&nbsp;พอใช้&nbsp;พอร่มเย็น&nbsp;เป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน&nbsp;ก่อนเข้าสู่ขั้นก้าวหน้า&nbsp;คือ&nbsp;ทำบุญ&nbsp;ทำทาน&nbsp;เก็บรักษา&nbsp;ค้าขาย&nbsp;และเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย</p><p>-ปลูกที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ&nbsp;และภูมิอากาศ</p><p><strong>2.&nbsp;หนอง:&nbsp;หนองน้ำหรือแหล่งน้ำ</strong></p><p>-ขุดหนองเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งหรือจำเป็น&nbsp;และเป็นที่รับน้ำยามน้ำท่วม&nbsp;(หลุมขนมครก)</p><p>-ขุด&nbsp;คลองไส้ไก่&nbsp;หรือคลองระบายน้ำรอบพื้นที่ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;โดยขุดให้คดเคี้ยวไปตามพื้นที่เพื่อให้น้ำกระจายเต็มพื้นที่เพิ่มความชุ่มชื้น&nbsp;ลดพลังงานในการรดน้ำต้นไม้</p><p>-&nbsp;ทำ&nbsp;ฝายทดน้ำ&nbsp;เพื่อเก็บน้ำเข้าไว้ในพื้นที่ให้มากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่โดยรอบไม่มีการกักเก็บน้ำ&nbsp;น้ำจะหลากลงมายังหนองน้ำ&nbsp;และคลองไส้ไก่&nbsp;ให้ทำฝายทดน้ำเก็บไว้ใช้ยามหน้าแล้ง</p><p>-พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่&nbsp;ทั้งการขุดลอก&nbsp;หนอง&nbsp;คู&nbsp;คลอง&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง&nbsp;และเพิ่มการระบายน้ำยามน้ำหลาก</p><p><strong><em>3.&nbsp;นา</em></strong></p><p>-พื้นที่นานั้นให้ปลูกข้าวอินทรีย์พื้นบ้าน&nbsp;โดยเริ่มจากการฟื้นฟูดิน&nbsp;ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน&nbsp;คืนชีวิตเล็กๆ&nbsp;หรือจุลินทรีย์กลับคืนแผ่นดินใช้การควบคุมปริมาณน้ำในนาเพื่อคุมหญ้า&nbsp;ทำให้ปลอดสารเคมีได้&nbsp;ปลอดภัยทั้งคนปลูก&nbsp;คนกิน</p><p>-ยกคันนาให้มีความสูงและกว้าง&nbsp;เพื่อใช้เป็นที่รับน้ำยามน้ำท่วม&nbsp;ปลูกพืชอาหารตามคันนา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201001233003"],
    [853,"จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดประชุมบูรณาการแบบมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการระบายน้ำออกจากบ่อทรายรุกพญาแล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;</strong>นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินการตามมติที่ประชุมแนวทางการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำออกจากบ่อทรายรุกพญาแล&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสิทธิวีร์&nbsp;วรรณพฤกษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมยศ&nbsp;เกษสุวรรณ&nbsp;นายอำเภอบางบาล&nbsp;นางสยุมพร&nbsp;กุลสี&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;ที่ห้องประชุมอโยธยา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและเห็นชอบกรณีแก้ไขปัญหาดินเค็มโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล&nbsp;ได้ดำเนินการปล่อยน้ำดีเพื่อไล่น้ำเค็มแล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการฟื้นฟูสภาพดิน&nbsp;</strong>โดยสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;1&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;และศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้แนะแนวทางในการปรับค่า&nbsp;PH&nbsp;ในดิน&nbsp;ให้ข้าวสามารถดูดธาตุอาหารในดินได้&nbsp;โดยการใช้น้ำไล่ดินเค็มและการใช้ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดิน&nbsp;รวมทั้งแนะนำให้เกษตรกรไถพรวนดินในช่วงของการปล่อยน้ำดีไล่น้ำเค็ม&nbsp;สำหรับการกำกับและควบคุมดูแลสถานประกอบการ&nbsp;ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;กำหนดหลักเกณฑ์ของการบำบัดก่อนการปล่อยน้ำออกนอกบริเวณให้ชัดเจน&nbsp;รวมทั้งให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน&nbsp;เพื่อติดตามตรวจสอบให้ดำเนินการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออกจากสถานประกอบการ&nbsp;โดยให้มีตัวแทนหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ชลประทาน&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;หน่วยงานเกษตร&nbsp;หน่วยงานท้องถิ่น&nbsp;ติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131234725644"]
]}
