_id NewsTitle Detail NewsDate Region Province Department Link_News 1 ผบ.ฉก.ร.7 ลงพื้นที่ประสบภัยพายุฝนฟ้าคะนอง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมจัดกำลังพลฟื้นฟูบ้านเรือน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 พ.อ.สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเสียหาย และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคนองในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นเหตุให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย

ในการนี้ ผบ.ฉก.ร.7 ได้พบปะ สอบถาม ให้กำลังใจ และได้มอบถุงยังชีพ จำนวน 10 ถุง ให้กับผู้ประสบภัย เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น และมอบหมายให้ฝ่ายกิจการพลเรือน ฉก.ร.7 จัด กำลังพลจิตอาสา กองทัพบก ชุดช่างโยธา ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับ ร้อย.ร.711, ชป.กร.307 กอ.รมน.ภาค 3 สย.1, ผู้นำชุมชน (ท้องถิ่น,ท้องที่) ,อส.กร. ในการให้ความช่วยเหลือรื้อถอน และซ่อมแซมหลังคาบ้าน ระบบไฟฟ้า (โซล่าเซลล์) เพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย จำนวน 10 ครัวเรือน ณ บ.ห้วยแก้ว (ล่าง) ม.7 ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน แล้วเสร็จเมื่อเวลา 16.00 น.


#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-07-02T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207134141300 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ผู้ประสบวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ณ วัดการ้อง ตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์วาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบวาตภัย และอัคคีภัย จำนวน 238 ชุด ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ 8 อำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบวาตภัย 228 ครอบครัว และผู้แทนราษฎรที่ประสบอัคคีภัย 13 ครอบครัว เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ประสบวาตภัยและอัคคีภัย 

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ประชาชนที่ประสบวาตภัยและอัคคีภัย และเจ้าหน้าที่ให้ทราบ

จากนั้น องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จำนวน 3 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับพระมหากรุณาในครั้งนี้

จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เกิดสถานการณ์อัคคีภัย ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2564 จำนวน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง อำเภอศรีประจันต์ อำเภอบางปลาม้า อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และอำเภอด่านช้าง จำนวน 10 ตำบล 10 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 13 ครัวเรือน 55 คน และเกิดวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2565 จำนวน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภอหนองหญ้าไซ และอำเภออู่ทอง จำนวน 15 ตำบล 36 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 228 ครัวเรือน 698 คน ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย วาตภัยและอัคคีภัยแล้ว และได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ที่พักอาศัยชั่วคราวให้ประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-10-02T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210130821603 3 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ผู้ประสบวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ณ วัดการ้อง ตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์วาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 

ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบวาตภัย และอัคคีภัย จำนวน 238 ชุด ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ 8 อำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบวาตภัย 228 ครอบครัว และผู้แทนราษฎรที่ประสบอัคคีภัย 13 ครอบครัว เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบวาตภัยและอัคคีภัย

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ประชาชนที่ประสบวาตภัยและอัคคีภัย และเจ้าหน้าที่ให้ทราบ

จากนั้น องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จำนวน 3 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับพระมหากรุณาในครั้งนี้

จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เกิดสถานการณ์อัคคีภัย ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2564 จำนวน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง อำเภอศรีประจันต์ อำเภอบางปลาม้า อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และอำเภอด่านช้าง จำนวน 10 ตำบล 10 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 13 ครัวเรือน 55 คน และเกิดวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2565 จำนวน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภอหนองหญ้าไซ และอำเภออู่ทอง จำนวน 15 ตำบล 36 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 228 ครัวเรือน 698 คน ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย  วาตภัยและอัคคีภัยแล้ว และได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ที่พักอาศัยชั่วคราวให้ประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-10-02T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210144147676 4 จังหวัดสตูล ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยงทางโค้งและทางม้าลาย

จังหวัดสตูล ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยงทางโค้งและทางม้าลาย 

วันนี้ (10 ก.พ. 65) ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสตูล นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3/2565 เรื่องถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 โดยมีคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสตูล เข้าร่วมประชุมฯ อย่างพร้อมเพรียง        

ที่ประชุมฯ ได้มีการสรุปผลการดำเนินการป้องกันฯ ตามมาตรการ 5 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ , ด้านถนนและการสัญจรปลอดภัย , ด้านยานพาหนะปลอดภัย , ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนปลอดภัย และด้านการตอบสนองหลังเกิดเหตุ จากการสรุปสถิติที่เกิดขึ้นนั้น พบว่าจังหวัดสตูลสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ คือ ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วงของการสัญจรปีใหม่ที่ผ่านมา        

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละด้าน วิเคราะห์และหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่ ไม่เฉพาะในกรณีที่จะมีการสัญจรช่วงเทศกาลแต่ให้มีความปลอดภัยในทุก ๆ วัน ขณะที่การปรับปรุงแก้ไขทางข้าม/ทางม้าลาย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงสตูลรวม 58 จุด แบ่งเป็นพื้นที่จังหวัดสตูล 35 จุด , จังหวัดตรัง 5 จุด และจังหวัดสงขลา 18 จุด ได้ปรับปรุงแก้ไขทำความสะอาด และติดตั้งป้ายเตือน , ไฟกระพริบ , แถบเตือน “ลดความเร็ว” บนผิวทาง และตีเส้นทางม้าลายใหม่ในบริเวณที่ซีดจางมองไม่เห็น ในส่วนของเส้นทางที่เป็นบริเวณทางโค้ง มีทั้งสิ้น 406 โค้ง ได้ติดตั้งไฟกระพริบ พร้อมแถบเตือน “ลดความเร็ว” เช่นกัน      






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-10-02T00:00:00 ภาคใต้ สตูล สวท.สตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210161239764 5 คณะกรรมการชุดปฎิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ครั้งที่ 1/2565

นายดลภาค เนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน/ผู้บัญชาการเหตุการณ์อำเภอเมืองน่าน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ครั้งที่ 1/2565 เพื่อเป็นการการเตรียมความพร้อมในการรับกับสถานการณ์โดยใช้กลไกศูนย์บัญการเหตุการณ์จังหวัด ศูนย์บัญการเหตุการณ์ ศูนย์ปฎิบัติก่รฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท่องถิ่น และชุดปฎิบัติการระดับหมู่บ้าน ร่วมขับเคลื่อนลดปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจัง และให้จังหวัดน่าน มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน           

โดยในที่ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือแนวทางป้องกันในการงดเว้นเผาเศษวัชพืช การเผาขยะ การเผาในที่โล่งแจ้ง การเผาตามริมถนน/ข้างทาง ตามแนวทาง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และ ประกาศจังหวัดน่าน เรื่อง ขอความร่วมมืองดเว้นการเผาโดยเด็ดขาดฯ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ - 20 เมษายน  2565 เป็นเวลา 65 วัน โดยมีคณะกรรมการฯจาก หน่วยป้องกันและพัฒนป่าเมืองน่าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรียน ในอำเภอเมือง เข้าร่วมประชุม จำนวน 50 คน ณ หอประชุมอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน      

นายดลภาค เนตรใส นายอำเภอเมืองน่านเปิดเผยว่า ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี พื้นที่จังหวัดน่านมักประสบปัญหามลพิษจากหมอกควัน ซึ่งมีสาเหตุจากการเผาพื้นที่ป่า พื้นที่การเกษตร วัชพืชริมทาง และเผาขยะมูลฝอยในชุมซน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัยของประชาชน ตลอดจนบดบังทัศนวิสัย และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอีกด้วย และในปี 2565 จังหวัดน่านได้กำหนดในการจัดการไฟป่าและการเผาในที่โล่ง หากประชาชนพบเห็นการเผาในที่โล่งทุกชนิดให้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ทราบ หรือสายด่วน 191 






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-11-02T00:00:00 ภาคเหนือ น่าน สวท.น่าน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211132618084 6 กอ.รมน.จังหวัดตราด จัดโครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นในชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2565 "นาวาเอก อิทธิพล เพ็ชรราม รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด (ฝ่ายทหาร) พร้อมด้วย นาวาเอก ฤชา อินทรโท่โล่ หัวหน้ากลุ่มงานกิจการมวลชน กอ.รมน.จังหวัดตราด และกำลังพลฯ ร่วมบูรณาการกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว จัดโครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย “การพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นในชุมชน” ประจำปีงบประมาณ 2565 ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด โดยมีประชาชนในพื้นที่ อำเภอบ่อไร่ เข้ารับร่วมโครงการ

รองผู้อำนวยการสำนักประสานภารกิจรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกลุ่มที่ 2 /รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด (ฝ่ายทหาร) กล่าวว่า การจัดโครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอบรมให้ความรู้เรื่อง ประเภทและสาเหตุการเกิดสาธารณภัย, บทบาทหน้าที่ของ กอ.รมน. ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย,ไฟป่าและหมอกควัน ทั้งนี้เพื่อให้เครือข่ายภาคประชาชน มีความรู้ ตระหนักรู้ ถึงสาธารณภัย ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ ปลูกฝังจิตสำนึก การมีส่วนร่วม ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่รับผิดชอบ และช่วยเป็นเครือข่ายมวลชนเฝ้าระวัง และแจ้งข่าวสารในชุมชนให้กับภาครัฐ การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-11-02T00:00:00 ภาคตะวันออก ตราด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211163110193 7 มณฑลทหารบกที่ 32 และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบบ้านร่วมใจให้ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งแม่น้ำวัง

พลตรี อโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านร่วมใจ ให้กับครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งแม่น้ำวัง ณ บ้านแม่ปูน หมู่ที่ 7 ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

โดยมี นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเกาะคา นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา พร้อมด้วย วิทยากรจิตอาสา 904 และจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 และหัวหน้าส่วนราชการและภาคประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมใจกันส่งมอบบ้านร่วมใจให้กับครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งแม่น้ำวัง ตามแผนโครงการของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำปาง โดยมีผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ครอบครัว แต่เบื้องต้นมี 2 ครอบครัวที่ให้ทางการจัดสรรและทำการปลูกสร้างบ้านให้เนื่องจากไม่สามารถประกอบอาชีพได้

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับนายอำเภอเกาะคา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา และภาคส่วนต่างๆ ที่ช่วยเหลือสร้างบ้านร่วมกับกำลังพลจิตอาสาของมณฑลทหารบกที่ 32 ตั้งแต่เริ่มแรกจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีในวันนี้ ขอบคุณทุกส่วนที่ทำให้พี่น้องประชาชน “ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้น” อันจะส่งผลให้มีกำลังใจและก้าวเดินต่อไปอย่างมีความสุขในบ้านหลังใหม่นี้ พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจ และให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า กองทัพบก และมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนและจะเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกโอกาส


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-12-02T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212120148421 8 ‘นิพนธ์’ สั่ง ปภ. ร่วมมือ อปท. ในการใช้เครื่องจักรและกำลังพล เพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการรองรับเหตุเมื่อเกิดภัยพิบัติ

นิพนธ์ สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อเพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพื้นที่ของตน รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้าง และความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานด้านบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยที่ขอรับโอนต้องมีความสอดคล้องกับความเสี่ยงสาธารณภัยในพื้นที่ โดยอ้างอิงข้อมูลจากแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ ปภ. พ.ศ. 2564-2570 โดยให้เร่งดำเนินการยื่นคำขอรับโอนฯ ผ่าน ปภ. เพื่อนำออกมาใช้งานได้อย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้ ปภ. ดำเนินการเปิดอบรมหลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพการใช้เครื่องจักรกลของเจ้าหน้าที่ควบคู่กันไป เพื่อเพิ่มพูนทักษะและสมรรถภาพในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการบูรณาการร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

นิพนธ์ กล่าวต่ออีกว่า สถานการณ์สาธารณภัยส่วนใหญ่ในปัจจุบันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือ ปภ. และ อปท. ได้เตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากสาธารณภัยได้อย่างทันการณ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องจักรกล ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงบุคลากร ซึ่งต้องมีทักษะและความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องจักรกลบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ เพื่อจัดการในภาวะฉุกเฉินให้กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้อย่างไวที่สุด และเน้นย้ำ ชีวิตประชาชนต้องมาเป็นอันดับแรก


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-12-02T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212165921497 9 จ.ชัยนาทเกิดเหตุพายุฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอหันคาและเนินขาม หน่วยงานเร่งให้การช่วยเหลือ

นายอดิศร? เกิดโต? นายอำเภอเนินขาม เปิดเผยว่า ได้เกิดเหตุลมพายุและฝนตกหนักในเขตพื้นที่?อำเภอหันคา? และอำเภอเนินขาม? ? เมื่อวันที่? 11? ก.พ.65? เวลาประมาณ? 16.00 น.? ได้ประสานให้กำนัน? ผู้ใหญ่?บ้านฯลฯ? อำเภอหันคาและอำเภอเนินขามสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากลมพายุดังกล่าว? ปรากฎได้รับรายงานความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน? และสถานที่ราชการ? โรงเรียน? และวัดในพื้นที่อำเภอหันคา?และอำเภอเนินขาม? โดยขอรายงานความเสียหายและการดำเนินการ? ดังนี้

ในพื้นที่อำเภอเนินขาม? มีบ้านเรือนประชาชน?ได้รับความเสียหาย 1? ตำบล? ได้แก่ ต.เนินขาม? บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางส่วน(หลังคาถูกลมพัดได้รับความเสียหาย)? ดังนี้? ม.4? จำนวน? 1? หลัง? ม.14? จำนวน? 2? หลัง? ม.9? จำนวน? 1? หลัง? รวม? 4? หลังคาเรือน? โดยในเมื่อเวลา? 10.00น. วันนี้ (12? ก.พ.65) ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย? ปลัดอำ?เภอ? ผู้ใหญ่?บ้าน? กองช่าง? ทต.เนินขาม? ได้ออกเยี่ยมมอบถุงยังชีพเพื่อให้กำลังใจ? และกองช่างได้ทำการประมาณ?การความเสียหายและจะเร่งซ่อมแซมที่อยู่?อาศัย?เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วภายใน 2 วันนี้

พื้นที่อำเภอหันคา? ได้รับรายงานความเสียหายจำนวน? 2? ตำบล? ได้แก่? ต.หนองแซง? และตำบลไพรนกยูง  โดยตำบลหนองแซง? มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางส่วน? (หลังคาถูกลมพัดได้รับความเสียหาย)? จำนวน? 12? หลัง? โรงเรียน? 1? แห่ง? วัด? 1? แห่ง?  ตำบลไพรนกยูง? บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเล็กน้อย?(หลังคาถูกลมพัดได้รับความเสียหาย)? จำนวน? 1? หลัง? มีต้นไม้ล้มทับเส้นทางจราจร?บางส่วน  ช่วงบ่ายวันนี้ ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย นายกเทศมนตรีตำบลหนองแซง? อ.หันคา ปลัดอำเภอ? กำนัน? ผู้ใหญ่?บ้าน?ฯลฯ? ออกเยี่ยมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน?ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย? รวมถึงวัด? และโรงเรียน? 

โดยทางเทศบาลตำบลหนองแซงได้เร่งดำเนินการประมาณ?การความเสียหายและซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายโดยด่วน? ส่วนความเสียหายที่วัดชัฏฝาง? วันนี้เวลา? 16.00น.? ท่านเจ้าคณะจังหวัดร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนา?จังหวัดชัยนาท? ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ? และจะดำเนินการของบประมาณ?ในการบูรณะซ่อมแซม?โดยด่วนต่อไป?






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-12-02T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ชัยนาท สวท.ชัยนาท https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212194526512 10 เจ้าคณะจังหวัดชัยนาทลงพื้นตรวจสอบความเสียหายวัดชัฏฝางหลังพายุถล่ม

พระสุธีวราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา ปั้นมูล ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหายที่วัดชัฏฝาง หมู่ 10 ต.หนองแซง อ.หันคา จ.ชัยนาท หลังจากได้รับผลกระทบจากพายุฝนตกหนักเมื่อวานที่ผ่านมา ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 1 แสนบาท เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาทเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

พระครูพิพัฒน์ชยากร เจ้าคณะตำบลหนองแซงเขต 2 เจ้าอาวาสวัดศรีเจริญธรรม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากท่านเจ้าอาวาสวัดชัฏฝาง ว่าได้เกิดเหตุพายุฝนตกหนัก เมื่อวาน (11 ก.พ.65) เวลาประมาณ 16.00 น. เป็นลักษณะลมพายุหมุนเข้ามาบริเวณพื้นที่วัด ทำให้เกิดความเสียหายในส่วนของวิหาร กระเบื้องพระอุโบสถ์ เมรุ และประตูศาลาธรรมสังเวช มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 1 แสนบาท อย่างไรก็ตามจะมีช่างของทางเทศบาลตำบลหนองแซงเข้ามาประเมินราคาอีกครั้ง ซึ่งวันนี้ได้มีทางนายอำเภอ นายกเทศมนตรีตำบลหนองแซง พร้อมเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลให้การช่วยเหลือแล้ว

ด้าน พระสุธีวราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า หลังตรวจสอบแล้วพบความเสียหายหลายจุดจะได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาท เพื่อนำเงินบางส่วนของคณะสงฆ์มาช่วยเหลือในเบื้องต้น และทำรายงานส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาเพื่อให้ทางราชการให้ความช่วยเหลือในลำดับต่อไป 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-12-02T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ชัยนาท สวท.ชัยนาท https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212212323549 11 เกิดเหตุคลื่นซัดชาวประมงพลัดตกเรือที่ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี สูญหาย 1 ราย

มีรายงานว่า มีชาวประมง 2 ราย ได้ออกเรือไปตกเบ็ดหาปลา ถูกกระแสคลื่นพัด เป็นเหตุทำให้พลัดตกเรือ สามารถช่วยเหลือกลับเข้าฝั่งปลอดภัย 1 ราย ทราบชื่อนายณรงค์ฤทธิ์ เพชรนุ้ย อายุ 42 ปี และมีผู้สูญหาย 1 ราย อยู่ระหว่างการค้นหา สถานที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก หรือท่าเรือแหลมทวด หมู่ที่ 5 ชุมชนทองไมล์ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสักจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

การให้ความช่วยเหลือ อำเภอดอนสัก รพ.ดอนสัก ตำรวจ สภ.ดอนสัก เทศบาลเมืองดอนสัก เจ้าท่า ตำรวจน้ำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี สนับสนุนเจ้าหน้าที่และทีมประดาน้ำ ดำค้นหาใต้เรือโดยสารลมพระยา และเรือประมงพื้นบ้าน ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ สภ.ดอนสัก 






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-12-02T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213061020570 12 เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนไฟป่า นำกำลังเข้าดับไฟ 2จุด ในพื้นที่ บ้านสบแพม หมู่ 4 ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

นายชิติพันธ์ พยายาม หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย แจ้งว่า พบจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้ ใน พื้นที่หมู่ 4 ตำบลทุ่งยาวอำเภอปาย 2 จุด โดยกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนไฟป่า นำกำลังเข้าดับไฟป่าบริเวณ ทิศตะวันตกบ้านสบแพม หมู่ 4 ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เวลา 16.48 น. 

พื้นที่ถูกเผาไหม้เป็นป่าชนิดป่าเต็งรัง เสียหาย ประมาณ 7 ไร่ มีสาเหตุมาจากการหาของป่า ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ขสป.ลุ่มน้ำปาย

ขณะที่ เวลา 18.38 น. เจ้าหน้าที่สถานีฯ ตรวจสอบ จุดความร้อนและพื้นที่ถูกเผาไหม้อีกจุด และนำกำลังเข้าดับไฟ ในบริเวณทิศตะวันตกบ้านสบแพม หมู่ 4 ต.ทุ่งยาว อ.ปาย  จ.แม่ฮ่องสอน  สามารถควบคุมเพลิงในเวลา 20.15 น. โดยพื้นที่เผาไหม้เป็นป่าชนิดป่าเต็งรัง พื้นที่เสียหายประมาณ 12 ไร่ สาเหตุมาจากการหาของป่า






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-13T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213112029609 13 นายอำเภอแม่สะเรียง นายกกิ่งกาชาด มอบผ้าห่มสู้ภัยหนาวและอุปกรณ์ป้องกันโควิด แก่นักเรียนที่ยากจน รร.บ้านแม่ต้อบใต้

นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง นางวิลาวัณย์ คัดเชียงแสน นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง พร้อมด้วยคณะกรรมการ และสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง ร่วมลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านแม่ต้อบใต้ ม.5 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มอบสิ่งของ อุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ให้แก่นักเรียนพักนอน 

ซึ่งเป็นนักเรียนที่มาจากต่างพื้นที่ และมีฐานะยากจนขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากอากาศหนาว และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงเรียน โดยร่วมมอบผ้าห่ม จำนวน 25 ผืน เจลแอลกอฮอล์ จำนวน 50 ขวดเล็ก หน้ากากอนามัย จำนวน 10 กล่อง ชุด ATK จำนวน 1 กล่อง ผ้าอนามัย จำนวน 10 ห่อ นอกจากนั้นยังได้รับฟังความคิดเห็นและความต้องการจากทางโรงเรียน เพื่อความช่วยเหลือด้านต่างๆ ทั้งการศึกษา กีฬา และสาธารณสุข อีกด้วย







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND





2022-02-13T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213134902674 14 อำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ค้นหาผู้สูญหาย จากเหตุคลื่นซัดพลัดตกเรือขณะออกหาปลา

นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นาวาเอก วศากร สุนทรนันท รอง ผอ.ศรชล.จว.สฎ. นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จ.สฎ. เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญหายและทีมปฏิบัติการค้นหา กรณีชาวประมง จำนวน 2 ราย ออกเรือไปตกเบ็ดหาปลา ถูกกระแสคลื่นซัดเป็นเหตุทำให้พลัดตกจากเรือ สามารถช่วยเหลือกลับเข้าฝั่งปลอดภัย 1 ราย ทราบชื่อ นายณรงค์ฤทธิ์ เพชรนุ้ย อายุ 42 ปี และมีผู้สูญหาย 1 ราย ชื่อนายบุญเลิศ ชำนาญ อายุ 31 ปี อยู่ระหว่างการค้นหา สถานที่เกิดเหตุ บริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก (ท่าเรือแหลมทวด) หมู่ที่ 5 ชุมชนทองไมล์ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา

โดยการให้ความช่วยเหลือ วันนี้ (13 ก.พ.65) ได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การค้นหาผู้สูญหาย โดยมี นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ นายอำเภอดอนสัก เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และทีม ศรชล จว.สฎ. คำนวนทิศทางการไหลของน้ำ โดยได้วางแผน มอบหมายภารกิจ หน่วยงานเกี่ยวข้อง ดำเนินการดังนี้ 1.การค้นหาผิวน้ำ ประกอบด้วย มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ตำรวจน้ำ เจ้าท่า เทศบาลเมืองดอนสัก และชาวประมงพื้นบ้าน 2.การค้นหาใต้น้ำ ประกอบด้วย ศรชล สฎ. ตำรวจน้ำ เจ้าท่า มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ทีมขนอม และทีมท่าศาลา  3.การค้นหาชายฝั่ง ชุดเดินเท้า ประกอบด้วย ตำรวจ สภ.ดอนสัก อส.อำเภอดอนสัก เทศเมืองดอนสัก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. และญาติๆ ร่วมค้นหา

นอกจากนี้ได้แจ้งไปชาวเรือ ชาวประมง ให้ช่วยเฝ้าสังเกตอีกทางหนึ่งด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-13T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213143731688 15 จากกรณีเหตุคลื่นซัดชาวประมงพลัดตกเรือขณะออกหาปลา ที่อำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบร่างผู้สูญหายเป็นที่เรียบร้อย

จากกรณีชาวประมง จำนวน 2 ราย ออกเรือไปตกเบ็ดหาปลา จนถูกกระแสคลื่นซัด เป็นเหตุทำให้พลัดตกจากเรือ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา บริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก (ท่าเรือแหลมทวด) หมู่ที่ 5 ชุมชนทองไมล์ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และทางเจ้าหน้าสามารถช่วยเหลือชีวิตได้อย่างปลอดภัย จำนวน 1 ราย และเหลือเพียง นายบุญเลิศ ชำนาญ อายุ 31 ปี ที่สูญหาย 

ทั้งนี้ ทำให้ทางเจ้าหน้าได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การค้นหาผู้สูญหาย โดยมีนายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ นายอำเภอดอนสัก เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และทีม ศรชล จว.สฎ. ได้ดำเนินการคำนวนทิศทางการไหลของน้ำ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวประมงในพื้นที่ ร่วมกันค้นหาร่างผู้สูญหายตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้

ล่าสุดพบร่างของผู้สูญหายจากเหตุเรือล่ม รายนายบุญเลิศ ชำนาญ เป็นที่เรียบร้อย จึงสร้างความเสียใจต่อครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง 

ด้านนายจำนง สวัสดิ์วงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เน้นย้ำ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการหามาตรการป้องกัน และการช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงทีในอนาคต







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

    

2022-02-13T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213181628748 16 จังหวัดพังงาเตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยถอดบทเรียนจากเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่ผ่านมา เน้นมาตรการป้องกันควบคุมการเมาแล้วขับ

นายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า จังหวัดพังงาถอดบทเรียนอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในข่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงของจังหวัดพังงา โดยวางมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเทศกาลสงกรานต์ คือ ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ให้ตรวจสอบทางหลวงไม่ให้เป็นหลุมเป็นบ่อ ปรับปรุงให้อยู่ในสภาพปกติก่อนการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ 7 วัน กล่าวคือให้ปรับปรุงซ่อมแซมให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 28 มีนาคม 2565 เน้นการตรวจสอบสภาพรถโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด มอบหมายวิทยาลัยเทคนิคพังงาพิจารณาดำเนินโครงการซ่อมสร้างเพื่อชุมชนก่อนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ และให้ตำรวจภูธรจังหวัดพังงาเข้มงวดวินัยจราจรเน้นการสวมหมวกนิรภัย และช่วงระหว่างเทศกาลสงกรานต์ให้มีการเพิ่มจุดตรวจที่เป็นจุดเสี่ยง ถนนภายในหมู่บ้านชุมชน ด้านการรักษาพยาบาลให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่กรณีเกิดอุบัติเหตุเพื่อได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีการถอดบทเรียนเพื่อนำไปสู่การป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ของจังหวัดพังงาต่อไป 

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำมาตรการรณรงค์ดื่มแล้วไม่ขับโดยมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ประสานร้านค้าปลีกเข้มงวดการจำหน่ายสุราป้องกันการดื่มแล้วขับ มอบหมายสำนักงานจัดหางานจังหวัดสำรวจแรงงานต่างด้าว บูรณาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวดแรงงานต่างด้าวในการเมาไม่ขับ ตลอดจนมีการคาดโทษกำนันผู้ใหญ่บ้านหากพบว่ามีการกระทำผิดเมาแล้วขับ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.พังงา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214101500815 17 จังหวัดชัยนาท เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2565 โดยให้สำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ตลอดฤดูแล้ง ปี 2565

นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เปิดเผยถึงการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2565 จังหวัดชัยนาท ว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ แจ้งว่าจากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ปี 2565 คาดการณ์ว่าระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม 2565 ปริมาณฝนรวมประเทศไทย จะต่ำกว่าค่าปกติและคาดว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อน ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น และตั้งแต่เดือนมีนาคมจะมีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้ง ความชื้นในอากาศมีน้อย และมีอากาศร้อนจัดเป็นบางวัน โดยเฉพาะประเทศไทยตอนบน เพื่อให้การเตรียมความพร้อมการเตรียมการป้องกันและแก้ไขภัยแล้ง ปี 2565 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/2565 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท ได้วิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมทั้งกำหนดแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง ปี 2565 จังหวัดชัยนาท เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2565 โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่กักเก็บน้ำ วางแผนการบริหารจัดการน้ำ ในการกำหนดแนวทางการใช้น้ำในลักษณะต่างๆ ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค การรักษาระบบนิเวศ การเกษตร และอุตสาหกรรม ตลอดจนแนวทางการระบาย และกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ตามแหล่งน้ำขนาดต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการจัดทำและนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง มาใช้ประกอบในการกำหนดหน่วยงาน การแบ่งมอบพื้นที่ และมอบหมายภารกิจในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ให้ครอบคลุมถึงระดับตำบล หมู่บ้าน/ชุมชน รวมทั้งการสำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ปี 2565 โดยเฉพาะหมู่บ้าน/ชุมชน ที่เคยเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นประจำ ตลอดจนพื้นที่อื่นๆ ที่ในห้วงฤดูฝนมีปริมาณฝนตกน้อย จนไม่สามารถเก็บกักน้ำในห้วงที่ผ่านมาได้ 

ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาท ได้ให้ทุกพื้นที่ดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ปี 2564/2565 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้กำหนดมาตรการรองรับในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะกรณีพืชสวนที่เป็นไม้ยืนต้น และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการจัดทำฝนหลวงในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเมื่อสภาวะเอื้ออำนวย เพื่อเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ เพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด รวมทั้งเตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยของหน่วยงานฝ่ายพลเรือน หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสร้างการรับรู้ให้ประชาชนภาคส่วนต่างๆ มีความเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และมาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการใช้น้ำอย่างประหยัด พร้อมเชิญชวนประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการซ่อมสร้าง บำรุงรักษาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ชัยนาท สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214152531012 18 หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ลงพื้นที่สำรวจอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านห้วยเดื่อ หลังจากทำการสูบน้ำไปกักเก็บในอ่างของหมู่บ้าน เพื่อผลิตน้ำประปาที่ชาวบ้านบ้านประสบภัยแล้งช้ำซาก

ที่อ่างกักเก็บน้ำบ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ 3 ตำบลศรีภูมิ อำเภอทำวังผา จังหวัดน่าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จุดกักเก็บน้ำบ้านห้วยเดื่อ หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้มอบอำนาจให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เป็นหน่วยดำเนินการสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน เพื่อนำน้ำดิบมาผลิตประปาของหมู่บ้าน นำมากักเก็บอ่างกักเก็บน้ำอ่างบ้านห้วยเดื่อ หลังชาวบ้านทั้งหมู่บ้านประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก โดยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลสูบน้ำมากักเก็บลงในอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านห้วยเดื่อ เพื่อผลิตประปาในการอุปโภคบริโภครวมถึงการเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน 

ตามที่จังหวัดน่านได้อนุมัติใช้จ่ายเงินทดรองราชการ จำนวน 249,296 บาท มอบอำนาจให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เป็นหน่วยดำเนินการ โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ พร้อมเครื่องสูบน้ำระยะไกล เครื่องมืออุปกรณ์ เข้าดำเนินการ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน เพื่อผันน้ำไปยังอ่างกักเก็บน้ำของหมู่บ้าน เพื่อนำไปผลิตประปา ประจำหมู่บ้าน ในพื้นที่ของบ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ 3 ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ระยะทาง 3 กิโล. 800 เมตร โดยจะใช้เวลาดำเนินการสูบน้ำประมาณ 20 วัน ซึ่งครบกำหนด ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรที่อยู่ในพื้นที่สูง ไม่ทำให้ราษฎรในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งช้ำซาก 

โดยที่ผ่านมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลศรีภูมิ ต้องนำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่าย วันละหลายเที่ยว โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม จะนำรถบรรทุกน้ำนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านทุกหลังคาเรือน โดยบ้านห้วยเดื่อมีประชากร จำนวน 380 คน ใน 115 ครัวเรือน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นประจำทุกปี 

ทางด้าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่จุดอ่างกักเก็บน้ำของชาวบ้านห้วยเดื่อ หลังจากสูบน้ำจากแหล่งน้ำที่แม่น้ำน่าน นำมาเก็บลงอ่างน้ำของชาวบ้าน เพื่อนำไปผลิตน้ำประปา เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากตอนนี้เข้าสู่ฤดูแล้งเต็มตัว เพื่อเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางมาตรการวางไว้ คาดว่าน้ำที่สูบครั้งนี้จะมีน้ำเพียงพอในการอุปโภคบริโภค ไปจนถึงช่วงฤดูฝน โดยสนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ได้ประสานกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและกำนันผู้ใหญ่บ้านออกสำรวจแหล่งน้ำดิบ เพื่อให้การช่วยเหลือหากมีการร้องขอมา เพื่อเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งล่วงหน้า 

ส่วนทางด้าน นายชิต สุทธะ ผู้ใหญ่บ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ 3 ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา ได้กล่าวขอบคุณที่ทางราชการได้เข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน ต่างขอขอบคุณทางราชการ ที่ได้ให้การช่วยเหลือ ซึ่งชาวบ้านต่างดีใจเป็นอย่างมาก


-----สัมภาษณ์-------

นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ 

หัวหน้าปภ.น่าน

------สัมภาษณ์------

นายชิต สุทธะ

ผู้ใหญ่บ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ 3


2022-02-14T00:00:00 ภาคเหนือ น่าน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214160246031 19 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดมอบสิ่งของพระราชทานให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ "นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดมอบสิ่งของพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย ราย นายประกอบ ปานเจริญ บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 1 ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 ณ บริเวณบ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 1 ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ 

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ขึ้น เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2506 จากเหตุการณ์มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2505 เพื่อดำเนินงานด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ รวมถึงสงเคราะห์ด้านการศึกษา ด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย และเด็กที่เรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ยืดถือพระราชดำริมาปฏิบัติเป็นเวลากว่า 58 ปีแล้ว ดังพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิไว้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ มีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร์เป็นสิ่งสำคัญ โดยจังหวัดสุรินทร์ ได้นำสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของอัคคีภัย และสร้างขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ฝ่าฟันให้พ้นวิกฤตภัยมาโดยตลอด


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215120032295 20 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา "

นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัย จำนวน 1 ครอบครัว โดยมี นายกฤษณ์ แก้วทองหลาง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายสิรศักดิ์ ทัศยาพันธุ์ นายอำเภอภาชี ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฯ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ณ บ้านเลขที่ 103/3 หมู่ที่ 4 ตำบลภาชี อำเภอภาชี โดยทำพิธีมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่ นางวงเดือน พันยวงศ์ ซึ่งบ้านที่อยู่อาศัย หมู่ 4 ตำบลภาชี อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสบอัคคีภัย เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 17.30 น. ได้รับความเสียหายทั้งหลัง มีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 3 คน 

สำหรับการได้รับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ ครอบครัวดังกล่าว ต่างทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นล้นพ้น 


ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

เว็บไซต์ : https://ayutthaya.prd.go.th

#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2022-02-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215132547325 21 ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ประจวบฯ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุดในตัวเมืองหัวหิน พร้อมเร่งสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

จากการเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ ทำให้ถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน มีปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุด เช่น ถนนโค้งพระจันทร์ ถนนดำเนินเกษม ถนนแนบเคหาสน์ ถนนพูลสุข รวมถึงถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนสายหลักบริเวณด้านหน้าตลาดฉัตร์ไชย ศูนย์การค้ามาร์เก็ต วิลเลจ หัวหิน รถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ โดย พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.หัวหิน ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรออกอำนวยความสะดวกซึ่งล่าสุดสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง 

ขณะเดียวกัน นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอหัวหิน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ออกตรวจสอบบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.ทับใต้ ต.หินเหล็กไฟ  ต.หนองพลับ และ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ หากพบความเสียหายจากน้ำท่วมให้รายงานเพื่อทราบและจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-15T00:00:00 ภาคตะวันตก ประจวบคีรีขันธ์ สวท.ประจวบคีรีขันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215154936448 22 "รถเก่า รถใหม่"" ก็ทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.ได้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความคุ้มครอง กับบริษัทกลางฯ" "

นางสาวกรรณิการ์ เอกคณิต ผู้จัดการบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาอำนาจเจริญ ดำเนินรายรายการ ""รับรู้สู้ภัยไปกับ ปภ."" ในหัวข้อ “รถเก่า รถใหม่”ก็ทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.ได้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความคุ้มครอง   ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ FM ความถี่ 103.25 MHz. บริษัทกลางฯ

""รถเก่า รถใหม่"" ก็ทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.ได้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความคุ้มครอง เมื่อมีผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน แล้วรถคันที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมีประกันภัย พ.ร.บ.ไม่ว่าจะเป็น

""รถใหม่หรือรถเก่า"" รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

ตังนั้นเจ้าของรถทุกคัน ไม่ว่าจะรถเก่หรือรถใหม่ ต้องไม่ลืมทำประกันภัย พ.ร.บ. เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนก็จะได้รับการคุ้มเครองทันที โดยคุ้มครอง กรณีบาดเจ็บเป็นค่ารักษาพยาบาลสูงสุดตามการรักษาจริงไม่เกิน 80,000 บาท กรณีเสียชีวิต คุ้มครองสูงสุด 500,000 บาท หรือ กรณีสูญเสียอวัยวะ ความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์  ตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท และยังมีค่าชดเชย กรณีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน ให้อีกวันละ 200 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 วัน

ยกเว้นสำหรับผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย จะได้รับการชดใช้เพียงค่าเสียหายเบื้องต้นจากบริษัทประกันที่รับประกันภัยรถของตนเท่านั้น และถ้าผู้ขับขี่เป็นฝ่ายถูกก็ต้องไปใช้สิทธิ์เรียกร้องเอาจากฝ่ายที่ต้องรับผิด สำหรับรถเก่าโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ถ้าจะทำประกันภัย พ.ร.บ. สามารถทำได้ที่บริษัทประกันภัย หรือที่บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เพียงแค่เตรียมเอกสารสำเนาทะเบียนรถและบัตร ประชาชนเท่านั้น แต่หากไม่มีสำเนาทะเบียนรถ ก็สามารถนำรถไปให้เจ้าหน้าที่ขูดเลขตัวถังรถเพื่อยืนยันว่า เป็นรถคันที่เอาประกันภัย เพียงเท่านี้ก็ทำประกันภัย พ.ร.บ.ได้ หรือสามารถทำประกันภัยออนไล์ ผ่านไลน์ @iRVP ง่ายๆ คุ้มครองทันที

สอบถามการทำประกันภัย พ.ร.บ.และตรวจสอบการใช้สิทธิตามประกันภัย พ.ร.บ.ได้ที่ www.vp.co.th หรือติดต่อ Call Center บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด โทร 1791  ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ไลน์ @iRVP





#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-15T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215170002489 23 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย ที่อำเภอโพนสวรรค์

นายวรรณพล ต่อพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นผู้แทนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดนครพนม เชิญถุงยังชีพพระราชทาน ไปมอบให้กับ  นางบุญลือ อนุญาหงส์ อายุ 79 ปี ที่อาศัยอยู่กับนายคล้าย ประกิ่ง อายุ 81 ปี สามี เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ภายหลังบ้านไม้ใต้ถุนสูง เลขที่ 154 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านค้อ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้เสียหายทั้งหลังมูลค่ารวมประมาณ 80,000 บาท เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์  2565 

โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมบริจาคสิ่งของ เครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบครัวผู้ประสบภัย นายวรรณพล ต่อพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์ ทรงต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว อันจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและผ่อนคลายความทุกข์ร้อน 

อีกทั้ง เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคนในครอบครัวที่ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้ ให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วยความเข้มแข็ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดนครพนม เชิญถุงยังชีพพระราชทานมามอบให้ จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ประสบภัยด้วย โดยตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นมา ทุกฝ่ายต่างพยายามให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการช่วยกันดับไฟ การรื้อถอนและปรับพื้นที่บ้านที่เสียหาย การจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่าง ๆ 

นอกจากนี้ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อจะมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือ วงเงินไม่เกิน 49,500 บาท เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนมมอบช่วยเหลือ 8,000 บาทพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค สมาคมผู้สูงอายุ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเพื่อนบ้านมอบสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน 







ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-15T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215182814548 24 เทศบาลตำบลทับมา ติวเข้มเจ้าหน้าที่ พนักงานสถานประกอบการในพื้นที่ ป้องกันการเกิดอัคคีภัยในสถานประกอบการ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการสถานประกอบการปลอดภัยจากอัคคีภัย ประจำปีงบประมาณ 2565 มีเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา ส่วนราชการ องค์กรการกุศล และพนักงานในสถานประกอบการในพื้นที่ จำนวน 50 คน เข้าร่วมอบรม 

ภายในงานมีการลงนาม MOU ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง และสถานประกอบการในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนโครงการสถานประกอบการปลอดภัยจากอัคคีภัยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยของอัคคีภัย เข้าใจสาเหตุของการเกิดอัคคีภัย และวิธีการป้องกันอัคคีภัยในสถานประกอบการได้อย่างถูกต้อง มีทักษะและความสามารถในการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเข้าทำการระงับเหตุอัคคีภัยในเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอัคคีภัยในเบื้องต้นได้ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้นได้ และมีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการ ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้และหลักการดับเพลิง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอัคคีภัย และเทคนิคการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือดับเพลิง และเทคนิคการหยุดการรั่วไหลและการควบคุมไฟที่เกิดจากน้ำมันและแก๊ส 

ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ และเผยแพร่ให้ผู้อื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอัคคีภัยในสถานประกอบการ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-15T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215181505539 25 นายอำเภอสังขะ สั่งระดมรถดับเพลิงและเครื่องจักรกลเร่งดับไฟไหม้บ่อขยะ ให้จบเร็วที่สุด

นายธาตรี สิริรุ่งวนิช นายอำเภอสังขะ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย นายพัฒนา พึ่งผล ปลัดอาวุโส เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลสังขะ และเจ้าหน้าจากองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 12 ตำบล ณ บ่อขยะ บ้านแบกจาน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ติดตามสถานการณ์และวางแผนการบริหารจัดการเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะ พร้อมมอบนโยบายการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำ 

โดยก่อนหน้านี้ ได้สั่งประชุมเร่งด่วน ทั้งเทศบาล และ อบต.ทุกแห่งในเขตอำเภอสังขะ เพื่อขอความร่วมมือให้จัดรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่จากทุก อบต.ทั้งหมด 12 อบต.กับอีก 1 เทศบาล พร้อมทั้งรถแมคโคร และเครื่องจักรกล เข้าพื้นที่เร่งทำการดับเพลิง อีกทั้งยังจัดตั้งศูนย์ประสานงาน เพื่อทำการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากทุก อบต.และเทศบาล ซึ่งจะเร่งทำการดับเพลิงตลอด 24 ชั่วโมง และคาดว่าทุกอย่างจะจบเร็วที่สุด ภายใน 3 วัน

สำหรับสถานการณ์เพลิงไหม้บ่อขยะบริเวณบ้านแบกจานที่เกิดขึ้นดังกล่าว เกิดเหตุตั้งแต่คืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ช่วงเวลา 03.00 น. มีต้นเพลิงเกิดขึ้น ประมาณ 2-3 จุด พื้นที่ห่างกันบริเวณบ่อขยะ ซึ่งในวันที่เกิดเหตุ สำนักงานเทศบาลตำบลสังขะร่วมกับ อบต.สังขะ ได้เข้าพื้นที่ระงับเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะอย่างต่อเนื่องและยังควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามออกไป แต่การดับเพลิงเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงจุดเพลิงไหม้ได้ ประกอบกับพื้นที่เพลิงไหม้เริ่มขยายวงกว้าง มีหญ้า ป่าไม้และขยะเป็นจำนวนมาก 






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-16T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216103534690 26 นายอำเภอสังขะ สั่งระดมรถดับเพลิงและเครื่องจักรกลเร่งดับไฟไหม้บ่อขยะ ให้จบเร็วที่สุด

นายธาตรี สิริรุ่งวนิช นายอำเภอสังขะ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่บ่อขยะ บ้านแบกจาน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายพัฒนา พึ่งผล ปลัดอำเภออาวุโส เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลสังขะ และเจ้าหน้าจากองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 12 ตำบล เพื่อติดตามสถานการณ์ และวางแผนการระงับเหตุ พร้อมมอบนโยบายการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำ 

โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการประชุมเร่งด่วน ทั้งเทศบาล และ อบต.ทุกแห่งในเขตอำเภอสังขะ เพื่อขอความร่วมมือให้จัดรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จาก 12 อบต.กับอีก 1 เทศบาล พร้อมทั้งรถแมคโคร และเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่ เร่งทำการดับเพลิง รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากทุก อบต.และเทศบาล  ซึ่งจะเร่งทำการดับเพลิงตลอด 24 ชั่วโมง  และคาดว่าทุกอย่างจะจบภายใน 3 วัน






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-16T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216115509730 27 กรมชลประทาน พร้อมรับมือฝนตกหนักภาคใต้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ฝนจะตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะโฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้ให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่ เฝ้าระวังน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ และสงขลา โดยเน้นย้ำให้เฝ้าระวังติดตามและตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีสภาพพร้อมใช้งาน รวมไปถึงบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ หากเกิดกรณีฝนตกหนัก หรือลมกระโชกแรงส่งผลกระทบต่ออาคารชลประทาน และทรัพย์สินของทางราชการ ให้เร่งเข้าไปดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในทันที จึงได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่ 14,15,16 และโครงการชลประทานในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแจ้งเตือนประชาชนให้พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้น 

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำ ไว้ในพื้นที่เสี่ยงแล้ว สามารถนำไปช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมได้ตลอดเวลา เพื่อลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้มากที่สุดต่อไป

2022-02-16T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216192924923 28 ผู้ว่าฯ มหาสารคาม พร้อมเหล่ากาชาด จ.มหาสารคาม มอบสิ่งของ และเงินช่วยเหลือเยียวยา กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน

นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย เหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่มอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือเยียวยา กรณีบ้านเรือนประชาชนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ณ บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 18 ต.เวียงสะอาด อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม เจ้าของบ้านคือ นายหลา ศรีมุงคุณ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 เวลาประมาณ 15.48 น. ได้รับความเสียหายทั้งหลัง สาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้สอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ และกล่าวให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจากภาคส่วนต่าง ๆ ประกอบด้วย เหล่ากาชาดจังหวัดฯ มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 9,000 บาท พร้อมถุงยังชีพ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 10,000 บาท ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมหาสารคาม มอบเครื่องอุปโภคบริโภค สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม มอบน้ำดื่ม และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบประเมินความเสียหาย และให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-16T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสารคาม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216155339831 29 ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิตที่จังหวัดระยอง จำนวน 2 รายๆ ละ 30,000 บาท

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางมามอบเงินกองทุนผู้ประสบภัยสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยมี ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายอัธยา นวลอุทัย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง นายอณุสรน์ แสงกล้า นอภ.เขาชะเมา ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม อบต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง  จากนั้นรับฟังสภาพปัญหา การป้องกันและแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนและเสียชีวิตเบื้องต้น จากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  

ก่อนออกเดินทางไปมอบเงินให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากช้างป่าถูกทำร้าย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 จำนวน 2 รายๆ ละ 30,000 บาท โดยรายแรก เป็นครอบครับ นางวัลภา จุนวังโส อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง จากนั้นได้เดินทางมายังครอบครัวนายสมบูรณ์ บุญเลิศ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 121 หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดจันทบุรี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเรื่องภัยช้างป่าในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีต่อไป

นายอัธยา นวลอุทัย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตจากช้างป่าถูกทำร้ายและได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ประกอบด้วย ค่าจัดการศพ เงินช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากช้างป่าเขาชะเมา ,สนง.ปภ.ระยอง , สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และอื่นๆ โดยครอบครัว นางวัลภา จุนวังโส ได้รับเงิน จำนวน 113,700 บาท และครอบครัวนายสมบูรณ์ บุญเลิศ จำนวน 112,400 บาท

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากอัคคีภัย วาตภัย อุทกภัยและอุบัติภัยอื่นๆ จึงได้มอบหมายให้ลงพื้นที่เพื่อมามอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากช้างป่าในพื้นที่ จ.ระยองและจันทบุรี โดยนำเงินจากกองทุนผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี มามอบให้รายละ 30,000 บาท ซึ่งในปี 2563 และ 2564 ได้มอบเงินช่วยเหลือประชาชนไปจำนวน 160 ล้านบาท และตั้งแต่ ตุลาคม 2564 ถึงขณะนี้ ได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วประมาณ 20 ล้านบาท  

ส่วนปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกินของชาวบ้าน เกิดจากจำนวนที่ช้างเพิ่มขึ้น ขณะที่ประชาชนได้ขยายพื้นที่ทำกินออกไปยังพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจนเกิดการกระทบกระทั่นกัน ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตตามมา ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พยายามให้คนกับช้างได้อยู่ร่วมกัน พร้อมกับเพิ่มอาหาร ทำบ่อน้ำ สร้างแนวป้องกันให้แข็งแรงป้องกันไม่ให้ช้างออกมาบุกรุกที่ทำกินของชาวบ้าน ส่วนช้างตัวที่ทำร้ายคน จะเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่น ที่สำคัญคือการเตรียมความรู้ให้ประชาชนอยู่กับช้างได้อย่างปลอดภัย และเรียนรู้พฤติกรรมของช้างควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างเข้ามาทำร้ายได้

ทั้งนี้ ปัจจุบัน พื้นที่เขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก หรือ เขาอ่างฤาไน มีช้างป่าอาศัยอยู่ประมาณ 600 ตัว อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเขาชะเมา 19 ตัว 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-16T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สวท.ระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216160214832 30 นิพนธ์ ตรวจภัยแล้งสุพรรณฯ มั่นใจปีนี้ไม่ขาดแคลนน้ำใช้อุปโภค -บริโภค และน้ำเกษตร พร้อมกำชับป้องกันไฟป่า-หมอกควันอย่างใกล้ชิด "

ที่อ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี ผอ.ศูนย์.ปภ.เขต 2 สุพรรณบุรี ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว นายอำเภอด่านช้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามสถานการณ์

นายนิพนธ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด และตนในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่ในการ ""บำบัดทุกข์ บำรุงสุข"" ให้แก่พี่น้องประชาชน นั้น มีความตั้งใจจะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด จากการรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ปริมาณเก็บกักน้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว มีความจุที่ระดับน้ำสูงสุด 299,000 ล้าน ม.3 โดยวันนี้มีปริมาตรน้ำเก็บกัก 296 ล้าน ลบ.ม. (99.29%) และปริมาณการใช้น้ำ 256 ล้าน ลบ.ม. (99.18%) ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค และการทำการเกษตร จึงไม่มีความกังวลในประเด็นดังกล่าว ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือโดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้ง ปี 2565 และศูนย์อำนวยการและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (ภัยแล้ง) ระดับพื้นที่ จัดเตรียมกำลังคน วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง 

นอกจากนี้ยังติดตามและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ด้วยทุกปี พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาความแห้งแล้งทำให้เอื้อต่อการเกิดไฟป่าได้ง่าย ซึ่งการเกิดไฟป่าแต่ละครั้งเป็นอันตรายและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชาชนและราชการ และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตมลพิษหมอกควัน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต สุขภาพอนามัยของประชาชน จึงให้ทุกฝ่ายบูรณาการร่วมกันดูแลให้คำแนะนำและประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ทั่วถึงและรวดเร็ว รวมถึงเผยแพร่ความรู้ ให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัย ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย

นายนิพนธ์ ได้กล่าวฝากทิ้งท้ายถึงความปลอดภัยทางถนนว่า ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมมือกันทำให้สถิติอุบัติเหตุทางถนนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตนได้กำชับให้ใช้กลไกจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ช่วยกันเร่งสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น จากการขับรถที่ไม่มีวินัยและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด พร้อมเร่งดำเนินการปรับปรุง แก้ไขด้านกายภาพของถนน เครื่องหมายจราจร สัญญาณไฟ และป้ายเตือน ให้มีความชัดเจนบริเวณทางข้าม ทางร่วม ทางแยก และจุดคับขันต่างๆ เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้ความระมัดระวังและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ จึงถือโอกาสนี้ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสร้างวินัยจราจรที่ดีในการใช้รถใช้ถนน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและไม่ให้เกิดการสูญเสียต่างๆ เกิดขึ้นบนท้องถนนอีกต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

" 2022-02-16T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216165726856 31 ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิตพร้อมศึกษาแนวทางแก้ปัญหาช้างป่า ที่ จ.จันทบุรี เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว ผู้เสียชีวิตจากเหตุถูกช้างป่าทำร้าย

ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี จำนวน 2 ราย / ราย ละ 30,000 บาท จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมนำคณะประกอบด้วย นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุรีย์พร รามสมภพ ผู้อำนวยการกองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด ผู้อำนวยการกลุ่มงานการเงินและกองทุน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดย นายอลงกรณ์ แอคะรัจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสาเฝ้าระวังภัยช้างป่าให้การต้อนรับ และสรุปสถานการณ์การแก้ปัญหาลดผลกระทบราษฎรรับทราบสถานการณ์ช้างป่าและสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่จันทบุรี และมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 รายละ 30,000 บาท เป็นเงิน 60,000 บาท ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว เมื่อเดือนเมษายน 2564 และอำเภอท่าใหม่ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต และติดตามจุดเกิดเหตุช้างป่าทำลายแนวกันริมถนน บริเวณสี่แยกเขาพระยา อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี พร้อมทั้งพบปะกลุ่มชาวบ้านอาสาสมัครประมาณ 10 คน ที่ช่วยกันผลักดันช้างป่าที่บุกมาทำลายพืชไร่เกษตรกรรมในบริเวณพื้นที่ 

โอกาสนี้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเสียใจถึงเหตุการณ์ภัยจากช้างป่า พร้อมนำความห่วงใยและกำลังใจจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีส่งถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ด้วย กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเงินที่รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ สามารถบริจาคเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ชื่อบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ใบเสร็จรับเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-16T00:00:00 ภาคตะวันออก จันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216174431865 32 ศรีสะเกษคิกออฟใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยให้เป็นวัฒนธรรมตลอดทั้งปีพร้อมเดินหน้าจับปรับจริงเริ่ม 1 มีนาคมเป็นต้นไป "

จังหวัดศรีสะเกษ โดย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ   เปิดรณรงค์ขับเคลื่อนวาระป้องกันและลดอุบัติเหตุ 365 วัน ศรีสะเกษขับขี่ปลอดภัย หรือ คิกออฟใช้รถใช้ถนนอย่างมีวัฒนธรรมเพื่อความปลอดภัยตลอดทั้งปี        

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณสวนสาธารณะกุดหวาย อำเภอเมืองศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เปิดรณรงค์ขับเคลื่อนวาระป้องกันและลดอุบัติเหตุ 365 วัน ศรีสะเกษขับขี่ปลอดภัย หรือ คิกออฟใช้รถใช้ถนนอย่างมีวัฒนธรรมเพื่อความปลอดภัยตลอดทั้งปี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา ภาคธุรกิจเอกชน และนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ประกาศสร้างความตระหนักขับขี่อย่างปลอดภัยตลอด 365 วัน ทั้งการสร้างจิตสำนึก และบังคับใช้กฎหมาย  พร้อมกำชับตำรวจทั้ง 22 อำเภอ เดินหน้าจับปรับจริงเริ่ม 1 มีนาคมเป็นต้นไป โดยเฉพาะการคาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซนต์ การขับรถไม่เร็ว เมาไม่ขับ ไม่ฝ่าสัญญาณไฟจราจร ต้องปลูกฝังให้เป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติทุกวัน อีกทั้งการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้ง 47 ศรีสะเกษเกมส์ การเคารพกฎจราจรเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งการอำนวยความสะดวกของทัพนักกีฬา และการเป็นเจ้าบ้านที่ดี           

ด้านนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ปี 2565 จังหวัดศรีสะเกษตั้งเป้าการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไม่เกินร้อยละ 16 ต่อแสนประชากร หรือไม่เกิน 234 ราย โดยปีที่ผ่านมาเสียชีวิต 237 ราย สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมขับรถเร็ว การไม่สวมหมวกนิรภัยและขับรถตัดหน้าระยะกระชั้นชิด ซึ่งรถมอเตอร์ไซด์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด การสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัยทุกวันจนเป็นวัฒนธรรมนับว่าสำคัญมาก


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

" 2022-02-16T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216185807897 33 นิพนธ์ ตรวจภัยแล้งสุพรรณฯ มั่นใจปีนี้ไม่ขาดแคลนน้ำใช้อุปโภค - บริโภค และน้ำเกษตร พร้อมกำชับป้องกันไฟป่า-หมอกควันอย่างใกล้ชิด "

ที่อ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี ผอ.ศูนย์.ปภ.เขต 2 สุพรรณบุรี ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว นายอำเภอด่านช้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามสถานการณ์

นายนิพนธ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด และตนในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่ในการ ""บำบัดทุกข์ บำรุงสุข"" ให้แก่พี่น้องประชาชน นั้น มีความตั้งใจจะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด จากการรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ปริมาณเก็บกักน้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว มีความจุที่ระดับน้ำสูงสุด 299,000 ล้าน ม.3 โดยวันนี้มีปริมาตรน้ำเก็บกัก 296 ล้าน ลบ.ม. (99.29%) และปริมาณการใช้น้ำ 256 ล้าน ลบ.ม. (99.18%) ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค และการทำการเกษตร จึงไม่มีความกังวลในประเด็นดังกล่าว ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือโดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้ง ปี 2565 และศูนย์อำนวยการและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (ภัยแล้ง) ระดับพื้นที่ จัดเตรียมกำลังคน วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังติดตามและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ด้วยทุกปี พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาความแห้งแล้งทำให้เอื้อต่อการเกิดไฟป่าได้ง่าย ซึ่งการเกิดไฟป่าแต่ละครั้งเป็นอันตรายและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชาชนและราชการ และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตมลพิษหมอกควัน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต สุขภาพอนามัยของประชาชน จึงให้ทุกฝ่ายบูรณาการร่วมกันดูแลให้คำแนะนำและประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ทั่วถึงและรวดเร็ว รวมถึงเผยแพร่ความรู้ ให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัย ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย

นายนิพนธ์ ได้กล่าวฝากทิ้งท้ายถึงความปลอดภัยทางถนนว่า ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมมือกันทำให้สถิติอุบัติเหตุทางถนนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตนได้กำชับให้ใช้กลไกจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ช่วยกันเร่งสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น จากการขับรถที่ไม่มีวินัยและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด พร้อมเร่งดำเนินการปรับปรุง แก้ไขด้านกายภาพของถนน เครื่องหมายจราจร สัญญาณไฟ และป้ายเตือน ให้มีความชัดเจนบริเวณทางข้าม ทางร่วม ทางแยก และจุดคับขันต่างๆ เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้ความระมัดระวังและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ จึงถือโอกาสนี้ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสร้างวินัยจราจรที่ดีในการใช้รถใช้ถนน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและไม่ให้เกิดการสูญเสียต่างๆ เกิดขึ้นบนท้องถนนอีกต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

" 2022-02-16T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216200652947 34 จังหวัดตรังจัดพิธีมอบเงินพระราชทาน และสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นจากเหตุอัคคีภัยของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ "นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีมอบเงินพระราชทาน ช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ และสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นจากเหตุอัคคีภัย ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้แก่พี่น้องประชาชนและครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุอัคคีภัย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนให้พ้นจากวิกฤตภัย ณ อาคารเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่าง ๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดตรังนำเงินพระราชทานและสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุอัคคีภัยตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการจ่ายเงินสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

สำหรับความเป็นมาของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิฯ ขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2506 จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2505 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ รวมถึงการสงเคราะห์ด้านการศึกษา ด้านการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย และเด็กเรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ฯ ด้วย โดยมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ได้ถือปฏิบัติและดำเนินการตามพระราชดำริและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิฯ มาเป็นเวลากว่า 58 ปีแล้ว และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร์เป็นสำคัญ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2022-02-17T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217140952119 35 คณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง จังหวัดตราด ผ่านการพิจารณาการขอรับงบประมาณป้องกันและยับยั้งปัญหาภัยแล้ง ของอำเภอเมือตราด และอำเภอเขาสมิง "นายพีระ เอี่ยมสุนทร ปลัดจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง จังหวัดตราด ครั้งที่ 1/2565 ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด จัดขึ้นโดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่ที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนจากอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เสนอโครงการขออนุมัติ เข้าร่วมที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด

สำหรับการประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง จังหวัดตราด ในครั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการแจ้งแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 ข้อ 18 เมื่อเป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในเวลาอันใกล้และจำเป็นต้องรีบดำเนินการโดยฉับพลัน ให้ส่วนราชการดำเนินการโดยอาจใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้น โดยไม่ต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภายในวงเงินไม่เกิน 10,000,000 บาท   อย่างไรก็ตามการประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง จังหวัดตราด ครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ผ่านการพิจารณา โครงการที่อำเภอเมืองตราด และอำเภอเขาสมิง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการเตรียมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง ปี 2565 ประกอบด้วย  อำเภอเมืองตราด ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการเตรียมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง ปี 2565 โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ ของตำบลแหลมกลัด จำนวน 2 โครงการ เป็นเงิน 556,300 บาท และอำเภอเขาสมิง ขอรับสนับสนุนงบประมาณในการเตรียมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง ปี 2565 รวม 5 โครงการ จาก 4 ตำบล ประกอบด้วย โครงการทำนบดินชั่วคราวคลองเขาสมิง ของตำบลวังตะเคียน จำนวน 1 โครงการ เป็นเงิน 300,000 บาท โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ ของตำบลเขาสมิง จำนวน 1 โครงการ เป็นเงิน 150,600 บาท โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ ของตำบลทุ่งนนทรี จำนวน 1 โครงการ เป็นเงิน 300,000 บาท และโครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ ของตำบลสำตอ จำนวน 2 โครงการ เป็นเงิน 236,692.50 บาท


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-17T00:00:00 ภาคตะวันออก ตราด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217145252140 36 ผวจ.นครศรีธรรมราช สั่งตั้งศูนย์บัญชาการช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หลังเส้นทางสัญจรถูกกระแสน้ำตัดขาด

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ที่บริเวณสะพานคลองกัน หมู่ที่ 2 ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ ซึ่งเป็นเส้นทางเบี่ยงชั่วคราว ที่กรมทางหลวงได้สร้างให้ชาวบ้านได้สัญจรในระหว่างที่การก่อสร้างสะพานแบริ่งจะแล้วเสร็จ ซึ่งที่บริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมวลน้ำป่าจำนวนมากได้ไหลทะลักกัดเซาะ สะพาน คอสะพานจนชำรุดเสียหายและถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ตำบลนบพิตำ และตำบลกรุงชิง ไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านได้

เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน และกรมทางหลวง โดยนายไพจิตร แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 16 ได้นำเจ้าหน้าที่ พร้อมเครื่องจักรกล เข้าปรับพื้นที่ลำคลอง พร้อมจัดสร้างสะพานไม้เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเป็นการชั่วคราว ควบคู่กับการสร้างสะพานแบริ่ง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 วัน ส่วนความเสียหายอื่นๆ ในพื้นที่อำเภอนบพิตำ ซึ่งมีถนน คอสะพาน และเสาไฟฟ้า ถูกน้ำกัดเซาะและไม่สามารถใช้กระไฟฟ้าได้ในบางจุด ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เร่งเข้าซ่อมแซมและคาดว่าจะสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ตามปกติในเย็นวันนี้(17 ก.พ.65) เช่นกัน พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง 

นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นำเครื่องจักรกลทำทางเลี่ยงเข้าหมู่บ้านเพื่อสำรองในการเดินทาง และจัดหารถไว้บริการประชาชนทั้งสองฝั่งคลองเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน ขณะที่พระครูภัทรธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขาเหล็ก อำเภอนบพิตำ ได้จัดตั้งโรงครัวยังชีพช่วยเหลือประชาชนเป็นการเบื้องต้นด้วย







อุไรวรรณ/ข่าว  สุดา-จักราวุธ/ภาพ12 กุมภาพันธ์ 2565

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

2022-02-17T00:00:00 ภาคใต้ นครศรีธรรมราช สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217150002146 37 ชาวบ้านบางใหญ่ อ.บางปลาม้า รับมอบงบประมาณและถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากสมาชิกวุฒิสภา "ที่ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 8 ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ลงพื้นที่มอบงบประมาณและถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายกองโท เชษฐา ขาวประเสริฐ นายอำเภอบางปลาม้า ให้การต้อนรับ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือ ร่วมใจของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ร่วมกับคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภาที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ทำให้บ้านเรือนเสียหาย และยังมีอีก 11 ครอบครัวที่ยังคงประสบปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีวิต

นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง คนที่หนึ่ง กล่าวว่า คณะกรรมการฯ มีความประสงค์จะบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน จึงได้สนับสนุนเงินทุนซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม เป็นจำนวนเงิน 60,000  บาท โดย นายอนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้สนับสนุนเงินตั้งต้น จำนวน 20,000 บาท และได้รับการสนับสนุนจาก คณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา อีกจำนวน 40,000 บาท พร้อมจัดเตรียมถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชนเพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในนามของวุฒิสภา

จากนั้น คณะสมาชิกวุฒิสภา ได้เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บทบาทของประชาชนและชุมชนต่อการปฏิรูปประเทศและเส้นทางยุทธศาสตร์ โดยมี นายเนตร ปิ่นแก้ว ประธานขบวนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี นายสมหมาย ขิมมาทิ ประธานโครงการบ้านพอเพียงจังหวัดสุพรรณบุรี (อดีต ผญบ.ม.2 ต.รั้วใหญ่) และ นายศุภกิจ ศรีสว่าง ผู้ช่วย ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคกลางและภาคตะวันตก ร่วมเสวนา โดยก่อนเดินทางกลับ คณะสมาชิกวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมที่บ้านที่เสียหายด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217150811153 38 ชาวบ้านบางใหญ่ อ.บางปลาม้า รับมอบงบประมาณและถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากสมาชิกวุฒิสภา

ที่ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 8 ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ลงพื้นที่มอบงบประมาณและถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายกองโท เชษฐา ขาวประเสริฐ นายอำเภอบางปลาม้าให้การต้อนรับ

ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือ ร่วมใจของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ร่วมกับคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย  ทำให้บ้านเรือนเสียหาย และยังมีอีก 11 ครอบครัวที่ยังคงประสบปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีวิต

นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง คนที่หนึ่ง กล่าวว่า คณะกรรมการฯ มีความประสงค์จะบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน จึงได้สนับสนุนเงินทุนซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม เป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท โดย นายอนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้สนับสนุนเงินตั้งต้น จำนวน 20,000  บาท และได้รับการสนับสนุนจาก คณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา อีกจำนวน 40,000  บาท พร้อมจัดเตรียมถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชน เพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในนามของวุฒิสภา

โอกาสนี้ คณะสมาชิกวุฒิสภา ได้เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บทบาทของประชาชนและชุมชนต่อการปฏิรูปประเทศและเส้นทางยุทธศาสตร์ โดยมี นายเนตร ปิ่นแก้ว ประธานขบวนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี นายสมหมาย ขิมมาทิ ประธานโครงการบ้านพอเพียงจังหวัดสุพรรณบุรี (อดีตผญบ.ม.2 ต.รั้วใหญ่) และ นายศุภกิจ ศรีสว่าง ผช.ผอ. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคกลางและภาคตะวันตก ร่วมเสวนาด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-17T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217194129339 39 ผวจ.อยุธยา Kick off รณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม 21 – 25 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันทุกอำเภอ และรณรงค์สร้างจิตสำนึกต่อเนื่องทุกวันที่ 21 "

ที่ ห้องประชุมบึงพระราม ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน ภายใต้ชื่อ “การรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม” โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัด พ.อ.ภัทราวุธ ทิพโกมุท รอง ผอ.รมน.จว. พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง รอง ผบก.ตร.ภ.จว. นายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ กู้ภัย ผู้แทนภาคประชาคม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ 

นายวีระชัย นาคมาศ เปิดเผยว่า จากกรณีรถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตบริเวณทางข้ามเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ จึงมีมติให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด จัดกิจกรรมสัปดาห์การรณรงค์ภายใต้ชื่อ “การรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม” ระหว่างวันที่ 21 - 25 กุมภาพันธ์ 2565 

สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะเริ่ม Kick off จัดกิจกรรมเดินรณรงค์และทาสีทางข้าม ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นี้ ตั้งแต่เวลา 09.30 น. จำนวน 3 จุด ได้แก่ จุดแรก บริเวณศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้ามไปห้างโรบินสัน จุดที่สอง บริเวณหน้าวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ถนนนเรศวร จุดที่สาม บริเวณหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ถนนนเรศวร และทุกอำเภอพร้อมกัน โดยรณรงค์ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายให้ได้รับโทษสูงสุด เพื่อให้ผู้ขับขี่เคร่งครัดปฏิบัติตามกฎหมาย  เร่งปรับปรุงบริเวณทางข้ามให้มีความปลอดภัย จัดทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นผิวถนน จัดทำป้ายเตือนและป้ายสัญลักษณ์ให้ผู้ขับขี่และผู้ข้ามถนนเห็นได้ชัดเจน ขณะเดียวกันให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยกำหนดให้วันที่ 21 ของทุกเดือนเป็นเป้าหมายในการรณรงค์ นอกจากนี้ ให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ในสถานศึกษาเพื่อให้มีความปลอดภัย โดยเฉพาะทางข้ามบริเวณโรงเรียน และรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วในเขตชุมชน สถานศึกษา สถานพยาบาล ด้วยการชะลอความเร็วในที่คับขันที่มีการจราจรพลุกพล่านหรือมีสิ่งกีดขวาง ทางร่วม ทางแยก ทางข้ามหรือทางม้าลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การหยุดให้คนข้ามในทางข้ามหรือทางม้าลาย” 


ข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เว็บไซต์ : https://ayutthaya.prd.go.th/

" 2022-02-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217165653234 40 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อติดตามสถานการณ์ และการช่วยเหลือประชาชน

นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง และการช่วยเหลือประชาชน ณ ห้องประชุมขุนลุมประพาส ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน 

โดยในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์ และมาตรการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทั้ง 7 อำเภอ โดยที่ผ่านมาแต่ละอำเภอ ดำเนินการเร่งเก็บกักน้ำ พร้อมปรับปรุงแหล่งน้ำทั้งการขุดลอกแหล่งน้ำ ซ่อมแซมระบบประปาภูเขา และการทำฝายชะลอน้ำ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใญ่บ้าน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถเก็บน้ำได้จำนวนมาก รองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งคลุมทุกพื้นที่ ตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด จึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานทบทวนการสำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำ และพื้นที่ประสบภัยแล้ง พร้อมมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ รับทราบข้อมูลที่แท้จริง โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รวบรวมข้อมูลทั้งหมด จัดส่งให้คณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กัน และแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดเพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-17T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217172038250 41 ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดระยองและจันทบุรี จำนวน 4 ราย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยในพื้นที่จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดระยอง จำนวน 2 ราย และจังหวัดจันทบุรี จำนวน 2 ราย รวม 4 ราย ๆ ละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 120,000 บาท จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุรีย์พร รามสมภพ ผู้อำนวยการกองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด ผู้อำนวยการกลุ่มงานการเงินและกองทุน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมงานด้วย

เวลา 10.30 น. ที่ อบต.น้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะประชุมหารือร่วมกับ ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายอัธยา นวลอุทัย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบสถานการณ์ช้างป่าในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา จากนั้นออกเดินทางไปยังบ้านครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายเมื่อเดือนมกราคม 2564 จำนวน 2 ราย ที่อำเภอเขาชะเมา และอำเภอแกลง เพื่อมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี รายละ 30,000 บาท เป็นเงิน 60,000 บาท

เวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะร่วมประชุมหารือ โดยมี นายอลงกรณ์ แอคะรัจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นางภาสินี สุวรรณเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี นายทศวารณ์ วิทยาคม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจันทบุรี เพื่อรับทราบสถานการณ์ช้างป่าและสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่จันทบุรี และมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 รายๆ ละ 30,000 บาท เป็นเงิน 60,000 บาท ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว เมื่อเดือนเมษายน 2564 และอำเภอท่าใหม่ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต และตรวจจุดเกิดเหตุช้างป่าเข้ามาหลบพักและทำลายพืชสวนบริเวณแยกเขาพระยา อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี พร้อมทั้งพบนายกเทศบาลเมืองท่าช้างและกลุ่มชาวบ้านอาสาสมัคร 10 คน ที่ช่วยกันผลักดันช้างป่าที่บุกมาทำลายพืชไร่เกษตรกรรมในบริเวณพื้นที่

โอกาสนี้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเสียใจถึงเหตุการณ์ภัยจากช้างป่า พร้อมนำความห่วงใยและกำลังใจจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอนุชา นาคาศัย) ส่งถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ด้วย

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าเพื่อให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและแหล่งที่อาศัยของสัตว์ป่า สำหรับการกำหนดแนวทางร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขและป้องกันปัญหาช้างป่า ต้องอาศัยความร่วมมือกันทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนและภาคเอกชนในการป้องกันเฝ้าระวัง การปรับปรุงที่อยู่อาศัย การสร้างการรับรู้ให้แก่พี่น้องประชาชน รวมทั้งการตั้งทีมเฉพาะกิจร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และภาคประชาชน เพื่อประโยชน์อย่างยั่งยืนในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่า ต่อไป

ทั้งนี้ กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเงินที่รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยต่างๆ ทั่วประเทศ สามารถบริจาคเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ชื่อบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ใบเสร็จรับเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-17T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217175654285 42 ผู้ว่าฯ อยุธยา เป็นประธานในพิธีส่งมอบบัญชีเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านพืชรอบแรก คาดว่ารอบ 2 ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมมอบรางวัลเงินฝากทวีโชค ระดับจังหวัดครั้งที่ 2 ปีบัญชี 2564 "

ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ด้านพืช ปี 2564 และมอบรางวัลผู้ได้รับรางวัลเงินฝากทวีโชค ระดับจังหวัดครั้งที่ 2 ประจำปีบัญชี 2564 โดยมี นายไพฑูรย์ รื่นสุข เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุวิชา อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และเกษตรกรผู้ประสบภัย เข้าร่วมพิธี 

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 882,616 ไร่ จากสถานการณ์อุทกภัยจากพายุโกนเซินและพายุเตี้ยนหมู่ ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย จำนวน 9,529 ไร่ ใน 16 อำเภอ แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว 6,111 ไร่ พืชไร่พืชผัก 777 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้น 2,641 ไร่ รวมเกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,408 ราย จำนวนเงินช่วยเหลือ 20,418,893 บาท ซึ่งในรอบแรก คณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564 จำนวน 9 อำเภอ อาทิ อำเภอพระนครศรีอยุธยา เกษตรกร 257 ราย วงเงินช่วยเหลือ 1,112,562.30 บาท อำเภอท่าเรือ เกษตรกร 98 ราย วงเงินช่วยเหลือ 1,212,489 บาท อำเภอบางไทร เกษตรกร 167 ราย วงเงินช่วยเหลือ 1,630,914.50 บาท เป็นต้น สำหรับรอบที่ 2 (เพิ่มเติม) คณะกรรมการฯ ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ 6 อำเภอ รวมพื้นที่เสียหาย 2,749 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว 1,168 ไร่ พืชไร่พืชผัก 333 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้น 728 ไร่ วงเงินการให้ความช่วยเหลือ 5,870,520 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขออนุมัติวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี 

ด้านนายวีระชัย นาคมาศ กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่เสียหายใน 14 อำเภอ จำนวน 9,529 ไร่ จำนวนเงินช่วยเหลือ 20,418,893 บาท ได้รับการอนุมัติรอบที่ 1 พื้นที่เสียหาย 6,779.56 ไร่ จำนวนเงินช่วยเหลือ 14,548,373.08 บาท ซึ่งได้มีการโอนเงินให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในวันนี้ ต้องการมาทำความเข้าใจกับพ่อแม่พี่น้องในส่วนอื่นด้วยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสบอุทกภัยในครั้งนี้กว่า 10,000 หลังคาเรือน โดยเฉพาะงบซ่อมแซมบ้านที่มีปัญหาความล่าช้า อันที่สอง คือ ด้านการเกษตรและด้านการประมง เราได้รับรอบแรกไปแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ถ้าได้รับเงินช่วยเหลือ อะไรมาเพิ่มเติมจะดำเนินการโอนให้กลับเกษตรกรเลยทันที แต่ในส่วนที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ คือด้านสาธารณภัย เช่น การซ่อมแซมถนนและที่สำคัญคือบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งของกระทรวงเกษตรนั้นค่อนข้างที่จะได้รับมาไว คาดว่าในรอบ 2 น่าจะไม่น่าเกินเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งต้องขอโทษพี่น้องประชาชนในส่วนที่เหลือที่ยังไม่ได้รับด้วย ฝากท่านที่มาในวันนี้ ช่วยประชาสัมพันธ์นำความไปบอกกล่าวต่อคนในพื้นที่ด้วยว่าคงไม่เกินเดือนมีนาคมนี้ น่าจะได้รับทั้งหมดในทุกด้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ จากนั้น ผู้ว่าฯ ได้เป็นประธานมอบรางวัลผู้ได้รับรางวัลเงินฝากทวีโชค ระดับจังหวัดครั้งที่ 2 ประจำปีบัญชี 2564 ได้แก่ รางวัลที่ 1 รถยนต์เก๋ง Toyota YARIS ATIV จำนวน 1 รางวัล ให้แก่ คุณพรรณวิไล เสียงชื่นจิตร 


ข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

เว็บไซต์ : https://ayutthaya.prd.go.th/

#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217190826323 43 จังหวัดสุรินทร์เตรียมพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน "นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ได้รับแจ้งจาก กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ว่า ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถึงช่วงกลางเดือนมีนาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน จากนั้นช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม จะมีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะ ๆ และมีอากาศร้อนจัดบางแห่ง กับจะมีพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่  โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางแห่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ จึงให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดดำเนินการด้านการเตรียมความพร้อม ได้แก่ ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจก่อให้เกิดพายุฤดูร้อนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้ผู้อำนวยการในแต่ละระดับ เร่งตรวจตราอาคารสถานที่ ป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้างรวมถึงไม้ยืนต้นตามที่สาธารณะที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง พร้อมทั้งแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซม ตลอดจนเชิญชวนประชาชนจิตอาสามีส่วนร่วมในการสอดส่อง ปรับปรุง ดูแลให้เกิดความปลอดภัยต่อไป และให้ผู้อำนวยการท้องถิ่นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ ทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้การช่วยเหลือประขาชนที่ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว และทันท่วงที สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของที่พักอาศัย ช่องทางการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ตลอดจนมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐในการดูแลประขาชน ผ่านช่องทางการสื่อสาร ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ อาทิ สื่อสังคมออนไลน์ วิทยุชุมชน หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน และเครือข่ายอาสาสมัคร เป็นต้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเกิดเหตุวาตภัย ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินในพื้นที่ใดให้เร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กรณีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายให้แบ่งมอบภารกิจ พื้นที่รับผิดชอบและบูรณาการหน่วยงาน เพื่อจัดกำลังในรูปแบบทีมประชารัฐในการเร่งเข้าซ่อมแชมบ้านเรือนประชาชนโดยเร่งด่วน กรณีป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้าง ไม้ยืนต้น หรือโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหายให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเข้าดำเนินการแก้ไขไม่ให้กีดขวางพื้นที่สาธารณะ และซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว กรณีความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอำเภอ ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อเกิดสถานการณ์วาตภัยจากพายุฤดูร้อนขึ้นในพื้นที่  ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสรุปสถานการณ์และรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ ต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217191702329 44 จังหวัดแพร่.........เกิดเหตุไฟไหม้บ้านประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่

วานนี้ (18 ก.พ.65) ทางงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองแพร่ได้รับแจ้งเหตุ ไฟไหม้บ้านที่บ้านหนองใหม่ จึงรายงานให้นายเจตนิพิฐ หล้าประเสริฐ ปลัดเทศบาลเมืองแพร่ ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ทราบ และได้นำรถดับเพลิง จำนวน 3 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงออกระงับเหตุร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และใกล้เคียง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นบ้านของนายณัฐวุฒิ เทียนจอหอ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 331 หมู่ 6 ตำบลป่าแมต อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลา 09.15 น. ความเสียหายโดยบ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลัง 

ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนในที่เกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลที่แท้จริงอีกครั้ง นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้มอบหมายให้นายสายัณห์ กาวีวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ไปติดตามเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว เพื่อสำรวจความเสียหายและเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยต่อไป    

นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว อากาศจะร้อน และความชื้นในอากาศจะลดลง เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังการเกิดไฟไหม้ทั้งบ้านเรือน อาคารต่างๆ โดยให้สำรวจสายไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ หากเก่าหรือชำรุดให้แก้ไข การจุดไฟเพื่อประกอบอาหารต้องมั่นใจว่าดับแล้ว จึงจะออกจากบ้านไปทำงานด้านอื่น และให้องค์กรปกครองส่วนท้อวงถิ่น เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและยานพาหนะในการดับเพลิงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าควบคุมเหตุการณ์ได้ทันเวลา เมื่อเกิดเหตุ






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-18T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218112912432 45 จังหวัดสุรินทร์มอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์แก่ผู้ประสบอัคคีภัยพื้นที่อำเภอลำดวน

จังหวัดสุรินทร์มอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ แก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัย พื้นที่อำเภอลำดวน 


นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้แก่ครอบครัวของ นายประกอบ ปานเจริญ บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 1 ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ที่ประสบอัคคีภัย ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 15.00 น. เป็นเหตุให้บ้านพักอาศัยของ นายประกอบ ปานเจริญ ได้รับความเสียหายทั้งหลัง และข้าวของเครื่องใช้ประจำครัวเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมดเช่นกัน โดยเฉพาะผ้าไหมโบราณทอมือ ที่ครอบครัวของนายประกอบสะสมไว้มายาวนานถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายนับ 1,000 ผืน 

ทั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อช่วยเหลือ และเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัด ได้อนุมัติเงินในการจัดซื้อของเพื่อดำรงชีพเบื้องต้นไปมอบให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในครั้งนี้ และในโอกาสเดียวกันนี้ทางเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัย จำนวน 10,000 บาท พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 1 ชุด มณฑลทหารบกที่ 25 มอบสิ่งของช่วยเหลือ จำนวน 1 ชุด ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ มอบสิ่งของช่วยเหลือ จำนวน 1 ชุด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน จำนวน 3,000 บาท และถุงยังชีพ จำนวน 1 ชุด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ มอบสิ่งของช่วยเหลือ จำนวน 1 ชุด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์ มอบสิ่งของช่วยเหลือ จำนวน 1 ชุด พร้อมทั้งหน่วยงานต่างๆ ในระดับอำเภอ และที่ทำการอำเภอลำดวน เทศบาลตำบลลำดวน ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมมอบเงิน และสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ในครั้งนี้ด้วย สำหรับการช่วยเหลือในระยะต่อไปนั้น ทางองค์การบริหารส่วนตำบลธาตุ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป 


ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส.สุรินทร์  รายงาน

#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-18T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218133238486 46 จ.จันทบุรี ประชุมเตรียมจัด Kick off ความปลอดภัยทางถนนทางม้าลาย

ศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดจันทบุรีประชุมเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนลดอุบัติเหตุทางข้าม ทางม้าลาย สร้างจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับรถที่ไม่มีวินัย และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด


ที่ ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายสุพจน์ ภูติเกียรติขจร    รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดจันทบุรีเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม “รณรงค์ความปลอดภัยทางถนนลดอุบัติเหตุทางข้าม” ที่กำหนดจัดกิจกรรม Kick off จัดระเบียบความปลอดภัยทางม้าลายพร้อมกัน 2 แห่ง คือ ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี 1 หอนาฬิกา ทุ่งนาเชย และบริเวณหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้า ประตู 2 ในเย็นวันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. โดยมี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานปล่อยขบวนรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม 

โอกาสเดียวกันนี้ ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้าจะมีการทาสีทางม้าลายให้เด่นชัด พร้อมติดตั้งป้ายเตือนคนเดินข้ามถนน เป็นการสร้างกระแสการรับรู้และสร้างความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับรถที่ไม่มีวินัย และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-18T00:00:00 ภาคตะวันออก จันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218151502573 47 ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่ตรวจสอบเขื่อนป้องกันริมตลิ่งแม่น้ำน่าน แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายซ่อมแซมเร่งด่วน

วันนี้ (18 ก.พ.65) นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบเขื่อนป้องกันตลิ่ง หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 2 บ้านหาดแตงโม ตำบลไผ่หลวง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร สภาพเขื่อนดังกล่าวโครงสร้างยังแข็งแรง แต่ประสบปัญหาการกัดเซาะพังทลาย พื้นด้านบนยุบตัวเป็นโพลง เป็นหลุมลึกเสียหายบริเวณกว้าง อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้สั่งการให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิจิตร สำนักงานจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานงาน ขอรับการสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมปรับปรุงโดยเร็ว



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-18T00:00:00 ภาคเหนือ พิจิตร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218160209606 48 การฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ (workshop) ตามแผนป้องกันอัคคีภัยในเหตุการณ์เสมือนจริง "นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ (workshop) ตามแผนป้องกันอัคคีภัยในเหตุการณ์เสมือนจริง ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยมีคณะผู้บริหารโรงพยาบาล และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้าร่วมการฝึกอบรมในครั้งนี้

โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ อัคคีภัย หรือภัยที่เกิดจากเพลิงไหม้ เป็นสาธารณภัยประเภทหนึ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อลดความสูญเสียจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจึงได้ออกกฎกระทรวง เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน จึงกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้นและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะความรู้ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดับเพลิงและอพยพหนีไฟและสามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ในเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังสามารถแจ้งเหตุและประสานงานระงับเหตุอัคคีภัยเบื้องต้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างยั่งยืน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรจึงได้จัดทำโครงการฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้น และอพยพหนีไฟ ในเหตุการณ์เสมือนจริง ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ประจำปีงบประมาณ 2565 ขึ้น โดยได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรีและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน ได้แก่ มณฑลทหารบกที่ 12 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลท่างาม เทศบาลเมืองปราจีนบุรี มูลนิธิสว่างบําเพ็ญธรรมสถาน สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรีตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดปราจีนบุรี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี และการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้นและอพยพหนีไฟในเหตุการณ์เสมือนจริงถือเป็นหัวใจสำคัญยิ่งของการระงับเหตุอัคคีภัยเพราะหากได้รับการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธี ก็จะทำให้เกิดทักษะความรู้ในการดูแลตนเอง คนใกล้ชิดผู้ป่วย และลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของตนและของทางราชการได้ จากการฝึกซ้อมทักษะ ในครั้งนี้จะเป็นความรู้ความสามารถที่ติดตัวกับผู้เข้าร่วมฝึกซ้อมโดยเฉพาะ ถ้าหากว่าต้องตกอยู่ในสถานที่คับขันขึ้นมาจริงๆ ก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและสามารถรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายได้ในระดับหนึ่ง


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-18T00:00:00 ภาคตะวันออก ปราจีนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218173113656 49 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่คลองระบายน้ำ D9 ติดตามความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำ รอดพ้นจากวิกฤติภัยน้ำท่วม และปัญหาน้ำแล้ง

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ D9 ณ ประตูระบายน้ำคลอง D9 ตำบลปึกเตียน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โดยมี นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวต้อนรับ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานภาพรวมแผนพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำจังหวัดเพชรบุรี นายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ D9 พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการ ให้การต้อนรับ และพบปะประชาชนในพื้นที่ 

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่เพชรบุรีเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และผลสัมฤทธิ์ของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ ที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ D9 ที่เป็นความสำเร็จจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผันน้ำจากเขื่อนเพชรบุรีออกสู่ทะเลได้ในปริมาณ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ในปี 2563 และ 2564 จังหวัดเพชรบุรี รอดพ้นจากวิกฤติภัยน้ำท่วม สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรจำนวนหลายพันไร่ “รัฐบาลมีความห่วงใยและมุ่งหวังให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการ พัฒนา ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ที่จำเป็นให้ครบถ้วน สมบูรณ์ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ ที่ต้องบูรณาการทุกหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ และให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำได้อย่างยั่งยืนโดยเร็วต่อไป” 

สำหรับความสำเร็จโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ผลการดำเนินงานในปี 2561 – 2565 รัฐบาลได้บูรณาการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการรวม 728 แห่ง สามารถเพิ่มความจุน้ำได้ 6.84 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์ 43,192 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 75,856 ครัวเรือน ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งยาว 11,742 เมตร อาทิ แผนงานที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ได้แก่ การก่อสร้างประตูระบายน้ำกลางคลองระบายน้ำ D9 (ปตร.กะจิว) ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ การก่อสร้างประตูระบายน้ำกลางคลองระบายน้ำ D9 (ปตร.มาบปลาเค้า) ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ และการก่อสร้างระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบโครงการจัดหาน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ตำบลแก่งกระจานและตำบลวังจันทร์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งการวางท่อขยายเขตจำหน่ายน้ำ ของการประปาส่วนภูมิภาค ในพื้นที่ตำบลดอนยาง อำเภอเมือง และการปรับปรุงฟื้นฟูระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองชะอำ ขององค์การจัดการน้ำเสีย เป็นต้น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ปี 2565 ว่า สทนช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแผนงานที่มีความเหมาะสมและมีความพร้อมดำเนินการ จำนวน 24 โครงการ ซึ่งจะช่วยพื้นที่ชลประทานได้ 7,725 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 3,391 ครัวเรือน พื้นที่ได้รับการป้องกัน 36,000 ไร่ และช่วยเพิ่มปริมาณกักเก็บได้ 0.51 ล้าน ลบ.ม. อาทิ การพัฒนาฝาย 2 แห่ง คือ ฝายบ้านไร่บน อำเภอชะอำ และฝายห้วยเกษม อำเภอหนองหญ้าปล้อง ที่ดำเนินการโดยกรมชลประทาน และการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อป้องกันน้ำท่วมชุมชนบ้านลาด ระยะที่ 1 อำเภอบ้านลาด ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมทั้งการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่อำเภอท่ายาง และอำเภอชะอำ ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล


จามรี อนุรัตน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี  รายงาน

#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-18T00:00:00 ภาคตะวันตก เพชรบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218183258684 50 จังหวัดบุรีรัมย์ ขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยทางถนนพร้อมมอบเกียรติบัตรให้ศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอำเภอที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 "ที่ ห้องนารายบรรทมสินธุ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ นายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดบุรีรัมย์ ครั้งที่ 2/2565 เพื่อขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยก่อนการประชุม ได้มีการมอบเกียรติบัตรให้กับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติติเหตุทางถนน อำเภอที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 จำนวน 17 อำเภอ 

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในระดับพื้นที่ปี 2565 สำนักงาน ปภ.จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ยึดกรอบแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและบรรลุเป้าหมายโดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือและประสานการปฏิบัติงานกับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ ศูนปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอง 5 การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยการนำค่าเป้าหมายอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนระดับจังหวัดมาใช้ประกอบการวางแผนกำหนดมาตรการแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนโดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการจัดการความเสี่ยงหลัก ได้แก่ การขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การดื่มสุราแล้วขับ การขับขี่จักรยานยนต์ พร้อมมีการจัดทำแผนปฏิบัติการลดอุบัติเหตุในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับปัญหาและสถานการณ์ 

รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นในช่วงของเทศกาลสำคัญวันหยุดยาว เช่นปีใหม่ สงกรานต์ และควรสร้างความตระหนักในความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นกับประชาชน โดยเริ่มตั้งแต่เยาวชน ในโรงเรียนที่มีการสอนในเรื่องของความปลอดภัยในการข้ามถนน หรือการใช้รถใช้ถนน เพื่อสร้างการรับรู้และเกิดการมีส่วนร่วมมีจิตสำนึกที่ดีในการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้ลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียได้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-18T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บุรีรัมย์ สวท.บุรีรัมย์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218184733688 51 ศรีสะเกษ !! นายกเทศบาลตำบลหนองใหญ่ลุยแก้ปัญหาภัยแล้งบรรเทาทุกข์ชาวบ้าน

ศรีสะเกษ-นายกเล็ก ตำบลหนองใหญ่ห่วงใยชาวบ้าน ออกสำรวจดูการเติมน้ำในหนองแก้ปัญหาภัยแล้ง

เทศบาลตำบลหนองใหญ่ร่วมกับมูลนินิอุทกพัฒน์ (ในพระบรมราชาอุปถัมภ์)สภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ และสสน.สถาบันน้ำสารสนเทศ(องค์การมหาชน) นำโดย นายเอกอมร มะโนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองใหญ่ เดินทางลงพื้นที่สำรวจการวางท่อรับน้ำธรรมชาติ ลงหนองดุม บ้านหนองดุม หมู่ที่ 4 และหนองเมืองเก่า บ้านปลาชิวน้อย หมู่ที่ 9 ตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ งบประมาณปี 2566-2567 เพื่อเก็บกักน้ำให้ประชาชนได้อุปโภค บริโภคแก้ปัญหาภัยแล้ง  







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-18T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218202817734 52 ปภ.ระยองแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล "

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยองได้สรุปการดำเนินงานของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล ได้รายงานถึงสถานการณ์วันนี้ว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล (ศปน.)  แจ้งว่าใช้เรือตรวจการณ์เจ้าท่า 802 ออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะและไม่เจอคราบน้ำมันแต่อย่างใด 

ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ได้จัดเรือลาดตระเวนและทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้า และเกาะเสม็ดแล้วไม่พบคราบน้ำมัน ส่วนสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (ระยอง) ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด จำนวน 9 จุด ได้แก่ หาดพยูน, หาดหนองแฟบ, หาดสุชาดา, หาดแสงจันทร์, หาด IRPC, หาดค่ายมหาสุรสิงหนาท, หาดหน้าบ้านสบาย สบาย รีสอร์ท, ลานหินขาว, และหาดก้นอ่าว ไม่พบคราบน้ำมันดิบเช่นกัน

ด้านสำนักงานประมงจังหวัดระยอง ได้ทำการสำรวจและตรวจสอบกลุ่มชาวประมง ที่ได้รับผลกระทบฯได้ส่งข้อมูลให้ทางบริษัท SPRC เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดระยอง ร่วมกับกลุ่มประมง จำนวน 48 กลุ่ม จะประชุมร่วมกับบริษัท SPRC ในวันที่ 22 ก.พ.65 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมระยองบีช รีสอร์ท ส่วนกรณีปลามีเหงือกสีดำนั้นได้ส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไปตรวจสอบคราบน้ำมัน ซึ่งผลการตรวจสอบจะออกในสัปดาห์หน้า

ส่วนศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองแจ้งว่าวันนี้เวลาประมาณ 09.00 – 12.00 น. ได้ติดตามเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด 9 จุด ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นทั้ง 9 จุด อยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบน้ำมัน และผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศเบื้องต้นบริเวณชายหาดทั้ง 9 จุด ไม่พบสารอินทรีย์ระเหยง่าย total VOCs, ไฮโดรเจนซัลไฟด์ H2S และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ SO2 และไม่ได้รับกลิ่นน้ำมัน 

นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและทรายบริเวณชายหาด และเกาะเสม็ด ไปตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก (HM) และสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม (TPH) ทั้งหมด 14 จุด ผลจะออกในสัปดาห์หน้า

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง แจ้งว่าวันนี้ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง มอบหมายให้ นายครรชิต ศรีนพวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง เป็นผู้แทนจังหวัดระยองเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลจังหวัดระยอง โดยมี นายพิทยา ปราโมทย์วรพันธุ์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นประธานฯ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (ระยอง) ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) และผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันเสนอความเห็นในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล จังหวัดระยอง ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักวิชาการ ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเพื่อการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ผ่านระบบประชุมทางไกล ณ ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง

การดำเนินของบริษัท SPRC การปฏิบัติการในพื้นที่ทางทะเล มีการเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมัน โดยมีเรือร่วมปฏิบัติหน้าที่จำนวน 32 ลำ ประกอบด้วย เรือกางทุ่นกักน้ำมันจำนวน 15 ลำ ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน (Boom) จำนวน 8 เส้น เรือเฝ้าระวัง จำนวน 15 ลำ เรือสั่งการ จำนวน 1 ลำ เรือตรวจทางอากาศ (Drone) จำนวน 1 ลำ ไม่พบคราบน้ำมันในทะเล ทีมม้าน้ำสีชมพูดำน้ำสำรวจใต้ทะเลบริเวณเขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ดฝั่งตะวันตกไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เดินเท้าบริเวณชายหาดตั้งแต่หาดแหลมรุ่งเรือง หาดแม่รำพึง หาดสวนสน และใช้เรือเพื่อตรวจสอบ และเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล ตลอดแนว ห่างจากชายฝั่ง 1-2 กม. ไม่พบคราบน้ำมัน นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าไปตรวจสอบกรณีร้องเรียน บริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จาก ทช.ร่วมเก็บตัวอย่างและนักข่าว ThaiPBS ร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบคราบน้ำมัน พบตะกอนสีดำปะปนอยู่ทั่วบริเวณหาด ได้ทำการทดสอบเบื้องต้น ปรากฏว่าไม่พบคราบน้ำมันเจือปน อย่างไรก็ตามได้เก็บตัวอย่างทรายและน้ำทะเลดังกล่าวส่งวิเคราะห์ต่อไป


สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนนั้นตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 65 เป็นต้นมา มีจำนวนทั้งสิ้น 8,397 ราย







 #สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-18T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218210359771 53 ทอดสะพานเบลี่ย์ โรงเหล็ก – ห้วยพาน จังหวัดนครศรีธรรมราช บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในการสัญจร

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักทางภาคใต้จนทำให้เส้นทางเบี่ยงขาดบนทางหลวงหมายเลข 4186 โรงเหล็ก – ห้วยพาน อำเภอนบพิตำ ช่วงกม.5+722 (สะพานคลองกัน3) จังหวัดนครศรีธรรมราช และประชาชนผู้ใช้ทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้นั้น ขณะนี้กรมทางหลวง โดยสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช)  ร่วมกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (นครศรีธรรมราช) สำนักก่อสร้างสะพาน ซึ่งมีความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ เครื่องจักรและเครื่องมือ ได้ทำการทอดสะพานเบลี่ย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) แล้วเสร็จ โดยสามารถเปิดการจราจรได้แล้วตามปกติเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 65  เวลา  21.00 น. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้สามารถสัญจรไปมาได้ 

กรมทางหลวง จะทำการสำรวจความเสียหายและจะบูรณะปรับปรุงซ่อมแซมเส้นทางอย่างถาวรต่อไป

ผู้ใช้เส้นทางโปรดสังเกตป้ายแนะนำ ป้ายเตือน ตามที่ได้ติดตั้งไว้ และขับขี่อย่างระมัดระวังปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นถนน/สะพานชำรุดเสียหายหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ และสายด่วน กรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)



2022-02-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220205003191 54 ผู้ว่าฯ ตรัง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายกรณีลูกเห็บตกจากพายุฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง อำเภอห้วยยอด พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอห้วยยอด นายธวัชชัย วรพงศ์พัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด และ นายกมล วรพงศ์พัฒน์  รองนายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด ลงพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอด  อ.ห้วยยอด  จ.ตรัง  หลังจากได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565  เวลา 18.40 น.  ได้รับรายงานแจ้งว่า ได้เกิดฝนตกหนักมีลูกเห็บตกและลมกระโชกแรงในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลห้วยยอด อำเภอห้วยยอด  จังหวัดตรัง ทำให้ต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยยอดล้ม  จำนวน 7 ต้น ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับใน 3 ตำบล ประกอบด้วย เทศบาลตำบลห้วยยอด ตำบลเขาปูน และตำบลท่างิ้ว และมีรถยนต์ได้รับความเสียหายเนื่องจากเสาไฟฟ้าล้มทับ จำนวน 1 คัน  หลังคาบ้านเรือนเสียหาย จำนวน 50 หลัง มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 1 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลห้วยยอดเพื่อรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว และไม่มีผู้เสียชีวิต

ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้สั่งการให้นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอห้วยยอด พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองออกช่วยเหลือประชาชนและสำรวจความเสียหาย โดยในเบื้องต้นอำเภอห้วยยอด เทศบาลตำบลห้วยยอด สถานีตำรวจภูธรห้วยยอด แขวงทางหลวงตรัง มูลนิธิกุศลสถานตรัง และมูลนิธิกู้ภัยสว่างภักดี ร่วมกันรื้อถอนต้นไม้และเสาไฟฟ้าเพื่อเปิดเส้นทางจราจรอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่เทศบาลตำบลห้วยยอด พร้อมเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุช่วยเหลือ และให้เทศบาลตำบลห้วยยอดจัดส่งเจ้าหน้าที่และวัสดุมุงหลังคา (กระเบื้องชั่วคราว) เพื่อมุงหลังคาบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายเป็นการชั่วคราวแล้ว ส่วนกระแสไฟฟ้าที่ดับใน 3 ตำบล นั้น สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตรัง ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการจ่ายกระแสไฟฟ้าจนสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-20T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220190141155 55 ทหาร เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ในทุกโอกาส แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้าน บางโกระ จ.ปัตตานี เหตุเพลิงไหม้วอดบ้านทั้งหลัง เร่งกำลังทหารสร้างที่อยู่อาศัย ให้แล้วเสร็จก่อนเดือนรอมฎอน

พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว นายมะเย็ง มาแบ จากเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 4 ตำบลบางโกระ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนหนึ่ง สำหรับบ้านของ นายมะเย็ง มาแบ ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิงนั้นถูกเพลิงไหม้วอดเสียหายทั้งหลัง รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายทั้งหมด คงเหลือแต่โครงเสาไม้เป็นซากปรักหักพัง เป็นเหตุให้ผู้อยู่อาศัยไม่สามารถพักอาศัยต่อไปได้ จึงอาศัยบ้านญาติบริเวณใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อทราบเหตุได้แจ้งไปยังหน่วยทหารในพื้นที่ ดูแลผู้ได้รับผลกระทบโดยทันที โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ได้นำสิ่งของอุปโภคและบริโภค รวมไปถึงอาหารเครื่องดื่ม นำไปมอบให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น และอีกส่วนหนึ่งคือภาคประชาสังคม ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบด้วย ในส่วนการดำเนินการซ่อมแซมสร้างบ้านนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการประสานความร่วมมือ ร่วมกับคณะกรรมการสภาประชาธิปไตยตำบลบางโกระ เข้าสนับสนุนซ่อมแซมก่อสร้างที่อยู่อาศัยโดยเร่งด่วน ก่อนมอบเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งของ อุปโภคบริโภคให้แก่ นายมะเย็ง มาแบ และครอบครัว สร้างขวัญและกำลังใจ ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-20T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สวท.ปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220203725172 56 ปภ.ระยอง รายงานผลการเฝ้าระวังคราบฟีล์มน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง ไม่พบคราบฟีล์มน้ำมัน เตรียมจ่ายเงิยเยียวยากลุ่มเรือประมงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง รายงานผลการเฝ้าระวังกรณีคราบน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง เมื่อวันที่ 25 มกราคม และ 10 กุมภาพันธ์ 2565 โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองใช้เรือเรือตรวจการณ์ของกรมเจ้าท่าออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะๆ ปรากฎว่าไม่เจอคราบน้ำมันแต่อย่างใด ขณะที่บริษัท SPRCได้นำเสนอแผนอุดรอยรั่วต่อกรมเจ้าท่า และ มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมรับฟัง นอกจากนี้ ทางบริษัท ได้เฝ้าระวังคราบฟีล์มน้ำมัน โดยมีเรือ 24 ลำและใช้ Drone บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเล ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันเช่นกัน

ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองได้แจ้งผลการวิเคราะห์อาหารทะเลเก็บจากจังหวัดระยอง และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งได้นำตัวอย่างอาหารทะเล ประกอบด้วย ปลา หอย ปลาหมึก ไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการฯ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสามารถรับประทานอาหารทะเลได้

ส่วนความคืบหน้า ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดระยอง ตั้งแต่ 30 มกราคม – 20 กุมภาพันธ์ 2565 จำนวน 8,382 คน คาดว่าจะจ่ายเงินเยียวยาให้กับกลุ่มประมงเป็นกลุ่มแรก ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.ระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221095948249 57 จังหวัดตรังเตรียมประกาศให้พื้นที่ในอำเภอห้วยยอด เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ หลังจากที่มีพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่าร้อยหลังคาเรือน

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ลงพื้นที่อำเภอห้วยยอด หลังจากถูกพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำสร้างความเสียหาย โดยมีนายสำคัญ อรทัย นายอำเภอห้วยยอด/นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง/นายธวัชชัย วรพงศ์พัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด รองนายกเทศมนตรี เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลห้วยยอด/เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค/สาขาอำเภอห้วยยอด/เจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเคลียร์พื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะต้นสนขนาดใหญ่ ยังได้เคลียร์ออก ทางเจ้าหน้าที่ยังปิดเส้นทางบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยยอด ที่มีต้นสนล้มอยู่ อย่างไรก็ตามทางเทศบาลตำบลห้วยยอด ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่หลังค้านเรือนพังเสียหายโดยซื้อกระเบื้อง เพื่อนำไปให้ประชาชนได้ซ่อมแซม ในขณะที่ประชาชนได้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย ส่วนบางหลังคาเรือนยังไม่ได้ซ่อมแซมเนื่องจากต้องรอช่าง

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอดได้รับความเดือดร้อนกว่าร้อยหลังคาเรือน ส่วนใหญ่กระเบื้องหลังคาได้รับความเสียหาย ซึ่งทางเทศบาลตำบลห้วยยอดได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว อีกทั้งกำชับให้นายอำเภอห้วยยอด เข้ามาช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน  และยังพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่แนวเดียวกับต้นสนขนาดใหญ่ที่ล้มลง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข หากจำเป็นต้องตัดก็ต้องตัด เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ 9 ต้น นอกจากนี้ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดตรัง เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งเตือนประชาชนทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-21T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221101130254 58 ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก อำเภอห้วยยอด "นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ร่วมกับหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง เพื่อสำรวจความเสียหายและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก เมื่อคืนวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565  ที่ผ่านมา ทำให้ต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าหน้าที่ว่าการอำเภอล้ม 7 เสา รถเก๋งได้รับความเสียหาย 1 คัน และมีผู้บาดเจ็บ เล็กน้อย 1 คน โดยมี นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอห้วยยอด นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือประชาชน

ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข หากจำเป็นต้องตัดก็ต้องตัด เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ 9 ต้น นอกจากนี้  ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดตรัง เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งเตือนประชาชนทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตาม    ทางเทศบาลตำบลห้วยยอด ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่หลังคาบ้านเรือนพังเสียหายโดยซื้อกระเบื้อง เพื่อนำไปให้ประชาชนได้ซ่อมแซม และยังปิดการจราจรบริเวณดังกล่าว  ให้ประชาชนไปใช้เส้นทางเลี่ยงแทน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-21T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221104009263 59 จังหวัดตรัง เตรียมประกาศให้พื้นที่ในอำเภอห้วยยอด เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ หลังจากที่มีพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่าร้อยหลังคาเรือน "นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ลงพื้นที่อำเภอห้วยยอด หลังจากถูกพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำสร้างความเสียหาย  โดยมี นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอห้วยยอด, นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง,   นายธวัชชัย วรพงศ์พัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด รองนายกเทศมนตรี เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลห้วยยอด, เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอห้วยยอด, เจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเคลียร์พื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะต้นสนขนาดใหญ่ ยังได้เคลียร์ออก ทางเจ้าหน้าที่ยังปิดเส้นทางบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยยอด ที่มีต้นสนล้มอยู่ อย่างไรก็ตามทางเทศบาลตำบลห้วยยอด ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่หลังคาบ้านเรือนพังเสียหายโดยซื้อกระเบื้อง เพื่อนำไปให้ประชาชนได้ซ่อมแซม ในขณะที่ประชาชนได้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย ส่วนบางหลังคาเรือนยังไม่ได้ซ่อมแซมเนื่องจากต้องรอช่าง

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอดได้รับความเดือดร้อนกว่าร้อยหลังคาเรือน ส่วนใหญ่กระเบื้องหลังคาได้รับความเสียหาย ซึ่งทางเทศบาลตำบลห้วยยอดได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว อีกทั้งกำชับให้นายอำเภอห้วยยอด เข้ามาช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน  และยังพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่แนวเดียวกับต้นสนขนาดใหญ่ที่ล้มลง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข หากจำเป็นต้องตัดก็ต้องตัด เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ 9 ต้น นอกจากนี้ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดตรัง เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งเตือนประชาชนทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2022-02-21T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221112808281 60 จิตอาสาเกือบ 100 คน ช่วยกันแบกน้ำใส่หลังคนละ 1 แกลลอน 18 ลิตร เดินลุยป่าขึ้นภูเขาสูงหนทางกว่า 2.5 กม. เพื่อนำน้ำไปให้เลียงผา และสัตว์ป่า ที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้ดื่มกิน

จิตอาสาเกือบ 100 คน ช่วยกันแบกน้ำใส่หลังคนละ 1 แกลลอน 18 ลิตร เดินลุยป่าขึ้นภูเขาสูงหนทางกว่า 2.5 กม. เพื่อนำน้ำไปให้เลียงผา และสัตว์ป่า ที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้ดื่มกิน เพื่อไม่ให้สัตว์ป่า โดยเฉพาะเลียงผาที่อาศัยอยู่บนภูเขาต้องลงสู่พื้นล่าง เพื่อหาอาหารและน้ำกิน ในพื้นที่ไร่ และสวนของชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบภูเขา เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษตกค้าง หรือได้รับอันตรายถูกไล่ล่าเป็นอาหารและนำกระดูกเลียงผาไปทำน้ำมันรักษาโรคกระดูกตามความเชื่อ


กลุ่มจิตอาสา ซึ่งประกอบไปด้วย ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า และกลุ่ม ฅ.ฅนทำทาง , กลุ่มขันอาสา , กลุ่มอาสาด้วยสองมือ ,ชมรมเด็กและเยาวชนแก๊งรองเท้าแตะ และเยาวชนกองทัพมด อำเภอชัยบาดาล ได้ร่วมกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมดีๆ ด้วยการขนย้ายน้ำ ขึ้นสู่ยอดเขาสมโภชน์ ด้วยวิธีการแบกน้ำ ซึ่งบรรจุในถังน้ำแบบสะพายหลัง ขนาด 18 ลิตร เพื่อให้เลียงผาและสัตว์ป่าได้ดื่มกินในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งกิจกรรมในการขนย้ายน้ำขึ้นภูเขา ด้วยวิธีการเดินเท้านี้ จะทำติดต่อกันเป็นประจำทุกปี ณ ที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ ต.นาโสม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ซึ่งในแต่ละปีจะมีจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

สำหรับพื้นที่ป่าเขาสมโภชน์ ตั้งอยู่ที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มีพื้นที่ประมาณ 8,440 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนปกคุมไปด้วยป่าไม้ ค่อนข้างสมบูรณ์แห่งหนึ่งของ จ.ลพบุรี และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดจำนวนมาก รวมทั้งเลียงผาสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่เนื่องจากพื้นที่ป่าเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยหิน จึงไม่สามารถกักเก็บน้ำตามแหล่งธรรมชาติไว้ได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่องหน้าแล้งของทุกปี จนทำให้น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด มีน้ำไม่เพียงพอให้สัตว์ป่าได้ดื่มกิน ตลอดฤดูแล้ง ซึ่งทำให้สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บนภูเขาต้องลงสู่พื้นล่าง เพื่อหาอาหารและน้ำกิน ในพื้นที่ไร่ และสวนของชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบภูเขา เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษตกค้าง หรือได้รับอันตรายถูกไล่ล่าเป็นอาหารและนำกระดูกเลียงผาไปทำน้ำมันรักษาโรคกระดูกตามความเชื่อ

สำหรับกิจกรรม จิตอาสา แบกน้ำขึ้นเขา ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ ทั้งนี้ เพื่อให้เลียงผา ซึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาแห่งนี้มีน้ำกิน ซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน เพราะเขาสมโภชน์เป็นเขาหินปูนเลียงผา จึงชอบมาพักอาศัยเพื่อดำรงชีวิต แต่เขาหินปูนก็ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ทั้งปี ที่สำคัญผืนป่าแห่งนี้ อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่ามากกว่า 200 ชนิด เช่น เลียงผา หมีควาย ค่างแว่น ลิง ค้างคาว เม่น หมาจิ้งจอก เสือปลา เสือไฟ แมวป่า ไก่ฟ้า ไก่ป่า ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติวิทยาที่หลากหลายและน่าสนใจอย่างยิ่ง

ซึ่ง จิตอาสาเหล่านี้ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตและอนุรักษ์สัตว์ป่า จึงได้รวมตัวกันในการจัดทำแหล่งกักเก็บน้ำให้สัตว์ป่าดื่มกินบนยอดเขาสูง ด้วยการจัดทำสระเก็บน้ำด้วยพื้นพลาสติก อ่างคอนกรีต และบ่อวงท่อคอนกรีต จำนวนมากที่ได้นำขึ้นไปตั้งบนพื้นที่โดยรอบของภูเขา เพื่อกับเก็บน้ำในหน้าแล้งให้สัตว์ป่าได้ดื่มกิน และเมื่อถึงหน้าแล้งของทุกปี จิตอาสาเหล่านี้ ก็จะรวมตัวกันในการขนย้ายน้ำจากพื้นด้านล่างขึ้นไปสู่ยอดเขาเป็นประจำทุกๆ ปี โดยในปีนี้ มีกลุ่มจิตอาสาประมาณเกือบ 100 คน ซึ่งผ่านการตรวจ ATK ก่อนเดินทางมาร่วมกิจกรรม พร้อมแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม ใน Application หมอพร้อม เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และเพื่อนๆ จิตอาสาที่มาร่วมงาน ได้ร่วมกันทำกิจกรรมขนย้ายน้ำขึ้นสู่ภูเขาไปเติมยังสระน้ำและอ่างน้ำที่ทำไว้ก่อนหน้าเมื่อหลายปีก่อน โดยจิตอาสาแต่ละคนจะต้องสะพายแกลลอนกระติกน้ำขนาด 18 ลิตร ใส่หลังคนละ 1 ใบ รวมจำนวน 240 แกลลอน ปริมาณน้ำราว 4,320 ลิตร และค่อยๆ เดินตามเส้นธรรมชาติในลักษณะกองทัพมด ซึ่งเป็นป่าและโขดหิน ขึ้นไปสู่ยังจุดหมายบนยอดเขา ระยะทางรวมประมาณ 2.5 กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินเท้า ประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ เพื่อเทน้ำเติมให้เต็มแหล่งกักเก็บน้ำที่เตรียมไว้ ซึ่งหนทางเป็นไปด้วยความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อย แต่จิตอาสาทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ต่างก็ภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตสัตว์ป่าและยังเป็นการช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-22T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ลพบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222164514982 61 "รอง ผวจ.เพชรบูรณ์ เปิดอบรมโครงการ ""รวมพลคนกู้ภัย"" รุ่นที่ 4" "

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.30 น. นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการรวมพลคนกู้ภัย ขององค์การสาธารณกุศล ประจำปี 2565 กิจกรรมการฝึกอบรม ""รวมพลคนกู้ภัย"" รุ่นที่ 4 ณ โรงแรมเอสอาร์เรสซิเดนซ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นางสาวสมัชญา เมฆบวร ผู้อำนวยการส่วนกิจการอาสาสมัคร กองส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย กล่าวรายงาน และมีอาสาสมัครกู้ภัยขององค์การสาธารณกุศล กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกิจกรรม ภายใต้มาตรการป้องกัน COVID- 19 อย่างเคร่งครัด โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหน่วยงานเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้ ระยะเวลา 1 วัน มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ระบบการบริหารจัดการสาธารณภัย,แนวทางการบูรณาการประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในการ ภาวะฉุกเฉิน, มีการแบ่งกลุ่มการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปบทเรียนการประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในภาวะฉุกเฉิน และแนวทางการแก้ไข โดยวิทยากรจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า อาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล ที่ปฏิบัติงานกู้ชีพ กู้ภัย เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญ ที่ได้เสียสละเวลาทำหน้าที่ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้วยความกล้าหาญ ทุ่มเทและไม่หวังผลตอบแทน มีความมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้มีความปลอดภัย สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจต่อผู้ปฏิบัติงาน ด้านกู้ชีพ กู้ภัยในองค์กร และผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นอย่างยิ่ง

ผลจากบทเรียนสาธารณภัยที่ผ่านมา จะเห็นได้ถึงความเสียสละ ของอาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล ด้านการบรรเทาสาธารณภัย ที่มีส่วนสำคัญต่อการช่วย

เหลือผู้ประสบภัยสนับสนุนการปฏิบัติงานกับภาครัฐทุกระดับ กระทรวงมหาดไทย ตระหนักถึงความสาคัญของอาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงจัดให้มีโครงการนี้ขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการสาธารณภัย และแนวทางการบูรณาการประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในภาวะฉุกเฉินร่วมกัน อย่างเป็นระบบ เริ่มจากระบบผู้ปฏิบัติงาน คืออาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการเผชิญเหตุ โดยการบูรณาการประสานการปฏิบัติงานร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอที่มีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดคือพี่น้องประชาชน มีความปลอดภัยจากสาธารณภัยอย่างยั่งยืนต่อไป 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-22T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล เพชรบูรณ์ สวท.เพชรบูรณ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222175108036 62 ปภ. แจ้ง 14 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรง 23 – 26 กุมภาพันธ์นี้ "

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งว่า ช่วงวันที่ 23 - 26 กุมภาพันธ์ 2565 ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำใกล้เกาะบอร์เนียว มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมสหพันธรัฐมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล จึงแจ้งให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 12 สงขลา และเขต 18 ภูเก็ต จัดเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังปริมาณฝนสะสม และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า 

พร้อมเน้นย้ำ ทีมปฏิบัติการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ให้ครอบคลุมทุกมิติ หากสถานการณ์ขยายวงกว้าง ให้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ชุดเคลื่อนที่เร็ว รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัย เข้าประจำพื้นที่เสี่ยง ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ และปฏิบัติตามแนวทางของแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” และสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง


 

" 2022-02-22T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222200856117 63 ชาวบ้านปลื้มใจ ภายหลัง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยื่นมือช่วย เหตุไฟไหม้บ้านวอดยกหลัง

จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ บ้านเลขที่ 14/2 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งกง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 ได้รับความเสียหายยกหลัง โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต

วันนี้(22 ก.พ.65) เวลา 10.00 น.นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยนายจำนง วงศ์สวัสดิ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัยลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้าให้การช่วยเหลือ รวมทั้งให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค ของใช้ที่จำเป็นมอบให้ แก่นางประเสริฐ แดงเสนาะ และครอบครัว บ้านเลขที่ 14/2 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งกง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ประสบเหตุเพลิงไหม้บ้านวอดยกหลัง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

ด้านนางประเสริฐ แดงเสนาะ ได้รู้สึกปลื้มใจที่ทางหน่วยงานภาครัฐ ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ทำให้ตนเองและครอบครัวรู้สึกว่าภาครัฐไม่เคยทอดทิ้งประชาชน และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนเมื่อได้รับความเดือดร้อน






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-22T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222185708058 64 แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2565

พลโท สวราชย์ แสงผล แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2565 ณ บริเวณสระน้ำหนองลุมปุก บ้านมาบเชือก หมู่ 7 ตำบลธงชัยเหนือ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา 

โดยมี พลตรี ไพรวัลย์ จุ้ยเจริญ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 พร้อมคณะฯ ให้การต้อนรับ เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานในการขุดลอกคลองน้ำเพื่อทำบ่อกักเก็บน้ำ และหาวิธีที่จะทำให้น้ำได้ไหลเข้าสู่สระน้ำหนองลุมปุกได้มากขึ้นโดยการขุดเปิดร่องระบายน้ำเพื่อบังคับทิศทางน้ำ ต่อไป






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-22T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา สวท.นครราชสีมา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222212920139 65 แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการฝึกหมวดก่อสร้างทางระดับที่ 2 กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทยเซาทม์ซูดาน ผลัดที่ 3 และตรวจเยี่ยมจิตอาสาต้านภัยแล้ง

วันนี้ (22 ก.พ. 65) ที่วัดแสงธรรมวังเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา พลโท สวราชย์ แสงผล แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลและให้โอวาท ที่ กองทัพภาคที่ 2 กำลังดำเนินฝึกหมวดก่อสร้างทางระดับที่ 2 กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย - เซาท์ซูดาน ผลัดที่ 3 ซึ่งจัดจากหน่วยขึ้นตรงกรมทหารช่างที่ 2 จำนวน 35 นาย ประกอบด้วย นายทหาร 1 นาย และนายทหารประทวน 34 นาย ซึ่งการฝึกครั้งนี้เพื่อเดินทางไปสานต่อภารกิจในนามสหประชาชาติ ณ สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ได้รับความเสียหายหลังจากเกิดสงครามกลางเมือง นับเป็นปฏิบัติการรักษาสันติภาพที่ใหญ่ที่สุดของสหประชาชาติ

หลังจากนั้นได้เดินทางไปยัง บริเวณสระน้ำหนองลุมปุก บ้านมาบเชือก ตำบลธงชัยเหนือ อำเภอปักธงชัย เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพลโครงจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2565 ในการดำเนินการขุดลอกหนองลุมปุกของกองพันทหารช่างที่ 202 โดยมี พันเอก ณัฐพล โรจนบุรานนท์ ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 202 กล่าวรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการครั้งนี้






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-22T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา สวท.นครราชสีมา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213038140 66 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา kick off โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2564

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม kick off โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2564 จังหวัดนครราชสีมา ณ บริเวณสระน้ำหนองลุมปุก บ้านมาบเชือก หมู่ที่ 7 ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 

โดยมีผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจิตอาสาในเขตอำเภอปักธงชัย ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมีการขุดลอกสระน้ำหนองลุมปุ๊ก บ้านมาบเชือก ม.7 ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรจากหน่วยงานต่างๆร่วมดำเนินการ

2022-02-22T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา สวท.นครราชสีมา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213128141 67 ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานขจัดคราบน้ำมันจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วที่ทุ่นกลางทะเล

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง เผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้บริษัท SPRC ได้มีการจัดประชุมกับตัวแทนกลุ่มประมง 48 กลุ่ม ที่โรงแรมระยองบีช เรื่องการชดเชยค่าเสียหาย และกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีการเข้าตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บกากของเสียจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล ที่โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ บริษัทได้รับข้อเสนอการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อนาไปจัดทาแผนฟื้นฟูจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยบูรพาด้วย ส่วนการดำเนินการเฝ้าระวังทางทะเลนั้นในวันนี้ไม่พบคราบน้ำมัน ส่วนการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลทั้ง 9 จุด อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนค่าอื่น ๆ อยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งได้ทำความสะอาดและสุ่มตัวอย่างคราบน้ำมันที่อยู่ใต้ทรายบริเวณชายหาด คลองหัวรถและหลังร้านเจ๊จุก ด้วยการพลิกหน้าทรายโดยใช้อุปกรณ์ไถคราดโดยแรงงานคน เก็บทาร์บอลปริมาณ 400 กรัม และส่วนทรายที่เปื้อนคราบน้ำมันมีเพียงเล็กน้อย

ส่วนสถานการณ์ในวันนี้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ติดตามและเฝ้าระวังยังไม่พบคราบน้ำมันดิบ ฟิล์มน้ำมัน หรือกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด ขณะที่สำนักงานประมงจังหวัดระยอง รายงานว่า ได้มีการประชุมโดยได้เชิญประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านจำนวน 48 กลุ่ม เพื่อหารือและข้อเสนอการชดเชยเยียวยากับบริษัท SPRC  โดยกลุ่มประมงพื้นบ้านเสนอชดเชยเยียวเดือนละ 30,000 บาท เป็นเวลา 1 ปีและจ่ายครั้งเดียว พร้อมทั้งเสนอให้กลุ่มประมงได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและกิจกรรมอื่น ๆ หลังจากจ่ายเยียวยา 

ซึ่งบริษัทรับข้อเสนอกลุ่มประมงพื้นบ้านเสนอต่อผู้บริหาร และนัดหมายจะนำข้อมูลการตัดสินใจแจ้งกลุ่มประมงพื้นบ้านในวันที่ 25 ก.พ.65 ส่วนกรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 ชลบุรี ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณชายหาด และเกาะเสม็ด ไปตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก (HM) และสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม (TPH) ทั้งหมด 14 จุด และในส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองได้เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพ  บริษัท SPRC เข้าร่วมประชุมถอดบทเรียนกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลและประชุมการเฝ้าระวังสุขภาพผู้เก็บกู้คราบน้ำมันระยะยาว ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2565

สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่ 30 ม.ค.65 จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น จำนวน 8,558 ราย







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-22T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213700144 68 เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารเรือนไทยโรงเรียนจ่าการบุญ จ.พิษณุโลก ภายในเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครืองดนตรีไทย ดนตรีสากลจำนวนมากที่ใช้สำหรับสอนนักเรียน

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 65) เวลา 19.30 น ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารหอศิลป์ ซึ่งเป็นอาคารเรือนไทย 2 ชั้น ที่มีอายุกว่า 40 ปี ของโรงเรียนจ่าการบุญ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ภายในเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครืองดนตรีไทย ดนตรีสากลจำนวนมากที่ใช้สำหรับสอนนักเรียน มูลค่าหลายล้านบาท

เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากอาคารดังกล่าวก่อสร้างด้วยไม้เกือบทั้งหลัง ประกอบกับแรงลมที่พัดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เปลวไฟโหมไหม้อย่างรวดเร็ว มีกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นสู้ท้องฟ้าสูงกว่า 30 เมตร รถดับเพลิงในบริเวณใกล้เคียง จำนวนกว่า 10 แห่ง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าทำการสกัดกั้นเพลิงที่กำลังลุกไหม้ เพื่อควบคุมสถานการณ์

โดยใช้เวลานานกว่าครึ่งชัวโมง เจ้าหน้าที่จึงสามารถควบคุมเพลิงบริเวณตัวอาคารเรือนทรงไทยได้ และควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดพบความเสียหายเบื้องต้นอาคาร 2 ชั้นเป็นเรือนไม้ทรงไทยเสียหายหมดทั้งหลังภายในอาคารบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ไดด้รวบรวมเก็บเครื่องดนตรีเก่าเป็นห้องนาฏศิลป์ที่รวบรวมเครื่องดนตรีเก่าเอาไว้ภายในอาคาร ไฟได้ลุกไหม้เผาเสียหายทั้งหมด และเจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำหล่อ เลี้ยงไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไฟปะทุขึ้นมาอีก

ส่วนสาเหตุของการเกิดเหตัเพลิงไหม้ในครั่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ประสานไปยังศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 เพื่อเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุ ของเพลิงไหม้ที่แน่ชัด อย่างละเอียด อีกครั้ง






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-22T00:00:00 ภาคเหนือ พิษณุโลก สวท.พิษณุโลก https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222214224147 69 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำชับทุกจังหวัดรับมือพายุฤดูร้อน เตรียมกำลังคน และเครื่องมืออุปกรณ์ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เตรียมความพร้อม โดยติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจก่อให้เกิดพายุฤดูร้อนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เร่งตรวจตราอาคารสถานที่ ป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้าง รวมถึงไม้ยืนต้นตามสถานที่สาธารณะ หากพบมีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าซ่อมแซมตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งเชิญชวนประชาชนจิตอาสา ช่วยกันสอดส่อง ปรับปรุงดูแลให้เกิดความปลอดภัย 

นอกจากนี้ให้เตรียมบุคลากร อุปกรณ์ ทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างทันที สร้างการรับรู้ถึงแนวทางการปฏิบัติตน ช่องทางการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ตลอดจนมาตรการต่าง ๆ ในการดูแลประชาชนผ่านทุกช่องทางสื่อสาร

สำหรับในด้านการเผชิญเหตุ หากเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่ ให้เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 

กรณีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ให้แบ่งมอบภารกิจและบูรณาการหน่วยงาน จัดทีมในรูปแบบ “ทีมประชารัฐ” เข้าซ่อมแซมบ้านเรือน หากเป็นกรณีป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้าง ไม้ยืนต้น หรือโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า ให้เร่งแก้ไขไม่ให้กีดขวางพื้นที่สาธารณะ และซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว 

กรณีความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอำเภอร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมสรุปรายงานสถานการณ์ให้กระทรวงมหาดไทยทราบน่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย โทร. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

2022-02-23T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223120158248 70 จังหวัดตราด จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จังหวัดตราด พ.ศ.2565 "นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จังหวัดตราด พ.ศ.2565 ซึ่งจังหวัดตราด โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดในฐานเลขานุการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จังหวัดตราด จัดขึ้นโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่ประชุมพลอยแดง ศาลากลางจังหวัดตราด

ทั้งนี้ ตามที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จังหวัดตราด พ.ศ.2565 ขึ้น เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2565 ในพื้นที่จังหวัดตราด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น โดยที่ประชุมได้มีการนำเสนอเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การพยากรณ์สถานการณ์การเกิดภัยแล้ง จังหวัดตราด ปี 2565 โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาตราด การป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง จังหวัดตราด โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณา การจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง จังหวัดตราด ปี 2565 การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จังหวัดตราด ปี 2565 รวมทั้งการแบ่งมอบพื้นที่ความรับผิดชอบให้กับหน่วยทหารในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง จังหวัดตราด ปี 2565 รวมทั้งการขุดบ่อบาดาลเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดตราด อีกด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-23T00:00:00 ภาคตะวันออก ตราด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223135556336 71 ตราดเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เสี่ยงสูง 4 อำเภอ

ที่ห้องประชุมพลอยแดง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดตราด นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดตราด พ.ศ.2565 ครั้งที่ 1 โดยมีคณะกรรมการศูนย์ฯ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหรือผู้แทนเข้าร่วมประชุมเพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมป้องกันภัยแล้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในบางพื้นที่       ทั้งนี้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าระหว่างเดือนมกราคม - มีนาคม 2565 ปริมาณฝนรวมประเทศไทยจะต่ำกว่าค่าปกติและคาดว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น และตั้งแต่เดือนมีนาคม จะมีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้ง ความชื้นในอากาศมีน้อย และมีอากาศร้อนจัดเป็นบางวัน

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย การประสานการปฏิบัติ การสนับสนุน การปฏิบัติตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 และเพื่อให้บังเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 255 - ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตจังหวัด จึงจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จังหวัดตราด พ.ศ. 2565 ขึ้น ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

โดยนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหัดตราด ได้ให้แนวทางในการใช้น้ำเพื่อการเกษตร ใช้น้ำอย่างประหยัด /ปลูกพืชใช้น้ำน้ำน้อยหรือไม่ใช้น้ำ นำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ หากน้ำกร่อยหาวิธีแก้ไขโดยการปรับสภาพ ส่วนน้ำสำหรับรักษานิเวศ ไม่ให้ถล่มและผลักดันน้ำเค็ม ให้หาข้อมูลว่า ใช้ปริมาณน้ำเท่าไร ใช้ช่วงไหนบ้าง หากน้ำไม่มีในพื้นที่ สามารถดึงน้ำจากแหล่งใดบ้าง

จังหวัดตราด มีจำนวนทั้งหมด 7 อำเภอ 38 ตำบล 261 หมู่บ้าน โดยมีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ ดังนี้ พื้นที่เสี่ยงมาก 17 หมู่บ้าน - พื้นที่เสี่ยงปานกลาง 61 หมู่บ้าน - พื้นที่เฝ้าระวัง 43 หมู่บ้าน

- ไม่มีความเสี่ยง 140 หมู่บ้าน

โดยอำเภอที่มีความเสี่ยงสูง จำนวน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตราด 7 หมู่บ้าน อำเภอบ่อไร่ 5 หมู่บ้าน  อำเภอแหลมงอบ 3 หมู่บ้าน อำเภอเกาะช้าง 2 หมู่บ้าน

สำหรับการจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง มอบให้ อบต./เทศบาล จัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภัยแล้งระดับพื้นที่ มอบให้อำเภอ 7 อำเภอร่วมบูรณาการ แล้วส่งแผนเผชิญเหตุให้คณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินเกินความสามารถในการช่วยเหลือ โดยในแผนต้อง ประกอบด้วย ข้อมูลของผู้ใช้น้ำ พื้นที่ในการใช้น้ำ แหล่งน้ำที่จัดเก็บและนำมาใช้ การบริหารจัดส่งน้ำ การใช้น้ำในประเภทใดบ้าง เช่น น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการเกษตร น้ำรักษาระบบนิเวศ น้ำเพื่อผลักดันน้ำเค็ม เป็นต้น หากน้ำขาดแคลนต้องบูรณาการแก้ไขปัญหา เช่น รณรงค์ใช้น้ำอย่างประหยัด ปลูกพืชใช้น้ำน้อย นำน้ำจากแหล่งน้ำอื่นที่เพียงพอมาเติม การขุดลอกระบายน้ำ ขยายพื้นที่เก็บน้ำโดยขุดลอกเป็นประจำ การสร้างฝายเก็บน้ำ การหาแหล่งน้ำด้วยการขุดบ่อบาดาล สระในพื้นที่ของเกษตรกรเอง ทั้งนี้หากน้ำเพียงพอต้องมีคุณภาพสะอาดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากระบบประปาหมู่บ้าน  อบต. เทศบาล หรือน้ำบาดาล และจากการประปาภูมิภาค


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

 

2022-02-23T00:00:00 ภาคตะวันออก สระแก้ว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224000812594 72 จังหวัดตรัง มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) จำนวน 30 ครอบครัว

จังหวัดตรัง มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) จำนวน 30 ครอบครัว ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง 

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) ให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยในพื้นที่ตำบลนาชุมเห็ด จำนวน 10 ครอบครัว และตำบลโพรงจระเข้ จำนวน 20 ครอบครัว กรณีอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) เกิดภัยเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2560 ในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้และตำบลนาชุมเห็ดอำเภอย่านตาขาวมีผู้ได้รับผลกระทบ 198 ครอบครัวบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง 1 หลังเสียหายบางส่วน 31 หลัง ซึ่งขณะนี้อำเภอได้ให้ความช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเจ้าของโดยใช้เงินทดลองราชการที่ได้รับจัดสรรจากผู้ว่าราชการจังหวัดจำนวน 30 ครอบครัวเป็นเงิน 497,250 บาท

สำหรับการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ จังหวัดตรัง โดยคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดตรัง (ก.ช.ภ.จ.) ได้มีมติการประชุมครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 25  มกราคม 2565 เห็นชอบให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินกรณีอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากโดยใช้เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดตรังช่วยเหลือด้านดำรงชีพจำนวน 183 ครอบครัว เป็นเงินทั้งสิ้น 958,480 บาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังจำนวน 1 ครอบครัวเป็นเงิน 3,800 บาท ค่าวัสดุซ่อมแซม ที่อยู่อาศัยประจำ 

ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติ เป็นเจ้าของจำนวน 2 ครอบครัว เป็นเงิน 8,400 บาท ค่าซ่อมแซมหรือสร้างยุ้งข้าวโรงเรือน สำหรับเก็บพืชผลและคอกสัตว์ที่ได้รับความเสียหายจำนวน 1  ครอบครัว เป็นเงิน 3,500 บาท ค่าเครื่องนุ่งห่มที่ได้รับความเสียหายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหรือมีความจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีพ กรณีไม่มีเครื่องนุ่งห่มในการดำรงชีพขณะเกิดภัยจำนวน 91 ครอบครัว 292 ราย เป็นเงิน 256,030 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและหรือเงินทุนสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่เป็นอาชีพหลัก ในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติเท่าที่จ่ายจริงจำนวน 46 ครอบครัว เป็นเงิน 231,900 บาท ค่าเครื่องครัวและอุปกรณ์ในการประกอบอาหารที่สูญหายหรือได้รับความเสียหายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกเท่าที่จ่ายจริงจำนวน 79 ครัวเรือนเป็นเงิน 145,350 บาท ค่าเครื่องนอนที่สูญหายหรือได้รับความเสียหายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหรือมีความจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีพกรณีไม่มีเครื่องนอนในการดำรงชีพขณะเกิดภัยเท่าที่จ่ายจริงจำนวน 117 ครัวเรือน 350 รายเป็นเงิน 309,500 บาท






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-23T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223151407370 73 กรมชลประทาน พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ หลังกรมอุตุคาดการณ์ฝนตกหนักภาคใต้ตอนล่าง วันที่ 23 - 26 กุมภาพันธ์ นี้

จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 22 – 26 กุมภาพันธ์ นี้ ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง จากอิทธิพลลมตะวันออกและหย่อมความกดอากาศต่ำ ประกอบกับประกาศพื้นที่เฝ้าระวังในช่วงวันที่ 23 – 27 กุมภาพันธ์ นี้ ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ให้เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส นั้น

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ ตลอดจนตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานได้อ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากและป้องกันน้ำท่วมได้อย่างเต็มศักยภาพ 

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลากไว้ล่วงหน้า อาทิ เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมไปถึงระบบสื่อสารสำรอง และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ให้รับทราบอย่างต่อเนื่องด้วย

2022-02-23T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223194631525 74 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยที่จังหวัดนครพนม

ที่จังหวัดนครพนม นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นผู้แทนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดนครพนม เชิญถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้กับครอบครัวของ นางสาวชมเชย ยทราช ผู้ประสบอัคคีภัย ณ บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 8 ตำบลนาขาม อำเภอเรณูนคร และครอบครัวของ นายบัวผัน ปุ่มเป้า ผู้ประสบอัคคีภัย ณ บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 14 ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ภายหลังบ้านของทั้งสองครอบครัวที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเกิดเหตุไฟไหม้เสียหาย เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมบริจาคสิ่งของ เครื่องใช้ในครัวเรือน และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย

นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์ ทรงต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว อันจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและผ่อนคลายความทุกข์ร้อน อีกทั้งเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคนในครอบครัวที่ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้ ให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วยความเข้มแข็ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดนครพนม เชิญถุงยังชีพพระราชทานมามอบให้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ประสบภัยด้วย ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุ ทุกฝ่ายได้ร่วมให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการช่วยกันดับไฟ การรื้อถอนและปรับพื้นที่บ้านที่เสียหาย การจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่าง ๆ 

นอกจากนี้ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่จะได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือต่อไป พร้อมนี้เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนมได้มอบเงินช่วยเหลือ พร้อมครื่องอุปโภคบริโภค และเครื่องใช้จำเป็นต่อการดำรงชีพ สมาคมผู้สูงอายุ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเพื่อนบ้านมอบสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-23T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223190321497 75 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดอ่างทอง มอบสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย

ณ บ้านผู้ประสบภัย หมู่ที่ 1 ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยจากเงินสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี โดยมี นายปริญญา เขมะชิต ปลัดจังหวัดอ่างทอง ในฐานะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดอ่างทองเป็นผู้กล่าวรายงาน

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอ่างทอง ได้พิจารณาการให้ความช่วยเหลือ โดยใช้เงินสำรองจ่ายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ประจำจังหวัด งานบรรเทาทุกข์ จัดสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ ผู้ประสบอัคคีภัย จำนวน 5 ครอบครัว ทั้งนี้ ได้กล่าวแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-23T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล อ่างทอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223191947507 76 เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มุ่งเตรียมพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจากการเกิดอัคคีภัย

ที่โรงเรียนชุมชนวัดทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดอบรมโครงการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ นักเรียน ประชาชน ส่วนราชการ องค์กรการกุศล ในเขตพื้นที่ตำบลทับมา และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา จำนวน 50 คน โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง ในการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ “ข้อกฎหมายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมาตรฐานความปลอดภัยในอาคาร  ทฤษฎีการเกิดอัคคีภัย การระงับเหตุอัคคีภัย หลักการดับเพลิง  การเคลื่อนย้าย การปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอัคคีภัย  เทคนิคการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือดับเพลิง และการควบคุมไฟที่เกิดจากน้ำมันและแก๊ส”

ทั้งนี้ มุ่งเน้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ บุคลากรและทรัพยากรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจากการเกิดอัคคีภัย เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติงานในการรับมือกับสถานการณ์อัคคีภัย เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีทักษะ ด้านการวางแผนการดับเพลิง วิธีการดับเพลิง การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง สามารถระงับเหตุอัคคีภัยได้ในเบื้องต้น ตลอดจนรู้จักวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการอพยพหนีไฟ รวมทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพ ให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม ในการปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือ และดูแลความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนผู้ประสบเหตุอัคคีภัยได้

นอกจากนี้ ยังเป็นการเพื่อจัดทำสื่อวิดีทัศน์ เกี่ยวกับการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ และเผยแพร่ให้ประชาชน หรือหน่วยงานได้ทราบเข้าใจขั้นตอน และวิธีปฏิบัติในการรับมือ เมื่อเกิดสถานการณ์นี้ขึ้นด้วย ทั้งนี้ในงานยังมีการลงนาม MOU ระหว่างเทศบาลตำบลทับมา สำนักงาน ปภ.ระยอง โรงเรียนชุมชนวัดทับมา กำนันตำบลทับมา และมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ในการขับเคลื่อนโครงการให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-23T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223185207491 77 จ.สุพรรณบุรี เตรียมป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทอยน้ำจากเขื่อนกระเสียวช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งในอำเภอดอนเจดีย์

นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายธีรยุทธ์ จันทร์ดิษฐ์วงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 สุพรรณบุรี นายปภินวิช ละอองแก้ว หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี นายอำเภอดอนเจดีย์ องค์การบริหารส่วนตำบลทะเลบก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตำบลทะเลบก อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ข้างเคียง โดยสำรวจบ่อน้ำธรรมชาติ จำนวน 3 บ่อ และการขุดลอกคลองส่งน้ำเพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อนำน้ำจากเขื่อนกระเสียวมายังพื้นที่เก็บน้ำในตำบลทะเลบก เป็นระยะทาง 22 กิโลเมตร หลังจากขุดลอกเสร็จก็จะนำเครื่องสูบน้ำระยะไกลสูบน้ำจากคลองมาเก็บยังบ่อน้ำธรรมชาติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า เนื่องจากปริมาณน้ำเขื่อนกระเสียวปีนี้มีปริมาณเกือบเต็มความจุของอ่าง ก็อยากเอาน้ำมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของภัยแล้ง โดยพื้นที่ตำบลทะเลบกเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอยู่เป็นประจำ โดยจะทอยน้ำจากเขื่อนกระเสียวผ่านคลองผาโลกมายังตำบลทะเลบก โดยความร่วมมือจาก ชลประทานและทางป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเขต 2 และป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี ใช้รถแบคโฮขุดลอกวัชพืชเปิดทางน้ำจากบริเวณแยกแตงโม อำเภอด่านช้าง มายังตำบลทะเลบก อำเภอดอนเจดีย์ ระยะทาง 22 กิโลเมตร พร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำส่งระยะไกลตามจุดต่างๆ ทอยน้ำเข้าพื้นที่สระน้ำสาธารณะ 9 หมู่บ้าน ของตำบลทะเลบก รวม 11 แห่ง ปริมาณน้ำ 700,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งน่าจะเพียงพอให้กับประชาชนในตำบลทะเลบกใช้ในการอุปโภคบริโภคหรือถ้าทำการเกษตรแบบใช้น้ำน้อย หากทำเกษตรที่ใช้น้ำมากน้ำก็จะไม่เพียงพอ อีกหนึ่งสัปดาห์หรือไม่เกิน 10 วัน จะเห็นว่าจะได้น้ำมาอย่างไร วันนี้เลยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูพื้นที่ พร้อมกับประสานกรมชลประทานในเรื่องของการปล่อยน้ำ โดยกรมชลประทานได้นำเข้าที่ประชุม jnc กรรมการผู้ใช้น้ำแล้ว ก็เห็นชอบจะปล่อยน้ำมาช่วยในพื้นที่ตำบลทะเลบก


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-23T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223201746539 78 แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในช่วงนี้

ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว 

ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศเย็นในตอนเช้า ภาคเหนืออุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส ยอดดอย อุณหภูมิต่ำสุด 4-12 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 11-16 องศาเซลเซียส ยอดภูต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ 

มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณเกาะบอร์เนียว มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณเกาะบอร์เนียว มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ทำให้ภาคใต้บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง 

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตราย จากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร สำหรับทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้



2022-02-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224110921649 79 กองอำนวยการป้องและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล แจ้งเตือนประชาชนรับมือฝนตกหนัก 23 – 26 กุมภาพันธ์ นี้

วันนี้ (24 ก.พ. 65) นายชาตรี ณ ถลาง ปลัดจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง กอปรกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 1 แจ้งว่าในช่วงวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2565 ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและ ภาคใต้มีกำลังแรง รวมถึงหย่อมความกดอากาศต่ำใกล้เกาะบอร์เนียว มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร ในช่วงวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2565 ในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับจังหวัดสตูล ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พื้นที่อำเภอเมืองสตูล ควนโดน ควนกาหลง และละงู  

เพื่อเป็นการเตรียมการรับสถานการณ์ในห้วงวันดังกล่าว ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสา ธารณภัยอำเภอทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ และข่าวสารจากทางราชการ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก ปริมาณฝนตกสะสม โดยเฉพาะ พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมทั้งวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์จากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ สภาวะอากาศ ปริมาณน้ำฝนและปัจจัยสภาพความเสี่ยงในพื้นที่ เพื่อประสานและบูรณาการหน่วยงาน เครือข่าย จิตอาสา ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย และแผนเผชิญเหตุรวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในทันที 

ทั้งนี้ กรณีเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ ประชาชนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือโดยด่วนได้ที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล โทรศัพท์ 0 7472 2121  และ  0 7472 2296 หรือสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.สตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224111910656 80 ผู้ว่าฯสตูล ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง จังหวัดสตูล ประจำปี 2565 ขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว

ผู้ว่าฯสตูล ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง จังหวัดสตูล ประจำปี 2565 ขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว ที่สระน้ำห้วยเยี่ยว หมู่ที่ 4 ตำบลสาคร อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล 

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง จังหวัดสตูล ประจำปี 2565 ขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว โดยมีนายธีระพงษ์ คุ่มเคี่ยม นายอำเภอท่าแพ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตำบลสาคร และประชาชนจิตอาสาภัยพิบัติตำบลสาคร ร่วมประชุม

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ตรวจติดตามความคืบหน้าเตรียมความพร้อมขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว ซึ่งขณะนี้ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเรียบร้อยแล้ว เพื่อระบายน้ำออกก่อนที่จะดำเนินการขุดลอก คาดว่าน้ำจะแห้งใช้เวลา 1-2 วัน หลังจากนั้นวางแผนนำเครื่องจักรเข้าขุดลอกสระน้ำประมาณต้นเดือนมีนาคมนี้






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224173243906 81 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดย 

นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าระหัด  อำเภอเมืองสุพรรณบุรี โดยมีบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 3 หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ 111  มีผู้อาศัย 4 คน บ้านเลขที่ 112 มีผู้อาศัย 1 คน คือ นายประจวบ เพ็งพันธุ์ อายุ 79 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง (เสียชีวิต) และบ้านเลขที่ 114 มีผู้อาศัย 4 คน นอกจากนี้ยังมีบ้านที่เสียหายบางส่วน จำนวน 2 หลัง คือบ้านเลขที่ 115 มีผู้อาศัย 2 คน และบ้านเลขที่ 112/1 มีผู้อาศัย 11 คน ซึ่งประสบเหตุอัคคีภัย เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2565 เวลาประมาณ 15.00 น. 

ทั้งนี้ ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย และขอพระราชทานพระราชวโรกาส ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225095625075 82 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดย นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี โดยมีบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 3 หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ 111 มีผู้อาศัย 4 คน บ้านเลขที่ 112 มีผู้อาศัย 1 คน คือ นายประจวบ เพ็งพันธุ์ อายุ 79 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง (เสียชีวิต) และบ้านเลขที่ 114 มีผู้อาศัย 4 คน นอกจากนี้ยังมีบ้านที่เสียหายบางส่วน จำนวน 2 หลัง คือบ้านเลขที่ 115 มีผู้อาศัย 2 คน และบ้านเลขที่ 112/1 มีผู้อาศัย 11 คน ซึ่งประสบเหตุอัคคีภัย เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2565 เวลาประมาณ 15.00 น.

ทั้งนี้ ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย และขอพระราชทานพระราชวโรกาส ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-25T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225145125232 83 นนทบุรีซักซ้อมการจัดฝึกซ้อมแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคารสูง รูปแบบเหตุการณ์จริง "นางสาวอโรชา นันทมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ประชุมคณะทำงานออกแบบและควบคุมการฝึกซ้อมแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคารสูง ซึ่งกำหนดจัดฝึกซ้อมรูปแบบเหตุการณ์จริง ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคมนี้ ที่อาคารชุดแอสปาย รัตนาธิเบศร์ อำเภอเมืองนนทบุรี โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็นและวางแนวทางในการฝึกซ้อม เพื่อให้การออกแบบและควบคุมการฝึกซ้อมฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากในการดำเนินการฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วน และเป็นฝึกซ้อมรูปแบบเหตุการณ์จริง เช่น การดับเพลิง การอพยพผู้พักอาศัยในอาคาร การพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ การนำส่งโรงพยาบาล การประสานขออุปกรณ์อากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ขึ้นตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ การประสานขอสนับสนุนอากาศยานปีกหมุน ดับเพลิงและกู้ภัย จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  การกู้ภัยในอาคาร การเข้าตรวจสอบพื้นที่หลังเหตุการณ์สงบ ฯลฯ

จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร และมีการขยายพื้นที่พักอาศัยเข้ามาในจังหวัดนนทบุรีจำนวนมาก มีทั้งโครงการบ้านจัดสรร และอาคารชุด โดยเฉพาะอาคารชุดมีกว่า 500 แห่ง จึงจำเป็นต้องมีการจัดซ้อมแผน เนื่องจากสาธารณภัยและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อน การตอบโต้สถานการณ์และการปฏิบัติการช่วยเหลือที่ดีและรวดเร็ว จะช่วยลดความสูญเสียให้น้อยลง โดยในทุกขั้นตอนจะมีการบันทึกสถิติเวลาปฏิบัติงานของทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติ เป็นการสร้างความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของหน่วยงานและบุคลากร รวมทั้งเป็นการทดสอบการประสานงานและการบูรณาการความร่วมมือ ทำให้ทราบจุดบกพร่องและช่องว่างในการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน เพื่อนำไปปรับปรุงแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และเป็นการพัฒนาแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานในอนาคต


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นนทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225153948260 84 ฝนเริ่มตกหนักเป็นช่วงช่วง เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยรับมือ

จังหวัดพัทลุงเริ่มมีฝนตกหนักเป็นช่วงๆหลายพื้นที่ เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยริมเชิงเขาและบริเวณทางน้ำ ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ 25 กุมภาพันธ์ 2565 ตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ 6 (6/2565)เรื่อง คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2565 ) ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างในวันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2565) มีฝนหนักหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดชุมพร และสุราษฎร์ธานี มีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส นั้น

ขณะนี้ พื้นที่ของจังหวัดพัทลุงเริ่มมีสภาพฝนตกหนักเป็นช่วงๆ ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอติดเทือกเขาบรรทัด ซึ่งกลุ่มฝนขึ้นจากฝั่งอ่าวไทย ถูกพัดพาปะทะกับแนวภูเขาส่งผลให้มีสภาพฝนตกหนักตั้งแต่อำเภอกงหรา อำเภอศรีนครินทร์ เรื่อยลงมาถึงอำเภอเมือง และอำเภอควนขนุน จึงมีประกาศเตือนขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยริมเชิงเขาและบริเวณทางน้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 25 - 27 กุมภาพันธ์ 2565

ทางด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง ได้ติดตามสภาวะอากาศเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ และข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า 

เนื่องจากฝนตกหนัก ปริมาณฝนตกสะสม อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมชัง น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ และพร้อมบูรณาการหน่วยงานพลเรือน ทหาร  ตำรวจ เครือข่ายอาสาสมัคร จิตอาสา ภาคเอกชน เตรียมพร้อมทรัพยากร เครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัยและแผนเผชิญเหตุ ในการแจ้งเตือนและประกาศให้ประชาชนไปยังพื้นที่จุดปลอดภัยที่กำหนดไว้ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และจัดระบบดูแลประชาชนให้มีสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ







สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง 074 612404

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-25T00:00:00 ภาคใต้ พัทลุง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225155200275 85 สองตายายปลื้มน้ำตาคลอเบ้า ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นำคณะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ หลังกระแสลมแรงพัดบ้านเรือนเสียหาย

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จ.สุราษฎร์ธานี นายสำราญ พรหมทอง ผอ.ส่วนป้องกันและปฏิบัติการ ศูนย์ ปภ.เขต 11 สุราษฎร์ธานี นางสุนิสา รามแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุกิจ มีพริ้ง นายอำเภอท่าฉาง และผู้เกี่ยวข้อง ออกตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบวาตภัยในพื้นที่ตำบลคลองไทร อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังมีฝนตกหนักและกระแสลมแรง พัดบ้านเรือนราษฎรได้รับเสียหายบางส่วน จำนวน 6 หลัง ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียเสียชีวิต

ในการนี้ นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และคณะ ได้เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวนายเจริญ ขวัญแก้ว อายุ 81 ปี บ้านเลขที่ 129/2 หมู่ที่ 3 ตำบลบางไทร  อำเภอท่าฉาง ซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยา และลูกหลาน รวม 9 ชีวิต หลังคาบ้านถูกกระแสลมพัดเสียหายบางส่วน กันสาดร่วงหล่นลงมากองที่พื้น รวมทั้งของใช้อื่นๆ ถูกกระแสลมพัดกระจายเกลื่อนพื้น ซึ่งจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และคณะ เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจในครั้งนี้ สร้างความปลาบปลื้มใจให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนายเจริญ และภรรยา ถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื่นตันใจ ที่พ่อเมืองมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กำชับอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง อย่างใกล้ชิด ถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้ดำเนินการช่วยเหลือด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง เป็นธรรม และรายงานให้จังหวัดทราบโดยด่วน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำในเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขอให้ระมัดระวัง ดูแลสุขภาพ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่.  







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-25T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225162622317 86 ผู้ว่าฯ นราธิวาส ลงพื้นที่บริเวณท่อระบายน้ำแห่งที่ 3 (บ้านยะกัง) ม.11 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ตรวจสอบระดับน้ำในคลองบาโง เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตเทศบาลนราธิวาส

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 15.45 น. นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีนราธิวาส สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาสลงพื้นที่สำรวจคลองบ้านบาโง (ยะกัง) บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางนราชุมชนยะกัง เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้เกรงว่าอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง หากปริมาณน้ำสูงเกินกว่าปกติ จะต้องเร่งสูบน้ำจากคลองบ้านบาโงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระบายน้ำที่ไหลมาจากศูนย์ราชการระบายลงแม่น้ำยะกังลงแม่น้ำบางนราก่อนที่จะระบายลงทะเลอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศแจ้งเตือนตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ 6 (6/2565) เรื่อง คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ลมตะวันออก และลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างในวันนี้ (25 ก.พ.65) เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ดังกล่าว ในช่วงวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก ปริมาณฝนสะสม และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ โดยพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ชุมชนเมือง พื้นที่ติดแม่น้ำลำคลอง อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง น้ำลันตลิ่ง พื้นที่ลาดเชิงเขา อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณการแจ้งเตือนประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเล ให้เฝ้าระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง ตลอดจนกำชับสถานประกอบการโรงแรมในพื้นที่ชายทะเล สื่อสารให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังและห้ามลงเล่นน้ำทะเลในช่วงที่มีคลื่นลมแรงโดยเด็ดขาดบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่ง ควรระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย



#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-25T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225185014381 87 จ.ยะลาฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้บางพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังแล้ว

วันนี้ (25 ก.พ.65) สถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดยะลา หลังจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกออกประกาศเตือน ฉบับที่ 5 (5/2565) เรื่อง คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก โดยจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งทำให้ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จังหวัดยะลา เตือนไปยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้ระมัดระวังอันตราย

ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี เริ่มเปลี่ยนสีและเพิ่มระดับขึ้นเป็นผลจากฝนทีตกต่อเนื่อง แจ้งประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ชุมชนเมือง พื้นที่ติดแม่น้ำลำคลอง อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง พื้นที่ลาดเชิงเขา อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม ซึ่งพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ประกอบด้วย อำเภอเบตง ธารโต บันนังสตา กรงปินัง ยะหา และอำเภอกาบัง เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง บริเวณแม่น้ำปัตตานี ตั้งแต่อำเภอบันนังสตา อำเภอกรงปินังและอำเภอเมืองยะลา บริเวณคลองยะหา อำเภอยะหา และบริเวณแม่น้ำสายบุรี อำเภอรามัน ล่าสุด หลังจากที่มีปริมาณฝนตกต่อเนื่อง ก็พบว่าในพื้นที่ลุ่มต่ำและน้ำท่วมซ้ำซาก เกิดน้ำท่วมขังบนถนนทางเข้าหมู่บ้านไบก์ หมู่ที่ 3 ต.บุดี อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ติดถนนหลวง 4063 สายรามัน-ยะลา บริเวณใกล้กับสถานีบริการน้ำมันเชลล์ (อีสนีนปิโตรเลียม)

สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ สามารถติดต่อ สายด่วน 1784 ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา โทร.073-203562




#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-25T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225185741388 88 สภ.แม่หวาด แจ้งเลี่ยงเส้นทาง 410 ยะลา - เบตง หลัง ฝนตกหนัก ต้นไม้-เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน รถไม่สามารถสัญจรได้ จนท.เร่งดำเนินการ

สภ.แม่หวาด แจ้งเลี่ยงเส้นทาง 410 ยะลา - เบตง หลังฝนตกหนัก ต้นไม้-เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน บริเวณ สวนตาหวาน - บ้านกระป๋อง อ.ธารโต จ.ยะลา รถไม่สามารถสัญจรได้ จนท.เร่งดำเนินการแจ้งประชาสัมพันธ์ เส้นทางสาย 410 ธารโต-เบตง มีเสาไฟฟ้า ต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง เนื่องจากฝนตกหนัก สภ.แม่หวาด แจ้งประชาสัมพันธ์ ผู้ใช้ถนน สาย 410 ยะลา - เบตง ให้ไปใช้ถนนสายบน คอกช้าง - วังใหม่ เนื่องจาก สายล่าง 410 มีต้นไม้และเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน บริเวณ สวนตาหวาน - บ้านกระป๋อง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา รถไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าดำเนินการ




#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-25T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225191112397 89 “นิพนธ์” เตือนเฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมขัง พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่นโก-ลก ช่วง 25-28 กุมภาพันธ์ นี้ พร้อมสั่งปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เตรียมพร้อมสรรพกำลังดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

          วันนี้ (25 ก.พ. 65) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ออกประกาศคาดการณ์สถานการณ์เฝ้าระวังน้ำ ซึ่งคาดการณ์ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

          โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำฝนจากฝนคาดการณ์ (ONE MAP) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) พบว่าหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีปริมาณฝนตกหนักมากกว่า 150 มิลลิเมตร โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ทำให้มีประมาณน้ำสะสมไหลลงแม่น้ำมากขึ้น จึงขอเน้นย้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น เสี่ยงน้ำล้นสูงกว่าตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบันนังสตา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา , อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี และอำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน อำเภอศรีสาคร อำเภอสุไหงปาดี อำเภอตากใบ อำเภอรือเสาะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ในช่วงวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2565

          นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาความเหมาะสมในการระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ ให้สอดคล้องกับการขึ้น-ลง ของระดับน้ำทะเล ตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรง แนวคันบริเวณแม่น้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางต่าง ๆ พร้อมทั้งการเตรียมการและการดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัยต่าง ๆ ให้สามารถใช้การได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

          อย่างไรก็ตาม การติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ก็ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง เน้นย้ำ ทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมเพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ และที่สำคัญที่สุด “ชีวิตคนต้องมาเป็นอันดับแรก”



#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-25T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225194228414 90 ยะลา ฝนตกสะสมต่อเนื่อง น้ำเริ่มล้นเอ่อ ท่วมถนน - บ้านเรือน พื้นที่ต่ำ ประชาชนต้องเฝ้าระวัง สถานการณ์น้ำในระยะนี้

สำหรับสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ จ.ยะลา ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ ถึงวันที่ 26 ก.พ 65 จนถึงขณะนี้ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องทั้งในปริมาณเล็กน้อย ไปจนถึงปานกลางและหนัก เป็นระยะๆ   ทำให้น้ำฝนที่ตกสะสม เริ่มเข้าท่วมผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ลุ่มต่ำ น้ำท่วมซ้ำซาก ริมแม่น้ำปัตตานี อ.บันนังสตา อ.กรงปินัง และ ริมแม่น้ำสายบุรี อ.รามัน มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง น้ำยังเอ่อล้นท่วมถนนสายยะลา - รามัน บ้านปารามีแต หน้าปั้ม ปตท.บุดี บ้านบือแน ต.บุดี อ.เมืองยะลา ถนนข้างปั้มเชลส์ บ้านไบก์ ต.บุดี อ.เมืองยะลา หน้าร้านซื้อของเก่า บ้านโกตาบารู (สายเก่า) อ.รามัน ถนนสายตือเบาะ - บุดี ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา รถยนต์ขนาดเล็กยังสามารถสัญจรผ่านได้ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ นอกจากนี้ยังมีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนราษฎรบ้างแล้ว

ซึ่งทาง จ.ยะลา ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง น้ำป่าไหลหลาก ล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำปัตตานี พื้นที่ อ.บันนังสตา อ.กรงปินัง และ อ.เมืองยะลา รวมทั้ง ริมแม่น้ำสายบุรี บริเวณบ้านละแอ ต.บาลอ ชุมชนตลาดล่าง ต.กายูบอเกาะ บ้านสะโต บ้านกือเม็ง บ้านแยะ ต.อาซ่อง บ้านพรุ ต.ท่าธง บ้านเกะรอ ต.เกะรอ อ.รามัน ริมคลองยะหา บริเวณบ้านกาบุ ต.ยะหา บ้านอาบอ บ้านละแอ บ้านตาเปาะ บ้านกือยา บ้านชะเมาะ บ้านกูแบรายอ ต.ละแอ อ.ยะหา รวมทั้ง ให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ซึ่งฝนที่ตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ ก็จะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่ 27 ก.พ นี้

ในขณะที่ สถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง ล่าสุด ปริมาณน้ำเก็บกักปกติ 1,454 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณฯ 1207.03 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 83.01 % น้ำไหลเข้า 58.360 ล้าน ลบ.ม./วัน ระบายน้ำ 1,740 ล้าน ลบ.ม./วัน  ส่วนปริมาณฝนสะสม อ.บันนังสตา 372.2 มม. อ.ธารโต 240.8 มม. อำเภอยะหา 206.4 มม.  ส่วนสถานการณ์น้ำท่าลุ่มแม่น้ำปัตตานี ที่บ้านหัวสะพานสะเตง อ.บันนังสตา จ.ยะลา เริ่มท่วม แนวโน้ม เพิ่มขึ้น 3.05 ม. ที่บ้านท่าสาป อ.เมืองยะลา  เฝ้าระวัง แนวโน้มเพิ่มขึ้น 3.44 มม. คลองยะหา บ้านยะหา อ.ยะหา เริ่มท่วม แนวโน้ม เพิ่มขึ้น 4.93 มม. ส่วนแม่น้ำสายบุรี ที่บ้านปายือนิ อ.รามัน เฝ้าระวัง แนวโน้มเพิ่มขึ้น 5.31 มม.






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


 

2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226100008489 91 จ.นราธิวาส มีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้วทั้ง 13 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 28,000 คน ผู้ว่าฯ นรา สั่งการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ขณะที่ หน่วยทหารเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปยังที่ปลอดภัย

          วันนี้ (26 ก.พ. 65) ตามที่ได้เกิดฝนตกและตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทำให้ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้วทั้ง 13 อำเภอ ใน 56 ตำบล 195 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล ผู้ประสบภัย 23,885 คน 7,236 ครัวเรือน บ้านเรือนเสียหาย 6,891 หลัง รวมถึงสิ่งสาธารณประโยชน์ โรงเรียน มัสยิด

          นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำล้นตลอ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใต สำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชาที่ประสบภัยจากคลื่นลมแรงบริเวณชายหาดบ้านทอน อำเภอเมืองนราธิวาส กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการซ่อมแซม และได้สั่งการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส เร่งดำเนินการช่วยเหลือและสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

          เช่นเดียวกับทางหน่วยทหาร ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในการอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย โดยพันโท ณัฐวุฒิ ศรีสังข์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติของหน่วยฯ ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ลงพื้นที่บ้านยางนิง หมู่ที่ 2 ตำบลจวบอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เพื่อเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่มีน้ำท่วมสูง และได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับพี่น้องประชาชนด้วย

          ด้านสถานการณ์น้ำท่าในลุ่มน้ำสายหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำสายบุรี ลุ่มน้ำบางนรา และลุ่มน้ำโก-ลก ปัจจุบันระดับน้ำล้นตลิ่ง ทั้ง 3 ลุ่มน้ำ ทางนายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 17 สั่งการหน่วยงานในสังกัด ได้เดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าและอาคารชลประทาน เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล บรรเทาผลกระทบในพื้นที่

          สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่ วันนี้ (26 ก.พ. 65) สถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส ได้แจ้งพยากรณ์อากาศ จังหวัดนราธิว่ามีเมฆมากกับมีฝนฟเาคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันออกความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร พร้อมแจ้งเตือนช่วงวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์นี้ ให้ประชาชนระมัดระวังอันตราจากฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจทำให้เกิดอุทกภัย ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226104753491 92 ยะลา น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ขณะที่ อบต. เร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือ

          จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ จ.ยะลา ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ ถึงวันที่ 26 ก.พ. 65 ซึ่งจนถึงขณะนี้ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องทั้งในปริมาณเล็กน้อย ไปจนถึงปานกลางและหนัก เป็นระยะ ๆ ทำให้น้ำฝนที่ตกสะสม เริ่มเข้าท่วมผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ลุ่มต่ำ น้ำท่วมซ้ำซาก ริมแม่น้ำปัตตานี อ.บันนังสตา อ.กรงปินัง และ ริมแม่น้ำสายบุรี อ.รามัน มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง น้ำยังเอ่อล้นท่วมถนนสายยะลา-รามัน บ้านปารามีแต หน้าปั้ม ปตท.บุดี บ้านบือแน ต.บุดี อ.เมืองยะลา ถนนข้างปั้มเชลส์ บ้านไบก์ ต.บุดี อ.เมืองยะลา หน้าร้านซื้อของเก่า บ้านโกตาบารู (สายเก่า) อ.รามัน ถนนสายตือเบาะ-บุดี ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา รถยนต์ขนาดเล็กยังสามารถสัญจรผ่านได้ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ นอกจากนี้ยังมีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนราษฎรบ้างแล้ว

          ทั้งนี้ ทาง จ.ยะลา ได้แจ้งเตือนประชาชน เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำปัตตานี พื้นที่ อ.บันนังสตา อ.กรงปินัง และ อ.เมืองยะลา รวมทั้งริมแม่น้ำสายบุรี บริเวณบ้านละแอ ต.บาลอ ชุมชนตลาดล่าง ต.กายูบอเกาะ บ้านสะโต บ้านกือเม็ง บ้านแยะ ต.อาซ่อง บ้านพรุ ต.ท่าธง บ้านเกะรอ ต.เกะรอ อ.รามัน ริมคลองยะหา บริเวณบ้านกาบุ ต.ยะหา บ้านอาบอ บ้านละแอ บ้านตาเปาะ บ้านกือยา บ้านชะเมาะ บ้านกูแบรายอ ต.ละแอ อ.ยะหา รวมทั้ง ให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ซึ่งฝนที่ตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ ก็จะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่ 27 ก.พ นี้

          ในขณะที่ สถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง ล่าสุด ปริมาณน้ำเก็บกักปกติ 1,454 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณฯ 1207.03 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 83.01 % น้ำไหลเข้า 58.360 ล้าน ลบ.ม./วัน ระบายน้ำ 1,740 ล้าน ลบ.ม./วัน  ส่วนปริมาณฝนสะสม อ.บันนังสตา 372.2 มม. อ.ธารโต 240.8 มม. อำเภอยะหา 206.4 มม. ส่วนสถานการณ์น้ำท่าลุ่มแม่น้ำปัตตานี ที่บ้านหัวสะพานสะเตง อ.บันนังสตา จ.ยะลา เริ่มท่วม แนวโน้ม เพิ่มขึ้น 3.05 ม. ที่บ้านท่าสาป อ.เมืองยะลา เฝ้าระวัง แนวโน้มเพิ่มขึ้น 3.44 มม. คลองยะหา บ้านยะหา อ.ยะหา เริ่มท่วม แนวโน้ม เพิ่มขึ้น 4.93 มม. ส่วนแม่น้ำสายบุรี ที่บ้านปายือนิ อ.รามัน เฝ้าระวัง แนวโน้มเพิ่มขึ้น 5.31 มม. สำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งผ่านสายด่วน 1784 ปภ. หรือโทร.0-7320-3562 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ยะลา

2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226113721507 93 น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน ริมแม่น้ำสายบุรี หลังยะลาฝนตกหนักต่อเนื่อง วอนขอน้ำดื่ม - อาหารแห้ง

จากสถานการณ์ที่มีลมมรสุมพัดถล่มภาคใต้ จนเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องใน หลายพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา ห้วงระหว่างวันที่ 23 - 26  ก.พ.65 ที่ผ่านมา ฝนกระหน่ำอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายบุรี สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้น้ำเอ่อลันตลิ่ง แม่น้ำสายบุรี ในพื้นที่ ต.บาลอ ต.กายูบอเกาะ ต.อาซ่อง อ.ท่าธง ต.ตะโล๊ะหะลอ ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา มวลน้ำไหลเข้าท่วมถนนสายหลัก - สายรองภายในหมู่บ้าน - บ้านเรือนชาวบ้าน และพื้นที่สวนยางพารา - ผลไม้ ชาวบ้านต้องอพยพสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้บนถนนหลวง

สำหรับพื้นที่ที่มีมวลน้ำเข้าท่วมบ้านและเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านสะแตเซ็ง หมู่ที่ 3 , บ้านสุเป๊ะบือแนบือแต หมู่ที่ 4 , บ้านละแอ หมู่ที่ 5 ต.บาลอ บ้านกำปงบาโง บ้านบูเกะซืองอ บ้านปายอแง หมู่ที่ 5 ต.อาซ่อง ส่วนบ้านฮูยงปาแซ หมู่ที่ 1 ต.ตะโล๊ะหะลอ , บ้านปายอยือนิ หมู่ที่ 6 ต.กายูบอเกาะ น้ำท่วมบ้านเรือนและเส้นทางเข้าหมู่บ้าน และบ้านกะดุนง หมู่ที่ 4 ต.เกะรอ น้ำท่วมเส้นทางการสัญจรบางช่วงต้องใช้เรือแทน ซึ่งมีชาวบ้านต้องการน้ำดื่ม - อาหารแห้ง เป็นเบื้องต้น โดยขณะนี้ทาง ปลัดอำเภอรามัน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ อส. และ เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 41 ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านที่มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายบุรี นำเรือท้องแบน เรียบร้อยแล้ว และมีการประเมินพื้นที่ จะได้รีบนำสิ่งของที่มีความจำเป็นในเบื้องต้นไปมอบให้กับชาวบ้านต่อไป

ทางด้าน นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้ นายณัฎฐ์กร บุญโรภาคย์ นายอำเภอรามัน ลงไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว โดยเน้นในเรื่องสุขภาพร่างกายที่อาจจะเกิดขึ้นมากับน้ำท่วม

สำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัยสามารถประสานขอความช่วยเหลือมาได้ที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา(ปภ.) 073- 203562 และขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวัง ดูแลบุคคลในครอบครัวให้ปลอดภัย โดยเฉพาะเด็กๆ อย่าปล่อยให้ลงเล่นน้ำขณะน้ำหลาก






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226151441626 94 บึงแบเมาะ น้ำล้นท่วมพื้นที่ตลาดเก่า ด้าน เทศบาล ฯ ยะลา ออกประกาศเตือน ขณะ 4 อำเภอ ได้รับผลกระทบแล้ว

บึงแบเมาะ น้ำล้นท่วมพื้นที่ตลาดเก่า เทศบาล ฯ ยะลา ออกประกาศเตือนน้ำท่วม ด้าน ปภ.ยะลา เผยสถานการณ์อุทกภัย  4 อำเภอ 11 ตำบล 24 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 828 ครัวเรือน 3,312 คน

จากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ยะลา ต่อเนื่อง เป็นเวลาหลายวัน ล่าสุด น้ำในบึงแบเมาะ พื้นที่ย่านตลาดเก่าเขตเทศบาลนครยะลา เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมถนน หลายสายรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้  รวมถึง น้ำยังได้ไหลเข้า บ้านเรือนประชาชน ในหลายจุด   ซึ่งประชาชน ได้อพยพสิ่งของมาอยู่บนถนนซึ่งเป็นพื้นที่สูง แล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครยะลา ได้เร่งนำเครื่องสูบน้ำ เข้ามาติดตั้งในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเร่งระบายน้ำ ให้ลงสู่แม่น้ำปัตตานีโดยเร็ว 

ขณะเดียวกันทาง เทศบาลนครยะลา โดย นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้มีประกาศ เตือนภัยน้ำท่วม ฉบับที่ 1 จากกรณีที่ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 24 - 26 กุมภาพันธ์ 2565 ทำให้น้ำในแม่น้ำปัตตานี มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ปริมาณน้ำฝนจากพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา ตำบลบุดี และสะเตงนอก ไหลสู่คลองแบเมาะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขณะนี้น้ำในบึงแบเมาะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากประกาศกรมอุตินิยมวิทยา จะมีฝนตก หนักถึงหนัก มากต่อเนื่องจนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 เทศบาลนครยะลา  

จึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มที่เคยประสบภัยในเขตเทศบาลนครยะลา อาทิ พื้นที่ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์  (ซอย 10) ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล 5 ชุมชนจารูนอก ชุมชนเมืองทอง ชุมชนเสรี ชุมชนธนวิถี และชุมชนหลัง โรงเรียนจีน ให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในบริเวณที่สูง และระมัดระวังปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา หมายเลข โทรศัพท์ 0-7321-2345 และ 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนทางด้าน ปภ.ยะลา ได้รายงาน สถานการณ์ที่ได้เกิดฝนตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2565 ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวน 4 อำเภอ  11 ตำบล 24 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 828 ครัวเรือน 3,312 คน ประกอบด้วย  อำเภอเมืองยะลา  ตำบลสะเตงนอก หมู่ที่ 3,6 อำเภอยะหา ตำบลละแอ หมู่ที่ 3   ตำบลบาโร๊ะ หมู่ที่ 5 อำเภอรามัน ตำบลจะกว๊ะ หมู่ที่ 1,2,3,5 ตำบลยะต๊ะ หมู่ที่ 1,2,3,4,5 ตำบลกาลอ หมู่ที่ 1,3 ตำบลบาโงย หมู่ที่ 1,3  อำเภอกรงปินัง ตำบลกรงปินัง หมู่ที่1,4,5 ตำบลสะเอะ หมู่ที่ 1,6 ตำบลห้วยกระทิง หมู่ที่ 1,2               

ทั้งนี้ ทางอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หน่วยทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ประชาชนจิตอาสา ได้เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

  

2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226161113657 95 ยะลาท่วม 4 อำเภอ เร่งช่วยเหลือประชาชนเดือดร้อน

จากอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ มีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 23- 26 ก.พ.65 ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา ประกอบด้วย อำเภอเมือง รามัน ยะหา และอำเภอกรงปินัง 

ด้านนายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยนายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอเมืองยะลา นายวีรวัฒน์ ศิริกุลพิพัฒน์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา นายชาคร คงเสรีกุล ป้องกันจังหวัดยะลา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตอำเภอเมืองยะลา ที่บริเวณหน้า รพ.สต.สะเตงนอก ปากซอย 9 หมู่ที่ 6 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชน 

เบื้องต้น ผู้ว่าฯยะลา ได้สั่งการให้ทุกหน่วย ทั้งเทศบาลเมืองสะเตงนอก ปภ.และเจ้าหน้าที่ ตชด.ที่ 44 ค่ายพญาลิไท เร่งช่วยเหลือเป็นการด่วน ซึ่งระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมสูงประมาณ 30-60 ซม. เนื่องจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง จากนั้นลงพื้นที่ หมู่ที่ 3 บ้านเปาะยานิ และบ้านจารู ย่านชุมชนตลาดเก่า ในเขตเทศบาลนครยะลา ติดตามการเร่งระบายน้ำในเขตเทศบาลนครยะลา ที่สถานีสูบน้ำปั๊ม C บ้านจารู ซึ่งเป็นจุดรับน้ำสุดท้ายในเขตเทศบาลนครยะลา เร่งระบายน้ำที่ไหลเข้าท่วมลงสู่แม่น้ำปัตตานีให้เร็วที่สุด จากนั้นเดินทางต่อไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี เขตรอยต่อตำบลตาเซะ จังหวัดยะลา และอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้เขื่อนปัตตานี ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำ เร่งระบาย พร้อมทั้งเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนปัตตานี

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย นำท่วมและวาตภัย จำนวน 4 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด 2,804 ครัวเรือน 11,044 คน (อพยพ 14 ครัวเรือน 65 คน) ซึ่งทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางอำเภอ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร ตำรวจ กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ 



2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226174431697 96 ผบ.ฉก.นราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.แว้ง และสุไหงโก-ลก

ผบ.ฉก.นราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.แว้ง และ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส พร้อมกำชับกำลังพลเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง 

พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พร้อมด้วย นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และผู้นำท้องถิ่น ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ นำน้ำดื่ม ข้าวกล่อง ยารักษาโรคเบื้องต้น มอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ บ้านบางขุด และบ้านกัวยีมานะ ตำบลฆอเลาะ อำเภอแว้ง และ ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส โดยจากสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ที่ตกต่อเนื่องติดต่อกัน ทำให้ในบางพื้นที่มีน้ำป่าไหลหลาก และมีน้ำท่วมขัง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมานั้น 

พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้สั่งการในหน่วยทหารในพื้นที่ เข้าให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ที่ได้รับผบกระทบเป็นการเร่งด่วน โดยให้ใช้ศักยภาพของหน่วย จัดกำลังพล จิตอาสา นำเครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ พร้อมทั้งเตรียมแผนการช่วยเหลือ การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปยังโรงพยาบาล เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น และเตรียมความพร้อมกำลังทหารเพื่อเข้าไปช่วยกันฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนหลังน้ำลด พร้อมทั้งได้ประสานทางอำเภอเข้าดำเนินการตรวจสอบความเสียหายเพื่อทำการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป

ทั้งนี้ พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพลทหารราบที่ 15 โดยมีกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 151 รับผิดชอบในพื้นที่ อำเภอสุคิริน , อำเภอแว้ง , อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และจัดกำลังพลเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยการปฏิบัติให้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน จนกว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่จะลดลง คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ 

ขณะนี้บางพื้นที่ ระดับน้ำเริ่มลดแต่ยังมีฝนตกลงอย่างต่อเนื่อง ขอให้พี่น้องประชาชนใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิตด้วย รวมไปถึงสัตว์มีพิษต่างๆ และสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้ช่วยดูแลตนเอง และหากประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้จากหน่วยทหารในพื้นที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4  โทร 075 – 383405 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในสถานการณ์ที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน “ทหารพร้อมจะเป็นที่พึ่งให้ประชาชนในทุกโอกาส เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน”







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226180903705 97 น้ำจากแม่น้ำโก-ลก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ยังน่าเป็นห่วง หลังมวลน้ำจากคลองบูเก๊ะตา เข้ามาสมทบในแม่น้ำโก-ลก ทะลักเข้ามาบริเวณนอกเขตโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ของกรมโยธาธิการและผังเมือง บริเวณชุมชนตันหยงมะลิ จนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในชุมชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก 

นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก กล่าวว่า ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เกิดจากมวลน้ำที่ทะลักเข้ามาจากแม่น้ำโก-ลก บริเวณชุมชนตันหยงมะลิที่อยู่นอกเขตการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำภายในชุมชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก และพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งไม่สามารถระบายออกได้ทันโดยการใช้เครื่องสูบน้ำ ต้องรอให้ปริมาณฝนลดลง และปริมาณในแม่น้ำโก-ลกเริ่มทรงตัว จากนั้นจะนำแท่งแบริเออร์มาปิดทางน้ำจากชุมชนตันหยงมะลิและเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในชุมชนออกไป จากและระบายออกไป ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ปริมาณน้ำท่วมสูงภายในชุมชนหัวสะพาน ชุมชนโปฮงยามู บือเร็งใน ท่ากอไผ่ และบือเร็ง รวมทั้งชุมชนเสาสัญญาณที่ประสบปัญหาการระบายในชุมชน ประชาชนในชุมชนจำนวน 33 ครัวเรือน รวม 125 คนจึงอพยพไปอยู่ที่ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัยโรงเรียนเทศบาล 4 ชั่วคราว 

นายชื่น ทิพรัตน์ ประธานชุมชนตันหยงมะลิ เสนอให้มีการขยายโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อให้จรดเนินดินที่จะสามารถกั้นน้ำที่จะทะลักเข้าเขตชุมชนได้ทั้งระบบ 

ด้านนายอานนท์ ทองสว่าง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่มาติดตามสภาพปัญหา ระบุว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก เฟส1 ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และเฟส 2 ในเขตเทศบาลตำบลปาเสมัส เป็นของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งจุดที่น้ำจากแม่น้ำโก-ลกทะลักเข้ามาอยู่นอกเขตพื้นที่โครงการ ทั้งนี้จากกรณีที่ประธานชุมชนตันหยงมะลินั้น จำเป็นต้องรายงานให้ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณา เพราะเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณอีกเป็นจำนวนมากและอาจต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 2 ปีโครงการจึงจะแล้วเสร็จ ดังนั้นในพื้นที่อาจต้องเผชิญสถานการณ์อุทกภัยไปอีกนาน

ทั้งนี้ ในพื้นที่ดังกล่าว นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก กล่าวว่า ที่ผ่านมาเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เคยเสนอให้ทำกำแพงกั้นน้ำ โดยเริ่มจากจุดเริ่มต้นโครงการเขื่อนกั้นน้ำ มาทางชุมชนตันหยงมะลิ ระยะทางประมาณ 200 เมตร แต่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน ที่อาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางเข้าพื้นที่ของตนเอง ล่าสุดจึงได้ปรับแผนโดยการทำกำแพงกั้นน้ำ ในลักษณะเดียวกับเขื่อนกั้นน้ำ โดยจะมีช่องสำหรับเสียบแผ่นเหล็กปิดกั้นช่องทางในช่วงหน้าฝนและเมื่อเกิดอุทกภัย ซึ่งจะถอดออกเมื่อสถานการณ์ที่ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลกอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยขั้นตอนต่อไปคือ มาชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าของที่ดินในพื้นที่ แล้วเสนอขอรับงบประมาณจากจังหวัดนราธิวาส หากมีการอนุมัติก็พร้อมก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำทันที โดยใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านบาท



2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226181019706 98 ผู้ว่าฯนราธิวาส ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

นายสนั่น? พงษ์อักษร? ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยปลัดจังหวัดนราธิวาส? สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย? ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและจิตอาสาพระราชทานร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลืออย่างทั่วถึง?

ซึ่งในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่อำเภอแรกที่ได้ลงไปคืออำเภอระแงะ ซึ่งอำเภอระแงะเป็นพื้นที่น้ำท่วมเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ได้ไปมอบสิ่งของ เป็นถุงยังชีพและน้ำดื่ม อยู่ใน 2 จุด ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบก็ประมาณ 100 กว่าเรือน หลังจากนั้นก็ได้ลงไปดูในส่วนของอำเภอจะแนะ ซึ่งเมื่อวานน้ำสูงมากแต่วันนี้ปริมาณน้ำเริ่มลดลง แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ ที่น้ำยังท่วมขังอยู่ 

วันนี้ได้นำถุงยังชีพ น้ำ หน้ากากอนามัย ยา รวมถึงข้าวกล่อง ไปมอบให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยส่วนหนึ่ง ในส่วนจุดที่ 3 ก็ได้ไปมอบในพื้นที่สุไหงโกลก ซึ่งที่สุไหงโกลก ได้ประสบปัญหาอยู่ 2 ส่วน คือ 1.ลมกระโชกแรงในเขตเทศบาล ซึ่งปรากฏว่ามีบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน หลังคาแตก และถูกพัดไปกับลม รวม 57 หลังคาเรือน วันนี้ก็ได้ร่วมกับท่านนายกเทศมนตรีสุไหงโกลก ซึ่งท่านก็ได้เตรียมผลสำรวจข้อมูลความเสียหาย และจัดหากระเบื้อง วัสดุมาซ่อมแซม และก็ได้นำถุงยังชีพมอบให้กับบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัย ทางท่านนายกเทศมนตรีท่านได้เตรียมจุดอพยพที่น้องประชาชนในเขตเทศบาล ซึ่งมีอยู่ 2-3 ชุมชนที่น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี 

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ทางจังหวัดเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราเองก็พยายามเน้นย้ำให้ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นพื้นที่ที่มีการน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ และในส่วนของกลุ่มเปราะบางจะได้ทำการอพยพก่อน ซึ่งน้ำท่วมส่วนใหญ่ก็เป็นลักษณะของน้ำหลากไม่ใช่น้ำขังหลายวัน ทั้งนี้ก็ได้บอกกล่าวในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ในเรื่องของหวัด ที่สำคัญที่สุดคือการดูแลบุตรหลานที่ลงเล่นน้ำ ซึ่งก็ได้บอกกล่าวไว้แล้วว่า อย่างไรก็ตามก็ขอให้อยู่ในสายตาของผู้ปกครอง เพราะไม่อยากให้มีความสูญเสียในเรื่องของชีวิต และได้สั่งกำชับและเน้นย้ำไปทุกอำเภอ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้านแล้วว่าต้องให้ความสำคัญ และต้องไม่สูญเสียชีวิต

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ก็ได้เน้นย้ำสั่งการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด มีการวิเคราะห์ถึงมวลน้ำในแต่ละวัน และที่สำคัญติดตามการพยากรณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางอุตุนิยมวิทยาบอกว่าถึงวันที่26 แต่คาดว่าน่าจะหมดในวันที่28 ซึ่งทางเราก็ได้มีแผนที่จะรองรับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226184411718 99 จ.สุราษฎร์ธานีแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์จากภาวะคลื่นลมแรงและฝนตกหนักระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ นี้

วันนี้ (26 ก.พ. 65) จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีหนังสือไปยังหน่วยงานราชการ ผู้เกี่ยวข้อง และชุมชนเสี่ยงภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกชมชน ภายหลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีประกาศฉบับที่ 8 (8/2565) เรื่อง คลื่นลมแรงและฝนตกหนัก ถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2565

ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเชียและภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ในช่วงวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2565 มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ในการนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิจารณาแล้ว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำลันตสิ่ง ดินถล่ม และคลื่นลมแรง ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 

จึงขอให้อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบลุ่ม ที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ให้ระมัดระวังปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น และปริมาณน้ำสะสม ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตสิ่ง และดินถล่ม และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ให้ระมัดระวังวาตภัย คลื่นลมแรง เตรียมรับสถานการณ์คลื่นชัดฝั่ง ที่อาจสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและสาธารณประโยชน์ ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล ในระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2565 

ให้สำนักงานเจ้าท่ภูมิภาคทุกสาขา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุมการเดินเรืออย่างใกล้ชิด ผู้โดยสารเรือทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพ เรือสปีดโบ๊ท เรือประมง เรือโดยสาร และเรือเฟอร์รี่ ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเสี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2565 ให้อุทยานทุกแห่ง หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก ถ้ำ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ถ้าสถานการณ์วิกฤติ ให้ดำเนินการปิดหรือห้ามเข้าโดยเด็ดขาด 

และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ ทรัพยากรกู้ภัย เครื่องจักรกล กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย ตลอด 25 ชั่วโมง หากเกิดสาธารณภัยขึ้น ให้รายงานสถานการณ์เหตุด่วนให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานีทราบโดยเร่งด่วน.

2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226191330722 100 สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งจากคลองท่าแนะ ได้เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร

ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นายภูดิศ ชนะวรรณโณ นายอำเภอควนขนุน พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายกเทศมนตรีตำบลหนองพ้อ สมาชิก อส.อ.และผู้ใหญ่บ้าน ม.๗ ต.ควนขนุน ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่น้ำท่วม ในพื้นที่ ม.2,4,5,7,8,9 ตำบลควนขนุน เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งจากคลองท่าแนะ ได้เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร ทั้งนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือต่อไป





สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง 074612404

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-26T00:00:00 NULL พัทลุง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226192054725 101 รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนบริเวณแนวชายฝั่งทะเลบ้านหน้าสตน ได้รับความเสียหาย

ขณะที่ เทศบาลตำบลหน้าสตนเร่งน้ำเครื่องจักรกลทำแนวกั้นคลื่นป้องกันการกัดเซาะในเบื้องต้น 

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2565) นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับมอบหมายจาก นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณแนวชายฝั่งทะเลบ้านหน้าสตน หมู่ที่ 6 ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช 

โดยมีนายจำนงค์ น้ำพ่วง ปลัดฝ่ายป้องกัน อำเภอหัวไทร นายอรรถพล นิยมเดชา นายกเทศมนตรีตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร ผู้น้ำท้องที่ รายงานสถานการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่ สืบเนื่องจากเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ส่งผลทำให้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหลือที่พัดปกคลุ่มอ่าวไทย และภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมแรง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งบ้านโพธิ์ทะเลงาม หมู่ที่ 6 ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน จำนวน 100 หลัง 

ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้อง แจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากสถานการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร ตั้งแต่คืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา  ประชาชานในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 100 กว่าครัวเรือน คลื่นกัดเซาะชายฝั่งประมาณ 500 เมตร 

โดยเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้เข้าไปช่วยเหลือในเรื่องกระเบื้องซ่อมแซมบ้าน พร้อมทั้งนำเครื่องจักรกลมาทำแนวกั้นคลื่นป้องกันยน้ำกัดเซาะตลิ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ส่วนในระยะยาวได้แจ้งไปทางอำเภอหัวไทร เพื่อประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และให้ส่วนราชการต่าง ๆ ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือต่อไป 

ทั้งนี้ ในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ในการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง จะดำเนินการสร้างแนวกั้นการกัดเซาะชายฝั่ง ในปี 2565 ระยะทาง 350 เมตรต่อจากโครงการเดิม ในส่วนที่เหลือทางเทศบาลหน้าสตนจะเสนอแผนของบประมาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแนวกั้นน้ำทะเลกัดเซาะต่อไป






พรรณี มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว บุณณดา / ภาพ

 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช 

26 กุมภาพันธ์ 2565

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-26T00:00:00 ภาคใต้ นครศรีธรรมราช สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226202736754 102 ปภ.ระยองรายงานผลการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลของ SPRC

วานนี้ (25 ก.พ. 65) สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง เผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองรายงานว่าสถานการณ์เรือ UNIWISE RAYONG ได้ออกเรือปฏิบัติงานอีกครั้งเมื่อเวลา 13.30 น. โดยส่งนักประดาน้ำลงไปตรวจสอบช่วงสูบน้ำมันขึ้นเรือ UNIWISE RAYONG มีเรือ RS35, RS25 , RS38 และ RS33 เฝ้าระวังรอบทุ่น SPM ต่อมาเวลา 15.00 น. ได้รับแจ้งว่ายุติภารกิจการสูบน้ำมัน โดยสามารถสูบได้จำนวน 20,000 ลิตร เป็นน้ำปนน้ำมัน และจะทำการตรวจสอบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ก่อนเตรียมการประชุมวางแผนอุดรอยรั่วของท่อต่อไป ซึ่งในระหว่างดำเนินการไม่พบคราบและกลิ่นของน้ำมันแต่อย่างใด ทั้งนี้ เรือตรวจการณ์ 804 และเรือตรวจการณ์ 802 คอยสังเกตการณ์ปฏิบัติงานและเฝ้าระวังในพื้นที่ทุ่น SPM เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานใต้น้ำ

ส่วนบริษัท SPRC รายงานว่า การดำเนินการเฝ้าระวังทางทะเลและชายหาด วันนี้ไม่พบคราบน้ำมันดิบหรือฟิล์มน้ำมันและยังคงการเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายหาด ส่วนกรณีได้รับรายงานว่าพบคราบตะกอนแข็งสีดำ บริเวณคลองสามน้อย หาดแม่รำพึง เมื่อวันที่ 25 ก.พ.65 ที่ผ่านมา บริษัทได้ส่งทีมงานตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่คราบน้ำมัน แต่เป็นคราบดำจากใบสน ที่ย่อยสลายบนหาดทรายแล้วถูกชะล้าง ส่วนปริมาณกากของเสียจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล บริษัทได้สรุปข้อมูลเมื่อวันที่ 21 ก.พ.65 ที่ผ่านมา พบว่ามีทั้งหมด 89.89 ตัน แบ่งเป็นน้ำเสียปนเปื้อน 18.20 ตัน, วัสดุปนเปื้อนน้ำมัน 15 ตัน และทรายปนเปื้อน 56.69 ตัน 

ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาให้ความช่วยเหลือนั้น วันนี้เวลา 09.00 น. บริษัท SPRC ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ กลุ่มที่ 4 ด้านอาชีพอื่น ๆ ชุดที่ 1 จำนวน 460 ราย ประกอบด้วย เกาะเสม็ด 150 ราย, อบต.ตะพง 300 ราย และอบต.เพ 10 ราย ส่วนเวลา 15.00 น. ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท SPRC พร้อมคณะและผู้ว่าราชการจังหวัดระยองร่วมประชุมเรื่องเงินช่วยเหลือกับตัวแทนจาก 48 กลุ่มประมง ที่โรงแรมระยองบีช ยังไม่ได้ข้อยุติ

ด้านสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยองแจ้งว่าหลังจากที่กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ สํานักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี)  ได้ดำเนินการติดตาม เฝ้าระวัง ตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและตะกอนดินชายฝั่งทะเล 14 จุด ตั้งแต่หาดพลา ถึง  หาดสวนสน และพื้นที่เกาะเสม็ด บริเวณหาดทรายแก้ว และอ่าวพร้าว 

โดยเก็บตัวอย่างน้ำทะเลส่งตรวจวิเคราะห์ จำนวน 11 พารามิเตอร์  ได้แก่ โลหะหนัก 6 ชนิด  (ปรอท ทองแดง ตะกั่ว แคดเมียม เหล็ก และโครเมียม) ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน (TPH) โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) และกลุ่มสารอาหาร 3 พารามิเตอร์ (ไนเตรท ฟอสเฟส และแอมโมเนีย) และเก็บตัวอย่างตะกอนดินส่งตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก 8 พารามิเตอร์  (แคดเมียม โครเมียม  สารหนู  ปรอท ตะกั่ว ทองแดง นิกเกิล และวาเนเดียม) ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน (TPH) และ โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) สรุปผลเบื้องต้น คุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบคราบน้ำมัน และก้อนน้ำมันดิน (Tar ball) ส่วนการติดตามและเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น พบว่าไม่มีคราบน้ำมันดิบ ฟิล์มน้ำมัน หรือกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด

สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่ 30 ม.ค.65 จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น จำนวน 9,145 ราย ทั้งนี้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองได้ยุติให้บริการการรับเรื่องร้องทุกข์กรณีเหตุคราบน้ำมันที่บ้านสบาย สบาย รีสอร์ท หลังมีผู้ใช้บริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สามารถยื่นเรื่องได้ที่จุดรับคำร้อง 15 อปท. ได้แก่ อบจ.ระยอง, เทศบาลนครระยอง, เทศบาลเมืองมาบตาพุด, เทศบาลตำบลบ้านเพ, เทศบาลตำบลแกลงกะเฉด, เทศบาลตำบลเนินพระ, เทศบาลบาลตำบลเชิงเนิน, เทศบาลตำบลสุนทรภู่, เทศบาลตำบลปากน้ำประแส, เทศบาลตำบลบ้านฉาง,  เทศบาลตำบลพลา, อบต.ตะพง, อบต.เพ, อบต.แกลง และอบต.พังราด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

หากมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติเกี่ยวกับเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในพื้นที่ สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน SPRC โทร. 038-699881 ส่วนสิ่งที่ต้องเตรียมมาประกอบการยื่นเรื่อง ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารการจดทะเบียนการประกอบอาชีพ การคำนวณการขาดรายได้ รูปถ่ายสถานที่ประกอบอาชีพ ร้านค้า หาบเร่ แผงลอยหรืออื่น ๆ มาด้วย






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-26T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226214114758 103 ยะลา แม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นต่อเนื่อง เร่งแจ้งชาวบ้านขนของขึ้นที่สูง

ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเช้านี้มีระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง จากฝนที่ตกสะสมมาตั้งแต่ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ล่าสุดเทศบาลตำบลท่าสาปประกาศเตือนชาวบ้านทีาอาศัยอยู้ในพื้นที่ริมแม่น้ำให้เตรียมพร้อมอพยพและรับมือกับมวลน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในวันนี้

ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ 2565 โดยวัดปริมาณน้ำฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้ ดังนี้ อำเภอเมืองยะลา 178.0  มิลลิเมตร   อำเภอรามัน 297.20 มิลลิเมตร อำเภอบันนังสตา 236.20 มิลลิเมตร อำเภอธารโต 207.40 มิลลิเมตร อำเภอเบตง 61.80 มิลลิเมตร อำเภอกรงปินัง 269.60 มิลลิเมตร อำเภอยะหา 164.40 มิลลิเมตร และอำเภอกาบัง 147.0 มิลลิเมตร ทำให้น้ำในแม่น้ำปัตตานีมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 

นอกจากนี้ ปริมาณน้ำฝนจากพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา ตำบลบุดี และสะเตงนอก ก็ไหลสู่คลองแบเมาะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขณะนี้น้ำในบึงแบเมาะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้ประกาศเตือนว่าจะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องจนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565

ด้านเทศบาลนครยะลาได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มที่เคยประสบภัยในเขตเทศบาลนครยะลา เช่น พื้นที่ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์ (ซอย 10) ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล 5 ชุมชนจารูนอก ชุมชนเมืองทอง ชุมชนเสรี ชุมชนธนวิถี และชุมชนหลังโรงเรียนจีน ให้รีบขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในบริเวณที่สูง และระมัดระวังปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง 

หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา หมายเลขโทรศัพท์ 0-7321-2345 และ 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227083137779 104 ยะลา ท่วมแล้ว 4 อำเภอ ด้าน ผวจ.ยะลา สั่งการเร่งช่วยเหลือประชาชน

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย นำท่วม และวาตภัย จำนวน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.รามัน  16 ตำบล 75 หมู่บ้าน อ.ยะหา 4 ตำบล 9 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 20 หลัง อ.เมืองยะลา 13 ตำบล 3 หมู่บ้าน และ อ.กรงปินัง 3 ตำบล 12  หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด 2,804 ครัวเรือน 11,044คน (อพยพ 14 ครัวเรือน 65 คน) บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 23 หลัง ถนน  10 สาย  ฝาย 2 แห่ง พื้นที่การเกษตร 1,380 ไร่ และบ่อปลา 16 บ่อ  

ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือ ทางจังหวัดโดยนายภิรมย์ นิลทยา ผวจ.ยะลา ได้สั่งการให้ทางอำเภอ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร  ตำรวจ กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งการสนับสนุนเรือท้องแบน เรือพลาสติก เครื่องสูบน้ำ เร่งคลี่คลายสถานการณ์ ทั้งยังคงแจ้งเตือน ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตก ถึงตกหนักในพื้นที่อย่างใกล้ชิด






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227083320780 105 จ.สุราษฎร์ธานีเช้านี้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คลื่นลมแรงและฝนตกหนักอย่างใกล้ชิด

สำนักงาน ปภ.จังหวัดสุราษฎร์ธานี รายงานข้อมูลน้ำท่า จากระบบโทรมาตรเขื่อนรัชชประภา และกล้อง CCTV ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 5 จุด โดยจุดแรกที่ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง ระดับน้ำแม่น้ำตาปี เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน + 0.41 ม. จุดที่ 2 ตำบลเคียนซา อำเภอเคียนซา ระดับน้ำแม่น้ำตาปี ลดลงจาก เมื่อวาน - 0.07 ม. จุดที่ 3 ตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน ระดับน้ำแม่น้ำตาปี ลดลงจาก เมื่อวาน - 0.04 ม. จุดที่ 4 ตำบลท่าขนอน อำเภอคีรีรัฐนิคม ระดับน้ำคลองพุมดวง เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน + 0.15 ม. และจุดที่ 5 ตำบลต้นยวน อำเภอพนม ระดับน้ำคลองศก เพิ่มขึ้นจาก เมื่อวาน + 0.06 ม. โดยตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดสุราาษฎร์ธานี รวมทั้งอำเภอเมือง และอำเภอรอบนอก สภาพท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง 

ด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีหนังสือไปยังหน่วยงานราชการ ผู้เกี่ยวข้อง และชุมชนเสี่ยงภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกชมชน ให้ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบลุ่ม ที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ให้ระมัดระวังปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น และปริมาณน้ำสะสม ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตสิ่ง และดินถล่ม และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ให้ระมัดระวังวาตภัย คลื่นลมแรง เตรียมรับสถานการณ์คลื่นชัดฝั่ง ที่อาจสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและสาธารณประโยชน์ ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล 

ให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคทุกสาขา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุมการเดินเรืออย่างใกล้ชิด ผู้โดยสารเรือทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพ เรือสปีดโบ๊ท เรือประมง เรือโดยสาร และเรือเฟอร์รี่ ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเสี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ 

นอกจากนี้ ให้อุทยานทุกแห่ง หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก ถ้ำ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ถ้าสถานการณ์วิกฤติ ให้ดำเนินการปิดหรือห้ามเข้าโดยเด็ดขาด และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ ทรัพยากรกู้ภัย เครื่องจักรกล กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย ตลอด 24 ชั่วโมง






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227102501806 106 น้ำท่วม ยะลา อ่วมถ้วนหน้า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนักทั้ง 4 อำเภอ

ยะลาน้ำท่วม อ่วมถ้วนหน้า หลังฝนถล่มหนัก 4 วันติด ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนักทั้ง 4 อำเภอ

จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ยะลา ตั้งแต่ ระหว่างวันที่ 23 ก.พ.65 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้(27 ก.พ 65) ในพื้นที่ ยะลา ยังคงมีฝนตกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ในเขตเมืองยะลา น้ำจากบึงแบเมาะได้ล้นเข้าถนน ทุกสายที่ทางเทศบาลได้มีการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ โดยชาวบ้านบอกว่าน้ำมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ได้เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงไม่ได้นอนทั้งคืนที่ผ่านชั้นเดียว

ขณะที่ ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเช้านี้ ยังคงมีระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง จากฝนที่ตกสะสมมาตั้งแต่ในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมา ล่าสุดเทศบาลตำบลท่าสาป อ.เมืองยะลา ออกประกาศเตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำปัตตานี ให้เตรียมพร้อมอพยพและรับมือกับมวลน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในวันนี้

ทางด้านเทศบาลนครยะลาได้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำ ที่เคยประสบภัยในเขตเทศบาลนครยะลา เช่น พื้นที่ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์ (ซอย 10) ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล 5 ชุมชนจารูนอก ชุมชนเมืองทอง ชุมชนเสรี ชุมชนธนวิถี และชุมชนหลังโรงเรียนจีน ให้รีบขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในบริเวณที่สูง และระมัดระวังปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา หมายเลขโทรศัพท์ 0-7321-2345 และ 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้ทางอำเภอ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร ตำรวจ กำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน และ อาสาสมัครในแต่ละพื้นที่ ร่วมกันให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งการสนับสนุนเรือท้องแบน เรือพลาสติก เครื่องสูบน้ำ เร่งคลี่คลายสถานการณ์ ทั้งยังคงแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตก ถึงตกหนักในพื้นที่อย่างใกล้ชิดอีกด้วย 

ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย น้ำท่วม และวาตภัย จำนวน 4 อำเภอ ประกอบด้วย  อำเภอรามัน 16 ตำบล 75 หมู่บ้าน อำเภอยะหา 4 ตำบล 9 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 20 หลัง อำเภอเมืองยะลา 13 ตำบล 3 หมู่บ้าน  และ  อำเภอกรงปินัง 3 ตำบล 12 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด 2,804 ครัวเรือน 11,044คน (อพยพ 14 ครัวเรือน 65 คน) บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 23 หลัง ถนน 10 สาย ฝาย 2 แห่ง พื้นที่การเกษตร 1,380 ไร่ และบ่อปลา 16 บ่อ






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227094234785 107 ภาคใต้ เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัด และวาตภัย 3 จังหวัด เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเมื่อวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี รวม 18 อำเภอ 85 ตำบล 277 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,802 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 

ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัดระดับน้ำลดลง นอกจากนี้ ยังได้เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลาและปัตตานี รวม 13 อำเภอ 54 ตำบล 143 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 740 หลัง 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง


 

2022-02-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227135035871 108 สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง คลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนในหลายพื้นที่

ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดคลื่นลมแรงและมีปริมาณมวลน้ำสะสมเพิ่มขึ้นในแม่น้ำลำคลอง อ่างเก็บน้ำ และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ อำเภอปากพนังมีน้ำท่วมขังและน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ในพื้นที่หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6 ตำบลปากพนัง และเขตเทศบาลเมืองปากพนัง ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน จำนวน 800 คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ สำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป

พื้นที่อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง บ้านโพธิ์ทะเลงาม หมู่ที่ 6 ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน จำนวน 100 หลัง ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้อง แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว ด้านศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 41 ได้จัดกำลังพลร่วมบูรณาการกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ รวมทั้งชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย เข้าให้การช่วยเหลือในขั้นต้น โดยการวางกระสอบทรายเป็นแนวกั้น เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นที่เข้ากัดเซาะชายฝั่ง และวางรอบพื้นที่บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน และจัด เจ้าหน้าที่เฝ้าประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชม.

พื้นที่ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เกิดวาตภัยประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 17 หลัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านวัสดุในการซ่อมแซมบ้านเรียบร้อย?แล้ว






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

     

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ นครศรีธรรมราช สวท.นครศรีธรรมราช https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227104540809 109 สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง คลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนในหลายพื้นที่

ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดคลื่นลมแรงและมีปริมาณมวลน้ำสะสมเพิ่มขึ้นในแม่น้ำลำคลอง อ่างเก็บน้ำ และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ อำเภอปากพนังมีน้ำท่วมขังและน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ในพื้นที่หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6 ตำบลปากพนัง และเขตเทศบาลเมืองปากพนัง ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน จำนวน 800 คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ สำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป

พื้นที่อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง บ้านโพธิ์ทะเลงาม หมู่ที่ 6 ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน จำนวน 100 หลัง ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้อง แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว 

ด้านศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 41 ได้จัดกำลังพลร่วมบูรณาการกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ รวมทั้งชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย เข้าให้การช่วยเหลือในขั้นต้น โดยการวางกระสอบทรายเป็นแนวกั้น เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นที่เข้ากัดเซาะชายฝั่ง และวางรอบพื้นที่บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน และจัด เจ้าหน้าที่เฝ้าประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชม.

พื้นที่ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เกิดวาตภัยประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 17 หลัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านวัสดุในการซ่อมแซมบ้านเรียบร้อย?แล้ว






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.นครศรีธรรมราช https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227183105975 110 จ.นราธิวาส หน่วยงานชลประทาน เร่งระบายน้ำในอำเภอตากใบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วม พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายจากเหตุวาตภัย ขณะที่ภาพรวมจังหวัดนราธิวาส ประสบอุทกภัย 13 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 90,000 คน

ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์  ศิริวัลลภ นายอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างต่อเนื่อง ในขณะนี้ในพื้นที่อำเภอตากใบ เริ่มมีน้ำจากพื้นที่พรุไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยเบื้องต้นได้รับผลกระทบแล้ว 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ทางอำเภอตากใบ ได้เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนทั้งการช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่ปลอดภัย การมอบถุงยังชีพ อีกทั้งมีประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายจากเหตุวาตภัยก็ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแล้ว ทั้งนี้ทางหน่วยงานชลประทาน ได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ลงสู่แม่น้ำโก-ลก แต่พบปัญหาว่าน้ำในแม่น้ำโก-ลก ก็เพิ่มระดับสูงขึ้น ล่าสุดเตรียมที่จะเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด รวมถึงเดินเครื่องสูบน้ำ 

ภาพรวมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัย (ฉบับที่ 3) มีพื้นที่ประสบภัย 13 อำเภอ 67 ตำบล 467 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล ผู้ประสบภัย 93,780 คน 39,044 ครัวเรือน อพยพแล้ส 226 คน และเสียชีวิตแล้ว 1 คน ขณะที่บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 10,553 หลัง 

สถานการณ์ปัจจุบันปริมาณน้ำในลุ่มน้ำสายหลักของจังหวัดนราธิวาส ลุ่มน้ำสายบุรี ลุ่มน้ำบางนรา ลุ่มร้ำโก-ลก ทั้ง 3 ลุ่มน้ำ ระดับอยู่ในเกณฑ์ล้นตลิ่ง ทางด้านสภาพอากาศยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยฝนตกหนักถึงหนักมาก ร้อยละ 80 ของพื้นที่ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ รวมถึงติดตามการแจ้งเตือนจากทางราชการ อย่างใกล้ชิด






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227110303810 111 จังหวัดพัทลุง ฝนยังตกหนักน้ำท่วมในหลายอำเภอ

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ยังน่าห่วงฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ฝนที่ตกสะสมหลายวันบวกกับปริมาณของฝนเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้น้ำหลากท่วมพื้นที่ลุ่ม บ้านเรือนประชาชนพื้นที่การเกษตร เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านท้างสายหลักและสายรอง

วันนี้ 27 กุมภาพันธ์ 2565 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ยังน่าห่วงฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ฝนที่ตกสะสมหลายวันบวกกับปริมาณของฝนเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้น้ำหลากท่วมพื้นที่ลุ่ม บ้านเรือนประชาชนพื้นที่การเกษตร เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านท้างสายหลักและสายรอง ของอำเภอเมือง อำเภอเขาชัยสน อำเภอกงหรา และอำเภอควนขนุน

โดยเฉพาะในพื้นที่ บ้านโคกยา ม.1 และ9 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน มวลน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดที่ไหลหลากบลงมาทาง อ.ตะโหมด ได้ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตอนเช้าตรู่ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน ขณะมวลน้ำยังเอ่อเพิ่มระดับจ่อล้นข้ามถนนสายเพชรเกษมหาดใหญ่พัทลุง เนื่องจากฝนและมวลน้ำป่ามาเติมเต็มระบายยังพื้นที่ด้านล่างได้อย่างช้าๆ

ส่วนในพื้นที่ ต.นาโหนด อ.เมือง ที่เป็นพื้นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด มาจาก อ.กงหรา ที่น้ำป่าหลากลงมาตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ล่าสุดมวลน้ำดังกล่าวไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.นาโหนด อ.เมือง หลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะ หมู่ 2,3,5,6,7,8 และกำลังไหลลงไปยังพื้นที่ ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน แล้วเช่นกัน

ส่วนพื้นที่ ต.โคกชะงาย ต.เขาเจียก อ.เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากคลองนาท่อม ที่ไหลลงมาจากเขตเทือกเขา อ.ศรีนครินทร์ ระดับยังเพิ่มเช่นกันทำให้มวลน้ำลิ้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่กำลังสุกรอการเก็บเกี่ยวต้องจมอยู่ใต้น้ำหลายพันไร่

ขณะที่ส่วนที่ อ.ควนขนุน ที่รองรับบน้ำจาก เขตอุทยานแห่งชาติ เขาปู่ เขาย่า ใน อ.ศรีบรรพต ที่ไหลหลากลงมายังฝาท่าแนะ ระดับน้ำล้นปริงเวย์ และทางชลประทานต้องเปิดประตูระบายน้ำ 1 บาน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากฝาย ที่รองรับน้ำได้แค่ 9 แสนลูกบาตรเมตร ลงมายังพื้นที่ด้านล่าง ทำให้น้าเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน บ้านที่การเกษตร นาข้าว และเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.ชะมวง ต.ควนขนุน โดยเฉพาะเส้นทางเข้าอำเภอควนขนุน จากถนนสายเอเชียสี่แยกโพธิ์- อ.ควนขนุน มีน้ำท่วมผิวทางการจราจรหลายจุด







สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง 074 612404

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ พัทลุง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227115643828 112 ฝนที่ตกต่อเนื่องไหลลงอ่างน้ำล้นสปริงเวย์เตือนท้ายน้ำมือรับน้ำท่วม

ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องหนักบางเบาบางโดยเฉพาะแนวเทือกเขาบรรทัด บริเวณอำเภอศรีบรรพต ส่งผลให้น้ำไหลลงอ่างเก็บฝ่ายท่าแนะจำนวนมาก และน้ำล้นสปริงเวย์เตือนท้ายน้ำแนวลำคลองท่าแนะของอำเภอควนขนุน มือรับน้ำท่วม

วันนี้ 27 กุมภาพันธ์ 2565 สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ของจังหวัดพัทลุงน่าเป็นห่วง จากฝนตกลงมาต่อเนื่องหนักบางเบาบาง โดยเฉพาะแนวเทือกเขาบรรทัด บริเวณอำเภอศรีบรรพต ส่งผลให้น้ำไหลผ่านอุทยานแห่งชาติเขาปู่ - เขาย่า ลงอ่างเก็บฝ่ายท่าแนะเป็นจำนวนมาก และล่าสุดน้ำในอ่างเก็บน้ำฝ่านท่าแนะ ซึ่งตั้งอยู่ตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต น้ำได้ล้นสปริงเวย์ที่มีความยาวประมาณ 400 เมตร น้ำได้ไหลผ่านสูงประมาณ 50 – 60 ซม. อย่างรวดเร็วลงสู่ลำคลองท่าแนะอย่างต่อเนื่อง 

ทางด้านนายนายภูดิศ ชนะวรรณโณ นายอำเภอควนขนุน ออกตรวจพื้นที่น้ำท่วม ได้เตือนประชาชนที่อยู่แนว 2 ฝั่งคลอง ตั้งแต่ตำบลชะม่วง ตำบลควนขนุน ตำบลบ้านสวน และตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน กว่า 200 ครัวเรือน รับมือน้ำท่วมให้ขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง ซึ่งคาดว่ามวนน้ำที่ล้นสปริงเวย์ และการประตูระบายน้ำ ของอ่างเก็บน้ำฝ่ายท่าแนะ จะท่วมเส้นทางเข้าหมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชน และพื้นที่เกษตรโดยเฉพาะบริเวณหมู่ที่ 7 ตำบลควนขนุน อำเภอควนขนุน ที่น้ำจะทะลักออกจากคันคลองเข้าท่วมบ้านเรือน เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณดังกล่าวกระแสน้ำไหลเชี่ยว

ขณะเดียวกันตั้งแต่เช้าของวันนี้ 27 กุมภาพันธ์ 2565 น้ำที่ไหลหลากลงจากเทือกเขาบรรทัด ผ่านลำคลองท่าแนะ น้ำได้เอ่อล้นจากลำคลองเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลชะม่วง หลายครัวเรือน บางครอบครัวขนสิ่งของไม่ทันเนื่องจากน้ำมาเร็ว ทำให้เครื่องใช้ภายบ้านเสียหาย อีกทั้งบริเวณถนนเส้นเอเชียบริเวณสี่แยกโพธิ์ทอง อำเภอควนขนุน น้ำท่วมผิวถนนจำนวน 1 ช่องจราจร รถยนต์ทุกชนิดยังสามารถวิ่งผ่านได้ปกติ นอกจากนั้นบริเวณถนนจากแยกสี่โพธิ์ทอง - เข้าอำเภอศรีบรรพต มีน้ำท่วมขังผิวจราจร ระน้ำสูงประมาณ 20 ซม. – 30 ซม. รถยนต์ทุกชนิดยังสามารถวิ่งผ่านได้เช่นกัน 







สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง 074612404

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ พัทลุง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227120052830 113 นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนจากน้ำท่วมภาคใต้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำชับให้ทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือให้รวดเร็วที่สุด  ซึ่งกองอำนวยการน้ําแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 25 - 26 ก.พ. 65 เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด (จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) รวม 18 อําเภอ 76 ตําบล 277 หมู่บ้าน ได้มีการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ทั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมการเฝ้าระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง 

ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หยุดการะบายน้ำเขื่อนบางลางเป็นการชั่วคราวจนกว่ามวลน้ําหลากจะระบายลงสู่ทะเล เพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำกลางคลองมูโนะ อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกพื้นที่และมีการพร่องน้ำในแม่น้ำบางนารา โดยการควบคุมการระบายน้ำผ่านประตูระบาย น้ำบางนาราตอนบน  ตอนล่างและประตูระบายน้ำน้ำแบ่ง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (สนง.ปภ.จ.) อําเภอ หน่วยทหารในพื้นที่ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อาสาสมัครและมูลนิธิ เข้าสํารวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น 

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจัดจิตอาสาพระราชทาน นํากําลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย  ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยดําเนินการผลิตน้ำดื่มสะอาด แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ณ อําเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ขณะที่กองทัพเรือ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ลงพื้นที่สํารวจ สถานการณ์น้ำท่วม อําเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือต่อไป 

พร้อมแจ้งการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นและไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ระหว่างวันที่ 27-28 ก.พ. ได้แก่ จังหวัดยะลา บริเวณอําเภอบันนังสตา อําเภอยะหาและอําเภอรามัน จังหวัดปัตตานี บริเวณอําเภอสายบุรี อําเภอยะรัง อําเภอหนองจิกและเมืองปัตตานี จังหวัดนราธิวาส บริเวณอําเภอแว้ง อําเภอสุคิริน อําเภอศรีสาคร อําเภอสุไหงปาดี อําเภอตากใบ อําเภอรือเสาะ อําเภอจะแนะ และอําเภอสุไหงโก-ลก

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันดำเนินการเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งขอให้ประชาชนมั่นใจว่าภาครัฐมีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือและที่สำคัญขอให้ประชาชนติดตามข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยง เพื่อจะได้อพยพได้ทันเวลา


 

2022-02-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227133941858 114 จ.ยะลา เร่งช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ลุย แจกถุงยังชีพ – น้ำดื่ม

ผู้ว่าฯยะลา ลุย แจกถุงยังชีพ – น้ำดื่ม ประชาชนประสบภัยน้ำท่วม ที่รามัน ยืนยัน จังหวัด พร้อมดูแลให้การช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หลังจากฝนได้ตกหนักในพื้นที่ จ.ยะลา เป็นเวลาต่อเนื่องหลายวัน ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.ยะลา คือ อ.เมือง อ.รามัน อ.กรงปินัง อ.ยะหา โดยเฉพาะพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักสุด 16 ตำบล 75 หมู่บ้าน  

ล่าสุดทางนายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา ได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ยะลา นายอำเภอรามัน หัวหน้าส่วนราชการ ทหารในพื้นที่ ลงพื้นที่ เดินลุยน้ำให้ความช่วยเหลือ แจกถุงยังชีพ และน้ำดื่ม ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังบ้านเรือน ถนนถูกตัดขาด  พร้อมทั้งยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าทางจังหวัดยะลา นายอำเภอรามัน และทุกภาคส่วนจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงไป

นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา   ได้เผยถึง สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ จ.ยะลา ว่า ขณะนี้ จ.ยะลา ประสบอุทกภัยทั้งหมด 4 อำเภอ องรามัน จะมากสุด ทั้ง 16 ตำบล วันนี้ก็ได้ลงมาเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่ ต.บาลอ พี่น้องยังยิ้มสู้ นายอำเภอ นายกฯ ฝ่ายปกครอง ทุกภาคส่วน ได้ร่วมบูรณาการดูแลพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี 

สำหรับปัญหาตรงนี้ น้ำมาก เนื่องจากฝนที่ตกหนัก รวมถึงพื้นที่ต้นน้ำที่นราธิวาส ด้วย ซึ่งตรงนี้จะติดกับแม่น้ำสายบุรี ไม่มีเขื่อนชะลอน้ำ น้ำมาก็จะขึ้นทันที เข้ามาตั้งแต่ 24-25  ก.พ นายอำเภอ นายก อบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันเต็มที่ ประชาชนก็เข้าใจ ซึ่งทางจังวัดเองจะดูแลให้ดีที่สุด ในปัจจัย 4 ระดมกำลังอย่างเต็มที่ และ จะตั้งโรงครัวพระราชทาน  ด้วย  

ซึ่งชาวยะลาทุกคนก็ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทพระเจ้าอยู่หัว ฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงห่วงใยประชน ทุกคน  ข้าราชการทุกคน ทุกภาคส่วนก็จะช่วยกันเต็มที่ ทั้งโควิด ทั้งสถานการณ์อุทกภัย  ส่วน อ.เมือง เอง ตอนนี้ก็หนัก น้ำท่วม มีทั้งน้ำจากแม่น้ำปัตตานี แม่น้ำสายบุรี เข้ามา ซึ่งตอนนี้ ทางเขื่อนบางลาง ก็ได้ชะลอการปล่อยน้ำแล้ว เนื่องจากเกรงว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบ  สำหรับน้ำในเขื่อน มีปริมาณ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ก็จะรับได้ มีแผนกันไว้แล้ว น้ำที่มามาก ก็เป็นน้ำจากฝนที่ตกหนักสะสมตลอดหลายวันที่ผ่านมา






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227140007879 115 ทหารพราน 45 นำกำลังพลลุยน้ำแจกข้าวกล่องให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขณะที่ภาพรวม อ.ระแงะ มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 7 ตำบล 59 หมู่บ้าน

พันเอก ทวีรัตน์  เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ลงพื้นที่ให้กำลังใจกำลังพลและผู้แทนอำเภอระแงะ ที่ร่วมกันประกอบอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน ที่วัดชัยรัตนาราม หรือวัดบ้านไท อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส  เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตเบื้องต้น หลังประสบอุทกภัยน้ำเข้าท่วมบ้านเรือน ประชาชนได้รับความยากลำบากอยู่ในขณะนี้ โดยเมนูเป็นข้าวผัดพริกแกงไก่ ไข่ดาว จำนวน 1,000 กล่อง ทั้งไข่เป็ดและไข่ไก่ ส่วนหนึ่งเป็นวัตถุดิบที่ได้มาจากโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายในบริเวณหน่วยฯ พร้อมน้ำดื่มของหน่วยฯ ที่ผลิตเอง

จากนั้น พันเอก ทวีรัตน์  เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 พร้อมด้วยนายกิตติพงษ์  อำพันธ์นายอำเภอระแงะ พันตำรวจเอก ปิยภัทร  ทองพันเลิศกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรระแงะ และผู้เกี่ยวข้อง ได้เดินลุยน้ำในพื้นที่บ้านปลักเข้ บ้านไท ตำบลตันหยงมัส  นำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้กับประชาชนถึงบ้าน โดยภาพพื้นที่บ้านไท รวมระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50-60 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้  

ภาพรวมอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 7 ตำบล 59 หมู่บ้าน ได้มีการอพยพประชาชนบางส่วนไปพักยังหอประชุมเทศบาลตำบลตันหยงมัสเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกตินอกจากนี้ยังมีมัสยิด โรงเรียน ถนน มีน้ำท่วมขังหลายจุด และในพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง 






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227153512923 116 นายอำเภอควนขนุน ระบุน้ำท่วมหนักกว่าปลายปีที่ผ่านมากระแสน้ำเชียวทะลักท่วมบ้านเรือน

น้ำที่ไหลผ่านสปริงเวย์ และประตูระบายน้ำอ่างเก็บน้ำฝ่ายท่าแนะ ลงลำคลองท่าแนะกระแสน้ำเชียวทะลักคันลำคองหลายจุดพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลควนขนุน เข้าท่วมบ้านเรือน ถนนภายในหมู่บ้าน และพื้นที่เกษตรแล้ว นายอำเภอระบุหนักกว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมา เร่งให้การช่วยเหลือ

สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ของจังหวัดพัทลุงหลังจากฝนตกหนักเป็นช่วงๆ น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลหลากลงสู่ที่ลุ่มต่ำบวกกับสภาพน้ำฝนในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใน 5 อำเภอ อำเภอเมือง อำเภอเขาชัยสน อำเภอกงหรา และ อำเภอควนขนุน ขณะที่อำเภอควนขนุน กระแสน้ำที่ไหลผ่านสปริงเวย์ และประตูระบายน้ำอ่างเก็บน้ำฝ่ายท่าแนะ จากตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพตได้ไหลลงลำคลองท่าแนะ นั้น

มวลน้ำได้ไหลถึงพื้นที่ท้ายน้ำของอำเภอขนุนแล้วเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พื้นที่ตำบลชะม่วง ตำบลควนขนุน และตำบลบ้านสวน กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากในลำคลองได้ทะลักออกจากลำคลองฝั่งด้านซ้ายจำนวนหลายจุดที่บริเวณหมู่ที่ 7 ตำบลควนขนุน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีคันคลองแบบคอนกรีตเหมือนฝั่งคลองทางด้านขวา ทำให้น้ำทะลักออกรวดเร็วเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนภายในหมู่บ้านระดับน้ำสูงประมาณ 30 – 40 ซม. รวมทั้งพื้นที่การเกษตร สำหรับบริเวณหมู่ที่ 7 ตำบลควนขนุน ดังกล่าวเป็นจุดที่ถูกน้ำท่วมหนักที่สุดชาวบ้านได้รับผลกระทบจำนวน 70 ครัวเรือน ชาวบ้านเร่งขนย้ายสิ่งไว้ที่สูง เนื่องจากระดับยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังมีสภาพฝนตกในพื้นที่ นายภูดิศ ชนะวรรณโณ นายอำเภอควนขนุน พร้อมเจ้าหน้าที่ลงช่วยเหลือชาวบ้านทันที่ ซึ่งก่อนนี้เจ้าหน้าที่ได้วางแนวกระสอบทรายเพื่อกั้นน้ำที่จะทะลักจากลำคลอง เมื่อวานนี้ แต่ไม่สามารถต้านกระแสน้ำได้แนวกั้นกระสอบทราบพังทลาย

ทางด้านนายภูดิศ ชนะวรรณโณ นายอำเภอควนขนุน กล่าวว่าขณะนี้พื้นที่ของอำเภอควนขนุน ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายตำบล บ้านเรือนถูกน้ำท่วมหลาย 100 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรนาข้าวกำลังสุกถูกน้ำท่วมหลายร้อยไร่ ที่เป็นทางผ่านของน้ำที่ไหลมาจากฝ่ายท่าแนะ ของอำเภอศรีบรรพต พร้อมระบุน้ำที่ท่วมอยู่ในขณะนี้หนักกว่าปลายปี 2564 ที่เป็นช่วงฤดูฝนของจังหวัดพัทลุง สำหรับหมู่ที่ 7 ตำบลควนขนุน นั้นถูกน้ำท่วมหนัก เนื่องจากน้ำทะลักออกจากคันคลอง ฝั่งด้านซ้ายที่ไม่มีผนังกั้นน้ำจึงท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างทันทีจำนวน 70 ครัวเรือน จากน้ำป่ามาเร็วบางครัวเรือนขนสิ่งของไม่ทันก็ได้รับความเสียหาย ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่อำเภอจะได้มีการสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไปตามระเบียนของทางราชการ 






สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ พัทลุง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227154325924 117 น้ำท่วมยะลา 4 วัน 6 อำเภอ กระทบแล้ว ทุกภาคส่วนเร่งให้การช่วยเหลือ

ความคืบหน้า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.ยะลา ล่าสุด พื้นที่ประสบอุทกภัย และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 24 – 27 กุมภาพันธ์ 2565 จำนวน 6 อำเภอ 43 ตำบล 163 หมู่บ้าน 1 ชุมชน  ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,606 ครัวเรือน 14,304 คน (อพยพ 14 ครัวเรือน 65 คน) บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 23 หลัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ 1 แห่ง ถนน 11 สาย ฝาย 2 แห่ง คอสะพาน 1 แห่ง พื้นที่การเกษตร 1,380 ไร่ และบ่อปลา 16 บ่อ

สำหรับพื้นที่ อ.รามัน ซึ่งทาง นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอรามัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร นายก อบต.บาลอ อ.รามัน ได้ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อน หมู่ที่ 4 ที่บ้านสุเป๊ะบือแน ต.บาลอ และ หมู่ที่ 5 บ้านสะโต ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งได้รับความเดือดร้อน น้ำจากแม่น้ำสายบุรี เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้านใน ต.บาลอ และ ต.อาซ่อง นอกจากนี้ ต.กายูบอเกาะ ต.ท่าธง ต.ตะโลหะลอ และ ต.วังพญา  ในเบื้องต้นนั้น ทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ผู้นำชุมชน จัดตั้งจุดประกอบอาหาร เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

ขณะที่ในเขต อ.เมืองยะลา ปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานี ที่ไหล่ผ่าน ตัวเมืองยะลา ได้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่ชุมชน บ้านลิมุด บ้านสาคอ บ้านท่าสาป ต.ท่าสาป บ้านบาโด บ้านทุ่งเหรียง ต.ยุโป อ.เมืองยะลา ซึ่งทำให้ประชาชนหลายครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนแล้ว

ทางด้าน ต.สะเตงนอก ยังมีน้ำท่วมในหลายจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำ ในส่วนของ เขตเทศบาลนครยะลา กำลังเร่งระบายน้ำจากในเขตตัวเมืองลงสู่แม่น้ำปัตตานี เพื่อไม่ให้ระดับน้ำในพื้นที่เขตสะเตงนอก เพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน  ที่หมู่บ้านตลาดนิคม หมู่ที่ 6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้เกิดเหตุดินบนเขาปกโย๊ะ ไหลลงมาทับถนนทางขึ้นเขา ทำให้ถนนถูกตัดขาด มีเจ้าหน้าที่ดูแลเสาสัญญาณ บนเขาปกโย๊ะ ติดอยู่บนเขา ชาวบ้านและผู้นำชุมชน ได้เข้าตรวจสอบ พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจที่ 15 หน่วยทหารจากกองพันทหารราบที่ 152 เข้าดำเนินการช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังพบว่า จากสถานการณ์ที่ฝนตกหนัก ทำให้เส้นทางในหมู่บ้าน ถูกน้ำกัดเซาะ ได้รับความเสียหาย บางหมู่บ้านถูกตัดขาด ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้

ทางด้าน สำนักงาน ปภ.ยะลา เผยพื้นที่ 6 อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประกอบด้วย อำเภอรามัน จำนวน 16 ตำบล 75 หมู่บ้าน 2,385 ครัวเรือน 9,353 คน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 3 หลัง  อำเภอเมืองยะลา จำนวน 13 ตำบล 37 หมู่บ้าน 247 ครัวเรือน 988 คน  อำเภอยะหา จำนวน 6 ตำบล 12 หมู่บ้าน 1 ชุมชน 330 ครัวเรือน 1,455 คน  และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 20 หลัง (วาตภัย)  อำเภอกรงปินัง จำนวน 3 ตำบล 12 หมู่บ้าน 152 ครัวเรือน 608 คน อำเภอบันนังสตา จำนวน 3 ตำบล 24 หมู่บ้าน 301 ครัวเรือน 1,505 คนอำเภอธารโต จำนวน 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน 191 ครัวเรือน 395 คน   

ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนทั้ง อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร ตำรวจ จิตอาสาพระราชทาน กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน เป็นการเบื้องต้นแล้ว   ขณะที่ แนวโน้มสถานการณ์ยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลาได้ให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

                               

 



2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227154938925 118 เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา อบต ตลิ่งชัน ผู้นำท้องที่ ชาวบ้าน นำเครื่องจักร?เคลียเปิดเส้นทาง? หลัง?เมื่อวานนี้เกิดดินสไลด์ถล่มทับเส้นทาง? บริเวณทางขึ้นเขาปกโย๊ะ? นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา? ต. ตลิ่งชัน อ.?บันนังสตา ?จ.ยะลา?

จากฝนที่ตกอย่างหนักสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่? 24 ก.พ.2565 ที่ผ่านมา? ในพื้นที่? จ.ยะลา? ได้เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น? ถล่มปิดทับเส้นทาง บริเวณทางขึ้นเขาปกโย๊ะ? นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ 

จังหวัดยะลา หมู่ 6 บ้านนิคมกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อช่วง?เที่ยงของวานนี้? (26 ก.พ.2565)? ทำให้เส้นทางถูกตัดขาดไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้? ไฟฟ้าดับตลอดสาย? 

โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันนี้? (27 ก.พ.2565)? เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการพลเรือนจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบ ที่ 152 และกองร้อยทหารพรานที่? 3004 ร่วมกับนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา อบต.ตลิ่งชัน กำนันตำบลตลิ่งชัน? ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่?เข้าเคลียเส้นทาง? โดยใช้รถแม็คโคร?กวาดดินและตัดต้นไม้ที่ล้มพาด?ทับถนน แต่เนื่องจากมีปริมาณดินสไลด์?ถล่มลงมาทับเส้นทางจำนวนมาก? จึงได้ประสานขอเครื่องจักรขนาดใหญ่?จาก? กองพันทหารช่างที่? 15 กองพลทหารราบที่? 15 จ.ปัตตานี? เข้ามาเคลียร์พื้นที่ เพื่อเร่งเปิดเส้นทางดินถล่มให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน

นายอนุรักษ์ มะลิวัลย์ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จ.ยะลา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างผลกระทบมากกว่าครั้งที่ผ่านมา โดยเกิดขึ้นจำนวน 2 จุด ซึ่ง จนท.จะต้องทำการเคลียร์จุดแรกเพื่อเปิดเส้นทางก่อนจึงจะสามารถขึ้นไปยังจุดที่ 2 ได้ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ส่วนเรื่องไฟฟ้าข้างล่างยังใช้ได้ปกติ แต่ข้างบนไม่สามารถใช้การ

ขณะที่ นายธีรยุทธ จิตต์หลัง ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสัญจรถนนดังกล่าว เปิดเผยว่า ปกติจะใช้เส้นทางนี้ในการขึ้นไปทำสวนและกรีดยางทุกวัน ยิ่งพอมาเจอภัยพิบัติแบบนี้ก็กังวลใจ เนื่องจากบ้านที่อยู่ด้านบนมีสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นที่ตนได้เลี้ยงไว้ เกรงว่าจะไม่มีอาการกิน 

ด้านแม่ทัพภาคที่? 4 พลโทเกรียงไกร? ศรีรักษ์? ได้สั่งการให้ทุกหน่วยกำลังในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติในทุกมิติ ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ สิ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและด้านบริการต่างๆ ของส่วนราชการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก ที่ให้หน่วยงานราชการเป็นที่พึ่งของประชาชน สำหรับ? เขาปกโย๊ะ? เป็นที่ตั้งของสถานีเครื่องส่ง?วิทยุกระจายเสียงแห่ง?ประเทศ?ไทย? จ.ยะลา? สถานีเครื่องส่ง?โทรทัศน์? ททบ. 5 ช่อง? 3 Mcot? อสมท.? สถานีทหารสื่อสาร อีกทั้งมีประชาชนขึ้นไปประกอบอาชีพ?ทำสวนผลไม้เป็นจำนวนมาก






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227155152926 119 สสจ.ยะลา เตือนภัย โรคที่มากับฝนตก-น้ำท่วม แนะประชาชนดูแลสุขภาพ พร้อม เฝ้าระวังการจมน้ำ

สสจ.ยะลา เตือนภัย โรคที่มากับฝนตก-น้ำท่วม แนะประชาชนดูแลสุขภาพ ป้องกันโรค ส่วนใหญ่พบโรคท้องร่วง ตาแดง โรคผิวหนัง โรคฉี่หนูและน้ำกัดเท้า และระวังการจมน้ำเสียชีวิต

นพ.วิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดยะลามี ฝนตกหนักต่อเนื่อง มีแหล่งน้ำท่วมขัง และบางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ได้แก่ พื้นที่  อ.เมืองยะลา รามัน ยะหา และ กรงปินัง แหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคอาจมีสิ่งปนเปื้อนมากับกระแสน้ำ ซึ่งจะนำเชื้อโรคของเสียต่างๆ รวมทั้งสารเคมีที่อาจปะปนมา อีกทั้งสภาพน้ำที่ท่วมขังส่งผลให้สัตว์และแมลงออกจากรังมาอาศัยอยู่บริเวณต่างๆ รวมทั้งพาหะนำโรคต่าง ๆ สามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว สำหรับโรคที่พบบ่อยช่วงน้ำท่วม เช่น  ไข้หวัด ตาแดง โรคอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ โรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า

จึงขอแนะนำให้ประชาชน สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่เปียกชื้นรักษาร่างกายให้อบอุ่นใช้น้ำสะอาด หากหาไม่ได้ควรต้มน้ำให้เดือดก่อนใช้อย่างน้อย 10 นาที กินร้อน ล้างมือบ่อย ๆ ควรสวมรองเท้าบู๊ท ล้างทำความสะอาดมือ เท้า ด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังลุยน้ำ ย่ำโคลน แต่หากมีอาการปวดศีรษะ มีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่องและโคนขา คลื่นไส้ ท้องเสีย ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคฉี่หนู ให้รีบพบแพทย์ทันที (ผู้ป่วยโรคฉี่หนูส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากไปพบแพทย์เมื่อมี อาการป่วยรุนแรงแล้ว ไม่สามารถรักษาได้ทันเวลา) รวมทั้งนอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด ป้องกันยุงกัดเป็นไข้เลือดออก

สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือน้ำท่วมซ้ำซาก ขอให้ประชาชนเก็บสิ่งของและเครื่องใช้ต่าง ๆ ขึ้นที่สูง ภายในบ้านให้เป็นระเบียบ ป้องกันสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำมาอยู่ในบ้านกัด และใส่รองเท้าบู๊ทเมื่อต้องลุยน้ำ ป้องกันอุบัติเหตุจากของมีคม ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าภายในบ้าน ขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ที่สูง ถอดปลั๊ก ควรตัดไฟชั้นล่างหากเป็นบ้านชั้นเดียวงดใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ใหญ่ ต้องระมัดระวังเรื่องการเล่นน้ำหรือออกหาปลา เพราะแต่ละปีมีรายงานการจมน้ำเสียชีวิตจากการออกหาปลาช่วงน้ำท่วม จึงขอให้มีเพื่อนไปด้วย และเตรียมอุปกรณ์ช่วยพยุงตัว เช่นห่วงยาง แกลลอนเปล่า และดูแลเด็ก ๆ ไม่ให้เล่นน้ำท่วม หากเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุฉุกเฉิน โทร 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังได้กำชับ ให้สาธารณสุขแต่ละอำเภอเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแก่ ประชาชน สำรวจเวชภัณฑ์ยา กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ได้แก่ จำนวนผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ สื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน ในการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำท่วม อีกทั้งให้สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมเตรียมการป้องกันน้ำท่วมสถานบริการ ทั้งนี้ได้รับรายงานรพ.สต.ที่น้ำท่วมไม่สามารถให้บริการในช่วงนี้ ได้แก่ รพ.สต.สะเตงนอก ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา  (ข้อมูล ณ 26 ก.พ. 2565) ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้บริการสถานบริการสาธารณสุขใกล้เคียง จนกว่าจะเปิดบริการได้ นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดยะลา กล่าวในท้ายที่สุด







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227155541927 120 สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สงขลา เร่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่หมู่1 บ้านแลแบง อ.สะบ้าย้อย อย่างน้อย 20 ครัวเรือนออกจากหมู่บ้านไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวน้ำเริ่มท่วมสูง

ภาพรวมของสงขลาถูกน้ำท่วมแล้วอย่างน้อย 4 อำเภอ และประสบวาตภัย 5 อำเภอบ้านเรือนเสียหาย 200 หลัง ที่ จ.สงขลา หลังจากที่มีฝนตกสะสมต่อเนื่องมา 4 วัน ทำให้ขณะนี้หลายอำเภอได้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านแล้วในหลายพื้นที่

โดยเฉพาะที่บ้านแลแบง หมู่1 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย ได้ถูกน้ำจากเทือกเขาสันกาลาคีรีรอยต่ออ.สะบ้าย้อย กับอ.กาบัง จ.ยะลา ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านและระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้ต้องอพยพชาวบ้านออกจากหมู่บ้านแล้วอย่างน้อย 20 ครัวเรือน เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมโดยมีทหารจากกองพลทหารราบที่15 ทหารหน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40 ฝ่ายปกครองสะบ้าย้อย ลุยน้ำนำรถบรรทุกทหาร และรถกระบะเข้าไปขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านออกไปอยู่ที่ศูนย์อพยพภายในสนามกีฬาเทศบาลตำบลท่าพระยาชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ 

ในขณะที่ภาพรวมของสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.สงขลา ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจ.สงขลา ได้รับรายงานว่ามีน้ำท่วมแล้วอย่างน้อย4อำเภอคืออ.สะบ้าย้อย รัตภูมิ บางกล่ำ และนาหม่อม รวมทั้งยังมีอีกหลายพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากวาตภัยเช่น อ.ระโนด สทิงพระ สิงหนคร เทพา และอ.เมือง บ้านเรือนเสียหาย 200 หลัง

นอกจากนี้พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาก็เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำในทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมแล้วเช่นกัน






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227160610930 121 "“นิพนธ์"" ลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดนราธิวาส ระดมทุกหน่วยเร่งช่วยเหลือประชาชน ย้ำ ดูแลความปลอดภัยทุกชีวิต พร้อมสั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด" "

          นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นตรวจเยี่ยมและให้กำลังผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยบริเวณ 5 จุด จำนวนกว่า 1,000 ชุด โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้นำท้องที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

          สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ได้รับผลกระทบจากบริเวณความกดอากาศต่ำ หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้ลมทะเลตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ทำให้ตั้งแต่วันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2565 มีฝนตกหนักสะสมจนเป็นเหตุให้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 8 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอรือเสาะ , อำเภอแว้ง , อำเภอศรีสาคร , อำเภอยี่งอ , อำเภอสุคิริน , อำเภอจะแนะ และอำเภอสุไหงโก-ลก รวมจำนวนทั้งสิ้น 108 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 4,264 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

          ส่วนในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 ยังคงพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ 59 ตำบล 274 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบ 13,197 ครัวเรือน เบื้องต้นมีการอพยพชาวบ้าน จำนวน 20 คน 8 ครัวเรือน ชาวบ้านได้รับผลกระทบ เสียชีวิต 1 ราย บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 7,427 หลัง นอกจากนี้ ยังมีเทือกสวนไร่นาทางการเกษตร ถนนหนทางอาคารบ้านเรือน โรงเรียน มัสยิด และหน่วยงานราชการบางส่วนได้รับผลกระทบเช่นกัน

          ทั้งนี้ ในวันนี้ (27 ก.พ. 65) หย่อมความกดอากาศต่ำก็ยังคงมีกำลังแรง แผ่ปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับลมตัวออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดแผ่ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ซึ่งมีกำลังแรงเช่นกัน ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี , นครศรีธรรมราช , พัทลุง , สงขลา , ปัตตานี , ยะลา , นราธิวาส , พังงา , ภูเก็ต , กระบี่ , ตรัง และสตูล

          นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวว่า ขณะนี้ สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดนราธิวาสยังคงต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และข่าวสารจากทางราชกรอย่างต่อเนื่อง การลงพื้นวันนี้ได้นำความห่วงใยจากรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย มามอบให้ และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อาสาสมัคร มูลนิธิ จิตอาสาทุก ๆ ฝ่าย ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

          พร้อมกล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับแนวโน้มคาดการณ์ว่าจังหวัดนราธิวาสยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง หากมีฝนตกหนักจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในคลองธรรมชาติ และมีแนวโน้มอาจจะล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดจนเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำได้

                    ""...กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจในการ ""บำบัดทุกข์ บำรุงสุข"" และในฐานะที่ตนกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนโดยตรง เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ตนได้สั่งการและเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก เน้นย้ำ การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว ทั่วถึง ของพี่น้องประชาชน...""

          และท้ายที่สุด ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัยต่าง ๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการออกปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และหลังจากนี้การเร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาประชาชนก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องรีบเร่งดำเนินการกันต่อไปให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนในเวลาที่ยากลำบาก






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227170331948 122 จังหวัดปัตตานี ประชาชนได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ปลัดจังหวัดปัตตานี รุด ลงพื้นที่ สำรวจความเสียหาย และให้กำลังใจพื้นที่อำเภอยะหริ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 27 กุมภาพันธ์ 2565 นายยะห์ยา ปะนาฆอ ปลัดจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อม สำรวจความเสียหาย และให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง จำนวน 3 แห่ง 

1.ถนนทางหลวงชนบทสายยะหริ่ง - แหลมตาชี ม.3 ต.แหลมโพธิ์ ซึ่งถูกคลื่นกัดเซาะได้รับความเสียหาย1ช่องจราจร 

2.บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ม.1 ต.ตะโละกาโปร์ ซึ่งถูกลมพัดหลังคาปลิวเสียหายจำนวนหลายหลัง 

3.บริเวณชายหาดตะโละกาโปร์ ม.1 ต.ตะโละกาโปร์ ซึ่งถูกคลื่นลมกัดเซาะเป็นเหตุให้ต้นไม้ล้มจำนวนหลายต้นและชายหาดได้รับความเสียหาย    

นายยะห์ยา ปะนาฆอ ปลัดจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ทางจังหวัดปัตตานีนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้มีการสั่งการณ์ให้ ติดตามสถานการณ์ พร้อม สำรวจความเสียหาย และให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนระดับน้ำแม่น้ำสายบุรีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป






ภาพ/ข่าว/บดินทร์ ส.ปชส.ปน.

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227171009951 123 เร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม เดินเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกําลังแรงที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยในช่วงวันที่ 25-28 ก.พ. นี้ ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส และนครศรีธรรมราช 

กรมชลประทาน ได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หลังเกิดน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่สำหรับสถานการณ์น้ำใน 4 ลุ่มน้ำ สายหลักในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้แก่ ลุ่มน้ำบางนรา ลุ่มน้ำปัตตานี ลุ่มน้ำสายบุรี และลุ่มน้ำโก-ลก มีน้ำล้นตลิ่งเป็นแห่งๆ  สำนักงานชลประทานที่ 17 ได้ควบคุมการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานในพื้นที่ ด้วยการเปิด-ปิดบานระบาย ตามจังหวะการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังจากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักสะสม พร้อมทั้งเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า สูบพร่องน้ำออกจากพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และเปิดประตูระบายน้ำกลางคลองมูโนะ ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ  จังหวัดนราธิวาส เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกพื้นที่ รวมทั้งมีการพร่องน้ำในแม่น้ำบางนรา ด้วยการควบคุมการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำบางนราตอนบน/ตอนล่าง และประตูระบายน้ำไม้แก่น ตามการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ 

พร้อมกันนี้ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส สำนักงานป้องกันและบรรเทาภัยจังหวัดนราธิวาส ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำหลากที่จะเกิดขึ้น 

ในส่วนของการช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมอื่นๆ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก ได้เปิดสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ทั้ง 9 สถานี และส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 17 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 พื้นที่ รวม 5 เครื่อง และอยู่ระหว่างติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 3 อําเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง พระพรหมและ อำเภอปากพนัง โครงการชลประทานนครศรีธรรมราช ได้ยกบานประตูระบายน้ำให้พ้นน้ำ ภาชประสิทธิ  และประตูระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบน้ำท่วมขัง  กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 15, 16 และ 17  ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้มากที่สุด


 

2022-02-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227202146989 124 ยะลา น้ำยังท่วมหลายพื้นที่ ด้าน ผวจ.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่ อ.รามัน

ความคืบหน้า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.ยะลา ล่าสุด พื้นที่ประสบอุทกภัย และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 24 – 27 กุมภาพันธ์ 2565 จำนวน 6 อำเภอ 43 ตำบล 163 หมู่บ้าน  1 ชุมชน  ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,606 ครัวเรือน 14,304 คน (อพยพ 14 ครัวเรือน 65 คน) บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 23 หลัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ 1 แห่ง ถนน 11 สาย ฝาย 2 แห่ง คอสะพาน 1 แห่ง พื้นที่การเกษตร 1,380 ไร่ และบ่อปลา 16 บ่อ

สำหรับพื้นที่ อ.รามัน ซึ่งทาง นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอรามัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร นายก อบต.บาลอ อ.รามัน ได้ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อน หมู่ที่ 4 ที่บ้านสุเป๊ะบือแน ต.บาลอ และ หมู่ที่ 5 บ้านสะโต ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งได้รับความเดือดร้อน น้ำจากแม่น้ำสายบุรี เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้านใน ต.บาลอ และ ต.อาซ่อง นอกจากนี้ ต.กายูบอเกาะ ต.ท่าธง ต.ตะโลหะลอ และ ต.วังพญา ในเบื้องต้นนั้น ทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ผู้นำชุมชน จัดตั้งจุดประกอบอาหาร เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

ขณะที่ในเขต อ.เมืองยะลา ปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานีที่ไหล่ผ่านตัวเมืองยะลา ได้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่ชุมชน บ้านลิมุด บ้านสาคอ บ้านท่าสาป ต.ท่าสาป บ้านบาโด บ้านทุ่งเหรียง ต.ยุโป อ.เมืองยะลา ซึ่งทำให้ประชาชนหลายครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนแล้ว

ทางด้าน ต.สะเตงนอก ยังมีน้ำท่วมในหลายจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำ ในส่วนของ เขตเทศบาลนครยะลา กำลังเร่งระบายน้ำจากในเขตตัวเมืองลงสู่แม่น้ำปัตตานี เพื่อไม่ให้ระดับน้ำในพื้นที่เขตสะเตงนอก เพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ที่หมู่บ้านตลาดนิคม หมู่ที่ 6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้เกิดเหตุดินบนเขาปกโย๊ะ ไหลลงมาทับถนนทางขึ้นเขา ทำให้ถนนถูกตัดขาด มีเจ้าหน้าที่ดูแลเสาสัญญาณ บนเขาปกโย๊ะ ติดอยู่บนเขา ชาวบ้านและผู้นำชุมชน ได้เข้าตรวจสอบ พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจที่ 15 หน่วยทหารจากกองพันทหารราบที่ 152 เข้าดำเนินการช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังพบว่า จากสถานการณ์ที่ฝนตกหนัก ทำให้เส้นทางในหมู่บ้าน ถูกน้ำกัดเซาะ ได้รับความเสียหาย บางหมู่บ้านถูกตัดขาด ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้

ทางด้าน สำนักงาน ปภ.ยะลา เผยพื้นที่ 6 อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประกอบด้วย อำเภอรามัน จำนวน 16 ตำบล 75 หมู่บ้าน 2,385 ครัวเรือน 9,353 คน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 3 หลัง อำเภอเมืองยะลา จำนวน 13 ตำบล 37 หมู่บ้าน 247 ครัวเรือน 988 คน อำเภอยะหา จำนวน 6 ตำบล 12 หมู่บ้าน 1 ชุมชน 330 ครัวเรือน 1,455 คน  และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 20 หลัง (วาตภัย) อำเภอกรงปินัง จำนวน 3 ตำบล 12 หมู่บ้าน 152 ครัวเรือน 608 คน อำเภอบันนังสตา จำนวน 3 ตำบล 24 หมู่บ้าน 301 ครัวเรือน 1,505 คนอำเภอธารโต จำนวน 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน 191 ครัวเรือน 395 คน

ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนทั้ง อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร ตำรวจ จิตอาสาพระราชทาน กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน เป็นการเบื้องต้นแล้ว ขณะที่ แนวโน้มสถานการณ์ยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลาได้ให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227181348966 125 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณสั่ง ศอ.บต. ลุยแก้ไขความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด่วน ย้ำให้ทุกฝ่ายไปช่วยกันดูแลอย่างทั่วถึง ทันที

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนที่สุด ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกส่วนราชการ จัดทำข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเร่งด่วน พร้อมให้ทุกฝ่ายลงพื้นที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด โดยเฉพาะการจัดหาอาหาร ยาและสิ่งจำเป็นอื่น ๆ สำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน ย้ำไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน เป็นการทำงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพื่อประชาชน 

พร้อมกันนี้ ได้มีข้อความแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์ฝนตกหนักหลายวันต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565  เป็นต้นมา  จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างหนัก ขอให้เร่งประสานแจ้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้ประสานงาน ศอ.บต. อำเภอ และจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ได้อย่างทันท่วงที    

ทั้งนี้ ยังมีการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นและไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ระหว่างวันที่ 27 - 28 กุมภาพันธ์ 2565 คือ จังหวัดยะลา บริเวณอําเภอบันนังสตา อําเภอยะหา และอําเภอรามัน จังหวัดปัตตานี บริเวณอําเภอสายบุรี อําเภอยะรัง อําเภอหนองจิก และเมืองปัตตานี จังหวัดนราธิวาส บริเวณอําเภอแว้ง อําเภอสุคิริน อําเภอศรีสาคร อําเภอสุไหงปาดี อําเภอตากใบ อําเภอรือเสาะ อําเภอจะแนะ และอําเภอสุไหงโก-ลก 

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อประสานงานผ่านบัณฑิตอาสาประจำหมู่บ้านหรือโทรแจ้งสายด่วน 1880 เพื่อจะได้เร่งประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182134969 126 ปลัดจังหวัดปัตตานีลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์วาตภัย ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี

นายยะห์ยา ปะนาฆอ ปลัดจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พร้อมสำรวจความเสียหาย และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง โดยมี ปลัดอำเภอ, รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะโละกาโปร์ และส่วนที่กี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ จำนวน 3 แห่ง ดังนี้

1.ถนนทางหลวงชนบทสายยะหริ่ง - แหลมตาชี ม.3 ต.แหลมโพธิ์ ซึ่งถูกคลื่นกัดเซาะได้รับความเสียหาย

2.บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ม.1 ต.ตะโละกาโปร์ ซึ่งถูกลมพัดหลังคาปลิวเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน

3.บริเวณชายหาดตะโละกาโปร์ ม.1 ต.ตะโละกาโปร์ ซึ่งถูกคลื่นลมกัดเซาะเป็นเหตุให้ต้นไม้ล้มจำนวนหลายต้นและชายหาดได้รับความเสียหาย






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สวท.ปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182239970 127 ผบ.ฉก.ปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

พลตรี คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน พร้อมด้วย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 20 โดยมี นาย สุพรชัย ปรีชา ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนปัตตานี ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ฯ  ณ เขื่อนปัตตานี ตำบลตาเซะ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สวท.ปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182400971 128 กองพันทหารม้าที่ 31 กองพลทหารราบที่ 15 เร่งช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อ.สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

กองพันทหารม้าที่ 31 กองพลทหารราบที่ 15 นำกำลังพล ชุดจิตอาสาพระราชทาน ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนขุนอาสา 423 ของหน่วย ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจสงขลาที่ 40,  ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1, อาสาสมัครกิจการพลเรือน และ อาสารักษาดินแดนอำเภอสะบ้าย้อย เข้าดำเนินการขนย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ บ้านแลแบง หมู่ที่ 1 ตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งมีจำนวน 20 ครัวเรือน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันขนย้ายกระสอบทรายทำคันกั้นน้ำ เพื่อดำเนินการสูบระบายน้ำออกจากบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงระยะ 3 – 4 วันที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน ส่งผลให้ระดับน้ำสระสมเพิ่มขึ้น บวกกับน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำไหลบ่าเข้าตามลำคลองสาขาจนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ทางกองพันทหารม้าที่ 31 กองพลทหารราบที่ 15 จึงส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าช่วยเหลือเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182538972 129 ชาวบ้าน แห่ดูมวลน้ำ ท่าสาป ยะลา

หลังจากเมื่อหัวรุ่งที่ผ่านมา 27 ก.พ 65 มวลน้ำในแม่น้ำปัตตานี ได้ไหลทะลัก ล้นเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือน รวมถึง ถนนสายเรือนจำ-ท่าสาป บริเวณ   ม.1 ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ ล่าสุด ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้น ถึงแม้นว่าช่วงบ่ายวันนี้ฝนจะลดปริมาณลงแล้วก็ตาม โดยทางเทศบาลท่าสาป ได้ติดธงแดงแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายไว้แล้ว

ขณะที่ปริมาณน้ำซึ่งมีมากบนถนน ทำให้กลายเป็นจุดสนใจกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้แห่นำบุตรหลาน ครอบครัว ออกไปเดินดูน้ำ และเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เด็ก ๆ ที่จะถ่ายรูปเซลฟี่ไปให้เพื่อนๆ ได้ดู สถานการณ์น้ำท่วมที่ยะลา ขณะเดียวกัน ทางพ่อค้า แม่ค้า ขายขนม ลูกชิ้น น้ำ ก็ไม่รอช้า ต่างก็ได้มาเปิดร้านขายอาหาร ให้กับ คนที่มาดูน้ำกันมาก ช่วยสร้างรายได้เป็นอย่างดี






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


 

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227183358977 130 ผู้ว่าฯนราธิวาส? นำ? รมช.มท.? ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

นายนิพนธ์? บุญญามณี? รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย? นายสนั่น พงษ์อักษรผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กำลังใจราษฎรผู้ประสบอุทกภัย บริเวณตลาดนัดมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก? จ.นราธิวาส เนื่องจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้แม่น้ำโกลก เอ่อล้นตลิ่งทะลักเข้าสู่พื้นที่บ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่บ้านมูโนะ หมู่ที่ ๑ ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก ทำให้มีร้านค้า อาคารบ้านเรือนราษฎรได้รับความเดือดร้อนและเสียหายเป็นจำนวน ๖๕๐ ครัวเรือน ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบประมาณ? 2,000กว่าคน? ทั้งนี้ได้ให้ทางจังหวัดนราธิวาสเร่งช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการช่วยเหลือยกสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน,ที่พักพิงชั่วคราว, มอบถุงยังชีพและเร่งดำเนินการสำรวจผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาต่อไป

จากนั้นได้เดินต่อไปยังพื้น?ที่ ต.โละจูด อ.แว้ง? เพื่อมอบถุงยังชีพและให้กำลังใจเนื่องจากชาวบ้านที่นี้ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งบวกกับน้ำฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่องทำให้หลายครัวเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นเดียวกัน?  ต่อด้วยไปเยี่ยมศูนย์อพยพในพื้นที่? อ.สุไหง-โกลก?

โดยสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ตำบลสุไหงโก-ลก? นับตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักมากและมีพายุลมแรง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและมีผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย จำนวน? 60 หลังคาเรือน และผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 25 ชุมชน และนอกเขตชุมชน มีประชาชนที่ประสบภัยทั้งสิ้น? 3,208 ครัวเรือน จำนวน 9,624 คน 

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (โรงเรียนเทศบาล 4 ) ขึ้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน โดยมีการจัดอาหารและน้ำดื่ม 3 มื้อ ให้กับผู้อพยพ ภายในศูนย์อพยพน้ำท่วม และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในชุมชน จำนวน 8 ชุมชน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ และเตรียมพร้อมช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมงจากอุทกภัย

นายนิพนธ์? บุญญามณี? รมช.มท.? ได้ฝากเน้นย้ำพี่น้องประชาชนดูแลบุตรหลานให้ดี? ระมัดระวังในการลงเล่นน้ำไม่อยากให้เกิดการสูญเสียชีวิต? นอกจากนี้ได้กล่าวว่ารัฐบาลเตรียมแผนรองรับการเยี่ยวยาให้กับประชาชนเพื่อบำบัดทุกข์? บำรุงสุขต่อไป






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227184352978 131 นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ เร่งตรวจสอบ และ ให้ความช่วยเหลือประชาชน ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี

นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ เร่งตรวจสอบ และ ให้ความช่วยเหลือประชาชน ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.00 น. นายเศวย เพชรนุ้ย นายอำเภอเมืองปัตตานี/ ผอ.ศปก.อ.เมืองปัตตานี พร้อมด้วย ปลัดอำเภอ นายก อบต.ปะกาฮารัง ลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำและความเสียหายน้ำท่วมขัง หลังสถานการณ์ฝนตกหนัก ณ พื้นที่บ้านจางา หมู่ 2 ตำบลปะกาฮารัง อำเภอเมืองปัตตานี





#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สวท.ปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227184543979 132 ตำบลมูโนะ? จ.นราธิวาส? ประสบอุทกภัยอย่างหนัก น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน? ได้รับความเสียหายหลายหลัง? ประชาชนรอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยังคงน่าเป็นห่วงหลังจากที่มีฝนตกหนักติดต่อกันมาหลายวันทำให้พื้นที่บางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำเออล้นตลิ่ง และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง? อย่างในพื้นที่บ้่านตลาดมูโนะ? ต.มูโนะ? อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ขณะนี้ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤต?ิ? 

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ว่าช่วงเวลาประมาณ?ตี 3.00? น.? ของเมื่อคืนที่ผ่านมา น้ำขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดจากการที่น้ำล้นพนังกั้นน้ำแม่น้ำโกลกมาทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็วบวกกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน? ทำให้บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย ?650? ครัวเรือน? ประชากรประมาณ? 2000 กว่าคนที่อยู่อาศัยอยู่แนวแม่น้ำสุไหงโกลก? รถยนต์หลายคันได้รับความเสียหาย? ซึ่งชาวบ้านอพยพไม่ทัน

เบื้องต้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้พื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด?และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน? ในด้านสถานที่รองรับผู้อพยพ? และสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อการบรรเทาความเดือดร้อน







///ส.ปชส.นราธิวาส///

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227184750980 133 ยะลา เร่งเปิดเส้นทาง ดินสไลด์ถล่มทับ ทางขึ้นเขาปกโย๊ะ

คืบหน้าสถานการณ์ฝนตก น้ำท่วม ที่ จ.ยะลา ผู้นำท้องที่ ชาวบ้าน ทหาร ช่วยกันเปิดเส้นทาง หลังดินสไลด์ถล่มทับเส้นทาง ทางขึ้นเขาปกโย๊ะ บ้านตลาดนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ ต. ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา

จากฝนที่ตกอย่างหนักสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2565 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.ยะลา ได้เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น ถล่มปิดทับเส้นทางขึ้นเขาปกโย๊ะ นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา หมู่ 6 บ้านนิคมกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อช่วงเที่ยงของวานนี้ (26 ก.พ.2565) ทำให้เส้นทางถูกตัดขาดไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ ไฟฟ้าดับตลอดสาย

โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.พ.2565) เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการพลเรือนจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบ ที่ 152 และกองร้อยทหารพรานที่ 3004 ร่วมกับทางนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา อบต.ตลิ่งชัน กำนันตำบลตลิ่งชัน ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เข้าเคลียเส้นทาง โดยใช้รถแม็คโครกวาดดินและตัดต้นไม้ที่ล้มพาดทับถนน  แต่เนื่องจากมีปริมาณดินสไลด์ถล่มลงมาทับเส้นทางจำนวนมาก  จึงได้ประสานขอเครื่องจักรขนาดใหญ่จาก กองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 จ.ปัตตานี เข้ามาเคลียร์พื้นที่ เพื่อเร่งเปิดเส้นทางดินถล่มให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วนแล้ว นอกจากนี้ ก็ยังสำรวจความเสียหายและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน

ขณะที่ ล่าสุด อ.เบตง พบรอยราวของปูนซีเมนต์ บริเวณผนังปูนกั้นดินสไลด์ ที่เขาปูนชายแดนไทย-มาเลเซีย และ อ.กาบัง มีปริมาณน้ำป่าไหลลงสู่คลองกาบัง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจความเสียหาย






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227192033981 134 เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยและวาตภัย 6 จังหวัดภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี และสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  สงขลา และปัตตานี ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว กำชับให้กระทรวงมหาดไทย บูรณาการทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วที่สุด  จึงเน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยและวาตภัย เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้อำนวยการในแต่ละระดับ ทั้งจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้บูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย 

พร้อมสื่อสารสร้างการรับรู้ทุกช่องทาง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัย รวมถึงช่องทางการติดต่อสื่อสารขอรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์มือถือของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจัดกำลังเจ้าหน้าที่ สำรวจ ตรวจสอบ ตรวจตรา ความปลอดภัยของบ้านเรือนและทรัพย์สิน เพื่อให้เกิดความมั่นใจและบรรเทาความวิตกกังวลของประชาชน 

หลังสถานการณ์ให้สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ ทุกคนต้องได้รับความปลอดภัย ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี เมื่อวันที่ 24 – 26  กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 18 อำเภอ 85 ตำบล 277 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,802 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัด ระดับน้ำลดลง นอกจากนี้ ยังได้เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช  สงขลา และปัตตานี รวม 13 อำเภอ 54 ตำบล 143 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 740 หลัง


 

2022-02-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227202632995 135 รามันยังอ่วม น้ำท่วมสูง สะพานเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด ผู้ว่าฯ ติดตามสถานการณ์มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม พร้อมสั่งการเร่งช่วยเหลือประชาชนเต็มที่

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา ยังคงวิกฤต หลังฝนตก ถึงตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23- 27 ก.พ.65 ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน ได้รับความเดือดร้อน ล่าสุด นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายณัฎฐ์กร บุญโรภาคย์ นายอำเภอรามัน นายวีรวัฒน์ ศิริกุลพิพัฒน์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ลงพื้นที่หมู่ที่ 4 ที่บ้านสุเป๊ะบือแน ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา นำถุงยังชีพ น้ำดื่ม 

โดยได้รับการสนับสนุนจากทางอำเภอรามัน ร่วมกับเทศบาลตำบลบาลอ ลุยน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร มอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากนั้นได้เดินทางติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่รอยต่อระหว่าง หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 3 ต.บาลอ บริเวณสะพานเข้าหมู่บ้านถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวตัดขาด ทำให้ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 3 กว่า 60 ครัวเรือน ไม่สามารถสัญจรได้ เบื้องต้นได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ตชด.ที่ 44เทศบาลตำบลบาลอ รวมทั้ง ปภ.ยะลา จัดเตรียมเรือท้องแบน ติดเครื่องยนต์ เข้าพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ในพื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านสะโต ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำสายบุรี น้ำล้นหลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ผู้ว่าฯยะลา ลงพื้นที่นำถุงยังชีพ น้ำดื่ม มอบช่วยเหลือ ในเบื้องต้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ผู้นำชุมชนพร้อมทั้งได้สั่งจัดเตรียมอาหารปรุงสุก มอบให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นการด่วน

นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ยะลามีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 6อำเภอ ซึ่งในพื้นที่อำเภอรามัน เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมมากที่สุด ทั้ง 16 ตำบล โดยเฉพาะพื้นที่ ต.บาลอ ทางอำเภอรามัน ทางเทศบาลตำบลบาลอ ได้ช่วยกันอย่างเต็มที่ น้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ เนื่องจากฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 กพ.ที่ผ่านมา พื้นที่ต้นน้ำมาจากจังหวัดนราธิวาส ไหลลงแม่น้ำสายบุรี ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน ในอำเภอรามันขยายเป้นวงกว้าง ทางจังหวัดได้สั่งการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ในการจัดเตรียมอาหารปรุงสุก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ได้รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย และวาตภัย จำนวน 6อำเภอ 43 ตำบล 184 หมู่บ้าน 1 ชุมชน ประกอบด้วย อ.รามัน  16 ตำบล 75 หมู่บ้าน , อ.เมืองยะลา 13 ตำบล 58 หมู่บ้าน , อ.ยะหา 6 ตำบล12 หมู่บ้าน , อ.กรงปินัง 3 ตำบล 12 หมู่บ้าน ,  อ.บันนังสตา 3 ตำบล 24 หมู่บ้าน , อ.ธารโต 2 ตำบล  3 หมู่บ้าน  ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด 4,810 ครัวเรือน 18,380 คน เสียชีวิต 1 ราย (ในพื้นที่ี ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ) อพยพ 14 ครัวเรือน 65 คน บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 24 หลัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ 1 แห่ง โรงเรียน 6 แห่ง มัสยิด 2 แห่ง วัด 1 แห่ง ถนน 15 สาย ฝาย 2 แห่ง คอสะพาน 1 แห่ง พื้นที่การเกษตร 1,711 ไร่ และบ่อปลา  41 บ่อ ขณะนี้ฝนในพื้นที่เริ่มเบาบาง ทางจังหวัดได้มีการแจ้งเตือน ให้ประชาชนติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227212250001 136 มอบอาหารปรุงสำเร็จพร้อมน้ำดื่ม 5,000 ชุด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.ยะลา และนราธิวาส

มูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำอาหารปรุงสำเร็จพร้อมน้ำดื่ม 5,000 ชุด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.ยะลา และนราธิวาส

จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ขาดอาหารและ น้ำดื่ม มูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจ จังหวัดยะลา จัดตั้งโรงครัว “มูลนิธิ เอสซีจีเพื่อผู้ประสบอุทกภัย” ในการประกอบวัตถุดิบและทำอาหารสำเร็จรูป  จำนวน 5,000 กล่อง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลาและนราธิวาส

โดยวันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2565) ศอ.บต. นำโดย ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต.พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ที่ว่าการอำเภอรามัน จังหวัดยะลา เพื่อนำอาหารที่ปรุงสำเร็จและน้ำดื่มไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบาลอ ตำบลอาซ่อง และตำบลท่าธง จำนวน 1,500 กล่อง โดยมี นายณัฎฐ์กร บุญโรภาคย์ นายอำเภอรามัน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้รับมอบ ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำอาหารปรุงสำเร็จและน้ำดื่มจำนวน 3,000 กล่อง ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแว้ง 400 กล่อง อำเภอสุไหงโก-ลก 600 กล่อง อำเภอระแงะ 1,000 กล่อง และอำเภอเมือง 1,000 กล่อง โดยมีบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ ศอ.บต. เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น รวมถึงสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อีกด้วย





#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227212542002 137 ทหารระดมพล รุดช่วยเหลือชาวบ้านปรับพื้นที่ดินสไลด์และสะพานขาดในพื้นที่นิคมสร้างตนเองฯ อ.บันนังสตา

พันโท คนิน พรมมาวัน ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 152 นำเจ้าหน้าที่กองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 พร้อมด้วย นายอนุรักษณ์ มะลีวันย์ ผู้ปกครองสร้างนิคมตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ ระดมช่วยเหลือเปิดเส้นทางดินสไลด์ที่นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นทางเข้าน้ำตกสุขทาลัย (น้ำตกกือลอง) เส้นทางขึ้นเขาปกโยะ หลังจากที่ได้เกิดฝนตกอย่างหนักอย่างต่อเนื่องทำให้ดินอุ้มน้ำไว้มาก ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติ เกิดเดินสไลด์ของดินมาทับเส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งร่วมซ่อมแซมสะพานขาดเส้นทางบ้านบายิ หมู่ 4 ตำบลตลิ่งชั่น อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

พันโท คนิน พรมมาวัน ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 152 เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดดินโคลนสไลด์เส้นทางขึ้นเขาปกโยะ รวมทั้งเกิดสะพานขาดในเส้นทางบ้านบายิ หมู่ 4 ทำให้ชาวบ้านเกิดความเดือนร้อน ทางกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 152 จึงได้ระดมกำลังพลช่วยเหลือโดยด่วน 

ด้าน นายธีรยุทธ จิตตหลัง ชาวบ้านหมู่ 6 บ้านนิคมกือลอง เปิดเผยว่า ปกติจะใช้เส้นทางนี้ในการขึ้นไปทำสวนและกรีดยางทุกวัน ยิ่งพอมาเจอภัยพิบัติแบบนี้ก็กังวลใจ เนื่องจากบ้านที่อยู่ด้านบนมีสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ตนได้เลี้ยงไว้ เกรงว่าจะไม่มีอาการกิน วันนี้ทุกส่วนได้เข้ามาช่วยเหลือปรับพื้นที่ดินสไลด์ให้ชาวบ้านสามารถใช้เส้นทางได้ ต้องขอบคุณทุกส่วนที่ได้เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้

ล่าสุด เจ้าหน้าที่กองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 ได้เข้าช่วยปรับพื้นที่ด้วยเครื่องมือต่างๆและรถแทรกเตอร์ใช้ในการปรับดินสไลด์ในพื้นที่ทางเข้าปกโยะให้กลับมาใช้เส้นทางได้ รวมถึงได้นำรถแม็คโครปรับพื้นที่และซ่อมแซมสะพานที่ขาดเส้นทางหมู่บ้านบายิ หมู่ 4 ตำบลตลิ่งชั่น อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณกว่า 400 ครัวเรือน เบื้องต้นได้ปรับพื้นที่สร้างสะพานแบริงชั่วคราวให้ชาวบ้านข้ามไปมาได้ 

ด้าน พลโท เกรียงไกร? ศรีรักษ์? แม่ทัพถาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยกำลังในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติในทุกมิติ ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ สิ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและด้านบริการต่างๆ ของส่วนราชการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก ที่ให้หน่วยงานราชการเป็นที่พึ่งของประชาชน






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227212717003 138 ทหารช่าง เร่งปรับพื้นที่ นำดินโคลนออกจากถนน ช่วยเหลือประชาชนให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ

พันโท ศุภฤกษ์ ชื่นจิต ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 นำกำลังพลและยุทโธปกรณ์รถถากถาง ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา อย่างเร่งด่วน หลังจากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน และน้ำป่าไหลหลาก ทำให้ดินโคลนถล่มตัดเส้นทางหลักในการสัญจรของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 

โดยกองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 เร่งดำเนินการปรับพื้นที่ด้วยเครื่องมือต่างๆและรถแทรกเตอร์ใช้ในการปรับดินสไลด์ เพื่อนำดินโคลนออกถนน เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สามารถสัญจรได้ตามปกติ

ด้าน พลโท เกรียงไกร? ศรีรักษ์? แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยกำลังในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติในทุกมิติ ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ สิ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและด้านบริการต่างๆ ของส่วนราชการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก ที่ให้หน่วยงานราชการเป็นที่พึ่งของประชาชน






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221407014 139 ผู้ว่าฯยะลา ลงพื้นที่บ้านลิมุด ต.ท่าสาป ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ช่วยเหลือ

ผลกระทบจากฝนตก และตกหนัก ในพื้นที่จังหวัดยะลา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23-27 ก.พ.65 ที่ผ่านมาส่งผลให้จังหวัดยะลามีพื้นที่ประสบอุทกภัย และวาตภัย  จำนวน 6 อำเภอ 43 ตำบล 184 หมู่บ้าน 1 ชุมชน 

ด้านนายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยนายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอเมืองยะลา นายมะสะดี หะยีปิ นายกเทศบาลตำบลท่าสาป  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่หมู่ที่ บ้านลิมุด ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม บริเวณ บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำปัตตานี ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร 

พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพ และน้ำดื่ม เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น สำหรับในพื้นที่เขต อ.เมืองยะลา ประสบอุทกภัย13 ตำบล 58 หมู่บ้าน  1,451 ครัวเรือน 5,064 คน เสียชีวิต 1 ราย ตำบลท่าสาป ได้รับผลกระทบ ทั้ง 6 หมู่บ้าน จากแม่น้ำปัตตานีไหลล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่





#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221533015 140 ทีมแจกยา ลงพื้นที่ครบทุกชุมชนเทศบาลนครยะลา แล้ว

เจ้าหน้าที่สำนักสาธารณสุขฯ เทศบาลนครยะลา พร้อมด้วย อสม. แจกยาชุดนำ้ท่วม ยาน้ำกัดเท้า และหน้ากากอนามัย มอบแก่ประธานชุมชน เพื่อแจกจ่ายประชาชนในชุมชนที่บ้านน้ำท่วมขัง ประกอบด้วย ชุมชน หลังโรงเรียนจีนจำนวน 30 ชุด ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม จำนวน 30 ชุด ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์ 50 ชุด 4ชุมชนเสรี 100 ชุด ชุมชนสิโรรส8 จำนวน 50 ชุด ชุมชนจารูพัฒนา (ซ 1) จำนวน 90 ชุด บ้านริมสวนศรีเมือง 13 หลัง จำนวน 13 ชุด เจ้าหน้าที่ ปั๊ม c. จำนวน 3 ชุด รวม 323 ชุด





#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221623016 141 เทศบาลนครยะลา เปิดโรงครัวประกอบอาหาร ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เทศบาลนครยะลา เปิดโรงครัวประกอบอาหาร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครยะลา สามารถประสานผ่านประธานชุมชน ที่มีน้ำท่วม เพื่อนำไปช่วยเหลือในชุมชนนั้นๆ ต่อไป

โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลนครยะลา จะหมุนเวียนมาช่วยปรุงอาหารที่สถานีดับเพลิง เทศบาลนครยะลา และที่โรงครัวของโรงเรียนเทศบาล 1 สังกัดเทศบาลนครยะลา จะปรุงอาหารสำหรับพี่น้องชาวมุสลิม






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221721017 142 เทศบาลเมืองสะเตงนอก เปิดโรงครัวอาหารปรุงสุก ช่วยเหลือประชาชนกระทบน้ำท่วม ผู้ว่าฯยะลา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา ในเขตพื้นที่ตำบลสะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ทำให้เกิดไหลเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของตำบลสะเตงนอก ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายครัวเรือน ด้านนายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยนายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอเมืองยะลา นายวีรวัฒน์ ศิริกุลพิพัฒน์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ได้เดินทางตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจการประกอบอาหารปรุงสุก ของทางเทศบาลเมืองสะเตงนอก 

โดยมีนายเสรี เรืองกาญจน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสะเตงนอก พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสะเตงนอก เร่งบรรจุอาหารปรุงสุก พร้อมทั้งมอบผ่านสมาชิกเทศบาลตำบลสะเตงนอก ของแต่ละหมู่บ้าน เร่งแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม

สำหรับ อาหารปรุงสุก ทางเทศบาลเมืองสะเตงนอก ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ก.พ.65 จำนวน 3,000 ชุด และในวันที่ 27 ก.พ.65 จำนวน 6,000 ชุด ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 บ้านเปาะยานิ หมู่ที่ 4 นัดโต๊ะโมง หมู่ที่ 9 บ้านกือแลมะห์ หมู่ที่ 6 พงบูโละ และหมู่ที่ 10 ตือเบาะ






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228003424023 143 เร่งมือวางกระสอบทราย และบิ๊กแบ็คเพื่อชะลอน้ำ ป้องกันการกัดเซาะประตูระบายน้ำมูโนะ หลังพบการชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก

เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 17 และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก เร่งมือวางกระสอบทราย และบิ๊กแบ็คเพื่อชะลอน้ำ ป้องกันการกัดเซาะประตูระบายน้ำ หลังพบการชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก

จากฝนที่ตกอย่างหนักมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.65 ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก 575.8 มิลลิเมตร อีกทั้งยังต้องรับน้ำจากคลองบูเก๊ะตาที่ไหลมาสมทบในแม่น้ำโก-ลก ทำให้ปริมาณน้ำล้นประตูระบายน้ำมูโนะ ที่กั้นคลองหมู่ 1 ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และไหลข้ามคันกั้นน้ำประตูระบายน้ำมูโนะแล้ว อีกทั้งมวลน้ำบางส่วนยังกัดเซาะคันประตูระบายน้ำมูโนะ จนมีแนวโน้มที่อาจชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้ 

ล่าสุดนายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 17 ได้ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทานเข้าติดตามสถานการณ์พร้อมวางแผนในการป้องกันและแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งตามแผนได้นำเครื่องจักร พร้อมกระสอบทรายและบิ๊กแบ็คมาวางขวางทางน้ำเพื่อชะลอน้ำและร่วมประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองมูโนะ และท้ายประตูระบายน้ำตลอดแนว เตรียมรับสถานการณ์หากประตูระบายน้ำพังลงจากการถูกน้ำกัดเซาะ โดยเฉพาะสายหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ หมู่บ้านปลักปลา ตำบลโฆษิต หมู่บ้านโคกยาง ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228003544024 144 ด้วยความห่วงใย… 145 มท.2ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยที่สุไหงโก-ลก

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่และมอบถุงยังชีพให้กับครัวเรือนผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ณ โรงเรียนเทศบาล 2 และโรงเรียนเทศบาล 4 พร้อมกันนี้ได้กำชับให้นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และนางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก รวมทั้งหน่วยงานในระดับอำเภอดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ทั้งในห้วงประสบภัย และในระยะฟื้นฟู ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่คาดว่าหลังวันที่ 27 ก.พ.65 ปริมาณฝนจะลดลง และสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย

สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตตำบลสุไหงโก-ลก ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์จนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากและมีพายุลมแรงทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน มีผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยเป็นความเสียหายจากเหตุวาตภัย จำนวน 60 หลังคาเรือน ขณะที่ผู้ประสบอุทกภัย มีทั้งภายในชุมชนและนอกเขตชุมชน รวม 26 ชุมชน มีผู้ประสบภัยทั้งสิ้น 3,208 ครัวเรือนรวม 9,624 คน

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล4 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัย มีการจัดอาหารและน้ำดื่มให้บริการ 3 มื้อ ล่าสุดมีผู้เข้าพักอาศัย จำนวน 50 ครัวเรือน รวม 190 ราย โดยในห้วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งการตรวจATK ก่อนเข้าพัก และการกำหนดมาตรการให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือ และแยกภาชนะส่วนบุคคลเป็นรายครอบครัว เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน 

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บริหารสถานศึกษาพร้อมบุคลากรครูในสังกัดเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เปิดครัวทำอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอุทกภัย  โดยในวันที่ 27 ก.พ.65 เตรียมอาหารมื้อเที่ยงและเย็น ส่วนในวันที่ 28 ก.พ.65 จะแจกอาหารทั้ง 3 มื้อ โดยจำนวนผู้รับ จะเป็นตัวเลขที่ได้รับรายงานมาจากประธานชุมชน พร้อมทั้งเตรียมแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยด้วย






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-27T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228045906025 146 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ สั่ง ศอ.บต. ลุยแก้ไขความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด่วน ย้ำให้ทุกฝ่ายไปช่วยกันดูแลอย่างทั่วถึง ทันที

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนที่สุด ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกส่วนราชการ จัดทำข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเร่งด่วน พร้อมให้ทุกฝ่ายลงพื้นที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด โดยเฉพาะการจัดหาอาหาร ยาและสิ่งจำเป็นอื่น ๆ สำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน ย้ำไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน เป็นการทำงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพื่อประชาชน 

พร้อมกันนี้ ได้มีข้อความแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์ฝนตกหนักหลายวันต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์  2565  เป็นต้นมา จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างหนัก ขอให้เร่งประสานแจ้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้ประสานงาน ศอ.บต. อำเภอ และจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ยังมีการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นและไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ระหว่างวันที่ 27 - 28 กุมภาพันธ์ 2565 คือ จังหวัดยะลา บริเวณอําเภอบันนังสตา อําเภอยะหา และอําเภอรามัน จังหวัดปัตตานี บริเวณอําเภอสายบุรี อําเภอยะรัง อําเภอหนองจิก และเมืองปัตตานี จังหวัดนราธิวาส บริเวณอําเภอแว้ง อําเภอสุคิริน อําเภอศรีสาคร อําเภอสุไหงปาดี อําเภอตากใบ อําเภอรือเสาะ อําเภอจะแนะ และอําเภอสุไหงโก-ลก 

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อประสานงานผ่านบัณฑิตอาสาประจำหมู่บ้านหรือโทรแจ้งสายด่วน 1880 เพื่อจะได้เร่งประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228092307032 147 ฝนหยุดตก น้ำท่วมที่จังหวัดยะลา เริ่มคลี่คลาย สถานการณ์ดีขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา ตั้งแต่เมื่อบ่ายวานนี้ (27 ก.พ 65) ฝนได้หยุดตกในพื้นที่จังหวัดยะลาแล้ว จนถึงเช้าวันนี้ (28 ก.พ 65) ท้องฟ้าเริ่มโปร่งใส มีเมฆครึ้มดำปกคลุมเล็กน้อย โดยมีแสงแดดส่องให้เห็นในพื้นที่

ในขณะที่น้ำซึ่งได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนหลายสาย รวมถึงพื้นที่ทางเกษตร 2-3 วันที่ผ่านมา บางแห่งได้ลดลงแล้วจนเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนบางแห่งยังคงมีน้ำท่วมขัง ต้องรอน้ำระบายออก หากวันนี้ไม่มีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ทั้ง 6 อำเภอของจังหวัดยะลาก็จะลดลง และคลี่คลายตามลำดับ

ขณะที่ในส่วนของบ้านท่าสาป อำเภอเมืองยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากในเขตเมืองยะลา หลังจากได้มีมวลน้ำในแม่น้ำปัตตานี ไหลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ประชาชน ถนนหนทาง และพื้นที่ทางการเกษตรในเช้านี้ พบว่า น้ำได้ลดปริมาณลงบ้างแล้วบางส่วน โดยชาวบ้านบอกว่า น้ำลดลงประมาณ 1-2 นิ้ว คงจะดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีฝนตก ส่วนอีกฝั่งน้ำจะลดช้าหน่อยระบายไม่ทัน

แต่อย่างใดก็ตามในระยะนี้ยังคงมีฝนตกในพื้นที่ประชาชนต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด



#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228085049027 148 นายกรัฐมนตรี สั่งการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเต็มที่ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตกรณีรถยนต์พลัดตกคอสะพาน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานเหตุรถยนต์กระบะพลัดตกคอสะพานบ้านโนนสมบูรณ์ ม. 5 ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 6 ราย นั้น โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต สั่งการเจ้าหน้าร่วมกับกองทัพลงพื้นที่เฝ้าระวังที่พื้นที่อาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงจุดเสี่ยงตามสถานที่   ต่างๆ โดยเฉพาะเส้นทางสัญจร กำชับให้นำเครื่องกีดขวางและนำป้ายประกาศมาติดตั้งไว้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้และไม่ต้องการให้มีเหตุการณ์ซ้ำรอยสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินขึ้นอีก

ขอให้ประชาชนรับฟังการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอยู่ตลอดเวลา ขอความร่วมมืออย่าเดินทางไปในจุดที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว รวมถึงตามจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อความปลอดภัย ในสถานการณ์แบบนี้ ขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวเอง ระมัดระวังคนในครอบครัวโดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง หากจำเป็นต้องอพยพขอให้รีบอพยพไปในที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของเจ้าหน้าของรัฐ

พร้อมกันนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้เสียชีวิต  ขอให้ส่วนราชการในพื้นที่เป็นผู้แทนของรัฐบาล เร่งเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิที่ได้รับ รวมถึงสอบถามให้ความช่วยเหลือในการจัดพิธีผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่


 

2022-02-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228100554050 149 เร่งวางกระสอบทรายและบิ๊กแบ็ค ป้องกันน้ำกัดเซาะประตูระบายน้ำมูโนะ

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากกรณีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ในช่วงวันที่ 24 -27 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโก-ลก เพิ่มสูงขึ้นและไหลล้นตลิ่งข้ามคันกั้นน้ำประตูระบายน้ำมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส จึงได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 17 และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก เร่งดำเนินการนำกระสอบทรายและบิ๊กแบ็คมาวางขวางทางน้ำ เพื่อชะลอน้ำและลดความเสียหายต่ออาคารชลประทาน รวมทั้งเน้นย้ำในเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

พร้อมกันนี้ได้แจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณด้านท้ายน้ำและริมคลองมูโนะแล้ว ขอให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ


 

2022-02-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228100030046 150 จ.นราธิวาส สรุปรายงานสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัยในพื้นที่ ล่าสุดมีประชาชนได้รับความเดือดร้อน กว่า 1 แสนคน ผู้ว่าฯ นราธิวาส สั่งการหน่วยงานต่าง ๆ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน

นายไพโรจน์  จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส ได้สรุปสถานการณ์อุกทภัยและวาตภัยในพื้นที่ หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ประสบภัย 13  อำเภอ 67 ตำบล 482 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 114,524  คน  37,796 ครัวเรือน อพยพประชาชน 226 คน เสียชีวิต 1 คน บ้านเรือนเสียหายกว่า  14,000  หลังถนน 46 สาย สะพาน 5 แห่ง โรงเรียน 17 แห่ง มัสยิด 23 แห่ง หน่วยงานราชการ 14 แห่ง รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตรและปศุสัตว์ ได้รับความเสียหายด้วย 

ทางนายสนั่น  พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส เข้าดำเนินการช่วนเหลือและสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน และเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขณะที่ทุกภาคส่วน ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ประชาชนจิตอาสา ได้เยี่ยมให้กำลังใจ ช่วยเหลือมอบสิ่งของ อาหารกล่องพร้อมรับประทาน น้ำดื่ม และจัดรถเจ้าหน้าที่ ช่วยขนย้ายประชาชนไปยังที่ปลอดภัย 

สำหรับพยากรณ์อากาศ จังหวัดนราธิวาส วันนี้มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณอำเภอเมืองนราธิวาส ตากใบ เจาะไอร้อง สุไหงปาดี และแว้ง ทางด้านสถานการณ์น้ำท่า ลุ่มน้ำสายบุรี ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ส่วนลุ่มน้ำบางนรา แและลุ่มน้ำโก-ลก ระดับน้ำล้นตลิ่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228100511049 151 กรมเจ้าท่า ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ตอนล่าง พร้อมแจ้งเตือนชาวเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า พลเอก  ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  มีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง จากประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ 5 (6/2565) เรื่อง คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ส่งผลให้ช่วงวันที่ 25 - 28 กุมภาพันธ์นี้ เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง มีน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จึงได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า เร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวน 4 ศูนย์ ได้แก่ ที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาปัตตานี สำนักงานเจ้าท่าภาคสาขานราธิวาส และสำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4 พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ช่วยเหลือฯ จำนวนรวม 24 นาย ความพร้อมทางรถ จำนวน 11 คัน / เรือ 7 ลำ 

ล่าสุดศูนย์ช่วยเหลือฯ ร่วมอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนเบื้องต้นแล้ว โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานราธิวาส นำถุงยังชีพจำนวน 30 ชุด น้ำดื่ม  30 แพ็ค ไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัย ตำบลลูโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาปัตตานี นำถุงยังชีพ 30 ชุด น้ำดื่ม 30 แพ็ค มอบผู้ประสบอุทกภัยบริเวณ ตำบลสะเต็ง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา จัดเตรียมถุงยังชีพ จำนวน 40 ชุด น้ำดื่มจำนวน 50 แพ็ค และประสานหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและ สำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4 จัดเตรียมเรือพระราชทานจำนวน 4 ลำ และรถยนต์ 8 คัน น้ำดื่มจำนวน 1,000 แพ็ค พร้อมออกปฎิบัติช่วยเหลือประชาชน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้เน้นย้ำให้ศูนย์ช่วยเหลือฯ ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ และเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก ปริมาณฝนสะสมอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้ออกประกาศแจ้งเตือนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้


 

2022-02-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228095715042 152 เขาปูนจุดชมวิวสองแผ่นดิน แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมืองเบตง เกิดรอยร้าวเป็นระยะทางยาวกว่า 30 เมตร หวั่นเกิดดินสไลด์

บริเวณจุดชมวิวสองแผ่นดิน ถนนเลียบแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย บ้านกาแป๊ะฮูลู ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมทัศนียภาพทิวทัศน์มุมสูงของเมืองเบตง ชมความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าจากฝั่งของอำเภอบาลิง รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย และชมทะเลหมอกในยามเช้า ได้เกิดรอยร้าวขึ้น บนยอดเขาเป็นระยะทางยาวกว่า 30 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากด้านล่างบริเวณพื้นถนนเลียบชายแดน คาดว่าด้านบนยังมีรอยร้าวอีกหลายจุด  สาเหตุอาจเกิดจากฝนตกติดต่อกันเนินนานทำให้ดินบนเขาอุ้มน้ำจนเกิดปูนแตกร้าว และอาจเกิดสไลด์ลงมาได้บริเวณดังกล่าว ยังมีป้ายติดแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ขอความร่วมมืองดขึ้นบริเวณเขาหินปูน เนื่องจากเส้นทางชำรุดและอาจเกิดอันตราย

สำหรับที่จุดชมวิวสองแผ่นดิน ถนนเลียบแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย บ้านกาแป๊ะฮูลู ความจริงแล้ว กรมทางหลวงได้สร้างถนนเลียบแนวชายแดนไทย-มาเลเซียขึ้นเพื่อให้ประชาชนสะดวกในการคมนาคม แต่เนื่องจากบริเวณนี้เป็นภูเขาสูง เวลาที่ฝนตกมักจะเกิดดินสไลด์ลงมาทับเส้นทางเป็นประจำ กรมทางหลวงจึงแก้ไขด้วยการสร้างดาดคอนกรีตซึ่งเป็นหน้าผาปูนซีเมนต์ เพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะหน้าดิน ป้องกันดินสไลด์ที่อาจเกิดขึ้น จึงเกิดความสวยงาม ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก จนกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง 



2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.เบตง จ.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228093431036 153 แจ้งเตือนประชาชนพื้นที่ภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก "

ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า  มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง อุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลงมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ฝั่งอันดามัน มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่ ยังคงแจ้งเตือนให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


 

" 2022-02-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228102024064 154 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้รวม 7 จังหวัด ประสานจังหวัดเร่งระบายน้ำ และให้การช่วยเหลือประชาชนเต็มกำลัง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานเมื่อวันที่ 24 – 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี สงขลา และตรัง รวม 30 อำเภอ 127 ตำบล 440 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,129 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ภาพวมสถานการณ์ระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหารในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ พร้อมนำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เร่งระบายน้ำท่วมขังในทุกพื้นที่ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

2022-02-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228104541076 155 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ที่ จ.นราธิวาส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก เฉลิมชัย  สิทธิสาท องคมนตรี  ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ที่จังหวัดนราธิวาส  โดย พลเอก เฉลิมชัย  สิทธิสาท องคมนตรี ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่ โดยนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้กล่าวรายงาน 

ก่อนเดินทางไปยังหอประชุมเทศบาลตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 3,550 ถุง มอบให้นายอำเภอระแงะ ผู้แทนอำเภอรือเสาะ ยี่งอ และแว้ง เพื่อนำไปมอบให้กับราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสความห่วงใยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กล่าวกับผู้ร่วมในพิธี ความตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในทุกพื้นที่ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หน่วยงานต่างๆ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยตลอด ทรงรับสั่งมิให้ประมาท และทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมที่อาจเผชิญเหตุอันสร้างความเสียหาย และความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งจิตอาสา พร้อมที่จะเข้าร่วมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสในครั้งนี้ ทรงมีพระราชกระแสดำรัสทรงห่วงใยประชาชนและทรงให้ติดตามช่วยเหลือ ฟื้นฟู ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใต ทุกคนที่ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นภัยครั้งนี้ไปได้ด้วยดี 

ทรงพระราชทานกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้เข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ  ด้วยพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคง และประชาชนมีชีวิตที่อยู่ดีกิน ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนจิตอาสาทุกคนให้ช่วยดูแลประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็ก ผู้พิการ และผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี เกิดแก่ประชาชนและประเทศชาติโดยทั่วกัน

นายสนั่น  พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จากเหตุการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์2565 เป็นต้นมา ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 39,064 หลังคาเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบ 93,780 คน และในวันนี้ (28  ก.พ. 65) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภคมามอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ยังความปลาบปลื้มแก่ราษฎรอย่างหาที่สุดมิได้

จากนั้น องคมนตรี ได้เดินทางเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับผู้แทนราษฎร จำนวน 5 ครัวเรือน ณ บ้านเรือนให้พื้นที่ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ตามลำดับ 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228124330116 156 อำเภอสุไหงโก-ลกมีพื้นที่ประสบภัย 4 ตำบล มีผู้ได้รับผลกระทบ 22,622 คน

อำเภอสุไหงโก-ลก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 4 ตำบล จำนวน5,526 ครัวเรือน ราษฎรได้รับผลกระทบ 22,622 คน ตำบลสุไหงโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จำนวน 25 ชุมชน จำนวน 2,504 ครัวเรือน รวม 7,512 คน ตำบลปาเสมัส 8 หมู่บ้าน คือ หมู่1-หมู่8 จำนวน 685 ครัวเรือน จำนวน 3,425 คนตำบลมูโนะ 5 หมู่บ้าน คือ หมู่1-หมู่5 จำนวน 1,696 ครัวเรือน รวม 8,480 คน ตำบลปูโยะ 6 หมู่บ้าน คือหมู่1-หมู่6 จำนวน 641 ครัวเรือน รวม 3,205 คน

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เวลา 08.30 น.ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 83 เซนติเมตร แนวโน้มสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลง บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือมีฝนฟ้าคะนองลดลง แต่ยังคงมีฝนบางแห่ง โดยที่จังหวัดนราธิวาสมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณอำเภอเมืองตากใบ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอแว้ง






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228120205100 157 ยะลา น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย หลังฟ้าเปิด ชาวบ้านที่รามัน เผยระดับน้ำเริ่มลดลง หลังท่วมมาแล้วกว่า 3 วัน

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา หลังจังหวัดได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ในพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวน 5 อำเภอ 40 ตำบล 158 หมู่บ้าน 1 ชุมชน ซึ่งทุกหน่วยงานสามารถดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ตามอำนาจหน้าที่ ตามประกาศ วันนี้ 28 ก.พ.65 ระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี เริ่มลดระดับลง แต่ยังคงล้นตลิ่ง 1.60 ส่วนแม่น้ำทั้งนี้ ต้นน้ำที่ อ.ศรีสาคร และ อ.รือเสาะ ณ ปัจจุบัน ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1-2 เมตร คาดว่า จะเข้าสู่ภาวะปกติ ภายใน 1-2 วันนี้ ส่วนแม่น้ำปัตตานี ระดับน้ำที่ต้นน้ำ อ.บันนังสตา  ณ ปัจจุบันต่ำกว่าตลิ่ง 1.46 เมตร คงเหลือระดับน้ำที่ผ่านเทศบาลนครยะลา สูงกว่าตลิ่ง อยู่ที่ระดับ 60 เซนติเมตร คาดว่า จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วันนี้เช่นกัน ส่วนบ้านเรือนของประชาชน ที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำ  หลังจากนี้ ก็จะเป็นลักษณะน้ำท่วมขังในพื้นที่ ไม่มีอิทธิพลจากลำน้ำสายหลักมาเติม ต้องหามาตรการในการสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ต่อไป

นางสาวนูรีดา กามาเซะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/4 บ้านปายอยือนิ หมูที่ 6 ก.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา รอยต่อหมู่ที่ 5 บ้านสะโต ต.อาซ่อง จ.ยะลา อยู่บ้านเลขที่ ที่นี่ท่วมทุกปี เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำสายบุรี ปีนี้หนักกว่าทุกปี น้ำขึ้นเร็วมาก สัญจรลำบก น้ำเอ่อล้น ท่วมถึงถนนที่ใช้สัญจรในหมู่บ้าน วันนี้เข้าสู่วันที่ 3 ที่น้ำยังคงท่วมบ้านเรือนอยู่ บรรยากาศในวันนี้ฟ้าเปิด มีแสงแดด ที่ผ่านมาเดินทางไปเข้าไปในตัวบ้านไม่ได้ น้ำท่วมสูง วันนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังทรงตัวอยู่ ซึ่งบ้านที่เห็นนี้เป็นบ้านสามี บ้านพี่สาว และบ้านเครือญาติ ที่ผ่านมาทางหน่วยงานทั้งทางจังหวัด ทางอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เข้ามาช่วยเหลือ บริจาคสิิ่งของ ถุงยังชีพ น้ำดื่ม และข้าวกล่องช่วยเหลือ คาดว่า 2-3 วัน กว่าน้ำจะลด หากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228130536126 158 รมช.มหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี ลงพื้นที่ให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย เร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 160 ชุด ณ บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จังหวัดปัตตานี โดยมีนายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายอำเภอเมือง หัวหน้าส่วนราชการพร้อมด้วย ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน    

เนื่องจากเมื่อตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ได้มีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ทำให้บ้านเรือนราษฎร ได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย จำนวน 9 อำเภอ 38 ตำบล  85 หมู่บ้าน 12 ชุมชน 506 ครัวเรือน 2,100 คน ประกอบด้วย พื้นที่อำเภอมายอ อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอไม้แก่นอำเภอสายบุรี อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอหนองจิก อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอ ทุ่งยางแดง และมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มและมีน้ำเอ่อลันจากแม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยขึ้น 6 อำเภอ 27 ตำบล  81 หมู่บ้าน 3 ชุมชน 1,730 ครัวเรือน 5,598 คน ประกอบด้วย อำเภอเมืองปัตตานีอำเภอแม่ลาน อำเภอหนองจิก อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอสายบุรี สำหรับการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทางจังหวัด อำเภอ และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แจกจ่ายถุงยังชีพ พร้อมซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับ ผลกระทบเป็นการเบื้องต้นแล้ว และยังคงเฝ้าระวัง และติดตาม สถานการณ์อยู่อย่างต่อเนื่อง    

สำหรับอำเภอเมืองปัตตานี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 ตำบล 66 หมู่บ้าน มีพื้นที่ 56.837 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ราบชายฝั่ง และพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำปัตตานี ไหลผ่านตำบลบาราเฮาะ ตำบลตะลุโบะ ตำบลปะกาฮารังและเขต เทศบาลเมืองปัตตานี โดยเฉพาะตำบลปะกาฮารัง โคยทั่วไปของพื้นที่ตำบถเป็นที่ราบลุ่ม ทุ่งนา มีคลองชลประทานเเละน้ำไหลผ่าน ติดกับแม่น้ำปัตตานี เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก มีน้ำท่วม โดยพื้นที่ บ้านจางา หมู่ที่ 2 ตำบลปะกาฮะรัง จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานี มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มี บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน ๑๖๒ หลังคาเรือน และ ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 810 คน    

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง ทางรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย ขอเป็นกำลังใจให้ ผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.ปัตตานี ซึ่งขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยใน จ.ปัตตานี ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง หากมีฝนตกหนักจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำ และมีแนวโน้มอาจจะล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยได้สั่งการและเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก ข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และจะเร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาประชาชนให้เกิดขึ้นโดยเร็ว





ภาพ/ข่าว/บดินทร์ ส.ปชส.ปน. 

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228132323140 159 นิพนธ์ รุดลงปัตตานี นำความห่วงใยรัฐบาล เร่งช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยในพื้นที่ สั่งระดมทุกหน่วยผนึกกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด "

          นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี และอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยบริเวณ 2 จุด จำนวนกว่า 500 ชุด โดยมีนายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้นำท้องที่ ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

          ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ได้รับผลกระทบจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงใกล้เกาะบอร์เนียว เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง ทำให้พื้นที่จังหวัดปัตตานีมีฝนตกหนักสะสม ตั้งแต่ช่วงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา

          จนกระทั่งวานนี้ (27 ก.พ. 65) หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณช่องแคบมะละกา ก็ยังคงเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าปกคลุมเกาะสุมาตราตอนบน ในขณะที่ลมตะวันออกกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง จนเกิดฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 6 อำเภอ 27 ตำบล 81 หมู่บ้าน 3 ชุมชน 1,730 ครัวเรือน 5,598 คน ในส่วนของอำเภอเมืองปัตตานี ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน 2 ชุมชน 162 ครัวเรือน 810 คน และอำเภอแม่ลาน ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ตำบล 10 หมู่บ้าน 219 ครัวเรือน 913 คน ส่วนผลกระทบด้านอื่น ๆ อาทิ ด้านการเกษตรมีพื้นที่เสียหาย จำนวน 3,167 ไร่ ด้านประมงและปศุสัตว์ มีความเสียหายเล็กน้อย

          นอกจากนี้ ในส่วนของสิ่งสาธารณูปโภค ถนนได้รับความเสียหาย 5 สาย และมัสยิด 1 แห่ง ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ ได้ให้ความช่วยเหลือโดยการแจกถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแล้ว

          นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวว่า สภาพภูมิอากาศในปีนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดฝนนอกฤดูกาลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก ตนมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยได้ติดตาม/ประเมินสถานการณ์ พร้อมแจ้งเตือน สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารไปสู่พี่น้องประชาชนผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ปัจจุบันกรมอุตุมนิยมวิทยากับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น การคาดการณ์สถานการณ์ต่าง ๆ ของกรมอุตุนิยมวิทยามีความแม่นยำ ทำให้มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าและรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น

          ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยเองก็ได้ติดตาม และเน้นย้ำแนวทางในการปฏิบัติการตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยและวาตภัย เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ บูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และมีการสั่งเตรียมความพร้อมในพื้นที่มาโดยตลอด ตั้งแต่ระดับจังหวัดลงไปจนถึง อปท. ซึ่งได้ประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ทั้งเรื่องของบุคลากร ลงไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องจักรกลต่าง ๆ อาทิ เรือท้องแบน รถราต่าง ๆ ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เบื้องต้น อปท. ในพื้นที่กับ ปภ. ได้ดำเนินการตามแผนอพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย และดูแลเรื่องอาหารการกินต่าง ๆ อย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

          พร้อมกล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับแนวโน้มคาดการณ์ว่าจังหวัดปัตตานี สถานการณ์ในวันนี้ได้คลี่คลายลงแล้ว จนเกือบจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนปริมาณน้ำฝนที่ยังคั่งค้างอยู่ตามแนวเทือกเขาต่าง ๆ นั้น ก็จะไหลลงแม่น้ำหลัก อยากจะฝากไปถึงพี่น้องประชาชนให้ติดตามสถานการณ์และข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และฝากเตือนถึงเรื่องการสัญจรไปมา ให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น งดลงเล่นน้ำ เพราะหากมีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้นอีก อาจได้รับอันตรายจนถึงชีวิตได้

          โดยหลังจากนี้หากสถานการณ์ทุกอย่างได้คลี่คลายลงแล้ว ตนก็สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้สำรวจ ตรวจตราความปลอดภัยของบ้านเรือนและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เพื่อบรรเทาความวิตกกังวล พร้อมสั่งดำเนินการสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตามระเบียบของทางทางราชการกันต่อไปราชการ และนอกจากนี้ตนยังมีความห่วงใยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ยังคงมีการระบาด และมีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทุกคนให้ปฏิบัติตนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เราทุกคนผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

                    ""...ท้ายนี้ ผมขอส่งมอบกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุก ๆ ท่าน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชน เน้นย้ำ ความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ปฏิบัติงานทุกท่านต้องมาก่อน..."" นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวทิ้งท้าย






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228132615143 160 ชาวบ้านกว่า 20 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายบุรี หนีน้ำมานอนหัวสะพาน 3 คืนแล้ว ในขณะที่น้ำยังท่วมสูง

จากอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ มีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 23- 27 ก.พ.65 ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา ประกอบด้วย อำเภอเมือง รามัน ยะหา และอำเภอกรงปินัง

บรรยากาศทั่วไปในวันนี้ ( 28 ก.พ. 65) ฝนหยุดตก ทำให้สถานการณ์เริ่มคลีคลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่หลายพื้นที่ เนื่องจากแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรี ยังมีระดับที่สูงและล้นตลิ่งในพื้นที่ราบลุ่ม โดยในพื้นที่อำเภอรามัน อำเภอยะหา จ.ยะลา ก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่หลายตำบล ส่วนในพื้นที่เมืองยะลา ก็มีบริเวณตลาดมะพร้าว ตลาดเก่าโรงเรียนเทศบาล 5 และ ถนนวิฑูรอุทิศ เขตเทศบาลนครยะลา ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่บางพื้นที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลารายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย นำท่วมและวาตภัย จำนวน 4 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด 2,804 ครัวเรือน 11,044 คน (อพยพ 14 ครัวเรือน 65 คน) ซึ่งทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางอำเภอ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร ตำรวจ กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

ด้านนายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายธราวุธ ช่วยเกิดนายอำเภอเมืองยะลา นายวีรวัฒน์ ศิริกุลพิพัฒน์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา นายชาคร คงเสรีกุล ป้องกันจังหวัดยะลา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตอำเภอเมืองยะลา ที่บริเวณหน้า รพ.สต.สะเตงนอก ปากซอย 9 หมู่ที่ 6 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้น้ำอยู่ในระดับทรงตัว หากฝนไม่ตกลงมาอีกในวันนี้ ก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น 

ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้ทุกหน่วย ทั้งเทศบาลเมืองสะเตงนอก ปภ.และเจ้าหน้าที่ ตชด.ที่ 44 ค่ายพญาลิไท เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน หากได้รับการร้องขอ ส่วนที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี เขตรอยต่อตำบลตาเซะ จังหวัดยะลา และอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ทางชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โดยเปิดประตูระบายน้ำ เร่งระบาย พร้อมทั้งเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนปัตตานีต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำสายบุรี โดยเฉพาะ ม.3 ต.ตะโล๊ะฮาลอ อ.รามัน จ.ยะลา กว่า 20 ครอบครัว ยังต้องอาศัยเพิงริมถนนบริเวณหัวสะพาน แม่น้ำสายบุรี เป็นที่หลับนอนมา 3 วัน แล้ว และยังนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงสัตว์เลี้ยง นำมาเก็บไว้ริมถนนเช่นเดียวกัน เนื่องจากสภาพน้ำในแม่น้ำสายุรียังคงสูงและยังท่วมขังบ้านเรือนราษฏร การเดินทางยังต้องอาศัยเรือเล็กและเดินลุยน้ำในการเดินทาง ชาวบ้านบอกว่าขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานราชการใดนำอาหาร น้ำ มาให้ มีเพียงของ อบต.ตะโล๊ะฮาลอ เท่านั้นที่นำมามอบ






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228133917154 161 มูโนะวิกฤต กระแสน้ำเชี่ยวกรากทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้

วันนี้ (28 ก.พ. 65) สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตำบลมูโนะ ยังวิกฤต โดยมวลน้ำจากแม่น้ำโก-ลกได้เข้าท่วมพื้นที่และบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 5 หมู่บ้านระดับน้ำสูง 1-2 เมตร มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1,696 ครัวเรือน รวม 8,480 คน โดยเฉพาะตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกที่กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากหลายครอบครัวยังติดอยู่ภายในบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 ก.พ.65 มีเรือที่เจ้าหน้าที่นำออกไปช่วยเหลือประชาชนล่ม 2 ลำ โชคดีที่ทุกคนปลอดภัย จึงต้องปรับแผนรับมือสถานการณ์ดังกล่าว

ล่าสุด พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เตรียมนำมนุษย์กบ จากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยริมแม่น้ำโก-ลกแล้ว

ด้านนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก นำกำลังพลศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดครัว ณ หอประชุมอำเภอสุไหงโก-ลก เพื่อทำอาหารปรุงสุก นำส่งด้วยรถทหารไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยอำเภอมูโนะด้วย






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228143532184 162 อำเภอสุไหงโก-ลกมีพื้นที่ประสบภัย 4 ตำบล มีผู้ได้รับผลกระทบ 22,622 คน

อำเภอสุไหงโก-ลก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 4 ตำบล จำนวน5,526 ครัวเรือน ราษฎรได้รับผลกระทบ 22,622 คน ตำบลสุไหงโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จำนวน 25 ชุมชน จำนวน 2,504 ครัวเรือน รวม 7,512 คน ตำบลปาเสมัส 8 หมู่บ้าน คือ หมู่1-หมู่8 จำนวน 685 ครัวเรือน จำนวน 3,425 คนตำบลมูโนะ 5 หมู่บ้าน คือ หมู่1-หมู่5 จำนวน 1,696 ครัวเรือน รวม 8,480 คน ตำบลปูโยะ 6 หมู่บ้าน คือหมู่1-หมู่6 จำนวน 641 ครัวเรือน รวม 3,205 คน

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เวลา 08.30 น.ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 83 เซนติเมตร แนวโน้มสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลง บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือมีฝนฟ้าคะนองลดลง แต่ยังคงมีฝนบางแห่ง โดยที่จังหวัดนราธิวาสมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณอำเภอเมืองตากใบ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอแว้ง






#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228143946186 163 รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกหน่วยงานวางมาตรการรับมือภัยแล้งในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกหน่วยงานวางมาตรการรับมือภัยแล้งในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี เร่งจัดหาน้ำบาดาลให้กับประชาชนเพื่อทำการเกษตรในฤดูแล้ง พร้อมระดมทุกหน่วยแก้ไขภัยแล้งซ้ำซากอย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนช่วงหน้าแล้ง


ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลางพร้อมคณะได้เดินทางมาประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 2/2465 พร้อมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้างานด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง?โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พื้นที่ 500 ไร่ ภายใต้งบกลาง 2563 ?บ้านหนองแก ม.5 ต.ทุ่งกระบำ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และติดตามความก้าวหน้าโครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึก ในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อนตำบลหัวยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี 

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง กล่าวว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ(กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ 5 อำเภอ จังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ บ่อพลอย ห้วยกระเจา เลาขวัญ หนองปรือ และพนมทวนอย่างมาก เนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดฝนแล้งในช่วงฤดูแล้ง ปี 2564/65 จึงได้มอบหมายให้อนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งจัดการประชุมหารือเพื่อให้แนวทางและคำแนะนำแก่หน่วยงานในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำไปแก้ไขปัญหาอุปสรรค ให้หน่วยงานนำไปดำเนินการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มากที่สุด 

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี ยังได้มอบให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งดำเนินการจัดหาน้ำบาดาลให้กับประชาชนเพื่อทำการเกษตรในฤดูแล้งพร้อมทั้งมอบหมายให้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้างานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร และผลสัมฤทธิ์ของโครงการพื้นที่อำเภอเลาขวัญ และห้วยกระเจา ได้แก่ โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พื้นที่ 500 ไร่ (งบกลางประจำปีงบประมาณ 2563) บ้านหนองแก หมู่ 5 ตำบลทุ่งกระบ่ำ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี สามารถสูบน้ำบาดาลขึ้นมาได้มากถึง 37 ลบ.ม./ชั่วโมง ได้ปริมาณน้ำกว่า 108,040 ลบ.ม./ปี ระบบกระจายน้ำ 3 กิโลเมตร พื้นที่การเกษตร 576 ไร่ เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 30 ราย ส่วนใหญ่การเพาะปลูกพืชตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ผักชี หม่อน พริก และหญ้าเนเปีย เป็นต้น สร้างรายได้กว่า 5,496,000 บาท/ปี และโครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อนตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี โดยโครงการดังกล่าวเป็น 1 ใน 15 โครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้เป็นโครงการพระราชดำริ ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ สามารถผลิตน้ำต้นทุนได้ปริมาณกว่า 1,051,200 ลูกบาศก์เมตร/ปี ประชาชนได้รับประโยชน์ 9 หมู่บ้าน จำนวน 4,989 คน หรือ 2,015 ครัวเรือน และมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 75 ราย พื้นที่การเกษตรรวม 880 ไร่ และยังขยายผลโครงการโดยการขยายแนวท่อส่งน้ำ โดยเทศบาลตำบลห้วยกระเจา ระยะทางรวม 5.2 กิโลเมตร จัดทำแผนการขยายแนวท่อกระจายน้ำ เชื่อมต่อไปยังตำบลวังไผ่โดยโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี และจัดทำแผนขับเคลื่อนโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า เพิ่มช่องทางการผลิตบริหารจัดการและเสริมสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรในส่วนการแก้ปัญหาพื้นที่ 5 อำเภอแห้งแล้ง ได้แก่ อำเภอบ่อพลอย ห้วยกระเจา เลาขวัญ หนองปรือ และพนมทวน ซึ่งล่าสุดได้มีมติอนุฯ ครั้งที่ 4/2563 (18 ธ.ค.63) รับทราบแนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ 5 อำเภอของ จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วย โครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง จังหวัดกาญจนบุรี ปริมาณน้ำที่ผันทั้งหมด 256.5 ล้าน ลบ.ม./ปี (ผันและส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงทั้งหมด) แบ่งเป็นน้ำเพื่ออุปโภคบริโภครวม 2.0 ล้าน ลบ.ม./ปี และปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรกรรม 254.5 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 486,098 ไร่ ครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์ 53,810 ครัวเรือน รายได้ต่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น 90,449 บาท/ปี ความก้าวหน้าของโครงการขณะอยู่ระหว่างการจัดทำคำชี้แจงคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ และโครงการสถานีสูบน้ำจากแม่น้ำแควใหญ่ พื้นที่รับประโยชน์ในเขตอำเภอบ่อพลอยและตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ปริมาณน้ำที่ผันทั้งหมด 27.3 ล้าน ลบ.ม./ปี ผลประโยชน์ประมาณน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค 0.63 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี และบรรเทาความขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรในพื้นที่ 78,508 ไร่ มีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ 21,659 ครัวเรือน รายได้ต่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น 19,001.12 บาท/ปี ปี ความก้าวหน้าอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโดยกรมชลประทาน นอกจากนี้ในพื้นที่ 5 อำเภอดังกล่าวยังมีแผนงานสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำลำตะเพินบนพร้อมระบบผันน้ำ พื้นที่รับประโยชน์รวม 42,000 ไร่ (อ.หนองปรือ เลาขวัญและ อ.ห้วยกระเจา) โครงการขยายความจุอ่างเก็บน้ำลำอีซู พื้นที่รับประโยชน์ 5,000 ไร่ (อ.บ่อพลอย) โครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำอาคารประกอบคลองท่าล้อ-อู่ทอง พื้นที่รับประโยช์รวม 149,500 ไร่ ซึ่งดำเนินการพัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่องปัจจุบันสามารถพัฒนาพื้นที่ไปได้แล้ว 35,000 ไร่ (อ.พนมทวนและ อ.ห้วยกระเจา) รวมทั้งโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนแหล่งน้ำผิวดิน โดยแต่โครงการเป็นแผนงานที่เหมาะสมต่อสภาพบริบทของพื้นที่หากดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผนงาน จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งในปีนี้ได้อย่างแน่นอน


อนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง - ข่าว/ภาพ

#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228163706273 164 ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงคราม และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม แก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง

จากกรณีที่เกิดน้ำทะเลหนุนสูงในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม วันนี้ (28 ก.พ.65) เทศบาลเมืองสมุทรสงครามได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ระดมสูบน้ำในบ่อพักท้ายซอยเพชรสมุทร วางแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำเข้าในอาคาร อำนวยการจราจรและปิดกั้นการจราจรในจุดที่น้ำสูงเกิน 20 ซม.

นอกจากนี้ ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ บริเวณตลาดและชุมชนใกล้วัดเพชรสมุทร รวมทั้งได้เข้าพบ นายเผด็จ บุญทรง รองนายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งทางเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม แจ้งว่าได้มีการวางแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในระยะเร่งด่วนฉุกเฉินและระยะยาวไว้แล้ว (โดยระยะเร่งด่วนฉุกเฉินจะดำเนินการตามแนวทาง    ข้อ 1.)ในการนี้จึงได้ประสานเชิญทางเทศบาลเมืองสมุทรสงครามขอให้เข้าประชุมร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องและนำเสนอการแก้ปัญหานำเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดโดยด่วน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

2022-02-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สมุทรสงคราม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228180058326 165 กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ และคาดการณ์ว่า 6 – 8 มีนาคมนี้ จะมีฝนตกเพิ่ม

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 ว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 51,796 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 68 ของความจุอ่างฯ สำหรับผลการเพาะปลูกพืชช่วงแล้วนี้ ทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วกว่า 7.26 ล้านไร่ จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ งดทำนาปรังต่อเนื่อง เนื่องจากมีปริมาณน้ำจำกัด เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ กรมชลประทาน จะเริ่มทยอยส่งน้ำเข้าพื้นที่ ในวันที่ 10 มีนาคม 2565 นี้ เพื่อให้เกษตรกรเริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูก ขอให้สำนักงานชลประทานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เตรียมพื้นที่ลำเรียงน้ำ กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางในลำคลองต่างๆ เพื่อให้การลำเลียงน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากปริมาณฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีพื้นที่น้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่ง รวม 7 จังหวัด กรมชลประทาน ได้เร่งเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมืออื่นๆ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันที ปัจจุบันหลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว คาดว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

จากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 6 – 8 มีนาคมนี้ จะมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่าและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง เพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ เนื่องจากปรากฏการณ์ลานีญา อาจส่งผลให้มีปริมาณฝนตกในหลายพื้นที่ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน จึงกำชับให้เฝ้าระวัง พร้อมตรวจสอบอาคารชลประทานต่างๆ ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด


 

2022-02-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228202022382 166 ผู้ว่าฯ นราธิวาส ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส

นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายบัญชา กันหาสินธุ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของอุทกภัยที่เกิดขึ้นดังกล่าว เพื่อดำเนินการหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทันที

ซึ่งครั้งนี้ นายพงศ์ ทองอินทร์ ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ได้โทรเข้าไปในรายการ NBT รวมใจสู้ภัยโควิด-19 เพื่อบอกเล่าถึงผลกระทบที่ได้รับจากอุทกภัยครั้งนี้ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้ เพื่อซื้อหาอาหาร และน้ำดื่ม

สำหรับอุทกภัยที่เกิดขึ้น จากสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสตั้งแต่วันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา 

โดยจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลลำภู ได้เข้าสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น บรรเทาความเดือดร้อน และได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส นำเรือท้องแบนมาให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นจำนวน 2 ลำด้วย

นายพงศ์ ทองอินทร์ ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส บอกว่า บ้านของตนเป็นหนึ่งในหมู่บ้านได้รับกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ จนต้องอพยพไปยังชั้น 2 ของบ้าน และไม่สามารถลงไปชั้นหนึ่งของบ้านได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูง และข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายบางส่วน ล่าสุดขาดแคลนอาหาร และเครื่องดื่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำภูได้มาตรวจสอบจึงได้นำอาหารกล่องมาให้สมาชิกในบ้านในช่วงที่ผ่านมา 

พร้อมกล่าวว่า ดีใจและอยากขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ที่ห่วงใย และได้นำถุงยังชีพมามอบให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228192341344 167 มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ชุมชนโพธิ์อ้น ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดย 

นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย จำนวน 2 ราย ได้แก่ นางชำเรือง ศรีจันทร์อ่อน บ้านเลขที่ 4 ซอย 2 ถนนโพธิ์อ้น-หวายสอ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง ซึ่งประสบเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยเลขที่ดังกล่าว และผู้แทนของ นายละออ ผิวเผือก บ้านเลขที่ 20/1 ถนนโพธิ์อ้น- คลองมะดัน ตำบลสองพี่น้อง  อำเภอสองพี่น้อง ผู้เสียชีวิตจากการเข้าช่วยเหลือระงับเหตุอัคคีภัย เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2565 เวลาประมาณ 13.00 น. 

ทั้งนี้ ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย และขอพระราชทานพระราชวโรกาส ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228194907357 168 นายกเทศมนตรีนครยะลา แจงสถานการณ์น้ำท่วมเขตเมือง

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เผย สถานการณ์อุทกภัย พื้นที่ยะลา ครั้งนี้ ได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกหรือ global warming ที่ทำให้ดินฟ้าอากาศมีการแปรปรวนตลอดเวลา ในเรื่องน้ำท่วมนั้นในเขตเทศบาลนครยะลาในครั้งนี้เราได้รับผลกระทบในในย่านขอบเมืองต่างๆ เหตุผลที่เกิดขึ้นในปีนี้มีปริมาณน้ำฝนที่ค่อนข้างมากกว่าปกติเราจะเห็นว่าในจังหวัดใกล้เคียงมีน้ำท่วมอย่างหนักในรอบหลายสิบปี

ในเขตเทศบาลในตัวเลขของจังหวัดยะลาเองนั้นเราเห็นว่าในอำเภอเมืองยะลาตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 27 มีปริมาณน้ำฝนที่ 341 มิล อำเภอรามัน มีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ 569 มิล อำเภอบันนังสตา 442 มิล อำเภอธารโต 372 มิล อำเภอเบตง 96.4 มิล อำเภอกรงปินัง 502 มิล ลอำเภอยะหา 357 มิล อยากจะแบ่งในเชิงของพื้นที่ว่าฝั่งบริเวณบึงแบเมาะ หรือฝั่งขวาของแม่น้ำปัตตานี ถ้าเราไปปัตตานี บริเวณพื้นที่ฝั่งนี้จะเป็นพื้นที่ของการรับน้ำจากอำเภอรามันยะลาปีนี้อำเภอรามันมีน้ำที่สูงมากถึงประมาณ 569 มิล ในวันที่ 25 วันเดียวเฉพาะอำเภอรามันฝนตกหนักประมาณ 297 มิล ฝั่งซ้ายของแม่น้ำปัตตานี ก็คืออำเภอยะหา  ประมาณ 357 มิล อำเภอกาบัง 285  ในบริเวณใต้เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา 502 มิล มวลน้ำจากอำเภอธารโต อำเภอบันนังสตา อำเภอเบตง อำเภอกรงปินัง อำเภอยะหา ก็จะไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานีทั้งสิ้นเทศบาลนครยะลาเอง ได้มีการเตรียมการมาโดยตลอด ตั้งแต่คืน 24 มีการเดินเครื่องสูบน้ำ มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหมู่บ้านเมืองทอง แล้วก็ปลายซอยจารูนอก เดินเครื่องปั๊ม C  และมีการทยอยติดตั้งเครื่องตามจุดต่างๆ

ซึ่งวันนี้สถานการณ์ถือว่าเริ่มคลี่คลายลงจากฝนที่น้อยลง ซึ่งเทศบาลนครยะลา ได้มีการเตรียมการณ์ไม่ว่าการแจกจ่ายเรือ ให้กับชุมชนได้ช่วยเหลือตัวเองรวมถึงมีการทำอาหารกล่อง ให้กับชุมชน     แจกจ่ายทั้ง ชุมชนพี่น้องมุสลิม พี่น้องชุมชนไทยพุทธแจกจ่ายให้กับพี่น้องชาวยะลา  และ เร่งสูบน้ำลงสู่พื้นลงสู่บึงแบเมาะ ออกสู่แม่น้ำปัตตานี

สิ่งที่ตามมาเทศบาลเองก็ได้ตระหนักว่าการฟื้นฟูเมืองให้กลับสู่ภาวะปกติ คิดว่านอกเหนือจากการใช้ชีวิตของประชาชนที่ได้ดำเนินไปได้แล้วสิ่งหนึ่งก็คือสภาพจิตใจก็ได้กลับไปปกติเช่นเดียวกันวันนี้ เราก็เริ่มทยอยล้างชุมชนที่น้ำลดแล้ว ได้รับมอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขเก็บขยะที่ลอยน้ำต่างๆ เพื่อให้บึงมีสิ่งแวดล้อมที่สวยงามในวันต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228195731359 169 รองแม่ทัพภาคที่ 4 ติดตามความคืบหน้าดินสไลด์ ทับถมเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

รองแม่ทัพภาคที่ 4 ติดตามความคืบหน้าดินสไลด์ ทับถมเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา สั่งทหารช่างเร่งเคลียเส้นทางให้ประชาชน


พลตรี อุทิศ อนันตนานนท์ รองแม่ทัพภาคที่ 4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ฝ่ายเสธฯ ลงพื้นที่ หมู่ 6 บ้านตลาดนิคม ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เพื่อสำรวจพื้นที่เสียหายจากภัยธรรมชาติดินโคลนถล่ม ทับถมเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากฝนตกอย่างหนักสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น ถล่มปิดทับเส้นทาง บริเวณทางขึ้นเขาปกโย๊ะ นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา พร้อมกันนี้ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค เป็นขวัญกำลังใจในการทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 30, ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 152, ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15, ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา ปลัดอำเภอบันนังสตา ผู้นำในพื้นที่ให้การต้อนรับ

โดยความคืบหน้าขณะนี้ เส้นทางสามารถเปิดให้ใช้งานได้ตามปกติ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ สำหรับการซ่อมแซมพื้นที่ถาวรเพื่อป้องกันดินสไลด์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา จะได้ประสานขอรับการสนับสนุนส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ในส่วนของไฟฟ้าส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปเร่งดำเนินการซ่อมแซมคาดว่าจะแล้วเสร็จในเย็นวันนี้

โอกาสนี้ พลตรี อุทิศ อนันตนานนท์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้กล่าวให้กำลังใจ และขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งส่วนทหาร ฝ่ายปกครอง การไฟฟ้า ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมมือร่วมใจในการช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ อีกทั้งเน้นย้ำในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ทำการสำรวจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้นจนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปกติ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228211507403 170 องคมนตรี ลงพื้นที่ยะลา เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา

ที่ว่าการอำเภอรามัน จ.ยะลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวน 2,997 ชุด พร้อมทั้งลงพื้นที่ประสบอุทกภัยมอบแก่ราษฎร ที่ ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา จำนวน 3 ครัวเรือน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับอุทกภัย โดยมี พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับ 

โดยก่อนพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน ได้ร่วมประชุมกับส่วนราชการ หน่วยงานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัด เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา ในห้วงระหว่างวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2565 พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขสถานการณ์อุทกภัย สำหรับในพื้นที่จังหวัดยะลา มีพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 6 อำเภอ 43 ตำบล 184 หมู่บ้าน 1 ชุมชน 4,810 ครัวเรือน 18,380 คน เสียชีวิต 1 ราย (อพยพ 14 ครัวเรือน 65 คน) จากนั้นได้ประกอบพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดยะลา เพื่อนำไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่ ที่ประสบอุทกภัยต่อไป พร้อมทั้งได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งถึงความห่วงใยราษฎร ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ 

พร้อมทั้งเยี่ยมโรงครัวจิตอาสา ในการจัดประกอบเลี้ยงอาหารปรุงสุก เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.รามัน ที่ได้รับผลกระทบฯ โดยในแต่ละวันได้มีการประกอบอาหารปรุงสุก วันละ 5,000 กล่อง และออกเดินทางไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย ที่หน้ามัสยิดบ้านสะโต หมู่ที่ 5 บ้านสะโต ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อนำถุงยังชีพพระราชทาน ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย จำนวน 3 ครัวเรือน ประกอบด้วย 1.นายสะแปอิง เจะเลง อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 5 บ้านสะโต ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา 2.นายสาการยา สีมายอ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 5 บ้านสะโต ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา 3.นายมะดาเม ยูโซะ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 5 บ้านสะโต ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา พร้อมทั้งพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน สำหรับในพื้นที่ อ.รามัน พื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งหมด 16 ตำบล 90 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 2,229 ครัวเรือน 9,053 คน ความเสียหายในเบื้องต้น บ้านเรือนเสียหายบางส่วน จำนวน 1,989 หลัง พื้นที่ทำการเกษตรเสียหาย จำนวน 13,604 ไร่ สัตว์เลี้ยงตาย จำนวน 305 ตัว โค/วัว จำนวน 7 ตัว สัตว์ปีก จำนวน 298 ตัว บ่อปลาเสียหาย จำนวน 58 บ่อ สิ่งสาธารณประโยชน์ จำนวน 2 แห่ง ถนน จำนวน 2 สาย การได้รับพระราชทาน พระมหากรุณาธิคุณ ในครั้งนี้ ยังความปลาบปลื้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แก่ราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา อย่างหาที่สุดมิได้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228230733423 171 อำเภอเมืองปัตตานี ร่วมต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่

นายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอเมืองปัตตานี?/ผอ.ศปก.อ. พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ร่วมต้อนรับ? นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และ พบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านจางา ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ในการนี้ ได้ร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 160 ชุด


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2022-02-28T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สวท.ปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228233255427