<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><NewsTitle>ผบ.ฉก.ร.7 ลงพื้นที่ประสบภัยพายุฝนฟ้าคะนอง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมจัดกำลังพลฟื้นฟูบ้านเรือน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พ.อ.สุจินต์&amp;nbsp;ทรัพย์สิน&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเสียหาย&amp;nbsp;และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคนองในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นเหตุให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;ผบ.ฉก.ร.7&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้พบปะ&amp;nbsp;สอบถาม&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้กำลังใจ&amp;nbsp;และได้มอบถุงยังชีพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;ให้กับผู้ประสบภัย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น&amp;nbsp;และมอบหมายให้ฝ่ายกิจการพลเรือน&amp;nbsp;ฉก.ร.7&amp;nbsp;จัด&amp;nbsp;กำลังพลจิตอาสา&amp;nbsp;กองทัพบก&amp;nbsp;ชุดช่างโยธา&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ร้อย.ร.711,&amp;nbsp;ชป.กร.307&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สย.1,&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;(ท้องถิ่น,ท้องที่)&amp;nbsp;,อส.กร.&amp;nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือรื้อถอน&amp;nbsp;และซ่อมแซมหลังคาบ้าน&amp;nbsp;ระบบไฟฟ้า&amp;nbsp;(โซล่าเซลล์)&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ.ห้วยแก้ว&amp;nbsp;(ล่าง)&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.ผาบ่อง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แล้วเสร็จเมื่อเวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-07-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207134141300</Link_News></row>
<row _id="2"><NewsTitle>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ผู้ประสบวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบวาตภัย&amp;nbsp;และอัคคีภัย&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้องคมนตรี&amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;ไปมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ไพบูลย์&amp;nbsp;คุ้มฉายา&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดวาตภัย&amp;nbsp;และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดการ้อง&amp;nbsp;ตำบลสวนแตง&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์วาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ต่อจากนั้น&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ไพบูลย์&amp;nbsp;คุ้มฉายา&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;มอบแก่ราษฎรผู้ประสบวาตภัย&amp;nbsp;และอัคคีภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;238&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบวาตภัย&amp;nbsp;228&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;และผู้แทนราษฎรที่ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&amp;nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจแก่ประสบวาตภัยและอัคคีภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในโอกาสนี้&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย&lt;/strong&gt;ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ไปกล่าวให้ประชาชนที่ประสบวาตภัยและอัคคีภัย&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ให้ทราบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัย&lt;/strong&gt;ในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ&amp;nbsp;ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;ที่ได้รับพระมหากรุณาในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้เกิดสถานการณ์อัคคีภัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&amp;nbsp;อำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;อำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และอำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และเกิดวาตภัย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&amp;nbsp;อำเภอหนองหญ้าไซ&amp;nbsp;และอำเภออู่ทอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;36&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;228&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;698&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;วาตภัยและอัคคีภัยแล้ว&amp;nbsp;และได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ที่พักอาศัยชั่วคราวให้ประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210130821603</Link_News></row>
<row _id="3"><NewsTitle>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ผู้ประสบวาตภัย และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบวาตภัย&amp;nbsp;และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้องคมนตรี&amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;ไปมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ไพบูลย์&amp;nbsp;คุ้มฉายา&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดวาตภัย&amp;nbsp;และอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดการ้อง&amp;nbsp;ตำบลสวนแตง&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์วาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ต่อจากนั้น&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ไพบูลย์&amp;nbsp;คุ้มฉายา&amp;nbsp;องคมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;มอบแก่ราษฎรผู้ประสบวาตภัย&amp;nbsp;และอัคคีภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;238&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบวาตภัย&amp;nbsp;228&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;และผู้แทนราษฎรที่ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&amp;nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบวาตภัยและอัคคีภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในโอกาสนี้&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย&lt;/strong&gt;ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ไปกล่าวให้ประชาชนที่ประสบวาตภัยและอัคคีภัย&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ให้ทราบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัย&lt;/strong&gt;ในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;ที่ได้รับพระมหากรุณาในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้เกิดสถานการณ์อัคคีภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&amp;nbsp;อำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;อำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และอำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และเกิดวาตภัย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&amp;nbsp;อำเภอหนองหญ้าไซ&amp;nbsp;และอำเภออู่ทอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;36&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;228&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;698&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;วาตภัยและอัคคีภัยแล้ว&amp;nbsp;และได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ที่พักอาศัยชั่วคราวให้ประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210144147676</Link_News></row>
<row _id="4"><NewsTitle>จังหวัดสตูล ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยงทางโค้งและทางม้าลาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&lt;/strong&gt;ช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยงทางโค้งและทางม้าลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;เรื่องถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&amp;nbsp;อย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมฯ&amp;nbsp;ได้มีการสรุปผลการดำเนินการป้องกันฯ&amp;nbsp;ตามมาตรการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ด้านถนนและการสัญจรปลอดภัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ด้านยานพาหนะปลอดภัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนปลอดภัย&amp;nbsp;และด้านการตอบสนองหลังเกิดเหตุ&amp;nbsp;จากการสรุปสถิติที่เกิดขึ้นนั้น&amp;nbsp;พบว่าจังหวัดสตูลสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วงของการสัญจรปีใหม่ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละด้าน&amp;nbsp;วิเคราะห์และหาสาเหตุ&lt;/strong&gt;ของการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ไม่เฉพาะในกรณีที่จะมีการสัญจรช่วงเทศกาลแต่ให้มีความปลอดภัยในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ขณะที่การปรับปรุงแก้ไขทางข้าม/ทางม้าลาย&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงสตูลรวม&amp;nbsp;58&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่จังหวัดสตูล&amp;nbsp;35&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ได้ปรับปรุงแก้ไขทำความสะอาด&amp;nbsp;และติดตั้งป้ายเตือน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ไฟกระพริบ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แถบเตือน&amp;nbsp;ลดความเร็ว&amp;nbsp;บนผิวทาง&amp;nbsp;และตีเส้นทางม้าลายใหม่ในบริเวณที่ซีดจางมองไม่เห็น&amp;nbsp;ในส่วนของเส้นทางที่เป็นบริเวณทางโค้ง&amp;nbsp;มีทั้งสิ้น&amp;nbsp;406&amp;nbsp;โค้ง&amp;nbsp;ได้ติดตั้งไฟกระพริบ&amp;nbsp;พร้อมแถบเตือน&amp;nbsp;ลดความเร็ว&amp;nbsp;เช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-10-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210161239764</Link_News></row>
<row _id="5"><NewsTitle>คณะกรรมการชุดปฎิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ครั้งที่ 1/2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดลภาค&amp;nbsp;เนตรใส&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองน่าน/ผู้บัญชาการ&lt;/strong&gt;เหตุการณ์อำเภอเมืองน่าน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อเป็นการการเตรียมความพร้อมในการรับกับสถานการณ์โดยใช้กลไกศูนย์บัญการเหตุการณ์จังหวัด&amp;nbsp;ศูนย์บัญการเหตุการณ์&amp;nbsp;ศูนย์ปฎิบัติก่รฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท่องถิ่น&amp;nbsp;และชุดปฎิบัติการระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ร่วมขับเคลื่อนลดปัญหาหมอกควันและฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อย่างจริงจัง&amp;nbsp;และให้จังหวัดน่าน&amp;nbsp;มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในที่ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือแนวทางป้องกันในการงดเว้นเผาเศษวัชพืช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเผาขยะ&amp;nbsp;การเผาในที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;การเผาตามริมถนน/ข้างทาง&amp;nbsp;ตามแนวทาง&amp;nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ประกาศจังหวัดน่าน&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ขอความร่วมมืองดเว้นการเผาโดยเด็ดขาดฯ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;65&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการฯจาก&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนป่าเมืองน่าน&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบล&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรียน&amp;nbsp;ในอำเภอเมือง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมอำเภอเมืองน่าน&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดลภาค&amp;nbsp;เนตรใส&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองน่านเปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี&amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดน่านมักประสบปัญหามลพิษจากหมอกควัน&amp;nbsp;ซึ่งมีสาเหตุจากการเผาพื้นที่ป่า&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;วัชพืชริมทาง&amp;nbsp;และเผาขยะมูลฝอยในชุมซน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&amp;nbsp;ตลอดจนบดบังทัศนวิสัย&amp;nbsp;และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอีกด้วย&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดน่านได้กำหนดในการจัดการไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;หากประชาชนพบเห็นการเผาในที่โล่งทุกชนิดให้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ทราบ&amp;nbsp;หรือสายด่วน&amp;nbsp;191&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>น่าน</Province><Department>สวท.น่าน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211132618084</Link_News></row>
<row _id="6"><NewsTitle>กอ.รมน.จังหวัดตราด จัดโครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นในชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นาวาเอก&amp;nbsp;อิทธิพล&amp;nbsp;เพ็ชรราม&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด&amp;nbsp;(ฝ่ายทหาร)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นาวาเอก&amp;nbsp;ฤชา&amp;nbsp;อินทรโท่โล่&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานกิจการมวลชน&amp;nbsp;กอ.รมน.จังหวัดตราด&amp;nbsp;และกำลังพลฯ&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว&amp;nbsp;จัดโครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;การพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นในชุมชน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว&amp;nbsp;ตำบลบ่อพลอย&amp;nbsp;อำเภอบ่อไร่&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอบ่อไร่&amp;nbsp;เข้ารับร่วมโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;รองผู้อำนวยการสำนักประสานภารกิจรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกลุ่มที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด&amp;nbsp;(ฝ่ายทหาร)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดโครงการครั้งนี้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอบรมให้ความรู้เรื่อง&amp;nbsp;ประเภทและสาเหตุการเกิดสาธารณภัย,&amp;nbsp;บทบาทหน้าที่ของ&amp;nbsp;กอ.รมน.&amp;nbsp;ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย,ไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เครือข่ายภาคประชาชน&amp;nbsp;มีความรู้&amp;nbsp;ตระหนักรู้&amp;nbsp;ถึงสาธารณภัย&amp;nbsp;ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;ปลูกฝังจิตสำนึก&amp;nbsp;การมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;และช่วยเป็นเครือข่ายมวลชนเฝ้าระวัง&amp;nbsp;และแจ้งข่าวสารในชุมชนให้กับภาครัฐ&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-11-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211163110193</Link_News></row>
<row _id="7"><NewsTitle>มณฑลทหารบกที่ 32 และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบบ้านร่วมใจให้ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งแม่น้ำวัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;อโณทัย&amp;nbsp;ชัยมงคล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านร่วมใจ&amp;nbsp;ให้กับครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งแม่น้ำวัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านแม่ปูน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลศาลา&amp;nbsp;อำเภอเกาะคา&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายธนารัฐ&amp;nbsp;สายเทพ&amp;nbsp;นายอำเภอเกาะคา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาวเพ็ญภัค&amp;nbsp;รัตนคำฟู&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;วิทยากรจิตอาสา&amp;nbsp;904&amp;nbsp;และจิตอาสา&amp;nbsp;904&amp;nbsp;หลักสูตรพื้นฐาน&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการและภาคประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ได้ร่วมใจกันส่งมอบบ้านร่วมใจให้กับครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งแม่น้ำวัง&amp;nbsp;ตามแผนโครงการของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมีผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;แต่เบื้องต้นมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครอบครัวที่ให้ทางการจัดสรรและทำการปลูกสร้างบ้านให้เนื่องจากไม่สามารถประกอบอาชีพได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับนายอำเภอเกาะคา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา&amp;nbsp;และภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ที่ช่วยเหลือสร้างบ้านร่วมกับกำลังพลจิตอาสาของมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มแรกจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีในวันนี้&amp;nbsp;ขอบคุณทุกส่วนที่ทำให้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ทุกข์น้อยลง&amp;nbsp;สุขมากขึ้น&amp;nbsp;อันจะส่งผลให้มีกำลังใจและก้าวเดินต่อไปอย่างมีความสุขในบ้านหลังใหม่นี้&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจ&amp;nbsp;และให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า&amp;nbsp;กองทัพบก&amp;nbsp;และมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;พร้อมอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนและจะเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกโอกาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212120148421</Link_News></row>
<row _id="8"><NewsTitle>นิพนธ์ สั่ง ปภ. ร่วมมือ อปท. ในการใช้เครื่องจักรและกำลังพล เพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการรองรับเหตุเมื่อเกิดภัยพิบัติ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นิพนธ์&amp;nbsp;สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ปภ.)&amp;nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;(อปท.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพื้นที่ของตน&amp;nbsp;รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้าง&amp;nbsp;และความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานด้านบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ซึ่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยที่ขอรับโอนต้องมีความสอดคล้องกับความเสี่ยงสาธารณภัยในพื้นที่&amp;nbsp;โดยอ้างอิงข้อมูลจากแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ&amp;nbsp;ปภ.&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564-2570&amp;nbsp;โดยให้เร่งดำเนินการยื่นคำขอรับโอนฯ&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;ปภ.&amp;nbsp;เพื่อนำออกมาใช้งานได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้&amp;nbsp;ปภ.&amp;nbsp;ดำเนินการเปิดอบรมหลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพการใช้เครื่องจักรกลของเจ้าหน้าที่ควบคู่กันไป&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มพูนทักษะและสมรรถภาพในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการบูรณาการร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นิพนธ์&amp;nbsp;กล่าวต่ออีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์สาธารณภัยส่วนใหญ่ในปัจจุบันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ&amp;nbsp;ซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน&amp;nbsp;ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต&amp;nbsp;ร่างกาย&amp;nbsp;และทรัพย์สินของประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;อยากขอความร่วมมือ&amp;nbsp;ปภ.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากสาธารณภัยได้อย่างทันการณ์&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องจักรกล&amp;nbsp;ยานพาหนะ&amp;nbsp;วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;รวมถึงบุคลากร&amp;nbsp;ซึ่งต้องมีทักษะและความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องจักรกลบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อจัดการในภาวะฉุกเฉินให้กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้อย่างไวที่สุด&amp;nbsp;และเน้นย้ำ&amp;nbsp;ชีวิตประชาชนต้องมาเป็นอันดับแรก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212165921497</Link_News></row>
<row _id="9"><NewsTitle>จ.ชัยนาทเกิดเหตุพายุฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอหันคาและเนินขาม หน่วยงานเร่งให้การช่วยเหลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอดิศร?&amp;nbsp;เกิดโต?&amp;nbsp;นายอำเภอเนินขาม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เกิดเหตุลมพายุและฝนตกหนักในเขตพื้นที่?อำเภอหันคา?&amp;nbsp;และอำเภอเนินขาม?&amp;nbsp;?&amp;nbsp;เมื่อวันที่?&amp;nbsp;11?&amp;nbsp;ก.พ.65?&amp;nbsp;เวลาประมาณ?&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.?&amp;nbsp;ได้ประสานให้กำนัน?&amp;nbsp;ผู้ใหญ่?บ้านฯลฯ?&amp;nbsp;อำเภอหันคาและอำเภอเนินขามสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากลมพายุดังกล่าว?&amp;nbsp;ปรากฎได้รับรายงานความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน?&amp;nbsp;และสถานที่ราชการ?&amp;nbsp;โรงเรียน?&amp;nbsp;และวัดในพื้นที่อำเภอหันคา?และอำเภอเนินขาม?&amp;nbsp;โดยขอรายงานความเสียหายและการดำเนินการ?&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในพื้นที่อำเภอเนินขาม?&amp;nbsp;มีบ้านเรือนประชาชน?ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;1?&amp;nbsp;ตำบล?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ต.เนินขาม?&amp;nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางส่วน(หลังคาถูกลมพัดได้รับความเสียหาย)?&amp;nbsp;ดังนี้?&amp;nbsp;ม.4?&amp;nbsp;จำนวน?&amp;nbsp;1?&amp;nbsp;หลัง?&amp;nbsp;ม.14?&amp;nbsp;จำนวน?&amp;nbsp;2?&amp;nbsp;หลัง?&amp;nbsp;ม.9?&amp;nbsp;จำนวน?&amp;nbsp;1?&amp;nbsp;หลัง?&amp;nbsp;รวม?&amp;nbsp;4?&amp;nbsp;หลังคาเรือน?&amp;nbsp;โดยในเมื่อเวลา?&amp;nbsp;10.00น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(12?&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย?&amp;nbsp;ปลัดอำ?เภอ?&amp;nbsp;ผู้ใหญ่?บ้าน?&amp;nbsp;กองช่าง?&amp;nbsp;ทต.เนินขาม?&amp;nbsp;ได้ออกเยี่ยมมอบถุงยังชีพเพื่อให้กำลังใจ?&amp;nbsp;และกองช่างได้ทำการประมาณ?การความเสียหายและจะเร่งซ่อมแซมที่อยู่?อาศัย?เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วภายใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่อำเภอหันคา?&amp;nbsp;ได้รับรายงานความเสียหายจำนวน?&amp;nbsp;2?&amp;nbsp;ตำบล?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่?&amp;nbsp;ต.หนองแซง?&amp;nbsp;และตำบลไพรนกยูง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยตำบลหนองแซง?&amp;nbsp;มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางส่วน?&amp;nbsp;(หลังคาถูกลมพัดได้รับความเสียหาย)?&amp;nbsp;จำนวน?&amp;nbsp;12?&amp;nbsp;หลัง?&amp;nbsp;โรงเรียน?&amp;nbsp;1?&amp;nbsp;แห่ง?&amp;nbsp;วัด?&amp;nbsp;1?&amp;nbsp;แห่ง?&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลไพรนกยูง?&amp;nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเล็กน้อย?(หลังคาถูกลมพัดได้รับความเสียหาย)?&amp;nbsp;จำนวน?&amp;nbsp;1?&amp;nbsp;หลัง?&amp;nbsp;มีต้นไม้ล้มทับเส้นทางจราจร?บางส่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันนี้&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองแซง?&amp;nbsp;อ.หันคา&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ?&amp;nbsp;กำนัน?&amp;nbsp;ผู้ใหญ่?บ้าน?ฯลฯ?&amp;nbsp;ออกเยี่ยมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน?ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย?&amp;nbsp;รวมถึงวัด?&amp;nbsp;และโรงเรียน?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทางเทศบาลตำบลหนองแซงได้เร่งดำเนินการประมาณ?การความเสียหาย&lt;/strong&gt;และซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายโดยด่วน?&amp;nbsp;ส่วนความเสียหายที่วัดชัฏฝาง?&amp;nbsp;วันนี้เวลา?&amp;nbsp;16.00น.?&amp;nbsp;ท่านเจ้าคณะจังหวัดร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนา?จังหวัดชัยนาท?&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ?&amp;nbsp;และจะดำเนินการของบประมาณ?ในการบูรณะซ่อมแซม?โดยด่วนต่อไป?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212194526512</Link_News></row>
<row _id="10"><NewsTitle>เจ้าคณะจังหวัดชัยนาทลงพื้นตรวจสอบความเสียหายวัดชัฏฝางหลังพายุถล่ม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระสุธีวราภรณ์&amp;nbsp;เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;น.ส.อัจฉรา&amp;nbsp;ปั้นมูล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหายที่วัดชัฏฝาง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต.หนองแซง&amp;nbsp;อ.หันคา&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากพายุฝนตกหนักเมื่อวานที่ผ่านมา&amp;nbsp;ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาทเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระครูพิพัฒน์ชยากร&amp;nbsp;เจ้าคณะตำบลหนองแซงเขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดศรีเจริญธรรม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รับแจ้งจากท่านเจ้าอาวาสวัดชัฏฝาง&amp;nbsp;ว่าได้เกิดเหตุพายุฝนตกหนัก&amp;nbsp;เมื่อวาน&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นลักษณะลมพายุหมุนเข้ามาบริเวณพื้นที่วัด&amp;nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายในส่วนของวิหาร&amp;nbsp;กระเบื้องพระอุโบสถ์&amp;nbsp;เมรุ&amp;nbsp;และประตูศาลาธรรมสังเวช&amp;nbsp;มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามจะมีช่างของทางเทศบาลตำบลหนองแซงเข้ามาประเมินราคาอีกครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ได้มีทางนายอำเภอ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองแซง&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลให้การช่วยเหลือแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;พระสุธีวราภรณ์&amp;nbsp;เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังตรวจสอบแล้วพบความเสียหายหลายจุดจะได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อนำเงินบางส่วนของคณะสงฆ์มาช่วยเหลือในเบื้องต้น&amp;nbsp;และทำรายงานส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาเพื่อให้ทางราชการให้ความช่วยเหลือในลำดับต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212212323549</Link_News></row>
<row _id="11"><NewsTitle>เกิดเหตุคลื่นซัดชาวประมงพลัดตกเรือที่ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี สูญหาย 1 ราย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีรายงานว่า&amp;nbsp;มีชาวประมง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้ออกเรือไปตกเบ็ดหาปลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถูกกระแสคลื่นพัด&amp;nbsp;เป็นเหตุทำให้พลัดตกเรือ&amp;nbsp;สามารถช่วยเหลือกลับเข้าฝั่งปลอดภัย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทราบชื่อนายณรงค์ฤทธิ์&amp;nbsp;เพชรนุ้ย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และมีผู้สูญหาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการค้นหา&amp;nbsp;สถานที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก&amp;nbsp;หรือท่าเรือแหลมทวด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุมชนทองไมล์&amp;nbsp;ตำบลดอนสัก&amp;nbsp;อำเภอดอนสักจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;อำเภอดอนสัก&amp;nbsp;รพ.ดอนสัก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.ดอนสัก&amp;nbsp;เทศบาลเมืองดอนสัก&amp;nbsp;เจ้าท่า&amp;nbsp;ตำรวจน้ำ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อส.&amp;nbsp;มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;สนับสนุนเจ้าหน้าที่และทีมประดาน้ำ&amp;nbsp;ดำค้นหาใต้เรือโดยสารลมพระยา&amp;nbsp;และเรือประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สภ.ดอนสัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-12-02T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213061020570</Link_News></row>
<row _id="12"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนไฟป่า นำกำลังเข้าดับไฟ 2จุด ในพื้นที่ บ้านสบแพม หมู่ 4 ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชิติพันธ์&amp;nbsp;พยายาม&amp;nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แจ้งว่า&amp;nbsp;พบจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;พื้นที่หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลทุ่งยาวอำเภอปาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนไฟป่า&amp;nbsp;นำกำลังเข้าดับไฟป่าบริเวณ&amp;nbsp;ทิศตะวันตกบ้านสบแพม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.ทุ่งยาว&amp;nbsp;อ.ปาย&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.48&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ถูกเผาไหม้เป็นป่าชนิดป่าเต็งรัง&amp;nbsp;เสียหาย&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีสาเหตุมาจากการหาของป่า&amp;nbsp;ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;ขสป.ลุ่มน้ำปาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.38&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&amp;nbsp;ตรวจสอบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จุดความร้อนและพื้นที่ถูกเผาไหม้อีกจุด&amp;nbsp;และนำกำลังเข้าดับไฟ&amp;nbsp;ในบริเวณทิศตะวันตกบ้านสบแพม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.ทุ่งยาว&amp;nbsp;อ.ปาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถควบคุมเพลิงในเวลา&amp;nbsp;20.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยพื้นที่เผาไหม้เป็นป่าชนิดป่าเต็งรัง&amp;nbsp;พื้นที่เสียหายประมาณ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สาเหตุมาจากการหาของป่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213112029609</Link_News></row>
<row _id="13"><NewsTitle>นายอำเภอแม่สะเรียง นายกกิ่งกาชาด มอบผ้าห่มสู้ภัยหนาวและอุปกรณ์ป้องกันโควิด แก่นักเรียนที่ยากจน รร.บ้านแม่ต้อบใต้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสังคม&amp;nbsp;คัดเชียงแสน&amp;nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางวิลาวัณย์&amp;nbsp;คัดเชียงแสน&amp;nbsp;นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการ&amp;nbsp;และสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านแม่ต้อบใต้&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.บ้านกาศ&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบสิ่งของ&amp;nbsp;อุปกรณ์ป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ให้แก่นักเรียนพักนอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นนักเรียนที่มาจากต่างพื้นที่&amp;nbsp;และมีฐานะยากจน&lt;/strong&gt;ขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาว&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบจากอากาศหนาว&amp;nbsp;และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ในโรงเรียน&amp;nbsp;โดยร่วมมอบผ้าห่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ผืน&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ขวดเล็ก&amp;nbsp;หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;ผ้าอนามัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ห่อ&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังได้รับฟังความคิดเห็นและความต้องการจากทางโรงเรียน&amp;nbsp;เพื่อความช่วยเหลือด้านต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งการศึกษา&amp;nbsp;กีฬา&amp;nbsp;และสาธารณสุข&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213134902674</Link_News></row>
<row _id="14"><NewsTitle>อำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ค้นหาผู้สูญหาย จากเหตุคลื่นซัดพลัดตกเรือขณะออกหาปลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;คล้ายอุดม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นาวาเอก&amp;nbsp;วศากร&amp;nbsp;สุนทรนันท&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.ศรชล.จว.สฎ.&amp;nbsp;นายจำนง&amp;nbsp;สวัสดิ์วงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงาน&amp;nbsp;ปภ.จ.สฎ.&amp;nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญหายและทีมปฏิบัติการค้นหา&amp;nbsp;กรณีชาวประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ออกเรือไปตกเบ็ดหาปลา&amp;nbsp;ถูกกระแสคลื่นซัดเป็นเหตุทำให้พลัดตกจากเรือ&amp;nbsp;สามารถช่วยเหลือกลับเข้าฝั่งปลอดภัย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทราบชื่อ&amp;nbsp;นายณรงค์ฤทธิ์&amp;nbsp;เพชรนุ้ย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และมีผู้สูญหาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ชื่อนายบุญเลิศ&amp;nbsp;ชำนาญ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการค้นหา&amp;nbsp;สถานที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;บริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก&amp;nbsp;(ท่าเรือแหลมทวด)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุมชนทองไมล์&amp;nbsp;ตำบลดอนสัก&amp;nbsp;อำเภอดอนสัก&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เหตุเกิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;การค้นหาผู้สูญหาย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายจักรกฤษณ์&amp;nbsp;ฝั่งชลจิตร์&amp;nbsp;นายอำเภอดอนสัก&amp;nbsp;เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;และทีม&amp;nbsp;ศรชล&amp;nbsp;จว.สฎ.&amp;nbsp;คำนวนทิศทางการไหลของน้ำ&amp;nbsp;โดยได้วางแผน&amp;nbsp;มอบหมายภารกิจ&amp;nbsp;หน่วยงานเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการดังนี้&amp;nbsp;1.การค้นหาผิวน้ำ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ตำรวจน้ำ&amp;nbsp;เจ้าท่า&amp;nbsp;เทศบาลเมืองดอนสัก&amp;nbsp;และชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;2.การค้นหาใต้น้ำ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ศรชล&amp;nbsp;สฎ.&amp;nbsp;ตำรวจน้ำ&amp;nbsp;เจ้าท่า&amp;nbsp;มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ทีมขนอม&amp;nbsp;และทีมท่าศาลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.การค้นหาชายฝั่ง&amp;nbsp;ชุดเดินเท้า&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.ดอนสัก&amp;nbsp;อส.อำเภอดอนสัก&amp;nbsp;เทศเมืองดอนสัก&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อปพร.&amp;nbsp;และญาติๆ&amp;nbsp;ร่วมค้นหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ได้แจ้งไปชาวเรือ&amp;nbsp;ชาวประมง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้ช่วยเฝ้าสังเกตอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213143731688</Link_News></row>
<row _id="15"><NewsTitle>จากกรณีเหตุคลื่นซัดชาวประมงพลัดตกเรือขณะออกหาปลา ที่อำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบร่างผู้สูญหายเป็นที่เรียบร้อย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณีชาวประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ออกเรือไปตกเบ็ดหาปลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จนถูกกระแสคลื่นซัด&amp;nbsp;เป็นเหตุทำให้พลัดตกจากเรือ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;บริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก&amp;nbsp;(ท่าเรือแหลมทวด)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุมชนทองไมล์&amp;nbsp;ตำบลดอนสัก&amp;nbsp;อำเภอดอนสัก&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และทางเจ้าหน้าสามารถช่วยเหลือชีวิตได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และเหลือเพียง&amp;nbsp;นายบุญเลิศ&amp;nbsp;ชำนาญ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่สูญหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทำให้ทางเจ้าหน้าได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การค้นหาผู้สูญหาย&amp;nbsp;โดยมีนายจักรกฤษณ์&amp;nbsp;ฝั่งชลจิตร์&amp;nbsp;นายอำเภอดอนสัก&amp;nbsp;เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;และทีม&amp;nbsp;ศรชล&amp;nbsp;จว.สฎ.&amp;nbsp;ได้ดำเนินการคำนวนทิศทางการไหลของน้ำ&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และชาวประมงในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันค้นหาร่างผู้สูญหายตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดพบร่างของผู้สูญหายจากเหตุเรือล่ม&amp;nbsp;รายนายบุญเลิศ&amp;nbsp;ชำนาญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นที่เรียบร้อย&amp;nbsp;จึงสร้างความเสียใจต่อครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายจำนง&amp;nbsp;สวัสดิ์วงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&lt;/strong&gt;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำ&amp;nbsp;กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ในการหามาตรการป้องกัน&amp;nbsp;และการช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงทีในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213181628748</Link_News></row>
<row _id="16"><NewsTitle>จังหวัดพังงาเตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยถอดบทเรียนจากเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่ผ่านมา เน้นมาตรการป้องกันควบคุมการเมาแล้วขับ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดพังงาถอดบทเรียนอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในข่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงของจังหวัดพังงา&amp;nbsp;โดยวางมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทั้งก่อน&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;และหลังเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;ให้ตรวจสอบทางหลวงไม่ให้เป็นหลุมเป็นบ่อ&amp;nbsp;ปรับปรุงให้อยู่ในสภาพปกติก่อนการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;กล่าวคือให้ปรับปรุงซ่อมแซมให้แล้วเสร็จก่อนวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เน้นการตรวจสอบสภาพรถโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด&amp;nbsp;มอบหมายวิทยาลัยเทคนิคพังงาพิจารณาดำเนินโครงการซ่อมสร้างเพื่อชุมชนก่อนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;และให้ตำรวจภูธรจังหวัดพังงาเข้มงวดวินัยจราจรเน้นการสวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;และช่วงระหว่างเทศกาลสงกรานต์ให้มีการเพิ่มจุดตรวจที่เป็นจุดเสี่ยง&amp;nbsp;ถนนภายในหมู่บ้านชุมชน&amp;nbsp;ด้านการรักษาพยาบาลให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่กรณีเกิดอุบัติเหตุเพื่อได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;ส่วนหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีการถอดบทเรียนเพื่อนำไปสู่การป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของจังหวัดพังงาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เน้นย้ำมาตรการรณรงค์ดื่มแล้วไม่ขับ&lt;/strong&gt;โดยมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ประสานร้านค้าปลีกเข้มงวดการจำหน่ายสุราป้องกันการดื่มแล้วขับ&amp;nbsp;มอบหมายสำนักงานจัดหางานจังหวัดสำรวจแรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;บูรณาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวดแรงงานต่างด้าวในการเมาไม่ขับ&amp;nbsp;ตลอดจนมีการคาดโทษกำนันผู้ใหญ่บ้านหากพบว่ามีการกระทำผิดเมาแล้วขับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.พังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214101500815</Link_News></row>
<row _id="17"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2565 โดยให้สำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ตลอดฤดูแล้ง ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&amp;nbsp;แจ้งว่าจากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าระหว่างเดือนมกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ปริมาณฝนรวมประเทศไทย&amp;nbsp;จะต่ำกว่าค่าปกติและคาดว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อน&amp;nbsp;ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;และตั้งแต่เดือนมีนาคมจะมีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้ง&amp;nbsp;ความชื้นในอากาศมีน้อย&amp;nbsp;และมีอากาศร้อนจัดเป็นบางวัน&amp;nbsp;โดยเฉพาะประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;เพื่อให้การเตรียมความพร้อมการเตรียมการป้องกันและแก้ไขภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สอดคล้องกับมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้วิเคราะห์สถานการณ์&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำหนดแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่กักเก็บน้ำ&amp;nbsp;วางแผนการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;ในการกำหนดแนวทางการใช้น้ำในลักษณะต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งเพื่อการอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;การรักษาระบบนิเวศ&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;และอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ตลอดจนแนวทางการระบาย&amp;nbsp;และกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ตามแหล่งน้ำขนาดต่างๆ&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่&amp;nbsp;ให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&amp;nbsp;ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่&amp;nbsp;โดยให้ความสำคัญกับการจัดทำและนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง&amp;nbsp;มาใช้ประกอบในการกำหนดหน่วยงาน&amp;nbsp;การแบ่งมอบพื้นที่&amp;nbsp;และมอบหมายภารกิจในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมถึงระดับตำบล&amp;nbsp;หมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งการสำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยเฉพาะหมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;ที่เคยเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นประจำ&amp;nbsp;ตลอดจนพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;ที่ในห้วงฤดูฝนมีปริมาณฝนตกน้อย&amp;nbsp;จนไม่สามารถเก็บกักน้ำในห้วงที่ผ่านมาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้ให้ทุกพื้นที่ดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยให้กำหนดมาตรการรองรับในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp;โดยเฉพาะกรณีพืชสวนที่เป็นไม้ยืนต้น&amp;nbsp;และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;พร้อมทั้งประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการจัดทำฝนหลวงในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเมื่อสภาวะเอื้ออำนวย&amp;nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp;เพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;รวมทั้งเตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และเครื่องจักรกลสาธารณภัยของหน่วยงานฝ่ายพลเรือน&amp;nbsp;หน่วยทหาร&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;จัดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และสร้างการรับรู้ให้ประชาชนภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;มีความเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่&amp;nbsp;และมาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ&amp;nbsp;รวมถึงการมีส่วนร่วมในการใช้น้ำอย่างประหยัด&amp;nbsp;พร้อมเชิญชวนประชาชนจิตอาสาในพื้นที่&amp;nbsp;มีส่วนร่วมในการซ่อมสร้าง&amp;nbsp;บำรุงรักษาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็ก&amp;nbsp;เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214152531012</Link_News></row>
<row _id="18"><NewsTitle>หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ลงพื้นที่สำรวจอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านห้วยเดื่อ หลังจากทำการสูบน้ำไปกักเก็บในอ่างของหมู่บ้าน เพื่อผลิตน้ำประปาที่ชาวบ้านบ้านประสบภัยแล้งช้ำซาก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อ่างกักเก็บน้ำบ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลศรีภูมิ&amp;nbsp;อำเภอทำวังผา&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;นายวรวิทย์&amp;nbsp;อินต๊ะใจ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จุดกักเก็บน้ำบ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้มอบอำนาจให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&amp;nbsp;เป็นหน่วยดำเนินการสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน&amp;nbsp;เพื่อนำน้ำดิบมาผลิตประปาของหมู่บ้าน&amp;nbsp;นำมากักเก็บอ่างกักเก็บน้ำอ่างบ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หลังชาวบ้านทั้งหมู่บ้านประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลสูบน้ำมากักเก็บลงในอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;เพื่อผลิตประปาในการอุปโภคบริโภครวมถึงการเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่จังหวัดน่านได้อนุมัติใช้จ่ายเงินทดรองราชการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;249,296&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบอำนาจให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&amp;nbsp;เป็นหน่วยดำเนินการ&amp;nbsp;โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ&amp;nbsp;พร้อมเครื่องสูบน้ำระยะไกล&amp;nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์&amp;nbsp;เข้าดำเนินการ&amp;nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน&amp;nbsp;เพื่อผันน้ำไปยังอ่างกักเก็บน้ำของหมู่บ้าน&amp;nbsp;เพื่อนำไปผลิตประปา&amp;nbsp;ประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;ในพื้นที่ของบ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลศรีภูมิ&amp;nbsp;อำเภอท่าวังผา&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโล.&amp;nbsp;800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;โดยจะใช้เวลาดำเนินการสูบน้ำประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ซึ่งครบกำหนด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรที่อยู่ในพื้นที่สูง&amp;nbsp;ไม่ทำให้ราษฎรในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งช้ำซาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ผ่านมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลศรีภูมิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้องนำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่าย&amp;nbsp;วันละหลายเที่ยว&amp;nbsp;โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;จะนำรถบรรทุกน้ำนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านทุกหลังคาเรือน&amp;nbsp;โดยบ้านห้วยเดื่อมีประชากร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;380&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;115&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้ประสบปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นายวรวิทย์&amp;nbsp;อินต๊ะใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้ได้ลงพื้นที่จุดอ่างกักเก็บน้ำของชาวบ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หลังจากสูบน้ำจากแหล่งน้ำที่แม่น้ำน่าน&amp;nbsp;นำมาเก็บลงอ่างน้ำของชาวบ้าน&amp;nbsp;เพื่อนำไปผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;เนื่องจากตอนนี้เข้าสู่ฤดูแล้งเต็มตัว&amp;nbsp;เพื่อเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางมาตรการวางไว้&amp;nbsp;คาดว่าน้ำที่สูบครั้งนี้จะมีน้ำเพียงพอในการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ไปจนถึงช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;โดยสนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน&amp;nbsp;ได้ประสานกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและกำนันผู้ใหญ่บ้านออกสำรวจแหล่งน้ำดิบ&amp;nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือหากมีการร้องขอมา&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนทางด้าน&amp;nbsp;นายชิต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สุทธะ&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลศรีภูมิ&amp;nbsp;อำเภอท่าวังผา&amp;nbsp;ได้กล่าวขอบคุณที่ทางราชการได้เข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ต่างขอขอบคุณทางราชการ&amp;nbsp;ที่ได้ให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านต่างดีใจเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-----สัมภาษณ์-------&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรวิทย์&amp;nbsp;อินต๊ะใจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หัวหน้าปภ.น่าน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;------สัมภาษณ์------&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชิต&amp;nbsp;สุทธะ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ใหญ่บ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>น่าน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214160246031</Link_News></row>
<row _id="19"><NewsTitle>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดมอบสิ่งของพระราชทานให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;กำหนดมอบสิ่งของพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;นายประกอบ&amp;nbsp;ปานเจริญ&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;34&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลลำดวน&amp;nbsp;อำเภอลำดวน&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณบ้านเลขที่&amp;nbsp;34&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลลำดวน&amp;nbsp;อำเภอลำดวน&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้ก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ขึ้น&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2506&amp;nbsp;จากเหตุการณ์มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.2505&amp;nbsp;เพื่อดำเนินงานด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงสงเคราะห์ด้านการศึกษา&amp;nbsp;ด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;และเด็กที่เรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ซึ่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ยืดถือพระราชดำริมาปฏิบัติเป็นเวลากว่า&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ดังพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิไว้&amp;nbsp;และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;มหาวชิราลงกรณ&amp;nbsp;มีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ที่จะสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;ต่อยอด&amp;nbsp;ในการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ด้วยทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร์เป็นสิ่งสำคัญ&amp;nbsp;โดยจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้นำสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของอัคคีภัย&amp;nbsp;และสร้างขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ฝ่าฟันให้พ้นวิกฤตภัยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215120032295</Link_News></row>
<row _id="20"><NewsTitle>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายกฤษณ์&amp;nbsp;แก้วทองหลาง&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&amp;nbsp;นายสิรศักดิ์&amp;nbsp;ทัศยาพันธุ์&amp;nbsp;นายอำเภอภาชี&amp;nbsp;ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฯ&amp;nbsp;สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;103/3&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลภาชี&amp;nbsp;อำเภอภาชี&amp;nbsp;โดยทำพิธีมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่&amp;nbsp;นางวงเดือน&amp;nbsp;พันยวงศ์&amp;nbsp;ซึ่งบ้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลภาชี&amp;nbsp;อำเภอภาชี&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;17.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ได้รับความเสียหายทั้งหลัง&amp;nbsp;มีผู้ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการได้รับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครอบครัวดังกล่าว&amp;nbsp;ต่างทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;องค์พระบรมราชูปถัมภก&amp;nbsp;แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นล้นพ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://ayutthaya.prd.go.th&amp;nbsp;"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://ayutthaya.prd.go.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215132547325</Link_News></row>
<row _id="21"><NewsTitle>ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ประจวบฯ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุดในตัวเมืองหัวหิน พร้อมเร่งสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการเกิดฝนตกหนักในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้ถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน&amp;nbsp;มีปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ถนนโค้งพระจันทร์&amp;nbsp;ถนนดำเนินเกษม&amp;nbsp;ถนนแนบเคหาสน์&amp;nbsp;ถนนพูลสุข&amp;nbsp;รวมถึงถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนสายหลักบริเวณด้านหน้าตลาดฉัตร์ไชย&amp;nbsp;ศูนย์การค้ามาร์เก็ต&amp;nbsp;วิลเลจ&amp;nbsp;หัวหิน&amp;nbsp;รถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พ.ต.อ.หงส์พรหม&amp;nbsp;วิศิษฐ์ชนะชัย&amp;nbsp;ผกก.สภ.หัวหิน&amp;nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรออกอำนวยความสะดวกซึ่งล่าสุดสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;นายพลกฤต&amp;nbsp;พวงวลัยสิน&amp;nbsp;นายอำเภอหัวหิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอหัวหิน&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ออกตรวจสอบบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ต.ทับใต้&amp;nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.หนองพลับ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ห้วยสัตว์ใหญ่&amp;nbsp;หากพบความเสียหายจากน้ำท่วมให้รายงานเพื่อทราบและจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215154936448</Link_News></row>
<row _id="22"><NewsTitle>รถเก่า รถใหม่" ก็ทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.ได้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความคุ้มครอง กับบริษัทกลางฯ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกรรณิการ์&amp;nbsp;เอกคณิต&amp;nbsp;ผู้จัดการบริษัทกลาง&lt;/strong&gt;คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สาขาอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ดำเนินรายรายการ&amp;nbsp;"รับรู้สู้ภัยไปกับ&amp;nbsp;ปภ."&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;รถเก่า&amp;nbsp;รถใหม่ก็ทำประกันภัยตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ได้&amp;nbsp;เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความคุ้มครอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;FM&amp;nbsp;ความถี่&amp;nbsp;103.25&amp;nbsp;MHz.&amp;nbsp;บริษัทกลางฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"รถเก่า&amp;nbsp;รถใหม่"&amp;nbsp;ก็ทำประกันภัยตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ได้&amp;nbsp;เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีความคุ้มครอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมื่อมีผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp;แล้วรถคันที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมีประกันภัย&amp;nbsp;พ.ร.บ.ไม่ว่าจะเป็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"รถใหม่หรือรถเก่า"&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตังนั้นเจ้าของรถทุกคัน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะรถเก่หรือรถใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้องไม่ลืมทำประกันภัย&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนก็จะได้รับการคุ้มเครองทันที&amp;nbsp;โดยคุ้มครอง&amp;nbsp;กรณีบาดเจ็บเป็นค่ารักษาพยาบาลสูงสุดตามการรักษาจริงไม่เกิน&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กรณีเสียชีวิต&amp;nbsp;คุ้มครองสูงสุด&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กรณีสูญเสียอวัยวะ&amp;nbsp;ความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และยังมีค่าชดเชย&amp;nbsp;กรณีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล&amp;nbsp;(ผู้ป่วยใน&amp;nbsp;ให้อีกวันละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ยกเว้นสำหรับผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะได้รับการชดใช้เพียงค่าเสียหายเบื้องต้นจากบริษัทประกันที่รับประกันภัยรถของตนเท่านั้น&amp;nbsp;และถ้าผู้ขับขี่เป็นฝ่ายถูกก็ต้องไปใช้สิทธิ์เรียกร้องเอาจากฝ่ายที่ต้องรับผิด&amp;nbsp;สำหรับรถเก่าโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;ถ้าจะทำประกันภัย&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;สามารถทำได้ที่บริษัทประกันภัย&amp;nbsp;หรือที่บริษัท&amp;nbsp;กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เพียงแค่เตรียมเอกสารสำเนาทะเบียนรถและบัตร&amp;nbsp;ประชาชนเท่านั้น&amp;nbsp;แต่หากไม่มีสำเนาทะเบียนรถ&amp;nbsp;ก็สามารถนำรถไปให้เจ้าหน้าที่ขูดเลขตัวถังรถเพื่อยืนยันว่า&amp;nbsp;เป็นรถคันที่เอาประกันภัย&amp;nbsp;เพียงเท่านี้ก็ทำประกันภัย&amp;nbsp;พ.ร.บ.ได้&amp;nbsp;หรือสามารถทำประกันภัยออนไล์&amp;nbsp;ผ่านไลน์&amp;nbsp;@iRVP&amp;nbsp;ง่ายๆ&amp;nbsp;คุ้มครองทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สอบถามการทำประกันภัย&amp;nbsp;พ.ร.บ.และตรวจสอบ&lt;/strong&gt;การใช้สิทธิตามประกันภัย&amp;nbsp;พ.ร.บ.ได้ที่&amp;nbsp;www.vp.co.th&amp;nbsp;หรือติดต่อ&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;1791&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;หรือที่ไลน์&amp;nbsp;@iRVP&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215170002489</Link_News></row>
<row _id="23"><NewsTitle>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย ที่อำเภอโพนสวรรค์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรรณพล&amp;nbsp;ต่อพล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นผู้แทนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ประจำจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เชิญถุงยังชีพพระราชทาน&amp;nbsp;ไปมอบให้กับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางบุญลือ&amp;nbsp;อนุญาหงส์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;79&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่อาศัยอยู่กับนายคล้าย&amp;nbsp;ประกิ่ง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;81&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สามี&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;ภายหลังบ้านไม้ใต้ถุนสูง&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;154&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลบ้านค้อ&amp;nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้เสียหายทั้งหลังมูลค่ารวมประมาณ&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;12.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมบริจาคสิ่งของ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบครัวผู้ประสบภัย&amp;nbsp;นายวรรณพล&amp;nbsp;ต่อพล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์&amp;nbsp;ทรงต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว&amp;nbsp;อันจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและผ่อนคลายความทุกข์ร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคนในครอบครัวที่ประสบอัคคีภัย&lt;/strong&gt;ในครั้งนี้&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วยความเข้มแข็ง&amp;nbsp;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ประจำจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เชิญถุงยังชีพพระราชทานมามอบให้&amp;nbsp;จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;และก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ประสบภัยด้วย&amp;nbsp;โดยตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นมา&amp;nbsp;ทุกฝ่ายต่างพยายามให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งการช่วยกันดับไฟ&amp;nbsp;การรื้อถอนและปรับพื้นที่บ้านที่เสียหาย&amp;nbsp;การจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อจะมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุม&lt;/strong&gt;เพื่อพิจารณาอนุมัติวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือ&amp;nbsp;วงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;49,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนมมอบช่วยเหลือ&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;บาทพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;สมาคมผู้สูงอายุ&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;และเพื่อนบ้านมอบสิ่งของเครื่องใช้ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215182814548</Link_News></row>
<row _id="24"><NewsTitle>เทศบาลตำบลทับมา ติวเข้มเจ้าหน้าที่ พนักงานสถานประกอบการในพื้นที่ ป้องกันการเกิดอัคคีภัยในสถานประกอบการ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา&amp;nbsp;ต.ทับมา&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายประเสริฐ&amp;nbsp;วงษ์ศรี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสถานประกอบการปลอดภัยจากอัคคีภัย&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรการกุศล&amp;nbsp;และพนักงานในสถานประกอบการในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้าร่วมอบรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีการลงนาม&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสถานประกอบการในพื้นที่&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนโครงการสถานประกอบการปลอดภัยจากอัคคีภัยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมให้มีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยของอัคคีภัย&amp;nbsp;เข้าใจสาเหตุของการเกิดอัคคีภัย&amp;nbsp;และวิธีการป้องกันอัคคีภัยในสถานประกอบการได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;มีทักษะและความสามารถในการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเข้าทำการระงับเหตุอัคคีภัยในเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอัคคีภัยในเบื้องต้นได้&amp;nbsp;ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;และมีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง&amp;nbsp;กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการ&amp;nbsp;ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้และหลักการดับเพลิง&amp;nbsp;การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอัคคีภัย&amp;nbsp;และเทคนิคการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือดับเพลิง&amp;nbsp;และเทคนิคการหยุดการรั่วไหลและการควบคุมไฟที่เกิดจากน้ำมันและแก๊ส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การอบรมดังกล่าว&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเผยแพร่ให้ผู้อื่น&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอัคคีภัยในสถานประกอบการ&amp;nbsp;ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215181505539</Link_News></row>
<row _id="25"><NewsTitle>นายอำเภอสังขะ สั่งระดมรถดับเพลิงและเครื่องจักรกลเร่งดับไฟไหม้บ่อขยะ ให้จบเร็วที่สุด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธาตรี&amp;nbsp;สิริรุ่งวนิช&amp;nbsp;นายอำเภอสังขะ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายพัฒนา&amp;nbsp;พึ่งผล&amp;nbsp;ปลัดอาวุโส&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลสังขะ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าจากองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ่อขยะ&amp;nbsp;บ้านแบกจาน&amp;nbsp;อำเภอสังขะ&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์และวางแผนการบริหารจัดการเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะ&amp;nbsp;พร้อมมอบนโยบายการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ได้สั่งประชุมเร่งด่วน&amp;nbsp;ทั้งเทศบาล&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.ทุกแห่ง&lt;/strong&gt;ในเขตอำเภอสังขะ&amp;nbsp;เพื่อขอความร่วมมือให้จัดรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่จากทุก&amp;nbsp;อบต.ทั้งหมด&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อบต.กับอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;พร้อมทั้งรถแมคโคร&amp;nbsp;และเครื่องจักรกล&amp;nbsp;เข้าพื้นที่เร่งทำการดับเพลิง&amp;nbsp;อีกทั้งยังจัดตั้งศูนย์ประสานงาน&amp;nbsp;เพื่อทำการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากทุก&amp;nbsp;อบต.และเทศบาล&amp;nbsp;ซึ่งจะเร่งทำการดับเพลิงตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และคาดว่าทุกอย่างจะจบเร็วที่สุด&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์เพลิงไหม้บ่อขยะบริเวณบ้านแบกจานที่เกิดขึ้นดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกิดเหตุตั้งแต่คืนวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ช่วงเวลา&amp;nbsp;03.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;มีต้นเพลิงเกิดขึ้น&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พื้นที่ห่างกันบริเวณบ่อขยะ&amp;nbsp;ซึ่งในวันที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;สำนักงานเทศบาลตำบลสังขะร่วมกับ&amp;nbsp;อบต.สังขะ&amp;nbsp;ได้เข้าพื้นที่ระงับเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะอย่างต่อเนื่องและยังควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามออกไป&amp;nbsp;แต่การดับเพลิงเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงจุดเพลิงไหม้ได้&amp;nbsp;ประกอบกับพื้นที่เพลิงไหม้เริ่มขยายวงกว้าง&amp;nbsp;มีหญ้า&amp;nbsp;ป่าไม้และขยะเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216103534690</Link_News></row>
<row _id="26"><NewsTitle>นายอำเภอสังขะ สั่งระดมรถดับเพลิงและเครื่องจักรกลเร่งดับไฟไหม้บ่อขยะ ให้จบเร็วที่สุด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธาตรี&amp;nbsp;สิริรุ่งวนิช&amp;nbsp;นายอำเภอสังขะ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่บ่อขยะ&amp;nbsp;บ้านแบกจาน&amp;nbsp;อำเภอสังขะ&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายพัฒนา&amp;nbsp;พึ่งผล&amp;nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลสังขะ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าจากองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;และวางแผนการระงับเหตุ&amp;nbsp;พร้อมมอบนโยบายการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ได้มีการประชุมเร่งด่วน&amp;nbsp;ทั้งเทศบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.ทุกแห่งในเขตอำเภอสังขะ&amp;nbsp;เพื่อขอความร่วมมือให้จัดรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ทั้งหมด&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อบต.กับอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;พร้อมทั้งรถแมคโคร&amp;nbsp;และเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่&amp;nbsp;เร่งทำการดับเพลิง&amp;nbsp;รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากทุก&amp;nbsp;อบต.และเทศบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะเร่งทำการดับเพลิงตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และคาดว่าทุกอย่างจะจบภายใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216115509730</Link_News></row>
<row _id="27"><NewsTitle>กรมชลประทาน พร้อมรับมือฝนตกหนักภาคใต้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ฝนจะตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ได้ให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่&amp;nbsp;เฝ้าระวังน้ำหลาก&amp;nbsp;และน้ำท่วมฉับพลันอย่างใกล้ชิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;และสงขลา&amp;nbsp;โดยเน้นย้ำให้เฝ้าระวังติดตามและตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีสภาพพร้อมใช้งาน&amp;nbsp;รวมไปถึงบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&amp;nbsp;ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp;หากเกิดกรณีฝนตกหนัก&amp;nbsp;หรือลมกระโชกแรงส่งผลกระทบต่ออาคารชลประทาน&amp;nbsp;และทรัพย์สินของทางราชการ&amp;nbsp;ให้เร่งเข้าไปดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในทันที&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;14,15,16&amp;nbsp;และโครงการชลประทานในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ในการแจ้งเตือนประชาชนให้พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เตรียมพร้อมเครื่องจักร&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&amp;nbsp;เครื่องผลักดันน้ำ&amp;nbsp;ไว้ในพื้นที่เสี่ยงแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถนำไปช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;เพื่อลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้มากที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216192924923</Link_News></row>
<row _id="28"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ มหาสารคาม พร้อมเหล่ากาชาด จ.มหาสารคาม มอบสิ่งของ และเงินช่วยเหลือเยียวยา กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;ตรงศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย&amp;nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ลงพื้นที่มอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือเยียวยา&amp;nbsp;กรณีบ้านเรือนประชาชนเกิดเหตุเพลิงไหม้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ต.เวียงสะอาด&amp;nbsp;อ.พยัคฆภูมิพิสัย&amp;nbsp;จ.มหาสารคาม&amp;nbsp;เจ้าของบ้านคือ&amp;nbsp;นายหลา&amp;nbsp;ศรีมุงคุณ&amp;nbsp;โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;15.48&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ได้รับความเสียหายทั้งหลัง&amp;nbsp;สาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร&amp;nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ได้สอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และกล่าวให้กำลังใจ&amp;nbsp;พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจากภาคส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดฯ&amp;nbsp;มอบเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมถุงยังชีพ&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;มอบเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;มอบเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;มอบน้ำดื่ม&amp;nbsp;และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย&amp;nbsp;มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&amp;nbsp;พร้อมนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบประเมินความเสียหาย&amp;nbsp;และให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มหาสารคาม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216155339831</Link_News></row>
<row _id="29"><NewsTitle>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิตที่จังหวัดระยอง จำนวน 2 รายๆ ละ 30,000 บาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรภัทร&amp;nbsp;ประยูรสิทธิ&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เดินทางมามอบเงินกองทุนผู้ประสบภัยสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;พิรุณ&amp;nbsp;เหมะรักษ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายอัธยา&amp;nbsp;นวลอุทัย&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายอณุสรน์&amp;nbsp;แสงกล้า&amp;nbsp;นอภ.เขาชะเมา&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;อบต.น้ำเป็น&amp;nbsp;อ.เขาชะเมา&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นรับฟังสภาพปัญหา&amp;nbsp;การป้องกันและแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนและเสียชีวิตเบื้องต้น&amp;nbsp;จากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก่อนออกเดินทางไปมอบเงินให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากช้างป่าถูกทำร้าย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยรายแรก&amp;nbsp;เป็นครอบครับ&amp;nbsp;นางวัลภา&amp;nbsp;จุนวังโส&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;66&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลน้ำเป็น&amp;nbsp;อำเภอเขาชะเมา&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;จากนั้นได้เดินทางมายังครอบครัวนายสมบูรณ์&amp;nbsp;บุญเลิศ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;121&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลทุ่งควายกิน&amp;nbsp;อำเภอแกลง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเรื่องภัยช้างป่าในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอัธยา&amp;nbsp;นวลอุทัย&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้เสียชีวิตจากช้างป่าถูกทำร้ายและได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ตามระเบียบกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ค่าจัดการศพ&amp;nbsp;เงินช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากช้างป่าเขาชะเมา&amp;nbsp;,สนง.ปภ.ระยอง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด&amp;nbsp;และอื่นๆ&amp;nbsp;โดยครอบครัว&amp;nbsp;นางวัลภา&amp;nbsp;จุนวังโส&amp;nbsp;ได้รับเงิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;113,700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และครอบครัวนายสมบูรณ์&amp;nbsp;บุญเลิศ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;112,400&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรภัทร&amp;nbsp;ประยูรสิทธิ&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จากอัคคีภัย&amp;nbsp;วาตภัย&amp;nbsp;อุทกภัยและอุบัติภัยอื่นๆ&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้ลงพื้นที่เพื่อมามอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากช้างป่าในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ระยองและจันทบุรี&amp;nbsp;โดยนำเงินจากกองทุนผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มามอบให้รายละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือประชาชนไปจำนวน&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และตั้งแต่&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงขณะนี้&amp;nbsp;ได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกินของชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกิดจากจำนวนที่ช้างเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ขณะที่ประชาชนได้ขยายพื้นที่ทำกินออกไปยังพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจนเกิดการกระทบกระทั่นกัน&amp;nbsp;ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตตามมา&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้พยายามให้คนกับช้างได้อยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;พร้อมกับเพิ่มอาหาร&amp;nbsp;ทำบ่อน้ำ&amp;nbsp;สร้างแนวป้องกันให้แข็งแรงป้องกันไม่ให้ช้างออกมาบุกรุกที่ทำกินของชาวบ้าน&amp;nbsp;ส่วนช้างตัวที่ทำร้ายคน&amp;nbsp;จะเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่น&amp;nbsp;ที่สำคัญคือการเตรียมความรู้ให้ประชาชนอยู่กับช้างได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;และเรียนรู้พฤติกรรมของช้างควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างเข้ามาทำร้ายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;พื้นที่เขตป่ารอยต่อ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เขาอ่างฤาไน&amp;nbsp;มีช้างป่าอาศัยอยู่ประมาณ&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเขาชะเมา&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216160214832</Link_News></row>
<row _id="30"><NewsTitle>นิพนธ์ ตรวจภัยแล้งสุพรรณฯ มั่นใจปีนี้ไม่ขาดแคลนน้ำใช้อุปโภค -บริโภค และน้ำเกษตร พร้อมกำชับป้องกันไฟป่า-หมอกควันอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;ตำบลด่านช้าง&amp;nbsp;อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ผอ.ศูนย์.ปภ.เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว&amp;nbsp;นายอำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมติดตามสถานการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด&amp;nbsp;และตนในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ปภ.)&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ในการ&amp;nbsp;"บำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข"&amp;nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;มีความตั้งใจจะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;จากการรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ปริมาณเก็บกักน้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;มีความจุที่ระดับน้ำสูงสุด&amp;nbsp;299,000&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;โดยวันนี้มีปริมาตรน้ำเก็บกัก&amp;nbsp;296&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;(99.29%)&amp;nbsp;และปริมาณการใช้น้ำ&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;(99.18%)&amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;และการทำการเกษตร&amp;nbsp;จึงไม่มีความกังวลในประเด็นดังกล่าว&amp;nbsp;ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือโดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และศูนย์อำนวยการและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;(ภัยแล้ง)&amp;nbsp;ระดับพื้นที่&amp;nbsp;จัดเตรียมกำลังคน&amp;nbsp;วัสดุ&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&amp;nbsp;ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังติดตามและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ด้วยทุกปี&amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาความแห้งแล้งทำให้เอื้อต่อการเกิดไฟป่าได้ง่าย&amp;nbsp;ซึ่งการเกิดไฟป่าแต่ละครั้งเป็นอันตรายและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชาชนและราชการ&amp;nbsp;และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตมลพิษหมอกควัน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต&amp;nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&amp;nbsp;จึงให้ทุกฝ่ายบูรณาการร่วมกันดูแลให้คำแนะนำและประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ให้ทั่วถึงและรวดเร็ว&amp;nbsp;รวมถึงเผยแพร่ความรู้&amp;nbsp;ให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัย&amp;nbsp;ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;ได้กล่าวฝากทิ้งท้ายถึงความปลอดภัยทางถนนว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมมือกันทำให้สถิติอุบัติเหตุทางถนนลดลงอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;ตนได้กำชับให้ใช้กลไกจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;ช่วยกันเร่งสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน&amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;จากการขับรถที่ไม่มีวินัยและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด&amp;nbsp;พร้อมเร่งดำเนินการปรับปรุง&amp;nbsp;แก้ไขด้านกายภาพของถนน&amp;nbsp;เครื่องหมายจราจร&amp;nbsp;สัญญาณไฟ&amp;nbsp;และป้ายเตือน&amp;nbsp;ให้มีความชัดเจนบริเวณทางข้าม&amp;nbsp;ทางร่วม&amp;nbsp;ทางแยก&amp;nbsp;และจุดคับขันต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชน&amp;nbsp;ได้ใช้ความระมัดระวังและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่&amp;nbsp;จึงถือโอกาสนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ในการร่วมกันสร้างวินัยจราจรที่ดีในการใช้รถใช้ถนน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและไม่ให้เกิดการสูญเสียต่างๆ&amp;nbsp;เกิดขึ้นบนท้องถนนอีกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216165726856</Link_News></row>
<row _id="31"><NewsTitle>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิตพร้อมศึกษาแนวทางแก้ปัญหาช้างป่า ที่ จ.จันทบุรี เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว ผู้เสียชีวิตจากเหตุถูกช้างป่าทำร้าย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายธีรภัทร&amp;nbsp;ประยูรสิทธิ&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิต&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;พร้อมนำคณะประกอบด้วย&amp;nbsp;นายสมพาศ&amp;nbsp;นิลพันธ์&amp;nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นางสุรีย์พร&amp;nbsp;รามสมภพ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&amp;nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นางสาวยุพาภรณ์&amp;nbsp;บุญรอด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานการเงินและกองทุน&amp;nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;แอคะรัจน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ตัวแทนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;องค์กรภาคเอกชน&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;จิตอาสาเฝ้าระวังภัยช้างป่าให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และสรุปสถานการณ์การแก้ปัญหาลดผลกระทบราษฎรรับทราบสถานการณ์ช้างป่าและสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่จันทบุรี&amp;nbsp;และมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว&amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และอำเภอท่าใหม่&amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;และติดตามจุดเกิดเหตุช้างป่าทำลายแนวกันริมถนน&amp;nbsp;บริเวณสี่แยกเขาพระยา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;พร้อมทั้งพบปะกลุ่มชาวบ้านอาสาสมัครประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่ช่วยกันผลักดันช้างป่าที่บุกมาทำลายพืชไร่เกษตรกรรมในบริเวณพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเสียใจถึงเหตุการณ์ภัยจากช้างป่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมนำความห่วงใยและกำลังใจจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีส่งถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ด้วย&amp;nbsp;กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นเงินที่รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ&amp;nbsp;สามารถบริจาคเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;สาขาทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;เลขที่บัญชี&amp;nbsp;067-0-06895-0&amp;nbsp;ชื่อบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ใบเสร็จรับเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216174431865</Link_News></row>
<row _id="32"><NewsTitle>ศรีสะเกษคิกออฟใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยให้เป็นวัฒนธรรมตลอดทั้งปีพร้อมเดินหน้าจับปรับจริงเริ่ม 1 มีนาคมเป็นต้นไป</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดรณรงค์ขับเคลื่อนวาระป้องกันและลดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;365&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ศรีสะเกษขับขี่ปลอดภัย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;คิกออฟใช้รถใช้ถนนอย่างมีวัฒนธรรมเพื่อความปลอดภัยตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะกุดหวาย&amp;nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ได้เปิดรณรงค์ขับเคลื่อนวาระป้องกันและลดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;365&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ศรีสะเกษขับขี่ปลอดภัย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;คิกออฟใช้รถใช้ถนนอย่างมีวัฒนธรรมเพื่อความปลอดภัยตลอดทั้งปี&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&amp;nbsp;ภาคธุรกิจเอกชน&amp;nbsp;และนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ประกาศสร้างความตระหนักขับขี่อย่างปลอดภัยตลอด&amp;nbsp;365&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ทั้งการสร้างจิตสำนึก&amp;nbsp;และบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมกำชับตำรวจทั้ง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เดินหน้าจับปรับจริงเริ่ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคมเป็นต้นไป&amp;nbsp;โดยเฉพาะการคาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซนต์&amp;nbsp;การขับรถไม่เร็ว&amp;nbsp;เมาไม่ขับ&amp;nbsp;ไม่ฝ่าสัญญาณไฟจราจร&amp;nbsp;ต้องปลูกฝังให้เป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติทุกวัน&amp;nbsp;อีกทั้งการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้ง&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&amp;nbsp;การเคารพกฎจราจรเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;ทั้งการอำนวยความสะดวกของทัพนักกีฬา&amp;nbsp;และการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ด้านนายบุญประสงศ์&amp;nbsp;นวลสายย์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษตั้งเป้าการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ต่อแสนประชากร&amp;nbsp;หรือไม่เกิน&amp;nbsp;234&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยปีที่ผ่านมาเสียชีวิต&amp;nbsp;237&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมขับรถเร็ว&amp;nbsp;การไม่สวมหมวกนิรภัยและขับรถตัดหน้าระยะกระชั้นชิด&amp;nbsp;ซึ่งรถมอเตอร์ไซด์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&amp;nbsp;การสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัยทุกวันจนเป็นวัฒนธรรมนับว่าสำคัญมาก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216185807897</Link_News></row>
<row _id="33"><NewsTitle>นิพนธ์ ตรวจภัยแล้งสุพรรณฯ มั่นใจปีนี้ไม่ขาดแคลนน้ำใช้อุปโภค - บริโภค และน้ำเกษตร พร้อมกำชับป้องกันไฟป่า-หมอกควันอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;ตำบลด่านช้าง&amp;nbsp;อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างกักเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ผอ.ศูนย์.ปภ.เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว&amp;nbsp;นายอำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมติดตามสถานการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด&amp;nbsp;และตนในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ปภ.)&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ในการ&amp;nbsp;"บำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข"&amp;nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;มีความตั้งใจจะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;จากการรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ปริมาณเก็บกักน้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;มีความจุที่ระดับน้ำสูงสุด&amp;nbsp;299,000&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;โดยวันนี้มีปริมาตรน้ำเก็บกัก&amp;nbsp;296&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;(99.29%)&amp;nbsp;และปริมาณการใช้น้ำ&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;(99.18%)&amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;และการทำการเกษตร&amp;nbsp;จึงไม่มีความกังวลในประเด็นดังกล่าว&amp;nbsp;ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือโดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และศูนย์อำนวยการและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;(ภัยแล้ง)&amp;nbsp;ระดับพื้นที่&amp;nbsp;จัดเตรียมกำลังคน&amp;nbsp;วัสดุ&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&amp;nbsp;ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังติดตามและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&lt;/strong&gt;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ด้วยทุกปี&amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาความแห้งแล้งทำให้เอื้อต่อการเกิดไฟป่าได้ง่าย&amp;nbsp;ซึ่งการเกิดไฟป่าแต่ละครั้งเป็นอันตรายและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชาชนและราชการ&amp;nbsp;และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตมลพิษหมอกควัน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต&amp;nbsp;สุขภาพอนามัยของประชาชน&amp;nbsp;จึงให้ทุกฝ่ายบูรณาการร่วมกันดูแลให้คำแนะนำและประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ให้ทั่วถึงและรวดเร็ว&amp;nbsp;รวมถึงเผยแพร่ความรู้&amp;nbsp;ให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัย&amp;nbsp;ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;ได้กล่าวฝากทิ้งท้ายถึงความปลอดภัยทางถนนว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมมือกันทำให้สถิติอุบัติเหตุทางถนนลดลงอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;ตนได้กำชับให้ใช้กลไกจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;ช่วยกันเร่งสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน&amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;จากการขับรถที่ไม่มีวินัยและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด&amp;nbsp;พร้อมเร่งดำเนินการปรับปรุง&amp;nbsp;แก้ไขด้านกายภาพของถนน&amp;nbsp;เครื่องหมายจราจร&amp;nbsp;สัญญาณไฟ&amp;nbsp;และป้ายเตือน&amp;nbsp;ให้มีความชัดเจนบริเวณทางข้าม&amp;nbsp;ทางร่วม&amp;nbsp;ทางแยก&amp;nbsp;และจุดคับขันต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชน&amp;nbsp;ได้ใช้ความระมัดระวังและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่&amp;nbsp;จึงถือโอกาสนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ในการร่วมกันสร้างวินัยจราจรที่ดีในการใช้รถใช้ถนน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและไม่ให้เกิดการสูญเสียต่างๆ&amp;nbsp;เกิดขึ้นบนท้องถนนอีกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216200652947</Link_News></row>
<row _id="34"><NewsTitle>จังหวัดตรังจัดพิธีมอบเงินพระราชทาน และสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นจากเหตุอัคคีภัยของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินพระราชทาน&amp;nbsp;ช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ&amp;nbsp;และสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นจากเหตุอัคคีภัย&amp;nbsp;ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชนและครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุอัคคีภัย&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนให้พ้นจากวิกฤตภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารเอนกประสงค์&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลนาท่ามใต้&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงห่วงใยพสกนิกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดตรังนำเงินพระราชทานและสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุอัคคีภัยตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการจ่ายเงินสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความเป็นมาของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;นั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิฯ&amp;nbsp;ขึ้นเมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2506&amp;nbsp;จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก&amp;nbsp;อำเภอปากพนัง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.2505&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงการสงเคราะห์ด้านการศึกษา&amp;nbsp;ด้านการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;และเด็กเรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;โดยมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;ได้ถือปฏิบัติและดำเนินการตามพระราชดำริและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิฯ&amp;nbsp;มาเป็นเวลากว่า&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ที่จะสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;ต่อยอดการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ด้วยทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร์เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217140952119</Link_News></row>
<row _id="35"><NewsTitle>คณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง จังหวัดตราด ผ่านการพิจารณาการขอรับงบประมาณป้องกันและยับยั้งปัญหาภัยแล้ง ของอำเภอเมือตราด และอำเภอเขาสมิง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายพีระ&amp;nbsp;เอี่ยมสุนทร&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;กรณีภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&amp;nbsp;จัดขึ้นโดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้แทนจากอำเภอ&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เสนอโครงการขออนุมัติ&amp;nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;กรณีภัยแล้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;ในที่ประชุมได้มีการแจ้งแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;ระเบียบกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.2562&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมื่อเป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในเวลาอันใกล้และจำเป็นต้องรีบดำเนินการโดยฉับพลัน&amp;nbsp;ให้ส่วนราชการดำเนินการโดยอาจใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้น&amp;nbsp;โดยไม่ต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;ภายในวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;10,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;กรณีภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ได้ผ่านการพิจารณา&amp;nbsp;โครงการที่อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;และอำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการเตรียมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;กรณีภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการเตรียมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;กรณีภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ&amp;nbsp;ของตำบลแหลมกลัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;556,300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และอำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;ขอรับสนับสนุนงบประมาณในการเตรียมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;กรณีภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการทำนบดินชั่วคราวคลองเขาสมิง&amp;nbsp;ของตำบลวังตะเคียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ&amp;nbsp;ของตำบลเขาสมิง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;150,600&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ&amp;nbsp;ของตำบลทุ่งนนทรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และโครงการขุดลอกเปิดทางน้ำ&amp;nbsp;ของตำบลสำตอ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;236,692.50&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217145252140</Link_News></row>
<row _id="36"><NewsTitle>ผวจ.นครศรีธรรมราช สั่งตั้งศูนย์บัญชาการช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หลังเส้นทางสัญจรถูกกระแสน้ำตัดขาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสมพงษ์&amp;nbsp;มากมณี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย&amp;nbsp;ที่บริเวณสะพานคลองกัน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลนบพิตำ&amp;nbsp;อำเภอนบพิตำ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางเบี่ยงชั่วคราว&amp;nbsp;ที่กรมทางหลวงได้สร้างให้ชาวบ้านได้สัญจรในระหว่างที่การก่อสร้างสะพานแบริ่งจะแล้วเสร็จ&amp;nbsp;ซึ่งที่บริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมวลน้ำป่าจำนวนมากได้ไหลทะลักกัดเซาะ&amp;nbsp;สะพาน&amp;nbsp;คอสะพานจนชำรุดเสียหายและถูกตัดขาด&amp;nbsp;ไม่สามารถสัญจรไปมาได้&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ตำบลนบพิตำ&amp;nbsp;และตำบลกรุงชิง&amp;nbsp;ไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้สั่งการให้&lt;/strong&gt;ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน&amp;nbsp;และกรมทางหลวง&amp;nbsp;โดยนายไพจิตร&amp;nbsp;แสงทอง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;พร้อมเครื่องจักรกล&amp;nbsp;เข้าปรับพื้นที่ลำคลอง&amp;nbsp;พร้อมจัดสร้างสะพานไม้เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;ควบคู่กับการสร้างสะพานแบริ่ง&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ส่วนความเสียหายอื่นๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอนบพิตำ&amp;nbsp;ซึ่งมีถนน&amp;nbsp;คอสะพาน&amp;nbsp;และเสาไฟฟ้า&amp;nbsp;ถูกน้ำกัดเซาะและไม่สามารถใช้กระไฟฟ้าได้ในบางจุด&amp;nbsp;ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้เร่งเข้าซ่อมแซมและคาดว่าจะสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ตามปกติในเย็นวันนี้(17&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;เช่นกัน&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้สั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ขอความร่วมมือให้&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&amp;nbsp;นำเครื่องจักรกลทำทางเลี่ยงเข้าหมู่บ้านเพื่อสำรองในการเดินทาง&amp;nbsp;และจัดหารถไว้บริการประชาชนทั้งสองฝั่งคลองเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน&amp;nbsp;ขณะที่พระครูภัทรธรรมาภรณ์&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดเขาเหล็ก&amp;nbsp;อำเภอนบพิตำ&amp;nbsp;ได้จัดตั้งโรงครัวยังชีพช่วยเหลือประชาชนเป็นการเบื้องต้นด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุไรวรรณ/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุดา-จักราวุธ/ภาพ12&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217150002146</Link_News></row>
<row _id="37"><NewsTitle>ชาวบ้านบางใหญ่ อ.บางปลาม้า รับมอบงบประมาณและถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากสมาชิกวุฒิสภา</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ศาลาเอนกประสงค์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลบางใหญ่&amp;nbsp;อำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&amp;nbsp;ลงพื้นที่มอบงบประมาณและถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายกองโท&amp;nbsp;เชษฐา&amp;nbsp;ขาวประเสริฐ&amp;nbsp;นายอำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นความร่วมมือ&amp;nbsp;ร่วมใจของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&amp;nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภาที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;ทำให้บ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;และยังมีอีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ครอบครัวที่ยังคงประสบปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายวิทยา&amp;nbsp;ผิวผ่อง&amp;nbsp;รองประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&amp;nbsp;คนที่หนึ่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;มีความประสงค์จะบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน&amp;nbsp;จึงได้สนับสนุนเงินทุนซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงิน&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายอนุศักดิ์&amp;nbsp;คงมาลัย&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้สนับสนุนเงินตั้งต้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนจาก&amp;nbsp;คณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา&amp;nbsp;อีกจำนวน&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมจัดเตรียมถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชนเพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในนามของวุฒิสภา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ได้เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;บทบาทของประชาชน&lt;/strong&gt;และชุมชนต่อการปฏิรูปประเทศและเส้นทางยุทธศาสตร์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเนตร&amp;nbsp;ปิ่นแก้ว&amp;nbsp;ประธานขบวนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายสมหมาย&amp;nbsp;ขิมมาทิ&amp;nbsp;ประธานโครงการบ้านพอเพียงจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;(อดีต&amp;nbsp;ผญบ.ม.2&amp;nbsp;ต.รั้วใหญ่)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายศุภกิจ&amp;nbsp;ศรีสว่าง&amp;nbsp;ผู้ช่วย&amp;nbsp;ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคกลางและภาคตะวันตก&amp;nbsp;ร่วมเสวนา&amp;nbsp;โดยก่อนเดินทางกลับ&amp;nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมที่บ้านที่เสียหายด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217150811153</Link_News></row>
<row _id="38"><NewsTitle>ชาวบ้านบางใหญ่ อ.บางปลาม้า รับมอบงบประมาณและถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากสมาชิกวุฒิสภา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศาลาเอนกประสงค์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลบางใหญ่&amp;nbsp;อำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&amp;nbsp;ลงพื้นที่มอบงบประมาณและถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายกองโท&amp;nbsp;เชษฐา&amp;nbsp;ขาวประเสริฐ&amp;nbsp;นายอำเภอบางปลาม้าให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นความร่วมมือ&amp;nbsp;ร่วมใจของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา&amp;nbsp;ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้บ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;และยังมีอีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ครอบครัวที่ยังคงประสบปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทยา&amp;nbsp;ผิวผ่อง&amp;nbsp;รองประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง&amp;nbsp;คนที่หนึ่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;มีความประสงค์จะบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน&amp;nbsp;จึงได้สนับสนุนเงินทุนซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงิน&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายอนุศักดิ์&amp;nbsp;คงมาลัย&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้สนับสนุนเงินตั้งต้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนจาก&amp;nbsp;คณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา&amp;nbsp;อีกจำนวน&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมจัดเตรียมถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในนามของวุฒิสภา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ได้เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;บทบาทของประชาชน&lt;/strong&gt;และชุมชนต่อการปฏิรูปประเทศและเส้นทางยุทธศาสตร์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเนตร&amp;nbsp;ปิ่นแก้ว&amp;nbsp;ประธานขบวนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายสมหมาย&amp;nbsp;ขิมมาทิ&amp;nbsp;ประธานโครงการบ้านพอเพียงจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;(อดีตผญบ.ม.2&amp;nbsp;ต.รั้วใหญ่)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายศุภกิจ&amp;nbsp;ศรีสว่าง&amp;nbsp;ผช.ผอ.&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคกลางและภาคตะวันตก&amp;nbsp;ร่วมเสวนาด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217194129339</Link_News></row>
<row _id="39"><NewsTitle>ผวจ.อยุธยา Kick off รณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม 21  25 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันทุกอำเภอ และรณรงค์สร้างจิตสำนึกต่อเนื่องทุกวันที่ 21</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมบึงพระราม&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;การรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายไพรัตน์&amp;nbsp;เพชรยวน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;พ.อ.ภัทราวุธ&amp;nbsp;ทิพโกมุท&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.จว.&amp;nbsp;พ.ต.อ.นฤนาท&amp;nbsp;พุทไธสง&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผบก.ตร.ภ.จว.&amp;nbsp;นายแพทย์ยุทธนา&amp;nbsp;วรรณโพธิ์กลาง&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;กู้ภัย&amp;nbsp;ผู้แทนภาคประชาคม&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากกรณีรถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนน&amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตบริเวณทางข้ามเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ&amp;nbsp;จึงมีมติให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด&amp;nbsp;จัดกิจกรรมสัปดาห์การรณรงค์ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;การรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;จะเริ่ม&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเดินรณรงค์และทาสีทางข้าม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จุดแรก&amp;nbsp;บริเวณศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ข้ามไปห้างโรบินสัน&amp;nbsp;จุดที่สอง&amp;nbsp;บริเวณหน้าวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ถนนนเรศวร&amp;nbsp;จุดที่สาม&amp;nbsp;บริเวณหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง&amp;nbsp;ถนนนเรศวร&amp;nbsp;และทุกอำเภอพร้อมกัน&amp;nbsp;โดยรณรงค์ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ&amp;nbsp;ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายให้ได้รับโทษสูงสุด&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ขับขี่เคร่งครัดปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เร่งปรับปรุงบริเวณทางข้ามให้มีความปลอดภัย&amp;nbsp;จัดทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นผิวถนน&amp;nbsp;จัดทำป้ายเตือนและป้ายสัญลักษณ์ให้ผู้ขับขี่และผู้ข้ามถนนเห็นได้ชัดเจน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องทุกเดือน&amp;nbsp;โดยกำหนดให้วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ของทุกเดือนเป็นเป้าหมายในการรณรงค์&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ในสถานศึกษาเพื่อให้มีความปลอดภัย&amp;nbsp;โดยเฉพาะทางข้ามบริเวณโรงเรียน&amp;nbsp;และรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วในเขตชุมชน&amp;nbsp;สถานศึกษา&amp;nbsp;สถานพยาบาล&amp;nbsp;ด้วยการชะลอความเร็วในที่คับขันที่มีการจราจรพลุกพล่านหรือมีสิ่งกีดขวาง&amp;nbsp;ทางร่วม&amp;nbsp;ทางแยก&amp;nbsp;ทางข้ามหรือทางม้าลาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&amp;nbsp;การหยุดให้คนข้ามในทางข้ามหรือทางม้าลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว:&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://ayutthaya.prd.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;transparent;&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(75,&amp;nbsp;0,&amp;nbsp;130);"&gt;https://ayutthaya.prd.go.th&lt;/a&gt;/&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217165653234</Link_News></row>
<row _id="40"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง  เพื่อติดตามสถานการณ์ และการช่วยเหลือประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;และการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมขุนลุมประพาส&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์&amp;nbsp;และมาตรการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาแต่ละอำเภอ&amp;nbsp;ดำเนินการเร่งเก็บกักน้ำ&amp;nbsp;พร้อมปรับปรุงแหล่งน้ำทั้งการขุดลอกแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ซ่อมแซมระบบประปาภูเขา&amp;nbsp;และการทำฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนันผู้ใญ่บ้าน&amp;nbsp;และชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถเก็บน้ำได้จำนวนมาก&amp;nbsp;รองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งคลุมทุกพื้นที่&amp;nbsp;ตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานทบทวนการสำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;และพื้นที่ประสบภัยแล้ง&amp;nbsp;พร้อมมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;รับทราบข้อมูลที่แท้จริง&amp;nbsp;โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;รวบรวมข้อมูลทั้งหมด&amp;nbsp;จัดส่งให้คณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กัน&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดเพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217172038250</Link_News></row>
<row _id="41"><NewsTitle>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดระยองและจันทบุรี จำนวน 4 ราย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายธีรภัทร&amp;nbsp;ประยูรสิทธิ&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยในพื้นที่จากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนเสียชีวิต&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;120,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมพาศ&amp;nbsp;นิลพันธ์&amp;nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นางสุรีย์พร&amp;nbsp;รามสมภพ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&amp;nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นางสาวยุพาภรณ์&amp;nbsp;บุญรอด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานการเงินและกองทุน&amp;nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ร่วมงานด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อบต.น้ำเป็น&amp;nbsp;อำเภอเขาชะเมา&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะประชุมหารือร่วมกับ&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;พิรุณ&amp;nbsp;เหมะรักษ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายอัธยา&amp;nbsp;นวลอุทัย&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อรับทราบสถานการณ์ช้างป่าในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา&amp;nbsp;จากนั้นออกเดินทางไปยังบ้านครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายเมื่อเดือนมกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่อำเภอเขาชะเมา&amp;nbsp;และอำเภอแกลง&amp;nbsp;เพื่อมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะร่วมประชุมหารือ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;แอคะรัจน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;นางภาสินี&amp;nbsp;สุวรรณเจริญ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;นายทศวารณ์&amp;nbsp;วิทยาคม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เพื่อรับทราบสถานการณ์ช้างป่าและสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่จันทบุรี&amp;nbsp;และมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว&amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และอำเภอท่าใหม่&amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;และตรวจจุดเกิดเหตุช้างป่าเข้ามาหลบพักและทำลายพืชสวนบริเวณแยกเขาพระยา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;พร้อมทั้งพบนายกเทศบาลเมืองท่าช้างและกลุ่มชาวบ้านอาสาสมัคร&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่ช่วยกันผลักดันช้างป่าที่บุกมาทำลายพืชไร่เกษตรกรรมในบริเวณพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเสียใจถึงเหตุการณ์ภัยจากช้างป่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมนำความห่วงใยและกำลังใจจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;(นายอนุชา&amp;nbsp;นาคาศัย)&amp;nbsp;ส่งถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าเพื่อให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและแหล่งที่อาศัยของสัตว์ป่า&amp;nbsp;สำหรับการกำหนดแนวทางร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขและป้องกันปัญหาช้างป่า&amp;nbsp;ต้องอาศัยความร่วมมือกันทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคประชาชนและภาคเอกชนในการป้องกันเฝ้าระวัง&amp;nbsp;การปรับปรุงที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;การสร้างการรับรู้ให้แก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งการตั้งทีมเฉพาะกิจร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และภาคประชาชน&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์อย่างยั่งยืนในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่า&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นเงินที่รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยต่างๆ&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;สามารถบริจาคเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;สาขาทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;เลขที่บัญชี&amp;nbsp;067-0-06895-0&amp;nbsp;ชื่อบัญชีกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ใบเสร็จรับเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217175654285</Link_News></row>
<row _id="42"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ อยุธยา เป็นประธานในพิธีส่งมอบบัญชีเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านพืชรอบแรก คาดว่ารอบ 2 ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมมอบรางวัลเงินฝากทวีโชค ระดับจังหวัดครั้งที่ 2 ปีบัญชี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;สาขาพระนครศรีอยุธยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;(อุทกภัย)&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และมอบรางวัลผู้ได้รับรางวัลเงินฝากทวีโชค&amp;nbsp;ระดับจังหวัดครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปีบัญชี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายไพฑูรย์&amp;nbsp;รื่นสุข&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;นายสุวิชา&amp;nbsp;อิศรางกูร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้ประสบภัย&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;มีพื้นที่การเกษตรทั้งหมด&amp;nbsp;882,616&amp;nbsp;ไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์อุทกภัยจากพายุโกนเซินและพายุเตี้ยนหมู่&amp;nbsp;ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,529&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว&amp;nbsp;6,111&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พืชไร่พืชผัก&amp;nbsp;777&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และไม้ผลไม้ยืนต้น&amp;nbsp;2,641&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รวมเกษตรกรได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;2,408&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวนเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;20,418,893&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งในรอบแรก&amp;nbsp;คณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อำเภอพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;257&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;1,112,562.30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อำเภอท่าเรือ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;1,212,489&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อำเภอบางไทร&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;167&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;1,630,914.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สำหรับรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(เพิ่มเติม)&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;รวมพื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;2,749&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว&amp;nbsp;1,168&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พืชไร่พืชผัก&amp;nbsp;333&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และไม้ผลไม้ยืนต้น&amp;nbsp;728&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;วงเงินการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;5,870,520&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขออนุมัติวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;มีพื้นที่เสียหายใน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,529&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวนเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;20,418,893&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้รับการอนุมัติรอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;6,779.56&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวนเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;14,548,373.08&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการโอนเงินให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้&amp;nbsp;ต้องการมาทำความเข้าใจกับพ่อแม่พี่น้องในส่วนอื่นด้วยว่า&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ประสบอุทกภัยในครั้งนี้กว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;หลังคาเรือน&amp;nbsp;โดยเฉพาะงบซ่อมแซมบ้านที่มีปัญหาความล่าช้า&amp;nbsp;อันที่สอง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ด้านการเกษตรและด้านการประมง&amp;nbsp;เราได้รับรอบแรกไปแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ถ้าได้รับเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;อะไรมาเพิ่มเติมจะดำเนินการโอนให้กลับเกษตรกรเลยทันที&amp;nbsp;แต่ในส่วนที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;คือด้านสาธารณภัย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การซ่อมแซมถนนและที่สำคัญคือบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ซึ่งของกระทรวงเกษตรนั้นค่อนข้างที่จะได้รับมาไว&amp;nbsp;คาดว่าในรอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;น่าจะไม่น่าเกินเดือนกุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;ซึ่งต้องขอโทษพี่น้องประชาชนในส่วนที่เหลือที่ยังไม่ได้รับด้วย&amp;nbsp;ฝากท่านที่มาในวันนี้&amp;nbsp;ช่วยประชาสัมพันธ์นำความไปบอกกล่าวต่อคนในพื้นที่ด้วยว่าคงไม่เกินเดือนมีนาคมนี้&amp;nbsp;น่าจะได้รับทั้งหมดในทุกด้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าฯ&amp;nbsp;ได้เป็นประธานมอบรางวัลผู้ได้รับรางวัลเงินฝากทวีโชค&amp;nbsp;ระดับจังหวัดครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปีบัญชี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;รางวัลที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รถยนต์เก๋ง&amp;nbsp;Toyota&amp;nbsp;YARIS&amp;nbsp;ATIV&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;ให้แก่&amp;nbsp;คุณพรรณวิไล&amp;nbsp;เสียงชื่นจิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว:&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://ayutthaya.prd.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://ayutthaya.prd.go.th/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217190826323</Link_News></row>
<row _id="43"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์เตรียมพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสุรินทร์ได้รับแจ้งจาก&amp;nbsp;กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึงช่วงกลางเดือนมีนาคม&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน&amp;nbsp;จากนั้นช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;จะมีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และมีอากาศร้อนจัดบางแห่ง&amp;nbsp;กับจะมีพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรง&amp;nbsp;และอาจมีลูกเห็บตกในบางแห่ง&amp;nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&amp;nbsp;ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรได้&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;จึงให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดดำเนินการด้านการเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจก่อให้เกิดพายุฤดูร้อนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ให้ผู้อำนวยการในแต่ละระดับ&amp;nbsp;เร่งตรวจตราอาคารสถานที่&amp;nbsp;ป้ายโฆษณา&amp;nbsp;สิ่งก่อสร้างรวมถึงไม้ยืนต้นตามที่สาธารณะที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp;พร้อมทั้งแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซม&amp;nbsp;ตลอดจนเชิญชวนประชาชนจิตอาสามีส่วนร่วมในการสอดส่อง&amp;nbsp;ปรับปรุง&amp;nbsp;ดูแลให้เกิดความปลอดภัยต่อไป&amp;nbsp;และให้ผู้อำนวยการท้องถิ่นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;ทรัพยากร&amp;nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&amp;nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือประขาชนที่ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;และทันท่วงที&amp;nbsp;สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย&amp;nbsp;การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของที่พักอาศัย&amp;nbsp;ช่องทางการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ&amp;nbsp;ตลอดจนมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของภาครัฐในการดูแลประขาชน&amp;nbsp;ผ่านช่องทางการสื่อสาร&amp;nbsp;ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;วิทยุชุมชน&amp;nbsp;หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;และเครือข่ายอาสาสมัคร&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หากเกิดเหตุวาตภัย&amp;nbsp;ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต&amp;nbsp;และทรัพย์สินในพื้นที่ใดให้เร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;nbsp;ตามกฎ&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;กรณีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายให้แบ่งมอบภารกิจ&amp;nbsp;พื้นที่รับผิดชอบและบูรณาการหน่วยงาน&amp;nbsp;เพื่อจัดกำลังในรูปแบบทีมประชารัฐในการเร่งเข้าซ่อมแชมบ้านเรือนประชาชนโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;กรณีป้ายโฆษณา&amp;nbsp;สิ่งก่อสร้าง&amp;nbsp;ไม้ยืนต้น&amp;nbsp;หรือโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหายให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อเข้าดำเนินการแก้ไขไม่ให้กีดขวางพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp;และซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว&amp;nbsp;กรณีความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และอำเภอ&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามกฎ&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และเมื่อเกิดสถานการณ์วาตภัยจากพายุฤดูร้อนขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสรุปสถานการณ์และรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217191702329</Link_News></row>
<row _id="44"><NewsTitle>จังหวัดแพร่.........เกิดเหตุไฟไหม้บ้านประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;ทางงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองแพร่&lt;/strong&gt;ได้รับแจ้งเหตุ&amp;nbsp;ไฟไหม้บ้านที่บ้านหนองใหม่&amp;nbsp;จึงรายงานให้นายเจตนิพิฐ&amp;nbsp;หล้าประเสริฐ&amp;nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองแพร่&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ทราบ&amp;nbsp;และได้นำรถดับเพลิง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงออกระงับเหตุร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และใกล้เคียง&amp;nbsp;ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นบ้านของนายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เทียนจอหอ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;331&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลป่าแมต&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลา&amp;nbsp;09.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ความเสียหายโดยบ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนในที่เกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลที่แท้จริงอีกครั้ง&amp;nbsp;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้นายสายัณห์&amp;nbsp;กาวีวงศ์&amp;nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ไปติดตามเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อสำรวจความเสียหายและเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ช่วงนี้เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว&amp;nbsp;อากาศจะร้อน&amp;nbsp;และความชื้นในอากาศจะลดลง&amp;nbsp;เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังการเกิดไฟไหม้ทั้งบ้านเรือน&amp;nbsp;อาคารต่างๆ&amp;nbsp;โดยให้สำรวจสายไฟฟ้า&amp;nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ&amp;nbsp;หากเก่าหรือชำรุดให้แก้ไข&amp;nbsp;การจุดไฟเพื่อประกอบอาหารต้องมั่นใจว่าดับแล้ว&amp;nbsp;จึงจะออกจากบ้านไปทำงานด้านอื่น&amp;nbsp;และให้องค์กรปกครองส่วนท้อวงถิ่น&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและยานพาหนะในการดับเพลิงตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถเข้าควบคุมเหตุการณ์ได้ทันเวลา&amp;nbsp;เมื่อเกิดเหตุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218112912432</Link_News></row>
<row _id="45"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์มอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์แก่ผู้ประสบอัคคีภัยพื้นที่อำเภอลำดวน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุรินทร์มอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;แก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอลำดวน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ให้แก่ครอบครัวของ&amp;nbsp;นายประกอบ&amp;nbsp;ปานเจริญ&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;34&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลลำดวน&amp;nbsp;อำเภอลำดวน&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ที่ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นเหตุให้บ้านพักอาศัยของ&amp;nbsp;นายประกอบ&amp;nbsp;ปานเจริญ&amp;nbsp;ได้รับความเสียหายทั้งหลัง&amp;nbsp;และข้าวของเครื่องใช้ประจำครัวเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมดเช่นกัน&amp;nbsp;โดยเฉพาะผ้าไหมโบราณทอมือ&amp;nbsp;ที่ครอบครัวของนายประกอบสะสมไว้มายาวนานถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายนับ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ผืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อช่วยเหลือ&amp;nbsp;และเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ประจำจังหวัด&amp;nbsp;ได้อนุมัติเงินในการจัดซื้อของเพื่อดำรงชีพเบื้องต้นไปมอบให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในครั้งนี้&amp;nbsp;และในโอกาสเดียวกันนี้ทางเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;แก่ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มอบสิ่งของช่วยเหลือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;มอบสิ่งของช่วยเหลือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และถุงยังชีพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;มอบสิ่งของช่วยเหลือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;มอบสิ่งของช่วยเหลือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;พร้อมทั้งหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ในระดับอำเภอ&amp;nbsp;และที่ทำการอำเภอลำดวน&amp;nbsp;เทศบาลตำบลลำดวน&amp;nbsp;ชมรมกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ได้ร่วมมอบเงิน&amp;nbsp;และสิ่งของเครื่องอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;ในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;สำหรับการช่วยเหลือในระยะต่อไปนั้น&amp;nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนตำบลธาตุ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประนนท์&amp;nbsp;ไม้หอม&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ส.ปชส.สุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218133238486</Link_News></row>
<row _id="46"><NewsTitle>จ.จันทบุรี ประชุมเตรียมจัด Kick off  ความปลอดภัยทางถนนทางม้าลาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดจันทบุรีประชุมเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนลดอุบัติเหตุทางข้าม&amp;nbsp;ทางม้าลาย&amp;nbsp;สร้างจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับรถที่ไม่มีวินัย&amp;nbsp;และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;ภูติเกียรติขจร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดจันทบุรีเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;รณรงค์ความปลอดภัยทางถนนลดอุบัติเหตุทางข้าม&amp;nbsp;ที่กำหนดจัดกิจกรรม&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;จัดระเบียบความปลอดภัยทางม้าลายพร้อมกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หอนาฬิกา&amp;nbsp;ทุ่งนาเชย&amp;nbsp;และบริเวณหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้า&amp;nbsp;ประตู&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในเย็นวันจันทร์ที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานปล่อยขบวนรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสเดียวกันนี้&amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้าจะมีการทาสีทางม้าลายให้เด่นชัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมติดตั้งป้ายเตือนคนเดินข้ามถนน&amp;nbsp;เป็นการสร้างกระแสการรับรู้และสร้างความปลอดภัยทางถนน&amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับรถที่ไม่มีวินัย&amp;nbsp;และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218151502573</Link_News></row>
<row _id="47"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่ตรวจสอบเขื่อนป้องกันริมตลิ่งแม่น้ำน่าน แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายซ่อมแซมเร่งด่วน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายไพบูลย์&amp;nbsp;ณะบุตรจอม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบเขื่อนป้องกันตลิ่ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ้านหาดแตงโม&amp;nbsp;ตำบลไผ่หลวง&amp;nbsp;อำเภอตะพานหิน&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;สภาพเขื่อนดังกล่าวโครงสร้างยังแข็งแรง&amp;nbsp;แต่ประสบปัญหาการกัดเซาะพังทลาย&amp;nbsp;พื้นด้านบนยุบตัวเป็นโพลง&amp;nbsp;เป็นหลุมลึกเสียหายบริเวณกว้าง&amp;nbsp;อาจก่อให้เกิดอันตรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประสานงาน&amp;nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมปรับปรุงโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พิจิตร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218160209606</Link_News></row>
<row _id="48"><NewsTitle>การฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ (workshop) ตามแผนป้องกันอัคคีภัยในเหตุการณ์เสมือนจริง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายวรพันธุ์&amp;nbsp;สุวัณณุสส์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ&amp;nbsp;(workshop)&amp;nbsp;ตามแผนป้องกันอัคคีภัยในเหตุการณ์เสมือนจริง&amp;nbsp;ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารโรงพยาบาล&amp;nbsp;และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้าร่วมการฝึกอบรมในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ&amp;nbsp;อัคคีภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือภัยที่เกิดจากเพลิงไหม้&amp;nbsp;เป็นสาธารณภัยประเภทหนึ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;เพื่อลดความสูญเสียจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่&amp;nbsp;กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจึงได้ออกกฎกระทรวง&amp;nbsp;เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย&amp;nbsp;อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน&amp;nbsp;จึงกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้นและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะความรู้ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดับเพลิงและอพยพหนีไฟและสามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ในเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;รวมถึงยังสามารถแจ้งเหตุและประสานงานระงับเหตุอัคคีภัยเบื้องต้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรจึงได้จัดทำโครงการฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้น&amp;nbsp;และอพยพหนีไฟ&amp;nbsp;ในเหตุการณ์เสมือนจริง&amp;nbsp;ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;โดยได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรีและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปราจีนบุรี&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลท่างาม&amp;nbsp;เทศบาลเมืองปราจีนบุรี&amp;nbsp;มูลนิธิสว่างบําเพ็ญธรรมสถาน&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรีตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;และการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้นและอพยพหนีไฟในเหตุการณ์เสมือนจริงถือเป็นหัวใจสำคัญยิ่งของการระงับเหตุอัคคีภัยเพราะหากได้รับการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;ก็จะทำให้เกิดทักษะความรู้ในการดูแลตนเอง&amp;nbsp;คนใกล้ชิดผู้ป่วย&amp;nbsp;และลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;ทั้งของตนและของทางราชการได้&amp;nbsp;จากการฝึกซ้อมทักษะ&amp;nbsp;ในครั้งนี้จะเป็นความรู้ความสามารถที่ติดตัวกับผู้เข้าร่วมฝึกซ้อมโดยเฉพาะ&amp;nbsp;ถ้าหากว่าต้องตกอยู่ในสถานที่คับขันขึ้นมาจริงๆ&amp;nbsp;ก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและสามารถรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายได้ในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ปราจีนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218173113656</Link_News></row>
<row _id="49"><NewsTitle>พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่คลองระบายน้ำ D9 ติดตามความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำ รอดพ้นจากวิกฤติภัยน้ำท่วม และปัญหาน้ำแล้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กนช.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เพื่อติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;และความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ&amp;nbsp;D9&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำคลอง&amp;nbsp;D9&amp;nbsp;ตำบลปึกเตียน&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;ดร.สุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;รายงานภาพรวมแผนพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นายสันต์&amp;nbsp;จรเจริญ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี&amp;nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ&amp;nbsp;D9&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และพบปะประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การลงพื้นที่เพชรบุรีเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;และผลสัมฤทธิ์ของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp;ที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ&amp;nbsp;D9&amp;nbsp;ที่เป็นความสำเร็จจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผันน้ำจากเขื่อนเพชรบุรีออกสู่ทะเลได้ในปริมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&amp;nbsp;ทำให้ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;รอดพ้นจากวิกฤติภัยน้ำท่วม&amp;nbsp;สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรจำนวนหลายพันไร่&amp;nbsp;รัฐบาลมีความห่วงใยและมุ่งหวังให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ&amp;nbsp;ที่จำเป็นให้ครบถ้วน&amp;nbsp;สมบูรณ์&amp;nbsp;โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ&amp;nbsp;ที่ต้องบูรณาการทุกหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;และให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำได้อย่างยั่งยืนโดยเร็วต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความสำเร็จโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลการดำเนินงานในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รัฐบาลได้บูรณาการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการรวม&amp;nbsp;728&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;สามารถเพิ่มความจุน้ำได้&amp;nbsp;6.84&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&amp;nbsp;43,192&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&amp;nbsp;75,856&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งยาว&amp;nbsp;11,742&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;แผนงานที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การก่อสร้างประตูระบายน้ำกลางคลองระบายน้ำ&amp;nbsp;D9&amp;nbsp;(ปตร.กะจิว)&amp;nbsp;ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;การก่อสร้างประตูระบายน้ำกลางคลองระบายน้ำ&amp;nbsp;D9&amp;nbsp;(ปตร.มาบปลาเค้า)&amp;nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;และการก่อสร้างระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบโครงการจัดหาน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลแก่งกระจานและตำบลวังจันทร์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;รวมทั้งการวางท่อขยายเขตจำหน่ายน้ำ&amp;nbsp;ของการประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลดอนยาง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;และการปรับปรุงฟื้นฟูระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองชะอำ&amp;nbsp;ขององค์การจัดการน้ำเสีย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สทนช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแผนงานที่มีความเหมาะสมและมีความพร้อมดำเนินการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยพื้นที่ชลประทานได้&amp;nbsp;7,725&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&amp;nbsp;3,391&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;พื้นที่ได้รับการป้องกัน&amp;nbsp;36,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และช่วยเพิ่มปริมาณกักเก็บได้&amp;nbsp;0.51&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การพัฒนาฝาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ฝายบ้านไร่บน&amp;nbsp;อำเภอชะอำ&amp;nbsp;และฝายห้วยเกษม&amp;nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;ที่ดำเนินการโดยกรมชลประทาน&amp;nbsp;และการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อป้องกันน้ำท่วมชุมชนบ้านลาด&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;และอำเภอชะอำ&amp;nbsp;ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จามรี&amp;nbsp;อนุรัตน์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218183258684</Link_News></row>
<row _id="50"><NewsTitle>จังหวัดบุรีรัมย์ ขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยทางถนนพร้อมมอบเกียรติบัตรให้ศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอำเภอที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;ห้องนารายบรรทมสินธุ์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายดำรงชัย&amp;nbsp;เนรมิตตกพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่&amp;nbsp;ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยก่อนการประชุม&amp;nbsp;ได้มีการมอบเกียรติบัตรให้กับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติติเหตุทางถนน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp;ในระดับพื้นที่ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ปภ.จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้ยึดกรอบแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและบรรลุเป้าหมายโดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือและประสานการปฏิบัติงานกับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ&amp;nbsp;ศูนปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;โดยการนำค่าเป้าหมายอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนระดับจังหวัดมาใช้ประกอบการวางแผนกำหนดมาตรการแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนโดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการจัดการความเสี่ยงหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;การดื่มสุราแล้วขับ&amp;nbsp;การขับขี่จักรยานยนต์&amp;nbsp;พร้อมมีการจัดทำแผนปฏิบัติการลดอุบัติเหตุในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับปัญหาและสถานการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และเข้มข้นในช่วงของเทศกาลสำคัญวันหยุดยาว&amp;nbsp;เช่นปีใหม่&amp;nbsp;สงกรานต์&amp;nbsp;และควรสร้างความตระหนักในความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นกับประชาชน&amp;nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่เยาวชน&amp;nbsp;ในโรงเรียนที่มีการสอนในเรื่องของความปลอดภัยในการข้ามถนน&amp;nbsp;หรือการใช้รถใช้ถนน&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และเกิดการมีส่วนร่วมมีจิตสำนึกที่ดีในการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218184733688</Link_News></row>
<row _id="51"><NewsTitle>ศรีสะเกษ !! นายกเทศบาลตำบลหนองใหญ่ลุยแก้ปัญหาภัยแล้งบรรเทาทุกข์ชาวบ้าน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศรีสะเกษ-นายกเล็ก&amp;nbsp;ตำบลหนองใหญ่ห่วงใยชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ออกสำรวจดูการเติมน้ำในหนองแก้ปัญหาภัยแล้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทศบาลตำบลหนองใหญ่ร่วมกับมูลนินิอุทกพัฒน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ในพระบรมราชาอุปถัมภ์)สภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;และสสน.สถาบันน้ำสารสนเทศ(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายเอกอมร&amp;nbsp;มะโนรัตน์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองใหญ่&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่สำรวจการวางท่อรับน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;ลงหนองดุม&amp;nbsp;บ้านหนองดุม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และหนองเมืองเก่า&amp;nbsp;บ้านปลาชิวน้อย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลหนองใหญ่&amp;nbsp;อำเภอเมืองจันทร์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;งบประมาณปี&amp;nbsp;2566-2567&amp;nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำให้ประชาชนได้อุปโภค&amp;nbsp;บริโภคแก้ปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218202817734</Link_News></row>
<row _id="52"><NewsTitle>ปภ.ระยองแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;ได้สรุปการดำเนินงานของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;ได้รายงานถึงสถานการณ์วันนี้ว่า&amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&amp;nbsp;ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล&amp;nbsp;(ศปน.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;แจ้งว่าใช้เรือตรวจการณ์เจ้าท่า&amp;nbsp;802&amp;nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะและไม่เจอคราบน้ำมันแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดเรือลาดตระเวนและทีมดำน้ำสำรวจในพื้นที่เขาแหลมหญ้า&amp;nbsp;และเกาะเสม็ดแล้วไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ส่วนสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;ติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;หาดพยูน,&amp;nbsp;หาดหนองแฟบ,&amp;nbsp;หาดสุชาดา,&amp;nbsp;หาดแสงจันทร์,&amp;nbsp;หาด&amp;nbsp;IRPC,&amp;nbsp;หาดค่ายมหาสุรสิงหนาท,&amp;nbsp;หาดหน้าบ้านสบาย&amp;nbsp;สบาย&amp;nbsp;รีสอร์ท,&amp;nbsp;ลานหินขาว,&amp;nbsp;และหาดก้นอ่าว&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันดิบเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้ทำการสำรวจและตรวจสอบ&lt;/strong&gt;กลุ่มชาวประมง&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบฯได้ส่งข้อมูลให้ทางบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ร่วมกับกลุ่มประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;48&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;จะประชุมร่วมกับบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมระยองบีช&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;ส่วนกรณีปลามีเหงือกสีดำนั้นได้ส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไปตรวจสอบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบจะออกในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองแจ้งว่าวันนี้เวลาประมาณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ได้ติดตามเฝ้าระวังคราบน้ำมันบริเวณชายหาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;และผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศเบื้องต้นบริเวณชายหาดทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ไม่พบสารอินทรีย์ระเหยง่าย&amp;nbsp;total&amp;nbsp;VOCs,&amp;nbsp;ไฮโดรเจนซัลไฟด์&amp;nbsp;H2S&amp;nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&amp;nbsp;SO2&amp;nbsp;และไม่ได้รับกลิ่นน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและทรายบริเวณชายหาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเกาะเสม็ด&amp;nbsp;ไปตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก&amp;nbsp;(HM)&amp;nbsp;และสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&amp;nbsp;(TPH)&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ผลจะออกในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจ้งว่าวันนี้&amp;nbsp;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายครรชิต&amp;nbsp;ศรีนพวรรณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เป็นผู้แทนจังหวัดระยองเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลจังหวัดระยอง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพิทยา&amp;nbsp;ปราโมทย์วรพันธุ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;เป็นประธานฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม.&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;(ชลบุรี)&amp;nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษา&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันเสนอความเห็นในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และเพื่อการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินของบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;การปฏิบัติการในพื้นที่ทางทะเล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;โดยมีเรือร่วมปฏิบัติหน้าที่จำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เรือกางทุ่นกักน้ำมันจำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&amp;nbsp;(Boom)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;เรือเฝ้าระวัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือสั่งการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือตรวจทางอากาศ&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;ทีมม้าน้ำสีชมพูดำน้ำสำรวจใต้ทะเลบริเวณเขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ดฝั่งตะวันตกไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เดินเท้าบริเวณชายหาดตั้งแต่หาดแหลมรุ่งเรือง&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;หาดสวนสน&amp;nbsp;และใช้เรือเพื่อตรวจสอบ&amp;nbsp;และเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;ตลอดแนว&amp;nbsp;ห่างจากชายฝั่ง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;บริษัทได้เข้าไปตรวจสอบกรณีร้องเรียน&amp;nbsp;บริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จาก&amp;nbsp;ทช.ร่วมเก็บตัวอย่างและนักข่าว&amp;nbsp;ThaiPBS&amp;nbsp;ร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;พบตะกอนสีดำปะปนอยู่ทั่วบริเวณหาด&amp;nbsp;ได้ทำการทดสอบเบื้องต้น&amp;nbsp;ปรากฏว่าไม่พบคราบน้ำมันเจือปน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามได้เก็บตัวอย่างทรายและน้ำทะเลดังกล่าวส่งวิเคราะห์ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนนั้นตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;8,397&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218210359771</Link_News></row>
<row _id="53"><NewsTitle>ทอดสะพานเบลี่ย์ โรงเหล็ก  ห้วยพาน จังหวัดนครศรีธรรมราช บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในการสัญจร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสราวุธ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทรงศิวิไล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมทางหลวง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักทางภาคใต้จนทำให้เส้นทางเบี่ยงขาดบนทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;4186&amp;nbsp;โรงเหล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ห้วยพาน&amp;nbsp;อำเภอนบพิตำ&amp;nbsp;ช่วงกม.5+722&amp;nbsp;(สะพานคลองกัน3)&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;และประชาชนผู้ใช้ทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้นั้น&amp;nbsp;ขณะนี้กรมทางหลวง&amp;nbsp;โดยสำนักงานทางหลวงที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;(นครศรีธรรมราช)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;(นครศรีธรรมราช)&amp;nbsp;สำนักก่อสร้างสะพาน&amp;nbsp;ซึ่งมีความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ยานพาหนะ&amp;nbsp;เครื่องจักรและเครื่องมือ&amp;nbsp;ได้ทำการทอดสะพานเบลี่ย์&amp;nbsp;(สะพานเหล็กชั่วคราว)&amp;nbsp;แล้วเสร็จ&amp;nbsp;โดยสามารถเปิดการจราจรได้แล้วตามปกติเมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้สามารถสัญจรไปมาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทางหลวง&amp;nbsp;จะทำการสำรวจความเสียหาย&lt;/strong&gt;และจะบูรณะปรับปรุงซ่อมแซมเส้นทางอย่างถาวรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ใช้เส้นทางโปรดสังเกตป้ายแนะนำ&amp;nbsp;ป้ายเตือน&amp;nbsp;ตามที่ได้ติดตั้งไว้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และขับขี่อย่างระมัดระวังปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;หากประชาชนพบเห็นถนน/สะพานชำรุดเสียหายหรือต้องการความช่วยเหลือ&amp;nbsp;สามารถแจ้งเหตุได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานทางหลวง&amp;nbsp;แขวงทางหลวง&amp;nbsp;หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;และสายด่วน&amp;nbsp;กรมทางหลวง&amp;nbsp;1586&amp;nbsp;(โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220205003191</Link_News></row>
<row _id="54"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ตรัง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายกรณีลูกเห็บตกจากพายุฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง อำเภอห้วยยอด พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;ภูวญาณพงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายสำคัญ&amp;nbsp;อรทัย&amp;nbsp;นายอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;นายธวัชชัย&amp;nbsp;วรพงศ์พัฒน์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายกมล&amp;nbsp;วรพงศ์พัฒน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;ลงพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ห้วยยอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังจากได้รับรายงานว่า&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.40&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับรายงานแจ้งว่า&amp;nbsp;ได้เกิดฝนตกหนักมีลูกเห็บตกและลมกระโชกแรงในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ทำให้ต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยยอดล้ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เทศบาลตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;ตำบลเขาปูน&amp;nbsp;และตำบลท่างิ้ว&amp;nbsp;และมีรถยนต์ได้รับความเสียหายเนื่องจากเสาไฟฟ้าล้มทับ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังคาบ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลห้วยยอดเพื่อรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;และไม่มีผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้สั่งการให้นายสำคัญ&amp;nbsp;อรทัย&amp;nbsp;นายอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองออกช่วยเหลือประชาชนและสำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;โดยในเบื้องต้นอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;เทศบาลตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรห้วยยอด&amp;nbsp;แขวงทางหลวงตรัง&amp;nbsp;มูลนิธิกุศลสถานตรัง&amp;nbsp;และมูลนิธิกู้ภัยสว่างภักดี&amp;nbsp;ร่วมกันรื้อถอนต้นไม้และเสาไฟฟ้าเพื่อเปิดเส้นทางจราจรอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่เทศบาลตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;พร้อมเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุช่วยเหลือ&amp;nbsp;และให้เทศบาลตำบลห้วยยอดจัดส่งเจ้าหน้าที่และวัสดุมุงหลังคา&amp;nbsp;(กระเบื้องชั่วคราว)&amp;nbsp;เพื่อมุงหลังคาบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายเป็นการชั่วคราวแล้ว&amp;nbsp;ส่วนกระแสไฟฟ้าที่ดับใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตรัง&amp;nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการจ่ายกระแสไฟฟ้าจนสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220190141155</Link_News></row>
<row _id="55"><NewsTitle>ทหาร เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ในทุกโอกาส แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้าน บางโกระ จ.ปัตตานี เหตุเพลิงไหม้วอดบ้านทั้งหลัง เร่งกำลังทหารสร้างที่อยู่อาศัย ให้แล้วเสร็จก่อนเดือนรอมฎอน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว&amp;nbsp;นายมะเย็ง&amp;nbsp;มาแบ&amp;nbsp;จากเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลบางโกระ&amp;nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;และมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;สำหรับบ้านของ&amp;nbsp;นายมะเย็ง&amp;nbsp;มาแบ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิงนั้นถูกเพลิงไหม้วอดเสียหายทั้งหลัง&amp;nbsp;รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายทั้งหมด&amp;nbsp;คงเหลือแต่โครงเสาไม้เป็นซากปรักหักพัง&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ผู้อยู่อาศัยไม่สามารถพักอาศัยต่อไปได้&amp;nbsp;จึงอาศัยบ้านญาติบริเวณใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมื่อทราบเหตุได้แจ้งไปยังหน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดูแลผู้ได้รับผลกระทบโดยทันที&amp;nbsp;โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ได้นำสิ่งของอุปโภคและบริโภค&amp;nbsp;รวมไปถึงอาหารเครื่องดื่ม&amp;nbsp;นำไปมอบให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น&amp;nbsp;และอีกส่วนหนึ่งคือภาคประชาสังคม&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบด้วย&amp;nbsp;ในส่วนการดำเนินการซ่อมแซมสร้างบ้านนั้น&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้สั่งการประสานความร่วมมือ&amp;nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการสภาประชาธิปไตยตำบลบางโกระ&amp;nbsp;เข้าสนับสนุนซ่อมแซมก่อสร้างที่อยู่อาศัยโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;ก่อนมอบเครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;สิ่งของ&amp;nbsp;อุปโภคบริโภคให้แก่&amp;nbsp;นายมะเย็ง&amp;nbsp;มาแบ&amp;nbsp;และครอบครัว&amp;nbsp;สร้างขวัญและกำลังใจ&amp;nbsp;ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220203725172</Link_News></row>
<row _id="56"><NewsTitle>ปภ.ระยอง รายงานผลการเฝ้าระวังคราบฟีล์มน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง  ไม่พบคราบฟีล์มน้ำมัน เตรียมจ่ายเงิยเยียวยากลุ่มเรือประมงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รายงานผลการเฝ้าระวังกรณีคราบน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองใช้เรือเรือตรวจการณ์ของกรมเจ้าท่าออกลาดตระเวนตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่เป็นระยะๆ&amp;nbsp;ปรากฎว่าไม่เจอคราบน้ำมันแต่อย่างใด&amp;nbsp;ขณะที่บริษัท&amp;nbsp;SPRCได้นำเสนอแผนอุดรอยรั่วต่อกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมรับฟัง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางบริษัท&amp;nbsp;ได้เฝ้าระวังคราบฟีล์มน้ำมัน&amp;nbsp;โดยมีเรือ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ลำและใช้&amp;nbsp;Drone&amp;nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองได้แจ้งผล&lt;/strong&gt;การวิเคราะห์อาหารทะเลเก็บจากจังหวัดระยอง&amp;nbsp;และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&amp;nbsp;ซึ่งได้นำตัวอย่างอาหารทะเล&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ปลา&amp;nbsp;หอย&amp;nbsp;ปลาหมึก&amp;nbsp;ไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการฯ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสามารถรับประทานอาหารทะเลได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนความคืบหน้า&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ&lt;/strong&gt;ศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8,382&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;คาดว่าจะจ่ายเงินเยียวยาให้กับกลุ่มประมงเป็นกลุ่มแรก&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221095948249</Link_News></row>
<row _id="57"><NewsTitle>จังหวัดตรังเตรียมประกาศให้พื้นที่ในอำเภอห้วยยอด เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ หลังจากที่มีพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่าร้อยหลังคาเรือน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;หลังจากถูกพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำสร้างความเสียหาย&amp;nbsp;โดยมีนายสำคัญ&amp;nbsp;อรทัย&amp;nbsp;นายอำเภอห้วยยอด/นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;ภูวญาณพงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง/นายธวัชชัย&amp;nbsp;วรพงศ์พัฒน์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลห้วยยอด/เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค/สาขาอำเภอห้วยยอด/เจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเคลียร์พื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;โดยเฉพาะต้นสนขนาดใหญ่&amp;nbsp;ยังได้เคลียร์ออก&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ยังปิดเส้นทางบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;ที่มีต้นสนล้มอยู่&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามทางเทศบาลตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่หลังค้านเรือนพังเสียหายโดยซื้อกระเบื้อง&amp;nbsp;เพื่อนำไปให้ประชาชนได้ซ่อมแซม&amp;nbsp;ในขณะที่ประชาชนได้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย&amp;nbsp;ส่วนบางหลังคาเรือนยังไม่ได้ซ่อมแซมเนื่องจากต้องรอช่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอดได้รับความเดือดร้อนกว่าร้อยหลังคาเรือน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่กระเบื้องหลังคาได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ซึ่งทางเทศบาลตำบลห้วยยอดได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว&amp;nbsp;อีกทั้งกำชับให้นายอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;เข้ามาช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่แนวเดียวกับต้นสนขนาดใหญ่ที่ล้มลง&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;หากจำเป็นต้องตัดก็ต้องตัด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;และพร้อมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ&amp;nbsp;เนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;นอกจากนี้ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ&amp;nbsp;และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งเตือนประชาชนทันที&amp;nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221101130254</Link_News></row>
<row _id="58"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก อำเภอห้วยยอด</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ร่วมกับหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อสำรวจความเสียหายและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก&amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้ต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าหน้าที่ว่าการอำเภอล้ม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เสา&amp;nbsp;รถเก๋งได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และมีผู้บาดเจ็บ&amp;nbsp;เล็กน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสำคัญ&amp;nbsp;อรทัย&amp;nbsp;นายอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์&amp;nbsp;และการให้ความช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หากจำเป็นต้องตัดก็ต้องตัด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;และพร้อมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ&amp;nbsp;เนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ&amp;nbsp;และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งเตือนประชาชนทันที&amp;nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางเทศบาลตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่หลังคาบ้านเรือนพังเสียหายโดยซื้อกระเบื้อง&amp;nbsp;เพื่อนำไปให้ประชาชนได้ซ่อมแซม&amp;nbsp;และยังปิดการจราจรบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ประชาชนไปใช้เส้นทางเลี่ยงแทน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221104009263</Link_News></row>
<row _id="59"><NewsTitle>จังหวัดตรัง เตรียมประกาศให้พื้นที่ในอำเภอห้วยยอด เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ หลังจากที่มีพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่าร้อยหลังคาเรือน</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอห้วยยอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากถูกพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำสร้างความเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสำคัญ&amp;nbsp;อรทัย&amp;nbsp;นายอำเภอห้วยยอด,&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;ภูวญาณพงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง,&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายธวัชชัย&amp;nbsp;วรพงศ์พัฒน์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลห้วยยอด,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;สาขาอำเภอห้วยยอด,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเคลียร์พื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;โดยเฉพาะต้นสนขนาดใหญ่&amp;nbsp;ยังได้เคลียร์ออก&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ยังปิดเส้นทางบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;ที่มีต้นสนล้มอยู่&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามทางเทศบาลตำบลห้วยยอด&amp;nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่หลังคาบ้านเรือนพังเสียหายโดยซื้อกระเบื้อง&amp;nbsp;เพื่อนำไปให้ประชาชนได้ซ่อมแซม&amp;nbsp;ในขณะที่ประชาชนได้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย&amp;nbsp;ส่วนบางหลังคาเรือนยังไม่ได้ซ่อมแซมเนื่องจากต้องรอช่าง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอดได้รับความเดือดร้อนกว่าร้อยหลังคาเรือน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่กระเบื้องหลังคาได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ซึ่งทางเทศบาลตำบลห้วยยอดได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว&amp;nbsp;อีกทั้งกำชับให้นายอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;เข้ามาช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่แนวเดียวกับต้นสนขนาดใหญ่ที่ล้มลง&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;หากจำเป็นต้องตัดก็ต้องตัด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;และพร้อมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ&amp;nbsp;เนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;นอกจากนี้ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ&amp;nbsp;และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจให้แจ้งเตือนประชาชนทันที&amp;nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221112808281</Link_News></row>
<row _id="60"><NewsTitle>จิตอาสาเกือบ 100  คน ช่วยกันแบกน้ำใส่หลังคนละ 1 แกลลอน  18 ลิตร เดินลุยป่าขึ้นภูเขาสูงหนทางกว่า  2.5 กม. เพื่อนำน้ำไปให้เลียงผา และสัตว์ป่า ที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้ดื่มกิน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จิตอาสาเกือบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ช่วยกันแบกน้ำใส่หลังคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แกลลอน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เดินลุยป่าขึ้นภูเขาสูงหนทางกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;เพื่อนำน้ำไปให้เลียงผา&amp;nbsp;และสัตว์ป่า&amp;nbsp;ที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้ดื่มกิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้สัตว์ป่า&amp;nbsp;โดยเฉพาะเลียงผาที่อาศัยอยู่บนภูเขาต้องลงสู่พื้นล่าง&amp;nbsp;เพื่อหาอาหารและน้ำกิน&amp;nbsp;ในพื้นที่ไร่&amp;nbsp;และสวนของชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบภูเขา&amp;nbsp;เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษตกค้าง&amp;nbsp;หรือได้รับอันตรายถูกไล่ล่าเป็นอาหารและนำกระดูกเลียงผาไปทำน้ำมันรักษาโรคกระดูกตามความเชื่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มจิตอาสา&amp;nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&amp;nbsp;ชมรมฅนรักษ์สัตว์-ป่า&amp;nbsp;และกลุ่ม&amp;nbsp;ฅ.ฅนทำทาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;,&amp;nbsp;กลุ่มขันอาสา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กลุ่มอาสาด้วยสองมือ&amp;nbsp;,ชมรมเด็กและเยาวชนแก๊งรองเท้าแตะ&amp;nbsp;และเยาวชนกองทัพมด&amp;nbsp;อำเภอชัยบาดาล&amp;nbsp;ได้ร่วมกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์&amp;nbsp;อ.ชัยบาดาล&amp;nbsp;จ.ลพบุรี&amp;nbsp;ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมดีๆ&amp;nbsp;ด้วยการขนย้ายน้ำ&amp;nbsp;ขึ้นสู่ยอดเขาสมโภชน์&amp;nbsp;ด้วยวิธีการแบกน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งบรรจุในถังน้ำแบบสะพายหลัง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เพื่อให้เลียงผาและสัตว์ป่าได้ดื่มกินในช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งกิจกรรมในการขนย้ายน้ำขึ้นภูเขา&amp;nbsp;ด้วยวิธีการเดินเท้านี้&amp;nbsp;จะทำติดต่อกันเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์&amp;nbsp;ต.นาโสม&amp;nbsp;อ.ชัยบาดาล&amp;nbsp;จ.ลพบุรี&amp;nbsp;ซึ่งในแต่ละปีจะมีจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่ป่าเขาสมโภชน์&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่&amp;nbsp;อ.ชัยบาดาล&amp;nbsp;จ.ลพบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;8,440&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนปกคุมไปด้วยป่าไม้&amp;nbsp;ค่อนข้างสมบูรณ์แห่งหนึ่งของ&amp;nbsp;จ.ลพบุรี&amp;nbsp;และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดจำนวนมาก&amp;nbsp;รวมทั้งเลียงผาสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์&amp;nbsp;แต่เนื่องจากพื้นที่ป่าเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยหิน&amp;nbsp;จึงไม่สามารถกักเก็บน้ำตามแหล่งธรรมชาติไว้ได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;โดยเฉพาะช่องหน้าแล้งของทุกปี&amp;nbsp;จนทำให้น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด&amp;nbsp;มีน้ำไม่เพียงพอให้สัตว์ป่าได้ดื่มกิน&amp;nbsp;ตลอดฤดูแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งทำให้สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บนภูเขาต้องลงสู่พื้นล่าง&amp;nbsp;เพื่อหาอาหารและน้ำกิน&amp;nbsp;ในพื้นที่ไร่&amp;nbsp;และสวนของชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบภูเขา&amp;nbsp;เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษตกค้าง&amp;nbsp;หรือได้รับอันตรายถูกไล่ล่าเป็นอาหารและนำกระดูกเลียงผาไปทำน้ำมันรักษาโรคกระดูกตามความเชื่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรม&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;แบกน้ำขึ้นเขา&amp;nbsp;ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เลียงผา&amp;nbsp;ซึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาแห่งนี้มีน้ำกิน&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2550&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;เพราะเขาสมโภชน์เป็นเขาหินปูนเลียงผา&amp;nbsp;จึงชอบมาพักอาศัยเพื่อดำรงชีวิต&amp;nbsp;แต่เขาหินปูนก็ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ทั้งปี&amp;nbsp;ที่สำคัญผืนป่าแห่งนี้&amp;nbsp;อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;มีสัตว์ป่ามากกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เลียงผา&amp;nbsp;หมีควาย&amp;nbsp;ค่างแว่น&amp;nbsp;ลิง&amp;nbsp;ค้างคาว&amp;nbsp;เม่น&amp;nbsp;หมาจิ้งจอก&amp;nbsp;เสือปลา&amp;nbsp;เสือไฟ&amp;nbsp;แมวป่า&amp;nbsp;ไก่ฟ้า&amp;nbsp;ไก่ป่า&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติวิทยาที่หลากหลายและน่าสนใจอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่ง&amp;nbsp;จิตอาสาเหล่านี้&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตและอนุรักษ์สัตว์ป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้รวมตัวกันในการจัดทำแหล่งกักเก็บน้ำให้สัตว์ป่าดื่มกินบนยอดเขาสูง&amp;nbsp;ด้วยการจัดทำสระเก็บน้ำด้วยพื้นพลาสติก&amp;nbsp;อ่างคอนกรีต&amp;nbsp;และบ่อวงท่อคอนกรีต&amp;nbsp;จำนวนมากที่ได้นำขึ้นไปตั้งบนพื้นที่โดยรอบของภูเขา&amp;nbsp;เพื่อกับเก็บน้ำในหน้าแล้งให้สัตว์ป่าได้ดื่มกิน&amp;nbsp;และเมื่อถึงหน้าแล้งของทุกปี&amp;nbsp;จิตอาสาเหล่านี้&amp;nbsp;ก็จะรวมตัวกันในการขนย้ายน้ำจากพื้นด้านล่างขึ้นไปสู่ยอดเขาเป็นประจำทุกๆ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยในปีนี้&amp;nbsp;มีกลุ่มจิตอาสาประมาณเกือบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งผ่านการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ก่อนเดินทางมาร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;พร้อมแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;หมอพร้อม&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง&amp;nbsp;และเพื่อนๆ&amp;nbsp;จิตอาสาที่มาร่วมงาน&amp;nbsp;ได้ร่วมกันทำกิจกรรมขนย้ายน้ำขึ้นสู่ภูเขาไปเติมยังสระน้ำและอ่างน้ำที่ทำไว้ก่อนหน้าเมื่อหลายปีก่อน&amp;nbsp;โดยจิตอาสาแต่ละคนจะต้องสะพายแกลลอนกระติกน้ำขนาด&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ใส่หลังคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;240&amp;nbsp;แกลลอน&amp;nbsp;ปริมาณน้ำราว&amp;nbsp;4,320&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;และค่อยๆ&amp;nbsp;เดินตามเส้นธรรมชาติในลักษณะกองทัพมด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นป่าและโขดหิน&amp;nbsp;ขึ้นไปสู่ยังจุดหมายบนยอดเขา&amp;nbsp;ระยะทางรวมประมาณ&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินเท้า&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมงเศษ&amp;nbsp;เพื่อเทน้ำเติมให้เต็มแหล่งกักเก็บน้ำที่เตรียมไว้&amp;nbsp;ซึ่งหนทางเป็นไปด้วยความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อย&amp;nbsp;แต่จิตอาสาทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ต่างก็ภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตสัตว์ป่าและยังเป็นการช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ลพบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222164514982</Link_News></row>
<row _id="61"><NewsTitle>รอง ผวจ.เพชรบูรณ์ เปิดอบรมโครงการ "รวมพลคนกู้ภัย" รุ่นที่ 4</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชัชวาลย์&amp;nbsp;เบญจสิริวงศ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการรวมพลคนกู้ภัย&amp;nbsp;ขององค์การสาธารณกุศล&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมการฝึกอบรม&amp;nbsp;"รวมพลคนกู้ภัย"&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมเอสอาร์เรสซิเดนซ์&amp;nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวสมัชญา&amp;nbsp;เมฆบวร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนกิจการอาสาสมัคร&amp;nbsp;กองส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;และมีอาสาสมัครกู้ภัยขององค์การสาธารณกุศล&amp;nbsp;กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกัน&amp;nbsp;COVID-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;และสนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การอบรมครั้งนี้&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;มีเนื้อหาเกี่ยวกับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระบบการบริหารจัดการสาธารณภัย,แนวทางการบูรณาการประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในการ&amp;nbsp;ภาวะฉุกเฉิน,&amp;nbsp;มีการแบ่งกลุ่มการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปบทเรียนการประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในภาวะฉุกเฉิน&amp;nbsp;และแนวทางการแก้ไข&amp;nbsp;โดยวิทยากรจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัชวาลย์&amp;nbsp;เบญจสิริวงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;อาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล&amp;nbsp;ที่ปฏิบัติงานกู้ชีพ&amp;nbsp;กู้ภัย&amp;nbsp;เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญ&amp;nbsp;ที่ได้เสียสละเวลาทำหน้าที่&amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;nbsp;ด้วยความกล้าหาญ&amp;nbsp;ทุ่มเทและไม่หวังผลตอบแทน&amp;nbsp;มีความมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;nbsp;ให้มีความปลอดภัย&amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจต่อผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ด้านกู้ชีพ&amp;nbsp;กู้ภัยในองค์กร&amp;nbsp;และผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลจากบทเรียนสาธารณภัยที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเห็นได้ถึงความเสียสละ&amp;nbsp;ของอาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล&amp;nbsp;ด้านการบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ที่มีส่วนสำคัญต่อการช่วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เหลือผู้ประสบภัยสนับสนุนการปฏิบัติงานกับภาครัฐทุกระดับ&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ตระหนักถึงความสาคัญของอาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล&amp;nbsp;ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;จึงจัดให้มีโครงการนี้ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการสาธารณภัย&amp;nbsp;และแนวทางการบูรณาการประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในภาวะฉุกเฉินร่วมกัน&amp;nbsp;อย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เริ่มจากระบบผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;คืออาสาสมัครองค์การสาธารณกุศล&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการเผชิญเหตุ&amp;nbsp;โดยการบูรณาการประสานการปฏิบัติงานร่วมกับ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;อำเภอที่มีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ลดความสูญเสียในชีวิต&amp;nbsp;และทรัพย์สินของประชาชน&amp;nbsp;ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;โดยมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดคือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;มีความปลอดภัยจากสาธารณภัยอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222175108036</Link_News></row>
<row _id="62"><NewsTitle>ปภ. แจ้ง 14 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรง 23  26 กุมภาพันธ์นี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำใกล้เกาะบอร์เนียว&amp;nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมสหพันธรัฐมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้&amp;nbsp;มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่&amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่วนทะเลอันดามันคลื่นสูง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;และสตูล&amp;nbsp;จึงแจ้งให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย&amp;nbsp;รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;11&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และเขต&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เฝ้าระวังปริมาณฝนสะสม&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พร้อมเน้นย้ำ&amp;nbsp;ทีมปฏิบัติการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ให้ครอบคลุมทุกมิติ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;หากสถานการณ์ขยายวงกว้าง&amp;nbsp;ให้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต&amp;nbsp;(ERT)&amp;nbsp;ชุดเคลื่อนที่เร็ว&amp;nbsp;รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัย&amp;nbsp;เข้าประจำพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่&amp;nbsp;และปฏิบัติตามแนวทางของแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&amp;nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&amp;nbsp;และสายด่วนนิรภัย1784&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222200856117</Link_News></row>
<row _id="63"><NewsTitle>ชาวบ้านปลื้มใจ ภายหลัง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยื่นมือช่วย เหตุไฟไหม้บ้านวอดยกหลัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;14/2&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลทุ่งกง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้รับความเสียหายยกหลัง&amp;nbsp;โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(22&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น&amp;nbsp;โดยนายจำนง&amp;nbsp;วงศ์สวัสดิ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัยลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้าให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;รวมทั้งให้กำลังใจ&amp;nbsp;และมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ของใช้ที่จำเป็นมอบให้&amp;nbsp;แก่นางประเสริฐ&amp;nbsp;แดงเสนาะ&amp;nbsp;และครอบครัว&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;14/2&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลทุ่งกง&amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ที่ประสบเหตุเพลิงไหม้บ้านวอดยกหลัง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมีผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางประเสริฐ&amp;nbsp;แดงเสนาะ&amp;nbsp;ได้รู้สึกปลื้มใจที่ทางหน่วยงานภาครัฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือในครั้งนี้&amp;nbsp;ทำให้ตนเองและครอบครัวรู้สึกว่าภาครัฐไม่เคยทอดทิ้งประชาชน&amp;nbsp;และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนเมื่อได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222185708058</Link_News></row>
<row _id="64"><NewsTitle>แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;สวราชย์&amp;nbsp;แสงผล&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยม&lt;/strong&gt;โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสระน้ำหนองลุมปุก&amp;nbsp;บ้านมาบเชือก&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลธงชัยเหนือ&amp;nbsp;อำเภอปักธงชัย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;ไพรวัลย์&amp;nbsp;จุ้ยเจริญ&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะฯ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานในการขุดลอกคลองน้ำเพื่อทำบ่อกักเก็บน้ำ&amp;nbsp;และหาวิธีที่จะทำให้น้ำได้ไหลเข้าสู่สระน้ำหนองลุมปุกได้มากขึ้นโดยการขุดเปิดร่องระบายน้ำเพื่อบังคับทิศทางน้ำ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222212920139</Link_News></row>
<row _id="65"><NewsTitle>แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการฝึกหมวดก่อสร้างทางระดับที่ 2 กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทยเซาทม์ซูดาน ผลัดที่ 3 และตรวจเยี่ยมจิตอาสาต้านภัยแล้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่วัดแสงธรรมวังเขียว&amp;nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;สวราชย์&amp;nbsp;แสงผล&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลและให้โอวาท&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กำลังดำเนินฝึกหมวดก่อสร้างทางระดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เซาท์ซูดาน&amp;nbsp;ผลัดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งจัดจากหน่วยขึ้นตรงกรมทหารช่างที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;นายทหาร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;และนายทหารประทวน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ซึ่งการฝึกครั้งนี้เพื่อเดินทางไปสานต่อภารกิจในนามสหประชาชาติ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน&amp;nbsp;พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ได้รับความเสียหายหลังจากเกิดสงครามกลางเมือง&amp;nbsp;นับเป็นปฏิบัติการรักษาสันติภาพที่ใหญ่ที่สุดของสหประชาชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้นได้เดินทางไปยัง&amp;nbsp;บริเวณสระน้ำหนองลุมปุก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บ้านมาบเชือก&amp;nbsp;ตำบลธงชัยเหนือ&amp;nbsp;อำเภอปักธงชัย&amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพลโครงจิตอาสาต้านภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในการดำเนินการขุดลอกหนองลุมปุกของกองพันทหารช่างที่&amp;nbsp;202&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;ณัฐพล&amp;nbsp;โรจนบุรานนท์&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่&amp;nbsp;202&amp;nbsp;กล่าวรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213038140</Link_News></row>
<row _id="66"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา kick off โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ปี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสระน้ำหนองลุมปุก&amp;nbsp;บ้านมาบเชือก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ธงชัยเหนือ&amp;nbsp;อ.ปักธงชัย&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจิตอาสาในเขตอำเภอปักธงชัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;โดยมีการขุดลอกสระน้ำหนองลุมปุ๊ก&amp;nbsp;บ้านมาบเชือก&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.ธงชัยเหนือ&amp;nbsp;อ.ปักธงชัย&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรจากหน่วยงานต่างๆร่วมดำเนินการ&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213128141</Link_News></row>
<row _id="67"><NewsTitle>ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานขจัดคราบน้ำมันจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วที่ทุ่นกลางทะเล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้มีการจัดประชุมกับตัวแทนกลุ่มประมง&amp;nbsp;48&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ที่โรงแรมระยองบีช&amp;nbsp;เรื่องการชดเชยค่าเสียหาย&amp;nbsp;และกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีการเข้าตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บกากของเสียจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&amp;nbsp;ที่โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;บริษัทได้รับข้อเสนอการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;เพื่อนาไปจัดทาแผนฟื้นฟูจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;และมหาวิทยาลัยบูรพาด้วย&amp;nbsp;ส่วนการดำเนินการเฝ้าระวังทางทะเลนั้นในวันนี้ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ส่วนการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่วนค่าอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;รวมทั้งได้ทำความสะอาดและสุ่มตัวอย่างคราบน้ำมันที่อยู่ใต้ทรายบริเวณชายหาด&amp;nbsp;คลองหัวรถและหลังร้านเจ๊จุก&amp;nbsp;ด้วยการพลิกหน้าทรายโดยใช้อุปกรณ์ไถคราดโดยแรงงานคน&amp;nbsp;เก็บทาร์บอลปริมาณ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;และส่วนทรายที่เปื้อนคราบน้ำมันมีเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสถานการณ์ในวันนี้หน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้ติดตามและเฝ้าระวัง&lt;/strong&gt;ยังไม่พบคราบน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;หรือกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด&amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานประมงจังหวัดระยอง&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;ได้มีการประชุมโดยได้เชิญประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านจำนวน&amp;nbsp;48&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เพื่อหารือและข้อเสนอการชดเชยเยียวยากับบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกลุ่มประมงพื้นบ้านเสนอชดเชยเยียวเดือนละ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีและจ่ายครั้งเดียว&amp;nbsp;พร้อมทั้งเสนอให้กลุ่มประมงได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและกิจกรรมอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;หลังจากจ่ายเยียวยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งบริษัทรับข้อเสนอกลุ่มประมงพื้นบ้านเสนอต่อผู้บริหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และนัดหมายจะนำข้อมูลการตัดสินใจแจ้งกลุ่มประมงพื้นบ้านในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ส่วนกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณชายหาด&amp;nbsp;และเกาะเสม็ด&amp;nbsp;ไปตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก&amp;nbsp;(HM)&amp;nbsp;และสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&amp;nbsp;(TPH)&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และในส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองได้เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมถอดบทเรียนกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลและประชุมการเฝ้าระวังสุขภาพผู้เก็บกู้คราบน้ำมันระยะยาว&amp;nbsp;ในช่วงกลางเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8,558&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213700144</Link_News></row>
<row _id="68"><NewsTitle>เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารเรือนไทยโรงเรียนจ่าการบุญ จ.พิษณุโลก ภายในเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครืองดนตรีไทย ดนตรีสากลจำนวนมากที่ใช้สำหรับสอนนักเรียน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;19.30&amp;nbsp;น&amp;nbsp;ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้&lt;/strong&gt;อาคารหอศิลป์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอาคารเรือนไทย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;ที่มีอายุกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ของโรงเรียนจ่าการบุญ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;ภายในเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครืองดนตรีไทย&amp;nbsp;ดนตรีสากลจำนวนมากที่ใช้สำหรับสอนนักเรียน&amp;nbsp;มูลค่าหลายล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง&amp;nbsp;เนื่องจากอาคารดังกล่าว&lt;/strong&gt;ก่อสร้างด้วยไม้เกือบทั้งหลัง&amp;nbsp;ประกอบกับแรงลมที่พัดอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลให้เปลวไฟโหมไหม้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;มีกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นสู้ท้องฟ้าสูงกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รถดับเพลิงในบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่กู้ภัย&amp;nbsp;เข้าทำการสกัดกั้นเพลิงที่กำลังลุกไหม้&amp;nbsp;เพื่อควบคุมสถานการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยใช้เวลานานกว่าครึ่งชัวโมง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงสามารถควบคุมเพลิง&lt;/strong&gt;บริเวณตัวอาคารเรือนทรงไทยได้&amp;nbsp;และควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดพบความเสียหายเบื้องต้นอาคาร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้นเป็นเรือนไม้ทรงไทยเสียหายหมดทั้งหลังภายในอาคารบริเวณชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไดด้รวบรวมเก็บเครื่องดนตรีเก่าเป็นห้องนาฏศิลป์ที่รวบรวมเครื่องดนตรีเก่าเอาไว้ภายในอาคาร&amp;nbsp;ไฟได้ลุกไหม้เผาเสียหายทั้งหมด&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำหล่อ&amp;nbsp;เลี้ยงไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไฟปะทุขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสาเหตุของการเกิดเหตัเพลิงไหม้ในครั่งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;จะได้ประสานไปยังศูนย์พิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เพื่อเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุ&amp;nbsp;ของเพลิงไหม้ที่แน่ชัด&amp;nbsp;อย่างละเอียด&amp;nbsp;อีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พิษณุโลก</Province><Department>สวท.พิษณุโลก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222214224147</Link_News></row>
<row _id="69"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำชับทุกจังหวัดรับมือพายุฤดูร้อน เตรียมกำลังคน และเครื่องมืออุปกรณ์ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&amp;nbsp;สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เตรียมความพร้อม&amp;nbsp;โดยติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจก่อให้เกิดพายุฤดูร้อนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เร่งตรวจตราอาคารสถานที่&amp;nbsp;ป้ายโฆษณา&amp;nbsp;สิ่งก่อสร้าง&amp;nbsp;รวมถึงไม้ยืนต้นตามสถานที่สาธารณะ&amp;nbsp;หากพบมีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าซ่อมแซมตามอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;รวมทั้งเชิญชวนประชาชนจิตอาสา&amp;nbsp;ช่วยกันสอดส่อง&amp;nbsp;ปรับปรุงดูแลให้เกิดความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ให้เตรียมบุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;ทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างทันที&amp;nbsp;สร้างการรับรู้ถึงแนวทางการปฏิบัติตน&amp;nbsp;ช่องทางการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ&amp;nbsp;ตลอดจนมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการดูแลประชาชนผ่านทุกช่องทางสื่อสาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในด้านการเผชิญเหตุ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่&amp;nbsp;ให้เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรณีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้แบ่งมอบภารกิจและบูรณาการหน่วยงาน&amp;nbsp;จัดทีมในรูปแบบ&amp;nbsp;ทีมประชารัฐ&amp;nbsp;เข้าซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp;หากเป็นกรณีป้ายโฆษณา&amp;nbsp;สิ่งก่อสร้าง&amp;nbsp;ไม้ยืนต้น&amp;nbsp;หรือโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า&amp;nbsp;ให้เร่งแก้ไขไม่ให้กีดขวางพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp;และซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรณีความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และอำเภอร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่&amp;nbsp;เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พร้อมสรุปรายงานสถานการณ์ให้กระทรวงมหาดไทยทราบน่อเนื่อง&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223120158248</Link_News></row>
<row _id="70"><NewsTitle>จังหวัดตราด จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จังหวัดตราด พ.ศ.2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดในฐานเลขานุการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;จัดขึ้นโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่ประชุมพลอยแดง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตามที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตราด&amp;nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;จึงได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้มีการนำเสนอเรื่องต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การพยากรณ์สถานการณ์การเกิดภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาตราด&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;การป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;กรณีภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณา&amp;nbsp;การจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมทั้งการ&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(13,&amp;nbsp;13,&amp;nbsp;13);"&gt;แบ่งมอบพื้นที่ความรับผิดชอบให้กับหน่วยทหารในพื้นที่เพื่อ&lt;/span&gt;ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(13,&amp;nbsp;13,&amp;nbsp;13);"&gt;&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ปี&lt;/span&gt;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมทั้ง&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;การขุดบ่อบาดาลเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223135556336</Link_News></row>
<row _id="71"><NewsTitle>ตราดเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เสี่ยงสูง 4 อำเภอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมพลอยแดง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดตราด&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการศูนย์ฯ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหรือผู้แทนเข้าร่วมประชุมเพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมป้องกันภัยแล้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในบางพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าระหว่างเดือนมกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ปริมาณฝนรวมประเทศไทยจะต่ำกว่าค่าปกติและคาดว่าจะเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;และตั้งแต่เดือนมีนาคม&amp;nbsp;จะมีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้ง&amp;nbsp;ความชื้นในอากาศมีน้อย&amp;nbsp;และมีอากาศร้อนจัดเป็นบางวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;การประสานการปฏิบัติ&amp;nbsp;การสนับสนุน&amp;nbsp;การปฏิบัติตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.2558&amp;nbsp;และเพื่อให้บังเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง&amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;255&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการจังหวัด&amp;nbsp;มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตจังหวัด&amp;nbsp;จึงจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราดตำบลหนองเสม็ด&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;จังหวัดตราด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ให้แนวทางในการใช้น้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ใช้น้ำอย่างประหยัด&amp;nbsp;/ปลูกพืชใช้น้ำน้ำน้อยหรือไม่ใช้น้ำ&amp;nbsp;นำศาสตร์พระราชามาปรับใช้&amp;nbsp;หากน้ำกร่อยหาวิธีแก้ไขโดยการปรับสภาพ&amp;nbsp;ส่วนน้ำสำหรับรักษานิเวศ&amp;nbsp;ไม่ให้ถล่มและผลักดันน้ำเค็ม&amp;nbsp;ให้หาข้อมูลว่า&amp;nbsp;ใช้ปริมาณน้ำเท่าไร&amp;nbsp;ใช้ช่วงไหนบ้าง&amp;nbsp;หากน้ำไม่มีในพื้นที่&amp;nbsp;สามารถดึงน้ำจากแหล่งใดบ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตราด&amp;nbsp;มีจำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;261&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;พื้นที่เสี่ยงมาก&amp;nbsp;17&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พื้นที่เสี่ยงปานกลาง&amp;nbsp;61&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พื้นที่เฝ้าระวัง&amp;nbsp;43&amp;nbsp;หมู่บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ไม่มีความเสี่ยง&amp;nbsp;140&amp;nbsp;หมู่บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยอำเภอที่มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;อำเภอบ่อไร่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;อำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมู่บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้ง&amp;nbsp;มอบให้&amp;nbsp;อบต./เทศบาล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภัยแล้งระดับพื้นที่&amp;nbsp;มอบให้อำเภอ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอร่วมบูรณาการ&amp;nbsp;แล้วส่งแผนเผชิญเหตุให้คณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินเกินความสามารถในการช่วยเหลือ&amp;nbsp;โดยในแผนต้อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ข้อมูลของผู้ใช้น้ำ&amp;nbsp;พื้นที่ในการใช้น้ำ&amp;nbsp;แหล่งน้ำที่จัดเก็บและนำมาใช้&amp;nbsp;การบริหารจัดส่งน้ำ&amp;nbsp;การใช้น้ำในประเภทใดบ้าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;น้ำเพื่ออุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;น้ำรักษาระบบนิเวศ&amp;nbsp;น้ำเพื่อผลักดันน้ำเค็ม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;หากน้ำขาดแคลนต้องบูรณาการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รณรงค์ใช้น้ำอย่างประหยัด&amp;nbsp;ปลูกพืชใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;นำน้ำจากแหล่งน้ำอื่นที่เพียงพอมาเติม&amp;nbsp;การขุดลอกระบายน้ำ&amp;nbsp;ขยายพื้นที่เก็บน้ำโดยขุดลอกเป็นประจำ&amp;nbsp;การสร้างฝายเก็บน้ำ&amp;nbsp;การหาแหล่งน้ำด้วยการขุดบ่อบาดาล&amp;nbsp;สระในพื้นที่ของเกษตรกรเอง&amp;nbsp;ทั้งนี้หากน้ำเพียงพอต้องมีคุณภาพสะอาดอีกด้วย&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากระบบประปาหมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;หรือน้ำบาดาล&amp;nbsp;และจากการประปาภูมิภาค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224000812594</Link_News></row>
<row _id="72"><NewsTitle>จังหวัดตรัง มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) จำนวน 30 ครอบครัว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;กรณีอุทกภัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(น้ำป่าไหลหลาก)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;กรณีอุทกภัย&amp;nbsp;(น้ำป่าไหลหลาก)&amp;nbsp;ให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยในพื้นที่ตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;และตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;กรณีอุทกภัย&amp;nbsp;(น้ำป่าไหลหลาก)&amp;nbsp;เกิดภัยเมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้และตำบลนาชุมเห็ดอำเภอย่านตาขาวมีผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;198&amp;nbsp;ครอบครัวบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หลังเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อำเภอได้ให้ความช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ&amp;nbsp;ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเจ้าของโดยใช้เงินทดลองราชการที่ได้รับจัดสรรจากผู้ว่าราชการจังหวัดจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ครอบครัวเป็นเงิน&amp;nbsp;497,250&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดตรัง&amp;nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&amp;nbsp;ได้มีมติการประชุมครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เห็นชอบให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินกรณีอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากโดยใช้เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดตรังช่วยเหลือด้านดำรงชีพจำนวน&amp;nbsp;183&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;เป็นเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;958,480&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น&amp;nbsp;กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครอบครัวเป็นเงิน&amp;nbsp;3,800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่าวัสดุซ่อมแซม&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยประจำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;เป็นเจ้าของจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นเงิน&amp;nbsp;8,400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่าซ่อมแซมหรือสร้างยุ้งข้าวโรงเรือน&amp;nbsp;สำหรับเก็บพืชผลและคอกสัตว์ที่ได้รับความเสียหายจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่าเครื่องนุ่งห่มที่ได้รับความเสียหายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหรือมีความจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีพ&amp;nbsp;กรณีไม่มีเครื่องนุ่งห่มในการดำรงชีพขณะเกิดภัยจำนวน&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;292&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;256,030&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและหรือเงินทุนสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่เป็นอาชีพหลัก&amp;nbsp;ในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติเท่าที่จ่ายจริงจำนวน&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;231,900&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่าเครื่องครัวและอุปกรณ์ในการประกอบอาหารที่สูญหายหรือได้รับความเสียหายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกเท่าที่จ่ายจริงจำนวน&amp;nbsp;79&amp;nbsp;ครัวเรือนเป็นเงิน&amp;nbsp;145,350&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่าเครื่องนอนที่สูญหายหรือได้รับความเสียหายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหรือมีความจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีพกรณีไม่มีเครื่องนอนในการดำรงชีพขณะเกิดภัยเท่าที่จ่ายจริงจำนวน&amp;nbsp;117&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;350&amp;nbsp;รายเป็นเงิน&amp;nbsp;309,500&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223151407370</Link_News></row>
<row _id="73"><NewsTitle>กรมชลประทาน พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ หลังกรมอุตุคาดการณ์ฝนตกหนักภาคใต้ตอนล่าง วันที่ 23 - 26 กุมภาพันธ์ นี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;นี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;จากอิทธิพลลมตะวันออกและหย่อมความกดอากาศต่ำ&amp;nbsp;ประกอบกับประกาศพื้นที่เฝ้าระวังในช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังน้ำหลาก&amp;nbsp;ดินถล่ม&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ในช่วงเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ตลอดจนตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานได้อ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;อาคารบังคับน้ำ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากและป้องกันน้ำท่วมได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลากไว้ล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อาทิ&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมบุคลากร&amp;nbsp;เครื่องจักรเครื่องมือ&amp;nbsp;รวมไปถึงระบบสื่อสารสำรอง&amp;nbsp;และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;พร้อมกับประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;และแจ้งเตือนล่วงหน้า&amp;nbsp;ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ให้รับทราบอย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223194631525</Link_News></row>
<row _id="74"><NewsTitle>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงยังชีพพระราชทาน มอบให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยที่จังหวัดนครพนม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายชวนินทร์&amp;nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นผู้แทนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ประจำจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เชิญถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้กับครอบครัวของ&amp;nbsp;นางสาวชมเชย&amp;nbsp;ยทราช&amp;nbsp;ผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;94&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลนาขาม&amp;nbsp;อำเภอเรณูนคร&amp;nbsp;และครอบครัวของ&amp;nbsp;นายบัวผัน&amp;nbsp;ปุ่มเป้า&amp;nbsp;ผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;153&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตำบลก้านเหลือง&amp;nbsp;อำเภอนาแก&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;ภายหลังบ้านของทั้งสองครอบครัวที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเกิดเหตุไฟไหม้เสียหาย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมบริจาคสิ่งของ&amp;nbsp;เครื่องใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชวนินทร์&amp;nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์&amp;nbsp;ทรงต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว&amp;nbsp;อันจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและผ่อนคลายความทุกข์ร้อน&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ทุกคนในครอบครัวที่ประสบอัคคีภัยในครั้งนี้&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วยความเข้มแข็ง&amp;nbsp;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ประจำจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เชิญถุงยังชีพพระราชทานมามอบให้&amp;nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ประสบภัยด้วย&amp;nbsp;ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุ&amp;nbsp;ทุกฝ่ายได้ร่วมให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งการช่วยกันดับไฟ&amp;nbsp;การรื้อถอนและปรับพื้นที่บ้านที่เสียหาย&amp;nbsp;การจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่จะได้นำเรื่องเข้าที่ประชุม&lt;/strong&gt;เพื่อพิจารณาอนุมัติวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือต่อไป&amp;nbsp;พร้อมนี้เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนมได้มอบเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;พร้อมครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;และเครื่องใช้จำเป็นต่อการดำรงชีพ&amp;nbsp;สมาคมผู้สูงอายุ&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;และเพื่อนบ้านมอบสิ่งของเครื่องใช้ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223190321497</Link_News></row>
<row _id="75"><NewsTitle>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดอ่างทอง มอบสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;บ้านผู้ประสบภัย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลป่าโมก&amp;nbsp;อำเภอป่าโมก&amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวีระศักดิ์&amp;nbsp;วิจิตร์แสงศรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยจากเงินสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายปริญญา&amp;nbsp;เขมะชิต&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;ในฐานะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ประจำจังหวัดอ่างทองเป็นผู้กล่าวรายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีระศักดิ์&amp;nbsp;วิจิตร์แสงศรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;ได้พิจารณาการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;โดยใช้เงินสำรองจ่ายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;ประจำจังหวัด&amp;nbsp;งานบรรเทาทุกข์&amp;nbsp;จัดสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่&amp;nbsp;ผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้กล่าวแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>อ่างทอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223191947507</Link_News></row>
<row _id="76"><NewsTitle>เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มุ่งเตรียมพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจากการเกิดอัคคีภัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่โรงเรียนชุมชนวัดทับมา&amp;nbsp;ต.ทับมา&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;วงษ์ศรี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดอบรมโครงการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรการกุศล&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่ตำบลทับมา&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ในการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ&amp;nbsp;ข้อกฎหมายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;และมาตรฐานความปลอดภัยในอาคาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทฤษฎีการเกิดอัคคีภัย&amp;nbsp;การระงับเหตุอัคคีภัย&amp;nbsp;หลักการดับเพลิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเคลื่อนย้าย&amp;nbsp;การปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอัคคีภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทคนิคการใช้อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องมือดับเพลิง&amp;nbsp;และการควบคุมไฟที่เกิดจากน้ำมันและแก๊ส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มุ่งเน้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านวัสดุ&amp;nbsp;อุปกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บุคลากรและทรัพยากรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจากการเกิดอัคคีภัย&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&amp;nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติงานในการรับมือกับสถานการณ์อัคคีภัย&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&amp;nbsp;มีทักษะ&amp;nbsp;ด้านการวางแผนการดับเพลิง&amp;nbsp;วิธีการดับเพลิง&amp;nbsp;การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง&amp;nbsp;สามารถระงับเหตุอัคคีภัยได้ในเบื้องต้น&amp;nbsp;ตลอดจนรู้จักวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการอพยพหนีไฟ&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพ&amp;nbsp;ให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม&amp;nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;ช่วยเหลือ&amp;nbsp;และดูแลความปลอดภัย&amp;nbsp;ในชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;ของประชาชนผู้ประสบเหตุอัคคีภัยได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นการเพื่อจัดทำสื่อวิดีทัศน์&amp;nbsp;เกี่ยวกับการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;และเผยแพร่ให้ประชาชน&amp;nbsp;หรือหน่วยงานได้ทราบเข้าใจขั้นตอน&amp;nbsp;และวิธีปฏิบัติในการรับมือ&amp;nbsp;เมื่อเกิดสถานการณ์นี้ขึ้นด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้ในงานยังมีการลงนาม&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ระหว่างเทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ปภ.ระยอง&amp;nbsp;โรงเรียนชุมชนวัดทับมา&amp;nbsp;กำนันตำบลทับมา&amp;nbsp;และมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนโครงการให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223185207491</Link_News></row>
<row _id="77"><NewsTitle>จ.สุพรรณบุรี เตรียมป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทอยน้ำจากเขื่อนกระเสียวช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งในอำเภอดอนเจดีย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายธีรยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์ดิษฐ์วงษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายปภินวิช&amp;nbsp;ละอองแก้ว&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายอำเภอดอนเจดีย์&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลทะเลบก&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ตำบลทะเลบก&amp;nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และพื้นที่ข้างเคียง&amp;nbsp;โดยสำรวจบ่อน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;และการขุดลอกคลองส่งน้ำเพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&amp;nbsp;เพื่อนำน้ำจากเขื่อนกระเสียวมายังพื้นที่เก็บน้ำในตำบลทะเลบก&amp;nbsp;เป็นระยะทาง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;หลังจากขุดลอกเสร็จก็จะนำเครื่องสูบน้ำระยะไกลสูบน้ำจากคลองมาเก็บยังบ่อน้ำธรรมชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากปริมาณน้ำเขื่อนกระเสียวปีนี้มีปริมาณเกือบเต็มความจุของอ่าง&amp;nbsp;ก็อยากเอาน้ำมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของภัยแล้ง&amp;nbsp;โดยพื้นที่ตำบลทะเลบกเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;โดยจะทอยน้ำจากเขื่อนกระเสียวผ่านคลองผาโลกมายังตำบลทะเลบก&amp;nbsp;โดยความร่วมมือจาก&amp;nbsp;ชลประทานและทางป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ใช้รถแบคโฮขุดลอกวัชพืชเปิดทางน้ำจากบริเวณแยกแตงโม&amp;nbsp;อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;มายังตำบลทะเลบก&amp;nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำส่งระยะไกลตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;ทอยน้ำเข้าพื้นที่สระน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ของตำบลทะเลบก&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ปริมาณน้ำ&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ซึ่งน่าจะเพียงพอให้กับประชาชนในตำบลทะเลบกใช้ในการอุปโภคบริโภคหรือถ้าทำการเกษตรแบบใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;หากทำเกษตรที่ใช้น้ำมากน้ำก็จะไม่เพียงพอ&amp;nbsp;อีกหนึ่งสัปดาห์หรือไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จะเห็นว่าจะได้น้ำมาอย่างไร&amp;nbsp;วันนี้เลยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมกับประสานกรมชลประทานในเรื่องของการปล่อยน้ำ&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานได้นำเข้าที่ประชุม&amp;nbsp;jnc&amp;nbsp;กรรมการผู้ใช้น้ำแล้ว&amp;nbsp;ก็เห็นชอบจะปล่อยน้ำมาช่วยในพื้นที่ตำบลทะเลบก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223201746539</Link_News></row>
<row _id="78"><NewsTitle>แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในช่วงนี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง&amp;nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;ภาคเหนืออุณหภูมิต่ำสุด&amp;nbsp;13-19&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ยอดดอย&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&amp;nbsp;4-12&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&amp;nbsp;11-16&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ยอดภูต่ำสุด&amp;nbsp;7-14&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณเกาะบอร์เนียว&amp;nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณเกาะบอร์เนียว&amp;nbsp;มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;และสตูล&amp;nbsp;มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม&amp;nbsp;อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;โดยอ่าวไทยตอนบนสูงประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;สำหรับทะเลอันดามันคลื่นสูง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย&amp;nbsp;ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224110921649</Link_News></row>
<row _id="79"><NewsTitle>กองอำนวยการป้องและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล แจ้งเตือนประชาชนรับมือฝนตกหนัก 23  26 กุมภาพันธ์ นี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายชาตรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ถลาง&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp;กอปรกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แจ้งว่าในช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและ&amp;nbsp;ภาคใต้มีกำลังแรง&amp;nbsp;รวมถึงหย่อมความกดอากาศต่ำใกล้เกาะบอร์เนียว&amp;nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่&amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง&amp;nbsp;1-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม&amp;nbsp;ฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองสตูล&amp;nbsp;ควนโดน&amp;nbsp;ควนกาหลง&amp;nbsp;และละงู&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเป็นการเตรียมการรับสถานการณ์ในห้วงวันดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสา&amp;nbsp;ธารณภัยอำเภอทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ&amp;nbsp;และข่าวสารจากทางราชการ&amp;nbsp;พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก&amp;nbsp;ปริมาณฝนตกสะสม&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;พื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;พื้นที่ลาดเชิงเขา&amp;nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;พร้อมทั้งวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์จากปัจจัยต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สภาวะอากาศ&amp;nbsp;ปริมาณน้ำฝนและปัจจัยสภาพความเสี่ยงในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อประสานและบูรณาการหน่วยงาน&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมทรัพยากร&amp;nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัย&amp;nbsp;และแผนเผชิญเหตุรวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรณีเกิดภัยพิบัติในพื้นที่&amp;nbsp;ประชาชนสามารถแจ้ง&lt;/strong&gt;ขอความช่วยเหลือโดยด่วนได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;7472&amp;nbsp;2121&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;0&amp;nbsp;7472&amp;nbsp;2296&amp;nbsp;หรือสายด่วน&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224111910656</Link_News></row>
<row _id="80"><NewsTitle>ผู้ว่าฯสตูล ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง จังหวัดสตูล ประจำปี 2565 ขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าฯสตูล&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมการขับเคลื่อน&lt;/strong&gt;โครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว&amp;nbsp;ที่สระน้ำห้วยเยี่ยว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลสาคร&amp;nbsp;อำเภอท่าแพ&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว&amp;nbsp;โดยมีนายธีระพงษ์&amp;nbsp;คุ่มเคี่ยม&amp;nbsp;นายอำเภอท่าแพ&amp;nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ตลอดจนกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตำบลสาคร&amp;nbsp;และประชาชนจิตอาสาภัยพิบัติตำบลสาคร&amp;nbsp;ร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ได้ตรวจติดตามความคืบหน้า&lt;/strong&gt;เตรียมความพร้อมขุดลอกสระน้ำระบบประปาห้วยเยี่ยว&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;เพื่อระบายน้ำออกก่อนที่จะดำเนินการขุดลอก&amp;nbsp;คาดว่าน้ำจะแห้งใช้เวลา&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หลังจากนั้นวางแผนนำเครื่องจักรเข้าขุดลอกสระน้ำประมาณต้นเดือนมีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224173243906</Link_News></row>
<row _id="81"><NewsTitle>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&lt;/strong&gt;ให้&amp;nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลท่าระหัด&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;มอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลท่าระหัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยมีบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;111&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;112&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายประจวบ&amp;nbsp;เพ็งพันธุ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;79&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp;(เสียชีวิต)&amp;nbsp;และบ้านเลขที่&amp;nbsp;114&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีบ้านที่เสียหายบางส่วน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;คือบ้านเลขที่&amp;nbsp;115&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และบ้านเลขที่&amp;nbsp;112/1&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งประสบเหตุอัคคีภัย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.พ.2565&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&amp;nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&amp;nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&amp;nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225095625075</Link_News></row>
<row _id="82"><NewsTitle>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&lt;/strong&gt;ให้&amp;nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลท่าระหัด&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลท่าระหัด&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยมีบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;111&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;112&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายประจวบ&amp;nbsp;เพ็งพันธุ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;79&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp;(เสียชีวิต)&amp;nbsp;และบ้านเลขที่&amp;nbsp;114&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีบ้านที่เสียหายบางส่วน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;คือบ้านเลขที่&amp;nbsp;115&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และบ้านเลขที่&amp;nbsp;112/1&amp;nbsp;มีผู้อาศัย&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งประสบเหตุอัคคีภัย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.พ.2565&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&amp;nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&amp;nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&amp;nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225145125232</Link_News></row>
<row _id="83"><NewsTitle>นนทบุรีซักซ้อมการจัดฝึกซ้อมแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคารสูง รูปแบบเหตุการณ์จริง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอโรชา&amp;nbsp;นันทมนตรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประชุมคณะทำงานออกแบบและควบคุมการฝึกซ้อมแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคารสูง&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดจัดฝึกซ้อมรูปแบบเหตุการณ์จริง&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ที่อาคารชุดแอสปาย&amp;nbsp;รัตนาธิเบศร์&amp;nbsp;อำเภอเมืองนนทบุรี&amp;nbsp;โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็นและวางแนวทางในการฝึกซ้อม&amp;nbsp;เพื่อให้การออกแบบและควบคุมการฝึกซ้อมฯ&amp;nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;เนื่องจากในการดำเนินการฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วน&amp;nbsp;และเป็นฝึกซ้อมรูปแบบเหตุการณ์จริง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การดับเพลิง&amp;nbsp;การอพยพผู้พักอาศัยในอาคาร&amp;nbsp;การพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;การนำส่งโรงพยาบาล&amp;nbsp;การประสานขออุปกรณ์อากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;ขึ้นตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ&amp;nbsp;การประสานขอสนับสนุนอากาศยานปีกหมุน&amp;nbsp;ดับเพลิงและกู้ภัย&amp;nbsp;จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;การกู้ภัยในอาคาร&amp;nbsp;การเข้าตรวจสอบพื้นที่หลังเหตุการณ์สงบ&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และมีการขยายพื้นที่พักอาศัยเข้ามาในจังหวัดนนทบุรีจำนวนมาก&amp;nbsp;มีทั้งโครงการบ้านจัดสรร&amp;nbsp;และอาคารชุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะอาคารชุดมีกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการจัดซ้อมแผน&amp;nbsp;เนื่องจากสาธารณภัยและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อน&amp;nbsp;การตอบโต้สถานการณ์และการปฏิบัติการช่วยเหลือที่ดีและรวดเร็ว&amp;nbsp;จะช่วยลดความสูญเสียให้น้อยลง&amp;nbsp;โดยในทุกขั้นตอนจะมีการบันทึกสถิติเวลาปฏิบัติงานของทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติ&amp;nbsp;เป็นการสร้างความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของหน่วยงานและบุคลากร&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการทดสอบการประสานงานและการบูรณาการความร่วมมือ&amp;nbsp;ทำให้ทราบจุดบกพร่องและช่องว่างในการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน&amp;nbsp;เพื่อนำไปปรับปรุงแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และเป็นการพัฒนาแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225153948260</Link_News></row>
<row _id="84"><NewsTitle>ฝนเริ่มตกหนักเป็นช่วงช่วง เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยรับมือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดพัทลุงเริ่มมีฝนตกหนักเป็นช่วงๆหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยริมเชิงเขาและบริเวณทางน้ำ&amp;nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก&amp;nbsp;และปริมาณฝนตกสะสม&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;และน้ำป่าไหลหลาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้&lt;/strong&gt;ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;(6/2565)เรื่อง&amp;nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างในวันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;มีฝนหนักหลายพื้นที่&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;และสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;มีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้&amp;nbsp;พื้นที่ของจังหวัดพัทลุงเริ่มมีสภาพฝนตกหนักเป็นช่วงๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอติดเทือกเขาบรรทัด&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มฝนขึ้นจากฝั่งอ่าวไทย&amp;nbsp;ถูกพัดพาปะทะกับแนวภูเขาส่งผลให้มีสภาพฝนตกหนักตั้งแต่อำเภอกงหรา&amp;nbsp;อำเภอศรีนครินทร์&amp;nbsp;เรื่อยลงมาถึงอำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอควนขนุน&amp;nbsp;จึงมีประกาศเตือนขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยริมเชิงเขาและบริเวณทางน้ำไหลผ่าน&amp;nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก&amp;nbsp;และปริมาณฝนตกสะสม&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;และน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ติดตามสภาวะอากาศเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ&amp;nbsp;แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;และข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องจากฝนตกหนัก&amp;nbsp;ปริมาณฝนตกสะสม&amp;nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมชัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำล้นตลิ่ง&amp;nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;และน้ำป่าไหลหลากได้&amp;nbsp;และพร้อมบูรณาการหน่วยงานพลเรือน&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;เครือข่ายอาสาสมัคร&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;เตรียมพร้อมทรัพยากร&amp;nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัยและแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;ในการแจ้งเตือนและประกาศให้ประชาชนไปยังพื้นที่จุดปลอดภัยที่กำหนดไว้&amp;nbsp;พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;และจัดระบบดูแลประชาชนให้มีสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074&amp;nbsp;612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225155200275</Link_News></row>
<row _id="85"><NewsTitle>สองตายายปลื้มน้ำตาคลอเบ้า ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นำคณะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ หลังกระแสลมแรงพัดบ้านเรือนเสียหาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายจำนง&amp;nbsp;สวัสดิ์วงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงาน&amp;nbsp;ปภ.จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายสำราญ&amp;nbsp;พรหมทอง&amp;nbsp;ผอ.ส่วนป้องกันและปฏิบัติการ&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ปภ.เขต&amp;nbsp;11&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นางสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายสุกิจ&amp;nbsp;มีพริ้ง&amp;nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ออกตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบวาตภัยในพื้นที่ตำบลคลองไทร&amp;nbsp;อำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;หลังมีฝนตกหนักและกระแสลมแรง&amp;nbsp;พัดบ้านเรือนราษฎรได้รับเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวนายเจริญ&amp;nbsp;ขวัญแก้ว&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;81&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;129/2&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลบางไทร&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;ซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยา&amp;nbsp;และลูกหลาน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ชีวิต&amp;nbsp;หลังคาบ้านถูกกระแสลมพัดเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;กันสาดร่วงหล่นลงมากองที่พื้น&amp;nbsp;รวมทั้งของใช้อื่นๆ&amp;nbsp;ถูกกระแสลมพัดกระจายเกลื่อนพื้น&amp;nbsp;ซึ่งจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจในครั้งนี้&amp;nbsp;สร้างความปลาบปลื้มใจให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;โดยเฉพาะนายเจริญ&amp;nbsp;และภรรยา&amp;nbsp;ถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื่นตันใจ&amp;nbsp;ที่พ่อเมืองมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้กำชับอำเภอ&lt;/strong&gt;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก&amp;nbsp;คลื่นลมแรง&amp;nbsp;อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้ดำเนินการช่วยเหลือด้วยความรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;เป็นธรรม&amp;nbsp;และรายงานให้จังหวัดทราบโดยด่วน&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เน้นย้ำในเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ขอให้ระมัดระวัง&amp;nbsp;ดูแลสุขภาพ&amp;nbsp;และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225162622317</Link_News></row>
<row _id="86"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นราธิวาส ลงพื้นที่บริเวณท่อระบายน้ำแห่งที่ 3 (บ้านยะกัง) ม.11 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ตรวจสอบระดับน้ำในคลองบาโง เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตเทศบาลนราธิวาส</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.45&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีนราธิวาส&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาสลงพื้นที่สำรวจคลองบ้านบาโง&amp;nbsp;(ยะกัง)&amp;nbsp;บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางนราชุมชนยะกัง&amp;nbsp;เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง&amp;nbsp;ทำให้เกรงว่าอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง&amp;nbsp;หากปริมาณน้ำสูงเกินกว่าปกติ&amp;nbsp;จะต้องเร่งสูบน้ำจากคลองบ้านบาโงตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อระบายน้ำที่ไหลมาจากศูนย์ราชการระบายลงแม่น้ำยะกังลงแม่น้ำบางนราก่อนที่จะระบายลงทะเลอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศแจ้งเตือนตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;(6/2565)&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ลมตะวันออก&amp;nbsp;และลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย&amp;nbsp;และภาคใต้มีกำลังแรง&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างในวันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;จึงขอให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอทุกอำเภอ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก&amp;nbsp;ปริมาณฝนสะสม&amp;nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;โดยพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนเมือง&amp;nbsp;พื้นที่ติดแม่น้ำลำคลอง&amp;nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;น้ำลันตลิ่ง&amp;nbsp;พื้นที่ลาดเชิงเขา&amp;nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;รวมถึงออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณการแจ้งเตือนประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง&amp;nbsp;ตลอดจนกำชับสถานประกอบการโรงแรมในพื้นที่ชายทะเล&amp;nbsp;สื่อสารให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังและห้ามลงเล่นน้ำทะเลในช่วงที่มีคลื่นลมแรงโดยเด็ดขาดบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่ง&amp;nbsp;ควรระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง&amp;nbsp;และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225185014381</Link_News></row>
<row _id="87"><NewsTitle>จ.ยะลาฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้บางพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังแล้ว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;สถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หลังจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกออกประกาศเตือน&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;(5/2565)&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;โดยจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งทำให้&amp;nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เตือนไปยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้ระมัดระวังอันตราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เริ่มเปลี่ยนสีและเพิ่มระดับขึ้นเป็นผลจากฝนทีตกต่อเนื่อง&amp;nbsp;แจ้งประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนเมือง&amp;nbsp;พื้นที่ติดแม่น้ำลำคลอง&amp;nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;น้ำล้นตลิ่ง&amp;nbsp;พื้นที่ลาดเชิงเขา&amp;nbsp;อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;และดินถล่ม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;ธารโต&amp;nbsp;บันนังสตา&amp;nbsp;กรงปินัง&amp;nbsp;ยะหา&amp;nbsp;และอำเภอกาบัง&amp;nbsp;เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง&amp;nbsp;บริเวณแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ตั้งแต่อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;อำเภอกรงปินังและอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;บริเวณคลองยะหา&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;และบริเวณแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;หลังจากที่มีปริมาณฝนตกต่อเนื่อง&amp;nbsp;ก็พบว่าในพื้นที่ลุ่มต่ำและน้ำท่วมซ้ำซาก&amp;nbsp;เกิดน้ำท่วมขังบนถนนทางเข้าหมู่บ้านไบก์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.บุดี&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ติดถนนหลวง&amp;nbsp;4063&amp;nbsp;สายรามัน-ยะลา&amp;nbsp;บริเวณใกล้กับสถานีบริการน้ำมันเชลล์&amp;nbsp;(อีสนีนปิโตรเลียม)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถติดต่อ&amp;nbsp;สายด่วน&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&amp;nbsp;โทร.073-203562&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225185741388</Link_News></row>
<row _id="88"><NewsTitle>สภ.แม่หวาด แจ้งเลี่ยงเส้นทาง 410 ยะลา - เบตง หลัง ฝนตกหนัก ต้นไม้-เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน รถไม่สามารถสัญจรได้ จนท.เร่งดำเนินการ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภ.แม่หวาด&amp;nbsp;แจ้งเลี่ยงเส้นทาง&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;หลังฝนตกหนัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้นไม้-เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;สวนตาหวาน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บ้านกระป๋อง&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;รถไม่สามารถสัญจรได้&amp;nbsp;จนท.เร่งดำเนินการแจ้งประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เส้นทางสาย&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ธารโต-เบตง&amp;nbsp;มีเสาไฟฟ้า&amp;nbsp;ต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง&amp;nbsp;เนื่องจากฝนตกหนัก&amp;nbsp;สภ.แม่หวาด&amp;nbsp;แจ้งประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ผู้ใช้ถนน&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;ให้ไปใช้ถนนสายบน&amp;nbsp;คอกช้าง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;วังใหม่&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;สายล่าง&amp;nbsp;410&amp;nbsp;มีต้นไม้และเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;สวนตาหวาน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บ้านกระป๋อง&amp;nbsp;ต.แม่หวาด&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;รถไม่สามารถสัญจรได้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าดำเนินการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225191112397</Link_News></row>
<row _id="89"><NewsTitle>นิพนธ์ เตือนเฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมขัง พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายบุรีและแม่นโก-ลก ช่วง 25-28 กุมภาพันธ์ นี้ พร้อมสั่งปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เตรียมพร้อมสรรพกำลังดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ปภ.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;ได้ออกประกาศคาดการณ์สถานการณ์เฝ้าระวังน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง&amp;nbsp;มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำฝนจากฝนคาดการณ์&amp;nbsp;(ONE&amp;nbsp;MAP)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;(องค์กรมหาชน)&amp;nbsp;พบว่าหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;มีปริมาณฝนตกหนักมากกว่า&amp;nbsp;150&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ทำให้มีประมาณน้ำสะสมไหลลงแม่น้ำมากขึ้น&amp;nbsp;จึงขอเน้นย้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เสี่ยงน้ำล้นสูงกว่าตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอสายบุรี&amp;nbsp;อำเภอยะรัง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;และอำเภอแว้ง&amp;nbsp;อำเภอสุคิริน&amp;nbsp;อำเภอศรีสาคร&amp;nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;อำเภอตากใบ&amp;nbsp;อำเภอรือเสาะ&amp;nbsp;อำเภอจะแนะ&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;25-28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;บูรณาการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน&amp;nbsp;ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;พร้อมพิจารณาความเหมาะสมในการระบายน้ำในลำน้ำ&amp;nbsp;แม่น้ำ&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับการขึ้น-ลง&amp;nbsp;ของระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;ตรวจสอบความมั่นคง&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;แนวคันบริเวณแม่น้ำ&amp;nbsp;กำจัดสิ่งกีดขวางต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;พร้อมทั้งการเตรียมการและการดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมบุคลากร&amp;nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัยต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้สามารถใช้การได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ก็ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เน้นย้ำ&amp;nbsp;ทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมเพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ&amp;nbsp;และที่สำคัญที่สุด&amp;nbsp;ชีวิตคนต้องมาเป็นอันดับแรก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225194228414</Link_News></row>
<row _id="90"><NewsTitle>ยะลา ฝนตกสะสมต่อเนื่อง น้ำเริ่มล้นเอ่อ ท่วมถนน - บ้านเรือน พื้นที่ต่ำ ประชาชนต้องเฝ้าระวัง สถานการณ์น้ำในระยะนี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;จนถึงขณะนี้ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องทั้งในปริมาณเล็กน้อย&amp;nbsp;ไปจนถึงปานกลางและหนัก&amp;nbsp;เป็นระยะๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้น้ำฝนที่ตกสะสม&amp;nbsp;เริ่มเข้าท่วมผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;น้ำท่วมซ้ำซาก&amp;nbsp;ริมแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;อ.กรงปินัง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ริมแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;น้ำยังเอ่อล้นท่วมถนนสายยะลา&amp;nbsp;-&amp;nbsp;รามัน&amp;nbsp;บ้านปารามีแต&amp;nbsp;หน้าปั้ม&amp;nbsp;ปตท.บุดี&amp;nbsp;บ้านบือแน&amp;nbsp;ต.บุดี&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ถนนข้างปั้มเชลส์&amp;nbsp;บ้านไบก์&amp;nbsp;ต.บุดี&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;หน้าร้านซื้อของเก่า&amp;nbsp;บ้านโกตาบารู&amp;nbsp;(สายเก่า)&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;ถนนสายตือเบาะ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บุดี&amp;nbsp;ต.สะเตงนอก&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;รถยนต์ขนาดเล็กยังสามารถสัญจรผ่านได้&amp;nbsp;แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนราษฎรบ้างแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทาง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;ล้นตลิ่ง&amp;nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;พื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;อ.กรงปินัง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ริมแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;บริเวณบ้านละแอ&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;ชุมชนตลาดล่าง&amp;nbsp;ต.กายูบอเกาะ&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;บ้านกือเม็ง&amp;nbsp;บ้านแยะ&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;บ้านพรุ&amp;nbsp;ต.ท่าธง&amp;nbsp;บ้านเกะรอ&amp;nbsp;ต.เกะรอ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;ริมคลองยะหา&amp;nbsp;บริเวณบ้านกาบุ&amp;nbsp;ต.ยะหา&amp;nbsp;บ้านอาบอ&amp;nbsp;บ้านละแอ&amp;nbsp;บ้านตาเปาะ&amp;nbsp;บ้านกือยา&amp;nbsp;บ้านชะเมาะ&amp;nbsp;บ้านกูแบรายอ&amp;nbsp;ต.ละแอ&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ซึ่งฝนที่ตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;ก็จะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง&amp;nbsp;ล่าสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปริมาณน้ำเก็บกักปกติ&amp;nbsp;1,454&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ปริมาณฯ&amp;nbsp;1207.03&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.คิดเป็น&amp;nbsp;83.01&amp;nbsp;%&amp;nbsp;น้ำไหลเข้า&amp;nbsp;58.360&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม./วัน&amp;nbsp;ระบายน้ำ&amp;nbsp;1,740&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม./วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนปริมาณฝนสะสม&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;372.2&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;240.8&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;206.4&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำท่าลุ่มแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ที่บ้านหัวสะพานสะเตง&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เริ่มท่วม&amp;nbsp;แนวโน้ม&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;3.05&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;ที่บ้านท่าสาป&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;แนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;3.44&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;คลองยะหา&amp;nbsp;บ้านยะหา&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;เริ่มท่วม&amp;nbsp;แนวโน้ม&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;4.93&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;ส่วนแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;ที่บ้านปายือนิ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;แนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;5.31&amp;nbsp;มม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226100008489</Link_News></row>
<row _id="91"><NewsTitle>จ.นราธิวาส มีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้วทั้ง 13 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 28,000 คน ผู้ว่าฯ นรา สั่งการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ขณะที่ หน่วยทหารเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปยังที่ปลอดภัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ตามที่ได้เกิดฝนตกและตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทำให้ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้วทั้ง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;195&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เขตเทศบาล&amp;nbsp;ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;23,885&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;7,236&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;6,891&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;รวมถึงสิ่งสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;มัสยิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำล้นตลอ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน&amp;nbsp;พร้อมเยี่ยมให้กำลังใต&amp;nbsp;สำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชาที่ประสบภัยจากคลื่นลมแรงบริเวณชายหาดบ้านทอน&amp;nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการซ่อมแซม&amp;nbsp;และได้สั่งการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เร่งดำเนินการช่วยเหลือและสนับสนุนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เช่นเดียวกับทางหน่วยทหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในการอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย&amp;nbsp;โดยพันโท&amp;nbsp;ณัฐวุฒิ&amp;nbsp;ศรีสังข์&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;151&amp;nbsp;ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์&amp;nbsp;หรือค่ายปิเหล็ง&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติของหน่วยฯ&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ลงพื้นที่บ้านยางนิง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลจวบอำเภอเจาะไอร้อง&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เพื่อเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่มีน้ำท่วมสูง&amp;nbsp;และได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับพี่น้องประชาชนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ด้านสถานการณ์น้ำท่าในลุ่มน้ำสายหลัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&amp;nbsp;ลุ่มน้ำบางนรา&amp;nbsp;และลุ่มน้ำโก-ลก&amp;nbsp;ปัจจุบันระดับน้ำล้นตลิ่ง&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;ทางนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ตรีนรินทร์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;สั่งการหน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp;ได้เดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าและอาคารชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล&amp;nbsp;บรรเทาผลกระทบในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส&amp;nbsp;ได้แจ้งพยากรณ์อากาศ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิว่ามีเมฆมากกับมีฝนฟเาคะนอง&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;และมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง&amp;nbsp;ลมตะวันออกความเร็ว&amp;nbsp;20-40&amp;nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;พร้อมแจ้งเตือนช่วงวันที่&amp;nbsp;26-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;ให้ประชาชนระมัดระวังอันตราจากฝนตกหนักถึงหนักมาก&amp;nbsp;อาจทำให้เกิดอุทกภัย&amp;nbsp;ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226104753491</Link_News></row>
<row _id="92"><NewsTitle>ยะลา น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ขณะที่ อบต. เร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ซึ่งจนถึงขณะนี้ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องทั้งในปริมาณเล็กน้อย&amp;nbsp;ไปจนถึงปานกลางและหนัก&amp;nbsp;เป็นระยะ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทำให้น้ำฝนที่ตกสะสม&amp;nbsp;เริ่มเข้าท่วมผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;น้ำท่วมซ้ำซาก&amp;nbsp;ริมแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;อ.กรงปินัง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ริมแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;น้ำยังเอ่อล้นท่วมถนนสายยะลา-รามัน&amp;nbsp;บ้านปารามีแต&amp;nbsp;หน้าปั้ม&amp;nbsp;ปตท.บุดี&amp;nbsp;บ้านบือแน&amp;nbsp;ต.บุดี&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ถนนข้างปั้มเชลส์&amp;nbsp;บ้านไบก์&amp;nbsp;ต.บุดี&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;หน้าร้านซื้อของเก่า&amp;nbsp;บ้านโกตาบารู&amp;nbsp;(สายเก่า)&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;ถนนสายตือเบาะ-บุดี&amp;nbsp;ต.สะเตงนอก&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;รถยนต์ขนาดเล็กยังสามารถสัญจรผ่านได้&amp;nbsp;แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนราษฎรบ้างแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ได้แจ้งเตือนประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;ล้นตลิ่ง&amp;nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;พื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;อ.กรงปินัง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;รวมทั้งริมแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;บริเวณบ้านละแอ&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;ชุมชนตลาดล่าง&amp;nbsp;ต.กายูบอเกาะ&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;บ้านกือเม็ง&amp;nbsp;บ้านแยะ&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;บ้านพรุ&amp;nbsp;ต.ท่าธง&amp;nbsp;บ้านเกะรอ&amp;nbsp;ต.เกะรอ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;ริมคลองยะหา&amp;nbsp;บริเวณบ้านกาบุ&amp;nbsp;ต.ยะหา&amp;nbsp;บ้านอาบอ&amp;nbsp;บ้านละแอ&amp;nbsp;บ้านตาเปาะ&amp;nbsp;บ้านกือยา&amp;nbsp;บ้านชะเมาะ&amp;nbsp;บ้านกูแบรายอ&amp;nbsp;ต.ละแอ&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ซึ่งฝนที่ตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;ก็จะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในขณะที่&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;ปริมาณน้ำเก็บกักปกติ&amp;nbsp;1,454&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ปริมาณฯ&amp;nbsp;1207.03&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;83.01&amp;nbsp;%&amp;nbsp;น้ำไหลเข้า&amp;nbsp;58.360&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม./วัน&amp;nbsp;ระบายน้ำ&amp;nbsp;1,740&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม./วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนปริมาณฝนสะสม&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;372.2&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;240.8&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;206.4&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำท่าลุ่มแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ที่บ้านหัวสะพานสะเตง&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เริ่มท่วม&amp;nbsp;แนวโน้ม&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;3.05&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;ที่บ้านท่าสาป&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;แนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;3.44&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;คลองยะหา&amp;nbsp;บ้านยะหา&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;เริ่มท่วม&amp;nbsp;แนวโน้ม&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;4.93&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;ส่วนแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;ที่บ้านปายือนิ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;แนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;5.31&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;สำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;สามารถแจ้งผ่านสายด่วน&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;ปภ.&amp;nbsp;หรือโทร.0-7320-3562&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226113721507</Link_News></row>
<row _id="93"><NewsTitle>น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน ริมแม่น้ำสายบุรี หลังยะลาฝนตกหนักต่อเนื่อง  วอนขอน้ำดื่ม - อาหารแห้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ที่มีลมมรสุมพัดถล่มภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จนเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องใน&amp;nbsp;หลายพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ห้วงระหว่างวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ฝนกระหน่ำอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน&amp;nbsp;ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลทำให้น้ำเอ่อลันตลิ่ง&amp;nbsp;แม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;ต.กายูบอเกาะ&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;อ.ท่าธง&amp;nbsp;ต.ตะโล๊ะหะลอ&amp;nbsp;ต.เกะรอ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;มวลน้ำไหลเข้าท่วมถนนสายหลัก&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สายรองภายในหมู่บ้าน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บ้านเรือนชาวบ้าน&amp;nbsp;และพื้นที่สวนยางพารา&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;ชาวบ้านต้องอพยพสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้บนถนนหลวง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่ที่มีมวลน้ำเข้าท่วมบ้านและเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;บ้านสะแตเซ็ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บ้านสุเป๊ะบือแนบือแต&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บ้านละแอ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;บ้านกำปงบาโง&amp;nbsp;บ้านบูเกะซืองอ&amp;nbsp;บ้านปายอแง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;ส่วนบ้านฮูยงปาแซ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ตะโล๊ะหะลอ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บ้านปายอยือนิ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.กายูบอเกาะ&amp;nbsp;น้ำท่วมบ้านเรือนและเส้นทางเข้าหมู่บ้าน&amp;nbsp;และบ้านกะดุนง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.เกะรอ&amp;nbsp;น้ำท่วมเส้นทางการสัญจรบางช่วงต้องใช้เรือแทน&amp;nbsp;ซึ่งมีชาวบ้านต้องการน้ำดื่ม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อาหารแห้ง&amp;nbsp;เป็นเบื้องต้น&amp;nbsp;โดยขณะนี้ทาง&amp;nbsp;ปลัดอำเภอรามัน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อส.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านที่มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;นำเรือท้องแบน&amp;nbsp;เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;และมีการประเมินพื้นที่&amp;nbsp;จะได้รีบนำสิ่งของที่มีความจำเป็นในเบื้องต้นไปมอบให้กับชาวบ้านต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้สั่งการให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายณัฎฐ์กร&amp;nbsp;บุญโรภาคย์&amp;nbsp;นายอำเภอรามัน&amp;nbsp;ลงไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;โดยเน้นในเรื่องสุขภาพร่างกายที่อาจจะเกิดขึ้นมากับน้ำท่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัย&lt;/strong&gt;สามารถประสานขอความช่วยเหลือมาได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา(ปภ.)&amp;nbsp;073-&amp;nbsp;203562&amp;nbsp;และขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวัง&amp;nbsp;ดูแลบุคคลในครอบครัวให้ปลอดภัย&amp;nbsp;โดยเฉพาะเด็กๆ&amp;nbsp;อย่าปล่อยให้ลงเล่นน้ำขณะน้ำหลาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226151441626</Link_News></row>
<row _id="94"><NewsTitle>บึงแบเมาะ น้ำล้นท่วมพื้นที่ตลาดเก่า ด้าน เทศบาล ฯ ยะลา ออกประกาศเตือน ขณะ 4 อำเภอ ได้รับผลกระทบแล้ว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บึงแบเมาะ&amp;nbsp;น้ำล้นท่วมพื้นที่ตลาดเก่า&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;ออกประกาศเตือนน้ำท่วม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;ปภ.ยะลา&amp;nbsp;เผยสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;828&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;3,312&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ยะลา&amp;nbsp;ต่อเนื่อง&amp;nbsp;เป็นเวลาหลายวัน&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;น้ำในบึงแบเมาะ&amp;nbsp;พื้นที่ย่านตลาดเก่าเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมถนน&amp;nbsp;หลายสายรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;น้ำยังได้ไหลเข้า&amp;nbsp;บ้านเรือนประชาชน&amp;nbsp;ในหลายจุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งประชาชน&amp;nbsp;ได้อพยพสิ่งของมาอยู่บนถนนซึ่งเป็นพื้นที่สูง&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ได้เร่งนำเครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;เข้ามาติดตั้งในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำ&amp;nbsp;ให้ลงสู่แม่น้ำปัตตานีโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันทาง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;ได้มีประกาศ&amp;nbsp;เตือนภัยน้ำท่วม&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จากกรณีที่ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทำให้น้ำในแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ปริมาณน้ำฝนจากพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ตำบลบุดี&amp;nbsp;และสะเตงนอก&amp;nbsp;ไหลสู่คลองแบเมาะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้ขณะนี้น้ำในบึงแบเมาะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจากประกาศกรมอุตินิยมวิทยา&amp;nbsp;จะมีฝนตก&amp;nbsp;หนักถึงหนัก&amp;nbsp;มากต่อเนื่องจนถึงวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่ม&lt;/strong&gt;ที่เคยประสบภัยในเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม&amp;nbsp;ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ซอย&amp;nbsp;10)&amp;nbsp;ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุมชนจารูนอก&amp;nbsp;ชุมชนเมืองทอง&amp;nbsp;ชุมชนเสรี&amp;nbsp;ชุมชนธนวิถี&amp;nbsp;และชุมชนหลัง&amp;nbsp;โรงเรียนจีน&amp;nbsp;ให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในบริเวณที่สูง&amp;nbsp;และระมัดระวังปลั๊กไฟ&amp;nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0-7321-2345&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;199&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนทางด้าน&amp;nbsp;ปภ.ยะลา&amp;nbsp;ได้รายงาน&amp;nbsp;สถานการณ์ที่ได้เกิดฝนตกหนัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24-25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ราษฎรได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;828&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;3,312&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3,6&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;ตำบลละแอ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลบาโร๊ะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;ตำบลจะกว๊ะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1,2,3,5&amp;nbsp;ตำบลยะต๊ะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1,2,3,4,5&amp;nbsp;ตำบลกาลอ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1,3&amp;nbsp;ตำบลบาโงย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1,3&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;ตำบลกรงปินัง&amp;nbsp;หมู่ที่1,4,5&amp;nbsp;ตำบลสะเอะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1,6&amp;nbsp;ตำบลห้วยกระทิง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1,2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางอำเภอ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&amp;nbsp;หน่วยทหาร&amp;nbsp;กำนัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ชรบ.&amp;nbsp;ประชาชนจิตอาสา&amp;nbsp;ได้เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226161113657</Link_News></row>
<row _id="95"><NewsTitle>ยะลาท่วม 4 อำเภอ เร่งช่วยเหลือประชาชนเดือดร้อน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีกำลังแรง&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง&amp;nbsp;เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;รามัน&amp;nbsp;ยะหา&amp;nbsp;และอำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;นายวีรวัฒน์&amp;nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&amp;nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายชาคร&amp;nbsp;คงเสรีกุล&amp;nbsp;ป้องกันจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;ที่บริเวณหน้า&amp;nbsp;รพ.สต.สะเตงนอก&amp;nbsp;ปากซอย&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้น&amp;nbsp;ผู้ว่าฯยะลา&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วย&amp;nbsp;ทั้งเทศบาลเมืองสะเตงนอก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปภ.และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ตชด.ที่&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ค่ายพญาลิไท&amp;nbsp;เร่งช่วยเหลือเป็นการด่วน&amp;nbsp;ซึ่งระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมสูงประมาณ&amp;nbsp;30-60&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;เนื่องจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จากนั้นลงพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านเปาะยานิ&amp;nbsp;และบ้านจารู&amp;nbsp;ย่านชุมชนตลาดเก่า&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ติดตามการเร่งระบายน้ำในเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ที่สถานีสูบน้ำปั๊ม&amp;nbsp;C&amp;nbsp;บ้านจารู&amp;nbsp;ซึ่งเป็นจุดรับน้ำสุดท้ายในเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;เร่งระบายน้ำที่ไหลเข้าท่วมลงสู่แม่น้ำปัตตานีให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;จากนั้นเดินทางต่อไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี&amp;nbsp;เขตรอยต่อตำบลตาเซะ&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และอำเภอยะรัง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้เขื่อนปัตตานี&amp;nbsp;ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำ&amp;nbsp;เร่งระบาย&amp;nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;นำท่วมและวาตภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&amp;nbsp;2,804&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;11,044&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;(อพยพ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;ซึ่งทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางอำเภอ&amp;nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226174431697</Link_News></row>
<row _id="96"><NewsTitle>ผบ.ฉก.นราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.แว้ง และสุไหงโก-ลก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผบ.ฉก.นราธิวาส&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือ&lt;/strong&gt;พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;อ.แว้ง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.สุไหงโกลก&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;พร้อมกำชับกำลังพลเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;/&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายไพโรจน์&amp;nbsp;จริตงาม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;และให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp;นำน้ำดื่ม&amp;nbsp;ข้าวกล่อง&amp;nbsp;ยารักษาโรคเบื้องต้น&amp;nbsp;มอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านบางขุด&amp;nbsp;และบ้านกัวยีมานะ&amp;nbsp;ตำบลฆอเลาะ&amp;nbsp;อำเภอแว้ง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ตำบลมูโนะ&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโกลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;โดยจากสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ที่ตกต่อเนื่องติดต่อกัน&amp;nbsp;ทำให้ในบางพื้นที่มีน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;และมีน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;ตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้สั่งการในหน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ที่ได้รับผบกระทบเป็นการเร่งด่วน&amp;nbsp;โดยให้ใช้ศักยภาพของหน่วย&amp;nbsp;จัดกำลังพล&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;นำเครื่องมือ&amp;nbsp;ยุทโธปกรณ์&amp;nbsp;พร้อมทั้งเตรียมแผนการช่วยเหลือ&amp;nbsp;การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง&amp;nbsp;และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปยังโรงพยาบาล&amp;nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมกำลังทหารเพื่อเข้าไปช่วยกันฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนหลังน้ำลด&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้ประสานทางอำเภอเข้าดำเนินการตรวจสอบความเสียหายเพื่อทำการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&lt;/strong&gt;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;โดยมีกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;151&amp;nbsp;รับผิดชอบในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอสุคิริน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอแว้ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;และอำเภอตากใบ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และจัดกำลังพลเตรียมความพร้อมตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยการปฏิบัติให้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่จะลดลง&amp;nbsp;คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้บางพื้นที่&amp;nbsp;ระดับน้ำเริ่มลดแต่ยังมีฝนตกลงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอให้พี่น้องประชาชนใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิตด้วย&amp;nbsp;รวมไปถึงสัตว์มีพิษต่างๆ&amp;nbsp;และสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้ช่วยดูแลตนเอง&amp;nbsp;และหากประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ&amp;nbsp;สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้จากหน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp;ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;075&amp;nbsp;&amp;nbsp;383405&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ในสถานการณ์ที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;ทหารพร้อมจะเป็นที่พึ่งให้ประชาชนในทุกโอกาส&amp;nbsp;เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226180903705</Link_News></row>
<row _id="97"><NewsTitle>น้ำจากแม่น้ำโก-ลก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ยังน่าเป็นห่วง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังมวลน้ำจากคลองบูเก๊ะตา&amp;nbsp;เข้ามาสมทบในแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ทะลักเข้ามาบริเวณนอกเขตโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ&amp;nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ของกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;บริเวณชุมชนตันหยงมะลิ&amp;nbsp;จนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในชุมชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุชาดา&amp;nbsp;พันธ์นรา&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;เกิดจากมวลน้ำที่ทะลักเข้ามาจากแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;บริเวณชุมชนตันหยงมะลิที่อยู่นอกเขตการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำภายในชุมชนตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;และพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ซึ่งไม่สามารถระบายออกได้ทันโดยการใช้เครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;ต้องรอให้ปริมาณฝนลดลง&amp;nbsp;และปริมาณในแม่น้ำโก-ลกเริ่มทรงตัว&amp;nbsp;จากนั้นจะนำแท่งแบริเออร์มาปิดทางน้ำจากชุมชนตันหยงมะลิและเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในชุมชนออกไป&amp;nbsp;จากและระบายออกไป&amp;nbsp;ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ปริมาณน้ำท่วมสูงภายในชุมชนหัวสะพาน&amp;nbsp;ชุมชนโปฮงยามู&amp;nbsp;บือเร็งใน&amp;nbsp;ท่ากอไผ่&amp;nbsp;และบือเร็ง&amp;nbsp;รวมทั้งชุมชนเสาสัญญาณที่ประสบปัญหาการระบายในชุมชน&amp;nbsp;ประชาชนในชุมชนจำนวน&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;125&amp;nbsp;คนจึงอพยพไปอยู่ที่ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัยโรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชื่น&amp;nbsp;ทิพรัตน์&amp;nbsp;ประธานชุมชนตันหยงมะลิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เสนอให้มีการขยายโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ&amp;nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ไปอีกประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เพื่อให้จรดเนินดินที่จะสามารถกั้นน้ำที่จะทะลักเข้าเขตชุมชนได้ทั้งระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายอานนท์&amp;nbsp;ทองสว่าง&amp;nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่มาติดตามสภาพปัญหา&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;เฟส1&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;และเฟส&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลตำบลปาเสมัส&amp;nbsp;เป็นของกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;ซึ่งจุดที่น้ำจากแม่น้ำโก-ลกทะลักเข้ามาอยู่นอกเขตพื้นที่โครงการ&amp;nbsp;ทั้งนี้จากกรณีที่ประธานชุมชนตันหยงมะลินั้น&amp;nbsp;จำเป็นต้องรายงานให้ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณา&amp;nbsp;เพราะเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณอีกเป็นจำนวนมากและอาจต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีโครงการจึงจะแล้วเสร็จ&amp;nbsp;ดังนั้นในพื้นที่อาจต้องเผชิญสถานการณ์อุทกภัยไปอีกนาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมาเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;เคยเสนอให้ทำกำแพงกั้นน้ำ&amp;nbsp;โดยเริ่มจากจุดเริ่มต้นโครงการเขื่อนกั้นน้ำ&amp;nbsp;มาทางชุมชนตันหยงมะลิ&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;แต่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน&amp;nbsp;ที่อาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางเข้าพื้นที่ของตนเอง&amp;nbsp;ล่าสุดจึงได้ปรับแผนโดยการทำกำแพงกั้นน้ำ&amp;nbsp;ในลักษณะเดียวกับเขื่อนกั้นน้ำ&amp;nbsp;โดยจะมีช่องสำหรับเสียบแผ่นเหล็กปิดกั้นช่องทางในช่วงหน้าฝนและเมื่อเกิดอุทกภัย&amp;nbsp;ซึ่งจะถอดออกเมื่อสถานการณ์ที่ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลกอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;โดยขั้นตอนต่อไปคือ&amp;nbsp;มาชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าของที่ดินในพื้นที่&amp;nbsp;แล้วเสนอขอรับงบประมาณจากจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;หากมีการอนุมัติก็พร้อมก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำทันที&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226181019706</Link_News></row>
<row _id="98"><NewsTitle>ผู้ว่าฯนราธิวาส ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลืออย่างทั่วถึง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสนั่น?&amp;nbsp;พงษ์อักษร?&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยปลัดจังหวัดนราธิวาส?&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย?&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและจิตอาสาพระราชทานร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลืออย่างทั่วถึง?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ลงพื้นที่อำเภอแรกที่ได้ลงไปคืออำเภอระแงะ&amp;nbsp;ซึ่งอำเภอระแงะเป็นพื้นที่น้ำท่วมเมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ก็ได้ไปมอบสิ่งของ&amp;nbsp;เป็นถุงยังชีพและน้ำดื่ม&amp;nbsp;อยู่ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบก็ประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กว่าเรือน&amp;nbsp;หลังจากนั้นก็ได้ลงไปดูในส่วนของอำเภอจะแนะ&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อวานน้ำสูงมากแต่วันนี้ปริมาณน้ำเริ่มลดลง&amp;nbsp;แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่&amp;nbsp;ที่น้ำยังท่วมขังอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้ได้นำถุงยังชีพ&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ยา&amp;nbsp;รวมถึงข้าวกล่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไปมอบให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;ในส่วนจุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ก็ได้ไปมอบในพื้นที่สุไหงโกลก&amp;nbsp;ซึ่งที่สุไหงโกลก&amp;nbsp;ได้ประสบปัญหาอยู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.ลมกระโชกแรงในเขตเทศบาล&amp;nbsp;ซึ่งปรากฏว่ามีบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;หลังคาแตก&amp;nbsp;และถูกพัดไปกับลม&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;57&amp;nbsp;หลังคาเรือน&amp;nbsp;วันนี้ก็ได้ร่วมกับท่านนายกเทศมนตรีสุไหงโกลก&amp;nbsp;ซึ่งท่านก็ได้เตรียมผลสำรวจข้อมูลความเสียหาย&amp;nbsp;และจัดหากระเบื้อง&amp;nbsp;วัสดุมาซ่อมแซม&amp;nbsp;และก็ได้นำถุงยังชีพมอบให้กับบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;ทางท่านนายกเทศมนตรีท่านได้เตรียมจุดอพยพที่น้องประชาชนในเขตเทศบาล&amp;nbsp;ซึ่งมีอยู่&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ชุมชนที่น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในเรื่องนี้ทางจังหวัดเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เราเองก็พยายามเน้นย้ำให้ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นพื้นที่ที่มีการน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;และในส่วนของกลุ่มเปราะบางจะได้ทำการอพยพก่อน&amp;nbsp;ซึ่งน้ำท่วมส่วนใหญ่ก็เป็นลักษณะของน้ำหลากไม่ใช่น้ำขังหลายวัน&amp;nbsp;ทั้งนี้ก็ได้บอกกล่าวในเรื่องของการดูแลสุขภาพ&amp;nbsp;ในเรื่องของหวัด&amp;nbsp;ที่สำคัญที่สุดคือการดูแลบุตรหลานที่ลงเล่นน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งก็ได้บอกกล่าวไว้แล้วว่า&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามก็ขอให้อยู่ในสายตาของผู้ปกครอง&amp;nbsp;เพราะไม่อยากให้มีความสูญเสียในเรื่องของชีวิต&amp;nbsp;และได้สั่งกำชับและเน้นย้ำไปทุกอำเภอ&amp;nbsp;ทุกตำบล&amp;nbsp;ทุกหมู่บ้านแล้วว่าต้องให้ความสำคัญ&amp;nbsp;และต้องไม่สูญเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก็ได้เน้นย้ำสั่งการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;มีการวิเคราะห์ถึงมวลน้ำในแต่ละวัน&amp;nbsp;และที่สำคัญติดตามการพยากรณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ซึ่งทางอุตุนิยมวิทยาบอกว่าถึงวันที่26&amp;nbsp;แต่คาดว่าน่าจะหมดในวันที่28&amp;nbsp;ซึ่งทางเราก็ได้มีแผนที่จะรองรับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226184411718</Link_News></row>
<row _id="99"><NewsTitle>จ.สุราษฎร์ธานีแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์จากภาวะคลื่นลมแรงและฝนตกหนักระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ นี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยนายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้มีหนังสือไปยังหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และชุมชนเสี่ยงภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกชมชน&amp;nbsp;ภายหลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;มีประกาศฉบับที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;(8/2565)&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนัก&amp;nbsp;ถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;26-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย&lt;/strong&gt;และภาคใต้ยังคงมีกำลังแรง&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเชียและภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ทำให้ในช่วงวันที่&amp;nbsp;26-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีฝนตกหนักหลายพื้นที่&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พิจารณาแล้ว&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำลันตสิ่ง&amp;nbsp;ดินถล่ม&amp;nbsp;และคลื่นลมแรง&amp;nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอให้อำเภอ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการ&amp;nbsp;แจ้งเตือนประชาชน&lt;/strong&gt;ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย&amp;nbsp;ที่ราบลุ่ม&amp;nbsp;ที่ลาดเชิงเขา&amp;nbsp;ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน&amp;nbsp;เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ให้ระมัดระวังปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;และปริมาณน้ำสะสม&amp;nbsp;ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำล้นตสิ่ง&amp;nbsp;และดินถล่ม&amp;nbsp;และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&amp;nbsp;ให้ระมัดระวังวาตภัย&amp;nbsp;คลื่นลมแรง&amp;nbsp;เตรียมรับสถานการณ์คลื่นชัดฝั่ง&amp;nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;26-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ให้สำนักงานเจ้าท่ภูมิภาคทุกสาขา&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควบคุมการเดินเรืออย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ผู้โดยสารเรือทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพ&amp;nbsp;เรือสปีดโบ๊ท&amp;nbsp;เรือประมง&amp;nbsp;เรือโดยสาร&amp;nbsp;และเรือเฟอร์รี่&amp;nbsp;ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;และหลีกเสี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;26-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้อุทยานทุกแห่ง&amp;nbsp;หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก&amp;nbsp;ถ้ำ&amp;nbsp;จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ถ้าสถานการณ์วิกฤติ&amp;nbsp;ให้ดำเนินการปิดหรือห้ามเข้าโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทรัพยากรกู้ภัย&amp;nbsp;เครื่องจักรกล&amp;nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;หากเกิดสาธารณภัยขึ้น&amp;nbsp;ให้รายงานสถานการณ์เหตุด่วนให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานีทราบโดยเร่งด่วน.&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226191330722</Link_News></row>
<row _id="100"><NewsTitle>สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งจากคลองท่าแนะ ได้เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อำเภอควนขนุน&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;นายภูดิศ&amp;nbsp;ชนะวรรณโณ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอำเภอควนขนุน&amp;nbsp;พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหนองพ้อ&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;อส.อ.และผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ม.๗&amp;nbsp;ต.ควนขนุน&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่น้ำท่วม&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ม.2,4,5,7,8,9&amp;nbsp;ตำบลควนขนุน&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งจากคลองท่าแนะ&amp;nbsp;ได้เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226192054725</Link_News></row>
<row _id="101"><NewsTitle>รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนบริเวณแนวชายฝั่งทะเลบ้านหน้าสตน ได้รับความเสียหาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;เทศบาลตำบลหน้าสตนเร่งน้ำเครื่องจักรกล&lt;/strong&gt;ทำแนวกั้นคลื่นป้องกันการกัดเซาะในเบื้องต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;สนธิเมือง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจาก&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;บริเวณแนวชายฝั่งทะเลบ้านหน้าสตน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลหน้าสตน&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายจำนงค์&amp;nbsp;น้ำพ่วง&amp;nbsp;ปลัดฝ่ายป้องกัน&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอรรถพล&amp;nbsp;นิยมเดชา&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหน้าสตน&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;ผู้น้ำท้องที่&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่&amp;nbsp;สืบเนื่องจากเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&amp;nbsp;ส่งผลทำให้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหลือที่พัดปกคลุ่มอ่าวไทย&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก&amp;nbsp;ทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก&amp;nbsp;และคลื่นลมแรง&amp;nbsp;ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งบ้านโพธิ์ทะเลงาม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลหน้าสตน&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลหน้าสตน&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;ตั้งแต่คืนวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชานในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กว่าครัวเรือน&amp;nbsp;คลื่นกัดเซาะชายฝั่งประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้เข้าไปช่วยเหลือ&lt;/strong&gt;ในเรื่องกระเบื้องซ่อมแซมบ้าน&amp;nbsp;พร้อมทั้งนำเครื่องจักรกลมาทำแนวกั้นคลื่นป้องกันยน้ำกัดเซาะตลิ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น&amp;nbsp;ส่วนในระยะยาวได้แจ้งไปทางอำเภอหัวไทร&amp;nbsp;เพื่อประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ&amp;nbsp;และให้ส่วนราชการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;จะดำเนินการสร้างแนวกั้นการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;350&amp;nbsp;เมตรต่อจากโครงการเดิม&amp;nbsp;ในส่วนที่เหลือทางเทศบาลหน้าสตนจะเสนอแผนของบประมาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแนวกั้นน้ำทะเลกัดเซาะต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พรรณี&amp;nbsp;มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว&amp;nbsp;บุณณดา&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226202736754</Link_News></row>
<row _id="102"><NewsTitle>ปภ.ระยองรายงานผลการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลของ SPRC</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลได้รายงานสถานการณ์ว่าวันนี้&amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองรายงานว่าสถานการณ์เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;ได้ออกเรือปฏิบัติงานอีกครั้งเมื่อเวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยส่งนักประดาน้ำลงไปตรวจสอบช่วงสูบน้ำมันขึ้นเรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;มีเรือ&amp;nbsp;RS35,&amp;nbsp;RS25&amp;nbsp;,&amp;nbsp;RS38&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;RS33&amp;nbsp;เฝ้าระวังรอบทุ่น&amp;nbsp;SPM&amp;nbsp;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ได้รับแจ้งว่ายุติภารกิจการสูบน้ำมัน&amp;nbsp;โดยสามารถสูบได้จำนวน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เป็นน้ำปนน้ำมัน&amp;nbsp;และจะทำการตรวจสอบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;ก่อนเตรียมการประชุมวางแผนอุดรอยรั่วของท่อต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งในระหว่างดำเนินการไม่พบคราบและกลิ่นของน้ำมันแต่อย่างใด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เรือตรวจการณ์&amp;nbsp;804&amp;nbsp;และเรือตรวจการณ์&amp;nbsp;802&amp;nbsp;คอยสังเกตการณ์ปฏิบัติงานและเฝ้าระวังในพื้นที่ทุ่น&amp;nbsp;SPM&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานใต้น้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;การดำเนินการเฝ้าระวังทางทะเลและชายหาด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันนี้ไม่พบคราบน้ำมันดิบหรือฟิล์มน้ำมันและยังคงการเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายหาด&amp;nbsp;ส่วนกรณีได้รับรายงานว่าพบคราบตะกอนแข็งสีดำ&amp;nbsp;บริเวณคลองสามน้อย&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;บริษัทได้ส่งทีมงานตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่คราบน้ำมัน&amp;nbsp;แต่เป็นคราบดำจากใบสน&amp;nbsp;ที่ย่อยสลายบนหาดทรายแล้วถูกชะล้าง&amp;nbsp;ส่วนปริมาณกากของเสียจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;บริษัทได้สรุปข้อมูลเมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;พบว่ามีทั้งหมด&amp;nbsp;89.89&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แบ่งเป็นน้ำเสียปนเปื้อน&amp;nbsp;18.20&amp;nbsp;ตัน,&amp;nbsp;วัสดุปนเปื้อนน้ำมัน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และทรายปนเปื้อน&amp;nbsp;56.69&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาให้ความช่วยเหลือนั้น&amp;nbsp;วันนี้เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ด้านอาชีพอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;460&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เกาะเสม็ด&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ราย,&amp;nbsp;อบต.ตะพง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และอบต.เพ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;พร้อมคณะและผู้ว่าราชการจังหวัดระยองร่วมประชุมเรื่องเงินช่วยเหลือกับตัวแทนจาก&amp;nbsp;48&amp;nbsp;กลุ่มประมง&amp;nbsp;ที่โรงแรมระยองบีช&amp;nbsp;ยังไม่ได้ข้อยุติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;แจ้งว่าหลังจากที่กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สํานักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;(ชลบุรี)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการติดตาม&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;ตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล&amp;nbsp;พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและตะกอนดินชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ตั้งแต่หาดพลา&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;หาดสวนสน&amp;nbsp;และพื้นที่เกาะเสม็ด&amp;nbsp;บริเวณหาดทรายแก้ว&amp;nbsp;และอ่าวพร้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเก็บตัวอย่างน้ำทะเลส่งตรวจวิเคราะห์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พารามิเตอร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โลหะหนัก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ปรอท&amp;nbsp;ทองแดง&amp;nbsp;ตะกั่ว&amp;nbsp;แคดเมียม&amp;nbsp;เหล็ก&amp;nbsp;และโครเมียม)&amp;nbsp;ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน&amp;nbsp;(TPH)&amp;nbsp;โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน&amp;nbsp;(PAHs)&amp;nbsp;และกลุ่มสารอาหาร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พารามิเตอร์&amp;nbsp;(ไนเตรท&amp;nbsp;ฟอสเฟส&amp;nbsp;และแอมโมเนีย)&amp;nbsp;และเก็บตัวอย่างตะกอนดินส่งตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พารามิเตอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;(แคดเมียม&amp;nbsp;โครเมียม&amp;nbsp;&amp;nbsp;สารหนู&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรอท&amp;nbsp;ตะกั่ว&amp;nbsp;ทองแดง&amp;nbsp;นิกเกิล&amp;nbsp;และวาเนเดียม)&amp;nbsp;ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน&amp;nbsp;(TPH)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน&amp;nbsp;(PAHs)&amp;nbsp;สรุปผลเบื้องต้น&amp;nbsp;คุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;และก้อนน้ำมันดิน&amp;nbsp;(Tar&amp;nbsp;ball)&amp;nbsp;ส่วนการติดตามและเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น&amp;nbsp;พบว่าไม่มีคราบน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;หรือกลิ่นน้ำมันแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,145&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองได้ยุติให้บริการการรับเรื่องร้องทุกข์กรณีเหตุคราบน้ำมันที่บ้านสบาย&amp;nbsp;สบาย&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;หลังมีผู้ใช้บริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ&amp;nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;สามารถยื่นเรื่องได้ที่จุดรับคำร้อง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อบจ.ระยอง,&amp;nbsp;เทศบาลนครระยอง,&amp;nbsp;เทศบาลเมืองมาบตาพุด,&amp;nbsp;เทศบาลตำบลบ้านเพ,&amp;nbsp;เทศบาลตำบลแกลงกะเฉด,&amp;nbsp;เทศบาลตำบลเนินพระ,&amp;nbsp;เทศบาลบาลตำบลเชิงเนิน,&amp;nbsp;เทศบาลตำบลสุนทรภู่,&amp;nbsp;เทศบาลตำบลปากน้ำประแส,&amp;nbsp;เทศบาลตำบลบ้านฉาง,&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศบาลตำบลพลา,&amp;nbsp;อบต.ตะพง,&amp;nbsp;อบต.เพ,&amp;nbsp;อบต.แกลง&amp;nbsp;และอบต.พังราด&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติเกี่ยวกับเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;038-699881&amp;nbsp;ส่วนสิ่งที่ต้องเตรียมมาประกอบการยื่นเรื่อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำเนาบัตรประชาชน&amp;nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน&amp;nbsp;เอกสารการจดทะเบียนการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;การคำนวณการขาดรายได้&amp;nbsp;รูปถ่ายสถานที่ประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;หาบเร่&amp;nbsp;แผงลอยหรืออื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226214114758</Link_News></row>
<row _id="103"><NewsTitle>ยะลา แม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นต่อเนื่อง เร่งแจ้งชาวบ้านขนของขึ้นที่สูง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเช้านี้มีระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากฝนที่ตกสะสมมาตั้งแต่ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา&amp;nbsp;ล่าสุดเทศบาลตำบลท่าสาปประกาศเตือนชาวบ้านทีาอาศัยอยู้ในพื้นที่ริมแม่น้ำให้เตรียมพร้อมอพยพและรับมือกับมวลน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยวัดปริมาณน้ำฝนในรอบ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมาได้&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;178.0&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;297.20&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;236.20&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;อำเภอธารโต&amp;nbsp;207.40&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;61.80&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;อำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;269.60&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;164.40&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และอำเภอกาบัง&amp;nbsp;147.0&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ทำให้น้ำในแม่น้ำปัตตานีมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ปริมาณน้ำฝนจากพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ตำบลบุดี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และสะเตงนอก&amp;nbsp;ก็ไหลสู่คลองแบเมาะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้ขณะนี้น้ำในบึงแบเมาะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ได้ประกาศเตือนว่าจะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องจนถึงวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านเทศบาลนครยะลาได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่ม&lt;/strong&gt;ที่เคยประสบภัยในเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม&amp;nbsp;ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์&amp;nbsp;(ซอย&amp;nbsp;10)&amp;nbsp;ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุมชนจารูนอก&amp;nbsp;ชุมชนเมืองทอง&amp;nbsp;ชุมชนเสรี&amp;nbsp;ชุมชนธนวิถี&amp;nbsp;และชุมชนหลังโรงเรียนจีน&amp;nbsp;ให้รีบขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในบริเวณที่สูง&amp;nbsp;และระมัดระวังปลั๊กไฟ&amp;nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&lt;/strong&gt;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;0-7321-2345&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;199&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227083137779</Link_News></row>
<row _id="104"><NewsTitle>ยะลา ท่วมแล้ว 4 อำเภอ ด้าน ผวจ.ยะลา สั่งการเร่งช่วยเหลือประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;นำท่วม&amp;nbsp;และวาตภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;75&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.กรงปินัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;12&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&amp;nbsp;2,804&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;11,044คน&amp;nbsp;(อพยพ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;1,380&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และบ่อปลา&amp;nbsp;16&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ทางจังหวัดโดยนายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผวจ.ยะลา&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทางอำเภอ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยทหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;พร้อมทั้งการสนับสนุนเรือท้องแบน&amp;nbsp;เรือพลาสติก&amp;nbsp;เครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;เร่งคลี่คลายสถานการณ์&amp;nbsp;ทั้งยังคงแจ้งเตือน&amp;nbsp;ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตก&amp;nbsp;ถึงตกหนักในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227083320780</Link_News></row>
<row _id="105"><NewsTitle>จ.สุราษฎร์ธานีเช้านี้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คลื่นลมแรงและฝนตกหนักอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงาน&amp;nbsp;ปภ.จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;รายงานข้อมูลน้ำท่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากระบบโทรมาตรเขื่อนรัชชประภา&amp;nbsp;และกล้อง&amp;nbsp;CCTV&amp;nbsp;ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดแรกที่ตำบลอิปัน&amp;nbsp;อำเภอพระแสง&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน&amp;nbsp;+&amp;nbsp;0.41&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเคียนซา&amp;nbsp;อำเภอเคียนซา&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&amp;nbsp;ลดลงจาก&amp;nbsp;เมื่อวาน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;0.07&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลท่าสะท้อน&amp;nbsp;อำเภอพุนพิน&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&amp;nbsp;ลดลงจาก&amp;nbsp;เมื่อวาน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;0.04&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลท่าขนอน&amp;nbsp;อำเภอคีรีรัฐนิคม&amp;nbsp;ระดับน้ำคลองพุมดวง&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน&amp;nbsp;+&amp;nbsp;0.15&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;และจุดที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลต้นยวน&amp;nbsp;อำเภอพนม&amp;nbsp;ระดับน้ำคลองศก&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจาก&amp;nbsp;เมื่อวาน&amp;nbsp;+&amp;nbsp;0.06&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;โดยตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดสุราาษฎร์ธานี&amp;nbsp;รวมทั้งอำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอรอบนอก&amp;nbsp;สภาพท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีหนังสือไปยังหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และชุมชนเสี่ยงภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกชมชน&amp;nbsp;ให้ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย&amp;nbsp;ที่ราบลุ่ม&amp;nbsp;ที่ลาดเชิงเขา&amp;nbsp;ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน&amp;nbsp;เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ให้ระมัดระวังปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;และปริมาณน้ำสะสม&amp;nbsp;ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำล้นตสิ่ง&amp;nbsp;และดินถล่ม&amp;nbsp;และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&amp;nbsp;ให้ระมัดระวังวาตภัย&amp;nbsp;คลื่นลมแรง&amp;nbsp;เตรียมรับสถานการณ์คลื่นชัดฝั่ง&amp;nbsp;ที่อาจสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคทุกสาขา&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควบคุมการเดินเรืออย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ผู้โดยสารเรือทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพ&amp;nbsp;เรือสปีดโบ๊ท&amp;nbsp;เรือประมง&amp;nbsp;เรือโดยสาร&amp;nbsp;และเรือเฟอร์รี่&amp;nbsp;ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;และหลีกเสี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ให้อุทยานทุกแห่ง&amp;nbsp;หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถ้ำ&amp;nbsp;จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ถ้าสถานการณ์วิกฤติ&amp;nbsp;ให้ดำเนินการปิดหรือห้ามเข้าโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;ทรัพยากรกู้ภัย&amp;nbsp;เครื่องจักรกล&amp;nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227102501806</Link_News></row>
<row _id="106"><NewsTitle>น้ำท่วม ยะลา อ่วมถ้วนหน้า  ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนักทั้ง 4 อำเภอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ยะลาน้ำท่วม&amp;nbsp;อ่วมถ้วนหน้า&amp;nbsp;หลังฝนถล่มหนัก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วันติด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนักทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ตั้งแต่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนถึงวันนี้(27&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;ยังคงมีฝนตกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;ในเขตเมืองยะลา&amp;nbsp;น้ำจากบึงแบเมาะได้ล้นเข้าถนน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทุกสายที่ทางเทศบาลได้มีการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้&amp;nbsp;โดยชาวบ้านบอกว่าน้ำมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ก็ได้เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงไม่ได้นอนทั้งคืนที่ผ่านชั้นเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเช้านี้&amp;nbsp;ยังคงมีระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากฝนที่ตกสะสมมาตั้งแต่ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันที่ผ่านมา&amp;nbsp;ล่าสุดเทศบาลตำบลท่าสาป&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ออกประกาศเตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ให้เตรียมพร้อมอพยพและรับมือกับมวลน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านเทศบาลนครยะลาได้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชน&lt;/strong&gt;ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;ที่เคยประสบภัยในเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม&amp;nbsp;ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์&amp;nbsp;(ซอย&amp;nbsp;10)&amp;nbsp;ชุมชนหลังโรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุมชนจารูนอก&amp;nbsp;ชุมชนเมืองทอง&amp;nbsp;ชุมชนเสรี&amp;nbsp;ชุมชนธนวิถี&amp;nbsp;และชุมชนหลังโรงเรียนจีน&amp;nbsp;ให้รีบขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในบริเวณที่สูง&amp;nbsp;และระมัดระวังปลั๊กไฟ&amp;nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;0-7321-2345&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;199&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทางอำเภอ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อาสาสมัครในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;พร้อมทั้งการสนับสนุนเรือท้องแบน&amp;nbsp;เรือพลาสติก&amp;nbsp;เครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;เร่งคลี่คลายสถานการณ์&amp;nbsp;ทั้งยังคงแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตก&amp;nbsp;ถึงตกหนักในพื้นที่อย่างใกล้ชิดอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;น้ำท่วม&amp;nbsp;และวาตภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;75&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&amp;nbsp;2,804&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;11,044คน&amp;nbsp;(อพยพ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;1,380&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และบ่อปลา&amp;nbsp;16&amp;nbsp;บ่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227094234785</Link_News></row>
<row _id="107"><NewsTitle>ภาคใต้ เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัด และวาตภัย 3 จังหวัด เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ปภ.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานเมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;และปัตตานี&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;85&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;277&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;7,802&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัดระดับน้ำลดลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เกิดวาตภัยในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;สงขลาและปัตตานี&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;143&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;740&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;nbsp;สำรวจและประเมินความเสียหาย&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&amp;nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&amp;nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;และสายด่วนนิรภัย&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227135035871</Link_News></row>
<row _id="108"><NewsTitle>สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง คลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนในหลายพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทำให้เกิดคลื่นลมแรงและมีปริมาณมวลน้ำสะสมเพิ่มขึ้นในแม่น้ำลำคลอง&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอปากพนังมีน้ำท่วมขังและน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลปากพนัง&amp;nbsp;และเขตเทศบาลเมืองปากพนัง&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;800&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่&amp;nbsp;สำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พื้นที่อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;มีคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง&amp;nbsp;บ้านโพธิ์ทะเลงาม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลหน้าสตน&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้อง&amp;nbsp;แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว&amp;nbsp;ด้านศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ได้จัดกำลังพลร่วมบูรณาการกับหน่วยงานราชการในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;nbsp;เข้าให้การช่วยเหลือในขั้นต้น&amp;nbsp;โดยการวางกระสอบทรายเป็นแนวกั้น&amp;nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นที่เข้ากัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;และวางรอบพื้นที่บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;และจัด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เฝ้าประเมินสถานการณ์ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ตำบลท่าศาลา&amp;nbsp;อำเภอท่าศาลา&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เกิดวาตภัยประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;17&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านวัสดุในการซ่อมแซมบ้านเรียบร้อย?แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สวท.นครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227104540809</Link_News></row>
<row _id="109"><NewsTitle>สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง คลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนในหลายพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้เกิดคลื่นลมแรงและมีปริมาณมวลน้ำสะสมเพิ่มขึ้นในแม่น้ำลำคลอง&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอปากพนังมีน้ำท่วมขังและน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลปากพนัง&amp;nbsp;และเขตเทศบาลเมืองปากพนัง&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;800&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่&amp;nbsp;สำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;มีคลื่นลมแรง&lt;/strong&gt;พัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง&amp;nbsp;บ้านโพธิ์ทะเลงาม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลหน้าสตน&amp;nbsp;อำเภอหัวไทร&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้อง&amp;nbsp;แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;41&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดกำลังพลร่วมบูรณาการกับหน่วยงานราชการในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;nbsp;เข้าให้การช่วยเหลือในขั้นต้น&amp;nbsp;โดยการวางกระสอบทรายเป็นแนวกั้น&amp;nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นที่เข้ากัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;และวางรอบพื้นที่บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;และจัด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เฝ้าประเมินสถานการณ์ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ตำบลท่าศาลา&amp;nbsp;อำเภอท่าศาลา&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เกิดวาตภัยประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;17&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านวัสดุในการซ่อมแซมบ้านเรียบร้อย?แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.นครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227183105975</Link_News></row>
<row _id="110"><NewsTitle>จ.นราธิวาส หน่วยงานชลประทาน เร่งระบายน้ำในอำเภอตากใบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วม พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายจากเหตุวาตภัย ขณะที่ภาพรวมจังหวัดนราธิวาส ประสบอุทกภัย 13 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 90,000 คน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;จิรัสย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิริวัลลภ&amp;nbsp;นายอำเภอตากใบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ในขณะนี้ในพื้นที่อำเภอตากใบ&amp;nbsp;เริ่มมีน้ำจากพื้นที่พรุไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นได้รับผลกระทบแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ทางอำเภอตากใบ&amp;nbsp;ได้เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนทั้งการช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่ปลอดภัย&amp;nbsp;การมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp;อีกทั้งมีประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายจากเหตุวาตภัยก็ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแล้ว&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางหน่วยงานชลประทาน&amp;nbsp;ได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&amp;nbsp;ลงสู่แม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;แต่พบปัญหาว่าน้ำในแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ก็เพิ่มระดับสูงขึ้น&amp;nbsp;ล่าสุดเตรียมที่จะเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด&amp;nbsp;รวมถึงเดินเครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาพรวมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัย&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;มีพื้นที่ประสบภัย&amp;nbsp;13&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;67&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;467&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เขตเทศบาล&amp;nbsp;ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;93,780&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;39,044&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;อพยพแล้ส&amp;nbsp;226&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และเสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ขณะที่บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;10,553&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์ปัจจุบันปริมาณน้ำในลุ่มน้ำสายหลักของจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&amp;nbsp;ลุ่มน้ำบางนรา&amp;nbsp;ลุ่มร้ำโก-ลก&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;ระดับอยู่ในเกณฑ์ล้นตลิ่ง&amp;nbsp;ทางด้านสภาพอากาศยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยฝนตกหนักถึงหนักมาก&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ&amp;nbsp;รวมถึงติดตามการแจ้งเตือนจากทางราชการ&amp;nbsp;อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227110303810</Link_News></row>
<row _id="111"><NewsTitle>จังหวัดพัทลุง ฝนยังตกหนักน้ำท่วมในหลายอำเภอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ยังน่าห่วง&lt;/strong&gt;ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง&amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&amp;nbsp;ฝนที่ตกสะสมหลายวันบวกกับปริมาณของฝนเมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้น้ำหลากท่วมพื้นที่ลุ่ม&amp;nbsp;บ้านเรือนประชาชนพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านท้างสายหลักและสายรอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ยังน่าห่วงฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง&amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&amp;nbsp;ฝนที่ตกสะสมหลายวันบวกกับปริมาณของฝนเมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้น้ำหลากท่วมพื้นที่ลุ่ม&amp;nbsp;บ้านเรือนประชาชนพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านท้างสายหลักและสายรอง&amp;nbsp;ของอำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอเขาชัยสน&amp;nbsp;อำเภอกงหรา&amp;nbsp;และอำเภอควนขนุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะในพื้นที่&amp;nbsp;บ้านโคกยา&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;และ9&amp;nbsp;ต.เขาชัยสน&amp;nbsp;อ.เขาชัยสน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มวลน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดที่ไหลหลากบลงมาทาง&amp;nbsp;อ.ตะโหมด&amp;nbsp;ได้ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตอนเช้าตรู่ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;ขณะมวลน้ำยังเอ่อเพิ่มระดับจ่อล้นข้ามถนนสายเพชรเกษมหาดใหญ่พัทลุง&amp;nbsp;เนื่องจากฝนและมวลน้ำป่ามาเติมเต็มระบายยังพื้นที่ด้านล่างได้อย่างช้าๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนในพื้นที่&amp;nbsp;ต.นาโหนด&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;ที่เป็นพื้นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาจาก&amp;nbsp;อ.กงหรา&amp;nbsp;ที่น้ำป่าหลากลงมาตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้&amp;nbsp;ล่าสุดมวลน้ำดังกล่าวไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ต.นาโหนด&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;หลายหมู่บ้าน&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2,3,5,6,7,8&amp;nbsp;และกำลังไหลลงไปยังพื้นที่&amp;nbsp;ต.หานโพธิ์&amp;nbsp;อ.เขาชัยสน&amp;nbsp;แล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนพื้นที่&amp;nbsp;ต.โคกชะงาย&amp;nbsp;ต.เขาเจียก&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากคลองนาท่อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ไหลลงมาจากเขตเทือกเขา&amp;nbsp;อ.ศรีนครินทร์&amp;nbsp;ระดับยังเพิ่มเช่นกันทำให้มวลน้ำลิ้นตลิ่ง&amp;nbsp;ท่วมบ้านเรือนประชาชน&amp;nbsp;และพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่กำลังสุกรอการเก็บเกี่ยวต้องจมอยู่ใต้น้ำหลายพันไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ส่วนที่&amp;nbsp;อ.ควนขนุน&amp;nbsp;ที่รองรับบน้ำจาก&amp;nbsp;เขตอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เขาปู่&amp;nbsp;เขาย่า&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;อ.ศรีบรรพต&amp;nbsp;ที่ไหลหลากลงมายังฝาท่าแนะ&amp;nbsp;ระดับน้ำล้นปริงเวย์&amp;nbsp;และทางชลประทานต้องเปิดประตูระบายน้ำ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาน&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากฝาย&amp;nbsp;ที่รองรับน้ำได้แค่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แสนลูกบาตรเมตร&amp;nbsp;ลงมายังพื้นที่ด้านล่าง&amp;nbsp;ทำให้น้าเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน&amp;nbsp;บ้านที่การเกษตร&amp;nbsp;นาข้าว&amp;nbsp;และเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ต.ชะมวง&amp;nbsp;ต.ควนขนุน&amp;nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางเข้าอำเภอควนขนุน&amp;nbsp;จากถนนสายเอเชียสี่แยกโพธิ์-&amp;nbsp;อ.ควนขนุน&amp;nbsp;มีน้ำท่วมผิวทางการจราจรหลายจุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074&amp;nbsp;612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227115643828</Link_News></row>
<row _id="112"><NewsTitle>ฝนที่ตกต่อเนื่องไหลลงอ่างน้ำล้นสปริงเวย์เตือนท้ายน้ำมือรับน้ำท่วม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องหนักบางเบาบางโดยเฉพาะแนวเทือกเขาบรรทั&lt;/strong&gt;ด&amp;nbsp;บริเวณอำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;ส่งผลให้น้ำไหลลงอ่างเก็บฝ่ายท่าแนะจำนวนมาก&amp;nbsp;และน้ำล้นสปริงเวย์เตือนท้ายน้ำแนวลำคลองท่าแนะของอำเภอควนขนุน&amp;nbsp;มือรับน้ำท่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง&lt;/strong&gt;น่าเป็นห่วง&amp;nbsp;จากฝนตกลงมาต่อเนื่องหนักบางเบาบาง&amp;nbsp;โดยเฉพาะแนวเทือกเขาบรรทัด&amp;nbsp;บริเวณอำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;ส่งผลให้น้ำไหลผ่านอุทยานแห่งชาติเขาปู่&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เขาย่า&amp;nbsp;ลงอ่างเก็บฝ่ายท่าแนะเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;และล่าสุดน้ำในอ่างเก็บน้ำฝ่านท่าแนะ&amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ตำบลเขาย่า&amp;nbsp;อำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;น้ำได้ล้นสปริงเวย์ที่มีความยาวประมาณ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;น้ำได้ไหลผ่านสูงประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;อย่างรวดเร็วลงสู่ลำคลองท่าแนะอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายนายภูดิศ&amp;nbsp;ชนะวรรณโณ&amp;nbsp;นายอำเภอควนขนุน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ออกตรวจพื้นที่น้ำท่วม&amp;nbsp;ได้เตือนประชาชนที่อยู่แนว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่งคลอง&amp;nbsp;ตั้งแต่ตำบลชะม่วง&amp;nbsp;ตำบลควนขนุน&amp;nbsp;ตำบลบ้านสวน&amp;nbsp;และตำบลพนางตุง&amp;nbsp;อำเภอควนขนุน&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รับมือน้ำท่วมให้ขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่ามวนน้ำที่ล้นสปริงเวย์&amp;nbsp;และการประตูระบายน้ำ&amp;nbsp;ของอ่างเก็บน้ำฝ่ายท่าแนะ&amp;nbsp;จะท่วมเส้นทางเข้าหมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านเรือนประชาชน&amp;nbsp;และพื้นที่เกษตรโดยเฉพาะบริเวณหมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลควนขนุน&amp;nbsp;อำเภอควนขนุน&amp;nbsp;ที่น้ำจะทะลักออกจากคันคลองเข้าท่วมบ้านเรือน&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;และบริเวณดังกล่าวกระแสน้ำไหลเชี่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันตั้งแต่เช้าของวันนี้&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;น้ำที่ไหลหลากลงจากเทือก&lt;/strong&gt;เขาบรรทัด&amp;nbsp;ผ่านลำคลองท่าแนะ&amp;nbsp;น้ำได้เอ่อล้นจากลำคลองเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในบริเวณพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลชะม่วง&amp;nbsp;หลายครัวเรือน&amp;nbsp;บางครอบครัวขนสิ่งของไม่ทันเนื่องจากน้ำมาเร็ว&amp;nbsp;ทำให้เครื่องใช้ภายบ้านเสียหาย&amp;nbsp;อีกทั้งบริเวณถนนเส้นเอเชียบริเวณสี่แยกโพธิ์ทอง&amp;nbsp;อำเภอควนขนุน&amp;nbsp;น้ำท่วมผิวถนนจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ช่องจราจร&amp;nbsp;รถยนต์ทุกชนิดยังสามารถวิ่งผ่านได้ปกติ&amp;nbsp;นอกจากนั้นบริเวณถนนจากแยกสี่โพธิ์ทอง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เข้าอำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;มีน้ำท่วมขังผิวจราจร&amp;nbsp;ระน้ำสูงประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;รถยนต์ทุกชนิดยังสามารถวิ่งผ่านได้เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227120052830</Link_News></row>
<row _id="113"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนจากน้ำท่วมภาคใต้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp;และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;กำชับให้ทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือให้รวดเร็วที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งกองอำนวยการน้ําแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;(จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส)&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;อําเภอ&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ตําบล&amp;nbsp;277&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ได้มีการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ก.พ.เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมการเฝ้าระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หยุดการะบายน้ำเขื่อนบางลางเป็นการชั่วคราวจนกว่ามวลน้ําหลากจะระบายลงสู่ทะเล&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม&amp;nbsp;กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำกลางคลองมูโนะ&amp;nbsp;อําเภอตากใบ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกพื้นที่และมีการพร่องน้ำในแม่น้ำบางนารา&amp;nbsp;โดยการควบคุมการระบายน้ำผ่านประตูระบาย&amp;nbsp;น้ำบางนาราตอนบน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอนล่างและประตูระบายน้ำน้ำแบ่ง&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&amp;nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;โดยสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&amp;nbsp;(สนง.ปภ.จ.)&amp;nbsp;อําเภอ&amp;nbsp;หน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;ปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;(อปท.)&amp;nbsp;อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน&amp;nbsp;(อปพร.)&amp;nbsp;อาสาสมัครและมูลนิธิ&amp;nbsp;เข้าสํารวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจัดจิตอาสาพระราชทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นํากําลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;โดยดําเนินการผลิตน้ำดื่มสะอาด&amp;nbsp;แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อําเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ขณะที่กองทัพเรือ&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ&amp;nbsp;ลงพื้นที่สํารวจ&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วม&amp;nbsp;อําเภอยี่งอ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมแจ้งการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น&lt;/strong&gt;และไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;27-28&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;บริเวณอําเภอบันนังสตา&amp;nbsp;อําเภอยะหาและอําเภอรามัน&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;บริเวณอําเภอสายบุรี&amp;nbsp;อําเภอยะรัง&amp;nbsp;อําเภอหนองจิกและเมืองปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;บริเวณอําเภอแว้ง&amp;nbsp;อําเภอสุคิริน&amp;nbsp;อําเภอศรีสาคร&amp;nbsp;อําเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;อําเภอตากใบ&amp;nbsp;อําเภอรือเสาะ&amp;nbsp;อําเภอจะแนะ&amp;nbsp;และอําเภอสุไหงโก-ลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันดำเนินการเข้าช่วยเหลือ&lt;/strong&gt;ประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ซึ่งขอให้ประชาชนมั่นใจว่าภาครัฐมีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือและที่สำคัญขอให้ประชาชนติดตามข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;เพื่อจะได้อพยพได้ทันเวลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227133941858</Link_News></row>
<row _id="114"><NewsTitle>จ.ยะลา เร่งช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม  ผู้ว่าฯ ลุย แจกถุงยังชีพ  น้ำดื่ม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าฯยะลา&amp;nbsp;ลุย&amp;nbsp;แจกถุงยังชีพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประชาชนประสบภัยน้ำท่วม&amp;nbsp;ที่รามัน&amp;nbsp;ยืนยัน&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;พร้อมดูแลให้การช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp;หลังจากฝนได้ตกหนักในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เป็นเวลาต่อเนื่องหลายวัน&amp;nbsp;ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอของ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;อ.กรงปินัง&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักสุด&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;75&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดทางนายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;นายอำเภอรามัน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ทหารในพื้นที่&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;เดินลุยน้ำให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;แจกถุงยังชีพ&amp;nbsp;และน้ำดื่ม&amp;nbsp;ให้แก่ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลบาลอ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังบ้านเรือน&amp;nbsp;ถนนถูกตัดขาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าทางจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายอำเภอรามัน&amp;nbsp;และทุกภาคส่วนจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เผยถึง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สถานการณ์น้ำท่วม&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ประสบอุทกภัยทั้งหมด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;องรามัน&amp;nbsp;จะมากสุด&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;วันนี้ก็ได้ลงมาเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;พี่น้องยังยิ้มสู้&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;นายกฯ&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ได้ร่วมบูรณาการดูแลพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปัญหาตรงนี้&amp;nbsp;น้ำมาก&amp;nbsp;เนื่องจากฝนที่ตกหนัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงพื้นที่ต้นน้ำที่นราธิวาส&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งตรงนี้จะติดกับแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;ไม่มีเขื่อนชะลอน้ำ&amp;nbsp;น้ำมาก็จะขึ้นทันที&amp;nbsp;เข้ามาตั้งแต่&amp;nbsp;24-25&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ช่วยกันเต็มที่&amp;nbsp;ประชาชนก็เข้าใจ&amp;nbsp;ซึ่งทางจังวัดเองจะดูแลให้ดีที่สุด&amp;nbsp;ในปัจจัย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ระดมกำลังอย่างเต็มที่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จะตั้งโรงครัวพระราชทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งชาวยะลาทุกคนก็&amp;nbsp;ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของพระบาทพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ที่ทรงห่วงใยประชน&amp;nbsp;ทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้าราชการทุกคน&amp;nbsp;ทุกภาคส่วนก็จะช่วยกันเต็มที่&amp;nbsp;ทั้งโควิด&amp;nbsp;ทั้งสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;เอง&amp;nbsp;ตอนนี้ก็หนัก&amp;nbsp;น้ำท่วม&amp;nbsp;มีทั้งน้ำจากแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;แม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;เข้ามา&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้&amp;nbsp;ทางเขื่อนบางลาง&amp;nbsp;ก็ได้ชะลอการปล่อยน้ำแล้ว&amp;nbsp;เนื่องจากเกรงว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับน้ำในเขื่อน&amp;nbsp;มีปริมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;กว่าเปอร์เซ็นต์ก็จะรับได้&amp;nbsp;มีแผนกันไว้แล้ว&amp;nbsp;น้ำที่มามาก&amp;nbsp;ก็เป็นน้ำจากฝนที่ตกหนักสะสมตลอดหลายวันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227140007879</Link_News></row>
<row _id="115"><NewsTitle>ทหารพราน 45 นำกำลังพลลุยน้ำแจกข้าวกล่องให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขณะที่ภาพรวม อ.ระแงะ มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 7 ตำบล 59 หมู่บ้าน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันเอก&amp;nbsp;ทวีรัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบญจาทิกุล&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;45&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจกำลังพลและผู้แทนอำเภอระแงะ&amp;nbsp;ที่ร่วมกันประกอบอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน&amp;nbsp;ที่วัดชัยรัตนาราม&amp;nbsp;หรือวัดบ้านไท&amp;nbsp;อำเภอระแงะ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตเบื้องต้น&amp;nbsp;หลังประสบอุทกภัยน้ำเข้าท่วมบ้านเรือน&amp;nbsp;ประชาชนได้รับความยากลำบากอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;โดยเมนูเป็นข้าวผัดพริกแกงไก่&amp;nbsp;ไข่ดาว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;ทั้งไข่เป็ดและไข่ไก่&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นวัตถุดิบที่ได้มาจากโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ภายในบริเวณหน่วยฯ&amp;nbsp;พร้อมน้ำดื่มของหน่วยฯ&amp;nbsp;ที่ผลิตเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;ทวีรัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบญจาทิกุล&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;45&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายกิตติพงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำพันธ์นายอำเภอระแงะ&amp;nbsp;พันตำรวจเอก&amp;nbsp;ปิยภัทร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทองพันเลิศกุล&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรระแงะ&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้เดินลุยน้ำในพื้นที่บ้านปลักเข้&amp;nbsp;บ้านไท&amp;nbsp;ตำบลตันหยงมัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้กับประชาชนถึงบ้าน&amp;nbsp;โดยภาพพื้นที่บ้านไท&amp;nbsp;รวมระดับน้ำท่วมสูงประมาณ&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาพรวมอำเภอระแงะ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;มีพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;59&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ได้มีการอพยพประชาชนบางส่วนไปพักยังหอประชุมเทศบาลตำบลตันหยงมัสเป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกตินอกจากนี้ยังมีมัสยิด&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;มีน้ำท่วมขังหลายจุด&amp;nbsp;และในพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227153512923</Link_News></row>
<row _id="116"><NewsTitle>นายอำเภอควนขนุน ระบุน้ำท่วมหนักกว่าปลายปีที่ผ่านมากระแสน้ำเชียวทะลักท่วมบ้านเรือน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;น้ำที่ไหลผ่านสปริงเวย์&amp;nbsp;และประตูระบายน้ำอ่างเก็บน้ำฝ่ายท่าแนะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงลำคลองท่าแนะกระแสน้ำเชียวทะลักคันลำคองหลายจุดพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลควนขนุน&amp;nbsp;เข้าท่วมบ้านเรือน&amp;nbsp;ถนนภายในหมู่บ้าน&amp;nbsp;และพื้นที่เกษตรแล้ว&amp;nbsp;นายอำเภอระบุหนักกว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ของจังหวัดพัทลุงหลังจากฝนตกหนักเป็นช่วงๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลหลากลงสู่ที่ลุ่มต่ำบวกกับสภาพน้ำฝนในพื้นที่&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอเขาชัยสน&amp;nbsp;อำเภอกงหรา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อำเภอควนขนุน&amp;nbsp;ขณะที่อำเภอควนขนุน&amp;nbsp;กระแสน้ำที่ไหลผ่านสปริงเวย์&amp;nbsp;และประตูระบายน้ำอ่างเก็บน้ำฝ่ายท่าแนะ&amp;nbsp;จากตำบลเขาย่า&amp;nbsp;อำเภอศรีบรรพตได้ไหลลงลำคลองท่าแนะ&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มวลน้ำได้ไหลถึงพื้นที่ท้ายน้ำของอำเภอขนุนแล้วเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลชะม่วง&amp;nbsp;ตำบลควนขนุน&amp;nbsp;และตำบลบ้านสวน&amp;nbsp;กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากในลำคลองได้ทะลักออกจากลำคลองฝั่งด้านซ้ายจำนวนหลายจุดที่บริเวณหมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลควนขนุน&amp;nbsp;เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีคันคลองแบบคอนกรีตเหมือนฝั่งคลองทางด้านขวา&amp;nbsp;ทำให้น้ำทะลักออกรวดเร็วเข้าท่วมบ้านเรือน&amp;nbsp;ถนนภายในหมู่บ้านระดับน้ำสูงประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;รวมทั้งพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;สำหรับบริเวณหมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลควนขนุน&amp;nbsp;ดังกล่าวเป็นจุดที่ถูกน้ำท่วมหนักที่สุดชาวบ้านได้รับผลกระทบจำนวน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ชาวบ้านเร่งขนย้ายสิ่งไว้ที่สูง&amp;nbsp;เนื่องจากระดับยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;และยังมีสภาพฝนตกในพื้นที่&amp;nbsp;นายภูดิศ&amp;nbsp;ชนะวรรณโณ&amp;nbsp;นายอำเภอควนขนุน&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ลงช่วยเหลือชาวบ้านทันที่&amp;nbsp;ซึ่งก่อนนี้เจ้าหน้าที่ได้วางแนวกระสอบทรายเพื่อกั้นน้ำที่จะทะลักจากลำคลอง&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;แต่ไม่สามารถต้านกระแสน้ำได้แนวกั้นกระสอบทราบพังทลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายภูดิศ&amp;nbsp;ชนะวรรณโณ&amp;nbsp;นายอำเภอควนขนุน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;ขณะนี้พื้นที่ของอำเภอควนขนุน&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายตำบล&amp;nbsp;บ้านเรือนถูกน้ำท่วมหลาย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรนาข้าวกำลังสุกถูกน้ำท่วมหลายร้อยไร่&amp;nbsp;ที่เป็นทางผ่านของน้ำที่ไหลมาจากฝ่ายท่าแนะ&amp;nbsp;ของอำเภอศรีบรรพต&amp;nbsp;พร้อมระบุน้ำที่ท่วมอยู่ในขณะนี้หนักกว่าปลายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่เป็นช่วงฤดูฝนของจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;สำหรับหมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลควนขนุน&amp;nbsp;นั้นถูกน้ำท่วมหนัก&amp;nbsp;เนื่องจากน้ำทะลักออกจากคันคลอง&amp;nbsp;ฝั่งด้านซ้ายที่ไม่มีผนังกั้นน้ำจึงท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างทันทีจำนวน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;จากน้ำป่ามาเร็วบางครัวเรือนขนสิ่งของไม่ทันก็ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่อำเภอจะได้มีการสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไปตามระเบียนของทางราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227154325924</Link_News></row>
<row _id="117"><NewsTitle>น้ำท่วมยะลา 4 วัน  6 อำเภอ  กระทบแล้ว ทุกภาคส่วนเร่งให้การช่วยเหลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความคืบหน้า&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ล่าสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;และวาตภัย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;163&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;3,606&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;14,304&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;(อพยพ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คอสะพาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;1,380&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และบ่อปลา&amp;nbsp;16&amp;nbsp;บ่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;ซึ่งทาง&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอรามัน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.บาลอ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ที่บ้านสุเป๊ะบือแน&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;น้ำจากแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้านใน&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ต.กายูบอเกาะ&amp;nbsp;ต.ท่าธง&amp;nbsp;ต.ตะโลหะลอ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.วังพญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในเบื้องต้นนั้น&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้สั่งการให้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;จัดตั้งจุดประกอบอาหาร&amp;nbsp;เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ในเขต&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ที่ไหล่ผ่าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตัวเมืองยะลา&amp;nbsp;ได้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จนเอ่อล้นตลิ่ง&amp;nbsp;เข้าท่วมพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;บ้านลิมุด&amp;nbsp;บ้านสาคอ&amp;nbsp;บ้านท่าสาป&amp;nbsp;ต.ท่าสาป&amp;nbsp;บ้านบาโด&amp;nbsp;บ้านทุ่งเหรียง&amp;nbsp;ต.ยุโป&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ประชาชนหลายครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;ต.สะเตงนอก&amp;nbsp;ยังมีน้ำท่วมในหลายจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในส่วนของ&amp;nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;กำลังเร่งระบายน้ำจากในเขตตัวเมืองลงสู่แม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ระดับน้ำในพื้นที่เขตสะเตงนอก&amp;nbsp;เพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่หมู่บ้านตลาดนิคม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.ตลิ่งชัน&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เกิดเหตุดินบนเขาปกโย๊ะ&amp;nbsp;ไหลลงมาทับถนนทางขึ้นเขา&amp;nbsp;ทำให้ถนนถูกตัดขาด&amp;nbsp;มีเจ้าหน้าที่ดูแลเสาสัญญาณ&amp;nbsp;บนเขาปกโย๊ะ&amp;nbsp;ติดอยู่บนเขา&amp;nbsp;ชาวบ้านและผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ได้เข้าตรวจสอบ&amp;nbsp;พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;หน่วยทหารจากกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;152&amp;nbsp;เข้าดำเนินการช่วยเหลือ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังพบว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์ที่ฝนตกหนัก&amp;nbsp;ทำให้เส้นทางในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ถูกน้ำกัดเซาะ&amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;บางหมู่บ้านถูกตัดขาด&amp;nbsp;ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ปภ.ยะลา&amp;nbsp;เผยพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;75&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;2,385&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;9,353&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;37&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;247&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;988&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;330&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;1,455&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;(วาตภัย)&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;152&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;608&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;301&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;1,505&amp;nbsp;คนอำเภอธารโต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;191&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;395&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทุกภาคส่วนทั้ง&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน&amp;nbsp;เป็นการเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;แนวโน้มสถานการณ์ยังคงมีฝนตกในพื้นที่&amp;nbsp;ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลาได้ให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227154938925</Link_News></row>
<row _id="118"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา อบต ตลิ่งชัน ผู้นำท้องที่ ชาวบ้าน นำเครื่องจักร?เคลียเปิดเส้นทาง? หลัง?เมื่อวานนี้เกิดดินสไลด์ถล่มทับเส้นทาง? บริเวณทางขึ้นเขาปกโย๊ะ? นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา? ต. ตลิ่งชัน อ.?บันนังสตา ?จ.ยะลา?</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากฝนที่ตกอย่างหนักสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่?&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.พ.2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่?&amp;nbsp;จ.ยะลา?&amp;nbsp;ได้เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น?&amp;nbsp;ถล่มปิดทับเส้นทาง&amp;nbsp;บริเวณทางขึ้นเขาปกโย๊ะ?&amp;nbsp;นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านนิคมกือลอง&amp;nbsp;ต.ตลิ่งชัน&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อช่วง?เที่ยงของวานนี้?&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ก.พ.2565)?&amp;nbsp;ทำให้เส้นทางถูกตัดขาดไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้?&amp;nbsp;ไฟฟ้าดับตลอดสาย?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันนี้?&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ก.พ.2565)?&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการ&lt;/strong&gt;พลเรือนจากกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมทหารราบ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;152&amp;nbsp;และกองร้อยทหารพรานที่?&amp;nbsp;3004&amp;nbsp;ร่วมกับนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;อบต.ตลิ่งชัน&amp;nbsp;กำนันตำบลตลิ่งชัน?&amp;nbsp;ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่?เข้าเคลียเส้นทาง?&amp;nbsp;โดยใช้รถแม็คโคร?กวาดดินและตัดต้นไม้ที่ล้มพาด?ทับถนน&amp;nbsp;แต่เนื่องจากมีปริมาณดินสไลด์?ถล่มลงมาทับเส้นทางจำนวนมาก?&amp;nbsp;จึงได้ประสานขอเครื่องจักรขนาดใหญ่?จาก?&amp;nbsp;กองพันทหารช่างที่?&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่?&amp;nbsp;15&amp;nbsp;จ.ปัตตานี?&amp;nbsp;เข้ามาเคลียร์พื้นที่&amp;nbsp;เพื่อเร่งเปิดเส้นทางดินถล่มให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุรักษ์&amp;nbsp;มะลิวัลย์&amp;nbsp;ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างผลกระทบมากกว่าครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;จนท.จะต้องทำการเคลียร์จุดแรกเพื่อเปิดเส้นทางก่อนจึงจะสามารถขึ้นไปยังจุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;คาดว่าใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ส่วนเรื่องไฟฟ้าข้างล่างยังใช้ได้ปกติ&amp;nbsp;แต่ข้างบนไม่สามารถใช้การ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายธีรยุทธ&amp;nbsp;จิตต์หลัง&amp;nbsp;ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสัญจรถนนดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปกติจะใช้เส้นทางนี้ในการขึ้นไปทำสวนและกรีดยางทุกวัน&amp;nbsp;ยิ่งพอมาเจอภัยพิบัติแบบนี้ก็กังวลใจ&amp;nbsp;เนื่องจากบ้านที่อยู่ด้านบนมีสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นที่ตนได้เลี้ยงไว้&amp;nbsp;เกรงว่าจะไม่มีอาการกิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านแม่ทัพภาคที่?&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พลโทเกรียงไกร?&amp;nbsp;ศรีรักษ์?&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วย&lt;/strong&gt;กำลังในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งด้านกำลังพล&amp;nbsp;ยุทโธปกรณ์&amp;nbsp;สิ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและด้านบริการต่างๆ&amp;nbsp;ของส่วนราชการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก&amp;nbsp;ที่ให้หน่วยงานราชการเป็นที่พึ่งของประชาชน&amp;nbsp;สำหรับ?&amp;nbsp;เขาปกโย๊ะ?&amp;nbsp;เป็นที่ตั้งของสถานีเครื่องส่ง?วิทยุกระจายเสียงแห่ง?ประเทศ?ไทย?&amp;nbsp;จ.ยะลา?&amp;nbsp;สถานีเครื่องส่ง?โทรทัศน์?&amp;nbsp;ททบ.&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ช่อง?&amp;nbsp;3&amp;nbsp;Mcot?&amp;nbsp;อสมท.?&amp;nbsp;สถานีทหารสื่อสาร&amp;nbsp;อีกทั้งมีประชาชนขึ้นไปประกอบอาชีพ?ทำสวนผลไม้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227155152926</Link_News></row>
<row _id="119"><NewsTitle>สสจ.ยะลา เตือนภัย โรคที่มากับฝนตก-น้ำท่วม แนะประชาชนดูแลสุขภาพ พร้อม เฝ้าระวังการจมน้ำ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สสจ.ยะลา&amp;nbsp;เตือนภัย&amp;nbsp;โรคที่มากับฝนตก-น้ำท่วม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แนะประชาชนดูแลสุขภาพ&amp;nbsp;ป้องกันโรค&amp;nbsp;ส่วนใหญ่พบโรคท้องร่วง&amp;nbsp;ตาแดง&amp;nbsp;โรคผิวหนัง&amp;nbsp;โรคฉี่หนูและน้ำกัดเท้า&amp;nbsp;และระวังการจมน้ำเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นพ.วิเศษ&amp;nbsp;สิรินทรโสภณ&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้จังหวัดยะลามี&amp;nbsp;ฝนตกหนักต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีแหล่งน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;และบางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;รามัน&amp;nbsp;ยะหา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กรงปินัง&amp;nbsp;แหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคอาจมีสิ่งปนเปื้อนมากับกระแสน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งจะนำเชื้อโรคของเสียต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งสารเคมีที่อาจปะปนมา&amp;nbsp;อีกทั้งสภาพน้ำที่ท่วมขังส่งผลให้สัตว์และแมลงออกจากรังมาอาศัยอยู่บริเวณต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งพาหะนำโรคต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;สำหรับโรคที่พบบ่อยช่วงน้ำท่วม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไข้หวัด&amp;nbsp;ตาแดง&amp;nbsp;โรคอุจจาระร่วง&amp;nbsp;อาหารเป็นพิษ&amp;nbsp;โรคฉี่หนู&amp;nbsp;น้ำกัดเท้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอแนะนำให้ประชาชน&amp;nbsp;สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่เปียกชื้นรักษาร่างกาย&lt;/strong&gt;ให้อบอุ่นใช้น้ำสะอาด&amp;nbsp;หากหาไม่ได้ควรต้มน้ำให้เดือดก่อนใช้อย่างน้อย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;กินร้อน&amp;nbsp;ล้างมือบ่อย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ควรสวมรองเท้าบู๊ท&amp;nbsp;ล้างทำความสะอาดมือ&amp;nbsp;เท้า&amp;nbsp;ด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังลุยน้ำ&amp;nbsp;ย่ำโคลน&amp;nbsp;แต่หากมีอาการปวดศีรษะ&amp;nbsp;มีไข้สูง&amp;nbsp;ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&amp;nbsp;โดยเฉพาะที่น่องและโคนขา&amp;nbsp;คลื่นไส้&amp;nbsp;ท้องเสีย&amp;nbsp;ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคฉี่หนู&amp;nbsp;ให้รีบพบแพทย์ทันที&amp;nbsp;(ผู้ป่วยโรคฉี่หนูส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากไปพบแพทย์เมื่อมี&amp;nbsp;อาการป่วยรุนแรงแล้ว&amp;nbsp;ไม่สามารถรักษาได้ทันเวลา)&amp;nbsp;รวมทั้งนอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด&amp;nbsp;ป้องกันยุงกัดเป็นไข้เลือดออก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม&amp;nbsp;หรือน้ำท่วมซ้ำซาก&amp;nbsp;ขอให้ประชาชน&lt;/strong&gt;เก็บสิ่งของและเครื่องใช้ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ขึ้นที่สูง&amp;nbsp;ภายในบ้านให้เป็นระเบียบ&amp;nbsp;ป้องกันสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำมาอยู่ในบ้านกัด&amp;nbsp;และใส่รองเท้าบู๊ทเมื่อต้องลุยน้ำ&amp;nbsp;ป้องกันอุบัติเหตุจากของมีคม&amp;nbsp;ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าภายในบ้าน&amp;nbsp;ขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ที่สูง&amp;nbsp;ถอดปลั๊ก&amp;nbsp;ควรตัดไฟชั้นล่างหากเป็นบ้านชั้นเดียวงดใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในเด็กเล็ก&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;และผู้ใหญ่&amp;nbsp;ต้องระมัดระวังเรื่องการเล่นน้ำหรือออกหาปลา&amp;nbsp;เพราะแต่ละปีมีรายงานการจมน้ำเสียชีวิตจากการออกหาปลาช่วงน้ำท่วม&amp;nbsp;จึงขอให้มีเพื่อนไปด้วย&amp;nbsp;และเตรียมอุปกรณ์ช่วยพยุงตัว&amp;nbsp;เช่นห่วงยาง&amp;nbsp;แกลลอนเปล่า&amp;nbsp;และดูแลเด็ก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่ให้เล่นน้ำท่วม&amp;nbsp;หากเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุฉุกเฉิน&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;1669&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้กำชับ&amp;nbsp;ให้สาธารณสุขแต่ละอำเภอเตรียมความพร้อม&lt;/strong&gt;ในการช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแก่&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;สำรวจเวชภัณฑ์ยา&amp;nbsp;กลุ่มเปราะบางในพื้นที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จำนวนผู้ป่วยติดบ้าน&amp;nbsp;ติดเตียง&amp;nbsp;หญิงตั้งครรภ์&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;สื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน&amp;nbsp;ในการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำท่วม&amp;nbsp;อีกทั้งให้สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมเตรียมการป้องกันน้ำท่วมสถานบริการ&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้รับรายงานรพ.สต.ที่น้ำท่วมไม่สามารถให้บริการในช่วงนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;รพ.สต.สะเตงนอก&amp;nbsp;ต.สะเตงนอก&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้บริการสถานบริการสาธารณสุขใกล้เคียง&amp;nbsp;จนกว่าจะเปิดบริการได้&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุข&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวในท้ายที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227155541927</Link_News></row>
<row _id="120"><NewsTitle>สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สงขลา เร่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่หมู่1 บ้านแลแบง อ.สะบ้าย้อย อย่างน้อย 20 ครัวเรือนออกจากหมู่บ้านไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวน้ำเริ่มท่วมสูง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาพรวมของสงขลาถูกน้ำท่วมแล้วอย่างน้อย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และประสบวาตภัย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอบ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;200&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;หลังจากที่มีฝนตกสะสมต่อเนื่องมา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ทำให้ขณะนี้หลายอำเภอได้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านแล้วในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะที่บ้านแลแบง&amp;nbsp;หมู่1&amp;nbsp;ต.สะบ้าย้อย&amp;nbsp;อ.สะบ้าย้อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ถูกน้ำจากเทือกเขาสันกาลาคีรีรอยต่ออ.สะบ้าย้อย&amp;nbsp;กับอ.กาบัง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านและระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทำให้ต้องอพยพชาวบ้านออกจากหมู่บ้านแล้วอย่างน้อย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมโดยมีทหารจากกองพลทหารราบที่15&amp;nbsp;ทหารหน่วยเฉพาะกิจสงขลา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ฝ่ายปกครองสะบ้าย้อย&amp;nbsp;ลุยน้ำนำรถบรรทุกทหาร&amp;nbsp;และรถกระบะเข้าไปขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านออกไปอยู่ที่ศูนย์อพยพภายในสนามกีฬาเทศบาลตำบลท่าพระยาชั่วคราว&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่ภาพรวมของสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.สงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจ.สงขลา&amp;nbsp;ได้รับรายงานว่ามีน้ำท่วมแล้วอย่างน้อย4อำเภอคืออ.สะบ้าย้อย&amp;nbsp;รัตภูมิ&amp;nbsp;บางกล่ำ&amp;nbsp;และนาหม่อม&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีอีกหลายพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากวาตภัยเช่น&amp;nbsp;อ.ระโนด&amp;nbsp;สทิงพระ&amp;nbsp;สิงหนคร&amp;nbsp;เทพา&amp;nbsp;และอ.เมือง&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;200&amp;nbsp;หลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาก็เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำในทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227160610930</Link_News></row>
<row _id="121"><NewsTitle>นิพนธ์" ลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดนราธิวาส ระดมทุกหน่วยเร่งช่วยเหลือประชาชน ย้ำ ดูแลความปลอดภัยทุกชีวิต พร้อมสั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เดินทางลงพื้นตรวจเยี่ยมและให้กำลังผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแว้ง&amp;nbsp;และอำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยบริเวณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;โดยมีนายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้นำท้องที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากบริเวณความกดอากาศต่ำ&amp;nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน&amp;nbsp;แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ส่งผลทำให้ลมทะเลตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&amp;nbsp;ทำให้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24-25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีฝนตกหนักสะสมจนเป็นเหตุให้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอรือเสาะ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอแว้ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอศรีสาคร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอยี่งอ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอสุคิริน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอจะแนะ&amp;nbsp;และอำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;108&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;4,264&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนในวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ยังคงพื้นที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;274&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;13,197&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เบื้องต้นมีการอพยพชาวบ้าน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ชาวบ้านได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;7,427&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีเทือกสวนไร่นาทางการเกษตร&amp;nbsp;ถนนหนทางอาคารบ้านเรือน&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;มัสยิด&amp;nbsp;และหน่วยงานราชการบางส่วนได้รับผลกระทบเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;หย่อมความกดอากาศต่ำก็ยังคงมีกำลังแรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แผ่ปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบกับลมตัวออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดแผ่ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&amp;nbsp;ซึ่งมีกำลังแรงเช่นกัน&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;และสตูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดนราธิวาสยังคงต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;และข่าวสารจากทางราชกรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;การลงพื้นวันนี้ได้นำความห่วงใยจากรัฐบาล&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;มามอบให้&amp;nbsp;และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;รวมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;อาสาสมัคร&amp;nbsp;มูลนิธิ&amp;nbsp;จิตอาสาทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ&amp;nbsp;อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;พร้อมกล่าวต่อไปอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับแนวโน้มคาดการณ์ว่าจังหวัดนราธิวาสยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง&amp;nbsp;หากมีฝนตกหนักจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในคลองธรรมชาติ&amp;nbsp;และมีแนวโน้มอาจจะล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ตลอดจนเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;"...กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจในการ&amp;nbsp;"บำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข"&amp;nbsp;และในฐานะที่ตนกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ปภ.)&amp;nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนโดยตรง&amp;nbsp;เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น&amp;nbsp;ตนได้สั่งการและเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;เน้นย้ำ&amp;nbsp;การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;ของพี่น้องประชาชน..."&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;และท้ายที่สุด&amp;nbsp;ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มี&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ&amp;nbsp;เครื่องจักรกลสาธารณภัยต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการออกปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว&amp;nbsp;ทันต่อสถานการณ์&amp;nbsp;และหลังจากนี้การเร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาประชาชนก็เป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;ที่ต้องรีบเร่งดำเนินการกันต่อไปให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน&amp;nbsp;พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนในเวลาที่ยากลำบาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227170331948</Link_News></row>
<row _id="122"><NewsTitle>จังหวัดปัตตานี ประชาชนได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ปลัดจังหวัดปัตตานี รุด ลงพื้นที่ สำรวจความเสียหาย และให้กำลังใจพื้นที่อำเภอยะหริ่ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายยะห์ยา&amp;nbsp;ปะนาฆอ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;สำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;และให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย&amp;nbsp;ฝนตกหนัก&amp;nbsp;และคลื่นลมแรง&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ถนนทางหลวงชนบทสายยะหริ่ง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;แหลมตาชี&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.แหลมโพธิ์&amp;nbsp;ซึ่งถูกคลื่นกัดเซาะได้รับความเสียหาย1ช่องจราจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ตะโละกาโปร์&amp;nbsp;ซึ่งถูกลมพัดหลังคาปลิวเสียหายจำนวนหลายหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.บริเวณชายหาดตะโละกาโปร์&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ตะโละกาโปร์&amp;nbsp;ซึ่งถูกคลื่นลมกัดเซาะเป็นเหตุให้ต้นไม้ล้มจำนวนหลายต้นและชายหาดได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยะห์ยา&amp;nbsp;ปะนาฆอ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางจังหวัดปัตตานีนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ได้มีการสั่งการณ์ให้&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;สำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;และให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย&amp;nbsp;ฝนตกหนัก&amp;nbsp;และคลื่นลมแรง&amp;nbsp;อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ&amp;nbsp;และได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนระดับน้ำแม่น้ำสายบุรีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;nbsp;และสำรวจและประเมินความเสียหาย&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว/บดินทร์&amp;nbsp;ส.ปชส.ปน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227171009951</Link_News></row>
<row _id="123"><NewsTitle>เร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม เดินเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกําลังแรงที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยในช่วงวันที่&amp;nbsp;25-28&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;และนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังเกิดน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่สำหรับสถานการณ์น้ำใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;สายหลักในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ลุ่มน้ำบางนรา&amp;nbsp;ลุ่มน้ำปัตตานี&amp;nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&amp;nbsp;และลุ่มน้ำโก-ลก&amp;nbsp;มีน้ำล้นตลิ่งเป็นแห่งๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ได้ควบคุมการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานในพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการเปิด-ปิดบานระบาย&amp;nbsp;ตามจังหวะการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังจากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักสะสม&amp;nbsp;พร้อมทั้งเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&amp;nbsp;สูบพร่องน้ำออกจากพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;และเปิดประตูระบายน้ำกลางคลองมูโนะ&amp;nbsp;ตำบลพร่อน&amp;nbsp;อำเภอตากใบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งมีการพร่องน้ำในแม่น้ำบางนรา&amp;nbsp;ด้วยการควบคุมการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำบางนราตอนบน/ตอนล่าง&amp;nbsp;และประตูระบายน้ำไม้แก่น&amp;nbsp;ตามการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาภัยจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำหลากที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมอื่นๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&amp;nbsp;ได้เปิดสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;และส่วนเครื่องจักรกล&amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;และอยู่ระหว่างติดตั้งเพิ่มเติม&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง&amp;nbsp;ส่วนที่&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;มีพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อําเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;พระพรหมและ&amp;nbsp;อำเภอปากพนัง&amp;nbsp;โครงการชลประทานนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้ยกบานประตูระบายน้ำให้พ้นน้ำ&amp;nbsp;ภาชประสิทธิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และประตูระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;โดยสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;15,&amp;nbsp;16&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมระดมเครื่องจักร&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227202146989</Link_News></row>
<row _id="124"><NewsTitle>ยะลา น้ำยังท่วมหลายพื้นที่ ด้าน ผวจ.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่ อ.รามัน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความคืบหน้า&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ล่าสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;และวาตภัย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;163&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;3,606&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;14,304&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;(อพยพ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คอสะพาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;1,380&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และบ่อปลา&amp;nbsp;16&amp;nbsp;บ่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;ซึ่งทาง&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอรามัน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.บาลอ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ที่บ้านสุเป๊ะบือแน&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;น้ำจากแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้านใน&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ต.กายูบอเกาะ&amp;nbsp;ต.ท่าธง&amp;nbsp;ต.ตะโลหะลอ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.วังพญา&amp;nbsp;ในเบื้องต้นนั้น&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้สั่งการให้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;จัดตั้งจุดประกอบอาหาร&amp;nbsp;เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ในเขต&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานี&lt;/strong&gt;ที่ไหล่ผ่านตัวเมืองยะลา&amp;nbsp;ได้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จนเอ่อล้นตลิ่ง&amp;nbsp;เข้าท่วมพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;บ้านลิมุด&amp;nbsp;บ้านสาคอ&amp;nbsp;บ้านท่าสาป&amp;nbsp;ต.ท่าสาป&amp;nbsp;บ้านบาโด&amp;nbsp;บ้านทุ่งเหรียง&amp;nbsp;ต.ยุโป&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ประชาชนหลายครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;ต.สะเตงนอก&amp;nbsp;ยังมีน้ำท่วมในหลายจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำ&amp;nbsp;ในส่วนของ&amp;nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;กำลังเร่งระบายน้ำจากในเขตตัวเมืองลงสู่แม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ระดับน้ำในพื้นที่เขตสะเตงนอก&amp;nbsp;เพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ที่หมู่บ้านตลาดนิคม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.ตลิ่งชัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ได้เกิดเหตุดินบนเขาปกโย๊ะ&amp;nbsp;ไหลลงมาทับถนนทางขึ้นเขา&amp;nbsp;ทำให้ถนนถูกตัดขาด&amp;nbsp;มีเจ้าหน้าที่ดูแลเสาสัญญาณ&amp;nbsp;บนเขาปกโย๊ะ&amp;nbsp;ติดอยู่บนเขา&amp;nbsp;ชาวบ้านและผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ได้เข้าตรวจสอบ&amp;nbsp;พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;หน่วยทหารจากกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;152&amp;nbsp;เข้าดำเนินการช่วยเหลือ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังพบว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์ที่ฝนตกหนัก&amp;nbsp;ทำให้เส้นทางในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ถูกน้ำกัดเซาะ&amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;บางหมู่บ้านถูกตัดขาด&amp;nbsp;ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ปภ.ยะลา&amp;nbsp;เผยพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอที่ได้รับผลกระทบ&lt;/strong&gt;จากน้ำท่วม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;75&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;2,385&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;9,353&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;37&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;247&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;988&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;330&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;1,455&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;(วาตภัย)&amp;nbsp;อำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;152&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;608&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;301&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;1,505&amp;nbsp;คนอำเภอธารโต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;191&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;395&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทุกภาคส่วนทั้ง&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน&amp;nbsp;เป็นการเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;แนวโน้มสถานการณ์ยังคงมีฝนตกในพื้นที่&amp;nbsp;ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลาได้ให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227181348966</Link_News></row>
<row _id="125"><NewsTitle>พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณสั่ง ศอ.บต. ลุยแก้ไขความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด่วน              ย้ำให้ทุกฝ่ายไปช่วยกันดูแลอย่างทั่วถึง ทันที</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี/&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(กพต.)&amp;nbsp;ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนที่สุด&amp;nbsp;ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกส่วนราชการ&amp;nbsp;จัดทำข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเร่งด่วน&amp;nbsp;พร้อมให้ทุกฝ่ายลงพื้นที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะการจัดหาอาหาร&amp;nbsp;ยาและสิ่งจำเป็นอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;ย้ำไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน&amp;nbsp;เป็นการทำงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพื่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ได้มีข้อความแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์ฝนตกหนักหลายวันต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;และน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างหนัก&amp;nbsp;ขอให้เร่งประสานแจ้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&amp;nbsp;ให้ประสานงาน&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน&amp;nbsp;ได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังมีการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น&lt;/strong&gt;และไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;บริเวณอําเภอบันนังสตา&amp;nbsp;อําเภอยะหา&amp;nbsp;และอําเภอรามัน&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;บริเวณอําเภอสายบุรี&amp;nbsp;อําเภอยะรัง&amp;nbsp;อําเภอหนองจิก&amp;nbsp;และเมืองปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;บริเวณอําเภอแว้ง&amp;nbsp;อําเภอสุคิริน&amp;nbsp;อําเภอศรีสาคร&amp;nbsp;อําเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;อําเภอตากใบ&amp;nbsp;อําเภอรือเสาะ&amp;nbsp;อําเภอจะแนะ&amp;nbsp;และอําเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อประสานงานผ่านบัณฑิตอาสาประจำหมู่บ้านหรือโทรแจ้งสายด่วน&amp;nbsp;1880&amp;nbsp;เพื่อจะได้เร่งประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182134969</Link_News></row>
<row _id="126"><NewsTitle>ปลัดจังหวัดปัตตานีลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์วาตภัย ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยะห์ยา&amp;nbsp;ปะนาฆอ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พร้อมสำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย&amp;nbsp;ฝนตกหนัก&amp;nbsp;และคลื่นลมแรง&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ,&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะโละกาโปร์&amp;nbsp;และส่วนที่กี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ถนนทางหลวงชนบทสายยะหริ่ง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;แหลมตาชี&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.แหลมโพธิ์&amp;nbsp;ซึ่งถูกคลื่นกัดเซาะได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ตะโละกาโปร์&amp;nbsp;ซึ่งถูกลมพัดหลังคาปลิวเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.บริเวณชายหาดตะโละกาโปร์&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ตะโละกาโปร์&amp;nbsp;ซึ่งถูกคลื่นลมกัดเซาะเป็นเหตุให้ต้นไม้ล้มจำนวนหลายต้นและชายหาดได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182239970</Link_News></row>
<row _id="127"><NewsTitle>ผบ.ฉก.ปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;คมกฤช&amp;nbsp;รัตนฉายา&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;สุพรชัย&amp;nbsp;ปรีชา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนปัตตานี&amp;nbsp;ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เขื่อนปัตตานี&amp;nbsp;ตำบลตาเซะ&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182400971</Link_News></row>
<row _id="128"><NewsTitle>กองพันทหารม้าที่ 31 กองพลทหารราบที่ 15 เร่งช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อ.สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองพันทหารม้าที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นำกำลังพล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชุดจิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนขุนอาสา&amp;nbsp;423&amp;nbsp;ของหน่วย&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจสงขลาที่&amp;nbsp;40,&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;อาสาสมัครกิจการพลเรือน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อาสารักษาดินแดนอำเภอสะบ้าย้อย&amp;nbsp;เข้าดำเนินการขนย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่&amp;nbsp;บ้านแลแบง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลสะบ้าย้อย&amp;nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันขนย้ายกระสอบทรายทำคันกั้นน้ำ&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการสูบระบายน้ำออกจากบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องจากช่วงระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วันที่ผ่านมา&amp;nbsp;เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลให้ระดับน้ำสระสมเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;บวกกับน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำไหลบ่าเข้าตามลำคลองสาขาจนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ทางกองพันทหารม้าที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;จึงส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าช่วยเหลือเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227182538972</Link_News></row>
<row _id="129"><NewsTitle>ชาวบ้าน แห่ดูมวลน้ำ ท่าสาป ยะลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากเมื่อหัวรุ่งที่ผ่านมา&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;มวลน้ำในแม่น้ำปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ไหลทะลัก&amp;nbsp;ล้นเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือน&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;ถนนสายเรือนจำ-ท่าสาป&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ท่าสาป&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ถึงแม้นว่าช่วงบ่ายวันนี้ฝนจะลดปริมาณลงแล้วก็ตาม&amp;nbsp;โดยทางเทศบาลท่าสาป&amp;nbsp;ได้ติดธงแดงแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายไว้แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ปริมาณน้ำซึ่งมีมากบนถนน&amp;nbsp;ทำให้กลายเป็นจุดสนใจกับประชาชน&lt;/strong&gt;ในพื้นที่ใกล้เคียงได้แห่นำบุตรหลาน&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;ออกไปเดินดูน้ำ&amp;nbsp;และเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น&amp;nbsp;เด็ก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่จะถ่ายรูปเซลฟี่ไปให้เพื่อนๆ&amp;nbsp;ได้ดู&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมที่ยะลา&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ทางพ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;ขายขนม&amp;nbsp;ลูกชิ้น&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ก็ไม่รอช้า&amp;nbsp;ต่างก็ได้มาเปิดร้านขายอาหาร&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;คนที่มาดูน้ำกันมาก&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227183358977</Link_News></row>
<row _id="130"><NewsTitle>ผู้ว่าฯนราธิวาส? นำ? รมช.มท.? ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์?&amp;nbsp;บุญญามณี?&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย?&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษรผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กำลังใจราษฎรผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;บริเวณตลาดนัดมูโนะ&amp;nbsp;อ.สุไหงโก-ลก?&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;เนื่องจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้แม่น้ำโกลก&amp;nbsp;เอ่อล้นตลิ่งทะลักเข้าสู่พื้นที่บ้านเรือนราษฎร&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านมูโนะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;๑&amp;nbsp;ตำบลมูโนะ&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ทำให้มีร้านค้า&amp;nbsp;อาคารบ้านเรือนราษฎรได้รับความเดือดร้อนและเสียหายเป็นจำนวน&amp;nbsp;๖๕๐&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบประมาณ?&amp;nbsp;2,000กว่าคน?&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้ให้ทางจังหวัดนราธิวาสเร่งช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ทั้งการช่วยเหลือยกสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน,ที่พักพิงชั่วคราว,&amp;nbsp;มอบถุงยังชีพและเร่งดำเนินการสำรวจผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นได้เดินต่อไปยังพื้น?ที่&amp;nbsp;ต.โละจูด&amp;nbsp;อ.แว้ง?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อมอบถุงยังชีพและให้กำลังใจเนื่องจากชาวบ้านที่นี้ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งบวกกับน้ำฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่องทำให้หลายครัวเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นเดียวกัน?&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อด้วยไปเยี่ยมศูนย์อพยพในพื้นที่?&amp;nbsp;อ.สุไหง-โกลก?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ตำบลสุไหงโก-ลก?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นับตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีฝนตกหนักมากและมีพายุลมแรง&amp;nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและมีผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย&amp;nbsp;จำนวน?&amp;nbsp;60&amp;nbsp;หลังคาเรือน&amp;nbsp;และผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และนอกเขตชุมชน&amp;nbsp;มีประชาชนที่ประสบภัยทั้งสิ้น?&amp;nbsp;3,208&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,624&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ&lt;/strong&gt;ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;(โรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;4&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ขึ้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;โดยมีการจัดอาหารและน้ำดื่ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มื้อ&amp;nbsp;ให้กับผู้อพยพ&amp;nbsp;ภายในศูนย์อพยพน้ำท่วม&amp;nbsp;และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;และเตรียมพร้อมช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบอุทกภัยตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงจากอุทกภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์?&amp;nbsp;บุญญามณี?&amp;nbsp;รมช.มท.?&amp;nbsp;ได้ฝากเน้นย้ำพี่น้องประชาชน&lt;/strong&gt;ดูแลบุตรหลานให้ดี?&amp;nbsp;ระมัดระวังในการลงเล่นน้ำไม่อยากให้เกิดการสูญเสียชีวิต?&amp;nbsp;นอกจากนี้ได้กล่าวว่ารัฐบาลเตรียมแผนรองรับการเยี่ยวยาให้กับประชาชนเพื่อบำบัดทุกข์?&amp;nbsp;บำรุงสุขต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227184352978</Link_News></row>
<row _id="131"><NewsTitle>นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ เร่งตรวจสอบ และ ให้ความช่วยเหลือประชาชน ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;พร้อมคณะเจ้าหน้าที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เร่งตรวจสอบ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายเศวย&amp;nbsp;เพชรนุ้ย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี/&amp;nbsp;ผอ.ศปก.อ.เมืองปัตตานี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.ปะกาฮารัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำและความเสียหายน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;หลังสถานการณ์ฝนตกหนัก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่บ้านจางา&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลปะกาฮารัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227184543979</Link_News></row>
<row _id="132"><NewsTitle>ตำบลมูโนะ? จ.นราธิวาส? ประสบอุทกภัยอย่างหนัก น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน? ได้รับความเสียหายหลายหลัง? ประชาชนรอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังคงน่าเป็นห่วงหลังจากที่มีฝนตกหนักติดต่อกันมาหลายวันทำให้พื้นที่บางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำเออล้นตลิ่ง&amp;nbsp;และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง?&amp;nbsp;อย่างในพื้นที่บ้่านตลาดมูโนะ?&amp;nbsp;ต.มูโนะ?&amp;nbsp;อ.สุไหงโกลก&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;ขณะนี้ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤต?ิ?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ว่าช่วงเวลาประมาณ?&lt;/strong&gt;ตี&amp;nbsp;3.00?&amp;nbsp;น.?&amp;nbsp;ของเมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;nbsp;น้ำขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดจากการที่น้ำล้นพนังกั้นน้ำแม่น้ำโกลกมาทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็วบวกกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน?&amp;nbsp;ทำให้บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;?650?&amp;nbsp;ครัวเรือน?&amp;nbsp;ประชากรประมาณ?&amp;nbsp;2000&amp;nbsp;กว่าคนที่อยู่อาศัยอยู่แนวแม่น้ำสุไหงโกลก?&amp;nbsp;รถยนต์หลายคันได้รับความเสียหาย?&amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านอพยพไม่ทัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ได้พื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ&lt;/strong&gt;อย่างใกล้ชิด?และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน?&amp;nbsp;ในด้านสถานที่รองรับผู้อพยพ?&amp;nbsp;และสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อการบรรเทาความเดือดร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;///ส.ปชส.นราธิวาส///&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227184750980</Link_News></row>
<row _id="133"><NewsTitle>ยะลา เร่งเปิดเส้นทาง  ดินสไลด์ถล่มทับ ทางขึ้นเขาปกโย๊ะ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คืบหน้าสถานการณ์ฝนตก&amp;nbsp;น้ำท่วม&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ชาวบ้าน&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ช่วยกันเปิดเส้นทาง&amp;nbsp;หลังดินสไลด์ถล่มทับเส้นทาง&amp;nbsp;ทางขึ้นเขาปกโย๊ะ&amp;nbsp;บ้านตลาดนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;ต.&amp;nbsp;ตลิ่งชัน&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากฝนที่ตกอย่างหนักสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.พ.2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ได้เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น&amp;nbsp;ถล่มปิดทับเส้นทางขึ้นเขาปกโย๊ะ&amp;nbsp;นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านนิคมกือลอง&amp;nbsp;ต.ตลิ่งชัน&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวานนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ก.พ.2565)&amp;nbsp;ทำให้เส้นทางถูกตัดขาดไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้&amp;nbsp;ไฟฟ้าดับตลอดสาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ก.พ.2565)&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหาร&lt;/strong&gt;ฝ่ายกิจการพลเรือนจากกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมทหารราบ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;152&amp;nbsp;และกองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;3004&amp;nbsp;ร่วมกับทางนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;อบต.ตลิ่งชัน&amp;nbsp;กำนันตำบลตลิ่งชัน&amp;nbsp;ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เข้าเคลียเส้นทาง&amp;nbsp;โดยใช้รถแม็คโครกวาดดินและตัดต้นไม้ที่ล้มพาดทับถนน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เนื่องจากมีปริมาณดินสไลด์ถล่มลงมาทับเส้นทางจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงได้ประสานขอเครื่องจักรขนาดใหญ่จาก&amp;nbsp;กองพันทหารช่างที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;เข้ามาเคลียร์พื้นที่&amp;nbsp;เพื่อเร่งเปิดเส้นทางดินถล่มให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วนแล้ว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ก็ยังสำรวจความเสียหายและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;พบรอยราวของปูนซีเมนต์&amp;nbsp;บริเวณผนังปูนกั้นดินสไลด์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เขาปูนชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.กาบัง&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำป่าไหลลงสู่คลองกาบัง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจความเสียหาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227192033981</Link_News></row>
<row _id="134"><NewsTitle>เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยและวาตภัย 6 จังหวัดภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;และปัตตานี&amp;nbsp;และสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และปัตตานี&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;กำชับให้กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;บูรณาการทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงเน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยและวาตภัย&amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้อำนวยการในแต่ละระดับ&amp;nbsp;ทั้งจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ให้บูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมสื่อสารสร้างการรับรู้ทุกช่องทาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;รวมถึงช่องทางการติดต่อสื่อสารขอรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์มือถือของกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และจัดกำลังเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำรวจ&amp;nbsp;ตรวจสอบ&amp;nbsp;ตรวจตรา&amp;nbsp;ความปลอดภัยของบ้านเรือนและทรัพย์สิน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจและบรรเทาความวิตกกังวลของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังสถานการณ์ให้สำรวจและประเมินความเสียหาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ&amp;nbsp;ทุกคนต้องได้รับความปลอดภัย&amp;nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายบุญธรรม&amp;nbsp;เลิศสุขีเกษม&amp;nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ปภ.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;และปัตตานี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;85&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;277&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;7,802&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัด&amp;nbsp;ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เกิดวาตภัยในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และปัตตานี&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;143&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;740&amp;nbsp;หลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227202632995</Link_News></row>
<row _id="135"><NewsTitle>รามันยังอ่วม น้ำท่วมสูง สะพานเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด  ผู้ว่าฯ ติดตามสถานการณ์มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม พร้อมสั่งการเร่งช่วยเหลือประชาชนเต็มที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ยังคงวิกฤต&amp;nbsp;หลังฝนตก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถึงตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;23-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน&amp;nbsp;ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายณัฎฐ์กร&amp;nbsp;&lt;em&gt;บุญ&lt;/em&gt;โรภาคย์&amp;nbsp;นายอำเภอรามัน&amp;nbsp;นายวีรวัฒน์&amp;nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&amp;nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ที่บ้านสุเป๊ะบือแน&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;นำถุงยังชีพ&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้รับการสนับสนุนจากทางอำเภอรามัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับเทศบาลตำบลบาลอ&amp;nbsp;ลุยน้ำท่วมสูงเกือบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&amp;nbsp;ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&amp;nbsp;จากนั้นได้เดินทางติดตามสถานการณ์น้ำท่วม&amp;nbsp;ที่รอยต่อระหว่าง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;บริเวณสะพานเข้าหมู่บ้านถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวตัดขาด&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ไม่สามารถสัญจรได้&amp;nbsp;เบื้องต้นได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ตชด.ที่&amp;nbsp;44เทศบาลตำบลบาลอ&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ปภ.ยะลา&amp;nbsp;จัดเตรียมเรือท้องแบน&amp;nbsp;ติดเครื่องยนต์&amp;nbsp;เข้าพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;นอกจากนี้ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;น้ำล้นหลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง&amp;nbsp;ผู้ว่าฯยะลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่นำถุงยังชีพ&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;มอบช่วยเหลือ&amp;nbsp;ในเบื้องต้น&amp;nbsp;ทางผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้สั่งการให้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชนพร้อมทั้งได้สั่งจัดเตรียมอาหารปรุงสุก&amp;nbsp;มอบให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นการด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยะลามีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม&amp;nbsp;6อำเภอ&amp;nbsp;ซึ่งในพื้นที่อำเภอรามัน&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมมากที่สุด&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&amp;nbsp;ต.บาลอ&amp;nbsp;ทางอำเภอรามัน&amp;nbsp;ทางเทศบาลตำบลบาลอ&amp;nbsp;ได้ช่วยกันอย่างเต็มที่&amp;nbsp;น้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กพ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;พื้นที่ต้นน้ำมาจากจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ไหลลงแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน&amp;nbsp;ในอำเภอรามันขยายเป้นวงกว้าง&amp;nbsp;ทางจังหวัดได้สั่งการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ในการจัดเตรียมอาหารปรุงสุก&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;และวาตภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6อำเภอ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;184&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;75&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;58&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบล12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.กรงปินัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&amp;nbsp;4,810&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;18,380&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;(ในพื้นที่ี&amp;nbsp;ต.ยุโป&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;)&amp;nbsp;อพยพ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มัสยิด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;วัด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คอสะพาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;1,711&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และบ่อปลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;41&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;ขณะนี้ฝนในพื้นที่เริ่มเบาบาง&amp;nbsp;ทางจังหวัดได้มีการแจ้งเตือน&amp;nbsp;ให้ประชาชนติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227212250001</Link_News></row>
<row _id="136"><NewsTitle>มอบอาหารปรุงสำเร็จพร้อมน้ำดื่ม 5,000 ชุด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.ยะลา และนราธิวาส</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มูลนิธิเอสซีจี&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำอาหารปรุงสำเร็จพร้อมน้ำดื่ม&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ขาดอาหารและ&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;มูลนิธิเอสซีจี&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;และองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจ&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จัดตั้งโรงครัว&amp;nbsp;มูลนิธิ&amp;nbsp;เอสซีจีเพื่อผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;ในการประกอบวัตถุดิบและทำอาหารสำเร็จรูป&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลาและนราธิวาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำโดย&amp;nbsp;ดร.ชนธัญ&amp;nbsp;แสงพุ่ม&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ที่ว่าการอำเภอรามัน&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อนำอาหารที่ปรุงสำเร็จและน้ำดื่มไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบาลอ&amp;nbsp;ตำบลอาซ่อง&amp;nbsp;และตำบลท่าธง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณัฎฐ์กร&amp;nbsp;บุญโรภาคย์&amp;nbsp;นายอำเภอรามัน&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;เป็นผู้รับมอบ&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อนำอาหารปรุงสำเร็จและน้ำดื่มจำนวน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแว้ง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;600&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;อำเภอระแงะ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;และอำเภอเมือง&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;โดยมีบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เป็นผู้รับมอบ&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น&amp;nbsp;รวมถึงสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227212542002</Link_News></row>
<row _id="137"><NewsTitle>ทหารระดมพล รุดช่วยเหลือชาวบ้านปรับพื้นที่ดินสไลด์และสะพานขาดในพื้นที่นิคมสร้างตนเองฯ อ.บันนังสตา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันโท&amp;nbsp;คนิน&amp;nbsp;พรมมาวัน&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;152&amp;nbsp;นำเจ้าหน้าที่กองพันทหารช่างที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอนุรักษณ์&amp;nbsp;มะลีวันย์&amp;nbsp;ผู้ปกครองสร้างนิคมตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ระดมช่วยเหลือเปิดเส้นทางดินสไลด์ที่นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นทางเข้าน้ำตกสุขทาลัย&amp;nbsp;(น้ำตกกือลอง)&amp;nbsp;เส้นทางขึ้นเขาปกโยะ&amp;nbsp;หลังจากที่ได้เกิดฝนตกอย่างหนักอย่างต่อเนื่องทำให้ดินอุ้มน้ำไว้มาก&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติ&amp;nbsp;เกิดเดินสไลด์ของดินมาทับเส้นทางดังกล่าว&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่วมซ่อมแซมสะพานขาดเส้นทางบ้านบายิ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลตลิ่งชั่น&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันโท&amp;nbsp;คนิน&amp;nbsp;พรมมาวัน&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;152&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้เกิดดินโคลนสไลด์เส้นทางขึ้นเขาปกโยะ&amp;nbsp;รวมทั้งเกิดสะพานขาดในเส้นทางบ้านบายิ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านเกิดความเดือนร้อน&amp;nbsp;ทางกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;152&amp;nbsp;จึงได้ระดมกำลังพลช่วยเหลือโดยด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายธีรยุทธ&amp;nbsp;จิตตหลัง&amp;nbsp;ชาวบ้านหมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านนิคมกือลอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปกติจะใช้เส้นทางนี้ในการขึ้นไปทำสวนและกรีดยางทุกวัน&amp;nbsp;ยิ่งพอมาเจอภัยพิบัติแบบนี้ก็กังวลใจ&amp;nbsp;เนื่องจากบ้านที่อยู่ด้านบนมีสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ตนได้เลี้ยงไว้&amp;nbsp;เกรงว่าจะไม่มีอาการกิน&amp;nbsp;วันนี้ทุกส่วนได้เข้ามาช่วยเหลือปรับพื้นที่ดินสไลด์ให้ชาวบ้านสามารถใช้เส้นทางได้&amp;nbsp;ต้องขอบคุณทุกส่วนที่ได้เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กองพันทหารช่างที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เข้าช่วยปรับพื้นที่ด้วยเครื่องมือต่างๆและรถแทรกเตอร์ใช้ในการปรับดินสไลด์ในพื้นที่ทางเข้าปกโยะให้กลับมาใช้เส้นทางได้&amp;nbsp;รวมถึงได้นำรถแม็คโครปรับพื้นที่และซ่อมแซมสะพานที่ขาดเส้นทางหมู่บ้านบายิ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลตลิ่งชั่น&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เบื้องต้นได้ปรับพื้นที่สร้างสะพานแบริงชั่วคราวให้ชาวบ้านข้ามไปมาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร?&amp;nbsp;ศรีรักษ์?&amp;nbsp;แม่ทัพถาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยกำลังในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งด้านกำลังพล&amp;nbsp;ยุทโธปกรณ์&amp;nbsp;สิ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและด้านบริการต่างๆ&amp;nbsp;ของส่วนราชการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก&amp;nbsp;ที่ให้หน่วยงานราชการเป็นที่พึ่งของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227212717003</Link_News></row>
<row _id="138"><NewsTitle>ทหารช่าง เร่งปรับพื้นที่ นำดินโคลนออกจากถนน ช่วยเหลือประชาชนให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันโท&amp;nbsp;ศุภฤกษ์&amp;nbsp;ชื่นจิต&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นำกำลังพลและยุทโธปกรณ์รถถากถาง&amp;nbsp;ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ต.ตลิ่งชัน&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;อย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;หลังจากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน&amp;nbsp;และน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;ทำให้ดินโคลนถล่มตัดเส้นทางหลักในการสัญจรของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกองพันทหารช่างที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เร่งดำเนินการปรับพื้นที่ด้วยเครื่องมือต่างๆและรถแทรกเตอร์ใช้ในการปรับดินสไลด์&amp;nbsp;เพื่อนำดินโคลนออกถนน&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สามารถสัญจรได้ตามปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร?&amp;nbsp;ศรีรักษ์?&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยกำลังในพื้นที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งด้านกำลังพล&amp;nbsp;ยุทโธปกรณ์&amp;nbsp;สิ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและด้านบริการต่างๆ&amp;nbsp;ของส่วนราชการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก&amp;nbsp;ที่ให้หน่วยงานราชการเป็นที่พึ่งของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221407014</Link_News></row>
<row _id="139"><NewsTitle>ผู้ว่าฯยะลา ลงพื้นที่บ้านลิมุด ต.ท่าสาป ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ช่วยเหลือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลกระทบจากฝนตก&amp;nbsp;และตกหนัก&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;23-27&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ที่ผ่านมาส่งผลให้จังหวัดยะลามีพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;และวาตภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;184&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;นายมะสะดี&amp;nbsp;หะยีปิ&amp;nbsp;นายกเทศบาลตำบลท่าสาป&amp;nbsp;&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;บ้านลิมุด&amp;nbsp;ต.ท่าสาป&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงประมาณ&amp;nbsp;30-50&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพ&amp;nbsp;และน้ำดื่ม&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือ&lt;/strong&gt;ประชาชนในเบื้องต้น&amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่เขต&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ประสบอุทกภัย13&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;58&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,451&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;5,064&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ตำบลท่าสาป&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;จากแม่น้ำปัตตานีไหลล้นตลิ่ง&amp;nbsp;เข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221533015</Link_News></row>
<row _id="140"><NewsTitle>ทีมแจกยา ลงพื้นที่ครบทุกชุมชนเทศบาลนครยะลา แล้ว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่สำนักสาธารณสุขฯ&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;อสม.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจกยาชุดนำ้ท่วม&amp;nbsp;ยาน้ำกัดเท้า&amp;nbsp;และหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;มอบแก่ประธานชุมชน&amp;nbsp;เพื่อแจกจ่ายประชาชนในชุมชนที่บ้านน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;หลังโรงเรียนจีนจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ชุมชนหลังวัดยะลาธรรมาราม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ชุมชนวิฑูรอุทิศสัมพันธ์&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;4ชุมชนเสรี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ชุมชนสิโรรส8&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ชุมชนจารูพัฒนา&amp;nbsp;(ซ&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;บ้านริมสวนศรีเมือง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ปั๊ม&amp;nbsp;c.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;323&amp;nbsp;ชุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221623016</Link_News></row>
<row _id="141"><NewsTitle>เทศบาลนครยะลา เปิดโรงครัวประกอบอาหาร ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;เปิดโรงครัวประกอบอาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;สามารถประสานผ่านประธานชุมชน&amp;nbsp;ที่มีน้ำท่วม&amp;nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือในชุมชนนั้นๆ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;จะหมุนเวียนมาช่วย&lt;/strong&gt;ปรุงอาหารที่สถานีดับเพลิง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;และที่โรงครัวของโรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สังกัดเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;จะปรุงอาหารสำหรับพี่น้องชาวมุสลิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227221721017</Link_News></row>
<row _id="142"><NewsTitle>เทศบาลเมืองสะเตงนอก เปิดโรงครัวอาหารปรุงสุก ช่วยเหลือประชาชนกระทบน้ำท่วม ผู้ว่าฯยะลา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่ตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ทำให้เกิดไหลเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายครัวเรือน&amp;nbsp;ด้านนายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;นายวีรวัฒน์&amp;nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&amp;nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้เดินทางตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ให้กำลังใจการประกอบอาหารปรุงสุก&amp;nbsp;ของทางเทศบาลเมืองสะเตงนอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายเสรี&amp;nbsp;เรืองกาญจน์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสะเตงนอก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสะเตงนอก&amp;nbsp;เร่งบรรจุอาหารปรุงสุก&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบผ่านสมาชิกเทศบาลตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;ของแต่ละหมู่บ้าน&amp;nbsp;เร่งแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;อาหารปรุงสุก&amp;nbsp;ทางเทศบาลเมืองสะเตงนอก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมไปแล้ว&amp;nbsp;ตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;และในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านเปาะยานิ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นัดโต๊ะโมง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บ้านกือแลมะห์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พงบูโละ&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตือเบาะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228003424023</Link_News></row>
<row _id="143"><NewsTitle>เร่งมือวางกระสอบทราย และบิ๊กแบ็คเพื่อชะลอน้ำ ป้องกันการกัดเซาะประตูระบายน้ำมูโนะ  หลังพบการชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมชลประทาน&amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&amp;nbsp;เร่งมือวางกระสอบทราย&amp;nbsp;และบิ๊กแบ็คเพื่อชะลอน้ำ&amp;nbsp;ป้องกันการกัดเซาะประตูระบายน้ำ&amp;nbsp;หลังพบการชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากฝนที่ตกอย่างหนักมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;575.8&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;อีกทั้งยังต้องรับน้ำจากคลองบูเก๊ะตาที่ไหลมาสมทบในแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ทำให้ปริมาณน้ำล้นประตูระบายน้ำมูโนะ&amp;nbsp;ที่กั้นคลองหมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลมูโนะ&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;และไหลข้ามคันกั้นน้ำประตูระบายน้ำมูโนะแล้ว&amp;nbsp;อีกทั้งมวลน้ำบางส่วนยังกัดเซาะคันประตูระบายน้ำมูโนะ&amp;nbsp;จนมีแนวโน้มที่อาจชำรุดเสียหายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ตรีนรินทร์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;17&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทานเข้าติดตามสถานการณ์พร้อมวางแผนในการป้องกันและแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งตามแผนได้นำเครื่องจักร&amp;nbsp;พร้อมกระสอบทรายและบิ๊กแบ็คมาวางขวางทางน้ำเพื่อชะลอน้ำและร่วมประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เพื่อความไม่ประมาทขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ&lt;/strong&gt;ริมคลองมูโนะ&amp;nbsp;และท้ายประตูระบายน้ำตลอดแนว&amp;nbsp;เตรียมรับสถานการณ์หากประตูระบายน้ำพังลงจากการถูกน้ำกัดเซาะ&amp;nbsp;โดยเฉพาะสายหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ&amp;nbsp;หมู่บ้านปลักปลา&amp;nbsp;ตำบลโฆษิต&amp;nbsp;หมู่บ้านโคกยาง&amp;nbsp;ตำบลโฆษิต&amp;nbsp;อำเภอตากใบ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228003544024</Link_News></row>
<row _id="144"><NewsTitle>ด้วยความห่วงใย</NewsTitle><Detail xsi:nil="true" /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region xsi:nil="true" /><Province xsi:nil="true" /><Department xsi:nil="true" /><Link_News xsi:nil="true" /></row>
<row _id="145"><NewsTitle>มท.2ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยที่สุไหงโก-ลก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่และมอบถุงยังชีพให้กับครัวเรือนผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และโรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้กำชับให้นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;และนางสุชาดา&amp;nbsp;พันธ์นรา&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;รวมทั้งหน่วยงานในระดับอำเภอดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ทั้งในห้วงประสบภัย&amp;nbsp;และในระยะฟื้นฟู&amp;nbsp;ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่คาดว่าหลังวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ปริมาณฝนจะลดลง&amp;nbsp;และสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตตำบลสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์จนถึงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากและมีพายุลมแรงทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยเป็นความเสียหายจากเหตุวาตภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;หลังคาเรือน&amp;nbsp;ขณะที่ผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;มีทั้งภายในชุมชนและนอกเขตชุมชน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;มีผู้ประสบภัยทั้งสิ้น&amp;nbsp;3,208&amp;nbsp;ครัวเรือนรวม&amp;nbsp;9,624&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ&lt;/strong&gt;ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;โรงเรียนเทศบาล4&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;มีการจัดอาหารและน้ำดื่มให้บริการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มื้อ&amp;nbsp;ล่าสุดมีผู้เข้าพักอาศัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;190&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยในห้วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ทั้งการตรวจATK&amp;nbsp;ก่อนเข้าพัก&amp;nbsp;และการกำหนดมาตรการให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เว้นระยะห่าง&amp;nbsp;ล้างมือ&amp;nbsp;และแยกภาชนะส่วนบุคคลเป็นรายครอบครัว&amp;nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้บริหารสถานศึกษาพร้อมบุคลากรครู&lt;/strong&gt;ในสังกัดเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;เปิดครัวทำอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;เตรียมอาหารมื้อเที่ยงและเย็น&amp;nbsp;ส่วนในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;จะแจกอาหารทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มื้อ&amp;nbsp;โดยจำนวนผู้รับ&amp;nbsp;จะเป็นตัวเลขที่ได้รับรายงานมาจากประธานชุมชน&amp;nbsp;พร้อมทั้งเตรียมแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228045906025</Link_News></row>
<row _id="146"><NewsTitle>พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ สั่ง ศอ.บต. ลุยแก้ไขความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด่วน       ย้ำให้ทุกฝ่ายไปช่วยกันดูแลอย่างทั่วถึง ทันที</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี/&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(กพต.)&amp;nbsp;ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนที่สุด&amp;nbsp;ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกส่วนราชการ&amp;nbsp;จัดทำข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเร่งด่วน&amp;nbsp;พร้อมให้ทุกฝ่ายลงพื้นที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะการจัดหาอาหาร&amp;nbsp;ยาและสิ่งจำเป็นอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;ย้ำไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน&amp;nbsp;เป็นการทำงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพื่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ได้มีข้อความแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชน&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์ฝนตกหนักหลายวันต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;และน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างหนัก&amp;nbsp;ขอให้เร่งประสานแจ้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&amp;nbsp;ให้ประสานงาน&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังมีการเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำ&lt;/strong&gt;ที่จะเพิ่มขึ้นและไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;บริเวณอําเภอบันนังสตา&amp;nbsp;อําเภอยะหา&amp;nbsp;และอําเภอรามัน&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;บริเวณอําเภอสายบุรี&amp;nbsp;อําเภอยะรัง&amp;nbsp;อําเภอหนองจิก&amp;nbsp;และเมืองปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;บริเวณอําเภอแว้ง&amp;nbsp;อําเภอสุคิริน&amp;nbsp;อําเภอศรีสาคร&amp;nbsp;อําเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;อําเภอตากใบ&amp;nbsp;อําเภอรือเสาะ&amp;nbsp;อําเภอจะแนะ&amp;nbsp;และอําเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/strong&gt;อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อประสานงานผ่านบัณฑิตอาสาประจำหมู่บ้านหรือโทรแจ้งสายด่วน&amp;nbsp;1880&amp;nbsp;เพื่อจะได้เร่งประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228092307032</Link_News></row>
<row _id="147"><NewsTitle>ฝนหยุดตก น้ำท่วมที่จังหวัดยะลา เริ่มคลี่คลาย สถานการณ์ดีขึ้น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่เมื่อบ่ายวานนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ฝนได้หยุดตกในพื้นที่จังหวัดยะลาแล้ว&amp;nbsp;จนถึงเช้าวันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ท้องฟ้าเริ่มโปร่งใส&amp;nbsp;มีเมฆครึ้มดำปกคลุมเล็กน้อย&amp;nbsp;โดยมีแสงแดดส่องให้เห็นในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่น้ำซึ่งได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถนนหลายสาย&amp;nbsp;รวมถึงพื้นที่ทางเกษตร&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วันที่ผ่านมา&amp;nbsp;บางแห่งได้ลดลงแล้วจนเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;ส่วนบางแห่งยังคงมีน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;ต้องรอน้ำระบายออก&amp;nbsp;หากวันนี้ไม่มีฝนตกในพื้นที่&amp;nbsp;ระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดยะลาก็จะลดลง&amp;nbsp;และคลี่คลายตามลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ในส่วนของบ้านท่าสาป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากในเขตเมืองยะลา&amp;nbsp;หลังจากได้มีมวลน้ำในแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ไหลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;ถนนหนทาง&amp;nbsp;และพื้นที่ทางการเกษตรในเช้านี้&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;น้ำได้ลดปริมาณลงบ้างแล้วบางส่วน&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยชาวบ้านบอกว่า&amp;nbsp;น้ำลดลงประมาณ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;คงจะดีขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;ถ้าไม่มีฝนตก&amp;nbsp;ส่วนอีกฝั่งน้ำจะลดช้าหน่อยระบายไม่ทัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่อย่างใดก็ตามในระยะนี้ยังคงมีฝนตกในพื้นที่ประชาชนต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228085049027</Link_News></row>
<row _id="148"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี สั่งการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเต็มที่ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตกรณีรถยนต์พลัดตกคอสะพาน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;(จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส)&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;รับทราบรายงานเหตุรถยนต์กระบะพลัดตกคอสะพานบ้านโนนสมบูรณ์&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลภูเขาทอง&amp;nbsp;อำเภอสุคิริน&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;สั่งการเจ้าหน้าร่วมกับกองทัพลงพื้นที่เฝ้าระวังที่พื้นที่อาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;รวมถึงจุดเสี่ยงตามสถานที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางสัญจร&amp;nbsp;กำชับให้นำเครื่องกีดขวางและนำป้ายประกาศมาติดตั้งไว้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้และไม่ต้องการให้มีเหตุการณ์ซ้ำรอยสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินขึ้นอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ประชาชนรับฟังการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอยู่ตลอดเวลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอความร่วมมืออย่าเดินทางไปในจุดที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว&amp;nbsp;รวมถึงตามจุดเสี่ยงต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp;ในสถานการณ์แบบนี้&amp;nbsp;ขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวเอง&amp;nbsp;ระมัดระวังคนในครอบครัวโดยเฉพาะเด็ก&amp;nbsp;ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp;หากจำเป็นต้องอพยพขอให้รีบอพยพไปในที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของเจ้าหน้าของรัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในส่วนของผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ส่วนราชการในพื้นที่เป็นผู้แทนของรัฐบาล&amp;nbsp;เร่งเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิที่ได้รับ&amp;nbsp;รวมถึงสอบถามให้ความช่วยเหลือในการจัดพิธีผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228100554050</Link_News></row>
<row _id="149"><NewsTitle>เร่งวางกระสอบทรายและบิ๊กแบ็ค ป้องกันน้ำกัดเซาะประตูระบายน้ำมูโนะ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากกรณีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;เพิ่มสูงขึ้นและไหลล้นตลิ่งข้ามคันกั้นน้ำประตูระบายน้ำมูโนะ&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก&amp;nbsp;เร่งดำเนินการนำกระสอบทรายและบิ๊กแบ็คมาวางขวางทางน้ำ&amp;nbsp;เพื่อชะลอน้ำและลดความเสียหายต่ออาคารชลประทาน&amp;nbsp;รวมทั้งเน้นย้ำในเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้ได้แจ้งเตือนประชาสัมพันธ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณด้านท้ายน้ำและริมคลองมูโนะแล้ว&amp;nbsp;ขอให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228100030046</Link_News></row>
<row _id="150"><NewsTitle>จ.นราธิวาส สรุปรายงานสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัยในพื้นที่ ล่าสุดมีประชาชนได้รับความเดือดร้อน กว่า 1 แสนคน ผู้ว่าฯ นราธิวาส สั่งการหน่วยงานต่าง ๆ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพโรจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จริตงาม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ได้สรุปสถานการณ์อุกทภัยและวาตภัยในพื้นที่&amp;nbsp;หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์เป็นต้นมา&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;มีพื้นที่ประสบภัย&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;67&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;482&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เขตเทศบาล&amp;nbsp;ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;114,524&amp;nbsp;&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;37,796&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;อพยพประชาชน&amp;nbsp;226&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียหายกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังถนน&amp;nbsp;46&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;สะพาน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มัสยิด&amp;nbsp;23&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;หน่วยงานราชการ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตรและปศุสัตว์&amp;nbsp;ได้รับความเสียหายด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางนายสนั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เข้าดำเนินการช่วนเหลือและสนับสนุนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน&amp;nbsp;และเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;ขณะที่ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ประชาชนจิตอาสา&amp;nbsp;ได้เยี่ยมให้กำลังใจ&amp;nbsp;ช่วยเหลือมอบสิ่งของ&amp;nbsp;อาหารกล่องพร้อมรับประทาน&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;และจัดรถเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ช่วยขนย้ายประชาชนไปยังที่ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพยากรณ์อากาศ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;วันนี้มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ของพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนมากบริเวณอำเภอเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;ตากใบ&amp;nbsp;เจาะไอร้อง&amp;nbsp;สุไหงปาดี&amp;nbsp;และแว้ง&amp;nbsp;ทางด้านสถานการณ์น้ำท่า&amp;nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&amp;nbsp;ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง&amp;nbsp;ส่วนลุ่มน้ำบางนรา&amp;nbsp;แและลุ่มน้ำโก-ลก&amp;nbsp;ระดับน้ำล้นตลิ่ง&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228100511049</Link_News></row>
<row _id="151"><NewsTitle>กรมเจ้าท่า ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ตอนล่าง พร้อมแจ้งเตือนชาวเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอธิรัฐ&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;จากประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;(6/2565)&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ส่งผลให้ช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า&amp;nbsp;เร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา&amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาปัตตานี&amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภาคสาขานราธิวาส&amp;nbsp;และสำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ช่วยเหลือฯ&amp;nbsp;จำนวนรวม&amp;nbsp;24&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ความพร้อมทางรถ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;/&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดศูนย์ช่วยเหลือฯ&amp;nbsp;ร่วมอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชน&lt;/strong&gt;เบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานราธิวาส&amp;nbsp;นำถุงยังชีพจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;แพ็ค&amp;nbsp;ไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;ตำบลลูโบะสาวอ&amp;nbsp;อำเภอบาเจาะ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาปัตตานี&amp;nbsp;นำถุงยังชีพ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;30&amp;nbsp;แพ็ค&amp;nbsp;มอบผู้ประสบอุทกภัยบริเวณ&amp;nbsp;ตำบลสะเต็ง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา&amp;nbsp;จัดเตรียมถุงยังชีพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;น้ำดื่มจำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;แพ็ค&amp;nbsp;และประสานหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและ&amp;nbsp;สำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จัดเตรียมเรือพระราชทานจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และรถยนต์&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;น้ำดื่มจำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;แพ็ค&amp;nbsp;พร้อมออกปฎิบัติช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้ศูนย์ช่วยเหลือฯ&amp;nbsp;ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ&amp;nbsp;และเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก&amp;nbsp;ปริมาณฝนสะสมอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;รวมถึงให้ออกประกาศแจ้งเตือนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228095715042</Link_News></row>
<row _id="152"><NewsTitle>เขาปูนจุดชมวิวสองแผ่นดิน แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมืองเบตง เกิดรอยร้าวเป็นระยะทางยาวกว่า 30 เมตร หวั่นเกิดดินสไลด์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริเวณจุดชมวิวสองแผ่นดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถนนเลียบแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;บ้านกาแป๊ะฮูลู&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมทัศนียภาพทิวทัศน์มุมสูงของเมืองเบตง&amp;nbsp;ชมความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าจากฝั่งของอำเภอบาลิง&amp;nbsp;รัฐเกดะห์&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;และชมทะเลหมอกในยามเช้า&amp;nbsp;ได้เกิดรอยร้าวขึ้น&amp;nbsp;บนยอดเขาเป็นระยะทางยาวกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากด้านล่างบริเวณพื้นถนนเลียบชายแดน&amp;nbsp;คาดว่าด้านบนยังมีรอยร้าวอีกหลายจุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากฝนตกติดต่อกันเนินนานทำให้ดินบนเขาอุ้มน้ำจนเกิดปูนแตกร้าว&amp;nbsp;และอาจเกิดสไลด์ลงมาได้บริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;ยังมีป้ายติดแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า&amp;nbsp;ขอความร่วมมืองดขึ้นบริเวณเขาหินปูน&amp;nbsp;เนื่องจากเส้นทางชำรุดและอาจเกิดอันตราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับที่จุดชมวิวสองแผ่นดิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถนนเลียบแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;บ้านกาแป๊ะฮูลู&amp;nbsp;ความจริงแล้ว&amp;nbsp;กรมทางหลวงได้สร้างถนนเลียบแนวชายแดนไทย-มาเลเซียขึ้นเพื่อให้ประชาชนสะดวกในการคมนาคม&amp;nbsp;แต่เนื่องจากบริเวณนี้เป็นภูเขาสูง&amp;nbsp;เวลาที่ฝนตกมักจะเกิดดินสไลด์ลงมาทับเส้นทางเป็นประจำ&amp;nbsp;กรมทางหลวงจึงแก้ไขด้วยการสร้างดาดคอนกรีตซึ่งเป็นหน้าผาปูนซีเมนต์&amp;nbsp;เพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะหน้าดิน&amp;nbsp;ป้องกันดินสไลด์ที่อาจเกิดขึ้น&amp;nbsp;จึงเกิดความสวยงาม&amp;nbsp;ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก&amp;nbsp;จนกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228093431036</Link_News></row>
<row _id="153"><NewsTitle>แจ้งเตือนประชาชนพื้นที่ภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงขึ้น&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;กับมีหมอกในตอนเช้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(0,&amp;nbsp;0,&amp;nbsp;0);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(0,&amp;nbsp;0,&amp;nbsp;0);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง&amp;nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลงมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;คลื่นสูงประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ภาคใต้ฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;และกระบี่&amp;nbsp;ยังคงแจ้งเตือนให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย&amp;nbsp;สำหรับชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(0,&amp;nbsp;0,&amp;nbsp;0);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228102024064</Link_News></row>
<row _id="154"><NewsTitle>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้รวม 7 จังหวัด ประสานจังหวัดเร่งระบายน้ำ และให้การช่วยเหลือประชาชนเต็มกำลัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;รายงานเมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และตรัง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;30&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;127&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;440&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;12,129&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&amp;nbsp;ภาพวมสถานการณ์ระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ได้ประสานจังหวัด&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;พร้อมนำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย&amp;nbsp;เร่งระบายน้ำท่วมขังในทุกพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&amp;nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&amp;nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;และสายด่วนนิรภัย&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228104541076</Link_News></row>
<row _id="155"><NewsTitle>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ที่ จ.นราธิวาส</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;เฉลิมชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สิทธิสาท&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;ที่จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;เฉลิมชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สิทธิสาท&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่&amp;nbsp;โดยนายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก่อนเดินทางไปยังหอประชุมเทศบาลตำบลตันหยงมัส&amp;nbsp;อำเภอระแงะ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,550&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;มอบให้นายอำเภอระแงะ&amp;nbsp;ผู้แทนอำเภอรือเสาะ&amp;nbsp;ยี่งอ&amp;nbsp;และแว้ง&amp;nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสความห่วงใยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;กล่าวกับผู้ร่วมในพิธี&amp;nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในทุกพื้นที่&amp;nbsp;ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยตลอด&amp;nbsp;ทรงรับสั่งมิให้ประมาท&amp;nbsp;และทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมที่อาจเผชิญเหตุอันสร้างความเสียหาย&amp;nbsp;และความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยให้หน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมทั้งจิตอาสา&amp;nbsp;พร้อมที่จะเข้าร่วมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสในครั้งนี้&amp;nbsp;ทรงมีพระราชกระแสดำรัสทรงห่วงใยประชาชนและทรงให้ติดตามช่วยเหลือ&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;ทั้งสุขภาพกาย&amp;nbsp;สุขภาพใต&amp;nbsp;ทุกคนที่ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นภัยครั้งนี้ไปได้ด้วยดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทรงพระราชทานกำลังใจให้เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้เข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคง&amp;nbsp;และประชาชนมีชีวิตที่อยู่ดีกิน&amp;nbsp;ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนจิตอาสาทุกคนให้ช่วยดูแลประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เด็ก&amp;nbsp;ผู้พิการ&amp;nbsp;และผู้สูงอายุ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความรัก&amp;nbsp;ความสามัคคี&amp;nbsp;เกิดแก่ประชาชนและประเทศชาติโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสนั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากเหตุการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉิน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กุมภาพันธ์2565&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่&amp;nbsp;ส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;39,064&amp;nbsp;หลังคาเรือน&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;93,780&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และในวันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้องคมนตรี&amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภคมามอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ&amp;nbsp;ยังความปลาบปลื้มแก่ราษฎรอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ได้เดินทางเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับผู้แทนราษฎร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านเรือนให้พื้นที่ตำบลตันหยงมัส&amp;nbsp;อำเภอระแงะ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228124330116</Link_News></row>
<row _id="156"><NewsTitle>อำเภอสุไหงโก-ลกมีพื้นที่ประสบภัย 4 ตำบล มีผู้ได้รับผลกระทบ 22,622 คน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;จำนวน5,526&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ราษฎรได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;22,622&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ตำบลสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,504&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;7,512&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ตำบลปาเสมัส&amp;nbsp;8&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หมู่1-หมู่8&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;685&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;คนตำบลมูโนะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หมู่1-หมู่5&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,696&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;8,480&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ตำบลปูโยะ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;คือหมู่1-หมู่6&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;641&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3,205&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง&amp;nbsp;83&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;แนวโน้มสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลง&amp;nbsp;บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือมีฝนฟ้าคะนองลดลง&amp;nbsp;แต่ยังคงมีฝนบางแห่ง&amp;nbsp;โดยที่จังหวัดนราธิวาสมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณอำเภอเมืองตากใบ&amp;nbsp;อำเภอเจาะไอร้อง&amp;nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;และอำเภอแว้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228120205100</Link_News></row>
<row _id="157"><NewsTitle>ยะลา น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย หลังฟ้าเปิด ชาวบ้านที่รามัน เผยระดับน้ำเริ่มลดลง หลังท่วมมาแล้วกว่า 3 วัน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;หลังจังหวัดได้ประกาศ&lt;/strong&gt;เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;(อุทกภัย)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;158&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งทุกหน่วยงานสามารถดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ตามอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;ตามประกาศ&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;เริ่มลดระดับลง&amp;nbsp;แต่ยังคงล้นตลิ่ง&amp;nbsp;1.60&amp;nbsp;ส่วนแม่น้ำ&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ต้นน้ำที่&amp;nbsp;อ.ศรีสาคร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.รือเสาะ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ส่วนแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ระดับน้ำที่ต้นน้ำ&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ปัจจุบันต่ำกว่าตลิ่ง&amp;nbsp;1.46&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;คงเหลือระดับน้ำที่ผ่านเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;สูงกว่าตลิ่ง&amp;nbsp;อยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;วันนี้เช่นกัน&amp;nbsp;ส่วนบ้านเรือนของประชาชน&amp;nbsp;ที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังจากนี้&amp;nbsp;ก็จะเป็นลักษณะน้ำท่วมขังในพื้นที่&amp;nbsp;ไม่มีอิทธิพลจากลำน้ำสายหลักมาเติม&amp;nbsp;ต้องหามาตรการในการสูบน้ำ&amp;nbsp;เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวนูรีดา&amp;nbsp;กามาเซะ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;19/4&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บ้านปายอยือนิ&amp;nbsp;หมูที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ก.กายูบอเกาะ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;รอยต่อหมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;ที่นี่ท่วมทุกปี&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;ปีนี้หนักกว่าทุกปี&amp;nbsp;น้ำขึ้นเร็วมาก&amp;nbsp;สัญจรลำบก&amp;nbsp;น้ำเอ่อล้น&amp;nbsp;ท่วมถึงถนนที่ใช้สัญจรในหมู่บ้าน&amp;nbsp;วันนี้เข้าสู่วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่น้ำยังคงท่วมบ้านเรือนอยู่&amp;nbsp;บรรยากาศในวันนี้ฟ้าเปิด&amp;nbsp;มีแสงแดด&amp;nbsp;ที่ผ่านมาเดินทางไปเข้าไปในตัวบ้านไม่ได้&amp;nbsp;น้ำท่วมสูง&amp;nbsp;วันนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง&amp;nbsp;แต่ยังทรงตัวอยู่&amp;nbsp;ซึ่งบ้านที่เห็นนี้เป็นบ้านสามี&amp;nbsp;บ้านพี่สาว&amp;nbsp;และบ้านเครือญาติ&amp;nbsp;ที่ผ่านมาทางหน่วยงานทั้งทางจังหวัด&amp;nbsp;ทางอำเภอ&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้เข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp;บริจาคสิิ่งของ&amp;nbsp;ถุงยังชีพ&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;และข้าวกล่องช่วยเหลือ&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;กว่าน้ำจะลด&amp;nbsp;หากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228130536126</Link_News></row>
<row _id="158"><NewsTitle>รมช.มหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี ลงพื้นที่ให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย เร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ปะกาฮารัง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;โดยมีนายสมนึก&amp;nbsp;พรหมเขียว&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;นายอำเภอเมือง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการพร้อมด้วย&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องจากเมื่อตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;ทำให้บ้านเรือนราษฎร&amp;nbsp;ได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;85&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;506&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;2,100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอมายอ&amp;nbsp;อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;อำเภอปะนาเระ&amp;nbsp;อำเภอไม้แก่นอำเภอสายบุรี&amp;nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ทุ่งยางแดง&amp;nbsp;และมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มและมีน้ำเอ่อลันจากแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;และแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยขึ้น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;81&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;1,730&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;5,598&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอเมืองปัตตานีอำเภอแม่ลาน&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&amp;nbsp;อำเภอทุ่งยางแดง&amp;nbsp;อำเภอสายบุรี&amp;nbsp;สำหรับการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ทางจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และองค์กร&amp;nbsp;ปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้แจกจ่ายถุงยังชีพ&amp;nbsp;พร้อมซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับ&amp;nbsp;ผลกระทบเป็นการเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;และยังคงเฝ้าระวัง&amp;nbsp;และติดตาม&amp;nbsp;สถานการณ์อยู่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;แบ่งเขตการปกครองออกเป็น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;66&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;มีพื้นที่&amp;nbsp;56.837&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;เป็นที่ราบชายฝั่ง&amp;nbsp;และพื้นที่ราบลุ่ม&amp;nbsp;มีแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ไหลผ่านตำบลบาราเฮาะ&amp;nbsp;ตำบลตะลุโบะ&amp;nbsp;ตำบลปะกาฮารังและเขต&amp;nbsp;เทศบาลเมืองปัตตานี&amp;nbsp;โดยเฉพาะตำบลปะกาฮารัง&amp;nbsp;โคยทั่วไปของพื้นที่ตำบถเป็นที่ราบลุ่ม&amp;nbsp;ทุ่งนา&amp;nbsp;มีคลองชลประทานเเละน้ำไหลผ่าน&amp;nbsp;ติดกับแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;มีน้ำท่วม&amp;nbsp;โดยพื้นที่&amp;nbsp;บ้านจางา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลปะกาฮะรัง&amp;nbsp;จะได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp;ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มี&amp;nbsp;บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;๑๖๒&amp;nbsp;หลังคาเรือน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า&amp;nbsp;810&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รมช.มหาดไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทางรัฐบาล&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้&amp;nbsp;ผู้ประสบภัยในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยใน&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง&amp;nbsp;หากมีฝนตกหนักจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำ&amp;nbsp;และมีแนวโน้มอาจจะล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยได้สั่งการและเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;ข้อมูลที่ถูกต้อง&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ทันต่อสถานการณ์&amp;nbsp;และจะเร่งรัดฟื้นฟูเยียวยาประชาชนให้เกิดขึ้นโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว/บดินทร์&amp;nbsp;ส.ปชส.ปน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228132323140</Link_News></row>
<row _id="159"><NewsTitle>นิพนธ์ รุดลงปัตตานี นำความห่วงใยรัฐบาล เร่งช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยในพื้นที่ สั่งระดมทุกหน่วยผนึกกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;และอำเภอแม่ลาน&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยบริเวณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;โดยมีนายนิพันธ์&amp;nbsp;บุญหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ได้รับผลกระทบจากบริเวณความกดอากาศสูง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน&amp;nbsp;จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ส่งผลทำให้ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงใกล้เกาะบอร์เนียว&amp;nbsp;เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ทำให้พื้นที่จังหวัดปัตตานีมีฝนตกหนักสะสม&amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จนกระทั่งวานนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณช่องแคบมะละกา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็ยังคงเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าปกคลุมเกาะสุมาตราตอนบน&amp;nbsp;ในขณะที่ลมตะวันออกกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;จนเกิดฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;81&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;1,730&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;5,598&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ในส่วนของอำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;162&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;810&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และอำเภอแม่ลาน&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;219&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;913&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ส่วนผลกระทบด้านอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ด้านการเกษตรมีพื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,167&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ด้านประมงและปศุสัตว์&amp;nbsp;มีความเสียหายเล็กน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในส่วนของสิ่งสาธารณูปโภค&amp;nbsp;ถนนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;และมัสยิด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;(อปท.)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือโดยการแจกถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สภาพภูมิอากาศในปีนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม&amp;nbsp;เกิดฝนนอกฤดูกาลอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก&amp;nbsp;ตนมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยได้ติดตาม/ประเมินสถานการณ์&amp;nbsp;พร้อมแจ้งเตือน&amp;nbsp;สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารไปสู่พี่น้องประชาชนผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด&amp;nbsp;ปัจจุบันกรมอุตุมนิยมวิทยากับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ปภ.)&amp;nbsp;ได้ทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น&amp;nbsp;การคาดการณ์สถานการณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยามีความแม่นยำ&amp;nbsp;ทำให้มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าและรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยเองก็ได้ติดตาม&amp;nbsp;และเน้นย้ำแนวทางในการปฏิบัติการตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยและวาตภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์&amp;nbsp;บูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และมีการสั่งเตรียมความพร้อมในพื้นที่มาโดยตลอด&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับจังหวัดลงไปจนถึง&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ซึ่งได้ประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;ทั้งเรื่องของบุคลากร&amp;nbsp;ลงไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องจักรกลต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เรือท้องแบน&amp;nbsp;รถราต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ในพื้นที่กับ&amp;nbsp;ปภ.&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตามแผนอพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย&amp;nbsp;และดูแลเรื่องอาหารการกินต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;พร้อมกล่าวต่อไปอีกว่า&amp;nbsp;สำหรับแนวโน้มคาดการณ์ว่าจังหวัดปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์ในวันนี้ได้คลี่คลายลงแล้ว&amp;nbsp;จนเกือบจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;ส่วนปริมาณน้ำฝนที่ยังคั่งค้างอยู่ตามแนวเทือกเขาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ก็จะไหลลงแม่น้ำหลัก&amp;nbsp;อยากจะฝากไปถึงพี่น้องประชาชนให้ติดตามสถานการณ์และข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;และฝากเตือนถึงเรื่องการสัญจรไปมา&amp;nbsp;ให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น&amp;nbsp;งดลงเล่นน้ำ&amp;nbsp;เพราะหากมีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;อาจได้รับอันตรายจนถึงชีวิตได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยหลังจากนี้หากสถานการณ์ทุกอย่างได้คลี่คลายลงแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนก็สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้สำรวจ&amp;nbsp;ตรวจตราความปลอดภัยของบ้านเรือนและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความวิตกกังวล&amp;nbsp;พร้อมสั่งดำเนินการสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตามระเบียบของทางทางราชการกันต่อไปราชการ&amp;nbsp;และนอกจากนี้ตนยังมีความห่วงใยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ที่ยังคงมีการระบาด&amp;nbsp;และมีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทุกคนให้ปฏิบัติตนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อให้เราทุกคนผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;"...ท้ายนี้&amp;nbsp;ผมขอส่งมอบกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ&amp;nbsp;ไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;เน้นย้ำ&amp;nbsp;ความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;รวมถึงผู้ปฏิบัติงานทุกท่านต้องมาก่อน..."&amp;nbsp;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228132615143</Link_News></row>
<row _id="160"><NewsTitle>ชาวบ้านกว่า 20 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายบุรี หนีน้ำมานอนหัวสะพาน 3 คืนแล้ว ในขณะที่น้ำยังท่วมสูง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีกำลังแรง&amp;nbsp;ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง&amp;nbsp;เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศมาเลเซียและในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;รามัน&amp;nbsp;ยะหา&amp;nbsp;และอำเภอกรงปินัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บรรยากาศทั่วไปในวันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ฝนหยุดตก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้สถานการณ์เริ่มคลีคลายไปในทางที่ดีขึ้น&amp;nbsp;แต่ก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่หลายพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;ยังมีระดับที่สูงและล้นตลิ่งในพื้นที่ราบลุ่ม&amp;nbsp;โดยในพื้นที่อำเภอรามัน&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่หลายตำบล&amp;nbsp;ส่วนในพื้นที่เมืองยะลา&amp;nbsp;ก็มีบริเวณตลาดมะพร้าว&amp;nbsp;ตลาดเก่าโรงเรียนเทศบาล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ถนนวิฑูรอุทิศ&amp;nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่บางพื้นที่&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลารายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;นำท่วมและวาตภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด&amp;nbsp;2,804&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;11,044&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;(อพยพ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;ซึ่งทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางอำเภอ&amp;nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิดนายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;นายวีรวัฒน์&amp;nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&amp;nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายชาคร&amp;nbsp;คงเสรีกุล&amp;nbsp;ป้องกันจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;ที่บริเวณหน้า&amp;nbsp;รพ.สต.สะเตงนอก&amp;nbsp;ปากซอย&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้น้ำอยู่ในระดับทรงตัว&amp;nbsp;หากฝนไม่ตกลงมาอีกในวันนี้&amp;nbsp;ก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วย&amp;nbsp;ทั้งเทศบาลเมืองสะเตงนอก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปภ.และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ตชด.ที่&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ค่ายพญาลิไท&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;หากได้รับการร้องขอ&amp;nbsp;ส่วนที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี&amp;nbsp;เขตรอยต่อตำบลตาเซะ&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และอำเภอยะรัง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ทางชลประทาน&amp;nbsp;ได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเปิดประตูระบายน้ำ&amp;nbsp;เร่งระบาย&amp;nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนปัตตานีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำสายบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.ตะโล๊ะฮาลอ&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;ยังต้องอาศัยเพิงริมถนนบริเวณหัวสะพาน&amp;nbsp;แม่น้ำสายบุรี&amp;nbsp;เป็นที่หลับนอนมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;และยังนำรถยนต์&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;รวมถึงสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;นำมาเก็บไว้ริมถนนเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพน้ำในแม่น้ำสายุรียังคงสูงและยังท่วมขังบ้านเรือนราษฏร&amp;nbsp;การเดินทางยังต้องอาศัยเรือเล็กและเดินลุยน้ำในการเดินทาง&amp;nbsp;ชาวบ้านบอกว่าขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานราชการใดนำอาหาร&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;มาให้&amp;nbsp;มีเพียงของ&amp;nbsp;อบต.ตะโล๊ะฮาลอ&amp;nbsp;เท่านั้นที่นำมามอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228133917154</Link_News></row>
<row _id="161"><NewsTitle>มูโนะวิกฤต กระแสน้ำเชี่ยวกรากทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตำบลมูโนะ&amp;nbsp;ยังวิกฤต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมวลน้ำจากแม่น้ำโก-ลกได้เข้าท่วมพื้นที่และบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้านระดับน้ำสูง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,696&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;8,480&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยเฉพาะตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกที่กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากหลายครอบครัวยังติดอยู่ภายในบ้าน&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้&amp;nbsp;ทั้งนี้เมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;มีเรือที่เจ้าหน้าที่นำออกไปช่วยเหลือประชาชนล่ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;โชคดีที่ทุกคนปลอดภัย&amp;nbsp;จึงต้องปรับแผนรับมือสถานการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด&lt;/strong&gt;ชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ได้เตรียมนำมนุษย์กบ&amp;nbsp;จากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้&amp;nbsp;ค่ายจุฬาภรณ์ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยริมแม่น้ำโก-ลกแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายรุ่งเรือง&amp;nbsp;ธิมาบุตร&amp;nbsp;นายอำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;นำกำลังพล&lt;/strong&gt;ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;เปิดครัว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมอำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;เพื่อทำอาหารปรุงสุก&amp;nbsp;นำส่งด้วยรถทหารไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยอำเภอมูโนะด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228143532184</Link_News></row>
<row _id="162"><NewsTitle>อำเภอสุไหงโก-ลกมีพื้นที่ประสบภัย 4 ตำบล มีผู้ได้รับผลกระทบ 22,622 คน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;จำนวน5,526&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ราษฎรได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;22,622&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ตำบลสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,504&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;7,512&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ตำบลปาเสมัส&amp;nbsp;8&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หมู่1-หมู่8&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;685&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;คนตำบลมูโนะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หมู่1-หมู่5&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,696&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;8,480&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ตำบลปูโยะ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;คือหมู่1-หมู่6&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;641&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3,205&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง&amp;nbsp;83&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;แนวโน้มสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลง&amp;nbsp;บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือมีฝนฟ้าคะนองลดลง&amp;nbsp;แต่ยังคงมีฝนบางแห่ง&amp;nbsp;โดยที่จังหวัดนราธิวาสมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณอำเภอเมืองตากใบ&amp;nbsp;อำเภอเจาะไอร้อง&amp;nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;และอำเภอแว้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228143946186</Link_News></row>
<row _id="163"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกหน่วยงานวางมาตรการรับมือภัยแล้งในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;สั่งการให้ทุกหน่วยงานวางมาตรการรับมือภัยแล้งในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เร่งจัดหาน้ำบาดาลให้กับประชาชนเพื่อทำการเกษตรในฤดูแล้ง&amp;nbsp;พร้อมระดมทุกหน่วยแก้ไขภัยแล้งซ้ำซากอย่างจริงจัง&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนช่วงหน้าแล้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.สมเกียรติ&amp;nbsp;ประจำวงษ์&amp;nbsp;ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง&lt;/strong&gt;พร้อมคณะได้เดินทางมาประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2465&amp;nbsp;พร้อมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้างานด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง?โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ภายใต้งบกลาง&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;?บ้านหนองแก&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.ทุ่งกระบำ&amp;nbsp;อ.เลาขวัญ&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;และติดตามความก้าวหน้าโครงการศึกษา&amp;nbsp;สำรวจ&amp;nbsp;และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึก&amp;nbsp;ในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อนตำบลหัวยกระเจา&amp;nbsp;อำเภอห้วยกระเจา&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.สมเกียรติ&amp;nbsp;ประจำวงษ์&amp;nbsp;ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ(กนช.)&amp;nbsp;และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.)&amp;nbsp;มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ่อพลอย&amp;nbsp;ห้วยกระเจา&amp;nbsp;เลาขวัญ&amp;nbsp;หนองปรือ&amp;nbsp;และพนมทวนอย่างมาก&amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดฝนแล้งในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้อนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งจัดการประชุมหารือเพื่อให้แนวทางและคำแนะนำแก่หน่วยงานในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำไปแก้ไขปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;ให้หน่วยงานนำไปดำเนินการ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังได้มอบให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งดำเนินการจัดหาน้ำบาดาล&lt;/strong&gt;ให้กับประชาชนเพื่อทำการเกษตรในฤดูแล้งพร้อมทั้งมอบหมายให้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้างานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;และผลสัมฤทธิ์ของโครงการพื้นที่อำเภอเลาขวัญ&amp;nbsp;และห้วยกระเจา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(งบกลางประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2563)&amp;nbsp;บ้านหนองแก&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลทุ่งกระบ่ำ&amp;nbsp;อำเภอเลาขวัญ&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;สามารถสูบน้ำบาดาลขึ้นมาได้มากถึง&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ลบ.ม./ชั่วโมง&amp;nbsp;ได้ปริมาณน้ำกว่า&amp;nbsp;108,040&amp;nbsp;ลบ.ม./ปี&amp;nbsp;ระบบกระจายน้ำ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;576&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนใหญ่การเพาะปลูกพืชตามความเหมาะสมของพื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;อ้อย&amp;nbsp;ผักชี&amp;nbsp;หม่อน&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;และหญ้าเนเปีย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สร้างรายได้กว่า&amp;nbsp;5,496,000&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;และโครงการศึกษา&amp;nbsp;สำรวจ&amp;nbsp;และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อนตำบลห้วยกระเจา&amp;nbsp;อำเภอห้วยกระเจา&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;โดยโครงการดังกล่าวเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;โครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้เป็นโครงการพระราชดำริ&amp;nbsp;ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;สามารถผลิตน้ำต้นทุนได้ปริมาณกว่า&amp;nbsp;1,051,200&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ปี&amp;nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,989&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;2,015&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;และมีเกษตรกรได้รับประโยชน์&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรรวม&amp;nbsp;880&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และยังขยายผลโครงการโดยการขยายแนวท่อส่งน้ำ&amp;nbsp;โดยเทศบาลตำบลห้วยกระเจา&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;5.2&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;จัดทำแผนการขยายแนวท่อกระจายน้ำ&amp;nbsp;เชื่อมต่อไปยังตำบลวังไผ่โดยโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;และจัดทำแผนขับเคลื่อนโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าสินค้า&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางการผลิตบริหารจัดการและเสริมสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรในส่วนการแก้ปัญหาพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอแห้งแล้ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอบ่อพลอย&amp;nbsp;ห้วยกระเจา&amp;nbsp;เลาขวัญ&amp;nbsp;หนองปรือ&amp;nbsp;และพนมทวน&amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดได้มีมติอนุฯ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;4/2563&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;ธ.ค.63)&amp;nbsp;รับทราบแนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอของ&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ปริมาณน้ำที่ผันทั้งหมด&amp;nbsp;256.5&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม./ปี&amp;nbsp;(ผันและส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงทั้งหมด)&amp;nbsp;แบ่งเป็นน้ำเพื่ออุปโภคบริโภครวม&amp;nbsp;2.0&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม./ปี&amp;nbsp;และปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรกรรม&amp;nbsp;254.5&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;พื้นที่รับประโยชน์&amp;nbsp;486,098&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์&amp;nbsp;53,810&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รายได้ต่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;90,449&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;ความก้าวหน้าของโครงการขณะอยู่ระหว่างการจัดทำคำชี้แจงคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;และโครงการสถานีสูบน้ำจากแม่น้ำแควใหญ่&amp;nbsp;พื้นที่รับประโยชน์ในเขตอำเภอบ่อพลอยและตำบลวังด้ง&amp;nbsp;อำเภอเมืองกาญจนบุรี&amp;nbsp;ปริมาณน้ำที่ผันทั้งหมด&amp;nbsp;27.3&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม./ปี&amp;nbsp;ผลประโยชน์ประมาณน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;0.63&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี&amp;nbsp;และบรรเทาความขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;78,508&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์&amp;nbsp;21,659&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รายได้ต่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;19,001.12&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ความก้าวหน้าอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโดยกรมชลประทาน&amp;nbsp;นอกจากนี้ในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอดังกล่าวยังมีแผนงานสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำลำตะเพินบนพร้อมระบบผันน้ำ&amp;nbsp;พื้นที่รับประโยชน์รวม&amp;nbsp;42,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(อ.หนองปรือ&amp;nbsp;เลาขวัญและ&amp;nbsp;อ.ห้วยกระเจา)&amp;nbsp;โครงการขยายความจุอ่างเก็บน้ำลำอีซู&amp;nbsp;พื้นที่รับประโยชน์&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(อ.บ่อพลอย)&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำอาคารประกอบคลองท่าล้อ-อู่ทอง&amp;nbsp;พื้นที่รับประโยช์รวม&amp;nbsp;149,500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการพัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่องปัจจุบันสามารถพัฒนาพื้นที่ไปได้แล้ว&amp;nbsp;35,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(อ.พนมทวนและ&amp;nbsp;อ.ห้วยกระเจา)&amp;nbsp;รวมทั้งโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนแหล่งน้ำผิวดิน&amp;nbsp;โดยแต่โครงการเป็นแผนงานที่เหมาะสมต่อสภาพบริบทของพื้นที่หากดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผนงาน&amp;nbsp;จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งในปีนี้ได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228163706273</Link_News></row>
<row _id="164"><NewsTitle>ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงคราม และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม แก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณีที่เกิดน้ำทะเลหนุนสูงในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;เทศบาลเมืองสมุทรสงครามได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ระดมสูบน้ำในบ่อพักท้ายซอยเพชรสมุทร&amp;nbsp;วางแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำเข้าในอาคาร&amp;nbsp;อำนวยการจราจรและปิดกั้นการจราจรในจุดที่น้ำสูงเกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ซม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริเวณตลาดและชุมชนใกล้วัดเพชรสมุทร&amp;nbsp;รวมทั้งได้เข้าพบ&amp;nbsp;นายเผด็จ&amp;nbsp;บุญทรง&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง&amp;nbsp;ซึ่งทางเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;แจ้งว่าได้มีการวางแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในระยะเร่งด่วนฉุกเฉินและระยะยาวไว้แล้ว&amp;nbsp;(โดยระยะเร่งด่วนฉุกเฉินจะดำเนินการตามแนวทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;1.)ในการนี้จึงได้ประสานเชิญทางเทศบาลเมืองสมุทรสงครามขอให้เข้าประชุมร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องและนำเสนอการแก้ปัญหานำเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดโดยด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228180058326</Link_News></row>
<row _id="165"><NewsTitle>กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ และคาดการณ์ว่า  6  8 มีนาคมนี้ จะมีฝนตกเพิ่ม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;1-17&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกัน&amp;nbsp;51,796&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ&amp;nbsp;สำหรับผลการเพาะปลูกพืชช่วงแล้วนี้&amp;nbsp;ทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วกว่า&amp;nbsp;7.26&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ&amp;nbsp;งดทำนาปรังต่อเนื่อง&amp;nbsp;เนื่องจากมีปริมาณน้ำจำกัด&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จะเริ่มทยอยส่งน้ำเข้าพื้นที่&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรเริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูก&amp;nbsp;ขอให้สำนักงานชลประทานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เตรียมพื้นที่ลำเรียงน้ำ&amp;nbsp;กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางในลำคลองต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้การลำเลียงน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากปริมาณฝนตกหนักในช่วงวันที่&amp;nbsp;24-26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งผลให้มีพื้นที่น้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่ง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้เร่งเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย&amp;nbsp;ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมืออื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันที&amp;nbsp;ปัจจุบันหลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว&amp;nbsp;คาดว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงภัย&amp;nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่าและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องจากปรากฏการณ์ลานีญา&amp;nbsp;อาจส่งผลให้มีปริมาณฝนตกในหลายพื้นที่ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;จึงกำชับให้เฝ้าระวัง&amp;nbsp;พร้อมตรวจสอบอาคารชลประทานต่างๆ&amp;nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228202022382</Link_News></row>
<row _id="166"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นราธิวาส ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลลำภู&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายบัญชา&amp;nbsp;กันหาสินธุ์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของอุทกภัยที่เกิดขึ้นดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งครั้งนี้&amp;nbsp;นายพงศ์&amp;nbsp;ทองอินทร์&amp;nbsp;ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย&lt;/strong&gt;ในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลลำภู&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ได้โทรเข้าไปในรายการ&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;รวมใจสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อบอกเล่าถึงผลกระทบที่ได้รับจากอุทกภัยครั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้&amp;nbsp;เพื่อซื้อหาอาหาร&amp;nbsp;และน้ำดื่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอุทกภัยที่เกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลลำภู&amp;nbsp;ได้เข้าสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;และได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;นำเรือท้องแบนมาให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพงศ์&amp;nbsp;ทองอินทร์&amp;nbsp;ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลลำภู&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;บ้านของตนเป็นหนึ่งในหมู่บ้านได้รับกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้&amp;nbsp;จนต้องอพยพไปยังชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของบ้าน&amp;nbsp;และไม่สามารถลงไปชั้นหนึ่งของบ้านได้&amp;nbsp;เนื่องจากน้ำท่วมสูง&amp;nbsp;และข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;ล่าสุดขาดแคลนอาหาร&amp;nbsp;และเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำภูได้มาตรวจสอบจึงได้นำอาหารกล่องมาให้สมาชิกในบ้านในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;ดีใจและอยากขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ห่วงใย&amp;nbsp;และได้นำถุงยังชีพมามอบให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228192341344</Link_News></row>
<row _id="167"><NewsTitle>มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&lt;/strong&gt;ให้&amp;nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ชุมชนโพธิ์อ้น&amp;nbsp;ตำบลสองพี่น้อง&amp;nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ให้เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางชำเรือง&amp;nbsp;ศรีจันทร์อ่อน&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ซอย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ถนนโพธิ์อ้น-หวายสอ&amp;nbsp;ตำบลสองพี่น้อง&amp;nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&amp;nbsp;ซึ่งประสบเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยเลขที่ดังกล่าว&amp;nbsp;และผู้แทนของ&amp;nbsp;นายละออ&amp;nbsp;ผิวเผือก&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;20/1&amp;nbsp;ถนนโพธิ์อ้น-&amp;nbsp;คลองมะดัน&amp;nbsp;ตำบลสองพี่น้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตจากการเข้าช่วยเหลือระงับเหตุอัคคีภัย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.พ.2565&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;ต่างรู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย&amp;nbsp;และขอพระราชทานพระราชวโรกาส&amp;nbsp;ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ&amp;nbsp;ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม&amp;nbsp;ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228194907357</Link_News></row>
<row _id="168"><NewsTitle>นายกเทศมนตรีนครยะลา  แจงสถานการณ์น้ำท่วมเขตเมือง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;เผย&amp;nbsp;สถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;พื้นที่ยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครั้งนี้&amp;nbsp;ได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่&amp;nbsp;ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกหรือ&amp;nbsp;global&amp;nbsp;warming&amp;nbsp;ที่ทำให้ดินฟ้าอากาศมีการแปรปรวนตลอดเวลา&amp;nbsp;ในเรื่องน้ำท่วมนั้นในเขตเทศบาลนครยะลาในครั้งนี้เราได้รับผลกระทบในในย่านขอบเมืองต่างๆ&amp;nbsp;เหตุผลที่เกิดขึ้นในปีนี้มีปริมาณน้ำฝนที่ค่อนข้างมากกว่าปกติเราจะเห็นว่าในจังหวัดใกล้เคียงมีน้ำท่วมอย่างหนักในรอบหลายสิบปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในเขตเทศบาลในตัวเลขของจังหวัดยะลาเองนั้น&lt;/strong&gt;เราเห็นว่าในอำเภอเมืองยะลาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำฝนที่&amp;nbsp;341&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่&amp;nbsp;569&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;442&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;อำเภอธารโต&amp;nbsp;372&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;96.4&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;อำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;502&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;ลอำเภอยะหา&amp;nbsp;357&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;อยากจะแบ่งในเชิงของพื้นที่ว่าฝั่งบริเวณบึงแบเมาะ&amp;nbsp;หรือฝั่งขวาของแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ถ้าเราไปปัตตานี&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่ฝั่งนี้จะเป็นพื้นที่ของการรับน้ำจากอำเภอรามันยะลาปีนี้อำเภอรามันมีน้ำที่สูงมากถึงประมาณ&amp;nbsp;569&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;วันเดียวเฉพาะอำเภอรามันฝนตกหนักประมาณ&amp;nbsp;297&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;ฝั่งซ้ายของแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;ก็คืออำเภอยะหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;357&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;อำเภอกาบัง&amp;nbsp;285&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในบริเวณใต้เขื่อนบางลาง&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;502&amp;nbsp;มิล&amp;nbsp;มวลน้ำจากอำเภอธารโต&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;อำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;ก็จะไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานีทั้งสิ้นเทศบาลนครยะลาเอง&amp;nbsp;ได้มีการเตรียมการมาโดยตลอด&amp;nbsp;ตั้งแต่คืน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีการเดินเครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหมู่บ้านเมืองทอง&amp;nbsp;แล้วก็ปลายซอยจารูนอก&amp;nbsp;เดินเครื่องปั๊ม&amp;nbsp;C&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีการทยอยติดตั้งเครื่องตามจุดต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งวันนี้สถานการณ์ถือว่าเริ่มคลี่คลายลงจากฝนที่น้อยลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ได้มีการเตรียมการณ์ไม่ว่าการแจกจ่ายเรือ&amp;nbsp;ให้กับชุมชนได้ช่วยเหลือตัวเองรวมถึงมีการทำอาหารกล่อง&amp;nbsp;ให้กับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แจกจ่ายทั้ง&amp;nbsp;ชุมชนพี่น้องมุสลิม&amp;nbsp;พี่น้องชุมชนไทยพุทธแจกจ่ายให้กับพี่น้องชาวยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เร่งสูบน้ำลงสู่พื้นลงสู่บึงแบเมาะ&amp;nbsp;ออกสู่แม่น้ำปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ตามมาเทศบาลเองก็ได้ตระหนักว่าการฟื้นฟูเมืองให้กลับสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;คิดว่านอกเหนือจากการใช้ชีวิตของประชาชนที่ได้ดำเนินไปได้แล้วสิ่งหนึ่งก็คือสภาพจิตใจก็ได้กลับไปปกติเช่นเดียวกันวันนี้&amp;nbsp;เราก็เริ่มทยอยล้างชุมชนที่น้ำลดแล้ว&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขเก็บขยะที่ลอยน้ำต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้บึงมีสิ่งแวดล้อมที่สวยงามในวันต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228195731359</Link_News></row>
<row _id="169"><NewsTitle>รองแม่ทัพภาคที่ 4 ติดตามความคืบหน้าดินสไลด์ ทับถมเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ติดตามความคืบหน้าดินสไลด์&amp;nbsp;ทับถมเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;สั่งทหารช่างเร่งเคลียเส้นทางให้ประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;อุทิศ&amp;nbsp;อนันตนานนท์&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&amp;nbsp;ฝ่ายเสธฯ&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านตลาดนิคม&amp;nbsp;ตำบลตลิ่งชัน&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อสำรวจพื้นที่เสียหายจากภัยธรรมชาติดินโคลนถล่ม&amp;nbsp;ทับถมเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากฝนตกอย่างหนักสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น&amp;nbsp;ถล่มปิดทับเส้นทาง&amp;nbsp;บริเวณทางขึ้นเขาปกโย๊ะ&amp;nbsp;นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;เป็นขวัญกำลังใจในการทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;30,&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;152,&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15,&amp;nbsp;ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ปลัดอำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;ผู้นำในพื้นที่ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยความคืบหน้าขณะนี้&amp;nbsp;เส้นทางสามารถเปิดให้ใช้งานได้ตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แต่ยังไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;สำหรับการซ่อมแซมพื้นที่ถาวรเพื่อป้องกันดินสไลด์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น&amp;nbsp;นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จะได้ประสานขอรับการสนับสนุนส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;ในส่วนของไฟฟ้าส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปเร่งดำเนินการซ่อมแซมคาดว่าจะแล้วเสร็จในเย็นวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;อุทิศ&amp;nbsp;อนันตนานนท์&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กล่าวให้กำลังใจ&amp;nbsp;และขอขอบคุณทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งส่วนทหาร&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;การไฟฟ้า&amp;nbsp;ตลอดจนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ที่ร่วมมือร่วมใจในการช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ&amp;nbsp;อีกทั้งเน้นย้ำในส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ให้ทำการสำรวจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้นจนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228211507403</Link_News></row>
<row _id="170"><NewsTitle>องคมนตรี ลงพื้นที่ยะลา เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ว่าการอำเภอรามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย&amp;nbsp;สิทธิสาท&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,997&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;พร้อมทั้งลงพื้นที่ประสบอุทกภัยมอบแก่ราษฎร&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับอุทกภัย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยก่อนพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;ได้ร่วมประชุมกับส่วนราชการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หน่วยงานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ในห้วงระหว่างวันที่&amp;nbsp;24-28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;มีพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;184&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;4,810&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;18,380&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;(อพยพ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;จากนั้นได้ประกอบพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;มอบผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และนายอำเภอทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อนำไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่&amp;nbsp;ที่ประสบอุทกภัยต่อไป&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งถึงความห่วงใยราษฎร&amp;nbsp;ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งเยี่ยมโรงครัวจิตอาสา&amp;nbsp;ในการจัดประกอบเลี้ยงอาหารปรุงสุก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบฯ&amp;nbsp;โดยในแต่ละวันได้มีการประกอบอาหารปรุงสุก&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;และออกเดินทางไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;ที่หน้ามัสยิดบ้านสะโต&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เพื่อนำถุงยังชีพพระราชทาน&amp;nbsp;ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.นายสะแปอิง&amp;nbsp;เจะเลง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;73&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;63&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;2.นายสาการยา&amp;nbsp;สีมายอ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;67&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;58&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;3.นายมะดาเม&amp;nbsp;ยูโซะ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;56&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านสะโต&amp;nbsp;ต.อาซ่อง&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;พร้อมทั้งพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน&amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่&amp;nbsp;อ.รามัน&amp;nbsp;พื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งหมด&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;90&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;2,229&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;9,053&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ความเสียหายในเบื้องต้น&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียหายบางส่วน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,989&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;พื้นที่ทำการเกษตรเสียหาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13,604&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สัตว์เลี้ยงตาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;305&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โค/วัว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สัตว์ปีก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;298&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;บ่อปลาเสียหาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;58&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;สิ่งสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;การได้รับพระราชทาน&amp;nbsp;พระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;ยังความปลาบปลื้มปิติ&amp;nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;แก่ราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;อย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228230733423</Link_News></row>
<row _id="171"><NewsTitle>อำเภอเมืองปัตตานี ร่วมต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเศวต&amp;nbsp;เพชรนุ้ย&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี?/ผอ.ศปก.อ.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ร่วมต้อนรับ?&amp;nbsp;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เดินทางมาปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ้านจางา&amp;nbsp;ตำบลปะกาฮะรัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;ได้ร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ชุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2022-02-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228233255427</Link_News></row>
</data>
