<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><NewsTitle>จีนเปิดด่านรถไฟผิงเสียง นำเข้าทุเรียนลำไยผลไม้ไทย 4 มกราคมนี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;(Fruit&amp;nbsp;Board)&amp;nbsp;เปิดเผยวันนี้(1&amp;nbsp;ม.ค.)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ที่เข้มงวดของด่านนำเข้าจีน&amp;nbsp;ส่งผลต่อการส่งออกผลไม้ของไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ตนได้สั่งการทูตเกษตรเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตนได้หารือเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้ไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดได้รับรายงานจากกงสุล&amp;nbsp;(ฝ่ายเกษตร)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของไทยประจำนครกว่างโจว&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ด่านรถไฟผิงเสียง&amp;nbsp;(เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง)&amp;nbsp;ประเทศจีนได้เปิดด่านแล้ว&amp;nbsp;โดยกำหนดเปิดนำเข้าผลไม้ไทยตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อคลี่คลายปัญหากรณีด่านตงซิง&amp;nbsp;(เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&amp;nbsp;ประเทศจีน)&amp;nbsp;ปิดด่าน&amp;nbsp;ทําให้ทุเรียนและลําไยสดของประเทศไทยที่มีปริมาณมากต้องติดค้างอยู่ที่ด่านตงซิงซึ่งไม่สามารถยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรเข้าประเทศจีนได้&amp;nbsp;ทางการจีนจึงประสานเป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์ฝ่ายเกษตรฯ&amp;nbsp;กว่างโจวแจ้งมายังหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;อํานวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการผลไม้ทําการเปลี่ยนแปลงใบรับรองสุขอนามัยพืชในช่วง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สินค้าผลไม้ไทยจะได้ยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรผ่านด่านรถไฟผิงเสียงเพื่อขนส่งเข้าประเทศจีนได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ผู้ส่งออกต้องรีบยื่นขอเปลี่ยนแปลงใบรับรองสุขอนามัยพืชจากด่านตงชิงเป็นด่านรถไฟผิงเสียงและต้องระมัดระวังอย่าให้มีการปนเปื้อนโควิด-19&amp;nbsp;ทั้งคนขับ&amp;nbsp;รถและสินค้าเพราะถ้าพบทางการจีนจะปิดด่านทันทีจึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ช่วยกันเข้มงวดกวดขันอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถิติการส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;ของกรมวิชาการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เดือนมกราคม-ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;มีปริมาณกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&amp;nbsp;148,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยปริมาณการส่งออกผลไม้สูงสุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อันดับแรก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;และมะพร้าวอ่อน&amp;nbsp;ตามลำดับแต่เริ่มประสบปัญหาการขนส่งผลไม้ติดขัดตามด่านต่างๆ&amp;nbsp;ของจีนในช่วงปลายปี&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101193830354</Link_News></row>
<row _id="2"><NewsTitle>ปศุสัตว์แพร่ ฝึกอบรมหลักสูตรชี้แจงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมเกษตรกร&amp;nbsp;ในหลักสูตร&amp;nbsp;การฝึกอบรมหลักสูตรชี้แจงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2559&amp;nbsp;และกฎหมายลำดับรอง&amp;nbsp;เพื่อการเตรียมความพร้อมต่อใบอนุญาต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;นายสัตวแพทย์&amp;nbsp;ดร.สมพร&amp;nbsp;พรวิเศษศิริกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;นายชัยรัตน์&amp;nbsp;บัวเลิศ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มฯ&amp;nbsp;ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตรชี้แจงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2559&amp;nbsp;และกฎหมายลำดับรอง&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการต่อใบอนุญาต&amp;nbsp;ให้แก่ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาตในพื้นที่จังหวัดแพร่&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;38&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงให้ผู้ประกอบการฆ่าสัตว์รับทราบและเข้าใจแนวปฏิบัติตามกฎหมาย&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมในการต่อใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2559&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามชนโคบ้านกาซ้อง&amp;nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102113800491</Link_News></row>
<row _id="3"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจสอบสถานที่ เพื่อประกอบการขออนุญาตให้ใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;กล่าวว่าสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบการขออนุญาตใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่และกัดปลา&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;ตรวจสอบสถานที่&amp;nbsp;และกลั่นกรองข้อมูลให้เป็นไปตามระเบียบ&amp;nbsp;กฎหมาย&amp;nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาขออนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่&amp;nbsp;ประจำเดือน&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สนามชนไก่บ้านนาหว้า&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;173&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายนายวิลิต&amp;nbsp;แสงสุวรรณ์&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;186&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัวที่บ้านหัวนายูง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102141717586</Link_News></row>
<row _id="4"><NewsTitle>ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ส่งความสุขปีใหม่ โดยการเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และแจกฟรีต้นไม้ให้กับประชาชน รวมถึงการจำหน่ายพันธุ์ต้นไม้ในราคาถูก เพื่อให้เกษตรกรหรือประชาชน ซื้อไปปลูกไว้กินเองหรือเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ตำบลโคกหล่อ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางวรรณา&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;ผ็อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;ส่งความสุขปีใหม่&amp;nbsp;โดยการเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จุดนิทรรศการ&amp;nbsp;การเรียนรู้&amp;nbsp;การผลิตขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;การผลิตกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;จุดเชคอินแปลงท่องเที่ยวพันธุ์ไม้ต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และแจกฟรีต้นไม้ให้กับประชาชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ตันพันธุ์พริกเดือยไก่&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;มะละกอ&amp;nbsp;ต้นพันธุ์กระท่อม&amp;nbsp;แม่พันธุ์แหนแดง&amp;nbsp;โดยแจกให้กับประชาชนที่เดินทางมาลงทะเบียนรับฟรีต้นไม้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการพันธุ์ต้นไม้ในราคาถูก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พริกพันธุ์เดือยไก่&amp;nbsp;บรรจุถาดหลุม&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;104&amp;nbsp;หลุม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาทต่อถาด&amp;nbsp;มะละกอฮอลแลนด์&amp;nbsp;ถุงเพาะชำขนาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;3x6&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาทต่อต้น&amp;nbsp;มะเขือเปราะ&amp;nbsp;บรรจุถาดหลุม&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;104&amp;nbsp;หลุม&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาทต่อถาด&amp;nbsp;กล้วยไม้&amp;nbsp;ไม้นิ้ว/ไม้ขาด&amp;nbsp;ล้างราก&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาทต่อต้น&amp;nbsp;เมือเขือยาว&amp;nbsp;บรรจุถาดหลุม&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;104&amp;nbsp;หลุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาทต่อถาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล้วยหอมทอง&amp;nbsp;กล้วยน้ำว้า&amp;nbsp;กล้วยหิน&amp;nbsp;ถุงเพาะชำขนาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;3x6&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาทต่อต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการส่งความสุขปีใหม่&amp;nbsp;โดยการเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และแจกฟรีต้นไม้ให้กับประชาชน&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ตำบลโคกหล่อ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีประชาชนเข้ามาท่องเที่ยว&amp;nbsp;รับต้นไม้และซื้อต้นไม้ไปปลูกกันเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102173607638</Link_News></row>
<row _id="5"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่ศึกษาดูงานรับทราบปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ ที่จังหวัดจันทบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;ประเสริฐสุวรรณ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;ได้นำคณะ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ลงพื้นที่รับทราบปัญหาราคาผลไม้&amp;nbsp;และแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ&amp;nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้แทนสมาคม&amp;nbsp;องค์กรภาคเอกชน&amp;nbsp;ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมนำเสนอข้อมูล&amp;nbsp;ปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;จะรับทราบ&amp;nbsp;รับฟังปัญหาข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์&amp;nbsp;หากเป็นปัญหาใหญ่จะสรุปประเด็นนำเสนอผ่านสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;แต่ถ้าหากเป็นประเด็นที่อยู่ในวิสัยที่คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎรสามารถประสานผลักดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาก็จะรีบดำเนินการทันที&amp;nbsp;เพื่อให้การส่งออกผลไม้ของเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีได้เป็นไปอย่างราบรื่นเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและนำรายได้เข้าประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;และในช่วงบ่ายคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมและรับทราบปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนลำไย&amp;nbsp;ที่สวนของ&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;จันทรส&amp;nbsp;นายกสมาคมชาวสวนลำไย&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-04-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104111252087</Link_News></row>
<row _id="6"><NewsTitle>ชาวนาออกหาขุดปูนาขายตัวละ 1 บาท สร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นาข้าวของชาวบ้านใน&amp;nbsp;ต.คอนฉิม&amp;nbsp;อ.แวงใหญ่&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;พบว่ามีชาวบ้านจากอำเภอติดกัน&amp;nbsp;พากันมาขุดปูนาในพื้นที่นาข้าวที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยพบว่าชาวบ้านต่างเตรียมอุปกรณ์ในการขุดปูนามาครบวงจร&amp;nbsp;ตั้งแต่เสียมสำหรับขุดดิน&amp;nbsp;คุถังใส่ปู&amp;nbsp;ขวดน้ำสำหรับเทใส่ดินหากดินแข็งเพื่อให้ขุดง่าย&amp;nbsp;โดยชาวบ้านที่มาขุดปูนาในวันนี้ต่างยิ้มแย้มขุดหาปูนาท่ามกลางลมพัดเย็นสบาย&amp;nbsp;และสามารถขุดหาปูได้ไปกันเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางศิริขวัญ&amp;nbsp;แวมประชา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;60&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านหนองงู&amp;nbsp;ต.ห้วยแก&amp;nbsp;อ.ชนบท&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชาวบ้านที่มาขุดปูนากับเพื่อนๆ&amp;nbsp;ในหมู่บ้านเดียวกัน&amp;nbsp;บอกกับผู้สื่อข่าวว่า&amp;nbsp;ปูนาที่หาได้ในช่วงนี้จะเป็นปูนาที่มีมันมาก&amp;nbsp;นำไปทำอาหารจะอร่อยที่สุด&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีจะมีเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยในวันนี้ได้ตื่นเช้าออกมาขุดปูพร้อมกับเพื่อนบ้านโดยตระเวนหาตามพื้นที่นาของชาวบ้าน&amp;nbsp;และขออนุญาตเจ้าของที่เข้าไปขุด&amp;nbsp;หากอนุญาตก็จะเข้าไปขุดรูปูโดยรูปูนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มาก&amp;nbsp;บางรูก็ขุดลึกถึงเจอ&amp;nbsp;บางรูก็ขุดลงไปไม่ลึกก็ได้ปูนาตัวโตมาแล้ว&amp;nbsp;โดยตนเองนั้นจะนำไปทำอาหารกินร่วมกับครอบครัว&amp;nbsp;ซึ่งเมนูจากปูนานั้นมีหลากหลายวิธีการทำ&amp;nbsp;ทั้งการนำไปย่างไฟ&amp;nbsp;ป่นปูนา(เอาไปทำแล้วปรุง)&amp;nbsp;ดองใส่ส้มตำ&amp;nbsp;อ๋อปูนา&amp;nbsp;ซึ่งวิธีทำคือขูดเนื้อจากกระดองปูรวมทั้งมันปู&amp;nbsp;นำไปใส่หม้อปรุงรสชาติที่ต้องการ&amp;nbsp;ใส่ผักชีลาว&amp;nbsp;ผักอีตู่หรือผักแมงลัก&amp;nbsp;ทานร่วมกันข้าวเหนียวร้อนๆ&amp;nbsp;รับประกันความหอมของปู&amp;nbsp;ความมันจากมันปู&amp;nbsp;และความอร่อยจากวัตถุทั้งหมด&amp;nbsp;ซึ่งส่วนตัวชื่นชอบเมนูอ๋อปูเพราะมีรสชาติที่ถูกปาก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางศิริขวัญ&amp;nbsp;บอกอีกว่า&amp;nbsp;ปูนาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาแล้ว&amp;nbsp;ก็จะออกหาขุดปูนา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งจะเป็นปูที่มีมันเยอะกว่าช่วงอื่นๆ&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จะมี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ที่จะขุดปูมันมาประกอบอาหาร&amp;nbsp;นอกจากนำไปทำอาหารแล้ว&amp;nbsp;หากได้ปูเยอะก็จะนำไปขายให้กับชาวบ้านเพียงตัวละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาทเท่านั้น&amp;nbsp;โดยการออกหาปูนานั้นเป็นวิถีชีวิตชาวนาที่พอหลังฤดูเกี่ยวข้าวแล้วก็จะออกหาปูหาปลาในนาที่น้ำแห้งขอดไป&amp;nbsp;ปูก็จะอาศัยอยู่ในรูเพื่อจำศีลตามวงจรชีวิต&amp;nbsp;ทำให้คนอีสานสามารถมีอยู่มีกินตามธรรมชาติได้ทุกฤดูกาลด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-04-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104125811139</Link_News></row>
<row _id="7"><NewsTitle>ขานรับนโยบายรัฐบาล แก้ปัญหาภัยแล้ง ประหยัดน้ำ ทางรอดต้านแล้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำและการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ&amp;nbsp;ขานรับนโยบายแนวทางแก้ปัญหาภัยแล้งประเทศไทยของ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ด้วยการจัดทำโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ประหยัดน้ำ&amp;nbsp;ทางรอดต้านแล้ง&amp;nbsp;เพื่อรณรงค์ให้คนไทยประหยัดน้ำเพื่อชาติ&amp;nbsp;นำเสนอภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;ประหยัดน้ำ&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;บริจาคน้ำ&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ก่อนภาวะวิกฤติภัยแล้งจะมาถึงกลุ่มเป้าหมายจะมุ่งเน้นไปที่&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษาและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การรณรงค์จะนำเสนอผ่านเพลงและมิวสิควิดีโอเพลง&amp;nbsp;Save&amp;nbsp;Water&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือเพลง&amp;nbsp;ประหยัดน้ำ&amp;nbsp;เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;สำหรับแนวทางด้านการบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มาตรการได้แก่&amp;nbsp;มาตรการที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เร่งเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;เพื่อเป็นน้ำต้นทุนในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;มาตรการที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;พร้อมทั้งสํารวจ&amp;nbsp;ตรวจสอบ&amp;nbsp;พื้นที่ที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;ที่จะพัฒนาเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองได้&amp;nbsp;มาตรการที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กําหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง&amp;nbsp;รวมทั้งติดตามกํากับให้เป็นไปตามแผนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;พร้อมจัดทําทะเบียนผู้ใช้น้ำ&amp;nbsp;มาตรการที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&amp;nbsp;รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนการเพาะปลูกในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;มาตรการที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เตรียมน้ำสํารองสําหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำเตรียมแปลง&amp;nbsp;มาตรการที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;สายรอง&amp;nbsp;และเตรียมแผนรองรับกรณีเกิดปัญหา&amp;nbsp;มาตรการที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ติดตามประเมินผล&amp;nbsp;เพื่อให้ผลการดําเนินงานเป็นไปตามแผน&amp;nbsp;และมาตรการที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;ให้ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กําหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และร่วมแรงร่วมใจกันประหยัดน้ำ&amp;nbsp;ใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-04-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104142258200</Link_News></row>
<row _id="8"><NewsTitle>ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 6.78 พันล้านบาท จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ.2569 และนครราชสีมา พ.ศ.2572</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.2569&amp;nbsp;&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พ.ศ.2572&amp;nbsp;วงเงินงบ&amp;nbsp;4,281&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;6,781&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เสนอ&amp;nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาด้านพืชสวนของไทย&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจด้านธุรกิจการนำเข้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งออกผลผลิตการเกษตรและธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;ส่งเสริมการต่อยอดการวิจัย&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;และนวัตกรรมด้านการเกษตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีกำหนดยื่นประมูลสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.2569&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พ.ศ.2572&amp;nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.2569&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ระดับ&amp;nbsp;B)&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;กำหนดสถานที่จัดงานเป็นบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด&amp;nbsp;ตำบลกุดสระ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;1,030&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงาน&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;เป็นชาวต่างชาติร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาจัดงาน&amp;nbsp;134&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;(ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;-&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2570)&amp;nbsp;และมีประเทศเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;สำหรับประเภทงานระดับ&amp;nbsp;B&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;International&amp;nbsp;Horticultural&amp;nbsp;Exhibition&amp;nbsp;จะต้องใช้พื้นที่จัดแสดง&amp;nbsp;250,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;มีระยะเวลาจัดงาน&amp;nbsp;3-6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พ.ศ.2572&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ระดับ&amp;nbsp;A1)&amp;nbsp;วงเงินงบ&amp;nbsp;4,281&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;กำหนดสถานที่จัดงานเป็นบริเวณพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา&amp;nbsp;ตำบลเทพาลัย&amp;nbsp;อำเภอคง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;678&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงาน&amp;nbsp;2.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;เป็นชาวต่างชาติร้อยละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาจัดงาน&amp;nbsp;110&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;(ระหว่างวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2572&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2573)&amp;nbsp;และมีประเทศเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;สำหรับประเภทงานระดับ&amp;nbsp;A1&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Horticultural&amp;nbsp;Exposition&amp;nbsp;จะต้องใช้พื้นที่จัดแสดง&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;มีระยะเวลาจัดงาน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ&amp;nbsp;ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;งานมหกรรมพืชสวนโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นงานมหกรรมจัดแสดงพืชสวนกลางแจ้ง&amp;nbsp;โดยมีสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์&amp;nbsp;และมีภาคีสมาชิกรวม&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;เคยเป็นเจ้าภาพจัดงานมาแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.2549&amp;nbsp;(ระดับ&amp;nbsp;A1)&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;พ.ศ.2554&amp;nbsp;(ระดับ&amp;nbsp;B)&amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-04-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104162113327</Link_News></row>
<row _id="9"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรไม่ควรตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้งข้ามคืน เพราะอาจเปียกชื้นและเสียหายได้ รวมทั้งควรระวังและป้องกันโรคราแป้ง ในพืชไร่ พืชสวน</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระยะนี้บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงยังปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง&amp;nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&amp;nbsp;ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด&amp;nbsp;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ในระยะนี้จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กับมีลมแรง&amp;nbsp;เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว&amp;nbsp;เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน&amp;nbsp;อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อุณหภูมิจะสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า&amp;nbsp;เกษตรกรไม่ควรตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้งข้ามคืน&amp;nbsp;เพราะอาจเปียกชื้นและเสียหายได้&amp;nbsp;รวมทั้งควรระวังและป้องกันโรคราแป้ง&amp;nbsp;ในพืชไร่&amp;nbsp;พืชสวน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-04-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104155759303</Link_News></row>
<row _id="10"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (เครือข่าย) ตำบลบ้านควน</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(เครือข่าย)&amp;nbsp;ตำบลบ้านควน&amp;nbsp;ม.6&amp;nbsp;ตำบลบ้านควน&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;นางพูลสุข&amp;nbsp;พิทยาสุนทร&amp;nbsp;ภายในศูนย์ฯ&amp;nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นสวนยางพารา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;นาข้าว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผักและไม้ยืนต้น&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อาคารผลิตปุ๋ยชีวภาพ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และกิจกรรมประมงประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันนางพูลสุข&amp;nbsp;พิทยาสุนทร&amp;nbsp;ได้นำผลผลิตเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;หน่อไม้&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ข้าวโพดหวาน&amp;nbsp;ผักเหรียง&amp;nbsp;และผักต่างๆ&amp;nbsp;ในตลาดเกษตรกร&amp;nbsp;(หน้าจวนผู้ว่าราชการ)&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;อังคารและศุกร์ของสัปดาห์&amp;nbsp;รายได้เฉลี่ยอาทิตย์ละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และได้จำหน่ายปุ๋ยชีวภาพให้แก่การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(สาขาเมืองตรัง)&amp;nbsp;และเกษตรกรทั่วไป&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบป้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศดปช.)&amp;nbsp;ประจำตำบลบ้านควน&amp;nbsp;เพื่อให้บริการการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;และแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และอินทรีย์แก่เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-04-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104165542356</Link_News></row>
<row _id="11"><NewsTitle>การต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ประจำปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แจ้งการต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2548&amp;nbsp;ที่อ้างถึง&amp;nbsp;ในหมวด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มาตรตรา&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ได้ระบุว่า&amp;nbsp;ภายในสามสิบวัน&amp;nbsp;นับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน&amp;nbsp;ให้วิสาหกิจชุมชนที่ได้จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป&amp;nbsp;แจ้งให้กรมส่งเสริมการเกษตรทราบตามวิธีที่คณะกรรมการกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิสาหกิจชุมชนใดไม่แจ้งความประสงค์ตามวรรคหนึ่งเป็นเวลาสองปีติดต่อกัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;มีหนังสือเตือน&amp;nbsp;ให้วิสาหกิจชุมชนนั้นแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน&amp;nbsp;ถ้าไม่มีการแจ้งตามคำเตือนดังกล่าว&amp;nbsp;ให้กรมส่งเสริมการเกษตรถอนชื่อออกจากทะเบียน&amp;nbsp;และกรมส่งเสริมการเกษตรได้เปิดรับจะทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2548&amp;nbsp;เป็นต้นมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ให้ดำเนินการต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้เป็นไปตามพระราชกำหนด&amp;nbsp;ซึ่งต้องดำเนินการยื่นขอต่อทะเบียนของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-30&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้&amp;nbsp;ตามลิงค์ด้านล่างนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;http://www.sceb.doae.go.th/ext65.htm&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-04-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105072447430</Link_News></row>
<row _id="12"><NewsTitle>หารือมาตรการแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรแพง หยุดส่งออกในระยะสั้น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังหารือการแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรในประเทศปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรภายในประเทศปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการรวม&amp;nbsp;190,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สามารถผลิตสุกรประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านตัว/ปี&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีปริมาณสุกรมากกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;และอีก&amp;nbsp;180,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเลี้ยงสุกรรายเล็ก&amp;nbsp;รายย่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบเกิดโรคระบาดในสุกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(ASF)&amp;nbsp;ทำให้ไทยต้องใช้มาตรการเข้มข้นในการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรค&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรลดลง&amp;nbsp;ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์&amp;nbsp;เวชภัณฑ์&amp;nbsp;ยารักษาโรคในสุกรปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;เกษตรกรจำนวนหนึ่งจึงปรับแผนลดการผลิตสุกรขุนลง&amp;nbsp;ส่งผลให้ปริมาณสุกรในประเทศลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลไทยสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุม&amp;nbsp;ยับยั้งการระบาดของโรคในสุกรได้อย่างดีเยี่ยม&amp;nbsp;ส่งผลให้สุกรไทยเป็นที่ต้องการมากขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ทำให้ราคาเนื้อหมูสดภายในประเทศปรับราคาสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรภายในประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้สั่งการมายังกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;ให้เร่งติดตามและแก้ไขปัญหาดังกล่าวฯ&amp;nbsp;อย่างเร่งด่วนทั้งในระยะสั้น&amp;nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน&amp;nbsp;และในระยะกลาง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการที่เลี้ยงสุกรทุกขนาด&amp;nbsp;ให้กลับมาประกอบอาชีพ&amp;nbsp;สามารถสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้ในครัวเรือนและสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประเทศ&amp;nbsp;โดยตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;เร่งหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เพื่อที่จะหยุดการส่งออกสุกรในทันที&amp;nbsp;เพื่อให้มีปริมาณสุกรอยู่ในประเทศเพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในระยะกลาง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ยาวนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์จะเริ่มส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเดิม&amp;nbsp;ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ให้ผลิตลูกหมูเพิ่ม&amp;nbsp;เพื่อส่งให้เกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเลี้ยง&amp;nbsp;โดยจะใช้เงินทุนจากธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;เข้ามาสนับสนุน&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ&amp;nbsp;โดยคาดว่าภายใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;จำนวนสุกรขุนจะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และราคาจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังเตรียมหารือมาตรการลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ&amp;nbsp;ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและจะส่งเสริมการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชอาหารสัตว์ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ประเทศไทยมีความต้องการใช้ถึงปีละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;แต่มีกำลังการผลิตเพียง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ล้านตัน/ต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งเตรียมการสำรวจพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&amp;nbsp;และมีความเสี่ยงจากโรคระบาด&amp;nbsp;เพื่อกำหนดเป็นพื้นที่ในการผลักดัน&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;หรือเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ&amp;nbsp;ส่งเสริมการนำเข้า&amp;nbsp;การผลิตส่งออกสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ตามโยบายของนายกรัฐมนตรีโดยด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-05-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105111213492</Link_News></row>
<row _id="13"><NewsTitle>ชู ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี GI สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจและรายได้สู่ชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนพดล&amp;nbsp;ศรีพันธุ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;นครสวรรค์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;(สศก.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี&amp;nbsp;เป็นสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;ด้วยเอกลักษณ์ของเนื้อปลาที่นุ่ม&amp;nbsp;แน่น&amp;nbsp;และรสชาติหวานอร่อย&amp;nbsp;นิยมนำไปทำเป็นเมนูรับประทานกันในงานเลี้ยงโต๊ะจีน&amp;nbsp;และร้านอาหารในจังหวัด&amp;nbsp;ประกอบกับการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นของผู้ประกอบการในท้องถิ่น&amp;nbsp;ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจและนำรายได้มาสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งสามารถสร้างมูลค่า&amp;nbsp;ทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดปีละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรจะจำหน่ายภายในจังหวัดเป็นหลัก&amp;nbsp;โดยผลผลิตร้อยละ&amp;nbsp;94&amp;nbsp;จำหน่ายให้กับพ่อค้าในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งมารับซื้อถึงกระชังเลี้ยงปลาเพื่อส่งต่อไปยังร้านอาหาร&amp;nbsp;โต๊ะจีนในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;ส่วนผลผลิต&amp;nbsp;ที่เหลืออีกร้อยละ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เกษตรกรนำไปจำหน่ายด้วยตนเองที่ตลาดสด&amp;nbsp;และบางส่วนนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีนโยบายสนับสนุนด้านการแปรรูปด้านการตลาด&amp;nbsp;ตลอดจนมาตรฐานของสินค้าเพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรมีคุณภาพ&amp;nbsp;เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภครวมถึงเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรขายผ่านตลาดออนไลน์มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรที่เลี้ยงปลาแรด&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะประสบปัญหาผลผลิตลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากสภาวะภัยแล้งตั้งแต่กลางปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มาจนถึงช่วงกลางปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และปัญหาน้ำท่วมช่วงเดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ส่งผลให้ปลาแรดบางส่วนที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโตตาย&amp;nbsp;ซึ่งหากสถานการณ์น้ำเป็นไปในทิศทางที่ดี&amp;nbsp;คาดว่าผลผลิตรุ่นต่อไปจะเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;สำหรับแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี&amp;nbsp;จะเน้นด้านการผลิตและการตลาด&amp;nbsp;มีการจัดการข้อมูลผู้ผลิต&amp;nbsp;ปริมาณการผลิตและคู่ค้า&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรและตลาด&amp;nbsp;รวมถึงการวางแผนการผลิตเพื่อรองรับปริมาณความต้องการสินค้าได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-05-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105162059730</Link_News></row>
<row _id="14"><NewsTitle>เกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมฐานเรียนรู้พื้นที่นำร่องการปลูกกัญชาทางการแพทย์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;เยี่ยมฐานเรียนรู้การปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลอ่าวตง&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;การปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรือนปลูกกัญชาที่ได้รับใบอนุญาตปลูกถูกกฎหมายแห่งแรกและแห่งเดียวในตำบลอ่าวตง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและสามารถนำร่องปลูกกัญชาทางการแพทย์ได้ไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะใช้เพื่อเป็นทางเลือกในการบำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการสร้างงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นจุดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม&amp;nbsp;สามารถติดต่อสอบถามเพื่อเข้ามาเยี่ยมชมหรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้ที่ผู้ใหญ่บุญรอด&amp;nbsp;บุญช่วย&amp;nbsp;เบอร์โทร&amp;nbsp;089-289-3900&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-05-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105153109660</Link_News></row>
<row _id="15"><NewsTitle>ประธาน กมธ.วิสามัญพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ลงพื้นที่แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&amp;nbsp;โฉนดเลขที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลวัดยม&amp;nbsp;อ.บางปะอิน&amp;nbsp;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายประทีป&amp;nbsp;การมิตรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายสุวพันธุ์&amp;nbsp;ตันยุวรรธนะ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวิทยา&amp;nbsp;ผิวผ่อง&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;และคณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;เดินทางมาเพื่อศึกษาเรียนรู้และเยี่ยมชมสถานที่&amp;nbsp;เพื่อสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;แนวพระราชปณิธานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;สร้างการตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีพระมหากรุณาธิคุณกับชาวไทยมาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;พร้อมร่วมกิจกรรมการปักดำข้าวและปล่อยพันธุ์ปลา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวิณะโรจน์&amp;nbsp;ทรัพย์ส่งสุข&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;(ส.ป.ก.)&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด&amp;nbsp;ผู้บริหารภาคเอกชน&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;มีพระนาม&amp;nbsp;สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทรงถือกรรมสิทธิ์&amp;nbsp;เป็นโฉนดเลขที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เลขที่ดิน&amp;nbsp;117&amp;nbsp;ระวาง&amp;nbsp;17ต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อ&amp;nbsp;ตำบลบ้านแป้ง&amp;nbsp;อำเภอพระราชวัง&amp;nbsp;แขวงเมืองกรุงเก่า&amp;nbsp;เมืองกรุงเก่า&amp;nbsp;(จังหวัดพระนคร&amp;nbsp;ศรีอยุธยาในปัจจุบัน)&amp;nbsp;เนื้อที่&amp;nbsp;89&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ออกเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;ร.ศ.&amp;nbsp;120&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2444)&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;(ส.ป.ก.)&amp;nbsp;ได้รับโอนมาจากกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2533&amp;nbsp;เนื้อที่รังวัดปัจจุบัน&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;99&amp;nbsp;ตารางวา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายสุวพันธุ์&amp;nbsp;ตันยุวรรธนะ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์รัฐธรรมนูญสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;ดำเนินงานการสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;แนวพระราชปณิธานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;สำหรับที่ดินผืนนี้มีพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ไร่เศษ&amp;nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น&amp;nbsp;จะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และรัชกาลที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริษัทไทยฮา&amp;nbsp;Intelligence&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;บริษัทคูโบต้า&amp;nbsp;สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;โดยได้ปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าที่ดินโฉนดแห่งนี้&amp;nbsp;น่าจะเป็นที่ดินผืนดินอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นผืนที่ดินที่มีประชาชนเข้ามาประกอบอาชีพอยู่แล้ว&amp;nbsp;โดยเพิ่มคุณค่าด้วยการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยพัฒนาให้ชีวิตความเป็นอยู่การทำงานด้านเกษตรกรรมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;จะทำเป็นโครงการนำร่องสำหรับการศึกษาเรียนรู้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สิ่งที่หวังมากกว่าการจัดกิจกรรมในวันนี้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมให้ได้&amp;nbsp;ซึ่งพี่น้องเกษตรกรทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้ตกลงที่จะร่วมมือช่วยกันพัฒนาพื้นที่ผืนนาแปลงนี้&amp;nbsp;โดยเฉพาะความร่วมมือในการนำเทคโนโลยีเข้ามาของภาคเอกชน&amp;nbsp;จะทำให้ผลผลิตของเกษตรกรดีขึ้น&amp;nbsp;มีตลาดรองรับการจำหน่ายผลิตผล&amp;nbsp;อีกทั้งยังได้พัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีเกษตรของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวส่งเสริมการเรียนรู้&amp;nbsp;และตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำขึ้นในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-05-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105154318675</Link_News></row>
<row _id="16"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ หาแนวทางเพิ่มกำลังผลิตสุกรขุนเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาสูง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์&amp;nbsp;โยธคล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทาง&amp;nbsp;มาตรการเพิ่มกำลังผลิตสุกรขุนเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาสูง&amp;nbsp;ที่ลิ้มไพบูลย์ฟาร์ม&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เมื่อมาตรการคุมเข้มโควิด-19&amp;nbsp;ผ่อนคลาย&amp;nbsp;ผู้บริโภคมีความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;หากร่วมกับปัจจัยที่มีปริมาณการเลี้ยงลดลง&amp;nbsp;อีกสาเหตุที่ทำให้ปริมาณหมูในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลดลงจากปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จากที่ผลิตได้ปีละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านตัวเหลือ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;โดยส่งออก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;คงเหลือบริโภคในประเทศ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;จึงทำให้ราคาเนื้อหมูปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาดจะส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;ซึ่งค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงซึ่งมั่นใจว่า&amp;nbsp;มาตรการสนับสนุนต่างๆ&amp;nbsp;จะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคซึ่งจะขอความร่วมมือผู้เลี้ยงรายกลางและรายใหญ่ให้ผลิตลูกหมูให้รายย่อยและรายเล็กไปเลี้ยง&amp;nbsp;ทั้งยังมีการสนับสนุนการเลี้ยงโดยจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กู้ยืมจาก&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ในโครงการสานฝันสร้างอาชีพอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภวพรรธน์&amp;nbsp;ปฐมโพธิวัฒน์&amp;nbsp;ผู้จัดการฝ่ายผลิต&amp;nbsp;ลิ้มไพบูลย์ฟาร์ม&amp;nbsp;(สะพานหิน)&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นฟาร์มขนาดกลาง&amp;nbsp;มีการจัดการฟาร์มที่ดี&amp;nbsp;เป็นระบบปิด&amp;nbsp;มีมาตรการระบบป้องกันทางชีวภาพ&amp;nbsp;มีสุกรประมาณ&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;แม่&amp;nbsp;จำหน่ายสุกรขุน&amp;nbsp;ลูกสุกร&amp;nbsp;มีโรงผสมอาหารเอง&amp;nbsp;มีโรงฆ่าสุกรมาตรฐาน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;มีร้านค้าขายเนื้อสุกรเองอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-05-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105160652708</Link_News></row>
<row _id="17"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี สั่งการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ปัญหาราคาเนื้อหมูแพง </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;กำชับให้เร่งติดตามกรณีปัญหาราคาเนื้อหมูที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เร่งหารือเพื่อดูแลแก้ปัญหาราคาเนื้อสุกรแพงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ได้เร่งหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยแนวทางคือชะลอการส่งออกสุกร&amp;nbsp;เพื่อให้มีปริมาณสุกรอยู่ในประเทศเพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;เพื่อทำให้ราคาของเนื้อสุกรในตลาดลดต่ำ&amp;nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือ&amp;nbsp;ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง&amp;nbsp;ตรึงราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดง&amp;nbsp;และขอความร่วมมือผู้ค้า&amp;nbsp;อย่าเพิ่งฉวยโอกาสจำหน่ายราคาเนื้อสุกรที่แพงเกินสมควร&amp;nbsp;ทั้งนี้คาดว่าภายใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;จำนวนสุกรขุนจะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และราคาจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับระยะกลาง-ยาวนั้น&amp;nbsp;รัฐบาลจะมุ่งเน้น&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ให้กรมปศุสัตว์ส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเดิม&amp;nbsp;ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&amp;nbsp;มีการขึ้นทะเบียนฟาร์มสุกรกับผู้เลี้ยงรายเล็ก-ย่อยมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเฝ้าติดตาม&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;และบำบัดโรคในสุกร&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังจะมีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ให้ผลิตลูกหมูเพิ่ม&amp;nbsp;เพื่อส่งให้เกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเลี้ยง&amp;nbsp;โดยจะใช้เงินทุนจากธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;เข้ามาสนับสนุน&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้มีการเร่งหารือกับภาคการเกษตรและการส่งออก-นำเข้า&amp;nbsp;เพื่อหามาตรการลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;และจะส่งเสริมการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชอาหารสัตว์ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ประเทศไทยมีความต้องการใช้ถึงปีละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;แต่มีกำลังการผลิตเพียง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ล้านตัน/ต่อปี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ทั้งนี้ยืนยันว่านายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;เป็นห่วงเรื่องราคาเนื้อสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยได้เร่งให้มีการติดตามและออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาเนื้อสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการบูรณาการในแก้ปัญหาหมูแพง&amp;nbsp;รวมทั้งราคาสินค้าแพงอื่นๆ&amp;nbsp;ด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-05-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105203647840</Link_News></row>
<row _id="18"><NewsTitle>คุมเข้มแผนจัดสรรน้ำในช่วงแล้งปีนี้ เน้นย้ำน้ำอุปโภคบริโภคต้องเพียงพอ ด้านการเกษตรให้เพาะปลูกได้ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;57,757&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ของความจุอ่างรวมกัน&amp;nbsp;มีน้ำใช้การได้&amp;nbsp;33,639&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&amp;nbsp;7,557&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&amp;nbsp;3.59&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ของแผนฯ&amp;nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&amp;nbsp;2.51&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;89&amp;nbsp;ของแผนฯ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp;พิจารณาเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม&amp;nbsp;เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในการปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการของรัฐบาล&amp;nbsp;โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ด้านคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์น้ำและควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่วางไว้&amp;nbsp;เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดแล้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-05-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105200212826</Link_News></row>
<row _id="19"><NewsTitle>โครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by agri-map)   ปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสรรเสริญ&amp;nbsp;เจริญศิริ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินงานประชุมประชาคมเพื่อออกแบบโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;(Zoning&amp;nbsp;by&amp;nbsp;agri-map)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลโนนงาม&amp;nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยให้ความรู้และแนวทางในการดำเนินงานการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ&amp;nbsp;และการปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวเพื่อทำเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่เกษตรกรในอนาคต&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106084805864</Link_News></row>
<row _id="20"><NewsTitle>รัฐบาล กำหนดมาตรการแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง สั่งห้ามส่งออกชั่วคราว ช่วยลดต้นทุน เร่งกระจายพันธ์ุ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง&amp;nbsp;จากปริมาณสุกรที่ลดลง&amp;nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงสุกรปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้เนื้อหมูปัจจุบันมีราคาสูงมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้หารือร่วมกันออกมาตรการเร่งด่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหมูภายในประเทศ&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาตามสถานการณ์ว่าควรให้มีการต่ออายุหรือไม่&amp;nbsp;โดยจะมีการติดตมาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตัวเลขเบื้องต้นในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีการเลี้ยงหมูป้อนเข้าสู่ตลาด&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;บริโภคในประเทศ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี&amp;nbsp;การจัดสินเชื่อพิเศษของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขได้กลับมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่อโรคระบาดต่ำ&amp;nbsp;การตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;การเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร&amp;nbsp;เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม&amp;nbsp;พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรใช้สุกรขุนตัวเมียมาใช้ทำพันธุ์ชั่วคราว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มาตรการระยะสั้น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ&amp;nbsp;การขยายกำลังผลิตแม่สุกร&amp;nbsp;สนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์&amp;nbsp;ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มาตรการระยะยาว&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะผลักดันการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด&amp;nbsp;ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงสุกรใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค&amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106105512924</Link_News></row>
<row _id="21"><NewsTitle>ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์มะขามป้อมให้เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้  เพื่อส่งเสริมนำร่องให้เกษตรกรในชุมชนปลูก ทั้งแบบกลุ่มผลเล็ก ผลกลาง และผลใหญ่ </NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์มะขามป้อมให้เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมนำร่องให้เกษตรกรในชุมชนปลูก&amp;nbsp;ทั้งแบบกลุ่มผลเล็ก&amp;nbsp;ผลกลาง&amp;nbsp;และผลใหญ่&amp;nbsp;โดยผลเล็กส่งให้&amp;nbsp;รพ.ห้วยยอด&amp;nbsp;ผลิตยาแก้ไอสำหรับใช้ในโรงพยาบาลของรัฐ&amp;nbsp;ผลกลาง&amp;nbsp;และผลใหญ่จำหน่ายให้พ่อแม่ค้า&amp;nbsp;และกลุ่มแปรรูปเป็นมะขามป้อมดอง&amp;nbsp;มะขามป้อมแช่อิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;ได้จัดทำแปลงปลูกและพัฒนาสายพันธุ์มะขามป้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยาแผนโบราณ&amp;nbsp;และยาแก้ไอ&amp;nbsp;โดยการใช้ผลมะขามป้อมกลุ่มผลเล็ก&amp;nbsp;ซึ่งมีคุณสมบัติทางยา&amp;nbsp;มาตากแห้งและส่งขายให้กับ&amp;nbsp;รพ.ห้วยยอด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์กลางผลิตยาแก้ไอให้&amp;nbsp;รพ.ของรัฐ&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการรักษากับผู้ป่วยใน&amp;nbsp;รพ.ของรัฐ&amp;nbsp;และผลใหญ่ส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้า&amp;nbsp;โดยจุดเด่นของมะขามป้อมที่ทางศูนย์วิจัยพืชสวนตรังพัฒนาสายพันธุ์ออกมาได้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผลดก&amp;nbsp;มีขนาดผลใหญ่&amp;nbsp;ไม่ใช้สารเคมีกำจัดแมลง&amp;nbsp;เน้นการทำความสะอาดโคนต้น&amp;nbsp;และร่องสวนให้เตียนตลอดเวลาเพื่อป้องกันแมลง&amp;nbsp;หนอนเจาะลำต้นและผล&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสุมาลี&amp;nbsp;ศรีแก้ว&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ทางศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;ได้รวบรวมพันธุ์มะขามป้อม&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดในภาคกลาง&amp;nbsp;เนื่องจากในภาคกลางมะขามป้อมจะลูกใหญ่กว่ามะขามป้อมภาคใต้&amp;nbsp;โดยนำต้นพันธุ์มาปลูกในแปลงทดสอบพันธุ์&amp;nbsp;และตอนนี้ทางศูนย์ฯ&amp;nbsp;ได้ทำการทดลองปลูกในพื้นที่ได้สำเร็จจนได้สายพันธุ์&amp;nbsp;ที่เป็นพันธุ์แนะนำของศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มตามน้ำหนักต่อผล&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กลุ่มผลเล็ก&amp;nbsp;น้ำหนักไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ผลกลาง&amp;nbsp;น้ำหนัก&amp;nbsp;11-19&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ผลใหญ่&amp;nbsp;น้ำหนัก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;โดยผลเล็กและผลกลาง&amp;nbsp;ทางศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;จะส่งขายให้&amp;nbsp;รพ.ห้วยยอด&amp;nbsp;เพื่อผลิตเป็นยาแก้ไอ&amp;nbsp;ซึ่งมีความต้องการสูง&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;รพ.ห้วยยอด&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตยาแก้ไอส่งมอบให้กับโรงพยาบาลรัฐในทุกจังหวัด&amp;nbsp;และเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้ส่งเสริมให้ประชาชนนำเอาต้นพันธุ์ไปปลูกเพื่อให้พืชเศรษฐกิจตัวใหม่&amp;nbsp;ตอนนี้ได้ส่งเสริมไปแล้ว&amp;nbsp;15&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;แปลงละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ซึ่งแปลงส่งเสริมจะให้ปลูกทั้งกลุ่มผลเล็ก&amp;nbsp;และกลุ่มผลใหญ่&amp;nbsp;ผลเล็กจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยา&amp;nbsp;ส่วนผลใหญ่ใช้เพื่อการแปรรูป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ดอง&amp;nbsp;และแช่อิ่ม&amp;nbsp;ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าได้สูงถึงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในขณะที่ขายผลสดได้เพียงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;30-50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นอกจากจะส่งขายให้&amp;nbsp;รพ.ห้วยยอดแล้ว&amp;nbsp;ยังมีผู้สนใจมารับผลสดไปจำหน่ายด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;มะขามป้อมมีลักษณะเป็นพืชป่า&amp;nbsp;ดูแลง่าย&amp;nbsp;ช่วงก่อนติดดอกให้ปุ๋ยสูตร&amp;nbsp;15-15-15&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ช่วงติดผลให้ปุ๋ยสูตร&amp;nbsp;13-13-21&amp;nbsp;เพื่อบำรุงลูก&amp;nbsp;ส่วนการดูแลลำต้นต้องดายหน้ารอบโคนต้นให้เตียนและสะอาด&amp;nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหนอนเจาะต้น&amp;nbsp;และด้วยความที่มะขามป้อมเป็นพืชสมุนไพรต้องงดใช้สารเคมี&amp;nbsp;ส่วนอายุการให้ผลผลิตของต้นพันธุ์เสียบยอด&amp;nbsp;จะให้ผลผลิตเมื่ออายุครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีครึ่ง&amp;nbsp;และจะเก็บผลผลิตได้เมื่ออายุต้นครบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยทางภาคใต้จะชอบรับประทานผลใหญ่&amp;nbsp;เพราะเปรี้ยวน้อย&amp;nbsp;ฝาดน้อย&amp;nbsp;และผลมะขามป้อมมีวิตามินซีสูง&amp;nbsp;ฟลาโวนอยด์&amp;nbsp;แอนตี้อ๊อกซีแด้นท์&amp;nbsp;ในใบมะขามป้อมมีสารแทนนินสูง&amp;nbsp;ใบจึงเหมาะแก่การนำไปทำอาหารเสริมเพื่อเพิ่มอสุจิของปลา&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทดลองใช้ใบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากเกษตรกรสนใจปลูกมะขามป้อมซึ่งจะเป็นเศรษฐกิจตัวใหม่&amp;nbsp;สามารถติดต่อดูงานได้ที่&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;ถนนตรัง-&amp;nbsp;สิเกา&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลไม้ฝาด&amp;nbsp;อำเภอสิเกา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โทร.063&amp;nbsp;-&amp;nbsp;227&amp;nbsp;6250&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106145431050</Link_News></row>
<row _id="22"><NewsTitle>จ.จันทบุรี ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด เดินหน้าดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;คทช.จังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ทั้งในห้องประชุม&amp;nbsp;และระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;โดยมีเรื่องเพื่อทราบ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คำสั่งนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและเพิ่มเติมองค์ประกอบหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการ&amp;nbsp;รายงานสรุปผลและความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&amp;nbsp;ตามนโยบายรัฐบาลท้องที่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เรื่องพิจารณา&amp;nbsp;พื้นที่บริเวณที่กรมชลประทานขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง&amp;nbsp;ทับซ้อนกับพื้นที่บริเวณที่จังหวัดจันทบุรีดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่และอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106164139162</Link_News></row>
<row _id="23"><NewsTitle>กรมการค้าภายใน เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสู่มาตรฐานสากล GHP และ HACCP</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอาวุธ&amp;nbsp;วงศ์สวัสดิ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;เปิดโครงการเพิ่มศักยภาพมาตรฐานของผู้ประกอบการค้าข้าว&amp;nbsp;ให้ผู้ประกอบการโรงสีได้รับรองระบบมาตรฐานการจัดการสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GHP&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Hygiene&amp;nbsp;Practice)&amp;nbsp;และระบบมาตรฐานการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม&amp;nbsp;ืหรือ&amp;nbsp;HACCP&amp;nbsp;(Hazard&amp;nbsp;Analysis&amp;nbsp;Critical&amp;nbsp;Control&amp;nbsp;Point)&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการโรงสีข้าวได้รับรองระบบมาตรฐานแล้ว&amp;nbsp;375&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีผู้ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานเพิ่มเติมจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขณะนี้ทุกรายได้ผ่านการตรวจรับรองระบบมาตรฐาน&amp;nbsp;GHP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;HACCP&amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;รวมเป็น&amp;nbsp;385&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ได้เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะส่งผลต่อการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภค&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพการผลิตและการแข่งขันการส่งออกข้าวไทยได้ในระยะยาว&amp;nbsp;อยู่ภายใต้นโยบายเกษตรผลิต&amp;nbsp;พาณิชย์ตลาด&amp;nbsp;ของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ส่งเสริมพัฒนาและสร้างความเติบโตให้ธุรกิจค้าข้าวได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106153122097</Link_News></row>
<row _id="24"><NewsTitle>งบประมาณปี 66 มุ่งมั่นให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญต่อเนื่อง สร้างรายได้สู่ครัวเรือนเกษตรกรอย่างยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังประชุมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้เตรียมการจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;แผนการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;นโยบายสำคัญของรัฐบาล&amp;nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;และนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อุทกภัย&amp;nbsp;ภัยแล้ง&amp;nbsp;โรคระบาดในพืชและสัตว์&amp;nbsp;และการแก้ปัญหาผลกระทบจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่มีต่อภาคเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องให้การช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ที่อยู่ในภาคการเกษตรที่เกี่ยวข้อง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106175532193</Link_News></row>
<row _id="25"><NewsTitle>เกษตรธารโต ลงพื้นที่ติดตามแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน จังหวัดยะลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรธารโต&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โครงการแปลงใหญ่&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และประเมินแปลง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เบื้องต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นางสาวปุณญิสา&amp;nbsp;เซ่งซิ้ว&amp;nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวภัทรสิริตา&amp;nbsp;พรหมประสิทธิ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอธารโต&amp;nbsp;ได้ลงพื้นติดตามการดำเนินงานแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน&amp;nbsp;และประเมินแปลง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;ได้ให้ความรู้การบันทึกข้อมูลแปลง&amp;nbsp;นายอุลัย&amp;nbsp;เพ็งภัตรา&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.แม่หวาด&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106173640181</Link_News></row>
<row _id="26"><NewsTitle>เกษตรยะลา ประชุมวางแผนการจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย&amp;nbsp;ผอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&amp;nbsp;ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุมวางแผนการจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&amp;nbsp;ในประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาไม้ผลจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;รศ.ดร.สุนันท์&amp;nbsp;สีสังข์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาผลไม้จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ตั้งแต่การจัดการผลิต&amp;nbsp;และผลิตไม้ผลคุณภาพสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาการตลาดสินค้าผลไม้ที่มีมายาวนานต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งได้วางยุทธศาสตร์ไว้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการผลไม้ในการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าไม้ผล&amp;nbsp;พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดไม้ผลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งและความเสมอภาคให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรไม้ผล&amp;nbsp;บริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการผลิตผลไม้ครบวงจร&amp;nbsp;และการพัฒนาเครือข่ายการส่งออกและระบบโลจิสติกส์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106173750182</Link_News></row>
<row _id="27"><NewsTitle>ปีนี้น้ำน้อย !!เกษตรจังหวัดนครพนม แนะลดทำนารอบ 2 ชวนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลาดต้องการ สร้างรายได้เสริม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากข้อมูลการคาดการณ์สถานการณ์ปริมาณน้ำต้นทุน&lt;/strong&gt;ในเขตและนอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำที่ค่อนข้างน้อย&amp;nbsp;ทำให้ในหลายพื้นที่จำเป็นที่จะต้องงดการจัดสรรน้ำในการเพาะปลูกข้าวในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรอาจจะได้รับผลกระทบจากประมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ&amp;nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องของการเพาะปลูกพืช&amp;nbsp;โดยการงดการทำนาแล้วหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและเป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;จะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ซึ่งสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่&amp;nbsp;133.79&amp;nbsp;(ม.รทก.)&amp;nbsp;ความลึก&amp;nbsp;10.55&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ปริมาณน้ำปัจจุบัน&amp;nbsp;2,200&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;8%&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักวิจัย&amp;nbsp;พัฒนาและอุทกวิทยา&amp;nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ม.ค.65)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ได้ประสานไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ในการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ทราบถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่และการงดทำนาในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่น้อยและอาจจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่เพาะปลูกพืช&amp;nbsp;จึงได้เชิญชวนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่ตลาดมีความต้องการ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ในช่วงฤดูแล้งให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลุกพืชใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;ผ่านโครงการของรัฐต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย&amp;nbsp;(หลังนา)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการที่จะปลูกพืชอื่นทดแทนการทำนาในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เตรียมแปลงดี&amp;nbsp;มีชัยไปกว่าครึ่ง&amp;nbsp;ลดต้นทุนได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แนะนำให้เกษตรกรที่สนใจที่ปลูกพืชน้ำน้อยเตรียมดิน&amp;nbsp;โดยใช้วิธีการไถดะและไถพรวน&amp;nbsp;(2-3&amp;nbsp;ครั้ง)&amp;nbsp;เตรียมแปลงโดยการยกแปลงผสมปุ๋ยรองพื้นและปุ๋ยคอก&amp;nbsp;รดน้ำให้ชุ่ม&amp;nbsp;ยกระบบแปลงให้พอเหมาะ&amp;nbsp;ย่อยดินก้อนให้มีขนาดเล็กลงหรือนำออกจากแปลง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการกักเก็บลมร้อน&amp;nbsp;หากเตรียมดินดี&amp;nbsp;การคลุมแปลงจะสามารถอยู่ได้นานต่อเนื่องอย่างน้อย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฤดูกาลปลูก&amp;nbsp;ใช้ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;หรือปุ๋ยหมักในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความเหมาะสมในการปลุกพืช&amp;nbsp;แล้วคลุมแปลงด้วยหญ้าหรือฟางข้าวและรดน้ำให้พอมีความชื้น&amp;nbsp;ก่อนเจาะหลุมปลูกต้นกล้า&amp;nbsp;วิธีนี้จะช่วยให้ดินมีความเย็นในฤดูร้อน&amp;nbsp;รักษาความชื้นในดิน&amp;nbsp;ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากฝน&amp;nbsp;ลดการสูญเสียปุ๋ย&amp;nbsp;ลดวัชพืช&amp;nbsp;ปรับปรุงโครงสร้างดิน&amp;nbsp;ลดการอัดแน่นของดิน&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตไม่สัมผัสกับพื้นดิน&amp;nbsp;ปัญหาที่อาจพบได้คือ&amp;nbsp;ในที่ที่มีความชื้นสูง&amp;nbsp;หากฟางใกล้โคนต้นมากไป&amp;nbsp;อาจทำให้เกิดโรคเน่าได้&amp;nbsp;อาจเป็นที่สนใจของสัตว์ศัตรูพืช&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;หมู&amp;nbsp;และไก่&amp;nbsp;เสี่ยงต่อการเกิดโรคและนำแมลงพาหะมาสู่แปลงปลูกพืชได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;7&amp;nbsp;พืชน้ำน้อย&amp;nbsp;ทางเลือกใหม่&amp;nbsp;สู้ภัยแล้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชน้ำน้อย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(1)&amp;nbsp;ข้าวโพดข้าวเหนียว&amp;nbsp;อัตราการใช้น้ำ&amp;nbsp;438&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ต่อไร่&amp;nbsp;อายุพืช&amp;nbsp;64-68&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(2)&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;อัตราการใช้น้ำ&amp;nbsp;616&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ต่อไร่&amp;nbsp;อายุพืช&amp;nbsp;75-90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(3)&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;อัตราการใช้น้ำ&amp;nbsp;458&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ต่อไร่&amp;nbsp;อายุพืช&amp;nbsp;55-60&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(4)&amp;nbsp;แฟง&amp;nbsp;อัตราการใช้น้ำ&amp;nbsp;551&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ต่อไร่&amp;nbsp;อายุพืช&amp;nbsp;60-65&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(5)&amp;nbsp;แตงกวา&amp;nbsp;อัตราการใช้น้ำ&amp;nbsp;660&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ต่อไร่&amp;nbsp;อายุพืช&amp;nbsp;30-32&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(6)&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;อัตราการใช้น้ำ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ต่อไร่&amp;nbsp;อายุพืช&amp;nbsp;21&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(7)&amp;nbsp;พริกขี้หนู&amp;nbsp;อัตราการใช้น้ำ&amp;nbsp;758&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ต่อไร่&amp;nbsp;อายุพืช&amp;nbsp;150&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;เกษตรกรจะต้องวางแผนและศึกษาข้อมูล&lt;/strong&gt;ด้านการตลาดในพื้นที่ก่อนทำการเพาะปลูก&amp;nbsp;เพื่อป้องกันปริมาณผลผลิตที่ได้ราคาต่ำ&amp;nbsp;และทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรนำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายในรูปแบบตลาดออนไลน์ที่มีการเปิดช่องทางของเพจเฟสบุ๊ค&amp;nbsp;สินค้าเกษตรออนไลน์&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่จะเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรและผู้บริโภคได้มาพบกัน&amp;nbsp;และสามารถจำหน่ายผลผลิตจากผู้ผลิตและผู้บริโภคได้โดยตรง&amp;nbsp;ทำให้สะดวก&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้&amp;nbsp;สิ่งสำคัญเกษตรกรจะต้องเน้นการผลิตที่ปลอดภัยและยึดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการทำการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้นได้อย่างมั่นคง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรีอาทิตย์&amp;nbsp;อุ่นนาแซง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106181016203</Link_News></row>
<row _id="28"><NewsTitle>สว.จับมือ สส.สุราษฎร์ธานีร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นการใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงในทะเลชายฝั่ง ให้เป็นเครื่องมือประมงพื้นบ้าน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายสำราญ&amp;nbsp;ครรชิต&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสมชาติ&amp;nbsp;ประดิษฐ์พร&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เขตอำเภอพุนพิน&amp;nbsp;ร่วมกับผู้ประกอบการผู้ทำการประมง&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุมรับฟังและแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp;กรณีการทำการประมงโดยใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงในทะเลชายฝั่งเพื่อให้อวนรุน&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;โดยได้เชิญนายอิทธิพล&amp;nbsp;ขวาไทย&amp;nbsp;ประมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายศิวะ&amp;nbsp;ธนาพล&amp;nbsp;ประมงอำเภอเมืองสุราฎร์ธานี&amp;nbsp;นายเสน่ห์&amp;nbsp;รัตนสำเนียง&amp;nbsp;ประมงอำเภอไชยา&amp;nbsp;เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.ก&amp;nbsp;การประมง&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;และในส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพุนพิน&amp;nbsp;โรงแรมสยามธานี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;อวนรุน&amp;nbsp;เป็นเครื่องมืออวนรูปถุงอีกชนิดหนึ่งที่ใช้แรงคน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือเครื่องยนต์ผลักดันเครื่องมือ&amp;nbsp;อวนที่ยึดติดกับคันรุน&amp;nbsp;และติดตั้งบริเวณหัวเรือ&amp;nbsp;ให้เคลื่อนที่ในแนวราบอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้สัตว์น้ำที่อยู่ด้านหน้าใกล้ปากอวนเข้ามาติดอยู่ที่ก้นถุงอวน&amp;nbsp;เครื่องมือประเภทนี้ปากอวนจะเป็นรูปสามเหลี่ยมเอนตามคัน&amp;nbsp;รุน&amp;nbsp;หลักการจับสัตว์น้ำเหมือนเครื่องมือประเภทอวนลาก&amp;nbsp;มีข้อจำกัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ไม่สามารถทำการประมงในระดับน้ำ&amp;nbsp;ลึกเกินกว่า&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมตรได้&amp;nbsp;เว้นแต่จะใช้คันรุน&amp;nbsp;และเรือที่ยาวมาก&amp;nbsp;ข้อจำกัดอีกประการหนึ่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ไม่สามารถใช้ทำประมงบริเวณที่พื้นทะเลที่มีสิ่งกีดขวางใต้น้ำที่สามารถทำให้อวนฉีกขาดได้&amp;nbsp;เครื่องมือนี้ชาวประมงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณทะเลใกล้ปากแม่น้ำ&amp;nbsp;อ่าวน้ำตื้น&amp;nbsp;และบริเวณชายหาดที่มีกุ้งและเคยชุกชุม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106181812207</Link_News></row>
<row _id="29"><NewsTitle>เกษตรกรตำบลนาท่ามใต้ จังหวัดตรัง ทำการเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 7,000-8,000 บาท เป็นรายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้จากสวนยางพารา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;จ่าเอกประวิทย์&amp;nbsp;ทองเขียว&amp;nbsp;รักษาการประมงอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(เครือข่ายตำบลนาท่ามใต้)&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ตำบลนาท่ามใต้&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;นางสาวสุดชดา&amp;nbsp;สุดสิริ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางศูนย์ฯ&amp;nbsp;ยังเป็นเครือข่ายศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มีการแนะนำการให้หลอดแบล๊ดไลค์ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชภายในแปลง&amp;nbsp;ภายในศูนย์ฯ&amp;nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;กิจกรรมด้านประมง&amp;nbsp;(เลี้ยงปลาทับทิม&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;(เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;และเป็ดไข่)&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;และไม้ยืนต้น&amp;nbsp;ผลผลิตที่ได้จัดจำหน่ายให้แก่คนในชุมชนสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ&amp;nbsp;7,000-8,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นรายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้จากสวนยางพารา&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบป้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศดปช.)&amp;nbsp;ประจำตำบลบ้านควน&amp;nbsp;เพื่อให้บริการการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;และแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และอินทรีย์แก่เกษตรกรในตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183323216</Link_News></row>
<row _id="30"><NewsTitle>วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;นางสาววรรณธิดา&amp;nbsp;เบญจกุล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลตะเสะ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง&amp;nbsp;ธนาคารปูม้า&amp;nbsp;และได้มีการต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม&amp;nbsp;และของชุมชม&amp;nbsp;ด้วยการทำน้ำพริกไข่ปู&amp;nbsp;น้ำพริกปูม้าสมุนไพรคั่วแห้ง&amp;nbsp;และจ๊อปู&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183550218</Link_News></row>
<row _id="31"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางอุไร&amp;nbsp;แสงภักดี&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการและขับเคลื่อนการผลิตผักปลอดภัย&lt;/strong&gt;เพื่อการบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;เน้นการลดรายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;สร้างสุขภาพที่ดีให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการนำความรู้ไปปฏิบัติใช้ของเกษตรกร&amp;nbsp;และให้คำแนะนำตั้งแต่วิธีการประกอบโรงเรือน&amp;nbsp;การเตรียมดิน&amp;nbsp;การให้น้ำและการจัดการศัตรูพืชที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังช่วยประสานงานเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ในการนี้ได้ลงตรวจเยี่ยมเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลบางรัก&amp;nbsp;นาท่ามเหนือ&amp;nbsp;และนาท่ามใต้&amp;nbsp;เกษตรกรได้ประกอบโรงเรือนเรียบร้อยแล้วและวางแผนปลูกผักกาด&amp;nbsp;ผักกวางตุ้ง&amp;nbsp;ผักคะน้าและผักชี&amp;nbsp;ผลการสำรวจความพึงพอใจของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจเนื่องจากเป็นโครงการที่เกษตรกรได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183748221</Link_News></row>
<row _id="32"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมแปลงเกษตรกรเตรียมจัดตั้ง ศพก.เครือข่าย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;เยี่ยมแปลงเกษตรกร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;แปลงนายอธิพงศ์&amp;nbsp;โพธิ์ทอง&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.โคกสะบ้า&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ที่เน้นทำการเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;กล้วยหอมทอง&amp;nbsp;เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;และหมู&amp;nbsp;เลี้ยงผึ้ง&amp;nbsp;ในสวนมังคุด&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;และขยายพันธุ์ไม้ประดับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;แปลงที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;น.ส.ธณฐกาญจน์&amp;nbsp;หมุนมิต&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.นาโยงเหนือ&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เน้นพืชผัก&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;มะนาว&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;ต้นหมาก&amp;nbsp;กาแฟ&amp;nbsp;และกล้วย&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เตรียมจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.เครือข่าย)&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำการดูแล&amp;nbsp;การจัดการสวน&amp;nbsp;ด้วยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;แก่เกษตรกรอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183907222</Link_News></row>
<row _id="33"><NewsTitle>สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง จัดฝึกอบรม โครงการแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ (แรงงานนอกระบบ) สาขา การทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายปกรณ์&amp;nbsp;ศรีเพชร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&amp;nbsp;ฝ่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;เปิดฝึกอบรม&amp;nbsp;โครงการแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;กิจกรรมแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ&amp;nbsp;(แรงงานนอกระบบ)&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;การทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ระยะเวลาฝึก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาเอนกประสงค์&amp;nbsp;ม.10&amp;nbsp;ต.แหลมสอม&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;ผู้เข้าฝึกอบรม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะให้กับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะให้มีความรู้&amp;nbsp;ความสามารถ&amp;nbsp;ทักษะฝีมือแรงงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการเตรียมความพร้อมทางด้านจรรยาบรรณในวิชาชีพเพื่อเข้าสู่กระบวนการทำงาน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;และสังคมให้การยอมรับในศักยภาพการทำงาน&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเป็นกำลังแรงงานตามความต้องการของตลาดแรงงาน&amp;nbsp;และสามารถนำไปประกอบอิสระได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106184137225</Link_News></row>
<row _id="34"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครพนม แนะลดทำนารอบ 2 ชวนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลาดต้องการ สร้างรายได้เสริม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;แนะลดทำนารอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชวนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลาดต้องการ&amp;nbsp;สร้างรายได้เสริม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากข้อมูลการคาดการณ์สถานการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนในเขตและนอกเขตชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำที่ค่อนข้างน้อย&amp;nbsp;ทำให้ในหลายพื้นที่จำเป็นที่จะต้องงดการจัดสรรน้ำในการเพาะปลูกข้าวในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรอาจจะได้รับผลกระทบจากประมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ&amp;nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องของการเพาะปลูกพืช&amp;nbsp;โดยการงดการทำนาแล้วหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและเป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ซึ่งสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่&amp;nbsp;133.79&amp;nbsp;(ม.รทก.)&amp;nbsp;ความลึก&amp;nbsp;10.55&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ปริมาณน้ำปัจจุบัน&amp;nbsp;2,200&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;8&amp;nbsp;%&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักวิจัย&amp;nbsp;พัฒนาและอุทกวิทยา&amp;nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ม.ค.2565)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ได้ประสานไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ในการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ทราบถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่และการงดทำนาในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่น้อยและอาจจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่เพาะปลูกพืช&amp;nbsp;จึงได้เชิญชวนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่ตลาดมีความต้องการ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ในช่วงฤดูแล้งให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;ผ่านโครงการของรัฐต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย&amp;nbsp;(หลังนา)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการที่จะปลูกพืชอื่นทดแทนการทำนาในรอบที่&amp;nbsp;2&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรที่สนใจที่ปลูกพืชน้ำน้อยเตรียมดิน&amp;nbsp;โดยใช้วิธีการไถดะและไถพรวน&amp;nbsp;(2-3&amp;nbsp;ครั้ง)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เตรียมแปลงโดยการยกแปลงผสมปุ๋ยรองพื้นและปุ๋ยคอก&amp;nbsp;รดน้ำให้ชุ่ม&amp;nbsp;ยกระบบแปลงให้พอเหมาะ&amp;nbsp;ย่อยดินก้อนให้มีขนาดเล็กลงหรือนำออกจากแปลง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการกักเก็บลมร้อน&amp;nbsp;หากเตรียมดินดี&amp;nbsp;การคลุมแปลงจะสามารถอยู่ได้นานต่อเนื่องอย่างน้อย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฤดูกาลปลูก&amp;nbsp;ใช้ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;หรือปุ๋ยหมักในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความเหมาะสมในการปลุกพืช&amp;nbsp;แล้วคลุมแปลงด้วยหญ้าหรือฟางข้าวและรดน้ำให้พอมีความชื้น&amp;nbsp;ก่อนเจาะหลุมปลูกต้นกล้า&amp;nbsp;วิธีนี้จะช่วยให้ดินมีความเย็นในฤดูร้อน&amp;nbsp;รักษาความชื้นในดิน&amp;nbsp;ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากฝน&amp;nbsp;ลดการสูญเสียปุ๋ย&amp;nbsp;ลดวัชพืช&amp;nbsp;ปรับปรุงโครงสร้างดิน&amp;nbsp;ลดการอัดแน่นของดิน&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตไม่สัมผัสกับพื้นดิน&amp;nbsp;ปัญหาที่อาจพบได้คือ&amp;nbsp;ในที่ที่มีความชื้นสูง&amp;nbsp;หากฟางใกล้โคนต้นมากไป&amp;nbsp;อาจทำให้เกิดโรคเน่าได้&amp;nbsp;อาจเป็นที่สนใจของสัตว์ศัตรูพืช&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;หมู&amp;nbsp;และไก่&amp;nbsp;เสี่ยงต่อการเกิดโรคและนำแมลงพาหะมาสู่แปลงปลูกพืชได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106210317256</Link_News></row>
<row _id="35"><NewsTitle>เข้าตรวจแนะนำการจัดทำบัญชี กลุ่มเกษตรกรทำนาบ้านเสียว สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางสาวมานิดา&amp;nbsp;สานารีย์&amp;nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชี&amp;nbsp;เข้าตรวจเเนะนำการจัดทำบัญชีกลุ่มเกษตรกรทำนาบ้านเสียว&amp;nbsp;สำหรับปีสิ้นสุดวันที่?&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะด้านการเงินการบัญชีแก่?กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ?&amp;nbsp;อำเภอหัวตะพาน&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#ตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106223647278</Link_News></row>
<row _id="36"><NewsTitle>ร่วมตรวจติดตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลังปี 256465</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยโท&amp;nbsp;ปุณณกิจ&amp;nbsp;เชาว์น้อย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายนิวัตร&amp;nbsp;คำภา&amp;nbsp;นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมตรวจสอบสต็อกผู้ประกอบการมันสำปะหลังที่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ตามคำสั่งคณะทำงานตรวจสอบสต็อกตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลังจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106223921286</Link_News></row>
<row _id="37"><NewsTitle>เข้าตรวจแนะนำการจัดทำบัญชี กลุ่มเกษตรกรทำนาโพนเมืองน้อย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาววรรณิภา?&amp;nbsp;ภูต้องลม&amp;nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชี?&amp;nbsp;เข้าตรวจเเนะนำการจัดทำบัญชีกลุ่มเกษตรกรทำนาโพนเมืองน้อย&amp;nbsp;สำหรับปีสิ้นสุดวันที่?&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะด้านการเงินการบัญชีแก่?กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ&amp;nbsp;อำเภอหัวตะพาน&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106224033288</Link_News></row>
<row _id="38"><NewsTitle>ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ สกย.โพนทอง จำกัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยโท&amp;nbsp;ปุณณกิจ&amp;nbsp;เชาว์น้อย&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการ&amp;nbsp;สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโพนทอง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อติดตามการใช้หนี้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้ติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;Cr#สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-06-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106225211290</Link_News></row>
<row _id="39"><NewsTitle>ชูนวัตกรรมเรือเก็บตัวอย่างตะกอนและคุณภาพน้ำลำแรกของไทย เสริมประสิทธิภาพภารกิจงานชลประทาน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทินกร&amp;nbsp;เหลือล้น&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp;ถือเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญที่สุดในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(EEC)&amp;nbsp;ความจุเก็บกัก&amp;nbsp;117&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;รักษาระบบนิเวศ&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;การท่องเที่ยวและการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อปี&amp;nbsp;แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่รับน้ำของอ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าไหลลงอ่างฯ&amp;nbsp;เฉลี่ยเหลือประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อปี&amp;nbsp;สวนทางกับการคาดการณ์ในอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ข้างหน้า&amp;nbsp;ที่ความต้องการใช้น้ำในอ่างฯ&amp;nbsp;บางพระจะเพิ่มขึ้นเป็น&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อปี&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องนำน้ำต้นทุนจากแหล่งน้ำอื่นๆ&amp;nbsp;มาเสริมน้ำต้นทุนในอ่างฯ&amp;nbsp;บางพระ&amp;nbsp;โดยการสูบผันน้ำส่วนเกินจากแหล่งอื่นในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ระบบสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิต&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;และระบบสูบผันน้ำจากแม่น้ำบางประกง&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;พร้อมติดตามและควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นประจำ&amp;nbsp;แต่ในส่วนของอ่างฯ&amp;nbsp;บางพระจะพิเศษกว่าแหล่งน้ำอื่นๆ&amp;nbsp;ที่มีระบบโทรมาตรตรวจวัดคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;ที่สามารถตรวจวัดได้แบบ&amp;nbsp;Real&amp;nbsp;Time&amp;nbsp;ทั้งบริเวณอ่างเก็บน้ำและปลายท่อสูบผันน้ำที่สูบมาจากแหล่งน้ำอื่นก่อนที่น้ำจะไหลลงอ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับตะกอนดินและคุณภาพน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการเชิงปริมาณและคุณภาพของน้ำในอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;โดยคิดค้นนวัตกรรมเรือเก็บตัวอย่างตะกอนและคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;อุทกชลประทาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรือลำแรกของประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาการจัดการตะกอนและคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานในการนํามาวิเคราะห์วางแผนการระบายและขุดลอกตะกอนดิน&amp;nbsp;รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพน้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายไวรุจน์&amp;nbsp;เอี่ยมโอภาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาชลประทาน&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เรือเก็บตัวอย่างตะกอนดินและคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;"อุทกชลประทาน&amp;nbsp;1"&amp;nbsp;จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเก็บตัวอย่างตะกอนดินและคุณภาพน้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;มีความปลอดภัย&amp;nbsp;ทุ่นแรง&amp;nbsp;และใช้เวลาดําเนินการลดลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-07-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107101443346</Link_News></row>
<row _id="40"><NewsTitle>เกษตรลำปาง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังการระบาด "ด้วงหมักผัก"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(เช่น&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;กะหล่ำดอก&amp;nbsp;บรอกโคลี&amp;nbsp;กวางตุ้ง&amp;nbsp;ผักกาดขาว&amp;nbsp;ผักกาดหอม&amp;nbsp;ฯลฯ)&amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังการระบาดของ&amp;nbsp;"ด้วงหมักผัก"&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศช่วงนี้&amp;nbsp;ตอนเช้ามีอากาศเย็นความชื้นสูงและอากาศร้อนในตอนกลางวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากพบตัวแมลง&amp;nbsp;หรือใบพืชผักถูกกัดกินเป็นรูพรุน&amp;nbsp;ให้รีบดำเนินการป้องกัน&amp;nbsp;หรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อการควบคุมและหาทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-07-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107092038313</Link_News></row>
<row _id="41"><NewsTitle>ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยราคาหมูแพงส่งผลกระทบค่าครองชีพประชาชน เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประขาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความห่วงใยราคาเนื้อหมูแพง&amp;nbsp;ส่งผลกระทบค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;วางมาตรการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.ระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;ห้ามส่งออกหมูมีชีวิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ช่วยเหลือราคาอาหารสัตว์&amp;nbsp;โดยจัดสินเชื่อพิเศษเพื่อให้เกษตรกรได้กลับมาเลี้ยงใหม่&amp;nbsp;ตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมสอดคล้องต้นทุนที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;และเร่งสำรวจภาพรวมการผลิตสุกรเพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;และเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน&amp;nbsp;2.ระยะสั้น&amp;nbsp;ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ&amp;nbsp;ขยายกำลังผลิตแม่สุกร&amp;nbsp;และเร่งศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ผลักดันยกระดับมาตรฐานฟาร์มเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาด&amp;nbsp;ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มมีระบบการป้องกันโรคและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค&amp;nbsp;รวมทั้งจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กู้ยืมจาก&amp;nbsp;ร.ก.ส.&amp;nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-07-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107091517312</Link_News></row>
<row _id="42"><NewsTitle>จังหวัดตราด เริ่มการขับเคลื่อน BCG Model ด้านการเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;(7&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/span&gt;(Zoom&amp;nbsp;Meeting)&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราดจัดขึ้น&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เห็นชอบการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(Bio-Circular&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;:&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model)&amp;nbsp;โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;และให้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(Bio-Circular&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;:&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model)&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;พิจารณากำหนดและดำเนินแผนงาน/โครงการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบให้ถูกต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-2570&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;จึงได้จัดประชุมในครั้งนี้ขึ้นเพื่อชี้แจงกรอบการดำเนินงานและแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงาน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;รวมทั้งสินค้าเกษตรนำร่องเข้าสู่&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาแนวทางและการจัดทำ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Value&amp;nbsp;Chain&amp;nbsp;สินค้าเกษตรที่คัดเลือก&amp;nbsp;ภาคการเกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;และกุ้งขาวแวนาไม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;อยู่บนพื้นฐานของ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;+&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประกอบด้วย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สาขายุทธศาสตร์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.เกษตรและอาหาร&amp;nbsp;2.สุขภาพและการแพทย์&amp;nbsp;3.พลังงาน&amp;nbsp;วัสดุและเคมีชีวภาพ&amp;nbsp;4.การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;และฐานความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;+1&amp;nbsp;ที่เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-07-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107120227413</Link_News></row>
<row _id="43"><NewsTitle>จังหวัดตรัง  ตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอรัษฎา ห้วยยอดและอำเภอเมือง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;ร่วมกับผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนนายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;ห้วยยอดและอำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมันและยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันจังหวัดตรังให้สามารถแข่งขันในตลาดได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ตามประกาศ&amp;nbsp;กกร.&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;58&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อ&amp;nbsp;และการแสดงราคารับซื้อสินค้าผลปาล์มน้ำมันตามอัตราน้ำมันฯ&amp;nbsp;และฉบับที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การแจ้งปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บ&amp;nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าน้ำมันปาล์มและผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;รวมทั้งแนะนำให้ลานเททำบัญชีลูกค้าที่นำผลผลิตมาจำหน่ายเพื่อป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์โดยทั่วไป&amp;nbsp;ปริมาณผลปาล์มน้ำมันเข้าสู่ตลาดลดลงจากเดือนก่อน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ราคารับซื้อกิโลกรัมละ&amp;nbsp;9.80&amp;nbsp;&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ผู้ประกอบการลานเทจะรวบรวมผลปาล์มน้ำมันไปจำหน่ายให้กับโรงงานสกัดในพื้นที่จังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ในส่วนของการป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;หน่วยงานระดับอำเภอได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่และขอความร่วมมือไม่รับซื้อผลปาล์มน้ำมันจากผู้ที่นำมาขายในลักษณะผิดปกติ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มีปริมาณน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-07-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107142759489</Link_News></row>
<row _id="44"><NewsTitle>สำนักงานประมงจังหวัดตรัง ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง มอบพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;ม.ค.2565)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อบต.โพรงจระเข้&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสมนึก&amp;nbsp;ธูปหอม&amp;nbsp;นายอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;เป็นประธานมอบพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18,500&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โดยมีนายโกวิทย์&amp;nbsp;เก้าเอี้ยน&amp;nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นางสุวรรณดี&amp;nbsp;ขวัญเมือง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง&amp;nbsp;พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมประมงในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ร่วมพิธี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ช่วงเวลา&amp;nbsp;02.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนในตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;254&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;1,4,5,6,7&amp;nbsp;พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;74&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยเฉพาะหมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านโคกทราย&amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยประมงอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการสำรวจความเสียหายด้านประมง&amp;nbsp;พบมีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบ่อดิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;33&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;13.34&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;บ่อซีเมนต์หรือลักษณะอย่างอื่นที่คล้ายคลึง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;โดยในวันนี้ได้มอบพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ประกอบด้วยปลากินพืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18,500&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และปลาดุก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10,400&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรด้านการประมงที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-07-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107164618581</Link_News></row>
<row _id="45"><NewsTitle>เพิ่มผลผลิตและต้นทุนการผลิตข้าว ทำงานเชิงพื้นที่ เข้าถึงพี่น้องชาวนาและสามารถแก้ไข้ปัญหาได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการตามภารกิจของกรมการข้าว&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีนโยบายในการเพิ่มผลผลิตและต้นทุนการผลิตข้าว&amp;nbsp;จึงมีข้อสั่งการให้กรมการข้าวดำเนินการตามแนวโนบายโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา&amp;nbsp;จึงได้มีแผนการดำเนินโครงการตามภารกิจของกรมการข้าว&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมด้านเมล็ดพันธุ์รวมไปถึงงานด้านข้าวให้กับพี่น้องชาวนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีโครงการ/กิจกรรมที่จะดำเนินการคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;พัฒนาระบบข้อมูลข้าวอัจฉริยะ&amp;nbsp;ส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง&amp;nbsp;และยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ระยะ1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการข้าว&amp;nbsp;จะต้องยกระดับการทำงานด้านข้าวในทุกๆ&amp;nbsp;ด้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งงานผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;งานด้านการวิจัยข้าว&amp;nbsp;ตลอดจนงานด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การนำวิจัยที่เป็นประโยชน์มาส่งเสริม&amp;nbsp;การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่&amp;nbsp;มาปรับใช้ให้เกิดการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวนา&amp;nbsp;โดยผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยข้าว&amp;nbsp;และกรมการข้าวส่วนกลาง&amp;nbsp;นอกจากนั้นควรเน้นการทำงานเชิงพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถเข้าถึงพี่น้องชาวนาและสามารถแก้ไข้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวนาได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-07-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107203155703</Link_News></row>
<row _id="46"><NewsTitle>จังหวัดหนองบัวลำภู เปิดโครงการคลินิกการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/strong&gt; เปิดโครงการคลินิกการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ตำบลป่าไม้งาม อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;โดยนายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู กล่าวต้อนรับ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าไม้งาม กล่าวรายงานข้อมูลพื้นฐานนของตำบล และเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ เพื่อให้บริการทางด้านวิชาการด้านการเกษตร ด้านพืช ด้านสัตว์ ประมง ดิน น้ำ กฎหมายทางการเกษตร การทำบัญชีครัวเรือน ปัญหาที่ดินทำกินและปัญหาอื่นๆ พร้อมกันนั้นได้มีการจัดนิทรรศการต่างๆ และการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ ของเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-07-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107204937714</Link_News></row>
<row _id="47"><NewsTitle>เร่งบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งนี้ คุมเข้มแผนจัดสรรน้ำเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง จัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;57,117&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;เป็นน้ำใช้การได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;33,187&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ผลการจัดสรรน้ำช่วงแล้ง(1&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ขณะนี้ทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้ว&amp;nbsp;7,762&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ของแผนฯ&amp;nbsp;คงเหลือปริมาณน้ำที่ต้องจัดสรรอีก&amp;nbsp;14,518&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,864&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ของแผนฯ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้วางแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม&amp;nbsp;โดยจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;เป็นอันดับแรก&amp;nbsp;และน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศ&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งจะสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมนี้&amp;nbsp;ด้านการเกษตรกรรมได้จัดสรรน้ำตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินการตามมาตรการที่&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชช่วงแล้ง&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการพลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ปัจจุบันกรมชลประทานได้วางแผนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;มีแผนการเพาะปลูก&amp;nbsp;ข้าวนาปรังกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;จนถึงขณะนี้มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศไปแล้ว&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้กับเกษตรกรได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้การเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จะบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;ด้วยความประณีตและเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกพื้นที่มีน้ำใช้ตลอดช่วงแล้งนี้&amp;nbsp;อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-08-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108103802793</Link_News></row>
<row _id="48"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนุนปล่อยแตนเบียนต่อเนื่อง ป้องกันศัตรูมะพร้าว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นางมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานมะพร้าวแปลงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเนื้อที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ของพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือ&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;มะพร้าว&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;โดยอำเภอเกาะสมุยเป็นพื้นที่ที่ใช้เพื่อการเกษตรมากที่สุด&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำสวนมะพร้าวประมาณ&amp;nbsp;28,245&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,883&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ที่ผ่านมาเกษตรกรทำสวนมะพร้าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ประสบปัญหาการระบาดของศัตรูมะพร้าวในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้รับงบประมาณจากกองทุนวิจัย&amp;nbsp;จึงได้เริ่มเข้ามาสำรวจพื้นที่ระบาดของแมลงดำหนามและจัดทำแผนที่การระบาด&amp;nbsp;ต่อมาได้ดำเนินการเลี้ยงและปล่อยแตน&amp;nbsp;แมลงดำหนาม&amp;nbsp;พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกรในพื้นที่เกาะสมุย&amp;nbsp;ปัจจุบันในพื้นที่สามารถดำเนินการเลี้ยงแตนเบียนได้เอง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าวอำเภอเกาะสมุยขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งการจากดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ส่งผลให้การระบาดของแมลงดำหนาม&amp;nbsp;หนอนหัวดำ&amp;nbsp;ด้วงแรด&amp;nbsp;และด้วงงวงลดน้อยลง&amp;nbsp;ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าวนี้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;มีจุดเด่นในการปลูกพืชผสมผสานเพื่อสร้างรายได้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การปลูกกล้วยน้ำว้า&amp;nbsp;ไผ่&amp;nbsp;และพริกไทย&amp;nbsp;ร่วมกับปลูกต้นมะพร้าว&amp;nbsp;โดยมีนายวิศาล&amp;nbsp;บรมธนรัตน์&amp;nbsp;เป็นประธานศูนย์ฯ&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผลผลิต&amp;nbsp;1,584&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;การปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-09-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109211823176</Link_News></row>
<row _id="49"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ ยืนยันไม่เคยเห็นหนังสือจากภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เรื่องข้อห่วงใยโรคระบาดในสุกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อออนไลน์กรณี&amp;nbsp;ภาคีคณบดี&amp;nbsp;คณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ได้มีหนังสือลงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แจ้งมายังกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ข้อห่วงใยต่อสถานการณ์โรคระบาดและการควบคุมโรคในสุกร&amp;nbsp;โดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย&amp;nbsp;พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(Afican&amp;nbsp;Swine&amp;nbsp;Fever:&amp;nbsp;ASF)&amp;nbsp;ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรค&amp;nbsp;และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2558&amp;nbsp;และขอให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการตามมาตรการเพื่อควบคุมโรคโดยเร็ว&amp;nbsp;นั้นขอยืนยันว่า&amp;nbsp;ยังไม่เคยเห็นหนังสือดังกล่าวเสนอขึ้นมารายงานให้ทราบ&amp;nbsp;แต่เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวและดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ขอยืนยันว่า&amp;nbsp;ได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามหลักวิชาการและเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เร่งสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบลงพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมประเมินความเสี่ยงและขอความร่วมมือเกษตรกรในการสังเกตและเฝ้าระวังโรค&amp;nbsp;โดยสามารถรายงานหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอในทุกพื้นที่&amp;nbsp;หรือที่&amp;nbsp;Application:&amp;nbsp;DLD&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้สั่งการด่วนจัดชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สุ่มตรวจเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น&amp;nbsp;โดยในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุ่มดำเนินการในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;โดยการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;196&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สุ่มดำเนินการในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;โดยการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โรงฆ่ารวม&amp;nbsp;114&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;เพื่อเข้าไปสำรวจโรคและเก็บตัวอย่างจากเลือดสุกร&amp;nbsp;นำไปตรวจหาโรคโดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อทราบผลการวิเคราะห์จะรายงานผลและเร่งดำเนินการต่อไปโดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110092646219</Link_News></row>
<row _id="50"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;เราประเสริฐ&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรด้านส่งเสริมการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;พืชกระท่อมได้พ้นจากบัญชียาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;จึงได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;พืชกระท่อมยังขาดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพและปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ส.&amp;nbsp;ดำเนินการวิจัยเรื่องการศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพื่อศึกษาการขยายพันธุ์&amp;nbsp;การเจริญเติบโตและการตอบสนองทางสรีรวิทยาในระยะต้นกล้าและศึกษาปัจจัย&amp;nbsp;รวมถึงอุปสรรค&amp;nbsp;สำหรับการขยายพันธุ์กล้าไม้พืชกระท่อม&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการปลูก&amp;nbsp;สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจฐานชุมชน&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรต่อไป&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายการผลิตจำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110102205243</Link_News></row>
<row _id="51"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผลไม้รับฟังปัญหาความต้องการ กรณีก่อสร้างประตูระบายน้ำป้องกันน้ำเค็มในพื้นที่คลองลิปะใหญ่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;คล้ายอุดม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผลไม้&amp;nbsp;รับฟังปัญหาความต้องการ&amp;nbsp;กรณีก่อสร้างประตูระบายน้ำป้องกันน้ำเค็มในพื้นที่คลองลิปะใหญ่&amp;nbsp;ตำบลอ่างทอง&amp;nbsp;อำเภอเกาะสมุย&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;คล้ายอุดม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพบปะพี่น้องประชาชนในอำเภอเกาะสมุย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวในแต่ละปีไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ในช่วงก่อนสถานการณ์ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อำเภอเกาะสมุยยังเป็นแหล่งที่มีการผลิตผลทางการเกษตรที่มีชื่อเสี่ยง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ลางสาด&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนมากในแต่ละปี&amp;nbsp;และในภาคการเกษตรมีแนว&amp;nbsp;โน้มที่จะเอื้อประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;การพัฒนาแหล่งน้ำบนเกาะ&amp;nbsp;สมุย&amp;nbsp;ไม่สามารถดำเนินการให้ทันกับความด้องการใช้น้ำของพื้นที่เพราะมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้อจำกัดทางด้านการใช้ที่ดิน&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ดังนั้นปัญหาการขาดแคลนน้ำจึงเป็นปัญหาที่กระทบต่อกิจกรรมด้านต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยวอย่าง&amp;nbsp;สำคัญ&amp;nbsp;และต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่นของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงมีการสั่งการให้หน่วยงานโครงการชลประทานจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาในพื้นที่&amp;nbsp;และพบว่าการสร้างประตูระบายน้ำ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันน้ำเค็มมีความสำคัญที่สามารถบรรเทาอุทกภัยทั้งในพื้นที่การเกษตรและชุมชนเมืองให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&amp;nbsp;ป้องกันการรุกตัวของน้ำเค็มไม่ให้ไหลย้อนเข้าคลอง&amp;nbsp;สามารถเก็บกักน้ำจืดและบรรเทาความขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร&amp;nbsp;อุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง&amp;nbsp;ปรับปรุงระบบชลประทานที่มีอยู่เดิมและเสนอระบบชลประทานใหม่สำหรับแหล่งน้ำที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งสามารถปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสังคมของราษฎรในพื้นที่ให้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอเกาะสมุยมีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;228&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ทางการเกษตรประมาณร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ของพื้นที่เกาะ&amp;nbsp;ปัจจุบันภาคการเกษตรมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องผลผลิตมีราคาสูง&amp;nbsp;การใช้น้ำบนพื้นที่เกาะจึงเพิ่มมากขึ้นทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;และด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;แม้ว่าภาครัฐได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคแล้ว&amp;nbsp;แต่ในภาคการเกษตรยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำรวมถึงปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้ายังพื้นที่การเกษตรอีกด้วย.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110114239292</Link_News></row>
<row _id="52"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเบตงลงพื้นที่ประเมินแปลงส้มโชกุนเบตงที่จะขอรับรองมาตรฐาน GAP</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;)นายอารีฟ&amp;nbsp;มหัศนียนนท์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;ออกพื้นที่สำรวจแปลงส้มโชกุนเบตงของนายรพีพงศ์&amp;nbsp;โรจน์กัลยาภา&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเกษตรกรจะขอรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;สวนตั้งอยู่บนพื้นที่&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลยะรม&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รายล้อมด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติจากภูเขา&amp;nbsp;และให้ผลผลิตในช่วงฤดูกาลประมาณ&amp;nbsp;70,000&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยส้มโชกุนที่สวนแห่งนี้มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว&amp;nbsp;เนื้อนุ่ม&amp;nbsp;เปลือกล่อนปอกง่าย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชานนิ่ม&amp;nbsp;และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว&amp;nbsp;เกษตรกรได้จัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นกับดักแสงไฟ&amp;nbsp;ล่อผีเสื้อมวนหวาน&amp;nbsp;กับดักล่อแมลงวันทอง&amp;nbsp;ตัดแต่งกิ่งสม่ำเสมอ&amp;nbsp;และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการบำรุงต้นให้แข็งแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;มีทั้งหมด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ด้านได้แก่&amp;nbsp;แหล่งน้ำ&amp;nbsp;พื้นที่ปลูก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร&amp;nbsp;การจัดการกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ&amp;nbsp;การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;การเก็บรักษาและการขนย้ายผลิตผลภายในแปลงเพาะปลูกสุขลักษณะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110135805334</Link_News></row>
<row _id="53"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;เราประเสริฐ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรด้านส่งเสริมการผลิต&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมศึกษาแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคนิคองค์ความรู้การเพาะเลี้ยงกระท่อม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พืชกระท่อม&amp;nbsp;(Mitragyna&amp;nbsp;speciosa&amp;nbsp;(Korth.)&amp;nbsp;Havil.)&amp;nbsp;ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ?&amp;nbsp;ได้แก่?&amp;nbsp;การรักษาโรคตามภูมิปัญญาพื้นบ้านและตำรับยาแผนโบราณ&amp;nbsp;กลุ่มผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร?&amp;nbsp;มาเป็นเวลานาน&amp;nbsp;โดยมีสารไมตราจินีน&amp;nbsp;และสาร&amp;nbsp;7-ไฮดรอกไซไมตราจินีน&amp;nbsp;เป็นสารสำคัญสามารถบรรเทาอาการปวด?&amp;nbsp;แก้ปวดท้อง&amp;nbsp;แก้บิด&amp;nbsp;ท้องเสีย&amp;nbsp;แก้ปวดเมื่อยร่างกาย&amp;nbsp;ระงับประสาท&amp;nbsp;ช่วยให้ทำงานทนไม่หิวง่าย&amp;nbsp;โดยพบได้มากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้&amp;nbsp;และบางจังหวัดของภาคกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในอดีตพืชกระท่อมถูกระบุในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;ประเภทที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แต่ในปัจจุบันประเทศไทยได้แก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยพืชกระท่อมได้พ้นจากบัญชียาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;พิชกระท่อมจึงได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป?&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามพืชกระท่อมยังขาดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพและปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ส.&amp;nbsp;ดำเนินการวิจัยเรื่องการศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการขยายพันธุ์&amp;nbsp;การเจริญเติบโตและการตอบสนองทางสรีรวิทยาในระยะต้นกล้าและศึกษาปัจจัย&amp;nbsp;รวมถึงอุปสรรค&amp;nbsp;สำหรับการขยายพันธุ์กล้าไม้พืชกระท่อม&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการปลูก&amp;nbsp;สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจฐานชุมชน&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรต่อไป&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายการผลิตจำนวน?&amp;nbsp;100,000?&amp;nbsp;ต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการจัดกิจกรรมในวันนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับคณะอาจารย์&amp;nbsp;นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp;กองขยายพันธุ์พืช?&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา?&amp;nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคนิคในการเพาะกระท่อมพันธุ์ดีซึ่งจะนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการผลิตกระท่อมตามโครงการวิจัยและนำองค์ความรู้ดังกล่าวไว้ใช้ส่งเสริมเกษตรกรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110142705344</Link_News></row>
<row _id="54"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีกดปุ่ม เดินเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือเกษตกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;กดปุ่ม&amp;nbsp;เดินเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือเกษตกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายชัยชาญ&amp;nbsp;สิทธิวิรัชธรรม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายโชติวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp;ส.ส.&amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ตรวจติดตามสถานการณ์การใช้น้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่10&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ฝ่ายส่งน้ำที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชัณสูตร&amp;nbsp;(โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร)&amp;nbsp;ต.โพสังโฆ&amp;nbsp;อ.ค่ายบางระจัน&amp;nbsp;จ.สิงห์บุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้พบปะพูดคุยรับทราบปัญหาของเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;และผู้แทนจากกรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของเกษตรกรโดยจะดำเนินการบริหารจัดการน้ำให้แก่เกษตรกรที่เพาะปลูกข้าว&amp;nbsp;และพืชเกษตรแล้วในฤดูการนี้จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;และขอความร่วมมือเกษตรกรห้ามเพาะปลูกเพิ่มเติมและงดการเพาะปลูกหลังจากเก็บเกี่ยวในฤดูการนี้จนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน&amp;nbsp;เนื่องจากน้ำต้นทุนมีจำนวนน้อยและต้องใช้ในการบริหารจัดการด้านอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใช้ในการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;ได้ขอความร่วมมือเกษตรกร&lt;/strong&gt;ให้เข้าร่วมโครงการโคกหนองนาโมเดล&amp;nbsp;หรือโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;เพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้กดปุ่ม&amp;nbsp;เดินเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำน้อยเข้าสู่คลองส่งน้ำ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ซ้าย&amp;nbsp;-1&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;ต.ถอนสมอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ท่าช้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.สิงห์บุรี&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;และได้ร่วมลงพื้นที่สำรวจการเพาะปลูกข้าวนาปรังของเกษตรกรด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สิงห์บุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110144546356</Link_News></row>
<row _id="55"><NewsTitle>เกษตรกรเลี้ยงไก่ปลื้ม ผู้บริโภคเข้าใจกินเนื้อไก่เพิ่มร่วมแก้ปัญหาประเทศยามวิกฤตหมูแพง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;รับอานิสงส์หลังผู้บริโภคหันกินเนื้อไก่&lt;/strong&gt;ทดแทนเนื้อหมูเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาประเทศจากหมูขาดแคลนและมีราคาแพง&amp;nbsp;ตลอดจนส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ฟื้นตัวหลังอุตสาหกรรมชะลอตัวยาวช่วงโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางฉวีวรรณ&amp;nbsp;คำพา&amp;nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ความต้องการบริโภคเนื้อไก่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;จากการที่ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมหันไปหาโปรตีนทางเลือกอื่นที่มีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการเทียบเท่าเนื้อหมูในราคาที่เหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งเนื้อไก่เป็นโปรตีนคุณภาพดีย่อยง่าย&amp;nbsp;ที่สำคัญราคาถูกกว่าเนื้อหมูในขณะนี้ถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;ทำให้จูงใจผู้บริโภคในการเปลี่ยนไปหาเนื้อสัตว์ทดแทน&amp;nbsp;ซึ่งร้านอาหารและร้านอาหารตามสั่ง&amp;nbsp;มีการปรับวัตถุดิบจากเนื้อหมูมาเป็นเนื้อไก่มากขึ้นด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมาคมฯ&amp;nbsp;ขอขอบคุณคนไทยแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ที่เข้าใจสถานการณ์&lt;/strong&gt;และเลือกกินเนื้อไก่ทดแทนเนื้อหมู&amp;nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงมีตลาดรองรับเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาประเทศในยามวิกฤตขาดแคลนเนื้อหมูแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่มีกำลังใจดำเนินธุรกิจต่อไป&amp;nbsp;หลังแบกภาระขาดทุนตลอดช่วงระยะเวลาโควิด-19&amp;nbsp;เกษตรกรพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและสร้างแหล่งอาหารมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;ให้กับคนไทยในทุกสถานการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางฉวีวรรณ&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางฉวีวรรณ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ความต้องการเนื้อไก่ที่เพิ่ม&lt;/strong&gt;ขึ้นส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย&amp;nbsp;โดยราคาเฉลี่ยหน้าฟาร์มปรับมาอยู่ที่&amp;nbsp;37-39&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ขณะที่คนเลี้ยงมีต้นทุน&amp;nbsp;36-38&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;แม้จะปรับไม่มากและเป็นราคาทรงตัวตั้งแต่ปลายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แต่ก็ดีขึ้นกว่าช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;และดีกว่าเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ราคาเฉลี่ยประมาณ&amp;nbsp;34-35&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ปัจจุบันราคาไก่ทั้งตัวเฉลี่ยต่อกิโลกรัมอยู่ที่&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อกไก่&amp;nbsp;75&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น่องไก่&amp;nbsp;65&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นตามปริมาณความต้องการในตลาด&amp;nbsp;ในระหว่างรอผลผลิตเนื้อหมูจากการเลี้ยงรอบใหม่อีกระยะหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ภาคปศุสัตว์และอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังประสบกับปัญหาสำคัญคือต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นต้นทุนหลักประมาณ&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;ของต้นทุนการเลี้ยง&amp;nbsp;ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะช่วงปี&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;เกษตรกรต้องประสบกับการขาดทุนสะสมจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ราคาปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง&amp;nbsp;30-40%&amp;nbsp;รวมถึงปัจจัยการผลิตและการป้องกันโรคระบาดปรับราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการบริหารจัดดังกล่าวมานาน&amp;nbsp;ซึ่งราคาเนื้อไก่ที่ปรับขึ้นนี้จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ให้มีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อไทยได้มาตรฐานสากลระดับโลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และปฏิบัติตามแนวทางการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Agricultural&amp;nbsp;Practice&amp;nbsp;:&amp;nbsp;GAP)&amp;nbsp;ได้รับการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;เพื่อป้อนตลาดในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;สร้างหลักประกันให้กับผู้บริโภคเนื้อไก่ให้ได้รับโปรตีนคุณภาพดีและปลอดภัยอย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริญญา/ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110154938431</Link_News></row>
<row _id="56"><NewsTitle>เกษตรกร เชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกร&amp;nbsp;เชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ&amp;nbsp;ยกนิ้วแนวทางดึงเกษตรกร&lt;/strong&gt;ฟื้นอาชีพ&amp;nbsp;เพิ่มซัพพลายหมู&amp;nbsp;ขอเร่งเยียวยา-หาสินเชื่อช่วยเกษตรกร&amp;nbsp;ย้ำต้องปล่อยกลไกตลาดทำงานเสรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุนทราภรณ์&amp;nbsp;สิงห์รีวงศ์&amp;nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรสนับสนุนมาตรการเร่งแก้ปัญหาสุกรของภาครัฐ&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมเกษตรผู้เลี้ยงรายย่อยให้ฟื้นอาชีพกลับมาเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;เพื่อให้มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบโดยเร็ว&amp;nbsp;หลังจากที่พี่น้องเกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงหรือชะลอการเลี้ยงไปถึง&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;ของจำนวนผู้เลี้ยงทั่วประเทศ&amp;nbsp;จากที่เคยมีถึง&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เหลือเพียง&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;รายในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยภาครัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถกลับมาดำเนินการเลี้ยงให้ได้เร็วที่สุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสะสมที่เกษตรกรต้องแบกรับมาตลอด&amp;nbsp;ทั้งเรื่องการเร่งจ่ายเงินชดเชยคงค้างให้กับผู้เลี้ยงที่ประสบปัญหาเรื่องโรคในสุกร&amp;nbsp;และได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐ&amp;nbsp;ที่กำหนดให้มีการทำลายสุกร&amp;nbsp;เพื่อป้องกัน&amp;nbsp;ควบคุมและกำจัดโรค&amp;nbsp;รวมถึงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในช่วงก่อนหน้านี้&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนในการเริ่มต้นเลี้ยงสุกรใหม่&amp;nbsp;ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจ&amp;nbsp;ด้วยการประกันภัย&amp;nbsp;กรณีที่กลับมาเลี้ยงใหม่แล้วเกิดความเสียหาย&amp;nbsp;จะต้องมีการชดเชยในทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมาเกษตรกรให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลผู้บริโภคมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทั้งที่ต้องเผชิญกับปัญหารอบด้านมานานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เราต้องแก้ปัญหาโดยลำพัง&amp;nbsp;ต้องดูแลและช่วยเหลือกันเอง&amp;nbsp;โดยไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ&amp;nbsp;จนกลายเป็นปัญหาสะสมทำให้คนเลี้ยงไม่มั่นใจ&amp;nbsp;พากันเลิกอาชีพ&amp;nbsp;และปล่อยเล้าร้าง&amp;nbsp;จำนวนหมูจึงลดลงอย่างมากในวันนี้&amp;nbsp;ถึงแม้ว่าราคาจะจูงใจ&amp;nbsp;แต่ความกังวลต่อสถานการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ทุกคนจึงไม่กล้าเสี่ยง&amp;nbsp;ดังนั้นการจะาฟื้นอาชีพและเรียกความเชื่อมั่นของเกษตรกรกลับมาอีกครั้ง&amp;nbsp;ภาครัฐต้องแก้ปัญหาทั้งระบบในทันที&amp;nbsp;เพราะการเพิ่มปริมาณหมูขุนให้กลับมาใกล้เคียง&amp;nbsp;18-19&amp;nbsp;ล้านตัวต่อปี&amp;nbsp;จะต้องใช้เวลา&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือคนเลี้ยงหมู&amp;nbsp;ให้เหมือนกับที่ช่วยเหลือเยียวยาภาคเกษตรอื่นๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;การช่วยลดหนี้&amp;nbsp;พักหนี้&amp;nbsp;หรือพักดอกเบี้ย&amp;nbsp;พร้อมเร่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด&amp;nbsp;รวมถึงเลื่อนจ่ายภาษีของเกษตรกรออกไปก่อน&amp;nbsp;และต้องปล่อยให้ราคาซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุนทราภรณ์&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;สำหรับแนวทางแก้ปัญหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยการงดส่งออกสุกรไปต่างประเทศนั้น&amp;nbsp;ข้อเท็จจริงคือ&amp;nbsp;ขณะนี้การส่งออกหยุดไปโดยอัตโนมัติ&amp;nbsp;จากปริมาณสุกรที่หายไปจากระบบและไม่เพียงพอป้อนตลาดในประเทศ&amp;nbsp;ประกอบกับสุกรไทยมีต้นทุนสูงและราคาปรับเพิ่มขึ้นจึงไม่จูงใจในการสั่งซื้อ&amp;nbsp;ส่วนที่แนะนำให้แก้ปัญหาโดยการนำเข้าสุกรจากต่างประเทศเป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา&amp;nbsp;เพราะคนไทยต้องเสี่ยงกับสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ&amp;nbsp;เกษตรกรต้องเสี่ยงกับโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว&amp;nbsp;รวมถึงผลกระทบต่อวงจรการผลิตสุกรทั้งอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ภาคเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การเลี้ยง&amp;nbsp;จนถึงภาคธุรกิจอื่นๆตลอดห่วงโซ่&amp;nbsp;ที่ต้องล่มสลาย&amp;nbsp;เนื่องจากสุกรไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสุกรต่างประเทศได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริญญา/ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110155553436</Link_News></row>
<row _id="57"><NewsTitle>ตรัง  โอกาสทองของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย หลังราคาหมูแพงทำคนต้องการซื้อลูกสุกรพุ่ง แต่เดือดร้อนจากค่าปัจจัยที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าอาหารที่แพงปรับขึ้นถี่ยิบ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงสุกรบ้านเกาะปราง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;12&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.หนองปรือ&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;นายประยวด&amp;nbsp;สุขดำ&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.หนองปรือ&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;และเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงสุกรบ้านเกาะปราง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ในกลุ่มมีสมาชิกประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยกระจายกันเลี้ยง&amp;nbsp;ในส่วนของตนเองมีแม่พันธุ์อยู่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีลูกสุกร&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;อยู่จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีคนจองทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;โดยจำหน่ายในราคาตัวละ&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เคยจำหน่ายในราคาตัวละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คนที่ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการจะเอาไปเลี้ยงขุน&amp;nbsp;ส่งขายเป็นสุกรชำแหละ&amp;nbsp;ซึ่งราคาสูงมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้ลูกสุกรมีไม่พอจำหน่าย&amp;nbsp;เพราะความต้องการสูงมากขึ้นกว่า&amp;nbsp;40%&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมีบางคนที่ต้องการเลี้ยงมาสอบถามอยู่ตลอดเวลาว่า&amp;nbsp;แม่สุกรจะตกลูกอีกเมื่อไร&amp;nbsp;เพราะต้องการซื้อ&amp;nbsp;โดยแม่สุกร&amp;nbsp;เมื่อผสมพันธุ์แล้วใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;114&amp;nbsp;&amp;nbsp;119&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก็จะตกลูก&amp;nbsp;หลังจากนั้นประมาณ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก็สามารถขายเป็นลูกสุกรได้ดังกล่าว&amp;nbsp;แต่ส่วนตัวก็จะต้องเก็บไว้บางส่วน&amp;nbsp;เพื่อจะนำไปขุนเอง&amp;nbsp;และเมื่อขุนได้ขนาด&amp;nbsp;จะถูกนำไปส่งให้กับพ่อค้าเขียงหมู&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นผู้ที่นำอาหารหมูมาขายให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;และจะรับซื้อลูกสุกรขุนที่พวกตนเลี้ยงกลับไปทั้งหมด&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรไม่ต้องมีปัญหาเรื่องของการตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;แถมช่วงนี้ยังทำให้ราคาหมูหน้าฟาร์มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนล่าสุดถึงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;บาทแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งไม่เคยมีราคาที่ดีเช่นนี้มาก่อนเลย&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีสุกรขุนอยู่ในฟาร์มจำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รอทยอยส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้าเขียงหมู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สิ่งที่เกษตรกรรู้สึกกังวลก็คือ&amp;nbsp;ราคาอาหารหมูที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครั้งละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาทต่อกระสอบ&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้งแล้ว&amp;nbsp;นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และล่าสุดที่ปรับขึ้นก็คือ&amp;nbsp;เมื่อช่วงต้นปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ต่างไปจากเมื่อก่อนที่นานๆ&amp;nbsp;ราคาอาหารหมูจะปรับขึ้นสักครั้ง&amp;nbsp;โดยทางผู้ผลิตอ้างว่าเกิดจากวัตถุดิบขาดแคลน&amp;nbsp;โดยราคาอาหารจะมีทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;เริ่มจากขนาดเล็กจะแพงสุดไปจนถึงสุกรขุนจนส่งขายได้&amp;nbsp;โดยมีราคากระสอบละ&amp;nbsp;790&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,570&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;480&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยในระยะเวลาประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ทำต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้นมาประมาณ&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;โดยสุกร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;กินอาหารประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;โดยต้นทุนเพิ่มขึ้นเกือบ&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;เพราะแม้จะไม่ต้องซื้อลูกสุกร&amp;nbsp;แต่ต้องเลี้ยงแม่พันธุ์ไว้ขยายพันธุ์เอาลูก&amp;nbsp;ซึ่งแบกรับค่าอาหารที่แพงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110161535456</Link_News></row>
<row _id="58"><NewsTitle>ติดตามสถานการณ์น้ำแล้งปี 65 อย่างใกล้ชิด รณรงค์ทุกภาคส่วนช่วยใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-17&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;56,855&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ&amp;nbsp;รวมกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&amp;nbsp;4.05&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ของแผนฯ&amp;nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&amp;nbsp;2.80&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;99&amp;nbsp;ของแผนฯ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp;ให้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติสนับสนุนการเกษตรก่อน&amp;nbsp;จากนั้นจะใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำช่วยเสริม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกับเดินหน้าตามมาตรการรับมือการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เน้นย้ำน้ำอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ต้องเพียงพอตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างการรับรู้&amp;nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรและประชาชนทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ให้ตระหนักถึงปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด&amp;nbsp;และร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด&amp;nbsp;รู้คุณค่า&amp;nbsp;รวมทั้งควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปรังให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110183226520</Link_News></row>
<row _id="59"><NewsTitle>ประมงจังหวัดตรัง มอบพันธุ์สัตว์น้ำและป้ายศูนย์ ศพก. ด้านประมง จำนวน 10 ศูนย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณสระน้ำเพิ่มสุข&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายโกวิทย์&amp;nbsp;เก้าเอี้ยน&amp;nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;(ปลานิล,&amp;nbsp;ปลาทับทิม,&amp;nbsp;ปลาดุก,&amp;nbsp;ปลาหมอ)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,530&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อาหารสัตว์น้ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;และมอบป้ายศูนย์&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;โดยให้แก่เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;ตามโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรด้านประมง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ศูนย์เครือข่าย)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์เครือข่ายฯ&amp;nbsp;ที่จัดตั้งใน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้มีฐานเรียนรู้ด้านการประมง&amp;nbsp;สามารถเป็นจุดถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้สนใจ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;(อำเภอละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111142557787</Link_News></row>
<row _id="60"><NewsTitle>ครม. อนุมัติ  574.11 ล้านบาท เยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยในพื้นที่ 56 จังหวัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;งบกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;574.11&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(African&amp;nbsp;Swine&amp;nbsp;Fever&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ASF)&amp;nbsp;และโรคระบาดร้ายแรงในสุกรหรือหมูป่า&amp;nbsp;โดยจะจ่ายเป็นค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;56&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;มีเกษตรกรที่กรมปศุสัตว์ได้ทำลายสุกรไปแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย&amp;nbsp;คิดเป็นเงิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;574.11&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แก่เกษตรกร&amp;nbsp;4,941&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และจำนวนสุกร&amp;nbsp;159,453&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลได้มีการสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในสุกร&amp;nbsp;ดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ร่วมกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งในขณะนี้มีความคืบหน้าของโครงการกว่าร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ซึ่งหากพัฒนาได้สำเร็จ&amp;nbsp;ไทยจะเป็นชาติแรกในโลกที่พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในสุกรได้เป็นชาติแรก&amp;nbsp;พร้อมกันนี้กรมปศุสัตว์ยังได้ดำเนินระบบการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง&amp;nbsp;กำกับดูแล&amp;nbsp;ให้เกษตรกร&amp;nbsp;ตลอดจนการป้องกันและควบคุมโรค&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ให้มีรั้วรอบฟาร์ม&amp;nbsp;ให้มีจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจสอบ&amp;nbsp;สำรวจโรคตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล&amp;nbsp;พร้อมชี้แจงให้ประชาชนอย่างโปร่งใส&amp;nbsp;ที่สำคัญต้องลดความเดือดร้อนของเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม&amp;nbsp;ผู้ค้ารายย่อย&amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้บริโภค&amp;nbsp;ในขณะนี้ให้มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111142707789</Link_News></row>
<row _id="61"><NewsTitle>ครม. รับทราบ 9 มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ เร่งจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติรับทราบมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;ฤดูแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สนทช.)&amp;nbsp;เสนอ&amp;nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำทุกประเภท&amp;nbsp;โดยการสูบน้ำจากแหล่งน้ำมากไปสู่แหล่งน้ำน้อย&amp;nbsp;ไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งเก็บน้ำและปรับปรุงและพัฒนาระบบธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;สำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองได้&amp;nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการสำรองน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบเพื่ออุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;และการเกษตร&amp;nbsp;และจัดทำทะเบียนผู้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำเพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามสภาพอากาศที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กำหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กำหนดแผนปริมาณน้ำจัดสรรในฤดูแล้งให้ชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ควบคุมการใช้น้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนให้เป็นไปตามแผนและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึงถึงระดับน้ำในทางน้ำที่อาจจะลดต่ำกว่าปกติ&amp;nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&amp;nbsp;โดยจัดทำทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ระบุพื้นที่เพาะปลูกและแหล่งน้ำที่นำมาใช้ให้ชัดเจนเพื่อให้การเพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน&amp;nbsp;เตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำเตรียมแปลงเพาะปลูกนารอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(นาปี)&amp;nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;สายรอง&amp;nbsp;และเตรียมแผนปฏิบัติการรองรับกรณีเกิดปัญหา&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;ตรวจวัด&amp;nbsp;และควบคุมการปล่อยน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;และชุมชนลงสู่แหล่งน้ำ&amp;nbsp;รวมทั้งควบคุมและขึ้นทะเบียนการเลี้ยงปลากระชังในแหล่งน้ำและลำน้ำ&amp;nbsp;ติดตามและประเมินผลเพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผน&amp;nbsp;โดยรายงานเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รวมทั้งติดตาม&amp;nbsp;ควบคุมการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชทนแล้ง&amp;nbsp;การทำนาปรัง&amp;nbsp;สร้างการรับรู้สถานการณ์และแผนบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กำหนด&amp;nbsp;ซึ่งสามารถให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้ทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;หรือเสี่ยงภัยแล้ง&amp;nbsp;หรือฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;ผ่านโครงการต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;โครงการซ่อมแซมอาคารชลศาสตร์&amp;nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;โครงการการสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;โครงการปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&amp;nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;และโครงการเพิ่มน้ำต้นทุน&amp;nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพ&amp;nbsp;รายได้&amp;nbsp;และการจ้างแรงงานให้กับประชาชนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&amp;nbsp;ที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111144721812</Link_News></row>
<row _id="62"><NewsTitle>เริ่มแล้ว ฤดูกาลทุเรียน ออกก่อน อ่อนไม่มี ทุเรียนทวาย ทุเรียนนอกฤดู ยอดจอง ไม่พอขาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การผลิต&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;นอกฤดู&amp;nbsp;หรือที่เรียกกันว่าทุเรียนทวาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในพื้นที่&amp;nbsp;ต.อ่าวใหญ่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;ถือว่า&amp;nbsp;เกษตรชาวสวนส่วนน้อย&amp;nbsp;ที่ต้องการผลผลิตทุเรียนให้ออกในช่วงนี้&amp;nbsp;เพราะดูแลยาก&amp;nbsp;บางต้นจะเก็บไว้&amp;nbsp;5-10&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;แต่ด้วยความต้องการของผู้บริโภคทุเรียน&amp;nbsp;มีความต้องการสูง&amp;nbsp;และรวมถึงราคาที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;นายชยุตพงศ์&amp;nbsp;ลาภดล&amp;nbsp;เกษตรกรสวนทุเรียน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ต.อ่าวใหญ่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;ถือเป็นเกษตรกร&amp;nbsp;เจ้าแรกๆ&amp;nbsp;ที่จำหน่ายทุเรียนทวาย&amp;nbsp;เปิดหน้าร้าน&amp;nbsp;บ้านคอกม้า&amp;nbsp;ตั้งอยู่&amp;nbsp;ริมถนน&amp;nbsp;สายตราด&amp;nbsp;แหลมศอก&amp;nbsp;ต.อ่าวใหญ่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;จำหน่ายทุเรียน&amp;nbsp;และผลไม้ตามฤดูกาล&amp;nbsp;ของจังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชยุตพงศ์&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตนเองจะรับซื้อทุเรียนที่ได้คุณภาพ&amp;nbsp;จากเจ้าของสวนในพื้นที่&amp;nbsp;ส่งไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลผลผลิตทุเรียนของจังหวัดตราด&amp;nbsp;ที่เหลืออีกไม่กี่วัน&amp;nbsp;ก็จะออกมารุ่นแรก&amp;nbsp;แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่&amp;nbsp;ความต้องการของผู้บริโภคทุเรียนมีมาก&amp;nbsp;และประจวบกับทุเรียนทวายในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ออกเป็นทุเรียนที่ออกก่อนฤดู&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการของลูกค้าเป็นจำนวนมากด้วย&amp;nbsp;ทำให้มียอดสั่งจอง&amp;nbsp;สินค้าไม่พอจำหน่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่ง&amp;nbsp;นายชยุตพงศ์&amp;nbsp;บอกอีกว่า&amp;nbsp;ทุเรียนทวาย&amp;nbsp;เป็นทุเรียนที่&amp;nbsp;ออกก่อนฤดูและมีรสชาติอร่อย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพราะช่วงของการเจริญเติบโต&amp;nbsp;จะไม่โดนฝน&amp;nbsp;ทำให้เนื้อทุเรียน&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;หนึบ&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;แต่อาจจะมีเปลือกหนาบางลูก&amp;nbsp;และจะเป็นไซด์ขนาดใหญ่&amp;nbsp;ส่วนการจำหน่ายนั้น&amp;nbsp;ราคากลาง&amp;nbsp;จะดูจากล้งเป็นหลัก&amp;nbsp;ซึ่งราคาจะไม่สูงกว่าล้งมากนัก&amp;nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทางนายชยุตพงศ์&amp;nbsp;บอกต่ออีกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะทำการส่งจำหน่ายทุเรียนทวาย&amp;nbsp;จนกว่าทุเรียนในพื้นที่รุ่นนี้จะหมด&amp;nbsp;ต่อเนื่องไปจนถึงฤดูกาลทุเรียน&amp;nbsp;หมอนทอง&amp;nbsp;ของจังหวัดตราด&amp;nbsp;จะออกสู่ตลาด&amp;nbsp;ในช่วงประมาณสิ้นเดือน&amp;nbsp;มีนาคมที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุนิสา&amp;nbsp;สสังข์ทอง&amp;nbsp;สวท.ตราด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111153931849</Link_News></row>
<row _id="63"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระยะนี้&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น&amp;nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&amp;nbsp;ส่วนภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&amp;nbsp;4-15&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;และบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&amp;nbsp;8-15&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&amp;nbsp;ระยะนี้จะมีอากาศเปลี่ยนแปลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;เกษตรกรควรใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เพื่อจะได้มีน้ำใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงแล้ง&amp;nbsp;สำหรับปริมาณน้ำระเหยจะมีมาก&amp;nbsp;เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใบไม้&amp;nbsp;ฟางข้าว&amp;nbsp;และหญ้าแห้ง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อลดอัตราการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน&amp;nbsp;รักษาความชื้นภายในดิน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111160537865</Link_News></row>
<row _id="64"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดตรัง ยืนยันหมูในจังหวัดตรังไม่เคยเกิดโรคระบาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณีที่ฟาร์มเลี้ยงหมูรายย่อยหลายแห่งใน&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ห้วยยอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกิดโรคระบาดเมื่อประมาณ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;เดือนที่ผ่าน&amp;nbsp;จนทำให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&amp;nbsp;เข้าไปตรวจสอบและสั่งการให้เจ้าของฟาร์มหมูเร่งฝังทำลายหมูทั้งหมด&amp;nbsp;ทำให้ขาดทุนจำนวนมาก&amp;nbsp;แต่ก็มีเจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมูบางรายต้องเร่งส่งขาย&amp;nbsp;เพื่อลดปัญหาการขาดทุน&amp;nbsp;ทำให้จนถึงขณะนี้เจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมูจำนวนมากต้องหยุดพักคอก&amp;nbsp;ไม่กล้าลงทุนเลี้ยงใหม่&amp;nbsp;เพราะอาหารและลูกหมูมีราคาแพง&amp;nbsp;และหวั่นจะเกิดโรคระบาดซ้ำ&amp;nbsp;เพราะที่ผ่านมาหลังจากหมูเกิดโรคระบาด&amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนว่าโรคระบาดที่เกิดขึ้นเกิดจากโรค&amp;nbsp;และสาเหตุอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์สุรจิต&amp;nbsp;วิชชุวรรณ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตนของยืนยันว่าจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ไม่เคยเกิดโรคระบาดในหมู&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ก็มีบ้างแต่ประปราย&amp;nbsp;ตนในฐานะปศุสัตว์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ขอยืนยันว่าได้ควบคุมโรคระบาดในจังหวัดตรังได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;แน่นอน&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ผลกระทบของโรคระบาดที่เกิดขึ้นอย่างที่ปรากฎข่าวอยู่ขณะนี้&amp;nbsp;ไม่พบในจังหวัดตรังอย่างแน่นอน&amp;nbsp;และไม่พบโรคระบาดในจังหวัดตรังมาเป็นเวลานานแล้ว&amp;nbsp;ในส่วนของกรมปศุสัตว์มีนโยบายอย่างชัดเจน&amp;nbsp;มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;และเกษตรกรรายใหญ่&amp;nbsp;เพื่อให้มีความรู้เท่าทันโรคระบาดในฟาร์ม&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์มีนโยบายให้ประชุมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ในขณะที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์รายใหญ่&amp;nbsp;หรือฟาร์มระบบปิดมีรูปแบบการจัดการฟาร์มและการป้องกันโรคอย่างดี&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรรายย่อยที่ไม่ได้พัฒนาฟาร์มเป็นฟาร์มมาตรฐานจะมีปัญหานิดหน่อย&amp;nbsp;ทั้งนี้ชาวบ้านถามยืนยันว่า&amp;nbsp;ไม่เคยพบการโรคระบาดในหมูเกิดขึ้นเลยหรือ&amp;nbsp;แต่ชาวบ้านและเจ้าของฟาร์มในพื้นที่&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;และอ.ห้วยยอด&amp;nbsp;ยืนยันว่าหมูเกิดโรคระบาดและฝังไปเป็นจำนวนมากก่อนสิ้นปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายสัตวแพทย์สุรจิต&amp;nbsp;วิชชุสุวรรณ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่เคยมี&amp;nbsp;เป็นการเสพข่าว&amp;nbsp;และเข้าไปตรวจสอบแล้วยืนยันไม่พบการระบาดเลย&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มีเกษตรการรายย่อย&amp;nbsp;ที่เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีสุกรนับแสนตัว&amp;nbsp;มีฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีแม่พันธุ์&amp;nbsp;4,500&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีหมูขุนในฟาร์ม&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;จึงยืนยันว่าหมูในจังหวัดตรังมีเพียงพอต่อการบริโภคในจังหวัดอย่างแน่นอน&amp;nbsp;แต่หมูย่างมีการนำเข้าจากจังหวัดใกล้เคียงบ้าง&amp;nbsp;ประมาณวันละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพราะหมูย่างจะมีการเลือกใช้หมูขนาดเฉพาะของเขา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่สาเหตุที่หมูในจังหวัดตรังมีราคาแพง&amp;nbsp;เป็นเพราะในโลกสมัยที่การสื่อสารทั่วถึง&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรังหมูมีเพียงพออยู่แล้ว&amp;nbsp;ไม่ได้ขาดแคลน&amp;nbsp;แต่เมื่อหมูที่อื่นขาดตลอด&amp;nbsp;หมูที่ตรังจึงไหลไปที่อื่นด้วย&amp;nbsp;และราคาก็ขยับราคาสูงตามประกาศราคาสมาคมผู้เลี้ยงหมูภาคใต้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111160746868</Link_News></row>
<row _id="65"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรับมือผลไม้ฤดูการผลิตปี 2565 ล่วงหน้า พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดมาตรการที่เข้มงวดโดยเฉพาะด่านนำเข้าจีน&amp;nbsp;และส่งผลต่อการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรผลไม้ของไทย&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้&amp;nbsp;มีความเป็นห่วงสถานการณ์และได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;และเชียงราย&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-15&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;โดยจะติดตามความคืบหน้าในหลายด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การบริหารจัดการผลไม้ของภาคเหนือ&amp;nbsp;ฤดูการผลิตปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(ลำไย)&amp;nbsp;ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กรกอ.)&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;การขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&amp;nbsp;(Agritech&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Innovation&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;:AIC)&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;และเชียงราย&amp;nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยมด่านเชียงของและด่านเชียงแสนในการส่งออกผลไม้และสินค้าเกษตรทางบกและทางเรือลำน้ำโขง&amp;nbsp;โดยเฉพาะมาตรการ&amp;nbsp;SPS&amp;nbsp;และโควิดฟรี&amp;nbsp;(Covid&amp;nbsp;Free)&amp;nbsp;และแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งผ่านด่านบ่อเตนและด่านโมฮ่าน&amp;nbsp;ตลอดจนการประชุมหารือกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนากาแฟอาราบิก้า&amp;nbsp;(Arabica)&amp;nbsp;ตลอดห่วงโซอุปทาน&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำของโครงการชลประทานภาคเหนือตอนบนและการขับเคลื่อนโครงการโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือเพื่อพัฒนาการเกษตรในเมืองและส่งเสริมเพิ่มพื่นที่สีเขียวเพื่อแก้ปัญหา&amp;nbsp;pm.2.5&amp;nbsp;และลดก๊าซเรือนกระจก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับข้อมูลการส่งออกนำเข้าผักผลไม้โดยรวมระหว่างไทยกับจีน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ปรากฎว่าไทยได้เปรียบดุลการค้าจีนกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เท่าตัว&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน&amp;nbsp;1.02&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;ไทยนำเข้าผลไม้จากจีน&amp;nbsp;30,735&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ไทยได้เปรียบจีน&amp;nbsp;7.2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ครองตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนตลาด&amp;nbsp;เป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สูงถึงร้อนฝยละ&amp;nbsp;ขณะที่เพียง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือนของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;(เดือน&amp;nbsp;ม.ค-ต.ค&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;สูงเป็นประวัติการณ์&amp;nbsp;ส่วนการนำเข้าส่งออกผักในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จีนส่งออกออกผักมาไทย&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พันล้าน&amp;nbsp;ไทยส่งออกผักสดผักแข็งผักแห้งและมัน&amp;nbsp;หัวมัน&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;แต่ถ้าแยกผักออกมาไทยส่งออกผักไปจีน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พันล้านบาท&amp;nbsp;เสียดุลการค้าจีนด้านผัก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พันล้านบาท&amp;nbsp;ในขณะที่ไทยได้เปรียบการส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111202541975</Link_News></row>
<row _id="66"><NewsTitle>ชุมชนบ้านถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา หลักทรงงาน ที่ดิน 1 งานสู่รายได้ 1 แสนบาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู&lt;/strong&gt; เยี่ยมและให้กำลังใจชุมชนบ้านถ้ำกลองเพลตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ในการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา หลักทรงงานและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร อาชีพรายได้และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผ่านการระเบิดจากข้างในของชุมชนสู่การปฏิบัติตามหลักภูมิสังคมด้วยการปลูกผักปลอดสาร คนกินปลอดภัย คนปลูกสุขใจ ผักปลอดภัยสายบุญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีการปลูกผักหมุนเวียนตามฤดูกาลตลอดทั้งปีตามหลักภูมิสังคม &lt;/strong&gt;ใช้ปุ๋ยธรรมชาติจากมูลควาย,วัวผสมแกลบหมักด้วยน้ำหมักจากเศษอาหารและเป็นการลดต้นทุนการผลิต ลดขยะ ซึ่งใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยเฉพาะเงื่อนไข ความรู้ ทั้งการผลิต การจำหน่ายแบบองค์รวม และมองทั้งระบบ และจะต้องนำเงื่อนไข คุณธรรม คือความอดทน ขยัน ความเพียร ความซื่อสัตย์สุจริต &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชุมชนนี้ดำเนินการมานานหลายปีและยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt; และจะนำไปสู่ภูมิคุ้มกันที่ดีมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งผลผลิตที่ได้นั้นนอกจากรับประทานแล้วยังจำหน่ายเป็นรายได้ต่อครั้งประมาณ 7,000 - 10,000 บาท ตลอดทั้งปีประมาณ 84,000 - 120,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งชุมชนบ้านถ้ำกลองเพล ดำเนินการ จำนวน 50 ครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111201859974</Link_News></row>
<row _id="67"><NewsTitle>ปศุสัตว์เพชรบุรี ออกให้บริการตรวจสุขภาพโคนม เจาะเลือดเก็บตัวอย่างแพะเนื้อ  ตรวจรับรองฟาร์มGFM และขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์เพชรบุรีออกให้บริการตรวจสุขภาพโคนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจาะเลือดเก็บตัวอย่างแพะเนื้อ&amp;nbsp;ตรวจรับรองฟาร์มGFM&amp;nbsp;และขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้บริการตรวจสุขภาพโคนมประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดำเนินการเก็บตัวอย่างด้วยการเจาะเลือดโคนม&amp;nbsp;เพื่อทดสอบโรคบรูเซลโลซิส&amp;nbsp;(แท้งติดต่อ)&amp;nbsp;ในโคนม&amp;nbsp;พร้อมบันทึกข้อมูลประวัติสัตว์และให้คำแนะนำในด้านการจัดการฟาร์มที่ดี&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลป่าเด็ง&amp;nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เก็บตัวอย่าง&amp;nbsp;โคนม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;192&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมานะ&amp;nbsp;บุตรเพชร&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอบ้านลาดนำทีมเจ้าหน้าที่ฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ออกปฏิบัติงานในพื้นที่ให้บริการเจาะเลือดเก็บตัวอย่างแพะเนื้อ&amp;nbsp;ของเกษตรกร&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลบ้านลาด&amp;nbsp;อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;เพื่อตรวจรับรองฟาร์มเข้าสู่ระบบฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Farming&amp;nbsp;Management&amp;nbsp;:&amp;nbsp;GFM)&amp;nbsp;และฟาร์มปลอดโรคบลูเซลลูซีสในแพะ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรีได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบฟาร์ม&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งทั้งรายใหม่และรายเก่า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลากลางหมู่บ้าน&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.หนองขนาน&amp;nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ฝูง&amp;nbsp;มีเป็ดไล่ทุ่งอยู่ในการเลี้ยง&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ชี้แจงมาตรการ&amp;nbsp;เพื่อจำกัดเขตการเลี้ยง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือให้เลี้ยงภายในเขตจังหวัด&amp;nbsp;หากต้องมีการเคลื่อนย้ายข้ามข้ามจังหวัดให้ดำเนินการตามมาตรการกรมปศุสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาด&amp;nbsp;แนะนำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมาขึ้นทะเบียนฟาร์ม&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;เพื่อปรับเปลี่ยนลักษณะการเลี้ยงให้เป็นฟาร์มที่มีการจัดการฟาร์มที่เหมาะสม&amp;nbsp;และมอบยาฆ่าเชื้อโรคให้กับเกษตรกรทุกราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี/12&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112114841117</Link_News></row>
<row _id="68"><NewsTitle>ปศุสัตว์เพชรบุรี เก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ เพื่อส่งตรวจคุณภาพน้ำนม ประจำเดือนมกราคม 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์เพชรบุรี&amp;nbsp;เก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&amp;nbsp;เพื่อส่งตรวจคุณภาพน้ำนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประจำเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10-11&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีโดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำ&amp;nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&amp;nbsp;ตามโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;ประจำเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการจดบันทึกข้อมูลปริมาณน้ำนมดิบทุกเบอร์ถัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;รอบเย็นวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รอบเช้าวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(ศูนย์ชะอำ)&amp;nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบกลุ่มเกษตรกรโคนมชะอำ&amp;nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี&amp;nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมพอเพียงอำเภอแก่งกระจาน&amp;nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค&amp;nbsp;ห้วยสัตว์ใหญ่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สาขาป่าเด็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อส่งตรวจคุณภาพของน้ำนมดิบทางห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตกจังหวัดราชบุรีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี/12&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112115054119</Link_News></row>
<row _id="69"><NewsTitle>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายภาษเดช&amp;nbsp;หงส์ลดารมภ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชน&amp;nbsp;ตัวแทนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้ของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันประชุมและพิจารณา&amp;nbsp;ในเรื่อง&amp;nbsp;"การประชุมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเพื่อการขับเคลื่อนและการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;อย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;(ในเขตภาคเหนือ)"&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;APP&amp;nbsp;ZOOM&amp;nbsp;Cloud&amp;nbsp;Meeting&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อาทิ&amp;nbsp;การคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565,&amp;nbsp;ผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;และปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;ซึ่งฤดูกาลผลิตลิ้นจี่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีปริมาณผลผลิตทั้งหมด&amp;nbsp;30,716&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ขณะนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว&amp;nbsp;ผลการบริหารจัดการสิ้นจี่ของทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&amp;nbsp;ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;ได้ดำเนินการครบถ้วนทั้งมิติของการบริหารจัดการเชิงคุณภาพและการบริหารจัดการเชิงปริมาณรวมถึงครอบคลุมทุกระยะการเจริญเติบโตของลิ้นจี่ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวแล้ว&amp;nbsp;และหลังเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;จึงทำให้ไม่มีผลผลิตส่วนเกิน&amp;nbsp;ในส่วนของราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;AA&amp;nbsp;(ห่อ)&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;78&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;AA&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;A&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;B&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;และเกรดคละ&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตลิ้นจี่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกษตรกรมีกำไรเฉลี่ยจากการขายลิ้นจี่เท่ากับ&amp;nbsp;62/38/25/14/&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการผลิตลำไยในฤดูภาคเหนือฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;และจังหวัดตาก&amp;nbsp;มีเนื้อที่ยืนต้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านกว่าไร่&amp;nbsp;เนื้อที่ให้ผล&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แสนกว่าไร่&amp;nbsp;ประมาณการผลผลิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แสนกว่าตัน&amp;nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่&amp;nbsp;711&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ดำเนินการบริหารจัดการผลผลิตลำไยในฤดูและติดตามสถานการณ์การผลิตและการเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไย&amp;nbsp;ตลอดฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำหรับราคาลำไยที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;(สดช่อ)&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;AA&amp;nbsp;ราคาเฉลี่ย&amp;nbsp;29&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;A&amp;nbsp;ราคาเฉลี่ย&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;B&amp;nbsp;ราคาเฉลี่ย&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัมและเกรด&amp;nbsp;AA+A&amp;nbsp;ราคาเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตลำไยในปีการผลิต&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีส่วนต่างของราคาสูงกว่าต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;กำไรเฉลี่ยจากการขายลำไยเท่ากับ&amp;nbsp;18/12/4/14&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามกรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น(Focus&amp;nbsp;Group)&amp;nbsp;เชิงตั้งข้อสังเกตว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"ปัญหาและอุปสรรค"&amp;nbsp;ของการบริหารจัดการผลไม้ระดับ&amp;nbsp;Area&amp;nbsp;basedและรายสินค้า&amp;nbsp;และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา&amp;nbsp;โดยมีผู้ให้ข้อคิดเห็นประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านแรงงาน&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบคือการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวเนื่องจากข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายแรงงานในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะควรมีการขึ้นทะเบียนแรงงานเก็บเกี่ยวลำไยในพื้นที่&amp;nbsp;ด้านผู้ประกอบการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการหยุดรับซื้อ/ปิดกิจการ&amp;nbsp;ทำให้ราคาลำไยตกต่ำ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการบางรายรับซื้อผลผลิตเฉพาะบางเกรด&amp;nbsp;รวมถึงเตาอบไม่เพียงพอกับปริมาณผลผลิต&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวเพื่อแปรรูปอบแห้งคุณภาพลดลง&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ยกระดับเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาการแปรรูปสร้างตลาดท้องถิ่นจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและจัดทำเว็บไซต์เพื่อจำหน่ายผลผลิตลำไยสู่ผู้บริโภคโดยตรง,&amp;nbsp;ด้านระบบโลจิสติส์&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;บริษัทขนส่งไม่รับส่งผลไม้สด&amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถขายผลไม้ออนไลน์ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;กระจายผลผลิตคุณภาพสู้ผู้บริโภคผ่านหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;บริษัทประชารัฐรักสามัคคีเป็นต้น,&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนจากภาครัฐดำเนินการในช่วงปลายฤดูกาลผลผลิต&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทัน&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;ควรมีการจัด&amp;nbsp;Zoning&amp;nbsp;จะช่วยลดภาวะผลผลิตล้นตลาดในช่วงกระจุกตัวและควรมีแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ในภาวะวิกฤต,&amp;nbsp;ด้านการแปรรูป/ผลิตภัณฑ์ใหม่&amp;nbsp;(สดช่อ/รูดร่วง/อบแห้งเนื้อสีทอง)ปัญหาอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;ขาดแคลนระบบน้ำเพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต(สดช่อ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรยังไม่ได้&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;หน่วยรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ไม่สามารถรับรองพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ได้&amp;nbsp;ล้งไม่รับซื้อผลผลิตราคาถูก&amp;nbsp;(รูดร่วงเกรด&amp;nbsp;B)&amp;nbsp;ไม่มีกลุ่ม/องค์กรด้านการแปรรูปในพื้นที่และไม่มีนวัตกรรมด้านการแปรรูป&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;หน่วยงานระดับสูงควรประสาน/ทำความเข้าใจกับหน่วยรับรองเพื่อรับGAPสำหรับพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;ควรมีการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปลำไยด้านสรรพคุณทางยาร่วมกับสมุนไพรที่กำลังเป็นที่สนใจ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กัญชา&amp;nbsp;กระท่อม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายการแปรรูปเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ&amp;nbsp;ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงนวัตกรรมพืชเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดและควรมีกลไกการบริหารจัดการทั้ง&amp;nbsp;Value&amp;nbsp;Chain&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;และผู้ประกอบการ,&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;(Packaging)&amp;nbsp;ปัญหาอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;เกษตรกรยังขาดความรู้ในการคัดบรรจุ&amp;nbsp;(Packing)&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กล่องกระดาษได้รับความเสียหายระหว่างขนส่งจากความชื้นของผลผลิตลำไย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;ควรมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคเอกชนในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ควรมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับการขนส่งระยะทางไกล,&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านการตลาดปัญหาอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;ไม่มีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง&amp;nbsp;(กลุ่มเกษตรกร/จังหวัด)&amp;nbsp;ไม่มีการเชื่อมโยงการตลาดระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เน้นการพึ่งพาตลาดเก่า&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;ควรส่งเสริม/ยกระดับให้กลุ่มเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งให้สามารถพัฒนาเป็นจุดรวบรวมผลผลิตเพื่อช่วยกระจายผลผลิต&amp;nbsp;พัฒนาความรู้ให้เกษตรกรด้านการใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;Online&amp;nbsp;การสร้างเวบไชต์/เพจจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;เปิดตลาดใหม่และประชาสัมพันธ์การบริโภคลำไยเกี่ยวกับค่านิยมในการบริโภคที่เป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สรรพคุณทางยา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112133753145</Link_News></row>
<row _id="70"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด จัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ ( Field Day)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้เยี่ยมชมกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้ตามรอยศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;ตำบลคลองใหญ่&amp;nbsp;อำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยนายชยุทกฤดิ&amp;nbsp;นนทแก้ว&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้&amp;nbsp;ความสามารถและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม&amp;nbsp;โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้ให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ในการใช้การสอนที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;และให้คำแนะนำในการบริหารจัดการต่างๆกับเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดกิจกรรมดังกล่าวทางสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดจัดบูธนิทรรศการ&amp;nbsp;เพื่อสอนความรู้ต่างๆให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การทำปุ๋ยชนิดต่างๆ&amp;nbsp;การทดสอบดิน&amp;nbsp;การทำอาหารเสริมให้พืช&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีผลิตพืชอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตราดยังได้เยี่ยมชมสินค้าของเกษตรกร&lt;/strong&gt;ในพื้นที่ที่นำมาจำหน่าย&amp;nbsp;การสาธิต&amp;nbsp;การให้น้ำผ่านสมาร์ทโฟน&amp;nbsp;โรงเห็ดอัจฉริยะ&amp;nbsp;และร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิตของศูนย์การเรียนรู้ฯ&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112145443240</Link_News></row>
<row _id="71"><NewsTitle>สภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี จัดทำแผนพัฒนาอาชีพ เวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานราก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนนิคมสงเคราะห์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.พุคำจาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.พระพุทธบาท&amp;nbsp;จ.สระบุรี&amp;nbsp;นางสาวอรอนง&amp;nbsp;ขำวงษ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;นายสละ&amp;nbsp;นิรากรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ภาควิชาการ&amp;nbsp;ร่วมจัดเวทีประชาคม&amp;nbsp;ระดมความคิดเห็นของเกษตรกรสะท้อนปัญหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ในการเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านหนี้สิน&amp;nbsp;เพิ่มการทำอาชีพเสริม&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;การปรับเปลี่ยนพืชทางเลือก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านที่ดินทำกิน&amp;nbsp;เกี่ยวกับคุณภาพดิน&amp;nbsp;การตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การปลูกพืชรองที่มีความเหมาะสมกับดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านสวัสดิการสิทธิเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และด้านคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;การพัฒนากลุ่มอาชีพ&amp;nbsp;ในด้านการตลาด&amp;nbsp;รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;(ดอกเข้าพรรษา)&amp;nbsp;ซึ่งหน่วยงานภาคีร่วมรับฟังปัญหาความตัองการ&amp;nbsp;พร้อมให้ข้อมูล&amp;nbsp;คำแนะนำ&amp;nbsp;กับเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และร่วมบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สระบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180044349</Link_News></row>
<row _id="72"><NewsTitle>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี หรือ ธกส. เปิดเผยข้อมูล                      การจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ ประจำปี 2564/2565 ควบคู่มาตรการคู่ขนานของ ธนาคาร ธกส.</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;เปิดเผยข้อมูล&amp;nbsp;การจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ควบคู่มาตรการคู่ขนานของ&amp;nbsp;ธนาคาร&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;Lead&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;เปิดเผยข้อมูล&amp;nbsp;การจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ควบคู่มาตรการคู่ขนานของ&amp;nbsp;ธนาคาร&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางวิภารัตน์&amp;nbsp;สัมนักษร&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตร&lt;/strong&gt;และสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยถึง&amp;nbsp;ข้อมูลการจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ควบคู่มาตรการคู่ขนายของ&amp;nbsp;ธนาคาร&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;ในส่วนของโครงการตามนโยบายของรัฐบาลสำหรับพืชเศรษฐกิจหลัก&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในโครงการประกันรายได้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;และปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธนาคาร&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;ได้มีการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการประกันรายได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ควบคู่กับมาตรการคู่ขนานของ&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;เพื่อเสริมให้ลูกค้ามีเงินทุนสำหรับปีการผลิตถัดไป&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ในปีนี้มีด้วยกัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงการประกันรายได้ข้าว&amp;nbsp;เกษตรกรได้รับเงินแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;28,938&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;389,998,178&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการข้าว&amp;nbsp;ช่วยเหลือในการดูแลคุณภาพข้าวให้กับเกษตร&amp;nbsp;โดยรัฐบาลช่วยเหลือไร่ละ&amp;nbsp;1,000บาท&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หรือครอบครัวละไม่เกิน&amp;nbsp;20,000บาท&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับเงินแล้วจำนวน&amp;nbsp;27,008&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;293,219,765.25บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงการสินเชื่อชะลอข้าว&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่มียุ้งฉาง&amp;nbsp;โดยจะให้สินเชื่อตามวงเงินสินเชื่อ&amp;nbsp;ตามแต่ละประเภทของข้าว&amp;nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาการให้สินเชื่อไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือนโดยไม่คิดดอกเบี้ย&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้รับเงินค่าฝากเก็บ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว&amp;nbsp;โดยจะเป็นสินเชื่อสำหรับกลุ่มบุคคลหรือสหกรณ์การเกษตรที่มีสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ดำเนินการรวบรวมข้าวเพื่อรอการขาย&amp;nbsp;สามารถขอสินเชื่อได้&amp;nbsp;โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;โดยผู้กู้จะรับผิดชอบดอกเบี้ยเพียง&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;ดอกเบี้ยที่เหลือรัฐบาลจะรับผิดชอบในการชำระดอกเบี้ย&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;มีระยะเวลาการชำระหนี้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ที่มีอายุตั้งแต่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;รัฐบาลช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งมีเกษตรกร&amp;nbsp;ได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,726&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;5,314,737.16บาท&amp;nbsp;สำหรับพืชเศรษฐกิจอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;และปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;ราคาประกันราคาต่ำกว่าราคาอ้างอิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณัฏฐภัส&amp;nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;สวท.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สวท.กาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180433350</Link_News></row>
<row _id="73"><NewsTitle>สภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรีจัดโครงการจัดทำแผนพัฒนาอาชีพเปิดเวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานราก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนนิคมสงเคราะห์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.พุคำจาน&amp;nbsp;อ.พระพุทธบาท&amp;nbsp;จ.สระบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาวอรอนง&amp;nbsp;ขำวงษ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;นายสละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นิรากรณ์&amp;nbsp;สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ภาควิชาการ&amp;nbsp;ร่วมเวทีประชาคม&amp;nbsp;ระดมความคิดเห็นของเกษตรกรสะท้อนปัญหาด้านการเกษตร&amp;nbsp;ด้านแหล่งนำ้&amp;nbsp;ในการเพิ่มแหล่งกักเก็บนำ้เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ด้านหนี้สิน&amp;nbsp;เพิ่มการทำอาชีพเสริม&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;กาคปรับเปลี่ยนพืชทางเลือก&amp;nbsp;ด้านที่ดินทำกิน&amp;nbsp;เกี่ยวกับคุณภาพดิน&amp;nbsp;การตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การปลูกพืชรองที่มีความเหมาะสมกับดิน&amp;nbsp;ด้านสวัสดิการสิทธิเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม&amp;nbsp;และด้านคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;การพัฒนากลุ่มอาชีพ&amp;nbsp;ในด้านการตลาด&amp;nbsp;รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;(ปลูกดอกเข้าพรรษา)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งหน่วยงานภาคีร่วมรับฟังปัญหาความตัองการ&amp;nbsp;พร้อมให้ข้อมูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คำแนะนำ&amp;nbsp;กับเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และร่วมบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สระบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180621351</Link_News></row>
<row _id="74"><NewsTitle>อบจ.ตรัง อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรีดยางพารา หลักสูตร เทคนิคการลับมีดกรีดยาง รุ่นที่ 3</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายโชคดี&amp;nbsp;คีรีกิ้น&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายจารึก&amp;nbsp;ทองหนัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองนายก&amp;nbsp;อบจ.ตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรีดยางพารา&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;เทคนิคการลับมีดกรีดยาง&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;มัสยิดบ้านแหลม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลวังวน&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการดังกล่าว&amp;nbsp;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวสวนยางพารา&lt;/strong&gt;ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่อง&amp;nbsp;การลับมีดกรีดยาง&amp;nbsp;การดูแลรักษาสวนยางที่ถูกต้อง&amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งโค่นต้นยาง&amp;nbsp;เพื่อปลูกแทนรอบใหม่&amp;nbsp;และที่สำคัญคือ&amp;nbsp;ทุกคนจะได้ทราบหลักการกรีดยางอย่างน้อย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การลับมีดอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำยางในการกรีดต่อครั้งสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;การกรีดอย่างไรให้น้ำยางมากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;กรีดยางอย่างไรให้ต้นยางเสียหายน้อยที่สุด&amp;nbsp;และกรีดได้นานที่สุด&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;25-30&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;กรีดยางอย่างไรจึงทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีนายประยูร&amp;nbsp;เซ่งย่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อดีตผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;หรือสำนักงานการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นวิทยากรถ่ายทอดให้ความรู้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112161749289</Link_News></row>
<row _id="75"><NewsTitle>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายภาษเดช&amp;nbsp;หงส์ลดารมภ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชน&amp;nbsp;ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนผลไม้ของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันประชุมและพิจารณา&amp;nbsp;ในเรื่อง&amp;nbsp;"การประชุมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเพื่อการขับเคลื่อนและการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;อย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;(ในเขตภาคเหนือ)"&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;APP&amp;nbsp;ZOOM&amp;nbsp;Cloud&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565,&amp;nbsp;ผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;และปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;ซึ่งฤดูกาลผลิตลิ้นจี่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีปริมาณผลผลิตทั้งหมด&amp;nbsp;30,716&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว&amp;nbsp;ผลการบริหารจัดการสิ้นจี่ของทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&amp;nbsp;ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;ได้ดำเนินการครบถ้วนทั้งมิติของการบริหารจัดการเชิงคุณภาพและการบริหารจัดการเชิงปริมาณรวมถึงครอบคลุมทุกระยะการเจริญเติบโตของลิ้นจี่ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวแล้ว&amp;nbsp;และหลังเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;จึงทำให้ไม่มีผลผลิตส่วนเกิน&amp;nbsp;ในส่วนของราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;AA&amp;nbsp;(ห่อ)&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;78&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;AA&amp;nbsp;&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;A&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;B&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;และเกรดคละ&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตลิ้นจี่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกษตรกรมีกำไรเฉลี่ยจากการขายลิ้นจี่เท่ากับ&amp;nbsp;62/38/25/14/&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ในส่วนของการผลิตลำไยในฤดูภาคเหนือ&amp;nbsp;ฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;และจังหวัดตาก&amp;nbsp;มีเนื้อที่ยืนต้น&amp;nbsp;1ล้านกว่าไร่&amp;nbsp;เนื้อที่ให้ผล&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แสนกว่าไร่&amp;nbsp;ประมาณการผลผลิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แสนกว่าตัน&amp;nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่&amp;nbsp;711&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ดำเนินการบริหารจัดการผลผลิตลำไยในฤดูและติดตามสถานการณ์การผลิตและการเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไย&amp;nbsp;ตลอดฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำหรับราคาลำไยที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;(สดช่อ)&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;AA&amp;nbsp;ราคาเฉลี่ย&amp;nbsp;29&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;A&amp;nbsp;ราคาเฉลี่ย&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;B&amp;nbsp;ราคาเฉลี่ย&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัมและเกรด&amp;nbsp;AA+A&amp;nbsp;ราคาเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตลำไยในปีการผลิต&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีส่วนต่างของราคาสูงกว่าต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;กำไรเฉลี่ยจากการขายลำไยเท่ากับ&amp;nbsp;18/12/4/14&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;ร่วมกันระดมความคิดเห็น&amp;nbsp;(Focus&amp;nbsp;Group)&amp;nbsp;เชิงตั้งข้อสังเกตว่า&amp;nbsp;"ปัญหาและอุปสรรค"&amp;nbsp;ของการบริหารจัดการผลไม้ระดับ&amp;nbsp;Area&amp;nbsp;basedและรายสินค้า&amp;nbsp;และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา&amp;nbsp;โดยมีผู้ให้ข้อคิดเห็นประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านแรงงาน&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบคือการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวเนื่องจากข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายแรงงานในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะควรมีการขึ้นทะเบียนแรงงานเก็บเกี่ยวลำไยในพื้นที่,&amp;nbsp;ด้านผู้ประกอบการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการหยุดรับซื้อ/ปิดกิจการ&amp;nbsp;ทำให้ราคาลำไยตกต่ำ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการบางรายรับซื้อผลผลิตเฉพาะบางเกรด&amp;nbsp;รวมถึงเตาอบไม่เพียงพอกับปริมาณผลผลิต&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวเพื่อแปรรูปอบแห้งคุณภาพลดลง&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ยกระดับเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาการแปรรูปสร้างตลาดท้องถิ่นจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและจัดทำเว็บไซต์เพื่อจำหน่ายผลผลิตลำไยสู่ผู้บริโภคโดยตรง,&amp;nbsp;ด้านระบบโลจิสติส์&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;บริษัทขนส่งไม่รับส่งผลไม้สด&amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถขายผลไม้ออนไลน์ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;กระจายผลผลิตคุณภาพสู้ผู้บริโภคผ่านหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;บริษัทประชารัฐรักสามัคคีเป็นต้น,&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนจากภาครัฐดำเนินการในช่วงปลายฤดูกาลผลผลิต&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทัน&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;ควรมีการจัด&amp;nbsp;Zoning&amp;nbsp;จะช่วยลดภาวะผลผลิตล้นตลาดในช่วงกระจุกตัวและควรมีแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ในภาวะวิกฤต,&amp;nbsp;ด้านการแปรรูป/ผลิตภัณฑ์ใหม่&amp;nbsp;(สดช่อ/รูดร่วง/อบแห้งเนื้อสีทอง)ปัญหาอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;ขาดแคลนระบบน้ำเพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต(สดช่อ)&amp;nbsp;เกษตรกรยังไม่ได้&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;หน่วยรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ไม่สามารถรับรองพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ได้&amp;nbsp;ล้งไม่รับซื้อผลผลิตราคาถูก&amp;nbsp;(รูดร่วงเกรด&amp;nbsp;B)&amp;nbsp;ไม่มีกลุ่ม/องค์กรด้านการแปรรูปในพื้นที่และไม่มีนวัตกรรมด้านการแปรรูป&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;หน่วยงานระดับสูงควรประสาน/ทำความเข้าใจกับหน่วยรับรองเพื่อรับGAPสำหรับพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;ควรมีการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปลำไยด้านสรรพคุณทางยาร่วมกับสมุนไพรที่กำลังเป็นที่สนใจ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;กัญชา&amp;nbsp;กระท่อม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายการแปรรูปเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ&amp;nbsp;ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงนวัตกรรมพืชเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดและควรมีกลไกการบริหารจัดการทั้ง&amp;nbsp;Value&amp;nbsp;Chain&amp;nbsp;ประกอบด้วยเกษตรกร&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;และผู้ประกอบการ,&amp;nbsp;ด้านบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;(Packaging)&amp;nbsp;ปัญหาอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;เกษตรกรยังขาดความรู้ในการคัดบรรจุ&amp;nbsp;(Packing)&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กล่องกระดาษได้รับความเสียหายระหว่างขนส่งจากความชื้นของผลผลิตลำไย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;ควรมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคเอกชนในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ควรมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับการขนส่งระยะทางไกล,&amp;nbsp;ด้านการตลาดปัญหาอุปสรรคที่พบ&amp;nbsp;ไม่มีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง&amp;nbsp;(กลุ่มเกษตรกร/จังหวัด)&amp;nbsp;ไม่มีการเชื่อมโยงการตลาดระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เน้นการพึ่งพาตลาดเก่า&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;ควรส่งเสริม/ยกระดับให้กลุ่มเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งให้สามารถพัฒนาเป็นจุดรวบรวมผลผลิตเพื่อช่วยกระจายผลผลิต&amp;nbsp;พัฒนาความรู้ให้เกษตรกรด้านการใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;Online&amp;nbsp;การสร้างเวบไชต์/เพจจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;เปิดตลาดใหม่และประชาสัมพันธ์การบริโภคลำไยเกี่ยวกับค่านิยมในการบริโภคที่เป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สรรพคุณทางยา&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112161715288</Link_News></row>
<row _id="76"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อบก.) ส่วนจังหวัด ครั้งที่ 12565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;ที่ห้องศรีตรัง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายนายภูวนัฐ&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;(อบก.)&amp;nbsp;ส่วนจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมได้แจ้งผลการอนุมัติการเบิกจ่ายเงินกู้กองทุนหมุนเวียน&lt;/strong&gt;เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;แจ้ผลการพิจารณาอนุมัติคำขอกู้ของ&amp;nbsp;อบก.ส่วนจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5/2564&amp;nbsp;สถานะหนี้ลูกหนี้กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;การแจ้งยุติคำขอกู้กรณีผู้ขอกู้ไม่เข้าหลักเกณฑ์&amp;nbsp;ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;การจัดสรรงบประมาณกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนของ&amp;nbsp;อบก.ส่วนจังหวัด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบก.ส่วนอำเภอ&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้พิจารณาการขอกู้เงินกองทุนหมุนเวียนฯ&amp;nbsp;ของเกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;5,135,000&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112170615315</Link_News></row>
<row _id="77"><NewsTitle>จังหวัดนครปฐมเปิดงานมหกรรมสินค้าดี เพื่อส่งเสริมสินค้า GI และเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่บริเวณลานกิจกรรม&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา&amp;nbsp;ศาลายา&amp;nbsp;จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญศิริโชติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพงศ์สุธี&amp;nbsp;สุขศิริ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;และนางสาวมยุรี&amp;nbsp;กาญจนมัจฉา&amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&amp;nbsp;ศาลายา&amp;nbsp;ร่วมเปิดงานมหกรรมสินค้าดีจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาและประชาสัมพันธ์สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;และเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;เพื่อสร้างความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ผลิต&amp;nbsp;และผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ในเรื่องของสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอนครชัยศรี&amp;nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;82&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;5,692&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อีกทั้งประชาสัมพันธ์สินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และสินค้าชุมชนจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยภายในงาน&amp;nbsp;มีการจำหน่ายสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เด่นและมีคุณภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ส้มโอนครชัยศรี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สายพันธุ์,&amp;nbsp;มะพร้าวน้ำหอมสามพราน,&amp;nbsp;เนื้อโคขุนกำแพงแสน,&amp;nbsp;เมี่ยงคำลำพญา,&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมั่นโถวแม่ล้วน,&amp;nbsp;ผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร,&amp;nbsp;ผักผลไม้แปรรูป,&amp;nbsp;เนื้อสัตว์แปรรูป&amp;nbsp;รวมทั้งสินค้าอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;จากเกษตรกรผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;SMES&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียงมากกว่า&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;ทางเพจมหกรรมท่องเที่ยวอีกด้วย&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้สินค้าภายในจังหวัด&amp;nbsp;ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์&amp;nbsp;ทำให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม-&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112205610399</Link_News></row>
<row _id="78"><NewsTitle>หน่วยงานเกษตรจังหวัดพังงา จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565 (field day )</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่วยงานเกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&lt;/strong&gt;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายประคอง&amp;nbsp;อุสาห์มัน&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;โดยมีนายวีระ&amp;nbsp;สังข์ทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกะปง&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&amp;nbsp;และนายเอนก&amp;nbsp;จีวะรัตน์&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;ศพก.อำเภอกะปง&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีมังคุดและทุเรียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฐานการเรียนรู้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.การพัฒนาคุณภาพทุเรียนสาลิกาและมังคุดทิพย์พังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตพืชที่ถูกต้องเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.การจัดการดินปุ๋ยในสวนไม้ผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีกิจกรรมการเสวนาสินค้าเกษตรทางเลือก&amp;nbsp;(ทุเรียน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มังคุด)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีนิทรรศการและการให้บริการจากหน่วยงานบูรณาการต่างๆ&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สถานที่จัดงาน&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลเหมาะ&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112203319391</Link_News></row>
<row _id="79"><NewsTitle>เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรปลูกพริก เฝ้าระวังแมลงวันทองพริก พร้อมแนะวิธีป้องกันไม่ให้ผลผลิตเสียหาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงนี้เกษตรกรในหลายพื้นที่ได้ทำการปลูกพืชฤดูแล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายเสริมหลังจากการทำนาอีกทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินที่ว่างเปล่า&amp;nbsp;โดยมีการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยหลายชนิด&amp;nbsp;และหนึ่งในนั้นที่เกษตรกรนิยมปลูกมาก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเกษตรกรนิยมปลูกและตลาดเองก็มีความต้องการจากสภาพอากาศที่ร้อน&amp;nbsp;มีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;อากาศเย็นในช่วงเช้า&amp;nbsp;และในช่วงกลางวันมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น&amp;nbsp;ในระยะนี้จึงขอเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกให้เฝ้าระวังการเข้าทำลายของแมลงวันทองพริก&amp;nbsp;ที่จะมีหนอนเข้ากัดกินชอนไชอยู่ภายในผล&amp;nbsp;ทำให้ผลพริกเน่าร่วงหล่น&amp;nbsp;และเมื่อหนอนโตเต็มที่ก็จะเจาะออกมาเข้าดักแด้ในดินทำให้ยากต่อการกำจัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำหรับการเข้าทำลายของแมลงวันพริก&amp;nbsp;เมื่อเข้าทำลายแล้วจะมีลักษณะอาการภายนอกของพริกที่ถูกแมลงวันทองพริกเข้าทำลาย&amp;nbsp;จะคล้ายกับโรคกุ้งแห้ง&amp;nbsp;หรือ&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(32,&amp;nbsp;33,&amp;nbsp;36);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;โรคแอนแทรคโนสในพริก&amp;nbsp;แต่จะมีความแตกต่างกันตรงโรคกุ้งแห้งเกิดจากเชื้อราจะไม่มีหนอนอยู่ภายในพริก&amp;nbsp;แต่พริกที่ถูกแมลงวันทองพริกทำลายจะมีหนอนอยู่ภายใน&amp;nbsp;หรือมีรูของหนอนที่เจาะออกมาเพื่อเป็นดักแด้ก่อนจะกลายเป็นแมลงวันทองพริกตัวเต็มวัย&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ในระยะนี้เกษตรกรเจ้าของสวนพริก&amp;nbsp;ควรหมั่นสำรวจและทำความสะอาดแปลงปลูกพริกอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ด้วยการเก็บผลพริกที่ร่วงหล่นนำมาเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก&amp;nbsp;เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันทองพริก&amp;nbsp;จากนั้นให้พ่นด้วยสารน้ำมันปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์&amp;nbsp;83.9%&amp;nbsp;อีซี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;60&amp;nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;พ่นทุก&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยเน้นที่ผลพริก&amp;nbsp;ในกรณีพื้นที่ที่พบการระบาดเป็นประจำ&amp;nbsp;ให้พ่นครั้งแรกเมื่อต้นพริกเริ่มติดผล&amp;nbsp;และหยุดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และเมื่อต้นพริกเริ่มติดผล&amp;nbsp;ให้เกษตรกรพ่นด้วยเหยื่อพิษโปรตีน&amp;nbsp;เนื่องจากแมลงวันทองพริกมีหน้าตาคล้ายกับแมลงวันทองผลไม้มาก&amp;nbsp;แต่เป็นคนละชนิดกัน&amp;nbsp;การใช้กับดักโดยสารล่อแมลงอย่างเมทธิลยูจินอล&amp;nbsp;จะไม่สามารถหยุดยั้งการระบาดและเข้าทำลายของแมลงวันทองพริกได้&amp;nbsp;ฉีดพ่นเหยื่อพิษโปรตีนเป็นจุดทุกต้นรอบแปลงปลูก&amp;nbsp;และพ่นเป็นแถวต้นละจุด&amp;nbsp;ห่างกันแถวละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;โดยพ่นทุกสัปดาห์&amp;nbsp;หรือให้เทเหยื่อพิษโปรตีนใส่ไว้ในกับดักดัดแปลง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ขวดพลาสติกเจาะช่องให้แมลงสามารถบินเข้ากับดักได้&amp;nbsp;และติดตั้งกับดักสูงจากพื้นดิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;รอบแปลงปลูก&amp;nbsp;จากนั้นให้ฉีดพ่นด้วยสารฆ่าแมลงมาลาไทออน&amp;nbsp;83%&amp;nbsp;อีซี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากเกษตรกรพบการเข้าทำลาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือมีข้อสงสัยควรรีบแจ้งข้อมูลการระบาดหรือหากมีข้อสงสัย&amp;nbsp;สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&amp;nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112204823396</Link_News></row>
<row _id="80"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่มอบแนวทางปฏิบัติราชการและภารกิจสำคัญ พร้อมเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อำเภอนาทม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอนาทม&amp;nbsp;อำเภอนาทม&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ลงพื้นที่มอบแนวทางปฏิบัติราชการและภารกิจสำคัญของกระทรวง&amp;nbsp;กรม&amp;nbsp;และจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวง/กรม&amp;nbsp;และจังหวัด&amp;nbsp;แก่หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&amp;nbsp;ผู้บริหาร&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านของทุกตำบล&amp;nbsp;และทุกหมู่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอนาทม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด&amp;nbsp;ร่วมมอบแนวทางการดำเนินงานตามภารกิจของแต่ละส่วนราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด&amp;nbsp;ตลอดจนกลุ่ม/องค์กร&amp;nbsp;เข้าร่วมให้ข้อมูลผลการดำเนินงานตามภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนด้วย&amp;nbsp;โดยนายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ได้มอบแนวทางปฏิบัติราชการและภารกิจสำคัญของกระทรวง&amp;nbsp;กรม&amp;nbsp;และจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญฯ&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;-19)&amp;nbsp;ทำให้การทำงาน&amp;nbsp;การประชุมฯ&amp;nbsp;ต้องห่างจากประชาชนมากขึ้น&amp;nbsp;ขอให้ทุกคนได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;และการเว้นระยะห่างตามมาตรการควบคุมการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายในท้องที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;แนวทางการดำเนินงานขอให้ยึดหลักการทำงาน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ริเริ่ม&amp;nbsp;มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์&amp;nbsp;นำนวัตกรรม&amp;nbsp;เทคโนโลยีมาปรับใช้&amp;nbsp;รุก&amp;nbsp;ทำงานเชิงรุก&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ทำงานและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทำงานด้วยความรัก&amp;nbsp;ความมีมิตรไมตรี&amp;nbsp;รอบคอบ&amp;nbsp;ทำงานด้วยความรอบคอบ&amp;nbsp;โดยยึดผลสัมฤทธิ์ของงานและระเบียบกฎหมายเป็นสำคัญ&amp;nbsp;และเป้าหมาย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สงบ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เพื่อให้ชาวนครพนมมีความสุข&amp;nbsp;สะอาด&amp;nbsp;เพื่อให้จังหวัดนครพนมเป็นเมืองที่สะอาด&amp;nbsp;น่าอยู่&amp;nbsp;ปราศจากมลภาวะที่เป็นพิษทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;สวยงาม&amp;nbsp;เพื่อให้จังหวัดนครพนมเป็นเมืองที่มีความสวยงาม&amp;nbsp;สะดวก&amp;nbsp;เพื่อให้เส้นทางการคมนาคมจังหวัดนครพนมสะดวก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112205342398</Link_News></row>
<row _id="81"><NewsTitle>สมุทรสาครจัดงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&amp;nbsp;มหาชัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;ผลยังส่ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.สุนันทา&amp;nbsp;น้อยพิทักษ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;ตันติศรีเจริญกุล&amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซามหาชัย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สื่อมวลชน&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;การจัดงาน&amp;nbsp;"เทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป"&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&amp;nbsp;เป็นสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ของจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;เมื่อวันที่19&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีเอกลักษณ์โดดเด่น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เนื้อแน่น&amp;nbsp;น้ำนิด&amp;nbsp;ติดก้าน&amp;nbsp;หวานกรอบ&amp;nbsp;ความอร่อยของลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&amp;nbsp;มาจากจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;เป็นเมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น้ำจืด&amp;nbsp;น้ำกร่อย&amp;nbsp;และน้ำเค็ม&amp;nbsp;ลักษณะของดินที่ใช้ในการเพาะปลูก&amp;nbsp;เป็นดินเหนียว&amp;nbsp;ซึ่งดินในลักษณะนี้จะมีอนุมูลของโพแทสเชียม&amp;nbsp;(K+)&amp;nbsp;มีหน้าที่ในการสร้างน้ำตาล&amp;nbsp;ทำให้ผลไม้ที่ปลูกในจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;มีรสชาติหวานเด่นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยภายในงานจะพบกับลำไยพวงทองบ้านแพ้วที่ขายสด&amp;nbsp;ปลอดภัยไม่อบกำมะถัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กินแล้วไม่เจ็บคอ&amp;nbsp;ไม่ร้อนใน&amp;nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;โดยเฉพาะสินค้าที่นำลำไยพวงทองบ้านแพ้วมาสรรสร้างดัดแปลงเป็นเมนูอาหารคาวหวาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เค้กลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&amp;nbsp;ไอศกรีมกะทิสดลำไย&amp;nbsp;วาฟเฟิลหน้าลำไย&amp;nbsp;สาคูไส้ลำไย&amp;nbsp;ซึ่งงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่าง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;12-16มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;10.00-20.00.&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซามหาชัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การจัดงานครั้งนี้อยู่ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ/เจ้าหน้าที่มีการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ก่อนเข้าบูธ&amp;nbsp;และทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;โดยมีใบรับรองมาแสดงให้ดู&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าเที่ยวชมภายในงาน&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp;เจลล้างมือ&amp;nbsp;รักษาระยะห่าง&amp;nbsp;และข้อสำคัญแม่ค้า&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;และผู้เข้าร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112211903412</Link_News></row>
<row _id="82"><NewsTitle>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะกับคณะกรรมการดำเนินสหกรณ์การเกษตรชานุมาน จำกัด  และสหกรณ์การเกษตรนาเจริญ  จำกัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชาย&amp;nbsp;คงแก้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยโท&amp;nbsp;ปุณณกิจ&amp;nbsp;เชาว์น้อย&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมข้าราชการ&amp;nbsp;และพนักงานราชการสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมต้อนรับ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะกับคณะกรรมการดำเนินสหกรณ์การเกษตรชานุมาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำกัด&amp;nbsp;และสหกรณ์การเกษตรนาเจริญ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่แผนการพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสู่ความเข้มแข็งของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรชานุมาน&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-01T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112235001430</Link_News></row>
<row _id="83"><NewsTitle>กฟผ.เขื่อนสิรินธร มอบพันธุ์ปลาตะเพียนเลี้ยงในบ่อดิน ให้กับชุมชนสร้างอาหาร สร้างรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธานน&amp;nbsp;จีนปาน&amp;nbsp;วิศวกรระดับ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กองเดินเครื่องโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสท้าน&amp;nbsp;เอติรัตนะ&amp;nbsp;หัวหน้าแผนกบำรุงรักษาโยธา&amp;nbsp;นายนที&amp;nbsp;ศรีสมรรถการ&amp;nbsp;หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ฯ&amp;nbsp;เขื่อนสิรินธร&amp;nbsp;และผู้ปฏิบัติงานเขื่อนสิรินธร&amp;nbsp;ร่วมมอบพันธุ์ปลาตะเพียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรบ้านสุขสำราญ&amp;nbsp;ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย&amp;nbsp;อำเภอสิรินธร&amp;nbsp;ที่ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเขื่อนสิรินธร&amp;nbsp;โดยมีนายอภัย&amp;nbsp;เรือนเจริญ&amp;nbsp;นางอรุณรัตน์&amp;nbsp;จำปาเทพ&amp;nbsp;(หมอลำทำเกษตร)&amp;nbsp;และสมาชิกกลุ่มฯ&amp;nbsp;ร่วมรับมอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพันธุ์ปลาตะเพียนดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นผลผลิตการเพาะพันธุ์ของศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเขื่อนสิรินธร&amp;nbsp;ให้กับหมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;ในพื้นที่เขื่อนสิรินธร&amp;nbsp;เพื่อนำไปปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะและส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงปลาในบ่อดิน&amp;nbsp;ในการขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณ&amp;nbsp;สร้างอาหารสำหรับการบริโภคในครัวเรือนและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่เขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวท.อุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113084848463</Link_News></row>
<row _id="84"><NewsTitle>พร้อมจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง งวดที่ 3 ในวันพรุ่งนี้กว่า 850 ล้านบาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้เริ่มดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับชาวสวนยาง&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำเดือนตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และงวด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำหรับงวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประจำเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พร้อมโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มกราคมนี้&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;850.25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้กำหนดราคายางพาราอ้างอิง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;59.85&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ชดเชย&amp;nbsp;5.15&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ราคานำ้ยางสด&amp;nbsp;DRC&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;51.03&amp;nbsp;บาพ/กก.&amp;nbsp;ชดเชย&amp;nbsp;5.97&amp;nbsp;บาพ/กก.&amp;nbsp;และราคายางก้อนถ้วย&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;23.18&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;จะไม่มีชดเชยในงวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เนื่องจากราคาขายยางก้อนถ้วยสูงกว่าราคาประกันที่ตั้งไว้&amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องดีที่แนวโน้มราคายางในตลาดอยู่ในแนวบวก&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการดำเนินโครงการชะลอขายยางก้อนถ้วยของ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ไม่ต้องเร่งขายช่วงที่ผลผลิตในตลาดมากเกินไป&amp;nbsp;เมื่อปริมาณผลผลิตในตลาดมีความเหมาะสม&amp;nbsp;ราคาจะปรับตัวขึ้น&amp;nbsp;จึงสามารถนำผลผลิตยางที่เก็บไว้มาขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นในระดับที่เหมาะสม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ตั้งแต่งวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นเงินรวมกว่า&amp;nbsp;2,284&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ไม่นิ่งนอนใจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่สำรวจและเร่งประสานงานข้อมูลเกษตรชาวสวนยางที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ให้ได้รับเงินประกันรายได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนทุกราย&amp;nbsp;พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายและมาตรการอื่นคู่ขนานไปด้วย&amp;nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์และสร้างเสถียรภาพให้แก่ราคายางพาราต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113121122559</Link_News></row>
<row _id="85"><NewsTitle>ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม พร้อมรองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรชาวสวนส้มโอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&amp;nbsp;นายวุฒิชัย&amp;nbsp;ยามโคกสูง&amp;nbsp;นายอำเภอบางคนที&amp;nbsp;ลงพื้นที่สวน&amp;nbsp;ส้มโอขาวใหญ่&amp;nbsp;ตำบลบางสะแก&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&amp;nbsp;โดยมีประวิตร&amp;nbsp;คุ้มสิน&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;นายกอบต.บางสะแก&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;-ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;เกษตรกรให้การต้อนรับและนำชมผลผลิตส้มโอขาวใหญ่&amp;nbsp;และสนทนาในหลายประเด็น&amp;nbsp;ทั้งเรื่องผลผลิตส้มโอขาวใหญ่&amp;nbsp;และการจัดการน้ำในพื้นที่สวนของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เกษตรกรนิยมปลูกส้มโอกันมานานเกือบ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่&amp;nbsp;ที่เชื่อกันว่ารสชาติดีที่สุด&amp;nbsp;เพราะเคยได้รับรางวัลต่างๆ&amp;nbsp;มากมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สมุทรสงครามแม้จะเป็นจังหวัดเล็ก&amp;nbsp;เพราะมีพื้นที่เพียง&amp;nbsp;416&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;แต่ก็มีจุดเด่น&amp;nbsp;เพราะเป็นเมืองที่มี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;คือน้ำจืด&amp;nbsp;น้ำเค็ม&amp;nbsp;และน้ำกร่อย&amp;nbsp;ดินจึงมีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เหมือนใคร&amp;nbsp;ส่งผลทำให้ผลไม้ที่นี่มีรสชาติดี&amp;nbsp;โดยเฉพาะส้มโอ&amp;nbsp;เป็นผลไม้ที่คนไทยทุกภาครู้จักและนิยมบริโภคกันมาช้านาน&amp;nbsp;ดังนั้นการปลูกส้มโอจึงมีทุกภูมิภาคของประเทศไทย&amp;nbsp;และให้ผลผลิตได้ในเกือบทุกสภาพดิน&amp;nbsp;จะแตกต่างกันก็แต่เพียงรสชาติเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113123535579</Link_News></row>
<row _id="86"><NewsTitle>พัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับโดรนเพื่อการเกษตร เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น มีความยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท&amp;nbsp;แอโร&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;(1992)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ในการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;เน้นถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;และเกษตรกรที่สนใจเป็นผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้คนขับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือโดรนเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;โดยคัดเลือกผู้สนใจและมีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการฝึกอบรมให้มีความรู้&amp;nbsp;ความสามารถ&amp;nbsp;พัฒนาทักษะฝีมือให้สูงขึ้นจนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้&amp;nbsp;รวมทั้งยังคาดหมายว่าจะนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;สนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาประเทศไทยไปสู่&amp;nbsp;ความมั่นคง&amp;nbsp;ความมั่งคั่งและความยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิติสำคัญคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม&amp;nbsp;เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี&amp;nbsp;ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม&amp;nbsp;และเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113153800693</Link_News></row>
<row _id="87"><NewsTitle>เดินหน้าโครงการประกันราคาลำไยรูปแบบใหม่  พัฒนาเพิ่มมูลค่าครบวงจร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เพื่อติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;รายงานการคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตภาคเหนือ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รายงานผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;และที่ประชุมได้ร่วมหารือพิจารณาในแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&amp;nbsp;ระดับพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และปีต่อๆ&amp;nbsp;ไปได้วางเป้าหมายพลิกโฉมภาคเกษตรไทยมุ่งเน้นการทำเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;ในมิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมายหมุดหมายที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานของภาคเกษตร&amp;nbsp;และการสนับสนุนบทบาทของผู้ประกอบการเกษตร&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือ&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;AIC&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ&amp;nbsp;เร่งวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นับเป็นศูนย์กลางลำไยภาคเหนือและเป็นเมืองหลวงลำไยโลก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกลำไยกว่า&amp;nbsp;250,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สถานการณ์การผลิต&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;3.12&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมสนับสนุนของรัฐบาล&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ยังเผชิญปัญหาราคาลำไยตกต่ำในบางปีบางฤดูเป็นปัญหาซ้ำซากตลอดมา&amp;nbsp;จึงให้ดำเนินการโครงการประกันราคาลำไยขั้นต่ำบนความร่วมมือระหว่างภาคเกษตรกรและภาคเอกชนโดยการสนับสนุนของภาครัฐเป็นโมเดลใหม่เพื่อให้ทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนกัน&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;win-win&amp;nbsp;ทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดล่วงหน้าตามแนวทางการบริหารจัดหารผลผลิตลำไยปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนโดย&amp;nbsp;คพจ.&amp;nbsp;ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและราคาผลผลิตตกต่ำและพัฒนาระบบตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ปลายน้ำ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;ตลอดจนแนวทางส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตรเพื่อให้ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน&amp;nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ทั้งหมดนี้จะเป็นก้าวสำคัญให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่มิติใหม่&amp;nbsp;โดยใช้โมเดล&amp;nbsp;Fair&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;การค้าที่เป็นธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างยั่งยืนโดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113151633661</Link_News></row>
<row _id="88"><NewsTitle>เดินหน้าโครงการประกันราคาลำไยรูปแบบใหม่  พัฒนาเพิ่มมูลค่าครบวงจร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เพื่อติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;รายงานการคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รายงานผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;และที่ประชุมได้ร่วมหารือพิจารณาในแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&amp;nbsp;ระดับพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และปีต่อๆ&amp;nbsp;ไปได้วางเป้าหมายพลิกโฉมภาคเกษตรไทยมุ่งเน้นการทำเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;ในมิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมายหมุดหมายที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานของภาคเกษตร&amp;nbsp;และการสนับสนุนบทบาทของผู้ประกอบการเกษตร&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือ&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;AIC&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ&amp;nbsp;เร่งวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นับเป็นศูนย์กลางลำไยภาคเหนือและเป็นเมืองหลวงลำไยโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกลำไยกว่า&amp;nbsp;250,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์การผลิต&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;3.12&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมสนับสนุนของรัฐบาล&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ยังเผชิญปัญหาราคาลำไยตกต่ำในบางปีบางฤดูเป็นปัญหาซ้ำซากตลอดมา&amp;nbsp;จึงให้ดำเนินการโครงการประกันราคาลำไยขั้นต่ำบนความร่วมมือระหว่างภาคเกษตรกรและภาคเอกชนโดยการสนับสนุนของภาครัฐเป็นโมเดลใหม่เพื่อให้ทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนกัน&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;win-win&amp;nbsp;ทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดล่วงหน้าตามแนวทางการบริหารจัดหารผลผลิตลำไยปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนโดย&amp;nbsp;คพจ.&amp;nbsp;ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและราคาผลผลิตตกต่ำและพัฒนาระบบตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ปลายน้ำ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลอดจนแนวทางส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตร&lt;/strong&gt;เพื่อให้ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน&amp;nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ทั้งหมดนี้จะเป็นก้าวสำคัญให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่มิติใหม่&amp;nbsp;โดยใช้โมเดล&amp;nbsp;Fair&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;การค้าที่เป็นธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างยั่งยืนโดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113151633664</Link_News></row>
<row _id="89"><NewsTitle>ตรัง -กยท.เร่งช่วยชาวสวนชะลอขายน้ำยางสดหลังเดือดร้อนหนัก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กยท.ตรัง&amp;nbsp;อนุมัติงบประมาณกว่า&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เร่งช่วยเหลือชาวสวนยาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้ชะลอขาย&amp;nbsp;สร้างอำนาจต่อรองนายทุนใหญ่&amp;nbsp;หลังราคายางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;เหลือกิโลกรัมละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;-&amp;nbsp;48&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะที่ค่าครองชีพ&amp;nbsp;หมู&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;อาหารทะเลราคาพุ่งรายวัน&amp;nbsp;ทำชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนยางเดือดร้อนหนัก&amp;nbsp;รายได้ไม่พอรายจ่าย&amp;nbsp;โดยหมู&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ต้องใช้น้ำยางสดประมาณ&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;กิโลกรัมจึงจะซื้อได้&amp;nbsp;โดยมาตรการชะลอการขายยางจะทำให้เกษตรกร&amp;nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดในตลาด&amp;nbsp;สร้างอำนาจต่อรองกับนายทุนใหญ่&amp;nbsp;รอจังหวะส่งขาย&amp;nbsp;ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการรวมหัวกดราคา&amp;nbsp;กระตุ้นราคายาง&amp;nbsp;และช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวสวนกำลังประสบปัญหาเรื่องค่าครองชีพอยู่แสนสาหัสขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์รวบรวมน้ำยางสด&amp;nbsp;แปลงใหญ่ยางพารา&amp;nbsp;กยท.ย่านตาขาว&amp;nbsp;ต.หนองบ่อ&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และโรงรวบรวมน้ำยางสดมาตรฐาน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายภิรม&amp;nbsp;หนูรอด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สาขา/10&amp;nbsp;อำเภอของจ.ตรัง&amp;nbsp;ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และงบพัฒนาจังหวัดตรังจำนวน&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อจัดซื้อถังเก็บน้ำยา&amp;nbsp;เร่งทำโครงการชะลอการขายยาง&amp;nbsp;ของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;เพื่อเก็บสต๊อกน้ำยางสดเอาไว้เพื่อชะลอขาย&amp;nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&amp;nbsp;เพื่อหวังช่วยพยุงราคายางให้สูงขึ้น&amp;nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากราคาที่ลดลงโดยไม่เป็นธรรมและไม่มีสาเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยขณะนี้&amp;nbsp;พบว่าราคายางพารายังตกต่ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;&amp;nbsp;48&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทั้งๆ&amp;nbsp;ที่ปริมาณผลผลิตเหลือน้อย&amp;nbsp;แต่ราคากลับขึ้นๆลงๆในระดับที่ตกต่ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;ยิ่งเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของภาคใต้ให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;จากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่แล้ว&amp;nbsp;จากการที่ราคาหมู&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;กุ้ง&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;รวมทั้งอาหารทะเลทุกชนิดที่ปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ทำรายได้ไม่พอรายจ่าย&amp;nbsp;ยิ่งเดือดร้อนหนัก&amp;nbsp;จึงเร่งใช้โครงการชะลอการขายยางเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;โดยการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้&amp;nbsp;เพื่อชะลอการขายให้โรงงาน&amp;nbsp;โดยจะรอจังหวะที่ราคาดีขึ้น&amp;nbsp;นำเสนอขายผ่านตลาดกลางยางพาราทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่งในภาคใต้&amp;nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&amp;nbsp;หวังจะช่วยพยุงราคายางพาราให้สูงขึ้น&amp;nbsp;โดยการสร้างอำนาจต่อรองให้อยู่ในมือของเกษตรกร&amp;nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากการรวมหัวกดราคา&amp;nbsp;ทำเกษตรกรเดือดร้อนต่อเนื่อง&amp;nbsp;เป็นการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;และเม็ดเงินที่สะพัดในพื้นที่ส่วนใหญ่&lt;/strong&gt;ก็มาจากยางพารา&amp;nbsp;โดยขณะนี้พบว่าจากปัญหาราคาน้ำยางสดที่ตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;&amp;nbsp;48&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ชาวสวนต้องขายน้ำยางสดมากถึง&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;จึงจะซื้อเนื้อหมูได้เพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;และต้องขายน้ำยางสดให้มากขึ้น&amp;nbsp;จึงจะซื้อสินค้าอื่นๆเข้าครัวเรือนได้&amp;nbsp;ทำประชาชนเดือดร้อนหนักในขณะนี้&amp;nbsp;กยท.จึงเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ที่กำลังประสบปัญหาจากราคายางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;และเรื่องค่าครองชีพของประชาชน&amp;nbsp;ผ่านโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รวมทั้งการยางแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จุดรวบรวมน้ำยางสดทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ต.หนองบ่อ&amp;nbsp;เก็บน้ำยางสดได้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตันต่อรอบ&amp;nbsp;แต่ตั้งเป้าไว้&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตันต่อรอบ&amp;nbsp;ส่วนที่สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&amp;nbsp;สามารถเก็บน้ำยางสดได้รอบละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่ถ้าน้ำยางมากก็เพิ่มได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายภิรม&amp;nbsp;ทองรอด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยช่วยเหลือเกษตรกรในการชะลอขายรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;ยางแผ่นรมควัน&amp;nbsp;ยางแผ่นดิบ&amp;nbsp;และยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;ในส่วนของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ทำการชะลอการขายน้ำยางสด&amp;nbsp;งบประมาณจำนวน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และจากงบพัฒนาจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยนายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังอีกจำนวน&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป้าหมายชะลอการขายให้ได้ประมาณ&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดตรังเริ่มทำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และจะขยายไป&amp;nbsp;กยท.ทุกสาขา&amp;nbsp;ถือเป็นโครงการที่เหมาะสม&amp;nbsp;เมื่อผลผลิตเข้าสู่ตลาดมาก&amp;nbsp;ราคายางตกต่ำ&amp;nbsp;โครงการก็ช้อนซื้อเก็บไว้&amp;nbsp;เมื่อราคาสูงขึ้นเหมาะสม&amp;nbsp;ก็นำออกมาทยอยขายเก็งกำไร&amp;nbsp;โดยถ้าจุดไหนน้ำยางของสมาชิกเข้ามามาก&amp;nbsp;ก็จะเพิ่มปริมาณการสต๊อกน้ำยางสดในจุดนั้นเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยสิ่งที่การยางแห่งประเทศไทยต้องการคือ&amp;nbsp;เมื่อสมาชิกนำน้ำยางมาฝากไว้&amp;nbsp;ซึ่งเก็บได้นานถึง&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยที่คุณภาพน้ำยางและเปอร์เซ็นต์ยางไม่เปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;สมาชิกที่ขายน้ำยางอยู่ประจำจะไม่ถูกกดราคา&amp;nbsp;เพราะสหกรณ์มีการชะลอ&amp;nbsp;เลือกเวลาขายที่ได้กำไร&amp;nbsp;และในระดับประเทศหากทุกๆผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของเกษตรกรสามารถชะลอการขายได้&amp;nbsp;จะเกิดประโยชน์ในภาพรวม&amp;nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในเมืองเกษตรกร&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;กยท.พ่อค้าจะเป็นฝ่ายวิ่งมาหา&amp;nbsp;กยท.และวิ่งหาชาวสวน&amp;nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในมือเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายสมพล&amp;nbsp;เก้าเอี้ยน&amp;nbsp;ประธานสหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตอนนี้สหกรณ์ทุ่งยาวสามารถเก็บสต๊อกน้ำยางสด&amp;nbsp;เพื่อชะลอขายได้รอบละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่ศักยภาพจะรับได้รอบละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ขณะนี้ทำมาแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;โดยรอบนี้ถ้าขายในวันนี้จะได้ส่วนต่างกิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งในการชะลอจะดูราคาส่วนต่างให้ได้กำไร&amp;nbsp;หลักๆต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในการขายน้ำยาง&amp;nbsp;หากช่วงราคาไม่ดีสามารถหมุนมาฝากไว้ก่อน&amp;nbsp;สหกรณ์ก็ดึงราคาไว้&amp;nbsp;และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมไม่ขาดทุน&amp;nbsp;ก็นำออกขายได้&amp;nbsp;โดยกยท.จะเสนอขายในตลาดกลาง&amp;nbsp;เจรจากับคู่ค้าโดยตรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113152533672</Link_News></row>
<row _id="90"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ลำพูน ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างฝายน้ำล้นบ้านโฮ่งหลวง คาดแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2565 ก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการก่อสร้างฝายน้ำล้นบ้านโฮ่งหลวง&amp;nbsp;ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างฝายลำน้ำลี้&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลบ้านโฮ่ง&amp;nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยมีนายประเชิญ&amp;nbsp;สมองดี&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านโฮ่ง&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโฮ่ง&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับฝายน้ำล้นดังกล่าวมีความยาวสันฝาย&amp;nbsp;46.20&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ความสูงสันฝาย&amp;nbsp;3.50&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;บานประตูระบายน้ำ&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;x&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาน&amp;nbsp;หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีประชากรได้รับประโยชน์&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;และมีพื้นที่รับประโยชน์&amp;nbsp;อีกจำนวนกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ&amp;nbsp;เบื้องต้นพบปัญหาคันดินชั่วคราวถูกกัดเซาะ&amp;nbsp;ซึ่งกั้นทางน้ำเพื่อการก่อสร้างพังทลาย&amp;nbsp;ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การก่อสร้าง&amp;nbsp;เป็นปัญหาอุปสรรคในการกั้นลำน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งผู้รับเหมารายเดิมไม่สามารถก่อสร้างต่อได้&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;จึงแจ้งดำเนินการปรับเรียกค่าเสียหายจากผู้รับเหมา&amp;nbsp;และจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหม่&amp;nbsp;ดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp;ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;คาดแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ก่อนฤดูน้ำหลาก.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113160025720</Link_News></row>
<row _id="91"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเบตงเยี่ยมเยียนแปลงเกษตรผสมผสาน โครงการมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายอารีฟ&amp;nbsp;มหัศนียนนท์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตงลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรโครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการทำแปลงต้นแบบเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;และได้แนะนำวิธีการจัดการศัตรูพืชเบื้องต้น&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถดูแลจัดการขั้นพื้นฐานได้&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรได้เตรียมเพาะต้นกล้าชุดใหม่เพื่อเตรียมลงปลูกทดแทนผักรุ่นก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113164712773</Link_News></row>
<row _id="92"><NewsTitle>เกษตรปะเหลียน จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลปะเหลียน แปลงใหญ่ปี 2565)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวปราณี&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นางบุหลัน&amp;nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&amp;nbsp;และนางสาวศัลยา&amp;nbsp;มานะกล้า&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมบริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;แปลงใหญ่ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยถ่ายทอดความรู้เรื่อง&amp;nbsp;การจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;และการเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113165143778</Link_News></row>
<row _id="93"><NewsTitle>หามาตรการส่งเสริมสินค้าเกษตรส่งออกไปยังต่างประเทศ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมด่านศุลกากรหนองคาย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;หลังจากได้มีการเปิดวิ่งรถไฟจีน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;(คุนหมิง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เวียงจันทร์)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งมีระยะทางประมาณ&amp;nbsp;1,035&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากไทยไปจีน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;รวมไปถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง&amp;nbsp;และทวีปยุโรป&amp;nbsp;ส่งผลให้จังหวัดหนองคายกลายเป็นศูนย์กลางการค้า&amp;nbsp;การลงทุน&amp;nbsp;การค้าชายแดน&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;การขนส่งโลจิสติกส์&amp;nbsp;รวมถึงด้านการบริการที่พัก&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;และมีสินค้านำเข้าและส่งออกเพิ่มมากขึ้นด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการหารือถึงการเปิดด่านแบบ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;day&amp;nbsp;go&amp;nbsp;ระหว่างไทยกับ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;แบบไปเช้าเย็นกลับ&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้มอบแนวทางการดำเนินงานต่อหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยให้ดูสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรว่ามีสินค้าชนิดใดที่สามารถส่งออกผ่านเส้นทางดังกล่าวได้&amp;nbsp;ควรหามาตรการที่จะส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ทั้งด้านพืช&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ให้สามารถส่งออกไปยังประเทศต่างๆ&amp;nbsp;ได้ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113183154833</Link_News></row>
<row _id="94"><NewsTitle>ยืนยันไม่ปกปิดข้อมูลทุกประเด็นโรค ASF ในสุกร พร้อมเร่งช่วยเหลือเกษตรกรด่วน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้มีการตรวจพบเชื้อโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรจากการเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวสัมผัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่โรงฆ่าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ตรวจโดยห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์เพื่อยืนยันผล&amp;nbsp;ได้มีความห่วงใยต่อเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ต้นและสั่งการด่วนให้กรมปศุสัตว์รีบดำเนินการทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อหารือและทำความเข้าใจร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมโรคให้สงบโดยเร็ว&amp;nbsp;ได้ประชุมคณะทำงานด้านวิชาการในการป้องกัน&amp;nbsp;ควบคุมและกำจัดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกร&amp;nbsp;ซึ่งจะประกาศเขตโรคระบาดและมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายในรัศมี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลเมตรรอบจุดที่พบโรค&amp;nbsp;และรายงานแจ้งไปยังองค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;โดยการดำเนินการต่างๆ&amp;nbsp;จะคำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติอย่างรอบคอบเพื่อลดความเสียหายและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกรและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด&amp;nbsp;วอนเกษตรกรอย่าตระหนก&amp;nbsp;โรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;เกิดเฉพาะในสุกรเท่านั้น&amp;nbsp;ย้ำไม่ระบาดติดต่อสู่คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้กรมปศุสัตว์ไม่เคยปกปิดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการเพื่อเฝ้าระวังป้องกันโรคมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ที่พบการระบาดเกิดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรครั้งแรกในประเทศจีน&amp;nbsp;ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;และมีการเตรียมความพร้อมรับมือต่อโรคมาโดยตลอด&amp;nbsp;สำหรับประเด็นเงินชดเชย&amp;nbsp;เนื่องจากโรคนี้ไม่มีวัคซีนและยารักษาจำเพาะ&amp;nbsp;หากพบการระบาดของโรคในประเทศแล้วจะกำจัดโรคได้ยากก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกันโรคมาโดยตลอด&amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในมาตรการที่ดำเนินการคือ&amp;nbsp;การลดความเสี่ยงโดยการทำลายสุกรที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อป้องกันการเกิดโรค&amp;nbsp;พร้อมชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายเพื่อป้องกันโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่ผ่านมาได้ดำเนินการขออนุมัติจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินการชดเชยค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายมาแล้วจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;รวมเกษตรกรทั้งสิ้น&amp;nbsp;3,239&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สุกรจำนวน&amp;nbsp;112,752&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;470,426,009&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ขออนุมัติงบประมาณในส่วนดังกล่าวแก่เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;4,941&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สุกรจำนวน&amp;nbsp;159,453&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเงินกว่า&amp;nbsp;574&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ครม.ได้อนุมัติแล้ว&amp;nbsp;จะเร่งเยียวยาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการทำงานเชิงรุกป้องกันโรคในระยะยาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้มีคำสั่งกรมปศุสัตว์แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมงานวิจัยโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกร&amp;nbsp;เพื่อศึกษาและวิจัยการป้องกันและควบคุมโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรในอนาคต&amp;nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การศึกษาและพัฒนาวัคซีนโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรโดยเร็ว&amp;nbsp;ซึ่งวัคซีนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมโรคเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมโรค&amp;nbsp;การป้องกันโรคโดยการเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องระบบความปลอดภัยทางชีวภาพของฟาร์มเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้นภายในฟาร์มเป็นสิ่งสำคัญที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114093911940</Link_News></row>
<row _id="95"><NewsTitle>ส่งเสริมการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม แก้ปัญหาไข่ไหมไม่เพียงพอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไข่ไหมเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการเลี้ยงไหมของเกษตรกร&amp;nbsp;โดยกรมหม่อนไหมมีภารกิจในการผลิตและบริการไข่ไหมพันธุ์ดีที่ปลอดโรคเพบริน&amp;nbsp;บริการแก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&amp;nbsp;ไข่ไหมที่แจกจ่ายมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภทคือ&amp;nbsp;เป็นพันธุ์ไทยลูกผสมพันธุ์ไทยพื้นบ้านชนิดลูกผสม&amp;nbsp;และพันธุ์ไทยพื้นบ้านชนิดพันธุ์แท้&amp;nbsp;ปัจจุบันความต้องการไข่ไหมของเกษตรกร&amp;nbsp;เฉลี่ยปีละ&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;แผ่น&amp;nbsp;ซึ่งเกินความสามารถการผลิตไข่ไหมภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ที่ผลิตได้ประมาณ&amp;nbsp;130,000&amp;nbsp;แผ่น/ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีไข่ไหมพันธุ์ดีเพียงพอกับความต้องการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมหม่อนไหมจึงได้ดำเนินการให้มีการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่มีศักยภาพและมีความพร้อมช่วยเลี้ยงไหมพ่อแม่พันธุ์&amp;nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแลของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ในพื้นที่การดำเนินการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม&amp;nbsp;มีการดำเนินการวางแผนการผลิตไข่ไหมแบบปีต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่มีความสามารถในการเลี้ยงไหมพ่อแม่พันธุ์ขยาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมกับตรวจสอบความพร้อมของเกษตรกรในการเลี้ยงไหมแต่ละรุ่นเพื่อขออนุมัติอธิบดีกรมหม่อนไหมดำเนินการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม&amp;nbsp;แล้วจึงทำสัญญาข้อตกลงการเลี้ยงไหมเพื่อผลิตไข่ไหมกับเกษตรกรเจ้าหน้าที่จะติดตามการเลี้ยงไหมของเกษตรกรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้งต่อรุ่น&amp;nbsp;เพื่อควบคุมการเลี้ยงไหมให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัย&amp;nbsp;และป้องกันช่องทางการนำโรคและแมลงเข้ามาภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเกษตรกรเลี้ยงไหมจนกระทั่งทำรังแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ในพื้นที่จะรับซื้อรังไหมด้วยราคาอ้างอิงคุณภาพและปริมาณของรังไหม&amp;nbsp;เพื่อนำรังไหมที่ได้จากเกษตรกรมาผลิตไข่ไหมภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;โดยนำมาปาดรัง&amp;nbsp;คัดเพศดักแด้และจัดเก็บรักษาดักแด้&amp;nbsp;ผสมพันธุ์ผีเสื้อ&amp;nbsp;วางไข่&amp;nbsp;ตรวจโรคเพบรินในแม่ผีเสื้อและบริหารจัดการไข่ไหมพันธุ์ดีเพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114105806970</Link_News></row>
<row _id="96"><NewsTitle>ขับเคลื่อนนโยบายลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม เร่งแก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนราพัฒน์&amp;nbsp;แก้วทอง&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการลดต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประเทศไทยมีปริมาณและมูลค่าการนำเข้าปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยราคาปุ๋ยในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาแม่ปุ๋ยในตลาดโลก&amp;nbsp;เนื่องจากจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกปุ๋ยสำคัญจำกัดการส่งออก&amp;nbsp;ส่งผลให้วัตถุดิบหรือแม่ปุ๋ยในตลาดโลกขาดแคลน&amp;nbsp;ประกอบกับผลกระทบต่อเนื่องจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ส่งผลต่อระบบโลจิสติกส์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม&lt;/strong&gt;เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ได้พิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาปุ๋ยราคาสูงและไม่มีเสถียรภาพภายใต้แผนการบริหารจัดการปุ๋ยปี&amp;nbsp;2565-2569&amp;nbsp;เสนอโดยกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งมีแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยการวางมาตรการระยะสั้น&amp;nbsp;ระยะกลาง&amp;nbsp;และระยะยาวให้มีความต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;เพียงพอ&amp;nbsp;ทั่วถึงและใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ลดการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ&amp;nbsp;ภาคเกษตรไทย&amp;nbsp;มีเสถียรภาพและมีความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยมีมาตรการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาปุ๋ย&amp;nbsp;การเจรจาการกำหนดราคาแม่ปุ๋ยไนโตรเจน&amp;nbsp;ฟอสฟอรัส&amp;nbsp;และโพแทสเซียม&amp;nbsp;ร่วมกับประเทศมาเลเซียและจีน&amp;nbsp;ในฐานะผู้ผลิตแม่ปุ๋ยหลักในภูมิภาค&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จะมีการนำเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาสูงและไม่มีเสถียรภาพขึ้นหารือในระดับกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อเสนอแผนการดำเนินงานทั้งระบบ&amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินการร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114144039087</Link_News></row>
<row _id="97"><NewsTitle>มทร.ตรัง ส่งเสริมอาชีพสร้างประสบการณ์เรียนรู้ วิชาสหกิจศึกษา ทดลอง การเลี้ยงกุ้งด้วยสารเสริมโปรไบโอติก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง&lt;/strong&gt; ผศ.ดร.ประเสริฐ ทองหนูนุ้ย คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง เปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกประสบการณ์ด้านการทำงานด้วยตนเอง ในรายวิชาสหกิจศึกษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายวิชาเพิ่มประสบการณ์ด้านการทำงานให้กับนักศึกษาได้เรียนรู้นอกห้องเรียนและเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในปัจจุบันก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการออกไปสหกิจศึกษานอกสถานศึกษา หรือนอกจังหวัดตรัง เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินกิจกรรมด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธนา อาดำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4&lt;/strong&gt; สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง เข้าร่วมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในรายวิชาสหกิจศึกษา โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์พรเทพ วิรัชวงศ์ อาจารย์ประจำวิชาสหกิจศึกษา และมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ชาคริยา ฉลาด รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา พร้อมด้วยนางสาวเนตรนภา สุจริต นักวิชาการประมง เป็นที่ปรึกษาสหกิจศึกษา ได้ทำการทดลอง การเลี้ยงกุ้งด้วยสารเสริมโปรไบโอติก โดยการทดลองเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมร่วมกับการใช้ยีสต์เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของกุ้ง ในบ่อเลี้ยงกุ้งพลาสติกที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 8 เมตร ระดับน้ำลึกประมาณ 120 เซนติเมตร ระยะเวลาในการทดลองตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 - วันที่ 12 มกราคม 2565 เป็นระยะเวลารวม 65 วัน ผลการเลี้ยงได้กุ้งขนาด 65 ตัวต่อกิโลกรัม &lt;/p&gt;&lt;p&gt;นักศึกษา กล่าวว่า ตนได้พักในพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยจึงมีความพร้อมและสะดวกต่อการเดินทางเพื่อเข้ามาดูแลการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมด้วยตนเอง ดำเนินการในขั้นตอนการเตรียมน้ำ การวัดคุณภาพน้ำและการเปลี่ยนถ่ายระบบน้ำ รวมไปถึงการเตรียมอาหารเม็ดสำเร็จรูปเสริมยีสต์โปรไบโอติกและการให้อาหารกุ้งตามเวลา เพื่อให้กุ้งมีการเจริญเติบโตที่ดีและมีอัตราการรอดสูงที่สุด และเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 ศูนย์วิสาหกิจศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง ได้ส่งเสริมผลผลิตของนักศึกษาดังกล่าว จำหน่ายกุ้งขาวแวนนาไม ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท ผ่านการไลฟ์สดใน facebook&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114144743097</Link_News></row>
<row _id="98"><NewsTitle>ประมงชลบุรี เปิดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านอ่างศิลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันศุกร์ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายนิติ&amp;nbsp;วิวัฒน์วานิช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านอ่างศิลา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณตลาดประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ตำบลอ่างศิลา&amp;nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;โดยมีนายวินัย&amp;nbsp;พ้นภัยพาล&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ร่วมพิธีในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลาดอ่างศิลา&amp;nbsp;เป็นตลาดที่มีสินค้าอาหารทะเลสดใหม่&amp;nbsp;อาหารทะเลแห้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และอาหารทะเลแปรรูป&amp;nbsp;สำหรับจำหน่ายให้กับประชาชน&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;และเป็นการรวบรวมสินค้าจากเรือประมงพื้นบ้านภายในจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;และจากจังหวัดใกล้เคียงมาจำหน่าย&amp;nbsp;ช่วยให้ชาวประมงในพื้นที่และนอกพื้นที่&amp;nbsp;สามารถมีตลาดรองรับสินค้าสัตว์น้ำในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;เป็นการช่วยเหลือในการกระจายสินค้า&amp;nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐพงค์&amp;nbsp;วรรณพัฒน์&amp;nbsp;ประมงจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;โดยสำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับเทศบาลเมืองอ่างศิลา&amp;nbsp;จัดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นที่บ้านสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;และให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการดำเนินการจัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในระดับอำเภอ&amp;nbsp;หรือจังหวัด&amp;nbsp;ให้แก่ชาวประมงพื้นบ้านอย่างมีประสิทธภาพและประสิทธิผลต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้&amp;nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์จากเทศบาลเมืองอ่างศิลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมีนายวินัย&amp;nbsp;พ้นภัยพาล&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา&amp;nbsp;ได้อนุเคราะห์สถานที่&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ทั้งอาหารทะเลสด&amp;nbsp;อาหารทะเลแห้ง&amp;nbsp;และอาหารทะเลแปรรูป&amp;nbsp;จากชุมชนประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แจงรอน&amp;nbsp;ห่อหมก&amp;nbsp;ฮอยจ๊อ&amp;nbsp;ไข่หมึกอย่าง&amp;nbsp;ขนมลำเจียก&amp;nbsp;ขนมเรไร&amp;nbsp;ขนมแมงดาฉาบ&amp;nbsp;และเสื้อฟ้าท้องถิ่นเป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิติ&amp;nbsp;วิวัฒน์วานิช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงตลาดและการกระจายสินค้าของชาวประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ&amp;nbsp;ตลาดอ่างศิลามีครกหินอันเลื่องชื่อแล้วยังมีตลาดอาหารทะเลสด&amp;nbsp;สะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัยเป็นจุดศูนย์รวมของอาหารทะเลสดจากเรือประมงพื้นบ้านถึงผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กุ้ง&amp;nbsp;หอย&amp;nbsp;ปู&amp;nbsp;ปลา&amp;nbsp;รวมถึงอาหารแปรรูปต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กะปิ&amp;nbsp;น้ำปลา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สำหรับโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;เป็นการดำเนินการจัดหาสถานที่เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในระดับจังหวัด&amp;nbsp;ของชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดชลบุรีให้แก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาด&lt;/strong&gt;ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;ขอให้ผู้จำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;และผู้บริโภค&amp;nbsp;ปฏิบัติตามมาตการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;โดยต้องไม่ประมาท&amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;พบเจลล้างมือ&amp;nbsp;ล้างมือปล่อยๆ&amp;nbsp;เว้นระยะห่างทางสังคม&amp;nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริญญา/ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114160159136</Link_News></row>
<row _id="99"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรีเรียกอธิบดีกรมปศุสัตว์ ชี้แจงสถานการณ์โรคระบาด ASF ในสุกร เน้นย้ำแก้ปัญหาโดยเร็ว ด้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เรียกนายสัตวแพทย์&amp;nbsp;สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เข้าพบเป็นการด่วน&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อรายงานสถานการณ์&amp;nbsp;พร้อมประเมิน&amp;nbsp;การแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;)ในประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ราคาเนื้อหมูปรับสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวภายหลังพบนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีให้ช่วยกันขับเคลื่อนแก้ปัญหาโรคระบาดในสุกรและเน้นย้ำควบคุมโรคให้ดี&amp;nbsp;และให้ร่วมมือทำงานกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;รวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงราคาสุกรที่เข้าระบบทั้งหมดจะใช้เวลาดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด&amp;nbsp;จึงได้ชี้แจงไปว่า&amp;nbsp;8-12&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้สำรวจจำนวนสุกรว่ามีจำนวนเท่าใดโดยให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp;และให้มีการสำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;ซึ่งตัวเลขในการเคลื่อนย้ายสัตว์ขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่อยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;รวมถึงความเสียหายของผู้เลี้ยงรายย่อย&amp;nbsp;ไม่ได้เกิดจากโรคเพียงอย่างเดียว&amp;nbsp;ยังมีต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับขึ้นทั่วโลกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการเยียวยาจะเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายย่อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการระดมทุนมาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือถึง&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อนำไปดำเนินการลดความเสี่ยงในการเกิดโรค&amp;nbsp;ส่วนการช่วยเหลือเอกชนขนาดกลางและขนาดใหญ่ภาครัฐไม่ได้ช่วยเหลือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้องมีการยกระดับการเลี้ยงหมูให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพตามที่กรมปศุสัตว์ตั้งเกณฑ์&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;Farming&amp;nbsp;Management&amp;nbsp;ไว้&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยผู้บริโภค&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ไม่ทราบเรื่องที่เกษตรกรถูกข่มขู่หลังจากมาเปิดเผยข้อมูล&amp;nbsp;และคงเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;พร้อมย้ำว่า&amp;nbsp;ไม่ถอดใจในการทำงาน&amp;nbsp;เพราะที่ผ่านมาตนเองได้แก้ปัญหาโรคระบาดในม้า&amp;nbsp;โรคลัมปีสกินจนตอนนี้แทบไม่มีแล้ว&amp;nbsp;และล่าสุดโรคระบาดสุกร&amp;nbsp;ซึ่งเกิดมาร้อยปี&amp;nbsp;แต่ยังไม่มีวัคซีน&amp;nbsp;การควบคุมต้องบูรณาการร่วมกัน&amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ก็เข้าใจและให้กำลังใจในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสัตวแพทย์&amp;nbsp;กิจจา&amp;nbsp;อุไรรงค์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจง&amp;nbsp;กรณีที่จังหวัดนครปฐมพบโรคระบบ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในหมูมา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแล้วว่า&amp;nbsp;เรื่องนี้เมื่อประกาศเป็นโรคระบาดอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;มาตรการที่ต้องดำเนินการคือ&amp;nbsp;การฟื้นฟูอุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นเหมือนเดิม&amp;nbsp;และต้องรอประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันแนวทางที่แก้ปัญหาคือ&amp;nbsp;จะต้องควบคุมการระบาดและฟื้นฟูอุตสาหกรรมสุกรให้กลับมาได้โดยเร็ว&amp;nbsp;โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการเป็นหลัก&amp;nbsp;แต่ไม่ให้เดือดร้อนผู้เลี้ยงและผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนราคาหมูที่ปรับสูงขึ้นมาจากหลายปัจจัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่เชื่อว่า&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่&amp;nbsp;พร้อมย้ำว่า&amp;nbsp;โรคระบาดในสุกรไม่ได้ก่อโรคในคนหรือสัตว์อื่น&amp;nbsp;เนื้อหมูยังบริโภคได้ปกติหากมีการปรุงสุกและไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย&amp;nbsp;อย่าตระหนก&amp;nbsp;หรือตกใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114200448269</Link_News></row>
<row _id="100"><NewsTitle>กลุ่มยุทธฯ เกษตรยะลา อบรมให้ความรู้  Live Steaming อย่างมืออาชีพแก่เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ  ขานรับนโยบาย Digital DOAE เปลี่ยนผ่านสู่ยุค next normal</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นางสาวจารุภา&amp;nbsp;คงชะนะ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เปิดการอบรมการถ่ายทอดสด&amp;nbsp;(Live&amp;nbsp;steaming)&amp;nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Social&amp;nbsp;Media)&amp;nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรให้สอดคล้องกับนโยบาย&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;&amp;nbsp;DOAE&amp;nbsp;เปลี่ยนผ่านสู่ยุค&amp;nbsp;next&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นางสาวจุติพร&amp;nbsp;น่วมทอง&amp;nbsp;เป็นวิทยากร&amp;nbsp;ให้ความรู้อุปกรณ์&amp;nbsp;และการติดตั้งอุปกรณ์เทคนิค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และวิธีการถ่ายทอดสด&amp;nbsp;(Live&amp;nbsp;steaming)&amp;nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;(Social&amp;nbsp;Media)&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมไปถึงการฝึกปฏิบัติการถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ด้วยโปรแกรม&amp;nbsp;OBS&amp;nbsp;Studio&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114173252213</Link_News></row>
<row _id="101"><NewsTitle>จังหวัดพังงาระดมความคิดเห็นขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพมังคุด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ตัวแทนภาคเอกชน&amp;nbsp;และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในพื้นที่อำเภอกะปง&amp;nbsp;ร่วมระดมความคิดเห็นในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพมังคุดของจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพมังคุดจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เกิดการบริหารจัดการ&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;และปลายน้ำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่มังคุด&amp;nbsp;ตำบลเหมาะ&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีการศึกษาดูงานแปลงเรียนรู้ต้นแบบสวนมังคุด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเหมาะ&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114205246304</Link_News></row>
<row _id="102"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษ จ่ายเงินช่วยเหลือน้ำท่วม ปี 2564 ด้านการปลูกพืช</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ได้สำรวจผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัย&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เกิดเมื่อ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พื้นที่ประสบภัย&amp;nbsp;18&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;140&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;912&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;รวมเกษตรกรผู้ประสบภัย&amp;nbsp;14,995&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรเสียหาย&amp;nbsp;114,241.1150&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งเป็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าว&amp;nbsp;103,076.2125&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พืชไร่/พืชผัก&amp;nbsp;12,140.1525&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&amp;nbsp;24.75&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว&amp;nbsp;17&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ,&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอกันทรารมย์,&amp;nbsp;อำเภอขุขันธ์,&amp;nbsp;อำเภอไพรบึง,&amp;nbsp;อำเภอปรางค์กู่,&amp;nbsp;อำเภอราษีไศล,&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย,&amp;nbsp;อำเภอห้วยทับทัน,&amp;nbsp;อำเภอโนนคูณ,&amp;nbsp;อำเภอศรีรัตนะ,&amp;nbsp;อำเภอน้ำเกลี้ยง,&amp;nbsp;อำเภอวังหิน,&amp;nbsp;อำเภอภูสิงห์,&amp;nbsp;อำเภอเบญจลักษ์,&amp;nbsp;อำเภอพยุห์,&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอศิลาลาด&amp;nbsp;และอำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;160,919,814.75&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;อนุมัติการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114222752337</Link_News></row>
<row _id="103"><NewsTitle>จังหวัดศรีสะเกษ จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์ โรคลำปี สกิน ปี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ได้สำรวจผู้ประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรคลำปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่เกิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และภัยยังไม่สิ้นสุด&amp;nbsp;พื้นที่ประสบภัย&amp;nbsp;22&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;204&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;2,628&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;รวมเกษตรกรผู้ประสบภัย&amp;nbsp;21,001&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สัตว์ป่วยสะสม&amp;nbsp;45,428&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สัตว์ตาย&amp;nbsp;6258&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;(วัว&amp;nbsp;6,217&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;,กระบือ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ตัว)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สัตว์หายป่วยสะสม&amp;nbsp;37,701&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คงเหลือสัตว์ป่วย&amp;nbsp;1,469&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;(ไม่พบสัตว์ป่วยเพิ่ม)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จำนวนเงินที่ต้องจ่าย&amp;nbsp;140,897,700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จ่ายไปแล้ว&amp;nbsp;55,675,00&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และส่วนที่เหลือ&amp;nbsp;85,222,700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อยู่ระหว่างที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;อนุมัติการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114223120339</Link_News></row>
<row _id="104"><NewsTitle>เชื่อมีปัจจัยอื่นแทรกซ้อนทำหมูราคาแพง นอกเหนือจากต้นทุนสูง การเกิดโรคระบาด ASF</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าต้นเหตุที่ราคาเนื้อสุกรมีราคาแพงขึ้นนั้น&amp;nbsp;เกิดจากการเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(ASF)&amp;nbsp;จึงขอชี้แจงว่า&amp;nbsp;จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีลูกสุกรเข้าคอกเลี้ยงเฉลี่ยราว&amp;nbsp;&amp;nbsp;350,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันปริมาณลูกสุกรเข้าเลี้ยงก็ยังคงมีตัวเลขใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีจำนวนสุกรที่เข้าโรงเชือดที่มีปริมาณคงที่มาโดยตลอด&amp;nbsp;จึงเป็นที่น่าสนใจว่าเหตุใดราคาเนื้อสุกรจึงมีราคาแพงขึ้น&amp;nbsp;โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญอาจมาจากการกักตุนสินค้าในช่วงเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;จึงได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรณีการพบการระบาดของโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;นั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์จะจัดตั้งวอร์รูมขึ้นทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อสแกนพื้นที่เสี่ยงในการเกิดโรคระบาด&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;พร้อมเข้าช่วยเหลือผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;โดยเฉพาะรายเล็กและรายย่อย&amp;nbsp;ในการยกระดับมาตรการควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้จะมีอาสาปศุสัตว์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;พร้อมขอยืนยันว่าหากตรวจพบการเกิดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จะเร่งเข้าควบคุมโรคโดยทันที&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการต่างๆ&amp;nbsp;อย่างรัดกุมและจำกัดวงเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115133630433</Link_News></row>
<row _id="105"><NewsTitle>นายอำเภอบัวเชด จ.สุรินทร์ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิศาล&amp;nbsp;เค้ากล้า&amp;nbsp;นายอำเภอบัวเชด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลจรัส&amp;nbsp;ออกตรวจเยี่ยมสวนเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล&amp;nbsp;เพื่อให้กำลังใจและร่วมส่งเสริมสนับสนุนนโยบายสุรินทร์รุ่งเรืองเมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ของผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สวนของ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;นายอาทิตย์&amp;nbsp;แคนศิลา&amp;nbsp;ปลูกทุเรียนและลำไยบนพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปัจจุบันมีลำไยพร้อมจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;นางนิตยา&amp;nbsp;ผมงาม&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนสายพันธุ์ต่างๆ&amp;nbsp;ปัจจุบันมีทุเรียนกำลังติดดอก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;นายไมตรี&amp;nbsp;สมอร่าม&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ทำการเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;บนพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;ขุดสระเลี้ยงปลาหมอเทศ&amp;nbsp;และปลูกไม้ผลบนขอบสระ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มะม่วง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115090108355</Link_News></row>
<row _id="106"><NewsTitle>รับนโยบายนายกรัฐมนตรี สั่งการด่วนทุกพื้นที่เข้มมาตรการควบคุมโรค เร่งเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้ประกาศพบโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกร&amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความหว่งใยอย่างมากได้เรียกประชุมด่วนเพื่อเร่งแก้ปัญหาโรคระบาดหมูโดยได้มอบนโยบายให้&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์เร่งตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรเจ้าของฟาร์มผู้เสียหายให้ครอบคลุมทั้งรายยรอยและรายใหญ่&amp;nbsp;โดยให้ประสานความ&amp;nbsp;ร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นกํานันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และให้กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพ&amp;nbsp;การเลี้ยงสุกรทั้งโรงฆ่าสัตว์และเขียงหมูโดยเร็วรวมทั้งให้ปศุสัตว์จังหวัดและสัตวแพทย์ติดตามพื้นที่ทราบว่ามีการระบาดของโรคเพื่อเร่ง&amp;nbsp;สอบสวนหาสาเหตุเพื่อควบคุมโรคได้โดยเร็วและให้เพิ่มช่องทางและเน้นการประชาสัมพันธ์สื่อสารข้อมูลเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่&amp;nbsp;ถูกต้องแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู&amp;nbsp;รวมทั้งการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เสียหาย&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายแก่เกษตรกรและอุตสาหกรรมการผลิตสุกรให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์ไม่ได้นิ่งนอนใจ&amp;nbsp;รับนโยบายนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทุกเขตและจังหวัดจัดตั้ง&amp;nbsp;WARROOM&amp;nbsp;เพื่อสื่อสารข้อมูลกับประชาชนและรายงานการดําเนินงานทุกวัน&amp;nbsp;ต่อผู้บริหารอย่างทันท่วงที&amp;nbsp;ทุกพื้นที่ให้การบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมป้องกันและการเคลื่อนย้ายสัตว์ต้องโปร่งใส&amp;nbsp;ไม่มีการสร้าง&amp;nbsp;เงื่อนไขและให้คํานึงถึงผลประโยชนข์องเกษตรกรเป็นหลักไม่สร้างความเดือดร้อนหรือภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มแก่เกษตรกรสํารวจการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูและปริมาณหมูที่คงเหลือในระบบ&amp;nbsp;พร้อมทั้งสํารวจปริมาณความต้องการประชาชนต่อการบริโภคและใช้เนื้อหมูในประเทศ&amp;nbsp;รวมทั้งปริมาณการส่งออกเพื่อนําข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์บริหารจัดการแก้ไขปัญหาความต้องการสุกรทั้งระบบให้ศึกษาการเพิ่มผลผลิตสุกรแม่พันธุ์และลูกหมูในระบบการเลี้ยงที่มีความปลอดภัยทางชีวภาพและการช่วยเหลือบริการเกษตรกรผู้เลี้ยง&amp;nbsp;รายย่อยและรายเล็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การช่วยเหลือด้านอาหารสัตว์และศึกษาวิจัยด้านอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อเป็นการลดต้นทนุ&amp;nbsp;ในการผลิต&amp;nbsp;การร่วมมือกับ&amp;nbsp;หน่วยงานต่างๆเช่นพาณิชย์ในการตรวจสอบห้องเย็นเพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กําลังจะมาถงึการรายงาน&amp;nbsp;โรคตามระบบรายงานโรคระบาดในสกุรให้ดําเนินการตามมาตรการที่แจ้งโดยจังหวัดที่พบโรคให้รีบรายงานแจ้งไปยังผู้ว่าราชการและส่วนกลางทันทีบูรณาการกับหนว่ยงานในพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทางระบาดวิทยาและหาสาเหตุเพื่อควบคุมโรคโดยเร็ว&amp;nbsp;ทําการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลอดเชื้อโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรก่อนทําการลงเลี้ยงรอบใหม่และสิ่งสําคัญที่สุดคือ&amp;nbsp;การผลักดันให้&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยทําการเลี้ยงโดยปรับปรุงฟาร์มใหม่ให้มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นการป้องกันโรคเข้าฟาร์มได้ดีที่สุดเนื่องจากโรคนี้ไม่มีวัคซีนและยารักษาที่จําเพาะ&amp;nbsp;โดยทําฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสียหายสามารถป้องกันการเกิดโรคได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ย้ำให้ทุกเขตทุกจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทําการสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกรรายย่อยให้ปรับปรุงฟาร์มให้มีความ&amp;nbsp;ปลอดภัยทางชีวภาพซึ่งเปน็สิ่งสําคัญมากในการปอ้งกันโรคหากพบโรคให้จังหวัดรายงานและดําเนนิการสอบสวนทันทีไม่ทําตามจะ&amp;nbsp;ถือว่ามีความผิดละเลยการปฏิบัติงานในหน้าที่การปฏิบัติงานและการรายงานของ&amp;nbsp;WARROOM&amp;nbsp;ในทุกเขตและจังหวัดให้ดําเนนิการทุกวันไม่เว้นแม้ในวันหยุดราชการและเสาร์-อาทิตย์&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์โรคจะคลี่คลายพร้อมเร่งช่วยเหลือเยียวยาให้บริการเกษตรกรและจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายจากการทําลายสุกรเพื่อป้องกันโรคโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115132537424</Link_News></row>
<row _id="107"><NewsTitle>เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ นำเนื้อที่ 4 ไร่ สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำเนื้อที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน&amp;nbsp;เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนางวิภาดา&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองพังงาและผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ของนายวินัย&amp;nbsp;รัตน์ไทรแก้ว&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรรุ่นใหม่&amp;nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&amp;nbsp;(Young&amp;nbsp;&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ตากแดด&amp;nbsp;อ.เมืองพังงา&amp;nbsp;จ.พังงา&amp;nbsp;ที่เดินตามรอยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ด้วยการนำที่ดิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำสวนยางพารามาก่อนแต่เนื่องจากราคาผันผวนขึ้นลงไม่คงที่&lt;/strong&gt;จึงตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งแล้วหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานตามรอยของพ่อหลวง&amp;nbsp;พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาข้อมูลการทำการเกษตรสมาร์ทฟาร์มเมอร์อย่างจริงจัง&amp;nbsp;และแสวงหาความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ&amp;nbsp;ในด้านเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพังงา&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ด้วยแนวคิดการทำเกษตรให้แตกต่างจากเกษตรกรคนอื่น&amp;nbsp;สร้างจุดเด่นให้กับสวนของตนเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชาวบ้าน&amp;nbsp;นักเรียนนักศึกษา&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;คนชุมชน&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ได้เดินเยี่ยมชม&lt;/strong&gt;ภายในสวนและเห็นว่าอยากให้ชาวบ้านรวมทั้งเกษตรกรทั่วไปได้นำไปเป็นแนวทางในการทำการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง&amp;nbsp;ปลูกพืชผักชนิดต่างๆหรือผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือนโดยที่ไม่ต้องซื้อ&amp;nbsp;หากผลผลิตเยอะก็นำไปแบ่งปันเพื่อนบ้านหรือนำไปจำหน่าย&amp;nbsp;ซึ่งก็ช่วยลดรายจ่ายสร้างรายได้เข้าครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวินัย&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;ได้แบ่งพื้นที่เป็นออกส่วนๆ&amp;nbsp;ทำการปลูกส้มเขียวหวานพันธ์ต่างๆกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปลูกแซมระหว่างต้นด้วยมะละกอ&amp;nbsp;มะนาวแป้น&amp;nbsp;ส้มโอ&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;ปลูกพืชผักต่างๆหลากหลายชนิด&amp;nbsp;โดยเน้นความสำคัญในการทำเกษตรแบบอินทรีย์&amp;nbsp;รวมทั้งได้ขุดบ่อน้ำเลี้ยงปลา&amp;nbsp;สูบน้ำในบ่อมาใช้ภายในสวน&amp;nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;เก็บผลผลิตจำหน่ายทำให้มีรายได้เข้าสู่ครอบครัวทุกวัน&amp;nbsp;หนึ่งในผลผลิตที่ทำให้สวนถุงแป้งเป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&amp;nbsp;โดยตนได้นำมะนาวพันธุ์โคตรดกสุพรรณ&amp;nbsp;ปลูกไว้รวมกับมะนาวพันธุ์พื้นเมืองของพังงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทั่งสังเกตพบว่ามีต้นแตกหน่อขึ้นมามีลูกดก&amp;nbsp;ผลโต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กลิ่นหอมแบบมะนาวพื้นเมือง&amp;nbsp;เป็นช่อคล้ายพวงองุ่น&amp;nbsp;ผลดก&amp;nbsp;มีน้ำเยอะ&amp;nbsp;รสชาติดี&amp;nbsp;ออกผลตลอดทั้งปี&amp;nbsp;จึงขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง&amp;nbsp;ปัจจุบันสามารถขยายได้จำนวนมาก&amp;nbsp;เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง&amp;nbsp;ส่วนส้มเขียวหวานและส้มโชกุนที่ปลูกมาเป็นปีที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;การออกดอกแต่ละรุ่นที่เป็นส้มปีจะทยอยออกหลายชุด&amp;nbsp;ทำให้ได้ผลแก่เก็บเกี่ยวได้ปีละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;ธ.ค.-&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;ซึ่งในช่วงนี้ออกผลเต็มต้นและเริ่มสุกมีสีสันสวยงาม&amp;nbsp;จึงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประกอบสวนถุงแป้งเป็นสวนต้นแบบที่เปิดให้มีการศึกษาเรียนรู้ด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้กลายเป็นจุดเช็คอินที่ยังคงติดกระแสและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp;สร้างรายได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยทางสวนถุงแป้งจะเก็บค่าเข้าชมสวนส้มคนละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เฉพาะผู้ใหญ่&amp;nbsp;ส่วนเด็กเข้าชมฟรี&amp;nbsp;มีบริการหมวกกับตะกร้าไว้สำหรับถ่ายภาพกับผลส้มฟรี&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มคั้นสดๆ&amp;nbsp;ส้มสดๆจากต้น&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปลูกภายในสวนไว้จำหน่ายในราคาย่อมเยาอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันสวนถุงแป้งมีการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายในสวนจะปลูกพืชแบบเอื้อต่อกัน&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นพืชผักสร้างรายได้ประจำวัน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;บวบ&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&amp;nbsp;ส่วนรายได้ต่อเดือนจะเป็นพวก&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;มะละกอ&amp;nbsp;ขนุน&amp;nbsp;ส่วนรายได้รายปีก็จะมีส้มและทุเรียนเป็นหลัก&amp;nbsp;และมีรายได้เสริมจากการผลิตพันธุ์ไม้ตามสั่งของลูกค้า&amp;nbsp;ทำให้ปัจจุบันครอบครัวมีความสุขจากการได้อยู่กันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115135745450</Link_News></row>
<row _id="108"><NewsTitle>เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ นำเนื้อที่ 4 ไร่ สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำเนื้อที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน&amp;nbsp;เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนางวิภาดา&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองพังงาและผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ของนายวินัย&amp;nbsp;รัตน์ไทรแก้ว&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรรุ่นใหม่&amp;nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&amp;nbsp;(Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ตากแดด&amp;nbsp;อ.เมืองพังงา&amp;nbsp;จ.พังงา&amp;nbsp;ที่เดินตามรอยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ด้วยการนำที่ดิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำสวนยางพารามาก่อนแต่เนื่องจากราคาผันผวนขึ้นลงไม่คงที่จึงตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งแล้วหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานตามรอยของพ่อหลวง&amp;nbsp;พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาข้อมูลการทำการเกษตรสมาร์ทฟาร์มเมอร์อย่างจริงจังและแสวงหาความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆในด้านเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพังงา&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ด้วยแนวคิดการทำเกษตรให้แตกต่างจากเกษตรกรคนอื่น&amp;nbsp;สร้างจุดเด่นให้กับสวนของตนเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชาวบ้าน&amp;nbsp;นักเรียนนักศึกษา&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;คนชุมชน&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมภายในสวนและเห็นว่าอยากให้ชาวบ้านรวมทั้งเกษตรกรทั่วไปได้นำไปเป็นแนวทางในการทำการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง&amp;nbsp;ปลูกพืชผักชนิดต่างๆหรือผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือนโดยที่ไม่ต้องซื้อ&amp;nbsp;หากผลผลิตเยอะก็นำไปแบ่งปันเพื่อนบ้านหรือนำไปจำหน่าย&amp;nbsp;ซึ่งก็ช่วยลดรายจ่ายสร้างรายได้เข้าครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวินัย&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;ได้แบ่งพื้นที่เป็นออกส่วนๆ&amp;nbsp;ทำการปลูกส้มเขียวหวานพันธ์ต่างๆกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปลูกแซมระหว่างต้นด้วยมะละกอ&amp;nbsp;มะนาวแป้น&amp;nbsp;ส้มโอ&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;ปลูกพืชผักต่างๆหลากหลายชนิด&amp;nbsp;โดยเน้นความสำคัญในการทำเกษตรแบบอินทรีย์&amp;nbsp;รวมทั้งได้ขุดบ่อน้ำเลี้ยงปลา&amp;nbsp;สูบน้ำในบ่อมาใช้ภายในสวน&amp;nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;เก็บผลผลิตจำหน่ายทำให้มีรายได้เข้าสู่ครอบครัวทุกวัน&amp;nbsp;หนึ่งในผลผลิตที่ทำให้สวนถุงแป้งเป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&amp;nbsp;โดยตนได้นำมะนาวพันธุ์โคตรดกสุพรรณ&amp;nbsp;ปลูกไว้รวมกับมะนาวพันธุ์พื้นเมืองของพังงา&amp;nbsp;กระทั่งสังเกตพบว่ามีต้นแตกหน่อขึ้นมามีลูกดก&amp;nbsp;ผลโต&amp;nbsp;กลิ่นหอมแบบมะนาวพื้นเมือง&amp;nbsp;เป็นช่อคล้ายพวงองุ่น&amp;nbsp;ผลดก&amp;nbsp;มีน้ำเยอะ&amp;nbsp;รสชาติดี&amp;nbsp;ออกผลตลอดทั้งปี&amp;nbsp;จึงขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง&amp;nbsp;ปัจจุบันสามารถขยายได้จำนวนมาก&amp;nbsp;เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนส้มเขียวหวานและส้มโชกุนที่ปลูกมาเป็นปีที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การออกดอกแต่ละรุ่นที่เป็นส้มปีจะทยอยออกหลายชุด&amp;nbsp;ทำให้ได้ผลแก่เก็บเกี่ยวได้ปีละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;ธ.ค.-&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;ซึ่งในช่วงนี้ออกผลเต็มต้นและเริ่มสุกมีสีสันสวยงาม&amp;nbsp;จึงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม&amp;nbsp;ประกอบสวนถุงแป้งเป็นสวนต้นแบบที่เปิดให้มีการศึกษาเรียนรู้ด้วย&amp;nbsp;ทำให้กลายเป็นจุดเช็คอินที่ยังคงติดกระแสและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp;สร้างรายได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทางสวนถุงแป้งจะเก็บค่าเข้าชมสวนส้มคนละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เฉพาะผู้ใหญ่&amp;nbsp;ส่วนเด็กเข้าชมฟรี&amp;nbsp;มีบริการหมวกกับตะกร้าไว้สำหรับถ่ายภาพกับผลส้มฟรี&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มคั้นสดๆ&amp;nbsp;ส้มสดๆจากต้น&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปลูกภายในสวนไว้จำหน่ายในราคาย่อมเยาอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันสวนถุงแป้งมีการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ภายในสวนจะปลูกพืชแบบเอื้อต่อกัน&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นพืชผักสร้างรายได้ประจำวัน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;บวบ&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&amp;nbsp;ส่วนรายได้ต่อเดือนจะเป็นพวก&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;มะละกอ&amp;nbsp;ขนุน&amp;nbsp;ส่วนรายได้รายปีก็จะมีส้มและทุเรียนเป็นหลัก&amp;nbsp;และมีรายได้เสริมจากการผลิตพันธุ์ไม้ตามสั่งของลูกค้า&amp;nbsp;ทำให้ปัจจุบันครอบครัวมีความสุขจากการได้อยู่กันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115140418455</Link_News></row>
<row _id="109"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ มอบใบรับรองฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลสิส ระดับ A และระดับ B ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;มอบใบรับรองฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลสิส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระดับ&amp;nbsp;A&amp;nbsp;และระดับ&amp;nbsp;B&amp;nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;พร้อมพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;farmer)&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตว์แพทย์&amp;nbsp;ดร.สมพร&amp;nbsp;พรวิเศษศิริกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายภิเษก&amp;nbsp;โรจนวิภาต&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;และนางสาวอาทิยา&amp;nbsp;แปลงใจ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ดำเนินการจัดฝึกอบรมเกษตรกรตามโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;farmer)&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การดำเนินการฝึกอบรมในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farmer)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายพนม&amp;nbsp;มีศิริพันธุ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธี&lt;/strong&gt;และมอบใบรับรองฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลสิส&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;A&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;B&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่จังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะดำเนินงานจากสำนักงานปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เลิศสิริฟาร์มแพะ&amp;nbsp;ตำบลช่อแฮ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รุ่งนภาฟาร์มแพะ&amp;nbsp;ตำบลเวียงทอง&amp;nbsp;อำเภอสูงเม่น&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115140614456</Link_News></row>
<row _id="110"><NewsTitle>กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนเบตงสีทอง ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด  ภาครัฐเร่งแก้ปัญหา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอก&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;นายอำเภอเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายอารีฟ&amp;nbsp;มหัศนียนนท์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;และนางผุสสดี&amp;nbsp;จ๋ายเจริญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ตำบลยะรม&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;หลังมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปลูกส้มโชกุนเบตงสีทอง&amp;nbsp;เนื่องจากพื้นที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลาในขณะนี้&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกส้มโชกุนเบตง&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;มากว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีและยังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด&amp;nbsp;ระบายไม่ทัน&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นช่วงส้มสายน้ำผึ่ง&amp;nbsp;ของทางภาคเหนือออกผลผลิตเช่นกันและยังลงมาตีตลาดส้มโชกุนเบตง&amp;nbsp;และทำให้ผู้บริโภคสับสนถึงรสชาดที่แท้จริงของส้มโชกุนสีทองเบตง&amp;nbsp;สับสนระหว่างส้มสายน้ำผึ้งกับส้มโชกุนเบตงสีทอง&amp;nbsp;ความจริงรสชาดของส้มโชกุนเบตงจะมีรสชาดไม่เหมือนที่ไหนเนื่องจากอำเภอเบตงเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกส้มโชกุน&amp;nbsp;ทั้งสภาพดินและสภาพอากาศ&amp;nbsp;จุดเด่นของส้มโชกุนเบตงสีทอง&amp;nbsp;ของแท้นั้น&amp;nbsp;เวลารับประทานเมื่อแกะเปลือกผลส้มออก&amp;nbsp;ส้มจะมีกลิ่นหอม&amp;nbsp;เปลือกร่อน&amp;nbsp;สีสันของเนื้อส้มจะมีสีส้มอมแดง&amp;nbsp;ส่วนรสชาติก็จะออกเปรี้ยวอมหวาน&amp;nbsp;ถือเป็นจุดเด่นของส้มโชกุนสีทองเบตงแท้&amp;nbsp;จากพื้นที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส้มโชกุนเบตงของนายรพีพงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรจน์กัลยาภา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนเบตง&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;สวนส้มของตน&amp;nbsp;มีต้นส้มมีอายุประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พื้นที่ปลูก&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในแต่ละปีสามารถเก็บผลผลิตได้&amp;nbsp;175&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp;ถ้ามีการระบายส้มได้ก็คุ้มทุนแต่เมื่อเจอการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ได้สร้างความเดือดร้อนมาก&amp;nbsp;ยิ่งช่วงนี้ส้มโชกุนได้รับผลกระทบมากไม่มีตลาดส่งออกและการสั่งออเดอร์จากพ่อค้าแม่ค้า&amp;nbsp;ก็ลดลง&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาซื้อเป็นของฝากลดลง&amp;nbsp;เดิมนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจะนิยมซื้อไปฝากครอบครัว&amp;nbsp;ในส่วนนี้ก็ขาดหายไปเนื่องมีล็อกดาวน์ปิดประเทศ&amp;nbsp;อีกทั้งไม่มีตลาดระบายผลผลิตเน่าคาต้น&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังตรงกับช่วงส้มทางภาพเหนือ&amp;nbsp;สายน้ำผึ่งออกผลผลิตพอดี&amp;nbsp;โดยส้มโชกุนเบตง&amp;nbsp;เริ่มขายตั้งแต่เบอร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;0&amp;nbsp;(สองศูนย์)&amp;nbsp;ขายส่ง&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;ขายส่งกิโลกรัมละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และเบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเอก&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;นายอำเภอเบตง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มาเยี่ยมให้กำลังใจ&amp;nbsp;พี่น้องเกษตรผู้ปลูกส้มโชกุนสีทองเบตง&amp;nbsp;ของอำเภอเบตง&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดส้มโชกุนของเกษตรกรผู้ปลูกส้มในพื้นที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาตลาดการจำหน่ายส้มโชกุนในพื้นที่อำเภอเบตงเบื้องต้น&amp;nbsp;โดยได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ในการหาช่องทางตลาดเพื่อจำหน่ายส้มโชกุนออกนอกเขตพื้นที่&amp;nbsp;ไปยังตามสถานที่ท่องเที่ยวและจังหวัดอื่น&amp;nbsp;ตลอดจนแนวทางการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;อาจจะมีการจัดเทศกาลส้มโชกุนเบตง&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนนำผลผลิตออกมาจำหน่าย&amp;nbsp;พร้อมเปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้มากินส้มโชกุนใต้ต้น&amp;nbsp;ในสวนของเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อส้มโชกุนเบตงให้เป็นที่รู้จักและเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนนำผลผลิตออกจำหน่ายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115150610476</Link_News></row>
<row _id="111"><NewsTitle>เร่งแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ สำหรับกรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการได้อย่างทันท่วงที</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;เราประเสริฐ&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;ผ่านระบบการประชุมออนไลน์&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในฐานะประธานการประชุมได้&amp;nbsp;ให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับการผลิตและการตลาดผลไม้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปัญหาภัยพิบัติ&amp;nbsp;ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกิดความไม่สะดวกในการขนส่งสินค้า&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นจะต้องจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ&amp;nbsp;โดยแผนดังกล่าวแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด้านคือ&amp;nbsp;ด้านการผลิตและด้านการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับด้านการผลิตนั้น&amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภัยพิบัติ/โรคพืช&amp;nbsp;ที่ส่งผลทำให้ผลผลิตผลไม้เกิดความเสียหาย&amp;nbsp;ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้&amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะพิจารณาช่วยเหลือตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐ&amp;nbsp;ส่วนผลกระทบต่อระบบโลจิติกส์&amp;nbsp;ทำให้ระบบขนส่งไม่สามารถเข้าถึงในพื้นที่และกระจายผลผลิตข้ามจังหวัดได้&amp;nbsp;กำหนดมาตรการสร้าง&amp;nbsp;Platform&amp;nbsp;ข้อมูลเก็บเกี่ยวเชิงพื้นที่แบบ&amp;nbsp;Real&amp;nbsp;Time&amp;nbsp;จัดตั้งศูนย์รวบรวม/กระจาย&amp;nbsp;ระดับหมู่บ้าน/ตำบล&amp;nbsp;รวมถึงการสร้าง&amp;nbsp;Plat&amp;nbsp;Form&amp;nbsp;เชื่อมโยงข้อมูลการขนส่งกับบริษัทไปรษณีย์ไทย/บริษัทขนส่งเอกชน&amp;nbsp;รวมถึงปัจจัยจากโรคระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ที่คาดว่าจะส่งผลด้านขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยว/รวบรวม/&amp;nbsp;กระจาย&amp;nbsp;จึงได้กำหนดมาตรการขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องผ่อนปรนการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างภาค&amp;nbsp;โดยให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&amp;nbsp;(กอ.รมน.)&amp;nbsp;ส่งกำลังพลเข้ามาช่วยเก็บเกี่ยวและขนย้ายผลไม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนด้านการตลาด&amp;nbsp;โรคระบาดโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลต่อระบบโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ&amp;nbsp;ระบบขนส่งล่าช้า&amp;nbsp;ติดขัด&amp;nbsp;ผลผลิตไม่สามารถขนส่งได้&amp;nbsp;ทำให้กระจุกตัว&amp;nbsp;เสียหาย&amp;nbsp;จนถึงราคาตกต่ำ&amp;nbsp;ซึ่งการแก้ไขคือ&amp;nbsp;ต้องกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตให้ได้โดยเร็ว&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้กำหนดมาตรการใช้ระบบขนส่ง/จำหน่ายผ่านไปรษณีย์ไทย/บริษัทขนส่ง&amp;nbsp;มาตรการของกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;และโครงการจำหน่ายผ่านสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนของโลจิสติกส์ต่างประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ&amp;nbsp;ผลผลิตไม่สามารถส่งออกต่างประเทศได้&amp;nbsp;ระบบขนส่งต่างประเทศมีน้อย&amp;nbsp;ติดขัดทั้งทางเรือ/บก/อากาศ&amp;nbsp;ซึ่งต้องกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;โดยมีมาตรการคือ&amp;nbsp;มาตรการของกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;โครงการทางด่วนตรวจปล่อยตู้คอนเทนเนอร์&amp;nbsp;ตั้งศูนย์กระจายสินค้าในต่างประเทศ&amp;nbsp;ระบบการขนส่ง&amp;nbsp;ในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีในส่วนของมาตรการ/ข้อกีดกันทางการค้า&amp;nbsp;ด่านปิด/SPS/ภาษี&amp;nbsp;โดยผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ&amp;nbsp;ไม่สามารถส่งสินค้าออกไปยังประเทศปลายทางได้&amp;nbsp;ต้นทุนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ทำให้เกิดข้อเสียเปรียบทางการแข่งขัน&amp;nbsp;ที่ประชุมจึงได้กำหนดมาตรการให้ทูตพาณิชย์/ทูตเกษตร&amp;nbsp;เร่งเจรจาเปิดด่านขอความช่วยเหลือให้สามารถส่งออกได้&amp;nbsp;เจรจาผ่อนผันข้อกีดกันต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ส่งออกได้&amp;nbsp;ขอลดอัตราภาษีเพื่อให้สามารถแข่งขันได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณากำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องตามแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มาตรการด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115192304514</Link_News></row>
<row _id="112"><NewsTitle>เปิดยุทธการยกกำลัง X ชิงเก็บ ลดเผา ป้องกันไฟป่าภาคเหนือ ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดโครงการชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา&amp;nbsp;และเปิดยุทธการป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;เนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำวังเฮือ&amp;nbsp;ตำบลพระบาท&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมีนายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ตัวแทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ตลอดจนเครือข่ายความร่วมมือป้องกันไฟป่าเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;และนายสุรชัย&amp;nbsp;อจลบุญ&amp;nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(ทส.)&amp;nbsp;กำหนดให้ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นปีแห่งการฟื้นฟูและการปรับตัวทุกมิติ&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;เพิ่มสมรรถนะปรับแนวคิดและระบบในการทำงานแบบใหม่&amp;nbsp;สร้างการรับรู้ความเข้าใจและการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;ตลอดจนทำงานแบบใหม่&amp;nbsp;ทส.&amp;nbsp;ยกกำลัง&amp;nbsp;X&amp;nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งโครงการชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา&amp;nbsp;และการเปิดยุทธการป้องกันไฟป่าของกรมป่าไม้ในวันนี้&amp;nbsp;ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการทำงานเชิงรุก&amp;nbsp;ที่เน้นการประสานงานกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้กรมป่าไม้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;42.09&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;โดยจัดเตรียมกำลังพล&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;นปพ.&amp;nbsp;(พิทักษ์ป่า)&amp;nbsp;520&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และเหยี่ยวไฟ&amp;nbsp;135&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อประจำในจุดต่างๆ&amp;nbsp;ตามแผนที่กำหนด&amp;nbsp;สำหรับในส่วนโครงการชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา&amp;nbsp;ที่กรมป่าไม้ดำเนินการในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีเป้าหมายชิงเก็บ&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และชิงเผา&amp;nbsp;155,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการตามโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;ป่าชายเลนและป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;กรมป่าไม้&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของกรมป่าไม้ใน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;289,383&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป้าหมายเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามเข้าโครงการฯ&amp;nbsp;และเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบจิตอาสา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในส่วนการดำเนินงานของกรมป่าไม้นั้นนับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ตามข้อมูลสถิติจุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียม&amp;nbsp;Suomi&amp;nbsp;NPP&amp;nbsp;เซ็นเซอร์&amp;nbsp;VIIRS&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคมถึง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;มีจุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30,293&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เป็นปริมาณที่ลดลงถึง&amp;nbsp;26,036&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และหากย้อนกลับไปเทียบกับปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;พบว่ามีจุดความร้อนลดลงถึงร้อยละ&amp;nbsp;46.22&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115162258489</Link_News></row>
<row _id="113"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรเชียงใหม่สร้างต้นแบบเกษตรอัจฉริยะ? (Handy Sense)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่??&amp;nbsp;ส่งเสริมการใช้&amp;nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่?ในแปลงสตรอเบอรี่ที่อำเภอสะเมิง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเจริญ&amp;nbsp;พิมพ์ขาล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดเชียงใหม่?&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;?&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่?&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่อำเภอสะเมิง?&amp;nbsp;ติดตามความก้าวหน้าโครงการระบบน้ำอัจฉริยะ&amp;nbsp;(Handy&amp;nbsp;Sense)&amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร&amp;nbsp;ตำบลบ่อแก้ว&amp;nbsp;อำเภอสะเมิง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่?&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่?&amp;nbsp;ในแปลงเกษตรกรผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รี&amp;nbsp;ตำบลบ่อแก้ว&amp;nbsp;อำเภอสะเมิง&amp;nbsp;โดยจังหวัดเชียงใหม่เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ศูนย์ของทั่วประเทศ&amp;nbsp;ที่นำระบบการบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบน้ำอัจฉริยะ&amp;nbsp;(Handy&amp;nbsp;Sense)&amp;nbsp;โดยสร้างต้นแบบแปลงเรียนรู้การบริหารจัดการแปลง&amp;nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรในแปลงสตรอว์เบอร์รี&amp;nbsp;ที่เป็นแหล่งปลูกใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;อีกทั้งพัฒนาความรู้ให้แก่เกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายวิทยา&amp;nbsp;นาระต๊ะ&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เพื่อยกระดับเป็นวิทยากรเกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของชุมชนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้?&amp;nbsp;ระบบเกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;(Handy&amp;nbsp;Sense)&amp;nbsp;เป็นอุปกรณ์&amp;nbsp;IoT&amp;nbsp;และระบบปฏิบัติการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการควบคุมสภาพแวดล้อมซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เซนเซอร์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฟังก์ชั่น&amp;nbsp;ซึ่งใช้วัดสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก&amp;nbsp;และสามารถควบคุมการให้น้ำสำหรับพืชช่วยเกษตรกรลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากร&amp;nbsp;ทำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพส่งผลต่อรายได้ของเกษตรที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;พร้อมเป็นต้นแบบแก่คนในชุมชน&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้นำไปปรับใช้ในแปลงของตนเองได้โดยสามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอสะเมิง&amp;nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0-5311-2478-79&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พิมลกัลย์&amp;nbsp;เดชะชัย&amp;nbsp;สวท.&amp;nbsp;เชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115171609497</Link_News></row>
<row _id="114"><NewsTitle>ศรีสะเกษ !! นายก อบต.โนนสัง ลุยปรับปรุงถนนเพื่อลำเลียงผลผลิตการเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เริ่มขยับงานด้านถนนเพื่อการสัญจรลำเลียงผลผลิตการเกษตร&amp;nbsp;ลดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง&amp;nbsp;อำเภอกันทรารมย์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยท่านนายกทองวรรณ&amp;nbsp;จิตโชติ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายหลังได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารหมาดๆ&amp;nbsp;ซึ่งว่างเว้นไป&amp;nbsp;1สมัย&amp;nbsp;วันนี้เริ่มดำเนินงานพัฒนาถนนหนทางให้อยู่ในสภาพสัญจรไปมาได้สดวกจึงพร้อมด้วยพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้าง&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ซ่อมแซมถนน&amp;nbsp;บ้านโนนสังและบ้านโนนผึ้ง&amp;nbsp;เพื่อความสะดวกในการสัญจรของประชาชนอันดับแรก&amp;nbsp;นอกจากประชาชนจะได้ประโยชน์จากการนำผลผลิตไปขายในตลาดแล้วยังลดอุบัติเหตุในยามค่ำคืนจากที่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่ออีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115203935566</Link_News></row>
<row _id="115"><NewsTitle>ศอ.บต. ดึงภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐจับมือผลักดัน จชต. ให้เป็นเมือง  ปศุสัตว์แบบครบวงจร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;จชต.&lt;/strong&gt;เมื่อวันพุธที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;พร้อมร่วมประชุมกับ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เพื่อนำร่องดำเนินโครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล&amp;nbsp;โดยส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเป็นโครงการนำร่องโดยดำเนินการในลักษณะโครงการขยายผลโดยนำความสำเร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;พลเรือตรีสมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&amp;nbsp;ไอบีซี&amp;nbsp;อินดัสเตรียล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(IBCI)&amp;nbsp;ตำบลทุ่งปรัง&amp;nbsp;อำเภอสิชล&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เพื่อศึกษาเรียนรู้ต้นแบบการผลิตโคเนื้อคุณภาพ&amp;nbsp;และการบริหารจัดการและการตลาด&amp;nbsp;เพื่อนำความรู้ที่ได้รับ&amp;nbsp;ไปส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;หันมาเลี้ยงดูโคเนื้อแบบครบวงจร&amp;nbsp;โดยมีนายชนธัญ&amp;nbsp;แสงพุ่ม&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;นายมะเสาวดี&amp;nbsp;ไสสากา&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ตลอดจนผู้แทนจากภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเสริมความรู้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ความเข้าใจถึงการเลี้ยงโคเนื้ออย่างถูกวิธีและครบวงจร&amp;nbsp;โดยทาง&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เร่งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;พร้อมเสริมความรู้ถึงวิธีการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจรแก่เกษตรกรโดยสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนและผลักดันให้มีการลงทุนในการทำฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์&amp;nbsp;การผลิตพ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์โคเนื้อ&amp;nbsp;ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงภาคการตลาด&amp;nbsp;โดยให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเมืองปศุสัตว์แบบครบวงจร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จะผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกรอบแนวคิดในการส่งเสริมขยายการเลี้ยงโค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะโคเนื้อให้มากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และสร้างรายได้แก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยโคที่เลี้ยงไว้&amp;nbsp;คือโคเนื้อในเชิงพาณิชย์ที่มีขนาด&amp;nbsp;น้ำหนัก&amp;nbsp;และมีความต้านทานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&amp;nbsp;และเป็นโคท้องถิ่นไว้สำหรับบริโภคตามวิธีชีวิตของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยกรอบแนวคิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;เพื่อจะพัฒนาให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;หรือโคต้นน้ำ&amp;nbsp;โดยพัฒนาพ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์&amp;nbsp;ให้สมบูรณ์&amp;nbsp;และการผลิตลูกโค&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;คือการเลี้ยงโคแบบถูกวิธี&amp;nbsp;โดยจะเริ่มตั้งแต่วันแรกคลอด&amp;nbsp;จนไปถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีครึ่ง&amp;nbsp;และปลายน้ำ&amp;nbsp;คือการขุนโคและคุณภาพเนื้อให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;โดยใช้ระยะเวลาประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งกระบวนการดังกล่าว&amp;nbsp;จะเป็นการประเมินจากทุกภาคส่วน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงของการพัฒนา&amp;nbsp;พ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์&amp;nbsp;โดยจะร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;จะเข้ามาร่วมมือในการพัฒนาโคเนื้อในครั้งนี้&amp;nbsp;และภาคเอกชนจะส่งเสริมการลงทุนการผลิตแบบครบวงจร&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาทุกอย่างเป็นระบบแล้ว&amp;nbsp;จะสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์ในพื้นที่&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกหญ้าเนเปียร์&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;มันสําปะหลัง&amp;nbsp;ต้นกระทิน&amp;nbsp;ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชไว้สำหรับการให้อาหารสัตว์&amp;nbsp;และยังสามารถนำไปจำหน่ายตามตลาดทั่วไปได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ยังได้ชื่นชมฟาร์มโคเนื้อแห่งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ดำเนินการเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโค&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มีผลผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ผลงานที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า&amp;nbsp;มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ&amp;nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;และคณะฯ&amp;nbsp;ยังได้ชมสาธิตการผสมอาหารและการหมักอาหารจากฟาร์ม&amp;nbsp;การฉีดยาถ่ายพยาธิประจำปี&amp;nbsp;และการเสริมอาหารบำรุงแก่ลูกวัว&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&amp;nbsp;ไอบีซี&amp;nbsp;อินดัสเตรียล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(IBCI)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เริ่มมีการเลี้ยงโคเนื้อเมื่อต้นเดือน&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนถึงวันนี้ฟาร์มแห่งนี้สามารถผลิตโคเนื้อได้ทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;210&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117084528792</Link_News></row>
<row _id="116"><NewsTitle>ศอ.บต. ดึงภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐจับมือผลักดัน จชต. ให้เป็นเมือง  ปศุสัตว์แบบครบวงจร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;จชต.&lt;/strong&gt;เมื่อวันพุธที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;พร้อมร่วมประชุมกับ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เพื่อนำร่องดำเนินโครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล&amp;nbsp;โดยส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเป็นโครงการนำร่องโดยดำเนินการในลักษณะโครงการขยายผลโดยนำความสำเร็จ&amp;nbsp;ต่อมา&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;พลเรือตรีสมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการเลี้ยงโค&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;วิทยาเขต&amp;nbsp;หาดใหญ่&amp;nbsp;เพื่อศึกษาเรื่องของการเลี้ยงโคให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เลขาธิการศอ.บต.&amp;nbsp;ลงพื้นที่ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&amp;nbsp;ไอบีซี&amp;nbsp;อินดัสเตรียล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(IBCI)&amp;nbsp;ตำบลทุ่งปรัง&amp;nbsp;อำเภอสิชล&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เพื่อศึกษาเรียนรู้ต้นแบบการผลิตโคเนื้อคุณภาพ&amp;nbsp;และการบริหารจัดการและการตลาด&amp;nbsp;เพื่อนำความรู้ที่ได้รับ&amp;nbsp;ไปส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;หันมาเลี้ยงดูโคเนื้อแบบครบวงจร&amp;nbsp;โดยครั้งนี้มีนายชนธัญ&amp;nbsp;แสงพุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;นายมะเสาวดี&amp;nbsp;ไสสากา&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตลอดจนผู้แทนจากภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเสริมความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจถึงการเลี้ยงโคเนื้ออย่างถูกวิธีและครบวงจร&amp;nbsp;โดยทาง&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เร่งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;พร้อมเสริมความรู้ถึงวิธีการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจรแก่เกษตรกรโดยสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้สนับสนุนและผลักดันให้มีการลงทุนในการทำฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์&amp;nbsp;การผลิตพ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์โคเนื้อ&amp;nbsp;ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงภาคการตลาด&amp;nbsp;โดยให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเมืองปศุสัตว์แบบครบวงจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในการนี้&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;จะผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกรอบแนวคิดในการส่งเสริมขยายการเลี้ยงโค&amp;nbsp;โดยเฉพาะโคเนื้อให้มากขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และสร้างรายได้แก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยโคที่เลี้ยงไว้&amp;nbsp;คือโคเนื้อในเชิงพาณิชย์ที่มีขนาด&amp;nbsp;น้ำหนัก&amp;nbsp;และมีความต้านทานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&amp;nbsp;และเป็นโคท้องถิ่นไว้สำหรับบริโภคตามวิธีชีวิตของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยกรอบแนวคิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;เพื่อจะพัฒนาให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;หรือโคต้นน้ำ&amp;nbsp;โดยพัฒนาพ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์&amp;nbsp;ให้สมบูรณ์&amp;nbsp;และการผลิตลูกโค&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;คือการเลี้ยงโคแบบถูกวิธี&amp;nbsp;โดยจะเริ่มตั้งแต่วันแรกคลอด&amp;nbsp;จนไปถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีครึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และปลายน้ำ&amp;nbsp;คือการขุนโคและคุณภาพเนื้อให้ได้มาตรฐาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยใช้ระยะเวลาประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งกระบวนการดังกล่าว&amp;nbsp;จะเป็นการประเมินจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงของการพัฒนา&amp;nbsp;พ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์&amp;nbsp;โดยจะร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;จะเข้ามาร่วมมือในการพัฒนาโคเนื้อในครั้งนี้&amp;nbsp;และภาคเอกชนจะส่งเสริมการลงทุนการผลิตแบบครบวงจร&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาทุกอย่างเป็นระบบแล้ว&amp;nbsp;จะสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์ในพื้นที่&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกหญ้าเนเปียร์&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;มันสําปะหลัง&amp;nbsp;ต้นกระทิน&amp;nbsp;ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชไว้สำหรับการให้อาหารสัตว์&amp;nbsp;และยังสามารถนำไปจำหน่ายตามตลาดทั่วไปได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ยังได้ชื่นชมฟาร์มโคเนื้อแห่งนี้&amp;nbsp;ได้ดำเนินการเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโค&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;มีผลผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ผลงานที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ&amp;nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;และคณะฯ&amp;nbsp;ยังได้ชมสาธิตการผสมอาหาร&lt;/strong&gt;และการหมักอาหารจากฟาร์ม&amp;nbsp;การฉีดยาถ่ายพยาธิประจำปี&amp;nbsp;และการเสริมอาหารบำรุงแก่ลูกวัว&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&amp;nbsp;ไอบีซี&amp;nbsp;อินดัสเตรียล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(IBCI)&amp;nbsp;ได้เริ่มมีการเลี้ยงโคเนื้อเมื่อต้นเดือน&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนถึงวันนี้ฟาร์มแห่งนี้สามารถผลิตโคเนื้อได้ทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;210&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117084917794</Link_News></row>
<row _id="117"><NewsTitle>การส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์หลังประกาศโรค ASF ในสุกร ไม่กระทบมากนัก </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;หลังจากที่มีการประกาศโรค&amp;nbsp;อหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรในประเทศไทยและได้รายงานไปองค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มกราคมที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรับมือผลกระทบด้านการส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;หลังการประกาศพบเชื้อ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรในประเทศไทย&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ศึกษาถึงผลกระทบและเงื่อนไขในการส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ของประเทศผู้นำเข้าต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จากการค้นคว้าข้อมูลและตามระเบียบประเทศคู่ค้า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;และตามหลักมาตรฐานสากลพบว่า&amp;nbsp;การส่งออกเนื้อสุกรดิบและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าจะไม่มีผลกระทบมากนัก&amp;nbsp;เนื่องจากประเทศไทยมีตลาดส่งออกหลักทั้งเนื้อสุกรดิบและสุก&amp;nbsp;ที่ยอมรับในการปฏิบัติตามคำแนะนำของ&amp;nbsp;OIE&amp;nbsp;และเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้าที่กำหนด&amp;nbsp;โดยตลาดส่งออกหลักของเนื้อสุกรดิบคือฮ่องกง&amp;nbsp;ส่วนเนื้อสุกรสุกหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&amp;nbsp;ตลาดหลักคือ&amp;nbsp;ญี่ปุ่นและฮ่องกง&amp;nbsp;ซึ่งการส่งออกในกรณีที่ประเทศมีการระบาดของโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกร&amp;nbsp;นั้นจะพิจารณาตามข้อแนะนำ&amp;nbsp;OIE&amp;nbsp;และเงื่อนไขประเทศผู้นำเข้าที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เป็นการห้ามทั้งประเทศ&amp;nbsp;หรือห้ามเป็นพื้นที่&amp;nbsp;หรือห้ามเป็นฟาร์ม&amp;nbsp;โดยมีข้อกำหนดอาทิ&amp;nbsp;การส่งออกเนื้อสุกรดิบ&amp;nbsp;สำหรับบางประเทศที่ไม่ได้ห้ามนำเข้า&amp;nbsp;กรมศุสัตว์จะอนุญาตให้ส่งออกต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยมีการควบคุมการผลิตเนื้อสุกร&amp;nbsp;ไม่ให้มีเชื้อ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรปนเปื้อนในกระบวนการผลิต&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรปรุงสุก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;OIE&amp;nbsp;ได้กำหนดเงื่อนไขการทำลายเชื้อไวรัส&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกร&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;การทำลายเชื้อไวรัส&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในเนื้อสุกรต้องผ่านความร้อน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ระยะเวลาอย่างน้อย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;และในกรณีที่บางประเทศมีการกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าเป็นการเฉพาะ&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์จะเร่งเจรจากับหน่วยงานที่รับผิดชอบของประเทศนั้นๆ&amp;nbsp;เพื่อขอส่งสินค้าเนื้อสุกรปรุงสุกหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&amp;nbsp;ให้ได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับการส่งออกเนื้อสุกรดิบ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;และสินค้าเนื้อสุกรปรุงสุกหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะพิจารณาจากท่าทีและเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้าที่จะมีการกำหนดเพิ่มเติมอย่างไร&amp;nbsp;และปัจจัยอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;โดยคาดการณ์ว่าในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การส่งออกน่าจะมีปริมาณใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาโดยส่งออกประมาณ&amp;nbsp;23,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;3,646&amp;nbsp;ล้านบาทอย่างไรก็ตามการส่งออกสุกรมีชีวิตนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาราคาเนื้อหมูแพง&amp;nbsp;ภาครัฐได้มีการแก้ปัญหาโดยมาตรการระยะเร่งด่วนกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการได้ประกาศห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักรเป็นเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117102634828</Link_News></row>
<row _id="118"><NewsTitle>หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ร่วมกันเตรียมพื้นที่สำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการ "โคกหนองนา โมเดล"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;กองพันทหารราบ&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดย&amp;nbsp;พันจ่าเอก&amp;nbsp;ณัฐพัฒน์&amp;nbsp;ทองนวน&amp;nbsp;หัวหน้าชุดกิจการพลเรือน&amp;nbsp;กองพันทหารราบ&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;กำลังพล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการพิเศษ&amp;nbsp;617&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายวชิระ&amp;nbsp;กระต่ายจันทร์&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากุ่ม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ฤชา&amp;nbsp;ถีระเจริญ&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านเนินดินแดง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันเตรียมพื้นที่สำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;"โคกหนองนา&amp;nbsp;โมเดล"&amp;nbsp;เกษตรตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเนินดินแดง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลเนินทราย&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;จังหวัดตราด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;"โคกหนองนา&amp;nbsp;โมเดล"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเนินดินแดง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลเนินทราย&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแปลงสาธิตให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;นำไปเป็นแบบอย่างในการปรับใช้กับแปลงเกษตรของตนเองต่อไป&amp;nbsp;เนื่องด้วยในพื้นที่มีประชาชนประกอบอาชีพเกษตรเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;โดยพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด&amp;nbsp;จะจัดพิธีเปิดโครงการดังกล่าวในวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117111744867</Link_News></row>
<row _id="119"><NewsTitle>กยท.ตรัง อนุมัติงบประมาณกว่า 72 ล้านบาท เร่งช่วยเหลือชาวสวนยาง ในการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้ชะลอขาย สร้างอำนาจต่อรองนายทุนใหญ่ หลังราคายางพาราตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ  46 - 48 บาท  ขณะที่ค่าครองชีพ หมู ไก่ อาหารทะเลราคาพุ่งรายวัน ทำให้ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนยางเดือดร้อน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์รวบรวมน้ำยางสด&amp;nbsp;แปลงใหญ่ยางพารา&amp;nbsp;กยท.ย่านตาขาว&amp;nbsp;ต.หนองบ่อ&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และโรงรวบรวมน้ำยางสดมาตรฐาน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;นายภิรม&amp;nbsp;หนูรอด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สาขา/10&amp;nbsp;อำเภอของจ.ตรัง&amp;nbsp;ซึ่งการยางแห่งประเทศไทยได้อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และงบพัฒนาจังหวัดตรังจำนวน&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อจัดซื้อถังเก็บน้ำยา&amp;nbsp;เร่งทำโครงการชะลอการขายยาง&amp;nbsp;ของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;เพื่อเก็บสต๊อกน้ำยางสดเอาไว้เพื่อชะลอขาย&amp;nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&amp;nbsp;เพื่อหวังช่วยพยุงราคายางให้สูงขึ้น&amp;nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากราคาที่ลดลงโดยไม่เป็นธรรมและไม่มีสาเหตุ&amp;nbsp;โดยขณะนี้พบว่าราคายางพารายังตกต่ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;&amp;nbsp;48&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่ปริมาณผลผลิตเหลือน้อย&amp;nbsp;แต่ราคากลับขึ้น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในระดับที่ตกต่ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;ยิ่งเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของภาคใต้ให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่แล้ว&amp;nbsp;จากการที่ราคาหมู&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;กุ้ง&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;รวมทั้งอาหารทะเลทุกชนิดที่ปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ทำรายได้ไม่พอรายจ่าย&amp;nbsp;ยิ่งเดือดร้อนหนัก&amp;nbsp;จึงเร่งใช้โครงการชะลอการขายยางเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;โดยการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้&amp;nbsp;เพื่อชะลอการขายให้โรงงาน&amp;nbsp;โดยจะรอจังหวะที่ราคาดีขึ้น&amp;nbsp;นำเสนอขายผ่านตลาดกลางยางพาราทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่งในภาคใต้&amp;nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&amp;nbsp;หวังจะช่วยพยุงราคายางพาราให้สูงขึ้น&amp;nbsp;โดยการสร้างอำนาจต่อรองให้อยู่ในมือของเกษตรกร&amp;nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากการรวมหัวกดราคา&amp;nbsp;ทำเกษตรกรเดือดร้อนต่อเนื่อง&amp;nbsp;เป็นการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ด้วย&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;และเม็ดเงินที่สะพัดในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็มาจากยางพารา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยขณะนี้พบว่าจากปัญหาราคาน้ำยางสดที่ตกต่ำ&lt;/strong&gt;เหลือกิโลกรัมละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;&amp;nbsp;48&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ชาวสวนต้องขายน้ำยางสดมากถึง&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;จึงจะซื้อเนื้อหมูได้เพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;และต้องขายน้ำยางสดให้มากขึ้น&amp;nbsp;จึงจะซื้อสินค้าอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เข้าครัวเรือนได้&amp;nbsp;ทำประชาชนเดือดร้อนหนักในขณะนี้&amp;nbsp;กยท.จึงเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ที่กำลังประสบปัญหาจากราคายางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;และเรื่องค่าครองชีพของประชาชน&amp;nbsp;ผ่านโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รวมทั้งการยางแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จุดรวบรวมน้ำยางสดทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ต.หนองบ่อ&amp;nbsp;เก็บน้ำยางสดได้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตันต่อรอบ&amp;nbsp;แต่ตั้งเป้าไว้&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตันต่อรอบ&amp;nbsp;ส่วนที่สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&amp;nbsp;สามารถเก็บน้ำยางสดได้รอบละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่ถ้าน้ำยางมากก็เพิ่มได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภิรม&amp;nbsp;ทองรอด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยช่วยเหลือเกษตรกรในการชะลอขายรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;ยางแผ่นรมควัน&amp;nbsp;ยางแผ่นดิบ&amp;nbsp;และยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;ในส่วนของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ทำการชะลอการขายน้ำยางสด&amp;nbsp;งบประมาณจำนวน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และจากงบพัฒนาจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยนายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังอีกจำนวน&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป้าหมายชะลอการขายให้ได้ประมาณ&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดตรังเริ่มทำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และจะขยายไป&amp;nbsp;กยท.ทุกสาขา&amp;nbsp;ถือเป็นโครงการที่เหมาะสม&amp;nbsp;เมื่อผลผลิตเข้าสู่ตลาดมาก&amp;nbsp;ราคายางตกต่ำ&amp;nbsp;โครงการก็ช้อนซื้อเก็บไว้&amp;nbsp;เมื่อราคาสูงขึ้นเหมาะสม&amp;nbsp;ก็นำออกมาทยอยขายเก็งกำไร&amp;nbsp;ถ้าจุดไหนน้ำยางของสมาชิกเข้ามามาก&amp;nbsp;ก็จะเพิ่มปริมาณการสต๊อกน้ำยางสดในจุดนั้นเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สิ่งที่การยางแห่งประเทศไทยต้องการคือ&amp;nbsp;เมื่อสมาชิกนำน้ำยางมาฝากไว้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเก็บได้นานถึง&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยที่คุณภาพน้ำยางและเปอร์เซ็นต์ยางไม่เปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;สมาชิกที่ขายน้ำยางอยู่ประจำจะไม่ถูกกดราคา&amp;nbsp;เพราะสหกรณ์มีการชะลอ&amp;nbsp;เลือกเวลาขายที่ได้กำไร&amp;nbsp;และในระดับประเทศหากทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของเกษตรกรสามารถชะลอการขายได้จะเกิดประโยชน์ในภาพรวม&amp;nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในเมืองเกษตรกร&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;กยท.พ่อค้าจะเป็นฝ่ายวิ่งมาหา&amp;nbsp;กยท.และวิ่งหาชาวสวน&amp;nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในมือเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายสมพล&amp;nbsp;เก้าเอี้ยน&amp;nbsp;ประธานสหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตอนนี้สหกรณ์ทุ่งยาวสามารถเก็บสต๊อกน้ำยางสด&amp;nbsp;เพื่อชะลอขายได้รอบละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่ศักยภาพจะรับได้รอบละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ขณะนี้ทำมาแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;โดยรอบนี้ถ้าขายในวันนี้จะได้ส่วนต่างกิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งในการชะลอจะดูราคาส่วนต่างให้ได้กำไร&amp;nbsp;หลักๆต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในการขายน้ำยาง&amp;nbsp;หากช่วงราคาไม่ดีสามารถหมุนมาฝากไว้ก่อน&amp;nbsp;สหกรณ์ก็ดึงราคาไว้&amp;nbsp;และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมไม่ขาดทุน&amp;nbsp;ก็นำออกขายได้&amp;nbsp;โดยกยท.จะเสนอขายในตลาดกลาง&amp;nbsp;เจรจากับคู่ค้าโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117120958891</Link_News></row>
<row _id="120"><NewsTitle>แจงมาตรการสนับสนุนทางการเงิน ส่งเสริมการทำนาวิถีใหม่ ลดต้นทุนการผลิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมชี้แจงมาตรการสนับสนุนทางการเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อน&amp;nbsp;จากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ด้วยโปรแกรม&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;โดยมีผู้อำนวยการโครงการ&amp;nbsp;Rice&amp;nbsp;NAMA&amp;nbsp;องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&amp;nbsp;(GIZ)&amp;nbsp;กล่าวแนะนำโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การประชุมในครั้งนี้เป็นการชี้แจงหลักเกณฑ์และแผนการดําเนินงานมาตรการสนับสนุนทางการเงินของโครงการ&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการเงินอุดหนุนเพิ่มเติม&amp;nbsp;โดยโครงการได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก&amp;nbsp;NAMA&amp;nbsp;Facility&amp;nbsp;จํานวน&amp;nbsp;8.4&amp;nbsp;ล้านยูโร&amp;nbsp;โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เป็นผู้จัดการเงินทุนสนับสนุน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ชาวนาสามารถเข้าถึงการปรับใช้เทคโนโลยีในการทํานาได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เกิดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การทํานาและไม่เพิ่มภาระทางการเงินให้แก่ชาวนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยดําเนินการในพื้นที่เขตชลประทานภาคกลาง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานีและจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ในช่วงนำร่องของโครงการฯ&amp;nbsp;ได้มีการใช้เงินทุนสนับสนุนในรูปแบบของการสนับสนุนเงินทุนล่วงหน้าแก่ชาวนา&amp;nbsp;เพื่อการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์&amp;nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;จึงได้มีการปรับเปลี่ยนข้อเสนอโครงการเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนทางการเงินและได้รับอนุมัติในการดําเนินงานมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ชาวนาและผู้ให้บริการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มาตรการควบคู่สําหรับชาวนา(เงินทุนหมุนเวียนพร้อมเงินอุดหนุน)&amp;nbsp;เพื่อการเตรียมดินและการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์และมาตรการเงินอุดหนุนผู้ให้บริการเพื่อการลงทุนในชุดอุปกรณ์ปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ชาวนาและผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117181517150</Link_News></row>
<row _id="121"><NewsTitle>เดินหน้าโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร รณรงค์เข้มข้นพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอัญชลี&amp;nbsp;สุวจิตตานนท์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เดินหน้าโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและปรับเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรมาทำการเกษตรแบบปลอดการเผา&amp;nbsp;โดยการสร้างและพัฒนาเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;เพื่อเร่งรัด&amp;nbsp;จัดการและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;และเนื่องจากจังหวัดสุพรรณบุรีมีจุดความร้อน&amp;nbsp;(hotspot)&amp;nbsp;ในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;โดยการสำรวจในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวนมากถึง&amp;nbsp;96&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;จึงดำเนินการจัดงานรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เน้นการถ่ายทอดความรู้และสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา&amp;nbsp;ช่วงการเก็บเกี่ยวในพื้นที่ทำการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีการสาธิตการใช้เครื่องตัดตอซัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การไถกลบและการหว่านปอเทือง&amp;nbsp;พร้อมสถานีการเรียนรู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากรได้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กลุ่มๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดำเนินการรณรงค์ลดการเผาในท้องถิ่น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&amp;nbsp;เกษตรกรเข้าร่วม&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกิจกรรมสร้างการรับรู้และกิจกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เสนอทางเลือกลดการเผาอย่างรอบด้าน&amp;nbsp;ซึ่งจากการดำเนินโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าจำนวนจุดความร้อน&amp;nbsp;(hotspot)&amp;nbsp;ในพื้นที่การเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;มีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายให้พื้นที่เผาไหม้และจุดความร้อน&amp;nbsp;(hotspot)&amp;nbsp;ในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ของจังหวัดสุพรรณบุรีลดลง&amp;nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;พื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;สภาพอากาศดีขึ้น&amp;nbsp;และสุขภาพของประชาชนที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;หากเกษตรกรท่านใดสนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118095945271</Link_News></row>
<row _id="122"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ ยกระดับการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและรายย่อย พร้อมมาตรการส่งเสริมฟื้นฟูผู้เลี้ยงสุกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทุกภาคด้าน&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยทางด้านอาหารของผู้บริโภคภายในประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงความมั่นคงทางด้านอาชีพของเกษตรกรด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;ยังประสบปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปัญหาโรคระบาด&amp;nbsp;ทำให้เพิ่มต้นทุนของฟาร์ม&amp;nbsp;เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์ป่วยและทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เนื่องจากผลผลิตลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จึงมีนโยบายให้มีการขับเคลื่อนฟาร์ม&lt;/strong&gt;ที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;เพื่อยกระดับการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;ให้มีการจัดการที่มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการลดปัญหาจากโรคระบาดและส่งเสริมให้สินค้าปศุสัตว์มีความปลอดภัย&amp;nbsp;โดยระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย&amp;nbsp;ไม่ซับซ้อนและใช้ต้นทุนต่ำ&amp;nbsp;สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด&amp;nbsp;ที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดโรคระบาดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ได้วางมาตรการการส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(ASF)&amp;nbsp;โดยในเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยนั้น&amp;nbsp;ในระยะแรก&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศให้คำแนะนำและสำรวจความต้องการการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรภายใต้ตามมาตรการประเมินความเสี่ยงและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยจะต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ดี&amp;nbsp;ที่ถูกต้องและความพร้อมในการเลี้ยงสุกรใหม่ภายใต้ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;มีมาตรการส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมเร่งผลักดันและส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์และการจัดการที่ถูกต้อง&amp;nbsp;ปัจจุบันกรมปศุสัตว์มีการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในปศุสัตว์&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สัตว์ปีกพื้นเมือง&amp;nbsp;ไก่ไข่&amp;nbsp;เป็ดเนื้อ&amp;nbsp;เป็ดไข่&amp;nbsp;โคนม&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;และสุกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118100323278</Link_News></row>
<row _id="123"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ตรัง มอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;ม.ค.2565)&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนให้เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และส่งมอบปัจจัยการผลิตให้แก่ตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั่วโลก&amp;nbsp;รวมทั้งประเทศและในจังหวัดตรังเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;และจากข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาแบบชี้เป้า&amp;nbsp;(Thai&amp;nbsp;people&amp;nbsp;Map)&amp;nbsp;จังหวัดตรังมีคนจน&amp;nbsp;12,105&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;3.10%&amp;nbsp;ของทั้งหมดโดยมีปัญหาด้านรายได้&amp;nbsp;5,137&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ปัญหาด้านความเป็นอยู่&amp;nbsp;4,092&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป้าหมายเป็นกลุ่มคนเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้มีรายได้เพิ่มลดค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&amp;nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรนาและกลุ่มคนเปราะบางตามเป้าหมาย&amp;nbsp;เพื่อการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหารเป็นคลังอาหารภายในครัวเรือน&amp;nbsp;ในระหว่างที่เกษตรหรือประชาชนต้องอยู่ประจำบ้านไม่สะดวกในการเดินทางออกนอกบ้านหรืออาจเกิดสภาวะการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ที่รุนแรงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสามารถมีแหล่งอาหารที่เพียงพอสมบูรณ์&amp;nbsp;และเป็นแหล่งอาหารที่ทุกคนบริโภคได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพหลักต่อไปได้&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อตอบสนองความปกติใหม่&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;ที่รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;ได้มีแหล่งอาหารโปรตีนไว้บริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อลดรายจ่าย&amp;nbsp;เพิ่มรายได้และสามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ&amp;nbsp;สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีแหล่งอาหาร&lt;/strong&gt;โปรตีนบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการลดรายจ่ายในครัวเรือนตลอดจนเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้&amp;nbsp;ทักษะในการเลี้ยงไก่ไข่และสามารถจำหน่ายเพิ่มรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118101216290</Link_News></row>
<row _id="124"><NewsTitle>ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง  ร่วมกับอำเภอรัษฎาและองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไพร อำเภอรัษฎา  จังหวัดตรัง  ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรทุ่งซาฟารี ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่นับพันไร่  และแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ  ในช่วงเช้าจะพบทะเลหมอกส่วนช่วงเย็นจะพบกับพระอาทิตย์ตกระหว่างหุบเขา  ลงทุนหลักร้อยชมวิวหลักล้าน</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายมนต์ชัย&amp;nbsp;หนูสาย&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;(เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองชำนาญการพิเศษ)&amp;nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางจรุณี&amp;nbsp;ดำช่วย&amp;nbsp;รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไพร,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอรัษฎา,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;หรือทุ่งหญ้าซาฟารี&amp;nbsp;ทั้งนี้สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;ได้ปลูกหญ้าหลากหลายสายพันธุ์&amp;nbsp;บนเนื้อที่กว่าพันไร่&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์&amp;nbsp;ในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นายมนต์ชัย&amp;nbsp;หนูสาย&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(เจ้าพนักงานงานฝ่ายปกครองชำนาญการพิเศษ)&amp;nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;เป็นที่รู้จักของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงประชาชนนักท่องเที่ยวทั่วไป&amp;nbsp;เดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก&amp;nbsp;และแหล่งที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;คือที่ที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;นั้นทางที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&amp;nbsp;ได้ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด&amp;nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;โดยใช้พื้นที่กว่าพันไร่ในการปลูกหญ้า&amp;nbsp;มีทุ่งหญ้าเขียวขจี&amp;nbsp;พร้อมด้วยต้นไม้อีกหลากหลายชนิดที่ร่วมกันอนุรักษ์&amp;nbsp;โดยไม่มีการตัดต้นไม้แต่อย่างใด&amp;nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ&amp;nbsp;สัมผัสอากาศบริสุทธิ์&amp;nbsp;ท่ามกลางหุบเขาและทุ่งหญ้า&amp;nbsp;พร้อมด้วยแหล่งน้ำสองฟากฝั่งของตำบลหนองบังและตำบลเขาไพร&amp;nbsp;เนื้อที่แหล่งน้ำกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ร้อยไร่&amp;nbsp;การเดินทางมาท่องเที่ยวที่ทุ่งหญ้าซาฟารี&amp;nbsp;ที่อำเภอรัษฎานั้นเป็นการลงทุนหลักร้อยชมวิวหลักล้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งยังจะได้รับความรู้เกี่ยวกับหญ้าสายพันธุ์ต่างๆที่ปลูกในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่&amp;nbsp;นางจรุณี&amp;nbsp;ดำช่วย&amp;nbsp;รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงเช้าจะพบทะเลหมอกส่วนช่วงเย็นจะพบกับพระอาทิตย์ตกระหว่างหุบเขา&amp;nbsp;เป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เดินทางมาท่องเที่ยวที่ทุ่งซาฟารี&amp;nbsp;ที่บริเวณสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้ทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118105427338</Link_News></row>
<row _id="125"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดตรัง จัดพิธีมอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนให้เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และส่งมอบปัจจัยการผลิตให้แก่ตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;(COVID-19)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั่วโลก&amp;nbsp;รวมทั้งประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดตรังเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;และจากข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาแบบชี้เป้า&amp;nbsp;(Thai&amp;nbsp;people&amp;nbsp;Map)&amp;nbsp;จังหวัดตรังมีคนจน&amp;nbsp;12,105&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;3.10%&amp;nbsp;ของทั้งหมด&amp;nbsp;โดยมีปัญหาด้านรายได้&amp;nbsp;5,137&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ปัญหาด้านความเป็นอยู่&amp;nbsp;4,092&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป้าหมายเป็นกลุ่มคนเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้มีรายได้เพิ่มลดค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&amp;nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรนาและกลุ่มคนเปราะบางตามเป้าหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหารเป็นคลังอาหารภายในครัวเรือน&amp;nbsp;ในระหว่างที่เกษตรหรือประชาชนต้องอยู่ประจำบ้านไม่สะดวกในการเดินทางออกนอกบ้านหรืออาจเกิดสภาวะการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ที่รุนแรงขึ้น&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถมีแหล่งอาหารที่เพียงพอสมบูรณ์&amp;nbsp;และเป็นแหล่งอาหารที่ทุกคนบริโภคได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;และสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพหลักต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่&lt;/strong&gt;เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อตอบสนองความปกติใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;ที่รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;ได้มีแหล่งอาหารโปรตีนไว้บริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อลดรายจ่าย&amp;nbsp;เพิ่มรายได้และสามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ&amp;nbsp;สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีแหล่งอาหารโปรตีนบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการลดรายจ่ายในครัวเรือนตลอดจนเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้&amp;nbsp;ทักษะในการเลี้ยงไก่ไข่และสามารถจำหน่ายเพิ่มรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118105812340</Link_News></row>
<row _id="126"><NewsTitle>จ.จันทบุรีประชุมเตรียมความพร้อมในการส่งออกผลไม้จังหวัดจันทบุรีโดยมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดในโรงคัดบรรจุรวมถึงสวนขณะเก็บเกี่ยวผลผลิต</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมไพลิน&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการส่งออกผลไม้จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;นุ่มหนู&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกสมาคมทุเรียนไทย&amp;nbsp;TDA&amp;nbsp;และนายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการการส่งออกผลไม้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;โดยมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดในโรงคัดบรรจุรวมถึงสวนขณะเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;ต้องมีมาตรการควบคุมการเข้าออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกพื้นที่การผลิตออกจากส่วนสำนักงาน&amp;nbsp;บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าพื้นที่ผลิต&amp;nbsp;งดกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ที่ไม่จำเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดให้มีบุคลากรสำหรับคัดกรองคนเข้าโรงงานคัดบรรจุนอกจากตรวจวัดอุณหภูมิแล้วต้องซักถามอาการไอ&amp;nbsp;จาม&amp;nbsp;การเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;หากมีอาการ&amp;nbsp;ห้ามเข้า&amp;nbsp;ทำความสะอาดยานพาหนะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมเป็นที่ยอมรับของ&amp;nbsp;FAO/WHO&amp;nbsp;ก่อนเข้าโรงงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุมสุขอนามัยของพนักงานภายในโรงคัดบรรจุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงคัดบรรจุจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีการผลิตให้เพียงพอ&amp;nbsp;พนักงานล้างมือบ่อยๆ&amp;nbsp;หรือทุกครั้งที่สัมผัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;เว้นระยะห่างในการทำงานอย่างน้อย&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ไม่หันหน้าเข้าหากัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปลี่ยนถุงมือ&amp;nbsp;หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่&amp;nbsp;ชำรุด&amp;nbsp;เปียก&amp;nbsp;สกปรก&amp;nbsp;เมื่อเปลี่ยนแหล่งที่มาของวัตถุดิบ&amp;nbsp;ล็อตการผลิต&amp;nbsp;หรือทุก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำความสะอาดโรงงาน&amp;nbsp;พื้น&amp;nbsp;วัสดุและอุปกรณ์ก่อนและหลังเลิกการผลิตและทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมทั้งภายนอกและภายใน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการประชุมคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบว่าในปีนี้จังหวัดจันทบุรีมีผลผลิตไม้ผลรวมทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;ของจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;มีเนื้อที่ยืนต้นรวม&amp;nbsp;448,241&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;17,377&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;3.69&amp;nbsp;มีเนื้อที่ให้ผลรวม&amp;nbsp;410,524&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;1,531&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;0.37&amp;nbsp;มีปริมาณผลผลิตโดยรวม&amp;nbsp;722,037&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;137,282&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;23.48&amp;nbsp;ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย&amp;nbsp;1,759&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;329&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการกระจายตัวของผลผลิตที่จะออกสู่ตลาด&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยจะออกกระจุกตัวสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118113532366</Link_News></row>
<row _id="127"><NewsTitle>เตรียมปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยเพิ่มอีก 12 ตัว  13 กุมภาพันธ์นี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอรรถพร&amp;nbsp;ศรีเหรัญ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร&amp;nbsp;จะปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ในปีนี้กลับคืนสู่ธรรมชาติในวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;ภายในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;หลังองค์การสวนสัตว์ฯประสบความสำเร็จการเพาะขยายพันธุ์และปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;พบนกกระเรียนพันธุ์ไทยสามารถมีชีวิตรอดอยู่ในธรรมชาติได้แล้ว&amp;nbsp;133&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปีนี้นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติมี&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;เพศผู้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และเพศเมีย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โดยเลือกปล่อยในช่วงวันแห่งความรัก&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นนกกระเรียนมีความโดดเด่นเรื่องของรักแท้และเป็นนกที่จับคู่แบบผัวเดียวเมียเดียวตลอดชีวิต&amp;nbsp;ที่สำคัญจะเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งเดียวที่มีความสำคัญและโดดเด่นของจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีความเชื่อมโยงกับวิถีชุมชนและองค์ความรู้ท้องถิ่นสอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับนกกระเรียนพันธุ์ไทยเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในสัตว์สงวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ชนิดของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นนกขนาดใหญ่&amp;nbsp;คอยาว&amp;nbsp;หัวและคอเป็นหนังเปลือยสีแดงสด&amp;nbsp;กระหม่อมเป็นแผ่นกระดูกแข็งสีเทา&amp;nbsp;ขนลำตัวสีเทา&amp;nbsp;ขายาวสีแดงสด&amp;nbsp;พบตามท้องนาและพื้นที่ชุ่มน้ำต่างๆของไทย&amp;nbsp;ปัจจุบันองค์การสวนสัตว์ฯ&amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;สัตว์ป่า&amp;nbsp;และพันธุ์พืช&amp;nbsp;และคณะวนศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;ได้เพาะพันธุ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยในกรงเลี้ยง&amp;nbsp;ทำการศึกษาแหล่งที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติไปหลายครั้งแล้วในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก&amp;nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&amp;nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;และพื้นที่โดยรอบ&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งถือเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เหมาะกับการอยู่อาศัยของนกหลายชนิดและเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ&amp;nbsp;มีความสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นันทนาการ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวและสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118192856667</Link_News></row>
<row _id="128"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี เปิดศูนย์ปฏิบัติการ(War room) เฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์กรรัตน์&amp;nbsp;คุ้มกระ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดศูนย์ปฏิบัติการ(War&amp;nbsp;room)&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;ควบคุมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(African&amp;nbsp;Swine&amp;nbsp;Fever&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ASF)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ที่ประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการในการเตรียมพร้อมเผชิญเหตุกรณีตรวจพบโรคระบาดในพื้นที่&amp;nbsp;และชี้แจงมาตรการ&amp;nbsp;การควบคุม&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไขสถานการณ์&amp;nbsp;เตรียมข้อมูลจำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวนสุกร&amp;nbsp;โรงฆ่าสุกร&amp;nbsp;เขียงจำหน่าย&amp;nbsp;ร้านขายอาหารสัตว์&amp;nbsp;และข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&amp;nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;การเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกันและกำจัดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกร&amp;nbsp;ให้ปฏิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา&amp;nbsp;โดยไม่มีการสร้างเงื่อนไขต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากเกษตรกร&amp;nbsp;และผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสุกรหรือซากสุกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยหลักเกณฑ์&amp;nbsp;และเงื่อนไขการอนุญาตเคลื่อนย้ายสุกร&amp;nbsp;หมูป่า&amp;nbsp;หรือซากสุกร&amp;nbsp;ซากหมูป่า&amp;nbsp;เข้า&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;หรือภายในเขตเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;โดยเคร่งครัด&amp;nbsp;ชี้แจงแนวทางการส่งเสริมยกระดับฟาร์มมาตรฐาน&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจนจัดทำคำสั่งมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;และการรับเรื่องจากเกษตรกร&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการของนายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี/18&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118153949518</Link_News></row>
<row _id="129"><NewsTitle>กรมชลประทาน ย้ำทุกภาคส่วนร่วมใจประหยัดน้ำต้านภัยแล้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;1-17&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;55,998&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;74&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&amp;nbsp;มีน้ำใช้การได้&amp;nbsp;32,068&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&amp;nbsp;8,987&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของปริมาณน้ำใช้การได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้วกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ของแผนฯ&amp;nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;เกินแผนที่วางไว้ร้อยละ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่&amp;nbsp;ดำเนินการสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้&amp;nbsp;และดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมเน้นย้ำให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&amp;nbsp;"ประหยัดน้ำ&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;บริจาค"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;"ประหยัดน้ำ&amp;nbsp;ทางรอดต้านแล้ง"&amp;nbsp;เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำก่อนที่วิกฤติภัยแล้งจะมาถึงและร่วมแรงร่วมใจใช้ทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118193051675</Link_News></row>
<row _id="130"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น (สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์)</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สพ.ญ.ศรีสมัย&amp;nbsp;โชติวนิช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายลิขิต&amp;nbsp;อุปมา&amp;nbsp;ผอ.ส่วนส่งเสริมฯ&amp;nbsp;สนง.ปศข.&amp;nbsp;3,&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สนง.ปศจ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;ร่วมต้อนรับคณะอนุกรรมการโครงการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ลงพื้นที่เชิงประจักษ์&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;ไชยชะอุ่ม&amp;nbsp;ผอ.กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์เป็นประธาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&amp;nbsp;(สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยเกษตรกรจังหวัดชัยภูมิได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับเขตภาคอีสานตอนล่าง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่จะเข้ารับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายวาสนา&amp;nbsp;นาคดิลก&amp;nbsp;สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ไก่เนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีจุดเด่นด้าน&amp;nbsp;1.ความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์&amp;nbsp;หมั่นศึกษาหาความรู้&amp;nbsp;มีการคิดวิเคราะห์&amp;nbsp;สังเคราะห์ข้อมูล&amp;nbsp;ค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;พัฒนางานที่ทำอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ย่อท้อ&amp;nbsp;2.การวางแผนจัดการด้านการเงิน&amp;nbsp;3.มีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในฟาร์ม&amp;nbsp;นำระบบ&amp;nbsp;IOT&amp;nbsp;มาช่วยบริหารจัดการ&amp;nbsp;(นำเซ็นเซอร์และกล้องวงจรปิดมาช่วยจัดการข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เพื่อช่วยจัดการด้านการควบคุมอุณหภูมิ&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;การทำงานของระบบคูลลิ่งแพด&amp;nbsp;และแรงลม&amp;nbsp;ทำให้ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า&amp;nbsp;ลดการใช้คน&amp;nbsp;ลดความเสี่ยงในการควบคุมโรคระบาดต่างๆ&amp;nbsp;4.มีการนำสมุนไพร&amp;nbsp;ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;สะเดา&amp;nbsp;เข้ามาใช้ในฟาร์มไก่เนื้อ&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ต้นทุนลดลง&amp;nbsp;5.ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ในการนำปุ๋ยมูลไก่มาใช้ประโยชน์สามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังจากไร่ละ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เป็นไร่ละ&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;รวมทั้งมีงานวิจัยที่ยืนยันว่าสามารถนำไปใช้ในการเพิ่มผลผลิตในพืชหรือผักอื่นๆ&amp;nbsp;เป็นผู้มีใจโอบอ้อมอารี&amp;nbsp;ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับเพื่อนเกษตรกร&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้ประสบผลสำเร็จในอาชีพ&amp;nbsp;สามารถรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง&amp;nbsp;จดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตรไก่เนื้อชัยภูมิ&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สามารถเพิ่มผลกำไรในการเลี้ยงไก่เนื้อ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สร้างความยั่งยืนในอาชีพ&amp;nbsp;รวมทั้งสามารถเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรที่ประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น&amp;nbsp;หรือกลุ่มอื่นให้มีศักยภาพในการแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118182735642</Link_News></row>
<row _id="131"><NewsTitle>สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประทานสิ่งของพระราชทานเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกรที่จังหวัดอุดรธานี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;ประทานสิ่งของพระราชทานเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกรที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประทานความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;โปรดให้&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;(กล่องสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;อาหารแห้ง&amp;nbsp;ปลากระป๋อง&amp;nbsp;ขนมแห้ง&amp;nbsp;และอื่นๆ)&amp;nbsp;มอบแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายจำรัส&amp;nbsp;กังน้อย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และนายอำเภอ&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เข้ารับมอบสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;เพื่อนำไปมอบให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ของจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจำรัส&amp;nbsp;กังน้อย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;เป็นตัวแทนเกษตรกร&lt;/strong&gt;ในพื้นที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;กล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกร&amp;nbsp;และทรงพระกรุณาพระราชทานสิ่งของให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&amp;nbsp;ยังความปลาบปลื้มปิติและสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานีมีผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอเมืองอุดรธานี&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอกุดจับ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอพิบูลรักษ์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอน้ำโสม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอบ้านดุง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอกู่แก้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอเพ็ญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอกุมภวาปี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอศรีธาตุ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอนายูง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอโนนสะอาด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และอำเภอประจักษ์ศิลปาคม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวนสุกรที่สงสัยว่าติดเชื้อและถูกกำจัดจำนวนกว่า&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมข่าว&amp;nbsp;ส.ปชส.อด.&amp;nbsp;ศรีภูมิ&amp;nbsp;ทองใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118194614696</Link_News></row>
<row _id="132"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดกิจกรรมเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายอนุพงศ์&amp;nbsp;สุขสมนิตย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ไถกลบตอซังข้าว&amp;nbsp;ที่แปลงนากลุ่มแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;ตำบลสะแกโพรง&amp;nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายดำรง&amp;nbsp;ปลั่งกลาง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;ประธานและสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลสะแกโพรง&amp;nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และบริษัท&amp;nbsp;คูโบต้า&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รู้ถึงประโยชน์จากการไถกลบตอซัง&amp;nbsp;ให้เกษตรกรนำวัสดุเหลือใช้ในไร่นากลับมาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตข้าว&amp;nbsp;และลดพื้นที่การเผาในพื้นที่การเกษตรเป็นการลดปัญหาฝุ่นพิษ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;โดยนำนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรและองค์ความรู้ด้านการเกษตร&amp;nbsp;มาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งภายในงานเกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาร่วมและเยี่ยมชมกิจกรรม&lt;/strong&gt;การสาธิตการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรครบวงจรนำมาจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;นิทรรศการให้ความรู้&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบบครบวงจร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118200131704</Link_News></row>
<row _id="133"><NewsTitle>ร้อยเอ็ด สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="font-weight:&amp;nbsp;bolder;&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;โปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เป็นผู้แทนพระองค์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;มอบแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;ที่หอประชุมอำเภอเมืองร้อยเอ็ด&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,นายปัญญา&amp;nbsp;มูลคำกาเจริญ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,นายสมจิตร์&amp;nbsp;คำสี&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,นายแพทย์ปิติ&amp;nbsp;ทั้งไพศาล&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,นายเริงวิทย์&amp;nbsp;ถนอมแสง&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีพระเมตตาต่อราษฎร&amp;nbsp;จึงได้พระราชทานสิ่งของอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;แก่เกษตรกรในจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอโพนทอง&amp;nbsp;อำเภอจังหาร&amp;nbsp;และอำเภอธวัชบุรี&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและนายอำเภอทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เข้ารับมอบสิ่งของพระราชทานเพื่อนำไปแจกจ่าย&amp;nbsp;ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดแก่ประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรชาวจังหวัดร้อยเอ็ดรู้สึกทราบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;ที่&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกร&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;และทรงพระกรุณาพระราชทานสิ่งของให้เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&amp;nbsp;จักขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118210325722</Link_News></row>
<row _id="134"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 10 (นายโสภณ สุวรรณรัตน์) ติดตาม โคก หนอง นา โมเดล จ.เลย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายโสภณ&amp;nbsp;สุวรรณรัตน์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;10&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจราชการตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายดำรงค์&amp;nbsp;สิริวิชย&amp;nbsp;อิ่มวิเศษ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย,&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;ภานุรัตน์&amp;nbsp;ดีเสมอ&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่&amp;nbsp;23,&amp;nbsp;นายคมสิทธิ์&amp;nbsp;สุริยวรรณ&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในประเด็นการตรวจราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคมสิทธิ์&amp;nbsp;สุริยวรรณ&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดเลยได้รับจัดสรรแปลงครัวเรือนต้นแบบโครงการฯ&amp;nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;267&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;749&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;แปลงพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ระดับตำบล&amp;nbsp;Community&amp;nbsp;Lab&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;for&amp;nbsp;quality&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Life&amp;nbsp;(CLM)&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&amp;nbsp;"โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล"&amp;nbsp;ให้กับชาวอำเภอภูเรือและพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;โดยแปลงศูนย์เรียนรู้ตันแบบ&amp;nbsp;ระดับตำบล&amp;nbsp;ไร่มาลีรักษ์&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;นางมาลี&amp;nbsp;ประกิจฤทธานนท์&amp;nbsp;เป็นแปลงเรียนรู้ตันแบบ&amp;nbsp;และส่งเสริมทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ประชาสังคม&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ&amp;nbsp;ร่วมใจเสียสละ&amp;nbsp;แบ่งปั่น&amp;nbsp;เกื้อกูลในชุมชน&amp;nbsp;และเป็นการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยการลงมือปฏิบัติจริง&amp;nbsp;มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;"โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล"&amp;nbsp;ที่ได้นำความสุข&amp;nbsp;ความพอเพียง&amp;nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงความรู้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;และการต่อยอดขยายผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;CLM&amp;nbsp;สนับสนุนสร้างฐานเรียนรู้ทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;สนับสนุนวัสดุประจำฐานการเรียนรู้&amp;nbsp;และสนับสนุนครุภัณฑ์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.เครื่องสกัดไขมันพืช&amp;nbsp;2.เครื่องผสมอาหารสัตว์&amp;nbsp;3.เครื่องย่อยอาหารสัตว์&amp;nbsp;และกิ่งไม้&amp;nbsp;4.เครื่องบรรจุกระป๋อง&amp;nbsp;5.เครื่องขึ้นรูปภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;6.เครื่องบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ&amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการถูกต้องตามคุณสมบัติครุภัณฑ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดเลยมีพื้นที่เป็นลักษณะเขาลาดชัน&amp;nbsp;มีความสูงต่ำสลับกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เริ่มทำการพัฒนาปลูกข้าวไร่&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;สวนผลไม้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;และไม้ตัดดอก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กุหลาบ&amp;nbsp;คัตเตอร์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ไฮเดรนเยีย&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;แฝก&amp;nbsp;พันธุ์ข้าวพื้นถิ่น&amp;nbsp;สมุนไพรพื้นถิ่น&amp;nbsp;ด้านสัตว์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;เป็ด&amp;nbsp;และปลา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ด้านอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้แก่.องค์ความรู้ด้านเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;การนำนวัตกรรมประยุกต์ใช้ในงานเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายโสภณ&amp;nbsp;สุวรรณรัตน์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;1.สร้างศูนย์เรียนรู้ให้มีชีวิต&amp;nbsp;ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือครุภัณฑ์เพื่อพัฒนาอาชีพสร้างรายได้&amp;nbsp;โดยให้จัดทำระเบียบแนวทางการใช้&amp;nbsp;การเก็บบำรุงรักษา&amp;nbsp;2.ขับเคลื่อนกิจกรรมในศูนย์ฯ&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่องให้มีความยั่งยืน&amp;nbsp;โดยประสานส่วนราชการและภาคีในการพัฒนาศูนย์ฯ&amp;nbsp;เพื่อขยายผลการดำเนินงานสู่ชุมชนในวงกว้าง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;สื่อสารสร้างการรับรู้และใช้ประโยชน์จากศูนย์ฯ&amp;nbsp;ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและประกอบอาชีพตามหลักเกษตรกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;และมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด&amp;nbsp;-19)&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119000842738</Link_News></row>
<row _id="135"><NewsTitle>ลงพื้นที่ตรวจรับงาน โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสรรเสริญ&amp;nbsp;เจริญศิริ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับงาน&amp;nbsp;โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่เขต&amp;nbsp;ตำบลนาแต้&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นาจะขุดบ่อขนาด&amp;nbsp;1,260&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;และถูกต้องตามรูปแบบมาตรฐานของกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;และใช้ประโยชน์ในการเก็บกักน้ำในแปลงนาเกษตรกร&amp;nbsp;ให้ใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;นายชูวิทย์&amp;nbsp;พึ่งพรหม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119092202762</Link_News></row>
<row _id="136"><NewsTitle>สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล มอบเงินอุดหนุนชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเกษตรกรด้านหนี้สินที่มีหนี้เงินกู้เพื่อการเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายถาวรศักดิ์&amp;nbsp;รัตนชูศรี&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์&amp;nbsp;มอบเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ตามโครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีผู้แทนสหกรณ์เข้าร่วมรับมอบ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่มติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เห็นชอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อชดเชยดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่มีหนี้เงินกู้เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ต้นเงินกู้คงเหลือจำนวนไม่เกิน&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาทแรก&amp;nbsp;ในอัตราร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เต็มจำนวน&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ภายใต้แผนยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp;กิจกรรมหลักช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนเพื่อชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,954&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;1,011,752.60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยแบ่งจ่าย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งวดๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;505,876.30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการจ่ายงวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรควนโดน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;323&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;59,400.38&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเมืองสตูล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,459.59&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;กรป.กลาง&amp;nbsp;นพค.สตูล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,493.83&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรทุ่งหว้า&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;393&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;66,537.34&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;5)&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรควนกาหลง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;515&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;102,189.11&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;6)&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรท่าแพ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;218&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;63,724.61&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;7)&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรละงู&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;437&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;168,071.44&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งสมาชิกสหกรณ์จะได้รับประโยชน์เพื่อนำเงินส่วนที่ได้รับการช่วยเหลือชดเชยดอกเบี้ยไปบรรเทาภาระหนี้สินและลดต้นทุนในการประกอบอาชีพของสมาชิกสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119093409765</Link_News></row>
<row _id="137"><NewsTitle>ติดตามแปลงเกษตรแบบผสมผสานโครงการระบบการให้น้ำแปลงผักเกษตรกรบุดี ยะลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรเมืองยะลา&amp;nbsp;ติดตามแปลงเกษตรแบบผสมผสานหมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลบุดี&amp;nbsp;ตามโครงการระบบการให้น้ำแปลงผักและแปลงเกษตรผสมผสาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางวีระ&amp;nbsp;สมศิริ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;มอบหมายให้นายวิทยา&amp;nbsp;สายกีเส็ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางรัตนาภรณ์&amp;nbsp;พิบูลย์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;และนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยทักษิณ&amp;nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลบุดี&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;เพื่อติดตามแปลงเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;ตามโครงการระบบการให้น้ำแปลงผักและแปลงเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;ให้เกษตรกรทำการเกษตรโดยผลิตพืชผักและเกษตรแบบผสมผสานตลอดทั้งปี&amp;nbsp;โดยไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;และส่งเสริมให้เป็นเกษตรกรต้นแบบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119102759779</Link_News></row>
<row _id="138"><NewsTitle>ขับเคลื่อนมาตรฐานไหมไทย หนุนกลุ่มเกษตรกรผลิตไหมคุณภาพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวทัศนีย์&amp;nbsp;เมืองแก้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;(สศก.)&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยถึงผลการติดตามประเมินผลโครงการส่งเสริมการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการสำคัญภายใต้แผนแม่บทย่อยเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีกรมหม่อนไหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบส่งเสริมและพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&amp;nbsp;มีการจัดอบรมความรู้&amp;nbsp;ด้านการผลิตและการตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานแก่กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการติดตามประเมินผลโครงการพบว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สามารถส่งเสริมเกษตรกรได้จำนวน&amp;nbsp;626&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผลจากการสนับสนุนการอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่สมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านขี้กา&amp;nbsp;สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับปรุงและพัฒนาวิธีการฟอกย้อมสีเคมี/สีธรรมชาติได้อย่างถูกวิธี&amp;nbsp;สามารถพัฒนาลายของผ้าไหมให้มีลวดลายสวยงามมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผ้าไหมมัดหมี่สีมะดัน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสีประจำจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผ้าไหมมัดหมี่เฉลียงลายดอกไม้&amp;nbsp;ผ้ามัดหมี่ลายแมงมุม&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้ใบรับรองมาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรสมาชิกราย&amp;nbsp;อื่นๆ&amp;nbsp;สามารถจำหน่ายผ้าไหมได้ในราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นผืนละประมาณ&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาทผลให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผ้าไหมเฉลี่ยรายละ&amp;nbsp;34,400&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ราคามีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลวดลายและวิธีการทอผ้าไหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านการตลาด&amp;nbsp;นอกจากจะจำหน่ายภายในหมู่บ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีการขยายช่องทางการตลาดในรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ของสมาชิกเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันถือว่าได้รับความนิยม&amp;nbsp;มีการสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่องและในอนาคต&amp;nbsp;มีแผนพัฒนาสู่การเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;หรือสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีกทั้งผู้ใช้หรือผู้ซื้อผ้าไหม&amp;nbsp;ยังมั่นใจในคุณภาพจากการรับรองมาตรฐานผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผ้าไหมของไทยเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119131647883</Link_News></row>
<row _id="139"><NewsTitle>กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ลดการระบาดของแมลงวัน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(19&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;นางอุไร&amp;nbsp;กาลปักษ์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะกลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;ร่วมด้วย&amp;nbsp;นางรัฐยา&amp;nbsp;ชายศรี&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นางศิริรัตน์&amp;nbsp;วีระเชื้อ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวจันทิมา&amp;nbsp;เอี่ยมสะอาด&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมการอารักขาพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดพร้อมทั้งให้คำแนะนำการจัดการแมลงวันผลไม้และแมลงศัตรูพืชในพื้นที่ปลูกชมพู่เพชรสายรุ้ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลหนองโสน&amp;nbsp;อำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ลดจำนวนแมลงวันผลไม้ในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และปล่อยแมลงวันผลไม้ฉายรังสี&amp;nbsp;(แมลงวันผลไม้เป็นหมัน)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้ลดการระบาดของแมลงวันผลไม้ลงได้อย่างมากแม้จะไม่มีการห่อผลก็ตาม&amp;nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตของชมพู่เพชรสายรุ้งในพื้นที่&amp;nbsp;ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรีเข้าไปดำเนินการ&amp;nbsp;มีผลผลิตคุณภาพดี&amp;nbsp;เกษตรกรมีความพอใจอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119113022827</Link_News></row>
<row _id="140"><NewsTitle>ผู้เลี้ยงสุกร  ยะลา แนะรัฐ เร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์หมู หลังพบการระบาดในหลายพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;แนะรัฐ&amp;nbsp;เร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์หมู&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หลังพบการระบาดในหลายพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมเสนอ&amp;nbsp;ในแต่ละพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;ลดการเคลื่อนย้ายสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเกรียงศักดิ์&amp;nbsp;เสรีรัตน์ยืนยง&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับปัญหาการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกันหมู&amp;nbsp;หรือโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ที่ทางปศุสัตว์&amp;nbsp;ได้ออกมายอมรับแล้วว่า&amp;nbsp;พบการระบาดในหลายพื้นที่จริง&amp;nbsp;ซึ่งโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ขณะนี้ได้ส่งผลกระทบ&amp;nbsp;เป็นวงกว้าง&amp;nbsp;ในหลายพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งบรรดาพ่อค้าหมู&amp;nbsp;ตามตลาดสดต่างๆ&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;ในปัจจุบันนี้&amp;nbsp;ราคาเนื้อหมูสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจริงๆแล้วที่ราคาหมูสูงขึ้น&amp;nbsp;ก็เกิดจากสภาวะของแม่สุกรที่เจอโรคนี้&amp;nbsp;มันจะทำลายแม่สุกรทั้งระบบเลย&amp;nbsp;จะตายหมดเลยเกือบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;เมื่อโรงงานผลิตลูกสุกรไม่มี&amp;nbsp;เกษตรกรก็ไม่สามารถเอาลูกสุกรมาเลี้ยงได้&amp;nbsp;พอเลี้ยงไม่ได้ก็ไม่มีหมูเข้าสู่ตลาด&amp;nbsp;เหมือนดีมานด์ซัพพลาย&amp;nbsp;ทำให้ราคาหมูในตลาดแพงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก่อนหน้าที่จะเกิดโรคนี้&amp;nbsp;เรามีโรคโควิดอยู่&amp;nbsp;ตลาดต่างๆ&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ก็ไม่ได้ดำเนินการ&amp;nbsp;มีการแจกของแจกข้าว&amp;nbsp;ความต้องการหมูก็ลดลง&amp;nbsp;แต่หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;ร้านอาหารเริ่มเปิด&amp;nbsp;เริ่มกลับมาปกติ&amp;nbsp;การใช้เนื้อหมู&amp;nbsp;ก็มีเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;สุดท้ายก็สะท้อนความเป็นจริงว่า&amp;nbsp;หมูขาดตลาดจริงๆ&amp;nbsp;ภาคกลางเป็นภาคที่มีการเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;นครปฐมเป็นเมืองหลวงของการป้อนสุกรให้กรุงเทพ&amp;nbsp;หมูไม่มีป้อนเข้ากรุงเทพ&amp;nbsp;แต่ช่วงระยะหนึ่งก็ใช้หมูห้องเย็นที่เก็บสะสมเอาไว้ตอนราคาถูก&amp;nbsp;ป้อนเข้าไปก่อน&amp;nbsp;สุดท้ายหมูในห้องเย็นหมด&amp;nbsp;แต่ตลาดยังต้องการอยู่&amp;nbsp;ราคาก็เลยปรับขึ้นตามกลไกลตลาด&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าราคาเนื้อหมูในขณะนี้ถือเป็นราคาที่สูงเป็นประวัติการ&amp;nbsp;ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ก็ว่าไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถ้ารัฐไม่เข้ามาเกี่ยวข้องในตอนนี้&amp;nbsp;เชื่อว่าราคาหมูหน้าฟาร์มอาจจะสูงขึ้น&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แต่ตนเองเชื่อว่าหากทางภาครัฐยังไม่ให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการพัฒนาวัคซีนขึ้นมา&amp;nbsp;หลังจากนี้ไปเลี้ยงไปก็ไม่รอด&amp;nbsp;ซึ่งตนมองว่าในการเลี้ยงหมูในอนาคตถ้ายังอยู่แบบนี้&amp;nbsp;ก็จะต้องใช้วิธีเลี้ยงแบบระบบปิด&amp;nbsp;ซึ่งทางเกษตรกรรายย่อยไม่สามารถดำเนินการได้เลย&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรรายใหญ่จะสามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;เนื่องจากมีความรู้&amp;nbsp;มีเทคโนโลยี&amp;nbsp;และมีทุนทรัพย์&amp;nbsp;ซึ่งถ้าจะให้เกษตรกรรายย่อยไปทำก็จะต้องให้ทุน&amp;nbsp;สนับสนุนเทคโนโลยี&amp;nbsp;นายเกรียงศักดิ์&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนี้&amp;nbsp;ไปหากมีการทำวัคซีนได้แล้ว&amp;nbsp;อยากให้ทางกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และทางรัฐบาล&amp;nbsp;ได้รับรู้ว่า&amp;nbsp;การเคลื่อนย้ายสัตว์&amp;nbsp;คือการเคลื่อนย้ายโรค&amp;nbsp;วิธีการแก้คือ&amp;nbsp;จังหวัดใดที่มีความต้องการสุกรมากน้อยขนาดไหน&amp;nbsp;ก็ให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยง&amp;nbsp;โดยรัฐส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยง&amp;nbsp;แล้วส่งให้ชาวบ้านในพื้นที่กิน&amp;nbsp;เน้นส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงหมูให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp;ลดการเคลื่อนย้ายสุกรจากต่างพื้นที่ให้น้อยที่สุด&amp;nbsp;ที่ตนเชื่อว่าถ้าต้องการให้อาชีพนี้อยู่ได้&amp;nbsp;ก็จะต้องมีการวางแผนเตรียมการเอาไว้&amp;nbsp;ถ้าไม่เช่นนั้นเกษตรกรรายย่อยก็จะอยู่ไม่ได้&amp;nbsp;ก็จะส่งปัญหาเรื่องอาชีพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทบกันไปหมด&amp;nbsp;จึงอยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องรีบวางแผนดำเนินการส่งเสริมให้เลี้ยงกันภายในจังหวัด&amp;nbsp;แล้วกินภายในจังหวัด&amp;nbsp;ในเขตของตัวเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119123129873</Link_News></row>
<row _id="141"><NewsTitle>สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง   รายงานสถานการณ์น้ำและคาดการณ์สภาพอากาศ พร้อมเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดศัตรูพืช</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายธวัชชัย&amp;nbsp;ฤกษ์เกลี้ยง&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำและคาดการณ์สภาพอากาศ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;19-21&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&amp;nbsp;10-20&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ตลอดช่วง&amp;nbsp;ทำให้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนมากทางตอนล่างของภาค&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดศัตรูพืชจำพวกหนอนในไม้ผล&lt;/strong&gt;และพืชผักต่างๆ&amp;nbsp;เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อ&amp;nbsp;เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน&amp;nbsp;อ่อนแอ&amp;nbsp;และเป็นโรคได้ง่าย&amp;nbsp;หลังจากฝนตก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ควรเปิดเครื่องตีน้ำ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันน้ำแยกชั้นและเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ควรระวังเพลี้ยไฟในพริก&amp;nbsp;ควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกและ&amp;nbsp;บริเวณโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใบไม้&amp;nbsp;ฟางข้าว&amp;nbsp;และหญ้าแห้ง&amp;nbsp;และเกษตรกรควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัย&amp;nbsp;โดยทําแนวกันไฟรอบพื้นที่การเกษตรด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119132341889</Link_News></row>
<row _id="142"><NewsTitle>สถานีพัฒนาที่ดินตราด ดำเนินโครงการอบรมหมอดินอาสา 4.0 ประจำปีงบประมาณ 2565 หลักสูตร 3 เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(19&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายสมาน&amp;nbsp;ก้อนศรีษะ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการจัดอบรม&amp;nbsp;"โครงการอบรมหมอดินอาสา&amp;nbsp;4.0"&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(หลักสูตร&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตราด&amp;nbsp;ตำบลทุ่งนนทรี&amp;nbsp;อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับการอบรมครั้งนี้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของหมอดินอาสาด้านการเกษตร&amp;nbsp;ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลฐานความรู้หมอดินอาสา&amp;nbsp;ในรูปแบบดิจิทัลและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาต่อยอดความรู้&amp;nbsp;การจัดระบบข้อมูลให้มีความทันสมัย&amp;nbsp;เข้าถึงง่าย&amp;nbsp;ใช้งานสะดวก&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;รวมถึงเน้นการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งสำหรับกลุ่มหมอดินอาสา&amp;nbsp;ในการต่อยอดการอนุรักษ์ดินและน้ำให้ใช้ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดฝึกอบรมครั้งนี้มีหมอดินอาสาเข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แบ่งเป็นอำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;34&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อำเภอบ่อไร่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และอำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119133629899</Link_News></row>
<row _id="143"><NewsTitle>ตราด พัฒนาหมอดินอาสาสร้างนวัตกรรมเกษตรก้าวสู่เทคโนโลยี 4.0</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;ที่สถานีพัฒนาที่ดินตราด&amp;nbsp;ตำบลทุ่งนนทรี&amp;nbsp;อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสุชล&amp;nbsp;แก้วเกาะสะบ้า&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการอบรมหมอดินอาสา&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;การพัฒนาศักยภาพหมอดินอาสาด้านการเกษตรตามบริบทของท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยมีหมอดินอาสาเป้าหมาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;34&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อำเภอบ่อไร่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และอำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แต่เนื่องสถานการณ์การเผยระบายของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้มารับการอบรมประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายสมาน&amp;nbsp;ก้อนศรีษะ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตราด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;มีนโยบายจัดตั้งเครือข่ายหมอดินอาสา&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2538&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;มีหมอดินอาสาระดับจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;และหมู่บ้าน&amp;nbsp;ปฏิบัติงานอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;75,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บทบาทของหมอดินอาสา&amp;nbsp;นอกจากเป็นผู้ประสานงานของเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินกับเกษตรกรในหมู่บ้านแล้ว&amp;nbsp;ยังให้ความช่วยเหลือดูแลเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถจัดการดินได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม&amp;nbsp;พร้อมทั้งเป็นผู้กระจายข้อมูลการพัฒนาที่ดิน/&amp;nbsp;ไปยังหมู่บ้านต่างๆ&amp;nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ที่ดินให้เหมาะสม&amp;nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน/&amp;nbsp;และสาธิตทดสอบผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;นวัตกรรมของกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;การอบรมหมอดินอาสามีมากกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่การสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;บทบาทการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;ของเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินกับหมอดินอาสา&amp;nbsp;สร้างวิทยากรหมอดินอาสาพัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;การอบรมเพิ่มเติมความรู้ใหม่ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การใช้เครื่องมือตรวจสอบดิน&amp;nbsp;การใช้แผนที่ดินเพื่อจัดการที่ดินของเกษตรกร/รวมทั้งการเพิ่มประสบการณ์&amp;nbsp;โดยศึกษาดูงานในและนอกพื้นที่&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพหมอดินอาสาด้านการเกษตรให้สามารถเข้าถึงข้อมูลถังความรู้หมอดินอาสารูปแบบดิจิทัล&amp;nbsp;และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในพัฒนาพื้นที่การเกษตรของตนเอง&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับหมอดินอาสาอาชีพที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน&amp;nbsp;เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลหมอดินอาสาในรูปแบบดิจิทัลเพื่อพัฒนาเป็น&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;data&amp;nbsp;รองรับองค์กร&amp;nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&amp;nbsp;การมอบใบประกาศผู้ได้รับเลือกเป็นหมอดินอาสาจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;การบรรยายเรื่อง&amp;nbsp;การพัฒนาทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก&amp;nbsp;การเก็บตัวอย่างดินพร้อมส่งตัวอย่างดิน&amp;nbsp;การประเมินความสมบูรณ์ของดิน&amp;nbsp;การแบ่งปันความรู้หมอดินอาสาจากถังความรู้&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศการพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;โดยหมอดินอาสาที่ประสบความสำเร็จการทำการเกษตร&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีการปรึกษาการรับสมัครหมอดินอาสารุ่นใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยรุ่นเก่าอายุมากสุด&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และอายุน้อยสุด&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ให้ปรับปรุงฐานข้อมูลอาสาสมัครให้เป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จะได้นำไปแก้ไขในระบบให้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สนธยา/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119155200995</Link_News></row>
<row _id="144"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด ร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทตราด จัดโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร อบรมเกษตรกรหลักสูตรช่างเกษตรท้องถิ่น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณอาคารแขวงทางหลวงชนบท&amp;nbsp;ต.หนองเสม็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;ได้มีการจัดโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;อบรมเกษตรกรหลักสูตรช่างเกษตรท้องถิ่น&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทตราด&amp;nbsp;เป็นวิทยากรให้ความรู้และเทคนิคการซ่อมอุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;และมีเกษตรกรชาวสวนจังหวัดตราด&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;อบรมเกษตรกรหลักสูตรช่างเกษตรท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถซ่อมเครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;และสามารนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการทำการเกษตร&amp;nbsp;ให้เกษตรกรมีความรู้ด้านพื้นฐาน&amp;nbsp;ที่จะสามารถซ่อมเครื่องยนต์ใช้เองได้เอง&amp;nbsp;ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมอุปกรณ์เครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;ที่เกษตรกรใช้ภายในสวน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องตัดหญ้าสะพายหลัง&amp;nbsp;เครื่องพ่นยา&amp;nbsp;เครื่องพ่นสารเคมี&amp;nbsp;เครื่องพ่นปุ๋ย&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรนำอุปกรณ์เครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;ที่เสียไม่สามารถใช้งานได้&amp;nbsp;ของเกษตรกรชาวสวน&amp;nbsp;นำมาซ่อมให้รู้การถอด&amp;nbsp;การประกอบ&amp;nbsp;และวิเคราะห์ได้ว่า&amp;nbsp;เสียจากจุดใด&amp;nbsp;โดยทาง&amp;nbsp;ผู้จัดการอบรม&amp;nbsp;จะมีเครื่องมือและอะไหล่&amp;nbsp;เปลี่ยนให้&amp;nbsp;รวมถึงมีการแนะนำการเลือกใช้น้ำมันเครื่อง&amp;nbsp;พื้นฐานของการทำงานเครื่องยนต์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวะ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวะ&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุนิสา&amp;nbsp;สังข์ทอง&amp;nbsp;สวท.ตราด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119154154985</Link_News></row>
<row _id="145"><NewsTitle>จังหวัดยโสธร เตรียมพร้อมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร พร้อมเร่งสำรวจความต้องการผู้เลี้ยงที่ต้องทำลายสุกร เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(War&amp;nbsp;room)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;นายอำเภอและปศุสัตจ์อำเภอทุกอำเภอ&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมหมอนขิด&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องจากมีการพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(Africa&amp;nbsp;Swine&amp;nbsp;Fever&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ASF)&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคอย่างรัดกุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&amp;nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;มีเกษตรกรเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;271&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;มีสุกร&amp;nbsp;47,984&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ที่อาจได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายจากการระบาดของโรค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระหว่างเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&amp;nbsp;เมืองยโสธร&amp;nbsp;คำเขื่อนแก้ว&amp;nbsp;ค้อวัง&amp;nbsp;ไทยเจริญและกุดชุม&amp;nbsp;มีสุกรที่ถูกทำลาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,491&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;9,254,982&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีสุกรที่เกิดโรคและถูกทำลายหลังวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มหาชนะชัย&amp;nbsp;คำเขื่อนแก้ว&amp;nbsp;ค้อวัง&amp;nbsp;ไทยเจริญและป่าติ้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;269&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;1,100,272&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;125&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการช่วยเหลือ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เร่งสำรวจความต้องการของเกษตรกรทั้ง&amp;nbsp;125&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่จะขอรับความช่วยเหลือด้านการเกษตร&amp;nbsp;โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;ส่วนการให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การฟื้นฟูเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&amp;nbsp;การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค&amp;nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการอีกทั้งการเร่งสำรวจจำนวนสุกรพ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์และลูกสุกร&amp;nbsp;เพื่อวางแผนรับมือปัญหาการขาดแคลนสุกร&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และในการเฝ้าระวังควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีอาสาปศุสัตว์ในทุกพื้นที่&amp;nbsp;คอยเฝ้าระวังและแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบสุกรป่วย&amp;nbsp;ตาย&amp;nbsp;เพื่อเร่งตรวจสอบและดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาด&amp;nbsp;พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้&amp;nbsp;เรื่องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและประชาชน&amp;nbsp;ทั่วไปมีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจที่ถูกต้อง&amp;nbsp;เพื่อช่วยเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกันการระบาด&amp;nbsp;โรคอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119163543040</Link_News></row>
<row _id="146"><NewsTitle>เทศบาลตำบลควนโพธิ์  จังหวัดตรัง  ปลูกต้นตะลิงปลิงสองข้างทางร่มรื่นสวยงาม ยามออกผลทำให้คนขับรถผ่านถึงกับเปรี้ยวปาก ตาสว่างน้ำลายสอ แถมชาวบ้านเก็บกินฟรีได้หลากหลายเมนู</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทศบาลตำบลควนโพธิ์&amp;nbsp;ต.ย่านตาขาว&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ปลูกต้นตะลิงปลิงสองข้างทางทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู้บ้าน&amp;nbsp;โดยเฉพาะถนนสายย่านตาขาว-พิกุลทอง&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.ย่านตาขาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;มีผลตะลิงปลิงกำลังออกดอกออกผล&amp;nbsp;ตลอดเส้นทางเป็นระยะทางยาวกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ต้นตะลิงปลิงออกลูกดกเต็มต้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งดกกว่าทุกปี&amp;nbsp;ติดผลจากกิ่งลำต้นลงถึงโคนต้น&amp;nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่และผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมาถึงกับตาตื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปรี้ยวปากน้ำลายสอ&amp;nbsp;แวะเก็บกิน&amp;nbsp;บ้างก็ไปปรุงอาหารหลากหลายเมน&amp;nbsp;เช่นต้มส้มปลาทูตะลิงปลิง&amp;nbsp;แกงส้ม&amp;nbsp;หรือแกงเหลืองใส่ตะลิงปลิง&amp;nbsp;น้ำพริกตะลิงปลิง&amp;nbsp;ยำปลากรอบตะลิงปลิง&amp;nbsp;และนำผลสดมากินกับน้ำปลาหวาน&amp;nbsp;พริกเกลือ&amp;nbsp;และกะปิ&amp;nbsp;ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;หากต้องไปซื้อตะลิงปลิงในตลาด&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;40-50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาเหตุที่ทางเทศบาลตำบลควนโพธิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เลือกต้นตะลิงปลิงมาปลูก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก&amp;nbsp;ทรงต้นไม่ใหญ่&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มีลักษณะเป็นพุ่ม&amp;nbsp;ง่ายต่อการตกแต่งดูแลรักษา&amp;nbsp;ต้นทุนในการดูแลก็ไม่เยอะ&amp;nbsp;และยังทำให้ชาวบ้านได้รับผลประโยชน์ทั้งให้รมเงา&amp;nbsp;และนำผลสดไปรับประทานประกอบอาหารได้อีกด้วย&amp;nbsp;โดยเทศบาลตำบลควนโพธิ์&amp;nbsp;ได้ปลูกต้นตะลิงปลิงไปแล้วกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;โดยปลูกปีหนึ่ง&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;สร้างความร่มรื่น&amp;nbsp;สวยงาม&amp;nbsp;แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสมจิตร&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;53&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลควนโพธิ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;72/6&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.ย่านตาขาว&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่าตนเอง&amp;nbsp;ได้กลับจากตลาดและได้แวะเก็บผลตะลิงปลิงเพื่อนำไปประกอบอาหารโดยจะนำไปทำแกงส้ม&amp;nbsp;และต้อกับปลา&amp;nbsp;และถือว่าการปลูกต้นตะลิงปลิงข้างถนนเป็นเรื่องที่ดีมากประชาชนได้ประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายทรงชัย&amp;nbsp;สวนอินทร์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สมัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เทศบาลตำบลควนโพธิ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนเองมีความตั้งใจที่จะปลูกต้นตะลิงปลิง&amp;nbsp;ซึ่งปลูกมาประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;และตอนนี้ก็ได้ปลูกเพิ่มเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนตอนนี้มีต้นตะลิงปลิงทั้งต้นเล็กต้นใหญ่&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กว่าต้น&amp;nbsp;คลอบคลุมทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;โดยกำหนดว้าว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ต้องปลูกให้ได้&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;และคิดว่าจะปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากต้นตะลิงปลิง&amp;nbsp;ดูแลง่ายเป็นพุ่มเล็กๆและชาวบ้านยังสามารถเก็บผลไปทำอาหารได้หลายอย่าง&amp;nbsp;ทั้งแกงส้ม&amp;nbsp;ต้ม&amp;nbsp;ยำ&amp;nbsp;และกินสดๆกับกะปิ&amp;nbsp;ซึ่งดีกว่าปลูกไม้ประดับอื่นที่ได้แค่ความสวยงามแต่ชาวบ้านนำมาใช้สอยหรือบริโภคไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119164127048</Link_News></row>
<row _id="147"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด พร้อมสร้างอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวในโอกาสเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่ดินที่ได้จัดสรรให้เกษตรกรไปทำกิน&amp;nbsp;โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรเหล่านั้นได้ใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพทำการเกษตร&amp;nbsp;มีรายได้เลี้ยงครอบครัว&amp;nbsp;พึ่งพาตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ศึกษาแนวทางการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งในภาพรวมพื้นที่&amp;nbsp;คทช.&amp;nbsp;มีเป้าหมายทั้งหมด&amp;nbsp;1,442&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เนื้อที่กว่า&amp;nbsp;5.7&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;และได้คัดเลือกพื้นที่เป้าหมายสำหรับการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;185&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;62&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โดยมีหน่วยงานในคณะอนุกรรมการฯ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;บูรณาการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามกรอบภารกิจ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นฐานข้อมูล&amp;nbsp;Zoning&amp;nbsp;ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;ด้านสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน&amp;nbsp;และด้านการส่งเสริมและการจัดทำบัญชีครัวเรือน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับแผนการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้คัดเลือกพื้นที่&amp;nbsp;คทช.ที่เป็นเป้าหมาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้และพัฒนาการผลิตสินค้าการเกษตรให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;จัดทำระบบดินและน้ำให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำเพิ่มพื้นที่ชลประทาน&amp;nbsp;การแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;สนับสนุนวัสดุการเกษตรและส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อเป็นสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;โดยนำระบบสหกรณ์เข้ามาเป็นกลไกในการบริหารจัดการผลผลิตและการดำเนินธุรกิจร่วมกันของคนในชุมชน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119184951128</Link_News></row>
<row _id="148"><NewsTitle>พ่อเมืองอำนาจเจริญลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง หมู่ 4 บ้านสว่างเหนือ ตำบลห้วย อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายธานินทร์&amp;nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;นายอำเภอปทุมราชฯ&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอปทุมราชฯ&amp;nbsp;ได้เข้าเยี่ยมกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านสว่างเหนือ&amp;nbsp;ตำบลห้วย&amp;nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายการดำเนินงาน&amp;nbsp;ปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;ความต้องการของกลุ่มฯ&amp;nbsp;ที่ต้องการให้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือในการดำเนินการของกลุ่มฯ&amp;nbsp;และเยี่ยมชมกิจกรรมของกลุ่มแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เครื่องผสมอาหาร&amp;nbsp;TMR&amp;nbsp;รถแทรกเตอร์&amp;nbsp;และอุปกรณ์การแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อโค&amp;nbsp;เยี่ยมชมการเลี้ยงโคขุนของกลุ่ม&amp;nbsp;พร้อมทั้งปศุสัตว์จังหวัดได้ประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ในส่วนที่&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ส่งเสริม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119214008183</Link_News></row>
<row _id="149"><NewsTitle>ผวจ.ยโสธร เปิดจวน ทำ ที่ว่างสร้างอาหาร รอบ 2 ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.วันที่&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกิจกรรม&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;และกิจกรรมการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;สร้างความมั่นคง&amp;nbsp;ทางอาหารสู่ปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคง&amp;nbsp;ทางอาหาร&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;โดยมีนายสุวัฒน์&amp;nbsp;เข็มเพชร&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;พัฒนการอำเภอทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;จังหวัดยโสธรร่วมกับชมรมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;ดำเนินโครงการ&lt;/strong&gt;อันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;และกิจกรรมการน้อมนำแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหารสู่ปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารรอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด้วยการปลูก&amp;nbsp;พืชผัก&amp;nbsp;ภายในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยนำปุ๋ย&amp;nbsp;ที่ได้จากการทำขยะอินทรีย์ตามหลัก&amp;nbsp;๓&amp;nbsp;R&amp;nbsp;มาใช้บำรุงต้นไม้&amp;nbsp;โดยจัดทำภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้นแบบ&amp;nbsp;พร้อมทั้งน้อมนำแนวพระราชดำริของ&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ได้เชิญชวนประชาชน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อพึ่งตนเอง&amp;nbsp;สร้างความสามัคคีของคนในชุมชน&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินงานโครงการปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับหมู่บ้านและชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ได้ขยายผลให้ประชาชนปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;133,347&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;มีศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์พืชชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;78&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ทำให้มีความมั่นคงทางอาหารมีพืชผักที่ปลูกเองไว้บริโภคตลอดปีและขยายผลสู่หมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;ด้วยกระบวนการ&amp;nbsp;ผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง&amp;nbsp;ผู้นำต้องทำก่อน&amp;nbsp;นักพัฒนา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประสานขับเคลื่อนปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ทุกครัวเรือนคือคลังอาหาร&amp;nbsp;ทุกหมู่บ้านคือศูนย์แบ่งปัน&amp;nbsp;ทักษะชีวิตวิถีใหม่เยาวชนไทยสร้างอาหารเป็นและชุมชนท้องถิ่นสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;ใช้ที่ว่างสร้างอาหารและสร้างชุมชนสู่&amp;nbsp;ถนนกินได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมนี้&amp;nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&amp;nbsp;ได้มอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ได้จากศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์พืชชุมชนของแต่ละอำเภอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;และพัฒนาการจังหวัด&amp;nbsp;พัฒนาการอำเภอทุกอำเภอ&amp;nbsp;มอบเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์ผักสวนครัว&amp;nbsp;ให้ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายขยายผล&amp;nbsp;จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมได้ร่วมปลูกผักสวนครัวภายในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ยโสธร/ข่าว/&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120095203231</Link_News></row>
<row _id="150"><NewsTitle>เดินหน้าจ้างแรงงานช่วยเหลือเกษตรกรปี 2565 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อซ่อมแซม&amp;nbsp;บำรุงรักษา&amp;nbsp;ขุดลอก&amp;nbsp;ปรับปรุงงานชลประทาน&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท&amp;nbsp;แก้มลิง&amp;nbsp;การจัดการคุณภาพน้ำและโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ&amp;nbsp;ด้วยการจัดจ้างแรงงานทั่วทุกภาคของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น&amp;nbsp;75,000&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วงเงินงบประมาณ&amp;nbsp;4,465&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;วงเงินจ้างแรงงาน/คน&amp;nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;8,700&amp;nbsp;&amp;nbsp;87,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;22,120&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำดับคือ&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;2,303&amp;nbsp;&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;1,872&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;1,730&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&amp;nbsp;ขอเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมหรือทดแทนจากการสูญเสียรายได้ด้านการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากเกษตรกร&amp;nbsp;หรือประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถติดต่อสอบถาม&amp;nbsp;หรือสมัครได้ที่&amp;nbsp;โครงการชลประทานใกล้บ้าน&amp;nbsp;หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน&amp;nbsp;1460&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชลประทานบริการประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120095919238</Link_News></row>
<row _id="151"><NewsTitle>กษ.เพชรบุรี และคณะทำงานร่วมกันพิจารณาการจัดงานทำขวัญเกลือ และงาน Field day โครงการสืบสานพิธีทำขวัญเกลือ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวศิริวรรณ&amp;nbsp;เครือเล็ก&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุมคณะทำงานโครงการสืบสานพิธีทำขวัญเกลือ&amp;nbsp;และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือ&amp;nbsp;เพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;จัดประชุมโดย&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เพื่อทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานและพิธีทำขวัญเกลือ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เป็นหัวหน้าคณะทำงาน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เป็นที่ปรึกษาคณะทำงานดังกล่าว&amp;nbsp;รวมทั้งร่วมกันพิจารณารายละเอียดการจัดงานทำขวัญเกลือ&amp;nbsp;และงาน&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;เกลือทะเล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และแปลงนาเกลือ/ยุ้งเกลือของ&amp;nbsp;นายวีระศักดิ์&amp;nbsp;แผนประไพ&amp;nbsp;ตำบลบ้านแหลม&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;โดยหารือในเรื่องของกำหนดการ&amp;nbsp;แผนผังการจัดงาน&amp;nbsp;และรายละเอียดกิจกรรม&amp;nbsp;ผู้รับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมมีมติการแต่งกายในวันงานเป็น&amp;nbsp;เสื้อสีขาว&amp;nbsp;กระโปรง/กางเกง&amp;nbsp;สีสุภาพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วัตถุประสงค์การจัดงาน&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เกษตรกรชาวนาเกลือ&amp;nbsp;และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการทำนาเกลือ&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์การผลิตเกลือทะเลของประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาการทำนาเกลือ&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพการเป็นแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;มีองค์ความรู้และนวัตกรรมที่โดดเด่น&amp;nbsp;ต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวหลัก&amp;nbsp;ของชุมชนเพื่อสร้างรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120095936242</Link_News></row>
<row _id="152"><NewsTitle>ยกระดับความปลอดภัยชีวภาพสูงสุด ขอให้รายย่อยเลี้ยงหมูแบบ GFM ป้องกันควบคุมโรคโดยเร็ว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้รายงานการเกิดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรโดยได้แจ้งไปองค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคได้ในระยะยาวและยั่งยืน&amp;nbsp;และตามหลักสากลโดยสิ่งสำคัญที่สุดคือ&amp;nbsp;การผลักดันยกระดับมาตรฐานฟาร์มเกษตรกรให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาดซึ่งไม่เฉพาะสามารถป้องกันโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในสุกรเท่านั้น&amp;nbsp;ยังสามารถป้องกันโรคระบาดอื่นๆ&amp;nbsp;ในสุกรได้อีกด้วย&amp;nbsp;การส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มมีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;ซึ่งรายย่อยสามารถดำเนินการได้และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการทำมาตรฐานฟาร์ม&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และเป็นการเตรียมความพร้อมในการยกระดับเป็นฟาร์มมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในการเลี้ยงสุกรที่มีจำนวนน้อยกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถทำฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;หลักการสำคัญมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การป้องกันโรค&amp;nbsp;การตรวจสอบย้อนกลับและด้านผลผลิต&amp;nbsp;มีข้อกำหนดในการรับรอง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พื้นที่และโครงสร้าง&amp;nbsp;การจัดการโรงเรือนและอุปกรณ์&amp;nbsp;การจัดการยานพาหนะ&amp;nbsp;การจัดการบุคลากร&amp;nbsp;การจัดการด้านสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการอาหารสัตว์และยาสัตว์&amp;nbsp;การจัดการด้านข้อมูลและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การทำ&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;เป็นการทำระบบความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นมาตรการหนึ่งของมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อควบคุมป้องกันเชื้อโรคที่ติดมากับคน&amp;nbsp;สัตว์และสิ่งของ&amp;nbsp;เสื้อผ้า&amp;nbsp;รองเท้า&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;เครื่องใช้และยานพาหนะ&amp;nbsp;มีพื้นที่พักสัตว์&amp;nbsp;พื้นที่เลี้ยง&amp;nbsp;และพื้นที่ขายหมู&amp;nbsp;แยกออกจากกัน&amp;nbsp;บุคคลหากไม่จำเป็นไม่ควรให้เข้าในพื้นที่เลี้ยงสุกรโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;ถ้าจำเป็นต้องมีการอาบน้ำ&amp;nbsp;เปลี่ยนชุดก่อนเข้า-ออก&amp;nbsp;และจุ่มรองเท้าบู้ทฆ่าเชื้อทุกครั้งและผู้ที่เข้าพื้นที่เลี้ยงสุกรต้องพักโรคอย่างน้อย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;การเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เลือกแหล่งอาหารที่น่าเชื่อถือ&amp;nbsp;ไม่นำอาหารเหลือที่มีส่วนประกอบของเนื้อหมูมาใช้ในการเลี้ยง&amp;nbsp;การปฏิบัติดังกล่าวสามารถป้องกันโรคได้อย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ผลที่ได้จากการทำฟาร์ม&amp;nbsp;GFM&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถลดปัญหาโรคระบาด&amp;nbsp;ลดความเสียหาย&amp;nbsp;ลดปัญหาการเกิดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะและสามารถเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีอาชีพที่มีความมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;และประชาชนได้บริโภคอาหารที่มีความปลอดภัย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังทำให้สามารถป้องกันและควบคุมโรคได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120104551263</Link_News></row>
<row _id="153"><NewsTitle>รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 และคณะฯ ตรวจเยี่ยมตำบลต้นแบบ และการปฏิบัติงานและการฝึกจัดตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง(อพป.) ที่สุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมขุนแผน&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พล.ต.วิทยา&amp;nbsp;สุวรรณดี&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและการฝึกจัดตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง&amp;nbsp;(อพป.)&amp;nbsp;ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พ.อ.พีรฉัตร&amp;nbsp;พานทอง&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับพร้อมบรรยายสรุป&amp;nbsp;ตำบลต้นแบบ&amp;nbsp;ตามโครงการกำกับ&amp;nbsp;ติดตาม&amp;nbsp;และประเมินผล&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กอ.รมน.&amp;nbsp;ภายใต้งานบริหารจัดการขับเคลื่อน&amp;nbsp;แผนงานตำบล&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืนฯ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงบ่าย&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;ณัฐภูมิ&amp;nbsp;เหลาทอง&amp;nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการธนาคารโค-กระบือ&lt;/strong&gt;ตามพระราชดำริตำบลพลับพลาไชย&amp;nbsp;ตำบลพลับพลาไชย&amp;nbsp;อำเภออู่ทอง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมพบปะพูดคุยกับเกษตรกรและเยี่ยมชมธนาคารโค-กระบือ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกลุ่มธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.พลับพลาไชย&amp;nbsp;อ.อู่ทอง&amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;จัดตั้งกลุ่มขึ้นในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนตำบลพลับพลาไชยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภออู่ทอง&amp;nbsp;ในการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&amp;nbsp;ในการที่จะให้สนับสนุนความร่วมมือกันในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;และให้การสนับสนุนวัสดุ&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เทคนิค&amp;nbsp;และความรู้ต่างๆ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรในการเลี้ยงดูโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตร&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือจากโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;255&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีสัตว์ในกลุ่มรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;396&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;128&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และกระบือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;268&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นเวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เดินทางต่อไปยังสถานที่ฝึกจัดตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง&amp;nbsp;(อพป.)&amp;nbsp;บ้านหนองอีนาค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลด่านช้าง&amp;nbsp;อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;เพื่อมอบชุดเครื่องแบบชุด&amp;nbsp;ชรบ.&amp;nbsp;โดยผู้นำหมู่บ้านกล่าวประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน&amp;nbsp;พร้อมรับชมการแสดงพื้นบ้าน&amp;nbsp;การร้องเพลง&amp;nbsp;อพป.&amp;nbsp;/การฝึกใช้อาวุธ&amp;nbsp;ปลช.ของผู้เข้ารับการฝึก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120105020266</Link_News></row>
<row _id="154"><NewsTitle>อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดตรัง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง  มอบพันธุ์สัตว์น้ำจืด ช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงปลา ที่ได้ผลกระทบอุทกภัย บ้านโพรงจระเข้</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;ธูปหอม&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายโกวิทย์&amp;nbsp;เก้าเอี้ยน&amp;nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;สุวรรณดี&amp;nbsp;ขวัญเมือง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรังและเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ร่วมแจกพันธุ์สัตว์น้ำจืด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลาดุก&amp;nbsp;ปลาไน&amp;nbsp;ปลาสุลต่าน&amp;nbsp;แก่ผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้และตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลให้จังหวัดตรังได้รับผลกระทบใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;8&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;289&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;1446&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โค/กระบือ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;อพยพ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ถนนในหมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝายน้ำล้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านโคกทราย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านโหล๊ะคล้า&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านไทรงาม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านลำพิกุล&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านทอนพลา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บ้านลำขนุน&amp;nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120113832303</Link_News></row>
<row _id="155"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร แนะเกษตรกรเตรียมพร้อมรับมือ น้ำเค็มรุกสวนกล้วยไม้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาสภาพอากาศมีความแปรปรวนค่อนข้างเร็ว&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;ทำให้เกิดวิกฤตภัยแล้งและน้ำทะเลหนุนสูง&amp;nbsp;ส่งผลให้น้ำเค็มรุกเข้าสวนกล้วยไม้&amp;nbsp;โดยในต้นปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ&amp;nbsp;ได้คาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุนที่ขึ้นสูงสุดไว้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มกราคมนี้&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งอาจจะเกิดน้ำเค็มรุกพื้นที่ที่เป็นปากแม่น้ำซึ่งเชื่อมติดกับทะเลเป็นระยะเวลาสั้นๆ&amp;nbsp;และจะกลับคืนสู่สภาพปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;สมุทรสาคร&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;สมุทรปราการ&amp;nbsp;สมุทรสงคราม&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;และจังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังค่าความเค็มของน้ำไม่ควรเกินกว่า&amp;nbsp;0.75&amp;nbsp;กรัมต่อลิตร&amp;nbsp;หรือค่าการนำไฟฟ้า&amp;nbsp;(EC)&amp;nbsp;สูงเกินกว่า&amp;nbsp;750&amp;nbsp;ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร&amp;nbsp;หากสวนกล้วยไม้ได้รับน้ำเค็มติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน&amp;nbsp;จะทำให้ต้นกล้วยไม้มีอาการปลายรากกุด&amp;nbsp;ใบเริ่มลู่ลง&amp;nbsp;นิ่ม&amp;nbsp;และเหลืองก่อนที่จะหลุด&amp;nbsp;เนื้อเยื่อแห้งไม่เจริญเติบโต&amp;nbsp;และอาจรุนแรงถึงตายได้ในที่สุดกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เล็งเห็นผลกระทบด้านลบที่จะเกิดขึ้นกับสวนกล้วยไม้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ตรวจวัดค่าการนำไฟฟ้าของน้ำที่จะใช้รดกล้วยไม้หรือนำมาผสมปุ๋ย&amp;nbsp;และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้เครื่องวัด&amp;nbsp;EC&amp;nbsp;ด้วยตนเอง&amp;nbsp;หากแหล่งน้ำที่นำมารดกล้วยไม้ยังมีคุณภาพดี&amp;nbsp;ให้สูบน้ำเข้ามาเก็บกักในบ่อพักให้เต็ม&amp;nbsp;เพื่อสำรองไว้กรณีเกิดน้ำทะเลหนุน&amp;nbsp;ควรรักษาระดับน้ำในบ่อพักน้ำในสวนกล้วยไม้ให้สูงกว่าระดับน้ำข้างนอก&amp;nbsp;เพื่อดันไม่ให้น้ำจากข้างนอกซึ่งอาจจะเป็นน้ำเค็มไหลซึมเข้าบ่อ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนวิธีการให้น้ำอย่างประหยัด&amp;nbsp;ด้วยการนำหัวสปริงเกอร์แบบประหยัดน้ำที่มีอัตราการใช้น้ำ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หัว&amp;nbsp;ในเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;มาใช้แทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากน้ำมีค่าความเค็มสูงขึ้น&amp;nbsp;ควรลดอัตราการผสมปุ๋ยลงจากเดิม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากปุ๋ยเป็นเกลือชนิดหนึ่งซึ่งจะเพิ่มความเค็มของน้ำ&amp;nbsp;และหากน้ำที่ผสมปุ๋ยแล้วมีค่าความเค็มสูงเกินไป&amp;nbsp;ปุ๋ยจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่รากหรือต้นกล้วยไม้หากเกษตรกรผลิตกล้วยไม้ที่มีราคาสูงและต้องการกล้วยไม้ที่มีคุณภาพดี&amp;nbsp;อาจจะพิจารณาใช้เครื่องกรองน้ำแบบ&amp;nbsp;Reverse&amp;nbsp;Osmosis&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งสามารถกรองเกลือที่ละลายในน้ำอย่างได้ผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120135807399</Link_News></row>
<row _id="156"><NewsTitle>สำนักงานประมงจังหวัดตรัง เดินหน้าพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรด้านประมง ให้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายโกวิทย์&amp;nbsp;เก้าเอี้ยน&amp;nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมกับ&amp;nbsp;นายประภาส&amp;nbsp;แก้วโยชน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประมงอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จ่าเอกประวิทย์&amp;nbsp;ทองเขียว&amp;nbsp;รักษาราชการประมงอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;มอบปัจจัยการผลิตให้แก่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรด้านประมง&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาศูนย์ฯ&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;(อำเภอละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สระน้ำเพิ่มสุข&amp;nbsp;ตำบลทับเที่ยง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการโดยมุ่งเน้นให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในระดับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเป็นจุดถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรของชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดินหน้าพัฒนาและยกระดับให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เครือข่ายด้านการประมงต้นแบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประมงในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นกลไกในการบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่ร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในเชิงวิชาการให้แก่เกษตรกรในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;&amp;nbsp;พัฒนาอาชีพและช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการประมงอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120125207329</Link_News></row>
<row _id="157"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง  จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่? (พริกไทย แปลงใหญ่ปี 2565) ครั้งที่ 2</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายฤทธิเดช&amp;nbsp;สุขคง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นางสุมาลี&amp;nbsp;เสมอเชื้อ&amp;nbsp;และนางจรัสศรี&amp;nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;(พริกไทย)&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(แปลงปี&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เน้นวิเคราะห์ข้อมูลจัดทำแผนการผลิตรายแปลงรายบุคคล&amp;nbsp;และแนวทางการบริหารจัดการรูปแบบแปลงใหญ่ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;การเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และการบริหารจัดการ&amp;nbsp;แก่สมาชิกแปลงใหญ่พริกไทยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพริกไทยบ้านละมอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารอเนกประสงค์&amp;nbsp;ม.6&amp;nbsp;ต.ละมอ&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&amp;nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งระบบการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะทำให้เกิดความร่วมมือในการผลิต&lt;/strong&gt;โดยเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ที่ติดต่อกันเป็นแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่&amp;nbsp;เพิ่มอำนาจการต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดการปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;การจัดการหลังการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูปเบื้องต้นและการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142317423</Link_News></row>
<row _id="158"><NewsTitle>เกษตรกรรุ่นใหม่อำเภอปะเหลียน(ไร่สมประสงค์) จังหวัดตรัง  ทำการเกษตรแบบผสมผสาน พร้อม ปลูกพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ ตามฤดูกาล จำหน่ายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;โดยนางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวปราณี&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวศัลยา&amp;nbsp;มานะกล้า&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนและติดตามการดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสานของนายสมประสงค์&amp;nbsp;หยงสตาร์&amp;nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ไร่สมประสงค์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรรายดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แบ่งพื้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปลูกพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามฤดูกาล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวไร่&amp;nbsp;ข้าวโพดหวาน&amp;nbsp;มันหวาน&amp;nbsp;ถั่วลิสง&amp;nbsp;มะเขือเปราะ&amp;nbsp;มะเขือยาว&amp;nbsp;และเน้นปลูกผักสลัด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กรีนโอ๊ค&amp;nbsp;เรดโอ๊ค&amp;nbsp;ลงดินทั้งในและนอกโรงเรือน&amp;nbsp;โดยจำหน่ายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์&amp;nbsp;หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์&amp;nbsp;095-2722532&amp;nbsp;หรือเพจเฟสบุ๊คชื่อ&amp;nbsp;ไร่สมประสงค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142409424</Link_News></row>
<row _id="159"><NewsTitle>เกษตรอำเภอปะเหลียน  จังหวัดตรัง จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ ครั้งที่ 1</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;โดยนางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวปราณี&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวศัลยา&amp;nbsp;มานะกล้า&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวฯ&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อบ่มเพาะเกษตรกรไปสู่การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้&amp;nbsp;มีวิทยากรจากสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;มาให้ความรู้เรื่อง&amp;nbsp;แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิทยากรจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มาให้ความรู้เรื่องการรวมกลุ่มและการบริหารจัดการกลุ่ม&amp;nbsp;และวิทยากรจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ตรัง&amp;nbsp;มาให้ความรู้เรื่อง&amp;nbsp;การจัดทำบัญชีครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142523425</Link_News></row>
<row _id="160"><NewsTitle>เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ติดตามการพ่นสารเคมีด้วยโดรนในแปลงยางพาราที่ประสบปัญหาโรคใบร่วงยางพารา พื้นที่ตำบลวังวน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวกรภัทร&amp;nbsp;แซ่ฟู้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และนางสาวบุณยานุช&amp;nbsp;หาดสุด&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการพ่นสารเคมีด้วยโดรนในแปลงยางพารา&amp;nbsp;นายไภษัชย์&amp;nbsp;พานิชย์&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลวังวน&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เกษตรกรปลูกยางพาราพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;100ไร่&amp;nbsp;โดยการพ่นสารเคมีครั้งนี้เป็นการพ่นสารเคมีครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อกำจัดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้มีการแนะนำการใส่ปุ๋ยยางพาราและแนะนำให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;ใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่าในแปลงเพื่อป้องกันและกำจัดโรคใบร่วงยางพาราและเพื่อบำรุงต้นยางร่วมด้วย&amp;nbsp;สำหรับโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&amp;nbsp;เกิดจากเชื้อรา&amp;nbsp;Pestalotiopsis&amp;nbsp;sp.&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Colletotrichum&amp;nbsp;sp.&amp;nbsp;ในอาการเริ่มแรก&amp;nbsp;จะเกิดจุดช้ำบริเวณใต้ใบ&amp;nbsp;และด้านบนของใบบริเวณเดียวกันจะเป็นสีเหลืองลักษณะกลม&amp;nbsp;ต่อมาจะขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นสีคล้ำ&amp;nbsp;ขอบแผลดำ&amp;nbsp;และกลายเป็นเนื้อเยื่อแห้งสีน้ำตาลจนถึงขีดขาวซีด&amp;nbsp;รูปร่างจุดแผลค่อนข้างกลม&amp;nbsp;รอบแผลไม่มีสีเหลืองล้อมรอบ&amp;nbsp;จำนวนมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;อาจซ้อนกันเป็นแผลขนาดใหญ่&amp;nbsp;เมื่ออาการรุนแรงจะเกิดใบเหลืองและร่วง&amp;nbsp;การป้องกันกำจัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้แนะนำดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1)&amp;nbsp;ใส่ปุ๋ยบำรุงสม่ำเสมอ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับต้นยางพารา&amp;nbsp;เมื่อเกิดอาการใบเหลืองและร่วง&amp;nbsp;ต้นยางจะสามารถสร้างใบใหม่ออกมาทดแทนใบยางที่ร่วงเนื่องจากโรคได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2)&amp;nbsp;ใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เชื้อราไตรโครเดอร์มา&amp;nbsp;ควบคุมเชื้อสาเหตุโรคที่ติดมากับใบที่ร่วงลงดิน&amp;nbsp;และจะช่วยส่งเสริมให้ต้นยางแข็งแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3)&amp;nbsp;พ่นสารเคมีควบคุมโรค&amp;nbsp;โดยฉีดพ่นบริเวณทรงพุ่มและพื้นดินให้ทั่วแปลงเมื่อพบการระบาดที่รุนแรง&amp;nbsp;โดยฉีดพ่นพุ่มใบอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ทำซ้ำทุก&amp;nbsp;7-15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และฉีดพ่นพื้นสวนที่มีใบที่เป็นโรคร่วงหล่นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142654426</Link_News></row>
<row _id="161"><NewsTitle>กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งศาลา อำเภอย่านตาขาว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยนายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งศาลา&amp;nbsp;ตำบลในควน&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีกิจกรรมที่หลากหลาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;การปลูกเมล่อน&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์&amp;nbsp;การปลูกผักยกแคร่&amp;nbsp;ปลูกกล้วยหอม&amp;nbsp;แก้วมังกร&amp;nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;โดยมีสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรร่วมกับครูที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;ช่วยกันดำเนินกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;มีการแบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบกิจกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลผลิตที่ได้จากกิจกรรมจะนำเข้าสู่กิจกรรมเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของนักเรียนภายในโรงเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และหากมีเหลือจะจำหน่ายให้แก่ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;ผ่านทางออนไลน์&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&amp;nbsp;เป็นการสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มยุวเกษตรกรเพื่อนำมาหมุนเวียนในการดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;ทั้งยังได้บริโภคอาหารที่สดและปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142805428</Link_News></row>
<row _id="162"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  ร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตำบลในควน&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;เพื่อร่วมการดำเนินกิจกรรมพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจครัวเรือน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&amp;nbsp;มีเป้าหมายเข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวประกอบไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การบรรยายและฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์&amp;nbsp;และการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรประจำแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;ให้สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ต้นแบบดังกล่าว&amp;nbsp;แก่ผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอื่นๆ&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพในการเป็นผู้นำให้แก่สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142732427</Link_News></row>
<row _id="163"><NewsTitle>เกษตรตรัง ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสงขลา พัฒนา ศจช.ต้นแบบด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยนายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;ถ่ายทอดความรู้เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชที่สำคัญในสละ&amp;nbsp;แนะนำแมลงศัตรูที่สำคัญในสละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วงแรดมะพร้าว&amp;nbsp;ด้วงงวงจิ๋ว&amp;nbsp;การให้ธาตุอาหารโพแทสเซียม&amp;nbsp;แคลเซียม&amp;nbsp;โบรอน&amp;nbsp;การยืดช่อดอกโดยการฉีดโบรอน&amp;nbsp;และบำรุงต้นโดยใช้โบรอนครั้งละ&amp;nbsp;1ช้อนโต๊ะต่อต้น&amp;nbsp;ใช้ปุ๋ยสูตร&amp;nbsp;15-5-25&amp;nbsp;เพื่อพัฒนา&amp;nbsp;ศจช.ต้นแบบด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp;มึผู้เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่สละสุมาลี&amp;nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือที่กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ใช้ในการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้การจัดการศัตรูพืชให้กับเกษตรกรในชุมชนให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;นับตั้งแต่การบริหารจัดการศัตรูพืช&amp;nbsp;การวินิจฉัยศัตรูพืช&amp;nbsp;การติดตามสถานการณ์และพยากรณ์ศัตรูพืช&amp;nbsp;การป้องกันการระบาดและการผลิตขยายสารชีวภัณฑ์หรือแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงต้องเดินหน้าขับเคลื่อนศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ&amp;nbsp;ให้ตอบสนองความต้องการต่อเป้าหมายที่กำหนด&amp;nbsp;และที่สำคัญตอบสนองต่อบริบทของพื้นที่และชุมชนที่นำสู่การแก้ปัญหาด้านศัตรูพืชอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อเป็นสร้างต้นแบบที่ดีของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120152040462</Link_News></row>
<row _id="164"><NewsTitle>เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียน กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 4 ตำบลย่านซื่อ พร้อมให้คำแนะนำโครงการที่สามารถเสริมสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและกลุ่มแปลงใหญ่ฯ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางบุญญาพร&amp;nbsp;กายเพ็ชร&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียน&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;หมู่ที่4&amp;nbsp;ตำบลย่านซื่อ&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;การดำเนินกิจการของกลุ่มฯ&amp;nbsp;สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทุกกิจกรรม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;มีการรับซื้อได้ปริมาณ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตัน/วัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากช่วงนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลง&amp;nbsp;และราคาค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องแข่งขันกับลานเทใกล้เคียง&amp;nbsp;แต่ก็สามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การผลิตปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;และปุ๋ยเคมีผสม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รอบการผลิตรอบใหม่จะเริ่มเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;ปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่าราคาปุ๋ยเคมีสูงขึ้นมาก&amp;nbsp;และแม่ปุ๋ยขาดตลาด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อสมาชิกเพราะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กลุ่มได้มีการเพิ่มกิจกรรมขึ้นอีกหนึ่งอย่าง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือการขยายต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;โดยใช้สายพันธุ์ยูนิวานิช&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายแก่สมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเริ่มเปิดให้จองต้นพันธุ์ช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปกิจกรรมนี้ได้เกิดจากการแก้ไขปัญหาให้กลุ่มสามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้&amp;nbsp;ด้วยการบริหารจัดการกิจการโดยคณะกรรมการกลุ่มฯ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เกษตรได้ให้คำแนะนำในเรื่องการจัดการเอกสารให้เป็นระบบ&amp;nbsp;การหาแหล่งเงินทุน&amp;nbsp;การเพิ่มช่องทางการตลาด&amp;nbsp;และโครงการส่งเสริมที่เกี่ยวข้องเพื่อที่สามารถเสริมสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและกลุ่มแปลงใหญ่ฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120153830478</Link_News></row>
<row _id="165"><NewsTitle>รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ติดตามงานเกษตรแปลงใหญ่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวฬุตันติ&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึง&amp;nbsp;เกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลเขาคราม&amp;nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่บ้านไหนหนัง&amp;nbsp;ตำบลเขาคราม&amp;nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ได้รวมกลุ่มกัน&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;เพื่อทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง&amp;nbsp;กิจกรรมหลักของกลุ่มคือ&amp;nbsp;อนุรักษ์ป่าชายเลน&amp;nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าชายเลนที่ต้องดูแลประมาณ&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และเป็นกิจกรรมที่มีความสอดคล้องกับการเลี้ยงผึ้งโพรงที่ต้องอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของป่าซึ่งเป็นแหล่งอาหารของผึ้งโพรง&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก&amp;nbsp;MAP&amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่ดูแลสนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนสามารถให้การสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;ของกลุ่มได้ด้วยต่อมาในปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;ทางกลุ่มได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนในชื่อ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งบ้านไหนหนัง&amp;nbsp;เนื่องจากกลุ่มมีความเข้มแข็งมากขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายน้ำผึ้งโดยรายได้&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;จะหักไว้เข้ากองทุนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกลุ่มเพื่อความยั่งยืน&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร&lt;/strong&gt;ตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และการบริหารจัดการ&amp;nbsp;ซึ่งตรงกับความต้องการในการพัฒนาที่ยั่งยืนทางกลุ่มจึงได้ขอจัดตั้งเป็น&amp;nbsp;แปลงใหญ่ผึ้งโพรงบ้านไหนหนัง&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;นายสุธีร์&amp;nbsp;ปานขวัญ&amp;nbsp;ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานแปลงใหญ่ผึ้งโพรงบ้านไหนหนัง&amp;nbsp;โดยมีการบริหารจัดการกลุ่มภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;พัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;เสริมสร้างรายได้&amp;nbsp;กระจายพันธุ์ป่า&amp;nbsp;พัฒนาแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;เชิดชูวิถีพอเพียงเพื่อสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน&amp;nbsp;และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเลี้ยงผึ้งของชาวบ้านไหนหนังนั้น&amp;nbsp;เริ่มจากการทำกล่องไม้&lt;/strong&gt;เพื่อให้ผึ้งเข้ามาทำรังและเก็บสะสมน้ำหวาน&amp;nbsp;ใช้ไม้ในท้องถิ่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ต้นทัง&amp;nbsp;ต้นกระท้อน&amp;nbsp;ต้นทุเรียน&amp;nbsp;กลุ่มเลี้ยงผึ้งหาไม้จากในสวนของตนเองหรือหากใครมีเยอะก็แบ่งให้สมาชิกคนอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ตัวกล่องเลี้ยงผึ้งลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้านบนทำเป็นฝาที่สามารถยกออกจากกล่องได้&amp;nbsp;ด้านหน้าเป็นช่องประตูที่ให้ผึ้งบินเข้าออกได้&amp;nbsp;ลักษณะเป็นผนังทึบและมีช่องเล็ก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ผึ้งบินเข้าไปได้ขนาดยาว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;ด้านข้างด้านหนึ่งสามารถแง้มเพื่อดูด้านในและเอื้อมมือเข้าไปทำความสะอาดได้อีกด้านปิดสนิท&amp;nbsp;กล่องเลี้ยงผึ้งมีขนาดกว้าง&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;และสูง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;เสาทำจากปูนหรือไม้ก็ได้มีความสูง&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เส้นผ่าศูนย์กลาง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;ตำแหน่งของเสาที่สูงจากพื้นประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;จะทำร่องใส่น้ำรอบเสา&amp;nbsp;เพื่อป้องกันมดและยังเป็นแหล่งน้ำให้ผึ้งได้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากไม่ใช้เสาปูนสามารถใช้เสาไม้ตามเรือกสวนที่มีขนาดเดียวกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม่มีร่องใส่น้ำต้องใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องยนต์เก่า&amp;nbsp;พันที่โคนเสาป้องกันมด&amp;nbsp;เสาปูนนี้ทางแกนนำกลุ่มจะจัดทำให้แก่สมาชิก&amp;nbsp;สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีการผลิตได้แก่&amp;nbsp;กล่องเลี้ยงผึ้ง&amp;nbsp;และพันธุ์ผึ้ง/ชันโรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;น้ำผึ้งบรรจุขวด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลิปสติก&amp;nbsp;(ลิปมัน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขี้ผึ้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สบู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โลชั่นทาผิว&amp;nbsp;และการเข้าร่วมเป็นจุดเรียนรู้การท่องเที่ยวชุมชนร่วมกับเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120164055524</Link_News></row>
<row _id="166"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์พัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากรด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายวันชัย&amp;nbsp;ประยงค์หอม&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นายกุลชาติ&amp;nbsp;บูรณะ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;จัดถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากร&amp;nbsp;ด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;พื้นที่นำร่องกลุ่มเดิมของตำบลจอมพระ&amp;nbsp;อำเภอจอมพระ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.จอมพระ&amp;nbsp;อ.จอมพระ&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมให้ความรู้และแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการวิทยากรการทำเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรตำบลจอมพระ&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอจอมพระ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173027555</Link_News></row>
<row _id="167"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูกข้าว 3,097,382 ไร่ ปริมาณผลผลิตรวม 1,152,089 ตัน ราคารับซื้อตันละ 11,000-11,800 บาท  ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางพิรุณวรรณน์&amp;nbsp;จงใจภักดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ร&lt;/strong&gt;ายงานสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปี&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;3,097,382&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;372&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตรวม&amp;nbsp;1,152,089&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ราคารับซื้อตันละ&amp;nbsp;11,000-11,800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อน&amp;nbsp;และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว&amp;nbsp;ลดลงตันละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/strong&gt;และมาตรการคู่ขนานปีการผลิต&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์มีเกษตรกรขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทะเบียนทั้งสิ้น&amp;nbsp;216746&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรได้รับการโอนเงินส่วนต่างประกันรายได้&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;1-14&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;210,300&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;97.03&amp;nbsp;ของครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;4,361,273,847&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(สี่พันสามร้อยหกสิบเอ็ดล้าน&amp;nbsp;สองแสนเจ็ดหมื่นสามพันแปดร้อยสี่สิบเจ็ดบาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุรินทร์&amp;nbsp;ได้จ่ายเงินกู้ให้เกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;34,092&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ปริมาณข้าวเปลือก&amp;nbsp;183842&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;1,990,450,640&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เบิกเงินกู้&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&amp;nbsp;มีสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริมาณข้าวเปลือกที่ได้รับจัดสรร&amp;nbsp;5,700&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพพัฒนาขยายผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;210270&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;2,663,674,745&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกมี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ประกอบการเข้าร่วม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินที่ได้รับอนุมัติ&amp;nbsp;2,418&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173349558</Link_News></row>
<row _id="168"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง รวมทั้งสิ้น 133,408 ไร่ พื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิตรวม 476,611 ตัน ราคาจำหน่ายหัวมันสด 2.70 บาทต่อกิโลกรัม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางพิรุณวรรณน์&amp;nbsp;จงใจภักดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;133,408&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูกลดลงจากปีการผลิต&amp;nbsp;2563/64&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;ตันต่อไร่&amp;nbsp;ปริมาณผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;3,469&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตรวม&amp;nbsp;476,611&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย&amp;nbsp;การขาดแคลนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้ราคาต้นพันธุ์มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับปัจจัยการผลิตที่มีแนวโน้มราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์การตลาดราคาซื้อขายหัวมันสด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานมัน&amp;nbsp;2.40&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวมันสด&amp;nbsp;เชื้อแป้ง&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแป้ง&amp;nbsp;2.70&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;มันเส้น&amp;nbsp;6.80&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ราคาหัวมันสดและมันเส้นทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อน&amp;nbsp;และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน&amp;nbsp;พบว่าหัวมันสดคละ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานมัน&amp;nbsp;ปรับราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;0.55&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนเส้นปรับราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;/&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรจะนำมันสำปะหลังสดไปขายให้กับลานมันของเอกชนและสหกรณ์การเกษตรในแหล่งเพาะปลูก&amp;nbsp;โดยผู้รวบรวมจะรวบรวมผลผลิตจำหน่ายให้กับโรงงานแป้งมันในเขตจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173447559</Link_News></row>
<row _id="169"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี ติดตาม ปัญหา อุปสรรค ผลผลิตทางด้านพืชผลการเกษตร เร่งหาแนวทาง พัฒนาคุณภาพผลผลิต ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้าน สู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นางวันเพ็ญ&amp;nbsp;มังศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;คณะทำงานฯ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมประชุมคณะทำงานติดตามภารกิจของหน่วยงานด้านพืชและที่เกี่ยวข้องกับด้านพืช&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางวันเพ็ญ&amp;nbsp;มังศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพชรบุรีเป็นเมืองผลผลิตพืชผลทางด้านการเกษตรแทบทุกชนิด&amp;nbsp;มีทั้งจำหน่ายในพื้นที่&amp;nbsp;และส่งไปขายทั่วประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงสินค้าบางชนิดส่งออกไปขายต่างประเทศ&amp;nbsp;เรื่องการพัฒนาคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;จึงเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;สานต่อยุทธศาสตร์จังหวัดเพชรบุรีที่เป็นเมืองเศรษฐกิจต้นแบบ&amp;nbsp;เมืองน่าอยู่&amp;nbsp;น่ากิน&amp;nbsp;น่าเที่ยว&amp;nbsp;เร่งส่งเสริมฐานการผลิตตั้งแต่ระดับชาวบ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ให้ไปสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง&amp;nbsp;ทั้งด้านพืช&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;พร้อมทั้งติดตามว่ามีปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรคด้านใดบ้าง&amp;nbsp;เพื่อจักได้ยกระดับการสร้างผลิตผลของตนเอง&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทำงานควบคู่ไปกับการส่งเสริมทั้งในระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และระดับอำเภอ&amp;nbsp;รวมถึงให้พิจารณาแต่ละหมู่บ้าน&amp;nbsp;ว่าชุมชนไหนบ้างที่มีความพร้อมในการเรียนรู้&amp;nbsp;เพื่อการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;การสร้างสินค้าคุณภาพ&amp;nbsp;ผลผลิตที่ได้มาตรฐานและตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภคว่า&amp;nbsp;จะเป็นการช่วยสร้างโอกาส&amp;nbsp;สามารถเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย&amp;nbsp;และป้องกันผลผลิตราคาตกต่ำ&amp;nbsp;และสานนโยบายรัฐบาลที่ให้หน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;(Bio-Circular-Green&amp;nbsp;Economy)&amp;nbsp;ที่มีเป้าหมายผลักดัน&amp;nbsp;การเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;รวมถึงด้านสุขภาพและการแพทย์&amp;nbsp;พลังงาน&amp;nbsp;วัสดุ&amp;nbsp;,เคมีชีวภาพ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;ที่ถือเป็นเศรษฐกิจแนวใหม่&amp;nbsp;ซึ่งการนำแนวคิดเรื่อง&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;มาใช้&amp;nbsp;จะช่วยทำให้คนตกงาน&amp;nbsp;เริ่มหันกลับมาสนใจการทำงานในภาคการเกษตร&amp;nbsp;ช่วยลดภาวะการว่างงาน&amp;nbsp;และทำให้เกิดความก้าวหน้าด้านเกษตรอาหาร&amp;nbsp;และยังส่งผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดการต่อยอดให้ชาวบ้านสามารถสอนคนอื่นๆในชุมชนต่อไปได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จามรี&amp;nbsp;อนุรัตน์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120195034615</Link_News></row>
<row _id="170"><NewsTitle>จังหวัดภูเก็ต โดย พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายราคาสินค้า ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน และเช็กสต๊อกหมู เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายราคาสินค้า&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา&amp;nbsp;ช่วยประชาชน&amp;nbsp;และเช็กสต๊อกหมู&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางสาววรนิษย์&amp;nbsp;อภิรัฐจิรวงษ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;นายเทวิน&amp;nbsp;แสวงสิน&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;นำคณะลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายเนื้อหมู&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา&amp;nbsp;ช่วยประชาชน&amp;nbsp;และเช็กสต๊อกหมู&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดจำหน่ายที่ร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ทั้งที่ห้างโกเซอรี่ภูเก็ต&amp;nbsp;ที่ได้รับโควต้าหมูเนื้อแดง&amp;nbsp;80&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อวัน&amp;nbsp;จำหน่ายให้กับประชาชนในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากนั้นไปตรวจสอบที่ห้างซุปเปอร์ชิป&amp;nbsp;สาขาใหญ่&amp;nbsp;และตรวจสต๊อกหมูยังห้างแม็คโคร&amp;nbsp;สาขาภูเก็ต&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;การตรวจสอบในเรื่องของไข่ไก่และอาหารสดอื่นๆ&amp;nbsp;ตลอดจนสินค้าอื่นที่จำเป็น&amp;nbsp;เพื่อให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการของผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตมีการนำเข้าเนื้อหมูชำแหละอยู่ที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตันต่อวัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมูเป็น&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวมแล้วปริมาณการบริโภคเนื้อหมูในจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่ประมาณวันละ&amp;nbsp;32,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดภูเก็ตมีฟาร์มหมูประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีหมูอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;1,040&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งไม่เพียงพอต่อการบริโภคในพื้นที่จึงต้องมีการนำเข้า&amp;nbsp;ส่วนการตรวจตลาดในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการตรวจสอบราคาสินค้าในช่วงที่มีการปรับขึ้นราคา&amp;nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน&amp;nbsp;ช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการเลือกซื้อเนื้อหมู&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;และสินค้าที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในส่วนของสต๊อกเนื้อหมูในช่วงนี้ต้องเป็นไปตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หากตรวจพบว่าไม่มีการแจ้งปริมาณสต๊อกที่ชัดเจน&amp;nbsp;จะมีโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และปรับอีกวันละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะมีการแจ้ง&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;และหากพบเห็นว่ามีการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;จะมีโทษตามมาตรา&amp;nbsp;29&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับ&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำและปรับ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากประชาชนพบเห็นการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120180636582</Link_News></row>
<row _id="171"><NewsTitle>โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรอบรมการจัดทำบัญชีรายบุคคล ปีงบประมาณ 2565 ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เถาว์รินทร์&amp;nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรสายสอบบัญชีที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เข้าอบรมและสอนแนะการจัดทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนและบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ&amp;nbsp;อำเภอหัวตะพาน&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120201008638</Link_News></row>
<row _id="172"><NewsTitle>ประชุมขับเคลื่อนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 14 ผ่านระบบ Zoom Conference</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันพุธ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางจิรันธนิน&amp;nbsp;ปะกิรณะ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวนิรมล&amp;nbsp;ดำพะธิก&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;14&amp;nbsp;(นายคมสัน&amp;nbsp;จำรูญพงษ์)&amp;nbsp;ถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากห้องประชุม&amp;nbsp;1403&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ตรวจฯ&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบในเรื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(1)สถานการณ์ประเทศไทย&amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ชะลอลงทั้งภาคการส่งออกต่อเนื่องถึงภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;และภาคบริการ&amp;nbsp;ด้านสังคม&amp;nbsp;สถานการณ์ความยากจน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;61&amp;nbsp;สัดส่วนคนจนร้อยละ&amp;nbsp;9.85&amp;nbsp;หรือคนจน&amp;nbsp;6.7&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;ล้านคนจากปีก่อน&amp;nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มดีขึ้น&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ&amp;nbsp;(GDP)&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;สาขาเกษตรติดลบ&amp;nbsp;3.2&amp;nbsp;หนี้ครัวเรือนของไทย&amp;nbsp;13,479,197&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;80.1&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;บริบทโลก-บริบทไทย&amp;nbsp;แนวทางพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&amp;nbsp;ประเทศไทยต้องชนะ&amp;nbsp;ปรับจุดอ่อนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส&amp;nbsp;เสริมจุดแข็งเดิม&amp;nbsp;สร้างจุดแข็งใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(2)&amp;nbsp;สถานการณ์โควิท-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(3)สถานการณ์ภัยแล้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(4)สถานการณ์เผาตอซัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(5)&amp;nbsp;แนวทางการขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ตามแนวทาง&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;นโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร&amp;nbsp;วางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกติใหม่&amp;nbsp;และสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ตรวจฯ&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ได้มอบแนวทางการตรวจราชการ&lt;/strong&gt;ตามแผนการตรวจราชการและขับเคลื่อนบูรณาการในระดับพื้นที่ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;นโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โครงการเพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนพื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิท-19&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;จากนั้นเป็นเรื่องการพัฒนาการเกษตรฐานรากเพื่อสร้างเกษตรกรนักธุรกิจด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และฝากประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&amp;nbsp;ในครั้งนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120201142643</Link_News></row>
<row _id="173"><NewsTitle>จังหวัดสตูล จัดประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Application Zoom</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยมีนางปิยรัตน์&amp;nbsp;ลัภกิตโร&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมการประชุมผ่านระบบ&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมเพื่อพิจารณาในประเด็นสำคัญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;เห็นชอบ&amp;nbsp;มอบสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เร่งรัดการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เห็นชอบปฏิทินการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&amp;nbsp;ฉบับทบทวน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้ส่วนราชการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และให้ดำเนินงานตาม&amp;nbsp;"วาระ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส.&amp;nbsp;สตูล...สบาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คุณภาพชีวิตดี&amp;nbsp;มีความสบายสไตล์สตูล&amp;nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;การจัดระเบียบสังคมและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120204848666</Link_News></row>
<row _id="174"><NewsTitle>เกษตรนครพนม ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาเกษตรกรเป็นวิทยากรทำเกษตรปลอดการเผา ยกระดับ ศพก. เป็นต้นแบบจุดเรียนรู้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;ที่หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลวังตามัว&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองนครพนม&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;อบรมถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้เป็นวิทยากรด้านการทำเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(พื้นทีนำร่องกลุ่มเดิม)&amp;nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถเป็นวิทยากรเกษตรปลอดการเผาเพื่อลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายอุดร&amp;nbsp;ไพศาล&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ติดตามและให้คำแนะนำกับเกษตรกรในพื้นที่ในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งได้เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้เป็นการนำความรู้และการใช้เทคโนโลยีมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการกำจัดเศษวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;และสามารถเป็นวิทยากรเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรได้&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นลดการเผาในพื้นที่เกษตรและที่โล่งแจ้งป้องกันปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยตรง&amp;nbsp;โดยยึดการใช้พื้นที่และองค์ความรู้จาก&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;เป็นจุดต้นแบบในการเรียนรู้การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กับเกษตรกรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การทำการเกษตรในปัจจุบันเกษตรกรมีการเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;หรือการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;ก่อให้เกิดฝุ่นมลพิษในอากาศเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อีกทั้งการเผาก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินผู้อื่น&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;220&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงให้แก่วัตถุใดๆ&amp;nbsp;แม้เป็นของตนเอง&amp;nbsp;จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น&amp;nbsp;ต้องระวางโทษ&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และปรับไม่เกิน&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(ประมวลกฎหมายอาญา&amp;nbsp;พ.ศ.2499)&amp;nbsp;และหากยังมีการเผาต่อเนื่องจะทำให้ผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;74&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;27&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง&amp;nbsp;หรือมาตรา&amp;nbsp;28&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง&amp;nbsp;หรือวรรคสาม&amp;nbsp;หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ&amp;nbsp;ที่ออกตามมาตรา&amp;nbsp;28/1&amp;nbsp;วรรคสอง&amp;nbsp;โดยไม่มีเหตุหรือขัดข้อแก้ตัวอันสมควร&amp;nbsp;หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;27&amp;nbsp;วรรคสอง&amp;nbsp;หรือมาตรา&amp;nbsp;28&amp;nbsp;วรรคสองต้องระวางโทษ&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;25000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;(แก้ไขเพิ่มเติมโดย&amp;nbsp;พ.ร.บ.การสาธารณสุข&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ได้ดำเนินการรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเน้นการถ่ายทอดความรู้พร้อมแนะนำการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเพเห็ดฟาง&amp;nbsp;การทำอาหารสัตว์&amp;nbsp;และการทำประมง&amp;nbsp;ซึ่งเน้นในการลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก&amp;nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรนในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ถึงผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการสำนึกและรับผิดชอบต่อส่วนรวม&amp;nbsp;เกิดการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรให้ลดลงในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120210620680</Link_News></row>
<row _id="175"><NewsTitle>จ.นครพนม ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมพืชกระท่อมเป็นพืช เศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;ที่บริเวณสหกรณ์การเกษตรรวมใจชาวอำเภอนาหว้า&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านนาซ่อม&amp;nbsp;ตำบลท่าเรือ&amp;nbsp;อำเภอนาหว้า&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&amp;nbsp;"ปลูกพืชเศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย"&amp;nbsp;(พืชกระท่อมโมเดล)&amp;nbsp;ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;คณะที่ปรึกษาพืชกระท่อมจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เข้าร่วมปลูกพืชกระท่อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระท่อม&amp;nbsp;เป็นสมุนไพรไทย&amp;nbsp;ที่สามารถส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกได้ในอนาคตจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมมือกันศึกษาวิจัยสรรพคุณทางยาเพื่อแปรรูปเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกหรือพืชเศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย&amp;nbsp;ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกระท่อม&amp;nbsp;เดิมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;พ.ศ.2522&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่ในหลายประเทศ&amp;nbsp;มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษประกอบกับอนุสัญญาเดี่ยว&amp;nbsp;ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;ค.ศ.1961&amp;nbsp;และพิธีสารแก้ไขอนุสัญญาเดี่ยว&amp;nbsp;ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;ค.ศ.1972&amp;nbsp;ก็มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากล&amp;nbsp;และบริบทของสังคมไทยในบางพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีการบริโภคพืชกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน&amp;nbsp;รัฐบาลจึงได้ยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตามเจตนารมแห่ง&amp;nbsp;พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;8)&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;คือหลังวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริม&amp;nbsp;กระท่อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย"&amp;nbsp;(พืชกระท่อมโมเดล)&amp;nbsp;ที่เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ให้กับเกษตร&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันส่งเสริมการปลูกในพื้นที่&amp;nbsp;โดยมีการจัดทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ระหว่างภาคเอกชนและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;โดยมีการส่งเสริมการปลูก&amp;nbsp;การรับซื้อผลผลิตคืน&amp;nbsp;และมีจุดรับซื้อผลผลิตให้กับเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเน้นการตลาดนำผลิต&amp;nbsp;วิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดนครพนมได้ในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120210249679</Link_News></row>
<row _id="176"><NewsTitle>ร้อยเอ็ดประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;/&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.รณวริทธิ์&amp;nbsp;ปริยฉัตรตระกูล&amp;nbsp;ผู้แทนศูนย์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;วรวงศ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุม&amp;nbsp;มีเรื่องพิจารณาที่สำคัญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อกปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;กำหนดให้เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ย&amp;nbsp;ได้เห็นชอบวงเงินกู้ของผู้ประกอบการค้าข้าวที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ต้องมีการตรวจสอบสต็อกข้าวของผู้ประกอบการค้าข้าวที่เข้าร่วมโครงการครั้งแรก&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยมีการอนุมัติ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.มติที่ประชุมเมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อนุมัติจำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยคณะทำงานฯได้ตรวจสอบสต็อกครั้งแรกประจำเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผลการตรวจทุกรายมีปริมาณสต็อกข้าวในครอบครองครอบคลุมมูลค่าตามตั๋วสัญญาใช้เงิน&amp;nbsp;2.มติที่ประชุมเมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อนุมัติเพิ่มเติม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยฯ&amp;nbsp;จึงขอให้คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับ&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;พิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการและผลการตรวจสอบสต็อกข้าวครั้งแรก&amp;nbsp;และขอความเห็นชอบคณะอนุกรรมการพิจารณาให้การรับรองผลการตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์โครงการฯ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120224438696</Link_News></row>
<row _id="177"><NewsTitle>ร้อยเอ็ด ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ระดับจังหวัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นาย&amp;nbsp;นายสนอง&amp;nbsp;ดลประสิทธิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดรชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;วรวงศ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,นายสมจิตร์&amp;nbsp;คำสี&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;อนุกรรมการอนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกร&lt;/strong&gt;ผู้ปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;,โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อีกทั้งโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;และโครงการเพิ่มศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ให้มีมูลค่าเพิ่มและมีรายได้ที่มั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจากข้อมูลพบว่าราคาหัวมันสำปะหลังในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ราคารับซื้อใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;ราคาหัวมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ที่เกษตรกรขายได้มีราคาดีต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เนื่องจากตลาดส่งออกคือประเทศจีนมีความต้องการมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;สำหรับราคารับซื้อมันคละ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ลานมันปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีราคาสูงกว่าปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&amp;nbsp;15.6&amp;nbsp;เนื่องจากเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งในหัวมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงกำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายต้นพันธุ์ท่อน&amp;nbsp;พันธุ์มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ควบคุมการขนย้ายต้นพันธุ์ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่จะทำการขนย้ายต้นพันธุ์ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&amp;nbsp;เข้าหรือออก&amp;nbsp;จากท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ดจะต้องขออนุญาตการขนย้ายก่อนทุกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120235452704</Link_News></row>
<row _id="178"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากร ด้านการทำเกษตรปลอดการเผา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่ศาลาหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.จอมพระ&amp;nbsp;อ.จอมพระ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายวันชัย&amp;nbsp;ประยงค์หอม&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;มอบหมายให้นายกุลชาติ&amp;nbsp;บูรณะ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;จัดถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากร&amp;nbsp;ด้านการทำเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;ในพื้นที่นำร่องกลุ่มเดิม&amp;nbsp;ของตำบลจอมพระ&amp;nbsp;อำเภอจอมพระ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมให้ความรู้และแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการวิทยากรการทำเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรตำบลจอมพระ&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอจอมพระอย่างดีเยี่ยม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121000825708</Link_News></row>
<row _id="179"><NewsTitle>เกษตรยะลา จัดอบรมกิจกรรมส่งเสริมเคหกิจเกษตรในครัวเรือนเกษตรสูงวัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัสมัน?&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา?&amp;nbsp;มอบหมายให้?นางสาว?ณพัทร์?&amp;nbsp;อาจหาญณรงค์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวจุฑาทิพย์?&amp;nbsp;โพชนุกูล?&amp;nbsp;นักวิชาการ?ส่งเสริม?การเกษตร?ปฏิบัติการ?&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;จัดเวที?ครั้งที่?&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์?&amp;nbsp;วิเคราะห์ศักยภาพตนเองเพื่อจัดทำแผนการจัดการบ้านเกษตรสมบูรณ์ในครัวเรือนเกษตรสูงวัยแบบมีส่วนร่วมโดยมีการประเมินสถานการณ์พร้อมทั้งวางแผนการพัฒนา?ตนเอง?&amp;nbsp;และแลกเปลี่ยนข้อมูลการปลูกผัก?&amp;nbsp;ในรูปแบบผักยกแคร่?&amp;nbsp;และผักโฮโดรโปนิกส์?&amp;nbsp;ณ?&amp;nbsp;นูริชฟาร์ม?&amp;nbsp;ตำบลลำใหม่?&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา?&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121082834716</Link_News></row>
<row _id="180"><NewsTitle>การเลี้ยงแพะขุน หนึ่งอาชีพปศุสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ทนทาน ตลาดต้องการ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุจารีย์&amp;nbsp;พิชา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;นครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาอาชีพการเลี้ยงแพะให้ยั่งยืน&amp;nbsp;มีผลผลิตที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการบริโภค&amp;nbsp;การตลาดและการแปรรูป&amp;nbsp;รวมถึงส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;แพะขุน&amp;nbsp;นับเป็นสินค้าปศุสัตว์ทางเลือกที่น่าสนใจ&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ปัจจุบันได้รับความนิยมเลี้ยงในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ&amp;nbsp;สำหรับการค้าและบริโภค&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย&amp;nbsp;ทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยและให้ผลตอบแทนเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตแพะที่สำคัญรองจากภาคใต้และภาคกลาง&amp;nbsp;โดยพบการเลี้ยงมากในพื้นที่&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;และสุรินทร์&amp;nbsp;โดยปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีการเลี้ยงแพะเนื้อ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;160,146&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ&amp;nbsp;86&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยง&amp;nbsp;6,583&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการศึกษาวิจัยการผลิตและการตลาดแพะขุน&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงแพะเนื้อมากที่สุด&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พบเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงแพะพ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์&amp;nbsp;เพื่อผลิตลูกแพะสำหรับขุนเอง&amp;nbsp;โดยน้ำหนักแพะขุนที่เกษตรกรนิยมจำหน่ายคือ&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลกรัม/ตัว&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับราคาสูง&amp;nbsp;และใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;1,416&amp;nbsp;บาท/ตัว&amp;nbsp;โดยแม่พันธุ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โดยใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แม่พันธุ์สามารถให้ลูกได้&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;(รุ่นละ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ตัว)&amp;nbsp;สำหรับแพะเพศเมีย&amp;nbsp;จะเริ่มผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และให้ลูกประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จึงปลดระวาง&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรเลี้ยงแพะขุนได้ประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ก็สามารถจำหน่ายให้กับพ่อค้าได้&amp;nbsp;ในราคาเฉลี่ย&amp;nbsp;2,151&amp;nbsp;บาท/ตัว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;98&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;ได้กำไร&amp;nbsp;735&amp;nbsp;บาท/ตัว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เกษตรกรยังมีรายได้จากการจำหน่ายมูลแพะ&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท/ตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาจำหน่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แพะขุนต่ำกว่าปีที่ผ่านมาแต่ปริมาณการผลิตแพะขุนของเกษตรกรยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด&amp;nbsp;อีกทั้งความต้องการของตลาดแพะขุนยังมีมาก&amp;nbsp;ที่สำคัญแพะขุนเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย&amp;nbsp;โตไว&amp;nbsp;ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย&amp;nbsp;ไม่ต้องจ้างแรงงานภายนอก&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถดำเนินการได้เองในครัวเรือน&amp;nbsp;รวมถึงมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่&amp;nbsp;จึงนับว่าการเลี้ยงแพะขุน&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน&amp;nbsp;สามารถทำได้เป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121105039759</Link_News></row>
<row _id="181"><NewsTitle>ประชุมเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด (mindset) ของบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน ผ่านระบบ Video Conference และระบบ Zoom meeting</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นางสาวเบญจพร&amp;nbsp;ชาครานนท์&amp;nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด&amp;nbsp;(mindset)&amp;nbsp;ของบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;โดยมีนายสรรเสริญ&amp;nbsp;เจริญศิริ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการ&amp;nbsp;เข้าร่วมรับฟังการประชุมเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด&amp;nbsp;(mindset)&amp;nbsp;ของบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;เพื่อหาโอกาสในการปรับปรุงองค์กรและนำไปสู่การยกระดับระบบราชการ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;และมุ่งเน้นการทำงานในเชิงรุกและสร้างมูลค่าเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน&amp;nbsp;และหน่วยงาน&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;และระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;meeting&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;พัฒนาที่ดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121084157721</Link_News></row>
<row _id="182"><NewsTitle>ต่อยอดอาชีพให้เกษตรกรกับโครงการฝึกอบรมศิลปาชีพ มุ่งหวังให้เกษตรกรมีรายได้เสริมเพิ่มมากขึ้น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิณะโรจน์&amp;nbsp;ทรัพย์ส่งสุข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;กล่าวว่าสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;ให้การสนับสนุนภารกิจการฝึกอบรม&amp;nbsp;การให้ความรู้&amp;nbsp;รวมทั้งฝึกฝนทักษะงานช่างฝีมือและมอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดทุกแห่ง&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เปิดรับสมัครและคัดเลือกเกษตรกร/บุตรหลานเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;ได้เข้ารับการฝึกอบรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมศิลปาชีพ&amp;nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร&amp;nbsp;อำเภอบางไทร&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผลการดำเนินงานในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจจำนวนมากมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;1,041&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;หลักสูตรฝึกอบรมศิลปาชีพเพื่อเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;884&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และหลักสูตรศิลปาชีพเพื่อผู้สนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการฝึกอบรม&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;632&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;60.17&amp;nbsp;ของเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับการส่งเสริมพัฒนามีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;แนวทางยังคงเป็นการช่วยให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;และบุตรหลานเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมีทักษะด้านงานศิลปหัตถกรรมสามารถนำความรู้นำไปประกอบอาชีพหลัก&amp;nbsp;หรืออาชีพเสริมนอกเหนือจากทำการเกษตร&amp;nbsp;เป็นการสร้างความเท่าเทียมในด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;และพัฒนาทักษะอาชีพให้เกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;ให้เกิดองค์ความรู้ที่จะต่อยอดผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น&amp;nbsp;ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ก่อให้เกิดรายได้เสริมนอกภาคการเกษตร&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121150923898</Link_News></row>
<row _id="183"><NewsTitle>กรมการข้าว ปูทางให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องและเหมาะสม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดการอบรมการใช้โดรนทางการเกษตรเพื่อการผลิตข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การใช้โดรนทางการเกษตรในประเทศไทยมีความนิยมแพร่หลายมากยิ่งขึ้นซึ่งมีการนำไปใช้ในการฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูข้าวเป็นหลัก&amp;nbsp;ช่วยให้มีการใช้แรงงานและเวลาที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับวิธีการดั้งเดิมของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งการที่นำโดรนมาใช้ในแปลงนา&amp;nbsp;ผู้รับจ้างฉีดพ่นและเกษตรกรต้องมีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในการใช้โดรนสำหรับการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อให้การฉีดพ่นสารมีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการข้าว&amp;nbsp;โดยศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับบริษัทอะโกรโรโบติกส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จัดการอบรมในครั้งนี้เพื่อช่วยให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่กรมการข้าว&amp;nbsp;เข้าใจและตระหนักถึงการใช้โดรนทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;ปลอดภัยต่อตนเอง&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และอำนวยความสะดวกในภาคการเกษตรมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121150738894</Link_News></row>
<row _id="184"><NewsTitle>ปศุสัตว์อำเภอเบตงร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดยะลาเฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีก เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังไข้หวัดนกหลังพบการระบาดในประเทศจีน ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตงเผยไก่เบตงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์อำเภอเบตงร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดยะลาเฝ้าระวังโรคสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีก&amp;nbsp;เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังไข้หวัดนกหลังพบการระบาดในประเทศจีน&amp;nbsp;ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตงเผยไก่เบตงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;นายเกริกฤทธิ์&amp;nbsp;โรจนรวีวงศ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบตง&amp;nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตง&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ต.เนาะแมเราะ&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีก&amp;nbsp;ดำเนินการเจาะเลือดไก่&amp;nbsp;ทำสวอปไก่หรือการเก็บตัวอย่างขี้ไก่ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่&amp;nbsp;รวมไปถึงการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันโรคนิวคาสเซิลในไก่เบตงภายหลังได้รับวัคซีน&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีนว่าเนื้อไก่เบตงและไก่เนื้อในพื้นที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;มีความปลอดภัยห่างไกลจากโรคไข้หวัดนกอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเกริกฤทธิ์&amp;nbsp;โรจนรวีวงศ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเบตง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;องค์การอนามัยโลก&amp;nbsp;(WHO)&amp;nbsp;พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิด&amp;nbsp;H5N6&amp;nbsp;ในประเทศจีน&amp;nbsp;ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ในจำนวนนี้&amp;nbsp;เสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งในประเทศไทยไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มีการเตรียมความพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทย&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนและผู้บริโภคในพื้นที่อย่าได้วิตกกังวลว่าเนื้อไก่ที่จะนำไปไหว้ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะไม่ปลอดภัย&amp;nbsp;เพราะปศุสัตว์อำเภอเบตงได้มีการคุมเข้ม&amp;nbsp;พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังปัญหาโรคไข้หวัดนกไว้อย่างเต็มที่ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;มั่นใจได้ว่าเนื้อไก่ในพื้นที่อำเภอเบตงปลอดภัยแน่นอน&amp;nbsp;และที่สำคัญฟาร์มไก่ในพื้นที่ได้ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;ตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Farming&amp;nbsp;Management&amp;nbsp;)&amp;nbsp;และขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&amp;nbsp;สังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;อย่านำไปจำหน่ายจ่ายแจกหรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;อาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่ทันที&amp;nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรค&amp;nbsp;หากมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบตง&amp;nbsp;โทร.073-230575&amp;nbsp;หรือแจ้งผ่าน&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;:&amp;nbsp;DLD&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางขนิษฐา&amp;nbsp;ศรีภักดี&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากกระแสของโรคไข้หวัดนกที่พบการระบาดในประเทศจีน&amp;nbsp;ตนมีความกังวลอยู่บ้าง&amp;nbsp;แต่ก็อุ่นใจที่มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาตรวจเยี่ยมและให้ความรู้การเฝ้าระวังไข้หวัดนก&amp;nbsp;โดยฟาร์มไก่เบตงของตนมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบอย่างน้อยสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;มีระบบการป้องกันโรคและเข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด&amp;nbsp;ควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม&amp;nbsp;พร้อมฉีดพ่นยานพาหนะทุกคันที่มารับไก่ไปจำหน่ายตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;และช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้วันไหว้ตรงกับวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มียอดจองไก่ล่วงหน้าแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งขนาดที่พร้อมจำหน่ายมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยต้องมีขนาดและน้ำหนักอยู่ที่&amp;nbsp;1.8&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนราคาไก่หน้าฟาร์ม&amp;nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;240&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นอกจากนี้ทางฟาร์มมีบริการฟรีซแช่แข็งพร้อมรับประทาน&amp;nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;280&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121133912853</Link_News></row>
<row _id="185"><NewsTitle>ห่วงใยผู้บริโภค ตรุษจีนปีนี้เลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ ที่มีตรา ปศุสัตว์ OK มั่นใจสะอาด ปลอดสารตกค้าง </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์มีความห่วงใยประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่ออกมาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&amp;nbsp;เพื่อเตรียมจัดพิธีไหว้ขอพรเทพเจ้าและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วในวันปีใหม่ของจีน&amp;nbsp;โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตของกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;เพื่อตรวจหาสารตกค้างต่างๆ&amp;nbsp;ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าสินค้าปศุสัตว์ที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์นั้น&amp;nbsp;มีคุณภาพและปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ทั้งระบบ&amp;nbsp;โดยมุ่งหวังให้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;ช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองทั้งหมด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;เนื้อหมู&amp;nbsp;เนื้อเป็ด&amp;nbsp;เนื้อโค&amp;nbsp;ไข่ไก่สด&amp;nbsp;ไข่เป็ดสด&amp;nbsp;และไข่นกกระทาสด&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และตลาดสด&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการรวมทั้งหมดกว่า&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสถานที่จำหน่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่เข้าร่วมโครงการได้ทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ได้มีการ&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;Off&amp;nbsp;พร้อมกันทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเขต&amp;nbsp;1-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันพัฒนาและผลักดันมาตรฐานปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;มาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;โดยสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองโครงการปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;จะต้องจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่มีความปลอดภัยต่อการบริโภค&amp;nbsp;มาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;โรงฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมปศุสัตว์ได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าสัตว์&amp;nbsp;เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในเนื้อสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;โดยผลการตรวจทั้งหมดยังตรวจไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนผู้บริโภคมั่นใจว่า&amp;nbsp;สินค้าปศุสัตว์ที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรองนั้น&amp;nbsp;มีมาตรฐานการผลิตที่สะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;เหมาะสมแก่การบริโภค&amp;nbsp;ปลอดจากสารตกค้าง&amp;nbsp;ไม่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;และที่สำคัญสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการผลิต&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้&amp;nbsp;มั่นใจซื้อสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ให้สังเกตตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121150324890</Link_News></row>
<row _id="186"><NewsTitle>ตรัง เกษตรกรเลี้ยงหมูทั้งปลอดโรคและลดต้นทุนเพิ่มรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมบ้านหนองสองพี่น้อง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.หนองช้างแล่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.ห้วยยอด&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;นายประพันธ์&amp;nbsp;วิมลเมือง&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.หนองช้างแล่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ห้วยยอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประธานกลุ่ม&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;นำผู้สื่อข่าวดูวิธีการเลี้ยงหมูหลุมแบบประยุกต์&amp;nbsp;เพื่อให้ปลอดภัยจากโรค&amp;nbsp;ลดต้นทุน&amp;nbsp;และเพิ่มรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายประพันธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงหมูหลุม&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีสมาชิกทั้งหมด&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เดิมกระจายกันเลี้ยง&amp;nbsp;แต่พอได้ข่าวว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;หลายคนก็เลิกเลี้ยง&amp;nbsp;กลัวจะเกิดโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ของตนเองยังเลี้ยงต่อ&amp;nbsp;ส่วนตัวจากการติดตามข่าวสาร&amp;nbsp;คิดว่าโรคระบาดที่ฟาร์มหลายแห่ง&amp;nbsp;เชื้อน่าจะมาจากเจ้าของหมูไปซื้อหมูติดเชื้อมากิน&amp;nbsp;จากนั้นเมื่อเหลือเป็นเศษอาหาร&amp;nbsp;ก็คงนำไปให้หมูกินต่อ&amp;nbsp;ทำให้เชื้อระบาดขึ้นในฟาร์ม&amp;nbsp;ส่วนตัวจะไม่เอาเศษอาหารที่เหลือมาให้หมูกินอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ&amp;nbsp;จะเอาต้นไม้&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;ผัก&amp;nbsp;ข้างบ้าน&amp;nbsp;โดยเฉพาะต้นกล้วยจะตัดมาใส่ให้หมูกัดกินทั้งต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ทั้งความชื้นหากหมูอยากได้น้ำด้วย&amp;nbsp;และส่วนตัวคิดว่าต้นกล้วยมีจุลินทรีย์&amp;nbsp;มีความฝาด&amp;nbsp;จะทำให้โรคท้องร่วง&amp;nbsp;โรคอหิวาห์ไม่ค่อยมี&amp;nbsp;และในต้นกล้วยก็จะมีใยอาหาร&amp;nbsp;มีไฟเบอร์มาก&amp;nbsp;ทำให้ระบบขับถ่ายของหมูดี&amp;nbsp;ไม่เป็นการถ่ายเหลว&amp;nbsp;จึงเป็นการเลี้ยงตามแบบของตนเอง&amp;nbsp;ทำให้ตั้งแต่ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแบบนี้&amp;nbsp;ผ่านมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หมูไม่เคยป่วย&amp;nbsp;และไม่เคยเสียเงินฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการประหยัดต้นทุน&amp;nbsp;และเพิ่มรายนั้น&amp;nbsp;ตนเองจะใช้วิธีการผสมอาหารเอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยการซื้อวัตถุดิบมาผสมเอง&amp;nbsp;ซึ่งวัตถุดิบก็มีราคาแพง&amp;nbsp;จากเดิมกระสอบ&amp;nbsp;430&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ขณะนี้กระสอบละ&amp;nbsp;570&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งหมูแต่ละตัวต้องกินอาหารประมาณ&amp;nbsp;7-8&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;แต่เมื่อตนเองซื้อวัตถุดิบมาเลี้ยงเอง&amp;nbsp;สามารถประหยัดต้นทุนได้ประมาณกระสอบละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยหมูที่ตนเลี้ยงไว้ครั้งละประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เดิมตนเองเลี้ยงหมูหลุมเหมือนเกษตรกรทั่วไป&amp;nbsp;เอามูลมาทำปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่หมูมักประสบปัญหาป่วยบ่อย&amp;nbsp;เป็นหวัด&amp;nbsp;เป็นโรคปอด&amp;nbsp;และตาย&amp;nbsp;หรือไม่ทนต่อโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการที่ต้องอาบน้ำ&amp;nbsp;ล้างคอกบ่อย&amp;nbsp;ทำให้คอกชื้น&amp;nbsp;ทำให้หมูป่วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แต่ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีมาแล้ว&amp;nbsp;ตนได้ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแบบหมูหลุมประยุกต์&amp;nbsp;ประกอบกับได้รับคำแนะนำจากปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;และปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จึงนำเปลือกมะพร้าวมาสับ&amp;nbsp;เพื่อนำมาทำเป็นวัสดุรองพื้น&amp;nbsp;โดยเปลี่ยนทุกๆ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;โกยมูลเก่าขึ้นก็เปลี่ยนวัสดุใหม่ลงไป&amp;nbsp;ซึ่งเปลือกมะพร้าวดูดความชื้นภายในคอก&amp;nbsp;ไม่ต้องให้น้ำกับหมู&amp;nbsp;ประหยัดต้นทุนค่าน้ำ&amp;nbsp;ค่าไฟ&amp;nbsp;ส่วนมูลที่โกยมาก็เอามาทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&amp;nbsp;เพื่อจำหน่าย&amp;nbsp;เดิมฉีดมูลหมูทิ้งขณะล้างคอก&amp;nbsp;แต่เอามาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใส่แกลบ&amp;nbsp;ผสมโดโลไมค์&amp;nbsp;และน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นหมักต่ออีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&amp;nbsp;นำมาจำหน่ายให้แก่เกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้องการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;บางคนใช้ปุ๋ยเคมีมาตลอด&amp;nbsp;ก็ควรเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพบ้าง&amp;nbsp;เพื่อปรับปรุงและบำรุงดิน&amp;nbsp;ทำให้ดินโปร่ง&amp;nbsp;พืชก็เจริญงอกงาม&amp;nbsp;โดยใช้ชื่อว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปุ๋ยกำนัลดิน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คืนความสมบูรณ์ให้กับดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&amp;nbsp;จากหมู&amp;nbsp;20-30&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สามารถนำมูลมาผลิตปุ๋ยได้เดือนละประมาณ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยบรรจุ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคาถุงละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;บรรจุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;กระสอบละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อคิดคำนวณแล้วหมู&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัวที่เลี้ยงไว้&amp;nbsp;จะสามารถเอามูลมาทำปุ๋ยขายได้ตัวละขายได้ตัวละเกือบ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาทต่อตัว&amp;nbsp;ทำให้สามารถเพิ่มรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121134633862</Link_News></row>
<row _id="187"><NewsTitle>สุพรรณบุรี เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;ที่วัดไผ่ขวาง&amp;nbsp;ตำบลไผ่ขวาง&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายชูชีพ&amp;nbsp;พงษ์ไชย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;สามารถแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ได้ในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจร&amp;nbsp;ในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;บุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;นอกจากการให้บริการของหน่วยงานแล้วยังมีการร่วมบูรณาการกิจกรรมการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด&amp;nbsp;โดยการมอบถุงยังชีพด้านปศุสัตว์ให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายวีรศักดิ์&amp;nbsp;บุญเชิญ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกข้าวและคลินิกอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;คลินิกแก้ปัญหาในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.คลินิกด้านวิชาการเกษตร&amp;nbsp;และ3.&amp;nbsp;คลินิกการให้บริการ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัด&amp;nbsp;จากกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121185829093</Link_News></row>
<row _id="188"><NewsTitle>จิตอาสาสระแก้วร่วมพัฒนาแปลงต้นแบบ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(21&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;นายปริญญา&amp;nbsp;โพธิสัตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดกิจกรรมโครงการจิตอาสาจังหวัดสระแก้วร่วมพัฒนาแปลงต้นแบบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่อำเภอวังสมบูรณ์&amp;nbsp;ที่บริเวณแปลงต้นแบบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;นายทองพูล&amp;nbsp;มะสูงเนิน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;บ้านวังเจริญ&amp;nbsp;ตำบลวังใหม่&amp;nbsp;อำเภอวังสมบูรณ์&amp;nbsp;จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยกิจกรรมในวันนี้มีการปลูกไม้ป่า&amp;nbsp;การปลูกไม้ผล&amp;nbsp;การปล่อยพันธุ์ปลา&amp;nbsp;มอบพันธุ์ไก่&amp;nbsp;สำหรับแปลงต้นแบบของอำเภอวังสมบูรณ์&amp;nbsp;พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตำบลวังใหม่&amp;nbsp;จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;บ้านวังเจริญ&amp;nbsp;ตำบลวังใหม่&amp;nbsp;อำเภอวังสมบูรณ์&amp;nbsp;จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;มีจำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายที่เข้าร่วมโครงการฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่มีจุดมุ่งหมาย&lt;/strong&gt;นำรูปแบบของเกษตรทฤษฎีใหม่ขับเคลื่อนภาคการเกษตรของจังหวัดในระดับชุมชนสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนที่มั่นคงพึ่งพาตนเองได้ความเข้มแข็งของชุมชนโดยเฉพาะความมั่นคงทางด้านอาหารต่อยอดเป็นทางเลือกอาชีพและการรวมกลุ่มดำเนินธุรกิจที่ตกเกิดขึ้นภายใต้ฐานรากของเกษตรกรอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่จังหวัดสระแก้วดำเนินการครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ตำบลมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp;818&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นพื้นที่เข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp;3,356.5&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจัก-สุชีวิน&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121191213106</Link_News></row>
<row _id="189"><NewsTitle>กรมประมง มอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ.7436-2563 ประเดิมเกษตรกร 2 รายแรก เสริมความมั่นใจสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพันธ์&amp;nbsp;ลีปายะคุณ&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมงและคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;เพื่อมอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&amp;nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค&amp;nbsp;(มกษ.&amp;nbsp;7436&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2563)&amp;nbsp;ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจากจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายแรกที่ผ่านการรับรองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภคหลังกรมประมงเปิดให้การรับรองมาตรฐานดังกล่าว&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;strong&gt;มาตรฐานความปลอดภัยในการผลิตสัตว์น้ำ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารจัดการระบบการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;สอดคล้องกับนโยบายด้านการผลิตสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กรมประมงจึงมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการผลิตที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและครอบคลุมมิติอื่นๆ&amp;nbsp;ในระดับสากล&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ด้านส่งเสริมความยั่งยืนให้สินค้าประมงไทยเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลก&amp;nbsp;ตลอดจนพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง&amp;nbsp;และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลงพื้นที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมประมงได้มอบใบรับรองมาตรฐานให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;(กุ้งทะเล)&amp;nbsp;จากจังหวัดราชบุรีที่ยื่นความประสงค์ขอรับการตรวจประเมินใบรับรองและผ่านการรับการรับรองในมาตรฐาน&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;7436&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นางบุญช่วย&amp;nbsp;ชัยตระกูล&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลตำบลบ้านสิงห์&amp;nbsp;อำเภอโพธาราม&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;นางมาลี&amp;nbsp;สาคร&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล&amp;nbsp;ตำบลดอนใหญ่&amp;nbsp;อำเภอบางแพ&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;เนื่องจากมาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานสมัครใจ&amp;nbsp;โดยมีจุดเด่นคือเกษตรกรสามารถขอการรับรองสัตว์น้ำหลายชนิดพร้อมกันได้ภายใต้มาตรฐานฉบับเดียว&amp;nbsp;กรมประมงขอเชิญชวนเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจ&amp;nbsp;ยื่นคำขอรับการตรวจรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;7436-2563&amp;nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดหรือศูนย์ฯ&amp;nbsp;ทุกแห่งในพื้นที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121200151147</Link_News></row>
<row _id="190"><NewsTitle>สสก.5 สงขลา เตือนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายฯ ภาคใต้ รีบต่อทะเบียน ภายใน 30 ม.ค.65 ก่อนถูกถอนชื่อ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นการรวมตัวทำกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชน&amp;nbsp;เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชนให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับสมาชิกกลุ่มและชุมชน&amp;nbsp;โดยมีคนในชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ&amp;nbsp;และมีสำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;คอยให้คำแนะนำ&amp;nbsp;สนับสนุนให้การดำเนินกิจการของวิสาหกิจชุมชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ปัจจุบันภาคใต้&amp;nbsp;มีวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;9,702&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;สมาชิกจำนวน&amp;nbsp;194,926&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการจดทะเบียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;94&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;สมาชิกจำนวน&amp;nbsp;2,131&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วต้องมายื่นต่อทะเบียนทุกปี&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอที่ยื่นจดทะเบียนฯไว้&amp;nbsp;เพื่อรักษาสิทธิในการได้รับการสนับสนุนและบริการจากภาครัฐตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ขอเชิญชวนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เข้ามาต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ช่วงระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-30&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอที่ยื่นจดทะเบียนฯ&amp;nbsp;เพื่อให้นายทะเบียน&amp;nbsp;(เกษตรอำเภอ)&amp;nbsp;พิจารณาอนุมัติต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนประจำปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ต้องเป็นกิจการของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่มีการดำเนินการจริงอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเป็นกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน&amp;nbsp;พร้อมยื่นแบบคำขอดำเนินกิจการต่อ&amp;nbsp;(แบบ&amp;nbsp;สวช.&amp;nbsp;03)&amp;nbsp;และเอกสารหลักฐานประกอบการต่อทะเบียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;หนังสือสำคัญการจดทะเบียน&amp;nbsp;(ท.ว.ช.2)&amp;nbsp;เอกสารสำคัญแสดงการดำเนินกิจการ&amp;nbsp;(ท.ว.ช.3)&amp;nbsp;บัตรประชาชนของผู้ยื่นแบบ&amp;nbsp;หนังสือมอบอำนาจให้ทำการแทน&amp;nbsp;บันทึกแจ้งความ&amp;nbsp;(กรณี&amp;nbsp;ท.ว.ช.2/&amp;nbsp;ท.ว.ช.3&amp;nbsp;สูญหาย)&amp;nbsp;ข้อบังคับหรือข้อตกลงร่วมกันของสมาชิก&amp;nbsp;แผนประกอบการ&amp;nbsp;ผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;แบบจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และแบบจัดเก็บเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/เลขทะเบียนนิติบุคคล&amp;nbsp;(ถ้ามี)&amp;nbsp;หากวิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนไม่ดำเนินการมาต่อทะเบียน&amp;nbsp;กรณีไม่มายื่นต่อทะเบียน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีติดต่อกัน&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจะออกหนังสือแจ้งเตือนการต่อทะเบียน&amp;nbsp;และหากไม่มาดำเนินการตามหนังสือแจ้งเตือน&amp;nbsp;จะถูกเพิกถอนทะเบียนและถูกถอนชื่อออกจากทะเบียน&amp;nbsp;ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2548&amp;nbsp;ที่กำหนดให้วิสาหกิจชุมชนยื่นขอต่อทะเบียนประกอบกิจการเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;0-7433-0262&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121180533049</Link_News></row>
<row _id="191"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี สั่งเข้ม ชุดเฉพาะกิจปศุสัตว์สนธิกำลังร่วม ตรวจสอบกันกักตุนซากสุกรของห้องเย็นและคุมเข้มการเคลื่อนย้ายไม่ทราบแหล่งที่มา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการตรวจสอบห้องเย็น&amp;nbsp;กรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้านั้น&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์พร้อมหน่วยงานในพื้นที่เครือข่ายกองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;(ปคบ.)&amp;nbsp;จึงได้สนธิกำลังเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อกันการกักตุนซากสุกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;อายัดสินค้ารอตรวจสอบแล้วรวมกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์&amp;nbsp;กองสารวัตรและกักกัน&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;(ปคบ.)&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบการกักตุนซากสุกรในห้องเย็น&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;ห้องเย็นแห่งหนึ่งมีเนื้อสุกรแช่แข็งจัดเก็บ&amp;nbsp;แจ้งกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;929&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่ไม่พบการออกเอกสารเคลื่อนย้ายเนื้อสุกรออกจากห้องเย็น&amp;nbsp;ปลายทางนครปฐมและราชบุรี&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการเคลื่อนย้ายเนื้อสุกรไปแล้ว&amp;nbsp;โดยเป็นเนื้อสุกรที่รับฝากมาจากบริษัทแห่งหนึ่งย่านราชบุรี&amp;nbsp;นครปฐม&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;และจากแหล่งอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังพบว่าในส่วนที่ยังไม่ได้เเจ้งกับกรมการค้าภายใน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตรวจสอบพบอีกจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;234&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เป็นของบริษัท&amp;nbsp;A&amp;nbsp;แห่งหนึ่งจากราชบุรีที่นำมาฝากเมื่อเดือนกันยายน&amp;nbsp;-พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยบริษัทดังกล่าวยังไม่เคยเบิกสินค้าออกแต่อย่างใด&amp;nbsp;สินค้าที่ฝากเก็บมีการระบุชื่อสินค้าเป็นสันนอกติดปีก&amp;nbsp;ทำให้ห้องเย็นจัดเก็บเป็นสินค้าไก่ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเนื้อสุกร&amp;nbsp;ซึ่งไม่สามารถแสดงเอกสารเคลื่อนย้ายจำนวนประมาณ&amp;nbsp;71&amp;nbsp;ตันได้&amp;nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการอายัดสินค้าไว้ก่อนทั้งหมด&amp;nbsp;71&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;หากสามารถนำมาแสดงได้จะเข้ามาดำเนินการถอนอายัด&amp;nbsp;โดยให้บริษัท&amp;nbsp;A&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำเอกสารมาแสดงและชี้แจงภายในวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในวันเดียวกันนี้&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบห้องเย็นอีกแห่งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พบเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์แต่ไม่พบเนื้อสัตว์เข้าฝากในห้องเย็นนั้น&amp;nbsp;โดยจำนวนที่ระบุในเอกสาร&amp;nbsp;283&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จึงได้สอบถามถึงสถานที่จัดเก็บเนื้อสัตว์ดังกล่าว&amp;nbsp;จากนั้นจึงได้ตามสอบไปยังห้องเย็นอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่จัดเก็บเพิ่มเติมของห้องเย็นที่พบเอกสารแต่ไม่มีสินค้าจัดเก็บ&amp;nbsp;พบว่ามีการนำซากสุกรจากบริษัท&amp;nbsp;B&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;A&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ตรวจพบจากห้องเย็นข้างต้น&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;441&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มาจัดเก็บไว้ที่ห้องเย็นนี้&amp;nbsp;โดยไม่พบเอกสารเคลื่อนย้าย&amp;nbsp;และไม่ได้แจ้งการกักตุนสินค้าให้กรมการค้าภายในทราบ&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบมีซากสุกร&amp;nbsp;พบว่าเป็นของบริษัท&amp;nbsp;A&amp;nbsp;มาจัดเก็บที่ห้องเย็นนี้จำนวน&amp;nbsp;158&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;B&amp;nbsp;ไปจัดเก็บจำนวน&amp;nbsp;283&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ตรวจสอบไม่พบเอกสารการเคลื่อนย้ายไปห้องเย็นดังกล่าว&amp;nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้อายัดซากสุกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;441&amp;nbsp;ตันทั้งหมด&amp;nbsp;และแจ้งให้บริษัท&amp;nbsp;A&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;B&amp;nbsp;นำเอกสารการเคลื่อนย้ายและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาแสดงภายในวันนี้เช่นกัน&amp;nbsp;หากไม่สามารถนำมาแสดงได้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122141347315</Link_News></row>
<row _id="192"><NewsTitle>ปีนี้ 3 จังหวัดแหล่งผลิตหอมหัวใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ผลผลิตรวมกว่า 3.5 หมื่นตัน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอังคณา&amp;nbsp;พุทธศรี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เชียงใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตหอมหัวใหญ่&amp;nbsp;ปีเพาะปลูก&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;และแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ของเนื้อที่เพาะปลูกหอมหัวใหญ่ทั้งประเทศ&amp;nbsp;โดยปีเพาะปลูก&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;คาดว่ามีเนื้อเพาะปลูกรวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;8,606&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;เนื่องจากไม่ได้รับความเสียหายจากพายุฝน&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรเพาะต้นกล้าพันธุ์ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;สามารถขยายเนื้อที่เพาะปลูกได้มากขึ้น&amp;nbsp;ด้านผลผลิต&amp;nbsp;คาดว่าจะมีปริมาณรวม&amp;nbsp;35,044&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตหอมหัวใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่&amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าภาพรวมผลผลิตอยู่ในเกณฑ์ดีและบางกลุ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ผาตั้ง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ได้เก็บเกี่ยวผลิตเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;อยู่ในช่วงที่เกษตรกรกำลังทยอยระบายผลผลิตออกสู่ตลาด&amp;nbsp;โดยราคาขายอยู่ที่&amp;nbsp;11-15&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอแม่วาง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต&amp;nbsp;และประมาณร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตปีนี้จะอยู่ในเกณฑ์ดี&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอฝาง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เริ่มพบปัญหาหอมเป็นเชื้อรา&amp;nbsp;ซึ่งมีสาเหตุจากสภาพอากาศหนาว&amp;nbsp;และมีหมอกลง&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลผลิตที่ได้คาดว่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;และกลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอพร้าว&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโตโดยคาดว่าจะได้ผลผลิตดีเช่นกัน&amp;nbsp;ทั้งนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลผลิตหอมหัวใหญ่ในภาคเหนือออกมาจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122135706299</Link_News></row>
<row _id="193"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือทูตลาว ขยายความร่วมมือขนส่งผลไม้รถไฟสายจีน-ลาว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&amp;nbsp;เปิดเผยวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;ม.ค.)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มกราคมนี้&amp;nbsp;ขบวนรถขนส่งสินค้าจากสถานีเวียงจันทน์ใต้จะออกเดินบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาว&amp;nbsp;เข้าจีนที่ด่านรถไฟโมฮ่านในตอนใต้ของมณฑลยูนนาน&amp;nbsp;สู่มหานครฉงชิ่งในภาคตะวันตกของจีน&amp;nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เร็วกว่าการขนส่งทางเรือถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เท่าตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นับเป็นขบวนรถสินค้าปฐมฤกษ์ที่ขนส่งสินค้าเกษตรของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไปยังประเทศจีนผ่าน&amp;nbsp;สปป.ลาวเป็นครั้งแรก&amp;nbsp;ตั้งแต่เปิดเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ธันวาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยสินค้าเกษตรล็อตแรกเป็นข้าวเหนียวหัก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตู้น้ำหนัก&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จากบริษัทกล้าทิพย์ที่จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานจากหน่วยงานต่างประเทศคลาดเคลื่อนว่า&amp;nbsp;ได้มีการขนส่งไปฉงชิ่งแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;แต่เมื่อตนตรวจสอบย้อนกลับในวันเดียวกันทราบว่า&amp;nbsp;ข้าวล็อตดังกล่าวได้ส่งออกจากประเทศไทยผ่านด่านหนองคายไปฝั่ง&amp;nbsp;สปป.ลาวที่ท่าบก&amp;nbsp;ท่านาแล้งแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้ส่งไปถึงมหานครฉงชิ่ง&amp;nbsp;เพราะต้องรอเคลียร์พิธีการทางศุลกากรและไฟเขียวจากกระทรวงกสิกรรมที่นครเวียงจันทน์&amp;nbsp;จึงได้ประสานกับนายด่านตรวจพืชหนองคาย&amp;nbsp;ผู้ส่งออก&amp;nbsp;บริษัทชิ้ปปิ้งและบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทยและจีน&amp;nbsp;จนทราบปัญหาจึงติดต่อให้คุณจันทร&amp;nbsp;สิทธิชัย&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์ค&amp;nbsp;และท่าบกท่านาแล้งช่วยสนับสนุนจนเรียบร้อย&amp;nbsp;และได้รับแจ้งว่าจะเคลื่อนย้ายตู้สินค้าไปสถานีเวียงจันทน์ใต้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;ก่อนจะยกขึ้นแคร่รถไฟเพื่อพร้อมในการเดินทางในวันพุธที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มกราคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทย-ลาว&amp;nbsp;เรื่องการขนส่งสินค้าผ่านแดนจากไทยไปจีนบนเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาว&amp;nbsp;เพื่อความพร้อมสำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรอื่นๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะผลไม้ที่ใกล้จะถึงฤดูกาลผลิตปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้นอกจากนี้&amp;nbsp;จะมีการประชุมทางไกลกับสมาคมผลไม้และสมาคมล้งกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในภาคตะวันออก&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122195855429</Link_News></row>
<row _id="194"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ลำพูน และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนผัก ตามโครงการ Lamphun Go Green  พร้อมโชว์สกิลการทำอาหารเมนูผักจากสวน เสริฟแก่ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้รับประทาน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นางบำเพ็ญ&amp;nbsp;เมืองมูล&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนและร่วมกิจกรรมปลูกผัก&amp;nbsp;ทำอาหาร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พอเพียง&amp;nbsp;บ้านไร่น้อย&amp;nbsp;ตำบลม่วงน้อย&amp;nbsp;อำเภอป่าซาง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงผักของคนในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ตามโครงการ&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ของแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;โดยการนำพืชผักสวนครัว&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ผักสลัด&amp;nbsp;ผักกาด&amp;nbsp;ต้นมะเขือ&amp;nbsp;และผักต่างๆ&amp;nbsp;มาปลูกยังพื้นที่แปลงเกษตร&amp;nbsp;เป็นการเริ่มต้นในการใช้ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;และเพิ่มพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการหนุนการปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคเอง&amp;nbsp;ลดรายจ่าย&amp;nbsp;เพิ่มรายได้ในครัวเรือน&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;แก่คนในชุมชน&amp;nbsp;โดยมีนางภัทราพร&amp;nbsp;ลายจุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอำเภอป่าซาง&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลม่วงน้อย&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และประชาชนชาวบ้านไร่&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้คนในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ได้มีส่วนร่วม&amp;nbsp;พร้อมการขับเคลื่อนตามนโยบายที่สำคัญ&amp;nbsp;ซึ่งการใช้พื้นที่ว่างสร้างอาหารตามโครงการปลูกผัก&amp;nbsp;ถือเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมประธานแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;ได้ร่วมกันปลูกพืชผัก&amp;nbsp;เพื่อคนในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ได้เก็บไว้บริโภค&amp;nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;ในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อช่วงโควิด-19&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้โชว์การทำอาหาร&amp;nbsp;เมนู&amp;nbsp;แกงผักหวานใส่ปลาแห้ง&amp;nbsp;เมนู&amp;nbsp;ไข่ทอดชะอม&amp;nbsp;และเมนูผัดผักคะน้า&amp;nbsp;หมูกรอบ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตที่เก็บจากสวนแห่งนี้&amp;nbsp;นำมาทำอาหาร&amp;nbsp;ให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้รับประทานในครั้งนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122174427393</Link_News></row>
<row _id="195"><NewsTitle>รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินเยียวยาโรคลัมปิสกิน15 ล้านบาท ที่จังหวัดนครพนม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;พร้อมกับชี้แจงทำความเข้าใจความล่าช้าการอนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&amp;nbsp;ที่เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกิน&amp;nbsp;และโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้&amp;nbsp;ที่หอประชุมมรุกขนคร&amp;nbsp;โรงเรียนนครพนมวิทยาคม&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&amp;nbsp;โดยมีนายศุภชัย&amp;nbsp;โพธิ์สุ&amp;nbsp;รองประธานรัฐสภาคนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายไพจิตร&amp;nbsp;ศรีวรขาน&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;นายชาญชัย&amp;nbsp;คงทัน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือร่วมรับฟังและรับมอบเงินเยียวยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ชี้แจงว่า&amp;nbsp;แม้คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติเงินงบกลางมานานแล้วก็ตาม&amp;nbsp;แต่เอกสารที่ใช้ทั้งหมดต้องผ่านจังหวัดและผ่านเขตก่อนจึงจะอนุมัติได้&amp;nbsp;ซึ่งล่าช้าถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;แต่ต้องยึดระเบียบและความถูกต้องเป็นหลัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยผู้เลี้ยงโคกระบือที่เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกินจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;625&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นโคจำนวน&amp;nbsp;677&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;15,785,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8,438,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยจะโอนผ่านทาง&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;ซึ่งอายุโคกระบือไม่เกิน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;รับเงินเยียวยา&amp;nbsp;13,000&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนขึ้นไปไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;รับเงินเยียวยา&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;รับเงินเยียวยา&amp;nbsp;29,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หากอายุตั้งแต่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;รับเงินเยียวยา&amp;nbsp;35,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันก็ได้เชิญชวนเกษตรกร&lt;/strong&gt;ร่วมโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้&amp;nbsp;ด้วยการขอสินเชื่อจาก&amp;nbsp;ธกส.ได้รายละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อทำการเกษตรปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ที่สามารถจำหน่ายสร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122191142421</Link_News></row>
<row _id="196"><NewsTitle>กรมประมง ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 1.5 ล้านตัว เพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำสร้างรายได้ให้ประชาชนคลองนาคราช จังหวัดชุมพร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำภายใต้&amp;nbsp;โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในคลองนาคราช&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;และโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในพื้นที่คลองผันน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนและเพิ่มรายได้แก่ชาวประมงและประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตลอดจนส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การค้าและการผลิตทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงและประชาชนที่ไม่สามารถหารายได้สำหรับจุนเจือครอบครัวได้เหมือนสถานการณ์ปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสร้างอาชีพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สร้างรายได้จากสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการจัดทำ&amp;nbsp;โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในคลองนาคราชจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;และโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในพื้นที่คลองผันน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนและเพิ่มรายได้แก่ชาวประมงและประชาชน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถจับสัตว์น้ำไปบริโภคและจำหน่ายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เกิดการสร้างรายได้&amp;nbsp;และก่อให้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;ตลอดลุ่มน้ำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมวันนี้&amp;nbsp;กรมประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวน&amp;nbsp;1,500,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กุ้งก้ามกราม&amp;nbsp;ปลาตะเพียนขาว&amp;nbsp;ปลาสุลต่านหรือปลาบ้า&amp;nbsp;และปลากระแห&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะสามารถเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ&amp;nbsp;คืนความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำในคลองนาคราช&amp;nbsp;ทำให้ชาวประมงและประชาชนมีทรัพยากรสัตว์น้ำและแหล่งโปรตีนจากสัตว์น้ำสำหรับการบริโภคและจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการประกอบอาชีพในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;อันจะเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับครัวเรือนได้ในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123210815659</Link_News></row>
<row _id="197"><NewsTitle>วราวุธ จัดโครงการเพิ่มพื้นที่ป่า เพิ่มคุณค่าคุณภาพชีวิต ลดโลกร้อน ที่ จ.สุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(ทส.)&amp;nbsp;เป็นประธานในกิจกรรมปลูกป่าโครงการเพิ่มพื้นที่ป่า&amp;nbsp;เพิ่มคุณค่าคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ที่วัดสองเขต&amp;nbsp;ตำบลสนามคลี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยมีนายสรชัด&amp;nbsp;สุจิตต์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ดร.อุดม&amp;nbsp;โปร่งฟ้า&amp;nbsp;ที่ปรึกษา&amp;nbsp;รมว.ทส.&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;ทองคำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายนพฤทธิ์&amp;nbsp;ศิริโกศล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายศรีธรรม&amp;nbsp;ราชแก้ว&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมพิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บนพื้นที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ต้นประตู่&amp;nbsp;ต้นยางนา&amp;nbsp;ต้นมะเกลือ&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ปลูกป่าดังกล่าวได้รับความอนุเคราะห์จากพระอธิการวีระ&amp;nbsp;ภัทโก&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดสองเขต&amp;nbsp;ที่มอบพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูและสร้างความสมดุลของสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;และลดโลกร้อน&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123195733657</Link_News></row>
<row _id="198"><NewsTitle>ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งตรวจสอบฟาร์มสุกรในพื้นที่ หลังพบการระบาดโรค ASF ในฟาร์มสุกร 3 แห่งใน 2 อำเภอ พร้อมแนะผู้เลี้ยงสุกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเฝ้าระวังเข้มงวด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&amp;nbsp;เร่งตรวจสอบฟาร์มสุกรในพื้นที่&amp;nbsp;หลังพบการระบาดโรค&amp;nbsp;ASF&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฟาร์มสุกร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;พร้อมแนะผู้เลี้ยงสุกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเฝ้าระวังเข้มงวด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุษฐิระ&amp;nbsp;บัณฑุกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากกรณีตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในฟาร์มสุกร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;ได้มีการทำลายสุกรรวม&amp;nbsp;117&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และฝังกลบในฟาร์มที่เกิดโรคตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคระบาดในสัตว์&amp;nbsp;พร้อมเร่งจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร&amp;nbsp;โดยขณะนี้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรในรัศมี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กม.รอบจุดเกิดโรค&amp;nbsp;และส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ออกตรวจฟาร์มสุกรในรัศมี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;เพื่อเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการสำรวจข้อมูลการเลี้ยงสุกรในจังหวัด&amp;nbsp;พบว่ามีเกษตรกรประมาณ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวนสุกรกว่า&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่เป็นฟาร์มขนาดเล็กซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยง&amp;nbsp;เพราะมีระบบการป้องกันในฟาร์มไม่ดีเท่าฟาร์มขนาดกลางถึงใหญ่ที่เลี้ยงในระบบปิด&amp;nbsp;จึงแนะนำให้เกษตรกรเฝ้าระวังป้องกันอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสุกรด้วยเศษอาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดหาสุกรจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและผ่านการรับรอง&amp;nbsp;ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อยานพาหนะที่เข้าออกฟาร์ม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และแจ้งสัตวแพทย์ทันทีเมื่อสังเกตเห็นสัญญาณของโรคเพื่อนำสุกรเข้ารับการตรวจหาเชื้อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124085211689</Link_News></row>
<row _id="199"><NewsTitle>ป.ปั๊บ เด็กรุ่นใหม่บนพื้นที่สูง สร้างเกษตรยั่งยืนควบคู่การท่องเที่ยว สร้างรายได้ตลอดทั้งปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบรมัตถ์&amp;nbsp;ทิพกนก&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอสบเมย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;บอกเล่าเรื่องราวแนวคิดของคนรุ่นใหม่บนพื้นที่สูงกับเกษตรวิถีใหม่&amp;nbsp;หนึ่งในสมาชิกสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูง&amp;nbsp;แบบโครงการหลวงสบเมย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนสหกรณ์ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;นายวรชิต&amp;nbsp;ศรีพนาลัย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;"ป.ปั๊บ"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรชิต&amp;nbsp;ศรีพนาลัย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;"ป.ปั๊บ"&amp;nbsp;อายุเพียง&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นคนรุ่นใหม่บนพื้นที่สูง&amp;nbsp;บ้านห้วยน้ำใส&amp;nbsp;อำเภอสบเมย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เมื่อจบการศึกษาจึงเริ่มหางานทำในเมือง&amp;nbsp;แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตโควิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;นำพาให้ฉุกคิด&amp;nbsp;กลับสู่อ้อมกอดถิ่นบ้านเกิด&amp;nbsp;ด้วยที่ว่าครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่เดิม&amp;nbsp;จึงหันเหชีวิตมาทำการเกษตร&amp;nbsp;โดยมีทีมงานสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษาแนะนำ&amp;nbsp;สนับสนุนแนวคิดการเกษตรที่ปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;วางระบบการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;วางรูปแบบพื้นที่ปลูกอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;ทำให้ตอนนี้สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ทั้งปี&amp;nbsp;ทั้งการเพาะปลูกพืชผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;เลี้ยงปศุสัตว์และประมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น&amp;nbsp;แต่น่าภาคภูมิใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพราะตอนนี้เมล็ดพันธุ์ต่างๆ&amp;nbsp;กำลังเจริญงอกงามพร้อมผลิดอกออกผลในอนาคต&amp;nbsp;ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&amp;nbsp;มีทะเลหมอก&amp;nbsp;ชมธรรมชาติ&amp;nbsp;เพราะอัดอั้นกันมานานตามสถานการณ์&amp;nbsp;โควิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ในฐานะคนรุ่นใหม่ไม่หยุดนิ่ง&amp;nbsp;ด้วยพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม&amp;nbsp;&lt;strong&gt;"ป.ปั๊บ"&amp;nbsp;ลงมือปรับปรุงสถานที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยคาดหวังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ไม่เพียงแค่ชมทิวทัศน์&amp;nbsp;ทะเลหมอกเท่านั้น&amp;nbsp;ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;การวางระบบการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ชมพืชผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;การเลี้ยงปศุสัตว์และประมง&amp;nbsp;การปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;ที่สำคัญการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิถีชีวิตของคนอยู่กับป่า&amp;nbsp;ผู้มาเยี่ยมชมจะได้มากกว่าทะเลหมอก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;"สิ่งที่คนในเมืองไม่เคยเจอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากสนใจท่องเที่ยวธรรมชาติเรียนรู้&amp;nbsp;วิถีคนอยู่กับป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ติดต่อได้ที่&amp;nbsp;สวน&amp;nbsp;ป.ปั๊บ&amp;nbsp;บ้านห้วยน้ำใส&amp;nbsp;เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Worachit&amp;nbsp;Siphanalai&amp;nbsp;แนวคิดดีๆ&amp;nbsp;จากคนดีๆ&amp;nbsp;บนพื้นที่สูงอำเภอสบเมย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124103059726</Link_News></row>
<row _id="200"><NewsTitle>ร้อยเอ็ด  มอบโค- กระบือ ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;24&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีมอบโค-กระบือ&amp;nbsp;ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&amp;nbsp;และการออกหน่วยบริการ&amp;nbsp;สัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัย&amp;nbsp;ที่เทศบาลตำบลศรีแก้ว&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายปัญญา&amp;nbsp;มูลคำกาเจริญ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,นายอนุรักษ์&amp;nbsp;จุรีมาศ&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,นางเกื้อจิตต์&amp;nbsp;จุรีมาศ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีแก้ว&amp;nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการและพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยได้มีการมอบโค-กระบือ&amp;nbsp;จำนวนรวม&amp;nbsp;147&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และมอบเวชภัณฑ์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจน&amp;nbsp;มีโคเป็นของตนเองและขยายผลให้กับเกษตรกรข้างเคียง&amp;nbsp;เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;อีกทั้งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน&amp;nbsp;และเป็นการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ยังมีการออกหน่วยบริการ&amp;nbsp;สัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มีการทำหมันสุนัข&amp;nbsp;แมว&amp;nbsp;และการฉีดวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ซึ่งมีชาวบ้านให้ความสนใจจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สวท.ร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124111021748</Link_News></row>
<row _id="201"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย สร้างรายได้จำหน่ายทั้งปี อำเภอวังยาง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณแปลงผักปลอดภัย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บ้านใหม่ไทยเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลวังยาง&amp;nbsp;อำเภอวังยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เกษตรแลสหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการปลูกผักปลอดภัยของนายไชยยงค์&amp;nbsp;พ่อชมพู&amp;nbsp;และนางวนาวรรณ&amp;nbsp;พ่อชมพู&amp;nbsp;เกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย&amp;nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการปลูกผักที่ปลอดภัยและสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่&amp;nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือการบริหารจัดการแปลงที่ดี&amp;nbsp;มีการปลูกพืชผักที่หลากหลายหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;และมีการจัดการและวางระบบการปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ&amp;nbsp;จนทำให้ผลผลิตของที่นี่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี&amp;nbsp;สำหรับผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาการทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ&amp;nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างการสูง&amp;nbsp;แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น&amp;nbsp;มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ฉีดพ่นในปริมาณที่มาก&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&amp;nbsp;โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&amp;nbsp;เกิดความปลอดภัยแกผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรดด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ทำให้สามารถขายผลผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ได้ในราคาสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่จะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวิธีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ&amp;nbsp;ในการปลูกผักจะมีหลักการที่สำคัญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือ&amp;nbsp;จะต้องมีการใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยที่สุดที่สุด&amp;nbsp;หรือใช้ตามความจำเป็นและจะใช้หลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ไอพีเอ็ม&amp;nbsp;แทนแต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกวิธีที่ประหยัดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;มีสุขภาพที่ดี&amp;nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&amp;nbsp;ทำให้การทำการเกษตรของเกษตรมีความยั่งยืนและมั่นคง&amp;nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นจุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจก็สามารถ&amp;nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;093-1528775&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191322924</Link_News></row>
<row _id="202"><NewsTitle>ชวนเกษตรกร วางแผนปลูกพืชหลากหลายใช้น้ำน้อยแทนข้าวในฤดูนาปรังปีนี้ ประหยัดน้ำ สร้างรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายนของทุกปีจะเป็นช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp;มักจะมีปริมาณจำกัด&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่สนใจหันมาปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ถั่วเขียว&amp;nbsp;ถั่วเหลือง&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;แตงโม&amp;nbsp;ข้าวโพดหวาน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พืชเหล่านี้จะมีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉลี่ยการปลูกข้าวพื้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จะใช้น้ำประมาณ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;ในขณะที่พืชใช้น้ำน้อยจะใช้น้ำเพียงประมาณไร่ละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;-&amp;nbsp;800&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิตเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผลการเก็บข้อมูลของเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เข้าร่วมโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีรายได้จากการปลูกข้าวนาปรัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เปรียบเทียบกับรายได้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยชนิดต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่ที่มีการวางแผนการผลิตและการตลาด&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;มีรายได้&amp;nbsp;1,185&amp;nbsp;บาท/ไร่&amp;nbsp;(ไม่รวมค่าเช่านา)&amp;nbsp;ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกแตงกวาจะมีรายได้&amp;nbsp;24,760&amp;nbsp;บาท/ไร่,&amp;nbsp;พริกซอส&amp;nbsp;37,600&amp;nbsp;บาท/ไร่,&amp;nbsp;ถั่วเขียว&amp;nbsp;4,040&amp;nbsp;บาท/ไร่,&amp;nbsp;ข้าวโพดหวาน&amp;nbsp;1,450บาท/ไร่,&amp;nbsp;ถั่วเหลือง&amp;nbsp;1,490&amp;nbsp;บาท/ไร่,&amp;nbsp;แตงโม&amp;nbsp;12,220&amp;nbsp;บาท/ไร่,&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;36,800&amp;nbsp;บาท/ไร่,&amp;nbsp;มันฝรั่ง&amp;nbsp;60,075&amp;nbsp;บาท/ไร่,&amp;nbsp;ถั่วสิสง&amp;nbsp;5,800&amp;nbsp;บาท/ไร่,&amp;nbsp;หอมแบ่ง&amp;nbsp;17,030&amp;nbsp;บาท/ไร่&amp;nbsp;และบวบ&amp;nbsp;32,900&amp;nbsp;บาท/ไร่&amp;nbsp;ซึ่งจะเห็นได้ว่า&amp;nbsp;พืชใช้น้ำน้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก่อนการเลือกปลูกพืชแต่ละชนิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรควรจะมีการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการตลาดก่อนเริ่มปลูกเสมอ&amp;nbsp;ตลอดจนประเมินความพร้อมของสภาพพื้นที่&amp;nbsp;และศักยภาพในการผลิตของเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณตามทีเหมาะสมและมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเน้นส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ตั้งแต่การผลิต&amp;nbsp;การจัดการคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;และการตลาด&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124142138785</Link_News></row>
<row _id="203"><NewsTitle>จังหวัดตรัง เดินหน้าพัฒนาตลาดเกษตรกรและตลาดสินค้าเกษตร โครงการพัฒนาตลาดเกษตร ระดับอำเภอ จังหวัดตรัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ลงพื้นที่เยี่ยมชมตลาด&lt;/strong&gt;เกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;field&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;)&amp;nbsp;กิจกรรมพัฒนาตลาดเกษตรกรและตลาดสินค้าเกษตร&amp;nbsp;โครงการพัฒนาตลาดเกษตร&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;Red&amp;nbsp;House&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;๓&amp;nbsp;ตำบลโคกหล่อ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;สินค้าแปรรูป&amp;nbsp;สินค้าหัตถกรรม&amp;nbsp;ที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;และพัฒนาตลาดเกษตรระดับอำเภอ&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;โดยดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภออำเภอละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังดำเนินงานโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกร&lt;/strong&gt;ระดับอำเภอจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;สินค้าแปรรูป&amp;nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&amp;nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124150509812</Link_News></row>
<row _id="204"><NewsTitle>ผู้เลี้ยงสุกร จ.ประจวบฯ วางมาตรการป้องกันโรค ASF เข้มงวด ขณะที่ผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;24&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;นายทรงวุฒิ&amp;nbsp;โพธิ์ระย้า&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ห้วยทราย&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากกรณีตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในฟาร์มสุกร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอของ&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;ในส่วนของฟาร์มเลี้ยงสุกรของตนเองยังไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อโรคดังกล่าวเพราะเลี้ยงในระบบปิดมานานกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีมาตรการป้องกันภายในฟาร์มที่เข้มงวด&amp;nbsp;ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาโดยพลการ&amp;nbsp;รถยนต์ที่เข้ามาในฟาร์มทุกคัน&amp;nbsp;ล้อรถต้องแล่นผ่านปูนขาวและฉีดยาฆ่าเชื้อรอบคัน&amp;nbsp;สำหรับรถบรรทุกสุกรที่มาจากต่างจังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นลูกค้าที่ซื้อขายเป็นประจำต้องนำรถยนต์ไปผ่านการฆ่าเชื้อที่&amp;nbsp;อ.สามร้อยยอด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เมื่อรถมาถึงหน้าฟาร์มให้พักรถก่อน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และก่อนนำรถเข้ามาในฟาร์มต้องฉีดยาฆ่าเชื้ออีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ที่จะเข้ามาตรวจฟาร์มต้องขอให้อยู่ห่างจากฟาร์มเลี้ยงพอสมควร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากแต่ละวันเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหลายฟาร์ม&amp;nbsp;จึงไม่มั่นใจว่าจะนำเชื้อเข้ามาหรือไม่&amp;nbsp;ขณะนี้มีสุกรในฟาร์มรอจำหน่ายในครั้งต่อไปอีกกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;หลังจากที่ผ่านมาก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนได้จำหน่ายสุกร&amp;nbsp;180&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ให้พ่อค้าชาว&amp;nbsp;จ.นครปฐม&amp;nbsp;ราคาหน้าฟาร์ม&amp;nbsp;กก.ละไม่เกิน&amp;nbsp;110&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันฟาร์มรายย่อยทุกแห่งมีสุกรไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124165056844</Link_News></row>
<row _id="205"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเมืองแพร่ ศึกษาดูงานการสร้างอาชีพแก่กลุ่มแม่บ้านเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;นำทีมแม่บ้านเกษตรกรศึกษาดูงาน&lt;/strong&gt;การสร้างอาชีพแก่กลุ่มแม่บ้านเกษตรเพื่อให้สมาชิกได้ศึกษาต่อยอดสร้างอาชีพเสริม&amp;nbsp;ที่ตำบลเหมืองหม้อ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำทีมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านต้นห้า&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลป่าแมต&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;ศึกษาดูงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เพื่อให้สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านต้นห้าสามารถต่อยอดจากสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้สร้างกิจกรรมใหม่ของกลุ่ม&amp;nbsp;หรือสร้างอาชีพเสริมให้กับสมาชิกกลุ่มได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจุดแรกของการศึกษาดูงานคือการปลูกผักปลอดสาร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายคณาวุฒิ&amp;nbsp;คำสุข&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;เกษตรกรจะทำการเพาะปลูกตลอดทั้งปี&amp;nbsp;เน้นการปลูกสะระแหน่&amp;nbsp;และผักไผ่&amp;nbsp;(ผักแพว)&amp;nbsp;มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด&amp;nbsp;(ปอเทือง)&amp;nbsp;ได้มีการบรรยายความรู้เกี่ยวกับการปลูก&amp;nbsp;การบำรุงรักษาให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;โดยปลูกแค่ครั้งเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะบู&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมการแปรรูปกล้วยที่หลากหลาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การทำกล้วยฉาบ&amp;nbsp;กล้วยอบม้วน&amp;nbsp;กล้วยอบ&amp;nbsp;กล้วยเบรค&amp;nbsp;กล้วยสอดใส้มะขาม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะบูได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ชนิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124185411898</Link_News></row>
<row _id="206"><NewsTitle>ประชุมการติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ผ่านระบบการประชุม Video Conference (Zoom Meeting) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศาลากลาง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ/ผู้แทน&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมการติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ผ่านระบบการประชุม&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;(Zoom&amp;nbsp;Meeting)&amp;nbsp;โดยมีนายอำพันธุ์&amp;nbsp;เวฬุตันติ&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;มีความประสงค์ติดตาม&amp;nbsp;เร่งรัด&amp;nbsp;ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;ประเด็นการติดตามตรวจสอบเอกสารบัญชีของกลุ่มแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ที่พบข้อสังเกตในการจัดทำเอกสารบัญชี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;56&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191739929</Link_News></row>
<row _id="207"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย สร้างรายได้จำหน่ายทั้งปี อำเภอวังยาง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณแปลงผักปลอดภัย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บ้านใหม่ไทยเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลวังยาง&amp;nbsp;อำเภอวังยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เกษตรแลสหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการปลูกผักปลอดภัยของ&amp;nbsp;นายไชยยงค์&amp;nbsp;พ่อชมพู&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางวนาวรรณ&amp;nbsp;พ่อชมพู&amp;nbsp;เกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย&amp;nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการปลูกผักที่ปลอดภัยและสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่&amp;nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือการบริหารจัดการแปลงที่ดี&amp;nbsp;มีการปลูกพืชผักที่หลากหลายหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;และมีการจัดการและวางระบบการปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ&amp;nbsp;จนทำให้ผลผลิตของที่นี่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี&amp;nbsp;สำหรับผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาการทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ&amp;nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง&amp;nbsp;แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น&amp;nbsp;มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช&amp;nbsp;จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&amp;nbsp;โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&amp;nbsp;เกิดความปลอดภัยแกผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรดด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ทำให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่จะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวิธีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการปลูกผักจะมีหลักการที่สำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จะต้องมีการใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยที่สุดที่สุด&amp;nbsp;หรือใช้ตามความจำเป็นและจะใช้หลัก&amp;nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ไอพีเอ็ม&amp;nbsp;แทนแต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกวิธีที่ประหยัดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;มีสุขภาพที่ดี&amp;nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&amp;nbsp;ทำให้การทำการเกษตรของเกษตรมีความยั่งยืนและมั่นคง&amp;nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นจุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจก็สามารถ&amp;nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;093-1528775&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191746930</Link_News></row>
<row _id="208"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรที่อำเภอวังยาง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;ที่อำเภอวังยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประสานการปฏิบัติงานร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการปลูกผักปลอดภัยของ&amp;nbsp;นายไชยยงค์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางวนาวรรณ&amp;nbsp;พ่อชมพู&amp;nbsp;เกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย&amp;nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณแปลงผักปลอดภัย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บ้านใหม่ไทยเจริญ&amp;nbsp;ตำบลวังยาง&amp;nbsp;และเยี่ยมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งอำเภอวังยาง&amp;nbsp;รวมกลุ่มผลิต&amp;nbsp;เชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณแปลงใหญ่มันฝรั่ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลยอดชาด&amp;nbsp;ที่มีการปลูกมันฝรั่งบนพื้นที่กว่า&amp;nbsp;313&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;42&amp;nbsp;รายในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีอาชีพการทำนาเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;และปลูกมันฝรั่งเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริมในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปลูกผักที่ปลอดภัย&lt;/strong&gt;และสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่&amp;nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการแปลงที่ดี&amp;nbsp;มีการปลูกพืชผักที่หลากหลายหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;มีการจัดการและวางระบบการปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ&amp;nbsp;จนทำให้ผลผลิตของที่นี่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี&amp;nbsp;สำหรับผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาการทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ&amp;nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง&amp;nbsp;แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น&amp;nbsp;มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช&amp;nbsp;จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&amp;nbsp;โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&amp;nbsp;เกิดความปลอดภัยแกผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรดด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ทำให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่จะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งวิธีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการปลูกผักจะมีหลักการที่สำคัญคือ&amp;nbsp;จะต้องมีการใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยที่สุดที่สุด&amp;nbsp;หรือใช้ตามความจำเป็นและใช้หลัก&amp;nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ไอพีเอ็ม&amp;nbsp;แทน&amp;nbsp;แต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกวิธีที่ประหยัดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;มีสุขภาพที่ดี&amp;nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&amp;nbsp;ทำให้การทำการเกษตรของเกษตรมีความยั่งยืนและมั่นคง&amp;nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นจุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถ&amp;nbsp;ติดต่อโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเกษตรกรต้นแบบได้ที่&amp;nbsp;093-1528775&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมันฝรั่งจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่นๆ&amp;nbsp;หลายชนิด&amp;nbsp;มีผลกำไรอยู่ระหว่าง&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;แหล่งปลูกมันฝรั่งที่สำคัญอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;ซึ่งมีผลผลิตรวมกันประมาณร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ของผลผลิตทั้งประเทศ&amp;nbsp;ส่วนการบริโภคหัวมันสดคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และหัวพันธุ์มันฝรั่งที่ใช้ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;จากประเทศในแถบยุโรป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เนเธอร์แลนด์&amp;nbsp;สก๊อตแลนด์&amp;nbsp;เยอรมัน&amp;nbsp;สำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหัวมันฝรั่งจะต้องมีลักษณะของดินที่มีการระบายน้ำดี&amp;nbsp;เป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย&amp;nbsp;ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน&amp;nbsp;(pH)&amp;nbsp;ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6.5&amp;nbsp;และในสภาพดินเหนียวจัดจะไม่เหมาะกับการปลูกมันฝรั่ง&amp;nbsp;เพราะการระบายน้ำและอากาศไม่ดีเป็นอุปสรรคต่อการสร้างหัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสายพันธุ์มันฝรั่งที่เกษตรกรในพื้นที่เลือกปลูก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พันธุ์แอตแลนติค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Atlantic)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับแปรรูปเป็นมันทอดแผ่นบาง&amp;nbsp;(Potato&amp;nbsp;Chip)&amp;nbsp;มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;-&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;มีลักษณะทรงต้นตั้งตรง&amp;nbsp;พุ่มหนา&amp;nbsp;ใบใหญ่สีเขียวเข้ม&amp;nbsp;หัวกลมขนาดปานกลางถึงเล็ก&amp;nbsp;ผิวสีเหลืองอ่อนเป็นร่างแหเล็กน้อย&amp;nbsp;เนื้อสีขาวครีม&amp;nbsp;และให้ผลผลิตต่อไร่ที่สูง&amp;nbsp;จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่นิยมที่เลือกสายพันธุ์นี้&amp;nbsp;สำหรับการปลูกเพื่อจำหน่าย&amp;nbsp;โดยภายใต้การนำของนายสุพรรณ&amp;nbsp;ชานุชิต&amp;nbsp;ประธานกลุ่ม&amp;nbsp;ที่พยายามรวมกลุ่มเกษตรกรและขับเคลื่อนในการเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;ซึ่งต่อมาในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยางได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้แนะนำพร้อมจัดประชุมรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และได้ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&amp;nbsp;และต่อมาได้ยกระดับกลุ่มให้เป็นแปลงใหญ่มันฝรั่ง&amp;nbsp;ตำบลยอดชาด&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มมีความเข้มแข็งมีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี&amp;nbsp;และมีการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดของกลุ่มอย่างมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปัญหาที่กลุ่มเกษตรกรต้องเจอในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือ&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตสูง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ค่าหัวพันธุ์&amp;nbsp;ค่าจ้างเหมารถเพื่อไปจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;ราคาปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมทั้งเกษตรกรขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;และดิน&amp;nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ทั้งนี้ในการลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามกลุ่มในครั้งนี้&amp;nbsp;หน่วยงายราชการที่เกี่ยวข้องได้แนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งให้สามารถขับเคลื่อนกลุ่มได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การขุดบ่อบาดาลระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;(solar&amp;nbsp;cell)&amp;nbsp;เครื่องชั่งรถบรรทุก&amp;nbsp;พร้อมอาคาร&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;รถไถกลบหัวพันธุ์&amp;nbsp;รถแทรกเตอร์&amp;nbsp;ห้องเย็นเก็บหัวพันธุ์&amp;nbsp;การปรับปรุงดิน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สารปรับปรุงดิน&amp;nbsp;และการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มันฝรั่ง&amp;nbsp;จะทำกลุ่มเกิดความเข้าแข็ง&amp;nbsp;มีโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิต&amp;nbsp;การตลาดมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124184637887</Link_News></row>
<row _id="209"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมแปลงใหญ่มันฝรั่งอำเภอวังยาง รวมกลุ่มผลิต เชื่อมโยงการตลาด สร้างรายได้ให้กับชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณแปลงใหญ่มันฝรั่ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลยอดชาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอวังยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการดำเนินงานกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่ง&amp;nbsp;ที่มีการปลูกมันฝรั่งบนพื้นที่กว่า&amp;nbsp;313&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยเกษตรกรในพื้นที่ตำบลยอดชาด&amp;nbsp;อำเภอวังยางจะมีอาชีพการทำนาและมีการปลูกมันฝรั่งเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริมในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มันฝรั่งจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&amp;nbsp;ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่นๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลายชนิด&amp;nbsp;มีผลกำไรอยู่ระหว่าง&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;-9,000&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;แหล่งปลูกมันฝรั่งที่สำคัญอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;ซึ่งมีผลผลิตรวมกันประมาณร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ของผลผลิตทั้งประเทศ&amp;nbsp;ส่วนการบริโภคหัวมันสดคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&amp;nbsp;และหัวพันธุ์มันฝรั่งที่ใช้ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;จากประเทศในแถบยุโรป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เนเธอร์แลนด์&amp;nbsp;สก๊อตแลนด์&amp;nbsp;เยอรมัน&amp;nbsp;สำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหัวมันฝรั่งจะต้องมีลักษณะของดินที่มีการระบายน้ำดี&amp;nbsp;เป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย&amp;nbsp;ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน&amp;nbsp;(pH)&amp;nbsp;ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6.5&amp;nbsp;และในสภาพดินเหนียวจัดจะไม่เหมาะกับการปลูกมันฝรั่ง&amp;nbsp;เพราะการระบายน้ำและอากาศไม่ดีเป็นอุปสรรคต่อการสร้างหัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสายพันธุ์มันฝรั่งที่เกษตรกรในพื้นที่เลือกปลูก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พันธุ์แอตแลนติค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Atlantic)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับแปรรูปเป็นมันทอดแผ่นบาง&amp;nbsp;(Potato&amp;nbsp;Chip)&amp;nbsp;มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;-&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;มีลักษณะทรงต้นตั้งตรง&amp;nbsp;พุ่มหนา&amp;nbsp;ใบใหญ่สีเขียวเข้ม&amp;nbsp;หัวกลมขนาดปานกลางถึงเล็ก&amp;nbsp;ผิวสีเหลืองอ่อนเป็นร่างแหเล็กน้อย&amp;nbsp;เนื้อสีขาวครีม&amp;nbsp;และให้ผลผลิตต่อไร่ที่สูง&amp;nbsp;จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่นิยมที่เลือกสายพันธุ์นี้&amp;nbsp;สำหรับการปลูกเพื่อจำหน่าย&amp;nbsp;โดยภายใต้การนำของนายสุพรรณ&amp;nbsp;ชานุชิต&amp;nbsp;ประธานกลุ่ม&amp;nbsp;ที่พยายามรวมกลุ่มเกษตรกรและขับเคลื่อนในการเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;ซึ่งต่อมาในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยางได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้แนะนำพร้อมจัดประชุมรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และได้ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&amp;nbsp;และต่อมาได้ยกระดับกลุ่มให้เป็นแปลงใหญ่มันฝรั่ง&amp;nbsp;ตำบลยอดชาด&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มมีความเข้มแข็งมีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี&amp;nbsp;และมีการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดของกลุ่มอย่างมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปัญหาที่กลุ่มเกษตรกรต้องเจอในปัจจุบัน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต้นทุนการผลิตสูง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ค่าหัวพันธุ์&amp;nbsp;ค่าจ้างเหมารถเพื่อไปจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;ราคาปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมทั้งเกษตรกรขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;และดิน&amp;nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ทั้งนี้ในการลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามกลุ่มในครั้งนี้&amp;nbsp;หน่วยงายราชการที่เกี่ยวข้องได้แนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งให้สามารถขับเคลื่อนกลุ่มได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การขุดบ่อบาดาลระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;(solar&amp;nbsp;cell)&amp;nbsp;เครื่องชั่งรถบรรทุก&amp;nbsp;พร้อมอาคาร&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;รถไถกลบหัวพันธุ์&amp;nbsp;รถแทรกเตอร์&amp;nbsp;ห้องเย็นเก็บหัวพันธุ์&amp;nbsp;การปรับปรุงดิน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สารปรับปรุงดิน&amp;nbsp;และการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มันฝรั่ง&amp;nbsp;จะทำกลุ่มเกิดความเข้าแข็ง&amp;nbsp;มีโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิต&amp;nbsp;การตลาดมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124192022932</Link_News></row>
<row _id="210"><NewsTitle>อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นตรวจเยี่ยมสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงแพะเนื้อสหกรณ์การเกษตร คทช. และศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ การผลิตถั่วคั่วชุมชนผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายคีตวุฒิ&amp;nbsp;นับแสง&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และบุคลากรสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ออกตรวจเยี่ยมสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงแพะเนื้อสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;คทช.&amp;nbsp;แม่ปายฝั่งซ้าย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;ตำบลผาบ่อง&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มีสมาชิกจำนวน&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แพะพันธุ์เนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการดูแลและปัจจัยการผลิตภายใต้คณะทำงานการส่งเสริมอาชีพและการตลาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้&amp;nbsp;ลดรายจ่ายและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่สมาชิก&amp;nbsp;ให้กินดีอยู่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตถั่วคั่วชุมชนบ้านผาบ่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(วิสาหกิจชุมชนถั่วสายฟ้าบ้านผาบ่อง)&amp;nbsp;ต.ผาบ่อง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสอง&amp;nbsp;เจ้าของร้านถั่วสายฟ้า&amp;nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกถั่วต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ถั่วลายเสือ&amp;nbsp;ถั่วดาวอินคา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และร้านเน้นการรับซื้อวัตถุดิบที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&amp;nbsp;ซึ่งจะนำมาแปรรูปด้วยการคั่วกับเกลือตามสูตรแบบชาวไทยใหญ่โบราณ&amp;nbsp;ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124215406998</Link_News></row>
<row _id="211"><NewsTitle>จัดชุดผสมเทียม นพช.นพค.51ฯ ลงพื้นที่ผสมเทียมโค-กระบือ ให้แก่ราษฎรพร้อมประชาสัมพันธ์ ให้เกษตรกรรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี สกิน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นพค.51&amp;nbsp;สนภ.5&amp;nbsp;นทพ.&amp;nbsp;จัดชุดผสมเทียม&amp;nbsp;นพช.นพค.51ฯ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ผสมเทียมโค-กระบือ&amp;nbsp;ให้แก่ราษฎรพร้อมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ให้เกษตรกรรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(Lumpy&amp;nbsp;Skin&amp;nbsp;Disease)&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านโคกสูง&amp;nbsp;ต.นาผือ,&amp;nbsp;บ้านกุดปลาดุก&amp;nbsp;ต.กุดปลาดุก&amp;nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บ้านโป่งหิน&amp;nbsp;ต.โพนทอง&amp;nbsp;อ.เสนางคนิคม&amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124230559001</Link_News></row>
<row _id="212"><NewsTitle>ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ ประสานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอและด่านกักสัตว์ประจวบฯ กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุษฐิระ&amp;nbsp;บัณฑุกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในฟาร์มสุกร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งใน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เร่งลงพื้นที่สอบสวนควบคุมโรคฟาร์มสุกรในพื้นที่แต่ยังไม่พบการระบาดเพิ่ม&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอและด่านกักสัตว์ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากตรวจพบสุกรติดเชื้อในฟาร์มขนาดเล็กจะทำลายสุกรทุกตัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และฝังกลบตามมาตรการควบคุมโรคระบาดในสัตว์และจ่ายเงินชดเชยตามระเบียบราชการ&amp;nbsp;ส่วนการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวครอบคลุม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;จะมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรอย่างเข้มงวดในรัศมี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กม.รอบจุดเกิดโรค&amp;nbsp;พร้อมแจกจ่ายน้ำยาฆ่าเชื้อให้เจ้าของฟาร์มนำไปใช้ฉีดป้องกันเชื้อโรคในฟาร์ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125085553007</Link_News></row>
<row _id="213"><NewsTitle>ปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี ตรวจติดตามสถานที่จำหน่ายและจัดเก็บซากสุกร ป้องกันการกักตุนเนื้อสุกรแช่แข็งไว้เก็งกำไรและเฝ้าระวังโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรีตรวจติดตามสถานที่จำหน่ายและจัดเก็บซากสุกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ป้องกันการกักตุนเนื้อสุกรแช่แข็งไว้เก็งกำไรและเฝ้าระวังโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;นายอิสรา&amp;nbsp;หล้าสุดตา&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเขาย้อยรักษาราชการแทนปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายธนภัทร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พ.ต.อ.วันชัย&amp;nbsp;ขาวรัมย์&amp;nbsp;ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่&amp;nbsp;ตรวจสอบสถานที่จำหน่าย&amp;nbsp;และจัดเก็บซากสุกร&amp;nbsp;ชิ้นส่วนสุกรชำแหละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ดีฟาร์มฟู้ดรีเทล&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;สาขาเพชรบุรี&amp;nbsp;ถ.สุรินทรฤาชัย&amp;nbsp;ต.ท่าราบ&amp;nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ร้านหมูสมนึกเพชรบุรี&amp;nbsp;ต.ธงชัย&amp;nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบไม่พบการกักตุนชิ้นส่วนของซากสุกร&amp;nbsp;และชิ้นส่วนสุกรทั้งหมดมีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;พร้อมคณะได้ให้กำลังใจ&lt;/strong&gt;และขอบคุณผู้ประกอบการร้านค้าที่ให้ความร่วมมือตามมาตรการของภาครัฐ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบราคาสินค้าตามตลาดในพื้นที่เพื่อควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์ราคามาตรฐานโดยให้เห็นแก่ความสุขของลูกค้าและประชาชนเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี/25&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125101414040</Link_News></row>
<row _id="214"><NewsTitle>วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งบ้านซับลังกา กลุ่มเข้มแข็ง เน้นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิกร&amp;nbsp;แสงเกตุ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(สศท.7)&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;(สศก.)&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์การผลิตหน่อไม้ฝรั่ง&amp;nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งบ้านซับลังกา&amp;nbsp;ตำบลเกาะรัง&amp;nbsp;อำเภอชัยบาดาล&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินการตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;ผลผลิตผ่านการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับด้านการผลิต&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตของทางกลุ่มวิสาหกิจฯ&amp;nbsp;เฉลี่ยในปีแรก&amp;nbsp;41,956&amp;nbsp;บาท/ไร่/ปี&amp;nbsp;ซึ่งต้นทุนในปีแรกจะสูงเนื่องจากมีค่าต้นพันธุ์&amp;nbsp;ค่าเตรียมดิน&amp;nbsp;ค่าแรงงานในการปลูกและดูแลรักษาและต้นทุนปีที่&amp;nbsp;2-5&amp;nbsp;จะมีต้นทุนลดลง&amp;nbsp;โดยหน่อไม้ฝรั่งจะเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หลังจากเพาะปลูกและในรอบปีสามารถให้ผลผลิตถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถสร้างกำไร&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันจะมีบริษัทมารับซื้อเพื่อส่งออกต่างประเทศ&amp;nbsp;ตลาดคู่ค้าสำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สิงคโปร์และมาเลเซีย&amp;nbsp;และขณะนี้ผลผลิตของกลุ่มยังไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;พร้อมมีแนวโน้มจะขยายพื้นที่ปลูกที่ได้ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิกที่สามารถทำมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยคาดว่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทางกลุ่มจะมีกำไรถึงปีละ&amp;nbsp;2,200,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125110606069</Link_News></row>
<row _id="215"><NewsTitle>จ.ขอนแก่น เชิญสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดสุกรในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดสุกรในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมแก่นเมือง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;โปรดให้&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;จังตระกุล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;ที่สุกรถูกสั่งทำลายจำนวน&amp;nbsp;4,710&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;219&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอพระยืน,&amp;nbsp;หนองเรือ,&amp;nbsp;ชุมแพ,&amp;nbsp;สีชมพู,&amp;nbsp;กระนวน,&amp;nbsp;เมือง,&amp;nbsp;โคกโพธิ์ไชย,&amp;nbsp;น้ำพอง,&amp;nbsp;ซำสูง,&amp;nbsp;อุบลรัตน์,&amp;nbsp;หนองนาคำ,&amp;nbsp;ภูผาม่าน,&amp;nbsp;แวงน้อย,&amp;nbsp;บ้านฝาง,&amp;nbsp;มัญจาคีรี,&amp;nbsp;บ้านไผ่,&amp;nbsp;โนนศิลา,&amp;nbsp;ภูเวียง,&amp;nbsp;บ้านแฮด&amp;nbsp;และอำเภอพล&amp;nbsp;ซึ่งราคาประเมินที่เกิดจากความเสียหายจริงของเกษตรกรคิดเป็นเงิน&amp;nbsp;26,126,518&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ภาครัฐจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ที่รับผลกระทบร้อยละ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;19,594,888&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;เข้ารับสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และนายอำเภอเป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;นำไปมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;ที่&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;และทรงพระกรุณาพระราชทานสิ่งของให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125121241123</Link_News></row>
<row _id="216"><NewsTitle>ลิ้นจี่ นพ.1 ออกดอกแล้ว คาดปีนี้ผลผลิตออกมาก พร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสวน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาอย่างต่อเนื่องจากเมื่อปลายปีที่แล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้ปีนี้ต้นลิ้นจี่&amp;nbsp;นพ.1&amp;nbsp;ที่เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ต่างดูแลรักษา&amp;nbsp;บำรุงต้นให้แข็งแรง&amp;nbsp;ก็เริ่มทยอยออกดอกบานสะพรั่งเต็มต้น&amp;nbsp;นับว่าเป็นความหวังของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ในจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่ต่างก็ยิ้มดีใจ&amp;nbsp;สภาพอากาศที่เย็นและมีความชื้นทำให้การติดดอกของต้นลิ้นจี่นับว่ามีปริมาณที่มาก&amp;nbsp;ซึ่งช่วงนี้เกษตรกรต้องดูแลบำรุงดอกให้สมบูรณ์เพื่อต้นลิ้นจี่ติดผลในปริมาณที่มาก&amp;nbsp;สำหรับลิ้นจี่&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;นพ.1&amp;nbsp;ต้องการสภาพอากาศหนาวเย็นไม่มากและไม่ยาวนานในการกระตุ้นการออกดอก&amp;nbsp;ต่างจากพันธุ์อื่นที่ปลูกในประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;ลักษณะที่โดดเด่น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย&amp;nbsp;ผลใหญ่&amp;nbsp;เนื้อแห้ง&amp;nbsp;ไม่เละ&amp;nbsp;เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเร็ว&amp;nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวได้ในเดือนเมษายนของทุกปี&amp;nbsp;ทำให้จำหน่ายได้ในราคาดี&amp;nbsp;และไม่มีปัญหาด้านการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในปีนี้มีอากาศที่เย็นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ลิ้นจี่&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;นพ.1&amp;nbsp;สามารถติดดอกได้มากขึ้นและกำลังพัฒนาเป็นผลขนาดเล็ก&amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดนครพนมให้สามารถเข้ามาชิมผลลิ้นจี่แบบสดๆที่สวนได้&amp;nbsp;สำหรับลิ้นจี่พันธุ์&amp;nbsp;นพ.1เป็นลิ้นจี่กลุ่มพันธุ์เบา&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือเมษายนของทุกปี&amp;nbsp;การปลูกพันธุ์เบามีข้อได้เปรียบคือ&amp;nbsp;ให้ผลผลิตเร็ว&amp;nbsp;ช่วงที่ผลผลิตมีน้อย&amp;nbsp;ทำให้ขายได้ราคาสูง&amp;nbsp;มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศของจังหวัดนครพนมและหลายจังหวัดในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ลิ้นจี่&amp;nbsp;เป็นผลไม้ที่มีรสหวานกลมกล่อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;การปลูกลิ้นจี่มีกระจายอยู่ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดนครพนมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกลิ้นจี่&amp;nbsp;ซึ่งนิยมปลูก&amp;nbsp;เป็นลิ้นจี่พันธุ์เบา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;นพ.1&amp;nbsp;ซึ่งมีความต้องการอากาศที่หนาวเย็นในการกระตุ้นการออกดอก&amp;nbsp;โดยมีขนาดผลใหญ่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ผล&amp;nbsp;ต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;รสชาติหวานอมเปรี้ยว&amp;nbsp;ไม่มีรสฝาด&amp;nbsp;เนื้อหนา&amp;nbsp;0.98&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ความหวาน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;&amp;nbsp;20&amp;nbsp;องศาบริกซ์&amp;nbsp;และให้ผลผลิต&amp;nbsp;65&amp;nbsp;&amp;nbsp;180&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ต่อต้น&amp;nbsp;เมื่ออายุ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;-10&amp;nbsp;ปีซึ่งนับว่าเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเป็นอย่างมากในปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยากให้แวะชิมและเยี่ยมชมสนลิ้นจี่&amp;nbsp;นพ&amp;nbsp;.1&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืช&amp;nbsp;Gi&amp;nbsp;ของนครพนม&amp;nbsp;ที่นับว่ามีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;โดยผลผลิตจะสมารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้&amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้ใครที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;นพ.1&amp;nbsp;สดๆจากสวน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&amp;nbsp;นพ.1&amp;nbsp;ที่เปิดให้ได้เยี่ยมชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;และช๊อป&amp;nbsp;หรือสามารถสั่งซื้อลิ้นจี่&amp;nbsp;นพ.1&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;081-3201645&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;061-3096720&amp;nbsp;(นางรัศมี&amp;nbsp;อุทาวงษ์&amp;nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&amp;nbsp;นพ.1)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125180047387</Link_News></row>
<row _id="217"><NewsTitle>นครปฐม ประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมวัชรีรมยา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครปฐม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญศิริโชติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(ASF)&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายคมสัน&amp;nbsp;เจริญอาจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;(1)&amp;nbsp;นายธนิศร์&amp;nbsp;วงศ์ปิยะสถิตย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;(3)พร้อมด้วย&amp;nbsp;พ.อ.พงษ์สวัสดิ์&amp;nbsp;ภาชนะทิพย์&amp;nbsp;รองผอ.รมน.กอ.รมน.จังหวัด&amp;nbsp;น.ฐ.(ท),พ.ต.อ.พงษกร&amp;nbsp;อุปพงษ์&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.นครปฐม,นาย&amp;nbsp;นายยงยุทธ&amp;nbsp;สวนทอง&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดนครปฐม,นางอภิญญา&amp;nbsp;เอี่ยมอำภา&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครปฐม,นายสมควร&amp;nbsp;ปิยะพงศ์เดชา&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;นายพงศ์สุธี&amp;nbsp;สุขศิริ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอำเภอทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในที่ประชุม&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ได้รายงานผลการตรวจสถานที่พักซากและสถานที่จัดเก็บซากสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้ดำเนินการตรวจสอบตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พบว่ามีจำนวนห้องเย็นเก็บซาก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ห้อง&amp;nbsp;จำนวนซากสุกรที่จัดเก็บจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;484,120&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ต่อจากนั้น&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์และการดำเนินการที่ผ่านในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(ASF)&amp;nbsp;พบว่าที่ผ่านมาจังหวัดนครปฐมมีการสวอปสุกรไปแล้วกว่า&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ยังไม่เชื้อที่เชื่อได้ว่าเป็นโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;ตลอดจนได้มีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรไปแล้วกว่า&amp;nbsp;7.7&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็นผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และอำเภอสามพราน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ตลอดจนได้ชี้แจ้งรายละเอียด&amp;nbsp;ประกาศจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;กำหนดเขตเฝ้าระวังโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;ในสัตว์ชนิด&amp;nbsp;สุกรและหมูป่า&amp;nbsp;ประกาศ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่มีสาระสำคัญคือ&amp;nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ชนิด&amp;nbsp;สุกร&amp;nbsp;และหมูป่า&amp;nbsp;เข้า&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;หรือภายในเขตเฝ้าระวังโรคระบาด&amp;nbsp;เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น&amp;nbsp;หากฝ่าฝืนมีต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;ให้ที่ประชุมรับทราบเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ได้ดำเนินการโครงการจำหน่ายเนื้อสุกร&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ที่มีกว่า&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่งในจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ซึ่งจะดำเนินการถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แบ่งเป็นในเขตพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอบางเลน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอนครชัยศรี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอดอนตูม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด,อำเภอสามพราน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุดและอำเภอกำแพงแสน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการเตรียมฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&lt;/strong&gt;ให้สามารถกลับมาเลี้ยงสุกรให้โดยเร็วตลอดจนให้ปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;ถอดบทเรียนของเกษตรกรที่สามารถยังคงเลี้ยงสุกรได้เพื่อให้เป็นแนวทางแก่เกษตรกรรายอื่นๆ&amp;nbsp;ศึกษาและเป็นแนวทางในการดำเนินการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ขอให้ทุกอำเภอมั่นตรวจสอบสถานที่พักซากและสถานที่จัดเก็บซากสัตว์&amp;nbsp;ในการนำเข้าและนำออก&amp;nbsp;ตลอดจนสำรวจตรวจสอบตลาดสด&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามการกระทำผิดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126100239543</Link_News></row>
<row _id="218"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเกษตรและสหกรณ์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ฮอลล์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเทอร์มินอล&amp;nbsp;21&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โคราช&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;นายนวนิตย์&amp;nbsp;พลเคน&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริการเกษตร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&amp;nbsp;(District&amp;nbsp;Workshop&amp;nbsp;:&amp;nbsp;DW)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายคณกร&amp;nbsp;ทองสุขนอก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อการเรียนรู้&amp;nbsp;การพัฒนาคนและพัฒนางาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานส่งเสริมการเกษตรให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของจังหวัด&amp;nbsp;และอำเภอ&amp;nbsp;ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรที่&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;เป็นเวทีเชื่อมโยงวิชาการจากแหล่งความรู้ทางวิชาการไปสู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันเป็นช่องทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเครือข่ายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรม&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการ&amp;nbsp;แสดงผลงานการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;(E&amp;nbsp;-extension)&amp;nbsp;จากกลุ่มแปลงใหญ่,&amp;nbsp;ศพก.,&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;(YSF),&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;(SF),&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน,&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร,กลุ่มยุวเกษตรกร,&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;(ศจช.),&amp;nbsp;และกลุ่ม&amp;nbsp;(ศดปช.)&amp;nbsp;เป็นต้นกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;(E&amp;nbsp;-&amp;nbsp;extension)&amp;nbsp;จากงานยุทธศาสตร์และสารสนเทศ,งานส่งเสริมและพัฒนาการผลิต,งานส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร,งานอารักขาพืช&amp;nbsp;และงานบริหารทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมาทุกระดับ&amp;nbsp;มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;พัฒนาการดำเนินงานให้มีความสามารถและมีความพร้อมในการถ่ายทอดความรู้และให้บริการการเกษตรแก่เกษตรกร&amp;nbsp;โดยมุ่งในการพัฒนากรมส่งเสริมการเกษตรสู่การเป็น&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;DOAE&amp;nbsp;ปรับวิธีการทำงานเป็นแบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;และพร้อมรองรับ&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normalการเพิ่มศักยภาพบุคลากรทุกระดับ&amp;nbsp;และยกระดับเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126141430683</Link_News></row>
<row _id="219"><NewsTitle>ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยมีนายสรรเสริญ&amp;nbsp;เจริญศิริ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&amp;nbsp;เพื่อปรับปรุงแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้านให้เป็นแผนหลักในการขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ผ่านกลไกของคณะกรรมการหมู่บ้าน&amp;nbsp;(กม.)&amp;nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;(อกม.)&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมฝ้ายขิดคำพระ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126141841688</Link_News></row>
<row _id="220"><NewsTitle>ร้อยเอ็ด ประชุมคณะกรรมการศูนย์ป้องกันโรคระบาดในสัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ&lt;/strong&gt;ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;จังวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้ที่ประชุมได้รับทราบ&amp;nbsp;สถานการณ์โรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(Lumpy&amp;nbsp;Skin&amp;nbsp;Disease)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในโค-กระบือ&amp;nbsp;/สถานการณ์การระบาดโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ของประเทศไทย/สถานการณ์โรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด/ความก้าวหน้าในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรเจ้าของสัตว์/&amp;nbsp;สถานการณ์โรคระบาดในสุกร/สถานการณ์การระบาดของโรค&amp;nbsp;PRRS&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด/โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ร่วมกันพิจารณา&amp;nbsp;การขอความร่วมมือกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กรณีมีสัตว์ป่วย&amp;nbsp;หรือตายผิดปกติ&amp;nbsp;ให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;และการนำสุกรเข้าเลี้ยงใหม่ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สวท.ร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126142455693</Link_News></row>
<row _id="221"><NewsTitle>สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของสหกรณ์การเกษตรควนโดน จำกัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรควนโดน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอควนโดน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายถาวรศักดิ์&amp;nbsp;รัตนชูศรี&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ของสหกรณ์การเกษตรควนโดน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สหกรณ์&amp;nbsp;และผู้แทนสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายวินิช&amp;nbsp;ตาเดอิน&amp;nbsp;ประธานกรรมการดำเนินการในนามของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรควนโดน&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ชี้แจงรายละเอียดงบการเงินซึ่งทำให้ทราบว่าสหกรณ์ได้พัฒนามาเรื่อย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จนมีทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;279&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;1,213&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;มีกำไรสุทธิประจำปี&amp;nbsp;9,485,426.55&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และสามารถให้บริการด้านการจำหน่ายสิ้นค้า&amp;nbsp;เงินฝากและสิ้นเชื่อเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการอำนวยประโยชน์ให้แก่สมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับงบการเงินของสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อให้สมาชิกของสหกรณ์ได้เข้าใจ&amp;nbsp;และรับทราบถึงฐานะทางการเงิน&amp;nbsp;และผลการดำเนินงานของสหกรณ์ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;ในส่วนของสหกรณ์จังหวัดได้เข้าไปดูแลและส่งเสริมสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงมีนโยบายส่งเสริมตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการเกษตรแปลงใหญ่และเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;แต่นโยบายทั้งหมดต้องผ่านสหกรณ์ในพื้นที่เพื่อเป้าหมายของสมาชิกและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;และการเข้าประชุมของสมาชิกทำให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสหกรณ์และความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้เป็นสหกรณ์มีความเข็มแข็งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126161759771</Link_News></row>
<row _id="222"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดตรังส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่อำเภอห้วยยอด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายสุรจิต&amp;nbsp;วิชชุวรรณ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลห้วยนาง&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในพื้นที่ตำบลห้วยนาง&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เลี้ยงสุกรรวม&amp;nbsp;155&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำ&amp;nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสุกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ควบคุมป้องกันโรค&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคของจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126163937788</Link_News></row>
<row _id="223"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง   ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่อำเภอห้วยยอด เพื่อเฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรค การดูแลสุขภาพสัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายสุรจิต&amp;nbsp;วิชชุวรรณ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลห้วยนาง&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในพื้นที่ตำบลห้วยนาง&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลี้ยงสุกรรวม&amp;nbsp;155&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกตัว&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำ&amp;nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;รวมถึงเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ควบคุมป้องกันโรค&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคของจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126165232797</Link_News></row>
<row _id="224"><NewsTitle>จังหวัดบุรีรัมย์ เฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และโรคระบาดอื่นๆในสัตว์ พร้อมเร่งทำความเข้าใจให้เกษตรกรปรับปรุงฟาร์ม คอกสุกร และเร่งจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายอนุพงศ์&amp;nbsp;สุขสมนิตย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์ในสุกร&amp;nbsp;โรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;และโรคไข้หวัดนกและมาตรการควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันโรคในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากรณีที่เนื้อสุกรชำแหละมีราคาสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายอภิชาต&amp;nbsp;สุวรรณชัยรบ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการฯ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;นายอภิชาต&amp;nbsp;สุวรรณชัยรบ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โรคระบาดในสุกร&amp;nbsp;สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส&amp;nbsp;ทำให้สุกรที่ติดเชื้อ&amp;nbsp;ตายเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ยังไม่มีวัคซีนและวิธีรักษาที่จำเพาะ&amp;nbsp;ไม่ติดต่อสู่คน&amp;nbsp;เชื้อยู่ในสิ่งแวดล้อมหรือซากสัตว์&amp;nbsp;อาหารแปรรูปจากเนื้อสุกรที่ติดเชื้อได้นานหลายเดือน&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;หากได้รับรายงานว่ามีสุกรพื้นที่ไหนมีอาการป่วยคล้ายโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;หรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ&amp;nbsp;ก็จะเข้าไปทำลายเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดทันที&amp;nbsp;และให้เกษตรรายนั้นงดเลี้ยงสุกรออกไปก่อน&amp;nbsp;มีเกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน&amp;nbsp;408&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มูลค่าที่ต้องจ่ายเป็นเงินชดเชยเป็นเงิน&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ดำเนินการจ่ายให้เกษตรกรไปแล้วจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และจะทยอยจ่ายให้เกษตรกรตามที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ยังได้มีการให้ความรู้แก่เกษตรรายย่อยในการดูแลสุกร&lt;/strong&gt;โดยปฏิบัติตามระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&amp;nbsp;การทำความสะอาดบุคคล&amp;nbsp;ยานพาหะ&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เสื้อผ้า&amp;nbsp;รองเท้า&amp;nbsp;เพื่อฆ่าเชื้อก่อนเข้าออกโรงเรือน&amp;nbsp;คอกสุกร&amp;nbsp;หมั่นทำความสะอาดโรงเรือนหรือคอกสุกรตามตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ใช้ตาข่ายคลุมคอกสุกรป้องกันแมลงพาหะ&amp;nbsp;เข้มงวดบุคคลภายนอกเข้าออกหรือเข้าใกล้คอกสุกร&amp;nbsp;และงดการใช้เศษอาหารจากครัวเรือนเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ส่วนโรคพิษสุนัขบ้าและโรคไข้หวัดนก&amp;nbsp;ยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายอนุพงศ์&amp;nbsp;สุขสมนิตย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เน้นย้ำให้ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจจำนวนผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวนสุกร&amp;nbsp;ตรวจสอบฟาร์ม&amp;nbsp;ให้ขึ้นทะเบียนทั้งหมด&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำการป้องกันโรค&amp;nbsp;การปรับปรุงฟาร์มหรือโรงเรือนเลี้ยงสุกรให้เป็นมาตรฐานให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ควบคุมเข้มงวดกวดขันการขนย้ายสัตว์&amp;nbsp;ตรวจสอบห้องเย็น&amp;nbsp;สถานที่จำหน่ายในพื้นที่&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดด้านอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;รวมถึงการชดเชยให้เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดำรง&amp;nbsp;โค่นถอน&amp;nbsp;ส.ปชส.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126165738801</Link_News></row>
<row _id="225"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรีจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งที่ 1/2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายชูชีพ&amp;nbsp;พงษ์ไชย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;ZOOM&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานในหน้าที่สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่มาจดทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;832&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนของจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;719&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มีรายได้จากการดำเนินกิจการ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;64,104,285&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และผลการประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนตามเป้าหมายการพัฒนา&amp;nbsp;การแต่งตั้งคณะทำงานประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และกำหนดแผนการประกวดวิสาหกิจชุชนดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126185210858</Link_News></row>
<row _id="226"><NewsTitle>เจ้าของฟาร์มจระเข้ ใน อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ปรับตัวช่วงโควิด หันมาชำแหละเนื้อจระเข้ขายในช่วงหมูแพง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรผู้เลี้ยงจระเข้&amp;nbsp;ในจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ปรับกลยุทธ์การ&lt;/strong&gt;ขายหันมาชำแหละเนื้อจรเข้ขาย&amp;nbsp;หลังโควิด-19&amp;nbsp;ระบาด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการส่งออก&amp;nbsp;ประกอบกับช่วงหมูแพง&amp;nbsp;คนสนใจหันมาบริโภคแทนเนื้อหมู&amp;nbsp;เนื่องจากราคาถูกและรสชาติอร่อยถูกปาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;จังตระกุล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;พร้อมด้วยปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมฟาร์มเลี้ยงจระเข้&amp;nbsp;ป.ปริญญา&amp;nbsp;ของนายปริญญา&amp;nbsp;ขวามาตร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.ใหม่นาเพียง&amp;nbsp;อำเภอแวงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;หลังจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งออกจระเข้ไปยังต่างประเทศได้&amp;nbsp;ประกอบกับในช่วงนี้เนื้อหมูมีราคาแพง&amp;nbsp;ทางฟาร์มจึงหันมาชำแหละเนื้อจระเข้ขายในราคาถูก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปริญญา&amp;nbsp;ขวามาตร&amp;nbsp;เจ้าของฟาร์มจระเข้&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จุดเริ่มต้นในการเลี้ยงจระเข้&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก&amp;nbsp;เพราะจระเข้เป็นสัตว์เศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยจระเข้ที่ฟาร์มส่วนใหญ่เมื่ออายุระหว่า&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จะส่งขายไปยังต่างประเทศ&amp;nbsp;เพราะต้องใช้หนังในการผลิตสินค้า&amp;nbsp;เฉลี่ยราคาอยู่ที่ตัวละ&amp;nbsp;5,500-10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาด&amp;nbsp;แต่หลังจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้การส่งออกเป็นปัญหา&amp;nbsp;ไม่สามารถส่งจระเข้ออกไปขายยังต่างประเทศได้&amp;nbsp;ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าอาหารจระเข้ที่มีอยู่กว่า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เดือนละกว่าแสนบาท&amp;nbsp;จึงหาวิธีที่จะขายจระเข้ที่ฟาร์มออก&amp;nbsp;เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ด้วยการจำหน่ายจระเข้ให้กับชาวบ้านที่สนใจนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพ&amp;nbsp;โดยจระเข้&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ขายตัวละ&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนจระเข้อายุ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ก็ชำแหละขายเนื้อและชิ้นส่วน&amp;nbsp;ราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือขายแบบทั้งตัว&amp;nbsp;โดยในช่วงที่เนื้อหมูมีราคาแพง&amp;nbsp;ชาวบ้านได้นิยมหันมาบริโภคเนื้อจระเข้มากขึ้น&amp;nbsp;เพราะเนื้อจระเข้เองก็มีสรรพคุณในการดูแลสุขภาพด้วย&amp;nbsp;โดยเมนูที่นิยมนำไปประกอบอาหาร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เนื้อจระเข้ผัดเผ็ด&amp;nbsp;ปิ้ง&amp;nbsp;ย่าง&amp;nbsp;จิ้มแจ่ว&amp;nbsp;ซึ่งมีรสชาติหอมไม่มีกลิ่นสาป&amp;nbsp;หรือเหม็นคาว&amp;nbsp;เหมือนเนื้อหมูหรือไก่&amp;nbsp;เนื้อนุ่ม&amp;nbsp;ไม่เหนียว&amp;nbsp;จึงเหมาะกับผู้บริโภคทุกช่วงวัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประชาชนที่สนใจ&amp;nbsp;สามารถเยี่ยมชมฟาร์มจระเข้ที่บ้านใหม่นาเพียง&amp;nbsp;อ.&amp;nbsp;แวงใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นฟาร์มเปิด&amp;nbsp;ชาวบ้าน&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;หรือผู้ประกอบการรายอื่นสามารถเข้ามาเยี่ยมชม&amp;nbsp;หรือศึกษาดูงานได้&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่สนใจจะซื้อเนื้อจระเข้ไปรับประทาน&amp;nbsp;ต้องโทรมาแจ้งล่วงหน้าก่อน&amp;nbsp;เพราะการซื้อขายต้องขออนุญาตกรมประมง&amp;nbsp;เนื่องจากจระเข้&amp;nbsp;เป็นสัตว์คุ้มครอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126171536806</Link_News></row>
<row _id="227"><NewsTitle>จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (War room) ครั้งที่ 1/2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานี&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(War&amp;nbsp;room)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(War&amp;nbsp;room)&amp;nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงได้ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(&amp;nbsp;African&amp;nbsp;swine&amp;nbsp;fever&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ASF)&amp;nbsp;เป็นโรคไวรัสที่ติดต่อร้ายแรงในสัตว์ตระกูลสุกร&amp;nbsp;มีการแพร่กระจายในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก&amp;nbsp;เป็นโรคที่ไม่ติดต่อระหว่างสัตว์และคน&amp;nbsp;แต่เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;เนื่องจากเชื้อไวรัสที่ก่อโรคมีความทนทานทั้งที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์จากสุกร&amp;nbsp;จึงกำจัดโรคออกจากประเทศที่มีการระบาดได้ยาก&amp;nbsp;เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเกษตรกรเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;สองแสนกว่าตัว&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ที่เลี้ยงสุกรอยู่ในสาขาอาชีพจำนวน&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งสถานการณ์ที่ผ่านมาสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พบว่าสุกรที่ตาย&amp;nbsp;ส่งพิสูจน์แล้วปรากฏว่าไม่ได้เป็นโรค&amp;nbsp;African&amp;nbsp;swine&amp;nbsp;fever&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;เป็นโรคอื่นที่ทำให้หมูล้มป่วยตายเรียกว่าโรคเพิร์สในสุกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าไปดูแลและกำจัดในสุกรเหล่านี้จำนวน&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางจังหวัดได้ชดเชยเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู&amp;nbsp;จำนวนเงินประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังหรือ&amp;nbsp;(War&amp;nbsp;room)&amp;nbsp;การประชุมนัดแรกก็มีหลายภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งหน่วยงานปศุสัตว์&amp;nbsp;หน่วยงานฝ่ายวิชาการ&amp;nbsp;ในการพิสูจน์ซากของโรคเป็นศูนย์วิจัยอำเภอทุ่งสง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีหน่วยงานทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;สาธารณสุข&amp;nbsp;ป้องกันบรรเทาสาธารภัยจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และอีกหลายหน่วยงานร่วมเป็นคณะกรรมการ&amp;nbsp;สำหรับวันนี้มีคณะกรรมการเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อาทิหน่วยงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ปภ.เขต&amp;nbsp;11&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;แต่ละหน่วยก็จะมีภารหน้าที่&amp;nbsp;มีงบประมาณ&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;และบุคลากรที่จะเตรียมพร้อมการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ถ้ากรณีที่มีการระบาดเกิดเหตุในลักษณะปัจจุบันทันด่วน&amp;nbsp;เป็นโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;และในขณะนี้ยังไม่พบโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในการประชุมในครั้งนี้กรมปศุสัตว์ได้ออกในเรื่อองค์ความรู้&amp;nbsp;วิธีปฏิบัติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับการเฝ้าระวังโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามทางจังหวัดจะทำการสื่อสารที่งายขึ้นและจัดทำเป็นข้อความสื่อสารเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ทุกกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;และสามารถแจ้งปัญหาได้ที่อาสาปศุสัตว์ในพื้นที่หรือแจ้งผ่านกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;หรือศูนย์ดำรงธรรม&amp;nbsp;1567.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126172456808</Link_News></row>
<row _id="228"><NewsTitle>ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ออกประชาสัมพันธ์รับสมัครเกษตรกร เข้าร่วมโครงการ บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์หม่อนไหมฯ&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;ออกประชาสัมพันธ์รับสมัครเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;(Zoning&amp;nbsp;by&amp;nbsp;AGri-Map)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เวียงเก่า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.สีชมพู&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวจิราลักษณ์&amp;nbsp;ปรีดีผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาววีราภรณ์&amp;nbsp;อินทรักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายทินกร&amp;nbsp;สุ่มมาตย์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ออกประชาสัมพันธ์รับสมัครเกษตรกร&amp;nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;(Zoning&amp;nbsp;by&amp;nbsp;AGri-Map)&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อำเภอเวียงเก่า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อำเภอสีชมพู&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีเกษตรกรที่สนใจ&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Zoning&amp;nbsp;by&amp;nbsp;AGri-Map)&amp;nbsp;มาร่วมรับฟัง&amp;nbsp;ข้อมูล&amp;nbsp;เพื่อประกอบการตัดสินใจจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ติดตามเยี่ยมเยียนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;ประสาน&amp;nbsp;สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ถวายในหลวง)&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126182840849</Link_News></row>
<row _id="229"><NewsTitle>กรมชลประทาน เร่งสร้างประตูระบายน้ำ 4 แห่งเสร็จภายในปี 65-66 แก้แล้งลุ่มน้ำยมตอนล่าง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายชูชาติ&amp;nbsp;รักจิตร&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร&amp;nbsp;พร้อมเร่งรัดงานให้แล้วเสร็จตามแผน&amp;nbsp;หวังเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำในแม่น้ำยม&amp;nbsp;บรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่อย่างยั่งยืน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;สภาพพื้นท่ีตอนล่างของลุ่มน้ำยม&amp;nbsp;ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จึงวางแผนดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำตลอดช่วงแม่น้ำยม&amp;nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงแล้ง&amp;nbsp;และทำหน้าที่หน่วงชะลอน้ำเพื่อผันน้ำเข้าทุ่ง&amp;nbsp;หรือแก้มลิงในช่วงน้ำหลาก&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ปัจจุบันกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้าง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โครงการประตูระบายน้ำแล้ว&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ตำบลท่านางงาม&amp;nbsp;อำเภอบางระกำ&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;มีลักษณะเป็นประตูระบายน้ำอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดประตูเหล็กบานโค้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาน&amp;nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ลบ.ม.)&amp;nbsp;ระยะเวลาในการก่อสร้าง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.2562&amp;nbsp;2566)&amp;nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&amp;nbsp;51,375&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า&amp;nbsp;2,568&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้สั่งการให้เร่งรัดการก่อสร้างประตูระบายน้ำให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp;ให้สามารถใช้บริหารจัดการน้ำได้ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โดยโครงการประตูระบายน้ำท่าแห&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ตำบลกำแพงดิน&amp;nbsp;อำเภอสามง่าม&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ระยะเวลาในการก่อสร้าง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;2567)&amp;nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&amp;nbsp;81,111&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&amp;nbsp;1,412&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ซึ่งได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp;ให้สามารถใช้บริหารจัดการน้ำได้ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้เช่นเดียวกัน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โครงการประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ตำบลไผ่ท่าโพ&amp;nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;มีลักษณะเป็นประตูระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กบานระบายเหล็กชนิดโค้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาน&amp;nbsp;ระยะเวลาในการก่อสร้าง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;2568)&amp;nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้&amp;nbsp;28,868&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;หากประตูระบายน้ำทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่างได้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในช่วงแล้ง&amp;nbsp;เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126195316891</Link_News></row>
<row _id="230"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำทีมกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน ผลักดันส่งออกสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดแดนมังกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;นำทีมทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการเกษตรไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กับกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;เพื่อขยายความร่วมมือและเร่งผลักดันขยายมูลค่า&amp;nbsp;และปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรฯ&amp;nbsp;ไทยไปจีน&amp;nbsp;และที่ประชุมยังได้เห็นชอบโครงการความร่วมมือไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;ใหม่อีก&amp;nbsp;12&amp;nbsp;โครงการ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวขอบคุณฝ่ายจีนที่สนับสนุนงบประมาณราว&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ให้กับฝ่ายไทย&amp;nbsp;ผ่านกรอบความร่วมมือแม่โขง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ล้านช้าง&amp;nbsp;โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกรอบความร่วมมือนี้&amp;nbsp;ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไทย&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;และประเทศที่เชื่อมโยงเส้นทางดังกล่าว&amp;nbsp;ในส่วนของความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp;การชลประทาน&amp;nbsp;การประมงน้ำจืดและพันธุ์ปลาและพืชน้ำ&amp;nbsp;อันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตและการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้หารือและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ในประเด็นความร่วมมือเชิงนโยบายกับฝ่ายจีน&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝ่ายชูนโยบายด้านเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;3S&amp;nbsp;ว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;ความมั่นคงด้านเกษตรกรรมและความยั่งยืนภาคการเกษตร&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;การพัฒนาเกษตรกรอัจฉริยะ&amp;nbsp;การขจัดปัญหาความยากจนและการพัฒนาและวิจัยวัคซีนปศุสัตว์&amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมและปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะโลกในยุค&amp;nbsp;post&amp;nbsp;covid&amp;nbsp;อันใกล้&amp;nbsp;ซึ่งฝ่ายจีนเห็นด้วยกับฝ่ายไทยที่จะกำหนดประเด็นความร่วมมือในอนาคตโดยอ้างอิงจากนโยบายข้างต้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126194852889</Link_News></row>
<row _id="231"><NewsTitle>จังหวัดเลยจัดวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;       ที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่าย ศพก.ไร่อำภาฟาร์ม หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำหมาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) มีส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรจัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการด้านการเกษตร การลดต้นทุนการผลิตและเชื่อมโยงด้านการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงที่จะดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการต่างๆ โดย มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกรมต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของเกษตรกรเพื่อพัฒนาอาชีพให้ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเข้าใจง่ายต่อการปฏิบัติ นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาคุณภาพการผลิต เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565 เพื่อสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ในการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตที่ลดลง มีรายได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นการทำการเกษตร ที่ยั่งยืนในอนาคต โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเลย บูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการด้านการเกษตร รวมไปถึงการลดต้นทุนการผลิตและเชื่อมโยงด้านการตลาด&amp;nbsp;โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็นกลุ่มย่อยและหมุนเวียนเรียนรู้ตามสถานีต่าง ๆ จำนวน 7 สถานี ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่ 1 ฐานการทำบัญชีครัวเรือน (สนง.ตรวจบัญชีสหกรณ์)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่ 2 ฐานการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง (กรมวิชาการเกษตร)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานีที่ 3 ฐานการขยายพันธุ์พืช (พืชสวนเลย)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่ 4 ฐานการจัดการศัตรูพืช (สำนักงานเกษตรจังหวัด)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่ 5 ฐานการผลิตน้ำหมักชีวภาพ (สถานีพัฒนาที่ดินเลย)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่ 6 ฐานการเลี้ยงปศุสัตว์ (ปศุสัตว์อำเภอเมืองเลย)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่ 7 ฐานการผลิตประมง (ประมงอำเภอเมืองเลย)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสเรียนรู้ หากมีข้อสงสัยจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญ คอยให้คำแนะนำ เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจแล้วสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้&amp;nbsp;นอกจากนี้ ภายในงานมีการให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจร&amp;nbsp;พร้อมจัดแสดงนิทรรศการองค์ความรู้ในกาลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกร พร้อมแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;จากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126192009876</Link_News></row>
<row _id="232"><NewsTitle>จ.สุราษฎร์ธานี วางมาตรการเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเข้มข้น พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคอย่างทั่วถึง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจากนายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจากการหารือได้ข้อสรุปว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีการระบาดของโรคอหิวาต์&lt;/strong&gt;แอฟริกาในสุกร(ASF)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแต่อย่างใด&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคASF&amp;nbsp;ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และให้เร่งสำรวจข้อมูลฟาร์มสุกร/จำนวนสุกร/ผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;และเตรียมมาตรการเยียวยาตามระเบียบของทางราชการ&amp;nbsp;หากเกิดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งให้ประสานกับประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารข้อมูล&amp;nbsp;และช่วยเฝ้าระวังโรค&amp;nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;นอกจากนี้ให้ประสานกับด่านกักกันสัตว์&amp;nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;กำกับ&amp;nbsp;การเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามระเบียบ/มาตรการอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ขอให้อำเภอกำชับกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากพบสุกรป่วยตายผิดปกติให้แจ้งอาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที&amp;nbsp;และให้ทุกหน่วยงานร่วมกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและช่วยเฝ้าระวัง&amp;nbsp;แจ้งเหตุให้ทราบผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;1567&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจสอบที่พัก/ห้องเย็นเก็บซากสุกร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนเนื้อสุกร&amp;nbsp;หรือการปฏิบัติผิดกฎหมายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127083259946</Link_News></row>
<row _id="233"><NewsTitle>มุ่งพัฒนาองค์ความรู้เจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการไม้ผล ตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;เราประเสริฐ&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายส่งเสริมให้นักวิชาการเกษตรและเกษตรกรคัดเลือกพืชในพื้นที่มาส่งเสริมเป็นผลไม้อัตลักษณ์&amp;nbsp;ผ่านโครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ดำเนินการมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เน้นการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าด้วยมาตรฐานการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาความรู้และเพิ่มศักยภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระบวนการทำงานในพื้นที่ในการพัฒนาสินค้าไม้ผล&lt;/strong&gt;ตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พัฒนาความรู้เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;พัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พัฒนาการสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;การบริหารงานตามยุทธศาสตร์ผลไม้&amp;nbsp;และบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งานส่งเสริมการผลิตไม้ผลเป็นงานสำคัญงานหนึ่ง&lt;/strong&gt;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;มีความท้าทายทั้งเรื่องความยากของงานและความเร่งด่วนของระยะเวลาปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานไม้ผล&amp;nbsp;จึงต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการทำงานคือ&amp;nbsp;รู้และแม่นยำในการทำข้อมูล&amp;nbsp;ในขณะเดียวกันก็ต้องผสานความคิดสร้างสรรค์ลงไปในงานที่รับผิดชอบได้อย่างลงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเตรียมความพร้อมและพัฒนาความรู้&amp;nbsp;ทักษะ&amp;nbsp;ประสบการณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยภูมิปัญญา&amp;nbsp;สำหรับตัวอย่างสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ส้มโอปากพนัง&amp;nbsp;อำเภอปากพนัง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;สละป่าบอน&amp;nbsp;อำเภอป่าบอน&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ทุเรียนชะนีเกาะช้าง&amp;nbsp;อำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งล้วนจัดเป็นสินค้าสร้างชื่อ&amp;nbsp;และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงที่สำคัญของประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจหลักที่มีการส่งออกมากที่สุดคือ&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;ในขณะที่ผลไม้พื้นถิ่นซึ่งเป็นผลไม้กลุ่มเศรษฐกิจรองก็มีความสำคัญเช่นกัน&amp;nbsp;และยังได้รับความนิยมสูงเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;จะเห็นได้จากมีมูลค่าการซื้อขายในประเทศสูง&amp;nbsp;รวมทั้งมีตลาดเฉพาะอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127112903013</Link_News></row>
<row _id="234"><NewsTitle>เตรียมมาตรการรองรับปลดล็อคกัญชา กัญชง ต้องไม่ส่งผลกระทบเกษตรกรที่จะปลูกในประเทศ </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;วิริยะพาหะ&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในประเด็นที่เป็นข้อกังวลเรื่องความพร้อมของเกษตรกรและพันธุ์พืชสกุลกัญชาที่จะใช้ปลูกนั้น&amp;nbsp;การดำเนินงานที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้รวบรวม&amp;nbsp;ศึกษา&amp;nbsp;และขยายพันธุ์กัญชาพันธุ์พื้นเมืองของไทย&amp;nbsp;และพันธุ์การค้าจากต่างประเทศรวม&amp;nbsp;87&amp;nbsp;แหล่งปลูก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;39&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;ซึ่งกรมฯพร้อมที่จะผลิตต้นพันธุ์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรนำไปปลูกได้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้จัดทำคู่มือการปลูกพืชสกุลกัญชาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและครอบคลุมในทุกมิติเผยแพร่ไปสู่เกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;และยังได้ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินจัดทำแผนที่ความเหมาะสมการปลูกพืชสกุลกัญชาในแปลงปลูกของประเทศไทยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูลได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.doa.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.doa.go.th&lt;/a&gt;&amp;nbsp;บนเมนู&amp;nbsp;กัญชง&amp;nbsp;กัญชา&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมยังสนับสนุนการนำพันธุ์กัญชา&amp;nbsp;กัญชงมาแจ้งขึ้นทะเบียนพันธุ์&amp;nbsp;โดยปัจจุบันมีพันธุ์กัญชาที่ได้หนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้วจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;และกัญชงจำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;รวมทั้งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดการตรวจสอบลักษณะประจำพันธุ์ของพืชสกุลแคนาบิสที่ขอจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;โดยกัญชากัญชงจะเป็นพืชที่สามารถนำพันธุ์ใหม่มายื่นขอจดทะเบียนรับความคุ้มครองได้&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้นักปรับปรุงพันธุ์วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชสกุลกัญชาให้มีความหลากหลายของพันธุ์มากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมกันนี้กรมวิชาการเกษตรยังได้เปิดขอบข่ายการรับรองแหล่งผลิตพืชกัญชากัญชงตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เพื่อรองรับการปลูกที่ปลอดภัย&amp;nbsp;ในเกรดที่นำไปทำเป็นยาและสำหรับบริโภคได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;สำหรับข้อกังวลเรื่องการนำเข้าเมล็ดพันธุ์และช่อดอก&amp;nbsp;พืชสกุลกัญชาจากต่างประเทศได้อย่างเสรีนั้น&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตรมีมาตรการทางฏหมายที่กำกับดูแลการนำเข้า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;กักพืช&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2507&amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถประกาศให้พืชสกุลกัญชาเป็นสิ่งต้องห้ามได้&amp;nbsp;หากวิเคราะห์ความเสี่ยงแล้วพบว่าประเทศต้นทางมีศัตรูพืชที่ร้ายแรง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยการนำเข้าสิ่งต้องห้ามที่ผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;แจ้งนำเข้าที่ด่าน&amp;nbsp;พร้อมแนบใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับมาด้วย&amp;nbsp;รวมทั้งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไข&amp;nbsp;วิธีการที่กำหนด&amp;nbsp;พร้อมกับยังต้องปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;พันธุ์พืช&amp;nbsp;พ.ศ.2518&amp;nbsp;ซึ่งเมล็ดพันธุ์กัญชาและกัญชงเป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุมการนำเข้า&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;และรวบรวมจะต้องขออนุญาตและต้องไม่ใช่พืชดัดแปลงพันธุกรรม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127184124305</Link_News></row>
<row _id="235"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดกระบี่ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน แก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชำนาญ&amp;nbsp;นุ่นดำ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;กล่าวถึงโครงการส่งเสริมให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;ใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;แก้ปัญหาภัยแล้ว&amp;nbsp;ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงการปรับปรุงดิน&amp;nbsp;ส่งเสริมให้ต้นพืชเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง&amp;nbsp;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่จึงได้จัดโครงการศึกษาการจัดการดิน&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;(สกสว.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อแสดงผลการศึกษาการใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้&lt;/strong&gt;ทางการเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;ที่สามารถทำให้เผชิญปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงการปรับปรุงดิน&amp;nbsp;และการส่งเสริมให้ต้นพืชเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง&amp;nbsp;เป็นที่ยอมรับของเกษตรกรที่มีต่อการจัดการดิน&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยกำหนดให้มีต้นแบบองค์ความรู้การจัดการดิน&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;โดยแยกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิดพืช&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;ชนิดพืชชะอม&amp;nbsp;อำเภอเกาะลันตา&amp;nbsp;ชนิดพืชแตงโม&amp;nbsp;และอำเภออ่าวลึก&amp;nbsp;ชนิดพืชฟักทอง&amp;nbsp;รวมถึงเกษตรกรมีทัศนคติที่ยอมรับนำองค์ความรู้ไปปฏิบัติ&amp;nbsp;และสามารถเป็นต้นแบบขยายผลในเกิดประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีกิจกรรมการเข้าฐานเรียนรู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเลือกชนิดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;การผลิตเตาเผาถ่านไบโอชาร์และการใช้งานเตาแต่ละชนิด&amp;nbsp;การแปรรูปและผลิตผลิตภัณฑ์จากถ่านไบโอชาร์และประโยชน์จากถ่านชีวภาพ&amp;nbsp;โดยเกษตรกรเจ้าของแปลงศึกษาพร้อมด้วยเกษตรกรเครือข่าย&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการถ่านชีวภาพและนิทรรศการจากศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนคลองพน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นต้นแบบในการผลิตเตาเผาถ่านไบโอชาร์ของจังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127124134054</Link_News></row>
<row _id="236"><NewsTitle>จังหวัดลพบุรี จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์ฯ และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายนิวัฒน์&amp;nbsp;รุ่งสาคร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะค่า&amp;nbsp;อำเภอโคกเจริญ&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;ทำให้วิถีการทำเกษตรเปลี่ยนไปการรวมกลุ่มการทำกิจกรรมทางการเกษตรไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เท่าที่ควร&amp;nbsp;เนื่องจากช่องทางจำหน่ายลดลงทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงต้นทุนผลิตสินค้าเกษตรมีราคาสูง&amp;nbsp;ขาดอำนาจการต่อรอง&amp;nbsp;ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;และยังประสบปัญหาด้านการเกษตรด้านโรค&amp;nbsp;แมลง&amp;nbsp;ศัตรูพืชระบาด&amp;nbsp;จะเห็นว่าปัญหาด้านการเกษตรมีความหลากหลาย&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องบูรณาการ&amp;nbsp;ออกหน่วยให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพการเกษตรและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;เพื่อให้บริการเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;บูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ&amp;nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&amp;nbsp;ให้สามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และยั่งยืน&lt;strong&gt;สำหรับหน่วยคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เช่น&amp;nbsp;คลินิกด้านพืช,&amp;nbsp;สัตว์,&amp;nbsp;ประมง,&amp;nbsp;ดินและปุ๋ย&amp;nbsp;และคลินิกอื่นๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการให้บริการคลินิกเกษตรของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังนำหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ในระดับจังหวัดนำบริการต่างๆมากกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;มาให้บริการประชาชนในพื้นที่โดยตรง&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนและต้องการของประชาชน&amp;nbsp;เพื่อนำไปพิจารณาให้การช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&amp;nbsp;และยังมีพิธีมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยากไร้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชุด,&amp;nbsp;มอบเครื่องนุ่งห่มให้แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาสาธารณภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ชุด,&amp;nbsp;มอบทุนกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&amp;nbsp;เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ทุน&amp;nbsp;และพิธีมอบเงินสงเคราะห์ให้แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาทางสังคม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ทุน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ลพบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127175623230</Link_News></row>
<row _id="237"><NewsTitle>ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งควบคุมโรค ASF ในฟาร์มสุกร 2 อำเภอ ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มที่พบการระบาดทุกสัปดาห์เป็นเวลา 1 เดือน พร้อมเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งสุกรจากฟาร์มอื่นๆ ตรวจหาเชื้อ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(27&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;นายยุษฐิระ&amp;nbsp;บัณฑุกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากกรณีตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในฟาร์มสุกร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งใน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;ได้มีการทำลายซากสุกร&amp;nbsp;117&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ต่อมามีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรในรัศมี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;รอบจุดเกิดโรค&amp;nbsp;ล่าสุดยืนยันว่ายังไม่มีฟาร์มหมูในพื้นที่อื่นติดเชื้อเพิ่ม&amp;nbsp;พร้อมแจ้งนายอำเภอประสานกับเจ้าหน้าที่ตำบล&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ตรวจสอบไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;โรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ขณะนี้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มที่พบการระบาดทุกสัปดาห์เป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สำหรับฟาร์มอื่นในรัศมีรอบจุดเกิดโรค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;กรณีรายย่อยให้นำสุกรเข้าโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ใกล้ที่สุดหรือภายในจังหวัดเท่านั้น&amp;nbsp;กรณีผู้เลี้ยงขนาดกลาง&amp;nbsp;ขนาดใหญ่&amp;nbsp;ให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างโรงเรือนละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;ประกอบด้วยเลือดหรือน้ำลาย&amp;nbsp;สารคัดหลั่งไปตรวจสอบหาเชื้อ&amp;nbsp;ส่วนฟาร์มในรัศมีรอบจุดเกิดโรค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ให้ผู้เลี้ยงเฝ้าระวังอาการของสุกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุษฐิระ&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กำหนดแนวทางการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อของฟาร์มรายย่อยโดยควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรในพื้นที่รัศมี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;รอบจุดเกิดโรค&amp;nbsp;ยานพาหนะทุกคันที่มีการขนย้ายสุกรหรือซากสุกร&amp;nbsp;ให้ทำความสะอาดล้างรถทุกครั้งและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่จุดตรวจด่านกักกันสัตว์หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;ก่อนนำสุกรหรือซากสุกรขึ้นยานพาหนะ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;สั่งการให้ฝ่ายสุขภาพสัตว์เร่งสร้างเครือข่ายช่องทางการแจ้งโรค&amp;nbsp;เก็บตัวอย่างจากฟาร์ม&amp;nbsp;โรงฆ่าสุกร&amp;nbsp;และสถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&amp;nbsp;ตามแผนงานที่กำหนด&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยขอความร่วมมือรถจับสุกรให้ทำความสะอาดรถทุกครั้งหลังจับ&amp;nbsp;ตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;ให้พ่นรถจับสุกรทุกครั้งก่อนออกใบอนุญาตให้เคลื่อนย้าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127154557165</Link_News></row>
<row _id="238"><NewsTitle>สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท จัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภาคกลาง ณ แปลงใหญ่ข้าว หมู่ที่ 10 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่แปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอสรรคบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;นางอัญชลี&amp;nbsp;สุวจิตตานนท์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;อ่อนดำ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;และหน่วยงานในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp;เข็มวงษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;และพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาทร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภาคกลาง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&amp;nbsp;อำเภอสรรคบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;จากการเผาในพื้นที่การเกษตรและสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผา&amp;nbsp;เป็นทางเลือกให้เกษตรกรในการทำการเกษตรแบบปลอดการเผาได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กิจกรรมสร้างการรับรู้และกิจกรรมเสนอทางเลือกลดการเผา&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผลกระทบจากการเผา&amp;nbsp;การไถกลบตอซัง&amp;nbsp;บรรจุภัณฑ์จากฟางข้าว&amp;nbsp;เชื้อเพลิงชีวมวลจากฟางข้าว&amp;nbsp;ใบอ้อย&amp;nbsp;และเหง้ามันสำปะหลัง&amp;nbsp;การสาธิตการใช้ประโยชน์จากวัสดุทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การแปรรูปการใช้&amp;nbsp;และของประดับจากฟางข้าว&amp;nbsp;การเพาะเห็ดจากฟางข้าว&amp;nbsp;การอัดฟางก้อน&amp;nbsp;การทําปุ๋ยหมักจากฟางข้าวการให้บริการด้านวิชาการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;เทคโนโลยีการปลูกข้าวแบบลดโลกร้อน&amp;nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าวโดยการปรับพื้นที่ด้วยเลเซอร์&amp;nbsp;ในแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;ด้านเมล็ดพันธุ์และการปลูกข้าวโพดหลังนา&amp;nbsp;เทคโนโลยีการปลูกอ้อย&amp;nbsp;การใช้ปุ๋ยและการปรับปรุงดิน&amp;nbsp;และให้คำแนะนำแหล่งเงินทุน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมถึงส่งเสริมการตลาด&amp;nbsp;โดยการนำผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากตลาดเกษตรกร&amp;nbsp;มาร่วมจำหน่ายภายในงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127171645211</Link_News></row>
<row _id="239"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  ร่วมกับ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย  ตรวจเยี่ยมตลาดเกษตรจังหวัดตรัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมตลาดเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายอภินันท์&amp;nbsp;เผือกผ่อง&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ตำบลทับเที่ยง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;โดยมีเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการตลาดเกษตรกรเป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่กำหนดให้ทุกจังหวัดมีสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หรือมีแหล่งกระจายผลผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัย&amp;nbsp;โดยตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรจำนวนมากกว่า&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีผลผลิตและผลิตภัณฑ์ต่างๆ&amp;nbsp;เป็นของเกษตรกรรายเดี่ยว&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;แม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&amp;nbsp;รวมแล้วกว่า&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;สินค้าในตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้รับการรับรองมาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้&amp;nbsp;มาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;มผช.&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;จึงมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127161333176</Link_News></row>
<row _id="240"><NewsTitle>เกษตรนาโยง ร่วมกับเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานโครงการ ศพก. และโครงการพัฒนาและสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก (งบกลาง ปี 2564)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;ชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;ร่วมกับนางพรทิพย์&amp;nbsp;ศรีสมโภชน์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ของนายประกิจ&amp;nbsp;จิตรใจภักดิ์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;(ศพก.หลัก&amp;nbsp;อำเภอนาโยง)&amp;nbsp;และโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;(งบกลาง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;มีเป้าหมายดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.โครงการส่งเสริมการใช้ระบบน้ำอัจฉริยะและพลังงานทางเลือก&amp;nbsp;(โซลาเซลล์)&amp;nbsp;ในไม้ผลเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ของนายแปลง&amp;nbsp;รักภักดี&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.นาข้าวเสีย&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการติดตั้งระบบน้ำและใช้งานเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.โครงการปลูกพืชทางเลือกเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ได้รับมอบต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;และพริกไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;เป้าหมายติดตามแปลงของเกษตรกร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางพรเพ็ญ&amp;nbsp;มากชัย&amp;nbsp;นางสุคนธ์&amp;nbsp;นาคประสิทธิ์&amp;nbsp;และนายเกษม&amp;nbsp;ทองขาว&amp;nbsp;ดำเนินการปลูกเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศพก.หลัก&amp;nbsp;(นายประกิจ&amp;nbsp;จิตรใจภักดิ์)&amp;nbsp;ได้รับเครื่องสูบน้ำแบบโซลาเซลล์&amp;nbsp;ผลตอบรับหลังจากเข้าร่วมโครงการพบว่า&amp;nbsp;เกษตรกรมีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127165456196</Link_News></row>
<row _id="241"><NewsTitle>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10:00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายวรพันธุ์&amp;nbsp;สุวัณณุสส์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp;เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ที่อาคารตลาดนัดบ้านวังมืด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลบุพราหมณ์&amp;nbsp;อำเภอนาดี&amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;ได้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&lt;/strong&gt;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมารขึ้น&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ที่มีปัญหา&amp;nbsp;ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;และครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;เป็นการสืบสาน&amp;nbsp;รักษาและต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ที่ได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย&amp;nbsp;พระวิริยะอุตสาหะ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกๆ&amp;nbsp;ด้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ปราจีนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127181815249</Link_News></row>
<row _id="242"><NewsTitle>เกษตรนครพนม เดินหน้าถ่ายทอดความรู้พัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้เป็น (Young Smart Farmer) ยกระดับการเกษตรสมัยใหม่ด้วยคนรุ่นใหม่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;บริเวณศูนย์การเรียนรู้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ตำบลบ้านแก้ง&amp;nbsp;อำเภอนาแก&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอนาแก&amp;nbsp;จัดอบรมถ่ายทอดความรู้ภายใต้โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;กิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;หลักสูตรพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;ให้เป็น&amp;nbsp;(Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการเป็นระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เกษตรกรเป้าหมาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดำเนินการจัดในระหว่างวันที่&amp;nbsp;27-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพและความสามารถด้านการเกษตรทดแทนเกษตรกรที่สูงอายุ&amp;nbsp;และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;การบริหารจัดการ&amp;nbsp;และด้านการตลาด&amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของสินค้าภาคการเกษตรเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เกิดการพัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำทางการเกษตร&amp;nbsp;พึ่งพาตนเองและครอบครัว&amp;nbsp;เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการเกษตรได้อย่างมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรทุกคนได้รับการพัฒนาเป็นเกษตรกรที่มีความพร้อมรับกับสถานการณ์ด้านการเกษตรที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรไทยมีความพร้อม&amp;nbsp;มีความรู้&amp;nbsp;ความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;จึงได้กำหนดคำนิยามของเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;-Farmer)&amp;nbsp;หมายถึง&amp;nbsp;ผู้ประกอบการเกษตรที่มีการใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;และการบริหารจัดการเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างทันยุคสมัย&amp;nbsp;มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;พึ่งพาตนเองได้และถือเป็นเป้าหมายในการพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;มุ่งเน้นให้มีความสามารถในการบริหารจัดการกลุ่มทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การบริหารจัดการองค์กร&amp;nbsp;ทุนและทรัพยากร&amp;nbsp;ผลประโยชน์ของสมาชิก&amp;nbsp;ความรู้ความสามารถของสมาชิกและองค์กร&amp;nbsp;และการบริหารเชิงธุรกิจ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดกลุ่มที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายเจ้าหน้าที่และเกษตรกรที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพของกรมส่งเสริมการเกษตรทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และยังได้ดำเนินงานสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่มาตั้งแต่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2551&amp;nbsp;&amp;nbsp;มุ่งเน้นการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรเป็นรายบุคคลในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;การบริหารจัดการธุรกิจ&amp;nbsp;และการใช้ระบบสารสนเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินงานตามนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีการแบ่งช่วงอายุของกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;17-45&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จึงยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;เน้นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างเครือข่ายโดยให้เกษตรกรเป็น&amp;nbsp;ศูนย์กลางการเรียนรู้และออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง&amp;nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็น&amp;nbsp;ผู้จัดการเรียนรู้&amp;nbsp;มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความสามารถด้านการเกษตร&amp;nbsp;ทดแทนเกษตรกรผู้สูงอายุ&amp;nbsp;และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาด&amp;nbsp;จนเป็นเกษตรกรมืออาชีพที่เป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่น&amp;nbsp;และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกระดับ&amp;nbsp;ขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรและองค์กรเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;และดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การสร้าง&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถือเป็นการเสริมสร้างความรู้ด้านการเกษตรแบบรุ่นใหม่ให้กับเยาวชนตั้งแต่สถาบันการศึกษาในระดับประถม&amp;nbsp;หรือเยาวชนทั่วไป&amp;nbsp;ที่เยาวชนซึ่งเป็นบุตรหลานของเกษตรกรให้รู้เรื่องการตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;วิเคราะห์สภาพดิน&amp;nbsp;การเตรียมดิน&amp;nbsp;การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;การดูแลจัดการด้วยระบบเกษตรแม่นยำ&amp;nbsp;การเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การตลาดให้ครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อสร้างเยาวชนเหล่านี้เป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ในอนาคต&amp;nbsp;ที่สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ทั้งมีความภาคภูมิใจและความมั่นคงในการประกอบอาชีพทางการเกษตร&amp;nbsp;พึ่งพาตนเอง&amp;nbsp;และเป็นที่พึ่งให้แก่เพื่อนเกษตรกรได้&amp;nbsp;และสำหรับคุณสมบัติของ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;จะต้องมีความรู้เรื่องที่ทำ&amp;nbsp;มีข้อมูลตัดสินใจ&amp;nbsp;มีการจัดการผลผลิต/ตลาด&amp;nbsp;ใส่ใจคุณภาพ&amp;nbsp;รับผิดชอบสังคม/สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ภาคภูมิใจที่เป็นเกษตรกร&amp;nbsp;โดยเกษตรกรรุ่นใหม่จะต้องได้รับการประเมินศักยภาพและต้องผ่านคุณสมบัติด้านรายได้ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;180,000&amp;nbsp;บาทต่อครัวเรือนต่อปี&amp;nbsp;และมีอายุระหว่าง17-&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128000846407</Link_News></row>
<row _id="243"><NewsTitle>จ.สุรินทร์ ประชุมขับเคลื่อนโครงการ "สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางพิรุณวรรณน์&amp;nbsp;จงใจภักดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;มอบหมาย&amp;nbsp;นางกรรณชนันจ์&amp;nbsp;คชสีห์&amp;nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าทีประจำศูนย์ข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;กลุ่มงานกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;"สุรินทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์"&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะทำงานด้านการตรวจรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;(PGS&amp;nbsp;Surin&amp;nbsp;Model)&amp;nbsp;และคณทำงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาการปลูกข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128085807430</Link_News></row>
<row _id="244"><NewsTitle>รณรงค์เข้ม สร้างเครือข่ายลดการเผาในพื้นที่ภาคกลาง เน้นใช้เทคโนโลยีจัดการเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอัญชลี&amp;nbsp;สุวจิตตานนท์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภาคกลางขึ้น&amp;nbsp;ที่แปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&amp;nbsp;อำเภอสรรคบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อรณรงค์เน้นหนักให้เกษตรกรมีความตระหนักถึงข้อเสียของการเผาในพื้นที่การเกษตรและนำเสนอเทคโนโลยีทางเลือกที่เหมาะสมในการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งมีจังหวัดในความรับผิดชอบ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;อ่างทอง&amp;nbsp;สิงห์บุรี&amp;nbsp;ลพบุรี&amp;nbsp;สระบุรี&amp;nbsp;และชัยนาท&amp;nbsp;มีพื้นที่การเกษตรประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจากฐานข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;พบว่ามีจุด&amp;nbsp;Hotspot&amp;nbsp;ในพื้นที่การเกษตรภาพรวม&amp;nbsp;ระหว่างเดือนมกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;360&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;คิดเป็นพื้นที่&amp;nbsp;18,031&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ปลูกข้าว&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้ดำเนินการสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาในชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และพบว่า&amp;nbsp;หลายพื้นที่ประสบความสำเร็จทั้งลดการเผาและสร้างรายได้แก่ชุมชนจากการผลิตและจำหน่ายฟางก้อน&amp;nbsp;ผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลจากใบอ้อย&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;ฟางข้าว&amp;nbsp;การเพาะเห็ดจากฟางข้าว&amp;nbsp;ผลิตปุ๋ยหมักสร้างมูลค่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลการดำเนินโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภาพรวมทั้งประเทศ&amp;nbsp;จากการสำรวจจากดาวเทียมระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12,705&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจากเดิมในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ซึ่งพบจุดความร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;26,310&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยอยู่ในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,320&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจากเดิมในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,285&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งเป้าลดการเผาในพื้นที่การเกษตรในเขตจังหวัดภาคกลางให้เป็นศูนย์&amp;nbsp;หรือน้อยกว่าปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยใช้กลไกเครือข่ายเกษตรกร&amp;nbsp;ทำหน้าที่สื่อสารสร้างการรับรู้&amp;nbsp;สร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการเผาในพื้นที่การเกษตรและจัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรเชื่อมั่นว่าจะช่วยให้เกษตรกรเกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติและเกิดจิตสำนึกตระหนักถึงผลเสียจากการเผา&amp;nbsp;และมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128102232471</Link_News></row>
<row _id="245"><NewsTitle>สวนส้มโชกุนตรัง ราคาดีสวนกระแสส้มภาคอื่น  ผลผลิตเยอะ รสชาติหวานอร่อยเป็นที่ต้องการของตลาดออนไลน์ทั่วประเทศ เฉพาะเทศกาลตรุษจีนเจ้าของสวนเตรียมไว้ 40,000 กิโลกรัม พร้อมกับประกาศปรับลดราคาลง 10 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อช่วยประชาชนในภาวะของแพง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่สวนส้ม&amp;nbsp;ไร่วังน้ำค้าง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;บ้านเจ้าพะ&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;สวนส้ม&amp;nbsp;โชกุนที่มีชื่อเสียงของ&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;และได้ผ่านการรับรองระบบมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จากกรมวิชาการเกษตรว่าเป็นสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัยจากสารเคมี&amp;nbsp;พบว่าคนงานกำลังเร่งเก็บผลผลิต&amp;nbsp;เพื่อเตรียมส่งขายในช่วงเทศกาลตรุษจีน&amp;nbsp;ซึ่งมีออเดอร์จากการขายออนไลน์เข้ามาจำนวนมาก&amp;nbsp;ทั้งจากในจังหวัด&amp;nbsp;และจากจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;สวนกระแสส้มของจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ราคาตก&amp;nbsp;โดยส้มทั้งหมดที่กำลังออกผลผลิตในปีนี้รวมประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;จากเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นส้มที่ออกในฤดูกาล&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ฤดูแล้ง&amp;nbsp;ทำให้รสชาติหวาน&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;และปลอดสารพิษ&amp;nbsp;จึงเป็นที่ต้องการของลูกค้า&amp;nbsp;เฉพาะเทศกาลตรุษจีนปีนี้&amp;nbsp;เตรียมส้มไว้ทั้งหมด&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;โดยทุกปีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังจะเข้าไปเก็บตัวอย่างผลผลิตตรวจหาสารเคมี&amp;nbsp;โดยเมื่อเร็วๆ&amp;nbsp;นี้ก็เดินทางเข้าไปเก็บเช่นกัน&amp;nbsp;แต่ผลยังไม่ออกมา&amp;nbsp;แต่ยืนยันได้ว่าเป็นส้มปลอดสารเคมี&amp;nbsp;100%&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายอดิเรก&amp;nbsp;คงวิทยา&amp;nbsp;เจ้าของสวน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปีนี้ส้มโชกุนให้ผลผลิตดีกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;เก็บไปแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เหลืออีกประมาณ&amp;nbsp;70,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;กำลังทยอยเก็บ&amp;nbsp;เชื่อว่าสามารถเก็บผลผลิตต่อไปได้จนถึงเทศกาลเช็งเม้ง&amp;nbsp;หรือประมาณเดือนมีนาคม&amp;nbsp;หรือเมษายน&amp;nbsp;เฉพาะเทศกาลตรุษจีนปีนี้ได้เตรียมผลผลิต&amp;nbsp;และกำลังเร่งให้คนงานเก็บทั้งกลางวันและกลางคืน&amp;nbsp;เพื่อส่งจำหน่ายประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ไม่มีการปรับราคา&amp;nbsp;แต่มีการลดราคาให้ลูกค้ากิโลกรัมละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทุกไซต์&amp;nbsp;ทุกขนาด&amp;nbsp;เพื่อช่วยประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะของแพง&amp;nbsp;โดยมีทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;จำหน่ายตั้งแต่ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ส้มขนาด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลูกต่อ&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;160&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ลูกต่อ&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;140&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;กก.ขาย&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ลูกต่อ&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากเดิมกก.ละ&amp;nbsp;110&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และขนาดเล็กสุด&amp;nbsp;11-12&amp;nbsp;ลูกต่อกก.ขายกก.ละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากเดิมกก.ละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งส้มทั้งหมดเป็นส้มเกรดเอคัดไซส์&amp;nbsp;โดยขนาดที่ได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ลูกต่อ&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;และขนาด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลูกต่อ&amp;nbsp;กก.&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายอดิเรก&amp;nbsp;คงวิทยา&amp;nbsp;เจ้าของสวน&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แม้ผลผลิตส้มจะออกมาก&amp;nbsp;ราคาดี&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่ม&amp;nbsp;แต่ต้องประสบกับปัญหาราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้น&amp;nbsp;จากเดิมปุ๋ยกระสอบละ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;-&amp;nbsp;900&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะนี้ปรับราคาขึ้นเป็นกระสอบละกว่า&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งตนเองจะต้องใส่ปุ๋ยปีละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;แต่ละรอบจะต้องจ่ายค่าปุ๋ยเพิ่มขึ้นถึง&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทำให้ในปีนี้ต้องจ่ายเงินค่าปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้นทั้งหมด&amp;nbsp;180,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทำให้เดือดร้อนหนักเหมือนกับเกษตรกรรายอื่นๆ&amp;nbsp;แต่สิ่งที่ตนเองสงสัย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ทำไมประเทศเพื่อนบ้านเขาผลิตและส่งออกปุ๋ยได้&amp;nbsp;แต่ทำไมประเทศไทยไม่ผลิตปุ๋ยเคมีใช้เองภายในประเทศ&amp;nbsp;แต่ต้องพึ่งพาการนำเข้าแม่ปุ๋ย&amp;nbsp;ตนเองสงสัยมาก&amp;nbsp;จึงอยากวอนขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ย&amp;nbsp;ให้เป็นราคาที่เหมาะสม&amp;nbsp;ไม่ใช่แพงมากขนาดนี้&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับไร่วังน้ำค้าง&amp;nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แบ่งเป็น&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกส้มโชกุน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นสวนผลไม้และการเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ส้มโอ&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;กระท้อน&amp;nbsp;และพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นอื่นๆ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยผลผลิตส้มโชกุนจะออกปีละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ในฤดูกาล&amp;nbsp;ประมาณธันวาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;และนอกฤดูกาล&amp;nbsp;ประมาณเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;ช่วงที่ไม่มีผลผลิตก็จะเป็นการพื้นฟูลำต้น&amp;nbsp;และบำรุงดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใครสนใจติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;087&amp;nbsp;&amp;nbsp;2715052&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128130648556</Link_News></row>
<row _id="246"><NewsTitle>ขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิศาล&amp;nbsp;พงศาพิชณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(มกอช.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กำหนดวิสัยทัศน์&amp;nbsp;เกษตรผลิต&amp;nbsp;พาณิชย์ตลาด&amp;nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรไทยไปสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มกอช.&amp;nbsp;ได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ&amp;nbsp;โดยมีเลขาธิการ&amp;nbsp;มกอช.&amp;nbsp;และอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เป็นประธานอนุกรรมการร่วม&amp;nbsp;และมีผู้อำนวยการกองส่งเสริมมาตรฐาน&amp;nbsp;มกอช.&amp;nbsp;และผู้อำนวยการกองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก&amp;nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;เป็นฝ่ายเลขานุการร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะอนุกรรมการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการประชุมหารือร่วมกันและเห็นชอบการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านคุณภาพ&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับในสินค้านำร่อง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวและทุเรียน&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นการผลักดันสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานให้มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;โดยการพัฒนาและเชื่อมโยงเกษตรกรที่ได้มาตรฐานการผลิตและมาตรฐานสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;ไปใช้&amp;nbsp;รวมไปถึงการส่งเสริมการนำระบบตามสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรบนระบบคลาวด์ไปใช้&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและส่งเสริมการเชื่อมโยงสินค้ามาตรฐานกับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีผลการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Organic&amp;nbsp;และมาตรฐาน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;สำหรับสินค้านำร่องข้าวและทุเรียน&amp;nbsp;สำหรับในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีแผนการดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;โดยขยายผลเพิ่มเติมไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กำลังดำเนินการต่อเนื่องในสินค้าข้าวและส่งเสริมช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและมีการใช้ระบบตามสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรทั้งช่องทางออฟไลน์และช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มกลาง&amp;nbsp;เกษตรผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์ตลาด&amp;nbsp;บนแพลตฟอร์ม&amp;nbsp;Thaitrade.com&amp;nbsp;ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและแพลตฟอร์ม&amp;nbsp;Phenixbox.com&amp;nbsp;ของบริษัทแอสเสท&amp;nbsp;เวิรด์&amp;nbsp;คอร์ป&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ซึ่งได้เชื่อมโยงช่องทางเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตรไทยไว้บนหน้าเฉพาะ&amp;nbsp;เกษตรผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์ตลาด&amp;nbsp;บนเว็บไซต์&amp;nbsp;Moc.go.th&amp;nbsp;รวมถึงเว็บไซต์&amp;nbsp;DGTFarm.com&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่&amp;nbsp;มกอช.&amp;nbsp;พัฒนาขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128154717669</Link_News></row>
<row _id="247"><NewsTitle>ทำขวัญเกลือ เริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานสืบสานพิธีทำขวัญเกลือและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงนาเกลือ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลบ้านแหลม&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;สถาบันเกลือทะเล&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;AIC&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&amp;nbsp;สหกรณ์เกลือและชาวนาเกลือ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดในภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคใต้และภาคตะวันออก&amp;nbsp;ซึ่งจะทำพิธีพร้อมกันทุกจังหวัด&amp;nbsp;กำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวนาเกลือทะเล&amp;nbsp;รวมถึงการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์&amp;nbsp;วัฒนธรรมการทำนาเกลือทะเลของประเทศ&amp;nbsp;สร้างการรับรู้&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์การผลิตเกลือทะเลของประเทสไทย&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาการทำนาเกลือทะเล&amp;nbsp;และเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นการรื้อฟื้นประเพณีโบราณของนาเกลือ&lt;/strong&gt;เพื่อความเป็นสิริมงคลฤกษ์งามยามดีเสริมสร้างขวัญและกำลังใจสู่ผลผลิตที่สมบูรณ์ต่อยอดด้วยมาตรฐานและคุณภาพใหม่&amp;nbsp;(มาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(มกษ.)&amp;nbsp;และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายสร้าง&amp;nbsp;Story&amp;nbsp;สร้างแบรนด์ด้วยการตลาดยุคดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกลือทะเลมีประวัติศาสตร์ยาวนานคู่กับประวัติศาสตร์ไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนประวัติศาสตร์โลกนั้นในยุโรปยุคกรีก-โรมันเรียกเกลือว่า&amp;nbsp;สสารแห่งพระเจ้า&amp;nbsp;เป็นยุทธปัจจัยและสารอาหารที่สำคัญมาก&amp;nbsp;การฟื้นฟูให้ความสำคัญกับพิธีทำขวัญเกลือจึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเกลือทะเลไทยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและสร้างแบรนด์เกลือทะเลไทย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีอีกพิธีกรรมคือ&amp;nbsp;พิธีแรกนาเกลือในเดือนแรกของการเริ่มต้นฤดูกาลทำนาเกลือเมื่อแดดแรกมาถึงหลังสิ้นฤดูฝนในเดือนตุลาคม&amp;nbsp;หรือพฤศจิกายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128154229655</Link_News></row>
<row _id="248"><NewsTitle>ปศุสัตว์สมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจตลาดและราคาสินค้าปศุสัตว์ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ม.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;07.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายสมยศ&amp;nbsp;ปราณอุดมรัตน์&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวชนิตา&amp;nbsp;แช่มตระกูล&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;นายสาธิต&amp;nbsp;กล่อมสวัสดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมกันตรวจตลาดและราคาสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;เนื่องในเทศกาลตรุษจีน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดสดบางฆ้อง&amp;nbsp;และตลาดสดปากน้ำ&amp;nbsp;(ท่าเรือวิบูลย์ศรี)&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เนื้อสุกร&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;และไข่สด&amp;nbsp;เพื่อนำไปประกอบพิธีไหว้ขอพรเทพเจ้าและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วในช่วงเทศกาลตรุษจีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ได้มีการเข้มงวดตรวจสอบกระบวนการผลิต&lt;/strong&gt;สินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตของกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;เพื่อตรวจหาสารตกค้างต่างๆ&amp;nbsp;ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าสินค้าปศุสัตว์ที่ผ่านการตรวจสอบมีคุณภาพและปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ทั้งระบบ&amp;nbsp;โดยมุ่งหวังให้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;ช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองทั้งหมด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;เนื้อหมู&amp;nbsp;เนื้อเป็ด&amp;nbsp;เนื้อโค&amp;nbsp;ไข่ไก่สด&amp;nbsp;ไข่เป็ดสด&amp;nbsp;และไข่นกกระทาสด&amp;nbsp;โดยสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองโครงการปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;จะต้องจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่มีความปลอดภัยต่อการบริโภค&amp;nbsp;มาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้บริโภคควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ดี&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนผู้บริโภคมั่นใจว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สินค้าปศุสัตว์ที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรองนั้น&amp;nbsp;มีมาตรฐานการผลิตที่สะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;เหมาะสมแก่การบริโภค&amp;nbsp;ปลอดจากสารตกค้าง&amp;nbsp;ไม่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;และที่สำคัญสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการผลิต&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้&amp;nbsp;มั่นใจซื้อสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ให้สังเกตตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการได้กำชับให้ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ติดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจ&amp;nbsp;และใช้เครื่องชั่งให้ได้มาตรฐานที่กำหนด&amp;nbsp;ซึ่งจะมีสติกเกอร์เครื่องชั่งที่ได้รับการตรวจจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128134911578</Link_News></row>
<row _id="249"><NewsTitle>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด จัดพิธีมอบป้ายโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า Q และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัย เลือกใช้สินค้า Q (Q Restaurant )</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบป้ายโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัย&amp;nbsp;เลือกใช้สินค้า&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;(Q&amp;nbsp;Restaurant&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ให้แก่ผู้ผ่านการรับรองตามโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;ดำเนินการจัดขึ้น&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมพลอยแดง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร&lt;/strong&gt;และอาหารแห่งชาติ&amp;nbsp;มอบหมายให้จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ดำเนินโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัย&amp;nbsp;เลือกใช้สินค้า&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;(Q&amp;nbsp;Restaurant)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมแหล่งจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้บริโภค&amp;nbsp;ตลอดจนเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากสินค้า&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;ในจังหวัดตราดให้เป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และผ่านการรับรองเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเภทสถานที่จำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;รายใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ร้านค้าหน้าฟาร์ม&amp;nbsp;ศุภฤกษ์&amp;nbsp;เมล่อนฟาร์ม&amp;nbsp;สินคา&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เมล่อน&amp;nbsp;และร้านค้าหน้าฟาร์ม&amp;nbsp;นางนิตย์&amp;nbsp;สาขะ&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;กวางตุ้ง&amp;nbsp;และกวางตุ้องฮ่องเต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเภทร้านอาหารได้ป้ายรับรองอาหารวัตถุดิบปลอดภัย&lt;/strong&gt;เลือกใช้สินค้า&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ร้านนัวร์&amp;nbsp;CAF?_82c&amp;nbsp;วัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เนื้อเป็ดบด&amp;nbsp;เนื้ออกเป็ด&amp;nbsp;เอ็นข้อไก่&amp;nbsp;ปีกกลางไก่&amp;nbsp;เนื้อหมูบด&amp;nbsp;ร้านแคนวาส&amp;nbsp;แฟมิลี่&amp;nbsp;โฮม&amp;nbsp;วัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กุ้งขาวไวหาง&amp;nbsp;ปีกกลางไก่&amp;nbsp;อกไก่เนื้อล้วนติดหนัง&amp;nbsp;และร้านอานารีน&amp;nbsp;วัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น่องติดสะโพกเป็ด&amp;nbsp;เนื้ออกเป็ด&amp;nbsp;น่องติดสะโพกไก่&amp;nbsp;จึงได้จัดให้มีการมอบป้ายโครงการในครั้งนี้ขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128153952648</Link_News></row>
<row _id="250"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี ชี้แจงกรณีชาวบ้านร้องเรียนมีการขนย้ายหมูตายออกจากฟาร์ม กังวลอาจเป็นโรค</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีประกาศเป็นเอกสารชี้แจง&lt;/strong&gt;ถึงกรณีชาวบ้านร้องเรียนมีการขนย้ายหมูตายออกจากฟาร์ม&amp;nbsp;และกังวลหมูอาจเป็นโรคนั้น&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีตัวแทนประชาชนในจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ได้เข้าร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ได้นำภาพรถขนสุกรตายในพื้นที่อำเภอปากท่อ&amp;nbsp;และอำเภอเมืองราชบุรี&amp;nbsp;และได้ยื่นรายละเอียดร้องต่อสื่อมวลชนว่ามีการขนย้ายสุกรตายออกจากฟาร์มเป็นประจำ&amp;nbsp;และนำสุกรตายเหล่านี้ไว้ที่ใด&amp;nbsp;ป่วยเป็นโรคหรือไม่และมีการระบาดในพื้นที่จังหวัดราชบุรีหรือไม่&amp;nbsp;เพราะอาจสร้างผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่เมื่อนำสุกรไปชำแหละขายเพื่อบริโภคกับประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยข้อเท็จจริงสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ได้รับเรื่องร้องเรียนของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และได้รายงานเบื้องต้นกับนายประกอบ&amp;nbsp;วงศ์มณีรุ่ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ว่าในกรณีการเกิดโรคระบาด&amp;nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร(AFS)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-9&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ส่งชุดเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบเก็บตัวอย่าง&amp;nbsp;เพื่อค้นหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า&amp;nbsp;ชุดเฉพาะกิจได้เข้าตรวจสอบฟาร์มสุกร&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;และนำตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ผลปรากฏว่าไม่พบเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งมีการดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;จะดำเนินการตรวจสอบสถานะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร(AFS)&amp;nbsp;ในพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการร้องเรียน&amp;nbsp;จากกลุ่มบุคคล&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้แก่ฟาร์มในพื้นที่ตำบลห้วยไผ่&amp;nbsp;ตำบลน้ำพุ&amp;nbsp;อำเภอเมืองราชบุรี&amp;nbsp;และพื้นที่&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ของตำบลทุ่งหลวง&amp;nbsp;อำเภอปากท่อ&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;โดยกระทำการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคม2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ในส่วนของรูปถ่ายภาพยานพาหนะที่มีลักษณะการบรรทุกซากสุกรทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งความดำเนินคดีความผิดฝ่าฝืนกฎหมาย&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พรบ.โรคระบาตสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2558&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;เข้มงวดการออกใบอนุญาต&amp;nbsp;เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงชากสัตว์ที่ตายภายในฟาร์มที่ไม่มีวิการโรคระบาด&amp;nbsp;ให้สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม&amp;nbsp;ออกหนังสือรับรองซาก&amp;nbsp;และอนุญาตให้นำไปเป็นอาหารสัตว์อื่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จระเข้&amp;nbsp;ปลา&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;ส่วนซากที่ไม่เหมาะสมให้ฝัง&amp;nbsp;เผา&amp;nbsp;ทำลายภายในฟาร์ม&amp;nbsp;ไมให้มีการเคลื่อนย้ายออกนอกฟาร์มเป็นอันขาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ให้ปศุสัตว์อำเภอร่วมกับสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ดำเนินการตั้งต่าน&amp;nbsp;ตรวจสอบการระทำผิดตาม&amp;nbsp;พรบ.โรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2558&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ได้รับรายงานว่า&lt;/strong&gt;มีการพบเชื้อโรคอหิวาต์&amp;nbsp;แอฟริกาในสุกร(AFS)&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอปากท่อ&amp;nbsp;ได้มีการประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคแอฟริกาในสุกร(AFS)&amp;nbsp;ข้อที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์&amp;nbsp;หรือซากสัตว์ตามข้อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข้า&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;หรือภายในเขตโรคระบาดเว้นแต่ได้รับใบอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์&amp;nbsp;ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น&amp;nbsp;ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายตามาตรา&amp;nbsp;22&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2558&amp;nbsp;หากฝ้าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;65&amp;nbsp;แห่งประราชบัญญัติโรคระบาตสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2558&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ราชบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128162318706</Link_News></row>
<row _id="251"><NewsTitle>การประชุมรับฟังสภาพปัญหาและหารือกรณีช้างป่าบุกรุกทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พลเอกเฉลิมชัย&amp;nbsp;สิทธิสาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ประธานบริหารมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมรับฟังสภาพปัญหาและหารือกรณีช้างป่าบุกรุกทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎรในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี&amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;กรณีช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเข้ามาหากินในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;โดยมีราษฎรที่ได้รับผลกระทบฯ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณหอประชุมโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว&amp;nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&amp;nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายวร?พันธุ์?&amp;nbsp;สุวัณณุสส์&amp;nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ปราจีนบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;และผู้แทนประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุมหารือทั้งหมด&amp;nbsp;ได้รับการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ด้วยชุดตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ทุกคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยประธานบริหารงานมูลนิธิ&amp;nbsp;ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และรับฟังสภาพปัญหา&amp;nbsp;ความคิดเห็นและหารือร่วมกันกับผู้แทนราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าบุกรุก&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไข&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;องค์ความรู้ในการผลักดันช้างอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;การชดเชยเยียวยาค่าเสียหายให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ในด้านพืชผลทางการเกษตร&amp;nbsp;ที่พักอาศัย&amp;nbsp;อุปกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ที่ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ต่อมา&amp;nbsp;พลเอกเฉลิมชัย&amp;nbsp;สิทธิสาท&amp;nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ร่วมมอบนมจืดให้แก่โรงเรียนเขาไม้แก้ว&amp;nbsp;เพื่อนำไปมอบให้แก่เด็กนักเรียน&amp;nbsp;รวมทั้งได้ปลูกต้นรวงผึ้ง&amp;nbsp;เยี่ยมชมแปลงปลูกผักอินทรีย์ของนักเรียนโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว&amp;nbsp;และเดินทางไปดูสภาพพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่าบุกรุก&amp;nbsp;ที่บ้านโปร่งสะเดา&amp;nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&amp;nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;โดยได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รับฟังปัญหาและผลกระทบจาก&amp;nbsp;ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;ให้กำลังใจและให้คำแนะนำในด้านการป้องกันและแก้ไขในเบื้องต้น&amp;nbsp;และได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานในพื้นที่หาแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ปราจีนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128162731715</Link_News></row>
<row _id="252"><NewsTitle>รมว.เกษตรฯ เปิดศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) นำร่องแห่งแรกของ จ.ประจวบฯ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพน้ำนมดิบให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการตั้งศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;(Feed&amp;nbsp;Center)&amp;nbsp;บริเวณโครงการเลี้ยงโคนมในระบบชีวภาพ&amp;nbsp;(วัวหลุม)&amp;nbsp;อ.สามร้อยยอด&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเสถียร&amp;nbsp;เจริญเหรียญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์&amp;nbsp;น้อยสุวรรณ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;สุขภาคกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสังวาลย์&amp;nbsp;โพธิ์มี&amp;nbsp;ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;โดยโครงการศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์แห่งนี้&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างการผลิต&amp;nbsp;การรวบรวมและแปรรูปของสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ตาม&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;เงินกู้โควิด&amp;nbsp;พ.ศ.2563)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7,609,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และเงินที่ชุมนุมสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;สมทบ&amp;nbsp;845,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นำมาใช้ดำเนินการก่อสร้างและจัดซื้อครุภัณฑ์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์กระบวนการผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;TMR&amp;nbsp;หรืออาหารผสมสำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นมาจากการนำอาหารหยาบและอาหารข้นมาผสมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีการก่อสร้างโรงเรือนเก็บและผสมอาหาร&amp;nbsp;TMR&amp;nbsp;ก่อสร้างบ่อหมักอาหารหยาบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก่อสร้างลานคอนกรีต&amp;nbsp;จัดซื้อรถบรรทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้อ&amp;nbsp;แบบดั๊ม&amp;nbsp;จัดซื้อรถตัดล้อยาง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;100&amp;nbsp;แรงม้า&amp;nbsp;จัดซื้อเครื่องผสมอาหาร&amp;nbsp;TMR&amp;nbsp;จัดซื้อเครื่องบรรจุอาหารสุญญากาศแบบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หัว&amp;nbsp;มีกำลังการผลิตวันละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จำหน่ายให้สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคที่สนใจในราคา&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการตั้งศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;(Feed&amp;nbsp;Center)&amp;nbsp;เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ต้องการให้มีการจัดตั้งศูนย์ในลักษณะเช่นนี้กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีการเลี้ยงโคนมเพื่อช่วยเกษตรกรในการลดตันทุนการผลิต&amp;nbsp;เพราะการเลี้ยงโคนมมีต้นทุนเรื่องของอาหารสัตว์ถึงร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ในขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำนมดิบให้กับเกษตรกรรายย่อยด้วย&amp;nbsp;เพราะอาหาร&amp;nbsp;TMR&amp;nbsp;ที่ผลิตจากศูนย์แห่งนี้เป็นสูตรที่ผ่านการพัฒนาให้เหมาะสมกับโคนม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เกษตรกรควรพัฒนาการเลี้ยงควบคู่กับการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนมโค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;และหากศูนย์ผลิตอาหารสัตว์แห่งนี้ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;จะเป็นการนำร่องให้กับสหกรณ์อื่นๆ&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;และยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมซึ่งถือเป็นอาชีพพระราชทานของคนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมมากเป็นลำดับที่&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกระจายอยู่ทุกอำเภอ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;1,059&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวนโคนม&amp;nbsp;36,915&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ผลิตน้ำนมดิบ&amp;nbsp;64,112&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp;โดยผลิตน้ำนมดิบผ่านระบบสหกรณ์โคนม&amp;nbsp;มีสหกรณ์โคนม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคนม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128173556740</Link_News></row>
<row _id="253"><NewsTitle>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี มอบกระเช้าแก่ผู้สูงอายุเกิน 100 ปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพจนา&amp;nbsp;เสมา&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายศรีธรรม&amp;nbsp;ราชแก้ว&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมมอบกระเช้าผลไม้&amp;nbsp;ให้กับนางสาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สีสด&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;104&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;272&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลดอนโพธิ์ทอง&amp;nbsp;อ.เมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพจนา&amp;nbsp;เสมา&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&amp;nbsp;ทรงห่วงใยสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ&amp;nbsp;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;โปรดกระหม่อมให้อัญเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้สูงอายุและทรงมอบหมายให้&amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ดูแลอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในครั้งนี้&amp;nbsp;ตนได้รับมอบหมายจากนายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ในการนำกระเช้าผลไม้มามอบให้แก่ยายสาย&amp;nbsp;สีสด&amp;nbsp;พร้อมพูดคุยไต่ถามสารทุกข์สุขดิบ&amp;nbsp;กับยายสายและครอบครัวด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับยายสาย&amp;nbsp;สีสด&amp;nbsp;เป็นคนอารมณ์ร่าเริง&amp;nbsp;แจ่มใส&amp;nbsp;แม้สุขภาพร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แต่ยังชอบแอบไปขุดดินถอดหญ้าเพื่อปลูกผัก&amp;nbsp;ชอบทานกล้วยทุกชนิด&amp;nbsp;และมีความเป็นอยู่เรียบง่าย&amp;nbsp;ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี&amp;nbsp;เป็นที่เคารพนับถือของลูกหลาน&amp;nbsp;เพื่อนบ้าน&amp;nbsp;และคนในชุมชนได้ดูเป็นแบบอย่างตามวัฒนธรรมประเพณีไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128173728741</Link_News></row>
<row _id="254"><NewsTitle>เกษตรอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก (งบกลาง ปี 2564)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นางฉลวย&amp;nbsp;เวียนคำ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายไกรนรา&amp;nbsp;รัตนบุรี&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;(งบกลาง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(งบกลาง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;มีเป้าหมายดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.โครงการส่งเสริมการใช้ระบบน้ำอัจฉริยะและพลังงานทางเลือก&amp;nbsp;(โซลาเซลล์)&amp;nbsp;ในไม้ผลเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยติดตามแปลงของนายปรีชา&amp;nbsp;เคี่ยมพันธ์&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.ควนเมา&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.โครงการปลูกพืชทางเลือกเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรได้รับมอบต้นพันธุ์มะพร้าวบริโภคผลสด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;และพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;โดยติดตามแปลงของนายปรีชา&amp;nbsp;พรหมห้อง&amp;nbsp;ม.10&amp;nbsp;ต.ควนเมา&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป้าหมายคือ&amp;nbsp;ศพก.เครือข่าย&amp;nbsp;การปลูกฝรั่ง&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.ควนเมา&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128175944755</Link_News></row>
<row _id="255"><NewsTitle>ปศุสัตว์เพชรบุรี จัดอบรมเกษตรกรโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์เพชรบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;อบรมเกษตรกร&lt;/strong&gt;โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยลึก&amp;nbsp;อ.บ้านลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และปศุสัตว์อำเภอบ้านลาดร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยลึก&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริม&amp;nbsp;และพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การพัฒนาอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;นายบุญ&amp;nbsp;โพธิ์ทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;และนางสาวภัทรกร&amp;nbsp;ชื่นโกมล&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;บรรยายเรื่อง&amp;nbsp;การรวมกลุ่ม&amp;nbsp;โดยสนับสนุนให้เกษตรกรจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;หลังจากที่ได้รับงบประมาณเงินอุดหนุนการจัดซื้อไก่ไข่และอุปกรณ์การเลี้ยงไก่&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;สามารถลดรายจ่าย&amp;nbsp;สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี/27&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128191647770</Link_News></row>
<row _id="256"><NewsTitle>ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน เปิดตัว "โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน"  ณ สวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมานพ&amp;nbsp;จินาไหม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&amp;nbsp;(ประกอบด้วย&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;ได้คัดเลือกสวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.บางวัน&amp;nbsp;อ.คุระบุรี&amp;nbsp;จ,พังงา&amp;nbsp;ให้จัดทำ&amp;nbsp;"โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจรทั้งการผลิต&amp;nbsp;รวบรวม&amp;nbsp;แปรรูป&amp;nbsp;และการตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาสร้างเป็นหัวขบวนให้กับเกษตรกรและเครือข่าย&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เชื่อมโยงธุรกิจกับเกษตรกรรายย่อยเพื่อให้เกิดรายได้ทั้งระบบ&amp;nbsp;และยังเป็นเครือข่ายในการเชื่อมโยงกิจกรรม&amp;nbsp;โครงการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของธนาคารที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเป็นวิทยากรให้ความรู้&amp;nbsp;การเป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรในโครงการของธนาคาร&amp;nbsp;การเป็นแหล่งศึกษาดูงาน&amp;nbsp;เป็นต้นสวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&amp;nbsp;แห่งนี้มีทั้ง&amp;nbsp;กาแฟ&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาในบ่อเมทัลชีท&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่ระบบเปิด&amp;nbsp;และผลไม้ออร์แกนิคหลากหลายชนิด&amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนเกษตรผสมผสานที่สามารถนำไปปรับใช้เป็นต้นแบบได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่ง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ได้มีแผนพัฒนาบุคลากร&amp;nbsp;มีการฝึกทักษะการเป็นวิทยากรมืออาชีพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การใช้งานสื่อออนไลน์&amp;nbsp;เพื่อการประชาสัมพันธ์และขยายช่องทางการตลาด&amp;nbsp;แผนพัฒนาอาคารสถานที่และอุปกรณ์&amp;nbsp;มีการปรับปรุงอาคารเพื่อให้มีความพร้อมรองรับผู้เข้าอบรม&amp;nbsp;จัดซื้ออุปกรณ์ประจำศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการอบรมให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม&amp;nbsp;กิจกรรมพัฒนาฐานเรียนรู้&amp;nbsp;จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp;จัดทำแปลงสาธิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อรองรับการศึกษาดูงาน&amp;nbsp;ผู้สนใจจากภายในและภายนอกชุมชน&amp;nbsp;แผนส่งเสริมการเรียนรู้&amp;nbsp;จัดกิจกรรมความรู้&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านการผลิต&amp;nbsp;ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;และด้านการตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;มุ่งหวังให้สมาชิกปรับวิธีคิด&amp;nbsp;ปรับวิธีการผลิตตามแนวทางเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;กระบวนการผลิตตามมาตรฐานเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;รวมทั้งการวิเคราะห์คุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;และการแปรรูป&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;จะทำให้มีการปรับ&amp;nbsp;เปลี่ยน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พัฒนาระบบการเกษตร&amp;nbsp;โดยใช้ตลาดนำ&amp;nbsp;ผ่านการประยุกต์ใช้หลักวิชาการตลาดที่มั่นคง&amp;nbsp;ส่งผลให้มีรายได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สวท.พังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128205252787</Link_News></row>
<row _id="257"><NewsTitle>เกษตรยะลา ร่วมประชุมการติดตามผลการเตรียมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมประชุมการติดตาม&amp;nbsp;ผลการเตรียมรับเสด็จฯ&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อติดตามผลการดำเนินการเตรียมรับเสด็จ&amp;nbsp;และแบ่งมอบภารกิจแก่ส่วนราชการ&lt;/strong&gt;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการเตรียมรับเสด็จให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านภักดี&amp;nbsp;ตำบลเขื่อนบางลาง&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128205335788</Link_News></row>
<row _id="258"><NewsTitle>ธกส.ยะลา เผย เร่งช่วยเหลือเกษตรหนี้นอกระบบเข้าโครงการ ระบุ ช่วยเหลือไปแล้วกว่า 2 พันราย วงเงิน 92 ล้านบาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สิบตำรวจเอกหญิงบุษราภรณ์&amp;nbsp;สันนุกิจ&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ&lt;/strong&gt;สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ด้วยสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;(Covid-19)&amp;nbsp;การประกอบอาชีพของเกษตรกร&amp;nbsp;รวมถึงผลกระทบด้านแรงงาน&amp;nbsp;ประสบปัญหาการเลิกจ้าง&amp;nbsp;การชะลอการจ้างงาน&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อรายได้ลดลงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน&amp;nbsp;รวมทั้งเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนของเกษตรกรที่มีหนี้นอกระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;ธกส.ยะลา&amp;nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน&lt;/strong&gt;ของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนที่มีหนี้นอกระบบ&amp;nbsp;ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบธนาคารทั้งจังหวัดเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;2,233&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินสิ้นเชื่อจำนวน&amp;nbsp;92&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยเป็นมาตรการจัดการหนี้นอกระบบแบบบูรณาการ&amp;nbsp;ทั้งด้านการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ&amp;nbsp;ด้านการฟื้นฟูการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ด้านการป้องกันการก่อหนี้นอกระบบรอบใหม่โดยมีมาตรการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้น&amp;nbsp;กรณีที่ลูกค้า&lt;/strong&gt;เป็นหนี้นอกระบบมาติดต่อที่&amp;nbsp;ธกส.สาขาทางธนาคารก็จะมีป้ายรับเรื่องร้องทุกข์ไว้ที่ธนาคาร&amp;nbsp;ธกส.ทุกสาขาทั่วประเทศและจากนั้นจะมีการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้มาคุยกันเมื่อตกลงได้แล้ว&amp;nbsp;ทางธนาคารก็จะนัดหมายเพื่อให้ความรู้ทางการเงินและเมื่อลูกค้าเข้าหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารก็จะดำเนินการได้ทันทีเพื่อให้ลูกค้าได้รับการแก้ไขหนี้นอกระบบ&amp;nbsp;ก้าวผ่านความยากจน&amp;nbsp;ไม่กลับไปก่อหนี้นอกระบบอีก&amp;nbsp;เป็นการ&amp;nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;และเพื่อให้เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพในภาคชนบท&amp;nbsp;เป็นการกระตุ้น&amp;nbsp;เศรษฐกิจฐานรากของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการช่วยเหลือประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน&amp;nbsp;สำหรับชำระหนี้นอกระบบที่เกิดจาก&amp;nbsp;เกษตรกรลูกค้า&amp;nbsp;คู่สมรส&amp;nbsp;บุตร&amp;nbsp;บิดามารดาของเกษตรกรลูกค้าหรือของคู่สมรสซึ่งอยู่ในอุปการะของเกษตรกรลูกค้า&amp;nbsp;วงเงินกู้ไม่เกินรายละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เว้นแต่กรณีมีวัตถุประสงค์ในการสงวนที่ดินทำกินที่ลูกหนี้ใช้ที่ดินในการจำนองไม่เกินรายละ&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ระยะเวลาชำระหนี้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมรับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองสินเชื่อกรณีเสียชีวิตรายละไม่เกิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และการคืนดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ของดอกเบี้ยที่ชำระหนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.โครงการสินเชื่อชำระดีมีวงเงิน&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Cash&amp;nbsp;สำหรับลูกค้าผู้กู้สินเชื่อตามโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ&amp;nbsp;ที่ชำระ&amp;nbsp;หนี้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนดและมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการก่อหนี้นอกระบบของลูกค้า&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สนับสนุนเงินเครดิตหมุนเวียนผ่านบัตร&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ตามต้นเงินกู้ที่ได้รับชำระหนี้ตามโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ&amp;nbsp;สูงสุดรายละ&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;MRR&amp;nbsp;+&amp;nbsp;(0&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือนนับจากวัน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่านการคุ้มครองสินเชื่อกรณีเสียชีวิต&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวก&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรลูกค้าที่มีความต้องการสินเชื่อสามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อได้ผ่านช่องทาง&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;an?m.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.โครงการสินเชื่ออาชีพเสริมเพิ่มรายได้&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับลูกค้าผู้กู้สินเชื่อตามโครงการแก้ไขหนี้นอก&amp;nbsp;ระบบ&amp;nbsp;ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการประกอบอาชีพเสริม&amp;nbsp;โดยผ่านการฝึกอบรมความรู้หรือทักษะจาก&amp;nbsp;สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน&amp;nbsp;วงเงินกู้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;0&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;และตั้งแต่เดือนที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เป็นต้นไปอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;MRR&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;(ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;MRR&amp;nbsp;เท่ากับร้อยละ&amp;nbsp;6.50)&amp;nbsp;ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ระยะเวลาโครงการตั้งแต่บัดนี้-31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129100052842</Link_News></row>
<row _id="259"><NewsTitle>กรมประมง เปิดให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์  4-28 กุมภาพันธ์นี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายถาวร&amp;nbsp;ทันใจ&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ในรอบปีการประมง&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้นกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมประมงจึงได้ออกประกาศกรมประมง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;กำหนดห้วงเวลา&amp;nbsp;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&amp;nbsp;สำหรับปีการประมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(2565&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2566)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งหลักเกณฑ์ในการขอรับใบอนุญาตฯ&amp;nbsp;ได้มีการปรับปรุงและแตกต่างไปจากการขอรับใบอนุญาตฯ&amp;nbsp;ในรอบปีที่ผ่านมาไม่มากนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในรอบปีการประมงใหม่นี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมประมงได้กำหนดให้ผู้ประสงค์ทำการประมงพาณิชย์ยื่นคำขอรับใบอนุญาต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;หรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล&amp;nbsp;หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนด&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งกรมประมงจะพิจารณาจัดสรรใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แล้วจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาต&amp;nbsp;ดำเนินการคือ&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;กรณีได้รับอนุญาตฯ&amp;nbsp;ให้ผู้ขอรับอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมและค่าอากรการประมงและรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานประมงอำเภอที่ยื่นคำขอ&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิจากการเป็นผู้ได้รับอนุญาต&amp;nbsp;พร้อมทั้งรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่ที่ได้ยื่นคำขอไว้&amp;nbsp;และจัดทำเครื่องหมายประจำเรือให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;นับแต่วันที่ใบอนุญาตมีผลใช้บังคับ&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กรณีที่ไม่ได้รับอนุญาตฯ&amp;nbsp;ให้ผู้ขอรับอนุญาตยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตได้&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง&amp;nbsp;โดยยื่น&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;สำนักงานประมงอำเภอ&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&amp;nbsp;หรือส่งไปรษณีย์ไปยังกรมประมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ผู้รับใบอนุญาตต้องได้รับการตรวจเรือและเครื่องมือทำการประมง&lt;/strong&gt;ก่อนออกทำการประมงครั้งแรก&amp;nbsp;โดยสามารถขอรับการตรวจเรือและเครื่องมือทำการประมงได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;(หลังจากได้รับใบรับคำขอรับใบอนุญาตฯ)&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากไม่ผ่านการตรวจเรือประมงและเครื่องมือทำการประมง&amp;nbsp;จะไม่สามารถออกไปทำการประมงตามที่ได้รับอนุญาตได้&amp;nbsp;ทั้งนี้ขอให้พี่น้องชาวประมงที่ประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์&amp;nbsp;ในรอบปีการประมง&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ให้มายื่นขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์เพื่อเป็นการรักษา&amp;nbsp;สิทธิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของตนเองที่จะสามารถทำการประมงพาณิชย์ในรอบปีการประมงที่จะถึงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129123531912</Link_News></row>
<row _id="260"><NewsTitle>ขับเคลื่อนนโยบาย ตลาดนำการผลิต จัดเวทีลงนามสัญญาซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมระบบเกษตรพันธสัญญา ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมหม่อนไหมได้ดำเนินงานตามนโยบาย&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอน&amp;nbsp;มีความมั่นคงในอาชีพ&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยการแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชน&amp;nbsp;เพื่อวางแผนการผลิตร่วมกัน&amp;nbsp;ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ&amp;nbsp;ให้ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ในจังหวัดน่าน&amp;nbsp;เชียงรายและพะเยา&amp;nbsp;หันมาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&amp;nbsp;เป็นการสร้างอาชีพใหม่&amp;nbsp;ทดแทนการทำเกษตรกรรมแบบเดิมที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว&amp;nbsp;ซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยงด้านผลผลิตและราคา&amp;nbsp;ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมและขยายผลสู่ระบบเกษตรพันธสัญญา&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน&amp;nbsp;เป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ลดความเสี่ยงด้านการตลาด&amp;nbsp;มีการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยุติธรรมระหว่างภาคเอกชนกับเกษตรกร&amp;nbsp;ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนในอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภาคเอกชน&amp;nbsp;คือบริษัท&amp;nbsp;จุลไหมไทย&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมกับกลุ่มเกษตรกรนั้น&amp;nbsp;มีความต้องการผลผลิตรังไหมทั่วประเทศถึง&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่เกษตรกรยังผลิตได้ประมาณ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;กรมหม่อนไหมจึงเดินหน้าร่วมกับบริษัท&amp;nbsp;จุลไหมไทย&amp;nbsp;เร่งสร้างเกษตรกรรายใหม่ให้เข้าสู่ระบบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมมากขึ้น&amp;nbsp;โดยส่งเสริมกิจกรรมการฝึกอบรมให้ความรู้ในการผลิตไหมอุตสาหกรรมแบบครบวงจร&amp;nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&amp;nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;307&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลี้ยงไหม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;ผลผลิตรังไหมรวม&amp;nbsp;55.77&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;รายได้&amp;nbsp;8.67&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีแผนการเลี้ยงไหม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;คาดการณ์จะได้ผลผลิตรังไหม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้มากกว่า&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรมหม่อนไหมยังเดินหน้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งเสริมการทำเกษตรพันธสัญญาในการซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทั้งด้านอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ลดการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศ&amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;อันจะเป็นการร่วมกันพัฒนาวงการหม่อนไหมไทย&amp;nbsp;ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในการผลิตเส้นไหม&amp;nbsp;ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129120705886</Link_News></row>
<row _id="261"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร (ผักกาดขาว)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรผักกาดขาว&amp;nbsp;โดยมีนางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมยุทธศาสตร์&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่เพาะปลูกผักกาดขาว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ปลูกมากในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;ส่งจำหน่ายให้ผู้รวบรวม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โรงงานตัดแต่งในอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;และจังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก&amp;nbsp;ขณะที่ในปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและนานกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;รวมทั้งราคาผักกาดขาวช่วงก่อนหน้านี้ราคาค่อนข้างสูง&amp;nbsp;จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับผลผลิตผักกาดขาวในหลายจังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;เพชรบูรณ์&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;ออกสู่ตลาดในช่วงเดียวกันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้&amp;nbsp;ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การประชุมในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการติดตามสถานการณ์การผลิต&amp;nbsp;และราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผักกาดขาว&amp;nbsp;เพื่อเป็นการวางแผนการปลูก&amp;nbsp;การจำหน่าย&amp;nbsp;การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูก&amp;nbsp;ทั้งด้านการผลิต&amp;nbsp;และการตลาด&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่การกำหนดพื้นที่และปริมาณการปลูกที่เหมาะสม&amp;nbsp;และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด&amp;nbsp;และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จึงมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;วางแผนการผลิต&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;ปริมาณการผลิต&amp;nbsp;และการแปรรูปสินค้าเกษตรหลักของจังหวัด&amp;nbsp;และมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ดูแลกลไกตลาด&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;และประสานงานผู้ประกอบการเข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีกำหนดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผักกาดขาวในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;29-30&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129115103882</Link_News></row>
<row _id="262"><NewsTitle>เกษตรกรอำเภอรัตนบุรี พื้นที่ต้นแบบ พร้อมส่งผลผลิตให้กับส่วนราชการ ร้านค้า และ ประชาชนผู้บริโภค ตามโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคเณศวร&amp;nbsp;เกษอินทร์&amp;nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรที่เป็นพื้นที่ต้นแบบตามโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เข้าตกลงกำหนดการจัดส่งสินค้าพืชผลเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;โรงพยาบาลรัตนบุรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านหนองกา&amp;nbsp;โดยจะเริ่มดำเนินการจัดส่งตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดจังหวัดสุรินทร์ได้กำเนินโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;โดยส่งเสริมการเพิ่มช่องทางการตลาด&amp;nbsp;ด้วยการชักชวนให้ร้านอาหาร&amp;nbsp;นำพืชผักอินทรีย์เป็นส่วนประกอบในการประกอบอาหาร&amp;nbsp;อำเภอรัตนบุรีจึงเชื่อมตลาดกลุ่มเกษตรกรพืชผักอินทรีย์&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;โรงพยาบาลรัตนบุรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ร้านค้าจำหน่ายอาหาร&amp;nbsp;เพื่อจัดส่งผักอินทรีย์&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;ปลอดสารเคมี&amp;nbsp;นำไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นำไปเป็นประกอบอาหารให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้บริโภคอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ก็ได้รณรงค์ขับเคลื่อน&lt;/strong&gt;ในแต่ละชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อร่วมส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัว&amp;nbsp;ในแต่ละครัวเรือน&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างวิถีวัฒนธรรมพึ่งตนเองในชุมชน&amp;nbsp;ควบคู่สนับสนุนกับการขับเคลื่อนตามโครงการ&amp;nbsp;โคกหนองนาโมเดล&amp;nbsp;ให้เกิดการแลกเปลี่ยนผลผลิตและแบ่งปันในชุมชน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ระหว่างชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;อำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ยังจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อาหารปลอดภัย&amp;nbsp;เพื่อนำพืชผักสะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;ให้กับประชาชนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129134915945</Link_News></row>
<row _id="263"><NewsTitle>การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;ปลาณีตฟาร์ม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จัดงานสัมมนา&amp;nbsp;การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องราชพฤกษ์&amp;nbsp;อาคารทักษิณาคาร&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&amp;nbsp;วิทยาเขตพัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผศ.คำรณ&amp;nbsp;พิทักษ์&amp;nbsp;ผอ.อุทยานวิทยาศาตร์ภาคใต้&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;รศ.ดร.ณัฐพงศ์&amp;nbsp;จิตรนิรัตน์&amp;nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&amp;nbsp;รศ.ดร.สมัคร&amp;nbsp;แก้วสุกแสง&amp;nbsp;รักษาการผู้อำนวยการ&amp;nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนา&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&amp;nbsp;ร่วมกันสัมมนา&amp;nbsp;การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม&amp;nbsp;และที่ประชุมผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;(Video&amp;nbsp;Conference)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยโครงการ&amp;nbsp;การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนจาก&lt;/strong&gt;กระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัย&amp;nbsp;และนวัตกรรม&amp;nbsp;ภายใต้การดูแลจากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และคุณค่าสูงสุดภายใต้&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;จากวิกฤตโรคระบาด&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่อเราในวงกว้าง&amp;nbsp;มีการคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพ&amp;nbsp;อนามัย&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะความปลอดภัยด้านอาหาร&amp;nbsp;ภาคการเกษตรเป็นแหล่งผลิตอาหารชั้นต้น&amp;nbsp;ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการเกษตรคุณภาพ&amp;nbsp;การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;GAP,&amp;nbsp;Organic&amp;nbsp;เข้ามาขับเคลื่อนจนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อะมิโนปลาทะเล&amp;nbsp;ตราปลาณีตฟาร์ม&amp;nbsp;เกิดจากงานวิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การนำทรัพยากรส่วนเกินการจากการแปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เศษวัตถุดิบของบริษัท&amp;nbsp;เซาท์เทอร์น&amp;nbsp;ซีฟูด&amp;nbsp;โปรดักส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่&amp;nbsp;โดยการสกัดอะมิโนด้วยจุลินทรีย์จากธรรมชาติ&amp;nbsp;มีความปลอดภัย&amp;nbsp;ปราศจากสารเคมีใดๆ&amp;nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นปัจจัยสนับสนุนการเพาะปลูกพืชผัก&amp;nbsp;ผลไม้ชนิดต่างๆ&amp;nbsp;เป้าหมายเพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถ&amp;nbsp;ลด&amp;nbsp;ทดแทนการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;และสารเคมี&amp;nbsp;อีกทั้งยังส่งผลต่อการเพิ่มคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;และลดต้นทุนการเพาะปลูก&amp;nbsp;ส่งผลเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น&amp;nbsp;ผู้บริโภคได้รับอาหารปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการนี้มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการของอะมิโนปลาทะเล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประโยชน์และความจำเป็นต่อพืชผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมเนื้อที่เพาะปลูกประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่ได้มีโอกาสทดลองใช้ในการเพาะปลูกในระยะเวลา&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีอาจารย์&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญการ&amp;nbsp;นักวิชาการ&amp;nbsp;นักวิจัย&amp;nbsp;สาขาต่างๆ&amp;nbsp;คอยดูแล&amp;nbsp;แก้ปัญหา&amp;nbsp;เก็บข้อมูล&amp;nbsp;และสรุปผลการใช้หลังสิ้นสุดโครงการ&amp;nbsp;และสนับสนุนให้เกษตรกรที่สนใจใช้อะมิโนปลาทะเล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงในระดับราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129135514947</Link_News></row>
<row _id="264"><NewsTitle>ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ฝึกอบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมโครงการพระราชดำริแก้มลิงหนองเลิงเปือย จังหวัดกาฬสินธุ์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวจิราลักษณ์&amp;nbsp;ปรีดี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอนแก่น&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางอมรรัตน์&amp;nbsp;โวหาร&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นายพนม&amp;nbsp;ถานะ&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;เจ้าพนักงานการเกษตร&amp;nbsp;และนางสุคนธ์&amp;nbsp;นรนิล&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมโครงการพระราชดำริแก้มลิงหนองเลิงเปือย&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;แปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนผลสด&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหม่อนไหม&amp;nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านดงเมือง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลเหล่าอ้อย&amp;nbsp;อำเภอร่องคำ&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าอบรมจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการเรื่องความรู้ทั่วไป&amp;nbsp;และประโยชน์ของหม่อนผล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนผลสด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวเกรียบ&amp;nbsp;การวางแผนการผลิตและการตลาดของหม่อนผลสด&amp;nbsp;โดยเกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมและให้ความสนใจในการสาธิตและฝึกปฏิบัติเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129164201010</Link_News></row>
<row _id="265"><NewsTitle>บรรยากาศงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2565 ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลอดทั้งวันที่งานเกษตรแฟร์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายใต้&amp;nbsp;เกษตรวิถีใหม่&amp;nbsp;หลังมหันตภัยโควิด&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;ประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ทำให้บรรยากาศเดิมหลังไม่มีการจัดงานมาเกือบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กลับมาทำให้ประชาชนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง&amp;nbsp;ภายในงานมีการกำหนดมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ให้ประชาชนเช็คอินผ่านแอปหมอพร้อม&amp;nbsp;และแสดงผลการฉีดวัคซีนก่อนเข้างาน&amp;nbsp;และยังมีจุดบริการล้างมือให้ตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนที่ร่วมงานครั้งนี้มีความมั่นใจและรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการสอบถามประชาชนที่เดินทางมางานครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางแสงรวี&amp;nbsp;สุขเกษม&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;รู้สึกดีใจที่ได้มีการจัดงานแบบนี้อีกครั้งหลังห่างหายไปนาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะปีนี้มีมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ทำให้การมาเที่ยวรู้สึกปลอดภัย&amp;nbsp;ถึงแม้ว่าจะยังมีโรคดังกล่าวอยู่&amp;nbsp;ตนเองก็ยังมีสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;พกเจลแอลกอฮอร์และทำตามมาตรการเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางปรีดา&amp;nbsp;ทองอยู่&amp;nbsp;ผู้ประกอบการร้านแคปหมูแม่สมจิตร&amp;nbsp;เล่าว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากที่มีโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ยอดขายลดลง&amp;nbsp;โดยในการจัดงานครั้งนี้เป็นความหวังอย่างยิ่งที่จะทำให้มีรายได้เข้ามาอีกครั้งและยังชื่นชมการจัดงานที่มาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ทำให้รู้สึกปลอดภัยกับตัวเองและยังทำให้ประชาชนที่ร่วมงานรู้สึกมั่นใจขึ้นอีกเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประชาชนที่สนใจร่วมงานงานเกษตรแฟร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถเดินทางมาได้ตั้งแต่วันนี้ถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.-&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยร่วมปฎิบัติภายใต้มาตรการโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129193114051</Link_News></row>
<row _id="266"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนุนประมงพื้นบ้านเพชรบุรี รวมกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;คลองบางอินทร์&amp;nbsp;ตำบลบางขุนไทร&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาของชาวประมงในพื้นที่และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้านคลองบางอินทร์&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ&amp;nbsp;ให้คำแนะนำกับชาวประมงพื้นบ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการรวมกลุ่มและจัดตั้งเป็นกลุ่มองค์กรประมงชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ประมงอพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มส่งออกทั้งในและต่างประเทศให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;มีคุณภาพ&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิตและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129192526044</Link_News></row>
<row _id="267"><NewsTitle>กรมชลประทาน เร่งเครื่องงานระบบส่งน้ำคลองลำกงและอ่างฯห้วยน้ำเฮี้ย จังหวัดเพชรบูรณ์ หวังแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชูชาติ&amp;nbsp;รักจิตร&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ไปติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานโครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองลำกงและโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;หวังแก้ปัญหาภัยแล้งและเสริมความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;โดยรองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;โดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองลำกง&amp;nbsp;ตำบลวังท่าดี&amp;nbsp;อำเภอหนองไผ่&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในแผนงานระยะเร่งด่วนของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำป่าสักตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะโครงการแบ่งเป็นระบบท่อส่งน้ำและระบบคลองส่งน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ความยาวรวมประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;99&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และระบบคลองระบายน้ำฝั่งซ้าย-ขวา&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;23&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;ความยาวรวม&amp;nbsp;44&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ปี&amp;nbsp;2562-2569)&amp;nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในเขตตำบลท่าแดง&amp;nbsp;ตำบลวังท่าดี&amp;nbsp;ตำบลวังโบสถ์&amp;nbsp;ตำบลบ่อไทย&amp;nbsp;อำเภอหนองไผ่&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ปรับการดำเนินการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;และงานก่อสร้างระบบส่งน้ำที่แล้วเสร็จแต่ละปี&amp;nbsp;ต้องส่งน้ำให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์เป็นช่วงๆ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลบ้านเนิน&amp;nbsp;อำเภอหล่มเก่า&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คาดว่าจะเปิดใช้งานและเก็บน้ำได้ในช่วงปลายปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะเก็บกักน้ำได้ประมาณ&amp;nbsp;5.40&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่จะช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอหล่มเก่าและอำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์ในเขตโครงการฯ&amp;nbsp;ในฤดูฝนประมาณ&amp;nbsp;4,500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และช่วงแล้งอีกประมาณ&amp;nbsp;900&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พร้อมได้กำชับให้ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางวิศวกรรมและเร่งรัดให้งานแล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อให้เริ่มเก็บน้ำได้ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงแล้ง&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129192214041</Link_News></row>
<row _id="268"><NewsTitle>สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่ติดตามเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายราชศักดิ์&amp;nbsp;ตระสินธุ์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายจารุวัฒน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิยาสิงห์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;แนะนำส่งเสริม&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรสำโรงทาบ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;และติดตามเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิก&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.นายบุญทัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุภาวหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ได้ขุดสระน้ำ&amp;nbsp;เพื่อเลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp;มีรายได้ระหว่างปีประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;และได้มีการปลูกหญ้าเพื่อเลี้ยงโคจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.นางยวนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นาคนวล&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ได้ขุดเจาะบ่อบาดาลพร้อมติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการทำนาจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในฤดูทำนาปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;และทำนาปรัง&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการปลูกหญ้าเพื่อเลี้ยงโคจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และเลี้ยงกระบือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;5,000-10,000&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.นางสำรวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แสงเพชร&amp;nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ได้ขุดเจาะบ่อบาดาลพร้อมติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&amp;nbsp;เพื่อปลูกหญ้าเลี้ยงวัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยได้เลี้ยงวัวพันธุ์บรามัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ราคาประมาณตัวละ&amp;nbsp;45,000-50,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.นายนรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันถุนัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;มีการเจาะบ่อบาดาลและติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&amp;nbsp;เพื่อทำนาปีและนาปรัง&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;18&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวสมาชิกจะปลูกพริก&amp;nbsp;ปลูกถั่วฝักยาว&amp;nbsp;ปลูกมันเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่มประมาณ&amp;nbsp;20,000/ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.นายแถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บุญกล้า&amp;nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;มีการเจาะบ่อบาดาลและติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&amp;nbsp;เพื่อใช้ในฤดูกาลทำนาปีและนาปรัง&amp;nbsp;ในพื้นที่จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีการเลี้ยงวัวจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเลี้ยงกระบือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;/ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้สอบถามถึงปัญหาและอุปสรรคของสมาชิกในเรื่องของคุณภาพน้ำบาดาล&lt;/strong&gt;ตลอดจนแนะนำช่องทางการตลาดในการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;และการใช้ประโยชน์จากระบบน้ำเพื่อให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้ใน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อนาคต&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129211501064</Link_News></row>
<row _id="269"><NewsTitle>ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน เปิดตัว โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&amp;nbsp;เปิดตัว&amp;nbsp;โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.บางวัน&amp;nbsp;อ.คุระบุรี&amp;nbsp;จ.พังงา&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้แนวทางการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางการทำการเกษตรแบบปลอดภัยและลดต้นทุนทีมีการเกื้อกูลกิจกรรมทั้งระบบตั้งแต่กระบวนการผลิต&amp;nbsp;การรวบรวมและการแปรรูปสู่การทำการตลาดอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมานพ&amp;nbsp;จินาไหม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&amp;nbsp;(ประกอบด้วย&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;ภูเก็ต)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้คัดเลือกสวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&amp;nbsp;ที่ตั้ง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.บางวัน&amp;nbsp;อ.คุระบุรี&amp;nbsp;จ.พังงา&amp;nbsp;จัดทำ&amp;nbsp;โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจรทั้งการผลิต&amp;nbsp;รวบรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;แปรรูป&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการตลาด&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาสร้างเป็นหัวขบวนให้กับเกษตรกรและเครือข่าย&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เชื่อมโยงธุรกิจกับเกษตรกรรายย่อยเพื่อให้เกิดรายได้ทั้งระบบ&amp;nbsp;และยังเป็นเครือข่ายในการเชื่อมโยงกิจกรรม&amp;nbsp;โครงการต่างๆของธนาคารที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเป็นวิทยากรให้ความรู้&amp;nbsp;การเป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรในโครงการของธนาคารการเป็นแหล่งศึกษาดูงาน&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดีแห่งนี้มีทั้งกาแฟ&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาในบ่อเมทัลชีท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่ระบบเปิด&amp;nbsp;และผลไม้ออร์แกนิคหลากหลายชนิด&amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนเกษตรผสมผสานที่สามารถนำไปปรับใช้เป็นต้นแบบได้ซึ่ง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ได้มีแผนพัฒนาบุคลากรมีการฝึกทักษะการเป็นวิทยากรมืออาชีพ&amp;nbsp;การใช้งานสื่อออนไลน์เพื่อการประชาสัมพันธ์และขยายช่องทางการตลาด&amp;nbsp;แผนพัฒนาอาคารสถานที่และอุปกรณ์&amp;nbsp;มีการปรับปรุงอาคารเพื่อให้มีความพร้อมรองรับผู้เข้าอบรม&amp;nbsp;จัดซื้ออุปกรณ์ประจำศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการอบรมให้ความรู้แก่เข้ารับการอบรม&amp;nbsp;กิจกรรมพัฒนาฐานเรียนรู้&amp;nbsp;จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp;จัดทำแปลงสาธิต&amp;nbsp;เพื่อรองรับการศึกษาดูงาน&amp;nbsp;ผู้สนใจจากภายในและภายนอกชุมชน&amp;nbsp;แผนส่งเสริมการเรียนรู้&amp;nbsp;จัดกิจกรรมพัฒนาองค์ความรู้&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการ&amp;nbsp;ด้านการผลิต&amp;nbsp;ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;และด้านการตลาด&amp;nbsp;มุ่งหวังให้สมาชิกปรับวิธีคิด&amp;nbsp;ปรับวิธีการผลิตตามแนวทางเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;กระบวนการผลิตตามมาตรฐานเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;รวมทั้งการวิเคราะห์คุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;และการแปรรูป&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;จะทำให้เกษตรกรมีการปรับ&amp;nbsp;เปลี่ยน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พัฒนาระบบการเกษตร&amp;nbsp;โดยใช้ตลาดนำ&amp;nbsp;ผ่านการประยุกต์ใช้หลักวิชาการ&amp;nbsp;เพื่อการตลาดที่มั่นคง&amp;nbsp;ส่งผลให้มีรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130111449113</Link_News></row>
<row _id="270"><NewsTitle>จังหวัดระยอง จับมือภาคเอกชน สนับสนุนเกษตรกรในภาวะปุ๋ยแพง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนันต์&amp;nbsp;นาคนิยม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รับมอบปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;21-0-0&amp;nbsp;จากผู้แทนบริษัท&amp;nbsp;อูเบะ&amp;nbsp;เคมิคอลส์&amp;nbsp;(เอเชีย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพื่อส่งมอบให้กับตัวแทนเกษตรกรอำเภอบ้านฉางผู้ปลูกสับปะรด&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;และมะพร้าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยนายนายอนันต์&amp;nbsp;นาคนิยม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรหลายอำเภอ&amp;nbsp;และในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้พบปะ&amp;nbsp;เยี่ยมเยียน&amp;nbsp;นายสุทธิ&amp;nbsp;ที่หมาย&amp;nbsp;เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำไร่&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่าเกษตรกรกำลังประสบปัญหาปุ๋ยเคมีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตพืช&amp;nbsp;ประกอบกับจังหวัดระยอง&amp;nbsp;มีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;อูเบะ&amp;nbsp;เคมิคอลส์&amp;nbsp;(เอเชีย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ประสานความร่วมมือจากบริษัท&amp;nbsp;อูเบะฯ&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;21-0-0&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพื่อส่งมอบให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130120757132</Link_News></row>
<row _id="271"><NewsTitle>สั่งพาณิชย์จังหวัดยกระดับการตรวจสต๊อกน้ำมันปาล์มต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้โมเดลการเช็คสต๊อกน้ำมันปาล์ม&amp;nbsp;คล้ายคลึงกับการเช็คสต๊อกสุกร&amp;nbsp;หลังจากราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้น&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในช่วงที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันได้มีการยกระดับให้มาตรการมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยสั่งให้พาณิชย์จังหวัดรายงานตัวเลขสต๊อก&amp;nbsp;ต่อคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์มดิบในประเทศว่ามีปริมาณเท่าใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมาคมโรงกลั่นน้ำมัน&amp;nbsp;พยายามตรึงราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดให้นานที่สุด&amp;nbsp;ยอมรับว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ราคาผลปาล์มปีนี้ปรับตัวสูงถึง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;แต่เนื่องด้วยขณะนี้ผลผลิตปาล์มเริ่มกระจายออกสู่ตลาด&amp;nbsp;ทำให้ราคาเริ่มปรับตัวลดลงมาบ้าง&amp;nbsp;โดยคาดว่า&amp;nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;จะมีปริมาณผลปาล์มออกสู่ตลาดมากขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการส่งผลให้มีแรงงานเริ่มกลับเข้าไปเก็บผลปาล์มได้&amp;nbsp;ทำให้มีผลปาล์มในระบบเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันปาล์มปรับลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130195350293</Link_News></row>
<row _id="272"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์ผลผลิต ผักกาดขาว ตกต่ำ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรผักกาดขาว&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมยุทธศาสตร์&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่เพาะปลูกผักกาดขาว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ปลูกมากในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;ส่งจำหน่ายให้ผู้รวบรวม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โรงงานตัดแต่งในอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;และจังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก&amp;nbsp;ขณะที่ในปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและนานกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;รวมทั้งราคาผักกาดขาวช่วงก่อนหน้านี้ราคาค่อนข้างสูง&amp;nbsp;จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับผลผลิตผักกาดขาวในหลายจังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;เพชรบูรณ์&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;ออกสู่ตลาดในช่วงเดียวกันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้&amp;nbsp;ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การประชุมในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการติดตามสถานการณ์การผลิต&amp;nbsp;และราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผักกาดขาว&amp;nbsp;เพื่อเป็นการวางแผนการปลูก&amp;nbsp;การจำหน่าย&amp;nbsp;การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูก&amp;nbsp;ทั้งด้านการผลิต&amp;nbsp;และการตลาด&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่การกำหนดพื้นที่และปริมาณการปลูกที่เหมาะสม&amp;nbsp;และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด&amp;nbsp;และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;วางแผนการผลิต&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;ปริมาณการผลิต&amp;nbsp;และการแปรรูปสินค้าเกษตรหลักของจังหวัด&amp;nbsp;และมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ดูแลกลไกตลาด&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;และประสานงานผู้ประกอบการเข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีกำหนดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผักกาดขาวในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;29-30&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130151804191</Link_News></row>
<row _id="273"><NewsTitle>อำเภออุทุมพรพิสัย  เร่งตรวจสอบ การฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามมาตรการที่กรม ปศุสัตว์กำหนด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อ&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;นายเทวัญ&amp;nbsp;ศรีสุธัญญาวงศ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภออุทุมพรพิสัย&lt;/strong&gt;,&amp;nbsp;นายมนัสพล&amp;nbsp;ไชยโยธา&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;พ.ต.ต&amp;nbsp;พินิจ&amp;nbsp;คำภักดี&amp;nbsp;สารวัตรป้องกันปราบปราม.สภ.อุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;นายพีระยศ&amp;nbsp;แร่ทอง&amp;nbsp;รก.ปศุสัตว์อำภอเมืองจันทร์&amp;nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อม.จนท.อส.อำเภออุทุมพรพิสัย.เข้าตรวจสอบโรงฆ่าสุกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อตรวจสอบการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามมาตรการที่กรม&amp;nbsp;ปศุสัตว์กำหนด.ตรวจตราป้องกันการการกักตุนเนื้อสุกรและกำกับดูแลร้านจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ.ให้ติดป้ายราคาสินค้าอย่างชัดเจน&amp;nbsp;ผลการปฎิบัติงานไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-30T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130194512288</Link_News></row>
<row _id="274"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตร บ้านห้วยโป่งกาน ตำบลผาบ่อง และบ้านไมโครเวฟ ตำบลห้วยโป่ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับ&amp;nbsp;นางสาวลักษณาวดี&amp;nbsp;ขำผุด&amp;nbsp;รักษาการหัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟู&amp;nbsp;และพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;และรับฟังความเห็นจากเกษตรกร&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านห้วยโป่งกาน&amp;nbsp;ตำบลผาบ่อง&amp;nbsp;และบ้านไมโครเวฟ&amp;nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เบื้องต้นหลังจากลงพื้นที่แล้วได้ข้อสรุปดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ราคาตกต่ำเนื่องจากมีผลผลิตในหลายจังหวัดออกสู่ตลาดเพิ่มจากปีก่อน&amp;nbsp;มีการนำเข้าผักจากจีนมาจำหน่ายในประเทศ&amp;nbsp;ประกอบกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา&amp;nbsp;การขนส่งสินค้าระยะทาง&amp;nbsp;เท่ากันแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องใช้ระยะเวลามากกว่าจังหวัดอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;ทำให้ต้นทุนการขนส่งสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.เกษตรกรขอให้ภาครัฐช่วยเหลือ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;มาตรการเร่งด่วน&amp;nbsp;โดยขอให้หาผู้ประกอบการมารับซื้อผลผลิตหน้าสวนในราคา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;โดยเกษตรกรรับผิดชอบค่าแรงในการตัดและขนจัดเรียงขึ้นรถบรรทุก&amp;nbsp;และขอรับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;ยา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ในราคา&amp;nbsp;ที่ถูกลง&amp;nbsp;ในการปลูกพืชฤดูกาลถัดไป&amp;nbsp;ขณะที่มาตรการระยะยาว&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ&amp;nbsp;พร้อมขอให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรช่วยเหลือสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย&amp;nbsp;รวมทั้งปรับเปลี่ยนพื้นที่&amp;nbsp;ปลูกผักกาดขาวและกะหล่ำปลี&amp;nbsp;เป็นผักปลอดภัย&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;และส่งเสริมเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหรือส่งเสริมอาชีพ/ปลูกพืชอื่นๆ&amp;nbsp;ที่สร้างรายได้ที่ดีให้เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131002626328</Link_News></row>
<row _id="275"><NewsTitle>ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มที่พบการระบาดโรค ASF ต่อเนื่อง 1 เดือน พร้อมสุ่มตรวจหาเชื้อในฟาร์มสุกรเป้าหมายเพื่อควบคุมการระบาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุษฐิระ&amp;nbsp;บัณฑุกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่ออกฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มสุกร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งใน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;ที่พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;โดยจะดำเนินการต่อเนื่องทุกสัปดาห์เป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนฟาร์มอื่นในรัศมีรอบจุดเกิดโรค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ได้เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง&lt;/strong&gt;ของสุกรไปตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;พร้อมแนะนำเกษตรกรรายย่อยให้นำสุกรเข้าโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ใกล้ที่สุดหรือภายในจังหวัดเท่านั้น&amp;nbsp;และขอความร่วมมือรถจับสุกรให้ทำความสะอาดรถทุกครั้งหลังจับ&amp;nbsp;มีการตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;เพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อรถจับสุกรทุกครั้งก่อนออกใบอนุญาตให้เคลื่อนย้าย&amp;nbsp;ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีฟาร์มสุกรในพื้นที่อื่นติดเชื้อเพิ่ม&amp;nbsp;พร้อมแจ้งนายอำเภอประสานกับเจ้าหน้าที่ตำบล&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ตรวจสอบไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131081536337</Link_News></row>
<row _id="276"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หลักสูตร WiNS รุ่นที่ 2 ในการศึกษาดูงานด้านการเกษตรที่สวนส้มโอขาวใหญ่</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรตำบลบางสะแก&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัย&amp;nbsp;และนวัตกรรม&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;WiNS&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานที่จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;โดยชมกระบวนการปลูกส้มโอขาวใหญ่ของประวิตร&amp;nbsp;คุ้มสิน&amp;nbsp;ปราญชาวบ้าน&amp;nbsp;ที่บอกเล่าตั้งแต่การปลูก&amp;nbsp;การดูแล&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;จนถึงการส่งจำหน่าย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการพัฒนาเครือข่ายและศักยภาพผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนงานของกระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายในการรับใช้สังคมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;สามารถทำงานร่วมกับเอกชนได้ตามยุทธศาสตร์&amp;nbsp;โดยการนำวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;การวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ&amp;nbsp;พร้อมดึงศักยภาพพลังคนรุ่นใหม่ในการหลอมรวมกับความคิดผู้บริหารระดับสูงในการสร้างเครือข่าย&amp;nbsp;การทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;ร่วมแบ่งปันความรู้&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์&amp;nbsp;เพื่อการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสังคมและการศึกษาไทย&amp;nbsp;การที่นำคณะมาศึกษาดูงานเรื่องการเกษตรของจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เนื่องจากส้มโอขาวใหญ่เป็นผลไม้เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรปีละนับร้อยล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-01-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131115326403</Link_News></row>
<row _id="277"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="278"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="279"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="280"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="281"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="282"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="283"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="284"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="285"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="286"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="287"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="288"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="289"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="290"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="291"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="292"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="293"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="294"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="295"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="296"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="297"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="298"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="299"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="300"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="301"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="302"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="303"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="304"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="305"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="306"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="307"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="308"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="309"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="310"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="311"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="312"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="313"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="314"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="315"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="316"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="317"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="318"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="319"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="320"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="321"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="322"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="323"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="324"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="325"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="326"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="327"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="328"><NewsTitle /><Detail /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
</data>
