{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"Detail","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"timestamp"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"ผบ.ฉก.ร.7 ลงพื้นที่ประสบภัยพายุฝนฟ้าคะนอง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมจัดกำลังพลฟื้นฟูบ้านเรือน","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>พ.อ.สุจินต์&nbsp;ทรัพย์สิน&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเสียหาย&nbsp;และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคนองในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นเหตุให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ผบ.ฉก.ร.7&nbsp;</strong>ได้พบปะ&nbsp;สอบถาม<strong>&nbsp;</strong>ให้กำลังใจ&nbsp;และได้มอบถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ถุง&nbsp;ให้กับผู้ประสบภัย&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;และมอบหมายให้ฝ่ายกิจการพลเรือน&nbsp;ฉก.ร.7&nbsp;จัด&nbsp;กำลังพลจิตอาสา&nbsp;กองทัพบก&nbsp;ชุดช่างโยธา&nbsp;ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ร้อย.ร.711,&nbsp;ชป.กร.307&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;3&nbsp;สย.1,&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;(ท้องถิ่น,ท้องที่)&nbsp;,อส.กร.&nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือรื้อถอน&nbsp;และซ่อมแซมหลังคาบ้าน&nbsp;ระบบไฟฟ้า&nbsp;(โซล่าเซลล์)&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ณ&nbsp;บ.ห้วยแก้ว&nbsp;(ล่าง)&nbsp;ม.7&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-02T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207134141300"],
    [2,"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ผู้ประสบวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี","<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบวาตภัย&nbsp;และอัคคีภัย</strong>ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในการนี้&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้องคมนตรี&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;ไปมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p><br></p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;</strong>ให้&nbsp;พลเอก&nbsp;ไพบูลย์&nbsp;คุ้มฉายา&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดวาตภัย&nbsp;และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ณ&nbsp;วัดการ้อง&nbsp;ตำบลสวนแตง&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์วาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ต่อจากนั้น&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้&nbsp;พลเอก&nbsp;ไพบูลย์&nbsp;คุ้มฉายา&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบแก่ราษฎรผู้ประสบวาตภัย&nbsp;และอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;238&nbsp;ชุด&nbsp;ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบวาตภัย&nbsp;228&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และผู้แทนราษฎรที่ประสบอัคคีภัย&nbsp;13&nbsp;ครอบครัว&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจแก่ประสบวาตภัยและอัคคีภัย&nbsp;</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย</strong>ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ไปกล่าวให้ประชาชนที่ประสบวาตภัยและอัคคีภัย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ให้ทราบ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ได้ลงพื้นที่เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัย</strong>ในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ&nbsp;ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;ที่ได้รับพระมหากรุณาในครั้งนี้</p><p><strong>จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้เกิดสถานการณ์อัคคีภัย&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;และอำเภอด่านช้าง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตำบล&nbsp;10&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;55&nbsp;คน&nbsp;และเกิดวาตภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&nbsp;อำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;และอำเภออู่ทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ตำบล&nbsp;36&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;228&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;698&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&nbsp;วาตภัยและอัคคีภัยแล้ว&nbsp;และได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ที่พักอาศัยชั่วคราวให้ประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210130821603"],
    [3,"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ผู้ประสบวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี","<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบวาตภัย&nbsp;และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในการนี้&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้องคมนตรี&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;ไปมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี</strong></p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ</strong>&nbsp;ให้&nbsp;พลเอก&nbsp;ไพบูลย์&nbsp;คุ้มฉายา&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดวาตภัย&nbsp;และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ณ&nbsp;วัดการ้อง&nbsp;ตำบลสวนแตง&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์วาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</p><p><strong>ต่อจากนั้น&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้&nbsp;พลเอก&nbsp;ไพบูลย์&nbsp;คุ้มฉายา&nbsp;องคมนตรี</strong>&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบแก่ราษฎรผู้ประสบวาตภัย&nbsp;และอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;238&nbsp;ชุด&nbsp;ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบวาตภัย&nbsp;228&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และผู้แทนราษฎรที่ประสบอัคคีภัย&nbsp;13&nbsp;ครอบครัว&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบวาตภัยและอัคคีภัย</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย</strong>ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ไปกล่าวให้ประชาชนที่ประสบวาตภัยและอัคคีภัย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ให้ทราบ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ได้ลงพื้นที่เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัย</strong>ในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;ที่ได้รับพระมหากรุณาในครั้งนี้</p><p><strong>จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้เกิดสถานการณ์อัคคีภัย</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;และอำเภอด่านช้าง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตำบล&nbsp;10&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;55&nbsp;คน&nbsp;และเกิดวาตภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&nbsp;อำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;และอำเภออู่ทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ตำบล&nbsp;36&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;228&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;698&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&nbsp;&nbsp;วาตภัยและอัคคีภัยแล้ว&nbsp;และได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ที่พักอาศัยชั่วคราวให้ประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210144147676"],
    [4,"จังหวัดสตูล ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยงทางโค้งและทางม้าลาย","<p><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน</strong>ช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยงทางโค้งและทางม้าลาย&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เรื่องถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสตูล&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;อย่างพร้อมเพรียง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมฯ&nbsp;ได้มีการสรุปผลการดำเนินการป้องกันฯ&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;5&nbsp;ด้าน</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ด้านการบริหารจัดการ&nbsp;,&nbsp;ด้านถนนและการสัญจรปลอดภัย&nbsp;,&nbsp;ด้านยานพาหนะปลอดภัย&nbsp;,&nbsp;ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนปลอดภัย&nbsp;และด้านการตอบสนองหลังเกิดเหตุ&nbsp;จากการสรุปสถิติที่เกิดขึ้นนั้น&nbsp;พบว่าจังหวัดสตูลสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้&nbsp;คือ&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วงของการสัญจรปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละด้าน&nbsp;วิเคราะห์และหาสาเหตุ</strong>ของการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ไม่เฉพาะในกรณีที่จะมีการสัญจรช่วงเทศกาลแต่ให้มีความปลอดภัยในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;วัน&nbsp;ขณะที่การปรับปรุงแก้ไขทางข้าม/ทางม้าลาย&nbsp;ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงสตูลรวม&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;35&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และจังหวัดสงขลา&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;ได้ปรับปรุงแก้ไขทำความสะอาด&nbsp;และติดตั้งป้ายเตือน&nbsp;,&nbsp;ไฟกระพริบ&nbsp;,&nbsp;แถบเตือน&nbsp;ลดความเร็ว&nbsp;บนผิวทาง&nbsp;และตีเส้นทางม้าลายใหม่ในบริเวณที่ซีดจางมองไม่เห็น&nbsp;ในส่วนของเส้นทางที่เป็นบริเวณทางโค้ง&nbsp;มีทั้งสิ้น&nbsp;406&nbsp;โค้ง&nbsp;ได้ติดตั้งไฟกระพริบ&nbsp;พร้อมแถบเตือน&nbsp;ลดความเร็ว&nbsp;เช่นกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-02T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210161239764"],
    [5,"คณะกรรมการชุดปฎิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>นายดลภาค&nbsp;เนตรใส&nbsp;นายอำเภอเมืองน่าน/ผู้บัญชาการ</strong>เหตุการณ์อำเภอเมืองน่าน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อเป็นการการเตรียมความพร้อมในการรับกับสถานการณ์โดยใช้กลไกศูนย์บัญการเหตุการณ์จังหวัด&nbsp;ศูนย์บัญการเหตุการณ์&nbsp;ศูนย์ปฎิบัติก่รฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท่องถิ่น&nbsp;และชุดปฎิบัติการระดับหมู่บ้าน&nbsp;ร่วมขับเคลื่อนลดปัญหาหมอกควันและฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อย่างจริงจัง&nbsp;และให้จังหวัดน่าน&nbsp;มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในที่ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือแนวทางป้องกันในการงดเว้นเผาเศษวัชพืช</strong>&nbsp;การเผาขยะ&nbsp;การเผาในที่โล่งแจ้ง&nbsp;การเผาตามริมถนน/ข้างทาง&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และ&nbsp;ประกาศจังหวัดน่าน&nbsp;เรื่อง&nbsp;ขอความร่วมมืองดเว้นการเผาโดยเด็ดขาดฯ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;65&nbsp;วัน&nbsp;โดยมีคณะกรรมการฯจาก&nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนป่าเมืองน่าน&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรียน&nbsp;ในอำเภอเมือง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอเมืองน่าน&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายดลภาค&nbsp;เนตรใส&nbsp;นายอำเภอเมืองน่านเปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี&nbsp;พื้นที่จังหวัดน่านมักประสบปัญหามลพิษจากหมอกควัน&nbsp;ซึ่งมีสาเหตุจากการเผาพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;วัชพืชริมทาง&nbsp;และเผาขยะมูลฝอยในชุมซน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;ตลอดจนบดบังทัศนวิสัย&nbsp;และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอีกด้วย&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดน่านได้กำหนดในการจัดการไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการเผาในที่โล่งทุกชนิดให้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ทราบ&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;191&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211132618084"],
    [6,"กอ.รมน.จังหวัดตราด จัดโครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นในชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นาวาเอก&nbsp;อิทธิพล&nbsp;เพ็ชรราม&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นาวาเอก&nbsp;ฤชา&nbsp;อินทรโท่โล่&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานกิจการมวลชน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดตราด&nbsp;และกำลังพลฯ&nbsp;ร่วมบูรณาการกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&nbsp;อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว&nbsp;จัดโครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;การพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นในชุมชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว&nbsp;ตำบลบ่อพลอย&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;เข้ารับร่วมโครงการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>รองผู้อำนวยการสำนักประสานภารกิจรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกลุ่มที่&nbsp;2</strong>&nbsp;/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดโครงการครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอบรมให้ความรู้เรื่อง&nbsp;ประเภทและสาเหตุการเกิดสาธารณภัย,&nbsp;บทบาทหน้าที่ของ&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย,ไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เครือข่ายภาคประชาชน&nbsp;มีความรู้&nbsp;ตระหนักรู้&nbsp;ถึงสาธารณภัย&nbsp;ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;ปลูกฝังจิตสำนึก&nbsp;การมีส่วนร่วม&nbsp;ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;และช่วยเป็นเครือข่ายมวลชนเฝ้าระวัง&nbsp;และแจ้งข่าวสารในชุมชนให้กับภาครัฐ&nbsp;การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-02T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211163110193"],
    [7,"มณฑลทหารบกที่ 32 และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบบ้านร่วมใจให้ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งแม่น้ำวัง","<p><strong>พลตรี&nbsp;อโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านร่วมใจ&nbsp;ให้กับครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งแม่น้ำวัง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแม่ปูน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลศาลา&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายธนารัฐ&nbsp;สายเทพ&nbsp;นายอำเภอเกาะคา</strong>&nbsp;นางสาวเพ็ญภัค&nbsp;รัตนคำฟู&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;วิทยากรจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;และจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&nbsp;ภาค&nbsp;3&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการและภาคประชาชนในพื้นที่&nbsp;ได้ร่วมใจกันส่งมอบบ้านร่วมใจให้กับครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งแม่น้ำวัง&nbsp;ตามแผนโครงการของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครอบครัว&nbsp;แต่เบื้องต้นมี&nbsp;2&nbsp;ครอบครัวที่ให้ทางการจัดสรรและทำการปลูกสร้างบ้านให้เนื่องจากไม่สามารถประกอบอาชีพได้</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับนายอำเภอเกาะคา&nbsp;</strong>นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา&nbsp;และภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ที่ช่วยเหลือสร้างบ้านร่วมกับกำลังพลจิตอาสาของมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ตั้งแต่เริ่มแรกจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีในวันนี้&nbsp;ขอบคุณทุกส่วนที่ทำให้พี่น้องประชาชน&nbsp;ทุกข์น้อยลง&nbsp;สุขมากขึ้น&nbsp;อันจะส่งผลให้มีกำลังใจและก้าวเดินต่อไปอย่างมีความสุขในบ้านหลังใหม่นี้&nbsp;พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจ&nbsp;และให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า&nbsp;กองทัพบก&nbsp;และมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;พร้อมอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนและจะเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกโอกาส</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212120148421"],
    [8,"นิพนธ์ สั่ง ปภ. ร่วมมือ อปท. ในการใช้เครื่องจักรและกำลังพล เพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการรองรับเหตุเมื่อเกิดภัยพิบัติ","<p><strong>นิพนธ์&nbsp;สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)</strong>&nbsp;ดำเนินการขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;เพื่อเพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพื้นที่ของตน&nbsp;รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้าง&nbsp;และความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานด้านบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ซึ่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยที่ขอรับโอนต้องมีความสอดคล้องกับความเสี่ยงสาธารณภัยในพื้นที่&nbsp;โดยอ้างอิงข้อมูลจากแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ&nbsp;ปภ.&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564-2570&nbsp;โดยให้เร่งดำเนินการยื่นคำขอรับโอนฯ&nbsp;ผ่าน&nbsp;ปภ.&nbsp;เพื่อนำออกมาใช้งานได้อย่างทันท่วงที&nbsp;พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้&nbsp;ปภ.&nbsp;ดำเนินการเปิดอบรมหลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพการใช้เครื่องจักรกลของเจ้าหน้าที่ควบคู่กันไป&nbsp;เพื่อเพิ่มพูนทักษะและสมรรถภาพในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการบูรณาการร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป</p><p><strong>นิพนธ์&nbsp;กล่าวต่ออีกว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์สาธารณภัยส่วนใหญ่ในปัจจุบันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน&nbsp;ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต&nbsp;ร่างกาย&nbsp;และทรัพย์สินของประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อยากขอความร่วมมือ&nbsp;ปภ.&nbsp;และ&nbsp;อปท.&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากสาธารณภัยได้อย่างทันการณ์&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องจักรกล&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;รวมถึงบุคลากร&nbsp;ซึ่งต้องมีทักษะและความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องจักรกลบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ&nbsp;เพื่อจัดการในภาวะฉุกเฉินให้กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้อย่างไวที่สุด&nbsp;และเน้นย้ำ&nbsp;ชีวิตประชาชนต้องมาเป็นอันดับแรก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212165921497"],
    [9,"จ.ชัยนาทเกิดเหตุพายุฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอหันคาและเนินขาม หน่วยงานเร่งให้การช่วยเหลือ","<p><strong>นายอดิศร?&nbsp;เกิดโต?&nbsp;นายอำเภอเนินขาม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้เกิดเหตุลมพายุและฝนตกหนักในเขตพื้นที่?อำเภอหันคา?&nbsp;และอำเภอเนินขาม?&nbsp;?&nbsp;เมื่อวันที่?&nbsp;11?&nbsp;ก.พ.65?&nbsp;เวลาประมาณ?&nbsp;16.00&nbsp;น.?&nbsp;ได้ประสานให้กำนัน?&nbsp;ผู้ใหญ่?บ้านฯลฯ?&nbsp;อำเภอหันคาและอำเภอเนินขามสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากลมพายุดังกล่าว?&nbsp;ปรากฎได้รับรายงานความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน?&nbsp;และสถานที่ราชการ?&nbsp;โรงเรียน?&nbsp;และวัดในพื้นที่อำเภอหันคา?และอำเภอเนินขาม?&nbsp;โดยขอรายงานความเสียหายและการดำเนินการ?&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>ในพื้นที่อำเภอเนินขาม?&nbsp;มีบ้านเรือนประชาชน?ได้รับความเสียหาย&nbsp;1?&nbsp;ตำบล?</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต.เนินขาม?&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางส่วน(หลังคาถูกลมพัดได้รับความเสียหาย)?&nbsp;ดังนี้?&nbsp;ม.4?&nbsp;จำนวน?&nbsp;1?&nbsp;หลัง?&nbsp;ม.14?&nbsp;จำนวน?&nbsp;2?&nbsp;หลัง?&nbsp;ม.9?&nbsp;จำนวน?&nbsp;1?&nbsp;หลัง?&nbsp;รวม?&nbsp;4?&nbsp;หลังคาเรือน?&nbsp;โดยในเมื่อเวลา?&nbsp;10.00น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(12?&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย?&nbsp;ปลัดอำ?เภอ?&nbsp;ผู้ใหญ่?บ้าน?&nbsp;กองช่าง?&nbsp;ทต.เนินขาม?&nbsp;ได้ออกเยี่ยมมอบถุงยังชีพเพื่อให้กำลังใจ?&nbsp;และกองช่างได้ทำการประมาณ?การความเสียหายและจะเร่งซ่อมแซมที่อยู่?อาศัย?เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วภายใน&nbsp;2&nbsp;วันนี้</p><p><strong>พื้นที่อำเภอหันคา?&nbsp;ได้รับรายงานความเสียหายจำนวน?&nbsp;2?&nbsp;ตำบล?&nbsp;</strong>ได้แก่?&nbsp;ต.หนองแซง?&nbsp;และตำบลไพรนกยูง&nbsp;&nbsp;โดยตำบลหนองแซง?&nbsp;มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางส่วน?&nbsp;(หลังคาถูกลมพัดได้รับความเสียหาย)?&nbsp;จำนวน?&nbsp;12?&nbsp;หลัง?&nbsp;โรงเรียน?&nbsp;1?&nbsp;แห่ง?&nbsp;วัด?&nbsp;1?&nbsp;แห่ง?&nbsp;&nbsp;ตำบลไพรนกยูง?&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเล็กน้อย?(หลังคาถูกลมพัดได้รับความเสียหาย)?&nbsp;จำนวน?&nbsp;1?&nbsp;หลัง?&nbsp;มีต้นไม้ล้มทับเส้นทางจราจร?บางส่วน&nbsp;&nbsp;ช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองแซง?&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ปลัดอำเภอ?&nbsp;กำนัน?&nbsp;ผู้ใหญ่?บ้าน?ฯลฯ?&nbsp;ออกเยี่ยมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน?ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย?&nbsp;รวมถึงวัด?&nbsp;และโรงเรียน?&nbsp;</p><p><strong>โดยทางเทศบาลตำบลหนองแซงได้เร่งดำเนินการประมาณ?การความเสียหาย</strong>และซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายโดยด่วน?&nbsp;ส่วนความเสียหายที่วัดชัฏฝาง?&nbsp;วันนี้เวลา?&nbsp;16.00น.?&nbsp;ท่านเจ้าคณะจังหวัดร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนา?จังหวัดชัยนาท?&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ?&nbsp;และจะดำเนินการของบประมาณ?ในการบูรณะซ่อมแซม?โดยด่วนต่อไป?</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212194526512"],
    [10,"เจ้าคณะจังหวัดชัยนาทลงพื้นตรวจสอบความเสียหายวัดชัฏฝางหลังพายุถล่ม","<p><strong>พระสุธีวราภรณ์&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;น.ส.อัจฉรา&nbsp;ปั้นมูล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหายที่วัดชัฏฝาง&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ต.หนองแซง&nbsp;อ.หันคา&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากพายุฝนตกหนักเมื่อวานที่ผ่านมา&nbsp;ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาทเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป</p><p><strong>พระครูพิพัฒน์ชยากร&nbsp;เจ้าคณะตำบลหนองแซงเขต&nbsp;2&nbsp;เจ้าอาวาสวัดศรีเจริญธรรม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้รับแจ้งจากท่านเจ้าอาวาสวัดชัฏฝาง&nbsp;ว่าได้เกิดเหตุพายุฝนตกหนัก&nbsp;เมื่อวาน&nbsp;(11&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นลักษณะลมพายุหมุนเข้ามาบริเวณพื้นที่วัด&nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายในส่วนของวิหาร&nbsp;กระเบื้องพระอุโบสถ์&nbsp;เมรุ&nbsp;และประตูศาลาธรรมสังเวช&nbsp;มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;อย่างไรก็ตามจะมีช่างของทางเทศบาลตำบลหนองแซงเข้ามาประเมินราคาอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งวันนี้ได้มีทางนายอำเภอ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองแซง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลให้การช่วยเหลือแล้ว</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พระสุธีวราภรณ์&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังตรวจสอบแล้วพบความเสียหายหลายจุดจะได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อนำเงินบางส่วนของคณะสงฆ์มาช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;และทำรายงานส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาเพื่อให้ทางราชการให้ความช่วยเหลือในลำดับต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212212323549"],
    [11,"เกิดเหตุคลื่นซัดชาวประมงพลัดตกเรือที่ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี สูญหาย 1 ราย","<p><strong>มีรายงานว่า&nbsp;มีชาวประมง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้ออกเรือไปตกเบ็ดหาปลา&nbsp;</strong>ถูกกระแสคลื่นพัด&nbsp;เป็นเหตุทำให้พลัดตกเรือ&nbsp;สามารถช่วยเหลือกลับเข้าฝั่งปลอดภัย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อนายณรงค์ฤทธิ์&nbsp;เพชรนุ้ย&nbsp;อายุ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;และมีผู้สูญหาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการค้นหา&nbsp;สถานที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก&nbsp;หรือท่าเรือแหลมทวด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ชุมชนทองไมล์&nbsp;ตำบลดอนสัก&nbsp;อำเภอดอนสักจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p><p><strong>การให้ความช่วยเหลือ&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;รพ.ดอนสัก&nbsp;</strong>ตำรวจ&nbsp;สภ.ดอนสัก&nbsp;เทศบาลเมืองดอนสัก&nbsp;เจ้าท่า&nbsp;ตำรวจน้ำ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อส.&nbsp;มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี&nbsp;สนับสนุนเจ้าหน้าที่และทีมประดาน้ำ&nbsp;ดำค้นหาใต้เรือโดยสารลมพระยา&nbsp;และเรือประมงพื้นบ้าน&nbsp;ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่&nbsp;สภ.ดอนสัก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-02T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213061020570"],
    [12,"เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนไฟป่า นำกำลังเข้าดับไฟ 2จุด ในพื้นที่ บ้านสบแพม หมู่ 4 ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>นายชิติพันธ์&nbsp;พยายาม&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย&nbsp;</strong>แจ้งว่า&nbsp;พบจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้&nbsp;ใน&nbsp;พื้นที่หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลทุ่งยาวอำเภอปาย&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;โดยกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนไฟป่า&nbsp;นำกำลังเข้าดับไฟป่าบริเวณ&nbsp;ทิศตะวันตกบ้านสบแพม&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&nbsp;เวลา&nbsp;16.48&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>พื้นที่ถูกเผาไหม้เป็นป่าชนิดป่าเต็งรัง&nbsp;เสียหาย&nbsp;ประมาณ&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>มีสาเหตุมาจากการหาของป่า&nbsp;ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;ขสป.ลุ่มน้ำปาย</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;เวลา&nbsp;18.38&nbsp;น.&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&nbsp;ตรวจสอบ</strong>&nbsp;จุดความร้อนและพื้นที่ถูกเผาไหม้อีกจุด&nbsp;และนำกำลังเข้าดับไฟ&nbsp;ในบริเวณทิศตะวันตกบ้านสบแพม&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย&nbsp;&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;สามารถควบคุมเพลิงในเวลา&nbsp;20.15&nbsp;น.&nbsp;โดยพื้นที่เผาไหม้เป็นป่าชนิดป่าเต็งรัง&nbsp;พื้นที่เสียหายประมาณ&nbsp;12&nbsp;ไร่&nbsp;สาเหตุมาจากการหาของป่า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213112029609"],
    [13,"นายอำเภอแม่สะเรียง นายกกิ่งกาชาด มอบผ้าห่มสู้ภัยหนาวและอุปกรณ์ป้องกันโควิด แก่นักเรียนที่ยากจน รร.บ้านแม่ต้อบใต้","<p><strong>นายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง</strong>&nbsp;นางวิลาวัณย์&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการ&nbsp;และสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;โรงเรียนบ้านแม่ต้อบใต้&nbsp;ม.5&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบสิ่งของ&nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้แก่นักเรียนพักนอน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นนักเรียนที่มาจากต่างพื้นที่&nbsp;และมีฐานะยากจน</strong>ขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาว&nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบจากอากาศหนาว&nbsp;และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ในโรงเรียน&nbsp;โดยร่วมมอบผ้าห่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ผืน&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ขวดเล็ก&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;กล่อง&nbsp;ชุด&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กล่อง&nbsp;ผ้าอนามัย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ห่อ&nbsp;นอกจากนั้นยังได้รับฟังความคิดเห็นและความต้องการจากทางโรงเรียน&nbsp;เพื่อความช่วยเหลือด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งการศึกษา&nbsp;กีฬา&nbsp;และสาธารณสุข&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213134902674"],
    [14,"อำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ค้นหาผู้สูญหาย จากเหตุคลื่นซัดพลัดตกเรือขณะออกหาปลา","<p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นาวาเอก&nbsp;วศากร&nbsp;สุนทรนันท&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.ศรชล.จว.สฎ.&nbsp;นายจำนง&nbsp;สวัสดิ์วงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงาน&nbsp;ปภ.จ.สฎ.&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญหายและทีมปฏิบัติการค้นหา&nbsp;กรณีชาวประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ออกเรือไปตกเบ็ดหาปลา&nbsp;ถูกกระแสคลื่นซัดเป็นเหตุทำให้พลัดตกจากเรือ&nbsp;สามารถช่วยเหลือกลับเข้าฝั่งปลอดภัย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;นายณรงค์ฤทธิ์&nbsp;เพชรนุ้ย&nbsp;อายุ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;และมีผู้สูญหาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ชื่อนายบุญเลิศ&nbsp;ชำนาญ&nbsp;อายุ&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;อยู่ระหว่างการค้นหา&nbsp;สถานที่เกิดเหตุ&nbsp;บริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก&nbsp;(ท่าเรือแหลมทวด)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ชุมชนทองไมล์&nbsp;ตำบลดอนสัก&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เหตุเกิดเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>โดยการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;การค้นหาผู้สูญหาย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจักรกฤษณ์&nbsp;ฝั่งชลจิตร์&nbsp;นายอำเภอดอนสัก&nbsp;เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;และทีม&nbsp;ศรชล&nbsp;จว.สฎ.&nbsp;คำนวนทิศทางการไหลของน้ำ&nbsp;โดยได้วางแผน&nbsp;มอบหมายภารกิจ&nbsp;หน่วยงานเกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการดังนี้&nbsp;1.การค้นหาผิวน้ำ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี&nbsp;ตำรวจน้ำ&nbsp;เจ้าท่า&nbsp;เทศบาลเมืองดอนสัก&nbsp;และชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;2.การค้นหาใต้น้ำ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศรชล&nbsp;สฎ.&nbsp;ตำรวจน้ำ&nbsp;เจ้าท่า&nbsp;มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี&nbsp;ทีมขนอม&nbsp;และทีมท่าศาลา&nbsp;&nbsp;3.การค้นหาชายฝั่ง&nbsp;ชุดเดินเท้า&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สภ.ดอนสัก&nbsp;อส.อำเภอดอนสัก&nbsp;เทศเมืองดอนสัก&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อปพร.&nbsp;และญาติๆ&nbsp;ร่วมค้นหา</p><p><strong>นอกจากนี้ได้แจ้งไปชาวเรือ&nbsp;ชาวประมง&nbsp;</strong>ให้ช่วยเฝ้าสังเกตอีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213143731688"],
    [15,"จากกรณีเหตุคลื่นซัดชาวประมงพลัดตกเรือขณะออกหาปลา ที่อำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบร่างผู้สูญหายเป็นที่เรียบร้อย","<p><strong>จากกรณีชาวประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ออกเรือไปตกเบ็ดหาปลา</strong>&nbsp;จนถูกกระแสคลื่นซัด&nbsp;เป็นเหตุทำให้พลัดตกจากเรือ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;บริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก&nbsp;(ท่าเรือแหลมทวด)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ชุมชนทองไมล์&nbsp;ตำบลดอนสัก&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และทางเจ้าหน้าสามารถช่วยเหลือชีวิตได้อย่างปลอดภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และเหลือเพียง&nbsp;นายบุญเลิศ&nbsp;ชำนาญ&nbsp;อายุ&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;ที่สูญหาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทำให้ทางเจ้าหน้าได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์</strong>&nbsp;การค้นหาผู้สูญหาย&nbsp;โดยมีนายจักรกฤษณ์&nbsp;ฝั่งชลจิตร์&nbsp;นายอำเภอดอนสัก&nbsp;เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;และทีม&nbsp;ศรชล&nbsp;จว.สฎ.&nbsp;ได้ดำเนินการคำนวนทิศทางการไหลของน้ำ&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และชาวประมงในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันค้นหาร่างผู้สูญหายตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้</p><p><strong>ล่าสุดพบร่างของผู้สูญหายจากเหตุเรือล่ม&nbsp;รายนายบุญเลิศ&nbsp;ชำนาญ&nbsp;</strong>เป็นที่เรียบร้อย&nbsp;จึงสร้างความเสียใจต่อครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายจำนง&nbsp;สวัสดิ์วงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้เน้นย้ำ&nbsp;กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการหามาตรการป้องกัน&nbsp;และการช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงทีในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-13T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213181628748"],
    [16,"จังหวัดพังงาเตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยถอดบทเรียนจากเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่ผ่านมา เน้นมาตรการป้องกันควบคุมการเมาแล้วขับ","<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดพังงาถอดบทเรียนอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในข่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงของจังหวัดพังงา&nbsp;โดยวางมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทั้งก่อน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;และหลังเทศกาลสงกรานต์&nbsp;คือ&nbsp;ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ให้ตรวจสอบทางหลวงไม่ให้เป็นหลุมเป็นบ่อ&nbsp;ปรับปรุงให้อยู่ในสภาพปกติก่อนการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;กล่าวคือให้ปรับปรุงซ่อมแซมให้แล้วเสร็จก่อนวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เน้นการตรวจสอบสภาพรถโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด&nbsp;มอบหมายวิทยาลัยเทคนิคพังงาพิจารณาดำเนินโครงการซ่อมสร้างเพื่อชุมชนก่อนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;และให้ตำรวจภูธรจังหวัดพังงาเข้มงวดวินัยจราจรเน้นการสวมหมวกนิรภัย&nbsp;และช่วงระหว่างเทศกาลสงกรานต์ให้มีการเพิ่มจุดตรวจที่เป็นจุดเสี่ยง&nbsp;ถนนภายในหมู่บ้านชุมชน&nbsp;ด้านการรักษาพยาบาลให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่กรณีเกิดอุบัติเหตุเพื่อได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ส่วนหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีการถอดบทเรียนเพื่อนำไปสู่การป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของจังหวัดพังงาต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เน้นย้ำมาตรการรณรงค์ดื่มแล้วไม่ขับ</strong>โดยมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ประสานร้านค้าปลีกเข้มงวดการจำหน่ายสุราป้องกันการดื่มแล้วขับ&nbsp;มอบหมายสำนักงานจัดหางานจังหวัดสำรวจแรงงานต่างด้าว&nbsp;บูรณาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวดแรงงานต่างด้าวในการเมาไม่ขับ&nbsp;ตลอดจนมีการคาดโทษกำนันผู้ใหญ่บ้านหากพบว่ามีการกระทำผิดเมาแล้วขับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.พังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214101500815"],
    [17,"จังหวัดชัยนาท เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2565 โดยให้สำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ตลอดฤดูแล้ง ปี 2565","<p><strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ว่า&nbsp;กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;แจ้งว่าจากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;พบว่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;คาดการณ์ว่าระหว่างเดือนมกราคม&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ปริมาณฝนรวมประเทศไทย&nbsp;จะต่ำกว่าค่าปกติและคาดว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อน&nbsp;ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น&nbsp;และตั้งแต่เดือนมีนาคมจะมีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้ง&nbsp;ความชื้นในอากาศมีน้อย&nbsp;และมีอากาศร้อนจัดเป็นบางวัน&nbsp;โดยเฉพาะประเทศไทยตอนบน&nbsp;เพื่อให้การเตรียมความพร้อมการเตรียมการป้องกันและแก้ไขภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สอดคล้องกับมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้วิเคราะห์สถานการณ์&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่กักเก็บน้ำ&nbsp;วางแผนการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ในการกำหนดแนวทางการใช้น้ำในลักษณะต่างๆ&nbsp;ทั้งเพื่อการอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;การรักษาระบบนิเวศ&nbsp;การเกษตร&nbsp;และอุตสาหกรรม&nbsp;ตลอดจนแนวทางการระบาย&nbsp;และกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ตามแหล่งน้ำขนาดต่างๆ&nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่&nbsp;ให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&nbsp;ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;โดยให้ความสำคัญกับการจัดทำและนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง&nbsp;มาใช้ประกอบในการกำหนดหน่วยงาน&nbsp;การแบ่งมอบพื้นที่&nbsp;และมอบหมายภารกิจในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ให้ครอบคลุมถึงระดับตำบล&nbsp;หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;รวมทั้งการสำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ที่เคยเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นประจำ&nbsp;ตลอดจนพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ที่ในห้วงฤดูฝนมีปริมาณฝนตกน้อย&nbsp;จนไม่สามารถเก็บกักน้ำในห้วงที่ผ่านมาได้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้ให้ทุกพื้นที่ดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</strong>ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยให้กำหนดมาตรการรองรับในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;โดยเฉพาะกรณีพืชสวนที่เป็นไม้ยืนต้น&nbsp;และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ&nbsp;พร้อมทั้งประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการจัดทำฝนหลวงในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเมื่อสภาวะเอื้ออำนวย&nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;เพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด&nbsp;รวมทั้งเตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;และเครื่องจักรกลสาธารณภัยของหน่วยงานฝ่ายพลเรือน&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จัดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และสร้างการรับรู้ให้ประชาชนภาคส่วนต่างๆ&nbsp;มีความเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่&nbsp;และมาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ&nbsp;รวมถึงการมีส่วนร่วมในการใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;พร้อมเชิญชวนประชาชนจิตอาสาในพื้นที่&nbsp;มีส่วนร่วมในการซ่อมสร้าง&nbsp;บำรุงรักษาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็ก&nbsp;เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214152531012"],
    [18,"หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ลงพื้นที่สำรวจอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านห้วยเดื่อ หลังจากทำการสูบน้ำไปกักเก็บในอ่างของหมู่บ้าน เพื่อผลิตน้ำประปาที่ชาวบ้านบ้านประสบภัยแล้งช้ำซาก","<p><strong>ที่อ่างกักเก็บน้ำบ้านห้วยเดื่อ&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลศรีภูมิ&nbsp;อำเภอทำวังผา&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;นายวรวิทย์&nbsp;อินต๊ะใจ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จุดกักเก็บน้ำบ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้มอบอำนาจให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&nbsp;เป็นหน่วยดำเนินการสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน&nbsp;เพื่อนำน้ำดิบมาผลิตประปาของหมู่บ้าน&nbsp;นำมากักเก็บอ่างกักเก็บน้ำอ่างบ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หลังชาวบ้านทั้งหมู่บ้านประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก&nbsp;โดยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลสูบน้ำมากักเก็บลงในอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;เพื่อผลิตประปาในการอุปโภคบริโภครวมถึงการเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน&nbsp;</p><p><strong>ตามที่จังหวัดน่านได้อนุมัติใช้จ่ายเงินทดรองราชการ&nbsp;จำนวน&nbsp;249,296&nbsp;บาท&nbsp;</strong>มอบอำนาจให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&nbsp;เป็นหน่วยดำเนินการ&nbsp;โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;15&nbsp;เชียงราย&nbsp;ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมเครื่องสูบน้ำระยะไกล&nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์&nbsp;เข้าดำเนินการ&nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน&nbsp;เพื่อผันน้ำไปยังอ่างกักเก็บน้ำของหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อนำไปผลิตประปา&nbsp;ประจำหมู่บ้าน&nbsp;ในพื้นที่ของบ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลศรีภูมิ&nbsp;อำเภอท่าวังผา&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;3&nbsp;กิโล.&nbsp;800&nbsp;เมตร&nbsp;โดยจะใช้เวลาดำเนินการสูบน้ำประมาณ&nbsp;20&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งครบกำหนด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรที่อยู่ในพื้นที่สูง&nbsp;ไม่ทำให้ราษฎรในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งช้ำซาก&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ผ่านมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลศรีภูมิ</strong>&nbsp;ต้องนำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่าย&nbsp;วันละหลายเที่ยว&nbsp;โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม&nbsp;จะนำรถบรรทุกน้ำนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านทุกหลังคาเรือน&nbsp;โดยบ้านห้วยเดื่อมีประชากร&nbsp;จำนวน&nbsp;380&nbsp;คน&nbsp;ใน&nbsp;115&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้ประสบปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นประจำทุกปี&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายวรวิทย์&nbsp;อินต๊ะใจ</strong>&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้ได้ลงพื้นที่จุดอ่างกักเก็บน้ำของชาวบ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หลังจากสูบน้ำจากแหล่งน้ำที่แม่น้ำน่าน&nbsp;นำมาเก็บลงอ่างน้ำของชาวบ้าน&nbsp;เพื่อนำไปผลิตน้ำประปา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;เนื่องจากตอนนี้เข้าสู่ฤดูแล้งเต็มตัว&nbsp;เพื่อเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางมาตรการวางไว้&nbsp;คาดว่าน้ำที่สูบครั้งนี้จะมีน้ำเพียงพอในการอุปโภคบริโภค&nbsp;ไปจนถึงช่วงฤดูฝน&nbsp;โดยสนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&nbsp;ได้ประสานกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและกำนันผู้ใหญ่บ้านออกสำรวจแหล่งน้ำดิบ&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือหากมีการร้องขอมา&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งล่วงหน้า&nbsp;</p><p><strong>ส่วนทางด้าน&nbsp;นายชิต&nbsp;</strong>สุทธะ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลศรีภูมิ&nbsp;อำเภอท่าวังผา&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณที่ทางราชการได้เข้ามาช่วยเหลือ&nbsp;ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน&nbsp;ต่างขอขอบคุณทางราชการ&nbsp;ที่ได้ให้การช่วยเหลือ&nbsp;ซึ่งชาวบ้านต่างดีใจเป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><strong>-----สัมภาษณ์-------</strong></p><p><strong>นายวรวิทย์&nbsp;อินต๊ะใจ&nbsp;</strong></p><p><strong>หัวหน้าปภ.น่าน</strong></p><p><strong>------สัมภาษณ์------</strong></p><p><strong>นายชิต&nbsp;สุทธะ</strong></p><p><strong>ผู้ใหญ่บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3</strong></p><p><br></p>","2022-02-14T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214160246031"],
    [19,"มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดมอบสิ่งของพระราชทานให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กำหนดมอบสิ่งของพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ราย&nbsp;นายประกอบ&nbsp;ปานเจริญ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;34&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลลำดวน&nbsp;อำเภอลำดวน&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณบ้านเลขที่&nbsp;34&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลลำดวน&nbsp;อำเภอลำดวน&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</strong>ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้ก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ขึ้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2506&nbsp;จากเหตุการณ์มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2505&nbsp;เพื่อดำเนินงานด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงสงเคราะห์ด้านการศึกษา&nbsp;ด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย&nbsp;และเด็กที่เรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;ซึ่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ยืดถือพระราชดำริมาปฏิบัติเป็นเวลากว่า&nbsp;58&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ดังพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิไว้&nbsp;และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;มหาวชิราลงกรณ&nbsp;มีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ที่จะสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;ในการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ด้วยทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร์เป็นสิ่งสำคัญ&nbsp;โดยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้นำสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของอัคคีภัย&nbsp;และสร้างขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ฝ่าฟันให้พ้นวิกฤตภัยมาโดยตลอด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215120032295"],
    [20,"มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครอบครัว&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกฤษณ์&nbsp;แก้วทองหลาง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;นายสิรศักดิ์&nbsp;ทัศยาพันธุ์&nbsp;นายอำเภอภาชี&nbsp;ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฯ&nbsp;สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;103/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลภาชี&nbsp;อำเภอภาชี&nbsp;โดยทำพิธีมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่&nbsp;นางวงเดือน&nbsp;พันยวงศ์&nbsp;ซึ่งบ้านที่อยู่อาศัย&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลภาชี&nbsp;อำเภอภาชี&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ประสบอัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;ได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;มีผู้ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการได้รับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้</strong>&nbsp;ครอบครัวดังกล่าว&nbsp;ต่างทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;องค์พระบรมราชูปถัมภก&nbsp;แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นล้นพ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th&nbsp;\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215132547325"],
    [21,"ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ประจวบฯ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุดในตัวเมืองหัวหิน พร้อมเร่งสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ","<p><strong>จากการเกิดฝนตกหนักในพื้นที่&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้</strong>&nbsp;ทำให้ถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน&nbsp;มีปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุด&nbsp;เช่น&nbsp;ถนนโค้งพระจันทร์&nbsp;ถนนดำเนินเกษม&nbsp;ถนนแนบเคหาสน์&nbsp;ถนนพูลสุข&nbsp;รวมถึงถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนสายหลักบริเวณด้านหน้าตลาดฉัตร์ไชย&nbsp;ศูนย์การค้ามาร์เก็ต&nbsp;วิลเลจ&nbsp;หัวหิน&nbsp;รถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ&nbsp;โดย&nbsp;พ.ต.อ.หงส์พรหม&nbsp;วิศิษฐ์ชนะชัย&nbsp;ผกก.สภ.หัวหิน&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรออกอำนวยความสะดวกซึ่งล่าสุดสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;นายพลกฤต&nbsp;พวงวลัยสิน&nbsp;นายอำเภอหัวหิน</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอหัวหิน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ออกตรวจสอบบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ต.ทับใต้&nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&nbsp;&nbsp;ต.หนองพลับ&nbsp;และ&nbsp;ต.ห้วยสัตว์ใหญ่&nbsp;หากพบความเสียหายจากน้ำท่วมให้รายงานเพื่อทราบและจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215154936448"],
    [22,"รถเก่า รถใหม่\" ก็ทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.ได้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความคุ้มครอง กับบริษัทกลางฯ","<p><strong>นางสาวกรรณิการ์&nbsp;เอกคณิต&nbsp;ผู้จัดการบริษัทกลาง</strong>คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาอำนาจเจริญ&nbsp;ดำเนินรายรายการ&nbsp;\"รับรู้สู้ภัยไปกับ&nbsp;ปภ.\"&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;รถเก่า&nbsp;รถใหม่ก็ทำประกันภัยตาม&nbsp;พ.ร.บ.ได้&nbsp;เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความคุ้มครอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;FM&nbsp;ความถี่&nbsp;103.25&nbsp;MHz.&nbsp;บริษัทกลางฯ</p><p><strong>\"รถเก่า&nbsp;รถใหม่\"&nbsp;ก็ทำประกันภัยตาม&nbsp;พ.ร.บ.ได้&nbsp;เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความคุ้มครอง&nbsp;</strong>เมื่อมีผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;แล้วรถคันที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมีประกันภัย&nbsp;พ.ร.บ.ไม่ว่าจะเป็น</p><p><strong>\"รถใหม่หรือรถเก่า\"&nbsp;</strong>รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์&nbsp;ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย</p><p><strong>ตังนั้นเจ้าของรถทุกคัน&nbsp;ไม่ว่าจะรถเก่หรือรถใหม่</strong>&nbsp;ต้องไม่ลืมทำประกันภัย&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนก็จะได้รับการคุ้มเครองทันที&nbsp;โดยคุ้มครอง&nbsp;กรณีบาดเจ็บเป็นค่ารักษาพยาบาลสูงสุดตามการรักษาจริงไม่เกิน&nbsp;80,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีเสียชีวิต&nbsp;คุ้มครองสูงสุด&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือ&nbsp;กรณีสูญเสียอวัยวะ&nbsp;ความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;ถึง&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;และยังมีค่าชดเชย&nbsp;กรณีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;(ผู้ป่วยใน&nbsp;ให้อีกวันละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;วัน</p><p><strong>ยกเว้นสำหรับผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย</strong>&nbsp;จะได้รับการชดใช้เพียงค่าเสียหายเบื้องต้นจากบริษัทประกันที่รับประกันภัยรถของตนเท่านั้น&nbsp;และถ้าผู้ขับขี่เป็นฝ่ายถูกก็ต้องไปใช้สิทธิ์เรียกร้องเอาจากฝ่ายที่ต้องรับผิด&nbsp;สำหรับรถเก่าโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์&nbsp;ถ้าจะทำประกันภัย&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;สามารถทำได้ที่บริษัทประกันภัย&nbsp;หรือที่บริษัท&nbsp;กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&nbsp;จำกัด&nbsp;เพียงแค่เตรียมเอกสารสำเนาทะเบียนรถและบัตร&nbsp;ประชาชนเท่านั้น&nbsp;แต่หากไม่มีสำเนาทะเบียนรถ&nbsp;ก็สามารถนำรถไปให้เจ้าหน้าที่ขูดเลขตัวถังรถเพื่อยืนยันว่า&nbsp;เป็นรถคันที่เอาประกันภัย&nbsp;เพียงเท่านี้ก็ทำประกันภัย&nbsp;พ.ร.บ.ได้&nbsp;หรือสามารถทำประกันภัยออนไล์&nbsp;ผ่านไลน์&nbsp;@iRVP&nbsp;ง่ายๆ&nbsp;คุ้มครองทันที</p><p><strong>สอบถามการทำประกันภัย&nbsp;พ.ร.บ.และตรวจสอบ</strong>การใช้สิทธิตามประกันภัย&nbsp;พ.ร.บ.ได้ที่&nbsp;www.vp.co.th&nbsp;หรือติดต่อ&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;บริษัท&nbsp;กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&nbsp;จำกัด&nbsp;โทร&nbsp;1791&nbsp;&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือที่ไลน์&nbsp;@iRVP</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215170002489"],
    [23,"มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย ที่อำเภอโพนสวรรค์","<p><strong>นายวรรณพล&nbsp;ต่อพล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เป็นผู้แทนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ประจำจังหวัดนครพนม&nbsp;เชิญถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;ไปมอบให้กับ&nbsp;&nbsp;นางบุญลือ&nbsp;อนุญาหงส์&nbsp;อายุ&nbsp;79&nbsp;ปี&nbsp;ที่อาศัยอยู่กับนายคล้าย&nbsp;ประกิ่ง&nbsp;อายุ&nbsp;81&nbsp;ปี&nbsp;สามี&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;ภายหลังบ้านไม้ใต้ถุนสูง&nbsp;เลขที่&nbsp;154&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบ้านค้อ&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้เสียหายทั้งหลังมูลค่ารวมประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;12.30&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมบริจาคสิ่งของ</strong>&nbsp;เครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบครัวผู้ประสบภัย&nbsp;นายวรรณพล&nbsp;ต่อพล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์&nbsp;ทรงต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว&nbsp;อันจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและผ่อนคลายความทุกข์ร้อน&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคนในครอบครัวที่ประสบอัคคีภัย</strong>ในครั้งนี้&nbsp;ให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วยความเข้มแข็ง&nbsp;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ประจำจังหวัดนครพนม&nbsp;เชิญถุงยังชีพพระราชทานมามอบให้&nbsp;จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;และก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ประสบภัยด้วย&nbsp;โดยตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นมา&nbsp;ทุกฝ่ายต่างพยายามให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการช่วยกันดับไฟ&nbsp;การรื้อถอนและปรับพื้นที่บ้านที่เสียหาย&nbsp;การจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อจะมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุม</strong>เพื่อพิจารณาอนุมัติวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือ&nbsp;วงเงินไม่เกิน&nbsp;49,500&nbsp;บาท&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนมมอบช่วยเหลือ&nbsp;8,000&nbsp;บาทพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;สมาคมผู้สูงอายุ&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;และเพื่อนบ้านมอบสิ่งของเครื่องใช้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215182814548"],
    [24,"เทศบาลตำบลทับมา ติวเข้มเจ้าหน้าที่ พนักงานสถานประกอบการในพื้นที่ ป้องกันการเกิดอัคคีภัยในสถานประกอบการ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน","<p><strong>ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสถานประกอบการปลอดภัยจากอัคคีภัย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;องค์กรการกุศล&nbsp;และพนักงานในสถานประกอบการในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมอบรม&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีการลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;และสถานประกอบการในพื้นที่&nbsp;ในการขับเคลื่อนโครงการสถานประกอบการปลอดภัยจากอัคคีภัยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยของอัคคีภัย&nbsp;เข้าใจสาเหตุของการเกิดอัคคีภัย&nbsp;และวิธีการป้องกันอัคคีภัยในสถานประกอบการได้อย่างถูกต้อง&nbsp;มีทักษะและความสามารถในการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเข้าทำการระงับเหตุอัคคีภัยในเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&nbsp;สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอัคคีภัยในเบื้องต้นได้&nbsp;ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้นได้&nbsp;และมีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง&nbsp;กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการ&nbsp;ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้และหลักการดับเพลิง&nbsp;การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอัคคีภัย&nbsp;และเทคนิคการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือดับเพลิง&nbsp;และเทคนิคการหยุดการรั่วไหลและการควบคุมไฟที่เกิดจากน้ำมันและแก๊ส&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การอบรมดังกล่าว&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์</strong>&nbsp;และเผยแพร่ให้ผู้อื่น&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอัคคีภัยในสถานประกอบการ&nbsp;ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215181505539"],
    [25,"นายอำเภอสังขะ สั่งระดมรถดับเพลิงและเครื่องจักรกลเร่งดับไฟไหม้บ่อขยะ ให้จบเร็วที่สุด","<p><strong>นายธาตรี&nbsp;สิริรุ่งวนิช&nbsp;นายอำเภอสังขะ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย&nbsp;นายพัฒนา&nbsp;พึ่งผล&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลสังขะ&nbsp;และเจ้าหน้าจากองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง&nbsp;12&nbsp;ตำบล&nbsp;ณ&nbsp;บ่อขยะ&nbsp;บ้านแบกจาน&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ติดตามสถานการณ์และวางแผนการบริหารจัดการเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะ&nbsp;พร้อมมอบนโยบายการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำ&nbsp;</p><p><strong>โดยก่อนหน้านี้&nbsp;ได้สั่งประชุมเร่งด่วน&nbsp;ทั้งเทศบาล&nbsp;และ&nbsp;อบต.ทุกแห่ง</strong>ในเขตอำเภอสังขะ&nbsp;เพื่อขอความร่วมมือให้จัดรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่จากทุก&nbsp;อบต.ทั้งหมด&nbsp;12&nbsp;อบต.กับอีก&nbsp;1&nbsp;เทศบาล&nbsp;พร้อมทั้งรถแมคโคร&nbsp;และเครื่องจักรกล&nbsp;เข้าพื้นที่เร่งทำการดับเพลิง&nbsp;อีกทั้งยังจัดตั้งศูนย์ประสานงาน&nbsp;เพื่อทำการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากทุก&nbsp;อบต.และเทศบาล&nbsp;ซึ่งจะเร่งทำการดับเพลิงตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และคาดว่าทุกอย่างจะจบเร็วที่สุด&nbsp;ภายใน&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์เพลิงไหม้บ่อขยะบริเวณบ้านแบกจานที่เกิดขึ้นดังกล่าว</strong>&nbsp;เกิดเหตุตั้งแต่คืนวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;03.00&nbsp;น.&nbsp;มีต้นเพลิงเกิดขึ้น&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ห่างกันบริเวณบ่อขยะ&nbsp;ซึ่งในวันที่เกิดเหตุ&nbsp;สำนักงานเทศบาลตำบลสังขะร่วมกับ&nbsp;อบต.สังขะ&nbsp;ได้เข้าพื้นที่ระงับเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะอย่างต่อเนื่องและยังควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามออกไป&nbsp;แต่การดับเพลิงเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงจุดเพลิงไหม้ได้&nbsp;ประกอบกับพื้นที่เพลิงไหม้เริ่มขยายวงกว้าง&nbsp;มีหญ้า&nbsp;ป่าไม้และขยะเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216103534690"],
    [26,"นายอำเภอสังขะ สั่งระดมรถดับเพลิงและเครื่องจักรกลเร่งดับไฟไหม้บ่อขยะ ให้จบเร็วที่สุด","<p><strong>นายธาตรี&nbsp;สิริรุ่งวนิช&nbsp;นายอำเภอสังขะ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่บ่อขยะ&nbsp;บ้านแบกจาน&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายพัฒนา&nbsp;พึ่งผล&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลสังขะ&nbsp;และเจ้าหน้าจากองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง&nbsp;12&nbsp;ตำบล&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;และวางแผนการระงับเหตุ&nbsp;พร้อมมอบนโยบายการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำ&nbsp;</p><p><strong>โดยก่อนหน้านี้&nbsp;ได้มีการประชุมเร่งด่วน&nbsp;ทั้งเทศบาล</strong>&nbsp;และ&nbsp;อบต.ทุกแห่งในเขตอำเภอสังขะ&nbsp;เพื่อขอความร่วมมือให้จัดรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ทั้งหมด&nbsp;จาก&nbsp;12&nbsp;อบต.กับอีก&nbsp;1&nbsp;เทศบาล&nbsp;พร้อมทั้งรถแมคโคร&nbsp;และเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่&nbsp;เร่งทำการดับเพลิง&nbsp;รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากทุก&nbsp;อบต.และเทศบาล&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะเร่งทำการดับเพลิงตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;และคาดว่าทุกอย่างจะจบภายใน&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216115509730"],
    [27,"กรมชลประทาน พร้อมรับมือฝนตกหนักภาคใต้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ฝนจะตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้ให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่&nbsp;เฝ้าระวังน้ำหลาก&nbsp;และน้ำท่วมฉับพลันอย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;และสงขลา&nbsp;โดยเน้นย้ำให้เฝ้าระวังติดตามและตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีสภาพพร้อมใช้งาน&nbsp;รวมไปถึงบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;หากเกิดกรณีฝนตกหนัก&nbsp;หรือลมกระโชกแรงส่งผลกระทบต่ออาคารชลประทาน&nbsp;และทรัพย์สินของทางราชการ&nbsp;ให้เร่งเข้าไปดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในทันที&nbsp;จึงได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่&nbsp;14,15,16&nbsp;และโครงการชลประทานในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการแจ้งเตือนประชาชนให้พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมพร้อมเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;เครื่องผลักดันน้ำ&nbsp;ไว้ในพื้นที่เสี่ยงแล้ว</strong>&nbsp;สามารถนำไปช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมได้ตลอดเวลา&nbsp;เพื่อลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้มากที่สุดต่อไป</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216192924923"],
    [28,"ผู้ว่าฯ มหาสารคาม พร้อมเหล่ากาชาด จ.มหาสารคาม มอบสิ่งของ และเงินช่วยเหลือเยียวยา กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน","<p><strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย&nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ลงพื้นที่มอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;กรณีบ้านเรือนประชาชนเกิดเหตุเพลิงไหม้&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;4&nbsp;หมู่ที่&nbsp;18&nbsp;ต.เวียงสะอาด&nbsp;อ.พยัคฆภูมิพิสัย&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;เจ้าของบ้านคือ&nbsp;นายหลา&nbsp;ศรีมุงคุณ&nbsp;โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;15.48&nbsp;น.&nbsp;ได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;สาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้สอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่&nbsp;</strong>และกล่าวให้กำลังใจ&nbsp;พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจากภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดฯ&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมถุงยังชีพ&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;มอบเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;มอบน้ำดื่ม&nbsp;และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย&nbsp;มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบประเมินความเสียหาย&nbsp;และให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216155339831"],
    [29,"ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิตที่จังหวัดระยอง จำนวน 2 รายๆ ละ 30,000 บาท","<p><strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ&nbsp;</strong>เดินทางมามอบเงินกองทุนผู้ประสบภัยสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;โดยมี&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;นายอัธยา&nbsp;นวลอุทัย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;นายอณุสรน์&nbsp;แสงกล้า&nbsp;นอภ.เขาชะเมา&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;อบต.น้ำเป็น&nbsp;อ.เขาชะเมา&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;&nbsp;จากนั้นรับฟังสภาพปัญหา&nbsp;การป้องกันและแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนและเสียชีวิตเบื้องต้น&nbsp;จากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ก่อนออกเดินทางไปมอบเงินให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากช้างป่าถูกทำร้าย&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยรายแรก&nbsp;เป็นครอบครับ&nbsp;นางวัลภา&nbsp;จุนวังโส&nbsp;อายุ&nbsp;59&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;66&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลน้ำเป็น&nbsp;อำเภอเขาชะเมา&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จากนั้นได้เดินทางมายังครอบครัวนายสมบูรณ์&nbsp;บุญเลิศ&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;121&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลทุ่งควายกิน&nbsp;อำเภอแกลง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเรื่องภัยช้างป่าในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีต่อไป</p><p><strong>นายอัธยา&nbsp;นวลอุทัย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ผู้เสียชีวิตจากช้างป่าถูกทำร้ายและได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ค่าจัดการศพ&nbsp;เงินช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากช้างป่าเขาชะเมา&nbsp;,สนง.ปภ.ระยอง&nbsp;,&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;โดยครอบครัว&nbsp;นางวัลภา&nbsp;จุนวังโส&nbsp;ได้รับเงิน&nbsp;จำนวน&nbsp;113,700&nbsp;บาท&nbsp;และครอบครัวนายสมบูรณ์&nbsp;บุญเลิศ&nbsp;จำนวน&nbsp;112,400&nbsp;บาท</p><p><strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จากอัคคีภัย&nbsp;วาตภัย&nbsp;อุทกภัยและอุบัติภัยอื่นๆ&nbsp;จึงได้มอบหมายให้ลงพื้นที่เพื่อมามอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากช้างป่าในพื้นที่&nbsp;จ.ระยองและจันทบุรี&nbsp;โดยนำเงินจากกองทุนผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;มามอบให้รายละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2563&nbsp;และ&nbsp;2564&nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือประชาชนไปจำนวน&nbsp;160&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และตั้งแต่&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงขณะนี้&nbsp;ได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกินของชาวบ้าน&nbsp;</strong>เกิดจากจำนวนที่ช้างเพิ่มขึ้น&nbsp;ขณะที่ประชาชนได้ขยายพื้นที่ทำกินออกไปยังพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจนเกิดการกระทบกระทั่นกัน&nbsp;ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตตามมา&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้พยายามให้คนกับช้างได้อยู่ร่วมกัน&nbsp;พร้อมกับเพิ่มอาหาร&nbsp;ทำบ่อน้ำ&nbsp;สร้างแนวป้องกันให้แข็งแรงป้องกันไม่ให้ช้างออกมาบุกรุกที่ทำกินของชาวบ้าน&nbsp;ส่วนช้างตัวที่ทำร้ายคน&nbsp;จะเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่น&nbsp;ที่สำคัญคือการเตรียมความรู้ให้ประชาชนอยู่กับช้างได้อย่างปลอดภัย&nbsp;และเรียนรู้พฤติกรรมของช้างควบคู่กันไปด้วย&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างเข้ามาทำร้ายได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;พื้นที่เขตป่ารอยต่อ&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ภาคตะวันออก</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;เขาอ่างฤาไน&nbsp;มีช้างป่าอาศัยอยู่ประมาณ&nbsp;600&nbsp;ตัว&nbsp;อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเขาชะเมา&nbsp;19&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216160214832"],
    [30,"นิพนธ์ ตรวจภัยแล้งสุพรรณฯ มั่นใจปีนี้ไม่ขาดแคลนน้ำใช้อุปโภค -บริโภค และน้ำเกษตร พร้อมกำชับป้องกันไฟป่า-หมอกควันอย่างใกล้ชิด","<p><strong>ที่อ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&nbsp;ตำบลด่านช้าง&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ผอ.ศูนย์.ปภ.เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว&nbsp;นายอำเภอด่านช้าง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมติดตามสถานการณ์</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>รัฐบาลได้ให้ความสำคัญปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด&nbsp;และตนในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ในการ&nbsp;\"บำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข\"&nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;นั้น&nbsp;มีความตั้งใจจะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด&nbsp;จากการรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ปริมาณเก็บกักน้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&nbsp;มีความจุที่ระดับน้ำสูงสุด&nbsp;299,000&nbsp;ล้าน&nbsp;ม.3&nbsp;โดยวันนี้มีปริมาตรน้ำเก็บกัก&nbsp;296&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;(99.29%)&nbsp;และปริมาณการใช้น้ำ&nbsp;256&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;(99.18%)&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค&nbsp;และการทำการเกษตร&nbsp;จึงไม่มีความกังวลในประเด็นดังกล่าว&nbsp;ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือโดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และศูนย์อำนวยการและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;(ภัยแล้ง)&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;จัดเตรียมกำลังคน&nbsp;วัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p>นอกจากนี้ยังติดตามและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ด้วยทุกปี&nbsp;พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาความแห้งแล้งทำให้เอื้อต่อการเกิดไฟป่าได้ง่าย&nbsp;ซึ่งการเกิดไฟป่าแต่ละครั้งเป็นอันตรายและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชาชนและราชการ&nbsp;และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตมลพิษหมอกควัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต&nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;จึงให้ทุกฝ่ายบูรณาการร่วมกันดูแลให้คำแนะนำและประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ให้ทั่วถึงและรวดเร็ว&nbsp;รวมถึงเผยแพร่ความรู้&nbsp;ให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัย&nbsp;ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;ได้กล่าวฝากทิ้งท้ายถึงความปลอดภัยทางถนนว่า</strong>&nbsp;ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมมือกันทำให้สถิติอุบัติเหตุทางถนนลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;ตนได้กำชับให้ใช้กลไกจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)&nbsp;เทศบาล&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่รับผิดชอบ&nbsp;ช่วยกันเร่งสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;จากการขับรถที่ไม่มีวินัยและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด&nbsp;พร้อมเร่งดำเนินการปรับปรุง&nbsp;แก้ไขด้านกายภาพของถนน&nbsp;เครื่องหมายจราจร&nbsp;สัญญาณไฟ&nbsp;และป้ายเตือน&nbsp;ให้มีความชัดเจนบริเวณทางข้าม&nbsp;ทางร่วม&nbsp;ทางแยก&nbsp;และจุดคับขันต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ประชาชน&nbsp;ได้ใช้ความระมัดระวังและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่&nbsp;จึงถือโอกาสนี้&nbsp;ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน&nbsp;ในการร่วมกันสร้างวินัยจราจรที่ดีในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและไม่ให้เกิดการสูญเสียต่างๆ&nbsp;เกิดขึ้นบนท้องถนนอีกต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216165726856"],
    [31,"ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิตพร้อมศึกษาแนวทางแก้ปัญหาช้างป่า ที่ จ.จันทบุรี เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว ผู้เสียชีวิตจากเหตุถูกช้างป่าทำร้าย","<p><strong>ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิต&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;/&nbsp;ราย&nbsp;ละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมนำคณะประกอบด้วย&nbsp;นายสมพาศ&nbsp;นิลพันธ์&nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;นางสุรีย์พร&nbsp;รามสมภพ&nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;นางสาวยุพาภรณ์&nbsp;บุญรอด&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานการเงินและกองทุน&nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดย&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;แอคะรัจน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตัวแทนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;จิตอาสาเฝ้าระวังภัยช้างป่าให้การต้อนรับ&nbsp;และสรุปสถานการณ์การแก้ปัญหาลดผลกระทบราษฎรรับทราบสถานการณ์ช้างป่าและสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่จันทบุรี&nbsp;และมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว&nbsp;เมื่อเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;และอำเภอท่าใหม่&nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต&nbsp;และติดตามจุดเกิดเหตุช้างป่าทำลายแนวกันริมถนน&nbsp;บริเวณสี่แยกเขาพระยา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;พร้อมทั้งพบปะกลุ่มชาวบ้านอาสาสมัครประมาณ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ที่ช่วยกันผลักดันช้างป่าที่บุกมาทำลายพืชไร่เกษตรกรรมในบริเวณพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเสียใจถึงเหตุการณ์ภัยจากช้างป่า&nbsp;</strong>พร้อมนำความห่วงใยและกำลังใจจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีส่งถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ด้วย&nbsp;กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นเงินที่รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ&nbsp;สามารถบริจาคเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทย&nbsp;สาขาทำเนียบรัฐบาล&nbsp;เลขที่บัญชี&nbsp;067-0-06895-0&nbsp;ชื่อบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ใบเสร็จรับเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216174431865"],
    [32,"ศรีสะเกษคิกออฟใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยให้เป็นวัฒนธรรมตลอดทั้งปีพร้อมเดินหน้าจับปรับจริงเริ่ม 1 มีนาคมเป็นต้นไป","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;&nbsp;เปิดรณรงค์ขับเคลื่อนวาระป้องกันและลดอุบัติเหตุ&nbsp;365&nbsp;วัน&nbsp;ศรีสะเกษขับขี่ปลอดภัย&nbsp;หรือ&nbsp;คิกออฟใช้รถใช้ถนนอย่างมีวัฒนธรรมเพื่อความปลอดภัยตลอดทั้งปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะกุดหวาย&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้เปิดรณรงค์ขับเคลื่อนวาระป้องกันและลดอุบัติเหตุ&nbsp;365&nbsp;วัน&nbsp;ศรีสะเกษขับขี่ปลอดภัย&nbsp;หรือ&nbsp;คิกออฟใช้รถใช้ถนนอย่างมีวัฒนธรรมเพื่อความปลอดภัยตลอดทั้งปี&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ภาคธุรกิจเอกชน&nbsp;และนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ประกาศสร้างความตระหนักขับขี่อย่างปลอดภัยตลอด&nbsp;365&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งการสร้างจิตสำนึก&nbsp;และบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;&nbsp;พร้อมกำชับตำรวจทั้ง&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;เดินหน้าจับปรับจริงเริ่ม&nbsp;1&nbsp;มีนาคมเป็นต้นไป&nbsp;โดยเฉพาะการคาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;การขับรถไม่เร็ว&nbsp;เมาไม่ขับ&nbsp;ไม่ฝ่าสัญญาณไฟจราจร&nbsp;ต้องปลูกฝังให้เป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติทุกวัน&nbsp;อีกทั้งการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้ง&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;การเคารพกฎจราจรเป็นเรื่องสำคัญ&nbsp;ทั้งการอำนวยความสะดวกของทัพนักกีฬา&nbsp;และการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ด้านนายบุญประสงศ์&nbsp;นวลสายย์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษตั้งเป้าการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไม่เกินร้อยละ&nbsp;16&nbsp;ต่อแสนประชากร&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;234&nbsp;ราย&nbsp;โดยปีที่ผ่านมาเสียชีวิต&nbsp;237&nbsp;ราย&nbsp;สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมขับรถเร็ว&nbsp;การไม่สวมหมวกนิรภัยและขับรถตัดหน้าระยะกระชั้นชิด&nbsp;ซึ่งรถมอเตอร์ไซด์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;การสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัยทุกวันจนเป็นวัฒนธรรมนับว่าสำคัญมาก</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216185807897"],
    [33,"นิพนธ์ ตรวจภัยแล้งสุพรรณฯ มั่นใจปีนี้ไม่ขาดแคลนน้ำใช้อุปโภค - บริโภค และน้ำเกษตร พร้อมกำชับป้องกันไฟป่า-หมอกควันอย่างใกล้ชิด","<p><strong>ที่อ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&nbsp;ตำบลด่านช้าง&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ผอ.ศูนย์.ปภ.เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว&nbsp;นายอำเภอด่านช้าง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมติดตามสถานการณ์</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด&nbsp;และตนในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ในการ&nbsp;\"บำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข\"&nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;นั้น&nbsp;มีความตั้งใจจะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด&nbsp;จากการรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ปริมาณเก็บกักน้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&nbsp;มีความจุที่ระดับน้ำสูงสุด&nbsp;299,000&nbsp;ล้าน&nbsp;ม.3&nbsp;โดยวันนี้มีปริมาตรน้ำเก็บกัก&nbsp;296&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;(99.29%)&nbsp;และปริมาณการใช้น้ำ&nbsp;256&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;(99.18%)&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค&nbsp;และการทำการเกษตร&nbsp;จึงไม่มีความกังวลในประเด็นดังกล่าว&nbsp;ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือโดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และศูนย์อำนวยการและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;(ภัยแล้ง)&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;จัดเตรียมกำลังคน&nbsp;วัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังติดตามและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน</strong>และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ด้วยทุกปี&nbsp;พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาความแห้งแล้งทำให้เอื้อต่อการเกิดไฟป่าได้ง่าย&nbsp;ซึ่งการเกิดไฟป่าแต่ละครั้งเป็นอันตรายและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชาชนและราชการ&nbsp;และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตมลพิษหมอกควัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต&nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;จึงให้ทุกฝ่ายบูรณาการร่วมกันดูแลให้คำแนะนำและประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ให้ทั่วถึงและรวดเร็ว&nbsp;รวมถึงเผยแพร่ความรู้&nbsp;ให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัย&nbsp;ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;ได้กล่าวฝากทิ้งท้ายถึงความปลอดภัยทางถนนว่า&nbsp;</strong>ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมมือกันทำให้สถิติอุบัติเหตุทางถนนลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;ตนได้กำชับให้ใช้กลไกจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)&nbsp;เทศบาล&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่รับผิดชอบ&nbsp;ช่วยกันเร่งสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;จากการขับรถที่ไม่มีวินัยและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด&nbsp;พร้อมเร่งดำเนินการปรับปรุง&nbsp;แก้ไขด้านกายภาพของถนน&nbsp;เครื่องหมายจราจร&nbsp;สัญญาณไฟ&nbsp;และป้ายเตือน&nbsp;ให้มีความชัดเจนบริเวณทางข้าม&nbsp;ทางร่วม&nbsp;ทางแยก&nbsp;และจุดคับขันต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ประชาชน&nbsp;ได้ใช้ความระมัดระวังและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่&nbsp;จึงถือโอกาสนี้&nbsp;ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน&nbsp;ในการร่วมกันสร้างวินัยจราจรที่ดีในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและไม่ให้เกิดการสูญเสียต่างๆ&nbsp;เกิดขึ้นบนท้องถนนอีกต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-16T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216200652947"],
    [34,"จังหวัดตรังจัดพิธีมอบเงินพระราชทาน และสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นจากเหตุอัคคีภัยของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินพระราชทาน&nbsp;ช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ&nbsp;และสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นจากเหตุอัคคีภัย&nbsp;ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชนและครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุอัคคีภัย&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนให้พ้นจากวิกฤตภัย&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเอนกประสงค์&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลนาท่ามใต้&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงห่วงใยพสกนิกร&nbsp;</strong>ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดตรังนำเงินพระราชทานและสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุอัคคีภัยตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการจ่ายเงินสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับความเป็นมาของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิฯ&nbsp;ขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2506&nbsp;จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2505&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงการสงเคราะห์ด้านการศึกษา&nbsp;ด้านการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย&nbsp;และเด็กเรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;ฯ&nbsp;ด้วย&nbsp;โดยมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ&nbsp;ได้ถือปฏิบัติและดำเนินการตามพระราชดำริและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิฯ&nbsp;มาเป็นเวลากว่า&nbsp;58&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ที่จะสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอดการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ&nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ด้วยทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร์เป็นสำคัญ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217140952119"],
    [35,"คณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง จังหวัดตราด ผ่านการพิจารณาการขอรับงบประมาณป้องกันและยับยั้งปัญหาภัยแล้ง ของอำเภอเมือตราด และอำเภอเขาสมิง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายพีระ&nbsp;เอี่ยมสุนทร&nbsp;ปลัดจังหวัดตราด&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;กรณีภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้นโดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้แทนจากอำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เสนอโครงการขออนุมัติ&nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;กรณีภัยแล้ง&nbsp;</strong>จังหวัดตราด&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมได้มีการแจ้งแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;ระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ข้อ&nbsp;18&nbsp;เมื่อเป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในเวลาอันใกล้และจำเป็นต้องรีบดำเนินการโดยฉับพลัน&nbsp;ให้ส่วนราชการดำเนินการโดยอาจใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้น&nbsp;โดยไม่ต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;ภายในวงเงินไม่เกิน&nbsp;10,000,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;กรณีภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ได้ผ่านการพิจารณา&nbsp;โครงการที่อำเภอเมืองตราด&nbsp;และอำเภอเขาสมิง&nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการเตรียมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;กรณีภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการเตรียมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;กรณีภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ&nbsp;ของตำบลแหลมกลัด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;556,300&nbsp;บาท&nbsp;และอำเภอเขาสมิง&nbsp;ขอรับสนับสนุนงบประมาณในการเตรียมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;กรณีภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;โครงการ&nbsp;จาก&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการทำนบดินชั่วคราวคลองเขาสมิง&nbsp;ของตำบลวังตะเคียน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ&nbsp;ของตำบลเขาสมิง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;150,600&nbsp;บาท&nbsp;โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ&nbsp;ของตำบลทุ่งนนทรี&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;และโครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ&nbsp;ของตำบลสำตอ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;236,692.50&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217145252140"],
    [36,"ผวจ.นครศรีธรรมราช สั่งตั้งศูนย์บัญชาการช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หลังเส้นทางสัญจรถูกกระแสน้ำตัดขาด","<p><strong>นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสมพงษ์&nbsp;มากมณี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย&nbsp;ที่บริเวณสะพานคลองกัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนบพิตำ&nbsp;อำเภอนบพิตำ&nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางเบี่ยงชั่วคราว&nbsp;ที่กรมทางหลวงได้สร้างให้ชาวบ้านได้สัญจรในระหว่างที่การก่อสร้างสะพานแบริ่งจะแล้วเสร็จ&nbsp;ซึ่งที่บริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมวลน้ำป่าจำนวนมากได้ไหลทะลักกัดเซาะ&nbsp;สะพาน&nbsp;คอสะพานจนชำรุดเสียหายและถูกตัดขาด&nbsp;ไม่สามารถสัญจรไปมาได้&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ตำบลนบพิตำ&nbsp;และตำบลกรุงชิง&nbsp;ไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านได้</p><p><strong>เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้สั่งการให้</strong>ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน&nbsp;และกรมทางหลวง&nbsp;โดยนายไพจิตร&nbsp;แสงทอง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่&nbsp;16&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมเครื่องจักรกล&nbsp;เข้าปรับพื้นที่ลำคลอง&nbsp;พร้อมจัดสร้างสะพานไม้เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเป็นการชั่วคราว&nbsp;ควบคู่กับการสร้างสะพานแบริ่ง&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนความเสียหายอื่นๆ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนบพิตำ&nbsp;ซึ่งมีถนน&nbsp;คอสะพาน&nbsp;และเสาไฟฟ้า&nbsp;ถูกน้ำกัดเซาะและไม่สามารถใช้กระไฟฟ้าได้ในบางจุด&nbsp;ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้เร่งเข้าซ่อมแซมและคาดว่าจะสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ตามปกติในเย็นวันนี้(17&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เช่นกัน&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้สั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ขอความร่วมมือให้&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;นำเครื่องจักรกลทำทางเลี่ยงเข้าหมู่บ้านเพื่อสำรองในการเดินทาง&nbsp;และจัดหารถไว้บริการประชาชนทั้งสองฝั่งคลองเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน&nbsp;ขณะที่พระครูภัทรธรรมาภรณ์&nbsp;เจ้าอาวาสวัดเขาเหล็ก&nbsp;อำเภอนบพิตำ&nbsp;ได้จัดตั้งโรงครัวยังชีพช่วยเหลือประชาชนเป็นการเบื้องต้นด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว&nbsp;&nbsp;สุดา-จักราวุธ/ภาพ12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217150002146"],
    [37,"ชาวบ้านบางใหญ่ อ.บางปลาม้า รับมอบงบประมาณและถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากสมาชิกวุฒิสภา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ศาลาเอนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลบางใหญ่&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&nbsp;ลงพื้นที่มอบงบประมาณและถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกองโท&nbsp;เชษฐา&nbsp;ขาวประเสริฐ&nbsp;นายอำเภอบางปลาม้า&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เป็นความร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภาที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ทำให้บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;และยังมีอีก&nbsp;11&nbsp;ครอบครัวที่ยังคงประสบปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีวิต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวิทยา&nbsp;ผิวผ่อง&nbsp;รองประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&nbsp;คนที่หนึ่ง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;มีความประสงค์จะบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน&nbsp;จึงได้สนับสนุนเงินทุนซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;60,000&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;โดย&nbsp;นายอนุศักดิ์&nbsp;คงมาลัย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้สนับสนุนเงินตั้งต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;และได้รับการสนับสนุนจาก&nbsp;คณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมจัดเตรียมถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชนเพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในนามของวุฒิสภา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้น&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ได้เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;บทบาทของประชาชน</strong>และชุมชนต่อการปฏิรูปประเทศและเส้นทางยุทธศาสตร์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเนตร&nbsp;ปิ่นแก้ว&nbsp;ประธานขบวนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายสมหมาย&nbsp;ขิมมาทิ&nbsp;ประธานโครงการบ้านพอเพียงจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;(อดีต&nbsp;ผญบ.ม.2&nbsp;ต.รั้วใหญ่)&nbsp;และ&nbsp;นายศุภกิจ&nbsp;ศรีสว่าง&nbsp;ผู้ช่วย&nbsp;ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคกลางและภาคตะวันตก&nbsp;ร่วมเสวนา&nbsp;โดยก่อนเดินทางกลับ&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมที่บ้านที่เสียหายด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217150811153"],
    [38,"ชาวบ้านบางใหญ่ อ.บางปลาม้า รับมอบงบประมาณและถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากสมาชิกวุฒิสภา","<p><strong>ที่ศาลาเอนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลบางใหญ่&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&nbsp;ลงพื้นที่มอบงบประมาณและถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกองโท&nbsp;เชษฐา&nbsp;ขาวประเสริฐ&nbsp;นายอำเภอบางปลาม้าให้การต้อนรับ</p><p><strong>ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เป็นความร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&nbsp;</strong>ร่วมกับคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา&nbsp;ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;&nbsp;ทำให้บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;และยังมีอีก&nbsp;11&nbsp;ครอบครัวที่ยังคงประสบปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีวิต</p><p><strong>นายวิทยา&nbsp;ผิวผ่อง&nbsp;รองประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&nbsp;คนที่หนึ่ง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;มีความประสงค์จะบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน&nbsp;จึงได้สนับสนุนเงินทุนซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;โดย&nbsp;นายอนุศักดิ์&nbsp;คงมาลัย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้สนับสนุนเงินตั้งต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;และได้รับการสนับสนุนจาก&nbsp;คณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;40,000&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมจัดเตรียมถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชน&nbsp;เพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในนามของวุฒิสภา</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ได้เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;บทบาทของประชาชน</strong>และชุมชนต่อการปฏิรูปประเทศและเส้นทางยุทธศาสตร์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเนตร&nbsp;ปิ่นแก้ว&nbsp;ประธานขบวนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายสมหมาย&nbsp;ขิมมาทิ&nbsp;ประธานโครงการบ้านพอเพียงจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;(อดีตผญบ.ม.2&nbsp;ต.รั้วใหญ่)&nbsp;และ&nbsp;นายศุภกิจ&nbsp;ศรีสว่าง&nbsp;ผช.ผอ.&nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคกลางและภาคตะวันตก&nbsp;ร่วมเสวนาด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217194129339"],
    [39,"ผวจ.อยุธยา Kick off รณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม 21  25 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันทุกอำเภอ และรณรงค์สร้างจิตสำนึกต่อเนื่องทุกวันที่ 21","<p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมบึงพระราม&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;การรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไพรัตน์&nbsp;เพชรยวน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พ.อ.ภัทราวุธ&nbsp;ทิพโกมุท&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จว.&nbsp;พ.ต.อ.นฤนาท&nbsp;พุทไธสง&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ตร.ภ.จว.&nbsp;นายแพทย์ยุทธนา&nbsp;วรรณโพธิ์กลาง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กู้ภัย&nbsp;ผู้แทนภาคประชาคม&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;</p><p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จากกรณีรถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนน&nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตบริเวณทางข้ามเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ&nbsp;จึงมีมติให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด&nbsp;จัดกิจกรรมสัปดาห์การรณรงค์ภายใต้ชื่อ&nbsp;การรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จะเริ่ม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;จัดกิจกรรมเดินรณรงค์และทาสีทางข้าม&nbsp;</strong>ในวันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จุดแรก&nbsp;บริเวณศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ข้ามไปห้างโรบินสัน&nbsp;จุดที่สอง&nbsp;บริเวณหน้าวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ถนนนเรศวร&nbsp;จุดที่สาม&nbsp;บริเวณหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง&nbsp;ถนนนเรศวร&nbsp;และทุกอำเภอพร้อมกัน&nbsp;โดยรณรงค์ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด&nbsp;ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ&nbsp;ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายให้ได้รับโทษสูงสุด&nbsp;เพื่อให้ผู้ขับขี่เคร่งครัดปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;&nbsp;เร่งปรับปรุงบริเวณทางข้ามให้มีความปลอดภัย&nbsp;จัดทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นผิวถนน&nbsp;จัดทำป้ายเตือนและป้ายสัญลักษณ์ให้ผู้ขับขี่และผู้ข้ามถนนเห็นได้ชัดเจน&nbsp;ขณะเดียวกันให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องทุกเดือน&nbsp;โดยกำหนดให้วันที่&nbsp;21&nbsp;ของทุกเดือนเป็นเป้าหมายในการรณรงค์&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ในสถานศึกษาเพื่อให้มีความปลอดภัย&nbsp;โดยเฉพาะทางข้ามบริเวณโรงเรียน&nbsp;และรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วในเขตชุมชน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;สถานพยาบาล&nbsp;ด้วยการชะลอความเร็วในที่คับขันที่มีการจราจรพลุกพล่านหรือมีสิ่งกีดขวาง&nbsp;ทางร่วม&nbsp;ทางแยก&nbsp;ทางข้ามหรือทางม้าลาย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;การหยุดให้คนข้ามในทางข้ามหรือทางม้าลาย&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;rgb(75,&nbsp;0,&nbsp;130);\">https://ayutthaya.prd.go.th</a>/</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217165653234"],
    [40,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง  เพื่อติดตามสถานการณ์ และการช่วยเหลือประชาชน","<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;และการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมขุนลุมประพาส&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p>โดยในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์&nbsp;และมาตรการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยที่ผ่านมาแต่ละอำเภอ&nbsp;ดำเนินการเร่งเก็บกักน้ำ&nbsp;พร้อมปรับปรุงแหล่งน้ำทั้งการขุดลอกแหล่งน้ำ&nbsp;ซ่อมแซมระบบประปาภูเขา&nbsp;และการทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนันผู้ใญ่บ้าน&nbsp;และชุมชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้สามารถเก็บน้ำได้จำนวนมาก&nbsp;รองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งคลุมทุกพื้นที่&nbsp;ตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด&nbsp;จึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานทบทวนการสำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำ&nbsp;และพื้นที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;พร้อมมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่&nbsp;รับทราบข้อมูลที่แท้จริง&nbsp;โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;รวบรวมข้อมูลทั้งหมด&nbsp;จัดส่งให้คณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กัน&nbsp;และแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดเพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217172038250"],
    [41,"ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดระยองและจันทบุรี จำนวน 4 ราย","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยในพื้นที่จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิต&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;120,000&nbsp;บาท&nbsp;จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมพาศ&nbsp;นิลพันธ์&nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;นางสุรีย์พร&nbsp;รามสมภพ&nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;นางสาวยุพาภรณ์&nbsp;บุญรอด&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานการเงินและกองทุน&nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ร่วมงานด้วย</p><p><strong>เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;อบต.น้ำเป็น&nbsp;อำเภอเขาชะเมา&nbsp;จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะประชุมหารือร่วมกับ&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;นายอัธยา&nbsp;นวลอุทัย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อรับทราบสถานการณ์ช้างป่าในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา&nbsp;จากนั้นออกเดินทางไปยังบ้านครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายเมื่อเดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ที่อำเภอเขาชะเมา&nbsp;และอำเภอแกลง&nbsp;เพื่อมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;รายละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท</p><p><strong>เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะร่วมประชุมหารือ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;แอคะรัจน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นางภาสินี&nbsp;สุวรรณเจริญ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นายทศวารณ์&nbsp;วิทยาคม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เพื่อรับทราบสถานการณ์ช้างป่าและสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่จันทบุรี&nbsp;และมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว&nbsp;เมื่อเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;และอำเภอท่าใหม่&nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต&nbsp;และตรวจจุดเกิดเหตุช้างป่าเข้ามาหลบพักและทำลายพืชสวนบริเวณแยกเขาพระยา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;พร้อมทั้งพบนายกเทศบาลเมืองท่าช้างและกลุ่มชาวบ้านอาสาสมัคร&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ที่ช่วยกันผลักดันช้างป่าที่บุกมาทำลายพืชไร่เกษตรกรรมในบริเวณพื้นที่</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเสียใจถึงเหตุการณ์ภัยจากช้างป่า&nbsp;</strong>พร้อมนำความห่วงใยและกำลังใจจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;(นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย)&nbsp;ส่งถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ด้วย</p><p><strong>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าเพื่อให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและแหล่งที่อาศัยของสัตว์ป่า&nbsp;สำหรับการกำหนดแนวทางร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขและป้องกันปัญหาช้างป่า&nbsp;ต้องอาศัยความร่วมมือกันทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคประชาชนและภาคเอกชนในการป้องกันเฝ้าระวัง&nbsp;การปรับปรุงที่อยู่อาศัย&nbsp;การสร้างการรับรู้ให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;รวมทั้งการตั้งทีมเฉพาะกิจร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และภาคประชาชน&nbsp;เพื่อประโยชน์อย่างยั่งยืนในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่า&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เป็นเงินที่รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;สามารถบริจาคเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทย&nbsp;สาขาทำเนียบรัฐบาล&nbsp;เลขที่บัญชี&nbsp;067-0-06895-0&nbsp;ชื่อบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ใบเสร็จรับเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217175654285"],
    [42,"ผู้ว่าฯ อยุธยา เป็นประธานในพิธีส่งมอบบัญชีเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านพืชรอบแรก คาดว่ารอบ 2 ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมมอบรางวัลเงินฝากทวีโชค ระดับจังหวัดครั้งที่ 2 ปีบัญชี 2564","<p><strong>ณ&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;สาขาพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และมอบรางวัลผู้ได้รับรางวัลเงินฝากทวีโชค&nbsp;ระดับจังหวัดครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีบัญชี&nbsp;2564&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายสุวิชา&nbsp;อิศรางกูร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มีพื้นที่การเกษตรทั้งหมด&nbsp;882,616&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;จากสถานการณ์อุทกภัยจากพายุโกนเซินและพายุเตี้ยนหมู่&nbsp;ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9,529&nbsp;ไร่&nbsp;ใน&nbsp;16&nbsp;อำเภอ&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว&nbsp;6,111&nbsp;ไร่&nbsp;พืชไร่พืชผัก&nbsp;777&nbsp;ไร่&nbsp;และไม้ผลไม้ยืนต้น&nbsp;2,641&nbsp;ไร่&nbsp;รวมเกษตรกรได้รับผลกระทบ&nbsp;2,408&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเงินช่วยเหลือ&nbsp;20,418,893&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งในรอบแรก&nbsp;คณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่&nbsp;16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;อาทิ&nbsp;อำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เกษตรกร&nbsp;257&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;1,112,562.30&nbsp;บาท&nbsp;อำเภอท่าเรือ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;98&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;1,212,489&nbsp;บาท&nbsp;อำเภอบางไทร&nbsp;เกษตรกร&nbsp;167&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;1,630,914.50&nbsp;บาท&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับรอบที่&nbsp;2&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมพื้นที่เสียหาย&nbsp;2,749&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว&nbsp;1,168&nbsp;ไร่&nbsp;พืชไร่พืชผัก&nbsp;333&nbsp;ไร่&nbsp;และไม้ผลไม้ยืนต้น&nbsp;728&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงินการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;5,870,520&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขออนุมัติวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มีพื้นที่เสียหายใน&nbsp;14&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;9,529&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนเงินช่วยเหลือ&nbsp;20,418,893&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับการอนุมัติรอบที่&nbsp;1&nbsp;พื้นที่เสียหาย&nbsp;6,779.56&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนเงินช่วยเหลือ&nbsp;14,548,373.08&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้มีการโอนเงินให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;ต้องการมาทำความเข้าใจกับพ่อแม่พี่น้องในส่วนอื่นด้วยว่า&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ประสบอุทกภัยในครั้งนี้กว่า&nbsp;10,000&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;โดยเฉพาะงบซ่อมแซมบ้านที่มีปัญหาความล่าช้า&nbsp;อันที่สอง&nbsp;คือ&nbsp;ด้านการเกษตรและด้านการประมง&nbsp;เราได้รับรอบแรกไปแล้ว&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ถ้าได้รับเงินช่วยเหลือ&nbsp;อะไรมาเพิ่มเติมจะดำเนินการโอนให้กลับเกษตรกรเลยทันที&nbsp;แต่ในส่วนที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ&nbsp;คือด้านสาธารณภัย&nbsp;เช่น&nbsp;การซ่อมแซมถนนและที่สำคัญคือบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;ซึ่งของกระทรวงเกษตรนั้นค่อนข้างที่จะได้รับมาไว&nbsp;คาดว่าในรอบ&nbsp;2&nbsp;น่าจะไม่น่าเกินเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;ซึ่งต้องขอโทษพี่น้องประชาชนในส่วนที่เหลือที่ยังไม่ได้รับด้วย&nbsp;ฝากท่านที่มาในวันนี้&nbsp;ช่วยประชาสัมพันธ์นำความไปบอกกล่าวต่อคนในพื้นที่ด้วยว่าคงไม่เกินเดือนมีนาคมนี้&nbsp;น่าจะได้รับทั้งหมดในทุกด้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ได้เป็นประธานมอบรางวัลผู้ได้รับรางวัลเงินฝากทวีโชค&nbsp;ระดับจังหวัดครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีบัญชี&nbsp;2564&nbsp;ได้แก่&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์เก๋ง&nbsp;Toyota&nbsp;YARIS&nbsp;ATIV&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รางวัล&nbsp;ให้แก่&nbsp;คุณพรรณวิไล&nbsp;เสียงชื่นจิตร&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217190826323"],
    [43,"จังหวัดสุรินทร์เตรียมพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสุรินทร์ได้รับแจ้งจาก&nbsp;กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;ว่า&nbsp;ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึงช่วงกลางเดือนมีนาคม&nbsp;ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน&nbsp;จากนั้นช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;จะมีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;และมีอากาศร้อนจัดบางแห่ง&nbsp;กับจะมีพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และอาจมีลูกเห็บตกในบางแห่ง&nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรได้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;จึงให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดดำเนินการด้านการเตรียมความพร้อม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจก่อให้เกิดพายุฤดูร้อนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ให้ผู้อำนวยการในแต่ละระดับ&nbsp;เร่งตรวจตราอาคารสถานที่&nbsp;ป้ายโฆษณา&nbsp;สิ่งก่อสร้างรวมถึงไม้ยืนต้นตามที่สาธารณะที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง&nbsp;พร้อมทั้งแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซม&nbsp;ตลอดจนเชิญชวนประชาชนจิตอาสามีส่วนร่วมในการสอดส่อง&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;ดูแลให้เกิดความปลอดภัยต่อไป&nbsp;และให้ผู้อำนวยการท้องถิ่นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือประขาชนที่ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;และทันท่วงที&nbsp;สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย&nbsp;การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของที่พักอาศัย&nbsp;ช่องทางการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ&nbsp;ตลอดจนมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของภาครัฐในการดูแลประขาชน&nbsp;ผ่านช่องทางการสื่อสาร&nbsp;ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ&nbsp;อาทิ&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;วิทยุชุมชน&nbsp;หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน&nbsp;และเครือข่ายอาสาสมัคร&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;หากเกิดเหตุวาตภัย&nbsp;ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต&nbsp;และทรัพย์สินในพื้นที่ใดให้เร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;ตามกฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กรณีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายให้แบ่งมอบภารกิจ&nbsp;พื้นที่รับผิดชอบและบูรณาการหน่วยงาน&nbsp;เพื่อจัดกำลังในรูปแบบทีมประชารัฐในการเร่งเข้าซ่อมแชมบ้านเรือนประชาชนโดยเร่งด่วน&nbsp;กรณีป้ายโฆษณา&nbsp;สิ่งก่อสร้าง&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;หรือโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหายให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเข้าดำเนินการแก้ไขไม่ให้กีดขวางพื้นที่สาธารณะ&nbsp;และซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว&nbsp;กรณีความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และอำเภอ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามกฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และเมื่อเกิดสถานการณ์วาตภัยจากพายุฤดูร้อนขึ้นในพื้นที่&nbsp;&nbsp;ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสรุปสถานการณ์และรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ&nbsp;ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217191702329"],
    [44,"จังหวัดแพร่.........เกิดเหตุไฟไหม้บ้านประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่","<p><strong>วานนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ทางงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองแพร่</strong>ได้รับแจ้งเหตุ&nbsp;ไฟไหม้บ้านที่บ้านหนองใหม่&nbsp;จึงรายงานให้นายเจตนิพิฐ&nbsp;หล้าประเสริฐ&nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองแพร่&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ทราบ&nbsp;และได้นำรถดับเพลิง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงออกระงับเหตุร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และใกล้เคียง&nbsp;ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นบ้านของนายณัฐวุฒิ&nbsp;เทียนจอหอ&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;331&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลป่าแมต&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลา&nbsp;09.15&nbsp;น.&nbsp;ความเสียหายโดยบ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลัง&nbsp;</p><p>ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนในที่เกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลที่แท้จริงอีกครั้ง&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;ได้มอบหมายให้นายสายัณห์&nbsp;กาวีวงศ์&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ไปติดตามเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว&nbsp;เพื่อสำรวจความเสียหายและเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ช่วงนี้เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว&nbsp;อากาศจะร้อน&nbsp;และความชื้นในอากาศจะลดลง&nbsp;เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้&nbsp;จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังการเกิดไฟไหม้ทั้งบ้านเรือน&nbsp;อาคารต่างๆ&nbsp;โดยให้สำรวจสายไฟฟ้า&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ&nbsp;หากเก่าหรือชำรุดให้แก้ไข&nbsp;การจุดไฟเพื่อประกอบอาหารต้องมั่นใจว่าดับแล้ว&nbsp;จึงจะออกจากบ้านไปทำงานด้านอื่น&nbsp;และให้องค์กรปกครองส่วนท้อวงถิ่น&nbsp;เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและยานพาหนะในการดับเพลิงตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อให้สามารถเข้าควบคุมเหตุการณ์ได้ทันเวลา&nbsp;เมื่อเกิดเหตุ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218112912432"],
    [45,"จังหวัดสุรินทร์มอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์แก่ผู้ประสบอัคคีภัยพื้นที่อำเภอลำดวน","<p><strong>จังหวัดสุรินทร์มอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;แก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;พื้นที่อำเภอลำดวน&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ให้แก่ครอบครัวของ&nbsp;นายประกอบ&nbsp;ปานเจริญ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;34&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลลำดวน&nbsp;อำเภอลำดวน&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ที่ประสบอัคคีภัย&nbsp;ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นเหตุให้บ้านพักอาศัยของ&nbsp;นายประกอบ&nbsp;ปานเจริญ&nbsp;ได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;และข้าวของเครื่องใช้ประจำครัวเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมดเช่นกัน&nbsp;โดยเฉพาะผ้าไหมโบราณทอมือ&nbsp;ที่ครอบครัวของนายประกอบสะสมไว้มายาวนานถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายนับ&nbsp;1,000&nbsp;ผืน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด</strong>&nbsp;ดังนั้นเพื่อช่วยเหลือ&nbsp;และเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;ได้อนุมัติเงินในการจัดซื้อของเพื่อดำรงชีพเบื้องต้นไปมอบให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในครั้งนี้&nbsp;และในโอกาสเดียวกันนี้ทางเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค&nbsp;แก่ผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;25&nbsp;มอบสิ่งของช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบสิ่งของช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;และถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบสิ่งของช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบสิ่งของช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;พร้อมทั้งหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในระดับอำเภอ&nbsp;และที่ทำการอำเภอลำดวน&nbsp;เทศบาลตำบลลำดวน&nbsp;ชมรมกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ได้ร่วมมอบเงิน&nbsp;และสิ่งของเครื่องอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ในครั้งนี้ด้วย&nbsp;สำหรับการช่วยเหลือในระยะต่อไปนั้น&nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนตำบลธาตุ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ประนนท์&nbsp;ไม้หอม&nbsp;/&nbsp;ส.ปชส.สุรินทร์&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218133238486"],
    [46,"จ.จันทบุรี ประชุมเตรียมจัด Kick off  ความปลอดภัยทางถนนทางม้าลาย","<p><strong>ศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดจันทบุรีประชุมเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนลดอุบัติเหตุทางข้าม&nbsp;ทางม้าลาย&nbsp;สร้างจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับรถที่ไม่มีวินัย&nbsp;และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ภูติเกียรติขจร</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดจันทบุรีเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม&nbsp;รณรงค์ความปลอดภัยทางถนนลดอุบัติเหตุทางข้าม&nbsp;ที่กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;จัดระเบียบความปลอดภัยทางม้าลายพร้อมกัน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี&nbsp;1&nbsp;หอนาฬิกา&nbsp;ทุ่งนาเชย&nbsp;และบริเวณหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้า&nbsp;ประตู&nbsp;2&nbsp;ในเย็นวันจันทร์ที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานปล่อยขบวนรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&nbsp;</p><p><strong>โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้าจะมีการทาสีทางม้าลายให้เด่นชัด&nbsp;</strong>พร้อมติดตั้งป้ายเตือนคนเดินข้ามถนน&nbsp;เป็นการสร้างกระแสการรับรู้และสร้างความปลอดภัยทางถนน&nbsp;โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับรถที่ไม่มีวินัย&nbsp;และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218151502573"],
    [47,"ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่ตรวจสอบเขื่อนป้องกันริมตลิ่งแม่น้ำน่าน แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายซ่อมแซมเร่งด่วน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>นายไพบูลย์&nbsp;ณะบุตรจอม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบเขื่อนป้องกันตลิ่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านหาดแตงโม&nbsp;ตำบลไผ่หลวง&nbsp;อำเภอตะพานหิน&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;สภาพเขื่อนดังกล่าวโครงสร้างยังแข็งแรง&nbsp;แต่ประสบปัญหาการกัดเซาะพังทลาย&nbsp;พื้นด้านบนยุบตัวเป็นโพลง&nbsp;เป็นหลุมลึกเสียหายบริเวณกว้าง&nbsp;อาจก่อให้เกิดอันตรายได้&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิจิตร&nbsp;สำนักงานจังหวัดพิจิตร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประสานงาน&nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมปรับปรุงโดยเร็ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคเหนือ","พิจิตร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218160209606"],
    [48,"การฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ (workshop) ตามแผนป้องกันอัคคีภัยในเหตุการณ์เสมือนจริง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวรพันธุ์&nbsp;สุวัณณุสส์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ&nbsp;(workshop)&nbsp;ตามแผนป้องกันอัคคีภัยในเหตุการณ์เสมือนจริง&nbsp;ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารโรงพยาบาล&nbsp;และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้าร่วมการฝึกอบรมในครั้งนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร&nbsp;ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ&nbsp;อัคคีภัย</strong>&nbsp;หรือภัยที่เกิดจากเพลิงไหม้&nbsp;เป็นสาธารณภัยประเภทหนึ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่&nbsp;กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจึงได้ออกกฎกระทรวง&nbsp;เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย&nbsp;อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน&nbsp;จึงกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้นและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะความรู้ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดับเพลิงและอพยพหนีไฟและสามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ในเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมถึงยังสามารถแจ้งเหตุและประสานงานระงับเหตุอัคคีภัยเบื้องต้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรจึงได้จัดทำโครงการฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้น&nbsp;และอพยพหนีไฟ&nbsp;ในเหตุการณ์เสมือนจริง&nbsp;ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรีและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;12&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;3&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลท่างาม&nbsp;เทศบาลเมืองปราจีนบุรี&nbsp;มูลนิธิสว่างบําเพ็ญธรรมสถาน&nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรีตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;และการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้นและอพยพหนีไฟในเหตุการณ์เสมือนจริงถือเป็นหัวใจสำคัญยิ่งของการระงับเหตุอัคคีภัยเพราะหากได้รับการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธี&nbsp;ก็จะทำให้เกิดทักษะความรู้ในการดูแลตนเอง&nbsp;คนใกล้ชิดผู้ป่วย&nbsp;และลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;ทั้งของตนและของทางราชการได้&nbsp;จากการฝึกซ้อมทักษะ&nbsp;ในครั้งนี้จะเป็นความรู้ความสามารถที่ติดตัวกับผู้เข้าร่วมฝึกซ้อมโดยเฉพาะ&nbsp;ถ้าหากว่าต้องตกอยู่ในสถานที่คับขันขึ้นมาจริงๆ&nbsp;ก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและสามารถรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายได้ในระดับหนึ่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ปราจีนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218173113656"],
    [49,"พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่คลองระบายน้ำ D9 ติดตามความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำ รอดพ้นจากวิกฤติภัยน้ำท่วม และปัญหาน้ำแล้ง","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;</strong>และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เพื่อติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;และความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ&nbsp;D9&nbsp;ณ&nbsp;ประตูระบายน้ำคลอง&nbsp;D9&nbsp;ตำบลปึกเตียน&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;ดร.สุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;รายงานภาพรวมแผนพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายสันต์&nbsp;จรเจริญ&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี&nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ&nbsp;D9&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และพบปะประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การลงพื้นที่เพชรบุรีเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ&nbsp;และผลสัมฤทธิ์ของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;ที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ&nbsp;D9&nbsp;ที่เป็นความสำเร็จจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผันน้ำจากเขื่อนเพชรบุรีออกสู่ทะเลได้ในปริมาณ&nbsp;100&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;ทำให้ในปี&nbsp;2563&nbsp;และ&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รอดพ้นจากวิกฤติภัยน้ำท่วม&nbsp;สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรจำนวนหลายพันไร่&nbsp;รัฐบาลมีความห่วงใยและมุ่งหวังให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;พัฒนา&nbsp;ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ&nbsp;ที่จำเป็นให้ครบถ้วน&nbsp;สมบูรณ์&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ&nbsp;ที่ต้องบูรณาการทุกหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ&nbsp;เพื่อให้เกิดแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;และให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำได้อย่างยั่งยืนโดยเร็วต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความสำเร็จโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>ผลการดำเนินงานในปี&nbsp;2561&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;รัฐบาลได้บูรณาการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการรวม&nbsp;728&nbsp;แห่ง&nbsp;สามารถเพิ่มความจุน้ำได้&nbsp;6.84&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;43,192&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;75,856&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งยาว&nbsp;11,742&nbsp;เมตร&nbsp;อาทิ&nbsp;แผนงานที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การก่อสร้างประตูระบายน้ำกลางคลองระบายน้ำ&nbsp;D9&nbsp;(ปตร.กะจิว)&nbsp;ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;การก่อสร้างประตูระบายน้ำกลางคลองระบายน้ำ&nbsp;D9&nbsp;(ปตร.มาบปลาเค้า)&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;และการก่อสร้างระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบโครงการจัดหาน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่&nbsp;ตำบลแก่งกระจานและตำบลวังจันทร์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;รวมทั้งการวางท่อขยายเขตจำหน่ายน้ำ&nbsp;ของการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;ในพื้นที่ตำบลดอนยาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;และการปรับปรุงฟื้นฟูระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองชะอำ&nbsp;ขององค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;<strong>โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;สทนช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแผนงานที่มีความเหมาะสมและมีความพร้อมดำเนินการ&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;โครงการ&nbsp;ซึ่งจะช่วยพื้นที่ชลประทานได้&nbsp;7,725&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;3,391&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ได้รับการป้องกัน&nbsp;36,000&nbsp;ไร่&nbsp;และช่วยเพิ่มปริมาณกักเก็บได้&nbsp;0.51&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;อาทิ&nbsp;การพัฒนาฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ฝายบ้านไร่บน&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;และฝายห้วยเกษม&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ที่ดำเนินการโดยกรมชลประทาน&nbsp;และการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อป้องกันน้ำท่วมชุมชนบ้านลาด&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่อำเภอท่ายาง&nbsp;และอำเภอชะอำ&nbsp;ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218183258684"],
    [50,"จังหวัดบุรีรัมย์ ขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยทางถนนพร้อมมอบเกียรติบัตรให้ศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอำเภอที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่&nbsp;ห้องนารายบรรทมสินธุ์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;นายดำรงชัย&nbsp;เนรมิตตกพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่&nbsp;ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยมี&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยก่อนการประชุม&nbsp;ได้มีการมอบเกียรติบัตรให้กับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติติเหตุทางถนน</strong>&nbsp;อำเภอที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;ในระดับพื้นที่ปี&nbsp;2565&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปภ.จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้ยึดกรอบแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและบรรลุเป้าหมายโดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือและประสานการปฏิบัติงานกับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ&nbsp;ศูนปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอง&nbsp;5&nbsp;การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;โดยการนำค่าเป้าหมายอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนระดับจังหวัดมาใช้ประกอบการวางแผนกำหนดมาตรการแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนโดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการจัดการความเสี่ยงหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;การดื่มสุราแล้วขับ&nbsp;การขับขี่จักรยานยนต์&nbsp;พร้อมมีการจัดทำแผนปฏิบัติการลดอุบัติเหตุในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับปัญหาและสถานการณ์&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเข้มข้นในช่วงของเทศกาลสำคัญวันหยุดยาว&nbsp;เช่นปีใหม่&nbsp;สงกรานต์&nbsp;และควรสร้างความตระหนักในความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นกับประชาชน&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่เยาวชน&nbsp;ในโรงเรียนที่มีการสอนในเรื่องของความปลอดภัยในการข้ามถนน&nbsp;หรือการใช้รถใช้ถนน&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และเกิดการมีส่วนร่วมมีจิตสำนึกที่ดีในการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218184733688"],
    [51,"ศรีสะเกษ !! นายกเทศบาลตำบลหนองใหญ่ลุยแก้ปัญหาภัยแล้งบรรเทาทุกข์ชาวบ้าน","<p><strong>ศรีสะเกษ-นายกเล็ก&nbsp;ตำบลหนองใหญ่ห่วงใยชาวบ้าน&nbsp;</strong>ออกสำรวจดูการเติมน้ำในหนองแก้ปัญหาภัยแล้ง</p><p><strong>เทศบาลตำบลหนองใหญ่ร่วมกับมูลนินิอุทกพัฒน์</strong>&nbsp;(ในพระบรมราชาอุปถัมภ์)สภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และสสน.สถาบันน้ำสารสนเทศ(องค์การมหาชน)&nbsp;นำโดย&nbsp;นายเอกอมร&nbsp;มะโนรัตน์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองใหญ่&nbsp;เดินทางลงพื้นที่สำรวจการวางท่อรับน้ำธรรมชาติ&nbsp;ลงหนองดุม&nbsp;บ้านหนองดุม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และหนองเมืองเก่า&nbsp;บ้านปลาชิวน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลหนองใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองจันทร์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;งบประมาณปี&nbsp;2566-2567&nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำให้ประชาชนได้อุปโภค&nbsp;บริโภคแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218202817734"],
    [52,"ปภ.ระยองแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล","<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>ได้สรุปการดำเนินงานของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;ได้รายงานถึงสถานการณ์วันนี้ว่า&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;(ศปน.)&nbsp;&nbsp;แจ้งว่าใช้เรือตรวจการณ์เจ้าท่า&nbsp;802&nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะและไม่เจอคราบน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด</strong>&nbsp;ได้จัดเรือลาดตระเวนและทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้า&nbsp;และเกาะเสม็ดแล้วไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;หาดพยูน,&nbsp;หาดหนองแฟบ,&nbsp;หาดสุชาดา,&nbsp;หาดแสงจันทร์,&nbsp;หาด&nbsp;IRPC,&nbsp;หาดค่ายมหาสุรสิงหนาท,&nbsp;หาดหน้าบ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท,&nbsp;ลานหินขาว,&nbsp;และหาดก้นอ่าว&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันดิบเช่นกัน</p><p><strong>ด้านสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ทำการสำรวจและตรวจสอบ</strong>กลุ่มชาวประมง&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบฯได้ส่งข้อมูลให้ทางบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมกับกลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จะประชุมร่วมกับบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ในวันที่&nbsp;22&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมระยองบีช&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ส่วนกรณีปลามีเหงือกสีดำนั้นได้ส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไปตรวจสอบคราบน้ำมัน&nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบจะออกในสัปดาห์หน้า</p><p><strong>ส่วนศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองแจ้งว่าวันนี้เวลาประมาณ</strong>&nbsp;09.00&nbsp;&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ได้ติดตามเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;และผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศเบื้องต้นบริเวณชายหาดทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ไม่พบสารอินทรีย์ระเหยง่าย&nbsp;total&nbsp;VOCs,&nbsp;ไฮโดรเจนซัลไฟด์&nbsp;H2S&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;SO2&nbsp;และไม่ได้รับกลิ่นน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและทรายบริเวณชายหาด</strong>&nbsp;และเกาะเสม็ด&nbsp;ไปตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก&nbsp;(HM)&nbsp;และสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&nbsp;(TPH)&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;ผลจะออกในสัปดาห์หน้า</p><p><strong>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;แจ้งว่าวันนี้&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายครรชิต&nbsp;ศรีนพวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นผู้แทนจังหวัดระยองเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลจังหวัดระยอง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิทยา&nbsp;ปราโมทย์วรพันธุ์&nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม.&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษา&nbsp;เพื่อร่วมกันเสนอความเห็นในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ตามหลักวิชาการ&nbsp;ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพื่อการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกล&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง</p><p><strong>การดำเนินของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;การปฏิบัติการในพื้นที่ทางทะเล</strong>&nbsp;มีการเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;โดยมีเรือร่วมปฏิบัติหน้าที่จำนวน&nbsp;32&nbsp;ลำ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรือกางทุ่นกักน้ำมันจำนวน&nbsp;15&nbsp;ลำ&nbsp;ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เส้น&nbsp;เรือเฝ้าระวัง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;เรือตรวจทางอากาศ&nbsp;(Drone)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;ทีมม้าน้ำสีชมพูดำน้ำสำรวจใต้ทะเลบริเวณเขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ดฝั่งตะวันตกไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เดินเท้าบริเวณชายหาดตั้งแต่หาดแหลมรุ่งเรือง&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;หาดสวนสน&nbsp;และใช้เรือเพื่อตรวจสอบ&nbsp;และเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;ตลอดแนว&nbsp;ห่างจากชายฝั่ง&nbsp;1-2&nbsp;กม.&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;บริษัทได้เข้าไปตรวจสอบกรณีร้องเรียน&nbsp;บริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จาก&nbsp;ทช.ร่วมเก็บตัวอย่างและนักข่าว&nbsp;ThaiPBS&nbsp;ร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบคราบน้ำมัน&nbsp;พบตะกอนสีดำปะปนอยู่ทั่วบริเวณหาด&nbsp;ได้ทำการทดสอบเบื้องต้น&nbsp;ปรากฏว่าไม่พบคราบน้ำมันเจือปน&nbsp;อย่างไรก็ตามได้เก็บตัวอย่างทรายและน้ำทะเลดังกล่าวส่งวิเคราะห์ต่อไป</p><p><br></p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนนั้นตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;8,397&nbsp;ราย</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218210359771"],
    [53,"ทอดสะพานเบลี่ย์ โรงเหล็ก  ห้วยพาน จังหวัดนครศรีธรรมราช บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในการสัญจร","<p><strong>นายสราวุธ</strong>&nbsp;<strong>ทรงศิวิไล</strong>&nbsp;<strong>อธิบดีกรมทางหลวง</strong>&nbsp;<strong>เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักทางภาคใต้จนทำให้เส้นทางเบี่ยงขาดบนทางหลวงหมายเลข&nbsp;4186&nbsp;โรงเหล็ก&nbsp;&nbsp;ห้วยพาน&nbsp;อำเภอนบพิตำ&nbsp;ช่วงกม.5+722&nbsp;(สะพานคลองกัน3)&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;และประชาชนผู้ใช้ทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้นั้น&nbsp;ขณะนี้กรมทางหลวง&nbsp;โดยสำนักงานทางหลวงที่&nbsp;16&nbsp;(นครศรีธรรมราช)&nbsp;&nbsp;ร่วมกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่&nbsp;4&nbsp;(นครศรีธรรมราช)&nbsp;สำนักก่อสร้างสะพาน&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;เครื่องจักรและเครื่องมือ&nbsp;ได้ทำการทอดสะพานเบลี่ย์&nbsp;(สะพานเหล็กชั่วคราว)&nbsp;แล้วเสร็จ&nbsp;โดยสามารถเปิดการจราจรได้แล้วตามปกติเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้สามารถสัญจรไปมาได้&nbsp;</p><p><strong>กรมทางหลวง&nbsp;จะทำการสำรวจความเสียหาย</strong>และจะบูรณะปรับปรุงซ่อมแซมเส้นทางอย่างถาวรต่อไป</p><p><strong>ผู้ใช้เส้นทางโปรดสังเกตป้ายแนะนำ&nbsp;ป้ายเตือน&nbsp;ตามที่ได้ติดตั้งไว้</strong>&nbsp;และขับขี่อย่างระมัดระวังปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&nbsp;หากประชาชนพบเห็นถนน/สะพานชำรุดเสียหายหรือต้องการความช่วยเหลือ&nbsp;สามารถแจ้งเหตุได้ที่&nbsp;สำนักงานทางหลวง&nbsp;แขวงทางหลวง&nbsp;หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;และสายด่วน&nbsp;กรมทางหลวง&nbsp;1586&nbsp;(โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง)</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220205003191"],
    [54,"ผู้ว่าฯ ตรัง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายกรณีลูกเห็บตกจากพายุฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง อำเภอห้วยยอด พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;ภูวญาณพงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง&nbsp;นายสำคัญ&nbsp;อรทัย&nbsp;นายอำเภอห้วยยอด&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;วรพงศ์พัฒน์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&nbsp;และ&nbsp;นายกมล&nbsp;วรพงศ์พัฒน์&nbsp;&nbsp;รองนายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&nbsp;ลงพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;&nbsp;หลังจากได้รับรายงานว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;18.40&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ได้รับรายงานแจ้งว่า&nbsp;ได้เกิดฝนตกหนักมีลูกเห็บตกและลมกระโชกแรงในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ทำให้ต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยยอดล้ม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ต้น&nbsp;ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับใน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;ตำบลเขาปูน&nbsp;และตำบลท่างิ้ว&nbsp;และมีรถยนต์ได้รับความเสียหายเนื่องจากเสาไฟฟ้าล้มทับ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;หลังคาบ้านเรือนเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;หลัง&nbsp;มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลห้วยยอดเพื่อรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว&nbsp;และไม่มีผู้เสียชีวิต</p><p><strong>ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้สั่งการให้นายสำคัญ&nbsp;อรทัย&nbsp;นายอำเภอห้วยยอด&nbsp;</strong>พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองออกช่วยเหลือประชาชนและสำรวจความเสียหาย&nbsp;โดยในเบื้องต้นอำเภอห้วยยอด&nbsp;เทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;สถานีตำรวจภูธรห้วยยอด&nbsp;แขวงทางหลวงตรัง&nbsp;มูลนิธิกุศลสถานตรัง&nbsp;และมูลนิธิกู้ภัยสว่างภักดี&nbsp;ร่วมกันรื้อถอนต้นไม้และเสาไฟฟ้าเพื่อเปิดเส้นทางจราจรอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่เทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;พร้อมเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุช่วยเหลือ&nbsp;และให้เทศบาลตำบลห้วยยอดจัดส่งเจ้าหน้าที่และวัสดุมุงหลังคา&nbsp;(กระเบื้องชั่วคราว)&nbsp;เพื่อมุงหลังคาบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายเป็นการชั่วคราวแล้ว&nbsp;ส่วนกระแสไฟฟ้าที่ดับใน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;นั้น&nbsp;สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตรัง&nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการจ่ายกระแสไฟฟ้าจนสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220190141155"],
    [55,"ทหาร เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ในทุกโอกาส แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้าน บางโกระ จ.ปัตตานี เหตุเพลิงไหม้วอดบ้านทั้งหลัง เร่งกำลังทหารสร้างที่อยู่อาศัย ให้แล้วเสร็จก่อนเดือนรอมฎอน","<p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;</strong>เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว&nbsp;นายมะเย็ง&nbsp;มาแบ&nbsp;จากเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่&nbsp;24&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบางโกระ&nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;และมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนหนึ่ง&nbsp;สำหรับบ้านของ&nbsp;นายมะเย็ง&nbsp;มาแบ&nbsp;ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิงนั้นถูกเพลิงไหม้วอดเสียหายทั้งหลัง&nbsp;รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายทั้งหมด&nbsp;คงเหลือแต่โครงเสาไม้เป็นซากปรักหักพัง&nbsp;เป็นเหตุให้ผู้อยู่อาศัยไม่สามารถพักอาศัยต่อไปได้&nbsp;จึงอาศัยบ้านญาติบริเวณใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เมื่อทราบเหตุได้แจ้งไปยังหน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;</strong>ดูแลผู้ได้รับผลกระทบโดยทันที&nbsp;โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;43&nbsp;ได้นำสิ่งของอุปโภคและบริโภค&nbsp;รวมไปถึงอาหารเครื่องดื่ม&nbsp;นำไปมอบให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น&nbsp;และอีกส่วนหนึ่งคือภาคประชาสังคม&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบด้วย&nbsp;ในส่วนการดำเนินการซ่อมแซมสร้างบ้านนั้น&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งการประสานความร่วมมือ&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการสภาประชาธิปไตยตำบลบางโกระ&nbsp;เข้าสนับสนุนซ่อมแซมก่อสร้างที่อยู่อาศัยโดยเร่งด่วน&nbsp;ก่อนมอบเครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;สิ่งของ&nbsp;อุปโภคบริโภคให้แก่&nbsp;นายมะเย็ง&nbsp;มาแบ&nbsp;และครอบครัว&nbsp;สร้างขวัญและกำลังใจ&nbsp;ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-20T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220203725172"],
    [56,"ปภ.ระยอง รายงานผลการเฝ้าระวังคราบฟีล์มน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง  ไม่พบคราบฟีล์มน้ำมัน เตรียมจ่ายเงิยเยียวยากลุ่มเรือประมงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้","<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>รายงานผลการเฝ้าระวังกรณีคราบน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองใช้เรือเรือตรวจการณ์ของกรมเจ้าท่าออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะๆ&nbsp;ปรากฎว่าไม่เจอคราบน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;ขณะที่บริษัท&nbsp;SPRCได้นำเสนอแผนอุดรอยรั่วต่อกรมเจ้าท่า&nbsp;และ&nbsp;มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมรับฟัง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;ได้เฝ้าระวังคราบฟีล์มน้ำมัน&nbsp;โดยมีเรือ&nbsp;24&nbsp;ลำและใช้&nbsp;Drone&nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันเช่นกัน</p><p><strong>ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองได้แจ้งผล</strong>การวิเคราะห์อาหารทะเลเก็บจากจังหวัดระยอง&nbsp;และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;ซึ่งได้นำตัวอย่างอาหารทะเล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ปลา&nbsp;หอย&nbsp;ปลาหมึก&nbsp;ไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการฯ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสามารถรับประทานอาหารทะเลได้</p><p><strong>ส่วนความคืบหน้า&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ</strong>ศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;8,382&nbsp;คน&nbsp;คาดว่าจะจ่ายเงินเยียวยาให้กับกลุ่มประมงเป็นกลุ่มแรก&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221095948249"],
    [57,"จังหวัดตรังเตรียมประกาศให้พื้นที่ในอำเภอห้วยยอด เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ หลังจากที่มีพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่าร้อยหลังคาเรือน","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่อำเภอห้วยยอด&nbsp;หลังจากถูกพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำสร้างความเสียหาย&nbsp;โดยมีนายสำคัญ&nbsp;อรทัย&nbsp;นายอำเภอห้วยยอด/นายเถลิงศักดิ์&nbsp;ภูวญาณพงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง/นายธวัชชัย&nbsp;วรพงศ์พัฒน์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&nbsp;รองนายกเทศมนตรี&nbsp;เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลห้วยยอด/เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค/สาขาอำเภอห้วยยอด/เจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์&nbsp;ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเคลียร์พื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;โดยเฉพาะต้นสนขนาดใหญ่&nbsp;ยังได้เคลียร์ออก&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ยังปิดเส้นทางบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&nbsp;ที่มีต้นสนล้มอยู่&nbsp;อย่างไรก็ตามทางเทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่หลังค้านเรือนพังเสียหายโดยซื้อกระเบื้อง&nbsp;เพื่อนำไปให้ประชาชนได้ซ่อมแซม&nbsp;ในขณะที่ประชาชนได้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย&nbsp;ส่วนบางหลังคาเรือนยังไม่ได้ซ่อมแซมเนื่องจากต้องรอช่าง</p><p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอดได้รับความเดือดร้อนกว่าร้อยหลังคาเรือน&nbsp;ส่วนใหญ่กระเบื้องหลังคาได้รับความเสียหาย&nbsp;ซึ่งทางเทศบาลตำบลห้วยยอดได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว&nbsp;อีกทั้งกำชับให้นายอำเภอห้วยยอด&nbsp;เข้ามาช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;&nbsp;และยังพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่แนวเดียวกับต้นสนขนาดใหญ่ที่ล้มลง&nbsp;จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข&nbsp;หากจำเป็นต้องตัดก็ต้องตัด&nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น&nbsp;และพร้อมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ&nbsp;เนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย&nbsp;โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์&nbsp;9&nbsp;ต้น&nbsp;นอกจากนี้ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ&nbsp;และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งเตือนประชาชนทันที&nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221101130254"],
    [58,"ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก อำเภอห้วยยอด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ร่วมกับหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อสำรวจความเสียหายและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้ต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าหน้าที่ว่าการอำเภอล้ม&nbsp;7&nbsp;เสา&nbsp;รถเก๋งได้รับความเสียหาย&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;และมีผู้บาดเจ็บ&nbsp;เล็กน้อย&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำคัญ&nbsp;อรทัย&nbsp;นายอำเภอห้วยยอด&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&nbsp;ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์&nbsp;และการให้ความช่วยเหลือประชาชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข</strong>&nbsp;หากจำเป็นต้องตัดก็ต้องตัด&nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น&nbsp;และพร้อมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ&nbsp;เนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย&nbsp;โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์&nbsp;9&nbsp;ต้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ&nbsp;และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งเตือนประชาชนทันที&nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางเทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่หลังคาบ้านเรือนพังเสียหายโดยซื้อกระเบื้อง&nbsp;เพื่อนำไปให้ประชาชนได้ซ่อมแซม&nbsp;และยังปิดการจราจรบริเวณดังกล่าว&nbsp;&nbsp;ให้ประชาชนไปใช้เส้นทางเลี่ยงแทน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221104009263"],
    [59,"จังหวัดตรัง เตรียมประกาศให้พื้นที่ในอำเภอห้วยยอด เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ หลังจากที่มีพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่าร้อยหลังคาเรือน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอห้วยยอด</strong>&nbsp;หลังจากถูกพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำสร้างความเสียหาย&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำคัญ&nbsp;อรทัย&nbsp;นายอำเภอห้วยยอด,&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;ภูวญาณพงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง,&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;วรพงศ์พัฒน์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&nbsp;รองนายกเทศมนตรี&nbsp;เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลห้วยยอด,&nbsp;เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขาอำเภอห้วยยอด,&nbsp;เจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์&nbsp;ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเคลียร์พื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;โดยเฉพาะต้นสนขนาดใหญ่&nbsp;ยังได้เคลียร์ออก&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ยังปิดเส้นทางบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&nbsp;ที่มีต้นสนล้มอยู่&nbsp;อย่างไรก็ตามทางเทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่หลังคาบ้านเรือนพังเสียหายโดยซื้อกระเบื้อง&nbsp;เพื่อนำไปให้ประชาชนได้ซ่อมแซม&nbsp;ในขณะที่ประชาชนได้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย&nbsp;ส่วนบางหลังคาเรือนยังไม่ได้ซ่อมแซมเนื่องจากต้องรอช่าง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอดได้รับความเดือดร้อนกว่าร้อยหลังคาเรือน&nbsp;ส่วนใหญ่กระเบื้องหลังคาได้รับความเสียหาย&nbsp;ซึ่งทางเทศบาลตำบลห้วยยอดได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว&nbsp;อีกทั้งกำชับให้นายอำเภอห้วยยอด&nbsp;เข้ามาช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;&nbsp;และยังพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่แนวเดียวกับต้นสนขนาดใหญ่ที่ล้มลง&nbsp;จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข&nbsp;หากจำเป็นต้องตัดก็ต้องตัด&nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น&nbsp;และพร้อมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ&nbsp;เนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย&nbsp;โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์&nbsp;9&nbsp;ต้น&nbsp;นอกจากนี้ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ&nbsp;และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งเตือนประชาชนทันที&nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-02-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221112808281"],
    [60,"จิตอาสาเกือบ 100  คน ช่วยกันแบกน้ำใส่หลังคนละ 1 แกลลอน  18 ลิตร เดินลุยป่าขึ้นภูเขาสูงหนทางกว่า  2.5 กม. เพื่อนำน้ำไปให้เลียงผา และสัตว์ป่า ที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้ดื่มกิน","<p><strong>จิตอาสาเกือบ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ช่วยกันแบกน้ำใส่หลังคนละ&nbsp;1&nbsp;แกลลอน&nbsp;18&nbsp;ลิตร&nbsp;เดินลุยป่าขึ้นภูเขาสูงหนทางกว่า&nbsp;2.5&nbsp;กม.&nbsp;เพื่อนำน้ำไปให้เลียงผา&nbsp;และสัตว์ป่า&nbsp;ที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้ดื่มกิน</strong>&nbsp;เพื่อไม่ให้สัตว์ป่า&nbsp;โดยเฉพาะเลียงผาที่อาศัยอยู่บนภูเขาต้องลงสู่พื้นล่าง&nbsp;เพื่อหาอาหารและน้ำกิน&nbsp;ในพื้นที่ไร่&nbsp;และสวนของชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบภูเขา&nbsp;เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษตกค้าง&nbsp;หรือได้รับอันตรายถูกไล่ล่าเป็นอาหารและนำกระดูกเลียงผาไปทำน้ำมันรักษาโรคกระดูกตามความเชื่อ</p><p><br></p><p><strong>กลุ่มจิตอาสา&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;ฅ.ฅนทำทาง&nbsp;</strong>,&nbsp;กลุ่มขันอาสา&nbsp;,&nbsp;กลุ่มอาสาด้วยสองมือ&nbsp;,ชมรมเด็กและเยาวชนแก๊งรองเท้าแตะ&nbsp;และเยาวชนกองทัพมด&nbsp;อำเภอชัยบาดาล&nbsp;ได้ร่วมกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์&nbsp;อ.ชัยบาดาล&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมดีๆ&nbsp;ด้วยการขนย้ายน้ำ&nbsp;ขึ้นสู่ยอดเขาสมโภชน์&nbsp;ด้วยวิธีการแบกน้ำ&nbsp;ซึ่งบรรจุในถังน้ำแบบสะพายหลัง&nbsp;ขนาด&nbsp;18&nbsp;ลิตร&nbsp;เพื่อให้เลียงผาและสัตว์ป่าได้ดื่มกินในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ซึ่งกิจกรรมในการขนย้ายน้ำขึ้นภูเขา&nbsp;ด้วยวิธีการเดินเท้านี้&nbsp;จะทำติดต่อกันเป็นประจำทุกปี&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์&nbsp;ต.นาโสม&nbsp;อ.ชัยบาดาล&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;ซึ่งในแต่ละปีจะมีจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก</p><p><strong>สำหรับพื้นที่ป่าเขาสมโภชน์&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;อ.ชัยบาดาล&nbsp;จ.ลพบุรี</strong>&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;8,440&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนปกคุมไปด้วยป่าไม้&nbsp;ค่อนข้างสมบูรณ์แห่งหนึ่งของ&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดจำนวนมาก&nbsp;รวมทั้งเลียงผาสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์&nbsp;แต่เนื่องจากพื้นที่ป่าเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยหิน&nbsp;จึงไม่สามารถกักเก็บน้ำตามแหล่งธรรมชาติไว้ได้ตลอดทั้งปี&nbsp;โดยเฉพาะช่องหน้าแล้งของทุกปี&nbsp;จนทำให้น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด&nbsp;มีน้ำไม่เพียงพอให้สัตว์ป่าได้ดื่มกิน&nbsp;ตลอดฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งทำให้สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บนภูเขาต้องลงสู่พื้นล่าง&nbsp;เพื่อหาอาหารและน้ำกิน&nbsp;ในพื้นที่ไร่&nbsp;และสวนของชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบภูเขา&nbsp;เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษตกค้าง&nbsp;หรือได้รับอันตรายถูกไล่ล่าเป็นอาหารและนำกระดูกเลียงผาไปทำน้ำมันรักษาโรคกระดูกตามความเชื่อ</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;จิตอาสา&nbsp;แบกน้ำขึ้นเขา&nbsp;ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เลียงผา&nbsp;ซึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาแห่งนี้มีน้ำกิน&nbsp;ซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่ปี&nbsp;2550&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;เพราะเขาสมโภชน์เป็นเขาหินปูนเลียงผา&nbsp;จึงชอบมาพักอาศัยเพื่อดำรงชีวิต&nbsp;แต่เขาหินปูนก็ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ทั้งปี&nbsp;ที่สำคัญผืนป่าแห่งนี้&nbsp;อุดมสมบูรณ์&nbsp;มีสัตว์ป่ามากกว่า&nbsp;200&nbsp;ชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;เลียงผา&nbsp;หมีควาย&nbsp;ค่างแว่น&nbsp;ลิง&nbsp;ค้างคาว&nbsp;เม่น&nbsp;หมาจิ้งจอก&nbsp;เสือปลา&nbsp;เสือไฟ&nbsp;แมวป่า&nbsp;ไก่ฟ้า&nbsp;ไก่ป่า&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติวิทยาที่หลากหลายและน่าสนใจอย่างยิ่ง</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;จิตอาสาเหล่านี้&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตและอนุรักษ์สัตว์ป่า</strong>&nbsp;จึงได้รวมตัวกันในการจัดทำแหล่งกักเก็บน้ำให้สัตว์ป่าดื่มกินบนยอดเขาสูง&nbsp;ด้วยการจัดทำสระเก็บน้ำด้วยพื้นพลาสติก&nbsp;อ่างคอนกรีต&nbsp;และบ่อวงท่อคอนกรีต&nbsp;จำนวนมากที่ได้นำขึ้นไปตั้งบนพื้นที่โดยรอบของภูเขา&nbsp;เพื่อกับเก็บน้ำในหน้าแล้งให้สัตว์ป่าได้ดื่มกิน&nbsp;และเมื่อถึงหน้าแล้งของทุกปี&nbsp;จิตอาสาเหล่านี้&nbsp;ก็จะรวมตัวกันในการขนย้ายน้ำจากพื้นด้านล่างขึ้นไปสู่ยอดเขาเป็นประจำทุกๆ&nbsp;ปี&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;มีกลุ่มจิตอาสาประมาณเกือบ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเดินทางมาร่วมกิจกรรม&nbsp;พร้อมแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ใน&nbsp;Application&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง&nbsp;และเพื่อนๆ&nbsp;จิตอาสาที่มาร่วมงาน&nbsp;ได้ร่วมกันทำกิจกรรมขนย้ายน้ำขึ้นสู่ภูเขาไปเติมยังสระน้ำและอ่างน้ำที่ทำไว้ก่อนหน้าเมื่อหลายปีก่อน&nbsp;โดยจิตอาสาแต่ละคนจะต้องสะพายแกลลอนกระติกน้ำขนาด&nbsp;18&nbsp;ลิตร&nbsp;ใส่หลังคนละ&nbsp;1&nbsp;ใบ&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;240&nbsp;แกลลอน&nbsp;ปริมาณน้ำราว&nbsp;4,320&nbsp;ลิตร&nbsp;และค่อยๆ&nbsp;เดินตามเส้นธรรมชาติในลักษณะกองทัพมด&nbsp;ซึ่งเป็นป่าและโขดหิน&nbsp;ขึ้นไปสู่ยังจุดหมายบนยอดเขา&nbsp;ระยะทางรวมประมาณ&nbsp;2.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินเท้า&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมงเศษ&nbsp;เพื่อเทน้ำเติมให้เต็มแหล่งกักเก็บน้ำที่เตรียมไว้&nbsp;ซึ่งหนทางเป็นไปด้วยความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อย&nbsp;แต่จิตอาสาทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ต่างก็ภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตสัตว์ป่าและยังเป็นการช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222164514982"],
    [61,"รอง ผวจ.เพชรบูรณ์ เปิดอบรมโครงการ \"รวมพลคนกู้ภัย\" รุ่นที่ 4","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายชัชวาลย์&nbsp;เบญจสิริวงศ์</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการรวมพลคนกู้ภัย&nbsp;ขององค์การสาธารณกุศล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมการฝึกอบรม&nbsp;\"รวมพลคนกู้ภัย\"&nbsp;รุ่นที่&nbsp;4&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมเอสอาร์เรสซิเดนซ์&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวสมัชญา&nbsp;เมฆบวร&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนกิจการอาสาสมัคร&nbsp;กองส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;และมีอาสาสมัครกู้ภัยขององค์การสาธารณกุศล&nbsp;กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดย&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;และสนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นหน่วยงานเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม</p><p><strong>การอบรมครั้งนี้&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;มีเนื้อหาเกี่ยวกับ</strong>&nbsp;ระบบการบริหารจัดการสาธารณภัย,แนวทางการบูรณาการประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในการ&nbsp;ภาวะฉุกเฉิน,&nbsp;มีการแบ่งกลุ่มการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปบทเรียนการประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในภาวะฉุกเฉิน&nbsp;และแนวทางการแก้ไข&nbsp;โดยวิทยากรจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</p><p><strong>นายชัชวาลย์&nbsp;เบญจสิริวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล&nbsp;ที่ปฏิบัติงานกู้ชีพ&nbsp;กู้ภัย&nbsp;เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญ&nbsp;ที่ได้เสียสละเวลาทำหน้าที่&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;ด้วยความกล้าหาญ&nbsp;ทุ่มเทและไม่หวังผลตอบแทน&nbsp;มีความมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;ให้มีความปลอดภัย&nbsp;สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจต่อผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ด้านกู้ชีพ&nbsp;กู้ภัยในองค์กร&nbsp;และผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นอย่างยิ่ง</p><p><strong>ผลจากบทเรียนสาธารณภัยที่ผ่านมา</strong>&nbsp;จะเห็นได้ถึงความเสียสละ&nbsp;ของอาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล&nbsp;ด้านการบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ที่มีส่วนสำคัญต่อการช่วย</p><p>เหลือผู้ประสบภัยสนับสนุนการปฏิบัติงานกับภาครัฐทุกระดับ&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ตระหนักถึงความสาคัญของอาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล&nbsp;ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จึงจัดให้มีโครงการนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการสาธารณภัย&nbsp;และแนวทางการบูรณาการประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในภาวะฉุกเฉินร่วมกัน&nbsp;อย่างเป็นระบบ&nbsp;เริ่มจากระบบผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;คืออาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล&nbsp;ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการเผชิญเหตุ&nbsp;โดยการบูรณาการประสานการปฏิบัติงานร่วมกับ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อำเภอที่มีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;ลดความสูญเสียในชีวิต&nbsp;และทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;โดยมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดคือพี่น้องประชาชน&nbsp;มีความปลอดภัยจากสาธารณภัยอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222175108036"],
    [62,"ปภ. แจ้ง 14 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรง 23  26 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำใกล้เกาะบอร์เนียว&nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมสหพันธรัฐมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ทำให้ภาคใต้&nbsp;มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่&nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนทะเลอันดามันคลื่นสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;รวม&nbsp;14&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล&nbsp;จึงแจ้งให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;11&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;เขต&nbsp;12&nbsp;สงขลา&nbsp;และเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังปริมาณฝนสะสม&nbsp;และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พร้อมเน้นย้ำ&nbsp;ทีมปฏิบัติการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ให้ครอบคลุมทุกมิติ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;หากสถานการณ์ขยายวงกว้าง&nbsp;ให้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต&nbsp;(ERT)&nbsp;ชุดเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;เข้าประจำพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;และปฏิบัติตามแนวทางของแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222200856117"],
    [63,"ชาวบ้านปลื้มใจ ภายหลัง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยื่นมือช่วย เหตุไฟไหม้บ้านวอดยกหลัง","<p><strong>จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;14/2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลทุ่งกง</strong>&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้รับความเสียหายยกหลัง&nbsp;โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต</p><p><strong>วันนี้(22&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;โดยนายจำนง&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัยลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้าให้การช่วยเหลือ&nbsp;รวมทั้งให้กำลังใจ&nbsp;และมอบถุงยังชีพ&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ของใช้ที่จำเป็นมอบให้&nbsp;แก่นางประเสริฐ&nbsp;แดงเสนาะ&nbsp;และครอบครัว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;14/2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลทุ่งกง&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่ประสบเหตุเพลิงไหม้บ้านวอดยกหลัง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>ด้านนางประเสริฐ&nbsp;แดงเสนาะ&nbsp;ได้รู้สึกปลื้มใจที่ทางหน่วยงานภาครัฐ</strong>&nbsp;ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือในครั้งนี้&nbsp;ทำให้ตนเองและครอบครัวรู้สึกว่าภาครัฐไม่เคยทอดทิ้งประชาชน&nbsp;และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนเมื่อได้รับความเดือดร้อน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222185708058"],
    [64,"แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2565","<p><strong>พลโท&nbsp;สวราชย์&nbsp;แสงผล&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ตรวจเยี่ยม</strong>โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสระน้ำหนองลุมปุก&nbsp;บ้านมาบเชือก&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลธงชัยเหนือ&nbsp;อำเภอปักธงชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพรวัลย์&nbsp;จุ้ยเจริญ&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่&nbsp;2</strong>&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานในการขุดลอกคลองน้ำเพื่อทำบ่อกักเก็บน้ำ&nbsp;และหาวิธีที่จะทำให้น้ำได้ไหลเข้าสู่สระน้ำหนองลุมปุกได้มากขึ้นโดยการขุดเปิดร่องระบายน้ำเพื่อบังคับทิศทางน้ำ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222212920139"],
    [65,"แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการฝึกหมวดก่อสร้างทางระดับที่ 2 กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทยเซาทม์ซูดาน ผลัดที่ 3 และตรวจเยี่ยมจิตอาสาต้านภัยแล้ง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่วัดแสงธรรมวังเขียว&nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว</strong>&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พลโท&nbsp;สวราชย์&nbsp;แสงผล&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลและให้โอวาท&nbsp;ที่&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;กำลังดำเนินฝึกหมวดก่อสร้างทางระดับที่&nbsp;2&nbsp;กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย&nbsp;-&nbsp;เซาท์ซูดาน&nbsp;ผลัดที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งจัดจากหน่วยขึ้นตรงกรมทหารช่างที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;นาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายทหาร&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;และนายทหารประทวน&nbsp;34&nbsp;นาย&nbsp;ซึ่งการฝึกครั้งนี้เพื่อเดินทางไปสานต่อภารกิจในนามสหประชาชาติ&nbsp;ณ&nbsp;สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน&nbsp;พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ได้รับความเสียหายหลังจากเกิดสงครามกลางเมือง&nbsp;นับเป็นปฏิบัติการรักษาสันติภาพที่ใหญ่ที่สุดของสหประชาชาติ</p><p><strong>หลังจากนั้นได้เดินทางไปยัง&nbsp;บริเวณสระน้ำหนองลุมปุก&nbsp;</strong>บ้านมาบเชือก&nbsp;ตำบลธงชัยเหนือ&nbsp;อำเภอปักธงชัย&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพลโครงจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในการดำเนินการขุดลอกหนองลุมปุกของกองพันทหารช่างที่&nbsp;202&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;ณัฐพล&nbsp;โรจนบุรานนท์&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่&nbsp;202&nbsp;กล่าวรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213038140"],
    [66,"ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา kick off โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2564","<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;kick&nbsp;off&nbsp;โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสระน้ำหนองลุมปุก&nbsp;บ้านมาบเชือก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.ธงชัยเหนือ&nbsp;อ.ปักธงชัย&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>โดยมีผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจิตอาสาในเขตอำเภอปักธงชัย</strong>&nbsp;ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;โดยมีการขุดลอกสระน้ำหนองลุมปุ๊ก&nbsp;บ้านมาบเชือก&nbsp;ม.7&nbsp;ต.ธงชัยเหนือ&nbsp;อ.ปักธงชัย&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรจากหน่วยงานต่างๆร่วมดำเนินการ</p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213128141"],
    [67,"ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานขจัดคราบน้ำมันจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วที่ทุ่นกลางทะเล","<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เผยว่า&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้มีการจัดประชุมกับตัวแทนกลุ่มประมง&nbsp;48&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ที่โรงแรมระยองบีช&nbsp;เรื่องการชดเชยค่าเสียหาย&nbsp;และกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีการเข้าตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บกากของเสียจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&nbsp;ที่โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;บริษัทได้รับข้อเสนอการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม</strong>เพื่อนาไปจัดทาแผนฟื้นฟูจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;และมหาวิทยาลัยบูรพาด้วย&nbsp;ส่วนการดำเนินการเฝ้าระวังทางทะเลนั้นในวันนี้ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนค่าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;รวมทั้งได้ทำความสะอาดและสุ่มตัวอย่างคราบน้ำมันที่อยู่ใต้ทรายบริเวณชายหาด&nbsp;คลองหัวรถและหลังร้านเจ๊จุก&nbsp;ด้วยการพลิกหน้าทรายโดยใช้อุปกรณ์ไถคราดโดยแรงงานคน&nbsp;เก็บทาร์บอลปริมาณ&nbsp;400&nbsp;กรัม&nbsp;และส่วนทรายที่เปื้อนคราบน้ำมันมีเพียงเล็กน้อย</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์ในวันนี้หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ติดตามและเฝ้าระวัง</strong>ยังไม่พบคราบน้ำมันดิบ&nbsp;ฟิล์มน้ำมัน&nbsp;หรือกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;ขณะที่สำนักงานประมงจังหวัดระยอง&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ได้มีการประชุมโดยได้เชิญประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านจำนวน&nbsp;48&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เพื่อหารือและข้อเสนอการชดเชยเยียวยากับบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;&nbsp;โดยกลุ่มประมงพื้นบ้านเสนอชดเชยเยียวเดือนละ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;ปีและจ่ายครั้งเดียว&nbsp;พร้อมทั้งเสนอให้กลุ่มประมงได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและกิจกรรมอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;หลังจากจ่ายเยียวยา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งบริษัทรับข้อเสนอกลุ่มประมงพื้นบ้านเสนอต่อผู้บริหาร&nbsp;</strong>และนัดหมายจะนำข้อมูลการตัดสินใจแจ้งกลุ่มประมงพื้นบ้านในวันที่&nbsp;25&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ส่วนกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณชายหาด&nbsp;และเกาะเสม็ด&nbsp;ไปตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก&nbsp;(HM)&nbsp;และสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&nbsp;(TPH)&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;และในส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองได้เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพ&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;เข้าร่วมประชุมถอดบทเรียนกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลและประชุมการเฝ้าระวังสุขภาพผู้เก็บกู้คราบน้ำมันระยะยาว&nbsp;ในช่วงกลางเดือนมีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่</strong>&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;8,558&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213700144"],
    [68,"เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารเรือนไทยโรงเรียนจ่าการบุญ จ.พิษณุโลก ภายในเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครืองดนตรีไทย ดนตรีสากลจำนวนมากที่ใช้สำหรับสอนนักเรียน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น&nbsp;ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้</strong>อาคารหอศิลป์&nbsp;ซึ่งเป็นอาคารเรือนไทย&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;ที่มีอายุกว่า&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ของโรงเรียนจ่าการบุญ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;ภายในเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครืองดนตรีไทย&nbsp;ดนตรีสากลจำนวนมากที่ใช้สำหรับสอนนักเรียน&nbsp;มูลค่าหลายล้านบาท</p><p><strong>เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง&nbsp;เนื่องจากอาคารดังกล่าว</strong>ก่อสร้างด้วยไม้เกือบทั้งหลัง&nbsp;ประกอบกับแรงลมที่พัดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้เปลวไฟโหมไหม้อย่างรวดเร็ว&nbsp;มีกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นสู้ท้องฟ้าสูงกว่า&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;รถดับเพลิงในบริเวณใกล้เคียง&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;และเจ้าหน้าที่กู้ภัย&nbsp;เข้าทำการสกัดกั้นเพลิงที่กำลังลุกไหม้&nbsp;เพื่อควบคุมสถานการณ์</p><p><strong>โดยใช้เวลานานกว่าครึ่งชัวโมง&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงสามารถควบคุมเพลิง</strong>บริเวณตัวอาคารเรือนทรงไทยได้&nbsp;และควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดพบความเสียหายเบื้องต้นอาคาร&nbsp;2&nbsp;ชั้นเป็นเรือนไม้ทรงไทยเสียหายหมดทั้งหลังภายในอาคารบริเวณชั้น&nbsp;1&nbsp;และชั้น&nbsp;2&nbsp;ไดด้รวบรวมเก็บเครื่องดนตรีเก่าเป็นห้องนาฏศิลป์ที่รวบรวมเครื่องดนตรีเก่าเอาไว้ภายในอาคาร&nbsp;ไฟได้ลุกไหม้เผาเสียหายทั้งหมด&nbsp;และเจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำหล่อ&nbsp;เลี้ยงไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไฟปะทุขึ้นมาอีก</p><p><strong>ส่วนสาเหตุของการเกิดเหตัเพลิงไหม้ในครั่งนี้&nbsp;</strong>ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;จะได้ประสานไปยังศูนย์พิสูจน์หลักฐาน&nbsp;6&nbsp;เพื่อเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุ&nbsp;ของเพลิงไหม้ที่แน่ชัด&nbsp;อย่างละเอียด&nbsp;อีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-22T00:00:00","ภาคเหนือ","พิษณุโลก","สวท.พิษณุโลก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222214224147"],
    [69,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำชับทุกจังหวัดรับมือพายุฤดูร้อน เตรียมกำลังคน และเครื่องมืออุปกรณ์ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที","<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;</strong>เตรียมความพร้อม&nbsp;โดยติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจก่อให้เกิดพายุฤดูร้อนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เร่งตรวจตราอาคารสถานที่&nbsp;ป้ายโฆษณา&nbsp;สิ่งก่อสร้าง&nbsp;รวมถึงไม้ยืนต้นตามสถานที่สาธารณะ&nbsp;หากพบมีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าซ่อมแซมตามอำนาจหน้าที่&nbsp;รวมทั้งเชิญชวนประชาชนจิตอาสา&nbsp;ช่วยกันสอดส่อง&nbsp;ปรับปรุงดูแลให้เกิดความปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ให้เตรียมบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย</strong>&nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างทันที&nbsp;สร้างการรับรู้ถึงแนวทางการปฏิบัติตน&nbsp;ช่องทางการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ&nbsp;ตลอดจนมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการดูแลประชาชนผ่านทุกช่องทางสื่อสาร</p><p><strong>สำหรับในด้านการเผชิญเหตุ&nbsp;</strong>หากเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่&nbsp;ให้เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;</p><p><strong>กรณีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย</strong>&nbsp;ให้แบ่งมอบภารกิจและบูรณาการหน่วยงาน&nbsp;จัดทีมในรูปแบบ&nbsp;ทีมประชารัฐ&nbsp;เข้าซ่อมแซมบ้านเรือน&nbsp;หากเป็นกรณีป้ายโฆษณา&nbsp;สิ่งก่อสร้าง&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;หรือโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า&nbsp;ให้เร่งแก้ไขไม่ให้กีดขวางพื้นที่สาธารณะ&nbsp;และซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว&nbsp;</p><p><strong>กรณีความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร</strong>&nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และอำเภอร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่&nbsp;เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมสรุปรายงานสถานการณ์ให้กระทรวงมหาดไทยทราบน่อเนื่อง&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย&nbsp;โทร.&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</strong></p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223120158248"],
    [70,"จังหวัดตราด จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จังหวัดตราด พ.ศ.2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดในฐานเลขานุการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้นโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่ประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด</strong>ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จึงได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น&nbsp;โดยที่ประชุมได้มีการนำเสนอเรื่องต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การพยากรณ์สถานการณ์การเกิดภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาตราด&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">การป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;กรณีภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&nbsp;</span>นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณา&nbsp;การจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งการ<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(13,&nbsp;13,&nbsp;13);\">แบ่งมอบพื้นที่ความรับผิดชอบให้กับหน่วยทหารในพื้นที่เพื่อ</span>ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(13,&nbsp;13,&nbsp;13);\">&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ปี</span>&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้ง<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">การขุดบ่อบาดาลเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;</span>อีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223135556336"],
    [71,"ตราดเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เสี่ยงสูง 4 อำเภอ","<p><strong>ที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;</strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดตราด&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยมีคณะกรรมการศูนย์ฯ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหรือผู้แทนเข้าร่วมประชุมเพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมป้องกันภัยแล้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในบางพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;คาดการณ์ว่าระหว่างเดือนมกราคม&nbsp;-&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ปริมาณฝนรวมประเทศไทยจะต่ำกว่าค่าปกติและคาดว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น&nbsp;และตั้งแต่เดือนมีนาคม&nbsp;จะมีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้ง&nbsp;ความชื้นในอากาศมีน้อย&nbsp;และมีอากาศร้อนจัดเป็นบางวัน</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง</strong>&nbsp;รวมทั้งการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย&nbsp;การประสานการปฏิบัติ&nbsp;การสนับสนุน&nbsp;การปฏิบัติตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;และเพื่อให้บังเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง&nbsp;อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;255&nbsp;-&nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการจังหวัด&nbsp;มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตจังหวัด&nbsp;จึงจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดตำบลหนองเสม็ด&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด</p><p><strong>โดยนายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหัดตราด</strong>&nbsp;ได้ให้แนวทางในการใช้น้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;/ปลูกพืชใช้น้ำน้ำน้อยหรือไม่ใช้น้ำ&nbsp;นำศาสตร์พระราชามาปรับใช้&nbsp;หากน้ำกร่อยหาวิธีแก้ไขโดยการปรับสภาพ&nbsp;ส่วนน้ำสำหรับรักษานิเวศ&nbsp;ไม่ให้ถล่มและผลักดันน้ำเค็ม&nbsp;ให้หาข้อมูลว่า&nbsp;ใช้ปริมาณน้ำเท่าไร&nbsp;ใช้ช่วงไหนบ้าง&nbsp;หากน้ำไม่มีในพื้นที่&nbsp;สามารถดึงน้ำจากแหล่งใดบ้าง</p><p><strong>จังหวัดตราด&nbsp;มีจำนวนทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;38&nbsp;ตำบล&nbsp;261&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;</strong>โดยมีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;ดังนี้&nbsp;พื้นที่เสี่ยงมาก&nbsp;17&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;-&nbsp;พื้นที่เสี่ยงปานกลาง&nbsp;61&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;-&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวัง&nbsp;43&nbsp;หมู่บ้าน</p><p>-&nbsp;ไม่มีความเสี่ยง&nbsp;140&nbsp;หมู่บ้าน</p><p><strong>โดยอำเภอที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;7&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน</p><p><strong>สำหรับการจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&nbsp;มอบให้&nbsp;อบต./เทศบาล&nbsp;</strong>จัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภัยแล้งระดับพื้นที่&nbsp;มอบให้อำเภอ&nbsp;7&nbsp;อำเภอร่วมบูรณาการ&nbsp;แล้วส่งแผนเผชิญเหตุให้คณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินเกินความสามารถในการช่วยเหลือ&nbsp;โดยในแผนต้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้อมูลของผู้ใช้น้ำ&nbsp;พื้นที่ในการใช้น้ำ&nbsp;แหล่งน้ำที่จัดเก็บและนำมาใช้&nbsp;การบริหารจัดส่งน้ำ&nbsp;การใช้น้ำในประเภทใดบ้าง&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำเพื่ออุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;น้ำรักษาระบบนิเวศ&nbsp;น้ำเพื่อผลักดันน้ำเค็ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หากน้ำขาดแคลนต้องบูรณาการแก้ไขปัญหา&nbsp;เช่น&nbsp;รณรงค์ใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;ปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;นำน้ำจากแหล่งน้ำอื่นที่เพียงพอมาเติม&nbsp;การขุดลอกระบายน้ำ&nbsp;ขยายพื้นที่เก็บน้ำโดยขุดลอกเป็นประจำ&nbsp;การสร้างฝายเก็บน้ำ&nbsp;การหาแหล่งน้ำด้วยการขุดบ่อบาดาล&nbsp;สระในพื้นที่ของเกษตรกรเอง&nbsp;ทั้งนี้หากน้ำเพียงพอต้องมีคุณภาพสะอาดอีกด้วย&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากระบบประปาหมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;อบต.&nbsp;เทศบาล&nbsp;หรือน้ำบาดาล&nbsp;และจากการประปาภูมิภาค</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224000812594"],
    [72,"จังหวัดตรัง มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) จำนวน 30 ครอบครัว","<p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;กรณีอุทกภัย&nbsp;</strong>(น้ำป่าไหลหลาก)&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;กรณีอุทกภัย&nbsp;(น้ำป่าไหลหลาก)&nbsp;ให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยในพื้นที่ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และตำบลโพรงจระเข้&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ครอบครัว&nbsp;กรณีอุทกภัย&nbsp;(น้ำป่าไหลหลาก)&nbsp;เกิดภัยเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2560&nbsp;ในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้และตำบลนาชุมเห็ดอำเภอย่านตาขาวมีผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;198&nbsp;ครอบครัวบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;1&nbsp;หลังเสียหายบางส่วน&nbsp;31&nbsp;หลัง&nbsp;ซึ่งขณะนี้อำเภอได้ให้ความช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ&nbsp;ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเจ้าของโดยใช้เงินทดลองราชการที่ได้รับจัดสรรจากผู้ว่าราชการจังหวัดจำนวน&nbsp;30&nbsp;ครอบครัวเป็นเงิน&nbsp;497,250&nbsp;บาท</p><p><strong>สำหรับการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>โดยคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดตรัง&nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&nbsp;ได้มีมติการประชุมครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เห็นชอบให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินกรณีอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากโดยใช้เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดตรังช่วยเหลือด้านดำรงชีพจำนวน&nbsp;183&nbsp;ครอบครัว&nbsp;เป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;958,480&nbsp;บาท&nbsp;โดยเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น&nbsp;กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังจำนวน&nbsp;1&nbsp;ครอบครัวเป็นเงิน&nbsp;3,800&nbsp;บาท&nbsp;ค่าวัสดุซ่อมแซม&nbsp;ที่อยู่อาศัยประจำ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;เป็นเจ้าของจำนวน&nbsp;2&nbsp;ครอบครัว&nbsp;</strong>เป็นเงิน&nbsp;8,400&nbsp;บาท&nbsp;ค่าซ่อมแซมหรือสร้างยุ้งข้าวโรงเรือน&nbsp;สำหรับเก็บพืชผลและคอกสัตว์ที่ได้รับความเสียหายจำนวน&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ครอบครัว&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;3,500&nbsp;บาท&nbsp;ค่าเครื่องนุ่งห่มที่ได้รับความเสียหายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหรือมีความจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีพ&nbsp;กรณีไม่มีเครื่องนุ่งห่มในการดำรงชีพขณะเกิดภัยจำนวน&nbsp;91&nbsp;ครอบครัว&nbsp;292&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;256,030&nbsp;บาท&nbsp;ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและหรือเงินทุนสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่เป็นอาชีพหลัก&nbsp;ในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติเท่าที่จ่ายจริงจำนวน&nbsp;46&nbsp;ครอบครัว&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;231,900&nbsp;บาท&nbsp;ค่าเครื่องครัวและอุปกรณ์ในการประกอบอาหารที่สูญหายหรือได้รับความเสียหายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกเท่าที่จ่ายจริงจำนวน&nbsp;79&nbsp;ครัวเรือนเป็นเงิน&nbsp;145,350&nbsp;บาท&nbsp;ค่าเครื่องนอนที่สูญหายหรือได้รับความเสียหายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหรือมีความจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีพกรณีไม่มีเครื่องนอนในการดำรงชีพขณะเกิดภัยเท่าที่จ่ายจริงจำนวน&nbsp;117&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;350&nbsp;รายเป็นเงิน&nbsp;309,500&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223151407370"],
    [73,"กรมชลประทาน พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ หลังกรมอุตุคาดการณ์ฝนตกหนักภาคใต้ตอนล่าง วันที่ 23 - 26 กุมภาพันธ์ นี้","<p><strong>จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;จากอิทธิพลลมตะวันออกและหย่อมความกดอากาศต่ำ&nbsp;ประกอบกับประกาศพื้นที่เฝ้าระวังในช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้&nbsp;ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ให้เฝ้าระวังน้ำหลาก&nbsp;ดินถล่ม&nbsp;บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;นั้น</p><p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;ตลอดจนตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานได้อ่างเก็บน้ำ&nbsp;อาคารบังคับน้ำ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากและป้องกันน้ำท่วมได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลากไว้ล่วงหน้า&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;เตรียมความพร้อมบุคลากร&nbsp;เครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;รวมไปถึงระบบสื่อสารสำรอง&nbsp;และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที&nbsp;พร้อมกับประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ&nbsp;และแจ้งเตือนล่วงหน้า&nbsp;ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ&nbsp;ให้รับทราบอย่างต่อเนื่องด้วย</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223194631525"],
    [74,"มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยที่จังหวัดนครพนม","<p><strong>ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชวนินทร์&nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เป็นผู้แทนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ประจำจังหวัดนครพนม&nbsp;เชิญถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้กับครอบครัวของ&nbsp;นางสาวชมเชย&nbsp;ยทราช&nbsp;ผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;94&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลนาขาม&nbsp;อำเภอเรณูนคร&nbsp;และครอบครัวของ&nbsp;นายบัวผัน&nbsp;ปุ่มเป้า&nbsp;ผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;153&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;ภายหลังบ้านของทั้งสองครอบครัวที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเกิดเหตุไฟไหม้เสียหาย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมบริจาคสิ่งของ&nbsp;เครื่องใช้ในครัวเรือน&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย</p><p><strong>นายชวนินทร์&nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์&nbsp;ทรงต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว&nbsp;อันจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและผ่อนคลายความทุกข์ร้อน&nbsp;อีกทั้งเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคนในครอบครัวที่ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้&nbsp;ให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วยความเข้มแข็ง&nbsp;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ประจำจังหวัดนครพนม&nbsp;เชิญถุงยังชีพพระราชทานมามอบให้&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ประสบภัยด้วย&nbsp;ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุ&nbsp;ทุกฝ่ายได้ร่วมให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการช่วยกันดับไฟ&nbsp;การรื้อถอนและปรับพื้นที่บ้านที่เสียหาย&nbsp;การจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่จะได้นำเรื่องเข้าที่ประชุม</strong>เพื่อพิจารณาอนุมัติวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือต่อไป&nbsp;พร้อมนี้เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนมได้มอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;พร้อมครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;และเครื่องใช้จำเป็นต่อการดำรงชีพ&nbsp;สมาคมผู้สูงอายุ&nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;และเพื่อนบ้านมอบสิ่งของเครื่องใช้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223190321497"],
    [75,"มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดอ่างทอง มอบสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย","<p><strong>ณ&nbsp;บ้านผู้ประสบภัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลป่าโมก&nbsp;อำเภอป่าโมก&nbsp;จังหวัดอ่างทอง</strong>&nbsp;นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยจากเงินสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอ่างทอง&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปริญญา&nbsp;เขมะชิต&nbsp;ปลัดจังหวัดอ่างทอง&nbsp;ในฐานะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ประจำจังหวัดอ่างทองเป็นผู้กล่าวรายงาน</p><p><strong>นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;</strong>ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอ่างทอง&nbsp;ได้พิจารณาการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;โดยใช้เงินสำรองจ่ายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;งานบรรเทาทุกข์&nbsp;จัดสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่&nbsp;ผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้กล่าวแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","อ่างทอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223191947507"],
    [76,"เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มุ่งเตรียมพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจากการเกิดอัคคีภัย","<p><strong>ที่โรงเรียนชุมชนวัดทับมา&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดอบรมโครงการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นักเรียน&nbsp;ประชาชน&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;องค์กรการกุศล&nbsp;ในเขตพื้นที่ตำบลทับมา&nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;ในการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ&nbsp;ข้อกฎหมายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;และมาตรฐานความปลอดภัยในอาคาร&nbsp;&nbsp;ทฤษฎีการเกิดอัคคีภัย&nbsp;การระงับเหตุอัคคีภัย&nbsp;หลักการดับเพลิง&nbsp;&nbsp;การเคลื่อนย้าย&nbsp;การปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอัคคีภัย&nbsp;&nbsp;เทคนิคการใช้อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือดับเพลิง&nbsp;และการควบคุมไฟที่เกิดจากน้ำมันและแก๊ส</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มุ่งเน้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์</strong>&nbsp;บุคลากรและทรัพยากรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจากการเกิดอัคคีภัย&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติงานในการรับมือกับสถานการณ์อัคคีภัย&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;มีทักษะ&nbsp;ด้านการวางแผนการดับเพลิง&nbsp;วิธีการดับเพลิง&nbsp;การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง&nbsp;สามารถระงับเหตุอัคคีภัยได้ในเบื้องต้น&nbsp;ตลอดจนรู้จักวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการอพยพหนีไฟ&nbsp;รวมทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพ&nbsp;ให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;และดูแลความปลอดภัย&nbsp;ในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;ของประชาชนผู้ประสบเหตุอัคคีภัยได้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการเพื่อจัดทำสื่อวิดีทัศน์&nbsp;เกี่ยวกับการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้&nbsp;และเผยแพร่ให้ประชาชน&nbsp;หรือหน่วยงานได้ทราบเข้าใจขั้นตอน&nbsp;และวิธีปฏิบัติในการรับมือ&nbsp;เมื่อเกิดสถานการณ์นี้ขึ้นด้วย&nbsp;ทั้งนี้ในงานยังมีการลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;ระหว่างเทศบาลตำบลทับมา&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปภ.ระยอง&nbsp;โรงเรียนชุมชนวัดทับมา&nbsp;กำนันตำบลทับมา&nbsp;และมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง&nbsp;ในการขับเคลื่อนโครงการให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223185207491"],
    [77,"จ.สุพรรณบุรี เตรียมป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทอยน้ำจากเขื่อนกระเสียวช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งในอำเภอดอนเจดีย์","<p><strong>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธีรยุทธ์&nbsp;จันทร์ดิษฐ์วงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;นายปภินวิช&nbsp;ละอองแก้ว&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายอำเภอดอนเจดีย์&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลทะเลบก&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตำบลทะเลบก&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และพื้นที่ข้างเคียง&nbsp;โดยสำรวจบ่อน้ำธรรมชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;บ่อ&nbsp;และการขุดลอกคลองส่งน้ำเพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;เพื่อนำน้ำจากเขื่อนกระเสียวมายังพื้นที่เก็บน้ำในตำบลทะเลบก&nbsp;เป็นระยะทาง&nbsp;22&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;หลังจากขุดลอกเสร็จก็จะนำเครื่องสูบน้ำระยะไกลสูบน้ำจากคลองมาเก็บยังบ่อน้ำธรรมชาติ</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เนื่องจากปริมาณน้ำเขื่อนกระเสียวปีนี้มีปริมาณเกือบเต็มความจุของอ่าง&nbsp;ก็อยากเอาน้ำมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของภัยแล้ง&nbsp;โดยพื้นที่ตำบลทะเลบกเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอยู่เป็นประจำ&nbsp;โดยจะทอยน้ำจากเขื่อนกระเสียวผ่านคลองผาโลกมายังตำบลทะเลบก&nbsp;โดยความร่วมมือจาก&nbsp;ชลประทานและทางป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;2&nbsp;และป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ใช้รถแบคโฮขุดลอกวัชพืชเปิดทางน้ำจากบริเวณแยกแตงโม&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;มายังตำบลทะเลบก&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;ระยะทาง&nbsp;22&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำส่งระยะไกลตามจุดต่างๆ&nbsp;ทอยน้ำเข้าพื้นที่สระน้ำสาธารณะ&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ของตำบลทะเลบก&nbsp;รวม&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;ปริมาณน้ำ&nbsp;700,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งน่าจะเพียงพอให้กับประชาชนในตำบลทะเลบกใช้ในการอุปโภคบริโภคหรือถ้าทำการเกษตรแบบใช้น้ำน้อย&nbsp;หากทำเกษตรที่ใช้น้ำมากน้ำก็จะไม่เพียงพอ&nbsp;อีกหนึ่งสัปดาห์หรือไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;จะเห็นว่าจะได้น้ำมาอย่างไร&nbsp;วันนี้เลยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูพื้นที่&nbsp;พร้อมกับประสานกรมชลประทานในเรื่องของการปล่อยน้ำ&nbsp;โดยกรมชลประทานได้นำเข้าที่ประชุม&nbsp;jnc&nbsp;กรรมการผู้ใช้น้ำแล้ว&nbsp;ก็เห็นชอบจะปล่อยน้ำมาช่วยในพื้นที่ตำบลทะเลบก</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-23T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223201746539"],
    [78,"แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในช่วงนี้","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล</strong>&nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ภาคเหนืออุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;13-19&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ยอดดอย&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;4-12&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;11-16&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ยอดภูต่ำสุด&nbsp;7-14&nbsp;องศาเซลเซียส</p><p><strong>สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้</strong>&nbsp;</p><p>มีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณเกาะบอร์เนียว&nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณเกาะบอร์เนียว&nbsp;มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&nbsp;ทำให้ภาคใต้บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล&nbsp;มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตราย&nbsp;</strong>จากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม&nbsp;อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;โดยอ่าวไทยตอนบนสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;สำหรับทะเลอันดามันคลื่นสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย&nbsp;ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224110921649"],
    [79,"กองอำนวยการป้องและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล แจ้งเตือนประชาชนรับมือฝนตกหนัก 23  26 กุมภาพันธ์ นี้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายชาตรี&nbsp;ณ&nbsp;ถลาง&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กองอำนวยการป้องและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล&nbsp;ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง&nbsp;กอปรกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่&nbsp;1&nbsp;แจ้งว่าในช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและ&nbsp;ภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;รวมถึงหย่อมความกดอากาศต่ำใกล้เกาะบอร์เนียว&nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่&nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง&nbsp;1-&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;สำหรับจังหวัดสตูล&nbsp;ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;ฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองสตูล&nbsp;ควนโดน&nbsp;ควนกาหลง&nbsp;และละงู&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเป็นการเตรียมการรับสถานการณ์ในห้วงวันดังกล่าว</strong>&nbsp;ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสา&nbsp;ธารณภัยอำเภอทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ&nbsp;และข่าวสารจากทางราชการ&nbsp;พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก&nbsp;ปริมาณฝนตกสะสม&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;พื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;พื้นที่ลาดเชิงเขา&nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;พร้อมทั้งวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์จากปัจจัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สภาวะอากาศ&nbsp;ปริมาณน้ำฝนและปัจจัยสภาพความเสี่ยงในพื้นที่&nbsp;เพื่อประสานและบูรณาการหน่วยงาน&nbsp;เครือข่าย&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมทรัพยากร&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&nbsp;และแผนเผชิญเหตุรวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในทันที&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรณีเกิดภัยพิบัติในพื้นที่&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้ง</strong>ขอความช่วยเหลือโดยด่วนได้ที่&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;7472&nbsp;2121&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;0&nbsp;7472&nbsp;2296&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224111910656"],
    [80,"ผู้ว่าฯสตูล ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง จังหวัดสตูล ประจำปี 2565 ขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว","<p><strong>ผู้ว่าฯสตูล&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมการขับเคลื่อน</strong>โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว&nbsp;ที่สระน้ำห้วยเยี่ยว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลสาคร&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว&nbsp;โดยมีนายธีระพงษ์&nbsp;คุ่มเคี่ยม&nbsp;นายอำเภอท่าแพ&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตลอดจนกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตำบลสาคร&nbsp;และประชาชนจิตอาสาภัยพิบัติตำบลสาคร&nbsp;ร่วมประชุม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้ตรวจติดตามความคืบหน้า</strong>เตรียมความพร้อมขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว&nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเรียบร้อยแล้ว&nbsp;เพื่อระบายน้ำออกก่อนที่จะดำเนินการขุดลอก&nbsp;คาดว่าน้ำจะแห้งใช้เวลา&nbsp;1-2&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากนั้นวางแผนนำเครื่องจักรเข้าขุดลอกสระน้ำประมาณต้นเดือนมีนาคมนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224173243906"],
    [81,"มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี","<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าระหัด&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดย&nbsp;</p><p>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าระหัด&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมีบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;111&nbsp;&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;112&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;คือ&nbsp;นายประจวบ&nbsp;เพ็งพันธุ์&nbsp;อายุ&nbsp;79&nbsp;ปี&nbsp;เป็นผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;(เสียชีวิต)&nbsp;และบ้านเลขที่&nbsp;114&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีบ้านที่เสียหายบางส่วน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;คือบ้านเลขที่&nbsp;115&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;และบ้านเลขที่&nbsp;112/1&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;11&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ</strong>&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225095625075"],
    [82,"มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี","<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าระหัด&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าระหัด&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมีบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;111&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;112&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;คือ&nbsp;นายประจวบ&nbsp;เพ็งพันธุ์&nbsp;อายุ&nbsp;79&nbsp;ปี&nbsp;เป็นผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;(เสียชีวิต)&nbsp;และบ้านเลขที่&nbsp;114&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีบ้านที่เสียหายบางส่วน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;คือบ้านเลขที่&nbsp;115&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;และบ้านเลขที่&nbsp;112/1&nbsp;มีผู้อาศัย&nbsp;11&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;15.00&nbsp;น.</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ</strong>&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225145125232"],
    [83,"นนทบุรีซักซ้อมการจัดฝึกซ้อมแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคารสูง รูปแบบเหตุการณ์จริง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวอโรชา&nbsp;นันทมนตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>ประชุมคณะทำงานออกแบบและควบคุมการฝึกซ้อมแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคารสูง&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดฝึกซ้อมรูปแบบเหตุการณ์จริง<strong>&nbsp;</strong>ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่อาคารชุดแอสปาย&nbsp;รัตนาธิเบศร์&nbsp;อำเภอเมืองนนทบุรี&nbsp;โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็นและวางแนวทางในการฝึกซ้อม&nbsp;เพื่อให้การออกแบบและควบคุมการฝึกซ้อมฯ&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;เนื่องจากในการดำเนินการฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วน&nbsp;และเป็นฝึกซ้อมรูปแบบเหตุการณ์จริง&nbsp;เช่น&nbsp;การดับเพลิง&nbsp;การอพยพผู้พักอาศัยในอาคาร&nbsp;การพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;การนำส่งโรงพยาบาล&nbsp;การประสานขออุปกรณ์อากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก&nbsp;(Drone)&nbsp;ขึ้นตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ&nbsp;การประสานขอสนับสนุนอากาศยานปีกหมุน&nbsp;ดับเพลิงและกู้ภัย&nbsp;จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;&nbsp;การกู้ภัยในอาคาร&nbsp;การเข้าตรวจสอบพื้นที่หลังเหตุการณ์สงบ&nbsp;ฯลฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;และมีการขยายพื้นที่พักอาศัยเข้ามาในจังหวัดนนทบุรีจำนวนมาก&nbsp;มีทั้งโครงการบ้านจัดสรร&nbsp;และอาคารชุด&nbsp;โดยเฉพาะอาคารชุดมีกว่า&nbsp;500&nbsp;แห่ง&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการจัดซ้อมแผน&nbsp;เนื่องจากสาธารณภัยและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อน&nbsp;การตอบโต้สถานการณ์และการปฏิบัติการช่วยเหลือที่ดีและรวดเร็ว&nbsp;จะช่วยลดความสูญเสียให้น้อยลง&nbsp;โดยในทุกขั้นตอนจะมีการบันทึกสถิติเวลาปฏิบัติงานของทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติ&nbsp;เป็นการสร้างความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของหน่วยงานและบุคลากร&nbsp;รวมทั้งเป็นการทดสอบการประสานงานและการบูรณาการความร่วมมือ&nbsp;ทำให้ทราบจุดบกพร่องและช่องว่างในการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน&nbsp;เพื่อนำไปปรับปรุงแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น&nbsp;และเป็นการพัฒนาแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานในอนาคต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225153948260"],
    [84,"ฝนเริ่มตกหนักเป็นช่วงช่วง เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยรับมือ","<p><strong>จังหวัดพัทลุงเริ่มมีฝนตกหนักเป็นช่วงๆหลายพื้นที่</strong>&nbsp;เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยริมเชิงเขาและบริเวณทางน้ำ&nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;และปริมาณฝนตกสะสม&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;และน้ำป่าไหลหลาก</p><p><strong>วันนี้&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้</strong>ฝั่งตะวันออก&nbsp;ฉบับที่&nbsp;6&nbsp;(6/2565)เรื่อง&nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;25-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศมาเลเซีย&nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างในวันนี้&nbsp;(25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;มีฝนหนักหลายพื้นที่&nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่&nbsp;บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;นั้น</p><p><strong>ขณะนี้&nbsp;พื้นที่ของจังหวัดพัทลุงเริ่มมีสภาพฝนตกหนักเป็นช่วงๆ</strong>&nbsp;ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอติดเทือกเขาบรรทัด&nbsp;ซึ่งกลุ่มฝนขึ้นจากฝั่งอ่าวไทย&nbsp;ถูกพัดพาปะทะกับแนวภูเขาส่งผลให้มีสภาพฝนตกหนักตั้งแต่อำเภอกงหรา&nbsp;อำเภอศรีนครินทร์&nbsp;เรื่อยลงมาถึงอำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอควนขนุน&nbsp;จึงมีประกาศเตือนขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยริมเชิงเขาและบริเวณทางน้ำไหลผ่าน&nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;และปริมาณฝนตกสะสม&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;และน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>ทางด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;ได้ติดตามสภาวะอากาศเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม&nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์&nbsp;ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ&nbsp;แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชน&nbsp;ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์&nbsp;และข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากฝนตกหนัก&nbsp;ปริมาณฝนตกสะสม&nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมชัง</strong>&nbsp;น้ำล้นตลิ่ง&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;และน้ำป่าไหลหลากได้&nbsp;และพร้อมบูรณาการหน่วยงานพลเรือน&nbsp;ทหาร&nbsp;&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัคร&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เตรียมพร้อมทรัพยากร&nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัยและแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ในการแจ้งเตือนและประกาศให้ประชาชนไปยังพื้นที่จุดปลอดภัยที่กำหนดไว้&nbsp;พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;และจัดระบบดูแลประชาชนให้มีสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225155200275"],
    [85,"สองตายายปลื้มน้ำตาคลอเบ้า ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นำคณะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ หลังกระแสลมแรงพัดบ้านเรือนเสียหาย","<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายจำนง&nbsp;สวัสดิ์วงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงาน&nbsp;ปภ.จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสำราญ&nbsp;พรหมทอง&nbsp;ผอ.ส่วนป้องกันและปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;11&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบวาตภัยในพื้นที่ตำบลคลองไทร&nbsp;อำเภอท่าฉาง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;หลังมีฝนตกหนักและกระแสลมแรง&nbsp;พัดบ้านเรือนราษฎรได้รับเสียหายบางส่วน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียเสียชีวิต</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ได้เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวนายเจริญ&nbsp;ขวัญแก้ว&nbsp;อายุ&nbsp;81&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;129/2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบางไทร&nbsp;&nbsp;อำเภอท่าฉาง&nbsp;ซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยา&nbsp;และลูกหลาน&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;ชีวิต&nbsp;หลังคาบ้านถูกกระแสลมพัดเสียหายบางส่วน&nbsp;กันสาดร่วงหล่นลงมากองที่พื้น&nbsp;รวมทั้งของใช้อื่นๆ&nbsp;ถูกกระแสลมพัดกระจายเกลื่อนพื้น&nbsp;ซึ่งจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจในครั้งนี้&nbsp;สร้างความปลาบปลื้มใจให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;โดยเฉพาะนายเจริญ&nbsp;และภรรยา&nbsp;ถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื่นตันใจ&nbsp;ที่พ่อเมืองมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้กำชับอำเภอ</strong>และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก&nbsp;คลื่นลมแรง&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้ดำเนินการช่วยเหลือด้วยความรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;เป็นธรรม&nbsp;และรายงานให้จังหวัดทราบโดยด่วน&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เน้นย้ำในเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ขอให้ระมัดระวัง&nbsp;ดูแลสุขภาพ&nbsp;และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เนื่องจากขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่.&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225162622317"],
    [86,"ผู้ว่าฯ นราธิวาส ลงพื้นที่บริเวณท่อระบายน้ำแห่งที่ 3 (บ้านยะกัง) ม.11 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ตรวจสอบระดับน้ำในคลองบาโง เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตเทศบาลนราธิวาส","<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.45&nbsp;น.&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีนราธิวาส&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาสลงพื้นที่สำรวจคลองบ้านบาโง&nbsp;(ยะกัง)&nbsp;บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางนราชุมชนยะกัง&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง&nbsp;ทำให้เกรงว่าอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง&nbsp;หากปริมาณน้ำสูงเกินกว่าปกติ&nbsp;จะต้องเร่งสูบน้ำจากคลองบ้านบาโงตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อระบายน้ำที่ไหลมาจากศูนย์ราชการระบายลงแม่น้ำยะกังลงแม่น้ำบางนราก่อนที่จะระบายลงทะเลอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศแจ้งเตือนตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก</strong>&nbsp;ฉบับที่&nbsp;6&nbsp;(6/2565)&nbsp;เรื่อง&nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;ลมตะวันออก&nbsp;และลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย&nbsp;และภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศมาเลเซีย&nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างในวันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม&nbsp;เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;25-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จึงขอให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ&nbsp;</strong>เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก&nbsp;ปริมาณฝนสะสม&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&nbsp;โดยพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;พื้นที่ชุมชนเมือง&nbsp;พื้นที่ติดแม่น้ำลำคลอง&nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง&nbsp;น้ำลันตลิ่ง&nbsp;พื้นที่ลาดเชิงเขา&nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;รวมถึงออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณการแจ้งเตือนประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเล&nbsp;ให้เฝ้าระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง&nbsp;ตลอดจนกำชับสถานประกอบการโรงแรมในพื้นที่ชายทะเล&nbsp;สื่อสารให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังและห้ามลงเล่นน้ำทะเลในช่วงที่มีคลื่นลมแรงโดยเด็ดขาดบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่ง&nbsp;ควรระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง&nbsp;และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225185014381"],
    [87,"จ.ยะลาฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้บางพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังแล้ว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;สถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>หลังจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกออกประกาศเตือน&nbsp;ฉบับที่&nbsp;5&nbsp;(5/2565)&nbsp;เรื่อง&nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;โดยจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;24-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทำให้&nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เตือนไปยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้ระมัดระวังอันตราย</p><p><strong>ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี</strong>&nbsp;เริ่มเปลี่ยนสีและเพิ่มระดับขึ้นเป็นผลจากฝนทีตกต่อเนื่อง&nbsp;แจ้งประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน&nbsp;ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;พื้นที่ชุมชนเมือง&nbsp;พื้นที่ติดแม่น้ำลำคลอง&nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง&nbsp;น้ำล้นตลิ่ง&nbsp;พื้นที่ลาดเชิงเขา&nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม&nbsp;ซึ่งพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และดินถล่ม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;ธารโต&nbsp;บันนังสตา&nbsp;กรงปินัง&nbsp;ยะหา&nbsp;และอำเภอกาบัง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;บริเวณแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ตั้งแต่อำเภอบันนังสตา&nbsp;อำเภอกรงปินังและอำเภอเมืองยะลา&nbsp;บริเวณคลองยะหา&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;และบริเวณแม่น้ำสายบุรี&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;ล่าสุด&nbsp;หลังจากที่มีปริมาณฝนตกต่อเนื่อง&nbsp;ก็พบว่าในพื้นที่ลุ่มต่ำและน้ำท่วมซ้ำซาก&nbsp;เกิดน้ำท่วมขังบนถนนทางเข้าหมู่บ้านไบก์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.บุดี&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ติดถนนหลวง&nbsp;4063&nbsp;สายรามัน-ยะลา&nbsp;บริเวณใกล้กับสถานีบริการน้ำมันเชลล์&nbsp;(อีสนีนปิโตรเลียม)</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ&nbsp;</strong>สามารถติดต่อ&nbsp;สายด่วน&nbsp;1784&nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&nbsp;โทร.073-203562</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225185741388"],
    [88,"สภ.แม่หวาด แจ้งเลี่ยงเส้นทาง 410 ยะลา - เบตง หลัง ฝนตกหนัก ต้นไม้-เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน รถไม่สามารถสัญจรได้ จนท.เร่งดำเนินการ","<p><strong>สภ.แม่หวาด&nbsp;แจ้งเลี่ยงเส้นทาง&nbsp;410&nbsp;ยะลา&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;หลังฝนตกหนัก</strong>&nbsp;ต้นไม้-เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน&nbsp;บริเวณ&nbsp;สวนตาหวาน&nbsp;-&nbsp;บ้านกระป๋อง&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;รถไม่สามารถสัญจรได้&nbsp;จนท.เร่งดำเนินการแจ้งประชาสัมพันธ์&nbsp;เส้นทางสาย&nbsp;410&nbsp;ธารโต-เบตง&nbsp;มีเสาไฟฟ้า&nbsp;ต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง&nbsp;เนื่องจากฝนตกหนัก&nbsp;สภ.แม่หวาด&nbsp;แจ้งประชาสัมพันธ์&nbsp;ผู้ใช้ถนน&nbsp;สาย&nbsp;410&nbsp;ยะลา&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;ให้ไปใช้ถนนสายบน&nbsp;คอกช้าง&nbsp;-&nbsp;วังใหม่&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;สายล่าง&nbsp;410&nbsp;มีต้นไม้และเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน&nbsp;บริเวณ&nbsp;สวนตาหวาน&nbsp;-&nbsp;บ้านกระป๋อง&nbsp;ต.แม่หวาด&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;รถไม่สามารถสัญจรได้&nbsp;เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าดำเนินการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225191112397"],
    [89,"นิพนธ์ เตือนเฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมขัง พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่นโก-ลก ช่วง 25-28 กุมภาพันธ์ นี้ พร้อมสั่งปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เตรียมพร้อมสรรพกำลังดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ได้ออกประกาศคาดการณ์สถานการณ์เฝ้าระวังน้ำ&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง&nbsp;มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำฝนจากฝนคาดการณ์&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)</strong>&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์กรมหาชน)&nbsp;พบว่าหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;มีปริมาณฝนตกหนักมากกว่า&nbsp;150&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ทำให้มีประมาณน้ำสะสมไหลลงแม่น้ำมากขึ้น&nbsp;จึงขอเน้นย้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น&nbsp;เสี่ยงน้ำล้นสูงกว่าตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบันนังสตา&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;,&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;และอำเภอแว้ง&nbsp;อำเภอสุคิริน&nbsp;อำเภอศรีสาคร&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;อำเภอรือเสาะ&nbsp;อำเภอจะแนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;25-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บูรณาการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน&nbsp;ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;พร้อมพิจารณาความเหมาะสมในการระบายน้ำในลำน้ำ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;ให้สอดคล้องกับการขึ้น-ลง&nbsp;ของระดับน้ำทะเล&nbsp;ตรวจสอบความมั่นคง&nbsp;แข็งแรง&nbsp;แนวคันบริเวณแม่น้ำ&nbsp;กำจัดสิ่งกีดขวางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พร้อมทั้งการเตรียมการและการดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;เตรียมความพร้อมบุคลากร&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้สามารถใช้การได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ก็ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง</strong>&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;ทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมเพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;และที่สำคัญที่สุด&nbsp;ชีวิตคนต้องมาเป็นอันดับแรก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-25T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225194228414"],
    [90,"ยะลา ฝนตกสะสมต่อเนื่อง น้ำเริ่มล้นเอ่อ ท่วมถนน - บ้านเรือน พื้นที่ต่ำ ประชาชนต้องเฝ้าระวัง สถานการณ์น้ำในระยะนี้","<p><strong>สำหรับสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;ก.พ&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;จนถึงขณะนี้ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องทั้งในปริมาณเล็กน้อย&nbsp;ไปจนถึงปานกลางและหนัก&nbsp;เป็นระยะๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้น้ำฝนที่ตกสะสม&nbsp;เริ่มเข้าท่วมผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่&nbsp;ลุ่มต่ำ&nbsp;น้ำท่วมซ้ำซาก&nbsp;ริมแม่น้ำปัตตานี&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;และ&nbsp;ริมแม่น้ำสายบุรี&nbsp;อ.รามัน&nbsp;มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วจำนวนหนึ่ง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;น้ำยังเอ่อล้นท่วมถนนสายยะลา&nbsp;-&nbsp;รามัน&nbsp;บ้านปารามีแต&nbsp;หน้าปั้ม&nbsp;ปตท.บุดี&nbsp;บ้านบือแน&nbsp;ต.บุดี&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ถนนข้างปั้มเชลส์&nbsp;บ้านไบก์&nbsp;ต.บุดี&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;หน้าร้านซื้อของเก่า&nbsp;บ้านโกตาบารู&nbsp;(สายเก่า)&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ถนนสายตือเบาะ&nbsp;-&nbsp;บุดี&nbsp;ต.สะเตงนอก&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;รถยนต์ขนาดเล็กยังสามารถสัญจรผ่านได้&nbsp;แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนราษฎรบ้างแล้ว</p><p><strong>ซึ่งทาง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง</strong>&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ล้นตลิ่ง&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;พื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำปัตตานี&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;และ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ริมแม่น้ำสายบุรี&nbsp;บริเวณบ้านละแอ&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;ชุมชนตลาดล่าง&nbsp;ต.กายูบอเกาะ&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;บ้านกือเม็ง&nbsp;บ้านแยะ&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;บ้านพรุ&nbsp;ต.ท่าธง&nbsp;บ้านเกะรอ&nbsp;ต.เกะรอ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ริมคลองยะหา&nbsp;บริเวณบ้านกาบุ&nbsp;ต.ยะหา&nbsp;บ้านอาบอ&nbsp;บ้านละแอ&nbsp;บ้านตาเปาะ&nbsp;บ้านกือยา&nbsp;บ้านชะเมาะ&nbsp;บ้านกูแบรายอ&nbsp;ต.ละแอ&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;ซึ่งฝนที่ตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ก็จะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ&nbsp;นี้</p><p><strong>ในขณะที่&nbsp;สถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง&nbsp;ล่าสุด</strong>&nbsp;ปริมาณน้ำเก็บกักปกติ&nbsp;1,454&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ปริมาณฯ&nbsp;1207.03&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.คิดเป็น&nbsp;83.01&nbsp;%&nbsp;น้ำไหลเข้า&nbsp;58.360&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;ระบายน้ำ&nbsp;1,740&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;&nbsp;ส่วนปริมาณฝนสะสม&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;372.2&nbsp;มม.&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;240.8&nbsp;มม.&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;206.4&nbsp;มม.&nbsp;&nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำท่าลุ่มแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ที่บ้านหัวสะพานสะเตง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เริ่มท่วม&nbsp;แนวโน้ม&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;3.05&nbsp;ม.&nbsp;ที่บ้านท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;แนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;3.44&nbsp;มม.&nbsp;คลองยะหา&nbsp;บ้านยะหา&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;เริ่มท่วม&nbsp;แนวโน้ม&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;4.93&nbsp;มม.&nbsp;ส่วนแม่น้ำสายบุรี&nbsp;ที่บ้านปายือนิ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;แนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;5.31&nbsp;มม.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226100008489"],
    [91,"จ.นราธิวาส มีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้วทั้ง 13 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 28,000 คน ผู้ว่าฯ นรา สั่งการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ขณะที่ หน่วยทหารเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปยังที่ปลอดภัย","<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ตามที่ได้เกิดฝนตกและตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>ทำให้ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้วทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ใน&nbsp;56&nbsp;ตำบล&nbsp;195&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2&nbsp;เขตเทศบาล&nbsp;ผู้ประสบภัย&nbsp;23,885&nbsp;คน&nbsp;7,236&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;6,891&nbsp;หลัง&nbsp;รวมถึงสิ่งสาธารณประโยชน์&nbsp;โรงเรียน&nbsp;มัสยิด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำล้นตลอ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน&nbsp;พร้อมเยี่ยมให้กำลังใต&nbsp;สำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชาที่ประสบภัยจากคลื่นลมแรงบริเวณชายหาดบ้านทอน&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการซ่อมแซม&nbsp;และได้สั่งการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เร่งดำเนินการช่วยเหลือและสนับสนุนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เช่นเดียวกับทางหน่วยทหาร</strong>&nbsp;ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในการอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย&nbsp;โดยพันโท&nbsp;ณัฐวุฒิ&nbsp;ศรีสังข์&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;151&nbsp;ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์&nbsp;หรือค่ายปิเหล็ง&nbsp;ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติของหน่วยฯ&nbsp;ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;48&nbsp;ลงพื้นที่บ้านยางนิง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลจวบอำเภอเจาะไอร้อง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่มีน้ำท่วมสูง&nbsp;และได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับพี่น้องประชาชนด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านสถานการณ์น้ำท่าในลุ่มน้ำสายหลัก</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;ลุ่มน้ำบางนรา&nbsp;และลุ่มน้ำโก-ลก&nbsp;ปัจจุบันระดับน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;ทางนายเฉลิมชัย&nbsp;ตรีนรินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;สั่งการหน่วยงานในสังกัด&nbsp;ได้เดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าและอาคารชลประทาน&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล&nbsp;บรรเทาผลกระทบในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)</strong>&nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส&nbsp;ได้แจ้งพยากรณ์อากาศ&nbsp;จังหวัดนราธิว่ามีเมฆมากกับมีฝนฟเาคะนอง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;และมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;ลมตะวันออกความเร็ว&nbsp;20-40&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง&nbsp;2-3&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;พร้อมแจ้งเตือนช่วงวันที่&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ให้ประชาชนระมัดระวังอันตราจากฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;อาจทำให้เกิดอุทกภัย&nbsp;ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226104753491"],
    [92,"ยะลา น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ขณะที่ อบต. เร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;ก.พ&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ซึ่งจนถึงขณะนี้ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องทั้งในปริมาณเล็กน้อย&nbsp;ไปจนถึงปานกลางและหนัก&nbsp;เป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;ทำให้น้ำฝนที่ตกสะสม&nbsp;เริ่มเข้าท่วมผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่&nbsp;ลุ่มต่ำ&nbsp;น้ำท่วมซ้ำซาก&nbsp;ริมแม่น้ำปัตตานี&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;และ&nbsp;ริมแม่น้ำสายบุรี&nbsp;อ.รามัน&nbsp;มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วจำนวนหนึ่ง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;น้ำยังเอ่อล้นท่วมถนนสายยะลา-รามัน&nbsp;บ้านปารามีแต&nbsp;หน้าปั้ม&nbsp;ปตท.บุดี&nbsp;บ้านบือแน&nbsp;ต.บุดี&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ถนนข้างปั้มเชลส์&nbsp;บ้านไบก์&nbsp;ต.บุดี&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;หน้าร้านซื้อของเก่า&nbsp;บ้านโกตาบารู&nbsp;(สายเก่า)&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ถนนสายตือเบาะ-บุดี&nbsp;ต.สะเตงนอก&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;รถยนต์ขนาดเล็กยังสามารถสัญจรผ่านได้&nbsp;แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนราษฎรบ้างแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ทาง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้แจ้งเตือนประชาชน</strong>&nbsp;เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ล้นตลิ่ง&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;พื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำปัตตานี&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;และ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;รวมทั้งริมแม่น้ำสายบุรี&nbsp;บริเวณบ้านละแอ&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;ชุมชนตลาดล่าง&nbsp;ต.กายูบอเกาะ&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;บ้านกือเม็ง&nbsp;บ้านแยะ&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;บ้านพรุ&nbsp;ต.ท่าธง&nbsp;บ้านเกะรอ&nbsp;ต.เกะรอ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ริมคลองยะหา&nbsp;บริเวณบ้านกาบุ&nbsp;ต.ยะหา&nbsp;บ้านอาบอ&nbsp;บ้านละแอ&nbsp;บ้านตาเปาะ&nbsp;บ้านกือยา&nbsp;บ้านชะเมาะ&nbsp;บ้านกูแบรายอ&nbsp;ต.ละแอ&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;ซึ่งฝนที่ตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ก็จะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ&nbsp;นี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในขณะที่&nbsp;สถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง</strong>&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ปริมาณน้ำเก็บกักปกติ&nbsp;1,454&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ปริมาณฯ&nbsp;1207.03&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็น&nbsp;83.01&nbsp;%&nbsp;น้ำไหลเข้า&nbsp;58.360&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;ระบายน้ำ&nbsp;1,740&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;&nbsp;ส่วนปริมาณฝนสะสม&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;372.2&nbsp;มม.&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;240.8&nbsp;มม.&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;206.4&nbsp;มม.&nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำท่าลุ่มแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ที่บ้านหัวสะพานสะเตง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เริ่มท่วม&nbsp;แนวโน้ม&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;3.05&nbsp;ม.&nbsp;ที่บ้านท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;แนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;3.44&nbsp;มม.&nbsp;คลองยะหา&nbsp;บ้านยะหา&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;เริ่มท่วม&nbsp;แนวโน้ม&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;4.93&nbsp;มม.&nbsp;ส่วนแม่น้ำสายบุรี&nbsp;ที่บ้านปายือนิ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;แนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;5.31&nbsp;มม.&nbsp;สำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;สามารถแจ้งผ่านสายด่วน&nbsp;1784&nbsp;ปภ.&nbsp;หรือโทร.0-7320-3562&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จ.ยะลา</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226113721507"],
    [93,"น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน ริมแม่น้ำสายบุรี หลังยะลาฝนตกหนักต่อเนื่อง  วอนขอน้ำดื่ม - อาหารแห้ง","<p><strong>จากสถานการณ์ที่มีลมมรสุมพัดถล่มภาคใต้&nbsp;</strong>จนเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องใน&nbsp;หลายพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;และ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ห้วงระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ฝนกระหน่ำอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน&nbsp;ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายบุรี&nbsp;สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลทำให้น้ำเอ่อลันตลิ่ง&nbsp;แม่น้ำสายบุรี&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;ต.กายูบอเกาะ&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;อ.ท่าธง&nbsp;ต.ตะโล๊ะหะลอ&nbsp;ต.เกะรอ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มวลน้ำไหลเข้าท่วมถนนสายหลัก&nbsp;-&nbsp;สายรองภายในหมู่บ้าน&nbsp;-&nbsp;บ้านเรือนชาวบ้าน&nbsp;และพื้นที่สวนยางพารา&nbsp;-&nbsp;ผลไม้&nbsp;ชาวบ้านต้องอพยพสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้บนถนนหลวง</p><p><strong>สำหรับพื้นที่ที่มีมวลน้ำเข้าท่วมบ้านและเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้าน</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บ้านสะแตเซ็ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;,&nbsp;บ้านสุเป๊ะบือแนบือแต&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;,&nbsp;บ้านละแอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;บ้านกำปงบาโง&nbsp;บ้านบูเกะซืองอ&nbsp;บ้านปายอแง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;ส่วนบ้านฮูยงปาแซ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ตะโล๊ะหะลอ&nbsp;,&nbsp;บ้านปายอยือนิ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.กายูบอเกาะ&nbsp;น้ำท่วมบ้านเรือนและเส้นทางเข้าหมู่บ้าน&nbsp;และบ้านกะดุนง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.เกะรอ&nbsp;น้ำท่วมเส้นทางการสัญจรบางช่วงต้องใช้เรือแทน&nbsp;ซึ่งมีชาวบ้านต้องการน้ำดื่ม&nbsp;-&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;เป็นเบื้องต้น&nbsp;โดยขณะนี้ทาง&nbsp;ปลัดอำเภอรามัน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อส.&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่&nbsp;41&nbsp;ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านที่มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายบุรี&nbsp;นำเรือท้องแบน&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;และมีการประเมินพื้นที่&nbsp;จะได้รีบนำสิ่งของที่มีความจำเป็นในเบื้องต้นไปมอบให้กับชาวบ้านต่อไป</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้สั่งการให้</strong>&nbsp;นายณัฎฐ์กร&nbsp;บุญโรภาคย์&nbsp;นายอำเภอรามัน&nbsp;ลงไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว&nbsp;โดยเน้นในเรื่องสุขภาพร่างกายที่อาจจะเกิดขึ้นมากับน้ำท่วม</p><p><strong>สำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัย</strong>สามารถประสานขอความช่วยเหลือมาได้ที่&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา(ปภ.)&nbsp;073-&nbsp;203562&nbsp;และขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวัง&nbsp;ดูแลบุคคลในครอบครัวให้ปลอดภัย&nbsp;โดยเฉพาะเด็กๆ&nbsp;อย่าปล่อยให้ลงเล่นน้ำขณะน้ำหลาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226151441626"],
    [94,"บึงแบเมาะ น้ำล้นท่วมพื้นที่ตลาดเก่า ด้าน เทศบาล ฯ ยะลา ออกประกาศเตือน ขณะ 4 อำเภอ ได้รับผลกระทบแล้ว","<p><strong>บึงแบเมาะ&nbsp;น้ำล้นท่วมพื้นที่ตลาดเก่า&nbsp;เทศบาล&nbsp;ฯ&nbsp;ยะลา&nbsp;ออกประกาศเตือนน้ำท่วม&nbsp;</strong>ด้าน&nbsp;ปภ.ยะลา&nbsp;เผยสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;24&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;828&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;3,312&nbsp;คน</p><p><strong>จากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ยะลา&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;เป็นเวลาหลายวัน&nbsp;ล่าสุด&nbsp;</strong>น้ำในบึงแบเมาะ&nbsp;พื้นที่ย่านตลาดเก่าเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมถนน&nbsp;หลายสายรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้&nbsp;&nbsp;รวมถึง&nbsp;น้ำยังได้ไหลเข้า&nbsp;บ้านเรือนประชาชน&nbsp;ในหลายจุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งประชาชน&nbsp;ได้อพยพสิ่งของมาอยู่บนถนนซึ่งเป็นพื้นที่สูง&nbsp;แล้ว&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้เร่งนำเครื่องสูบน้ำ&nbsp;เข้ามาติดตั้งในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำ&nbsp;ให้ลงสู่แม่น้ำปัตตานีโดยเร็ว&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันทาง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;โดย&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;</strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ได้มีประกาศ&nbsp;เตือนภัยน้ำท่วม&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;จากกรณีที่ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทำให้น้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ปริมาณน้ำฝนจากพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ตำบลบุดี&nbsp;และสะเตงนอก&nbsp;ไหลสู่คลองแบเมาะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้ขณะนี้น้ำในบึงแบเมาะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจากประกาศกรมอุตินิยมวิทยา&nbsp;จะมีฝนตก&nbsp;หนักถึงหนัก&nbsp;มากต่อเนื่องจนถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่ม</strong>ที่เคยประสบภัยในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;อาทิ&nbsp;พื้นที่ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม&nbsp;ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์&nbsp;&nbsp;(ซอย&nbsp;10)&nbsp;ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล&nbsp;5&nbsp;ชุมชนจารูนอก&nbsp;ชุมชนเมืองทอง&nbsp;ชุมชนเสรี&nbsp;ชุมชนธนวิถี&nbsp;และชุมชนหลัง&nbsp;โรงเรียนจีน&nbsp;ให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในบริเวณที่สูง&nbsp;และระมัดระวังปลั๊กไฟ&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา&nbsp;หมายเลข&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-7321-2345&nbsp;และ&nbsp;199&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>ส่วนทางด้าน&nbsp;ปภ.ยะลา&nbsp;ได้รายงาน&nbsp;สถานการณ์ที่ได้เกิดฝนตกหนัก</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;24&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;828&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;3,312&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;&nbsp;ตำบลสะเตงนอก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3,6&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;ตำบลละแอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตำบลบาโร๊ะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;ตำบลจะกว๊ะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,2,3,5&nbsp;ตำบลยะต๊ะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,2,3,4,5&nbsp;ตำบลกาลอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,3&nbsp;ตำบลบาโงย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,3&nbsp;&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;ตำบลกรงปินัง&nbsp;หมู่ที่1,4,5&nbsp;ตำบลสะเอะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,6&nbsp;ตำบลห้วยกระทิง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,2&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;กำนัน</strong>&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ชรบ.&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;ได้เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226161113657"],
    [95,"ยะลาท่วม 4 อำเภอ เร่งช่วยเหลือประชาชนเดือดร้อน","<p><strong>จากอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้&nbsp;</strong>มีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง&nbsp;เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;23-&nbsp;26&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;รามัน&nbsp;ยะหา&nbsp;และอำเภอกรงปินัง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;นายวีรวัฒน์&nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&nbsp;นายชาคร&nbsp;คงเสรีกุล&nbsp;ป้องกันจังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ที่บริเวณหน้า&nbsp;รพ.สต.สะเตงนอก&nbsp;ปากซอย&nbsp;9&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลสะเตงนอก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้น&nbsp;ผู้ว่าฯยะลา&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วย&nbsp;ทั้งเทศบาลเมืองสะเตงนอก</strong>&nbsp;ปภ.และเจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.ที่&nbsp;44&nbsp;ค่ายพญาลิไท&nbsp;เร่งช่วยเหลือเป็นการด่วน&nbsp;ซึ่งระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมสูงประมาณ&nbsp;30-60&nbsp;ซม.&nbsp;เนื่องจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากนั้นลงพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านเปาะยานิ&nbsp;และบ้านจารู&nbsp;ย่านชุมชนตลาดเก่า&nbsp;ในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ติดตามการเร่งระบายน้ำในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ที่สถานีสูบน้ำปั๊ม&nbsp;C&nbsp;บ้านจารู&nbsp;ซึ่งเป็นจุดรับน้ำสุดท้ายในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เร่งระบายน้ำที่ไหลเข้าท่วมลงสู่แม่น้ำปัตตานีให้เร็วที่สุด&nbsp;จากนั้นเดินทางต่อไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี&nbsp;เขตรอยต่อตำบลตาเซะ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และอำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่&nbsp;ซึ่งขณะนี้เขื่อนปัตตานี&nbsp;ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำ&nbsp;เร่งระบาย&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนปัตตานี</p><p><strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;นำท่วมและวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&nbsp;2,804&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;11,044&nbsp;คน&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางอำเภอ&nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226174431697"],
    [96,"ผบ.ฉก.นราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.แว้ง และสุไหงโก-ลก","<p><strong>ผบ.ฉก.นราธิวาส&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือ</strong>พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;อ.แว้ง&nbsp;และ&nbsp;อ.สุไหงโกลก&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;พร้อมกำชับกำลังพลเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/&nbsp;</strong>ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายไพโรจน์&nbsp;จริตงาม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&nbsp;และให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ&nbsp;นำน้ำดื่ม&nbsp;ข้าวกล่อง&nbsp;ยารักษาโรคเบื้องต้น&nbsp;มอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านบางขุด&nbsp;และบ้านกัวยีมานะ&nbsp;ตำบลฆอเลาะ&nbsp;อำเภอแว้ง&nbsp;และ&nbsp;ตำบลมูโนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโกลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดยจากสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ที่ตกต่อเนื่องติดต่อกัน&nbsp;ทำให้ในบางพื้นที่มีน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และมีน้ำท่วมขัง&nbsp;ตั้งแต่เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมานั้น&nbsp;</p><p><strong>พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;</strong>ได้สั่งการในหน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;เข้าให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ที่ได้รับผบกระทบเป็นการเร่งด่วน&nbsp;โดยให้ใช้ศักยภาพของหน่วย&nbsp;จัดกำลังพล&nbsp;จิตอาสา&nbsp;นำเครื่องมือ&nbsp;ยุทโธปกรณ์&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมแผนการช่วยเหลือ&nbsp;การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง&nbsp;และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปยังโรงพยาบาล&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น&nbsp;และเตรียมความพร้อมกำลังทหารเพื่อเข้าไปช่วยกันฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนหลังน้ำลด&nbsp;พร้อมทั้งได้ประสานทางอำเภอเข้าดำเนินการตรวจสอบความเสียหายเพื่อทำการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย</strong>กองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;โดยมีกองพันทหารราบที่&nbsp;2&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;151&nbsp;รับผิดชอบในพื้นที่&nbsp;อำเภอสุคิริน&nbsp;,&nbsp;อำเภอแว้ง&nbsp;,&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;และอำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และจัดกำลังพลเตรียมความพร้อมตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยการปฏิบัติให้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน&nbsp;จนกว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่จะลดลง&nbsp;คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้บางพื้นที่&nbsp;ระดับน้ำเริ่มลดแต่ยังมีฝนตกลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>ขอให้พี่น้องประชาชนใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิตด้วย&nbsp;รวมไปถึงสัตว์มีพิษต่างๆ&nbsp;และสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้ช่วยดูแลตนเอง&nbsp;และหากประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ&nbsp;สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้จากหน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;โทร&nbsp;075&nbsp;&nbsp;383405&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ในสถานการณ์ที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ทหารพร้อมจะเป็นที่พึ่งให้ประชาชนในทุกโอกาส&nbsp;เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226180903705"],
    [97,"น้ำจากแม่น้ำโก-ลก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก","<p><strong>สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;ยังน่าเป็นห่วง</strong>&nbsp;หลังมวลน้ำจากคลองบูเก๊ะตา&nbsp;เข้ามาสมทบในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ทะลักเข้ามาบริเวณนอกเขตโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ&nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ของกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;บริเวณชุมชนตันหยงมะลิ&nbsp;จนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในชุมชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;</p><p><strong>นางสุชาดา&nbsp;พันธ์นรา&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;เกิดจากมวลน้ำที่ทะลักเข้ามาจากแม่น้ำโก-ลก&nbsp;บริเวณชุมชนตันหยงมะลิที่อยู่นอกเขตการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำภายในชุมชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;และพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ซึ่งไม่สามารถระบายออกได้ทันโดยการใช้เครื่องสูบน้ำ&nbsp;ต้องรอให้ปริมาณฝนลดลง&nbsp;และปริมาณในแม่น้ำโก-ลกเริ่มทรงตัว&nbsp;จากนั้นจะนำแท่งแบริเออร์มาปิดทางน้ำจากชุมชนตันหยงมะลิและเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในชุมชนออกไป&nbsp;จากและระบายออกไป&nbsp;ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ปริมาณน้ำท่วมสูงภายในชุมชนหัวสะพาน&nbsp;ชุมชนโปฮงยามู&nbsp;บือเร็งใน&nbsp;ท่ากอไผ่&nbsp;และบือเร็ง&nbsp;รวมทั้งชุมชนเสาสัญญาณที่ประสบปัญหาการระบายในชุมชน&nbsp;ประชาชนในชุมชนจำนวน&nbsp;33&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;125&nbsp;คนจึงอพยพไปอยู่ที่ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัยโรงเรียนเทศบาล&nbsp;4&nbsp;ชั่วคราว&nbsp;</p><p><strong>นายชื่น&nbsp;ทิพรัตน์&nbsp;ประธานชุมชนตันหยงมะลิ</strong>&nbsp;เสนอให้มีการขยายโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ&nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ไปอีกประมาณ&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อให้จรดเนินดินที่จะสามารถกั้นน้ำที่จะทะลักเข้าเขตชุมชนได้ทั้งระบบ&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายอานนท์&nbsp;ทองสว่าง&nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ลงพื้นที่มาติดตามสภาพปัญหา&nbsp;ระบุว่า&nbsp;โครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;เฟส1&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;และเฟส&nbsp;2&nbsp;ในเขตเทศบาลตำบลปาเสมัส&nbsp;เป็นของกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ซึ่งจุดที่น้ำจากแม่น้ำโก-ลกทะลักเข้ามาอยู่นอกเขตพื้นที่โครงการ&nbsp;ทั้งนี้จากกรณีที่ประธานชุมชนตันหยงมะลินั้น&nbsp;จำเป็นต้องรายงานให้ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณา&nbsp;เพราะเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณอีกเป็นจำนวนมากและอาจต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ&nbsp;2&nbsp;ปีโครงการจึงจะแล้วเสร็จ&nbsp;ดังนั้นในพื้นที่อาจต้องเผชิญสถานการณ์อุทกภัยไปอีกนาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านมาเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;เคยเสนอให้ทำกำแพงกั้นน้ำ&nbsp;โดยเริ่มจากจุดเริ่มต้นโครงการเขื่อนกั้นน้ำ&nbsp;มาทางชุมชนตันหยงมะลิ&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;แต่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน&nbsp;ที่อาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางเข้าพื้นที่ของตนเอง&nbsp;ล่าสุดจึงได้ปรับแผนโดยการทำกำแพงกั้นน้ำ&nbsp;ในลักษณะเดียวกับเขื่อนกั้นน้ำ&nbsp;โดยจะมีช่องสำหรับเสียบแผ่นเหล็กปิดกั้นช่องทางในช่วงหน้าฝนและเมื่อเกิดอุทกภัย&nbsp;ซึ่งจะถอดออกเมื่อสถานการณ์ที่ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลกอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;โดยขั้นตอนต่อไปคือ&nbsp;มาชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าของที่ดินในพื้นที่&nbsp;แล้วเสนอขอรับงบประมาณจากจังหวัดนราธิวาส&nbsp;หากมีการอนุมัติก็พร้อมก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำทันที&nbsp;โดยใช้งบประมาณกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226181019706"],
    [98,"ผู้ว่าฯนราธิวาส ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลืออย่างทั่วถึง","<p><strong>นายสนั่น?&nbsp;พงษ์อักษร?&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>พร้อมด้วยปลัดจังหวัดนราธิวาส?&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย?&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและจิตอาสาพระราชทานร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลืออย่างทั่วถึง?</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่อำเภอแรกที่ได้ลงไปคืออำเภอระแงะ&nbsp;ซึ่งอำเภอระแงะเป็นพื้นที่น้ำท่วมเมื่อคืนที่ผ่านมา&nbsp;ก็ได้ไปมอบสิ่งของ&nbsp;เป็นถุงยังชีพและน้ำดื่ม&nbsp;อยู่ใน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบก็ประมาณ&nbsp;100&nbsp;กว่าเรือน&nbsp;หลังจากนั้นก็ได้ลงไปดูในส่วนของอำเภอจะแนะ&nbsp;ซึ่งเมื่อวานน้ำสูงมากแต่วันนี้ปริมาณน้ำเริ่มลดลง&nbsp;แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่&nbsp;ที่น้ำยังท่วมขังอยู่&nbsp;</p><p><strong>วันนี้ได้นำถุงยังชีพ&nbsp;น้ำ&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;ยา&nbsp;รวมถึงข้าวกล่อง&nbsp;</strong>ไปมอบให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยส่วนหนึ่ง&nbsp;ในส่วนจุดที่&nbsp;3&nbsp;ก็ได้ไปมอบในพื้นที่สุไหงโกลก&nbsp;ซึ่งที่สุไหงโกลก&nbsp;ได้ประสบปัญหาอยู่&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;1.ลมกระโชกแรงในเขตเทศบาล&nbsp;ซึ่งปรากฏว่ามีบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน&nbsp;หลังคาแตก&nbsp;และถูกพัดไปกับลม&nbsp;รวม&nbsp;57&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;วันนี้ก็ได้ร่วมกับท่านนายกเทศมนตรีสุไหงโกลก&nbsp;ซึ่งท่านก็ได้เตรียมผลสำรวจข้อมูลความเสียหาย&nbsp;และจัดหากระเบื้อง&nbsp;วัสดุมาซ่อมแซม&nbsp;และก็ได้นำถุงยังชีพมอบให้กับบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัย&nbsp;ทางท่านนายกเทศมนตรีท่านได้เตรียมจุดอพยพที่น้องประชาชนในเขตเทศบาล&nbsp;ซึ่งมีอยู่&nbsp;2-3&nbsp;ชุมชนที่น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในเรื่องนี้ทางจังหวัดเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ</strong>&nbsp;เราเองก็พยายามเน้นย้ำให้ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นพื้นที่ที่มีการน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&nbsp;และในส่วนของกลุ่มเปราะบางจะได้ทำการอพยพก่อน&nbsp;ซึ่งน้ำท่วมส่วนใหญ่ก็เป็นลักษณะของน้ำหลากไม่ใช่น้ำขังหลายวัน&nbsp;ทั้งนี้ก็ได้บอกกล่าวในเรื่องของการดูแลสุขภาพ&nbsp;ในเรื่องของหวัด&nbsp;ที่สำคัญที่สุดคือการดูแลบุตรหลานที่ลงเล่นน้ำ&nbsp;ซึ่งก็ได้บอกกล่าวไว้แล้วว่า&nbsp;อย่างไรก็ตามก็ขอให้อยู่ในสายตาของผู้ปกครอง&nbsp;เพราะไม่อยากให้มีความสูญเสียในเรื่องของชีวิต&nbsp;และได้สั่งกำชับและเน้นย้ำไปทุกอำเภอ&nbsp;ทุกตำบล&nbsp;ทุกหมู่บ้านแล้วว่าต้องให้ความสำคัญ&nbsp;และต้องไม่สูญเสียชีวิต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>ก็ได้เน้นย้ำสั่งการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด&nbsp;มีการวิเคราะห์ถึงมวลน้ำในแต่ละวัน&nbsp;และที่สำคัญติดตามการพยากรณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;ซึ่งทางอุตุนิยมวิทยาบอกว่าถึงวันที่26&nbsp;แต่คาดว่าน่าจะหมดในวันที่28&nbsp;ซึ่งทางเราก็ได้มีแผนที่จะรองรับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226184411718"],
    [99,"จ.สุราษฎร์ธานีแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์จากภาวะคลื่นลมแรงและฝนตกหนักระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ นี้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มีหนังสือไปยังหน่วยงานราชการ&nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;และชุมชนเสี่ยงภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกชมชน&nbsp;ภายหลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;มีประกาศฉบับที่&nbsp;8&nbsp;(8/2565)&nbsp;เรื่อง&nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนัก&nbsp;ถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย</strong>และภาคใต้ยังคงมีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเชียและภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ทำให้ในช่วงวันที่&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีฝนตกหนักหลายพื้นที่&nbsp;บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>พิจารณาแล้ว&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำลันตสิ่ง&nbsp;ดินถล่ม&nbsp;และคลื่นลมแรง&nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;</p><p><strong>จึงขอให้อำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;แจ้งเตือนประชาชน</strong>ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ที่ราบลุ่ม&nbsp;ที่ลาดเชิงเขา&nbsp;ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน&nbsp;เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ให้ระมัดระวังปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;และปริมาณน้ำสะสม&nbsp;ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำล้นตสิ่ง&nbsp;และดินถล่ม&nbsp;และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&nbsp;ให้ระมัดระวังวาตภัย&nbsp;คลื่นลมแรง&nbsp;เตรียมรับสถานการณ์คลื่นชัดฝั่ง&nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและสาธารณประโยชน์&nbsp;ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ให้สำนักงานเจ้าท่ภูมิภาคทุกสาขา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ควบคุมการเดินเรืออย่างใกล้ชิด&nbsp;ผู้โดยสารเรือทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพ&nbsp;เรือสปีดโบ๊ท&nbsp;เรือประมง&nbsp;เรือโดยสาร&nbsp;และเรือเฟอร์รี่&nbsp;ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และหลีกเสี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ให้อุทยานทุกแห่ง&nbsp;หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก&nbsp;ถ้ำ&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;ถ้าสถานการณ์วิกฤติ&nbsp;ให้ดำเนินการปิดหรือห้ามเข้าโดยเด็ดขาด&nbsp;</p><p><strong>และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;</strong>ทรัพยากรกู้ภัย&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก&nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย&nbsp;ตลอด&nbsp;25&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หากเกิดสาธารณภัยขึ้น&nbsp;ให้รายงานสถานการณ์เหตุด่วนให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานีทราบโดยเร่งด่วน.</p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226191330722"],
    [100,"สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งจากคลองท่าแนะ ได้เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร","<p><strong>ที่อำเภอควนขนุน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;นายภูดิศ&nbsp;ชนะวรรณโณ&nbsp;</strong>นายอำเภอควนขนุน&nbsp;พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองพ้อ&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.อ.และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.๗&nbsp;ต.ควนขนุน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่น้ำท่วม&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ม.2,4,5,7,8,9&nbsp;ตำบลควนขนุน&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งจากคลองท่าแนะ&nbsp;ได้เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร&nbsp;ทั้งนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-26T00:00:00","NULL","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226192054725"],
    [101,"รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนบริเวณแนวชายฝั่งทะเลบ้านหน้าสตน ได้รับความเสียหาย","<p><strong>ขณะที่&nbsp;เทศบาลตำบลหน้าสตนเร่งน้ำเครื่องจักรกล</strong>ทำแนวกั้นคลื่นป้องกันการกัดเซาะในเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายสนั่น&nbsp;สนธิเมือง&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้รับมอบหมายจาก&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;บริเวณแนวชายฝั่งทะเลบ้านหน้าสตน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลหน้าสตน&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายจำนงค์&nbsp;น้ำพ่วง&nbsp;ปลัดฝ่ายป้องกัน&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;</strong>นายอรรถพล&nbsp;นิยมเดชา&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหน้าสตน&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;ผู้น้ำท้องที่&nbsp;รายงานสถานการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่&nbsp;สืบเนื่องจากเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&nbsp;ส่งผลทำให้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหลือที่พัดปกคลุ่มอ่าวไทย&nbsp;และภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;ทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;และคลื่นลมแรง&nbsp;ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งบ้านโพธิ์ทะเลงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลหน้าสตน&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;หลัง&nbsp;</p><p><strong>ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้อง</strong>&nbsp;แจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลหน้าสตน&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;ตั้งแต่คืนวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;&nbsp;ประชาชานในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนประมาณ&nbsp;100&nbsp;กว่าครัวเรือน&nbsp;คลื่นกัดเซาะชายฝั่งประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p><strong>โดยเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้เข้าไปช่วยเหลือ</strong>ในเรื่องกระเบื้องซ่อมแซมบ้าน&nbsp;พร้อมทั้งนำเครื่องจักรกลมาทำแนวกั้นคลื่นป้องกันยน้ำกัดเซาะตลิ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น&nbsp;ส่วนในระยะยาวได้แจ้งไปทางอำเภอหัวไทร&nbsp;เพื่อประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ&nbsp;และให้ส่วนราชการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง</strong>&nbsp;ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;จะดำเนินการสร้างแนวกั้นการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ระยะทาง&nbsp;350&nbsp;เมตรต่อจากโครงการเดิม&nbsp;ในส่วนที่เหลือทางเทศบาลหน้าสตนจะเสนอแผนของบประมาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแนวกั้นน้ำทะเลกัดเซาะต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พรรณี&nbsp;มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว&nbsp;บุณณดา&nbsp;/&nbsp;ภาพ</p><p>&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p>26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226202736754"],
    [102,"ปภ.ระยองรายงานผลการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลของ SPRC","<p><strong>วานนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เผยว่า&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองรายงานว่าสถานการณ์เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;ได้ออกเรือปฏิบัติงานอีกครั้งเมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;โดยส่งนักประดาน้ำลงไปตรวจสอบช่วงสูบน้ำมันขึ้นเรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;มีเรือ&nbsp;RS35,&nbsp;RS25&nbsp;,&nbsp;RS38&nbsp;และ&nbsp;RS33&nbsp;เฝ้าระวังรอบทุ่น&nbsp;SPM&nbsp;ต่อมาเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ได้รับแจ้งว่ายุติภารกิจการสูบน้ำมัน&nbsp;โดยสามารถสูบได้จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เป็นน้ำปนน้ำมัน&nbsp;และจะทำการตรวจสอบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้&nbsp;ก่อนเตรียมการประชุมวางแผนอุดรอยรั่วของท่อต่อไป&nbsp;ซึ่งในระหว่างดำเนินการไม่พบคราบและกลิ่นของน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เรือตรวจการณ์&nbsp;804&nbsp;และเรือตรวจการณ์&nbsp;802&nbsp;คอยสังเกตการณ์ปฏิบัติงานและเฝ้าระวังในพื้นที่ทุ่น&nbsp;SPM&nbsp;เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานใต้น้ำ</p><p><strong>ส่วนบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;รายงานว่า&nbsp;การดำเนินการเฝ้าระวังทางทะเลและชายหาด&nbsp;</strong>วันนี้ไม่พบคราบน้ำมันดิบหรือฟิล์มน้ำมันและยังคงการเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายหาด&nbsp;ส่วนกรณีได้รับรายงานว่าพบคราบตะกอนแข็งสีดำ&nbsp;บริเวณคลองสามน้อย&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;บริษัทได้ส่งทีมงานตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่คราบน้ำมัน&nbsp;แต่เป็นคราบดำจากใบสน&nbsp;ที่ย่อยสลายบนหาดทรายแล้วถูกชะล้าง&nbsp;ส่วนปริมาณกากของเสียจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;บริษัทได้สรุปข้อมูลเมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พบว่ามีทั้งหมด&nbsp;89.89&nbsp;ตัน&nbsp;แบ่งเป็นน้ำเสียปนเปื้อน&nbsp;18.20&nbsp;ตัน,&nbsp;วัสดุปนเปื้อนน้ำมัน&nbsp;15&nbsp;ตัน&nbsp;และทรายปนเปื้อน&nbsp;56.69&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาให้ความช่วยเหลือนั้น&nbsp;วันนี้เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;4&nbsp;ด้านอาชีพอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ชุดที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;460&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;150&nbsp;ราย,&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;และอบต.เพ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;พร้อมคณะและผู้ว่าราชการจังหวัดระยองร่วมประชุมเรื่องเงินช่วยเหลือกับตัวแทนจาก&nbsp;48&nbsp;กลุ่มประมง&nbsp;ที่โรงแรมระยองบีช&nbsp;ยังไม่ได้ข้อยุติ</p><p><strong>ด้านสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง</strong>แจ้งว่าหลังจากที่กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สํานักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;&nbsp;ได้ดำเนินการติดตาม&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล&nbsp;พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและตะกอนดินชายฝั่งทะเล&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;ตั้งแต่หาดพลา&nbsp;ถึง&nbsp;&nbsp;หาดสวนสน&nbsp;และพื้นที่เกาะเสม็ด&nbsp;บริเวณหาดทรายแก้ว&nbsp;และอ่าวพร้าว&nbsp;</p><p><strong>โดยเก็บตัวอย่างน้ำทะเลส่งตรวจวิเคราะห์&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;พารามิเตอร์</strong>&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;โลหะหนัก&nbsp;6&nbsp;ชนิด&nbsp;&nbsp;(ปรอท&nbsp;ทองแดง&nbsp;ตะกั่ว&nbsp;แคดเมียม&nbsp;เหล็ก&nbsp;และโครเมียม)&nbsp;ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน&nbsp;(TPH)&nbsp;โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน&nbsp;(PAHs)&nbsp;และกลุ่มสารอาหาร&nbsp;3&nbsp;พารามิเตอร์&nbsp;(ไนเตรท&nbsp;ฟอสเฟส&nbsp;และแอมโมเนีย)&nbsp;และเก็บตัวอย่างตะกอนดินส่งตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก&nbsp;8&nbsp;พารามิเตอร์&nbsp;&nbsp;(แคดเมียม&nbsp;โครเมียม&nbsp;&nbsp;สารหนู&nbsp;&nbsp;ปรอท&nbsp;ตะกั่ว&nbsp;ทองแดง&nbsp;นิกเกิล&nbsp;และวาเนเดียม)&nbsp;ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน&nbsp;(TPH)&nbsp;และ&nbsp;โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน&nbsp;(PAHs)&nbsp;สรุปผลเบื้องต้น&nbsp;คุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;และก้อนน้ำมันดิน&nbsp;(Tar&nbsp;ball)&nbsp;ส่วนการติดตามและเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น&nbsp;พบว่าไม่มีคราบน้ำมันดิบ&nbsp;ฟิล์มน้ำมัน&nbsp;หรือกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65</strong>&nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;9,145&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองได้ยุติให้บริการการรับเรื่องร้องทุกข์กรณีเหตุคราบน้ำมันที่บ้านสบาย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หลังมีผู้ใช้บริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;สามารถยื่นเรื่องได้ที่จุดรับคำร้อง&nbsp;15&nbsp;อปท.&nbsp;ได้แก่&nbsp;อบจ.ระยอง,&nbsp;เทศบาลนครระยอง,&nbsp;เทศบาลเมืองมาบตาพุด,&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านเพ,&nbsp;เทศบาลตำบลแกลงกะเฉด,&nbsp;เทศบาลตำบลเนินพระ,&nbsp;เทศบาลบาลตำบลเชิงเนิน,&nbsp;เทศบาลตำบลสุนทรภู่,&nbsp;เทศบาลตำบลปากน้ำประแส,&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านฉาง,&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลพลา,&nbsp;อบต.ตะพง,&nbsp;อบต.เพ,&nbsp;อบต.แกลง&nbsp;และอบต.พังราด&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติเกี่ยวกับเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในพื้นที่</strong>&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน&nbsp;SPRC&nbsp;โทร.&nbsp;038-699881&nbsp;ส่วนสิ่งที่ต้องเตรียมมาประกอบการยื่นเรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำเนาบัตรประชาชน&nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน&nbsp;เอกสารการจดทะเบียนการประกอบอาชีพ&nbsp;การคำนวณการขาดรายได้&nbsp;รูปถ่ายสถานที่ประกอบอาชีพ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยหรืออื่น&nbsp;ๆ&nbsp;มาด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-26T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226214114758"],
    [103,"ยะลา แม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นต่อเนื่อง เร่งแจ้งชาวบ้านขนของขึ้นที่สูง","<p><strong>ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเช้านี้มีระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;</strong>จากฝนที่ตกสะสมมาตั้งแต่ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา&nbsp;ล่าสุดเทศบาลตำบลท่าสาปประกาศเตือนชาวบ้านทีาอาศัยอยู้ในพื้นที่ริมแม่น้ำให้เตรียมพร้อมอพยพและรับมือกับมวลน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในวันนี้</p><p><strong>ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;โดยวัดปริมาณน้ำฝนในรอบ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมาได้&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;178.0&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;297.20&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;236.20&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;207.40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;61.80&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;269.60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;164.40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอำเภอกาบัง&nbsp;147.0&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ทำให้น้ำในแม่น้ำปัตตานีมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ปริมาณน้ำฝนจากพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ตำบลบุดี&nbsp;</strong>และสะเตงนอก&nbsp;ก็ไหลสู่คลองแบเมาะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้ขณะนี้น้ำในบึงแบเมาะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้ประกาศเตือนว่าจะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องจนถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>ด้านเทศบาลนครยะลาได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่ม</strong>ที่เคยประสบภัยในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เช่น&nbsp;พื้นที่ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม&nbsp;ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์&nbsp;(ซอย&nbsp;10)&nbsp;ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล&nbsp;5&nbsp;ชุมชนจารูนอก&nbsp;ชุมชนเมืองทอง&nbsp;ชุมชนเสรี&nbsp;ชุมชนธนวิถี&nbsp;และชุมชนหลังโรงเรียนจีน&nbsp;ให้รีบขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในบริเวณที่สูง&nbsp;และระมัดระวังปลั๊กไฟ&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>เทศบาลนครยะลา&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-7321-2345&nbsp;และ&nbsp;199&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227083137779"],
    [104,"ยะลา ท่วมแล้ว 4 อำเภอ ด้าน ผวจ.ยะลา สั่งการเร่งช่วยเหลือประชาชน","<p><strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;นำท่วม&nbsp;และวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;75&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;20&nbsp;หลัง&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;12&nbsp;&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&nbsp;2,804&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;11,044คน&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;23&nbsp;หลัง&nbsp;ถนน&nbsp;&nbsp;10&nbsp;สาย&nbsp;&nbsp;ฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,380&nbsp;ไร่&nbsp;และบ่อปลา&nbsp;16&nbsp;บ่อ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ทางจังหวัดโดยนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา</strong>&nbsp;ผวจ.ยะลา&nbsp;ได้สั่งการให้ทางอำเภอ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;&nbsp;ตำรวจ&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่&nbsp;พร้อมทั้งการสนับสนุนเรือท้องแบน&nbsp;เรือพลาสติก&nbsp;เครื่องสูบน้ำ&nbsp;เร่งคลี่คลายสถานการณ์&nbsp;ทั้งยังคงแจ้งเตือน&nbsp;ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตก&nbsp;ถึงตกหนักในพื้นที่อย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227083320780"],
    [105,"จ.สุราษฎร์ธานีเช้านี้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คลื่นลมแรงและฝนตกหนักอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงาน&nbsp;ปภ.จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;รายงานข้อมูลน้ำท่า&nbsp;</strong>จากระบบโทรมาตรเขื่อนรัชชประภา&nbsp;และกล้อง&nbsp;CCTV&nbsp;ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดแรกที่ตำบลอิปัน&nbsp;อำเภอพระแสง&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน&nbsp;+&nbsp;0.41&nbsp;ม.&nbsp;จุดที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเคียนซา&nbsp;อำเภอเคียนซา&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&nbsp;ลดลงจาก&nbsp;เมื่อวาน&nbsp;-&nbsp;0.07&nbsp;ม.&nbsp;จุดที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าสะท้อน&nbsp;อำเภอพุนพิน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&nbsp;ลดลงจาก&nbsp;เมื่อวาน&nbsp;-&nbsp;0.04&nbsp;ม.&nbsp;จุดที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลท่าขนอน&nbsp;อำเภอคีรีรัฐนิคม&nbsp;ระดับน้ำคลองพุมดวง&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน&nbsp;+&nbsp;0.15&nbsp;ม.&nbsp;และจุดที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลต้นยวน&nbsp;อำเภอพนม&nbsp;ระดับน้ำคลองศก&nbsp;เพิ่มขึ้นจาก&nbsp;เมื่อวาน&nbsp;+&nbsp;0.06&nbsp;ม.&nbsp;โดยตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดสุราาษฎร์ธานี&nbsp;รวมทั้งอำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอรอบนอก&nbsp;สภาพท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>มีหนังสือไปยังหน่วยงานราชการ&nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;และชุมชนเสี่ยงภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกชมชน&nbsp;ให้ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ที่ราบลุ่ม&nbsp;ที่ลาดเชิงเขา&nbsp;ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน&nbsp;เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ให้ระมัดระวังปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;และปริมาณน้ำสะสม&nbsp;ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำล้นตสิ่ง&nbsp;และดินถล่ม&nbsp;และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&nbsp;ให้ระมัดระวังวาตภัย&nbsp;คลื่นลมแรง&nbsp;เตรียมรับสถานการณ์คลื่นชัดฝั่ง&nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและสาธารณประโยชน์&nbsp;ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล&nbsp;</p><p><strong>ให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคทุกสาขา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ควบคุมการเดินเรืออย่างใกล้ชิด&nbsp;ผู้โดยสารเรือทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพ&nbsp;เรือสปีดโบ๊ท&nbsp;เรือประมง&nbsp;เรือโดยสาร&nbsp;และเรือเฟอร์รี่&nbsp;ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และหลีกเสี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ให้อุทยานทุกแห่ง&nbsp;หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก</strong>&nbsp;ถ้ำ&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;ถ้าสถานการณ์วิกฤติ&nbsp;ให้ดำเนินการปิดหรือห้ามเข้าโดยเด็ดขาด&nbsp;และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ทรัพยากรกู้ภัย&nbsp;เครื่องจักรกล&nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก&nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227102501806"],
    [106,"น้ำท่วม ยะลา อ่วมถ้วนหน้า  ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนักทั้ง 4 อำเภอ","<p><strong>ยะลาน้ำท่วม&nbsp;อ่วมถ้วนหน้า&nbsp;หลังฝนถล่มหนัก&nbsp;4&nbsp;วันติด&nbsp;</strong>ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนักทั้ง&nbsp;4&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ตั้งแต่</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงวันนี้(27&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ยะลา&nbsp;ยังคงมีฝนตกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ในเขตเมืองยะลา&nbsp;น้ำจากบึงแบเมาะได้ล้นเข้าถนน</strong>&nbsp;ทุกสายที่ทางเทศบาลได้มีการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้&nbsp;โดยชาวบ้านบอกว่าน้ำมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา&nbsp;ก็ได้เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงไม่ได้นอนทั้งคืนที่ผ่านชั้นเดียว</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเช้านี้&nbsp;ยังคงมีระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง</strong>&nbsp;จากฝนที่ตกสะสมมาตั้งแต่ในช่วง&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ล่าสุดเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ออกประกาศเตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ให้เตรียมพร้อมอพยพและรับมือกับมวลน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในวันนี้</p><p><strong>ทางด้านเทศบาลนครยะลาได้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชน</strong>ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำ&nbsp;ที่เคยประสบภัยในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เช่น&nbsp;พื้นที่ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม&nbsp;ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์&nbsp;(ซอย&nbsp;10)&nbsp;ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล&nbsp;5&nbsp;ชุมชนจารูนอก&nbsp;ชุมชนเมืองทอง&nbsp;ชุมชนเสรี&nbsp;ชุมชนธนวิถี&nbsp;และชุมชนหลังโรงเรียนจีน&nbsp;ให้รีบขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในบริเวณที่สูง&nbsp;และระมัดระวังปลั๊กไฟ&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-7321-2345&nbsp;และ&nbsp;199&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้ทางอำเภอ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;กำนัน&nbsp;-&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;อาสาสมัครในแต่ละพื้นที่&nbsp;ร่วมกันให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่&nbsp;พร้อมทั้งการสนับสนุนเรือท้องแบน&nbsp;เรือพลาสติก&nbsp;เครื่องสูบน้ำ&nbsp;เร่งคลี่คลายสถานการณ์&nbsp;ทั้งยังคงแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชน&nbsp;ให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตก&nbsp;ถึงตกหนักในพื้นที่อย่างใกล้ชิดอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;และวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;75&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;20&nbsp;หลัง&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&nbsp;2,804&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;11,044คน&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;23&nbsp;หลัง&nbsp;ถนน&nbsp;10&nbsp;สาย&nbsp;ฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,380&nbsp;ไร่&nbsp;และบ่อปลา&nbsp;16&nbsp;บ่อ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227094234785"],
    [107,"ภาคใต้ เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัด และวาตภัย 3 จังหวัด เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ","<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)</strong>&nbsp;รายงานเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;และปัตตานี&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;85&nbsp;ตำบล&nbsp;277&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;7,802&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัดระดับน้ำลดลง</strong>&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลาและปัตตานี&nbsp;รวม&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;54&nbsp;ตำบล&nbsp;143&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;740&nbsp;หลัง&nbsp;</p><p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด&nbsp;</strong>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;สำรวจและประเมินความเสียหาย&nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227135035871"],
    [108,"สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง คลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนในหลายพื้นที่","<p><strong>ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน&nbsp;</strong>ทำให้เกิดคลื่นลมแรงและมีปริมาณมวลน้ำสะสมเพิ่มขึ้นในแม่น้ำลำคลอง&nbsp;อ่างเก็บน้ำ&nbsp;และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่&nbsp;อำเภอปากพนังมีน้ำท่วมขังและน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลปากพนัง&nbsp;และเขตเทศบาลเมืองปากพนัง&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;200&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จำนวน&nbsp;800&nbsp;คน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่&nbsp;สำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป</p><p>พื้นที่อำเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง&nbsp;บ้านโพธิ์ทะเลงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลหน้าสตน&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;หลัง&nbsp;ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้อง&nbsp;แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว&nbsp;ด้านศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;41&nbsp;ได้จัดกำลังพลร่วมบูรณาการกับหน่วยงานราชการในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;เข้าให้การช่วยเหลือในขั้นต้น&nbsp;โดยการวางกระสอบทรายเป็นแนวกั้น&nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นที่เข้ากัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;และวางรอบพื้นที่บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&nbsp;และจัด&nbsp;เจ้าหน้าที่เฝ้าประเมินสถานการณ์ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.</p><p><strong>พื้นที่ตำบลท่าศาลา&nbsp;อำเภอท่าศาลา&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>ได้เกิดวาตภัยประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;17&nbsp;หลัง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านวัสดุในการซ่อมแซมบ้านเรียบร้อย?แล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227104540809"],
    [109,"สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง คลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนในหลายพื้นที่","<p><strong>ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน</strong>&nbsp;ทำให้เกิดคลื่นลมแรงและมีปริมาณมวลน้ำสะสมเพิ่มขึ้นในแม่น้ำลำคลอง&nbsp;อ่างเก็บน้ำ&nbsp;และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่&nbsp;อำเภอปากพนังมีน้ำท่วมขังและน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลปากพนัง&nbsp;และเขตเทศบาลเมืองปากพนัง&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;200&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จำนวน&nbsp;800&nbsp;คน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่&nbsp;สำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป</p><p><strong>พื้นที่อำเภอหัวไทร&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีคลื่นลมแรง</strong>พัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง&nbsp;บ้านโพธิ์ทะเลงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลหน้าสตน&nbsp;อำเภอหัวไทร&nbsp;ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;หลัง&nbsp;ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้อง&nbsp;แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ด้านศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;41</strong>&nbsp;ได้จัดกำลังพลร่วมบูรณาการกับหน่วยงานราชการในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;เข้าให้การช่วยเหลือในขั้นต้น&nbsp;โดยการวางกระสอบทรายเป็นแนวกั้น&nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นที่เข้ากัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;และวางรอบพื้นที่บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&nbsp;และจัด&nbsp;เจ้าหน้าที่เฝ้าประเมินสถานการณ์ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.</p><p><strong>พื้นที่ตำบลท่าศาลา&nbsp;อำเภอท่าศาลา&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;ได้เกิดวาตภัยประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;17&nbsp;หลัง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านวัสดุในการซ่อมแซมบ้านเรียบร้อย?แล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227183105975"],
    [110,"จ.นราธิวาส หน่วยงานชลประทาน เร่งระบายน้ำในอำเภอตากใบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วม พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายจากเหตุวาตภัย ขณะที่ภาพรวมจังหวัดนราธิวาส ประสบอุทกภัย 13 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 90,000 คน","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;จิรัสย์&nbsp;&nbsp;ศิริวัลลภ&nbsp;นายอำเภอตากใบ</strong>&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะนี้ในพื้นที่อำเภอตากใบ&nbsp;เริ่มมีน้ำจากพื้นที่พรุไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน&nbsp;โดยเบื้องต้นได้รับผลกระทบแล้ว&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ทางอำเภอตากใบ&nbsp;ได้เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนทั้งการช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่ปลอดภัย&nbsp;การมอบถุงยังชีพ&nbsp;อีกทั้งมีประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายจากเหตุวาตภัยก็ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแล้ว&nbsp;ทั้งนี้ทางหน่วยงานชลประทาน&nbsp;ได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&nbsp;ลงสู่แม่น้ำโก-ลก&nbsp;แต่พบปัญหาว่าน้ำในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ก็เพิ่มระดับสูงขึ้น&nbsp;ล่าสุดเตรียมที่จะเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด&nbsp;รวมถึงเดินเครื่องสูบน้ำ&nbsp;</p><p><strong>ภาพรวมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัย&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;มีพื้นที่ประสบภัย&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;67&nbsp;ตำบล&nbsp;467&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2&nbsp;เขตเทศบาล&nbsp;ผู้ประสบภัย&nbsp;93,780&nbsp;คน&nbsp;39,044&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;อพยพแล้ส&nbsp;226&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิตแล้ว&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ขณะที่บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;10,553&nbsp;หลัง&nbsp;</p><p><strong>สถานการณ์ปัจจุบันปริมาณน้ำในลุ่มน้ำสายหลักของจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;ลุ่มน้ำบางนรา&nbsp;ลุ่มร้ำโก-ลก&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;ระดับอยู่ในเกณฑ์ล้นตลิ่ง&nbsp;ทางด้านสภาพอากาศยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง&nbsp;โดยฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ&nbsp;รวมถึงติดตามการแจ้งเตือนจากทางราชการ&nbsp;อย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227110303810"],
    [111,"จังหวัดพัทลุง ฝนยังตกหนักน้ำท่วมในหลายอำเภอ","<p><strong>สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;ยังน่าห่วง</strong>ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;ฝนที่ตกสะสมหลายวันบวกกับปริมาณของฝนเมื่อคืนที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้น้ำหลากท่วมพื้นที่ลุ่ม&nbsp;บ้านเรือนประชาชนพื้นที่การเกษตร&nbsp;เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านท้างสายหลักและสายรอง</p><p>วันนี้&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;ยังน่าห่วงฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;ฝนที่ตกสะสมหลายวันบวกกับปริมาณของฝนเมื่อคืนที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้น้ำหลากท่วมพื้นที่ลุ่ม&nbsp;บ้านเรือนประชาชนพื้นที่การเกษตร&nbsp;เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านท้างสายหลักและสายรอง&nbsp;ของอำเภอเมือง&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;และอำเภอควนขนุน</p><p><strong>โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;บ้านโคกยา&nbsp;ม.1&nbsp;และ9&nbsp;ต.เขาชัยสน&nbsp;อ.เขาชัยสน&nbsp;</strong>มวลน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดที่ไหลหลากบลงมาทาง&nbsp;อ.ตะโหมด&nbsp;ได้ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตอนเช้าตรู่ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน&nbsp;ขณะมวลน้ำยังเอ่อเพิ่มระดับจ่อล้นข้ามถนนสายเพชรเกษมหาดใหญ่พัทลุง&nbsp;เนื่องจากฝนและมวลน้ำป่ามาเติมเต็มระบายยังพื้นที่ด้านล่างได้อย่างช้าๆ</p><p><strong>ส่วนในพื้นที่&nbsp;ต.นาโหนด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ที่เป็นพื้นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด</strong>&nbsp;มาจาก&nbsp;อ.กงหรา&nbsp;ที่น้ำป่าหลากลงมาตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้&nbsp;ล่าสุดมวลน้ำดังกล่าวไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ต.นาโหนด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;หลายหมู่บ้าน&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;หมู่&nbsp;2,3,5,6,7,8&nbsp;และกำลังไหลลงไปยังพื้นที่&nbsp;ต.หานโพธิ์&nbsp;อ.เขาชัยสน&nbsp;แล้วเช่นกัน</p><p><strong>ส่วนพื้นที่&nbsp;ต.โคกชะงาย&nbsp;ต.เขาเจียก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากคลองนาท่อม&nbsp;</strong>ที่ไหลลงมาจากเขตเทือกเขา&nbsp;อ.ศรีนครินทร์&nbsp;ระดับยังเพิ่มเช่นกันทำให้มวลน้ำลิ้นตลิ่ง&nbsp;ท่วมบ้านเรือนประชาชน&nbsp;และพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่กำลังสุกรอการเก็บเกี่ยวต้องจมอยู่ใต้น้ำหลายพันไร่</p><p><strong>ขณะที่ส่วนที่&nbsp;อ.ควนขนุน&nbsp;ที่รองรับบน้ำจาก&nbsp;เขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;</strong>เขาปู่&nbsp;เขาย่า&nbsp;ใน&nbsp;อ.ศรีบรรพต&nbsp;ที่ไหลหลากลงมายังฝาท่าแนะ&nbsp;ระดับน้ำล้นปริงเวย์&nbsp;และทางชลประทานต้องเปิดประตูระบายน้ำ&nbsp;1&nbsp;บาน&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากฝาย&nbsp;ที่รองรับน้ำได้แค่&nbsp;9&nbsp;แสนลูกบาตรเมตร&nbsp;ลงมายังพื้นที่ด้านล่าง&nbsp;ทำให้น้าเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน&nbsp;บ้านที่การเกษตร&nbsp;นาข้าว&nbsp;และเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.ชะมวง&nbsp;ต.ควนขนุน&nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางเข้าอำเภอควนขนุน&nbsp;จากถนนสายเอเชียสี่แยกโพธิ์-&nbsp;อ.ควนขนุน&nbsp;มีน้ำท่วมผิวทางการจราจรหลายจุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227115643828"],
    [112,"ฝนที่ตกต่อเนื่องไหลลงอ่างน้ำล้นสปริงเวย์เตือนท้ายน้ำมือรับน้ำท่วม","<p><strong>ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องหนักบางเบาบางโดยเฉพาะแนวเทือกเขาบรรทั</strong>ด&nbsp;บริเวณอำเภอศรีบรรพต&nbsp;ส่งผลให้น้ำไหลลงอ่างเก็บฝ่ายท่าแนะจำนวนมาก&nbsp;และน้ำล้นสปริงเวย์เตือนท้ายน้ำแนวลำคลองท่าแนะของอำเภอควนขนุน&nbsp;มือรับน้ำท่วม</p><p><strong>วันนี้&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง</strong>น่าเป็นห่วง&nbsp;จากฝนตกลงมาต่อเนื่องหนักบางเบาบาง&nbsp;โดยเฉพาะแนวเทือกเขาบรรทัด&nbsp;บริเวณอำเภอศรีบรรพต&nbsp;ส่งผลให้น้ำไหลผ่านอุทยานแห่งชาติเขาปู่&nbsp;-&nbsp;เขาย่า&nbsp;ลงอ่างเก็บฝ่ายท่าแนะเป็นจำนวนมาก&nbsp;และล่าสุดน้ำในอ่างเก็บน้ำฝ่านท่าแนะ&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ตำบลเขาย่า&nbsp;อำเภอศรีบรรพต&nbsp;น้ำได้ล้นสปริงเวย์ที่มีความยาวประมาณ&nbsp;400&nbsp;เมตร&nbsp;น้ำได้ไหลผ่านสูงประมาณ&nbsp;50&nbsp;&nbsp;60&nbsp;ซม.&nbsp;อย่างรวดเร็วลงสู่ลำคลองท่าแนะอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายนายภูดิศ&nbsp;ชนะวรรณโณ&nbsp;นายอำเภอควนขนุน&nbsp;</strong>ออกตรวจพื้นที่น้ำท่วม&nbsp;ได้เตือนประชาชนที่อยู่แนว&nbsp;2&nbsp;ฝั่งคลอง&nbsp;ตั้งแต่ตำบลชะม่วง&nbsp;ตำบลควนขนุน&nbsp;ตำบลบ้านสวน&nbsp;และตำบลพนางตุง&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;กว่า&nbsp;200&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รับมือน้ำท่วมให้ขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง&nbsp;ซึ่งคาดว่ามวนน้ำที่ล้นสปริงเวย์&nbsp;และการประตูระบายน้ำ&nbsp;ของอ่างเก็บน้ำฝ่ายท่าแนะ&nbsp;จะท่วมเส้นทางเข้าหมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชน&nbsp;และพื้นที่เกษตรโดยเฉพาะบริเวณหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลควนขนุน&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;ที่น้ำจะทะลักออกจากคันคลองเข้าท่วมบ้านเรือน&nbsp;เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;และบริเวณดังกล่าวกระแสน้ำไหลเชี่ยว</p><p><strong>ขณะเดียวกันตั้งแต่เช้าของวันนี้&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;น้ำที่ไหลหลากลงจากเทือก</strong>เขาบรรทัด&nbsp;ผ่านลำคลองท่าแนะ&nbsp;น้ำได้เอ่อล้นจากลำคลองเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในบริเวณพื้นที่หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลชะม่วง&nbsp;หลายครัวเรือน&nbsp;บางครอบครัวขนสิ่งของไม่ทันเนื่องจากน้ำมาเร็ว&nbsp;ทำให้เครื่องใช้ภายบ้านเสียหาย&nbsp;อีกทั้งบริเวณถนนเส้นเอเชียบริเวณสี่แยกโพธิ์ทอง&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;น้ำท่วมผิวถนนจำนวน&nbsp;1&nbsp;ช่องจราจร&nbsp;รถยนต์ทุกชนิดยังสามารถวิ่งผ่านได้ปกติ&nbsp;นอกจากนั้นบริเวณถนนจากแยกสี่โพธิ์ทอง&nbsp;-&nbsp;เข้าอำเภอศรีบรรพต&nbsp;มีน้ำท่วมขังผิวจราจร&nbsp;ระน้ำสูงประมาณ&nbsp;20&nbsp;ซม.&nbsp;&nbsp;30&nbsp;ซม.&nbsp;รถยนต์ทุกชนิดยังสามารถวิ่งผ่านได้เช่นกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227120052830"],
    [113,"นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนจากน้ำท่วมภาคใต้","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้&nbsp;และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;กำชับให้ทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือให้รวดเร็วที่สุด&nbsp;&nbsp;ซึ่งกองอำนวยการน้ําแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;(จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส)&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;อําเภอ&nbsp;76&nbsp;ตําบล&nbsp;277&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้มีการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;ทั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่&nbsp;22&nbsp;ก.พ.เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมการเฝ้าระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>หยุดการะบายน้ำเขื่อนบางลางเป็นการชั่วคราวจนกว่ามวลน้ําหลากจะระบายลงสู่ทะเล&nbsp;เพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม&nbsp;กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำกลางคลองมูโนะ&nbsp;อําเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกพื้นที่และมีการพร่องน้ำในแม่น้ำบางนารา&nbsp;โดยการควบคุมการระบายน้ำผ่านประตูระบาย&nbsp;น้ำบางนาราตอนบน&nbsp;&nbsp;ตอนล่างและประตูระบายน้ำน้ำแบ่ง&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน&nbsp;โดยสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;(สนง.ปภ.จ.)&nbsp;อําเภอ&nbsp;หน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;องค์กร&nbsp;ปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน&nbsp;(อปพร.)&nbsp;อาสาสมัครและมูลนิธิ&nbsp;เข้าสํารวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจัดจิตอาสาพระราชทาน</strong>&nbsp;นํากําลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;โดยดําเนินการผลิตน้ำดื่มสะอาด&nbsp;แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ณ&nbsp;อําเภอสุไหงปาดี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ขณะที่กองทัพเรือ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ&nbsp;ลงพื้นที่สํารวจ&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;อําเภอยี่งอ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือต่อไป&nbsp;</p><p><strong>พร้อมแจ้งการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น</strong>และไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27-28&nbsp;ก.พ.&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;บริเวณอําเภอบันนังสตา&nbsp;อําเภอยะหาและอําเภอรามัน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;บริเวณอําเภอสายบุรี&nbsp;อําเภอยะรัง&nbsp;อําเภอหนองจิกและเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;บริเวณอําเภอแว้ง&nbsp;อําเภอสุคิริน&nbsp;อําเภอศรีสาคร&nbsp;อําเภอสุไหงปาดี&nbsp;อําเภอตากใบ&nbsp;อําเภอรือเสาะ&nbsp;อําเภอจะแนะ&nbsp;และอําเภอสุไหงโก-ลก</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันดำเนินการเข้าช่วยเหลือ</strong>ประชาชนอย่างเต็มที่&nbsp;ซึ่งขอให้ประชาชนมั่นใจว่าภาครัฐมีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือและที่สำคัญขอให้ประชาชนติดตามข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เพื่อจะได้อพยพได้ทันเวลา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227133941858"],
    [114,"จ.ยะลา เร่งช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม  ผู้ว่าฯ ลุย แจกถุงยังชีพ  น้ำดื่ม","<p><strong>ผู้ว่าฯยะลา&nbsp;ลุย&nbsp;แจกถุงยังชีพ&nbsp;&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;</strong>ประชาชนประสบภัยน้ำท่วม&nbsp;ที่รามัน&nbsp;ยืนยัน&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมดูแลให้การช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;หลังจากฝนได้ตกหนักในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เป็นเวลาต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;คือ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;อ.รามัน&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักสุด&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;75&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดทางนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>ได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายอำเภอรามัน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหารในพื้นที่&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;เดินลุยน้ำให้ความช่วยเหลือ&nbsp;แจกถุงยังชีพ&nbsp;และน้ำดื่ม&nbsp;ให้แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบาลอ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังบ้านเรือน&nbsp;ถนนถูกตัดขาด&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าทางจังหวัดยะลา&nbsp;นายอำเภอรามัน&nbsp;และทุกภาคส่วนจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงไป</p><p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้เผยถึง&nbsp;</strong>สถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ประสบอุทกภัยทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;องรามัน&nbsp;จะมากสุด&nbsp;ทั้ง&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;วันนี้ก็ได้ลงมาเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;พี่น้องยังยิ้มสู้&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;นายกฯ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ทุกภาคส่วน&nbsp;ได้ร่วมบูรณาการดูแลพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปัญหาตรงนี้&nbsp;น้ำมาก&nbsp;เนื่องจากฝนที่ตกหนัก</strong>&nbsp;รวมถึงพื้นที่ต้นน้ำที่นราธิวาส&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งตรงนี้จะติดกับแม่น้ำสายบุรี&nbsp;ไม่มีเขื่อนชะลอน้ำ&nbsp;น้ำมาก็จะขึ้นทันที&nbsp;เข้ามาตั้งแต่&nbsp;24-25&nbsp;&nbsp;ก.พ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ช่วยกันเต็มที่&nbsp;ประชาชนก็เข้าใจ&nbsp;ซึ่งทางจังวัดเองจะดูแลให้ดีที่สุด&nbsp;ในปัจจัย&nbsp;4&nbsp;ระดมกำลังอย่างเต็มที่&nbsp;และ&nbsp;จะตั้งโรงครัวพระราชทาน&nbsp;&nbsp;ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งชาวยะลาทุกคนก็&nbsp;ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;</strong>ของพระบาทพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ฯ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ที่ทรงห่วงใยประชน&nbsp;ทุกคน&nbsp;&nbsp;ข้าราชการทุกคน&nbsp;ทุกภาคส่วนก็จะช่วยกันเต็มที่&nbsp;ทั้งโควิด&nbsp;ทั้งสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;เอง&nbsp;ตอนนี้ก็หนัก&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;มีทั้งน้ำจากแม่น้ำปัตตานี&nbsp;แม่น้ำสายบุรี&nbsp;เข้ามา&nbsp;ซึ่งตอนนี้&nbsp;ทางเขื่อนบางลาง&nbsp;ก็ได้ชะลอการปล่อยน้ำแล้ว&nbsp;เนื่องจากเกรงว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบ&nbsp;&nbsp;สำหรับน้ำในเขื่อน&nbsp;มีปริมาณ&nbsp;80&nbsp;กว่าเปอร์เซ็นต์ก็จะรับได้&nbsp;มีแผนกันไว้แล้ว&nbsp;น้ำที่มามาก&nbsp;ก็เป็นน้ำจากฝนที่ตกหนักสะสมตลอดหลายวันที่ผ่านมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227140007879"],
    [115,"ทหารพราน 45 นำกำลังพลลุยน้ำแจกข้าวกล่องให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขณะที่ภาพรวม อ.ระแงะ มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 7 ตำบล 59 หมู่บ้าน","<p><strong>พันเอก&nbsp;ทวีรัตน์&nbsp;&nbsp;เบญจาทิกุล&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;45</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจกำลังพลและผู้แทนอำเภอระแงะ&nbsp;ที่ร่วมกันประกอบอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน&nbsp;ที่วัดชัยรัตนาราม&nbsp;หรือวัดบ้านไท&nbsp;อำเภอระแงะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตเบื้องต้น&nbsp;หลังประสบอุทกภัยน้ำเข้าท่วมบ้านเรือน&nbsp;ประชาชนได้รับความยากลำบากอยู่ในขณะนี้&nbsp;โดยเมนูเป็นข้าวผัดพริกแกงไก่&nbsp;ไข่ดาว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กล่อง&nbsp;ทั้งไข่เป็ดและไข่ไก่&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นวัตถุดิบที่ได้มาจากโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ภายในบริเวณหน่วยฯ&nbsp;พร้อมน้ำดื่มของหน่วยฯ&nbsp;ที่ผลิตเอง</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;พันเอก&nbsp;ทวีรัตน์&nbsp;&nbsp;เบญจาทิกุล&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;45</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายกิตติพงษ์&nbsp;&nbsp;อำพันธ์นายอำเภอระแงะ&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;ปิยภัทร&nbsp;&nbsp;ทองพันเลิศกุล&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรระแงะ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เดินลุยน้ำในพื้นที่บ้านปลักเข้&nbsp;บ้านไท&nbsp;ตำบลตันหยงมัส&nbsp;&nbsp;นำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้กับประชาชนถึงบ้าน&nbsp;โดยภาพพื้นที่บ้านไท&nbsp;รวมระดับน้ำท่วมสูงประมาณ&nbsp;50-60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ภาพรวมอำเภอระแงะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;มีพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;7&nbsp;ตำบล&nbsp;</strong>59&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้มีการอพยพประชาชนบางส่วนไปพักยังหอประชุมเทศบาลตำบลตันหยงมัสเป็นการชั่วคราว&nbsp;จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกตินอกจากนี้ยังมีมัสยิด&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ถนน&nbsp;มีน้ำท่วมขังหลายจุด&nbsp;และในพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227153512923"],
    [116,"นายอำเภอควนขนุน ระบุน้ำท่วมหนักกว่าปลายปีที่ผ่านมากระแสน้ำเชียวทะลักท่วมบ้านเรือน","<p><strong>น้ำที่ไหลผ่านสปริงเวย์&nbsp;และประตูระบายน้ำอ่างเก็บน้ำฝ่ายท่าแนะ</strong>&nbsp;ลงลำคลองท่าแนะกระแสน้ำเชียวทะลักคันลำคองหลายจุดพื้นที่หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลควนขนุน&nbsp;เข้าท่วมบ้านเรือน&nbsp;ถนนภายในหมู่บ้าน&nbsp;และพื้นที่เกษตรแล้ว&nbsp;นายอำเภอระบุหนักกว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมา&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือ</p><p><strong>สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ของจังหวัดพัทลุงหลังจากฝนตกหนักเป็นช่วงๆ</strong>&nbsp;น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลหลากลงสู่ที่ลุ่มต่ำบวกกับสภาพน้ำฝนในพื้นที่&nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอเขาชัยสน&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;และ&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;ขณะที่อำเภอควนขนุน&nbsp;กระแสน้ำที่ไหลผ่านสปริงเวย์&nbsp;และประตูระบายน้ำอ่างเก็บน้ำฝ่ายท่าแนะ&nbsp;จากตำบลเขาย่า&nbsp;อำเภอศรีบรรพตได้ไหลลงลำคลองท่าแนะ&nbsp;นั้น</p><p><strong>มวลน้ำได้ไหลถึงพื้นที่ท้ายน้ำของอำเภอขนุนแล้วเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา</strong>&nbsp;พื้นที่ตำบลชะม่วง&nbsp;ตำบลควนขนุน&nbsp;และตำบลบ้านสวน&nbsp;กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากในลำคลองได้ทะลักออกจากลำคลองฝั่งด้านซ้ายจำนวนหลายจุดที่บริเวณหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลควนขนุน&nbsp;เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีคันคลองแบบคอนกรีตเหมือนฝั่งคลองทางด้านขวา&nbsp;ทำให้น้ำทะลักออกรวดเร็วเข้าท่วมบ้านเรือน&nbsp;ถนนภายในหมู่บ้านระดับน้ำสูงประมาณ&nbsp;30&nbsp;&nbsp;40&nbsp;ซม.&nbsp;รวมทั้งพื้นที่การเกษตร&nbsp;สำหรับบริเวณหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลควนขนุน&nbsp;ดังกล่าวเป็นจุดที่ถูกน้ำท่วมหนักที่สุดชาวบ้านได้รับผลกระทบจำนวน&nbsp;70&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ชาวบ้านเร่งขนย้ายสิ่งไว้ที่สูง&nbsp;เนื่องจากระดับยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;และยังมีสภาพฝนตกในพื้นที่&nbsp;นายภูดิศ&nbsp;ชนะวรรณโณ&nbsp;นายอำเภอควนขนุน&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ลงช่วยเหลือชาวบ้านทันที่&nbsp;ซึ่งก่อนนี้เจ้าหน้าที่ได้วางแนวกระสอบทรายเพื่อกั้นน้ำที่จะทะลักจากลำคลอง&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;แต่ไม่สามารถต้านกระแสน้ำได้แนวกั้นกระสอบทราบพังทลาย</p><p><strong>ทางด้านนายภูดิศ&nbsp;ชนะวรรณโณ&nbsp;นายอำเภอควนขนุน&nbsp;กล่าวว่า</strong>ขณะนี้พื้นที่ของอำเภอควนขนุน&nbsp;ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายตำบล&nbsp;บ้านเรือนถูกน้ำท่วมหลาย&nbsp;100&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตรนาข้าวกำลังสุกถูกน้ำท่วมหลายร้อยไร่&nbsp;ที่เป็นทางผ่านของน้ำที่ไหลมาจากฝ่ายท่าแนะ&nbsp;ของอำเภอศรีบรรพต&nbsp;พร้อมระบุน้ำที่ท่วมอยู่ในขณะนี้หนักกว่าปลายปี&nbsp;2564&nbsp;ที่เป็นช่วงฤดูฝนของจังหวัดพัทลุง&nbsp;สำหรับหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลควนขนุน&nbsp;นั้นถูกน้ำท่วมหนัก&nbsp;เนื่องจากน้ำทะลักออกจากคันคลอง&nbsp;ฝั่งด้านซ้ายที่ไม่มีผนังกั้นน้ำจึงท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างทันทีจำนวน&nbsp;70&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จากน้ำป่ามาเร็วบางครัวเรือนขนสิ่งของไม่ทันก็ได้รับความเสียหาย&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่อำเภอจะได้มีการสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไปตามระเบียนของทางราชการ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227154325924"],
    [117,"น้ำท่วมยะลา 4 วัน  6 อำเภอ  กระทบแล้ว ทุกภาคส่วนเร่งให้การช่วยเหลือ","<p><strong>ความคืบหน้า&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ล่าสุด</strong>&nbsp;พื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;และวาตภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;43&nbsp;ตำบล&nbsp;163&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;3,606&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;14,304&nbsp;คน&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;23&nbsp;หลัง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ถนน&nbsp;11&nbsp;สาย&nbsp;ฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คอสะพาน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,380&nbsp;ไร่&nbsp;และบ่อปลา&nbsp;16&nbsp;บ่อ</p><p><strong>สำหรับพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอรามัน&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;นายก&nbsp;อบต.บาลอ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ที่บ้านสุเป๊ะบือแน&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;และ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งได้รับความเดือดร้อน&nbsp;น้ำจากแม่น้ำสายบุรี&nbsp;เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้านใน&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;และ&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ต.กายูบอเกาะ&nbsp;ต.ท่าธง&nbsp;ต.ตะโลหะลอ&nbsp;และ&nbsp;ต.วังพญา&nbsp;&nbsp;ในเบื้องต้นนั้น&nbsp;ทาง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;จัดตั้งจุดประกอบอาหาร&nbsp;เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก</p><p><strong>ขณะที่ในเขต&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ที่ไหล่ผ่าน</strong>&nbsp;ตัวเมืองยะลา&nbsp;ได้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนเอ่อล้นตลิ่ง&nbsp;เข้าท่วมพื้นที่ชุมชน&nbsp;บ้านลิมุด&nbsp;บ้านสาคอ&nbsp;บ้านท่าสาป&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;บ้านบาโด&nbsp;บ้านทุ่งเหรียง&nbsp;ต.ยุโป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ซึ่งทำให้ประชาชนหลายครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนแล้ว</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;ต.สะเตงนอก&nbsp;ยังมีน้ำท่วมในหลายจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำ</strong>&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;กำลังเร่งระบายน้ำจากในเขตตัวเมืองลงสู่แม่น้ำปัตตานี&nbsp;เพื่อไม่ให้ระดับน้ำในพื้นที่เขตสะเตงนอก&nbsp;เพิ่มสูงขึ้น</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;&nbsp;ที่หมู่บ้านตลาดนิคม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.ตลิ่งชัน&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>ได้เกิดเหตุดินบนเขาปกโย๊ะ&nbsp;ไหลลงมาทับถนนทางขึ้นเขา&nbsp;ทำให้ถนนถูกตัดขาด&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ดูแลเสาสัญญาณ&nbsp;บนเขาปกโย๊ะ&nbsp;ติดอยู่บนเขา&nbsp;ชาวบ้านและผู้นำชุมชน&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบ&nbsp;พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจที่&nbsp;15&nbsp;หน่วยทหารจากกองพันทหารราบที่&nbsp;152&nbsp;เข้าดำเนินการช่วยเหลือ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังพบว่า&nbsp;จากสถานการณ์ที่ฝนตกหนัก&nbsp;ทำให้เส้นทางในหมู่บ้าน&nbsp;ถูกน้ำกัดเซาะ&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;บางหมู่บ้านถูกตัดขาด&nbsp;ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปภ.ยะลา&nbsp;เผยพื้นที่&nbsp;6&nbsp;อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;75&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2,385&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;9,353&nbsp;คน&nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;3&nbsp;หลัง&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;37&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;247&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;988&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;330&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1,455&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;20&nbsp;หลัง&nbsp;(วาตภัย)&nbsp;&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;152&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;608&nbsp;คน&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;24&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;301&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1,505&nbsp;คนอำเภอธารโต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;191&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;395&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทุกภาคส่วนทั้ง&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;ตำรวจ</strong>&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน&nbsp;เป็นการเบื้องต้นแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;แนวโน้มสถานการณ์ยังคงมีฝนตกในพื้นที่&nbsp;ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลาได้ให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ&nbsp;พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน&nbsp;และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227154938925"],
    [118,"เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา อบต ตลิ่งชัน ผู้นำท้องที่ ชาวบ้าน นำเครื่องจักร?เคลียเปิดเส้นทาง? หลัง?เมื่อวานนี้เกิดดินสไลด์ถล่มทับเส้นทาง? บริเวณทางขึ้นเขาปกโย๊ะ? นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา? ต. ตลิ่งชัน อ.?บันนังสตา ?จ.ยะลา?","<p><strong>จากฝนที่ตกอย่างหนักสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่?&nbsp;24&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;ที่ผ่านมา?</strong>&nbsp;ในพื้นที่?&nbsp;จ.ยะลา?&nbsp;ได้เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น?&nbsp;ถล่มปิดทับเส้นทาง&nbsp;บริเวณทางขึ้นเขาปกโย๊ะ?&nbsp;นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดยะลา&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านนิคมกือลอง&nbsp;ต.ตลิ่งชัน&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;เมื่อช่วง?เที่ยงของวานนี้?&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.2565)?&nbsp;ทำให้เส้นทางถูกตัดขาดไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้?&nbsp;ไฟฟ้าดับตลอดสาย?&nbsp;</p><p><strong>โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันนี้?&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.2565)?&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการ</strong>พลเรือนจากกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบ&nbsp;ที่&nbsp;152&nbsp;และกองร้อยทหารพรานที่?&nbsp;3004&nbsp;ร่วมกับนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;อบต.ตลิ่งชัน&nbsp;กำนันตำบลตลิ่งชัน?&nbsp;ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่?เข้าเคลียเส้นทาง?&nbsp;โดยใช้รถแม็คโคร?กวาดดินและตัดต้นไม้ที่ล้มพาด?ทับถนน&nbsp;แต่เนื่องจากมีปริมาณดินสไลด์?ถล่มลงมาทับเส้นทางจำนวนมาก?&nbsp;จึงได้ประสานขอเครื่องจักรขนาดใหญ่?จาก?&nbsp;กองพันทหารช่างที่?&nbsp;15&nbsp;กองพลทหารราบที่?&nbsp;15&nbsp;จ.ปัตตานี?&nbsp;เข้ามาเคลียร์พื้นที่&nbsp;เพื่อเร่งเปิดเส้นทางดินถล่มให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน</p><p><strong>นายอนุรักษ์&nbsp;มะลิวัลย์&nbsp;ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างผลกระทบมากกว่าครั้งที่ผ่านมา&nbsp;โดยเกิดขึ้นจำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่ง&nbsp;จนท.จะต้องทำการเคลียร์จุดแรกเพื่อเปิดเส้นทางก่อนจึงจะสามารถขึ้นไปยังจุดที่&nbsp;2&nbsp;ได้&nbsp;คาดว่าใช้เวลาประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนเรื่องไฟฟ้าข้างล่างยังใช้ได้ปกติ&nbsp;แต่ข้างบนไม่สามารถใช้การ</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายธีรยุทธ&nbsp;จิตต์หลัง&nbsp;ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสัญจรถนนดังกล่าว</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปกติจะใช้เส้นทางนี้ในการขึ้นไปทำสวนและกรีดยางทุกวัน&nbsp;ยิ่งพอมาเจอภัยพิบัติแบบนี้ก็กังวลใจ&nbsp;เนื่องจากบ้านที่อยู่ด้านบนมีสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นที่ตนได้เลี้ยงไว้&nbsp;เกรงว่าจะไม่มีอาการกิน&nbsp;</p><p><strong>ด้านแม่ทัพภาคที่?&nbsp;4&nbsp;พลโทเกรียงไกร?&nbsp;ศรีรักษ์?&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วย</strong>กำลังในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติในทุกมิติ&nbsp;ทั้งด้านกำลังพล&nbsp;ยุทโธปกรณ์&nbsp;สิ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและด้านบริการต่างๆ&nbsp;ของส่วนราชการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก&nbsp;ที่ให้หน่วยงานราชการเป็นที่พึ่งของประชาชน&nbsp;สำหรับ?&nbsp;เขาปกโย๊ะ?&nbsp;เป็นที่ตั้งของสถานีเครื่องส่ง?วิทยุกระจายเสียงแห่ง?ประเทศ?ไทย?&nbsp;จ.ยะลา?&nbsp;สถานีเครื่องส่ง?โทรทัศน์?&nbsp;ททบ.&nbsp;5&nbsp;ช่อง?&nbsp;3&nbsp;Mcot?&nbsp;อสมท.?&nbsp;สถานีทหารสื่อสาร&nbsp;อีกทั้งมีประชาชนขึ้นไปประกอบอาชีพ?ทำสวนผลไม้เป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227155152926"],
    [119,"สสจ.ยะลา เตือนภัย โรคที่มากับฝนตก-น้ำท่วม แนะประชาชนดูแลสุขภาพ พร้อม เฝ้าระวังการจมน้ำ","<p><strong>สสจ.ยะลา&nbsp;เตือนภัย&nbsp;โรคที่มากับฝนตก-น้ำท่วม&nbsp;</strong>แนะประชาชนดูแลสุขภาพ&nbsp;ป้องกันโรค&nbsp;ส่วนใหญ่พบโรคท้องร่วง&nbsp;ตาแดง&nbsp;โรคผิวหนัง&nbsp;โรคฉี่หนูและน้ำกัดเท้า&nbsp;และระวังการจมน้ำเสียชีวิต</p><p><strong>นพ.วิเศษ&nbsp;สิรินทรโสภณ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้จังหวัดยะลามี&nbsp;ฝนตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;มีแหล่งน้ำท่วมขัง&nbsp;และบางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม&nbsp;ได้แก่&nbsp;พื้นที่&nbsp;&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;รามัน&nbsp;ยะหา&nbsp;และ&nbsp;กรงปินัง&nbsp;แหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคอาจมีสิ่งปนเปื้อนมากับกระแสน้ำ&nbsp;ซึ่งจะนำเชื้อโรคของเสียต่างๆ&nbsp;รวมทั้งสารเคมีที่อาจปะปนมา&nbsp;อีกทั้งสภาพน้ำที่ท่วมขังส่งผลให้สัตว์และแมลงออกจากรังมาอาศัยอยู่บริเวณต่างๆ&nbsp;รวมทั้งพาหะนำโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;สามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;สำหรับโรคที่พบบ่อยช่วงน้ำท่วม&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;ไข้หวัด&nbsp;ตาแดง&nbsp;โรคอุจจาระร่วง&nbsp;อาหารเป็นพิษ&nbsp;โรคฉี่หนู&nbsp;น้ำกัดเท้า</p><p><strong>จึงขอแนะนำให้ประชาชน&nbsp;สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่เปียกชื้นรักษาร่างกาย</strong>ให้อบอุ่นใช้น้ำสะอาด&nbsp;หากหาไม่ได้ควรต้มน้ำให้เดือดก่อนใช้อย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;นาที&nbsp;กินร้อน&nbsp;ล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ควรสวมรองเท้าบู๊ท&nbsp;ล้างทำความสะอาดมือ&nbsp;เท้า&nbsp;ด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังลุยน้ำ&nbsp;ย่ำโคลน&nbsp;แต่หากมีอาการปวดศีรษะ&nbsp;มีไข้สูง&nbsp;ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&nbsp;โดยเฉพาะที่น่องและโคนขา&nbsp;คลื่นไส้&nbsp;ท้องเสีย&nbsp;ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคฉี่หนู&nbsp;ให้รีบพบแพทย์ทันที&nbsp;(ผู้ป่วยโรคฉี่หนูส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากไปพบแพทย์เมื่อมี&nbsp;อาการป่วยรุนแรงแล้ว&nbsp;ไม่สามารถรักษาได้ทันเวลา)&nbsp;รวมทั้งนอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด&nbsp;ป้องกันยุงกัดเป็นไข้เลือดออก</p><p><strong>สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม&nbsp;หรือน้ำท่วมซ้ำซาก&nbsp;ขอให้ประชาชน</strong>เก็บสิ่งของและเครื่องใช้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขึ้นที่สูง&nbsp;ภายในบ้านให้เป็นระเบียบ&nbsp;ป้องกันสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำมาอยู่ในบ้านกัด&nbsp;และใส่รองเท้าบู๊ทเมื่อต้องลุยน้ำ&nbsp;ป้องกันอุบัติเหตุจากของมีคม&nbsp;ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าภายในบ้าน&nbsp;ขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ที่สูง&nbsp;ถอดปลั๊ก&nbsp;ควรตัดไฟชั้นล่างหากเป็นบ้านชั้นเดียวงดใช้ไฟฟ้า&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในเด็กเล็ก&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และผู้ใหญ่&nbsp;ต้องระมัดระวังเรื่องการเล่นน้ำหรือออกหาปลา&nbsp;เพราะแต่ละปีมีรายงานการจมน้ำเสียชีวิตจากการออกหาปลาช่วงน้ำท่วม&nbsp;จึงขอให้มีเพื่อนไปด้วย&nbsp;และเตรียมอุปกรณ์ช่วยพยุงตัว&nbsp;เช่นห่วงยาง&nbsp;แกลลอนเปล่า&nbsp;และดูแลเด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ให้เล่นน้ำท่วม&nbsp;หากเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุฉุกเฉิน&nbsp;โทร&nbsp;1669&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กำชับ&nbsp;ให้สาธารณสุขแต่ละอำเภอเตรียมความพร้อม</strong>ในการช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแก่&nbsp;ประชาชน&nbsp;สำรวจเวชภัณฑ์ยา&nbsp;กลุ่มเปราะบางในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;จำนวนผู้ป่วยติดบ้าน&nbsp;ติดเตียง&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;สื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน&nbsp;ในการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำท่วม&nbsp;อีกทั้งให้สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมเตรียมการป้องกันน้ำท่วมสถานบริการ&nbsp;ทั้งนี้ได้รับรายงานรพ.สต.ที่น้ำท่วมไม่สามารถให้บริการในช่วงนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;รพ.สต.สะเตงนอก&nbsp;ต.สะเตงนอก&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;26&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565)&nbsp;ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้บริการสถานบริการสาธารณสุขใกล้เคียง&nbsp;จนกว่าจะเปิดบริการได้&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุข&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวในท้ายที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227155541927"],
    [120,"สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สงขลา เร่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่หมู่1 บ้านแลแบง อ.สะบ้าย้อย อย่างน้อย 20 ครัวเรือนออกจากหมู่บ้านไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวน้ำเริ่มท่วมสูง","<p><strong>ภาพรวมของสงขลาถูกน้ำท่วมแล้วอย่างน้อย&nbsp;4&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;และประสบวาตภัย&nbsp;5&nbsp;อำเภอบ้านเรือนเสียหาย&nbsp;200&nbsp;หลัง&nbsp;ที่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;หลังจากที่มีฝนตกสะสมต่อเนื่องมา&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;ทำให้ขณะนี้หลายอำเภอได้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านแล้วในหลายพื้นที่</p><p><strong>โดยเฉพาะที่บ้านแลแบง&nbsp;หมู่1&nbsp;ต.สะบ้าย้อย&nbsp;อ.สะบ้าย้อย</strong>&nbsp;ได้ถูกน้ำจากเทือกเขาสันกาลาคีรีรอยต่ออ.สะบ้าย้อย&nbsp;กับอ.กาบัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านและระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ</p><p>ทำให้ต้องอพยพชาวบ้านออกจากหมู่บ้านแล้วอย่างน้อย&nbsp;20&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมโดยมีทหารจากกองพลทหารราบที่15&nbsp;ทหารหน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;40&nbsp;ฝ่ายปกครองสะบ้าย้อย&nbsp;ลุยน้ำนำรถบรรทุกทหาร&nbsp;และรถกระบะเข้าไปขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านออกไปอยู่ที่ศูนย์อพยพภายในสนามกีฬาเทศบาลตำบลท่าพระยาชั่วคราว&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่ภาพรวมของสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.สงขลา</strong>&nbsp;ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจ.สงขลา&nbsp;ได้รับรายงานว่ามีน้ำท่วมแล้วอย่างน้อย4อำเภอคืออ.สะบ้าย้อย&nbsp;รัตภูมิ&nbsp;บางกล่ำ&nbsp;และนาหม่อม&nbsp;รวมทั้งยังมีอีกหลายพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากวาตภัยเช่น&nbsp;อ.ระโนด&nbsp;สทิงพระ&nbsp;สิงหนคร&nbsp;เทพา&nbsp;และอ.เมือง&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;200&nbsp;หลัง</p><p>นอกจากนี้พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาก็เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำในทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมแล้วเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227160610930"],
    [121,"นิพนธ์\" ลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดนราธิวาส ระดมทุกหน่วยเร่งช่วยเหลือประชาชน ย้ำ ดูแลความปลอดภัยทุกชีวิต พร้อมสั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ได้เดินทางลงพื้นตรวจเยี่ยมและให้กำลังผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแว้ง&nbsp;และอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยบริเวณ&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ชุด&nbsp;โดยมีนายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้นำท้องที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ได้รับผลกระทบจากบริเวณความกดอากาศต่ำ&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน&nbsp;แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ส่งผลทำให้ลมทะเลตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนล่าง&nbsp;มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&nbsp;ทำให้ตั้งแต่วันที่&nbsp;24-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีฝนตกหนักสะสมจนเป็นเหตุให้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอรือเสาะ&nbsp;,&nbsp;อำเภอแว้ง&nbsp;,&nbsp;อำเภอศรีสาคร&nbsp;,&nbsp;อำเภอยี่งอ&nbsp;,&nbsp;อำเภอสุคิริน&nbsp;,&nbsp;อำเภอจะแนะ&nbsp;และอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;108&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;4,264&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนในวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ยังคงพื้นที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;13&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;59&nbsp;ตำบล&nbsp;274&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;13,197&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เบื้องต้นมีการอพยพชาวบ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;8&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ชาวบ้านได้รับผลกระทบ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;7,427&nbsp;หลัง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีเทือกสวนไร่นาทางการเกษตร&nbsp;ถนนหนทางอาคารบ้านเรือน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;มัสยิด&nbsp;และหน่วยงานราชการบางส่วนได้รับผลกระทบเช่นกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;หย่อมความกดอากาศต่ำก็ยังคงมีกำลังแรง</strong>&nbsp;แผ่ปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับลมตัวออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดแผ่ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ซึ่งมีกำลังแรงเช่นกัน&nbsp;ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;,&nbsp;พัทลุง&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;,&nbsp;ปัตตานี&nbsp;,&nbsp;ยะลา&nbsp;,&nbsp;นราธิวาส&nbsp;,&nbsp;พังงา&nbsp;,&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;,&nbsp;กระบี่&nbsp;,&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดนราธิวาสยังคงต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;และข่าวสารจากทางราชกรอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การลงพื้นวันนี้ได้นำความห่วงใยจากรัฐบาล&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;มามอบให้&nbsp;และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;รวมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;จิตอาสาทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พร้อมกล่าวต่อไปอีกว่า</strong>&nbsp;สำหรับแนวโน้มคาดการณ์ว่าจังหวัดนราธิวาสยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง&nbsp;หากมีฝนตกหนักจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในคลองธรรมชาติ&nbsp;และมีแนวโน้มอาจจะล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตลอดจนเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"...กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจในการ&nbsp;\"บำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข\"&nbsp;และในฐานะที่ตนกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนโดยตรง&nbsp;เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น&nbsp;ตนได้สั่งการและเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;ของพี่น้องประชาชน...\"</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และท้ายที่สุด&nbsp;ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</strong>&nbsp;ระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ&nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการออกปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว&nbsp;ทันต่อสถานการณ์&nbsp;และหลังจากนี้การเร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาประชาชนก็เป็นเรื่องสำคัญ&nbsp;ที่ต้องรีบเร่งดำเนินการกันต่อไปให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน&nbsp;พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนในเวลาที่ยากลำบาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227170331948"],
    [122,"จังหวัดปัตตานี ประชาชนได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ปลัดจังหวัดปัตตานี รุด ลงพื้นที่ สำรวจความเสียหาย และให้กำลังใจพื้นที่อำเภอยะหริ่ง","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายยะห์ยา&nbsp;ปะนาฆอ&nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานี&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&nbsp;พร้อม&nbsp;สำรวจความเสียหาย&nbsp;และให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย&nbsp;ฝนตกหนัก&nbsp;และคลื่นลมแรง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p>1.ถนนทางหลวงชนบทสายยะหริ่ง&nbsp;-&nbsp;แหลมตาชี&nbsp;ม.3&nbsp;ต.แหลมโพธิ์&nbsp;ซึ่งถูกคลื่นกัดเซาะได้รับความเสียหาย1ช่องจราจร&nbsp;</p><p>2.บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตะโละกาโปร์&nbsp;ซึ่งถูกลมพัดหลังคาปลิวเสียหายจำนวนหลายหลัง&nbsp;</p><p>3.บริเวณชายหาดตะโละกาโปร์&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตะโละกาโปร์&nbsp;ซึ่งถูกคลื่นลมกัดเซาะเป็นเหตุให้ต้นไม้ล้มจำนวนหลายต้นและชายหาดได้รับความเสียหาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายยะห์ยา&nbsp;ปะนาฆอ&nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางจังหวัดปัตตานีนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้มีการสั่งการณ์ให้&nbsp;ติดตามสถานการณ์&nbsp;พร้อม&nbsp;สำรวจความเสียหาย&nbsp;และให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย&nbsp;ฝนตกหนัก&nbsp;และคลื่นลมแรง&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ&nbsp;และได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนระดับน้ำแม่น้ำสายบุรีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;และสำรวจและประเมินความเสียหาย&nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปน.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227171009951"],
    [123,"เร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม เดินเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกําลังแรงที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศมาเลเซีย&nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยในช่วงวันที่&nbsp;25-28&nbsp;ก.พ.&nbsp;นี้&nbsp;ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;ได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ</strong>&nbsp;หลังเกิดน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่สำหรับสถานการณ์น้ำใน&nbsp;4&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;สายหลักในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลุ่มน้ำบางนรา&nbsp;ลุ่มน้ำปัตตานี&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;และลุ่มน้ำโก-ลก&nbsp;มีน้ำล้นตลิ่งเป็นแห่งๆ&nbsp;&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ได้ควบคุมการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานในพื้นที่&nbsp;ด้วยการเปิด-ปิดบานระบาย&nbsp;ตามจังหวะการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังจากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักสะสม&nbsp;พร้อมทั้งเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;สูบพร่องน้ำออกจากพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และเปิดประตูระบายน้ำกลางคลองมูโนะ&nbsp;ตำบลพร่อน&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกพื้นที่&nbsp;รวมทั้งมีการพร่องน้ำในแม่น้ำบางนรา&nbsp;ด้วยการควบคุมการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำบางนราตอนบน/ตอนล่าง&nbsp;และประตูระบายน้ำไม้แก่น&nbsp;ตามการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ</strong>&nbsp;ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาภัยจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำหลากที่จะเกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมอื่นๆ</strong>&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&nbsp;ได้เปิดสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;สถานี&nbsp;และส่วนเครื่องจักรกล&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;เครื่อง&nbsp;และอยู่ระหว่างติดตั้งเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง&nbsp;ส่วนที่&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;มีพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;3&nbsp;อําเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;พระพรหมและ&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;โครงการชลประทานนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ยกบานประตูระบายน้ำให้พ้นน้ำ&nbsp;ภาชประสิทธิ&nbsp;&nbsp;และประตูระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบน้ำท่วมขัง&nbsp;&nbsp;<strong>กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักงานชลประทานที่&nbsp;15,&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;17&nbsp;</strong>&nbsp;ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมระดมเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้มากที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227202146989"],
    [124,"ยะลา น้ำยังท่วมหลายพื้นที่ ด้าน ผวจ.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่ อ.รามัน","<p><strong>ความคืบหน้า&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ล่าสุด</strong>&nbsp;พื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;และวาตภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;43&nbsp;ตำบล&nbsp;163&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;3,606&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;14,304&nbsp;คน&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;23&nbsp;หลัง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ถนน&nbsp;11&nbsp;สาย&nbsp;ฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คอสะพาน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,380&nbsp;ไร่&nbsp;และบ่อปลา&nbsp;16&nbsp;บ่อ</p><p><strong>สำหรับพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอรามัน&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;นายก&nbsp;อบต.บาลอ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ที่บ้านสุเป๊ะบือแน&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;และ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งได้รับความเดือดร้อน&nbsp;น้ำจากแม่น้ำสายบุรี&nbsp;เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้านใน&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;และ&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ต.กายูบอเกาะ&nbsp;ต.ท่าธง&nbsp;ต.ตะโลหะลอ&nbsp;และ&nbsp;ต.วังพญา&nbsp;ในเบื้องต้นนั้น&nbsp;ทาง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;จัดตั้งจุดประกอบอาหาร&nbsp;เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก</p><p><strong>ขณะที่ในเขต&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานี</strong>ที่ไหล่ผ่านตัวเมืองยะลา&nbsp;ได้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนเอ่อล้นตลิ่ง&nbsp;เข้าท่วมพื้นที่ชุมชน&nbsp;บ้านลิมุด&nbsp;บ้านสาคอ&nbsp;บ้านท่าสาป&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;บ้านบาโด&nbsp;บ้านทุ่งเหรียง&nbsp;ต.ยุโป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ซึ่งทำให้ประชาชนหลายครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนแล้ว</p><p>ทางด้าน&nbsp;ต.สะเตงนอก&nbsp;ยังมีน้ำท่วมในหลายจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำ&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;กำลังเร่งระบายน้ำจากในเขตตัวเมืองลงสู่แม่น้ำปัตตานี&nbsp;เพื่อไม่ให้ระดับน้ำในพื้นที่เขตสะเตงนอก&nbsp;เพิ่มสูงขึ้น</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ที่หมู่บ้านตลาดนิคม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.ตลิ่งชัน&nbsp;</strong>อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เกิดเหตุดินบนเขาปกโย๊ะ&nbsp;ไหลลงมาทับถนนทางขึ้นเขา&nbsp;ทำให้ถนนถูกตัดขาด&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ดูแลเสาสัญญาณ&nbsp;บนเขาปกโย๊ะ&nbsp;ติดอยู่บนเขา&nbsp;ชาวบ้านและผู้นำชุมชน&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบ&nbsp;พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจที่&nbsp;15&nbsp;หน่วยทหารจากกองพันทหารราบที่&nbsp;152&nbsp;เข้าดำเนินการช่วยเหลือ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังพบว่า&nbsp;จากสถานการณ์ที่ฝนตกหนัก&nbsp;ทำให้เส้นทางในหมู่บ้าน&nbsp;ถูกน้ำกัดเซาะ&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;บางหมู่บ้านถูกตัดขาด&nbsp;ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปภ.ยะลา&nbsp;เผยพื้นที่&nbsp;6&nbsp;อำเภอที่ได้รับผลกระทบ</strong>จากน้ำท่วม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;75&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2,385&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;9,353&nbsp;คน&nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;3&nbsp;หลัง&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;37&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;247&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;988&nbsp;คน&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;330&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1,455&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;20&nbsp;หลัง&nbsp;(วาตภัย)&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;152&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;608&nbsp;คน&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;24&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;301&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1,505&nbsp;คนอำเภอธารโต&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;191&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;395&nbsp;คน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทุกภาคส่วนทั้ง&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน&nbsp;เป็นการเบื้องต้นแล้ว&nbsp;ขณะที่&nbsp;แนวโน้มสถานการณ์ยังคงมีฝนตกในพื้นที่&nbsp;ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลาได้ให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ&nbsp;พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน&nbsp;และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227181348966"],
    [125,"พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณสั่ง ศอ.บต. ลุยแก้ไขความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด่วน              ย้ำให้ทุกฝ่ายไปช่วยกันดูแลอย่างทั่วถึง ทันที","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี/&nbsp;</strong>ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กพต.)&nbsp;ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนที่สุด&nbsp;ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หรือ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกส่วนราชการ&nbsp;จัดทำข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเร่งด่วน&nbsp;พร้อมให้ทุกฝ่ายลงพื้นที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะการจัดหาอาหาร&nbsp;ยาและสิ่งจำเป็นอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;สำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน&nbsp;ย้ำไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน&nbsp;เป็นการทำงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพื่อประชาชน&nbsp;</p><p>พร้อมกันนี้&nbsp;ได้มีข้อความแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์ฝนตกหนักหลายวันต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;&nbsp;จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างหนัก&nbsp;ขอให้เร่งประสานแจ้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;ให้ประสานงาน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;อำเภอ&nbsp;และจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน&nbsp;ได้อย่างทันท่วงที&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังมีการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น</strong>และไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;บริเวณอําเภอบันนังสตา&nbsp;อําเภอยะหา&nbsp;และอําเภอรามัน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;บริเวณอําเภอสายบุรี&nbsp;อําเภอยะรัง&nbsp;อําเภอหนองจิก&nbsp;และเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;บริเวณอําเภอแว้ง&nbsp;อําเภอสุคิริน&nbsp;อําเภอศรีสาคร&nbsp;อําเภอสุไหงปาดี&nbsp;อําเภอตากใบ&nbsp;อําเภอรือเสาะ&nbsp;อําเภอจะแนะ&nbsp;และอําเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อประสานงานผ่านบัณฑิตอาสาประจำหมู่บ้านหรือโทรแจ้งสายด่วน&nbsp;1880&nbsp;เพื่อจะได้เร่งประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182134969"],
    [126,"ปลัดจังหวัดปัตตานีลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์วาตภัย ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี","<p><strong>นายยะห์ยา&nbsp;ปะนาฆอ&nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พร้อมสำรวจความเสียหาย&nbsp;และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย&nbsp;ฝนตกหนัก&nbsp;และคลื่นลมแรง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง&nbsp;โดยมี&nbsp;ปลัดอำเภอ,&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะโละกาโปร์&nbsp;และส่วนที่กี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ถนนทางหลวงชนบทสายยะหริ่ง&nbsp;-&nbsp;แหลมตาชี&nbsp;ม.3&nbsp;ต.แหลมโพธิ์&nbsp;ซึ่งถูกคลื่นกัดเซาะได้รับความเสียหาย</p><p>2.บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตะโละกาโปร์&nbsp;ซึ่งถูกลมพัดหลังคาปลิวเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน</p><p>3.บริเวณชายหาดตะโละกาโปร์&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตะโละกาโปร์&nbsp;ซึ่งถูกคลื่นลมกัดเซาะเป็นเหตุให้ต้นไม้ล้มจำนวนหลายต้นและชายหาดได้รับความเสียหาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182239970"],
    [127,"ผบ.ฉก.ปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่","<p><strong>พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;20&nbsp;โดยมี&nbsp;นาย&nbsp;สุพรชัย&nbsp;ปรีชา&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนปัตตานี&nbsp;ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ฯ&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;เขื่อนปัตตานี&nbsp;ตำบลตาเซะ&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182400971"],
    [128,"กองพันทหารม้าที่ 31 กองพลทหารราบที่ 15 เร่งช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อ.สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา","<p><strong>กองพันทหารม้าที่&nbsp;31&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;นำกำลังพล&nbsp;</strong>ชุดจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนขุนอาสา&nbsp;423&nbsp;ของหน่วย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจสงขลาที่&nbsp;40,&nbsp;&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,&nbsp;อาสาสมัครกิจการพลเรือน&nbsp;และ&nbsp;อาสารักษาดินแดนอำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;เข้าดำเนินการขนย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่&nbsp;บ้านแลแบง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสะบ้าย้อย&nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งมีจำนวน&nbsp;20&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันขนย้ายกระสอบทรายทำคันกั้นน้ำ&nbsp;เพื่อดำเนินการสูบระบายน้ำออกจากบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากช่วงระยะ&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน</strong>&nbsp;ส่งผลให้ระดับน้ำสระสมเพิ่มขึ้น&nbsp;บวกกับน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำไหลบ่าเข้าตามลำคลองสาขาจนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย&nbsp;ทางกองพันทหารม้าที่&nbsp;31&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;จึงส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าช่วยเหลือเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182538972"],
    [129,"ชาวบ้าน แห่ดูมวลน้ำ ท่าสาป ยะลา","<p><strong>หลังจากเมื่อหัวรุ่งที่ผ่านมา&nbsp;27&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;มวลน้ำในแม่น้ำปัตตานี</strong>&nbsp;ได้ไหลทะลัก&nbsp;ล้นเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือน&nbsp;รวมถึง&nbsp;ถนนสายเรือนจำ-ท่าสาป&nbsp;บริเวณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้น&nbsp;ถึงแม้นว่าช่วงบ่ายวันนี้ฝนจะลดปริมาณลงแล้วก็ตาม&nbsp;โดยทางเทศบาลท่าสาป&nbsp;ได้ติดธงแดงแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายไว้แล้ว</p><p><strong>ขณะที่ปริมาณน้ำซึ่งมีมากบนถนน&nbsp;ทำให้กลายเป็นจุดสนใจกับประชาชน</strong>ในพื้นที่ใกล้เคียงได้แห่นำบุตรหลาน&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ออกไปเดินดูน้ำ&nbsp;และเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น&nbsp;เด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะถ่ายรูปเซลฟี่ไปให้เพื่อนๆ&nbsp;ได้ดู&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมที่ยะลา&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ทางพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ขายขนม&nbsp;ลูกชิ้น&nbsp;น้ำ&nbsp;ก็ไม่รอช้า&nbsp;ต่างก็ได้มาเปิดร้านขายอาหาร&nbsp;ให้กับ&nbsp;คนที่มาดูน้ำกันมาก&nbsp;ช่วยสร้างรายได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227183358977"],
    [130,"ผู้ว่าฯนราธิวาส? นำ? รมช.มท.? ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส","<p><strong>นายนิพนธ์?&nbsp;บุญญามณี?&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;พร้อมด้วย?&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษรผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กำลังใจราษฎรผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;บริเวณตลาดนัดมูโนะ&nbsp;อ.สุไหงโก-ลก?&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;เนื่องจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้แม่น้ำโกลก&nbsp;เอ่อล้นตลิ่งทะลักเข้าสู่พื้นที่บ้านเรือนราษฎร&nbsp;ในพื้นที่บ้านมูโนะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;๑&nbsp;ตำบลมูโนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;ทำให้มีร้านค้า&nbsp;อาคารบ้านเรือนราษฎรได้รับความเดือดร้อนและเสียหายเป็นจำนวน&nbsp;๖๕๐&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบประมาณ?&nbsp;2,000กว่าคน?&nbsp;ทั้งนี้ได้ให้ทางจังหวัดนราธิวาสเร่งช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ทั้งการช่วยเหลือยกสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน,ที่พักพิงชั่วคราว,&nbsp;มอบถุงยังชีพและเร่งดำเนินการสำรวจผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาต่อไป</p><p><strong>จากนั้นได้เดินต่อไปยังพื้น?ที่&nbsp;ต.โละจูด&nbsp;อ.แว้ง?</strong>&nbsp;เพื่อมอบถุงยังชีพและให้กำลังใจเนื่องจากชาวบ้านที่นี้ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งบวกกับน้ำฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่องทำให้หลายครัวเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นเดียวกัน?&nbsp;&nbsp;ต่อด้วยไปเยี่ยมศูนย์อพยพในพื้นที่?&nbsp;อ.สุไหง-โกลก?</p><p><strong>โดยสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ตำบลสุไหงโก-ลก?</strong>&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีฝนตกหนักมากและมีพายุลมแรง&nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและมีผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย&nbsp;จำนวน?&nbsp;60&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;และผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ชุมชน&nbsp;และนอกเขตชุมชน&nbsp;มีประชาชนที่ประสบภัยทั้งสิ้น?&nbsp;3,208&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จำนวน&nbsp;9,624&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ</strong>ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;(โรงเรียนเทศบาล&nbsp;4&nbsp;)&nbsp;ขึ้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;โดยมีการจัดอาหารและน้ำดื่ม&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;ให้กับผู้อพยพ&nbsp;ภายในศูนย์อพยพน้ำท่วม&nbsp;และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ชุมชน&nbsp;พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์&nbsp;และเตรียมพร้อมช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบอุทกภัยตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงจากอุทกภัย</p><p><strong>นายนิพนธ์?&nbsp;บุญญามณี?&nbsp;รมช.มท.?&nbsp;ได้ฝากเน้นย้ำพี่น้องประชาชน</strong>ดูแลบุตรหลานให้ดี?&nbsp;ระมัดระวังในการลงเล่นน้ำไม่อยากให้เกิดการสูญเสียชีวิต?&nbsp;นอกจากนี้ได้กล่าวว่ารัฐบาลเตรียมแผนรองรับการเยี่ยวยาให้กับประชาชนเพื่อบำบัดทุกข์?&nbsp;บำรุงสุขต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227184352978"],
    [131,"นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ เร่งตรวจสอบ และ ให้ความช่วยเหลือประชาชน ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี","<p><strong>นายอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;พร้อมคณะเจ้าหน้าที่</strong>&nbsp;เร่งตรวจสอบ&nbsp;และ&nbsp;ให้ความช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ในเขตพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;นายเศวย&nbsp;เพชรนุ้ย</strong>&nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี/&nbsp;ผอ.ศปก.อ.เมืองปัตตานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ปะกาฮารัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำและความเสียหายน้ำท่วมขัง&nbsp;หลังสถานการณ์ฝนตกหนัก&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่บ้านจางา&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปะกาฮารัง&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227184543979"],
    [132,"ตำบลมูโนะ? จ.นราธิวาส? ประสบอุทกภัยอย่างหนัก น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน? ได้รับความเสียหายหลายหลัง? ประชาชนรอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>ยังคงน่าเป็นห่วงหลังจากที่มีฝนตกหนักติดต่อกันมาหลายวันทำให้พื้นที่บางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำเออล้นตลิ่ง&nbsp;และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง?&nbsp;อย่างในพื้นที่บ้่านตลาดมูโนะ?&nbsp;ต.มูโนะ?&nbsp;อ.สุไหงโกลก&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ขณะนี้ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤต?ิ?&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ว่าช่วงเวลาประมาณ?</strong>ตี&nbsp;3.00?&nbsp;น.?&nbsp;ของเมื่อคืนที่ผ่านมา&nbsp;น้ำขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดจากการที่น้ำล้นพนังกั้นน้ำแม่น้ำโกลกมาทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็วบวกกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน?&nbsp;ทำให้บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;?650?&nbsp;ครัวเรือน?&nbsp;ประชากรประมาณ?&nbsp;2000&nbsp;กว่าคนที่อยู่อาศัยอยู่แนวแม่น้ำสุไหงโกลก?&nbsp;รถยนต์หลายคันได้รับความเสียหาย?&nbsp;ซึ่งชาวบ้านอพยพไม่ทัน</p><p><strong>เบื้องต้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้พื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ</strong>อย่างใกล้ชิด?และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน?&nbsp;ในด้านสถานที่รองรับผู้อพยพ?&nbsp;และสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อการบรรเทาความเดือดร้อน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>///ส.ปชส.นราธิวาส///</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227184750980"],
    [133,"ยะลา เร่งเปิดเส้นทาง  ดินสไลด์ถล่มทับ ทางขึ้นเขาปกโย๊ะ","<p><strong>คืบหน้าสถานการณ์ฝนตก&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;ที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>ผู้นำท้องที่&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;ทหาร&nbsp;ช่วยกันเปิดเส้นทาง&nbsp;หลังดินสไลด์ถล่มทับเส้นทาง&nbsp;ทางขึ้นเขาปกโย๊ะ&nbsp;บ้านตลาดนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;ต.&nbsp;ตลิ่งชัน&nbsp;อ.บันนังสตา</p><p><strong>จากฝนที่ตกอย่างหนักสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;</strong>ที่ผ่านมา&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น&nbsp;ถล่มปิดทับเส้นทางขึ้นเขาปกโย๊ะ&nbsp;นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านนิคมกือลอง&nbsp;ต.ตลิ่งชัน&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวานนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.2565)&nbsp;ทำให้เส้นทางถูกตัดขาดไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้&nbsp;ไฟฟ้าดับตลอดสาย</p><p><strong>โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.2565)&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหาร</strong>ฝ่ายกิจการพลเรือนจากกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบ&nbsp;ที่&nbsp;152&nbsp;และกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;3004&nbsp;ร่วมกับทางนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;อบต.ตลิ่งชัน&nbsp;กำนันตำบลตลิ่งชัน&nbsp;ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เข้าเคลียเส้นทาง&nbsp;โดยใช้รถแม็คโครกวาดดินและตัดต้นไม้ที่ล้มพาดทับถนน&nbsp;&nbsp;แต่เนื่องจากมีปริมาณดินสไลด์ถล่มลงมาทับเส้นทางจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;จึงได้ประสานขอเครื่องจักรขนาดใหญ่จาก&nbsp;กองพันทหารช่างที่&nbsp;15&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;เข้ามาเคลียร์พื้นที่&nbsp;เพื่อเร่งเปิดเส้นทางดินถล่มให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วนแล้ว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็ยังสำรวจความเสียหายและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ล่าสุด&nbsp;อ.เบตง&nbsp;พบรอยราวของปูนซีเมนต์&nbsp;บริเวณผนังปูนกั้นดินสไลด์</strong>&nbsp;ที่เขาปูนชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;และ&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;มีปริมาณน้ำป่าไหลลงสู่คลองกาบัง&nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจความเสียหาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227192033981"],
    [134,"เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยและวาตภัย 6 จังหวัดภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง","<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;และปัตตานี&nbsp;และสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;&nbsp;สงขลา&nbsp;และปัตตานี&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;กำชับให้กระทรวงมหาดไทย&nbsp;บูรณาการทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วที่สุด&nbsp;&nbsp;จึงเน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยและวาตภัย&nbsp;เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะผู้อำนวยการในแต่ละระดับ&nbsp;ทั้งจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ให้บูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;</p><p><strong>พร้อมสื่อสารสร้างการรับรู้ทุกช่องทาง</strong>&nbsp;เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัย&nbsp;รวมถึงช่องทางการติดต่อสื่อสารขอรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์มือถือของกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และจัดกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;สำรวจ&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;ตรวจตรา&nbsp;ความปลอดภัยของบ้านเรือนและทรัพย์สิน&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจและบรรเทาความวิตกกังวลของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>หลังสถานการณ์ให้สำรวจและประเมินความเสียหาย</strong>&nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ&nbsp;ทุกคนต้องได้รับความปลอดภัย&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>ด้านนายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;และปัตตานี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;26&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;85&nbsp;ตำบล&nbsp;277&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;7,802&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัด&nbsp;ระดับน้ำลดลง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;&nbsp;สงขลา&nbsp;และปัตตานี&nbsp;รวม&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;54&nbsp;ตำบล&nbsp;143&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;740&nbsp;หลัง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227202632995"],
    [135,"รามันยังอ่วม น้ำท่วมสูง สะพานเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด  ผู้ว่าฯ ติดตามสถานการณ์มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม พร้อมสั่งการเร่งช่วยเหลือประชาชนเต็มที่","<p><strong>สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ยังคงวิกฤต&nbsp;หลังฝนตก</strong>&nbsp;ถึงตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่&nbsp;23-&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน&nbsp;ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ล่าสุด&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายณัฎฐ์กร&nbsp;<em>บุญ</em>โรภาคย์&nbsp;นายอำเภอรามัน&nbsp;นายวีรวัฒน์&nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ที่บ้านสุเป๊ะบือแน&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นำถุงยังชีพ&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับการสนับสนุนจากทางอำเภอรามัน&nbsp;</strong>ร่วมกับเทศบาลตำบลบาลอ&nbsp;ลุยน้ำท่วมสูงเกือบ&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;มอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&nbsp;ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&nbsp;จากนั้นได้เดินทางติดตามสถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;ที่รอยต่อระหว่าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;บริเวณสะพานเข้าหมู่บ้านถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวตัดขาด&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;กว่า&nbsp;60&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ไม่สามารถสัญจรได้&nbsp;เบื้องต้นได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ตชด.ที่&nbsp;44เทศบาลตำบลบาลอ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ปภ.ยะลา&nbsp;จัดเตรียมเรือท้องแบน&nbsp;ติดเครื่องยนต์&nbsp;เข้าพื้นที่&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชน&nbsp;นอกจากนี้ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำสายบุรี&nbsp;น้ำล้นหลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง&nbsp;ผู้ว่าฯยะลา&nbsp;ลงพื้นที่นำถุงยังชีพ&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;มอบช่วยเหลือ&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;ทางผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&nbsp;ผู้นำชุมชนพร้อมทั้งได้สั่งจัดเตรียมอาหารปรุงสุก&nbsp;มอบให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นการด่วน</p><p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ยะลามีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม&nbsp;6อำเภอ&nbsp;ซึ่งในพื้นที่อำเภอรามัน&nbsp;เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมมากที่สุด&nbsp;ทั้ง&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&nbsp;ต.บาลอ&nbsp;ทางอำเภอรามัน&nbsp;ทางเทศบาลตำบลบาลอ&nbsp;ได้ช่วยกันอย่างเต็มที่&nbsp;น้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่&nbsp;เนื่องจากฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;กพ.ที่ผ่านมา&nbsp;พื้นที่ต้นน้ำมาจากจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ไหลลงแม่น้ำสายบุรี&nbsp;ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน&nbsp;ในอำเภอรามันขยายเป้นวงกว้าง&nbsp;ทางจังหวัดได้สั่งการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่&nbsp;ในการจัดเตรียมอาหารปรุงสุก&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น</p><p><strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;และวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;6อำเภอ&nbsp;43&nbsp;ตำบล&nbsp;184&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;75&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;,&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;58&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;,&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;6&nbsp;ตำบล12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;,&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;,&nbsp;&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;24&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;,&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&nbsp;4,810&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;18,380&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(ในพื้นที่ี&nbsp;ต.ยุโป&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;)&nbsp;อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;24&nbsp;หลัง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงเรียน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;มัสยิด&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;วัด&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ถนน&nbsp;15&nbsp;สาย&nbsp;ฝาย&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คอสะพาน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,711&nbsp;ไร่&nbsp;และบ่อปลา&nbsp;&nbsp;41&nbsp;บ่อ&nbsp;ขณะนี้ฝนในพื้นที่เริ่มเบาบาง&nbsp;ทางจังหวัดได้มีการแจ้งเตือน&nbsp;ให้ประชาชนติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227212250001"],
    [136,"มอบอาหารปรุงสำเร็จพร้อมน้ำดื่ม 5,000 ชุด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.ยะลา และนราธิวาส","<p><strong>มูลนิธิเอสซีจี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>นำอาหารปรุงสำเร็จพร้อมน้ำดื่ม&nbsp;5,000&nbsp;ชุด&nbsp;เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และนราธิวาส</p><p><strong>จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก&nbsp;ขาดอาหารและ&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;มูลนิธิเอสซีจี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;และองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จัดตั้งโรงครัว&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;เอสซีจีเพื่อผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;ในการประกอบวัตถุดิบและทำอาหารสำเร็จรูป&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;กล่อง&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลาและนราธิวาส</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;(27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>นำโดย&nbsp;ดร.ชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ที่ว่าการอำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อนำอาหารที่ปรุงสำเร็จและน้ำดื่มไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบาลอ&nbsp;ตำบลอาซ่อง&nbsp;และตำบลท่าธง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,500&nbsp;กล่อง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฎฐ์กร&nbsp;บุญโรภาคย์&nbsp;นายอำเภอรามัน&nbsp;กำนัน&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;เพื่อนำอาหารปรุงสำเร็จและน้ำดื่มจำนวน&nbsp;3,000&nbsp;กล่อง&nbsp;ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแว้ง&nbsp;400&nbsp;กล่อง&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;600&nbsp;กล่อง&nbsp;อำเภอระแงะ&nbsp;1,000&nbsp;กล่อง&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;1,000&nbsp;กล่อง&nbsp;โดยมีบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;รวมถึงสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227212542002"],
    [137,"ทหารระดมพล รุดช่วยเหลือชาวบ้านปรับพื้นที่ดินสไลด์และสะพานขาดในพื้นที่นิคมสร้างตนเองฯ อ.บันนังสตา","<p><strong>พันโท&nbsp;คนิน&nbsp;พรมมาวัน&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;1</strong>&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;152&nbsp;นำเจ้าหน้าที่กองพันทหารช่างที่&nbsp;15&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอนุรักษณ์&nbsp;มะลีวันย์&nbsp;ผู้ปกครองสร้างนิคมตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่&nbsp;ระดมช่วยเหลือเปิดเส้นทางดินสไลด์ที่นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นทางเข้าน้ำตกสุขทาลัย&nbsp;(น้ำตกกือลอง)&nbsp;เส้นทางขึ้นเขาปกโยะ&nbsp;หลังจากที่ได้เกิดฝนตกอย่างหนักอย่างต่อเนื่องทำให้ดินอุ้มน้ำไว้มาก&nbsp;ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติ&nbsp;เกิดเดินสไลด์ของดินมาทับเส้นทางดังกล่าว&nbsp;พร้อมทั้งร่วมซ่อมแซมสะพานขาดเส้นทางบ้านบายิ&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลตลิ่งชั่น&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>พันโท&nbsp;คนิน&nbsp;พรมมาวัน&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;1</strong>&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;152&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้เกิดดินโคลนสไลด์เส้นทางขึ้นเขาปกโยะ&nbsp;รวมทั้งเกิดสะพานขาดในเส้นทางบ้านบายิ&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ทำให้ชาวบ้านเกิดความเดือนร้อน&nbsp;ทางกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;152&nbsp;จึงได้ระดมกำลังพลช่วยเหลือโดยด่วน&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายธีรยุทธ&nbsp;จิตตหลัง&nbsp;ชาวบ้านหมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านนิคมกือลอง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปกติจะใช้เส้นทางนี้ในการขึ้นไปทำสวนและกรีดยางทุกวัน&nbsp;ยิ่งพอมาเจอภัยพิบัติแบบนี้ก็กังวลใจ&nbsp;เนื่องจากบ้านที่อยู่ด้านบนมีสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ&nbsp;ที่ตนได้เลี้ยงไว้&nbsp;เกรงว่าจะไม่มีอาการกิน&nbsp;วันนี้ทุกส่วนได้เข้ามาช่วยเหลือปรับพื้นที่ดินสไลด์ให้ชาวบ้านสามารถใช้เส้นทางได้&nbsp;ต้องขอบคุณทุกส่วนที่ได้เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;เจ้าหน้าที่กองพันทหารช่างที่&nbsp;15&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;15</strong>&nbsp;ได้เข้าช่วยปรับพื้นที่ด้วยเครื่องมือต่างๆและรถแทรกเตอร์ใช้ในการปรับดินสไลด์ในพื้นที่ทางเข้าปกโยะให้กลับมาใช้เส้นทางได้&nbsp;รวมถึงได้นำรถแม็คโครปรับพื้นที่และซ่อมแซมสะพานที่ขาดเส้นทางหมู่บ้านบายิ&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลตลิ่งชั่น&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณกว่า&nbsp;400&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เบื้องต้นได้ปรับพื้นที่สร้างสะพานแบริงชั่วคราวให้ชาวบ้านข้ามไปมาได้&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร?&nbsp;ศรีรักษ์?&nbsp;แม่ทัพถาคที่&nbsp;4&nbsp;/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยกำลังในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติในทุกมิติ&nbsp;ทั้งด้านกำลังพล&nbsp;ยุทโธปกรณ์&nbsp;สิ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและด้านบริการต่างๆ&nbsp;ของส่วนราชการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก&nbsp;ที่ให้หน่วยงานราชการเป็นที่พึ่งของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227212717003"],
    [138,"ทหารช่าง เร่งปรับพื้นที่ นำดินโคลนออกจากถนน ช่วยเหลือประชาชนให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ","<p><strong>พันโท&nbsp;ศุภฤกษ์&nbsp;ชื่นจิต&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่&nbsp;15&nbsp;</strong>กองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;นำกำลังพลและยุทโธปกรณ์รถถากถาง&nbsp;ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.ตลิ่งชัน&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;อย่างเร่งด่วน&nbsp;หลังจากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน&nbsp;และน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ทำให้ดินโคลนถล่มตัดเส้นทางหลักในการสัญจรของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โดยกองพันทหารช่างที่&nbsp;15&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;15</strong>&nbsp;เร่งดำเนินการปรับพื้นที่ด้วยเครื่องมือต่างๆและรถแทรกเตอร์ใช้ในการปรับดินสไลด์&nbsp;เพื่อนำดินโคลนออกถนน&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สามารถสัญจรได้ตามปกติ</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร?&nbsp;ศรีรักษ์?&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/</strong>ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยกำลังในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติในทุกมิติ&nbsp;ทั้งด้านกำลังพล&nbsp;ยุทโธปกรณ์&nbsp;สิ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและด้านบริการต่างๆ&nbsp;ของส่วนราชการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก&nbsp;ที่ให้หน่วยงานราชการเป็นที่พึ่งของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221407014"],
    [139,"ผู้ว่าฯยะลา ลงพื้นที่บ้านลิมุด ต.ท่าสาป ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ช่วยเหลือ","<p><strong>ผลกระทบจากฝนตก&nbsp;และตกหนัก&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ตั้งแต่เมื่อวันที่&nbsp;23-27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมาส่งผลให้จังหวัดยะลามีพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;และวาตภัย&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;43&nbsp;ตำบล&nbsp;184&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;นายมะสะดี&nbsp;หะยีปิ&nbsp;นายกเทศบาลตำบลท่าสาป&nbsp;&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&nbsp;บ้านลิมุด&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;บริเวณ&nbsp;บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงประมาณ&nbsp;30-50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพ&nbsp;และน้ำดื่ม&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือ</strong>ประชาชนในเบื้องต้น&nbsp;สำหรับในพื้นที่เขต&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ประสบอุทกภัย13&nbsp;ตำบล&nbsp;58&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;1,451&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;5,064&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ตำบลท่าสาป&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จากแม่น้ำปัตตานีไหลล้นตลิ่ง&nbsp;เข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221533015"],
    [140,"ทีมแจกยา ลงพื้นที่ครบทุกชุมชนเทศบาลนครยะลา แล้ว","<p><strong>เจ้าหน้าที่สำนักสาธารณสุขฯ&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;อสม.</strong>&nbsp;แจกยาชุดนำ้ท่วม&nbsp;ยาน้ำกัดเท้า&nbsp;และหน้ากากอนามัย&nbsp;มอบแก่ประธานชุมชน&nbsp;เพื่อแจกจ่ายประชาชนในชุมชนที่บ้านน้ำท่วมขัง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุมชน&nbsp;หลังโรงเรียนจีนจำนวน&nbsp;30&nbsp;ชุด&nbsp;ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ชุด&nbsp;ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์&nbsp;50&nbsp;ชุด&nbsp;4ชุมชนเสรี&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;ชุมชนสิโรรส8&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ชุด&nbsp;ชุมชนจารูพัฒนา&nbsp;(ซ&nbsp;1)&nbsp;จำนวน&nbsp;90&nbsp;ชุด&nbsp;บ้านริมสวนศรีเมือง&nbsp;13&nbsp;หลัง&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ชุด&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ปั๊ม&nbsp;c.&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ชุด&nbsp;รวม&nbsp;323&nbsp;ชุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221623016"],
    [141,"เทศบาลนครยะลา เปิดโรงครัวประกอบอาหาร ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม","<p><strong>เทศบาลนครยะลา&nbsp;เปิดโรงครัวประกอบอาหาร</strong>&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;สามารถประสานผ่านประธานชุมชน&nbsp;ที่มีน้ำท่วม&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือในชุมชนนั้นๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลนครยะลา&nbsp;จะหมุนเวียนมาช่วย</strong>ปรุงอาหารที่สถานีดับเพลิง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;และที่โรงครัวของโรงเรียนเทศบาล&nbsp;1&nbsp;สังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;จะปรุงอาหารสำหรับพี่น้องชาวมุสลิม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221721017"],
    [142,"เทศบาลเมืองสะเตงนอก เปิดโรงครัวอาหารปรุงสุก ช่วยเหลือประชาชนกระทบน้ำท่วม ผู้ว่าฯยะลา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ","<p><strong>จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ในเขตพื้นที่ตำบลสะเตงนอก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ทำให้เกิดไหลเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของตำบลสะเตงนอก&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายครัวเรือน&nbsp;ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยนายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;นายวีรวัฒน์&nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เดินทางตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้กำลังใจการประกอบอาหารปรุงสุก&nbsp;ของทางเทศบาลเมืองสะเตงนอก&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายเสรี&nbsp;เรืองกาญจน์&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสะเตงนอก</strong>&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสะเตงนอก&nbsp;เร่งบรรจุอาหารปรุงสุก&nbsp;พร้อมทั้งมอบผ่านสมาชิกเทศบาลตำบลสะเตงนอก&nbsp;ของแต่ละหมู่บ้าน&nbsp;เร่งแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;อาหารปรุงสุก&nbsp;ทางเทศบาลเมืองสะเตงนอก</strong>&nbsp;ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมไปแล้ว&nbsp;ตั้งแต่เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.65&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ชุด&nbsp;และในวันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;จำนวน&nbsp;6,000&nbsp;ชุด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านเปาะยานิ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;นัดโต๊ะโมง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านกือแลมะห์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;พงบูโละ&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตือเบาะ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228003424023"],
    [143,"เร่งมือวางกระสอบทราย และบิ๊กแบ็คเพื่อชะลอน้ำ ป้องกันการกัดเซาะประตูระบายน้ำมูโนะ  หลังพบการชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก","<p><strong>เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมชลประทาน&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;</strong>และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&nbsp;เร่งมือวางกระสอบทราย&nbsp;และบิ๊กแบ็คเพื่อชะลอน้ำ&nbsp;ป้องกันการกัดเซาะประตูระบายน้ำ&nbsp;หลังพบการชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก</p><p><strong>จากฝนที่ตกอย่างหนักมาตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;ก.พ.65&nbsp;</strong>ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;575.8&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;อีกทั้งยังต้องรับน้ำจากคลองบูเก๊ะตาที่ไหลมาสมทบในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ทำให้ปริมาณน้ำล้นประตูระบายน้ำมูโนะ&nbsp;ที่กั้นคลองหมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลมูโนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และไหลข้ามคันกั้นน้ำประตูระบายน้ำมูโนะแล้ว&nbsp;อีกทั้งมวลน้ำบางส่วนยังกัดเซาะคันประตูระบายน้ำมูโนะ&nbsp;จนมีแนวโน้มที่อาจชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดนายเฉลิมชัย&nbsp;ตรีนรินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;17</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทานเข้าติดตามสถานการณ์พร้อมวางแผนในการป้องกันและแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;ซึ่งตามแผนได้นำเครื่องจักร&nbsp;พร้อมกระสอบทรายและบิ๊กแบ็คมาวางขวางทางน้ำเพื่อชะลอน้ำและร่วมประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อความไม่ประมาทขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ</strong>ริมคลองมูโนะ&nbsp;และท้ายประตูระบายน้ำตลอดแนว&nbsp;เตรียมรับสถานการณ์หากประตูระบายน้ำพังลงจากการถูกน้ำกัดเซาะ&nbsp;โดยเฉพาะสายหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ&nbsp;หมู่บ้านปลักปลา&nbsp;ตำบลโฆษิต&nbsp;หมู่บ้านโคกยาง&nbsp;ตำบลโฆษิต&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228003544024"],
    [144,"ด้วยความห่วงใย",null,null,null,null,null,null],
    [145,"มท.2ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยที่สุไหงโก-ลก","<p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่และมอบถุงยังชีพให้กับครัวเรือนผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนเทศบาล&nbsp;2&nbsp;และโรงเรียนเทศบาล&nbsp;4&nbsp;พร้อมกันนี้ได้กำชับให้นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;และนางสุชาดา&nbsp;พันธ์นรา&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;รวมทั้งหน่วยงานในระดับอำเภอดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ทั้งในห้วงประสบภัย&nbsp;และในระยะฟื้นฟู&nbsp;ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่คาดว่าหลังวันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ปริมาณฝนจะลดลง&nbsp;และสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตตำบลสุไหงโก-ลก&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์จนถึงวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากและมีพายุลมแรงทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;โดยเป็นความเสียหายจากเหตุวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ขณะที่ผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;มีทั้งภายในชุมชนและนอกเขตชุมชน&nbsp;รวม&nbsp;26&nbsp;ชุมชน&nbsp;มีผู้ประสบภัยทั้งสิ้น&nbsp;3,208&nbsp;ครัวเรือนรวม&nbsp;9,624&nbsp;คน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ</strong>ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;โรงเรียนเทศบาล4&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;มีการจัดอาหารและน้ำดื่มให้บริการ&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;ล่าสุดมีผู้เข้าพักอาศัย&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;190&nbsp;ราย&nbsp;โดยในห้วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการตรวจATK&nbsp;ก่อนเข้าพัก&nbsp;และการกำหนดมาตรการให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;และแยกภาชนะส่วนบุคคลเป็นรายครอบครัว&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้บริหารสถานศึกษาพร้อมบุคลากรครู</strong>ในสังกัดเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;เปิดครัวทำอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เตรียมอาหารมื้อเที่ยงและเย็น&nbsp;ส่วนในวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;จะแจกอาหารทั้ง&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;โดยจำนวนผู้รับ&nbsp;จะเป็นตัวเลขที่ได้รับรายงานมาจากประธานชุมชน&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-27T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228045906025"],
    [146,"พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ สั่ง ศอ.บต. ลุยแก้ไขความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด่วน       ย้ำให้ทุกฝ่ายไปช่วยกันดูแลอย่างทั่วถึง ทันที","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี/&nbsp;</strong>ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กพต.)&nbsp;ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนที่สุด&nbsp;ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หรือ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกส่วนราชการ&nbsp;จัดทำข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเร่งด่วน&nbsp;พร้อมให้ทุกฝ่ายลงพื้นที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะการจัดหาอาหาร&nbsp;ยาและสิ่งจำเป็นอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;สำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน&nbsp;ย้ำไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน&nbsp;เป็นการทำงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพื่อประชาชน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ได้มีข้อความแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชน</strong>ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์ฝนตกหนักหลายวันต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างหนัก&nbsp;ขอให้เร่งประสานแจ้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;ให้ประสานงาน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;อำเภอ&nbsp;และจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังมีการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำ</strong>ที่จะเพิ่มขึ้นและไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;บริเวณอําเภอบันนังสตา&nbsp;อําเภอยะหา&nbsp;และอําเภอรามัน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;บริเวณอําเภอสายบุรี&nbsp;อําเภอยะรัง&nbsp;อําเภอหนองจิก&nbsp;และเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;บริเวณอําเภอแว้ง&nbsp;อําเภอสุคิริน&nbsp;อําเภอศรีสาคร&nbsp;อําเภอสุไหงปาดี&nbsp;อําเภอตากใบ&nbsp;อําเภอรือเสาะ&nbsp;อําเภอจะแนะ&nbsp;และอําเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา</strong>อย่างใกล้ชิด&nbsp;และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อประสานงานผ่านบัณฑิตอาสาประจำหมู่บ้านหรือโทรแจ้งสายด่วน&nbsp;1880&nbsp;เพื่อจะได้เร่งประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228092307032"],
    [147,"ฝนหยุดตก น้ำท่วมที่จังหวัดยะลา เริ่มคลี่คลาย สถานการณ์ดีขึ้น","<p><strong>สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ตั้งแต่เมื่อบ่ายวานนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;ฝนได้หยุดตกในพื้นที่จังหวัดยะลาแล้ว&nbsp;จนถึงเช้าวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;ท้องฟ้าเริ่มโปร่งใส&nbsp;มีเมฆครึ้มดำปกคลุมเล็กน้อย&nbsp;โดยมีแสงแดดส่องให้เห็นในพื้นที่</p><p><strong>ในขณะที่น้ำซึ่งได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน</strong>&nbsp;ถนนหลายสาย&nbsp;รวมถึงพื้นที่ทางเกษตร&nbsp;2-3&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;บางแห่งได้ลดลงแล้วจนเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;ส่วนบางแห่งยังคงมีน้ำท่วมขัง&nbsp;ต้องรอน้ำระบายออก&nbsp;หากวันนี้ไม่มีฝนตกในพื้นที่&nbsp;ระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ทั้ง&nbsp;6&nbsp;อำเภอของจังหวัดยะลาก็จะลดลง&nbsp;และคลี่คลายตามลำดับ</p><p><strong>ขณะที่ในส่วนของบ้านท่าสาป&nbsp;</strong>อำเภอเมืองยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากในเขตเมืองยะลา&nbsp;หลังจากได้มีมวลน้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ไหลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน&nbsp;ประชาชน&nbsp;ถนนหนทาง&nbsp;และพื้นที่ทางการเกษตรในเช้านี้&nbsp;พบว่า&nbsp;น้ำได้ลดปริมาณลงบ้างแล้วบางส่วน<strong>&nbsp;</strong>โดยชาวบ้านบอกว่า&nbsp;น้ำลดลงประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;นิ้ว&nbsp;คงจะดีขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;ถ้าไม่มีฝนตก&nbsp;ส่วนอีกฝั่งน้ำจะลดช้าหน่อยระบายไม่ทัน</p><p>แต่อย่างใดก็ตามในระยะนี้ยังคงมีฝนตกในพื้นที่ประชาชนต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228085049027"],
    [148,"นายกรัฐมนตรี สั่งการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเต็มที่ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตกรณีรถยนต์พลัดตกคอสะพาน","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;(จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส)&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;รับทราบรายงานเหตุรถยนต์กระบะพลัดตกคอสะพานบ้านโนนสมบูรณ์&nbsp;ม.&nbsp;5&nbsp;ตำบลภูเขาทอง&nbsp;อำเภอสุคิริน&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;นั้น&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต&nbsp;สั่งการเจ้าหน้าร่วมกับกองทัพลงพื้นที่เฝ้าระวังที่พื้นที่อาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;รวมถึงจุดเสี่ยงตามสถานที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางสัญจร&nbsp;กำชับให้นำเครื่องกีดขวางและนำป้ายประกาศมาติดตั้งไว้&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้และไม่ต้องการให้มีเหตุการณ์ซ้ำรอยสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินขึ้นอีก</p><p><strong>ขอให้ประชาชนรับฟังการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอยู่ตลอดเวลา</strong>&nbsp;ขอความร่วมมืออย่าเดินทางไปในจุดที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว&nbsp;รวมถึงตามจุดเสี่ยงต่างๆ&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;ในสถานการณ์แบบนี้&nbsp;ขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวเอง&nbsp;ระมัดระวังคนในครอบครัวโดยเฉพาะเด็ก&nbsp;ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;หากจำเป็นต้องอพยพขอให้รีบอพยพไปในที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของเจ้าหน้าของรัฐ</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ในส่วนของผู้เสียชีวิต&nbsp;&nbsp;ขอให้ส่วนราชการในพื้นที่เป็นผู้แทนของรัฐบาล&nbsp;เร่งเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิที่ได้รับ&nbsp;รวมถึงสอบถามให้ความช่วยเหลือในการจัดพิธีผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228100554050"],
    [149,"เร่งวางกระสอบทรายและบิ๊กแบ็ค ป้องกันน้ำกัดเซาะประตูระบายน้ำมูโนะ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกรณีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;24&nbsp;-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;เพิ่มสูงขึ้นและไหลล้นตลิ่งข้ามคันกั้นน้ำประตูระบายน้ำมูโนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จึงได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&nbsp;เร่งดำเนินการนำกระสอบทรายและบิ๊กแบ็คมาวางขวางทางน้ำ&nbsp;เพื่อชะลอน้ำและลดความเสียหายต่ออาคารชลประทาน&nbsp;รวมทั้งเน้นย้ำในเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้ได้แจ้งเตือนประชาสัมพันธ์</strong>&nbsp;ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณด้านท้ายน้ำและริมคลองมูโนะแล้ว&nbsp;ขอให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228100030046"],
    [150,"จ.นราธิวาส สรุปรายงานสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัยในพื้นที่ ล่าสุดมีประชาชนได้รับความเดือดร้อน กว่า 1 แสนคน ผู้ว่าฯ นราธิวาส สั่งการหน่วยงานต่าง ๆ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน","<p><strong>นายไพโรจน์&nbsp;&nbsp;จริตงาม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้สรุปสถานการณ์อุกทภัยและวาตภัยในพื้นที่&nbsp;หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์เป็นต้นมา&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;มีพื้นที่ประสบภัย&nbsp;13&nbsp;&nbsp;อำเภอ&nbsp;67&nbsp;ตำบล&nbsp;482&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2&nbsp;เขตเทศบาล&nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;114,524&nbsp;&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;37,796&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;อพยพประชาชน&nbsp;226&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;บ้านเรือนเสียหายกว่า&nbsp;&nbsp;14,000&nbsp;&nbsp;หลังถนน&nbsp;46&nbsp;สาย&nbsp;สะพาน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงเรียน&nbsp;17&nbsp;แห่ง&nbsp;มัสยิด&nbsp;23&nbsp;แห่ง&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;14&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตรและปศุสัตว์&nbsp;ได้รับความเสียหายด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทางนายสนั่น&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ได้สั่งการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เข้าดำเนินการช่วนเหลือและสนับสนุนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน&nbsp;และเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;ขณะที่ทุกภาคส่วน&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;ได้เยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;ช่วยเหลือมอบสิ่งของ&nbsp;อาหารกล่องพร้อมรับประทาน&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;และจัดรถเจ้าหน้าที่&nbsp;ช่วยขนย้ายประชาชนไปยังที่ปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพยากรณ์อากาศ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;วันนี้มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่</strong>&nbsp;ส่วนมากบริเวณอำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;ตากใบ&nbsp;เจาะไอร้อง&nbsp;สุไหงปาดี&nbsp;และแว้ง&nbsp;ทางด้านสถานการณ์น้ำท่า&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง&nbsp;ส่วนลุ่มน้ำบางนรา&nbsp;แและลุ่มน้ำโก-ลก&nbsp;ระดับน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228100511049"],
    [151,"กรมเจ้าท่า ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ตอนล่าง พร้อมแจ้งเตือนชาวเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง","<p><strong>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;&nbsp;มีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;จากประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;ฉบับที่&nbsp;5&nbsp;(6/2565)&nbsp;เรื่อง&nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;ส่งผลให้ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;มีน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;จึงได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า&nbsp;เร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวน&nbsp;4&nbsp;ศูนย์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาปัตตานี&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภาคสาขานราธิวาส&nbsp;และสำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ช่วยเหลือฯ&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;24&nbsp;นาย&nbsp;ความพร้อมทางรถ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;/&nbsp;เรือ&nbsp;7&nbsp;ลำ&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดศูนย์ช่วยเหลือฯ&nbsp;ร่วมอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชน</strong>เบื้องต้นแล้ว&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานราธิวาส&nbsp;นำถุงยังชีพจำนวน&nbsp;30&nbsp;ชุด&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;&nbsp;30&nbsp;แพ็ค&nbsp;ไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;ตำบลลูโบะสาวอ&nbsp;อำเภอบาเจาะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาปัตตานี&nbsp;นำถุงยังชีพ&nbsp;30&nbsp;ชุด&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;30&nbsp;แพ็ค&nbsp;มอบผู้ประสบอุทกภัยบริเวณ&nbsp;ตำบลสะเต็ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา&nbsp;จัดเตรียมถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ชุด&nbsp;น้ำดื่มจำนวน&nbsp;50&nbsp;แพ็ค&nbsp;และประสานหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและ&nbsp;สำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่&nbsp;4&nbsp;จัดเตรียมเรือพระราชทานจำนวน&nbsp;4&nbsp;ลำ&nbsp;และรถยนต์&nbsp;8&nbsp;คัน&nbsp;น้ำดื่มจำนวน&nbsp;1,000&nbsp;แพ็ค&nbsp;พร้อมออกปฎิบัติช่วยเหลือประชาชน</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้ศูนย์ช่วยเหลือฯ&nbsp;ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ&nbsp;และเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก&nbsp;ปริมาณฝนสะสมอย่างใกล้ชิด&nbsp;รวมถึงให้ออกประกาศแจ้งเตือนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228095715042"],
    [152,"เขาปูนจุดชมวิวสองแผ่นดิน แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมืองเบตง เกิดรอยร้าวเป็นระยะทางยาวกว่า 30 เมตร หวั่นเกิดดินสไลด์","<p><strong>บริเวณจุดชมวิวสองแผ่นดิน</strong>&nbsp;ถนนเลียบแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;บ้านกาแป๊ะฮูลู&nbsp;ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมทัศนียภาพทิวทัศน์มุมสูงของเมืองเบตง&nbsp;ชมความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าจากฝั่งของอำเภอบาลิง&nbsp;รัฐเกดะห์&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;และชมทะเลหมอกในยามเช้า&nbsp;ได้เกิดรอยร้าวขึ้น&nbsp;บนยอดเขาเป็นระยะทางยาวกว่า&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากด้านล่างบริเวณพื้นถนนเลียบชายแดน&nbsp;คาดว่าด้านบนยังมีรอยร้าวอีกหลายจุด&nbsp;&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากฝนตกติดต่อกันเนินนานทำให้ดินบนเขาอุ้มน้ำจนเกิดปูนแตกร้าว&nbsp;และอาจเกิดสไลด์ลงมาได้บริเวณดังกล่าว&nbsp;ยังมีป้ายติดแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า&nbsp;ขอความร่วมมืองดขึ้นบริเวณเขาหินปูน&nbsp;เนื่องจากเส้นทางชำรุดและอาจเกิดอันตราย</p><p><strong>สำหรับที่จุดชมวิวสองแผ่นดิน&nbsp;</strong>ถนนเลียบแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;บ้านกาแป๊ะฮูลู&nbsp;ความจริงแล้ว&nbsp;กรมทางหลวงได้สร้างถนนเลียบแนวชายแดนไทย-มาเลเซียขึ้นเพื่อให้ประชาชนสะดวกในการคมนาคม&nbsp;แต่เนื่องจากบริเวณนี้เป็นภูเขาสูง&nbsp;เวลาที่ฝนตกมักจะเกิดดินสไลด์ลงมาทับเส้นทางเป็นประจำ&nbsp;กรมทางหลวงจึงแก้ไขด้วยการสร้างดาดคอนกรีตซึ่งเป็นหน้าผาปูนซีเมนต์&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะหน้าดิน&nbsp;ป้องกันดินสไลด์ที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;จึงเกิดความสวยงาม&nbsp;ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;จนกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228093431036"],
    [153,"แจ้งเตือนประชาชนพื้นที่ภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง&nbsp;ส่งผลให้ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;อุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;1-2&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;กับมีหมอกในตอนเช้า</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง&nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลงมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;คลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และกระบี่&nbsp;ยังคงแจ้งเตือนให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย&nbsp;สำหรับชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228102024064"],
    [154,"กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้รวม 7 จังหวัด ประสานจังหวัดเร่งระบายน้ำ และให้การช่วยเหลือประชาชนเต็มกำลัง","<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;รายงานเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;สงขลา&nbsp;และตรัง&nbsp;รวม&nbsp;30&nbsp;อำเภอ&nbsp;127&nbsp;ตำบล&nbsp;440&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;12,129&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;ภาพวมสถานการณ์ระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด</p><p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ได้ประสานจังหวัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ&nbsp;พร้อมนำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย&nbsp;เร่งระบายน้ำท่วมขังในทุกพื้นที่&nbsp;รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย&nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228104541076"],
    [155,"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ที่ จ.นราธิวาส","<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;</strong>ให้&nbsp;พลเอก&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;&nbsp;สิทธิสาท&nbsp;องคมนตรี&nbsp;&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;ที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;&nbsp;สิทธิสาท&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่&nbsp;โดยนายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;</p><p><strong>ก่อนเดินทางไปยังหอประชุมเทศบาลตำบลตันหยงมัส&nbsp;อำเภอระแงะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,550&nbsp;ถุง&nbsp;มอบให้นายอำเภอระแงะ&nbsp;ผู้แทนอำเภอรือเสาะ&nbsp;ยี่งอ&nbsp;และแว้ง&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่&nbsp;พร้อมอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสความห่วงใยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;กล่าวกับผู้ร่วมในพิธี&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในทุกพื้นที่&nbsp;ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยตลอด&nbsp;ทรงรับสั่งมิให้ประมาท&nbsp;และทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมที่อาจเผชิญเหตุอันสร้างความเสียหาย&nbsp;และความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน&nbsp;โดยให้หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งจิตอาสา&nbsp;พร้อมที่จะเข้าร่วมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที&nbsp;สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสในครั้งนี้&nbsp;ทรงมีพระราชกระแสดำรัสทรงห่วงใยประชาชนและทรงให้ติดตามช่วยเหลือ&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ทั้งสุขภาพกาย&nbsp;สุขภาพใต&nbsp;ทุกคนที่ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นภัยครั้งนี้ไปได้ด้วยดี&nbsp;</p><p><strong>ทรงพระราชทานกำลังใจให้เจ้าหน้าที่&nbsp;ทุกหน่วยงาน&nbsp;ทุกภาคส่วน&nbsp;</strong>ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้เข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;&nbsp;ด้วยพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคง&nbsp;และประชาชนมีชีวิตที่อยู่ดีกิน&nbsp;ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนจิตอาสาทุกคนให้ช่วยดูแลประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;เด็ก&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;และผู้สูงอายุ&nbsp;เพื่อให้เกิดความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;เกิดแก่ประชาชนและประเทศชาติโดยทั่วกัน</p><p><strong>นายสนั่น&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากเหตุการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉิน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่&nbsp;ส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;39,064&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&nbsp;93,780&nbsp;คน&nbsp;และในวันนี้&nbsp;(28&nbsp;&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้องคมนตรี&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภคมามอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ&nbsp;ยังความปลาบปลื้มแก่ราษฎรอย่างหาที่สุดมิได้</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ได้เดินทางเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเรือนให้พื้นที่ตำบลตันหยงมัส&nbsp;อำเภอระแงะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228124330116"],
    [156,"อำเภอสุไหงโก-ลกมีพื้นที่ประสบภัย 4 ตำบล มีผู้ได้รับผลกระทบ 22,622 คน","<p><strong>อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;จำนวน5,526&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรได้รับผลกระทบ&nbsp;22,622&nbsp;คน&nbsp;ตำบลสุไหงโก-ลก&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;2,504&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;7,512&nbsp;คน&nbsp;ตำบลปาเสมัส&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;หมู่1-หมู่8&nbsp;จำนวน&nbsp;685&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,425&nbsp;คนตำบลมูโนะ&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;หมู่1-หมู่5&nbsp;จำนวน&nbsp;1,696&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;8,480&nbsp;คน&nbsp;ตำบลปูโยะ&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือหมู่1-หมู่6&nbsp;จำนวน&nbsp;641&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;3,205&nbsp;คน</p><p><strong>ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง&nbsp;83&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;แนวโน้มสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลง&nbsp;บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือมีฝนฟ้าคะนองลดลง&nbsp;แต่ยังคงมีฝนบางแห่ง&nbsp;โดยที่จังหวัดนราธิวาสมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณอำเภอเมืองตากใบ&nbsp;อำเภอเจาะไอร้อง&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;และอำเภอแว้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228120205100"],
    [157,"ยะลา น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย หลังฟ้าเปิด ชาวบ้านที่รามัน เผยระดับน้ำเริ่มลดลง หลังท่วมมาแล้วกว่า 3 วัน","<p><strong>สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;หลังจังหวัดได้ประกาศ</strong>เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;40&nbsp;ตำบล&nbsp;158&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;ซึ่งทุกหน่วยงานสามารถดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ตามอำนาจหน้าที่&nbsp;ตามประกาศ&nbsp;วันนี้&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี&nbsp;เริ่มลดระดับลง&nbsp;แต่ยังคงล้นตลิ่ง&nbsp;1.60&nbsp;ส่วนแม่น้ำ<strong>ทั้งนี้&nbsp;ต้นน้ำที่&nbsp;อ.ศรีสาคร&nbsp;และ&nbsp;อ.รือเสาะ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร</strong>&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;ภายใน&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;ส่วนแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ระดับน้ำที่ต้นน้ำ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบันต่ำกว่าตลิ่ง&nbsp;1.46&nbsp;เมตร&nbsp;คงเหลือระดับน้ำที่ผ่านเทศบาลนครยะลา&nbsp;สูงกว่าตลิ่ง&nbsp;อยู่ที่ระดับ&nbsp;60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้เช่นกัน&nbsp;ส่วนบ้านเรือนของประชาชน&nbsp;ที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำ&nbsp;&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;ก็จะเป็นลักษณะน้ำท่วมขังในพื้นที่&nbsp;ไม่มีอิทธิพลจากลำน้ำสายหลักมาเติม&nbsp;ต้องหามาตรการในการสูบน้ำ&nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ต่อไป</p><p><strong>นางสาวนูรีดา&nbsp;กามาเซะ&nbsp;อายุ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;19/4&nbsp;</strong>บ้านปายอยือนิ&nbsp;หมูที่&nbsp;6&nbsp;ก.กายูบอเกาะ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;รอยต่อหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;ที่นี่ท่วมทุกปี&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำสายบุรี&nbsp;ปีนี้หนักกว่าทุกปี&nbsp;น้ำขึ้นเร็วมาก&nbsp;สัญจรลำบก&nbsp;น้ำเอ่อล้น&nbsp;ท่วมถึงถนนที่ใช้สัญจรในหมู่บ้าน&nbsp;วันนี้เข้าสู่วันที่&nbsp;3&nbsp;ที่น้ำยังคงท่วมบ้านเรือนอยู่&nbsp;บรรยากาศในวันนี้ฟ้าเปิด&nbsp;มีแสงแดด&nbsp;ที่ผ่านมาเดินทางไปเข้าไปในตัวบ้านไม่ได้&nbsp;น้ำท่วมสูง&nbsp;วันนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง&nbsp;แต่ยังทรงตัวอยู่&nbsp;ซึ่งบ้านที่เห็นนี้เป็นบ้านสามี&nbsp;บ้านพี่สาว&nbsp;และบ้านเครือญาติ&nbsp;ที่ผ่านมาทางหน่วยงานทั้งทางจังหวัด&nbsp;ทางอำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ได้เข้ามาช่วยเหลือ&nbsp;บริจาคสิิ่งของ&nbsp;ถุงยังชีพ&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;และข้าวกล่องช่วยเหลือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;2-3&nbsp;วัน&nbsp;กว่าน้ำจะลด&nbsp;หากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228130536126"],
    [158,"รมช.มหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี ลงพื้นที่ให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย เร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;160&nbsp;ชุด&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ปะกาฮารัง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;โดยมีนายสมนึก&nbsp;พรหมเขียว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;นายอำเภอเมือง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการพร้อมด้วย&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากเมื่อตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ได้มีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง&nbsp;ทำให้บ้านเรือนราษฎร&nbsp;ได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;38&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;85&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;12&nbsp;ชุมชน&nbsp;506&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;2,100&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่อำเภอมายอ&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;อำเภอปะนาเระ&nbsp;อำเภอไม้แก่นอำเภอสายบุรี&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทุ่งยางแดง&nbsp;และมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มและมีน้ำเอ่อลันจากแม่น้ำปัตตานี&nbsp;และแม่น้ำสายบุรี&nbsp;ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยขึ้น&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;27&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;81&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;3&nbsp;ชุมชน&nbsp;1,730&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;5,598&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานีอำเภอแม่ลาน&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;อำเภอทุ่งยางแดง&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;สำหรับการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;ทางจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และองค์กร&nbsp;ปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ได้แจกจ่ายถุงยังชีพ&nbsp;พร้อมซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับ&nbsp;ผลกระทบเป็นการเบื้องต้นแล้ว&nbsp;และยังคงเฝ้าระวัง&nbsp;และติดตาม&nbsp;สถานการณ์อยู่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;แบ่งเขตการปกครองออกเป็น</strong>&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;66&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;56.837&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;เป็นที่ราบชายฝั่ง&nbsp;และพื้นที่ราบลุ่ม&nbsp;มีแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ไหลผ่านตำบลบาราเฮาะ&nbsp;ตำบลตะลุโบะ&nbsp;ตำบลปะกาฮารังและเขต&nbsp;เทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;โดยเฉพาะตำบลปะกาฮารัง&nbsp;โคยทั่วไปของพื้นที่ตำบถเป็นที่ราบลุ่ม&nbsp;ทุ่งนา&nbsp;มีคลองชลประทานเเละน้ำไหลผ่าน&nbsp;ติดกับแม่น้ำปัตตานี&nbsp;เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก&nbsp;มีน้ำท่วม&nbsp;โดยพื้นที่&nbsp;บ้านจางา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปะกาฮะรัง&nbsp;จะได้รับผลกระทบมากที่สุด&nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มี&nbsp;บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;๑๖๒&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;และ&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า&nbsp;810&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รมช.มหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทางรัฐบาล&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้&nbsp;ผู้ประสบภัยในพื้นที่&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ซึ่งขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยใน&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง&nbsp;หากมีฝนตกหนักจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำ&nbsp;และมีแนวโน้มอาจจะล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยได้สั่งการและเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก&nbsp;ข้อมูลที่ถูกต้อง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ทันต่อสถานการณ์&nbsp;และจะเร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาประชาชนให้เกิดขึ้นโดยเร็ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปน.&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228132323140"],
    [159,"นิพนธ์ รุดลงปัตตานี นำความห่วงใยรัฐบาล เร่งช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยในพื้นที่ สั่งระดมทุกหน่วยผนึกกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;และอำเภอแม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยบริเวณ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;500&nbsp;ชุด&nbsp;โดยมีนายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และผู้นำท้องที่&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;<strong>ได้รับผลกระทบจากบริเวณความกดอากาศสูง</strong>&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน&nbsp;จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ส่งผลทำให้ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงใกล้เกาะบอร์เนียว&nbsp;เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ทำให้พื้นที่จังหวัดปัตตานีมีฝนตกหนักสะสม&nbsp;ตั้งแต่ช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จนกระทั่งวานนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)</strong>&nbsp;<strong>หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณช่องแคบมะละกา</strong>&nbsp;ก็ยังคงเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าปกคลุมเกาะสุมาตราตอนบน&nbsp;ในขณะที่ลมตะวันออกกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง&nbsp;จนเกิดฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;27&nbsp;ตำบล&nbsp;81&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;3&nbsp;ชุมชน&nbsp;1,730&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;5,598&nbsp;คน&nbsp;ในส่วนของอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;4&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2&nbsp;ชุมชน&nbsp;162&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;810&nbsp;คน&nbsp;และอำเภอแม่ลาน&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;10&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;219&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;913&nbsp;คน&nbsp;ส่วนผลกระทบด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านการเกษตรมีพื้นที่เสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;3,167&nbsp;ไร่&nbsp;ด้านประมงและปศุสัตว์&nbsp;มีความเสียหายเล็กน้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของสิ่งสาธารณูปโภค&nbsp;ถนนได้รับความเสียหาย&nbsp;5&nbsp;สาย&nbsp;และมัสยิด&nbsp;1&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(อปท.)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือโดยการแจกถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สภาพภูมิอากาศในปีนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม&nbsp;เกิดฝนนอกฤดูกาลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก&nbsp;ตนมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;โดยได้ติดตาม/ประเมินสถานการณ์&nbsp;พร้อมแจ้งเตือน&nbsp;สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารไปสู่พี่น้องประชาชนผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด&nbsp;ปัจจุบันกรมอุตุมนิยมวิทยากับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;ได้ทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น&nbsp;การคาดการณ์สถานการณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยามีความแม่นยำ&nbsp;ทำให้มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าและรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงมหาดไทยเองก็ได้ติดตาม&nbsp;และเน้นย้ำแนวทางในการปฏิบัติการตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยและวาตภัย</strong>&nbsp;เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์&nbsp;บูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และมีการสั่งเตรียมความพร้อมในพื้นที่มาโดยตลอด&nbsp;ตั้งแต่ระดับจังหวัดลงไปจนถึง&nbsp;อปท.&nbsp;ซึ่งได้ประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ทั้งเรื่องของบุคลากร&nbsp;ลงไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องจักรกลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;เรือท้องแบน&nbsp;รถราต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;อปท.&nbsp;ในพื้นที่กับ&nbsp;ปภ.&nbsp;ได้ดำเนินการตามแผนอพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย&nbsp;และดูแลเรื่องอาหารการกินต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พร้อมกล่าวต่อไปอีกว่า&nbsp;สำหรับแนวโน้มคาดการณ์ว่าจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;สถานการณ์ในวันนี้ได้คลี่คลายลงแล้ว&nbsp;จนเกือบจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;ส่วนปริมาณน้ำฝนที่ยังคั่งค้างอยู่ตามแนวเทือกเขาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น&nbsp;ก็จะไหลลงแม่น้ำหลัก&nbsp;อยากจะฝากไปถึงพี่น้องประชาชนให้ติดตามสถานการณ์และข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;และฝากเตือนถึงเรื่องการสัญจรไปมา&nbsp;ให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น&nbsp;งดลงเล่นน้ำ&nbsp;เพราะหากมีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้นอีก&nbsp;อาจได้รับอันตรายจนถึงชีวิตได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยหลังจากนี้หากสถานการณ์ทุกอย่างได้คลี่คลายลงแล้ว</strong>&nbsp;ตนก็สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้สำรวจ&nbsp;ตรวจตราความปลอดภัยของบ้านเรือนและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน&nbsp;เพื่อบรรเทาความวิตกกังวล&nbsp;พร้อมสั่งดำเนินการสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วน&nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตามระเบียบของทางทางราชการกันต่อไปราชการ&nbsp;และนอกจากนี้ตนยังมีความห่วงใยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ที่ยังคงมีการระบาด&nbsp;และมีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทุกคนให้ปฏิบัติตนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้เราทุกคนผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"...ท้ายนี้&nbsp;ผมขอส่งมอบกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ท่าน&nbsp;ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;ไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชน&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;ความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน&nbsp;รวมถึงผู้ปฏิบัติงานทุกท่านต้องมาก่อน...\"&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;กล่าวทิ้งท้าย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228132615143"],
    [160,"ชาวบ้านกว่า 20 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายบุรี หนีน้ำมานอนหัวสะพาน 3 คืนแล้ว ในขณะที่น้ำยังท่วมสูง","<p><strong>จากอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้</strong>&nbsp;มีกำลังแรง&nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง&nbsp;เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;23-&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;รามัน&nbsp;ยะหา&nbsp;และอำเภอกรงปินัง</p><p><strong>บรรยากาศทั่วไปในวันนี้&nbsp;(&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ฝนหยุดตก</strong>&nbsp;ทำให้สถานการณ์เริ่มคลีคลายไปในทางที่ดีขึ้น&nbsp;แต่ก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่หลายพื้นที่&nbsp;เนื่องจากแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรี&nbsp;ยังมีระดับที่สูงและล้นตลิ่งในพื้นที่ราบลุ่ม&nbsp;โดยในพื้นที่อำเภอรามัน&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่หลายตำบล&nbsp;ส่วนในพื้นที่เมืองยะลา&nbsp;ก็มีบริเวณตลาดมะพร้าว&nbsp;ตลาดเก่าโรงเรียนเทศบาล&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;ถนนวิฑูรอุทิศ&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่บางพื้นที่&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลารายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;นำท่วมและวาตภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&nbsp;2,804&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;11,044&nbsp;คน&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางอำเภอ&nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่</p><p><strong>ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;</strong>นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิดนายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;นายวีรวัฒน์&nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&nbsp;นายชาคร&nbsp;คงเสรีกุล&nbsp;ป้องกันจังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ที่บริเวณหน้า&nbsp;รพ.สต.สะเตงนอก&nbsp;ปากซอย&nbsp;9&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลสะเตงนอก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งขณะนี้น้ำอยู่ในระดับทรงตัว&nbsp;หากฝนไม่ตกลงมาอีกในวันนี้&nbsp;ก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วย&nbsp;ทั้งเทศบาลเมืองสะเตงนอก&nbsp;</strong>ปภ.และเจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.ที่&nbsp;44&nbsp;ค่ายพญาลิไท&nbsp;เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;หากได้รับการร้องขอ&nbsp;ส่วนที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี&nbsp;เขตรอยต่อตำบลตาเซะ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และอำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ทางชลประทาน&nbsp;ได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่&nbsp;โดยเปิดประตูระบายน้ำ&nbsp;เร่งระบาย&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนปัตตานีต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำสายบุรี</strong>&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ตะโล๊ะฮาลอ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ยังต้องอาศัยเพิงริมถนนบริเวณหัวสะพาน&nbsp;แม่น้ำสายบุรี&nbsp;เป็นที่หลับนอนมา&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;แล้ว&nbsp;และยังนำรถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รวมถึงสัตว์เลี้ยง&nbsp;นำมาเก็บไว้ริมถนนเช่นเดียวกัน&nbsp;เนื่องจากสภาพน้ำในแม่น้ำสายุรียังคงสูงและยังท่วมขังบ้านเรือนราษฏร&nbsp;การเดินทางยังต้องอาศัยเรือเล็กและเดินลุยน้ำในการเดินทาง&nbsp;ชาวบ้านบอกว่าขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานราชการใดนำอาหาร&nbsp;น้ำ&nbsp;มาให้&nbsp;มีเพียงของ&nbsp;อบต.ตะโล๊ะฮาลอ&nbsp;เท่านั้นที่นำมามอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228133917154"],
    [161,"มูโนะวิกฤต กระแสน้ำเชี่ยวกรากทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตำบลมูโนะ&nbsp;ยังวิกฤต</strong>&nbsp;โดยมวลน้ำจากแม่น้ำโก-ลกได้เข้าท่วมพื้นที่และบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้านระดับน้ำสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,696&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;8,480&nbsp;คน&nbsp;โดยเฉพาะตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกที่กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากหลายครอบครัวยังติดอยู่ภายในบ้าน&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้&nbsp;ทั้งนี้เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;มีเรือที่เจ้าหน้าที่นำออกไปช่วยเหลือประชาชนล่ม&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;โชคดีที่ทุกคนปลอดภัย&nbsp;จึงต้องปรับแผนรับมือสถานการณ์ดังกล่าว</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด</strong>ชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้เตรียมนำมนุษย์กบ&nbsp;จากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้&nbsp;ค่ายจุฬาภรณ์ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยริมแม่น้ำโก-ลกแล้ว</p><p><strong>ด้านนายรุ่งเรือง&nbsp;ธิมาบุตร&nbsp;นายอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;นำกำลังพล</strong>ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;เปิดครัว&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;เพื่อทำอาหารปรุงสุก&nbsp;นำส่งด้วยรถทหารไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยอำเภอมูโนะด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228143532184"],
    [162,"อำเภอสุไหงโก-ลกมีพื้นที่ประสบภัย 4 ตำบล มีผู้ได้รับผลกระทบ 22,622 คน","<p><strong>อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;จำนวน5,526&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎรได้รับผลกระทบ&nbsp;22,622&nbsp;คน&nbsp;ตำบลสุไหงโก-ลก&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;2,504&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;7,512&nbsp;คน&nbsp;ตำบลปาเสมัส&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;หมู่1-หมู่8&nbsp;จำนวน&nbsp;685&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,425&nbsp;คนตำบลมูโนะ&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;หมู่1-หมู่5&nbsp;จำนวน&nbsp;1,696&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;8,480&nbsp;คน&nbsp;ตำบลปูโยะ&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือหมู่1-หมู่6&nbsp;จำนวน&nbsp;641&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวม&nbsp;3,205&nbsp;คน</p><p><strong>ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง&nbsp;83&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;แนวโน้มสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลง&nbsp;บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือมีฝนฟ้าคะนองลดลง&nbsp;แต่ยังคงมีฝนบางแห่ง&nbsp;โดยที่จังหวัดนราธิวาสมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณอำเภอเมืองตากใบ&nbsp;อำเภอเจาะไอร้อง&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;และอำเภอแว้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228143946186"],
    [163,"รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกหน่วยงานวางมาตรการรับมือภัยแล้งในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการให้ทุกหน่วยงานวางมาตรการรับมือภัยแล้งในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>เร่งจัดหาน้ำบาดาลให้กับประชาชนเพื่อทำการเกษตรในฤดูแล้ง&nbsp;พร้อมระดมทุกหน่วยแก้ไขภัยแล้งซ้ำซากอย่างจริงจัง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนช่วงหน้าแล้ง</p><p><br></p><p><strong>ดร.สมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง</strong>พร้อมคณะได้เดินทางมาประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2465&nbsp;พร้อมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้างานด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง?โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ภายใต้งบกลาง&nbsp;2563&nbsp;?บ้านหนองแก&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ทุ่งกระบำ&nbsp;อ.เลาขวัญ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;และติดตามความก้าวหน้าโครงการศึกษา&nbsp;สำรวจ&nbsp;และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึก&nbsp;ในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อนตำบลหัวยกระเจา&nbsp;อำเภอห้วยกระเจา&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</p><p><strong>ดร.สมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ(กนช.)&nbsp;และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.)&nbsp;มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ่อพลอย&nbsp;ห้วยกระเจา&nbsp;เลาขวัญ&nbsp;หนองปรือ&nbsp;และพนมทวนอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดฝนแล้งในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;จึงได้มอบหมายให้อนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งจัดการประชุมหารือเพื่อให้แนวทางและคำแนะนำแก่หน่วยงานในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำไปแก้ไขปัญหาอุปสรรค&nbsp;ให้หน่วยงานนำไปดำเนินการ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังได้มอบให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งดำเนินการจัดหาน้ำบาดาล</strong>ให้กับประชาชนเพื่อทำการเกษตรในฤดูแล้งพร้อมทั้งมอบหมายให้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้างานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;และผลสัมฤทธิ์ของโครงการพื้นที่อำเภอเลาขวัญ&nbsp;และห้วยกระเจา&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;(งบกลางประจำปีงบประมาณ&nbsp;2563)&nbsp;บ้านหนองแก&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลทุ่งกระบ่ำ&nbsp;อำเภอเลาขวัญ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;สามารถสูบน้ำบาดาลขึ้นมาได้มากถึง&nbsp;37&nbsp;ลบ.ม./ชั่วโมง&nbsp;ได้ปริมาณน้ำกว่า&nbsp;108,040&nbsp;ลบ.ม./ปี&nbsp;ระบบกระจายน้ำ&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;576&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่การเพาะปลูกพืชตามความเหมาะสมของพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;อ้อย&nbsp;ผักชี&nbsp;หม่อน&nbsp;พริก&nbsp;และหญ้าเนเปีย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สร้างรายได้กว่า&nbsp;5,496,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;และโครงการศึกษา&nbsp;สำรวจ&nbsp;และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อนตำบลห้วยกระเจา&nbsp;อำเภอห้วยกระเจา&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยโครงการดังกล่าวเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;15&nbsp;โครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้เป็นโครงการพระราชดำริ&nbsp;ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;สามารถผลิตน้ำต้นทุนได้ปริมาณกว่า&nbsp;1,051,200&nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ปี&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;4,989&nbsp;คน&nbsp;หรือ&nbsp;2,015&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และมีเกษตรกรได้รับประโยชน์&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่การเกษตรรวม&nbsp;880&nbsp;ไร่&nbsp;และยังขยายผลโครงการโดยการขยายแนวท่อส่งน้ำ&nbsp;โดยเทศบาลตำบลห้วยกระเจา&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;5.2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จัดทำแผนการขยายแนวท่อกระจายน้ำ&nbsp;เชื่อมต่อไปยังตำบลวังไผ่โดยโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;และจัดทำแผนขับเคลื่อนโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;เพิ่มมูลค่าสินค้า&nbsp;เพิ่มช่องทางการผลิตบริหารจัดการและเสริมสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรในส่วนการแก้ปัญหาพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอแห้งแล้ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอบ่อพลอย&nbsp;ห้วยกระเจา&nbsp;เลาขวัญ&nbsp;หนองปรือ&nbsp;และพนมทวน&nbsp;ซึ่งล่าสุดได้มีมติอนุฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2563&nbsp;(18&nbsp;ธ.ค.63)&nbsp;รับทราบแนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอของ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ปริมาณน้ำที่ผันทั้งหมด&nbsp;256.5&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./ปี&nbsp;(ผันและส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงทั้งหมด)&nbsp;แบ่งเป็นน้ำเพื่ออุปโภคบริโภครวม&nbsp;2.0&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./ปี&nbsp;และปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรกรรม&nbsp;254.5&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;พื้นที่รับประโยชน์&nbsp;486,098&nbsp;ไร่&nbsp;ครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์&nbsp;53,810&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รายได้ต่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;90,449&nbsp;บาท/ปี&nbsp;ความก้าวหน้าของโครงการขณะอยู่ระหว่างการจัดทำคำชี้แจงคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;และโครงการสถานีสูบน้ำจากแม่น้ำแควใหญ่&nbsp;พื้นที่รับประโยชน์ในเขตอำเภอบ่อพลอยและตำบลวังด้ง&nbsp;อำเภอเมืองกาญจนบุรี&nbsp;ปริมาณน้ำที่ผันทั้งหมด&nbsp;27.3&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม./ปี&nbsp;ผลประโยชน์ประมาณน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;0.63&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี&nbsp;และบรรเทาความขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรในพื้นที่&nbsp;78,508&nbsp;ไร่&nbsp;มีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์&nbsp;21,659&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รายได้ต่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;19,001.12&nbsp;บาท/ปี&nbsp;ปี&nbsp;ความก้าวหน้าอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโดยกรมชลประทาน&nbsp;นอกจากนี้ในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอดังกล่าวยังมีแผนงานสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำลำตะเพินบนพร้อมระบบผันน้ำ&nbsp;พื้นที่รับประโยชน์รวม&nbsp;42,000&nbsp;ไร่&nbsp;(อ.หนองปรือ&nbsp;เลาขวัญและ&nbsp;อ.ห้วยกระเจา)&nbsp;โครงการขยายความจุอ่างเก็บน้ำลำอีซู&nbsp;พื้นที่รับประโยชน์&nbsp;5,000&nbsp;ไร่&nbsp;(อ.บ่อพลอย)&nbsp;โครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำอาคารประกอบคลองท่าล้อ-อู่ทอง&nbsp;พื้นที่รับประโยช์รวม&nbsp;149,500&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งดำเนินการพัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่องปัจจุบันสามารถพัฒนาพื้นที่ไปได้แล้ว&nbsp;35,000&nbsp;ไร่&nbsp;(อ.พนมทวนและ&nbsp;อ.ห้วยกระเจา)&nbsp;รวมทั้งโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนแหล่งน้ำผิวดิน&nbsp;โดยแต่โครงการเป็นแผนงานที่เหมาะสมต่อสภาพบริบทของพื้นที่หากดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผนงาน&nbsp;จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งในปีนี้ได้อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p>อนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;-&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228163706273"],
    [164,"ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงคราม และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม แก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง","<p><strong>จากกรณีที่เกิดน้ำทะเลหนุนสูงในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เทศบาลเมืองสมุทรสงครามได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ระดมสูบน้ำในบ่อพักท้ายซอยเพชรสมุทร&nbsp;วางแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำเข้าในอาคาร&nbsp;อำนวยการจราจรและปิดกั้นการจราจรในจุดที่น้ำสูงเกิน&nbsp;20&nbsp;ซม.</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่</strong>&nbsp;บริเวณตลาดและชุมชนใกล้วัดเพชรสมุทร&nbsp;รวมทั้งได้เข้าพบ&nbsp;นายเผด็จ&nbsp;บุญทรง&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;ซึ่งทางเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;แจ้งว่าได้มีการวางแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในระยะเร่งด่วนฉุกเฉินและระยะยาวไว้แล้ว&nbsp;(โดยระยะเร่งด่วนฉุกเฉินจะดำเนินการตามแนวทาง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อ&nbsp;1.)ในการนี้จึงได้ประสานเชิญทางเทศบาลเมืองสมุทรสงครามขอให้เข้าประชุมร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องและนำเสนอการแก้ปัญหานำเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดโดยด่วน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228180058326"],
    [165,"กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ และคาดการณ์ว่า  6  8 มีนาคมนี้ จะมีฝนตกเพิ่ม","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1-17&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกัน&nbsp;51,796&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;68&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;สำหรับผลการเพาะปลูกพืชช่วงแล้วนี้&nbsp;ทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วกว่า&nbsp;7.26&nbsp;ล้านไร่&nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ&nbsp;งดทำนาปรังต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากมีปริมาณน้ำจำกัด&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย&nbsp;สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จะเริ่มทยอยส่งน้ำเข้าพื้นที่&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรเริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูก&nbsp;ขอให้สำนักงานชลประทานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมพื้นที่ลำเรียงน้ำ&nbsp;กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางในลำคลองต่างๆ&nbsp;เพื่อให้การลำเลียงน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้</strong>&nbsp;เนื่องจากปริมาณฝนตกหนักในช่วงวันที่&nbsp;24-26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้มีพื้นที่น้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้เร่งเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย&nbsp;ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมืออื่นๆ&nbsp;เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันที&nbsp;ปัจจุบันหลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว&nbsp;คาดว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน</p><p><strong>จากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคมนี้</strong>&nbsp;จะมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่าและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากปรากฏการณ์ลานีญา&nbsp;อาจส่งผลให้มีปริมาณฝนตกในหลายพื้นที่ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;จึงกำชับให้เฝ้าระวัง&nbsp;พร้อมตรวจสอบอาคารชลประทานต่างๆ&nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228202022382"],
    [166,"ผู้ว่าฯ นราธิวาส ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส","<p><strong>นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลลำภู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายบัญชา&nbsp;กันหาสินธุ์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของอุทกภัยที่เกิดขึ้นดังกล่าว&nbsp;เพื่อดำเนินการหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทันที</p><p><strong>ซึ่งครั้งนี้&nbsp;นายพงศ์&nbsp;ทองอินทร์&nbsp;ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย</strong>ในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลลำภู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้โทรเข้าไปในรายการ&nbsp;NBT&nbsp;รวมใจสู้ภัยโควิด-19&nbsp;เพื่อบอกเล่าถึงผลกระทบที่ได้รับจากอุทกภัยครั้งนี้&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้&nbsp;เพื่อซื้อหาอาหาร&nbsp;และน้ำดื่ม</p><p><strong>สำหรับอุทกภัยที่เกิดขึ้น</strong>&nbsp;จากสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสตั้งแต่วันที่&nbsp;24-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>โดยจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลลำภู&nbsp;ได้เข้าสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นำเรือท้องแบนมาให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นจำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำด้วย</p><p><strong>นายพงศ์&nbsp;ทองอินทร์&nbsp;ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลลำภู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;บอกว่า&nbsp;บ้านของตนเป็นหนึ่งในหมู่บ้านได้รับกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้&nbsp;จนต้องอพยพไปยังชั้น&nbsp;2&nbsp;ของบ้าน&nbsp;และไม่สามารถลงไปชั้นหนึ่งของบ้านได้&nbsp;เนื่องจากน้ำท่วมสูง&nbsp;และข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายบางส่วน&nbsp;ล่าสุดขาดแคลนอาหาร&nbsp;และเครื่องดื่ม&nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำภูได้มาตรวจสอบจึงได้นำอาหารกล่องมาให้สมาชิกในบ้านในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ดีใจและอยากขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ที่ห่วงใย&nbsp;และได้นำถุงยังชีพมามอบให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228192341344"],
    [167,"มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี","<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม</strong>ให้&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ชุมชนโพธิ์อ้น&nbsp;ตำบลสองพี่น้อง&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดย&nbsp;</p><p>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางชำเรือง&nbsp;ศรีจันทร์อ่อน&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;4&nbsp;ซอย&nbsp;2&nbsp;ถนนโพธิ์อ้น-หวายสอ&nbsp;ตำบลสองพี่น้อง&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;ซึ่งประสบเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยเลขที่ดังกล่าว&nbsp;และผู้แทนของ&nbsp;นายละออ&nbsp;ผิวเผือก&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;20/1&nbsp;ถนนโพธิ์อ้น-&nbsp;คลองมะดัน&nbsp;ตำบลสองพี่น้อง&nbsp;&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;ผู้เสียชีวิตจากการเข้าช่วยเหลือระงับเหตุอัคคีภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ</strong>&nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228194907357"],
    [168,"นายกเทศมนตรีนครยะลา  แจงสถานการณ์น้ำท่วมเขตเมือง","<p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;เผย&nbsp;สถานการณ์อุทกภัย&nbsp;พื้นที่ยะลา&nbsp;</strong>ครั้งนี้&nbsp;ได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่&nbsp;ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกหรือ&nbsp;global&nbsp;warming&nbsp;ที่ทำให้ดินฟ้าอากาศมีการแปรปรวนตลอดเวลา&nbsp;ในเรื่องน้ำท่วมนั้นในเขตเทศบาลนครยะลาในครั้งนี้เราได้รับผลกระทบในในย่านขอบเมืองต่างๆ&nbsp;เหตุผลที่เกิดขึ้นในปีนี้มีปริมาณน้ำฝนที่ค่อนข้างมากกว่าปกติเราจะเห็นว่าในจังหวัดใกล้เคียงมีน้ำท่วมอย่างหนักในรอบหลายสิบปี</p><p><strong>ในเขตเทศบาลในตัวเลขของจังหวัดยะลาเองนั้น</strong>เราเห็นว่าในอำเภอเมืองยะลาตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;ถึง&nbsp;27&nbsp;มีปริมาณน้ำฝนที่&nbsp;341&nbsp;มิล&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;มีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่&nbsp;569&nbsp;มิล&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;442&nbsp;มิล&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;372&nbsp;มิล&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;96.4&nbsp;มิล&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;502&nbsp;มิล&nbsp;ลอำเภอยะหา&nbsp;357&nbsp;มิล&nbsp;อยากจะแบ่งในเชิงของพื้นที่ว่าฝั่งบริเวณบึงแบเมาะ&nbsp;หรือฝั่งขวาของแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ถ้าเราไปปัตตานี&nbsp;บริเวณพื้นที่ฝั่งนี้จะเป็นพื้นที่ของการรับน้ำจากอำเภอรามันยะลาปีนี้อำเภอรามันมีน้ำที่สูงมากถึงประมาณ&nbsp;569&nbsp;มิล&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;วันเดียวเฉพาะอำเภอรามันฝนตกหนักประมาณ&nbsp;297&nbsp;มิล&nbsp;ฝั่งซ้ายของแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ก็คืออำเภอยะหา&nbsp;&nbsp;ประมาณ&nbsp;357&nbsp;มิล&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;285&nbsp;&nbsp;ในบริเวณใต้เขื่อนบางลาง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;502&nbsp;มิล&nbsp;มวลน้ำจากอำเภอธารโต&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;ก็จะไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานีทั้งสิ้นเทศบาลนครยะลาเอง&nbsp;ได้มีการเตรียมการมาโดยตลอด&nbsp;ตั้งแต่คืน&nbsp;24&nbsp;มีการเดินเครื่องสูบน้ำ&nbsp;มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหมู่บ้านเมืองทอง&nbsp;แล้วก็ปลายซอยจารูนอก&nbsp;เดินเครื่องปั๊ม&nbsp;C&nbsp;&nbsp;และมีการทยอยติดตั้งเครื่องตามจุดต่างๆ</p><p><strong>ซึ่งวันนี้สถานการณ์ถือว่าเริ่มคลี่คลายลงจากฝนที่น้อยลง</strong>&nbsp;ซึ่งเทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้มีการเตรียมการณ์ไม่ว่าการแจกจ่ายเรือ&nbsp;ให้กับชุมชนได้ช่วยเหลือตัวเองรวมถึงมีการทำอาหารกล่อง&nbsp;ให้กับชุมชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แจกจ่ายทั้ง&nbsp;ชุมชนพี่น้องมุสลิม&nbsp;พี่น้องชุมชนไทยพุทธแจกจ่ายให้กับพี่น้องชาวยะลา&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;เร่งสูบน้ำลงสู่พื้นลงสู่บึงแบเมาะ&nbsp;ออกสู่แม่น้ำปัตตานี</p><p>สิ่งที่ตามมาเทศบาลเองก็ได้ตระหนักว่าการฟื้นฟูเมืองให้กลับสู่ภาวะปกติ&nbsp;คิดว่านอกเหนือจากการใช้ชีวิตของประชาชนที่ได้ดำเนินไปได้แล้วสิ่งหนึ่งก็คือสภาพจิตใจก็ได้กลับไปปกติเช่นเดียวกันวันนี้&nbsp;เราก็เริ่มทยอยล้างชุมชนที่น้ำลดแล้ว&nbsp;ได้รับมอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขเก็บขยะที่ลอยน้ำต่างๆ&nbsp;เพื่อให้บึงมีสิ่งแวดล้อมที่สวยงามในวันต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228195731359"],
    [169,"รองแม่ทัพภาคที่ 4 ติดตามความคืบหน้าดินสไลด์ ทับถมเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา","<p><strong>รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ติดตามความคืบหน้าดินสไลด์&nbsp;ทับถมเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;สั่งทหารช่างเร่งเคลียเส้นทางให้ประชาชน</strong></p><p><br></p><p><strong>พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;ฝ่ายเสธฯ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านตลาดนิคม&nbsp;ตำบลตลิ่งชัน&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อสำรวจพื้นที่เสียหายจากภัยธรรมชาติดินโคลนถล่ม&nbsp;ทับถมเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากฝนตกอย่างหนักสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น&nbsp;ถล่มปิดทับเส้นทาง&nbsp;บริเวณทางขึ้นเขาปกโย๊ะ&nbsp;นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;เป็นขวัญกำลังใจในการทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;30,&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;152,&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่&nbsp;15&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;15,&nbsp;ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ปลัดอำเภอบันนังสตา&nbsp;ผู้นำในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดยความคืบหน้าขณะนี้&nbsp;เส้นทางสามารถเปิดให้ใช้งานได้ตามปกติ&nbsp;</strong>แต่ยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;สำหรับการซ่อมแซมพื้นที่ถาวรเพื่อป้องกันดินสไลด์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น&nbsp;นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จะได้ประสานขอรับการสนับสนุนส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป&nbsp;ในส่วนของไฟฟ้าส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปเร่งดำเนินการซ่อมแซมคาดว่าจะแล้วเสร็จในเย็นวันนี้</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;</strong>ได้กล่าวให้กำลังใจ&nbsp;และขอขอบคุณทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งส่วนทหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;การไฟฟ้า&nbsp;ตลอดจนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ที่ร่วมมือร่วมใจในการช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ&nbsp;อีกทั้งเน้นย้ำในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้ทำการสำรวจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้นจนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปกติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228211507403"],
    [170,"องคมนตรี ลงพื้นที่ยะลา เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา","<p><strong>ที่ว่าการอำเภอรามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&nbsp;ให้&nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย&nbsp;สิทธิสาท&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;2,997&nbsp;ชุด&nbsp;พร้อมทั้งลงพื้นที่ประสบอุทกภัยมอบแก่ราษฎร&nbsp;ที่&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับอุทกภัย&nbsp;โดยมี&nbsp;พล.ท.เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โดยก่อนพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;ได้ร่วมประชุมกับส่วนราชการ&nbsp;</strong>หน่วยงานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัด&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ในห้วงระหว่างวันที่&nbsp;24-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;43&nbsp;ตำบล&nbsp;184&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;4,810&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;18,380&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(อพยพ&nbsp;14&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;65&nbsp;คน)&nbsp;จากนั้นได้ประกอบพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;และนายอำเภอทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อนำไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่&nbsp;ที่ประสบอุทกภัยต่อไป&nbsp;พร้อมทั้งได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งถึงความห่วงใยราษฎร&nbsp;ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งเยี่ยมโรงครัวจิตอาสา&nbsp;ในการจัดประกอบเลี้ยงอาหารปรุงสุก&nbsp;</strong>เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;โดยในแต่ละวันได้มีการประกอบอาหารปรุงสุก&nbsp;วันละ&nbsp;5,000&nbsp;กล่อง&nbsp;และออกเดินทางไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย&nbsp;ที่หน้ามัสยิดบ้านสะโต&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อนำถุงยังชีพพระราชทาน&nbsp;ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.นายสะแปอิง&nbsp;เจะเลง&nbsp;อายุ&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;63&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;2.นายสาการยา&nbsp;สีมายอ&nbsp;อายุ&nbsp;67&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;58&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;3.นายมะดาเม&nbsp;ยูโซะ&nbsp;อายุ&nbsp;64&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;56&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านสะโต&nbsp;ต.อาซ่อง&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พร้อมทั้งพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน&nbsp;สำหรับในพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;พื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งหมด&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;90&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;2,229&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;9,053&nbsp;คน&nbsp;ความเสียหายในเบื้องต้น&nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,989&nbsp;หลัง&nbsp;พื้นที่ทำการเกษตรเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;13,604&nbsp;ไร่&nbsp;สัตว์เลี้ยงตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;305&nbsp;ตัว&nbsp;โค/วัว&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;สัตว์ปีก&nbsp;จำนวน&nbsp;298&nbsp;ตัว&nbsp;บ่อปลาเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;บ่อ&nbsp;สิ่งสาธารณประโยชน์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ถนน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สาย&nbsp;การได้รับพระราชทาน&nbsp;พระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ยังความปลาบปลื้มปิติ&nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;แก่ราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;อย่างหาที่สุดมิได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228230733423"],
    [171,"อำเภอเมืองปัตตานี ร่วมต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่","<p><strong>นายเศวต&nbsp;เพชรนุ้ย&nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี?/ผอ.ศปก.อ.&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ร่วมต้อนรับ?&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เดินทางมาปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;และ&nbsp;พบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านจางา&nbsp;ตำบลปะกาฮะรัง&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ในการนี้&nbsp;ได้ร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;160&nbsp;ชุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-28T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228233255427"]
]}
